• รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260111 #TechRadar

    Asus NUC 16 Pro: มินิพีซี AI แรงจัดรุ่นใหม่
    Asus เปิดตัว NUC 16 Pro มินิพีซีขนาดเล็กที่มาพร้อมชิป Intel Core Ultra X9 388H และกราฟิก Arc B390 ที่ให้พลังประมวลผล AI สูงถึง 180TOPS รองรับงานสร้างสรรค์ เกมระดับ 1080p และงานองค์กรได้อย่างคล่องตัว แม้กราฟิกจะยังไม่แซง Radeon 8060S แต่ก็โดดเด่นด้านประสิทธิภาพรวมและการเชื่อมต่อระดับโปร ทำให้เป็นหนึ่งในมินิพีซีที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้
    https://www.techradar.com/pro/asus-vies-for-fastest-mini-pc-ever-with-panther-lake-nuc-16-pro-b390-gpu-inside-the-core-ultra-x9-388h-impresses-but-wont-beat-the-8060s

    Ulefone RugKing: มือถือสายถึกราคาประหยัด
    Ulefone RugKing เป็นสมาร์ทโฟนสายลุยที่โดดเด่นด้วยความทนทานระดับ IP68/IP69K แบตเตอรี่ 9600 mAh และลำโพง 126dB ที่ดังสะใจ แม้ชิป Unisoc T7255 จะเก่าและประสิทธิภาพไม่สูง รวมถึงชาร์จช้า แต่ด้วยราคาต่ำกว่า $200 ทำให้รุ่นนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการมือถือใช้งานสมบุกสมบันในงานภาคสนามหรือกิจกรรมกลางแจ้งโดยไม่ต้องจ่ายแพง
    https://www.techradar.com/pro/phone-communications/ulefone-rugking-rugged-phone-review

    WiiM Sound vs Sonos Era 100: ศึกลำโพง Wi‑Fi เสียงดีคุ้มราคา
    การทดสอบเปรียบเทียบระหว่าง WiiM Sound และ Sonos Era 100 พบว่าทั้งคู่ให้คุณภาพเสียงดีแต่มีเอกลักษณ์ต่างกัน โดย Sonos เด่นด้านเสียงเบสและระบบปรับเสียงตามห้องที่แม่นยำกว่า ส่วน WiiM มีดีไซน์ล้ำพร้อมหน้าจอและรีโมตที่ใช้งานสะดวก แม้เบสจะบางกว่าเล็กน้อย ทำให้ Era 100 ดูคุ้มค่ากว่าในภาพรวม แต่ผู้ที่ชอบดีไซน์และความล้ำของฟีเจอร์อาจเลือก WiiM ได้ไม่ผิดหวัง
    https://www.techradar.com/audio/wireless-bluetooth-speakers/i-tested-wiims-wi-fi-speaker-against-the-sonos-era-100-heres-which-i-think-is-worth-buying

    ปี 2026 กับกระแส Geopatriation และอนาคตคลาวด์ทั่วโลก
    ผู้เชี่ยวชาญด้านคลาวด์คาดว่าในปี 2026 โลกจะเห็นการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่จากการพึ่งพา hyperscaler ไปสู่โซลูชัน sovereign cloud และโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศมากขึ้น หลังเหตุการณ์ outage และความเสี่ยงด้านข้อมูลในปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน AI ที่ต้องใช้พลังประมวลผลมหาศาลกำลังผลักดันให้เกิดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่ แต่ก็สร้างแรงกดดันต่อระบบพลังงานทั่วโลก ทำให้ยุคใหม่ของคลาวด์ต้องบาลานซ์ระหว่างความสะดวก ความปลอดภัย และความยั่งยืน
    https://www.techradar.com/pro/cloud-faces-some-key-challenges-in-2026-we-spoke-to-these-experts-to-find-out-whats-next

    จาก Vibe Coding สู่ Vibe Selling: AI เปลี่ยนงานขายอย่างไร
    แนวคิด “vibe selling” คือการใช้ AI เป็นผู้ช่วยร่วมงานแบบโต้ตอบ ช่วยทำงานซ้ำซาก เช่น วิเคราะห์ข้อมูล เขียนอีเมล หรือสรุปการสนทนากับลูกค้า เพื่อให้เซลส์โฟกัสกับงานที่ต้องใช้มนุษย์จริง ๆ อย่างการสร้างความสัมพันธ์และปิดการขาย โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเซลส์ที่ใช้ AI สามารถสร้างรายได้มากขึ้นถึง 77% แม้ AI จะช่วยงานได้มาก แต่บทบาทของมนุษย์ยังสำคัญในด้านความเชื่อใจและความเข้าใจลูกค้า
    https://www.techradar.com/pro/from-vibe-coding-to-vibe-selling-how-ai-is-reshaping-the-art-of-selling

    “AI จะไม่มาแทนมนุษย์ แต่ทุกคนเลี่ยงไม่ได้” — มุมมองจาก CEO Lenovo
    เลอโนโวเผยวิสัยทัศน์ว่า AI PC จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ขององค์กร โดยคาดว่าภายในปี 2026 ครึ่งหนึ่งของคอมพิวเตอร์องค์กรจะเป็น AI PC พร้อมย้ำว่า AI ไม่ได้มาแทนมนุษย์ แต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความจำ และความคิดสร้างสรรค์ให้ทุกคน ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าต้นทุนและการวางแผนระยะยาวยังเป็นความท้าทายท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี
    https://www.techradar.com/pro/nobody-can-avoid-ai-but-it-will-not-replace-humans-lenovo-ceo-explains-why-your-next-work-pc-could-be-an-ai-enabled-device

    Lexar เปิดตัว “AI-Grade Stick” สตอเรจถอดเปลี่ยนร้อนทันทีสำหรับงาน AI
    Lexar เปิดตัวสตอเรจแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงาน AI โดยเฉพาะ จุดเด่นคือการถอดเปลี่ยนแบบ hot-swap ได้ทันทีโดยไม่ต้องปิดเครื่อง และให้ประสิทธิภาพสูงสำหรับงานประมวลผลต่อเนื่อง แม้จะยังไม่มีข้อมูลราคาและการรองรับจากผู้ผลิตอุปกรณ์ แต่แนวคิดนี้ชี้ให้เห็นทิศทางใหม่ของสตอเรจแบบโมดูลาร์สำหรับแล็ปท็อปและเวิร์กสเตชันยุค AI
    https://www.techradar.com/pro/lexar-debuts-mysterious-ai-grade-stick-form-factor-that-promises-hot-swap-blazing-speeds-and-yes-ive-got-absolutely-no-clue-how-much-it-costs-and-whether-device-vendors-will-actually-use-it

    GMKtec EVO‑T2 มินิพีซีพลัง AI สูงกว่า Ryzen AI Max+ ถึง 50%
    GMKtec เปิดตัว EVO‑T2 มินิพีซีที่ใช้ชิป Intel Core Ultra X9 388H พร้อมพลังประมวลผล AI สูงถึง 180 TOPS ซึ่งมากกว่าคู่แข่งจาก AMD ถึง 50% ตัวเครื่องขนาดเล็กแต่รองรับ RAM สูงสุด 128GB, SSD สูงสุด 16TB และพอร์ตความเร็วสูงครบครัน เหมาะทั้งงานสร้างสรรค์และงาน AI หนัก ๆ โดย Intel CEO ยังมาเซ็นต้นแบบด้วยตัวเองในงาน CES 2026
    https://www.techradar.com/pro/gmktec-evo-t2-has-more-ai-firepower-than-ryzen-ai-max-395-mini-pc-core-ultra-x9-388h-delivers-180tops-50-percent-more-than-its-amd-rival

    Broadcom ปรับนิยาม “APU” ใหม่ในชิป Wi‑Fi 8 สำหรับเราเตอร์ยุคถัดไป
    Broadcom เปิดตัวชิป BCM4918 สำหรับเราเตอร์ Wi‑Fi 8 โดยนำคำว่า APU มาใช้ใหม่ในความหมายของชิปประมวลผลเครือข่ายที่รวม CPU, ระบบเร่งการประมวลผลแพ็กเก็ต, ความปลอดภัย และ AI ไว้ในตัวเดียว แม้ไม่มี GPU แต่รองรับ 10GbE และออกแบบให้เราเตอร์ทำงานคล้ายอุปกรณ์ edge computing มากขึ้น ซึ่งสะท้อนทิศทางใหม่ของฮาร์ดแวร์เครือข่ายในบ้าน
    https://www.techradar.com/pro/broadcom-reinvents-amds-apu-moniker-as-it-launches-wi-fi-8-chip-this-accelerated-processing-unit-doesnt-include-a-gpu-but-has-10gbe-connectivity

    Google Photos เตรียมเพิ่มตัวเลือก “ตั้งเวลาสำรองไฟล์” ควบคุมได้มากขึ้น
    Google Photos อาจเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ผู้ใช้ตั้งเวลาสำรองรูปและวิดีโอได้เอง แทนการสำรองอัตโนมัติเมื่อมีอินเทอร์เน็ตเหมือนปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมการใช้ดาต้าและช่วงเวลาที่ต้องการให้ระบบทำงานได้ดีขึ้น แม้ฟีเจอร์ยังไม่เปิดใช้งาน แต่โค้ดภายในแอปบ่งชี้ว่าการอัปเดตนี้ใกล้จะมาถึงแล้ว
    https://www.techradar.com/phones/android/google-photos-might-soon-give-you-more-control-over-how-your-photos-and-videos-are-backed-up
    📌📡🔴 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🔴📡📌 #รวมข่าวIT #20260111 #TechRadar 🖥️ Asus NUC 16 Pro: มินิพีซี AI แรงจัดรุ่นใหม่ Asus เปิดตัว NUC 16 Pro มินิพีซีขนาดเล็กที่มาพร้อมชิป Intel Core Ultra X9 388H และกราฟิก Arc B390 ที่ให้พลังประมวลผล AI สูงถึง 180TOPS รองรับงานสร้างสรรค์ เกมระดับ 1080p และงานองค์กรได้อย่างคล่องตัว แม้กราฟิกจะยังไม่แซง Radeon 8060S แต่ก็โดดเด่นด้านประสิทธิภาพรวมและการเชื่อมต่อระดับโปร ทำให้เป็นหนึ่งในมินิพีซีที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้ 🔗 https://www.techradar.com/pro/asus-vies-for-fastest-mini-pc-ever-with-panther-lake-nuc-16-pro-b390-gpu-inside-the-core-ultra-x9-388h-impresses-but-wont-beat-the-8060s 📱 Ulefone RugKing: มือถือสายถึกราคาประหยัด Ulefone RugKing เป็นสมาร์ทโฟนสายลุยที่โดดเด่นด้วยความทนทานระดับ IP68/IP69K แบตเตอรี่ 9600 mAh และลำโพง 126dB ที่ดังสะใจ แม้ชิป Unisoc T7255 จะเก่าและประสิทธิภาพไม่สูง รวมถึงชาร์จช้า แต่ด้วยราคาต่ำกว่า $200 ทำให้รุ่นนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการมือถือใช้งานสมบุกสมบันในงานภาคสนามหรือกิจกรรมกลางแจ้งโดยไม่ต้องจ่ายแพง 🔗 https://www.techradar.com/pro/phone-communications/ulefone-rugking-rugged-phone-review 🔊 WiiM Sound vs Sonos Era 100: ศึกลำโพง Wi‑Fi เสียงดีคุ้มราคา การทดสอบเปรียบเทียบระหว่าง WiiM Sound และ Sonos Era 100 พบว่าทั้งคู่ให้คุณภาพเสียงดีแต่มีเอกลักษณ์ต่างกัน โดย Sonos เด่นด้านเสียงเบสและระบบปรับเสียงตามห้องที่แม่นยำกว่า ส่วน WiiM มีดีไซน์ล้ำพร้อมหน้าจอและรีโมตที่ใช้งานสะดวก แม้เบสจะบางกว่าเล็กน้อย ทำให้ Era 100 ดูคุ้มค่ากว่าในภาพรวม แต่ผู้ที่ชอบดีไซน์และความล้ำของฟีเจอร์อาจเลือก WiiM ได้ไม่ผิดหวัง 🔗 https://www.techradar.com/audio/wireless-bluetooth-speakers/i-tested-wiims-wi-fi-speaker-against-the-sonos-era-100-heres-which-i-think-is-worth-buying 🌍 ปี 2026 กับกระแส Geopatriation และอนาคตคลาวด์ทั่วโลก ผู้เชี่ยวชาญด้านคลาวด์คาดว่าในปี 2026 โลกจะเห็นการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่จากการพึ่งพา hyperscaler ไปสู่โซลูชัน sovereign cloud และโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศมากขึ้น หลังเหตุการณ์ outage และความเสี่ยงด้านข้อมูลในปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน AI ที่ต้องใช้พลังประมวลผลมหาศาลกำลังผลักดันให้เกิดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่ แต่ก็สร้างแรงกดดันต่อระบบพลังงานทั่วโลก ทำให้ยุคใหม่ของคลาวด์ต้องบาลานซ์ระหว่างความสะดวก ความปลอดภัย และความยั่งยืน 🔗 https://www.techradar.com/pro/cloud-faces-some-key-challenges-in-2026-we-spoke-to-these-experts-to-find-out-whats-next 🤝 จาก Vibe Coding สู่ Vibe Selling: AI เปลี่ยนงานขายอย่างไร แนวคิด “vibe selling” คือการใช้ AI เป็นผู้ช่วยร่วมงานแบบโต้ตอบ ช่วยทำงานซ้ำซาก เช่น วิเคราะห์ข้อมูล เขียนอีเมล หรือสรุปการสนทนากับลูกค้า เพื่อให้เซลส์โฟกัสกับงานที่ต้องใช้มนุษย์จริง ๆ อย่างการสร้างความสัมพันธ์และปิดการขาย โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเซลส์ที่ใช้ AI สามารถสร้างรายได้มากขึ้นถึง 77% แม้ AI จะช่วยงานได้มาก แต่บทบาทของมนุษย์ยังสำคัญในด้านความเชื่อใจและความเข้าใจลูกค้า 🔗 https://www.techradar.com/pro/from-vibe-coding-to-vibe-selling-how-ai-is-reshaping-the-art-of-selling 🤖 “AI จะไม่มาแทนมนุษย์ แต่ทุกคนเลี่ยงไม่ได้” — มุมมองจาก CEO Lenovo เลอโนโวเผยวิสัยทัศน์ว่า AI PC จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ขององค์กร โดยคาดว่าภายในปี 2026 ครึ่งหนึ่งของคอมพิวเตอร์องค์กรจะเป็น AI PC พร้อมย้ำว่า AI ไม่ได้มาแทนมนุษย์ แต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความจำ และความคิดสร้างสรรค์ให้ทุกคน ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าต้นทุนและการวางแผนระยะยาวยังเป็นความท้าทายท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี 🔗 https://www.techradar.com/pro/nobody-can-avoid-ai-but-it-will-not-replace-humans-lenovo-ceo-explains-why-your-next-work-pc-could-be-an-ai-enabled-device ⚡ Lexar เปิดตัว “AI-Grade Stick” สตอเรจถอดเปลี่ยนร้อนทันทีสำหรับงาน AI Lexar เปิดตัวสตอเรจแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงาน AI โดยเฉพาะ จุดเด่นคือการถอดเปลี่ยนแบบ hot-swap ได้ทันทีโดยไม่ต้องปิดเครื่อง และให้ประสิทธิภาพสูงสำหรับงานประมวลผลต่อเนื่อง แม้จะยังไม่มีข้อมูลราคาและการรองรับจากผู้ผลิตอุปกรณ์ แต่แนวคิดนี้ชี้ให้เห็นทิศทางใหม่ของสตอเรจแบบโมดูลาร์สำหรับแล็ปท็อปและเวิร์กสเตชันยุค AI 🔗 https://www.techradar.com/pro/lexar-debuts-mysterious-ai-grade-stick-form-factor-that-promises-hot-swap-blazing-speeds-and-yes-ive-got-absolutely-no-clue-how-much-it-costs-and-whether-device-vendors-will-actually-use-it 🖥️ GMKtec EVO‑T2 มินิพีซีพลัง AI สูงกว่า Ryzen AI Max+ ถึง 50% GMKtec เปิดตัว EVO‑T2 มินิพีซีที่ใช้ชิป Intel Core Ultra X9 388H พร้อมพลังประมวลผล AI สูงถึง 180 TOPS ซึ่งมากกว่าคู่แข่งจาก AMD ถึง 50% ตัวเครื่องขนาดเล็กแต่รองรับ RAM สูงสุด 128GB, SSD สูงสุด 16TB และพอร์ตความเร็วสูงครบครัน เหมาะทั้งงานสร้างสรรค์และงาน AI หนัก ๆ โดย Intel CEO ยังมาเซ็นต้นแบบด้วยตัวเองในงาน CES 2026 🔗 https://www.techradar.com/pro/gmktec-evo-t2-has-more-ai-firepower-than-ryzen-ai-max-395-mini-pc-core-ultra-x9-388h-delivers-180tops-50-percent-more-than-its-amd-rival 📡 Broadcom ปรับนิยาม “APU” ใหม่ในชิป Wi‑Fi 8 สำหรับเราเตอร์ยุคถัดไป Broadcom เปิดตัวชิป BCM4918 สำหรับเราเตอร์ Wi‑Fi 8 โดยนำคำว่า APU มาใช้ใหม่ในความหมายของชิปประมวลผลเครือข่ายที่รวม CPU, ระบบเร่งการประมวลผลแพ็กเก็ต, ความปลอดภัย และ AI ไว้ในตัวเดียว แม้ไม่มี GPU แต่รองรับ 10GbE และออกแบบให้เราเตอร์ทำงานคล้ายอุปกรณ์ edge computing มากขึ้น ซึ่งสะท้อนทิศทางใหม่ของฮาร์ดแวร์เครือข่ายในบ้าน 🔗 https://www.techradar.com/pro/broadcom-reinvents-amds-apu-moniker-as-it-launches-wi-fi-8-chip-this-accelerated-processing-unit-doesnt-include-a-gpu-but-has-10gbe-connectivity 📷 Google Photos เตรียมเพิ่มตัวเลือก “ตั้งเวลาสำรองไฟล์” ควบคุมได้มากขึ้น Google Photos อาจเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ผู้ใช้ตั้งเวลาสำรองรูปและวิดีโอได้เอง แทนการสำรองอัตโนมัติเมื่อมีอินเทอร์เน็ตเหมือนปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมการใช้ดาต้าและช่วงเวลาที่ต้องการให้ระบบทำงานได้ดีขึ้น แม้ฟีเจอร์ยังไม่เปิดใช้งาน แต่โค้ดภายในแอปบ่งชี้ว่าการอัปเดตนี้ใกล้จะมาถึงแล้ว 🔗 https://www.techradar.com/phones/android/google-photos-might-soon-give-you-more-control-over-how-your-photos-and-videos-are-backed-up
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 85 มุมมอง 0 รีวิว
  • การติดอยู่ในบ่วงความสำเร็จจนคุ้นชิน แล้วในวันหนึ่งทุกอย่างพังทลายลง จนเกินจะรับมือไหว

    นั่นคือที่สุดของการเผชิญหน้ากับ ความเปราะบาง (Fragility) ของความสำเร็จที่ดูมั่นคง แต่แท้จริงแล้วขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้เสมอ มิอาจคาดการณ์ได้ ซึ่งต้องปรับมุมมองให้มองตามความจริงว่า ความสำเร็จนั้นเป็นเพียง "เส้นทาง" ไม่ใช่ "จุดหมาย" พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ โดยฝึกการยอมรับความไม่แน่นอน, สร้างความภาคภูมิใจในตัวเองจากภายใน (Internal Validation), และพัฒนาความสามารถในการปรับตัว (Resilience) เพื่อให้พร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงของชีวิต.

    ความหมายของ "ติดอยู่ในบ่วงความสำเร็จ"
    • ความสุขจากความสำเร็จชั่วคราว: เราอาจพึ่งพา "ความรู้สึกดี" จากการได้รับคำชม/รางวัล จนหลงลืมการพัฒนาตัวเองทั้งในมิติ Outside in และ Inside out อย่างต่อเนื่อง.
    • ความกลัวที่จะสูญเสีย: กลัวความสำเร็จจะหายไป ทำให้กดดันตัวเองมากเกินไป หรือไม่กล้าเสี่ยง.
    • การยึดติดกับผลลัพธ์: มองว่าตัวเองคือ "ผู้สำเร็จ" แต่เมื่อผลลัพธ์เปลี่ยนไป อาจรู้สึกเหมือนตัวเองหมดคุณค่า.

    ทำไมถึง "พังทลายในชั่วข้ามคืน"
    • ความไม่แน่นอนของโลก: เศรษฐกิจ, เทคโนโลยี, หรือแม้แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝัน สามารถส่งผลกระทบต่อธุรกิจหรืออาชีพได้อย่างรวดเร็ว.
    • ความเสี่ยงที่ถูกมองข้าม: การประมาทเมื่อประสบความสำเร็จ อาจทำให้ละเลยการวางแผนสำรอง และการหลงลืมทางเลือกอื่น (Another choice) อันหลากหลาย

    วิธีรับมือและสร้างความมั่นคงที่แท้จริง
    • เปลี่ยนมุมมองความสำเร็จ: มองว่าความสำเร็จคือผลลัพธ์จากการเติบโตในทุกๆ วัน ไม่ใช่สถานะคงที่.
    • สร้างภูมิคุ้มกันทางใจ (Resilience):
    • การฝึกสติ: อยู่กับปัจจุบัน และยอมรับความรู้สึก, ความผิดพลาด, หรือความสูญเสีย โดยไม่ตัดสินตัวเอง.
    • การสร้างคุณค่าจากภายใน: หาคุณค่าในตัวเองจากความพยายาม, ความรู้, หรือความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ใช่จากสถานะภายนอกเพียงอย่างเดียว.
    • การเรียนรู้ตลอดชีวิต: พัฒนาทักษะใหม่ๆ และเปิดรับโอกาสใหม่ๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองหยุดนิ่ง.
    • วางแผนฉุกเฉิน (Contingency Plan): เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันเสมอ, เช่น การกระจายความเสี่ยงทางการเงิน, การมีทักษะสำรอง.
    • หาความสมดุล: อย่าทุ่มเทให้กับงานจนละเลยสุขภาพและการพักผ่อน เพราะร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงคือรากฐานสำคัญ.

    การเผชิญความจริง ที่ว่าทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้คือ จุดเริ่มต้นของการสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืน และทำให้เราพร้อมที่จะสร้างความสำเร็จครั้งใหม่ได้เสมอ แม้อาจไม่ใช่ Level เดิม...ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม
    เพราะบางครั้งสิ่ง " สามัญ " สภาวะ " ธรรมดา " อาจนำพาความสุขมาทำให้หัวใจเราชุ่มชื่นได้มากกว่า ความสำเร็จ ก็เป็นได้

    @ คืนวันที่ 4 มกราคม ปี 2569
    การติดอยู่ในบ่วงความสำเร็จจนคุ้นชิน แล้วในวันหนึ่งทุกอย่างพังทลายลง จนเกินจะรับมือไหว นั่นคือที่สุดของการเผชิญหน้ากับ ความเปราะบาง (Fragility) ของความสำเร็จที่ดูมั่นคง แต่แท้จริงแล้วขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้เสมอ มิอาจคาดการณ์ได้ ซึ่งต้องปรับมุมมองให้มองตามความจริงว่า ความสำเร็จนั้นเป็นเพียง "เส้นทาง" ไม่ใช่ "จุดหมาย" พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ โดยฝึกการยอมรับความไม่แน่นอน, สร้างความภาคภูมิใจในตัวเองจากภายใน (Internal Validation), และพัฒนาความสามารถในการปรับตัว (Resilience) เพื่อให้พร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงของชีวิต. ความหมายของ "ติดอยู่ในบ่วงความสำเร็จ" • ความสุขจากความสำเร็จชั่วคราว: เราอาจพึ่งพา "ความรู้สึกดี" จากการได้รับคำชม/รางวัล จนหลงลืมการพัฒนาตัวเองทั้งในมิติ Outside in และ Inside out อย่างต่อเนื่อง. • ความกลัวที่จะสูญเสีย: กลัวความสำเร็จจะหายไป ทำให้กดดันตัวเองมากเกินไป หรือไม่กล้าเสี่ยง. • การยึดติดกับผลลัพธ์: มองว่าตัวเองคือ "ผู้สำเร็จ" แต่เมื่อผลลัพธ์เปลี่ยนไป อาจรู้สึกเหมือนตัวเองหมดคุณค่า. ทำไมถึง "พังทลายในชั่วข้ามคืน" • ความไม่แน่นอนของโลก: เศรษฐกิจ, เทคโนโลยี, หรือแม้แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝัน สามารถส่งผลกระทบต่อธุรกิจหรืออาชีพได้อย่างรวดเร็ว. • ความเสี่ยงที่ถูกมองข้าม: การประมาทเมื่อประสบความสำเร็จ อาจทำให้ละเลยการวางแผนสำรอง และการหลงลืมทางเลือกอื่น (Another choice) อันหลากหลาย • วิธีรับมือและสร้างความมั่นคงที่แท้จริง • เปลี่ยนมุมมองความสำเร็จ: มองว่าความสำเร็จคือผลลัพธ์จากการเติบโตในทุกๆ วัน ไม่ใช่สถานะคงที่. • สร้างภูมิคุ้มกันทางใจ (Resilience): • การฝึกสติ: อยู่กับปัจจุบัน และยอมรับความรู้สึก, ความผิดพลาด, หรือความสูญเสีย โดยไม่ตัดสินตัวเอง. • การสร้างคุณค่าจากภายใน: หาคุณค่าในตัวเองจากความพยายาม, ความรู้, หรือความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ใช่จากสถานะภายนอกเพียงอย่างเดียว. • การเรียนรู้ตลอดชีวิต: พัฒนาทักษะใหม่ๆ และเปิดรับโอกาสใหม่ๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองหยุดนิ่ง. • วางแผนฉุกเฉิน (Contingency Plan): เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันเสมอ, เช่น การกระจายความเสี่ยงทางการเงิน, การมีทักษะสำรอง. • หาความสมดุล: อย่าทุ่มเทให้กับงานจนละเลยสุขภาพและการพักผ่อน เพราะร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงคือรากฐานสำคัญ. การเผชิญความจริง ที่ว่าทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้คือ จุดเริ่มต้นของการสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืน และทำให้เราพร้อมที่จะสร้างความสำเร็จครั้งใหม่ได้เสมอ แม้อาจไม่ใช่ Level เดิม...ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม เพราะบางครั้งสิ่ง " สามัญ " สภาวะ " ธรรมดา " อาจนำพาความสุขมาทำให้หัวใจเราชุ่มชื่นได้มากกว่า ความสำเร็จ ก็เป็นได้ @ คืนวันที่ 4 มกราคม ปี 2569
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 70 มุมมอง 0 รีวิว
  • SpaceX ได้รับอนุมัติปล่อย “ดาวเทียมรุ่นถัดไป” เพิ่มอีก 15,000 ดวง — ก้าวใหญ่สู่ยุคอินเทอร์เน็ตผ่านอวกาศ

    การอนุมัติครั้งใหม่จาก FCC ทำให้ SpaceX สามารถขยายโครงการ Starlink Gen2 ได้อย่างก้าวกระโดด โดยได้รับสิทธิ์ให้ปล่อยและใช้งานดาวเทียมรุ่นใหม่ได้มากถึง 15,000 ดวง ซึ่งเป็นการเพิ่มจำนวนจากเดิมอย่างมหาศาล การอนุมัตินี้ถูกมองว่าเป็น “ตัวเปลี่ยนเกม” สำหรับบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม เพราะ Gen2 ถูกออกแบบให้รองรับความเร็วสูงขึ้น ความหน่วงต่ำลง และรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนโดยตรง

    ดาวเทียม Gen2 ของ SpaceX มีความสามารถที่โดดเด่น เช่น เพิ่มแบนด์วิดท์ได้มากขึ้นถึง 20 เท่า, ระบบหลบหลีกการชนแบบอัตโนมัติ และที่สำคัญคือ Direct-to-Cell ซึ่งทำให้โทรศัพท์มือถือทั่วไปสามารถเชื่อมต่อกับดาวเทียมได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม เทคโนโลยีนี้กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันในตลาดการสื่อสารยุคใหม่ โดยเฉพาะเมื่อ Apple เองก็มีแผนจะนำ 5G ผ่านดาวเทียมมาใช้ใน iPhone รุ่นถัดไป

    อีกประเด็นที่น่าสนใจคือความสัมพันธ์ระหว่าง SpaceX และ Apple ที่เริ่มใกล้ชิดขึ้นเรื่อย ๆ หลังจาก SpaceX ซื้อคลื่นความถี่จาก EchoStar มูลค่า 17 พันล้านดอลลาร์ และเริ่มทำงานร่วมกับผู้ผลิตชิปเพื่อให้สมาร์ตโฟนรองรับการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมโดยตรง ขณะเดียวกัน Globalstar ซึ่งเป็นพันธมิตรเดิมของ Apple ก็กำลังเผชิญปัญหาทางธุรกิจ ทำให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่า Apple อาจหันมาใช้เทคโนโลยีของ Starlink มากขึ้นในอนาคต

    โดยรวมแล้ว การอนุมัติครั้งนี้ไม่เพียงเพิ่มจำนวนดาวเทียม แต่ยังเป็นการปูทางสู่ยุคที่อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลก ทั้งในด้านการสื่อสาร การกู้ภัย และการเชื่อมต่อในพื้นที่ห่างไกล ซึ่ง SpaceX ยังคงเป็นผู้นำที่ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างชัดเจน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    FCC อนุมัติ SpaceX ปล่อยดาวเทียม Gen2 เพิ่มเป็น 15,000 ดวง
    เพิ่มจำนวนได้อีกประมาณ 7,500 ดวงจากที่มีอยู่
    ถือเป็นการขยายเครือข่ายครั้งใหญ่ที่สุดของ Starlink

    ดาวเทียม Gen2 มีความสามารถล้ำสมัย
    แบนด์วิดท์เพิ่มขึ้น 20 เท่า
    รองรับ Direct-to-Cell เชื่อมต่อมือถือโดยตรง
    ระบบหลบหลีกการชนอัตโนมัติ

    SpaceX–Apple อาจร่วมมือกันมากขึ้น
    Starlink รองรับคลื่นที่ iPhone ใช้
    Apple เตรียมเพิ่ม 5G ผ่านดาวเทียมในปี 2026

    การแข่งขันด้านดาวเทียมสื่อสารรุนแรงขึ้น
    Globalstar อาจเสียความร่วมมือกับ Apple
    ตลาดอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโครงสร้างผู้ให้บริการ

    ความเสี่ยงด้านความแออัดในวงโคจร
    จำนวนดาวเทียมเพิ่มขึ้นอาจเพิ่มโอกาสการชน
    ต้องพึ่งพาระบบหลบหลีกอัตโนมัติอย่างเข้มงวด

    https://wccftech.com/spacex-just-received-approval-for-15000-next-gen-satellites/
    🛰️🚀 SpaceX ได้รับอนุมัติปล่อย “ดาวเทียมรุ่นถัดไป” เพิ่มอีก 15,000 ดวง — ก้าวใหญ่สู่ยุคอินเทอร์เน็ตผ่านอวกาศ การอนุมัติครั้งใหม่จาก FCC ทำให้ SpaceX สามารถขยายโครงการ Starlink Gen2 ได้อย่างก้าวกระโดด โดยได้รับสิทธิ์ให้ปล่อยและใช้งานดาวเทียมรุ่นใหม่ได้มากถึง 15,000 ดวง ซึ่งเป็นการเพิ่มจำนวนจากเดิมอย่างมหาศาล การอนุมัตินี้ถูกมองว่าเป็น “ตัวเปลี่ยนเกม” สำหรับบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม เพราะ Gen2 ถูกออกแบบให้รองรับความเร็วสูงขึ้น ความหน่วงต่ำลง และรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนโดยตรง ดาวเทียม Gen2 ของ SpaceX มีความสามารถที่โดดเด่น เช่น เพิ่มแบนด์วิดท์ได้มากขึ้นถึง 20 เท่า, ระบบหลบหลีกการชนแบบอัตโนมัติ และที่สำคัญคือ Direct-to-Cell ซึ่งทำให้โทรศัพท์มือถือทั่วไปสามารถเชื่อมต่อกับดาวเทียมได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม เทคโนโลยีนี้กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันในตลาดการสื่อสารยุคใหม่ โดยเฉพาะเมื่อ Apple เองก็มีแผนจะนำ 5G ผ่านดาวเทียมมาใช้ใน iPhone รุ่นถัดไป อีกประเด็นที่น่าสนใจคือความสัมพันธ์ระหว่าง SpaceX และ Apple ที่เริ่มใกล้ชิดขึ้นเรื่อย ๆ หลังจาก SpaceX ซื้อคลื่นความถี่จาก EchoStar มูลค่า 17 พันล้านดอลลาร์ และเริ่มทำงานร่วมกับผู้ผลิตชิปเพื่อให้สมาร์ตโฟนรองรับการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมโดยตรง ขณะเดียวกัน Globalstar ซึ่งเป็นพันธมิตรเดิมของ Apple ก็กำลังเผชิญปัญหาทางธุรกิจ ทำให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่า Apple อาจหันมาใช้เทคโนโลยีของ Starlink มากขึ้นในอนาคต โดยรวมแล้ว การอนุมัติครั้งนี้ไม่เพียงเพิ่มจำนวนดาวเทียม แต่ยังเป็นการปูทางสู่ยุคที่อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลก ทั้งในด้านการสื่อสาร การกู้ภัย และการเชื่อมต่อในพื้นที่ห่างไกล ซึ่ง SpaceX ยังคงเป็นผู้นำที่ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างชัดเจน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ FCC อนุมัติ SpaceX ปล่อยดาวเทียม Gen2 เพิ่มเป็น 15,000 ดวง ➡️ เพิ่มจำนวนได้อีกประมาณ 7,500 ดวงจากที่มีอยู่ ➡️ ถือเป็นการขยายเครือข่ายครั้งใหญ่ที่สุดของ Starlink ✅ ดาวเทียม Gen2 มีความสามารถล้ำสมัย ➡️ แบนด์วิดท์เพิ่มขึ้น 20 เท่า ➡️ รองรับ Direct-to-Cell เชื่อมต่อมือถือโดยตรง ➡️ ระบบหลบหลีกการชนอัตโนมัติ ✅ SpaceX–Apple อาจร่วมมือกันมากขึ้น ➡️ Starlink รองรับคลื่นที่ iPhone ใช้ ➡️ Apple เตรียมเพิ่ม 5G ผ่านดาวเทียมในปี 2026 ‼️ การแข่งขันด้านดาวเทียมสื่อสารรุนแรงขึ้น ⛔ Globalstar อาจเสียความร่วมมือกับ Apple ⛔ ตลาดอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโครงสร้างผู้ให้บริการ ‼️ ความเสี่ยงด้านความแออัดในวงโคจร ⛔ จำนวนดาวเทียมเพิ่มขึ้นอาจเพิ่มโอกาสการชน ⛔ ต้องพึ่งพาระบบหลบหลีกอัตโนมัติอย่างเข้มงวด https://wccftech.com/spacex-just-received-approval-for-15000-next-gen-satellites/
    WCCFTECH.COM
    SpaceX Just Received Approval For 15,000 "Next-Gen Satellites"
    SpaceX can now launch around 7,500 new Gen2 satellites to bring its total second-gen strength to 15,000 units.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 68 มุมมอง 0 รีวิว
  • HP มองหาซัพพลายเออร์ DRAM จากจีน หลังตลาดขาดแคลนหนัก — นักวิเคราะห์ชี้ “ชิปหน่วยความจำคือสินค้าโภคภัณฑ์ เปลี่ยนผู้ผลิตได้ง่าย”

    ความต้องการหน่วยความจำทั่วโลกกำลังพุ่งสูงจากกระแส AI ทำให้เกิดภาวะขาดแคลน DRAM และ NAND อย่างหนัก ผู้ผลิตรายใหญ่ทั้งสาม — Samsung, SK hynix และ Micron — ไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทัน ส่งผลให้บริษัทอย่าง HP เริ่มมองหาทางเลือกใหม่ โดยเฉพาะซัพพลายเออร์จากจีน เพื่อป้อนตลาดเอเชียและยุโรปบางส่วน

    นักวิเคราะห์ Tae Kim ระบุว่า HP ได้แจ้งกับ Bank of America ว่ากำลัง “คัดเลือกซัพพลายเออร์เพิ่มเติมจากจีน” แม้ยังไม่ยืนยันว่าจะเปลี่ยนซัพพลายเออร์จริง แต่ถือเป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังเตรียมรับมือกับความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน โดยเฉพาะเมื่อชิปหน่วยความจำถูกมองว่าเป็น commodity ที่สามารถสลับผู้ผลิตได้ง่าย ต่างจากชิป AI ที่มีความเฉพาะทางสูง

    ในขณะเดียวกัน ผู้ผลิตหน่วยความจำจีนอย่าง CXMT และ YMTC กำลังฉวยโอกาสจากตลาดที่ตึงตัว CXMT เปิดตัว DDR5‑8000 และ LPDDR5X‑10667 แม้จะถูกจำกัดการส่งออกจากสหรัฐ และยังเตรียม IPO มูลค่า 4.2 พันล้านดอลลาร์เพื่อขยายกำลังผลิต ส่วน YMTC ก็มีแผนเข้าสู่ตลาด DRAM และอาจจับมือ CXMT เพื่อผลิต HBM ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความต้องการสูงที่สุดในยุค AI

    แม้จะมีข้อกล่าวหาเรื่องการลอกเทคโนโลยีจาก Samsung แต่ภาวะขาดแคลนทำให้หลายบริษัทอาจ “ยอมมองข้าม” เพื่อให้สินค้าทันตลาด เพราะผู้ใช้ปลายทางส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจว่าชิปมาจากประเทศใด ตราบใดที่ประสิทธิภาพดีและราคาคุ้มค่า

    สรุปประเด็นสำคัญ
    HP กำลังคัดเลือกซัพพลายเออร์ DRAM จากจีน
    เพื่อรับมือภาวะขาดแคลนหน่วยความจำ

    ชิปหน่วยความจำถูกมองเป็นสินค้าโภคภัณฑ์
    นักวิเคราะห์ชี้ว่าสามารถเปลี่ยนผู้ผลิตได้ง่ายกว่า AI chips

    ตลาดขาดแคลนเพราะความต้องการ HBM สูงมากจากกระแส AI
    ผู้ผลิตรายใหญ่ไม่เพิ่มกำลังผลิตเพราะเสี่ยงฟองสบู่

    ผู้ผลิตจีนอย่าง CXMT และ YMTC กำลังรุกตลาดหนัก
    เปิดตัว DDR5 รุ่นใหม่และเตรียม IPO มูลค่ามหาศาล

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    การใช้ชิปจากจีนอาจมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
    โดยเฉพาะข้อจำกัดการส่งออกและแรงกดดันจากสหรัฐ

    ข้อกล่าวหาเรื่องการลอกเทคโนโลยีอาจกระทบความเชื่อมั่น
    แม้บริษัทปลายทางอาจจำเป็นต้องซื้อเพราะตลาดตึงตัว

    ตลาดหน่วยความจำมีวัฏจักรขึ้นลงรุนแรง
    การลงทุนเพิ่มอาจเสี่ยงหากความต้องการลดลงในอนาคต

    https://www.tomshardware.com/pc-components/ram/hp-reportedly-eyes-chinese-suppliers-for-dram-as-global-shortage-sparks-shake-up-analyst-says-memory-chips-are-commodities-that-can-easily-be-replaced
    🧠💾 HP มองหาซัพพลายเออร์ DRAM จากจีน หลังตลาดขาดแคลนหนัก — นักวิเคราะห์ชี้ “ชิปหน่วยความจำคือสินค้าโภคภัณฑ์ เปลี่ยนผู้ผลิตได้ง่าย” ความต้องการหน่วยความจำทั่วโลกกำลังพุ่งสูงจากกระแส AI ทำให้เกิดภาวะขาดแคลน DRAM และ NAND อย่างหนัก ผู้ผลิตรายใหญ่ทั้งสาม — Samsung, SK hynix และ Micron — ไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทัน ส่งผลให้บริษัทอย่าง HP เริ่มมองหาทางเลือกใหม่ โดยเฉพาะซัพพลายเออร์จากจีน เพื่อป้อนตลาดเอเชียและยุโรปบางส่วน นักวิเคราะห์ Tae Kim ระบุว่า HP ได้แจ้งกับ Bank of America ว่ากำลัง “คัดเลือกซัพพลายเออร์เพิ่มเติมจากจีน” แม้ยังไม่ยืนยันว่าจะเปลี่ยนซัพพลายเออร์จริง แต่ถือเป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังเตรียมรับมือกับความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน โดยเฉพาะเมื่อชิปหน่วยความจำถูกมองว่าเป็น commodity ที่สามารถสลับผู้ผลิตได้ง่าย ต่างจากชิป AI ที่มีความเฉพาะทางสูง ในขณะเดียวกัน ผู้ผลิตหน่วยความจำจีนอย่าง CXMT และ YMTC กำลังฉวยโอกาสจากตลาดที่ตึงตัว CXMT เปิดตัว DDR5‑8000 และ LPDDR5X‑10667 แม้จะถูกจำกัดการส่งออกจากสหรัฐ และยังเตรียม IPO มูลค่า 4.2 พันล้านดอลลาร์เพื่อขยายกำลังผลิต ส่วน YMTC ก็มีแผนเข้าสู่ตลาด DRAM และอาจจับมือ CXMT เพื่อผลิต HBM ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความต้องการสูงที่สุดในยุค AI แม้จะมีข้อกล่าวหาเรื่องการลอกเทคโนโลยีจาก Samsung แต่ภาวะขาดแคลนทำให้หลายบริษัทอาจ “ยอมมองข้าม” เพื่อให้สินค้าทันตลาด เพราะผู้ใช้ปลายทางส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจว่าชิปมาจากประเทศใด ตราบใดที่ประสิทธิภาพดีและราคาคุ้มค่า 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ HP กำลังคัดเลือกซัพพลายเออร์ DRAM จากจีน ➡️ เพื่อรับมือภาวะขาดแคลนหน่วยความจำ ✅ ชิปหน่วยความจำถูกมองเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ➡️ นักวิเคราะห์ชี้ว่าสามารถเปลี่ยนผู้ผลิตได้ง่ายกว่า AI chips ✅ ตลาดขาดแคลนเพราะความต้องการ HBM สูงมากจากกระแส AI ➡️ ผู้ผลิตรายใหญ่ไม่เพิ่มกำลังผลิตเพราะเสี่ยงฟองสบู่ ✅ ผู้ผลิตจีนอย่าง CXMT และ YMTC กำลังรุกตลาดหนัก ➡️ เปิดตัว DDR5 รุ่นใหม่และเตรียม IPO มูลค่ามหาศาล คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ การใช้ชิปจากจีนอาจมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ⛔ โดยเฉพาะข้อจำกัดการส่งออกและแรงกดดันจากสหรัฐ ‼️ ข้อกล่าวหาเรื่องการลอกเทคโนโลยีอาจกระทบความเชื่อมั่น ⛔ แม้บริษัทปลายทางอาจจำเป็นต้องซื้อเพราะตลาดตึงตัว ‼️ ตลาดหน่วยความจำมีวัฏจักรขึ้นลงรุนแรง ⛔ การลงทุนเพิ่มอาจเสี่ยงหากความต้องการลดลงในอนาคต https://www.tomshardware.com/pc-components/ram/hp-reportedly-eyes-chinese-suppliers-for-dram-as-global-shortage-sparks-shake-up-analyst-says-memory-chips-are-commodities-that-can-easily-be-replaced
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 65 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel เดินหน้าเต็มกำลังกับกระบวนการผลิต 14A — CEO ยืนยัน “มีลูกค้าภายนอกแล้ว” และพร้อมเร่งพัฒนาเพื่อแซงคู่แข่ง

    Intel ใช้เวที CES 2026 ไม่เพียงเปิดตัว Panther Lake แต่ยังส่งสัญญาณสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของธุรกิจ Foundry ด้วยการประกาศว่า บริษัทกำลัง “เดินหน้าเต็มกำลัง” กับกระบวนการผลิต 14A (1.4nm-class) ซึ่งเป็นท่าทีที่สวนทางกับคำพูดเมื่อกลางปีที่ระบุว่าอาจ “หยุดหรือยกเลิก” หากไม่ได้ลูกค้าภายนอก แต่ตอนนี้ CEO Lip‑Bu Tan ยืนยันว่า 14A มี “โมเมนตัมที่ดีมาก” และมีลูกค้ามากกว่าหนึ่งรายแล้ว

    กระบวนการผลิต 14A จะพร้อมใช้งานเชิงพาณิชย์ในปี 2027 โดย Intel เตรียมปล่อย PDK รุ่นแรกให้ลูกค้าภายนอกภายในปีนี้ จุดเด่นของ 14A คือการต่อยอดจาก 18A ด้วย RibbonFET รุ่นที่ 2, ระบบจ่ายไฟแบบ PowerDirect BSPDN รุ่นใหม่, และ Turbo Cells ที่ช่วยเพิ่มความเร็วโดยไม่เพิ่มพื้นที่หรือพลังงานมากนัก ทำให้ 14A เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ Intel หวังใช้กลับมาท้าชน TSMC และ Samsung ในตลาด Foundry ระดับสูง

    อย่างไรก็ตาม Intel ยังมีความท้าทายสำคัญ เพราะ แผนลงทุนปัจจุบันไม่ได้รวมกำลังการผลิตสำหรับลูกค้าภายนอก หมายความว่าหากมีบริษัทใหญ่ เช่น Apple, Nvidia, AMD หรือ Qualcomm ต้องการใช้ 14A จริง Intel จะต้องลงทุนเพิ่มทันที ซึ่งอาจทำให้จุดคุ้มทุนของธุรกิจ Foundry ถูกเลื่อนออกไป แต่ผู้บริหารเชื่อว่านักลงทุน “ยอมรับได้” หากเป็นสัญญาณว่าบริษัทสามารถดึงลูกค้าภายนอกได้จริง

    การแข่งขันในตลาด Foundry กำลังดุเดือด เพราะ TSMC และ Samsung มักสร้างกำลังการผลิตล่วงหน้าพร้อมลูกค้าหลักหลายราย ขณะที่ Intel ต้องสร้างกำลังผลิตเพื่อรองรับความต้องการภายในก่อน ทำให้การดึงลูกค้าภายนอกต้องอาศัยความมั่นใจสูงมาก ทั้งในด้านเทคโนโลยีและความพร้อมของโรงงาน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Intel เดินหน้าเต็มกำลังกับกระบวนการผลิต 14A
    CEO ยืนยันว่ามีลูกค้าภายนอกมากกว่าหนึ่งรายแล้ว

    14A จะพร้อมผลิตจริงในปี 2027
    PDK สำหรับลูกค้าภายนอกจะออกภายในปีนี้

    เทคโนโลยีใหม่: RibbonFET Gen 2, PowerDirect BSPDN, Turbo Cells
    เพิ่มประสิทธิภาพและลดปัญหาด้านพลังงาน

    Intel ต้องการลูกค้าภายนอกเพื่อคุ้มทุนการพัฒนา 14A
    แต่แผนลงทุนปัจจุบันยังไม่รวมกำลังผลิตสำหรับลูกค้าภายนอก

    18A ยังมีลูกค้าภายนอกน้อยมาก
    ทำให้ 14A เป็นโอกาสสำคัญในการพิสูจน์ Intel Foundry

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    Intel อาจต้องลงทุนเพิ่มอย่างมากหากได้ลูกค้ารายใหญ่
    อาจทำให้กำไรของธุรกิจ Foundry ถูกเลื่อนออกไป

    การแข่งขันกับ TSMC และ Samsung ยังหนักมาก
    ทั้งสองบริษัทมีโมเดลการสร้างกำลังผลิตที่มั่นคงกว่า

    ความสำเร็จของ 14A ขึ้นอยู่กับการดึงลูกค้าภายนอกให้ได้จริง
    หากไม่สำเร็จ Intel อาจเสียโอกาสในตลาดระดับสูงอีกครั้ง

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/intel-is-going-big-time-into-14a-says-ceo-lip-bu-tan-serve-the-customer-well-remark-hints-at-external-client
    🏭⚡ Intel เดินหน้าเต็มกำลังกับกระบวนการผลิต 14A — CEO ยืนยัน “มีลูกค้าภายนอกแล้ว” และพร้อมเร่งพัฒนาเพื่อแซงคู่แข่ง Intel ใช้เวที CES 2026 ไม่เพียงเปิดตัว Panther Lake แต่ยังส่งสัญญาณสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของธุรกิจ Foundry ด้วยการประกาศว่า บริษัทกำลัง “เดินหน้าเต็มกำลัง” กับกระบวนการผลิต 14A (1.4nm-class) ซึ่งเป็นท่าทีที่สวนทางกับคำพูดเมื่อกลางปีที่ระบุว่าอาจ “หยุดหรือยกเลิก” หากไม่ได้ลูกค้าภายนอก แต่ตอนนี้ CEO Lip‑Bu Tan ยืนยันว่า 14A มี “โมเมนตัมที่ดีมาก” และมีลูกค้ามากกว่าหนึ่งรายแล้ว กระบวนการผลิต 14A จะพร้อมใช้งานเชิงพาณิชย์ในปี 2027 โดย Intel เตรียมปล่อย PDK รุ่นแรกให้ลูกค้าภายนอกภายในปีนี้ จุดเด่นของ 14A คือการต่อยอดจาก 18A ด้วย RibbonFET รุ่นที่ 2, ระบบจ่ายไฟแบบ PowerDirect BSPDN รุ่นใหม่, และ Turbo Cells ที่ช่วยเพิ่มความเร็วโดยไม่เพิ่มพื้นที่หรือพลังงานมากนัก ทำให้ 14A เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ Intel หวังใช้กลับมาท้าชน TSMC และ Samsung ในตลาด Foundry ระดับสูง อย่างไรก็ตาม Intel ยังมีความท้าทายสำคัญ เพราะ แผนลงทุนปัจจุบันไม่ได้รวมกำลังการผลิตสำหรับลูกค้าภายนอก หมายความว่าหากมีบริษัทใหญ่ เช่น Apple, Nvidia, AMD หรือ Qualcomm ต้องการใช้ 14A จริง Intel จะต้องลงทุนเพิ่มทันที ซึ่งอาจทำให้จุดคุ้มทุนของธุรกิจ Foundry ถูกเลื่อนออกไป แต่ผู้บริหารเชื่อว่านักลงทุน “ยอมรับได้” หากเป็นสัญญาณว่าบริษัทสามารถดึงลูกค้าภายนอกได้จริง การแข่งขันในตลาด Foundry กำลังดุเดือด เพราะ TSMC และ Samsung มักสร้างกำลังการผลิตล่วงหน้าพร้อมลูกค้าหลักหลายราย ขณะที่ Intel ต้องสร้างกำลังผลิตเพื่อรองรับความต้องการภายในก่อน ทำให้การดึงลูกค้าภายนอกต้องอาศัยความมั่นใจสูงมาก ทั้งในด้านเทคโนโลยีและความพร้อมของโรงงาน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Intel เดินหน้าเต็มกำลังกับกระบวนการผลิต 14A ➡️ CEO ยืนยันว่ามีลูกค้าภายนอกมากกว่าหนึ่งรายแล้ว ✅ 14A จะพร้อมผลิตจริงในปี 2027 ➡️ PDK สำหรับลูกค้าภายนอกจะออกภายในปีนี้ ✅ เทคโนโลยีใหม่: RibbonFET Gen 2, PowerDirect BSPDN, Turbo Cells ➡️ เพิ่มประสิทธิภาพและลดปัญหาด้านพลังงาน ✅ Intel ต้องการลูกค้าภายนอกเพื่อคุ้มทุนการพัฒนา 14A ➡️ แต่แผนลงทุนปัจจุบันยังไม่รวมกำลังผลิตสำหรับลูกค้าภายนอก ✅ 18A ยังมีลูกค้าภายนอกน้อยมาก ➡️ ทำให้ 14A เป็นโอกาสสำคัญในการพิสูจน์ Intel Foundry คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ Intel อาจต้องลงทุนเพิ่มอย่างมากหากได้ลูกค้ารายใหญ่ ⛔ อาจทำให้กำไรของธุรกิจ Foundry ถูกเลื่อนออกไป ‼️ การแข่งขันกับ TSMC และ Samsung ยังหนักมาก ⛔ ทั้งสองบริษัทมีโมเดลการสร้างกำลังผลิตที่มั่นคงกว่า ‼️ ความสำเร็จของ 14A ขึ้นอยู่กับการดึงลูกค้าภายนอกให้ได้จริง ⛔ หากไม่สำเร็จ Intel อาจเสียโอกาสในตลาดระดับสูงอีกครั้ง https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/intel-is-going-big-time-into-14a-says-ceo-lip-bu-tan-serve-the-customer-well-remark-hints-at-external-client
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 81 มุมมอง 0 รีวิว
  • Dark Sky: บทอาลัยให้แอปพยากรณ์อากาศที่เป็น “งานศิลปะด้านข้อมูล”

    Dark Sky ไม่ได้เป็นเพียงแอปพยากรณ์อากาศธรรมดา แต่เป็นตัวอย่างระดับมาสเตอร์พีซของการออกแบบข้อมูลที่ “เข้าใจมนุษย์จริง ๆ” ผู้เขียนเล่าว่าแม้ Apple จะปิดบริการ Dark Sky ในปี 2023 หลังการซื้อกิจการ แต่สิ่งที่หายไปไม่ใช่แค่ API หรือเทคโนโลยีพยากรณ์ แต่คือประสบการณ์การใช้งานที่ถูกออกแบบอย่างละเอียดลึกซึ้งจนผู้ใช้สามารถ “เห็นรูปทรงของสภาพอากาศ” ได้ในพริบตาเดียว ไม่ว่าจะเป็นฝนที่กำลังจะมา ลมแรงที่กำลังพัด หรืออุณหภูมิที่กำลังเปลี่ยนแปลง

    หัวใจของ Dark Sky คือการนำเสนอข้อมูลแบบ context-sensitive information graphics—กราฟิกที่ปรับตามบริบทของผู้ใช้แบบเรียลไทม์ เช่น การแสดงเฉพาะข้อมูลที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลานั้น การเน้นพายุที่กำลังเข้า การแสดงโอกาสฝนตกแบบนาทีต่อนาที หรือการใช้ลูกศรแทนข้อความเพื่อสื่อทิศทางลมอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ใช้ “เข้าใจสภาพอากาศ” มากกว่าแค่ “อ่านตัวเลข”

    แอปยังมีการออกแบบที่ละเอียดอ่อน เช่น การคงสัดส่วนของช่วงอุณหภูมิจริงในกราฟรายสัปดาห์แทนการบีบให้เท่ากันทุกวัน การใช้หมวดหมู่แทนตัวเลขเพื่อหลีกเลี่ยงความแม่นยำปลอม ๆ ของข้อมูลพยากรณ์ และการนำเสนอแผนที่พายุที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังด้วยสีและลูกศรเพียงไม่กี่แบบ สิ่งเหล่านี้ทำให้ Dark Sky กลายเป็นแอปที่ผู้ใช้จำนวนมาก “ผูกพัน” เพราะมันช่วยให้ตัดสินใจในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น

    แม้ Apple Weather จะรับช่วงต่อด้านเทคโนโลยี แต่ผู้ใช้จำนวนมากยังรู้สึกว่า “จิตวิญญาณของ Dark Sky” หายไป เพราะมันไม่ได้แค่บอกข้อมูล แต่ช่วยตีความข้อมูลให้มนุษย์เข้าใจได้ทันที บทความจึงปิดท้ายด้วยคำเชิญชวนให้วงการซอฟต์แวร์สร้างประสบการณ์แบบ Dark Sky มากขึ้น—ไม่ใช่แค่แสดงข้อมูล แต่ทำให้ข้อมูล “มีความหมาย” ต่อชีวิตผู้ใช้จริง ๆ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Dark Sky ถูกปิดบริการโดย Apple ในปี 2023
    เทคโนโลยีถูกย้ายไป Apple Weather แต่ประสบการณ์ผู้ใช้ไม่เหมือนเดิม

    จุดเด่นคือการออกแบบข้อมูลแบบ context-sensitive
    แอปปรับข้อมูลตามสถานการณ์ เช่น พายุ ฝน ลม อุณหภูมิ

    การนำเสนอข้อมูลละเอียดและเป็นธรรมชาติ
    เช่น ลูกศรแทนทิศลม, กราฟอุณหภูมิที่คงสัดส่วนจริง

    ผู้ใช้จำนวนมากคิดถึงฟีเจอร์เฉพาะของ Dark Sky
    โดยเฉพาะกราฟฝนแบบนาทีต่อนาทีและการแสดงผลที่เข้าใจง่าย

    บทความชี้ว่าซอฟต์แวร์ยุคใหม่ควรเรียนรู้จาก Dark Sky
    ไม่ใช่แค่แสดงข้อมูล แต่ช่วยให้ผู้ใช้ “เข้าใจ” และ “ตัดสินใจ” ได้ดีขึ้น

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    การพึ่งพาแอปที่ถูกปิดบริการอาจทำให้ข้อมูลขาดช่วง
    ผู้ใช้ต้องหาทางเลือกใหม่ที่อาจไม่เทียบเท่า

    Apple Weather ยังไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้ทุกกลุ่ม
    โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการข้อมูลแบบ hyperlocal

    การออกแบบข้อมูลที่ไม่คำนึงถึงบริบทอาจทำให้ผู้ใช้ตีความผิด
    เช่น การใช้ตัวเลขมากเกินไปหรือการ rescale กราฟจนเสียความหมาย

    https://nightingaledvs.com/dark-sky-weather-data-viz/
    🌧️📱 Dark Sky: บทอาลัยให้แอปพยากรณ์อากาศที่เป็น “งานศิลปะด้านข้อมูล” Dark Sky ไม่ได้เป็นเพียงแอปพยากรณ์อากาศธรรมดา แต่เป็นตัวอย่างระดับมาสเตอร์พีซของการออกแบบข้อมูลที่ “เข้าใจมนุษย์จริง ๆ” ผู้เขียนเล่าว่าแม้ Apple จะปิดบริการ Dark Sky ในปี 2023 หลังการซื้อกิจการ แต่สิ่งที่หายไปไม่ใช่แค่ API หรือเทคโนโลยีพยากรณ์ แต่คือประสบการณ์การใช้งานที่ถูกออกแบบอย่างละเอียดลึกซึ้งจนผู้ใช้สามารถ “เห็นรูปทรงของสภาพอากาศ” ได้ในพริบตาเดียว ไม่ว่าจะเป็นฝนที่กำลังจะมา ลมแรงที่กำลังพัด หรืออุณหภูมิที่กำลังเปลี่ยนแปลง หัวใจของ Dark Sky คือการนำเสนอข้อมูลแบบ context-sensitive information graphics—กราฟิกที่ปรับตามบริบทของผู้ใช้แบบเรียลไทม์ เช่น การแสดงเฉพาะข้อมูลที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลานั้น การเน้นพายุที่กำลังเข้า การแสดงโอกาสฝนตกแบบนาทีต่อนาที หรือการใช้ลูกศรแทนข้อความเพื่อสื่อทิศทางลมอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ใช้ “เข้าใจสภาพอากาศ” มากกว่าแค่ “อ่านตัวเลข” แอปยังมีการออกแบบที่ละเอียดอ่อน เช่น การคงสัดส่วนของช่วงอุณหภูมิจริงในกราฟรายสัปดาห์แทนการบีบให้เท่ากันทุกวัน การใช้หมวดหมู่แทนตัวเลขเพื่อหลีกเลี่ยงความแม่นยำปลอม ๆ ของข้อมูลพยากรณ์ และการนำเสนอแผนที่พายุที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังด้วยสีและลูกศรเพียงไม่กี่แบบ สิ่งเหล่านี้ทำให้ Dark Sky กลายเป็นแอปที่ผู้ใช้จำนวนมาก “ผูกพัน” เพราะมันช่วยให้ตัดสินใจในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น แม้ Apple Weather จะรับช่วงต่อด้านเทคโนโลยี แต่ผู้ใช้จำนวนมากยังรู้สึกว่า “จิตวิญญาณของ Dark Sky” หายไป เพราะมันไม่ได้แค่บอกข้อมูล แต่ช่วยตีความข้อมูลให้มนุษย์เข้าใจได้ทันที บทความจึงปิดท้ายด้วยคำเชิญชวนให้วงการซอฟต์แวร์สร้างประสบการณ์แบบ Dark Sky มากขึ้น—ไม่ใช่แค่แสดงข้อมูล แต่ทำให้ข้อมูล “มีความหมาย” ต่อชีวิตผู้ใช้จริง ๆ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Dark Sky ถูกปิดบริการโดย Apple ในปี 2023 ➡️ เทคโนโลยีถูกย้ายไป Apple Weather แต่ประสบการณ์ผู้ใช้ไม่เหมือนเดิม ✅ จุดเด่นคือการออกแบบข้อมูลแบบ context-sensitive ➡️ แอปปรับข้อมูลตามสถานการณ์ เช่น พายุ ฝน ลม อุณหภูมิ ✅ การนำเสนอข้อมูลละเอียดและเป็นธรรมชาติ ➡️ เช่น ลูกศรแทนทิศลม, กราฟอุณหภูมิที่คงสัดส่วนจริง ✅ ผู้ใช้จำนวนมากคิดถึงฟีเจอร์เฉพาะของ Dark Sky ➡️ โดยเฉพาะกราฟฝนแบบนาทีต่อนาทีและการแสดงผลที่เข้าใจง่าย ✅ บทความชี้ว่าซอฟต์แวร์ยุคใหม่ควรเรียนรู้จาก Dark Sky ➡️ ไม่ใช่แค่แสดงข้อมูล แต่ช่วยให้ผู้ใช้ “เข้าใจ” และ “ตัดสินใจ” ได้ดีขึ้น คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ การพึ่งพาแอปที่ถูกปิดบริการอาจทำให้ข้อมูลขาดช่วง ⛔ ผู้ใช้ต้องหาทางเลือกใหม่ที่อาจไม่เทียบเท่า ‼️ Apple Weather ยังไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้ทุกกลุ่ม ⛔ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการข้อมูลแบบ hyperlocal ‼️ การออกแบบข้อมูลที่ไม่คำนึงถึงบริบทอาจทำให้ผู้ใช้ตีความผิด ⛔ เช่น การใช้ตัวเลขมากเกินไปหรือการ rescale กราฟจนเสียความหมาย https://nightingaledvs.com/dark-sky-weather-data-viz/
    NIGHTINGALEDVS.COM
    A Eulogy for Dark Sky, a Data Visualization Masterpiece
    A deep look at how the Dark Sky weather app used simple but highly effective charts to report and contextualize the weather.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 53 มุมมอง 0 รีวิว
  • กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาออกมาย้ำจุดยืนว่าประเทศจะไม่ยอมให้เป็นแหล่งกบดานของเครือข่ายสแกมออนไลน์ ภายหลังการจับกุมและส่งตัว “เฉิน จื้อ” นักธุรกิจเชื้อสายจีน ให้ทางการจีนตามความร่วมมือทวิภาคี
    .
    รองโฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกรอบกฎหมาย พร้อมยกระดับมาตรการสืบสวน บังคับใช้กฎหมาย และควบคุมการเดินทางของชาวต่างชาติ เพื่อป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ
    .
    ทางการกัมพูชายังยืนยันเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายฉ้อโกงทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยเตือนเจ้าหน้าที่รัฐที่เพิกเฉยหรือให้การคุ้มครองผู้กระทำผิด จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002885
    .
    #News1live #News1 #กัมพูชา #เฉินจื้อ #สแกมเมอร์ #อาชญากรรมข้ามชาติ
    กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาออกมาย้ำจุดยืนว่าประเทศจะไม่ยอมให้เป็นแหล่งกบดานของเครือข่ายสแกมออนไลน์ ภายหลังการจับกุมและส่งตัว “เฉิน จื้อ” นักธุรกิจเชื้อสายจีน ให้ทางการจีนตามความร่วมมือทวิภาคี . รองโฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกรอบกฎหมาย พร้อมยกระดับมาตรการสืบสวน บังคับใช้กฎหมาย และควบคุมการเดินทางของชาวต่างชาติ เพื่อป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ . ทางการกัมพูชายังยืนยันเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายฉ้อโกงทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยเตือนเจ้าหน้าที่รัฐที่เพิกเฉยหรือให้การคุ้มครองผู้กระทำผิด จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002885 . #News1live #News1 #กัมพูชา #เฉินจื้อ #สแกมเมอร์ #อาชญากรรมข้ามชาติ
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 125 มุมมอง 0 รีวิว
  • บรรยากาศงานวันเด็กแห่งชาติของกองทัพอากาศคึกคัก หลังประชาชนและเยาวชนนับแสนแห่เข้าชมการแสดงการบินของเครื่องบินขับไล่ F-16 และ Gripen โดยผู้บัญชาการทหารอากาศยืนยันว่าเป็นอากาศยานที่ปฏิบัติภารกิจจริงในการป้องกันประเทศ
    .
    พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ ระบุว่า ดีใจและภาคภูมิใจที่เห็นเยาวชนให้ความสนใจ พร้อมคาดหวังว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า จะได้เห็นบรรยากาศที่เยาวชนมีความรักชาติ และเทิดทูนสถาบันหลักของชาติอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้มีผู้ลงทะเบียนร่วมชมการแสดงการบินกว่า 100,000 คน ยังไม่รวมผู้เข้าร่วมแบบวอล์กอิน
    .
    ผบ.ทอ.กล่าวว่า ความมั่นคงของประเทศต้องควบคู่ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการทหาร พร้อมย้ำว่ากองทัพอากาศต้องพัฒนาศักยภาพให้ทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งไซเบอร์ อวกาศ และโดรน รวมถึงการเปิดโอกาสให้สุภาพสตรีสมัครเป็นนักบินรบ เพื่อร่วมเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002813
    .
    #News1live #News1 #วันเด็กแห่งชาติ #กองทัพอากาศ #F16 #Gripen
    บรรยากาศงานวันเด็กแห่งชาติของกองทัพอากาศคึกคัก หลังประชาชนและเยาวชนนับแสนแห่เข้าชมการแสดงการบินของเครื่องบินขับไล่ F-16 และ Gripen โดยผู้บัญชาการทหารอากาศยืนยันว่าเป็นอากาศยานที่ปฏิบัติภารกิจจริงในการป้องกันประเทศ . พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ ระบุว่า ดีใจและภาคภูมิใจที่เห็นเยาวชนให้ความสนใจ พร้อมคาดหวังว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า จะได้เห็นบรรยากาศที่เยาวชนมีความรักชาติ และเทิดทูนสถาบันหลักของชาติอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้มีผู้ลงทะเบียนร่วมชมการแสดงการบินกว่า 100,000 คน ยังไม่รวมผู้เข้าร่วมแบบวอล์กอิน . ผบ.ทอ.กล่าวว่า ความมั่นคงของประเทศต้องควบคู่ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการทหาร พร้อมย้ำว่ากองทัพอากาศต้องพัฒนาศักยภาพให้ทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งไซเบอร์ อวกาศ และโดรน รวมถึงการเปิดโอกาสให้สุภาพสตรีสมัครเป็นนักบินรบ เพื่อร่วมเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002813 . #News1live #News1 #วันเด็กแห่งชาติ #กองทัพอากาศ #F16 #Gripen
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 119 มุมมอง 0 รีวิว
  • 007 GoldenEye: การคืนชีพของสายลับระดับตำนาน พร้อมพลังเสียงอมตะจาก Tina Turner

    ในปี 1995 โลกภาพยนตร์ได้ต้อนรับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของสายลับที่ทุกคนรู้จักกันดี — James Bond 007 กับภาพยนตร์เรื่อง “พยัคฆ์ร้าย 007 รหัสลับทลายโลก (GoldenEye)” หลังจากแฟรนไชส์หยุดพักไปยาวนานกว่า 6 ปี การเปิดตัวครั้งนี้ไม่เพียงปลุกกระแส Bond ให้กลับมาครองใจผู้ชมอีกครั้ง แต่ยังแจ้งเกิด Bond คนใหม่อย่าง Pierce Brosnan อย่างสมบูรณ์แบบ

    สิ่งที่ทำให้ GoldenEye ถูกพูดถึงไม่แพ้ฉากแอ็กชันสุดระห่ำ คือเพลงธีมเปิดเรื่อง “GoldenEye” ที่ขับร้องโดยราชินีร็อกแอนด์โรล Tina Turner เสียงร้องทรงพลัง ผสานอารมณ์ลึกลับแบบสายลับ ทำให้เพลงนี้กลายเป็นหนึ่งในเพลงธีม Bond ที่ถูกยกย่องมากที่สุดตลอดกาล

    บทความนี้จะพาคุณย้อนสำรวจทั้งตัวภาพยนตร์ เบื้องหลังเพลง และชีวิตอันเข้มแข็งของผู้หญิงที่โลกจดจำในนาม Tina Turner

    GoldenEye: Bond ในโลกหลังสงครามเย็น
    GoldenEye คือภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ ลำดับที่ 17 กำกับโดย Martin Campbell และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแฟรนไชส์ หลังปัญหาด้านลิขสิทธิ์ทำให้ซีรีส์หยุดชะงักตั้งแต่ปี 1989 เมื่อ Pierce Brosnan เข้ามารับบท 007 ในปี 1994 ทุกอย่างจึงเริ่มต้นใหม่อย่างเป็นทางการ

    ภาพยนตร์เข้าฉายปลายปี 1995 และประสบความสำเร็จถล่มทลาย ทำรายได้ทั่วโลกกว่า 356 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากงบประมาณเพียง 60 ล้านดอลลาร์ กลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดของปีนั้น

    เนื้อเรื่องตั้งอยู่ในยุคหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต Bond ต้องสืบสวนอาวุธดาวเทียมลับชื่อ “GoldenEye” ที่สามารถทำลายระบบการเงินทั่วโลกได้ เขาต้องเผชิญหน้ากับอดีตพันธมิตรจาก MI6 และเครือข่ายอาชญากรระดับนานาชาติ

    ฉากแอ็กชันอันเป็นเอกลักษณ์ เช่น
    การไล่ล่าด้วยเครื่องบินรบ
    การขับรถไล่ล่าบนภูเขาหิมะ
    ฉากต่อสู้ใต้น้ำสุดตื่นเต้น

    ล้วนตอกย้ำภาพลักษณ์ Bond ยุคใหม่ที่ทันสมัยขึ้นด้วยเทคโนโลยี CGI

    นักแสดงที่สร้างสีสัน ได้แก่
    Pierce Brosnan – James Bond ผู้มีเสน่ห์และสุขุม
    Sean Bean – ศัตรูผู้มีอดีตผูกพันกับ Bond
    Izabella Scorupco – โปรแกรมเมอร์สาวผู้กล้าหาญ
    Famke Janssen – นักฆ่าสาวสุดอันตราย
    Judi Dench – M หัวหน้า MI6 ผู้เด็ดขาด

    ภาพยนตร์ได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ และยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกมระดับตำนาน GoldenEye 007 บน Nintendo 64 อีกด้วย

    “GoldenEye”: เพลงธีมที่กลายเป็นตำนาน
    เพลง “GoldenEye” แต่งโดย Bono และ The Edge จากวง U2 และโปรดิวซ์โดย Nellee Hooper เดิมทีศิลปินกลุ่มอื่นถูกทาบทาม แต่สุดท้ายโชคชะตาก็นำพาเพลงนี้มาสู่เสียงของ Tina Turner

    แม้ในตอนแรก Tina จะลังเล แต่เมื่อได้บันทึกเสียงจริง เธอสามารถถ่ายทอดพลังอารมณ์ ความลึกลับ และความยิ่งใหญ่ของสายลับออกมาได้อย่างสมบูรณ์ เพลงถูกปล่อยเป็นซิงเกิลปลายปี 1995 และติดชาร์ตหลายประเทศในยุโรปอย่างรวดเร็ว

    นักวิจารณ์ชื่นชมว่าเสียงของ Tina ให้กลิ่นอายคลาสสิกแบบเพลง Bond ยุคทอง พร้อมพลังดราม่าที่ทำให้ผู้ฟังขนลุกทุกครั้งที่ท่อนฮุคดังขึ้น

    Tina Turner: ราชินีผู้ลุกขึ้นจากความเจ็บปวด
    Tina Turner (1939–2023) คือศิลปินระดับโลกที่มียอดขายกว่า 100 ล้านชุด และได้รับฉายา “Queen of Rock ’n’ Roll” จากพลังเสียงและการแสดงบนเวทีที่ไม่มีใครเหมือน

    จุดเริ่มต้นจากชีวิตเรียบง่าย
    เธอเติบโตในครอบครัวเกษตรกร และค้นพบพรสวรรค์ด้านดนตรีตั้งแต่วัยรุ่น ก่อนจะได้ร่วมงานกับ Ike Turner และก้าวสู่เวทีระดับประเทศ

    บทเรียนชีวิตและการหลุดพ้น
    แม้ประสบความสำเร็จทางดนตรี แต่ชีวิตแต่งงานเต็มไปด้วยความรุนแรงและความเจ็บปวด Tina ตัดสินใจเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ด้วยความกล้าหาญ

    การคัมแบ็กระดับตำนาน
    ในยุค 80s เธอกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ด้วยอัลบั้ม Private Dancer และเพลงฮิตระดับโลกมากมาย กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินหญิงทั่วโลก

    มรดกแห่งความสำเร็จ
    เธอคว้า Grammy มากกว่า 12 รางวัล ได้รับเกียรติเข้าหอเกียรติยศ Rock Hall of Fame และถูกยกย่องในฐานะสัญลักษณ์ของพลังใจและการไม่ยอมแพ้
    เพลง “GoldenEye” คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า แม้ในวัยกว่า 50 ปี Tina Turner ยังคงเปล่งประกายและครองเวทีได้อย่างสง่างาม

    บทสรุป
    GoldenEye ไม่ได้เป็นเพียงภาพยนตร์ที่ปลุกชีพ James Bond ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง แต่ยังเป็นเวทีที่ส่งต่อพลังเสียงอมตะของ Tina Turner ให้ก้องอยู่ในความทรงจำของผู้ชมทั่วโลก

    ทุกครั้งที่ท่อนเพลงดังขึ้น —
    “See reflections on the water
    More than darkness in the depths
    See him surface in every shadow
    On the wind I feel his breath” —
    มันยังคงพาเราย้อนกลับไปสู่ยุคทองของสายลับ 007 ได้เสมอ

    #ลุงเล่าหลานฟัง

    https://www.youtube.com/watch?v=4hGQ97tCTOs
    🎬 007 GoldenEye: การคืนชีพของสายลับระดับตำนาน พร้อมพลังเสียงอมตะจาก Tina Turner 🎤✨ ในปี 1995 โลกภาพยนตร์ได้ต้อนรับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของสายลับที่ทุกคนรู้จักกันดี — James Bond 007 กับภาพยนตร์เรื่อง “พยัคฆ์ร้าย 007 รหัสลับทลายโลก (GoldenEye)” 🎯 หลังจากแฟรนไชส์หยุดพักไปยาวนานกว่า 6 ปี การเปิดตัวครั้งนี้ไม่เพียงปลุกกระแส Bond ให้กลับมาครองใจผู้ชมอีกครั้ง แต่ยังแจ้งเกิด Bond คนใหม่อย่าง Pierce Brosnan อย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งที่ทำให้ GoldenEye ถูกพูดถึงไม่แพ้ฉากแอ็กชันสุดระห่ำ คือเพลงธีมเปิดเรื่อง “GoldenEye” 🎵 ที่ขับร้องโดยราชินีร็อกแอนด์โรล Tina Turner 👑 เสียงร้องทรงพลัง ผสานอารมณ์ลึกลับแบบสายลับ ทำให้เพลงนี้กลายเป็นหนึ่งในเพลงธีม Bond ที่ถูกยกย่องมากที่สุดตลอดกาล บทความนี้จะพาคุณย้อนสำรวจทั้งตัวภาพยนตร์ 🎥 เบื้องหลังเพลง 🎼 และชีวิตอันเข้มแข็งของผู้หญิงที่โลกจดจำในนาม Tina Turner 💎 🌍 GoldenEye: Bond ในโลกหลังสงครามเย็น GoldenEye คือภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ ลำดับที่ 17 กำกับโดย Martin Campbell และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแฟรนไชส์ หลังปัญหาด้านลิขสิทธิ์ทำให้ซีรีส์หยุดชะงักตั้งแต่ปี 1989 เมื่อ Pierce Brosnan เข้ามารับบท 007 ในปี 1994 ทุกอย่างจึงเริ่มต้นใหม่อย่างเป็นทางการ 🚀 ภาพยนตร์เข้าฉายปลายปี 1995 และประสบความสำเร็จถล่มทลาย 💰 ทำรายได้ทั่วโลกกว่า 356 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากงบประมาณเพียง 60 ล้านดอลลาร์ กลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดของปีนั้น เนื้อเรื่องตั้งอยู่ในยุคหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต 🌐 Bond ต้องสืบสวนอาวุธดาวเทียมลับชื่อ “GoldenEye” ที่สามารถทำลายระบบการเงินทั่วโลกได้ เขาต้องเผชิญหน้ากับอดีตพันธมิตรจาก MI6 และเครือข่ายอาชญากรระดับนานาชาติ ฉากแอ็กชันอันเป็นเอกลักษณ์ เช่น ✈️ การไล่ล่าด้วยเครื่องบินรบ 🚗 การขับรถไล่ล่าบนภูเขาหิมะ 🌊 ฉากต่อสู้ใต้น้ำสุดตื่นเต้น ล้วนตอกย้ำภาพลักษณ์ Bond ยุคใหม่ที่ทันสมัยขึ้นด้วยเทคโนโลยี CGI นักแสดงที่สร้างสีสัน ได้แก่ 🎩 Pierce Brosnan – James Bond ผู้มีเสน่ห์และสุขุม 🕶️ Sean Bean – ศัตรูผู้มีอดีตผูกพันกับ Bond 💻 Izabella Scorupco – โปรแกรมเมอร์สาวผู้กล้าหาญ 🔥 Famke Janssen – นักฆ่าสาวสุดอันตราย 👩‍💼 Judi Dench – M หัวหน้า MI6 ผู้เด็ดขาด ภาพยนตร์ได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ และยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกมระดับตำนาน GoldenEye 007 บน Nintendo 64 🎮 อีกด้วย 🎶 “GoldenEye”: เพลงธีมที่กลายเป็นตำนาน เพลง “GoldenEye” แต่งโดย Bono และ The Edge จากวง U2 🎸 และโปรดิวซ์โดย Nellee Hooper เดิมทีศิลปินกลุ่มอื่นถูกทาบทาม แต่สุดท้ายโชคชะตาก็นำพาเพลงนี้มาสู่เสียงของ Tina Turner แม้ในตอนแรก Tina จะลังเล แต่เมื่อได้บันทึกเสียงจริง เธอสามารถถ่ายทอดพลังอารมณ์ ความลึกลับ และความยิ่งใหญ่ของสายลับออกมาได้อย่างสมบูรณ์ 🎤✨ เพลงถูกปล่อยเป็นซิงเกิลปลายปี 1995 และติดชาร์ตหลายประเทศในยุโรปอย่างรวดเร็ว 📈 นักวิจารณ์ชื่นชมว่าเสียงของ Tina ให้กลิ่นอายคลาสสิกแบบเพลง Bond ยุคทอง พร้อมพลังดราม่าที่ทำให้ผู้ฟังขนลุกทุกครั้งที่ท่อนฮุคดังขึ้น 👑 Tina Turner: ราชินีผู้ลุกขึ้นจากความเจ็บปวด Tina Turner (1939–2023) คือศิลปินระดับโลกที่มียอดขายกว่า 100 ล้านชุด 💿 และได้รับฉายา “Queen of Rock ’n’ Roll” จากพลังเสียงและการแสดงบนเวทีที่ไม่มีใครเหมือน 🌱 จุดเริ่มต้นจากชีวิตเรียบง่าย เธอเติบโตในครอบครัวเกษตรกร และค้นพบพรสวรรค์ด้านดนตรีตั้งแต่วัยรุ่น ก่อนจะได้ร่วมงานกับ Ike Turner และก้าวสู่เวทีระดับประเทศ 💔 บทเรียนชีวิตและการหลุดพ้น แม้ประสบความสำเร็จทางดนตรี แต่ชีวิตแต่งงานเต็มไปด้วยความรุนแรงและความเจ็บปวด Tina ตัดสินใจเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ด้วยความกล้าหาญ ✊ 🌟 การคัมแบ็กระดับตำนาน ในยุค 80s เธอกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ด้วยอัลบั้ม Private Dancer และเพลงฮิตระดับโลกมากมาย กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินหญิงทั่วโลก 🌍 🏆 มรดกแห่งความสำเร็จ เธอคว้า Grammy มากกว่า 12 รางวัล 🏅 ได้รับเกียรติเข้าหอเกียรติยศ Rock Hall of Fame และถูกยกย่องในฐานะสัญลักษณ์ของพลังใจและการไม่ยอมแพ้ เพลง “GoldenEye” คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า แม้ในวัยกว่า 50 ปี Tina Turner ยังคงเปล่งประกายและครองเวทีได้อย่างสง่างาม ✨ 🎯 บทสรุป GoldenEye ไม่ได้เป็นเพียงภาพยนตร์ที่ปลุกชีพ James Bond ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง 🎬 แต่ยังเป็นเวทีที่ส่งต่อพลังเสียงอมตะของ Tina Turner ให้ก้องอยู่ในความทรงจำของผู้ชมทั่วโลก 🌟 ทุกครั้งที่ท่อนเพลงดังขึ้น — 🎵 “See reflections on the water More than darkness in the depths See him surface in every shadow On the wind I feel his breath” — มันยังคงพาเราย้อนกลับไปสู่ยุคทองของสายลับ 007 ได้เสมอ 🕶️💥 #ลุงเล่าหลานฟัง https://www.youtube.com/watch?v=4hGQ97tCTOs
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 167 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260110 #TechRadar

    อิหร่านปิดอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศท่ามกลางการประท้วง
    อิหร่านสั่งปิดอินเทอร์เน็ตเกือบทั้งหมดหลังการประท้วงยืดเยื้อกว่า 12 วัน ทำให้การสื่อสารทั้งในและนอกประเทศแทบเป็นศูนย์ แม้ประชาชนบางส่วนพยายามใช้ Starlink แต่รัฐก็รบกวนสัญญาณจนใช้งานได้ยาก ส่งผลให้ผู้คนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกและไม่สามารถบันทึกเหตุการณ์หรือสื่อสารกับคนใกล้ชิดได้ สถานการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ปิดกั้นอินเทอร์เน็ตที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/i-have-never-seen-such-a-thing-in-my-life-iran-completely-shuts-down-the-internet-amid-protests-starlink-also-affected

    “Trump Phone” ยังไม่มา—มือถือทองคำที่เลื่อนแล้วเลื่อนอีก
    Trump Mobile T1 โทรศัพท์สีทองที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โปรโมตอย่างหนักยังคงไร้วี่แววเปิดตัว แม้จะรับพรีออเดอร์ไปแล้วและเคยสัญญาว่าจะส่งมอบตั้งแต่ปี 2025 แต่ก็เลื่อนกำหนดออกไปเรื่อย ๆ จนผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าอาจไม่มีวันวางขายจริง ขณะที่เว็บไซต์ยังคงใช้คำว่า “ภายในปีนี้” โดยไม่ระบุว่าปีไหนกันแน่
    https://www.techradar.com/phones/where-is-the-trump-phone-golden-iphone-rival-misses-another-release-date-as-experts-suggest-it-may-never-arrive

    OnePlus Turbo 6 เปิดตัวพร้อมแบต 9,000mAh เน้นเกมเมอร์เต็มตัว
    OnePlus เปิดตัว Turbo 6 และ Turbo 6V สมาร์ทโฟนสายเกมที่มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 9,000mAh รองรับชาร์จเร็ว 80W และหน้าจอรีเฟรชเรตสูงสูงสุด 165Hz รุ่น Turbo 6 ใช้ชิป Snapdragon 8s Gen 4 พร้อมระบบเร่งประสิทธิภาพเกม ส่วน Turbo 6V ใช้ Snapdragon 7s Gen 4 ทั้งคู่เปิดตัวในจีนก่อนและอาจมีโอกาสวางขายทั่วโลกในอนาคต
    https://www.techradar.com/phones/oneplus-phones/the-oneplus-turbo-6-has-landed-with-a-9-000mah-battery-and-serious-gaming-credentials

    AMD ส่งสัญญาณราคาการ์ดจอ Radeon อาจขึ้นตามวิกฤต RAM
    ผู้บริหาร AMD ระบุว่าบริษัทมีซัพพลาย VRAM เพียงพอและไม่น่าจะเกิดปัญหาขาดตลาด แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าราคาการ์ดจอ Radeon จะคงเดิม เพราะต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ AMD จะพยายามควบคุมราคาเพื่อรักษาความคุ้มค่า แต่ก็ยอมรับว่าการปรับขึ้นราคาบางส่วน “หลีกเลี่ยงไม่ได้”
    https://www.techradar.com/computing/gpu/im-not-going-to-say-prices-across-all-these-components-will-remain-flat-amd-exec-suggests-price-rises-for-radeon-gpus-are-coming

    Samsung เตือนราคาทีวีอาจพุ่ง เพราะชิปถูกแย่งไปใช้ใน AI
    Samsung เผยว่าการขาดแคลนชิปหน่วยความจำกำลังส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด รวมถึงทีวี โดยเฉพาะรุ่นราคาประหยัดที่อาจขึ้นราคาก่อน เนื่องจากโรงงานผลิตหันไปให้ความสำคัญกับชิปสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งมีความต้องการสูงมาก ทำให้ซัพพลายสำหรับสินค้าไอทีทั่วไปลดลงอย่างต่อเนื่อง
    https://www.techradar.com/televisions/samsung-warns-of-tv-price-hikes-as-ai-eats-all-the-chips

    EU ผ่อนกฎคุม Big Tech ในกฎหมาย Digital Networks Act
    สหภาพยุโรปมีแนวโน้มลดความเข้มงวดต่อบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ภายใต้กฎหมาย Digital Networks Act โดยให้ใช้เพียงกรอบ “แนวปฏิบัติที่ดี” แทนการบังคับตามกฎหมาย แม้บริษัทเหล่านี้จะสร้างทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ก็ตาม ขณะที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมยังคงเป็นกลุ่มที่ถูกกำกับเข้มเป็นหลัก พร้อมเป้าหมายยกระดับโครงสร้างพื้นฐานไฟเบอร์และความมั่นคงปลอดภัยของเครือข่ายในยุโรป ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และ EU
    https://www.techradar.com/pro/eu-goes-soft-on-big-tech-in-digital-rules-overhaul

    Roblox บังคับยืนยันอายุด้วยการสแกนใบหน้าทั่วโลก
    Roblox ประกาศใช้ระบบยืนยันอายุด้วยการสแกนใบหน้าสำหรับการใช้งานแชตเสียงและข้อความทั่วโลก โดยอ้างว่าเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของผู้เล่นเยาวชน แม้ผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวจะกังวลเรื่องความเสี่ยงของข้อมูลชีวมิติ แต่ Roblox ระบุว่าข้อมูลภาพถูกประมวลผลและลบโดยผู้ให้บริการภายนอกทันที ทำให้ผู้เล่นต้องชั่งใจระหว่างความปลอดภัยกับความเป็นส่วนตัวในยุคที่กฎควบคุมอินเทอร์เน็ตเข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/roblox-rolls-out-mandatory-age-verification-for-chat-features-globally

    ค่าใช้จ่ายย้ายระบบ Oracle ของธนาคารอังกฤษพุ่งสามเท่า
    โครงการย้ายระบบของ Bank of England ไปยัง Oracle Cloud มีค่าใช้จ่ายพุ่งจาก 7 ล้านปอนด์เป็น 21.5 ล้านปอนด์ เนื่องจากต้องขยายขอบเขตงานและเพิ่มระบบที่ต้องย้ายมากกว่าที่วางแผนไว้ แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่ธนาคารยังยืนยันใช้ Oracle ต่อเพราะการเปลี่ยนผู้ให้บริการจะยิ่งทำให้เกิดค่าใช้จ่ายและปัญหาความเข้ากันได้มากกว่าเดิม สะท้อนความท้าทายขององค์กรใหญ่ในการปรับระบบสู่คลาวด์
    https://www.techradar.com/pro/cost-of-bank-of-englands-oracle-migration-set-to-triple

    ศึก Cloudflare ปะทะ La Liga เดือดขึ้นในคดีละเมิดลิขสิทธิ์
    ความขัดแย้งระหว่าง Cloudflare และ La Liga ทวีความรุนแรงเมื่อ Cloudflare ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลรัฐธรรมนูญสเปน โดยกล่าวว่าการบล็อกเว็บไซต์ของ La Liga เป็นการ “บล็อกแบบเหวี่ยงแห” ที่กระทบเว็บถูกกฎหมายจำนวนมาก ขณะที่ La Liga กล่าวหา Cloudflare ว่าเป็นเกราะกำบังให้เครือข่ายสตรีมเถื่อน ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวโทษกันอย่างดุเดือด ทำให้ประเด็นลิขสิทธิ์ฟุตบอลกลายเป็นสงครามว่าด้วยเสรีภาพอินเทอร์เน็ตและการควบคุมข้อมูลในสเปน
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/cloudflare-and-la-ligas-conflict-deepens-as-piracy-legal-battle-continues

    CrowdStrike ทุ่ม $740 ล้านซื้อ SGNL เสริมเกราะความปลอดภัยยุค AI
    CrowdStrike เตรียมเข้าซื้อกิจการ SGNL มูลค่า 740 ล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมความสามารถด้านการจัดการตัวตนแบบต่อเนื่อง (continuous identity) รองรับยุคที่มีทั้งมนุษย์ ระบบอัตโนมัติ และ AI agents เข้าถึงข้อมูลด้วยความเร็วสูง แนวคิดใหม่คือการควบคุมสิทธิ์แบบเรียลไทม์แทนสิทธิ์ถาวร ซึ่งถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันภัยไซเบอร์ยุคใหม่ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ
    https://www.techradar.com/pro/crowdstrike-acquires-continuous-identity-firm-sgnl-for-usd740m-in-push-for-next-gen-security

    แฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือใช้ QR ปลอมเจาะระบบองค์กรสหรัฐ
    กลุ่ม Kimsuky ของเกาหลีเหนือกำลังใช้เทคนิค “Quishing” ผ่าน QR Code ปลอมในอีเมลเพื่อหลอกเหยื่อให้สแกนด้วยมือถือ ซึ่งมักอยู่นอกระบบป้องกันขององค์กร ทำให้สามารถขโมยข้อมูลเข้าสู่ระบบ Microsoft 365, Okta และ VPN รวมถึงขโมย session token เพื่อข้าม MFA ได้ FBI เตือนให้องค์กรเพิ่มมาตรการป้องกันหลายชั้นและจัดการอุปกรณ์พกพาอย่างเข้มงวด
    https://www.techradar.com/pro/security/north-korean-hackers-using-malicious-qr-codes-in-spear-phishing-fbi-warns

    อนาคตเกมมิ่งโน้ตบุ๊กอาจไม่ต้องใช้การ์ดจอแยก
    ผู้บริหาร Asus ระบุว่าเราเริ่มเข้าสู่ยุคที่กราฟิกแบบ Integrated GPU มีประสิทธิภาพสูงจน “อาจ” เพียงพอสำหรับการเล่นเกม โดยชิปใหม่อย่าง Intel Panther Lake, Snapdragon X2 Elite Extreme และ AMD Strix Halo ทำให้ประสิทธิภาพก้าวกระโดด แม้การ์ดจอแยกยังไม่หายไปเร็ว ๆ นี้ แต่แนวโน้มชี้ว่าผู้ใช้จำนวนมากอาจพอใจกับ iGPU ในอนาคตอันใกล้
    https://www.techradar.com/computing/gpu/its-just-a-matter-of-time-asus-suggests-integrated-gpus-could-be-the-future-for-gaming-laptops-sooner-than-you-think

    CISA ยกเลิกคำสั่งฉุกเฉินด้านไซเบอร์ 10 ฉบับหลังหมดความจำเป็น
    CISA ประกาศยุติ Emergency Directives จำนวน 10 ฉบับที่ออกตั้งแต่ปี 2019–2024 หลังมาตรการต่าง ๆ ถูกนำไปใช้สำเร็จหรือถูกรวมเข้าใน BOD 22-01 ซึ่งบังคับให้หน่วยงานรัฐต้องอุดช่องโหว่ที่ถูกใช้งานจริงภายในเวลาที่กำหนด ถือเป็นการยกเลิกคำสั่งฉุกเฉินครั้งใหญ่ที่สุด และสะท้อนแนวทาง Secure by Design ที่เน้นความโปร่งใสและการป้องกันเชิงรุก
    https://www.techradar.com/pro/security/10-emergency-directives-retired-as-cisa-declares-them-redundant

    Ransomware ยังพุ่งไม่หยุดแม้ตำรวจจับกุมหลายกลุ่มใหญ่
    รายงานปี 2025 จาก Emsisoft พบว่าจำนวนเหยื่อ ransomware เพิ่มจากราว 5,400 รายในปี 2023 เป็นกว่า 8,000 รายในปี 2025 แม้กลุ่มดังอย่าง RansomHub, BianLian และ Hunters International จะถูกปิดหรือสลายตัว แต่จำนวนกลุ่มที่ยังทำงานกลับเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 120 กลุ่ม โดย Qilin, Cl0p, Play และ INC Ransom เป็นผู้เล่นหลักในปีนี้
    https://www.techradar.com/pro/security/takedowns-and-arrests-didnt-slow-down-ransomware-in-2025

    AI “Bob” ของ IBM ถูกพบช่องโหว่เสี่ยงถูกสั่งให้รันมัลแวร์
    เครื่องมือ GenAI ของ IBM ชื่อ “Bob” ถูกพบว่าสามารถถูกโจมตีแบบ indirect prompt injection ได้ หากผู้ใช้เปิดสิทธิ์ “always allow” ให้ระบบรันคำสั่งได้อัตโนมัติ ผู้โจมตีสามารถซ่อนคำสั่งในอีเมลหรือข้อมูลอื่นเพื่อให้ Bob ดาวน์โหลดและรันสคริปต์อันตราย เช่น ransomware หรือ spyware นักวิจัยเตือนให้ผู้ใช้ระวังการตั้งค่าสิทธิ์ก่อนใช้งานจริง
    https://www.techradar.com/pro/security/ibms-ai-bob-could-be-manipulated-to-download-and-execute-malware

    แว่นตาออโต้โฟกัสอัจฉริยะจาก IXI
    แว่นตาอัจฉริยะจาก IXI ที่เปิดตัวใน CES 2026 กลายเป็นนวัตกรรมที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เพราะสามารถปรับโฟกัสเลนส์อัตโนมัติตามระยะที่ผู้สวมใส่มองได้แบบเรียลไทม์ โดยใช้ระบบติดตามดวงตาและเลนส์ที่มีวัสดุคริสตัลเหลว ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องสลับแว่นหรือเพ่งสายตาเองอีกต่อไป ทั้งหมดถูกบรรจุในกรอบน้ำหนักเพียง 22 กรัม พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้ราว 18 ชั่วโมง ถือเป็นก้าวสำคัญของเทคโนโลยีแว่นสายตายุคใหม่ที่ผสานความล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์ที่ดูเหมือนแว่นทั่วไป
    https://www.techradar.com/health-fitness/were-redefining-eyewear-on-a-really-high-level-i-like-to-use-a-camera-analogy-fixed-focus-manual-focus-and-then-autofocus-what-were-trying-to-do-is-autofocus-ixis-ceo-on-the-tech-behind-ces-2026s-most-exciting-eyeglasses

    Lego Smart Bricks ยกระดับของเล่นสู่ “ประสบการณ์”
    Lego เปิดตัว Smart Play และ Smart Bricks ที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับตัวต่อแบบดั้งเดิมโดยไม่ทำลายเสน่ห์ของการเล่นจริง ทำให้ตัวต่อสามารถตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว แสง เสียง และตัวละครได้อย่างชาญฉลาด โดยไม่ต้องใช้หน้าจอหรือแอปควบคุม ทีมผู้พัฒนาย้ำว่า Lego ไม่ใช่แค่ของเล่นอีกต่อไป แต่เป็น “บริษัทประสบการณ์” ที่สร้างมิติใหม่ให้การเล่นสร้างสรรค์ โดยเริ่มต้นจากชุด Star Wars ที่จะวางขายเป็นรุ่นแรก
    https://www.techradar.com/streaming/entertainment/i-dont-think-we-can-call-ourselves-a-toy-anymore-because-were-an-iconic-experience-company-lego-on-how-smart-bricks-expand-the-system-and-how-this-just-adds-a-new-dimension

    ควบคุมหน้าจอรถด้วย Meta Neural Band
    Meta Neural Band ถูกนำมาโชว์ในคอนเซ็ปต์ Unified Cabin ของ Garmin ที่ CES 2026 ซึ่งเปิดมุมมองใหม่ของการควบคุมระบบภายในรถด้วยสัญญาณไฟฟ้าจากข้อมือแทนการสัมผัสหน้าจอ ผู้สื่อข่าวทดลองใช้งานแล้วพบว่าสามารถหมุน ซูม และสั่งงานอินเทอร์เฟซได้แม่นยำแม้จะวางมือบนตัก ทำให้เห็นศักยภาพของเทคโนโลยีอินพุตยุคใหม่ที่อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของรถยนต์ในอนาคต ทั้งยังเชื่อมกับระบบ UWB เพื่อปรับการตั้งค่ารถตามผู้ใช้แบบอัตโนมัติ
    https://www.techradar.com/vehicle-tech/i-used-metas-neural-band-to-control-a-cars-screen-in-a-garmin-concept-and-it-kind-of-rocked-but-not-just-for-the-gestures

    Nvidia DGX SuperPOD พลัง AI ระดับ Exaflops
    Nvidia เปิดตัว DGX SuperPOD รุ่นใหม่ที่ใช้สถาปัตยกรรม Rubin ซึ่งสามารถให้พลังประมวลผลสูงถึง 28.8 Exaflops ด้วย GPU เพียง 576 ตัว ถือว่ามีประสิทธิภาพต่อหน่วยสูงกว่า Huawei SuperPod อย่างชัดเจน ระบบนี้รวม CPU Vera, GPU Rubin, DPU BlueField และเครือข่ายความเร็วสูงเข้าไว้ในแร็กเดียว ทำให้รองรับงาน AI ขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมซอฟต์แวร์ Mission Control ที่ช่วยจัดการคลัสเตอร์แบบครบวงจร
    https://www.techradar.com/pro/the-battle-of-the-superpods-nvidia-challenges-huawei-with-vera-rubin-powered-dgx-cluster-that-can-deliver-28-8-exaflops-with-only-576-gpus

    Acer Veriton RA100 มินิพีซี AI ที่ต้องแข่งด้วยราคา
    Acer เปิดตัว Veriton RA100 มินิพีซีที่ใช้ชิป Ryzen AI Max+ 395 พร้อม NPU 50 TOPS และ GPU 60 TFLOPS เพื่อรองรับงาน AI, 3D และคอนเทนต์ครีเอชันในขนาดกะทัดรัด แม้สเปกจะน่าสนใจและรองรับ RAM สูงสุด 128GB แต่ตลาดมินิพีซี Ryzen AI กำลังแน่นขนัดด้วยคู่แข่งหลายแบรนด์ที่ใช้ฮาร์ดแวร์ใกล้เคียงกัน ทำให้ความสำเร็จของรุ่นนี้ขึ้นอยู่กับการตั้งราคาและการปรับแต่งระบบเป็นหลัก
    ​​​​​​​ https://www.techradar.com/pro/acer-launches-40th-ryzen-ai-max-395-system-as-it-pitches-veriton-ra100-mini-pc-as-an-ai-workstation-but-unless-it-is-keenly-priced-it-will-struggle-against-better-value-competitors
    📌📡🟣 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟣📡📌 #รวมข่าวIT #20260110 #TechRadar 🌐 อิหร่านปิดอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศท่ามกลางการประท้วง อิหร่านสั่งปิดอินเทอร์เน็ตเกือบทั้งหมดหลังการประท้วงยืดเยื้อกว่า 12 วัน ทำให้การสื่อสารทั้งในและนอกประเทศแทบเป็นศูนย์ แม้ประชาชนบางส่วนพยายามใช้ Starlink แต่รัฐก็รบกวนสัญญาณจนใช้งานได้ยาก ส่งผลให้ผู้คนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกและไม่สามารถบันทึกเหตุการณ์หรือสื่อสารกับคนใกล้ชิดได้ สถานการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ปิดกั้นอินเทอร์เน็ตที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/i-have-never-seen-such-a-thing-in-my-life-iran-completely-shuts-down-the-internet-amid-protests-starlink-also-affected 📱 “Trump Phone” ยังไม่มา—มือถือทองคำที่เลื่อนแล้วเลื่อนอีก Trump Mobile T1 โทรศัพท์สีทองที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โปรโมตอย่างหนักยังคงไร้วี่แววเปิดตัว แม้จะรับพรีออเดอร์ไปแล้วและเคยสัญญาว่าจะส่งมอบตั้งแต่ปี 2025 แต่ก็เลื่อนกำหนดออกไปเรื่อย ๆ จนผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าอาจไม่มีวันวางขายจริง ขณะที่เว็บไซต์ยังคงใช้คำว่า “ภายในปีนี้” โดยไม่ระบุว่าปีไหนกันแน่ 🔗 https://www.techradar.com/phones/where-is-the-trump-phone-golden-iphone-rival-misses-another-release-date-as-experts-suggest-it-may-never-arrive 🔋 OnePlus Turbo 6 เปิดตัวพร้อมแบต 9,000mAh เน้นเกมเมอร์เต็มตัว OnePlus เปิดตัว Turbo 6 และ Turbo 6V สมาร์ทโฟนสายเกมที่มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 9,000mAh รองรับชาร์จเร็ว 80W และหน้าจอรีเฟรชเรตสูงสูงสุด 165Hz รุ่น Turbo 6 ใช้ชิป Snapdragon 8s Gen 4 พร้อมระบบเร่งประสิทธิภาพเกม ส่วน Turbo 6V ใช้ Snapdragon 7s Gen 4 ทั้งคู่เปิดตัวในจีนก่อนและอาจมีโอกาสวางขายทั่วโลกในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/phones/oneplus-phones/the-oneplus-turbo-6-has-landed-with-a-9-000mah-battery-and-serious-gaming-credentials 🎮 AMD ส่งสัญญาณราคาการ์ดจอ Radeon อาจขึ้นตามวิกฤต RAM ผู้บริหาร AMD ระบุว่าบริษัทมีซัพพลาย VRAM เพียงพอและไม่น่าจะเกิดปัญหาขาดตลาด แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าราคาการ์ดจอ Radeon จะคงเดิม เพราะต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ AMD จะพยายามควบคุมราคาเพื่อรักษาความคุ้มค่า แต่ก็ยอมรับว่าการปรับขึ้นราคาบางส่วน “หลีกเลี่ยงไม่ได้” 🔗 https://www.techradar.com/computing/gpu/im-not-going-to-say-prices-across-all-these-components-will-remain-flat-amd-exec-suggests-price-rises-for-radeon-gpus-are-coming 📺 Samsung เตือนราคาทีวีอาจพุ่ง เพราะชิปถูกแย่งไปใช้ใน AI Samsung เผยว่าการขาดแคลนชิปหน่วยความจำกำลังส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด รวมถึงทีวี โดยเฉพาะรุ่นราคาประหยัดที่อาจขึ้นราคาก่อน เนื่องจากโรงงานผลิตหันไปให้ความสำคัญกับชิปสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งมีความต้องการสูงมาก ทำให้ซัพพลายสำหรับสินค้าไอทีทั่วไปลดลงอย่างต่อเนื่อง 🔗 https://www.techradar.com/televisions/samsung-warns-of-tv-price-hikes-as-ai-eats-all-the-chips 🏛️ EU ผ่อนกฎคุม Big Tech ในกฎหมาย Digital Networks Act สหภาพยุโรปมีแนวโน้มลดความเข้มงวดต่อบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ภายใต้กฎหมาย Digital Networks Act โดยให้ใช้เพียงกรอบ “แนวปฏิบัติที่ดี” แทนการบังคับตามกฎหมาย แม้บริษัทเหล่านี้จะสร้างทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ก็ตาม ขณะที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมยังคงเป็นกลุ่มที่ถูกกำกับเข้มเป็นหลัก พร้อมเป้าหมายยกระดับโครงสร้างพื้นฐานไฟเบอร์และความมั่นคงปลอดภัยของเครือข่ายในยุโรป ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และ EU 🔗 https://www.techradar.com/pro/eu-goes-soft-on-big-tech-in-digital-rules-overhaul 🧒🔍 Roblox บังคับยืนยันอายุด้วยการสแกนใบหน้าทั่วโลก Roblox ประกาศใช้ระบบยืนยันอายุด้วยการสแกนใบหน้าสำหรับการใช้งานแชตเสียงและข้อความทั่วโลก โดยอ้างว่าเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของผู้เล่นเยาวชน แม้ผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวจะกังวลเรื่องความเสี่ยงของข้อมูลชีวมิติ แต่ Roblox ระบุว่าข้อมูลภาพถูกประมวลผลและลบโดยผู้ให้บริการภายนอกทันที ทำให้ผู้เล่นต้องชั่งใจระหว่างความปลอดภัยกับความเป็นส่วนตัวในยุคที่กฎควบคุมอินเทอร์เน็ตเข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/roblox-rolls-out-mandatory-age-verification-for-chat-features-globally 💸🏦 ค่าใช้จ่ายย้ายระบบ Oracle ของธนาคารอังกฤษพุ่งสามเท่า โครงการย้ายระบบของ Bank of England ไปยัง Oracle Cloud มีค่าใช้จ่ายพุ่งจาก 7 ล้านปอนด์เป็น 21.5 ล้านปอนด์ เนื่องจากต้องขยายขอบเขตงานและเพิ่มระบบที่ต้องย้ายมากกว่าที่วางแผนไว้ แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่ธนาคารยังยืนยันใช้ Oracle ต่อเพราะการเปลี่ยนผู้ให้บริการจะยิ่งทำให้เกิดค่าใช้จ่ายและปัญหาความเข้ากันได้มากกว่าเดิม สะท้อนความท้าทายขององค์กรใหญ่ในการปรับระบบสู่คลาวด์ 🔗 https://www.techradar.com/pro/cost-of-bank-of-englands-oracle-migration-set-to-triple ⚽🌐 ศึก Cloudflare ปะทะ La Liga เดือดขึ้นในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ความขัดแย้งระหว่าง Cloudflare และ La Liga ทวีความรุนแรงเมื่อ Cloudflare ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลรัฐธรรมนูญสเปน โดยกล่าวว่าการบล็อกเว็บไซต์ของ La Liga เป็นการ “บล็อกแบบเหวี่ยงแห” ที่กระทบเว็บถูกกฎหมายจำนวนมาก ขณะที่ La Liga กล่าวหา Cloudflare ว่าเป็นเกราะกำบังให้เครือข่ายสตรีมเถื่อน ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวโทษกันอย่างดุเดือด ทำให้ประเด็นลิขสิทธิ์ฟุตบอลกลายเป็นสงครามว่าด้วยเสรีภาพอินเทอร์เน็ตและการควบคุมข้อมูลในสเปน 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/cloudflare-and-la-ligas-conflict-deepens-as-piracy-legal-battle-continues 🔐🤖 CrowdStrike ทุ่ม $740 ล้านซื้อ SGNL เสริมเกราะความปลอดภัยยุค AI CrowdStrike เตรียมเข้าซื้อกิจการ SGNL มูลค่า 740 ล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมความสามารถด้านการจัดการตัวตนแบบต่อเนื่อง (continuous identity) รองรับยุคที่มีทั้งมนุษย์ ระบบอัตโนมัติ และ AI agents เข้าถึงข้อมูลด้วยความเร็วสูง แนวคิดใหม่คือการควบคุมสิทธิ์แบบเรียลไทม์แทนสิทธิ์ถาวร ซึ่งถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันภัยไซเบอร์ยุคใหม่ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ 🔗 https://www.techradar.com/pro/crowdstrike-acquires-continuous-identity-firm-sgnl-for-usd740m-in-push-for-next-gen-security 🕵️‍♂️ แฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือใช้ QR ปลอมเจาะระบบองค์กรสหรัฐ กลุ่ม Kimsuky ของเกาหลีเหนือกำลังใช้เทคนิค “Quishing” ผ่าน QR Code ปลอมในอีเมลเพื่อหลอกเหยื่อให้สแกนด้วยมือถือ ซึ่งมักอยู่นอกระบบป้องกันขององค์กร ทำให้สามารถขโมยข้อมูลเข้าสู่ระบบ Microsoft 365, Okta และ VPN รวมถึงขโมย session token เพื่อข้าม MFA ได้ FBI เตือนให้องค์กรเพิ่มมาตรการป้องกันหลายชั้นและจัดการอุปกรณ์พกพาอย่างเข้มงวด 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/north-korean-hackers-using-malicious-qr-codes-in-spear-phishing-fbi-warns 🎮 อนาคตเกมมิ่งโน้ตบุ๊กอาจไม่ต้องใช้การ์ดจอแยก ผู้บริหาร Asus ระบุว่าเราเริ่มเข้าสู่ยุคที่กราฟิกแบบ Integrated GPU มีประสิทธิภาพสูงจน “อาจ” เพียงพอสำหรับการเล่นเกม โดยชิปใหม่อย่าง Intel Panther Lake, Snapdragon X2 Elite Extreme และ AMD Strix Halo ทำให้ประสิทธิภาพก้าวกระโดด แม้การ์ดจอแยกยังไม่หายไปเร็ว ๆ นี้ แต่แนวโน้มชี้ว่าผู้ใช้จำนวนมากอาจพอใจกับ iGPU ในอนาคตอันใกล้ 🔗 https://www.techradar.com/computing/gpu/its-just-a-matter-of-time-asus-suggests-integrated-gpus-could-be-the-future-for-gaming-laptops-sooner-than-you-think 🛡️ CISA ยกเลิกคำสั่งฉุกเฉินด้านไซเบอร์ 10 ฉบับหลังหมดความจำเป็น CISA ประกาศยุติ Emergency Directives จำนวน 10 ฉบับที่ออกตั้งแต่ปี 2019–2024 หลังมาตรการต่าง ๆ ถูกนำไปใช้สำเร็จหรือถูกรวมเข้าใน BOD 22-01 ซึ่งบังคับให้หน่วยงานรัฐต้องอุดช่องโหว่ที่ถูกใช้งานจริงภายในเวลาที่กำหนด ถือเป็นการยกเลิกคำสั่งฉุกเฉินครั้งใหญ่ที่สุด และสะท้อนแนวทาง Secure by Design ที่เน้นความโปร่งใสและการป้องกันเชิงรุก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/10-emergency-directives-retired-as-cisa-declares-them-redundant 💣 Ransomware ยังพุ่งไม่หยุดแม้ตำรวจจับกุมหลายกลุ่มใหญ่ รายงานปี 2025 จาก Emsisoft พบว่าจำนวนเหยื่อ ransomware เพิ่มจากราว 5,400 รายในปี 2023 เป็นกว่า 8,000 รายในปี 2025 แม้กลุ่มดังอย่าง RansomHub, BianLian และ Hunters International จะถูกปิดหรือสลายตัว แต่จำนวนกลุ่มที่ยังทำงานกลับเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 120 กลุ่ม โดย Qilin, Cl0p, Play และ INC Ransom เป็นผู้เล่นหลักในปีนี้ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/takedowns-and-arrests-didnt-slow-down-ransomware-in-2025 🤖 AI “Bob” ของ IBM ถูกพบช่องโหว่เสี่ยงถูกสั่งให้รันมัลแวร์ เครื่องมือ GenAI ของ IBM ชื่อ “Bob” ถูกพบว่าสามารถถูกโจมตีแบบ indirect prompt injection ได้ หากผู้ใช้เปิดสิทธิ์ “always allow” ให้ระบบรันคำสั่งได้อัตโนมัติ ผู้โจมตีสามารถซ่อนคำสั่งในอีเมลหรือข้อมูลอื่นเพื่อให้ Bob ดาวน์โหลดและรันสคริปต์อันตราย เช่น ransomware หรือ spyware นักวิจัยเตือนให้ผู้ใช้ระวังการตั้งค่าสิทธิ์ก่อนใช้งานจริง 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/ibms-ai-bob-could-be-manipulated-to-download-and-execute-malware 👓 แว่นตาออโต้โฟกัสอัจฉริยะจาก IXI แว่นตาอัจฉริยะจาก IXI ที่เปิดตัวใน CES 2026 กลายเป็นนวัตกรรมที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เพราะสามารถปรับโฟกัสเลนส์อัตโนมัติตามระยะที่ผู้สวมใส่มองได้แบบเรียลไทม์ โดยใช้ระบบติดตามดวงตาและเลนส์ที่มีวัสดุคริสตัลเหลว ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องสลับแว่นหรือเพ่งสายตาเองอีกต่อไป ทั้งหมดถูกบรรจุในกรอบน้ำหนักเพียง 22 กรัม พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้ราว 18 ชั่วโมง ถือเป็นก้าวสำคัญของเทคโนโลยีแว่นสายตายุคใหม่ที่ผสานความล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์ที่ดูเหมือนแว่นทั่วไป 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/were-redefining-eyewear-on-a-really-high-level-i-like-to-use-a-camera-analogy-fixed-focus-manual-focus-and-then-autofocus-what-were-trying-to-do-is-autofocus-ixis-ceo-on-the-tech-behind-ces-2026s-most-exciting-eyeglasses 🧱 Lego Smart Bricks ยกระดับของเล่นสู่ “ประสบการณ์” Lego เปิดตัว Smart Play และ Smart Bricks ที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับตัวต่อแบบดั้งเดิมโดยไม่ทำลายเสน่ห์ของการเล่นจริง ทำให้ตัวต่อสามารถตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว แสง เสียง และตัวละครได้อย่างชาญฉลาด โดยไม่ต้องใช้หน้าจอหรือแอปควบคุม ทีมผู้พัฒนาย้ำว่า Lego ไม่ใช่แค่ของเล่นอีกต่อไป แต่เป็น “บริษัทประสบการณ์” ที่สร้างมิติใหม่ให้การเล่นสร้างสรรค์ โดยเริ่มต้นจากชุด Star Wars ที่จะวางขายเป็นรุ่นแรก 🔗 https://www.techradar.com/streaming/entertainment/i-dont-think-we-can-call-ourselves-a-toy-anymore-because-were-an-iconic-experience-company-lego-on-how-smart-bricks-expand-the-system-and-how-this-just-adds-a-new-dimension 🚗🧠 ควบคุมหน้าจอรถด้วย Meta Neural Band Meta Neural Band ถูกนำมาโชว์ในคอนเซ็ปต์ Unified Cabin ของ Garmin ที่ CES 2026 ซึ่งเปิดมุมมองใหม่ของการควบคุมระบบภายในรถด้วยสัญญาณไฟฟ้าจากข้อมือแทนการสัมผัสหน้าจอ ผู้สื่อข่าวทดลองใช้งานแล้วพบว่าสามารถหมุน ซูม และสั่งงานอินเทอร์เฟซได้แม่นยำแม้จะวางมือบนตัก ทำให้เห็นศักยภาพของเทคโนโลยีอินพุตยุคใหม่ที่อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของรถยนต์ในอนาคต ทั้งยังเชื่อมกับระบบ UWB เพื่อปรับการตั้งค่ารถตามผู้ใช้แบบอัตโนมัติ 🔗 https://www.techradar.com/vehicle-tech/i-used-metas-neural-band-to-control-a-cars-screen-in-a-garmin-concept-and-it-kind-of-rocked-but-not-just-for-the-gestures 🧮⚡ Nvidia DGX SuperPOD พลัง AI ระดับ Exaflops Nvidia เปิดตัว DGX SuperPOD รุ่นใหม่ที่ใช้สถาปัตยกรรม Rubin ซึ่งสามารถให้พลังประมวลผลสูงถึง 28.8 Exaflops ด้วย GPU เพียง 576 ตัว ถือว่ามีประสิทธิภาพต่อหน่วยสูงกว่า Huawei SuperPod อย่างชัดเจน ระบบนี้รวม CPU Vera, GPU Rubin, DPU BlueField และเครือข่ายความเร็วสูงเข้าไว้ในแร็กเดียว ทำให้รองรับงาน AI ขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมซอฟต์แวร์ Mission Control ที่ช่วยจัดการคลัสเตอร์แบบครบวงจร 🔗 https://www.techradar.com/pro/the-battle-of-the-superpods-nvidia-challenges-huawei-with-vera-rubin-powered-dgx-cluster-that-can-deliver-28-8-exaflops-with-only-576-gpus 🖥️🤖 Acer Veriton RA100 มินิพีซี AI ที่ต้องแข่งด้วยราคา Acer เปิดตัว Veriton RA100 มินิพีซีที่ใช้ชิป Ryzen AI Max+ 395 พร้อม NPU 50 TOPS และ GPU 60 TFLOPS เพื่อรองรับงาน AI, 3D และคอนเทนต์ครีเอชันในขนาดกะทัดรัด แม้สเปกจะน่าสนใจและรองรับ RAM สูงสุด 128GB แต่ตลาดมินิพีซี Ryzen AI กำลังแน่นขนัดด้วยคู่แข่งหลายแบรนด์ที่ใช้ฮาร์ดแวร์ใกล้เคียงกัน ทำให้ความสำเร็จของรุ่นนี้ขึ้นอยู่กับการตั้งราคาและการปรับแต่งระบบเป็นหลัก ​​​​​​​🔗 https://www.techradar.com/pro/acer-launches-40th-ryzen-ai-max-395-system-as-it-pitches-veriton-ra100-mini-pc-as-an-ai-workstation-but-unless-it-is-keenly-priced-it-will-struggle-against-better-value-competitors
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 301 มุมมอง 0 รีวิว
  • CPU‑Z อัปเดตใหม่! รองรับ Ryzen 9850X3D, Medusa Point และ Intel Arrow Lake Refresh อย่างเป็นทางการ

    CPU‑Z เวอร์ชัน 2.18 ได้รับการอัปเดตครั้งใหญ่เพื่อรองรับซีพียูรุ่นใหม่ทั้งจาก AMD และ Intel ตามข้อมูลจากหน้าเว็บที่คุณเปิดอยู่ การอัปเดตนี้ไม่เพียงเพิ่มการรองรับซีพียูที่เปิดตัวแล้ว แต่ยังรวมถึงซีพียูที่ยังไม่วางขายอย่าง Medusa Point และ Arrow Lake Refresh อีกด้วย ทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสเปกและข้อมูลเชิงลึกของชิปใหม่ ๆ ได้อย่างถูกต้องตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว

    ฝั่ง AMD นั้น CPU‑Z เพิ่มการรองรับ Ryzen 7 9850X3D ซึ่งเป็นซีพียูเกมมิ่งตัวแรงที่เพิ่งเปิดตัวในงาน CES พร้อมบูสต์คลอกสูงกว่า 9800X3D นอกจากนี้ยังรองรับ Ryzen 5 7500X3D และซีพียูโมบายล์รุ่นใหม่ Medusa Point (Zen 6) แบบ preliminary ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้โน้ตบุ๊กเจเนอเรชันถัดไปจะสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ทันทีเมื่อวางขาย

    ในส่วนของ Intel CPU‑Z ได้เพิ่มการรองรับซีพียู Arrow Lake Refresh หรือที่เรียกว่า Core Ultra “Plus” เช่น Core Ultra 9 290K Plus, Ultra 7 270K Plus และ Ultra 5 250K Plus แม้ Intel ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการในงาน CES แต่ข้อมูลจากเครื่องมือระบุว่าซีพียูเหล่านี้จะเปิดตัวภายในไตรมาสนี้ ทำให้ตลาดเดสก์ท็อปกลับมาคึกคักอีกครั้ง

    การอัปเดตนี้ยังมาพร้อมการรองรับ LPDDR5X CAMM2 แบบ “improved support” ซึ่งเป็นมาตรฐานหน่วยความจำใหม่ที่เน้นประสิทธิภาพสูงและอัปเกรดง่ายกว่าเดิม เหมาะสำหรับโน้ตบุ๊กยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความแรงและความบางเบา ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ CPU‑Z ในการรองรับเทคโนโลยีล่าสุดของปี 2026

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การอัปเดต CPU‑Z เวอร์ชัน 2.18
    รองรับซีพียู AMD และ Intel รุ่นใหม่หลายตัว
    เพิ่มความแม่นยำของข้อมูลสำหรับผู้ใช้และนักโอเวอร์คล็อก

    ฝั่ง AMD
    รองรับ Ryzen 7 9850X3D และ Ryzen 5 7500X3D
    เพิ่ม preliminary support สำหรับ Medusa Point (Zen 6)

    ฝั่ง Intel
    รองรับ Arrow Lake Refresh (Core Ultra “Plus”) เช่น 290K Plus, 270K Plus, 250K Plus
    คาดเปิดตัวภายในไตรมาสนี้

    ฟีเจอร์เพิ่มเติม
    ปรับปรุงการรองรับ LPDDR5X CAMM2 สำหรับโน้ตบุ๊กยุคใหม่

    ประเด็นที่ควรระวัง
    ข้อมูลบางส่วนยังเป็น preliminary
    ซีพียูที่ยังไม่เปิดตัวอาจมีสเปกเปลี่ยนแปลงได้

    ความเข้ากันได้ของระบบ
    เมนบอร์ดบางรุ่นอาจต้องอัปเดต BIOS เพื่อรองรับซีพียูใหม่

    การตีความข้อมูล
    ค่าเซนเซอร์หรือสเปกบางอย่างอาจยังไม่สมบูรณ์ในเวอร์ชันแรก

    https://wccftech.com/cpuid-adds-support-for-ryzen-9850x3d-medusa-point-and-arrow-lake-refresh-cpus-to-cpu-z/
    🧠⚙️ CPU‑Z อัปเดตใหม่! รองรับ Ryzen 9850X3D, Medusa Point และ Intel Arrow Lake Refresh อย่างเป็นทางการ CPU‑Z เวอร์ชัน 2.18 ได้รับการอัปเดตครั้งใหญ่เพื่อรองรับซีพียูรุ่นใหม่ทั้งจาก AMD และ Intel ตามข้อมูลจากหน้าเว็บที่คุณเปิดอยู่ การอัปเดตนี้ไม่เพียงเพิ่มการรองรับซีพียูที่เปิดตัวแล้ว แต่ยังรวมถึงซีพียูที่ยังไม่วางขายอย่าง Medusa Point และ Arrow Lake Refresh อีกด้วย ทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสเปกและข้อมูลเชิงลึกของชิปใหม่ ๆ ได้อย่างถูกต้องตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว ฝั่ง AMD นั้น CPU‑Z เพิ่มการรองรับ Ryzen 7 9850X3D ซึ่งเป็นซีพียูเกมมิ่งตัวแรงที่เพิ่งเปิดตัวในงาน CES พร้อมบูสต์คลอกสูงกว่า 9800X3D นอกจากนี้ยังรองรับ Ryzen 5 7500X3D และซีพียูโมบายล์รุ่นใหม่ Medusa Point (Zen 6) แบบ preliminary ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้โน้ตบุ๊กเจเนอเรชันถัดไปจะสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ทันทีเมื่อวางขาย ในส่วนของ Intel CPU‑Z ได้เพิ่มการรองรับซีพียู Arrow Lake Refresh หรือที่เรียกว่า Core Ultra “Plus” เช่น Core Ultra 9 290K Plus, Ultra 7 270K Plus และ Ultra 5 250K Plus แม้ Intel ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการในงาน CES แต่ข้อมูลจากเครื่องมือระบุว่าซีพียูเหล่านี้จะเปิดตัวภายในไตรมาสนี้ ทำให้ตลาดเดสก์ท็อปกลับมาคึกคักอีกครั้ง การอัปเดตนี้ยังมาพร้อมการรองรับ LPDDR5X CAMM2 แบบ “improved support” ซึ่งเป็นมาตรฐานหน่วยความจำใหม่ที่เน้นประสิทธิภาพสูงและอัปเกรดง่ายกว่าเดิม เหมาะสำหรับโน้ตบุ๊กยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความแรงและความบางเบา ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ CPU‑Z ในการรองรับเทคโนโลยีล่าสุดของปี 2026 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การอัปเดต CPU‑Z เวอร์ชัน 2.18 ➡️ รองรับซีพียู AMD และ Intel รุ่นใหม่หลายตัว ➡️ เพิ่มความแม่นยำของข้อมูลสำหรับผู้ใช้และนักโอเวอร์คล็อก ✅ ฝั่ง AMD ➡️ รองรับ Ryzen 7 9850X3D และ Ryzen 5 7500X3D ➡️ เพิ่ม preliminary support สำหรับ Medusa Point (Zen 6) ✅ ฝั่ง Intel ➡️ รองรับ Arrow Lake Refresh (Core Ultra “Plus”) เช่น 290K Plus, 270K Plus, 250K Plus ➡️ คาดเปิดตัวภายในไตรมาสนี้ ✅ ฟีเจอร์เพิ่มเติม ➡️ ปรับปรุงการรองรับ LPDDR5X CAMM2 สำหรับโน้ตบุ๊กยุคใหม่ ⚠️ ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ ข้อมูลบางส่วนยังเป็น preliminary ⛔ ซีพียูที่ยังไม่เปิดตัวอาจมีสเปกเปลี่ยนแปลงได้ ‼️ ความเข้ากันได้ของระบบ ⛔ เมนบอร์ดบางรุ่นอาจต้องอัปเดต BIOS เพื่อรองรับซีพียูใหม่ ‼️ การตีความข้อมูล ⛔ ค่าเซนเซอร์หรือสเปกบางอย่างอาจยังไม่สมบูรณ์ในเวอร์ชันแรก https://wccftech.com/cpuid-adds-support-for-ryzen-9850x3d-medusa-point-and-arrow-lake-refresh-cpus-to-cpu-z/
    WCCFTECH.COM
    CPUID Adds Support For Ryzen 9850X3D, Medusa Point, And Arrow Lake Refresh CPUs To CPU-Z
    The latest CPU-Z software version has been released, offering support to the newly released Ryzen 9850X3D and upcoming Arrow Lake Refresh.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 90 มุมมอง 0 รีวิว
  • Meta ทุ่มดีลพลังงานนิวเคลียร์ 6 กิกะวัตต์ เพื่อรองรับศูนย์ข้อมูล AI — มากพอจะจ่ายไฟให้บ้าน 5 ล้านหลัง

    Meta กำลังเดินหน้าอย่างจริงจังเพื่อรองรับความต้องการพลังงานระดับมหาศาลของศูนย์ข้อมูล AI รุ่นใหม่ โดยบริษัทได้ลงนามในสัญญาหลายฉบับเพื่อจัดหาพลังงานนิวเคลียร์รวมกว่า 6 กิกะวัตต์ ซึ่งเป็นปริมาณที่มากพอจะจ่ายไฟให้บ้านเรือนกว่า 5 ล้านหลัง ตามรายงานจาก Bloomberg

    ดีลนี้เกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการพลังงาน 3 ราย ได้แก่ Vistra Corp., Oklo (ได้รับการสนับสนุนจาก OpenAI) และ TerraPower (ได้รับการสนับสนุนจาก Bill Gates และ Nvidia) โดย Vistra จะส่งมอบพลังงานกว่า 2,176 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในโอไฮโอและเพนซิลเวเนีย ขณะที่ Oklo และ TerraPower ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ซึ่งคาดว่าจะใช้งานได้จริงในช่วงปี 2030 เป็นต้นไป

    Meta ต้องการพลังงานจำนวนมหาศาลนี้เพื่อรองรับศูนย์ข้อมูลใหม่สองแห่ง ได้แก่ Prometheus (1GW) ในโอไฮโอ ซึ่งจะเปิดใช้งานปีนี้ และ Hyperion (5GW) ในหลุยเซียนา ที่คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องในปี 2028 ความท้าทายคือโครงข่ายไฟฟ้าปัจจุบันไม่สามารถขยายตัวได้เร็วพอ ทำให้บริษัทต้องหาทางลัดด้วยการทำสัญญาพลังงานล่วงหน้าและใช้แหล่งพลังงานเฉพาะกิจเพื่อให้ศูนย์ข้อมูลเริ่มทำงานได้ทันเวลา

    Meta ระบุว่าการลงทุนในพลังงานนิวเคลียร์เป็นกุญแจสำคัญต่อการขยาย AI ในอนาคต เพราะเป็นพลังงานที่ สะอาด มั่นคง และให้กำลังไฟต่อเนื่อง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการฝึกโมเดลขนาดใหญ่และการให้บริการ AI ระดับโลก การตัดสินใจครั้งนี้ยังสะท้อนถึงแนวโน้มใหม่ของอุตสาหกรรม ที่บริษัทเทคยักษ์ใหญ่เริ่มหันมาพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์เพื่อแก้ปัญหาคอขวดด้านพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Meta ลงนามดีลพลังงานนิวเคลียร์ครั้งใหญ่
    รวมกว่า 6GW มากพอสำหรับบ้าน 5 ล้านหลัง
    เป็นผู้ซื้อพลังงานนิวเคลียร์รายใหญ่ที่สุดในกลุ่มบริษัท AI

    ผู้ให้บริการพลังงาน 3 ราย
    Vistra ส่งมอบ 2,176MW จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในสหรัฐฯ
    Oklo และ TerraPower พัฒนา SMR คาดใช้งานจริงช่วงปี 2030

    รองรับศูนย์ข้อมูล AI รุ่นใหม่
    Prometheus (1GW) เปิดปีนี้
    Hyperion (5GW) เปิดปี 2028

    เหตุผลที่ Meta เลือกพลังงานนิวเคลียร์
    ให้พลังงานสะอาด มั่นคง และต่อเนื่อง
    ช่วยลดความเสี่ยงจากการขยายโครงข่ายไฟฟ้าที่ล่าช้า

    ประเด็นที่ต้องจับตา
    ความพร้อมของเทคโนโลยี SMR
    Oklo และ TerraPower ยังไม่พร้อมใช้งานจนถึงทศวรรษหน้า

    ความตึงตัวของโครงข่ายไฟฟ้า
    ความต้องการพลังงานของศูนย์ข้อมูล AI อาจเกินขีดความสามารถของระบบไฟฟ้าในหลายพื้นที่

    ต้นทุนพลังงานและความเสี่ยงด้านนโยบาย
    การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบอาจส่งผลต่อโครงการพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคต

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/meta-inks-deals-to-supply-a-staggering-6-gigawatts-in-nuclear-power-for-data-center-ambitions-enough-wattage-to-supply-5-million-homes
    ⚛️🏢 Meta ทุ่มดีลพลังงานนิวเคลียร์ 6 กิกะวัตต์ เพื่อรองรับศูนย์ข้อมูล AI — มากพอจะจ่ายไฟให้บ้าน 5 ล้านหลัง Meta กำลังเดินหน้าอย่างจริงจังเพื่อรองรับความต้องการพลังงานระดับมหาศาลของศูนย์ข้อมูล AI รุ่นใหม่ โดยบริษัทได้ลงนามในสัญญาหลายฉบับเพื่อจัดหาพลังงานนิวเคลียร์รวมกว่า 6 กิกะวัตต์ ซึ่งเป็นปริมาณที่มากพอจะจ่ายไฟให้บ้านเรือนกว่า 5 ล้านหลัง ตามรายงานจาก Bloomberg ดีลนี้เกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการพลังงาน 3 ราย ได้แก่ Vistra Corp., Oklo (ได้รับการสนับสนุนจาก OpenAI) และ TerraPower (ได้รับการสนับสนุนจาก Bill Gates และ Nvidia) โดย Vistra จะส่งมอบพลังงานกว่า 2,176 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในโอไฮโอและเพนซิลเวเนีย ขณะที่ Oklo และ TerraPower ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ซึ่งคาดว่าจะใช้งานได้จริงในช่วงปี 2030 เป็นต้นไป Meta ต้องการพลังงานจำนวนมหาศาลนี้เพื่อรองรับศูนย์ข้อมูลใหม่สองแห่ง ได้แก่ Prometheus (1GW) ในโอไฮโอ ซึ่งจะเปิดใช้งานปีนี้ และ Hyperion (5GW) ในหลุยเซียนา ที่คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องในปี 2028 ความท้าทายคือโครงข่ายไฟฟ้าปัจจุบันไม่สามารถขยายตัวได้เร็วพอ ทำให้บริษัทต้องหาทางลัดด้วยการทำสัญญาพลังงานล่วงหน้าและใช้แหล่งพลังงานเฉพาะกิจเพื่อให้ศูนย์ข้อมูลเริ่มทำงานได้ทันเวลา Meta ระบุว่าการลงทุนในพลังงานนิวเคลียร์เป็นกุญแจสำคัญต่อการขยาย AI ในอนาคต เพราะเป็นพลังงานที่ สะอาด มั่นคง และให้กำลังไฟต่อเนื่อง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการฝึกโมเดลขนาดใหญ่และการให้บริการ AI ระดับโลก การตัดสินใจครั้งนี้ยังสะท้อนถึงแนวโน้มใหม่ของอุตสาหกรรม ที่บริษัทเทคยักษ์ใหญ่เริ่มหันมาพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์เพื่อแก้ปัญหาคอขวดด้านพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Meta ลงนามดีลพลังงานนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ ➡️ รวมกว่า 6GW มากพอสำหรับบ้าน 5 ล้านหลัง ➡️ เป็นผู้ซื้อพลังงานนิวเคลียร์รายใหญ่ที่สุดในกลุ่มบริษัท AI ✅ ผู้ให้บริการพลังงาน 3 ราย ➡️ Vistra ส่งมอบ 2,176MW จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในสหรัฐฯ ➡️ Oklo และ TerraPower พัฒนา SMR คาดใช้งานจริงช่วงปี 2030 ✅ รองรับศูนย์ข้อมูล AI รุ่นใหม่ ➡️ Prometheus (1GW) เปิดปีนี้ ➡️ Hyperion (5GW) เปิดปี 2028 ✅ เหตุผลที่ Meta เลือกพลังงานนิวเคลียร์ ➡️ ให้พลังงานสะอาด มั่นคง และต่อเนื่อง ➡️ ช่วยลดความเสี่ยงจากการขยายโครงข่ายไฟฟ้าที่ล่าช้า ⚠️ ประเด็นที่ต้องจับตา ‼️ ความพร้อมของเทคโนโลยี SMR ⛔ Oklo และ TerraPower ยังไม่พร้อมใช้งานจนถึงทศวรรษหน้า ‼️ ความตึงตัวของโครงข่ายไฟฟ้า ⛔ ความต้องการพลังงานของศูนย์ข้อมูล AI อาจเกินขีดความสามารถของระบบไฟฟ้าในหลายพื้นที่ ‼️ ต้นทุนพลังงานและความเสี่ยงด้านนโยบาย ⛔ การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบอาจส่งผลต่อโครงการพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคต https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/meta-inks-deals-to-supply-a-staggering-6-gigawatts-in-nuclear-power-for-data-center-ambitions-enough-wattage-to-supply-5-million-homes
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 145 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักวิจัยเปลี่ยนนมบูดให้กลายเป็นวัสดุสำหรับ 3D Printing — พลิกของเสียเกษตรให้เป็นพลาสติกชีวภาพทางเลือก

    งานวิจัยจาก University of Wisconsin–Platteville กำลังสร้างความสนใจอย่างมากในวงการ 3D Printing เพราะทีมนักวิจัยสามารถ เปลี่ยนนมบูดและของเสียจากอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นม ให้กลายเป็นวัสดุชีวภาพที่ใช้พิมพ์ 3 มิติได้จริง แนวคิดนี้เกิดจากปัญหานมส่วนเกินที่ต้องทิ้งในช่วงโควิด ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ทีมพัฒนาวิธีสกัดโปรตีนอย่าง casein และ whey จากนมเสีย แล้วนำไปผสมกับพอลิเมอร์เพื่อสร้างวัสดุที่มีคุณสมบัติคล้ายพลาสติกสำหรับใช้ในเครื่องพิมพ์ 3D

    สิ่งที่ทำให้โครงการนี้โดดเด่นคือมันไม่ใช่แค่การทดลองในห้องครัว แต่เป็นงานวิศวกรรมวัสดุเต็มรูปแบบ นักวิจัยต้องใช้เวลาหลายปีในการปรับสัดส่วนโปรตีน ความบริสุทธิ์ และการผสมผสานกับพอลิเมอร์ เพื่อให้ได้วัสดุที่ แข็งแรง ยืดหยุ่น และไม่ทำให้หัวฉีดของเครื่องพิมพ์อุดตัน ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้วัสดุชีวภาพหลายชนิดไม่สามารถใช้งานจริงได้ในตลาด 3D Printing

    งานนี้ยังสอดคล้องกับความพยายามของวงการ 3D Printing ที่ต้องการลดขยะพลาสติก เช่น การรีไซเคิลชิ้นงานที่พิมพ์พลาด การผลิตเส้นใยจากขวด PET หรือการพัฒนาวัสดุที่ย่อยสลายได้เอง แต่การใช้ ของเสียจากอาหาร มาเป็นวัตถุดิบถือเป็นอีกก้าวสำคัญของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพราะช่วยลดทั้งขยะอาหารและการพึ่งพาปิโตรเลียมในเวลาเดียวกัน

    หากเทคโนโลยีนี้ถูกนำไปผลิตเชิงพาณิชย์ ผลกระทบอาจกว้างไกลกว่าที่คิด ทั้งการสร้างรายได้ใหม่ให้เกษตรกร การลดต้นทุนวัตถุดิบสำหรับผู้ผลิตวัสดุ 3D Printing และการเปิดประตูสู่วัสดุชีวภาพรุ่นใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำวิทยาศาสตร์มาช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์และใช้งานได้จริงในอุตสาหกรรม

    สรุปประเด็นสำคัญ
    แนวคิดหลักของงานวิจัย
    สกัดโปรตีนจากนมบูด เช่น casein และ whey
    ผสมกับพอลิเมอร์เพื่อสร้างวัสดุพิมพ์ 3 มิติที่ใช้งานได้จริง

    จุดเด่นของวัสดุใหม่นี้
    แข็งแรง ยืดหยุ่น และไม่อุดตันหัวฉีด
    ใช้กับเครื่องพิมพ์ 3D ที่มีอยู่แล้วได้ทันที

    บริบทและแรงบันดาลใจ
    เกิดจากปัญหานมส่วนเกินช่วงโควิดที่ต้องทิ้งจำนวนมาก
    เปลี่ยนของเสียเกษตรให้เป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง

    ผลกระทบที่เป็นไปได้
    ลดการใช้พลาสติกจากปิโตรเลียม
    เพิ่มโอกาสรายได้ใหม่ให้ผู้ผลิตนมและอุตสาหกรรมวัสดุ

    ข้อควรระวังหรือประเด็นที่ต้องติดตาม
    ความพร้อมเชิงพาณิชย์
    ต้องพิสูจน์ว่าผลิตได้ในปริมาณมากและต้นทุนแข่งขันได้

    ความทนทานของวัสดุ
    ต้องทดสอบเพิ่มเติมในงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง

    มาตรฐานความปลอดภัย
    วัสดุชีวภาพใหม่ต้องผ่านการรับรองก่อนใช้งานในอุตสาหกรรม

    https://www.tomshardware.com/3d-printing/researchers-turn-spoiled-milk-into-3d-printing-materials-extracted-proteins-from-dairy-waste-combined-with-polymers-to-create-plastic-alternative
    🥛🧪 นักวิจัยเปลี่ยนนมบูดให้กลายเป็นวัสดุสำหรับ 3D Printing — พลิกของเสียเกษตรให้เป็นพลาสติกชีวภาพทางเลือก งานวิจัยจาก University of Wisconsin–Platteville กำลังสร้างความสนใจอย่างมากในวงการ 3D Printing เพราะทีมนักวิจัยสามารถ เปลี่ยนนมบูดและของเสียจากอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นม ให้กลายเป็นวัสดุชีวภาพที่ใช้พิมพ์ 3 มิติได้จริง แนวคิดนี้เกิดจากปัญหานมส่วนเกินที่ต้องทิ้งในช่วงโควิด ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ทีมพัฒนาวิธีสกัดโปรตีนอย่าง casein และ whey จากนมเสีย แล้วนำไปผสมกับพอลิเมอร์เพื่อสร้างวัสดุที่มีคุณสมบัติคล้ายพลาสติกสำหรับใช้ในเครื่องพิมพ์ 3D สิ่งที่ทำให้โครงการนี้โดดเด่นคือมันไม่ใช่แค่การทดลองในห้องครัว แต่เป็นงานวิศวกรรมวัสดุเต็มรูปแบบ นักวิจัยต้องใช้เวลาหลายปีในการปรับสัดส่วนโปรตีน ความบริสุทธิ์ และการผสมผสานกับพอลิเมอร์ เพื่อให้ได้วัสดุที่ แข็งแรง ยืดหยุ่น และไม่ทำให้หัวฉีดของเครื่องพิมพ์อุดตัน ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้วัสดุชีวภาพหลายชนิดไม่สามารถใช้งานจริงได้ในตลาด 3D Printing งานนี้ยังสอดคล้องกับความพยายามของวงการ 3D Printing ที่ต้องการลดขยะพลาสติก เช่น การรีไซเคิลชิ้นงานที่พิมพ์พลาด การผลิตเส้นใยจากขวด PET หรือการพัฒนาวัสดุที่ย่อยสลายได้เอง แต่การใช้ ของเสียจากอาหาร มาเป็นวัตถุดิบถือเป็นอีกก้าวสำคัญของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพราะช่วยลดทั้งขยะอาหารและการพึ่งพาปิโตรเลียมในเวลาเดียวกัน หากเทคโนโลยีนี้ถูกนำไปผลิตเชิงพาณิชย์ ผลกระทบอาจกว้างไกลกว่าที่คิด ทั้งการสร้างรายได้ใหม่ให้เกษตรกร การลดต้นทุนวัตถุดิบสำหรับผู้ผลิตวัสดุ 3D Printing และการเปิดประตูสู่วัสดุชีวภาพรุ่นใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำวิทยาศาสตร์มาช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์และใช้งานได้จริงในอุตสาหกรรม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ แนวคิดหลักของงานวิจัย ➡️ สกัดโปรตีนจากนมบูด เช่น casein และ whey ➡️ ผสมกับพอลิเมอร์เพื่อสร้างวัสดุพิมพ์ 3 มิติที่ใช้งานได้จริง ✅ จุดเด่นของวัสดุใหม่นี้ ➡️ แข็งแรง ยืดหยุ่น และไม่อุดตันหัวฉีด ➡️ ใช้กับเครื่องพิมพ์ 3D ที่มีอยู่แล้วได้ทันที ✅ บริบทและแรงบันดาลใจ ➡️ เกิดจากปัญหานมส่วนเกินช่วงโควิดที่ต้องทิ้งจำนวนมาก ➡️ เปลี่ยนของเสียเกษตรให้เป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง ✅ ผลกระทบที่เป็นไปได้ ➡️ ลดการใช้พลาสติกจากปิโตรเลียม ➡️ เพิ่มโอกาสรายได้ใหม่ให้ผู้ผลิตนมและอุตสาหกรรมวัสดุ ⚠️ ข้อควรระวังหรือประเด็นที่ต้องติดตาม ‼️ ความพร้อมเชิงพาณิชย์ ⛔ ต้องพิสูจน์ว่าผลิตได้ในปริมาณมากและต้นทุนแข่งขันได้ ‼️ ความทนทานของวัสดุ ⛔ ต้องทดสอบเพิ่มเติมในงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง ‼️ มาตรฐานความปลอดภัย ⛔ วัสดุชีวภาพใหม่ต้องผ่านการรับรองก่อนใช้งานในอุตสาหกรรม https://www.tomshardware.com/3d-printing/researchers-turn-spoiled-milk-into-3d-printing-materials-extracted-proteins-from-dairy-waste-combined-with-polymers-to-create-plastic-alternative
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Researchers turn spoiled milk into 3D printing materials — extracted proteins from dairy waste combined with polymers to create plastic alternative
    This work turns what would otherwise be an agricultural liability into a potential input for advanced manufacturing.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 117 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทรัมป์และรัฐมนตรี Lutnick ชื่นชม Intel หลังเปิดตัว Panther Lake — ชี้การลงทุนของรัฐบาล “สร้างมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ให้ชาวอเมริกัน”

    หลังการเปิดตัวชิป Intel Panther Lake ที่งาน CES 2026 ประธานาธิบดี Donald Trump และรัฐมนตรีพาณิชย์ Howard Lutnick ได้ออกมาแสดงความยินดีกับ Intel และ CEO คนใหม่ Lip‑Bu Tan โดยระบุว่าการที่รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าถือหุ้น 10% ใน Intel กำลังสร้างผลตอบแทนอย่างมหาศาลให้กับประเทศภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

    ทรัมป์กล่าวว่าการลงทุนครั้งนี้ช่วยผลักดันให้สหรัฐฯ กลับมามีบทบาทนำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อีกครั้ง ขณะที่ Lutnick ชี้ว่าชิป 1.8nm (18A) รุ่นใหม่ของ Intel เป็นก้าวสำคัญในการนำการผลิตชิปขั้นสูงกลับคืนสู่แผ่นดินอเมริกา นอกจากนี้ ทั้งสองยังย้ำว่ามูลค่าหุ้น Intel เพิ่มขึ้นอย่างมากหลังการลงทุนของรัฐบาลและดีลใหญ่กับ Nvidia ในปีที่ผ่านมา

    Intel เองเพิ่งผ่านช่วงเวลายากลำบาก ทั้งรายงานผลประกอบการที่ตกต่ำ การปลดพนักงานหลายหมื่นคน และการเปลี่ยนตัว CEO จาก Pat Gelsinger มาเป็น Lip‑Bu Tan ในปี 2025 แต่หลังจากได้รับเงินลงทุนจากรัฐบาลและดีลหุ้นมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์จาก Nvidia บริษัทก็เริ่มฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยชิป Panther Lake และ Core Ultra Series 3 ที่ใช้กระบวนการผลิต 18A ได้รับคำชมว่ามีประสิทธิภาพด้านกราฟิกดีขึ้นจนท้าชน RTX 4050 ได้ในบางงานทดสอบ

    แม้ธุรกิจชิปสำหรับผู้บริโภคจะเริ่มกลับมา แต่ Intel ยังต้องเร่งทำให้ธุรกิจ Foundry ทำกำไร ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2027 เมื่อกระบวนการผลิต 14A พร้อมใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ 18A ถือเป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้อง และได้รับแรงสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างชัดเจนในยุคการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับโลก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    รัฐบาลสหรัฐฯ ชื่นชม Intel หลังเปิดตัว Panther Lake
    ทรัมป์ระบุว่าการถือหุ้น 10% ทำกำไร “หลายหมื่นล้านดอลลาร์” ภายใน 4 เดือน
    Lutnick ย้ำว่าชิป 1.8nm เป็นก้าวสำคัญของการผลิตชิปในประเทศ

    Intel ฟื้นตัวหลังปีที่ยากลำบาก
    ปี 2024–2025 บริษัทเผชิญผลประกอบการตกต่ำและการเปลี่ยน CEO
    ดีล Nvidia มูลค่า $5B ช่วยดันราคาหุ้นขึ้น 25%

    ชิปใหม่ได้รับคำชม
    Panther Lake และ Core Ultra Series 3 ใช้กระบวนการผลิต 18A
    ประสิทธิภาพกราฟิกดีขึ้นจนใกล้เคียง RTX 4050 ในบางงานทดสอบ

    แผนอนาคตของ Intel
    Foundry คาดว่าจะเริ่มทำกำไรในปี 2027 เมื่อ 14A พร้อมใช้งาน
    CEO Lip‑Bu Tan ระบุว่า Intel “กำลังเดินหน้าเต็มกำลังสู่ 14A”

    ประเด็นที่ควรจับตา
    ความผันผวนของ Intel ในช่วงที่ผ่านมา
    ผลประกอบการและการปลดพนักงานจำนวนมากยังเป็นรอยแผลของบริษัท

    การแข่งขันระดับโลกด้านเซมิคอนดักเตอร์
    Intel ต้องเร่งตาม TSMC และ Samsung ให้ทันในด้านเทคโนโลยีและกำลังผลิต

    ความเสี่ยงของการพึ่งพาการสนับสนุนจากรัฐบาล
    หากนโยบายเปลี่ยน อาจกระทบต่อการลงทุนและทิศทางของบริษัท

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/president-trump-sec-lutnick-praise-intel-after-the-launch-of-panther-lake-chips-says-investment-in-company-already-bringing-tens-of-billions-of-dollars-for-the-american-people
    🇺🇸💻 ทรัมป์และรัฐมนตรี Lutnick ชื่นชม Intel หลังเปิดตัว Panther Lake — ชี้การลงทุนของรัฐบาล “สร้างมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ให้ชาวอเมริกัน” หลังการเปิดตัวชิป Intel Panther Lake ที่งาน CES 2026 ประธานาธิบดี Donald Trump และรัฐมนตรีพาณิชย์ Howard Lutnick ได้ออกมาแสดงความยินดีกับ Intel และ CEO คนใหม่ Lip‑Bu Tan โดยระบุว่าการที่รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าถือหุ้น 10% ใน Intel กำลังสร้างผลตอบแทนอย่างมหาศาลให้กับประเทศภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ทรัมป์กล่าวว่าการลงทุนครั้งนี้ช่วยผลักดันให้สหรัฐฯ กลับมามีบทบาทนำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อีกครั้ง ขณะที่ Lutnick ชี้ว่าชิป 1.8nm (18A) รุ่นใหม่ของ Intel เป็นก้าวสำคัญในการนำการผลิตชิปขั้นสูงกลับคืนสู่แผ่นดินอเมริกา นอกจากนี้ ทั้งสองยังย้ำว่ามูลค่าหุ้น Intel เพิ่มขึ้นอย่างมากหลังการลงทุนของรัฐบาลและดีลใหญ่กับ Nvidia ในปีที่ผ่านมา Intel เองเพิ่งผ่านช่วงเวลายากลำบาก ทั้งรายงานผลประกอบการที่ตกต่ำ การปลดพนักงานหลายหมื่นคน และการเปลี่ยนตัว CEO จาก Pat Gelsinger มาเป็น Lip‑Bu Tan ในปี 2025 แต่หลังจากได้รับเงินลงทุนจากรัฐบาลและดีลหุ้นมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์จาก Nvidia บริษัทก็เริ่มฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยชิป Panther Lake และ Core Ultra Series 3 ที่ใช้กระบวนการผลิต 18A ได้รับคำชมว่ามีประสิทธิภาพด้านกราฟิกดีขึ้นจนท้าชน RTX 4050 ได้ในบางงานทดสอบ แม้ธุรกิจชิปสำหรับผู้บริโภคจะเริ่มกลับมา แต่ Intel ยังต้องเร่งทำให้ธุรกิจ Foundry ทำกำไร ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2027 เมื่อกระบวนการผลิต 14A พร้อมใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ 18A ถือเป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้อง และได้รับแรงสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างชัดเจนในยุคการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับโลก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ รัฐบาลสหรัฐฯ ชื่นชม Intel หลังเปิดตัว Panther Lake ➡️ ทรัมป์ระบุว่าการถือหุ้น 10% ทำกำไร “หลายหมื่นล้านดอลลาร์” ภายใน 4 เดือน ➡️ Lutnick ย้ำว่าชิป 1.8nm เป็นก้าวสำคัญของการผลิตชิปในประเทศ ✅ Intel ฟื้นตัวหลังปีที่ยากลำบาก ➡️ ปี 2024–2025 บริษัทเผชิญผลประกอบการตกต่ำและการเปลี่ยน CEO ➡️ ดีล Nvidia มูลค่า $5B ช่วยดันราคาหุ้นขึ้น 25% ✅ ชิปใหม่ได้รับคำชม ➡️ Panther Lake และ Core Ultra Series 3 ใช้กระบวนการผลิต 18A ➡️ ประสิทธิภาพกราฟิกดีขึ้นจนใกล้เคียง RTX 4050 ในบางงานทดสอบ ✅ แผนอนาคตของ Intel ➡️ Foundry คาดว่าจะเริ่มทำกำไรในปี 2027 เมื่อ 14A พร้อมใช้งาน ➡️ CEO Lip‑Bu Tan ระบุว่า Intel “กำลังเดินหน้าเต็มกำลังสู่ 14A” ⚠️ ประเด็นที่ควรจับตา ‼️ ความผันผวนของ Intel ในช่วงที่ผ่านมา ⛔ ผลประกอบการและการปลดพนักงานจำนวนมากยังเป็นรอยแผลของบริษัท ‼️ การแข่งขันระดับโลกด้านเซมิคอนดักเตอร์ ⛔ Intel ต้องเร่งตาม TSMC และ Samsung ให้ทันในด้านเทคโนโลยีและกำลังผลิต ‼️ ความเสี่ยงของการพึ่งพาการสนับสนุนจากรัฐบาล ⛔ หากนโยบายเปลี่ยน อาจกระทบต่อการลงทุนและทิศทางของบริษัท https://www.tomshardware.com/tech-industry/president-trump-sec-lutnick-praise-intel-after-the-launch-of-panther-lake-chips-says-investment-in-company-already-bringing-tens-of-billions-of-dollars-for-the-american-people
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 148 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel เดินหน้าเต็มกำลังสู่ยุค 14A — สัญญาณบวกเรื่อง Yield และคำพูดที่เหมือนบอกใบ้ถึง “ลูกค้าภายนอกรายใหญ่”

    Intel ใช้เวที CES ไม่เพียงแค่เปิดตัวชิป Panther Lake เท่านั้น แต่ CEO Lip‑Bu Tan ยังออกมาพูดถึงความคืบหน้าของเทคโนโลยีการผลิตระดับ 14A (1.4nm-class) ซึ่งเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญที่สุดของ Intel Foundry ในยุคใหม่ เขายืนยันว่า Intel “กำลังเดินหน้าเต็มกำลัง” พร้อมระบุว่ากระบวนการผลิตนี้มีพัฒนาการด้าน yield, IP portfolio, และความพร้อมสำหรับลูกค้าในระดับที่น่าประทับใจ

    สิ่งที่น่าสนใจคือคำพูดของ Tan ที่ว่า “serve the customer well” ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นการบอกใบ้ว่า Intel มี ลูกค้าภายนอกรายใหญ่ ที่เตรียมใช้เทคโนโลยี 14A อยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ผลิตให้ Intel เองเหมือนในอดีต นี่ถือเป็นสัญญาณสำคัญ เพราะ Intel ยังไม่สามารถดึงลูกค้ารายใหญ่ให้ใช้ 18A ได้มากนัก ยกเว้น Microsoft และหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ

    เทคโนโลยี 14A จะเป็นรุ่นที่ต่อยอดจาก 18A โดยเพิ่ม 2nd‑Gen RibbonFET GAA, ระบบจ่ายไฟแบบใหม่ PowerDirect, และ Turbo Cells ที่ช่วยเพิ่มความเร็วโดยไม่เพิ่มพื้นที่หรือพลังงานมากนัก อย่างไรก็ตาม Intel ยังไม่มีการลงทุนด้านกำลังการผลิตสำหรับลูกค้าภายนอกในแผน CapEx ปัจจุบัน หมายความว่าหากมีลูกค้ารายใหญ่เข้ามาจริง Intel จะต้องลงทุนเพิ่มทันที ซึ่งอาจทำให้จุดคุ้มทุนของ Intel Foundry ถูกเลื่อนออกไป

    การแข่งขันกับ TSMC และ Samsung ยังคงดุเดือด เพราะคู่แข่งมักมี “ลูกค้าหลัก” หลายรายที่พร้อม commit ปริมาณการผลิตก่อนเริ่มสร้างโรงงาน แต่ Intel ยังต้องพิสูจน์ว่าตนสามารถเป็น Foundry ที่เชื่อถือได้สำหรับลูกค้าภายนอกในระดับเดียวกัน การเดินหน้าสู่ 14A จึงเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ของบริษัทในเส้นทางการกลับมาครองความเป็นผู้นำด้านการผลิตชิปอีกครั้ง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Intel เดินหน้าเต็มกำลังสู่ 14A
    CEO ยืนยันความคืบหน้าด้าน yield และ IP portfolio ดีขึ้นอย่างมาก
    คาดว่าจะพร้อมผลิตจริงในปี 2027

    เทคโนโลยีใหม่ใน 14A
    2nd‑Gen RibbonFET GAA
    PowerDirect BSPDN รุ่นใหม่
    Turbo Cells เพิ่มความเร็วโดยไม่เพิ่มพลังงานมาก

    สัญญาณว่ามีลูกค้าภายนอกรายใหญ่
    คำว่า “the customer” ทำให้เกิดการคาดเดาว่า Intel มีดีลสำคัญอยู่แล้ว
    ต่างจาก 18A ที่ยังไม่มีลูกค้ารายใหญ่ด้านปริมาณ

    ความท้าทายด้านกำลังการผลิต
    แผน CapEx ปัจจุบันยังไม่รวมการผลิตให้ลูกค้าภายนอก
    หากมีดีลใหญ่ Intel ต้องลงทุนเพิ่มทันที

    ประเด็นที่ต้องจับตา
    ความเสี่ยงด้านการลงทุน
    การเพิ่มกำลังผลิตก่อนมีรายได้จริงอาจทำให้จุดคุ้มทุนเลื่อนออกไป

    การแข่งขันกับ TSMC และ Samsung
    คู่แข่งมีลูกค้าหลักหลายรายที่ commit ปริมาณผลิตล่วงหน้า

    ความพร้อมของอุปกรณ์ EUV รุ่น High‑NA
    เครื่องมือมี lead time ยาว หากจัดหาไม่ทันอาจพลาดโอกาสสำคัญ

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/intel-is-going-big-time-into-14a-says-ceo-lip-bu-tan-serve-the-customer-well-remark-hints-at-external-client
    🏭 Intel เดินหน้าเต็มกำลังสู่ยุค 14A — สัญญาณบวกเรื่อง Yield และคำพูดที่เหมือนบอกใบ้ถึง “ลูกค้าภายนอกรายใหญ่” Intel ใช้เวที CES ไม่เพียงแค่เปิดตัวชิป Panther Lake เท่านั้น แต่ CEO Lip‑Bu Tan ยังออกมาพูดถึงความคืบหน้าของเทคโนโลยีการผลิตระดับ 14A (1.4nm-class) ซึ่งเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญที่สุดของ Intel Foundry ในยุคใหม่ เขายืนยันว่า Intel “กำลังเดินหน้าเต็มกำลัง” พร้อมระบุว่ากระบวนการผลิตนี้มีพัฒนาการด้าน yield, IP portfolio, และความพร้อมสำหรับลูกค้าในระดับที่น่าประทับใจ สิ่งที่น่าสนใจคือคำพูดของ Tan ที่ว่า “serve the customer well” ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นการบอกใบ้ว่า Intel มี ลูกค้าภายนอกรายใหญ่ ที่เตรียมใช้เทคโนโลยี 14A อยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ผลิตให้ Intel เองเหมือนในอดีต นี่ถือเป็นสัญญาณสำคัญ เพราะ Intel ยังไม่สามารถดึงลูกค้ารายใหญ่ให้ใช้ 18A ได้มากนัก ยกเว้น Microsoft และหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ เทคโนโลยี 14A จะเป็นรุ่นที่ต่อยอดจาก 18A โดยเพิ่ม 2nd‑Gen RibbonFET GAA, ระบบจ่ายไฟแบบใหม่ PowerDirect, และ Turbo Cells ที่ช่วยเพิ่มความเร็วโดยไม่เพิ่มพื้นที่หรือพลังงานมากนัก อย่างไรก็ตาม Intel ยังไม่มีการลงทุนด้านกำลังการผลิตสำหรับลูกค้าภายนอกในแผน CapEx ปัจจุบัน หมายความว่าหากมีลูกค้ารายใหญ่เข้ามาจริง Intel จะต้องลงทุนเพิ่มทันที ซึ่งอาจทำให้จุดคุ้มทุนของ Intel Foundry ถูกเลื่อนออกไป การแข่งขันกับ TSMC และ Samsung ยังคงดุเดือด เพราะคู่แข่งมักมี “ลูกค้าหลัก” หลายรายที่พร้อม commit ปริมาณการผลิตก่อนเริ่มสร้างโรงงาน แต่ Intel ยังต้องพิสูจน์ว่าตนสามารถเป็น Foundry ที่เชื่อถือได้สำหรับลูกค้าภายนอกในระดับเดียวกัน การเดินหน้าสู่ 14A จึงเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ของบริษัทในเส้นทางการกลับมาครองความเป็นผู้นำด้านการผลิตชิปอีกครั้ง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Intel เดินหน้าเต็มกำลังสู่ 14A ➡️ CEO ยืนยันความคืบหน้าด้าน yield และ IP portfolio ดีขึ้นอย่างมาก ➡️ คาดว่าจะพร้อมผลิตจริงในปี 2027 ✅ เทคโนโลยีใหม่ใน 14A ➡️ 2nd‑Gen RibbonFET GAA ➡️ PowerDirect BSPDN รุ่นใหม่ ➡️ Turbo Cells เพิ่มความเร็วโดยไม่เพิ่มพลังงานมาก ✅ สัญญาณว่ามีลูกค้าภายนอกรายใหญ่ ➡️ คำว่า “the customer” ทำให้เกิดการคาดเดาว่า Intel มีดีลสำคัญอยู่แล้ว ➡️ ต่างจาก 18A ที่ยังไม่มีลูกค้ารายใหญ่ด้านปริมาณ ✅ ความท้าทายด้านกำลังการผลิต ➡️ แผน CapEx ปัจจุบันยังไม่รวมการผลิตให้ลูกค้าภายนอก ➡️ หากมีดีลใหญ่ Intel ต้องลงทุนเพิ่มทันที ⚠️ ประเด็นที่ต้องจับตา ‼️ ความเสี่ยงด้านการลงทุน ⛔ การเพิ่มกำลังผลิตก่อนมีรายได้จริงอาจทำให้จุดคุ้มทุนเลื่อนออกไป ‼️ การแข่งขันกับ TSMC และ Samsung ⛔ คู่แข่งมีลูกค้าหลักหลายรายที่ commit ปริมาณผลิตล่วงหน้า ‼️ ความพร้อมของอุปกรณ์ EUV รุ่น High‑NA ⛔ เครื่องมือมี lead time ยาว หากจัดหาไม่ทันอาจพลาดโอกาสสำคัญ https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/intel-is-going-big-time-into-14a-says-ceo-lip-bu-tan-serve-the-customer-well-remark-hints-at-external-client
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 128 มุมมอง 0 รีวิว
  • Apple‑1 Prototype Board #0 เตรียมถูกประมูลทะลุ $500,000 ในงานครบรอบ 50 ปี Apple

    หนึ่งในชิ้นส่วนประวัติศาสตร์ที่หายากที่สุดของโลกเทคโนโลยีกำลังถูกนำออกประมูลในงาน Steve Jobs & the Computer Revolution: The Apple 50th Anniversary Auction ซึ่งจัดโดย Boston’s Rare and Remarkable Auctions โดยไฮไลต์สำคัญคือ Apple‑1 Prototype Board #0 ที่ถูกใช้โดย Steve Jobs และ Steve Wozniak เพื่อทดสอบและยืนยันดีไซน์ก่อนเริ่มผลิตจริง ถือเป็นต้นแบบยุคแรกสุดของคอมพิวเตอร์ Apple ที่ยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน

    บอร์ดต้นแบบนี้มีความพิเศษหลายอย่าง เช่น การใช้ Robinson‑Nugent sockets ที่มีคุณภาพสูงกว่าเวอร์ชันผลิตจริง รวมถึงการดัดแปลงบางจุดเพื่อทดสอบ timing ของ RAM นอกจากนี้ ผู้ชนะประมูลยังจะได้รับคีย์บอร์ดยุค 1977, พาวเวอร์ซัพพลายโบราณ, ทีวี Sony รุ่นเก่า และคู่มือ Apple‑1 ฉบับจำลองที่มีลายเซ็นของ Steve Wozniak เพิ่มความล้ำค่าทางประวัติศาสตร์เข้าไปอีกขั้น

    อีกหนึ่งไอเทมที่น่าตกใจไม่แพ้กันคือ เช็คใบแรกของ Apple Computer เลขที่ 1 มูลค่า $500 ซึ่งลงนามโดย Jobs และ Wozniak ใช้สำหรับจ่ายค่าดีไซน์ PCB ของ Apple‑1 และออกก่อนวันที่บริษัทถูกจดทะเบียนอย่างเป็นทางการเพียง 16 วัน ทำให้เอกสารชิ้นนี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูงจนถูกประเมินราคาว่าอาจแตะ $500,000+ เช่นเดียวกับบอร์ดต้นแบบ

    การประมูลครั้งนี้มีทั้งหมด 191 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ของสะสมส่วนตัวของ Steve Jobs ไปจนถึงรถ Jaguar XJS V12 ปี 1989 ที่จดทะเบียนในนาม Apple Computer งานนี้จึงไม่ใช่แค่การประมูล แต่เป็นการย้อนรอยเส้นทางของบริษัทที่เริ่มต้นจากโรงรถสู่การเป็นหนึ่งในบริษัททรงอิทธิพลที่สุดในโลกเทคโนโลยี

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ไฮไลต์ของการประมูล
    Apple‑1 Prototype Board #0 คาดว่าจะมีราคาทะลุ $500,000
    ใช้โดย Jobs และ Wozniak เพื่อทดสอบก่อนผลิตจริง

    คุณค่าทางประวัติศาสตร์
    มีการใช้ชิ้นส่วนหายาก เช่น Robinson‑Nugent sockets
    มาพร้อมอุปกรณ์ยุค 70s และคู่มือพร้อมลายเซ็น Wozniak

    เช็คใบแรกของ Apple
    ลงนามโดย Jobs และ Wozniak
    ใช้จ่ายค่าดีไซน์ Apple‑1 PCB ก่อนบริษัทจดทะเบียน

    งานประมูลครบรอบ 50 ปี Apple
    รวมของสะสม 191 รายการ
    ปิดประมูลวันที่ 30 มกราคม

    ข้อควรระวังหรือประเด็นที่ต้องพิจารณา
    ราคาประมูลอาจพุ่งสูงมาก
    ผู้สนใจต้องเตรียมงบประมาณระดับหลายแสนดอลลาร์

    ของสะสมมีความเปราะบาง
    ต้องการการเก็บรักษาแบบควบคุมสภาพแวดล้อม

    ความเสี่ยงด้านของปลอมในตลาดสะสม
    ผู้ซื้อควรตรวจสอบเอกสารรับรองอย่างละเอียด

    https://www.tomshardware.com/desktops/pc-building/apple-1-prototype-board-0-system-is-expected-to-fetch-usd500-000-at-a-50th-anniversary-auction-and-the-firms-first-ever-check-is-valued-at-the-same-amount
    🖥️ Apple‑1 Prototype Board #0 เตรียมถูกประมูลทะลุ $500,000 ในงานครบรอบ 50 ปี Apple หนึ่งในชิ้นส่วนประวัติศาสตร์ที่หายากที่สุดของโลกเทคโนโลยีกำลังถูกนำออกประมูลในงาน Steve Jobs & the Computer Revolution: The Apple 50th Anniversary Auction ซึ่งจัดโดย Boston’s Rare and Remarkable Auctions โดยไฮไลต์สำคัญคือ Apple‑1 Prototype Board #0 ที่ถูกใช้โดย Steve Jobs และ Steve Wozniak เพื่อทดสอบและยืนยันดีไซน์ก่อนเริ่มผลิตจริง ถือเป็นต้นแบบยุคแรกสุดของคอมพิวเตอร์ Apple ที่ยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน บอร์ดต้นแบบนี้มีความพิเศษหลายอย่าง เช่น การใช้ Robinson‑Nugent sockets ที่มีคุณภาพสูงกว่าเวอร์ชันผลิตจริง รวมถึงการดัดแปลงบางจุดเพื่อทดสอบ timing ของ RAM นอกจากนี้ ผู้ชนะประมูลยังจะได้รับคีย์บอร์ดยุค 1977, พาวเวอร์ซัพพลายโบราณ, ทีวี Sony รุ่นเก่า และคู่มือ Apple‑1 ฉบับจำลองที่มีลายเซ็นของ Steve Wozniak เพิ่มความล้ำค่าทางประวัติศาสตร์เข้าไปอีกขั้น อีกหนึ่งไอเทมที่น่าตกใจไม่แพ้กันคือ เช็คใบแรกของ Apple Computer เลขที่ 1 มูลค่า $500 ซึ่งลงนามโดย Jobs และ Wozniak ใช้สำหรับจ่ายค่าดีไซน์ PCB ของ Apple‑1 และออกก่อนวันที่บริษัทถูกจดทะเบียนอย่างเป็นทางการเพียง 16 วัน ทำให้เอกสารชิ้นนี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูงจนถูกประเมินราคาว่าอาจแตะ $500,000+ เช่นเดียวกับบอร์ดต้นแบบ การประมูลครั้งนี้มีทั้งหมด 191 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ของสะสมส่วนตัวของ Steve Jobs ไปจนถึงรถ Jaguar XJS V12 ปี 1989 ที่จดทะเบียนในนาม Apple Computer งานนี้จึงไม่ใช่แค่การประมูล แต่เป็นการย้อนรอยเส้นทางของบริษัทที่เริ่มต้นจากโรงรถสู่การเป็นหนึ่งในบริษัททรงอิทธิพลที่สุดในโลกเทคโนโลยี 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ไฮไลต์ของการประมูล ➡️ Apple‑1 Prototype Board #0 คาดว่าจะมีราคาทะลุ $500,000 ➡️ ใช้โดย Jobs และ Wozniak เพื่อทดสอบก่อนผลิตจริง ✅ คุณค่าทางประวัติศาสตร์ ➡️ มีการใช้ชิ้นส่วนหายาก เช่น Robinson‑Nugent sockets ➡️ มาพร้อมอุปกรณ์ยุค 70s และคู่มือพร้อมลายเซ็น Wozniak ✅ เช็คใบแรกของ Apple ➡️ ลงนามโดย Jobs และ Wozniak ➡️ ใช้จ่ายค่าดีไซน์ Apple‑1 PCB ก่อนบริษัทจดทะเบียน ✅ งานประมูลครบรอบ 50 ปี Apple ➡️ รวมของสะสม 191 รายการ ➡️ ปิดประมูลวันที่ 30 มกราคม ⚠️ ข้อควรระวังหรือประเด็นที่ต้องพิจารณา ‼️ ราคาประมูลอาจพุ่งสูงมาก ⛔ ผู้สนใจต้องเตรียมงบประมาณระดับหลายแสนดอลลาร์ ‼️ ของสะสมมีความเปราะบาง ⛔ ต้องการการเก็บรักษาแบบควบคุมสภาพแวดล้อม ‼️ ความเสี่ยงด้านของปลอมในตลาดสะสม ⛔ ผู้ซื้อควรตรวจสอบเอกสารรับรองอย่างละเอียด https://www.tomshardware.com/desktops/pc-building/apple-1-prototype-board-0-system-is-expected-to-fetch-usd500-000-at-a-50th-anniversary-auction-and-the-firms-first-ever-check-is-valued-at-the-same-amount
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 112 มุมมอง 0 รีวิว
  • Audeze Maxwell 2 เปิดตัว! หูฟังเกมมิ่งรุ่นใหม่ เสียงดีขึ้น เบสหนักขึ้น พร้อมไมค์ตัดเสียง AI ระดับโปร

    Audeze Maxwell 2 กลายเป็นหนึ่งในหูฟังเกมมิ่งที่ถูกจับตามองมากที่สุดในปีนี้ เพราะเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่จากรุ่นแรก ทั้งด้านคุณภาพเสียง ความแม่นยำของตำแหน่งเสียง และเทคโนโลยีไมค์ตัดเสียงรบกวนที่ใช้ AI รุ่นใหม่ล่าสุด หูฟังยังคงใช้ไดรเวอร์ planar magnetic ขนาดใหญ่ 90 มม. ที่ขึ้นชื่อเรื่องความคมชัดและรายละเอียดเสียง แต่เพิ่มเทคโนโลยี SLAM ที่ช่วยให้มิติเสียงกว้างขึ้นและเบสทรงพลังขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน

    นอกจากประสิทธิภาพด้านเสียง Maxwell 2 ยังถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งเล่นเกม ฟังเพลง หรือใช้งานแบบไร้สายทั่วไป ด้วยแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวถึง 80 ชั่วโมง และรองรับทั้ง 2.4GHz, Bluetooth และการเชื่อมต่อแบบมีสาย แม้ตัวหูฟังจะหนักขึ้นเล็กน้อย แต่ Audeze ก็เพิ่มพื้นที่ใน earpad และออกแบบ head strap ใหม่ให้สวมใส่สบายขึ้นสำหรับผู้ใช้หลายรูปแบบ

    ไมโครโฟนแบบถอดได้ของ Maxwell 2 ก็ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ โดยใช้ระบบ AI noise canceling ที่ช่วยตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้ดีขึ้น เหมาะกับการสื่อสารในเกมหรือการประชุมออนไลน์ แม้การทดสอบในงาน CES จะยังประเมินได้ไม่เต็มที่เพราะสภาพแวดล้อมมีเสียงดัง แต่ผู้ทดสอบระบุว่า sidetone ทำงานได้ดีและเสียงพูดคมชัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    ในภาพรวม Maxwell 2 เป็นหูฟังที่เน้นคุณภาพเสียงระดับไฮเอนด์ พร้อมฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ทั้งเกมเมอร์และผู้ฟังเพลงจริงจัง การแข่งขันในตลาด planar magnetic gaming headset ก็เริ่มดุเดือดขึ้น เมื่อคู่แข่งอย่าง ASUS ROG Kithara ก็เปิดตัวรุ่นใหม่เช่นกัน ทำให้ปีนี้กลายเป็นปีที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนรักเสียงคุณภาพสูงอย่างแท้จริง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    อัปเกรดด้านเสียงและเทคโนโลยี
    ใช้เทคโนโลยี SLAM เพิ่มมิติเสียงและเบสให้หนักแน่นขึ้น
    ไดรเวอร์ planar magnetic 90 มม. ให้ช่วงเสียงกว้าง 10–50,000 Hz

    ไมค์ AI รุ่นใหม่
    ไมค์ถอดได้พร้อมระบบ AI noise canceling ที่ฉลาดขึ้น
    เสียงพูดชัดเจนขึ้น แม้ยังทดสอบได้ไม่เต็มที่ในงาน CES

    ดีไซน์และความสบาย
    เพิ่มพื้นที่ earpad และ head strap แบบใหม่
    น้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 560 กรัม แต่หวังว่าจะสวมใส่สบายขึ้น

    การเชื่อมต่อและแบตเตอรี่
    รองรับ 2.4GHz, Bluetooth และสาย
    แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 80 ชั่วโมง

    ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา
    น้ำหนักที่มากขึ้น
    อาจทำให้ผู้ใช้บางคนรู้สึกเมื่อยล้าหากใช้งานนาน

    ไมค์ AI ยังไม่ได้ทดสอบเต็มประสิทธิภาพ
    ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างจากการทดสอบในงาน CES

    ราคาเปิดตัวค่อนข้างสูง
    รุ่น PlayStation ราคา $329 และรุ่น Xbox ราคา $349

    https://www.tomshardware.com/peripherals/gaming-headsets/audeze-launches-maxwell-2-headset-with-better-spatial-immersion-and-bass-plus-of-course-improved-ai-noise-canceling-mic-tech
    🎧 Audeze Maxwell 2 เปิดตัว! หูฟังเกมมิ่งรุ่นใหม่ เสียงดีขึ้น เบสหนักขึ้น พร้อมไมค์ตัดเสียง AI ระดับโปร Audeze Maxwell 2 กลายเป็นหนึ่งในหูฟังเกมมิ่งที่ถูกจับตามองมากที่สุดในปีนี้ เพราะเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่จากรุ่นแรก ทั้งด้านคุณภาพเสียง ความแม่นยำของตำแหน่งเสียง และเทคโนโลยีไมค์ตัดเสียงรบกวนที่ใช้ AI รุ่นใหม่ล่าสุด หูฟังยังคงใช้ไดรเวอร์ planar magnetic ขนาดใหญ่ 90 มม. ที่ขึ้นชื่อเรื่องความคมชัดและรายละเอียดเสียง แต่เพิ่มเทคโนโลยี SLAM ที่ช่วยให้มิติเสียงกว้างขึ้นและเบสทรงพลังขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน นอกจากประสิทธิภาพด้านเสียง Maxwell 2 ยังถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งเล่นเกม ฟังเพลง หรือใช้งานแบบไร้สายทั่วไป ด้วยแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวถึง 80 ชั่วโมง และรองรับทั้ง 2.4GHz, Bluetooth และการเชื่อมต่อแบบมีสาย แม้ตัวหูฟังจะหนักขึ้นเล็กน้อย แต่ Audeze ก็เพิ่มพื้นที่ใน earpad และออกแบบ head strap ใหม่ให้สวมใส่สบายขึ้นสำหรับผู้ใช้หลายรูปแบบ ไมโครโฟนแบบถอดได้ของ Maxwell 2 ก็ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ โดยใช้ระบบ AI noise canceling ที่ช่วยตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้ดีขึ้น เหมาะกับการสื่อสารในเกมหรือการประชุมออนไลน์ แม้การทดสอบในงาน CES จะยังประเมินได้ไม่เต็มที่เพราะสภาพแวดล้อมมีเสียงดัง แต่ผู้ทดสอบระบุว่า sidetone ทำงานได้ดีและเสียงพูดคมชัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในภาพรวม Maxwell 2 เป็นหูฟังที่เน้นคุณภาพเสียงระดับไฮเอนด์ พร้อมฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ทั้งเกมเมอร์และผู้ฟังเพลงจริงจัง การแข่งขันในตลาด planar magnetic gaming headset ก็เริ่มดุเดือดขึ้น เมื่อคู่แข่งอย่าง ASUS ROG Kithara ก็เปิดตัวรุ่นใหม่เช่นกัน ทำให้ปีนี้กลายเป็นปีที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนรักเสียงคุณภาพสูงอย่างแท้จริง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ อัปเกรดด้านเสียงและเทคโนโลยี ➡️ ใช้เทคโนโลยี SLAM เพิ่มมิติเสียงและเบสให้หนักแน่นขึ้น ➡️ ไดรเวอร์ planar magnetic 90 มม. ให้ช่วงเสียงกว้าง 10–50,000 Hz ✅ ไมค์ AI รุ่นใหม่ ➡️ ไมค์ถอดได้พร้อมระบบ AI noise canceling ที่ฉลาดขึ้น ➡️ เสียงพูดชัดเจนขึ้น แม้ยังทดสอบได้ไม่เต็มที่ในงาน CES ✅ ดีไซน์และความสบาย ➡️ เพิ่มพื้นที่ earpad และ head strap แบบใหม่ ➡️ น้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 560 กรัม แต่หวังว่าจะสวมใส่สบายขึ้น ✅ การเชื่อมต่อและแบตเตอรี่ ➡️ รองรับ 2.4GHz, Bluetooth และสาย ➡️ แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 80 ชั่วโมง ⚠️ ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา ‼️ น้ำหนักที่มากขึ้น ⛔ อาจทำให้ผู้ใช้บางคนรู้สึกเมื่อยล้าหากใช้งานนาน ‼️ ไมค์ AI ยังไม่ได้ทดสอบเต็มประสิทธิภาพ ⛔ ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างจากการทดสอบในงาน CES ‼️ ราคาเปิดตัวค่อนข้างสูง ⛔ รุ่น PlayStation ราคา $329 และรุ่น Xbox ราคา $349 https://www.tomshardware.com/peripherals/gaming-headsets/audeze-launches-maxwell-2-headset-with-better-spatial-immersion-and-bass-plus-of-course-improved-ai-noise-canceling-mic-tech
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 100 มุมมอง 0 รีวิว
  • เส้นทางสู่การเป็น CISO ของ Jamie Norton: จากเด็กชอบคอมพิวเตอร์สู่ผู้นำความมั่นคงไซเบอร์ของออสเตรเลีย

    Jamie Norton เริ่มต้นเส้นทางด้านเทคโนโลยีตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อพ่อแม่ซื้อคอมพิวเตอร์ให้เขาได้ลองเล่นและแกะเครื่องเอง ความสนใจนี้พาเขาไปเรียนด้าน IT และบัญชีในมหาวิทยาลัย ก่อนเข้าสู่ยุคบูมของอินเทอร์เน็ตที่เปิดโอกาสให้เขาได้ทำงานด้านข่าวกรองในกระทรวงกลาโหมออสเตรเลีย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเริ่มมองโลกผ่านมุมมองของ “ความเสี่ยงและการปกป้องระบบ”

    หลังจากนั้น Norton ก้าวเข้าสู่สายงานไซเบอร์อย่างเต็มตัวในช่วงปี 2000 ผ่านบทบาทหลากหลาย ทั้งฝั่ง vendor, startup, digital trust, identity, และงานขาย ก่อนกลับมาสู่ตำแหน่งผู้นำด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในองค์กรใหญ่ เช่น WHO, NEC Australia และสำนักงานสรรพากรออสเตรเลีย ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่ง CISO ของ ASIC และเป็น รองประธานบอร์ด ISACA ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทระดับนานาชาติของเขาในวงการนี้

    Norton มองว่าความท้าทายใหญ่ที่สุดของ CISO คือการจัดการ “ระบบเก่า” ในหน่วยงานรัฐ การสร้างวินัยด้านความปลอดภัยพื้นฐาน และการรับมือกับเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI ที่กำลังเปลี่ยนเกมอย่างรวดเร็ว เขายังเน้นว่าบทบาทของ CISO กำลังขยับจากงานเทคนิคไปสู่การเป็นผู้นำระดับองค์กรที่ต้องสื่อสารกับผู้บริหารและบอร์ดอย่างมีประสิทธิภาพ

    ในด้านการสร้างทีม Norton เชื่อว่าการให้คำปรึกษา การลดขั้นตอนที่เป็นอุปสรรค และการสร้างวัฒนธรรมที่ดีคือหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะในภาครัฐที่อาจไม่สามารถแข่งขันด้านเงินเดือนกับเอกชนได้ เขายังย้ำว่าความยืดหยุ่นและการเรียนรู้จากความผิดพลาดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้นำด้านความปลอดภัยไซเบอร์ยุคใหม่

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ไฮไลต์จากบทสัมภาษณ์
    Norton เริ่มสนใจคอมพิวเตอร์ตั้งแต่วัยเด็ก และเข้าสู่สายไซเบอร์ผ่านงานข่าวกรองในกระทรวงกลาโหม
    มีประสบการณ์ทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรระดับโลก เช่น WHO และ ATO
    ปัจจุบันเป็น CISO ของ ASIC และรองประธานบอร์ด ISACA
    มองว่า AI จะเปลี่ยนบทบาทของ CISO อย่างมากใน 5–10 ปีข้างหน้า

    ความท้าทายที่ CISO ต้องเผชิญ
    ระบบเก่าในหน่วยงานรัฐที่ยากต่อการอัปเกรดและเสี่ยงต่อภัยไซเบอร์
    การสร้างวินัยด้าน “พื้นฐานความปลอดภัย” ซึ่งมักยากกว่าที่คิด
    การสื่อสารกับผู้บริหารและบอร์ดเพื่อให้เข้าใจความเสี่ยงจริงจัง
    ปัญหา burnout ของคนทำงานไซเบอร์ที่ต้องรับแรงกดดันสูง

    https://www.csoonline.com/article/4098274/jamie-nortons-early-interest-in-computers-took-him-on-a-journey-securing-key-australian-government-organizations.html
    🛡️ เส้นทางสู่การเป็น CISO ของ Jamie Norton: จากเด็กชอบคอมพิวเตอร์สู่ผู้นำความมั่นคงไซเบอร์ของออสเตรเลีย Jamie Norton เริ่มต้นเส้นทางด้านเทคโนโลยีตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อพ่อแม่ซื้อคอมพิวเตอร์ให้เขาได้ลองเล่นและแกะเครื่องเอง ความสนใจนี้พาเขาไปเรียนด้าน IT และบัญชีในมหาวิทยาลัย ก่อนเข้าสู่ยุคบูมของอินเทอร์เน็ตที่เปิดโอกาสให้เขาได้ทำงานด้านข่าวกรองในกระทรวงกลาโหมออสเตรเลีย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเริ่มมองโลกผ่านมุมมองของ “ความเสี่ยงและการปกป้องระบบ” หลังจากนั้น Norton ก้าวเข้าสู่สายงานไซเบอร์อย่างเต็มตัวในช่วงปี 2000 ผ่านบทบาทหลากหลาย ทั้งฝั่ง vendor, startup, digital trust, identity, และงานขาย ก่อนกลับมาสู่ตำแหน่งผู้นำด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในองค์กรใหญ่ เช่น WHO, NEC Australia และสำนักงานสรรพากรออสเตรเลีย ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่ง CISO ของ ASIC และเป็น รองประธานบอร์ด ISACA ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทระดับนานาชาติของเขาในวงการนี้ Norton มองว่าความท้าทายใหญ่ที่สุดของ CISO คือการจัดการ “ระบบเก่า” ในหน่วยงานรัฐ การสร้างวินัยด้านความปลอดภัยพื้นฐาน และการรับมือกับเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI ที่กำลังเปลี่ยนเกมอย่างรวดเร็ว เขายังเน้นว่าบทบาทของ CISO กำลังขยับจากงานเทคนิคไปสู่การเป็นผู้นำระดับองค์กรที่ต้องสื่อสารกับผู้บริหารและบอร์ดอย่างมีประสิทธิภาพ ในด้านการสร้างทีม Norton เชื่อว่าการให้คำปรึกษา การลดขั้นตอนที่เป็นอุปสรรค และการสร้างวัฒนธรรมที่ดีคือหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะในภาครัฐที่อาจไม่สามารถแข่งขันด้านเงินเดือนกับเอกชนได้ เขายังย้ำว่าความยืดหยุ่นและการเรียนรู้จากความผิดพลาดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้นำด้านความปลอดภัยไซเบอร์ยุคใหม่ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ไฮไลต์จากบทสัมภาษณ์ ➡️ Norton เริ่มสนใจคอมพิวเตอร์ตั้งแต่วัยเด็ก และเข้าสู่สายไซเบอร์ผ่านงานข่าวกรองในกระทรวงกลาโหม ➡️ มีประสบการณ์ทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรระดับโลก เช่น WHO และ ATO ➡️ ปัจจุบันเป็น CISO ของ ASIC และรองประธานบอร์ด ISACA ➡️ มองว่า AI จะเปลี่ยนบทบาทของ CISO อย่างมากใน 5–10 ปีข้างหน้า ‼️ ความท้าทายที่ CISO ต้องเผชิญ ⛔ ระบบเก่าในหน่วยงานรัฐที่ยากต่อการอัปเกรดและเสี่ยงต่อภัยไซเบอร์ ⛔ การสร้างวินัยด้าน “พื้นฐานความปลอดภัย” ซึ่งมักยากกว่าที่คิด ⛔ การสื่อสารกับผู้บริหารและบอร์ดเพื่อให้เข้าใจความเสี่ยงจริงจัง ⛔ ปัญหา burnout ของคนทำงานไซเบอร์ที่ต้องรับแรงกดดันสูง https://www.csoonline.com/article/4098274/jamie-nortons-early-interest-in-computers-took-him-on-a-journey-securing-key-australian-government-organizations.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Jamie Norton’s journey to CISO started with an early interest in computers
    Norton, who has held CISO roles in both the private and public sector, including the Australian Taxation Office, discusses the challenges of securing key government organizations and how he sees security leadership evolving today.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 115 มุมมอง 0 รีวิว
  • มนุษย์ปล่อยแสงจาง ๆ ตลอดเวลา…และแสงนั้นหายไปทันทีเมื่อเราตาย! งานวิจัยใหม่เผยความจริงสุดประหลาด

    งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยคัลการีและสภาวิจัยแห่งชาติแคนาดาเผยหลักฐานตรงที่น่าทึ่งว่า สิ่งมีชีวิต—including มนุษย์—ปล่อยแสงที่มองเห็นได้ระดับอ่อนมาก (ultraweak photon emission: UPE) อยู่ตลอดเวลา และแสงนี้ “ลดลงอย่างชัดเจน” ทันทีหลังความตาย การค้นพบนี้เกิดจากการทดลองกับหนูและใบไม้จากพืชสองชนิด ซึ่งให้ผลลัพธ์ตรงกันจนทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแสงจาง ๆ นี้เป็นสัญญาณของกระบวนการชีวภาพที่เกิดขึ้นเฉพาะในสิ่งมีชีวิตเท่านั้น

    แม้แนวคิดเรื่อง “แสงชีวภาพ” จะเคยถูกโยงกับความเชื่อเหนือธรรมชาติหรือออร่า แต่งานวิจัยนี้ใช้เครื่องมือถ่ายภาพความไวสูงในห้องมืดสนิทเพื่อจับโฟตอนทีละเม็ดจากร่างกายของหนู พบว่าในช่วงที่ยังมีชีวิต เซลล์จะปล่อยแสงจาง ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่หลังถูกทำให้ตาย แสงนั้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะควบคุมอุณหภูมิให้เท่ากับตอนมีชีวิตก็ตาม

    นักวิจัยเชื่อว่าแสงนี้เกิดจาก reactive oxygen species (ROS)—โมเลกุลที่เซลล์สร้างขึ้นเมื่อเผชิญความเครียด เช่น ความร้อน สารพิษ หรือการบาดเจ็บ เมื่อ ROS ทำปฏิกิริยากับไขมันและโปรตีนในเซลล์ อิเล็กตรอนจะถูกกระตุ้นและปล่อยโฟตอนออกมาเมื่อกลับสู่สภาวะปกติ การทดลองกับใบไม้ที่ถูกทำให้บาดเจ็บก็พบว่า “บริเวณที่ถูกทำร้ายสว่างกว่าส่วนอื่นอย่างชัดเจน” ซึ่งสนับสนุนสมมติฐานนี้

    หากเทคโนโลยีนี้พัฒนาไปไกลพอ นักวิทยาศาสตร์คาดว่าในอนาคตเราอาจสามารถใช้การตรวจจับแสงชีวภาพเป็นเครื่องมือวินิจฉัยโรคแบบไม่ต้องสัมผัส เช่น ตรวจหาความเครียดของเนื้อเยื่อ การอักเสบ หรือความเสียหายของเซลล์ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งอาจเปลี่ยนวิธีการแพทย์ในหลายสาขาอย่างสิ้นเชิง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่งานวิจัยพบ
    สิ่งมีชีวิต—including มนุษย์—ปล่อยแสงจางมากที่มองเห็นได้ (UPE) ตลอดเวลา
    แสงนี้ลดลงทันทีหลังความตาย แม้อุณหภูมิร่างกายถูกควบคุมให้เท่าเดิม
    แหล่งกำเนิดแสงน่าจะมาจากปฏิกิริยาของ reactive oxygen species (ROS)
    ใบไม้ที่ถูกทำให้บาดเจ็บปล่อยแสงมากขึ้นตรงบริเวณที่เสียหาย

    คำเตือนและข้อจำกัด
    ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่ “ออร่าเหนือธรรมชาติ” แต่เป็นปฏิกิริยาเคมีในเซลล์
    ความเข้มของแสงอ่อนมากจนต้องใช้กล้องพิเศษในห้องมืดสนิทเท่านั้น
    ยังต้องมีงานวิจัยเพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นเครื่องมือวินิจฉัยทางการแพทย์จริง
    การตีความผลลัพธ์ต้องระวังไม่ให้เชื่อมโยงกับความเชื่อผิดทางวิทยาศาสตร์

    https://www.sciencealert.com/we-emit-a-visible-light-that-vanishes-when-we-die-surprising-study-says
    ✨ มนุษย์ปล่อยแสงจาง ๆ ตลอดเวลา…และแสงนั้นหายไปทันทีเมื่อเราตาย! งานวิจัยใหม่เผยความจริงสุดประหลาด งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยคัลการีและสภาวิจัยแห่งชาติแคนาดาเผยหลักฐานตรงที่น่าทึ่งว่า สิ่งมีชีวิต—including มนุษย์—ปล่อยแสงที่มองเห็นได้ระดับอ่อนมาก (ultraweak photon emission: UPE) อยู่ตลอดเวลา และแสงนี้ “ลดลงอย่างชัดเจน” ทันทีหลังความตาย การค้นพบนี้เกิดจากการทดลองกับหนูและใบไม้จากพืชสองชนิด ซึ่งให้ผลลัพธ์ตรงกันจนทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแสงจาง ๆ นี้เป็นสัญญาณของกระบวนการชีวภาพที่เกิดขึ้นเฉพาะในสิ่งมีชีวิตเท่านั้น แม้แนวคิดเรื่อง “แสงชีวภาพ” จะเคยถูกโยงกับความเชื่อเหนือธรรมชาติหรือออร่า แต่งานวิจัยนี้ใช้เครื่องมือถ่ายภาพความไวสูงในห้องมืดสนิทเพื่อจับโฟตอนทีละเม็ดจากร่างกายของหนู พบว่าในช่วงที่ยังมีชีวิต เซลล์จะปล่อยแสงจาง ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่หลังถูกทำให้ตาย แสงนั้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะควบคุมอุณหภูมิให้เท่ากับตอนมีชีวิตก็ตาม นักวิจัยเชื่อว่าแสงนี้เกิดจาก reactive oxygen species (ROS)—โมเลกุลที่เซลล์สร้างขึ้นเมื่อเผชิญความเครียด เช่น ความร้อน สารพิษ หรือการบาดเจ็บ เมื่อ ROS ทำปฏิกิริยากับไขมันและโปรตีนในเซลล์ อิเล็กตรอนจะถูกกระตุ้นและปล่อยโฟตอนออกมาเมื่อกลับสู่สภาวะปกติ การทดลองกับใบไม้ที่ถูกทำให้บาดเจ็บก็พบว่า “บริเวณที่ถูกทำร้ายสว่างกว่าส่วนอื่นอย่างชัดเจน” ซึ่งสนับสนุนสมมติฐานนี้ หากเทคโนโลยีนี้พัฒนาไปไกลพอ นักวิทยาศาสตร์คาดว่าในอนาคตเราอาจสามารถใช้การตรวจจับแสงชีวภาพเป็นเครื่องมือวินิจฉัยโรคแบบไม่ต้องสัมผัส เช่น ตรวจหาความเครียดของเนื้อเยื่อ การอักเสบ หรือความเสียหายของเซลล์ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งอาจเปลี่ยนวิธีการแพทย์ในหลายสาขาอย่างสิ้นเชิง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่งานวิจัยพบ ➡️ สิ่งมีชีวิต—including มนุษย์—ปล่อยแสงจางมากที่มองเห็นได้ (UPE) ตลอดเวลา ➡️ แสงนี้ลดลงทันทีหลังความตาย แม้อุณหภูมิร่างกายถูกควบคุมให้เท่าเดิม ➡️ แหล่งกำเนิดแสงน่าจะมาจากปฏิกิริยาของ reactive oxygen species (ROS) ➡️ ใบไม้ที่ถูกทำให้บาดเจ็บปล่อยแสงมากขึ้นตรงบริเวณที่เสียหาย ‼️ คำเตือนและข้อจำกัด ⛔ ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่ “ออร่าเหนือธรรมชาติ” แต่เป็นปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ ⛔ ความเข้มของแสงอ่อนมากจนต้องใช้กล้องพิเศษในห้องมืดสนิทเท่านั้น ⛔ ยังต้องมีงานวิจัยเพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นเครื่องมือวินิจฉัยทางการแพทย์จริง ⛔ การตีความผลลัพธ์ต้องระวังไม่ให้เชื่อมโยงกับความเชื่อผิดทางวิทยาศาสตร์ https://www.sciencealert.com/we-emit-a-visible-light-that-vanishes-when-we-die-surprising-study-says
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    We Emit a Visible Light That Vanishes When We Die, Surprising Study Says
    Life truly is radiant, according to an experiment conducted by researchers from the University of Calgary and the National Research Council of Canada.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 103 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260109 #TechRadar

    Skullcandy เปิดตัวหูฟัง AI รุ่นใหม่ แต่มีข้อจำกัดสำคัญ
    Skullcandy เปิดตัวหูฟังที่ผสานระบบ AI เพื่อช่วยผู้ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่แม้จะมีความสามารถล้ำสมัย ฟีเจอร์บางอย่างกลับถูกจำกัดไว้เฉพาะบางรุ่นหรือบางบริการ ทำให้ประสบการณ์ใช้งานจริงอาจไม่สมบูรณ์เท่าที่คาดหวัง อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ที่ต้องการยกระดับหูฟังราคาจับต้องได้ให้มีความฉลาดขึ้นกว่าเดิม
    https://www.techradar.com/audio/earbuds-airpods/skullcandys-new-earbuds-put-ai-in-your-ears-but-theres-a-catch

    ChatGPT Health พื้นที่ใหม่สำหรับคำถามสุขภาพที่เชื่อมข้อมูลสุขภาพของคุณได้
    OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health ซึ่งเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับคำถามด้านสุขภาพ โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพส่วนตัว เช่น Apple Health หรือบันทึกการรักษา เพื่อให้ได้คำตอบที่ตรงกับบริบทของตัวเองมากขึ้น แม้จะมีความสามารถสูง แต่ OpenAI ย้ำชัดว่าเครื่องมือนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่แพทย์ และเน้นความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหลัก พร้อมระบบป้องกันหลายชั้นเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpt-health-is-a-new-space-for-medical-questions-that-works-with-your-health-data-but-openai-insists-its-not-designed-to-replace-your-doctor

    พบช่องโหว่ร้ายแรงใน n8n ที่เปิดทางให้รันคำสั่งบนระบบได้
    มีการค้นพบช่องโหว่ระดับวิกฤตใน n8n แพลตฟอร์มอัตโนมัติงานแบบโอเพ่นซอร์ส ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แก้ไข workflow สามารถรันคำสั่งบนระบบจริงได้โดยตรง ทำให้เสี่ยงต่อการถูกฝังมัลแวร์ ขโมยข้อมูล หรือยึดระบบทั้งหมด โดยปัญหานี้ถูกแก้ไขแล้วในเวอร์ชันล่าสุด และผู้ใช้ควรอัปเดตทันทีหรือใช้วิธีป้องกันชั่วคราวตามคำแนะนำ
    https://www.techradar.com/pro/security/a-critical-n8n-flaw-has-been-discovered-heres-how-to-stay-safe

    AVA โฮโลแกรม AI ขนาดจิ๋วจาก Razer พร้อมเป็นทั้งโค้ชอีสปอร์ตและผู้ช่วยชีวิตประจำวัน
    Razer เปิดตัว Project AVA รุ่นอัปเกรด ซึ่งเป็นโฮโลแกรม AI ขนาดเล็กที่สามารถพูดคุย มองหน้าคุณ ติดตามสายตา และช่วยทั้งการเล่นเกม การจัดตารางงาน ไปจนถึงงานเอกสารต่าง ๆ ด้วยบุคลิกและอวาตาร์ที่เลือกได้หลายแบบ แม้จะล้ำสมัยและให้ความรู้สึกเหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวจริง ๆ แต่ก็มีข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวที่ผู้ใช้ต้องพิจารณา แม้ Razer จะยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดถูกประมวลผลภายในเครื่อง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/meet-the-tiny-ai-hologram-ready-to-be-your-esports-coach-and-life-planner

    AI ถูกใช้เป็นข้ออ้างในการปลดพนักงาน?
    หลายองค์กรเริ่มโยนความผิดให้ AI ว่าเป็นสาเหตุของการปลดพนักงาน ทั้งที่ความจริงอาจเกี่ยวข้องกับการบริหารต้นทุนและกลยุทธ์ธุรกิจมากกว่า ทำให้เกิดคำถามว่า AI เป็นผู้ร้ายตัวจริงหรือเพียงข้ออ้างที่สะดวกสำหรับผู้บริหารในการลดคน
    https://www.techradar.com/pro/could-ai-be-a-scapegoat-in-layoffs

    NordPass เพิ่มระบบยืนยันตัวตน TOTP ในตัว
    NordPass เปิดตัวฟีเจอร์ TOTP Authenticator ที่รวมอยู่ในแอปโดยตรง ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องสลับไปมาระหว่างแอปหลายตัวอีกต่อไป พร้อมรองรับการยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์และการซิงก์ระหว่างอุปกรณ์ ช่วยให้การล็อกอินปลอดภัยและสะดวกขึ้นอย่างมาก
    https://www.techradar.com/pro/security/nordpass-adds-built-in-totp-authenticator-for-personal-accounts

    บั๊กใหม่ใน Classic Outlook ทำให้อ่านอีเมลเข้ารหัสไม่ได้
    ผู้ใช้ Classic Outlook พบปัญหาหลังอัปเดตล่าสุด ทำให้ไม่สามารถเปิดอีเมลแบบ Encrypt Only ได้ โดย Microsoft แนะนำวิธีแก้ชั่วคราว เช่น เปลี่ยนวิธีเข้ารหัสผ่านเมนู Options หรือย้อนเวอร์ชัน Outlook ลงไปก่อน ส่งผลให้หลายองค์กรต้องหาทางรับมือระหว่างรอแพตช์แก้ไข
    https://www.techradar.com/pro/security/use-classic-outlook-this-microsoft-bug-might-stop-you-from-opening-encrypted-emails

    Gmail เพิ่มชุดฟีเจอร์ AI ใหม่เพื่อช่วยงานออฟฟิศ
    Google เปิดตัวฟีเจอร์ AI ชุดใหญ่ใน Gmail เช่น AI Inbox ที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญของอีเมล, AI Overviews ที่สรุปข้อมูลจากข้อความจำนวนมาก และระบบช่วยเขียนอีเมลเวอร์ชันใหม่ที่ฉลาดขึ้น ทำให้การจัดการอีเมลที่เคยยุ่งยากกลายเป็นงานที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัด
    https://www.techradar.com/pro/gmail-is-getting-a-whole-host-of-ai-updates-to-try-and-solve-your-most-irritating-workplace-tasks

    Fujifilm เปิดตัวกล้อง Instax สไตล์ Super 8 สุดแหวกแนว
    Fujifilm Instax Mini Evo Cinema กลายเป็นกล้อง Instax ที่แปลกที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยดีไซน์ย้อนยุคแบบ Super 8 พร้อมฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอที่แปลงเป็น QR Code ให้พิมพ์ออกมาได้ รวมถึงปุ่ม Eras Dial ที่เลือกโทนภาพตามยุคต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 1930–2020 ทำให้เป็นกล้องที่ผสมความสนุกและความคลาสสิกได้อย่างลงตัว
    https://www.techradar.com/cameras/instant-cameras/fujifilms-new-super-8-style-video-camera-is-the-weirdest-instax-ever-but-it-could-also-be-the-most-fun

    Microsoft อาจเปิดตัว “Xbox PC แบบ OEM” ภายในปีนี้
    กระแสข่าวลือที่ถูกมองว่าน่าเชื่อถือชี้ว่า Microsoft เตรียมขยายจักรวาล Xbox ด้วยการเปิดตัวเครื่องเล่นเกมรูปแบบใหม่ที่เป็น “Xbox PC แบบ OEM” ซึ่งอาจเป็นการผสานประสบการณ์คอนโซลเข้ากับความยืดหยุ่นของพีซี เพื่อดึงดูดทั้งนักเล่นเกมและผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ โดยคาดว่าจะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ Xbox แข่งขันในตลาดเกมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
    https://www.techradar.com/gaming/xbox/microsoft-could-reveal-its-oem-xbox-pc-this-year-according-to-credible-rumors

    AI Factory: โครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อขับเคลื่อน AI ระดับองค์กร
    องค์กรทั่วโลกกำลังเร่งนำ AI มาใช้ แต่ความซับซ้อนของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และความปลอดภัยทำให้เกิดความท้าทายอย่างมาก แนวคิด “AI Factory” จึงถูกเสนอเป็นสถาปัตยกรรมแบบครบวงจรที่รวม GPU, Kubernetes, ระบบความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมโมเดลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้ธุรกิจสามารถขยาย AI ได้อย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และควบคุมได้มากขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/ai-factories-are-the-foundation-for-enterprise-scale-ai

    Google ลดรอบการปล่อยซอร์สโค้ด Android เหลือปีละ 2 ครั้ง
    Google เตรียมปรับรูปแบบการปล่อยซอร์สโค้ด Android Open Source Project (AOSP) จากเดิมปีละ 4 ครั้ง เหลือเพียง 2 ครั้งในไตรมาส 2 และ 4 โดยให้เหตุผลว่าการลดความถี่จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม แม้ระบบปฏิบัติการจะยังอัปเดตตามปกติทุกไตรมาสก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปีของ Android
    https://www.techradar.com/pro/google-set-to-reduce-the-android-source-code-releases-to-just-twice-a-year

    SMEs ต้องเร่งรับมือ “Data Sovereignty” เมื่อข้อมูลข้ามพรมแดนถูกจับตาเข้มงวด
    ธุรกิจขนาดกลางและเล็กในสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญแรงกดดันด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลข้ามประเทศ หลังมีการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดและเกิดเหตุการณ์อย่าง AWS ล่มที่ส่งผลกระทบต่อบริการสำคัญ ทำให้ SMEs ต้องให้ความสำคัญกับการรู้ว่า “ข้อมูลอยู่ที่ไหน” และเลือกผู้ให้บริการที่โปร่งใส มีระบบสำรอง และรองรับข้อกำหนดด้านอธิปไตยข้อมูล
    https://www.techradar.com/pro/your-datas-where-exactly-smes-and-data-sovereignty

    อุตสาหกรรม VPN เผชิญปีแห่งความท้าทาย: AI, การยืนยันอายุ และการเซ็นเซอร์
    ปี 2025 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ VPN เมื่อผู้ให้บริการต้องรับมือกับภัยคุกคามจาก AI เช่น การหลอกลวงด้วย LLM การบังคับใช้กฎหมายยืนยันอายุที่เสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคล และการเพิ่มขึ้นของการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ผู้ให้บริการรายใหญ่จึงเร่งพัฒนาเครื่องมือป้องกันสแกม การเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม และระบบต่อต้านการปิดกั้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปี 2026 ที่การแข่งขันจะเข้มข้นยิ่งขึ้น
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-services/ai-age-verification-and-censorship-how-the-vpn-industry-tackled-2025s-biggest-issues-and-what-it-plans-to-do-next

    “External Brain” เวียร์เอเบิลยุคใหม่มาแรงในงาน CES 2026
    กระแสใหม่ของวงการเวียร์เอเบิลกำลังเปลี่ยนจากสายรัดข้อมือฟิตเนสไปสู่ “สมองเสริมภายนอก” ที่ช่วยประมวลผลและเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อทำงานด้าน AI แบบเรียลไทม์ โดยอุปกรณ์รุ่นใหม่เน้นความเบา เรียบง่าย และใช้งานจริงได้มากขึ้น เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแสดงข้อมูลผ่านจอขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในแว่น ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาดูตลอดเวลา ถือเป็นทิศทางใหม่ที่ผสมผสานความเป็นแฟชั่นกับเทคโนโลยีได้ลงตัว
    https://www.techradar.com/health-fitness/smartwatches/forget-fitness-trackers-external-brains-are-the-hot-new-wearables-at-ces-this-year

    แว่น Even Realities G2 — มินิมอลแต่ทรงพลัง
    แว่นอัจฉริยะ Even Realities G2 โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเบาเหมือนแว่นทั่วไป แต่ซ่อนจอ waveform สีเขียวคมชัดไว้ในเลนส์ สามารถแสดงข้อมูลแบบ HUD เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแจ้งเตือน โดยอาศัยพลังประมวลผลจากสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ทำให้ตัวแว่นไม่เทอะทะและแบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้น พร้อมระบบควบคุมผ่านเซนเซอร์สัมผัสหลังขาแว่น ถือเป็นตัวอย่างของเวียร์เอเบิลที่เน้นความเรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง
    https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/i-tried-even-realities-g2-display-smart-glasses-and-now-i-cant-stop-thinking-about-their-minimalist-approach

    SwitchBot MindClip — คลิปติดปกเสื้อที่บันทึกทุกบทสนทนา
    SwitchBot เปิดตัว MindClip อุปกรณ์ขนาดเล็กติดปกเสื้อที่สามารถบันทึกเสียงทุกการสนทนาและจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลส่วนตัว พร้อมฟีเจอร์ AI ช่วยสรุปเนื้อหาและค้นหาบทสนทนาที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว แม้จะมีประโยชน์ในงานประชุมหรือคนที่หลงลืมง่าย แต่ก็สร้างความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวเพราะสามารถใช้บันทึกบทสนทนาในชีวิตประจำวันได้โดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดคำถามว่าความสะดวกสบายควรแลกกับความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน
    https://www.techradar.com/home/smart-home/switchbots-new-gadget-clips-to-your-collar-and-records-your-conversations-so-youll-never-have-to-pay-attention-ever-again

    Cisco อุดช่องโหว่ ISE หลังพบโค้ดโจมตีถูกเผยแพร่
    Cisco ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ระดับกลางในระบบ Identity Services Engine (ISE) ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แอดมินสามารถอ่านไฟล์สำคัญในระบบผ่านการอัปโหลดไฟล์ XML ที่ออกแบบมาเฉพาะ แม้ยังไม่พบการโจมตีจริง แต่มีโค้ด PoC เผยแพร่แล้ว ทำให้ผู้ดูแลระบบต้องรีบอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ที่ใช้ ISE เป็นระบบควบคุมการเข้าถึงเครือข่ายหลักขององค์กร
    https://www.techradar.com/pro/security/vulnerability-in-identity-service-engine-with-exploit-code-patched-by-cisco

    สหรัฐถอนตัวจากองค์กรอินเทอร์เน็ตเสรี 66 แห่ง
    รัฐบาลสหรัฐประกาศถอนตัวจากองค์กรระหว่างประเทศ 66 แห่ง รวมถึงกลุ่มด้านสิทธิอินเทอร์เน็ตอย่าง Freedom Online Coalition และ Global Forum on Cyber Expertise โดยให้เหตุผลว่าองค์กรเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศ การถอนตัวครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านสิทธิดิจิทัลและความมั่นคงไซเบอร์ทั่วโลก เพราะสหรัฐเป็นผู้สนับสนุนหลักของหลายโครงการ ทำให้อนาคตของความร่วมมือด้านอินเทอร์เน็ตเสรีต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/us-withdraws-from-internet-freedom-bodies-it-deems-wasteful-ineffective-and-harmful

    EU พิจารณาดีล Google ซื้อกิจการ Wiz
    หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาดีลที่ Google ต้องการเข้าซื้อ Wiz ซึ่งเป็นบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดคลาวด์และความปลอดภัยดิจิทัล หากดีลผ่านอาจทำให้ Google ขยายอิทธิพลด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการความปลอดภัยได้มากขึ้น แต่ก็เสี่ยงต่อข้อกังวลเรื่องการผูกขาดในระยะยาว
    https://www.techradar.com/pro/eu-antitrust-regulators-to-decide-on-googles-wiz-acquisition

    Honda–Sony เผยโฉม SUV รุ่นใหม่ แต่คู่แข่งจีนวิ่งนำไปไกลแล้ว
    Honda และ Sony ใช้เวที CES 2026 เปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ Afeela ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นและรองรับฟีเจอร์ความบันเทิงอย่างการเล่น PlayStation 5 ในรถ แม้จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึก แต่รถรุ่นนี้ถูกวางแผนเปิดตัวในปี 2028 ทว่าในขณะที่ทั้งสองบริษัทยังอยู่ในขั้นพัฒนา ค่ายรถจีนกลับเดินหน้าไปไกลกว่า ทั้งด้านราคา ระยะทางวิ่ง และความพร้อมของสินค้าในตลาด
    https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/honda-and-sony-just-teased-a-second-suv-at-ces-2026-but-their-chinese-rivals-are-already-racing-ahead

    รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมใช้ AI ช่วยจัดการสายด่วนสวัสดิการ
    กระทรวง DWP ของสหราชอาณาจักรประกาศโครงการระยะ 4–6 ปีเพื่อใช้ระบบ AI ช่วยคัดแยกและนำทางสายโทรศัพท์เกี่ยวกับสวัสดิการ โดยหวังลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และเพิ่มความแม่นยำในการให้บริการ หลังจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการเพิ่มขึ้นกว่า 2.4 ล้านคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ระบบใหม่นี้ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด
    https://www.techradar.com/pro/uk-government-department-to-use-ai-in-benefits-claims

    อัปเดตใหญ่ Windows 11 26H1 จะมีเฉพาะบนแล็ปท็อป Snapdragon X2
    อัปเดต Windows 11 รุ่น 26H1 ถูกยืนยันว่าจะปล่อยเฉพาะสำหรับแล็ปท็อปที่ใช้ชิป Snapdragon X2 โดยเป็นการปรับปรุงระบบภายในเพื่อรองรับสถาปัตยกรรมใหม่ ไม่ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ใด ๆ แม้จะเป็นการอัปเดตเชิงเทคนิค แต่ก็มีความกังวลว่าการเปลี่ยนแพลตฟอร์มอาจทำให้เกิดบั๊กเหมือนที่เคยเกิดในรุ่นก่อนหน้า
    https://www.techradar.com/computing/windows/windows-11s-next-major-update-is-only-coming-to-a-few-laptops-but-that-could-be-a-blessing-in-disguise

    Xbox Developer Direct 2026 เตรียมเผยเกมใหม่เพียบ
    Xbox ประกาศจัดงาน Developer Direct 2026 ในวันที่ 22 มกราคมนี้ โดยจะเผยตัวอย่างใหม่ของ Fable และ Forza Horizon 6 รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมของ Beast of Reincarnation จาก Game Freak งานนี้ถือเป็นการเปิดศักราชเกมปี 2026 ที่แฟน ๆ รอคอย พร้อมโชว์เกมเพลย์และรายละเอียดจากทีมพัฒนาโดยตรง
    https://www.techradar.com/gaming/gaming-industry/xbox-confirms-developer-direct-2026-showcase-for-later-this-month-here-are-the-games-to-expect

    ข้อมูลส่วนตัวกว่า 700,000 รายถูกหน่วยงานรัฐอิลลินอยส์ทำรั่วไหล
    เหตุการณ์ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนกว่าเจ็ดแสนรายถูกเปิดเผยโดยหน่วยงานรัฐในอิลลินอยส์สร้างความกังวลด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่างหนัก เพราะข้อมูลที่หลุดอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ขณะเดียวกันก็สะท้อนปัญหาโครงสร้างระบบความปลอดภัยของหน่วยงานรัฐที่ยังมีช่องโหว่และต้องเร่งปรับปรุงเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/security/personal-data-on-over-700-000-exposed-by-illinois-government-agency

    iPhone 4 กลับมาฮิตอีกครั้งในฐานะ “กล้องดิจิทัลเรโทร” แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย
    กระแสเรโทรทำให้ iPhone 4 กลายเป็นกล้องดิจิทัลยอดนิยมในหมู่วัยรุ่นและสายคอนเทนต์ที่ชอบภาพโทนเก่า แม้คุณภาพจะสู้มือถือยุคใหม่ไม่ได้ แต่เสน่ห์ของภาพดิบ ๆ ทำให้มันกลับมาฮิตอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเพราะเครื่องไม่ได้รับอัปเดตความปลอดภัยมานาน ผู้ใช้จึงต้องระวังเรื่องข้อมูลส่วนตัวและควรใช้แบบออฟไลน์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านไซเบอร์
    https://www.techradar.com/phones/iphone/the-iphone-4-is-the-classic-camera-phone-that-retro-lovers-can-t-get-enough-of-but-don-t-skip-these-essential-security-tips (techradar.com in Bing)

    กล้องติดรถ Vantrue รุ่นใหม่มาพร้อมกล้องความร้อนแบบ Predator มองเห็นกลางคืนได้เหนือชั้น
    Vantrue เปิดตัว Pilot 2 กล้องติดรถที่รวมกล้องหน้า–หลัง พร้อมกล้องถ่ายภาพความร้อนที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นคน สัตว์ หรือสิ่งกีดขวางในสภาพแสงน้อยหรือหมอกหนาได้อย่างชัดเจนราวกับโหมดมองความร้อนในภาพยนตร์ Predator โดยระบบยังแจ้งเตือนอันตรายล่วงหน้าและรองรับ CarPlay/Android Auto ทำให้เป็นอุปกรณ์เสริมที่ยกระดับความปลอดภัยของรถรุ่นเก่าได้อย่างมาก
    https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/vantrue-unveils-worlds-first-dash-cam-with-thermal-imaging-for-predator-style-night-vision-on-the-move

    แฮ็กเกอร์จีน Salt Typhoon เจาะอีเมลเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐอีกครั้ง
    กลุ่มแฮ็กเกอร์รัฐหนุนจากจีน Salt Typhoon ถูกพบว่าลอบเข้าถึงอีเมลของเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมาธิการสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ทั้งด้านจีน ความมั่นคง และกองทัพ แม้ยังไม่ชัดว่าการเข้าถึงลึกแค่ไหน แต่เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความเสี่ยงด้านไซเบอร์ระหว่างประเทศที่ทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดตามเดิม
    https://www.techradar.com/pro/security/congressional-staff-emails-hacked-as-part-of-salt-typhoon-campaign

    AMD Ryzen AI Halo ท้าชน Nvidia DGX Spark ด้วยพลังประมวลผล AI ในเครื่องเดียว
    AMD ประกาศเปิดตัว Ryzen AI Halo คอมพิวเตอร์สำหรับงาน AI โดยเฉพาะในปี 2026 มาพร้อมซีพียู 16 คอร์, NPU ในตัว, แรมสูงสุด 128GB และรองรับ ROCm เต็มรูปแบบ ทำให้สามารถรันโมเดล AI ขนาดใหญ่แบบโลคัลได้โดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์ ถือเป็นคู่แข่งตรงของ Nvidia DGX Spark ที่ครองตลาดอยู่ก่อนแล้ว และเป็นก้าวสำคัญของ AMD ในการเข้าสู่ตลาด AI ระดับองค์กร
    https://www.techradar.com/pro/amd-will-launch-its-first-pc-in-2026-and-it-will-compete-with-a-very-familiar-brand-ryzen-ai-halo-will-go-head-to-head-against-nvidias-dgx-spark-mini-pc

    AI กับอนาคตดนตรี: will.i.am มองว่า TikTok อันตรายกว่า AI
    will.i.am พูดถึงมุมมองต่อดนตรียุคใหม่ว่าแม้ AI จะสร้างเพลงได้ยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นเพียง “เครื่องมือ” ที่ต้องมีมนุษย์อยู่เบื้องหลัง ต่างจาก TikTok ที่เขามองว่าเป็นภัยต่อวงการมากกว่าเพราะเปลี่ยนพฤติกรรมการเสพดนตรีจนศิลปินต้องปรับตัวอย่างหนัก พร้อมเล่าถึงการร่วมงานกับ LG เพื่อปรับแต่งเสียงลำโพงให้ตอบโจทย์ผู้ฟังยุคใหม่ที่ต้องการคุณภาพเสียงสูงในทุกอุปกรณ์
    https://www.techradar.com/audio/ai-generated-music-is-awesome-somebodys-still-generating-it-when-the-machines-doing-it-on-its-own-talk-to-me-will-i-am-tells-me-how-he-tunes-lgs-new-speakers-and-why-tiktok-rather-than-ai-is-the-big-danger-to-music

    Amazon ใช้ AI ช้อปแทนลูกค้า จนร้านค้ารายย่อยเดือด
    Amazon ทดลองฟีเจอร์ Buy for Me ที่ให้ AI ไปสั่งซื้อสินค้าจากเว็บร้านค้าต่าง ๆ แทนผู้ใช้โดยอัตโนมัติ แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้ผู้ค้ารายย่อยจำนวนมาก เพราะสินค้าถูกนำไปแสดงบน Amazon โดยไม่ได้รับอนุญาต แถมบางครั้งยังเป็นสินค้าที่หมดสต็อกหรือไม่เคยตั้งใจขายตรง ทำให้ร้านค้าต้องรับมือกับออเดอร์ที่ไม่คาดคิดและข้อมูลผิดพลาดที่เกิดจากระบบ AI ของ Amazon เอง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/amazons-ai-is-shopping-on-your-behalf-where-its-not-supposed-to-and-retailers-arent-happy

    CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ตัวจิ๋วที่รวม SSD NVMe และชาร์จแรงสูง
    Satechi เปิดตัว CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ที่รวมพอร์ตความเร็วสูง, ช่องใส่ SSD NVMe สูงสุด 8TB, การชาร์จสูงสุด 140W และรองรับจอ 6K คู่บน Mac หรือสูงถึง 8K หลายจอบน Windows แม้จะไม่มีพอร์ตวิดีโอเฉพาะ แต่ก็ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นศูนย์กลางการทำงานบนโต๊ะที่เล็กแต่ทรงพลังสำหรับผู้ใช้ทั้ง Mac และ Windows
    https://www.techradar.com/pro/satechi-unveils-thunderbolt-5-docking-station-that-doubles-as-external-ssd-shame-it-doesnt-take-hdds-and-why-doesnt-it-have-video-outputs-anyway

    Infinity Cube: ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในกล่องแก้ว 14 ฟุต
    Odinn เปิดตัว Infinity Cube แนวคิดใหม่ของศูนย์ข้อมูลที่ย่อส่วนลงในกล่องแก้วขนาด 14 ฟุต รองรับซีพียู AMD EPYC สูงสุด 56 ตัว, GPU Nvidia B200 ถึง 224 ตัว, RAM 86TB และ NVMe 27.5PB พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวในตัว จุดเด่นคือความหนาแน่นสูงและดีไซน์สวยงาม แต่ยังมีคำถามเรื่องการใช้งานจริง การบำรุงรักษา และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แบบเดิม
    https://www.techradar.com/pro/nvidia-partner-wants-to-beautify-data-centers-with-the-infinity-cube-concept-plans-to-cram-86tb-ddr5-and-224-b200-gpu-in-a-liquid-cooled-14ft-cube

    ราคาหน่วยความจำ DDR5 อาจพุ่งแตะ $500 ในปี 2026
    นักวิเคราะห์เตือนว่าราคา DRAM โดยเฉพาะ DDR5 อาจพุ่งขึ้นกว่า 60% ในไตรมาสแรกของปี 2026 เพราะผู้ผลิตหันไปให้ความสำคัญกับหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์และงาน AI มากขึ้น ทำให้ตลาดผู้ใช้ทั่วไปขาดแคลน ตัวอย่างเช่นโมดูล 32GB ที่ปัจจุบันราคา $325 อาจทะลุ $500 ได้ ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปีนี้
    ​​​​​​​ https://www.techradar.com/pro/2026-could-well-be-the-year-of-the-usd500-32gb-ddr5-memory-module-experts-predict-ddr-will-go-up-by-60-percent-in-q1-2026-alone
    📌📡🔵 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🔵📡📌 #รวมข่าวIT #20260109 #TechRadar 🎧 Skullcandy เปิดตัวหูฟัง AI รุ่นใหม่ แต่มีข้อจำกัดสำคัญ Skullcandy เปิดตัวหูฟังที่ผสานระบบ AI เพื่อช่วยผู้ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่แม้จะมีความสามารถล้ำสมัย ฟีเจอร์บางอย่างกลับถูกจำกัดไว้เฉพาะบางรุ่นหรือบางบริการ ทำให้ประสบการณ์ใช้งานจริงอาจไม่สมบูรณ์เท่าที่คาดหวัง อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ที่ต้องการยกระดับหูฟังราคาจับต้องได้ให้มีความฉลาดขึ้นกว่าเดิม 🔗 https://www.techradar.com/audio/earbuds-airpods/skullcandys-new-earbuds-put-ai-in-your-ears-but-theres-a-catch 🏥 ChatGPT Health พื้นที่ใหม่สำหรับคำถามสุขภาพที่เชื่อมข้อมูลสุขภาพของคุณได้ OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health ซึ่งเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับคำถามด้านสุขภาพ โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพส่วนตัว เช่น Apple Health หรือบันทึกการรักษา เพื่อให้ได้คำตอบที่ตรงกับบริบทของตัวเองมากขึ้น แม้จะมีความสามารถสูง แต่ OpenAI ย้ำชัดว่าเครื่องมือนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่แพทย์ และเน้นความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหลัก พร้อมระบบป้องกันหลายชั้นเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpt-health-is-a-new-space-for-medical-questions-that-works-with-your-health-data-but-openai-insists-its-not-designed-to-replace-your-doctor 🔐 พบช่องโหว่ร้ายแรงใน n8n ที่เปิดทางให้รันคำสั่งบนระบบได้ มีการค้นพบช่องโหว่ระดับวิกฤตใน n8n แพลตฟอร์มอัตโนมัติงานแบบโอเพ่นซอร์ส ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แก้ไข workflow สามารถรันคำสั่งบนระบบจริงได้โดยตรง ทำให้เสี่ยงต่อการถูกฝังมัลแวร์ ขโมยข้อมูล หรือยึดระบบทั้งหมด โดยปัญหานี้ถูกแก้ไขแล้วในเวอร์ชันล่าสุด และผู้ใช้ควรอัปเดตทันทีหรือใช้วิธีป้องกันชั่วคราวตามคำแนะนำ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/a-critical-n8n-flaw-has-been-discovered-heres-how-to-stay-safe 🌟 AVA โฮโลแกรม AI ขนาดจิ๋วจาก Razer พร้อมเป็นทั้งโค้ชอีสปอร์ตและผู้ช่วยชีวิตประจำวัน Razer เปิดตัว Project AVA รุ่นอัปเกรด ซึ่งเป็นโฮโลแกรม AI ขนาดเล็กที่สามารถพูดคุย มองหน้าคุณ ติดตามสายตา และช่วยทั้งการเล่นเกม การจัดตารางงาน ไปจนถึงงานเอกสารต่าง ๆ ด้วยบุคลิกและอวาตาร์ที่เลือกได้หลายแบบ แม้จะล้ำสมัยและให้ความรู้สึกเหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวจริง ๆ แต่ก็มีข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวที่ผู้ใช้ต้องพิจารณา แม้ Razer จะยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดถูกประมวลผลภายในเครื่อง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/meet-the-tiny-ai-hologram-ready-to-be-your-esports-coach-and-life-planner 🤖 AI ถูกใช้เป็นข้ออ้างในการปลดพนักงาน? หลายองค์กรเริ่มโยนความผิดให้ AI ว่าเป็นสาเหตุของการปลดพนักงาน ทั้งที่ความจริงอาจเกี่ยวข้องกับการบริหารต้นทุนและกลยุทธ์ธุรกิจมากกว่า ทำให้เกิดคำถามว่า AI เป็นผู้ร้ายตัวจริงหรือเพียงข้ออ้างที่สะดวกสำหรับผู้บริหารในการลดคน 🔗 https://www.techradar.com/pro/could-ai-be-a-scapegoat-in-layoffs 🔐 NordPass เพิ่มระบบยืนยันตัวตน TOTP ในตัว NordPass เปิดตัวฟีเจอร์ TOTP Authenticator ที่รวมอยู่ในแอปโดยตรง ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องสลับไปมาระหว่างแอปหลายตัวอีกต่อไป พร้อมรองรับการยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์และการซิงก์ระหว่างอุปกรณ์ ช่วยให้การล็อกอินปลอดภัยและสะดวกขึ้นอย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/nordpass-adds-built-in-totp-authenticator-for-personal-accounts 📧 บั๊กใหม่ใน Classic Outlook ทำให้อ่านอีเมลเข้ารหัสไม่ได้ ผู้ใช้ Classic Outlook พบปัญหาหลังอัปเดตล่าสุด ทำให้ไม่สามารถเปิดอีเมลแบบ Encrypt Only ได้ โดย Microsoft แนะนำวิธีแก้ชั่วคราว เช่น เปลี่ยนวิธีเข้ารหัสผ่านเมนู Options หรือย้อนเวอร์ชัน Outlook ลงไปก่อน ส่งผลให้หลายองค์กรต้องหาทางรับมือระหว่างรอแพตช์แก้ไข 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/use-classic-outlook-this-microsoft-bug-might-stop-you-from-opening-encrypted-emails ✉️ Gmail เพิ่มชุดฟีเจอร์ AI ใหม่เพื่อช่วยงานออฟฟิศ Google เปิดตัวฟีเจอร์ AI ชุดใหญ่ใน Gmail เช่น AI Inbox ที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญของอีเมล, AI Overviews ที่สรุปข้อมูลจากข้อความจำนวนมาก และระบบช่วยเขียนอีเมลเวอร์ชันใหม่ที่ฉลาดขึ้น ทำให้การจัดการอีเมลที่เคยยุ่งยากกลายเป็นงานที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัด 🔗 https://www.techradar.com/pro/gmail-is-getting-a-whole-host-of-ai-updates-to-try-and-solve-your-most-irritating-workplace-tasks 📹 Fujifilm เปิดตัวกล้อง Instax สไตล์ Super 8 สุดแหวกแนว Fujifilm Instax Mini Evo Cinema กลายเป็นกล้อง Instax ที่แปลกที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยดีไซน์ย้อนยุคแบบ Super 8 พร้อมฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอที่แปลงเป็น QR Code ให้พิมพ์ออกมาได้ รวมถึงปุ่ม Eras Dial ที่เลือกโทนภาพตามยุคต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 1930–2020 ทำให้เป็นกล้องที่ผสมความสนุกและความคลาสสิกได้อย่างลงตัว 🔗 https://www.techradar.com/cameras/instant-cameras/fujifilms-new-super-8-style-video-camera-is-the-weirdest-instax-ever-but-it-could-also-be-the-most-fun 🎮 Microsoft อาจเปิดตัว “Xbox PC แบบ OEM” ภายในปีนี้ กระแสข่าวลือที่ถูกมองว่าน่าเชื่อถือชี้ว่า Microsoft เตรียมขยายจักรวาล Xbox ด้วยการเปิดตัวเครื่องเล่นเกมรูปแบบใหม่ที่เป็น “Xbox PC แบบ OEM” ซึ่งอาจเป็นการผสานประสบการณ์คอนโซลเข้ากับความยืดหยุ่นของพีซี เพื่อดึงดูดทั้งนักเล่นเกมและผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ โดยคาดว่าจะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ Xbox แข่งขันในตลาดเกมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 🔗 https://www.techradar.com/gaming/xbox/microsoft-could-reveal-its-oem-xbox-pc-this-year-according-to-credible-rumors 🏭 AI Factory: โครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อขับเคลื่อน AI ระดับองค์กร องค์กรทั่วโลกกำลังเร่งนำ AI มาใช้ แต่ความซับซ้อนของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และความปลอดภัยทำให้เกิดความท้าทายอย่างมาก แนวคิด “AI Factory” จึงถูกเสนอเป็นสถาปัตยกรรมแบบครบวงจรที่รวม GPU, Kubernetes, ระบบความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมโมเดลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้ธุรกิจสามารถขยาย AI ได้อย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และควบคุมได้มากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/ai-factories-are-the-foundation-for-enterprise-scale-ai 🤖 Google ลดรอบการปล่อยซอร์สโค้ด Android เหลือปีละ 2 ครั้ง Google เตรียมปรับรูปแบบการปล่อยซอร์สโค้ด Android Open Source Project (AOSP) จากเดิมปีละ 4 ครั้ง เหลือเพียง 2 ครั้งในไตรมาส 2 และ 4 โดยให้เหตุผลว่าการลดความถี่จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม แม้ระบบปฏิบัติการจะยังอัปเดตตามปกติทุกไตรมาสก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปีของ Android 🔗 https://www.techradar.com/pro/google-set-to-reduce-the-android-source-code-releases-to-just-twice-a-year 🌍 SMEs ต้องเร่งรับมือ “Data Sovereignty” เมื่อข้อมูลข้ามพรมแดนถูกจับตาเข้มงวด ธุรกิจขนาดกลางและเล็กในสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญแรงกดดันด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลข้ามประเทศ หลังมีการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดและเกิดเหตุการณ์อย่าง AWS ล่มที่ส่งผลกระทบต่อบริการสำคัญ ทำให้ SMEs ต้องให้ความสำคัญกับการรู้ว่า “ข้อมูลอยู่ที่ไหน” และเลือกผู้ให้บริการที่โปร่งใส มีระบบสำรอง และรองรับข้อกำหนดด้านอธิปไตยข้อมูล 🔗 https://www.techradar.com/pro/your-datas-where-exactly-smes-and-data-sovereignty 🔐 อุตสาหกรรม VPN เผชิญปีแห่งความท้าทาย: AI, การยืนยันอายุ และการเซ็นเซอร์ ปี 2025 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ VPN เมื่อผู้ให้บริการต้องรับมือกับภัยคุกคามจาก AI เช่น การหลอกลวงด้วย LLM การบังคับใช้กฎหมายยืนยันอายุที่เสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคล และการเพิ่มขึ้นของการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ผู้ให้บริการรายใหญ่จึงเร่งพัฒนาเครื่องมือป้องกันสแกม การเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม และระบบต่อต้านการปิดกั้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปี 2026 ที่การแข่งขันจะเข้มข้นยิ่งขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-services/ai-age-verification-and-censorship-how-the-vpn-industry-tackled-2025s-biggest-issues-and-what-it-plans-to-do-next 🧠✨ “External Brain” เวียร์เอเบิลยุคใหม่มาแรงในงาน CES 2026 กระแสใหม่ของวงการเวียร์เอเบิลกำลังเปลี่ยนจากสายรัดข้อมือฟิตเนสไปสู่ “สมองเสริมภายนอก” ที่ช่วยประมวลผลและเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อทำงานด้าน AI แบบเรียลไทม์ โดยอุปกรณ์รุ่นใหม่เน้นความเบา เรียบง่าย และใช้งานจริงได้มากขึ้น เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแสดงข้อมูลผ่านจอขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในแว่น ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาดูตลอดเวลา ถือเป็นทิศทางใหม่ที่ผสมผสานความเป็นแฟชั่นกับเทคโนโลยีได้ลงตัว 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/smartwatches/forget-fitness-trackers-external-brains-are-the-hot-new-wearables-at-ces-this-year 👓💡 แว่น Even Realities G2 — มินิมอลแต่ทรงพลัง แว่นอัจฉริยะ Even Realities G2 โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเบาเหมือนแว่นทั่วไป แต่ซ่อนจอ waveform สีเขียวคมชัดไว้ในเลนส์ สามารถแสดงข้อมูลแบบ HUD เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแจ้งเตือน โดยอาศัยพลังประมวลผลจากสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ทำให้ตัวแว่นไม่เทอะทะและแบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้น พร้อมระบบควบคุมผ่านเซนเซอร์สัมผัสหลังขาแว่น ถือเป็นตัวอย่างของเวียร์เอเบิลที่เน้นความเรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง 🔗 https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/i-tried-even-realities-g2-display-smart-glasses-and-now-i-cant-stop-thinking-about-their-minimalist-approach 🎙️🤖 SwitchBot MindClip — คลิปติดปกเสื้อที่บันทึกทุกบทสนทนา SwitchBot เปิดตัว MindClip อุปกรณ์ขนาดเล็กติดปกเสื้อที่สามารถบันทึกเสียงทุกการสนทนาและจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลส่วนตัว พร้อมฟีเจอร์ AI ช่วยสรุปเนื้อหาและค้นหาบทสนทนาที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว แม้จะมีประโยชน์ในงานประชุมหรือคนที่หลงลืมง่าย แต่ก็สร้างความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวเพราะสามารถใช้บันทึกบทสนทนาในชีวิตประจำวันได้โดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดคำถามว่าความสะดวกสบายควรแลกกับความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-home/switchbots-new-gadget-clips-to-your-collar-and-records-your-conversations-so-youll-never-have-to-pay-attention-ever-again 🔐⚠️ Cisco อุดช่องโหว่ ISE หลังพบโค้ดโจมตีถูกเผยแพร่ Cisco ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ระดับกลางในระบบ Identity Services Engine (ISE) ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แอดมินสามารถอ่านไฟล์สำคัญในระบบผ่านการอัปโหลดไฟล์ XML ที่ออกแบบมาเฉพาะ แม้ยังไม่พบการโจมตีจริง แต่มีโค้ด PoC เผยแพร่แล้ว ทำให้ผู้ดูแลระบบต้องรีบอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ที่ใช้ ISE เป็นระบบควบคุมการเข้าถึงเครือข่ายหลักขององค์กร 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/vulnerability-in-identity-service-engine-with-exploit-code-patched-by-cisco 🌐🇺🇸 สหรัฐถอนตัวจากองค์กรอินเทอร์เน็ตเสรี 66 แห่ง รัฐบาลสหรัฐประกาศถอนตัวจากองค์กรระหว่างประเทศ 66 แห่ง รวมถึงกลุ่มด้านสิทธิอินเทอร์เน็ตอย่าง Freedom Online Coalition และ Global Forum on Cyber Expertise โดยให้เหตุผลว่าองค์กรเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศ การถอนตัวครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านสิทธิดิจิทัลและความมั่นคงไซเบอร์ทั่วโลก เพราะสหรัฐเป็นผู้สนับสนุนหลักของหลายโครงการ ทำให้อนาคตของความร่วมมือด้านอินเทอร์เน็ตเสรีต้องจับตาอย่างใกล้ชิด 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/us-withdraws-from-internet-freedom-bodies-it-deems-wasteful-ineffective-and-harmful 🏛️ EU พิจารณาดีล Google ซื้อกิจการ Wiz หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาดีลที่ Google ต้องการเข้าซื้อ Wiz ซึ่งเป็นบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดคลาวด์และความปลอดภัยดิจิทัล หากดีลผ่านอาจทำให้ Google ขยายอิทธิพลด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการความปลอดภัยได้มากขึ้น แต่ก็เสี่ยงต่อข้อกังวลเรื่องการผูกขาดในระยะยาว 🔗 https://www.techradar.com/pro/eu-antitrust-regulators-to-decide-on-googles-wiz-acquisition 🚗⚡ Honda–Sony เผยโฉม SUV รุ่นใหม่ แต่คู่แข่งจีนวิ่งนำไปไกลแล้ว Honda และ Sony ใช้เวที CES 2026 เปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ Afeela ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นและรองรับฟีเจอร์ความบันเทิงอย่างการเล่น PlayStation 5 ในรถ แม้จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึก แต่รถรุ่นนี้ถูกวางแผนเปิดตัวในปี 2028 ทว่าในขณะที่ทั้งสองบริษัทยังอยู่ในขั้นพัฒนา ค่ายรถจีนกลับเดินหน้าไปไกลกว่า ทั้งด้านราคา ระยะทางวิ่ง และความพร้อมของสินค้าในตลาด 🔗 https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/honda-and-sony-just-teased-a-second-suv-at-ces-2026-but-their-chinese-rivals-are-already-racing-ahead 🤖📞 รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมใช้ AI ช่วยจัดการสายด่วนสวัสดิการ กระทรวง DWP ของสหราชอาณาจักรประกาศโครงการระยะ 4–6 ปีเพื่อใช้ระบบ AI ช่วยคัดแยกและนำทางสายโทรศัพท์เกี่ยวกับสวัสดิการ โดยหวังลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และเพิ่มความแม่นยำในการให้บริการ หลังจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการเพิ่มขึ้นกว่า 2.4 ล้านคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ระบบใหม่นี้ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด 🔗 https://www.techradar.com/pro/uk-government-department-to-use-ai-in-benefits-claims 💻⚙️ อัปเดตใหญ่ Windows 11 26H1 จะมีเฉพาะบนแล็ปท็อป Snapdragon X2 อัปเดต Windows 11 รุ่น 26H1 ถูกยืนยันว่าจะปล่อยเฉพาะสำหรับแล็ปท็อปที่ใช้ชิป Snapdragon X2 โดยเป็นการปรับปรุงระบบภายในเพื่อรองรับสถาปัตยกรรมใหม่ ไม่ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ใด ๆ แม้จะเป็นการอัปเดตเชิงเทคนิค แต่ก็มีความกังวลว่าการเปลี่ยนแพลตฟอร์มอาจทำให้เกิดบั๊กเหมือนที่เคยเกิดในรุ่นก่อนหน้า 🔗 https://www.techradar.com/computing/windows/windows-11s-next-major-update-is-only-coming-to-a-few-laptops-but-that-could-be-a-blessing-in-disguise 🎮✨ Xbox Developer Direct 2026 เตรียมเผยเกมใหม่เพียบ Xbox ประกาศจัดงาน Developer Direct 2026 ในวันที่ 22 มกราคมนี้ โดยจะเผยตัวอย่างใหม่ของ Fable และ Forza Horizon 6 รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมของ Beast of Reincarnation จาก Game Freak งานนี้ถือเป็นการเปิดศักราชเกมปี 2026 ที่แฟน ๆ รอคอย พร้อมโชว์เกมเพลย์และรายละเอียดจากทีมพัฒนาโดยตรง 🔗 https://www.techradar.com/gaming/gaming-industry/xbox-confirms-developer-direct-2026-showcase-for-later-this-month-here-are-the-games-to-expect 🛡️ ข้อมูลส่วนตัวกว่า 700,000 รายถูกหน่วยงานรัฐอิลลินอยส์ทำรั่วไหล เหตุการณ์ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนกว่าเจ็ดแสนรายถูกเปิดเผยโดยหน่วยงานรัฐในอิลลินอยส์สร้างความกังวลด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่างหนัก เพราะข้อมูลที่หลุดอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ขณะเดียวกันก็สะท้อนปัญหาโครงสร้างระบบความปลอดภัยของหน่วยงานรัฐที่ยังมีช่องโหว่และต้องเร่งปรับปรุงเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/personal-data-on-over-700-000-exposed-by-illinois-government-agency 📸 iPhone 4 กลับมาฮิตอีกครั้งในฐานะ “กล้องดิจิทัลเรโทร” แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย กระแสเรโทรทำให้ iPhone 4 กลายเป็นกล้องดิจิทัลยอดนิยมในหมู่วัยรุ่นและสายคอนเทนต์ที่ชอบภาพโทนเก่า แม้คุณภาพจะสู้มือถือยุคใหม่ไม่ได้ แต่เสน่ห์ของภาพดิบ ๆ ทำให้มันกลับมาฮิตอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเพราะเครื่องไม่ได้รับอัปเดตความปลอดภัยมานาน ผู้ใช้จึงต้องระวังเรื่องข้อมูลส่วนตัวและควรใช้แบบออฟไลน์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านไซเบอร์ 🔗 https://www.techradar.com/phones/iphone/the-iphone-4-is-the-classic-camera-phone-that-retro-lovers-can-t-get-enough-of-but-don-t-skip-these-essential-security-tips (techradar.com in Bing) 🚗🌙 กล้องติดรถ Vantrue รุ่นใหม่มาพร้อมกล้องความร้อนแบบ Predator มองเห็นกลางคืนได้เหนือชั้น Vantrue เปิดตัว Pilot 2 กล้องติดรถที่รวมกล้องหน้า–หลัง พร้อมกล้องถ่ายภาพความร้อนที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นคน สัตว์ หรือสิ่งกีดขวางในสภาพแสงน้อยหรือหมอกหนาได้อย่างชัดเจนราวกับโหมดมองความร้อนในภาพยนตร์ Predator โดยระบบยังแจ้งเตือนอันตรายล่วงหน้าและรองรับ CarPlay/Android Auto ทำให้เป็นอุปกรณ์เสริมที่ยกระดับความปลอดภัยของรถรุ่นเก่าได้อย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/vantrue-unveils-worlds-first-dash-cam-with-thermal-imaging-for-predator-style-night-vision-on-the-move 🕵️‍♂️💻 แฮ็กเกอร์จีน Salt Typhoon เจาะอีเมลเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐอีกครั้ง กลุ่มแฮ็กเกอร์รัฐหนุนจากจีน Salt Typhoon ถูกพบว่าลอบเข้าถึงอีเมลของเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมาธิการสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ทั้งด้านจีน ความมั่นคง และกองทัพ แม้ยังไม่ชัดว่าการเข้าถึงลึกแค่ไหน แต่เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความเสี่ยงด้านไซเบอร์ระหว่างประเทศที่ทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดตามเดิม 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/congressional-staff-emails-hacked-as-part-of-salt-typhoon-campaign 🤖⚡ AMD Ryzen AI Halo ท้าชน Nvidia DGX Spark ด้วยพลังประมวลผล AI ในเครื่องเดียว AMD ประกาศเปิดตัว Ryzen AI Halo คอมพิวเตอร์สำหรับงาน AI โดยเฉพาะในปี 2026 มาพร้อมซีพียู 16 คอร์, NPU ในตัว, แรมสูงสุด 128GB และรองรับ ROCm เต็มรูปแบบ ทำให้สามารถรันโมเดล AI ขนาดใหญ่แบบโลคัลได้โดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์ ถือเป็นคู่แข่งตรงของ Nvidia DGX Spark ที่ครองตลาดอยู่ก่อนแล้ว และเป็นก้าวสำคัญของ AMD ในการเข้าสู่ตลาด AI ระดับองค์กร 🔗 https://www.techradar.com/pro/amd-will-launch-its-first-pc-in-2026-and-it-will-compete-with-a-very-familiar-brand-ryzen-ai-halo-will-go-head-to-head-against-nvidias-dgx-spark-mini-pc 🎵 AI กับอนาคตดนตรี: will.i.am มองว่า TikTok อันตรายกว่า AI will.i.am พูดถึงมุมมองต่อดนตรียุคใหม่ว่าแม้ AI จะสร้างเพลงได้ยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นเพียง “เครื่องมือ” ที่ต้องมีมนุษย์อยู่เบื้องหลัง ต่างจาก TikTok ที่เขามองว่าเป็นภัยต่อวงการมากกว่าเพราะเปลี่ยนพฤติกรรมการเสพดนตรีจนศิลปินต้องปรับตัวอย่างหนัก พร้อมเล่าถึงการร่วมงานกับ LG เพื่อปรับแต่งเสียงลำโพงให้ตอบโจทย์ผู้ฟังยุคใหม่ที่ต้องการคุณภาพเสียงสูงในทุกอุปกรณ์ 🔗 https://www.techradar.com/audio/ai-generated-music-is-awesome-somebodys-still-generating-it-when-the-machines-doing-it-on-its-own-talk-to-me-will-i-am-tells-me-how-he-tunes-lgs-new-speakers-and-why-tiktok-rather-than-ai-is-the-big-danger-to-music 🛒 Amazon ใช้ AI ช้อปแทนลูกค้า จนร้านค้ารายย่อยเดือด Amazon ทดลองฟีเจอร์ Buy for Me ที่ให้ AI ไปสั่งซื้อสินค้าจากเว็บร้านค้าต่าง ๆ แทนผู้ใช้โดยอัตโนมัติ แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้ผู้ค้ารายย่อยจำนวนมาก เพราะสินค้าถูกนำไปแสดงบน Amazon โดยไม่ได้รับอนุญาต แถมบางครั้งยังเป็นสินค้าที่หมดสต็อกหรือไม่เคยตั้งใจขายตรง ทำให้ร้านค้าต้องรับมือกับออเดอร์ที่ไม่คาดคิดและข้อมูลผิดพลาดที่เกิดจากระบบ AI ของ Amazon เอง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/amazons-ai-is-shopping-on-your-behalf-where-its-not-supposed-to-and-retailers-arent-happy 💻 CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ตัวจิ๋วที่รวม SSD NVMe และชาร์จแรงสูง Satechi เปิดตัว CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ที่รวมพอร์ตความเร็วสูง, ช่องใส่ SSD NVMe สูงสุด 8TB, การชาร์จสูงสุด 140W และรองรับจอ 6K คู่บน Mac หรือสูงถึง 8K หลายจอบน Windows แม้จะไม่มีพอร์ตวิดีโอเฉพาะ แต่ก็ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นศูนย์กลางการทำงานบนโต๊ะที่เล็กแต่ทรงพลังสำหรับผู้ใช้ทั้ง Mac และ Windows 🔗 https://www.techradar.com/pro/satechi-unveils-thunderbolt-5-docking-station-that-doubles-as-external-ssd-shame-it-doesnt-take-hdds-and-why-doesnt-it-have-video-outputs-anyway 🧊 Infinity Cube: ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในกล่องแก้ว 14 ฟุต Odinn เปิดตัว Infinity Cube แนวคิดใหม่ของศูนย์ข้อมูลที่ย่อส่วนลงในกล่องแก้วขนาด 14 ฟุต รองรับซีพียู AMD EPYC สูงสุด 56 ตัว, GPU Nvidia B200 ถึง 224 ตัว, RAM 86TB และ NVMe 27.5PB พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวในตัว จุดเด่นคือความหนาแน่นสูงและดีไซน์สวยงาม แต่ยังมีคำถามเรื่องการใช้งานจริง การบำรุงรักษา และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แบบเดิม 🔗 https://www.techradar.com/pro/nvidia-partner-wants-to-beautify-data-centers-with-the-infinity-cube-concept-plans-to-cram-86tb-ddr5-and-224-b200-gpu-in-a-liquid-cooled-14ft-cube 💾 ราคาหน่วยความจำ DDR5 อาจพุ่งแตะ $500 ในปี 2026 นักวิเคราะห์เตือนว่าราคา DRAM โดยเฉพาะ DDR5 อาจพุ่งขึ้นกว่า 60% ในไตรมาสแรกของปี 2026 เพราะผู้ผลิตหันไปให้ความสำคัญกับหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์และงาน AI มากขึ้น ทำให้ตลาดผู้ใช้ทั่วไปขาดแคลน ตัวอย่างเช่นโมดูล 32GB ที่ปัจจุบันราคา $325 อาจทะลุ $500 ได้ ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปีนี้ ​​​​​​​🔗 https://www.techradar.com/pro/2026-could-well-be-the-year-of-the-usd500-32gb-ddr5-memory-module-experts-predict-ddr-will-go-up-by-60-percent-in-q1-2026-alone
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 470 มุมมอง 0 รีวิว
  • MSI เปิดตัว MEG X870E Unify‑X Max — เมนบอร์ด AM5 ที่ปลดล็อกพลัง Ryzen ได้เต็มศักยภาพ

    MSI ได้เปิดตัวเมนบอร์ดระดับไฮเอนด์รุ่นใหม่ MEG X870E Unify‑X Max ซึ่งออกแบบมาเพื่อการโอเวอร์คล็อก Ryzen บนแพลตฟอร์ม AM5 อย่างเต็มประสิทธิภาพ เมนบอร์ดรุ่นนี้มาพร้อมภาคจ่ายไฟระดับสูงและระบบระบายความร้อนที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับซีพียู Ryzen รุ่นใหม่ ทำให้สามารถดันความเร็วได้สูงขึ้นอย่างเสถียร โดยเฉพาะกับซีพียูระดับท็อปที่ต้องการพลังงานมากขึ้น

    ดีไซน์ของ Unify‑X Max ยังคงเอกลักษณ์แบบ “ดำล้วน ไม่มี RGB” ที่เน้นความเรียบหรูและประสิทธิภาพเป็นหลัก พร้อมสล็อตแรมแบบ 2 DIMM ที่ช่วยให้การโอเวอร์คล็อกแรมทำได้ง่ายและนิ่งกว่าเมนบอร์ด 4 สล็อต ซึ่งเป็นแนวทางที่เมนบอร์ดระดับ OC นิยมใช้กันในช่วงหลัง นอกจากนี้ยังรองรับ PCIe 5.0 ทั้งในส่วนของการ์ดจอและ SSD ทำให้เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดในทุกด้าน

    MSI ยังเพิ่มฟีเจอร์สำหรับนักโอเวอร์คล็อก เช่น ปุ่มควบคุมบนบอร์ด, การอ่านโค้ดดีบัก, และระบบเสริมความเสถียรของไฟฟ้า ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้ละเอียดขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมมากมาย เมนบอร์ดนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อความเร็วสูง เช่น USB4 และ Wi‑Fi 7 ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของปีนี้

    โดยรวมแล้ว MEG X870E Unify‑X Max เป็นเมนบอร์ดที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ระดับจริงจัง ทั้งเกมเมอร์ระดับสูง นักโอเวอร์คล็อก และผู้ที่ต้องการสร้างเครื่อง Ryzen ที่แรงที่สุดเท่าที่แพลตฟอร์ม AM5 จะทำได้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เมนบอร์ด MSI MEG X870E Unify‑X Max เปิดตัว
    เน้นโอเวอร์คล็อก Ryzen บน AM5
    ภาคจ่ายไฟระดับสูงและระบบระบายความร้อนเฉพาะทาง

    ดีไซน์แบบ 2 DIMM เพื่อโอเวอร์คล็อกแรม
    ช่วยให้เสถียรและดันบัสได้สูงกว่า
    เหมาะกับผู้ใช้สาย OC ระดับจริงจัง

    รองรับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด
    PCIe 5.0 สำหรับ GPU และ SSD
    มาพร้อม USB4 และ Wi‑Fi 7

    ความท้าทายของเมนบอร์ดระดับไฮเอนด์
    ราคาสูงกว่ารุ่นทั่วไป
    ต้องใช้ซีพียูและแรมคุณภาพสูงเพื่อดึงศักยภาพเต็มที่

    ความเสี่ยงสำหรับผู้เริ่มต้น
    ฟีเจอร์ OC อาจซับซ้อนเกินจำเป็น
    ต้องมีความรู้ด้านการปรับแต่งระบบพอสมควร

    https://www.tomshardware.com/pc-components/motherboards/msi-unlocks-the-full-power-of-amd-cpus-with-new-meg-x870e-unify-x-max-motherboard-premium-ryzen-overclocking-comes-to-am5
    ⚡ MSI เปิดตัว MEG X870E Unify‑X Max — เมนบอร์ด AM5 ที่ปลดล็อกพลัง Ryzen ได้เต็มศักยภาพ MSI ได้เปิดตัวเมนบอร์ดระดับไฮเอนด์รุ่นใหม่ MEG X870E Unify‑X Max ซึ่งออกแบบมาเพื่อการโอเวอร์คล็อก Ryzen บนแพลตฟอร์ม AM5 อย่างเต็มประสิทธิภาพ เมนบอร์ดรุ่นนี้มาพร้อมภาคจ่ายไฟระดับสูงและระบบระบายความร้อนที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับซีพียู Ryzen รุ่นใหม่ ทำให้สามารถดันความเร็วได้สูงขึ้นอย่างเสถียร โดยเฉพาะกับซีพียูระดับท็อปที่ต้องการพลังงานมากขึ้น ดีไซน์ของ Unify‑X Max ยังคงเอกลักษณ์แบบ “ดำล้วน ไม่มี RGB” ที่เน้นความเรียบหรูและประสิทธิภาพเป็นหลัก พร้อมสล็อตแรมแบบ 2 DIMM ที่ช่วยให้การโอเวอร์คล็อกแรมทำได้ง่ายและนิ่งกว่าเมนบอร์ด 4 สล็อต ซึ่งเป็นแนวทางที่เมนบอร์ดระดับ OC นิยมใช้กันในช่วงหลัง นอกจากนี้ยังรองรับ PCIe 5.0 ทั้งในส่วนของการ์ดจอและ SSD ทำให้เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดในทุกด้าน MSI ยังเพิ่มฟีเจอร์สำหรับนักโอเวอร์คล็อก เช่น ปุ่มควบคุมบนบอร์ด, การอ่านโค้ดดีบัก, และระบบเสริมความเสถียรของไฟฟ้า ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้ละเอียดขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมมากมาย เมนบอร์ดนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อความเร็วสูง เช่น USB4 และ Wi‑Fi 7 ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของปีนี้ โดยรวมแล้ว MEG X870E Unify‑X Max เป็นเมนบอร์ดที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ระดับจริงจัง ทั้งเกมเมอร์ระดับสูง นักโอเวอร์คล็อก และผู้ที่ต้องการสร้างเครื่อง Ryzen ที่แรงที่สุดเท่าที่แพลตฟอร์ม AM5 จะทำได้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เมนบอร์ด MSI MEG X870E Unify‑X Max เปิดตัว ➡️ เน้นโอเวอร์คล็อก Ryzen บน AM5 ➡️ ภาคจ่ายไฟระดับสูงและระบบระบายความร้อนเฉพาะทาง ✅ ดีไซน์แบบ 2 DIMM เพื่อโอเวอร์คล็อกแรม ➡️ ช่วยให้เสถียรและดันบัสได้สูงกว่า ➡️ เหมาะกับผู้ใช้สาย OC ระดับจริงจัง ✅ รองรับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ➡️ PCIe 5.0 สำหรับ GPU และ SSD ➡️ มาพร้อม USB4 และ Wi‑Fi 7 ‼️ ความท้าทายของเมนบอร์ดระดับไฮเอนด์ ⛔ ราคาสูงกว่ารุ่นทั่วไป ⛔ ต้องใช้ซีพียูและแรมคุณภาพสูงเพื่อดึงศักยภาพเต็มที่ ‼️ ความเสี่ยงสำหรับผู้เริ่มต้น ⛔ ฟีเจอร์ OC อาจซับซ้อนเกินจำเป็น ⛔ ต้องมีความรู้ด้านการปรับแต่งระบบพอสมควร https://www.tomshardware.com/pc-components/motherboards/msi-unlocks-the-full-power-of-amd-cpus-with-new-meg-x870e-unify-x-max-motherboard-premium-ryzen-overclocking-comes-to-am5
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 111 มุมมอง 0 รีวิว
  • AMD ส่งสัญญาณ Ryzen 9 9950X3D2 — ชิป X3D รุ่นใหม่ยังคงหลุดต่อเนื่อง แม้ไม่เปิดตัวในงาน CES

    กระแสข่าวเกี่ยวกับ AMD Ryzen 9 9950X3D2 ยังคงร้อนแรง แม้ AMD จะไม่เปิดตัวชิป X3D รุ่นใหม่ในงาน CES ปีนี้ แต่ข้อมูลจากผู้ผลิตพีซีในจีนและภาพโปรโมตจาก Alienware ทำให้ข่าวลือยิ่งทวีความน่าสนใจ ชิปนี้คาดว่าจะเป็นตัวท็อปของตระกูล Ryzen 9000 ที่ใช้สถาปัตยกรรม Zen 5 พร้อมเทคโนโลยี 3D V‑Cache รุ่นปรับปรุง ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของ AMD ในตลาดเกมมิ่งระดับสูง

    รายงานหลายแหล่งระบุว่า AMD อาจกำลังทดสอบชิปนี้ภายใน และเตรียมเปิดตัวในช่วงกลางปี โดยเน้นประสิทธิภาพด้านเกมที่สูงขึ้นอย่างมากจากการเพิ่มแคช L3 แบบ 3D ซึ่งช่วยเพิ่มเฟรมเรตในเกมที่พึ่งพาแคชเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม Alienware Area‑51 รุ่นใหม่อาจไม่ได้ใช้ชิปนี้จริง แม้จะมีภาพโปรโมตที่ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้น

    นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า AMD อาจปรับปรุงระบบจัดการความร้อนและการใช้พลังงานของ X3D รุ่นใหม่ เพื่อแก้ข้อจำกัดของรุ่นก่อนที่มีอุณหภูมิสูงและโอเวอร์คล็อกได้จำกัด หากเป็นจริง Ryzen 9 9950X3D2 อาจกลายเป็นชิปที่ทรงพลังที่สุดสำหรับเกมเมอร์และครีเอเตอร์ในตลาดเดสก์ท็อประดับไฮเอนด์ในปีนี้

    โดยรวมแล้ว การหลุดของข้อมูลครั้งนี้สะท้อนว่าตลาดกำลังจับตามอง AMD อย่างใกล้ชิด เพราะซีรีส์ X3D เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อเสียงให้ AMD ในด้านประสิทธิภาพเกมอย่างมาก และการมาของ Zen 5 X3D อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการแข่งขันกับ Intel ในปีนี้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Ryzen 9 9950X3D2 มีข้อมูลหลุดต่อเนื่อง
    แม้ไม่เปิดตัวในงาน CES แต่ข่าวยังแรง
    คาดว่าเป็นรุ่นท็อปของ Zen 5 พร้อม 3D V‑Cache

    Alienware China ทำให้ข่าวยิ่งถูกพูดถึง
    มีภาพโปรโมตที่สื่อถึงการใช้ชิป X3D
    แต่ Area‑51 รุ่นใหม่อาจไม่ได้ใช้ชิปนี้จริง

    คาดว่าประสิทธิภาพเกมจะเพิ่มขึ้นมาก
    3D V‑Cache รุ่นใหม่ช่วยเพิ่มเฟรมเรต
    อาจมีการปรับปรุงระบบความร้อนและพลังงาน

    ยังไม่มีการยืนยันจาก AMD
    วันเปิดตัวและสเปกจริงยังไม่ประกาศ
    ข้อมูลที่หลุดอาจไม่ตรงกับรุ่นขายจริง

    ความเสี่ยงด้านความคาดหวังของผู้ใช้
    ผู้ใช้บางรายอาจเข้าใจผิดจากภาพโปรโมต
    ตลาดอาจเกิดการเก็งกำลังก่อนเปิดตัวจริง


    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/amds-heavily-rumored-ryzen-9-9950x3d-continues-to-leak-despite-ces-no-show-alienware-china-teases-the-chip-for-its-area-51-desktop
    🔥 AMD ส่งสัญญาณ Ryzen 9 9950X3D2 — ชิป X3D รุ่นใหม่ยังคงหลุดต่อเนื่อง แม้ไม่เปิดตัวในงาน CES กระแสข่าวเกี่ยวกับ AMD Ryzen 9 9950X3D2 ยังคงร้อนแรง แม้ AMD จะไม่เปิดตัวชิป X3D รุ่นใหม่ในงาน CES ปีนี้ แต่ข้อมูลจากผู้ผลิตพีซีในจีนและภาพโปรโมตจาก Alienware ทำให้ข่าวลือยิ่งทวีความน่าสนใจ ชิปนี้คาดว่าจะเป็นตัวท็อปของตระกูล Ryzen 9000 ที่ใช้สถาปัตยกรรม Zen 5 พร้อมเทคโนโลยี 3D V‑Cache รุ่นปรับปรุง ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของ AMD ในตลาดเกมมิ่งระดับสูง รายงานหลายแหล่งระบุว่า AMD อาจกำลังทดสอบชิปนี้ภายใน และเตรียมเปิดตัวในช่วงกลางปี โดยเน้นประสิทธิภาพด้านเกมที่สูงขึ้นอย่างมากจากการเพิ่มแคช L3 แบบ 3D ซึ่งช่วยเพิ่มเฟรมเรตในเกมที่พึ่งพาแคชเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม Alienware Area‑51 รุ่นใหม่อาจไม่ได้ใช้ชิปนี้จริง แม้จะมีภาพโปรโมตที่ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้น นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า AMD อาจปรับปรุงระบบจัดการความร้อนและการใช้พลังงานของ X3D รุ่นใหม่ เพื่อแก้ข้อจำกัดของรุ่นก่อนที่มีอุณหภูมิสูงและโอเวอร์คล็อกได้จำกัด หากเป็นจริง Ryzen 9 9950X3D2 อาจกลายเป็นชิปที่ทรงพลังที่สุดสำหรับเกมเมอร์และครีเอเตอร์ในตลาดเดสก์ท็อประดับไฮเอนด์ในปีนี้ โดยรวมแล้ว การหลุดของข้อมูลครั้งนี้สะท้อนว่าตลาดกำลังจับตามอง AMD อย่างใกล้ชิด เพราะซีรีส์ X3D เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อเสียงให้ AMD ในด้านประสิทธิภาพเกมอย่างมาก และการมาของ Zen 5 X3D อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการแข่งขันกับ Intel ในปีนี้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Ryzen 9 9950X3D2 มีข้อมูลหลุดต่อเนื่อง ➡️ แม้ไม่เปิดตัวในงาน CES แต่ข่าวยังแรง ➡️ คาดว่าเป็นรุ่นท็อปของ Zen 5 พร้อม 3D V‑Cache ✅ Alienware China ทำให้ข่าวยิ่งถูกพูดถึง ➡️ มีภาพโปรโมตที่สื่อถึงการใช้ชิป X3D ➡️ แต่ Area‑51 รุ่นใหม่อาจไม่ได้ใช้ชิปนี้จริง ✅ คาดว่าประสิทธิภาพเกมจะเพิ่มขึ้นมาก ➡️ 3D V‑Cache รุ่นใหม่ช่วยเพิ่มเฟรมเรต ➡️ อาจมีการปรับปรุงระบบความร้อนและพลังงาน ‼️ ยังไม่มีการยืนยันจาก AMD ⛔ วันเปิดตัวและสเปกจริงยังไม่ประกาศ ⛔ ข้อมูลที่หลุดอาจไม่ตรงกับรุ่นขายจริง ‼️ ความเสี่ยงด้านความคาดหวังของผู้ใช้ ⛔ ผู้ใช้บางรายอาจเข้าใจผิดจากภาพโปรโมต ⛔ ตลาดอาจเกิดการเก็งกำลังก่อนเปิดตัวจริง https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/amds-heavily-rumored-ryzen-9-9950x3d-continues-to-leak-despite-ces-no-show-alienware-china-teases-the-chip-for-its-area-51-desktop
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 115 มุมมอง 0 รีวิว
  • Samsung จับมือ Intel เปิดตัว “SmartPower HDR” เทคโนโลยีลดพลังงานจอ OLED บนโน้ตบุ๊ก Panther Lake

    Samsung และ Intel ได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ชื่อ SmartPower HDR ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้จอ OLED บนโน้ตบุ๊กประหยัดพลังงานได้มากขึ้น โดยเฉพาะในรุ่นที่ใช้แพลตฟอร์ม Intel Panther Lake ที่จะเปิดตัวในอนาคต เทคโนโลยีนี้เน้นการควบคุมแรงดันไฟแบบไดนามิก ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานได้สูงสุดถึง 22% โดยไม่ลดความสว่างของหน้าจอ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ OLED มักเผชิญในโหมด HDR

    ความร่วมมือนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดโน้ตบุ๊กกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ “ประสิทธิภาพต้องมาคู่กับความประหยัดพลังงาน” โดยเฉพาะในอุปกรณ์พกพาที่ผู้ใช้ต้องการอายุแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังต้องการคุณภาพภาพระดับสูงจากจอ OLED ที่มีคอนทราสต์และสีสันเหนือกว่า LCD แบบดั้งเดิม

    SmartPower HDR ใช้วิธีการปรับแรงดันไฟให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ที่แสดงบนหน้าจอแบบเรียลไทม์ ทำให้ลดการสูญเสียพลังงานที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะในฉากที่มีความสว่างสูงหรือมีการเปลี่ยนแปลงของแสงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีนี้ยังช่วยลดความร้อนที่เกิดขึ้นจากการทำงานของจอ OLED ซึ่งส่งผลดีต่ออายุการใช้งานของอุปกรณ์ในระยะยาว

    ในภาพรวม เทคโนโลยีนี้อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโน้ตบุ๊กระดับพรีเมียมในอนาคต โดยเฉพาะรุ่นที่เน้นการใช้งานด้านสื่อ, งานสร้างคอนเทนต์ และการใช้งานนอกสถานที่ ที่ต้องการทั้งคุณภาพภาพสูงและการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Samsung และ Intel พัฒนา SmartPower HDR
    ลดพลังงานจอ OLED ได้สูงสุด 22%
    ใช้การควบคุมแรงดันไฟแบบไดนามิก

    ออกแบบมาสำหรับแพลตฟอร์ม Panther Lake
    เน้นโน้ตบุ๊กยุคใหม่ที่ต้องการประสิทธิภาพและความประหยัด
    ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่โดยไม่ลดความสว่าง

    เทคโนโลยีช่วยลดความร้อนและยืดอายุจอ
    ปรับแรงดันตามคอนเทนต์แบบเรียลไทม์
    ลดการสูญเสียพลังงานในฉาก HDR

    ความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น
    ต้องพึ่งพาการรองรับจากผู้ผลิตจอ OLED รายอื่น
    อาจทำให้ต้นทุนโน้ตบุ๊กระดับพรีเมียมสูงขึ้น

    ผลกระทบต่อผู้ใช้และตลาด
    ผู้ใช้ต้องรอการทดสอบจริงเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ
    ตลาดโน้ตบุ๊กอาจเกิดการแบ่งระดับชัดเจนระหว่างรุ่นที่รองรับและไม่รองรับ

    https://www.tomshardware.com/laptops/samsung-and-intel-co-develop-smartpower-hdr-for-panther-lake-oled-laptops-with-up-to-22-percent-power-savings-dynamic-voltage-control-lowers-power-without-sacrificing-panel-brightness
    💡 Samsung จับมือ Intel เปิดตัว “SmartPower HDR” เทคโนโลยีลดพลังงานจอ OLED บนโน้ตบุ๊ก Panther Lake Samsung และ Intel ได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ชื่อ SmartPower HDR ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้จอ OLED บนโน้ตบุ๊กประหยัดพลังงานได้มากขึ้น โดยเฉพาะในรุ่นที่ใช้แพลตฟอร์ม Intel Panther Lake ที่จะเปิดตัวในอนาคต เทคโนโลยีนี้เน้นการควบคุมแรงดันไฟแบบไดนามิก ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานได้สูงสุดถึง 22% โดยไม่ลดความสว่างของหน้าจอ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ OLED มักเผชิญในโหมด HDR ความร่วมมือนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดโน้ตบุ๊กกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ “ประสิทธิภาพต้องมาคู่กับความประหยัดพลังงาน” โดยเฉพาะในอุปกรณ์พกพาที่ผู้ใช้ต้องการอายุแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังต้องการคุณภาพภาพระดับสูงจากจอ OLED ที่มีคอนทราสต์และสีสันเหนือกว่า LCD แบบดั้งเดิม SmartPower HDR ใช้วิธีการปรับแรงดันไฟให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ที่แสดงบนหน้าจอแบบเรียลไทม์ ทำให้ลดการสูญเสียพลังงานที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะในฉากที่มีความสว่างสูงหรือมีการเปลี่ยนแปลงของแสงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีนี้ยังช่วยลดความร้อนที่เกิดขึ้นจากการทำงานของจอ OLED ซึ่งส่งผลดีต่ออายุการใช้งานของอุปกรณ์ในระยะยาว ในภาพรวม เทคโนโลยีนี้อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโน้ตบุ๊กระดับพรีเมียมในอนาคต โดยเฉพาะรุ่นที่เน้นการใช้งานด้านสื่อ, งานสร้างคอนเทนต์ และการใช้งานนอกสถานที่ ที่ต้องการทั้งคุณภาพภาพสูงและการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Samsung และ Intel พัฒนา SmartPower HDR ➡️ ลดพลังงานจอ OLED ได้สูงสุด 22% ➡️ ใช้การควบคุมแรงดันไฟแบบไดนามิก ✅ ออกแบบมาสำหรับแพลตฟอร์ม Panther Lake ➡️ เน้นโน้ตบุ๊กยุคใหม่ที่ต้องการประสิทธิภาพและความประหยัด ➡️ ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่โดยไม่ลดความสว่าง ✅ เทคโนโลยีช่วยลดความร้อนและยืดอายุจอ ➡️ ปรับแรงดันตามคอนเทนต์แบบเรียลไทม์ ➡️ ลดการสูญเสียพลังงานในฉาก HDR ‼️ ความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น ⛔ ต้องพึ่งพาการรองรับจากผู้ผลิตจอ OLED รายอื่น ⛔ อาจทำให้ต้นทุนโน้ตบุ๊กระดับพรีเมียมสูงขึ้น ‼️ ผลกระทบต่อผู้ใช้และตลาด ⛔ ผู้ใช้ต้องรอการทดสอบจริงเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ ⛔ ตลาดโน้ตบุ๊กอาจเกิดการแบ่งระดับชัดเจนระหว่างรุ่นที่รองรับและไม่รองรับ https://www.tomshardware.com/laptops/samsung-and-intel-co-develop-smartpower-hdr-for-panther-lake-oled-laptops-with-up-to-22-percent-power-savings-dynamic-voltage-control-lowers-power-without-sacrificing-panel-brightness
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 117 มุมมอง 0 รีวิว
  • ราคาหน่วยความจำ DDR5 เซิร์ฟเวอร์ในจีนพุ่งแรงจนเทียบเท่าราคาคอนโดในเซี่ยงไฮ้

    ตลาดหน่วยความจำเซิร์ฟเวอร์ในจีนกำลังเผชิญภาวะราคาพุ่งสูงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะ DDR5 RDIMM ความจุสูงระดับ 256GB ที่มีรายงานว่าราคาต่อแผงทะลุ 5,700 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าสูงกว่าราคาคอมพิวเตอร์ระดับเวิร์กสเตชันทั้งเครื่องเสียอีก ความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากศูนย์ข้อมูลและงานด้าน AI ทำให้ซัพพลายไม่เพียงพอ จนเกิดการแย่งซื้อในตลาด spot ของจีน

    สถานการณ์นี้ทำให้ผู้ค้าบางรายเริ่มขายเป็น “กล่อง 100 แผง” ซึ่งมีมูลค่ารวมสูงเทียบเท่าราคาคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ในเซี่ยงไฮ้ ความร้อนแรงของตลาดสะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันด้าน AI และการขยายศูนย์ข้อมูลกำลังดันให้ความต้องการหน่วยความจำระดับเซิร์ฟเวอร์เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน ผู้ผลิตรายใหญ่เองก็ยังไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทันกับความต้องการที่พุ่งสูง

    นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านจาก DDR4 ไปสู่ DDR5 ในระดับองค์กรยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ราคาเพิ่มขึ้น เพราะ DDR5 ต้องใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ซับซ้อนกว่า ทั้งในส่วนของ PMIC และโครงสร้างชิป ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นตามไปด้วย ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าราคาจะยังคงสูงต่อเนื่องจนกว่ากำลังผลิตใหม่จะเริ่มเข้าสู่ตลาดในช่วงปลายปี

    ในภาพรวม เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณว่าตลาดฮาร์ดแวร์ระดับเซิร์ฟเวอร์กำลังเข้าสู่ยุคที่ “หน่วยความจำคือทองคำใหม่” โดยเฉพาะในประเทศที่มีการแข่งขันด้าน AI สูงอย่างจีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาตลาดโลกในระยะถัดไปด้วย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ราคาหน่วยความจำ DDR5 เซิร์ฟเวอร์พุ่งสูงผิดปกติ
    แผง 256GB มีราคามากกว่า 5,700 ดอลลาร์
    กล่อง 100 แผงมีมูลค่าเทียบเท่าคอนโดในเซี่ยงไฮ้

    ความต้องการสูงจากตลาด AI และศูนย์ข้อมูล
    การแข่งขันด้าน AI ทำให้เกิดการแย่งซื้อ
    ซัพพลายไม่ทันความต้องการในจีน

    ต้นทุนการผลิต DDR5 สูงกว่า DDR4
    เทคโนโลยี PMIC และโครงสร้างชิปซับซ้อนขึ้น
    ผู้ผลิตยังเพิ่มกำลังผลิตได้ไม่ทัน

    ความเสี่ยงต่อผู้ประกอบการและตลาดโลก
    ราคาที่สูงอาจทำให้ต้นทุนศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้น
    อาจเกิดการชะลออัปเกรดระบบในองค์กร

    ความผันผวนของตลาด spot ในจีน
    ราคาสามารถแกว่งแรงในระยะสั้น
    ผู้ซื้อรายย่อยอาจได้รับผลกระทบจากการเก็งกำไร

    https://www.tomshardware.com/pc-components/ddr5/boxes-of-100-ddr5-server-memory-sticks-in-china-now-priced-like-shanghai-apartments
    🏙️ ราคาหน่วยความจำ DDR5 เซิร์ฟเวอร์ในจีนพุ่งแรงจนเทียบเท่าราคาคอนโดในเซี่ยงไฮ้ ตลาดหน่วยความจำเซิร์ฟเวอร์ในจีนกำลังเผชิญภาวะราคาพุ่งสูงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะ DDR5 RDIMM ความจุสูงระดับ 256GB ที่มีรายงานว่าราคาต่อแผงทะลุ 5,700 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าสูงกว่าราคาคอมพิวเตอร์ระดับเวิร์กสเตชันทั้งเครื่องเสียอีก ความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากศูนย์ข้อมูลและงานด้าน AI ทำให้ซัพพลายไม่เพียงพอ จนเกิดการแย่งซื้อในตลาด spot ของจีน สถานการณ์นี้ทำให้ผู้ค้าบางรายเริ่มขายเป็น “กล่อง 100 แผง” ซึ่งมีมูลค่ารวมสูงเทียบเท่าราคาคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ในเซี่ยงไฮ้ ความร้อนแรงของตลาดสะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันด้าน AI และการขยายศูนย์ข้อมูลกำลังดันให้ความต้องการหน่วยความจำระดับเซิร์ฟเวอร์เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน ผู้ผลิตรายใหญ่เองก็ยังไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทันกับความต้องการที่พุ่งสูง นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านจาก DDR4 ไปสู่ DDR5 ในระดับองค์กรยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ราคาเพิ่มขึ้น เพราะ DDR5 ต้องใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ซับซ้อนกว่า ทั้งในส่วนของ PMIC และโครงสร้างชิป ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นตามไปด้วย ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าราคาจะยังคงสูงต่อเนื่องจนกว่ากำลังผลิตใหม่จะเริ่มเข้าสู่ตลาดในช่วงปลายปี ในภาพรวม เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณว่าตลาดฮาร์ดแวร์ระดับเซิร์ฟเวอร์กำลังเข้าสู่ยุคที่ “หน่วยความจำคือทองคำใหม่” โดยเฉพาะในประเทศที่มีการแข่งขันด้าน AI สูงอย่างจีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาตลาดโลกในระยะถัดไปด้วย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ราคาหน่วยความจำ DDR5 เซิร์ฟเวอร์พุ่งสูงผิดปกติ ➡️ แผง 256GB มีราคามากกว่า 5,700 ดอลลาร์ ➡️ กล่อง 100 แผงมีมูลค่าเทียบเท่าคอนโดในเซี่ยงไฮ้ ✅ ความต้องการสูงจากตลาด AI และศูนย์ข้อมูล ➡️ การแข่งขันด้าน AI ทำให้เกิดการแย่งซื้อ ➡️ ซัพพลายไม่ทันความต้องการในจีน ✅ ต้นทุนการผลิต DDR5 สูงกว่า DDR4 ➡️ เทคโนโลยี PMIC และโครงสร้างชิปซับซ้อนขึ้น ➡️ ผู้ผลิตยังเพิ่มกำลังผลิตได้ไม่ทัน ‼️ ความเสี่ยงต่อผู้ประกอบการและตลาดโลก ⛔ ราคาที่สูงอาจทำให้ต้นทุนศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้น ⛔ อาจเกิดการชะลออัปเกรดระบบในองค์กร ‼️ ความผันผวนของตลาด spot ในจีน ⛔ ราคาสามารถแกว่งแรงในระยะสั้น ⛔ ผู้ซื้อรายย่อยอาจได้รับผลกระทบจากการเก็งกำไร https://www.tomshardware.com/pc-components/ddr5/boxes-of-100-ddr5-server-memory-sticks-in-china-now-priced-like-shanghai-apartments
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 103 มุมมอง 0 รีวิว
  • ร้านอิเล็กทรอนิกส์ญี่ปุ่นประกาศ “รับซื้อคอมเก่าทุกสภาพ” หลังตลาดขาดแคลนฮาร์ดแวร์หนัก

    วิกฤตขาดแคลนฮาร์ดแวร์ในญี่ปุ่นยังคงรุนแรงต่อเนื่อง จนร้านอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ในย่าน อากิฮาบาระ (Akihabara) ต้องออกมาประกาศรับซื้อคอมพิวเตอร์เก่าทุกสภาพแบบ “ยกมาขายได้หมด” เพื่อเติมสต็อกที่หายากขึ้นเรื่อยๆ ร้านค้าระบุว่าความต้องการของตลาดยังสูง แต่ซัพพลายจากผู้ผลิตกลับลดลง ทำให้เครื่องมือสองกลายเป็นแหล่งสำคัญในการหมุนเวียนสินค้า

    สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดชิ้นส่วนอย่าง GPU, CPU และเมนบอร์ด ที่ได้รับผลกระทบจากทั้งความต้องการด้าน AI, การผลิตที่ล่าช้า และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ผู้เชี่ยวชาญบางรายชี้ว่า ตลาดมือสองอาจกลายเป็น “ตัวช่วยหลัก” ของผู้ใช้ทั่วไปในช่วงปีนี้ เพราะราคาของฮาร์ดแวร์ใหม่ยังไม่มีแนวโน้มลดลงเร็วๆ นี้

    นอกจากนี้ การที่ร้านค้าต้องออกมารับซื้อคอมทุกสภาพยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในญี่ปุ่น ที่เริ่มหันมาใช้คอมพิวเตอร์มือสองมากขึ้น เนื่องจากราคาคอมใหม่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ผู้ใช้จำนวนมากก็เริ่มอัปเกรดเฉพาะบางชิ้นส่วนแทนการซื้อเครื่องใหม่ทั้งชุด ทำให้ตลาดมือสองมีความคึกคักเป็นพิเศษ

    ในภาพรวม วิกฤตครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าตลาดคอมพิวเตอร์ทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วง “เปลี่ยนผ่าน” ที่ผู้ผลิตต้องปรับตัว ทั้งในด้านการผลิต การจัดสรรสินค้า และการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI และงานประมวลผลขั้นสูง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ร้านอิเล็กทรอนิกส์ในอากิฮาบาระประกาศรับซื้อคอมเก่าทุกสภาพ
    เกิดจากการขาดแคลนฮาร์ดแวร์อย่างหนักในตลาดญี่ปุ่น
    ต้องการเพิ่มสต็อกเพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้

    ตลาดมือสองในญี่ปุ่นเติบโตอย่างรวดเร็ว
    ผู้ใช้หันมาซื้อคอมมือสองเพราะราคาคอมใหม่สูงขึ้น
    การอัปเกรดเฉพาะชิ้นส่วนทำให้ตลาดมือสองคึกคัก

    ความต้องการฮาร์ดแวร์เพิ่มขึ้นจากงานด้าน AI และประมวลผล
    GPU และ CPU เป็นสินค้าที่ขาดแคลนมากที่สุด
    ผู้ผลิตยังไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทัน

    ความเสี่ยงจากการซื้อคอมมือสอง
    อาจเจออุปกรณ์เสื่อมสภาพหรือมีปัญหาแฝง
    ประกันและการรับประกันคุณภาพอาจไม่ครอบคลุม

    ราคาฮาร์ดแวร์อาจยังคงสูงต่อเนื่อง
    ส่งผลให้ผู้ใช้ทั่วไปต้องแบกรับต้นทุนเพิ่ม
    อาจกระทบตลาดเกมเมอร์และผู้ทำงานด้านกราฟิกโดยตรง

    https://www.tomshardware.com/desktops/pc-building/major-japanese-electronics-store-begs-customers-for-their-old-pcs-as-hardware-drought-continues-we-pretty-much-buy-any-pc-pleads-the-akihabara-outlet
    🖥️ ร้านอิเล็กทรอนิกส์ญี่ปุ่นประกาศ “รับซื้อคอมเก่าทุกสภาพ” หลังตลาดขาดแคลนฮาร์ดแวร์หนัก วิกฤตขาดแคลนฮาร์ดแวร์ในญี่ปุ่นยังคงรุนแรงต่อเนื่อง จนร้านอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ในย่าน อากิฮาบาระ (Akihabara) ต้องออกมาประกาศรับซื้อคอมพิวเตอร์เก่าทุกสภาพแบบ “ยกมาขายได้หมด” เพื่อเติมสต็อกที่หายากขึ้นเรื่อยๆ ร้านค้าระบุว่าความต้องการของตลาดยังสูง แต่ซัพพลายจากผู้ผลิตกลับลดลง ทำให้เครื่องมือสองกลายเป็นแหล่งสำคัญในการหมุนเวียนสินค้า สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดชิ้นส่วนอย่าง GPU, CPU และเมนบอร์ด ที่ได้รับผลกระทบจากทั้งความต้องการด้าน AI, การผลิตที่ล่าช้า และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ผู้เชี่ยวชาญบางรายชี้ว่า ตลาดมือสองอาจกลายเป็น “ตัวช่วยหลัก” ของผู้ใช้ทั่วไปในช่วงปีนี้ เพราะราคาของฮาร์ดแวร์ใหม่ยังไม่มีแนวโน้มลดลงเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ การที่ร้านค้าต้องออกมารับซื้อคอมทุกสภาพยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในญี่ปุ่น ที่เริ่มหันมาใช้คอมพิวเตอร์มือสองมากขึ้น เนื่องจากราคาคอมใหม่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ผู้ใช้จำนวนมากก็เริ่มอัปเกรดเฉพาะบางชิ้นส่วนแทนการซื้อเครื่องใหม่ทั้งชุด ทำให้ตลาดมือสองมีความคึกคักเป็นพิเศษ ในภาพรวม วิกฤตครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าตลาดคอมพิวเตอร์ทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วง “เปลี่ยนผ่าน” ที่ผู้ผลิตต้องปรับตัว ทั้งในด้านการผลิต การจัดสรรสินค้า และการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI และงานประมวลผลขั้นสูง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ร้านอิเล็กทรอนิกส์ในอากิฮาบาระประกาศรับซื้อคอมเก่าทุกสภาพ ➡️ เกิดจากการขาดแคลนฮาร์ดแวร์อย่างหนักในตลาดญี่ปุ่น ➡️ ต้องการเพิ่มสต็อกเพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้ ✅ ตลาดมือสองในญี่ปุ่นเติบโตอย่างรวดเร็ว ➡️ ผู้ใช้หันมาซื้อคอมมือสองเพราะราคาคอมใหม่สูงขึ้น ➡️ การอัปเกรดเฉพาะชิ้นส่วนทำให้ตลาดมือสองคึกคัก ✅ ความต้องการฮาร์ดแวร์เพิ่มขึ้นจากงานด้าน AI และประมวลผล ➡️ GPU และ CPU เป็นสินค้าที่ขาดแคลนมากที่สุด ➡️ ผู้ผลิตยังไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทัน ‼️ ความเสี่ยงจากการซื้อคอมมือสอง ⛔ อาจเจออุปกรณ์เสื่อมสภาพหรือมีปัญหาแฝง ⛔ ประกันและการรับประกันคุณภาพอาจไม่ครอบคลุม ‼️ ราคาฮาร์ดแวร์อาจยังคงสูงต่อเนื่อง ⛔ ส่งผลให้ผู้ใช้ทั่วไปต้องแบกรับต้นทุนเพิ่ม ⛔ อาจกระทบตลาดเกมเมอร์และผู้ทำงานด้านกราฟิกโดยตรง https://www.tomshardware.com/desktops/pc-building/major-japanese-electronics-store-begs-customers-for-their-old-pcs-as-hardware-drought-continues-we-pretty-much-buy-any-pc-pleads-the-akihabara-outlet
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 110 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts