• “ในหลวง-พระราชินี” พระราชทานสิ่งของบรรเทาทุกข์ ชาวเมียนมา “ผบ.ทหารสูงสุด” ย้ำหัวใจคือ “มนุษยธรรม” ลุยส่งทหารผลัด2 ฟื้นฟู
    https://www.thai-tai.tv/news/18054/
    “ในหลวง-พระราชินี” พระราชทานสิ่งของบรรเทาทุกข์ ชาวเมียนมา “ผบ.ทหารสูงสุด” ย้ำหัวใจคือ “มนุษยธรรม” ลุยส่งทหารผลัด2 ฟื้นฟู https://www.thai-tai.tv/news/18054/
    0 Comments 0 Shares 24 Views 0 Reviews
  • ข้อผิดพลาดใน Google Assistant ทำให้โหมด Do Not Disturb ไม่ทำงานตามที่ตั้งค่าไว้ ส่งผลให้พลาดสายสำคัญและการปลุก ผู้ใช้ควรตั้งค่า DND ผ่านการตั้งค่าของ Android เพื่อความมั่นใจว่าการแจ้งเตือนสำคัญจะไม่ถูกปิดเสียงโดยไม่ได้ตั้งใจ ในขณะที่ Google ยังไม่ได้ออกมาแก้ไขปัญหา ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของ Assistant กับ Gemini อาจเป็นสิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไป

    ✅ DND ผ่าน Google Assistant ไม่ทำงานตามที่ตั้งค่าไว้
    - การสั่งเปิดโหมด Do Not Disturb ผ่านคำสั่งเสียงของ Google Assistant อาจ ปิดเสียงทุกการแจ้งเตือนและสายเรียกเข้าทั้งหมด
    - การตั้งค่าส่วนบุคคล เช่น การอนุญาตให้สายเรียกเข้าจากบุคคลสำคัญยังคงดัง จะถูกละเลย

    ✅ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง
    - ผู้ใช้งานบางรายพบว่า พลาดสายเรียกเข้าที่สำคัญ เช่น สายจากญาติผู้ใหญ่ หรือ การปลุกตอนเช้า
    - ปัญหานี้ได้รับการพูดถึงในชุมชน Reddit และได้รับการยืนยันโดย Android Authority

    ✅ วิธีแก้ไขชั่วคราว
    - ผู้ใช้ควร ตั้งค่า DND ผ่านการตั้งค่าของ Android แทนการใช้คำสั่งเสียง Google Assistant
    - การเข้าถึง DND สามารถทำได้ผ่าน Settings > Modes > Do Not Disturb เพื่อกำหนดรูปแบบการแจ้งเตือนที่ต้องการ

    ✅ ความเงียบจาก Google
    - จนถึงขณะนี้ Google ยังไม่มีคำชี้แจงหรือการแก้ไขปัญหา อย่างเป็นทางการ

    ✅ ความเชื่อมโยงกับ Gemini
    - Google Assistant อาจถูกแทนที่ด้วยระบบ Gemini AI ในอนาคต ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดการละเลยในเรื่องนี้

    https://www.techradar.com/phones/android/a-google-assistant-bug-seems-to-be-causing-some-users-to-miss-alarms-and-calls-on-android
    ข้อผิดพลาดใน Google Assistant ทำให้โหมด Do Not Disturb ไม่ทำงานตามที่ตั้งค่าไว้ ส่งผลให้พลาดสายสำคัญและการปลุก ผู้ใช้ควรตั้งค่า DND ผ่านการตั้งค่าของ Android เพื่อความมั่นใจว่าการแจ้งเตือนสำคัญจะไม่ถูกปิดเสียงโดยไม่ได้ตั้งใจ ในขณะที่ Google ยังไม่ได้ออกมาแก้ไขปัญหา ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของ Assistant กับ Gemini อาจเป็นสิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไป ✅ DND ผ่าน Google Assistant ไม่ทำงานตามที่ตั้งค่าไว้ - การสั่งเปิดโหมด Do Not Disturb ผ่านคำสั่งเสียงของ Google Assistant อาจ ปิดเสียงทุกการแจ้งเตือนและสายเรียกเข้าทั้งหมด - การตั้งค่าส่วนบุคคล เช่น การอนุญาตให้สายเรียกเข้าจากบุคคลสำคัญยังคงดัง จะถูกละเลย ✅ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง - ผู้ใช้งานบางรายพบว่า พลาดสายเรียกเข้าที่สำคัญ เช่น สายจากญาติผู้ใหญ่ หรือ การปลุกตอนเช้า - ปัญหานี้ได้รับการพูดถึงในชุมชน Reddit และได้รับการยืนยันโดย Android Authority ✅ วิธีแก้ไขชั่วคราว - ผู้ใช้ควร ตั้งค่า DND ผ่านการตั้งค่าของ Android แทนการใช้คำสั่งเสียง Google Assistant - การเข้าถึง DND สามารถทำได้ผ่าน Settings > Modes > Do Not Disturb เพื่อกำหนดรูปแบบการแจ้งเตือนที่ต้องการ ✅ ความเงียบจาก Google - จนถึงขณะนี้ Google ยังไม่มีคำชี้แจงหรือการแก้ไขปัญหา อย่างเป็นทางการ ✅ ความเชื่อมโยงกับ Gemini - Google Assistant อาจถูกแทนที่ด้วยระบบ Gemini AI ในอนาคต ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดการละเลยในเรื่องนี้ https://www.techradar.com/phones/android/a-google-assistant-bug-seems-to-be-causing-some-users-to-miss-alarms-and-calls-on-android
    0 Comments 0 Shares 28 Views 0 Reviews
  • FuriosaAI สตาร์ตอัปด้าน AI Semiconductor จากเกาหลีใต้ สร้างความประหลาดใจเมื่อปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการมูลค่า 800 ล้านดอลลาร์ จาก Meta แม้ข้อเสนอจะสูงกว่ามูลค่าตลาดของบริษัทถึง 300 ล้านดอลลาร์ FuriosaAI เลือกที่จะดำเนินธุรกิจอย่างอิสระ โดยชูเทคโนโลยี RNGD AI Chip ที่สามารถพลิกเกมในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

    ✅ เหตุผลสำคัญที่ปฏิเสธข้อเสนอ
    - การเจรจาล้มเหลวเนื่องจาก วิสัยทัศน์ที่แตกต่าง ระหว่าง Meta และ FuriosaAI โดยบริษัทเกาหลีใต้เลือกที่จะยืนหยัดใน เป้าหมายอิสระ แทนที่จะยอมรับการควบคุมจากองค์กรยักษ์ใหญ่

    ✅ เทคโนโลยี RNGD Chip ที่โดดเด่น
    - FuriosaAI เปิดตัว RNGD AI inference chip ในปี 2024 ซึ่งใช้ TSMC's 5nm process และ HBM3 memory
    - ชิปนี้ให้ประสิทธิภาพ สูงกว่าการ์ดจอแบบดั้งเดิมถึงสองเท่า และประหยัดพลังงานมากถึง 75%
    - บริษัทกำลังเตรียมเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ในครึ่งหลังของปี 2025

    ✅ ทีมงานที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นในตลาด
    - FuriosaAI มีทีมงานที่มีประสบการณ์จากบริษัทระดับโลก เช่น Google, Qualcomm และ Samsung
    - บริษัทได้รับการสนับสนุนทุนกว่า 52 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยี

    ✅ Meta กับเป้าหมายลดการพึ่งพา Nvidia
    - Meta กำลังพัฒนา AI chip ของตัวเองและมอง FuriosaAI เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI
    - การปฏิเสธข้อเสนอของ FuriosaAI อาจทำให้ Meta ต้องมองหาทางเลือกใหม่ในตลาดเซมิคอนดักเตอร์

    https://www.techradar.com/pro/south-koreas-hottest-ai-hardware-startup-reportedly-said-no-to-usd800m-acquisition-by-facebooks-meta
    FuriosaAI สตาร์ตอัปด้าน AI Semiconductor จากเกาหลีใต้ สร้างความประหลาดใจเมื่อปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการมูลค่า 800 ล้านดอลลาร์ จาก Meta แม้ข้อเสนอจะสูงกว่ามูลค่าตลาดของบริษัทถึง 300 ล้านดอลลาร์ FuriosaAI เลือกที่จะดำเนินธุรกิจอย่างอิสระ โดยชูเทคโนโลยี RNGD AI Chip ที่สามารถพลิกเกมในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ✅ เหตุผลสำคัญที่ปฏิเสธข้อเสนอ - การเจรจาล้มเหลวเนื่องจาก วิสัยทัศน์ที่แตกต่าง ระหว่าง Meta และ FuriosaAI โดยบริษัทเกาหลีใต้เลือกที่จะยืนหยัดใน เป้าหมายอิสระ แทนที่จะยอมรับการควบคุมจากองค์กรยักษ์ใหญ่ ✅ เทคโนโลยี RNGD Chip ที่โดดเด่น - FuriosaAI เปิดตัว RNGD AI inference chip ในปี 2024 ซึ่งใช้ TSMC's 5nm process และ HBM3 memory - ชิปนี้ให้ประสิทธิภาพ สูงกว่าการ์ดจอแบบดั้งเดิมถึงสองเท่า และประหยัดพลังงานมากถึง 75% - บริษัทกำลังเตรียมเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ในครึ่งหลังของปี 2025 ✅ ทีมงานที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นในตลาด - FuriosaAI มีทีมงานที่มีประสบการณ์จากบริษัทระดับโลก เช่น Google, Qualcomm และ Samsung - บริษัทได้รับการสนับสนุนทุนกว่า 52 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยี ✅ Meta กับเป้าหมายลดการพึ่งพา Nvidia - Meta กำลังพัฒนา AI chip ของตัวเองและมอง FuriosaAI เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI - การปฏิเสธข้อเสนอของ FuriosaAI อาจทำให้ Meta ต้องมองหาทางเลือกใหม่ในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ https://www.techradar.com/pro/south-koreas-hottest-ai-hardware-startup-reportedly-said-no-to-usd800m-acquisition-by-facebooks-meta
    0 Comments 0 Shares 30 Views 0 Reviews
  • Lai Ching-te ประธานาธิบดีไต้หวัน ได้หารือกับผู้บริหารด้านเทคโนโลยีชั้นนำเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2025 เกี่ยวกับมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงภาษีสูงถึง 32% สำหรับสินค้าจากไต้หวัน เนื่องจากไต้หวันมีการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ มากเป็นอันดับต้น ๆ อย่างไรก็ตาม ภาษีดังกล่าวไม่ครอบคลุม เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นสินค้าหลักที่ไต้หวันส่งออก

    ✅ เน้นความสามารถในการแข่งขันและปกป้องผลประโยชน์ของชาติ
    - ประธานาธิบดี Lai เน้นย้ำการสนับสนุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและป้องกันผลกระทบจากภาษี
    - มีการหารือเกี่ยวกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและการค้าระดับโลกที่เกิดจากมาตรการภาษี

    ✅ การประชุมกับผู้บริหารเทคโนโลยีหลายราย
    - แม้ไม่มีการเปิดเผยรายชื่อบริษัทที่เข้าร่วม แต่คาดว่าเป็นตัวแทนจากอุตสาหกรรม ICT (Information and Communications Technology) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจสำคัญของไต้หวัน

    ✅ TSMC เป็นผู้เล่นหลักในตลาดโลกที่ยังได้รับผลกระทบ
    - ไต้หวันเป็นบ้านของ TSMC บริษัทผลิตชิประดับโลกที่ให้บริการแก่ Apple และ Nvidia
    - TSMC กำลังอยู่ในช่วงเตรียมประกาศรายได้ไตรมาสแรกในวันที่ 17 เมษายน

    ✅ มาตรการสนับสนุนจากรัฐบาลไต้หวัน
    - รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือทางการเงินกว่า T$88 พันล้าน (2.67 พันล้านดอลลาร์) สำหรับบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากภาษี
    - ขณะเดียวกัน ไต้หวันยังคงหารือกับสหรัฐฯ เพื่อหาทางลดผลกระทบ และยังไม่ประกาศมาตรการตอบโต้

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/05/taiwan-president-discusses-us-tariff-response-with-tech-execs
    Lai Ching-te ประธานาธิบดีไต้หวัน ได้หารือกับผู้บริหารด้านเทคโนโลยีชั้นนำเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2025 เกี่ยวกับมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงภาษีสูงถึง 32% สำหรับสินค้าจากไต้หวัน เนื่องจากไต้หวันมีการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ มากเป็นอันดับต้น ๆ อย่างไรก็ตาม ภาษีดังกล่าวไม่ครอบคลุม เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นสินค้าหลักที่ไต้หวันส่งออก ✅ เน้นความสามารถในการแข่งขันและปกป้องผลประโยชน์ของชาติ - ประธานาธิบดี Lai เน้นย้ำการสนับสนุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและป้องกันผลกระทบจากภาษี - มีการหารือเกี่ยวกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและการค้าระดับโลกที่เกิดจากมาตรการภาษี ✅ การประชุมกับผู้บริหารเทคโนโลยีหลายราย - แม้ไม่มีการเปิดเผยรายชื่อบริษัทที่เข้าร่วม แต่คาดว่าเป็นตัวแทนจากอุตสาหกรรม ICT (Information and Communications Technology) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจสำคัญของไต้หวัน ✅ TSMC เป็นผู้เล่นหลักในตลาดโลกที่ยังได้รับผลกระทบ - ไต้หวันเป็นบ้านของ TSMC บริษัทผลิตชิประดับโลกที่ให้บริการแก่ Apple และ Nvidia - TSMC กำลังอยู่ในช่วงเตรียมประกาศรายได้ไตรมาสแรกในวันที่ 17 เมษายน ✅ มาตรการสนับสนุนจากรัฐบาลไต้หวัน - รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือทางการเงินกว่า T$88 พันล้าน (2.67 พันล้านดอลลาร์) สำหรับบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากภาษี - ขณะเดียวกัน ไต้หวันยังคงหารือกับสหรัฐฯ เพื่อหาทางลดผลกระทบ และยังไม่ประกาศมาตรการตอบโต้ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/05/taiwan-president-discusses-us-tariff-response-with-tech-execs
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Taiwan president discusses US tariff response with tech execs
    TAIPEI (Reuters) - Taiwan President Lai Ching-te met tech executives on Saturday to discuss how to respond to new U.S. tariffs, promising to ensure Taiwan's global competitiveness and safeguard the island's interests.
    0 Comments 0 Shares 35 Views 0 Reviews
  • Foxconn บริษัทผลิตอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นผู้ประกอบ iPhone รายหลักของ Apple ได้ประกาศรายได้สูงสุดในไตรมาสแรกของปี 2025 ด้วยตัวเลขมหาศาลกว่า 49.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (T$1.64 ล้านล้าน) ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 24.2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าด้าน AI และระบบคลาวด์

    ✅ รายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์
    - รายได้ในเดือนมีนาคมทำลายสถิติด้วยการเติบโต 23.4% (T$552.1 พันล้าน)
    - กลุ่มผลิตภัณฑ์คลาวด์และเครือข่ายเติบโตโดดเด่น เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากตลาด AI

    ✅ การเจริญเติบโตในผลิตภัณฑ์ผู้บริโภคอัจฉริยะ
    - รายได้จาก iPhone และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ผู้บริโภคอื่น ๆ มีการเติบโตในระดับคงที่เมื่อเทียบกับปีก่อน

    ✅ ผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ
    - ประธานาธิบดี Donald Trump ได้กำหนดภาษีเพิ่มเติมสูงถึง 54% สำหรับสินค้าจากจีน และ 32% สำหรับสินค้าจากไต้หวัน แม้ Foxconn มีฐานการผลิตในหลายประเทศ แต่ยังคงได้รับผลกระทบในระดับหนึ่ง
    - โรงงานที่ใหญ่ที่สุดของ Foxconn ตั้งอยู่ในเมือง Zhengzhou ประเทศจีน ซึ่งเป็นฐานการผลิต iPhone ระดับโลก

    ✅ การคาดการณ์และคำเตือนของ Foxconn
    - Foxconn คาดว่ารายได้จะเติบโตขึ้นในไตรมาสที่สองนี้ แต่เตือนว่า สถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองโลก ยังมีความไม่แน่นอนที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

    ✅ ความผันผวนในหุ้นเทคโนโลยี
    - แม้หุ้นของ Foxconn เพิ่มขึ้น 76% ในปี 2024 แต่ปีนี้ลดลง 17% อันเนื่องมาจากความกังวลในนโยบายการค้าระหว่างประเทศ

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/05/foxconn-reports-record-first-quarter-revenue
    Foxconn บริษัทผลิตอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นผู้ประกอบ iPhone รายหลักของ Apple ได้ประกาศรายได้สูงสุดในไตรมาสแรกของปี 2025 ด้วยตัวเลขมหาศาลกว่า 49.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (T$1.64 ล้านล้าน) ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 24.2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าด้าน AI และระบบคลาวด์ ✅ รายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ - รายได้ในเดือนมีนาคมทำลายสถิติด้วยการเติบโต 23.4% (T$552.1 พันล้าน) - กลุ่มผลิตภัณฑ์คลาวด์และเครือข่ายเติบโตโดดเด่น เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากตลาด AI ✅ การเจริญเติบโตในผลิตภัณฑ์ผู้บริโภคอัจฉริยะ - รายได้จาก iPhone และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ผู้บริโภคอื่น ๆ มีการเติบโตในระดับคงที่เมื่อเทียบกับปีก่อน ✅ ผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ - ประธานาธิบดี Donald Trump ได้กำหนดภาษีเพิ่มเติมสูงถึง 54% สำหรับสินค้าจากจีน และ 32% สำหรับสินค้าจากไต้หวัน แม้ Foxconn มีฐานการผลิตในหลายประเทศ แต่ยังคงได้รับผลกระทบในระดับหนึ่ง - โรงงานที่ใหญ่ที่สุดของ Foxconn ตั้งอยู่ในเมือง Zhengzhou ประเทศจีน ซึ่งเป็นฐานการผลิต iPhone ระดับโลก ✅ การคาดการณ์และคำเตือนของ Foxconn - Foxconn คาดว่ารายได้จะเติบโตขึ้นในไตรมาสที่สองนี้ แต่เตือนว่า สถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองโลก ยังมีความไม่แน่นอนที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ✅ ความผันผวนในหุ้นเทคโนโลยี - แม้หุ้นของ Foxconn เพิ่มขึ้น 76% ในปี 2024 แต่ปีนี้ลดลง 17% อันเนื่องมาจากความกังวลในนโยบายการค้าระหว่างประเทศ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/05/foxconn-reports-record-first-quarter-revenue
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Foxconn reports record Q1 revenue, says it must closely watch global politics
    TAIPEI (Reuters) -Taiwan's Foxconn, the world's largest contract electronics maker, posted its highest first-quarter revenue ever on strong demand for artificial intelligence products but said it would need to closely watch global politics.
    0 Comments 0 Shares 35 Views 0 Reviews
  • บทความนี้ได้พูดถึงประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการพบคนที่ไม่มีบัญชีโซเชียลมีเดียในยุคที่ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนโลกดิจิทัล โดยตั้งคำถามว่า การที่ใครสักคนไม่ใช้โซเชียลมีเดียเป็นสัญญาณเตือน (red flag) หรือไม่ แต่กลับเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับข้อดีและความเป็นไปได้ของคนที่เลือกเดินออกจากโลกออนไลน์

    ✅ การไม่มีโซเชียลไม่ได้แปลว่ามีบางอย่างปกปิด
    - แม้หลายคนอาจสงสัยว่า การไม่มีโซเชียลสื่อถึงการปิดบังบางสิ่ง แต่ในทางตรงกันข้าม นั่นอาจเป็นการบ่งบอกถึง ความเรียบง่ายและการเลือกที่จะไม่อยู่ในกระแส AI หรือเทคโนโลยี

    ✅ ความสัมพันธ์ที่สร้างได้โดยไม่พึ่งเทคโนโลยี
    - ผู้เขียนกล่าวว่า การสื่อสารโดยตรงหรือการพบปะกันตัวต่อตัวคือวิธีที่ดีที่สุดในการทำความรู้จักบุคคล มากกว่าการสืบผ่านโลกออนไลน์

    ✅ โลกที่ถูกครอบงำด้วย AI และผลกระทบต่อชีวิต
    - การหลีกเลี่ยงโซเชียลอาจสะท้อนการต่อต้าน AI ที่คุกคามความเป็นธรรมชาติของมนุษย์ และเลือกที่จะปฏิเสธ การใช้ชีวิตที่บริษัทเทคโนโลยีบงการ

    ✅ คำแนะนำในการสังเกตปฏิกิริยา
    - ผู้เขียนแนะนำให้ทดสอบคนที่ไม่มีโซเชียลมีเดียด้วยสถานการณ์เบาสมอง เช่น การแกล้งทำโทรศัพท์ตกเพื่อดูท่าที ถ้าปฏิกิริยานั้นสะท้อนถึงความสนุกหรือความจริงใจ คุณอาจได้พบกับคนที่มีมุมมองแปลกใหม่

    ✅ การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ที่สร้างกิจกรรมแปลกใหม่
    - การเดตกับคนที่ต่อต้านโซเชียล อาจเป็นโอกาสในการทำกิจกรรมเชิงสนุก เช่น การปั่นจักรยานท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งการสร้างอารมณ์ขันในลักษณะล้อเลียนเทคโนโลยี

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/05/opinion-i-just-started-dating-someone-who-isnt-on-social-media-is-that-a-red-flag
    บทความนี้ได้พูดถึงประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการพบคนที่ไม่มีบัญชีโซเชียลมีเดียในยุคที่ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนโลกดิจิทัล โดยตั้งคำถามว่า การที่ใครสักคนไม่ใช้โซเชียลมีเดียเป็นสัญญาณเตือน (red flag) หรือไม่ แต่กลับเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับข้อดีและความเป็นไปได้ของคนที่เลือกเดินออกจากโลกออนไลน์ ✅ การไม่มีโซเชียลไม่ได้แปลว่ามีบางอย่างปกปิด - แม้หลายคนอาจสงสัยว่า การไม่มีโซเชียลสื่อถึงการปิดบังบางสิ่ง แต่ในทางตรงกันข้าม นั่นอาจเป็นการบ่งบอกถึง ความเรียบง่ายและการเลือกที่จะไม่อยู่ในกระแส AI หรือเทคโนโลยี ✅ ความสัมพันธ์ที่สร้างได้โดยไม่พึ่งเทคโนโลยี - ผู้เขียนกล่าวว่า การสื่อสารโดยตรงหรือการพบปะกันตัวต่อตัวคือวิธีที่ดีที่สุดในการทำความรู้จักบุคคล มากกว่าการสืบผ่านโลกออนไลน์ ✅ โลกที่ถูกครอบงำด้วย AI และผลกระทบต่อชีวิต - การหลีกเลี่ยงโซเชียลอาจสะท้อนการต่อต้าน AI ที่คุกคามความเป็นธรรมชาติของมนุษย์ และเลือกที่จะปฏิเสธ การใช้ชีวิตที่บริษัทเทคโนโลยีบงการ ✅ คำแนะนำในการสังเกตปฏิกิริยา - ผู้เขียนแนะนำให้ทดสอบคนที่ไม่มีโซเชียลมีเดียด้วยสถานการณ์เบาสมอง เช่น การแกล้งทำโทรศัพท์ตกเพื่อดูท่าที ถ้าปฏิกิริยานั้นสะท้อนถึงความสนุกหรือความจริงใจ คุณอาจได้พบกับคนที่มีมุมมองแปลกใหม่ ✅ การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ที่สร้างกิจกรรมแปลกใหม่ - การเดตกับคนที่ต่อต้านโซเชียล อาจเป็นโอกาสในการทำกิจกรรมเชิงสนุก เช่น การปั่นจักรยานท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งการสร้างอารมณ์ขันในลักษณะล้อเลียนเทคโนโลยี https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/05/opinion-i-just-started-dating-someone-who-isnt-on-social-media-is-that-a-red-flag
    0 Comments 0 Shares 28 Views 0 Reviews
  • MediaTek เปิดตัว Kompanio Ultra ชิปรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อนำ AI สู่การใช้งานใน Chromebook ด้วยประสิทธิภาพที่สูงกว่าคู่แข่งเช่น Snapdragon X ชิปรุ่นนี้รองรับการใช้งานแบบ multitasking และการประมวลผล AI บนตัวเครื่องโดยไม่ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ต นับเป็นก้าวสำคัญของ MediaTek ในการยกระดับตลาด Chromebook

    ✅ พลัง AI ที่เหนือกว่าด้วย 50 TOPS
    - Kompanio Ultra มาพร้อม 8th-generation neural processing unit (NPU) ที่ให้ประสิทธิภาพการประมวลผล AI สูงถึง 50 TOPS (trillion operations per second) ซึ่งมากกว่า Snapdragon X ที่ทำได้ 45 TOPS
    - รองรับงาน AI automation และ enhanced workflows โดยไม่ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ต

    ✅ สถาปัตยกรรม CPU ใหม่พร้อมความเร็วสูงสุด
    - ใช้ Arm Cortex-X925 core ความเร็วสูงสุดถึง 3.62GHz พร้อมคอร์เสริมอีก 7 คอร์ (Cortex-X4 และ Cortex-A720) ที่ให้ประสิทธิภาพเร็วขึ้น 18% เมื่อเทียบกับชิปรุ่นเรือธงใน Chromebook

    ✅ การรองรับการเชื่อมต่อระดับสูงและการใช้งานแบบ multitasking
    - สนับสนุนหน้าจอหลายจอด้วยความละเอียด 4K สองจอ รวมถึงเสียง Hi-Fi สำหรับการใช้งานเช่น วิดีโอคอล หรือ ดูสื่อมัลติมีเดีย
    - เชื่อมต่อด้วย Wi-Fi 7 ที่มีความเสถียรและระยะสัญญาณที่ดีขึ้น

    ✅ การผลิตด้วยเทคโนโลยี 3nm
    - โปรเซสเซอร์ถูกสร้างด้วยเทคโนโลยี 3nm ที่ให้ ประสิทธิภาพพลังงานสูงขึ้นถึง 50%

    ✅ ความหมายสำหรับตลาด Chromebook:
    - Chromebooks ที่ใช้ Kompanio Ultra อาจกลายเป็นทางเลือกที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับ Copilot+ PC ของ Snapdragon X-powered system

    https://www.neowin.net/news/mediatek-kompanio-ultra-promises-faster-ai-performance-than-qualcomm-snapdragon-x/
    MediaTek เปิดตัว Kompanio Ultra ชิปรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อนำ AI สู่การใช้งานใน Chromebook ด้วยประสิทธิภาพที่สูงกว่าคู่แข่งเช่น Snapdragon X ชิปรุ่นนี้รองรับการใช้งานแบบ multitasking และการประมวลผล AI บนตัวเครื่องโดยไม่ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ต นับเป็นก้าวสำคัญของ MediaTek ในการยกระดับตลาด Chromebook ✅ พลัง AI ที่เหนือกว่าด้วย 50 TOPS - Kompanio Ultra มาพร้อม 8th-generation neural processing unit (NPU) ที่ให้ประสิทธิภาพการประมวลผล AI สูงถึง 50 TOPS (trillion operations per second) ซึ่งมากกว่า Snapdragon X ที่ทำได้ 45 TOPS - รองรับงาน AI automation และ enhanced workflows โดยไม่ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ต ✅ สถาปัตยกรรม CPU ใหม่พร้อมความเร็วสูงสุด - ใช้ Arm Cortex-X925 core ความเร็วสูงสุดถึง 3.62GHz พร้อมคอร์เสริมอีก 7 คอร์ (Cortex-X4 และ Cortex-A720) ที่ให้ประสิทธิภาพเร็วขึ้น 18% เมื่อเทียบกับชิปรุ่นเรือธงใน Chromebook ✅ การรองรับการเชื่อมต่อระดับสูงและการใช้งานแบบ multitasking - สนับสนุนหน้าจอหลายจอด้วยความละเอียด 4K สองจอ รวมถึงเสียง Hi-Fi สำหรับการใช้งานเช่น วิดีโอคอล หรือ ดูสื่อมัลติมีเดีย - เชื่อมต่อด้วย Wi-Fi 7 ที่มีความเสถียรและระยะสัญญาณที่ดีขึ้น ✅ การผลิตด้วยเทคโนโลยี 3nm - โปรเซสเซอร์ถูกสร้างด้วยเทคโนโลยี 3nm ที่ให้ ประสิทธิภาพพลังงานสูงขึ้นถึง 50% ✅ ความหมายสำหรับตลาด Chromebook: - Chromebooks ที่ใช้ Kompanio Ultra อาจกลายเป็นทางเลือกที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับ Copilot+ PC ของ Snapdragon X-powered system https://www.neowin.net/news/mediatek-kompanio-ultra-promises-faster-ai-performance-than-qualcomm-snapdragon-x/
    WWW.NEOWIN.NET
    MediaTek Kompanio Ultra promises faster AI performance than Qualcomm Snapdragon X
    MediaTek launched its new Kompanio Ultra chipset for Chromebook Plus. It claims to beat Qualcomm Snapdragon X Plus in NPU performance.
    0 Comments 0 Shares 29 Views 0 Reviews
  • หนึ่งในเครื่องมือที่นำมาใช้ในการช่วยค้นหาผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ในซากอาคาร สตง. ซึ่งถล่มมาจาก #แผ่นดินไหว ก็คือเครื่องมือค้นหาผู้ประสบภัยของบริษัทอิสราเอลอย่างที่เราทราบก็คือกระทรวงกลาโหมอิสราเอลส่งทหารและหน่วยกู้ภัยมายังประเทศไทยจำนวน 21 คนเพื่อสนับสนุนการกู้ภัย ซึ่งโดยปกติแล้วอิสราเอลมักจะสนับสนุนให้บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ต่าง ๆ ในประเทศที่มีจำนวนมากส่งเครื่องมือเข้ามาช่วยสนับสนุนด้วย เช่นในกรณีการช่วยเหลือทีมหมูป่าที่ถ้ำหลวง เป็นต้น ซึ่งอิสราเอลใช้เทคนิคนี้ในการทำประโยชน์สองด้านคือ การช่วยเหลือประเทศอื่นที่ประสบภาวะวิกฤตเพื่อกระชับความสัมพันธ์ และเป็นการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ของอิสราเอลให้เกิดการใช้งานจริงเป็นตัวอย่างเพื่อโอกาสทางธุรกิจในอนาคตในกรณีแผ่นดินไหวครั้งนี้ก็เช่นกัน โดยเครื่องมือที่บริษัทของอิสราเอลนำมาช่วยเหลือด้วยคือ Xaver 400 และ Xaver 100 ของบริษัท Camero Technology ซึ่งเครื่องมือในลักษณะนี้ไม่ได้ใช้ดาวเทียมหรือการ X-Ray เนื่องจากคลื่นของอุปกรณ์ทั้งสองอย่างนี้ไม่สามารถเจาะทะลุผนังหรือสิ่งกีดขวางได้ แต่ใช้เรดาร์ซึ่งเป็นการส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าไปใต้ดินหรือสิ่งกีดขวางต่าง ๆ และรับคลื่นที่สะท้อนกลับมาสร้างแผนภาพของสิ่งที่ค้นพบ ลักษณะคล้ายกับ Ground-Penetrating Radar นั่นเอง โดยเรดาร์แบบนี้สามารถเจาะทะลุคอนกรีต อิฐ ดิน หิน หรือกระจกต่าง ๆ ที่มีความหนามากได้ โดยในกรณีนี้อุปกรณ์ใช้คลื่นในย่าน 3 - 10 GHzที่จริงแล้วเครื่องมือนี้ออกแบบมาสำหรับการใช้งานทางทหาร เพื่อให้กำลังพลที่จะบุกเข้าอาคารหรือสิ่งกีดขวางสามารถทราบได้ว่ามีฝ่ายตรงข้ามซ่อนอยู่ด้านหลังอาคารกี่คน อยู่ในตำแแหน่งไหน รวมถึงสร้างภาพ Layout ด้านหลังแพงว่าเป็นแบบใด ซึ่งจะทำให้ทราบว่าฝ่ายเราจะต้องไปเจอกับอะไรก่อนที่จะบุกเข้าไป และทำให้ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะซ่อนตัวมิดชิดขนาดไหนฝ่ายเราก็จะทราบตำแหน่งและจำนวนได้อย่างแม่นยำดังนั้น คุณสมบัตินี้สามารถประยุกต์ใช้งานกับการกู้ภัยและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ดีกว่าอุปกรณ์ Life Locator ทั่วไป เพราะนอกจากจะสามารถตรวจจับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ด้านหลังซากอาคารได้แล้ว ยังสามารถทำ Layout เส้นทางและช่องว่างต่าง ๆ ที่จะเข้าถึงตัวผู้ประสบภัยได้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการวางแผนเพื่อเข้าถึงตัวผู้ประสบภัย โดยสามารถตรวจจับทะลุซากอาคารได้ลึกถึง 20 เมตร ถือเป็นอุปกรณ์ที่น่าสนใจที่อิสราเอลนำมาใช้ในการสนับสนุนการกู้ภัยในประเทศไทยครั้งนี้ https://www.facebook.com/share/p/1A9a8E4yaz/?mibextid=wwXIfr
    หนึ่งในเครื่องมือที่นำมาใช้ในการช่วยค้นหาผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ในซากอาคาร สตง. ซึ่งถล่มมาจาก #แผ่นดินไหว ก็คือเครื่องมือค้นหาผู้ประสบภัยของบริษัทอิสราเอลอย่างที่เราทราบก็คือกระทรวงกลาโหมอิสราเอลส่งทหารและหน่วยกู้ภัยมายังประเทศไทยจำนวน 21 คนเพื่อสนับสนุนการกู้ภัย ซึ่งโดยปกติแล้วอิสราเอลมักจะสนับสนุนให้บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ต่าง ๆ ในประเทศที่มีจำนวนมากส่งเครื่องมือเข้ามาช่วยสนับสนุนด้วย เช่นในกรณีการช่วยเหลือทีมหมูป่าที่ถ้ำหลวง เป็นต้น ซึ่งอิสราเอลใช้เทคนิคนี้ในการทำประโยชน์สองด้านคือ การช่วยเหลือประเทศอื่นที่ประสบภาวะวิกฤตเพื่อกระชับความสัมพันธ์ และเป็นการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ของอิสราเอลให้เกิดการใช้งานจริงเป็นตัวอย่างเพื่อโอกาสทางธุรกิจในอนาคตในกรณีแผ่นดินไหวครั้งนี้ก็เช่นกัน โดยเครื่องมือที่บริษัทของอิสราเอลนำมาช่วยเหลือด้วยคือ Xaver 400 และ Xaver 100 ของบริษัท Camero Technology ซึ่งเครื่องมือในลักษณะนี้ไม่ได้ใช้ดาวเทียมหรือการ X-Ray เนื่องจากคลื่นของอุปกรณ์ทั้งสองอย่างนี้ไม่สามารถเจาะทะลุผนังหรือสิ่งกีดขวางได้ แต่ใช้เรดาร์ซึ่งเป็นการส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าไปใต้ดินหรือสิ่งกีดขวางต่าง ๆ และรับคลื่นที่สะท้อนกลับมาสร้างแผนภาพของสิ่งที่ค้นพบ ลักษณะคล้ายกับ Ground-Penetrating Radar นั่นเอง โดยเรดาร์แบบนี้สามารถเจาะทะลุคอนกรีต อิฐ ดิน หิน หรือกระจกต่าง ๆ ที่มีความหนามากได้ โดยในกรณีนี้อุปกรณ์ใช้คลื่นในย่าน 3 - 10 GHzที่จริงแล้วเครื่องมือนี้ออกแบบมาสำหรับการใช้งานทางทหาร เพื่อให้กำลังพลที่จะบุกเข้าอาคารหรือสิ่งกีดขวางสามารถทราบได้ว่ามีฝ่ายตรงข้ามซ่อนอยู่ด้านหลังอาคารกี่คน อยู่ในตำแแหน่งไหน รวมถึงสร้างภาพ Layout ด้านหลังแพงว่าเป็นแบบใด ซึ่งจะทำให้ทราบว่าฝ่ายเราจะต้องไปเจอกับอะไรก่อนที่จะบุกเข้าไป และทำให้ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะซ่อนตัวมิดชิดขนาดไหนฝ่ายเราก็จะทราบตำแหน่งและจำนวนได้อย่างแม่นยำดังนั้น คุณสมบัตินี้สามารถประยุกต์ใช้งานกับการกู้ภัยและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ดีกว่าอุปกรณ์ Life Locator ทั่วไป เพราะนอกจากจะสามารถตรวจจับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ด้านหลังซากอาคารได้แล้ว ยังสามารถทำ Layout เส้นทางและช่องว่างต่าง ๆ ที่จะเข้าถึงตัวผู้ประสบภัยได้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการวางแผนเพื่อเข้าถึงตัวผู้ประสบภัย โดยสามารถตรวจจับทะลุซากอาคารได้ลึกถึง 20 เมตร ถือเป็นอุปกรณ์ที่น่าสนใจที่อิสราเอลนำมาใช้ในการสนับสนุนการกู้ภัยในประเทศไทยครั้งนี้ https://www.facebook.com/share/p/1A9a8E4yaz/?mibextid=wwXIfr
    0 Comments 0 Shares 40 Views 0 Reviews
  • กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น ร่อนหนังสือถึง อปท. ขอความอนุเคราะห์ลบบัญชีผู้รับเหมาทิ้งงานในระบบ อ้างผิดพรบ. PDPAแต่ส่อขัด พรบ.ข้อมูลข่าวสารเปิดเผยให้ประชาชนทราบ..
    กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น ร่อนหนังสือถึง อปท. ขอความอนุเคราะห์ลบบัญชีผู้รับเหมาทิ้งงานในระบบ อ้างผิดพรบ. PDPAแต่ส่อขัด พรบ.ข้อมูลข่าวสารเปิดเผยให้ประชาชนทราบ..
    0 Comments 0 Shares 27 Views 0 Reviews
  • วิธีสมัครสมาชิกช่อง YouTube `sondhitalk` บนมือถือ iOS (โดยไม่เปิดแอป YouTube)

    คลิ๊ก → https://www.youtube.com/channel/UCbJfg1BrJ5hJPlVqDUUv8lg/join

    หรือเข้าด้วยตนเองคือ

    1. เปิด Safari แล้วค้นหาใน Google ว่า sondhitalk
    → เลื่อนหา ลิงก์ YouTube ช่อง Sondhitalk

    2. กด “ค้าง” ที่ลิงก์ → เลือก เปิดในแท็บใหม่ (Open in New Tab)
    (*ห้ามกดปกติ เพราะจะเปิดในแอป YouTube อัตโนมัติ*)

    3. เข้าไปที่หน้าช่องแล้วเลื่อนดู “ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่องนี้” →
    กดปุ่ม เพิ่มเติม (See more) → จะเห็นลิงก์ สมัครสมาชิก (Membership)
    → กดลิงก์เพื่อไปหน้า Join

    4. กดปุ่ม สมัคร (Join) → ระบบแสดงราคา 100 บาท/เดือน

    5. เลือกช่องทางชำระเงิน (Google Play)
    → หากยังไม่เคยเพิ่มบัตร ให้เพิ่มช่องทางที่รองรับ:
    💳 รองรับช่องทางต่อไปนี้
    🔹 เพิ่มบัตรเครดิต / เดบิต
    🔹 ShopeePay
    🔹 PayPal
    🔹 TrueMoney Wallet

    6. ยืนยันกด ซื้อ (Subscribe)
    → ระบบจะหักเงินอัตโนมัติทุกเดือน

    🙏 ขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ ร่วมสนับสนุนช่อง SONDHITALK ❤️
    .
    วิธีสมัครสมาชิก YouTube ช่อง sondhitalk บน Android

    คลิ๊ก → https://www.youtube.com/channel/UCbJfg1BrJ5hJPlVqDUUv8lg/join

    หรือเข้าด้วยตนเองคือ

    ขั้นตอนที่ 1: เปิดแอป YouTube แล้วค้นหา `sondhitalk`
    - เข้า YouTube แล้วพิมพ์คำว่า `sondhitalk` ในช่องค้นหา

    ขั้นตอนที่ 2: กดปุ่ม “Join” ได้ทันที
    - ปุ่ม `Join` (หรือ `สมัครสมาชิก`) จะอยู่ข้าง ๆ กับปุ่ม `Subscribe` (หรือ ติดตาม หรือ กำลังติดตาม)

    ขั้นตอนที่ 3: เลือกช่องทางชำระเงินผ่าน Google Play
    - ระบบจะแสดงราคา 100 บาท/เดือน
    - ถ้ายังไม่เคยเพิ่มบัตร → ให้คลิ๊กไปที่หน้า “เพิ่มช่องทางชำระเงิน”
    💳 รองรับช่องทางต่อไปนี้:
    🔹 TrueMoney Wallet
    🔹 Rabbit LINE Pay
    🔹 ShopeePay
    🔹 ค่ายเบอร์มือถือ Billing (ตัดผ่านเบอร์มือถือ รายเดือน)
    🔹 เพิ่มบัตรเครดิต / เดบิต (Add card)
    🔹 PayPal

    ขั้นตอนที่ 4: ยืนยันกด Subscribe
    - เมื่อยืนยันแล้ว ระบบจะเริ่มเรียกเก็บเงินอัตโนมัติทุกเดือนผ่าน Google Play

    🙏 ขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ ร่วมสนับสนุนช่อง SONDHITALK ❤️

    https://youtu.be/X88C8_6n4Uk?si=QC3NEDRuqWZSUs4h
    วิธีสมัครสมาชิกช่อง YouTube `sondhitalk` บนมือถือ iOS (โดยไม่เปิดแอป YouTube) คลิ๊ก → https://www.youtube.com/channel/UCbJfg1BrJ5hJPlVqDUUv8lg/join หรือเข้าด้วยตนเองคือ 1. เปิด Safari แล้วค้นหาใน Google ว่า sondhitalk → เลื่อนหา ลิงก์ YouTube ช่อง Sondhitalk 2. กด “ค้าง” ที่ลิงก์ → เลือก เปิดในแท็บใหม่ (Open in New Tab) (*ห้ามกดปกติ เพราะจะเปิดในแอป YouTube อัตโนมัติ*) 3. เข้าไปที่หน้าช่องแล้วเลื่อนดู “ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่องนี้” → กดปุ่ม เพิ่มเติม (See more) → จะเห็นลิงก์ สมัครสมาชิก (Membership) → กดลิงก์เพื่อไปหน้า Join 4. กดปุ่ม สมัคร (Join) → ระบบแสดงราคา 100 บาท/เดือน 5. เลือกช่องทางชำระเงิน (Google Play) → หากยังไม่เคยเพิ่มบัตร ให้เพิ่มช่องทางที่รองรับ: 💳 รองรับช่องทางต่อไปนี้ 🔹 เพิ่มบัตรเครดิต / เดบิต 🔹 ShopeePay 🔹 PayPal 🔹 TrueMoney Wallet 6. ยืนยันกด ซื้อ (Subscribe) → ระบบจะหักเงินอัตโนมัติทุกเดือน 🙏 ขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ ร่วมสนับสนุนช่อง SONDHITALK ❤️ . วิธีสมัครสมาชิก YouTube ช่อง sondhitalk บน Android คลิ๊ก → https://www.youtube.com/channel/UCbJfg1BrJ5hJPlVqDUUv8lg/join หรือเข้าด้วยตนเองคือ ขั้นตอนที่ 1: เปิดแอป YouTube แล้วค้นหา `sondhitalk` - เข้า YouTube แล้วพิมพ์คำว่า `sondhitalk` ในช่องค้นหา ขั้นตอนที่ 2: กดปุ่ม “Join” ได้ทันที - ปุ่ม `Join` (หรือ `สมัครสมาชิก`) จะอยู่ข้าง ๆ กับปุ่ม `Subscribe` (หรือ ติดตาม หรือ กำลังติดตาม) ขั้นตอนที่ 3: เลือกช่องทางชำระเงินผ่าน Google Play - ระบบจะแสดงราคา 100 บาท/เดือน - ถ้ายังไม่เคยเพิ่มบัตร → ให้คลิ๊กไปที่หน้า “เพิ่มช่องทางชำระเงิน” 💳 รองรับช่องทางต่อไปนี้: 🔹 TrueMoney Wallet 🔹 Rabbit LINE Pay 🔹 ShopeePay 🔹 ค่ายเบอร์มือถือ Billing (ตัดผ่านเบอร์มือถือ รายเดือน) 🔹 เพิ่มบัตรเครดิต / เดบิต (Add card) 🔹 PayPal ขั้นตอนที่ 4: ยืนยันกด Subscribe - เมื่อยืนยันแล้ว ระบบจะเริ่มเรียกเก็บเงินอัตโนมัติทุกเดือนผ่าน Google Play 🙏 ขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ ร่วมสนับสนุนช่อง SONDHITALK ❤️ https://youtu.be/X88C8_6n4Uk?si=QC3NEDRuqWZSUs4h
    Love
    3
    0 Comments 0 Shares 188 Views 0 Reviews
  • “เราไม่ใช่รัฐบาลของโลก”

    มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาปกป้องการตอบสนองในด้านความช่วยเหลือของสหรัฐต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงที่เมียนมา

    สหรัฐเพิ่งประกาศอนุมัติความช่วยเหลือแผ่นดินไหวในเมียนมาเพิ่มอีก 7 ล้านดอลลาร์เมื่อวานนี้ พร้อมระบุว่า “ไม่ยุติธรรมกับสหรัฐ” ที่ถูกคาดหวังให้เป็นผู้นำในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั่วโลก

    รูบิโอ กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า สหรัฐจะไม่แบกรับภาระในการจัดหาความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมส่วนใหญ่ให้กับโลกอีกต่อไป และเรียกร้องให้ประเทศร่ำรวยอื่นๆ เข้ามาช่วยเหลือหลังจากเหตุแผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่บางส่วนของเมียนมา

    “จีนเป็นประเทศที่ร่ำรวยมาก อินเดียเองก็เช่นกัน”

    “และยังมีอีกหลายประเทศทั่วโลก ทุกคนควรจะร่วมกันช่วยเหลือ มันไม่แฟร์ที่จะคาดหวังให้สหรัฐฯ ต้องแบกรับภาระ 60-70% ในการมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั่วโลก”

    รูบิโอ ให้สัมภาษณ์กับสื่อที่กรุงบรัสเซลส์เมื่อวานนี้
    “เราไม่ใช่รัฐบาลของโลก” มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาปกป้องการตอบสนองในด้านความช่วยเหลือของสหรัฐต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงที่เมียนมา สหรัฐเพิ่งประกาศอนุมัติความช่วยเหลือแผ่นดินไหวในเมียนมาเพิ่มอีก 7 ล้านดอลลาร์เมื่อวานนี้ พร้อมระบุว่า “ไม่ยุติธรรมกับสหรัฐ” ที่ถูกคาดหวังให้เป็นผู้นำในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั่วโลก รูบิโอ กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า สหรัฐจะไม่แบกรับภาระในการจัดหาความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมส่วนใหญ่ให้กับโลกอีกต่อไป และเรียกร้องให้ประเทศร่ำรวยอื่นๆ เข้ามาช่วยเหลือหลังจากเหตุแผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่บางส่วนของเมียนมา “จีนเป็นประเทศที่ร่ำรวยมาก อินเดียเองก็เช่นกัน” “และยังมีอีกหลายประเทศทั่วโลก ทุกคนควรจะร่วมกันช่วยเหลือ มันไม่แฟร์ที่จะคาดหวังให้สหรัฐฯ ต้องแบกรับภาระ 60-70% ในการมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั่วโลก” รูบิโอ ให้สัมภาษณ์กับสื่อที่กรุงบรัสเซลส์เมื่อวานนี้
    0 Comments 0 Shares 96 Views 0 Reviews
  • 💔 นอนไม่หลับอาจไม่ใช่แค่ปัญหาเล็กๆ…แต่มันคือ “ไฟกะพริบ” ที่ร่างกายส่งสัญญาณให้เราฟัง

    👉มีผู้หญิงวัย 40+ จำนวนไม่น้อยที่นอนไม่หลับ
    “ช่วงนี้นอนไม่หลับเลยค่ะ ผมเริ่มบาง ใจสั่น รู้สึกอ่อนเพลียทั้งวัน”
    บางคนก็แค่คิดว่า “อาจเครียด อาจเหนื่อย เดี๋ยวก็คงหาย”
    แต่ความจริง…มันลึกกว่านั้นครับ

    เมื่ออายุเข้าสู่ช่วงวัย 40+ ระบบ “ฮอร์โมนเพศหญิง” อย่างเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะเริ่มลดลงอย่างช้าๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว
    ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญกับระบบนอนหลับ สมอง หัวใจ ผิวพรรณ และแม้แต่ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

    และนี่คือเหตุผลที่ “นอนไม่หลับ” กลายเป็น “จุดเริ่มต้น” ของหลายโรคร้าย



    งานวิจัยระดับโลกพูดตรงกันว่า…

    ผู้หญิงวัยกลางคนที่นอนไม่เพียงพอหรือหลับไม่ลึก มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ และโรคหัวใจสูงขึ้นถึง 50-70%【Harvard Medical School, 2021】

    เพราะขณะนอนหลับ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน “เมลาโทนิน” และ “โกรทฮอร์โมน” ซึ่งช่วย
    • ฟื้นฟูเซลล์ที่เสียหาย
    • กำจัดสารพิษจากระบบประสาท
    • และ “ควบคุมการแบ่งเซลล์ผิดปกติ” ซึ่งเป็นต้นทางของเซลล์มะเร็ง

    หากคุณนอนไม่หลับนานๆ ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะ “อักเสบเรื้อรัง”
    อาการเหล่านี้มักจะตามมาเรื่อยๆ โดยที่คุณไม่ทันสังเกต
    • เพลียทั้งวัน
    • น้ำหนักเพิ่มง่าย
    • ขี้หงุดหงิด
    • สมองเบลอ
    • และ “ภูมิต้านทานลดลง”



    แล้วจะเริ่มฟื้นฟูอย่างไรดี? โดยไม่ต้องพึ่งยา

    ผมขอแบ่งเป็น 3 ด้านง่ายๆ ที่คุณทำได้เองที่บ้านเลยครับ

    1. เปลี่ยน “กิจวัตรก่อนนอน” ให้ร่างกายรู้ว่า…ถึงเวลาพักแล้ว
    • ปิดหน้าจอมือถืออย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนนอน
    • อาบน้ำอุ่นก่อนนอน ช่วยลดคอร์ติซอล (ฮอร์โมนเครียด)
    • ใช้กลิ่นลาเวนเดอร์ หรือเปิดเสียง white noise ผ่อนคลายสมอง
    • หายใจลึกๆ แบบ 4-7-8 (4 วินาที-กลั้น 7-หายใจออก 😎

    2. ดูแลฮอร์โมนด้วยอาหารที่ใช่
    • ลดน้ำตาล แป้งขัดขาว เพราะมันทำให้ “อินซูลิน” แปรปรวน → รบกวนสมดุลฮอร์โมน
    • เสริมผักใบเขียว ไขมันดี (น้ำมันมะกอก อะโวคาโด ถั่วเปลือกแข็ง) และโปรตีนพอดีๆ
    • ลองทำ IF แบบนุ่มๆ เช่น 12/12 หรือ 14/10 → ให้ระบบย่อยได้พัก และช่วยฟื้นฮอร์โมนได้จริง

    3. ตื่นให้ตรงเวลา และรับแดดเช้า
    • การรับแสงแดดตอนเช้า 10-15 นาที จะกระตุ้นการหลั่งเซโรโทนิน และช่วยให้คุณหลับลึกในตอนกลางคืน
    • แสงเช้า = นาฬิกาชีวิต → ปรับวงจรการหลับ-ตื่นของร่างกายอย่างธรรมชาติ



    อย่าปล่อยให้ “นอนไม่หลับ” เป็นเรื่องเล็ก

    เพราะบางครั้ง…การปล่อยผ่าน อาจทำให้เราพลาดโอกาสในการดูแลตัวเอง
    แค่คุณเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ เหล่านี้ ชีวิตก็จะเริ่มเปลี่ยนครับ
    คุณจะรู้สึกได้ว่า “สมองโล่งขึ้น” “ร่างกายสดชื่นขึ้น” และ “จิตใจเบาสบายขึ้น” อย่างเป็นธรรมชาติ

    และผมเชื่อเสมอว่า
    คุณไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตแบบอดทนกับอาการเหล่านี้อีกต่อไป

    ขอแค่คุณเห็นคุณค่าในตัวเอง แล้วเริ่มดูแลตัวเองจากคืนนี้เลยครับ
    💔 นอนไม่หลับอาจไม่ใช่แค่ปัญหาเล็กๆ…แต่มันคือ “ไฟกะพริบ” ที่ร่างกายส่งสัญญาณให้เราฟัง 👉มีผู้หญิงวัย 40+ จำนวนไม่น้อยที่นอนไม่หลับ “ช่วงนี้นอนไม่หลับเลยค่ะ ผมเริ่มบาง ใจสั่น รู้สึกอ่อนเพลียทั้งวัน” บางคนก็แค่คิดว่า “อาจเครียด อาจเหนื่อย เดี๋ยวก็คงหาย” แต่ความจริง…มันลึกกว่านั้นครับ เมื่ออายุเข้าสู่ช่วงวัย 40+ ระบบ “ฮอร์โมนเพศหญิง” อย่างเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะเริ่มลดลงอย่างช้าๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญกับระบบนอนหลับ สมอง หัวใจ ผิวพรรณ และแม้แต่ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และนี่คือเหตุผลที่ “นอนไม่หลับ” กลายเป็น “จุดเริ่มต้น” ของหลายโรคร้าย ⸻ งานวิจัยระดับโลกพูดตรงกันว่า… ผู้หญิงวัยกลางคนที่นอนไม่เพียงพอหรือหลับไม่ลึก มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ และโรคหัวใจสูงขึ้นถึง 50-70%【Harvard Medical School, 2021】 เพราะขณะนอนหลับ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน “เมลาโทนิน” และ “โกรทฮอร์โมน” ซึ่งช่วย • ฟื้นฟูเซลล์ที่เสียหาย • กำจัดสารพิษจากระบบประสาท • และ “ควบคุมการแบ่งเซลล์ผิดปกติ” ซึ่งเป็นต้นทางของเซลล์มะเร็ง หากคุณนอนไม่หลับนานๆ ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะ “อักเสบเรื้อรัง” อาการเหล่านี้มักจะตามมาเรื่อยๆ โดยที่คุณไม่ทันสังเกต • เพลียทั้งวัน • น้ำหนักเพิ่มง่าย • ขี้หงุดหงิด • สมองเบลอ • และ “ภูมิต้านทานลดลง” ⸻ แล้วจะเริ่มฟื้นฟูอย่างไรดี? โดยไม่ต้องพึ่งยา ผมขอแบ่งเป็น 3 ด้านง่ายๆ ที่คุณทำได้เองที่บ้านเลยครับ 1. เปลี่ยน “กิจวัตรก่อนนอน” ให้ร่างกายรู้ว่า…ถึงเวลาพักแล้ว • ปิดหน้าจอมือถืออย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนนอน • อาบน้ำอุ่นก่อนนอน ช่วยลดคอร์ติซอล (ฮอร์โมนเครียด) • ใช้กลิ่นลาเวนเดอร์ หรือเปิดเสียง white noise ผ่อนคลายสมอง • หายใจลึกๆ แบบ 4-7-8 (4 วินาที-กลั้น 7-หายใจออก 😎 2. ดูแลฮอร์โมนด้วยอาหารที่ใช่ • ลดน้ำตาล แป้งขัดขาว เพราะมันทำให้ “อินซูลิน” แปรปรวน → รบกวนสมดุลฮอร์โมน • เสริมผักใบเขียว ไขมันดี (น้ำมันมะกอก อะโวคาโด ถั่วเปลือกแข็ง) และโปรตีนพอดีๆ • ลองทำ IF แบบนุ่มๆ เช่น 12/12 หรือ 14/10 → ให้ระบบย่อยได้พัก และช่วยฟื้นฮอร์โมนได้จริง 3. ตื่นให้ตรงเวลา และรับแดดเช้า • การรับแสงแดดตอนเช้า 10-15 นาที จะกระตุ้นการหลั่งเซโรโทนิน และช่วยให้คุณหลับลึกในตอนกลางคืน • แสงเช้า = นาฬิกาชีวิต → ปรับวงจรการหลับ-ตื่นของร่างกายอย่างธรรมชาติ ⸻ อย่าปล่อยให้ “นอนไม่หลับ” เป็นเรื่องเล็ก เพราะบางครั้ง…การปล่อยผ่าน อาจทำให้เราพลาดโอกาสในการดูแลตัวเอง แค่คุณเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ เหล่านี้ ชีวิตก็จะเริ่มเปลี่ยนครับ คุณจะรู้สึกได้ว่า “สมองโล่งขึ้น” “ร่างกายสดชื่นขึ้น” และ “จิตใจเบาสบายขึ้น” อย่างเป็นธรรมชาติ และผมเชื่อเสมอว่า คุณไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตแบบอดทนกับอาการเหล่านี้อีกต่อไป ขอแค่คุณเห็นคุณค่าในตัวเอง แล้วเริ่มดูแลตัวเองจากคืนนี้เลยครับ
    0 Comments 0 Shares 71 Views 0 Reviews
  • ภาพผลลัพธ์ของการทำลายล้างในฉนวนกาซาโดยฝีมือของอิสราเอล เกินกว่าจะเข้าใจได้ว่านี่คือสิ่งที่มนุษย์ด้วยกันกระทำต่อกัน

    ภาพผลลัพธ์ของการทำลายล้างในฉนวนกาซาโดยฝีมือของอิสราเอล เกินกว่าจะเข้าใจได้ว่านี่คือสิ่งที่มนุษย์ด้วยกันกระทำต่อกัน
    0 Comments 0 Shares 108 Views 12 0 Reviews
  • บริษัท L&T Semiconductor Technologies (LTSCT) สตาร์ตอัปผู้ผลิตชิปจากอินเดียที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท Larsen & Toubro ได้เปิดเผยแผนการก่อสร้างโรงงานผลิตชิป (fab) มูลค่ามหาศาลกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ในอินเดีย ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นก่อนปี 2027 ทั้งนี้ รัฐบาลอินเดียจะสนับสนุนโครงการดังกล่าวผ่านโครงการเงินอุดหนุนที่มีมูลค่าสูงถึง 90% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด

    ✅ เงื่อนไขสำคัญต่อความสำเร็จของโครงการ
    - LTSCT ตั้งเป้าทำรายได้ 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ภายในปีงบประมาณ 2026–2027 เพื่อกระตุ้นให้โครงการ fab นี้เริ่มต้นขึ้น
    - บริษัทเริ่มต้นผลิตชิปเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2025

    ✅ ผลิตภัณฑ์หลักที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
    - LTSCT มุ่งเน้นการออกแบบ MEMS sensors, RF chips, smart power devices และ analog ICs ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก

    ✅ โอกาสจากโครงการอุดหนุนเซมิคอนดักเตอร์ของรัฐบาลอินเดีย
    - โครงการสนับสนุนมูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ของรัฐบาลอินเดีย เปิดโอกาสให้บริษัทท้องถิ่นเข้าถึงทรัพยากรและเงินทุนในการพัฒนาตลาดเซมิคอนดักเตอร์
    - การสนับสนุนในระดับนี้ถือว่า สูงกว่ามาตรฐานทั่วไปของโลกอย่างมาก

    ✅ เป้าหมายระยะยาว: สู่การเป็น Integrated Device Manufacturer (IDM)
    - LTSCT วางแผนเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นบริษัท fabless designer ไปสู่การเป็น Integrated Device Manufacturer (IDM) เพื่อควบคุมกระบวนการผลิตชิปตั้งแต่ต้นจนจบ

    ✅ การสนับสนุนจากบริษัทแม่
    - LTSCT ได้รับเงินทุนมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ในการออกแบบชิป และตั้งเป้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ชิปจำนวน 15 รุ่น ภายในปี 2027

    https://www.techradar.com/pro/fabless-chip-startup-backed-by-multi-billion-indian-company-wants-to-build-a-usd10bn-fab-in-india-before-2027
    บริษัท L&T Semiconductor Technologies (LTSCT) สตาร์ตอัปผู้ผลิตชิปจากอินเดียที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท Larsen & Toubro ได้เปิดเผยแผนการก่อสร้างโรงงานผลิตชิป (fab) มูลค่ามหาศาลกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ในอินเดีย ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นก่อนปี 2027 ทั้งนี้ รัฐบาลอินเดียจะสนับสนุนโครงการดังกล่าวผ่านโครงการเงินอุดหนุนที่มีมูลค่าสูงถึง 90% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ✅ เงื่อนไขสำคัญต่อความสำเร็จของโครงการ - LTSCT ตั้งเป้าทำรายได้ 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ภายในปีงบประมาณ 2026–2027 เพื่อกระตุ้นให้โครงการ fab นี้เริ่มต้นขึ้น - บริษัทเริ่มต้นผลิตชิปเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 ✅ ผลิตภัณฑ์หลักที่อยู่ระหว่างการพัฒนา - LTSCT มุ่งเน้นการออกแบบ MEMS sensors, RF chips, smart power devices และ analog ICs ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก ✅ โอกาสจากโครงการอุดหนุนเซมิคอนดักเตอร์ของรัฐบาลอินเดีย - โครงการสนับสนุนมูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ของรัฐบาลอินเดีย เปิดโอกาสให้บริษัทท้องถิ่นเข้าถึงทรัพยากรและเงินทุนในการพัฒนาตลาดเซมิคอนดักเตอร์ - การสนับสนุนในระดับนี้ถือว่า สูงกว่ามาตรฐานทั่วไปของโลกอย่างมาก ✅ เป้าหมายระยะยาว: สู่การเป็น Integrated Device Manufacturer (IDM) - LTSCT วางแผนเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นบริษัท fabless designer ไปสู่การเป็น Integrated Device Manufacturer (IDM) เพื่อควบคุมกระบวนการผลิตชิปตั้งแต่ต้นจนจบ ✅ การสนับสนุนจากบริษัทแม่ - LTSCT ได้รับเงินทุนมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ในการออกแบบชิป และตั้งเป้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ชิปจำนวน 15 รุ่น ภายในปี 2027 https://www.techradar.com/pro/fabless-chip-startup-backed-by-multi-billion-indian-company-wants-to-build-a-usd10bn-fab-in-india-before-2027
    0 Comments 0 Shares 62 Views 0 Reviews
  • Claude for Education คือ AI ตัวใหม่จาก Anthropic ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการศึกษาในมหาวิทยาลัยด้วยโหมด Socratic ที่ช่วยให้นักศึกษาคิดอย่างมีระบบ ไม่ใช่แค่หาคำตอบ นอกจากนี้ Claude ยังช่วยสร้าง Study Guide และร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง Northeastern เพื่อผลักดันให้ AI เป็นผู้ช่วยการเรียนรู้ ไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้เพื่อเลี่ยงการเรียน

    ✅ โหมดการเรียนรู้แบบ Socratic Method
    - Claude ไม่เพียงแต่ตอบคำถาม แต่จะใช้วิธีการถามกลับ เช่น “คุณคิดว่าข้อพิสูจน์อะไรสามารถสนับสนุนแนวคิดนี้ได้?” เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้งานพิจารณาคำตอบอย่างลึกซึ้ง
    - ช่วยนักศึกษาสร้างแนวคิดใหม่ โดยไม่ใช่แค่พึ่ง AI ในการแก้ปัญหาโดยตรง

    ✅ สร้าง Study Guide จากเอกสารที่อัปโหลด
    - Claude สามารถสร้างคู่มือการเรียนจากเอกสารที่ผู้ใช้ส่งเข้ามา ซึ่งเหมาะสำหรับการเตรียมตัวสอบหรือสรุปบทเรียน

    ✅ ขยายการใช้งานในมหาวิทยาลัยระดับโลก
    - มหาวิทยาลัยเช่น Northeastern University และ London School of Economics เป็นกลุ่มแรกที่เริ่มใช้งาน Claude for Education เพื่อสนับสนุนการศึกษา
    - Anthropic ยังเปิดตัวโปรแกรม “Claude Campus Ambassadors” ที่ให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการพัฒนาและขยาย AI ในสถาบันการศึกษา

    ✅ เครื่องมือสำหรับนวัตกร
    - Anthropic เสนอบริการ API credits ฟรี สำหรับนักศึกษาที่ต้องการสร้างโปรเจ็กต์ใหม่ ๆ ด้วย Claude

    https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/claude-goes-to-college-and-wants-to-be-your-study-buddy
    Claude for Education คือ AI ตัวใหม่จาก Anthropic ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการศึกษาในมหาวิทยาลัยด้วยโหมด Socratic ที่ช่วยให้นักศึกษาคิดอย่างมีระบบ ไม่ใช่แค่หาคำตอบ นอกจากนี้ Claude ยังช่วยสร้าง Study Guide และร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง Northeastern เพื่อผลักดันให้ AI เป็นผู้ช่วยการเรียนรู้ ไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้เพื่อเลี่ยงการเรียน ✅ โหมดการเรียนรู้แบบ Socratic Method - Claude ไม่เพียงแต่ตอบคำถาม แต่จะใช้วิธีการถามกลับ เช่น “คุณคิดว่าข้อพิสูจน์อะไรสามารถสนับสนุนแนวคิดนี้ได้?” เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้งานพิจารณาคำตอบอย่างลึกซึ้ง - ช่วยนักศึกษาสร้างแนวคิดใหม่ โดยไม่ใช่แค่พึ่ง AI ในการแก้ปัญหาโดยตรง ✅ สร้าง Study Guide จากเอกสารที่อัปโหลด - Claude สามารถสร้างคู่มือการเรียนจากเอกสารที่ผู้ใช้ส่งเข้ามา ซึ่งเหมาะสำหรับการเตรียมตัวสอบหรือสรุปบทเรียน ✅ ขยายการใช้งานในมหาวิทยาลัยระดับโลก - มหาวิทยาลัยเช่น Northeastern University และ London School of Economics เป็นกลุ่มแรกที่เริ่มใช้งาน Claude for Education เพื่อสนับสนุนการศึกษา - Anthropic ยังเปิดตัวโปรแกรม “Claude Campus Ambassadors” ที่ให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการพัฒนาและขยาย AI ในสถาบันการศึกษา ✅ เครื่องมือสำหรับนวัตกร - Anthropic เสนอบริการ API credits ฟรี สำหรับนักศึกษาที่ต้องการสร้างโปรเจ็กต์ใหม่ ๆ ด้วย Claude https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/claude-goes-to-college-and-wants-to-be-your-study-buddy
    WWW.TECHRADAR.COM
    Claude goes to college and wants to be your study buddy
    Anthropic’s AI is enrolling across campuses for calculus tutoring and thesis feedback editing
    0 Comments 0 Shares 58 Views 0 Reviews
  • MangoBoost และ AMD Instinct MI300X GPUs สร้างสถิติใหม่ในมาตรฐาน MLPerf Inference ด้วยผลลัพธ์ที่เหนือกว่าระบบ H100 จาก NVIDIA ทั้งในด้านประสิทธิภาพและต้นทุน ซอฟต์แวร์ Mango LLMBoost ไม่เพียงแต่รองรับการวิเคราะห์ AI ที่รวดเร็วเท่านั้น แต่ยังใช้งานได้ง่ายทั้งในองค์กรและคลาวด์ ความร่วมมือระหว่าง MangoBoost และ AMD ผลักดันให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่คุ้มค่าและทรงพลังที่สุดในตลาด

    ✅ ประสิทธิภาพที่เหนือชั้น
    - Mango LLMBoost ทำได้ถึง 103,182 tokens ต่อวินาที (TPS) ในโหมด offline inference และ 93,039 TPS ในโหมด server inference
    - ผลลัพธ์เหล่านี้เหนือกว่าการใช้ NVIDIA H100 GPUs ซึ่งทำได้ 82,749 TPS ในการเปรียบเทียบเดียวกัน

    ✅ ประหยัดค่าใช้จ่ายสูงถึง 62%
    - AMD MI300X GPUs มีราคาต่ำกว่า NVIDIA H100 GPUs อย่างมีนัยสำคัญ โดยอยู่ที่ $15,000–$17,000 เมื่อเทียบกับ $32,000–$40,000
    - Mango LLMBoost + MI300X ยังสร้างประสิทธิภาพการวิเคราะห์ต่อ 1,000 ดอลลาร์ สูงกว่า H100-based system ถึง 2.8 เท่า

    ✅ ซอฟต์แวร์ MLOps ที่ปรับขนาดและใช้งานง่าย
    - Mango LLMBoost สนับสนุนโมเดล AI มากกว่า 50 โมเดล เช่น Llama, DeepSeek และ Qwen
    - สามารถใช้งานได้ทั้ง บนคลาวด์และเซิร์ฟเวอร์องค์กร พร้อมระบบ deployment ที่ง่ายเพียง คำสั่งเดียวใน Docker

    ความร่วมมือกับ AMD และก้าวต่อไปของ MangoBoost:
    ✅ การใช้ ROCm Software Stack
    - MangoBoost ร่วมมือกับ AMD เพื่อผลักดันขีดความสามารถของ MI300X GPUs ในการใช้งานแบบ multi-node clusters
    ✅ ความคุ้มค่าด้าน AI Infrastructure
    - MangoBoost ยังมีโซลูชันเสริม เช่น Mango GPUBoost สำหรับงาน training และ inference แบบ multi-node และ Mango StorageBoost สำหรับการจัดการระบบจัดเก็บข้อมูล AI

    https://www.techpowerup.com/335079/mangoboost-achieves-record-breaking-mlperf-inference-v5-0-results-with-amd-instinct-mi300x
    MangoBoost และ AMD Instinct MI300X GPUs สร้างสถิติใหม่ในมาตรฐาน MLPerf Inference ด้วยผลลัพธ์ที่เหนือกว่าระบบ H100 จาก NVIDIA ทั้งในด้านประสิทธิภาพและต้นทุน ซอฟต์แวร์ Mango LLMBoost ไม่เพียงแต่รองรับการวิเคราะห์ AI ที่รวดเร็วเท่านั้น แต่ยังใช้งานได้ง่ายทั้งในองค์กรและคลาวด์ ความร่วมมือระหว่าง MangoBoost และ AMD ผลักดันให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่คุ้มค่าและทรงพลังที่สุดในตลาด ✅ ประสิทธิภาพที่เหนือชั้น - Mango LLMBoost ทำได้ถึง 103,182 tokens ต่อวินาที (TPS) ในโหมด offline inference และ 93,039 TPS ในโหมด server inference - ผลลัพธ์เหล่านี้เหนือกว่าการใช้ NVIDIA H100 GPUs ซึ่งทำได้ 82,749 TPS ในการเปรียบเทียบเดียวกัน ✅ ประหยัดค่าใช้จ่ายสูงถึง 62% - AMD MI300X GPUs มีราคาต่ำกว่า NVIDIA H100 GPUs อย่างมีนัยสำคัญ โดยอยู่ที่ $15,000–$17,000 เมื่อเทียบกับ $32,000–$40,000 - Mango LLMBoost + MI300X ยังสร้างประสิทธิภาพการวิเคราะห์ต่อ 1,000 ดอลลาร์ สูงกว่า H100-based system ถึง 2.8 เท่า ✅ ซอฟต์แวร์ MLOps ที่ปรับขนาดและใช้งานง่าย - Mango LLMBoost สนับสนุนโมเดล AI มากกว่า 50 โมเดล เช่น Llama, DeepSeek และ Qwen - สามารถใช้งานได้ทั้ง บนคลาวด์และเซิร์ฟเวอร์องค์กร พร้อมระบบ deployment ที่ง่ายเพียง คำสั่งเดียวใน Docker ความร่วมมือกับ AMD และก้าวต่อไปของ MangoBoost: ✅ การใช้ ROCm Software Stack - MangoBoost ร่วมมือกับ AMD เพื่อผลักดันขีดความสามารถของ MI300X GPUs ในการใช้งานแบบ multi-node clusters ✅ ความคุ้มค่าด้าน AI Infrastructure - MangoBoost ยังมีโซลูชันเสริม เช่น Mango GPUBoost สำหรับงาน training และ inference แบบ multi-node และ Mango StorageBoost สำหรับการจัดการระบบจัดเก็บข้อมูล AI https://www.techpowerup.com/335079/mangoboost-achieves-record-breaking-mlperf-inference-v5-0-results-with-amd-instinct-mi300x
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    MangoBoost Achieves Record-Breaking MLPerf Inference v5.0 Results with AMD Instinct MI300X
    MangoBoost, a provider of cutting-edge system solutions designed to maximize AI data center efficiency, has set a new industry benchmark with its latest MLPerf Inference v5.0 submission. The company's Mango LLMBoost AI Enterprise MLOps software has demonstrated unparalleled performance on AMD Instin...
    0 Comments 0 Shares 58 Views 0 Reviews
  • มีรายงานว่า บริษัท AI ชั้นนำของจีน เช่น Tencent, Alibaba และ ByteDance ได้ใช้เงินรวมกันกว่า 16 พันล้านดอลลาร์ ในการซื้อ GPU รุ่น H20 จาก Nvidia ภายในไตรมาสแรกของปี 2025 การเร่งสั่งซื้อครั้งใหญ่นี้คาดว่ามาจากความต้องการเพิ่มขึ้นของฮาร์ดแวร์ AI ในตลาดจีน ซึ่งขับเคลื่อนโดยบริษัท AI สตาร์ตอัปอย่าง DeepSeek

    ✅ H20—AI Processor ระดับสูงที่ยังคงอนุญาตให้ส่งออกไปจีน
    - Nvidia H20 เป็น AI GPU ที่ทรงพลังที่สุดที่ยังได้รับการอนุมัติให้ส่งออกไปยังจีน ภายใต้ข้อจำกัดด้านการส่งออกของสหรัฐฯ
    - คาดว่าความเร่งรีบในการสั่งซื้อนี้เกิดจากข่าวลือเกี่ยวกับ การเพิ่มข้อจำกัดการส่งออกเพิ่มเติมในอนาคต

    ✅ คำแนะนำจากรัฐบาลจีนให้ชะลอการสั่งซื้อ
    - มีรายงานว่าหน่วยงานรัฐบาลจีน แนะนำให้บริษัทชั้นนำหยุดการสั่งซื้อ GPU H20 เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการกักตุนฮาร์ดแวร์ และเพื่อสนับสนุนการพัฒนา GPU ที่ผลิตในประเทศ

    ✅ แนวโน้มการออกแบบชิปใหม่ของ Nvidia สำหรับตลาดจีน
    - Nvidia อาจกำลังพัฒนา ชิปรุ่นใหม่สำหรับตลาดจีน ที่จะสอดคล้องกับข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด
    - มีข่าวลือเกี่ยวกับการเปิดตัว GPU H20 ที่อัปเกรดด้วย HBM3E modules

    ✅ บทบาทสำคัญของ DeepSeek ในการขยายตลาด AI
    - ความต้องการ Nvidia H20 เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจาก DeepSeek ซึ่งเป็นสตาร์ตอัป AI ของจีน มี AI โมเดลต้นทุนต่ำที่เข้าถึงตลาดได้กว้าง

    https://www.techpowerup.com/335077/chinas-largest-ai-firms-reportedly-forked-out-usd-16-billion-total-for-nvidia-h20-gpu-supplies-in-2025
    มีรายงานว่า บริษัท AI ชั้นนำของจีน เช่น Tencent, Alibaba และ ByteDance ได้ใช้เงินรวมกันกว่า 16 พันล้านดอลลาร์ ในการซื้อ GPU รุ่น H20 จาก Nvidia ภายในไตรมาสแรกของปี 2025 การเร่งสั่งซื้อครั้งใหญ่นี้คาดว่ามาจากความต้องการเพิ่มขึ้นของฮาร์ดแวร์ AI ในตลาดจีน ซึ่งขับเคลื่อนโดยบริษัท AI สตาร์ตอัปอย่าง DeepSeek ✅ H20—AI Processor ระดับสูงที่ยังคงอนุญาตให้ส่งออกไปจีน - Nvidia H20 เป็น AI GPU ที่ทรงพลังที่สุดที่ยังได้รับการอนุมัติให้ส่งออกไปยังจีน ภายใต้ข้อจำกัดด้านการส่งออกของสหรัฐฯ - คาดว่าความเร่งรีบในการสั่งซื้อนี้เกิดจากข่าวลือเกี่ยวกับ การเพิ่มข้อจำกัดการส่งออกเพิ่มเติมในอนาคต ✅ คำแนะนำจากรัฐบาลจีนให้ชะลอการสั่งซื้อ - มีรายงานว่าหน่วยงานรัฐบาลจีน แนะนำให้บริษัทชั้นนำหยุดการสั่งซื้อ GPU H20 เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการกักตุนฮาร์ดแวร์ และเพื่อสนับสนุนการพัฒนา GPU ที่ผลิตในประเทศ ✅ แนวโน้มการออกแบบชิปใหม่ของ Nvidia สำหรับตลาดจีน - Nvidia อาจกำลังพัฒนา ชิปรุ่นใหม่สำหรับตลาดจีน ที่จะสอดคล้องกับข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด - มีข่าวลือเกี่ยวกับการเปิดตัว GPU H20 ที่อัปเกรดด้วย HBM3E modules ✅ บทบาทสำคัญของ DeepSeek ในการขยายตลาด AI - ความต้องการ Nvidia H20 เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจาก DeepSeek ซึ่งเป็นสตาร์ตอัป AI ของจีน มี AI โมเดลต้นทุนต่ำที่เข้าถึงตลาดได้กว้าง https://www.techpowerup.com/335077/chinas-largest-ai-firms-reportedly-forked-out-usd-16-billion-total-for-nvidia-h20-gpu-supplies-in-2025
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    China's Largest AI Firms Reportedly Forked Out ~$16 Billion Total for NVIDIA H20 GPU Supplies in 2025
    Last week, industry reports pointed to evidence of NVIDIA H20 AI GPU shortages in China—supply chain insiders expressed frustration about limited availability, and alleged price hikes. Days later, local media outlets have disclosed staggering sales figures. Two unnamed sources opine that the likes o...
    0 Comments 0 Shares 55 Views 0 Reviews
  • เว็บไซต์ร้านค้าหลายแห่งเริ่มวางจำหน่าย พีซีสำเร็จรูป ที่มาพร้อม การ์ดจอ Nvidia RTX 5060 และ RTX 5060 Ti แม้ว่าผลิตภัณฑ์ยังไม่ได้ถูกประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยคาดการณ์ว่า Nvidia จะเปิดตัวทั้งสองรุ่นในวันที่ 16 เมษายน ที่จะถึงนี้

    ✅ RTX 5060—ประสิทธิภาพสูงในราคาประหยัด
    - ใช้ชิป GB206-250-A1 ที่มี 3,840 CUDA Cores (30 SMs) พร้อมอินเตอร์เฟซหน่วยความจำขนาด 128 บิต
    - ประสิทธิภาพ TGP อยู่ที่ 150W และมาพร้อม VRAM ขนาด 8GB GDDR7
    - คาดว่าราคาเปิดตัวจะใกล้เคียงกับ RTX 4060 รุ่นก่อนหน้าที่ $299

    ✅ RTX 5060 Ti—ตัวเลือกสำหรับเกมเมอร์ระดับกลาง
    - ใช้ชิป GB206-3001-A1 ที่มาพร้อม 4,608 CUDA Cores (36 SMs)
    - สนับสนุน VRAM 2 รุ่น ได้แก่ 8GB GDDR7 และรุ่น 16GB GDDR7 สำหรับผู้ที่ต้องการความจุที่มากขึ้น
    - TGP อยู่ที่ 180W เหมาะสำหรับการเล่นเกมที่ต้องการกราฟิกคุณภาพสูง

    ✅ พีซีสำเร็จรูปที่วางขายล่วงหน้า:
    - ตัวอย่างเช่น CyberPowerPC ที่วางจำหน่ายบน Best Buy มาพร้อม RTX 5060, CPU Ryzen 7 8700F, RAM DDR5 ขนาด 16GB และ SSD ขนาด 2TB
    - ราคาตั้งต้นอยู่ที่ $1,149 ซึ่งใกล้เคียงกับรุ่น RTX 4060

    ✅ รูปแบบการออกแบบและพลังงาน:
    - การ์ดจอ RTX 5060 รุ่นนี้มีดีไซน์กะทัดรัด ขนาด 2 สล็อต มาพร้อมสายไฟ 8-pin

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/pre-built-pcs-with-unreleased-rtx-5060-ti-and-rtx-5060-gpus-crop-up-at-online-retailers
    เว็บไซต์ร้านค้าหลายแห่งเริ่มวางจำหน่าย พีซีสำเร็จรูป ที่มาพร้อม การ์ดจอ Nvidia RTX 5060 และ RTX 5060 Ti แม้ว่าผลิตภัณฑ์ยังไม่ได้ถูกประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยคาดการณ์ว่า Nvidia จะเปิดตัวทั้งสองรุ่นในวันที่ 16 เมษายน ที่จะถึงนี้ ✅ RTX 5060—ประสิทธิภาพสูงในราคาประหยัด - ใช้ชิป GB206-250-A1 ที่มี 3,840 CUDA Cores (30 SMs) พร้อมอินเตอร์เฟซหน่วยความจำขนาด 128 บิต - ประสิทธิภาพ TGP อยู่ที่ 150W และมาพร้อม VRAM ขนาด 8GB GDDR7 - คาดว่าราคาเปิดตัวจะใกล้เคียงกับ RTX 4060 รุ่นก่อนหน้าที่ $299 ✅ RTX 5060 Ti—ตัวเลือกสำหรับเกมเมอร์ระดับกลาง - ใช้ชิป GB206-3001-A1 ที่มาพร้อม 4,608 CUDA Cores (36 SMs) - สนับสนุน VRAM 2 รุ่น ได้แก่ 8GB GDDR7 และรุ่น 16GB GDDR7 สำหรับผู้ที่ต้องการความจุที่มากขึ้น - TGP อยู่ที่ 180W เหมาะสำหรับการเล่นเกมที่ต้องการกราฟิกคุณภาพสูง ✅ พีซีสำเร็จรูปที่วางขายล่วงหน้า: - ตัวอย่างเช่น CyberPowerPC ที่วางจำหน่ายบน Best Buy มาพร้อม RTX 5060, CPU Ryzen 7 8700F, RAM DDR5 ขนาด 16GB และ SSD ขนาด 2TB - ราคาตั้งต้นอยู่ที่ $1,149 ซึ่งใกล้เคียงกับรุ่น RTX 4060 ✅ รูปแบบการออกแบบและพลังงาน: - การ์ดจอ RTX 5060 รุ่นนี้มีดีไซน์กะทัดรัด ขนาด 2 สล็อต มาพร้อมสายไฟ 8-pin https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/pre-built-pcs-with-unreleased-rtx-5060-ti-and-rtx-5060-gpus-crop-up-at-online-retailers
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Pre-built PCs with unreleased RTX 5060 Ti and RTX 5060 GPUs crop up at online retailers
    One such pre-built is only $50 more expensive than an identically configured RTX 4060 variant.
    0 Comments 0 Shares 50 Views 0 Reviews
  • Intel ประกาศเลิกใช้งานแอป Unison ที่เคยช่วยเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับ PC Windows อย่างไร้รอยต่อ โดยจะหยุดให้บริการส่วนใหญ่ภายในเดือนมิถุนายน 2025 ทั้งนี้ การตัดสินใจนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ลดต้นทุนเพื่อมุ่งเน้นทรัพยากรไปยังผลิตภัณฑ์หลัก การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่บริษัทใหญ่ต้องปรับตัวตามความท้าทายและการแข่งขันในตลาด ขณะเดียวกัน Microsoft Phone Link ยังคงเป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้ดีสำหรับผู้ที่ต้องการฟีเจอร์แบบเดียวกัน

    ✅ Unison กับการพยายามสร้างความแตกต่างในตลาด Windows PCs
    - แอป Unison เปิดตัวในปี 2022 โดย Intel ตั้งเป้าสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ใกล้เคียงกับระบบของ Apple ที่มีการเชื่อมต่อ MacOS กับ iOS
    - แอปช่วยให้ผู้ใช้ทำงานต่าง ๆ เช่น การโทร, ส่งข้อความ, รับการแจ้งเตือน และโอนถ่ายไฟล์ ระหว่างสมาร์ทโฟนและ PC ได้อย่างง่ายดาย

    ✅ การเลิกสนับสนุนเป็นส่วนหนึ่งของการลดต้นทุน
    - Intel มีแผนตัดสินใจเลิกสนับสนุนโครงการหรือแอปที่ ไม่สอดคล้องกับกลยุทธ์หลัก ซึ่งแอป Unison ถือว่าเป็นหนึ่งในนั้น
    - การเปลี่ยนแปลงนี้อาจช่วยให้ Intel มุ่งเน้นทรัพยากรในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำคัญ เช่น โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่

    ✅ การเชื่อมต่อระหว่างสมาร์ทโฟนกับ Windows PCs ยังคงมีทางเลือกอื่น
    - แม้ Unison จะเลิกให้บริการ แต่ Microsoft มีแอป Phone Link ที่ช่วยเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้เช่นกัน
    - Samsung Flow และ Dell Mobile Connect เป็นตัวเลือกที่เคยมีในตลาด แต่ Dell ก็ยุติแอปนี้เช่นเดียวกัน

    https://www.tomshardware.com/software/intel-discontinues-unison-app-for-connecting-pcs-and-smartphones
    Intel ประกาศเลิกใช้งานแอป Unison ที่เคยช่วยเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับ PC Windows อย่างไร้รอยต่อ โดยจะหยุดให้บริการส่วนใหญ่ภายในเดือนมิถุนายน 2025 ทั้งนี้ การตัดสินใจนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ลดต้นทุนเพื่อมุ่งเน้นทรัพยากรไปยังผลิตภัณฑ์หลัก การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่บริษัทใหญ่ต้องปรับตัวตามความท้าทายและการแข่งขันในตลาด ขณะเดียวกัน Microsoft Phone Link ยังคงเป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้ดีสำหรับผู้ที่ต้องการฟีเจอร์แบบเดียวกัน ✅ Unison กับการพยายามสร้างความแตกต่างในตลาด Windows PCs - แอป Unison เปิดตัวในปี 2022 โดย Intel ตั้งเป้าสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ใกล้เคียงกับระบบของ Apple ที่มีการเชื่อมต่อ MacOS กับ iOS - แอปช่วยให้ผู้ใช้ทำงานต่าง ๆ เช่น การโทร, ส่งข้อความ, รับการแจ้งเตือน และโอนถ่ายไฟล์ ระหว่างสมาร์ทโฟนและ PC ได้อย่างง่ายดาย ✅ การเลิกสนับสนุนเป็นส่วนหนึ่งของการลดต้นทุน - Intel มีแผนตัดสินใจเลิกสนับสนุนโครงการหรือแอปที่ ไม่สอดคล้องกับกลยุทธ์หลัก ซึ่งแอป Unison ถือว่าเป็นหนึ่งในนั้น - การเปลี่ยนแปลงนี้อาจช่วยให้ Intel มุ่งเน้นทรัพยากรในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำคัญ เช่น โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ ✅ การเชื่อมต่อระหว่างสมาร์ทโฟนกับ Windows PCs ยังคงมีทางเลือกอื่น - แม้ Unison จะเลิกให้บริการ แต่ Microsoft มีแอป Phone Link ที่ช่วยเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้เช่นกัน - Samsung Flow และ Dell Mobile Connect เป็นตัวเลือกที่เคยมีในตลาด แต่ Dell ก็ยุติแอปนี้เช่นเดียวกัน https://www.tomshardware.com/software/intel-discontinues-unison-app-for-connecting-pcs-and-smartphones
    0 Comments 0 Shares 52 Views 0 Reviews
  • Amazon กำลังทดลองฟีเจอร์ Buy for Me ที่ใช้เทคโนโลยี Agentic AI ช่วยให้ผู้ใช้สามารถซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ร้านค้าอื่นได้โดยตรงผ่านแอป Amazon แม้ร้านค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้นไม่ได้อยู่ใน Amazon

    ✅ ช้อปสะดวกไม่ต้องไปที่เว็บไซต์ร้านค้า
    - เมื่อผู้ใช้ค้นหาสินค้าในแอป Amazon หากสินค้าไม่อยู่ใน Amazon ผู้ใช้จะสามารถเลือก Buy for Me เพื่อให้ Amazon ซื้อสินค้านั้นจากเว็บไซต์ของร้านค้า
    - กระบวนการชำระเงินจะถูกจัดการในลักษณะเดียวกับการซื้อสินค้าจาก Amazon โดยไม่ต้องเข้าหน้าชำระเงินของร้านค้าอื่น

    ✅ การติดตามและการสนับสนุนหลังการซื้อ
    - ผู้ใช้จะได้รับ อีเมลยืนยันการซื้อจากร้านค้า และสามารถติดตามสถานะสินค้าผ่านแอป Amazon
    - อย่างไรก็ตาม การจัดส่ง การคืนสินค้า และการบริการลูกค้า จะถูกจัดการโดยร้านค้า ไม่ใช่โดย Amazon

    ✅ รองรับทั้งสมาชิก Prime และผู้ใช้ทั่วไป
    - ฟีเจอร์นี้สามารถใช้งานได้ฟรีสำหรับทั้งสมาชิก Prime และผู้ใช้ทั่วไป

    ✅ ข้อจำกัดของฟีเจอร์นี้
    - ผู้ใช้ ไม่สามารถใช้โค้ดส่วนลดของร้านค้า ในกระบวนการซื้อผ่าน Buy for Me
    - หากมีส่วนลดที่น่าสนใจ อาจจะดีกว่าการซื้อโดยตรงจากเว็บไซต์ของร้านค้า

    ✅ เทคโนโลยี AI ที่สนับสนุนฟีเจอร์นี้
    - ระบบทำงานบน Bedrock โดยใช้โมเดล AI ได้แก่ Amazon Nova และ Claude จาก Anthropic

    https://www.techspot.com/news/107422-amazon-can-now-shop-other-websites-behalf.html
    Amazon กำลังทดลองฟีเจอร์ Buy for Me ที่ใช้เทคโนโลยี Agentic AI ช่วยให้ผู้ใช้สามารถซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ร้านค้าอื่นได้โดยตรงผ่านแอป Amazon แม้ร้านค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้นไม่ได้อยู่ใน Amazon ✅ ช้อปสะดวกไม่ต้องไปที่เว็บไซต์ร้านค้า - เมื่อผู้ใช้ค้นหาสินค้าในแอป Amazon หากสินค้าไม่อยู่ใน Amazon ผู้ใช้จะสามารถเลือก Buy for Me เพื่อให้ Amazon ซื้อสินค้านั้นจากเว็บไซต์ของร้านค้า - กระบวนการชำระเงินจะถูกจัดการในลักษณะเดียวกับการซื้อสินค้าจาก Amazon โดยไม่ต้องเข้าหน้าชำระเงินของร้านค้าอื่น ✅ การติดตามและการสนับสนุนหลังการซื้อ - ผู้ใช้จะได้รับ อีเมลยืนยันการซื้อจากร้านค้า และสามารถติดตามสถานะสินค้าผ่านแอป Amazon - อย่างไรก็ตาม การจัดส่ง การคืนสินค้า และการบริการลูกค้า จะถูกจัดการโดยร้านค้า ไม่ใช่โดย Amazon ✅ รองรับทั้งสมาชิก Prime และผู้ใช้ทั่วไป - ฟีเจอร์นี้สามารถใช้งานได้ฟรีสำหรับทั้งสมาชิก Prime และผู้ใช้ทั่วไป ✅ ข้อจำกัดของฟีเจอร์นี้ - ผู้ใช้ ไม่สามารถใช้โค้ดส่วนลดของร้านค้า ในกระบวนการซื้อผ่าน Buy for Me - หากมีส่วนลดที่น่าสนใจ อาจจะดีกว่าการซื้อโดยตรงจากเว็บไซต์ของร้านค้า ✅ เทคโนโลยี AI ที่สนับสนุนฟีเจอร์นี้ - ระบบทำงานบน Bedrock โดยใช้โมเดล AI ได้แก่ Amazon Nova และ Claude จาก Anthropic https://www.techspot.com/news/107422-amazon-can-now-shop-other-websites-behalf.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Amazon can now shop other websites on your behalf
    Buy for Me, available to select US customers in the Amazon Shopping app on Android and iOS devices, leverages agentic AI to make purchases on users' behalf....
    0 Comments 0 Shares 43 Views 0 Reviews
  • Microsoft เพิ่มชีวิตให้กับ Copilot ด้วยฟีเจอร์ Avatar ที่ช่วยให้ผู้ใช้ปรับแต่ง AI ให้แสดงบุคลิกภาพและอารมณ์ในแบบของคุณ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ใหม่อย่าง Memory ที่ช่วยให้ AI จำความชอบของผู้ใช้ และ Vision ที่โต้ตอบกับแอปและไฟล์ใน Windows ได้โดยตรง Microsoft ย้ำว่า Copilot Avatar นี้จะพร้อมให้ใช้งานในอนาคตอันใกล้ และอาจกลายเป็นฟีเจอร์ที่เปลี่ยนวิธีที่เราปฏิสัมพันธ์กับ AI ไปอย่างสิ้นเชิง

    ✅ Copilot Avatar—สร้างประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวและสนุกสนาน
    - ผู้ใช้สามารถปรับแต่ง Avatar ของ Copilot ให้เป็นแบบที่ต้องการ เช่น ใส่ลักษณะคล้าย Clippy ที่คุ้นเคยจาก Office รุ่นเก่า
    - Avatar นี้ออกแบบมาเพื่อให้ AI แสดงอารมณ์และสร้างความบันเทิงในระหว่างการใช้งาน

    ✅ ฟีเจอร์ใหม่ยังไม่พร้อมใช้งานทันที แต่ Microsoft ยืนยันว่าจะมาเร็ว ๆ นี้
    - Microsoft ระบุว่าฟีเจอร์นี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการพัฒนา
    - คาดว่า Copilot Avatar จะพร้อมเปิดตัวในอนาคตอันใกล้

    ✅ การเสริมความสามารถให้ Copilot อื่น ๆ ในงานนี้
    - นอกจาก Avatar แล้ว Microsoft ยังเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ เช่น Memory และ Vision
    - Memory ช่วยให้ Copilot จดจำความชอบของผู้ใช้
    - Vision ขยายขีดความสามารถ AI ให้โต้ตอบกับไฟล์และแอปบน Windows ได้อย่างล้ำหน้า

    https://www.neowin.net/news/copilot-is-getting-customizable-face-and-body-so-you-can-finally-have-a-useful-clippy/
    Microsoft เพิ่มชีวิตให้กับ Copilot ด้วยฟีเจอร์ Avatar ที่ช่วยให้ผู้ใช้ปรับแต่ง AI ให้แสดงบุคลิกภาพและอารมณ์ในแบบของคุณ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ใหม่อย่าง Memory ที่ช่วยให้ AI จำความชอบของผู้ใช้ และ Vision ที่โต้ตอบกับแอปและไฟล์ใน Windows ได้โดยตรง Microsoft ย้ำว่า Copilot Avatar นี้จะพร้อมให้ใช้งานในอนาคตอันใกล้ และอาจกลายเป็นฟีเจอร์ที่เปลี่ยนวิธีที่เราปฏิสัมพันธ์กับ AI ไปอย่างสิ้นเชิง ✅ Copilot Avatar—สร้างประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวและสนุกสนาน - ผู้ใช้สามารถปรับแต่ง Avatar ของ Copilot ให้เป็นแบบที่ต้องการ เช่น ใส่ลักษณะคล้าย Clippy ที่คุ้นเคยจาก Office รุ่นเก่า - Avatar นี้ออกแบบมาเพื่อให้ AI แสดงอารมณ์และสร้างความบันเทิงในระหว่างการใช้งาน ✅ ฟีเจอร์ใหม่ยังไม่พร้อมใช้งานทันที แต่ Microsoft ยืนยันว่าจะมาเร็ว ๆ นี้ - Microsoft ระบุว่าฟีเจอร์นี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการพัฒนา - คาดว่า Copilot Avatar จะพร้อมเปิดตัวในอนาคตอันใกล้ ✅ การเสริมความสามารถให้ Copilot อื่น ๆ ในงานนี้ - นอกจาก Avatar แล้ว Microsoft ยังเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ เช่น Memory และ Vision - Memory ช่วยให้ Copilot จดจำความชอบของผู้ใช้ - Vision ขยายขีดความสามารถ AI ให้โต้ตอบกับไฟล์และแอปบน Windows ได้อย่างล้ำหน้า https://www.neowin.net/news/copilot-is-getting-customizable-face-and-body-so-you-can-finally-have-a-useful-clippy/
    WWW.NEOWIN.NET
    Copilot is getting customizable face and body so you can finally have a useful Clippy
    At its special 50th Anniversary event, Microsoft revealed that Copilot will soon get customizable appearances with a virtual face or body.
    0 Comments 0 Shares 29 Views 0 Reviews
  • ในงานฉลองครบรอบ 50 ปีของ Microsoft เกิดการประท้วงจากพนักงานที่กล่าวหา Microsoft ในการสนับสนุนการละเมิดสิทธิมนุษยชนผ่านเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะในปาเลสไตน์ พนักงานที่ประท้วงชี้ว่า AI ของ Microsoft ถูกนำไปใช้เพื่อเพิ่มความรุนแรงในกาซา และเรียกร้องให้หยุดข้อตกลงกับกองทัพอิสราเอล ซึ่งเป็นคำกล่าวหาที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับชื่อเสียงของบริษัทในระดับโลก

    ✅ ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการใช้งาน AI ในกิจการทางทหาร
    - Ibtihal กล่าวว่าผลงานด้าน AI ที่เธอมีส่วนร่วม ถูกใช้เพื่อ สนับสนุนการทำงานของกองทัพอิสราเอล เช่น การสอดแนม การแปล และการกำหนดเป้าหมายที่เพิ่มความรุนแรงในกาซา
    - มีการอ้างอิงถึง ข้อตกลงมูลค่า $133 ล้าน ระหว่าง Microsoft และกระทรวงกลาโหมอิสราเอล

    ✅ การประท้วงที่เกิดจากความไม่โปร่งใสภายในองค์กร
    - Ibtihal กล่าวว่าพนักงานกลุ่ม อาหรับ ปาเลสไตน์ และมุสลิมใน Microsoft ถูกกดดันไม่ให้แสดงความเห็นต่าง
    - ในอีเมลที่เธอส่งถึงพนักงานหลายพันคน เธอยืนยันว่า Microsoft ต้อง รับผิดชอบต่อการกระทำของ AI ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน

    ✅ ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหามนุษยธรรมในปาเลสไตน์
    - Ibtihal กล่าวถึง ความสูญเสียของพลเรือนจากการโจมตีในกาซาที่ทำให้เสียชีวิตกว่า 300,000 คนใน 1.5 ปีที่ผ่านมา
    - เธอเน้นย้ำว่าเทคโนโลยี AI ของ Microsoft ถูกนำไปใช้เพื่อเพิ่มความรุนแรงในพื้นที่ โดยขัดแย้งกับจุดยืนด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทเอง

    ✅ การเคลื่อนไหวเพื่อหยุดการสนับสนุนการละเมิดสิทธิมนุษยชน
    - Ibtihal เรียกร้องให้ Microsoft หยุดขายเทคโนโลยีให้กองทัพอิสราเอล และสนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อความยุติธรรมทางสังคม
    - เธอยังอ้างว่า AI ของ Microsoft ถูกออกแบบเพื่อเป้าหมายที่ไม่เหมาะสม เช่น การสอดแนมแพทย์และนักข่าว

    https://www.neowin.net/news/microsoft-using-ai-for-war-and-genocide-cried-protesting-staff-at-50th-anniversary-event/
    ในงานฉลองครบรอบ 50 ปีของ Microsoft เกิดการประท้วงจากพนักงานที่กล่าวหา Microsoft ในการสนับสนุนการละเมิดสิทธิมนุษยชนผ่านเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะในปาเลสไตน์ พนักงานที่ประท้วงชี้ว่า AI ของ Microsoft ถูกนำไปใช้เพื่อเพิ่มความรุนแรงในกาซา และเรียกร้องให้หยุดข้อตกลงกับกองทัพอิสราเอล ซึ่งเป็นคำกล่าวหาที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับชื่อเสียงของบริษัทในระดับโลก ✅ ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการใช้งาน AI ในกิจการทางทหาร - Ibtihal กล่าวว่าผลงานด้าน AI ที่เธอมีส่วนร่วม ถูกใช้เพื่อ สนับสนุนการทำงานของกองทัพอิสราเอล เช่น การสอดแนม การแปล และการกำหนดเป้าหมายที่เพิ่มความรุนแรงในกาซา - มีการอ้างอิงถึง ข้อตกลงมูลค่า $133 ล้าน ระหว่าง Microsoft และกระทรวงกลาโหมอิสราเอล ✅ การประท้วงที่เกิดจากความไม่โปร่งใสภายในองค์กร - Ibtihal กล่าวว่าพนักงานกลุ่ม อาหรับ ปาเลสไตน์ และมุสลิมใน Microsoft ถูกกดดันไม่ให้แสดงความเห็นต่าง - ในอีเมลที่เธอส่งถึงพนักงานหลายพันคน เธอยืนยันว่า Microsoft ต้อง รับผิดชอบต่อการกระทำของ AI ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ✅ ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหามนุษยธรรมในปาเลสไตน์ - Ibtihal กล่าวถึง ความสูญเสียของพลเรือนจากการโจมตีในกาซาที่ทำให้เสียชีวิตกว่า 300,000 คนใน 1.5 ปีที่ผ่านมา - เธอเน้นย้ำว่าเทคโนโลยี AI ของ Microsoft ถูกนำไปใช้เพื่อเพิ่มความรุนแรงในพื้นที่ โดยขัดแย้งกับจุดยืนด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทเอง ✅ การเคลื่อนไหวเพื่อหยุดการสนับสนุนการละเมิดสิทธิมนุษยชน - Ibtihal เรียกร้องให้ Microsoft หยุดขายเทคโนโลยีให้กองทัพอิสราเอล และสนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อความยุติธรรมทางสังคม - เธอยังอ้างว่า AI ของ Microsoft ถูกออกแบบเพื่อเป้าหมายที่ไม่เหมาะสม เช่น การสอดแนมแพทย์และนักข่าว https://www.neowin.net/news/microsoft-using-ai-for-war-and-genocide-cried-protesting-staff-at-50th-anniversary-event/
    WWW.NEOWIN.NET
    "Microsoft using AI for war and genocide" cried protesting staff at 50th anniversary event
    Amidst the Microsoft 50-year anniversary celebration, an employee raised a protest claiming Microsoft is using AI for war and genocide.
    0 Comments 0 Shares 33 Views 0 Reviews
  • Microsoft ฉลองครบรอบ 50 ปีโดยมีการรวมตัวของอดีตและปัจจุบันซีอีโอทั้งสามที่พูดคุยในบทสัมภาษณ์พิเศษนำโดย Copilot งานนี้ยังมีการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ของ Bing ที่ชื่อ Copilot Search ซึ่งช่วยให้การค้นหาด้วย AI ตอบสนองและให้ข้อมูลที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น นอกจากนี้ Microsoft ยังปล่อยทรัพยากรพิเศษ เช่น วอลเปเปอร์และพื้นหลังใน Microsoft Teams เพื่อตอบแทนผู้ใช้

    ✅ ซีอีโอทั้งสามแชร์มุมมองเกี่ยวกับอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของ Microsoft
    - ในการสัมภาษณ์นี้ Copilot ไม่เพียงแต่ถามคำถามที่เกี่ยวกับมุมมองของซีอีโอ แต่ยังสร้างบรรยากาศที่มีความสนุกสนาน เช่น การแซวกันเล็กน้อยท้ายบทสนทนา

    ✅ Microsoft เปิดตัวทรัพยากรพิเศษเพื่อฉลองวันครบรอบ
    - พื้นหลัง Microsoft Teams แบบฉลองครบรอบ 50 ปี
    - วอลเปเปอร์สำหรับ Windows และมือถือที่ออกแบบเฉพาะงานนี้
    - Backdrops ที่ใช้ใน Microsoft Designer และ คลังวิดีโอใน Microsoft Clipchamp

    ✅ เปิดตัว Copilot Search ใน Bing—ตอบสนองและให้ข้อมูลเชิงลึกด้วย AI
    - ฟีเจอร์ใหม่นี้จะช่วยให้ผู้ใช้ สำรวจคำค้นหาด้วยคำถามติดตามผลและลิงก์เว็บที่เกี่ยวข้อง
    - นี่คือแนวทางใหม่ที่ Microsoft ตั้งใจให้เป็นคู่แข่งกับ Google AI Mode

    ✅ GitHub CEO Thomas Dohmke เพิ่มความน่าตื่นเต้น
    - โพสต์ใน X (Twitter เดิม) โดยบอกว่า งานนี้จะมีประกาศสำคัญสำหรับนักพัฒนา

    ติดตาม Video ได้ที่นี่ครับ --> https://www.msn.com/en-us/news/technology/Copilot-Reunites-Gates-Ballmer-and-Nadella/vi-AA1CgCqc?ocid=socialshare#details

    https://www.neowin.net/news/microsoft-ceos-unite-for-an-exclusive-copilot-interview/
    Microsoft ฉลองครบรอบ 50 ปีโดยมีการรวมตัวของอดีตและปัจจุบันซีอีโอทั้งสามที่พูดคุยในบทสัมภาษณ์พิเศษนำโดย Copilot งานนี้ยังมีการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ของ Bing ที่ชื่อ Copilot Search ซึ่งช่วยให้การค้นหาด้วย AI ตอบสนองและให้ข้อมูลที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น นอกจากนี้ Microsoft ยังปล่อยทรัพยากรพิเศษ เช่น วอลเปเปอร์และพื้นหลังใน Microsoft Teams เพื่อตอบแทนผู้ใช้ ✅ ซีอีโอทั้งสามแชร์มุมมองเกี่ยวกับอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของ Microsoft - ในการสัมภาษณ์นี้ Copilot ไม่เพียงแต่ถามคำถามที่เกี่ยวกับมุมมองของซีอีโอ แต่ยังสร้างบรรยากาศที่มีความสนุกสนาน เช่น การแซวกันเล็กน้อยท้ายบทสนทนา ✅ Microsoft เปิดตัวทรัพยากรพิเศษเพื่อฉลองวันครบรอบ - พื้นหลัง Microsoft Teams แบบฉลองครบรอบ 50 ปี - วอลเปเปอร์สำหรับ Windows และมือถือที่ออกแบบเฉพาะงานนี้ - Backdrops ที่ใช้ใน Microsoft Designer และ คลังวิดีโอใน Microsoft Clipchamp ✅ เปิดตัว Copilot Search ใน Bing—ตอบสนองและให้ข้อมูลเชิงลึกด้วย AI - ฟีเจอร์ใหม่นี้จะช่วยให้ผู้ใช้ สำรวจคำค้นหาด้วยคำถามติดตามผลและลิงก์เว็บที่เกี่ยวข้อง - นี่คือแนวทางใหม่ที่ Microsoft ตั้งใจให้เป็นคู่แข่งกับ Google AI Mode ✅ GitHub CEO Thomas Dohmke เพิ่มความน่าตื่นเต้น - โพสต์ใน X (Twitter เดิม) โดยบอกว่า งานนี้จะมีประกาศสำคัญสำหรับนักพัฒนา ติดตาม Video ได้ที่นี่ครับ --> https://www.msn.com/en-us/news/technology/Copilot-Reunites-Gates-Ballmer-and-Nadella/vi-AA1CgCqc?ocid=socialshare#details https://www.neowin.net/news/microsoft-ceos-unite-for-an-exclusive-copilot-interview/
    WWW.NEOWIN.NET
    Microsoft CEOs unite for an exclusive Copilot interview
    Microsoft is celebrating its 50th anniversary with an interview featuring Satya Nadella, Steve Ballmer and Bill Gates.
    0 Comments 0 Shares 45 Views 0 Reviews
  • Microsoft กำลังเลิกใช้ window.external.getHostEnvironmentValue ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยให้เว็บไซต์ดึงข้อมูลเบราว์เซอร์และอุปกรณ์ของผู้ใช้ได้ง่าย แต่แทนที่ด้วย User-Agent Client Hints API ที่เน้นความเป็นส่วนตัวมากกว่า วิธีใหม่นี้ ช่วยลดการระบุตัวตนผู้ใช้ แต่ยังให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการปรับปรุงเว็บไซต์ Microsoft จะดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป และมีแผนเลิกใช้อย่างสมบูรณ์ใน เดือนตุลาคม 2025

    ✅ วิธีใหม่ช่วยลดการระบุตัวตนผู้ใช้หรือ “User Fingerprinting”
    - User-Agent Client Hints API ช่วยให้เบราว์เซอร์เลือกตอบสนองข้อมูลเพียงบางส่วนตามระดับความจำเป็น
    - ระบบใหม่นี้มี ตัวเลือกที่ควบคุมได้และต้องผ่านการอนุมัติจากผู้ใช้ในกรณีข้อมูลที่ละเอียดอ่อน

    ✅ วิธีการเลิกใช้งานแบบค่อยเป็นค่อยไป
    - Microsoft กำหนด 3 ขั้นตอนสำคัญ ในการเลิกใช้งาน window.external.getHostEnvironmentValue:
    - Edge 135 (เมษายน 2025): เริ่มแจ้งเตือนนักพัฒนาใน DevTools Console
    - Edge 137 (พฤษภาคม 2025): ปิดใช้งาน แต่เปิดให้เว็บไซต์ร้องขอส่วนขยายชั่วคราว
    - Edge 141 (ตุลาคม 2025): เลิกใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ

    ✅ ข้อดีของ User-Agent Client Hints API
    - ช่วยลดข้อมูลส่วนตัวที่เว็บไซต์เก็บไป แต่ยังให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการ เพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์
    - มีการควบคุมระดับสิทธิ์และความโปร่งใสมากขึ้น เมื่อเทียบกับวิธีเก่า

    ✅ Microsoft เปิดให้ร้องขอส่วนขยายชั่วคราวสำหรับเว็บไซต์ที่ยังต้องใช้วิธีเดิม
    - เว็บไซต์ที่ยังต้องพึ่งพาวิธีเก่าจะสามารถ ร้องขอส่วนขยายชั่วคราวได้ในช่วงเวลาหนึ่ง

    https://www.neowin.net/news/microsoft-is-killing-something-inside-edge-but-its-to-improve-user-data-privacy/
    Microsoft กำลังเลิกใช้ window.external.getHostEnvironmentValue ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยให้เว็บไซต์ดึงข้อมูลเบราว์เซอร์และอุปกรณ์ของผู้ใช้ได้ง่าย แต่แทนที่ด้วย User-Agent Client Hints API ที่เน้นความเป็นส่วนตัวมากกว่า วิธีใหม่นี้ ช่วยลดการระบุตัวตนผู้ใช้ แต่ยังให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการปรับปรุงเว็บไซต์ Microsoft จะดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป และมีแผนเลิกใช้อย่างสมบูรณ์ใน เดือนตุลาคม 2025 ✅ วิธีใหม่ช่วยลดการระบุตัวตนผู้ใช้หรือ “User Fingerprinting” - User-Agent Client Hints API ช่วยให้เบราว์เซอร์เลือกตอบสนองข้อมูลเพียงบางส่วนตามระดับความจำเป็น - ระบบใหม่นี้มี ตัวเลือกที่ควบคุมได้และต้องผ่านการอนุมัติจากผู้ใช้ในกรณีข้อมูลที่ละเอียดอ่อน ✅ วิธีการเลิกใช้งานแบบค่อยเป็นค่อยไป - Microsoft กำหนด 3 ขั้นตอนสำคัญ ในการเลิกใช้งาน window.external.getHostEnvironmentValue: - Edge 135 (เมษายน 2025): เริ่มแจ้งเตือนนักพัฒนาใน DevTools Console - Edge 137 (พฤษภาคม 2025): ปิดใช้งาน แต่เปิดให้เว็บไซต์ร้องขอส่วนขยายชั่วคราว - Edge 141 (ตุลาคม 2025): เลิกใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ ✅ ข้อดีของ User-Agent Client Hints API - ช่วยลดข้อมูลส่วนตัวที่เว็บไซต์เก็บไป แต่ยังให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการ เพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์ - มีการควบคุมระดับสิทธิ์และความโปร่งใสมากขึ้น เมื่อเทียบกับวิธีเก่า ✅ Microsoft เปิดให้ร้องขอส่วนขยายชั่วคราวสำหรับเว็บไซต์ที่ยังต้องใช้วิธีเดิม - เว็บไซต์ที่ยังต้องพึ่งพาวิธีเก่าจะสามารถ ร้องขอส่วนขยายชั่วคราวได้ในช่วงเวลาหนึ่ง https://www.neowin.net/news/microsoft-is-killing-something-inside-edge-but-its-to-improve-user-data-privacy/
    WWW.NEOWIN.NET
    Microsoft is killing something inside Edge but it's to improve user data privacy
    Microsoft is improving user data privacy in Edge by moving on from the way it collects user-related browser and device data.
    0 Comments 0 Shares 36 Views 0 Reviews
  • Microsoft แจ้งปัญหาใน Outlook Calendar และการเลื่อนอ่านอีเมล Newsletter ที่ผู้ใช้หลายคนพบเจอ ในปฏิทิน การคลิกเลือกเวลาอาจผิดพลาดหรือแสดงช่องว่างเปล่าในบางส่วน ขณะที่อีเมล Newsletter อาจมีการเลื่อนข้ามเนื้อหาโดยไม่ตั้งใจ Microsoft ได้แนะนำวิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้น เช่น การปรับซูมและการปิด Advanced Typography เพื่อช่วยให้ใช้งานได้ราบรื่นขึ้น

    ✅ ปัญหาการแสดงผลที่ทำให้เกิดช่องว่างเปล่า
    - Microsoft ระบุว่า การเลื่อนขึ้นลงในปฏิทิน หรือการปรับซูมต่ำกว่า 100% ช่วยแก้ไขปัญหาชั่วคราว
    - คาดว่าเป็นปัญหาด้านการแสดงผลที่เกี่ยวข้องกับการเรนเดอร์ของระบบ

    ✅ อีกปัญหาคือการเลือกเวลาที่ผิดพลาดเมื่อจัดการปฏิทินหลายรายการ
    - เมื่อคลิกเลือกเวลาสำหรับการตั้งประชุม ระบบกลับเลือกเวลาที่ผิดไป 2-3 แถวเหนือจากจุดคลิกจริง
    - ปัญหานี้เกิดขึ้นในกรณีที่มีการใช้งานจอคู่และเปิดปฏิทินอย่างน้อย 3 รายการพร้อมกัน

    ✅ ข้อบกพร่องในการแสดงอีเมล Newsletter ใน Outlook
    - เมื่อเลื่อนเพื่ออ่านอีเมล Newsletter อาจเกิดการเลื่อนที่ไม่ราบรื่นหรือข้ามบางข้อความไป
    - Microsoft แนะนำการปิดฟีเจอร์ Advanced Typography เป็นวิธีแก้ไขชั่วคราว

    ✅ สถานะปัจจุบัน—อยู่ในขั้นตอนการแก้ไขทุกปัญหา
    - ทั้งปัญหา Calendar และ Newsletter อยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยทีมงาน Microsoft
    - การอัปเดตสถานะและการแก้ไขเพิ่มเติมจะมีการประกาศในเว็บไซต์สนับสนุน

    https://www.neowin.net/news/microsoft-confirms-outlook-shows-blank-calendars-meeting-is-a-bit-broken-too/
    Microsoft แจ้งปัญหาใน Outlook Calendar และการเลื่อนอ่านอีเมล Newsletter ที่ผู้ใช้หลายคนพบเจอ ในปฏิทิน การคลิกเลือกเวลาอาจผิดพลาดหรือแสดงช่องว่างเปล่าในบางส่วน ขณะที่อีเมล Newsletter อาจมีการเลื่อนข้ามเนื้อหาโดยไม่ตั้งใจ Microsoft ได้แนะนำวิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้น เช่น การปรับซูมและการปิด Advanced Typography เพื่อช่วยให้ใช้งานได้ราบรื่นขึ้น ✅ ปัญหาการแสดงผลที่ทำให้เกิดช่องว่างเปล่า - Microsoft ระบุว่า การเลื่อนขึ้นลงในปฏิทิน หรือการปรับซูมต่ำกว่า 100% ช่วยแก้ไขปัญหาชั่วคราว - คาดว่าเป็นปัญหาด้านการแสดงผลที่เกี่ยวข้องกับการเรนเดอร์ของระบบ ✅ อีกปัญหาคือการเลือกเวลาที่ผิดพลาดเมื่อจัดการปฏิทินหลายรายการ - เมื่อคลิกเลือกเวลาสำหรับการตั้งประชุม ระบบกลับเลือกเวลาที่ผิดไป 2-3 แถวเหนือจากจุดคลิกจริง - ปัญหานี้เกิดขึ้นในกรณีที่มีการใช้งานจอคู่และเปิดปฏิทินอย่างน้อย 3 รายการพร้อมกัน ✅ ข้อบกพร่องในการแสดงอีเมล Newsletter ใน Outlook - เมื่อเลื่อนเพื่ออ่านอีเมล Newsletter อาจเกิดการเลื่อนที่ไม่ราบรื่นหรือข้ามบางข้อความไป - Microsoft แนะนำการปิดฟีเจอร์ Advanced Typography เป็นวิธีแก้ไขชั่วคราว ✅ สถานะปัจจุบัน—อยู่ในขั้นตอนการแก้ไขทุกปัญหา - ทั้งปัญหา Calendar และ Newsletter อยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยทีมงาน Microsoft - การอัปเดตสถานะและการแก้ไขเพิ่มเติมจะมีการประกาศในเว็บไซต์สนับสนุน https://www.neowin.net/news/microsoft-confirms-outlook-shows-blank-calendars-meeting-is-a-bit-broken-too/
    WWW.NEOWIN.NET
    Microsoft confirms Outlook shows blank calendars, meeting is a bit broken too
    Microsoft has shared a simple workaround for New Outlook showing blank Calendars. A problem related to Calendar meetings has also been confirmed.
    0 Comments 0 Shares 31 Views 0 Reviews
More Results