• 4/
    ภาพเพิ่มเติมจากภายในโรงพยาบาลนาสเซอร์ หลังถูกโจมตี

    ระหว่างนักข่าวกำลังรายงานสถานการณ์สด อิสราเอลได้ทิ้งระเบิดที่ชั้นสองของโรงพยาบาล Nasser Medical Hospital ในเมือง Khan Yunis
    4/ ภาพเพิ่มเติมจากภายในโรงพยาบาลนาสเซอร์ หลังถูกโจมตี ระหว่างนักข่าวกำลังรายงานสถานการณ์สด อิสราเอลได้ทิ้งระเบิดที่ชั้นสองของโรงพยาบาล Nasser Medical Hospital ในเมือง Khan Yunis
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 233 มุมมอง 26 0 รีวิว
  • 3/
    ภาพเพิ่มเติมจากภายในโรงพยาบาลนาสเซอร์ หลังถูกโจมตี

    ระหว่างนักข่าวกำลังรายงานสถานการณ์สด อิสราเอลได้ทิ้งระเบิดที่ชั้นสองของโรงพยาบาล Nasser Medical Hospital ในเมือง Khan Yunis
    3/ ภาพเพิ่มเติมจากภายในโรงพยาบาลนาสเซอร์ หลังถูกโจมตี ระหว่างนักข่าวกำลังรายงานสถานการณ์สด อิสราเอลได้ทิ้งระเบิดที่ชั้นสองของโรงพยาบาล Nasser Medical Hospital ในเมือง Khan Yunis
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 231 มุมมอง 16 0 รีวิว
  • 2/
    ภาพเพิ่มเติมจากภายในโรงพยาบาลนาสเซอร์ หลังถูกโจมตี

    ระหว่างนักข่าวกำลังรายงานสถานการณ์สด อิสราเอลได้ทิ้งระเบิดที่ชั้นสองของโรงพยาบาล Nasser Medical Hospital ในเมือง Khan Yunis
    2/ ภาพเพิ่มเติมจากภายในโรงพยาบาลนาสเซอร์ หลังถูกโจมตี ระหว่างนักข่าวกำลังรายงานสถานการณ์สด อิสราเอลได้ทิ้งระเบิดที่ชั้นสองของโรงพยาบาล Nasser Medical Hospital ในเมือง Khan Yunis
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 226 มุมมอง 7 0 รีวิว
  • 1/
    ระหว่างนักข่าวกำลังรายงานสถานการณ์สด อิสราเอลได้ทิ้งระเบิดที่ชั้นสองของโรงพยาบาล Nasser Medical Hospital ในเมือง Khan Yunis
    1/ ระหว่างนักข่าวกำลังรายงานสถานการณ์สด อิสราเอลได้ทิ้งระเบิดที่ชั้นสองของโรงพยาบาล Nasser Medical Hospital ในเมือง Khan Yunis
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 216 มุมมอง 25 0 รีวิว
  • Re-reading an old book #HowToEntertainOneselfAtTheHospital
    Re-reading an old book #HowToEntertainOneselfAtTheHospital
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 216 มุมมอง 0 รีวิว
  • glimpse of nature from Mission hospital ward
    glimpse of nature from Mission hospital ward
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 446 มุมมอง 6 0 รีวิว
  • OpenAI ได้ประกาศเปิดตัวโครงการ NextGenAI ซึ่งเป็นการริเริ่มครั้งใหญ่เพื่อสนับสนุนการวิจัยและการศึกษาโดยอาศัยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) OpenAI กำลังทุ่มงบประมาณถึง 50 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนสถาบันการศึกษาและนักวิจัยชั้นนำ โดยมุ่งเน้นการมอบทรัพยากรต่าง ๆ เช่น ทุนวิจัย, การเข้าถึงทรัพยากรการประมวลผล, และ API ของโมเดล AI

    สิ่งที่น่าสนใจคือ NextGenAI ไม่ได้เป็นเพียงแค่โครงการเดียว แต่เป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือครั้งแรกระหว่าง OpenAI และ 15 สถาบันวิจัย ในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร อาทิเช่น Harvard University, Duke University, และ Boston Children’s Hospital โดยโครงการนี้เปิดโอกาสให้สถาบันเหล่านี้นำ AI ของ OpenAI มาใช้เพื่อพัฒนาผลงานการวิจัยที่สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตได้

    NextGenAI มีการนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในด้านต่าง ๆ อย่างหลากหลาย:
    - ด้านสุขภาพ: Harvard University และ Boston Children’s Hospital ใช้ AI ของ OpenAI เพื่อลดเวลาในการวินิจฉัยผู้ป่วย ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดขั้นตอนที่ซับซ้อน
    - การจัดการความรู้: มหาวิทยาลัย Oxford และ Boston Public Library กำลังใช้ API ของ OpenAI เพื่อดิจิไทซ์หนังสือหายากและเอกสารในที่สาธารณะ ช่วยให้การเข้าถึงความรู้ทางประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น
    - การศึกษา: University of Mississippi กำลังสำรวจว่าการใช้ AI สามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพการศึกษา การวิจัย และการบริการได้อย่างไร

    โครงการนี้ยังมีเป้าหมายที่สำคัญเพื่อทำให้นักเรียนและนักวิจัยสามารถเรียนรู้การใช้ AI ได้อย่างคล่องแคล่ว (AI-fluent) ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการยอมรับ AI ในวงกว้างและสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคต OpenAI มีเป้าหมายให้ AI เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในทุกระดับ เช่นเดียวกับที่เคยทำกับโปรแกรม ChatGPT Edu ที่เปิดตัวในปี 2024 เพื่อสนับสนุนสถาบันการศึกษา

    NextGenAI สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ OpenAI ที่จะกอบกู้ความเชื่อมั่นจากสังคม หลังจากที่บริษัทเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการใช้เนื้อหาสร้างรายได้อย่างไม่โปร่งใส การริเริ่มนี้ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับการศึกษาและการวิจัย แต่ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ในเชิงบวกและเพิ่มการยอมรับในเทคโนโลยีของ OpenAI ในวงกว้าง

    https://www.techspot.com/news/107045-openai-launches-50m-nextgenai-consortium-fund-ai-based.html
    OpenAI ได้ประกาศเปิดตัวโครงการ NextGenAI ซึ่งเป็นการริเริ่มครั้งใหญ่เพื่อสนับสนุนการวิจัยและการศึกษาโดยอาศัยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) OpenAI กำลังทุ่มงบประมาณถึง 50 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนสถาบันการศึกษาและนักวิจัยชั้นนำ โดยมุ่งเน้นการมอบทรัพยากรต่าง ๆ เช่น ทุนวิจัย, การเข้าถึงทรัพยากรการประมวลผล, และ API ของโมเดล AI สิ่งที่น่าสนใจคือ NextGenAI ไม่ได้เป็นเพียงแค่โครงการเดียว แต่เป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือครั้งแรกระหว่าง OpenAI และ 15 สถาบันวิจัย ในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร อาทิเช่น Harvard University, Duke University, และ Boston Children’s Hospital โดยโครงการนี้เปิดโอกาสให้สถาบันเหล่านี้นำ AI ของ OpenAI มาใช้เพื่อพัฒนาผลงานการวิจัยที่สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตได้ NextGenAI มีการนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในด้านต่าง ๆ อย่างหลากหลาย: - ด้านสุขภาพ: Harvard University และ Boston Children’s Hospital ใช้ AI ของ OpenAI เพื่อลดเวลาในการวินิจฉัยผู้ป่วย ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดขั้นตอนที่ซับซ้อน - การจัดการความรู้: มหาวิทยาลัย Oxford และ Boston Public Library กำลังใช้ API ของ OpenAI เพื่อดิจิไทซ์หนังสือหายากและเอกสารในที่สาธารณะ ช่วยให้การเข้าถึงความรู้ทางประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น - การศึกษา: University of Mississippi กำลังสำรวจว่าการใช้ AI สามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพการศึกษา การวิจัย และการบริการได้อย่างไร โครงการนี้ยังมีเป้าหมายที่สำคัญเพื่อทำให้นักเรียนและนักวิจัยสามารถเรียนรู้การใช้ AI ได้อย่างคล่องแคล่ว (AI-fluent) ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการยอมรับ AI ในวงกว้างและสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคต OpenAI มีเป้าหมายให้ AI เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในทุกระดับ เช่นเดียวกับที่เคยทำกับโปรแกรม ChatGPT Edu ที่เปิดตัวในปี 2024 เพื่อสนับสนุนสถาบันการศึกษา NextGenAI สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ OpenAI ที่จะกอบกู้ความเชื่อมั่นจากสังคม หลังจากที่บริษัทเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการใช้เนื้อหาสร้างรายได้อย่างไม่โปร่งใส การริเริ่มนี้ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับการศึกษาและการวิจัย แต่ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ในเชิงบวกและเพิ่มการยอมรับในเทคโนโลยีของ OpenAI ในวงกว้าง https://www.techspot.com/news/107045-openai-launches-50m-nextgenai-consortium-fund-ai-based.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    OpenAI launches $50M NextGenAI consortium to fund AI-based research and education
    OpenAI recently announced NextGenAI, a new consortium aimed at advancing research and education through AI-driven innovation. The company is committing $50 million from its growing financial reserves...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 295 มุมมอง 0 รีวิว
  • เด็กทารก 6 คนในเขตฉนวนกาซาเสียชีวิตจากหนาวตายมาตั้งแต่วันอาทิตย์ (23 ก.พ.) เชื่อตัวเลขจะพุ่งถ้าสิ่งของบรรเทาทุกข์ยังไม่ส่งเพิ่ม แต่หมอรวมเจ้าหน้าที่การแพทย์อย่างน้อย 160 คนโดนจับและถูกทรมานในคุกอิสราเอล
    .
    CNN ของสหรัฐฯ รายงานวันอังคาร (25 ก.พ.) ว่า เจ้าหน้าที่การแพทย์เปิดเผยว่าตั้งแต่วันอาทิตย์ (23) เป็นต้นมามีทารกไม่ต่ำกว่า 6 คนต้องเสียชีวิตจากโรคภาวะตัวเย็น (hypothermia)
    .
    นายแพทย์ซาอิด ซาเลห์ (Saeed Salah) ผู้อำนวยการแพทย์ประจำโรงพยาบาล PFBS ทางตอนเหนือของกาซาเตือนถึงจำนวนตัวเลขที่กำลังจะเพิ่มขึ้นในกลุ่มเด็กทารกที่เสี่ยงป่วยจากภาวะตัวเย็นเกินระหว่างต้องเผชิญฤดูหนาวที่โหดร้ายภายในเต็นท์ผู้ลี้ภัยที่ปกป้องความหนาวไม่ได้หลังบ้านที่อาศัยโดยกองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทุกวันจนพังพินาศ
    .
    ในตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีทารกปาเลสไตน์ 8 คนถูกส่งมาที่โรงพยาบาลในกาซา ซิตี้ นายแพทย์ซาลาห์กล่าว และเสริมว่า จากจำนวนทั้งหมดมี 3 คนถูกส่งเข้าห้อง ICU ส่วนอีก 3 คนเสียชีวิตภายในไม่กี่ชั่วโมงที่มาถึง
    .
    และในวันอังคาร (25) ทารกคนที่ 4 ที่มีอายุแค่ 69 คนตายข้ามคืนที่ผ่านมา และไกลออกไปทางใต้มีทารกอีก 2 คนต้องจบชีวิตจากอาการภาวะตัวเย็นที่โรงพยาบาลนาสเซอร์ (Nasser Hospital) ในข่าน ยูนิส (Khan Younis)
    .
    CNN รายงานภาพแม่ปาเลสไตน์คนหนึ่งนำลูกชายวัย 2 เดือน ยูซาฟ (Yousaf) มาที่โรงพยาบาลนาสเซอร์ ทางใต้ของกาซาในวันอังคาร (25)
    .
    นายแพทย์ซาลาห์ยืนยันว่า ต้องมีคาราวานบรรเทาทุกข์เข้าเขตฉนวนกาซาเพิ่มขึ้น รวมไปถึงเต็นท์และเชื้อเพลิงเพื่อนำความอบอุ่นมาให้ประชาชน
    .
    เขายืนยันว่า การเพิ่มสิ่งของบรรเทาทุกข์จะช่วยหยุดหายนะและการเสียชีวิตของทารกจากโรคภาวะตัวเย็นและโรคหิมะกัด
    .
    อ้างอิงจากกระทรวงสาธารณสุขกาซารายงานวันอังคาร (25) ตัวเลขปาเลสไตน์เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 48,348 คน และอีกจำนวน
    111,761 คนได้รับบาดเจ็บ
    .
    ขณะเดียวกันอ้างอิงจากสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ OCHA มีโรงพยาบาล 20 แห่งจากทั้งหมด 35 แห่งนั้นสามารถทำงานได้แค่บางส่วน
    .
    แต่กลับกลายเป็นว่ามีเจ้าหน้าที่การแพทย์จากกาซาไม่ต่ำกว่า 160 คน รวมหมอกว่า 20 คนเชื่อว่าโดนจับตัวไปและกำลังอยู่ในเรือนจำเทลอาวีฟ
    .
    เดอะการ์เดียนของอังกฤษรายงานวันอังคาร (25) ว่า องค์กรจับตาเจ้าหน้าที่การแพทย์ HWW (Healthcare Workers Watch) ซึ่งเป็นองค์กร NGO ทางการแพทย์ปาเลสไตน์แถลงยืนยันว่า มีเจ้าหน้าที่การแพทย์ 162 คนยังคงอยู่ในเรือนจำอิสราเอล รวมไปถึงแพทย์อาวุโสมากที่สุดบางส่วนของกาซา และอีกจำนวน 24 คนได้หายตัวไปหลังจากถูกนำออกไปจากโรงพยาบาลระหว่างมีการปะทะ
    .
    องค์การอนามัยโลก WHO ออกแถลงการณ์แสดงความวิตกอย่างสูงเกี่ยวกับความเป็นอยู่และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่การแพทย์ปาเลสไตน์เหล่านี้ในเรือนจำอิสราเอล หลังมีรายงานออกมาว่า พวกเขาตกเป็นเป้าโดนทรมานและความรุนแรงประจำภายในคุก
    .
    WHO แถลงว่าสามารถยืนยันได้ว่ามีเจ้าหน้าที่การแพทย์ 297 คนจากเขตฉนวนกาซาถูกควบคุมตัวโดยกองทัพอิสราเอลตั้งแต่สงครามเริ่มเปิดฉาก
    .
    แต่ทว่า HWW อ้างว่าตัวเลข 297 คนนั้นต่ำกว่าตัวเลขที่ทางองค์การ NGO การแพทย์ปาเลสไตน์สามารถยืนยันได้อยู่ที่ 339 คน
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000019212
    ..............
    Sondhi X
    เด็กทารก 6 คนในเขตฉนวนกาซาเสียชีวิตจากหนาวตายมาตั้งแต่วันอาทิตย์ (23 ก.พ.) เชื่อตัวเลขจะพุ่งถ้าสิ่งของบรรเทาทุกข์ยังไม่ส่งเพิ่ม แต่หมอรวมเจ้าหน้าที่การแพทย์อย่างน้อย 160 คนโดนจับและถูกทรมานในคุกอิสราเอล . CNN ของสหรัฐฯ รายงานวันอังคาร (25 ก.พ.) ว่า เจ้าหน้าที่การแพทย์เปิดเผยว่าตั้งแต่วันอาทิตย์ (23) เป็นต้นมามีทารกไม่ต่ำกว่า 6 คนต้องเสียชีวิตจากโรคภาวะตัวเย็น (hypothermia) . นายแพทย์ซาอิด ซาเลห์ (Saeed Salah) ผู้อำนวยการแพทย์ประจำโรงพยาบาล PFBS ทางตอนเหนือของกาซาเตือนถึงจำนวนตัวเลขที่กำลังจะเพิ่มขึ้นในกลุ่มเด็กทารกที่เสี่ยงป่วยจากภาวะตัวเย็นเกินระหว่างต้องเผชิญฤดูหนาวที่โหดร้ายภายในเต็นท์ผู้ลี้ภัยที่ปกป้องความหนาวไม่ได้หลังบ้านที่อาศัยโดยกองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทุกวันจนพังพินาศ . ในตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีทารกปาเลสไตน์ 8 คนถูกส่งมาที่โรงพยาบาลในกาซา ซิตี้ นายแพทย์ซาลาห์กล่าว และเสริมว่า จากจำนวนทั้งหมดมี 3 คนถูกส่งเข้าห้อง ICU ส่วนอีก 3 คนเสียชีวิตภายในไม่กี่ชั่วโมงที่มาถึง . และในวันอังคาร (25) ทารกคนที่ 4 ที่มีอายุแค่ 69 คนตายข้ามคืนที่ผ่านมา และไกลออกไปทางใต้มีทารกอีก 2 คนต้องจบชีวิตจากอาการภาวะตัวเย็นที่โรงพยาบาลนาสเซอร์ (Nasser Hospital) ในข่าน ยูนิส (Khan Younis) . CNN รายงานภาพแม่ปาเลสไตน์คนหนึ่งนำลูกชายวัย 2 เดือน ยูซาฟ (Yousaf) มาที่โรงพยาบาลนาสเซอร์ ทางใต้ของกาซาในวันอังคาร (25) . นายแพทย์ซาลาห์ยืนยันว่า ต้องมีคาราวานบรรเทาทุกข์เข้าเขตฉนวนกาซาเพิ่มขึ้น รวมไปถึงเต็นท์และเชื้อเพลิงเพื่อนำความอบอุ่นมาให้ประชาชน . เขายืนยันว่า การเพิ่มสิ่งของบรรเทาทุกข์จะช่วยหยุดหายนะและการเสียชีวิตของทารกจากโรคภาวะตัวเย็นและโรคหิมะกัด . อ้างอิงจากกระทรวงสาธารณสุขกาซารายงานวันอังคาร (25) ตัวเลขปาเลสไตน์เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 48,348 คน และอีกจำนวน 111,761 คนได้รับบาดเจ็บ . ขณะเดียวกันอ้างอิงจากสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ OCHA มีโรงพยาบาล 20 แห่งจากทั้งหมด 35 แห่งนั้นสามารถทำงานได้แค่บางส่วน . แต่กลับกลายเป็นว่ามีเจ้าหน้าที่การแพทย์จากกาซาไม่ต่ำกว่า 160 คน รวมหมอกว่า 20 คนเชื่อว่าโดนจับตัวไปและกำลังอยู่ในเรือนจำเทลอาวีฟ . เดอะการ์เดียนของอังกฤษรายงานวันอังคาร (25) ว่า องค์กรจับตาเจ้าหน้าที่การแพทย์ HWW (Healthcare Workers Watch) ซึ่งเป็นองค์กร NGO ทางการแพทย์ปาเลสไตน์แถลงยืนยันว่า มีเจ้าหน้าที่การแพทย์ 162 คนยังคงอยู่ในเรือนจำอิสราเอล รวมไปถึงแพทย์อาวุโสมากที่สุดบางส่วนของกาซา และอีกจำนวน 24 คนได้หายตัวไปหลังจากถูกนำออกไปจากโรงพยาบาลระหว่างมีการปะทะ . องค์การอนามัยโลก WHO ออกแถลงการณ์แสดงความวิตกอย่างสูงเกี่ยวกับความเป็นอยู่และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่การแพทย์ปาเลสไตน์เหล่านี้ในเรือนจำอิสราเอล หลังมีรายงานออกมาว่า พวกเขาตกเป็นเป้าโดนทรมานและความรุนแรงประจำภายในคุก . WHO แถลงว่าสามารถยืนยันได้ว่ามีเจ้าหน้าที่การแพทย์ 297 คนจากเขตฉนวนกาซาถูกควบคุมตัวโดยกองทัพอิสราเอลตั้งแต่สงครามเริ่มเปิดฉาก . แต่ทว่า HWW อ้างว่าตัวเลข 297 คนนั้นต่ำกว่าตัวเลขที่ทางองค์การ NGO การแพทย์ปาเลสไตน์สามารถยืนยันได้อยู่ที่ 339 คน . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000019212 .............. Sondhi X
    Sad
    Angry
    Like
    9
    1 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 2546 มุมมอง 0 รีวิว
  • #หลอดเลือดหัวใจตีบ

    ในความเป็นจริงมีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากมายและนี่ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานจากจีน

    การศึกษาวิจัยเชื่อมโยงกรดไหลย้อน(GERD)กับปัจจัยเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจตีบ(Coronary artery disease)

    การศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Translational Internal Medicine ( https://doi.org/10.1515/jtim-2024-0017 ) เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับผลกระทบที่กว้างขึ้นของโรคกรดไหลย้อน (GERD) ต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด โดยใช้แนวทางการสุ่มแบบเมนเดเลียน (MR) แบบสองทิศทางที่เข้มงวด การวิจัยนี้ให้หลักฐานที่น่าเชื่อถือว่า GERD ซึ่งเป็นภาวะที่โดยทั่วไปถือว่าเป็นโรคของระบบย่อยอาหารซึ่งมีลักษณะคือกรดไหลย้อนและอาการเสียดท้อง อาจส่งผลต่อปัจจัยเสี่ยงต่อหลอดเลือดหัวใจที่สำคัญ เช่น ความดันโลหิต โปรไฟล์ไขมัน และความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

    ผลการศึกษาที่ก้าวล้ำครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าผลกระทบของกรดไหลย้อนอาจขยายออกไปนอกระบบย่อยอาหาร และอาจมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพหลอดเลือดและหัวใจ "การวิจัยของเราเน้นย้ำว่ากรดไหลย้อนอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความเสี่ยงต่อหลอดเลือดและหัวใจ ทำให้มีมุมมองที่ครอบคลุมมากขึ้นเกี่ยวกับอิทธิพลของกรดไหลย้อน" Qiang Wu จากแผนกอาวุโสด้านโรคหัวใจที่ศูนย์การแพทย์ที่ 6 ของโรงพยาบาล PLA General Hospital ของจีนในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน กล่าว

    การใช้การสุ่มแบบเมนเดเลียนสองทิศทางให้ข้อได้เปรียบเหนือการศึกษาแบบเดิมในการควบคุมปัจจัยที่ทำให้เกิดความสับสนและจัดการกับความสัมพันธ์เชิงสาเหตุย้อนกลับ แนวทางนี้ซึ่งใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมเพื่อทำการอนุมานเชิงสาเหตุนั้นให้พื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้นสำหรับการทำความเข้าใจว่ากรดไหลย้อนอาจส่งผลต่อผลลัพธ์ทางหลอดเลือดและหัวใจได้อย่างไร ตัวแปรทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับกรดไหลย้อนถูกใช้เป็นตัวแปรเครื่องมือ ทำให้นักวิจัยสามารถตรวจสอบบทบาทเชิงสาเหตุที่อาจเกิดขึ้นของกรดไหลย้อนในภาวะหลอดเลือดและหัวใจได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ตามที่ Qiang Su จากแผนกโรคหัวใจที่โรงพยาบาล Jiangbin ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงกล่าว การศึกษานี้ใช้แนวทาง MR สองตัวอย่าง โดยดึงข้อมูลจากการศึกษาความสัมพันธ์ทั่วทั้งจีโนม (GWAS) ที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 600,000 คน รวมถึงผู้ป่วยกรดไหลย้อนที่ได้รับการวินิจฉัย 129,000 ราย ในขณะที่ข้อมูลหลอดเลือดและหัวใจได้มาจากกลุ่มตัวอย่างในยุโรปที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 200,000 คน นักวิจัยเน้นที่ตัวชี้วัดความดันโลหิตที่สำคัญ เช่น ความดันโลหิตซิสโตลิก (SBP) ความดันโลหิตไดแอสโตลิก (DBP) ความดันชีพจร (PP) และความดันโลหิตแดงเฉลี่ย (MAP)

    การศึกษานี้ใช้เทคนิค MR ขั้นสูงหลายวิธี รวมถึงการวิเคราะห์ Inverse Variance Weighted (IVW) การถดถอย MR Egger และแนวทาง Weighted Median วิธีการเหล่านี้ควบคุมผลกระทบแบบ pleiotropic ซึ่งยีนหนึ่งมีผลต่อลักษณะหลายอย่าง จึงทำให้ผลลัพธ์มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น แนวทางที่เข้มงวดนี้ทำให้ผู้วิจัยสรุปได้ว่า GERD อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อปัจจัยเสี่ยงต่อหลอดเลือดหัวใจ โดยเฉพาะความดันโลหิตและระดับไขมันในเลือด

    ผลการศึกษาวิจัยที่น่าสนใจที่สุดประการหนึ่งคือ GERD มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนกับความดันโลหิตสูง นักวิจัยพบว่า GERD ที่คาดการณ์ไว้ทางพันธุกรรมมีความเชื่อมโยงกับความดันโลหิตซิสโตลิก (SBP) ที่สูงขึ้น (β = 0.053, P = 0.036) และความดันโลหิตไดแอสโตลิก (DBP) ที่สูงขึ้น (β = 0.100, P < 0.001) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า GERD อาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง

    จากการศึกษาพบว่ากรดไหลย้อนมีความสัมพันธ์กับระดับคอเลสเตอรอลไลโปโปรตีนความหนาแน่นต่ำ (LDL) ที่เพิ่มขึ้น (β = 0.093, P < 0.001) และไตรกลีเซอไรด์ (β = 0.153, P < 0.001) ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดที่สูงขึ้น ในทางกลับกัน กรดไหลย้อนมีความสัมพันธ์แบบผกผันกับคอเลสเตอรอลไลโปโปรตีนความหนาแน่นสูง (HDL) (β = -0.115, P = 0.002) ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นคอเลสเตอรอล "ดี" ที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจ

    นอกจากนี้ งานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่ากรดไหลย้อนเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (หัวใจวาย) และความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัตราส่วนความน่าจะเป็นของกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันอยู่ที่ 1.272 (95% CI: 1.040 ถึง 1.557, P = 0.019) และสำหรับความดันโลหิตสูงอยู่ที่ 1.357 (95% CI: 1.222 ถึง 1.507, P < 0.001) อย่างไรก็ตาม ไม่พบความสัมพันธ์ที่สำคัญระหว่างกรดไหลย้อนและภาวะหัวใจล้มเหลว

    ผลการศึกษานี้บ่งชี้ว่ากรดไหลย้อนอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ การศึกษาของเราได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการวินิจฉัย แต่เนิ่นๆ และกลยุทธ์การป้องกันสำหรับโรคกรดไหลย้อนและโรคหลอดเลือดหัวใจ

    Cr. Santi Manadee
    #หลอดเลือดหัวใจตีบ ในความเป็นจริงมีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากมายและนี่ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานจากจีน การศึกษาวิจัยเชื่อมโยงกรดไหลย้อน(GERD)กับปัจจัยเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจตีบ(Coronary artery disease) การศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Translational Internal Medicine ( https://doi.org/10.1515/jtim-2024-0017 ) เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับผลกระทบที่กว้างขึ้นของโรคกรดไหลย้อน (GERD) ต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด โดยใช้แนวทางการสุ่มแบบเมนเดเลียน (MR) แบบสองทิศทางที่เข้มงวด การวิจัยนี้ให้หลักฐานที่น่าเชื่อถือว่า GERD ซึ่งเป็นภาวะที่โดยทั่วไปถือว่าเป็นโรคของระบบย่อยอาหารซึ่งมีลักษณะคือกรดไหลย้อนและอาการเสียดท้อง อาจส่งผลต่อปัจจัยเสี่ยงต่อหลอดเลือดหัวใจที่สำคัญ เช่น ความดันโลหิต โปรไฟล์ไขมัน และความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ผลการศึกษาที่ก้าวล้ำครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าผลกระทบของกรดไหลย้อนอาจขยายออกไปนอกระบบย่อยอาหาร และอาจมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพหลอดเลือดและหัวใจ "การวิจัยของเราเน้นย้ำว่ากรดไหลย้อนอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความเสี่ยงต่อหลอดเลือดและหัวใจ ทำให้มีมุมมองที่ครอบคลุมมากขึ้นเกี่ยวกับอิทธิพลของกรดไหลย้อน" Qiang Wu จากแผนกอาวุโสด้านโรคหัวใจที่ศูนย์การแพทย์ที่ 6 ของโรงพยาบาล PLA General Hospital ของจีนในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน กล่าว การใช้การสุ่มแบบเมนเดเลียนสองทิศทางให้ข้อได้เปรียบเหนือการศึกษาแบบเดิมในการควบคุมปัจจัยที่ทำให้เกิดความสับสนและจัดการกับความสัมพันธ์เชิงสาเหตุย้อนกลับ แนวทางนี้ซึ่งใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมเพื่อทำการอนุมานเชิงสาเหตุนั้นให้พื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้นสำหรับการทำความเข้าใจว่ากรดไหลย้อนอาจส่งผลต่อผลลัพธ์ทางหลอดเลือดและหัวใจได้อย่างไร ตัวแปรทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับกรดไหลย้อนถูกใช้เป็นตัวแปรเครื่องมือ ทำให้นักวิจัยสามารถตรวจสอบบทบาทเชิงสาเหตุที่อาจเกิดขึ้นของกรดไหลย้อนในภาวะหลอดเลือดและหัวใจได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ตามที่ Qiang Su จากแผนกโรคหัวใจที่โรงพยาบาล Jiangbin ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงกล่าว การศึกษานี้ใช้แนวทาง MR สองตัวอย่าง โดยดึงข้อมูลจากการศึกษาความสัมพันธ์ทั่วทั้งจีโนม (GWAS) ที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 600,000 คน รวมถึงผู้ป่วยกรดไหลย้อนที่ได้รับการวินิจฉัย 129,000 ราย ในขณะที่ข้อมูลหลอดเลือดและหัวใจได้มาจากกลุ่มตัวอย่างในยุโรปที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 200,000 คน นักวิจัยเน้นที่ตัวชี้วัดความดันโลหิตที่สำคัญ เช่น ความดันโลหิตซิสโตลิก (SBP) ความดันโลหิตไดแอสโตลิก (DBP) ความดันชีพจร (PP) และความดันโลหิตแดงเฉลี่ย (MAP) การศึกษานี้ใช้เทคนิค MR ขั้นสูงหลายวิธี รวมถึงการวิเคราะห์ Inverse Variance Weighted (IVW) การถดถอย MR Egger และแนวทาง Weighted Median วิธีการเหล่านี้ควบคุมผลกระทบแบบ pleiotropic ซึ่งยีนหนึ่งมีผลต่อลักษณะหลายอย่าง จึงทำให้ผลลัพธ์มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น แนวทางที่เข้มงวดนี้ทำให้ผู้วิจัยสรุปได้ว่า GERD อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อปัจจัยเสี่ยงต่อหลอดเลือดหัวใจ โดยเฉพาะความดันโลหิตและระดับไขมันในเลือด ผลการศึกษาวิจัยที่น่าสนใจที่สุดประการหนึ่งคือ GERD มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนกับความดันโลหิตสูง นักวิจัยพบว่า GERD ที่คาดการณ์ไว้ทางพันธุกรรมมีความเชื่อมโยงกับความดันโลหิตซิสโตลิก (SBP) ที่สูงขึ้น (β = 0.053, P = 0.036) และความดันโลหิตไดแอสโตลิก (DBP) ที่สูงขึ้น (β = 0.100, P < 0.001) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า GERD อาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง จากการศึกษาพบว่ากรดไหลย้อนมีความสัมพันธ์กับระดับคอเลสเตอรอลไลโปโปรตีนความหนาแน่นต่ำ (LDL) ที่เพิ่มขึ้น (β = 0.093, P < 0.001) และไตรกลีเซอไรด์ (β = 0.153, P < 0.001) ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดที่สูงขึ้น ในทางกลับกัน กรดไหลย้อนมีความสัมพันธ์แบบผกผันกับคอเลสเตอรอลไลโปโปรตีนความหนาแน่นสูง (HDL) (β = -0.115, P = 0.002) ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นคอเลสเตอรอล "ดี" ที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจ นอกจากนี้ งานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่ากรดไหลย้อนเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (หัวใจวาย) และความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัตราส่วนความน่าจะเป็นของกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันอยู่ที่ 1.272 (95% CI: 1.040 ถึง 1.557, P = 0.019) และสำหรับความดันโลหิตสูงอยู่ที่ 1.357 (95% CI: 1.222 ถึง 1.507, P < 0.001) อย่างไรก็ตาม ไม่พบความสัมพันธ์ที่สำคัญระหว่างกรดไหลย้อนและภาวะหัวใจล้มเหลว ผลการศึกษานี้บ่งชี้ว่ากรดไหลย้อนอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ การศึกษาของเราได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการวินิจฉัย แต่เนิ่นๆ และกลยุทธ์การป้องกันสำหรับโรคกรดไหลย้อนและโรคหลอดเลือดหัวใจ Cr. Santi Manadee
    DOI.ORG
    Gastroesophageal reflux disease influences blood pressure components, lipid profile and cardiovascular diseases: Evidence from a Mendelian randomization study
    Background Gastroesophageal reflux disease (GERD) is a prevalent gastrointestinal disorder associated with a range of cardiovascular and metabolic complications. However, the relationship between GERD and blood pressure components, lipid profile, and cardiovascular diseases remains unclear. Methods Leveraging genetic variants associated with GERD as instrumental variables, we performed this Mendelian randomization (MR) analyses. Blood pressure components, lipid profile parameters, as well as cardiovascular diseases were considered as outcomes. Furthermore, we conducted reverse MR analysis to explore the association of these factors with the risk of GERD. Results Our MR analysis discovered a potential causal influence of GERD on blood pressure components, with genetically predicted GERD positively associated with systolic blood pressure (β = 0.053, P = 0.036), diastolic blood pressure (β = 0.100, P < 0.001), and mean arterial pressure (β = 0.106, P < 0.001). Additionally, genetically predicted GERD showed a significant impact on lipid profile, leading to increased genetically predicted levels of low-density lipoprotein (LDL) cholesterol (β = 0.093, P < 0.001), and triglycerides (β = 0.153, P < 0.001), while having a negative effect on high-density lipoprotein (HDL) cholesterol (β = -0.115, P = 0.002). Furthermore, our study indicated a noteworthy causal association between genetically predicted GERD and increased risk of myocardial infarction [odds ratio (OR) = 1.272, P = 0.019)] and hypertension (OR = 1.357, P < 0.001). No significant association was found between GERD and pulse pressure, total cholesterol, heart failure, and atrial fibrillation ( P > 0.05). Reverse MR analysis indicates that blood pressure components, lipid profile, and cardiovascular diseases do not lead to an increased risk of GERD (all P > 0.05). Furthermore, mediation MR analysis reveals that LDL cholesterol (proportion mediated: 19.99%, 95% CI: 4.49% to 35.50%), HDL cholesterol (proportion mediated: 11.71%, 95% CI: 5.23% to 18.19%), and hypertension (proportion mediated: 35.09%, 95% CI: 24.66% to 45.53%) mediated the effect of GERD on myocardial infarction, while other factors did not participate in this pathway. Conclusions This MR study provides evidence supporting a causal relationship between GERD and alterations in blood pressure components, lipid profile, and increased risk of cardiovascular diseases.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 535 มุมมอง 0 รีวิว
  • 👶🏻🤰🏼Plan for the Future with Confidence –
    Maternity Health Insurance for Expats in Thailand
    🏆 Covers maternity costs, Up to 400,000฿‼️

    If you're an expat living in Thailand and planning to have a baby, having **health insurance that covers maternity costs** is essential.🤱

    It ensures that you and your family receive the best medical care without worrying about unexpected expenses.

    ✨ Key Benefits of This Insurance:

    ✅ **Covers maternity costs**, including natural birth and C-sections, Up to 400,000฿
    ✅ **Comprehensive care for mother and baby**, covering during-natal medical expenses
    ✅ **Access to top hospitals across Thailand** with world-class medical standards
    ✅ **Protection against emergency medical expenses** during pregnancy
    ✅ **Designed for expats**, ensuring peace of mind throughout your pregnancy journey

    💡Why Choose Maternity Health Insurance in Thailand?
    🎈- Private hospital delivery costs can be higher than expected
    🎈- Insurance reduces financial stress, allowing you to focus on parenthood
    🎈- Assurance of receiving expert medical care

    🛡️Secure your peace of mind today!

    Contact us for more details on the best maternity coverage options for you.🧸
    🌐 FB Page: Fiamony
    💬 Line ID: @fiamony
    💬 Chat now: https://lin.ee/m0AGZsf
    🎙️ TikTok: Fiamony , (live 1 PM. Mon-Fri)

    #fiamony | #AllianzAyudhya | #maternity
    #momlife | #healthinsurance | #ExpatLiving
    #mom | #maternityinsurance | #thailand
    👶🏻🤰🏼Plan for the Future with Confidence – Maternity Health Insurance for Expats in Thailand 🏆 Covers maternity costs, Up to 400,000฿‼️ If you're an expat living in Thailand and planning to have a baby, having **health insurance that covers maternity costs** is essential.🤱 It ensures that you and your family receive the best medical care without worrying about unexpected expenses. ✨ Key Benefits of This Insurance: ✅ **Covers maternity costs**, including natural birth and C-sections, Up to 400,000฿ ✅ **Comprehensive care for mother and baby**, covering during-natal medical expenses ✅ **Access to top hospitals across Thailand** with world-class medical standards ✅ **Protection against emergency medical expenses** during pregnancy ✅ **Designed for expats**, ensuring peace of mind throughout your pregnancy journey 💡Why Choose Maternity Health Insurance in Thailand? 🎈- Private hospital delivery costs can be higher than expected 🎈- Insurance reduces financial stress, allowing you to focus on parenthood 🎈- Assurance of receiving expert medical care 🛡️Secure your peace of mind today! Contact us for more details on the best maternity coverage options for you.🧸 🌐 FB Page: Fiamony 💬 Line ID: @fiamony 💬 Chat now: https://lin.ee/m0AGZsf 🎙️ TikTok: Fiamony , (live 1 PM. Mon-Fri) #fiamony | #AllianzAyudhya | #maternity #momlife | #healthinsurance | #ExpatLiving #mom | #maternityinsurance | #thailand
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 681 มุมมอง 0 รีวิว
  • ✨ Protect Your Health While Working in Thailand – Get the Best Insurance Coverage!

    Are you an expatriate working in Thailand?
    Ensure your peace of mind with
    our **comprehensive health insurance plans** tailored for foreigners like you!

    ### Why Choose Our Health Insurance?

    ✅ **Wide Coverage** – Covers hospitalization, outpatient care, accidents, and more
    ✅ **Cashless Medical Treatment** – Direct billing at top hospitals in Thailand
    ✅ **Flexible Plans** – Choose a package that fits your needs and budget

    💪 Don’t leave your health to chance!
    Get **affordable and reliable** health insurance today.

    👍🏻 Contact us now for a free consultation!
    🌐 FB Page: Fiamony
    💬 Line ID: @fiamony
    💬 Chat now: https://lin.ee/m0AGZsf
    🎙️ TikTok: Fiamony , (live 1 PM. Mon-Fri)

    #fiamony | #AllianzAyudhya | #healthinsurance
    #Healthcare | #ExpatLiving | #expats
    #hellothailand | #stayhealthy | #insurance
    ✨ Protect Your Health While Working in Thailand – Get the Best Insurance Coverage! Are you an expatriate working in Thailand? Ensure your peace of mind with our **comprehensive health insurance plans** tailored for foreigners like you! ### Why Choose Our Health Insurance? ✅ **Wide Coverage** – Covers hospitalization, outpatient care, accidents, and more ✅ **Cashless Medical Treatment** – Direct billing at top hospitals in Thailand ✅ **Flexible Plans** – Choose a package that fits your needs and budget 💪 Don’t leave your health to chance! Get **affordable and reliable** health insurance today. 👍🏻 Contact us now for a free consultation! 🌐 FB Page: Fiamony 💬 Line ID: @fiamony 💬 Chat now: https://lin.ee/m0AGZsf 🎙️ TikTok: Fiamony , (live 1 PM. Mon-Fri) #fiamony | #AllianzAyudhya | #healthinsurance #Healthcare | #ExpatLiving | #expats #hellothailand | #stayhealthy | #insurance
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 656 มุมมอง 0 รีวิว
  • Stay Protected in Thailand with the Right Health Insurance! ⛑️🇹🇭

    Living in Thailand is an amazing experience, but unexpected health issues can disrupt your plans. Don't leave your well-being to chance—

    Get comprehensive health insurance that ensures peace of mind and hassle-free medical care.

    ✅ **Coverage for medical emergencies & hospital stays**
    ✅ **Outpatient & specialist treatments**
    ✅ **Access to top hospitals & clinics in Thailand**
    ✅ **Cashless claims & fast support**

    Whether you're an expat, digital nomad, or retiree,
    we have plans tailored just for you. 📊

    🌟 Let us help you stay safe and enjoy your life in Thailand worry-free!

    📩 Contact us today for a free consultation!
    🌐 FB Page: Fiamony
    💬 Line ID: @fiamony
    💬 Chat now: https://lin.ee/m0AGZsf
    🎙️ TikTok: Fiamony , (live 1 PM. Mon-Fri)

    #fiamony | #AllianzAyudhya | #healthinsurance
    #Healthcare | #ExpatLiving | #expats
    #hellothailand | #stayhealthy | #insurance
    Stay Protected in Thailand with the Right Health Insurance! ⛑️🇹🇭 Living in Thailand is an amazing experience, but unexpected health issues can disrupt your plans. Don't leave your well-being to chance— Get comprehensive health insurance that ensures peace of mind and hassle-free medical care. ✅ **Coverage for medical emergencies & hospital stays** ✅ **Outpatient & specialist treatments** ✅ **Access to top hospitals & clinics in Thailand** ✅ **Cashless claims & fast support** Whether you're an expat, digital nomad, or retiree, we have plans tailored just for you. 📊 🌟 Let us help you stay safe and enjoy your life in Thailand worry-free! 📩 Contact us today for a free consultation! 🌐 FB Page: Fiamony 💬 Line ID: @fiamony 💬 Chat now: https://lin.ee/m0AGZsf 🎙️ TikTok: Fiamony , (live 1 PM. Mon-Fri) #fiamony | #AllianzAyudhya | #healthinsurance #Healthcare | #ExpatLiving | #expats #hellothailand | #stayhealthy | #insurance
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 651 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🚩KnightsBridge Prime Sathorn - ไนท์บริดจ์ ไพร์ม สาทร
    🚟850 m from BTS Chong Nonsi / 850 ม. จาก BTS ช่องนนทรี
    - rent 27,000 baht/month (1 year contract)
    - 39 sq.m.
    - Duplex
    - 1 bedroom, 1 bathroom
    Near
    - BTS Saint Louis / BTS Chong Nonsi
    - Saint Louis Hospital / BNH Hospital
    - Central Silom Complex
    map/แผนที่ https://maps.app.goo.gl/Rp6d7m5VPrC1oJgp9
    #NB2903
    _______________________________
    - เช่า 27,000 บาท/เดือน (สัญญา 1 ปี)​
    - 39 ตร.ม.
    - Duplex
    - 1 ห้องนอน / 1 ห้องน้ำ
    ใกล้
    - BTS เซนต์หลุยส์ / BTS ช่องนนทรี
    - รพ.เซนต์หลุยส์ / โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
    - เซ็นทรัล สีลมคอมเพล็กซ์
    _______________________________
    I OK Condo – everything OK
    Mr. Sittipol (Meng)
    นาย สิทธิพล (เหม่ง)
    Tel : 0886060125
    Wechat : IOKcondo
    Line : 0886060125 / yggdrasiltree
    Line QR : https://line.me/ti/p/Tm8FV72ejK
    #KnightsBridgePrimeSathorn #ไนท์บริดจ์ไพร์มสาทร
    #คอนโดใกล้bts #คอนโดสาทร #คอนโดช่องนนทรี
    #คอนโดBTSเซนต์หลุยส์ #คอนโดBTSช่องนนทรี
    #สาทร #ช่องนนทรี #Duplex
    🚩KnightsBridge Prime Sathorn - ไนท์บริดจ์ ไพร์ม สาทร 🚟850 m from BTS Chong Nonsi / 850 ม. จาก BTS ช่องนนทรี - rent 27,000 baht/month (1 year contract) - 39 sq.m. - Duplex - 1 bedroom, 1 bathroom Near - BTS Saint Louis / BTS Chong Nonsi - Saint Louis Hospital / BNH Hospital - Central Silom Complex map/แผนที่ https://maps.app.goo.gl/Rp6d7m5VPrC1oJgp9 #NB2903 _______________________________ - เช่า 27,000 บาท/เดือน (สัญญา 1 ปี)​ - 39 ตร.ม. - Duplex - 1 ห้องนอน / 1 ห้องน้ำ ใกล้ - BTS เซนต์หลุยส์ / BTS ช่องนนทรี - รพ.เซนต์หลุยส์ / โรงพยาบาลบีเอ็นเอช - เซ็นทรัล สีลมคอมเพล็กซ์ _______________________________ I OK Condo – everything OK Mr. Sittipol (Meng) นาย สิทธิพล (เหม่ง) Tel : 0886060125 Wechat : IOKcondo Line : 0886060125 / yggdrasiltree Line QR : https://line.me/ti/p/Tm8FV72ejK #KnightsBridgePrimeSathorn #ไนท์บริดจ์ไพร์มสาทร #คอนโดใกล้bts #คอนโดสาทร #คอนโดช่องนนทรี #คอนโดBTSเซนต์หลุยส์ #คอนโดBTSช่องนนทรี #สาทร #ช่องนนทรี #Duplex
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 692 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🚩KnightsBridge Prime Sathorn - ไนท์บริดจ์ ไพร์ม สาทร
    🚟850 m from BTS Chong Nonsi / 850 ม. จาก BTS ช่องนนทรี
    - rent 27,000 baht/month (1 year contract)
    - 39 sq.m.
    - Duplex
    - 1 bedroom, 1 bathroom
    Near
    - BTS Saint Louis / BTS Chong Nonsi
    - Saint Louis Hospital / BNH Hospital
    - Central Silom Complex
    map/แผนที่ https://maps.app.goo.gl/Rp6d7m5VPrC1oJgp9
    #NB9306
    _______________________________
    - เช่า 27,000 บาท/เดือน (สัญญา 1 ปี)​
    - 39 ตร.ม.
    - Duplex
    - 1 ห้องนอน / 1 ห้องน้ำ
    ใกล้
    - BTS เซนต์หลุยส์ / BTS ช่องนนทรี
    - รพ.เซนต์หลุยส์ / โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
    - เซ็นทรัล สีลมคอมเพล็กซ์
    _______________________________
    I OK Condo – everything OK
    Mr. Sittipol (Meng)
    นาย สิทธิพล (เหม่ง)
    Tel : 0886060125
    Wechat : IOKcondo
    Line : 0886060125 / yggdrasiltree
    Line QR : https://line.me/ti/p/Tm8FV72ejK
    #KnightsBridgePrimeSathorn #ไนท์บริดจ์ไพร์มสาทร
    #คอนโดใกล้bts #คอนโดสาทร #คอนโดช่องนนทรี
    #คอนโดBTSเซนต์หลุยส์ #คอนโดBTSช่องนนทรี
    #สาทร #ช่องนนทรี #Duplex
    🚩KnightsBridge Prime Sathorn - ไนท์บริดจ์ ไพร์ม สาทร 🚟850 m from BTS Chong Nonsi / 850 ม. จาก BTS ช่องนนทรี - rent 27,000 baht/month (1 year contract) - 39 sq.m. - Duplex - 1 bedroom, 1 bathroom Near - BTS Saint Louis / BTS Chong Nonsi - Saint Louis Hospital / BNH Hospital - Central Silom Complex map/แผนที่ https://maps.app.goo.gl/Rp6d7m5VPrC1oJgp9 #NB9306 _______________________________ - เช่า 27,000 บาท/เดือน (สัญญา 1 ปี)​ - 39 ตร.ม. - Duplex - 1 ห้องนอน / 1 ห้องน้ำ ใกล้ - BTS เซนต์หลุยส์ / BTS ช่องนนทรี - รพ.เซนต์หลุยส์ / โรงพยาบาลบีเอ็นเอช - เซ็นทรัล สีลมคอมเพล็กซ์ _______________________________ I OK Condo – everything OK Mr. Sittipol (Meng) นาย สิทธิพล (เหม่ง) Tel : 0886060125 Wechat : IOKcondo Line : 0886060125 / yggdrasiltree Line QR : https://line.me/ti/p/Tm8FV72ejK #KnightsBridgePrimeSathorn #ไนท์บริดจ์ไพร์มสาทร #คอนโดใกล้bts #คอนโดสาทร #คอนโดช่องนนทรี #คอนโดBTSเซนต์หลุยส์ #คอนโดBTSช่องนนทรี #สาทร #ช่องนนทรี #Duplex
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 707 มุมมอง 0 รีวิว
  • #หลอดเลือดหัวใจตีบ

    ในความเป็นจริงมีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากมายและนี่ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานจากจีน

    การศึกษาวิจัยเชื่อมโยงกรดไหลย้อน(GERD)กับปัจจัยเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจตีบ(Coronary artery disease)

    การศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Translational Internal Medicine ( https://doi.org/10.1515/jtim-2024-0017 ) เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับผลกระทบที่กว้างขึ้นของโรคกรดไหลย้อน (GERD) ต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด โดยใช้แนวทางการสุ่มแบบเมนเดเลียน (MR) แบบสองทิศทางที่เข้มงวด การวิจัยนี้ให้หลักฐานที่น่าเชื่อถือว่า GERD ซึ่งเป็นภาวะที่โดยทั่วไปถือว่าเป็นโรคของระบบย่อยอาหารซึ่งมีลักษณะคือกรดไหลย้อนและอาการเสียดท้อง อาจส่งผลต่อปัจจัยเสี่ยงต่อหลอดเลือดหัวใจที่สำคัญ เช่น ความดันโลหิต โปรไฟล์ไขมัน และความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

    ผลการศึกษาที่ก้าวล้ำครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าผลกระทบของกรดไหลย้อนอาจขยายออกไปนอกระบบย่อยอาหาร และอาจมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพหลอดเลือดและหัวใจ "การวิจัยของเราเน้นย้ำว่ากรดไหลย้อนอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความเสี่ยงต่อหลอดเลือดและหัวใจ ทำให้มีมุมมองที่ครอบคลุมมากขึ้นเกี่ยวกับอิทธิพลของกรดไหลย้อน" Qiang Wu จากแผนกอาวุโสด้านโรคหัวใจที่ศูนย์การแพทย์ที่ 6 ของโรงพยาบาล PLA General Hospital ของจีนในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน กล่าว

    การใช้การสุ่มแบบเมนเดเลียนสองทิศทางให้ข้อได้เปรียบเหนือการศึกษาแบบเดิมในการควบคุมปัจจัยที่ทำให้เกิดความสับสนและจัดการกับความสัมพันธ์เชิงสาเหตุย้อนกลับ แนวทางนี้ซึ่งใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมเพื่อทำการอนุมานเชิงสาเหตุนั้นให้พื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้นสำหรับการทำความเข้าใจว่ากรดไหลย้อนอาจส่งผลต่อผลลัพธ์ทางหลอดเลือดและหัวใจได้อย่างไร ตัวแปรทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับกรดไหลย้อนถูกใช้เป็นตัวแปรเครื่องมือ ทำให้นักวิจัยสามารถตรวจสอบบทบาทเชิงสาเหตุที่อาจเกิดขึ้นของกรดไหลย้อนในภาวะหลอดเลือดและหัวใจได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ตามที่ Qiang Su จากแผนกโรคหัวใจที่โรงพยาบาล Jiangbin ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงกล่าว การศึกษานี้ใช้แนวทาง MR สองตัวอย่าง โดยดึงข้อมูลจากการศึกษาความสัมพันธ์ทั่วทั้งจีโนม (GWAS) ที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 600,000 คน รวมถึงผู้ป่วยกรดไหลย้อนที่ได้รับการวินิจฉัย 129,000 ราย ในขณะที่ข้อมูลหลอดเลือดและหัวใจได้มาจากกลุ่มตัวอย่างในยุโรปที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 200,000 คน นักวิจัยเน้นที่ตัวชี้วัดความดันโลหิตที่สำคัญ เช่น ความดันโลหิตซิสโตลิก (SBP) ความดันโลหิตไดแอสโตลิก (DBP) ความดันชีพจร (PP) และความดันโลหิตแดงเฉลี่ย (MAP)

    การศึกษานี้ใช้เทคนิค MR ขั้นสูงหลายวิธี รวมถึงการวิเคราะห์ Inverse Variance Weighted (IVW) การถดถอย MR Egger และแนวทาง Weighted Median วิธีการเหล่านี้ควบคุมผลกระทบแบบ pleiotropic ซึ่งยีนหนึ่งมีผลต่อลักษณะหลายอย่าง จึงทำให้ผลลัพธ์มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น แนวทางที่เข้มงวดนี้ทำให้ผู้วิจัยสรุปได้ว่า GERD อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อปัจจัยเสี่ยงต่อหลอดเลือดหัวใจ โดยเฉพาะความดันโลหิตและระดับไขมันในเลือด

    ผลการศึกษาวิจัยที่น่าสนใจที่สุดประการหนึ่งคือ GERD มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนกับความดันโลหิตสูง นักวิจัยพบว่า GERD ที่คาดการณ์ไว้ทางพันธุกรรมมีความเชื่อมโยงกับความดันโลหิตซิสโตลิก (SBP) ที่สูงขึ้น (β = 0.053, P = 0.036) และความดันโลหิตไดแอสโตลิก (DBP) ที่สูงขึ้น (β = 0.100, P < 0.001) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า GERD อาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง

    จากการศึกษาพบว่ากรดไหลย้อนมีความสัมพันธ์กับระดับคอเลสเตอรอลไลโปโปรตีนความหนาแน่นต่ำ (LDL) ที่เพิ่มขึ้น (β = 0.093, P < 0.001) และไตรกลีเซอไรด์ (β = 0.153, P < 0.001) ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดที่สูงขึ้น ในทางกลับกัน กรดไหลย้อนมีความสัมพันธ์แบบผกผันกับคอเลสเตอรอลไลโปโปรตีนความหนาแน่นสูง (HDL) (β = -0.115, P = 0.002) ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นคอเลสเตอรอล "ดี" ที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจ

    นอกจากนี้ งานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่ากรดไหลย้อนเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (หัวใจวาย) และความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัตราส่วนความน่าจะเป็นของกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันอยู่ที่ 1.272 (95% CI: 1.040 ถึง 1.557, P = 0.019) และสำหรับความดันโลหิตสูงอยู่ที่ 1.357 (95% CI: 1.222 ถึง 1.507, P < 0.001) อย่างไรก็ตาม ไม่พบความสัมพันธ์ที่สำคัญระหว่างกรดไหลย้อนและภาวะหัวใจล้มเหลว

    ผลการศึกษานี้บ่งชี้ว่ากรดไหลย้อนอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ การศึกษาของเราได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการวินิจฉัย แต่เนิ่นๆ และกลยุทธ์การป้องกันสำหรับโรคกรดไหลย้อนและโรคหลอดเลือดหัวใจ

    Cr. Santi Manadee
    #หลอดเลือดหัวใจตีบ ในความเป็นจริงมีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากมายและนี่ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานจากจีน การศึกษาวิจัยเชื่อมโยงกรดไหลย้อน(GERD)กับปัจจัยเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจตีบ(Coronary artery disease) การศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Translational Internal Medicine ( https://doi.org/10.1515/jtim-2024-0017 ) เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับผลกระทบที่กว้างขึ้นของโรคกรดไหลย้อน (GERD) ต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด โดยใช้แนวทางการสุ่มแบบเมนเดเลียน (MR) แบบสองทิศทางที่เข้มงวด การวิจัยนี้ให้หลักฐานที่น่าเชื่อถือว่า GERD ซึ่งเป็นภาวะที่โดยทั่วไปถือว่าเป็นโรคของระบบย่อยอาหารซึ่งมีลักษณะคือกรดไหลย้อนและอาการเสียดท้อง อาจส่งผลต่อปัจจัยเสี่ยงต่อหลอดเลือดหัวใจที่สำคัญ เช่น ความดันโลหิต โปรไฟล์ไขมัน และความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ผลการศึกษาที่ก้าวล้ำครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าผลกระทบของกรดไหลย้อนอาจขยายออกไปนอกระบบย่อยอาหาร และอาจมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพหลอดเลือดและหัวใจ "การวิจัยของเราเน้นย้ำว่ากรดไหลย้อนอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความเสี่ยงต่อหลอดเลือดและหัวใจ ทำให้มีมุมมองที่ครอบคลุมมากขึ้นเกี่ยวกับอิทธิพลของกรดไหลย้อน" Qiang Wu จากแผนกอาวุโสด้านโรคหัวใจที่ศูนย์การแพทย์ที่ 6 ของโรงพยาบาล PLA General Hospital ของจีนในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน กล่าว การใช้การสุ่มแบบเมนเดเลียนสองทิศทางให้ข้อได้เปรียบเหนือการศึกษาแบบเดิมในการควบคุมปัจจัยที่ทำให้เกิดความสับสนและจัดการกับความสัมพันธ์เชิงสาเหตุย้อนกลับ แนวทางนี้ซึ่งใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมเพื่อทำการอนุมานเชิงสาเหตุนั้นให้พื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้นสำหรับการทำความเข้าใจว่ากรดไหลย้อนอาจส่งผลต่อผลลัพธ์ทางหลอดเลือดและหัวใจได้อย่างไร ตัวแปรทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับกรดไหลย้อนถูกใช้เป็นตัวแปรเครื่องมือ ทำให้นักวิจัยสามารถตรวจสอบบทบาทเชิงสาเหตุที่อาจเกิดขึ้นของกรดไหลย้อนในภาวะหลอดเลือดและหัวใจได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ตามที่ Qiang Su จากแผนกโรคหัวใจที่โรงพยาบาล Jiangbin ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงกล่าว การศึกษานี้ใช้แนวทาง MR สองตัวอย่าง โดยดึงข้อมูลจากการศึกษาความสัมพันธ์ทั่วทั้งจีโนม (GWAS) ที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 600,000 คน รวมถึงผู้ป่วยกรดไหลย้อนที่ได้รับการวินิจฉัย 129,000 ราย ในขณะที่ข้อมูลหลอดเลือดและหัวใจได้มาจากกลุ่มตัวอย่างในยุโรปที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 200,000 คน นักวิจัยเน้นที่ตัวชี้วัดความดันโลหิตที่สำคัญ เช่น ความดันโลหิตซิสโตลิก (SBP) ความดันโลหิตไดแอสโตลิก (DBP) ความดันชีพจร (PP) และความดันโลหิตแดงเฉลี่ย (MAP) การศึกษานี้ใช้เทคนิค MR ขั้นสูงหลายวิธี รวมถึงการวิเคราะห์ Inverse Variance Weighted (IVW) การถดถอย MR Egger และแนวทาง Weighted Median วิธีการเหล่านี้ควบคุมผลกระทบแบบ pleiotropic ซึ่งยีนหนึ่งมีผลต่อลักษณะหลายอย่าง จึงทำให้ผลลัพธ์มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น แนวทางที่เข้มงวดนี้ทำให้ผู้วิจัยสรุปได้ว่า GERD อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อปัจจัยเสี่ยงต่อหลอดเลือดหัวใจ โดยเฉพาะความดันโลหิตและระดับไขมันในเลือด ผลการศึกษาวิจัยที่น่าสนใจที่สุดประการหนึ่งคือ GERD มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนกับความดันโลหิตสูง นักวิจัยพบว่า GERD ที่คาดการณ์ไว้ทางพันธุกรรมมีความเชื่อมโยงกับความดันโลหิตซิสโตลิก (SBP) ที่สูงขึ้น (β = 0.053, P = 0.036) และความดันโลหิตไดแอสโตลิก (DBP) ที่สูงขึ้น (β = 0.100, P < 0.001) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า GERD อาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง จากการศึกษาพบว่ากรดไหลย้อนมีความสัมพันธ์กับระดับคอเลสเตอรอลไลโปโปรตีนความหนาแน่นต่ำ (LDL) ที่เพิ่มขึ้น (β = 0.093, P < 0.001) และไตรกลีเซอไรด์ (β = 0.153, P < 0.001) ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดที่สูงขึ้น ในทางกลับกัน กรดไหลย้อนมีความสัมพันธ์แบบผกผันกับคอเลสเตอรอลไลโปโปรตีนความหนาแน่นสูง (HDL) (β = -0.115, P = 0.002) ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นคอเลสเตอรอล "ดี" ที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจ นอกจากนี้ งานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่ากรดไหลย้อนเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (หัวใจวาย) และความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัตราส่วนความน่าจะเป็นของกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันอยู่ที่ 1.272 (95% CI: 1.040 ถึง 1.557, P = 0.019) และสำหรับความดันโลหิตสูงอยู่ที่ 1.357 (95% CI: 1.222 ถึง 1.507, P < 0.001) อย่างไรก็ตาม ไม่พบความสัมพันธ์ที่สำคัญระหว่างกรดไหลย้อนและภาวะหัวใจล้มเหลว ผลการศึกษานี้บ่งชี้ว่ากรดไหลย้อนอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ การศึกษาของเราได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการวินิจฉัย แต่เนิ่นๆ และกลยุทธ์การป้องกันสำหรับโรคกรดไหลย้อนและโรคหลอดเลือดหัวใจ Cr. Santi Manadee
    DOI.ORG
    Gastroesophageal reflux disease influences blood pressure components, lipid profile and cardiovascular diseases: Evidence from a Mendelian randomization study
    Background Gastroesophageal reflux disease (GERD) is a prevalent gastrointestinal disorder associated with a range of cardiovascular and metabolic complications. However, the relationship between GERD and blood pressure components, lipid profile, and cardiovascular diseases remains unclear. Methods Leveraging genetic variants associated with GERD as instrumental variables, we performed this Mendelian randomization (MR) analyses. Blood pressure components, lipid profile parameters, as well as cardiovascular diseases were considered as outcomes. Furthermore, we conducted reverse MR analysis to explore the association of these factors with the risk of GERD. Results Our MR analysis discovered a potential causal influence of GERD on blood pressure components, with genetically predicted GERD positively associated with systolic blood pressure (β = 0.053, P = 0.036), diastolic blood pressure (β = 0.100, P < 0.001), and mean arterial pressure (β = 0.106, P < 0.001). Additionally, genetically predicted GERD showed a significant impact on lipid profile, leading to increased genetically predicted levels of low-density lipoprotein (LDL) cholesterol (β = 0.093, P < 0.001), and triglycerides (β = 0.153, P < 0.001), while having a negative effect on high-density lipoprotein (HDL) cholesterol (β = -0.115, P = 0.002). Furthermore, our study indicated a noteworthy causal association between genetically predicted GERD and increased risk of myocardial infarction [odds ratio (OR) = 1.272, P = 0.019)] and hypertension (OR = 1.357, P < 0.001). No significant association was found between GERD and pulse pressure, total cholesterol, heart failure, and atrial fibrillation ( P > 0.05). Reverse MR analysis indicates that blood pressure components, lipid profile, and cardiovascular diseases do not lead to an increased risk of GERD (all P > 0.05). Furthermore, mediation MR analysis reveals that LDL cholesterol (proportion mediated: 19.99%, 95% CI: 4.49% to 35.50%), HDL cholesterol (proportion mediated: 11.71%, 95% CI: 5.23% to 18.19%), and hypertension (proportion mediated: 35.09%, 95% CI: 24.66% to 45.53%) mediated the effect of GERD on myocardial infarction, while other factors did not participate in this pathway. Conclusions This MR study provides evidence supporting a causal relationship between GERD and alterations in blood pressure components, lipid profile, and increased risk of cardiovascular diseases.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 581 มุมมอง 0 รีวิว
  • แม้ว่ายังไม่มีการประกาศข้อตกลงหยุดยิงอย่างเป็นทางการ แต่เริ่มมีรถขุดของชาวปาเลสไตน์เข้าทำงานเพื่อเคลียร์ถนนที่มุ่งไปยังโรงพยาบาลอัลอาวดา (Al-Awda Hospital) ในฉนวนกาซาทางตอนเหนือ

    ทางด้านกลุ่มฮามาสออกมาระบุว่า หากไม่มีโดนัลด์ ทรัมป์ ข้อตกลงนี้คงยังไม่บรรลุผล บ่งบอกได้เป็นอย่างดีตามกระแสข่าวที่มีมาตลอดเวลาว่าคณะของโจ ไบเดน ไม่มีความจริงใจในการทำให้ข้อตกลงหยุดยิงเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม
    แม้ว่ายังไม่มีการประกาศข้อตกลงหยุดยิงอย่างเป็นทางการ แต่เริ่มมีรถขุดของชาวปาเลสไตน์เข้าทำงานเพื่อเคลียร์ถนนที่มุ่งไปยังโรงพยาบาลอัลอาวดา (Al-Awda Hospital) ในฉนวนกาซาทางตอนเหนือ ทางด้านกลุ่มฮามาสออกมาระบุว่า หากไม่มีโดนัลด์ ทรัมป์ ข้อตกลงนี้คงยังไม่บรรลุผล บ่งบอกได้เป็นอย่างดีตามกระแสข่าวที่มีมาตลอดเวลาว่าคณะของโจ ไบเดน ไม่มีความจริงใจในการทำให้ข้อตกลงหยุดยิงเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 305 มุมมอง 0 รีวิว
  • วิดีโอที่เผยแพร่ออกมานี้แสดงให้เห็นชาวปาเลสไตน์ที่ถูกกองกำลังอิสราเอลปิดล้อมในเขตพื้นที่ของโรงพยาบาลอินโดนีเซีย(Indonesian hospital) ทางตอนเหนือของกาซา กำลังใช้น้ำเกลือปรุงอาหารท่ามกลางภาวะขาดแคลนน้ำดื่มอย่างรุนแรง

    ตลอดเวลาที่ผ่านมาอิสราเอลถูกวิจารณ์อย่างหนักในเรื่องการปิดกั้นความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม โดยมีอเมริกาให้ท้ายมาตลอดว่ายังไม่พบหลักฐานการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่กาซา

    วิดีโอนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการโจมตีทำลายของอิสราเอลอีกด้วย
    วิดีโอที่เผยแพร่ออกมานี้แสดงให้เห็นชาวปาเลสไตน์ที่ถูกกองกำลังอิสราเอลปิดล้อมในเขตพื้นที่ของโรงพยาบาลอินโดนีเซีย(Indonesian hospital) ทางตอนเหนือของกาซา กำลังใช้น้ำเกลือปรุงอาหารท่ามกลางภาวะขาดแคลนน้ำดื่มอย่างรุนแรง ตลอดเวลาที่ผ่านมาอิสราเอลถูกวิจารณ์อย่างหนักในเรื่องการปิดกั้นความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม โดยมีอเมริกาให้ท้ายมาตลอดว่ายังไม่พบหลักฐานการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่กาซา วิดีโอนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการโจมตีทำลายของอิสราเอลอีกด้วย
    Like
    4
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 436 มุมมอง 0 รีวิว
  • โรงพยาบาลในอินโดนีเซีย (Indonesian Hospital) ในกาซาตอนเหนือหยุดให้บริการอย่างถาวร หลังจากถูกอิสราเอลโจมตีอย่างหนักมาตลอดหลายวัน
    กระทรวงสาธารณสุขของกาซารายงาน
    โรงพยาบาลในอินโดนีเซีย (Indonesian Hospital) ในกาซาตอนเหนือหยุดให้บริการอย่างถาวร หลังจากถูกอิสราเอลโจมตีอย่างหนักมาตลอดหลายวัน กระทรวงสาธารณสุขของกาซารายงาน
    Sad
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 341 มุมมอง 0 รีวิว
  • Chinese hospitals overwhelmed with crowds seeking care for COVID-like respiratory diseases

    Half a decade after COVID-19 outbreak, Beijing may be facing new outbreak of newer respiratory illnesses

    #China
    Chinese hospitals overwhelmed with crowds seeking care for COVID-like respiratory diseases Half a decade after COVID-19 outbreak, Beijing may be facing new outbreak of newer respiratory illnesses #China
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 856 มุมมอง 4 0 รีวิว
  • 🇮🇱🇵🇸 กองกำลังอิสราเอลจับกุมผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล หลังจากบุกค้นโรงพยาบาลแห่งสุดท้ายที่ยังเปิดดำเนินการในฉนวนกาซา
    .
    JUST IN: 🇮🇱🇵🇸 Israeli forces arrest hospital director and staff after raiding the last functioning hospital in Gaza.
    .
    7:32 PM · Dec 28, 2024 · 140.1K Views
    https://x.com/BRICSinfo/status/1872983879063425526
    🇮🇱🇵🇸 กองกำลังอิสราเอลจับกุมผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล หลังจากบุกค้นโรงพยาบาลแห่งสุดท้ายที่ยังเปิดดำเนินการในฉนวนกาซา . JUST IN: 🇮🇱🇵🇸 Israeli forces arrest hospital director and staff after raiding the last functioning hospital in Gaza. . 7:32 PM · Dec 28, 2024 · 140.1K Views https://x.com/BRICSinfo/status/1872983879063425526
    Like
    Wow
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 614 มุมมอง 0 รีวิว
  • วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2567 พระราชวชิรธรรมาจารย์(หลวงพ่อสุธรรม สุธัมโม) และ พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ (หลวงพ่ออนิลมาน ธัมมสากิโย) เมตตาเป็นองค์ประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีปิดโครงการก้าวแรกพระบรมศาสดา ครั้งที่2 ณ ราชอาณาจักรภูฏาน ในโอกาสนี้ Her Royal Highness Princess Ashi Dechen Yangzom Wangchuck เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธี ณ Jigme Dorji Wangchuck National Referral Hospital เมือง Thimphu ราชอาณาจักรภูฏาน🙏🏻🙏🏻🙏🏻
    วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2567 พระราชวชิรธรรมาจารย์(หลวงพ่อสุธรรม สุธัมโม) และ พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ (หลวงพ่ออนิลมาน ธัมมสากิโย) เมตตาเป็นองค์ประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีปิดโครงการก้าวแรกพระบรมศาสดา ครั้งที่2 ณ ราชอาณาจักรภูฏาน ในโอกาสนี้ Her Royal Highness Princess Ashi Dechen Yangzom Wangchuck เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธี ณ Jigme Dorji Wangchuck National Referral Hospital เมือง Thimphu ราชอาณาจักรภูฏาน🙏🏻🙏🏻🙏🏻
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 300 มุมมอง 0 รีวิว
  • เปิด10อันดับโรงพยาบาลประเทศไทยที่ดีที่สุด ที่มาhttps://www.statista.com/statistics/1451112/thailand-leading-hospitals-by-quality/ :
    เปิด10อันดับโรงพยาบาลประเทศไทยที่ดีที่สุด ที่มาhttps://www.statista.com/statistics/1451112/thailand-leading-hospitals-by-quality/ :
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 384 มุมมอง 0 รีวิว
  • "อุตสาหกรรมที่ชี้เป็นชี้ตาย" หมายถึงกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญมากต่อเศรษฐกิจของประเทศหรือโลก และหากเกิดปัญหาในอุตสาหกรรมเหล่านี้จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจโดยรวม โดยปกติจะหมายถึงอุตสาหกรรมหลัก เช่น:1. อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ2. อุตสาหกรรมพลังงาน3. อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ4. อุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร5. อุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์6. อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์7. อุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์8. อุตสาหกรรมการก่อสร้าง9. อุตสาหกรรมโทรคมนาคม10. อุตสาหกรรมการธนาคารและการเงิน11. อุตสาหกรรมเหมืองแร่12. อุตสาหกรรมเหล็กและโลหะ13. อุตสาหกรรมปิโตรเคมี14. อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร15. อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและอาวุธ16. อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์17. อุตสาหกรรมการผลิตหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ18. อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ19. อุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอ20. อุตสาหกรรมบันเทิงและสื่อ21. อุตสาหกรรมการศึกษาและการฝึกอบรม22. อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน (พลังงานแสงอาทิตย์, พลังงานลม)23. อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ24. อุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์25. อุตสาหกรรมสื่อดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์26. อุตสาหกรรมเกมและการพัฒนาแอปพลิเคชัน27. อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์พิเศษ28. อุตสาหกรรมการขนส่งสาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานนี่คืออุตสาหกรรมเพิ่มเติมที่มีความสำคัญ:29. อุตสาหกรรมการรีไซเคิลและการจัดการของเสีย30. อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ31. อุตสาหกรรมการประมงและผลิตภัณฑ์จากทะเล32. อุตสาหกรรมการผลิตวัสดุก่อสร้าง33. อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์34. อุตสาหกรรมอุปกรณ์กีฬา35. อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว36. อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และการออกแบบตกแต่งภายใน37. อุตสาหกรรมการศึกษาออนไลน์และการเรียนรู้ดิจิทัล38. อุตสาหกรรมการค้าปลีก (ทั้งแบบดั้งเดิมและออนไลน์)39. อุตสาหกรรมการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ (เช่น ข้าวสาลี, ข้าวโพด, อ้อย)40. อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ41. อุตสาหกรรมการพัฒนาและขายซอฟต์แวร์42. อุตสาหกรรมดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง43. อุตสาหกรรมบริการด้านการเงิน (เช่น บริษัทประกันภัย)44. อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์45. อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการผลิตแบตเตอรี่46. อุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์47. อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพเกษตร (เช่น พืชดัดแปลงพันธุกรรม)48. อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ49. อุตสาหกรรมการพิมพ์สามมิติ (3D Printing)50. อุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (Data Centers)51. อุตสาหกรรมการออกแบบสถาปัตยกรรมและการวางผังเมือง52. อุตสาหกรรมการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)53. อุตสาหกรรมการวิเคราะห์และวิจัยตลาด54. อุตสาหกรรมการทดสอบและควบคุมคุณภาพ55. อุตสาหกรรมความปลอดภัยทางไซเบอร์56. อุตสาหกรรมอุปกรณ์การแพทย์57. อุตสาหกรรมการแพทย์ทางเลือกและการรักษาสุขภาพแบบองค์รวม58. อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มการจัดการโครงข่ายพลังงาน (Smart Grid)59. อุตสาหกรรมการพัฒนาเทคโนโลยีรถไร้คนขับ60. อุตสาหกรรมโลจิสติกส์อัจฉริยะและห่วงโซ่อุปทาน61. อุตสาหกรรมการออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรูหรา62. อุตสาหกรรมการผลิตวัคซีนและยาชีววัตถุ63. อุตสาหกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนเทคโนโลยีสีเขียว64. อุตสาหกรรมระบบการเกษตรแบบยั่งยืนและเทคโนโลยีเกษตร (AgriTech)65. อุตสาหกรรมที่พักอาศัยและการบริการ (Hospitality)66. อุตสาหกรรมสถาบันทางการเงินระหว่างประเทศ67. อุตสาหกรรมการจัดการและบำบัดน้ำ
    "อุตสาหกรรมที่ชี้เป็นชี้ตาย" หมายถึงกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญมากต่อเศรษฐกิจของประเทศหรือโลก และหากเกิดปัญหาในอุตสาหกรรมเหล่านี้จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจโดยรวม โดยปกติจะหมายถึงอุตสาหกรรมหลัก เช่น:1. อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ2. อุตสาหกรรมพลังงาน3. อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ4. อุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร5. อุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์6. อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์7. อุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์8. อุตสาหกรรมการก่อสร้าง9. อุตสาหกรรมโทรคมนาคม10. อุตสาหกรรมการธนาคารและการเงิน11. อุตสาหกรรมเหมืองแร่12. อุตสาหกรรมเหล็กและโลหะ13. อุตสาหกรรมปิโตรเคมี14. อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร15. อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและอาวุธ16. อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์17. อุตสาหกรรมการผลิตหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ18. อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ19. อุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอ20. อุตสาหกรรมบันเทิงและสื่อ21. อุตสาหกรรมการศึกษาและการฝึกอบรม22. อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน (พลังงานแสงอาทิตย์, พลังงานลม)23. อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ24. อุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์25. อุตสาหกรรมสื่อดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์26. อุตสาหกรรมเกมและการพัฒนาแอปพลิเคชัน27. อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์พิเศษ28. อุตสาหกรรมการขนส่งสาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานนี่คืออุตสาหกรรมเพิ่มเติมที่มีความสำคัญ:29. อุตสาหกรรมการรีไซเคิลและการจัดการของเสีย30. อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ31. อุตสาหกรรมการประมงและผลิตภัณฑ์จากทะเล32. อุตสาหกรรมการผลิตวัสดุก่อสร้าง33. อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์34. อุตสาหกรรมอุปกรณ์กีฬา35. อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว36. อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และการออกแบบตกแต่งภายใน37. อุตสาหกรรมการศึกษาออนไลน์และการเรียนรู้ดิจิทัล38. อุตสาหกรรมการค้าปลีก (ทั้งแบบดั้งเดิมและออนไลน์)39. อุตสาหกรรมการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ (เช่น ข้าวสาลี, ข้าวโพด, อ้อย)40. อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ41. อุตสาหกรรมการพัฒนาและขายซอฟต์แวร์42. อุตสาหกรรมดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง43. อุตสาหกรรมบริการด้านการเงิน (เช่น บริษัทประกันภัย)44. อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์45. อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการผลิตแบตเตอรี่46. อุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์47. อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพเกษตร (เช่น พืชดัดแปลงพันธุกรรม)48. อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ49. อุตสาหกรรมการพิมพ์สามมิติ (3D Printing)50. อุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (Data Centers)51. อุตสาหกรรมการออกแบบสถาปัตยกรรมและการวางผังเมือง52. อุตสาหกรรมการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)53. อุตสาหกรรมการวิเคราะห์และวิจัยตลาด54. อุตสาหกรรมการทดสอบและควบคุมคุณภาพ55. อุตสาหกรรมความปลอดภัยทางไซเบอร์56. อุตสาหกรรมอุปกรณ์การแพทย์57. อุตสาหกรรมการแพทย์ทางเลือกและการรักษาสุขภาพแบบองค์รวม58. อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มการจัดการโครงข่ายพลังงาน (Smart Grid)59. อุตสาหกรรมการพัฒนาเทคโนโลยีรถไร้คนขับ60. อุตสาหกรรมโลจิสติกส์อัจฉริยะและห่วงโซ่อุปทาน61. อุตสาหกรรมการออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรูหรา62. อุตสาหกรรมการผลิตวัคซีนและยาชีววัตถุ63. อุตสาหกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนเทคโนโลยีสีเขียว64. อุตสาหกรรมระบบการเกษตรแบบยั่งยืนและเทคโนโลยีเกษตร (AgriTech)65. อุตสาหกรรมที่พักอาศัยและการบริการ (Hospitality)66. อุตสาหกรรมสถาบันทางการเงินระหว่างประเทศ67. อุตสาหกรรมการจัดการและบำบัดน้ำ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1036 มุมมอง 0 รีวิว
  • Land for Sale with Building in Prime Location ❗️❗️ 583 sq.m (145.8 Sq.w)

    Property Code : MP7057

    Property Info: Located on the main road with spacious interior and ample usable space. Previously used as a timber trading business.

    Krabi Road, Pak Nam Subdistrict, Mueang District, Krabi
    Map: Location https://maps.apple.com/?ll=8.071266,98.906703&q=Unknown%20Location&t=m

    Price: 12,000,000 THB
    (Negotiable directly with the landowner)

    Contact ☎️
    Ella: 092-553-6147 (Thai, English, Dutch)

    Details:

    • Size: 145.8 sq.wah (583 sq.m)
    • Width: 20 meters, Length: 30 meters
    • Close to the community
    • West-facing property
    • Convenient transportation access
    • Only 4.9 km from Central Krabi development site
    • 14 km from Ao Nang Beach
    • 15 km from Krabi Airport
    • 3.6 km from Krabi Town’s Vogue Department Store
    • 2 km from Krabi Nakharin International Hospital
    __________________________________
    Realty One Estate (Thailand) Public Company Limited, Phuket Branch
    Network: Member of the Thai Real Estate Broker Association and ASEAN Real Estate Consultants Confederation
    REALTY ONE .co.th
    ----------------------------------------
    ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ทำเลดี❗️❗️ 145.8 ตารางวา ( 583 ตร.ม )

    ข้อมูลทรัพย์ : ติดถนนเส้นหลักถึงหน้าแปลง ข้างในกว้างขวางพื้นที่ใช้สอยเหลือเยอะ เดิมๆเป็นธุรกิจค้าขายไม้

    ถ.กระบี่ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่
    Map: https://maps.apple.com/?ll=8.071266,98.906703&q=Unknown%20Location&t=m
    ** ราคา 12,000,000 บาท **
    (ราคาเจ้าของที่ดิน ต่อรองได้โดยตรง)

    Contact ☎️ 092-553-6147
    คุณเอลล่า (Thai, English, Dutch)

    รายละเอียด
    - ขนาด 145.8 ตารางวา
    - กว้าง 20เมตร ยาว 30เมตร
    - อยู่ใกล้แหล่งชุมชน
    - ทรัพย์หันหน้าทิศตะวันตก
    - ทำเล ช่องทางการคมนาคมมีความสะดวก
    - ใกล้ทำเลสร้าง Central Krabi แค่4.9 กิโลเมตร
    - ห่างจากหาดอ่าวนาง 14 กิโลเมตร
    - ห่างจากสนามบินกระบี่ 15 กิโลเมตร
    - ห่างจากจุดศูนย์กลางเมืองกระบี่ห้างโวค 3.6 กิโลเมตร
    - ห่างจากโรงพยาบาลเอกชนกระบี่นครินทร์อินเตอร์ 2 กิโลเมตร

    _____________________

    รหัส- MP 7057
    บริษัท เรียลตี้วัน เอสเตท (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สาขาภูเก็ต
    เครือข่าย: สมาชิกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทยและสมาพันธ์ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์อาเซียน
    REALTY ONE .co.th
    .................................................
    Land for Sale with Building in Prime Location ❗️❗️ 583 sq.m (145.8 Sq.w) Property Code : MP7057 Property Info: Located on the main road with spacious interior and ample usable space. Previously used as a timber trading business. Krabi Road, Pak Nam Subdistrict, Mueang District, Krabi Map: Location https://maps.apple.com/?ll=8.071266,98.906703&q=Unknown%20Location&t=m Price: 12,000,000 THB (Negotiable directly with the landowner) Contact ☎️ Ella: 092-553-6147 (Thai, English, Dutch) Details: • Size: 145.8 sq.wah (583 sq.m) • Width: 20 meters, Length: 30 meters • Close to the community • West-facing property • Convenient transportation access • Only 4.9 km from Central Krabi development site • 14 km from Ao Nang Beach • 15 km from Krabi Airport • 3.6 km from Krabi Town’s Vogue Department Store • 2 km from Krabi Nakharin International Hospital __________________________________ Realty One Estate (Thailand) Public Company Limited, Phuket Branch Network: Member of the Thai Real Estate Broker Association and ASEAN Real Estate Consultants Confederation REALTY ONE .co.th ---------------------------------------- ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ทำเลดี❗️❗️ 145.8 ตารางวา ( 583 ตร.ม ) ข้อมูลทรัพย์ : ติดถนนเส้นหลักถึงหน้าแปลง ข้างในกว้างขวางพื้นที่ใช้สอยเหลือเยอะ เดิมๆเป็นธุรกิจค้าขายไม้ ถ.กระบี่ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ Map: https://maps.apple.com/?ll=8.071266,98.906703&q=Unknown%20Location&t=m ** ราคา 12,000,000 บาท ** (ราคาเจ้าของที่ดิน ต่อรองได้โดยตรง) Contact ☎️ 092-553-6147 คุณเอลล่า (Thai, English, Dutch) รายละเอียด - ขนาด 145.8 ตารางวา - กว้าง 20เมตร ยาว 30เมตร - อยู่ใกล้แหล่งชุมชน - ทรัพย์หันหน้าทิศตะวันตก - ทำเล ช่องทางการคมนาคมมีความสะดวก - ใกล้ทำเลสร้าง Central Krabi แค่4.9 กิโลเมตร - ห่างจากหาดอ่าวนาง 14 กิโลเมตร - ห่างจากสนามบินกระบี่ 15 กิโลเมตร - ห่างจากจุดศูนย์กลางเมืองกระบี่ห้างโวค 3.6 กิโลเมตร - ห่างจากโรงพยาบาลเอกชนกระบี่นครินทร์อินเตอร์ 2 กิโลเมตร _____________________ รหัส- MP 7057 บริษัท เรียลตี้วัน เอสเตท (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สาขาภูเก็ต เครือข่าย: สมาชิกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทยและสมาพันธ์ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์อาเซียน REALTY ONE .co.th .................................................
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 971 มุมมอง 0 รีวิว
  • HDL และ LDL ต่างกันอย่างไร?
    HDL และ LDL คือ คอเลสเตอรอล ประเภทหนึ่ง เป็นไขมันอิ่มตัวที่อยู่ในเลือดของเราที่มีความสำคัญกับร่างกาย โดย HDL จะรู้จักในชื่อ "ไขมันดี" และ LDL จะรู้จักในชื่อ "ไขมันเลว หรือไขมันร้าย"

    #HDL เป็นไขมันดีที่ช่วยลำเลียงคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ จากหลอดเลือดแดงและเนื้อเยื่อไปยังตับ และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ นอกจากนี้ยังมีส่วนในการยับยั้งการเกิดออกซิเดชัน การอักเสบ และการแข็งตัวของเลือด

    #LDL เป็นไขมันเลว หรือไขมันร้าย ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเรา โดยหน้าที่หลักของ LDL คือการการลำเลียงคอเลสเตอรอลไปยังเนื้อเยื่อและหลอดเลือดแดง หากมีมากเกินไปจะทำให้หลอดเลือดแดงตีบและแข็ง เสี่ยงเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจ

    ที่มา เว็บไซต์โรงพยาบาลเชียงใหม่ Hospital
    HDL และ LDL ต่างกันอย่างไร? HDL และ LDL คือ คอเลสเตอรอล ประเภทหนึ่ง เป็นไขมันอิ่มตัวที่อยู่ในเลือดของเราที่มีความสำคัญกับร่างกาย โดย HDL จะรู้จักในชื่อ "ไขมันดี" และ LDL จะรู้จักในชื่อ "ไขมันเลว หรือไขมันร้าย" #HDL เป็นไขมันดีที่ช่วยลำเลียงคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ จากหลอดเลือดแดงและเนื้อเยื่อไปยังตับ และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ นอกจากนี้ยังมีส่วนในการยับยั้งการเกิดออกซิเดชัน การอักเสบ และการแข็งตัวของเลือด #LDL เป็นไขมันเลว หรือไขมันร้าย ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเรา โดยหน้าที่หลักของ LDL คือการการลำเลียงคอเลสเตอรอลไปยังเนื้อเยื่อและหลอดเลือดแดง หากมีมากเกินไปจะทำให้หลอดเลือดแดงตีบและแข็ง เสี่ยงเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจ ที่มา เว็บไซต์โรงพยาบาลเชียงใหม่ Hospital
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 281 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts