• ปีทองของ PostgreSQL, สงคราม MCP, และการปะทะกันของยักษ์ใหญ่ — ภาพรวมโลกฐานข้อมูลปี 2025

    ปี 2025 เป็นปีที่วงการฐานข้อมูล “เดือดที่สุดในรอบทศวรรษ” ตามคำบรรยายของ Andy Pavlo โดยมีทั้งการเติบโตของ PostgreSQL แบบก้าวกระโดด การแข่งขันของผู้ให้บริการคลาวด์ การเกิดขึ้นของมาตรฐานใหม่อย่าง MCP และการปะทะกันทางกฎหมายระหว่าง MongoDB กับ FerretDB รวมถึงการปิดตัวของสตาร์ทอัพสายฐานข้อมูลหลายรายที่ไม่สามารถยืนหยัดในตลาดที่แข่งขันสูงได้อีกต่อไป ปีนี้ยังเป็นปีที่มีการควบรวมกิจการครั้งใหญ่หลายดีล และการระดมทุนระดับพันล้านดอลลาร์ที่สะท้อนว่าฐานข้อมูลยังเป็นหัวใจของยุค AI อย่างแท้จริง

    PostgreSQL ยังคงเป็น “ราชาแห่งฐานข้อมูลโอเพนซอร์ส” โดยมีทั้งฟีเจอร์ใหม่ในเวอร์ชัน 18 และการลงทุนจากบริษัทใหญ่ เช่น Databricks, Snowflake และ Microsoft ที่ต่างเปิดตัวบริการ PostgreSQL ของตัวเองหรือเข้าซื้อบริษัทที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีโครงการใหม่ที่ผลักดัน PostgreSQL ให้รองรับการกระจายข้อมูลแบบเต็มรูปแบบ เช่น Multigres, Neki และ PgDog ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของ “สงคราม PostgreSQL แบบกระจายศูนย์” ในอนาคต

    อีกหนึ่งไฮไลต์คือการเติบโตของ Model Context Protocol (MCP) ที่กลายเป็นมาตรฐานกลางให้ LLM เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลทุกประเภท ทำให้ผู้ผลิต DBMS ทุกรายต้องออก MCP server ของตัวเองอย่างเร่งด่วน ทั้ง SQL, NoSQL, OLAP และแม้แต่ระบบที่ไม่ใช่ PostgreSQL โดยตรง การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ฐานข้อมูลกลายเป็น “เครื่องมือของ AI agents” อย่างเต็มรูปแบบ แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ต้องจัดการอย่างจริงจัง

    ในอีกด้านหนึ่ง ปี 2025 ยังเป็นปีที่มีการฟ้องร้องครั้งใหญ่ระหว่าง MongoDB และ FerretDB ซึ่งอาจกลายเป็นคดีประวัติศาสตร์ด้าน API compatibility ขณะเดียวกันตลาดก็เห็นการปิดตัวของสตาร์ทอัพหลายราย เช่น Fauna, PostgresML, Hydra และ Voltron Data ที่ไม่สามารถแข่งขันในตลาดที่ถูกครอบงำโดยยักษ์ใหญ่และความต้องการด้าน AI ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สุดท้าย Andy ยังปิดท้ายด้วยเรื่องราว “ปีแห่งความรุ่งโรจน์ของ Larry Ellison” ที่ขึ้นเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกจากความสำเร็จของ Oracle

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การเติบโตของ PostgreSQL
    PostgreSQL 18 เปิดตัวพร้อมระบบ I/O แบบใหม่และ skip scans
    Databricks ซื้อ Neon มูลค่า $1B และ Snowflake ซื้อ CrunchyData
    Microsoft เปิดตัว HorizonDB บน Azure
    โครงการกระจายข้อมูลใหม่: Multigres, Neki, PgDog

    ความเสี่ยงและความท้าทาย
    PostgreSQL ecosystem แตกแขนงจนเริ่มเกิด fragmentation
    การแข่งขันของผู้ให้บริการคลาวด์อาจทำให้มาตรฐานแตกต่างกัน
    ระบบกระจายข้อมูลยังต้องพิสูจน์ความเสถียรในงานจริง

    การครองโลกของ MCP (Model Context Protocol)
    ทุก DBMS ออก MCP server ของตัวเองในปีเดียว
    รองรับทั้ง SQL, NoSQL, OLAP และ multi-database gateway
    ช่วยให้ LLM agents ทำงานกับฐานข้อมูลได้โดยตรง

    ความเสี่ยงของ MCP
    LLM อาจรันคำสั่งอันตรายหากไม่มีการจำกัดสิทธิ์
    ระบบ MCP ส่วนใหญ่เป็นเพียง proxy ไม่มีการตรวจสอบความปลอดภัยลึก
    องค์กรที่ให้สิทธิ์ admin อาจเสี่ยงต่อการ “ลบฐานข้อมูลโดยไม่ตั้งใจ”

    คดีใหญ่: MongoDB vs FerretDB
    MongoDB ฟ้อง FerretDB เรื่องลอก API และละเมิดลิขสิทธิ์
    คดีนี้อาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของ API compatibility
    DocumentDB ของ Microsoft ถูกจับตามองเพราะคล้าย FerretDB

    ประเด็นที่ต้องระวัง
    คดีนี้อาจกระทบ ecosystem ของฐานข้อมูลโอเพนซอร์ส
    ความไม่ชัดเจนของกฎหมายเกี่ยวกับการจำลอง API
    อาจเกิด “สงคราม API” ระหว่างผู้ผลิต DBMS

    การแข่งขันด้านไฟล์ฟอร์แมต
    ผู้ท้าชิง Parquet เกิดขึ้นหลายราย เช่น F3, Vortex, FastLanes
    Parquet เตรียมอัปเกรดครั้งใหญ่เพื่อตอบโจทย์ยุค AI
    การแข่งขันเน้นไปที่ความเร็ว, GPU support และ interoperability

    ความเสี่ยง
    ecosystem แตกเป็นหลายมาตรฐาน
    ปัญหาความเข้ากันได้ของ reader/writer ในหลายภาษา
    องค์กรอาจต้องแบกรับต้นทุน migration สูง

    การควบรวมกิจการและการระดมทุน
    Databricks ระดมทุนรวม $5B ในปีเดียว
    IBM ซื้อ DataStax และ Confluent
    Snowflake ซื้อ Datometry และ CrunchyData
    Fivetran และ dbt Labs รวมกิจการเป็นบริษัทเดียว

    ความเสี่ยงของตลาด
    การผูกขาดโดยบริษัทใหญ่
    สตาร์ทอัพเล็กแข่งขันยากขึ้น
    ตลาดฐานข้อมูลเริ่มเข้าสู่ยุค consolidation

    การปิดตัวของสตาร์ทอัพ
    Fauna, Hydra, PostgresML, MyScaleDB, Voltron Data ปิดกิจการ
    หลายรายล้มเหลวเพราะไม่สามารถแข่งขันกับยักษ์ใหญ่
    บางรายล้มเหลวเพราะตลาด AI เปลี่ยนเร็วเกินไป

    สัญญาณอันตราย
    ตลาดฐานข้อมูลเริ่มอิ่มตัว
    การพึ่งพา AI trend ทำให้ธุรกิจเสี่ยงสูง
    การขาด product-market fit ทำให้หลายบริษัทไปไม่รอด

    https://www.cs.cmu.edu/~pavlo/blog/2026/01/2025-databases-retrospective.html
    🗄️🚀 ปีทองของ PostgreSQL, สงคราม MCP, และการปะทะกันของยักษ์ใหญ่ — ภาพรวมโลกฐานข้อมูลปี 2025 ปี 2025 เป็นปีที่วงการฐานข้อมูล “เดือดที่สุดในรอบทศวรรษ” ตามคำบรรยายของ Andy Pavlo โดยมีทั้งการเติบโตของ PostgreSQL แบบก้าวกระโดด การแข่งขันของผู้ให้บริการคลาวด์ การเกิดขึ้นของมาตรฐานใหม่อย่าง MCP และการปะทะกันทางกฎหมายระหว่าง MongoDB กับ FerretDB รวมถึงการปิดตัวของสตาร์ทอัพสายฐานข้อมูลหลายรายที่ไม่สามารถยืนหยัดในตลาดที่แข่งขันสูงได้อีกต่อไป ปีนี้ยังเป็นปีที่มีการควบรวมกิจการครั้งใหญ่หลายดีล และการระดมทุนระดับพันล้านดอลลาร์ที่สะท้อนว่าฐานข้อมูลยังเป็นหัวใจของยุค AI อย่างแท้จริง PostgreSQL ยังคงเป็น “ราชาแห่งฐานข้อมูลโอเพนซอร์ส” โดยมีทั้งฟีเจอร์ใหม่ในเวอร์ชัน 18 และการลงทุนจากบริษัทใหญ่ เช่น Databricks, Snowflake และ Microsoft ที่ต่างเปิดตัวบริการ PostgreSQL ของตัวเองหรือเข้าซื้อบริษัทที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีโครงการใหม่ที่ผลักดัน PostgreSQL ให้รองรับการกระจายข้อมูลแบบเต็มรูปแบบ เช่น Multigres, Neki และ PgDog ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของ “สงคราม PostgreSQL แบบกระจายศูนย์” ในอนาคต อีกหนึ่งไฮไลต์คือการเติบโตของ Model Context Protocol (MCP) ที่กลายเป็นมาตรฐานกลางให้ LLM เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลทุกประเภท ทำให้ผู้ผลิต DBMS ทุกรายต้องออก MCP server ของตัวเองอย่างเร่งด่วน ทั้ง SQL, NoSQL, OLAP และแม้แต่ระบบที่ไม่ใช่ PostgreSQL โดยตรง การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ฐานข้อมูลกลายเป็น “เครื่องมือของ AI agents” อย่างเต็มรูปแบบ แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ต้องจัดการอย่างจริงจัง ในอีกด้านหนึ่ง ปี 2025 ยังเป็นปีที่มีการฟ้องร้องครั้งใหญ่ระหว่าง MongoDB และ FerretDB ซึ่งอาจกลายเป็นคดีประวัติศาสตร์ด้าน API compatibility ขณะเดียวกันตลาดก็เห็นการปิดตัวของสตาร์ทอัพหลายราย เช่น Fauna, PostgresML, Hydra และ Voltron Data ที่ไม่สามารถแข่งขันในตลาดที่ถูกครอบงำโดยยักษ์ใหญ่และความต้องการด้าน AI ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สุดท้าย Andy ยังปิดท้ายด้วยเรื่องราว “ปีแห่งความรุ่งโรจน์ของ Larry Ellison” ที่ขึ้นเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกจากความสำเร็จของ Oracle 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การเติบโตของ PostgreSQL ➡️ PostgreSQL 18 เปิดตัวพร้อมระบบ I/O แบบใหม่และ skip scans ➡️ Databricks ซื้อ Neon มูลค่า $1B และ Snowflake ซื้อ CrunchyData ➡️ Microsoft เปิดตัว HorizonDB บน Azure ➡️ โครงการกระจายข้อมูลใหม่: Multigres, Neki, PgDog ‼️ ความเสี่ยงและความท้าทาย ⛔ PostgreSQL ecosystem แตกแขนงจนเริ่มเกิด fragmentation ⛔ การแข่งขันของผู้ให้บริการคลาวด์อาจทำให้มาตรฐานแตกต่างกัน ⛔ ระบบกระจายข้อมูลยังต้องพิสูจน์ความเสถียรในงานจริง ✅ การครองโลกของ MCP (Model Context Protocol) ➡️ ทุก DBMS ออก MCP server ของตัวเองในปีเดียว ➡️ รองรับทั้ง SQL, NoSQL, OLAP และ multi-database gateway ➡️ ช่วยให้ LLM agents ทำงานกับฐานข้อมูลได้โดยตรง ‼️ ความเสี่ยงของ MCP ⛔ LLM อาจรันคำสั่งอันตรายหากไม่มีการจำกัดสิทธิ์ ⛔ ระบบ MCP ส่วนใหญ่เป็นเพียง proxy ไม่มีการตรวจสอบความปลอดภัยลึก ⛔ องค์กรที่ให้สิทธิ์ admin อาจเสี่ยงต่อการ “ลบฐานข้อมูลโดยไม่ตั้งใจ” ✅ คดีใหญ่: MongoDB vs FerretDB ➡️ MongoDB ฟ้อง FerretDB เรื่องลอก API และละเมิดลิขสิทธิ์ ➡️ คดีนี้อาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของ API compatibility ➡️ DocumentDB ของ Microsoft ถูกจับตามองเพราะคล้าย FerretDB ‼️ ประเด็นที่ต้องระวัง ⛔ คดีนี้อาจกระทบ ecosystem ของฐานข้อมูลโอเพนซอร์ส ⛔ ความไม่ชัดเจนของกฎหมายเกี่ยวกับการจำลอง API ⛔ อาจเกิด “สงคราม API” ระหว่างผู้ผลิต DBMS ✅ การแข่งขันด้านไฟล์ฟอร์แมต ➡️ ผู้ท้าชิง Parquet เกิดขึ้นหลายราย เช่น F3, Vortex, FastLanes ➡️ Parquet เตรียมอัปเกรดครั้งใหญ่เพื่อตอบโจทย์ยุค AI ➡️ การแข่งขันเน้นไปที่ความเร็ว, GPU support และ interoperability ‼️ ความเสี่ยง ⛔ ecosystem แตกเป็นหลายมาตรฐาน ⛔ ปัญหาความเข้ากันได้ของ reader/writer ในหลายภาษา ⛔ องค์กรอาจต้องแบกรับต้นทุน migration สูง ✅ การควบรวมกิจการและการระดมทุน ➡️ Databricks ระดมทุนรวม $5B ในปีเดียว ➡️ IBM ซื้อ DataStax และ Confluent ➡️ Snowflake ซื้อ Datometry และ CrunchyData ➡️ Fivetran และ dbt Labs รวมกิจการเป็นบริษัทเดียว ‼️ ความเสี่ยงของตลาด ⛔ การผูกขาดโดยบริษัทใหญ่ ⛔ สตาร์ทอัพเล็กแข่งขันยากขึ้น ⛔ ตลาดฐานข้อมูลเริ่มเข้าสู่ยุค consolidation ✅ การปิดตัวของสตาร์ทอัพ ➡️ Fauna, Hydra, PostgresML, MyScaleDB, Voltron Data ปิดกิจการ ➡️ หลายรายล้มเหลวเพราะไม่สามารถแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ ➡️ บางรายล้มเหลวเพราะตลาด AI เปลี่ยนเร็วเกินไป ‼️ สัญญาณอันตราย ⛔ ตลาดฐานข้อมูลเริ่มอิ่มตัว ⛔ การพึ่งพา AI trend ทำให้ธุรกิจเสี่ยงสูง ⛔ การขาด product-market fit ทำให้หลายบริษัทไปไม่รอด https://www.cs.cmu.edu/~pavlo/blog/2026/01/2025-databases-retrospective.html
    WWW.CS.CMU.EDU
    Databases in 2025: A Year in Review
    The world tried to kill Andy off but he had to stay alive to to talk about what happened with databases in 2025.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 76 มุมมอง 0 รีวิว
  • ศาลฎีกาพลิกคำพิพากษา “ทักษิณ” แพ้คดีหุ้นชินคอร์ป เปิดทางรัฐเรียกเก็บภาษี 1.76 หมื่นล้าน
    .
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาในคดีภาษีการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคดีการเงินการเมืองสำคัญของประเทศ โดยศาลมีมติ กลับคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลางและศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ และเห็นพ้องว่าการประเมินภาษีของกรมสรรพากรต่อกรณีดังกล่าวเป็นการดำเนินการที่อยู่ในกรอบกฎหมายอย่างถูกต้อง
    .
    คำพิพากษานี้ทำให้กรมสรรพากรมีอำนาจเรียกเก็บภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มจาก นายทักษิณ ชินวัตร เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 17,600 ล้านบาท ตามหนังสือประเมินภาษี ภ.ง.ด.12 ลงวันที่ 28 มีนาคม 2560 หลังศาลวินิจฉัยอย่างชัดเจนว่าอดีตนายกรัฐมนตรีเป็น “ผู้มีเงินได้ที่แท้จริง” จากการขายหุ้นชินคอร์ป แม้จะมีการใช้ชื่อบุตรเป็นผู้ถือครองแทนก็ตาม
    .
    ก่อนหน้านี้ ศาลสองชั้นเคยเห็นว่าเจ้าพนักงานประเมินไม่ได้ออกหมายเรียกตรวจสอบตามขั้นตอนของประมวลรัษฎากร มาตรา 19 จึงตัดสินให้การประเมินภาษีเป็นโมฆะ แต่ศาลฎีกาได้วางหลักใหม่ โดยเห็นว่าพฤติการณ์ของคดีชี้ให้เห็นอย่างเพียงพอว่า สิทธิในการจัดเก็บภาษีของรัฐยังคงมีผลบังคับ และมอบอำนาจให้กรมสรรพากรดำเนินการเรียกเก็บได้ตามความจำเป็น
    .
    คดีนี้มีความเกี่ยวข้องกับการจัดโครงสร้างการถือหุ้นของครอบครัวชินวัตรในช่วงปี 2541–2549 ซึ่งเริ่มจากการจัดตั้งบริษัท แอมเพิล ริช อินเวสต์เมนท์ ในหมู่เกาะบริติช เวอร์จิน เพื่อเป็นตัวกลางรับโอนหุ้นชินคอร์ป ก่อนที่ นายพานทองแท้ และ นางสาวพินทองทา จะขายหุ้นให้กลุ่มเทมาเส็กในปี 2549 การขายหุ้นดังกล่าวเคยถูกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ชี้ว่าเป็นการโอนที่ทำให้เกิดส่วนต่างมูลค่าเข้าข่าย “เงินได้พึงประเมิน” จนนำไปสู่ข้อพิพาททางภาษีมูลค่าหลายพันล้านบาท
    .
    ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยังเคยมีคำพิพากษาก่อนหน้านี้ว่า หุ้นทั้งหมดที่เกี่ยวข้องยังถือเป็นของนายทักษิณ โดยให้บุตรทั้งสองทำหน้าที่ “ถือแทน” จึงทำให้นายทักษิณเป็นเจ้าของผลประโยชน์ตามกฎหมายทุกประการ และมีสถานะเป็นผู้มีเงินได้ตัวจริงเมื่อมีการขายหุ้นให้กลุ่มทุนต่างชาติ
    .
    คำตัดสินวันนี้จึงถูกมองว่าเป็นการปิดฉากข้อถกเถียงทางกฎหมายที่ยืดเยื้อมานาน และเป็นแนวทางให้ฝ่ายรัฐเดินหน้าดำเนินกระบวนการจัดเก็บภาษีตามขั้นตอนต่อไป ขณะเดียวกันก็ส่งแรงสะเทือนทางการเมือง เนื่องจากเป็นคำพิพากษาที่เกิดขึ้นในช่วงที่อดีตนายกรัฐมนตรีเผชิญคดีหลายประเด็นอยู่ระหว่างพิจารณาของหน่วยงานต่าง ๆ
    .
    ภายหลังคำพิพากษา กระแสข่าวจากครอบครัวชินวัตรระบุว่า นายทักษิณมีความ “เสียใจและเจ็บช้ำ” ต่อมติของกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาร่วมกับคดีอื่นที่อยู่ระหว่างอุทธรณ์และไต่สวนเพิ่มเติม ซึ่งทำให้สถานการณ์ทางการเมืองรอบตัวอดีตผู้นำยังคงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด
    .
    #News1live #MGRInfographics #ศาลฎีกา #ทักษิณ #ชินคอร์ป #คดีภาษีหุ้น #การเมืองไทย #คดีประวัติศาสตร์ #กรมสรรพากร #ภาษี17600ล้าน
    ศาลฎีกาพลิกคำพิพากษา “ทักษิณ” แพ้คดีหุ้นชินคอร์ป เปิดทางรัฐเรียกเก็บภาษี 1.76 หมื่นล้าน . ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาในคดีภาษีการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคดีการเงินการเมืองสำคัญของประเทศ โดยศาลมีมติ กลับคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลางและศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ และเห็นพ้องว่าการประเมินภาษีของกรมสรรพากรต่อกรณีดังกล่าวเป็นการดำเนินการที่อยู่ในกรอบกฎหมายอย่างถูกต้อง . คำพิพากษานี้ทำให้กรมสรรพากรมีอำนาจเรียกเก็บภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มจาก นายทักษิณ ชินวัตร เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 17,600 ล้านบาท ตามหนังสือประเมินภาษี ภ.ง.ด.12 ลงวันที่ 28 มีนาคม 2560 หลังศาลวินิจฉัยอย่างชัดเจนว่าอดีตนายกรัฐมนตรีเป็น “ผู้มีเงินได้ที่แท้จริง” จากการขายหุ้นชินคอร์ป แม้จะมีการใช้ชื่อบุตรเป็นผู้ถือครองแทนก็ตาม . ก่อนหน้านี้ ศาลสองชั้นเคยเห็นว่าเจ้าพนักงานประเมินไม่ได้ออกหมายเรียกตรวจสอบตามขั้นตอนของประมวลรัษฎากร มาตรา 19 จึงตัดสินให้การประเมินภาษีเป็นโมฆะ แต่ศาลฎีกาได้วางหลักใหม่ โดยเห็นว่าพฤติการณ์ของคดีชี้ให้เห็นอย่างเพียงพอว่า สิทธิในการจัดเก็บภาษีของรัฐยังคงมีผลบังคับ และมอบอำนาจให้กรมสรรพากรดำเนินการเรียกเก็บได้ตามความจำเป็น . คดีนี้มีความเกี่ยวข้องกับการจัดโครงสร้างการถือหุ้นของครอบครัวชินวัตรในช่วงปี 2541–2549 ซึ่งเริ่มจากการจัดตั้งบริษัท แอมเพิล ริช อินเวสต์เมนท์ ในหมู่เกาะบริติช เวอร์จิน เพื่อเป็นตัวกลางรับโอนหุ้นชินคอร์ป ก่อนที่ นายพานทองแท้ และ นางสาวพินทองทา จะขายหุ้นให้กลุ่มเทมาเส็กในปี 2549 การขายหุ้นดังกล่าวเคยถูกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ชี้ว่าเป็นการโอนที่ทำให้เกิดส่วนต่างมูลค่าเข้าข่าย “เงินได้พึงประเมิน” จนนำไปสู่ข้อพิพาททางภาษีมูลค่าหลายพันล้านบาท . ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยังเคยมีคำพิพากษาก่อนหน้านี้ว่า หุ้นทั้งหมดที่เกี่ยวข้องยังถือเป็นของนายทักษิณ โดยให้บุตรทั้งสองทำหน้าที่ “ถือแทน” จึงทำให้นายทักษิณเป็นเจ้าของผลประโยชน์ตามกฎหมายทุกประการ และมีสถานะเป็นผู้มีเงินได้ตัวจริงเมื่อมีการขายหุ้นให้กลุ่มทุนต่างชาติ . คำตัดสินวันนี้จึงถูกมองว่าเป็นการปิดฉากข้อถกเถียงทางกฎหมายที่ยืดเยื้อมานาน และเป็นแนวทางให้ฝ่ายรัฐเดินหน้าดำเนินกระบวนการจัดเก็บภาษีตามขั้นตอนต่อไป ขณะเดียวกันก็ส่งแรงสะเทือนทางการเมือง เนื่องจากเป็นคำพิพากษาที่เกิดขึ้นในช่วงที่อดีตนายกรัฐมนตรีเผชิญคดีหลายประเด็นอยู่ระหว่างพิจารณาของหน่วยงานต่าง ๆ . ภายหลังคำพิพากษา กระแสข่าวจากครอบครัวชินวัตรระบุว่า นายทักษิณมีความ “เสียใจและเจ็บช้ำ” ต่อมติของกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาร่วมกับคดีอื่นที่อยู่ระหว่างอุทธรณ์และไต่สวนเพิ่มเติม ซึ่งทำให้สถานการณ์ทางการเมืองรอบตัวอดีตผู้นำยังคงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด . #News1live #MGRInfographics #ศาลฎีกา #ทักษิณ #ชินคอร์ป #คดีภาษีหุ้น #การเมืองไทย #คดีประวัติศาสตร์ #กรมสรรพากร #ภาษี17600ล้าน
    Like
    Haha
    7
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 926 มุมมอง 0 รีวิว
  • สืบพยานโจทก์คดี 112 วันที่สอง ‘ทักษิณ’ ยังหลบสื่อ ‘วิญญัติ’ เผย หลังสืบพยานวันแรก คุยกันแค่เรื่องคดีความ ไม่มีเรื่องการเมือง
    https://www.thai-tai.tv/news/19948/
    .
    #ทักษิณชินวัตร #คดีมาตรา112 #ดูหมิ่นสถาบัน #ศาลอาญา #สืบพยาน #วิญญัติชาติมนตรี #สมชายวงศ์สวัสดิ์ #แพทองธาร #ศาลรัฐธรรมนูญ #การเมืองไทย #คดีประวัติศาสตร์

    สืบพยานโจทก์คดี 112 วันที่สอง ‘ทักษิณ’ ยังหลบสื่อ ‘วิญญัติ’ เผย หลังสืบพยานวันแรก คุยกันแค่เรื่องคดีความ ไม่มีเรื่องการเมือง https://www.thai-tai.tv/news/19948/ . #ทักษิณชินวัตร #คดีมาตรา112 #ดูหมิ่นสถาบัน #ศาลอาญา #สืบพยาน #วิญญัติชาติมนตรี #สมชายวงศ์สวัสดิ์ #แพทองธาร #ศาลรัฐธรรมนูญ #การเมืองไทย #คดีประวัติศาสตร์
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 758 มุมมอง 0 รีวิว
  • คดีประวัติศาสตร์!! ศาลมีคำพิพากษาคดีแรก พ.ร.บ.อุ้มหาย กรณีครูฝึก-รุ่นพี่ รวม 13 ราย กระทำทรมานและทำร้ายร่างกายพลทหาร จนเสียชีวิต

    สืบเนื่องจากกรณี พลทหาร วรปรัชญ์ พัดมาสกุล สังกัด หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ถูกครูฝึกและรุ่นพี่ ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งแพทย์เผยสาเหตุร่างกายถูกทำร้ายหนัก ทั้งสมองบวม ซี่โครงหักทั้ง 2 ข้าง ปอดฉีก ปอดรั่ว ไหปลาร้าหัก และกระดูกสันหลังหัก ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 ส.ค.67

    วันนี้ (27 พ.ค.) รายงานข่าวแจ้งว่า ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 จังหวัดระยอง ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลย (ทหาร) จำนวน 13 คน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 (พ.ร.บ.อุ้มหาย) ประกอบกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา เนื่องจากจำเลยทั้ง 13 คน ได้ร่วมกันลงโทษ สั่งซ่อม และร่วมกันทำร้าย พลทหาร วรปรัชญ์ พัดมาสกุล อย่างรุนแรงในหลายรูปแบบและหลายครั้ง จนกระทั่งทำให้พลทหาร วรปรัชญ์ เสียชีวิตในเวลาต่อมา

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/crime/detail/9680000049629

    #MGROnline #พลทหาร
    คดีประวัติศาสตร์!! ศาลมีคำพิพากษาคดีแรก พ.ร.บ.อุ้มหาย กรณีครูฝึก-รุ่นพี่ รวม 13 ราย กระทำทรมานและทำร้ายร่างกายพลทหาร จนเสียชีวิต • สืบเนื่องจากกรณี พลทหาร วรปรัชญ์ พัดมาสกุล สังกัด หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ถูกครูฝึกและรุ่นพี่ ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งแพทย์เผยสาเหตุร่างกายถูกทำร้ายหนัก ทั้งสมองบวม ซี่โครงหักทั้ง 2 ข้าง ปอดฉีก ปอดรั่ว ไหปลาร้าหัก และกระดูกสันหลังหัก ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 ส.ค.67 • วันนี้ (27 พ.ค.) รายงานข่าวแจ้งว่า ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 จังหวัดระยอง ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลย (ทหาร) จำนวน 13 คน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 (พ.ร.บ.อุ้มหาย) ประกอบกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา เนื่องจากจำเลยทั้ง 13 คน ได้ร่วมกันลงโทษ สั่งซ่อม และร่วมกันทำร้าย พลทหาร วรปรัชญ์ พัดมาสกุล อย่างรุนแรงในหลายรูปแบบและหลายครั้ง จนกระทั่งทำให้พลทหาร วรปรัชญ์ เสียชีวิตในเวลาต่อมา • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/crime/detail/9680000049629 • #MGROnline #พลทหาร
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 780 มุมมอง 0 รีวิว
  • MGR Online-เปิดคุณสมบัติอาสาสมัครคนคล้าย "แตงโม-แซน" ทดสอบเหตุการณ์ตกเรือ แม่น้ำเจ้าพระยา อ.ปานเทพ เผย น้ำหนักและความสูงต้องใกล้เคียงกัน ที่สำคัญมีความกล้า ว่ายน้ำแข็ง นัดหมายทดสอบ 16 ม.ค.

    วันนี้ (6 ม.ค.) ที่บ้านพระอาทิตย์ อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า จากกรณีได้ติดตามการทดสอบ หรือจำลองเหตุการณ์ตกน้ำของ "แตงโม" ภัทรธิดา (นิดา) พัชรวีพงษ์ จากสื่อมวลชนเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เรามีความเห็นว่าไม่เหมือนกับสภาพข้อเท็จจริง ดังนี้ 1. ผู้ตกเรือจะต้องมีลักษณะเพศตรงกัน 2. ผู้ตกเรือจะต้องมีน้ำหนักและความสูงเท่ากัน 3. ชุดแต่งกายจะต้องเหมือน หรือคล้ายกันมาก 4. ความเร็วเรือจะต้องมีความสอดรับกับสภาพข้อเท็จจริง

    จึงตัดสินใจทดสอบเหตุการณ์ที่มีความใกล้เคียงที่สุด โดยเปิดรับอาสาสมัครคนที่มีความคล้าย "แตงโม" นิดา และ "แซน" วิศาพัช มโนมัยรัตน์ เป้าหมายคือ น้ำหนัก ความสูง เครื่องแต่งกาย ต้องใกล้เคียงกัน หากมีหน้าใกล้เคียงกันด้วยจะดีมาก สำหรับอาสาสมัครคนคล้าย แตงโม ต้องมีความสูง 167-168 ซม. น้ำหนัก 50 กก. ส่วนอาสาสมัครคนคล้าย แซน ต้องมีความสูง 165-170 ซม. น้ำหนัก 45-52 กก. เพื่อใกล้เคียงกับสภาพความเป็นจริงมากที่สุด

    นอกจากนี้ คุณสมบัติของผู้สมัครต้องมีความกล้า ว่ายน้ำแข็ง เนื่องจากมีการทดสอบการตกน้ำจริง มีคนดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ขณะนี้มีผู้สมัครเข้ามาแล้วและยังเปิดรับสมัครอยู่ "ใครก็ตามที่อยากทำให้ความจริงปรากฏขึ้น เชิญร่วมกับเราในการทำคดีประวัติศาสตร์" ผู้สนใจติดต่อเข้ามาที่แฟนเพจปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม หรือส่งไปรษณีย์มาที่บ้านพระอาทิตย์

    เบื้องต้นนัดหมายสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์ทดสอบครั้งนี้ ในวันที่ 16 ม.ค. ที่ท่าเรือพิบูลย์สงคราม 1 จ.นนทบุรี จะได้เห็นการทดสอบความเร็ว บริเวณจุดเกิดเหตุ และเรื่องอื่นๆ

    #MGROnline #ปานเทพ #แตงโม #แตงโมภัทรธิดา
    MGR Online-เปิดคุณสมบัติอาสาสมัครคนคล้าย "แตงโม-แซน" ทดสอบเหตุการณ์ตกเรือ แม่น้ำเจ้าพระยา อ.ปานเทพ เผย น้ำหนักและความสูงต้องใกล้เคียงกัน ที่สำคัญมีความกล้า ว่ายน้ำแข็ง นัดหมายทดสอบ 16 ม.ค. • วันนี้ (6 ม.ค.) ที่บ้านพระอาทิตย์ อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า จากกรณีได้ติดตามการทดสอบ หรือจำลองเหตุการณ์ตกน้ำของ "แตงโม" ภัทรธิดา (นิดา) พัชรวีพงษ์ จากสื่อมวลชนเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เรามีความเห็นว่าไม่เหมือนกับสภาพข้อเท็จจริง ดังนี้ 1. ผู้ตกเรือจะต้องมีลักษณะเพศตรงกัน 2. ผู้ตกเรือจะต้องมีน้ำหนักและความสูงเท่ากัน 3. ชุดแต่งกายจะต้องเหมือน หรือคล้ายกันมาก 4. ความเร็วเรือจะต้องมีความสอดรับกับสภาพข้อเท็จจริง • จึงตัดสินใจทดสอบเหตุการณ์ที่มีความใกล้เคียงที่สุด โดยเปิดรับอาสาสมัครคนที่มีความคล้าย "แตงโม" นิดา และ "แซน" วิศาพัช มโนมัยรัตน์ เป้าหมายคือ น้ำหนัก ความสูง เครื่องแต่งกาย ต้องใกล้เคียงกัน หากมีหน้าใกล้เคียงกันด้วยจะดีมาก สำหรับอาสาสมัครคนคล้าย แตงโม ต้องมีความสูง 167-168 ซม. น้ำหนัก 50 กก. ส่วนอาสาสมัครคนคล้าย แซน ต้องมีความสูง 165-170 ซม. น้ำหนัก 45-52 กก. เพื่อใกล้เคียงกับสภาพความเป็นจริงมากที่สุด • นอกจากนี้ คุณสมบัติของผู้สมัครต้องมีความกล้า ว่ายน้ำแข็ง เนื่องจากมีการทดสอบการตกน้ำจริง มีคนดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ขณะนี้มีผู้สมัครเข้ามาแล้วและยังเปิดรับสมัครอยู่ "ใครก็ตามที่อยากทำให้ความจริงปรากฏขึ้น เชิญร่วมกับเราในการทำคดีประวัติศาสตร์" ผู้สนใจติดต่อเข้ามาที่แฟนเพจปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม หรือส่งไปรษณีย์มาที่บ้านพระอาทิตย์ • เบื้องต้นนัดหมายสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์ทดสอบครั้งนี้ ในวันที่ 16 ม.ค. ที่ท่าเรือพิบูลย์สงคราม 1 จ.นนทบุรี จะได้เห็นการทดสอบความเร็ว บริเวณจุดเกิดเหตุ และเรื่องอื่นๆ • #MGROnline #ปานเทพ #แตงโม #แตงโมภัทรธิดา
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 867 มุมมอง 0 รีวิว
  • "รอง เอนก" เผยคดี "แอม ไซยาไนด์" ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์นำมาถอดบทเรียนใช้เป็นแนวทางสืบสวนสอบสวนของวงการตำรวจได้เป็นอย่างดี ส่วนอีก 14 คดีที่เหลือนัดส่งสำนวนให้อัยการ 26 พ.ย.นี้

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9670000111755

    #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    "รอง เอนก" เผยคดี "แอม ไซยาไนด์" ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์นำมาถอดบทเรียนใช้เป็นแนวทางสืบสวนสอบสวนของวงการตำรวจได้เป็นอย่างดี ส่วนอีก 14 คดีที่เหลือนัดส่งสำนวนให้อัยการ 26 พ.ย.นี้ อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9670000111755 #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    Like
    16
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1811 มุมมอง 0 รีวิว