• จีนเปิดตัวซีพียูเซิร์ฟเวอร์ RISC-V ตัวแรกในชื่อ Lingyu CPU ซึ่งออกแบบเพื่อช่วยลดการพึ่งพาชิปจากตะวันตก ซีพียูนี้ใช้สถาปัตยกรรมแบบ “หนึ่งคอร์ สองสถาปัตยกรรม” มี 32 คอร์สำหรับประมวลผลทั่วไป และ 8 คอร์สำหรับ AI การพัฒนานี้ได้รับ การสนับสนุนจากรัฐบาลจีนและบริษัทใหญ่ เช่น Alibaba และ Tencent อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักคือ การสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งเพื่อแข่งขันกับ x86 และ Arm

    ✅ Lingyu CPU ใช้สถาปัตยกรรมแบบ “หนึ่งคอร์ สองสถาปัตยกรรม”
    - มี 32 คอร์สำหรับงานประมวลผลทั่วไป และ 8 คอร์พิเศษสำหรับการคำนวณ AI
    - โครงสร้างนี้ช่วยให้ มีประสิทธิภาพด้านการคำนวณสูง และประหยัดพลังงาน

    ✅ RiVAI Technologies ได้รับการสนับสนุนจากบุคลากรระดับโลก
    - Zhangxi Tan ผู้ก่อตั้งบริษัท เป็นศิษย์ของ Prof. David Patterson ผู้บุกเบิก RISC-V
    - Prof. Patterson ยังคงเป็นที่ปรึกษาทางเทคนิคของ RiVAI

    ✅ จีนผลักดันให้ใช้ RISC-V เพื่อลดการพึ่งพา x86 และ Arm
    - RISC-V เป็น สถาปัตยกรรมแบบเปิด ต่างจาก x86 และ Arm ที่มีเจ้าของ
    - ทำให้บริษัทจีนสามารถ ออกแบบและผลิตชิปได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านสิทธิ์การใช้งานจากตะวันตก

    ✅ มีการสนับสนุนจากรัฐบาลและบริษัทยักษ์ใหญ่
    - รัฐบาลจีนให้ เงินทุนและนโยบายสนับสนุนการพัฒนา RISC-V
    - บริษัทเช่น Alibaba และ Tencent กำลังลงทุนใน RISC-V

    ✅ ความท้าทายหลักคือซอฟต์แวร์และการสร้างระบบนิเวศ
    - แม้ RISC-V จะมีศักยภาพสูง แต่ การพัฒนาและปรับแต่งซอฟต์แวร์ยังต้องใช้เวลา
    - การแข่งขันกับ x86 และ Arm จะต้องอาศัย ระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/chinas-push-for-chip-independence-continues-with-its-first-risc-v-server-cpu
    จีนเปิดตัวซีพียูเซิร์ฟเวอร์ RISC-V ตัวแรกในชื่อ Lingyu CPU ซึ่งออกแบบเพื่อช่วยลดการพึ่งพาชิปจากตะวันตก ซีพียูนี้ใช้สถาปัตยกรรมแบบ “หนึ่งคอร์ สองสถาปัตยกรรม” มี 32 คอร์สำหรับประมวลผลทั่วไป และ 8 คอร์สำหรับ AI การพัฒนานี้ได้รับ การสนับสนุนจากรัฐบาลจีนและบริษัทใหญ่ เช่น Alibaba และ Tencent อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักคือ การสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งเพื่อแข่งขันกับ x86 และ Arm ✅ Lingyu CPU ใช้สถาปัตยกรรมแบบ “หนึ่งคอร์ สองสถาปัตยกรรม” - มี 32 คอร์สำหรับงานประมวลผลทั่วไป และ 8 คอร์พิเศษสำหรับการคำนวณ AI - โครงสร้างนี้ช่วยให้ มีประสิทธิภาพด้านการคำนวณสูง และประหยัดพลังงาน ✅ RiVAI Technologies ได้รับการสนับสนุนจากบุคลากรระดับโลก - Zhangxi Tan ผู้ก่อตั้งบริษัท เป็นศิษย์ของ Prof. David Patterson ผู้บุกเบิก RISC-V - Prof. Patterson ยังคงเป็นที่ปรึกษาทางเทคนิคของ RiVAI ✅ จีนผลักดันให้ใช้ RISC-V เพื่อลดการพึ่งพา x86 และ Arm - RISC-V เป็น สถาปัตยกรรมแบบเปิด ต่างจาก x86 และ Arm ที่มีเจ้าของ - ทำให้บริษัทจีนสามารถ ออกแบบและผลิตชิปได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านสิทธิ์การใช้งานจากตะวันตก ✅ มีการสนับสนุนจากรัฐบาลและบริษัทยักษ์ใหญ่ - รัฐบาลจีนให้ เงินทุนและนโยบายสนับสนุนการพัฒนา RISC-V - บริษัทเช่น Alibaba และ Tencent กำลังลงทุนใน RISC-V ✅ ความท้าทายหลักคือซอฟต์แวร์และการสร้างระบบนิเวศ - แม้ RISC-V จะมีศักยภาพสูง แต่ การพัฒนาและปรับแต่งซอฟต์แวร์ยังต้องใช้เวลา - การแข่งขันกับ x86 และ Arm จะต้องอาศัย ระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/chinas-push-for-chip-independence-continues-with-its-first-risc-v-server-cpu
    0 Comments 0 Shares 51 Views 0 Reviews
  • ร้านค้าในเวียดนามเผยเซิร์ฟเวอร์ AI มูลค่า $30,000 ที่ใช้ RTX 5090 ถึง 7 ตัว พร้อมพลังงาน 4,000 วัตต์และหน่วยความจำ 224GB สถาปัตยกรรม Blackwell ช่วยให้ RTX 5090 เหมาะกับงาน AI แม้ราคาต่อการ์ดสูงถึง $4,000 นักพัฒนายอมลงทุนเพราะประสิทธิภาพที่เหนือกว่า อย่างไรก็ตาม Nvidia มุ่งขาย AI Accelerators มากกว่าการ์ดเกม ทำให้ RTX 5090 หาได้ยากและราคาสูง ตลาดมือสองอาจเป็นทางเลือกสำหรับคนที่มองหาการ์ดที่คุ้มค่ากว่า

    ✅ RTX 5090 มาพร้อมสถาปัตยกรรม Blackwell—ออกแบบเพื่อ AI โดยเฉพาะ
    - รองรับ รูปแบบข้อมูลที่มีความแม่นยำต่ำกว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ AI
    - แม้ราคาต่อการ์ดสูงถึง $4,000 นักพัฒนา AI ก็ยังยอมลงทุนเพราะประสิทธิภาพที่เหนือกว่า

    ✅ เซิร์ฟเวอร์นี้ใช้โครงสร้างแบบ “Open-Air GPU Frame”
    - ใช้ PCIe riser cables เชื่อมต่อ GPU แต่ละตัว
    - ใช้ Super Flower Leadex 2000W PSUs หลายตัวเพื่อรองรับกำลังไฟ

    ✅ หน่วยความจำรวม 224GB ไม่ใช่ “Unified Memory”
    - นักพัฒนาต้องใช้เทคนิค Model Parallelism เพื่อแบ่งงานระหว่าง GPU
    - ต่างจาก Blackwell Workstation Cards ที่มี VRAM สูงถึง 96GB ซึ่งเหมาะกับโมเดลที่มีพารามิเตอร์ซับซ้อน

    ✅ ราคา GPU สูงขึ้น เพราะ Nvidia เน้นขาย AI Accelerators มากกว่าการ์ดเกม
    - Nvidia ใช้ เวเฟอร์จาก TSMC กับ B100/B200/B300 มากกว่าผลิต RTX
    - ทำให้การ์ดเกม หาได้ยากและราคาสูงกว่าปกติ

    ✅ ตลาด GPU มือสองเริ่มน่าสนใจ
    - รุ่นเก่าอย่าง RTX 4090 ที่มี 48GB VRAM ได้รับความนิยมในจีน
    - อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าราคาการ์ดใหม่จะปรับตัว

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/seven-rtx-5090-gpus-power-ai-server-worth-over-usd30-000-over-4000w-of-power-and-224gb-of-memory-in-a-single-frame
    ร้านค้าในเวียดนามเผยเซิร์ฟเวอร์ AI มูลค่า $30,000 ที่ใช้ RTX 5090 ถึง 7 ตัว พร้อมพลังงาน 4,000 วัตต์และหน่วยความจำ 224GB สถาปัตยกรรม Blackwell ช่วยให้ RTX 5090 เหมาะกับงาน AI แม้ราคาต่อการ์ดสูงถึง $4,000 นักพัฒนายอมลงทุนเพราะประสิทธิภาพที่เหนือกว่า อย่างไรก็ตาม Nvidia มุ่งขาย AI Accelerators มากกว่าการ์ดเกม ทำให้ RTX 5090 หาได้ยากและราคาสูง ตลาดมือสองอาจเป็นทางเลือกสำหรับคนที่มองหาการ์ดที่คุ้มค่ากว่า ✅ RTX 5090 มาพร้อมสถาปัตยกรรม Blackwell—ออกแบบเพื่อ AI โดยเฉพาะ - รองรับ รูปแบบข้อมูลที่มีความแม่นยำต่ำกว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ AI - แม้ราคาต่อการ์ดสูงถึง $4,000 นักพัฒนา AI ก็ยังยอมลงทุนเพราะประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ✅ เซิร์ฟเวอร์นี้ใช้โครงสร้างแบบ “Open-Air GPU Frame” - ใช้ PCIe riser cables เชื่อมต่อ GPU แต่ละตัว - ใช้ Super Flower Leadex 2000W PSUs หลายตัวเพื่อรองรับกำลังไฟ ✅ หน่วยความจำรวม 224GB ไม่ใช่ “Unified Memory” - นักพัฒนาต้องใช้เทคนิค Model Parallelism เพื่อแบ่งงานระหว่าง GPU - ต่างจาก Blackwell Workstation Cards ที่มี VRAM สูงถึง 96GB ซึ่งเหมาะกับโมเดลที่มีพารามิเตอร์ซับซ้อน ✅ ราคา GPU สูงขึ้น เพราะ Nvidia เน้นขาย AI Accelerators มากกว่าการ์ดเกม - Nvidia ใช้ เวเฟอร์จาก TSMC กับ B100/B200/B300 มากกว่าผลิต RTX - ทำให้การ์ดเกม หาได้ยากและราคาสูงกว่าปกติ ✅ ตลาด GPU มือสองเริ่มน่าสนใจ - รุ่นเก่าอย่าง RTX 4090 ที่มี 48GB VRAM ได้รับความนิยมในจีน - อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าราคาการ์ดใหม่จะปรับตัว https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/seven-rtx-5090-gpus-power-ai-server-worth-over-usd30-000-over-4000w-of-power-and-224gb-of-memory-in-a-single-frame
    0 Comments 0 Shares 57 Views 0 Reviews
  • การขึ้นภาษีนำเข้าพีซีของทรัมป์ทำให้ราคาพีซีในสหรัฐฯ อาจเพิ่มขึ้น 20-25% โดยแบรนด์ที่ประกอบเครื่องในอเมริกาจะได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากต้องนำเข้าชิ้นส่วนจากเอเชีย ซึ่งตอนนี้ถูกเพิ่มภาษีสูงสุดถึง 54% สำหรับสินค้าจากจีน ผู้ผลิตพีซีแบบกำหนดเองเช่น Maingear และ Falcon Northwest ไม่มีทางเลือกนอกจาก ผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค นักวิเคราะห์เตือนว่าการขึ้นภาษีนี้ อาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย

    ✅ แบรนด์ใหญ่เช่น Dell และ HP อาจเลี่ยงผลกระทบได้บางส่วน
    - บริษัทขนาดใหญ่สามารถ ย้ายฐานผลิตไปยังประเทศที่ภาษีต่ำกว่า
    - ผู้ผลิตรายย่อยในสหรัฐฯ ไม่มีทางเลือก ต้องรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

    ✅ ภาษีเพิ่มขึ้นสูงสุด 54% สำหรับชิ้นส่วนจากจีน
    - จีนได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยถูกเพิ่มภาษีอีก 34% ทำให้รวมเป็น 54%
    - ประเทศอื่นที่ได้รับผลกระทบหนักได้แก่ เวียดนาม (46%), ไต้หวัน (32%) และเกาหลีใต้ (26%)

    ✅ การขาดแคลน GPU อาจรุนแรงขึ้น
    - การที่โรงงานต้อง ย้ายฐานผลิตออกจากจีน กำลังทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลน GPU
    - ซัพพลายเออร์บางรายหยุดการผลิต ทำให้เกิดภาวะขาดตลาดและ FOMO (Fear of Missing Out)

    ✅ อุตสาหกรรมพีซีอาจไม่สามารถดูดซับต้นทุนเพิ่มขึ้นได้
    - ผู้ผลิตพีซีเป็นธุรกิจที่มีกำไรต่ำ ไม่สามารถแบกรับภาษีใหม่ได้โดยไม่ขึ้นราคา
    - คาดว่าผู้บริโภคจะต้องจ่ายเพิ่ม 20-45% ภายในเดือนมิถุนายน 2025

    ✅ สมาคมเทคโนโลยีเตือนว่าภาษีอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย
    - CEO ของ Consumer Technology Association กล่าวว่า ภาษีเหล่านี้เป็นภาระหนักต่อประชาชนและอาจเร่งให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

    https://www.tomshardware.com/desktops/gaming-pcs/pc-prices-up-at-least-15-percent-trump-tariffs-may-hurt-u-s-system-integrators-most
    การขึ้นภาษีนำเข้าพีซีของทรัมป์ทำให้ราคาพีซีในสหรัฐฯ อาจเพิ่มขึ้น 20-25% โดยแบรนด์ที่ประกอบเครื่องในอเมริกาจะได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากต้องนำเข้าชิ้นส่วนจากเอเชีย ซึ่งตอนนี้ถูกเพิ่มภาษีสูงสุดถึง 54% สำหรับสินค้าจากจีน ผู้ผลิตพีซีแบบกำหนดเองเช่น Maingear และ Falcon Northwest ไม่มีทางเลือกนอกจาก ผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค นักวิเคราะห์เตือนว่าการขึ้นภาษีนี้ อาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย ✅ แบรนด์ใหญ่เช่น Dell และ HP อาจเลี่ยงผลกระทบได้บางส่วน - บริษัทขนาดใหญ่สามารถ ย้ายฐานผลิตไปยังประเทศที่ภาษีต่ำกว่า - ผู้ผลิตรายย่อยในสหรัฐฯ ไม่มีทางเลือก ต้องรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ✅ ภาษีเพิ่มขึ้นสูงสุด 54% สำหรับชิ้นส่วนจากจีน - จีนได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยถูกเพิ่มภาษีอีก 34% ทำให้รวมเป็น 54% - ประเทศอื่นที่ได้รับผลกระทบหนักได้แก่ เวียดนาม (46%), ไต้หวัน (32%) และเกาหลีใต้ (26%) ✅ การขาดแคลน GPU อาจรุนแรงขึ้น - การที่โรงงานต้อง ย้ายฐานผลิตออกจากจีน กำลังทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลน GPU - ซัพพลายเออร์บางรายหยุดการผลิต ทำให้เกิดภาวะขาดตลาดและ FOMO (Fear of Missing Out) ✅ อุตสาหกรรมพีซีอาจไม่สามารถดูดซับต้นทุนเพิ่มขึ้นได้ - ผู้ผลิตพีซีเป็นธุรกิจที่มีกำไรต่ำ ไม่สามารถแบกรับภาษีใหม่ได้โดยไม่ขึ้นราคา - คาดว่าผู้บริโภคจะต้องจ่ายเพิ่ม 20-45% ภายในเดือนมิถุนายน 2025 ✅ สมาคมเทคโนโลยีเตือนว่าภาษีอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย - CEO ของ Consumer Technology Association กล่าวว่า ภาษีเหล่านี้เป็นภาระหนักต่อประชาชนและอาจเร่งให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย https://www.tomshardware.com/desktops/gaming-pcs/pc-prices-up-at-least-15-percent-trump-tariffs-may-hurt-u-s-system-integrators-most
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    PC prices up at least 20%: Trump Tariffs may hurt U.S. system integrators most
    Boutique PC builders like Maingear and Falcon Northwest bear the brunt of the costs.
    0 Comments 0 Shares 72 Views 0 Reviews
  • "อย่าตอบโต้ อยู่เฉยๆ และยอมรับมัน ไม่งั้นอาจเลวร้ายไปกว่าเดิม"

    -- สก็อตต์ เบสเซนท์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐ

    "คำแนะนำของผมสำหรับประเทศต่างๆ เกี่ยวกับภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ คือ อย่าตอบโต้ อยู่เฉยๆ ยอมรับมัน และทำไปตามสถานการณ์ เพราะถ้าหากคุณตอบโต้ สิ่งต่างๆจะเลวร้ายลงไปอีก หากคุณไม่ตอบโต้ นี่อาจเป็นจุดสูงสุด และหยุดแค่นี้"


    เบสเซนท์ ยังกล่าวถึง "รัสเซียและเบลารุส" ที่ไม่อยู่ในรายชื่อ เพราะสหรัฐคว่ำบาตรและไม่ได้มีการค้าขายกับพวกเขา
    "อย่าตอบโต้ อยู่เฉยๆ และยอมรับมัน ไม่งั้นอาจเลวร้ายไปกว่าเดิม" -- สก็อตต์ เบสเซนท์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐ "คำแนะนำของผมสำหรับประเทศต่างๆ เกี่ยวกับภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ คือ อย่าตอบโต้ อยู่เฉยๆ ยอมรับมัน และทำไปตามสถานการณ์ เพราะถ้าหากคุณตอบโต้ สิ่งต่างๆจะเลวร้ายลงไปอีก หากคุณไม่ตอบโต้ นี่อาจเป็นจุดสูงสุด และหยุดแค่นี้" เบสเซนท์ ยังกล่าวถึง "รัสเซียและเบลารุส" ที่ไม่อยู่ในรายชื่อ เพราะสหรัฐคว่ำบาตรและไม่ได้มีการค้าขายกับพวกเขา
    0 Comments 0 Shares 176 Views 33 0 Reviews
  • MediaTek เปิดตัว Kompanio Ultra SoC ที่ออกแบบมาเพื่อ Chromebook Plus โดยเน้น AI และประสิทธิภาพการประมวลผล ชิปตัวนี้มาพร้อม พลัง AI สูงถึง 50 TOPS และใช้สถาปัตยกรรม Cortex-X925 เพื่อการทำงานที่เร็วขึ้น สามารถจัดการงาน AI บนเครื่องโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และมีระบบ จัดการพลังงานอัจฉริยะเพื่อให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน รองรับ Wi-Fi 7 และการแสดงผล 4K หลายจอ ช่วยให้การใช้งาน Chromebook มีความลื่นไหลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    ✅ การพัฒนาเพื่อประสบการณ์ AI บนเครื่องโดยตรง
    - Kompanio Ultra มาพร้อม พลังการประมวลผล AI ถึง 50 TOPS
    - รองรับ AI Generative บนเครื่อง โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
    - มี NPU รุ่นที่ 8 ที่ช่วยเร่งงานด้าน AI เช่น การจัดการงานอัตโนมัติ และการสร้างเนื้อหาแบบ AI-enhanced

    ✅ การร่วมมือกับ Google เพื่อเสริมศักยภาพ ChromeOS
    - MediaTek ทำงานร่วมกับ Google ในการพัฒนา Chromebook Plus
    - ช่วยให้การทำงานของ ChromeOS เร็วขึ้นและประหยัดพลังงานมากขึ้น

    ✅ ประสิทธิภาพพลังงานสูง รองรับการทำงานตลอดวัน
    - ใช้ระบบ จัดการพลังงานอัจฉริยะ และมี แคชขนาดใหญ่ในตัวชิป
    - ช่วยให้ Chromebook สามารถทำงาน ต่อเนื่องได้ทั้งวันโดยไม่ลดประสิทธิภาพ

    ✅ รองรับมัลติทาสก์และการแสดงผลระดับสูง
    - ใช้งาน จอแสดงผล 4K ได้ถึงสองจอพร้อมกัน
    - ระบบเสียง Hi-Fi audio ช่วยให้การสนทนาและการดูวิดีโอคมชัดขึ้น

    ✅ Wi-Fi 7 มอบความเร็วและการเชื่อมต่อที่เสถียร
    - Kompanio Ultra รองรับ Wi-Fi 7 เพื่อการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้นและลดความหน่วง

    https://www.techpowerup.com/335034/mediatek-introduces-kompanio-ultra-soc-touted-to-redefine-ai-performance-for-chromebook-plus
    MediaTek เปิดตัว Kompanio Ultra SoC ที่ออกแบบมาเพื่อ Chromebook Plus โดยเน้น AI และประสิทธิภาพการประมวลผล ชิปตัวนี้มาพร้อม พลัง AI สูงถึง 50 TOPS และใช้สถาปัตยกรรม Cortex-X925 เพื่อการทำงานที่เร็วขึ้น สามารถจัดการงาน AI บนเครื่องโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และมีระบบ จัดการพลังงานอัจฉริยะเพื่อให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน รองรับ Wi-Fi 7 และการแสดงผล 4K หลายจอ ช่วยให้การใช้งาน Chromebook มีความลื่นไหลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ✅ การพัฒนาเพื่อประสบการณ์ AI บนเครื่องโดยตรง - Kompanio Ultra มาพร้อม พลังการประมวลผล AI ถึง 50 TOPS - รองรับ AI Generative บนเครื่อง โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต - มี NPU รุ่นที่ 8 ที่ช่วยเร่งงานด้าน AI เช่น การจัดการงานอัตโนมัติ และการสร้างเนื้อหาแบบ AI-enhanced ✅ การร่วมมือกับ Google เพื่อเสริมศักยภาพ ChromeOS - MediaTek ทำงานร่วมกับ Google ในการพัฒนา Chromebook Plus - ช่วยให้การทำงานของ ChromeOS เร็วขึ้นและประหยัดพลังงานมากขึ้น ✅ ประสิทธิภาพพลังงานสูง รองรับการทำงานตลอดวัน - ใช้ระบบ จัดการพลังงานอัจฉริยะ และมี แคชขนาดใหญ่ในตัวชิป - ช่วยให้ Chromebook สามารถทำงาน ต่อเนื่องได้ทั้งวันโดยไม่ลดประสิทธิภาพ ✅ รองรับมัลติทาสก์และการแสดงผลระดับสูง - ใช้งาน จอแสดงผล 4K ได้ถึงสองจอพร้อมกัน - ระบบเสียง Hi-Fi audio ช่วยให้การสนทนาและการดูวิดีโอคมชัดขึ้น ✅ Wi-Fi 7 มอบความเร็วและการเชื่อมต่อที่เสถียร - Kompanio Ultra รองรับ Wi-Fi 7 เพื่อการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้นและลดความหน่วง https://www.techpowerup.com/335034/mediatek-introduces-kompanio-ultra-soc-touted-to-redefine-ai-performance-for-chromebook-plus
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    MediaTek Introduces Kompanio Ultra SoC, Touted to Redefine AI Performance for Chromebook Plus
    MediaTek has introduced the Kompanio Ultra, the latest milestone in AI-powered, high-performance Chromebooks. Leveraging MediaTek's proven expertise in flagship innovation, this powerful new platform brings fantastic on-device AI capabilities, superior computing performance, and industry-leading pow...
    0 Comments 0 Shares 57 Views 0 Reviews
  • ผลสำรวจจาก Pluralsight พบว่า 77% ของพนักงานยอมรับว่าพวกเขาแกล้งทำเป็นรู้เรื่อง AI มากกว่าความเป็นจริง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการนำ AI มาใช้ในองค์กร โดยเฉพาะในช่วงที่ 86% ของธุรกิจในสหราชอาณาจักรกำลังใช้งานหรือวางแผนใช้ AI

    ✅ 91% ของคนทำงานด้านเทคโนโลยีในสหราชอาณาจักรอ้างว่ามีความเข้าใจ AI แต่ 77% ยอมรับว่าไม่รู้จริง
    - หลายคนใช้ AI แต่ไม่เข้าใจหลักการหรือข้อจำกัดของมัน
    - ส่งผลให้การใช้ AI ขาดประสิทธิภาพและอาจสร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

    ✅ สองในสามของพนักงาน (59%) มองว่า AI เป็นเครื่องมือที่ทำให้คนขี้เกียจ
    - ในระดับผู้บริหาร (C-suite) มุมมองนี้เพิ่มขึ้นเป็น 73%
    - ทำให้บางคน หลีกเลี่ยงการใช้ AI ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน เพราะกลัวถูกมองว่าไม่มีประสิทธิภาพ

    ✅ 93% ของพนักงานกังวลว่า AI อาจทำให้พวกเขาตกงาน
    - แม้ว่าจะมีความกลัวเรื่องการถูกแทนที่ แต่ 44% ของบริษัทกลับเพิ่มตำแหน่งงานใหม่เพราะ AI
    - 87% ขององค์กร อาจต้องจ้างงานหรือว่าจ้างภายนอกเพื่อเติมเต็มช่องว่างทักษะ AI

    ✅ บริษัทให้ความสำคัญกับทักษะ AI ในการจ้างงานมากขึ้น
    - 94% ของบริษัทให้ความสำคัญกับ AI ในการเลือกพนักงาน
    - มีเพียง 6% เท่านั้นที่ไม่พิจารณาทักษะ AI ในกระบวนการสรรหา

    ✅ Pluralsight แนะนำให้พนักงานมุ่งเน้นการเรียนรู้แทนที่จะต่อต้าน AI
    - "แทนที่จะกลัว AI แทนที่งาน การเรียนรู้ทักษะ AI จะช่วยให้พนักงานมีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตของการทำงาน"

    https://www.techradar.com/pro/most-workers-are-greatly-overestimating-their-ai-skills
    ผลสำรวจจาก Pluralsight พบว่า 77% ของพนักงานยอมรับว่าพวกเขาแกล้งทำเป็นรู้เรื่อง AI มากกว่าความเป็นจริง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการนำ AI มาใช้ในองค์กร โดยเฉพาะในช่วงที่ 86% ของธุรกิจในสหราชอาณาจักรกำลังใช้งานหรือวางแผนใช้ AI ✅ 91% ของคนทำงานด้านเทคโนโลยีในสหราชอาณาจักรอ้างว่ามีความเข้าใจ AI แต่ 77% ยอมรับว่าไม่รู้จริง - หลายคนใช้ AI แต่ไม่เข้าใจหลักการหรือข้อจำกัดของมัน - ส่งผลให้การใช้ AI ขาดประสิทธิภาพและอาจสร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ✅ สองในสามของพนักงาน (59%) มองว่า AI เป็นเครื่องมือที่ทำให้คนขี้เกียจ - ในระดับผู้บริหาร (C-suite) มุมมองนี้เพิ่มขึ้นเป็น 73% - ทำให้บางคน หลีกเลี่ยงการใช้ AI ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน เพราะกลัวถูกมองว่าไม่มีประสิทธิภาพ ✅ 93% ของพนักงานกังวลว่า AI อาจทำให้พวกเขาตกงาน - แม้ว่าจะมีความกลัวเรื่องการถูกแทนที่ แต่ 44% ของบริษัทกลับเพิ่มตำแหน่งงานใหม่เพราะ AI - 87% ขององค์กร อาจต้องจ้างงานหรือว่าจ้างภายนอกเพื่อเติมเต็มช่องว่างทักษะ AI ✅ บริษัทให้ความสำคัญกับทักษะ AI ในการจ้างงานมากขึ้น - 94% ของบริษัทให้ความสำคัญกับ AI ในการเลือกพนักงาน - มีเพียง 6% เท่านั้นที่ไม่พิจารณาทักษะ AI ในกระบวนการสรรหา ✅ Pluralsight แนะนำให้พนักงานมุ่งเน้นการเรียนรู้แทนที่จะต่อต้าน AI - "แทนที่จะกลัว AI แทนที่งาน การเรียนรู้ทักษะ AI จะช่วยให้พนักงานมีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตของการทำงาน" https://www.techradar.com/pro/most-workers-are-greatly-overestimating-their-ai-skills
    WWW.TECHRADAR.COM
    Most workers are greatly overestimating their AI skills
    Workers say they’re more au fait with AI than they really are
    0 Comments 0 Shares 62 Views 0 Reviews
  • รายงานจาก NETSCOUT ชี้ว่า การโจมตีแบบ DDoS (Distributed Denial of Service) กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยเฉพาะในช่วง การเลือกตั้ง, การประท้วง และความขัดแย้งทางนโยบาย กลุ่มแฮกเกอร์ที่มีแรงจูงใจทางการเมืองใช้การโจมตีลักษณะนี้เพื่อ บ่อนทำลายความเชื่อมั่นในสถาบันต่าง ๆ และก่อกวนบริการสาธารณะ

    ✅ กลุ่ม NoName057(16) จากรัสเซีย—ผู้นำด้านการโจมตี DDoS ที่มุ่งเป้าไปยังยุโรป
    - รายงานระบุว่า กลุ่มแฮกเกอร์รัสเซีย NoName057(16) กำลังโจมตีระบบของรัฐบาลใน สหราชอาณาจักร, เบลเยียม และสเปน
    - จอร์เจียได้รับผลกระทบหนัก โดยมีจำนวนการโจมตีเพิ่มขึ้น 1,489% ก่อนการพิจารณากฎหมาย "Russia Bill"

    ✅ จำนวนการโจมตีพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว—ครึ่งหลังของปี 2024 มีการโจมตีถึง 9 ล้านครั้ง
    - เพิ่มขึ้น 12.75% จากครึ่งแรกของปี 2024
    - อิสราเอลโดนโจมตีหนักที่สุด เพิ่มขึ้น 2,844% มีการโจมตีสูงสุดถึง 519 ครั้งในหนึ่งวัน

    ✅ DDoS ต่างจาก Ransomware—เป้าหมายคือทำลาย ไม่ใช่เรียกค่าไถ่
    - Ransomware ถูกใช้เพื่อเรียกค่าไถ่ ในขณะที่ DDoS มุ่งเน้นสร้างความปั่นป่วนโดยไม่มีข้อเรียกร้องทางการเงิน
    - ทำให้เป็น เครื่องมือทางการเมืองที่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

    ✅ องค์กรต้องใช้กลยุทธ์การป้องกันที่แข็งแกร่งขึ้น
    - การเฝ้าระวังและใช้ระบบตรวจจับล่วงหน้า เป็นสิ่งจำเป็น
    - ต้องมี มาตรการป้องกันขั้นสูงเพื่อลดผลกระทบจากการโจมตี

    https://www.techradar.com/pro/security/ddos-attacks-are-becoming-a-critical-tool-in-geopolitical-battles
    รายงานจาก NETSCOUT ชี้ว่า การโจมตีแบบ DDoS (Distributed Denial of Service) กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยเฉพาะในช่วง การเลือกตั้ง, การประท้วง และความขัดแย้งทางนโยบาย กลุ่มแฮกเกอร์ที่มีแรงจูงใจทางการเมืองใช้การโจมตีลักษณะนี้เพื่อ บ่อนทำลายความเชื่อมั่นในสถาบันต่าง ๆ และก่อกวนบริการสาธารณะ ✅ กลุ่ม NoName057(16) จากรัสเซีย—ผู้นำด้านการโจมตี DDoS ที่มุ่งเป้าไปยังยุโรป - รายงานระบุว่า กลุ่มแฮกเกอร์รัสเซีย NoName057(16) กำลังโจมตีระบบของรัฐบาลใน สหราชอาณาจักร, เบลเยียม และสเปน - จอร์เจียได้รับผลกระทบหนัก โดยมีจำนวนการโจมตีเพิ่มขึ้น 1,489% ก่อนการพิจารณากฎหมาย "Russia Bill" ✅ จำนวนการโจมตีพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว—ครึ่งหลังของปี 2024 มีการโจมตีถึง 9 ล้านครั้ง - เพิ่มขึ้น 12.75% จากครึ่งแรกของปี 2024 - อิสราเอลโดนโจมตีหนักที่สุด เพิ่มขึ้น 2,844% มีการโจมตีสูงสุดถึง 519 ครั้งในหนึ่งวัน ✅ DDoS ต่างจาก Ransomware—เป้าหมายคือทำลาย ไม่ใช่เรียกค่าไถ่ - Ransomware ถูกใช้เพื่อเรียกค่าไถ่ ในขณะที่ DDoS มุ่งเน้นสร้างความปั่นป่วนโดยไม่มีข้อเรียกร้องทางการเงิน - ทำให้เป็น เครื่องมือทางการเมืองที่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ✅ องค์กรต้องใช้กลยุทธ์การป้องกันที่แข็งแกร่งขึ้น - การเฝ้าระวังและใช้ระบบตรวจจับล่วงหน้า เป็นสิ่งจำเป็น - ต้องมี มาตรการป้องกันขั้นสูงเพื่อลดผลกระทบจากการโจมตี https://www.techradar.com/pro/security/ddos-attacks-are-becoming-a-critical-tool-in-geopolitical-battles
    WWW.TECHRADAR.COM
    DDoS attacks are becoming a critical tool in geopolitical battles
    Critical infrastructure is the top target, report warns
    0 Comments 0 Shares 65 Views 0 Reviews
  • ไม่รอด!
    ยุน ซอกยอล ปธน.เกาหลีใต้ หลุดจากตำแหน่งแน่นอนแล้ว หลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินรับรองมติถอดถอนของสภา และให้เลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน


    คำพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ มีดังนี้:
    👉ยุน ไม่ได้ดำเนินตามกระบวนการที่ถูกต้อง
    👉ยุน ใช้อำนาจประกาศภาวะฉุกเฉินระดับประเทศโดยมิชอบ
    👉ยุน สั่งให้กองทัพดำเนินการเผชิญหน้ากับผู้ที่ตนเองมีหน้าที่ต้องพิทักษ์ ถือว่าเป็นการทำหน้าที่โดยมิชอบ
    👉กฎอัยการศึกของยุน ทำลายสิทธิทางการเมืองของประชาชน และละเมิดกฎหมายและประชาธิปไตย

    ผลจากศาลรัฐธรรมนูญมีฉันทามติถอดถอน "ยุน ซ็อก ย็อล" จากประธานาธิบดี ปมประกาศกฎอัยการศึก ทำให้เขาพ้นอำนาจทันที และเกาหลีใต้ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ใน 60 วัน
    ไม่รอด! ยุน ซอกยอล ปธน.เกาหลีใต้ หลุดจากตำแหน่งแน่นอนแล้ว หลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินรับรองมติถอดถอนของสภา และให้เลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน คำพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ มีดังนี้: 👉ยุน ไม่ได้ดำเนินตามกระบวนการที่ถูกต้อง 👉ยุน ใช้อำนาจประกาศภาวะฉุกเฉินระดับประเทศโดยมิชอบ 👉ยุน สั่งให้กองทัพดำเนินการเผชิญหน้ากับผู้ที่ตนเองมีหน้าที่ต้องพิทักษ์ ถือว่าเป็นการทำหน้าที่โดยมิชอบ 👉กฎอัยการศึกของยุน ทำลายสิทธิทางการเมืองของประชาชน และละเมิดกฎหมายและประชาธิปไตย ผลจากศาลรัฐธรรมนูญมีฉันทามติถอดถอน "ยุน ซ็อก ย็อล" จากประธานาธิบดี ปมประกาศกฎอัยการศึก ทำให้เขาพ้นอำนาจทันที และเกาหลีใต้ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ใน 60 วัน
    0 Comments 0 Shares 105 Views 0 Reviews
  • Automattic ประกาศปลดพนักงาน 16% หรือประมาณ 280 คน โดยมุ่งเน้นให้บริษัทมีความคล่องตัวและสามารถแข่งขันได้ดีขึ้น CEO Matt Mullenweg ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายเพื่อ ปรับโครงสร้างให้เหมาะสมและเน้นคุณภาพของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ พนักงานที่ถูกปลดยังคงได้รับค่าชดเชยและความช่วยเหลือในการหางานใหม่ อย่างไรก็ตาม Automattic ยังต้องเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นจากแพลตฟอร์มเว็บไซต์คู่แข่ง เช่น Wix และ Squarespace

    ✅ การปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มความคล่องตัว
    - Mullenweg อธิบายว่า บริษัทต้องลดการทำงานในรูปแบบที่เป็นระบบราชการ (silo structure) เพื่อให้ปรับตัวกับตลาดได้เร็วขึ้น
    - มีการเน้นย้ำว่า การตัดสินใจครั้งนี้จำเป็นเพื่อให้บริษัทมุ่งเน้นที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์ และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

    ✅ ผลกระทบต่อพนักงาน—สวัสดิการและการสนับสนุน
    - พนักงานที่ถูกปลดได้รับ ค่าชดเชย, สิทธิ์เก็บรักษาอุปกรณ์ เช่น แล็ปท็อป และการช่วยเหลือในการหางานใหม่
    - เนื่องจาก Automattic มีพนักงานในกว่า 90 ประเทศ กระบวนการลดจำนวนพนักงานจึงค่อนข้างซับซ้อน

    ✅ Automattic เผชิญปัญหาด้านการเติบโตและการแข่งขันในตลาด
    - ตลาดแพลตฟอร์มเว็บไซต์มีการแข่งขันสูงขึ้น โดยเฉพาะจากบริษัทเช่น Wix และ Squarespace
    - ความขัดแย้งระหว่าง Mullenweg และ WP Engine ยังเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัท

    ✅ Automattic เป็นบริษัทที่ 96 ที่ประกาศปลดพนักงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในปี 2025
    - แม้ปีนี้ยังคงมีการปลดพนักงานในวงการเทคโนโลยี แต่สถานการณ์ ไม่ได้รุนแรงเท่ากับปี 2023

    https://www.techradar.com/pro/wordpress-com-owner-automattic-announces-major-layoffs
    Automattic ประกาศปลดพนักงาน 16% หรือประมาณ 280 คน โดยมุ่งเน้นให้บริษัทมีความคล่องตัวและสามารถแข่งขันได้ดีขึ้น CEO Matt Mullenweg ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายเพื่อ ปรับโครงสร้างให้เหมาะสมและเน้นคุณภาพของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ พนักงานที่ถูกปลดยังคงได้รับค่าชดเชยและความช่วยเหลือในการหางานใหม่ อย่างไรก็ตาม Automattic ยังต้องเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นจากแพลตฟอร์มเว็บไซต์คู่แข่ง เช่น Wix และ Squarespace ✅ การปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มความคล่องตัว - Mullenweg อธิบายว่า บริษัทต้องลดการทำงานในรูปแบบที่เป็นระบบราชการ (silo structure) เพื่อให้ปรับตัวกับตลาดได้เร็วขึ้น - มีการเน้นย้ำว่า การตัดสินใจครั้งนี้จำเป็นเพื่อให้บริษัทมุ่งเน้นที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์ และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ✅ ผลกระทบต่อพนักงาน—สวัสดิการและการสนับสนุน - พนักงานที่ถูกปลดได้รับ ค่าชดเชย, สิทธิ์เก็บรักษาอุปกรณ์ เช่น แล็ปท็อป และการช่วยเหลือในการหางานใหม่ - เนื่องจาก Automattic มีพนักงานในกว่า 90 ประเทศ กระบวนการลดจำนวนพนักงานจึงค่อนข้างซับซ้อน ✅ Automattic เผชิญปัญหาด้านการเติบโตและการแข่งขันในตลาด - ตลาดแพลตฟอร์มเว็บไซต์มีการแข่งขันสูงขึ้น โดยเฉพาะจากบริษัทเช่น Wix และ Squarespace - ความขัดแย้งระหว่าง Mullenweg และ WP Engine ยังเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัท ✅ Automattic เป็นบริษัทที่ 96 ที่ประกาศปลดพนักงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในปี 2025 - แม้ปีนี้ยังคงมีการปลดพนักงานในวงการเทคโนโลยี แต่สถานการณ์ ไม่ได้รุนแรงเท่ากับปี 2023 https://www.techradar.com/pro/wordpress-com-owner-automattic-announces-major-layoffs
    WWW.TECHRADAR.COM
    WordPress owner Automattic announces major layoffs
    WordPress and sibling companies affected by layoffs
    0 Comments 0 Shares 59 Views 0 Reviews
  • Oracle ยอมรับว่ากำลังเผชิญกับเหตุละเมิดข้อมูลครั้งที่สองภายในเดือนเดียว โดยข้อมูลล็อกอินของลูกค้าถูกขโมยและเสนอขายบนดาร์กเว็บ แม้บริษัทระบุว่า ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นของระบบที่ไม่ได้ใช้งานมา 8 ปี แต่ยังพบข้อมูลล็อกอินจากปี 2024 ซึ่งอาจนำไปใช้ในการโจมตีแบบ Credential Stuffing นักวิเคราะห์เตือนว่า องค์กรและผู้ใช้ควรเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันความเสี่ยง

    ✅ Oracle แจ้ง FBI และว่าจ้าง CrowdStrike เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์
    - บริษัทได้แจ้งให้หน่วยงาน FBI ทราบ และให้ทีมงาน CrowdStrike เข้ามาช่วยตรวจสอบการโจมตี
    - Oracle ยืนยันว่า เหตุการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากเหตุละเมิดข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าด้านสุขภาพเมื่อเดือนมีนาคม

    ✅ ผู้โจมตีพยายามเรียกค่าไถ่จาก Oracle เพื่อแลกกับข้อมูลที่ถูกขโมย
    - นอกจากการนำข้อมูลไปขายบนดาร์กเว็บ ยังมีรายงานว่าผู้โจมตีเรียกร้องเงินจาก Oracle เพื่อไม่ให้เผยแพร่ข้อมูลที่ถูกขโมย

    ✅ Oracle ระบุว่าข้อมูลส่วนใหญ่เป็นของระบบที่ไม่ได้ใช้งานมา 8 ปี
    - บริษัทกล่าวว่า ข้อมูลที่ถูกขโมยนั้นเป็นของระบบที่ไม่ได้ใช้งานมาเป็นเวลานาน
    - อย่างไรก็ตาม พบว่าข้อมูลล็อกอินบางส่วนมาจากปี 2024 ซึ่งอาจยังมีความเสี่ยงต่อการนำไปใช้โจมตี

    ✅ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าข้อมูลล็อกอินเก่าอาจถูกนำมาใช้ในการโจมตีแบบ Credential Stuffing
    - แม้ว่าข้อมูลจะเก่า แต่หากลูกค้าไม่ได้เปลี่ยนรหัสผ่านเป็นเวลานาน ข้อมูลที่รั่วไหลอาจถูกใช้โจมตีบัญชีอื่นได้
    - หลายองค์กรมีแนวโน้มใช้รหัสผ่านซ้ำกันในหลายระบบ ทำให้แฮกเกอร์สามารถใช้ข้อมูลเก่ามากระทำการโจมตีได้

    https://www.techradar.com/pro/security/oracle-admits-second-major-security-breach-user-login-data-stolen
    Oracle ยอมรับว่ากำลังเผชิญกับเหตุละเมิดข้อมูลครั้งที่สองภายในเดือนเดียว โดยข้อมูลล็อกอินของลูกค้าถูกขโมยและเสนอขายบนดาร์กเว็บ แม้บริษัทระบุว่า ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นของระบบที่ไม่ได้ใช้งานมา 8 ปี แต่ยังพบข้อมูลล็อกอินจากปี 2024 ซึ่งอาจนำไปใช้ในการโจมตีแบบ Credential Stuffing นักวิเคราะห์เตือนว่า องค์กรและผู้ใช้ควรเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันความเสี่ยง ✅ Oracle แจ้ง FBI และว่าจ้าง CrowdStrike เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ - บริษัทได้แจ้งให้หน่วยงาน FBI ทราบ และให้ทีมงาน CrowdStrike เข้ามาช่วยตรวจสอบการโจมตี - Oracle ยืนยันว่า เหตุการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากเหตุละเมิดข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าด้านสุขภาพเมื่อเดือนมีนาคม ✅ ผู้โจมตีพยายามเรียกค่าไถ่จาก Oracle เพื่อแลกกับข้อมูลที่ถูกขโมย - นอกจากการนำข้อมูลไปขายบนดาร์กเว็บ ยังมีรายงานว่าผู้โจมตีเรียกร้องเงินจาก Oracle เพื่อไม่ให้เผยแพร่ข้อมูลที่ถูกขโมย ✅ Oracle ระบุว่าข้อมูลส่วนใหญ่เป็นของระบบที่ไม่ได้ใช้งานมา 8 ปี - บริษัทกล่าวว่า ข้อมูลที่ถูกขโมยนั้นเป็นของระบบที่ไม่ได้ใช้งานมาเป็นเวลานาน - อย่างไรก็ตาม พบว่าข้อมูลล็อกอินบางส่วนมาจากปี 2024 ซึ่งอาจยังมีความเสี่ยงต่อการนำไปใช้โจมตี ✅ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าข้อมูลล็อกอินเก่าอาจถูกนำมาใช้ในการโจมตีแบบ Credential Stuffing - แม้ว่าข้อมูลจะเก่า แต่หากลูกค้าไม่ได้เปลี่ยนรหัสผ่านเป็นเวลานาน ข้อมูลที่รั่วไหลอาจถูกใช้โจมตีบัญชีอื่นได้ - หลายองค์กรมีแนวโน้มใช้รหัสผ่านซ้ำกันในหลายระบบ ทำให้แฮกเกอร์สามารถใช้ข้อมูลเก่ามากระทำการโจมตีได้ https://www.techradar.com/pro/security/oracle-admits-second-major-security-breach-user-login-data-stolen
    0 Comments 0 Shares 59 Views 0 Reviews
  • ช่องโหว่ใน API ของแอป Call Filter ของ Verizon ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงประวัติการโทรของหมายเลขอื่นได้ แม้ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงบัญชี ช่องโหว่นี้พบในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 และถูกแก้ไขในเดือนมีนาคม แต่ ผู้ใช้ยังคงต้องระวังความเสี่ยง นักวิจัยเตือนว่า ข้อมูลโทรเข้าอาจถูกใช้ติดตามเป้าหมาย เช่น นักข่าว หรือฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล โดย Verizon ไม่เปิดเผยว่าช่องโหว่นี้ถูกใช้ในการโจมตีมาก่อนหรือไม่

    ✅ ช่องโหว่นี้เกิดจากการตั้งค่า API ที่ไม่ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์
    - นักวิจัย Evan Connelly พบว่า API ของแอป Call Filter อนุญาตให้ผู้ใช้ดึงข้อมูลประวัติการโทรได้โดยไม่ต้องตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าของบัญชี
    - หมายความว่า ผู้โจมตีสามารถร้องขอข้อมูลของหมายเลขอื่นและดูรายการสายเรียกเข้าของเป้าหมายได้

    ✅ Call Filter เป็นแอปที่มีผู้ใช้หลายล้านคน เนื่องจากติดตั้งมากับอุปกรณ์ Verizon
    - แอปนี้ช่วยให้ผู้ใช้ บล็อกสายสแปม, ดูข้อมูลผู้โทร และกรองสายที่มีความเสี่ยงสูง
    - ยังมี เวอร์ชันพรีเมียมที่เพิ่มฟีเจอร์ เช่น การค้นหาสแปมและควบคุมสายโทรเข้าแบบละเอียด

    ✅ ช่องโหว่สามารถใช้เป็นเครื่องมือสอดแนมบุคคลสำคัญ
    - แม้การดูประวัติการโทรอาจไม่ดูอันตรายในตอนแรก แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ข้อมูลนี้สามารถถูกใช้สร้างโปรไฟล์ผู้ใช้งานได้
    - แฮกเกอร์สามารถ ติดตามกิจกรรมประจำวัน, วิเคราะห์ความสัมพันธ์ และเฝ้าระวังบุคคลเป้าหมาย เช่น นักข่าว, ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล และผู้มีอิทธิพลทางการเมือง

    ✅ Verizon ได้แก้ไขช่องโหว่แล้ว แต่ไม่เปิดเผยว่าถูกใช้โจมตีไปแล้วหรือไม่
    - ช่องโหว่ถูกแก้ไขในเดือนมีนาคม 2025 แต่ ยังไม่มีข้อมูลว่าเคยถูกใช้โจมตีจริงมาก่อนหรือไม่
    - ผู้ใช้ควร ตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยของตนและเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างสม่ำเสมอ

    https://www.techradar.com/pro/security/verizon-security-flaw-could-allow-hackers-to-view-entire-call-history
    ช่องโหว่ใน API ของแอป Call Filter ของ Verizon ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงประวัติการโทรของหมายเลขอื่นได้ แม้ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงบัญชี ช่องโหว่นี้พบในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 และถูกแก้ไขในเดือนมีนาคม แต่ ผู้ใช้ยังคงต้องระวังความเสี่ยง นักวิจัยเตือนว่า ข้อมูลโทรเข้าอาจถูกใช้ติดตามเป้าหมาย เช่น นักข่าว หรือฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล โดย Verizon ไม่เปิดเผยว่าช่องโหว่นี้ถูกใช้ในการโจมตีมาก่อนหรือไม่ ✅ ช่องโหว่นี้เกิดจากการตั้งค่า API ที่ไม่ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ - นักวิจัย Evan Connelly พบว่า API ของแอป Call Filter อนุญาตให้ผู้ใช้ดึงข้อมูลประวัติการโทรได้โดยไม่ต้องตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าของบัญชี - หมายความว่า ผู้โจมตีสามารถร้องขอข้อมูลของหมายเลขอื่นและดูรายการสายเรียกเข้าของเป้าหมายได้ ✅ Call Filter เป็นแอปที่มีผู้ใช้หลายล้านคน เนื่องจากติดตั้งมากับอุปกรณ์ Verizon - แอปนี้ช่วยให้ผู้ใช้ บล็อกสายสแปม, ดูข้อมูลผู้โทร และกรองสายที่มีความเสี่ยงสูง - ยังมี เวอร์ชันพรีเมียมที่เพิ่มฟีเจอร์ เช่น การค้นหาสแปมและควบคุมสายโทรเข้าแบบละเอียด ✅ ช่องโหว่สามารถใช้เป็นเครื่องมือสอดแนมบุคคลสำคัญ - แม้การดูประวัติการโทรอาจไม่ดูอันตรายในตอนแรก แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ข้อมูลนี้สามารถถูกใช้สร้างโปรไฟล์ผู้ใช้งานได้ - แฮกเกอร์สามารถ ติดตามกิจกรรมประจำวัน, วิเคราะห์ความสัมพันธ์ และเฝ้าระวังบุคคลเป้าหมาย เช่น นักข่าว, ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล และผู้มีอิทธิพลทางการเมือง ✅ Verizon ได้แก้ไขช่องโหว่แล้ว แต่ไม่เปิดเผยว่าถูกใช้โจมตีไปแล้วหรือไม่ - ช่องโหว่ถูกแก้ไขในเดือนมีนาคม 2025 แต่ ยังไม่มีข้อมูลว่าเคยถูกใช้โจมตีจริงมาก่อนหรือไม่ - ผู้ใช้ควร ตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยของตนและเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างสม่ำเสมอ https://www.techradar.com/pro/security/verizon-security-flaw-could-allow-hackers-to-view-entire-call-history
    0 Comments 0 Shares 60 Views 0 Reviews
  • นักวิจัยเตือนว่าบอท AI Scrapers กำลังดูดข้อมูลจำนวนมากจากเว็บไซต์ ซึ่งส่งผลต่อธุรกิจ, ลิขสิทธิ์ และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล Barracuda พบว่า บางเว็บแอปได้รับคำร้องขอจาก AI มากกว่า 9.7 ล้านครั้งใน 30 วัน กลุ่มผู้สร้างเนื้อหาเริ่มเคลื่อนไหวต่อต้าน AI Scrapers โดยเรียกร้องให้ AI เคารพลิขสิทธิ์ของงานสร้างสรรค์ นอกจากนี้ บอทเหล่านี้ยังส่งผลต่อการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้ ทำให้ธุรกิจตัดสินใจผิดพลาดได้

    ✅ บอท AI Scrapers ถูกแบ่งออกเป็นสามประเภทหลัก
    - Good Bots เช่น บอท SEO หรือบอทบริการลูกค้า ที่ช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์
    - Bad Bots ที่มุ่งโจมตี เช่น บอทขโมยข้อมูล, บอททำธุรกรรมหลอกลวง และบอทเจาะระบบบัญชี
    - Gray Bots ซึ่งอยู่ตรงกลาง—มีพฤติกรรมที่ คลุมเครือและก้าวร้าวกว่า โดยดึงข้อมูลจำนวนมากเพื่อใช้ฝึกโมเดล AI

    ✅ ปริมาณการร้องขอข้อมูลจาก AI Bots เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
    - ระบบตรวจจับของ Barracuda พบว่า บางเว็บแอปได้รับคำร้องขอจาก AI Scrapers มากกว่า 9.7 ล้านครั้งใน 30 วัน
    - บอทเหล่านี้สามารถ ดูดข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต และส่งผลให้เว็บไซต์โหลดช้าลงหรือหยุดทำงาน

    ✅ ผลกระทบต่อลิขสิทธิ์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
    - AI Scrapers อาจนำข้อมูลที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ฝึกโมเดล AI โดยไม่ได้รับอนุญาต
    - เว็บไซต์ที่มีข้อมูลลูกค้า เช่น แพลตฟอร์มด้านสุขภาพและการเงิน อาจตกอยู่ในความเสี่ยง

    ✅ กลุ่มผู้สร้างเนื้อหาเริ่มเคลื่อนไหวต่อต้าน AI Scrapers
    - ในสหราชอาณาจักร มีการเปิดตัวแคมเปญ "Make it Fair" เพื่อเรียกร้องให้ AI เคารพลิขสิทธิ์ของผู้สร้างเนื้อหา
    - เป้าหมายของแคมเปญคือ ป้องกันไม่ให้ AI ใช้รูปภาพ, วิดีโอ และข้อความที่สร้างโดยมนุษย์โดยไม่มีเครดิต

    ✅ AI Scrapers ยังส่งผลกระทบต่อการวิเคราะห์ข้อมูลเว็บไซต์
    - เว็บไซต์ที่ถูกบอทเหล่านี้โจมตี อาจไม่สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้จริงได้แม่นยำ
    - ส่งผลให้ ธุรกิจตัดสินใจทางกลยุทธ์ผิดพลาด เนื่องจากข้อมูลการเข้าชมถูกรบกวน

    https://www.techradar.com/pro/security/genai-bots-could-well-be-scraping-your-web-apps-researchers-warn
    นักวิจัยเตือนว่าบอท AI Scrapers กำลังดูดข้อมูลจำนวนมากจากเว็บไซต์ ซึ่งส่งผลต่อธุรกิจ, ลิขสิทธิ์ และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล Barracuda พบว่า บางเว็บแอปได้รับคำร้องขอจาก AI มากกว่า 9.7 ล้านครั้งใน 30 วัน กลุ่มผู้สร้างเนื้อหาเริ่มเคลื่อนไหวต่อต้าน AI Scrapers โดยเรียกร้องให้ AI เคารพลิขสิทธิ์ของงานสร้างสรรค์ นอกจากนี้ บอทเหล่านี้ยังส่งผลต่อการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้ ทำให้ธุรกิจตัดสินใจผิดพลาดได้ ✅ บอท AI Scrapers ถูกแบ่งออกเป็นสามประเภทหลัก - Good Bots เช่น บอท SEO หรือบอทบริการลูกค้า ที่ช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ - Bad Bots ที่มุ่งโจมตี เช่น บอทขโมยข้อมูล, บอททำธุรกรรมหลอกลวง และบอทเจาะระบบบัญชี - Gray Bots ซึ่งอยู่ตรงกลาง—มีพฤติกรรมที่ คลุมเครือและก้าวร้าวกว่า โดยดึงข้อมูลจำนวนมากเพื่อใช้ฝึกโมเดล AI ✅ ปริมาณการร้องขอข้อมูลจาก AI Bots เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว - ระบบตรวจจับของ Barracuda พบว่า บางเว็บแอปได้รับคำร้องขอจาก AI Scrapers มากกว่า 9.7 ล้านครั้งใน 30 วัน - บอทเหล่านี้สามารถ ดูดข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต และส่งผลให้เว็บไซต์โหลดช้าลงหรือหยุดทำงาน ✅ ผลกระทบต่อลิขสิทธิ์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล - AI Scrapers อาจนำข้อมูลที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ฝึกโมเดล AI โดยไม่ได้รับอนุญาต - เว็บไซต์ที่มีข้อมูลลูกค้า เช่น แพลตฟอร์มด้านสุขภาพและการเงิน อาจตกอยู่ในความเสี่ยง ✅ กลุ่มผู้สร้างเนื้อหาเริ่มเคลื่อนไหวต่อต้าน AI Scrapers - ในสหราชอาณาจักร มีการเปิดตัวแคมเปญ "Make it Fair" เพื่อเรียกร้องให้ AI เคารพลิขสิทธิ์ของผู้สร้างเนื้อหา - เป้าหมายของแคมเปญคือ ป้องกันไม่ให้ AI ใช้รูปภาพ, วิดีโอ และข้อความที่สร้างโดยมนุษย์โดยไม่มีเครดิต ✅ AI Scrapers ยังส่งผลกระทบต่อการวิเคราะห์ข้อมูลเว็บไซต์ - เว็บไซต์ที่ถูกบอทเหล่านี้โจมตี อาจไม่สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้จริงได้แม่นยำ - ส่งผลให้ ธุรกิจตัดสินใจทางกลยุทธ์ผิดพลาด เนื่องจากข้อมูลการเข้าชมถูกรบกวน https://www.techradar.com/pro/security/genai-bots-could-well-be-scraping-your-web-apps-researchers-warn
    0 Comments 0 Shares 62 Views 0 Reviews
  • Google Keep กำลังได้รับการอัปเดตใหม่เพื่อปรับปรุงอินเทอร์เฟซให้ใช้งานสะดวกขึ้น โดยมีการ เปลี่ยนดีไซน์ของแถบเครื่องมือ ทำให้ไอคอนใหญ่ขึ้นและอ่านง่ายกว่าเดิม นอกจากนี้ ภาพที่แนบในโน้ตจะมีขอบมนและการจัดวางที่เป็นระเบียบมากขึ้น เพื่อความสวยงาม ฟีเจอร์เหล่านี้ยังไม่เปิดให้ใช้งาน แต่มีแนวโน้มว่าจะมาในอัปเดตเร็ว ๆ นี้

    ✅ ดีไซน์ใหม่ของแถบเครื่องมือ—ใช้งานสะดวกขึ้น
    - ไอคอนสำหรับ แนบไฟล์, เปลี่ยนสีพื้นหลัง และจัดรูปแบบข้อความ จะใหญ่ขึ้นและมีพื้นหลังที่เปลี่ยนสีตามธีมของอุปกรณ์
    - หัวข้อย่อย เช่น H1 และ H2 จะมีขนาดเล็กลงเล็กน้อย

    ✅ การแนบรูปภาพดูเป็นระเบียบมากขึ้น
    - รูปภาพที่แนบในโน้ต จะมีขอบมนและมีพื้นที่ว่างรอบภาพแทนที่จะแสดงเต็มหน้าจอ
    - ให้ความรู้สึก สะอาดตาและเป็นระเบียบมากขึ้น

    ✅ การจัดวางปุ่มลัดอาจเปลี่ยนตำแหน่ง
    - ปุ่มลัด (FABs) ซึ่งเป็น ฟีเจอร์ที่ช่วยให้การนำทางสะดวกขึ้น อาจมีการเปลี่ยนตำแหน่งจากเดิม
    - ไอคอนอาจมี สีเข้มขึ้นและข้อความที่เข้มขึ้นเพื่อความชัดเจน

    ✅ ฟีเจอร์ใหม่จะเปิดให้ใช้งานในอัปเดตอนาคต
    - แม้ยังไม่มีประกาศวันปล่อยอัปเดต แต่มีโอกาสสูงที่ฟีเจอร์เหล่านี้จะถูกเพิ่มเข้ามาเร็ว ๆ นี้

    https://www.techradar.com/computing/software/google-keep-could-get-a-fresh-redesign-soon-including-two-features-thatll-make-it-much-easier-to-use
    Google Keep กำลังได้รับการอัปเดตใหม่เพื่อปรับปรุงอินเทอร์เฟซให้ใช้งานสะดวกขึ้น โดยมีการ เปลี่ยนดีไซน์ของแถบเครื่องมือ ทำให้ไอคอนใหญ่ขึ้นและอ่านง่ายกว่าเดิม นอกจากนี้ ภาพที่แนบในโน้ตจะมีขอบมนและการจัดวางที่เป็นระเบียบมากขึ้น เพื่อความสวยงาม ฟีเจอร์เหล่านี้ยังไม่เปิดให้ใช้งาน แต่มีแนวโน้มว่าจะมาในอัปเดตเร็ว ๆ นี้ ✅ ดีไซน์ใหม่ของแถบเครื่องมือ—ใช้งานสะดวกขึ้น - ไอคอนสำหรับ แนบไฟล์, เปลี่ยนสีพื้นหลัง และจัดรูปแบบข้อความ จะใหญ่ขึ้นและมีพื้นหลังที่เปลี่ยนสีตามธีมของอุปกรณ์ - หัวข้อย่อย เช่น H1 และ H2 จะมีขนาดเล็กลงเล็กน้อย ✅ การแนบรูปภาพดูเป็นระเบียบมากขึ้น - รูปภาพที่แนบในโน้ต จะมีขอบมนและมีพื้นที่ว่างรอบภาพแทนที่จะแสดงเต็มหน้าจอ - ให้ความรู้สึก สะอาดตาและเป็นระเบียบมากขึ้น ✅ การจัดวางปุ่มลัดอาจเปลี่ยนตำแหน่ง - ปุ่มลัด (FABs) ซึ่งเป็น ฟีเจอร์ที่ช่วยให้การนำทางสะดวกขึ้น อาจมีการเปลี่ยนตำแหน่งจากเดิม - ไอคอนอาจมี สีเข้มขึ้นและข้อความที่เข้มขึ้นเพื่อความชัดเจน ✅ ฟีเจอร์ใหม่จะเปิดให้ใช้งานในอัปเดตอนาคต - แม้ยังไม่มีประกาศวันปล่อยอัปเดต แต่มีโอกาสสูงที่ฟีเจอร์เหล่านี้จะถูกเพิ่มเข้ามาเร็ว ๆ นี้ https://www.techradar.com/computing/software/google-keep-could-get-a-fresh-redesign-soon-including-two-features-thatll-make-it-much-easier-to-use
    0 Comments 0 Shares 58 Views 0 Reviews
  • Windows Defender Antivirus บน Windows 11 ทำงานได้ดีในการป้องกันมัลแวร์ แต่มีข้อจำกัด เช่น ไม่มี VPN และฟีเจอร์เสริมที่บริการแอนติไวรัสอื่นมี แม้ในการทดสอบล่าสุดจะตรวจจับมัลแวร์ได้ 100% แต่ด้วย ภัยคุกคามที่ซับซ้อนขึ้นจาก AI และแรนซัมแวร์ การเลือกใช้โปรแกรมแอนติไวรัสเพิ่มเติม อาจให้การปกป้องที่ครอบคลุมมากขึ้น นอกจากนี้ Windows Defender สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมแอนติไวรัสอื่นได้ในโหมด Passive เพื่อเพิ่มชั้นความปลอดภัย

    ✅ Windows 10 จะหมดอายุในปี 2025—การอัปเกรดเป็น Windows 11 จำเป็นเพื่อรับแพตช์ความปลอดภัย
    - เมื่อ Windows 10 หยุดอัปเดตในเดือนตุลาคม 2025 ระบบจะไม่มีแพตช์รักษาความปลอดภัยใหม่
    - การอัปเกรดเป็น Windows 11 ช่วยให้ได้รับการปกป้องจากช่องโหว่ล่าสุด

    ✅ Windows Defender Antivirus ทำงานได้ดี แต่มีข้อจำกัด
    - ในการทดสอบล่าสุดโดย AV-TEST Windows Defender ตรวจจับมัลแวร์ได้ 100%
    - อย่างไรก็ตาม มันเป็นโซลูชันพื้นฐานที่ไม่มีฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น VPN หรือระบบควบคุมการใช้งานสำหรับผู้ปกครอง

    ✅ ภัยคุกคามที่มากขึ้นในปี 2025—AI ช่วยให้แฮกเกอร์สร้างมัลแวร์ที่แนบเนียนขึ้น
    - รายงานจาก Malwarebytes ระบุว่า การโจมตีแบบแรนซัมแวร์เพิ่มขึ้น 13% และแนวโน้มยังคงสูงขึ้น
    - แฮกเกอร์ใช้ AI เพื่อสร้างอีเมลฟิชชิ่งที่ดูสมจริงและยากต่อการตรวจจับ

    ✅ การใช้แอนติไวรัสจากบริษัทอื่นอาจให้ความปลอดภัยที่ครอบคลุมกว่า
    - บริการแอนติไวรัสระดับพรีเมียม มักมาพร้อมฟีเจอร์พิเศษ เช่น Password Manager, VPN และการป้องกันฟิชชิ่งขั้นสูง
    - ผู้ใช้สามารถ ติดตั้งแอนติไวรัสฟรี และใช้ร่วมกับ Windows Defender ได้ในโหมด Passive

    https://www.techradar.com/pro/security/do-i-really-need-antivirus-for-windows-11
    Windows Defender Antivirus บน Windows 11 ทำงานได้ดีในการป้องกันมัลแวร์ แต่มีข้อจำกัด เช่น ไม่มี VPN และฟีเจอร์เสริมที่บริการแอนติไวรัสอื่นมี แม้ในการทดสอบล่าสุดจะตรวจจับมัลแวร์ได้ 100% แต่ด้วย ภัยคุกคามที่ซับซ้อนขึ้นจาก AI และแรนซัมแวร์ การเลือกใช้โปรแกรมแอนติไวรัสเพิ่มเติม อาจให้การปกป้องที่ครอบคลุมมากขึ้น นอกจากนี้ Windows Defender สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมแอนติไวรัสอื่นได้ในโหมด Passive เพื่อเพิ่มชั้นความปลอดภัย ✅ Windows 10 จะหมดอายุในปี 2025—การอัปเกรดเป็น Windows 11 จำเป็นเพื่อรับแพตช์ความปลอดภัย - เมื่อ Windows 10 หยุดอัปเดตในเดือนตุลาคม 2025 ระบบจะไม่มีแพตช์รักษาความปลอดภัยใหม่ - การอัปเกรดเป็น Windows 11 ช่วยให้ได้รับการปกป้องจากช่องโหว่ล่าสุด ✅ Windows Defender Antivirus ทำงานได้ดี แต่มีข้อจำกัด - ในการทดสอบล่าสุดโดย AV-TEST Windows Defender ตรวจจับมัลแวร์ได้ 100% - อย่างไรก็ตาม มันเป็นโซลูชันพื้นฐานที่ไม่มีฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น VPN หรือระบบควบคุมการใช้งานสำหรับผู้ปกครอง ✅ ภัยคุกคามที่มากขึ้นในปี 2025—AI ช่วยให้แฮกเกอร์สร้างมัลแวร์ที่แนบเนียนขึ้น - รายงานจาก Malwarebytes ระบุว่า การโจมตีแบบแรนซัมแวร์เพิ่มขึ้น 13% และแนวโน้มยังคงสูงขึ้น - แฮกเกอร์ใช้ AI เพื่อสร้างอีเมลฟิชชิ่งที่ดูสมจริงและยากต่อการตรวจจับ ✅ การใช้แอนติไวรัสจากบริษัทอื่นอาจให้ความปลอดภัยที่ครอบคลุมกว่า - บริการแอนติไวรัสระดับพรีเมียม มักมาพร้อมฟีเจอร์พิเศษ เช่น Password Manager, VPN และการป้องกันฟิชชิ่งขั้นสูง - ผู้ใช้สามารถ ติดตั้งแอนติไวรัสฟรี และใช้ร่วมกับ Windows Defender ได้ในโหมด Passive https://www.techradar.com/pro/security/do-i-really-need-antivirus-for-windows-11
    WWW.TECHRADAR.COM
    Do I really need antivirus for Windows 11?
    Keep your device secured against malware and intricate attack vectors
    0 Comments 0 Shares 68 Views 0 Reviews
  • สหรัฐฯ แบน Kaspersky ตั้งแต่กรกฎาคม 2024 เนื่องจากกังวลว่ารัฐบาลรัสเซียอาจบังคับให้บริษัทให้ข้อมูลหรือควบคุมระบบที่ใช้ซอฟต์แวร์นี้ ส่งผลให้ Kaspersky ไม่สามารถออกอัปเดตใหม่ได้ ทำให้ผู้ใช้ที่ยังติดตั้งโปรแกรมเสี่ยงต่อมัลแวร์และช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ผู้ใช้ที่เคยติดตั้ง Kaspersky ควร ตรวจสอบว่า Windows Defender ไม่อยู่ในโหมด Passive และพิจารณาการใช้แอนติไวรัสอื่น เพื่อป้องกันภัยไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้น

    ✅ ก่อนถูกแบน Kaspersky มีส่วนแบ่งตลาดแอนติไวรัสในสหรัฐฯ สูงถึง 35%
    - หลังจากถูกแบน Kaspersky ส่งมอบลูกค้าให้ Pango Group ซึ่งติดตั้ง UltraAV เป็นบริการทดแทน
    - อย่างไรก็ตาม UltraAV ยังไม่มีคะแนนรีวิวจากห้องปฏิบัติการทดสอบแอนติไวรัสชั้นนำ และผู้ใช้หลายรายรายงานว่า ซอฟต์แวร์ทำงานไม่ดีเท่ากับ Kaspersky

    ✅ ผู้ใช้ Kaspersky ที่ยังคงใช้ซอฟต์แวร์เดิมอาจเสี่ยงต่อภัยคุกคาม
    - การแบนทำให้ Kaspersky ไม่สามารถออกแพตช์ความปลอดภัยใหม่ได้ หมายความว่าผู้ใช้ที่ยังคงติดตั้งซอฟต์แวร์นี้ ไม่ได้รับการป้องกันจากมัลแวร์และช่องโหว่ใหม่ ๆ

    ✅ Windows Defender อาจยังอยู่ในโหมด Passive หากเคยติดตั้ง Kaspersky
    - ผู้ใช้ที่มี Windows ควรตรวจสอบว่า Windows Defender Antivirus ไม่ได้อยู่ในโหมด Passive เนื่องจากเมื่อ Kaspersky ถูกติดตั้ง Windows Defender จะลดระดับการทำงานลง

    ✅ แนวทางในการป้องกันตนเองจากภัยคุกคาม
    - ตรวจสอบว่า ระบบป้องกันไวรัสของอุปกรณ์เปิดใช้งานและเป็นรุ่นล่าสุด
    - พิจารณาการใช้แอนติไวรัสที่มีฟีเจอร์เสริม เช่น VPN, การป้องกันฟิชชิ่ง และระบบจัดการรหัสผ่าน
    - ควรเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ และใช้ ตัวช่วยสร้างรหัสผ่านแบบสุ่ม

    https://www.techradar.com/pro/security/why-you-should-replace-your-kaspersky-antivirus
    สหรัฐฯ แบน Kaspersky ตั้งแต่กรกฎาคม 2024 เนื่องจากกังวลว่ารัฐบาลรัสเซียอาจบังคับให้บริษัทให้ข้อมูลหรือควบคุมระบบที่ใช้ซอฟต์แวร์นี้ ส่งผลให้ Kaspersky ไม่สามารถออกอัปเดตใหม่ได้ ทำให้ผู้ใช้ที่ยังติดตั้งโปรแกรมเสี่ยงต่อมัลแวร์และช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ผู้ใช้ที่เคยติดตั้ง Kaspersky ควร ตรวจสอบว่า Windows Defender ไม่อยู่ในโหมด Passive และพิจารณาการใช้แอนติไวรัสอื่น เพื่อป้องกันภัยไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้น ✅ ก่อนถูกแบน Kaspersky มีส่วนแบ่งตลาดแอนติไวรัสในสหรัฐฯ สูงถึง 35% - หลังจากถูกแบน Kaspersky ส่งมอบลูกค้าให้ Pango Group ซึ่งติดตั้ง UltraAV เป็นบริการทดแทน - อย่างไรก็ตาม UltraAV ยังไม่มีคะแนนรีวิวจากห้องปฏิบัติการทดสอบแอนติไวรัสชั้นนำ และผู้ใช้หลายรายรายงานว่า ซอฟต์แวร์ทำงานไม่ดีเท่ากับ Kaspersky ✅ ผู้ใช้ Kaspersky ที่ยังคงใช้ซอฟต์แวร์เดิมอาจเสี่ยงต่อภัยคุกคาม - การแบนทำให้ Kaspersky ไม่สามารถออกแพตช์ความปลอดภัยใหม่ได้ หมายความว่าผู้ใช้ที่ยังคงติดตั้งซอฟต์แวร์นี้ ไม่ได้รับการป้องกันจากมัลแวร์และช่องโหว่ใหม่ ๆ ✅ Windows Defender อาจยังอยู่ในโหมด Passive หากเคยติดตั้ง Kaspersky - ผู้ใช้ที่มี Windows ควรตรวจสอบว่า Windows Defender Antivirus ไม่ได้อยู่ในโหมด Passive เนื่องจากเมื่อ Kaspersky ถูกติดตั้ง Windows Defender จะลดระดับการทำงานลง ✅ แนวทางในการป้องกันตนเองจากภัยคุกคาม - ตรวจสอบว่า ระบบป้องกันไวรัสของอุปกรณ์เปิดใช้งานและเป็นรุ่นล่าสุด - พิจารณาการใช้แอนติไวรัสที่มีฟีเจอร์เสริม เช่น VPN, การป้องกันฟิชชิ่ง และระบบจัดการรหัสผ่าน - ควรเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ และใช้ ตัวช่วยสร้างรหัสผ่านแบบสุ่ม https://www.techradar.com/pro/security/why-you-should-replace-your-kaspersky-antivirus
    WWW.TECHRADAR.COM
    Why you should replace your Kaspersky antivirus
    Should I keep my Kaspersky antivirus in 2025?
    0 Comments 0 Shares 66 Views 0 Reviews
  • JetKVM เป็นอุปกรณ์ KVM over IP แบบโอเพ่นซอร์สที่ระดมทุนได้กว่า $4.3 ล้านบน Kickstarter อุปกรณ์นี้ช่วยให้ผู้ใช้ ควบคุมคอมพิวเตอร์จากระยะไกลผ่านเว็บเบราว์เซอร์ โดยใช้ HDMI และ USB นอกจากนี้ JetKVM ยังมาพร้อมกับการเชื่อมต่อผ่าน Cloud เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และมีพอร์ต RJ11 ที่สามารถใช้สำหรับการควบคุมเซ็นเซอร์หรือพลังงาน ATX ปัจจุบันอุปกรณ์ยังสามารถสั่งซื้อได้ในราคา $69 แม้แคมเปญ Kickstarter จะปิดไปแล้ว

    ✅ ระดมทุนเกินเป้าหมายหลายเท่าตัว—Kickstarter ปิดระดมทุนที่ $4.3 ล้าน
    - JetKVM ตั้งเป้าหมายระดมทุนเพียง $50,000 แต่สามารถทะลุเป้าหมายกว่า 87 เท่า
    - ผู้สนับสนุน 31,598 รายให้การสนับสนุนอุปกรณ์นี้

    ✅ รองรับการควบคุมคอมพิวเตอร์แบบเต็มรูปแบบผ่านเว็บเบราว์เซอร์
    - JetKVM ใช้พอร์ต HDMI สำหรับดึงวิดีโอ และพอร์ต USB เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ควบคุม
    - ผู้ใช้สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์จากระยะไกลได้ แม้ในกรณีที่เครื่องไม่ตอบสนอง

    ✅ สเปคของอุปกรณ์—ขับเคลื่อนด้วย RockChip RV1106G3 พร้อมระบบปฏิบัติการ Linux
    - ใช้ ARM Cortex-A7 ความเร็ว 1.0GHz พร้อมรองรับการเข้ารหัสวิดีโอแบบ H.264 และ H.265
    - มี RAM 256MB และที่เก็บข้อมูลแบบ eMMC ขนาด 16GB

    ✅ การเชื่อมต่อผ่าน JetKVM Cloud เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
    - รองรับ WebRTC เพื่อให้ผู้ใช้เชื่อมต่อแบบเข้ารหัสผ่านเซิร์ฟเวอร์เฉพาะ

    ✅ RJ11 extension port เป็นจุดเด่นที่ไม่ค่อยพบในอุปกรณ์ประเภทนี้
    - RJ11 รองรับ การเชื่อมต่อเซ็นเซอร์, ระบบควบคุมพลังงาน ATX และการเข้าถึงคอนโซลแบบอนุกรม

    ✅ ผู้ใช้ยังสามารถเป็น "Late Backer" และสั่งซื้อได้ในราคา $69
    - แม้แคมเปญ Kickstarter จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ที่สนใจยังสามารถสั่งซื้อได้

    https://www.techradar.com/pro/jetkvm-is-an-exciting-tiny-open-source-kvm-over-ip-module-that-sold-almost-100-000-units-and-it-even-has-a-rare-rj11-port
    JetKVM เป็นอุปกรณ์ KVM over IP แบบโอเพ่นซอร์สที่ระดมทุนได้กว่า $4.3 ล้านบน Kickstarter อุปกรณ์นี้ช่วยให้ผู้ใช้ ควบคุมคอมพิวเตอร์จากระยะไกลผ่านเว็บเบราว์เซอร์ โดยใช้ HDMI และ USB นอกจากนี้ JetKVM ยังมาพร้อมกับการเชื่อมต่อผ่าน Cloud เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และมีพอร์ต RJ11 ที่สามารถใช้สำหรับการควบคุมเซ็นเซอร์หรือพลังงาน ATX ปัจจุบันอุปกรณ์ยังสามารถสั่งซื้อได้ในราคา $69 แม้แคมเปญ Kickstarter จะปิดไปแล้ว ✅ ระดมทุนเกินเป้าหมายหลายเท่าตัว—Kickstarter ปิดระดมทุนที่ $4.3 ล้าน - JetKVM ตั้งเป้าหมายระดมทุนเพียง $50,000 แต่สามารถทะลุเป้าหมายกว่า 87 เท่า - ผู้สนับสนุน 31,598 รายให้การสนับสนุนอุปกรณ์นี้ ✅ รองรับการควบคุมคอมพิวเตอร์แบบเต็มรูปแบบผ่านเว็บเบราว์เซอร์ - JetKVM ใช้พอร์ต HDMI สำหรับดึงวิดีโอ และพอร์ต USB เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ควบคุม - ผู้ใช้สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์จากระยะไกลได้ แม้ในกรณีที่เครื่องไม่ตอบสนอง ✅ สเปคของอุปกรณ์—ขับเคลื่อนด้วย RockChip RV1106G3 พร้อมระบบปฏิบัติการ Linux - ใช้ ARM Cortex-A7 ความเร็ว 1.0GHz พร้อมรองรับการเข้ารหัสวิดีโอแบบ H.264 และ H.265 - มี RAM 256MB และที่เก็บข้อมูลแบบ eMMC ขนาด 16GB ✅ การเชื่อมต่อผ่าน JetKVM Cloud เพื่อเพิ่มความปลอดภัย - รองรับ WebRTC เพื่อให้ผู้ใช้เชื่อมต่อแบบเข้ารหัสผ่านเซิร์ฟเวอร์เฉพาะ ✅ RJ11 extension port เป็นจุดเด่นที่ไม่ค่อยพบในอุปกรณ์ประเภทนี้ - RJ11 รองรับ การเชื่อมต่อเซ็นเซอร์, ระบบควบคุมพลังงาน ATX และการเข้าถึงคอนโซลแบบอนุกรม ✅ ผู้ใช้ยังสามารถเป็น "Late Backer" และสั่งซื้อได้ในราคา $69 - แม้แคมเปญ Kickstarter จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ที่สนใจยังสามารถสั่งซื้อได้ https://www.techradar.com/pro/jetkvm-is-an-exciting-tiny-open-source-kvm-over-ip-module-that-sold-almost-100-000-units-and-it-even-has-a-rare-rj11-port
    0 Comments 0 Shares 79 Views 0 Reviews
  • หลายองค์กรยังคงใช้รหัสผ่านที่อ่อนแอ เช่น “123456” และ “password” ทำให้แฮกเกอร์สามารถเจาะระบบได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที รายงานจาก NordPass พบว่า เยอรมนี, สหรัฐฯ และจีนเป็นประเทศที่เผชิญกับการละเมิดรหัสผ่านมากที่สุด นอกจากนี้ ผู้ใช้บางรายใช้ชื่อและอีเมลเป็นรหัสผ่าน ทำให้เสี่ยงต่อการถูกแฮกมากขึ้น ธุรกิจควร บังคับใช้มาตรการความปลอดภัย เช่น ตัวจัดการรหัสผ่านและการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน เพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์

    ✅ รหัสผ่านยอดนิยมยังคงเป็นรหัสที่เดาง่าย
    - ในองค์กรขนาดใหญ่ รหัสที่ถูกใช้มากที่สุดคือ “123456789” (378,182 ครั้ง) ตามด้วย “123456” (356,341 ครั้ง) และ “12345678” (145,688 ครั้ง)
    - ธุรกิจขนาดเล็กและกลางก็ไม่น่ากังวลน้อยไปกว่า โดย “123456” ถูกใช้รวมกันถึง 852,861 ครั้ง

    ✅ เยอรมนีเป็นประเทศที่มีการละเมิดรหัสผ่านมากที่สุด
    - พบ 582,067 กรณีการละเมิด ตามด้วย สหรัฐฯ (502,435) และจีน (448,375)

    ✅ หลายคนใช้ชื่อและอีเมลเป็นรหัสผ่าน—ทำให้เสี่ยงถูกเจาะระบบง่ายขึ้น
    - NordPass พบว่า ผู้ใช้จำนวนมากใช้ชื่อของตนเองหรืออีเมลเป็นรหัสผ่าน ซึ่งทำให้แฮกเกอร์สามารถโจมตีบัญชีได้ง่ายขึ้น
    - หนึ่งในรหัสผ่านที่พบบ่อยที่สุดคือ “TimeLord12” (30,447 ครั้ง) ซึ่งเชื่อว่าอาจมาจาก แฟนซีรีส์ Doctor Who

    ✅ ธุรกิจควรบังคับใช้มาตรการสร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่งขึ้น
    - บังคับใช้นโยบายรหัสผ่านที่ปลอดภัย เพื่อลดการใช้รหัสผ่านที่อ่อนแอ
    - ใช้ตัวจัดการรหัสผ่าน เพื่อสร้างและจัดเก็บรหัสที่ซับซ้อน
    - เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) เพื่อเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัย

    https://www.techradar.com/pro/security/businesses-still-havent-stopped-using-weak-passwords-and-its-getting-super-risky
    หลายองค์กรยังคงใช้รหัสผ่านที่อ่อนแอ เช่น “123456” และ “password” ทำให้แฮกเกอร์สามารถเจาะระบบได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที รายงานจาก NordPass พบว่า เยอรมนี, สหรัฐฯ และจีนเป็นประเทศที่เผชิญกับการละเมิดรหัสผ่านมากที่สุด นอกจากนี้ ผู้ใช้บางรายใช้ชื่อและอีเมลเป็นรหัสผ่าน ทำให้เสี่ยงต่อการถูกแฮกมากขึ้น ธุรกิจควร บังคับใช้มาตรการความปลอดภัย เช่น ตัวจัดการรหัสผ่านและการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน เพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ ✅ รหัสผ่านยอดนิยมยังคงเป็นรหัสที่เดาง่าย - ในองค์กรขนาดใหญ่ รหัสที่ถูกใช้มากที่สุดคือ “123456789” (378,182 ครั้ง) ตามด้วย “123456” (356,341 ครั้ง) และ “12345678” (145,688 ครั้ง) - ธุรกิจขนาดเล็กและกลางก็ไม่น่ากังวลน้อยไปกว่า โดย “123456” ถูกใช้รวมกันถึง 852,861 ครั้ง ✅ เยอรมนีเป็นประเทศที่มีการละเมิดรหัสผ่านมากที่สุด - พบ 582,067 กรณีการละเมิด ตามด้วย สหรัฐฯ (502,435) และจีน (448,375) ✅ หลายคนใช้ชื่อและอีเมลเป็นรหัสผ่าน—ทำให้เสี่ยงถูกเจาะระบบง่ายขึ้น - NordPass พบว่า ผู้ใช้จำนวนมากใช้ชื่อของตนเองหรืออีเมลเป็นรหัสผ่าน ซึ่งทำให้แฮกเกอร์สามารถโจมตีบัญชีได้ง่ายขึ้น - หนึ่งในรหัสผ่านที่พบบ่อยที่สุดคือ “TimeLord12” (30,447 ครั้ง) ซึ่งเชื่อว่าอาจมาจาก แฟนซีรีส์ Doctor Who ✅ ธุรกิจควรบังคับใช้มาตรการสร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่งขึ้น - บังคับใช้นโยบายรหัสผ่านที่ปลอดภัย เพื่อลดการใช้รหัสผ่านที่อ่อนแอ - ใช้ตัวจัดการรหัสผ่าน เพื่อสร้างและจัดเก็บรหัสที่ซับซ้อน - เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) เพื่อเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัย https://www.techradar.com/pro/security/businesses-still-havent-stopped-using-weak-passwords-and-its-getting-super-risky
    0 Comments 0 Shares 71 Views 0 Reviews
  • เมื่อเราเข้าใจเรื่องกรรม
    เข้าใจผลแห่งกรรมในอดีตชาติ ที่ส่งผลให้ชีวิตเป็นไปในชาติปัจจุบัน
    แม้จะแก้ไขไม่ได้มาก
    แต่กรรมคือการกระทำในปัจจุบัน เราจะสามารถกระทำ
    ได้ทันที และให้เกิดผลทันที
    ด้วยกำลังแห่งสติปัญญา
    กำลังแห่งสติปัญญา ที่จะแก้ไขให้ชีวิตจิตวิญญาณ
    รอดพ้นจากกับดักมาร
    ย่อมมีกำลังแรงกว่ากรรมในอดีตชาติ สามารถส่งผลได้ทันทีอย่างไม่ต้องสงสัย
    เมื่อเราเข้าใจเรื่องกรรม เข้าใจผลแห่งกรรมในอดีตชาติ ที่ส่งผลให้ชีวิตเป็นไปในชาติปัจจุบัน แม้จะแก้ไขไม่ได้มาก แต่กรรมคือการกระทำในปัจจุบัน เราจะสามารถกระทำ ได้ทันที และให้เกิดผลทันที ด้วยกำลังแห่งสติปัญญา กำลังแห่งสติปัญญา ที่จะแก้ไขให้ชีวิตจิตวิญญาณ รอดพ้นจากกับดักมาร ย่อมมีกำลังแรงกว่ากรรมในอดีตชาติ สามารถส่งผลได้ทันทีอย่างไม่ต้องสงสัย
    0 Comments 0 Shares 38 Views 0 Reviews
  • Google เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ Android Auto ที่ช่วยเปลี่ยนกล้องรถให้กลายเป็น Dash Cam ได้ฟรี ผู้ใช้ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่ม แต่ต้องรอให้ผู้ผลิตรถยนต์อัปเดตรองรับฟีเจอร์นี้ ระบบจะบันทึกวิดีโออัตโนมัติเมื่อเข้าเงื่อนไข เช่น ขับรถด้วยความเร็วที่กำหนด และสามารถ จัดเก็บวิดีโอในหน่วยความจำภายนอกเพื่อไม่ให้เต็มความจุของรถ อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ยังไม่สามารถบันทึกภาพภายในห้องโดยสาร และต้องรอให้รถรองรับก่อนจึงจะใช้งานได้

    ✅ ใช้กล้องของรถบันทึกภาพขณะขับขี่โดยตรง
    - ฟีเจอร์ใหม่ของ Android Auto ช่วยให้รถยนต์ที่มีกล้องอยู่แล้วสามารถบันทึกวิดีโอได้
    - ลดความจำเป็นในการซื้อตัว Dash Cam เพิ่มเติม

    ✅ ผู้ผลิตรถยนต์ต้องปรับแต่งแอปเพื่อรองรับฟีเจอร์นี้
    - แม้ Google เปิดตัวระบบนี้ แต่ ผู้ผลิตต้องเพิ่มการรองรับในระบบของตนก่อน
    - ส่งผลให้บางรุ่นอาจต้องรออัปเดตจากค่ายรถยนต์

    ✅ วิดีโอจะถูกจัดเก็บในที่เก็บข้อมูลภายนอกเพื่อไม่ให้เต็มหน่วยความจำของรถ
    - ผู้ใช้สามารถ เชื่อมต่อหน่วยความจำภายนอกเพื่อบันทึกไฟล์วิดีโอ
    - สามารถตั้งค่าระยะเวลาที่ไฟล์จะถูกเก็บ ก่อนระบบลบอัตโนมัติ

    ✅ ระบบจะเริ่มบันทึกอัตโนมัติเมื่อเข้าเงื่อนไขที่กำหนด
    - Dash Cam จะทำงานเองเมื่อมีเงื่อนไข เช่น ขับรถด้วยความเร็วที่กำหนด
    - ผู้พัฒนาสามารถตั้งค่าให้มี การแจ้งเตือน และการสตรีมวิดีโอจากรถไปยังอุปกรณ์อื่น

    ✅ ข้อจำกัด—ไม่รองรับกล้องในห้องโดยสาร และต้องรออัปเดตจากผู้ผลิตรถยนต์
    - ระบบนี้ใช้ กล้องที่ติดตั้งภายนอกรถ แต่ไม่สามารถบันทึกภายในห้องโดยสาร
    - ผู้ใช้ไม่สามารถติดตั้งใช้งานได้ทันที ต้องรอให้รถยนต์รองรับฟีเจอร์ผ่านอัปเดต

    https://www.techradar.com/vehicle-tech/dash-cams/latest-android-auto-update-could-turn-your-cars-cameras-into-a-free-dash-cam
    Google เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ Android Auto ที่ช่วยเปลี่ยนกล้องรถให้กลายเป็น Dash Cam ได้ฟรี ผู้ใช้ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่ม แต่ต้องรอให้ผู้ผลิตรถยนต์อัปเดตรองรับฟีเจอร์นี้ ระบบจะบันทึกวิดีโออัตโนมัติเมื่อเข้าเงื่อนไข เช่น ขับรถด้วยความเร็วที่กำหนด และสามารถ จัดเก็บวิดีโอในหน่วยความจำภายนอกเพื่อไม่ให้เต็มความจุของรถ อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ยังไม่สามารถบันทึกภาพภายในห้องโดยสาร และต้องรอให้รถรองรับก่อนจึงจะใช้งานได้ ✅ ใช้กล้องของรถบันทึกภาพขณะขับขี่โดยตรง - ฟีเจอร์ใหม่ของ Android Auto ช่วยให้รถยนต์ที่มีกล้องอยู่แล้วสามารถบันทึกวิดีโอได้ - ลดความจำเป็นในการซื้อตัว Dash Cam เพิ่มเติม ✅ ผู้ผลิตรถยนต์ต้องปรับแต่งแอปเพื่อรองรับฟีเจอร์นี้ - แม้ Google เปิดตัวระบบนี้ แต่ ผู้ผลิตต้องเพิ่มการรองรับในระบบของตนก่อน - ส่งผลให้บางรุ่นอาจต้องรออัปเดตจากค่ายรถยนต์ ✅ วิดีโอจะถูกจัดเก็บในที่เก็บข้อมูลภายนอกเพื่อไม่ให้เต็มหน่วยความจำของรถ - ผู้ใช้สามารถ เชื่อมต่อหน่วยความจำภายนอกเพื่อบันทึกไฟล์วิดีโอ - สามารถตั้งค่าระยะเวลาที่ไฟล์จะถูกเก็บ ก่อนระบบลบอัตโนมัติ ✅ ระบบจะเริ่มบันทึกอัตโนมัติเมื่อเข้าเงื่อนไขที่กำหนด - Dash Cam จะทำงานเองเมื่อมีเงื่อนไข เช่น ขับรถด้วยความเร็วที่กำหนด - ผู้พัฒนาสามารถตั้งค่าให้มี การแจ้งเตือน และการสตรีมวิดีโอจากรถไปยังอุปกรณ์อื่น ✅ ข้อจำกัด—ไม่รองรับกล้องในห้องโดยสาร และต้องรออัปเดตจากผู้ผลิตรถยนต์ - ระบบนี้ใช้ กล้องที่ติดตั้งภายนอกรถ แต่ไม่สามารถบันทึกภายในห้องโดยสาร - ผู้ใช้ไม่สามารถติดตั้งใช้งานได้ทันที ต้องรอให้รถยนต์รองรับฟีเจอร์ผ่านอัปเดต https://www.techradar.com/vehicle-tech/dash-cams/latest-android-auto-update-could-turn-your-cars-cameras-into-a-free-dash-cam
    0 Comments 0 Shares 58 Views 0 Reviews
  • 🎖️ 124 ปี อุบลฯ ปราบกบฏผีบุญองค์มั่น ศรัทธา คือ อาวุธ! ผีบุญขุขันธ์ ใหญ่สุดในอีสาน ไม่มีให้จดจำ ไม่ทำให้ลืมเลือน

    “ความศรัทธา” เปลี่ยนเป็น “การลุกฮือ” เมื่อประชาชนหมดหวังในรัฐ ย้อนรอยประวัติศาสตร์ “ศึกโนนโพธิ์” กับคำถามที่ไม่ควรหายไปจากแผ่นดิน

    🕰️ เสียงปืนใหญ่ที่โลกไม่เคยได้ยิน ย้อนกลับไปในวันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2444 เสียงปืนใหญ่ดังกึกก้องจากป่าบ้านสะพือ จังหวัดอุบลราชธานี ปืนของทหารสยาม ไม่ได้ยิงใส่ข้าศึกจากภายนอก… แต่มุ่งตรงไปยังกลุ่มชาวบ้าน ผู้มีศรัทธาในชายผู้ถูกเรียกว่า “องค์มั่น” ผู้นำแห่งขบวนการ “ผู้มีบุญ”

    การปะทะในวันนั้น จบลงด้วยศพกว่า 300 ราย แต่อุดมการณ์ ยังดังก้องข้ามศตวรรษ 🕊️

    🤔 ผู้มีบุญคือใคร? ก่อนจะไปถึงการสู้รบ... ต้องย้อนกลับมาที่คำว่า “ผู้มีบุญ” หรือที่รัฐไทยเรียกแบบดูหมิ่นว่า “ผีบุญ” 👻

    ผู้มีบุญ = คนที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็น “ผู้วิเศษ” หรือ “พระศรีอริยเมตไตรย” ผู้จะมากู้โลกในยุคที่รัฐล้มเหลว ผู้มีบุญจึงไม่ใช่กบฏธรรมดา แต่คือ "ผู้นำจิตวิญญาณ" ของชาวบ้านที่สิ้นหวังในอำนาจรัฐกลาง ที่ดูห่างไกล เย็นชา และกดขี่

    🧾 จากกบฏถึงความหวัง บันทึก 260 ปี "กบฏผีบุญอีสาน" ภาคอีสานถูกจารึกว่า เป็นพื้นที่ที่มีกบฏผีบุญมากที่สุดในประเทศ

    2242 กบฏบุญกว้าง
    2334 กบฏเชียงแก้ว
    2360 กบฏสาเกียดโง้ง
    2442-44 กบฏสามโบก
    2444-45 กบฏผีบุญอีสาน ครั้งองค์มั่น 🟠
    2467 กบฏหนองหมากแก้ว
    2479 กบฏหมอลำน้อยชาดา
    2483 กบฏหมอลำโสภา พลตรี
    2502 กบฏศิลา วงศ์สิน

    🎯 ครั้งปี 2444-2445 นั้นถือเป็น การลุกฮือใหญ่ที่สุด มีผู้มีบุญมากถึง 60 คน ครอบคลุม 13 จังหวัด ในอีสาน

    "ผีบุญองค์มั่น" โด่งดังสุดในภาคอีสาน นอกจากองค์มั่นแล้ว ยังมีผู้นำรองๆ อีก 5 คน เป็นแกนนำ คือ องค์เขียว องค์ลิ้นก่าน องค์พระบาท องค์พระเมตไตร และองค์เหลือง ฝ่ายกบฏได้ปลุกระดมราษฎรทั้ง 2 ฝั่งโขง ในฝั่งขวา คือฝั่งอีสาน ได้กำลังจากอำเภอโขงเจียม อำเภอตระการพืชผล ในที่สุด ในวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2444 กลุ่มผีบุญเข้ายึดเมืองเขมราฐ จับเจ้าเมืองไว้เป็นตัวประกัน และเป็นเครื่องมือแห่แหนให้คนเข้าเป็นพวก แต่ฆ่าท้าวกุลบุตร ท้าวโพธิสาร กรมการเมืองที่ไม่ยอมเข้ากับฝ่ายกบฏ

    รวมถึงได้เผาเมืองเขมราฐ ปล่อยนักโทษจากคุก แล้วเคลื่อนกำลังมุ่งตรงมายังเมืองอุบลราชธานี มาตั้งทัพระดมพลอีกครั้งที่บ้านสะพือใหญ่ อำเภอตระการพืชผล มีคนมาเข้ากับองค์มั่น 2,500 คน แต่อาวุธไม่ทันสมัย มีปืนคาบศิลา ปืนแก๊ป มีดพร้า ฝ่ายกบฏได้สะสมเสบียงอาหารด้วย ฝ่ายกบฏได้ฆ่านายอำเภอพนานิคม ซึ่งไม่ยอมเข้ากับฝ่ายกบฏด้วย

    แต่... "ผีบุญขุขันธ์" ใหญ่สุดในภาคอีสาน กบฏกลุ่มบุญจันเมืองขุขันธ์ กลุ่มนี้เป็นกบฏผู้มีบุญอีสานที่ใหญ่ที่สุด มีสมาชิกที่มาเข้าร่วมถึง 6,000 คน หัวหน้ากบฏชื่อบุญจัน เป็นบุตรเจ้าเมืองขุขันธ์คนก่อน และเป็นน้องชายของผู้ว่าราชการเมืองขุขันธ์ในขณะนั้น ไม่ถูกกับพี่ชาย ในเรื่องตำแหน่งเจ้าเมืองมากกว่าสาเหตุอื่น ได้ตั้งตัวเป็นผู้มีบุญซ่องสุมกำลังอยู่ที่ภูฝ้าย ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษในปัจจุบัน

    การเคลื่อนไหวของผีบุญ ขยายวงกว้าง รวดเร็ว เพราะมีการเชื่อมโยงระหว่างหมู่บ้าน และอาศัยระบบวัฒนธรรม แบบปากต่อปาก 🗣️

    จุดแข็งของเครือข่ายนี้อยู่ที่ “ความศรัทธา” ไม่ใช่กำลังพล หรืออาวุธ

    🔥 จุดระเบิด เมื่อภาษี 4 บาท กลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย 💸 ภาษีส่วยที่ชาวอีสานรับไม่ไหว รัฐสยามในยุครัชกาลที่ 5 มีนโยบายปฏิรูปการปกครองแบบรวมศูนย์ ส่งคนมาเก็บภาษีตรงจากประชาชน โดยเฉพาะภาษี ชายฉกรรจ์ 4 บาท ต่อคน ต่อปี เทียบค่าเงินปัจจุบันราว 3,500-4,000 บาท

    แต่ในยุคนั้น คนอีสานส่วนใหญ่ไม่ใช้เงิน และใช้ชีวิตพอเพียง เลี้ยงไก่ ปลูกข้าว ใช้ระบบแลกเปลี่ยน เงิน 4 บาท จึงเท่ากับความเดือดร้อนทั้งบ้าน 💔

    ☠️ “ฝูงไทยใจฮ้าย ตายสิ้นบ่หลอ” เสียงหมอลำตอกย้ำความเจ็บปวด ชี้ให้เห็นความไม่ยุติธรรม และปลุกใจชาวบ้าน
    บางพื้นที่ ถึงกับมีคำปลุกระดมชัดเจน เช่น

    “ไล่ไทยเอาดินคืนมา… ฆ่าไทยเสียให้หมด!”

    👑 จากชายธรรมดาสู่ผู้นำกองทัพศรัทธา "องค์มั่น" หรืออ้ายมาน เป็นผู้นำผู้มีบุญที่โดดเด่นที่สุด ตั้งตนเป็น "พระยาธรรมิกราช" หรือ "องค์ปราสาททอง" ✨

    👥 กลุ่มผู้ติดตามที่แข็งแกร่ง มีคนเข้าร่วมกว่า 2,500 คน ครอบคลุมพื้นที่ อุบลราชธานี, อำนาจเจริญ, ลาวใต้ มีแกนนำร่วม เช่น องค์เขียว, องค์พระบาท, องค์เมตไตรย ฯลฯ

    ⚔️ ศึกโนนโพธิ์ ปืนใหญ่ที่ดับความหวัง วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2444 ตรงกับวันนี้ครบ 124 ปี พอดี และเป็นวันศุกร์เหมือนกัน กองทัพจากเมืองอุบลฯ ภายใต้การนำของ "พันตรีหลวงสุรกิจพิศาล" ใช้ ปืนใหญ่ 2 กระบอก ซุ่มโจมตีที่ “บ้านสะพือใหญ่” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “โนนโพธิ์”

    🔥 ปืนใหญ่ยิงถล่มตรงกลางกลุ่มกบฏ

    💀 เสียชีวิตทันที 200-300 คน

    😭 บาดเจ็บกว่า 500 คน

    องค์มั่นหนีไปได้ แต่ลูกน้อง 400 คนถูกจับ ศาลตัดสินประหาร “องค์” ทุกคน ✝️

    🧵 จดหมายลูกโซ่ หมอลำ และพลัง Soft Power แห่งยุค การปลุกระดมของผู้มีบุญ ไม่ได้เกิดจากอาวุธ แต่เกิดจาก...

    📜 จดหมายลูกโซ่ ที่คัดลอกคำพยากรณ์ต่อๆ กัน

    🎤 หมอลำ ที่ลำเกี่ยวกับความทุกข์ โจมตีรัฐ และปลุกใจ

    👄 การเล่าปากต่อปาก ที่ขยายความศรัทธาไปทั่วแผ่นดิน

    ในยุคที่คนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ "เสียง" คือพลังที่สุด!

    🛕 การต่อสู้ของคนที่ “ไม่มีเจ้า” หนึ่งในข้อมูลจากเอกสารสอบสวนผู้มีบุญ ระบุว่า “ถ้ายึดเมืองต่างๆ ได้ จะไม่มีเจ้าไม่มีนาย ทุกคนจะเท่ากัน” นี่คือความฝัน ที่ชาวบ้านไม่เคยได้จากรัฐ ยุคพระศรีอาริย์ ที่ไม่มีการกดขี่ มีแต่ความอุดมสมบูรณ์

    🏞️ พื้นที่ความทรงจำ ในวันนี้ โนนโพธิ์ไม่ได้เป็นสนามรบแล้ว แต่กลายเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านเดินทางมาทำบุญ
    มีการวางแผนสร้าง อนุสรณ์สถานศึกโนนโพธิ์ ให้ลูกหลานได้เรียนรู้

    🎨 ภายในวัดมีภาพฝาผนังวาดเหตุการณ์

    🪔 ชาวบ้านมาร่วมงานบุญ แจกข้าวให้ผู้ล่วงลับ

    📖 เด็กนักเรียนเคยเก็บข้อมูล สัมภาษณ์คนเฒ่าคนแก่

    🪦 มีหลุมศพกลางทุ่ง ที่ไถนาก็ยังเจอกระโหลก

    🧑‍🏫 เมื่อรัฐหายไป ประวัติศาสตร์จึงถูกเล่าด้วยเสียงของชาวบ้าน “กบฏผีบุญ” คือคำที่รัฐใช้เรียก แต่ “ผู้มีบุญ” คือคำที่ชาวบ้านจดจำ และตอนนี้… คนรุ่นใหม่กำลังฟื้นเสียงนั้นกลับคืนมา

    📌 “การทำอนุสรณ์สถานไม่ใช่การปลุกระดม แต่คือการคืนความทรงจำให้กับแผ่นดิน”

    📌 จากเสียงหมอลำ สู่เสียงประวัติศาสตร์ที่ควรถูกฟัง “ผู้มีบุญ” = ผู้นำทางจิตวิญญาณของประชาชนที่สิ้นหวัง "องค์มั่น" เป็นผู้นำที่ชัดเจนที่สุด มีอิทธิพลมากที่สุด “ศึกโนนโพธิ์” คือตัวแทนของการปะทะระหว่าง รัฐรวมศูนย์ และ ชาวบ้านชายขอบ

    ปัจจุบันโนนโพธิ์ เริ่มกลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ความหวังคือ... การพูดถึงอย่างเปิดเผย จะทำให้ประวัติศาสตร์ไม่เงียบอีกต่อไป

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 041010 เม.ย. 2568

    📌 #กบฏผีบุญ #124ปีศึกโนนโพธิ์ #องค์มั่น #ผู้มีบุญ #บ้านสะพือ #ประวัติศาสตร์อีสาน #ศรัทธาคืออาวุธ #อนุสรณ์สถานผีบุญ #เสียงจากชายขอบ #หมอลำคือพลัง

    🎖️ 124 ปี อุบลฯ ปราบกบฏผีบุญองค์มั่น ศรัทธา คือ อาวุธ! ผีบุญขุขันธ์ ใหญ่สุดในอีสาน ไม่มีให้จดจำ ไม่ทำให้ลืมเลือน “ความศรัทธา” เปลี่ยนเป็น “การลุกฮือ” เมื่อประชาชนหมดหวังในรัฐ ย้อนรอยประวัติศาสตร์ “ศึกโนนโพธิ์” กับคำถามที่ไม่ควรหายไปจากแผ่นดิน 🕰️ เสียงปืนใหญ่ที่โลกไม่เคยได้ยิน ย้อนกลับไปในวันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2444 เสียงปืนใหญ่ดังกึกก้องจากป่าบ้านสะพือ จังหวัดอุบลราชธานี ปืนของทหารสยาม ไม่ได้ยิงใส่ข้าศึกจากภายนอก… แต่มุ่งตรงไปยังกลุ่มชาวบ้าน ผู้มีศรัทธาในชายผู้ถูกเรียกว่า “องค์มั่น” ผู้นำแห่งขบวนการ “ผู้มีบุญ” การปะทะในวันนั้น จบลงด้วยศพกว่า 300 ราย แต่อุดมการณ์ ยังดังก้องข้ามศตวรรษ 🕊️ 🤔 ผู้มีบุญคือใคร? ก่อนจะไปถึงการสู้รบ... ต้องย้อนกลับมาที่คำว่า “ผู้มีบุญ” หรือที่รัฐไทยเรียกแบบดูหมิ่นว่า “ผีบุญ” 👻 ผู้มีบุญ = คนที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็น “ผู้วิเศษ” หรือ “พระศรีอริยเมตไตรย” ผู้จะมากู้โลกในยุคที่รัฐล้มเหลว ผู้มีบุญจึงไม่ใช่กบฏธรรมดา แต่คือ "ผู้นำจิตวิญญาณ" ของชาวบ้านที่สิ้นหวังในอำนาจรัฐกลาง ที่ดูห่างไกล เย็นชา และกดขี่ 🧾 จากกบฏถึงความหวัง บันทึก 260 ปี "กบฏผีบุญอีสาน" ภาคอีสานถูกจารึกว่า เป็นพื้นที่ที่มีกบฏผีบุญมากที่สุดในประเทศ 2242 กบฏบุญกว้าง 2334 กบฏเชียงแก้ว 2360 กบฏสาเกียดโง้ง 2442-44 กบฏสามโบก 2444-45 กบฏผีบุญอีสาน ครั้งองค์มั่น 🟠 2467 กบฏหนองหมากแก้ว 2479 กบฏหมอลำน้อยชาดา 2483 กบฏหมอลำโสภา พลตรี 2502 กบฏศิลา วงศ์สิน 🎯 ครั้งปี 2444-2445 นั้นถือเป็น การลุกฮือใหญ่ที่สุด มีผู้มีบุญมากถึง 60 คน ครอบคลุม 13 จังหวัด ในอีสาน "ผีบุญองค์มั่น" โด่งดังสุดในภาคอีสาน นอกจากองค์มั่นแล้ว ยังมีผู้นำรองๆ อีก 5 คน เป็นแกนนำ คือ องค์เขียว องค์ลิ้นก่าน องค์พระบาท องค์พระเมตไตร และองค์เหลือง ฝ่ายกบฏได้ปลุกระดมราษฎรทั้ง 2 ฝั่งโขง ในฝั่งขวา คือฝั่งอีสาน ได้กำลังจากอำเภอโขงเจียม อำเภอตระการพืชผล ในที่สุด ในวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2444 กลุ่มผีบุญเข้ายึดเมืองเขมราฐ จับเจ้าเมืองไว้เป็นตัวประกัน และเป็นเครื่องมือแห่แหนให้คนเข้าเป็นพวก แต่ฆ่าท้าวกุลบุตร ท้าวโพธิสาร กรมการเมืองที่ไม่ยอมเข้ากับฝ่ายกบฏ รวมถึงได้เผาเมืองเขมราฐ ปล่อยนักโทษจากคุก แล้วเคลื่อนกำลังมุ่งตรงมายังเมืองอุบลราชธานี มาตั้งทัพระดมพลอีกครั้งที่บ้านสะพือใหญ่ อำเภอตระการพืชผล มีคนมาเข้ากับองค์มั่น 2,500 คน แต่อาวุธไม่ทันสมัย มีปืนคาบศิลา ปืนแก๊ป มีดพร้า ฝ่ายกบฏได้สะสมเสบียงอาหารด้วย ฝ่ายกบฏได้ฆ่านายอำเภอพนานิคม ซึ่งไม่ยอมเข้ากับฝ่ายกบฏด้วย แต่... "ผีบุญขุขันธ์" ใหญ่สุดในภาคอีสาน กบฏกลุ่มบุญจันเมืองขุขันธ์ กลุ่มนี้เป็นกบฏผู้มีบุญอีสานที่ใหญ่ที่สุด มีสมาชิกที่มาเข้าร่วมถึง 6,000 คน หัวหน้ากบฏชื่อบุญจัน เป็นบุตรเจ้าเมืองขุขันธ์คนก่อน และเป็นน้องชายของผู้ว่าราชการเมืองขุขันธ์ในขณะนั้น ไม่ถูกกับพี่ชาย ในเรื่องตำแหน่งเจ้าเมืองมากกว่าสาเหตุอื่น ได้ตั้งตัวเป็นผู้มีบุญซ่องสุมกำลังอยู่ที่ภูฝ้าย ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษในปัจจุบัน การเคลื่อนไหวของผีบุญ ขยายวงกว้าง รวดเร็ว เพราะมีการเชื่อมโยงระหว่างหมู่บ้าน และอาศัยระบบวัฒนธรรม แบบปากต่อปาก 🗣️ จุดแข็งของเครือข่ายนี้อยู่ที่ “ความศรัทธา” ไม่ใช่กำลังพล หรืออาวุธ 🔥 จุดระเบิด เมื่อภาษี 4 บาท กลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย 💸 ภาษีส่วยที่ชาวอีสานรับไม่ไหว รัฐสยามในยุครัชกาลที่ 5 มีนโยบายปฏิรูปการปกครองแบบรวมศูนย์ ส่งคนมาเก็บภาษีตรงจากประชาชน โดยเฉพาะภาษี ชายฉกรรจ์ 4 บาท ต่อคน ต่อปี เทียบค่าเงินปัจจุบันราว 3,500-4,000 บาท แต่ในยุคนั้น คนอีสานส่วนใหญ่ไม่ใช้เงิน และใช้ชีวิตพอเพียง เลี้ยงไก่ ปลูกข้าว ใช้ระบบแลกเปลี่ยน เงิน 4 บาท จึงเท่ากับความเดือดร้อนทั้งบ้าน 💔 ☠️ “ฝูงไทยใจฮ้าย ตายสิ้นบ่หลอ” เสียงหมอลำตอกย้ำความเจ็บปวด ชี้ให้เห็นความไม่ยุติธรรม และปลุกใจชาวบ้าน บางพื้นที่ ถึงกับมีคำปลุกระดมชัดเจน เช่น “ไล่ไทยเอาดินคืนมา… ฆ่าไทยเสียให้หมด!” 👑 จากชายธรรมดาสู่ผู้นำกองทัพศรัทธา "องค์มั่น" หรืออ้ายมาน เป็นผู้นำผู้มีบุญที่โดดเด่นที่สุด ตั้งตนเป็น "พระยาธรรมิกราช" หรือ "องค์ปราสาททอง" ✨ 👥 กลุ่มผู้ติดตามที่แข็งแกร่ง มีคนเข้าร่วมกว่า 2,500 คน ครอบคลุมพื้นที่ อุบลราชธานี, อำนาจเจริญ, ลาวใต้ มีแกนนำร่วม เช่น องค์เขียว, องค์พระบาท, องค์เมตไตรย ฯลฯ ⚔️ ศึกโนนโพธิ์ ปืนใหญ่ที่ดับความหวัง วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2444 ตรงกับวันนี้ครบ 124 ปี พอดี และเป็นวันศุกร์เหมือนกัน กองทัพจากเมืองอุบลฯ ภายใต้การนำของ "พันตรีหลวงสุรกิจพิศาล" ใช้ ปืนใหญ่ 2 กระบอก ซุ่มโจมตีที่ “บ้านสะพือใหญ่” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “โนนโพธิ์” 🔥 ปืนใหญ่ยิงถล่มตรงกลางกลุ่มกบฏ 💀 เสียชีวิตทันที 200-300 คน 😭 บาดเจ็บกว่า 500 คน องค์มั่นหนีไปได้ แต่ลูกน้อง 400 คนถูกจับ ศาลตัดสินประหาร “องค์” ทุกคน ✝️ 🧵 จดหมายลูกโซ่ หมอลำ และพลัง Soft Power แห่งยุค การปลุกระดมของผู้มีบุญ ไม่ได้เกิดจากอาวุธ แต่เกิดจาก... 📜 จดหมายลูกโซ่ ที่คัดลอกคำพยากรณ์ต่อๆ กัน 🎤 หมอลำ ที่ลำเกี่ยวกับความทุกข์ โจมตีรัฐ และปลุกใจ 👄 การเล่าปากต่อปาก ที่ขยายความศรัทธาไปทั่วแผ่นดิน ในยุคที่คนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ "เสียง" คือพลังที่สุด! 🛕 การต่อสู้ของคนที่ “ไม่มีเจ้า” หนึ่งในข้อมูลจากเอกสารสอบสวนผู้มีบุญ ระบุว่า “ถ้ายึดเมืองต่างๆ ได้ จะไม่มีเจ้าไม่มีนาย ทุกคนจะเท่ากัน” นี่คือความฝัน ที่ชาวบ้านไม่เคยได้จากรัฐ ยุคพระศรีอาริย์ ที่ไม่มีการกดขี่ มีแต่ความอุดมสมบูรณ์ 🏞️ พื้นที่ความทรงจำ ในวันนี้ โนนโพธิ์ไม่ได้เป็นสนามรบแล้ว แต่กลายเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านเดินทางมาทำบุญ มีการวางแผนสร้าง อนุสรณ์สถานศึกโนนโพธิ์ ให้ลูกหลานได้เรียนรู้ 🎨 ภายในวัดมีภาพฝาผนังวาดเหตุการณ์ 🪔 ชาวบ้านมาร่วมงานบุญ แจกข้าวให้ผู้ล่วงลับ 📖 เด็กนักเรียนเคยเก็บข้อมูล สัมภาษณ์คนเฒ่าคนแก่ 🪦 มีหลุมศพกลางทุ่ง ที่ไถนาก็ยังเจอกระโหลก 🧑‍🏫 เมื่อรัฐหายไป ประวัติศาสตร์จึงถูกเล่าด้วยเสียงของชาวบ้าน “กบฏผีบุญ” คือคำที่รัฐใช้เรียก แต่ “ผู้มีบุญ” คือคำที่ชาวบ้านจดจำ และตอนนี้… คนรุ่นใหม่กำลังฟื้นเสียงนั้นกลับคืนมา 📌 “การทำอนุสรณ์สถานไม่ใช่การปลุกระดม แต่คือการคืนความทรงจำให้กับแผ่นดิน” 📌 จากเสียงหมอลำ สู่เสียงประวัติศาสตร์ที่ควรถูกฟัง “ผู้มีบุญ” = ผู้นำทางจิตวิญญาณของประชาชนที่สิ้นหวัง "องค์มั่น" เป็นผู้นำที่ชัดเจนที่สุด มีอิทธิพลมากที่สุด “ศึกโนนโพธิ์” คือตัวแทนของการปะทะระหว่าง รัฐรวมศูนย์ และ ชาวบ้านชายขอบ ปัจจุบันโนนโพธิ์ เริ่มกลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ความหวังคือ... การพูดถึงอย่างเปิดเผย จะทำให้ประวัติศาสตร์ไม่เงียบอีกต่อไป ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 041010 เม.ย. 2568 📌 #กบฏผีบุญ #124ปีศึกโนนโพธิ์ #องค์มั่น #ผู้มีบุญ #บ้านสะพือ #ประวัติศาสตร์อีสาน #ศรัทธาคืออาวุธ #อนุสรณ์สถานผีบุญ #เสียงจากชายขอบ #หมอลำคือพลัง
    0 Comments 0 Shares 113 Views 0 Reviews
  • https://youtu.be/4e0CzPMzvgs?si=ccoohVV2pRzWRDe0
    https://youtu.be/4e0CzPMzvgs?si=ccoohVV2pRzWRDe0
    0 Comments 0 Shares 40 Views 0 Reviews
  • SpaceX ได้ประกาศว่าครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของโครงการ Starship บริษัทจะนำ Super Heavy Booster ที่เคยบินมาแล้วกลับมาใช้ใหม่ใน Starship Flight 9 โดยก่อนหน้านี้บูสเตอร์ตัวนี้เคยถูกใช้ใน Flight 7 และผ่านการทดสอบ Static Fire ล่าสุดเพื่อเตรียมความพร้อม

    ✅ SpaceX ทดสอบบูสเตอร์ที่มี 29 จาก 33 เครื่องยนต์ที่ผ่านการบินจริงมาแล้ว
    - บูสเตอร์นี้เป็นตัวแรกที่ นำกลับมาใช้ใหม่ในระบบที่มีมากกว่า 24 เครื่องยนต์
    - การใช้ซ้ำช่วยให้ ลดต้นทุนการผลิตและเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจในอนาคต

    ✅ Flight 9 เป็นภารกิจสำคัญ—ทดสอบยานเวทีที่สองรุ่นใหม่หลังความล้มเหลวสองครั้งก่อนหน้า
    - ยานเวทีที่สองล้มเหลวในเที่ยวบิน Flight 7 และ Flight 8 ก่อนหน้านี้
    - หากประสบความสำเร็จใน Flight 9 อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับโครงการ Starship

    ✅ ก่อนหน้านี้ SpaceX พยายามใช้ระบบจับบูสเตอร์ด้วยหอปล่อยจรวด
    - ระบบจับได้รับการทดสอบก่อน Flight 7 แต่ยังไม่มีการจับบูสเตอร์ได้จริง
    - หากการใช้ซ้ำสำเร็จ จะช่วยให้ SpaceX มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเวทีที่สองต่อไป

    ✅ การทดสอบ Static Fire ไม่ได้บอกถึงวันปล่อยจรวดแน่นอน
    - SpaceX เคยทำการทดสอบแบบ Static Fire หลายเดือนก่อนการปล่อยจริง
    - ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับการปรับแต่งเครื่องยนต์หลังการทดสอบ

    https://wccftech.com/spacex-confirms-super-heavy-booster-re-use-on-starship-flight-9-fires-up-232-feet-rocket/
    SpaceX ได้ประกาศว่าครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของโครงการ Starship บริษัทจะนำ Super Heavy Booster ที่เคยบินมาแล้วกลับมาใช้ใหม่ใน Starship Flight 9 โดยก่อนหน้านี้บูสเตอร์ตัวนี้เคยถูกใช้ใน Flight 7 และผ่านการทดสอบ Static Fire ล่าสุดเพื่อเตรียมความพร้อม ✅ SpaceX ทดสอบบูสเตอร์ที่มี 29 จาก 33 เครื่องยนต์ที่ผ่านการบินจริงมาแล้ว - บูสเตอร์นี้เป็นตัวแรกที่ นำกลับมาใช้ใหม่ในระบบที่มีมากกว่า 24 เครื่องยนต์ - การใช้ซ้ำช่วยให้ ลดต้นทุนการผลิตและเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจในอนาคต ✅ Flight 9 เป็นภารกิจสำคัญ—ทดสอบยานเวทีที่สองรุ่นใหม่หลังความล้มเหลวสองครั้งก่อนหน้า - ยานเวทีที่สองล้มเหลวในเที่ยวบิน Flight 7 และ Flight 8 ก่อนหน้านี้ - หากประสบความสำเร็จใน Flight 9 อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับโครงการ Starship ✅ ก่อนหน้านี้ SpaceX พยายามใช้ระบบจับบูสเตอร์ด้วยหอปล่อยจรวด - ระบบจับได้รับการทดสอบก่อน Flight 7 แต่ยังไม่มีการจับบูสเตอร์ได้จริง - หากการใช้ซ้ำสำเร็จ จะช่วยให้ SpaceX มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเวทีที่สองต่อไป ✅ การทดสอบ Static Fire ไม่ได้บอกถึงวันปล่อยจรวดแน่นอน - SpaceX เคยทำการทดสอบแบบ Static Fire หลายเดือนก่อนการปล่อยจริง - ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับการปรับแต่งเครื่องยนต์หลังการทดสอบ https://wccftech.com/spacex-confirms-super-heavy-booster-re-use-on-starship-flight-9-fires-up-232-feet-rocket/
    WCCFTECH.COM
    SpaceX Confirms Super Heavy Booster Re-Use On Starship Flight 9 & Fires Up 232-Feet Rocket!
    SpaceX confirms that Starship Flight 9 will be the first to re-use a rocket booster for the Starship test program.
    0 Comments 0 Shares 61 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 31 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 32 Views 0 Reviews
  • เรียนรู้ที่จะอยู่กับแผ่นดินไหว และผู้นำที่จะนำพาเราให้อยู่รอด

    บทความโดย : สุรวิชช์ วีรวรรณ

    คลิก>> https://mgronline.com/daily/detail/9680000032162
    เรียนรู้ที่จะอยู่กับแผ่นดินไหว และผู้นำที่จะนำพาเราให้อยู่รอด บทความโดย : สุรวิชช์ วีรวรรณ คลิก>> https://mgronline.com/daily/detail/9680000032162
    MGRONLINE.COM
    เรียนรู้ที่จะอยู่กับแผ่นดินไหว และผู้นำที่จะนำพาเราให้อยู่รอด
    แผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในรอบหลายปีนั้น เป็นสัญญาณเตือนเราว่า ที่เราเคยบอกว่าเราเป็นประเทศที่โชคดีที่ตั้งอยู่นั้นเป็นที่ไม่มีภัยธรรมชาติรุนแรงนั้นไม่ใช่ความจริงอีกต่อไป
    Like
    3
    0 Comments 0 Shares 63 Views 0 Reviews