• โครงการ HAARP PROJECT อาวุธ
    ของพระเจ้าในมือของมนุษย์
    HAARP High Frequency Active Auroral
    Research Program คือศูนย์วิจัยไอโอโนสเฟร์
    (ionosphere คทอชั้นบรรยากาศช่วงที่อยู่ห่าง ระหว่าง 80-1000 กม. จากพื้นผิวโลก)ในเมือง Gakona รัฐ Alaskaซึางได้รับความร่วมมือ
    และเงินทุนมหาวิทยาลัยอลาสก้า U.S.AirForce
    the U.S. Navy และDefense Advanced
    Research Projects Agency [DARPA] ใช้เงินลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท (290ล้านเหรียญสหรัฐ)
    ——-
    ตั้งอยู่บนแนวคิดของนาย bernaed eastlund
    เจ้าของสิทธิบัตร3ใบที่จดในอเมริกา
    ชื่อของสิทธิบัตรของเขาได้แก่: วิธีการและเครื่องมือในการเตรียมแปลงบริเวณในชั้นบรรยากาศของโลก.วิธีการและเครื่องมือในการสร้างเครื่อง
    เครื่องเร่งอิเล็คตรอนไซโคลตรอน ด้วยความร้อนพลาสม่า,วิธีการผลิตอนุภาคสัมพัทธภาพ
    เหนือพื้นผิวโลก ซึ่งจริงๆแล้วทษฏีเหล่านี้ เป็นการค้นคว้าต่อจากทษฏีของนาย Nicola Tasla นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะที่โลกลืม ชาว Croatia แทบทั้งนั้น Dr.Nicoli tesla (นิโค ไล เทศล่า)เป็นชาวเซิร์บย้ายถิ่นฐานมาที่รัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ในช่วงปี1950 แต่โครงการนี้จริงๆเริ่มต้นในช่วงศตวรรษปี 1900 ถูกพัฒนาอย่างจริงจังจนเป็นผลสำเร็จโดย ดร. เทสล่า โดยการสนับสนุนเงินทุนจากนาย ธนาคาร ชั่ว ที่ชื่อ j.p. morgan นั่นเองจึงทำให้เทคโนโลยีถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดด้วยการสร้างภัยพิบัติต่างๆ เพื่อทำร้ายมนุษย์ชาติโดยกันเอง ในคลิปแรกจะแสดงการทำงานของ Tesla Coil ซึ่งเป็นงานวิจัยเพื่อจำลองและสร้างปรากฏการณ์ฟ้าผ่าขึ้น
    บ่มาได้มีการกล่าวอ้างจากแหล่งข่าวมากมายว่ามีการทำการทดลองโครงการ Haarp ของประเทศสหรัฐอเมริกา และถูกประณามออกมาจากหลายประเทศว่าเป็นการทำร้ายมนุษยชาติครั้งใหญ่ทำให้สภาพภูมิภูมิอากาศแปรปรวน จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่งั้นก็ต้องรอพิสูจน์ข้อเท็จจริงตอนต่อไป เมื่อไม่นานมานี้ผู้นำเวเนซุเอลา กล่าวหาสหรัฐอเมริกาเป็นต้นตอของหายนะ ในเฮติ จากการทดสอบอาวุธ อันก่อ ให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่คร่าชีวิตคนเรือนับแสนคน ทั้งนี้โครงการ HAARP (high Frequency Active Auroral Research Project) คือศูนย์วิจัย ไอโอโนสเฟีนร์ ในมลรัฐอะแลสกา จุดมุ่งหมายสำรวจทรัพยากรชั้นบรรยากาศโลกและพัฒนาระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม

    HAARP เป็นโครงการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลสหรัฐเพื่อสร้างและควบคุมสภาพภูมิอากาศโดยการยิงคลืนแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ขึ้นไปที่ชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ แล้วให้สะท้อน
    กลับมายังพื้นผิวโลก ไปยังเป้าหมายที่ต้องการในจำนวนนั้นรวม ไปถึงส่งพลังงานนั้นลงไปสู่ชั้นหินใต้ดินเพื่อก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนหรือแผ่นดินไหวนั้นเอง
    โครงการ HAARP PROJECT อาวุธ ของพระเจ้าในมือของมนุษย์ HAARP High Frequency Active Auroral Research Program คือศูนย์วิจัยไอโอโนสเฟร์ (ionosphere คทอชั้นบรรยากาศช่วงที่อยู่ห่าง ระหว่าง 80-1000 กม. จากพื้นผิวโลก)ในเมือง Gakona รัฐ Alaskaซึางได้รับความร่วมมือ และเงินทุนมหาวิทยาลัยอลาสก้า U.S.AirForce the U.S. Navy และDefense Advanced Research Projects Agency [DARPA] ใช้เงินลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท (290ล้านเหรียญสหรัฐ) ——- ตั้งอยู่บนแนวคิดของนาย bernaed eastlund เจ้าของสิทธิบัตร3ใบที่จดในอเมริกา ชื่อของสิทธิบัตรของเขาได้แก่: วิธีการและเครื่องมือในการเตรียมแปลงบริเวณในชั้นบรรยากาศของโลก.วิธีการและเครื่องมือในการสร้างเครื่อง เครื่องเร่งอิเล็คตรอนไซโคลตรอน ด้วยความร้อนพลาสม่า,วิธีการผลิตอนุภาคสัมพัทธภาพ เหนือพื้นผิวโลก ซึ่งจริงๆแล้วทษฏีเหล่านี้ เป็นการค้นคว้าต่อจากทษฏีของนาย Nicola Tasla นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะที่โลกลืม ชาว Croatia แทบทั้งนั้น Dr.Nicoli tesla (นิโค ไล เทศล่า)เป็นชาวเซิร์บย้ายถิ่นฐานมาที่รัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ในช่วงปี1950 แต่โครงการนี้จริงๆเริ่มต้นในช่วงศตวรรษปี 1900 ถูกพัฒนาอย่างจริงจังจนเป็นผลสำเร็จโดย ดร. เทสล่า โดยการสนับสนุนเงินทุนจากนาย ธนาคาร ชั่ว ที่ชื่อ j.p. morgan นั่นเองจึงทำให้เทคโนโลยีถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดด้วยการสร้างภัยพิบัติต่างๆ เพื่อทำร้ายมนุษย์ชาติโดยกันเอง ในคลิปแรกจะแสดงการทำงานของ Tesla Coil ซึ่งเป็นงานวิจัยเพื่อจำลองและสร้างปรากฏการณ์ฟ้าผ่าขึ้น บ่มาได้มีการกล่าวอ้างจากแหล่งข่าวมากมายว่ามีการทำการทดลองโครงการ Haarp ของประเทศสหรัฐอเมริกา และถูกประณามออกมาจากหลายประเทศว่าเป็นการทำร้ายมนุษยชาติครั้งใหญ่ทำให้สภาพภูมิภูมิอากาศแปรปรวน จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่งั้นก็ต้องรอพิสูจน์ข้อเท็จจริงตอนต่อไป เมื่อไม่นานมานี้ผู้นำเวเนซุเอลา กล่าวหาสหรัฐอเมริกาเป็นต้นตอของหายนะ ในเฮติ จากการทดสอบอาวุธ อันก่อ ให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่คร่าชีวิตคนเรือนับแสนคน ทั้งนี้โครงการ HAARP (high Frequency Active Auroral Research Project) คือศูนย์วิจัย ไอโอโนสเฟีนร์ ในมลรัฐอะแลสกา จุดมุ่งหมายสำรวจทรัพยากรชั้นบรรยากาศโลกและพัฒนาระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม HAARP เป็นโครงการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลสหรัฐเพื่อสร้างและควบคุมสภาพภูมิอากาศโดยการยิงคลืนแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ขึ้นไปที่ชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ แล้วให้สะท้อน กลับมายังพื้นผิวโลก ไปยังเป้าหมายที่ต้องการในจำนวนนั้นรวม ไปถึงส่งพลังงานนั้นลงไปสู่ชั้นหินใต้ดินเพื่อก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนหรือแผ่นดินไหวนั้นเอง
    0 Comments 0 Shares 75 Views 0 Reviews
  • “ยุคมือถือ – ยุคที่สร้างกรรมได้ง่ายที่สุด”

    ---

    1. กรรมในยุคนี้เกิดเร็ว สะสมเร็ว และแรงกว่ายุคใด

    แค่ปลายนิ้วกระดิกสามารถก่อทั้งบุญและบาปจำนวนมากได้ทันที

    โลกออนไลน์ทำให้ผลของ “วจีกรรม” หรือ “มโนกรรม” กระจายเร็วและกว้างมากกว่าชาติไหนๆ

    ---

    2. ความเปลี่ยนแปลงของยุค: จากอำนาจใหญ่ → ถึงมือทุกคน

    ในอดีต คนจะทำบาปให้คนมากๆ เดือดร้อนต้องมีอำนาจ

    วันนี้แค่มือถือ 1 เครื่อง กับโพสต์ 1 โพสต์ ก็สร้างผลกระทบระดับมหาศาลได้

    ---

    3. ยุค IT คือยุคที่เป็นได้ทั้งนักบุญและคนบาป

    ทุกโพสต์ ทุกคอมเมนต์ ทุกแชร์ คือกรรม

    ความเร็วในการก่อกรรมสูงมาก แต่คุณภาพของกรรม (ดี/ร้าย) ขึ้นกับเจตนาและความรู้เท่าทันของจิต

    ---

    4. สัมมาทิฏฐิ คือเข็มทิศสำคัญ

    ต้องปลูก “สัมมาทิฏฐิ” คือ ความเห็นถูก ให้มั่นในตนเองและลูกหลาน

    ยุคนี้ไม่ใช่แค่ยุคหาเงิน แต่คือยุคสร้างกรรมแบบเข้มข้น ต้องตื่นรู้ให้ไว

    ---

    5. หลักพิจารณาก่อนทำกรรมในยุคโซเชียล

    ผลกระทบกว้างขนาดไหน?

    ทำด้วยเจตนาดีหรือร้าย?

    ขณะทำใจมืดหรือสว่าง?

    หลังทำ รู้สึกยินดีหรือเสียใจ?

    ---

    6. ผลของกรรมออนไลน์

    บาป: จิตจะฟุ้งซ่าน สะใจในทางร้าย เห็นผิดเป็นชอบ นำไปสู่ภัยในชาตินี้และชาติหน้า

    บุญ: ถ้ามีสัมมาทิฏฐิ จะใช้เทคโนโลยีสร้างกรรมดี สะสมบุญอย่างมหาศาล

    ---

    Essence สั้นๆ

    “มือถือของคุณ อาจเป็นเครื่องมือสร้างนรก หรือพาคุณไปนิพพาน อยู่ที่ใจคุณใช้มันอย่างไร”

    “ในยุคโพสต์เป็นบุญ – คอมเมนต์เป็นบาป คนมีสัมมาทิฏฐิเท่านั้นจะรอดปลอดภัย”
    “ยุคมือถือ – ยุคที่สร้างกรรมได้ง่ายที่สุด” --- 1. กรรมในยุคนี้เกิดเร็ว สะสมเร็ว และแรงกว่ายุคใด แค่ปลายนิ้วกระดิกสามารถก่อทั้งบุญและบาปจำนวนมากได้ทันที โลกออนไลน์ทำให้ผลของ “วจีกรรม” หรือ “มโนกรรม” กระจายเร็วและกว้างมากกว่าชาติไหนๆ --- 2. ความเปลี่ยนแปลงของยุค: จากอำนาจใหญ่ → ถึงมือทุกคน ในอดีต คนจะทำบาปให้คนมากๆ เดือดร้อนต้องมีอำนาจ วันนี้แค่มือถือ 1 เครื่อง กับโพสต์ 1 โพสต์ ก็สร้างผลกระทบระดับมหาศาลได้ --- 3. ยุค IT คือยุคที่เป็นได้ทั้งนักบุญและคนบาป ทุกโพสต์ ทุกคอมเมนต์ ทุกแชร์ คือกรรม ความเร็วในการก่อกรรมสูงมาก แต่คุณภาพของกรรม (ดี/ร้าย) ขึ้นกับเจตนาและความรู้เท่าทันของจิต --- 4. สัมมาทิฏฐิ คือเข็มทิศสำคัญ ต้องปลูก “สัมมาทิฏฐิ” คือ ความเห็นถูก ให้มั่นในตนเองและลูกหลาน ยุคนี้ไม่ใช่แค่ยุคหาเงิน แต่คือยุคสร้างกรรมแบบเข้มข้น ต้องตื่นรู้ให้ไว --- 5. หลักพิจารณาก่อนทำกรรมในยุคโซเชียล ผลกระทบกว้างขนาดไหน? ทำด้วยเจตนาดีหรือร้าย? ขณะทำใจมืดหรือสว่าง? หลังทำ รู้สึกยินดีหรือเสียใจ? --- 6. ผลของกรรมออนไลน์ บาป: จิตจะฟุ้งซ่าน สะใจในทางร้าย เห็นผิดเป็นชอบ นำไปสู่ภัยในชาตินี้และชาติหน้า บุญ: ถ้ามีสัมมาทิฏฐิ จะใช้เทคโนโลยีสร้างกรรมดี สะสมบุญอย่างมหาศาล --- Essence สั้นๆ “มือถือของคุณ อาจเป็นเครื่องมือสร้างนรก หรือพาคุณไปนิพพาน อยู่ที่ใจคุณใช้มันอย่างไร” “ในยุคโพสต์เป็นบุญ – คอมเมนต์เป็นบาป คนมีสัมมาทิฏฐิเท่านั้นจะรอดปลอดภัย”
    0 Comments 0 Shares 42 Views 0 Reviews
  • วันนี้มาคุยกันถึงวลีจีนที่พบเห็นได้บ่อย

    ความมีอยู่ว่า
    ... “ท่านพ่อ แต่เรื่องนี้หากลู่อี้รู้เข้า พวกเราจะมีปัญหาหรือไม่?” หยางเยวี่ยเอ่ยอย่างไม่สบายใจ
    จินเซี่ยพยักหน้าหงึกหงัก “นั่นสิ เจ้าตัวร้ายผู้นั้นมิใช่ตะเกียงประหยัดน้ำมัน ยามแกล้งคนนั้นอำมหิตนัก”...
    - จากเรื่อง <เบื้องล่างของเสื้อแพร> ผู้แต่ง หลานเส้อซือ (แต่ Storyฯ แปลเองจ้า)
    (หมายเหตุ ละครเรื่องยอดองค์รักษ์เสื้อแพรดัดแปลงมาจากนิยายเรื่องนี้)

    อะไรคือ ‘มิใช่ตะเกียงประหยัดน้ำมัน’?

    ก่อนอื่นก็ต้องมาทำความเข้าใจกับ ‘ตะเกียงประหยัดน้ำมัน’ หรือ ‘เสิ่งโหยวเติง’ (省油灯)

    ในซีรีย์จีนเรามักเห็นเขาจุดเทียนเพื่อแสงสว่างกัน หรือในบางเรื่องก็จะเห็นเป็นตะเกียงน้ำมันแบบที่ใช้จานหรือชามตื้นเป็นภาชนะ ว่ากันว่า เทียนไขแรกเริ่มปรากฏในประวัติศาสตร์จีนในสมัยราชวงศ์ฉิน (ปี 221-206 ก่อนคริสต์ศักราช) เมื่อมีการนำน้ำมันจากไขสัตว์ไปเทใส่ในหลอดหญ้าที่มีเชือกทิ้งปลายออกมาเป็นไส้เทียน

    แต่ไม่ว่าจะเป็นเทียนหรือตะเกียงน้ำมันล้วนจัดเป็นของแพง เพราะต้องใช้ไขมันสกัดมาทำเทียนไขหรือเผาเป็นน้ำมัน จึงเป็นของมีราคาสูงและหายาก ไม่สามารถใช้พร่ำเพรื่อ เดิมมีใช้กันเฉพาะในวังและจวนขุนนางระดับสูง จัดเป็นของมีค่าหนึ่งรายการที่นิยมพระราชทานเป็นรางวัลให้กับขุนนาง ส่วนชาวบ้านธรรมดาก็ใช้คบเพลิงที่ทำขึ้นเองซึ่งไม่ต้องใช้น้ำมันมากเพราะใช้ไม้เป็นเชื้อเพลิง แต่จะมานั่งจุดคบกันทั้งคืนในห้องก็กระไรอยู่ เราจึงมักได้ยินถึงบทกวีหรือเห็นในละครที่บัณฑิตยากจนต้องนั่งอ่านหนังสือใต้แสงจันทร์

    ต่อมาในสมัยราชวงศ์ซ่งจึงเริ่มใช้เทียนไขกันอย่างแพร่หลายเพราะมีการสกัดไขมันพืชขึ้นซึ่งขึ้นรูปและอยู่ตัวได้ดีกว่าไขสัตว์ แต่ก็ยังจัดเป็นของฟุ่มเฟือย และแน่นอนว่าเทียนนั้นมีหลายเกรด มีบันทึกว่าในรัชสมัยขององค์ซ่งเสินจง (ค.ศ. 1067-1085) นั้น เทียนไขเกรดสูงหนึ่งเล่มมีราคาสูงเป็นสิบเท่าของเทียนเกรดต่ำและคิดเป็นรายได้ประมาณสามวันของชาวบ้านธรรมดาเลยทีเดียว

    ในเมื่อไขมันสำหรับทำเทียนไขหรือตะเกียงน้ำมันล้วนเป็นของหายาก จึงเกิดสิ่งประดิษฐ์ขึ้นที่ประหยัดทรัพย์กว่าซึ่งก็คือตะเกียงประหยัดน้ำมัน บ้างก็ว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ในสมัยถังแต่ใช้แพร่หลายในสมัยซ่ง บ้างก็ว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ในสมัยซ่ง

    หลักการของเทคโนโลยีตะเกียงประหยัดน้ำมันนั้นง่ายจนน่าทึ่งว่าคนโบราณช่างฉลาดคิด คือเป็นการใส่น้ำไว้ในตะเกียงเพื่อลดความร้อนและรักษาอุณหภูมิไม่ให้ไขมันนั้นถูกเผาผลาญเร็วเกินไป และต้องใช้เป็นตะเกียงกระเบื้อง จะทรงสูงหรือเตี้ยก็ได้ แต่ไม่ใช้โลหะ ว่ากันว่าสามารถประหยัดน้ำมันได้ถึงครึ่งหนึ่งทีเดียว หน้าตาเป็นอย่างไรดูได้จากรูปประกอบ

    เข้าใจแล้วว่าตะเกียงประหยัดน้ำมันเป็นอย่างไร ก็คงเข้าใจความหมายของวลี ‘คนที่มิใช่ตะเกียงประหยัดน้ำมัน’ ได้ไม่ยาก

    วลีนี้ใช้เปรียบเปรยถึงคนที่ฉลาดหรือเก่งมากจนคนอื่น ‘เอาไม่อยู่’ หรือจัดการได้ยาก กว่าจะจัดการได้ต้องสิ้นเปลืองพลังงานมาก เป็นคนที่ไม่เคยเสียเปรียบใครเพราะฉลาดทันคน ฟังดูคล้ายเป็นการเปรียบเปรยเชิงลบ แต่จริงแล้วไม่ใช่ เพราะมันแฝงไว้ด้วยอาการยอมรับหรือเลื่อมใสอย่างเสียไม่ได้จากผู้ที่พูด

    (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ อย่าลืมกดติดตามเพจนี้เพื่อป้องกันการกีดกันของเฟซบุ๊คด้วยนะคะ #StoryfromStory)

    Credit รูปภาพจาก:
    https://mercury0314.pixnet.net/blog/post/469082246-錦衣之下》任嘉倫、譚松韻、韓棟、葉青、
    https://baike.baidu.com/tashuo/browse/content?id=936cd571088453d061412ab3
    https://www.163.com/dy/article/F2QG74VJ05238DGE.html
    Credit ข้อมูลรวบรวมจาก:
    https://www.baike.com/wikiid/4698842907576744062?view_id=3qk0zj0se7c000
    http://www.qulishi.com/article/201906/344431.html
    https://www.sohu.com/a/410514175_189939

    #ยอดองครักษ์เสื้อแพร #ตะเกียงน้ำมัน #ตะเกียงประหยัดน้ำมัน #เสิ่งโหยวเติง #วลีจีน
    วันนี้มาคุยกันถึงวลีจีนที่พบเห็นได้บ่อย ความมีอยู่ว่า ... “ท่านพ่อ แต่เรื่องนี้หากลู่อี้รู้เข้า พวกเราจะมีปัญหาหรือไม่?” หยางเยวี่ยเอ่ยอย่างไม่สบายใจ จินเซี่ยพยักหน้าหงึกหงัก “นั่นสิ เจ้าตัวร้ายผู้นั้นมิใช่ตะเกียงประหยัดน้ำมัน ยามแกล้งคนนั้นอำมหิตนัก”... - จากเรื่อง <เบื้องล่างของเสื้อแพร> ผู้แต่ง หลานเส้อซือ (แต่ Storyฯ แปลเองจ้า) (หมายเหตุ ละครเรื่องยอดองค์รักษ์เสื้อแพรดัดแปลงมาจากนิยายเรื่องนี้) อะไรคือ ‘มิใช่ตะเกียงประหยัดน้ำมัน’? ก่อนอื่นก็ต้องมาทำความเข้าใจกับ ‘ตะเกียงประหยัดน้ำมัน’ หรือ ‘เสิ่งโหยวเติง’ (省油灯) ในซีรีย์จีนเรามักเห็นเขาจุดเทียนเพื่อแสงสว่างกัน หรือในบางเรื่องก็จะเห็นเป็นตะเกียงน้ำมันแบบที่ใช้จานหรือชามตื้นเป็นภาชนะ ว่ากันว่า เทียนไขแรกเริ่มปรากฏในประวัติศาสตร์จีนในสมัยราชวงศ์ฉิน (ปี 221-206 ก่อนคริสต์ศักราช) เมื่อมีการนำน้ำมันจากไขสัตว์ไปเทใส่ในหลอดหญ้าที่มีเชือกทิ้งปลายออกมาเป็นไส้เทียน แต่ไม่ว่าจะเป็นเทียนหรือตะเกียงน้ำมันล้วนจัดเป็นของแพง เพราะต้องใช้ไขมันสกัดมาทำเทียนไขหรือเผาเป็นน้ำมัน จึงเป็นของมีราคาสูงและหายาก ไม่สามารถใช้พร่ำเพรื่อ เดิมมีใช้กันเฉพาะในวังและจวนขุนนางระดับสูง จัดเป็นของมีค่าหนึ่งรายการที่นิยมพระราชทานเป็นรางวัลให้กับขุนนาง ส่วนชาวบ้านธรรมดาก็ใช้คบเพลิงที่ทำขึ้นเองซึ่งไม่ต้องใช้น้ำมันมากเพราะใช้ไม้เป็นเชื้อเพลิง แต่จะมานั่งจุดคบกันทั้งคืนในห้องก็กระไรอยู่ เราจึงมักได้ยินถึงบทกวีหรือเห็นในละครที่บัณฑิตยากจนต้องนั่งอ่านหนังสือใต้แสงจันทร์ ต่อมาในสมัยราชวงศ์ซ่งจึงเริ่มใช้เทียนไขกันอย่างแพร่หลายเพราะมีการสกัดไขมันพืชขึ้นซึ่งขึ้นรูปและอยู่ตัวได้ดีกว่าไขสัตว์ แต่ก็ยังจัดเป็นของฟุ่มเฟือย และแน่นอนว่าเทียนนั้นมีหลายเกรด มีบันทึกว่าในรัชสมัยขององค์ซ่งเสินจง (ค.ศ. 1067-1085) นั้น เทียนไขเกรดสูงหนึ่งเล่มมีราคาสูงเป็นสิบเท่าของเทียนเกรดต่ำและคิดเป็นรายได้ประมาณสามวันของชาวบ้านธรรมดาเลยทีเดียว ในเมื่อไขมันสำหรับทำเทียนไขหรือตะเกียงน้ำมันล้วนเป็นของหายาก จึงเกิดสิ่งประดิษฐ์ขึ้นที่ประหยัดทรัพย์กว่าซึ่งก็คือตะเกียงประหยัดน้ำมัน บ้างก็ว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ในสมัยถังแต่ใช้แพร่หลายในสมัยซ่ง บ้างก็ว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ในสมัยซ่ง หลักการของเทคโนโลยีตะเกียงประหยัดน้ำมันนั้นง่ายจนน่าทึ่งว่าคนโบราณช่างฉลาดคิด คือเป็นการใส่น้ำไว้ในตะเกียงเพื่อลดความร้อนและรักษาอุณหภูมิไม่ให้ไขมันนั้นถูกเผาผลาญเร็วเกินไป และต้องใช้เป็นตะเกียงกระเบื้อง จะทรงสูงหรือเตี้ยก็ได้ แต่ไม่ใช้โลหะ ว่ากันว่าสามารถประหยัดน้ำมันได้ถึงครึ่งหนึ่งทีเดียว หน้าตาเป็นอย่างไรดูได้จากรูปประกอบ เข้าใจแล้วว่าตะเกียงประหยัดน้ำมันเป็นอย่างไร ก็คงเข้าใจความหมายของวลี ‘คนที่มิใช่ตะเกียงประหยัดน้ำมัน’ ได้ไม่ยาก วลีนี้ใช้เปรียบเปรยถึงคนที่ฉลาดหรือเก่งมากจนคนอื่น ‘เอาไม่อยู่’ หรือจัดการได้ยาก กว่าจะจัดการได้ต้องสิ้นเปลืองพลังงานมาก เป็นคนที่ไม่เคยเสียเปรียบใครเพราะฉลาดทันคน ฟังดูคล้ายเป็นการเปรียบเปรยเชิงลบ แต่จริงแล้วไม่ใช่ เพราะมันแฝงไว้ด้วยอาการยอมรับหรือเลื่อมใสอย่างเสียไม่ได้จากผู้ที่พูด (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ อย่าลืมกดติดตามเพจนี้เพื่อป้องกันการกีดกันของเฟซบุ๊คด้วยนะคะ #StoryfromStory) Credit รูปภาพจาก: https://mercury0314.pixnet.net/blog/post/469082246-錦衣之下》任嘉倫、譚松韻、韓棟、葉青、 https://baike.baidu.com/tashuo/browse/content?id=936cd571088453d061412ab3 https://www.163.com/dy/article/F2QG74VJ05238DGE.html Credit ข้อมูลรวบรวมจาก: https://www.baike.com/wikiid/4698842907576744062?view_id=3qk0zj0se7c000 http://www.qulishi.com/article/201906/344431.html https://www.sohu.com/a/410514175_189939 #ยอดองครักษ์เสื้อแพร #ตะเกียงน้ำมัน #ตะเกียงประหยัดน้ำมัน #เสิ่งโหยวเติง #วลีจีน
    MERCURY0314.PIXNET.NET
    《錦衣之下》分集劇情+心得分享(第1-55集大結局劇情)任嘉倫、譚松韻、韓棟、葉青、姚奕辰、路宏主演,劇情角色演員介紹,根據藍色獅的同名小說改編,將「懸疑推理」與「古裝言情」相結合,一下夫婦劇中高甜互動,十分引人期待!
    錦衣之下 任嘉倫譚松韻主演 2019年末古裝大劇接連播出, 真的是讓人追劇追到上頭了, 這不又有一波優質古裝劇要開播, 那就是任嘉倫、譚松韻主演的 《錦衣之下》。 其實這部早在2018年
    1 Comments 0 Shares 67 Views 0 Reviews
  • "บุกหลังบ้าน"

    Dmitry Chernyshenko รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย เดินทางเยือนคิวบา เพื่อหารือเรื่องการค้าและเทคโนโลยีที่สำคัญในระดับทวิภาคี
    "บุกหลังบ้าน" Dmitry Chernyshenko รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย เดินทางเยือนคิวบา เพื่อหารือเรื่องการค้าและเทคโนโลยีที่สำคัญในระดับทวิภาคี
    0 Comments 0 Shares 61 Views 0 Reviews
  • "เสือกเฉพาะเรื่อง" EP4 (ซัดเลย..เสียเวลา)

    แผนสันติภาพอีทรัมปป์พังยับ! ปูตินรู้ล่วงหน้า มาฟอร์มนี้ กูเลยช่วยปิดเกมส์ยูเครนให้จบไวขึ้น ถามสั้นๆ กูไล่ฆ่าพวกมรึงมาเกือบ 3 ปี ยึดพื้นที่ จุดยุทธศาสตร์สำคัญไว้หมด แล้วเรื่องอะไรจะมาหยิบชิ้นปลามันไปง่ายๆ ยูเรเนียมเหรอ โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์เหรอ? อยากได้ เข้ามาเอาเองสิ? กูจะยึดทั้งแผ่นดินก็ได้ สบายตรีน แต่จะเอาไปทำไมทั้งหมด มันคือรายจ่าย เพราะยูเครนต้องฟื้นฟูเยอะ ทั้งโลก มีแค่จีน รัสเซีย เท่านั้น ที่สามารถให้เงินกู้ ฟื้นฟูประเทศได้ เพราะไอ้ที่เหลือมันเจ๊งกันหมดทั้งโลกแล้ว ทำไมปูตินจะไม่รู้? อะไรน่ะ ไทยโมเดล 9/11 ตึกสตง. ก็อปปี้มาเด๊ะ อำมะหิตมาก ที่นี่เมืองไทยน่ะมรึง ไม่ใช่นิวยอร์ค ยิวฆ่าเหี้ยมะกันขี้ข้า เป็นเรื่องปกติ เพราะแค่เศษเดน ผงธุลีดินในสายตามัน แต่แผ่นดินนี้ของพ่อกู ไอ้อีหน้าไหนร่วมมือกันมาจัดฉากฆ่าคนไทยด้วยกัน มรึงต้องตายโหง! โลกคือละคร เหี้ยจะรู้ล่วงหน้าเสมอ ว่าจะเกิดเหี้ยอะไรก่อน เพราะมันเป็นคนวางแผนไงล่ะ? ชี้ชัดทุกหน่วยงานองคาพยพไทย มีเหลือบจัญไรแผ่นดินแฝงอยู่เต็มไปหมด แดร๊กหมดหากสดชื่น! นี่ขนาดเป็นตึกของสตง. น่ะมรึง? อายหมามั้ยล่ะ? ศึกทะเลแดงยกที่ 99 เหี้ยแพ้ยับตามเคย เหตุผลง่ายๆ คือ เทคโนโลยีเป็นรอง แผนการห่วยขั้นเทพ บุกเข้ามาแบบดื้อๆ คิดว่าอาวุธตัวเองเจ๋ง แล้วเป็นไง ไอ้เครื่องบินชี้เป้าโดนล่อก่อนเพื่อน ใครจะไปคิดว่าเรือบรรทุกเครื่องบิน พอไร้บินชี้เป้า ไปต่อไม่เป็น เมื่อเยเมนบล็อคสัญญานสั่งการเบ็ดเสร็จ ก็เหลือแค่ล่อเป้าใหญ่กลางมหาสมุทรที่หนีไปไหนไม่รอด ส่งมา 3 ลำใหญ่ กลับไปซ่อมแล้ว 2 นี่เพิ่งจะเริ่มเองน่ะมรึง? โคตรกระจอก ไม่ปรึกษาใคร เมื่อไหร่ มรึงจะรู้ตัวว่า มันคนละชั้น อยู่กันคนละโลกกับความเป็นจริงไปนานแล้ว ไทยไม่รอด โดนกำแพงภาษีเหี้ย 36% แล้วยังไง? มีข้าวกินมั้ย? หลับสบายมั้ย? ส่งออกทั่วโลกได้มั้ย? สินค้าไทย ใครก็ต้องการ เช่นกัน เราก็ขึ้นภาษีย้อนกลับไป เท่าที่มรึงให้มา แล้วมาดูว่า ของใครจะขายได้ ดีออก? 93 ปี ที่มรึงเอาไข่เสนียดมาทิ้งไว้ในบ้านกู จนออกดอก ออกผล อี 3 นิ้วครึ่ง อีทะลุเหี้ยบ้าง พรรคจัญไร นักการเมืองชาติหมา ปชต.ตอแหลหาแดร๊ก อีกไม่นาน อโยธยาจะกลับคืนสู่การปกครองดั่งเดิมผสมยุคใหม่ อัพเกรด 5.1 โปร่งใส รวดเร็ว แค่เปลี่ยนหัว ทุกอย่างเปลี่ยนตาม คืนพระราชอำนาจ ประเทศรอดทันที !! ไม่มีธรรมชาติใดดอกน่ะ ที่เลือกลงโทษได้ โดยเฉพาะผู้ขัดผลประโยชน์ ยิวเหี้ยไซออนนิสต์ จับตาดูให้ดีดี อีทรัมปป์จะเป็น Q หรือไม่ ไม่ต้องไปดูอย่างอื่น หากมันไม่บ่อนทำลาย DEEP STATE ดั่งปากจริง คือ "ปลอม" การกระทำดีกว่าคำพูด อาเซียนถูกล่อด้วยสะกายโมเดล ที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว แม่แต่ตึกสตง.ถล่ม ยังมีกล้องจับภาพได้ทุกทิศ ทุกโมเมนตั่ม นี่มัน 9/11 โมเดลเดียวกันเป๊ะ แค่บอกให้รู้ ว่าสงครามมาเยือนไทย และอาเซียนเรียบร้อยนานแล้ว ไม่ใช่แค่ตอนนี้ มันมาตั้งแต่อีเหลี่ยมชาติหมาได้ขึ้นบังลังก์นั่นแหละ และวันนี้ เพ่น้องคปท.เดินหน้าสั่งลุยแล้ว ตรงไปอาคารรัฐสภา "ระงับแผนกาสิโอ๊ะ" หมายังรู้ นั่นแค่เปลือกนอก เป้าจริงคือล่ออีรัฐบาลหุ่นเชิดวอชิงตันต่างหากล่ะ ภาคประชาชนไทยเค้าตื่นรู้ตลอด ทุกการเคลื่อนไหวคือดักคอ ชี้เป้า ให้ควายไทยตื่น ว่ากำลังจะมีการรวบแดร๊กประเทศครั้งใหญ่ คนกำหนดไม่สู้ฟ้าลิขิต ปลายกลียุค มีแค่ทางออกเดียวคือ "กองทัพต้องออก" การปฎิวัติครั้งประวัติศาสตร์กำลังจะมา มาเพื่อชำระล้างให้หมดจรด ตามใบสั่งสรวงสวรรค์ ส่วนตัวละครใหม่จะเป็นใคร ไม่ต้องสนใจ? เพราะเค้าเน้นผลลัพธ์ ไม่ได้เน้นหน้าตา เตรียมตัว เตรียมใจ รับการเปลี่ยนแปลงแบบหักมุมได้เลย เอาชาติเป็นใหญ่ หมากที่วางไว้ เริ่มเห็นผลแล้ว ใครเบื่อที่จะรอ ไม่ต้องรอนาน "BLOOD APRIL" มาแล้วจ๊ะ หนียังไงก็หนีไม่พ้น เมื่อรู้ว่าต้องเผชิญหน้า ก็ใส่ให้ยับ ไปให้สุดซอย รอระฆังใหญ่จากบ้านพระอาทิตย์ก็พอ รูปแบบจะไม่เหมือนเดิม ไม่ต้องเปลืองแรง ไม่ต้องลำบาก แค่เล่นให้ตรงจุด ล่อตรงเป้าหมาย ถึงเวลา "ทหารออกเอง" เหนือฟ้ายังมีฟ้า ใครที่คิดว่าต้องไปนอนตบยุงกลางถนนเหมือนเมื่อ 17 ปีก่อน คิดใหม่ซะน่ะ นี่มันยุคดิจิตอลแล้วจ๊ะ มีอีกหลากหลายวิธีที่จะเล่น แล้วได้ผลทันตา ยังไม่บอก เดี๋ยวเหี้ยมันรู้?

    หมี CNN(จีนส่งกองเรือไปล้อมไต้หวันอีกล่ะ อยู่ดีดี ใครจะทำ? เพราะเค้ารู้ว่ามรึงกำลังจะส่งเหี้ยอะไรเข้ามาเพิ่ม จีนรู้หมด หน่วยข่าวกรองจีน เก่ง ฉลาด และแม่นยำกว่าอีมอดสาด และเหี้ย C รู้ดีว่ามรึงกำลังจะเอาเหี้ยอะไรไปติดตั้ง แค่ออกมายืดเส้นยืดสาย ให้มรึงรู้ชะตากรรม ว่ากูพร้อมจมทั้งเกาะ หากเสี้ยนกันนัก หากกูไม่ได้คืน ก็จงอย่ามีใครได้ไป เพื่อเป็นภัยพิภัยในอนาคตของแผ่นดินจีน สีจิ้นผิง คำนวณไว้หมดแล้ว ยังไงถึงกินรวบ ยังไงถึงไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ หมากล้อมจีน คือบีบให้มรึงตายไปเองไงล่ะ เวลาไม่ห่วง จีนไม่รีบ ไม่ร้อน แค่มรึงดิ้นพล่านไปวันวัน กูก็ชนะใสใส)
    03 เมษายน 68
    "เสือกเฉพาะเรื่อง" EP4 (ซัดเลย..เสียเวลา) แผนสันติภาพอีทรัมปป์พังยับ! ปูตินรู้ล่วงหน้า มาฟอร์มนี้ กูเลยช่วยปิดเกมส์ยูเครนให้จบไวขึ้น ถามสั้นๆ กูไล่ฆ่าพวกมรึงมาเกือบ 3 ปี ยึดพื้นที่ จุดยุทธศาสตร์สำคัญไว้หมด แล้วเรื่องอะไรจะมาหยิบชิ้นปลามันไปง่ายๆ ยูเรเนียมเหรอ โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์เหรอ? อยากได้ เข้ามาเอาเองสิ? กูจะยึดทั้งแผ่นดินก็ได้ สบายตรีน แต่จะเอาไปทำไมทั้งหมด มันคือรายจ่าย เพราะยูเครนต้องฟื้นฟูเยอะ ทั้งโลก มีแค่จีน รัสเซีย เท่านั้น ที่สามารถให้เงินกู้ ฟื้นฟูประเทศได้ เพราะไอ้ที่เหลือมันเจ๊งกันหมดทั้งโลกแล้ว ทำไมปูตินจะไม่รู้? อะไรน่ะ ไทยโมเดล 9/11 ตึกสตง. ก็อปปี้มาเด๊ะ อำมะหิตมาก ที่นี่เมืองไทยน่ะมรึง ไม่ใช่นิวยอร์ค ยิวฆ่าเหี้ยมะกันขี้ข้า เป็นเรื่องปกติ เพราะแค่เศษเดน ผงธุลีดินในสายตามัน แต่แผ่นดินนี้ของพ่อกู ไอ้อีหน้าไหนร่วมมือกันมาจัดฉากฆ่าคนไทยด้วยกัน มรึงต้องตายโหง! โลกคือละคร เหี้ยจะรู้ล่วงหน้าเสมอ ว่าจะเกิดเหี้ยอะไรก่อน เพราะมันเป็นคนวางแผนไงล่ะ? ชี้ชัดทุกหน่วยงานองคาพยพไทย มีเหลือบจัญไรแผ่นดินแฝงอยู่เต็มไปหมด แดร๊กหมดหากสดชื่น! นี่ขนาดเป็นตึกของสตง. น่ะมรึง? อายหมามั้ยล่ะ? ศึกทะเลแดงยกที่ 99 เหี้ยแพ้ยับตามเคย เหตุผลง่ายๆ คือ เทคโนโลยีเป็นรอง แผนการห่วยขั้นเทพ บุกเข้ามาแบบดื้อๆ คิดว่าอาวุธตัวเองเจ๋ง แล้วเป็นไง ไอ้เครื่องบินชี้เป้าโดนล่อก่อนเพื่อน ใครจะไปคิดว่าเรือบรรทุกเครื่องบิน พอไร้บินชี้เป้า ไปต่อไม่เป็น เมื่อเยเมนบล็อคสัญญานสั่งการเบ็ดเสร็จ ก็เหลือแค่ล่อเป้าใหญ่กลางมหาสมุทรที่หนีไปไหนไม่รอด ส่งมา 3 ลำใหญ่ กลับไปซ่อมแล้ว 2 นี่เพิ่งจะเริ่มเองน่ะมรึง? โคตรกระจอก ไม่ปรึกษาใคร เมื่อไหร่ มรึงจะรู้ตัวว่า มันคนละชั้น อยู่กันคนละโลกกับความเป็นจริงไปนานแล้ว ไทยไม่รอด โดนกำแพงภาษีเหี้ย 36% แล้วยังไง? มีข้าวกินมั้ย? หลับสบายมั้ย? ส่งออกทั่วโลกได้มั้ย? สินค้าไทย ใครก็ต้องการ เช่นกัน เราก็ขึ้นภาษีย้อนกลับไป เท่าที่มรึงให้มา แล้วมาดูว่า ของใครจะขายได้ ดีออก? 93 ปี ที่มรึงเอาไข่เสนียดมาทิ้งไว้ในบ้านกู จนออกดอก ออกผล อี 3 นิ้วครึ่ง อีทะลุเหี้ยบ้าง พรรคจัญไร นักการเมืองชาติหมา ปชต.ตอแหลหาแดร๊ก อีกไม่นาน อโยธยาจะกลับคืนสู่การปกครองดั่งเดิมผสมยุคใหม่ อัพเกรด 5.1 โปร่งใส รวดเร็ว แค่เปลี่ยนหัว ทุกอย่างเปลี่ยนตาม คืนพระราชอำนาจ ประเทศรอดทันที !! ไม่มีธรรมชาติใดดอกน่ะ ที่เลือกลงโทษได้ โดยเฉพาะผู้ขัดผลประโยชน์ ยิวเหี้ยไซออนนิสต์ จับตาดูให้ดีดี อีทรัมปป์จะเป็น Q หรือไม่ ไม่ต้องไปดูอย่างอื่น หากมันไม่บ่อนทำลาย DEEP STATE ดั่งปากจริง คือ "ปลอม" การกระทำดีกว่าคำพูด อาเซียนถูกล่อด้วยสะกายโมเดล ที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว แม่แต่ตึกสตง.ถล่ม ยังมีกล้องจับภาพได้ทุกทิศ ทุกโมเมนตั่ม นี่มัน 9/11 โมเดลเดียวกันเป๊ะ แค่บอกให้รู้ ว่าสงครามมาเยือนไทย และอาเซียนเรียบร้อยนานแล้ว ไม่ใช่แค่ตอนนี้ มันมาตั้งแต่อีเหลี่ยมชาติหมาได้ขึ้นบังลังก์นั่นแหละ และวันนี้ เพ่น้องคปท.เดินหน้าสั่งลุยแล้ว ตรงไปอาคารรัฐสภา "ระงับแผนกาสิโอ๊ะ" หมายังรู้ นั่นแค่เปลือกนอก เป้าจริงคือล่ออีรัฐบาลหุ่นเชิดวอชิงตันต่างหากล่ะ ภาคประชาชนไทยเค้าตื่นรู้ตลอด ทุกการเคลื่อนไหวคือดักคอ ชี้เป้า ให้ควายไทยตื่น ว่ากำลังจะมีการรวบแดร๊กประเทศครั้งใหญ่ คนกำหนดไม่สู้ฟ้าลิขิต ปลายกลียุค มีแค่ทางออกเดียวคือ "กองทัพต้องออก" การปฎิวัติครั้งประวัติศาสตร์กำลังจะมา มาเพื่อชำระล้างให้หมดจรด ตามใบสั่งสรวงสวรรค์ ส่วนตัวละครใหม่จะเป็นใคร ไม่ต้องสนใจ? เพราะเค้าเน้นผลลัพธ์ ไม่ได้เน้นหน้าตา เตรียมตัว เตรียมใจ รับการเปลี่ยนแปลงแบบหักมุมได้เลย เอาชาติเป็นใหญ่ หมากที่วางไว้ เริ่มเห็นผลแล้ว ใครเบื่อที่จะรอ ไม่ต้องรอนาน "BLOOD APRIL" มาแล้วจ๊ะ หนียังไงก็หนีไม่พ้น เมื่อรู้ว่าต้องเผชิญหน้า ก็ใส่ให้ยับ ไปให้สุดซอย รอระฆังใหญ่จากบ้านพระอาทิตย์ก็พอ รูปแบบจะไม่เหมือนเดิม ไม่ต้องเปลืองแรง ไม่ต้องลำบาก แค่เล่นให้ตรงจุด ล่อตรงเป้าหมาย ถึงเวลา "ทหารออกเอง" เหนือฟ้ายังมีฟ้า ใครที่คิดว่าต้องไปนอนตบยุงกลางถนนเหมือนเมื่อ 17 ปีก่อน คิดใหม่ซะน่ะ นี่มันยุคดิจิตอลแล้วจ๊ะ มีอีกหลากหลายวิธีที่จะเล่น แล้วได้ผลทันตา ยังไม่บอก เดี๋ยวเหี้ยมันรู้? หมี CNN(จีนส่งกองเรือไปล้อมไต้หวันอีกล่ะ อยู่ดีดี ใครจะทำ? เพราะเค้ารู้ว่ามรึงกำลังจะส่งเหี้ยอะไรเข้ามาเพิ่ม จีนรู้หมด หน่วยข่าวกรองจีน เก่ง ฉลาด และแม่นยำกว่าอีมอดสาด และเหี้ย C รู้ดีว่ามรึงกำลังจะเอาเหี้ยอะไรไปติดตั้ง แค่ออกมายืดเส้นยืดสาย ให้มรึงรู้ชะตากรรม ว่ากูพร้อมจมทั้งเกาะ หากเสี้ยนกันนัก หากกูไม่ได้คืน ก็จงอย่ามีใครได้ไป เพื่อเป็นภัยพิภัยในอนาคตของแผ่นดินจีน สีจิ้นผิง คำนวณไว้หมดแล้ว ยังไงถึงกินรวบ ยังไงถึงไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ หมากล้อมจีน คือบีบให้มรึงตายไปเองไงล่ะ เวลาไม่ห่วง จีนไม่รีบ ไม่ร้อน แค่มรึงดิ้นพล่านไปวันวัน กูก็ชนะใสใส) 03 เมษายน 68
    0 Comments 0 Shares 135 Views 0 Reviews
  • Samsung เปิดตัวแท็บเล็ต Galaxy Tab S10 FE และ S10 FE Plus โดยรุ่น Plus มาพร้อม หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 13.1 นิ้ว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของซีรีส์นี้ ทั้งสองรุ่นมีฟีเจอร์ Vision Booster, Auto Trim และ Object Eraser ที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน

    ✅ Galaxy Tab S10 FE Plus ได้รับการอัปเกรดสำคัญ
    - ขยายหน้าจอจาก 12.4 นิ้ว เป็น 13.1 นิ้ว
    - ใช้ ชิป Exynos 1580 พร้อม แบตเตอรี่ขนาด 10,090mAh
    - รองรับ RAM สูงสุด 12GB และพื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 256GB

    ✅ Galaxy Tab S10 FE มีขนาดเล็กกว่า แต่ยังคงฟีเจอร์หลักครบครัน
    - มาพร้อม หน้าจอ 10.9 นิ้ว และแบตเตอรี่ 8,000mAh
    - ทั้งสองรุ่นมี กล้องหลัง 13MP และกล้องหน้า 12MP Ultra-Wide
    - รองรับ S Pen ที่รวมมาให้ในกล่อง

    ✅ Samsung เพิ่มฟีเจอร์ AI เพื่อปรับปรุงการใช้งาน
    - Object Eraser: ลบสิ่งที่ไม่ต้องการจากภาพอย่างง่ายดาย
    - Best Face: เลือกภาพที่ดีที่สุดจากหลายเฟรมอัตโนมัติ
    - Auto Trim: ปรับขนาดภาพและวิดีโอให้เหมาะสม

    ✅ เทคโนโลยี Vision Booster ช่วยลดแสงสะท้อนบนหน้าจอ
    - นำมาจาก Samsung TV และ Galaxy S25 Ultra ช่วยให้การแสดงผลชัดขึ้นในทุกสภาพแสง

    ✅ ราคาและวันวางจำหน่าย
    - Galaxy Tab S10 FE เริ่มต้นที่ $499.99 / £499
    - Galaxy Tab S10 FE Plus เริ่มต้นที่ $649.99 / £649
    - มีให้เลือก 3 สี—Gray, Silver และ Blue พร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้

    https://www.techradar.com/tablets/the-samsung-galaxy-tab-s10-fe-launches-with-an-ipad-air-rivaling-screen-and-ai-features-galore
    Samsung เปิดตัวแท็บเล็ต Galaxy Tab S10 FE และ S10 FE Plus โดยรุ่น Plus มาพร้อม หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 13.1 นิ้ว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของซีรีส์นี้ ทั้งสองรุ่นมีฟีเจอร์ Vision Booster, Auto Trim และ Object Eraser ที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน ✅ Galaxy Tab S10 FE Plus ได้รับการอัปเกรดสำคัญ - ขยายหน้าจอจาก 12.4 นิ้ว เป็น 13.1 นิ้ว - ใช้ ชิป Exynos 1580 พร้อม แบตเตอรี่ขนาด 10,090mAh - รองรับ RAM สูงสุด 12GB และพื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 256GB ✅ Galaxy Tab S10 FE มีขนาดเล็กกว่า แต่ยังคงฟีเจอร์หลักครบครัน - มาพร้อม หน้าจอ 10.9 นิ้ว และแบตเตอรี่ 8,000mAh - ทั้งสองรุ่นมี กล้องหลัง 13MP และกล้องหน้า 12MP Ultra-Wide - รองรับ S Pen ที่รวมมาให้ในกล่อง ✅ Samsung เพิ่มฟีเจอร์ AI เพื่อปรับปรุงการใช้งาน - Object Eraser: ลบสิ่งที่ไม่ต้องการจากภาพอย่างง่ายดาย - Best Face: เลือกภาพที่ดีที่สุดจากหลายเฟรมอัตโนมัติ - Auto Trim: ปรับขนาดภาพและวิดีโอให้เหมาะสม ✅ เทคโนโลยี Vision Booster ช่วยลดแสงสะท้อนบนหน้าจอ - นำมาจาก Samsung TV และ Galaxy S25 Ultra ช่วยให้การแสดงผลชัดขึ้นในทุกสภาพแสง ✅ ราคาและวันวางจำหน่าย - Galaxy Tab S10 FE เริ่มต้นที่ $499.99 / £499 - Galaxy Tab S10 FE Plus เริ่มต้นที่ $649.99 / £649 - มีให้เลือก 3 สี—Gray, Silver และ Blue พร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้ https://www.techradar.com/tablets/the-samsung-galaxy-tab-s10-fe-launches-with-an-ipad-air-rivaling-screen-and-ai-features-galore
    0 Comments 0 Shares 125 Views 0 Reviews
  • ทองแดงเป็นตัวนำไฟฟ้ามาตรฐานมานานกว่า 200 ปี แต่เริ่มมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพ นักวิจัยพบว่า Niobium Phosphide (NbP) มีคุณสมบัติการนำไฟฟ้าที่เหนือกว่าทองแดง โดยเฉพาะในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับนาโน NbP สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ได้ง่าย และช่วยลดการสูญเสียพลังงาน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายด้านการผลิต ที่ต้องแก้ไขก่อนจะนำมาใช้จริงในอุตสาหกรรม

    ✅ Niobium Phosphide เป็นวัสดุที่นำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดงในระดับนาโน
    - งานวิจัยของ Stanford University พบว่า NbP มีค่าความต้านทานต่ำกว่าทองแดงถึง 6 เท่า
    - เมื่อวัสดุมีความบางลง NbP ยังคงรักษาคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดง

    ✅ เซมิมีทัลมีโครงสร้างทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน
    - NbP มี คุณสมบัติเฉพาะด้านโครงสร้างที่ช่วยให้การส่งผ่านอิเล็กตรอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    - นักวิจัยระบุว่า สามารถลดการใช้พลังงานในอุปกรณ์ขนาดเล็กได้

    ✅ สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ที่มีอยู่ได้ง่าย
    - NbP สามารถถูกวางเป็น ฟิล์มที่อุณหภูมิ 400°C โดยไม่ทำให้ชิปซิลิคอนเสียหาย

    ✅ ยังคงมีความท้าทายด้านการผลิต
    - การควบคุมความหนาของชั้นฟิล์ม NbP เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงมาก
    - หากชั้นฟิล์มมีความหนาไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้ค่าความต้านทานแปรปรวน

    ✅ อนาคตของเซมิมีทัลในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
    - หากการพัฒนา NbP และวัสดุเซมิมีทัลอื่น ๆ ก้าวหน้า อาจแทนที่ทองแดงในวงจรระดับสูงได้ภายใน 10 ปี

    https://www.techradar.com/pro/after-semiconductors-semimetals-might-be-the-next-big-thing-as-the-tech-industry-looks-for-a-replacement-for-ubiquitous-copper
    ทองแดงเป็นตัวนำไฟฟ้ามาตรฐานมานานกว่า 200 ปี แต่เริ่มมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพ นักวิจัยพบว่า Niobium Phosphide (NbP) มีคุณสมบัติการนำไฟฟ้าที่เหนือกว่าทองแดง โดยเฉพาะในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับนาโน NbP สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ได้ง่าย และช่วยลดการสูญเสียพลังงาน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายด้านการผลิต ที่ต้องแก้ไขก่อนจะนำมาใช้จริงในอุตสาหกรรม ✅ Niobium Phosphide เป็นวัสดุที่นำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดงในระดับนาโน - งานวิจัยของ Stanford University พบว่า NbP มีค่าความต้านทานต่ำกว่าทองแดงถึง 6 เท่า - เมื่อวัสดุมีความบางลง NbP ยังคงรักษาคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดง ✅ เซมิมีทัลมีโครงสร้างทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน - NbP มี คุณสมบัติเฉพาะด้านโครงสร้างที่ช่วยให้การส่งผ่านอิเล็กตรอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น - นักวิจัยระบุว่า สามารถลดการใช้พลังงานในอุปกรณ์ขนาดเล็กได้ ✅ สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ที่มีอยู่ได้ง่าย - NbP สามารถถูกวางเป็น ฟิล์มที่อุณหภูมิ 400°C โดยไม่ทำให้ชิปซิลิคอนเสียหาย ✅ ยังคงมีความท้าทายด้านการผลิต - การควบคุมความหนาของชั้นฟิล์ม NbP เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงมาก - หากชั้นฟิล์มมีความหนาไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้ค่าความต้านทานแปรปรวน ✅ อนาคตของเซมิมีทัลในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ - หากการพัฒนา NbP และวัสดุเซมิมีทัลอื่น ๆ ก้าวหน้า อาจแทนที่ทองแดงในวงจรระดับสูงได้ภายใน 10 ปี https://www.techradar.com/pro/after-semiconductors-semimetals-might-be-the-next-big-thing-as-the-tech-industry-looks-for-a-replacement-for-ubiquitous-copper
    0 Comments 0 Shares 117 Views 0 Reviews
  • บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนเช่น Alibaba และ Tencent เพิ่มการซื้อ GPU Nvidia H20 ขึ้นถึง 6 เท่าในไตรมาสแรกของปี 2025 เพื่อรับมือกับ กฎ AI ของสหรัฐฯ ที่จะเริ่มบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคม Nvidia รายงานว่ายอดขายในจีนและฮ่องกงสูงถึง 17,110 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2025 ขณะที่ H3C หนึ่งในผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ของจีนเตือนว่าตลาดอาจเผชิญกับการขาดแคลน GPU มีข้อสงสัยว่า บริษัทในสิงคโปร์อาจมีบทบาทในการส่งสินค้าต่อไปยังจีนเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัด

    ✅ จีนเร่งซื้อ GPU ก่อนที่กฎ AI ของสหรัฐฯ จะเริ่มบังคับใช้
    - กฎใหม่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ห้ามบริษัทจีนซื้อ GPU ระดับสูงจากอเมริกา
    - ทำให้บริษัทจีน เร่งตุนสินค้าเป็นจำนวนมหาศาลในไตรมาสแรกของปี 2025

    ✅ ยอดขาย Nvidia ในจีนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
    - Nvidia รายงานว่ายอดขายในจีนและฮ่องกงอยู่ที่ 17,110 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2025
    - เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2024 การซื้อ GPU เพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า

    ✅ H3C หนึ่งในผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ชั้นนำของจีนกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลน GPU
    - ระบุว่า ไม่สามารถหาซื้อ Nvidia H20 ได้เพียงพอสำหรับความต้องการของตลาด

    ✅ บริษัทสิงคโปร์อาจมีบทบาทสำคัญในการส่งสินค้าให้จีน
    - ยอดขาย GPU Nvidia ไปยังบริษัทในสิงคโปร์ เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าในปีงบประมาณ 2025
    - มีข้อสงสัยว่า บางส่วนของสินค้าอาจถูกส่งต่อไปยังจีนอย่างลับ ๆ

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/chinese-tech-giants-boosted-nvidia-gpu-purchases-by-4x-to-6x-during-q1
    บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนเช่น Alibaba และ Tencent เพิ่มการซื้อ GPU Nvidia H20 ขึ้นถึง 6 เท่าในไตรมาสแรกของปี 2025 เพื่อรับมือกับ กฎ AI ของสหรัฐฯ ที่จะเริ่มบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคม Nvidia รายงานว่ายอดขายในจีนและฮ่องกงสูงถึง 17,110 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2025 ขณะที่ H3C หนึ่งในผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ของจีนเตือนว่าตลาดอาจเผชิญกับการขาดแคลน GPU มีข้อสงสัยว่า บริษัทในสิงคโปร์อาจมีบทบาทในการส่งสินค้าต่อไปยังจีนเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัด ✅ จีนเร่งซื้อ GPU ก่อนที่กฎ AI ของสหรัฐฯ จะเริ่มบังคับใช้ - กฎใหม่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ห้ามบริษัทจีนซื้อ GPU ระดับสูงจากอเมริกา - ทำให้บริษัทจีน เร่งตุนสินค้าเป็นจำนวนมหาศาลในไตรมาสแรกของปี 2025 ✅ ยอดขาย Nvidia ในจีนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล - Nvidia รายงานว่ายอดขายในจีนและฮ่องกงอยู่ที่ 17,110 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2025 - เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2024 การซื้อ GPU เพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า ✅ H3C หนึ่งในผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ชั้นนำของจีนกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลน GPU - ระบุว่า ไม่สามารถหาซื้อ Nvidia H20 ได้เพียงพอสำหรับความต้องการของตลาด ✅ บริษัทสิงคโปร์อาจมีบทบาทสำคัญในการส่งสินค้าให้จีน - ยอดขาย GPU Nvidia ไปยังบริษัทในสิงคโปร์ เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าในปีงบประมาณ 2025 - มีข้อสงสัยว่า บางส่วนของสินค้าอาจถูกส่งต่อไปยังจีนอย่างลับ ๆ https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/chinese-tech-giants-boosted-nvidia-gpu-purchases-by-4x-to-6x-during-q1
    0 Comments 0 Shares 112 Views 0 Reviews
  • German A. วิศวกรรัสเซียถูกกล่าวหาว่าขโมยข้อมูลจาก ASML และ NXP เพื่อช่วยรัสเซียตั้งโรงงานผลิตชิประดับ 28nm โดยส่งข้อมูล ผ่านคลาวด์และแอปแชท รวมถึง USB Drive หน่วยข่าวกรองตรวจพบว่า เขายังพยายามซื้อเครื่องมือผลิตชิป แต่สุดท้าย ไม่ได้รับเครื่องดังกล่าว ASML และ NXP เคยเจอปัญหาการโจรกรรมไซเบอร์จากจีนมาก่อน ทำให้พวกเขาเริ่มปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลมากขึ้น

    ✅ ข้อมูลที่ถูกขโมยมีอะไรบ้าง?
    - คู่มือการผลิตเซมิคอนดักเตอร์จาก ASML และ TSMC
    - เอกสารภายในเกี่ยวกับเครื่องจักรที่ใช้ผลิตชิป

    ✅ ข้อมูลที่ถูกขโมยสามารถช่วยรัสเซียสร้างโรงงานผลิตชิประดับ 28nm
    - แม้ว่าข้อมูลที่ถูกขโมยจะไม่ใช่ แผนการผลิตชิปทั้งหมด แต่สามารถช่วย ตั้งไลน์ผลิตพื้นฐาน
    - เทคโนโลยี 28nm ถือว่า ล้ำหน้าพอสำหรับการใช้งานทางทหาร

    ✅ การพยายามขอซื้อเครื่องผลิตชิปรายละเอียดสูง
    - German A. เคยพยายามซื้อเครื่อง Chemical Vapor Deposition แต่สุดท้าย เครื่องไม่ได้ถูกส่งไปยังรัสเซีย

    ✅ ถูกจับกุมเมื่อเดือนสิงหาคม 2024 หลังหน่วยข่าวกรองรายงานข้อมูลการสืบสวน
    - หลังการจับกุม ASML และ NXP ถูกแจ้งเตือนเกี่ยวกับ เหตุการณ์จารกรรมนี้

    ✅ ASML และ NXP เคยเผชิญการโจรกรรมไซเบอร์มาก่อน
    - ในปี 2023 กลุ่มแฮกเกอร์จีนแทรกซึมระบบของ NXP
    - ในปี 2022 อดีตพนักงาน ASML ชาวจีนถูกจับข้อหาขโมยข้อมูล

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/russian-spy-infiltrates-asml-and-nxp-to-steal-technical-data-necessary-to-build-28nm-capable-fabs
    German A. วิศวกรรัสเซียถูกกล่าวหาว่าขโมยข้อมูลจาก ASML และ NXP เพื่อช่วยรัสเซียตั้งโรงงานผลิตชิประดับ 28nm โดยส่งข้อมูล ผ่านคลาวด์และแอปแชท รวมถึง USB Drive หน่วยข่าวกรองตรวจพบว่า เขายังพยายามซื้อเครื่องมือผลิตชิป แต่สุดท้าย ไม่ได้รับเครื่องดังกล่าว ASML และ NXP เคยเจอปัญหาการโจรกรรมไซเบอร์จากจีนมาก่อน ทำให้พวกเขาเริ่มปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลมากขึ้น ✅ ข้อมูลที่ถูกขโมยมีอะไรบ้าง? - คู่มือการผลิตเซมิคอนดักเตอร์จาก ASML และ TSMC - เอกสารภายในเกี่ยวกับเครื่องจักรที่ใช้ผลิตชิป ✅ ข้อมูลที่ถูกขโมยสามารถช่วยรัสเซียสร้างโรงงานผลิตชิประดับ 28nm - แม้ว่าข้อมูลที่ถูกขโมยจะไม่ใช่ แผนการผลิตชิปทั้งหมด แต่สามารถช่วย ตั้งไลน์ผลิตพื้นฐาน - เทคโนโลยี 28nm ถือว่า ล้ำหน้าพอสำหรับการใช้งานทางทหาร ✅ การพยายามขอซื้อเครื่องผลิตชิปรายละเอียดสูง - German A. เคยพยายามซื้อเครื่อง Chemical Vapor Deposition แต่สุดท้าย เครื่องไม่ได้ถูกส่งไปยังรัสเซีย ✅ ถูกจับกุมเมื่อเดือนสิงหาคม 2024 หลังหน่วยข่าวกรองรายงานข้อมูลการสืบสวน - หลังการจับกุม ASML และ NXP ถูกแจ้งเตือนเกี่ยวกับ เหตุการณ์จารกรรมนี้ ✅ ASML และ NXP เคยเผชิญการโจรกรรมไซเบอร์มาก่อน - ในปี 2023 กลุ่มแฮกเกอร์จีนแทรกซึมระบบของ NXP - ในปี 2022 อดีตพนักงาน ASML ชาวจีนถูกจับข้อหาขโมยข้อมูล https://www.tomshardware.com/tech-industry/russian-spy-infiltrates-asml-and-nxp-to-steal-technical-data-necessary-to-build-28nm-capable-fabs
    0 Comments 0 Shares 72 Views 0 Reviews
  • UFC ได้ลงนามข้อตกลงพันธมิตรระยะยาวกับ Meta เพื่อใช้เทคโนโลยีของ Meta ในการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แฟนมวย โดย UFC จะใช้ Threads เป็นโซเชียลมีเดียหลักแทน X ขณะที่ Meta Quest และ Meta AI อาจถูกนำมาใช้เพื่อสร้างประสบการณ์อินเตอร์แอคทีฟมากขึ้น นอกจากนี้ Mark Zuckerberg และ Dana White มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน โดย White เข้าร่วมเป็นกรรมการของ Meta ตั้งแต่ปี 2025

    ✅ Meta Threads กลายเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลหลักของ UFC
    - UFC จะยุติการใช้ X (เดิมคือ Twitter) ในการประชาสัมพันธ์
    - Meta จะได้รับ ตำแหน่งแบรนด์พิเศษระหว่างการถ่ายทอดสด Fight Night และ PPV

    ✅ Mark Zuckerberg กับความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับ UFC
    - ปี 2022 Zuckerberg เริ่มฝึกศิลปะการต่อสู้แบบผสม (MMA) และมักปรากฏตัวข้างสังเวียน
    - เขาเคยอยู่ในมุมของ Alexander Volkanovski ใน UFC 298

    ✅ Dana White ประธาน UFC เข้าร่วมเป็นกรรมการของ Meta
    - White ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารของ Meta ตั้งแต่ มกราคม 2025
    - บางคนตั้งข้อสังเกตว่า ความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่าง Zuckerberg และ White อาจเป็นเหตุผลที่ข้อตกลงนี้เกิดขึ้น

    ✅ อนาคตของความร่วมมือ UFC x Meta
    - UFC และ Meta ระบุว่าจะมี การประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการในอนาคต
    - อาจมีการนำ เทคโนโลยี VR และ AR มาสร้างประสบการณ์แฟนกีฬาที่ไม่เคยมีมาก่อน

    https://www.techspot.com/news/107392-multi-year-multimillion-dollar-deal-sees-meta-become.html
    UFC ได้ลงนามข้อตกลงพันธมิตรระยะยาวกับ Meta เพื่อใช้เทคโนโลยีของ Meta ในการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แฟนมวย โดย UFC จะใช้ Threads เป็นโซเชียลมีเดียหลักแทน X ขณะที่ Meta Quest และ Meta AI อาจถูกนำมาใช้เพื่อสร้างประสบการณ์อินเตอร์แอคทีฟมากขึ้น นอกจากนี้ Mark Zuckerberg และ Dana White มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน โดย White เข้าร่วมเป็นกรรมการของ Meta ตั้งแต่ปี 2025 ✅ Meta Threads กลายเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลหลักของ UFC - UFC จะยุติการใช้ X (เดิมคือ Twitter) ในการประชาสัมพันธ์ - Meta จะได้รับ ตำแหน่งแบรนด์พิเศษระหว่างการถ่ายทอดสด Fight Night และ PPV ✅ Mark Zuckerberg กับความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับ UFC - ปี 2022 Zuckerberg เริ่มฝึกศิลปะการต่อสู้แบบผสม (MMA) และมักปรากฏตัวข้างสังเวียน - เขาเคยอยู่ในมุมของ Alexander Volkanovski ใน UFC 298 ✅ Dana White ประธาน UFC เข้าร่วมเป็นกรรมการของ Meta - White ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารของ Meta ตั้งแต่ มกราคม 2025 - บางคนตั้งข้อสังเกตว่า ความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่าง Zuckerberg และ White อาจเป็นเหตุผลที่ข้อตกลงนี้เกิดขึ้น ✅ อนาคตของความร่วมมือ UFC x Meta - UFC และ Meta ระบุว่าจะมี การประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการในอนาคต - อาจมีการนำ เทคโนโลยี VR และ AR มาสร้างประสบการณ์แฟนกีฬาที่ไม่เคยมีมาก่อน https://www.techspot.com/news/107392-multi-year-multimillion-dollar-deal-sees-meta-become.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Multimillion-dollar deal sees Meta become the official tech partner of the UFC
    Speaking of Threads, Meta's answer to X will now be the official social media partner of the UFC – so don't expect to see X messages featured...
    0 Comments 0 Shares 28 Views 0 Reviews
  • NFL ได้ประกาศว่าจะนำระบบ Hawk-Eye Technology ของ Sony มาใช้แทนการวัดระยะ First Down ด้วยโซ่แบบดั้งเดิม เริ่มต้นใน ฤดูกาล 2025–26 โดยเทคโนโลยีนี้มี 6 กล้อง 8K เพื่อจับตำแหน่งบอลด้วยความละเอียดสูง ซึ่งช่วยลดเวลาการตัดสินจาก 70 วินาที เหลือเพียง 30 วินาที

    ✅ Hawk-Eye จะถูกนำไปใช้ในทุกสนามของ NFL รวมถึงเวทีระดับนานาชาติ
    - ระบบนี้จะทำงานร่วมกับ Art McNally GameDay Central Officiating Center ในนิวยอร์ก
    - ผู้ชมทั้งในสนามและทางโทรทัศน์จะเห็น ภาพจำลองแบบเสมือนจริงของระยะ First Down ในเวลาจริง

    ✅ ระบบใหม่ช่วยตัดสินได้เร็วขึ้น แต่ไม่ได้ขจัดข้อผิดพลาดทั้งหมด
    - แม้ Hawk-Eye จะช่วยวัดระยะได้แม่นยำขึ้น แต่การตัดสินที่เป็นข้อถกเถียงส่วนใหญ่เกิดจาก การกำหนดตำแหน่งบอลครั้งแรกโดยกรรมการ
    - เช่นในเกม AFC Championship ระหว่าง Buffalo Bills กับ Kansas City Chiefs กรรมการตัดสินให้ Josh Allen ไม่ถึงระยะ First Down ซึ่งกล้องไม่สามารถช่วยแก้ไขการตัดสินนี้ได้

    ✅ ทีมงานที่ใช้โซ่แบบดั้งเดิมยังคงอยู่เป็นระบบสำรอง
    - หาก Hawk-Eye มีปัญหาทางเทคนิค ทีมงานจะถูกเรียกมาวัดระยะด้วยวิธีดั้งเดิมทันที

    ✅ Hawk-Eye Technology ถูกใช้ในกีฬาอื่นมาแล้ว
    - ระบบนี้เป็น มาตรฐานในการตัดสินเส้นบอลของฟุตบอล, เทนนิส, คริกเก็ต และรักบี้
    - กว่า 23 จาก 25 ลีกกีฬาระดับโลกใช้เทคโนโลยีนี้

    https://www.techspot.com/news/107388-nfl-replace-chains-sony-8k-cameras-hawk-eye.html
    NFL ได้ประกาศว่าจะนำระบบ Hawk-Eye Technology ของ Sony มาใช้แทนการวัดระยะ First Down ด้วยโซ่แบบดั้งเดิม เริ่มต้นใน ฤดูกาล 2025–26 โดยเทคโนโลยีนี้มี 6 กล้อง 8K เพื่อจับตำแหน่งบอลด้วยความละเอียดสูง ซึ่งช่วยลดเวลาการตัดสินจาก 70 วินาที เหลือเพียง 30 วินาที ✅ Hawk-Eye จะถูกนำไปใช้ในทุกสนามของ NFL รวมถึงเวทีระดับนานาชาติ - ระบบนี้จะทำงานร่วมกับ Art McNally GameDay Central Officiating Center ในนิวยอร์ก - ผู้ชมทั้งในสนามและทางโทรทัศน์จะเห็น ภาพจำลองแบบเสมือนจริงของระยะ First Down ในเวลาจริง ✅ ระบบใหม่ช่วยตัดสินได้เร็วขึ้น แต่ไม่ได้ขจัดข้อผิดพลาดทั้งหมด - แม้ Hawk-Eye จะช่วยวัดระยะได้แม่นยำขึ้น แต่การตัดสินที่เป็นข้อถกเถียงส่วนใหญ่เกิดจาก การกำหนดตำแหน่งบอลครั้งแรกโดยกรรมการ - เช่นในเกม AFC Championship ระหว่าง Buffalo Bills กับ Kansas City Chiefs กรรมการตัดสินให้ Josh Allen ไม่ถึงระยะ First Down ซึ่งกล้องไม่สามารถช่วยแก้ไขการตัดสินนี้ได้ ✅ ทีมงานที่ใช้โซ่แบบดั้งเดิมยังคงอยู่เป็นระบบสำรอง - หาก Hawk-Eye มีปัญหาทางเทคนิค ทีมงานจะถูกเรียกมาวัดระยะด้วยวิธีดั้งเดิมทันที ✅ Hawk-Eye Technology ถูกใช้ในกีฬาอื่นมาแล้ว - ระบบนี้เป็น มาตรฐานในการตัดสินเส้นบอลของฟุตบอล, เทนนิส, คริกเก็ต และรักบี้ - กว่า 23 จาก 25 ลีกกีฬาระดับโลกใช้เทคโนโลยีนี้ https://www.techspot.com/news/107388-nfl-replace-chains-sony-8k-cameras-hawk-eye.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    NFL to replace chains with Sony's 8K cameras and Hawk-Eye technology for measuring first downs
    The change will take effect in the 2025 – 26 season, beginning with the kickoff game on September 4 in Philadelphia. The NFL expects the technology to...
    0 Comments 0 Shares 120 Views 0 Reviews
  • นักวิจัยจาก University of California, Berkeley และ University of California, San Francisco ได้พัฒนา Brain-Computer Interface (BCI) ที่ช่วยให้ผู้ป่วยอัมพาตสามารถ สื่อสารด้วยเสียงตามธรรมชาติในเวลาจริง ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการพัฒนา Neuroprosthesis สำหรับการสื่อสาร

    ✅ AI ช่วยแก้ปัญหาความล่าช้าในการแปลงสัญญาณสมองเป็นเสียง
    - เทคโนโลยีใหม่นี้ใช้ อัลกอริธึมแบบเดียวกับ Alexa และ Siri เพื่อถอดรหัส สัญญาณประสาทในเวลาจริง
    - ก่อนหน้านี้ BCI ต้องใช้เวลาถึง 8 วินาทีในการถอดรหัสหนึ่งประโยค แต่ระบบใหม่นี้สามารถ สร้างเสียงแรกได้ภายใน 1 วินาที

    ✅ ตัวอย่างผู้ใช้—Ann หญิงวัย 47 ปีที่เป็นอัมพาตหลังจากโรคหลอดเลือดสมอง
    - เธอเข้าร่วมทดลองและได้รับการฝัง อิเล็กโทรดบนพื้นผิวสมอง
    - เมื่อเธอคิดถึงคำพูด AI จะถอดรหัสสัญญาณประสาท และสร้างเสียงของเธอเองขึ้นมา
    - Ann ระบุว่า การได้ยินเสียงของตัวเองในเวลาจริงช่วยให้รู้สึกเหมือนเป็นตัวเองอีกครั้ง

    ✅ ระบบสามารถสร้างเสียงที่เป็นธรรมชาติ พร้อมโทนเสียงที่ผู้ใช้ต้องการ
    - นักวิจัยกำลังเพิ่มความสามารถด้าน โทน, ความสูงของเสียง และระดับเสียงพูด เพื่อให้ BCI เลียนแบบเสียงของผู้ใช้ได้อย่างสมบูรณ์

    ✅ เทคโนโลยีนี้ใช้ได้กับหลายประเภทของเซ็นเซอร์สมอง
    - ทดลองกับ Microelectrode Arrays (MEAs) และ Surface Electromyography (sEMG) เพื่อดูความเป็นไปได้ของ BCI แบบไม่รุกราน

    ✅ อนาคตของ BCI—อาจพร้อมใช้งานในอีกไม่ถึง 10 ปี
    - ทีมวิจัยได้รับทุนจาก National Institute on Deafness and Other Communication Disorders (NIDCD) และหน่วยงานอื่น ๆ
    - พวกเขามองว่า BCI สำหรับการสื่อสารด้วยเสียงจะกลายเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริงในเร็ว ๆ นี้

    https://www.techspot.com/news/107382-breakthrough-brain-voice-tech-brings-natural-speech-within.html
    นักวิจัยจาก University of California, Berkeley และ University of California, San Francisco ได้พัฒนา Brain-Computer Interface (BCI) ที่ช่วยให้ผู้ป่วยอัมพาตสามารถ สื่อสารด้วยเสียงตามธรรมชาติในเวลาจริง ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการพัฒนา Neuroprosthesis สำหรับการสื่อสาร ✅ AI ช่วยแก้ปัญหาความล่าช้าในการแปลงสัญญาณสมองเป็นเสียง - เทคโนโลยีใหม่นี้ใช้ อัลกอริธึมแบบเดียวกับ Alexa และ Siri เพื่อถอดรหัส สัญญาณประสาทในเวลาจริง - ก่อนหน้านี้ BCI ต้องใช้เวลาถึง 8 วินาทีในการถอดรหัสหนึ่งประโยค แต่ระบบใหม่นี้สามารถ สร้างเสียงแรกได้ภายใน 1 วินาที ✅ ตัวอย่างผู้ใช้—Ann หญิงวัย 47 ปีที่เป็นอัมพาตหลังจากโรคหลอดเลือดสมอง - เธอเข้าร่วมทดลองและได้รับการฝัง อิเล็กโทรดบนพื้นผิวสมอง - เมื่อเธอคิดถึงคำพูด AI จะถอดรหัสสัญญาณประสาท และสร้างเสียงของเธอเองขึ้นมา - Ann ระบุว่า การได้ยินเสียงของตัวเองในเวลาจริงช่วยให้รู้สึกเหมือนเป็นตัวเองอีกครั้ง ✅ ระบบสามารถสร้างเสียงที่เป็นธรรมชาติ พร้อมโทนเสียงที่ผู้ใช้ต้องการ - นักวิจัยกำลังเพิ่มความสามารถด้าน โทน, ความสูงของเสียง และระดับเสียงพูด เพื่อให้ BCI เลียนแบบเสียงของผู้ใช้ได้อย่างสมบูรณ์ ✅ เทคโนโลยีนี้ใช้ได้กับหลายประเภทของเซ็นเซอร์สมอง - ทดลองกับ Microelectrode Arrays (MEAs) และ Surface Electromyography (sEMG) เพื่อดูความเป็นไปได้ของ BCI แบบไม่รุกราน ✅ อนาคตของ BCI—อาจพร้อมใช้งานในอีกไม่ถึง 10 ปี - ทีมวิจัยได้รับทุนจาก National Institute on Deafness and Other Communication Disorders (NIDCD) และหน่วยงานอื่น ๆ - พวกเขามองว่า BCI สำหรับการสื่อสารด้วยเสียงจะกลายเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริงในเร็ว ๆ นี้ https://www.techspot.com/news/107382-breakthrough-brain-voice-tech-brings-natural-speech-within.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Breakthrough brain-to-voice tech brings natural speech within reach for paralyzed patients
    The research team overcame the issue of latency – the delay between a person's intent to speak and the production of sound – by leveraging advances in...
    0 Comments 0 Shares 118 Views 0 Reviews
  • ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ในไต้หวันต้องเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI Compute บริษัทเซิร์ฟเวอร์และเมนบอร์ดที่เคยพึ่งพา Intel อาจต้องหาทางปรับตัว เนื่องจาก Nvidia กำลังสร้างระบบนิเวศใหม่ที่รองรับ AI หาก Intel ไม่สามารถรักษาฐานผู้ผลิตเหล่านี้ไว้ได้ อาจเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับ Nvidia ซึ่งกำลังขยายอิทธิพลในอุตสาหกรรมไอทีอย่างรวดเร็ว

    ✅ บริษัทอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ดั้งเดิมของไต้หวันต้องปรับตัว
    - ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์และเมนบอร์ดหลายราย เช่น iBase, Nexcom และ Asrock เคยพึ่งพา Intel เป็นฐานหลักของอุตสาหกรรม
    - อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงสู่ AI Compute กำลังทำให้พวกเขา ต้องหาผู้ผลิตชิปรายใหม่

    ✅ Intel กำลังเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล
    - การเปลี่ยนแปลงของ Intel ภายใต้ CEO คนใหม่ Lip-Bu Tan อาจรวมถึง การลดขนาดองค์กรและตัดการสนับสนุนผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายเล็ก
    - การลดการสนับสนุนนี้จะส่งผลให้บริษัทที่เคยพึ่งพา Intel ต้องดิ้นรนเพื่อหาแนวทางใหม่ในการแข่งขัน

    ✅ Nvidia กำลังสร้างระบบนิเวศใหม่เพื่อแข่งขันกับ Intel
    - Nvidia GTC และ Computex กลายเป็นเวทีที่ Nvidia ใช้เพื่อฝึกและสนับสนุนผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายใหม่
    - แต่บริษัทไต้หวันเหล่านี้ ยังขาดประสบการณ์ในการออกแบบระบบสำหรับ Nvidia เช่น เฟิร์มแวร์ใหม่, ความเข้ากันได้กับพิน และระบบระบายความร้อนที่แตกต่างจาก Intel

    ✅ ตลาดเซิร์ฟเวอร์ AI อาจแตกต่างจากตลาดเซิร์ฟเวอร์ทั่วไป
    - อุตสาหกรรมที่เคยผลิตเซิร์ฟเวอร์แบบ x86 อาจต้องเปลี่ยนไปผลิตเซิร์ฟเวอร์สำหรับ AI Compute ซึ่งมีความต้องการด้านเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน

    ✅ หาก Intel ไม่สามารถรักษาฐานผู้ผลิตไต้หวันได้ อาจสูญเสียตลาดขนาดใหญ่
    - หาก Intel ยังคงเป็น พาร์ทเนอร์หลักของอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ในไต้หวัน บริษัทอาจสามารถใช้ฐานนี้เพื่อ ฟื้นตัวและแข่งขันกับ Nvidia ได้
    - แต่หากไม่สามารถปรับตัวได้ อาจทำให้ Nvidia กลายเป็นผู้นำใหม่ในตลาดนี้อย่างสมบูรณ์

    https://www.techspot.com/news/107384-ai-shift-leaving-traditional-compute-vendors-behind.html
    ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ในไต้หวันต้องเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI Compute บริษัทเซิร์ฟเวอร์และเมนบอร์ดที่เคยพึ่งพา Intel อาจต้องหาทางปรับตัว เนื่องจาก Nvidia กำลังสร้างระบบนิเวศใหม่ที่รองรับ AI หาก Intel ไม่สามารถรักษาฐานผู้ผลิตเหล่านี้ไว้ได้ อาจเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับ Nvidia ซึ่งกำลังขยายอิทธิพลในอุตสาหกรรมไอทีอย่างรวดเร็ว ✅ บริษัทอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ดั้งเดิมของไต้หวันต้องปรับตัว - ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์และเมนบอร์ดหลายราย เช่น iBase, Nexcom และ Asrock เคยพึ่งพา Intel เป็นฐานหลักของอุตสาหกรรม - อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงสู่ AI Compute กำลังทำให้พวกเขา ต้องหาผู้ผลิตชิปรายใหม่ ✅ Intel กำลังเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล - การเปลี่ยนแปลงของ Intel ภายใต้ CEO คนใหม่ Lip-Bu Tan อาจรวมถึง การลดขนาดองค์กรและตัดการสนับสนุนผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายเล็ก - การลดการสนับสนุนนี้จะส่งผลให้บริษัทที่เคยพึ่งพา Intel ต้องดิ้นรนเพื่อหาแนวทางใหม่ในการแข่งขัน ✅ Nvidia กำลังสร้างระบบนิเวศใหม่เพื่อแข่งขันกับ Intel - Nvidia GTC และ Computex กลายเป็นเวทีที่ Nvidia ใช้เพื่อฝึกและสนับสนุนผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายใหม่ - แต่บริษัทไต้หวันเหล่านี้ ยังขาดประสบการณ์ในการออกแบบระบบสำหรับ Nvidia เช่น เฟิร์มแวร์ใหม่, ความเข้ากันได้กับพิน และระบบระบายความร้อนที่แตกต่างจาก Intel ✅ ตลาดเซิร์ฟเวอร์ AI อาจแตกต่างจากตลาดเซิร์ฟเวอร์ทั่วไป - อุตสาหกรรมที่เคยผลิตเซิร์ฟเวอร์แบบ x86 อาจต้องเปลี่ยนไปผลิตเซิร์ฟเวอร์สำหรับ AI Compute ซึ่งมีความต้องการด้านเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน ✅ หาก Intel ไม่สามารถรักษาฐานผู้ผลิตไต้หวันได้ อาจสูญเสียตลาดขนาดใหญ่ - หาก Intel ยังคงเป็น พาร์ทเนอร์หลักของอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ในไต้หวัน บริษัทอาจสามารถใช้ฐานนี้เพื่อ ฟื้นตัวและแข่งขันกับ Nvidia ได้ - แต่หากไม่สามารถปรับตัวได้ อาจทำให้ Nvidia กลายเป็นผู้นำใหม่ในตลาดนี้อย่างสมบูรณ์ https://www.techspot.com/news/107384-ai-shift-leaving-traditional-compute-vendors-behind.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    The AI shift is leaving traditional compute vendors behind
    We were reminded of this during our recent visit to Mobile World Congress when we had the chance to visit the Taiwan ITRI Booth.
    0 Comments 0 Shares 100 Views 0 Reviews
  • ทักษะด้าน AI และ Cloud ทำให้เงินเดือนในสายไอทีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2024 โดยเฉพาะผู้ที่เชี่ยวชาญ Natural Language Processing, AWS และ Blockchain คาดว่า แนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปในปี 2025 นอกจากนี้ คนที่ทำงานด้าน AI มีระดับความพึงพอใจสูงกว่าค่าเฉลี่ย เนื่องจากเป็นงานที่ท้าทายและเปิดโอกาสให้เรียนรู้มากขึ้น Dice ยังแนะนำว่า การเปลี่ยนงาน 6-9 ครั้งในชีวิตการทำงานเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับการเติบโตของเงินเดือน

    ✅ ทักษะที่ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นมากที่สุดในปี 2024
    - Natural Language Processing (NLP): $131,621 (+21%)
    - AWS CodeWhisperer: $117,821 (+16%)
    - Amazon Redshift: $134,103 (+15%)
    - BigQuery: $120,434 (+15%)
    - COBOL: $130,243 (+15%)
    - Ruby: $136,920 (+13%)
    - AI ทั่วไป: $130,277 (+12%)
    - Blockchain: $113,143 (+12%)
    - Oracle eBusiness: $121,227 (+12%)
    - Application Delivery: $123,336 (+11%)

    ✅ AI ช่วยให้พนักงานมีความพึงพอใจในการทำงานมากขึ้น
    - ผู้ที่ทำงานในโครงการด้าน AI มีระดับความพึงพอใจสูงกว่าผู้ที่ทำงานในสายอื่น แม้จะได้รับเงินเดือนเท่ากัน
    - Dice ระบุว่า AI มอบผลประโยชน์ที่มากกว่าการเงิน เช่น ความท้าทายและโอกาสในการเรียนรู้

    ✅ แนวคิด "Goldilocks Zone" ของการเปลี่ยนงานในสายไอที
    - การเปลี่ยนงาน 6-9 ครั้งในชีวิตการทำงาน ส่งผลให้เงินเดือนเฉลี่ยสูงถึง $142,000
    - อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนงานมากกว่า 10 ครั้งอาจส่งผลเสียต่อรายได้
    - Dice แนะนำให้เลือกเปลี่ยนงาน อย่างมีกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโต

    ✅ แนวโน้มของสภาพแวดล้อมการทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
    - ผู้หญิงที่ทำงานในวงการเทคโนโลยีมาเกิน 20 ปี มีโอกาสมากกว่า 1.5 เท่า ที่จะระบุว่า วัฒนธรรมองค์กรดีขึ้นกว่าชายในอุตสาหกรรมเดียวกัน

    https://www.zdnet.com/home-and-office/work-life/these-tech-skills-drove-the-biggest-salary-increases-over-the-past-year/
    ทักษะด้าน AI และ Cloud ทำให้เงินเดือนในสายไอทีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2024 โดยเฉพาะผู้ที่เชี่ยวชาญ Natural Language Processing, AWS และ Blockchain คาดว่า แนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปในปี 2025 นอกจากนี้ คนที่ทำงานด้าน AI มีระดับความพึงพอใจสูงกว่าค่าเฉลี่ย เนื่องจากเป็นงานที่ท้าทายและเปิดโอกาสให้เรียนรู้มากขึ้น Dice ยังแนะนำว่า การเปลี่ยนงาน 6-9 ครั้งในชีวิตการทำงานเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับการเติบโตของเงินเดือน ✅ ทักษะที่ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นมากที่สุดในปี 2024 - Natural Language Processing (NLP): $131,621 (+21%) - AWS CodeWhisperer: $117,821 (+16%) - Amazon Redshift: $134,103 (+15%) - BigQuery: $120,434 (+15%) - COBOL: $130,243 (+15%) - Ruby: $136,920 (+13%) - AI ทั่วไป: $130,277 (+12%) - Blockchain: $113,143 (+12%) - Oracle eBusiness: $121,227 (+12%) - Application Delivery: $123,336 (+11%) ✅ AI ช่วยให้พนักงานมีความพึงพอใจในการทำงานมากขึ้น - ผู้ที่ทำงานในโครงการด้าน AI มีระดับความพึงพอใจสูงกว่าผู้ที่ทำงานในสายอื่น แม้จะได้รับเงินเดือนเท่ากัน - Dice ระบุว่า AI มอบผลประโยชน์ที่มากกว่าการเงิน เช่น ความท้าทายและโอกาสในการเรียนรู้ ✅ แนวคิด "Goldilocks Zone" ของการเปลี่ยนงานในสายไอที - การเปลี่ยนงาน 6-9 ครั้งในชีวิตการทำงาน ส่งผลให้เงินเดือนเฉลี่ยสูงถึง $142,000 - อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนงานมากกว่า 10 ครั้งอาจส่งผลเสียต่อรายได้ - Dice แนะนำให้เลือกเปลี่ยนงาน อย่างมีกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโต ✅ แนวโน้มของสภาพแวดล้อมการทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี - ผู้หญิงที่ทำงานในวงการเทคโนโลยีมาเกิน 20 ปี มีโอกาสมากกว่า 1.5 เท่า ที่จะระบุว่า วัฒนธรรมองค์กรดีขึ้นกว่าชายในอุตสาหกรรมเดียวกัน https://www.zdnet.com/home-and-office/work-life/these-tech-skills-drove-the-biggest-salary-increases-over-the-past-year/
    WWW.ZDNET.COM
    These tech skills drove the biggest salary increases over the past year
    A new tech salaries report suggests that working with AI boosts both pay and satisfaction - but it also cautions that excessive job hopping can work against you.
    0 Comments 0 Shares 128 Views 0 Reviews
  • สภา กทม.เดือด ตัดงบแผ่นดินไหว 'เพื่อไทย' อ้างโครงการไม่ชัด
    .
    ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครมีมติ ตัดงบประมาณ 9 ล้านบาท สำหรับติดตั้งเครื่องวัดแผ่นดินไหวบนตึกสูง หลังมองว่าโครงการขาดความชัดเจนและอาจไม่เกิดประโยชน์ ด้าน "ชัชชาติ" ผู้ว่าฯ กทม. เผยอาจเสนอใหม่อีกครั้ง พร้อมขยายโซนติดตั้งมากกว่า 5 โรงพยาบาล ชี้เทคโนโลยีราคาถูกลงและมีประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคต
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000031693
    สภา กทม.เดือด ตัดงบแผ่นดินไหว 'เพื่อไทย' อ้างโครงการไม่ชัด . ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครมีมติ ตัดงบประมาณ 9 ล้านบาท สำหรับติดตั้งเครื่องวัดแผ่นดินไหวบนตึกสูง หลังมองว่าโครงการขาดความชัดเจนและอาจไม่เกิดประโยชน์ ด้าน "ชัชชาติ" ผู้ว่าฯ กทม. เผยอาจเสนอใหม่อีกครั้ง พร้อมขยายโซนติดตั้งมากกว่า 5 โรงพยาบาล ชี้เทคโนโลยีราคาถูกลงและมีประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคต . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000031693
    Like
    Love
    5
    0 Comments 0 Shares 369 Views 0 Reviews
  • อดีตวิศวกร Apple Kong Long และ Wang Huanyu ตัดสินใจกลับจีนเพื่อเข้าร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดย Kong ได้รับตำแหน่งเป็นนักวิจัยที่มหาวิทยาลัย Fudan และ Wang ร่วมงานกับมหาวิทยาลัย Huazhong แนวโน้มนี้เกิดขึ้นขณะที่ จีนเร่งพัฒนาการผลิตชิปในประเทศ และสหรัฐฯ มีมาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีให้จีน

    ✅ ใครคือ Kong Long—อดีตวิศวกร Apple ที่กลับจีน?
    - Kong Long เคยทำงานด้าน ชิปไร้สาย (Wireless Semiconductor) ที่ Apple
    - ล่าสุดเข้าร่วมเป็น นักวิจัยและอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย Fudan ในด้าน การออกแบบวงจรรวม RF และคอมพิวเตอร์ดิจิตอล-อนาล็อกแบบไฮบริด

    ✅ แนวโน้มวิศวกรจีนกลับประเทศเพิ่มขึ้น
    - หลายปีที่ผ่านมา วิศวกรที่ทำงานในสหรัฐฯ เริ่มกลับจีน เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมชิปของประเทศ
    - นโยบาย ควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ทำให้จีนต้องเร่งพึ่งพาความสามารถภายในประเทศ

    ✅ การศึกษาของ Kong Long บ่งบอกถึงศักยภาพด้านเทคโนโลยี
    - จบการศึกษาด้าน Microelectronics จาก Shanghai Jiao Tong University
    - ได้ ปริญญาเอกด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจาก University of California, Los Angeles (UCLA)
    - เคยทำงานที่ Oracle ในด้าน Mixed-Signal IC Design ก่อนเข้าสู่วงการเซมิคอนดักเตอร์ที่ Apple

    ✅ อดีตวิศวกร Apple อีกคนก็เพิ่งกลับจีนเพื่อเข้าร่วมการพัฒนาเทคโนโลยีชิป
    - Wang Huanyu ผู้พัฒนา ชิป Apple M3 และ M4 ลาออกจาก Apple เพื่อร่วมงานกับ School of Integrated Circuits ที่ Huazhong University of Science and Technology
    - การกลับมาของวิศวกรระดับสูงอาจเป็น สัญญาณว่าจีนกำลังเร่งขยายทีมงานภายในประเทศ

    ✅ ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนอาจมีผลต่อการตัดสินใจของวิศวกรเหล่านี้
    - นักวิเคราะห์มองว่า แรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้วิศวกรจีนที่ทำงานในบริษัทต่างชาติ ตัดสินใจลาออกและกลับประเทศ
    - อาจเป็นผลจากความตึงเครียดของ นโยบายป้องกันจีนจากการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง

    https://wccftech.com/ex-apple-engineer-returns-to-china-after-seven-years-to-fulfill-chipmaking-ambitions/
    อดีตวิศวกร Apple Kong Long และ Wang Huanyu ตัดสินใจกลับจีนเพื่อเข้าร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดย Kong ได้รับตำแหน่งเป็นนักวิจัยที่มหาวิทยาลัย Fudan และ Wang ร่วมงานกับมหาวิทยาลัย Huazhong แนวโน้มนี้เกิดขึ้นขณะที่ จีนเร่งพัฒนาการผลิตชิปในประเทศ และสหรัฐฯ มีมาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีให้จีน ✅ ใครคือ Kong Long—อดีตวิศวกร Apple ที่กลับจีน? - Kong Long เคยทำงานด้าน ชิปไร้สาย (Wireless Semiconductor) ที่ Apple - ล่าสุดเข้าร่วมเป็น นักวิจัยและอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย Fudan ในด้าน การออกแบบวงจรรวม RF และคอมพิวเตอร์ดิจิตอล-อนาล็อกแบบไฮบริด ✅ แนวโน้มวิศวกรจีนกลับประเทศเพิ่มขึ้น - หลายปีที่ผ่านมา วิศวกรที่ทำงานในสหรัฐฯ เริ่มกลับจีน เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมชิปของประเทศ - นโยบาย ควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ทำให้จีนต้องเร่งพึ่งพาความสามารถภายในประเทศ ✅ การศึกษาของ Kong Long บ่งบอกถึงศักยภาพด้านเทคโนโลยี - จบการศึกษาด้าน Microelectronics จาก Shanghai Jiao Tong University - ได้ ปริญญาเอกด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจาก University of California, Los Angeles (UCLA) - เคยทำงานที่ Oracle ในด้าน Mixed-Signal IC Design ก่อนเข้าสู่วงการเซมิคอนดักเตอร์ที่ Apple ✅ อดีตวิศวกร Apple อีกคนก็เพิ่งกลับจีนเพื่อเข้าร่วมการพัฒนาเทคโนโลยีชิป - Wang Huanyu ผู้พัฒนา ชิป Apple M3 และ M4 ลาออกจาก Apple เพื่อร่วมงานกับ School of Integrated Circuits ที่ Huazhong University of Science and Technology - การกลับมาของวิศวกรระดับสูงอาจเป็น สัญญาณว่าจีนกำลังเร่งขยายทีมงานภายในประเทศ ✅ ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนอาจมีผลต่อการตัดสินใจของวิศวกรเหล่านี้ - นักวิเคราะห์มองว่า แรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้วิศวกรจีนที่ทำงานในบริษัทต่างชาติ ตัดสินใจลาออกและกลับประเทศ - อาจเป็นผลจากความตึงเครียดของ นโยบายป้องกันจีนจากการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง https://wccftech.com/ex-apple-engineer-returns-to-china-after-seven-years-to-fulfill-chipmaking-ambitions/
    WCCFTECH.COM
    Former Apple Chip Engineer Returns To China And Joins The Country’s Silicon-Manufacturing Ambitions After Seven Years Of Working With The Trillion-Dollar Firm
    After working with Apple for seven years, a chip engineer has departed back to China, where he works on fulfilling the country’s chipmaking goals
    0 Comments 0 Shares 181 Views 0 Reviews
  • Apple ฉลองครบรอบ 49 ปี จากบริษัทเล็ก ๆ ในโรงรถจนกลายเป็นแบรนด์ระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมาตลอดหลายทศวรรษ Macintosh และ iPhone เป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อการใช้คอมพิวเตอร์และมือถือ ขณะที่ระบบนิเวศของ Apple ทำให้ทุกอุปกรณ์ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ล่าสุด Apple มุ่งหน้าสู่เทคโนโลยี AR และชิปเซ็ตที่พัฒนาเอง ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญของบริษัทในอนาคต

    ✅ Apple I จุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนวงการคอมพิวเตอร์
    - Steve Jobs และ Steve Wozniak สร้าง Apple I ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ท้าทายแนวคิดเดิมของวงการเทคโนโลยี

    ✅ Macintosh—GUI ที่นำไปสู่ยุคใหม่ของคอมพิวเตอร์
    - Macintosh ทำให้ การใช้งานคอมพิวเตอร์ง่ายขึ้น ด้วย กราฟิกอินเทอร์เฟซ (GUI) ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม

    ✅ iPod และ iPhone ปฏิวัติวิธีการฟังเพลงและสื่อสาร
    - iPod ทำให้การพกพาเพลงเป็นเรื่องง่ายด้วยแนวคิด "1000 เพลงในกระเป๋า"
    - iPhone เปิดตัวในปี 2007 และกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงวิธีการใช้โทรศัพท์มือถือ ทั้งด้านการถ่ายภาพ, แอปพลิเคชัน และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

    ✅ Apple สร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบ
    - ระบบปฏิบัติการ iOS, macOS, watchOS, visionOS และ iPadOS ทำให้ทุกอุปกรณ์สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น
    - เปิดตัวบริการ Apple Music, iCloud, Apple TV+ และ Apple News เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ในหลายด้าน

    ✅ Apple พัฒนาเทคโนโลยีของตนเองแทนการพึ่งพาซัพพลายเออร์
    - เปิดตัวชิป M-series ที่ให้ประสิทธิภาพสูงและใช้พลังงานน้อย
    - เปิดตัว C1 Modem เพื่อลดการพึ่งพาชิปสื่อสารจากผู้ผลิตภายนอก

    ✅ Vision Pro—ก้าวเข้าสู่เทคโนโลยี AR และอนาคตของคอมพิวเตอร์
    - Apple เปิดตัว Vision Pro ซึ่งเป็นอุปกรณ์ AR ที่แสดงถึงศักยภาพของเทคโนโลยีในอนาคต
    - นักวิเคราะห์มองว่า Apple อาจนำ AR มาใช้ในผลิตภัณฑ์อีกหลายตัว

    https://wccftech.com/apple-turns-49-today-innovation-and-vision/
    Apple ฉลองครบรอบ 49 ปี จากบริษัทเล็ก ๆ ในโรงรถจนกลายเป็นแบรนด์ระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมาตลอดหลายทศวรรษ Macintosh และ iPhone เป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อการใช้คอมพิวเตอร์และมือถือ ขณะที่ระบบนิเวศของ Apple ทำให้ทุกอุปกรณ์ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ล่าสุด Apple มุ่งหน้าสู่เทคโนโลยี AR และชิปเซ็ตที่พัฒนาเอง ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญของบริษัทในอนาคต ✅ Apple I จุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนวงการคอมพิวเตอร์ - Steve Jobs และ Steve Wozniak สร้าง Apple I ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ท้าทายแนวคิดเดิมของวงการเทคโนโลยี ✅ Macintosh—GUI ที่นำไปสู่ยุคใหม่ของคอมพิวเตอร์ - Macintosh ทำให้ การใช้งานคอมพิวเตอร์ง่ายขึ้น ด้วย กราฟิกอินเทอร์เฟซ (GUI) ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม ✅ iPod และ iPhone ปฏิวัติวิธีการฟังเพลงและสื่อสาร - iPod ทำให้การพกพาเพลงเป็นเรื่องง่ายด้วยแนวคิด "1000 เพลงในกระเป๋า" - iPhone เปิดตัวในปี 2007 และกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงวิธีการใช้โทรศัพท์มือถือ ทั้งด้านการถ่ายภาพ, แอปพลิเคชัน และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ✅ Apple สร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบ - ระบบปฏิบัติการ iOS, macOS, watchOS, visionOS และ iPadOS ทำให้ทุกอุปกรณ์สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น - เปิดตัวบริการ Apple Music, iCloud, Apple TV+ และ Apple News เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ในหลายด้าน ✅ Apple พัฒนาเทคโนโลยีของตนเองแทนการพึ่งพาซัพพลายเออร์ - เปิดตัวชิป M-series ที่ให้ประสิทธิภาพสูงและใช้พลังงานน้อย - เปิดตัว C1 Modem เพื่อลดการพึ่งพาชิปสื่อสารจากผู้ผลิตภายนอก ✅ Vision Pro—ก้าวเข้าสู่เทคโนโลยี AR และอนาคตของคอมพิวเตอร์ - Apple เปิดตัว Vision Pro ซึ่งเป็นอุปกรณ์ AR ที่แสดงถึงศักยภาพของเทคโนโลยีในอนาคต - นักวิเคราะห์มองว่า Apple อาจนำ AR มาใช้ในผลิตภัณฑ์อีกหลายตัว https://wccftech.com/apple-turns-49-today-innovation-and-vision/
    WCCFTECH.COM
    From A Small Garage To A Global Icon, Apple Turns 49 Today, Changing The Tech World Forever With Its Vision, Innovation, And Unstoppable Momentum
    Apple turns 49 today, and it has changed the entire world as we know it in terms of innovation, design, and the relentless pursuit of excellence.
    0 Comments 0 Shares 175 Views 0 Reviews
  • นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโอซากะเสนอแนวคิดใช้เนื้อเยื่อมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์ โดยใช้ คุณสมบัติของกล้ามเนื้อที่ตอบสนองต่อแรงกด เพื่อช่วยประมวลผลข้อมูล แนวคิดนี้อาจนำไปใช้ใน อุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์ โดยที่ร่างกายทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบคำนวณ นักวิจัยพบว่า เทคนิคนี้มีความแม่นยำสูงกว่าวิธีดั้งเดิม แต่ยังต้องมีการศึกษาต่อไป

    ✅ หลักการของ reservoir computing และเนื้อเยื่อมนุษย์
    - ระบบนี้ใช้ เนื้อเยื่ออ่อนที่สามารถตอบสนองต่อแรงกดและความเครียดทางกายภาพ เพื่อทำหน้าที่เป็น "reservoir" ในการประมวลผลข้อมูล
    - นักวิจัยใช้ อัลตราซาวด์เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของข้อมือ และพบว่า รูปแบบการบิดตัวของกล้ามเนื้อสามารถอ่านค่าเป็นข้อมูลได้

    ✅ ศักยภาพของเทคโนโลยีนี้—อาจนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่
    - นักวิจัยเสนอว่า เทคโนโลยีนี้สามารถนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์
    - แทนที่อุปกรณ์จะใช้ ซีพียูภายนอก ระบบอาจสามารถประมวลผลโดยใช้ เนื้อเยื่อของมนุษย์เอง

    ✅ การทดสอบพบว่ามีความแม่นยำสูงกว่าโมเดลที่ไม่ได้พิจารณาคุณสมบัติเนื้อเยื่อ
    - ระบบสามารถ คาดการณ์ผลลัพธ์ในระบบไดนามิกที่ไม่เป็นเชิงเส้นได้แม่นยำกว่าปกติ
    - โมเดลนี้อาจช่วยให้ AI สามารถทำงานร่วมกับร่างกายมนุษย์ได้ดีขึ้น

    ✅ แนวคิดนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม
    - นักวิจัยระบุว่า ยังมีงานวิจัยอีกมากที่ต้องดำเนินการ ก่อนที่จะสามารถนำไปใช้จริงได้
    - อาจต้องศึกษาว่า เนื้อเยื่อของมนุษย์สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดีเพียงใด

    https://www.techradar.com/pro/humans-as-hardware-no-not-the-name-of-a-new-matrix-movie-prequel-but-a-shocking-idea-about-human-tissue
    นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโอซากะเสนอแนวคิดใช้เนื้อเยื่อมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์ โดยใช้ คุณสมบัติของกล้ามเนื้อที่ตอบสนองต่อแรงกด เพื่อช่วยประมวลผลข้อมูล แนวคิดนี้อาจนำไปใช้ใน อุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์ โดยที่ร่างกายทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบคำนวณ นักวิจัยพบว่า เทคนิคนี้มีความแม่นยำสูงกว่าวิธีดั้งเดิม แต่ยังต้องมีการศึกษาต่อไป ✅ หลักการของ reservoir computing และเนื้อเยื่อมนุษย์ - ระบบนี้ใช้ เนื้อเยื่ออ่อนที่สามารถตอบสนองต่อแรงกดและความเครียดทางกายภาพ เพื่อทำหน้าที่เป็น "reservoir" ในการประมวลผลข้อมูล - นักวิจัยใช้ อัลตราซาวด์เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของข้อมือ และพบว่า รูปแบบการบิดตัวของกล้ามเนื้อสามารถอ่านค่าเป็นข้อมูลได้ ✅ ศักยภาพของเทคโนโลยีนี้—อาจนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่ - นักวิจัยเสนอว่า เทคโนโลยีนี้สามารถนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์ - แทนที่อุปกรณ์จะใช้ ซีพียูภายนอก ระบบอาจสามารถประมวลผลโดยใช้ เนื้อเยื่อของมนุษย์เอง ✅ การทดสอบพบว่ามีความแม่นยำสูงกว่าโมเดลที่ไม่ได้พิจารณาคุณสมบัติเนื้อเยื่อ - ระบบสามารถ คาดการณ์ผลลัพธ์ในระบบไดนามิกที่ไม่เป็นเชิงเส้นได้แม่นยำกว่าปกติ - โมเดลนี้อาจช่วยให้ AI สามารถทำงานร่วมกับร่างกายมนุษย์ได้ดีขึ้น ✅ แนวคิดนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม - นักวิจัยระบุว่า ยังมีงานวิจัยอีกมากที่ต้องดำเนินการ ก่อนที่จะสามารถนำไปใช้จริงได้ - อาจต้องศึกษาว่า เนื้อเยื่อของมนุษย์สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดีเพียงใด https://www.techradar.com/pro/humans-as-hardware-no-not-the-name-of-a-new-matrix-movie-prequel-but-a-shocking-idea-about-human-tissue
    0 Comments 0 Shares 159 Views 0 Reviews
  • Counterpoint Research รายงานว่า ยอดขายมือถือจอพับในปี 2025 อาจลดลง แม้ว่าจะเติบโตอย่างช้า ๆ ในปี 2024 โดยแบรนด์ใหญ่เช่น Samsung, Google, Oppo, Huawei และ Motorola ต่างก็ลงทุนในตลาดนี้อย่างหนัก แต่ยังไม่สามารถขยายฐานผู้ใช้ได้มากพอ นักวิเคราะห์คาดว่า หาก Apple เปิดตัว iPhone Fold ในปี 2026 อาจช่วยพลิกตลาดได้

    ✅ มือถือจอพับยังคงเป็นกลุ่มเล็กในตลาดสมาร์ทโฟน
    - แม้ว่าหลายแบรนด์จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ ยอดขายมือถือจอพับไม่เคยเกิน 2% ของตลาดสมาร์ทโฟนทั้งหมด
    - ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้ไม่สนใจคือ ราคาสูงและขาดจุดขายที่ดึงดูดพอ

    ✅ แบรนด์ต่าง ๆ ยังคงลงทุน แม้ผู้ใช้ยังไม่ตอบรับเต็มที่
    - Honor และ Oppo มีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ช่วยขยายตลาดมือถือจอพับ แต่ ส่วนใหญ่จำกัดอยู่ในจีนและยุโรป
    - นักวิเคราะห์มองว่า ปี 2026 จะเป็นจุดเปลี่ยนของตลาด โดยเฉพาะเมื่อ Apple เข้าสู่ตลาด

    ✅ Apple อาจเปิดตัว iPhone Fold ในปี 2026
    - Apple มัก รอให้ตลาดมีความชัดเจนก่อน แล้วค่อยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบอย่างดี
    - มีข่าวลือว่า iPhone Fold อาจใช้บานพับโลหะเหลวและดีไซน์บางเป็นพิเศษ
    - นักวิเคราะห์คาดว่า Apple อาจเลือกทำมือถือพับแบบฝาพับแทนที่จะเป็นแท็บเล็ตพับ เพื่อให้มีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า

    ✅ ราคายังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดตลาดมือถือจอพับ
    - คาดว่า iPhone Fold อาจมีราคา ประมาณ $2,000 ซึ่งยังคงสูงมาก
    - แม้ว่าราคาอาจลดลงเมื่อเทคโนโลยีมีความแพร่หลายขึ้น แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะลดลงแค่ไหน

    https://www.techradar.com/phones/iphone/foldable-phone-sales-are-tipped-to-fall-this-year-and-apple-is-the-only-brand-that-could-turn-things-around
    Counterpoint Research รายงานว่า ยอดขายมือถือจอพับในปี 2025 อาจลดลง แม้ว่าจะเติบโตอย่างช้า ๆ ในปี 2024 โดยแบรนด์ใหญ่เช่น Samsung, Google, Oppo, Huawei และ Motorola ต่างก็ลงทุนในตลาดนี้อย่างหนัก แต่ยังไม่สามารถขยายฐานผู้ใช้ได้มากพอ นักวิเคราะห์คาดว่า หาก Apple เปิดตัว iPhone Fold ในปี 2026 อาจช่วยพลิกตลาดได้ ✅ มือถือจอพับยังคงเป็นกลุ่มเล็กในตลาดสมาร์ทโฟน - แม้ว่าหลายแบรนด์จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ ยอดขายมือถือจอพับไม่เคยเกิน 2% ของตลาดสมาร์ทโฟนทั้งหมด - ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้ไม่สนใจคือ ราคาสูงและขาดจุดขายที่ดึงดูดพอ ✅ แบรนด์ต่าง ๆ ยังคงลงทุน แม้ผู้ใช้ยังไม่ตอบรับเต็มที่ - Honor และ Oppo มีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ช่วยขยายตลาดมือถือจอพับ แต่ ส่วนใหญ่จำกัดอยู่ในจีนและยุโรป - นักวิเคราะห์มองว่า ปี 2026 จะเป็นจุดเปลี่ยนของตลาด โดยเฉพาะเมื่อ Apple เข้าสู่ตลาด ✅ Apple อาจเปิดตัว iPhone Fold ในปี 2026 - Apple มัก รอให้ตลาดมีความชัดเจนก่อน แล้วค่อยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบอย่างดี - มีข่าวลือว่า iPhone Fold อาจใช้บานพับโลหะเหลวและดีไซน์บางเป็นพิเศษ - นักวิเคราะห์คาดว่า Apple อาจเลือกทำมือถือพับแบบฝาพับแทนที่จะเป็นแท็บเล็ตพับ เพื่อให้มีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า ✅ ราคายังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดตลาดมือถือจอพับ - คาดว่า iPhone Fold อาจมีราคา ประมาณ $2,000 ซึ่งยังคงสูงมาก - แม้ว่าราคาอาจลดลงเมื่อเทคโนโลยีมีความแพร่หลายขึ้น แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะลดลงแค่ไหน https://www.techradar.com/phones/iphone/foldable-phone-sales-are-tipped-to-fall-this-year-and-apple-is-the-only-brand-that-could-turn-things-around
    0 Comments 0 Shares 170 Views 0 Reviews
  • TSMC กำลังเตรียมอุปกรณ์สำหรับ การทดลองผลิตชิป 1.4 nm ที่โรงงาน P2 Baoshan โดยแผนนี้เป็นการต่อยอดจาก 2 nm ที่กำลังเข้าสู่ Mass Production ในปี 2025 มีการคาดการณ์ว่า โรงงาน P3 และ P4 จะเข้าร่วมการผลิตเต็มรูปแบบภายในปี 2027 และ P1 อาจเริ่มการผลิตทดสอบได้ในปี 2027 ขณะที่ Intel และ Samsung กำลังเร่งพัฒนา 14A และ SF2/SF3P เพื่อต่อกรกับ N2 และ 1.4 nm ของ TSMC

    ✅ P2 Baoshan จะเป็นศูนย์กลางการทดลองผลิตก่อนขยายไปยัง P3 และ P4
    - TSMC วางแผนใช้ โรงงาน Fab 20 ใน Baoshan สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี 1.4 nm
    - แหล่งข่าวระบุว่า โรงงาน P3 และ P4 อาจเข้าร่วมการผลิตเต็มรูปแบบภายในปี 2027

    ✅ TSMC เร่งพัฒนา 2 nm พร้อมเตรียมขยายไปสู่ 1.4 nm
    - กระบวนการผลิต 2 nm (N2) กำลังจะเข้าสู่ Mass Production ในครึ่งหลังของปี 2025
    - การทดลองผลิต 1.4 nm จะเป็นการต่อยอดจาก N2 และขยายไปยังโรงงานอื่น ๆ ในอนาคต

    ✅ โรงงาน Fab 25 อาจมีส่วนร่วมในการทดลองผลิต 1.4 nm ด้วย
    - รายงานระบุว่า Fab 25 ใน Central Taiwan Science Park อาจเข้าร่วมโครงการนี้
    - มีการคาดการณ์ว่า 4 โรงงานจะทำงานร่วมกันในการพัฒนาชิป 1.4 nm

    ✅ แหล่งข่าวคาดว่า "P1" จะเริ่มการผลิตทดสอบภายในปี 2027
    - ตามข้อมูลของ TrendForce กระบวนการ Risk Trial Production ของ P1 จะเริ่มในปี 2027
    - อาจมีการผลิตเต็มรูปแบบในปีถัดไป เพื่อเข้าสู่ตลาดในปี 2028

    ✅ การแข่งขันในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เข้มข้นขึ้น
    - Intel และ Samsung กำลังพัฒนา 14A และ SF2/SF3P เพื่อต่อกรกับ N2 และ 1.4 nm ของ TSMC
    - นักวิเคราะห์จาก TechInsights คาดว่า N2 ของ TSMC จะมีความหนาแน่นทรานซิสเตอร์สูงกว่าคู่แข่ง
    - อัตรา High-Density (HD) Cell Density ของ N2 สูงถึง 313 MTr/mm² ขณะที่ Intel 18A มี 238 MTr/mm² และ Samsung SF2/SF3P อยู่ที่ 231 MTr/mm²

    https://www.techpowerup.com/334931/tsmc-reportedly-preparing-new-equipment-for-1-4-nm-trial-run-at-p2-baoshan-plant
    TSMC กำลังเตรียมอุปกรณ์สำหรับ การทดลองผลิตชิป 1.4 nm ที่โรงงาน P2 Baoshan โดยแผนนี้เป็นการต่อยอดจาก 2 nm ที่กำลังเข้าสู่ Mass Production ในปี 2025 มีการคาดการณ์ว่า โรงงาน P3 และ P4 จะเข้าร่วมการผลิตเต็มรูปแบบภายในปี 2027 และ P1 อาจเริ่มการผลิตทดสอบได้ในปี 2027 ขณะที่ Intel และ Samsung กำลังเร่งพัฒนา 14A และ SF2/SF3P เพื่อต่อกรกับ N2 และ 1.4 nm ของ TSMC ✅ P2 Baoshan จะเป็นศูนย์กลางการทดลองผลิตก่อนขยายไปยัง P3 และ P4 - TSMC วางแผนใช้ โรงงาน Fab 20 ใน Baoshan สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี 1.4 nm - แหล่งข่าวระบุว่า โรงงาน P3 และ P4 อาจเข้าร่วมการผลิตเต็มรูปแบบภายในปี 2027 ✅ TSMC เร่งพัฒนา 2 nm พร้อมเตรียมขยายไปสู่ 1.4 nm - กระบวนการผลิต 2 nm (N2) กำลังจะเข้าสู่ Mass Production ในครึ่งหลังของปี 2025 - การทดลองผลิต 1.4 nm จะเป็นการต่อยอดจาก N2 และขยายไปยังโรงงานอื่น ๆ ในอนาคต ✅ โรงงาน Fab 25 อาจมีส่วนร่วมในการทดลองผลิต 1.4 nm ด้วย - รายงานระบุว่า Fab 25 ใน Central Taiwan Science Park อาจเข้าร่วมโครงการนี้ - มีการคาดการณ์ว่า 4 โรงงานจะทำงานร่วมกันในการพัฒนาชิป 1.4 nm ✅ แหล่งข่าวคาดว่า "P1" จะเริ่มการผลิตทดสอบภายในปี 2027 - ตามข้อมูลของ TrendForce กระบวนการ Risk Trial Production ของ P1 จะเริ่มในปี 2027 - อาจมีการผลิตเต็มรูปแบบในปีถัดไป เพื่อเข้าสู่ตลาดในปี 2028 ✅ การแข่งขันในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เข้มข้นขึ้น - Intel และ Samsung กำลังพัฒนา 14A และ SF2/SF3P เพื่อต่อกรกับ N2 และ 1.4 nm ของ TSMC - นักวิเคราะห์จาก TechInsights คาดว่า N2 ของ TSMC จะมีความหนาแน่นทรานซิสเตอร์สูงกว่าคู่แข่ง - อัตรา High-Density (HD) Cell Density ของ N2 สูงถึง 313 MTr/mm² ขณะที่ Intel 18A มี 238 MTr/mm² และ Samsung SF2/SF3P อยู่ที่ 231 MTr/mm² https://www.techpowerup.com/334931/tsmc-reportedly-preparing-new-equipment-for-1-4-nm-trial-run-at-p2-baoshan-plant
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    TSMC Reportedly Preparing New Equipment for 1.4 nm Trial Run at "P2" Baoshan Plant
    Industry insiders posit that TSMC's two flagship fabrication facilities are running ahead of schedule with the development of an advanced 2 nm (N2) process node. A cross-facility mass production phase is tipped to begin later this year, which leaves room for next-level experiments. Taiwan's Economic...
    0 Comments 0 Shares 155 Views 0 Reviews
  • Intel ยืนยันว่า Core Ultra 300 'Panther Lake' จะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2026 แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยปฏิเสธข่าวลือเรื่องการล่าช้า CEO Lip-Bu Tan ย้ำว่าเทคโนโลยี 18A Node ของ Intel ไม่ได้มีปัญหา และกำลังเดินหน้าตามแผน การผลิตจำนวนมากจะเริ่มก่อนสิ้นปี 2025 และในเดือนตุลาคมจะมี การเปิดตัวจำนวนจำกัดผ่านโปรแกรม EEP ขณะที่ Nova Lake จะเปิดตัวในปี 2026 เป็นรุ่นต่อจาก Panther Lake

    ✅ Panther Lake จะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2026 ไม่ใช่ปลายปี 2025 ตามที่เคยกล่าวไว้
    - ก่อนหน้านี้ Intel เคยยืนยันว่า Panther Lake จะเปิดตัวในครึ่งหลังของปี 2025
    - ข้อมูลใหม่จากงาน Vision 2025 ระบุว่า Panther Lake จะเข้าสู่ตลาดในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026

    ✅ ผู้บริหารยืนยันว่าการพัฒนา 18A Node ไม่ได้มีปัญหา
    - ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า ปัญหาการผลิตบนเทคโนโลยี 18A อาจทำให้ Panther Lake ล่าช้า
    - อย่างไรก็ตาม Lip-Bu Tan CEO ของ Intel ระบุว่า โครงการเดินหน้าไปได้ดี และจะมีการผลิตจำนวนมากก่อนสิ้นปี 2025

    ✅ Intel กำลังทดสอบการผลิตแบบ Early Enablement Program (EEP)
    - Intel วางแผนเปิดตัว Panther Lake ในจำนวนจำกัดผ่านโปรแกรม EEP ในเดือนตุลาคม 2025
    - การผลิตจำนวนมากจะเริ่มในช่วงต้นปี 2026

    ✅ Panther Lake ได้รับการออกแบบให้รวมพลังของ Lunar Lake และ Arrow Lake
    - รองประธานกลุ่ม Client Computing ระบุว่า Panther Lake จะใช้พลังงานต่ำเหมือน Lunar Lake
    - มีประสิทธิภาพการประมวลผลสูงเทียบเท่า Arrow Lake
    - เป็น CPU รุ่นแรกของ Intel ที่ใช้เทคโนโลยี 18A เต็มรูปแบบ

    ✅ Nova Lake จะเปิดตัวในปี 2026 เป็นรุ่นต่อจาก Panther Lake
    - Nova Lake จะมาพร้อม สถาปัตยกรรมใหม่และโครงสร้างชิปแบบแยกส่วน
    - คาดว่าจะเป็นซีพียูสำหรับเดสก์ท็อปที่ใช้ N3 ของ TSMC ร่วมกับการออกแบบของ Intel

    https://www.techpowerup.com/334929/intel-vision-presentation-labels-core-ultra-300-panther-lake-cpu-series-as-2026-products
    Intel ยืนยันว่า Core Ultra 300 'Panther Lake' จะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2026 แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยปฏิเสธข่าวลือเรื่องการล่าช้า CEO Lip-Bu Tan ย้ำว่าเทคโนโลยี 18A Node ของ Intel ไม่ได้มีปัญหา และกำลังเดินหน้าตามแผน การผลิตจำนวนมากจะเริ่มก่อนสิ้นปี 2025 และในเดือนตุลาคมจะมี การเปิดตัวจำนวนจำกัดผ่านโปรแกรม EEP ขณะที่ Nova Lake จะเปิดตัวในปี 2026 เป็นรุ่นต่อจาก Panther Lake ✅ Panther Lake จะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2026 ไม่ใช่ปลายปี 2025 ตามที่เคยกล่าวไว้ - ก่อนหน้านี้ Intel เคยยืนยันว่า Panther Lake จะเปิดตัวในครึ่งหลังของปี 2025 - ข้อมูลใหม่จากงาน Vision 2025 ระบุว่า Panther Lake จะเข้าสู่ตลาดในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 ✅ ผู้บริหารยืนยันว่าการพัฒนา 18A Node ไม่ได้มีปัญหา - ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า ปัญหาการผลิตบนเทคโนโลยี 18A อาจทำให้ Panther Lake ล่าช้า - อย่างไรก็ตาม Lip-Bu Tan CEO ของ Intel ระบุว่า โครงการเดินหน้าไปได้ดี และจะมีการผลิตจำนวนมากก่อนสิ้นปี 2025 ✅ Intel กำลังทดสอบการผลิตแบบ Early Enablement Program (EEP) - Intel วางแผนเปิดตัว Panther Lake ในจำนวนจำกัดผ่านโปรแกรม EEP ในเดือนตุลาคม 2025 - การผลิตจำนวนมากจะเริ่มในช่วงต้นปี 2026 ✅ Panther Lake ได้รับการออกแบบให้รวมพลังของ Lunar Lake และ Arrow Lake - รองประธานกลุ่ม Client Computing ระบุว่า Panther Lake จะใช้พลังงานต่ำเหมือน Lunar Lake - มีประสิทธิภาพการประมวลผลสูงเทียบเท่า Arrow Lake - เป็น CPU รุ่นแรกของ Intel ที่ใช้เทคโนโลยี 18A เต็มรูปแบบ ✅ Nova Lake จะเปิดตัวในปี 2026 เป็นรุ่นต่อจาก Panther Lake - Nova Lake จะมาพร้อม สถาปัตยกรรมใหม่และโครงสร้างชิปแบบแยกส่วน - คาดว่าจะเป็นซีพียูสำหรับเดสก์ท็อปที่ใช้ N3 ของ TSMC ร่วมกับการออกแบบของ Intel https://www.techpowerup.com/334929/intel-vision-presentation-labels-core-ultra-300-panther-lake-cpu-series-as-2026-products
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Intel Vision Presentation Labels Core Ultra 300 "Panther Lake" CPU Series as 2026 Products
    Intel's freshly concluded Vision 2025 "Products Update and GTM" showcase included a segment dedicated to forthcoming Core Ultra 300 "Panther Lake" client processors. Industry watchdogs have grabbed a select few screenshots from Team Blue's broadcast from Las Vegas, Nevada—one backdropped slide confi...
    0 Comments 0 Shares 152 Views 0 Reviews
  • NVIDIA และ Quantum Machines เปิดตัว DGX Quantum Early Access Program ซึ่งช่วยผสานการคำนวณควอนตัมเข้ากับการประมวลผลแบบคลาสสิก DGX Quantum ใช้ OPX1000 และ Grace Hopper Superchips เพื่อลดเวลาการส่งข้อมูลให้ต่ำกว่า 4 ไมโครวินาที พร้อมรองรับ AI-driven calibration และ Quantum Error Correction นักวิจัยจาก MIT, IQCC, และสถาบันอื่น ๆ เข้าร่วมเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่นี้

    ✅ NVIDIA DGX Quantum คืออะไร?
    - เป็น สถาปัตยกรรมอ้างอิงที่พัฒนาโดย NVIDIA และ QM
    - เป็นระบบแรกที่ผสาน การประมวลผลควอนตัมและคลาสสิกเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการคำนวณที่ซับซ้อน

    ✅ ความท้าทายของควอนตัมคอมพิวติ้ง—จำเป็นต้องมีพลังการประมวลผลแบบคลาสสิกเสริม
    - ควอนตัมคอมพิวเตอร์ต้องใช้การประมวลผลแบบคลาสสิกเพื่อ แก้ไขข้อผิดพลาด (Quantum Error Correction - QEC) และปรับพารามิเตอร์
    - NVIDIA DGX Quantum ช่วยให้ ระบบมีพลังการประมวลผลมากขึ้น ลดความล่าช้าในการสื่อสารระหว่างโปรเซสเซอร์

    ✅ OPX1000 ช่วยเร่งความเร็วและลดความล่าช้าในการคำนวณ
    - DGX Quantum ใช้ OPX1000 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มควบคุมแบบโมดูลาร์ ที่สามารถทำงานร่วมกับ Grace Hopper Superchips ของ NVIDIA
    - ลดเวลา รอบการส่งข้อมูลระหว่างควอนตัมกับ AI ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ให้น้อยกว่า 4 ไมโครวินาที ซึ่งเร็วกว่าวิธีอื่น ๆ

    ✅ 6 กลุ่มนักวิจัยที่เข้าร่วมโปรแกรม Early Access
    - Engineering Quantum Systems ของ MIT
    - Israeli Quantum Computing Center (IQCC)
    - Diraq—บริษัทพัฒนาฮาร์ดแวร์ควอนตัม
    - Quantum Circuit Group ของ ENS Lyon
    - Fraunhofer IAF
    - สถาบันวิจัยทางควอนตัมอื่น ๆ

    ✅ DGX Quantum รองรับ AI-driven QPU calibration และการประมวลผลแบบไฮบริด
    - มีการผสาน การเรียนรู้เสริมแรง (Reinforcement Learning) เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคำนวณควอนตัม
    - สามารถปรับค่า drive และ readout fidelities อย่างแม่นยำเพื่อรองรับ QEC ที่มีประสิทธิภาพสูง

    https://www.techpowerup.com/334928/quantum-machines-announces-nvidia-dgx-quantum-early-access-program
    NVIDIA และ Quantum Machines เปิดตัว DGX Quantum Early Access Program ซึ่งช่วยผสานการคำนวณควอนตัมเข้ากับการประมวลผลแบบคลาสสิก DGX Quantum ใช้ OPX1000 และ Grace Hopper Superchips เพื่อลดเวลาการส่งข้อมูลให้ต่ำกว่า 4 ไมโครวินาที พร้อมรองรับ AI-driven calibration และ Quantum Error Correction นักวิจัยจาก MIT, IQCC, และสถาบันอื่น ๆ เข้าร่วมเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่นี้ ✅ NVIDIA DGX Quantum คืออะไร? - เป็น สถาปัตยกรรมอ้างอิงที่พัฒนาโดย NVIDIA และ QM - เป็นระบบแรกที่ผสาน การประมวลผลควอนตัมและคลาสสิกเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการคำนวณที่ซับซ้อน ✅ ความท้าทายของควอนตัมคอมพิวติ้ง—จำเป็นต้องมีพลังการประมวลผลแบบคลาสสิกเสริม - ควอนตัมคอมพิวเตอร์ต้องใช้การประมวลผลแบบคลาสสิกเพื่อ แก้ไขข้อผิดพลาด (Quantum Error Correction - QEC) และปรับพารามิเตอร์ - NVIDIA DGX Quantum ช่วยให้ ระบบมีพลังการประมวลผลมากขึ้น ลดความล่าช้าในการสื่อสารระหว่างโปรเซสเซอร์ ✅ OPX1000 ช่วยเร่งความเร็วและลดความล่าช้าในการคำนวณ - DGX Quantum ใช้ OPX1000 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มควบคุมแบบโมดูลาร์ ที่สามารถทำงานร่วมกับ Grace Hopper Superchips ของ NVIDIA - ลดเวลา รอบการส่งข้อมูลระหว่างควอนตัมกับ AI ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ให้น้อยกว่า 4 ไมโครวินาที ซึ่งเร็วกว่าวิธีอื่น ๆ ✅ 6 กลุ่มนักวิจัยที่เข้าร่วมโปรแกรม Early Access - Engineering Quantum Systems ของ MIT - Israeli Quantum Computing Center (IQCC) - Diraq—บริษัทพัฒนาฮาร์ดแวร์ควอนตัม - Quantum Circuit Group ของ ENS Lyon - Fraunhofer IAF - สถาบันวิจัยทางควอนตัมอื่น ๆ ✅ DGX Quantum รองรับ AI-driven QPU calibration และการประมวลผลแบบไฮบริด - มีการผสาน การเรียนรู้เสริมแรง (Reinforcement Learning) เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคำนวณควอนตัม - สามารถปรับค่า drive และ readout fidelities อย่างแม่นยำเพื่อรองรับ QEC ที่มีประสิทธิภาพสูง https://www.techpowerup.com/334928/quantum-machines-announces-nvidia-dgx-quantum-early-access-program
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Quantum Machines Announces NVIDIA DGX Quantum Early Access Program
    Quantum Machines (QM), the leading provider of advanced quantum control solutions, has recently announced the NVIDIA DGX Quantum Early Customer Program, with a cohort of six leading research groups and quantum computer builders. NVIDIA DGX Quantum, a reference architecture jointly developed by NVIDI...
    0 Comments 0 Shares 152 Views 0 Reviews
  • Samsung อาจเลิกใช้ชื่อ Exynos และเตรียมรีแบรนด์ชิปเซ็ตของตนเอง โดย Exynos 2600 จะถูกใช้ใน Galaxy S26 แต่มีจำนวนจำกัด ขณะที่ Exynos 2500 อาจถูกใช้ใน Galaxy Z Flip FE แต่ยังเป็น 4 nm มีข่าวลือว่า Samsung อาจเลิกใช้ Snapdragon และพัฒนาเทคโนโลยี 2 nm GAA ด้วยความช่วยเหลือจากบริษัท AI ภายนอก

    ✅ ชิป Exynos 2600 จะใช้ใน Galaxy S26 แต่มีจำนวนจำกัด
    - แหล่งข่าวระบุว่า Exynos 2600 จะถูกใช้ใน Galaxy S26 series แต่มีจำนวนผลิตที่จำกัด
    - อาจมีสถานการณ์คล้ายกับ Exynos 990 ที่เคยมีปริมาณจำกัดในอดีต

    ✅ Samsung Foundry อาจเลิกพัฒนา 1.4 nm และเดินหน้าสู่ 2 nm GAA
    - แหล่งข่าวบางแห่งเชื่อว่า Samsung จะไม่ใช้ 1.4 nm node และเดินหน้าสู่ 2 nm GAA (Gate-All-Around)
    - มีข่าวลือว่า Samsung ร่วมมือกับบริษัท AI ภายนอก เพื่อช่วยพัฒนาเทคโนโลยีใหม่

    ✅ Exynos 2500 อาจถูกใช้ใน Galaxy Z Flip FE แต่ยังเป็น 4 nm
    - แม้ว่า Exynos 2500 อาจอยู่ในแผนผลิตของปี 2025 แต่รุ่นแรกจะยังคงเป็น 4 nm node
    - ชิปนี้ถูกพัฒนาสำหรับ สมาร์ทโฟนระดับกลาง ไม่ใช่เรือธง

    ✅ แหล่งข่าวบางแห่งระบุว่า Samsung อาจเลิกใช้ Snapdragon
    - มีข่าวลือว่า Samsung ต้องการหยุดใช้ Snapdragon และหันมาใช้ชิปที่พัฒนาเองทั้งหมด
    - อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวส่วนใหญ่ยังมองว่า Samsung จะใช้ ชิป Exynos และ Snapdragon ร่วมกัน

    ✅ เป้าหมายของ Samsung คือกู้คืนภาพลักษณ์ของชิปเซ็ต Exynos
    - Samsung อาจต้องการ หลีกเลี่ยงภาพลักษณ์เชิงลบที่ Exynos เคยมี โดยเปลี่ยนชื่อใหม่
    - บริษัทยังคงพยายามเพิ่มประสิทธิภาพของชิป และแข่งขันกับ Apple A-Series และ Qualcomm Snapdragon

    https://www.techpowerup.com/334927/leaker-claims-that-samsung-will-stop-using-exynos-nomenclature-next-gen-2-nm-mobile-soc-tipped-for-rebrand
    Samsung อาจเลิกใช้ชื่อ Exynos และเตรียมรีแบรนด์ชิปเซ็ตของตนเอง โดย Exynos 2600 จะถูกใช้ใน Galaxy S26 แต่มีจำนวนจำกัด ขณะที่ Exynos 2500 อาจถูกใช้ใน Galaxy Z Flip FE แต่ยังเป็น 4 nm มีข่าวลือว่า Samsung อาจเลิกใช้ Snapdragon และพัฒนาเทคโนโลยี 2 nm GAA ด้วยความช่วยเหลือจากบริษัท AI ภายนอก ✅ ชิป Exynos 2600 จะใช้ใน Galaxy S26 แต่มีจำนวนจำกัด - แหล่งข่าวระบุว่า Exynos 2600 จะถูกใช้ใน Galaxy S26 series แต่มีจำนวนผลิตที่จำกัด - อาจมีสถานการณ์คล้ายกับ Exynos 990 ที่เคยมีปริมาณจำกัดในอดีต ✅ Samsung Foundry อาจเลิกพัฒนา 1.4 nm และเดินหน้าสู่ 2 nm GAA - แหล่งข่าวบางแห่งเชื่อว่า Samsung จะไม่ใช้ 1.4 nm node และเดินหน้าสู่ 2 nm GAA (Gate-All-Around) - มีข่าวลือว่า Samsung ร่วมมือกับบริษัท AI ภายนอก เพื่อช่วยพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ✅ Exynos 2500 อาจถูกใช้ใน Galaxy Z Flip FE แต่ยังเป็น 4 nm - แม้ว่า Exynos 2500 อาจอยู่ในแผนผลิตของปี 2025 แต่รุ่นแรกจะยังคงเป็น 4 nm node - ชิปนี้ถูกพัฒนาสำหรับ สมาร์ทโฟนระดับกลาง ไม่ใช่เรือธง ✅ แหล่งข่าวบางแห่งระบุว่า Samsung อาจเลิกใช้ Snapdragon - มีข่าวลือว่า Samsung ต้องการหยุดใช้ Snapdragon และหันมาใช้ชิปที่พัฒนาเองทั้งหมด - อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวส่วนใหญ่ยังมองว่า Samsung จะใช้ ชิป Exynos และ Snapdragon ร่วมกัน ✅ เป้าหมายของ Samsung คือกู้คืนภาพลักษณ์ของชิปเซ็ต Exynos - Samsung อาจต้องการ หลีกเลี่ยงภาพลักษณ์เชิงลบที่ Exynos เคยมี โดยเปลี่ยนชื่อใหม่ - บริษัทยังคงพยายามเพิ่มประสิทธิภาพของชิป และแข่งขันกับ Apple A-Series และ Qualcomm Snapdragon https://www.techpowerup.com/334927/leaker-claims-that-samsung-will-stop-using-exynos-nomenclature-next-gen-2-nm-mobile-soc-tipped-for-rebrand
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Leaker Claims that Samsung Will Stop Using "Exynos" Nomenclature, Next-gen 2 nm Mobile SoC Tipped for Rebrand
    Over the past weekend Jukanlosreve declared via social media that Samsung's: "Exynos 2600 (mobile SoC) is definitely back, and it will be used in the Galaxy S26 series. But the chip volume is so limited that it'll likely be similar to the Exynos 990 situation. I'm not sure if SF2 is actually any goo...
    0 Comments 0 Shares 162 Views 0 Reviews
  • Arm ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาด CPU ศูนย์ข้อมูลจาก 15% เป็น 50% ภายในปี 2025 โดยมุ่งเน้นไปที่เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ AI และระบบ Cloud ขณะที่ Nvidia, AWS และ Ampere Computing เป็นผู้ใช้หลักของ CPU Arm นอกจากนี้ Google และ Microsoft กำลังออกแบบ CPU โดยใช้เทคโนโลยีของ Arm และมีรายงานว่า Meta อาจใช้ CPU Arm สำหรับระบบ Cloud ในอนาคต

    ✅ Arm ได้รับแรงหนุนจากเซิร์ฟเวอร์ AI และผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่
    - Nvidia GB200 และ GB300, AWS Graviton, และระบบที่ใช้ Ampere Computing ล้วนเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Arm-based CPUs
    - 50% ของเซิร์ฟเวอร์ AWS ใช้ชิป Arm แทน AMD หรือ Intel

    ✅ ซอฟต์แวร์เริ่มพัฒนาเพื่อ Arm ก่อน แล้วค่อยพอร์ตไป x86
    - สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป—แต่เดิม ศูนย์ข้อมูลพึ่งพาซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาสำหรับ x86
    - ตอนนี้บางแอปพลิเคชันถูกออกแบบให้ทำงานบน Arm ก่อน แล้วจึงพอร์ตไป x86

    ✅ Google และ Microsoft เริ่มออกแบบ CPU ศูนย์ข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยี Arm
    - แม้ว่าการพัฒนาอยู่ในช่วงต้น Amazon ยังคงนำหน้าในส่วนนี้
    - Meta รายงานว่า Arm กำลังพัฒนา CPU สำหรับระบบ Cloud ของ Meta แต่ยังไม่มีข้อมูลการใช้งานจริง

    ✅ Arm มี Compute Subsystems (CSS) ให้บริษัทอื่นสร้าง CPU ได้ง่ายขึ้น
    - ช่วยให้บริษัทสามารถออกแบบ CPU สำหรับศูนย์ข้อมูลของตนเอง ได้อย่างรวดเร็ว
    - อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ Arm ขยายส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็ว

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/arm-aims-to-capture-50-percent-of-data-center-cpu-market-in-2025
    Arm ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาด CPU ศูนย์ข้อมูลจาก 15% เป็น 50% ภายในปี 2025 โดยมุ่งเน้นไปที่เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ AI และระบบ Cloud ขณะที่ Nvidia, AWS และ Ampere Computing เป็นผู้ใช้หลักของ CPU Arm นอกจากนี้ Google และ Microsoft กำลังออกแบบ CPU โดยใช้เทคโนโลยีของ Arm และมีรายงานว่า Meta อาจใช้ CPU Arm สำหรับระบบ Cloud ในอนาคต ✅ Arm ได้รับแรงหนุนจากเซิร์ฟเวอร์ AI และผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่ - Nvidia GB200 และ GB300, AWS Graviton, และระบบที่ใช้ Ampere Computing ล้วนเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Arm-based CPUs - 50% ของเซิร์ฟเวอร์ AWS ใช้ชิป Arm แทน AMD หรือ Intel ✅ ซอฟต์แวร์เริ่มพัฒนาเพื่อ Arm ก่อน แล้วค่อยพอร์ตไป x86 - สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป—แต่เดิม ศูนย์ข้อมูลพึ่งพาซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาสำหรับ x86 - ตอนนี้บางแอปพลิเคชันถูกออกแบบให้ทำงานบน Arm ก่อน แล้วจึงพอร์ตไป x86 ✅ Google และ Microsoft เริ่มออกแบบ CPU ศูนย์ข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยี Arm - แม้ว่าการพัฒนาอยู่ในช่วงต้น Amazon ยังคงนำหน้าในส่วนนี้ - Meta รายงานว่า Arm กำลังพัฒนา CPU สำหรับระบบ Cloud ของ Meta แต่ยังไม่มีข้อมูลการใช้งานจริง ✅ Arm มี Compute Subsystems (CSS) ให้บริษัทอื่นสร้าง CPU ได้ง่ายขึ้น - ช่วยให้บริษัทสามารถออกแบบ CPU สำหรับศูนย์ข้อมูลของตนเอง ได้อย่างรวดเร็ว - อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ Arm ขยายส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็ว https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/arm-aims-to-capture-50-percent-of-data-center-cpu-market-in-2025
    0 Comments 0 Shares 143 Views 0 Reviews
  • Intel กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ภายใต้ CEO Lip-Bu Tan ซึ่งเน้นสร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้า และปรับตัวให้เหมาะกับธุรกิจโรงงานผลิตชิป Tan เตรียมเดินหน้าสู่ การผลิต High-Volume ของ Panther Lake บนเทคโนโลยี 18A พร้อมมุ่งเน้นการจ้างงานและวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ขณะที่เขาตัดสินใจเก็บธุรกิจโรงงานไว้โดยไม่แยกออกเป็นบริษัทอิสระ

    ✅ ความท้าทายของ Intel กับธุรกิจ Foundry
    - Intel ถูกวิจารณ์มานานว่า ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าได้
    - ปี 2011 Tim Cook เคยบอกกับ Morris Chang (ผู้ก่อตั้ง TSMC) ว่า Intel "ไม่เข้าใจการทำธุรกิจโรงงานผลิตชิป"
    - จุดนี้ทำให้ TSMC กลายเป็นผู้นำตลาด โดยสามารถรองรับลูกค้ารายใหญ่เช่น Apple และ Nvidia

    ✅ Lip-Bu Tan ต้องการปรับโครงสร้างเพื่อดึงลูกค้ากลับมา
    - Tan กล่าวว่า "Foundry เป็นธุรกิจบริการ และต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า"
    - เขาเชื่อว่า ลูกค้าแต่ละรายมีรูปแบบการออกแบบชิปที่แตกต่างกัน และ Intel ต้อง เรียนรู้วิธีปรับตัวให้เข้ากับแต่ละบริษัท
    - กลยุทธ์นี้เคยประสบความสำเร็จในยุคที่เขาเป็น CEO ของ Cadence

    ✅ Intel ไม่ได้ยอมแพ้—เตรียมเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่
    - Tan กล่าวว่า Intel พร้อมเข้าสู่การผลิตขนาดใหญ่ (High-Volume Production) ของ Panther Lake บนเทคโนโลยี 18A ในปีนี้
    - นอกจากนี้ Intel กำลังทำงานบน 14A Node ซึ่งจะเป็นเทคโนโลยีระดับสูงกว่า

    ✅ มุ่งเน้นการจ้างงานและฟื้นฟูวัฒนธรรมองค์กร
    - Tan มองว่า Intel สูญเสียบุคลากรสำคัญไปหลายปี และเขาต้องการดึงวิศวกรชั้นนำกลับมา
    - เป้าหมายคือ สร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม

    ✅ Intel จะเก็บธุรกิจโรงงานไว้—ไม่แยกออกเป็นบริษัทอิสระ
    - ก่อนที่ Tan จะรับตำแหน่ง CEO มีข่าวลือว่า Intel อาจแยกธุรกิจโรงงานออกจากกันเพื่อเพิ่มผลกำไร
    - อย่างไรก็ตาม หลังจากสุนทรพจน์ครั้งแรกของ Tan ดูเหมือนว่า เขาจะพยายามรักษาธุรกิจนี้ไว้และดึงลูกค้ากลับมา

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/lip-bu-tans-first-speech-as-intel-ceo-focuses-on-innovation-and-working-with-foundry-customers
    Intel กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ภายใต้ CEO Lip-Bu Tan ซึ่งเน้นสร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้า และปรับตัวให้เหมาะกับธุรกิจโรงงานผลิตชิป Tan เตรียมเดินหน้าสู่ การผลิต High-Volume ของ Panther Lake บนเทคโนโลยี 18A พร้อมมุ่งเน้นการจ้างงานและวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ขณะที่เขาตัดสินใจเก็บธุรกิจโรงงานไว้โดยไม่แยกออกเป็นบริษัทอิสระ ✅ ความท้าทายของ Intel กับธุรกิจ Foundry - Intel ถูกวิจารณ์มานานว่า ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าได้ - ปี 2011 Tim Cook เคยบอกกับ Morris Chang (ผู้ก่อตั้ง TSMC) ว่า Intel "ไม่เข้าใจการทำธุรกิจโรงงานผลิตชิป" - จุดนี้ทำให้ TSMC กลายเป็นผู้นำตลาด โดยสามารถรองรับลูกค้ารายใหญ่เช่น Apple และ Nvidia ✅ Lip-Bu Tan ต้องการปรับโครงสร้างเพื่อดึงลูกค้ากลับมา - Tan กล่าวว่า "Foundry เป็นธุรกิจบริการ และต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า" - เขาเชื่อว่า ลูกค้าแต่ละรายมีรูปแบบการออกแบบชิปที่แตกต่างกัน และ Intel ต้อง เรียนรู้วิธีปรับตัวให้เข้ากับแต่ละบริษัท - กลยุทธ์นี้เคยประสบความสำเร็จในยุคที่เขาเป็น CEO ของ Cadence ✅ Intel ไม่ได้ยอมแพ้—เตรียมเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ - Tan กล่าวว่า Intel พร้อมเข้าสู่การผลิตขนาดใหญ่ (High-Volume Production) ของ Panther Lake บนเทคโนโลยี 18A ในปีนี้ - นอกจากนี้ Intel กำลังทำงานบน 14A Node ซึ่งจะเป็นเทคโนโลยีระดับสูงกว่า ✅ มุ่งเน้นการจ้างงานและฟื้นฟูวัฒนธรรมองค์กร - Tan มองว่า Intel สูญเสียบุคลากรสำคัญไปหลายปี และเขาต้องการดึงวิศวกรชั้นนำกลับมา - เป้าหมายคือ สร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ✅ Intel จะเก็บธุรกิจโรงงานไว้—ไม่แยกออกเป็นบริษัทอิสระ - ก่อนที่ Tan จะรับตำแหน่ง CEO มีข่าวลือว่า Intel อาจแยกธุรกิจโรงงานออกจากกันเพื่อเพิ่มผลกำไร - อย่างไรก็ตาม หลังจากสุนทรพจน์ครั้งแรกของ Tan ดูเหมือนว่า เขาจะพยายามรักษาธุรกิจนี้ไว้และดึงลูกค้ากลับมา https://www.tomshardware.com/tech-industry/lip-bu-tans-first-speech-as-intel-ceo-focuses-on-innovation-and-working-with-foundry-customers
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Lip-Bu Tan's first speech as Intel CEO focuses on innovation and working with foundry customers
    “I can’t do it alone: I need your help as a customer — give me honest feedback.”
    0 Comments 0 Shares 215 Views 0 Reviews
More Results