• 1 พ.ค.ต่างชาติต้องกรอก บัตรขาเข้าดิจิทัล TDAC

    หลังจากมาตรการยกเว้นการยื่นแบบ ตม.6 บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองเป็นการชั่วคราวที่ด่านทางบกและทางน้ำ รวม 16 ด่าน จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เม.ย.ที่จะถึงนี้ ชาวต่างชาติที่จะเข้ามาในราชอาณาจักรไทย จะต้องกรอกแบบฟอร์มบัตรขาเข้าดิจิทัล (Thailand Digital Arrival Card) หรือ TDAC ทางออนไลน์ภายใน 3 วัน (รวมวันเดินทางมาถึง) ก่อนเข้าประเทศ แล้วนำอีเมลที่ได้รับพร้อมเอกสารการเดินทาง เช่น หนังสือเดินทาง ไปแสดงกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อยืนยันตัวตนก่อนเข้าประเทศ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2568 เป็นต้นไป

    แบบฟอร์ม TDAC กรอกได้ที่เว็บไซต์ https://tdac.immigration.go.th เท่านั้น โปรดระวังเว็บไซต์ปลอมหรือลอกเลียนแบบจากมิจฉาชีพ

    สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ให้เหตุผลว่า เพื่อปรับปรุงกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยให้ทันสมัย และสอดคล้องกับกระแสโลกด้านเทคโนโลยีการเดินทางอัจฉริยะ โดยแบบฟอร์ม TDAC ทำหน้าที่บันทึกข้อมูลการเข้าประเทศของชาวต่างชาติ และให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่เจ้าหน้าที่ ตม. ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทดแทนบัตรขาเข้าแบบกระดาษ ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองเร็วขึ้น ใช้เอกสารน้อยลง และความปลอดภัยตามแนวชายแดนที่ดีขึ้น

    สำหรับวิธีการกรอกแบบฟอร์ม TDAC จะต้องกรอกล่วงหน้า 3 วันก่อนเดินทาง ให้กรอกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ ประกอบด้วย ข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ ชื่อและนามสกุล สัญชาติ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ อีเมล และข้อมูลหนังสือเดินทาง กับข้อมูลการเดินทาง ได้แก่ รหัสเที่ยวบิน (กรณีเดินทางด้วยเครื่องบิน) วัตถุประสงค์การเดินทาง ข้อมูลที่พำนักในประเทศไทย (เช่น ที่อยู่โรงแรม ที่อยู่บ้านพักอาศัย) และข้อมูลด้านสุขภาพสำหรับบางประเทศ หลังจากกรอกแบบฟอร์มออนไลน์แล้วเสร็จ จะได้รับอีเมลตอบรับ ให้นำไปแสดงกับเจ้าหน้าที่ ตม. พร้อมเอกสารการเดินทาง เมื่อมาถึงประเทศไทยเพื่อยืนยันตัวตน

    ผู้ที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องกรอกแบบฟอร์ม TDAC ได้แก่ ชาวต่างชาติที่เดินทางผ่านหรือเปลี่ยนเครื่องบินในประเทศไทย โดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง (Transfer / Transit) และชาวต่างชาติที่เข้าประเทศไทยโดยหนังสือผ่านแดน (Border Pass) อย่างไรก็ตาม บัตรขาเข้าดิจิทัลของประเทศไทยไม่ใช่วีซ่า หากนักท่องเที่ยวจากประเทศใด ไม่ได้รับการยกเว้นการขอวีซ่าเข้าประเทศไทย ให้ดำเนินการขอวีซ่า ตามที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยกำหนดไว้

    อนึ่ง กระบวนการดังกล่าวคล้ายกับบัตรขาเข้าดิจิทัลบางประเทศ เช่น SG Arrival Card (SGAC) ประเทศสิงคโปร์ Malaysia Digital Arrival Card (MDAC) ประเทศมาเลเซีย

    #Newskit
    1 พ.ค.ต่างชาติต้องกรอก บัตรขาเข้าดิจิทัล TDAC หลังจากมาตรการยกเว้นการยื่นแบบ ตม.6 บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองเป็นการชั่วคราวที่ด่านทางบกและทางน้ำ รวม 16 ด่าน จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เม.ย.ที่จะถึงนี้ ชาวต่างชาติที่จะเข้ามาในราชอาณาจักรไทย จะต้องกรอกแบบฟอร์มบัตรขาเข้าดิจิทัล (Thailand Digital Arrival Card) หรือ TDAC ทางออนไลน์ภายใน 3 วัน (รวมวันเดินทางมาถึง) ก่อนเข้าประเทศ แล้วนำอีเมลที่ได้รับพร้อมเอกสารการเดินทาง เช่น หนังสือเดินทาง ไปแสดงกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อยืนยันตัวตนก่อนเข้าประเทศ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2568 เป็นต้นไป แบบฟอร์ม TDAC กรอกได้ที่เว็บไซต์ https://tdac.immigration.go.th เท่านั้น โปรดระวังเว็บไซต์ปลอมหรือลอกเลียนแบบจากมิจฉาชีพ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ให้เหตุผลว่า เพื่อปรับปรุงกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยให้ทันสมัย และสอดคล้องกับกระแสโลกด้านเทคโนโลยีการเดินทางอัจฉริยะ โดยแบบฟอร์ม TDAC ทำหน้าที่บันทึกข้อมูลการเข้าประเทศของชาวต่างชาติ และให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่เจ้าหน้าที่ ตม. ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทดแทนบัตรขาเข้าแบบกระดาษ ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองเร็วขึ้น ใช้เอกสารน้อยลง และความปลอดภัยตามแนวชายแดนที่ดีขึ้น สำหรับวิธีการกรอกแบบฟอร์ม TDAC จะต้องกรอกล่วงหน้า 3 วันก่อนเดินทาง ให้กรอกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ ประกอบด้วย ข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ ชื่อและนามสกุล สัญชาติ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ อีเมล และข้อมูลหนังสือเดินทาง กับข้อมูลการเดินทาง ได้แก่ รหัสเที่ยวบิน (กรณีเดินทางด้วยเครื่องบิน) วัตถุประสงค์การเดินทาง ข้อมูลที่พำนักในประเทศไทย (เช่น ที่อยู่โรงแรม ที่อยู่บ้านพักอาศัย) และข้อมูลด้านสุขภาพสำหรับบางประเทศ หลังจากกรอกแบบฟอร์มออนไลน์แล้วเสร็จ จะได้รับอีเมลตอบรับ ให้นำไปแสดงกับเจ้าหน้าที่ ตม. พร้อมเอกสารการเดินทาง เมื่อมาถึงประเทศไทยเพื่อยืนยันตัวตน ผู้ที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องกรอกแบบฟอร์ม TDAC ได้แก่ ชาวต่างชาติที่เดินทางผ่านหรือเปลี่ยนเครื่องบินในประเทศไทย โดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง (Transfer / Transit) และชาวต่างชาติที่เข้าประเทศไทยโดยหนังสือผ่านแดน (Border Pass) อย่างไรก็ตาม บัตรขาเข้าดิจิทัลของประเทศไทยไม่ใช่วีซ่า หากนักท่องเที่ยวจากประเทศใด ไม่ได้รับการยกเว้นการขอวีซ่าเข้าประเทศไทย ให้ดำเนินการขอวีซ่า ตามที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยกำหนดไว้ อนึ่ง กระบวนการดังกล่าวคล้ายกับบัตรขาเข้าดิจิทัลบางประเทศ เช่น SG Arrival Card (SGAC) ประเทศสิงคโปร์ Malaysia Digital Arrival Card (MDAC) ประเทศมาเลเซีย #Newskit
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 41 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวนี้รายงานว่า นักโจมตีไซเบอร์กำลังใช้เครื่องมือ Evilginx ในการหลบผ่านมาตรการรักษาความปลอดภัยแบบ Multi-Factor Authentication (MFA) ที่มักใช้ในบริการอีเมลอย่าง Gmail, Outlook และ Yahoo โดย Evilginx ทำงานในรูปแบบ "Attacker-in-the-Middle" (AiTM) ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับเว็บไซต์ที่ถูกโจมตี

    โดยทั่วไปแล้ว เมื่อผู้ใช้ล็อกอินเข้าสู่ระบบและผ่านการตรวจสอบ MFA แล้ว เว็บไซต์จะสร้าง session cookie ขึ้นเพื่อยืนยันตัวตนและให้สิทธิ์การเข้าถึง Evilginx สามารถดักจับและเก็บข้อมูล session cookie นี้ ทำให้แม้ว่าผู้โจมตีจะไม่รู้รหัสผ่านหรือรหัส OTP ที่ใช้งานตาม MFA แล้ว แต่ก็สามารถเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ได้โดยตรง สิ่งนี้ทำให้ขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยที่พึ่งพา MFA กลายเป็นเป้าหมายที่นักโจมตีหันมาโจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    เทคนิค AiTM ที่ล้ำสมัย:
    - Evilginx ไม่ได้ทำงานในรูปแบบฟิชชิงแบบเดิม ๆ ที่พยายามให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลบนหน้าเว็บปลอมเพียงอย่างเดียว แต่แท้จริงแล้ว มันจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรับส่งข้อมูลระหว่างผู้ใช้และเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งานจริง ทำให้สามารถคัดลอกข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน เช่น session cookies ที่เป็นกุญแจสำคัญของการยืนยันตัวตน

    ผลกระทบต่อมาตรการรักษาความปลอดภัย:
    - แม้ว่าการใช้ MFA จะเพิ่มความยุ่งยากให้กับผู้ไม่หวังดี แต่เทคนิคของ Evilginx ชี้ให้เห็นว่า เมื่อมาตรการรักษาความปลอดภัยถูกออกแบบมาในรูปแบบของการใช้ session cookies แล้ว ก็ยังมีช่องโหว่ที่สามารถถูกโจมตีได้ด้วยวิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้น

    ความท้าทายใหม่ในโลกไซเบอร์:
    - เครื่องมือแบบ Evilginx ย้ำเตือนว่าการเพิ่มชั้นของการรักษาความปลอดภัยด้วย MFA นั้นอาจไม่เพียงพอในยุคที่เทคโนโลยีฟิชชิงมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจึงต้องหาวิธีใหม่ๆ ที่จะป้องกันการโจมตีในระดับที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้

    https://abnormalsecurity.com/blog/cybercriminals-evilginx-mfa-bypass
    ข่าวนี้รายงานว่า นักโจมตีไซเบอร์กำลังใช้เครื่องมือ Evilginx ในการหลบผ่านมาตรการรักษาความปลอดภัยแบบ Multi-Factor Authentication (MFA) ที่มักใช้ในบริการอีเมลอย่าง Gmail, Outlook และ Yahoo โดย Evilginx ทำงานในรูปแบบ "Attacker-in-the-Middle" (AiTM) ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับเว็บไซต์ที่ถูกโจมตี โดยทั่วไปแล้ว เมื่อผู้ใช้ล็อกอินเข้าสู่ระบบและผ่านการตรวจสอบ MFA แล้ว เว็บไซต์จะสร้าง session cookie ขึ้นเพื่อยืนยันตัวตนและให้สิทธิ์การเข้าถึง Evilginx สามารถดักจับและเก็บข้อมูล session cookie นี้ ทำให้แม้ว่าผู้โจมตีจะไม่รู้รหัสผ่านหรือรหัส OTP ที่ใช้งานตาม MFA แล้ว แต่ก็สามารถเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ได้โดยตรง สิ่งนี้ทำให้ขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยที่พึ่งพา MFA กลายเป็นเป้าหมายที่นักโจมตีหันมาโจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคนิค AiTM ที่ล้ำสมัย: - Evilginx ไม่ได้ทำงานในรูปแบบฟิชชิงแบบเดิม ๆ ที่พยายามให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลบนหน้าเว็บปลอมเพียงอย่างเดียว แต่แท้จริงแล้ว มันจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรับส่งข้อมูลระหว่างผู้ใช้และเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งานจริง ทำให้สามารถคัดลอกข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน เช่น session cookies ที่เป็นกุญแจสำคัญของการยืนยันตัวตน ผลกระทบต่อมาตรการรักษาความปลอดภัย: - แม้ว่าการใช้ MFA จะเพิ่มความยุ่งยากให้กับผู้ไม่หวังดี แต่เทคนิคของ Evilginx ชี้ให้เห็นว่า เมื่อมาตรการรักษาความปลอดภัยถูกออกแบบมาในรูปแบบของการใช้ session cookies แล้ว ก็ยังมีช่องโหว่ที่สามารถถูกโจมตีได้ด้วยวิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้น ความท้าทายใหม่ในโลกไซเบอร์: - เครื่องมือแบบ Evilginx ย้ำเตือนว่าการเพิ่มชั้นของการรักษาความปลอดภัยด้วย MFA นั้นอาจไม่เพียงพอในยุคที่เทคโนโลยีฟิชชิงมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจึงต้องหาวิธีใหม่ๆ ที่จะป้องกันการโจมตีในระดับที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ https://abnormalsecurity.com/blog/cybercriminals-evilginx-mfa-bypass
    ABNORMALSECURITY.COM
    Cybercriminals Use Evilginx to Bypass MFA: Gmail, Outlook, and Yahoo…
    Discover how cybercriminals are using Evilginx to bypass multi-factor authentication (MFA) in attacks targeting Gmail, Outlook, Yahoo, and more.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 41 มุมมอง 0 รีวิว
  • Samsung กำลังพัฒนาเทคโนโลยีชิปเซ็ต 2 นาโนเมตรที่อาจเปลี่ยนชื่อใหม่เพื่อลดการพึ่งพาแบรนด์ Exynos และเตรียมผลิตในปี 2025 โดยชิปนี้จะถูกใช้ใน Galaxy S26 Series ซึ่ง Samsung มุ่งหวังลดการพึ่งพา Snapdragon อย่างไรก็ตาม ความท้าทายด้านการพัฒนายังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อเป้าหมายของบริษัท

    การพัฒนาเทคโนโลยี GAA Process:
    - ชิปเซ็ต 2 นาโนเมตรของ Samsung ใช้ GAA Process รุ่นแรก ซึ่งมีปัญหาเรื่องการเพิ่มผลผลิต (yield) โดยก่อนหน้านี้ Samsung ทำได้เพียง 30% ในการทดลองผลิตรุ่นต้นแบบ

    ความพยายามลดการใช้ชิป Snapdragon:
    - Samsung มีแผนที่จะลดการพึ่งพา Snapdragon โดยพัฒนาชิปเซ็ตของตัวเอง เช่น รุ่นที่ใช้ชื่อรหัส Ulysses บนกระบวนการผลิต GAA รุ่นที่สอง

    ความท้าทายที่ยืดเยื้อ:
    - แม้ Samsung จะมีความสามารถในการผลิตชิปเซ็ต แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างและการพัฒนาเทคโนโลยียังคงทำให้ Qualcomm ครองตลาดชิปเซ็ตระดับสูง

    ทิศทางในอนาคต:
    - หาก Samsung ประสบความสำเร็จในการพัฒนากระบวนการ 2 นาโนเมตรและสร้างภาพลักษณ์ใหม่ จะเป็นก้าวสำคัญในการแข่งขันกับ TSMC และผลักดันให้บริษัทกลับมาเป็นผู้นำในตลาดเซมิคอนดักเตอร์

    https://wccftech.com/samsung-2nm-soc-might-not-be-called-the-exynos-2600/
    Samsung กำลังพัฒนาเทคโนโลยีชิปเซ็ต 2 นาโนเมตรที่อาจเปลี่ยนชื่อใหม่เพื่อลดการพึ่งพาแบรนด์ Exynos และเตรียมผลิตในปี 2025 โดยชิปนี้จะถูกใช้ใน Galaxy S26 Series ซึ่ง Samsung มุ่งหวังลดการพึ่งพา Snapdragon อย่างไรก็ตาม ความท้าทายด้านการพัฒนายังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อเป้าหมายของบริษัท การพัฒนาเทคโนโลยี GAA Process: - ชิปเซ็ต 2 นาโนเมตรของ Samsung ใช้ GAA Process รุ่นแรก ซึ่งมีปัญหาเรื่องการเพิ่มผลผลิต (yield) โดยก่อนหน้านี้ Samsung ทำได้เพียง 30% ในการทดลองผลิตรุ่นต้นแบบ ความพยายามลดการใช้ชิป Snapdragon: - Samsung มีแผนที่จะลดการพึ่งพา Snapdragon โดยพัฒนาชิปเซ็ตของตัวเอง เช่น รุ่นที่ใช้ชื่อรหัส Ulysses บนกระบวนการผลิต GAA รุ่นที่สอง ความท้าทายที่ยืดเยื้อ: - แม้ Samsung จะมีความสามารถในการผลิตชิปเซ็ต แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างและการพัฒนาเทคโนโลยียังคงทำให้ Qualcomm ครองตลาดชิปเซ็ตระดับสูง ทิศทางในอนาคต: - หาก Samsung ประสบความสำเร็จในการพัฒนากระบวนการ 2 นาโนเมตรและสร้างภาพลักษณ์ใหม่ จะเป็นก้าวสำคัญในการแข่งขันกับ TSMC และผลักดันให้บริษัทกลับมาเป็นผู้นำในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ https://wccftech.com/samsung-2nm-soc-might-not-be-called-the-exynos-2600/
    WCCFTECH.COM
    Samsung’s Upcoming 2nm SoC May Not Feature The Exynos 2600 Name At All, Claims Questionable Rumor, Company Possibly Exploring A Rebrand To Mount Its Comeback
    A sketchy rumor claims that the Exynos 2600 might not be the name of Samsung’s upcoming 2nm SoC, hinting at a possible rebrand of its chipsets
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 73 มุมมอง 0 รีวิว
  • MagStor เปิดตัว Thunderbolt 5 LTO Tape Drive ที่เพิ่มความเร็วการเชื่อมต่อและเหมาะสำหรับงานข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น สื่อและธุรกิจ แม้เทคโนโลยีนี้ยังคงมีข้อจำกัดด้านความเร็วของเทป แต่อุปกรณ์นี้ช่วยยกระดับการเก็บข้อมูลระยะยาวที่ทนทานและคุ้มค่าในระยะยาวได้ดี

    คุณสมบัติที่โดดเด่น:
    - Thunderbolt 5 รองรับการส่งข้อมูลสูงสุดที่ 80Gbps (10GB/s) แบบสองทิศทาง หรือถึง 120Gbps ในโหมด Bandwidth Boost ซึ่งช่วยให้การถ่ายโอนข้อมูลระหว่างระบบเทปและคอมพิวเตอร์มีความรวดเร็วขึ้นอย่างมาก.

    ความจุและการใช้งาน:
    - รองรับเทป LTO-9 ที่มีความจุ 18TB (ปกติ) และ 45TB (เมื่อบีบอัดข้อมูล) แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าจะรองรับ LTO-10 ซึ่งเพิ่มความจุเป็น 36TB (ปกติ) และ 90TB (บีบอัดข้อมูล).

    การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม:
    - เทปยังคงมีบทบาทสำคัญในเก็บข้อมูลระยะยาวเนื่องจากความทนทาน และต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับฮาร์ดดิสก์หรือ SSD ที่มีความจุใกล้เคียงกัน.

    ต้นทุนและอนาคต:
    - ราคาอุปกรณ์ยังไม่ได้ประกาศ แต่คาดว่าจะสูง เนื่องจากรุ่นก่อนหน้า (Thunderbolt 3 LTO-9) มีราคาเริ่มต้นที่ $6,299 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามคุณสมบัติที่ล้ำสมัย.

    https://www.techradar.com/pro/this-is-the-worlds-first-thunderbolt-5-lto-tape-drive-and-i-cant-understand-why-it-exists-in-the-first-place
    MagStor เปิดตัว Thunderbolt 5 LTO Tape Drive ที่เพิ่มความเร็วการเชื่อมต่อและเหมาะสำหรับงานข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น สื่อและธุรกิจ แม้เทคโนโลยีนี้ยังคงมีข้อจำกัดด้านความเร็วของเทป แต่อุปกรณ์นี้ช่วยยกระดับการเก็บข้อมูลระยะยาวที่ทนทานและคุ้มค่าในระยะยาวได้ดี คุณสมบัติที่โดดเด่น: - Thunderbolt 5 รองรับการส่งข้อมูลสูงสุดที่ 80Gbps (10GB/s) แบบสองทิศทาง หรือถึง 120Gbps ในโหมด Bandwidth Boost ซึ่งช่วยให้การถ่ายโอนข้อมูลระหว่างระบบเทปและคอมพิวเตอร์มีความรวดเร็วขึ้นอย่างมาก. ความจุและการใช้งาน: - รองรับเทป LTO-9 ที่มีความจุ 18TB (ปกติ) และ 45TB (เมื่อบีบอัดข้อมูล) แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าจะรองรับ LTO-10 ซึ่งเพิ่มความจุเป็น 36TB (ปกติ) และ 90TB (บีบอัดข้อมูล). การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม: - เทปยังคงมีบทบาทสำคัญในเก็บข้อมูลระยะยาวเนื่องจากความทนทาน และต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับฮาร์ดดิสก์หรือ SSD ที่มีความจุใกล้เคียงกัน. ต้นทุนและอนาคต: - ราคาอุปกรณ์ยังไม่ได้ประกาศ แต่คาดว่าจะสูง เนื่องจากรุ่นก่อนหน้า (Thunderbolt 3 LTO-9) มีราคาเริ่มต้นที่ $6,299 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามคุณสมบัติที่ล้ำสมัย. https://www.techradar.com/pro/this-is-the-worlds-first-thunderbolt-5-lto-tape-drive-and-i-cant-understand-why-it-exists-in-the-first-place
    WWW.TECHRADAR.COM
    The world's first Thunderbolt 5 LTO tape drive just launched but I wonder who will buy it
    MagStor says it's pushing the boundaries of what is possible in data storage
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 60 มุมมอง 0 รีวิว
  • เหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาร์ส่งผลกระทบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่โรงงานในไทยที่เป็นฐานการผลิตสำคัญไม่ได้รับความเสียหาย บริษัทเทคโนโลยีรายงานว่าดำเนินงานตามปกติ และมีแนวโน้มขยายการผลิตในพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคงของซัพพลายเชน

    การดำเนินการหลังเหตุการณ์:
    - บริษัทในไทยหลายแห่ง เช่น Zhen Ding Tech และ Delta Electronics ทำการอพยพพนักงานชั่วคราวเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและกลับมาดำเนินงานได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

    ความสำคัญของประเทศไทยในอุตสาหกรรม:
    - ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญสำหรับบริษัทอย่าง Intel, Seagate และ Western Digital และเหตุการณ์นี้เป็นการทดสอบความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคนี้

    แนวโน้มการขยายการผลิต:
    - หลายบริษัทกำลังเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศไทยเพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาจีน ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรม

    ความมั่นคงของโรงงาน:
    - โรงงานในพื้นที่ห่างไกลจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว เช่น จังหวัดระยองและชลบุรี ไม่มีรายงานความเสียหาย และยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/can-earthquake-in-myanmar-disrupt-pc-hardware-production-manufacturers-are-checking-out
    เหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาร์ส่งผลกระทบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่โรงงานในไทยที่เป็นฐานการผลิตสำคัญไม่ได้รับความเสียหาย บริษัทเทคโนโลยีรายงานว่าดำเนินงานตามปกติ และมีแนวโน้มขยายการผลิตในพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคงของซัพพลายเชน การดำเนินการหลังเหตุการณ์: - บริษัทในไทยหลายแห่ง เช่น Zhen Ding Tech และ Delta Electronics ทำการอพยพพนักงานชั่วคราวเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและกลับมาดำเนินงานได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง ความสำคัญของประเทศไทยในอุตสาหกรรม: - ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญสำหรับบริษัทอย่าง Intel, Seagate และ Western Digital และเหตุการณ์นี้เป็นการทดสอบความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคนี้ แนวโน้มการขยายการผลิต: - หลายบริษัทกำลังเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศไทยเพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาจีน ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรม ความมั่นคงของโรงงาน: - โรงงานในพื้นที่ห่างไกลจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว เช่น จังหวัดระยองและชลบุรี ไม่มีรายงานความเสียหาย และยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่อง https://www.tomshardware.com/tech-industry/can-earthquake-in-myanmar-disrupt-pc-hardware-production-manufacturers-are-checking-out
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 80 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทีมนักวิจัยจากจีนและอังกฤษพัฒนา nano-PeLEDs ที่สร้างหน้าจอระดับนาโนที่มีความละเอียดสูงอย่างไม่น่าเชื่อ เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงช่วยให้ภาพคมชัด แต่ยังสามารถใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น เกมและการแพทย์ พร้อมทั้งมีการพัฒนา Active-Matrix Display เพื่อนำไปใช้เชิงพาณิชย์

    ความยืดหยุ่นในขนาดจิ๋ว:
    - ต่างจาก micro-LEDs ทั่วไปที่ประสิทธิภาพลดลงเมื่อขนาดเล็กลง Nano-PeLEDs สามารถรักษาประสิทธิภาพการใช้งานได้ดีแม้ขนาดเล็กถึง 3.5 ไมครอน ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าในการออกแบบเซมิคอนดักเตอร์.

    เทคนิคการผลิตที่ก้าวล้ำ:
    - เนื่องจากวัสดุ Perovskites เปราะบาง ทีมวิจัยได้พัฒนาเทคนิคใหม่ที่ใช้ Localized Contact Fabrication ซึ่งช่วยปกป้องวัสดุและยังคงคุณภาพของภาพระดับสูง.

    การประยุกต์ใช้งานที่กว้างขวาง:
    - นวัตกรรมนี้สามารถนำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น การเล่นเกม Augmented Reality และภาพทางการแพทย์ ด้วยความสามารถในการแสดงผลที่ละเอียดและแม่นยำอย่างยิ่ง.

    ขั้นตอนต่อไปสำหรับการใช้งานจริง:
    - นักวิจัยร่วมมือกับบริษัทที่เชี่ยวชาญด้าน Thin-Film Transistor (TFT) เพื่อพัฒนา Active-Matrix Micro-PeLED Display ที่นำไปสู่การใช้งานจริงสำหรับการแสดงผลในเชิงพาณิชย์

    https://www.techspot.com/news/107344-researchers-develop-90-nanometer-leds-future-ultra-high.html
    ทีมนักวิจัยจากจีนและอังกฤษพัฒนา nano-PeLEDs ที่สร้างหน้าจอระดับนาโนที่มีความละเอียดสูงอย่างไม่น่าเชื่อ เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงช่วยให้ภาพคมชัด แต่ยังสามารถใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น เกมและการแพทย์ พร้อมทั้งมีการพัฒนา Active-Matrix Display เพื่อนำไปใช้เชิงพาณิชย์ ความยืดหยุ่นในขนาดจิ๋ว: - ต่างจาก micro-LEDs ทั่วไปที่ประสิทธิภาพลดลงเมื่อขนาดเล็กลง Nano-PeLEDs สามารถรักษาประสิทธิภาพการใช้งานได้ดีแม้ขนาดเล็กถึง 3.5 ไมครอน ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าในการออกแบบเซมิคอนดักเตอร์. เทคนิคการผลิตที่ก้าวล้ำ: - เนื่องจากวัสดุ Perovskites เปราะบาง ทีมวิจัยได้พัฒนาเทคนิคใหม่ที่ใช้ Localized Contact Fabrication ซึ่งช่วยปกป้องวัสดุและยังคงคุณภาพของภาพระดับสูง. การประยุกต์ใช้งานที่กว้างขวาง: - นวัตกรรมนี้สามารถนำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น การเล่นเกม Augmented Reality และภาพทางการแพทย์ ด้วยความสามารถในการแสดงผลที่ละเอียดและแม่นยำอย่างยิ่ง. ขั้นตอนต่อไปสำหรับการใช้งานจริง: - นักวิจัยร่วมมือกับบริษัทที่เชี่ยวชาญด้าน Thin-Film Transistor (TFT) เพื่อพัฒนา Active-Matrix Micro-PeLED Display ที่นำไปสู่การใช้งานจริงสำหรับการแสดงผลในเชิงพาณิชย์ https://www.techspot.com/news/107344-researchers-develop-90-nanometer-leds-future-ultra-high.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Researchers develop 90-nanometer LEDs for future ultra high-resolution displays
    These nano-PeLEDs feature pixel lengths as small as 90 nanometers, enabling an unprecedented pixel density of 127,000 pixels per inch (PPI). For comparison, a typical 27-inch 4K...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 83 มุมมอง 0 รีวิว
  • Ayaneo Retro Mini PC AM01S ผสานดีไซน์ Macintosh ย้อนยุคเข้ากับความล้ำสมัยในเทคโนโลยี มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 4 นิ้วที่พับได้ และโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen AI 9 HX 370 ที่รองรับทั้งการเล่นเกมและงานประสิทธิภาพสูง ระบบระบายความร้อนแบบขั้นสูงช่วยคงประสิทธิภาพการทำงานแม้ในขนาดที่เล็ก ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่กำลังเติบโต

    ความแตกต่างที่โดดเด่น:
    - AM01S มาพร้อมหน้าจอแบบ flip-up ที่ไม่เพียงแค่ใช้เพื่อแสดงผลทั่วไป แต่ยังสามารถใช้งานเป็นหน้าจอสัมผัส เพื่อปรับค่าต่าง ๆ และแสดงวิดเจ็ต เช่น สภาพอากาศ หรือการปรับโหมดด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว.

    ระบบระบายความร้อนขั้นสูง:
    - ตัวเครื่องใช้ระบบระบายความร้อนแบบ dual-fan ที่มาพร้อม heat pipes และ SSD cooler ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้ประสิทธิภาพลดลงแม้ในระหว่างการใช้งานหนัก.

    ความใส่ใจในรายละเอียด:
    - นอกจากดีไซน์ย้อนยุคที่สะดุดตา ตัวเครื่องยังรองรับหน่วยความจำ DDR5 ที่ความเร็ว 5600MT/s และ SSD แบบ PCIe 4.0 รวมถึงการเชื่อมต่อ USB4 และ Ethernet ความเร็วสูง.

    กระแสนิยมของ PC ขนาดเล็ก:
    - AM01S เป็นหนึ่งในแนวโน้มของคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ได้รับความสนใจในปี 2025 อีกทั้งยังมีคู่แข่ง เช่น Aoostar G-Flip 370 ซึ่งดีไซน์ได้แรงบันดาลใจจาก Game Boy.

    https://www.techspot.com/news/107348-tiny-macintosh-classic-style-pc-flip-up-display.html
    Ayaneo Retro Mini PC AM01S ผสานดีไซน์ Macintosh ย้อนยุคเข้ากับความล้ำสมัยในเทคโนโลยี มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 4 นิ้วที่พับได้ และโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen AI 9 HX 370 ที่รองรับทั้งการเล่นเกมและงานประสิทธิภาพสูง ระบบระบายความร้อนแบบขั้นสูงช่วยคงประสิทธิภาพการทำงานแม้ในขนาดที่เล็ก ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่กำลังเติบโต ความแตกต่างที่โดดเด่น: - AM01S มาพร้อมหน้าจอแบบ flip-up ที่ไม่เพียงแค่ใช้เพื่อแสดงผลทั่วไป แต่ยังสามารถใช้งานเป็นหน้าจอสัมผัส เพื่อปรับค่าต่าง ๆ และแสดงวิดเจ็ต เช่น สภาพอากาศ หรือการปรับโหมดด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว. ระบบระบายความร้อนขั้นสูง: - ตัวเครื่องใช้ระบบระบายความร้อนแบบ dual-fan ที่มาพร้อม heat pipes และ SSD cooler ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้ประสิทธิภาพลดลงแม้ในระหว่างการใช้งานหนัก. ความใส่ใจในรายละเอียด: - นอกจากดีไซน์ย้อนยุคที่สะดุดตา ตัวเครื่องยังรองรับหน่วยความจำ DDR5 ที่ความเร็ว 5600MT/s และ SSD แบบ PCIe 4.0 รวมถึงการเชื่อมต่อ USB4 และ Ethernet ความเร็วสูง. กระแสนิยมของ PC ขนาดเล็ก: - AM01S เป็นหนึ่งในแนวโน้มของคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ได้รับความสนใจในปี 2025 อีกทั้งยังมีคู่แข่ง เช่น Aoostar G-Flip 370 ซึ่งดีไซน์ได้แรงบันดาลใจจาก Game Boy. https://www.techspot.com/news/107348-tiny-macintosh-classic-style-pc-flip-up-display.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Tiny Macintosh Classic-style PC with flip-up display is actually a Windows powerhouse
    If you've already heard of Ayaneo's original AM01 retro mini PC, then this newer model should be pretty familiar. The AM01S retains the same cute, chunky design...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 67 มุมมอง 0 รีวิว
  • สถานการณ์ของสงครามการค้าโลกในปัจจุบันยังคงมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยมีทั้งแนวโน้มที่ดีขึ้นและความท้าทายที่ยังคงอยู่ ดังนี้

    ### 1. **แนวโน้มที่ดีขึ้น**
    - **การลดความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีน**:
    แม้สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะยังไม่สิ้นสุด แต่ทั้งสองฝ่ายเริ่มหันมาเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นภาษีเพิ่มเติม เช่น การยกเลิกภาษีบางส่วนในสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ นอกจากนี้ การประชุมระดับสูงระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศในช่วงปลายปี 2022-2023 ช่วยฟื้นฟูช่องทางการสื่อสาร แม้จะยังไม่มีการแก้ไขข้อพิพาทหลัก เช่น ปัญหาไต้หวันหรือการจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง

    - **ความร่วมมือระดับภูมิภาค**:
    ความตกลงทางการค้าในรูปแบบภูมิภาคขยายตัว เช่น **RCEP** (ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค) ในเอเชีย-แปซิฟิก และ **AfCFTA** (เขตการค้าเสรีทวีปแอฟริกา) ซึ่งช่วยกระตุ้นการค้าภายในภูมิภาค แทนการพึ่งพาตลาดโลกเพียงอย่างเดียว

    - **นโยบายการค้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม**:
    หลายประเทศเริ่มผนวกเป้าหมายสิ่งแวดล้อมเข้ากับนโยบายการค้า เช่น สหภาพยุโรป推行 **CBAM** (มาตรการปรับคาร์บอนชายแดน) เพื่อส่งเสริมการผลิตที่ยั่งยืน แม้อาจก่อความขัดแย้งใหม่ แต่ก็เป็นโอกาสในการสร้างมาตรฐานสากลร่วมกัน

    ---

    ### 2. **ความท้าทายที่ยังคงอยู่**
    - **การแข่งขันทางเทคโนโลยีและการแยกห่วงโซ่อุปทาน**:
    สหรัฐฯ ยังคงจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง (เช่น ชิปเซมิคอนดักเตอร์) ไปยังจีน ขณะที่จีนพยายามสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีของตนเอง (เช่น การพัฒนาชิปด้วยเทคโนโลยี 7 นาโนเมตรของ Huawei) ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานโลกแตกออกเป็น "สองขั้ว" (Tech Decoupling)

    - **ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์**:
    สงครามยูเครน-รัสเซียและความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ยังส่งผลต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเส้นทางการค้า รวมถึงกระตุ้นให้ประเทศต่างๆ หันมาเก็บกักเสบียงอาหารและทรัพยากร стратеติกมากขึ้น

    - **ความอ่อนแอของระบบพหุภาคี**:
    องค์การการค้าโลก (WTO) ยังไม่สามารถปฏิรูปกลไกระงับข้อพิพาท (Dispute Settlement Body) ได้อย่างเต็มที่ ทำให้ขาดกลไกกลางในการจัดการความขัดแย้งทางการค้า

    ---

    ### 3. **ทิศทางในอนาคต**
    - **เศรษฐกิจโลกอาจแบ่งเป็น "บล็อก"**:
    การค้าโลกกำลังเคลื่อนไปสู่รูปแบบ "friend-shoring" (การผลิตในประเทศพันธมิตร) และ "near-shoring" (การผลิตในประเทศใกล้เคียง) เพื่อลดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น แต่เพิ่มความยืดหยุ่นให้ห่วงโซ่อุปทาน

    - **การค้าดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว**:
    การเติบโตของการค้าอิเล็กทรอนิกส์และมาตรการลดคาร์บอนจะเป็นตัวขับเคลื่อนใหม่ของระบบการค้าโลก แม้อาจก่อให้เกิดข้อพิพาทเรื่องกฎระเบียบระหว่างประเทศ

    ---

    ### สรุป
    สถานการณ์สงครามการค้าโลกมีทั้งพัฒนาการในทางที่ดี เช่น การเจรจาเพื่อลดความขัดแย้งและการขยายความร่วมมือระดับภูมิภาค แต่ก็ยังมีแรงกดดันจากความแข่งขันทางเทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งอาจทำให้การค้าโลกไม่กลับสู่รูปแบบเดิมอีกต่อไป แต่ปรับตัวสู่ระบบที่ "แบ่งกลุ่มแต่เชื่อมโยง" มากขึ้นภายใต้ความไม่แน่นอนสูง
    สถานการณ์ของสงครามการค้าโลกในปัจจุบันยังคงมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยมีทั้งแนวโน้มที่ดีขึ้นและความท้าทายที่ยังคงอยู่ ดังนี้ ### 1. **แนวโน้มที่ดีขึ้น** - **การลดความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีน**: แม้สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะยังไม่สิ้นสุด แต่ทั้งสองฝ่ายเริ่มหันมาเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นภาษีเพิ่มเติม เช่น การยกเลิกภาษีบางส่วนในสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ นอกจากนี้ การประชุมระดับสูงระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศในช่วงปลายปี 2022-2023 ช่วยฟื้นฟูช่องทางการสื่อสาร แม้จะยังไม่มีการแก้ไขข้อพิพาทหลัก เช่น ปัญหาไต้หวันหรือการจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง - **ความร่วมมือระดับภูมิภาค**: ความตกลงทางการค้าในรูปแบบภูมิภาคขยายตัว เช่น **RCEP** (ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค) ในเอเชีย-แปซิฟิก และ **AfCFTA** (เขตการค้าเสรีทวีปแอฟริกา) ซึ่งช่วยกระตุ้นการค้าภายในภูมิภาค แทนการพึ่งพาตลาดโลกเพียงอย่างเดียว - **นโยบายการค้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม**: หลายประเทศเริ่มผนวกเป้าหมายสิ่งแวดล้อมเข้ากับนโยบายการค้า เช่น สหภาพยุโรป推行 **CBAM** (มาตรการปรับคาร์บอนชายแดน) เพื่อส่งเสริมการผลิตที่ยั่งยืน แม้อาจก่อความขัดแย้งใหม่ แต่ก็เป็นโอกาสในการสร้างมาตรฐานสากลร่วมกัน --- ### 2. **ความท้าทายที่ยังคงอยู่** - **การแข่งขันทางเทคโนโลยีและการแยกห่วงโซ่อุปทาน**: สหรัฐฯ ยังคงจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง (เช่น ชิปเซมิคอนดักเตอร์) ไปยังจีน ขณะที่จีนพยายามสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีของตนเอง (เช่น การพัฒนาชิปด้วยเทคโนโลยี 7 นาโนเมตรของ Huawei) ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานโลกแตกออกเป็น "สองขั้ว" (Tech Decoupling) - **ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์**: สงครามยูเครน-รัสเซียและความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ยังส่งผลต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเส้นทางการค้า รวมถึงกระตุ้นให้ประเทศต่างๆ หันมาเก็บกักเสบียงอาหารและทรัพยากร стратеติกมากขึ้น - **ความอ่อนแอของระบบพหุภาคี**: องค์การการค้าโลก (WTO) ยังไม่สามารถปฏิรูปกลไกระงับข้อพิพาท (Dispute Settlement Body) ได้อย่างเต็มที่ ทำให้ขาดกลไกกลางในการจัดการความขัดแย้งทางการค้า --- ### 3. **ทิศทางในอนาคต** - **เศรษฐกิจโลกอาจแบ่งเป็น "บล็อก"**: การค้าโลกกำลังเคลื่อนไปสู่รูปแบบ "friend-shoring" (การผลิตในประเทศพันธมิตร) และ "near-shoring" (การผลิตในประเทศใกล้เคียง) เพื่อลดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น แต่เพิ่มความยืดหยุ่นให้ห่วงโซ่อุปทาน - **การค้าดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว**: การเติบโตของการค้าอิเล็กทรอนิกส์และมาตรการลดคาร์บอนจะเป็นตัวขับเคลื่อนใหม่ของระบบการค้าโลก แม้อาจก่อให้เกิดข้อพิพาทเรื่องกฎระเบียบระหว่างประเทศ --- ### สรุป สถานการณ์สงครามการค้าโลกมีทั้งพัฒนาการในทางที่ดี เช่น การเจรจาเพื่อลดความขัดแย้งและการขยายความร่วมมือระดับภูมิภาค แต่ก็ยังมีแรงกดดันจากความแข่งขันทางเทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งอาจทำให้การค้าโลกไม่กลับสู่รูปแบบเดิมอีกต่อไป แต่ปรับตัวสู่ระบบที่ "แบ่งกลุ่มแต่เชื่อมโยง" มากขึ้นภายใต้ความไม่แน่นอนสูง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 216 มุมมอง 0 รีวิว
  • 29-03-68/01 : หมี CNN / "เสือกเฉพาะเรื่อง" EP3 (ไม่ต้องถาม..ซัดเลยล่ะกัน)

    มรึงโดนแน่ YELLOW STONE ไอ้สัส! อย่าคิดว่าเค้าไม่รู้? สะกายเหรอ? รอยเปลือกแยกอาเซียนเหรอ? มรึงตั้งใจจะล่ออาเซียนเพื่อสกัดจีนผนวก ล่อพม่า หวังกระทบทั้งอาเซียน หลายครั้งที่มรึงเลือกลงมือก่อนเมษายน เพราะเป็นฤดูท่องเที่ยว เม็ดเงินเข้าอาเซียนถล่มทลาย ทำลายเศรษฐกิจทั้งอาเซียน เพื่อดึงโลกเข้าสู่สงคราม เหตุผลง่ายๆ คือ มรึงแพ้ยับในสมรภูมิจริง ทั้งยูเครน แอฟริกา และเยรูซาเล็ม มรึงแพ้ยับทั้งสงครามการค้า เพราะโลกหันไปเข้า BRICS กันหมด จับมือจีน รัสเซีย ผู้นำโลกใหม่ มรึงแพ้ยับทั้งเวทีโลก และความเชื่อมั่นนักลงทุน มรึงไม่เหลืออะไรแล้ว ไม่มีอะไรจะเสีย มุกเดิมเหี้ยจะทำอะไรได้อีก หากไม่ใช้ไวรัสระบาด หรือก่อเหตุอุทกภัยอย่างที่เคยทำมา หมายังเดาได้? ระดับหน่วยข่าวกรอง เค้ารู้ล่วงหน้าแล้ว โป๊ะมาแตก ศูนย์กลางแผ่นดินไหวใหญ่อยู่ที่พม่า แล้วอะไรอยู่ใกล้แถวนั้นล่ะ กงศุลใหญ่เหี้ยมะกันในเชียงใหม่ไงล่ะ ที่มาว่าทำไม มรึงถึงต้องขุดดินลึกลงไปกว่า 200 เมตร กงศุลบ้านพ่องดิ ต้องลึกขนาดนั้นเพื่อ? ไม่ต้องแถ ไม่ต้องอ้าง มรึงฝังเหี้ยอะไรเอาไว้กันล่ะ? ไม่ต้องมโน ไม่ต้องเดา มันผิดปกติอยู่แล้วที่สร้างกงศุลใหญ่ขึ้นมาใหม่ หลังถูกจีนสั่งปิดกงศุลใหญ่เหี้ยมะกันที่เฉิงตู ทำให้มรึงหน้ามืด ตาบอดทันที ไม่รู้ข่าวสารจีนอะไรอีกเลย นับแต่นั้น ที่มาว่าพยายามสร้างกงศุลใหญ่ใหม่ใกล้จีน พม่า ไงล่ะ จีนยังสั่งปิดกงศุลใหญ่เหี้ยได้ ทำไม เราจะทำไม่ได้? กงศุลมรึงไม่ได้มีแค่ที่เชียงใหม่ กทม.ก็ยังอยู่ แก้ตรงจุด สั่งปิดกงศุลใหญ่ที่เชียงใหม่ปุ๊บ แผ่นดินไหวหายวับทันตาทันที กูท้ามรึงเลย? แต่อย่าหวังอีรัฐบาลเถื่อนขี้ข้าวอชิงตันชุดนี้เลย ถึงเวลายัง ที่กองทัพจะออกตัว ประชาชนตามติด วังนำหน้า แม่ทัพใหญ่ของกองทัพไทย เมื่อเลือกข้างแล้ว ก็ต้องเล่นบทให้สุดซอย ยุคพระเดชถึงจะมาเต็มตรีน ความเสียหายที่เห็นนี้ ยังไม่สิ้นสุด ตราบใดที่อีกงศุลใหญ่เหี้ยมะกันยังเสนอหน้าอยู่ที่เชียงใหม่ ขนาดกูยังรู้ หน่วยความมั่นคง หน่วยข่าวกรองทำไมไม่รู้ มันผิดสังเกตุมาตั้งแต่สร้างใหญ่อลังการ และควบคุมการสร้างเอง โดยไม่ให้ใครเสือก เจ้าหน้าที่คุมก่อสร้างก็ไม่ให้คนไทยยุ่ง มันชัดซะยิ่งกว่าชัด? ใครก็รู้ ว่ามรึงทำอะไร แต่ปล่อยให้มันทำ จนได้เห็นเต็มตาวันนี้ไงล่ะ กระทบแผ่นดิน มรึงจะให้มันอยู่ต่อมั้ยล่ะ จะเก็บไอ้อีเหี้ยไปอีกนานแค่ไหน คำตอบอยู่ที่ "ศรีธนญชัย" เพราะเค้าประสานกับกุนซือ เกจิ จีน รัสเซีย ไว้แล้ว สิ่งที่เห็น มันจะเทียบไม่ได้เลย ความเสียหายขั้นสูงสุด ที่เหี้ยจะเจอ หากล่อมันกลับที่ YELLOW STONE อเมริกาจะฉิบหายทั้งแผ่นดิน อะไรที่เกิดขึ้นทั่วโลก มรึงว่ามันปกติงั้นเหรอ? ใช้สติ ใช้ปัญญา ดูก็รู้ ว่ามันเกิดจากอะไร? ไฟ่ป่าเหรอ สึนามิเหรอ แผ่นดินไหวเหรอ โลกยุคดิจิตอล ที่เอาอาวุธร้ายแรงไปไว้บนอวกาศได้ มันทำได้หมดมากกว่าที่มรึงคิด รัสเซีย จีน มีเทคโนโลยีสูงกว่ามรึงเยอะ ทำได้รุนแรงกว่ามรึง 100 เท่า แต่ที่ไม่ทำ เพราะ "ศีลมันต่างกัน" คนตายเป็นล้านน่ะมรึง หากโดนเข้าเต็มตรีน เพราะนี่คือสิ่งที่ยิวเหี้ยมันต้องการ "WWIII" ไงล่ะ เห็นยังล่ะว่า เดินแต่ก้าวไม่ง่าย เพราะอีกฝ่ายมันจ้องจะทำลายล้างมนุษยชาติอยู่แล้ว เพราะมันไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไป เกมส์จะมันส์สุดติ่งกระดิ่งเหี้ย เมษาเลือดมาแน่ ไม่ว่าจะภายใน ภายนอก ระอุ ดุเดือด อุทกภัยที่มรึงไม่เคยเจอ จะดาหน้ามาหมด แบบบังเอิญอีกแล้วครับท่าน อาวุธเทคโนโลยี จะถูกงัดมาใช้เพื่องานนี้ และมรึงจะได้เห็นแสนยานุภาพยิ่งใหญ่ของจีน รัสเซีย ในเวลานั้นแหละ เปิดที เหี้ยขี้แตก! กทม.ไม่เคยเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาดนี้มานานมากแล้ว ครั้งนี้ มันตั้งใจ นั่นคือสัญญานที่ดี ว่าไทยเราได้เลือกข้างไปเรียบร้อยแล้ว เคยบอกไปแล้ว มรึงควรจะดีใจ เรายอมแลก ก็เพื่อดินแดนสุวรรณภูมิ อย่ากลัวเหี้ย นี่มันยุคสุดท้ายแล้ว เหี้ยต่างหากที่ต้องกลัวมรึง คนดี คนกล้า ไม่กลัวเหี้ย คนชั่วจะหดหัวเอง เพราะมันกลัวคนจริง มันกลัวหัวใจที่รวมเป็นหนึ่งเดียว ศรัทธาเดียว สิ่งที่ซาตานกลัวที่สุด! จากนี้ รอดูการตอบโต้กลับบ้าง อย่ากระพริบตา เกมส์นี้ระดับโลก อย่ามาเสียเวลากับละครปาหี่ ขี้หมา การ์ตูนเล่มละบาทอีกต่อไป ชีวิตมรึงและกู และชาวอโยธยาทั้งหมด ขึ้นอยู่กับชัยชนะของขั้วใหม่เต็มตรีน รออะไรล่ะ ตามเค้าไป แล้วใส่ให้สุด วังนำ ชนะแน่ กองทัพเป็นของพระเจ้าอยู่หัว กูการันตี 1000000% เกมส์โลกต้องเด็ดขาด โลกสวยไม่ได้ อาเซียนคุยกันแน่ และจากนี้ จะรวมมือกันอย่างเสียมิได้ มรึงจ้องเล่นสะกายกูเหรอ เดี๋ยวกูก็ล่อหินเหลืองมรึงกลับบ้าง อย่าร้องขอชีวิตน่ะมรึง?

    หมี CNN(ไม่รีบ รอควันจาง มรึงจะเห็นภาพใหญ่ทั้งหมดเอง ที่มา ที่ไป แล้วทำไมต้องสะกาย มันสอดคล้องกับหน่วยข่าวกรอง ความมั่นคง ใครที่มีอายุเกิน 40 ขึ้นไป มรึงจะรู้ดี ว่าไม่มีทางที่แผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นเองได้ดอก หากไม่มีคลื่นแม่เหล็กไปกระตุ้นแกนโลก และใช้พลังงานมหาศาล เป้าหมายคือพม่า และเส้นรอยแยกเปลือกสะกายผ่านอาเซียนเต็มตรีน ใครมันจะทำ หากไม่จนตรอกขั้นสูงสุดขนาดนี้ ตกผลึกแล้ว ถึงได้เอามาชี้เป้าให้มรึงดู เพราะคิดถึงความบังเอิญ 108 1009 แต่คำตอบที่ได้คือ "ไม่มี" การเมืองโลกมาเต็ม ทุกอย่างถูกวางแผนมานานแล้ว มันถึงต้องการกงศุลใหญ่ใหม่ ที่สามารถเข้าใกล้จีน พม่า ให้มากที่สุด ไส้ศึกมันมี สายลับก็มา รู้กันหมด)
    29 มีนาคม 68
    11.05 น.

    ------------------------------------------------------------------------—
    เข้าถ้ำ RONIN คลิกที่ LINK ตามนี้ : https://line.me/R/ti/p/@mheecnn

    หรือเข้า LINE OFFICIAL ACCOUNT
    https://voom-studio.line.biz/account/@hfs0310u/voom หรือเสิร์หหาใน LINE ได้ที่ @hfs0310u

    **เพจหลักของหมี CNN คือ**
    https://www.minds.com/mheecnn2/

    เพจ VK ของรัสเซีย พิมคำว่า Frank Mheecnn
    www.vk.com/id448335733

    **เพจหมี CNN ใน Twitter ตัวใหม่ล่าสุด!**
    https://twitter.com/CnnMhee

    **เพจหมี CNN ใน FB ห้องปิด ตัวใหม่ล่าสุด(2568)**
    ชื่อเพจ "SUBPRAYUTH THALUFAH" สัปยุทธ ทะลุฟ้า
    https://www.facebook.com/profile.php?id=61573193903186
    29-03-68/01 : หมี CNN / "เสือกเฉพาะเรื่อง" EP3 (ไม่ต้องถาม..ซัดเลยล่ะกัน) มรึงโดนแน่ YELLOW STONE ไอ้สัส! อย่าคิดว่าเค้าไม่รู้? สะกายเหรอ? รอยเปลือกแยกอาเซียนเหรอ? มรึงตั้งใจจะล่ออาเซียนเพื่อสกัดจีนผนวก ล่อพม่า หวังกระทบทั้งอาเซียน หลายครั้งที่มรึงเลือกลงมือก่อนเมษายน เพราะเป็นฤดูท่องเที่ยว เม็ดเงินเข้าอาเซียนถล่มทลาย ทำลายเศรษฐกิจทั้งอาเซียน เพื่อดึงโลกเข้าสู่สงคราม เหตุผลง่ายๆ คือ มรึงแพ้ยับในสมรภูมิจริง ทั้งยูเครน แอฟริกา และเยรูซาเล็ม มรึงแพ้ยับทั้งสงครามการค้า เพราะโลกหันไปเข้า BRICS กันหมด จับมือจีน รัสเซีย ผู้นำโลกใหม่ มรึงแพ้ยับทั้งเวทีโลก และความเชื่อมั่นนักลงทุน มรึงไม่เหลืออะไรแล้ว ไม่มีอะไรจะเสีย มุกเดิมเหี้ยจะทำอะไรได้อีก หากไม่ใช้ไวรัสระบาด หรือก่อเหตุอุทกภัยอย่างที่เคยทำมา หมายังเดาได้? ระดับหน่วยข่าวกรอง เค้ารู้ล่วงหน้าแล้ว โป๊ะมาแตก ศูนย์กลางแผ่นดินไหวใหญ่อยู่ที่พม่า แล้วอะไรอยู่ใกล้แถวนั้นล่ะ กงศุลใหญ่เหี้ยมะกันในเชียงใหม่ไงล่ะ ที่มาว่าทำไม มรึงถึงต้องขุดดินลึกลงไปกว่า 200 เมตร กงศุลบ้านพ่องดิ ต้องลึกขนาดนั้นเพื่อ? ไม่ต้องแถ ไม่ต้องอ้าง มรึงฝังเหี้ยอะไรเอาไว้กันล่ะ? ไม่ต้องมโน ไม่ต้องเดา มันผิดปกติอยู่แล้วที่สร้างกงศุลใหญ่ขึ้นมาใหม่ หลังถูกจีนสั่งปิดกงศุลใหญ่เหี้ยมะกันที่เฉิงตู ทำให้มรึงหน้ามืด ตาบอดทันที ไม่รู้ข่าวสารจีนอะไรอีกเลย นับแต่นั้น ที่มาว่าพยายามสร้างกงศุลใหญ่ใหม่ใกล้จีน พม่า ไงล่ะ จีนยังสั่งปิดกงศุลใหญ่เหี้ยได้ ทำไม เราจะทำไม่ได้? กงศุลมรึงไม่ได้มีแค่ที่เชียงใหม่ กทม.ก็ยังอยู่ แก้ตรงจุด สั่งปิดกงศุลใหญ่ที่เชียงใหม่ปุ๊บ แผ่นดินไหวหายวับทันตาทันที กูท้ามรึงเลย? แต่อย่าหวังอีรัฐบาลเถื่อนขี้ข้าวอชิงตันชุดนี้เลย ถึงเวลายัง ที่กองทัพจะออกตัว ประชาชนตามติด วังนำหน้า แม่ทัพใหญ่ของกองทัพไทย เมื่อเลือกข้างแล้ว ก็ต้องเล่นบทให้สุดซอย ยุคพระเดชถึงจะมาเต็มตรีน ความเสียหายที่เห็นนี้ ยังไม่สิ้นสุด ตราบใดที่อีกงศุลใหญ่เหี้ยมะกันยังเสนอหน้าอยู่ที่เชียงใหม่ ขนาดกูยังรู้ หน่วยความมั่นคง หน่วยข่าวกรองทำไมไม่รู้ มันผิดสังเกตุมาตั้งแต่สร้างใหญ่อลังการ และควบคุมการสร้างเอง โดยไม่ให้ใครเสือก เจ้าหน้าที่คุมก่อสร้างก็ไม่ให้คนไทยยุ่ง มันชัดซะยิ่งกว่าชัด? ใครก็รู้ ว่ามรึงทำอะไร แต่ปล่อยให้มันทำ จนได้เห็นเต็มตาวันนี้ไงล่ะ กระทบแผ่นดิน มรึงจะให้มันอยู่ต่อมั้ยล่ะ จะเก็บไอ้อีเหี้ยไปอีกนานแค่ไหน คำตอบอยู่ที่ "ศรีธนญชัย" เพราะเค้าประสานกับกุนซือ เกจิ จีน รัสเซีย ไว้แล้ว สิ่งที่เห็น มันจะเทียบไม่ได้เลย ความเสียหายขั้นสูงสุด ที่เหี้ยจะเจอ หากล่อมันกลับที่ YELLOW STONE อเมริกาจะฉิบหายทั้งแผ่นดิน อะไรที่เกิดขึ้นทั่วโลก มรึงว่ามันปกติงั้นเหรอ? ใช้สติ ใช้ปัญญา ดูก็รู้ ว่ามันเกิดจากอะไร? ไฟ่ป่าเหรอ สึนามิเหรอ แผ่นดินไหวเหรอ โลกยุคดิจิตอล ที่เอาอาวุธร้ายแรงไปไว้บนอวกาศได้ มันทำได้หมดมากกว่าที่มรึงคิด รัสเซีย จีน มีเทคโนโลยีสูงกว่ามรึงเยอะ ทำได้รุนแรงกว่ามรึง 100 เท่า แต่ที่ไม่ทำ เพราะ "ศีลมันต่างกัน" คนตายเป็นล้านน่ะมรึง หากโดนเข้าเต็มตรีน เพราะนี่คือสิ่งที่ยิวเหี้ยมันต้องการ "WWIII" ไงล่ะ เห็นยังล่ะว่า เดินแต่ก้าวไม่ง่าย เพราะอีกฝ่ายมันจ้องจะทำลายล้างมนุษยชาติอยู่แล้ว เพราะมันไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไป เกมส์จะมันส์สุดติ่งกระดิ่งเหี้ย เมษาเลือดมาแน่ ไม่ว่าจะภายใน ภายนอก ระอุ ดุเดือด อุทกภัยที่มรึงไม่เคยเจอ จะดาหน้ามาหมด แบบบังเอิญอีกแล้วครับท่าน อาวุธเทคโนโลยี จะถูกงัดมาใช้เพื่องานนี้ และมรึงจะได้เห็นแสนยานุภาพยิ่งใหญ่ของจีน รัสเซีย ในเวลานั้นแหละ เปิดที เหี้ยขี้แตก! กทม.ไม่เคยเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาดนี้มานานมากแล้ว ครั้งนี้ มันตั้งใจ นั่นคือสัญญานที่ดี ว่าไทยเราได้เลือกข้างไปเรียบร้อยแล้ว เคยบอกไปแล้ว มรึงควรจะดีใจ เรายอมแลก ก็เพื่อดินแดนสุวรรณภูมิ อย่ากลัวเหี้ย นี่มันยุคสุดท้ายแล้ว เหี้ยต่างหากที่ต้องกลัวมรึง คนดี คนกล้า ไม่กลัวเหี้ย คนชั่วจะหดหัวเอง เพราะมันกลัวคนจริง มันกลัวหัวใจที่รวมเป็นหนึ่งเดียว ศรัทธาเดียว สิ่งที่ซาตานกลัวที่สุด! จากนี้ รอดูการตอบโต้กลับบ้าง อย่ากระพริบตา เกมส์นี้ระดับโลก อย่ามาเสียเวลากับละครปาหี่ ขี้หมา การ์ตูนเล่มละบาทอีกต่อไป ชีวิตมรึงและกู และชาวอโยธยาทั้งหมด ขึ้นอยู่กับชัยชนะของขั้วใหม่เต็มตรีน รออะไรล่ะ ตามเค้าไป แล้วใส่ให้สุด วังนำ ชนะแน่ กองทัพเป็นของพระเจ้าอยู่หัว กูการันตี 1000000% เกมส์โลกต้องเด็ดขาด โลกสวยไม่ได้ อาเซียนคุยกันแน่ และจากนี้ จะรวมมือกันอย่างเสียมิได้ มรึงจ้องเล่นสะกายกูเหรอ เดี๋ยวกูก็ล่อหินเหลืองมรึงกลับบ้าง อย่าร้องขอชีวิตน่ะมรึง? หมี CNN(ไม่รีบ รอควันจาง มรึงจะเห็นภาพใหญ่ทั้งหมดเอง ที่มา ที่ไป แล้วทำไมต้องสะกาย มันสอดคล้องกับหน่วยข่าวกรอง ความมั่นคง ใครที่มีอายุเกิน 40 ขึ้นไป มรึงจะรู้ดี ว่าไม่มีทางที่แผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นเองได้ดอก หากไม่มีคลื่นแม่เหล็กไปกระตุ้นแกนโลก และใช้พลังงานมหาศาล เป้าหมายคือพม่า และเส้นรอยแยกเปลือกสะกายผ่านอาเซียนเต็มตรีน ใครมันจะทำ หากไม่จนตรอกขั้นสูงสุดขนาดนี้ ตกผลึกแล้ว ถึงได้เอามาชี้เป้าให้มรึงดู เพราะคิดถึงความบังเอิญ 108 1009 แต่คำตอบที่ได้คือ "ไม่มี" การเมืองโลกมาเต็ม ทุกอย่างถูกวางแผนมานานแล้ว มันถึงต้องการกงศุลใหญ่ใหม่ ที่สามารถเข้าใกล้จีน พม่า ให้มากที่สุด ไส้ศึกมันมี สายลับก็มา รู้กันหมด) 29 มีนาคม 68 11.05 น. ------------------------------------------------------------------------— เข้าถ้ำ RONIN คลิกที่ LINK ตามนี้ : https://line.me/R/ti/p/@mheecnn หรือเข้า LINE OFFICIAL ACCOUNT https://voom-studio.line.biz/account/@hfs0310u/voom หรือเสิร์หหาใน LINE ได้ที่ @hfs0310u **เพจหลักของหมี CNN คือ** https://www.minds.com/mheecnn2/ เพจ VK ของรัสเซีย พิมคำว่า Frank Mheecnn www.vk.com/id448335733 **เพจหมี CNN ใน Twitter ตัวใหม่ล่าสุด!** https://twitter.com/CnnMhee **เพจหมี CNN ใน FB ห้องปิด ตัวใหม่ล่าสุด(2568)** ชื่อเพจ "SUBPRAYUTH THALUFAH" สัปยุทธ ทะลุฟ้า https://www.facebook.com/profile.php?id=61573193903186
    LINE.ME
    title
    description
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 260 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel Core Ultra 200HX มาพร้อม NPU ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมและยังช่วยผู้เล่นเอาชนะบอสในเกม Black Myth ได้ง่ายขึ้น ความสามารถของ NPU ทำให้เฟรมเรทสูงขึ้นถึง 14.8% แม้ยังมีข้อจำกัดในความเร็ว แต่ถือเป็นก้าวใหม่ในเทคโนโลยีเกมที่ใช้ AI Assistant เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้เล่น

    ความแตกต่างระหว่าง NPU และ GPU:
    - Intel ระบุว่าการใช้ NPU จะช่วยลดการใช้ทรัพยากร GPU ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมดีขึ้น เช่น เฟรมเรทในเกมเพิ่มจาก 94 FPS เป็น 108 FPS เมื่อใช้ระบบ CPU+GPU+NPU รวมกัน.

    ข้อจำกัดของ Core Ultra 200HX:
    - NPU ของโปรเซสเซอร์รุ่นนี้มีความเร็วการประมวลผล 13 TOPS ซึ่งยังคงด้อยกว่าโปรเซสเซอร์อื่น ๆ เช่น AMD Ryzen HX 370 ที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 50 TOPS.

    การออกแบบสำหรับเกม:
    - Core Ultra 200HX ถูกนำเสนอให้เหมาะกับการใช้งานด้านเกม โดยสามารถช่วยผู้เล่นเรียนรู้รูปแบบการโจมตีของศัตรูในเกมผ่าน AI และเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมได้อย่างมีนัยสำคัญ.

    อนาคตของการใช้ AI ในเกม:
    - AI Assistant ในอนาคตอาจมีบทบาทมากขึ้นในอุตสาหกรรมเกม โดยช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและปรับปรุงประสบการณ์การเล่นเกมที่เน้นการตอบสนองและความท้าทาย.

    https://wccftech.com/intels-core-ultra-200hx-npu-helps-increase-in-performance/
    Intel Core Ultra 200HX มาพร้อม NPU ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมและยังช่วยผู้เล่นเอาชนะบอสในเกม Black Myth ได้ง่ายขึ้น ความสามารถของ NPU ทำให้เฟรมเรทสูงขึ้นถึง 14.8% แม้ยังมีข้อจำกัดในความเร็ว แต่ถือเป็นก้าวใหม่ในเทคโนโลยีเกมที่ใช้ AI Assistant เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้เล่น ความแตกต่างระหว่าง NPU และ GPU: - Intel ระบุว่าการใช้ NPU จะช่วยลดการใช้ทรัพยากร GPU ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมดีขึ้น เช่น เฟรมเรทในเกมเพิ่มจาก 94 FPS เป็น 108 FPS เมื่อใช้ระบบ CPU+GPU+NPU รวมกัน. ข้อจำกัดของ Core Ultra 200HX: - NPU ของโปรเซสเซอร์รุ่นนี้มีความเร็วการประมวลผล 13 TOPS ซึ่งยังคงด้อยกว่าโปรเซสเซอร์อื่น ๆ เช่น AMD Ryzen HX 370 ที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 50 TOPS. การออกแบบสำหรับเกม: - Core Ultra 200HX ถูกนำเสนอให้เหมาะกับการใช้งานด้านเกม โดยสามารถช่วยผู้เล่นเรียนรู้รูปแบบการโจมตีของศัตรูในเกมผ่าน AI และเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมได้อย่างมีนัยสำคัญ. อนาคตของการใช้ AI ในเกม: - AI Assistant ในอนาคตอาจมีบทบาทมากขึ้นในอุตสาหกรรมเกม โดยช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและปรับปรุงประสบการณ์การเล่นเกมที่เน้นการตอบสนองและความท้าทาย. https://wccftech.com/intels-core-ultra-200hx-npu-helps-increase-in-performance/
    WCCFTECH.COM
    Intel's Core Ultra 200HX NPU Reportedly Not Only Improves Gaming Performance But Also Helps Defeating Bosses Easily With AI Assistance
    Intel showcased its Core Ultra 200HX NPU capabilities at an event, where the AI Assistant seemed to benefit from NPU for performance enhancements.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 106 มุมมอง 0 รีวิว
  • TSMC วางแผนสร้างโรงงานผลิตชิประดับ A16 (1.6 นาโนเมตร) ในรัฐแอริโซนา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขยายฐานการผลิตและสนับสนุนความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี AI ของสหรัฐฯ แม้จะมีความท้าทายในการถ่ายโอนเทคโนโลยี แต่การลงทุนครั้งใหญ่นี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

    การลงทุนครั้งสำคัญ:
    - TSMC ลงทุนรวมกว่า 65 พันล้านดอลลาร์ ในรัฐแอริโซนา เพื่อสร้างโรงงาน 3 แห่ง โดยโรงงานแรกเริ่มผลิตชิปขนาด 4 นาโนเมตรแล้ว ขณะที่โรงงานที่สองจะรองรับชิป 3 นาโนเมตร และ 2 นาโนเมตร ซึ่งเป็นก้าวสำคัญก่อนถึง A16.

    บทบาทของรัฐบาลสหรัฐฯ:
    - การบริหารงานของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีผลกระทบสำคัญต่อการตัดสินใจของ TSMC ในการขยายกิจการสู่สหรัฐฯ โดยเน้นการสร้างฐานผลิตในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศ.

    ผลกระทบในระยะยาว:
    - แม้การผลิตในสหรัฐฯ จะล่าช้าจากไต้หวันถึงสองปี แต่แผนนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ TSMC ในการกระจายฐานการผลิตเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาไต้หวันเพียงอย่างเดียว.

    ความท้าทายในการถ่ายโอนเทคโนโลยี:
    - ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าความล่าช้าในการถ่ายโอนเทคโนโลยีสำคัญจากไต้หวันสู่สหรัฐฯ อาจทำให้ตลาดชิประดับสูงยังคงขึ้นอยู่กับไต้หวันในระยะยาว.

    https://wccftech.com/tsmc-is-no-longer-reluctant-to-produce-advanced-chips-in-the-us/
    TSMC วางแผนสร้างโรงงานผลิตชิประดับ A16 (1.6 นาโนเมตร) ในรัฐแอริโซนา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขยายฐานการผลิตและสนับสนุนความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี AI ของสหรัฐฯ แม้จะมีความท้าทายในการถ่ายโอนเทคโนโลยี แต่การลงทุนครั้งใหญ่นี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การลงทุนครั้งสำคัญ: - TSMC ลงทุนรวมกว่า 65 พันล้านดอลลาร์ ในรัฐแอริโซนา เพื่อสร้างโรงงาน 3 แห่ง โดยโรงงานแรกเริ่มผลิตชิปขนาด 4 นาโนเมตรแล้ว ขณะที่โรงงานที่สองจะรองรับชิป 3 นาโนเมตร และ 2 นาโนเมตร ซึ่งเป็นก้าวสำคัญก่อนถึง A16. บทบาทของรัฐบาลสหรัฐฯ: - การบริหารงานของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีผลกระทบสำคัญต่อการตัดสินใจของ TSMC ในการขยายกิจการสู่สหรัฐฯ โดยเน้นการสร้างฐานผลิตในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศ. ผลกระทบในระยะยาว: - แม้การผลิตในสหรัฐฯ จะล่าช้าจากไต้หวันถึงสองปี แต่แผนนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ TSMC ในการกระจายฐานการผลิตเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาไต้หวันเพียงอย่างเดียว. ความท้าทายในการถ่ายโอนเทคโนโลยี: - ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าความล่าช้าในการถ่ายโอนเทคโนโลยีสำคัญจากไต้หวันสู่สหรัฐฯ อาจทำให้ตลาดชิประดับสูงยังคงขึ้นอยู่กับไต้หวันในระยะยาว. https://wccftech.com/tsmc-is-no-longer-reluctant-to-produce-advanced-chips-in-the-us/
    WCCFTECH.COM
    TSMC Is No Longer Reluctant To Produce Advanced Chips In The US; Reveals Plans To Build A Cutting-Edge A16 (1.6nm) Facility In Arizona By 2030
    TSMC has chosen the US as its next place of expansion, as the firm has now revealed that it plans to produce cutting-edge chips in Arizona.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 119 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวนี้พูดถึงความก้าวหน้าของบริษัท DapuStor ผู้ผลิต SSD ประสิทธิภาพสูงจากจีน ที่เปิดตัว Roealsen6 R6101 7.68TB SSD ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น "สุดยอดงานวิศวกรรม" ด้วยความเร็วในการอ่านแบบต่อเนื่องถึง 14,600 MB/s และการเขียนที่ 11,000 MB/s SSD รุ่นนี้ใช้ตัวควบคุม DP800 และเทคโนโลยี PCIe 5.0 ที่เหนือกว่า PCIe 4.0 ถึงสองเท่า

    ความโดดเด่นในการทดสอบ:
    - ผลทดสอบพบว่า SSD รุ่นนี้สามารถทำสถิติใหม่ในระดับ 4K random read IOPS ที่สูงถึง 3.62 ล้าน ซึ่งเพิ่มขึ้น 10% จากรุ่นอื่น ๆ ในตลาด.

    ความสามารถในงานหลากหลาย:
    - SSD สามารถทำงานในลักษณะโหลดงานผสมได้ดีจนสามารถแข่งขันกับ SSD ระดับ 3-DWPD ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า.

    การออกแบบที่ตอบโจทย์:
    - SSD ใช้ 3D eTLC NAND Flash และโปรโตคอล NVMe 2.0 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการอ่าน-เขียน และเหมาะกับการใช้งานในศูนย์ข้อมูลที่ต้องการความเร็วและความเสถียร.

    ความคาดหวังในอนาคต:
    - SSD รุ่นใหม่ที่มีความจุสูงถึง 122.88TB อยู่ในขั้นตอนการพัฒนา ซึ่งอาจสร้างการเปลี่ยนแปลงสำคัญในตลาดเซิร์ฟเวอร์.

    https://www.techradar.com/pro/an-engineering-masterpiece-reviewer-raves-about-fastest-large-capacity-ssd-ever-built-but-it-wont-be-cheap
    ข่าวนี้พูดถึงความก้าวหน้าของบริษัท DapuStor ผู้ผลิต SSD ประสิทธิภาพสูงจากจีน ที่เปิดตัว Roealsen6 R6101 7.68TB SSD ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น "สุดยอดงานวิศวกรรม" ด้วยความเร็วในการอ่านแบบต่อเนื่องถึง 14,600 MB/s และการเขียนที่ 11,000 MB/s SSD รุ่นนี้ใช้ตัวควบคุม DP800 และเทคโนโลยี PCIe 5.0 ที่เหนือกว่า PCIe 4.0 ถึงสองเท่า ความโดดเด่นในการทดสอบ: - ผลทดสอบพบว่า SSD รุ่นนี้สามารถทำสถิติใหม่ในระดับ 4K random read IOPS ที่สูงถึง 3.62 ล้าน ซึ่งเพิ่มขึ้น 10% จากรุ่นอื่น ๆ ในตลาด. ความสามารถในงานหลากหลาย: - SSD สามารถทำงานในลักษณะโหลดงานผสมได้ดีจนสามารถแข่งขันกับ SSD ระดับ 3-DWPD ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า. การออกแบบที่ตอบโจทย์: - SSD ใช้ 3D eTLC NAND Flash และโปรโตคอล NVMe 2.0 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการอ่าน-เขียน และเหมาะกับการใช้งานในศูนย์ข้อมูลที่ต้องการความเร็วและความเสถียร. ความคาดหวังในอนาคต: - SSD รุ่นใหม่ที่มีความจุสูงถึง 122.88TB อยู่ในขั้นตอนการพัฒนา ซึ่งอาจสร้างการเปลี่ยนแปลงสำคัญในตลาดเซิร์ฟเวอร์. https://www.techradar.com/pro/an-engineering-masterpiece-reviewer-raves-about-fastest-large-capacity-ssd-ever-built-but-it-wont-be-cheap
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 151 มุมมอง 0 รีวิว
  • AWS นำเสนอสถาปัตยกรรม AI ใหม่ด้วยชิป Trainium ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายการใช้งาน AI โดยเสนอทางเลือกที่ถูกกว่า Nvidia H100 ถึง 25% แม้ยังมีข้อจำกัดเรื่องการใช้งานที่ต้องพึ่งพา AWS แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบ AI ที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพ

    กลยุทธ์ที่โดดเด่นในตลาด AI:
    - AWS เป็นหนึ่งในหลายบริษัทที่กำลังพัฒนาชิปของตนเอง เช่น Google ที่มีชิป Tensor Processing Units (TPU) เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและหลีกเลี่ยงปัญหาความขาดแคลน GPU

    ความสามารถของ Trainium:
    - แม้ Trainium อาจไม่สามารถแทนที่ Nvidia GPU ที่มีความซับซ้อนสูง เช่น DGX Spark ได้โดยตรง แต่ยังถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ต้องการรอคิวหรือจ่ายค่าใช้จ่ายสูง

    ข้อจำกัดที่ควรพิจารณา:
    - Trainium มีการใช้งานเฉพาะใน AWS เท่านั้น ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้ถูกผูกมัดกับแพลตฟอร์ม และต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อเรียนรู้ระบบใหม่ที่แตกต่างจาก CUDA ของ Nvidia

    แนวโน้มในอุตสาหกรรม:
    - ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่มุ่งสร้างระบบชิปของตนเองเพื่อลดการพึ่งพา Nvidia ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์ตลาด AI และการพัฒนาระบบเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบริษัท

    https://www.techradar.com/pro/and-so-it-begins-amazon-web-services-is-aggressively-courting-its-own-customers-to-use-its-trainium-tech-rather-than-nvidias-gpus
    AWS นำเสนอสถาปัตยกรรม AI ใหม่ด้วยชิป Trainium ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายการใช้งาน AI โดยเสนอทางเลือกที่ถูกกว่า Nvidia H100 ถึง 25% แม้ยังมีข้อจำกัดเรื่องการใช้งานที่ต้องพึ่งพา AWS แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบ AI ที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพ กลยุทธ์ที่โดดเด่นในตลาด AI: - AWS เป็นหนึ่งในหลายบริษัทที่กำลังพัฒนาชิปของตนเอง เช่น Google ที่มีชิป Tensor Processing Units (TPU) เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและหลีกเลี่ยงปัญหาความขาดแคลน GPU ความสามารถของ Trainium: - แม้ Trainium อาจไม่สามารถแทนที่ Nvidia GPU ที่มีความซับซ้อนสูง เช่น DGX Spark ได้โดยตรง แต่ยังถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ต้องการรอคิวหรือจ่ายค่าใช้จ่ายสูง ข้อจำกัดที่ควรพิจารณา: - Trainium มีการใช้งานเฉพาะใน AWS เท่านั้น ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้ถูกผูกมัดกับแพลตฟอร์ม และต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อเรียนรู้ระบบใหม่ที่แตกต่างจาก CUDA ของ Nvidia แนวโน้มในอุตสาหกรรม: - ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่มุ่งสร้างระบบชิปของตนเองเพื่อลดการพึ่งพา Nvidia ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์ตลาด AI และการพัฒนาระบบเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบริษัท https://www.techradar.com/pro/and-so-it-begins-amazon-web-services-is-aggressively-courting-its-own-customers-to-use-its-trainium-tech-rather-than-nvidias-gpus
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 137 มุมมอง 0 รีวิว
  • UNIS เปิดตัว S5 Ultra SSD ที่เร็วที่สุดในตลาดด้วยการอ่าน 14.9 GB/s และเขียน 12.9 GB/s แม้จะใช้เทคโนโลยีเก่ากว่าแต่ยังสามารถแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่เช่น Samsung และ Crucial ทั้งนี้ SSD ยังออกแบบให้เหมาะกับงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงโดยมีการระบายความร้อนแบบกราฟีน ซึ่งอาจเป็นจุดที่ต้องพัฒนาต่อไปในอนาคต

    การออกแบบที่แตกต่าง:
    - รุ่น S5 Ultra มีโครงสร้างแบบ DRAM-less แต่สามารถทำความเร็วได้สูงสุด ด้วยตัวควบคุมที่ใช้กระบวนการผลิต 12nm ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพแม้จะดูเก่าเมื่อเทียบกับมาตรฐานในตลาด.

    ความพิเศษในรุ่น Ultra:
    - UNIS S5 Ultra ใช้ตัวควบคุมแบบ 6nm และเพิ่ม DRAM Cache เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเหมาะสมสำหรับงานด้านผลิตภาพ โดยลดความเร็วการอ่านลงเหลือ 14.2 GB/s แต่ชดเชยด้วยการเขียนที่สูงขึ้น.

    ความร้อนจากการใช้งาน:
    - SSD เหล่านี้มาพร้อมกับแผ่นระบายความร้อนกราฟีน แม้จะเป็นเพียงการระบายแบบ passive ซึ่งอาจไม่เพียงพอสำหรับความร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อใช้งานความเร็วสูงระดับนี้.

    การใช้งานที่หลากหลาย:
    - UNIS S5 Ultra ออกแบบมาเพื่อรองรับงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง เช่น การตัดต่อวิดีโอระดับ 4K และการเล่นเกมขั้นสูง อีกทั้งยังเหมาะกับงานที่ใช้ความเร็วในลักษณะ random access สูง

    https://www.tomshardware.com/pc-components/ssds/chinese-pcie-5-0-ssd-boasts-14-9-gb-s-speeds-positioning-as-the-fastest-mainstream-pcie-5-0-drive-on-the-market
    UNIS เปิดตัว S5 Ultra SSD ที่เร็วที่สุดในตลาดด้วยการอ่าน 14.9 GB/s และเขียน 12.9 GB/s แม้จะใช้เทคโนโลยีเก่ากว่าแต่ยังสามารถแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่เช่น Samsung และ Crucial ทั้งนี้ SSD ยังออกแบบให้เหมาะกับงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงโดยมีการระบายความร้อนแบบกราฟีน ซึ่งอาจเป็นจุดที่ต้องพัฒนาต่อไปในอนาคต การออกแบบที่แตกต่าง: - รุ่น S5 Ultra มีโครงสร้างแบบ DRAM-less แต่สามารถทำความเร็วได้สูงสุด ด้วยตัวควบคุมที่ใช้กระบวนการผลิต 12nm ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพแม้จะดูเก่าเมื่อเทียบกับมาตรฐานในตลาด. ความพิเศษในรุ่น Ultra: - UNIS S5 Ultra ใช้ตัวควบคุมแบบ 6nm และเพิ่ม DRAM Cache เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเหมาะสมสำหรับงานด้านผลิตภาพ โดยลดความเร็วการอ่านลงเหลือ 14.2 GB/s แต่ชดเชยด้วยการเขียนที่สูงขึ้น. ความร้อนจากการใช้งาน: - SSD เหล่านี้มาพร้อมกับแผ่นระบายความร้อนกราฟีน แม้จะเป็นเพียงการระบายแบบ passive ซึ่งอาจไม่เพียงพอสำหรับความร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อใช้งานความเร็วสูงระดับนี้. การใช้งานที่หลากหลาย: - UNIS S5 Ultra ออกแบบมาเพื่อรองรับงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง เช่น การตัดต่อวิดีโอระดับ 4K และการเล่นเกมขั้นสูง อีกทั้งยังเหมาะกับงานที่ใช้ความเร็วในลักษณะ random access สูง https://www.tomshardware.com/pc-components/ssds/chinese-pcie-5-0-ssd-boasts-14-9-gb-s-speeds-positioning-as-the-fastest-mainstream-pcie-5-0-drive-on-the-market
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 117 มุมมอง 0 รีวิว
  • AMD อาจเปิดตัว Ryzen 9000G APUs รุ่นใหม่ในปลายปี 2025 ด้วยการออกแบบ Zen 5 และ RDNA 3.5 ที่ปรับปรุงความเร็วและประสิทธิภาพ พร้อมรองรับ AI และ DDR5 ความคาดหวังใหม่ทำให้ชิปนี้กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับตลาดเดสก์ท็อปที่ต้องการประสิทธิภาพสูง

    การพัฒนาในรุ่น Strix Point และ Krackan Point:
    - Strix Point เน้นการรวม Zen 5 cores และ Zen 5c cores ในโครงสร้างแบบ hybrid พร้อมกราฟิก iGPU Radeon 890M ที่มี Compute Unit ถึง 16 หน่วย เหมาะสำหรับเกม 1080p และการทำงาน AI.
    - Krackan Point ใช้ Zen 5 ในกลุ่มกลาง ลดขนาดลงเหลือ 8 cores และมี iGPU Radeon 860M ที่มี 8 Compute Unit.

    การสนับสนุน AI และ DDR5:
    - Ryzen 9000G ติดตั้ง XDNA 2 NPU ที่มอบประสิทธิภาพ AI สูงถึง 50 TOPS และการสนับสนุน DDR5 ที่ช่วยปรับปรุงความเร็วในการประมวลผลข้อมูลและประสิทธิภาพโดยรวม.

    อนาคตของ Zen 5 และ Zen 6:
    - Ryzen 9000G จะเป็นรุ่นสุดท้ายของ Zen 5 ก่อนที่ AMD จะเปิดตัว Zen 6 ในปี 2026 และการพัฒนาชิป AI 400 ที่ต่อยอดจาก Ryzen AI 300.

    ความเป็นไปได้ใหม่ในตลาด:
    - หากการคาดการณ์เป็นจริง Ryzen 9000G อาจกลายเป็นชิป APU แรกที่ได้รับการรับรอง Copilot+ ซึ่งจะเป็นการรวมเทคโนโลยี AI เข้ากับประสบการณ์การใช้งานเดสก์ท็อปที่มีประสิทธิภาพสูง.

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/amd-ryzen-9000g-apus-rumored-to-launch-in-q4-for-am5-motherboards
    AMD อาจเปิดตัว Ryzen 9000G APUs รุ่นใหม่ในปลายปี 2025 ด้วยการออกแบบ Zen 5 และ RDNA 3.5 ที่ปรับปรุงความเร็วและประสิทธิภาพ พร้อมรองรับ AI และ DDR5 ความคาดหวังใหม่ทำให้ชิปนี้กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับตลาดเดสก์ท็อปที่ต้องการประสิทธิภาพสูง การพัฒนาในรุ่น Strix Point และ Krackan Point: - Strix Point เน้นการรวม Zen 5 cores และ Zen 5c cores ในโครงสร้างแบบ hybrid พร้อมกราฟิก iGPU Radeon 890M ที่มี Compute Unit ถึง 16 หน่วย เหมาะสำหรับเกม 1080p และการทำงาน AI. - Krackan Point ใช้ Zen 5 ในกลุ่มกลาง ลดขนาดลงเหลือ 8 cores และมี iGPU Radeon 860M ที่มี 8 Compute Unit. การสนับสนุน AI และ DDR5: - Ryzen 9000G ติดตั้ง XDNA 2 NPU ที่มอบประสิทธิภาพ AI สูงถึง 50 TOPS และการสนับสนุน DDR5 ที่ช่วยปรับปรุงความเร็วในการประมวลผลข้อมูลและประสิทธิภาพโดยรวม. อนาคตของ Zen 5 และ Zen 6: - Ryzen 9000G จะเป็นรุ่นสุดท้ายของ Zen 5 ก่อนที่ AMD จะเปิดตัว Zen 6 ในปี 2026 และการพัฒนาชิป AI 400 ที่ต่อยอดจาก Ryzen AI 300. ความเป็นไปได้ใหม่ในตลาด: - หากการคาดการณ์เป็นจริง Ryzen 9000G อาจกลายเป็นชิป APU แรกที่ได้รับการรับรอง Copilot+ ซึ่งจะเป็นการรวมเทคโนโลยี AI เข้ากับประสบการณ์การใช้งานเดสก์ท็อปที่มีประสิทธิภาพสูง. https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/amd-ryzen-9000g-apus-rumored-to-launch-in-q4-for-am5-motherboards
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    AMD Ryzen 9000G APUs rumored to launch in Q4 for AM5 motherboards
    Ryzen 9000G can potentially be the first Microsoft Copilot+ certified APUs for desktops.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 95 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวนี้นำเสนอถึงการพัฒนาเครื่องมือการพิมพ์ลายวงจร (Lithography tool) ใหม่ของรัสเซียที่สามารถรองรับเทคโนโลยีการผลิตระดับ 350 นาโนเมตร ซึ่งเป็นความสำเร็จที่มีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ในการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ แม้ว่าเครื่องมือดังกล่าวจะล้าสมัยเมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานปัจจุบันที่มุ่งสู่ระดับ 5 นาโนเมตรหรือดีกว่า

    เทคโนโลยี Solid-State Laser:
    - เครื่องมือ Lithography ที่พัฒนาโดย ZNTC และ Planar ใช้แหล่งกำเนิดแสงแบบ Solid-State Laser ซึ่งช่วยเพิ่มความทนทานและการประหยัดพลังงานเมื่อเทียบกับระบบเก่าที่ใช้หลอด Mercury หรือ Laser Excimer.

    ความเหมาะสมในตลาด:
    - แม้เครื่องมือนี้จะไม่สามารถเทียบได้กับระบบล้ำหน้าของ ASML แต่ยังสามารถใช้ในอุตสาหกรรมที่ไม่ต้องการเทคโนโลยีขั้นสูง เช่นการผลิตชิ้นส่วนในรถยนต์ หรือการจัดการพลังงาน รวมถึงการใช้งานด้านทหารที่ไม่จำเป็นต้องใช้ประสิทธิภาพสูง.

    เป้าหมายในอนาคต:
    - ZNTC กำลังพัฒนาเครื่องมือ Lithography ใหม่ที่รองรับเทคโนโลยีระดับ 130 นาโนเมตร โดยวางแผนเสร็จสิ้นภายในปี 2026 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวของรัฐบาลรัสเซียที่จะพัฒนาไปสู่เทคโนโลยี 14 นาโนเมตร ภายในปี 2030

    ความท้าทายที่ต้องเผชิญ:
    - ปัจจุบันรัสเซียยังคงใช้เครื่องมือจากบริษัท ASML ที่ถูกนำเข้าอย่างไม่เป็นทางการ และการพัฒนาที่ล่าช้าอาจทำให้เป้าหมายในแผนระยะยาวของประเทศไม่สำเร็จตามกำหนด.

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/russia-completes-development-of-30-year-old-outdated-lithography-tool
    ข่าวนี้นำเสนอถึงการพัฒนาเครื่องมือการพิมพ์ลายวงจร (Lithography tool) ใหม่ของรัสเซียที่สามารถรองรับเทคโนโลยีการผลิตระดับ 350 นาโนเมตร ซึ่งเป็นความสำเร็จที่มีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ในการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ แม้ว่าเครื่องมือดังกล่าวจะล้าสมัยเมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานปัจจุบันที่มุ่งสู่ระดับ 5 นาโนเมตรหรือดีกว่า เทคโนโลยี Solid-State Laser: - เครื่องมือ Lithography ที่พัฒนาโดย ZNTC และ Planar ใช้แหล่งกำเนิดแสงแบบ Solid-State Laser ซึ่งช่วยเพิ่มความทนทานและการประหยัดพลังงานเมื่อเทียบกับระบบเก่าที่ใช้หลอด Mercury หรือ Laser Excimer. ความเหมาะสมในตลาด: - แม้เครื่องมือนี้จะไม่สามารถเทียบได้กับระบบล้ำหน้าของ ASML แต่ยังสามารถใช้ในอุตสาหกรรมที่ไม่ต้องการเทคโนโลยีขั้นสูง เช่นการผลิตชิ้นส่วนในรถยนต์ หรือการจัดการพลังงาน รวมถึงการใช้งานด้านทหารที่ไม่จำเป็นต้องใช้ประสิทธิภาพสูง. เป้าหมายในอนาคต: - ZNTC กำลังพัฒนาเครื่องมือ Lithography ใหม่ที่รองรับเทคโนโลยีระดับ 130 นาโนเมตร โดยวางแผนเสร็จสิ้นภายในปี 2026 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวของรัฐบาลรัสเซียที่จะพัฒนาไปสู่เทคโนโลยี 14 นาโนเมตร ภายในปี 2030 ความท้าทายที่ต้องเผชิญ: - ปัจจุบันรัสเซียยังคงใช้เครื่องมือจากบริษัท ASML ที่ถูกนำเข้าอย่างไม่เป็นทางการ และการพัฒนาที่ล่าช้าอาจทำให้เป้าหมายในแผนระยะยาวของประเทศไม่สำเร็จตามกำหนด. https://www.tomshardware.com/tech-industry/russia-completes-development-of-30-year-old-outdated-lithography-tool
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 105 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทีมนักวิจัยเกาหลีใต้กำลังพัฒนาแบตเตอรี่พลังงานนิวเคลียร์ที่ใช้ Radiocarbon วัสดุที่มีครึ่งชีวิตยาวนานถึงหลายพันปี แบตเตอรี่ต้นแบบช่วยแปลงรังสีเบตาเป็นพลังงานไฟฟ้า เหมาะสำหรับอุปกรณ์ระยะยาว เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจและดาวเทียม โดยมีเป้าหมายสร้างเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและช่วยลดข้อจำกัดของแบตเตอรี่ Li-ion

    ข้อดีของ Radiocarbon:
    - Radiocarbon เป็นวัสดุที่ได้จากผลพลอยได้ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ราคาถูก และสามารถรีไซเคิลได้ง่าย อีกทั้งยังปลอดภัยต่อการใช้งานในแบตเตอรี่เนื่องจากปล่อยรังสีเบตาซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยแผ่นอะลูมิเนียมบาง ๆ.

    การออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ:
    - แบตเตอรี่ต้นแบบใช้วัสดุ Titanium Dioxide ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการแปลงรังสีเบตาเป็นพลังงานไฟฟ้า และมีการออกแบบอิเล็กโทรดที่วาง Radiocarbon ทั้งในส่วน Cathode และ Anode เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างพลังงาน.

    แอปพลิเคชันที่หลากหลาย:
    - แบตเตอรี่ชนิดนี้เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการพลังงานในระยะยาว เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจที่ไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ ดาวเทียม เซ็นเซอร์ในพื้นที่ห่างไกล หรือแม้กระทั่งยานพาหนะไร้คนขับ.

    ความท้าทายและอนาคต:
    - แม้ประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานยังต่ำกว่าแบตเตอรี่ Li-ion แต่ทีมวิจัยกำลังทำงานเพื่อปรับปรุงรูปร่างของวัสดุปล่อยรังสีเบตาและผู้ดูดซับพลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

    https://www.techspot.com/news/107339-nuclear-powered-battery-could-eliminate-need-recharging.html
    ทีมนักวิจัยเกาหลีใต้กำลังพัฒนาแบตเตอรี่พลังงานนิวเคลียร์ที่ใช้ Radiocarbon วัสดุที่มีครึ่งชีวิตยาวนานถึงหลายพันปี แบตเตอรี่ต้นแบบช่วยแปลงรังสีเบตาเป็นพลังงานไฟฟ้า เหมาะสำหรับอุปกรณ์ระยะยาว เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจและดาวเทียม โดยมีเป้าหมายสร้างเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและช่วยลดข้อจำกัดของแบตเตอรี่ Li-ion ข้อดีของ Radiocarbon: - Radiocarbon เป็นวัสดุที่ได้จากผลพลอยได้ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ราคาถูก และสามารถรีไซเคิลได้ง่าย อีกทั้งยังปลอดภัยต่อการใช้งานในแบตเตอรี่เนื่องจากปล่อยรังสีเบตาซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยแผ่นอะลูมิเนียมบาง ๆ. การออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ: - แบตเตอรี่ต้นแบบใช้วัสดุ Titanium Dioxide ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการแปลงรังสีเบตาเป็นพลังงานไฟฟ้า และมีการออกแบบอิเล็กโทรดที่วาง Radiocarbon ทั้งในส่วน Cathode และ Anode เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างพลังงาน. แอปพลิเคชันที่หลากหลาย: - แบตเตอรี่ชนิดนี้เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการพลังงานในระยะยาว เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจที่ไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ ดาวเทียม เซ็นเซอร์ในพื้นที่ห่างไกล หรือแม้กระทั่งยานพาหนะไร้คนขับ. ความท้าทายและอนาคต: - แม้ประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานยังต่ำกว่าแบตเตอรี่ Li-ion แต่ทีมวิจัยกำลังทำงานเพื่อปรับปรุงรูปร่างของวัสดุปล่อยรังสีเบตาและผู้ดูดซับพลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น https://www.techspot.com/news/107339-nuclear-powered-battery-could-eliminate-need-recharging.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Nuclear-powered battery could eliminate need for recharging
    A team led by Su-Il In, a professor at South Korea's Daegu Gyeongbuk Institute of Science and Technology, is developing an innovative solution: radiocarbon-powered nuclear batteries that...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 141 มุมมอง 0 รีวิว
  • Elon Musk ควบรวม xAI เข้ากับ X (Twitter เดิม) เพื่อรวมทรัพยากรด้านข้อมูลและเทคโนโลยี AI โดยมีเป้าหมายสร้างประสบการณ์ผู้ใช้งานที่ฉลาดขึ้น เช่น ฟีเจอร์ AI ที่แนะนำคอนเทนต์ส่วนบุคคล การเปลี่ยนแปลงนี้ยังสะท้อนแนวโน้มใหม่ใน Silicon Valley ที่เน้นใช้โซเชียลมีเดียเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการพัฒนา AI

    จุดเปลี่ยนของ X (Twitter เดิม):
    - หลังจาก Musk ซื้อ Twitter ในปี 2022 แพลตฟอร์มประสบปัญหารายได้โฆษณาลดลงและการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ขัดใจผู้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งใหม่ของ Donald Trump และบทบาทของ Musk ในรัฐบาลช่วยให้ X เริ่มฟื้นตัวในปลายปี 2024

    ศักยภาพของ xAI:
    - xAI กลายเป็นหนึ่งในห้องวิจัย AI ชั้นนำ โดยสร้างโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่แข็งแกร่ง เช่น Grok ซึ่งเป็นแชทบอทที่ผสานเข้ากับ X มาตั้งแต่ปี 2023

    ความขัดแย้งและผลกระทบต่อนักลงทุน:
    - การควบรวมนี้อาจทำให้นักลงทุนบางรายรู้สึกเสียเปรียบ เนื่องจากทั้งสองบริษัทถูกควบคุมโดย Musk และยังมีคำถามเกี่ยวกับความโปร่งใสในการดำเนินธุรกรรม

    ทิศทางใหม่ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย:
    - X จะไม่เป็นเพียงแพลตฟอร์มโซเชียล แต่จะกลายเป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อฝึกสอนและพัฒนา AI พร้อมนำเสนอฟีเจอร์ AI ที่ล้ำสมัย เช่น การแนะนำคอนเทนต์ส่วนบุคคลและแชทบอทที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น

    https://www.techspot.com/news/107340-musk-merges-startup-xai-twitter-betting-ai-revitalize.html
    Elon Musk ควบรวม xAI เข้ากับ X (Twitter เดิม) เพื่อรวมทรัพยากรด้านข้อมูลและเทคโนโลยี AI โดยมีเป้าหมายสร้างประสบการณ์ผู้ใช้งานที่ฉลาดขึ้น เช่น ฟีเจอร์ AI ที่แนะนำคอนเทนต์ส่วนบุคคล การเปลี่ยนแปลงนี้ยังสะท้อนแนวโน้มใหม่ใน Silicon Valley ที่เน้นใช้โซเชียลมีเดียเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการพัฒนา AI จุดเปลี่ยนของ X (Twitter เดิม): - หลังจาก Musk ซื้อ Twitter ในปี 2022 แพลตฟอร์มประสบปัญหารายได้โฆษณาลดลงและการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ขัดใจผู้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งใหม่ของ Donald Trump และบทบาทของ Musk ในรัฐบาลช่วยให้ X เริ่มฟื้นตัวในปลายปี 2024 ศักยภาพของ xAI: - xAI กลายเป็นหนึ่งในห้องวิจัย AI ชั้นนำ โดยสร้างโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่แข็งแกร่ง เช่น Grok ซึ่งเป็นแชทบอทที่ผสานเข้ากับ X มาตั้งแต่ปี 2023 ความขัดแย้งและผลกระทบต่อนักลงทุน: - การควบรวมนี้อาจทำให้นักลงทุนบางรายรู้สึกเสียเปรียบ เนื่องจากทั้งสองบริษัทถูกควบคุมโดย Musk และยังมีคำถามเกี่ยวกับความโปร่งใสในการดำเนินธุรกรรม ทิศทางใหม่ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย: - X จะไม่เป็นเพียงแพลตฟอร์มโซเชียล แต่จะกลายเป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อฝึกสอนและพัฒนา AI พร้อมนำเสนอฟีเจอร์ AI ที่ล้ำสมัย เช่น การแนะนำคอนเทนต์ส่วนบุคคลและแชทบอทที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น https://www.techspot.com/news/107340-musk-merges-startup-xai-twitter-betting-ai-revitalize.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Musk merges startup xAI and Twitter, betting on AI to revitalize social media
    In a post on X, Musk stated, "The futures of xAI and X are interconnected. Today, we officially take the step to merge our data, models, computing...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 150 มุมมอง 0 รีวิว
  • Space Force ร่วมมือกับ Gravitics สร้างยาน mothership ในวงโคจรเพื่อสำรองดาวเทียมและยานอวกาศ พร้อมตอบโต้ภัยคุกคามในอวกาศเช่นการโจมตีจากรัสเซียหรือจีน ยานนี้มีโมดูลที่ป้องกันรังสีและสภาพแวดล้อม ทำให้สามารถใช้งานได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในเทคโนโลยีด้านการบินและความมั่นคงในอวกาศ

    การตอบโต้ภัยคุกคามในอวกาศ:
    - มีรายงานว่าประเทศอย่างรัสเซียและจีนกำลังพัฒนาเทคโนโลยีต่อต้านดาวเทียม เช่น ระบบโจมตีด้วยอุปกรณ์ kinetic และ non-kinetic รวมถึงการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดเศษซากในอวกาศที่ส่งผลกระทบต่อระบบอื่น ๆ ในวงโคจร

    ความสำคัญของ mothership:
    - ยานจะถูกออกแบบให้มีโมดูลที่สามารถกักเก็บแบตเตอรี่และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ละเอียดอ่อนไว้ภายใน พร้อมป้องกันรังสีและสภาพแวดล้อมในอวกาศเพื่อใช้งานได้ในกรณีฉุกเฉิน

    แผนการสาธิตภารกิจในอนาคต:
    - แม้ยังไม่มีวันกำหนดแน่นอน บริษัท Gravitics วางแผนการสาธิตภารกิจในปี 2026 พร้อมกับเปิดตัวโมดูลรุ่นใหม่ที่มีพื้นที่กดอากาศขนาดใหญ่ขึ้น.

    ความมุ่งมั่นของบริษัท Gravitics:
    - บริษัทมีแผนพัฒนาโครงสร้างที่รองรับการสร้างพื้นที่อยู่อาศัยในอวกาศในอนาคต โดยเริ่มจากการสร้างโมดูลสำหรับสถานีอวกาศส่วนตัว ซึ่งถือเป็นขั้นตอนแรกสู่เป้าหมายในระยะยาว

    https://www.techspot.com/news/107341-new-space-force-project-aims-counter-threats-orbital.html
    Space Force ร่วมมือกับ Gravitics สร้างยาน mothership ในวงโคจรเพื่อสำรองดาวเทียมและยานอวกาศ พร้อมตอบโต้ภัยคุกคามในอวกาศเช่นการโจมตีจากรัสเซียหรือจีน ยานนี้มีโมดูลที่ป้องกันรังสีและสภาพแวดล้อม ทำให้สามารถใช้งานได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในเทคโนโลยีด้านการบินและความมั่นคงในอวกาศ การตอบโต้ภัยคุกคามในอวกาศ: - มีรายงานว่าประเทศอย่างรัสเซียและจีนกำลังพัฒนาเทคโนโลยีต่อต้านดาวเทียม เช่น ระบบโจมตีด้วยอุปกรณ์ kinetic และ non-kinetic รวมถึงการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดเศษซากในอวกาศที่ส่งผลกระทบต่อระบบอื่น ๆ ในวงโคจร ความสำคัญของ mothership: - ยานจะถูกออกแบบให้มีโมดูลที่สามารถกักเก็บแบตเตอรี่และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ละเอียดอ่อนไว้ภายใน พร้อมป้องกันรังสีและสภาพแวดล้อมในอวกาศเพื่อใช้งานได้ในกรณีฉุกเฉิน แผนการสาธิตภารกิจในอนาคต: - แม้ยังไม่มีวันกำหนดแน่นอน บริษัท Gravitics วางแผนการสาธิตภารกิจในปี 2026 พร้อมกับเปิดตัวโมดูลรุ่นใหม่ที่มีพื้นที่กดอากาศขนาดใหญ่ขึ้น. ความมุ่งมั่นของบริษัท Gravitics: - บริษัทมีแผนพัฒนาโครงสร้างที่รองรับการสร้างพื้นที่อยู่อาศัยในอวกาศในอนาคต โดยเริ่มจากการสร้างโมดูลสำหรับสถานีอวกาศส่วนตัว ซึ่งถือเป็นขั้นตอนแรกสู่เป้าหมายในระยะยาว https://www.techspot.com/news/107341-new-space-force-project-aims-counter-threats-orbital.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    New Space Force project aims to counter threats with orbital mothership
    Reports suggest that countries like Russia and China are developing advanced counter-space capabilities. These include a mix of kinetic, non-kinetic, and cyber tools designed to disable or...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 76 มุมมอง 0 รีวิว
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ได้ใช้อำนาจให้อภัยโทษ (pardons) ให้แก่ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล BitMEX ซึ่งได้แก่ Benjamin Delo, Arthur Hayes และ Samuel Reed โดยทั้งสามเคยรับสารภาพในปี 2022 ถึงความผิดฐานละเมิดกฎหมาย Bank Secrecy Act ระหว่างปี 2015 ถึง 2020 ที่เกี่ยวข้องกับการไม่จัดทำโปรแกรมป้องกันการฟอกเงินและระบบ "รู้จักลูกค้า" (Know Your Customer หรือ KYC)

    ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม Crypto:
    - การให้อภัยโทษเกิดขึ้นในช่วงที่มีความหวังในวงการคริปโตเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลที่ผ่อนคลายมากขึ้นภายใต้ทรัมป์ ซึ่งเคยมีการสนับสนุนผู้บริจาคจากวงการคริปโตในช่วงหาเสียง.

    ข้อกล่าวหาในอดีต:
    - ผู้ก่อตั้ง BitMEX ถูกกล่าวหาว่าตั้งใจละเมิดกฎหมายระหว่างปี 2015-2020 โดยไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันการฟอกเงินผ่านแพลตฟอร์ม.

    การให้อภัยโทษเพิ่มเติม:
    - ทรัมป์ยังได้ให้อภัยโทษ Trevor Milton ผู้ก่อตั้งบริษัท Nikola ซึ่งล้มละลายและถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฉ้อโกง.

    มุมมองในเชิงนโยบาย:
    - การตัดสินใจนี้อาจแสดงถึงความพยายามของทรัมป์ในการสร้างความเชื่อมั่นกับวงการเทคโนโลยีและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล.

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/29/trump-pardoned-bitmex-co-founders-white-house-official-says
    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ได้ใช้อำนาจให้อภัยโทษ (pardons) ให้แก่ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล BitMEX ซึ่งได้แก่ Benjamin Delo, Arthur Hayes และ Samuel Reed โดยทั้งสามเคยรับสารภาพในปี 2022 ถึงความผิดฐานละเมิดกฎหมาย Bank Secrecy Act ระหว่างปี 2015 ถึง 2020 ที่เกี่ยวข้องกับการไม่จัดทำโปรแกรมป้องกันการฟอกเงินและระบบ "รู้จักลูกค้า" (Know Your Customer หรือ KYC) ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม Crypto: - การให้อภัยโทษเกิดขึ้นในช่วงที่มีความหวังในวงการคริปโตเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลที่ผ่อนคลายมากขึ้นภายใต้ทรัมป์ ซึ่งเคยมีการสนับสนุนผู้บริจาคจากวงการคริปโตในช่วงหาเสียง. ข้อกล่าวหาในอดีต: - ผู้ก่อตั้ง BitMEX ถูกกล่าวหาว่าตั้งใจละเมิดกฎหมายระหว่างปี 2015-2020 โดยไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันการฟอกเงินผ่านแพลตฟอร์ม. การให้อภัยโทษเพิ่มเติม: - ทรัมป์ยังได้ให้อภัยโทษ Trevor Milton ผู้ก่อตั้งบริษัท Nikola ซึ่งล้มละลายและถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฉ้อโกง. มุมมองในเชิงนโยบาย: - การตัดสินใจนี้อาจแสดงถึงความพยายามของทรัมป์ในการสร้างความเชื่อมั่นกับวงการเทคโนโลยีและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล. https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/29/trump-pardoned-bitmex-co-founders-white-house-official-says
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Trump pardoned BitMEX co-founders, White House official says
    (Reuters) -U.S. President Donald Trump has pardoned the three co-founders of cryptocurrency exchange BitMEX, a White House official said on Friday.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 122 มุมมอง 0 รีวิว
  • ปี 2025 บริษัททั่วโลกกำลังวางแผนเพิ่มงบ IT เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี เช่น Generative AI และโซลูชันความปลอดภัย แม้จะเพิ่มงบ แต่มีการนำแผนลดต้นทุนมาใช้อย่างเข้มงวด การขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงาน เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลและ AI ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่องค์กรต้องเผชิญ

    การลงทุนที่โดดเด่น:
    - ปี 2025 จะเห็นการเติบโตของการลงทุนในซอฟต์แวร์ Generative AI (54%) โซลูชันความปลอดภัย (52%) และการซื้อแล็ปท็อป (47%) โดยได้รับแรงหนุนจากการสิ้นสุดการสนับสนุน Windows 10 ในเดือนตุลาคม 2025 และความจำเป็นในการอัปเดตอุปกรณ์.

    ทิศทางการลดต้นทุน:
    - แม้จะมีการเพิ่มงบ แต่ 92% ของบริษัทมีแผนลดค่าใช้จ่าย เช่น การเลิกใช้โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่จำเป็น (38%) ทบทวนสัญญาและผู้ให้บริการ (37%) และการนำโซลูชันอัตโนมัติมาใช้ (34%).

    ทักษะที่ยังขาดแคลนในตลาดแรงงาน:
    - การขาดทักษะในด้านสำคัญ เช่น การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ การวิเคราะห์ข้อมูล และ AI เป็นหนึ่งในความท้าทายใหญ่ขององค์กรที่ต้องการบุคลากรที่เชี่ยวชาญ.

    มุมมองที่แตกต่างของฝ่าย IT และผู้บริหาร:
    - พนักงาน IT ส่วนใหญ่มองว่าบริษัทไม่ได้ลงทุนเพียงพอในเทคโนโลยี ขณะที่ผู้บริหารกลับคิดว่าลงทุนมากเกินพอแล้ว นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับค่าแรงที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพยังส่งผลให้แรงงานรุ่นใหม่มีแนวโน้มเปลี่ยนงานสูง.

    https://www.zdnet.com/article/most-companies-will-increase-it-spending-in-2025-but-theres-a-twist-in-the-tale/
    ปี 2025 บริษัททั่วโลกกำลังวางแผนเพิ่มงบ IT เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี เช่น Generative AI และโซลูชันความปลอดภัย แม้จะเพิ่มงบ แต่มีการนำแผนลดต้นทุนมาใช้อย่างเข้มงวด การขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงาน เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลและ AI ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่องค์กรต้องเผชิญ การลงทุนที่โดดเด่น: - ปี 2025 จะเห็นการเติบโตของการลงทุนในซอฟต์แวร์ Generative AI (54%) โซลูชันความปลอดภัย (52%) และการซื้อแล็ปท็อป (47%) โดยได้รับแรงหนุนจากการสิ้นสุดการสนับสนุน Windows 10 ในเดือนตุลาคม 2025 และความจำเป็นในการอัปเดตอุปกรณ์. ทิศทางการลดต้นทุน: - แม้จะมีการเพิ่มงบ แต่ 92% ของบริษัทมีแผนลดค่าใช้จ่าย เช่น การเลิกใช้โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่จำเป็น (38%) ทบทวนสัญญาและผู้ให้บริการ (37%) และการนำโซลูชันอัตโนมัติมาใช้ (34%). ทักษะที่ยังขาดแคลนในตลาดแรงงาน: - การขาดทักษะในด้านสำคัญ เช่น การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ การวิเคราะห์ข้อมูล และ AI เป็นหนึ่งในความท้าทายใหญ่ขององค์กรที่ต้องการบุคลากรที่เชี่ยวชาญ. มุมมองที่แตกต่างของฝ่าย IT และผู้บริหาร: - พนักงาน IT ส่วนใหญ่มองว่าบริษัทไม่ได้ลงทุนเพียงพอในเทคโนโลยี ขณะที่ผู้บริหารกลับคิดว่าลงทุนมากเกินพอแล้ว นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับค่าแรงที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพยังส่งผลให้แรงงานรุ่นใหม่มีแนวโน้มเปลี่ยนงานสูง. https://www.zdnet.com/article/most-companies-will-increase-it-spending-in-2025-but-theres-a-twist-in-the-tale/
    WWW.ZDNET.COM
    Most companies will increase IT spending in 2025. But there's a twist in the tale
    Nearly two-thirds of companies plan to boost their IT budgets next year. Yet cost-saving measures are also on the agenda.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 126 มุมมอง 0 รีวิว
  • รายละเอียดเพิ่มเติมในการพบปะกับสื่อมวลชนของเซเลนสกี:

    👉ยูเครนไม่ยอมรับการเป็นหนี้จากการสนับสนุนทางทหารของสหรัฐในนอดีต และสหรัฐได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าความช่วยเหลือในอนาคตจะไม่ฟรีอีกต่อไป

    👉ข้อตกลงแร่ธาตุของสหรัฐไม่หมือนที่เจรจากันไว้ และมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในตอนนี้ เงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายไม่เห็นด้วยร่วมกัน แต่มันกลับถูกนำมาเพิ่มเติมใหม่

    👉ปูตินไม่อยากให้มีการเจรจาเกิดขึ้นกับยูเครน เขากลัวการเจรจาโดยตรงกับผม เขาพยายามหาเหตุผลเพื่อยืดเวลาสงครามออกไป ในความคิดของเขา ยูเครนไม่ได้มีอำนาจอธิปไตย ซึ่งนั่นเป็นความคิดส่วนตัวของเขา

    👉ยูเครนพร้อมเปิดใจให้การเจรจากับรัสเซีย "แต่ไม่ใช่กับปูติน"

    👉หากภายในธุรกิจหรือประชาชนในภูมิภาคใดๆของรัสเซียที่พร้อมจะต่อต้านสงครามและทำงานเพื่อสันติภาพ แจ้งมาที่เรา เราพร้อมที่จะรับฟังและร่วมมือกัน

    👉ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรพร้อมส่งกองกำลังเข้าสู่ยูเครน เราเป็นสามเหลี่ยมที่จับมือกันอย่างแน่นหนา "ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และยูเครน"

    👉ยูเครนจะมีการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง ภาพถ่ายดาวเทียม รวมทั้งได้รับใบอนุญาตจากประเทศในยุโรป ในการผลิตกระสุน ขีปนาวุธ และเทคโนโลยีป้องกันภัยทางอากาศ

    👉สัปดาห์นี้ เคียฟจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฉุกเฉินแบบปิด(ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมฟัง) ของผู้นำกองทัพจากประเทศต่างๆ ที่พร้อมจะส่งกองกำลังเข้าสู่ยูเครน

    👉ก่อนหน้านี้สหรัฐรับปากจะทำงานร่วมกับซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และพันธมิตรในยุโรป เกี่ยวกับวิธีการติดตามการโจมตีของรัสเซียต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน

    👉ยูเครนไม่เห็นด้วยที่จะให้ซาอุดีอาระเบียเข้ามากำกับดูแลโครงสร้างด้านพลังงานของเรา พวกเขาขาดอุปกรณ์ ประสบการณ์ความรู้ทางเทคนิค และความสามารถด้านข่าวกรอง

    👉การติดตามความปลอดภัยในทะเลดำ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และรัฐชายฝั่งทะเลดำ ได้แก่ โรมาเนียและบัลแกเรีย จะเป็นฝ่ายที่ต้องดูแลร่วมกัน
    รายละเอียดเพิ่มเติมในการพบปะกับสื่อมวลชนของเซเลนสกี: 👉ยูเครนไม่ยอมรับการเป็นหนี้จากการสนับสนุนทางทหารของสหรัฐในนอดีต และสหรัฐได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าความช่วยเหลือในอนาคตจะไม่ฟรีอีกต่อไป 👉ข้อตกลงแร่ธาตุของสหรัฐไม่หมือนที่เจรจากันไว้ และมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในตอนนี้ เงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายไม่เห็นด้วยร่วมกัน แต่มันกลับถูกนำมาเพิ่มเติมใหม่ 👉ปูตินไม่อยากให้มีการเจรจาเกิดขึ้นกับยูเครน เขากลัวการเจรจาโดยตรงกับผม เขาพยายามหาเหตุผลเพื่อยืดเวลาสงครามออกไป ในความคิดของเขา ยูเครนไม่ได้มีอำนาจอธิปไตย ซึ่งนั่นเป็นความคิดส่วนตัวของเขา 👉ยูเครนพร้อมเปิดใจให้การเจรจากับรัสเซีย "แต่ไม่ใช่กับปูติน" 👉หากภายในธุรกิจหรือประชาชนในภูมิภาคใดๆของรัสเซียที่พร้อมจะต่อต้านสงครามและทำงานเพื่อสันติภาพ แจ้งมาที่เรา เราพร้อมที่จะรับฟังและร่วมมือกัน 👉ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรพร้อมส่งกองกำลังเข้าสู่ยูเครน เราเป็นสามเหลี่ยมที่จับมือกันอย่างแน่นหนา "ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และยูเครน" 👉ยูเครนจะมีการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง ภาพถ่ายดาวเทียม รวมทั้งได้รับใบอนุญาตจากประเทศในยุโรป ในการผลิตกระสุน ขีปนาวุธ และเทคโนโลยีป้องกันภัยทางอากาศ 👉สัปดาห์นี้ เคียฟจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฉุกเฉินแบบปิด(ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมฟัง) ของผู้นำกองทัพจากประเทศต่างๆ ที่พร้อมจะส่งกองกำลังเข้าสู่ยูเครน 👉ก่อนหน้านี้สหรัฐรับปากจะทำงานร่วมกับซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และพันธมิตรในยุโรป เกี่ยวกับวิธีการติดตามการโจมตีของรัสเซียต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน 👉ยูเครนไม่เห็นด้วยที่จะให้ซาอุดีอาระเบียเข้ามากำกับดูแลโครงสร้างด้านพลังงานของเรา พวกเขาขาดอุปกรณ์ ประสบการณ์ความรู้ทางเทคนิค และความสามารถด้านข่าวกรอง 👉การติดตามความปลอดภัยในทะเลดำ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และรัฐชายฝั่งทะเลดำ ได้แก่ โรมาเนียและบัลแกเรีย จะเป็นฝ่ายที่ต้องดูแลร่วมกัน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 285 มุมมอง 18 0 รีวิว
  • 🚨 แผ่นดินไหวเขย่าไทย รัฐไร้แผนฉุกเฉินรับมือ ถือโอกาสรีดเงิน เมินน้ำใจเพื่อนร่วมชาติ ขาดระบบขนส่งสาธารณะ รถเมล์ไม่เพียงพอ รอรถไฟฟ้า ประชาชนเดินเท้า ประชาชนรอความช่วยเหลือกลางถนน 🚷

    ✍️ เหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 95 ปี เผยให้เห็นการขาดแผนฉุกเฉินของรัฐ ขนส่งสาธารณะล่มทั่วกรุงเทพฯ ประชาชนไร้ทางเลือก ต้องเดินเท้ากลับบ้าน ฝ่าวิกฤตกลางเมืองหลวง

    🧭 เมื่อภัยธรรมชาติกระชากหน้ากาก "ระบบที่ไร้หัวใจ" บ่ายวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 เหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกติจูด จุดศูนย์กลางอยู่ในเมียนมา แต่แรงสั่นสะเทือนไม่ได้หยุดที่พรมแดน 🇲🇲 มันพัดผ่านเข้ามาในไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และภาคเหนืออย่างรุนแรง อาคารสูงโยกเยก 🚨 ผู้คนแตกตื่น วิ่งอพยพลงจากตึก

    แต่อะไรคือสิ่งที่น่าตกใจที่สุด? ไม่ใช่แค่แรงสั่นสะเทือน แต่คือ "ความไร้การเตรียมพร้อม" ของรัฐ และ "การล่มสลาย" ของระบบขนส่งสาธารณะ 🚆🛑

    📌 แผ่นดินไหวคือภัยธรรมชาติ แต่การไร้แผนคือภัยจากรัฐ ไม่มีแผนการ ไม่มีการแจ้งเตือน ไม่มีทางเลือกในการเดินทาง
    คนจำนวนมากออกจากตึก กลับบ้านไม่ได้
    🚇 รถไฟฟ้าหยุด
    🚌 รถเมล์ไม่พอ
    🚕 แท็กซี่แพง 💸
    ประชาชน “เดินเท้า” เป็นกิโลๆ เพื่อหาความปลอดภัย

    “หยุดให้บริการโดยไม่มีแผน คือการทิ้งประชาชนไว้กลางสนามรบ” 🪖

    “นี่ไม่ใช่แค่ระบบขนส่งที่ล่ม แต่คือภาพสะท้อนของการบริหารจัดการ ที่ไม่มีหัวใจ” ❤️‍🩹

    📉 ระบบขนส่งที่ “หยุดก่อนจำเป็น” ทำให้แย่ยิ่งกว่าเดิม 🚆 รถไฟฟ้าหยุดเดินโดยไม่มีกรอบเวลา รถไฟฟ้าทุกสายหยุดเดินรถมากกว่า 10 ชั่วโมง แต่ไม่มีแผนสำรอง ไม่มีการแจ้งเวลาชัดเจน ประชาชน “ไร้ทิศทาง” ผู้คนอพยพล่าช้า ช่วยเหลือทำไม่ได้

    นี่คือการแสดงให้เห็นว่า ระบบขนส่งในประเทศไทย ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อวิกฤต

    🚌 รถเมล์ไม่พอวิ่ง-ไม่พอคน ถึงรัฐบอกจะส่งรถเมล์เพิ่ม แต่ความเป็นจริงคือ... รถติดทำให้รถเข้าไม่ถึง จำนวนเที่ยวไม่พอ ไม่มีการบริหารจัดการแบบคล่องตัว

    🚖 ค่าโดยสารแพงเกินจริง
    🚦 วินมอเตอร์ไซค์
    🚘 แกร็บ
    🛻 แท็กซี่

    ต่างอัพราคาค่าโดยสารสูงกว่าปกติ 2-3 เท่า เพราะ "ดีมานด์พุ่ง" แต่ "ซัพพลายหาย"

    🏃‍♂️ เดินเท้าคือทางเลือกสุดท้าย ของคนไม่มีทางเลือก ในวันที่ขนส่งล่มทั้งเมือง คนหลายหมื่นต้องเดินเท้ากลับบ้าน ระยะทาง 5-10 กิโลเมตร 🚶‍♀️

    ภาพที่เห็น
    - ผู้สูงอายุเดินจับมือกับหลานเล็ก
    - คนทำงานเดินกลับบ้านกลางดึก
    - เด็กนักเรียนที่ตกค้าง ต้องขอความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้า

    นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการเดินทาง แต่มันคือการเอาชีวิตรอด ในเมืองหลวงที่ไร้แผน

    ❗ ประเทศไทย "ยังไม่มี" แผนขนส่งฉุกเฉินที่ตอบโจทย์ แม้จะมีกฎหมาย พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 แต่สิ่งที่หายไปคือ

    ✅ ความเร็วในการตอบสนอง
    ✅ ความเข้าใจพฤติกรรมผู้คน
    ✅ ความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน

    ภัยพิบัติแผ่นดินไหว ไม่มีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้า รัฐต้องมี "แผนไว้ก่อน" ไม่ใช่ "แผนหลังเกิดเหตุ"

    📊 ถอดบทเรียนจากต่างประเทศ ญี่ปุ่นทำอย่างไร? ญี่ปุ่น 🇯🇵 เผชิญแผ่นดินไหวบ่อย แต่ยังเดินรถไฟฟ้าได้
    เพราะอะไร?

    ✅ ญี่ปุ่นมีระบบเหล่านี้
    - เดินรถไฟด้วยความเร็วต่ำ เมื่อเกิดแผ่นดินไหว
    - แจ้งเตือนล่วงหน้าผ่านแอป-SMS ภายในไม่กี่วินาที
    - วางแผนเส้นทางขนส่งสำรอง
    - ซักซ้อมแผนอพยพทุกปี
    - มีจุดรวมตัวปลอดภัยพร้อมน้ำ อาหาร แพทย์

    ในขณะที่ไทย... ยังใช้เวลามากกว่า 30 นาที ในการแจ้งเตือนจากกรมอุตุ และกว่า 5 ชั่วโมงกว่าข้อความ SMS จะส่งถึงมือถือประชาชน 😓📵

    🧭 แนวทางที่ไทยควรทำ และยังไม่ได้ทำ
    - สร้างระบบแจ้งเตือนภัยแบบ Real-time ไม่ใช่ให้คนไปรู้ข่าวจาก Facebook ก่อน

    - เตรียมเส้นทางขนส่งสำรอง พร้อมแผนขนย้ายมวลชน ไม่ใช่หยุดรถไฟฟ้าแล้วไม่บอกอะไรเลย

    - กำหนดเกณฑ์การปิดระบบขนส่งให้ชัดเจน และสมเหตุสมผล หยุดเดินรถได้ แต่ต้องรู้ว่าเมื่อไหร่จะกลับมา

    - ใช้เทคโนโลยีจัดการจราจรแบบ AI ให้รถฉุกเฉิน-รถช่วยเหลือเดินทางได้ง่ายขึ้น

    - สื่อสารแบบรวมศูนย์ ไม่ใช่หลายหน่วยงานพูดคนละทาง

    💬 เสียงประชาชน เหนื่อย ใจหาย และรู้สึกโดดเดี่ยว
    “ตอนแผ่นดินไหว ตึกสั่น เราวิ่งลงมา แต่พอถึงพื้นดิน กลับไม่มีทางกลับบ้าน”

    “แท็กซี่ไม่รับ รถเมล์ก็ไม่มี ต้องเดินจากอโศกไปบางนา”

    “ถ้ารัฐมีแผนที่ดีกว่านี้ เราคงไม่ต้องเสี่ยงชีวิตแบบนี้”

    🔚 อย่าปล่อยให้ภัยธรรมชาติ กลายเป็นภัยมนุษย์ แผ่นดินไหวครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ความรุนแรงทางธรรมชาติ แต่มันเปิดโปง “ความไร้ระบบ” ของรัฐในการรับมือวิกฤต

    ขนส่งล่ม = ความล้มเหลวของระบบราชการ

    ความเงียบของรัฐ = การทอดทิ้งประชาชน

    🎯 อย่ารอให้เกิดเหตุการณ์ครั้งหน้า เราต้องเตรียมพร้อมให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่เพื่อ “ความสะดวก” แต่เพื่อ “ความอยู่รอด” ของคนไทยทุกคน 🛑🇹🇭

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 291636 มี.ค. 2568

    📱 #แผ่นดินไหวเขย่าไทย #รัฐไร้แผน #ขนส่งล่ม #ไม่มีทางกลับบ้าน #รถไฟฟ้าหยุด #ภัยพิบัติ2025 #ต้องเดินเท้า #บริหารล้มเหลว #ข่าวปลอมภัยพิบัติ #ภัยธรรมชาติหรือมนุษย์
    🚨 แผ่นดินไหวเขย่าไทย รัฐไร้แผนฉุกเฉินรับมือ ถือโอกาสรีดเงิน เมินน้ำใจเพื่อนร่วมชาติ ขาดระบบขนส่งสาธารณะ รถเมล์ไม่เพียงพอ รอรถไฟฟ้า ประชาชนเดินเท้า ประชาชนรอความช่วยเหลือกลางถนน 🚷 ✍️ เหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 95 ปี เผยให้เห็นการขาดแผนฉุกเฉินของรัฐ ขนส่งสาธารณะล่มทั่วกรุงเทพฯ ประชาชนไร้ทางเลือก ต้องเดินเท้ากลับบ้าน ฝ่าวิกฤตกลางเมืองหลวง 🧭 เมื่อภัยธรรมชาติกระชากหน้ากาก "ระบบที่ไร้หัวใจ" บ่ายวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 เหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกติจูด จุดศูนย์กลางอยู่ในเมียนมา แต่แรงสั่นสะเทือนไม่ได้หยุดที่พรมแดน 🇲🇲 มันพัดผ่านเข้ามาในไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และภาคเหนืออย่างรุนแรง อาคารสูงโยกเยก 🚨 ผู้คนแตกตื่น วิ่งอพยพลงจากตึก แต่อะไรคือสิ่งที่น่าตกใจที่สุด? ไม่ใช่แค่แรงสั่นสะเทือน แต่คือ "ความไร้การเตรียมพร้อม" ของรัฐ และ "การล่มสลาย" ของระบบขนส่งสาธารณะ 🚆🛑 📌 แผ่นดินไหวคือภัยธรรมชาติ แต่การไร้แผนคือภัยจากรัฐ ไม่มีแผนการ ไม่มีการแจ้งเตือน ไม่มีทางเลือกในการเดินทาง คนจำนวนมากออกจากตึก กลับบ้านไม่ได้ 🚇 รถไฟฟ้าหยุด 🚌 รถเมล์ไม่พอ 🚕 แท็กซี่แพง 💸 ประชาชน “เดินเท้า” เป็นกิโลๆ เพื่อหาความปลอดภัย “หยุดให้บริการโดยไม่มีแผน คือการทิ้งประชาชนไว้กลางสนามรบ” 🪖 “นี่ไม่ใช่แค่ระบบขนส่งที่ล่ม แต่คือภาพสะท้อนของการบริหารจัดการ ที่ไม่มีหัวใจ” ❤️‍🩹 📉 ระบบขนส่งที่ “หยุดก่อนจำเป็น” ทำให้แย่ยิ่งกว่าเดิม 🚆 รถไฟฟ้าหยุดเดินโดยไม่มีกรอบเวลา รถไฟฟ้าทุกสายหยุดเดินรถมากกว่า 10 ชั่วโมง แต่ไม่มีแผนสำรอง ไม่มีการแจ้งเวลาชัดเจน ประชาชน “ไร้ทิศทาง” ผู้คนอพยพล่าช้า ช่วยเหลือทำไม่ได้ นี่คือการแสดงให้เห็นว่า ระบบขนส่งในประเทศไทย ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อวิกฤต 🚌 รถเมล์ไม่พอวิ่ง-ไม่พอคน ถึงรัฐบอกจะส่งรถเมล์เพิ่ม แต่ความเป็นจริงคือ... รถติดทำให้รถเข้าไม่ถึง จำนวนเที่ยวไม่พอ ไม่มีการบริหารจัดการแบบคล่องตัว 🚖 ค่าโดยสารแพงเกินจริง 🚦 วินมอเตอร์ไซค์ 🚘 แกร็บ 🛻 แท็กซี่ ต่างอัพราคาค่าโดยสารสูงกว่าปกติ 2-3 เท่า เพราะ "ดีมานด์พุ่ง" แต่ "ซัพพลายหาย" 🏃‍♂️ เดินเท้าคือทางเลือกสุดท้าย ของคนไม่มีทางเลือก ในวันที่ขนส่งล่มทั้งเมือง คนหลายหมื่นต้องเดินเท้ากลับบ้าน ระยะทาง 5-10 กิโลเมตร 🚶‍♀️ ภาพที่เห็น - ผู้สูงอายุเดินจับมือกับหลานเล็ก - คนทำงานเดินกลับบ้านกลางดึก - เด็กนักเรียนที่ตกค้าง ต้องขอความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการเดินทาง แต่มันคือการเอาชีวิตรอด ในเมืองหลวงที่ไร้แผน ❗ ประเทศไทย "ยังไม่มี" แผนขนส่งฉุกเฉินที่ตอบโจทย์ แม้จะมีกฎหมาย พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 แต่สิ่งที่หายไปคือ ✅ ความเร็วในการตอบสนอง ✅ ความเข้าใจพฤติกรรมผู้คน ✅ ความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ภัยพิบัติแผ่นดินไหว ไม่มีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้า รัฐต้องมี "แผนไว้ก่อน" ไม่ใช่ "แผนหลังเกิดเหตุ" 📊 ถอดบทเรียนจากต่างประเทศ ญี่ปุ่นทำอย่างไร? ญี่ปุ่น 🇯🇵 เผชิญแผ่นดินไหวบ่อย แต่ยังเดินรถไฟฟ้าได้ เพราะอะไร? ✅ ญี่ปุ่นมีระบบเหล่านี้ - เดินรถไฟด้วยความเร็วต่ำ เมื่อเกิดแผ่นดินไหว - แจ้งเตือนล่วงหน้าผ่านแอป-SMS ภายในไม่กี่วินาที - วางแผนเส้นทางขนส่งสำรอง - ซักซ้อมแผนอพยพทุกปี - มีจุดรวมตัวปลอดภัยพร้อมน้ำ อาหาร แพทย์ ในขณะที่ไทย... ยังใช้เวลามากกว่า 30 นาที ในการแจ้งเตือนจากกรมอุตุ และกว่า 5 ชั่วโมงกว่าข้อความ SMS จะส่งถึงมือถือประชาชน 😓📵 🧭 แนวทางที่ไทยควรทำ และยังไม่ได้ทำ - สร้างระบบแจ้งเตือนภัยแบบ Real-time ไม่ใช่ให้คนไปรู้ข่าวจาก Facebook ก่อน - เตรียมเส้นทางขนส่งสำรอง พร้อมแผนขนย้ายมวลชน ไม่ใช่หยุดรถไฟฟ้าแล้วไม่บอกอะไรเลย - กำหนดเกณฑ์การปิดระบบขนส่งให้ชัดเจน และสมเหตุสมผล หยุดเดินรถได้ แต่ต้องรู้ว่าเมื่อไหร่จะกลับมา - ใช้เทคโนโลยีจัดการจราจรแบบ AI ให้รถฉุกเฉิน-รถช่วยเหลือเดินทางได้ง่ายขึ้น - สื่อสารแบบรวมศูนย์ ไม่ใช่หลายหน่วยงานพูดคนละทาง 💬 เสียงประชาชน เหนื่อย ใจหาย และรู้สึกโดดเดี่ยว “ตอนแผ่นดินไหว ตึกสั่น เราวิ่งลงมา แต่พอถึงพื้นดิน กลับไม่มีทางกลับบ้าน” “แท็กซี่ไม่รับ รถเมล์ก็ไม่มี ต้องเดินจากอโศกไปบางนา” “ถ้ารัฐมีแผนที่ดีกว่านี้ เราคงไม่ต้องเสี่ยงชีวิตแบบนี้” 🔚 อย่าปล่อยให้ภัยธรรมชาติ กลายเป็นภัยมนุษย์ แผ่นดินไหวครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ความรุนแรงทางธรรมชาติ แต่มันเปิดโปง “ความไร้ระบบ” ของรัฐในการรับมือวิกฤต ขนส่งล่ม = ความล้มเหลวของระบบราชการ ความเงียบของรัฐ = การทอดทิ้งประชาชน 🎯 อย่ารอให้เกิดเหตุการณ์ครั้งหน้า เราต้องเตรียมพร้อมให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่เพื่อ “ความสะดวก” แต่เพื่อ “ความอยู่รอด” ของคนไทยทุกคน 🛑🇹🇭 ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 291636 มี.ค. 2568 📱 #แผ่นดินไหวเขย่าไทย #รัฐไร้แผน #ขนส่งล่ม #ไม่มีทางกลับบ้าน #รถไฟฟ้าหยุด #ภัยพิบัติ2025 #ต้องเดินเท้า #บริหารล้มเหลว #ข่าวปลอมภัยพิบัติ #ภัยธรรมชาติหรือมนุษย์
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 216 มุมมอง 0 รีวิว
  • การเมืองไทยมีความซับซ้อนและมีปัญหาหลายด้านที่ต้องแก้ไขเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ปัญหาหลักๆ และแนวทางการแก้ไขอาจรวมถึง以下几个方面:

    ### 1. **ปัญหาความแตกแยกและความขัดแย้งทางการเมือง**
    - **สาเหตุ**: ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมืองต่าง ๆ เช่น คณะรัฐประหาร ประชาชน และพรรคการเมือง
    - **แนวทางแก้ไข**:
    - ส่งเสริม **การเจรจาและปรองดอง** ระหว่างกลุ่มการเมืองที่ขัดแย้งกัน
    - ลดการใช้อำนาจรัฐเพื่อปราบปรามฝ่ายตรงข้าม
    - สร้างกลไกแก้ไขความขัดแย้งที่เป็นกลาง เช่น คณะกรรมการอิสระ

    ### 2. **ระบบเลือกตั้งที่ไม่สมบูรณ์**
    - **สาเหตุ**: ระบบเลือกตั้งอาจไม่สะท้อนเสียงประชาชนอย่างแท้จริง เช่น การแบ่งเขตเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม หรือกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้พรรคใหญ่
    - **แนวทางแก้ไข**:
    - ปรับปรุง **ระบบเลือกตั้ง** ให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น เช่น ใช้ระบบสัดส่วนผสม (Mixed-Member Proportional: MMP)
    - เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองขนาดเล็กมีส่วนร่วมในสภา
    - ป้องกันการทุจริตเลือกตั้งด้วยเทคโนโลยีและกลไกตรวจสอบ

    ### 3. **ปัญหาอำนาจนอกระบบ (อำนาจนอกการเมือง)**
    - **สาเหตุ**: การแทรกแซงทางการเมืองโดยสถาบันอื่นที่ไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
    - **แนวทางแก้ไข**:
    - เสริมสร้าง **หลักนิติธรรม** และลดบทบาทของอำนาจนอกระบบในการเมือง
    - ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้กองทัพและองค์กรอิสระอยู่ภายใต้การควบคุมของพลเรือน

    ### 4. **การทุจริตและระบบอุปถัมภ์**
    - **สาเหตุ**: การคอร์รัปชันในวงราชการและระบบอุปถัมภ์ที่ทำให้การเมืองไทยไม่โปร่งใส
    - **แนวทางแก้ไข**:
    - เสริมสร้าง **กลไกตรวจสอบ** เช่น ปรับปรุงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.)
    - เปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data) เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้
    - ส่งเสริมวัฒนธรรมการต่อต้านคอร์รัปชันตั้งแต่ระดับการศึกษา

    ### 5. **การกระจายอำนาจที่ไม่ทั่วถึง**
    - **สาเหตุ**: อำนาจยังรวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพฯ และรัฐบาลกลาง ทำให้ท้องถิ่นขาดอิสระ
    - **แนวทางแก้ไข**:
    - **กระจายอำนาจการปกครอง** ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากขึ้น
    - ให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการจัดเก็บภาษีและบริหารงบประมาณเอง

    ### 6. **ปัญหาการเซ็นเซอร์และเสรีภาพสื่อ**
    - **สาเหตุ**: การควบคุมสื่อโดยรัฐ และการใช้กฎหมายเช่น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เพื่อจำกัดเสรีภาพ
    - **แนวทางแก้ไข**:
    - ยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมายที่จำกัดเสรีภาพสื่อ
    - ส่งเสริมสื่ออิสระและปลอดจากการแทรกแซงของรัฐ

    ### 7. **การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม**
    - **สาเหตุ**: กระบวนการยุติธรรมอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
    - **แนวทางแก้ไข**:
    - ปรับปรุงระบบตุลาการให้เป็นอิสระและเป็นกลาง
    - ตรวจสอบการใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม

    ### 8. **การมีส่วนร่วมของประชาชน**
    - **แนวทางแก้ไข**:
    - ส่งเสริม **ประชาธิปไตยทางตรง** เช่น การลงประชามติในประเด็นสำคัญ
    - ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อรับฟังความเห็นประชาชน (E-Participation)

    ### **สรุป**
    การเมืองไทยต้องการการปฏิรูปหลายด้าน ทั้งระบบเลือกตั้ง การลดอำนาจนอกระบบ การต่อต้านคอร์รัปชัน การกระจายอำนาจ และการส่งเสริมเสรีภาพ หากแก้ไขได้อย่างเป็นระบบ จะช่วยให้การเมืองไทยมีความมั่นคงและเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น

    คุณคิดว่าประเด็นไหนสำคัญที่สุดหรือควรเริ่มแก้ไขก่อน?
    การเมืองไทยมีความซับซ้อนและมีปัญหาหลายด้านที่ต้องแก้ไขเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ปัญหาหลักๆ และแนวทางการแก้ไขอาจรวมถึง以下几个方面: ### 1. **ปัญหาความแตกแยกและความขัดแย้งทางการเมือง** - **สาเหตุ**: ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมืองต่าง ๆ เช่น คณะรัฐประหาร ประชาชน และพรรคการเมือง - **แนวทางแก้ไข**: - ส่งเสริม **การเจรจาและปรองดอง** ระหว่างกลุ่มการเมืองที่ขัดแย้งกัน - ลดการใช้อำนาจรัฐเพื่อปราบปรามฝ่ายตรงข้าม - สร้างกลไกแก้ไขความขัดแย้งที่เป็นกลาง เช่น คณะกรรมการอิสระ ### 2. **ระบบเลือกตั้งที่ไม่สมบูรณ์** - **สาเหตุ**: ระบบเลือกตั้งอาจไม่สะท้อนเสียงประชาชนอย่างแท้จริง เช่น การแบ่งเขตเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม หรือกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้พรรคใหญ่ - **แนวทางแก้ไข**: - ปรับปรุง **ระบบเลือกตั้ง** ให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น เช่น ใช้ระบบสัดส่วนผสม (Mixed-Member Proportional: MMP) - เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองขนาดเล็กมีส่วนร่วมในสภา - ป้องกันการทุจริตเลือกตั้งด้วยเทคโนโลยีและกลไกตรวจสอบ ### 3. **ปัญหาอำนาจนอกระบบ (อำนาจนอกการเมือง)** - **สาเหตุ**: การแทรกแซงทางการเมืองโดยสถาบันอื่นที่ไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง - **แนวทางแก้ไข**: - เสริมสร้าง **หลักนิติธรรม** และลดบทบาทของอำนาจนอกระบบในการเมือง - ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้กองทัพและองค์กรอิสระอยู่ภายใต้การควบคุมของพลเรือน ### 4. **การทุจริตและระบบอุปถัมภ์** - **สาเหตุ**: การคอร์รัปชันในวงราชการและระบบอุปถัมภ์ที่ทำให้การเมืองไทยไม่โปร่งใส - **แนวทางแก้ไข**: - เสริมสร้าง **กลไกตรวจสอบ** เช่น ปรับปรุงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) - เปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data) เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ - ส่งเสริมวัฒนธรรมการต่อต้านคอร์รัปชันตั้งแต่ระดับการศึกษา ### 5. **การกระจายอำนาจที่ไม่ทั่วถึง** - **สาเหตุ**: อำนาจยังรวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพฯ และรัฐบาลกลาง ทำให้ท้องถิ่นขาดอิสระ - **แนวทางแก้ไข**: - **กระจายอำนาจการปกครอง** ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากขึ้น - ให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการจัดเก็บภาษีและบริหารงบประมาณเอง ### 6. **ปัญหาการเซ็นเซอร์และเสรีภาพสื่อ** - **สาเหตุ**: การควบคุมสื่อโดยรัฐ และการใช้กฎหมายเช่น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เพื่อจำกัดเสรีภาพ - **แนวทางแก้ไข**: - ยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมายที่จำกัดเสรีภาพสื่อ - ส่งเสริมสื่ออิสระและปลอดจากการแทรกแซงของรัฐ ### 7. **การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม** - **สาเหตุ**: กระบวนการยุติธรรมอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง - **แนวทางแก้ไข**: - ปรับปรุงระบบตุลาการให้เป็นอิสระและเป็นกลาง - ตรวจสอบการใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ### 8. **การมีส่วนร่วมของประชาชน** - **แนวทางแก้ไข**: - ส่งเสริม **ประชาธิปไตยทางตรง** เช่น การลงประชามติในประเด็นสำคัญ - ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อรับฟังความเห็นประชาชน (E-Participation) ### **สรุป** การเมืองไทยต้องการการปฏิรูปหลายด้าน ทั้งระบบเลือกตั้ง การลดอำนาจนอกระบบ การต่อต้านคอร์รัปชัน การกระจายอำนาจ และการส่งเสริมเสรีภาพ หากแก้ไขได้อย่างเป็นระบบ จะช่วยให้การเมืองไทยมีความมั่นคงและเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น คุณคิดว่าประเด็นไหนสำคัญที่สุดหรือควรเริ่มแก้ไขก่อน?
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 211 มุมมอง 0 รีวิว
  • ระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวที่ดีที่สุดในโลกปัจจุบันคือ **ระบบ Earthquake Early Warning (EEW)** ของญี่ปุ่น ที่มีชื่อว่า **"ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้า (緊急地震速報, Kinkyū Jishin Sokuhō)"** ซึ่งดำเนินการโดย **Japan Meteorological Agency (JMA)**

    ### 🔍 **เหตุผลที่ญี่ปุ่นมีระบบที่ดีที่สุด**:
    1. **ความเร็วในการตรวจจับ**:
    - ญี่ปุ่นใช้เครือข่ายเซ็นเซอร์วัดแผ่นดินไหว (Seismometers) จำนวนมากทั่วประเทศ ที่สามารถตรวจจับคลื่นแผ่นดินไหว (คลื่น P) ได้ทันทีและส่งสัญญาณเตือนภายในเวลา **ไม่กี่วินาที** ก่อนที่คลื่นทำลายล้าง (คลื่น S) จะมาถึง
    - ในบางกรณี สามารถแจ้งเตือนได้ **5-30 วินาที** ก่อนเกิดการสั่นสะเทือนรุนแรง

    2. **การบูรณาการกับระบบสาธารณะ**:
    - การแจ้งเตือนถูกส่งไปยัง **โทรศัพท์มือถือทุกเครื่อง** ในพื้นที่เสี่ยงผ่านระบบ **J-Alert**
    - ระบบกระจายเสียงผ่าน **ทีวี วิทยุ และลำโพงฉุกเฉิน**
    - บางเมืองยังเชื่อมกับระบบขนส่ง เช่น **รถไฟชินคันเซน** ที่หยุดทำงานอัตโนมัติเมื่อได้รับสัญญาณเตือน

    3. **ความแม่นยำสูง**:
    - ญี่ปุ่นลงทุนในเทคโนโลยี AI และระบบประมวลผลแบบเรียลไทม์ เพื่อลด **ผลบวกปลอม (False Alarms)** และปรับปรุงความแม่นยำ

    4. **ประสบการณ์กับแผ่นดินไหว**:
    - ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อย จึงมีการพัฒนาระบบมาอย่างต่อเนื่อง เช่น หลังเหตุการณ์ **แผ่นดินไหวใหญ่ฮันชิน (1995)** และ **โทโฮกุ (2011)**

    ### 🌍 **ระบบอื่นๆ ที่น่าสนใจ**:
    - **สหรัฐอเมริกา (ShakeAlert)** – ใช้ในแคลิฟอร์เนีย ออริกอน และวอชิงตัน
    - **เม็กซิโก (SASMEX)** – แจ้งเตือนในเม็กซิโกซิตี้
    - **ไต้หวัน** – มีระบบที่คล้ายญี่ปุ่น แต่ครอบคลุมพื้นที่เล็กกว่า
    - **จีนและอินโดนีเซีย** – กำลังพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

    ### ⚠️ **ข้อจำกัดของระบบเตือนภัยแผ่นดินไหว**:
    - **เวลาเตือนสั้นมาก** (มักไม่เกิน 1 นาที)
    - **ไม่สามารถทำนายแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้า** แต่แจ้งเตือนเมื่อตรวจพบคลื่นแรกเท่านั้น
    - **ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับระยะทางจากจุดศูนย์กลาง** (ถ้าอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ อาจได้รับแจ้งเตือนช้าหรือไม่ทัน)

    ### 🚨 **สรุป**:
    ญี่ปุ่นเป็นผู้นำด้านระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน แต่ละประเทศก็พยายามปรับปรุงระบบของตัวเองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อลดความสูญเสียจากภัยพิบัตินี้
    ระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวที่ดีที่สุดในโลกปัจจุบันคือ **ระบบ Earthquake Early Warning (EEW)** ของญี่ปุ่น ที่มีชื่อว่า **"ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้า (緊急地震速報, Kinkyū Jishin Sokuhō)"** ซึ่งดำเนินการโดย **Japan Meteorological Agency (JMA)** ### 🔍 **เหตุผลที่ญี่ปุ่นมีระบบที่ดีที่สุด**: 1. **ความเร็วในการตรวจจับ**: - ญี่ปุ่นใช้เครือข่ายเซ็นเซอร์วัดแผ่นดินไหว (Seismometers) จำนวนมากทั่วประเทศ ที่สามารถตรวจจับคลื่นแผ่นดินไหว (คลื่น P) ได้ทันทีและส่งสัญญาณเตือนภายในเวลา **ไม่กี่วินาที** ก่อนที่คลื่นทำลายล้าง (คลื่น S) จะมาถึง - ในบางกรณี สามารถแจ้งเตือนได้ **5-30 วินาที** ก่อนเกิดการสั่นสะเทือนรุนแรง 2. **การบูรณาการกับระบบสาธารณะ**: - การแจ้งเตือนถูกส่งไปยัง **โทรศัพท์มือถือทุกเครื่อง** ในพื้นที่เสี่ยงผ่านระบบ **J-Alert** - ระบบกระจายเสียงผ่าน **ทีวี วิทยุ และลำโพงฉุกเฉิน** - บางเมืองยังเชื่อมกับระบบขนส่ง เช่น **รถไฟชินคันเซน** ที่หยุดทำงานอัตโนมัติเมื่อได้รับสัญญาณเตือน 3. **ความแม่นยำสูง**: - ญี่ปุ่นลงทุนในเทคโนโลยี AI และระบบประมวลผลแบบเรียลไทม์ เพื่อลด **ผลบวกปลอม (False Alarms)** และปรับปรุงความแม่นยำ 4. **ประสบการณ์กับแผ่นดินไหว**: - ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อย จึงมีการพัฒนาระบบมาอย่างต่อเนื่อง เช่น หลังเหตุการณ์ **แผ่นดินไหวใหญ่ฮันชิน (1995)** และ **โทโฮกุ (2011)** ### 🌍 **ระบบอื่นๆ ที่น่าสนใจ**: - **สหรัฐอเมริกา (ShakeAlert)** – ใช้ในแคลิฟอร์เนีย ออริกอน และวอชิงตัน - **เม็กซิโก (SASMEX)** – แจ้งเตือนในเม็กซิโกซิตี้ - **ไต้หวัน** – มีระบบที่คล้ายญี่ปุ่น แต่ครอบคลุมพื้นที่เล็กกว่า - **จีนและอินโดนีเซีย** – กำลังพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ### ⚠️ **ข้อจำกัดของระบบเตือนภัยแผ่นดินไหว**: - **เวลาเตือนสั้นมาก** (มักไม่เกิน 1 นาที) - **ไม่สามารถทำนายแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้า** แต่แจ้งเตือนเมื่อตรวจพบคลื่นแรกเท่านั้น - **ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับระยะทางจากจุดศูนย์กลาง** (ถ้าอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ อาจได้รับแจ้งเตือนช้าหรือไม่ทัน) ### 🚨 **สรุป**: ญี่ปุ่นเป็นผู้นำด้านระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน แต่ละประเทศก็พยายามปรับปรุงระบบของตัวเองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อลดความสูญเสียจากภัยพิบัตินี้
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 279 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts