• สวัสดีชาวโลก🙏
    #Prince of Chumphon Khet Udomsak.⚓
    สวัสดีชาวโลก🙏 #Prince of Chumphon Khet Udomsak.⚓
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 66 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🌅 ล่องเรือสัมผัสเสน่ห์ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จากเวนิสสู่เอเธนส์ 🚢✨

    ➡️ เดินทางผ่านเมืองท่าที่งดงาม และเพลิดเพลินกับบรรยากาศทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมแวะจุดไฮไลท์ที่คุณต้องประทับใจ 💙

    🚢 แพ็คเกจล่องเรือสำราญ Majestic Princess, Cruise Only 11 วัน 10 คืน

    📍 เส้นทาง : ทริเอสเต (เวนิส), อิตาลี - ดูบรอฟนิก, โครเอเชีย - คอร์ฟู, กรีซ - ซานโตรีนี, กรีซ - คูซาดาซี, ตุรกี (เอเฟซัส) อิสตันบูล, ตุรกี - เอเธนส์ (พิราอุส), กรีซ

    💬 เดินทาง 1 - 11 พ.ค. 2568 // 10 - 20 มิ.ย. 2568

    💵 ราคาเริ่มต้น : ฿68,000

    ⭕️ รวมอาหารทุกมื้อ
    ⭕️ รวมห้องพักบนเรือสำราญ
    ⭕️ กิจกรรมบนเรือ

    📢 รหัสแพคเกจทัวร์ : PRIP-11D10N-TRS-PIR-2506101
    คลิกดูรายละเอียดโปรแกรม : 78s.me/e35400

    📩 สอบถามเพิ่มเติมหรือจองแพ็คเกจได้ทันที!
    https://cruisedomain.com/
    LINE ID: @CruiseDomain 78s.me/c54029
    Facebook: CruiseDomain 78s.me/b8a121
    Youtube : CruiseDomain 78s.me/8af620
    ☎️: 0 2116 9696

    #เรือPrincessCruises #MajesticPrincess #PrincessCruise #ล่องเรือสำราญ #แพ็คเกจเรือสำราญ #Dubrovnik #Croatia #Santorini #Greece #CruiseDomain #thaitimes #News1 #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    อ่านน้อยลง
    🌅 ล่องเรือสัมผัสเสน่ห์ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จากเวนิสสู่เอเธนส์ 🚢✨ ➡️ เดินทางผ่านเมืองท่าที่งดงาม และเพลิดเพลินกับบรรยากาศทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมแวะจุดไฮไลท์ที่คุณต้องประทับใจ 💙 🚢 แพ็คเกจล่องเรือสำราญ Majestic Princess, Cruise Only 11 วัน 10 คืน 📍 เส้นทาง : ทริเอสเต (เวนิส), อิตาลี - ดูบรอฟนิก, โครเอเชีย - คอร์ฟู, กรีซ - ซานโตรีนี, กรีซ - คูซาดาซี, ตุรกี (เอเฟซัส) อิสตันบูล, ตุรกี - เอเธนส์ (พิราอุส), กรีซ 💬 เดินทาง 1 - 11 พ.ค. 2568 // 10 - 20 มิ.ย. 2568 💵 ราคาเริ่มต้น : ฿68,000 ⭕️ รวมอาหารทุกมื้อ ⭕️ รวมห้องพักบนเรือสำราญ ⭕️ กิจกรรมบนเรือ 📢 รหัสแพคเกจทัวร์ : PRIP-11D10N-TRS-PIR-2506101 คลิกดูรายละเอียดโปรแกรม : 78s.me/e35400 📩 สอบถามเพิ่มเติมหรือจองแพ็คเกจได้ทันที! https://cruisedomain.com/ LINE ID: @CruiseDomain 78s.me/c54029 Facebook: CruiseDomain 78s.me/b8a121 Youtube : CruiseDomain 78s.me/8af620 ☎️: 0 2116 9696 #เรือPrincessCruises #MajesticPrincess #PrincessCruise #ล่องเรือสำราญ #แพ็คเกจเรือสำราญ #Dubrovnik #Croatia #Santorini #Greece #CruiseDomain #thaitimes #News1 #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ อ่านน้อยลง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 662 มุมมอง 0 รีวิว
  • - #คิดถึงหนังเก่า -

    ในปี 1989 เลสลี จาง ประกาศอำลาวงการเพลง ไม่เพียงเท่านั้น เขายังวางแผนจะหยุดพักหลังจากถ่ายทำ Days of Being Wild (วันที่หัวใจรักกล้าตัดขอบฟ้า) ของ หว่องกาไว เสร็จ โชคดีที่ ผู้กำกับหวัง ใช้เวลาในการถ่ายทำอย่างมาก และเขาก็ถ่ายทำ Days of Being Wild เสร็จในปี 1990

    เมื่อ จอห์น วู ตั้งใจจะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง "Once a Thief (ตีแสกตะวัน)" และเขียนเนื้อเรื่องที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมเป็นหลัก แต่เนื่องจากปัจจัยหลายประการ ทำให้การถ่ายทำไม่ได้เริ่มต้นขึ้น

    หลังจากเข้าร่วม Milestone Films จอห์น วู ก็ดึงโครงการที่จะถ่ายทำ "Once a Thief (ตีแสกตะวัน)" เจ้าของบริษัท Golden Princess Film Company อนุมัติ และต้องการให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายในช่วงเทศกาลตรุษจีน แต่กำหนดให้เนื้อเรื่องต้องมีความสนุก

    กู่เหวยลี่ (ลินดา คุค) โปรดิวเซอร์ของหนัง ได้ขอให้ "โจวเหวินฟะ" มารับบทนำโดยเฉพาะ ในปี 1990 โจวเหวินฟะรู้สึกเหนื่อยมากและต้องการพักผ่อนยาวๆ แต่เมื่อได้ยินว่าผู้กำกับคือ "จอห์น วู" เขาก็ตกลงทันที

    เช่นเดียวกับ เลสลี่ จาง ที่กำลังจะหยุดพัก หลังจากเสร็จสิ้นการถ่ายทำ Days of Being Wild ก็ตอบตกลงอย่างเต็มใจ และยังได้ จงฉู่หง มาแสดงร่วมกับ โจวเหวินฟะ ด้วย

    “Once a Thief (ตีแสกตะวัน)” ออกฉายในปี 1991 ด้วยต้นทุนเพียง 1 ล้านเหรียญฮ่องกง ถ่ายทำนานสองเดือนครึ่ง เข้าฉายนาน 33 วัน กวาดรายได้ที่บ็อกซ์ออฟฟิศไปได้ถึง 33.39 ล้านเหรียญฮ่องกง ในปีนี้ เลสลี่จาง ยังได้รับรางวัล Hong Kong Film Awards ครั้งที่ 10 สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเรื่อง Days of Being Wild อีกด้วย
    - #คิดถึงหนังเก่า - ในปี 1989 เลสลี จาง ประกาศอำลาวงการเพลง ไม่เพียงเท่านั้น เขายังวางแผนจะหยุดพักหลังจากถ่ายทำ Days of Being Wild (วันที่หัวใจรักกล้าตัดขอบฟ้า) ของ หว่องกาไว เสร็จ โชคดีที่ ผู้กำกับหวัง ใช้เวลาในการถ่ายทำอย่างมาก และเขาก็ถ่ายทำ Days of Being Wild เสร็จในปี 1990 เมื่อ จอห์น วู ตั้งใจจะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง "Once a Thief (ตีแสกตะวัน)" และเขียนเนื้อเรื่องที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมเป็นหลัก แต่เนื่องจากปัจจัยหลายประการ ทำให้การถ่ายทำไม่ได้เริ่มต้นขึ้น หลังจากเข้าร่วม Milestone Films จอห์น วู ก็ดึงโครงการที่จะถ่ายทำ "Once a Thief (ตีแสกตะวัน)" เจ้าของบริษัท Golden Princess Film Company อนุมัติ และต้องการให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายในช่วงเทศกาลตรุษจีน แต่กำหนดให้เนื้อเรื่องต้องมีความสนุก กู่เหวยลี่ (ลินดา คุค) โปรดิวเซอร์ของหนัง ได้ขอให้ "โจวเหวินฟะ" มารับบทนำโดยเฉพาะ ในปี 1990 โจวเหวินฟะรู้สึกเหนื่อยมากและต้องการพักผ่อนยาวๆ แต่เมื่อได้ยินว่าผู้กำกับคือ "จอห์น วู" เขาก็ตกลงทันที เช่นเดียวกับ เลสลี่ จาง ที่กำลังจะหยุดพัก หลังจากเสร็จสิ้นการถ่ายทำ Days of Being Wild ก็ตอบตกลงอย่างเต็มใจ และยังได้ จงฉู่หง มาแสดงร่วมกับ โจวเหวินฟะ ด้วย “Once a Thief (ตีแสกตะวัน)” ออกฉายในปี 1991 ด้วยต้นทุนเพียง 1 ล้านเหรียญฮ่องกง ถ่ายทำนานสองเดือนครึ่ง เข้าฉายนาน 33 วัน กวาดรายได้ที่บ็อกซ์ออฟฟิศไปได้ถึง 33.39 ล้านเหรียญฮ่องกง ในปีนี้ เลสลี่จาง ยังได้รับรางวัล Hong Kong Film Awards ครั้งที่ 10 สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเรื่อง Days of Being Wild อีกด้วย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 564 มุมมอง 0 รีวิว
  • เจ้าชายไฟศ็อล บิน ฟัรฮาน อาล ซะอูด (Prince Faisal bin Farhan Al Saud) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ให้การต้อนรับ มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ

    ในวันพรุ่งนี้ เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย จะเดินทางมาถึง เพื่อร่วมประชุมเกี่ยวกับสันติภาพในยูเครน

    สำหรับเซเลนสกี มีรายงานว่า เขาได้รับอนุญาตให้เดินทางมายังซาอุดีอาระเบียในวันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ หนึ่งวันหลังจากการประชุมของตัวแทนสหรัฐและรัสเซียจบลงในวันแรก

    มีรายงานเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่เซเลนสกีมีโอกาสได้เดินทางไปซาอุดิอาระเบีย เนื่องจากประธษนาธิบดีทรัมป์ อนุญาตให้เขามีส่วนร่วมในการเจรจาด้วย
    เจ้าชายไฟศ็อล บิน ฟัรฮาน อาล ซะอูด (Prince Faisal bin Farhan Al Saud) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ให้การต้อนรับ มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ในวันพรุ่งนี้ เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย จะเดินทางมาถึง เพื่อร่วมประชุมเกี่ยวกับสันติภาพในยูเครน สำหรับเซเลนสกี มีรายงานว่า เขาได้รับอนุญาตให้เดินทางมายังซาอุดีอาระเบียในวันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ หนึ่งวันหลังจากการประชุมของตัวแทนสหรัฐและรัสเซียจบลงในวันแรก มีรายงานเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่เซเลนสกีมีโอกาสได้เดินทางไปซาอุดิอาระเบีย เนื่องจากประธษนาธิบดีทรัมป์ อนุญาตให้เขามีส่วนร่วมในการเจรจาด้วย
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 259 มุมมอง 22 0 รีวิว
  • อิหร่าน-ซาอุดิอาระเบีย ประณามคำพูดของเนทันยาฮูเกี่ยวกับ “การตั้งรัฐปาเลสไตน์บนดินแดนซาอุดิอาระเบีย”

    อับบาส อารักชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงต่อคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) ที่เสนอแนวคิดให้จัดตั้ง "รัฐปาเลสไตน์ในซาอุดีอาระเบีย" โดยระบุว่านี่คือการรุกรานที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และยังเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

    แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างอารักชีกับ เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน (Prince Faisal bin Farhan) รัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย

    "คำกล่าวนี้เป็นการยั่วยุอย่างโจ่งแจ้ง สะท้อนถึงความทะเยอทะยานในการขยายอำนาจของอิสราเอล และเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อสันติภาพในเอเชียตะวันตก" – อารักชีกล่าว
    อิหร่าน-ซาอุดิอาระเบีย ประณามคำพูดของเนทันยาฮูเกี่ยวกับ “การตั้งรัฐปาเลสไตน์บนดินแดนซาอุดิอาระเบีย” อับบาส อารักชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงต่อคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) ที่เสนอแนวคิดให้จัดตั้ง "รัฐปาเลสไตน์ในซาอุดีอาระเบีย" โดยระบุว่านี่คือการรุกรานที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และยังเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างอารักชีกับ เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน (Prince Faisal bin Farhan) รัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย "คำกล่าวนี้เป็นการยั่วยุอย่างโจ่งแจ้ง สะท้อนถึงความทะเยอทะยานในการขยายอำนาจของอิสราเอล และเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อสันติภาพในเอเชียตะวันตก" – อารักชีกล่าว
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 344 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักวิทยาศาสตร์ประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ในเทคโนโลยีการเก็บข้อมูล โดยพวกเขาสามารถพัฒนากระบวนการผลิตหน่วยความจำ 3D NAND Flash ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยหน่วยความจำประเภทนี้จะเรียงเซลล์ความจำซ้อนกันเพื่อเพิ่มความหนาแน่นของข้อมูล

    ทีมนักวิจัยจาก Lam Research, University of Colorado Boulder และ Princeton Plasma Physics Lab ได้คิดค้นวิธีการกัดเซาะ (etching) แบบใหม่โดยใช้พลาสมาของไฮโดรเจนฟลูออไรด์ วิธีการนี้สามารถเจาะช่องแนวตั้งผ่านวัสดุที่มีฐานเป็นซิลิคอนได้เร็วขึ้นถึงสองเท่า ด้วยความเร็ว 640 นาโนเมตรภายในเวลาหนึ่งนาที

    วิธีการนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความเร็วในการกัดเซาะ แต่ยังค้นพบว่าการผสมสารเคมีบางชนิด เช่น ฟอสฟอรัสไตรฟลูออไรด์ ช่วยให้กระบวนการกัดเซาะเร็วขึ้น อีกทั้งยังสามารถเพิ่มน้ำเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดจากผลผลิตพลอยได้บางชนิดที่ทำให้กระบวนการช้าลง

    การพัฒนานี้สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากความต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างมากด้วยการใช้งานโปรแกรม AI ที่ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลมหาศาล

    วิธีการนี้เรียกว่า "Cryo etch" โดยใช้พลาสมาของไฮโดรเจนฟลูออไรด์ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าวิธีการก่อนหน้าที่ใช้แหล่งฟลูออรีนและไฮโดรเจนแยกกัน

    จากการวิจัยนี้เราสามารถบอกได้ว่าเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ อีกทั้งยังมีการพัฒนากระบวนการผลิตใหม่ๆ ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บข้อมูลได้มากขึ้น นับว่าเป็นก้าวสำคัญในวงการเทคโนโลยีการเก็บข้อมูล

    https://www.techpowerup.com/332081/plasma-technology-doubles-etch-rate-for-3d-nand-flash-memory
    นักวิทยาศาสตร์ประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ในเทคโนโลยีการเก็บข้อมูล โดยพวกเขาสามารถพัฒนากระบวนการผลิตหน่วยความจำ 3D NAND Flash ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยหน่วยความจำประเภทนี้จะเรียงเซลล์ความจำซ้อนกันเพื่อเพิ่มความหนาแน่นของข้อมูล ทีมนักวิจัยจาก Lam Research, University of Colorado Boulder และ Princeton Plasma Physics Lab ได้คิดค้นวิธีการกัดเซาะ (etching) แบบใหม่โดยใช้พลาสมาของไฮโดรเจนฟลูออไรด์ วิธีการนี้สามารถเจาะช่องแนวตั้งผ่านวัสดุที่มีฐานเป็นซิลิคอนได้เร็วขึ้นถึงสองเท่า ด้วยความเร็ว 640 นาโนเมตรภายในเวลาหนึ่งนาที วิธีการนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความเร็วในการกัดเซาะ แต่ยังค้นพบว่าการผสมสารเคมีบางชนิด เช่น ฟอสฟอรัสไตรฟลูออไรด์ ช่วยให้กระบวนการกัดเซาะเร็วขึ้น อีกทั้งยังสามารถเพิ่มน้ำเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดจากผลผลิตพลอยได้บางชนิดที่ทำให้กระบวนการช้าลง การพัฒนานี้สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากความต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างมากด้วยการใช้งานโปรแกรม AI ที่ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลมหาศาล วิธีการนี้เรียกว่า "Cryo etch" โดยใช้พลาสมาของไฮโดรเจนฟลูออไรด์ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าวิธีการก่อนหน้าที่ใช้แหล่งฟลูออรีนและไฮโดรเจนแยกกัน จากการวิจัยนี้เราสามารถบอกได้ว่าเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ อีกทั้งยังมีการพัฒนากระบวนการผลิตใหม่ๆ ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บข้อมูลได้มากขึ้น นับว่าเป็นก้าวสำคัญในวงการเทคโนโลยีการเก็บข้อมูล https://www.techpowerup.com/332081/plasma-technology-doubles-etch-rate-for-3d-nand-flash-memory
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Plasma Technology Doubles Etch Rate for 3D NAND Flash Memory
    Scientists have made a big step forward in data storage technology, they've managed to improve the manufacturing process for 3D NAND flash memory. This type of storage technology stacks memory cells on top of each other to obtain higher data density. A team of experts from Lam Research, the Universi...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 227 มุมมอง 0 รีวิว
  • กินเกี๊ยวรับตรุษจีน

    สวัสดีค่ะ ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้! สัปดาห์นี้มาคุยกันเร็วหน่อยต้อนรับตรุษจีน

    วันนี้เรามาคุยกันเกี่ยวกับธรรมเนียมโบราณในการฉลองตรุษจีน เพื่อนเพจที่ได้ดูซีรีส์ <องค์หญิงใหญ่> คงจะจำได้ว่ามีฉากที่องค์หญิงหลี่หรงและเผยเหวินเซวียนร่วมสังสรรค์ฉลองตรุษจีนกับทุกคนในจวนองค์หญิง โดยพระเอกนางเอกห่อเกี๊ยวออกมาให้ทุกคนร่วมกิน

    ธรรมเนียมการกินเกี๊ยวตอนตรุษจีนในประเทศจีนยังมีอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในภาคพื้นที่ตอนเหนือของจีน และปัจจุบันมีเกี๊ยวหลากหลายชนิด บ้างเรียก ‘หุนถุน’ (馄饨) คือเกี๊ยวที่มีขนาดเล็กพอคำทรงกลม หรือบ้างเรียกว่า ‘เจี่ยวจือ’ (饺子) ซึ่งเป็นเกี๊ยวขนาดใหญ่ทรงจันทร์เสี้ยวหน้าตาประมาณเกี๊ยวซ่าที่มีขายในบ้านเรา ซึ่งจำแนกออกจากกันด้วยรายละเอียดเช่น แป้งที่ใช้ห่อ รูปทรงของแผ่นแป้ง ฯลฯ แต่ในหลายยุคสมัยโบราณไม่ได้แบ่งประเภทอย่างนี้ เรียกรวมเป็นเกี๊ยวทั้งหมด เพียงแต่ชื่อเรียกเปลี่ยนไปตามยุคสมัย

    ว่ากันว่าเกี๊ยวมีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตกเมื่อคุณหมอชื่อดังจางจ้งจิ่งได้คิดค้นมันขึ้นเพื่อรวบรวมสารอาหารที่จำเป็น (เช่น เนื้อแกะและพริกไทย) เข้าด้วยกันในรูปแบบที่สะดวกต่อการกิน ทั้งนี้เพื่อปรับสภาพร่างกายของชาวบ้านให้รับมือกับอากาศหนาวเย็นได้ดีขึ้น แต่คำว่าเกี๊ยวปรากฎบนเอกสารโบราณครั้งแรกในสารานุกรม ‘ก๋วงหย่า’ (广雅) ของแคว้นเว่ยสมัยสามก๊ก (วุยก๊ก จัดทำขึ้นในช่วงปีค.ศ. 227-232) โดยกล่าวถึงอาหารชนิดหนึ่งรูปทรงเหมือนจันทร์เสี้ยวมีชื่อเรียกว่า ‘หุนถุน’ (แต่รูปลักษณ์เหมือนกับ ‘เจี่ยวจือ’ปัจจุบัน) และยังมีวัตถุโบราณที่แสดงให้เห็นว่าชาวจีนนิยมกินเกี๊ยวกันมาแต่โบราณ
    มีคนไปค้นคว้าเพิ่มเติมมาว่าสมัยสามก๊กนั้นเขากินเป็นเกี๊ยวต้มพร้อมน้ำแกง ภายในเกี๊ยวสอดไส้เนื้อสับ และกรรมวิธีการกินเป็นเช่นนี้เรื่อยมาจวบจนในสมัยถังจึงเปลี่ยนเป็นการนึ่งหรือต้มสุกแล้วกินแห้ง

    แล้วทำไมตรุษจีนต้องกินเกี๊ยว?

    จริงๆ มีหลายตำนาน แต่ที่นิยมกล่าวถึงคือเนื่องจากในสมัยซ่งเรียกเกี๊ยวว่า ‘เจี่ยวจือ’ (角子 ตัวเขียนแตกต่างแต่ออกเสียงเหมือนกัน) และชื่อนี้พ้องเสียงกับคำเรียกการผลัดเปลี่ยนจากปีเก่าเข้าสู่ปีใหม่ในยามจื่อ (子时คือช่วงเวลาระหว่างห้าทุ่มกับตีหนึ่ง) การกินเกี๊ยวจึงมีความหมายอำลาปีเก่าต้อนรับปีใหม่นั่นเอง

    นอกจากนี้ เกี๊ยวยังถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของทรัพย์เนื่องจากมีรูปทรงคล้ายเงินหยวนเป่าของจีน และการห่อเกี๊ยวถือเป็นเคล็ดของการห่อทรัพย์หรือสิ่งดีๆ ดังนั้นชาวบ้านจึงไม่เพียงกินเกี๊ยว หากแต่ยังนิยมห่อเกี๊ยวกินเองอีกด้วย และบางครั้งจะมีการยัดไส้สิ่งของอื่นๆ ที่เป็นเคล็ดที่ดีเช่น ห่อเศษเงินอยู่ข้างในเกี๊ยวดังที่เราเห็นในซีรีส์ <องค์หญิงใหญ่>

    ธรรมเนียมการกินเกี๊ยวตอนตรุษจีนนี้กลายเป็นกิจกรรมร่วมของครอบครัวที่เสริมสร้างความสัมพันธ์และถือปฏิบัติกันอย่างแพร่หลายในยุคสมัยหมิงต่อเนื่องมายังสมัยชิง แต่มีความแตกต่างว่ากินกันวันไหน บ้างกินในวันสิ้นปี บ้างกินในวันแรกของปีใหม่ บ้างกินในวันที่ห้าของปีใหม่ (เพราะห้าวันแรกมีเคล็ดเยอะข้อห้ามเยอะ พอพ้นห้าวันเลยฉลองด้วยเกี๊ยว) ทั้งนี้แล้วแต่ธรรมเนียมท้องถิ่นซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามพื้นที่

    อนึ่ง เนื่องจากยังมีอีกหลายเคล็ดที่เกี่ยวกับเกี๊ยวอันสืบเนื่องมาจากชื่อมงคลของส่วนประกอบในไส้ของมัน มันจึงกลายเป็นอาหารมงคลสำหรับหลากหลายโอกาสอีกด้วย

    (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ อย่าลืมกดติดตามเพจนี้เพื่อป้องกันการกีดกันของเฟซบุ๊คด้วยนะคะ #StoryfromStory)

    Credit รูปภาพจากในละครและจาก:
    https://www.harpersbazaar.com/tw/culture/drama/g61433159/the-princess-royal/
    https://www.shuge.org/meet/topic/19030/
    Credit ข้อมูลรวบรวมจาก:
    https://baike.baidu.com/item/饺子/28977
    https://m.thepaper.cn/newsDetail_forward_1304595
    https://www.sohu.com/a/449146748_401284
    https://www.sohu.com/a/367953600_120207616

    #องค์หญิงใหญ่ #ตรุษจีน #กินเกี๊ยว #ธรรมเนียมจีนโบราณ #สาระจีน
    กินเกี๊ยวรับตรุษจีน สวัสดีค่ะ ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้! สัปดาห์นี้มาคุยกันเร็วหน่อยต้อนรับตรุษจีน วันนี้เรามาคุยกันเกี่ยวกับธรรมเนียมโบราณในการฉลองตรุษจีน เพื่อนเพจที่ได้ดูซีรีส์ <องค์หญิงใหญ่> คงจะจำได้ว่ามีฉากที่องค์หญิงหลี่หรงและเผยเหวินเซวียนร่วมสังสรรค์ฉลองตรุษจีนกับทุกคนในจวนองค์หญิง โดยพระเอกนางเอกห่อเกี๊ยวออกมาให้ทุกคนร่วมกิน ธรรมเนียมการกินเกี๊ยวตอนตรุษจีนในประเทศจีนยังมีอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในภาคพื้นที่ตอนเหนือของจีน และปัจจุบันมีเกี๊ยวหลากหลายชนิด บ้างเรียก ‘หุนถุน’ (馄饨) คือเกี๊ยวที่มีขนาดเล็กพอคำทรงกลม หรือบ้างเรียกว่า ‘เจี่ยวจือ’ (饺子) ซึ่งเป็นเกี๊ยวขนาดใหญ่ทรงจันทร์เสี้ยวหน้าตาประมาณเกี๊ยวซ่าที่มีขายในบ้านเรา ซึ่งจำแนกออกจากกันด้วยรายละเอียดเช่น แป้งที่ใช้ห่อ รูปทรงของแผ่นแป้ง ฯลฯ แต่ในหลายยุคสมัยโบราณไม่ได้แบ่งประเภทอย่างนี้ เรียกรวมเป็นเกี๊ยวทั้งหมด เพียงแต่ชื่อเรียกเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ว่ากันว่าเกี๊ยวมีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตกเมื่อคุณหมอชื่อดังจางจ้งจิ่งได้คิดค้นมันขึ้นเพื่อรวบรวมสารอาหารที่จำเป็น (เช่น เนื้อแกะและพริกไทย) เข้าด้วยกันในรูปแบบที่สะดวกต่อการกิน ทั้งนี้เพื่อปรับสภาพร่างกายของชาวบ้านให้รับมือกับอากาศหนาวเย็นได้ดีขึ้น แต่คำว่าเกี๊ยวปรากฎบนเอกสารโบราณครั้งแรกในสารานุกรม ‘ก๋วงหย่า’ (广雅) ของแคว้นเว่ยสมัยสามก๊ก (วุยก๊ก จัดทำขึ้นในช่วงปีค.ศ. 227-232) โดยกล่าวถึงอาหารชนิดหนึ่งรูปทรงเหมือนจันทร์เสี้ยวมีชื่อเรียกว่า ‘หุนถุน’ (แต่รูปลักษณ์เหมือนกับ ‘เจี่ยวจือ’ปัจจุบัน) และยังมีวัตถุโบราณที่แสดงให้เห็นว่าชาวจีนนิยมกินเกี๊ยวกันมาแต่โบราณ มีคนไปค้นคว้าเพิ่มเติมมาว่าสมัยสามก๊กนั้นเขากินเป็นเกี๊ยวต้มพร้อมน้ำแกง ภายในเกี๊ยวสอดไส้เนื้อสับ และกรรมวิธีการกินเป็นเช่นนี้เรื่อยมาจวบจนในสมัยถังจึงเปลี่ยนเป็นการนึ่งหรือต้มสุกแล้วกินแห้ง แล้วทำไมตรุษจีนต้องกินเกี๊ยว? จริงๆ มีหลายตำนาน แต่ที่นิยมกล่าวถึงคือเนื่องจากในสมัยซ่งเรียกเกี๊ยวว่า ‘เจี่ยวจือ’ (角子 ตัวเขียนแตกต่างแต่ออกเสียงเหมือนกัน) และชื่อนี้พ้องเสียงกับคำเรียกการผลัดเปลี่ยนจากปีเก่าเข้าสู่ปีใหม่ในยามจื่อ (子时คือช่วงเวลาระหว่างห้าทุ่มกับตีหนึ่ง) การกินเกี๊ยวจึงมีความหมายอำลาปีเก่าต้อนรับปีใหม่นั่นเอง นอกจากนี้ เกี๊ยวยังถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของทรัพย์เนื่องจากมีรูปทรงคล้ายเงินหยวนเป่าของจีน และการห่อเกี๊ยวถือเป็นเคล็ดของการห่อทรัพย์หรือสิ่งดีๆ ดังนั้นชาวบ้านจึงไม่เพียงกินเกี๊ยว หากแต่ยังนิยมห่อเกี๊ยวกินเองอีกด้วย และบางครั้งจะมีการยัดไส้สิ่งของอื่นๆ ที่เป็นเคล็ดที่ดีเช่น ห่อเศษเงินอยู่ข้างในเกี๊ยวดังที่เราเห็นในซีรีส์ <องค์หญิงใหญ่> ธรรมเนียมการกินเกี๊ยวตอนตรุษจีนนี้กลายเป็นกิจกรรมร่วมของครอบครัวที่เสริมสร้างความสัมพันธ์และถือปฏิบัติกันอย่างแพร่หลายในยุคสมัยหมิงต่อเนื่องมายังสมัยชิง แต่มีความแตกต่างว่ากินกันวันไหน บ้างกินในวันสิ้นปี บ้างกินในวันแรกของปีใหม่ บ้างกินในวันที่ห้าของปีใหม่ (เพราะห้าวันแรกมีเคล็ดเยอะข้อห้ามเยอะ พอพ้นห้าวันเลยฉลองด้วยเกี๊ยว) ทั้งนี้แล้วแต่ธรรมเนียมท้องถิ่นซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามพื้นที่ อนึ่ง เนื่องจากยังมีอีกหลายเคล็ดที่เกี่ยวกับเกี๊ยวอันสืบเนื่องมาจากชื่อมงคลของส่วนประกอบในไส้ของมัน มันจึงกลายเป็นอาหารมงคลสำหรับหลากหลายโอกาสอีกด้วย (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ อย่าลืมกดติดตามเพจนี้เพื่อป้องกันการกีดกันของเฟซบุ๊คด้วยนะคะ #StoryfromStory) Credit รูปภาพจากในละครและจาก: https://www.harpersbazaar.com/tw/culture/drama/g61433159/the-princess-royal/ https://www.shuge.org/meet/topic/19030/ Credit ข้อมูลรวบรวมจาก: https://baike.baidu.com/item/饺子/28977 https://m.thepaper.cn/newsDetail_forward_1304595 https://www.sohu.com/a/449146748_401284 https://www.sohu.com/a/367953600_120207616 #องค์หญิงใหญ่ #ตรุษจีน #กินเกี๊ยว #ธรรมเนียมจีนโบราณ #สาระจีน
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 823 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลุงก็ได้ลองใช้ DeepSeek มาแล้ว แจ่มจริง มาดู บทความของน้อง David Gewirtz ซึ่งเป็น Senior Contributing Editor ของ ZDNET ซึ่งคนนี้เก่งจริง เป็นผู้เขียนหนังสือหลายเล่ม ได้รับรางวัล Sigma Xi Research Award ในด้านวิศวกรรม และเคยเป็นศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัย Princeton, University of California, Berkeley, UCLA, และ Stanford นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และเป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายของสหรัฐอเมริกา

    บทความนี้กล่าวถึงการทดสอบความสามารถในการเขียนโค้ดของ DeepSeek R1 และ V3 ซึ่งเป็น AI chatbot จากประเทศจีน โดยผู้เขียนได้ทำการทดสอบ AI ทั้งสองรุ่นในหลายด้าน เช่น การเขียนปลั๊กอินสำหรับ WordPress การเขียนฟังก์ชันการจัดการสตริง การหาบั๊กที่น่ารำคาญ และการเขียนสคริปต์

    DeepSeek V3 และ R1 มีความสามารถที่น่าประทับใจในการเขียนโค้ด แต่ยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง ตัวอย่างเช่น DeepSeek V3 สามารถสร้างทั้งส่วนติดต่อผู้ใช้และตรรกะของโปรแกรมได้ตามที่กำหนด แต่ DeepSeek R1 มีการวิเคราะห์ที่ยาวเกินไปก่อนที่จะให้โค้ด นอกจากนี้ DeepSeek V3 ยังสามารถเขียนฟังก์ชันการจัดการสตริงได้ดี แต่ DeepSeek R1 มีปัญหาในการจัดการข้อมูลที่ไม่ใช่สตริง

    ในด้านการหาบั๊ก DeepSeek V3 และ R1 สามารถผ่านการทดสอบได้ แต่ในการเขียนสคริปต์ DeepSeek ทั้งสองรุ่นยังไม่สามารถทำได้ดีเท่าที่ควร

    ในภาพรวม DeepSeek V3 มีความสามารถที่ดีกว่า DeepSeek R1 แต่ยังคงมีพื้นที่ให้พัฒนาอยู่ โดยเฉพาะในด้านการเขียนสคริปต์และการจัดการข้อมูลที่ซับซ้อน

    นอกจากนี้ บทความยังกล่าวถึงความท้าทายในการใช้งาน DeepSeek เช่น การต้องใช้ที่อยู่อีเมลสาธารณะในการลงทะเบียน และปัญหาด้านความเร็วในการตอบสนอง

    DeepSeek เป็น AI ที่น่าจับตามองในอนาคต แม้ว่าจะยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่ก็มีศักยภาพในการพัฒนาและปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

    https://www.zdnet.com/article/i-tested-deepseeks-r1-and-v3-coding-skills-and-were-not-all-doomed-yet/
    ลุงก็ได้ลองใช้ DeepSeek มาแล้ว แจ่มจริง มาดู บทความของน้อง David Gewirtz ซึ่งเป็น Senior Contributing Editor ของ ZDNET ซึ่งคนนี้เก่งจริง เป็นผู้เขียนหนังสือหลายเล่ม ได้รับรางวัล Sigma Xi Research Award ในด้านวิศวกรรม และเคยเป็นศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัย Princeton, University of California, Berkeley, UCLA, และ Stanford นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และเป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายของสหรัฐอเมริกา บทความนี้กล่าวถึงการทดสอบความสามารถในการเขียนโค้ดของ DeepSeek R1 และ V3 ซึ่งเป็น AI chatbot จากประเทศจีน โดยผู้เขียนได้ทำการทดสอบ AI ทั้งสองรุ่นในหลายด้าน เช่น การเขียนปลั๊กอินสำหรับ WordPress การเขียนฟังก์ชันการจัดการสตริง การหาบั๊กที่น่ารำคาญ และการเขียนสคริปต์ DeepSeek V3 และ R1 มีความสามารถที่น่าประทับใจในการเขียนโค้ด แต่ยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง ตัวอย่างเช่น DeepSeek V3 สามารถสร้างทั้งส่วนติดต่อผู้ใช้และตรรกะของโปรแกรมได้ตามที่กำหนด แต่ DeepSeek R1 มีการวิเคราะห์ที่ยาวเกินไปก่อนที่จะให้โค้ด นอกจากนี้ DeepSeek V3 ยังสามารถเขียนฟังก์ชันการจัดการสตริงได้ดี แต่ DeepSeek R1 มีปัญหาในการจัดการข้อมูลที่ไม่ใช่สตริง ในด้านการหาบั๊ก DeepSeek V3 และ R1 สามารถผ่านการทดสอบได้ แต่ในการเขียนสคริปต์ DeepSeek ทั้งสองรุ่นยังไม่สามารถทำได้ดีเท่าที่ควร ในภาพรวม DeepSeek V3 มีความสามารถที่ดีกว่า DeepSeek R1 แต่ยังคงมีพื้นที่ให้พัฒนาอยู่ โดยเฉพาะในด้านการเขียนสคริปต์และการจัดการข้อมูลที่ซับซ้อน นอกจากนี้ บทความยังกล่าวถึงความท้าทายในการใช้งาน DeepSeek เช่น การต้องใช้ที่อยู่อีเมลสาธารณะในการลงทะเบียน และปัญหาด้านความเร็วในการตอบสนอง DeepSeek เป็น AI ที่น่าจับตามองในอนาคต แม้ว่าจะยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่ก็มีศักยภาพในการพัฒนาและปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น https://www.zdnet.com/article/i-tested-deepseeks-r1-and-v3-coding-skills-and-were-not-all-doomed-yet/
    WWW.ZDNET.COM
    I tested DeepSeek's R1 and V3 coding skills - and we're not all doomed (yet)
    Are DeepSeek V3 and R1 the next big things in AI? How this Chinese open-source chatbot outperformed some big-name AIs in coding tests, despite using vastly less infrastructure than its competitors.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 515 มุมมอง 0 รีวิว
  • 10/1/68

    ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

    08มกราคม2568ข่าวประชาสัมพันธ์

    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงได้รับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์

    2025 0108 HG

    การพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์_NN_1
    ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์และอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ นายธาร์มัน ชานมูการัตนัม (ขวา) ทรงพระราชทานปริญญาอักษรศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แก่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ซ้าย) แห่งราชอาณาจักรไทย

    วันนี้ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ทรงพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์ สาขาวิชาอักษรศาสตร์ แก่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อเป็นการยกย่องคุณูปการอันยอดเยี่ยมของพระองค์ในประเทศไทยและในระดับนานาชาติ ซึ่งส่งผลดีต่อชีวิตของผู้คนจำนวนมากและนำมาซึ่งประโยชน์อย่างสำคัญต่อประเทศไทยและชุมชนโลก

    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเป็นแรงผลักดันเบื้องหลังความคิดริเริ่มต่างๆ มากมายในการนำพาประชาชนของสิงคโปร์และประเทศไทย โดยเฉพาะเยาวชนของเราให้มารวมกัน
    ปริญญากิตติมศักดิ์ถือเป็นเกียรติคุณสูงสุดของมหาวิทยาลัยสำหรับบุคคลที่โดดเด่นซึ่งอุทิศตนเพื่อสังคมและสร้างผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับโลก พิธีมอบปริญญากิตติมศักดิ์จัดขึ้นที่ Istana ในช่วงบ่ายของวันนี้ โดยมีนาย Tharman Shanmugaratnam ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์และอธิการบดีมหาวิทยาลัย NUS เป็นประธาน

    08January2025Press Releases

    Princess Maha Chakri Sirindhorn of Thailand awarded NUS Honorary Degree

    2025 0108 HG

    Conferment_NN_1
    President of the Republic of Singapore and NUS Chancellor Mr Tharman Shanmugaratnam (right) conferring the Honorary Doctor of Letters on Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn (left) of the Kingdom of Thailand.

    The National University of Singapore (NUS) today conferred the Honorary Degree of Doctor of Letters on Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn of the Kingdom of Thailand, in recognition of her remarkable contributions within Thailand and internationally, which have positively impacted the lives of many and brought significant benefits to Thailand and the global community.

    Princess Sirindhorn was the driving force behind several initiatives to bring the people of Singapore and Thailand, in particular our youths, together.

    The Honorary Degree is the University’s highest form of recognition for outstanding individuals who have rendered distinguished service and made significant impact, both locally and globally. A conferment ceremony, presided over by Mr Tharman Shanmugaratnam, President of the Republic of Singapore and NUS Chancellor, was held at the Istana this afternoon.
    10/1/68 ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน 08มกราคม2568ข่าวประชาสัมพันธ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงได้รับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ 2025 0108 HG การพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์_NN_1 ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์และอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ นายธาร์มัน ชานมูการัตนัม (ขวา) ทรงพระราชทานปริญญาอักษรศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แก่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ซ้าย) แห่งราชอาณาจักรไทย วันนี้ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ทรงพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์ สาขาวิชาอักษรศาสตร์ แก่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อเป็นการยกย่องคุณูปการอันยอดเยี่ยมของพระองค์ในประเทศไทยและในระดับนานาชาติ ซึ่งส่งผลดีต่อชีวิตของผู้คนจำนวนมากและนำมาซึ่งประโยชน์อย่างสำคัญต่อประเทศไทยและชุมชนโลก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเป็นแรงผลักดันเบื้องหลังความคิดริเริ่มต่างๆ มากมายในการนำพาประชาชนของสิงคโปร์และประเทศไทย โดยเฉพาะเยาวชนของเราให้มารวมกัน ปริญญากิตติมศักดิ์ถือเป็นเกียรติคุณสูงสุดของมหาวิทยาลัยสำหรับบุคคลที่โดดเด่นซึ่งอุทิศตนเพื่อสังคมและสร้างผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับโลก พิธีมอบปริญญากิตติมศักดิ์จัดขึ้นที่ Istana ในช่วงบ่ายของวันนี้ โดยมีนาย Tharman Shanmugaratnam ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์และอธิการบดีมหาวิทยาลัย NUS เป็นประธาน 08January2025Press Releases Princess Maha Chakri Sirindhorn of Thailand awarded NUS Honorary Degree 2025 0108 HG Conferment_NN_1 President of the Republic of Singapore and NUS Chancellor Mr Tharman Shanmugaratnam (right) conferring the Honorary Doctor of Letters on Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn (left) of the Kingdom of Thailand. The National University of Singapore (NUS) today conferred the Honorary Degree of Doctor of Letters on Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn of the Kingdom of Thailand, in recognition of her remarkable contributions within Thailand and internationally, which have positively impacted the lives of many and brought significant benefits to Thailand and the global community. Princess Sirindhorn was the driving force behind several initiatives to bring the people of Singapore and Thailand, in particular our youths, together. The Honorary Degree is the University’s highest form of recognition for outstanding individuals who have rendered distinguished service and made significant impact, both locally and globally. A conferment ceremony, presided over by Mr Tharman Shanmugaratnam, President of the Republic of Singapore and NUS Chancellor, was held at the Istana this afternoon.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 721 มุมมอง 0 รีวิว
  • “Duke” vs. “Prince”: Learn Who Is Closer To The Throne

    Royalty is complicated. There are so many titles to keep track of—even a single individual may have multiple titles. And there are so many questions: what’s the difference between a prince and a duke? What about earls, barons, counts, viscounts, and marquis? (Or is it marquises?)

    In this article, we’ll decree the official differences—and, in some cases, overlap—between dukes and princes, as well as many other members of monarchies and the nobility.

    Quick summary

    A prince is typically the son or grandson of a monarch. The title duke is typically bestowed to a male member of the monarchy, often identifying him as a ruler of a territory known as a duchy. In some cases, a prince can also hold the title of duke, but prince is usually the higher-ranking position.

    Duke vs. prince: what’s the higher rank?

    In the context of royalty, the word duke most commonly refers to the sovereign ruler of a small state in Continental Europe called a duchy. In the British monarchy, duke is the highest hereditary title outside of prince, princess, king, or queen. The female equivalent of duke is duchess.

    In the British monarchy and other royal families, princes are generally the sons or grandsons (if by direct descent) of the monarch. The title prince is also sometimes used for the husband of the reigning queen. In some cases, however, a prince, like a duke, might rule over a small state (called a principality). For example, Monaco’s ruling monarch is a prince. Whether a small state is considered a duchy or principality has a lot to do with complex historical relationships between countries. In practical terms, there’s not much difference between the two today.

    Either way, prince is a higher title than duke in most cases. Various factors, such as the size of the territory to which the title belongs, may affect which title is considered to be of higher rank, but for the most part you can expect a prince to rank higher.

    Can a prince also be a duke?

    Yes. In some cases, a member of the monarchy can acquire multiple titles, including prince and duke. For example, Prince Harry of the British royal family is also the Duke of Sussex (even after stepping back from his role in the royal family).

    Why do some figures have multiple titles? In brief, monarchies often “own” certain titles and bestow them on certain people, either at birth or when they enter into the royal family, and sometimes these titles get bestowed on the same person. When this happens, the multi-titled individual is typically referred to first by their highest title, as in Prince Harry, Duke of Sussex.

    Earl, baron, count, viscount, and marquis

    There are more royal titles than just prince and duke. Let’s look at some others and define what each one means.

    - marquis: A nobleman who is the rank right below duke. Pronounced [ mahr-kwis ] or [ mahr-kee ]. The plural can be either marquises [ mahr-kwi-siz ] or marquis [ mahr-keez ]. Sometimes, the alternate spelling marquess is used. The female equivalent is marquise or marchioness.

    - count and earl: These refer to the same rank—the next step down from marquis. Preference for one term or the other has varied across different historical periods and in different places. The female version of count is countess.

    - viscount: A nobleman below the rank of earl/count. The female version is viscountess.

    - baron: The lowest rank of the nobility. The female version is baroness.

    All of these titles are lower than both duke and prince. Generally, people who hold these as their highest titles are not members of the royal family.

    Copyright 2024, AAKKHRA, All Rights Reserved.
    “Duke” vs. “Prince”: Learn Who Is Closer To The Throne Royalty is complicated. There are so many titles to keep track of—even a single individual may have multiple titles. And there are so many questions: what’s the difference between a prince and a duke? What about earls, barons, counts, viscounts, and marquis? (Or is it marquises?) In this article, we’ll decree the official differences—and, in some cases, overlap—between dukes and princes, as well as many other members of monarchies and the nobility. Quick summary A prince is typically the son or grandson of a monarch. The title duke is typically bestowed to a male member of the monarchy, often identifying him as a ruler of a territory known as a duchy. In some cases, a prince can also hold the title of duke, but prince is usually the higher-ranking position. Duke vs. prince: what’s the higher rank? In the context of royalty, the word duke most commonly refers to the sovereign ruler of a small state in Continental Europe called a duchy. In the British monarchy, duke is the highest hereditary title outside of prince, princess, king, or queen. The female equivalent of duke is duchess. In the British monarchy and other royal families, princes are generally the sons or grandsons (if by direct descent) of the monarch. The title prince is also sometimes used for the husband of the reigning queen. In some cases, however, a prince, like a duke, might rule over a small state (called a principality). For example, Monaco’s ruling monarch is a prince. Whether a small state is considered a duchy or principality has a lot to do with complex historical relationships between countries. In practical terms, there’s not much difference between the two today. Either way, prince is a higher title than duke in most cases. Various factors, such as the size of the territory to which the title belongs, may affect which title is considered to be of higher rank, but for the most part you can expect a prince to rank higher. Can a prince also be a duke? Yes. In some cases, a member of the monarchy can acquire multiple titles, including prince and duke. For example, Prince Harry of the British royal family is also the Duke of Sussex (even after stepping back from his role in the royal family). Why do some figures have multiple titles? In brief, monarchies often “own” certain titles and bestow them on certain people, either at birth or when they enter into the royal family, and sometimes these titles get bestowed on the same person. When this happens, the multi-titled individual is typically referred to first by their highest title, as in Prince Harry, Duke of Sussex. Earl, baron, count, viscount, and marquis There are more royal titles than just prince and duke. Let’s look at some others and define what each one means. - marquis: A nobleman who is the rank right below duke. Pronounced [ mahr-kwis ] or [ mahr-kee ]. The plural can be either marquises [ mahr-kwi-siz ] or marquis [ mahr-keez ]. Sometimes, the alternate spelling marquess is used. The female equivalent is marquise or marchioness. - count and earl: These refer to the same rank—the next step down from marquis. Preference for one term or the other has varied across different historical periods and in different places. The female version of count is countess. - viscount: A nobleman below the rank of earl/count. The female version is viscountess. - baron: The lowest rank of the nobility. The female version is baroness. All of these titles are lower than both duke and prince. Generally, people who hold these as their highest titles are not members of the royal family. Copyright 2024, AAKKHRA, All Rights Reserved.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 594 มุมมอง 0 รีวิว
  • วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2567 พระราชวชิรธรรมาจารย์(หลวงพ่อสุธรรม สุธัมโม) และ พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ (หลวงพ่ออนิลมาน ธัมมสากิโย) เมตตาเป็นองค์ประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีปิดโครงการก้าวแรกพระบรมศาสดา ครั้งที่2 ณ ราชอาณาจักรภูฏาน ในโอกาสนี้ Her Royal Highness Princess Ashi Dechen Yangzom Wangchuck เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธี ณ Jigme Dorji Wangchuck National Referral Hospital เมือง Thimphu ราชอาณาจักรภูฏาน🙏🏻🙏🏻🙏🏻
    วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2567 พระราชวชิรธรรมาจารย์(หลวงพ่อสุธรรม สุธัมโม) และ พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ (หลวงพ่ออนิลมาน ธัมมสากิโย) เมตตาเป็นองค์ประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีปิดโครงการก้าวแรกพระบรมศาสดา ครั้งที่2 ณ ราชอาณาจักรภูฏาน ในโอกาสนี้ Her Royal Highness Princess Ashi Dechen Yangzom Wangchuck เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธี ณ Jigme Dorji Wangchuck National Referral Hospital เมือง Thimphu ราชอาณาจักรภูฏาน🙏🏻🙏🏻🙏🏻
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 330 มุมมอง 0 รีวิว
  • What’s In A Name: The Laws That Apply When Naming Your Baby

    Can you really name your baby that?!

    Picking a baby name that everyone (from grandma to the grocery clerk) likes can be a fruitless, futile endeavor. Coming up with one that confounds the whole world is seemingly a lot easier. Take Elon Musk, chief of Tesla and SpaceX, and singer Grimes, who recently announced the birth of their daughter, Exa Dark Sideræl, or “Y” for short. The “Y” makes more sense when you know that their older son is named X Æ A-12. (Yes, we’re talking about their human son, not the name of a new car or spacecraft.)

    Sometimes, parents decide a name change is in order—like when celebrity couple Kylie Jenner and Travis Scott announced that they were going to change their son’s name from Wolf to one that better suits him. In other cases, though, a name change is not a matter of preference but of legality.

    Is a baby name with numbers and symbols legal?

    Call it peculiar, perplexing, or sensationalistic, but one thing you may not be able to call X Æ A-12 is … legal. When it comes to baby names, the fact is parents don’t always have free rein to choose any name they like. There are laws that limit their choices. These laws vary by state, and they’re arbitrary at best, but they are laws that appear in the books. While some states have strict laws that prohibit obscenities, numbers, and names that are too long, other states have no restrictions.

    Take laid-back California, which isn’t so laid back when it comes to baby names. In fact, the state won’t even allow accent marks and other diacritical marks in names like José. This restriction originated in 1986, when Proposition 63 established English as the California’s official language. Names must only contain “the 26 alphabetical characters of the English language with appropriate punctuation if necessary.” And guess where little X Æ A-12 was born? That’s right: the Golden State.

    It seems that for now, a California birth certificate can be completed with single dashes in the spaces for first, middle, and last names, and a legal name can be added later, which is exactly what Elon and Grimes have done for their son.

    Will he ever need a legal name? Not necessarily. He won’t be arrested for not having one, but he will need one if he wants to obtain a Social Security number, passport, or driver’s license. His parents could consider tweaking his name a bit to make the legal cut, perhaps by spelling out some of the characters as David and Victoria Beckham did with their daughter, Harper Seven.

    Why are there laws about baby names?

    Not only are baby name laws inconsistent across the country, but if they are meant to protect children from controversial or embarrassing names, they often miss the boat. For example, in a well-publicized New Jersey case, a couple named their son Adolf Hitler Campbell, which is somehow permissible under the state’s law. The law bans names that contain “obscenity, numerals, symbols, or a combination of letters, numerals, or symbols…”, but naming a child after a mass murderer is A-OK.

    In most cases, the United States is pretty relaxed about what you can name your child when it comes to the stigma or meaning a name may carry.

    However there are some really bizarre cases where baby names have not been allowed in the good ol’ US. For example, in 2013, a Tennessee judge ordered that a baby’s name be changed to Martin instead of Messiah. Her reasoning: “The word Messiah is a title and it’s a title that has only been earned by one person and that one person is Jesus Christ.” That reasoning was later overturned, however, and the baby’s name was changed back to Messiah.

    And in Georgia, a couple eventually won a legal battle to give their daughter the surname Allah. The court’s original objection to the name wasn’t any implied meaning, but rather that neither parent had that last name. Plus we don’t have to look far for celebrities who chose rather unusual baby names that have gone unchallenged. Penn Jillette named his child Moxie CrimeFighter, and Nicolas Cage chose Kal-El Coppola, to name a few—all of those passed the legal test.

    Whether or not naming moderation is the government’s business is up for debate. Usually, states challenge names for reasons of practicality; for example, a record-keeping software may only allow a certain number of characters or not allow numerical digits. In Arkansas, you can’t name your child Test, Unk, Void, Baby Boy, Infant, or a handful of other names, because its system won’t accept them. In Hawaii, parents can include symbols in names, but for each one, there has to be at least one number too. In New Hampshire, the baby’s first, middle, and last names can’t exceed 100 characters in total.

    According to constitutional law expert Carlton F.W. Larson (writing in the The George Washington Law Review), baby naming “is a legal universe that has scarcely been mapped, full of strange lacunae, spotty statutory provisions, and patchy, inconsistent caselaw.”

    Are there naming laws in other countries?

    Naming laws around the world vary even more and are often even more stringent than those in the United States.

    In France, for example, parents have been banned from giving their children names that would “lead to a childhood of mockery,” such as Prince William and Mini Cooper. In Germany, a court ruled that a couple couldn’t name their child Stone because “a child cannot identify with it, because it is an object.” Möwe (“seagull”) was rejected as well, because the bird is “a nuisance and is seen as a pest and would therefore degrade the child.” In Denmark, parents must select from a list of pre-approved names, and if they want to use one that’s not on the list, they must get special permission.

    In any case, if you’re planning on having a baby, you may want to check the laws in your locale before you get too attached to a name. Of course, even if your favorite name doesn’t make the grade, nicknames are a whole other, unrestricted territory. Anyone who has ever had a sobriquet like Stinky or Pickle Pop may wish there were some more stringent laws governing them, too.

    Copyright 2024, AAKKHRA, All Rights Reserved.
    What’s In A Name: The Laws That Apply When Naming Your Baby Can you really name your baby that?! Picking a baby name that everyone (from grandma to the grocery clerk) likes can be a fruitless, futile endeavor. Coming up with one that confounds the whole world is seemingly a lot easier. Take Elon Musk, chief of Tesla and SpaceX, and singer Grimes, who recently announced the birth of their daughter, Exa Dark Sideræl, or “Y” for short. The “Y” makes more sense when you know that their older son is named X Æ A-12. (Yes, we’re talking about their human son, not the name of a new car or spacecraft.) Sometimes, parents decide a name change is in order—like when celebrity couple Kylie Jenner and Travis Scott announced that they were going to change their son’s name from Wolf to one that better suits him. In other cases, though, a name change is not a matter of preference but of legality. Is a baby name with numbers and symbols legal? Call it peculiar, perplexing, or sensationalistic, but one thing you may not be able to call X Æ A-12 is … legal. When it comes to baby names, the fact is parents don’t always have free rein to choose any name they like. There are laws that limit their choices. These laws vary by state, and they’re arbitrary at best, but they are laws that appear in the books. While some states have strict laws that prohibit obscenities, numbers, and names that are too long, other states have no restrictions. Take laid-back California, which isn’t so laid back when it comes to baby names. In fact, the state won’t even allow accent marks and other diacritical marks in names like José. This restriction originated in 1986, when Proposition 63 established English as the California’s official language. Names must only contain “the 26 alphabetical characters of the English language with appropriate punctuation if necessary.” And guess where little X Æ A-12 was born? That’s right: the Golden State. It seems that for now, a California birth certificate can be completed with single dashes in the spaces for first, middle, and last names, and a legal name can be added later, which is exactly what Elon and Grimes have done for their son. Will he ever need a legal name? Not necessarily. He won’t be arrested for not having one, but he will need one if he wants to obtain a Social Security number, passport, or driver’s license. His parents could consider tweaking his name a bit to make the legal cut, perhaps by spelling out some of the characters as David and Victoria Beckham did with their daughter, Harper Seven. Why are there laws about baby names? Not only are baby name laws inconsistent across the country, but if they are meant to protect children from controversial or embarrassing names, they often miss the boat. For example, in a well-publicized New Jersey case, a couple named their son Adolf Hitler Campbell, which is somehow permissible under the state’s law. The law bans names that contain “obscenity, numerals, symbols, or a combination of letters, numerals, or symbols…”, but naming a child after a mass murderer is A-OK. In most cases, the United States is pretty relaxed about what you can name your child when it comes to the stigma or meaning a name may carry. However there are some really bizarre cases where baby names have not been allowed in the good ol’ US. For example, in 2013, a Tennessee judge ordered that a baby’s name be changed to Martin instead of Messiah. Her reasoning: “The word Messiah is a title and it’s a title that has only been earned by one person and that one person is Jesus Christ.” That reasoning was later overturned, however, and the baby’s name was changed back to Messiah. And in Georgia, a couple eventually won a legal battle to give their daughter the surname Allah. The court’s original objection to the name wasn’t any implied meaning, but rather that neither parent had that last name. Plus we don’t have to look far for celebrities who chose rather unusual baby names that have gone unchallenged. Penn Jillette named his child Moxie CrimeFighter, and Nicolas Cage chose Kal-El Coppola, to name a few—all of those passed the legal test. Whether or not naming moderation is the government’s business is up for debate. Usually, states challenge names for reasons of practicality; for example, a record-keeping software may only allow a certain number of characters or not allow numerical digits. In Arkansas, you can’t name your child Test, Unk, Void, Baby Boy, Infant, or a handful of other names, because its system won’t accept them. In Hawaii, parents can include symbols in names, but for each one, there has to be at least one number too. In New Hampshire, the baby’s first, middle, and last names can’t exceed 100 characters in total. According to constitutional law expert Carlton F.W. Larson (writing in the The George Washington Law Review), baby naming “is a legal universe that has scarcely been mapped, full of strange lacunae, spotty statutory provisions, and patchy, inconsistent caselaw.” Are there naming laws in other countries? Naming laws around the world vary even more and are often even more stringent than those in the United States. In France, for example, parents have been banned from giving their children names that would “lead to a childhood of mockery,” such as Prince William and Mini Cooper. In Germany, a court ruled that a couple couldn’t name their child Stone because “a child cannot identify with it, because it is an object.” Möwe (“seagull”) was rejected as well, because the bird is “a nuisance and is seen as a pest and would therefore degrade the child.” In Denmark, parents must select from a list of pre-approved names, and if they want to use one that’s not on the list, they must get special permission. In any case, if you’re planning on having a baby, you may want to check the laws in your locale before you get too attached to a name. Of course, even if your favorite name doesn’t make the grade, nicknames are a whole other, unrestricted territory. Anyone who has ever had a sobriquet like Stinky or Pickle Pop may wish there were some more stringent laws governing them, too. Copyright 2024, AAKKHRA, All Rights Reserved.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1295 มุมมอง 0 รีวิว
  • Prepare For The Lavish World Of Bridgerton With Regency Period Words

    This spring may be a bit steamier than usual, thanks to the return of the hit Netflix show Bridgerton. This Regency romance with a modern twist took audiences by storm last year with its unpredictable plot, historical setting, and very attractive cast of characters. If you watched the first season last year or you’re catching up now, you may find yourself wondering what some of the historical language in the show actually means. Bridgerton, like a lot of period dramas, is not 100% historically accurate, but the language, costumes, and customs on display do have real roots in the past. Here are 16 words you need to know to get ready for season two and become fluent in the language of Bridgerton.

    viscount
    You’ve likely heard of a count, but after catching up on Bridgerton, you may be wondering: what in the world is a viscount? We’ve got your back. A viscount is “a nobleman next below an earl or count and next above a baron.” It’s a hereditary title that was first recorded in English in the mid to late 1300s within a peerage or nobility system. You could think of it as a “vice count,” since it’s believed to have come from the equivalent in Old French, visconte.

    rake
    In the world of Regency romance, a rake is not a gardening tool. It’s an insult dating back to the 1600s that means “a dissolute or immoral person, especially a man who indulges in vices or lacks sexual restraint.” It comes from rakehell, an alteration of the Middle English rakel, meaning “rash, rough, coarse, hasty.” Rakes are the “bad boys” of the Bridgerton era. Of course, on TV, that may be a part of their appeal.

    promenade
    In 2022, you might make a relationship Instagram official. In the 1800s, you were likely to promenade. Promenade is a verb that means “to conduct or display in or as if in a promenade; parade.” This might mean taking a public walk with the object of your affection to make your courtship known, as Daphne and the Duke of Hastings do in season one. Fun fact: the word prom comes directly from promenade.

    duke
    You’ve likely heard the title of duke, but what do they actually do? A duke, in historical British society, is “a nobleman holding the highest hereditary title outside the royal family, ranking immediately below a prince and above a marquis.” Dukes hold the highest social rank in British peerage, with the female equivalent being a duchess. This term, which dates back to the 1100s, comes from the Medieval Latin dux, or “hereditary ruler of a small state.”

    countenance
    Countenance sounds like another fancy title, but it actually refers to “appearance, especially the look or expression of the face.” For example: The duke could scarcely hide his intrigue behind his serene countenance.

    Historically, countenance is related to control and the idea of keeping one’s cool, especially in polite society. Though it refers more generally to one’s facial expression today, countenance comes from the Old French contenance, or “behavior, bearing.” The Old French noun comes from the Latin noun continentia “self-control, restraint.”

    coming out
    In the 19th century, coming out meant something different than it does today. It was customary for young women at the time to come out, or have “a debut into society, especially a formal debut by a debutante.” This typically involved a special ball or series or balls and parties. Essentially, this debut was a signal to the community that the woman was ready for courtship and marriage.

    ton
    When you hear talk of “the ton” on Bridgerton, they aren’t mispronouncing the word town. Ton means “fashionable society,” particularly high class society during the Regency era. The word comes from le bon ton, a French phrase meaning “good or elegant form or style.” Members of the ton were generally upper class, wealthy, and respected.

    Regency
    Bridgerton is an example of a regency romance, a genre of historical romance set during the Regency era. Regency, in this sense, means “characteristic of or relating to the Regency periods in France or the United Kingdom or to the styles of architecture, furniture, art, literature, etc, produced in them.” This time period is generally believed to fall between 1811–1820.

    season
    The season is a big deal to the fictional characters in Bridgerton, but they aren’t necessarily referring to winter, spring, summer, or fall. More likely, they are referring to the social season, or “a period of fashionable social events in a particular place.” The season was a time for coming out, social events, and marriages. It’s thought to have taken place from early spring until around Christmas time.

    sire
    Today, sire is a respectful, if a little old-fashioned, form of address. But when the word is used in Bridgerton, it’s more likely meant in the archaic sense: “to beget; procreate as the father.” Men at this time were expected to “sire an heir” to secure their lineage and place in high society.

    modiste
    Any lady fit for a Bridgerton-style ball must have a modiste on hand. That’s an older term for “a female maker of or dealer in women’s fashionable attire.” As you may have guessed, English speakers borrowed the word modiste from French. In the Regency era, a modiste could not only make clothes, but also advise women on what was fashionable and appropriate for various events.

    courses
    Even Regency-era women had to worry about Aunt Flo crashing the party. Courses is an older, fancier way of saying “menses,” or a period. In the Bridgerton time period, the presence or absence of someone’s period was essentially the only way of determining whether or not she could bear children or was pregnant, so much is made of courses by the women on the show.

    high in the instep
    If you wanted to drop a sick burn on someone in the 1800s, you might say they were high in the instep. The instep is “the arched upper surface of the human foot between the toes and the ankle,” and accusing someone of being high in the instep was a way of saying they’re conceited, arrogant, or haughty.

    virtue
    In modern times, we think of virtue as personal morals or values. Historically, the term was mostly about sex. Virtue meant “chastity; virginity”, especially in reference to women and girls. It was considered of the utmost importance for a woman to “keep her virtue” until marriage. The word entered English in the late 1100s, and it can be traced to the Latin virtūs, or “manliness.”

    trousseau
    Bridgerton is part romance and part historical fashion education. A trousseau is “an outfit of clothing, household linen, etc., for a bride.” The word comes from Old French trusse, literally “a little bundle.” In some instances, a trousseau may also have included jewelry and other items and been a part of a woman’s dowry. While dowries aren’t a part of modern wedding traditions, some brides still prepare a trousseau of things they intend to wear throughout their wedding festivities.

    swoon
    Now that your vocabulary is ready for the next season of Bridgerton, it’s time to let the swooning commence. To swoon means “to enter a state of hysterical rapture or ecstasy.” Whether you have a favorite duke, duchess, viscount, or modiste, chances are you’ll be acting out this term at least a few times when they appear on screen. Keep in mind that swoon comes from the Middle English swonen, or “to faint.” You may want to binge-watch carefully.

    Copyright 2024, XAKKHRA, All Rights Reserved.
    Prepare For The Lavish World Of Bridgerton With Regency Period Words This spring may be a bit steamier than usual, thanks to the return of the hit Netflix show Bridgerton. This Regency romance with a modern twist took audiences by storm last year with its unpredictable plot, historical setting, and very attractive cast of characters. If you watched the first season last year or you’re catching up now, you may find yourself wondering what some of the historical language in the show actually means. Bridgerton, like a lot of period dramas, is not 100% historically accurate, but the language, costumes, and customs on display do have real roots in the past. Here are 16 words you need to know to get ready for season two and become fluent in the language of Bridgerton. viscount You’ve likely heard of a count, but after catching up on Bridgerton, you may be wondering: what in the world is a viscount? We’ve got your back. A viscount is “a nobleman next below an earl or count and next above a baron.” It’s a hereditary title that was first recorded in English in the mid to late 1300s within a peerage or nobility system. You could think of it as a “vice count,” since it’s believed to have come from the equivalent in Old French, visconte. rake In the world of Regency romance, a rake is not a gardening tool. It’s an insult dating back to the 1600s that means “a dissolute or immoral person, especially a man who indulges in vices or lacks sexual restraint.” It comes from rakehell, an alteration of the Middle English rakel, meaning “rash, rough, coarse, hasty.” Rakes are the “bad boys” of the Bridgerton era. Of course, on TV, that may be a part of their appeal. promenade In 2022, you might make a relationship Instagram official. In the 1800s, you were likely to promenade. Promenade is a verb that means “to conduct or display in or as if in a promenade; parade.” This might mean taking a public walk with the object of your affection to make your courtship known, as Daphne and the Duke of Hastings do in season one. Fun fact: the word prom comes directly from promenade. duke You’ve likely heard the title of duke, but what do they actually do? A duke, in historical British society, is “a nobleman holding the highest hereditary title outside the royal family, ranking immediately below a prince and above a marquis.” Dukes hold the highest social rank in British peerage, with the female equivalent being a duchess. This term, which dates back to the 1100s, comes from the Medieval Latin dux, or “hereditary ruler of a small state.” countenance Countenance sounds like another fancy title, but it actually refers to “appearance, especially the look or expression of the face.” For example: The duke could scarcely hide his intrigue behind his serene countenance. Historically, countenance is related to control and the idea of keeping one’s cool, especially in polite society. Though it refers more generally to one’s facial expression today, countenance comes from the Old French contenance, or “behavior, bearing.” The Old French noun comes from the Latin noun continentia “self-control, restraint.” coming out In the 19th century, coming out meant something different than it does today. It was customary for young women at the time to come out, or have “a debut into society, especially a formal debut by a debutante.” This typically involved a special ball or series or balls and parties. Essentially, this debut was a signal to the community that the woman was ready for courtship and marriage. ton When you hear talk of “the ton” on Bridgerton, they aren’t mispronouncing the word town. Ton means “fashionable society,” particularly high class society during the Regency era. The word comes from le bon ton, a French phrase meaning “good or elegant form or style.” Members of the ton were generally upper class, wealthy, and respected. Regency Bridgerton is an example of a regency romance, a genre of historical romance set during the Regency era. Regency, in this sense, means “characteristic of or relating to the Regency periods in France or the United Kingdom or to the styles of architecture, furniture, art, literature, etc, produced in them.” This time period is generally believed to fall between 1811–1820. season The season is a big deal to the fictional characters in Bridgerton, but they aren’t necessarily referring to winter, spring, summer, or fall. More likely, they are referring to the social season, or “a period of fashionable social events in a particular place.” The season was a time for coming out, social events, and marriages. It’s thought to have taken place from early spring until around Christmas time. sire Today, sire is a respectful, if a little old-fashioned, form of address. But when the word is used in Bridgerton, it’s more likely meant in the archaic sense: “to beget; procreate as the father.” Men at this time were expected to “sire an heir” to secure their lineage and place in high society. modiste Any lady fit for a Bridgerton-style ball must have a modiste on hand. That’s an older term for “a female maker of or dealer in women’s fashionable attire.” As you may have guessed, English speakers borrowed the word modiste from French. In the Regency era, a modiste could not only make clothes, but also advise women on what was fashionable and appropriate for various events. courses Even Regency-era women had to worry about Aunt Flo crashing the party. Courses is an older, fancier way of saying “menses,” or a period. In the Bridgerton time period, the presence or absence of someone’s period was essentially the only way of determining whether or not she could bear children or was pregnant, so much is made of courses by the women on the show. high in the instep If you wanted to drop a sick burn on someone in the 1800s, you might say they were high in the instep. The instep is “the arched upper surface of the human foot between the toes and the ankle,” and accusing someone of being high in the instep was a way of saying they’re conceited, arrogant, or haughty. virtue In modern times, we think of virtue as personal morals or values. Historically, the term was mostly about sex. Virtue meant “chastity; virginity”, especially in reference to women and girls. It was considered of the utmost importance for a woman to “keep her virtue” until marriage. The word entered English in the late 1100s, and it can be traced to the Latin virtūs, or “manliness.” trousseau Bridgerton is part romance and part historical fashion education. A trousseau is “an outfit of clothing, household linen, etc., for a bride.” The word comes from Old French trusse, literally “a little bundle.” In some instances, a trousseau may also have included jewelry and other items and been a part of a woman’s dowry. While dowries aren’t a part of modern wedding traditions, some brides still prepare a trousseau of things they intend to wear throughout their wedding festivities. swoon Now that your vocabulary is ready for the next season of Bridgerton, it’s time to let the swooning commence. To swoon means “to enter a state of hysterical rapture or ecstasy.” Whether you have a favorite duke, duchess, viscount, or modiste, chances are you’ll be acting out this term at least a few times when they appear on screen. Keep in mind that swoon comes from the Middle English swonen, or “to faint.” You may want to binge-watch carefully. Copyright 2024, XAKKHRA, All Rights Reserved.
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1341 มุมมอง 0 รีวิว
  • มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย โมฮัมหมัด บิน ซัลมาน วันนี้โจมตีอิสราเอล

    มกุฎราชกุมารประกาศเป็นครั้งแรกว่าอิสราเอลก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในปาเลสไตน์ และประณามการรุกรานของอิสราเอลต่ออิหร่าน

    ภูมิภาคนี้กำลังค่อยๆเข้าใกล้อิสราเอล, ทำให้สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
    .
    ⚡️BREAKING

    Saudi Crown Prince Mohammad Bin Salman today lashed out at Israel

    The Crown Prince declared for the first time that Israel was committing gen0cide in Palestine and condemned Israeli aggression against Iran

    The region is slowly closing in on Israel, putting USA and Israel in a difficult position
    .
    7:41 PM · Nov 11, 2024 · 360.4K Views
    https://x.com/IranObserver0/status/1855954097536446869
    มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย โมฮัมหมัด บิน ซัลมาน วันนี้โจมตีอิสราเอล มกุฎราชกุมารประกาศเป็นครั้งแรกว่าอิสราเอลก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในปาเลสไตน์ และประณามการรุกรานของอิสราเอลต่ออิหร่าน ภูมิภาคนี้กำลังค่อยๆเข้าใกล้อิสราเอล, ทำให้สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก . ⚡️BREAKING Saudi Crown Prince Mohammad Bin Salman today lashed out at Israel The Crown Prince declared for the first time that Israel was committing gen0cide in Palestine and condemned Israeli aggression against Iran The region is slowly closing in on Israel, putting USA and Israel in a difficult position . 7:41 PM · Nov 11, 2024 · 360.4K Views https://x.com/IranObserver0/status/1855954097536446869
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 349 มุมมอง 0 รีวิว
  • เปเซชเคียน และ โมฮัมหมัด บิน ซัลมาน พูดคุยทางโทรศัพท์

    มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบียตรัสว่า 'ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านและซาอุดีอาระเบียอยู่ในจุดประวัติศาสตร์'

    ผู้บัญชาการกองทัพซาอุดีอาระเบียเยือนอิหร่านในวันนี้ด้วย
    .
    ⚡️JUST IN

    Pezeshkian and Mohammad Bin Salman held a phone call

    The Saudi Crown Prince said 'The relations between Iran and Saudi Arabia are at a historical point'

    The Chief of Saudi's Armed Forces also visited Iran today
    .
    1:42 AM · Nov 11, 2024 · 108.5K Views
    https://x.com/IranObserver0/status/1855682497180295328
    เปเซชเคียน และ โมฮัมหมัด บิน ซัลมาน พูดคุยทางโทรศัพท์ มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบียตรัสว่า 'ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านและซาอุดีอาระเบียอยู่ในจุดประวัติศาสตร์' ผู้บัญชาการกองทัพซาอุดีอาระเบียเยือนอิหร่านในวันนี้ด้วย . ⚡️JUST IN Pezeshkian and Mohammad Bin Salman held a phone call The Saudi Crown Prince said 'The relations between Iran and Saudi Arabia are at a historical point' The Chief of Saudi's Armed Forces also visited Iran today . 1:42 AM · Nov 11, 2024 · 108.5K Views https://x.com/IranObserver0/status/1855682497180295328
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 265 มุมมอง 0 รีวิว
  • เคท มิดเดิลตัน กลับมาปฏิบัติหน้าที่สาธารณะอีกครั้งหลังเข้ารับเคมีบำบัด

    เจ้าหญิงแห่งเวลส์ปรากฏตัวครั้งแรก ในงานรำลึกวันทหารผ่านศึกครั้งสำคัญ หลังจากเข้ารับการรักษาด้วย "เคมีบำบัดป้องกัน" ตามรายงาน
    .
    KATE MIDDLETON RETURNS TO PUBLIC DUTIES AFTER CHEMOTHERAPY COURSE

    The Princess of Wales has made her first appearance at a major Remembrance Day event since undergoing a reported treatment for a "course of preventative chemotherapy".
    .
    9:35 AM · Nov 10, 2024 · 2,320 Views
    https://x.com/SputnikInt/status/1855438982177288432
    เคท มิดเดิลตัน กลับมาปฏิบัติหน้าที่สาธารณะอีกครั้งหลังเข้ารับเคมีบำบัด เจ้าหญิงแห่งเวลส์ปรากฏตัวครั้งแรก ในงานรำลึกวันทหารผ่านศึกครั้งสำคัญ หลังจากเข้ารับการรักษาด้วย "เคมีบำบัดป้องกัน" ตามรายงาน . KATE MIDDLETON RETURNS TO PUBLIC DUTIES AFTER CHEMOTHERAPY COURSE The Princess of Wales has made her first appearance at a major Remembrance Day event since undergoing a reported treatment for a "course of preventative chemotherapy". . 9:35 AM · Nov 10, 2024 · 2,320 Views https://x.com/SputnikInt/status/1855438982177288432
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 440 มุมมอง 0 รีวิว
  • 16-10-67/02 : หมี CNN / จริงดิ? มรึงคิดว่ามันจะยอมจ่ายให้โง่เหรอ? แผ่นดินใกล้จะแตกซะขนาดนี้! ผ่านไป 200 ปี ยังตามเช็คบิล เหี้ยสิงโตตอแหล ผีซ้ำด้ามพลอย ฉิบหายไม่เลิก! โลกมหาสมุทรแคริบเบียน ดาหน้าฟ้องยับ "ค้าทาส" เป้าหมายไม่ได้แค่ฟ้อง แต่จะดึงทั้งโลกที่เคยถูกมรึงล่าอาณานิคม เข้าร่วมทวงความยุติธรรมคืน สู้ยังไงก็แพ้ แต่เหี้ยมันไม่สู้ดอก เพราะมันไม่จ่าย แล้วจะทำไม? สุดท้าย "วัดรอยตรีน" ใครใหญ่กว่าก็เอาแผ่นดินไปสิ? นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน่ะ มันคือน้ำผึ้งหยดเดียวที่จะหันมาเล่น อีอังกฤษ อีสเปน อีฮอลันดา อีฝรั่งเศส ในยุคล่าอาณานิคม กูล่ะชอบ แสงทำงานจุงเบย ทุกอย่างที่เห็น มันส่งสัญญานชัด แสงเข้าทุกพื้นที่โลกแล้ว! 20 ปีก่อน มีใครกล้าหือ กล้าฟ้อง กล้างัดข้อเหี้ยมั้ยล่ะ? แปลว่าอะไร? "เวลาของมรึงหมดแล้วไงล่ะ ดีออก" อัพเดทล่าสุด ประเทศในหมู่เกาะแคริบเบี้ยนตอนนี้ รัสเซีย อิหร่าน จีน เข้าไปวางไข่หมดแล้ว ฐานลับอยู่ไหนเอ่ย? ซ่อนกันถี่ปุยมุย? ถึงเวลาเปิดหน้าใส่เหี้ย มรึงได้เห็นผุกดกันมาเป็นดอกเห็ดชัวร์! จุดจบของชาติล่าอาณานิคมคือ "ขาลง มรึงจะเป็นฝ่ายถูกล่ากลับ" กงกรรม กงเกวียน ไม่เลิก อย่าว่า 2 แสนล้านเลย ปอนด์เดียวมันก็ไม่จ่ายชัวร์ แล้วต้องทำยังไง? กระทืบไงจ๊ะ? จับแยกชิ้นส่วน แบ่งขายแดร๊ก แบบที่มันเคยทำกับชาติอื่นเอาไว้ในอดีต โมเดลไม่ต้องร้องขอ เดี๋ยวขั้วใหม่เค้าจัดให้เอง แค่ตามมาก็พอ องค์กรสากลโลกเริ่มเปลี่ยนข้าง เพราะดอลล่าร์ขายไม่ออก จะหันไปพึ่งใครมาจ่ายเงินเดือนได้อีกล่ะ หากไม่ใช่ จีน รัสเซีย ที่รวยเละเทะ รายวัน รอดูความวินาศฉิบหายของเหี้ยโลก เหี้ยไทยได้ ในไม่ช้า เพราะถึงเวลาตายโหงเป็นหมู่คณะแล้วจ๊ะ ยุโรปต้องแตก อเมริกาต้องแตก อิสราเอลต้องคืน ไม่มีทางอื่นให้เลือก นอกจาก "ตายโหง กับ ตายห่า" เพราะขั้วใหม่ เค้าไม่เก็บมรึงไว้ให้หนักแผ่นดินโลกชัวร์ ทุกวันนี้ ยังมีทาสอยู่มั้ย? ตอบเลยว่า "มีเกลื่อน" ประเทศกูมี พกทาสควายไว้เพี๊ยบ มันจะตายไปพร้อมกับนายมันทั้งคอก เพราะนรกได้กาหัวพวกมรึงไว้หมดแล้ว ทุกไอ้อี สวรรค์ไร้เมตตา!

    Britain May Face a Reparations Bill Worth £200bn For Role in Colonial Slave Trade อังกฤษอาจต้องชดใช้ค่าเสียหายถึง 200 พันล้านปอนด์จากบทบาทการค้าทาส

    ------------------------------------------------------------------------—
    RONIN500(Admin Nidnoi) แปลโดย นิดหน่อย : อังกฤษอาจต้องชดใช้ค่าเสียหายถึง 200 พันล้านปอนด์จากบทบาทการค้าทาส

    พันธมิตรที่เกิดขึ้นจากสหภาพแอฟริกา และประเทศในมหาสมุทรแคริบเบียนเมื่อปีที่แล้วเพื่อนำเสนอ “แนวหน้าที่เป็นหนึ่งเดียว” ที่ต้องการใหัอังกฤษชดใช้ค่าเสียหายจาก “อาชญากรรมทางประวัติศาสตร์”

    สำนักข่าว Daily Mail รายงานว่า ประเทศในมหาสมุทรแคริบเบียนทั้ง 15 ประเทศต้องการเงินชดใช้อย่างน้อย 206 พันล้านปอนด์ (270 พันล้านดอลลาร์) จากอังกฤษที่เคยทำการค้าทาส

    ประเด็นเรื่องการชดใช้ค่าเสียหายจะมีการเจรจาในที่ประชุม Commonwealth Heads of Government Meeting (CHOGM) ที่เมือง Samoa ในวันที่ 21-25 ตุลาคม สำนักข่าวเตือนว่า จำนวนเงินดังกล่าวอาจ “ทำให้อังกฤษล้มละลาย”

    สำนักข่าวประเมินความสามารถของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ Keir Starmer ว่าจะ “ปฏิเสธกลุ่มประเทศดังกล่าว” ได้หรือไม่ นอกจากนั้นยังโจมตีการประเมิน “ที่ทำให้เกิดคำถาม” จากรายงานของบริษัทที่ปรึกษาอย่าง Brattle Group ที่อ้างว่า เงินจำนวน 206 พันล้านปอนด์จะเป็น “ทางเลือกราคาถูก” ต่ออังกฤษ

    รายงาน Reparations for Transatlantic Chattel Slavery in the Americas and the Caribbean ที่ได้รับการตีพิมพ์ในปี 2023 ระบุว่า มากกว่า 30 ประเทศอาจคาดหวังให้ประเทศตะวันตกจ่ายเงินชดใช้จากกรณีการค้าทาส

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศในมหาสมุทรแคริบเบียนแสดงความต้องการที่จะให้อังกฤษชดใช้เรื่องการค้าทาสซึ่งอังกฤษสนับสนุนในศตวรรษที่ 17 และ 18

    จากการประชุมสุดยอด Commonwealth ที่ประเทศรวันดาเมื่อปี 2022 เจ้าฟ้าชายชาร์ล (Prince Charles) แสดง “ความเสียใจ” ต่อ “ช่วงเวลาที่น่าเจ็บปวดที่สุดในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ” แต่ไม่ได้กล่าวคำขอโทษอย่างชัดเจนต่อผู้ที่เคยอยู่ในประเทศอาณานิคม

    https://sputnikglobe.com/20241013/britain-may-face-a-reparations-bill-worth-200bn-forrole-in-colonial-slave-trade-1120534825.html

    https://linevoom.line.me/post/1172905604657017111
    ------------------------------------------------------------------------—
    เข้าถ้ำ RONIN คลิกที่ LINK ตามนี้ :
    https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=hfs0310u

    **เพจหลักของหมี CNN คือ**
    https://www.minds.com/mheecnn2/

    เพจ VK ของรัสเซีย พิมคำว่า Frank Mheecnn
    www.vk.com/id448335733

    **เพจหมี CNN ใน Twitter ตัวใหม่ล่าสุด!**
    https://twitter.com/CnnMhee

    **เพจหมี CNN ใน FB ห้องปิด ตัวใหม่ล่าสุด!**
    https://www.facebook.com/chatchai.sathitsit.77
    16-10-67/02 : หมี CNN / จริงดิ? มรึงคิดว่ามันจะยอมจ่ายให้โง่เหรอ? แผ่นดินใกล้จะแตกซะขนาดนี้! ผ่านไป 200 ปี ยังตามเช็คบิล เหี้ยสิงโตตอแหล ผีซ้ำด้ามพลอย ฉิบหายไม่เลิก! โลกมหาสมุทรแคริบเบียน ดาหน้าฟ้องยับ "ค้าทาส" เป้าหมายไม่ได้แค่ฟ้อง แต่จะดึงทั้งโลกที่เคยถูกมรึงล่าอาณานิคม เข้าร่วมทวงความยุติธรรมคืน สู้ยังไงก็แพ้ แต่เหี้ยมันไม่สู้ดอก เพราะมันไม่จ่าย แล้วจะทำไม? สุดท้าย "วัดรอยตรีน" ใครใหญ่กว่าก็เอาแผ่นดินไปสิ? นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน่ะ มันคือน้ำผึ้งหยดเดียวที่จะหันมาเล่น อีอังกฤษ อีสเปน อีฮอลันดา อีฝรั่งเศส ในยุคล่าอาณานิคม กูล่ะชอบ แสงทำงานจุงเบย ทุกอย่างที่เห็น มันส่งสัญญานชัด แสงเข้าทุกพื้นที่โลกแล้ว! 20 ปีก่อน มีใครกล้าหือ กล้าฟ้อง กล้างัดข้อเหี้ยมั้ยล่ะ? แปลว่าอะไร? "เวลาของมรึงหมดแล้วไงล่ะ ดีออก" อัพเดทล่าสุด ประเทศในหมู่เกาะแคริบเบี้ยนตอนนี้ รัสเซีย อิหร่าน จีน เข้าไปวางไข่หมดแล้ว ฐานลับอยู่ไหนเอ่ย? ซ่อนกันถี่ปุยมุย? ถึงเวลาเปิดหน้าใส่เหี้ย มรึงได้เห็นผุกดกันมาเป็นดอกเห็ดชัวร์! จุดจบของชาติล่าอาณานิคมคือ "ขาลง มรึงจะเป็นฝ่ายถูกล่ากลับ" กงกรรม กงเกวียน ไม่เลิก อย่าว่า 2 แสนล้านเลย ปอนด์เดียวมันก็ไม่จ่ายชัวร์ แล้วต้องทำยังไง? กระทืบไงจ๊ะ? จับแยกชิ้นส่วน แบ่งขายแดร๊ก แบบที่มันเคยทำกับชาติอื่นเอาไว้ในอดีต โมเดลไม่ต้องร้องขอ เดี๋ยวขั้วใหม่เค้าจัดให้เอง แค่ตามมาก็พอ องค์กรสากลโลกเริ่มเปลี่ยนข้าง เพราะดอลล่าร์ขายไม่ออก จะหันไปพึ่งใครมาจ่ายเงินเดือนได้อีกล่ะ หากไม่ใช่ จีน รัสเซีย ที่รวยเละเทะ รายวัน รอดูความวินาศฉิบหายของเหี้ยโลก เหี้ยไทยได้ ในไม่ช้า เพราะถึงเวลาตายโหงเป็นหมู่คณะแล้วจ๊ะ ยุโรปต้องแตก อเมริกาต้องแตก อิสราเอลต้องคืน ไม่มีทางอื่นให้เลือก นอกจาก "ตายโหง กับ ตายห่า" เพราะขั้วใหม่ เค้าไม่เก็บมรึงไว้ให้หนักแผ่นดินโลกชัวร์ ทุกวันนี้ ยังมีทาสอยู่มั้ย? ตอบเลยว่า "มีเกลื่อน" ประเทศกูมี พกทาสควายไว้เพี๊ยบ มันจะตายไปพร้อมกับนายมันทั้งคอก เพราะนรกได้กาหัวพวกมรึงไว้หมดแล้ว ทุกไอ้อี สวรรค์ไร้เมตตา! Britain May Face a Reparations Bill Worth £200bn For Role in Colonial Slave Trade อังกฤษอาจต้องชดใช้ค่าเสียหายถึง 200 พันล้านปอนด์จากบทบาทการค้าทาส ------------------------------------------------------------------------— RONIN500(Admin Nidnoi) แปลโดย นิดหน่อย : อังกฤษอาจต้องชดใช้ค่าเสียหายถึง 200 พันล้านปอนด์จากบทบาทการค้าทาส พันธมิตรที่เกิดขึ้นจากสหภาพแอฟริกา และประเทศในมหาสมุทรแคริบเบียนเมื่อปีที่แล้วเพื่อนำเสนอ “แนวหน้าที่เป็นหนึ่งเดียว” ที่ต้องการใหัอังกฤษชดใช้ค่าเสียหายจาก “อาชญากรรมทางประวัติศาสตร์” สำนักข่าว Daily Mail รายงานว่า ประเทศในมหาสมุทรแคริบเบียนทั้ง 15 ประเทศต้องการเงินชดใช้อย่างน้อย 206 พันล้านปอนด์ (270 พันล้านดอลลาร์) จากอังกฤษที่เคยทำการค้าทาส ประเด็นเรื่องการชดใช้ค่าเสียหายจะมีการเจรจาในที่ประชุม Commonwealth Heads of Government Meeting (CHOGM) ที่เมือง Samoa ในวันที่ 21-25 ตุลาคม สำนักข่าวเตือนว่า จำนวนเงินดังกล่าวอาจ “ทำให้อังกฤษล้มละลาย” สำนักข่าวประเมินความสามารถของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ Keir Starmer ว่าจะ “ปฏิเสธกลุ่มประเทศดังกล่าว” ได้หรือไม่ นอกจากนั้นยังโจมตีการประเมิน “ที่ทำให้เกิดคำถาม” จากรายงานของบริษัทที่ปรึกษาอย่าง Brattle Group ที่อ้างว่า เงินจำนวน 206 พันล้านปอนด์จะเป็น “ทางเลือกราคาถูก” ต่ออังกฤษ รายงาน Reparations for Transatlantic Chattel Slavery in the Americas and the Caribbean ที่ได้รับการตีพิมพ์ในปี 2023 ระบุว่า มากกว่า 30 ประเทศอาจคาดหวังให้ประเทศตะวันตกจ่ายเงินชดใช้จากกรณีการค้าทาส ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศในมหาสมุทรแคริบเบียนแสดงความต้องการที่จะให้อังกฤษชดใช้เรื่องการค้าทาสซึ่งอังกฤษสนับสนุนในศตวรรษที่ 17 และ 18 จากการประชุมสุดยอด Commonwealth ที่ประเทศรวันดาเมื่อปี 2022 เจ้าฟ้าชายชาร์ล (Prince Charles) แสดง “ความเสียใจ” ต่อ “ช่วงเวลาที่น่าเจ็บปวดที่สุดในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ” แต่ไม่ได้กล่าวคำขอโทษอย่างชัดเจนต่อผู้ที่เคยอยู่ในประเทศอาณานิคม https://sputnikglobe.com/20241013/britain-may-face-a-reparations-bill-worth-200bn-forrole-in-colonial-slave-trade-1120534825.html https://linevoom.line.me/post/1172905604657017111 ------------------------------------------------------------------------— เข้าถ้ำ RONIN คลิกที่ LINK ตามนี้ : https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=hfs0310u **เพจหลักของหมี CNN คือ** https://www.minds.com/mheecnn2/ เพจ VK ของรัสเซีย พิมคำว่า Frank Mheecnn www.vk.com/id448335733 **เพจหมี CNN ใน Twitter ตัวใหม่ล่าสุด!** https://twitter.com/CnnMhee **เพจหมี CNN ใน FB ห้องปิด ตัวใหม่ล่าสุด!** https://www.facebook.com/chatchai.sathitsit.77
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 442 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🌸Oriental Princess เซทบำรุงผิวหน้าสำหรับผู้ชาย
    พิกัด: https://s.shopee.co.th/sFvllJRb
    🌸Oriental Princess เซทบำรุงผิวหน้าสำหรับผู้ชาย พิกัด: https://s.shopee.co.th/sFvllJRb
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 38 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🛳 ออกเดินทางสู่โลกกว้างไปกับเรือสำราญ Princess Cruises! แพลนการเดินทางช่วงปี 2024-2026 เส้นทางไหนควรไปช่วงไหนดี พร้อมเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ของการล่องเรือการเดินทางที่รวมทุกอย่างไว้ครบ ทั้งห้องพักสุดหรู อาหารหลากหลายรสชาติ และกิจกรรมความบันเทิงที่หลากหลายเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว ⛱💦

    ดูเรือ Princess Cruises ทั้งหมดได้ที่
    https://78s.me/1ab7e0

    ✅ ดูแพ็คเกจเรือทั้งหมด
    https://cruisedomain.com/
    LINE ID: @CruiseDomain 78s.me/c54029
    Facebook: CruiseDomain 78s.me/b8a121
    Youtube : CruiseDomain 78s.me/8af620
    ☎️: 0 2116 9696 (Auto)

    #เรือPrincessCruises #เรือPrincess #Princesscruise #ตารางล่องเรือสำราญ #ล่องเรือสำราญ #แพ็คเกจล่องเรือสำราญ #CruiseDomain #thaitimes #News1 #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    🛳 ออกเดินทางสู่โลกกว้างไปกับเรือสำราญ Princess Cruises! แพลนการเดินทางช่วงปี 2024-2026 เส้นทางไหนควรไปช่วงไหนดี พร้อมเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ของการล่องเรือการเดินทางที่รวมทุกอย่างไว้ครบ ทั้งห้องพักสุดหรู อาหารหลากหลายรสชาติ และกิจกรรมความบันเทิงที่หลากหลายเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว ⛱💦 ดูเรือ Princess Cruises ทั้งหมดได้ที่ https://78s.me/1ab7e0 ✅ ดูแพ็คเกจเรือทั้งหมด https://cruisedomain.com/ LINE ID: @CruiseDomain 78s.me/c54029 Facebook: CruiseDomain 78s.me/b8a121 Youtube : CruiseDomain 78s.me/8af620 ☎️: 0 2116 9696 (Auto) #เรือPrincessCruises #เรือPrincess #Princesscruise #ตารางล่องเรือสำราญ #ล่องเรือสำราญ #แพ็คเกจล่องเรือสำราญ #CruiseDomain #thaitimes #News1 #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1050 มุมมอง 0 รีวิว
  • 張靚穎 Jane Zhang

    นักร้อง ประเภท POWER PERFORMANCE (ตัวจริง)
    การเกิดของเธอ ทำให้ ป้ามีมี่ ( Mariah Carey ) ตกกระป๋อง ไป !

    เพราะว่า..น้ำเสียงของเธอ หวานใส ทรงพลัง และ พรสวรรค์ของเธอ คือ
    สามารถขับร้อง #โซปราโน (Coloratura Soprano) ร้องระดับเสียงสูงสุดของผู้หญิงที่สามารถใช้เสียงได้ หลากหลายด้วย #เทคนิคอันแพรวพราว และ
    #ร้องเสียงเฮดโทนวอยซ์ ได้ #เสียงมีความกว้างมากกว่าห้าออกเตฟ และ
    ความสามารถในการร้องเสียงสูงใน #Whistle_Register (เสียงร้องเสียงสูงที่สูงกว่า E6) โน้ตที่สูงที่สุดที่เธอร้องได้คือ Bb7 (โน้ตที่สูงกว่า C7 ซึ่งเป็นโน้ตสูงสุดบนคีย์บอร์ดมาตรฐานอยู่ห้าเสียงครึ่ง หรือสูงกว่าโน้ตสูงที่สุดบนคีย์ของเปียโนซึ่งมีอยู่ 88 คีย์) ทั่วโลก..จึงมอบฉายาให้ว่า Dolphin Princess ในการดำผุด โผล่ ด้วยเทคนิคการขับร้องแบบ #Melisma หรือ การร้องเอื้อน ในภาษาไทย นั่นเอง ค่ะ

    ตัวอย่างของการขับร้อง Opera และ Whistle_Register
    https://www.youtube.com/watch?v=kJl2uPNsJEk

    ตัวอย่างของการขับร้องเพลง "Loving You"
    ด้วยเทคนิค Whistle_Register สดใส มีพลัง และ หวานกว่า Mariah Carey
    https://www.youtube.com/watch?v=Q5WB3_mHn6I

    แนวร๊อค..โคตร มันส์
    https://www.youtube.com/watch?v=fcBu1qVcKrU

    แนวหวานเศร้า..แบบคุณหนู(แอบ)ร้องไห้
    https://www.youtube.com/watch?v=vBk9s8V3nq0

    แนวแดนซ์..ดิ้น(กระจาย)
    https://www.youtube.com/watch?v=2u2igWgsF3w
    張靚穎 Jane Zhang นักร้อง ประเภท POWER PERFORMANCE (ตัวจริง) การเกิดของเธอ ทำให้ ป้ามีมี่ ( Mariah Carey ) ตกกระป๋อง ไป ! เพราะว่า..น้ำเสียงของเธอ หวานใส ทรงพลัง และ พรสวรรค์ของเธอ คือ สามารถขับร้อง #โซปราโน (Coloratura Soprano) ร้องระดับเสียงสูงสุดของผู้หญิงที่สามารถใช้เสียงได้ หลากหลายด้วย #เทคนิคอันแพรวพราว และ #ร้องเสียงเฮดโทนวอยซ์ ได้ #เสียงมีความกว้างมากกว่าห้าออกเตฟ และ ความสามารถในการร้องเสียงสูงใน #Whistle_Register (เสียงร้องเสียงสูงที่สูงกว่า E6) โน้ตที่สูงที่สุดที่เธอร้องได้คือ Bb7 (โน้ตที่สูงกว่า C7 ซึ่งเป็นโน้ตสูงสุดบนคีย์บอร์ดมาตรฐานอยู่ห้าเสียงครึ่ง หรือสูงกว่าโน้ตสูงที่สุดบนคีย์ของเปียโนซึ่งมีอยู่ 88 คีย์) ทั่วโลก..จึงมอบฉายาให้ว่า Dolphin Princess ในการดำผุด โผล่ ด้วยเทคนิคการขับร้องแบบ #Melisma หรือ การร้องเอื้อน ในภาษาไทย นั่นเอง ค่ะ ตัวอย่างของการขับร้อง Opera และ Whistle_Register https://www.youtube.com/watch?v=kJl2uPNsJEk ตัวอย่างของการขับร้องเพลง "Loving You" ด้วยเทคนิค Whistle_Register สดใส มีพลัง และ หวานกว่า Mariah Carey https://www.youtube.com/watch?v=Q5WB3_mHn6I แนวร๊อค..โคตร มันส์ https://www.youtube.com/watch?v=fcBu1qVcKrU แนวหวานเศร้า..แบบคุณหนู(แอบ)ร้องไห้ https://www.youtube.com/watch?v=vBk9s8V3nq0 แนวแดนซ์..ดิ้น(กระจาย) https://www.youtube.com/watch?v=2u2igWgsF3w
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 579 มุมมอง 0 รีวิว
  • Words That Capture The Beauty And Charm Of English

    What makes a word beautiful? Often, it’s a combination of factors. It might be that the word is especially fun to say, or maybe it evokes a feeling or image that is particularly pleasing. The meaning of the word itself might also be beautiful, or it could refer to a beautiful idea. And, of course, sometimes you just really like a word for reasons that can’t be entirely explained.

    The author Henry James once said that summer afternoon was the most beautiful phrase in the English language. Ray Bradbury liked the word cinnamon. Tessa Hadley has expressed admiration for cochineal. Which words strike your fancy? Keep reading to learn more about 15 of the most beautiful words in English. Who knows? You might even find a new favorite.

    ephemeral
    Ephemeral means “lasting a very short time; short-lived; transitory.” It’s both a lovely sounding word and one that’s frequently used to describe things that are beautiful or wonderful, but short lived.

    The painter tried to capture the ephemeral beauty of the autumn leaves.
    The word comes from the Greek word ephḗmeros, meaning “short-lived, lasting but a day.” Lucky for us, the word itself has lasted much longer than that. It’s been in use in English since the late 1500s.


    idyllic
    If you need a word for something beautiful and quaint, idyllic is here for you. Idyllic means “suitable for or suggestive of an idyll; charmingly simple or rustic.” An idyll is a poem or prose describing pastoral or appealingly simple scenes.

    She returned home to the idyllic small town where she grew up.
    The word was first recorded in English in the late 1800s, though the noun form, idyll, has been in use since the 1590s. They derive from Greek eidýllion, or “a short pastoral poem.”


    serendipity
    How fortunate that serendipity just happens to be on this list. Serendipity is “an aptitude for making desirable discoveries by accident.”

    The pirate knew that finding the treasure would require hard work and a bit of serendipity.
    This word was coined by author Horace Walpole. Serendipity is the ability possessed by the heroes of The Three Princes of Serendip, a fairytale he published in 1754. Fun fact: one of Walpole’s other stories, The Castle of Otranto, is believed to be the first Gothic novel. Seems Walpole was working with a bit of serendipity himself.


    gossamer
    Gossamer has a lovely sound and is used to describe lovely things. It means “something extremely light, flimsy, or delicate.”

    The butterfly fluttered on gossamer wings.
    Gossamer was first recorded in English in the late 1200s from the Middle English gos(s)esomer or gossummer, which means “a filmy substance made of cobwebs; fine filament; something trivial.” It’s still frequently used to describe delicate spider webs, like those seen covered in dew on a crisp fall morning.


    incandescent
    Incandescent means “intensely bright; brilliant,” and it’s been lighting up the English language since at least 1785.

    The night sky glittered with incandescent stars.
    Incandescent comes from the Latin incandēscere, or “to glow.” Of course, incandescent doesn’t have to something literally glows or is intensely bright. It can also be used to describe someone or something that has a brilliant, electrifying presence.


    diaphanous
    With its bright long i- sound and its soft ph-, diaphanous is one of those words that just feels nice to say. Diaphanous means “very sheer and light; almost completely transparent or translucent.”

    The morning sunrise glowed through the diaphanous curtains.
    The word has been in use since the 17th century, and it works especially well for describing fabric or textures that are so thin and sheer they almost seem to glow with the light passing through them.


    sibilance
    Sibilance is one of the more pleasant-sounding words to say, and it’s used to describe sound. It means “a hissing quality of sound, or the hissing sound itself.”

    I dozed in the hammock to the ocean’s gentle sibilance.
    You could use this word to describe unpleasant hissing sounds, like malfunctioning electronics, or for something more beautiful, like in the example above. Plus, the word itself has a gentle hissing quality. Say it with us three times: sibilance, sibilance, sibilance. Ah, so soft and soothing.


    gloaming
    Gloaming is another word for “twilight; dusk,” and not only does it describe one of the most beautiful times of the day, but the word itself is also nice to say. It sounds very similar to glowing, and it has a magical quality.

    We walked through the forest and watched fireflies twinkle in the gloaming.
    The magical quality might have something to do with its age and origin. The word has been in use since before the year 1000, and it’s believed to be related to Old Norse glāmr, meaning “moon.”


    halcyon
    If you’re gazing out over a tranquil lake, halcyon might be the word that comes to mind. It means “calm; peaceful; tranquil,” and this word has a fascinating origin story.

    The halcyon weather made for a perfect day at the beach.
    Halcyon can be traced back to the Greek halkyṓn, a variant of alkyṓn, or “kingfisher.” In Greek mythology, Alkyone, or Alcyone, is the daughter of the God of the winds, Aeolus, and she was transformed into a kingfisher after throwing herself into the sea.


    ebullient
    Some things are just too wonderful to be contained. Ebullient is an adjective that means “overflowing with fervor, enthusiasm, or excitement; high-spirited,” and it’s a word that practically sounds as joyful as its meaning.

    The ebullient young scientist couldn’t wait to share their latest discovery.
    Ebullient was first recorded in English in the late 1590s. It is associated with happiness and optimism. What’s not to love about a happy word like that?


    quixotic
    Quixotic is a charming word that means “extravagantly chivalrous or romantic; visionary, impractical, or impracticable.” It comes from Miguel de Cervantes’ novel Don Quixote about a noble from La Mancha, Spain, who reads so many heroic romances that he becomes obsessed with the idea of being a knight.

    Her actions may seem quixotic, but they also speak to her courage and passion.
    By 1644, Quixote was used to describe “a person inspired by lofty and chivalrous but impractical ideals.” By the 18th century, the derivative adjective quixotic, which applies to both persons and actions, appeared.


    vivacity
    It’s infectious when someone has great enthusiasm and a zest for life. The word vivacity is similarly attractive. It means “liveliness; animation; sprightliness.”

    The legendary Julie Andrews may be best known for her inexhaustible vivacity.
    Vivacity is also a word English speakers have enjoyed for a very long time. It was first recorded in English in the 1400s.


    scintilla
    Scintilla doesn’t have the most beautiful meaning, but it’s certainly a satisfying and pretty word to say. The beginning syllable makes a hissing sound that is both soft and soothing, and the rest of the word seems to roll off the tongue.

    We don’t have a scintilla of doubt that words are powerful.
    Scintilla means “a minute particle, spark, trace.” It is a loan word from Latin, in which it means “spark.” It was first recorded in English in the late 1600s.


    lilt
    A lilt is a “rhythmic swing or cadence,” and the word has a soft, musical quality that matches its meaning. The origins of this word are unclear. It’s thought to come from the Middle English lulte, perhaps akin to the Dutch lul, meaning “pipe,” or lullen, “to lull.”

    She spoke with a soft Southern lilt that put me at ease.
    Lilt first appeared in English as early as 1300, and we’ve been swaying along ever since.

    Copyright 2024, XAKKHRA, All Rights Reserved.
    Words That Capture The Beauty And Charm Of English What makes a word beautiful? Often, it’s a combination of factors. It might be that the word is especially fun to say, or maybe it evokes a feeling or image that is particularly pleasing. The meaning of the word itself might also be beautiful, or it could refer to a beautiful idea. And, of course, sometimes you just really like a word for reasons that can’t be entirely explained. The author Henry James once said that summer afternoon was the most beautiful phrase in the English language. Ray Bradbury liked the word cinnamon. Tessa Hadley has expressed admiration for cochineal. Which words strike your fancy? Keep reading to learn more about 15 of the most beautiful words in English. Who knows? You might even find a new favorite. ephemeral Ephemeral means “lasting a very short time; short-lived; transitory.” It’s both a lovely sounding word and one that’s frequently used to describe things that are beautiful or wonderful, but short lived. The painter tried to capture the ephemeral beauty of the autumn leaves. The word comes from the Greek word ephḗmeros, meaning “short-lived, lasting but a day.” Lucky for us, the word itself has lasted much longer than that. It’s been in use in English since the late 1500s. idyllic If you need a word for something beautiful and quaint, idyllic is here for you. Idyllic means “suitable for or suggestive of an idyll; charmingly simple or rustic.” An idyll is a poem or prose describing pastoral or appealingly simple scenes. She returned home to the idyllic small town where she grew up. The word was first recorded in English in the late 1800s, though the noun form, idyll, has been in use since the 1590s. They derive from Greek eidýllion, or “a short pastoral poem.” serendipity How fortunate that serendipity just happens to be on this list. Serendipity is “an aptitude for making desirable discoveries by accident.” The pirate knew that finding the treasure would require hard work and a bit of serendipity. This word was coined by author Horace Walpole. Serendipity is the ability possessed by the heroes of The Three Princes of Serendip, a fairytale he published in 1754. Fun fact: one of Walpole’s other stories, The Castle of Otranto, is believed to be the first Gothic novel. Seems Walpole was working with a bit of serendipity himself. gossamer Gossamer has a lovely sound and is used to describe lovely things. It means “something extremely light, flimsy, or delicate.” The butterfly fluttered on gossamer wings. Gossamer was first recorded in English in the late 1200s from the Middle English gos(s)esomer or gossummer, which means “a filmy substance made of cobwebs; fine filament; something trivial.” It’s still frequently used to describe delicate spider webs, like those seen covered in dew on a crisp fall morning. incandescent Incandescent means “intensely bright; brilliant,” and it’s been lighting up the English language since at least 1785. The night sky glittered with incandescent stars. Incandescent comes from the Latin incandēscere, or “to glow.” Of course, incandescent doesn’t have to something literally glows or is intensely bright. It can also be used to describe someone or something that has a brilliant, electrifying presence. diaphanous With its bright long i- sound and its soft ph-, diaphanous is one of those words that just feels nice to say. Diaphanous means “very sheer and light; almost completely transparent or translucent.” The morning sunrise glowed through the diaphanous curtains. The word has been in use since the 17th century, and it works especially well for describing fabric or textures that are so thin and sheer they almost seem to glow with the light passing through them. sibilance Sibilance is one of the more pleasant-sounding words to say, and it’s used to describe sound. It means “a hissing quality of sound, or the hissing sound itself.” I dozed in the hammock to the ocean’s gentle sibilance. You could use this word to describe unpleasant hissing sounds, like malfunctioning electronics, or for something more beautiful, like in the example above. Plus, the word itself has a gentle hissing quality. Say it with us three times: sibilance, sibilance, sibilance. Ah, so soft and soothing. gloaming Gloaming is another word for “twilight; dusk,” and not only does it describe one of the most beautiful times of the day, but the word itself is also nice to say. It sounds very similar to glowing, and it has a magical quality. We walked through the forest and watched fireflies twinkle in the gloaming. The magical quality might have something to do with its age and origin. The word has been in use since before the year 1000, and it’s believed to be related to Old Norse glāmr, meaning “moon.” halcyon If you’re gazing out over a tranquil lake, halcyon might be the word that comes to mind. It means “calm; peaceful; tranquil,” and this word has a fascinating origin story. The halcyon weather made for a perfect day at the beach. Halcyon can be traced back to the Greek halkyṓn, a variant of alkyṓn, or “kingfisher.” In Greek mythology, Alkyone, or Alcyone, is the daughter of the God of the winds, Aeolus, and she was transformed into a kingfisher after throwing herself into the sea. ebullient Some things are just too wonderful to be contained. Ebullient is an adjective that means “overflowing with fervor, enthusiasm, or excitement; high-spirited,” and it’s a word that practically sounds as joyful as its meaning. The ebullient young scientist couldn’t wait to share their latest discovery. Ebullient was first recorded in English in the late 1590s. It is associated with happiness and optimism. What’s not to love about a happy word like that? quixotic Quixotic is a charming word that means “extravagantly chivalrous or romantic; visionary, impractical, or impracticable.” It comes from Miguel de Cervantes’ novel Don Quixote about a noble from La Mancha, Spain, who reads so many heroic romances that he becomes obsessed with the idea of being a knight. Her actions may seem quixotic, but they also speak to her courage and passion. By 1644, Quixote was used to describe “a person inspired by lofty and chivalrous but impractical ideals.” By the 18th century, the derivative adjective quixotic, which applies to both persons and actions, appeared. vivacity It’s infectious when someone has great enthusiasm and a zest for life. The word vivacity is similarly attractive. It means “liveliness; animation; sprightliness.” The legendary Julie Andrews may be best known for her inexhaustible vivacity. Vivacity is also a word English speakers have enjoyed for a very long time. It was first recorded in English in the 1400s. scintilla Scintilla doesn’t have the most beautiful meaning, but it’s certainly a satisfying and pretty word to say. The beginning syllable makes a hissing sound that is both soft and soothing, and the rest of the word seems to roll off the tongue. We don’t have a scintilla of doubt that words are powerful. Scintilla means “a minute particle, spark, trace.” It is a loan word from Latin, in which it means “spark.” It was first recorded in English in the late 1600s. lilt A lilt is a “rhythmic swing or cadence,” and the word has a soft, musical quality that matches its meaning. The origins of this word are unclear. It’s thought to come from the Middle English lulte, perhaps akin to the Dutch lul, meaning “pipe,” or lullen, “to lull.” She spoke with a soft Southern lilt that put me at ease. Lilt first appeared in English as early as 1300, and we’ve been swaying along ever since. Copyright 2024, XAKKHRA, All Rights Reserved.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 931 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองทัพอังกฤษกำลังเผชิญกับปัญหาอะไรบ้าง?

    นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เซอร์ คีร์ สตาร์เมอร์ ยังไม่ตัดทิ้งความเป็นไปได้ที่จะอนุญาตให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธร่อนสตอร์มแชโดว์พิสัยไกลโจมตีเป้าหมายภายในรัสเซีย อย่างไรก็ตาม ความกล้าหาญในการก่อสงครามของอังกฤษเกิดขึ้นในขณะที่กองทัพอังกฤษเองก็กำลังเผชิญวิกฤต

    ขาดแคลนกำลังพล

    ◻️ ตัวเลขแสดงให้เห็นว่ากองทัพอังกฤษมีจำนวนน้อย โดยการรับทหารใหม่ในช่วง ๑๒ เดือนจนถึงเดือนมีนาคม ๒๐๒๓ ลดลง ๒๒.๑% ในกองทัพเรือ, เกือบ ๑๗% ในกองทัพอากาศ, และเกือบ ๑๕% ในกองทัพบก, ตามสถิติอย่างเป็นทางการ

    ◻️ ปัจจุบันกองทัพบกอังกฤษมีกำลังพลประจำการ ๗๕,๑๖๖ นาย เมื่อเทียบกับ ๑๐๐,๐๐๐ นายในปี ๒๐๑๐

    ◻️ วิกฤตกำลังพลในกองทัพเรืออังกฤษมีรายงานว่าทำให้เรือหลายลำต้องปลดประจำการ

    ปัญหาทางเทคนิค

    ◻️ เรือบรรทุกเครื่องบินเรือธงของกองทัพเรืออังกฤษ HMS Queen Elizabeth และ HMS Prince of Wales ประสบปัญหาทางเทคนิคบางประการ, เนื่องจากเรือลำแรกถูกบังคับให้ถอนตัวจากการฝึกซ้อม Steadfast Defender ของ NATO ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๐๒๔ หลังจากเกิดขัดข้อง

    ◻️ การนำเรือฟริเกต Type ๒๖ ลำใหม่เข้าประจำการถูกเลื่อนออกไป, โดยคาดว่าขีดความสามารถในการปฏิบัติงานเบื้องต้นจะเริ่มขึ้นในปี ๒๐๒๘

    ◻️ การทดสอบปล่อยขีปนาวุธข้ามทวีปติดอาวุธนิวเคลียร์ (SLBM) ของอังกฤษบนเรือ HMS Vanguard เมื่อเดือนมกราคมที่ล้มเหลว ซึ่งถือเป็นความล้มเหลวครั้งที่สองติดต่อกัน รองจาก HMS Vengeance ที่เคยประสบความล้มเหลวในปี ๒๐๑๖

    ขาดเงินและมีระบบราชการเกินดุล

    ◻️ กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักร (MoD) เผชิญกับการขาดดุล ๑๖,๙๐๐ ล้านปอนด์ (๒๒,๑๗๐ ล้านดอลลาร์) สำนักงานตรวจสอบแห่งชาติ (NAO) เปิดเผยในปี ๒๐๒๓ คณะกรรมการตรวจสอบบัญชีสาธารณะ (PAC) เตือนว่าการขาดดุลที่แท้จริงอาจใกล้เคียงกับ ๒๙,๐๐๐ ล้านปอนด์ (๓๘,๐๕๐ ล้านดอลลาร์) ในรายงานเดือนมีนาคม ๒๐๒๔

    ◻️ กระบวนการจัดซื้อและส่งมอบของกระทรวงกลาโหมติดหล่มอยู่ในความล่าช้า ส.ส. อังกฤษกล่าวเมื่อเดือนมีนาคมว่ามีเพียง ๒ โครงการจาก ๔๖ โครงการที่ "มีแนวโน้มสูง" ที่จะส่งมอบตรงเวลา, งบประมาณ, และคุณภาพ

    ◻️ การส่งมอบโครงการพอร์ตโฟลิโอโครงการสำคัญของรัฐบาล ๕ โครงการสำเร็จ, ซึ่งรวมถึงเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใต้น้ำ, ถูกกำหนดให้ "ไม่สามารถทำได้" โดยรายงานของคณะกรรมการสภาสามัญในเดือนมีนาคม
    .
    What problems are Britain’s armed forces grappling with?

    UK Prime Minister Sir Keir Starmer has not ruled out allowing Ukraine to use long-range Storm Shadow cruise missiles on targets inside Russia. Yet the UK’s warmongering bravado comes as its own armed forces are mired in crisis.

    Lack of manpower

    ◻️ Britain’s armed forces are stretched thin, figures show. The intake of recruits in the 12 months to March 2023 dropped by 22.1% in the Royal Navy, almost 17% in the RAF, and nearly 15% in the army, according to official statistics.

    ◻️ The professional ranks of the British Army currently number 75,166 regular forces personnel, compared with around 100,000 in 2010.

    ◻️ A manpower crisis in the Royal Navy reportedly prompted the decommissioning of a number of ships.

    Technical issues

    ◻️ The Royal Navy’s flagship aircraft carriers the HMS Queen Elizabeth and HMS Prince of Wales have faced some technical issues, as the former was forced to pull out from NATO’s Exercise Steadfast Defender drills in February 2024 after a malfunction.

    ◻️ Commissioning new Type 26 frigates has been postponed, with initial operational capability anticipated from 2028.

    ◻️ January’s failed HMS Vanguard sea-launch test of the UK’s nuclear-armed submarine-launched ballistic missile (SLBM) system, the Trident II D-5, was the second successive failure, following one in 2016 involving the HMS Vengeance.

    Lack of money and surplus of bureaucracy

    ◻️ The UK Ministry of Defense (MoD) is facing a £16.9 billion ($22.17 billion) deficit, the National Audit Office (NAO) revealed in 2023. The Public Accounts Committee (PAC) warned that the actual deficit could be closer to £29 billion ($38.05 billion) in a March 2024 report.

    ◻️ The MoD's procurement and delivery processes are mired in delays. Just two of its 46 equipment programs are "highly likely" to be delivered to time, budget, and quality, British MPs said in March.

    ◻️ Successful delivery of five Government Major Projects Portfolio schemes, including nuclear submarine reactors, was determined “unachievable” by a House of Commons Committee report in March.
    .
    4:37 PM · Sep 14, 2024 · 2,949 Views
    https://x.com/SputnikInt/status/1834889141047173363
    กองทัพอังกฤษกำลังเผชิญกับปัญหาอะไรบ้าง? นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เซอร์ คีร์ สตาร์เมอร์ ยังไม่ตัดทิ้งความเป็นไปได้ที่จะอนุญาตให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธร่อนสตอร์มแชโดว์พิสัยไกลโจมตีเป้าหมายภายในรัสเซีย อย่างไรก็ตาม ความกล้าหาญในการก่อสงครามของอังกฤษเกิดขึ้นในขณะที่กองทัพอังกฤษเองก็กำลังเผชิญวิกฤต ขาดแคลนกำลังพล ◻️ ตัวเลขแสดงให้เห็นว่ากองทัพอังกฤษมีจำนวนน้อย โดยการรับทหารใหม่ในช่วง ๑๒ เดือนจนถึงเดือนมีนาคม ๒๐๒๓ ลดลง ๒๒.๑% ในกองทัพเรือ, เกือบ ๑๗% ในกองทัพอากาศ, และเกือบ ๑๕% ในกองทัพบก, ตามสถิติอย่างเป็นทางการ ◻️ ปัจจุบันกองทัพบกอังกฤษมีกำลังพลประจำการ ๗๕,๑๖๖ นาย เมื่อเทียบกับ ๑๐๐,๐๐๐ นายในปี ๒๐๑๐ ◻️ วิกฤตกำลังพลในกองทัพเรืออังกฤษมีรายงานว่าทำให้เรือหลายลำต้องปลดประจำการ ปัญหาทางเทคนิค ◻️ เรือบรรทุกเครื่องบินเรือธงของกองทัพเรืออังกฤษ HMS Queen Elizabeth และ HMS Prince of Wales ประสบปัญหาทางเทคนิคบางประการ, เนื่องจากเรือลำแรกถูกบังคับให้ถอนตัวจากการฝึกซ้อม Steadfast Defender ของ NATO ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๐๒๔ หลังจากเกิดขัดข้อง ◻️ การนำเรือฟริเกต Type ๒๖ ลำใหม่เข้าประจำการถูกเลื่อนออกไป, โดยคาดว่าขีดความสามารถในการปฏิบัติงานเบื้องต้นจะเริ่มขึ้นในปี ๒๐๒๘ ◻️ การทดสอบปล่อยขีปนาวุธข้ามทวีปติดอาวุธนิวเคลียร์ (SLBM) ของอังกฤษบนเรือ HMS Vanguard เมื่อเดือนมกราคมที่ล้มเหลว ซึ่งถือเป็นความล้มเหลวครั้งที่สองติดต่อกัน รองจาก HMS Vengeance ที่เคยประสบความล้มเหลวในปี ๒๐๑๖ ขาดเงินและมีระบบราชการเกินดุล ◻️ กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักร (MoD) เผชิญกับการขาดดุล ๑๖,๙๐๐ ล้านปอนด์ (๒๒,๑๗๐ ล้านดอลลาร์) สำนักงานตรวจสอบแห่งชาติ (NAO) เปิดเผยในปี ๒๐๒๓ คณะกรรมการตรวจสอบบัญชีสาธารณะ (PAC) เตือนว่าการขาดดุลที่แท้จริงอาจใกล้เคียงกับ ๒๙,๐๐๐ ล้านปอนด์ (๓๘,๐๕๐ ล้านดอลลาร์) ในรายงานเดือนมีนาคม ๒๐๒๔ ◻️ กระบวนการจัดซื้อและส่งมอบของกระทรวงกลาโหมติดหล่มอยู่ในความล่าช้า ส.ส. อังกฤษกล่าวเมื่อเดือนมีนาคมว่ามีเพียง ๒ โครงการจาก ๔๖ โครงการที่ "มีแนวโน้มสูง" ที่จะส่งมอบตรงเวลา, งบประมาณ, และคุณภาพ ◻️ การส่งมอบโครงการพอร์ตโฟลิโอโครงการสำคัญของรัฐบาล ๕ โครงการสำเร็จ, ซึ่งรวมถึงเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใต้น้ำ, ถูกกำหนดให้ "ไม่สามารถทำได้" โดยรายงานของคณะกรรมการสภาสามัญในเดือนมีนาคม . What problems are Britain’s armed forces grappling with? UK Prime Minister Sir Keir Starmer has not ruled out allowing Ukraine to use long-range Storm Shadow cruise missiles on targets inside Russia. Yet the UK’s warmongering bravado comes as its own armed forces are mired in crisis. Lack of manpower ◻️ Britain’s armed forces are stretched thin, figures show. The intake of recruits in the 12 months to March 2023 dropped by 22.1% in the Royal Navy, almost 17% in the RAF, and nearly 15% in the army, according to official statistics. ◻️ The professional ranks of the British Army currently number 75,166 regular forces personnel, compared with around 100,000 in 2010. ◻️ A manpower crisis in the Royal Navy reportedly prompted the decommissioning of a number of ships. Technical issues ◻️ The Royal Navy’s flagship aircraft carriers the HMS Queen Elizabeth and HMS Prince of Wales have faced some technical issues, as the former was forced to pull out from NATO’s Exercise Steadfast Defender drills in February 2024 after a malfunction. ◻️ Commissioning new Type 26 frigates has been postponed, with initial operational capability anticipated from 2028. ◻️ January’s failed HMS Vanguard sea-launch test of the UK’s nuclear-armed submarine-launched ballistic missile (SLBM) system, the Trident II D-5, was the second successive failure, following one in 2016 involving the HMS Vengeance. Lack of money and surplus of bureaucracy ◻️ The UK Ministry of Defense (MoD) is facing a £16.9 billion ($22.17 billion) deficit, the National Audit Office (NAO) revealed in 2023. The Public Accounts Committee (PAC) warned that the actual deficit could be closer to £29 billion ($38.05 billion) in a March 2024 report. ◻️ The MoD's procurement and delivery processes are mired in delays. Just two of its 46 equipment programs are "highly likely" to be delivered to time, budget, and quality, British MPs said in March. ◻️ Successful delivery of five Government Major Projects Portfolio schemes, including nuclear submarine reactors, was determined “unachievable” by a House of Commons Committee report in March. . 4:37 PM · Sep 14, 2024 · 2,949 Views https://x.com/SputnikInt/status/1834889141047173363
    Haha
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 879 มุมมอง 0 รีวิว
  • Words That Come From Mandarin Or Cantonese

    Think you only speak English? Think again. While you may not be fluent or able to write in another language, the fact is that English consists largely of words we’ve borrowed from other languages. In fact, about 80 percent of the English language is made up of these loanwords.

    It’s amazing really to think of how many languages you speak on a daily basis without even realizing it. Take Chinese, for example. While China may seem a world away in terms of distance, there are plenty of words we use from the country’s languages regularly.

    In China, two of the major forms of Chinese spoken are Mandarin and Cantonese. Mandarin is the official language of mainland China, spoken primarily in the north as well as in Singapore and Taiwan. Cantonese, on the other hand, is spoken primarily in southern China, including Hong Kong. Not surprisingly, the English language borrows from both. Let’s take a look at some of the words English ultimately owes to Chinese, along one etymological pathway or another.

    ketchup

    As American as this condiment may seem, the word apparently comes from the Chinese language. Via the Malay kəchap (“fish sauce”), ketchup is believed to derive from two Chinese forms: kéjāp (Guangdong) and ke-tsiap (Xiamen). The literal Chinese translation is “eggplant juice.” Hmm, so when did tomato get mixed up in it?

    tofu

    Whether or not ketchup on tofu sounds tasty is up to you, but the word for this healthy, soybean-based food also comes to us from China. It comes into English from Japanese (tōfu), which is itself heavily indebted to the Chinese language. The old Chinese word dòufu combines dòu, meaning “bean” and fǔ, meaning “turn sour, ferment.”

    Shih Tzu

    Sweet little Shih Tzu puppies are a popular breed in the United States now, but they used to be considered pets of nobility in China. Their name is shīzi gǒu, which comes from shīzi meaning “lion” and gǒu, meaning “dog.” They are Shih Tzus, hear them roar … or bark.

    gung-ho

    You may say you’re gung-ho about something—be it for the latest Netflix series or a new project at work—if you’re really excited about it. While the term was used as a Marine training slogan in the mid–1900s in the United States, it stems from the Mandarin phrase gōng hé, which is the abbreviated name of the Chinese Cooperative Society, meaning “work together.”

    kowtow

    If you kowtow to your boss or your bossy sister-in-law, you’re deferring to them or letting them have their way. The word stems from the Cantonese word kòutóu, which means to “ knock (one’s) head,” but we don’t recommend ever kowtowing to anyone that hard.

    tycoon

    Ah, if only we could all be tycoons. Defined as “a person of great wealth, influence, or power,” the word tycoon comes from the Japanese word taikun, which is equivalent to the Chinese words dà, meaning “great” and jūn, meaning “prince.” Similar in sound, but less enviable, is the word typhoon, which also ultimately comes from Chinese. It’s akin to the word dàfēng meaning, “great wind,” which, in turn, was altered by association with the Greek word tȳphôn, meaning “violent wind.”

    yen

    Yes, a yen is a Japanese coin, whose name comes from the name of the Chinese currency, yuan. But in this case we’re talking about the definition that refers to “a desire or craving” for something, which comes from Chinese. As in, I have a yen for some ice cream. It comes from the Chinese word yáhn, which is akin to yǐn, meaning “craving, addiction.”

    yin and yang

    You may tell your soulmate, “You are the yin to my yang,” which, to take a line from the movie Jerry Mcguire, means they complete you. Yin and yang stem from the word yīn-yáng, which combines yin meaning “feminine” and yang, meaning “male genitals.” It describes the Chinese belief that two principles—one related to the moon, shade, and femininity, and the other to daylight, sun, and male genitals— interact with one another to determine destinies.

    chin-chin

    You probably hear this phrase most often used as a toast these days, as drinkers clink glasses and proclaim, “Chin, chin!” But it’s also a noun for all that lighthearted party prattle, defined as “polite and ceremonious speech” or “light conversation; chitchat.” However you choose to use it, know that it comes from the Chinese word qǐng-qǐng, meaning “please-please,” which was itself used as a toast and greeting.

    So, the next time you put some ketchup on your hot dog, or get gung-ho about eating healthy and buy some tofu in bulk, take a second to recognize how these words came to be. Maybe it will make you hungry to learn more about these languages … or just hungry for some Chinese food.

    In any case, digging into the origins of the words that make up the English language is endlessly fascinating and gives us a better understanding of what we’re saying.

    How many of these words did you know had Chinese origins?

    Copyright 2024, XAKKHRA, All Rights Reserved.
    Words That Come From Mandarin Or Cantonese Think you only speak English? Think again. While you may not be fluent or able to write in another language, the fact is that English consists largely of words we’ve borrowed from other languages. In fact, about 80 percent of the English language is made up of these loanwords. It’s amazing really to think of how many languages you speak on a daily basis without even realizing it. Take Chinese, for example. While China may seem a world away in terms of distance, there are plenty of words we use from the country’s languages regularly. In China, two of the major forms of Chinese spoken are Mandarin and Cantonese. Mandarin is the official language of mainland China, spoken primarily in the north as well as in Singapore and Taiwan. Cantonese, on the other hand, is spoken primarily in southern China, including Hong Kong. Not surprisingly, the English language borrows from both. Let’s take a look at some of the words English ultimately owes to Chinese, along one etymological pathway or another. ketchup As American as this condiment may seem, the word apparently comes from the Chinese language. Via the Malay kəchap (“fish sauce”), ketchup is believed to derive from two Chinese forms: kéjāp (Guangdong) and ke-tsiap (Xiamen). The literal Chinese translation is “eggplant juice.” Hmm, so when did tomato get mixed up in it? tofu Whether or not ketchup on tofu sounds tasty is up to you, but the word for this healthy, soybean-based food also comes to us from China. It comes into English from Japanese (tōfu), which is itself heavily indebted to the Chinese language. The old Chinese word dòufu combines dòu, meaning “bean” and fǔ, meaning “turn sour, ferment.” Shih Tzu Sweet little Shih Tzu puppies are a popular breed in the United States now, but they used to be considered pets of nobility in China. Their name is shīzi gǒu, which comes from shīzi meaning “lion” and gǒu, meaning “dog.” They are Shih Tzus, hear them roar … or bark. gung-ho You may say you’re gung-ho about something—be it for the latest Netflix series or a new project at work—if you’re really excited about it. While the term was used as a Marine training slogan in the mid–1900s in the United States, it stems from the Mandarin phrase gōng hé, which is the abbreviated name of the Chinese Cooperative Society, meaning “work together.” kowtow If you kowtow to your boss or your bossy sister-in-law, you’re deferring to them or letting them have their way. The word stems from the Cantonese word kòutóu, which means to “ knock (one’s) head,” but we don’t recommend ever kowtowing to anyone that hard. tycoon Ah, if only we could all be tycoons. Defined as “a person of great wealth, influence, or power,” the word tycoon comes from the Japanese word taikun, which is equivalent to the Chinese words dà, meaning “great” and jūn, meaning “prince.” Similar in sound, but less enviable, is the word typhoon, which also ultimately comes from Chinese. It’s akin to the word dàfēng meaning, “great wind,” which, in turn, was altered by association with the Greek word tȳphôn, meaning “violent wind.” yen Yes, a yen is a Japanese coin, whose name comes from the name of the Chinese currency, yuan. But in this case we’re talking about the definition that refers to “a desire or craving” for something, which comes from Chinese. As in, I have a yen for some ice cream. It comes from the Chinese word yáhn, which is akin to yǐn, meaning “craving, addiction.” yin and yang You may tell your soulmate, “You are the yin to my yang,” which, to take a line from the movie Jerry Mcguire, means they complete you. Yin and yang stem from the word yīn-yáng, which combines yin meaning “feminine” and yang, meaning “male genitals.” It describes the Chinese belief that two principles—one related to the moon, shade, and femininity, and the other to daylight, sun, and male genitals— interact with one another to determine destinies. chin-chin You probably hear this phrase most often used as a toast these days, as drinkers clink glasses and proclaim, “Chin, chin!” But it’s also a noun for all that lighthearted party prattle, defined as “polite and ceremonious speech” or “light conversation; chitchat.” However you choose to use it, know that it comes from the Chinese word qǐng-qǐng, meaning “please-please,” which was itself used as a toast and greeting. So, the next time you put some ketchup on your hot dog, or get gung-ho about eating healthy and buy some tofu in bulk, take a second to recognize how these words came to be. Maybe it will make you hungry to learn more about these languages … or just hungry for some Chinese food. In any case, digging into the origins of the words that make up the English language is endlessly fascinating and gives us a better understanding of what we’re saying. How many of these words did you know had Chinese origins? Copyright 2024, XAKKHRA, All Rights Reserved.
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 824 มุมมอง 0 รีวิว
  • ✅รวบรวมช่องติ๊กต็อกกองกำลังสำคัญต้านยาฉีdลวงโลก
    👌1. https://www.tiktok.com/@atapol01?
    👌2. https://www.tiktok.com/@atapolhuawei?
    👌3. https://www.tiktok.com/@adithepchawla01?
    👌4. https://www.tiktok.com/@thiravat.hemachud?
    👌5. https://www.tiktok.com/@lin18019?
    👌6. https://www.tiktok.com/@benabna?
    👌7. https://www.tiktok.com/@cdso8o54884o86?
    👌8. https://www.tiktok.com/@patt_2329?
    👌9. https://www.tiktok.com/@act694?
    👌10. https://www.tiktok.com/@yayabonitachiquita?
    👌11. https://www.tiktok.com/@pattharawatthantanadol?
    👌12. https://www.tiktok.com/@peesantantivaxcov19?
    👌13. https://www.tiktok.com/@pedam1968?
    👌14. https://www.tiktok.com/@sanwatwanyangkorn?
    👌15. https://www.tiktok.com/@user9774216671036?
    👌16. https://www.tiktok.com/@hassanbangkok?
    👌17. https://www.tiktok.com/@user1692521596707?
    👌18. https://www.tiktok.com/@user50752656351157?
    👌19. https://www.tiktok.com/@theming.01?
    👌20. https://www.tiktok.com/@nataliep03?
    👌21. https://www.tiktok.com/@user2366356745532?
    👌22. https://www.tiktok.com/@user506381777?
    👌23. https://www.tiktok.com/@y19192?
    👌24. https://www.tiktok.com/@bkremapecu?
    👌25. https://www.tiktok.com/@somsagk?
    👌26. https://www.tiktok.com/@karrykarry171123?
    👌27. https://www.tiktok.com/@kanit997?
    👌28. https://www.tiktok.com/@vaccineisbiglies?
    👌29. https://www.tiktok.com/@deusex2012?
    👌30. https://www.tiktok.com/@nirin_2540?
    👌31. https://www.tiktok.com/@y19192?
    👌32. https://www.tiktok.com/@laooooo?
    👌33. https://www.tiktok.com/@konmecea7sn?
    👌34. https://www.tiktok.com/@amdydj?
    👌35. https://www.tiktok.com/@angel_secret9999?
    👌36. https://www.tiktok.com/@pinn_pak01?
    👌37. https://www.tiktok.com/@n0n6661?
    👌38. https://www.tiktok.com/@buffalopink456?
    👌39. https://www.tiktok.com/@user3961183132616?
    👌40. https://www.tiktok.com/@lannaprincesaaa?
    👌41. https://www.tiktok.com/@peetasithiporn?
    👌42. https://www.tiktok.com/@pak_pinn?
    👌43. https://www.tiktok.com/@jeed038?
    👌44. https://www.tiktok.com/@believegroup_nong?
    👌45. https://www.tiktok.com/@cds_bioweapon.detox?
    👌46. https://www.tiktok.com/@user96152122299932?
    👌47. https://www.tiktok.com/@esso.black2499?
    👌48. https://www.tiktok.com/@romlee_1?
    👌49. https://www.tiktok.com/@fakenews191919?
    👌50. https://www.tiktok.com/@jeabjaa688?
    👌51. https://www.tiktok.com/@new.world.order.09?
    👌52. https://www.tiktok.com/@ilovepornnupphan?
    👌53. https://www.tiktok.com/@detoxdewormer?
    👌54. https://www.tiktok.com/@ice.6395?
    👌55. https://www.tiktok.com/@james_93287?
    👌56. https://www.tiktok.com/@whiteglass9
    👌57. https://www.tiktok.com/@pppme77
    👌58. https://www.tiktok.com/@ayrin_rk?
    เป็นต้น

    ช่องที่ถูกแบน
    🚷1. https://www.tiktok.com/@stopthaicontrol?
    🚷2. https://www.tiktok.com/@seed.of.soul?
    🚷3. https://www.tiktok.com/@useryssde4acjp?
    🚷4. https://www.tiktok.com/@user12r77k1l1j?
    🚷5. https://www.tiktok.com/@user3xupk2qx4r?
    🚷 6. https://www.tiktok.com/@vickylamer?
    🚷7. https://www.tiktok.com/@yingi.cds?
    🚷 8. https://www.tiktok.com/@blue_lemon.soda?
    🚷 9. https://www.tiktok.com/@awaken.th?_
    🚷10. https://www.tiktok.com/@aoyso1?_
    🚷11. https://www.tiktok.com/@rumrung?_
    🚷12. https://www.tiktok.com/@use454pithaksid?
    🚷13. https://www.tiktok.com/@meelap1999s?
    🚷14. https://www.tiktok.com/@grown_999?
    🚷15. https://www.tiktok.com/@peaceofsmile?
    🚷16. https://www.tiktok.com/@pinyok20?
    🚷17. https://www.tiktok.com/@ttmdr.num2
    🚷18. https://www.tiktok.com/@adithepchawla?
    🚷19. https://www.tiktok.com/@teundailaewkonthai?
    🚷20. https://www.tiktok.com/@siamdetox?
    🚷21. https://www.tiktok.com/@amonwan_1961?
    🚷 22. https://www.tiktok.com/@pusriumpai2?
    🚷 23. https://www.tiktok.com/@gkxhle8?
    🚷24. https://www.tiktok.com/@mint_ch0011?
    🚷25. https://www.tiktok.com/@amdyphoenixx?
    🚷26. https://www.tiktok.com/@unemd999?
    🚷27. https://www.tiktok.com/@openrealworld?
    🚷28. https://www.tiktok.com/@peesanantivax?
    🚷29. https://www.tiktok.com/@new.day04?
    🚷30. https://www.tiktok.com/@worldismatrix?
    🚷31. https://www.tiktok.com/@tanthaparut_1111?
    🚷32. https://www.tiktok.com/@user6311313212900?
    🚷33. https://www.tiktok.com/@cds3000ppm?
    🚷34. https://www.tiktok.com/@new_world_order_666?
    🚷35. https://www.tiktok.com/@blue_berry1919?
    🚷36. https://www.tiktok.com/@kimlong3906?
    🚷37. https://www.tiktok.com/@dyjhuhy0dna7?
    🚷38. https://www.tiktok.com/@kiw_alon0?
    🚷39. https://www.tiktok.com/@pusriumpai?
    🚷40. https://www.tiktok.com/@jum15962?
    🚷41. https://www.tiktok.com/@cdsgradelab?
    🚷42. https://www.tiktok.com/@pusriumpai?
    🚷43. https://www.tiktok.com/@pupyoskamhang?
    🚷44. https://www.tiktok.com/@user1344030653202?
    🚷45. https://www.tiktok.com/@kaimook_amara?
    🚷46. https://www.tiktok.com/@venom.antiserum?
    🚷47. https://www.tiktok.com/@passak6?

    อัพเดท 5-11-2024
    ✅รวบรวมช่องติ๊กต็อกกองกำลังสำคัญต้านยาฉีdลวงโลก 👌1. https://www.tiktok.com/@atapol01? 👌2. https://www.tiktok.com/@atapolhuawei? 👌3. https://www.tiktok.com/@adithepchawla01? 👌4. https://www.tiktok.com/@thiravat.hemachud? 👌5. https://www.tiktok.com/@lin18019? 👌6. https://www.tiktok.com/@benabna? 👌7. https://www.tiktok.com/@cdso8o54884o86? 👌8. https://www.tiktok.com/@patt_2329? 👌9. https://www.tiktok.com/@act694? 👌10. https://www.tiktok.com/@yayabonitachiquita? 👌11. https://www.tiktok.com/@pattharawatthantanadol? 👌12. https://www.tiktok.com/@peesantantivaxcov19? 👌13. https://www.tiktok.com/@pedam1968? 👌14. https://www.tiktok.com/@sanwatwanyangkorn? 👌15. https://www.tiktok.com/@user9774216671036? 👌16. https://www.tiktok.com/@hassanbangkok? 👌17. https://www.tiktok.com/@user1692521596707? 👌18. https://www.tiktok.com/@user50752656351157? 👌19. https://www.tiktok.com/@theming.01? 👌20. https://www.tiktok.com/@nataliep03? 👌21. https://www.tiktok.com/@user2366356745532? 👌22. https://www.tiktok.com/@user506381777? 👌23. https://www.tiktok.com/@y19192? 👌24. https://www.tiktok.com/@bkremapecu? 👌25. https://www.tiktok.com/@somsagk? 👌26. https://www.tiktok.com/@karrykarry171123? 👌27. https://www.tiktok.com/@kanit997? 👌28. https://www.tiktok.com/@vaccineisbiglies? 👌29. https://www.tiktok.com/@deusex2012? 👌30. https://www.tiktok.com/@nirin_2540? 👌31. https://www.tiktok.com/@y19192? 👌32. https://www.tiktok.com/@laooooo? 👌33. https://www.tiktok.com/@konmecea7sn? 👌34. https://www.tiktok.com/@amdydj? 👌35. https://www.tiktok.com/@angel_secret9999? 👌36. https://www.tiktok.com/@pinn_pak01? 👌37. https://www.tiktok.com/@n0n6661? 👌38. https://www.tiktok.com/@buffalopink456? 👌39. https://www.tiktok.com/@user3961183132616? 👌40. https://www.tiktok.com/@lannaprincesaaa? 👌41. https://www.tiktok.com/@peetasithiporn? 👌42. https://www.tiktok.com/@pak_pinn? 👌43. https://www.tiktok.com/@jeed038? 👌44. https://www.tiktok.com/@believegroup_nong? 👌45. https://www.tiktok.com/@cds_bioweapon.detox? 👌46. https://www.tiktok.com/@user96152122299932? 👌47. https://www.tiktok.com/@esso.black2499? 👌48. https://www.tiktok.com/@romlee_1? 👌49. https://www.tiktok.com/@fakenews191919? 👌50. https://www.tiktok.com/@jeabjaa688? 👌51. https://www.tiktok.com/@new.world.order.09? 👌52. https://www.tiktok.com/@ilovepornnupphan? 👌53. https://www.tiktok.com/@detoxdewormer? 👌54. https://www.tiktok.com/@ice.6395? 👌55. https://www.tiktok.com/@james_93287? 👌56. https://www.tiktok.com/@whiteglass9 👌57. https://www.tiktok.com/@pppme77 👌58. https://www.tiktok.com/@ayrin_rk? เป็นต้น ช่องที่ถูกแบน 🚷1. https://www.tiktok.com/@stopthaicontrol? 🚷2. https://www.tiktok.com/@seed.of.soul? 🚷3. https://www.tiktok.com/@useryssde4acjp? 🚷4. https://www.tiktok.com/@user12r77k1l1j? 🚷5. https://www.tiktok.com/@user3xupk2qx4r? 🚷 6. https://www.tiktok.com/@vickylamer? 🚷7. https://www.tiktok.com/@yingi.cds? 🚷 8. https://www.tiktok.com/@blue_lemon.soda? 🚷 9. https://www.tiktok.com/@awaken.th?_ 🚷10. https://www.tiktok.com/@aoyso1?_ 🚷11. https://www.tiktok.com/@rumrung?_ 🚷12. https://www.tiktok.com/@use454pithaksid? 🚷13. https://www.tiktok.com/@meelap1999s? 🚷14. https://www.tiktok.com/@grown_999? 🚷15. https://www.tiktok.com/@peaceofsmile? 🚷16. https://www.tiktok.com/@pinyok20? 🚷17. https://www.tiktok.com/@ttmdr.num2 🚷18. https://www.tiktok.com/@adithepchawla? 🚷19. https://www.tiktok.com/@teundailaewkonthai? 🚷20. https://www.tiktok.com/@siamdetox? 🚷21. https://www.tiktok.com/@amonwan_1961? 🚷 22. https://www.tiktok.com/@pusriumpai2? 🚷 23. https://www.tiktok.com/@gkxhle8? 🚷24. https://www.tiktok.com/@mint_ch0011? 🚷25. https://www.tiktok.com/@amdyphoenixx? 🚷26. https://www.tiktok.com/@unemd999? 🚷27. https://www.tiktok.com/@openrealworld? 🚷28. https://www.tiktok.com/@peesanantivax? 🚷29. https://www.tiktok.com/@new.day04? 🚷30. https://www.tiktok.com/@worldismatrix? 🚷31. https://www.tiktok.com/@tanthaparut_1111? 🚷32. https://www.tiktok.com/@user6311313212900? 🚷33. https://www.tiktok.com/@cds3000ppm? 🚷34. https://www.tiktok.com/@new_world_order_666? 🚷35. https://www.tiktok.com/@blue_berry1919? 🚷36. https://www.tiktok.com/@kimlong3906? 🚷37. https://www.tiktok.com/@dyjhuhy0dna7? 🚷38. https://www.tiktok.com/@kiw_alon0? 🚷39. https://www.tiktok.com/@pusriumpai? 🚷40. https://www.tiktok.com/@jum15962? 🚷41. https://www.tiktok.com/@cdsgradelab? 🚷42. https://www.tiktok.com/@pusriumpai? 🚷43. https://www.tiktok.com/@pupyoskamhang? 🚷44. https://www.tiktok.com/@user1344030653202? 🚷45. https://www.tiktok.com/@kaimook_amara? 🚷46. https://www.tiktok.com/@venom.antiserum? 🚷47. https://www.tiktok.com/@passak6? อัพเดท 5-11-2024
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1720 มุมมอง 0 รีวิว