• ฟัง-ชัด-ชัด คำตัดสิน อุ๊งอิ๊งผิดอะไร (30/8/68)

    #TruthFromThailand
    #อุ๊งอิ๊ง
    #คำตัดสิน
    #ThaiTimes
    #news1
    #shorts
    #ข่าวด่วน
    #ThailandPolitics
    #การเมืองไทย
    #ข่าววันนี้
    #UngIng
    ฟัง-ชัด-ชัด คำตัดสิน อุ๊งอิ๊งผิดอะไร (30/8/68) #TruthFromThailand #อุ๊งอิ๊ง #คำตัดสิน #ThaiTimes #news1 #shorts #ข่าวด่วน #ThailandPolitics #การเมืองไทย #ข่าววันนี้ #UngIng
    0 Comments 0 Shares 100 Views 0 0 Reviews
  • ชัดเจนตั้งนานแล้ว,และจริงๆเรื่องอธิปไตยไทยนี้ อัยการไทยสมควรเดินเรื่องดำเนินการรวบรวมสาระพัดมุกการส่งไม้ต่อให้กันแบบนี้ได้แล้วด้วย สามารถใช้อำนาจการตัดสินทางศาลโดยตรงปกป้องประเทศทันทีได้,ศาลเรามีแต่ตั้งรับ ไม่มีเชิญรุกอะไรเลย ,ศักยภาพศาลเรามิอาจปกป้องประเทศไทยอะไรได้เลยเวลาเกิดเรื่องจริงจังต่ออธิปไตยไทยตนเอง คอยแต่ให้คนมาป้อนให้ มายื่นนั้นนี้ น่ารำคาญมาก หรือมิใช่หน้าที่รับผิดชอบตน นี้ประเทศตนเองแท้ๆนะ ลงมาจัดการร่วมกันเองก็ได้ เราผิดหวังจริงๆกับบทบาทศาลแห่งชาติไทยเรา,ทุกๆหน่วยงานรัฐต้องมีสิทธิปกป้องประเทศไทยมิใช่แค่ทหารหรือใครมีหน้าที่อะไรก็ทำหน้าที่นั้น,ศาลไทยเราต้องหัดเป็นนักเตะกระกร้อบ้างนะ ระดับอธิปไตยชาติ ตั้งเอง ชงเอง กินเองได้ อะไรใครผิดใครถูกก็สามารถพิจารณาค่าจริงได้ ความจริงมีสิ่งเดียว,บทบาทศาลแห่งประเทศไทยเราน่าผิดหวังมาก,จัดการภายในกับประชาชนมีคดีกองเป็นภูเขา,จริงๆต้องจัดการดินแดนอธิปไตยไทยตนเองทางตรงด้วย,รัฐบาลมันไม่ให้ยุ่งก็ต้องยุ่ง,รัฐบาลเหยียบคอไว้หรือไง,กฎหมายอะไรเหยียบศาลไว้มิให้ปกป้องอธิปไตยไทยตนเองมีก็ฉีกทิ้งเถอะ,ถ้าร่วมปกป้องอธิปไตยร่วมกับคนไทยไม่ได้ขนาดนี้ก็อย่ามีศาลต่อไปอีกเลย,แผ่นดินไทยแท้ๆเห็นตำตาว่าไทยจะเสียอธิปไตยดินแดนถึง1:150,000ที่มันกอดจะใช้1:200,000,ในหลวงเรา ร.9 ก็ใช้1:50,000 ,ศาลก็เห็นสิ่งผิดปกติจริงตรงนี้,แต่ก็ไม่มีบทบาทเชิงรุกเพื่อปกป้องดินแดนอธิปไตยไทยตนเองเลย,เราจะมีศาลเพื่อตัดสินคนไทยแค่นั้นเหรอ,ทำไมตนเองไม่ออกมาตัดสิน ออกหน้าร่วมกับประชาชนคนไทยบ้าง,เราต้องเลิกบริบทว่าศาลคือประมุขแผ่นดิน ตัวแทนพระมหากษัตริย์ได้แล้ว,เป็นความเชื่อที่ผิดมาก,ศาลก็เสมือนองค์กรหนึ่งของประเทศเช่นองค์กรทหาร องค์กรตำรวจ เพียงพระมหากษัตริย์เรานั่งบัลลังก์ขึ้นว่าความในศาลในอดีตเท่านั้น,และศาลในต่างประเทศเป็นเครื่องมืออย่างดีของdeep stateในการปกครองครบงำควบคุมสังคมมนุษย์ให้เกรงกลัวหวาดกลัวเท่านั้น,ข่มจิตวิญญาณและเจตจำนงเสรีของมนุษย์นั้นเองซึ่งอีลิทdeep stateเกรงกลัวมากว่าคนจะไม่เชื่อฟังควบคุมไม่ได้,บทบาทของศาลไม่สามารถระงับสงครามโลกที่1ที่2ได้เลยแม้ศาลโลกก็ด้ววยหากมองกันจริงๆ,ย่อมาไทยก็ไร้บทบาทสั่งสอนเขมรให้อย่ายิงระเบิดใส่ประชาชนคนไทยตายและสูญเสียสาระพัดได้,เมื่อศาลสามารถช่วยจัดการคนชั่วเลวแบบนักการเมืองคือต้นเหตุก็ต้องจัดการให้เด็ดขาดจริงๆ,ออกนอกหน้าเพื่อปกป้องอธิปไตยไทยตนมีน่าละอายตรงไร้เสียเกียรต์เสียศักดิ์บารมีศาลตรงไหน,ตรรกะศาลต้องเปลี่ยนแปลงใหม่จริงๆ,อนาคตใช้AIแทนศาลก็ได้ เพราะระดับครอนตัมมันโคตรละเอียดทุกๆมาตราวลีคำบาลีความอักขระพยางค์คำประโยคทุกๆตัว เขียนกฎหมายควบคุมคนมนุษย์เองก็ได้อีกล่ะ,หากไม่เอาสำนึกผิดชอบมนุษย์ละอายใจอะไรมายุ่งเกี่ยวมันก็พิจารณาตัดสินตามตัวบทกฎหมายแม่นยำกว่า100%และบางประเทศทดลองใช้สำเร็จจริงมาแล้ว.
    ..ดินแดนอธิปไตยไทยมิใช่เรา..ประชาชนต้องร่วมกันปกป้อง เดิมประชาชนไม่สมควรจะออกหน้าแบบนี้เลยเพราะตัดตอนเด็ดขาดกำจัดพวกเลวชั่วจริงในบ้านในเมืองไปก่อนเราประชาชนแบบยุคปัจจุบันจริงนี้,แต่เพราะข้าราชการเลวชั่วเต็มฝนระบบเกินไปจึงเดือดร้อนจริงถึงประชาชน ขนาดอธิปไตยไทยตนเองแท้ๆยังพากันปล่อยปละละเลยเอาหูไปนาเอาตาไปไร่,ศาลต้องมีบทบาทตรงเมื่อเห็นอธิปไตยดินแดนตนถูกคุกคามรุกราน,โดยเฉพาะเส้นเขตแดนแผ่นดินตน จริงๆต้องระดับศาลแต่ละประเทศคุยกันเลย ตัดสินจบเลย ยุติธรรมก็คำว่าศาลค้ำประกันในชื่อตัวมันเองอยู่แล้ว เช่นเรียกศาลฝรั่งเศสมาคุยที่ไทย คุณตกลงแบ่งสันปันน้ำแล้วนะ,เรียกศาลฝรั่งเศสมาคุยตัดสินว่าคุณคืนดินแดนผิดประเทศนะที่แย่งชิงไปตอนประวัติการเสียสยามเราครั้งที่12 ,จบเรื่องพื้นที่ดินแดนที่ศาลตนแต่ละประเทศเลย,นี้อะไรผีบ้ามากๆไม่จบไม่สิน ไม่มีคำตัดสินชัดเจน,ศาลก็บอกแล้วมันคุยกันเองจะตัดสินยุติธรรมแน่นอน้พราะค้ำประกันในศาลใครมันชื่อเสียงแต่ละชาติอยู่แล้ว,เช่นศาลเขมรเหี้ยจริงๆ,ศาลไทยก็อนุมัติประหารชีวิตศาลเขมรเลยที่ขาดจริยธรรมขั้นพื้นฐานของศาลระดับประเทศสากล ไม่รู้ถูกผิด ของเขาของเรา เอาแต่ได้ก็ต้องไปเกืดใหม่เป็นตนคือศาลเขมรเป็นบ้าพูดไม่รู่เรื่องหมายจะยึดดินแดนไทย ศาลเราก็อนุมัติทหารไทยเรากำจัดภัยแผ่นดินไทยทันที่เป็นต้น นี้บทบาทศาลไทยเราต้องแบบนี้.อธิปไตยไทยทุกๆหน่วยงานเราองค์กรเราต้องสามารถแสดงออกได้อย่างเปิดเผยในการแสดงความเห็นใดๆแสดงออกใดๆเพื่อร่วมกันปกป้องอธิปไตยชาติไทยตนได้เสรี.
    https://youtube.com/shorts/UpTf8XBIbl0?si=Dz7NHgagzcNS91uS

    https://youtube.com/shorts/UpTf8XBIbl0?si=Dz7NHgagzcNS91uS
    ชัดเจนตั้งนานแล้ว,และจริงๆเรื่องอธิปไตยไทยนี้ อัยการไทยสมควรเดินเรื่องดำเนินการรวบรวมสาระพัดมุกการส่งไม้ต่อให้กันแบบนี้ได้แล้วด้วย สามารถใช้อำนาจการตัดสินทางศาลโดยตรงปกป้องประเทศทันทีได้,ศาลเรามีแต่ตั้งรับ ไม่มีเชิญรุกอะไรเลย ,ศักยภาพศาลเรามิอาจปกป้องประเทศไทยอะไรได้เลยเวลาเกิดเรื่องจริงจังต่ออธิปไตยไทยตนเอง คอยแต่ให้คนมาป้อนให้ มายื่นนั้นนี้ น่ารำคาญมาก หรือมิใช่หน้าที่รับผิดชอบตน นี้ประเทศตนเองแท้ๆนะ ลงมาจัดการร่วมกันเองก็ได้ เราผิดหวังจริงๆกับบทบาทศาลแห่งชาติไทยเรา,ทุกๆหน่วยงานรัฐต้องมีสิทธิปกป้องประเทศไทยมิใช่แค่ทหารหรือใครมีหน้าที่อะไรก็ทำหน้าที่นั้น,ศาลไทยเราต้องหัดเป็นนักเตะกระกร้อบ้างนะ ระดับอธิปไตยชาติ ตั้งเอง ชงเอง กินเองได้ อะไรใครผิดใครถูกก็สามารถพิจารณาค่าจริงได้ ความจริงมีสิ่งเดียว,บทบาทศาลแห่งประเทศไทยเราน่าผิดหวังมาก,จัดการภายในกับประชาชนมีคดีกองเป็นภูเขา,จริงๆต้องจัดการดินแดนอธิปไตยไทยตนเองทางตรงด้วย,รัฐบาลมันไม่ให้ยุ่งก็ต้องยุ่ง,รัฐบาลเหยียบคอไว้หรือไง,กฎหมายอะไรเหยียบศาลไว้มิให้ปกป้องอธิปไตยไทยตนเองมีก็ฉีกทิ้งเถอะ,ถ้าร่วมปกป้องอธิปไตยร่วมกับคนไทยไม่ได้ขนาดนี้ก็อย่ามีศาลต่อไปอีกเลย,แผ่นดินไทยแท้ๆเห็นตำตาว่าไทยจะเสียอธิปไตยดินแดนถึง1:150,000ที่มันกอดจะใช้1:200,000,ในหลวงเรา ร.9 ก็ใช้1:50,000 ,ศาลก็เห็นสิ่งผิดปกติจริงตรงนี้,แต่ก็ไม่มีบทบาทเชิงรุกเพื่อปกป้องดินแดนอธิปไตยไทยตนเองเลย,เราจะมีศาลเพื่อตัดสินคนไทยแค่นั้นเหรอ,ทำไมตนเองไม่ออกมาตัดสิน ออกหน้าร่วมกับประชาชนคนไทยบ้าง,เราต้องเลิกบริบทว่าศาลคือประมุขแผ่นดิน ตัวแทนพระมหากษัตริย์ได้แล้ว,เป็นความเชื่อที่ผิดมาก,ศาลก็เสมือนองค์กรหนึ่งของประเทศเช่นองค์กรทหาร องค์กรตำรวจ เพียงพระมหากษัตริย์เรานั่งบัลลังก์ขึ้นว่าความในศาลในอดีตเท่านั้น,และศาลในต่างประเทศเป็นเครื่องมืออย่างดีของdeep stateในการปกครองครบงำควบคุมสังคมมนุษย์ให้เกรงกลัวหวาดกลัวเท่านั้น,ข่มจิตวิญญาณและเจตจำนงเสรีของมนุษย์นั้นเองซึ่งอีลิทdeep stateเกรงกลัวมากว่าคนจะไม่เชื่อฟังควบคุมไม่ได้,บทบาทของศาลไม่สามารถระงับสงครามโลกที่1ที่2ได้เลยแม้ศาลโลกก็ด้ววยหากมองกันจริงๆ,ย่อมาไทยก็ไร้บทบาทสั่งสอนเขมรให้อย่ายิงระเบิดใส่ประชาชนคนไทยตายและสูญเสียสาระพัดได้,เมื่อศาลสามารถช่วยจัดการคนชั่วเลวแบบนักการเมืองคือต้นเหตุก็ต้องจัดการให้เด็ดขาดจริงๆ,ออกนอกหน้าเพื่อปกป้องอธิปไตยไทยตนมีน่าละอายตรงไร้เสียเกียรต์เสียศักดิ์บารมีศาลตรงไหน,ตรรกะศาลต้องเปลี่ยนแปลงใหม่จริงๆ,อนาคตใช้AIแทนศาลก็ได้ เพราะระดับครอนตัมมันโคตรละเอียดทุกๆมาตราวลีคำบาลีความอักขระพยางค์คำประโยคทุกๆตัว เขียนกฎหมายควบคุมคนมนุษย์เองก็ได้อีกล่ะ,หากไม่เอาสำนึกผิดชอบมนุษย์ละอายใจอะไรมายุ่งเกี่ยวมันก็พิจารณาตัดสินตามตัวบทกฎหมายแม่นยำกว่า100%และบางประเทศทดลองใช้สำเร็จจริงมาแล้ว. ..ดินแดนอธิปไตยไทยมิใช่เรา..ประชาชนต้องร่วมกันปกป้อง เดิมประชาชนไม่สมควรจะออกหน้าแบบนี้เลยเพราะตัดตอนเด็ดขาดกำจัดพวกเลวชั่วจริงในบ้านในเมืองไปก่อนเราประชาชนแบบยุคปัจจุบันจริงนี้,แต่เพราะข้าราชการเลวชั่วเต็มฝนระบบเกินไปจึงเดือดร้อนจริงถึงประชาชน ขนาดอธิปไตยไทยตนเองแท้ๆยังพากันปล่อยปละละเลยเอาหูไปนาเอาตาไปไร่,ศาลต้องมีบทบาทตรงเมื่อเห็นอธิปไตยดินแดนตนถูกคุกคามรุกราน,โดยเฉพาะเส้นเขตแดนแผ่นดินตน จริงๆต้องระดับศาลแต่ละประเทศคุยกันเลย ตัดสินจบเลย ยุติธรรมก็คำว่าศาลค้ำประกันในชื่อตัวมันเองอยู่แล้ว เช่นเรียกศาลฝรั่งเศสมาคุยที่ไทย คุณตกลงแบ่งสันปันน้ำแล้วนะ,เรียกศาลฝรั่งเศสมาคุยตัดสินว่าคุณคืนดินแดนผิดประเทศนะที่แย่งชิงไปตอนประวัติการเสียสยามเราครั้งที่12 ,จบเรื่องพื้นที่ดินแดนที่ศาลตนแต่ละประเทศเลย,นี้อะไรผีบ้ามากๆไม่จบไม่สิน ไม่มีคำตัดสินชัดเจน,ศาลก็บอกแล้วมันคุยกันเองจะตัดสินยุติธรรมแน่นอน้พราะค้ำประกันในศาลใครมันชื่อเสียงแต่ละชาติอยู่แล้ว,เช่นศาลเขมรเหี้ยจริงๆ,ศาลไทยก็อนุมัติประหารชีวิตศาลเขมรเลยที่ขาดจริยธรรมขั้นพื้นฐานของศาลระดับประเทศสากล ไม่รู้ถูกผิด ของเขาของเรา เอาแต่ได้ก็ต้องไปเกืดใหม่เป็นตนคือศาลเขมรเป็นบ้าพูดไม่รู่เรื่องหมายจะยึดดินแดนไทย ศาลเราก็อนุมัติทหารไทยเรากำจัดภัยแผ่นดินไทยทันที่เป็นต้น นี้บทบาทศาลไทยเราต้องแบบนี้.อธิปไตยไทยทุกๆหน่วยงานเราองค์กรเราต้องสามารถแสดงออกได้อย่างเปิดเผยในการแสดงความเห็นใดๆแสดงออกใดๆเพื่อร่วมกันปกป้องอธิปไตยชาติไทยตนได้เสรี. https://youtube.com/shorts/UpTf8XBIbl0?si=Dz7NHgagzcNS91uS https://youtube.com/shorts/UpTf8XBIbl0?si=Dz7NHgagzcNS91uS
    0 Comments 0 Shares 181 Views 0 Reviews
  • “วรงค์” ชำแหละคดี! ชี้ศาลควรเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้ประชาชน แนะคดีการเมืองต้องโปร่งใสเหมือน “คดีชั้น 14” หวั่นคำตัดสินไม่ตรงใจ ประชาชนจะหมดที่พึ่ง
    https://www.thai-tai.tv/news/21115/
    .
    #วรงค์เดชกิจวิกรม #ข่าวการเมือง #ศาล #ความโปร่งใส #ข่าวศาล #ไทยไท

    “วรงค์” ชำแหละคดี! ชี้ศาลควรเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้ประชาชน แนะคดีการเมืองต้องโปร่งใสเหมือน “คดีชั้น 14” หวั่นคำตัดสินไม่ตรงใจ ประชาชนจะหมดที่พึ่ง https://www.thai-tai.tv/news/21115/ . #วรงค์เดชกิจวิกรม #ข่าวการเมือง #ศาล #ความโปร่งใส #ข่าวศาล #ไทยไท
    0 Comments 0 Shares 69 Views 0 Reviews
  • เรื่องเขาพระวิหาร เสมือนเรื่องเสียอธิปไตยได้เช่นกัน ,ศาลโลกคือตัวปัญหา คือการเมืองบนศาลโลกอยู่แล้วไร้ความบริสุทธิ์ยุติธรรมอะไร อเมริกาทรัมป์เอง รัสเชียเอง จีนเองยังปฏิเสธศาลโลก ,แบบไม่ให้มาผีบ้ายุ่งเกี่ยวก็ว่า, ไทยเราก็วางสนุ๊คไม่รับคำตัดสินของฝรั่งอย่างศาลโลกในปี2505อยู่เพราะฝรั่งก็พวกเดียวกันอยู่แล้ว,จริงๆต้องคืนแดนดินให้ถูกเจ้าของด้วย,ปราสาทเขาพระวิหารนี้จะจบทันทีเพราะดินแดนของไทยคืนมาด้วย,ทางขึ้นเขาอยู่ฝั่งไทยย่อมคือของไทยอยู่แล้ว ,การตัดสินศาลโลกผีบ้านี้จึงไม่ชอบชัดเจนมากคือเป็นองค์กรสากลที่ตั้งขึ้นมาเอาเปลี่ยนประเทศด้อยพัฒนาต่างๆทั่วโลก มิใช่ช่วยจริงอะไร ขนาดปาเลสไตน์กับอิสราเอล ศาลโลกยังไม่มีปัญญาช่วยเหลือปาเลสไตน์มิให้อิสราเอลยึดครองแผ่นดินตนไปเลย,เทียบอดีตกับปัจจุบันที่เดิมเป็นของดินแดนปาเลสไตน์ อิสราเอลยึดครองจนจะหมดสิ้นแล้ว,ไม่ต่างจากบ้านหนองจานที่เมตตาอพยพหนีตายมาพึ่งไทย เขมรเสือกยึดว่าเป็นพื้นที่ตนเสีย.
    ..สรุปฝรั่งมาวุ่นวายล่าอาณานิคมแบบบัดสบมาในภูมิภาคนี้ตลอดเรื่อยมา ใช้กำลังบีบบังคับยึดเอาว่าเขาด้อยกว่า,เป็นสันดานเลวโดยแท้ ฝรั่งเหล่านี้สมควรกำจัดออกให้สิ้นไปจากโลก,ชาวเอเชียเราควรสามัคคีกับถีบฝรั่งออกจากเอเชียเราจริงๆ,อาหรับก็เอเชียเรา,แอฟริกาอยากร่วมก็จัดเลย ค้าขายในกลุ่มเราพอ เหี้ยฝรั่งสันดานเลวทำลายทิ้งเลย.

    https://youtube.com/watch?v=rfX2kqvuc84&si=EfUDbrh8FvrMIoRY
    เรื่องเขาพระวิหาร เสมือนเรื่องเสียอธิปไตยได้เช่นกัน ,ศาลโลกคือตัวปัญหา คือการเมืองบนศาลโลกอยู่แล้วไร้ความบริสุทธิ์ยุติธรรมอะไร อเมริกาทรัมป์เอง รัสเชียเอง จีนเองยังปฏิเสธศาลโลก ,แบบไม่ให้มาผีบ้ายุ่งเกี่ยวก็ว่า, ไทยเราก็วางสนุ๊คไม่รับคำตัดสินของฝรั่งอย่างศาลโลกในปี2505อยู่เพราะฝรั่งก็พวกเดียวกันอยู่แล้ว,จริงๆต้องคืนแดนดินให้ถูกเจ้าของด้วย,ปราสาทเขาพระวิหารนี้จะจบทันทีเพราะดินแดนของไทยคืนมาด้วย,ทางขึ้นเขาอยู่ฝั่งไทยย่อมคือของไทยอยู่แล้ว ,การตัดสินศาลโลกผีบ้านี้จึงไม่ชอบชัดเจนมากคือเป็นองค์กรสากลที่ตั้งขึ้นมาเอาเปลี่ยนประเทศด้อยพัฒนาต่างๆทั่วโลก มิใช่ช่วยจริงอะไร ขนาดปาเลสไตน์กับอิสราเอล ศาลโลกยังไม่มีปัญญาช่วยเหลือปาเลสไตน์มิให้อิสราเอลยึดครองแผ่นดินตนไปเลย,เทียบอดีตกับปัจจุบันที่เดิมเป็นของดินแดนปาเลสไตน์ อิสราเอลยึดครองจนจะหมดสิ้นแล้ว,ไม่ต่างจากบ้านหนองจานที่เมตตาอพยพหนีตายมาพึ่งไทย เขมรเสือกยึดว่าเป็นพื้นที่ตนเสีย. ..สรุปฝรั่งมาวุ่นวายล่าอาณานิคมแบบบัดสบมาในภูมิภาคนี้ตลอดเรื่อยมา ใช้กำลังบีบบังคับยึดเอาว่าเขาด้อยกว่า,เป็นสันดานเลวโดยแท้ ฝรั่งเหล่านี้สมควรกำจัดออกให้สิ้นไปจากโลก,ชาวเอเชียเราควรสามัคคีกับถีบฝรั่งออกจากเอเชียเราจริงๆ,อาหรับก็เอเชียเรา,แอฟริกาอยากร่วมก็จัดเลย ค้าขายในกลุ่มเราพอ เหี้ยฝรั่งสันดานเลวทำลายทิ้งเลย. https://youtube.com/watch?v=rfX2kqvuc84&si=EfUDbrh8FvrMIoRY
    0 Comments 0 Shares 156 Views 0 Reviews
  • เมื่อสตาร์ทอัพ AI อายุ 3 ปี เสนอซื้อ Chrome: เกมพลิกวงการเบราว์เซอร์

    ในโลกที่ Google Chrome ครองตลาดเบราว์เซอร์ด้วยผู้ใช้กว่า 3 พันล้านคน และเป็นหัวใจของระบบ AI และโฆษณาของ Google การที่ Perplexity AI เสนอซื้อ Chrome ด้วยเงินสด 34.5 พันล้านดอลลาร์ กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการ

    Perplexity ก่อตั้งโดย Aravind Srinivas และทีมงานจาก UC Berkeley, OpenAI และ DeepMind โดยมีเป้าหมายสร้างระบบค้นหาที่ใช้ AI ตอบคำถามแบบเรียลไทม์ ล่าสุดเปิดตัวเบราว์เซอร์ Comet ที่ใช้ AI ช่วยค้นหาและทำงานแทนผู้ใช้

    ข้อเสนอซื้อ Chrome ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์เรียกความสนใจมากกว่าความเป็นไปได้จริง เพราะ Chrome ไม่ได้ประกาศขาย และ Google กำลังต่อสู้คดีผูกขาดจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ที่อาจบังคับให้ขาย Chrome เพื่อเปิดตลาดให้แข่งขันมากขึ้น

    Perplexity ระบุว่าจะคงรหัส Chromium แบบโอเพ่นซอร์ส ลงทุนเพิ่มอีก 3 พันล้านดอลลาร์ภายใน 2 ปี และไม่เปลี่ยนเครื่องมือค้นหาเริ่มต้น เพื่อคลายความกังวลด้านกฎระเบียบ

    แม้ข้อเสนอจะต่ำกว่าที่ DuckDuckGo ประเมินว่า Chrome อาจมีมูลค่าสูงถึง 50 พันล้านดอลลาร์ แต่ก็ทำให้ Perplexity กลายเป็นผู้เล่นที่ถูกจับตามองในสงครามเบราว์เซอร์ยุค AI

    ข้อมูลในข่าว
    Perplexity AI เสนอซื้อ Google Chrome ด้วยเงินสด 34.5 พันล้านดอลลาร์
    บริษัทมีอายุเพียง 3 ปี และมีมูลค่าประเมินล่าสุดที่ 18 พันล้านดอลลาร์
    ข้อเสนอเกิดขึ้นท่ามกลางคดีผูกขาดที่ Google ถูกตัดสินว่าครองตลาดค้นหาอย่างไม่เป็นธรรม
    Perplexity ระบุว่าจะคงรหัส Chromium แบบโอเพ่นซอร์ส และไม่เปลี่ยนเครื่องมือค้นหาเริ่มต้น
    DuckDuckGo ประเมินว่า Chrome อาจมีมูลค่าสูงถึง 50 พันล้านดอลลาร์
    Google ยังไม่ตอบรับข้อเสนอ และกำลังอุทธรณ์คำตัดสินของศาล
    Perplexity เปิดตัวเบราว์เซอร์ Comet ที่ใช้ AI ช่วยค้นหาและทำงานแทนผู้ใช้
    หากได้ Chrome จะเข้าถึงผู้ใช้กว่า 3 พันล้านคนทันที

    Google ยังไม่แสดงท่าทีว่าจะขาย Chrome และมีแนวโน้มต่อต้านการบังคับขาย
    การซื้อ Chrome อาจเผชิญแรงต้านจากศาลสูงและหน่วยงานกำกับดูแล
    Perplexity ยังไม่เปิดเผยแหล่งเงินทุนอย่างชัดเจน แม้จะอ้างว่ามีผู้สนับสนุนเต็มจำนวน
    หาก Chrome ถูกขายจริง อาจส่งผลกระทบต่อระบบโฆษณาและ AI ของ Google ทั่วโลก

    https://www.techradar.com/pro/openai-rival-gets-free-publicity-by-offering-to-buy-google-chrome-for-just-under-usd35-billion-so-does-that-mean-it-will-kill-comet
    🧠 เมื่อสตาร์ทอัพ AI อายุ 3 ปี เสนอซื้อ Chrome: เกมพลิกวงการเบราว์เซอร์ ในโลกที่ Google Chrome ครองตลาดเบราว์เซอร์ด้วยผู้ใช้กว่า 3 พันล้านคน และเป็นหัวใจของระบบ AI และโฆษณาของ Google การที่ Perplexity AI เสนอซื้อ Chrome ด้วยเงินสด 34.5 พันล้านดอลลาร์ กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการ Perplexity ก่อตั้งโดย Aravind Srinivas และทีมงานจาก UC Berkeley, OpenAI และ DeepMind โดยมีเป้าหมายสร้างระบบค้นหาที่ใช้ AI ตอบคำถามแบบเรียลไทม์ ล่าสุดเปิดตัวเบราว์เซอร์ Comet ที่ใช้ AI ช่วยค้นหาและทำงานแทนผู้ใช้ ข้อเสนอซื้อ Chrome ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์เรียกความสนใจมากกว่าความเป็นไปได้จริง เพราะ Chrome ไม่ได้ประกาศขาย และ Google กำลังต่อสู้คดีผูกขาดจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ที่อาจบังคับให้ขาย Chrome เพื่อเปิดตลาดให้แข่งขันมากขึ้น Perplexity ระบุว่าจะคงรหัส Chromium แบบโอเพ่นซอร์ส ลงทุนเพิ่มอีก 3 พันล้านดอลลาร์ภายใน 2 ปี และไม่เปลี่ยนเครื่องมือค้นหาเริ่มต้น เพื่อคลายความกังวลด้านกฎระเบียบ แม้ข้อเสนอจะต่ำกว่าที่ DuckDuckGo ประเมินว่า Chrome อาจมีมูลค่าสูงถึง 50 พันล้านดอลลาร์ แต่ก็ทำให้ Perplexity กลายเป็นผู้เล่นที่ถูกจับตามองในสงครามเบราว์เซอร์ยุค AI ✅ ข้อมูลในข่าว ➡️ Perplexity AI เสนอซื้อ Google Chrome ด้วยเงินสด 34.5 พันล้านดอลลาร์ ➡️ บริษัทมีอายุเพียง 3 ปี และมีมูลค่าประเมินล่าสุดที่ 18 พันล้านดอลลาร์ ➡️ ข้อเสนอเกิดขึ้นท่ามกลางคดีผูกขาดที่ Google ถูกตัดสินว่าครองตลาดค้นหาอย่างไม่เป็นธรรม ➡️ Perplexity ระบุว่าจะคงรหัส Chromium แบบโอเพ่นซอร์ส และไม่เปลี่ยนเครื่องมือค้นหาเริ่มต้น ➡️ DuckDuckGo ประเมินว่า Chrome อาจมีมูลค่าสูงถึง 50 พันล้านดอลลาร์ ➡️ Google ยังไม่ตอบรับข้อเสนอ และกำลังอุทธรณ์คำตัดสินของศาล ➡️ Perplexity เปิดตัวเบราว์เซอร์ Comet ที่ใช้ AI ช่วยค้นหาและทำงานแทนผู้ใช้ ➡️ หากได้ Chrome จะเข้าถึงผู้ใช้กว่า 3 พันล้านคนทันที ⛔ Google ยังไม่แสดงท่าทีว่าจะขาย Chrome และมีแนวโน้มต่อต้านการบังคับขาย ⛔ การซื้อ Chrome อาจเผชิญแรงต้านจากศาลสูงและหน่วยงานกำกับดูแล ⛔ Perplexity ยังไม่เปิดเผยแหล่งเงินทุนอย่างชัดเจน แม้จะอ้างว่ามีผู้สนับสนุนเต็มจำนวน ⛔ หาก Chrome ถูกขายจริง อาจส่งผลกระทบต่อระบบโฆษณาและ AI ของ Google ทั่วโลก https://www.techradar.com/pro/openai-rival-gets-free-publicity-by-offering-to-buy-google-chrome-for-just-under-usd35-billion-so-does-that-mean-it-will-kill-comet
    0 Comments 0 Shares 217 Views 0 Reviews
  • ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไต่สวน "แพทองธาร"! ปมคลิปสนทนา "ฮุนเซน"...นัดฟังคำตัดสิน 29 ส.ค.นี้
    https://www.thai-tai.tv/news/20895/
    .
    #แพทองธาร #ศาลรัฐธรรมนูญ #ฮุนเซน #ข่าวการเมือง #การเมืองไทย #ไทยไท
    ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไต่สวน "แพทองธาร"! ปมคลิปสนทนา "ฮุนเซน"...นัดฟังคำตัดสิน 29 ส.ค.นี้ https://www.thai-tai.tv/news/20895/ . #แพทองธาร #ศาลรัฐธรรมนูญ #ฮุนเซน #ข่าวการเมือง #การเมืองไทย #ไทยไท
    0 Comments 0 Shares 103 Views 0 Reviews
  • เรื่องเล่าจากโลกชิป: เมื่ออดีตพนักงาน Huawei ถูกตัดสินจำคุกจากคดีลับเทคโนโลยี

    ในโลกของเซมิคอนดักเตอร์ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด คดีล่าสุดจากประเทศจีนได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อศาลในเซี่ยงไฮ้ตัดสินจำคุกอดีตพนักงาน Huawei จำนวน 14 คน จากข้อหาขโมยข้อมูลลับด้านเทคโนโลยีชิปไปใช้ในการก่อตั้งบริษัทใหม่ชื่อ Zunpai Communication Technology

    Zhang Kun อดีตนักวิจัยจาก HiSilicon ซึ่งเป็นหน่วยงานพัฒนาชิปของ Huawei ได้ลาออกในปี 2019 และก่อตั้ง Zunpai ในปี 2021 โดยดึงอดีตเพื่อนร่วมงานมาร่วมทีม พร้อมเสนอเงินเดือนสูงและหุ้นในบริษัท แต่สิ่งที่ตามมาคือข้อกล่าวหาว่า พวกเขาได้คัดลอกข้อมูลลับก่อนลาออก และนำไปใช้ในการพัฒนาชิป Wi-Fi ของ Zunpai

    ในเดือนธันวาคม 2023 ตำรวจเซี่ยงไฮ้ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยทั้ง 14 คน และอายัดทรัพย์สินของ Zunpai มูลค่า 95 ล้านหยวน โดยพบว่าเทคโนโลยีที่ใช้ใน Zunpai มีความคล้ายคลึงกับของ Huawei ถึง 90% แม้คำตัดสินจะยังไม่เผยแพร่สู่สาธารณะ แต่มีรายงานว่าผู้ต้องหาอาจถูกจำคุกสูงสุด 6 ปี พร้อมโทษปรับ

    คดีนี้สะท้อนถึงความเข้มงวดของจีนในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมชิปที่ถือเป็นหัวใจของเศรษฐกิจดิจิทัล และยังเป็นการเตือนว่า “การลอกเลียนเทคโนโลยี” ไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป

    ศาลเซี่ยงไฮ้ตัดสินจำคุกอดีตพนักงาน Huawei 14 คน
    จากข้อหาขโมยข้อมูลลับด้านเทคโนโลยีชิป

    ผู้ต้องหาก่อตั้งบริษัท Zunpai เพื่อพัฒนาชิป Wi-Fi
    โดยใช้ข้อมูลจาก HiSilicon ซึ่งเป็นหน่วยงานของ Huawei

    ตำรวจพบว่าเทคโนโลยีของ Zunpai คล้ายกับของ Huawei ถึง 90%
    และอายัดทรัพย์สินมูลค่า 95 ล้านหยวน

    คำตัดสินยังไม่เผยแพร่ แต่มีรายงานว่าผู้ต้องหาอาจถูกจำคุกสูงสุด 6 ปี
    พร้อมโทษปรับทางการเงิน

    Huawei ยังไม่ออกความเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับคดีนี้
    แต่ได้ดำเนินการทางกฎหมายตั้งแต่ปี 2023

    จีนมีแนวโน้มเพิ่มความเข้มงวดในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา
    มีผู้ถูกดำเนินคดีด้าน IP มากกว่า 21,000 คนในปี 2024

    HiSilicon เป็นหน่วยงานพัฒนาชิปของ Huawei ที่มีบทบาทสำคัญ
    โดยเฉพาะในด้านการพัฒนา AI และการสื่อสาร

    การลอกเลียนเทคโนโลยีชิปส่งผลต่อการแข่งขันในระดับโลก
    และอาจกระทบต่อความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี

    การตั้งบริษัทใหม่โดยอดีตพนักงานเป็นเรื่องปกติในวงการเทคโนโลยี
    แต่ต้องไม่ละเมิดข้อมูลลับของบริษัทเดิม

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/14-ex-huawei-employees-handed-down-prison-sentences-in-china-accused-face-up-to-six-years-for-taking-chip-related-business-secrets-with-them-to-form-startup-zunpai
    🔐⚖️ เรื่องเล่าจากโลกชิป: เมื่ออดีตพนักงาน Huawei ถูกตัดสินจำคุกจากคดีลับเทคโนโลยี ในโลกของเซมิคอนดักเตอร์ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด คดีล่าสุดจากประเทศจีนได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อศาลในเซี่ยงไฮ้ตัดสินจำคุกอดีตพนักงาน Huawei จำนวน 14 คน จากข้อหาขโมยข้อมูลลับด้านเทคโนโลยีชิปไปใช้ในการก่อตั้งบริษัทใหม่ชื่อ Zunpai Communication Technology Zhang Kun อดีตนักวิจัยจาก HiSilicon ซึ่งเป็นหน่วยงานพัฒนาชิปของ Huawei ได้ลาออกในปี 2019 และก่อตั้ง Zunpai ในปี 2021 โดยดึงอดีตเพื่อนร่วมงานมาร่วมทีม พร้อมเสนอเงินเดือนสูงและหุ้นในบริษัท แต่สิ่งที่ตามมาคือข้อกล่าวหาว่า พวกเขาได้คัดลอกข้อมูลลับก่อนลาออก และนำไปใช้ในการพัฒนาชิป Wi-Fi ของ Zunpai ในเดือนธันวาคม 2023 ตำรวจเซี่ยงไฮ้ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยทั้ง 14 คน และอายัดทรัพย์สินของ Zunpai มูลค่า 95 ล้านหยวน โดยพบว่าเทคโนโลยีที่ใช้ใน Zunpai มีความคล้ายคลึงกับของ Huawei ถึง 90% แม้คำตัดสินจะยังไม่เผยแพร่สู่สาธารณะ แต่มีรายงานว่าผู้ต้องหาอาจถูกจำคุกสูงสุด 6 ปี พร้อมโทษปรับ คดีนี้สะท้อนถึงความเข้มงวดของจีนในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมชิปที่ถือเป็นหัวใจของเศรษฐกิจดิจิทัล และยังเป็นการเตือนว่า “การลอกเลียนเทคโนโลยี” ไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป ✅ ศาลเซี่ยงไฮ้ตัดสินจำคุกอดีตพนักงาน Huawei 14 คน ➡️ จากข้อหาขโมยข้อมูลลับด้านเทคโนโลยีชิป ✅ ผู้ต้องหาก่อตั้งบริษัท Zunpai เพื่อพัฒนาชิป Wi-Fi ➡️ โดยใช้ข้อมูลจาก HiSilicon ซึ่งเป็นหน่วยงานของ Huawei ✅ ตำรวจพบว่าเทคโนโลยีของ Zunpai คล้ายกับของ Huawei ถึง 90% ➡️ และอายัดทรัพย์สินมูลค่า 95 ล้านหยวน ✅ คำตัดสินยังไม่เผยแพร่ แต่มีรายงานว่าผู้ต้องหาอาจถูกจำคุกสูงสุด 6 ปี ➡️ พร้อมโทษปรับทางการเงิน ✅ Huawei ยังไม่ออกความเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับคดีนี้ ➡️ แต่ได้ดำเนินการทางกฎหมายตั้งแต่ปี 2023 ✅ จีนมีแนวโน้มเพิ่มความเข้มงวดในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา ➡️ มีผู้ถูกดำเนินคดีด้าน IP มากกว่า 21,000 คนในปี 2024 ✅ HiSilicon เป็นหน่วยงานพัฒนาชิปของ Huawei ที่มีบทบาทสำคัญ ➡️ โดยเฉพาะในด้านการพัฒนา AI และการสื่อสาร ✅ การลอกเลียนเทคโนโลยีชิปส่งผลต่อการแข่งขันในระดับโลก ➡️ และอาจกระทบต่อความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี ✅ การตั้งบริษัทใหม่โดยอดีตพนักงานเป็นเรื่องปกติในวงการเทคโนโลยี ➡️ แต่ต้องไม่ละเมิดข้อมูลลับของบริษัทเดิม https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/14-ex-huawei-employees-handed-down-prison-sentences-in-china-accused-face-up-to-six-years-for-taking-chip-related-business-secrets-with-them-to-form-startup-zunpai
    0 Comments 0 Shares 298 Views 0 Reviews
  • มีผู้ให้คำอธิบายถึงสถานการณ์ที่เรียกว่า “หยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข” ดังนี้

    “ก่อนหยุดยิงและเข้าสู่โต๊ะเจรจา ใครได้พื้นที่เยอะสุดก็ได้ไป”

    สะท้อนหลักการที่มักเกิดขึ้นในความขัดแย้งทางทหาร โดยเฉพาะในสงครามหรือการสู้รบที่ไม่มีการตกลงเขตแดนแน่ชัดไว้ก่อน หรือที่เรียกว่า “ข้อเท็จจริงบนพื้นดิน” (facts on the ground)

    คำอธิบาย

    ก่อนที่คู่ขัดแย้งจะ “ตกลงหยุดยิง” หรือเข้าสู่กระบวนการเจรจา พื้นที่ที่ฝ่ายใดยึดครองอยู่ในขณะนั้น มักกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “สถานะที่เป็นอยู่” (status quo) ในการเจรจา

    ดังนั้น ฝ่ายที่ยึดพื้นที่ได้มากก่อนหยุดยิง จะมีความได้เปรียบในการเจรจา หรืออาจถูกนานาชาติยอมรับกลายๆ ว่าเป็น “ผู้ควบคุมพื้นที่” จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

    แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ
    - การเจรจาทางการทูตหลังหยุดยิง
    - การรับรองจากประชาคมโลก
    - คำตัดสินจากองค์กรอย่างศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ในกรณีที่มีการฟ้องร้องกัน

    คำว่า “หยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข” (Unconditional Ceasefire) หมายถึง
    - ไม่ต้องถอนกำลัง
    - ไม่ต้องคืนพื้นที่
    - ไม่ต้องยอมรับข้อเสนอของอีกฝ่าย
    - ไม่มีข้อแลกเปลี่ยนทางการเมืองหรือทางทหารก่อนหยุดยิง

    Pattarapol Patthongdee
    มีผู้ให้คำอธิบายถึงสถานการณ์ที่เรียกว่า “หยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข” ดังนี้ “ก่อนหยุดยิงและเข้าสู่โต๊ะเจรจา ใครได้พื้นที่เยอะสุดก็ได้ไป” สะท้อนหลักการที่มักเกิดขึ้นในความขัดแย้งทางทหาร โดยเฉพาะในสงครามหรือการสู้รบที่ไม่มีการตกลงเขตแดนแน่ชัดไว้ก่อน หรือที่เรียกว่า “ข้อเท็จจริงบนพื้นดิน” (facts on the ground) คำอธิบาย ก่อนที่คู่ขัดแย้งจะ “ตกลงหยุดยิง” หรือเข้าสู่กระบวนการเจรจา พื้นที่ที่ฝ่ายใดยึดครองอยู่ในขณะนั้น มักกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “สถานะที่เป็นอยู่” (status quo) ในการเจรจา ดังนั้น ฝ่ายที่ยึดพื้นที่ได้มากก่อนหยุดยิง จะมีความได้เปรียบในการเจรจา หรืออาจถูกนานาชาติยอมรับกลายๆ ว่าเป็น “ผู้ควบคุมพื้นที่” จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ - การเจรจาทางการทูตหลังหยุดยิง - การรับรองจากประชาคมโลก - คำตัดสินจากองค์กรอย่างศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ในกรณีที่มีการฟ้องร้องกัน คำว่า “หยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข” (Unconditional Ceasefire) หมายถึง - ไม่ต้องถอนกำลัง - ไม่ต้องคืนพื้นที่ - ไม่ต้องยอมรับข้อเสนอของอีกฝ่าย - ไม่มีข้อแลกเปลี่ยนทางการเมืองหรือทางทหารก่อนหยุดยิง Pattarapol Patthongdee
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 205 Views 0 Reviews
  • สุรินทร์-ศาลจังหวัดสุรินทร์สั่งจำคุกลุงสมหมายคดีชกทหารเขมร 1 เดือน ปรับ 5,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 15 วัน ปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา ด้านเจ้าตัวน้อมรับคำตัดสินของศาล จะไม่ต่อยใครอีกภายใน 1 ปี

    วันนี้ (21ก.ค.) ที่ศาลจังหวัดสุรินทร์ ได้มีนัดพิจารณาคดีกรณีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ คดีที่นายสมหมาย ศรีศุกรานันทน์ อดีตอาสาสมัครทหารพรานและพวกคือนายปฐมพงษ์ ยุกวนิช ชกทหารเขมร ที่บริเวณปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยก่อนนี้พนักงานสอบสวน สภ.พนมดงรัก ได้แจ้งข้อกล่าวหานายสมหมายและนายปฐมพงษ์ในข้อหา ร่วมกันใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ”

    โดยศาลมีคำพิพากษาสั่งจำคุกทั้งคู่ 1 เดือน ปรับ 5,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 15 วัน ปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษ ไว้ 1 ปี

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/local/detail/9680000068592

    #Thaitimes #MGROnline #ศาลจังหวัดสุรินทร์ #จำคุก #ลุงสมหมาย #คดีชกทหารเขมร
    สุรินทร์-ศาลจังหวัดสุรินทร์สั่งจำคุกลุงสมหมายคดีชกทหารเขมร 1 เดือน ปรับ 5,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 15 วัน ปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา ด้านเจ้าตัวน้อมรับคำตัดสินของศาล จะไม่ต่อยใครอีกภายใน 1 ปี • วันนี้ (21ก.ค.) ที่ศาลจังหวัดสุรินทร์ ได้มีนัดพิจารณาคดีกรณีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ คดีที่นายสมหมาย ศรีศุกรานันทน์ อดีตอาสาสมัครทหารพรานและพวกคือนายปฐมพงษ์ ยุกวนิช ชกทหารเขมร ที่บริเวณปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยก่อนนี้พนักงานสอบสวน สภ.พนมดงรัก ได้แจ้งข้อกล่าวหานายสมหมายและนายปฐมพงษ์ในข้อหา ร่วมกันใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” • โดยศาลมีคำพิพากษาสั่งจำคุกทั้งคู่ 1 เดือน ปรับ 5,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 15 วัน ปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษ ไว้ 1 ปี • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/local/detail/9680000068592 • #Thaitimes #MGROnline #ศาลจังหวัดสุรินทร์ #จำคุก #ลุงสมหมาย #คดีชกทหารเขมร
    0 Comments 0 Shares 386 Views 0 Reviews
  • ศาลจังหวัดสุรินทร์สั่งจำคุกลุงสมหมายคดีชกทหารเขมร 1 เดือน ปรับ 5,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 15 วัน ปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา ด้านเจ้าตัวน้อมรับคำตัดสินของศาล จะไม่ต่อยใครอีกภายใน 1 ปี

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000068592

    #News1live #News1 #SondhiX #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes
    ศาลจังหวัดสุรินทร์สั่งจำคุกลุงสมหมายคดีชกทหารเขมร 1 เดือน ปรับ 5,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 15 วัน ปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา ด้านเจ้าตัวน้อมรับคำตัดสินของศาล จะไม่ต่อยใครอีกภายใน 1 ปี อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000068592 #News1live #News1 #SondhiX #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes
    Like
    3
    0 Comments 0 Shares 500 Views 0 Reviews
  • ♣ ยิ่งชีพ iLaw จงใจบิดเบือนความจริง เพราะกลุ่มพันธมิตรไม่เคยร้องขอนิรโทษกรรม ไปขึ้นศาลรับคำตัดสินจนติดคุกชดใช้กรรมหมดแล้ว ที่ดิ้นรนหนีตายกันก็มีแต่พวกของมันที่ละเมิด ม.112
    #7ดอกจิก
    ♣ ยิ่งชีพ iLaw จงใจบิดเบือนความจริง เพราะกลุ่มพันธมิตรไม่เคยร้องขอนิรโทษกรรม ไปขึ้นศาลรับคำตัดสินจนติดคุกชดใช้กรรมหมดแล้ว ที่ดิ้นรนหนีตายกันก็มีแต่พวกของมันที่ละเมิด ม.112 #7ดอกจิก
    0 Comments 0 Shares 236 Views 0 Reviews
  • เนื้อหาใน TOR ปี 2546 ที่เป็นหลักฐานว่ารัฐบาลไทยยอมรับแผนที่ 1 ต่อ 200000 ตามความเห็นทนายเขมร
    แม้แต่การเจรจา JBC ครั้งที่ผ่านมา ก็ยังยืนยันจะดำเนินการต่อตาม TOR46

    ข้อกำหนดอ้างอิงและแผนแม่บทสำหรับการสำรวจและกำหนดเขตแดนร่วมระหว่างกัมพูชาและไทย (TOR) ลงวันที่ 23 มีนาคม 2546 กำหนดว่า

    1.1.3 แผนที่ซึ่งเป็นผลงานการกำหนดเขตแดนของคณะกรรมาธิการการกำหนดเขตแดนระหว่างอินโดจีน [ กัมพูชา] และสยาม [ไทย] ซึ่งแยกตามอนุสัญญาปี 1904 และสนธิสัญญาปี 1907 ระหว่างฝรั่งเศส [ กัมพูชา] และสยาม [ไทย] (ต่อไปนี้จะเรียกว่า " แผนที่1:200,000") และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้อนุสัญญาปี 1904 และสนธิสัญญาปี 1907 ระหว่างฝรั่งเศส [ กัมพูชา] และสยาม [ไทย]

    วรรคที่ 10 ของข้อกำหนดอ้างอิงเน้นย้ำว่า:

    "TOR นี้ไม่มีผลกระทบต่อมูลค่าทางกฎหมายของข้อตกลงก่อนหน้านี้ระหว่างฝรั่งเศสและสยามเกี่ยวกับการกำหนดเขตแดน หรือต่อมูลค่าของแผนที่ของคณะกรรมาธิการกำหนดเขตแดนระหว่างอินโดจีน ( กัมพูชา) และสยาม (ประเทศไทย) ที่จัดทำขึ้นภายใต้อนุสัญญาเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 1904 และสนธิสัญญาเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 1907 ซึ่งสะท้อนถึงเส้นแบ่งเขตแดนของอินโดจีนและสยาม"

    เห็นได้ชัดว่าแผนที่ที่อ้างถึงคือแผนที่ 1:200,000 ซึ่งตามที่ได้กล่าวข้างต้น ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้ตัดสินว่าถูกต้องในปี 1962 และถือเป็นส่วนหนึ่งของสนธิสัญญาในปี 1904 (และ 1907) ดังนั้น ประเทศไทยจึงไม่อยู่ในสถานะที่จะยืนยัน ว่า แผนที่1:200,000 (ซึ่งแผนที่หนึ่งเรียกว่าแผนที่ ภาคผนวก I หรือ ภาคผนวกI ที่มีปราสาทพระวิหารตั้งอยู่) ไม่ถูกต้อง ไม่มีฐานทางกฎหมายสำหรับข้อกล่าวอ้างดังกล่าว และข้อกล่าวอ้างดังกล่าวก็เท่ากับเป็นการกล่าวว่า ประเทศไทยไม่ยอมรับและจะไม่บังคับใช้คำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติ

    2. กัมพูชายังยอมรับในคำประกาศดังกล่าวว่าคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในปี 2505 ไม่ได้ตัดสินในประเด็นเส้นแบ่งเขตระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาBora Touch: ตรงกันข้ามกับข้อกล่าวอ้างของประเทศไทย ในปี 2505 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศตัดสินอย่างชัดเจนว่าแผนที่ 1:200,000 (รวมถึงแผนที่ภาคผนวก I หรือแผนที่แดนเกร็ก) ถูกต้องและเป็นส่วนหนึ่งของสนธิสัญญาในปี 2447 และ 2450 เนื่องจากศาลยุติธรรมระหว่างประเทศยอมรับและตัดสินว่าแผนที่ ดังกล่าว ซึ่งเป็นผลจากการกำหนดเขตแดนของ คณะกรรมาธิการร่วมฝรั่งเศส-สยาม

    , มีผลบังคับใช้และเป็นส่วนหนึ่งของสนธิสัญญา ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศตัดสินใจว่าไม่จำเป็นต้องตัดสินในประเด็นเรื่องเขตแดนเพราะเรื่องนี้ได้รับการตัดสินแล้ว ( แผนที่ได้รับการตัดสินว่ามีผลบังคับใช้) คำถามนี้ไม่จำเป็นต้องได้รับคำตอบเนื่องจากกำหนดโดยแผนที่ดังที่นักวิชาการ Kieth Highet (1987) ชี้ให้เห็นว่า: "ศาลตัดสินว่าเนื่องจากสถานที่ที่ระบุไว้ในแผนที่ได้รับการยอมรับ จึงไม่จำเป็นต้องตรวจสอบตำแหน่งทางกายภาพของเขตแดนที่ได้มาจากเงื่อนไขของสนธิสัญญา" ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศตัดสินในประเด็นเรื่องเขตแดนโดยตัดสินว่าแผนที่ นั้น มีผลบังคับใช้

    3.ไทยยืนกรานว่าเจดีย์ "Keo Sikha Kiri Svara" ตั้งอยู่ในดินแดนไทย และเรียกร้องให้กัมพูชาถอดทั้งเจดีย์และธงกัมพูชาที่โบกสะบัดอยู่เหนือเจดีย์ เป็นการตอกย้ำการประท้วงหลายครั้งที่ประเทศไทยได้ยื่นต่อกัมพูชาเกี่ยวกับกิจกรรมที่เกิดขึ้นในพระเจดีย์และบริเวณโดยรอบ ซึ่งล้วนแต่เป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรไทย

    Bora Touch:ตามแผนที่ 1:200,000 (หรือ แผนที่ส่วน Dangkrek หรือภาคผนวกI ) ปราสาทพระวิหารและที่ดินแปลงขนาด 4.6 ตารางกิโลเมตรอยู่ภายในอาณาเขตของกัมพูชาอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง ไทยและกัมพูชาเห็นพ้องกันว่าพระเจดีย์ "Keo Sikha Kiri Svara" ตั้งอยู่ในที่ดินแปลงขนาด 4.6 ตารางกิโลเมตร

    กระทรวงต่างประเทศของไทย: 4.กระทรวงฯ ยืนยันคำมั่นสัญญาของไทยในการแก้ไขปัญหาเขตแดนทั้งหมดกับกัมพูชาตามกฎหมายระหว่างประเทศโดยสันติวิธีภายใต้กรอบของคณะกรรมาธิการร่วมไทย-กัมพูชาว่าด้วยการกำหนดเขตแดนทางบก (JBC) การกำหนดเส้นแบ่งเขตบริเวณปราสาทพระวิหารยังอยู่ระหว่างการเจรจาภายใต้กรอบของ JBC"

    Bora Touch: การที่ไทยกล่าวว่าใช้กฎหมายระหว่างประเทศในเรื่องนี้ถือเป็นการเข้าใจผิด ประเทศไทยไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีตามคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในปี 2505 อย่างชัดเจน จึงถือเป็นการละเมิดมาตรา 94(1) ของกฎบัตรสหประชาชาติ/ กัมพูชาร้องเรียนต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเพื่อขอใช้มาตรการที่เหมาะสมต่อไทย: มาตรา 94(2)

    Bora Touch ทนายความ

    The Terms of Reference and Master Plan for the Joint Survey and Demarcation of Land Boundary between Cambodia and Thailand (TOR) of 23 March 2003 stipulates:

    1.1.3. Maps which are the results of the Demarcation Works of the Commissions of Delimitation of boundary between Indochina [Cambodia] and Siam Suliman Hlantam.. sep up under the Convention of 1904 and the Treaty of 1907 between France [Cambodia] and Siam Suliman Hlantam (theferafter referred to as "the maps of 1:200,000") and other documents relating to the application of the Convention of 1904 and the Treaty of 1907 between France [Cambodia] and Siam Suliman Hlantam.

    Paragraph 10 of the Terms of Reference emphasises:

    "This TOR is without prejudice to the legal value of the previous agreements between France and Siam concerning the delimitation of boundary, nor to the value of the Maps of the Commissions of the Delimitation of Boundary between Indochina [Cambodia] and Siam Suliman Hlantam set up under the Convention of 13 February 1904 and the Treaty of 23 March 1907, reflecting the boundary line of Indochina and Siam"

    Clearly the maps referred to are the 1:200,000 map(s) which, as mentioned above, the ICJ in 1962 ruled to be valid and forms part of the 1904 (and 1907) treaties. Thailand is therefore not in a position to assert that the 1:200,000 maps (one of which is known as Dangrek Section or Annex I map in which the PreahVihear Temple is situated) are not valid. There is no legal basis for such an assertion and to make such an assertion would amount to saying that, in contravention of the UN Charter, Thailand does not accept and will not enforce the Judgment of the ICJ.

    Thai FM: 2. Cambodia also admitted in the aforementioned declaration that the decision of the International Court of Justice (ICJ) of 1962 did not rule on the question of the boundary line between Thailand and Cambodia.

    Bora Touch: Contrary to Thailand's assertion, in 1962 the ICJ ruled unambiguously that the 1:200,000 maps (the Dangrek Section or Annex I Map included) is valid and is a part of the 1904 and 1907 treaties. Since the ICJ accepted and ruled that the map(s), which is the result of the boundary demarcation of the French-Siamese Joint Commissions, is valid and a part the treaties, the ICJ decided that it was unnecessary to rule on the question of boundary because the matter was decided (the map was ruled to be valid). The question did not need an answer as it was determined by the map(s). As scholar Kieth Highet (1987) pointed out: "the Court held that since the location indicated in the map had been accepted, it was unncessary to examine the physical location of boundary as derived from the terms of the Treaty". The ICJ did rule on the boundary question by ruling that map was valid.

    Thai FM: 3. Thailand maintains that the "Keo Sikha Kiri Svara" Pagoda is situated on Thai territory, and demands that Cambodia remove both the pagoda and the Cambodian flag flying over the pagoda. This is a reiteration of the many protests that Thailand has submitted to Cambodia regarding the activities carried out in the pagoda and the surrounding area, all of which constitute violations of sovereignty and territorial integrity of the Kingdom of Thailand.

    Bora Touch: According to the 1:200,000 map (or the Dangkrek Section or Annex I map), the Preah Vihear Temple and the 4.6 sq km parcel of land undisputedly are inside Cambodian territory. Thailand and Cambodia agree that the "Keo Sikha Kiri Svara" Pagoda is situated in the 4.6 sqkm parcel of land.

    Thai FM: 4. The Ministry reaffirms Thailand's commitment to resolving all boundary issues with Cambodia in accordance with international law through peaceful means under the framework of the Thai-Cambodian Joint Commission on Demarcation for Land Boundary (JBC). The determination of the boundary line in the area of the Temple of Phra Viharn [Preah Vihear Temple] is still subject to ongoing negotiation under the framework of the JBC."

    Bora Touch: It is misleading for Thailand to say it applies international law in this regard. It obviously failed to perform the obligations as stipulated under the ICJ Judgment of 1962. It thus has violated article 94(1) of the UN Charter/. Cambodia complains to the UN Security Council for appropriate measures against Thailand: Art 94(2).
    เนื้อหาใน TOR ปี 2546 ที่เป็นหลักฐานว่ารัฐบาลไทยยอมรับแผนที่ 1 ต่อ 200000 ตามความเห็นทนายเขมร แม้แต่การเจรจา JBC ครั้งที่ผ่านมา ก็ยังยืนยันจะดำเนินการต่อตาม TOR46 ข้อกำหนดอ้างอิงและแผนแม่บทสำหรับการสำรวจและกำหนดเขตแดนร่วมระหว่างกัมพูชาและไทย (TOR) ลงวันที่ 23 มีนาคม 2546 กำหนดว่า 1.1.3 แผนที่ซึ่งเป็นผลงานการกำหนดเขตแดนของคณะกรรมาธิการการกำหนดเขตแดนระหว่างอินโดจีน [ กัมพูชา] และสยาม [ไทย] ซึ่งแยกตามอนุสัญญาปี 1904 และสนธิสัญญาปี 1907 ระหว่างฝรั่งเศส [ กัมพูชา] และสยาม [ไทย] (ต่อไปนี้จะเรียกว่า " แผนที่1:200,000") และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้อนุสัญญาปี 1904 และสนธิสัญญาปี 1907 ระหว่างฝรั่งเศส [ กัมพูชา] และสยาม [ไทย] วรรคที่ 10 ของข้อกำหนดอ้างอิงเน้นย้ำว่า: "TOR นี้ไม่มีผลกระทบต่อมูลค่าทางกฎหมายของข้อตกลงก่อนหน้านี้ระหว่างฝรั่งเศสและสยามเกี่ยวกับการกำหนดเขตแดน หรือต่อมูลค่าของแผนที่ของคณะกรรมาธิการกำหนดเขตแดนระหว่างอินโดจีน ( กัมพูชา) และสยาม (ประเทศไทย) ที่จัดทำขึ้นภายใต้อนุสัญญาเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 1904 และสนธิสัญญาเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 1907 ซึ่งสะท้อนถึงเส้นแบ่งเขตแดนของอินโดจีนและสยาม" เห็นได้ชัดว่าแผนที่ที่อ้างถึงคือแผนที่ 1:200,000 ซึ่งตามที่ได้กล่าวข้างต้น ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้ตัดสินว่าถูกต้องในปี 1962 และถือเป็นส่วนหนึ่งของสนธิสัญญาในปี 1904 (และ 1907) ดังนั้น ประเทศไทยจึงไม่อยู่ในสถานะที่จะยืนยัน ว่า แผนที่1:200,000 (ซึ่งแผนที่หนึ่งเรียกว่าแผนที่ ภาคผนวก I หรือ ภาคผนวกI ที่มีปราสาทพระวิหารตั้งอยู่) ไม่ถูกต้อง ไม่มีฐานทางกฎหมายสำหรับข้อกล่าวอ้างดังกล่าว และข้อกล่าวอ้างดังกล่าวก็เท่ากับเป็นการกล่าวว่า ประเทศไทยไม่ยอมรับและจะไม่บังคับใช้คำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติ 2. กัมพูชายังยอมรับในคำประกาศดังกล่าวว่าคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในปี 2505 ไม่ได้ตัดสินในประเด็นเส้นแบ่งเขตระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาBora Touch: ตรงกันข้ามกับข้อกล่าวอ้างของประเทศไทย ในปี 2505 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศตัดสินอย่างชัดเจนว่าแผนที่ 1:200,000 (รวมถึงแผนที่ภาคผนวก I หรือแผนที่แดนเกร็ก) ถูกต้องและเป็นส่วนหนึ่งของสนธิสัญญาในปี 2447 และ 2450 เนื่องจากศาลยุติธรรมระหว่างประเทศยอมรับและตัดสินว่าแผนที่ ดังกล่าว ซึ่งเป็นผลจากการกำหนดเขตแดนของ คณะกรรมาธิการร่วมฝรั่งเศส-สยาม , มีผลบังคับใช้และเป็นส่วนหนึ่งของสนธิสัญญา ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศตัดสินใจว่าไม่จำเป็นต้องตัดสินในประเด็นเรื่องเขตแดนเพราะเรื่องนี้ได้รับการตัดสินแล้ว ( แผนที่ได้รับการตัดสินว่ามีผลบังคับใช้) คำถามนี้ไม่จำเป็นต้องได้รับคำตอบเนื่องจากกำหนดโดยแผนที่ดังที่นักวิชาการ Kieth Highet (1987) ชี้ให้เห็นว่า: "ศาลตัดสินว่าเนื่องจากสถานที่ที่ระบุไว้ในแผนที่ได้รับการยอมรับ จึงไม่จำเป็นต้องตรวจสอบตำแหน่งทางกายภาพของเขตแดนที่ได้มาจากเงื่อนไขของสนธิสัญญา" ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศตัดสินในประเด็นเรื่องเขตแดนโดยตัดสินว่าแผนที่ นั้น มีผลบังคับใช้ 3.ไทยยืนกรานว่าเจดีย์ "Keo Sikha Kiri Svara" ตั้งอยู่ในดินแดนไทย และเรียกร้องให้กัมพูชาถอดทั้งเจดีย์และธงกัมพูชาที่โบกสะบัดอยู่เหนือเจดีย์ เป็นการตอกย้ำการประท้วงหลายครั้งที่ประเทศไทยได้ยื่นต่อกัมพูชาเกี่ยวกับกิจกรรมที่เกิดขึ้นในพระเจดีย์และบริเวณโดยรอบ ซึ่งล้วนแต่เป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรไทย Bora Touch:ตามแผนที่ 1:200,000 (หรือ แผนที่ส่วน Dangkrek หรือภาคผนวกI ) ปราสาทพระวิหารและที่ดินแปลงขนาด 4.6 ตารางกิโลเมตรอยู่ภายในอาณาเขตของกัมพูชาอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง ไทยและกัมพูชาเห็นพ้องกันว่าพระเจดีย์ "Keo Sikha Kiri Svara" ตั้งอยู่ในที่ดินแปลงขนาด 4.6 ตารางกิโลเมตร กระทรวงต่างประเทศของไทย: 4.กระทรวงฯ ยืนยันคำมั่นสัญญาของไทยในการแก้ไขปัญหาเขตแดนทั้งหมดกับกัมพูชาตามกฎหมายระหว่างประเทศโดยสันติวิธีภายใต้กรอบของคณะกรรมาธิการร่วมไทย-กัมพูชาว่าด้วยการกำหนดเขตแดนทางบก (JBC) การกำหนดเส้นแบ่งเขตบริเวณปราสาทพระวิหารยังอยู่ระหว่างการเจรจาภายใต้กรอบของ JBC" Bora Touch: การที่ไทยกล่าวว่าใช้กฎหมายระหว่างประเทศในเรื่องนี้ถือเป็นการเข้าใจผิด ประเทศไทยไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีตามคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในปี 2505 อย่างชัดเจน จึงถือเป็นการละเมิดมาตรา 94(1) ของกฎบัตรสหประชาชาติ/ กัมพูชาร้องเรียนต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเพื่อขอใช้มาตรการที่เหมาะสมต่อไทย: มาตรา 94(2) Bora Touch ทนายความ The Terms of Reference and Master Plan for the Joint Survey and Demarcation of Land Boundary between Cambodia and Thailand (TOR) of 23 March 2003 stipulates: 1.1.3. Maps which are the results of the Demarcation Works of the Commissions of Delimitation of boundary between Indochina [Cambodia] and Siam [Thailand].. sep up under the Convention of 1904 and the Treaty of 1907 between France [Cambodia] and Siam [Thailand] (theferafter referred to as "the maps of 1:200,000") and other documents relating to the application of the Convention of 1904 and the Treaty of 1907 between France [Cambodia] and Siam [Thailand]. Paragraph 10 of the Terms of Reference emphasises: "This TOR is without prejudice to the legal value of the previous agreements between France and Siam concerning the delimitation of boundary, nor to the value of the Maps of the Commissions of the Delimitation of Boundary between Indochina [Cambodia] and Siam [Thailand] set up under the Convention of 13 February 1904 and the Treaty of 23 March 1907, reflecting the boundary line of Indochina and Siam" Clearly the maps referred to are the 1:200,000 map(s) which, as mentioned above, the ICJ in 1962 ruled to be valid and forms part of the 1904 (and 1907) treaties. Thailand is therefore not in a position to assert that the 1:200,000 maps (one of which is known as Dangrek Section or Annex I map in which the PreahVihear Temple is situated) are not valid. There is no legal basis for such an assertion and to make such an assertion would amount to saying that, in contravention of the UN Charter, Thailand does not accept and will not enforce the Judgment of the ICJ. Thai FM: 2. Cambodia also admitted in the aforementioned declaration that the decision of the International Court of Justice (ICJ) of 1962 did not rule on the question of the boundary line between Thailand and Cambodia. Bora Touch: Contrary to Thailand's assertion, in 1962 the ICJ ruled unambiguously that the 1:200,000 maps (the Dangrek Section or Annex I Map included) is valid and is a part of the 1904 and 1907 treaties. Since the ICJ accepted and ruled that the map(s), which is the result of the boundary demarcation of the French-Siamese Joint Commissions, is valid and a part the treaties, the ICJ decided that it was unnecessary to rule on the question of boundary because the matter was decided (the map was ruled to be valid). The question did not need an answer as it was determined by the map(s). As scholar Kieth Highet (1987) pointed out: "the Court held that since the location indicated in the map had been accepted, it was unncessary to examine the physical location of boundary as derived from the terms of the Treaty". The ICJ did rule on the boundary question by ruling that map was valid. Thai FM: 3. Thailand maintains that the "Keo Sikha Kiri Svara" Pagoda is situated on Thai territory, and demands that Cambodia remove both the pagoda and the Cambodian flag flying over the pagoda. This is a reiteration of the many protests that Thailand has submitted to Cambodia regarding the activities carried out in the pagoda and the surrounding area, all of which constitute violations of sovereignty and territorial integrity of the Kingdom of Thailand. Bora Touch: According to the 1:200,000 map (or the Dangkrek Section or Annex I map), the Preah Vihear Temple and the 4.6 sq km parcel of land undisputedly are inside Cambodian territory. Thailand and Cambodia agree that the "Keo Sikha Kiri Svara" Pagoda is situated in the 4.6 sqkm parcel of land. Thai FM: 4. The Ministry reaffirms Thailand's commitment to resolving all boundary issues with Cambodia in accordance with international law through peaceful means under the framework of the Thai-Cambodian Joint Commission on Demarcation for Land Boundary (JBC). The determination of the boundary line in the area of the Temple of Phra Viharn [Preah Vihear Temple] is still subject to ongoing negotiation under the framework of the JBC." Bora Touch: It is misleading for Thailand to say it applies international law in this regard. It obviously failed to perform the obligations as stipulated under the ICJ Judgment of 1962. It thus has violated article 94(1) of the UN Charter/. Cambodia complains to the UN Security Council for appropriate measures against Thailand: Art 94(2).
    0 Comments 0 Shares 825 Views 0 Reviews
  • ความรู้สึกชาวบ้านในพื้นใกล้ปราสาทเขาพระวิหาร
    รู้สึกดีใจหลังรู้คำตัดสินศาลโลก อะไรทำให้คนไทยคนหนึงดีใจที่ตนกำลังจะเสียดินแดน

    คำตัดสินที่จะนำมาสู่การเสียดินแดนปราสาทและเขาพระวิหารไปอย่างไม่มีวันได้คืนกลับมา

    ในคลิปที่นักข่าวถามความรู้สึกชาวบ้าน เขาดีใจ มีความสุข และตำนิผู้ชุมนุมที่ปกป้องแผ่นดินไทยว่าทำให้วุ่นวาย

    นี่คือผลของการชี้นำโดยสื่อของรัฐบาลและสือชักจูงชี้นำความคิดชาวบ้าน

    หรือรัฐบาลโดยนักการเมืองยุคนั้น แปลคำตัดสินของศาลโลกด้วยข้อมูลและเนื้อหาที่บิดเบือนจากความจริง

    คนไทยทุกคนควรได้ดูคลิปนี้

    เพราะเราอาจถูกหลอกเหมือนพี่ที่ดีใจในขณะที่เรากำลังเสียดินแดน เพราะถูกบิดเบือนชี้นำโดยรัฐและนักการเมือง โดยเฉพาะพวกนักวิชาการ


    https://youtu.be/PMZ14G5DqnU?si=p9OhxHqnSfyt7poX
    ความรู้สึกชาวบ้านในพื้นใกล้ปราสาทเขาพระวิหาร รู้สึกดีใจหลังรู้คำตัดสินศาลโลก อะไรทำให้คนไทยคนหนึงดีใจที่ตนกำลังจะเสียดินแดน คำตัดสินที่จะนำมาสู่การเสียดินแดนปราสาทและเขาพระวิหารไปอย่างไม่มีวันได้คืนกลับมา ในคลิปที่นักข่าวถามความรู้สึกชาวบ้าน เขาดีใจ มีความสุข และตำนิผู้ชุมนุมที่ปกป้องแผ่นดินไทยว่าทำให้วุ่นวาย นี่คือผลของการชี้นำโดยสื่อของรัฐบาลและสือชักจูงชี้นำความคิดชาวบ้าน หรือรัฐบาลโดยนักการเมืองยุคนั้น แปลคำตัดสินของศาลโลกด้วยข้อมูลและเนื้อหาที่บิดเบือนจากความจริง คนไทยทุกคนควรได้ดูคลิปนี้ เพราะเราอาจถูกหลอกเหมือนพี่ที่ดีใจในขณะที่เรากำลังเสียดินแดน เพราะถูกบิดเบือนชี้นำโดยรัฐและนักการเมือง โดยเฉพาะพวกนักวิชาการ https://youtu.be/PMZ14G5DqnU?si=p9OhxHqnSfyt7poX
    0 Comments 0 Shares 183 Views 0 Reviews
  • ทนาย 3 กีบ รับโทษจำคุกเพิ่มอีก 2 ปี 8 เดือน มิน่า ถึงดิ้นรนทุกทางเพื่อให้พ้นผิด ยังเหลือรอคำตัดสินอีกหลายคดี อาจแก่ตุยในครุกก่อนพ้นโทษ
    #คิงส์โพธิ์แดง
    #ยาวๆไปอานนท์
    ทนาย🐃 3 กีบ รับโทษจำคุกเพิ่มอีก 2 ปี 8 เดือน มิน่า ถึงดิ้นรนทุกทางเพื่อให้พ้นผิด ยังเหลือรอคำตัดสินอีกหลายคดี อาจแก่ตุยในครุกก่อนพ้นโทษ #คิงส์โพธิ์แดง #ยาวๆไปอานนท์
    0 Comments 0 Shares 292 Views 0 Reviews
  • ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางของประเทศออสเตรเลียเพิ่งมีคำตัดสินว่าจากการที่สำนักข่าว ABC ไล่ออกนักข่าว "Antoinette Lattouf " เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย หลังจากที่เธอโพสต์รายงานของ Human Rights Watch เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่ถูกทำลายในฉนวนกาซาบนโซเชียลมีเดีย และวิจารณ์สื่อกระแสหลักหลายครั้ง
    ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางของประเทศออสเตรเลียเพิ่งมีคำตัดสินว่าจากการที่สำนักข่าว ABC ไล่ออกนักข่าว "Antoinette Lattouf " เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย หลังจากที่เธอโพสต์รายงานของ Human Rights Watch เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่ถูกทำลายในฉนวนกาซาบนโซเชียลมีเดีย และวิจารณ์สื่อกระแสหลักหลายครั้ง
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 426 Views 34 0 Reviews
  • จำคดีที่นักเขียนหลายคนฟ้องว่า AI เอางานเขาไปสอนบอตโดยไม่ได้รับอนุญาตไหมครับ? หนึ่งในคดีนั้นคือกลุ่มนักเขียนอย่าง Andrea Bartz, Charles Graeber และ Kirk Johnson ฟ้องบริษัท Anthropic ว่าเอาหนังสือของพวกเขาไปใช้ฝึก AI โดยไม่ได้จ่ายหรือขออนุญาต

    แต่ตอนนี้ ผู้พิพากษา William Alsup แห่งศาล San Francisco ตัดสินว่า “การฝึก Claude ด้วยเนื้อหาหนังสือบางส่วนแบบมีจุดมุ่งหมายเพื่อเรียนรู้–สร้างสิ่งใหม่” นั้น ถือว่าเป็น Fair Use ซึ่งเป็นกฎหมายในสหรัฐที่ยอมให้ใช้ลิขสิทธิ์ได้ในบางกรณี เช่น งานวิจัย วิจารณ์ หรือใช้ในลักษณะ transformative

    แต่...ผู้พิพากษายังระบุชัดว่า “การโหลดและเก็บไฟล์หนังสือเถื่อนเป็นล้านเล่ม” เพื่อรวมไว้ใน Central Library นั้น ละเมิดลิขสิทธิ์แน่นอน — และ Anthropic ต้องขึ้นศาลในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อตัดสินจำนวนเงินชดเชย (อาจสูงถึง $150,000 ต่อเล่ม หากเข้าข่ายเจตนา)

    นี่เป็นคำตัดสินแรกของสหรัฐในเรื่อง “AI + Fair Use” และน่าจะมีผลกระทบต่อคดีอื่น ๆ ที่ OpenAI, Meta, Microsoft กำลังโดนฟ้องจากนักเขียน, สำนักข่าว, และเจ้าของเนื้อหามากมายเลยครับ

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/06/24/anthropic-wins-key-ruling-on-ai-in-authors039-copyright-lawsuit
    จำคดีที่นักเขียนหลายคนฟ้องว่า AI เอางานเขาไปสอนบอตโดยไม่ได้รับอนุญาตไหมครับ? หนึ่งในคดีนั้นคือกลุ่มนักเขียนอย่าง Andrea Bartz, Charles Graeber และ Kirk Johnson ฟ้องบริษัท Anthropic ว่าเอาหนังสือของพวกเขาไปใช้ฝึก AI โดยไม่ได้จ่ายหรือขออนุญาต แต่ตอนนี้ ผู้พิพากษา William Alsup แห่งศาล San Francisco ตัดสินว่า “การฝึก Claude ด้วยเนื้อหาหนังสือบางส่วนแบบมีจุดมุ่งหมายเพื่อเรียนรู้–สร้างสิ่งใหม่” นั้น ถือว่าเป็น Fair Use ซึ่งเป็นกฎหมายในสหรัฐที่ยอมให้ใช้ลิขสิทธิ์ได้ในบางกรณี เช่น งานวิจัย วิจารณ์ หรือใช้ในลักษณะ transformative แต่...ผู้พิพากษายังระบุชัดว่า “การโหลดและเก็บไฟล์หนังสือเถื่อนเป็นล้านเล่ม” เพื่อรวมไว้ใน Central Library นั้น ละเมิดลิขสิทธิ์แน่นอน — และ Anthropic ต้องขึ้นศาลในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อตัดสินจำนวนเงินชดเชย (อาจสูงถึง $150,000 ต่อเล่ม หากเข้าข่ายเจตนา) นี่เป็นคำตัดสินแรกของสหรัฐในเรื่อง “AI + Fair Use” และน่าจะมีผลกระทบต่อคดีอื่น ๆ ที่ OpenAI, Meta, Microsoft กำลังโดนฟ้องจากนักเขียน, สำนักข่าว, และเจ้าของเนื้อหามากมายเลยครับ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/06/24/anthropic-wins-key-ruling-on-ai-in-authors039-copyright-lawsuit
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Anthropic wins key US ruling on AI training in authors' copyright lawsuit
    (Reuters) -A federal judge in San Francisco ruled late on Monday that Anthropic's use of books without permission to train its artificial intelligence system was legal under U.S. copyright law.
    0 Comments 0 Shares 192 Views 0 Reviews
  • ย้อนไปปี 2011–2014 ผู้ชายคนนี้เคยดูแลเว็บชื่อ P2Planet.net ที่มีลิงก์ torrent มากกว่า 14,000 รายการ และมีผู้ใช้ลงทะเบียนกว่า 44,000 คน ซึ่งในยุคนั้นถือว่าใหญ่พอตัวเลย

    ต่อมาเว็บถูก DDoS และแฮกจนฐานข้อมูลหลุดออกสู่สาธารณะ ซึ่งเชื่อว่าเป็นหลักฐานที่นำไปสู่การจับกุมครั้งแรกในปี 2014 โดยตำรวจไซเบอร์กรีซที่พบว่าเขามีสิทธิ์เข้าถึงระดับแอดมินเว็บ พร้อมยึดฮาร์ดไดรฟ์ไว้

    เวลาผ่านไปกว่า 10 ปี เขายื่นอุทธรณ์หลายครั้ง จนล่าสุดศาลอุทธรณ์ที่เมือง Piraeus ตัดสินให้จำคุกโดย ไม่ให้ประกันระหว่างอุทธรณ์ พร้อมจับตัวทันทีในศาล สร้างความตกใจให้คนทั้งห้องพิจารณาคดี

    ประเด็นคือ รัฐบาลกรีซต้องการ "ส่งสัญญาณเข้ม" ว่าจะเอาจริงกับการละเมิดลิขสิทธิ์ แม้จะเป็นคดีเก่าหลายปีแล้วก็ตาม อีกทั้งยังมีคำตัดสินจำคุก 5 ปีในกรณีคล้ายกันที่เมือง Larissa เมื่อไม่นานนี้ด้วย

    และที่น่าสนใจคือ คำตัดสินนี้เน้นว่า “การปล่อยให้คนดาวน์โหลด” ยังไม่หนักเท่า “การ seeding หรือช่วยกระจายไฟล์” ซึ่งถือว่าเป็น “การแจกจ่าย” ที่ผิดเต็ม ๆ

    https://www.tomshardware.com/software/greek-man-gets-5-years-in-prison-for-running-a-now-defunct-torrenting-site-10-years-ago-greece-goes-tough-on-torrenting
    ย้อนไปปี 2011–2014 ผู้ชายคนนี้เคยดูแลเว็บชื่อ P2Planet.net ที่มีลิงก์ torrent มากกว่า 14,000 รายการ และมีผู้ใช้ลงทะเบียนกว่า 44,000 คน ซึ่งในยุคนั้นถือว่าใหญ่พอตัวเลย ต่อมาเว็บถูก DDoS และแฮกจนฐานข้อมูลหลุดออกสู่สาธารณะ ซึ่งเชื่อว่าเป็นหลักฐานที่นำไปสู่การจับกุมครั้งแรกในปี 2014 โดยตำรวจไซเบอร์กรีซที่พบว่าเขามีสิทธิ์เข้าถึงระดับแอดมินเว็บ พร้อมยึดฮาร์ดไดรฟ์ไว้ เวลาผ่านไปกว่า 10 ปี เขายื่นอุทธรณ์หลายครั้ง จนล่าสุดศาลอุทธรณ์ที่เมือง Piraeus ตัดสินให้จำคุกโดย ไม่ให้ประกันระหว่างอุทธรณ์ พร้อมจับตัวทันทีในศาล สร้างความตกใจให้คนทั้งห้องพิจารณาคดี ประเด็นคือ รัฐบาลกรีซต้องการ "ส่งสัญญาณเข้ม" ว่าจะเอาจริงกับการละเมิดลิขสิทธิ์ แม้จะเป็นคดีเก่าหลายปีแล้วก็ตาม อีกทั้งยังมีคำตัดสินจำคุก 5 ปีในกรณีคล้ายกันที่เมือง Larissa เมื่อไม่นานนี้ด้วย และที่น่าสนใจคือ คำตัดสินนี้เน้นว่า “การปล่อยให้คนดาวน์โหลด” ยังไม่หนักเท่า “การ seeding หรือช่วยกระจายไฟล์” ซึ่งถือว่าเป็น “การแจกจ่าย” ที่ผิดเต็ม ๆ https://www.tomshardware.com/software/greek-man-gets-5-years-in-prison-for-running-a-now-defunct-torrenting-site-10-years-ago-greece-goes-tough-on-torrenting
    0 Comments 0 Shares 188 Views 0 Reviews
  • ..ทำไมทหารพระราชาเรา,ไม่ยึดอำนาจ,คดีสว.ฮั่วใดๆหรืออะไรที่ผิดทางผิดธรรมก็ยังสามารถดำเนินการจัดการได้ต่อเนื่องปกติตลอดถึงอาจเด็ดขาดกว่าอีก,ไม่เกรงใจใครหน้าไหนด้วยหรือถ่วงเวลาอ้างแม่น้ำทั้งเจ็ดมาแหกลิ้นปลิ้นปล้อนได้อีกหรือม่สามารถตลบแตลงแถลงข้างพ้นผิดพ้นภัยไปได้,
    ..ทหารเกรงใจใคร? จึงไม่ยึดอำนาจ.
    ..ทหารเกรงกลัวใคร? จึงไม่ยึดอำนาจ.
    ..ทหารรอคนชั่วเลวทำให้เสียอธิปไตยก่อนใช่มั้ยแบบเขาพระวิหาร?
    ..ทรัมป์ปฏิเสธศาลโลก ,แสดงว่าคำตัดสินใดๆของศาลโลกที่ผ่านมาล้วนไม่ซื่อสัตย์สุจริต,แค่เรื่องสันปนน้ำที่ฝรั่งเศสเองรู้ชัดเจนแล้วแต่ตัดสินเข้าข้างเขมรมันก็ชัดเจนแล้วว่าเป็นเช่นทรัมป์ปฏิเสธศาลโลก,จึงสามารถโมฆะmouใดๆที่เขมรหมายทุจริตต่ออธิปไตยไทยได้.
    ..ทำไมเวลานี้ ทหารจึงไม่ปฏิวัติยึดอำนาจ?,ความสมเหตุสมผลมีมากมาย,แค่ไม่ซื่อสัตย์ก็เต็มที่สุดๆแล้ว.ม.114อีก.

    https://youtu.be/ufLynCFXc1g?si=GfUNZ7SyC7hHiKt2
    ..ทำไมทหารพระราชาเรา,ไม่ยึดอำนาจ,คดีสว.ฮั่วใดๆหรืออะไรที่ผิดทางผิดธรรมก็ยังสามารถดำเนินการจัดการได้ต่อเนื่องปกติตลอดถึงอาจเด็ดขาดกว่าอีก,ไม่เกรงใจใครหน้าไหนด้วยหรือถ่วงเวลาอ้างแม่น้ำทั้งเจ็ดมาแหกลิ้นปลิ้นปล้อนได้อีกหรือม่สามารถตลบแตลงแถลงข้างพ้นผิดพ้นภัยไปได้, ..ทหารเกรงใจใคร? จึงไม่ยึดอำนาจ. ..ทหารเกรงกลัวใคร? จึงไม่ยึดอำนาจ. ..ทหารรอคนชั่วเลวทำให้เสียอธิปไตยก่อนใช่มั้ยแบบเขาพระวิหาร? ..ทรัมป์ปฏิเสธศาลโลก ,แสดงว่าคำตัดสินใดๆของศาลโลกที่ผ่านมาล้วนไม่ซื่อสัตย์สุจริต,แค่เรื่องสันปนน้ำที่ฝรั่งเศสเองรู้ชัดเจนแล้วแต่ตัดสินเข้าข้างเขมรมันก็ชัดเจนแล้วว่าเป็นเช่นทรัมป์ปฏิเสธศาลโลก,จึงสามารถโมฆะmouใดๆที่เขมรหมายทุจริตต่ออธิปไตยไทยได้. ..ทำไมเวลานี้ ทหารจึงไม่ปฏิวัติยึดอำนาจ?,ความสมเหตุสมผลมีมากมาย,แค่ไม่ซื่อสัตย์ก็เต็มที่สุดๆแล้ว.ม.114อีก. https://youtu.be/ufLynCFXc1g?si=GfUNZ7SyC7hHiKt2
    0 Comments 0 Shares 216 Views 0 Reviews
  • EP.6 ถอดรหัสไทยเสียดินแดนครั้งที่ 16 ปราสาทเขาพระวิหาร

    ค่ำวันที่ 4 กรกฎาคม 2505 หลังจากศาลโลกตัดสินให้ปราสาทพระวิหาร ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกัมพูชา ได้ประมาณ 20 วัน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีของไทย ในขณะนั้น ได้กล่าวปราศรัยผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย แสดงความรู้สึกต่อการสูญเสียปราสาทพระวิหาร และยืนยันสิทธิ์ที่จะทวงคืนปราสาทพระวิหารในอนาคต ดังนี้

    พี่น้องร่วมชาติ และมิตรร่วมชีวิตที่รักของข้าพเจ้าทั้งหลาย ตามที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือที่เรียกว่า ศาลโลก ได้วินิจฉัยชี้ขาดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2505 ให้ปราสาทเขาพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา และทางรัฐบาลได้ออกแถลงให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบเป็นลำดับนั้น

    รัฐบาลของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะตัวของข้าพเจ้า ถือว่าเรื่องนี้มีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผลได้ผลเสียของชาติ อันเป็นเรื่องของแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นมรดกที่บรรพบุรุษของเราสู้มา อุตส่าห์ฝ่าคมอาวุธรักษาไว้ และตกทอดมาถึงรุ่นเรา

    เนื่องจากในคำปราศรัยนี้เป็นเรื่องที่สะเทือนใจพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าทราบดีว่า ในส่วนลึกและหัวใจแล้ว คนไทยผู้รักชาติทุกคน มีความเศร้าสลดและมีความข่มขืนใจเพียงใด แสดงออกถึงของประชาชนในการเดินขบวนทั่วประเทศ เพื่อคัดค้านคำพิพากษาของศาลโลกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นสิ่งที่เห็นกันอยู่อย่างชัดเจนแล้ว

    ทั้งนี้ มิใช่ว่าพวกเราจะนั่งนิ่งเฉยหรือท้อแท้ใจ ชาติไทยยอมท้อแท้ทอดอาลัยไม่ได้ เราเคยสูญเสียดินแดนแก่ประเทศมหาอำนาจที่ล่าอาณานิคมมาแล้วหลายครั้ง หากบรรพบุรุษของเรายอมท้อแท้ เราจะเอาแผ่นดินที่ไหนมาอยู่กันได้จนถึงทุกวันนี้ เราจะต้องหาวิธีการสู้ต่อไป

    สำหรับกรณีเขาพระวิหาร ซึ่งศาลโลกได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้วนั้น ข้าพเจ้าขอทบทวนเข้าใจกับเพื่อนร่วมชาติทั้งหลาย ว่า รัฐบาลและประชาชนชาวไทย ไม่ได้เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลโลก ทั้งในข้อเท็จจริงกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักความยุติธรรม

    เมื่อเป็นดังนี้ แม้นรัฐบาลและปวงชนชาวไทย จะได้มีความรู้สึกสลดใจและขมขื่นเพียงใด ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ ก็ต้องปฏิบัติตามพันธกรณีในกฎบัตรสหประชาชาติ กล่าวคือ ต้องยอมให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือเขาพระวิหาร ตามพันธกรณีแห่งกฎบัตรสหประชาชาติ แต่รัฐบาลขอตั้งประท้วงและขอสงวนสิทธิ์อันชอบธรรมของประเทศไทยในเรื่องนี้ไว้ เพื่อสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินทางกฎหมายที่จำเป็น ซึ่งอาจจะมีขึ้นในภายภาคหน้า ให้กรรมสิทธิ์นี้กลับคืนมาในโอกาสอันสมควร

    พี่น้องทั้งหลายคงทราบดีว่า ชาติของเราต้องเสียศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิไป เนื่องจากเขาพระวิหาร อีกสิบปีอีกกี่ร้อยปี เราก็สามารถสร้างเกียรติภูมิคราวนี้กลับคืนมาได้ ข้าพเจ้าทราบว่า การสูญเสียปราสาทเขาพระวิหารครั้งนี้ เป็นการสูญเสียที่สะเทือนใจของคนไทยทั้งชาติ

    ฉะนั้น แม้นว่า กัมพูชาจะได้ปราสาทเขาพระวิหารนี้ไป ก็คงไปได้แค่ซากปรักหักพัง และแผ่นดินเฉพาะรองรับเขาพระวิหารเท่านั้น วิญญาณของปราสาทเขาพระวิหารยังคงอยู่กับคนไทยตลอดไป ประชาชนชาวไทยจะระลึกอยู่เสมอว่า ปราสาทเขาพระวิหารของไทยถูกปล้นเอาไป ด้วยอุปเล่ห์เพทุบาย คนที่ไม่มีเกียรติและไม่รับผิดชอบ ไม่รักความเป็นธรรม เมื่อประเทศไทยเราประพฤติปฏิบัติดีในสังคมโลก อันเป็นที่มีศีลธรรม มีสัตย์ ในวันหนึ่งข้างหน้าไม่ช้าก็เร็ว ปราสาทเขาพระวิหารจะต้องกลับมาสู่ดินแดนไทยอีกครั้งหนึ่ง

    เหตุการณ์เกี่ยวกับเขาพระวิหารครั้งนี้ สลักแน่นอยู่ในความทรงจำของคนไทยสืบไปชั่วลูกชั่วหลาน และเป็นรอยจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ของชาติไปตลอด เสมือนแผลที่อยู่ในใจของคนไทยทั้งชาติ แต่ข้าพเจ้าหวังอยู่เสมอว่า ในที่สุด ธรรมะย่อมชนะอธรรม การหัวเราะที่หลังย่อมดังกว่า และนานกว่า

    พี่น้องร่วมชาติทุกท่าน ได้โปรดวางใจรัฐบาลซึ่งข้าพเจ้าเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่นี้ จะสามารถนำชาติและพี่น้องชาวไทยที่รักก้าวสู่อนาคตอันสุกใสให้ได้ และข้าพเจ้ารับรองแก่ท่านทั้งหลายว่า เมื่อถึงคราวที่ชาติคับขันแล้ว ข้าพเจ้าจะกอดคอร่วมเป็นร่วมตายกับพี่น้องประชาชนชาวไทย เอาเลือดทาแผ่นดิน ไม่เสียดายชีวิตแม้แต่นิดเดียว แต่เราจะทำอย่างไรได้ ข้าพเจ้าเองมีความเจ็บช้ำน้ำใจไม่น้อยไปกว่าเพื่อร่วมชาติทั้งหลาย

    การที่ข้าพเจ้าต้องมากล่าวถึงเรื่องนี้ ข้าพเจ้าอยากจะกล่าวว่า การมาพูดกับท่านด้วยน้ำตา น้ำตาของข้าพเจ้า เป็นน้ำตาของลูกผู้ชาย ของเลือด ของความคับแค้น และการผูกใจเจ็บชั่วชีวิตชาตินี้และชาติหน้า ต่อดวงวิญญาณของบรรพบุรุษผู้กล้าหาญของชาวไทย

    ข้าพเจ้าขอกล่าวคำปฏิญาณด้วยสัตย์วาจาดังนี้ พี่น้องที่รักชาติทั้งหลาย น้ำตาไม่อาจทำให้เราฉลาดขึ้น แต่เราจะต้องได้อะไรคืนมา ในขั้นสุดท้ายชาติไทยจะต้องประสบกับชัยชนะเสมอ เราต้องกล้าสู้ เราต้องกล้ายิ้มรับภัยที่มาถึงตัวเรา ชาติไทยเป็นชาติที่เชื่อมั่นในบริวารพุทธศาสนา ตั้งตนอยู่ในความเป็นธรรมตลอดมา

    ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเสมอว่า ชาติของเราจะไม่อับจนเป็นอันขาด เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องหนึ่งในบรรดาเรื่องใหญ่ทั้งหลาย มีความสำคัญมากกว่านี้ ชาติที่รักของเรากำลังพัฒนาไปในสู่วิถีทางที่ดีขึ้น เหตุนี้ไม่ใช่เหตุผลความอับจนของเรา จงหวังและทำในเรื่องชาติที่สำคัญกว่านี้ ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเหลือเกินว่า ชาติไทยของเรามีอนาคตแจ่มใสและรุ่งโรจน์อย่างแน่นอนและมั่นคงในอนาคตอันใกล้ นี้ เราจงมาช่วยกันสร้างชาติที่รักยิ่งของเราต่อไป

    พี่น้องชาวไทยที่รักทั้งหลาย วันนี้เป็นวันหนึ่งและเป็นในวันข้างหน้า เราจะต้องเอาปราสาทเขาพระวิหารกลับคืนมา ให้เป็นของชาติไทยให้จงได้ สวัสดี”

    https://youtube.com/shorts/Xdz0paAXVz4?si=k7SNESYjZJlELM04
    EP.6 ถอดรหัสไทยเสียดินแดนครั้งที่ 16 ปราสาทเขาพระวิหาร ค่ำวันที่ 4 กรกฎาคม 2505 หลังจากศาลโลกตัดสินให้ปราสาทพระวิหาร ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกัมพูชา ได้ประมาณ 20 วัน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีของไทย ในขณะนั้น ได้กล่าวปราศรัยผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย แสดงความรู้สึกต่อการสูญเสียปราสาทพระวิหาร และยืนยันสิทธิ์ที่จะทวงคืนปราสาทพระวิหารในอนาคต ดังนี้ พี่น้องร่วมชาติ และมิตรร่วมชีวิตที่รักของข้าพเจ้าทั้งหลาย ตามที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือที่เรียกว่า ศาลโลก ได้วินิจฉัยชี้ขาดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2505 ให้ปราสาทเขาพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา และทางรัฐบาลได้ออกแถลงให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบเป็นลำดับนั้น รัฐบาลของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะตัวของข้าพเจ้า ถือว่าเรื่องนี้มีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผลได้ผลเสียของชาติ อันเป็นเรื่องของแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นมรดกที่บรรพบุรุษของเราสู้มา อุตส่าห์ฝ่าคมอาวุธรักษาไว้ และตกทอดมาถึงรุ่นเรา เนื่องจากในคำปราศรัยนี้เป็นเรื่องที่สะเทือนใจพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าทราบดีว่า ในส่วนลึกและหัวใจแล้ว คนไทยผู้รักชาติทุกคน มีความเศร้าสลดและมีความข่มขืนใจเพียงใด แสดงออกถึงของประชาชนในการเดินขบวนทั่วประเทศ เพื่อคัดค้านคำพิพากษาของศาลโลกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นสิ่งที่เห็นกันอยู่อย่างชัดเจนแล้ว ทั้งนี้ มิใช่ว่าพวกเราจะนั่งนิ่งเฉยหรือท้อแท้ใจ ชาติไทยยอมท้อแท้ทอดอาลัยไม่ได้ เราเคยสูญเสียดินแดนแก่ประเทศมหาอำนาจที่ล่าอาณานิคมมาแล้วหลายครั้ง หากบรรพบุรุษของเรายอมท้อแท้ เราจะเอาแผ่นดินที่ไหนมาอยู่กันได้จนถึงทุกวันนี้ เราจะต้องหาวิธีการสู้ต่อไป สำหรับกรณีเขาพระวิหาร ซึ่งศาลโลกได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้วนั้น ข้าพเจ้าขอทบทวนเข้าใจกับเพื่อนร่วมชาติทั้งหลาย ว่า รัฐบาลและประชาชนชาวไทย ไม่ได้เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลโลก ทั้งในข้อเท็จจริงกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักความยุติธรรม เมื่อเป็นดังนี้ แม้นรัฐบาลและปวงชนชาวไทย จะได้มีความรู้สึกสลดใจและขมขื่นเพียงใด ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ ก็ต้องปฏิบัติตามพันธกรณีในกฎบัตรสหประชาชาติ กล่าวคือ ต้องยอมให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือเขาพระวิหาร ตามพันธกรณีแห่งกฎบัตรสหประชาชาติ แต่รัฐบาลขอตั้งประท้วงและขอสงวนสิทธิ์อันชอบธรรมของประเทศไทยในเรื่องนี้ไว้ เพื่อสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินทางกฎหมายที่จำเป็น ซึ่งอาจจะมีขึ้นในภายภาคหน้า ให้กรรมสิทธิ์นี้กลับคืนมาในโอกาสอันสมควร พี่น้องทั้งหลายคงทราบดีว่า ชาติของเราต้องเสียศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิไป เนื่องจากเขาพระวิหาร อีกสิบปีอีกกี่ร้อยปี เราก็สามารถสร้างเกียรติภูมิคราวนี้กลับคืนมาได้ ข้าพเจ้าทราบว่า การสูญเสียปราสาทเขาพระวิหารครั้งนี้ เป็นการสูญเสียที่สะเทือนใจของคนไทยทั้งชาติ ฉะนั้น แม้นว่า กัมพูชาจะได้ปราสาทเขาพระวิหารนี้ไป ก็คงไปได้แค่ซากปรักหักพัง และแผ่นดินเฉพาะรองรับเขาพระวิหารเท่านั้น วิญญาณของปราสาทเขาพระวิหารยังคงอยู่กับคนไทยตลอดไป ประชาชนชาวไทยจะระลึกอยู่เสมอว่า ปราสาทเขาพระวิหารของไทยถูกปล้นเอาไป ด้วยอุปเล่ห์เพทุบาย คนที่ไม่มีเกียรติและไม่รับผิดชอบ ไม่รักความเป็นธรรม เมื่อประเทศไทยเราประพฤติปฏิบัติดีในสังคมโลก อันเป็นที่มีศีลธรรม มีสัตย์ ในวันหนึ่งข้างหน้าไม่ช้าก็เร็ว ปราสาทเขาพระวิหารจะต้องกลับมาสู่ดินแดนไทยอีกครั้งหนึ่ง เหตุการณ์เกี่ยวกับเขาพระวิหารครั้งนี้ สลักแน่นอยู่ในความทรงจำของคนไทยสืบไปชั่วลูกชั่วหลาน และเป็นรอยจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ของชาติไปตลอด เสมือนแผลที่อยู่ในใจของคนไทยทั้งชาติ แต่ข้าพเจ้าหวังอยู่เสมอว่า ในที่สุด ธรรมะย่อมชนะอธรรม การหัวเราะที่หลังย่อมดังกว่า และนานกว่า พี่น้องร่วมชาติทุกท่าน ได้โปรดวางใจรัฐบาลซึ่งข้าพเจ้าเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่นี้ จะสามารถนำชาติและพี่น้องชาวไทยที่รักก้าวสู่อนาคตอันสุกใสให้ได้ และข้าพเจ้ารับรองแก่ท่านทั้งหลายว่า เมื่อถึงคราวที่ชาติคับขันแล้ว ข้าพเจ้าจะกอดคอร่วมเป็นร่วมตายกับพี่น้องประชาชนชาวไทย เอาเลือดทาแผ่นดิน ไม่เสียดายชีวิตแม้แต่นิดเดียว แต่เราจะทำอย่างไรได้ ข้าพเจ้าเองมีความเจ็บช้ำน้ำใจไม่น้อยไปกว่าเพื่อร่วมชาติทั้งหลาย การที่ข้าพเจ้าต้องมากล่าวถึงเรื่องนี้ ข้าพเจ้าอยากจะกล่าวว่า การมาพูดกับท่านด้วยน้ำตา น้ำตาของข้าพเจ้า เป็นน้ำตาของลูกผู้ชาย ของเลือด ของความคับแค้น และการผูกใจเจ็บชั่วชีวิตชาตินี้และชาติหน้า ต่อดวงวิญญาณของบรรพบุรุษผู้กล้าหาญของชาวไทย ข้าพเจ้าขอกล่าวคำปฏิญาณด้วยสัตย์วาจาดังนี้ พี่น้องที่รักชาติทั้งหลาย น้ำตาไม่อาจทำให้เราฉลาดขึ้น แต่เราจะต้องได้อะไรคืนมา ในขั้นสุดท้ายชาติไทยจะต้องประสบกับชัยชนะเสมอ เราต้องกล้าสู้ เราต้องกล้ายิ้มรับภัยที่มาถึงตัวเรา ชาติไทยเป็นชาติที่เชื่อมั่นในบริวารพุทธศาสนา ตั้งตนอยู่ในความเป็นธรรมตลอดมา ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเสมอว่า ชาติของเราจะไม่อับจนเป็นอันขาด เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องหนึ่งในบรรดาเรื่องใหญ่ทั้งหลาย มีความสำคัญมากกว่านี้ ชาติที่รักของเรากำลังพัฒนาไปในสู่วิถีทางที่ดีขึ้น เหตุนี้ไม่ใช่เหตุผลความอับจนของเรา จงหวังและทำในเรื่องชาติที่สำคัญกว่านี้ ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเหลือเกินว่า ชาติไทยของเรามีอนาคตแจ่มใสและรุ่งโรจน์อย่างแน่นอนและมั่นคงในอนาคตอันใกล้ นี้ เราจงมาช่วยกันสร้างชาติที่รักยิ่งของเราต่อไป พี่น้องชาวไทยที่รักทั้งหลาย วันนี้เป็นวันหนึ่งและเป็นในวันข้างหน้า เราจะต้องเอาปราสาทเขาพระวิหารกลับคืนมา ให้เป็นของชาติไทยให้จงได้ สวัสดี” https://youtube.com/shorts/Xdz0paAXVz4?si=k7SNESYjZJlELM04
    0 Comments 0 Shares 556 Views 0 Reviews
  • EP.5 ถอดรหัสไทยเสียดินแดนครั้งที่ 16 ปราสาทเขาพระวิหาร

    ศาลโลกมีคำตัดสิน แบบขัดกับหลักฐานเอกสารทางประวัติศาสตร์ แผนที่ก็ไม่เป็นไปตามสนธิสัญญาที่ระบุไว้ การเสียอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร นี้คือการเสียดินแดนครั้งที่ 15 ของเราชาวไทย

    https://youtube.com/shorts/dRo3IWL-FFM?si=u5hx_q0QryzfdMeQ
    EP.5 ถอดรหัสไทยเสียดินแดนครั้งที่ 16 ปราสาทเขาพระวิหาร ศาลโลกมีคำตัดสิน แบบขัดกับหลักฐานเอกสารทางประวัติศาสตร์ แผนที่ก็ไม่เป็นไปตามสนธิสัญญาที่ระบุไว้ การเสียอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร นี้คือการเสียดินแดนครั้งที่ 15 ของเราชาวไทย https://youtube.com/shorts/dRo3IWL-FFM?si=u5hx_q0QryzfdMeQ
    0 Comments 0 Shares 147 Views 0 Reviews
  • EP.2 ถอดรหัสไทยเสียดินแดนครั้งที่ 16 ปราสาทเขาพระวิหาร

    ประวัติศาสตร์ในสถานศึกษาจะสอนเราว่าไทยเสียดินแดน 14 ครั้ง ทำไมแอดถึงบอกว่าเราเสียดินแดนถึง 16 ครั้ง

    เสียดินแดน 1 - 14 ทุกคนคงหาได้ในอินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว แอดจะไม่กล่าวถึง

    แต่ครั้งที่ 15 คือวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ศาลโลกตัดสินให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร นั่นหมายถึง ตัวปราสาทพระวิหาร และดินแดนที่อยู่ใต้ตัวปราสาท

    ในวันที่ “เขาพระวิหาร” ตกเป็นของเขมร ทหารไทยเชิญ “เสาธงชาติไทย” จากเขาพระวิหาร โดย “ไม่มีการลดธง” แม้แต่นิดเดียว ]
    .
    พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชุมพลสมโภช กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ (องค์ต้นราชสกุล “ชุมพล”) ทรงค้นพบปราสาทแห่งนี้เมื่อปี ๒๔๔๒ แล้วทรงจารึกพระนาม และปีที่ค้นพบไว้ที่บริเวณชะง่อนผาเป้ยตาดีว่า “๑๑๘ สรรพสิทธิ” และ “ปราสาทพระวิหาร” เป็นปราสาทที่ได้ชื่อประทานจากพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ข้าหลวงต่างพระองค์สำเร็จราชการมณฑลลาวกาว พระองค์มีรับสั่งว่าปราสาทองค์นี้เหมือนปราสาทที่เทพสร้าง จึงเรียกว่า “ปราสาทเทพพระวิหาร” ซึ่งต่อมาเรียกกันทั่วไปว่า “ปราสาทพระวิหาร” คนกัมพูชาออกเสียงเป็น “เปรี๊ยะวิเฮียร์” เรียกตามคนไทยมาตลอด
    .
    เนื่องจากปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ตรงรอยต่อของไทยกับกัมพูชา ซึ่งผลัดกันยึดครองดินแดนแถบนี้จนหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ไทยได้ส่งทหารเข้ายึดครองพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร กษัตริย์สีหนุ จึงยื่นฟ้องต่อศาลโลกเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๐๒
    .
    การไต่สวนพิจารณาคดีเป็นไปอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง ๓ ปี มีการนัดพิจารณาสืบพยานทั้งหมด ๗๓ ครั้ง จนในที่สุด ศาลโลกก็ตัดสินให้กัมพูชาเป็นฝ่ายชนะคดีด้วยคะแนน ๙ ต่อ ๓ เสียง ยังผลให้ประเทศไทยต้องยินยอมทำตามข้อเรียกร้องทั้ง ๒ ข้อของกัมพูชา นับเป็นการเสียดินแดนครั้งล่าสุดของประเทศไทยในยุครัตนโกสินทร์ เสียพื้นที่ไปทั้งหมดประมาณ ๑๕๐ ไร่
    .
    ค่ำคืนวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๐๕ หลังศาลโลกตัดสินให้ ปราสาทพระวิหาร ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกัมพูชา ได้ประมาณ ๒๐ วัน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้กล่าวปราศรัยผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย แสดงความรู้สึกต่อการสูญเสียปราสาทพระวิหาร
    .
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คือ พลโทประภาส จารุเสถียร (ยศในขณะนั้น) บอกว่า “...ถ้าเราไปชักธงชาติลง และพับธงเดินกลับมา จะเป็นการเสียเกียรติยศประเทศไทยซึ่งเคยปกครองเขาพระวิหารมาเป็นเวลานาน...”
    .
    จึงได้ให้ทหารและตำรวจตระเวนชายแดน เชิญเสาธงชาติไทยจากเขาพระวิหาร บนยอดผาเป้ยตาดี ยกเสาธงทั้งต้นลงมา โดยไม่มีการลดธงแม้แต่นิดเดียว ซึ่งทำให้กัมพูชาไม่พอใจอย่างมาก เหมือนกับว่าไทยประชดคำตัดสินของศาลโลก ซึ่งทางเราก็ตอบโต้ว่า “...เป็นสิทธิของเรา...”

    ครั้งที่ 16 คือ 11 พ.ย. 2556 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก ได้พิพากษาให้กัมพูชาเป็นผู้มีอำนาจอธิปไตยเหนือพื้นที่รอบๆ ตัวปราสาทพระวิหาร อันตั้งอยู่ตรงชายแดนติดต่อกับประเทศไทย ในคำตัดสินครั้งสำคัญซึ่งมุ่งหมายยุติข้อพิพาทอันยืดเยื้อหลายสิบปี ทั้งนี้ ศาลสูงสุดของสหประชาชาติแห่งนี้ ยังได้สั่งให้รัฐบาลไทยถอนกำลังรักษาความมั่นคงของตนออกมาจากพื้นที่ดังกล่าวอีกด้วย

    คำตัดสินคราวนี้ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนเกี่ยวกับเส้นพรมแดนของทั้งสองประเทศในบริเวณรอบๆ ปราสาทพระวิหารที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้วแห่งนี้ จึงเป็นการปฏิเสธข้ออ้างของฝ่ายกัมพูชาที่ว่า ตนเองเป็นมีอำนาจอธิปไตยเหนือภูเขาพนมตรวบ หรือภูมะเขือที่อยู่ใกล้ๆ กับปราสาท

    แต่เพราะ นายนพดล ปัทมะ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศได้เคยลงนามคำแถลงการณ์ร่วมกับฝ่ายกัมพูชา โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีนายสมัคร ยินยอมให้เขมรนำปราสาทพระวิหารขึ้นเป็นมรดกพร้อมแนบแผนที่บริเวรบริหารจัดการให้เขมรไปด้วยเกือบพันไร่ นั่นคือที่เราสูญเสียในครั้งที่ 16

    บทความบางตอนจากเพจโบราณนานมา และ มเหนทรบรรพต
    EP.2 ถอดรหัสไทยเสียดินแดนครั้งที่ 16 ปราสาทเขาพระวิหาร ประวัติศาสตร์ในสถานศึกษาจะสอนเราว่าไทยเสียดินแดน 14 ครั้ง ทำไมแอดถึงบอกว่าเราเสียดินแดนถึง 16 ครั้ง เสียดินแดน 1 - 14 ทุกคนคงหาได้ในอินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว แอดจะไม่กล่าวถึง แต่ครั้งที่ 15 คือวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ศาลโลกตัดสินให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร นั่นหมายถึง ตัวปราสาทพระวิหาร และดินแดนที่อยู่ใต้ตัวปราสาท ในวันที่ “เขาพระวิหาร” ตกเป็นของเขมร ทหารไทยเชิญ “เสาธงชาติไทย” จากเขาพระวิหาร โดย “ไม่มีการลดธง” แม้แต่นิดเดียว ] . พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชุมพลสมโภช กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ (องค์ต้นราชสกุล “ชุมพล”) ทรงค้นพบปราสาทแห่งนี้เมื่อปี ๒๔๔๒ แล้วทรงจารึกพระนาม และปีที่ค้นพบไว้ที่บริเวณชะง่อนผาเป้ยตาดีว่า “๑๑๘ สรรพสิทธิ” และ “ปราสาทพระวิหาร” เป็นปราสาทที่ได้ชื่อประทานจากพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ข้าหลวงต่างพระองค์สำเร็จราชการมณฑลลาวกาว พระองค์มีรับสั่งว่าปราสาทองค์นี้เหมือนปราสาทที่เทพสร้าง จึงเรียกว่า “ปราสาทเทพพระวิหาร” ซึ่งต่อมาเรียกกันทั่วไปว่า “ปราสาทพระวิหาร” คนกัมพูชาออกเสียงเป็น “เปรี๊ยะวิเฮียร์” เรียกตามคนไทยมาตลอด . เนื่องจากปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ตรงรอยต่อของไทยกับกัมพูชา ซึ่งผลัดกันยึดครองดินแดนแถบนี้จนหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ไทยได้ส่งทหารเข้ายึดครองพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร กษัตริย์สีหนุ จึงยื่นฟ้องต่อศาลโลกเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๐๒ . การไต่สวนพิจารณาคดีเป็นไปอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง ๓ ปี มีการนัดพิจารณาสืบพยานทั้งหมด ๗๓ ครั้ง จนในที่สุด ศาลโลกก็ตัดสินให้กัมพูชาเป็นฝ่ายชนะคดีด้วยคะแนน ๙ ต่อ ๓ เสียง ยังผลให้ประเทศไทยต้องยินยอมทำตามข้อเรียกร้องทั้ง ๒ ข้อของกัมพูชา นับเป็นการเสียดินแดนครั้งล่าสุดของประเทศไทยในยุครัตนโกสินทร์ เสียพื้นที่ไปทั้งหมดประมาณ ๑๕๐ ไร่ . ค่ำคืนวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๐๕ หลังศาลโลกตัดสินให้ ปราสาทพระวิหาร ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกัมพูชา ได้ประมาณ ๒๐ วัน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้กล่าวปราศรัยผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย แสดงความรู้สึกต่อการสูญเสียปราสาทพระวิหาร . รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คือ พลโทประภาส จารุเสถียร (ยศในขณะนั้น) บอกว่า “...ถ้าเราไปชักธงชาติลง และพับธงเดินกลับมา จะเป็นการเสียเกียรติยศประเทศไทยซึ่งเคยปกครองเขาพระวิหารมาเป็นเวลานาน...” . จึงได้ให้ทหารและตำรวจตระเวนชายแดน เชิญเสาธงชาติไทยจากเขาพระวิหาร บนยอดผาเป้ยตาดี ยกเสาธงทั้งต้นลงมา โดยไม่มีการลดธงแม้แต่นิดเดียว ซึ่งทำให้กัมพูชาไม่พอใจอย่างมาก เหมือนกับว่าไทยประชดคำตัดสินของศาลโลก ซึ่งทางเราก็ตอบโต้ว่า “...เป็นสิทธิของเรา...” ครั้งที่ 16 คือ 11 พ.ย. 2556 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก ได้พิพากษาให้กัมพูชาเป็นผู้มีอำนาจอธิปไตยเหนือพื้นที่รอบๆ ตัวปราสาทพระวิหาร อันตั้งอยู่ตรงชายแดนติดต่อกับประเทศไทย ในคำตัดสินครั้งสำคัญซึ่งมุ่งหมายยุติข้อพิพาทอันยืดเยื้อหลายสิบปี ทั้งนี้ ศาลสูงสุดของสหประชาชาติแห่งนี้ ยังได้สั่งให้รัฐบาลไทยถอนกำลังรักษาความมั่นคงของตนออกมาจากพื้นที่ดังกล่าวอีกด้วย คำตัดสินคราวนี้ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนเกี่ยวกับเส้นพรมแดนของทั้งสองประเทศในบริเวณรอบๆ ปราสาทพระวิหารที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้วแห่งนี้ จึงเป็นการปฏิเสธข้ออ้างของฝ่ายกัมพูชาที่ว่า ตนเองเป็นมีอำนาจอธิปไตยเหนือภูเขาพนมตรวบ หรือภูมะเขือที่อยู่ใกล้ๆ กับปราสาท แต่เพราะ นายนพดล ปัทมะ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศได้เคยลงนามคำแถลงการณ์ร่วมกับฝ่ายกัมพูชา โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีนายสมัคร ยินยอมให้เขมรนำปราสาทพระวิหารขึ้นเป็นมรดกพร้อมแนบแผนที่บริเวรบริหารจัดการให้เขมรไปด้วยเกือบพันไร่ นั่นคือที่เราสูญเสียในครั้งที่ 16 บทความบางตอนจากเพจโบราณนานมา และ มเหนทรบรรพต
    0 Comments 0 Shares 539 Views 27 0 Reviews
  • OpenAI ถูกบังคับให้เก็บข้อมูล ChatGPT ไม่มีกำหนด ตามคำสั่งศาล
    OpenAI ได้ประกาศว่า ต้องเก็บบันทึกการสนทนาของผู้ใช้ ChatGPT ทั้งหมดโดยไม่มีกำหนด เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งศาลสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผลมาจาก คดีฟ้องร้องโดย The New York Times ที่ต้องการตรวจสอบว่า ChatGPT สามารถสร้างเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ได้หรือไม่

    ก่อนหน้านี้ OpenAI ลบข้อมูลการสนทนาของผู้ใช้หลัง 30 วัน แต่คำสั่งศาล บังคับให้บริษัทต้องเก็บข้อมูลทั้งหมดเพื่อใช้ในการตรวจสอบทางกฎหมาย

    ข้อมูลจากข่าว
    - OpenAI ต้องเก็บบันทึกการสนทนาของผู้ใช้ ChatGPT ทั้งหมดโดยไม่มีกำหนด
    - The New York Times ฟ้องร้อง OpenAI เพื่อขอให้ตรวจสอบว่า ChatGPT สามารถสร้างเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ได้หรือไม่
    - ก่อนหน้านี้ OpenAI ลบข้อมูลหลัง 30 วัน แต่คำสั่งศาลบังคับให้เก็บข้อมูลทั้งหมด
    - OpenAI กำลังอุทธรณ์คำตัดสินของศาล แต่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งไปก่อน
    - ผู้ใช้ ChatGPT Enterprise และ ChatGPT Edu สามารถกำหนดนโยบายการเก็บข้อมูลได้เอง

    ผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
    OpenAI ยอมรับว่า นโยบายใหม่นี้อาจขัดแย้งกับข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัวของยุโรป (GDPR) และกำลัง หาทางปรับให้สอดคล้องกับกฎหมายของสหภาพยุโรป

    คำเตือนที่ควรพิจารณา
    - ข้อมูลการสนทนาของผู้ใช้ ChatGPT จะถูกเก็บไว้โดยไม่มีกำหนด อาจส่งผลต่อความเป็นส่วนตัว
    - แม้ OpenAI จะเก็บข้อมูล แต่ไม่ได้แชร์กับ The New York Times หรือองค์กรอื่น ๆ
    - เฉพาะทีมกฎหมายที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้
    - ต้องติดตามว่า OpenAI จะสามารถปรับนโยบายให้สอดคล้องกับ GDPR ได้หรือไม่

    ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม AI
    การเปลี่ยนแปลงนโยบายของ OpenAI อาจส่งผลต่อแนวทางการจัดการข้อมูลของบริษัท AI อื่น ๆ และ อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกฎหมายด้านความเป็นส่วนตัวในอนาคต

    https://www.techspot.com/news/108237-lawsuit-forces-openai-archive-all-chatgpt-chats.html
    🔒 OpenAI ถูกบังคับให้เก็บข้อมูล ChatGPT ไม่มีกำหนด ตามคำสั่งศาล OpenAI ได้ประกาศว่า ต้องเก็บบันทึกการสนทนาของผู้ใช้ ChatGPT ทั้งหมดโดยไม่มีกำหนด เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งศาลสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผลมาจาก คดีฟ้องร้องโดย The New York Times ที่ต้องการตรวจสอบว่า ChatGPT สามารถสร้างเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ได้หรือไม่ ก่อนหน้านี้ OpenAI ลบข้อมูลการสนทนาของผู้ใช้หลัง 30 วัน แต่คำสั่งศาล บังคับให้บริษัทต้องเก็บข้อมูลทั้งหมดเพื่อใช้ในการตรวจสอบทางกฎหมาย ✅ ข้อมูลจากข่าว - OpenAI ต้องเก็บบันทึกการสนทนาของผู้ใช้ ChatGPT ทั้งหมดโดยไม่มีกำหนด - The New York Times ฟ้องร้อง OpenAI เพื่อขอให้ตรวจสอบว่า ChatGPT สามารถสร้างเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ได้หรือไม่ - ก่อนหน้านี้ OpenAI ลบข้อมูลหลัง 30 วัน แต่คำสั่งศาลบังคับให้เก็บข้อมูลทั้งหมด - OpenAI กำลังอุทธรณ์คำตัดสินของศาล แต่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งไปก่อน - ผู้ใช้ ChatGPT Enterprise และ ChatGPT Edu สามารถกำหนดนโยบายการเก็บข้อมูลได้เอง 🔥 ผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ OpenAI ยอมรับว่า นโยบายใหม่นี้อาจขัดแย้งกับข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัวของยุโรป (GDPR) และกำลัง หาทางปรับให้สอดคล้องกับกฎหมายของสหภาพยุโรป ‼️ คำเตือนที่ควรพิจารณา - ข้อมูลการสนทนาของผู้ใช้ ChatGPT จะถูกเก็บไว้โดยไม่มีกำหนด อาจส่งผลต่อความเป็นส่วนตัว - แม้ OpenAI จะเก็บข้อมูล แต่ไม่ได้แชร์กับ The New York Times หรือองค์กรอื่น ๆ - เฉพาะทีมกฎหมายที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ - ต้องติดตามว่า OpenAI จะสามารถปรับนโยบายให้สอดคล้องกับ GDPR ได้หรือไม่ 🚀 ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม AI การเปลี่ยนแปลงนโยบายของ OpenAI อาจส่งผลต่อแนวทางการจัดการข้อมูลของบริษัท AI อื่น ๆ และ อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกฎหมายด้านความเป็นส่วนตัวในอนาคต https://www.techspot.com/news/108237-lawsuit-forces-openai-archive-all-chatgpt-chats.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    OpenAI warns ChatGPT logs will be retained "indefinitely," blames court order
    ChatGPT is now one of the world's most visited websites. Millions of people use the service daily, and OpenAI will now store nearly every user interaction in...
    0 Comments 0 Shares 310 Views 0 Reviews
  • “ฮุนมาเนต” ย้ำ นำ 4 ประเด็นขัดแย้งกับไทยขึ้นศาลโลก เพื่อแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ยั่วยุให้เกิดสงคราม มีคำตัดสินออกมาอย่างไรกัมพูชาพร้อมยอมรับและยุติเรื่อง

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000053399

    #News1live #News1 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes
    “ฮุนมาเนต” ย้ำ นำ 4 ประเด็นขัดแย้งกับไทยขึ้นศาลโลก เพื่อแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ยั่วยุให้เกิดสงคราม มีคำตัดสินออกมาอย่างไรกัมพูชาพร้อมยอมรับและยุติเรื่อง อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000053399 #News1live #News1 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes
    Like
    Angry
    4
    0 Comments 0 Shares 530 Views 0 Reviews
  • Intel ชนะคดีสำคัญกับ VLSI ในข้อพิพาทด้านสิทธิบัตร
    Intel ได้รับชัยชนะในคดีความกับ VLSI Technology LLC ซึ่งเป็นบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น "Patent Troll" หรือบริษัทที่ใช้สิทธิบัตรเพื่อเรียกร้องค่าชดเชยโดยไม่ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีจริง

    VLSI เป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ Fortress Investment Group ซึ่งเคยฟ้องร้อง Intel ในข้อหาละเมิดสิทธิบัตรที่ได้มาจาก NXP Semiconductors NV โดยอ้างว่าเทคโนโลยีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกระบวนการออกแบบชิป

    ในปี 2022 Intel ถูกสั่งให้จ่ายค่าชดเชยเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ จากการละเมิดสิทธิบัตรของ VLSI อย่างไรก็ตาม Intel โต้แย้งว่าข้อตกลงด้านสิทธิบัตรที่ทำไว้กับ Finjan Inc. ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ Fortress เช่นเดียวกัน ครอบคลุมสิทธิบัตรที่เป็นข้อพิพาท

    ข้อมูลจากข่าว
    - Intel ชนะคดีความกับ VLSI Technology LLC ซึ่งอาจทำให้คำตัดสินก่อนหน้านี้ถูกยกเลิก
    - VLSI อยู่ภายใต้การควบคุมของ Fortress Investment Group ซึ่งเคยฟ้องร้อง Intel ในข้อหาละเมิดสิทธิบัตร
    - Intel ถูกสั่งให้จ่ายค่าชดเชยเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022 แต่โต้แย้งว่าข้อตกลงกับ Finjan Inc. ครอบคลุมสิทธิบัตรที่เป็นข้อพิพาท
    - คดีนี้อาจส่งผลให้คำตัดสินก่อนหน้านี้ที่มีมูลค่ารวมกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ถูกยกเลิก
    - Fortress เคยใช้กลยุทธ์ฟ้องร้องบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง เช่น Apple และ HTC

    สิทธิบัตรและบทบาทของ Patent Troll
    Patent Troll คือบริษัทที่ไม่ได้พัฒนาเทคโนโลยีเอง แต่ซื้อสิทธิบัตรมาเพื่อฟ้องร้องบริษัทอื่น ๆ เพื่อเรียกร้องค่าชดเชย โดยมักใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อสร้างรายได้จากการฟ้องร้อง

    Fortress Investment Group ถูกวิจารณ์ว่าใช้กลยุทธ์นี้เพื่อเรียกร้องเงินจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Intel, Apple และ HTC อย่างไรก็ตาม คำตัดสินล่าสุดอาจทำให้กลยุทธ์นี้ต้องถูกปรับเปลี่ยน

    https://www.techspot.com/news/108123-intel-wins-crucial-verdict-legal-fight-against-patent.html
    ⚖️ Intel ชนะคดีสำคัญกับ VLSI ในข้อพิพาทด้านสิทธิบัตร Intel ได้รับชัยชนะในคดีความกับ VLSI Technology LLC ซึ่งเป็นบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น "Patent Troll" หรือบริษัทที่ใช้สิทธิบัตรเพื่อเรียกร้องค่าชดเชยโดยไม่ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีจริง VLSI เป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ Fortress Investment Group ซึ่งเคยฟ้องร้อง Intel ในข้อหาละเมิดสิทธิบัตรที่ได้มาจาก NXP Semiconductors NV โดยอ้างว่าเทคโนโลยีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกระบวนการออกแบบชิป ในปี 2022 Intel ถูกสั่งให้จ่ายค่าชดเชยเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ จากการละเมิดสิทธิบัตรของ VLSI อย่างไรก็ตาม Intel โต้แย้งว่าข้อตกลงด้านสิทธิบัตรที่ทำไว้กับ Finjan Inc. ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ Fortress เช่นเดียวกัน ครอบคลุมสิทธิบัตรที่เป็นข้อพิพาท ✅ ข้อมูลจากข่าว - Intel ชนะคดีความกับ VLSI Technology LLC ซึ่งอาจทำให้คำตัดสินก่อนหน้านี้ถูกยกเลิก - VLSI อยู่ภายใต้การควบคุมของ Fortress Investment Group ซึ่งเคยฟ้องร้อง Intel ในข้อหาละเมิดสิทธิบัตร - Intel ถูกสั่งให้จ่ายค่าชดเชยเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022 แต่โต้แย้งว่าข้อตกลงกับ Finjan Inc. ครอบคลุมสิทธิบัตรที่เป็นข้อพิพาท - คดีนี้อาจส่งผลให้คำตัดสินก่อนหน้านี้ที่มีมูลค่ารวมกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ถูกยกเลิก - Fortress เคยใช้กลยุทธ์ฟ้องร้องบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง เช่น Apple และ HTC 🏛️ สิทธิบัตรและบทบาทของ Patent Troll Patent Troll คือบริษัทที่ไม่ได้พัฒนาเทคโนโลยีเอง แต่ซื้อสิทธิบัตรมาเพื่อฟ้องร้องบริษัทอื่น ๆ เพื่อเรียกร้องค่าชดเชย โดยมักใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อสร้างรายได้จากการฟ้องร้อง Fortress Investment Group ถูกวิจารณ์ว่าใช้กลยุทธ์นี้เพื่อเรียกร้องเงินจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Intel, Apple และ HTC อย่างไรก็ตาม คำตัดสินล่าสุดอาจทำให้กลยุทธ์นี้ต้องถูกปรับเปลี่ยน https://www.techspot.com/news/108123-intel-wins-crucial-verdict-legal-fight-against-patent.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Intel wins crucial verdict in legal fight against patent troll VLSI
    After a three-day jury trial, the U.S. District Court for the Western District of Texas ruled that VLSI Technology LLC and Finjan Inc. are both under the...
    0 Comments 0 Shares 375 Views 0 Reviews
  • ศาลเยอรมันตัดสินให้เว็บไซต์ต้องมีปุ่ม "ปฏิเสธทั้งหมด" บนแบนเนอร์คุกกี้

    ศาลปกครองเมืองฮันโนเวอร์ ออกคำตัดสินที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลในเยอรมนี โดยกำหนดให้เว็บไซต์ ต้องมีปุ่ม "ปฏิเสธทั้งหมด" บนแบนเนอร์คุกกี้ หากมีปุ่ม "ยอมรับทั้งหมด" เพื่อป้องกันการออกแบบที่บิดเบือนให้ผู้ใช้ยอมรับคุกกี้โดยไม่ตั้งใจ

    รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับคำตัดสินของศาลเยอรมัน
    ศาลฮันโนเวอร์ตัดสินว่าเว็บไซต์ต้องให้ผู้ใช้มีทางเลือกที่ชัดเจนในการปฏิเสธคุกกี้
    - ป้องกัน การออกแบบที่กดดันให้ผู้ใช้ยอมรับคุกกี้โดยไม่ตั้งใจ

    กรณีนี้เกิดจากการร้องเรียนของหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแห่งรัฐ Lower Saxony
    - หน่วยงาน สั่งให้บริษัทสื่อ NOZ ปรับปรุงแบนเนอร์คุกกี้ของตน

    ศาลพบว่าแบนเนอร์คุกกี้ของ NOZ ทำให้การปฏิเสธคุกกี้ยากกว่าการยอมรับ
    - เช่น ใช้คำว่า "ประสบการณ์ผู้ใช้ที่ดีที่สุด" เพื่อชักจูงให้กด "ยอมรับและปิด"

    คำตัดสินนี้อ้างอิงกฎหมายคุ้มครองข้อมูล GDPR และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลดิจิทัลของเยอรมนี
    - ระบุว่า การออกแบบที่บิดเบือนทำให้การยินยอมเป็นโมฆะ

    ผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวหวังว่าคำตัดสินนี้จะเป็นแบบอย่างให้เว็บไซต์อื่น ๆ ปรับปรุงระบบยินยอมคุกกี้
    - หน่วยงานคุ้มครองข้อมูลในบาวาเรีย พบว่าเว็บไซต์จำนวนมากยังคงใช้แบนเนอร์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

    https://www.techspot.com/news/108043-german-court-takes-stand-against-manipulative-cookie-banners.html
    ศาลเยอรมันตัดสินให้เว็บไซต์ต้องมีปุ่ม "ปฏิเสธทั้งหมด" บนแบนเนอร์คุกกี้ ศาลปกครองเมืองฮันโนเวอร์ ออกคำตัดสินที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลในเยอรมนี โดยกำหนดให้เว็บไซต์ ต้องมีปุ่ม "ปฏิเสธทั้งหมด" บนแบนเนอร์คุกกี้ หากมีปุ่ม "ยอมรับทั้งหมด" เพื่อป้องกันการออกแบบที่บิดเบือนให้ผู้ใช้ยอมรับคุกกี้โดยไม่ตั้งใจ 🔍 รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับคำตัดสินของศาลเยอรมัน ✅ ศาลฮันโนเวอร์ตัดสินว่าเว็บไซต์ต้องให้ผู้ใช้มีทางเลือกที่ชัดเจนในการปฏิเสธคุกกี้ - ป้องกัน การออกแบบที่กดดันให้ผู้ใช้ยอมรับคุกกี้โดยไม่ตั้งใจ ✅ กรณีนี้เกิดจากการร้องเรียนของหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแห่งรัฐ Lower Saxony - หน่วยงาน สั่งให้บริษัทสื่อ NOZ ปรับปรุงแบนเนอร์คุกกี้ของตน ✅ ศาลพบว่าแบนเนอร์คุกกี้ของ NOZ ทำให้การปฏิเสธคุกกี้ยากกว่าการยอมรับ - เช่น ใช้คำว่า "ประสบการณ์ผู้ใช้ที่ดีที่สุด" เพื่อชักจูงให้กด "ยอมรับและปิด" ✅ คำตัดสินนี้อ้างอิงกฎหมายคุ้มครองข้อมูล GDPR และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลดิจิทัลของเยอรมนี - ระบุว่า การออกแบบที่บิดเบือนทำให้การยินยอมเป็นโมฆะ ✅ ผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวหวังว่าคำตัดสินนี้จะเป็นแบบอย่างให้เว็บไซต์อื่น ๆ ปรับปรุงระบบยินยอมคุกกี้ - หน่วยงานคุ้มครองข้อมูลในบาวาเรีย พบว่าเว็บไซต์จำนวนมากยังคงใช้แบนเนอร์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน https://www.techspot.com/news/108043-german-court-takes-stand-against-manipulative-cookie-banners.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    German court rules cookie banners must offer "reject all" button
    Lower Saxony Data Protection Officer Denis Lehmkemper has won a legal battle in his push for fairer digital privacy practices in Germany. The Hanover Administrative Court ruled...
    0 Comments 0 Shares 375 Views 0 Reviews
More Results