• ตร.ระดมกำลังรับมือขากลับปีใหม่
    คาดวันนี้รถเข้ากรุงพุ่งกว่า 6.4 แสนคัน
    สั่งเปิดช่องทางพิเศษทุกสายหลัก
    .
    รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตรวจการจราจรขากลับช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ระบุภาพรวมการจราจรช่วงบ่ายยังคล่องตัว ไม่มีท้ายแถวสะสม แต่คาดช่วงเย็น–ค่ำ ปริมาณรถจะเพิ่มสูงขึ้น
    .
    ข้อมูลจากตำรวจทางหลวง ระบุว่าเมื่อวันที่ 3 ม.ค. มีรถเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครกว่า 636,453 คัน เพิ่มขึ้นจากปีใหม่ปีก่อนราว 17% และคาดว่าวันนี้จะมีรถเข้ากรุงเทพฯ ประมาณ 644,572 คัน ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายของการเดินทางกลับ
    .
    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งเปิดช่องทางพิเศษเร่งระบายรถในทุกเส้นทางหลัก โดยเฉพาะสายอีสาน ถนนมิตรภาพ, ถนน 24 โชคชัย–เดชอุดม, ทล.304 วังน้ำเขียว–กบินทร์บุรี และมอเตอร์เวย์ M6 ที่มีจุดคอขวดบางช่วง
    .
    สายเหนือ รถหนาแน่นบริเวณจุดซ่อมสร้างและแยกสัญญาณไฟบน ทล.117 และสายเอเชีย ก่อนเข้าสู่ต่างระดับบางปะอิน ขณะที่สายใต้ หนาแน่นบริเวณแยกวังมะนาว และถนนพระราม 2 ช่วงน้ำทะเลหนุน
    .
    ตำรวจทางหลวงย้ำ พร้อมบริหารจัดการจราจรเต็มกำลัง เปิด–ปิดช่องทางพิเศษตามสถานการณ์ และใช้กล้อง CCTV วิเคราะห์สภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดอุบัติเหตุ
    .
    ประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางหรือขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนตำรวจจราจร 1197 และสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000765
    .
    #News1 #News1live #จราจรปีใหม่ #รถขากลับ #ตำรวจทางหลวง #เปิดช่องทางพิเศษ
    ตร.ระดมกำลังรับมือขากลับปีใหม่ คาดวันนี้รถเข้ากรุงพุ่งกว่า 6.4 แสนคัน สั่งเปิดช่องทางพิเศษทุกสายหลัก . รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตรวจการจราจรขากลับช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ระบุภาพรวมการจราจรช่วงบ่ายยังคล่องตัว ไม่มีท้ายแถวสะสม แต่คาดช่วงเย็น–ค่ำ ปริมาณรถจะเพิ่มสูงขึ้น . ข้อมูลจากตำรวจทางหลวง ระบุว่าเมื่อวันที่ 3 ม.ค. มีรถเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครกว่า 636,453 คัน เพิ่มขึ้นจากปีใหม่ปีก่อนราว 17% และคาดว่าวันนี้จะมีรถเข้ากรุงเทพฯ ประมาณ 644,572 คัน ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายของการเดินทางกลับ . สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งเปิดช่องทางพิเศษเร่งระบายรถในทุกเส้นทางหลัก โดยเฉพาะสายอีสาน ถนนมิตรภาพ, ถนน 24 โชคชัย–เดชอุดม, ทล.304 วังน้ำเขียว–กบินทร์บุรี และมอเตอร์เวย์ M6 ที่มีจุดคอขวดบางช่วง . สายเหนือ รถหนาแน่นบริเวณจุดซ่อมสร้างและแยกสัญญาณไฟบน ทล.117 และสายเอเชีย ก่อนเข้าสู่ต่างระดับบางปะอิน ขณะที่สายใต้ หนาแน่นบริเวณแยกวังมะนาว และถนนพระราม 2 ช่วงน้ำทะเลหนุน . ตำรวจทางหลวงย้ำ พร้อมบริหารจัดการจราจรเต็มกำลัง เปิด–ปิดช่องทางพิเศษตามสถานการณ์ และใช้กล้อง CCTV วิเคราะห์สภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดอุบัติเหตุ . ประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางหรือขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนตำรวจจราจร 1197 และสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000765 . #News1 #News1live #จราจรปีใหม่ #รถขากลับ #ตำรวจทางหลวง #เปิดช่องทางพิเศษ
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 217 มุมมอง 0 รีวิว
  • ปปป.เตรียมส่งสำนวนคดี “บิ๊กโจ๊ก” ติดสินบน
    ให้ ป.ป.ช.พิจารณาพรุ่งนี้ (5 ม.ค.)
    .
    รอง ผบช.ก. เผยความคืบหน้าคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ถูกกล่าวหาติดสินบนเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เพื่อช่วยเหลือคดีพัวพันเว็บพนันออนไลน์
    .
    พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ระบุว่า พนักงานสอบสวน บก.ปปป. จะเดินทางไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. ในวันพรุ่งนี้ เพื่อส่งมอบสำนวนคดีให้ ป.ป.ช. พิจารณาตามขั้นตอนทางกฎหมาย
    .
    หลังจากรับสำนวนแล้ว ป.ป.ช. จะมีระยะเวลาพิจารณาภายใน 30 วัน ว่าจะรับเรื่องไว้ดำเนินการเอง หรือส่งกลับให้พนักงานสอบสวนของตำรวจดำเนินการต่อ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000766
    .
    #News1 #News1live #ปปป #ปปช #บิ๊กโจ๊ก #คดีสินบน #คดีเว็บพนัน
    ปปป.เตรียมส่งสำนวนคดี “บิ๊กโจ๊ก” ติดสินบน ให้ ป.ป.ช.พิจารณาพรุ่งนี้ (5 ม.ค.) . รอง ผบช.ก. เผยความคืบหน้าคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ถูกกล่าวหาติดสินบนเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เพื่อช่วยเหลือคดีพัวพันเว็บพนันออนไลน์ . พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ระบุว่า พนักงานสอบสวน บก.ปปป. จะเดินทางไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. ในวันพรุ่งนี้ เพื่อส่งมอบสำนวนคดีให้ ป.ป.ช. พิจารณาตามขั้นตอนทางกฎหมาย . หลังจากรับสำนวนแล้ว ป.ป.ช. จะมีระยะเวลาพิจารณาภายใน 30 วัน ว่าจะรับเรื่องไว้ดำเนินการเอง หรือส่งกลับให้พนักงานสอบสวนของตำรวจดำเนินการต่อ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000766 . #News1 #News1live #ปปป #ปปช #บิ๊กโจ๊ก #คดีสินบน #คดีเว็บพนัน
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 144 มุมมอง 0 รีวิว
  • อ่างทองรถทะลัก! ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพฯ
    หนาแน่นเต็มทุกช่อง เคลื่อนตัวช้า–สลับหยุดนิ่ง
    หลังประชาชนแห่เดินทางกลับช่วงหยุดยาวปีใหม่
    .
    เวลา 14.00 น. วันนี้ (4 ม.ค.) สภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย
    ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ผ่านพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ตั้งแต่รอยต่อ
    อำเภอไชโย–อำเภอเมืองอ่างทอง ไปจนถึงรอยต่ออำเภอมหาราช
    จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณรถหนาแน่นเต็มทุกช่องทาง
    ใช้ความเร็วได้เพียง 30–40 กม./ชม. โดยเฉพาะบริเวณคอสะพาน
    และจุดทางร่วมทางแยก
    .
    สาเหตุจากประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ
    หลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ คาดปริมาณรถจะยัง
    สะสมต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเย็นและค่ำคืนนี้
    .
    ด้าน พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.ภ.จว.อ่างทอง ระบุว่า
    ได้สั่งการเข้มกวดขันวินัยจราจรใน 10 ข้อหาหลัก
    โดยเฉพาะเมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบขับขี่
    และขับรถเร็วเกินกำหนด
    .
    การกวดขันเมาแล้วขับช่วงปีใหม่นี้
    ดำเนินการเข้มกว่าสงกรานต์ถึง 2–3 เท่า
    คาดดำเนินคดีราว 150 ราย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
    และเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000771
    .
    #News1 #News1live #สายเอเชีย #รถติด #ขากลับปีใหม่ #อ่างทอง #จราจร
    อ่างทองรถทะลัก! ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพฯ หนาแน่นเต็มทุกช่อง เคลื่อนตัวช้า–สลับหยุดนิ่ง หลังประชาชนแห่เดินทางกลับช่วงหยุดยาวปีใหม่ . เวลา 14.00 น. วันนี้ (4 ม.ค.) สภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ผ่านพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ตั้งแต่รอยต่อ อำเภอไชโย–อำเภอเมืองอ่างทอง ไปจนถึงรอยต่ออำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณรถหนาแน่นเต็มทุกช่องทาง ใช้ความเร็วได้เพียง 30–40 กม./ชม. โดยเฉพาะบริเวณคอสะพาน และจุดทางร่วมทางแยก . สาเหตุจากประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ หลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ คาดปริมาณรถจะยัง สะสมต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเย็นและค่ำคืนนี้ . ด้าน พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.ภ.จว.อ่างทอง ระบุว่า ได้สั่งการเข้มกวดขันวินัยจราจรใน 10 ข้อหาหลัก โดยเฉพาะเมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบขับขี่ และขับรถเร็วเกินกำหนด . การกวดขันเมาแล้วขับช่วงปีใหม่นี้ ดำเนินการเข้มกว่าสงกรานต์ถึง 2–3 เท่า คาดดำเนินคดีราว 150 ราย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000771 . #News1 #News1live #สายเอเชีย #รถติด #ขากลับปีใหม่ #อ่างทอง #จราจร
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 178 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไทยโต้ 8 ประเด็น! ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา
    ชี้ชัดกัมพูชาใช้ “สงครามข่าวสาร” บิดเบือนข้อเท็จจริง
    สวนทางพฤติกรรมรุกล้ำอธิปไตยไทย ใช้พื้นที่พลเรือนเป็นฐานทหาร
    ใช้โล่มนุษย์ และละทิ้งร่างทหารของตนเอง ขัดหลักมนุษยธรรม
    .
    วันนี้ (4 ม.ค. 2569) ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา
    ชี้แจงข้อกล่าวหาที่กัมพูชาอ้างว่าไทยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
    และหลักมนุษยธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกต 8 ประเด็นสำคัญ
    ยืนยันฝ่ายไทยมีหลักฐานชัดเจนว่ากำลังติดอาวุธกัมพูชา
    รุกล้ำเข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่อธิปไตยของไทย
    .
    ศูนย์แถลงข่าวระบุว่า กัมพูชานำกำลังทหารและอาวุธ
    เข้าไปตั้งในพื้นที่ชุมชน ใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์
    และยิงโจมตีจากพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่
    เพิ่มความเสี่ยงต่อพลเรือนของตนเองอย่างร้ายแรง
    .
    ฝ่ายไทยยังมีรายงานความเสียหายต่อบ้านเรือน
    โครงสร้างพื้นฐาน และชุมชนฝั่งไทย
    ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายทางทหาร
    เข้าข่ายการโจมตีพลเรือนโดยตรง
    ซึ่งเป็นอาชญากรรมสงครามตามกฎหมายระหว่างประเทศ
    .
    นอกจากนี้ กัมพูชายังยั่วยุให้เกิดการปะทะอย่างเป็นระบบ
    ทั้งการเคลื่อนกำลัง การยิงข้ามแดน
    และการละเมิดแนวหยุดยิง
    รวมถึงไม่เก็บกู้ร่างทหารของตนเอง
    ขัดต่อหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน
    .
    ศูนย์แถลงข่าวย้ำว่า ประเทศไทยยึดหลัก
    “ข้อเท็จจริงต้องมาก่อนวาทกรรม”
    พร้อมเปิดให้มีการตรวจสอบโดยกลไกระหว่างประเทศที่เป็นกลาง
    และเรียกร้องให้ประชาคมโลกพิจารณาสถานการณ์
    บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและหลักฐานที่ตรวจสอบได้
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000756
    .
    #News1 #News1live #ชายแดนไทยกัมพูชา #สงครามข่าวสาร #อธิปไตย #กฎหมายระหว่างประเทศ #หลักมนุษยธรรม
    ไทยโต้ 8 ประเด็น! ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ชัดกัมพูชาใช้ “สงครามข่าวสาร” บิดเบือนข้อเท็จจริง สวนทางพฤติกรรมรุกล้ำอธิปไตยไทย ใช้พื้นที่พลเรือนเป็นฐานทหาร ใช้โล่มนุษย์ และละทิ้งร่างทหารของตนเอง ขัดหลักมนุษยธรรม . วันนี้ (4 ม.ค. 2569) ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้แจงข้อกล่าวหาที่กัมพูชาอ้างว่าไทยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักมนุษยธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกต 8 ประเด็นสำคัญ ยืนยันฝ่ายไทยมีหลักฐานชัดเจนว่ากำลังติดอาวุธกัมพูชา รุกล้ำเข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่อธิปไตยของไทย . ศูนย์แถลงข่าวระบุว่า กัมพูชานำกำลังทหารและอาวุธ เข้าไปตั้งในพื้นที่ชุมชน ใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ และยิงโจมตีจากพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่ เพิ่มความเสี่ยงต่อพลเรือนของตนเองอย่างร้ายแรง . ฝ่ายไทยยังมีรายงานความเสียหายต่อบ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐาน และชุมชนฝั่งไทย ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายทางทหาร เข้าข่ายการโจมตีพลเรือนโดยตรง ซึ่งเป็นอาชญากรรมสงครามตามกฎหมายระหว่างประเทศ . นอกจากนี้ กัมพูชายังยั่วยุให้เกิดการปะทะอย่างเป็นระบบ ทั้งการเคลื่อนกำลัง การยิงข้ามแดน และการละเมิดแนวหยุดยิง รวมถึงไม่เก็บกู้ร่างทหารของตนเอง ขัดต่อหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน . ศูนย์แถลงข่าวย้ำว่า ประเทศไทยยึดหลัก “ข้อเท็จจริงต้องมาก่อนวาทกรรม” พร้อมเปิดให้มีการตรวจสอบโดยกลไกระหว่างประเทศที่เป็นกลาง และเรียกร้องให้ประชาคมโลกพิจารณาสถานการณ์ บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและหลักฐานที่ตรวจสอบได้ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000756 . #News1 #News1live #ชายแดนไทยกัมพูชา #สงครามข่าวสาร #อธิปไตย #กฎหมายระหว่างประเทศ #หลักมนุษยธรรม
    Like
    Haha
    Yay
    4
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 187 มุมมอง 2 รีวิว
  • นักท่องเที่ยวฮือฮา! พบ “เสือดำ” สัตว์ป่าคุ้มครองหายาก
    ออกมาเดินอวดโฉมอย่างชัดเจน
    บริเวณถนนทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง
    ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
    ช่วงเทศกาลปีใหม่ สร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างมาก
    .
    วันนี้ (4 ม.ค. 2569) นายมงคล ไชยภักดี
    หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า
    ได้รับภาพถ่ายจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
    ซึ่งสามารถบันทึกภาพ “เสือดำ”
    ขณะเดินออกมาจากชายป่า
    บริเวณกิโลเมตรที่ 21 ถนนทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง
    .
    จากการสังเกตพบว่า เสือดำตัวดังกล่าวเดินบนถนนอย่างสงบ
    ไม่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวหรือหวาดกลัว
    ก่อนจะเดินกลับเข้าสู่ผืนป่าตามธรรมชาติ
    คาดว่าออกมาหาความอบอุ่น
    เนื่องจากช่วงนี้สภาพอากาศในพื้นที่หนาวเย็น
    .
    หัวหน้าอุทยานฯ ระบุว่า
    ในช่วงฤดูหนาว สัตว์ป่าหลายชนิดมักออกมาหากินมากขึ้น
    ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว
    หากพบเห็นสัตว์ป่าให้เว้นระยะห่าง
    ไม่เข้าใกล้ ไม่ส่งเสียงดังรบกวน
    และห้ามให้อาหารสัตว์ป่าโดยเด็ดขาด
    .
    ทั้งนี้ การพบเห็นเสือดำครั้งนี้
    ถือเป็นสัญญาณที่ดีของความอุดมสมบูรณ์
    ของผืนป่าแก่งกระจาน
    และสะท้อนถึงความสำเร็จของการอนุรักษ์สัตว์ป่าไทย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000780
    .
    #News1 #News1live #เสือดำ #แก่งกระจาน #สัตว์ป่าคุ้มครอง #อนุรักษ์ธรรมชาติ #ท่องเที่ยวปีใหม่
    นักท่องเที่ยวฮือฮา! พบ “เสือดำ” สัตว์ป่าคุ้มครองหายาก ออกมาเดินอวดโฉมอย่างชัดเจน บริเวณถนนทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ช่วงเทศกาลปีใหม่ สร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างมาก . วันนี้ (4 ม.ค. 2569) นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า ได้รับภาพถ่ายจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งสามารถบันทึกภาพ “เสือดำ” ขณะเดินออกมาจากชายป่า บริเวณกิโลเมตรที่ 21 ถนนทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง . จากการสังเกตพบว่า เสือดำตัวดังกล่าวเดินบนถนนอย่างสงบ ไม่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวหรือหวาดกลัว ก่อนจะเดินกลับเข้าสู่ผืนป่าตามธรรมชาติ คาดว่าออกมาหาความอบอุ่น เนื่องจากช่วงนี้สภาพอากาศในพื้นที่หนาวเย็น . หัวหน้าอุทยานฯ ระบุว่า ในช่วงฤดูหนาว สัตว์ป่าหลายชนิดมักออกมาหากินมากขึ้น ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว หากพบเห็นสัตว์ป่าให้เว้นระยะห่าง ไม่เข้าใกล้ ไม่ส่งเสียงดังรบกวน และห้ามให้อาหารสัตว์ป่าโดยเด็ดขาด . ทั้งนี้ การพบเห็นเสือดำครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีของความอุดมสมบูรณ์ ของผืนป่าแก่งกระจาน และสะท้อนถึงความสำเร็จของการอนุรักษ์สัตว์ป่าไทย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000780 . #News1 #News1live #เสือดำ #แก่งกระจาน #สัตว์ป่าคุ้มครอง #อนุรักษ์ธรรมชาติ #ท่องเที่ยวปีใหม่
    Like
    Yay
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 197 มุมมอง 0 รีวิว
  • ความรู้ ฟังเพลินๆ
    https://youtu.be/jlIG3cg-jKU?si=ZCq8BZIjRtx3qZJS
    #ความรู้
    #ประวัติศาสตร์
    #ละติน
    #abdulthaitube
    ความรู้ ฟังเพลินๆ https://youtu.be/jlIG3cg-jKU?si=ZCq8BZIjRtx3qZJS #ความรู้ #ประวัติศาสตร์ #ละติน #abdulthaitube
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 42 มุมมอง 0 รีวิว
  • https://www.youtube.com/live/tjBu_R3HPQE?si=Iz6zRuwGnsx5z4h0
    https://www.youtube.com/live/tjBu_R3HPQE?si=Iz6zRuwGnsx5z4h0
    - YouTube
    เพลิดเพลินไปกับวิดีโอและเพลงที่คุณชอบ อัปโหลดเนื้อหาต้นฉบับ และแชร์เนื้อหาทั้งหมดกับเพื่อน ครอบครัว และผู้คนทั่วโลกบน YouTube
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 20 มุมมอง 0 รีวิว
  • ความรู้ ฟังเพลินๆ
    https://youtu.be/QZk-r0F80HY?si=f_ram47vAa-EYKJP
    #ความรู้
    #ทวีป
    #ละติน
    #พูดน้อยI
    #PudnoiI
    ความรู้ ฟังเพลินๆ https://youtu.be/QZk-r0F80HY?si=f_ram47vAa-EYKJP #ความรู้ #ทวีป #ละติน #พูดน้อยI #PudnoiI
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 39 มุมมอง 0 รีวิว
  • #ชีวิตคือสมมุติ
    #สตอรี่
    #ชีวิตคือสมมุติ #สตอรี่
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 23 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • 0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 17 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • https://youtu.be/1zDtHN6lXY0?si=t4wZK3Bok5B0iQCw
    https://youtu.be/1zDtHN6lXY0?si=t4wZK3Bok5B0iQCw
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 18 มุมมอง 0 รีวิว
  • ต้มแซ่บ
    ต้มแซ่บ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 7 มุมมอง 0 รีวิว
  • https://youtube.com/shorts/v89EgmHhwF4?si=Wn9YCS3QgRL-jTXD

    อยากส่งต่อถึงรัฐบาลให้เห็นคำเตือนนี่จริงๆ //ถอนหายใจยาวๆ เฮ้อ~~~
    https://youtube.com/shorts/v89EgmHhwF4?si=Wn9YCS3QgRL-jTXD อยากส่งต่อถึงรัฐบาลให้เห็นคำเตือนนี่จริงๆ //ถอนหายใจยาวๆ เฮ้อ~~~
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 34 มุมมอง 0 รีวิว
  • QEMU 10.2 ออกแล้ว! อัปเดตใหญ่พร้อมฟีเจอร์ Live Update ยุคใหม่ของการจำลองเครื่องเสมือน

    QEMU 10.2 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมยกระดับความสามารถของระบบจำลองเครื่องเสมือน (emulator) และ virtualization ให้ก้าวไปอีกขั้น โดยเฉพาะฟีเจอร์ใหม่อย่าง cpr-exec migration mode ที่ช่วยให้การอัปเดต VM ทำได้แบบ “live update” ลดการใช้ทรัพยากรและลด downtime อย่างมีนัยสำคัญ ฟีเจอร์นี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับองค์กรที่ต้องการความต่อเนื่องของระบบสูง เช่น cloud provider หรือระบบ backend ขนาดใหญ่

    นอกจากนี้ QEMU 10.2 ยังมาพร้อมการปรับปรุงประสิทธิภาพหลายด้าน ทั้งการรองรับฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ การเพิ่มเสถียรภาพของระบบ emulation และการแก้ไขบั๊กจำนวนมาก ทำให้เหมาะทั้งสำหรับนักพัฒนา, ผู้ดูแลระบบ, และผู้ที่ต้องการจำลองสภาพแวดล้อม OS เพื่อทดสอบซอฟต์แวร์อย่างยืดหยุ่น

    เมื่อเทียบกับเวอร์ชันก่อนหน้า QEMU 10.2 เน้นการเพิ่มความสามารถด้านการจัดการ VM แบบไม่สะดุด ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญของโลก virtualization ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในยุคที่ container และ cloud-native infrastructure เติบโตอย่างรวดเร็ว การมีเครื่องมือที่สามารถอัปเดตระบบได้โดยไม่ต้องหยุดบริการถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ

    สุดท้าย การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ QEMU ยังสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของชุมชนโอเพ่นซอร์ส ที่ช่วยผลักดันให้ซอฟต์แวร์ระดับระบบ (system-level software) เติบโตอย่างมั่นคง และยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญของวงการไอทีทั่วโลก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ฟีเจอร์ใหม่และการปรับปรุงใน QEMU 10.2
    เพิ่ม cpr-exec migration mode สำหรับ live update ลด downtime ของ VM
    ปรับปรุงประสิทธิภาพและเสถียรภาพของระบบ emulation หลายส่วน
    รองรับฮาร์ดแวร์และสถาปัตยกรรมใหม่มากขึ้น

    ความสำคัญของการอัปเดตครั้งนี้
    ช่วยให้องค์กรที่ต้องการ uptime สูงสามารถอัปเดตระบบได้อย่างต่อเนื่อง
    เหมาะสำหรับ cloud provider, data center และงาน backend ขนาดใหญ่
    สอดคล้องกับเทรนด์ virtualization และ cloud-native ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

    ข้อควรระวังในการใช้งานเวอร์ชันใหม่
    ผู้ใช้ควรทดสอบกับ workload จริงก่อนนำไปใช้ใน production
    ฟีเจอร์ใหม่อาจยังมีบั๊กที่ต้องรอแพตช์เพิ่มเติม
    การ migrate ระบบเก่าอาจต้องปรับ configuration บางส่วนให้เข้ากันได้

    https://9to5linux.com/qemu-10-2-officially-released-with-live-update-support-and-improvements
    🖥️ QEMU 10.2 ออกแล้ว! อัปเดตใหญ่พร้อมฟีเจอร์ Live Update ยุคใหม่ของการจำลองเครื่องเสมือน QEMU 10.2 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมยกระดับความสามารถของระบบจำลองเครื่องเสมือน (emulator) และ virtualization ให้ก้าวไปอีกขั้น โดยเฉพาะฟีเจอร์ใหม่อย่าง cpr-exec migration mode ที่ช่วยให้การอัปเดต VM ทำได้แบบ “live update” ลดการใช้ทรัพยากรและลด downtime อย่างมีนัยสำคัญ ฟีเจอร์นี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับองค์กรที่ต้องการความต่อเนื่องของระบบสูง เช่น cloud provider หรือระบบ backend ขนาดใหญ่ นอกจากนี้ QEMU 10.2 ยังมาพร้อมการปรับปรุงประสิทธิภาพหลายด้าน ทั้งการรองรับฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ การเพิ่มเสถียรภาพของระบบ emulation และการแก้ไขบั๊กจำนวนมาก ทำให้เหมาะทั้งสำหรับนักพัฒนา, ผู้ดูแลระบบ, และผู้ที่ต้องการจำลองสภาพแวดล้อม OS เพื่อทดสอบซอฟต์แวร์อย่างยืดหยุ่น เมื่อเทียบกับเวอร์ชันก่อนหน้า QEMU 10.2 เน้นการเพิ่มความสามารถด้านการจัดการ VM แบบไม่สะดุด ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญของโลก virtualization ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในยุคที่ container และ cloud-native infrastructure เติบโตอย่างรวดเร็ว การมีเครื่องมือที่สามารถอัปเดตระบบได้โดยไม่ต้องหยุดบริการถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ สุดท้าย การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ QEMU ยังสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของชุมชนโอเพ่นซอร์ส ที่ช่วยผลักดันให้ซอฟต์แวร์ระดับระบบ (system-level software) เติบโตอย่างมั่นคง และยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญของวงการไอทีทั่วโลก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ฟีเจอร์ใหม่และการปรับปรุงใน QEMU 10.2 ➡️ เพิ่ม cpr-exec migration mode สำหรับ live update ลด downtime ของ VM ➡️ ปรับปรุงประสิทธิภาพและเสถียรภาพของระบบ emulation หลายส่วน ➡️ รองรับฮาร์ดแวร์และสถาปัตยกรรมใหม่มากขึ้น ✅ ความสำคัญของการอัปเดตครั้งนี้ ➡️ ช่วยให้องค์กรที่ต้องการ uptime สูงสามารถอัปเดตระบบได้อย่างต่อเนื่อง ➡️ เหมาะสำหรับ cloud provider, data center และงาน backend ขนาดใหญ่ ➡️ สอดคล้องกับเทรนด์ virtualization และ cloud-native ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ‼️ ข้อควรระวังในการใช้งานเวอร์ชันใหม่ ⛔ ผู้ใช้ควรทดสอบกับ workload จริงก่อนนำไปใช้ใน production ⛔ ฟีเจอร์ใหม่อาจยังมีบั๊กที่ต้องรอแพตช์เพิ่มเติม ⛔ การ migrate ระบบเก่าอาจต้องปรับ configuration บางส่วนให้เข้ากันได้ https://9to5linux.com/qemu-10-2-officially-released-with-live-update-support-and-improvements
    9TO5LINUX.COM
    QEMU 10.2 Officially Released with Live Update Support and Improvements - 9to5Linux
    QEMU 10.2 open-source virtualization software is now available for download with new features and improvements for supported architectures. Here’s what’s new!
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 100 มุมมอง 0 รีวิว
  • Inkscape 1.4.3 อัปเดตใหม่! ปรับปรุง PDF Import และ Text on Path ให้แม่นยำกว่าเดิม

    Inkscape 1.4.3 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะอัปเดตบำรุงรุ่นที่สองของซีรีส์ 1.4 โดยเน้นการแก้ไขบั๊กและปรับปรุงประสิทธิภาพเป็นหลัก แต่ก็มีการอัปเกรดสำคัญที่ผู้ใช้งานสายออกแบบต้องยิ้มออก นั่นคือการปรับปรุงระบบนำเข้าไฟล์ PDF ให้แม่นยำขึ้น ลดปัญหาการเพี้ยนของฟอนต์และเลย์เอาต์ รวมถึงการปรับปรุงฟีเจอร์ Text on Path ให้ทำงานได้เสถียรและคาดเดาได้มากกว่าเดิม ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่นักออกแบบใช้บ่อยในการสร้างโลโก้และกราฟิกเชิงศิลป์

    นอกจากนี้ Inkscape 1.4.3 ยังแก้ปัญหาการ ungroup กลุ่มวัตถุขนาดใหญ่ที่เคยทำให้โปรแกรมหน่วงหรือค้าง รวมถึงปรับปรุงการแปลง stroke เป็น path, pattern และ gradient เพื่อไม่ให้ข้อมูลสูญหายระหว่างการแปลง ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ใช้หลายคนเจอมานาน โดยเฉพาะงานที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น ไฟล์สำหรับงานพิมพ์หรือการทำเลเซอร์คัต

    เมื่อมองในภาพรวม อัปเดตนี้ไม่ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่แบบหวือหวา แต่เน้นความเสถียรและความแม่นยำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของงานออกแบบระดับมืออาชีพ อีกทั้งยังช่วยให้ Inkscape ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมในหมู่ผู้ใช้ที่ต้องการเครื่องมือออกแบบเวกเตอร์แบบโอเพ่นซอร์ส ใช้ได้ฟรี และรองรับหลายแพลตฟอร์มทั้ง Linux, macOS และ Windows

    ในขณะเดียวกัน ชุมชนผู้พัฒนา Inkscape ยังคงเดินหน้าปรับปรุงซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง ทำให้โปรแกรมเติบโตอย่างมั่นคงและตอบโจทย์ผู้ใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในยุคที่งานออกแบบดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว และความต้องการเครื่องมือที่ยืดหยุ่นและฟรีมีมากขึ้นทั่วโลก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ไฮไลต์จากอัปเดต Inkscape 1.4.3
    ปรับปรุงการนำเข้า PDF ให้แม่นยำขึ้น ลดปัญหาฟอนต์เพี้ยนและเลย์เอาต์ผิดรูป
    Text on Path ทำงานเสถียรขึ้น เหมาะกับงานโลโก้และกราฟิกเชิงศิลป์
    แก้ปัญหา ungroup กลุ่มใหญ่ที่เคยทำให้โปรแกรมค้างหรือช้า
    การแปลง stroke → path, pattern, gradient ไม่ทำให้ข้อมูลสูญหายอีกต่อไป

    ความสำคัญของอัปเดตนี้ต่อผู้ใช้งาน
    เพิ่มความเสถียรในการทำงานระดับมืออาชีพ
    ลดความเสี่ยงของไฟล์เสียหรือข้อมูลหายระหว่างการแปลงวัตถุ
    เหมาะกับงานพิมพ์ งานเลเซอร์คัต และงานออกแบบที่ต้องการความละเอียดสูง

    ข้อควรระวังหรือสิ่งที่ควรทราบ
    ผู้ใช้ที่มีปลั๊กอินเก่าอาจต้องตรวจสอบความเข้ากันได้กับเวอร์ชันใหม่
    ไฟล์ที่สร้างจากเวอร์ชันเก่ามากอาจมีพฤติกรรมแตกต่างเล็กน้อยเมื่อเปิดใน 1.4.3
    ควรสำรองไฟล์งานก่อนอัปเดตเพื่อป้องกันปัญหาที่ไม่คาดคิด

    https://9to5linux.com/inkscape-1-4-3-open-source-svg-editor-improves-pdf-import-and-text-on-path
    🎨 Inkscape 1.4.3 อัปเดตใหม่! ปรับปรุง PDF Import และ Text on Path ให้แม่นยำกว่าเดิม Inkscape 1.4.3 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะอัปเดตบำรุงรุ่นที่สองของซีรีส์ 1.4 โดยเน้นการแก้ไขบั๊กและปรับปรุงประสิทธิภาพเป็นหลัก แต่ก็มีการอัปเกรดสำคัญที่ผู้ใช้งานสายออกแบบต้องยิ้มออก นั่นคือการปรับปรุงระบบนำเข้าไฟล์ PDF ให้แม่นยำขึ้น ลดปัญหาการเพี้ยนของฟอนต์และเลย์เอาต์ รวมถึงการปรับปรุงฟีเจอร์ Text on Path ให้ทำงานได้เสถียรและคาดเดาได้มากกว่าเดิม ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่นักออกแบบใช้บ่อยในการสร้างโลโก้และกราฟิกเชิงศิลป์ นอกจากนี้ Inkscape 1.4.3 ยังแก้ปัญหาการ ungroup กลุ่มวัตถุขนาดใหญ่ที่เคยทำให้โปรแกรมหน่วงหรือค้าง รวมถึงปรับปรุงการแปลง stroke เป็น path, pattern และ gradient เพื่อไม่ให้ข้อมูลสูญหายระหว่างการแปลง ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ใช้หลายคนเจอมานาน โดยเฉพาะงานที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น ไฟล์สำหรับงานพิมพ์หรือการทำเลเซอร์คัต เมื่อมองในภาพรวม อัปเดตนี้ไม่ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่แบบหวือหวา แต่เน้นความเสถียรและความแม่นยำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของงานออกแบบระดับมืออาชีพ อีกทั้งยังช่วยให้ Inkscape ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมในหมู่ผู้ใช้ที่ต้องการเครื่องมือออกแบบเวกเตอร์แบบโอเพ่นซอร์ส ใช้ได้ฟรี และรองรับหลายแพลตฟอร์มทั้ง Linux, macOS และ Windows ในขณะเดียวกัน ชุมชนผู้พัฒนา Inkscape ยังคงเดินหน้าปรับปรุงซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง ทำให้โปรแกรมเติบโตอย่างมั่นคงและตอบโจทย์ผู้ใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในยุคที่งานออกแบบดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว และความต้องการเครื่องมือที่ยืดหยุ่นและฟรีมีมากขึ้นทั่วโลก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ไฮไลต์จากอัปเดต Inkscape 1.4.3 ➡️ ปรับปรุงการนำเข้า PDF ให้แม่นยำขึ้น ลดปัญหาฟอนต์เพี้ยนและเลย์เอาต์ผิดรูป ➡️ Text on Path ทำงานเสถียรขึ้น เหมาะกับงานโลโก้และกราฟิกเชิงศิลป์ ➡️ แก้ปัญหา ungroup กลุ่มใหญ่ที่เคยทำให้โปรแกรมค้างหรือช้า ➡️ การแปลง stroke → path, pattern, gradient ไม่ทำให้ข้อมูลสูญหายอีกต่อไป ✅ ความสำคัญของอัปเดตนี้ต่อผู้ใช้งาน ➡️ เพิ่มความเสถียรในการทำงานระดับมืออาชีพ ➡️ ลดความเสี่ยงของไฟล์เสียหรือข้อมูลหายระหว่างการแปลงวัตถุ ➡️ เหมาะกับงานพิมพ์ งานเลเซอร์คัต และงานออกแบบที่ต้องการความละเอียดสูง ‼️ ข้อควรระวังหรือสิ่งที่ควรทราบ ⛔ ผู้ใช้ที่มีปลั๊กอินเก่าอาจต้องตรวจสอบความเข้ากันได้กับเวอร์ชันใหม่ ⛔ ไฟล์ที่สร้างจากเวอร์ชันเก่ามากอาจมีพฤติกรรมแตกต่างเล็กน้อยเมื่อเปิดใน 1.4.3 ⛔ ควรสำรองไฟล์งานก่อนอัปเดตเพื่อป้องกันปัญหาที่ไม่คาดคิด https://9to5linux.com/inkscape-1-4-3-open-source-svg-editor-improves-pdf-import-and-text-on-path
    9TO5LINUX.COM
    Inkscape 1.4.3 Open-Source SVG Editor Improves PDF Import and Text on Path - 9to5Linux
    Inkscape 1.4.3 open-source SVG (Scalable Vector Graphics) editor is now available for download with new features and enhancements.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 80 มุมมอง 0 รีวิว
  • GNU Wget 2.2.1 ออกแล้ว! เพิ่มตัวเลือกใหม่ ใช้งานง่ายขึ้น และเสถียรกว่าเดิม

    GNU Wget 2.2.1 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะเวอร์ชันเสถียรล่าสุดของเครื่องมือดาวน์โหลดไฟล์ผ่านโปรโตคอลยอดนิยมอย่าง HTTP, HTTPS, FTP และ FTPS โดยอัปเดตครั้งนี้เน้นการเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการไฟล์ดาวน์โหลด รวมถึงการแก้ไขบั๊กที่ผู้ใช้รายงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ที่โดดเด่นคือการรองรับการใช้ “local system timestamp” เมื่อใช้ตัวเลือก --no-use-server-timestamps ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมเวลาแก้ไขไฟล์ได้แม่นยำขึ้น เหมาะสำหรับงานสคริปต์อัตโนมัติและระบบที่ต้องการความสอดคล้องของเวลาไฟล์

    นอกจากฟีเจอร์ใหม่แล้ว Wget 2.2.1 ยังมาพร้อมการปรับปรุงประสิทธิภาพในหลายส่วน เช่น การจัดการการเชื่อมต่อที่เสถียรขึ้น การรองรับเซิร์ฟเวอร์ที่มีการตั้งค่าซับซ้อน และการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในเวอร์ชันก่อนหน้า ทำให้การดาวน์โหลดไฟล์จำนวนมากหรือไฟล์ขนาดใหญ่มีความต่อเนื่องและน่าเชื่อถือมากขึ้น

    ในภาพรวม การอัปเดตครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งานหลักของ Wget แต่เน้นการเพิ่มความแม่นยำ ความเสถียร และความยืดหยุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ดูแลระบบและนักพัฒนาต้องการอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่ระบบอัตโนมัติและ DevOps มีบทบาทสำคัญ การมีเครื่องมือที่เชื่อถือได้อย่าง Wget ถือเป็นหัวใจสำคัญของ workflow จำนวนมาก

    ชุมชนโอเพ่นซอร์สยังคงมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wget ให้ทันสมัยและตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคใหม่ แม้จะเป็นเครื่องมือที่มีอายุมากกว่า 20 ปี แต่ก็ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นหนึ่งในเครื่องมือพื้นฐานที่แทบทุกระบบ Linux ต้องมีติดเครื่อง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ฟีเจอร์ใหม่ใน Wget 2.2.1
    รองรับการใช้ local system timestamp ผ่าน --no-use-server-timestamps
    ปรับปรุงการจัดการโปรโตคอล HTTP/HTTPS/FTP/FTPS ให้เสถียรขึ้น
    แก้ไขบั๊กจากเวอร์ชันก่อนหน้าเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

    เหตุผลที่อัปเดตนี้สำคัญ
    ช่วยให้สคริปต์อัตโนมัติทำงานแม่นยำขึ้น โดยเฉพาะงานที่ต้องพึ่ง timestamp
    ลดปัญหาการดาวน์โหลดไฟล์จำนวนมากหรือไฟล์ใหญ่ที่อาจสะดุด
    เหมาะสำหรับผู้ดูแลระบบ นักพัฒนา และงาน DevOps

    ข้อควรระวังในการอัปเดต
    สคริปต์เก่าที่พึ่งพาพฤติกรรม timestamp แบบเดิมอาจต้องปรับแก้
    ควรทดสอบกับระบบจริงก่อนนำไปใช้ใน production
    การตั้งค่าบางอย่างอาจทำงานต่างจากเวอร์ชันก่อนเล็กน้อย

    https://9to5linux.com/gnu-wget-2-2-1-released-with-new-options-improvements-and-bug-fixes
    🌐 GNU Wget 2.2.1 ออกแล้ว! เพิ่มตัวเลือกใหม่ ใช้งานง่ายขึ้น และเสถียรกว่าเดิม GNU Wget 2.2.1 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะเวอร์ชันเสถียรล่าสุดของเครื่องมือดาวน์โหลดไฟล์ผ่านโปรโตคอลยอดนิยมอย่าง HTTP, HTTPS, FTP และ FTPS โดยอัปเดตครั้งนี้เน้นการเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการไฟล์ดาวน์โหลด รวมถึงการแก้ไขบั๊กที่ผู้ใช้รายงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ที่โดดเด่นคือการรองรับการใช้ “local system timestamp” เมื่อใช้ตัวเลือก --no-use-server-timestamps ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมเวลาแก้ไขไฟล์ได้แม่นยำขึ้น เหมาะสำหรับงานสคริปต์อัตโนมัติและระบบที่ต้องการความสอดคล้องของเวลาไฟล์ นอกจากฟีเจอร์ใหม่แล้ว Wget 2.2.1 ยังมาพร้อมการปรับปรุงประสิทธิภาพในหลายส่วน เช่น การจัดการการเชื่อมต่อที่เสถียรขึ้น การรองรับเซิร์ฟเวอร์ที่มีการตั้งค่าซับซ้อน และการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในเวอร์ชันก่อนหน้า ทำให้การดาวน์โหลดไฟล์จำนวนมากหรือไฟล์ขนาดใหญ่มีความต่อเนื่องและน่าเชื่อถือมากขึ้น ในภาพรวม การอัปเดตครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งานหลักของ Wget แต่เน้นการเพิ่มความแม่นยำ ความเสถียร และความยืดหยุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ดูแลระบบและนักพัฒนาต้องการอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่ระบบอัตโนมัติและ DevOps มีบทบาทสำคัญ การมีเครื่องมือที่เชื่อถือได้อย่าง Wget ถือเป็นหัวใจสำคัญของ workflow จำนวนมาก ชุมชนโอเพ่นซอร์สยังคงมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wget ให้ทันสมัยและตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคใหม่ แม้จะเป็นเครื่องมือที่มีอายุมากกว่า 20 ปี แต่ก็ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นหนึ่งในเครื่องมือพื้นฐานที่แทบทุกระบบ Linux ต้องมีติดเครื่อง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ฟีเจอร์ใหม่ใน Wget 2.2.1 ➡️ รองรับการใช้ local system timestamp ผ่าน --no-use-server-timestamps ➡️ ปรับปรุงการจัดการโปรโตคอล HTTP/HTTPS/FTP/FTPS ให้เสถียรขึ้น ➡️ แก้ไขบั๊กจากเวอร์ชันก่อนหน้าเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ✅ เหตุผลที่อัปเดตนี้สำคัญ ➡️ ช่วยให้สคริปต์อัตโนมัติทำงานแม่นยำขึ้น โดยเฉพาะงานที่ต้องพึ่ง timestamp ➡️ ลดปัญหาการดาวน์โหลดไฟล์จำนวนมากหรือไฟล์ใหญ่ที่อาจสะดุด ➡️ เหมาะสำหรับผู้ดูแลระบบ นักพัฒนา และงาน DevOps ‼️ ข้อควรระวังในการอัปเดต ⛔ สคริปต์เก่าที่พึ่งพาพฤติกรรม timestamp แบบเดิมอาจต้องปรับแก้ ⛔ ควรทดสอบกับระบบจริงก่อนนำไปใช้ใน production ⛔ การตั้งค่าบางอย่างอาจทำงานต่างจากเวอร์ชันก่อนเล็กน้อย https://9to5linux.com/gnu-wget-2-2-1-released-with-new-options-improvements-and-bug-fixes
    9TO5LINUX.COM
    GNU Wget 2.2.1 Released with New Options, Improvements, and Bug Fixes - 9to5Linux
    GNU Wget 2.2.1 open-source program for retrieving content from web servers is now available for download with various improvements and fixes.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 72 มุมมอง 0 รีวิว
  • Arch Linux เปิดปี 2026 ด้วย ISO ใหม่! มาพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS

    Arch Linux เริ่มต้นปี 2026 ด้วยการปล่อย ISO เวอร์ชันใหม่ที่มาพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS ซึ่งเป็นเคอร์เนลระยะยาวรุ่นล่าสุดที่เน้นความเสถียรและรองรับฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่จำนวนมาก การอัปเดตครั้งนี้ช่วยให้ผู้ใช้ที่ติดตั้งระบบใหม่สามารถใช้งาน Arch ได้อย่างลื่นไหลตั้งแต่แรก โดยไม่ต้องอัปเดตแพ็กเกจจำนวนมากหลังติดตั้งเหมือนในบางเวอร์ชันก่อนหน้า

    Linux Kernel 6.18 LTS มาพร้อมการปรับปรุงด้านประสิทธิภาพ การจัดการพลังงาน และการรองรับอุปกรณ์ใหม่ เช่น GPU รุ่นล่าสุด, Wi-Fi 7, และอุปกรณ์ PCIe รุ่นใหม่ ทำให้ Arch Linux ISO ชุดนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการติดตั้งบนเครื่องใหม่หรือฮาร์ดแวร์ที่ทันสมัย นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขบั๊กและปรับปรุงความปลอดภัยหลายรายการที่ช่วยให้ระบบมีความเสถียรยิ่งขึ้น

    แม้ Arch Linux จะเป็นดิสโทรแบบ rolling release ที่ผู้ใช้สามารถอัปเดตระบบได้ตลอดเวลา แต่การออก ISO ใหม่ก็มีความสำคัญมากสำหรับผู้ใช้ใหม่และผู้ที่ต้องการติดตั้งระบบใหม่ เพราะช่วยลดเวลาการดาวน์โหลดแพ็กเกจจำนวนมากหลังติดตั้ง อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าระบบพื้นฐานมีความทันสมัยและปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้น

    การเปิดปีด้วย ISO ใหม่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทีมพัฒนา Arch Linux ที่ยังคงรักษาความสดใหม่ของระบบอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นดิสโทรที่เน้นความเรียบง่ายและความยืดหยุ่น แต่ก็ยังคงให้ความสำคัญกับความเสถียรและประสบการณ์ของผู้ใช้ทุกระดับ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ไฮไลต์จาก Arch Linux ISO ใหม่ (2026)
    มาพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS รุ่นเสถียรล่าสุด
    รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ เช่น GPU รุ่นล่าสุด, Wi-Fi 7, PCIe รุ่นใหม่
    ปรับปรุงความปลอดภัยและแก้ไขบั๊กจำนวนมาก

    ทำไม ISO ใหม่จึงสำคัญ
    ลดเวลาการอัปเดตหลังติดตั้งสำหรับผู้ใช้ใหม่
    ช่วยให้การติดตั้งบนฮาร์ดแวร์ใหม่เป็นไปอย่างราบรื่น
    ทำให้ระบบพื้นฐานทันสมัยและปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้น

    ข้อควรระวังหรือสิ่งที่ควรทราบ
    ผู้ใช้ที่อัปเดตระบบอยู่แล้วอาจไม่เห็นความแตกต่างมากนัก
    ฮาร์ดแวร์บางรุ่นอาจยังต้องใช้ไดรเวอร์เสริมจากผู้ผลิต
    ผู้ใช้ใหม่ควรศึกษาวิธีติดตั้ง Arch ให้ดี เพราะยังคงเป็นดิสโทรที่ต้องตั้งค่าด้วยตนเอง

    https://9to5linux.com/arch-linux-kicks-off-2026-with-new-iso-powered-by-linux-kernel-6-18-lts
    🐧 Arch Linux เปิดปี 2026 ด้วย ISO ใหม่! มาพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS Arch Linux เริ่มต้นปี 2026 ด้วยการปล่อย ISO เวอร์ชันใหม่ที่มาพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS ซึ่งเป็นเคอร์เนลระยะยาวรุ่นล่าสุดที่เน้นความเสถียรและรองรับฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่จำนวนมาก การอัปเดตครั้งนี้ช่วยให้ผู้ใช้ที่ติดตั้งระบบใหม่สามารถใช้งาน Arch ได้อย่างลื่นไหลตั้งแต่แรก โดยไม่ต้องอัปเดตแพ็กเกจจำนวนมากหลังติดตั้งเหมือนในบางเวอร์ชันก่อนหน้า Linux Kernel 6.18 LTS มาพร้อมการปรับปรุงด้านประสิทธิภาพ การจัดการพลังงาน และการรองรับอุปกรณ์ใหม่ เช่น GPU รุ่นล่าสุด, Wi-Fi 7, และอุปกรณ์ PCIe รุ่นใหม่ ทำให้ Arch Linux ISO ชุดนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการติดตั้งบนเครื่องใหม่หรือฮาร์ดแวร์ที่ทันสมัย นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขบั๊กและปรับปรุงความปลอดภัยหลายรายการที่ช่วยให้ระบบมีความเสถียรยิ่งขึ้น แม้ Arch Linux จะเป็นดิสโทรแบบ rolling release ที่ผู้ใช้สามารถอัปเดตระบบได้ตลอดเวลา แต่การออก ISO ใหม่ก็มีความสำคัญมากสำหรับผู้ใช้ใหม่และผู้ที่ต้องการติดตั้งระบบใหม่ เพราะช่วยลดเวลาการดาวน์โหลดแพ็กเกจจำนวนมากหลังติดตั้ง อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าระบบพื้นฐานมีความทันสมัยและปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้น การเปิดปีด้วย ISO ใหม่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทีมพัฒนา Arch Linux ที่ยังคงรักษาความสดใหม่ของระบบอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นดิสโทรที่เน้นความเรียบง่ายและความยืดหยุ่น แต่ก็ยังคงให้ความสำคัญกับความเสถียรและประสบการณ์ของผู้ใช้ทุกระดับ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ไฮไลต์จาก Arch Linux ISO ใหม่ (2026) ➡️ มาพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS รุ่นเสถียรล่าสุด ➡️ รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ เช่น GPU รุ่นล่าสุด, Wi-Fi 7, PCIe รุ่นใหม่ ➡️ ปรับปรุงความปลอดภัยและแก้ไขบั๊กจำนวนมาก ✅ ทำไม ISO ใหม่จึงสำคัญ ➡️ ลดเวลาการอัปเดตหลังติดตั้งสำหรับผู้ใช้ใหม่ ➡️ ช่วยให้การติดตั้งบนฮาร์ดแวร์ใหม่เป็นไปอย่างราบรื่น ➡️ ทำให้ระบบพื้นฐานทันสมัยและปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้น ‼️ ข้อควรระวังหรือสิ่งที่ควรทราบ ⛔ ผู้ใช้ที่อัปเดตระบบอยู่แล้วอาจไม่เห็นความแตกต่างมากนัก ⛔ ฮาร์ดแวร์บางรุ่นอาจยังต้องใช้ไดรเวอร์เสริมจากผู้ผลิต ⛔ ผู้ใช้ใหม่ควรศึกษาวิธีติดตั้ง Arch ให้ดี เพราะยังคงเป็นดิสโทรที่ต้องตั้งค่าด้วยตนเอง https://9to5linux.com/arch-linux-kicks-off-2026-with-new-iso-powered-by-linux-kernel-6-18-lts
    9TO5LINUX.COM
    Arch Linux Kicks Off 2026 with New ISO Powered by Linux Kernel 6.18 LTS - 9to5Linux
    Arch Linux 2026.01.01 is now available for download as the January 2026 ISO snapshot powered by Linux kernel 6.18 LTS.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 57 มุมมอง 0 รีวิว
  • IceWM 4.0 เปิดตัว! เบา เร็ว และมาพร้อม Alt+Tab แบบใหม่ที่ใช้งานลื่นกว่าเดิม

    IceWM 4.0 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะอัปเดตใหญ่ของหนึ่งใน window manager ที่เบาที่สุดบน Linux โดยเวอร์ชันนี้มาพร้อมการปรับปรุง Alt+Tab switcher ให้ทันสมัยขึ้น ใช้งานง่ายขึ้น และตอบสนองได้ดีขึ้นกว่าเดิม ทำให้ผู้ใช้ที่ต้องการระบบที่เบาแต่ลื่นไหลสามารถสลับหน้าต่างได้อย่างเป็นธรรมชาติและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    นอกจากการปรับปรุง Alt+Tab แล้ว IceWM 4.0 ยังเพิ่มการรองรับไอคอนความละเอียดสูง (HiDPI icons) ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้หลายคนรอคอย เพราะช่วยให้เดสก์ท็อปดูคมชัดขึ้นบนหน้าจอสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นจอ 2K หรือ 4K นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขบั๊กจำนวนมากและปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบให้ตอบสนองได้ดีขึ้น โดยเฉพาะบนเครื่องเก่าหรือเครื่องที่มีทรัพยากรจำกัด

    IceWM ยังคงรักษาจุดเด่นเรื่องความเบาและความเร็ว ทำให้เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการ revive เครื่องเก่า หรือต้องการระบบที่กิน RAM ต่ำมาก ๆ แต่ยังคงใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน การอัปเดตครั้งนี้จึงช่วยให้ IceWM ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมในหมู่ผู้ใช้ Linux ที่ต้องการความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง

    การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ IceWM แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของชุมชนโอเพ่นซอร์ส ที่ยังคงผลักดันให้ซอฟต์แวร์เบา ๆ แบบนี้มีชีวิตชีวาและทันสมัยอยู่เสมอ แม้จะเป็นโปรเจกต์ที่มีอายุมากกว่า 20 ปี แต่ก็ยังคงตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคใหม่ได้อย่างดี

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ไฮไลต์จาก IceWM 4.0
    ปรับปรุง Alt+Tab switcher ให้ลื่นขึ้นและใช้งานง่ายกว่าเดิม
    รองรับไอคอนความละเอียดสูง (HiDPI icons)
    แก้ไขบั๊กจำนวนมาก เพิ่มเสถียรภาพและความเร็ว

    ทำไมอัปเดตนี้ถึงสำคัญ
    ช่วยให้ IceWM ใช้งานได้ดีขึ้นบนจอสมัยใหม่
    เพิ่มประสบการณ์ผู้ใช้โดยไม่เพิ่มการใช้ทรัพยากร
    เหมาะสำหรับเครื่องเก่า เครื่องสเปกต่ำ และระบบที่ต้องการความเร็วสูง

    ข้อควรระวังหรือสิ่งที่ควรทราบ
    ผู้ใช้ที่ปรับแต่ง Alt+Tab แบบ custom อาจต้องตรวจสอบความเข้ากันได้
    ธีมเก่าอาจไม่รองรับ HiDPI icons เต็มรูปแบบ
    ผู้ใช้บางรายอาจต้องปรับ config เดิมให้เข้ากับเวอร์ชันใหม่

    https://9to5linux.com/icewm-4-0-lightweight-window-manager-released-with-an-improved-alttab-switch
    🧊 IceWM 4.0 เปิดตัว! เบา เร็ว และมาพร้อม Alt+Tab แบบใหม่ที่ใช้งานลื่นกว่าเดิม IceWM 4.0 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะอัปเดตใหญ่ของหนึ่งใน window manager ที่เบาที่สุดบน Linux โดยเวอร์ชันนี้มาพร้อมการปรับปรุง Alt+Tab switcher ให้ทันสมัยขึ้น ใช้งานง่ายขึ้น และตอบสนองได้ดีขึ้นกว่าเดิม ทำให้ผู้ใช้ที่ต้องการระบบที่เบาแต่ลื่นไหลสามารถสลับหน้าต่างได้อย่างเป็นธรรมชาติและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากการปรับปรุง Alt+Tab แล้ว IceWM 4.0 ยังเพิ่มการรองรับไอคอนความละเอียดสูง (HiDPI icons) ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้หลายคนรอคอย เพราะช่วยให้เดสก์ท็อปดูคมชัดขึ้นบนหน้าจอสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นจอ 2K หรือ 4K นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขบั๊กจำนวนมากและปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบให้ตอบสนองได้ดีขึ้น โดยเฉพาะบนเครื่องเก่าหรือเครื่องที่มีทรัพยากรจำกัด IceWM ยังคงรักษาจุดเด่นเรื่องความเบาและความเร็ว ทำให้เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการ revive เครื่องเก่า หรือต้องการระบบที่กิน RAM ต่ำมาก ๆ แต่ยังคงใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน การอัปเดตครั้งนี้จึงช่วยให้ IceWM ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมในหมู่ผู้ใช้ Linux ที่ต้องการความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ IceWM แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของชุมชนโอเพ่นซอร์ส ที่ยังคงผลักดันให้ซอฟต์แวร์เบา ๆ แบบนี้มีชีวิตชีวาและทันสมัยอยู่เสมอ แม้จะเป็นโปรเจกต์ที่มีอายุมากกว่า 20 ปี แต่ก็ยังคงตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคใหม่ได้อย่างดี 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ไฮไลต์จาก IceWM 4.0 ➡️ ปรับปรุง Alt+Tab switcher ให้ลื่นขึ้นและใช้งานง่ายกว่าเดิม ➡️ รองรับไอคอนความละเอียดสูง (HiDPI icons) ➡️ แก้ไขบั๊กจำนวนมาก เพิ่มเสถียรภาพและความเร็ว ✅ ทำไมอัปเดตนี้ถึงสำคัญ ➡️ ช่วยให้ IceWM ใช้งานได้ดีขึ้นบนจอสมัยใหม่ ➡️ เพิ่มประสบการณ์ผู้ใช้โดยไม่เพิ่มการใช้ทรัพยากร ➡️ เหมาะสำหรับเครื่องเก่า เครื่องสเปกต่ำ และระบบที่ต้องการความเร็วสูง ‼️ ข้อควรระวังหรือสิ่งที่ควรทราบ ⛔ ผู้ใช้ที่ปรับแต่ง Alt+Tab แบบ custom อาจต้องตรวจสอบความเข้ากันได้ ⛔ ธีมเก่าอาจไม่รองรับ HiDPI icons เต็มรูปแบบ ⛔ ผู้ใช้บางรายอาจต้องปรับ config เดิมให้เข้ากับเวอร์ชันใหม่ https://9to5linux.com/icewm-4-0-lightweight-window-manager-released-with-an-improved-alttab-switch
    9TO5LINUX.COM
    IceWM 4.0 Lightweight Window Manager Released with an Improved Alt+Tab Switch - 9to5Linux
    IceWM 4.0 lightweight window manager is now available with improvements to the Alt+Tab quick switch and support for high-resolution icons.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 72 มุมมอง 0 รีวิว
  • Liquorix Kernel คืออะไร? ทำไมสายเกมและคนทำงานมัลติมีเดียถึงนิยมใช้กัน

    Liquorix Kernel เป็นเคอร์เนลที่ถูกปรับแต่งมาเพื่อ “ความลื่นไหลและความตอบสนองสูงสุด” โดยเฉพาะสำหรับงานที่ต้องการความเร็วแบบเรียลไทม์ เช่น เกม, งานเสียง, งานวิดีโอ และงานมัลติทาสก์หนัก ๆ จุดเด่นของมันคือการตอบสนองต่ออินพุตของผู้ใช้ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการขยับเมาส์ เปิดแอป หรือสลับหน้าต่าง ซึ่งต่างจากเคอร์เนลมาตรฐานที่เน้นความเสถียรและ throughput มากกว่า

    สิ่งที่ทำให้ Liquorix แตกต่างคือการใช้ Zen Interactive Tuning, PDS Scheduler, tick rate 1000Hz และการเปิดใช้ zswap เพื่อให้ระบบตอบสนองได้เร็วขึ้น แม้จะต้องแลกกับการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและอาจทำให้เครื่องร้อนขึ้นบ้าง โดยเฉพาะบนโน้ตบุ๊ก นอกจากนี้ยังมี TCP BBR2 ที่ช่วยให้การรับส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตมีความเสถียรและเร็วขึ้น เหมาะกับเกมออนไลน์หรือการสตรีมมิ่ง

    อย่างไรก็ตาม Liquorix ไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะแม้จะทำให้ระบบตอบสนองดีขึ้น แต่ throughput สำหรับงานหนัก เช่น การคอมไพล์โค้ดหรือการย้ายไฟล์ขนาดใหญ่ อาจช้าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเคอร์เนลมาตรฐาน นี่คือเหตุผลที่ผู้ใช้ทั่วไปหรือเซิร์ฟเวอร์อาจไม่จำเป็นต้องใช้ Liquorix แต่สำหรับเกมเมอร์และครีเอเตอร์ นี่อาจเป็น “อัปเกรดฟรี” ที่เห็นผลชัดเจนที่สุดโดยไม่ต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์

    สุดท้าย Liquorix ติดตั้งได้ง่ายมาก โดยมีสคริปต์อัตโนมัติสำหรับ Ubuntu/Debian และมีแพ็กเกจใน AUR สำหรับ Arch Linux แต่ผู้ใช้ต้องระวังเรื่อง Secure Boot ที่ไม่รองรับ หากเปิดอยู่จะบูตไม่ขึ้นจนกว่าจะปิดฟีเจอร์นี้ก่อนติดตั้งเคอร์เนลใหม่

    สรุปประเด็นสำคัญ
    จุดเด่นของ Liquorix Kernel
    ปรับแต่งเพื่อความลื่นไหลและตอบสนองสูงสุด
    ใช้ PDS Scheduler และ tick rate 1000Hz
    ลด micro-stutter ในเกมและงานมัลติมีเดีย
    รองรับ TCP BBR2 เพื่อเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ต

    เหมาะกับใคร?
    เกมเมอร์ที่ต้องการความเสถียรของเฟรมไทม์
    คนทำงานเสียง/วิดีโอที่ต้องการ latency ต่ำ
    ผู้ใช้เครื่องเก่าที่ต้องการความลื่นไหลเพิ่มขึ้น
    คนที่เปิดหลายแอปพร้อมกันและต้องการสลับงานเร็ว ๆ

    ข้อควรระวัง
    ไม่รองรับ Secure Boot ต้องปิดก่อนติดตั้ง
    อาจทำให้แบตเตอรี่ลดเร็วขึ้น 5–10%
    เครื่องอาจร้อนขึ้นเล็กน้อยจากการทำงานที่ aggressive
    throughput สำหรับงานหนักอาจลดลงเล็กน้อย

    https://itsfoss.com/liquorix-kernel/
    ⚡ Liquorix Kernel คืออะไร? ทำไมสายเกมและคนทำงานมัลติมีเดียถึงนิยมใช้กัน Liquorix Kernel เป็นเคอร์เนลที่ถูกปรับแต่งมาเพื่อ “ความลื่นไหลและความตอบสนองสูงสุด” โดยเฉพาะสำหรับงานที่ต้องการความเร็วแบบเรียลไทม์ เช่น เกม, งานเสียง, งานวิดีโอ และงานมัลติทาสก์หนัก ๆ จุดเด่นของมันคือการตอบสนองต่ออินพุตของผู้ใช้ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการขยับเมาส์ เปิดแอป หรือสลับหน้าต่าง ซึ่งต่างจากเคอร์เนลมาตรฐานที่เน้นความเสถียรและ throughput มากกว่า สิ่งที่ทำให้ Liquorix แตกต่างคือการใช้ Zen Interactive Tuning, PDS Scheduler, tick rate 1000Hz และการเปิดใช้ zswap เพื่อให้ระบบตอบสนองได้เร็วขึ้น แม้จะต้องแลกกับการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและอาจทำให้เครื่องร้อนขึ้นบ้าง โดยเฉพาะบนโน้ตบุ๊ก นอกจากนี้ยังมี TCP BBR2 ที่ช่วยให้การรับส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตมีความเสถียรและเร็วขึ้น เหมาะกับเกมออนไลน์หรือการสตรีมมิ่ง อย่างไรก็ตาม Liquorix ไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะแม้จะทำให้ระบบตอบสนองดีขึ้น แต่ throughput สำหรับงานหนัก เช่น การคอมไพล์โค้ดหรือการย้ายไฟล์ขนาดใหญ่ อาจช้าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเคอร์เนลมาตรฐาน นี่คือเหตุผลที่ผู้ใช้ทั่วไปหรือเซิร์ฟเวอร์อาจไม่จำเป็นต้องใช้ Liquorix แต่สำหรับเกมเมอร์และครีเอเตอร์ นี่อาจเป็น “อัปเกรดฟรี” ที่เห็นผลชัดเจนที่สุดโดยไม่ต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ สุดท้าย Liquorix ติดตั้งได้ง่ายมาก โดยมีสคริปต์อัตโนมัติสำหรับ Ubuntu/Debian และมีแพ็กเกจใน AUR สำหรับ Arch Linux แต่ผู้ใช้ต้องระวังเรื่อง Secure Boot ที่ไม่รองรับ หากเปิดอยู่จะบูตไม่ขึ้นจนกว่าจะปิดฟีเจอร์นี้ก่อนติดตั้งเคอร์เนลใหม่ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ จุดเด่นของ Liquorix Kernel ➡️ ปรับแต่งเพื่อความลื่นไหลและตอบสนองสูงสุด ➡️ ใช้ PDS Scheduler และ tick rate 1000Hz ➡️ ลด micro-stutter ในเกมและงานมัลติมีเดีย ➡️ รองรับ TCP BBR2 เพื่อเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ต ✅ เหมาะกับใคร? ➡️ เกมเมอร์ที่ต้องการความเสถียรของเฟรมไทม์ ➡️ คนทำงานเสียง/วิดีโอที่ต้องการ latency ต่ำ ➡️ ผู้ใช้เครื่องเก่าที่ต้องการความลื่นไหลเพิ่มขึ้น ➡️ คนที่เปิดหลายแอปพร้อมกันและต้องการสลับงานเร็ว ๆ ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ ไม่รองรับ Secure Boot ต้องปิดก่อนติดตั้ง ⛔ อาจทำให้แบตเตอรี่ลดเร็วขึ้น 5–10% ⛔ เครื่องอาจร้อนขึ้นเล็กน้อยจากการทำงานที่ aggressive ⛔ throughput สำหรับงานหนักอาจลดลงเล็กน้อย https://itsfoss.com/liquorix-kernel/
    ITSFOSS.COM
    What Is Liquorix Kernel? Should You Use It?
    In this jargon buster, we explain what is Liquorix kernel, why it is popular among Linux gamers and if there are any real benefits of using it on your regular Linux desktop.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 60 มุมมอง 0 รีวิว
  • Debian เปิดรับสถาปัตยกรรม LoongArch อย่างเป็นทางการ! ก้าวสำคัญสู่ Debian 14 “Forky”

    Debian ประกาศเพิ่ม loong64 ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรม 64‑bit ของ LoongArch เข้าสู่รายชื่อสถาปัตยกรรมที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการ เตรียมรวมอยู่ใน Debian 14 “Forky” การเปลี่ยนสถานะครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญหลังจากใช้เวลาพัฒนามากกว่า 2 ปี ตั้งแต่เริ่มต้นใน Debian Ports จนสามารถย้ายเข้าสู่ mainline ได้สำเร็จ

    LoongArch เป็นสถาปัตยกรรมที่พัฒนาโดยบริษัทจีน Loongson เพื่อเป็นทางเลือกใหม่แทน x86 และ ARM โดยเน้นความเป็นอิสระทางเทคโนโลยี การที่ Debian รองรับอย่างเป็นทางการจึงถือเป็นสัญญาณสำคัญต่อวงการโอเพ่นซอร์สและฮาร์ดแวร์จากจีน ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

    ในช่วงเริ่มต้น ทีมพัฒนา Debian ต้อง bootstrap แพ็กเกจด้วยมือกว่า 200 แพ็กเกจ และใช้ build daemon ผ่าน qemu-user ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปใช้ฮาร์ดแวร์ Loongson จริงเมื่อระบบเริ่ม self-hosting ได้แล้ว ปัจจุบันมีการนำแพ็กเกจจาก Debian Ports เข้ามาแล้วกว่า 112 แพ็กเกจ และ build daemon ตัวแรกสามารถสร้างแพ็กเกจได้ถึง 300 แพ็กเกจภายในคืนเดียว แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ ecosystem

    เมื่อการ bootstrap เสร็จสมบูรณ์ loong64 จะได้รับการดูแลเหมือนสถาปัตยกรรมหลักอื่น ๆ ของ Debian ทั้งกระบวนการทดสอบ ความปลอดภัย การออกอัปเดต และการรองรับใน installer ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้จะสามารถติดตั้ง Debian บนฮาร์ดแวร์ LoongArch ได้อย่างเป็นทางการใน Debian 14

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Debian เพิ่มการรองรับ LoongArch อย่างเป็นทางการ
    loong64 จะรวมอยู่ใน Debian 14 “Forky”
    ได้รับการดูแลเหมือนสถาปัตยกรรมหลักอื่น ๆ
    รองรับ installer, security updates และ release milestones

    ความสำคัญของ LoongArch
    เป็นสถาปัตยกรรมที่พัฒนาโดย Loongson จากจีน
    เป็นทางเลือกใหม่แทน x86 และ ARM
    ช่วยเพิ่มความหลากหลายและความเป็นอิสระด้านฮาร์ดแวร์

    สิ่งที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ
    การ bootstrap แพ็กเกจยังคงดำเนินต่อจนกว่าจะครบ
    ecosystem ของ LoongArch ยังต้องการเวลาเติบโต
    ผู้ใช้ทั่วไปอาจต้องรอ Debian 14 ก่อนใช้งานได้เต็มรูปแบบ

    https://itsfoss.com/news/debian-embraces-loongarch-processors/
    🐧 Debian เปิดรับสถาปัตยกรรม LoongArch อย่างเป็นทางการ! ก้าวสำคัญสู่ Debian 14 “Forky” Debian ประกาศเพิ่ม loong64 ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรม 64‑bit ของ LoongArch เข้าสู่รายชื่อสถาปัตยกรรมที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการ เตรียมรวมอยู่ใน Debian 14 “Forky” การเปลี่ยนสถานะครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญหลังจากใช้เวลาพัฒนามากกว่า 2 ปี ตั้งแต่เริ่มต้นใน Debian Ports จนสามารถย้ายเข้าสู่ mainline ได้สำเร็จ LoongArch เป็นสถาปัตยกรรมที่พัฒนาโดยบริษัทจีน Loongson เพื่อเป็นทางเลือกใหม่แทน x86 และ ARM โดยเน้นความเป็นอิสระทางเทคโนโลยี การที่ Debian รองรับอย่างเป็นทางการจึงถือเป็นสัญญาณสำคัญต่อวงการโอเพ่นซอร์สและฮาร์ดแวร์จากจีน ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในช่วงเริ่มต้น ทีมพัฒนา Debian ต้อง bootstrap แพ็กเกจด้วยมือกว่า 200 แพ็กเกจ และใช้ build daemon ผ่าน qemu-user ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปใช้ฮาร์ดแวร์ Loongson จริงเมื่อระบบเริ่ม self-hosting ได้แล้ว ปัจจุบันมีการนำแพ็กเกจจาก Debian Ports เข้ามาแล้วกว่า 112 แพ็กเกจ และ build daemon ตัวแรกสามารถสร้างแพ็กเกจได้ถึง 300 แพ็กเกจภายในคืนเดียว แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ ecosystem เมื่อการ bootstrap เสร็จสมบูรณ์ loong64 จะได้รับการดูแลเหมือนสถาปัตยกรรมหลักอื่น ๆ ของ Debian ทั้งกระบวนการทดสอบ ความปลอดภัย การออกอัปเดต และการรองรับใน installer ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้จะสามารถติดตั้ง Debian บนฮาร์ดแวร์ LoongArch ได้อย่างเป็นทางการใน Debian 14 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Debian เพิ่มการรองรับ LoongArch อย่างเป็นทางการ ➡️ loong64 จะรวมอยู่ใน Debian 14 “Forky” ➡️ ได้รับการดูแลเหมือนสถาปัตยกรรมหลักอื่น ๆ ➡️ รองรับ installer, security updates และ release milestones ✅ ความสำคัญของ LoongArch ➡️ เป็นสถาปัตยกรรมที่พัฒนาโดย Loongson จากจีน ➡️ เป็นทางเลือกใหม่แทน x86 และ ARM ➡️ ช่วยเพิ่มความหลากหลายและความเป็นอิสระด้านฮาร์ดแวร์ ‼️ สิ่งที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ⛔ การ bootstrap แพ็กเกจยังคงดำเนินต่อจนกว่าจะครบ ⛔ ecosystem ของ LoongArch ยังต้องการเวลาเติบโต ⛔ ผู้ใช้ทั่วไปอาจต้องรอ Debian 14 ก่อนใช้งานได้เต็มรูปแบบ https://itsfoss.com/news/debian-embraces-loongarch-processors/
    ITSFOSS.COM
    Debian Embraces Chinese LoongArch Processors with Official Loong64 Support
    Two-year journey from Debian Ports brings LoongArch to the officially supported architecture lineup.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 67 มุมมอง 0 รีวิว
  • NTFSPlus เปลี่ยนชื่อเป็น “NTFS” พร้อมเข้าใกล้การรวมเข้าลินุกซ์เคอร์เนลมากขึ้น

    การพัฒนาไดรเวอร์ NTFS บนลินุกซ์เดินหน้าอีกขั้น เมื่อ Namjae Jeon นักพัฒนาที่อยู่เบื้องหลัง exFAT และ ksmbd ได้ส่งแพตช์ v3 เพื่อเปลี่ยนชื่อ NTFSPlus → NTFS พร้อมปรับโครงสร้างใหม่โดยใช้ไดรเวอร์ NTFS แบบอ่านอย่างเดียวรุ่นเก่าเป็นฐาน แล้วค่อยเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้าไป วิธีนี้ช่วยให้ผู้ดูแลโค้ดตรวจสอบได้ง่ายขึ้น และลดความซับซ้อนของการรีวิวโค้ดในอนาคต

    นอกจากการเปลี่ยนชื่อแล้ว แพตช์ชุดนี้ยังมาพร้อมการปรับปรุงสำคัญหลายอย่าง เช่น การรองรับการเขียนข้อมูล (write support), การใช้ iomap, การเลิกใช้ buffer-head, การเพิ่ม utilities และรองรับ xfstests ซึ่งช่วยให้ไดรเวอร์มีความเสถียรและทันสมัยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมี helper ใหม่สำหรับจัดการ cluster-to-folio และ byte-to-sector ทำให้การทำงานภายในมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

    ด้านประสิทธิภาพ NTFS รุ่นใหม่นี้เร็วกว่า NTFS3 อย่างชัดเจน โดยการเขียนแบบ single-thread เร็วขึ้น 3–5% แต่เมื่อเป็น multi-threaded performance กลับพุ่งขึ้นถึง 35–110% การ list ไฟล์เร็วขึ้น 12–14% และเวลา mount filesystem ขนาด 4TB ลดจากกว่า 4 วินาที เหลือน้อยกว่า 1 วินาที ถือเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่สำหรับผู้ใช้ที่ต้องทำงานกับ NTFS บนลินุกซ์เป็นประจำ

    อย่างไรก็ตาม ไดรเวอร์นี้ยังขาดฟีเจอร์สำคัญอย่าง full journaling ซึ่งตอนนี้มีเพียง journal replay และยังทำงานไม่สมบูรณ์ตามที่นักพัฒนาระบุ ทำให้ไดรเวอร์ยังถูกจัดเป็น experimental อยู่ แต่ Namjae วางแผนจะเพิ่ม journaling ที่สมบูรณ์หลังจากไดรเวอร์ถูก upstream เข้าลินุกซ์เคอร์เนลอย่างเป็นทางการในอนาคต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การเปลี่ยนแปลงหลักใน NTFS รุ่นใหม่
    เปลี่ยนชื่อจาก NTFSPlus → NTFS
    ใช้ไดรเวอร์ NTFS รุ่นเก่าเป็นฐานเพื่อให้ง่ายต่อการรีวิว
    รองรับการเขียน, iomap, ไม่มี buffer-head, utilities, xfstests
    เพิ่ม helper ใหม่สำหรับ cluster/sector operations

    การปรับปรุงด้านประสิทธิภาพ
    เขียนแบบ single-thread เร็วขึ้น 3–5%
    multi-threaded performance ดีขึ้น 35–110%
    การ list ไฟล์เร็วขึ้น 12–14%
    mount filesystem 4TB เร็วขึ้นกว่า 4 เท่า

    ข้อควรระวังและข้อจำกัด
    ยังไม่มี full journaling support
    journal replay ยังทำงานไม่สมบูรณ์
    ไดรเวอร์ยังอยู่ในสถานะ experimental
    อาจยังไม่เหมาะกับงาน production-critical

    https://itsfoss.com/news/ntfsplus-becomes-ntfs-linux/
    📁 NTFSPlus เปลี่ยนชื่อเป็น “NTFS” พร้อมเข้าใกล้การรวมเข้าลินุกซ์เคอร์เนลมากขึ้น การพัฒนาไดรเวอร์ NTFS บนลินุกซ์เดินหน้าอีกขั้น เมื่อ Namjae Jeon นักพัฒนาที่อยู่เบื้องหลัง exFAT และ ksmbd ได้ส่งแพตช์ v3 เพื่อเปลี่ยนชื่อ NTFSPlus → NTFS พร้อมปรับโครงสร้างใหม่โดยใช้ไดรเวอร์ NTFS แบบอ่านอย่างเดียวรุ่นเก่าเป็นฐาน แล้วค่อยเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้าไป วิธีนี้ช่วยให้ผู้ดูแลโค้ดตรวจสอบได้ง่ายขึ้น และลดความซับซ้อนของการรีวิวโค้ดในอนาคต นอกจากการเปลี่ยนชื่อแล้ว แพตช์ชุดนี้ยังมาพร้อมการปรับปรุงสำคัญหลายอย่าง เช่น การรองรับการเขียนข้อมูล (write support), การใช้ iomap, การเลิกใช้ buffer-head, การเพิ่ม utilities และรองรับ xfstests ซึ่งช่วยให้ไดรเวอร์มีความเสถียรและทันสมัยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมี helper ใหม่สำหรับจัดการ cluster-to-folio และ byte-to-sector ทำให้การทำงานภายในมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ด้านประสิทธิภาพ NTFS รุ่นใหม่นี้เร็วกว่า NTFS3 อย่างชัดเจน โดยการเขียนแบบ single-thread เร็วขึ้น 3–5% แต่เมื่อเป็น multi-threaded performance กลับพุ่งขึ้นถึง 35–110% การ list ไฟล์เร็วขึ้น 12–14% และเวลา mount filesystem ขนาด 4TB ลดจากกว่า 4 วินาที เหลือน้อยกว่า 1 วินาที ถือเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่สำหรับผู้ใช้ที่ต้องทำงานกับ NTFS บนลินุกซ์เป็นประจำ อย่างไรก็ตาม ไดรเวอร์นี้ยังขาดฟีเจอร์สำคัญอย่าง full journaling ซึ่งตอนนี้มีเพียง journal replay และยังทำงานไม่สมบูรณ์ตามที่นักพัฒนาระบุ ทำให้ไดรเวอร์ยังถูกจัดเป็น experimental อยู่ แต่ Namjae วางแผนจะเพิ่ม journaling ที่สมบูรณ์หลังจากไดรเวอร์ถูก upstream เข้าลินุกซ์เคอร์เนลอย่างเป็นทางการในอนาคต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การเปลี่ยนแปลงหลักใน NTFS รุ่นใหม่ ➡️ เปลี่ยนชื่อจาก NTFSPlus → NTFS ➡️ ใช้ไดรเวอร์ NTFS รุ่นเก่าเป็นฐานเพื่อให้ง่ายต่อการรีวิว ➡️ รองรับการเขียน, iomap, ไม่มี buffer-head, utilities, xfstests ➡️ เพิ่ม helper ใหม่สำหรับ cluster/sector operations ✅ การปรับปรุงด้านประสิทธิภาพ ➡️ เขียนแบบ single-thread เร็วขึ้น 3–5% ➡️ multi-threaded performance ดีขึ้น 35–110% ➡️ การ list ไฟล์เร็วขึ้น 12–14% ➡️ mount filesystem 4TB เร็วขึ้นกว่า 4 เท่า ‼️ ข้อควรระวังและข้อจำกัด ⛔ ยังไม่มี full journaling support ⛔ journal replay ยังทำงานไม่สมบูรณ์ ⛔ ไดรเวอร์ยังอยู่ในสถานะ experimental ⛔ อาจยังไม่เหมาะกับงาน production-critical https://itsfoss.com/news/ntfsplus-becomes-ntfs-linux/
    ITSFOSS.COM
    NTFSPlus Becomes "NTFS" as Driver Moves Closer to Kernel Integration
    The v3 patch series brings improved performance and new features while dropping the "Plus" moniker.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 75 มุมมอง 0 รีวิว
  • Hyprland 0.53 เปิดตัว! มาพร้อม Crash Recovery, Safe Mode และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Window Rules

    Hyprland 0.53 เปิดตัวพร้อมการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ทั้งเพิ่มความเสถียรและปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ โดยเฉพาะฟีเจอร์ใหม่อย่าง crash recovery wrapper และ safe mode ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกู้ระบบกลับมาได้แม้จะมีการตั้งค่าที่ผิดพลาดหรือเกิดปัญหาขณะรัน Hyprland ฟีเจอร์นี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับผู้ใช้ที่ชอบปรับแต่งหนัก ๆ เพราะช่วยลดความเสี่ยงที่ระบบจะพังจนเข้าไม่ได้

    หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดคือ การเขียน windowrule syntax ใหม่ทั้งหมด ทำให้ผู้ใช้ต้อง migrate config เดิมด้วยตนเอง แม้จะเป็นงานที่ต้องใช้เวลา แต่ก็ช่วยให้ระบบมีความยืดหยุ่นและรองรับฟีเจอร์ใหม่ ๆ ได้ดีขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม fullscreen โดยรวมตัวเลือกเดิมสองตัวให้เหลือเพียง misc:new_window_takes_over_fs เพื่อความชัดเจนและง่ายต่อการใช้งาน

    Hyprland 0.53 ยังเพิ่ม welcome app สำหรับผู้ใช้ใหม่ ซึ่งช่วยแนะนำฟีเจอร์และการตั้งค่าพื้นฐาน โดยต้องติดตั้งแพ็กเกจ hyprland-guiutils ที่ตอนนี้ถูกแนะนำให้เป็น dependency หลัก อีกทั้ง Hyprpaper (ตัวจัดการ wallpaper) ก็ถูกย้ายไปใช้ Hyprtoolkit และ Hyprwire พร้อมปรับ syntax ใหม่ ทำให้ config เดิมอาจใช้ไม่ได้และต้องแก้ไขใหม่ทั้งหมด

    สุดท้ายยังมีฟีเจอร์เสริม เช่น universal submap bind flag, ระบบ localization สำหรับ GUI, และความสามารถในการ blur groupbars ทั้งหมดนี้ช่วยให้ Hyprland เป็น compositor ที่ทั้งสวยงาม ยืดหยุ่น และใช้งานได้ดีขึ้นสำหรับผู้ใช้ทุกระดับ โดยเฉพาะผู้ที่ชอบปรับแต่งระบบลึก ๆ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ฟีเจอร์ใหม่ใน Hyprland 0.53
    crash recovery wrapper ช่วยกู้ระบบเมื่อ config พัง
    safe mode สำหรับแก้ไขปัญหาโดยไม่ต้องลบ config
    welcome app สำหรับผู้ใช้ใหม่ (ต้องใช้ hyprland-guiutils)
    Hyprpaper ย้ายไปใช้ Hyprtoolkit + Hyprwire พร้อม syntax ใหม่

    การเปลี่ยนแปลงที่กระทบผู้ใช้
    windowrule syntax ถูกเขียนใหม่ทั้งหมด ต้อง migrate เอง
    fullscreen behavior ถูกรวมเป็นตัวเลือกเดียว
    config wallpaper เดิมอาจใช้ไม่ได้ ต้องแก้ใหม่

    ข้อควรระวัง
    ผู้ใช้ที่ปรับแต่ง config หนัก ๆ อาจเจอปัญหาหลังอัปเดต
    windowrules เก่าจะไม่ทำงานจนกว่าจะ migrate
    wallpaper config เดิมอาจพังเพราะ IPC protocol ใหม่

    https://itsfoss.com/news/hyprland-0-53-release/
    🧩 Hyprland 0.53 เปิดตัว! มาพร้อม Crash Recovery, Safe Mode และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Window Rules Hyprland 0.53 เปิดตัวพร้อมการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ทั้งเพิ่มความเสถียรและปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ โดยเฉพาะฟีเจอร์ใหม่อย่าง crash recovery wrapper และ safe mode ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกู้ระบบกลับมาได้แม้จะมีการตั้งค่าที่ผิดพลาดหรือเกิดปัญหาขณะรัน Hyprland ฟีเจอร์นี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับผู้ใช้ที่ชอบปรับแต่งหนัก ๆ เพราะช่วยลดความเสี่ยงที่ระบบจะพังจนเข้าไม่ได้ หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดคือ การเขียน windowrule syntax ใหม่ทั้งหมด ทำให้ผู้ใช้ต้อง migrate config เดิมด้วยตนเอง แม้จะเป็นงานที่ต้องใช้เวลา แต่ก็ช่วยให้ระบบมีความยืดหยุ่นและรองรับฟีเจอร์ใหม่ ๆ ได้ดีขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม fullscreen โดยรวมตัวเลือกเดิมสองตัวให้เหลือเพียง misc:new_window_takes_over_fs เพื่อความชัดเจนและง่ายต่อการใช้งาน Hyprland 0.53 ยังเพิ่ม welcome app สำหรับผู้ใช้ใหม่ ซึ่งช่วยแนะนำฟีเจอร์และการตั้งค่าพื้นฐาน โดยต้องติดตั้งแพ็กเกจ hyprland-guiutils ที่ตอนนี้ถูกแนะนำให้เป็น dependency หลัก อีกทั้ง Hyprpaper (ตัวจัดการ wallpaper) ก็ถูกย้ายไปใช้ Hyprtoolkit และ Hyprwire พร้อมปรับ syntax ใหม่ ทำให้ config เดิมอาจใช้ไม่ได้และต้องแก้ไขใหม่ทั้งหมด สุดท้ายยังมีฟีเจอร์เสริม เช่น universal submap bind flag, ระบบ localization สำหรับ GUI, และความสามารถในการ blur groupbars ทั้งหมดนี้ช่วยให้ Hyprland เป็น compositor ที่ทั้งสวยงาม ยืดหยุ่น และใช้งานได้ดีขึ้นสำหรับผู้ใช้ทุกระดับ โดยเฉพาะผู้ที่ชอบปรับแต่งระบบลึก ๆ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ฟีเจอร์ใหม่ใน Hyprland 0.53 ➡️ crash recovery wrapper ช่วยกู้ระบบเมื่อ config พัง ➡️ safe mode สำหรับแก้ไขปัญหาโดยไม่ต้องลบ config ➡️ welcome app สำหรับผู้ใช้ใหม่ (ต้องใช้ hyprland-guiutils) ➡️ Hyprpaper ย้ายไปใช้ Hyprtoolkit + Hyprwire พร้อม syntax ใหม่ ✅ การเปลี่ยนแปลงที่กระทบผู้ใช้ ➡️ windowrule syntax ถูกเขียนใหม่ทั้งหมด ต้อง migrate เอง ➡️ fullscreen behavior ถูกรวมเป็นตัวเลือกเดียว ➡️ config wallpaper เดิมอาจใช้ไม่ได้ ต้องแก้ใหม่ ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ ผู้ใช้ที่ปรับแต่ง config หนัก ๆ อาจเจอปัญหาหลังอัปเดต ⛔ windowrules เก่าจะไม่ทำงานจนกว่าจะ migrate ⛔ wallpaper config เดิมอาจพังเพราะ IPC protocol ใหม่ https://itsfoss.com/news/hyprland-0-53-release/
    ITSFOSS.COM
    Hyprland Becomes More Attractive with Crash Recovery and Safe Mode Features
    New crash recovery wrapper and welcome screen arrive, though windowrules require manual migration.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 67 มุมมอง 0 รีวิว
  • 4 แอป Linux ที่ผู้เขียนใช้บ่อยที่สุดในปี 2025 — เครื่องมือโอเพ่นซอร์สที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น

    ปี 2025 เป็นปีที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงสำหรับผู้เขียนบทความต้นฉบับ ทั้งในด้านงานและชีวิตส่วนตัว แต่ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้น เขากลับพบว่าแอปโอเพ่นซอร์สบน Linux หลายตัวช่วยให้การทำงานราบรื่นขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนบทความ การจัดการไฟล์ การตรวจสอบระบบ หรือแม้แต่การอ่านหนังสืออีบุ๊ก ทั้งหมดนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ workflow ที่ขาดไม่ได้เลยในปีที่ผ่านมา

    หนึ่งในแอปที่โดดเด่นคือ Converseen ซึ่งใช้แทน XnConvert สำหรับการแปลงภาพจำนวนมาก โดยเฉพาะการย่อไฟล์ PNG ให้เล็กลงเพื่อใช้ในบทความ นอกจากนี้ยังมี Packet ที่ช่วยส่งไฟล์ระหว่าง Linux กับ Android ได้ง่ายขึ้นผ่าน Quick Share โดยไม่ต้องติดตั้งแอปเพิ่มในมือถือ ทำให้การทำงานข้ามอุปกรณ์สะดวกขึ้นมาก

    สำหรับงานตรวจสอบระบบ ผู้เขียนเลือกใช้ Btop++ ซึ่งเป็น system monitor แบบเทอร์มินัลที่สวยงามและใช้งานง่าย แถมยังใช้เป็น screensaver แบบเท่ ๆ ได้อีกด้วย ส่วนงานอ่านและจัดการอีบุ๊กก็มี Calibre ที่ช่วยจัดการ metadata, แปลงไฟล์ และซิงก์กับ eReader ได้อย่างครบเครื่อง รวมถึงฟีเจอร์ AI ใหม่ที่ช่วยพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือได้ด้วย

    แอปเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ecosystem ของ Linux เติบโตขึ้นมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และผู้ใช้สามารถสร้าง workflow ที่ทรงพลังได้โดยไม่ต้องพึ่งซอฟต์แวร์ proprietary เลยแม้แต่น้อย ทั้งหมดนี้คือเสน่ห์ของโอเพ่นซอร์สที่ยังคงแข็งแรงและน่าตื่นเต้นเสมอ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    แอปที่ผู้เขียนใช้บ่อยที่สุดในปี 2025
    Converseen — แปลงภาพแบบ batch, รองรับกว่า 100 ฟอร์แมต
    Packet — ส่งไฟล์ Linux ↔ Android ผ่าน Quick Share
    Btop++ — system monitor สวยงาม ใช้งานง่าย
    Calibre — จัดการอีบุ๊กครบวงจร พร้อมฟีเจอร์ AI

    เหตุผลที่แอปเหล่านี้โดดเด่น
    ช่วยลดเวลาทำงานซ้ำ ๆ
    ทำงานข้ามอุปกรณ์ได้สะดวก
    เพิ่มความเข้าใจระบบด้วยข้อมูลแบบ real-time
    ทำให้การอ่านและจัดการหนังสือง่ายขึ้นมาก

    ข้อควรระวังหรือข้อจำกัด
    แอปบางตัวอาจต้องติดตั้งผ่าน repo เสริม
    Packet อาจทำงานได้ไม่เต็มที่บน Android รุ่นเก่า
    Calibre ใช้ทรัพยากรพอสมควรบนเครื่องสเปกต่ำ

    https://itsfoss.com/news/my-choice-linux-apps-2025/
    🧰 4 แอป Linux ที่ผู้เขียนใช้บ่อยที่สุดในปี 2025 — เครื่องมือโอเพ่นซอร์สที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ปี 2025 เป็นปีที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงสำหรับผู้เขียนบทความต้นฉบับ ทั้งในด้านงานและชีวิตส่วนตัว แต่ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้น เขากลับพบว่าแอปโอเพ่นซอร์สบน Linux หลายตัวช่วยให้การทำงานราบรื่นขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนบทความ การจัดการไฟล์ การตรวจสอบระบบ หรือแม้แต่การอ่านหนังสืออีบุ๊ก ทั้งหมดนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ workflow ที่ขาดไม่ได้เลยในปีที่ผ่านมา หนึ่งในแอปที่โดดเด่นคือ Converseen ซึ่งใช้แทน XnConvert สำหรับการแปลงภาพจำนวนมาก โดยเฉพาะการย่อไฟล์ PNG ให้เล็กลงเพื่อใช้ในบทความ นอกจากนี้ยังมี Packet ที่ช่วยส่งไฟล์ระหว่าง Linux กับ Android ได้ง่ายขึ้นผ่าน Quick Share โดยไม่ต้องติดตั้งแอปเพิ่มในมือถือ ทำให้การทำงานข้ามอุปกรณ์สะดวกขึ้นมาก สำหรับงานตรวจสอบระบบ ผู้เขียนเลือกใช้ Btop++ ซึ่งเป็น system monitor แบบเทอร์มินัลที่สวยงามและใช้งานง่าย แถมยังใช้เป็น screensaver แบบเท่ ๆ ได้อีกด้วย ส่วนงานอ่านและจัดการอีบุ๊กก็มี Calibre ที่ช่วยจัดการ metadata, แปลงไฟล์ และซิงก์กับ eReader ได้อย่างครบเครื่อง รวมถึงฟีเจอร์ AI ใหม่ที่ช่วยพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือได้ด้วย แอปเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ecosystem ของ Linux เติบโตขึ้นมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และผู้ใช้สามารถสร้าง workflow ที่ทรงพลังได้โดยไม่ต้องพึ่งซอฟต์แวร์ proprietary เลยแม้แต่น้อย ทั้งหมดนี้คือเสน่ห์ของโอเพ่นซอร์สที่ยังคงแข็งแรงและน่าตื่นเต้นเสมอ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ แอปที่ผู้เขียนใช้บ่อยที่สุดในปี 2025 ➡️ Converseen — แปลงภาพแบบ batch, รองรับกว่า 100 ฟอร์แมต ➡️ Packet — ส่งไฟล์ Linux ↔ Android ผ่าน Quick Share ➡️ Btop++ — system monitor สวยงาม ใช้งานง่าย ➡️ Calibre — จัดการอีบุ๊กครบวงจร พร้อมฟีเจอร์ AI ✅ เหตุผลที่แอปเหล่านี้โดดเด่น ➡️ ช่วยลดเวลาทำงานซ้ำ ๆ ➡️ ทำงานข้ามอุปกรณ์ได้สะดวก ➡️ เพิ่มความเข้าใจระบบด้วยข้อมูลแบบ real-time ➡️ ทำให้การอ่านและจัดการหนังสือง่ายขึ้นมาก ‼️ ข้อควรระวังหรือข้อจำกัด ⛔ แอปบางตัวอาจต้องติดตั้งผ่าน repo เสริม ⛔ Packet อาจทำงานได้ไม่เต็มที่บน Android รุ่นเก่า ⛔ Calibre ใช้ทรัพยากรพอสมควรบนเครื่องสเปกต่ำ https://itsfoss.com/news/my-choice-linux-apps-2025/
    ITSFOSS.COM
    These are the Linux Apps I Couldn't Live Without in 2025
    These open source gems have helped me refine my workflow.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 72 มุมมอง 0 รีวิว
  • 5 บล็อกเกอร์ที่โด่งดังที่สุดบน Hacker News ปี 2025

    ปี 2025 เป็นปีที่มีการแข่งขันดุเดือดในโลกบล็อกเกอร์สายเทคบน Hacker News และจากข้อมูลสรุปปลายปี พบว่ามี 5 คนที่โดดเด่นที่สุด ทั้งในด้านจำนวนโพสต์ คุณภาพเนื้อหา และความนิยมจากชุมชน โดยอันดับหนึ่งยังคงเป็น Simon Willison ที่ครองตำแหน่ง 3 ปีซ้อนด้วยสไตล์การเขียนที่ตรงไปตรงมาและไม่ขายของใด ๆ เลย

    Jeff Geerling คว้าอันดับ 2 แบบเฉียดฉิวเพียง 9 คะแนนจากอันดับ 3 โดยเขาโดดเด่นจากการทำคอนเทนต์เกี่ยวกับ Raspberry Pi และฮาร์ดแวร์ พร้อมเขียนบล็อกประกอบวิดีโออย่างพิถีพิถัน ไม่ใช่แค่แปะ transcript แบบที่หลายคนทำ ส่วนอันดับ 3 คือ Sean Goedecke ที่กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงหลังโพสต์เกี่ยวกับการทำงานใน Big Tech จนติดท็อป 100 ของปี และโพสต์ของเขาเข้าหน้าแรกถึง 47 ครั้งในปีเดียว

    อันดับ 4 คือ Brian Krebs นักข่าวสายสืบสวนด้านไซเบอร์ที่อยู่ในท็อป 10 ของ HN มานานกว่า 11 ปี โดยปีนี้มีโพสต์หนึ่งเกี่ยวกับการเมืองที่ขึ้นอันดับ 1 แต่ถูกลบเพราะโดน flag จำนวนมาก ซึ่งเป็นชะตากรรมของโพสต์การเมืองบน HN บ่อยครั้ง ปิดท้ายด้วย Neal Agarwal ที่ทำงานแนว interactive art ทุกโพสต์ของเขาขึ้นหน้าแรก และครึ่งหนึ่งขึ้นอันดับ 1 ของวัน ถือเป็นปีที่ประสบความสำเร็จที่สุดของเขาเช่นกัน

    นอกจากนี้ยังมีเกร็ดน่าสนใจ เช่น John Gruber กลับมาติดท็อป 10 ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2020 และ Mahad Kalam ที่ติดอันดับ 21 ด้วยโพสต์เดียวแต่กลายเป็นโพสต์ยอดนิยมที่สุดของปี แสดงให้เห็นว่าบางครั้ง “โพสต์เดียวก็เปลี่ยนชีวิตได้” บน Hacker News

    สรุปประเด็นสำคัญ
    5 บล็อกเกอร์ยอดนิยมปี 2025
    Simon Willison — ครองอันดับ 1 สามปีซ้อน, เขียนกว่า 1,000 โพสต์ในปีเดียว
    Jeff Geerling — อันดับ 2 แบบเฉียดฉิว, เน้นฮาร์ดแวร์และ Raspberry Pi
    Sean Goedecke — ดาวรุ่ง, โพสต์เข้าหน้าแรก 47 ครั้ง
    Brian Krebs — นักข่าวไซเบอร์ระดับตำนาน, ติดท็อป 10 เกือบทุกปี
    Neal Agarwal — งาน interactive art ทุกโพสต์ขึ้นหน้าแรก

    สิ่งที่ทำให้พวกเขาโดดเด่น
    เนื้อหาชัดเจน มีความเห็นเฉพาะตัว
    เขียนสม่ำเสมอและมีคุณภาพ
    เข้าใจสิ่งที่ชุมชน HN สนใจ
    ไม่ขายของ ไม่โฆษณาแฝง

    เกร็ดที่ควรรู้
    โพสต์การเมืองมักถูก flag และหายจากหน้าแรกเร็ว
    ความสำเร็จบน HN มี “ดวง” เข้ามาเกี่ยวข้องไม่น้อย
    บล็อกเกอร์หน้าใหม่อาจต้องโพสต์หลายครั้งกว่าจะติดหน้าแรก

    https://refactoringenglish.com/blog/2025-hn-top-5/
    📰 5 บล็อกเกอร์ที่โด่งดังที่สุดบน Hacker News ปี 2025 ปี 2025 เป็นปีที่มีการแข่งขันดุเดือดในโลกบล็อกเกอร์สายเทคบน Hacker News และจากข้อมูลสรุปปลายปี พบว่ามี 5 คนที่โดดเด่นที่สุด ทั้งในด้านจำนวนโพสต์ คุณภาพเนื้อหา และความนิยมจากชุมชน โดยอันดับหนึ่งยังคงเป็น Simon Willison ที่ครองตำแหน่ง 3 ปีซ้อนด้วยสไตล์การเขียนที่ตรงไปตรงมาและไม่ขายของใด ๆ เลย Jeff Geerling คว้าอันดับ 2 แบบเฉียดฉิวเพียง 9 คะแนนจากอันดับ 3 โดยเขาโดดเด่นจากการทำคอนเทนต์เกี่ยวกับ Raspberry Pi และฮาร์ดแวร์ พร้อมเขียนบล็อกประกอบวิดีโออย่างพิถีพิถัน ไม่ใช่แค่แปะ transcript แบบที่หลายคนทำ ส่วนอันดับ 3 คือ Sean Goedecke ที่กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงหลังโพสต์เกี่ยวกับการทำงานใน Big Tech จนติดท็อป 100 ของปี และโพสต์ของเขาเข้าหน้าแรกถึง 47 ครั้งในปีเดียว อันดับ 4 คือ Brian Krebs นักข่าวสายสืบสวนด้านไซเบอร์ที่อยู่ในท็อป 10 ของ HN มานานกว่า 11 ปี โดยปีนี้มีโพสต์หนึ่งเกี่ยวกับการเมืองที่ขึ้นอันดับ 1 แต่ถูกลบเพราะโดน flag จำนวนมาก ซึ่งเป็นชะตากรรมของโพสต์การเมืองบน HN บ่อยครั้ง ปิดท้ายด้วย Neal Agarwal ที่ทำงานแนว interactive art ทุกโพสต์ของเขาขึ้นหน้าแรก และครึ่งหนึ่งขึ้นอันดับ 1 ของวัน ถือเป็นปีที่ประสบความสำเร็จที่สุดของเขาเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเกร็ดน่าสนใจ เช่น John Gruber กลับมาติดท็อป 10 ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2020 และ Mahad Kalam ที่ติดอันดับ 21 ด้วยโพสต์เดียวแต่กลายเป็นโพสต์ยอดนิยมที่สุดของปี แสดงให้เห็นว่าบางครั้ง “โพสต์เดียวก็เปลี่ยนชีวิตได้” บน Hacker News 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ 5 บล็อกเกอร์ยอดนิยมปี 2025 ➡️ Simon Willison — ครองอันดับ 1 สามปีซ้อน, เขียนกว่า 1,000 โพสต์ในปีเดียว ➡️ Jeff Geerling — อันดับ 2 แบบเฉียดฉิว, เน้นฮาร์ดแวร์และ Raspberry Pi ➡️ Sean Goedecke — ดาวรุ่ง, โพสต์เข้าหน้าแรก 47 ครั้ง ➡️ Brian Krebs — นักข่าวไซเบอร์ระดับตำนาน, ติดท็อป 10 เกือบทุกปี ➡️ Neal Agarwal — งาน interactive art ทุกโพสต์ขึ้นหน้าแรก ✅ สิ่งที่ทำให้พวกเขาโดดเด่น ➡️ เนื้อหาชัดเจน มีความเห็นเฉพาะตัว ➡️ เขียนสม่ำเสมอและมีคุณภาพ ➡️ เข้าใจสิ่งที่ชุมชน HN สนใจ ➡️ ไม่ขายของ ไม่โฆษณาแฝง ‼️ เกร็ดที่ควรรู้ ⛔ โพสต์การเมืองมักถูก flag และหายจากหน้าแรกเร็ว ⛔ ความสำเร็จบน HN มี “ดวง” เข้ามาเกี่ยวข้องไม่น้อย ⛔ บล็อกเกอร์หน้าใหม่อาจต้องโพสต์หลายครั้งกว่าจะติดหน้าแรก https://refactoringenglish.com/blog/2025-hn-top-5/
    REFACTORINGENGLISH.COM
    The Most Popular Blogs of Hacker News in 2025
    Who were the most popular personal bloggers of 2025, and what made them successful on Hacker News?
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 83 มุมมอง 0 รีวิว
  • Daft Punk แอบเล่นมุก? ค้นพบว่า BPM ของ “Harder, Better, Faster, Stronger” คือ 123.45 แบบเป๊ะ!

    บทความต้นฉบับเล่าว่าแม้หลายแหล่ง—including Google, Spotify และฐานข้อมูล BPM ต่าง ๆ—จะบอกว่าเพลง HBFS ของ Daft Punk มีความเร็วประมาณ 123 BPM แต่ผู้เขียนซึ่งเป็นนักพัฒนาแอปตรวจจับ BPM พบสิ่งแปลก ๆ มานานหลายปี เพราะซอฟต์แวร์ของเขามักตรวจได้ค่าระหว่าง 123–124 แต่ไม่เคยลงล็อกที่ตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งแบบเป๊ะ ๆ จนกระทั่งเขาปรับปรุงระบบตรวจจับใหม่ให้แม่นยำขึ้น และพบว่าความเร็วจริงของเพลงคือ 123.45 BPM

    เพื่อพิสูจน์ เขาใช้วิธี “มนุษย์ทำได้ดีกว่าคอมพิวเตอร์” คือเปิด waveform ของเพลงในโปรแกรมตัดต่อเสียง เลือกจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของ beat ที่ชัดเจน แล้วนับจำนวน beat ทั้งหมดก่อนคำนวณด้วยสูตร BPM แบบตรงไปตรงมา ผลลัพธ์จากทั้ง CD rip และ YouTube official audio ต่างก็ให้ค่าใกล้เคียง 123.45 อย่างน่าประหลาดใจ

    จากนั้นผู้เขียนตั้งคำถามว่า Daft Punk ตั้งใจทำให้ BPM เป็น 123.45 หรือไม่ เพราะอุปกรณ์ที่พวกเขาใช้ในยุคนั้น เช่น E-mu SP‑1200 และ Akai MPC‑3000 รองรับทศนิยมเพียง 1 ตำแหน่ง แต่ Logic Audio (ของ Emagic ก่อน Apple ซื้อ) รองรับถึง 4 ตำแหน่ง ซึ่งทำให้การตั้ง BPM แบบ 123.45 เป็นไปได้จริงในเชิงเทคนิค

    แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยัน 100% ว่าพวกเขาตั้งใจ แต่ความแม่นยำของเวอร์ชัน CD ที่ใกล้เคียง 123.45 อย่างเหลือเชื่อ ทำให้ผู้เขียนเชื่อว่านี่อาจเป็น “อีสเตอร์เอ้ก” ที่ซ่อนอยู่ในเพลงมานานกว่า 25 ปี และเป็นมุกแบบหุ่นยนต์ที่ Daft Punk ตั้งใจทิ้งไว้ให้แฟน ๆ ค้นพบในอนาคต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่ค้นพบเกี่ยวกับ BPM ของ HBFS
    BPM จริงของเพลงคือ 123.45 ไม่ใช่ 123 ตามที่หลายเว็บระบุ
    ยืนยันด้วยการนับ beat แบบ manual จาก waveform
    ทั้ง CD rip และ YouTube official audio ให้ค่าที่ใกล้เคียงกันมาก

    ทำไมค่าถึงแม่นยำขนาดนี้?
    Logic Audio รองรับ BPM ทศนิยม 4 ตำแหน่ง
    อุปกรณ์อื่นรองรับเพียง 1 ตำแหน่ง แต่ยังเป็นไปได้ว่ามีการใช้ Logic ในการผลิต
    ความแม่นยำของเวอร์ชัน CD ทำให้ดู “ตั้งใจ” มากกว่าบังเอิญ

    ข้อควรระวังหรือข้อสังเกต
    ไม่มีหลักฐานยืนยันว่า Daft Punk ตั้งใจจริง
    ค่าที่ได้อาจต่างกันเล็กน้อยตามแหล่งไฟล์
    การวัด BPM แบบอัตโนมัติยังมีข้อจำกัดจาก noise และ harmonics

    https://www.madebywindmill.com/tempi/blog/hbfs-bpm/
    🎧 Daft Punk แอบเล่นมุก? ค้นพบว่า BPM ของ “Harder, Better, Faster, Stronger” คือ 123.45 แบบเป๊ะ! บทความต้นฉบับเล่าว่าแม้หลายแหล่ง—including Google, Spotify และฐานข้อมูล BPM ต่าง ๆ—จะบอกว่าเพลง HBFS ของ Daft Punk มีความเร็วประมาณ 123 BPM แต่ผู้เขียนซึ่งเป็นนักพัฒนาแอปตรวจจับ BPM พบสิ่งแปลก ๆ มานานหลายปี เพราะซอฟต์แวร์ของเขามักตรวจได้ค่าระหว่าง 123–124 แต่ไม่เคยลงล็อกที่ตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งแบบเป๊ะ ๆ จนกระทั่งเขาปรับปรุงระบบตรวจจับใหม่ให้แม่นยำขึ้น และพบว่าความเร็วจริงของเพลงคือ 123.45 BPM เพื่อพิสูจน์ เขาใช้วิธี “มนุษย์ทำได้ดีกว่าคอมพิวเตอร์” คือเปิด waveform ของเพลงในโปรแกรมตัดต่อเสียง เลือกจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของ beat ที่ชัดเจน แล้วนับจำนวน beat ทั้งหมดก่อนคำนวณด้วยสูตร BPM แบบตรงไปตรงมา ผลลัพธ์จากทั้ง CD rip และ YouTube official audio ต่างก็ให้ค่าใกล้เคียง 123.45 อย่างน่าประหลาดใจ จากนั้นผู้เขียนตั้งคำถามว่า Daft Punk ตั้งใจทำให้ BPM เป็น 123.45 หรือไม่ เพราะอุปกรณ์ที่พวกเขาใช้ในยุคนั้น เช่น E-mu SP‑1200 และ Akai MPC‑3000 รองรับทศนิยมเพียง 1 ตำแหน่ง แต่ Logic Audio (ของ Emagic ก่อน Apple ซื้อ) รองรับถึง 4 ตำแหน่ง ซึ่งทำให้การตั้ง BPM แบบ 123.45 เป็นไปได้จริงในเชิงเทคนิค แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยัน 100% ว่าพวกเขาตั้งใจ แต่ความแม่นยำของเวอร์ชัน CD ที่ใกล้เคียง 123.45 อย่างเหลือเชื่อ ทำให้ผู้เขียนเชื่อว่านี่อาจเป็น “อีสเตอร์เอ้ก” ที่ซ่อนอยู่ในเพลงมานานกว่า 25 ปี และเป็นมุกแบบหุ่นยนต์ที่ Daft Punk ตั้งใจทิ้งไว้ให้แฟน ๆ ค้นพบในอนาคต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่ค้นพบเกี่ยวกับ BPM ของ HBFS ➡️ BPM จริงของเพลงคือ 123.45 ไม่ใช่ 123 ตามที่หลายเว็บระบุ ➡️ ยืนยันด้วยการนับ beat แบบ manual จาก waveform ➡️ ทั้ง CD rip และ YouTube official audio ให้ค่าที่ใกล้เคียงกันมาก ✅ ทำไมค่าถึงแม่นยำขนาดนี้? ➡️ Logic Audio รองรับ BPM ทศนิยม 4 ตำแหน่ง ➡️ อุปกรณ์อื่นรองรับเพียง 1 ตำแหน่ง แต่ยังเป็นไปได้ว่ามีการใช้ Logic ในการผลิต ➡️ ความแม่นยำของเวอร์ชัน CD ทำให้ดู “ตั้งใจ” มากกว่าบังเอิญ ‼️ ข้อควรระวังหรือข้อสังเกต ⛔ ไม่มีหลักฐานยืนยันว่า Daft Punk ตั้งใจจริง ⛔ ค่าที่ได้อาจต่างกันเล็กน้อยตามแหล่งไฟล์ ⛔ การวัด BPM แบบอัตโนมัติยังมีข้อจำกัดจาก noise และ harmonics https://www.madebywindmill.com/tempi/blog/hbfs-bpm/
    WWW.MADEBYWINDMILL.COM
    Was Daft Punk Having a Laugh When They Chose the Tempo of Harder, Better, Faster, Stronger?
    Was Daft Punk Having a Laugh When They Chose the Tempo of Harder, Better, Faster, Stronger?
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 67 มุมมอง 0 รีวิว