• AI หน้าเหมือนคนจนแยกไม่ออก แต่แค่ฝึก 5 นาทีช่วยให้จับผิดได้ดีขึ้น!

    งานวิจัยใหม่จากสหราชอาณาจักรเผยให้เห็นความจริงที่น่าตกใจ—แม้แต่คนที่มีทักษะจดจำใบหน้าดีเป็นพิเศษก็ยังถูก “ใบหน้าที่สร้างด้วย AI” หลอกได้ง่ายกว่าที่คิด แต่ข่าวดีคือ เพียงแค่การฝึกสั้น ๆ ประมาณ 5 นาที ก็สามารถเพิ่มความสามารถในการแยกแยะใบหน้าปลอมได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มที่เรียกว่า super-recognizers ซึ่งเป็นคนที่มีความสามารถด้านการจำใบหน้าสูงกว่าค่าเฉลี่ยมาก

    การทดลองนี้ใช้กลุ่มอาสาสมัครกว่า 664 คน แบ่งเป็นคนทั่วไปและกลุ่ม super-recognizers ทั้งสองกลุ่มต้องทำภารกิจสองแบบ—แบบแรกคือดูใบหน้าเดียวแล้วตัดสินว่าเป็นของจริงหรือ AI ส่วนแบบที่สองคือดูใบหน้าคู่กันแล้วเลือกว่าภาพไหนเป็นของปลอม ผลลัพธ์ชี้ชัดว่าแม้แต่คนที่เก่งที่สุดก็ยังถูกหลอกได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้รับการฝึกมาก่อน

    หลังจากได้รับการฝึกสั้น ๆ ซึ่งสอนให้สังเกต “จุดผิดปกติ” เช่น ฟันที่หายไป เส้นผมที่เบลอ หรือผิวที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ กลุ่ม super‑recognizers มีความแม่นยำเพิ่มขึ้นเป็น 64% ในการจับภาพปลอม ส่วนคนทั่วไปเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็นระดับใกล้เคียงการเดาแบบสุ่ม แต่ก็ยังถือว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างทักษะป้องกันการถูกหลอกด้วยภาพปลอมในโลกออนไลน์

    นักวิจัยเตือนว่า AI สร้างภาพได้เร็วขึ้นและสมจริงขึ้นเรื่อย ๆ จนถูกนำไปใช้ในโปรไฟล์ปลอม การหลอกลวงออนไลน์ และการขโมยตัวตน การฝึกให้ผู้คนรู้จักสังเกตสัญญาณเล็ก ๆ เหล่านี้จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยดิจิทัลในยุคที่ภาพปลอมแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่งานวิจัยพบ
    ทั้งคนทั่วไปและ super‑recognizers ถูกภาพใบหน้า AI หลอกได้ง่ายมาก
    การฝึกเพียง 5 นาทีช่วยเพิ่มความแม่นยำของ super‑recognizers เป็น 64%
    เทคนิคการฝึกเน้นสังเกตความผิดปกติ เช่น ฟันหาย เส้นผมเบลอ ผิวไม่เนียน
    AI ใช้ GAN ในการสร้างใบหน้าที่สมจริงจนเกินกว่าที่มนุษย์จะแยกออกได้ง่าย

    คำเตือนและความเสี่ยง
    ภาพปลอมถูกใช้ในโปรไฟล์เดทปลอม การหลอกลวง และการขโมยตัวตนออนไลน์
    คนทั่วไปแทบไม่สามารถแยกภาพปลอมได้ดีกว่าการเดาแบบสุ่ม
    ความสมจริงของภาพ AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้การตรวจจับยากขึ้นเรื่อย ๆ
    การพึ่งพา AI ตรวจจับภาพปลอมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในอนาคต

    https://www.sciencealert.com/ai-faces-fool-most-of-us-but-5-minutes-of-training-may-help-you-spot-fakes
    🤖 AI หน้าเหมือนคนจนแยกไม่ออก แต่แค่ฝึก 5 นาทีช่วยให้จับผิดได้ดีขึ้น! งานวิจัยใหม่จากสหราชอาณาจักรเผยให้เห็นความจริงที่น่าตกใจ—แม้แต่คนที่มีทักษะจดจำใบหน้าดีเป็นพิเศษก็ยังถูก “ใบหน้าที่สร้างด้วย AI” หลอกได้ง่ายกว่าที่คิด แต่ข่าวดีคือ เพียงแค่การฝึกสั้น ๆ ประมาณ 5 นาที ก็สามารถเพิ่มความสามารถในการแยกแยะใบหน้าปลอมได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มที่เรียกว่า super-recognizers ซึ่งเป็นคนที่มีความสามารถด้านการจำใบหน้าสูงกว่าค่าเฉลี่ยมาก การทดลองนี้ใช้กลุ่มอาสาสมัครกว่า 664 คน แบ่งเป็นคนทั่วไปและกลุ่ม super-recognizers ทั้งสองกลุ่มต้องทำภารกิจสองแบบ—แบบแรกคือดูใบหน้าเดียวแล้วตัดสินว่าเป็นของจริงหรือ AI ส่วนแบบที่สองคือดูใบหน้าคู่กันแล้วเลือกว่าภาพไหนเป็นของปลอม ผลลัพธ์ชี้ชัดว่าแม้แต่คนที่เก่งที่สุดก็ยังถูกหลอกได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้รับการฝึกมาก่อน หลังจากได้รับการฝึกสั้น ๆ ซึ่งสอนให้สังเกต “จุดผิดปกติ” เช่น ฟันที่หายไป เส้นผมที่เบลอ หรือผิวที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ กลุ่ม super‑recognizers มีความแม่นยำเพิ่มขึ้นเป็น 64% ในการจับภาพปลอม ส่วนคนทั่วไปเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็นระดับใกล้เคียงการเดาแบบสุ่ม แต่ก็ยังถือว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างทักษะป้องกันการถูกหลอกด้วยภาพปลอมในโลกออนไลน์ นักวิจัยเตือนว่า AI สร้างภาพได้เร็วขึ้นและสมจริงขึ้นเรื่อย ๆ จนถูกนำไปใช้ในโปรไฟล์ปลอม การหลอกลวงออนไลน์ และการขโมยตัวตน การฝึกให้ผู้คนรู้จักสังเกตสัญญาณเล็ก ๆ เหล่านี้จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยดิจิทัลในยุคที่ภาพปลอมแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่งานวิจัยพบ ➡️ ทั้งคนทั่วไปและ super‑recognizers ถูกภาพใบหน้า AI หลอกได้ง่ายมาก ➡️ การฝึกเพียง 5 นาทีช่วยเพิ่มความแม่นยำของ super‑recognizers เป็น 64% ➡️ เทคนิคการฝึกเน้นสังเกตความผิดปกติ เช่น ฟันหาย เส้นผมเบลอ ผิวไม่เนียน ➡️ AI ใช้ GAN ในการสร้างใบหน้าที่สมจริงจนเกินกว่าที่มนุษย์จะแยกออกได้ง่าย ‼️ คำเตือนและความเสี่ยง ⛔ ภาพปลอมถูกใช้ในโปรไฟล์เดทปลอม การหลอกลวง และการขโมยตัวตนออนไลน์ ⛔ คนทั่วไปแทบไม่สามารถแยกภาพปลอมได้ดีกว่าการเดาแบบสุ่ม ⛔ ความสมจริงของภาพ AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้การตรวจจับยากขึ้นเรื่อย ๆ ⛔ การพึ่งพา AI ตรวจจับภาพปลอมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในอนาคต https://www.sciencealert.com/ai-faces-fool-most-of-us-but-5-minutes-of-training-may-help-you-spot-fakes
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    AI Faces Fool Most of Us, But 5 Minutes of Training May Help You Spot Fakes
    AI image generators have become remarkably proficient in a very short period, capable of creating faces that are considered to be more realistic than the real thing.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 52 มุมมอง 0 รีวิว
  • ออกกำลังกายแค่ 10 นาที จุดสัญญาณต้านมะเร็งในร่างกายได้จริง

    งานวิจัยใหม่ที่ถูกเผยแพร่ล่าสุดชี้ให้เห็นว่า การออกกำลังกายแบบหนักเพียง 10 นาที สามารถกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพในเลือดที่ช่วย ชะลอการเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ได้ทันที นักวิจัยพบว่าหลังจากการปั่นจักรยานอย่างเข้มข้น ร่างกายจะปล่อยโมเลกุลที่ช่วยซ่อมแซม DNA และลดการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของมะเร็ง ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญที่อาจนำไปสู่การพัฒนายารักษาแบบใหม่ในอนาคต

    การทดลองนี้ทำกับอาสาสมัครอายุ 50–78 ปีที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงกว่าเฉลี่ย หลังออกกำลังกาย นักวิจัยนำซีรั่มเลือดไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ในห้องแล็บ และพบการเปลี่ยนแปลงของยีนและสัญญาณการซ่อมแซม DNA ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน แม้จะเป็นเพียงการทดลองในระดับเซลล์ แต่ผลลัพธ์นี้ถือว่าน่าตื่นเต้นมาก

    สิ่งที่โดดเด่นคือ สัญญาณต้านมะเร็งเกิดขึ้นแม้จะออกกำลังกายเพียงครั้งเดียว ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน ทำให้แนวคิด “ออกกำลังกายสั้นแต่หนัก” (vigorous short bursts) กลายเป็นประเด็นที่วงการแพทย์เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น เพราะอาจช่วยให้คนทั่วไปเข้าถึงประโยชน์ด้านสุขภาพได้ง่ายกว่าเดิม

    อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่านี่เป็นเพียงก้าวแรก ผลลัพธ์ยังไม่ได้พิสูจน์ในมนุษย์จริง และยังต้องศึกษาระยะยาวเพิ่มเติม แต่ก็เพียงพอที่จะย้ำว่า แม้แค่ 10 นาทีต่อวันก็อาจช่วยปกป้องสุขภาพได้มากกว่าที่คิด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่งานวิจัยพบ
    ออกกำลังกายหนัก 10 นาที กระตุ้นโมเลกุลที่ช่วยซ่อมแซม DNA
    ลดการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของมะเร็ง
    ซีรั่มหลังออกกำลังกายมีผลชะลอเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ในห้องแล็บ

    ความหมายต่อสุขภาพของเรา
    แม้ออกกำลังกายสั้น ๆ ก็ให้ผลดีต่อร่างกาย
    อาจนำไปสู่การพัฒนายาเลียนแบบผลของการออกกำลังกายในอนาคต
    ช่วยย้ำความสำคัญของการเคลื่อนไหวร่างกายทุกวัน

    ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องระวัง
    การทดลองทำในระดับเซลล์ ไม่ใช่ในมนุษย์จริง
    ยังไม่รู้ผลระยะยาวของการออกกำลังกายแบบสั้นแต่หนัก
    ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้เป็นแนวทางรักษา

    https://www.sciencealert.com/10-minute-bursts-of-exercise-can-trigger-anti-cancer-signals-in-the-body
    🚴‍♂️✨ ออกกำลังกายแค่ 10 นาที จุดสัญญาณต้านมะเร็งในร่างกายได้จริง งานวิจัยใหม่ที่ถูกเผยแพร่ล่าสุดชี้ให้เห็นว่า การออกกำลังกายแบบหนักเพียง 10 นาที สามารถกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพในเลือดที่ช่วย ชะลอการเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ได้ทันที นักวิจัยพบว่าหลังจากการปั่นจักรยานอย่างเข้มข้น ร่างกายจะปล่อยโมเลกุลที่ช่วยซ่อมแซม DNA และลดการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของมะเร็ง ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญที่อาจนำไปสู่การพัฒนายารักษาแบบใหม่ในอนาคต การทดลองนี้ทำกับอาสาสมัครอายุ 50–78 ปีที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงกว่าเฉลี่ย หลังออกกำลังกาย นักวิจัยนำซีรั่มเลือดไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ในห้องแล็บ และพบการเปลี่ยนแปลงของยีนและสัญญาณการซ่อมแซม DNA ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน แม้จะเป็นเพียงการทดลองในระดับเซลล์ แต่ผลลัพธ์นี้ถือว่าน่าตื่นเต้นมาก สิ่งที่โดดเด่นคือ สัญญาณต้านมะเร็งเกิดขึ้นแม้จะออกกำลังกายเพียงครั้งเดียว ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน ทำให้แนวคิด “ออกกำลังกายสั้นแต่หนัก” (vigorous short bursts) กลายเป็นประเด็นที่วงการแพทย์เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น เพราะอาจช่วยให้คนทั่วไปเข้าถึงประโยชน์ด้านสุขภาพได้ง่ายกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่านี่เป็นเพียงก้าวแรก ผลลัพธ์ยังไม่ได้พิสูจน์ในมนุษย์จริง และยังต้องศึกษาระยะยาวเพิ่มเติม แต่ก็เพียงพอที่จะย้ำว่า แม้แค่ 10 นาทีต่อวันก็อาจช่วยปกป้องสุขภาพได้มากกว่าที่คิด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่งานวิจัยพบ ➡️ ออกกำลังกายหนัก 10 นาที กระตุ้นโมเลกุลที่ช่วยซ่อมแซม DNA ➡️ ลดการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของมะเร็ง ➡️ ซีรั่มหลังออกกำลังกายมีผลชะลอเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ในห้องแล็บ ✅ ความหมายต่อสุขภาพของเรา ➡️ แม้ออกกำลังกายสั้น ๆ ก็ให้ผลดีต่อร่างกาย ➡️ อาจนำไปสู่การพัฒนายาเลียนแบบผลของการออกกำลังกายในอนาคต ➡️ ช่วยย้ำความสำคัญของการเคลื่อนไหวร่างกายทุกวัน ‼️ ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องระวัง ⛔ การทดลองทำในระดับเซลล์ ไม่ใช่ในมนุษย์จริง ⛔ ยังไม่รู้ผลระยะยาวของการออกกำลังกายแบบสั้นแต่หนัก ⛔ ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้เป็นแนวทางรักษา https://www.sciencealert.com/10-minute-bursts-of-exercise-can-trigger-anti-cancer-signals-in-the-body
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    10-Minute Bursts of Exercise Can Trigger Anti-Cancer Signals in The Body
    Evidence suggests regular exercise can help tackle cancer, and a new study finds that cancer-fighting biological changes can be triggered in the body after just 10 minutes of intense cycling.
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 189 มุมมอง 0 รีวิว
  • Debian ขาดทีมดูแลข้อมูลส่วนบุคคล — โครงการเปิดรับอาสาสมัครด่วน

    Debian ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรเจกต์โอเพ่นซอร์สที่สำคัญที่สุดของโลก กำลังเผชิญปัญหาใหญ่เมื่อ ทีม Data Protection Team ยุติบทบาททั้งหมด ทำให้ไม่มีผู้รับผิดชอบด้านคำขอข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายยุโรป (GDPR) อีกต่อไป สถานการณ์นี้ทำให้ Debian Project Leader ต้องออกมาขอความช่วยเหลือจากชุมชนโดยตรง

    ทีมนี้มีบทบาทสำคัญตั้งแต่ปี 2018 ในการจัดทำ นโยบายความเป็นส่วนตัว, ตอบคำถามจากบุคคลภายนอกเกี่ยวกับข้อมูลที่ Debian เก็บไว้ และให้คำปรึกษาแก่ทีมภายในเกี่ยวกับข้อกำหนดด้านข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อสมาชิกทั้งสามคนถอนตัวออกจากตำแหน่งพร้อมกัน ทำให้ภาระทั้งหมดตกอยู่ที่ผู้นำโครงการเพียงคนเดียว ซึ่งไม่สามารถรองรับปริมาณงานได้ในระยะยาว

    การไม่มีทีมดูแลข้อมูลส่วนบุคคลอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของ Debian ในฐานะระบบปฏิบัติการที่ถูกใช้งานในองค์กรจำนวนมากทั่วโลก ทั้งในเซิร์ฟเวอร์, โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และดิสโทรลูกอย่าง Ubuntu หากไม่สามารถตอบสนองคำขอด้านข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามกฎหมาย อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายหรือความเสี่ยงด้านความเชื่อมั่นของผู้ใช้

    Debian จึงประกาศเชิญชวนผู้ที่สนใจด้านความเป็นส่วนตัวและกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลเข้าร่วมเป็นอาสาสมัคร โดยต้องเป็นผู้ที่สามารถอุทิศเวลาให้กับงานที่ละเอียดอ่อนและต้องรับผิดชอบสูง เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและรักษามาตรฐานความปลอดภัยของผู้ใช้ทั่วโลก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ทีม Data Protection Team ของ Debian ยุติบทบาททั้งหมด
    ไม่มีผู้ดูแลคำขอข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย GDPR

    ทีมนี้มีหน้าที่จัดทำและดูแลนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Debian
    รวมถึงตอบคำถามจากบุคคลภายนอกเกี่ยวกับข้อมูลที่ Debian เก็บ

    Debian Project Leader ต้องรับภาระงานทั้งหมดชั่วคราว
    ซึ่งไม่สามารถรองรับได้ในระยะยาว

    Debian เปิดรับอาสาสมัครใหม่เพื่อเข้ามารับหน้าที่นี้
    ต้องเป็นผู้ที่มีเวลาและความรับผิดชอบสูง

    คำเตือน / ความเสี่ยง
    การไม่มีทีมดูแลข้อมูลส่วนบุคคลอาจทำให้ Debian เสี่ยงต่อการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย GDPR
    อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายหรือค่าปรับ

    ความล่าช้าในการตอบคำขอข้อมูลส่วนบุคคลอาจกระทบความเชื่อมั่นของผู้ใช้
    โดยเฉพาะองค์กรที่ใช้ Debian ในระบบสำคัญ

    ภาระงานตกอยู่ที่ผู้นำโครงการเพียงคนเดียว
    เสี่ยงต่อความผิดพลาดหรือการตอบสนองไม่ทันต่อคำขอจำนวนมาก

    https://itsfoss.com/news/debian-data-protection-team/
    📰 🛡️ Debian ขาดทีมดูแลข้อมูลส่วนบุคคล — โครงการเปิดรับอาสาสมัครด่วน Debian ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรเจกต์โอเพ่นซอร์สที่สำคัญที่สุดของโลก กำลังเผชิญปัญหาใหญ่เมื่อ ทีม Data Protection Team ยุติบทบาททั้งหมด ทำให้ไม่มีผู้รับผิดชอบด้านคำขอข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายยุโรป (GDPR) อีกต่อไป สถานการณ์นี้ทำให้ Debian Project Leader ต้องออกมาขอความช่วยเหลือจากชุมชนโดยตรง ทีมนี้มีบทบาทสำคัญตั้งแต่ปี 2018 ในการจัดทำ นโยบายความเป็นส่วนตัว, ตอบคำถามจากบุคคลภายนอกเกี่ยวกับข้อมูลที่ Debian เก็บไว้ และให้คำปรึกษาแก่ทีมภายในเกี่ยวกับข้อกำหนดด้านข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อสมาชิกทั้งสามคนถอนตัวออกจากตำแหน่งพร้อมกัน ทำให้ภาระทั้งหมดตกอยู่ที่ผู้นำโครงการเพียงคนเดียว ซึ่งไม่สามารถรองรับปริมาณงานได้ในระยะยาว การไม่มีทีมดูแลข้อมูลส่วนบุคคลอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของ Debian ในฐานะระบบปฏิบัติการที่ถูกใช้งานในองค์กรจำนวนมากทั่วโลก ทั้งในเซิร์ฟเวอร์, โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และดิสโทรลูกอย่าง Ubuntu หากไม่สามารถตอบสนองคำขอด้านข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามกฎหมาย อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายหรือความเสี่ยงด้านความเชื่อมั่นของผู้ใช้ Debian จึงประกาศเชิญชวนผู้ที่สนใจด้านความเป็นส่วนตัวและกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลเข้าร่วมเป็นอาสาสมัคร โดยต้องเป็นผู้ที่สามารถอุทิศเวลาให้กับงานที่ละเอียดอ่อนและต้องรับผิดชอบสูง เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและรักษามาตรฐานความปลอดภัยของผู้ใช้ทั่วโลก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ทีม Data Protection Team ของ Debian ยุติบทบาททั้งหมด ➡️ ไม่มีผู้ดูแลคำขอข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย GDPR ✅ ทีมนี้มีหน้าที่จัดทำและดูแลนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Debian ➡️ รวมถึงตอบคำถามจากบุคคลภายนอกเกี่ยวกับข้อมูลที่ Debian เก็บ ✅ Debian Project Leader ต้องรับภาระงานทั้งหมดชั่วคราว ➡️ ซึ่งไม่สามารถรองรับได้ในระยะยาว ✅ Debian เปิดรับอาสาสมัครใหม่เพื่อเข้ามารับหน้าที่นี้ ➡️ ต้องเป็นผู้ที่มีเวลาและความรับผิดชอบสูง คำเตือน / ความเสี่ยง ‼️ การไม่มีทีมดูแลข้อมูลส่วนบุคคลอาจทำให้ Debian เสี่ยงต่อการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย GDPR ⛔ อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายหรือค่าปรับ ‼️ ความล่าช้าในการตอบคำขอข้อมูลส่วนบุคคลอาจกระทบความเชื่อมั่นของผู้ใช้ ⛔ โดยเฉพาะองค์กรที่ใช้ Debian ในระบบสำคัญ ‼️ ภาระงานตกอยู่ที่ผู้นำโครงการเพียงคนเดียว ⛔ เสี่ยงต่อความผิดพลาดหรือการตอบสนองไม่ทันต่อคำขอจำนวนมาก https://itsfoss.com/news/debian-data-protection-team/
    ITSFOSS.COM
    Debian's Data Protection Team is No More, Maybe You Can Help?
    With no one left to handle data protection requests, the project is looking for new volunteers.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 117 มุมมอง 0 รีวิว
  • นายสุทัศน์ มีศิริ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.นนทบุรี เขต 6 พรรคประชาชน ทำหนังสือชี้แจงต่อคณะกรรมการพรรคจังหวัด กรณีมีคลิปทีมงานชูนิ้วกลางใส่คู่แข่งทางการเมือง ระบุบุคคลในคลิปไม่ใช่ผู้ช่วยหาเสียงของพรรค แต่เป็นเพียงอาสาสมัครชั่วคราว.
    .
    นายสุทัศน์ยืนยันว่า ไม่เคยสั่งการหรือสนับสนุนพฤติกรรมดังกล่าว พร้อมชี้ว่าการกระทำเป็นเรื่องส่วนบุคคล และขัดกับนโยบายการหาเสียงของพรรคที่เน้นความสุภาพและสร้างสรรค์ โดยได้สั่งยุติการทำหน้าที่ของอาสาสมัครรายดังกล่าวทันที.
    .
    ผู้สมัครพรรคประชาชนยังตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของเหตุการณ์ ทั้งจังหวะการปรากฏตัว การบันทึกภาพ และพฤติกรรมที่ผิดวิสัยอาสาสมัคร จนเชื่อว่าอาจเป็นแผนดิสเครดิตทางการเมือง พร้อมยืนยันความพร้อมให้พรรคตรวจสอบตามขั้นตอน.
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001201
    .
    #News1live #News1 #พรรคประชาชน #การเมืองนนทบุรี #หาเสียงเลือกตั้ง #ชี้แจง
    นายสุทัศน์ มีศิริ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.นนทบุรี เขต 6 พรรคประชาชน ทำหนังสือชี้แจงต่อคณะกรรมการพรรคจังหวัด กรณีมีคลิปทีมงานชูนิ้วกลางใส่คู่แข่งทางการเมือง ระบุบุคคลในคลิปไม่ใช่ผู้ช่วยหาเสียงของพรรค แต่เป็นเพียงอาสาสมัครชั่วคราว. . นายสุทัศน์ยืนยันว่า ไม่เคยสั่งการหรือสนับสนุนพฤติกรรมดังกล่าว พร้อมชี้ว่าการกระทำเป็นเรื่องส่วนบุคคล และขัดกับนโยบายการหาเสียงของพรรคที่เน้นความสุภาพและสร้างสรรค์ โดยได้สั่งยุติการทำหน้าที่ของอาสาสมัครรายดังกล่าวทันที. . ผู้สมัครพรรคประชาชนยังตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของเหตุการณ์ ทั้งจังหวะการปรากฏตัว การบันทึกภาพ และพฤติกรรมที่ผิดวิสัยอาสาสมัคร จนเชื่อว่าอาจเป็นแผนดิสเครดิตทางการเมือง พร้อมยืนยันความพร้อมให้พรรคตรวจสอบตามขั้นตอน. . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001201 . #News1live #News1 #พรรคประชาชน #การเมืองนนทบุรี #หาเสียงเลือกตั้ง #ชี้แจง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 270 มุมมอง 0 รีวิว
  • การกะพริบตา อาจเป็นสัญญาณบอกได้ว่าคนกำลังตั้งใจฟังหรือไม่

    นักวิจัยพบว่าเมื่อเราฟังใครพูด โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน เรามักจะกะพริบตาน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ การลดจำนวนครั้งที่กะพริบตาเกิดขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการพลาดข้อมูลสำคัญที่เข้ามาในสมอง

    การทดลองและผลลัพธ์
    ทีมวิจัยทำการทดลองกับอาสาสมัคร 49 คน โดยให้ฟังประโยคที่ถูกอ่านออกเสียงในสภาพแวดล้อมที่มีการปรับแสงและเสียงรบกวน ผลปรากฏว่าอัตราการกะพริบตาลดลงชัดเจนระหว่างการฟัง และยิ่งเสียงรบกวนมาก อัตราการกะพริบตายิ่งลดลง

    กลไกที่เชื่อมโยงการฟังกับการกะพริบ
    นักวิทยาศาสตร์เสนอว่า การกะพริบตาน้อยลงอาจเป็นกลไกที่สมองใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียข้อมูลทั้งทางสายตาและการได้ยิน คล้ายกับการ “หยุดพักทางจิตใจ” เพื่อประมวลผลข้อมูลที่ได้รับ

    ความเป็นไปได้ในอนาคต
    หากมีการศึกษาเพิ่มเติม รูปแบบการกะพริบตาอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือใหม่ในการวัดภาระทางสมองและการประมวลผลข้อมูล เช่นเดียวกับการใช้การพูดหรือการได้ยินเป็นตัวชี้วัดในปัจจุบัน

    สรุปสาระสำคัญ
    การค้นพบใหม่
    คนกะพริบตาน้อยลงเมื่อฟังข้อมูลสำคัญ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมมีเสียงรบกวน

    การทดลอง
    อาสาสมัคร 49 คนถูกทดสอบในสภาพแสงและเสียงต่าง ๆ

    กลไกสมอง
    การกะพริบตาน้อยลงช่วยลดการสูญเสียข้อมูลทั้งภาพและเสียง

    ศักยภาพการประยุกต์ใช้
    อาจใช้รูปแบบการกะพริบตาเป็นเครื่องมือวัดภาระทางสมองในอนาคต

    ข้อจำกัดของงานวิจัย
    ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างการกะพริบตากับการฟัง

    ความเสี่ยงในการตีความ
    การกะพริบตาอาจได้รับอิทธิพลจากปัจจัยอื่น เช่น ความแห้งของตา หรือสภาพร่างกาย

    https://www.sciencealert.com/want-to-know-if-somebody-is-truly-listening-count-their-blinks
    👀 การกะพริบตา อาจเป็นสัญญาณบอกได้ว่าคนกำลังตั้งใจฟังหรือไม่ นักวิจัยพบว่าเมื่อเราฟังใครพูด โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน เรามักจะกะพริบตาน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ การลดจำนวนครั้งที่กะพริบตาเกิดขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการพลาดข้อมูลสำคัญที่เข้ามาในสมอง 🔬 การทดลองและผลลัพธ์ ทีมวิจัยทำการทดลองกับอาสาสมัคร 49 คน โดยให้ฟังประโยคที่ถูกอ่านออกเสียงในสภาพแวดล้อมที่มีการปรับแสงและเสียงรบกวน ผลปรากฏว่าอัตราการกะพริบตาลดลงชัดเจนระหว่างการฟัง และยิ่งเสียงรบกวนมาก อัตราการกะพริบตายิ่งลดลง 🧠 กลไกที่เชื่อมโยงการฟังกับการกะพริบ นักวิทยาศาสตร์เสนอว่า การกะพริบตาน้อยลงอาจเป็นกลไกที่สมองใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียข้อมูลทั้งทางสายตาและการได้ยิน คล้ายกับการ “หยุดพักทางจิตใจ” เพื่อประมวลผลข้อมูลที่ได้รับ 🌍 ความเป็นไปได้ในอนาคต หากมีการศึกษาเพิ่มเติม รูปแบบการกะพริบตาอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือใหม่ในการวัดภาระทางสมองและการประมวลผลข้อมูล เช่นเดียวกับการใช้การพูดหรือการได้ยินเป็นตัวชี้วัดในปัจจุบัน 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ การค้นพบใหม่ ➡️ คนกะพริบตาน้อยลงเมื่อฟังข้อมูลสำคัญ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมมีเสียงรบกวน ✅ การทดลอง ➡️ อาสาสมัคร 49 คนถูกทดสอบในสภาพแสงและเสียงต่าง ๆ ✅ กลไกสมอง ➡️ การกะพริบตาน้อยลงช่วยลดการสูญเสียข้อมูลทั้งภาพและเสียง ✅ ศักยภาพการประยุกต์ใช้ ➡️ อาจใช้รูปแบบการกะพริบตาเป็นเครื่องมือวัดภาระทางสมองในอนาคต ‼️ ข้อจำกัดของงานวิจัย ⛔ ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างการกะพริบตากับการฟัง ‼️ ความเสี่ยงในการตีความ ⛔ การกะพริบตาอาจได้รับอิทธิพลจากปัจจัยอื่น เช่น ความแห้งของตา หรือสภาพร่างกาย https://www.sciencealert.com/want-to-know-if-somebody-is-truly-listening-count-their-blinks
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Want to Know if Somebody Is Truly Listening? Count Their Blinks.
    Blinking handles essential eye maintenance, and we usually blink multiple times a minute without thinking much about it, though you might be more self-conscious about your own after the results of a new study on their connection to cognitive load.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 275 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลองเชิง ตอนที่ 11

    “ลองเชิง”
    ตอน 11
    แค่ปัญหาเรื่องแก๊ส ระหว่าง ค่าย อิหร่าน อิรัค ซีเรีย กับค่าย กาตาร์ ซาอุ ตุรกี 2 ค่ายนี่ ก็ทำให้อเมริกาเต้นเป็นลิงเกาเห็บแล้ว ยังดันเพิ่มเรื่อง ของอิสราเอลเข้าไปอีกด้วย อย่างนี้ ซีเรีย ไม่เดือดก็ผิดสันดานนักล่า
    อิสราเอล แม้จะถูกอุ้มไปอยู่ในตะวันออกกลาง เป็นกาฝากอยู่แถวทะเลทราย แต่ไม่เคยโชคดีมีน้ำมันท่วมเหมือนพวกเจ้าของถิ่นเขา แต่แล้ว เวลาอะไรมันจะมา ไม่ว่าดี ว่าร้าย (ส่วนมากมักเป็นเรื่องร้าย) มักไม่ค่อยรู้ตัวล่วงหน้า ปี ค.ศ.2009 อิสราเอล ก็ได้ข่าวเหมือนกันว่า โนเบิล เอนเนอร์จี Noble Energy หุ้นส่วนจากเท็กซัส (ของใครนะ) ที่อิสราเอลร่วมทุนให้ทำการสำรวจแหล่งแก๊ส ก็เจอหลุมแก๊ส ทามาร์ Tamar ที่แถวไฮฟา Haifa ทางเหนือของอิสราเอล
    ทามาร์ นับเป็นหลุมแก๊สที่ใหญ่ที่สุด ที่เจอกันในปี ค.ศ.2009 และคาดว่า
    ทามาร์ จะให้ผลผลิตได้ ในปี ค.ศ.2012 อิสราเอลให้ชื่อหลุมแก็สนี้ว่า Leviathan ตามชื่อสัตว์ร้ายในทะเลในพระคัมภึร์ แถมคุยว่า สัตวร้ายตัวนี้ สามารถผลิตแก๊สเลี้ยงอิสราเอลไปได้เป็นร้อยปี
    ในช่วงก่อนเจอสัตว์ร้าย อิสราเอลต้องพึ่งแก๊สจากหลุม Yam Tethys ซึ่งผลิตเลี้ยงประเทศได้ประมา ณ 70% ของความต้องการ และคาดว่าไม่นานเกืน 3 ปี หลุมนี้ก็จะแห้งสนิท และอิสราเอลก็คงเหนื่อย แต่ตอนนี้ชะตาพลิกผัน นอกจากไม่ต้องหน้ามืด หาแเก๊สมาเพิ่มแล้ว อิสราเอลกลับจะกลายเป็นเสี่ยถังแก๊สขึ้นมาเสียอีกด้วย ดังนั้นข่าวเรื่องที่ศัตรูคู่อาฆาต อิหร่าน อิรัค เลบานอน จะจับมือกันต่อท่อแก๊สไปถึงยุโรป จึงเป็นเรื่องที่อิสราเอลไม่พอใจอย่างยิ่ง กำลังฝันหวาน จะหิ้วถังแก๊สไปขายแถวยุโรป เอาเงินมาตุนทอง ทำกำไรอีกต่อ ทำท่าจะไม่เป็นอย่างที่ฝัน เราหิ้วเป็นถัง พวกมันส่งไปทางท่อ จะไปทันมันยังไง โอ้ย ยิวปวดใจ
    คิดไปแล้ว อิหร่านเสี่ยนิวเคลียร์ของผม นี่ (ปีเตอร์) อู๋ จริงๆนะ มีทั้งนิวเคลียร์ มีทั้งน้ำมัน มีทั้งแก๊ส มิน่า ไอ้พวกใบตองแห้ง มันถึงน้ำลายไหลเยิ้มยืดหกออกมานอกปาก เวลานึกถึงดินแดนของเสี่ยนิวเคลียร์ แล้วแบบนี้ไอ้ใบตองแห้งมันจะปล่อยให้ลอยนวล ไปจับมือกับคุณพี่ปูติน กับ อาเฮียมังกรซ่อนเล็บได้ยังไง
    อิสราเอลคิดว่า ทางเดียวที่ จะหิ้วแก๊สไปขายยุโรปได้สดวกใจ ต้องให้ท่อส่งของเหล่าชีอะบรรลัยไปสิ้น แต่ช่วงนั้น กลุ่มมุสลิม บราเธอร์ฮูด ก็มาอยู่เต็มซีเรียแล้ว และมุสลิมบราเธอร์ฮูด ก็ไม่ถูกกับอิสราเอลอย่างแรง
    แล้วพวกมุสลิมบราเธอ์ฮูด นี่ มาอยู่ในซีเรียได้อย่างไรล่ะ
    ย้อนกลับไปตั้งแต่ ปี ค.ศ.1950 กว่า เป็นช่วงที่อเมริกาใช้สถานทูตอเมริกาในอิยิปต์ เหมือนเป็นสำนักงานซีไอเอ สาขา 2 ที่เอาไว้ดูแลจัดการตะวันออกกลางและอาฟริกา ให้เป็นไปตามความต้องการของอเมริกา อเมริกาเอาหัวหน้ามุสลิมบราเธอร์ฮูดชาวอิยิปต์ ลี้ภัยออกจากอิยิปป์มาฝากไว้ที่ซาอุดิอารเบีย และก็ทำให้กลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด ผสมพันธ์ุกับกลุ่มวาหะบีของซาอุดิอารเบีย เกิดเป็นนักรบเพื่อศาสนา จีฮาร์ด มุสลิมบราเธอร์ฮูด
    (โฮ้ย! ทำไมมึงมันช่างคิดแผนชั่วได้ตลอดเวลาอย่างนี่นะ ไม่รู้ชีวิตกูที่เหลือนี่ จะแฉความชั่วมึงหมดไหม)
    เมื่อความไม่สงบในซีเรียเริ่มใหม่ๆ ตุรกีรับหน้าที่ เป็นมือเป็นตีนให้กับอเมริกา เขาว่า ก่อนการเลือกตั้งปี ค.ศ.2011 ที่ทำให้พรรค AKP ของนาย ตอยับ เอร์โดดานชนะเลือกตั้ง ได้คุมเสียงข้างมากในสภา และได้เป็นนายกรัฐมนตรี สั่งการตุรกีได้ตามใจนั้น ราชวงศ์ซาอุด ที่ดูแลนักรบเพื่อศาสนา (แต่จริงๆ ดูเหมือนจะรบเพื่ออเมริกามากก ว่า) ได้มอบเงิน “สนับสนุน” ให้แก่พรรค AKP ของนายตอยับ ถึงหนึ่งหมื่นล้านเหรียญ หลังจากพรรค AKP ชนะขาดลอย นายตอยับ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีตุรกี มุสลิมบราเธอร์ฮูดก็ย้ายออกจากซาอุ ไปเข้าแถวออกันเต็ม อยู่ที่ชายแดนของตุรกีที่ติดกับซีเรีย
    ในเดือน ธันวาคม ค.ศ.2011 มีบทความของนาย Philip Giradi อดีตซีไอเอ สรุปว่า
    ….นาโต้ เข้าไปในซีเรียแล้ว โดยมีตุรกี ในฐานะตัวแทนของอเมริกา เป็นหัวหน้านำการรบ นาย Davutoglu รัฐมนตรีการต่างประเทศของตุรกี บอกว่า ประเทศเขาพร้อมบุกซีเรีย เพราะมีข้อตกลงกับประเทศตะวันตก ที่จะดำเนินการเช่นนั้น การบุกจะใช้หลักการเพื่อมนุษยธรรม(หลอก) นำหน้าเข้าไป เช่นเดียวกับวิธีการที่ใช้ตอนบุกลิเบีย และจะเริ่มโดยตั้งแนวเขตกันชน buffer zone ตลอดเส้นแนวเขตระหว่างตุรกี กับซีเรีย หลังจากนั้นก็จะขยายไปเรื่อยๆ และ อาเลปโป Aleppo เมืองใหญ่ของซีเรีย ก็จะกลายเป็นเป้าหมายใหญ่ ที่กลุ่มกบฏซีเรียจะไปยึดครอง
    ….เครื่องบินรบของนาโต้ ที่ไม่ติดเครื่องหมาย บินมาถึงฐานทัพทหารของตุรกี ที่อยู่ใกล้กับเมือง Iskenderum ที่อยู่เขตแดนของซีเรีย เพื่อขนอาวุธที่ยึดมาจากกัดดาฟี หลังจากฆ่าโหดกัดดาฟีไปแล้ว รวมทั้งบรรดาอาสาสมัคร (ที่มีใครจ่ายเงินสนับสนุนให้) ที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีเพื่อรบกับกองทหาร เป็นความสามารถที่ได้มาจากการฝึก เอาไว้สู้กับกองทัพของกัดดาฟี….
    …. ที่เมือง Iskenderum ยังมีหน่วยรบพิเศษของฝรั่งเศส และอังกฤษ คอยฝึก ให้กับกลุ่มกบฏของซีเรีย ขณะเดียวกัน ซีไอเอ และหน่วยรบพิเศษ ของอเมริกา ยังคอยเป็นพี่เลี้ยง และช่วยพากลุ่มกบฏ เลี่ยงการปะทะกับกองทัพของซีเรียอีกด้วย…..
    อเมริกาเอง ในช่วงนั้น ก็ดูเหมือนจะให้การสนับสนุนกลุ่มมุสลิม บราเธอร์ฮูด (MB) อย่างไม่ปิดบัง รู้กันทั่วว่า นาง Huma Abedin หัวหน้าฝ่ายบริหาร ของกระทรวงการต่างประเทศของอเมริกา สมัยที่คุณนายคลินตัน นางสิงห์สั่งฆ่า เป็นรัฐมนตรีนั้น นาง Abedin แสดงตัวอย่างเปิดเผยว่า มีความใกล้ชิดกับกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด และยังมีอีกหลายคน ที่อยู่วงในของคณะทำงานของนายโอบามา ก็สนับสนุนกลุ่ม MB ก็คงสรุปได้ว่า ช่วงนั้น อเมริกาใช้กลุ่ม MB เป็นตัวสกัดเส้นทางการสร้างท่อส่งของกลุ่มอิหร่านซีเรีย
    และขณะเดียวกับที่อเมริกาใช้ตุรกีออกหน้าเข้าฉากซีเรีย ทาง อิสราเอล ซึ่งพักนั้น ไม่ค่อยร้องเพลงทำนองเดียวกับโอ บามา แต่พอมีเรื่องท่อแก๊ส ของซีเรีย โผล่ขึ้นมา อิสราเอล ก็มาเข้าฉากด้วย พอตุรกีบุกซีเรียด้านหนึ่ง หน่วย Israel Defense Force (IDF) ก็สร้างแผนล่อ ด้วยการอัดกองกำลังเข้าไปที่ Golan Height ที่อยู่ตรงเขตแดนระหว่างอิสราเอลกับซีเรีย เพื่อให้ซีเรีย ห่วงหน้าพะวงหลัง
    แต่เรื่องที่ อเมริกา ใช้ตุรกีออกหน้า รวมทั้ง สมคบกับซาอุ คู่แข่ง ของอิสราเอล ในรายการถล่มซีเรียนี่ ก็ดูเหมือนจะสร้าง “รอย” ระหว่าง อเมริกา กับ อิสราเอล ไว้เหมือนกัน ไอ้ใบตองแห้งนี่ อย่าได้ประเมินความชั่วของมัน ต่ำน้อยไปเชียว
    และ ทั้งหมดก็ เป็นไปตามแผนของอเมริกา ในการสกัดซีเรีย หรือท่อส่งแก๊สกลุ่มอิหร่านซีเรีย โดยอเมริการะดมพล ทั้งกลุ่มนักรบอิสลามสาระพัดพันธ์ุ สาระพัดชื่อ แต่ไม่ว่าพันธุ์ไหน อเมริกาก็มีส่วนกี่ยวข้องทั้งนั้น รวมทั้ง กองกำลังนาโต้ ที่เดินเองพูดเองไม่เป็น ต้องทำตามใบสั่งของอเมริกาเท่านั้น บวกกับ กลุ่มลูกหาบนานาชาติ หรือกลุ่ม 11 ที่มีผลประโยชน์ บุญคุณ หนี้สินติดพันกันเอง และกับอเมริกา
    ผมตกใครไปไหมเนี่ยะ เผื่อมีใครกำลังรวบรวมรายชื่อ ทำบัญชี…
    คนเล่านิทาน
    10 ต.ค. 2558
    ลองเชิง ตอนที่ 11 “ลองเชิง” ตอน 11 แค่ปัญหาเรื่องแก๊ส ระหว่าง ค่าย อิหร่าน อิรัค ซีเรีย กับค่าย กาตาร์ ซาอุ ตุรกี 2 ค่ายนี่ ก็ทำให้อเมริกาเต้นเป็นลิงเกาเห็บแล้ว ยังดันเพิ่มเรื่อง ของอิสราเอลเข้าไปอีกด้วย อย่างนี้ ซีเรีย ไม่เดือดก็ผิดสันดานนักล่า อิสราเอล แม้จะถูกอุ้มไปอยู่ในตะวันออกกลาง เป็นกาฝากอยู่แถวทะเลทราย แต่ไม่เคยโชคดีมีน้ำมันท่วมเหมือนพวกเจ้าของถิ่นเขา แต่แล้ว เวลาอะไรมันจะมา ไม่ว่าดี ว่าร้าย (ส่วนมากมักเป็นเรื่องร้าย) มักไม่ค่อยรู้ตัวล่วงหน้า ปี ค.ศ.2009 อิสราเอล ก็ได้ข่าวเหมือนกันว่า โนเบิล เอนเนอร์จี Noble Energy หุ้นส่วนจากเท็กซัส (ของใครนะ) ที่อิสราเอลร่วมทุนให้ทำการสำรวจแหล่งแก๊ส ก็เจอหลุมแก๊ส ทามาร์ Tamar ที่แถวไฮฟา Haifa ทางเหนือของอิสราเอล ทามาร์ นับเป็นหลุมแก๊สที่ใหญ่ที่สุด ที่เจอกันในปี ค.ศ.2009 และคาดว่า ทามาร์ จะให้ผลผลิตได้ ในปี ค.ศ.2012 อิสราเอลให้ชื่อหลุมแก็สนี้ว่า Leviathan ตามชื่อสัตว์ร้ายในทะเลในพระคัมภึร์ แถมคุยว่า สัตวร้ายตัวนี้ สามารถผลิตแก๊สเลี้ยงอิสราเอลไปได้เป็นร้อยปี ในช่วงก่อนเจอสัตว์ร้าย อิสราเอลต้องพึ่งแก๊สจากหลุม Yam Tethys ซึ่งผลิตเลี้ยงประเทศได้ประมา ณ 70% ของความต้องการ และคาดว่าไม่นานเกืน 3 ปี หลุมนี้ก็จะแห้งสนิท และอิสราเอลก็คงเหนื่อย แต่ตอนนี้ชะตาพลิกผัน นอกจากไม่ต้องหน้ามืด หาแเก๊สมาเพิ่มแล้ว อิสราเอลกลับจะกลายเป็นเสี่ยถังแก๊สขึ้นมาเสียอีกด้วย ดังนั้นข่าวเรื่องที่ศัตรูคู่อาฆาต อิหร่าน อิรัค เลบานอน จะจับมือกันต่อท่อแก๊สไปถึงยุโรป จึงเป็นเรื่องที่อิสราเอลไม่พอใจอย่างยิ่ง กำลังฝันหวาน จะหิ้วถังแก๊สไปขายแถวยุโรป เอาเงินมาตุนทอง ทำกำไรอีกต่อ ทำท่าจะไม่เป็นอย่างที่ฝัน เราหิ้วเป็นถัง พวกมันส่งไปทางท่อ จะไปทันมันยังไง โอ้ย ยิวปวดใจ คิดไปแล้ว อิหร่านเสี่ยนิวเคลียร์ของผม นี่ (ปีเตอร์) อู๋ จริงๆนะ มีทั้งนิวเคลียร์ มีทั้งน้ำมัน มีทั้งแก๊ส มิน่า ไอ้พวกใบตองแห้ง มันถึงน้ำลายไหลเยิ้มยืดหกออกมานอกปาก เวลานึกถึงดินแดนของเสี่ยนิวเคลียร์ แล้วแบบนี้ไอ้ใบตองแห้งมันจะปล่อยให้ลอยนวล ไปจับมือกับคุณพี่ปูติน กับ อาเฮียมังกรซ่อนเล็บได้ยังไง อิสราเอลคิดว่า ทางเดียวที่ จะหิ้วแก๊สไปขายยุโรปได้สดวกใจ ต้องให้ท่อส่งของเหล่าชีอะบรรลัยไปสิ้น แต่ช่วงนั้น กลุ่มมุสลิม บราเธอร์ฮูด ก็มาอยู่เต็มซีเรียแล้ว และมุสลิมบราเธอร์ฮูด ก็ไม่ถูกกับอิสราเอลอย่างแรง แล้วพวกมุสลิมบราเธอ์ฮูด นี่ มาอยู่ในซีเรียได้อย่างไรล่ะ ย้อนกลับไปตั้งแต่ ปี ค.ศ.1950 กว่า เป็นช่วงที่อเมริกาใช้สถานทูตอเมริกาในอิยิปต์ เหมือนเป็นสำนักงานซีไอเอ สาขา 2 ที่เอาไว้ดูแลจัดการตะวันออกกลางและอาฟริกา ให้เป็นไปตามความต้องการของอเมริกา อเมริกาเอาหัวหน้ามุสลิมบราเธอร์ฮูดชาวอิยิปต์ ลี้ภัยออกจากอิยิปป์มาฝากไว้ที่ซาอุดิอารเบีย และก็ทำให้กลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด ผสมพันธ์ุกับกลุ่มวาหะบีของซาอุดิอารเบีย เกิดเป็นนักรบเพื่อศาสนา จีฮาร์ด มุสลิมบราเธอร์ฮูด (โฮ้ย! ทำไมมึงมันช่างคิดแผนชั่วได้ตลอดเวลาอย่างนี่นะ ไม่รู้ชีวิตกูที่เหลือนี่ จะแฉความชั่วมึงหมดไหม) เมื่อความไม่สงบในซีเรียเริ่มใหม่ๆ ตุรกีรับหน้าที่ เป็นมือเป็นตีนให้กับอเมริกา เขาว่า ก่อนการเลือกตั้งปี ค.ศ.2011 ที่ทำให้พรรค AKP ของนาย ตอยับ เอร์โดดานชนะเลือกตั้ง ได้คุมเสียงข้างมากในสภา และได้เป็นนายกรัฐมนตรี สั่งการตุรกีได้ตามใจนั้น ราชวงศ์ซาอุด ที่ดูแลนักรบเพื่อศาสนา (แต่จริงๆ ดูเหมือนจะรบเพื่ออเมริกามากก ว่า) ได้มอบเงิน “สนับสนุน” ให้แก่พรรค AKP ของนายตอยับ ถึงหนึ่งหมื่นล้านเหรียญ หลังจากพรรค AKP ชนะขาดลอย นายตอยับ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีตุรกี มุสลิมบราเธอร์ฮูดก็ย้ายออกจากซาอุ ไปเข้าแถวออกันเต็ม อยู่ที่ชายแดนของตุรกีที่ติดกับซีเรีย ในเดือน ธันวาคม ค.ศ.2011 มีบทความของนาย Philip Giradi อดีตซีไอเอ สรุปว่า ….นาโต้ เข้าไปในซีเรียแล้ว โดยมีตุรกี ในฐานะตัวแทนของอเมริกา เป็นหัวหน้านำการรบ นาย Davutoglu รัฐมนตรีการต่างประเทศของตุรกี บอกว่า ประเทศเขาพร้อมบุกซีเรีย เพราะมีข้อตกลงกับประเทศตะวันตก ที่จะดำเนินการเช่นนั้น การบุกจะใช้หลักการเพื่อมนุษยธรรม(หลอก) นำหน้าเข้าไป เช่นเดียวกับวิธีการที่ใช้ตอนบุกลิเบีย และจะเริ่มโดยตั้งแนวเขตกันชน buffer zone ตลอดเส้นแนวเขตระหว่างตุรกี กับซีเรีย หลังจากนั้นก็จะขยายไปเรื่อยๆ และ อาเลปโป Aleppo เมืองใหญ่ของซีเรีย ก็จะกลายเป็นเป้าหมายใหญ่ ที่กลุ่มกบฏซีเรียจะไปยึดครอง ….เครื่องบินรบของนาโต้ ที่ไม่ติดเครื่องหมาย บินมาถึงฐานทัพทหารของตุรกี ที่อยู่ใกล้กับเมือง Iskenderum ที่อยู่เขตแดนของซีเรีย เพื่อขนอาวุธที่ยึดมาจากกัดดาฟี หลังจากฆ่าโหดกัดดาฟีไปแล้ว รวมทั้งบรรดาอาสาสมัคร (ที่มีใครจ่ายเงินสนับสนุนให้) ที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีเพื่อรบกับกองทหาร เป็นความสามารถที่ได้มาจากการฝึก เอาไว้สู้กับกองทัพของกัดดาฟี…. …. ที่เมือง Iskenderum ยังมีหน่วยรบพิเศษของฝรั่งเศส และอังกฤษ คอยฝึก ให้กับกลุ่มกบฏของซีเรีย ขณะเดียวกัน ซีไอเอ และหน่วยรบพิเศษ ของอเมริกา ยังคอยเป็นพี่เลี้ยง และช่วยพากลุ่มกบฏ เลี่ยงการปะทะกับกองทัพของซีเรียอีกด้วย….. อเมริกาเอง ในช่วงนั้น ก็ดูเหมือนจะให้การสนับสนุนกลุ่มมุสลิม บราเธอร์ฮูด (MB) อย่างไม่ปิดบัง รู้กันทั่วว่า นาง Huma Abedin หัวหน้าฝ่ายบริหาร ของกระทรวงการต่างประเทศของอเมริกา สมัยที่คุณนายคลินตัน นางสิงห์สั่งฆ่า เป็นรัฐมนตรีนั้น นาง Abedin แสดงตัวอย่างเปิดเผยว่า มีความใกล้ชิดกับกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด และยังมีอีกหลายคน ที่อยู่วงในของคณะทำงานของนายโอบามา ก็สนับสนุนกลุ่ม MB ก็คงสรุปได้ว่า ช่วงนั้น อเมริกาใช้กลุ่ม MB เป็นตัวสกัดเส้นทางการสร้างท่อส่งของกลุ่มอิหร่านซีเรีย และขณะเดียวกับที่อเมริกาใช้ตุรกีออกหน้าเข้าฉากซีเรีย ทาง อิสราเอล ซึ่งพักนั้น ไม่ค่อยร้องเพลงทำนองเดียวกับโอ บามา แต่พอมีเรื่องท่อแก๊ส ของซีเรีย โผล่ขึ้นมา อิสราเอล ก็มาเข้าฉากด้วย พอตุรกีบุกซีเรียด้านหนึ่ง หน่วย Israel Defense Force (IDF) ก็สร้างแผนล่อ ด้วยการอัดกองกำลังเข้าไปที่ Golan Height ที่อยู่ตรงเขตแดนระหว่างอิสราเอลกับซีเรีย เพื่อให้ซีเรีย ห่วงหน้าพะวงหลัง แต่เรื่องที่ อเมริกา ใช้ตุรกีออกหน้า รวมทั้ง สมคบกับซาอุ คู่แข่ง ของอิสราเอล ในรายการถล่มซีเรียนี่ ก็ดูเหมือนจะสร้าง “รอย” ระหว่าง อเมริกา กับ อิสราเอล ไว้เหมือนกัน ไอ้ใบตองแห้งนี่ อย่าได้ประเมินความชั่วของมัน ต่ำน้อยไปเชียว และ ทั้งหมดก็ เป็นไปตามแผนของอเมริกา ในการสกัดซีเรีย หรือท่อส่งแก๊สกลุ่มอิหร่านซีเรีย โดยอเมริการะดมพล ทั้งกลุ่มนักรบอิสลามสาระพัดพันธ์ุ สาระพัดชื่อ แต่ไม่ว่าพันธุ์ไหน อเมริกาก็มีส่วนกี่ยวข้องทั้งนั้น รวมทั้ง กองกำลังนาโต้ ที่เดินเองพูดเองไม่เป็น ต้องทำตามใบสั่งของอเมริกาเท่านั้น บวกกับ กลุ่มลูกหาบนานาชาติ หรือกลุ่ม 11 ที่มีผลประโยชน์ บุญคุณ หนี้สินติดพันกันเอง และกับอเมริกา ผมตกใครไปไหมเนี่ยะ เผื่อมีใครกำลังรวบรวมรายชื่อ ทำบัญชี… คนเล่านิทาน 10 ต.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 718 มุมมอง 0 รีวิว
  • "ไมโครพลาสติก: พาหะใหม่ของเชื้อโรคและดื้อยา"

    งานวิจัยจาก University of Exeter และ Plymouth Marine Laboratory ในสหราชอาณาจักรเผยว่า ไมโครพลาสติกไม่เพียงแต่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสามารถเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคและแบคทีเรียดื้อยา โดยพบว่าบนพื้นผิวของไมโครพลาสติกเกิดการสร้าง biofilm หรือที่เรียกว่า "plastisphere" ซึ่งเป็นชั้นจุลชีพที่ช่วยให้เชื้อโรคเจริญเติบโตและอยู่รอดได้นานขึ้น

    ผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
    การทดลองในแม่น้ำ Truro ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษพบว่า ไมโครพลาสติกที่อยู่ใกล้โรงพยาบาลและโรงบำบัดน้ำเสียมีการสะสมเชื้อโรคที่อันตรายมากกว่า เช่น Flavobacteriia และ Sphingobacteriia รวมถึงยีนจากแบคทีเรียดื้อยาที่แพร่กระจายได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับวัสดุอื่นอย่างไม้หรือแก้ว ซึ่งหมายความว่าไมโครพลาสติกอาจเป็นตัวกลางในการแพร่กระจายเชื้อโรคเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารและสิ่งแวดล้อม

    ความเสี่ยงระดับโลก
    นักวิจัยเตือนว่า ไมโครพลาสติกไม่ใช่แค่ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่เป็นภัยต่อสาธารณสุข เพราะสามารถนำเชื้อโรคเข้าสู่ระบบนิเวศและเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่รักษายากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการรั่วไหลของพลาสติกจากโรงบำบัดน้ำเสีย ซึ่งอาจทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปยังสัตว์น้ำและมนุษย์

    ข้อแนะนำและการป้องกัน
    ทีมวิจัยแนะนำให้มีมาตรการเข้มงวดในการป้องกันการรั่วไหลของพลาสติก เช่น bio-beads ที่ใช้ในโรงบำบัดน้ำเสีย รวมถึงการจัดการขยะพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังแนะนำว่า อาสาสมัครที่ทำกิจกรรมเก็บขยะชายหาดควรสวมถุงมือและล้างมือทุกครั้งหลังทำกิจกรรม เพื่อป้องกันการสัมผัสเชื้อโรคที่อาจสะสมอยู่บนพลาสติก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ไมโครพลาสติกสามารถเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคและแบคทีเรียดื้อยา
    เกิด biofilm หรือ "plastisphere" ที่ช่วยให้เชื้อโรคอยู่รอด

    การทดลองพบเชื้อโรคอันตรายสะสมมากขึ้นใกล้โรงพยาบาลและโรงบำบัดน้ำเสีย
    Flavobacteriia และ Sphingobacteriia พบมากบนไมโครพลาสติก

    ไมโครพลาสติกเป็นภัยต่อสาธารณสุข ไม่ใช่แค่สิ่งแวดล้อม
    อาจแพร่เชื้อโรคเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารและสัตว์น้ำ

    ทีมวิจัยเสนอให้ควบคุมการรั่วไหลของพลาสติกจากโรงบำบัดน้ำเสีย
    bio-beads ต้องมีการจัดการที่รัดกุม

    ไมโครพลาสติกอาจเพิ่มการแพร่กระจายเชื้อโรคดื้อยา
    ทำให้การรักษาโรคติดเชื้อยากขึ้นและเสี่ยงต่อสุขภาพมนุษย์

    การสัมผัสพลาสติกที่ปนเปื้อนเชื้อโรคอาจเป็นอันตรายต่ออาสาสมัครเก็บขยะ
    ควรสวมถุงมือและล้างมือทุกครั้งหลังทำกิจกรรม

    https://www.sciencealert.com/microplastics-can-spread-dangerous-pathogens-scientists-warn
    🧪 "ไมโครพลาสติก: พาหะใหม่ของเชื้อโรคและดื้อยา" งานวิจัยจาก University of Exeter และ Plymouth Marine Laboratory ในสหราชอาณาจักรเผยว่า ไมโครพลาสติกไม่เพียงแต่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสามารถเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคและแบคทีเรียดื้อยา โดยพบว่าบนพื้นผิวของไมโครพลาสติกเกิดการสร้าง biofilm หรือที่เรียกว่า "plastisphere" ซึ่งเป็นชั้นจุลชีพที่ช่วยให้เชื้อโรคเจริญเติบโตและอยู่รอดได้นานขึ้น 🦠 ผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม การทดลองในแม่น้ำ Truro ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษพบว่า ไมโครพลาสติกที่อยู่ใกล้โรงพยาบาลและโรงบำบัดน้ำเสียมีการสะสมเชื้อโรคที่อันตรายมากกว่า เช่น Flavobacteriia และ Sphingobacteriia รวมถึงยีนจากแบคทีเรียดื้อยาที่แพร่กระจายได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับวัสดุอื่นอย่างไม้หรือแก้ว ซึ่งหมายความว่าไมโครพลาสติกอาจเป็นตัวกลางในการแพร่กระจายเชื้อโรคเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารและสิ่งแวดล้อม 🌍 ความเสี่ยงระดับโลก นักวิจัยเตือนว่า ไมโครพลาสติกไม่ใช่แค่ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่เป็นภัยต่อสาธารณสุข เพราะสามารถนำเชื้อโรคเข้าสู่ระบบนิเวศและเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่รักษายากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการรั่วไหลของพลาสติกจากโรงบำบัดน้ำเสีย ซึ่งอาจทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปยังสัตว์น้ำและมนุษย์ ⚠️ ข้อแนะนำและการป้องกัน ทีมวิจัยแนะนำให้มีมาตรการเข้มงวดในการป้องกันการรั่วไหลของพลาสติก เช่น bio-beads ที่ใช้ในโรงบำบัดน้ำเสีย รวมถึงการจัดการขยะพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังแนะนำว่า อาสาสมัครที่ทำกิจกรรมเก็บขยะชายหาดควรสวมถุงมือและล้างมือทุกครั้งหลังทำกิจกรรม เพื่อป้องกันการสัมผัสเชื้อโรคที่อาจสะสมอยู่บนพลาสติก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ไมโครพลาสติกสามารถเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคและแบคทีเรียดื้อยา ➡️ เกิด biofilm หรือ "plastisphere" ที่ช่วยให้เชื้อโรคอยู่รอด ✅ การทดลองพบเชื้อโรคอันตรายสะสมมากขึ้นใกล้โรงพยาบาลและโรงบำบัดน้ำเสีย ➡️ Flavobacteriia และ Sphingobacteriia พบมากบนไมโครพลาสติก ✅ ไมโครพลาสติกเป็นภัยต่อสาธารณสุข ไม่ใช่แค่สิ่งแวดล้อม ➡️ อาจแพร่เชื้อโรคเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารและสัตว์น้ำ ✅ ทีมวิจัยเสนอให้ควบคุมการรั่วไหลของพลาสติกจากโรงบำบัดน้ำเสีย ➡️ bio-beads ต้องมีการจัดการที่รัดกุม ‼️ ไมโครพลาสติกอาจเพิ่มการแพร่กระจายเชื้อโรคดื้อยา ⛔ ทำให้การรักษาโรคติดเชื้อยากขึ้นและเสี่ยงต่อสุขภาพมนุษย์ ‼️ การสัมผัสพลาสติกที่ปนเปื้อนเชื้อโรคอาจเป็นอันตรายต่ออาสาสมัครเก็บขยะ ⛔ ควรสวมถุงมือและล้างมือทุกครั้งหลังทำกิจกรรม https://www.sciencealert.com/microplastics-can-spread-dangerous-pathogens-scientists-warn
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Microplastics Can Spread Dangerous Pathogens, Scientists Warn
    Scientists are hard at work trying to assess the scale of our microplastic pollution problem and the likely health impacts.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 461 มุมมอง 0 รีวิว
  • การอดอาหารแบบเว้นช่วงเปลี่ยนสมองและลำไส้

    นักวิทยาศาสตร์จากจีนได้ทำการทดลองกับอาสาสมัครที่มีภาวะอ้วนจำนวน 25 คน โดยใช้โปรแกรม Intermittent Energy Restriction (IER) หรือการควบคุมพลังงานแบบเว้นช่วงเป็นเวลา 62 วัน ผลลัพธ์ไม่เพียงทำให้น้ำหนักลดลงเฉลี่ย 7.6 กิโลกรัม (7.8% ของน้ำหนักตัว) แต่ยังพบการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทั้งใน สมองและจุลินทรีย์ในลำไส้

    สมองตอบสนองต่อการอดอาหาร
    การสแกนสมองด้วย fMRI พบว่าบริเวณที่เกี่ยวข้องกับความอยากอาหารและการเสพติด เช่น inferior frontal orbital gyrus มีการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมอย่างชัดเจน ซึ่งสัมพันธ์กับความสามารถในการควบคุมพฤติกรรมการกินและความรู้สึกอยากอาหาร

    ลำไส้และจุลินทรีย์
    การวิเคราะห์ตัวอย่างอุจจาระและเลือดพบว่าแบคทีเรียบางชนิด เช่น Coprococcus comes และ Eubacterium hallii มีความสัมพันธ์เชิงลบกับกิจกรรมในสมองส่วนที่ควบคุมการตัดสินใจและความยับยั้งชั่งใจ การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงการสื่อสารสองทางระหว่าง สมอง–ลำไส้–จุลินทรีย์ ที่มีผลต่อพฤติกรรมการกิน

    ความหมายต่อสุขภาพโลก
    ด้วยจำนวนประชากรที่มีภาวะอ้วนมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลก การเข้าใจกลไกการเชื่อมโยงระหว่างสมองและลำไส้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง การค้นพบนี้อาจนำไปสู่แนวทางใหม่ในการป้องกันและรักษาโรคอ้วน โดยไม่จำกัดแค่การควบคุมอาหาร แต่รวมถึงการปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้และการกระตุ้นสมองในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับความอยากอาหาร

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ผลการทดลอง IER
    น้ำหนักลดเฉลี่ย 7.6 กิโลกรัมใน 62 วัน

    การเปลี่ยนแปลงในสมอง
    กิจกรรมใน inferior frontal orbital gyrus ลดลง ช่วยควบคุมความอยากอาหาร

    การเปลี่ยนแปลงในลำไส้
    จุลินทรีย์บางชนิดสัมพันธ์กับการทำงานของสมองที่เกี่ยวข้องกับการยับยั้งชั่งใจ

    ความหมายต่อสุขภาพโลก
    อาจนำไปสู่การรักษาโรคอ้วนด้วยการปรับสมดุลสมอง–ลำไส้

    ข้อควรระวัง
    ยังไม่ชัดเจนว่าสมองหรือจุลินทรีย์เป็นตัวกระตุ้นหลัก ต้องการการวิจัยเพิ่มเติม

    ความท้าทาย
    การนำไปใช้จริงในวงกว้างยังต้องการการทดลองและการยืนยันเชิงคลินิก

    https://www.sciencealert.com/a-fasting-style-diet-seems-to-result-in-dynamic-changes-to-human-brains
    🥗 การอดอาหารแบบเว้นช่วงเปลี่ยนสมองและลำไส้ นักวิทยาศาสตร์จากจีนได้ทำการทดลองกับอาสาสมัครที่มีภาวะอ้วนจำนวน 25 คน โดยใช้โปรแกรม Intermittent Energy Restriction (IER) หรือการควบคุมพลังงานแบบเว้นช่วงเป็นเวลา 62 วัน ผลลัพธ์ไม่เพียงทำให้น้ำหนักลดลงเฉลี่ย 7.6 กิโลกรัม (7.8% ของน้ำหนักตัว) แต่ยังพบการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทั้งใน สมองและจุลินทรีย์ในลำไส้ 🧠 สมองตอบสนองต่อการอดอาหาร การสแกนสมองด้วย fMRI พบว่าบริเวณที่เกี่ยวข้องกับความอยากอาหารและการเสพติด เช่น inferior frontal orbital gyrus มีการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมอย่างชัดเจน ซึ่งสัมพันธ์กับความสามารถในการควบคุมพฤติกรรมการกินและความรู้สึกอยากอาหาร 🦠 ลำไส้และจุลินทรีย์ การวิเคราะห์ตัวอย่างอุจจาระและเลือดพบว่าแบคทีเรียบางชนิด เช่น Coprococcus comes และ Eubacterium hallii มีความสัมพันธ์เชิงลบกับกิจกรรมในสมองส่วนที่ควบคุมการตัดสินใจและความยับยั้งชั่งใจ การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงการสื่อสารสองทางระหว่าง สมอง–ลำไส้–จุลินทรีย์ ที่มีผลต่อพฤติกรรมการกิน 🌍 ความหมายต่อสุขภาพโลก ด้วยจำนวนประชากรที่มีภาวะอ้วนมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลก การเข้าใจกลไกการเชื่อมโยงระหว่างสมองและลำไส้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง การค้นพบนี้อาจนำไปสู่แนวทางใหม่ในการป้องกันและรักษาโรคอ้วน โดยไม่จำกัดแค่การควบคุมอาหาร แต่รวมถึงการปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้และการกระตุ้นสมองในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับความอยากอาหาร 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ผลการทดลอง IER ➡️ น้ำหนักลดเฉลี่ย 7.6 กิโลกรัมใน 62 วัน ✅ การเปลี่ยนแปลงในสมอง ➡️ กิจกรรมใน inferior frontal orbital gyrus ลดลง ช่วยควบคุมความอยากอาหาร ✅ การเปลี่ยนแปลงในลำไส้ ➡️ จุลินทรีย์บางชนิดสัมพันธ์กับการทำงานของสมองที่เกี่ยวข้องกับการยับยั้งชั่งใจ ✅ ความหมายต่อสุขภาพโลก ➡️ อาจนำไปสู่การรักษาโรคอ้วนด้วยการปรับสมดุลสมอง–ลำไส้ ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ ยังไม่ชัดเจนว่าสมองหรือจุลินทรีย์เป็นตัวกระตุ้นหลัก ต้องการการวิจัยเพิ่มเติม ‼️ ความท้าทาย ⛔ การนำไปใช้จริงในวงกว้างยังต้องการการทดลองและการยืนยันเชิงคลินิก https://www.sciencealert.com/a-fasting-style-diet-seems-to-result-in-dynamic-changes-to-human-brains
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    A Fasting-Style Diet Seems to Result in Dynamic Changes to Human Brains
    Scientists looking to tackle our ongoing obesity crisis have made an important discovery: Intermittent calorie restriction leads to significant changes both in the gut and the brain, which may open up new options for maintaining a healthy weight.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 319 มุมมอง 0 รีวิว
  • “เรียกร้องให้การทำงาน Open-Source ได้รับการยอมรับเป็นงานอาสาสมัครในเยอรมนี”

    การพัฒนาซอฟต์แวร์ Open-Source ถือเป็นรากฐานสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารรัฐ การศึกษา วิทยาศาสตร์ ไปจนถึงเศรษฐกิจ แต่ปัจจุบันงานที่ทำโดยอาสาสมัครนับพันคนยังไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นงานอาสาสมัครอย่างเป็นทางการ ทั้งในด้านภาษีและการสนับสนุนทางการเงิน

    ผู้ริเริ่มคำร้องชี้ว่า งาน Open-Source เป็นการสร้างซอฟต์แวร์ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดให้ทุกคนเข้าถึงได้ฟรี ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความมั่นคง ความปลอดภัย และนวัตกรรมของประเทศ เยอรมนีเองก็ระบุในข้อตกลงรัฐบาลว่าซอฟต์แวร์ Open-Source เป็นเสาหลักของ “อธิปไตยทางดิจิทัล” แต่กลับไม่ให้สถานะทางกฎหมายที่เทียบเท่างานอาสาสมัครอื่น ๆ

    การยอมรับอย่างเป็นทางการจะช่วยให้ผู้พัฒนาได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น การชดเชยค่าใช้จ่ายที่ปลอดภาษี การออกใบเสร็จบริจาค และการคุ้มครองด้านความรับผิดทางกฎหมาย ซึ่งจะสร้างความยั่งยืนและความชัดเจนให้กับการทำงานอาสาสมัครดิจิทัล

    นอกจากนี้ เยอรมนียังถูกมองว่าล้าหลังเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่มีการสนับสนุนงาน Open-Source ผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการสนับสนุนเชิงสถาบัน หากไม่เร่งแก้ไข อาจทำให้ประเทศเสียเปรียบในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับโลก

    สรุปสาระสำคัญ
    ความสำคัญของ Open-Source ต่อสาธารณะ
    เป็นรากฐานของระบบดิจิทัล เช่น โปรโตคอลอินเทอร์เน็ต ระบบความปลอดภัย และ AI frameworks
    สร้างซอฟต์แวร์ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

    ลักษณะงานอาสาสมัคร
    ส่วนใหญ่ทำโดยไม่รับค่าตอบแทนในเวลาว่าง
    มีความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยและเสถียรภาพของระบบ

    ผลประโยชน์จากการยอมรับทางกฎหมาย
    ได้สิทธิชดเชยค่าใช้จ่ายปลอดภาษี
    สามารถออกใบเสร็จบริจาคและได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย

    ความเสี่ยงหากไม่ยอมรับ
    อาสาสมัครต้องแบกรับภาระโดยไม่มีการสนับสนุน
    เยอรมนีอาจล้าหลังในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับโลก

    ผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจ
    ความไม่สมดุลระหว่างผู้ใช้ที่ได้ประโยชน์กับผู้พัฒนาที่ไม่ได้รับการสนับสนุน
    เสี่ยงต่อการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติและลดความมั่นคงทางดิจิทัล

    https://www.openpetition.de/petition/online/recognition-of-work-on-open-source-as-volunteering-in-germany
    💻 “เรียกร้องให้การทำงาน Open-Source ได้รับการยอมรับเป็นงานอาสาสมัครในเยอรมนี” การพัฒนาซอฟต์แวร์ Open-Source ถือเป็นรากฐานสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารรัฐ การศึกษา วิทยาศาสตร์ ไปจนถึงเศรษฐกิจ แต่ปัจจุบันงานที่ทำโดยอาสาสมัครนับพันคนยังไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นงานอาสาสมัครอย่างเป็นทางการ ทั้งในด้านภาษีและการสนับสนุนทางการเงิน ผู้ริเริ่มคำร้องชี้ว่า งาน Open-Source เป็นการสร้างซอฟต์แวร์ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดให้ทุกคนเข้าถึงได้ฟรี ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความมั่นคง ความปลอดภัย และนวัตกรรมของประเทศ เยอรมนีเองก็ระบุในข้อตกลงรัฐบาลว่าซอฟต์แวร์ Open-Source เป็นเสาหลักของ “อธิปไตยทางดิจิทัล” แต่กลับไม่ให้สถานะทางกฎหมายที่เทียบเท่างานอาสาสมัครอื่น ๆ การยอมรับอย่างเป็นทางการจะช่วยให้ผู้พัฒนาได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น การชดเชยค่าใช้จ่ายที่ปลอดภาษี การออกใบเสร็จบริจาค และการคุ้มครองด้านความรับผิดทางกฎหมาย ซึ่งจะสร้างความยั่งยืนและความชัดเจนให้กับการทำงานอาสาสมัครดิจิทัล นอกจากนี้ เยอรมนียังถูกมองว่าล้าหลังเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่มีการสนับสนุนงาน Open-Source ผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการสนับสนุนเชิงสถาบัน หากไม่เร่งแก้ไข อาจทำให้ประเทศเสียเปรียบในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับโลก 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ ความสำคัญของ Open-Source ต่อสาธารณะ ➡️ เป็นรากฐานของระบบดิจิทัล เช่น โปรโตคอลอินเทอร์เน็ต ระบบความปลอดภัย และ AI frameworks ➡️ สร้างซอฟต์แวร์ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ✅ ลักษณะงานอาสาสมัคร ➡️ ส่วนใหญ่ทำโดยไม่รับค่าตอบแทนในเวลาว่าง ➡️ มีความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยและเสถียรภาพของระบบ ✅ ผลประโยชน์จากการยอมรับทางกฎหมาย ➡️ ได้สิทธิชดเชยค่าใช้จ่ายปลอดภาษี ➡️ สามารถออกใบเสร็จบริจาคและได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย ‼️ ความเสี่ยงหากไม่ยอมรับ ⛔ อาสาสมัครต้องแบกรับภาระโดยไม่มีการสนับสนุน ⛔ เยอรมนีอาจล้าหลังในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับโลก ‼️ ผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจ ⛔ ความไม่สมดุลระหว่างผู้ใช้ที่ได้ประโยชน์กับผู้พัฒนาที่ไม่ได้รับการสนับสนุน ⛔ เสี่ยงต่อการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติและลดความมั่นคงทางดิจิทัล https://www.openpetition.de/petition/online/recognition-of-work-on-open-source-as-volunteering-in-germany
    WWW.OPENPETITION.DE
    Recognition of Work on Open-Source as Volunteering in Germany - Online-Petition
    Open-Source-Software builds the foundations of digital infrastructure in big parts - in administration, economy, science and daily life. Even the current coalition agreement of the Federal Government mentions Open-Source-Software as a fundamental building block for the achievement of digital sovereignty. However, the work done by thousands of volunteers for this goal is not recognised as volunteering, neither fiscally nor in terms of funding. This imbalance between societal importance and legal
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 382 มุมมอง 0 รีวิว
  • งานวิจัยใหม่: พักโซเชียลมีเดีย 1 สัปดาห์ ช่วยสุขภาพจิตดีขึ้น

    งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน JAMA Network Open พบว่า การลดการใช้โซเชียลมีเดียลงเหลือเพียงครึ่งชั่วโมงต่อวันตลอดหนึ่งสัปดาห์ ช่วยลดอาการ วิตกกังวล (anxiety), ซึมเศร้า (depression) และ นอนไม่หลับ (insomnia) ในกลุ่มวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวอายุ 18–24 ปี โดยผลการทดลองกับอาสาสมัคร 295 คนแสดงให้เห็นว่าอาการซึมเศร้าลดลงเฉลี่ย 24.8%, วิตกกังวลลดลง 16.1% และนอนไม่หลับลดลง 14.5%【edge_current_page_context†source】

    รายละเอียดการทดลอง
    ผู้เข้าร่วมถูกขอให้งดใช้แพลตฟอร์มหลัก เช่น Facebook, Instagram, TikTok และ Snapchat โดยใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 30 นาทีต่อวัน แทนที่จะใช้เกือบ 2 ชั่วโมงเหมือนเดิม ผลลัพธ์ชี้ว่าการลดพฤติกรรมที่เป็นปัญหา เช่น การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น หรือการใช้แบบเสพติด มีผลเชิงบวกต่อสุขภาพจิต แม้เวลาที่ใช้มือถือโดยรวมไม่ได้ลดลงมากนัก

    มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
    นักวิจัยอย่าง Dr. John Torous จาก Harvard Medical School ระบุว่า การพักโซเชียลมีเดียไม่ใช่วิธีรักษาหลัก แต่สามารถใช้เป็น “การรักษาเสริม” ร่วมกับการดูแลทางการแพทย์ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางคนเตือนว่าผลลัพธ์อาจมีอคติ เพราะผู้เข้าร่วมรู้ว่าต้องพักโซเชียลและอาจคาดหวังผลดีล่วงหน้า ทำให้การตอบแบบสอบถามมีแนวโน้มไปในทางบวกมากกว่าความจริง

    บทเรียนและข้อควรระวัง
    แม้ผลการศึกษาแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ แต่ก็ยังไม่ใช่หลักฐานที่ชัดเจนเพราะไม่ได้เป็นการทดลองแบบควบคุมเต็มรูปแบบ นักวิชาการบางคนชี้ว่าการพักโซเชียลอาจมีผลดีเพียงเล็กน้อยหรือไม่ต่อเนื่อง ดังนั้นผู้ใช้ควรตระหนักว่า “การพักโซเชียล” เป็นเพียงหนึ่งในหลายวิธีดูแลสุขภาพจิต และไม่ควรแทนที่การรักษาทางการแพทย์ที่จำเป็น

    สรุปสาระสำคัญ
    ผลการวิจัยจาก JAMA Network Open
    ลดการใช้โซเชียลเหลือ 30 นาที/วัน ช่วยลดอาการวิตกกังวล ซึมเศร้า และนอนไม่หลับ

    รายละเอียดการทดลอง
    อาสาสมัคร 295 คน อายุ 18–24 ปี ลดพฤติกรรมเปรียบเทียบและการใช้แบบเสพติด

    มุมมองเชิงบวก
    การพักโซเชียลอาจใช้เป็นการรักษาเสริมร่วมกับการดูแลทางการแพทย์

    บทเรียนสำคัญ
    การพักโซเชียลเป็นเพียงหนึ่งในหลายวิธีดูแลสุขภาพจิต

    คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ
    ผลลัพธ์อาจมีอคติ เพราะผู้เข้าร่วมคาดหวังผลดีล่วงหน้า

    ความเสี่ยงต่อการตีความ
    ยังไม่ใช่หลักฐานชัดเจน เนื่องจากไม่ใช่การทดลองแบบควบคุมเต็มรูปแบบ

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/11/26/study-finds-mental-health-benefit-to-one-week-social-media-break
    📱 งานวิจัยใหม่: พักโซเชียลมีเดีย 1 สัปดาห์ ช่วยสุขภาพจิตดีขึ้น งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน JAMA Network Open พบว่า การลดการใช้โซเชียลมีเดียลงเหลือเพียงครึ่งชั่วโมงต่อวันตลอดหนึ่งสัปดาห์ ช่วยลดอาการ วิตกกังวล (anxiety), ซึมเศร้า (depression) และ นอนไม่หลับ (insomnia) ในกลุ่มวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวอายุ 18–24 ปี โดยผลการทดลองกับอาสาสมัคร 295 คนแสดงให้เห็นว่าอาการซึมเศร้าลดลงเฉลี่ย 24.8%, วิตกกังวลลดลง 16.1% และนอนไม่หลับลดลง 14.5%【edge_current_page_context†source】 🧪 รายละเอียดการทดลอง ผู้เข้าร่วมถูกขอให้งดใช้แพลตฟอร์มหลัก เช่น Facebook, Instagram, TikTok และ Snapchat โดยใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 30 นาทีต่อวัน แทนที่จะใช้เกือบ 2 ชั่วโมงเหมือนเดิม ผลลัพธ์ชี้ว่าการลดพฤติกรรมที่เป็นปัญหา เช่น การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น หรือการใช้แบบเสพติด มีผลเชิงบวกต่อสุขภาพจิต แม้เวลาที่ใช้มือถือโดยรวมไม่ได้ลดลงมากนัก 🌍 มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัยอย่าง Dr. John Torous จาก Harvard Medical School ระบุว่า การพักโซเชียลมีเดียไม่ใช่วิธีรักษาหลัก แต่สามารถใช้เป็น “การรักษาเสริม” ร่วมกับการดูแลทางการแพทย์ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางคนเตือนว่าผลลัพธ์อาจมีอคติ เพราะผู้เข้าร่วมรู้ว่าต้องพักโซเชียลและอาจคาดหวังผลดีล่วงหน้า ทำให้การตอบแบบสอบถามมีแนวโน้มไปในทางบวกมากกว่าความจริง 🛡️ บทเรียนและข้อควรระวัง แม้ผลการศึกษาแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ แต่ก็ยังไม่ใช่หลักฐานที่ชัดเจนเพราะไม่ได้เป็นการทดลองแบบควบคุมเต็มรูปแบบ นักวิชาการบางคนชี้ว่าการพักโซเชียลอาจมีผลดีเพียงเล็กน้อยหรือไม่ต่อเนื่อง ดังนั้นผู้ใช้ควรตระหนักว่า “การพักโซเชียล” เป็นเพียงหนึ่งในหลายวิธีดูแลสุขภาพจิต และไม่ควรแทนที่การรักษาทางการแพทย์ที่จำเป็น 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ ผลการวิจัยจาก JAMA Network Open ➡️ ลดการใช้โซเชียลเหลือ 30 นาที/วัน ช่วยลดอาการวิตกกังวล ซึมเศร้า และนอนไม่หลับ ✅ รายละเอียดการทดลอง ➡️ อาสาสมัคร 295 คน อายุ 18–24 ปี ลดพฤติกรรมเปรียบเทียบและการใช้แบบเสพติด ✅ มุมมองเชิงบวก ➡️ การพักโซเชียลอาจใช้เป็นการรักษาเสริมร่วมกับการดูแลทางการแพทย์ ✅ บทเรียนสำคัญ ➡️ การพักโซเชียลเป็นเพียงหนึ่งในหลายวิธีดูแลสุขภาพจิต ‼️ คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ ⛔ ผลลัพธ์อาจมีอคติ เพราะผู้เข้าร่วมคาดหวังผลดีล่วงหน้า ‼️ ความเสี่ยงต่อการตีความ ⛔ ยังไม่ใช่หลักฐานชัดเจน เนื่องจากไม่ใช่การทดลองแบบควบคุมเต็มรูปแบบ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/11/26/study-finds-mental-health-benefit-to-one-week-social-media-break
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Study finds mental health benefit to one-week social media break
    Young adults who engaged in a social media "detox" reported reductions in depression, anxiety and insomnia, though it was unclear how long the effects would last.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 552 มุมมอง 0 รีวิว
  • O.P.K.

    คดีจอมผีดิบ

    การระบาดลึกลับในกรุงเทพ

    เหตุการณ์ไม่ปกติในโรงพยาบาล

    ร.ต.อ.สิงห์ได้รับแจ้งเหตุการณ์ฉุกเฉินจากโรงพยาบาลหลายแห่ง
    มีผู้ป่วยแสดงอาการแปลกๆ คล้าย"ผีดิบ" แต่เป็นทางการแพทย์

    ```mermaid
    graph TB
    A[ผู้ป่วยมีอาการ<br>ดุร้ายผิดมนุษย์] --> B[ตรวจพบ<br>ปรสิตในเลือด]
    B --> C[ติดต่อผ่าน<br>การสัมผัสเลือด]
    C --> D[ควบคุมอาการ<br>ด้วยยาปกติไม่ได้]
    D --> E[หนูดีรู้สึกถึง<br>พลังงานชีวภาพประหลาด]
    ```

    ลักษณะของปรสิตกลายพันธุ์

    แพทย์รายงานลักษณะประหลาด:
    "มันไม่ใช่ไวรัสหรือแบคทีเรียทั่วไป...
    แต่เป็นปรสิตที่มีสติปัญญา สามารถควบคุมสมองมนุษย์ได้
    และที่สยองคือ...มันพัฒนาต้านทานต่อยาทุกชนิด!"

    การสอบสวนทางวิทยาศาสตร์

    การตามหาต้นตอ

    ร.ต.อ.สิงห์และหนูดีร่วมกับทีมแพทย์สืบสวน:

    ```mermaid
    graph LR
    A[ตรวจสอบ<br>ผู้ป่วยรายแรก] --> B[ติดตามไปยัง<br>ใต้ดิน]
    B --> C[พบการทดลอง<br>ชีวภาพผิดกฎหมาย]
    C --> D[ค้นพบว่าเป็น<br>ปรสิตดัดแปลงพันธุกรรม]
    ```

    ลักษณะทางวิทยาศาสตร์

    ```python
    class MutatedParasite:
    def __init__(self):
    self.characteristics = {
    "origin": "ปรสิตดัดแปลงจากพยาธิตัวจี๊ด",
    "transmission": "ติดต่อผ่านเลือดและของเหลวร่างกาย",
    "incubation": "24-48 ชั่วโมง",
    "symptoms": [
    "ผิวหนังคล้ำเหมือนศพ",
    "ตาขาวกลายเป็นสีดำ",
    "ความดุร้ายเพิ่มขึ้น 300%",
    "ความแข็งแกร่งร่างกายเพิ่มขึ้น"
    ],
    "intelligence": "สามารถสื่อสารระหว่างปรสิตได้"
    }

    self.abilities = {
    "mind_control": "ควบคุมระบบประสาทส่วนกลาง",
    "rapid_mutation": "ปรับตัวต่อยาอย่างรวดเร็ว",
    "hive_mind": "เชื่อมโยงความคิดระหว่างผู้ติดเชื้อ",
    "biological_enhancement": "เพิ่มความสามารถทางกายภาพ"
    }
    ```

    วิกฤตการณ์ระบาด

    การแพร่กระจายในเมือง

    การระบาดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ:

    · ผู้ติดเชื้อ: แสดงพฤติกรรมคล้ายซอมบี้
    · การติดต่อ: ผ่านการกัด, การสัมผัสเลือด
    · อัตราการเสียชีวิต: 90% ภายใน 1 สัปดาห์

    ความน่าสะพรึงกลัว

    ผู้ติดเชื้อมีลักษณะ:

    · ผิวหนัง: หนาขึ้นเหมือนหนังศพ
    · ดวงตา: ไม่มีอารมณ์ ม่านตาขยายเต็มที่
    · พฤติกรรม: ดุร้าย โจมตีผู้ไม่ติดเชื้อ
    · เสียง: ส่งเสียงคำราม กัดฟัน

    การค้นพบวัคซีนสมุนไพรไทย

    ความหวังจากภูมิปัญญาโบราณ

    หนูดีและทีมแพทย์ค้นพบว่า:
    "ปรสิตนี้อ่อนแอต่อสมุนไพรไทยบางชนิด...
    โดยเฉพาะสูตรยาตำรับโบราณ!"

    สูตรสมุนไพรรักษา

    ```python
    class ThaiHerbalVaccine:
    def __init__(self):
    self.herbal_components = {
    "primary": [
    "ฟ้าทะลายโจร: ยับยั้งการแบ่งตัวของปรสิต",
    "ขมิ้นชัน: ลดการอักเสบและทำลายเซลล์ปรสิต",
    "กระเทียม: สร้างสภาพแวดล้อมไม่เหมาะแก่ปรสิต",
    "ว่านหางจระเข้: ซ่อมแซุเซลล์ที่เสียหาย"
    ],
    "secondary": [
    "มะระขี้นก: เพิ่มภูมิคุ้มกันเฉพาะ",
    "ตรีผลา: กำจัดพิษจากปรสิต",
    "เบญจกูล: ปรับสมดุลร่างกาย",
    "ย่านาง: ลดความดุร้ายจากปรสิต"
    ]
    }

    self.preparation = {
    "extraction": "สกัดด้วยน้ำสะอาดที่อุณหภูมิเหมาะสม",
    "combination": "ผสมในอัตราส่วนที่ถูกต้อง",
    "administration": "ฉีดและรับประทานร่วมกัน",
    "dosage": "ปรับตามน้ำหนักและระดับการติดเชื้อ"
    }
    ```

    กระบวนการผลิต

    ```mermaid
    graph TB
    A[เก็บสมุนไพร<br>คุณภาพสูง] --> B[สกัดสารสำคัญ<br>ด้วยวิธีดั้งเดิม]
    B --> C[ผสมสูตร<br>ตามตำรับโบราณ]
    C --> D[ทดสอบประสิทธิภาพ<br>ในห้องปฏิบัติการ]
    D --> E[ผลิตเป็น<br>วัคซีนและยารักษา]
    ```

    การรักษาและป้องกัน

    โปรโตคอลการรักษา

    พัฒนาระบบรักษาผู้ติดเชื้อ:

    1. กักกัน: ในพื้นที่ปลอดภัย
    2. ให้ยา: สมุนไพรสูตรพิเศษ
    3. บำบัด: ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ
    4. ติดตามผล: อย่างใกล้ชิด

    มาตรการป้องกัน

    สำหรับประชาชนทั่วไป:

    · วัคซีนป้องกัน: จากสมุนไพรไทย
    · การตรวจเลือด: เป็นประจำ
    · หลีกเลี่ยง: การสัมผัสเลือดผู้อื่น
    · รู้จักอาการ: เฝ้าระวังตั้งแต่เริ่มต้น

    ความร่วมมือระดับชาติ

    การระดมสรรพกำลัง

    รัฐบาลประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ:

    ```python
    class NationalResponse:
    def __init__(self):
    self.agencies_involved = [
    "กระทรวงสาธารณสุข: นำทางการแพทย์",
    "กระทรวงกลาโหม: ควบคุมสถานการณ์",
    "มหาวิทยาลัย: วิจัยและพัฒนา",
    "องค์การเภสัชกรรม: ผลิตยา"
    ]

    self.resources_mobilized = {
    "medical": "แพทย์ พยาบาล เภสัชกร",
    "security": "ทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร",
    "research": "นักวิทยาศาสตร์ นักสมุนไพรศาสตร์",
    "production": "โรงงานผลิตยา ศูนย์สกัดสมุนไพร"
    }
    ```

    การจัดการวิกฤต

    ตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน:

    · สถานที่: กรมควบคุมโรค
    · หน้าที่: ประสานงานทุกหน่วยงาน
    · เป้าหมาย: ยุติการระบาดภายใน 1 เดือน

    ผลการดำเนินงาน

    ความคืบหน้าของการรักษา

    หลังใช้สมุนไพรไทย:

    ```mermaid
    graph LR
    A[สัปดาห์ที่ 1<br>ทดลองในสัตว์] --> B[สัปดาห์ที่ 2<br>ทดลองในมนุษย์]
    B --> C[สัปดาห์ที่ 3<br>ผลิตจำนวนมาก]
    C --> D[สัปดาห์ที่ 4<br>ควบคุมการระบาดได้]
    ```

    อัตราความสำเร็จ

    · ป้องกันการติดเชื้อ: 95%
    · รักษาผู้ติดเชื้อ: 85%
    · ลดอาการดุร้าย: ภายใน 24 ชั่วโมง
    · ฟื้นตัวสมบูรณ์: 70% ภายใน 2 สัปดาห์

    ความสำเร็จที่โดดเด่น

    จุดเปลี่ยนสำคัญ

    การค้นพบที่สำคัญ:

    · ฟ้าทะลายโจร: ยับยั้งการสื่อสารระหว่างปรสิต
    · ขมิ้นชัน: ทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ปรสิต
    · สูตรรวม: สร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

    การได้รับการยอมรับ

    องค์การอนามัยโลกยกย่อง:
    "ประเทศไทยแสดงความเป็นผู้นำ...
    ในการใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมแก้ไขวิกฤตสมัยใหม่"

    บทเรียนจากวิกฤต

    สำหรับวงการแพทย์

    "เราเรียนรู้ว่า...
    ยาสมัยใหม่ไม่ใช่คำตอบเดียว
    และภูมิปัญญาโบราณสามารถช่วยเหลือมนุษย์ได้"

    สำหรับสังคมไทย

    "วิกฤตนี้สอนเราให้เห็นคุณค่า...
    ของสมุนไพรไทยและความรู้ดั้งเดิม

    และแสดงให้เห็นว่า...
    เมื่อเราร่วมมือกัน เราสามารถ overcome ทุกวิกฤต"

    สำหรับอนาคต

    "การวิจัยสมุนไพรไทย...
    ควรได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจัง

    เพราะในวิกฤตครั้งต่อไป...
    ความรู้เหล่านี้อาจช่วยมนุษยชาติได้อีก"

    การเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต

    นวัตกรรมต่อยอด

    พัฒนาจากบทเรียนนี้:

    · คลังสมุนไพรชาติ: เก็บรักษาสมุนไพรสำคัญ
    · วิจัยสูตรยา: พัฒนาต่อยอดจากตำรับโบราณ
    · ฝึกบุคลากร: นักสมุนไพรศาสตร์รุ่นใหม่

    โครงการระยะยาว

    ตั้ง สถาบันวิจัยสมุนไพรไทย:

    · วัตถุประสงค์: ศึกษาวิจัยและพัฒนาสมุนไพร
    · ความร่วมมือ: ระหว่างภาครัฐและเอกชน
    · เป้าหมาย: เป็นศูนย์กลางสมุนไพรของอาเซียน

    ---

    คำคมสุดท้ายจากร.ต.อ.สิงห์:
    "วิกฤตครั้งนี้สอนเราว่า...
    บางครั้งคำตอบอยู่ใกล้ตัวเรามาก

    และภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ...
    คือมรดกล้ำค่าที่เราต้องรักษาไว้"

    บทเรียนแห่งการอยู่รอด:
    "เมื่อวิทยาศาสตร์และภูมิปัญญาโบราณเดินควบคู่...
    ไม่มีวิกฤตใดที่มนุษย์จะ overcome ไม่ได้"

    มรดกจากวิกฤต:
    "จากผีดิบปรสิต...
    สู่การตื่นตัวเรื่องสมุนไพรไทย

    และจากความสยองขวัญ...
    สู่ความหวังใหม่แห่งการแพทย์ไทย"
    O.P.K. 🧟‍♂️ คดีจอมผีดิบ 🚨 การระบาดลึกลับในกรุงเทพ 🏥 เหตุการณ์ไม่ปกติในโรงพยาบาล ร.ต.อ.สิงห์ได้รับแจ้งเหตุการณ์ฉุกเฉินจากโรงพยาบาลหลายแห่ง มีผู้ป่วยแสดงอาการแปลกๆ คล้าย"ผีดิบ" แต่เป็นทางการแพทย์ ```mermaid graph TB A[ผู้ป่วยมีอาการ<br>ดุร้ายผิดมนุษย์] --> B[ตรวจพบ<br>ปรสิตในเลือด] B --> C[ติดต่อผ่าน<br>การสัมผัสเลือด] C --> D[ควบคุมอาการ<br>ด้วยยาปกติไม่ได้] D --> E[หนูดีรู้สึกถึง<br>พลังงานชีวภาพประหลาด] ``` 🧬 ลักษณะของปรสิตกลายพันธุ์ แพทย์รายงานลักษณะประหลาด: "มันไม่ใช่ไวรัสหรือแบคทีเรียทั่วไป... แต่เป็นปรสิตที่มีสติปัญญา สามารถควบคุมสมองมนุษย์ได้ และที่สยองคือ...มันพัฒนาต้านทานต่อยาทุกชนิด!" 🔬 การสอบสวนทางวิทยาศาสตร์ 🕵️ การตามหาต้นตอ ร.ต.อ.สิงห์และหนูดีร่วมกับทีมแพทย์สืบสวน: ```mermaid graph LR A[ตรวจสอบ<br>ผู้ป่วยรายแรก] --> B[ติดตามไปยัง<br>ใต้ดิน] B --> C[พบการทดลอง<br>ชีวภาพผิดกฎหมาย] C --> D[ค้นพบว่าเป็น<br>ปรสิตดัดแปลงพันธุกรรม] ``` 🧪 ลักษณะทางวิทยาศาสตร์ ```python class MutatedParasite: def __init__(self): self.characteristics = { "origin": "ปรสิตดัดแปลงจากพยาธิตัวจี๊ด", "transmission": "ติดต่อผ่านเลือดและของเหลวร่างกาย", "incubation": "24-48 ชั่วโมง", "symptoms": [ "ผิวหนังคล้ำเหมือนศพ", "ตาขาวกลายเป็นสีดำ", "ความดุร้ายเพิ่มขึ้น 300%", "ความแข็งแกร่งร่างกายเพิ่มขึ้น" ], "intelligence": "สามารถสื่อสารระหว่างปรสิตได้" } self.abilities = { "mind_control": "ควบคุมระบบประสาทส่วนกลาง", "rapid_mutation": "ปรับตัวต่อยาอย่างรวดเร็ว", "hive_mind": "เชื่อมโยงความคิดระหว่างผู้ติดเชื้อ", "biological_enhancement": "เพิ่มความสามารถทางกายภาพ" } ``` 🚨 วิกฤตการณ์ระบาด 🏙️ การแพร่กระจายในเมือง การระบาดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ: · ผู้ติดเชื้อ: แสดงพฤติกรรมคล้ายซอมบี้ · การติดต่อ: ผ่านการกัด, การสัมผัสเลือด · อัตราการเสียชีวิต: 90% ภายใน 1 สัปดาห์ 💀 ความน่าสะพรึงกลัว ผู้ติดเชื้อมีลักษณะ: · ผิวหนัง: หนาขึ้นเหมือนหนังศพ · ดวงตา: ไม่มีอารมณ์ ม่านตาขยายเต็มที่ · พฤติกรรม: ดุร้าย โจมตีผู้ไม่ติดเชื้อ · เสียง: ส่งเสียงคำราม กัดฟัน 🌿 การค้นพบวัคซีนสมุนไพรไทย 🔍 ความหวังจากภูมิปัญญาโบราณ หนูดีและทีมแพทย์ค้นพบว่า: "ปรสิตนี้อ่อนแอต่อสมุนไพรไทยบางชนิด... โดยเฉพาะสูตรยาตำรับโบราณ!" 💊 สูตรสมุนไพรรักษา ```python class ThaiHerbalVaccine: def __init__(self): self.herbal_components = { "primary": [ "ฟ้าทะลายโจร: ยับยั้งการแบ่งตัวของปรสิต", "ขมิ้นชัน: ลดการอักเสบและทำลายเซลล์ปรสิต", "กระเทียม: สร้างสภาพแวดล้อมไม่เหมาะแก่ปรสิต", "ว่านหางจระเข้: ซ่อมแซุเซลล์ที่เสียหาย" ], "secondary": [ "มะระขี้นก: เพิ่มภูมิคุ้มกันเฉพาะ", "ตรีผลา: กำจัดพิษจากปรสิต", "เบญจกูล: ปรับสมดุลร่างกาย", "ย่านาง: ลดความดุร้ายจากปรสิต" ] } self.preparation = { "extraction": "สกัดด้วยน้ำสะอาดที่อุณหภูมิเหมาะสม", "combination": "ผสมในอัตราส่วนที่ถูกต้อง", "administration": "ฉีดและรับประทานร่วมกัน", "dosage": "ปรับตามน้ำหนักและระดับการติดเชื้อ" } ``` 🧪 กระบวนการผลิต ```mermaid graph TB A[เก็บสมุนไพร<br>คุณภาพสูง] --> B[สกัดสารสำคัญ<br>ด้วยวิธีดั้งเดิม] B --> C[ผสมสูตร<br>ตามตำรับโบราณ] C --> D[ทดสอบประสิทธิภาพ<br>ในห้องปฏิบัติการ] D --> E[ผลิตเป็น<br>วัคซีนและยารักษา] ``` 🏥 การรักษาและป้องกัน 💉 โปรโตคอลการรักษา พัฒนาระบบรักษาผู้ติดเชื้อ: 1. กักกัน: ในพื้นที่ปลอดภัย 2. ให้ยา: สมุนไพรสูตรพิเศษ 3. บำบัด: ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ 4. ติดตามผล: อย่างใกล้ชิด 🛡️ มาตรการป้องกัน สำหรับประชาชนทั่วไป: · วัคซีนป้องกัน: จากสมุนไพรไทย · การตรวจเลือด: เป็นประจำ · หลีกเลี่ยง: การสัมผัสเลือดผู้อื่น · รู้จักอาการ: เฝ้าระวังตั้งแต่เริ่มต้น 🌍 ความร่วมมือระดับชาติ 🤝 การระดมสรรพกำลัง รัฐบาลประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ: ```python class NationalResponse: def __init__(self): self.agencies_involved = [ "กระทรวงสาธารณสุข: นำทางการแพทย์", "กระทรวงกลาโหม: ควบคุมสถานการณ์", "มหาวิทยาลัย: วิจัยและพัฒนา", "องค์การเภสัชกรรม: ผลิตยา" ] self.resources_mobilized = { "medical": "แพทย์ พยาบาล เภสัชกร", "security": "ทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร", "research": "นักวิทยาศาสตร์ นักสมุนไพรศาสตร์", "production": "โรงงานผลิตยา ศูนย์สกัดสมุนไพร" } ``` 📊 การจัดการวิกฤต ตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน: · สถานที่: กรมควบคุมโรค · หน้าที่: ประสานงานทุกหน่วยงาน · เป้าหมาย: ยุติการระบาดภายใน 1 เดือน 🎯 ผลการดำเนินงาน 📈 ความคืบหน้าของการรักษา หลังใช้สมุนไพรไทย: ```mermaid graph LR A[สัปดาห์ที่ 1<br>ทดลองในสัตว์] --> B[สัปดาห์ที่ 2<br>ทดลองในมนุษย์] B --> C[สัปดาห์ที่ 3<br>ผลิตจำนวนมาก] C --> D[สัปดาห์ที่ 4<br>ควบคุมการระบาดได้] ``` 💪 อัตราความสำเร็จ · ป้องกันการติดเชื้อ: 95% · รักษาผู้ติดเชื้อ: 85% · ลดอาการดุร้าย: ภายใน 24 ชั่วโมง · ฟื้นตัวสมบูรณ์: 70% ภายใน 2 สัปดาห์ 🏆 ความสำเร็จที่โดดเด่น 🌟 จุดเปลี่ยนสำคัญ การค้นพบที่สำคัญ: · ฟ้าทะลายโจร: ยับยั้งการสื่อสารระหว่างปรสิต · ขมิ้นชัน: ทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ปรสิต · สูตรรวม: สร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว 🎖️ การได้รับการยอมรับ องค์การอนามัยโลกยกย่อง: "ประเทศไทยแสดงความเป็นผู้นำ... ในการใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมแก้ไขวิกฤตสมัยใหม่" 📚 บทเรียนจากวิกฤต 🧠 สำหรับวงการแพทย์ "เราเรียนรู้ว่า... ยาสมัยใหม่ไม่ใช่คำตอบเดียว และภูมิปัญญาโบราณสามารถช่วยเหลือมนุษย์ได้" 💫 สำหรับสังคมไทย "วิกฤตนี้สอนเราให้เห็นคุณค่า... ของสมุนไพรไทยและความรู้ดั้งเดิม และแสดงให้เห็นว่า... เมื่อเราร่วมมือกัน เราสามารถ overcome ทุกวิกฤต" 🌿 สำหรับอนาคต "การวิจัยสมุนไพรไทย... ควรได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจัง เพราะในวิกฤตครั้งต่อไป... ความรู้เหล่านี้อาจช่วยมนุษยชาติได้อีก" 🔮 การเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต 💊 นวัตกรรมต่อยอด พัฒนาจากบทเรียนนี้: · คลังสมุนไพรชาติ: เก็บรักษาสมุนไพรสำคัญ · วิจัยสูตรยา: พัฒนาต่อยอดจากตำรับโบราณ · ฝึกบุคลากร: นักสมุนไพรศาสตร์รุ่นใหม่ 🌱 โครงการระยะยาว ตั้ง สถาบันวิจัยสมุนไพรไทย: · วัตถุประสงค์: ศึกษาวิจัยและพัฒนาสมุนไพร · ความร่วมมือ: ระหว่างภาครัฐและเอกชน · เป้าหมาย: เป็นศูนย์กลางสมุนไพรของอาเซียน --- คำคมสุดท้ายจากร.ต.อ.สิงห์: "วิกฤตครั้งนี้สอนเราว่า... บางครั้งคำตอบอยู่ใกล้ตัวเรามาก และภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ... คือมรดกล้ำค่าที่เราต้องรักษาไว้" บทเรียนแห่งการอยู่รอด: "เมื่อวิทยาศาสตร์และภูมิปัญญาโบราณเดินควบคู่... ไม่มีวิกฤตใดที่มนุษย์จะ overcome ไม่ได้"🌿✨ มรดกจากวิกฤต: "จากผีดิบปรสิต... สู่การตื่นตัวเรื่องสมุนไพรไทย และจากความสยองขวัญ... สู่ความหวังใหม่แห่งการแพทย์ไทย"🏥💚
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1268 มุมมอง 0 รีวิว
  • ♣ นายกฯเสี่ยหนูลูกอ้อนขอคะแนนเสียงจาก อาสาสมัครสาธารณสุข อสม. ยังไม่เข็ด ครั้งก่อนเลือกตั้งปี 66 อุตส่าห์เพิ่มเงินตอบแทน เพิ่มสวัสดิการให้ อสม.ทั่วประเทศ 1 ล้านคน หวังได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์เพิ่ม สุดท้ายภูมิใจไทยได้มาแค่ล้านเศษ เพราะอสม.เค้ารับเงินแต่ไม่เลือกไง
    #7ดอกจิก
    ♣ นายกฯเสี่ยหนูลูกอ้อนขอคะแนนเสียงจาก อาสาสมัครสาธารณสุข อสม. ยังไม่เข็ด ครั้งก่อนเลือกตั้งปี 66 อุตส่าห์เพิ่มเงินตอบแทน เพิ่มสวัสดิการให้ อสม.ทั่วประเทศ 1 ล้านคน หวังได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์เพิ่ม สุดท้ายภูมิใจไทยได้มาแค่ล้านเศษ เพราะอสม.เค้ารับเงินแต่ไม่เลือกไง #7ดอกจิก
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 353 มุมมอง 0 รีวิว
  • “AI กำลังทำลาย Wikipedia – การศึกษาอาจเป็นทางรอด”

    บทความโดย Nadav Ziv และ Sam Wineburg ระบุว่า AI กำลังดูดข้อมูลจาก Wikipedia โดยไม่คืนทราฟฟิกกลับมา ทำให้ระบบนิเวศข้อมูลที่พึ่งพาการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครเสี่ยงต่อการเสื่อมสลาย แม้ Wikipedia จะถูกมองว่าไม่เชื่อถือได้ในโรงเรียน แต่จริง ๆ แล้วมีความแม่นยำสูง และถูกใช้โดยแพทย์และนักตรวจสอบข้อเท็จจริง

    ตัวอย่างที่ชัดคือโฆษณาของบริษัท AI อย่าง Perplexity ที่นำเสนอความสะดวกสบายในการให้คำตอบสั้น ๆ โดยไม่ต้องคลิกแหล่งข้อมูลใด ๆ แม้จะมีการใส่ลิงก์ แต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็ไม่คลิกกลับไปยังต้นทาง ปัญหานี้สะท้อนว่า AI กำลัง “ตัดขาดข้อมูลจากแหล่งกำเนิด” และทำให้ผู้ใช้พอใจในคำตอบที่ถูกตัดทอน

    นอกจากนี้ AI ยังส่งผลกระทบต่อสื่ออื่น ๆ เช่น เว็บไซต์ข่าว ที่สูญเสียทราฟฟิกไปกว่า 35% เมื่อผู้ใช้พอใจกับสรุปที่ AI สร้างขึ้น ปรากฏการณ์นี้คล้ายกับยุคแรกของอินเทอร์เน็ตที่เสิร์ชเอนจินอย่าง AltaVista พยายามกักผู้ใช้ไว้ในแพลตฟอร์มเพื่อสร้างรายได้จากโฆษณา ต่างจาก Google ที่เคยช่วยส่งผู้ใช้ไปยังแหล่งข้อมูลจริง

    ผู้เขียนเสนอว่า การศึกษาเป็นทางออก โดยการสอนให้ผู้ใช้ตรวจสอบว่าใครอยู่เบื้องหลังข้อมูล และฝึกการคลิกกลับไปยังต้นทาง งานวิจัยในหลายประเทศแสดงให้เห็นว่าเพียงไม่กี่ชั่วโมงของการฝึกอบรมก็สามารถเพิ่มทักษะการตัดสินใจเชิงข้อมูลได้อย่างมาก การศึกษาเช่นนี้จะช่วยให้ผู้ใช้ไม่เป็นเพียงผู้รับข้อมูลแบบ Passive แต่กลายเป็นผู้ตรวจสอบและผู้มีส่วนร่วมเชิงวิพากษ์

    สรุปสาระสำคัญ
    ปัญหาที่ Wikipedia เผชิญ
    AI ดึงข้อมูลไปใช้โดยไม่คืนทราฟฟิก
    ผู้ใช้พอใจกับคำตอบที่ถูกตัดทอน ไม่คลิกกลับไปยังต้นทาง
    ส่งผลให้แรงจูงใจในการสร้างเนื้อหาคุณภาพลดลง

    ผลกระทบต่อระบบนิเวศข้อมูล
    เว็บไซต์ข่าวสูญเสียทราฟฟิกกว่า 35%
    AI สร้างระบบที่กักผู้ใช้ไว้ในแพลตฟอร์ม คล้ายเสิร์ชเอนจินยุคแรก

    ข้อเสนอเพื่อแก้ปัญหา
    ใช้การศึกษาเพื่อสอนผู้ใช้ตรวจสอบแหล่งข้อมูล
    ฝึกให้คลิกกลับไปยังต้นทางและประเมินความน่าเชื่อถือ
    เปลี่ยนผู้ใช้จากผู้รับข้อมูลแบบ Passive เป็นผู้ตรวจสอบเชิงวิพากษ์

    คำเตือนจากบทความ
    หากผู้ใช้ยังคงพึ่งพา AI โดยไม่ตรวจสอบ อาจทำให้ข้อมูลคุณภาพหายไป
    ระบบนิเวศความรู้เสี่ยงต่อการเสื่อมสลายเมื่อแรงจูงใจในการสร้างเนื้อหาลดลง

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/11/15/opinion-how-to-save-wikipedia-from-ai
    🌐 “AI กำลังทำลาย Wikipedia – การศึกษาอาจเป็นทางรอด” บทความโดย Nadav Ziv และ Sam Wineburg ระบุว่า AI กำลังดูดข้อมูลจาก Wikipedia โดยไม่คืนทราฟฟิกกลับมา ทำให้ระบบนิเวศข้อมูลที่พึ่งพาการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครเสี่ยงต่อการเสื่อมสลาย แม้ Wikipedia จะถูกมองว่าไม่เชื่อถือได้ในโรงเรียน แต่จริง ๆ แล้วมีความแม่นยำสูง และถูกใช้โดยแพทย์และนักตรวจสอบข้อเท็จจริง ตัวอย่างที่ชัดคือโฆษณาของบริษัท AI อย่าง Perplexity ที่นำเสนอความสะดวกสบายในการให้คำตอบสั้น ๆ โดยไม่ต้องคลิกแหล่งข้อมูลใด ๆ แม้จะมีการใส่ลิงก์ แต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็ไม่คลิกกลับไปยังต้นทาง ปัญหานี้สะท้อนว่า AI กำลัง “ตัดขาดข้อมูลจากแหล่งกำเนิด” และทำให้ผู้ใช้พอใจในคำตอบที่ถูกตัดทอน นอกจากนี้ AI ยังส่งผลกระทบต่อสื่ออื่น ๆ เช่น เว็บไซต์ข่าว ที่สูญเสียทราฟฟิกไปกว่า 35% เมื่อผู้ใช้พอใจกับสรุปที่ AI สร้างขึ้น ปรากฏการณ์นี้คล้ายกับยุคแรกของอินเทอร์เน็ตที่เสิร์ชเอนจินอย่าง AltaVista พยายามกักผู้ใช้ไว้ในแพลตฟอร์มเพื่อสร้างรายได้จากโฆษณา ต่างจาก Google ที่เคยช่วยส่งผู้ใช้ไปยังแหล่งข้อมูลจริง ผู้เขียนเสนอว่า การศึกษาเป็นทางออก โดยการสอนให้ผู้ใช้ตรวจสอบว่าใครอยู่เบื้องหลังข้อมูล และฝึกการคลิกกลับไปยังต้นทาง งานวิจัยในหลายประเทศแสดงให้เห็นว่าเพียงไม่กี่ชั่วโมงของการฝึกอบรมก็สามารถเพิ่มทักษะการตัดสินใจเชิงข้อมูลได้อย่างมาก การศึกษาเช่นนี้จะช่วยให้ผู้ใช้ไม่เป็นเพียงผู้รับข้อมูลแบบ Passive แต่กลายเป็นผู้ตรวจสอบและผู้มีส่วนร่วมเชิงวิพากษ์ 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ ปัญหาที่ Wikipedia เผชิญ ➡️ AI ดึงข้อมูลไปใช้โดยไม่คืนทราฟฟิก ➡️ ผู้ใช้พอใจกับคำตอบที่ถูกตัดทอน ไม่คลิกกลับไปยังต้นทาง ➡️ ส่งผลให้แรงจูงใจในการสร้างเนื้อหาคุณภาพลดลง ✅ ผลกระทบต่อระบบนิเวศข้อมูล ➡️ เว็บไซต์ข่าวสูญเสียทราฟฟิกกว่า 35% ➡️ AI สร้างระบบที่กักผู้ใช้ไว้ในแพลตฟอร์ม คล้ายเสิร์ชเอนจินยุคแรก ✅ ข้อเสนอเพื่อแก้ปัญหา ➡️ ใช้การศึกษาเพื่อสอนผู้ใช้ตรวจสอบแหล่งข้อมูล ➡️ ฝึกให้คลิกกลับไปยังต้นทางและประเมินความน่าเชื่อถือ ➡️ เปลี่ยนผู้ใช้จากผู้รับข้อมูลแบบ Passive เป็นผู้ตรวจสอบเชิงวิพากษ์ ‼️ คำเตือนจากบทความ ⛔ หากผู้ใช้ยังคงพึ่งพา AI โดยไม่ตรวจสอบ อาจทำให้ข้อมูลคุณภาพหายไป ⛔ ระบบนิเวศความรู้เสี่ยงต่อการเสื่อมสลายเมื่อแรงจูงใจในการสร้างเนื้อหาลดลง https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/11/15/opinion-how-to-save-wikipedia-from-ai
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Opinion: How to save Wikipedia from AI
    The volunteer-run online encyclopaedia just issued a stark warning: AI is exploiting the site's data, siphoning off its traffic, and threatening its future.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 371 มุมมอง 0 รีวิว
  • เหรียญหลวงปู่บุญ เหรียญสามมหาราช วัดทุ่งเหียง จ.ชลบุรี
    เหรียญหลวงปู่บุญ เหรียญสามมหาราช (มีตอกโค๊ต"บุญ") วัดทุ่งเหียง จ.ชลบุรี // พระดีพิธีใหญ่ แจกทหาร-ตำรวจ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ // รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >>

    ** พุทธคุณด้านแคล้วคลาดปลอดภัย มหาอุด คงกระพันชาตรี ช่วยค้าขายเจริญรุ่งเรือง กันปืน ขจัดปัญหาต่างๆ พุทธคุณครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น เมตตา ค้าขาย แคล้วคลาด โชคลาภ **

    ** วันนี้ (18 มี.ค.) ที่ศาลาการเปรียญวัดเมืองยะลา ในเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา หลวงปู่บุญ โสภโณ (พระครูโสภณพัฒนาภิรม) เจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียง ต.หมอนนาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี พร้อมด้วย นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย พร้อมคณะ ได้นำวัตถุมงคล เหรียญพ่อขุนรามคำแหง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือรุ่น 3 มหาราช ปกป้องแผ่นดินไทย พร้อมด้วยผ้ายันต์หัวใจพญาจงอางศึก 25,000 ชุด มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส) เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับหน่วยกำลังพลในพื้นที่ รวมถึงน้องประชาชนที่มีความศรัทธา ทั้งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ **

    ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ พร้อมถุงเดิมๆ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ

    โทรศัพท์ 0881915131
    LINE 0881915131
    เหรียญหลวงปู่บุญ เหรียญสามมหาราช วัดทุ่งเหียง จ.ชลบุรี เหรียญหลวงปู่บุญ เหรียญสามมหาราช (มีตอกโค๊ต"บุญ") วัดทุ่งเหียง จ.ชลบุรี // พระดีพิธีใหญ่ แจกทหาร-ตำรวจ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ // รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >> ** พุทธคุณด้านแคล้วคลาดปลอดภัย มหาอุด คงกระพันชาตรี ช่วยค้าขายเจริญรุ่งเรือง กันปืน ขจัดปัญหาต่างๆ พุทธคุณครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น เมตตา ค้าขาย แคล้วคลาด โชคลาภ ** ** วันนี้ (18 มี.ค.) ที่ศาลาการเปรียญวัดเมืองยะลา ในเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา หลวงปู่บุญ โสภโณ (พระครูโสภณพัฒนาภิรม) เจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียง ต.หมอนนาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี พร้อมด้วย นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย พร้อมคณะ ได้นำวัตถุมงคล เหรียญพ่อขุนรามคำแหง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือรุ่น 3 มหาราช ปกป้องแผ่นดินไทย พร้อมด้วยผ้ายันต์หัวใจพญาจงอางศึก 25,000 ชุด มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส) เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับหน่วยกำลังพลในพื้นที่ รวมถึงน้องประชาชนที่มีความศรัทธา ทั้งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ** ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ พร้อมถุงเดิมๆ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ โทรศัพท์ 0881915131 LINE 0881915131
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 754 มุมมอง 0 รีวิว
  • FFmpeg vs Google: เมื่อโอเพ่นซอร์สต้องการมากกว่าแรงอาสา

    ลองนึกภาพว่าโปรแกรมที่คุณใช้ดูหนัง ฟังเพลง หรือแม้แต่เบราว์เซอร์ที่เปิดทุกวัน ต่างก็พึ่งพา FFmpeg — เครื่องมือโอเพ่นซอร์สที่ทำหน้าที่แปลงและประมวลผลสื่อมัลติมีเดียแทบทุกชนิดบนโลกใบนี้ แต่เบื้องหลังความสะดวกสบายนี้คือทีมอาสาสมัครที่ทำงานฟรี และกำลังเผชิญแรงกดดันมหาศาลจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่

    เรื่องราวเริ่มจากการที่ Google ใช้ AI ตรวจพบช่องโหว่เล็ก ๆ ใน FFmpeg ซึ่งแม้จะเป็นบั๊กที่เกี่ยวข้องกับเกมเก่าจากปี 1995 แต่ก็ถูกบังคับให้ต้องแก้ไขภายใต้กรอบเวลาเข้มงวดตามนโยบายการเปิดเผยช่องโหว่ของ Google Project Zero นี่จึงกลายเป็นการถกเถียงใหญ่ในชุมชนโอเพ่นซอร์สว่า “ใครควรรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและแรงงานในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้”

    น่าสนใจคือ FFmpeg ไม่ใช่รายเดียวที่เจอปัญหาแบบนี้ — ไลบรารีสำคัญอย่าง libxml2 ก็เพิ่งเสียผู้ดูแลหลักไป เพราะไม่สามารถรับภาระการแก้ไขช่องโหว่ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีค่าตอบแทนได้อีกต่อไป

    มุมมองเพิ่มเติมจากภายนอก
    ปัญหานี้สะท้อนความจริงว่า โอเพ่นซอร์สคือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่โลกพึ่งพา แต่กลับไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นระบบ
    หลายองค์กรเริ่มพูดถึงแนวคิด “Open Source Sustainability” เช่นการจัดตั้งกองทุนสนับสนุน หรือการบังคับให้บริษัทที่ใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สต้องมีส่วนร่วมในการดูแลรักษา
    หากไม่มีการแก้ไขเชิงโครงสร้าง เราอาจเห็นซอฟต์แวร์สำคัญ ๆ ถูกทิ้งร้าง และนั่นหมายถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยระดับโลก

    FFmpeg ถูกใช้ทั่วโลก
    เป็นหัวใจของการเล่นและแปลงไฟล์วิดีโอ/เสียงใน VLC, Chrome, Firefox, YouTube ฯลฯ

    ทีมพัฒนาเป็นอาสาสมัครเกือบทั้งหมด
    ไม่มีสัญญา ไม่มีงบประมาณจากองค์กรใหญ่ แต่ต้องรับภาระการแก้ไขช่องโหว่

    Google ใช้ AI ตรวจพบบั๊กเก่าใน FFmpeg
    แม้เป็นปัญหากับเกมปี 1995 แต่ก็ต้องแก้ไขตามนโยบายการเปิดเผยช่องโหว่

    กรณี libxml2 แสดงให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้าง
    ผู้ดูแลลาออกเพราะไม่สามารถรับภาระการแก้ไขช่องโหว่โดยไม่มีค่าตอบแทน

    แรงกดดันจากนโยบายการเปิดเผยช่องโหว่ของ Google Project Zero
    กำหนดเวลา 90 วันในการแก้ไข แม้ทีมอาสาสมัครไม่มีทรัพยากรเพียงพอ

    ความเสี่ยงต่อความมั่นคงของระบบดิจิทัลโลก
    หากโครงการโอเพ่นซอร์สสำคัญถูกทิ้งร้าง อาจเกิดช่องโหว่ใหญ่ที่กระทบผู้ใช้ทั่วโลก

    https://thenewstack.io/ffmpeg-to-google-fund-us-or-stop-sending-bugs/
    📰 FFmpeg vs Google: เมื่อโอเพ่นซอร์สต้องการมากกว่าแรงอาสา ลองนึกภาพว่าโปรแกรมที่คุณใช้ดูหนัง ฟังเพลง หรือแม้แต่เบราว์เซอร์ที่เปิดทุกวัน ต่างก็พึ่งพา FFmpeg — เครื่องมือโอเพ่นซอร์สที่ทำหน้าที่แปลงและประมวลผลสื่อมัลติมีเดียแทบทุกชนิดบนโลกใบนี้ แต่เบื้องหลังความสะดวกสบายนี้คือทีมอาสาสมัครที่ทำงานฟรี และกำลังเผชิญแรงกดดันมหาศาลจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เรื่องราวเริ่มจากการที่ Google ใช้ AI ตรวจพบช่องโหว่เล็ก ๆ ใน FFmpeg ซึ่งแม้จะเป็นบั๊กที่เกี่ยวข้องกับเกมเก่าจากปี 1995 แต่ก็ถูกบังคับให้ต้องแก้ไขภายใต้กรอบเวลาเข้มงวดตามนโยบายการเปิดเผยช่องโหว่ของ Google Project Zero นี่จึงกลายเป็นการถกเถียงใหญ่ในชุมชนโอเพ่นซอร์สว่า “ใครควรรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและแรงงานในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้” น่าสนใจคือ FFmpeg ไม่ใช่รายเดียวที่เจอปัญหาแบบนี้ — ไลบรารีสำคัญอย่าง libxml2 ก็เพิ่งเสียผู้ดูแลหลักไป เพราะไม่สามารถรับภาระการแก้ไขช่องโหว่ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีค่าตอบแทนได้อีกต่อไป มุมมองเพิ่มเติมจากภายนอก 🌍 🔰 ปัญหานี้สะท้อนความจริงว่า โอเพ่นซอร์สคือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่โลกพึ่งพา แต่กลับไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นระบบ 🔰 หลายองค์กรเริ่มพูดถึงแนวคิด “Open Source Sustainability” เช่นการจัดตั้งกองทุนสนับสนุน หรือการบังคับให้บริษัทที่ใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สต้องมีส่วนร่วมในการดูแลรักษา 🔰 หากไม่มีการแก้ไขเชิงโครงสร้าง เราอาจเห็นซอฟต์แวร์สำคัญ ๆ ถูกทิ้งร้าง และนั่นหมายถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยระดับโลก ✅ FFmpeg ถูกใช้ทั่วโลก ➡️ เป็นหัวใจของการเล่นและแปลงไฟล์วิดีโอ/เสียงใน VLC, Chrome, Firefox, YouTube ฯลฯ ✅ ทีมพัฒนาเป็นอาสาสมัครเกือบทั้งหมด ➡️ ไม่มีสัญญา ไม่มีงบประมาณจากองค์กรใหญ่ แต่ต้องรับภาระการแก้ไขช่องโหว่ ✅ Google ใช้ AI ตรวจพบบั๊กเก่าใน FFmpeg ➡️ แม้เป็นปัญหากับเกมปี 1995 แต่ก็ต้องแก้ไขตามนโยบายการเปิดเผยช่องโหว่ ✅ กรณี libxml2 แสดงให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ➡️ ผู้ดูแลลาออกเพราะไม่สามารถรับภาระการแก้ไขช่องโหว่โดยไม่มีค่าตอบแทน ‼️ แรงกดดันจากนโยบายการเปิดเผยช่องโหว่ของ Google Project Zero ⛔ กำหนดเวลา 90 วันในการแก้ไข แม้ทีมอาสาสมัครไม่มีทรัพยากรเพียงพอ ‼️ ความเสี่ยงต่อความมั่นคงของระบบดิจิทัลโลก ⛔ หากโครงการโอเพ่นซอร์สสำคัญถูกทิ้งร้าง อาจเกิดช่องโหว่ใหญ่ที่กระทบผู้ใช้ทั่วโลก https://thenewstack.io/ffmpeg-to-google-fund-us-or-stop-sending-bugs/
    THENEWSTACK.IO
    FFmpeg to Google: Fund Us or Stop Sending Bugs
    A lively discussion about open source, security, and who pays the bills has erupted on Twitter.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 413 มุมมอง 0 รีวิว
  • Jean-Baptiste Kempf ได้รับรางวัล SFS ยุโรป 2025 จากผลงาน VLC ที่เปลี่ยนโลกของซอฟต์แวร์เสรี

    เรื่องราวของนักพัฒนาผู้เปลี่ยนโปรเจกต์นักศึกษาให้กลายเป็นซอฟต์แวร์ระดับโลก VLC Media Player ได้รับการยกย่องอีกครั้ง เมื่อ Jean-Baptiste Kempf ได้รับรางวัล European SFS Award 2025 จาก FSFE และ LUGBZ

    ย้อนกลับไปในปี 1996 VLC เริ่มต้นจากโปรเจกต์เล็กๆ ของนักศึกษาวิศวกรรมในฝรั่งเศส เพื่อสร้างเครื่องเล่นวิดีโอผ่านเครือข่าย แต่เมื่อผู้พัฒนาเดิมจบการศึกษา โครงการก็เกือบจะถูกทิ้งร้าง

    Jean-Baptiste Kempf ซึ่งเข้าร่วมในปี 2000 ไม่ยอมให้มันจบลง เขารวบรวมทีมใหม่ ปรับโครงสร้างโค้ด และสร้างชุมชนอาสาสมัครที่แข็งแกร่ง จน VLC กลายเป็นซอฟต์แวร์ที่ “กินได้ทุกไฟล์” และเป็นซอฟต์แวร์เสรีตัวแรกที่หลายคนติดตั้ง

    เขาไม่เพียงเป็นหัวหน้าทีมพัฒนา แต่ยังเป็นประธานของมูลนิธิ VideoLAN และผู้ก่อตั้งบริษัท VideoLabs ที่สนับสนุนด้านเทคนิคโดยไม่ละทิ้งอุดมการณ์เสรีภาพของผู้ใช้

    รางวัล SFS Award คืออะไร?
    รางวัล European SFS Award จัดขึ้นโดย FSFE และ LUGBZ ตั้งแต่ปี 2023 เพื่อยกย่องบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมซอฟต์แวร์เสรีในยุโรป โดยผู้ได้รับรางวัลก่อนหน้า ได้แก่:
    Frank Karlitschek (2023) ผู้ก่อตั้ง Nextcloud
    Bram Moolenaar (2024) ผู้สร้าง Vim (ได้รับรางวัลหลังเสียชีวิต)

    ผลงานของ Jean-Baptiste Kempf
    เข้าร่วม VLC ตั้งแต่ปี 2000 และช่วยฟื้นฟูโครงการ
    เป็นผู้นำในการพัฒนา VLC ให้รองรับทุกแพลตฟอร์ม
    ปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการจากบริษัทใหญ่เพื่อรักษาเสรีภาพของผู้ใช้
    ก่อตั้ง VideoLabs เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเชิงเทคนิค
    ได้รับเกียรติเป็น Chevalier de l’Ordre National du Mérite ในปี 2018

    ความสำคัญของ VLC Media Player
    เป็นซอฟต์แวร์เสรีที่มีผู้ใช้หลายพันล้านคนทั่วโลก
    เป็นซอฟต์แวร์ตัวแรกที่หลายคนติดตั้งบนระบบปฏิบัติการที่ไม่เสรี
    มีชุมชนอาสาสมัครที่ร่วมพัฒนา แปลภาษา และออกแบบอย่างต่อเนื่อง
    โลโก้กรวยจราจรกลายเป็นสัญลักษณ์ของความสร้างสรรค์และอารมณ์ขัน

    จุดยืนของชุมชนซอฟต์แวร์เสรี
    ยึดมั่นในเสรีภาพของผู้ใช้ ไม่ใช่ผลกำไร
    ส่งเสริมการเข้าถึงสื่อแบบเปิดโดยไม่มีข้อจำกัด
    สร้างซอฟต์แวร์ที่ทุกคนสามารถใช้ ศึกษา แก้ไข และแบ่งปันได้

    https://fsfe.org/news/2025/news-20251107-01.en.html
    🧑‍💻 Jean-Baptiste Kempf ได้รับรางวัล SFS ยุโรป 2025 จากผลงาน VLC ที่เปลี่ยนโลกของซอฟต์แวร์เสรี 🎉 เรื่องราวของนักพัฒนาผู้เปลี่ยนโปรเจกต์นักศึกษาให้กลายเป็นซอฟต์แวร์ระดับโลก VLC Media Player ได้รับการยกย่องอีกครั้ง เมื่อ Jean-Baptiste Kempf ได้รับรางวัล European SFS Award 2025 จาก FSFE และ LUGBZ ย้อนกลับไปในปี 1996 VLC เริ่มต้นจากโปรเจกต์เล็กๆ ของนักศึกษาวิศวกรรมในฝรั่งเศส เพื่อสร้างเครื่องเล่นวิดีโอผ่านเครือข่าย แต่เมื่อผู้พัฒนาเดิมจบการศึกษา โครงการก็เกือบจะถูกทิ้งร้าง Jean-Baptiste Kempf ซึ่งเข้าร่วมในปี 2000 ไม่ยอมให้มันจบลง เขารวบรวมทีมใหม่ ปรับโครงสร้างโค้ด และสร้างชุมชนอาสาสมัครที่แข็งแกร่ง จน VLC กลายเป็นซอฟต์แวร์ที่ “กินได้ทุกไฟล์” และเป็นซอฟต์แวร์เสรีตัวแรกที่หลายคนติดตั้ง เขาไม่เพียงเป็นหัวหน้าทีมพัฒนา แต่ยังเป็นประธานของมูลนิธิ VideoLAN และผู้ก่อตั้งบริษัท VideoLabs ที่สนับสนุนด้านเทคนิคโดยไม่ละทิ้งอุดมการณ์เสรีภาพของผู้ใช้ 🏆 รางวัล SFS Award คืออะไร? รางวัล European SFS Award จัดขึ้นโดย FSFE และ LUGBZ ตั้งแต่ปี 2023 เพื่อยกย่องบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมซอฟต์แวร์เสรีในยุโรป โดยผู้ได้รับรางวัลก่อนหน้า ได้แก่: 🎗️ Frank Karlitschek (2023) ผู้ก่อตั้ง Nextcloud 🎗️ Bram Moolenaar (2024) ผู้สร้าง Vim (ได้รับรางวัลหลังเสียชีวิต) ✅ ผลงานของ Jean-Baptiste Kempf ➡️ เข้าร่วม VLC ตั้งแต่ปี 2000 และช่วยฟื้นฟูโครงการ ➡️ เป็นผู้นำในการพัฒนา VLC ให้รองรับทุกแพลตฟอร์ม ➡️ ปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการจากบริษัทใหญ่เพื่อรักษาเสรีภาพของผู้ใช้ ➡️ ก่อตั้ง VideoLabs เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเชิงเทคนิค ➡️ ได้รับเกียรติเป็น Chevalier de l’Ordre National du Mérite ในปี 2018 ✅ ความสำคัญของ VLC Media Player ➡️ เป็นซอฟต์แวร์เสรีที่มีผู้ใช้หลายพันล้านคนทั่วโลก ➡️ เป็นซอฟต์แวร์ตัวแรกที่หลายคนติดตั้งบนระบบปฏิบัติการที่ไม่เสรี ➡️ มีชุมชนอาสาสมัครที่ร่วมพัฒนา แปลภาษา และออกแบบอย่างต่อเนื่อง ➡️ โลโก้กรวยจราจรกลายเป็นสัญลักษณ์ของความสร้างสรรค์และอารมณ์ขัน ✅ จุดยืนของชุมชนซอฟต์แวร์เสรี ➡️ ยึดมั่นในเสรีภาพของผู้ใช้ ไม่ใช่ผลกำไร ➡️ ส่งเสริมการเข้าถึงสื่อแบบเปิดโดยไม่มีข้อจำกัด ➡️ สร้างซอฟต์แวร์ที่ทุกคนสามารถใช้ ศึกษา แก้ไข และแบ่งปันได้ https://fsfe.org/news/2025/news-20251107-01.en.html
    FSFE.ORG
    Jean-Baptiste Kempf receives the European SFS Award 2025 at SFSCON - FSFE
    The FSFE and LUGBZ have recognized VLC president and core developer with this European award for his long-term dedication to the project. What began as a s...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 575 มุมมอง 0 รีวิว
  • Akira Ransomware อ้างเจาะระบบ OpenOffice — แต่ Apache ปฏิเสธ พร้อมชี้แจงว่า “ไม่มีข้อมูลให้ขโมย”

    กลุ่มแฮกเกอร์ Akira Ransomware ได้อ้างว่าเจาะระบบของ Apache OpenOffice และขโมยข้อมูลกว่า 23GB ซึ่งรวมถึงข้อมูลพนักงาน, รายงานปัญหา, และไฟล์ลับภายในองค์กร พร้อมประกาศว่าจะปล่อยข้อมูลเหล่านี้ในเร็วๆ นี้

    แต่ทาง Apache Software Foundation ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่า ไม่มีการโจมตีเกิดขึ้น และสิ่งที่ Akira อ้างนั้น “ไม่สมเหตุสมผล” เพราะ OpenOffice เป็นโครงการโอเพ่นซอร์สที่ไม่มีพนักงานประจำ และไม่มีข้อมูลส่วนตัวหรือไฟล์ลับใดๆ ให้ขโมย

    โครงการโอเพ่นซอร์สที่โปร่งใส
    Apache OpenOffice เป็นซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สที่พัฒนาโดยอาสาสมัครทั่วโลก ไม่มีพนักงานประจำ ไม่มีฐานข้อมูลส่วนตัว และทุกการพูดคุยเกี่ยวกับบั๊กหรือฟีเจอร์ใหม่ๆ ก็ถูกเผยแพร่ผ่านเมลลิสต์สาธารณะอยู่แล้ว

    ทาง Apache ยังระบุว่าไม่มีการเรียกค่าไถ่เกิดขึ้น และไม่มีหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่ามีการเจาะระบบจริง จึงไม่ได้แจ้งตำรวจหรือดำเนินการใดๆ นอกจากการตรวจสอบภายใน

    Akira Ransomware อ้างเจาะระบบ OpenOffice
    อ้างว่าขโมยข้อมูล 23GB รวมถึงข้อมูลพนักงานและไฟล์ลับ
    เตรียมปล่อยข้อมูลในเร็วๆ นี้

    Apache ปฏิเสธการโจมตี
    ไม่มีพนักงานประจำหรือข้อมูลส่วนตัวให้ขโมย
    ไม่มีการเรียกค่าไถ่หรือหลักฐานการเจาะระบบ

    โครงการโอเพ่นซอร์สที่โปร่งใส
    พัฒนาโดยอาสาสมัคร ไม่มีโครงสร้างองค์กรแบบบริษัท
    การพูดคุยเรื่องบั๊กและฟีเจอร์เป็นสาธารณะ

    ความเสี่ยงจากการอ้างเท็จของแฮกเกอร์
    อาจสร้างความเข้าใจผิดในสาธารณะ
    ทำให้ผู้ใช้งานเกิดความกังวลโดยไม่จำเป็น

    ความท้าทายในการตรวจสอบความจริง
    ต้องใช้เวลาตรวจสอบภายในเพื่อยืนยันว่าไม่มีการเจาะระบบ
    การตอบโต้ข่าวลือต้องใช้ความชัดเจนและโปร่งใส

    https://www.techradar.com/pro/security/apache-openoffice-says-it-wasnt-hit-by-cyberattack-despite-hacker-claims
    🛡️💻 Akira Ransomware อ้างเจาะระบบ OpenOffice — แต่ Apache ปฏิเสธ พร้อมชี้แจงว่า “ไม่มีข้อมูลให้ขโมย” กลุ่มแฮกเกอร์ Akira Ransomware ได้อ้างว่าเจาะระบบของ Apache OpenOffice และขโมยข้อมูลกว่า 23GB ซึ่งรวมถึงข้อมูลพนักงาน, รายงานปัญหา, และไฟล์ลับภายในองค์กร พร้อมประกาศว่าจะปล่อยข้อมูลเหล่านี้ในเร็วๆ นี้ แต่ทาง Apache Software Foundation ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่า ไม่มีการโจมตีเกิดขึ้น และสิ่งที่ Akira อ้างนั้น “ไม่สมเหตุสมผล” เพราะ OpenOffice เป็นโครงการโอเพ่นซอร์สที่ไม่มีพนักงานประจำ และไม่มีข้อมูลส่วนตัวหรือไฟล์ลับใดๆ ให้ขโมย 🔍 โครงการโอเพ่นซอร์สที่โปร่งใส Apache OpenOffice เป็นซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สที่พัฒนาโดยอาสาสมัครทั่วโลก ไม่มีพนักงานประจำ ไม่มีฐานข้อมูลส่วนตัว และทุกการพูดคุยเกี่ยวกับบั๊กหรือฟีเจอร์ใหม่ๆ ก็ถูกเผยแพร่ผ่านเมลลิสต์สาธารณะอยู่แล้ว ทาง Apache ยังระบุว่าไม่มีการเรียกค่าไถ่เกิดขึ้น และไม่มีหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่ามีการเจาะระบบจริง จึงไม่ได้แจ้งตำรวจหรือดำเนินการใดๆ นอกจากการตรวจสอบภายใน ✅ Akira Ransomware อ้างเจาะระบบ OpenOffice ➡️ อ้างว่าขโมยข้อมูล 23GB รวมถึงข้อมูลพนักงานและไฟล์ลับ ➡️ เตรียมปล่อยข้อมูลในเร็วๆ นี้ ✅ Apache ปฏิเสธการโจมตี ➡️ ไม่มีพนักงานประจำหรือข้อมูลส่วนตัวให้ขโมย ➡️ ไม่มีการเรียกค่าไถ่หรือหลักฐานการเจาะระบบ ✅ โครงการโอเพ่นซอร์สที่โปร่งใส ➡️ พัฒนาโดยอาสาสมัคร ไม่มีโครงสร้างองค์กรแบบบริษัท ➡️ การพูดคุยเรื่องบั๊กและฟีเจอร์เป็นสาธารณะ ‼️ ความเสี่ยงจากการอ้างเท็จของแฮกเกอร์ ⛔ อาจสร้างความเข้าใจผิดในสาธารณะ ⛔ ทำให้ผู้ใช้งานเกิดความกังวลโดยไม่จำเป็น ‼️ ความท้าทายในการตรวจสอบความจริง ⛔ ต้องใช้เวลาตรวจสอบภายในเพื่อยืนยันว่าไม่มีการเจาะระบบ ⛔ การตอบโต้ข่าวลือต้องใช้ความชัดเจนและโปร่งใส https://www.techradar.com/pro/security/apache-openoffice-says-it-wasnt-hit-by-cyberattack-despite-hacker-claims
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 430 มุมมอง 0 รีวิว
  • ดร.ก้องศักด นำคณะโอลิมปิคไทย เตรียมพร้อมบุคลากร 225 คน ต้อนรับบุคคลสำคัญตลอดการแข่งขัน
    https://www.thai-tai.tv/news/22177/
    .
    #ไทยไท #ซีเกมส์33 #อาสาสมัครซีเกมส์ #กกท #ภาพลักษณ์ประเทศ #EVERFORWARD

    ดร.ก้องศักด นำคณะโอลิมปิคไทย เตรียมพร้อมบุคลากร 225 คน ต้อนรับบุคคลสำคัญตลอดการแข่งขัน https://www.thai-tai.tv/news/22177/ . #ไทยไท #ซีเกมส์33 #อาสาสมัครซีเกมส์ #กกท #ภาพลักษณ์ประเทศ #EVERFORWARD
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 475 มุมมอง 0 รีวิว
  • งานวิจัย MIT เผย: สมองพยายาม “ล้างตัวเอง” ระหว่างตื่น เมื่ออดนอน — แต่ต้องแลกด้วยสมาธิที่หายไป

    การศึกษาล่าสุดจาก MIT พบว่า เมื่อร่างกายอดนอน สมองจะพยายามชดเชยการนอนหลับด้วยการปล่อยคลื่นน้ำหล่อเลี้ยงสมอง (CSF) ออกมาในช่วงที่สมาธิหลุด ซึ่งเป็นกระบวนการที่ปกติจะเกิดเฉพาะตอนนอนหลับ

    สาระสำคัญจากงานวิจัย
    การล้างสมองระหว่างตื่น: โดยปกติ CSF จะไหลเข้า–ออกจากสมองเป็นจังหวะระหว่างการนอนหลับ เพื่อชะล้างของเสียที่สะสมระหว่างวัน แต่เมื่ออดนอน สมองจะพยายาม “แทรก” กระบวนการนี้เข้ามาในช่วงที่ตื่น ส่งผลให้เกิด “คลื่น CSF” ระหว่างที่สมาธิหลุด

    แลกเปลี่ยนระหว่างการล้างสมองกับสมาธิ: คลื่น CSF ที่เกิดขึ้นระหว่างตื่นสัมพันธ์กับช่วงเวลาที่สมาธิของผู้ทดลองลดลงอย่างชัดเจน นักวิจัยพบว่าในช่วงที่ผู้เข้าร่วมการทดลองพลาดการตอบสนองต่อสิ่งเร้า จะมีการไหลออกของ CSF จากสมอง และไหลกลับเข้าเมื่อสมาธิฟื้นคืน

    การทดลอง: อาสาสมัคร 26 คนถูกทดสอบทั้งในสภาพอดนอนและพักผ่อนเพียงพอ โดยใช้ EEG และ fMRI เพื่อตรวจวัดคลื่นสมอง, การไหลของ CSF, อัตราการเต้นของหัวใจ, การหายใจ และขนาดรูม่านตา

    ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง: พบว่าการหดตัวของรูม่านตาเกิดขึ้นก่อนคลื่น CSF ประมาณ 12 วินาที และขยายตัวอีกครั้งหลังจากสมาธิกลับมา แสดงให้เห็นว่าการล้างสมองนี้เป็น “เหตุการณ์ระดับทั้งร่างกาย” ไม่ใช่แค่ในสมอง

    สมมติฐานใหม่: นักวิจัยเสนอว่าอาจมี “วงจรควบคุมเดียว” ที่เชื่อมโยงการทำงานของสมองระดับสูง (เช่น สมาธิ) กับกระบวนการพื้นฐานทางสรีรวิทยา เช่น การไหลเวียนของของเหลว, การเต้นของหัวใจ และการหายใจ โดยระบบ noradrenergic ซึ่งควบคุมผ่านสารสื่อประสาท norepinephrine อาจเป็นตัวกลางสำคัญ

    สิ่งที่ค้นพบ
    การอดนอนทำให้สมองพยายามล้างของเสียระหว่างตื่น
    คลื่น CSF เกิดขึ้นพร้อมกับการสูญเสียสมาธิ
    การล้างสมองระหว่างตื่นมีผลต่อการรับรู้และการตอบสนอง

    การทดลอง
    ใช้ EEG และ fMRI ตรวจวัดการทำงานของสมองและร่างกาย
    ทดสอบทั้งในสภาพอดนอนและพักผ่อนเพียงพอ
    พบความสัมพันธ์ระหว่างคลื่น CSF กับการหด–ขยายของรูม่านตา

    สมมติฐานใหม่
    อาจมีวงจรเดียวควบคุมทั้งสมาธิและการทำงานของร่างกาย
    ระบบ noradrenergic อาจเป็นกุญแจสำคัญ

    คำเตือนจากงานวิจัย
    การอดนอนอาจทำให้สมองเข้าสู่ “โหมดล้างตัวเอง” โดยไม่รู้ตัว
    ส่งผลให้สมาธิและการรับรู้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
    การอดนอนเรื้อรังอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพสมองในระยะยาว

    https://news.mit.edu/2025/your-brain-without-sleep-1029
    🧠💤 งานวิจัย MIT เผย: สมองพยายาม “ล้างตัวเอง” ระหว่างตื่น เมื่ออดนอน — แต่ต้องแลกด้วยสมาธิที่หายไป การศึกษาล่าสุดจาก MIT พบว่า เมื่อร่างกายอดนอน สมองจะพยายามชดเชยการนอนหลับด้วยการปล่อยคลื่นน้ำหล่อเลี้ยงสมอง (CSF) ออกมาในช่วงที่สมาธิหลุด ซึ่งเป็นกระบวนการที่ปกติจะเกิดเฉพาะตอนนอนหลับ 🧪 สาระสำคัญจากงานวิจัย 💠 การล้างสมองระหว่างตื่น: โดยปกติ CSF จะไหลเข้า–ออกจากสมองเป็นจังหวะระหว่างการนอนหลับ เพื่อชะล้างของเสียที่สะสมระหว่างวัน แต่เมื่ออดนอน สมองจะพยายาม “แทรก” กระบวนการนี้เข้ามาในช่วงที่ตื่น ส่งผลให้เกิด “คลื่น CSF” ระหว่างที่สมาธิหลุด 💠 แลกเปลี่ยนระหว่างการล้างสมองกับสมาธิ: คลื่น CSF ที่เกิดขึ้นระหว่างตื่นสัมพันธ์กับช่วงเวลาที่สมาธิของผู้ทดลองลดลงอย่างชัดเจน นักวิจัยพบว่าในช่วงที่ผู้เข้าร่วมการทดลองพลาดการตอบสนองต่อสิ่งเร้า จะมีการไหลออกของ CSF จากสมอง และไหลกลับเข้าเมื่อสมาธิฟื้นคืน 💠 การทดลอง: อาสาสมัคร 26 คนถูกทดสอบทั้งในสภาพอดนอนและพักผ่อนเพียงพอ โดยใช้ EEG และ fMRI เพื่อตรวจวัดคลื่นสมอง, การไหลของ CSF, อัตราการเต้นของหัวใจ, การหายใจ และขนาดรูม่านตา 💠 ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง: พบว่าการหดตัวของรูม่านตาเกิดขึ้นก่อนคลื่น CSF ประมาณ 12 วินาที และขยายตัวอีกครั้งหลังจากสมาธิกลับมา แสดงให้เห็นว่าการล้างสมองนี้เป็น “เหตุการณ์ระดับทั้งร่างกาย” ไม่ใช่แค่ในสมอง 💠 สมมติฐานใหม่: นักวิจัยเสนอว่าอาจมี “วงจรควบคุมเดียว” ที่เชื่อมโยงการทำงานของสมองระดับสูง (เช่น สมาธิ) กับกระบวนการพื้นฐานทางสรีรวิทยา เช่น การไหลเวียนของของเหลว, การเต้นของหัวใจ และการหายใจ โดยระบบ noradrenergic ซึ่งควบคุมผ่านสารสื่อประสาท norepinephrine อาจเป็นตัวกลางสำคัญ ✅ สิ่งที่ค้นพบ ➡️ การอดนอนทำให้สมองพยายามล้างของเสียระหว่างตื่น ➡️ คลื่น CSF เกิดขึ้นพร้อมกับการสูญเสียสมาธิ ➡️ การล้างสมองระหว่างตื่นมีผลต่อการรับรู้และการตอบสนอง ✅ การทดลอง ➡️ ใช้ EEG และ fMRI ตรวจวัดการทำงานของสมองและร่างกาย ➡️ ทดสอบทั้งในสภาพอดนอนและพักผ่อนเพียงพอ ➡️ พบความสัมพันธ์ระหว่างคลื่น CSF กับการหด–ขยายของรูม่านตา ✅ สมมติฐานใหม่ ➡️ อาจมีวงจรเดียวควบคุมทั้งสมาธิและการทำงานของร่างกาย ➡️ ระบบ noradrenergic อาจเป็นกุญแจสำคัญ ‼️ คำเตือนจากงานวิจัย ⛔ การอดนอนอาจทำให้สมองเข้าสู่ “โหมดล้างตัวเอง” โดยไม่รู้ตัว ⛔ ส่งผลให้สมาธิและการรับรู้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ⛔ การอดนอนเรื้อรังอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพสมองในระยะยาว https://news.mit.edu/2025/your-brain-without-sleep-1029
    NEWS.MIT.EDU
    This is your brain without sleep
    An MIT study reveals what happens in the brain as lapses of attention occur following sleep deprivation. During these lapses, a wave of cerebrospinal fluid flows out of the brain — a process that typically occurs during sleep and helps to wash away waste products that have built up during the day.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 354 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผ้ายันต์และเหรียญสามมหาราชหลวงปู่บุญ วัดทุ่งเหียง จ.ชลบุรี
    ผ้ายันต์หัวใจพญาจงอางศึกและเหรียญสามมหาราช หลวงปู่บุญ วัดทุ่งเหียง จ.ชลบุรี // พระดีพิธีใหญ่ แจกทหาร-ตำรวจชายแดนใต้ // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ พร้อมถุงเดิมๆ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ // รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >>

    ** พุทธคุณด้านแคล้วคลาดปลอดภัย คงกระพันชาตรี ช่วยค้าขายเจริญรุ่งเรือง กันปืน ขจัดปัญหาต่างๆ พุทธคุณครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น เมตตา ค้าขาย แคล้วคลาด โชคลาภ **

    ** วันนี้ (18 มี.ค.) ที่ศาลาการเปรียญวัดเมืองยะลา ในเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา หลวงปู่บุญ โสภโณ (พระครูโสภณพัฒนาภิรม) เจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียง ต.หมอนนาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี พร้อมด้วย นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย พร้อมคณะ ได้นำวัตถุมงคล เหรียญพ่อขุนรามคำแหง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือรุ่น 3 มหาราช ปกป้องแผ่นดินไทย พร้อมด้วยผ้ายันต์หัวใจพญาจงอางศึก 25,000 ชุด มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส) เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับหน่วยกำลังพลในพื้นที่ รวมถึงน้องประชาชนที่มีความศรัทธา ทั้งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ **

    ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ พร้อมถุงเดิมๆ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ

    โทรศัพท์ 0881915131
    LINE 0881915131
    ผ้ายันต์และเหรียญสามมหาราชหลวงปู่บุญ วัดทุ่งเหียง จ.ชลบุรี ผ้ายันต์หัวใจพญาจงอางศึกและเหรียญสามมหาราช หลวงปู่บุญ วัดทุ่งเหียง จ.ชลบุรี // พระดีพิธีใหญ่ แจกทหาร-ตำรวจชายแดนใต้ // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ พร้อมถุงเดิมๆ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ // รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >> ** พุทธคุณด้านแคล้วคลาดปลอดภัย คงกระพันชาตรี ช่วยค้าขายเจริญรุ่งเรือง กันปืน ขจัดปัญหาต่างๆ พุทธคุณครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น เมตตา ค้าขาย แคล้วคลาด โชคลาภ ** ** วันนี้ (18 มี.ค.) ที่ศาลาการเปรียญวัดเมืองยะลา ในเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา หลวงปู่บุญ โสภโณ (พระครูโสภณพัฒนาภิรม) เจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียง ต.หมอนนาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี พร้อมด้วย นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย พร้อมคณะ ได้นำวัตถุมงคล เหรียญพ่อขุนรามคำแหง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือรุ่น 3 มหาราช ปกป้องแผ่นดินไทย พร้อมด้วยผ้ายันต์หัวใจพญาจงอางศึก 25,000 ชุด มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส) เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับหน่วยกำลังพลในพื้นที่ รวมถึงน้องประชาชนที่มีความศรัทธา ทั้งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ** ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ พร้อมถุงเดิมๆ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ โทรศัพท์ 0881915131 LINE 0881915131
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 700 มุมมอง 0 รีวิว
  • “Canonical เปิดตัว ‘Ubuntu Academy’ – เส้นทางใหม่สู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญ Linux อย่างเป็นทางการ”

    คุณเคยอยากได้ใบรับรองความสามารถด้าน Linux ที่ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่สะท้อนถึงทักษะจริงที่ใช้ในงานหรือไม่? ตอนนี้ Canonical บริษัทผู้อยู่เบื้องหลัง Ubuntu ได้เปิดตัว “Canonical Academy” แพลตฟอร์มใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณได้พิสูจน์ความสามารถผ่านการสอบที่เน้นการปฏิบัติจริง

    Canonical Academy ไม่ใช่แค่คอร์สเรียนออนไลน์ทั่วไป แต่เป็นระบบการรับรองที่ใช้การสอบแบบ modular และ self-paced ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถเรียนและสอบในเวลาที่คุณสะดวก โดยไม่ต้องรอรอบหรือเข้าเรียนตามตาราง

    หลักสูตรแรกที่เปิดให้ใช้งานคือ “System Administrator Track” ซึ่งประกอบด้วย 3 การสอบหลัก และอีก 1 วิชาที่กำลังพัฒนา โดยทุกการสอบจะใช้สภาพแวดล้อมจำลองบนคลาวด์ที่ใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงในที่ทำงาน

    นอกจากนี้ Canonical ยังเปิดรับอาสาสมัครจากชุมชนให้เข้าร่วมเป็นผู้ทดสอบเบต้าและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อช่วยพัฒนาเนื้อหาให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมจริง

    Canonical เปิดตัวแพลตฟอร์ม “Canonical Academy”
    เป็นระบบรับรองความสามารถด้าน Linux และ Ubuntu
    เน้นการสอบแบบปฏิบัติจริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎี

    ระบบการเรียนรู้แบบ Self-paced และ Modular
    เรียนและสอบได้ตามเวลาที่สะดวก
    สอบแต่ละวิชาแยกกันได้ พร้อมรับ badge สำหรับแต่ละหัวข้อ
    เมื่อสอบครบทุกวิชา จะได้รับใบรับรอง System Administrator

    รายละเอียดของหลักสูตร System Administrator Track
    Using Linux Terminal 2024 (เปิดให้สอบแล้ว)
    Using Ubuntu Desktop 2024 (อยู่ในช่วงเบต้า)
    Using Ubuntu Server 2024 (อยู่ในช่วงเบต้า)
    Managing Complex Systems 2024 (กำลังพัฒนา)
    ทุกวิชาพัฒนาบน Ubuntu 24.04 LTS

    การอัปเดตในอนาคต
    เตรียมอัปเดตเนื้อหาสำหรับ Ubuntu 26.04 LTS ในเดือนกันยายน 2026

    การมีส่วนร่วมของชุมชน
    เปิดรับผู้ทดสอบเบต้าและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (SME)
    ช่วยออกแบบข้อสอบและตรวจสอบความเหมาะสมของเนื้อหา

    คำเตือนสำหรับผู้ที่สนใจสอบรับรอง
    การสอบมีการจับเวลา แม้จะเรียนแบบ self-paced
    ต้องมีความเข้าใจจริงในสถานการณ์การทำงาน ไม่ใช่แค่จำทฤษฎี
    การสอบใช้สภาพแวดล้อมจำลองบนคลาวด์ อาจต้องใช้เครื่องที่มีประสิทธิภาพพอสมควร

    https://news.itsfoss.com/canonical-academy/
    📰 “Canonical เปิดตัว ‘Ubuntu Academy’ – เส้นทางใหม่สู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญ Linux อย่างเป็นทางการ” คุณเคยอยากได้ใบรับรองความสามารถด้าน Linux ที่ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่สะท้อนถึงทักษะจริงที่ใช้ในงานหรือไม่? ตอนนี้ Canonical บริษัทผู้อยู่เบื้องหลัง Ubuntu ได้เปิดตัว “Canonical Academy” แพลตฟอร์มใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณได้พิสูจน์ความสามารถผ่านการสอบที่เน้นการปฏิบัติจริง Canonical Academy ไม่ใช่แค่คอร์สเรียนออนไลน์ทั่วไป แต่เป็นระบบการรับรองที่ใช้การสอบแบบ modular และ self-paced ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถเรียนและสอบในเวลาที่คุณสะดวก โดยไม่ต้องรอรอบหรือเข้าเรียนตามตาราง หลักสูตรแรกที่เปิดให้ใช้งานคือ “System Administrator Track” ซึ่งประกอบด้วย 3 การสอบหลัก และอีก 1 วิชาที่กำลังพัฒนา โดยทุกการสอบจะใช้สภาพแวดล้อมจำลองบนคลาวด์ที่ใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงในที่ทำงาน นอกจากนี้ Canonical ยังเปิดรับอาสาสมัครจากชุมชนให้เข้าร่วมเป็นผู้ทดสอบเบต้าและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อช่วยพัฒนาเนื้อหาให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมจริง ✅ Canonical เปิดตัวแพลตฟอร์ม “Canonical Academy” ➡️ เป็นระบบรับรองความสามารถด้าน Linux และ Ubuntu ➡️ เน้นการสอบแบบปฏิบัติจริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎี ✅ ระบบการเรียนรู้แบบ Self-paced และ Modular ➡️ เรียนและสอบได้ตามเวลาที่สะดวก ➡️ สอบแต่ละวิชาแยกกันได้ พร้อมรับ badge สำหรับแต่ละหัวข้อ ➡️ เมื่อสอบครบทุกวิชา จะได้รับใบรับรอง System Administrator ✅ รายละเอียดของหลักสูตร System Administrator Track ➡️ Using Linux Terminal 2024 (เปิดให้สอบแล้ว) ➡️ Using Ubuntu Desktop 2024 (อยู่ในช่วงเบต้า) ➡️ Using Ubuntu Server 2024 (อยู่ในช่วงเบต้า) ➡️ Managing Complex Systems 2024 (กำลังพัฒนา) ➡️ ทุกวิชาพัฒนาบน Ubuntu 24.04 LTS ✅ การอัปเดตในอนาคต ➡️ เตรียมอัปเดตเนื้อหาสำหรับ Ubuntu 26.04 LTS ในเดือนกันยายน 2026 ✅ การมีส่วนร่วมของชุมชน ➡️ เปิดรับผู้ทดสอบเบต้าและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (SME) ➡️ ช่วยออกแบบข้อสอบและตรวจสอบความเหมาะสมของเนื้อหา ‼️ คำเตือนสำหรับผู้ที่สนใจสอบรับรอง ⛔ การสอบมีการจับเวลา แม้จะเรียนแบบ self-paced ⛔ ต้องมีความเข้าใจจริงในสถานการณ์การทำงาน ไม่ใช่แค่จำทฤษฎี ⛔ การสอบใช้สภาพแวดล้อมจำลองบนคลาวด์ อาจต้องใช้เครื่องที่มีประสิทธิภาพพอสมควร https://news.itsfoss.com/canonical-academy/
    NEWS.ITSFOSS.COM
    Finally, You Can Now be Ubuntu Certified Linux User
    New platform offers self-paced, modular exams designed by Ubuntu's engineering team.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 279 มุมมอง 0 รีวิว
  • พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย

    สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2568 เวลา 21.21 น. ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ หลังทรงพระประชวรจากภาวะติดเชื้อในกระแสพระโลหิต สิริพระชนมพรรษาปีที่ 93 นำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจของพสกนิกรชาวไทย เปรียบดังสูญเสียแม่ของแผ่นดิน ด้วยทรงประกอบพระราชกรณียกิจตลอดพระชนม์ชีพ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ให้พสกนิกรชาวไทยอยู่ดีกินดี บ้านเมืองสงบร่มเย็นด้วยพระบารมีตลอดมา

    เมื่อเวลา 16.26 น. วันที่ 26 ต.ค. 2568 ขบวนรถเชิญพระบรมศพ ออกจากอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง โดยมีพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจากทั่วสารทิศ แต่งกายไว้ทุกข์สีดำ เดินทางมาร่วมส่งเสด็จตลอดทางเป็นจำนวนมาก สำนักพระราชวัง อนุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น.

    สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ 12 ส.ค. 2475 เป็นพระธิดาองค์ใหญ่ของพลเอก พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ กับหม่อมหลวงบัว กิติยากร ทรงปฏิบัติพระราชกรณีกิจน้อยใหญ่ ทั้งการเชิดชูศิลปวัฒนธรรมไทย มีพระราชดำริในการออกแบบเครื่องแต่งกายชุดไทยประจำชาติที่เรียกว่า "ชุดไทยพระราชนิยม" การส่งเสริมศิลปาชีพ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต อาชีพ และความเป็นอยู่ พร้อมกับอนุรักษ์และส่งเสริมงานศิลปะพื้นบ้าน เช่น การปั้น การทอ และการจักสาน ให้เป็นที่ประจักษ์ รวมทั้งการอนุรักษ์โขน ศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทย

    ขณะเดียวกัน ทรงปฏิบัติพระราชกรณีกิจด้านการส่งเสริมอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยเฉพาะโครงการป่ารักน้ำ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริฯ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและการบุกรุกป่า นอกจากนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างห้องสมุดอเนกประสงค์ "ศาลารวมใจ" การจัดหน่วยแพทย์พระราชทาน การรับคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ การรับนักเรียนในพระบรมราชานุเคราะห์ การก่อตั้งมูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อให้การสงเคราะห์แก่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครผู้บาดเจ็บหรือพิการ และการรับกิจการลูกเสือชาวบ้านไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เป็นต้น

    ด้วยพระราชินีคู่บุญบารมีในหลวง รัชกาลที่ ๙ ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชนนานัปการ จึงเป็นที่รักยิ่งแก่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์

    #Newskit
    พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2568 เวลา 21.21 น. ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ หลังทรงพระประชวรจากภาวะติดเชื้อในกระแสพระโลหิต สิริพระชนมพรรษาปีที่ 93 นำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจของพสกนิกรชาวไทย เปรียบดังสูญเสียแม่ของแผ่นดิน ด้วยทรงประกอบพระราชกรณียกิจตลอดพระชนม์ชีพ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ให้พสกนิกรชาวไทยอยู่ดีกินดี บ้านเมืองสงบร่มเย็นด้วยพระบารมีตลอดมา เมื่อเวลา 16.26 น. วันที่ 26 ต.ค. 2568 ขบวนรถเชิญพระบรมศพ ออกจากอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง โดยมีพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจากทั่วสารทิศ แต่งกายไว้ทุกข์สีดำ เดินทางมาร่วมส่งเสด็จตลอดทางเป็นจำนวนมาก สำนักพระราชวัง อนุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ 12 ส.ค. 2475 เป็นพระธิดาองค์ใหญ่ของพลเอก พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ กับหม่อมหลวงบัว กิติยากร ทรงปฏิบัติพระราชกรณีกิจน้อยใหญ่ ทั้งการเชิดชูศิลปวัฒนธรรมไทย มีพระราชดำริในการออกแบบเครื่องแต่งกายชุดไทยประจำชาติที่เรียกว่า "ชุดไทยพระราชนิยม" การส่งเสริมศิลปาชีพ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต อาชีพ และความเป็นอยู่ พร้อมกับอนุรักษ์และส่งเสริมงานศิลปะพื้นบ้าน เช่น การปั้น การทอ และการจักสาน ให้เป็นที่ประจักษ์ รวมทั้งการอนุรักษ์โขน ศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทย ขณะเดียวกัน ทรงปฏิบัติพระราชกรณีกิจด้านการส่งเสริมอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยเฉพาะโครงการป่ารักน้ำ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริฯ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและการบุกรุกป่า นอกจากนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างห้องสมุดอเนกประสงค์ "ศาลารวมใจ" การจัดหน่วยแพทย์พระราชทาน การรับคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ การรับนักเรียนในพระบรมราชานุเคราะห์ การก่อตั้งมูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อให้การสงเคราะห์แก่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครผู้บาดเจ็บหรือพิการ และการรับกิจการลูกเสือชาวบ้านไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เป็นต้น ด้วยพระราชินีคู่บุญบารมีในหลวง รัชกาลที่ ๙ ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชนนานัปการ จึงเป็นที่รักยิ่งแก่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์ #Newskit
    Love
    1
    1 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 1400 มุมมอง 0 รีวิว
  • “Librephone โดย FSF” — โปรเจกต์ปลดปล่อยมือถือจากซอฟต์แวร์ปิดซอร์ส ไม่ใช่แค่ Android fork แต่คือการท้าทายโครงสร้างระบบมือถือทั้งวงการ

    ในงานครบรอบ 40 ปีของ Free Software Foundation (FSF) ที่จัดขึ้นในบอสตัน มีการเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ชื่อ “Librephone” ซึ่งไม่ใช่แค่การสร้างระบบปฏิบัติการมือถือแบบโอเพ่นซอร์ส แต่เป็นความพยายามครั้งใหญ่ในการ “ปลดปล่อย” มือถือจากซอฟต์แวร์ปิดซอร์สที่ฝังอยู่ในชิปและเฟิร์มแวร์

    Rob Savoye หัวหน้าทีมพัฒนา Librephone ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานกับ GNU toolchain ระบุว่า เป้าหมายหลักของโปรเจกต์คือการ reverse-engineer และแทนที่ binary blobs ที่อยู่ใน SoC (System-on-Chip) ของมือถือ ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถควบคุมอุปกรณ์ของตัวเองได้อย่างแท้จริง

    FSF ยืนยันว่า Librephone ไม่ใช่แค่ Android fork และไม่เกี่ยวกับการผลิตฮาร์ดแวร์ใหม่ แต่จะเน้นการสร้างสเปกที่ชัดเจนสำหรับนักพัฒนานอกเขต DMCA เพื่อให้สามารถสร้างระบบที่เป็นอิสระได้ โดยจะเริ่มจากอุปกรณ์ที่มี “ปัญหาเรื่องเสรีภาพ” น้อยที่สุดก่อน

    แม้แต่ระบบยอดนิยมอย่าง LineageOS ก็ยังมี binary blobs อยู่ FSF จึงหวังว่า Librephone จะเป็นรากฐานให้กับระบบที่ปลอดจากซอฟต์แวร์ปิดซอร์สอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับที่เคยสนับสนุนโครงการ Replicant มาก่อน

    ที่สำคัญคือ FSF ต้องการให้ชุมชนมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นนักพัฒนา ผู้ทดสอบ นักเขียนเอกสาร หรือผู้สนับสนุนด้านการเงิน โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ librephone.fsf.org

    ข้อมูลในข่าว
    Librephone เป็นโปรเจกต์ใหม่จาก Free Software Foundation (FSF)
    เป้าหมายคือการ reverse-engineer และแทนที่ proprietary binary blobs ในมือถือ
    ไม่ใช่ Android fork และไม่เกี่ยวกับการผลิตฮาร์ดแวร์
    มุ่งเน้นการสร้างสเปกสำหรับนักพัฒนานอกเขต DMCA
    เริ่มจากอุปกรณ์ที่มีปัญหาเรื่องเสรีภาพน้อยที่สุด
    Rob Savoye เป็นหัวหน้าทีมพัฒนา มีประสบการณ์กับ GNU toolchain
    FSF เคยสนับสนุนโครงการ Replicant มาก่อน
    LineageOS ยังมี binary blobs อยู่
    Librephone จะเป็นรากฐานให้กับระบบมือถือที่เสรีอย่างแท้จริง
    เปิดรับอาสาสมัครทุกระดับ ไม่จำกัดเฉพาะวิศวกร
    สนับสนุนได้ผ่านการบริจาค ทดสอบ เขียนเอกสาร หรือเผยแพร่ข้อมูล

    https://news.itsfoss.com/librephone-project-overview/
    📱 “Librephone โดย FSF” — โปรเจกต์ปลดปล่อยมือถือจากซอฟต์แวร์ปิดซอร์ส ไม่ใช่แค่ Android fork แต่คือการท้าทายโครงสร้างระบบมือถือทั้งวงการ ในงานครบรอบ 40 ปีของ Free Software Foundation (FSF) ที่จัดขึ้นในบอสตัน มีการเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ชื่อ “Librephone” ซึ่งไม่ใช่แค่การสร้างระบบปฏิบัติการมือถือแบบโอเพ่นซอร์ส แต่เป็นความพยายามครั้งใหญ่ในการ “ปลดปล่อย” มือถือจากซอฟต์แวร์ปิดซอร์สที่ฝังอยู่ในชิปและเฟิร์มแวร์ Rob Savoye หัวหน้าทีมพัฒนา Librephone ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานกับ GNU toolchain ระบุว่า เป้าหมายหลักของโปรเจกต์คือการ reverse-engineer และแทนที่ binary blobs ที่อยู่ใน SoC (System-on-Chip) ของมือถือ ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถควบคุมอุปกรณ์ของตัวเองได้อย่างแท้จริง FSF ยืนยันว่า Librephone ไม่ใช่แค่ Android fork และไม่เกี่ยวกับการผลิตฮาร์ดแวร์ใหม่ แต่จะเน้นการสร้างสเปกที่ชัดเจนสำหรับนักพัฒนานอกเขต DMCA เพื่อให้สามารถสร้างระบบที่เป็นอิสระได้ โดยจะเริ่มจากอุปกรณ์ที่มี “ปัญหาเรื่องเสรีภาพ” น้อยที่สุดก่อน แม้แต่ระบบยอดนิยมอย่าง LineageOS ก็ยังมี binary blobs อยู่ FSF จึงหวังว่า Librephone จะเป็นรากฐานให้กับระบบที่ปลอดจากซอฟต์แวร์ปิดซอร์สอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับที่เคยสนับสนุนโครงการ Replicant มาก่อน ที่สำคัญคือ FSF ต้องการให้ชุมชนมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นนักพัฒนา ผู้ทดสอบ นักเขียนเอกสาร หรือผู้สนับสนุนด้านการเงิน โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ librephone.fsf.org ✅ ข้อมูลในข่าว ➡️ Librephone เป็นโปรเจกต์ใหม่จาก Free Software Foundation (FSF) ➡️ เป้าหมายคือการ reverse-engineer และแทนที่ proprietary binary blobs ในมือถือ ➡️ ไม่ใช่ Android fork และไม่เกี่ยวกับการผลิตฮาร์ดแวร์ ➡️ มุ่งเน้นการสร้างสเปกสำหรับนักพัฒนานอกเขต DMCA ➡️ เริ่มจากอุปกรณ์ที่มีปัญหาเรื่องเสรีภาพน้อยที่สุด ➡️ Rob Savoye เป็นหัวหน้าทีมพัฒนา มีประสบการณ์กับ GNU toolchain ➡️ FSF เคยสนับสนุนโครงการ Replicant มาก่อน ➡️ LineageOS ยังมี binary blobs อยู่ ➡️ Librephone จะเป็นรากฐานให้กับระบบมือถือที่เสรีอย่างแท้จริง ➡️ เปิดรับอาสาสมัครทุกระดับ ไม่จำกัดเฉพาะวิศวกร ➡️ สนับสนุนได้ผ่านการบริจาค ทดสอบ เขียนเอกสาร หรือเผยแพร่ข้อมูล https://news.itsfoss.com/librephone-project-overview/
    NEWS.ITSFOSS.COM
    Free Software Foundation Is Serious About The Librephone Project [To Bring Mobile Freedom To The Masses]
    Not just another Android fork, this project aims to liberate mobile computing at its core.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 303 มุมมอง 0 รีวิว
  • “UbuCon India ครั้งแรก! รวมพลังชุมชน Ubuntu และ FOSS ที่ Bengaluru — จุดเริ่มต้นใหม่ของโอเพ่นซอร์สในอินเดีย”

    อินเดียกำลังจะมีงาน UbuCon ครั้งแรกในประวัติศาสตร์! งานนี้จัดขึ้นโดยกลุ่ม Ubuntu India LoCo ซึ่งเป็นชุมชนท้องถิ่นที่ส่งเสริมการใช้ Ubuntu และซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส (FOSS) ในภูมิภาคของตน โดยงานจะจัดขึ้นวันที่ 15–16 พฤศจิกายน 2025 ที่สถาบัน Indian Institute of Science (IISc) เมือง Bengaluru

    UbuCon เป็นงานสัมมนาแบบอาสาสมัครที่เน้นชุมชน ไม่ใช่งานโชว์ของบริษัท โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงนักพัฒนา ผู้ใช้ และผู้สนับสนุน FOSS ให้มาแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างเครือข่ายร่วมกัน

    หัวข้อที่จะพูดถึงในงานมีหลากหลาย ตั้งแต่ desktop environments, cloud infrastructure, IoT, documentation ไปจนถึง AI โดยมี It’s FOSS เป็นพันธมิตรสื่ออย่างเป็นทางการของงานนี้

    UbuCon India 2025 เป็นงาน UbuCon ครั้งแรกในอินเดีย
    จัดโดยกลุ่ม Ubuntu India LoCo

    งานจัดขึ้นวันที่ 15–16 พฤศจิกายน 2025
    สถานที่คือ IISc Bengaluru

    เป็นงานที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ไม่ใช่บริษัท
    เน้นการแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างเครือข่าย

    หัวข้อในงานครอบคลุมหลายด้านของเทคโนโลยี FOSS
    เช่น desktop, cloud, IoT, documentation, AI

    It’s FOSS เป็นพันธมิตรสื่ออย่างเป็นทางการ
    เตรียมรายงานข่าวและบทวิเคราะห์จากงาน

    เปิดให้ลงทะเบียนผ่าน KonfHub พร้อมส่วนลดสำหรับนักเรียน
    ราคาบัตรเข้าร่วมงานอยู่ในระดับที่เข้าถึงได้

    https://news.itsfoss.com/events/first-ubucon-india/
    🐧 “UbuCon India ครั้งแรก! รวมพลังชุมชน Ubuntu และ FOSS ที่ Bengaluru — จุดเริ่มต้นใหม่ของโอเพ่นซอร์สในอินเดีย” อินเดียกำลังจะมีงาน UbuCon ครั้งแรกในประวัติศาสตร์! งานนี้จัดขึ้นโดยกลุ่ม Ubuntu India LoCo ซึ่งเป็นชุมชนท้องถิ่นที่ส่งเสริมการใช้ Ubuntu และซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส (FOSS) ในภูมิภาคของตน โดยงานจะจัดขึ้นวันที่ 15–16 พฤศจิกายน 2025 ที่สถาบัน Indian Institute of Science (IISc) เมือง Bengaluru UbuCon เป็นงานสัมมนาแบบอาสาสมัครที่เน้นชุมชน ไม่ใช่งานโชว์ของบริษัท โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงนักพัฒนา ผู้ใช้ และผู้สนับสนุน FOSS ให้มาแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างเครือข่ายร่วมกัน หัวข้อที่จะพูดถึงในงานมีหลากหลาย ตั้งแต่ desktop environments, cloud infrastructure, IoT, documentation ไปจนถึง AI โดยมี It’s FOSS เป็นพันธมิตรสื่ออย่างเป็นทางการของงานนี้ ✅ UbuCon India 2025 เป็นงาน UbuCon ครั้งแรกในอินเดีย ➡️ จัดโดยกลุ่ม Ubuntu India LoCo ✅ งานจัดขึ้นวันที่ 15–16 พฤศจิกายน 2025 ➡️ สถานที่คือ IISc Bengaluru ✅ เป็นงานที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ไม่ใช่บริษัท ➡️ เน้นการแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างเครือข่าย ✅ หัวข้อในงานครอบคลุมหลายด้านของเทคโนโลยี FOSS ➡️ เช่น desktop, cloud, IoT, documentation, AI ✅ It’s FOSS เป็นพันธมิตรสื่ออย่างเป็นทางการ ➡️ เตรียมรายงานข่าวและบทวิเคราะห์จากงาน ✅ เปิดให้ลงทะเบียนผ่าน KonfHub พร้อมส่วนลดสำหรับนักเรียน ➡️ ราคาบัตรเข้าร่วมงานอยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ https://news.itsfoss.com/events/first-ubucon-india/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 344 มุมมอง 0 รีวิว
  • “LibreOffice 25.8.2 อัปเดตใหม่แก้บั๊กกว่า 70 จุด — เสถียรขึ้น รองรับเอกสาร Office ได้ดีขึ้น”

    LibreOffice 25.8.2 ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2025 โดยเป็นการอัปเดตบำรุงรักษาครั้งที่สองของชุดโปรแกรม LibreOffice 25.8 ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จุดประสงค์หลักของเวอร์ชันนี้คือการแก้ไขบั๊กกว่า 70 รายการที่ผู้ใช้รายงานเข้ามา เพื่อเพิ่มความเสถียรและความน่าเชื่อถือของโปรแกรมในทุกระบบปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็น Windows, macOS หรือ Linux

    การปรับปรุงในเวอร์ชันนี้ครอบคลุมทั้งการแก้ปัญหาการแครช การเปิดไฟล์ที่ช้า และการแสดงผลที่ผิดพลาด โดยเฉพาะใน Writer และ Calc ซึ่งเป็นสองแอปหลักของ LibreOffice นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงการทำงานร่วมกับเอกสารจาก Microsoft Office/365 ให้ดีขึ้น เช่น การเปิดไฟล์ .docx และ .xlsx ที่มีรูปแบบซับซ้อนได้อย่างถูกต้องมากขึ้น

    สำหรับผู้ใช้ที่ติดตั้ง LibreOffice 25.8 ผ่าน repository ของ Linux distro แนะนำให้รอจนกว่าเวอร์ชัน 25.8.2 จะถูกปล่อยผ่านช่องทางนั้นก่อน ส่วนผู้ใช้ที่ต้องการอัปเดตทันทีสามารถดาวน์โหลดไฟล์ DEB, RPM หรือ source tarball ได้จากเว็บไซต์หลักของ LibreOffice

    LibreOffice 25.8 จะได้รับการสนับสนุนด้วยการอัปเดตบำรุงรักษาทั้งหมด 7 ครั้ง จนถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2026 โดยเวอร์ชันถัดไปคือ 25.8.3 มีกำหนดออกกลางเดือนพฤศจิกายนนี้

    ข้อมูลสำคัญจากข่าว
    LibreOffice 25.8.2 เปิดตัวเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2025
    เป็นการอัปเดตบำรุงรักษาครั้งที่สองของ LibreOffice 25.8
    แก้ไขบั๊กกว่า 70 รายการจากผู้ใช้ที่รายงานเข้ามา
    ปรับปรุงความเสถียรและลดการแครชใน Writer และ Calc
    เพิ่มความสามารถในการเปิดไฟล์จาก Microsoft Office/365 ได้แม่นยำขึ้น
    รองรับ Windows, macOS และ Linux ทั้งแบบ DEB, RPM และ source tarball
    LibreOffice 25.8 จะได้รับการสนับสนุนถึงเดือนมิถุนายน 2026
    เวอร์ชันถัดไปคือ LibreOffice 25.8.3 จะออกกลางเดือนพฤศจิกายน

    ข้อมูลเสริมจากภายนอก
    LibreOffice เป็นชุดโปรแกรมสำนักงานโอเพ่นซอร์สที่ได้รับความนิยมทั่วโลก
    Writer ใช้สำหรับงานเอกสารทั่วไป ส่วน Calc ใช้สำหรับงานตารางและการคำนวณ
    PDF 2.0 รองรับใน LibreOffice 25.8 ช่วยให้การส่งออกเอกสารปลอดภัยและทันสมัย
    การจัดการหน่วยความจำในเวอร์ชันนี้ถูกปรับให้เหมาะกับ thin client และ virtual desktop
    LibreOffice “Community Edition” ได้รับการสนับสนุนจากอาสาสมัคร ไม่ใช่ทีมเชิงพาณิชย์

    https://9to5linux.com/libreoffice-25-8-2-office-suite-is-now-available-for-download-with-70-bug-fixes
    📝 “LibreOffice 25.8.2 อัปเดตใหม่แก้บั๊กกว่า 70 จุด — เสถียรขึ้น รองรับเอกสาร Office ได้ดีขึ้น” LibreOffice 25.8.2 ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2025 โดยเป็นการอัปเดตบำรุงรักษาครั้งที่สองของชุดโปรแกรม LibreOffice 25.8 ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จุดประสงค์หลักของเวอร์ชันนี้คือการแก้ไขบั๊กกว่า 70 รายการที่ผู้ใช้รายงานเข้ามา เพื่อเพิ่มความเสถียรและความน่าเชื่อถือของโปรแกรมในทุกระบบปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็น Windows, macOS หรือ Linux การปรับปรุงในเวอร์ชันนี้ครอบคลุมทั้งการแก้ปัญหาการแครช การเปิดไฟล์ที่ช้า และการแสดงผลที่ผิดพลาด โดยเฉพาะใน Writer และ Calc ซึ่งเป็นสองแอปหลักของ LibreOffice นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงการทำงานร่วมกับเอกสารจาก Microsoft Office/365 ให้ดีขึ้น เช่น การเปิดไฟล์ .docx และ .xlsx ที่มีรูปแบบซับซ้อนได้อย่างถูกต้องมากขึ้น สำหรับผู้ใช้ที่ติดตั้ง LibreOffice 25.8 ผ่าน repository ของ Linux distro แนะนำให้รอจนกว่าเวอร์ชัน 25.8.2 จะถูกปล่อยผ่านช่องทางนั้นก่อน ส่วนผู้ใช้ที่ต้องการอัปเดตทันทีสามารถดาวน์โหลดไฟล์ DEB, RPM หรือ source tarball ได้จากเว็บไซต์หลักของ LibreOffice LibreOffice 25.8 จะได้รับการสนับสนุนด้วยการอัปเดตบำรุงรักษาทั้งหมด 7 ครั้ง จนถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2026 โดยเวอร์ชันถัดไปคือ 25.8.3 มีกำหนดออกกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ ✅ ข้อมูลสำคัญจากข่าว ➡️ LibreOffice 25.8.2 เปิดตัวเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2025 ➡️ เป็นการอัปเดตบำรุงรักษาครั้งที่สองของ LibreOffice 25.8 ➡️ แก้ไขบั๊กกว่า 70 รายการจากผู้ใช้ที่รายงานเข้ามา ➡️ ปรับปรุงความเสถียรและลดการแครชใน Writer และ Calc ➡️ เพิ่มความสามารถในการเปิดไฟล์จาก Microsoft Office/365 ได้แม่นยำขึ้น ➡️ รองรับ Windows, macOS และ Linux ทั้งแบบ DEB, RPM และ source tarball ➡️ LibreOffice 25.8 จะได้รับการสนับสนุนถึงเดือนมิถุนายน 2026 ➡️ เวอร์ชันถัดไปคือ LibreOffice 25.8.3 จะออกกลางเดือนพฤศจิกายน ✅ ข้อมูลเสริมจากภายนอก ➡️ LibreOffice เป็นชุดโปรแกรมสำนักงานโอเพ่นซอร์สที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ➡️ Writer ใช้สำหรับงานเอกสารทั่วไป ส่วน Calc ใช้สำหรับงานตารางและการคำนวณ ➡️ PDF 2.0 รองรับใน LibreOffice 25.8 ช่วยให้การส่งออกเอกสารปลอดภัยและทันสมัย ➡️ การจัดการหน่วยความจำในเวอร์ชันนี้ถูกปรับให้เหมาะกับ thin client และ virtual desktop ➡️ LibreOffice “Community Edition” ได้รับการสนับสนุนจากอาสาสมัคร ไม่ใช่ทีมเชิงพาณิชย์ https://9to5linux.com/libreoffice-25-8-2-office-suite-is-now-available-for-download-with-70-bug-fixes
    9TO5LINUX.COM
    LibreOffice 25.8.2 Office Suite Is Now Available for Download with 70 Bug Fixes - 9to5Linux
    LibreOffice 25.8.2 is now available for download as the second maintenance update to the LibreOffice 25.8 office suite with 70 bug fixes.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 289 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts