• เรื่องเล่าจากนักพัฒนา: เมื่อ AI ที่เราให้แขนขา กลับหันหลังให้เรา

    Robin Grell นักพัฒนาไลบรารีชื่อ “enigo” ซึ่งใช้สำหรับควบคุมคอมพิวเตอร์ผ่านการจำลองการกดแป้นพิมพ์และเมาส์ ได้ค้นพบว่า Anthropic บริษัท AI มูลค่ากว่า 60 พันล้านดอลลาร์ ได้นำไลบรารีของเขาไปใช้ในแอป Claude Desktop โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

    Claude Desktop เป็นแอปที่ให้ Claude AI ควบคุมคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง เช่น การคัดลอกข้อมูลจากเบราว์เซอร์ไปยังสเปรดชีต ซึ่งฟีเจอร์นี้เรียกว่า “Computer Use” และยังอยู่ในช่วงเบต้า โดย enigo ถูกใช้ทั้งในเวอร์ชัน macOS และ Windows

    Robin รู้สึกภูมิใจที่ไลบรารีของเขาได้รับเลือกจากบริษัทใหญ่ แต่ก็รู้สึกเจ็บปวดเมื่อเขาถูกปฏิเสธจากการสมัครงานกับ Anthropic แม้จะเป็นผู้สร้างเครื่องมือที่พวกเขาใช้ก็ตาม

    ที่น่าสนใจคือ enigo เป็นไลบรารีโอเพ่นซอร์สภายใต้ MIT license ซึ่งหมายความว่าใครก็สามารถใช้ได้ฟรีโดยไม่ต้องจ่ายเงิน ทำให้ Robin ไม่ได้รับผลตอบแทนใด ๆ นอกจากดาวบน GitHub และยอดดาวน์โหลดบน crates.io

    Anthropic ใช้ไลบรารี “enigo” ใน Claude Desktop
    ใช้สำหรับควบคุมคอมพิวเตอร์ผ่านฟีเจอร์ “Computer Use”

    enigo รองรับทั้ง macOS และ Windows
    ยืนยันได้จากการตรวจสอบไฟล์ Claude Desktop

    enigo เป็นไลบรารีที่เขียนด้วยภาษา Rust
    รองรับหลายระบบปฏิบัติการโดยไม่ต้องใช้ root

    Claude Desktop เป็นแอป Electron ที่ให้ AI ควบคุมคอมพิวเตอร์
    ใช้สำหรับงานอัตโนมัติ เช่น คัดลอกข้อมูลหรือควบคุมแอป

    enigo มีดาวมากกว่า 1,200 บน GitHub และถูกดาวน์โหลดเกือบ 300,000 ครั้ง
    เป็นไลบรารียอดนิยมบน crates.io

    Claude Desktop รองรับการติดตั้ง extension เพื่อเชื่อมต่อกับแอปในเครื่อง
    เช่น ปฏิทิน, อีเมล, ไฟล์ระบบ และ iMessage

    ฟีเจอร์ “Computer Use” ยังอยู่ในช่วงเบต้า
    ต้องเปิดใช้งานด้วย header พิเศษ

    Claude สามารถควบคุมเมาส์, คีย์บอร์ด และจับภาพหน้าจอ
    ช่วยให้ AI ทำงานอัตโนมัติได้เหมือนมนุษย์

    Anthropic มีระบบ MCP สำหรับจัดการ extension บน Claude Desktop
    รองรับการอัปเดตอัตโนมัติและการตั้งค่าที่ง่าย

    นักพัฒนาโอเพ่นซอร์สอาจไม่ได้รับผลตอบแทนจากการใช้งานเชิงพาณิชย์
    แม้จะมีบริษัทใหญ่ใช้ผลงาน แต่ก็ไม่มีข้อผูกพันทางการเงิน

    การใช้ไลบรารีโอเพ่นซอร์สในผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์อาจไม่แจ้งเจ้าของ
    ทำให้เกิดความรู้สึกถูกละเลยหรือไม่ให้เครดิต

    การสมัครงานในบริษัทที่ใช้ผลงานของคุณไม่รับประกันว่าจะได้รับการตอบรับ
    แม้จะมีคุณสมบัติเหมาะสม ก็อาจถูกปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน

    https://grell.dev/blog/ai_rejection
    🤖💔 เรื่องเล่าจากนักพัฒนา: เมื่อ AI ที่เราให้แขนขา กลับหันหลังให้เรา Robin Grell นักพัฒนาไลบรารีชื่อ “enigo” ซึ่งใช้สำหรับควบคุมคอมพิวเตอร์ผ่านการจำลองการกดแป้นพิมพ์และเมาส์ ได้ค้นพบว่า Anthropic บริษัท AI มูลค่ากว่า 60 พันล้านดอลลาร์ ได้นำไลบรารีของเขาไปใช้ในแอป Claude Desktop โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า Claude Desktop เป็นแอปที่ให้ Claude AI ควบคุมคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง เช่น การคัดลอกข้อมูลจากเบราว์เซอร์ไปยังสเปรดชีต ซึ่งฟีเจอร์นี้เรียกว่า “Computer Use” และยังอยู่ในช่วงเบต้า โดย enigo ถูกใช้ทั้งในเวอร์ชัน macOS และ Windows Robin รู้สึกภูมิใจที่ไลบรารีของเขาได้รับเลือกจากบริษัทใหญ่ แต่ก็รู้สึกเจ็บปวดเมื่อเขาถูกปฏิเสธจากการสมัครงานกับ Anthropic แม้จะเป็นผู้สร้างเครื่องมือที่พวกเขาใช้ก็ตาม ที่น่าสนใจคือ enigo เป็นไลบรารีโอเพ่นซอร์สภายใต้ MIT license ซึ่งหมายความว่าใครก็สามารถใช้ได้ฟรีโดยไม่ต้องจ่ายเงิน ทำให้ Robin ไม่ได้รับผลตอบแทนใด ๆ นอกจากดาวบน GitHub และยอดดาวน์โหลดบน crates.io ✅ Anthropic ใช้ไลบรารี “enigo” ใน Claude Desktop ➡️ ใช้สำหรับควบคุมคอมพิวเตอร์ผ่านฟีเจอร์ “Computer Use” ✅ enigo รองรับทั้ง macOS และ Windows ➡️ ยืนยันได้จากการตรวจสอบไฟล์ Claude Desktop ✅ enigo เป็นไลบรารีที่เขียนด้วยภาษา Rust ➡️ รองรับหลายระบบปฏิบัติการโดยไม่ต้องใช้ root ✅ Claude Desktop เป็นแอป Electron ที่ให้ AI ควบคุมคอมพิวเตอร์ ➡️ ใช้สำหรับงานอัตโนมัติ เช่น คัดลอกข้อมูลหรือควบคุมแอป ✅ enigo มีดาวมากกว่า 1,200 บน GitHub และถูกดาวน์โหลดเกือบ 300,000 ครั้ง ➡️ เป็นไลบรารียอดนิยมบน crates.io ✅ Claude Desktop รองรับการติดตั้ง extension เพื่อเชื่อมต่อกับแอปในเครื่อง ➡️ เช่น ปฏิทิน, อีเมล, ไฟล์ระบบ และ iMessage ✅ ฟีเจอร์ “Computer Use” ยังอยู่ในช่วงเบต้า ➡️ ต้องเปิดใช้งานด้วย header พิเศษ ✅ Claude สามารถควบคุมเมาส์, คีย์บอร์ด และจับภาพหน้าจอ ➡️ ช่วยให้ AI ทำงานอัตโนมัติได้เหมือนมนุษย์ ✅ Anthropic มีระบบ MCP สำหรับจัดการ extension บน Claude Desktop ➡️ รองรับการอัปเดตอัตโนมัติและการตั้งค่าที่ง่าย ‼️ นักพัฒนาโอเพ่นซอร์สอาจไม่ได้รับผลตอบแทนจากการใช้งานเชิงพาณิชย์ ⛔ แม้จะมีบริษัทใหญ่ใช้ผลงาน แต่ก็ไม่มีข้อผูกพันทางการเงิน ‼️ การใช้ไลบรารีโอเพ่นซอร์สในผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์อาจไม่แจ้งเจ้าของ ⛔ ทำให้เกิดความรู้สึกถูกละเลยหรือไม่ให้เครดิต ‼️ การสมัครงานในบริษัทที่ใช้ผลงานของคุณไม่รับประกันว่าจะได้รับการตอบรับ ⛔ แม้จะมีคุณสมบัติเหมาะสม ก็อาจถูกปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน https://grell.dev/blog/ai_rejection
    GRELL.DEV
    I gave the AI arms and legs – then it rejected me | Robin Grell
    How I helped Claude AI extend its capabilities only for the same AI to reject my job application.
    0 Comments 0 Shares 164 Views 0 Reviews
  • เรื่องเล่าจากข่าว: เมื่อเกมผู้ใหญ่กลายเป็นภัยต่อแบรนด์—Valve vs Mastercard

    เรื่องเริ่มจากการที่ Steam และ Itch.io ลบหรือซ่อนเกม NSFW จำนวนมาก โดยอ้างว่า “ถูกกดดันจาก payment processors” ซึ่งรวมถึง Mastercard ที่ถูกกล่าวหาว่าใช้กฎ Rule 5.12.7 เพื่อปฏิเสธการทำธุรกรรมที่ “อาจทำลายภาพลักษณ์ของแบรนด์”

    Mastercard ออกแถลงการณ์ว่า “เราไม่ได้ประเมินเกมใด ๆ หรือสั่งให้ลบเกมจากแพลตฟอร์ม” แต่ Valve โต้กลับทันทีว่า Mastercard สื่อสารผ่านตัวกลาง เช่น payment processors และธนาคารผู้รับชำระเงิน โดยไม่ได้ติดต่อกับ Valve โดยตรง แม้ Valve จะร้องขอให้คุยกันตรง ๆ ก็ตาม

    Valve ยืนยันว่า payment processors ปฏิเสธนโยบายของ Steam ที่พยายามเผยแพร่เฉพาะเกมที่ถูกกฎหมาย และอ้างถึง Rule 5.12.7 ว่าเกม NSFW บางประเภท “อาจเป็นภัยต่อแบรนด์ Mastercard” แม้จะไม่ผิดกฎหมายก็ตาม

    Mastercard ปฏิเสธว่าไม่ได้สั่งให้ลบเกม NSFW จาก Steam หรือ Itch.io
    ระบุว่า “อนุญาตให้ทำธุรกรรมที่ถูกกฎหมายทั้งหมด”
    แต่ต้องมีการควบคุมไม่ให้ใช้บัตร Mastercard ซื้อเนื้อหาผิดกฎหมาย

    Valve ยืนยันว่า Mastercard สื่อสารผ่านตัวกลาง ไม่เคยคุยตรง ๆ กับ Valve
    ใช้ payment processors และ acquiring banks เป็นตัวแทน
    Valve ขอคุยตรง ๆ แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ

    Rule 5.12.7 ของ Mastercard ถูกใช้เป็นเหตุผลในการปฏิเสธเกม NSFW บางประเภท
    ห้ามธุรกรรมที่ “ผิดกฎหมาย หรืออาจทำลาย goodwill หรือภาพลักษณ์ของแบรนด์”
    รวมถึงเนื้อหาที่ “ลามกอนาจารอย่างชัดเจนและไม่มีคุณค่าทางศิลปะ”

    Itch.io ก็ได้รับแรงกดดันเช่นกัน และเริ่มลบเกม NSFW ออกจากแพลตฟอร์ม
    โดยเฉพาะเกมที่มีเนื้อหา LGBTQ+ หรือเนื้อหาที่ไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย
    ปัจจุบันเริ่มนำเกมฟรีกลับมา และมองหาผู้ให้บริการชำระเงินรายใหม่

    GOG ออกแคมเปญ FreedomToBuy เพื่อสนับสนุนสิทธิ์ในการซื้อเกม NSFW
    แจกเกม NSFW ฟรีกว่า 1 ล้านชุดในช่วงสุดสัปดาห์
    เป็นการตอบโต้การเซ็นเซอร์จาก payment processors

    Rule 5.12.7 ของ Mastercard ให้อำนาจในการตัดสินว่าเนื้อหาใด “ไม่เหมาะสม” ได้อย่างกว้างขวาง
    แม้เนื้อหาจะไม่ผิดกฎหมาย ก็อาจถูกปฏิเสธได้
    ส่งผลให้เกิดการเซ็นเซอร์เนื้อหาที่หลากหลายโดยไม่มีมาตรฐานชัดเจน

    การสื่อสารผ่านตัวกลางทำให้เกิดความคลุมเครือและขาดความโปร่งใส
    Valve ไม่สามารถเจรจาโดยตรงกับ Mastercard
    ทำให้การตัดสินใจลบเกมขาดความชัดเจนและความรับผิดชอบ

    การลบเกม NSFW โดยไม่ระบุเหตุผลชัดเจน อาจกระทบต่อผู้พัฒนาเกมอินดี้และชุมชน LGBTQ+
    เกมที่ไม่ผิดกฎหมายถูกลบเพราะ “เสี่ยงต่อแบรนด์”
    สร้างบรรยากาศแห่งความกลัวและการเซ็นเซอร์ในวงการเกม

    การควบคุมเนื้อหาผ่านระบบการชำระเงินอาจกลายเป็นเครื่องมือในการจำกัดเสรีภาพทางศิลปะ
    ผู้ให้บริการชำระเงินมีอำนาจเหนือแพลตฟอร์มเกม
    อาจนำไปสู่การควบคุมเนื้อหาทางวัฒนธรรมในวงกว้าง

    “Patently offensive” เป็นคำที่ตีความได้กว้างและขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัท
    ไม่มีมาตรฐานกลางในการวัดคุณค่าทางศิลปะ
    อาจถูกใช้เป็นข้ออ้างในการลบเนื้อหาที่ไม่ถูกใจ

    Collective Shout กลุ่มนักเคลื่อนไหวจากออสเตรเลียอยู่เบื้องหลังการกดดัน payment processors
    เคยส่งจดหมายถึง Mastercard, Visa, PayPal และบริษัทอื่น ๆ
    อ้างว่าเกม NSFW เป็น “สื่อลามกที่รุนแรง” และควรถูกลบ

    การหาผู้ให้บริการชำระเงินที่สนับสนุนเนื้อหาผู้ใหญ่กลายเป็นทางรอดของแพลตฟอร์มเกมอินดี้
    Itch.io กำลังเจรจากับผู้ให้บริการรายใหม่
    เพื่อรักษาเสรีภาพในการเผยแพร่เนื้อหาที่ถูกกฎหมาย

    https://www.pcgamer.com/games/mastercard-deflects-blame-for-nsfw-games-being-taken-down-but-valve-says-payment-processors-specifically-cited-a-mastercard-rule-about-damaging-the-brand/
    🎙️ เรื่องเล่าจากข่าว: เมื่อเกมผู้ใหญ่กลายเป็นภัยต่อแบรนด์—Valve vs Mastercard เรื่องเริ่มจากการที่ Steam และ Itch.io ลบหรือซ่อนเกม NSFW จำนวนมาก โดยอ้างว่า “ถูกกดดันจาก payment processors” ซึ่งรวมถึง Mastercard ที่ถูกกล่าวหาว่าใช้กฎ Rule 5.12.7 เพื่อปฏิเสธการทำธุรกรรมที่ “อาจทำลายภาพลักษณ์ของแบรนด์” Mastercard ออกแถลงการณ์ว่า “เราไม่ได้ประเมินเกมใด ๆ หรือสั่งให้ลบเกมจากแพลตฟอร์ม” แต่ Valve โต้กลับทันทีว่า Mastercard สื่อสารผ่านตัวกลาง เช่น payment processors และธนาคารผู้รับชำระเงิน โดยไม่ได้ติดต่อกับ Valve โดยตรง แม้ Valve จะร้องขอให้คุยกันตรง ๆ ก็ตาม Valve ยืนยันว่า payment processors ปฏิเสธนโยบายของ Steam ที่พยายามเผยแพร่เฉพาะเกมที่ถูกกฎหมาย และอ้างถึง Rule 5.12.7 ว่าเกม NSFW บางประเภท “อาจเป็นภัยต่อแบรนด์ Mastercard” แม้จะไม่ผิดกฎหมายก็ตาม ✅ Mastercard ปฏิเสธว่าไม่ได้สั่งให้ลบเกม NSFW จาก Steam หรือ Itch.io ➡️ ระบุว่า “อนุญาตให้ทำธุรกรรมที่ถูกกฎหมายทั้งหมด” ➡️ แต่ต้องมีการควบคุมไม่ให้ใช้บัตร Mastercard ซื้อเนื้อหาผิดกฎหมาย ✅ Valve ยืนยันว่า Mastercard สื่อสารผ่านตัวกลาง ไม่เคยคุยตรง ๆ กับ Valve ➡️ ใช้ payment processors และ acquiring banks เป็นตัวแทน ➡️ Valve ขอคุยตรง ๆ แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ ✅ Rule 5.12.7 ของ Mastercard ถูกใช้เป็นเหตุผลในการปฏิเสธเกม NSFW บางประเภท ➡️ ห้ามธุรกรรมที่ “ผิดกฎหมาย หรืออาจทำลาย goodwill หรือภาพลักษณ์ของแบรนด์” ➡️ รวมถึงเนื้อหาที่ “ลามกอนาจารอย่างชัดเจนและไม่มีคุณค่าทางศิลปะ” ✅ Itch.io ก็ได้รับแรงกดดันเช่นกัน และเริ่มลบเกม NSFW ออกจากแพลตฟอร์ม ➡️ โดยเฉพาะเกมที่มีเนื้อหา LGBTQ+ หรือเนื้อหาที่ไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ➡️ ปัจจุบันเริ่มนำเกมฟรีกลับมา และมองหาผู้ให้บริการชำระเงินรายใหม่ ✅ GOG ออกแคมเปญ FreedomToBuy เพื่อสนับสนุนสิทธิ์ในการซื้อเกม NSFW ➡️ แจกเกม NSFW ฟรีกว่า 1 ล้านชุดในช่วงสุดสัปดาห์ ➡️ เป็นการตอบโต้การเซ็นเซอร์จาก payment processors ‼️ Rule 5.12.7 ของ Mastercard ให้อำนาจในการตัดสินว่าเนื้อหาใด “ไม่เหมาะสม” ได้อย่างกว้างขวาง ⛔ แม้เนื้อหาจะไม่ผิดกฎหมาย ก็อาจถูกปฏิเสธได้ ⛔ ส่งผลให้เกิดการเซ็นเซอร์เนื้อหาที่หลากหลายโดยไม่มีมาตรฐานชัดเจน ‼️ การสื่อสารผ่านตัวกลางทำให้เกิดความคลุมเครือและขาดความโปร่งใส ⛔ Valve ไม่สามารถเจรจาโดยตรงกับ Mastercard ⛔ ทำให้การตัดสินใจลบเกมขาดความชัดเจนและความรับผิดชอบ ‼️ การลบเกม NSFW โดยไม่ระบุเหตุผลชัดเจน อาจกระทบต่อผู้พัฒนาเกมอินดี้และชุมชน LGBTQ+ ⛔ เกมที่ไม่ผิดกฎหมายถูกลบเพราะ “เสี่ยงต่อแบรนด์” ⛔ สร้างบรรยากาศแห่งความกลัวและการเซ็นเซอร์ในวงการเกม ‼️ การควบคุมเนื้อหาผ่านระบบการชำระเงินอาจกลายเป็นเครื่องมือในการจำกัดเสรีภาพทางศิลปะ ⛔ ผู้ให้บริการชำระเงินมีอำนาจเหนือแพลตฟอร์มเกม ⛔ อาจนำไปสู่การควบคุมเนื้อหาทางวัฒนธรรมในวงกว้าง ✅ “Patently offensive” เป็นคำที่ตีความได้กว้างและขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัท ➡️ ไม่มีมาตรฐานกลางในการวัดคุณค่าทางศิลปะ ➡️ อาจถูกใช้เป็นข้ออ้างในการลบเนื้อหาที่ไม่ถูกใจ ✅ Collective Shout กลุ่มนักเคลื่อนไหวจากออสเตรเลียอยู่เบื้องหลังการกดดัน payment processors ➡️ เคยส่งจดหมายถึง Mastercard, Visa, PayPal และบริษัทอื่น ๆ ➡️ อ้างว่าเกม NSFW เป็น “สื่อลามกที่รุนแรง” และควรถูกลบ ✅ การหาผู้ให้บริการชำระเงินที่สนับสนุนเนื้อหาผู้ใหญ่กลายเป็นทางรอดของแพลตฟอร์มเกมอินดี้ ➡️ Itch.io กำลังเจรจากับผู้ให้บริการรายใหม่ ➡️ เพื่อรักษาเสรีภาพในการเผยแพร่เนื้อหาที่ถูกกฎหมาย https://www.pcgamer.com/games/mastercard-deflects-blame-for-nsfw-games-being-taken-down-but-valve-says-payment-processors-specifically-cited-a-mastercard-rule-about-damaging-the-brand/
    WWW.PCGAMER.COM
    Mastercard deflects blame for NSFW games being taken down, but Valve says payment processors 'specifically cited' a Mastercard rule about damaging the brand
    Steam and Itch.io are worried about trouble with their payment processors, and Mastercard is not a payment processor.
    0 Comments 0 Shares 365 Views 0 Reviews
  • หมอดิวชี้แจงเหตุ ที่รพ.ไทยไม่สามารถรักษาเขมรได้เพราะ…
    (Thai doctors explain why Thai hospitals don’t treat Cambodians.) [31/7/68]

    #หมอดิวพูดแล้ว #เหตุผลที่ไม่รักษาเขมร #โรงพยาบาลไทยไม่ใช่เป้าสงคราม #หมอไทยแถลงเอง #ThaiDoctorsClarify #เหตุผลชัดเจน #Scambodia #ข่าววันนี้ #ข่าวดัง
    #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire #CambodiaNoCeasefire #TruthFromThailand #Hunsenfiredfirst #thaitimes #news1 #shorts
    หมอดิวชี้แจงเหตุ ที่รพ.ไทยไม่สามารถรักษาเขมรได้เพราะ… (Thai doctors explain why Thai hospitals don’t treat Cambodians.) [31/7/68] #หมอดิวพูดแล้ว #เหตุผลที่ไม่รักษาเขมร #โรงพยาบาลไทยไม่ใช่เป้าสงคราม #หมอไทยแถลงเอง #ThaiDoctorsClarify #เหตุผลชัดเจน #Scambodia #ข่าววันนี้ #ข่าวดัง #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire #CambodiaNoCeasefire #TruthFromThailand #Hunsenfiredfirst #thaitimes #news1 #shorts
    0 Comments 0 Shares 191 Views 0 0 Reviews
  • เรื่องเล่าจากบัญชีที่ถูกปิด: เมื่อนักพัฒนาโอเพ่นซอร์สถูก Microsoft ตัดขาดจากระบบโดยไม่ให้โอกาสชี้แจง

    Mike Kaganski นักพัฒนาหลักของ LibreOffice ถูก Microsoft บล็อกบัญชี Outlook และบริการอื่นๆ โดยอ้างว่า “มีพฤติกรรมละเมิดข้อตกลงการใช้งาน” ทั้งที่เขาเพียงส่งอีเมลเทคนิคไปยังกลุ่มนักพัฒนา LibreOffice ผ่าน Thunderbird ตามปกติ

    เมื่อพยายามส่งอีเมลอีกครั้ง เขาพบว่าบัญชีถูกล็อกทันที และไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้เลย แม้จะพยายามอุทธรณ์ผ่านระบบอัตโนมัติของ Microsoft ก็พบกับข้อความ “ลองวิธีอื่น” โดยไม่มีวิธีอื่นให้เลือก

    เขาต้องใช้บัญชีของภรรยาเพื่อส่งคำร้องอุทธรณ์ แต่สุดท้าย Microsoft กลับปิดเคสโดยไม่ดำเนินการใดๆ และไม่ให้เหตุผลชัดเจนว่าอีเมลของเขาผิดเงื่อนไขใด

    กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรก—ผู้ใช้รายอื่น เช่น u/deus03690 บน Reddit ก็เคยถูกล็อกบัญชีที่มีข้อมูลสำคัญกว่า 30 ปี และยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจาก Microsoft เช่นกัน

    Microsoft บล็อกบัญชีของ Mike Kaganski นักพัฒนา LibreOffice โดยอ้างว่าละเมิดข้อตกลงการใช้งาน
    เกิดขึ้นหลังจากเขาส่งอีเมลเทคนิคไปยังกลุ่มนักพัฒนา LibreOffice
    Thunderbird แจ้งว่าอีเมลไม่สามารถส่งได้ และบัญชีถูกล็อกทันที

    ระบบอุทธรณ์ของ Microsoft เป็นแบบอัตโนมัติและไม่สามารถเข้าถึงได้เมื่อบัญชีถูกล็อก
    ต้อง “ลงชื่อเข้าใช้” เพื่อส่งคำร้อง ทั้งที่ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้
    Kaganski ต้องใช้บัญชีของภรรยาเพื่อส่งคำร้องแทน

    คำร้องอุทธรณ์ถูกปิดโดยไม่มีการดำเนินการหรือคำอธิบายจาก Microsoft
    Microsoft เพิกเฉยต่อข้อมูลหลักฐานที่ Kaganski ส่งไป
    เขายังไม่สามารถกู้คืนบัญชีได้จนถึงปัจจุบัน

    กรณีนี้ไม่ใช่เหตุการณ์เดียว—ผู้ใช้รายอื่นก็เผชิญปัญหาคล้ายกัน
    ผู้ใช้ Reddit รายหนึ่งสูญเสียข้อมูลกว่า 30 ปีใน OneDrive
    แม้จะส่งแบบฟอร์มกู้คืนและได้รับคำสัญญาว่าจะช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ

    LibreOffice เคยกล่าวหา Microsoft ว่าใช้รูปแบบไฟล์ XML ที่ซับซ้อนเพื่อกีดกันซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส
    เป็นกลยุทธ์ “ล็อกอิน” ที่ทำให้ผู้ใช้ย้ายออกจาก Microsoft Office ได้ยาก
    Kaganski เป็นหนึ่งในผู้วิจารณ์แนวทางนี้อย่างเปิดเผย

    ระบบอุทธรณ์ของ Microsoft ไม่รองรับผู้ใช้ที่ถูกล็อกบัญชีอย่างสมบูรณ์
    ต้องลงชื่อเข้าใช้เพื่อส่งคำร้อง ทั้งที่บัญชีถูกบล็อก
    ไม่มีช่องทางติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรงในกรณีฉุกเฉิน

    การบล็อกบัญชีโดยไม่มีการแจ้งเตือนหรือเหตุผลชัดเจนอาจละเมิดสิทธิผู้ใช้
    ผู้ใช้ไม่สามารถทราบว่าเนื้อหาใดละเมิดข้อตกลง
    ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระบบบริการดิจิทัล

    การสูญเสียบัญชี Microsoft อาจหมายถึงการสูญเสียข้อมูลสำคัญใน OneDrive, Outlook และบริการอื่นๆ
    ไม่มีระบบสำรองหรือการเข้าถึงข้อมูลในกรณีฉุกเฉิน
    อาจกระทบต่องาน, ความทรงจำ, หรือเอกสารทางกฎหมาย

    ผู้ใช้ที่มีบทบาทในชุมชนโอเพ่นซอร์สอาจเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบหรือบล็อกโดยอัลกอริธึม
    อีเมลเทคนิคหรือการวิจารณ์เชิงระบบอาจถูกตีความผิด
    ไม่มีการตรวจสอบโดยมนุษย์ก่อนดำเนินการบล็อกบัญชี

    https://www.neowin.net/news/microsoft-bans-libreoffice-developers-account-without-warning-rejects-appeal/
    📧 เรื่องเล่าจากบัญชีที่ถูกปิด: เมื่อนักพัฒนาโอเพ่นซอร์สถูก Microsoft ตัดขาดจากระบบโดยไม่ให้โอกาสชี้แจง Mike Kaganski นักพัฒนาหลักของ LibreOffice ถูก Microsoft บล็อกบัญชี Outlook และบริการอื่นๆ โดยอ้างว่า “มีพฤติกรรมละเมิดข้อตกลงการใช้งาน” ทั้งที่เขาเพียงส่งอีเมลเทคนิคไปยังกลุ่มนักพัฒนา LibreOffice ผ่าน Thunderbird ตามปกติ เมื่อพยายามส่งอีเมลอีกครั้ง เขาพบว่าบัญชีถูกล็อกทันที และไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้เลย แม้จะพยายามอุทธรณ์ผ่านระบบอัตโนมัติของ Microsoft ก็พบกับข้อความ “ลองวิธีอื่น” โดยไม่มีวิธีอื่นให้เลือก เขาต้องใช้บัญชีของภรรยาเพื่อส่งคำร้องอุทธรณ์ แต่สุดท้าย Microsoft กลับปิดเคสโดยไม่ดำเนินการใดๆ และไม่ให้เหตุผลชัดเจนว่าอีเมลของเขาผิดเงื่อนไขใด กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรก—ผู้ใช้รายอื่น เช่น u/deus03690 บน Reddit ก็เคยถูกล็อกบัญชีที่มีข้อมูลสำคัญกว่า 30 ปี และยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจาก Microsoft เช่นกัน ✅ Microsoft บล็อกบัญชีของ Mike Kaganski นักพัฒนา LibreOffice โดยอ้างว่าละเมิดข้อตกลงการใช้งาน ➡️ เกิดขึ้นหลังจากเขาส่งอีเมลเทคนิคไปยังกลุ่มนักพัฒนา LibreOffice ➡️ Thunderbird แจ้งว่าอีเมลไม่สามารถส่งได้ และบัญชีถูกล็อกทันที ✅ ระบบอุทธรณ์ของ Microsoft เป็นแบบอัตโนมัติและไม่สามารถเข้าถึงได้เมื่อบัญชีถูกล็อก ➡️ ต้อง “ลงชื่อเข้าใช้” เพื่อส่งคำร้อง ทั้งที่ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้ ➡️ Kaganski ต้องใช้บัญชีของภรรยาเพื่อส่งคำร้องแทน ✅ คำร้องอุทธรณ์ถูกปิดโดยไม่มีการดำเนินการหรือคำอธิบายจาก Microsoft ➡️ Microsoft เพิกเฉยต่อข้อมูลหลักฐานที่ Kaganski ส่งไป ➡️ เขายังไม่สามารถกู้คืนบัญชีได้จนถึงปัจจุบัน ✅ กรณีนี้ไม่ใช่เหตุการณ์เดียว—ผู้ใช้รายอื่นก็เผชิญปัญหาคล้ายกัน ➡️ ผู้ใช้ Reddit รายหนึ่งสูญเสียข้อมูลกว่า 30 ปีใน OneDrive ➡️ แม้จะส่งแบบฟอร์มกู้คืนและได้รับคำสัญญาว่าจะช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ ✅ LibreOffice เคยกล่าวหา Microsoft ว่าใช้รูปแบบไฟล์ XML ที่ซับซ้อนเพื่อกีดกันซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส ➡️ เป็นกลยุทธ์ “ล็อกอิน” ที่ทำให้ผู้ใช้ย้ายออกจาก Microsoft Office ได้ยาก ➡️ Kaganski เป็นหนึ่งในผู้วิจารณ์แนวทางนี้อย่างเปิดเผย ‼️ ระบบอุทธรณ์ของ Microsoft ไม่รองรับผู้ใช้ที่ถูกล็อกบัญชีอย่างสมบูรณ์ ⛔ ต้องลงชื่อเข้าใช้เพื่อส่งคำร้อง ทั้งที่บัญชีถูกบล็อก ⛔ ไม่มีช่องทางติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรงในกรณีฉุกเฉิน ‼️ การบล็อกบัญชีโดยไม่มีการแจ้งเตือนหรือเหตุผลชัดเจนอาจละเมิดสิทธิผู้ใช้ ⛔ ผู้ใช้ไม่สามารถทราบว่าเนื้อหาใดละเมิดข้อตกลง ⛔ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระบบบริการดิจิทัล ‼️ การสูญเสียบัญชี Microsoft อาจหมายถึงการสูญเสียข้อมูลสำคัญใน OneDrive, Outlook และบริการอื่นๆ ⛔ ไม่มีระบบสำรองหรือการเข้าถึงข้อมูลในกรณีฉุกเฉิน ⛔ อาจกระทบต่องาน, ความทรงจำ, หรือเอกสารทางกฎหมาย ‼️ ผู้ใช้ที่มีบทบาทในชุมชนโอเพ่นซอร์สอาจเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบหรือบล็อกโดยอัลกอริธึม ⛔ อีเมลเทคนิคหรือการวิจารณ์เชิงระบบอาจถูกตีความผิด ⛔ ไม่มีการตรวจสอบโดยมนุษย์ก่อนดำเนินการบล็อกบัญชี https://www.neowin.net/news/microsoft-bans-libreoffice-developers-account-without-warning-rejects-appeal/
    WWW.NEOWIN.NET
    Microsoft bans LibreOffice developer's account without warning, rejects appeal
    A LibreOffice developer has shared his experience of having his Microsoft account banned, and how the company has been uncooperative in helping him recover it.
    0 Comments 0 Shares 183 Views 0 Reviews
  • เมื่อใครบางคน…ไม่ชอบหน้าเรา

    คุณเคยเจอไหม?

    คนที่ยังไม่ทันรู้จักกันดี
    แต่ดูเขาจะไม่ชอบขี้หน้าเราตั้งแต่แรกเห็น

    เจอหน้ากันทีไร แววตาเขาแข็งขึ้นเล็กน้อย
    น้ำเสียงเขาเปลี่ยนไปนิดหนึ่ง
    คำพูดของเขาฟังแล้วรู้สึกเหมือนโดนบาดเบาๆ

    มันน่าระคายใจใช่ไหมครับ?
    แต่ถ้าคุณเข้าใจกลไกอารมณ์มนุษย์
    ความระคายใจเหล่านั้น…จะเบาลงได้เอง

    ---
    ในทางธรรม
    คนเรา “ไม่ชอบใคร” ได้ด้วยเหตุ 2 แบบ
    หนึ่ง — มีเหตุผลชัดเจน เช่น เขาเคยโกหก เคยทำให้เราหนักใจ
    สอง — ไม่มีเหตุผลชัดเจน แค่ “คลื่นไม่ตรงกัน” ก็กระเทือนใจแล้ว

    และแน่นอน…
    คนอื่นก็สามารถ “ไม่ชอบเรา” ได้ด้วย 2 เหตุแบบเดียวกันนี้

    ---

    จงอย่ารับเอาความไม่ชอบ
    มาเป็นคำพิพากษาว่า “เราต้องผิด”
    และจงอย่าด่วนปักใจว่า “เขาต้องเลว”

    ให้เราเฝ้าสังเกตใจ
    เหมือนฝึกสมาธิในชีวิตประจำวัน
    ลองถามใจตัวเองอย่างบริสุทธิ์ว่า…

    เราเคยทำอะไรให้เขาไม่สบายใจไหม?
    หรือเขาแค่ยังไม่รู้จักเราเพียงพอ?
    เราสามารถเปลี่ยนความรู้สึกเขาได้ไหม?
    หรือเราควรวางใจ ปล่อยให้เขาเป็นอย่างนั้น?

    เมื่อถามจนใจนิ่งพอ
    จะพบว่าคนที่ไม่ชอบเรา…
    ก็เป็นเพียง “บททดสอบ”
    มิใช่ “ศัตรูทางวิญญาณ” อย่างที่ใจเคยตีความไว้ก่อน

    ---

    และที่สุดของธรรมข้อนี้ คือ…

    ถ้าคุณสามารถยิ้มให้คนที่ไม่ยิ้มให้คุณได้
    ด้วยใจที่เมตตาจริง ไม่ประชด ไม่แกล้งดี
    คุณกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่พระอริยะเจ้าเคยเดินมาแล้ว

    เพราะเมตตาไม่ใช่การหวังให้เขารักเรา
    แต่คือการ “รักใจที่ใสเย็นของตัวเอง” จนเผื่อแผ่ความเย็นนั้นออกไปได้

    ---

    โพสต์นี้ไม่มีข้อสรุปตายตัว
    เพียงแต่อยากชวนคุณหยุดคิด…
    ก่อนจะ “เสียพลัง” ไปกับการไม่ชอบกันโดยไม่รู้ตัว

    บางครั้ง…
    สิ่งที่เราเรียกว่า “ศัตรูทางใจ”
    อาจเป็นแค่ “เงาของตัวเราเอง”
    ที่รอให้แสงแห่งความเข้าใจ…ส่องลงไปถึง

    #โพสต์ธรรมะแบบมีใจ
    #เข้าใจคนเข้าใจตัวเอง
    #ฝึกใจให้เบา
    🌀 เมื่อใครบางคน…ไม่ชอบหน้าเรา คุณเคยเจอไหม? คนที่ยังไม่ทันรู้จักกันดี แต่ดูเขาจะไม่ชอบขี้หน้าเราตั้งแต่แรกเห็น เจอหน้ากันทีไร แววตาเขาแข็งขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงเขาเปลี่ยนไปนิดหนึ่ง คำพูดของเขาฟังแล้วรู้สึกเหมือนโดนบาดเบาๆ มันน่าระคายใจใช่ไหมครับ? แต่ถ้าคุณเข้าใจกลไกอารมณ์มนุษย์ ความระคายใจเหล่านั้น…จะเบาลงได้เอง --- ในทางธรรม คนเรา “ไม่ชอบใคร” ได้ด้วยเหตุ 2 แบบ 🔸 หนึ่ง — มีเหตุผลชัดเจน เช่น เขาเคยโกหก เคยทำให้เราหนักใจ 🔸 สอง — ไม่มีเหตุผลชัดเจน แค่ “คลื่นไม่ตรงกัน” ก็กระเทือนใจแล้ว และแน่นอน… คนอื่นก็สามารถ “ไม่ชอบเรา” ได้ด้วย 2 เหตุแบบเดียวกันนี้ --- จงอย่ารับเอาความไม่ชอบ มาเป็นคำพิพากษาว่า “เราต้องผิด” และจงอย่าด่วนปักใจว่า “เขาต้องเลว” ให้เราเฝ้าสังเกตใจ เหมือนฝึกสมาธิในชีวิตประจำวัน ลองถามใจตัวเองอย่างบริสุทธิ์ว่า… 💬 เราเคยทำอะไรให้เขาไม่สบายใจไหม? 💬 หรือเขาแค่ยังไม่รู้จักเราเพียงพอ? 💬 เราสามารถเปลี่ยนความรู้สึกเขาได้ไหม? 💬 หรือเราควรวางใจ ปล่อยให้เขาเป็นอย่างนั้น? เมื่อถามจนใจนิ่งพอ จะพบว่าคนที่ไม่ชอบเรา… ก็เป็นเพียง “บททดสอบ” มิใช่ “ศัตรูทางวิญญาณ” อย่างที่ใจเคยตีความไว้ก่อน --- และที่สุดของธรรมข้อนี้ คือ… ถ้าคุณสามารถยิ้มให้คนที่ไม่ยิ้มให้คุณได้ ด้วยใจที่เมตตาจริง ไม่ประชด ไม่แกล้งดี คุณกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่พระอริยะเจ้าเคยเดินมาแล้ว 🌱 เพราะเมตตาไม่ใช่การหวังให้เขารักเรา แต่คือการ “รักใจที่ใสเย็นของตัวเอง” จนเผื่อแผ่ความเย็นนั้นออกไปได้ --- โพสต์นี้ไม่มีข้อสรุปตายตัว เพียงแต่อยากชวนคุณหยุดคิด… ก่อนจะ “เสียพลัง” ไปกับการไม่ชอบกันโดยไม่รู้ตัว บางครั้ง… สิ่งที่เราเรียกว่า “ศัตรูทางใจ” อาจเป็นแค่ “เงาของตัวเราเอง” ที่รอให้แสงแห่งความเข้าใจ…ส่องลงไปถึง 🕊️ #โพสต์ธรรมะแบบมีใจ #เข้าใจคนเข้าใจตัวเอง #ฝึกใจให้เบา
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 281 Views 0 Reviews
  • Donald Trump สร้างความเปลี่ยนแปลงในหน่วยข่าวกรองไซเบอร์ของสหรัฐฯ ด้วยการปลด Gen. Timothy Haugh และรองผู้บริหาร Wendy Noble ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงที่ชี้ว่าการตัดสินใจนี้ อาจลดทอนความปลอดภัยไซเบอร์ในช่วงที่ภัยคุกคามไซเบอร์จากต่างชาติรุนแรงขึ้น Loomer ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์นี้กล่าวว่าผู้นำที่ถูกปลดนั้น “disloyal” แต่เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจยังไม่มีการชี้แจงอย่างชัดเจน

    การปลดโดยไม่มีการชี้แจงเหตุผลชัดเจน
    - Gen. Haugh ถูกปลดขณะที่กำลังเดินทาง และไม่ได้รับข้อมูลชัดเจนถึงสาเหตุ “Your services are no longer required” เป็นคำพูดที่ถูกใช้แทนคำอธิบาย

    ความเห็นจากนักกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญที่วิพากษ์วิจารณ์การปลดนี้
    - Sen. Mark Warner กล่าวว่าการปลดนี้เกิดขึ้น ในช่วงที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญภัยคุกคามไซเบอร์ครั้งใหญ่ เช่น Salt Typhoon Cyberattack จากจีน
    - Jim Himes สมาชิกคณะกรรมการข่าวกรองกล่าวว่า การปลดผู้นำที่มีความซื่อสัตย์และมุ่งเน้นความมั่นคงอาจทำให้ความปลอดภัยลดลง

    ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อปฏิบัติการไซเบอร์
    - Haugh มีประสบการณ์กว่า 30 ปีในวงการข่าวกรองและการทหาร รวมถึงการนำทีมในโครงการ Russia Small Group เพื่อป้องกันการแทรกแซงการเลือกตั้ง
    - Lt. Gen. William J. Hartman จะรับหน้าที่ผู้อำนวยการ NSA ชั่วคราว ซึ่งอาจทำให้การเปลี่ยนผ่านเกิดความท้าทาย

    เหตุผลเชิงการเมืองที่อาจอยู่เบื้องหลังการปลดนี้
    - Loomer กล่าวบน X (Twitter เดิม) ว่าผู้นำที่ถูกปลดนั้น “disloyal” และเกี่ยวข้องกับการแนะนำโดยบุคคลที่ทรัมป์กล่าวหาว่า ทรยศต่อประเทศ

    https://www.csoonline.com/article/3954632/trump-fires-nsa-and-cybercom-chief-jeopardizing-cyber-intel.html
    Donald Trump สร้างความเปลี่ยนแปลงในหน่วยข่าวกรองไซเบอร์ของสหรัฐฯ ด้วยการปลด Gen. Timothy Haugh และรองผู้บริหาร Wendy Noble ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงที่ชี้ว่าการตัดสินใจนี้ อาจลดทอนความปลอดภัยไซเบอร์ในช่วงที่ภัยคุกคามไซเบอร์จากต่างชาติรุนแรงขึ้น Loomer ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์นี้กล่าวว่าผู้นำที่ถูกปลดนั้น “disloyal” แต่เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจยังไม่มีการชี้แจงอย่างชัดเจน ✅ การปลดโดยไม่มีการชี้แจงเหตุผลชัดเจน - Gen. Haugh ถูกปลดขณะที่กำลังเดินทาง และไม่ได้รับข้อมูลชัดเจนถึงสาเหตุ “Your services are no longer required” เป็นคำพูดที่ถูกใช้แทนคำอธิบาย ✅ ความเห็นจากนักกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญที่วิพากษ์วิจารณ์การปลดนี้ - Sen. Mark Warner กล่าวว่าการปลดนี้เกิดขึ้น ในช่วงที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญภัยคุกคามไซเบอร์ครั้งใหญ่ เช่น Salt Typhoon Cyberattack จากจีน - Jim Himes สมาชิกคณะกรรมการข่าวกรองกล่าวว่า การปลดผู้นำที่มีความซื่อสัตย์และมุ่งเน้นความมั่นคงอาจทำให้ความปลอดภัยลดลง ✅ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อปฏิบัติการไซเบอร์ - Haugh มีประสบการณ์กว่า 30 ปีในวงการข่าวกรองและการทหาร รวมถึงการนำทีมในโครงการ Russia Small Group เพื่อป้องกันการแทรกแซงการเลือกตั้ง - Lt. Gen. William J. Hartman จะรับหน้าที่ผู้อำนวยการ NSA ชั่วคราว ซึ่งอาจทำให้การเปลี่ยนผ่านเกิดความท้าทาย ✅ เหตุผลเชิงการเมืองที่อาจอยู่เบื้องหลังการปลดนี้ - Loomer กล่าวบน X (Twitter เดิม) ว่าผู้นำที่ถูกปลดนั้น “disloyal” และเกี่ยวข้องกับการแนะนำโดยบุคคลที่ทรัมป์กล่าวหาว่า ทรยศต่อประเทศ https://www.csoonline.com/article/3954632/trump-fires-nsa-and-cybercom-chief-jeopardizing-cyber-intel.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Trump fires NSA and Cybercom chief, jeopardizing cyber intel
    Lawmakers fear the firing of Gen. Timothy Haugh will lead to a loss of critical intelligence at a time when cyber threats continue to escalate.
    0 Comments 0 Shares 335 Views 0 Reviews
  • เดาข้อสอบ ตอบยังไง? ให้แม่นเวอร์! ยอดผู้สมัครสอบ อปท. 438,277 คน รอบแรกบรรจุ 1 ธ.ค. 8,439 คน สถ.โกยค่าสมัครกว่า 188 ล้าน เทคนิคสอบ อปท. 2568 ที่ต้องรู้

    Unlock เคล็ดลับสอบติด อปท. พร้อมเจาะลึกเทคนิคเดาข้อสอบแบบมือโปร

    เจาะลึกการสอบ อปท. 2568 ตั้งแต่ขั้นตอนการสอบ รายละเอียดตำแหน่ง เทคนิคการเตรียมตัว ไปจนถึง "เดาข้อสอบ" อย่างไรให้แม่นเวอร์ พร้อมเทคนิคแบบจิตวิทยา ที่จะช่วยให้สอบผ่านได้แบบมืออาชีพ!

    อปท. 2568 ปีทองของคนอยากเป็นข้าราชการ ปีนี้ถือเป็นโอกาสทอง ของผู้ที่มีความฝันอยากเป็น "ข้าราชการท้องถิ่น" หรือที่รู้จักกันในชื่อการสอบ อปท. ซึ่งมีผู้สมัครกว่า 438,277 คนทั่วประเทศ

    โดยในรอบแรก จะมีการบรรจุเข้ารับราชการในวันที่ 1 ธันวาคม 2568 จำนวนถึง 8,439 อัตรา และที่น่าจับตาไม่แพ้กันคือ "ค่าสมัครสอบ" ที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถรวบรวมได้กว่า 188 ล้านบาท

    แต่…ด้วยจำนวนผู้สมัครมหาศาล การสอบให้ผ่านจึงไม่ใช่เรื่องง่าย! โดยเฉพาะเมื่อมี "กฎเหล็ก" อย่าง ต้องสอบผ่านวิชาภาษาอังกฤษอย่างน้อย 10 จาก 20 ข้อ ถึงจะผ่านภาค ก

    อปท. ย่อมาจาก องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุเป็น ข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ภายใต้การดูแลของ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย

    สาเหตุที่คนแห่สมัครกันเยอะ? เพราะ...
    เป็นงานราชการ มีความมั่นคง
    เงินเดือนและสวัสดิการดี
    ทำงานในพื้นที่บ้านเกิดได้
    ขึ้นบัญชีได้นานถึง 2 ปี ขยายได้อีก 30 วัน

    ขั้นตอนสำคัญของการสอบ อปท. 2568
    2 ก.ค. 2568 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ
    19 ก.ค. 2568 สอบภาค ก และ ข
    1 ต.ค. 2568 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบภาค ค
    18-19 ต.ค. 2568 สอบสัมภาษณ์ ภาค ค
    31 ต.ค. 2568 ประกาศบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
    3-7 พ.ย. 2568 รายงานตัว และเลือกสถานที่
    1 ธ.ค. 2568 บรรจุแต่งตั้งเข้ารับราชการ

    อย่าลืมบันทึกวันสำคัญไว้ให้ดี!

    กลุ่มภาคที่เปิดสอบ และตำแหน่งยอดฮิต
    กลุ่มภาค 10 โซนทั่วประเทศ
    มีตั้งแต่ ภาคเหนือ เขต 1–2, ภาคกลาง เขต 1–3, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 1–3, ไปจนถึง ภาคใต้ เขต 1–2 โดยแต่ละพื้นที่เปิดสอบในตำแหน่งต่างกัน ตามอัตราว่าง

    ประเภทของตำแหน่งที่เปิดสอบ
    - ครูผู้ช่วย ป.ตรี 4 ปี เริ่มต้น 16,560 บาท ป.ตรี 5 ปี เริ่มต้น 17,380 บาท

    - ตำแหน่งประเภททั่วไป วุฒิ ปวช./ปวท./ปวส. เช่น เจ้าพนักงานธุรการ, เจ้าพนักงานการคลัง ฯลฯ เงินเดือนเริ่มต้น 10,340 – 12,730 บาท

    - ตำแหน่งประเภทวิชาการ วุฒิปริญญาตรี เช่น นักวิชาการเงิน, วิศวกรโยธา, นักทรัพยากรบุคคล ฯลฯ เงินเดือนเริ่มต้น 16,600 บาท

    ตำแหน่งยอดฮิตที่มีอัตรารับมากสุดคือ “นักวิชาการตรวจสอบภายใน” ถึง 779 อัตราเลยทีเดียว!

    การสอบแบ่งออกเป็น 3 ภาค

    ภาค ก ความรู้ทั่วไป 100 คะแนน
    - วิเคราะห์เหตุผล 30 คะแนน
    - กฎหมายที่เกี่ยวข้อง 30 คะแนน
    - ภาษาไทย 20 คะแนน
    - ภาษาอังกฤษ 20 คะแนน ต้องได้อย่างน้อย 10 คะแนน

    ภาค ข ความรู้เฉพาะตำแหน่ง 100 คะแนน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่สมัคร เช่น
    - นักวิชาการศึกษา → พัฒนาหลักสูตร
    - นักพัฒนาชุมชน → กฎหมายพัฒนาชุมชน
    - นักบัญชี → การเงิน-บัญชี

    ภาค ค สัมภาษณ์ 100 คะแนน
    - บุคลิกภาพ
    - ทัศนคติ
    - ความสามารถในการสื่อสาร
    - ความเหมาะสมกับตำแหน่ง

    เทคนิคเตรียมสอบ อปท. แบบจับมือทำ
    วางแผนอ่านหนังสือล่วงหน้า อย่ารอใกล้วันสอบ! ควรวางแผนเตรียมตัว ล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 เดือน แบ่งเวลาอ่านให้ครอบคลุมทั้งภาค ก และ ข

    อ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ระเบียบราชการท้องถิ่น พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ

    ฝึกทำข้อสอบเก่า ค้นหาแนวข้อสอบ อปท. จากปีเก่า ๆ มาฝึกให้คล่อง ฝึกทำโจทย์วันละ 20–30 ข้อทุกวัน

    ภาษาอังกฤษต้องไม่พลาด เน้น Reading comprehension ศัพท์พื้นฐาน และ Grammar เบื้องต้น ฝึกโจทย์แบบ multiple choice

    เทคนิคเดาข้อสอบให้แม่นเวอร์! ไม่ต้องงม ไม่ต้องมั่ว เมื่อเจอข้อสอบที่ “คิดไม่ออก” หรือ “ไม่มั่นใจ” ใช้เทคนิคเหล่านี้ ช่วยให้เดาอย่างมีหลักการ ได้แม่นยำขึ้น!

    เทคนิคที่ 1 ตัดตัวเลือกสุดโต่ง ระวังคำว่า “เสมอ”, “ทั้งหมด”, “ไม่มีข้อยกเว้น”, “ห้ามโดยเด็ดขาด” เพราะมักผิด

    เทคนิคที่ 2 คำที่ให้ความยืดหยุ่นมักจะถูก คำว่า “มักจะ”, “อาจจะ”, “บางครั้ง” มักถูกมากกว่า

    เทคนิคที่ 3 สแกนคำถาม – คำตอบที่คล้ายกัน ถ้ามีคำจากคำถามโผล่ในคำตอบ = โอกาสถูกสูง!

    เทคนิคที่ 4 เดาตามแพทเทิร์น ถ้าต้องเดาจริง ๆ → เลือก “ข” หรือ “ค” เพราะมักเป็นตำแหน่งกลางที่ผู้ออกข้อสอบนิยมใช้

    เทคนิคที่ 5 ตัวเลือกยาวมักถูก เพราะอาจารย์มักใส่รายละเอียดมาก ในคำตอบที่ถูก

    ข้อห้ามเด็ดขาดในการทำข้อสอบ
    - อย่าทิ้งข้อ – ตอบดีกว่าเว้น!
    - อย่าเปลี่ยนคำตอบไปมา ถ้าไม่มีเหตุผลชัดเจน
    - อย่ามองข้ามคำว่า “ไม่ใช่” หรือ “ยกเว้น” ในคำถาม

    เตรียมตัววันนี้ พรุ่งนี้สอบติด! การสอบ อปท. 2568 คือโอกาสครั้งใหญ่ของใครหลายคน และยิ่งมีเทคนิคที่ดี + เตรียมตัวอย่างเป็นระบบ = โอกาส “สอบติด” ก็สูงขึ้นตามไปด้วย!

    ไม่ว่าจะเป็น… วางแผนอ่านหนังสือ ฝึกทำข้อสอบเก่า รู้เทคนิคเดาข้อสอบแบบมีหลักการ ทั้งหมดนี้คืออาวุธสำคัญ ที่ต้องมีในการสอบครั้งนี้!

    ขอให้โชคดีในการสอบ และได้เป็นข้าราชการในฝัน!

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 311115 มี.ค. 2568

    #สอบอปท2568 #แนวข้อสอบราชการ #เดาข้อสอบแม่นเวอร์ #เทคนิคสอบราชการ #สอบภาคก #สอบภาคข #ภาษาอังกฤษอปท #สอบราชการ2568 #สมัครงานราชการ #สอบสัมภาษณ์อปท
    เดาข้อสอบ ตอบยังไง? ให้แม่นเวอร์! ยอดผู้สมัครสอบ อปท. 438,277 คน รอบแรกบรรจุ 1 ธ.ค. 8,439 คน สถ.โกยค่าสมัครกว่า 188 ล้าน เทคนิคสอบ อปท. 2568 ที่ต้องรู้ 📚🔥 ✨ Unlock เคล็ดลับสอบติด อปท. พร้อมเจาะลึกเทคนิคเดาข้อสอบแบบมือโปร 📌 เจาะลึกการสอบ อปท. 2568 ตั้งแต่ขั้นตอนการสอบ รายละเอียดตำแหน่ง เทคนิคการเตรียมตัว ไปจนถึง "เดาข้อสอบ" อย่างไรให้แม่นเวอร์ พร้อมเทคนิคแบบจิตวิทยา ที่จะช่วยให้สอบผ่านได้แบบมืออาชีพ! อปท. 2568 ปีทองของคนอยากเป็นข้าราชการ 🎯 ปีนี้ถือเป็นโอกาสทอง ของผู้ที่มีความฝันอยากเป็น "ข้าราชการท้องถิ่น" หรือที่รู้จักกันในชื่อการสอบ อปท. ซึ่งมีผู้สมัครกว่า 438,277 คนทั่วประเทศ 😲 โดยในรอบแรก จะมีการบรรจุเข้ารับราชการในวันที่ 1 ธันวาคม 2568 จำนวนถึง 8,439 อัตรา และที่น่าจับตาไม่แพ้กันคือ "ค่าสมัครสอบ" ที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถรวบรวมได้กว่า 188 ล้านบาท 💸 แต่…ด้วยจำนวนผู้สมัครมหาศาล การสอบให้ผ่านจึงไม่ใช่เรื่องง่าย! โดยเฉพาะเมื่อมี "กฎเหล็ก" อย่าง ต้องสอบผ่านวิชาภาษาอังกฤษอย่างน้อย 10 จาก 20 ข้อ ถึงจะผ่านภาค ก 😱 🤔 อปท. ย่อมาจาก องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุเป็น ข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ภายใต้การดูแลของ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย สาเหตุที่คนแห่สมัครกันเยอะ? เพราะ... 🏢 เป็นงานราชการ มีความมั่นคง 💰 เงินเดือนและสวัสดิการดี 📍 ทำงานในพื้นที่บ้านเกิดได้ ⏳ ขึ้นบัญชีได้นานถึง 2 ปี ขยายได้อีก 30 วัน ขั้นตอนสำคัญของการสอบ อปท. 2568 📅 2 ก.ค. 2568 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ 19 ก.ค. 2568 สอบภาค ก และ ข 1 ต.ค. 2568 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบภาค ค 18-19 ต.ค. 2568 สอบสัมภาษณ์ ภาค ค 31 ต.ค. 2568 ประกาศบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ 3-7 พ.ย. 2568 รายงานตัว และเลือกสถานที่ 1 ธ.ค. 2568 บรรจุแต่งตั้งเข้ารับราชการ 📝 อย่าลืมบันทึกวันสำคัญไว้ให้ดี! กลุ่มภาคที่เปิดสอบ และตำแหน่งยอดฮิต 🎯 🗺️ กลุ่มภาค 10 โซนทั่วประเทศ มีตั้งแต่ ภาคเหนือ เขต 1–2, ภาคกลาง เขต 1–3, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 1–3, ไปจนถึง ภาคใต้ เขต 1–2 โดยแต่ละพื้นที่เปิดสอบในตำแหน่งต่างกัน ตามอัตราว่าง 📋 ประเภทของตำแหน่งที่เปิดสอบ - ครูผู้ช่วย 👩‍🏫👨‍🏫 ป.ตรี 4 ปี เริ่มต้น 16,560 บาท ป.ตรี 5 ปี เริ่มต้น 17,380 บาท - ตำแหน่งประเภททั่วไป วุฒิ ปวช./ปวท./ปวส. เช่น เจ้าพนักงานธุรการ, เจ้าพนักงานการคลัง ฯลฯ เงินเดือนเริ่มต้น 10,340 – 12,730 บาท - ตำแหน่งประเภทวิชาการ วุฒิปริญญาตรี เช่น นักวิชาการเงิน, วิศวกรโยธา, นักทรัพยากรบุคคล ฯลฯ เงินเดือนเริ่มต้น 16,600 บาท 💡 ตำแหน่งยอดฮิตที่มีอัตรารับมากสุดคือ “นักวิชาการตรวจสอบภายใน” ถึง 779 อัตราเลยทีเดียว! ✍️ การสอบแบ่งออกเป็น 3 ภาค 🔸 ภาค ก ความรู้ทั่วไป 100 คะแนน - วิเคราะห์เหตุผล 30 คะแนน - กฎหมายที่เกี่ยวข้อง 30 คะแนน - ภาษาไทย 20 คะแนน - ภาษาอังกฤษ 20 คะแนน ต้องได้อย่างน้อย 10 คะแนน 🔸 ภาค ข ความรู้เฉพาะตำแหน่ง 100 คะแนน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่สมัคร เช่น - นักวิชาการศึกษา → พัฒนาหลักสูตร - นักพัฒนาชุมชน → กฎหมายพัฒนาชุมชน - นักบัญชี → การเงิน-บัญชี 🔸 ภาค ค สัมภาษณ์ 100 คะแนน - บุคลิกภาพ - ทัศนคติ - ความสามารถในการสื่อสาร - ความเหมาะสมกับตำแหน่ง เทคนิคเตรียมสอบ อปท. แบบจับมือทำ 📖 ✅ วางแผนอ่านหนังสือล่วงหน้า อย่ารอใกล้วันสอบ! ควรวางแผนเตรียมตัว ล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 เดือน แบ่งเวลาอ่านให้ครอบคลุมทั้งภาค ก และ ข ✅ อ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ระเบียบราชการท้องถิ่น พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ ✅ ฝึกทำข้อสอบเก่า ค้นหาแนวข้อสอบ อปท. จากปีเก่า ๆ มาฝึกให้คล่อง ฝึกทำโจทย์วันละ 20–30 ข้อทุกวัน ✍️ ✅ ภาษาอังกฤษต้องไม่พลาด เน้น Reading comprehension ศัพท์พื้นฐาน และ Grammar เบื้องต้น ฝึกโจทย์แบบ multiple choice 🔥 เทคนิคเดาข้อสอบให้แม่นเวอร์! ไม่ต้องงม ไม่ต้องมั่ว 🤖 เมื่อเจอข้อสอบที่ “คิดไม่ออก” หรือ “ไม่มั่นใจ” ใช้เทคนิคเหล่านี้ ช่วยให้เดาอย่างมีหลักการ ได้แม่นยำขึ้น! 🎯 เทคนิคที่ 1 ตัดตัวเลือกสุดโต่ง ระวังคำว่า “เสมอ”, “ทั้งหมด”, “ไม่มีข้อยกเว้น”, “ห้ามโดยเด็ดขาด” เพราะมักผิด ❌ 🎯 เทคนิคที่ 2 คำที่ให้ความยืดหยุ่นมักจะถูก คำว่า “มักจะ”, “อาจจะ”, “บางครั้ง” มักถูกมากกว่า ✅ 🎯 เทคนิคที่ 3 สแกนคำถาม – คำตอบที่คล้ายกัน ถ้ามีคำจากคำถามโผล่ในคำตอบ = โอกาสถูกสูง! 🎯 เทคนิคที่ 4 เดาตามแพทเทิร์น ถ้าต้องเดาจริง ๆ → เลือก “ข” หรือ “ค” เพราะมักเป็นตำแหน่งกลางที่ผู้ออกข้อสอบนิยมใช้ 🎯 เทคนิคที่ 5 ตัวเลือกยาวมักถูก เพราะอาจารย์มักใส่รายละเอียดมาก ในคำตอบที่ถูก 📝 ❌ ข้อห้ามเด็ดขาดในการทำข้อสอบ - อย่าทิ้งข้อ – ตอบดีกว่าเว้น! - อย่าเปลี่ยนคำตอบไปมา ถ้าไม่มีเหตุผลชัดเจน - อย่ามองข้ามคำว่า “ไม่ใช่” หรือ “ยกเว้น” ในคำถาม 📚 เตรียมตัววันนี้ พรุ่งนี้สอบติด! 🌈 การสอบ อปท. 2568 คือโอกาสครั้งใหญ่ของใครหลายคน และยิ่งมีเทคนิคที่ดี + เตรียมตัวอย่างเป็นระบบ = โอกาส “สอบติด” ก็สูงขึ้นตามไปด้วย! 💪 ไม่ว่าจะเป็น… วางแผนอ่านหนังสือ ฝึกทำข้อสอบเก่า รู้เทคนิคเดาข้อสอบแบบมีหลักการ ทั้งหมดนี้คืออาวุธสำคัญ ที่ต้องมีในการสอบครั้งนี้! ✨ ขอให้โชคดีในการสอบ และได้เป็นข้าราชการในฝัน! ✨ ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 311115 มี.ค. 2568 📌 #สอบอปท2568 #แนวข้อสอบราชการ #เดาข้อสอบแม่นเวอร์ #เทคนิคสอบราชการ #สอบภาคก #สอบภาคข #ภาษาอังกฤษอปท #สอบราชการ2568 #สมัครงานราชการ #สอบสัมภาษณ์อปท
    0 Comments 0 Shares 1222 Views 0 Reviews
  • เมื่อไม่นานมานี้ กลุ่มแฮกเกอร์ที่เรียกว่า Akira ถูกตรวจพบว่าใช้เว็บแคมที่ไม่มีความปลอดภัยในการโจมตีเครือข่าย โดยการโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ระบบตรวจจับและตอบสนองการโจมตี (EDR) ของเหยื่อได้ป้องกันการเข้ารหัสที่ใช้ใน Windows ทำให้แฮกเกอร์ต้องหาช่องทางอื่นในการโจมตี

    วิธีการโจมตีที่ไม่ธรรมดาของ Akira
    1) การเข้าถึงเครือข่ายองค์กร: Akira เริ่มต้นด้วยการเจาะเข้าผ่านวิธีการรีโมทที่เปิดเผย อาจใช้วิธีการขโมยข้อมูลการล็อกอินหรือการเดารหัสผ่าน
    2) การเคลื่อนไหวในเครือข่าย: แฮกเกอร์ใช้เครื่องมือรีโมท AnyDesk เพื่อขโมยข้อมูล และใช้โปรโตคอล Remote Desktop (RDP) เพื่อขยายการเข้าถึงไปยังระบบต่าง ๆ ในเครือข่าย
    3)การหลบหลีก EDR: หลังจากการโจมตีโดยใช้โปรแกรมเข้ารหัสไม่สำเร็จ Akira ได้สำรวจเครือข่ายหาช่องทางอื่น พบว่าเว็บแคมที่ไม่มีการป้องกันเป็นช่องทางที่ดีในการเข้าถึงเนื่องจากมันทำงานบนระบบปฏิบัติการ Linux ที่ไม่มีการติดตั้ง EDR

    การเข้ารหัสข้อมูลผ่านเว็บแคม
    การเลือกใช้เว็บแคมของ Akira มีเหตุผลชัดเจน มันมีช่องโหว่ในการเข้าถึงระยะไกลและสามารถเข้าถึงวิดีโอฟีดได้ อีกทั้งยังทำงานบนระบบปฏิบัติการ Linux ที่เข้ากันได้ดีกับโปรแกรมเข้ารหัสของ Akira ในขั้นตอนนี้ Akira ได้ใช้เว็บแคมในการเชื่อมต่อกับแชร์ไฟล์ Windows SMB ในเครือข่ายและเข้ารหัสข้อมูลโดยไม่ถูกตรวจจับ

    ผลกระทบและการป้องกัน
    1) การเพิ่มความตระหนักรู้: การโจมตีนี้ชี้ให้เห็นว่า EDR แม้จะมีประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่สามารถป้องกันการโจมตีได้ทุกแบบ องค์กรจึงควรระวังและไม่พึ่งพา EDR เพียงอย่างเดียว
    2) การอัปเดตเฟิร์มแวร์: อุปกรณ์ IoT เช่น เว็บแคม ควรอัปเดตเฟิร์มแวร์ให้ทันสมัยเพื่อลดความเสี่ยงในการถูกโจมตี
    3) การแยกเครือข่าย: อุปกรณ์ IoT ควรถูกแยกออกจากเครือข่ายที่สำคัญ เช่น เซิร์ฟเวอร์และเวิร์กสเตชัน เพื่อป้องกันการโจมตีในลักษณะนี้

    https://www.bleepingcomputer.com/news/security/ransomware-gang-encrypted-network-from-a-webcam-to-bypass-edr/
    เมื่อไม่นานมานี้ กลุ่มแฮกเกอร์ที่เรียกว่า Akira ถูกตรวจพบว่าใช้เว็บแคมที่ไม่มีความปลอดภัยในการโจมตีเครือข่าย โดยการโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ระบบตรวจจับและตอบสนองการโจมตี (EDR) ของเหยื่อได้ป้องกันการเข้ารหัสที่ใช้ใน Windows ทำให้แฮกเกอร์ต้องหาช่องทางอื่นในการโจมตี วิธีการโจมตีที่ไม่ธรรมดาของ Akira 1) การเข้าถึงเครือข่ายองค์กร: Akira เริ่มต้นด้วยการเจาะเข้าผ่านวิธีการรีโมทที่เปิดเผย อาจใช้วิธีการขโมยข้อมูลการล็อกอินหรือการเดารหัสผ่าน 2) การเคลื่อนไหวในเครือข่าย: แฮกเกอร์ใช้เครื่องมือรีโมท AnyDesk เพื่อขโมยข้อมูล และใช้โปรโตคอล Remote Desktop (RDP) เพื่อขยายการเข้าถึงไปยังระบบต่าง ๆ ในเครือข่าย 3)การหลบหลีก EDR: หลังจากการโจมตีโดยใช้โปรแกรมเข้ารหัสไม่สำเร็จ Akira ได้สำรวจเครือข่ายหาช่องทางอื่น พบว่าเว็บแคมที่ไม่มีการป้องกันเป็นช่องทางที่ดีในการเข้าถึงเนื่องจากมันทำงานบนระบบปฏิบัติการ Linux ที่ไม่มีการติดตั้ง EDR การเข้ารหัสข้อมูลผ่านเว็บแคม การเลือกใช้เว็บแคมของ Akira มีเหตุผลชัดเจน มันมีช่องโหว่ในการเข้าถึงระยะไกลและสามารถเข้าถึงวิดีโอฟีดได้ อีกทั้งยังทำงานบนระบบปฏิบัติการ Linux ที่เข้ากันได้ดีกับโปรแกรมเข้ารหัสของ Akira ในขั้นตอนนี้ Akira ได้ใช้เว็บแคมในการเชื่อมต่อกับแชร์ไฟล์ Windows SMB ในเครือข่ายและเข้ารหัสข้อมูลโดยไม่ถูกตรวจจับ ผลกระทบและการป้องกัน 1) การเพิ่มความตระหนักรู้: การโจมตีนี้ชี้ให้เห็นว่า EDR แม้จะมีประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่สามารถป้องกันการโจมตีได้ทุกแบบ องค์กรจึงควรระวังและไม่พึ่งพา EDR เพียงอย่างเดียว 2) การอัปเดตเฟิร์มแวร์: อุปกรณ์ IoT เช่น เว็บแคม ควรอัปเดตเฟิร์มแวร์ให้ทันสมัยเพื่อลดความเสี่ยงในการถูกโจมตี 3) การแยกเครือข่าย: อุปกรณ์ IoT ควรถูกแยกออกจากเครือข่ายที่สำคัญ เช่น เซิร์ฟเวอร์และเวิร์กสเตชัน เพื่อป้องกันการโจมตีในลักษณะนี้ https://www.bleepingcomputer.com/news/security/ransomware-gang-encrypted-network-from-a-webcam-to-bypass-edr/
    WWW.BLEEPINGCOMPUTER.COM
    Ransomware gang encrypted network from a webcam to bypass EDR
    The Akira ransomware gang was spotted using an unsecured webcam to launch encryption attacks on a victim's network, effectively circumventing Endpoint Detection and Response (EDR), which was blocking the encryptor in Windows.
    0 Comments 0 Shares 308 Views 0 Reviews
  • "เก็บเงินไว้"
    ไม่จำเป็นต้องมี เหตุผลพิเศษในการเก็บเงิน
    "การออมเงินเป็นเรื่องสำคัญ"
    และควรทำเสมอ ***โดยไม่ต้องรอให้มีเหตุผลชัดเจน
    .
    .
    จากหนังสือ | the psychology of money

    #หนอนแว่นคลับ #รีวิวหนังสือ #หนังสือน่าอ่าน
    #the psychology of money #จิตวิทยาว่าด้วยการเงิน
    #Thaitimes #การออมเงิน #การบริหารการเงิน
    "เก็บเงินไว้" ไม่จำเป็นต้องมี เหตุผลพิเศษในการเก็บเงิน "การออมเงินเป็นเรื่องสำคัญ" และควรทำเสมอ ***โดยไม่ต้องรอให้มีเหตุผลชัดเจน . . จากหนังสือ | the psychology of money #หนอนแว่นคลับ #รีวิวหนังสือ #หนังสือน่าอ่าน #the psychology of money #จิตวิทยาว่าด้วยการเงิน #Thaitimes #การออมเงิน #การบริหารการเงิน
    Like
    3
    0 Comments 0 Shares 1596 Views 0 Reviews