• เขมรมาดูหน่อยคะว่าตอนคุณกำลังฆ่าตายมากมายใครยื่นมือช่วยต่อลมหายให้คุณ#วันนี้ตอบแทนโดนการเนรคุณมันใช่หรือ?
    เขมรมาดูหน่อยคะว่าตอนคุณกำลังฆ่าตายมากมายใครยื่นมือช่วยต่อลมหายให้คุณ#วันนี้ตอบแทนโดนการเนรคุณมันใช่หรือ?
    0 Comments 0 Shares 2 Views 0 0 Reviews
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260109 #TechRadar

    Skullcandy เปิดตัวหูฟัง AI รุ่นใหม่ แต่มีข้อจำกัดสำคัญ
    Skullcandy เปิดตัวหูฟังที่ผสานระบบ AI เพื่อช่วยผู้ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่แม้จะมีความสามารถล้ำสมัย ฟีเจอร์บางอย่างกลับถูกจำกัดไว้เฉพาะบางรุ่นหรือบางบริการ ทำให้ประสบการณ์ใช้งานจริงอาจไม่สมบูรณ์เท่าที่คาดหวัง อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ที่ต้องการยกระดับหูฟังราคาจับต้องได้ให้มีความฉลาดขึ้นกว่าเดิม
    https://www.techradar.com/audio/earbuds-airpods/skullcandys-new-earbuds-put-ai-in-your-ears-but-theres-a-catch

    ChatGPT Health พื้นที่ใหม่สำหรับคำถามสุขภาพที่เชื่อมข้อมูลสุขภาพของคุณได้
    OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health ซึ่งเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับคำถามด้านสุขภาพ โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพส่วนตัว เช่น Apple Health หรือบันทึกการรักษา เพื่อให้ได้คำตอบที่ตรงกับบริบทของตัวเองมากขึ้น แม้จะมีความสามารถสูง แต่ OpenAI ย้ำชัดว่าเครื่องมือนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่แพทย์ และเน้นความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหลัก พร้อมระบบป้องกันหลายชั้นเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpt-health-is-a-new-space-for-medical-questions-that-works-with-your-health-data-but-openai-insists-its-not-designed-to-replace-your-doctor

    พบช่องโหว่ร้ายแรงใน n8n ที่เปิดทางให้รันคำสั่งบนระบบได้
    มีการค้นพบช่องโหว่ระดับวิกฤตใน n8n แพลตฟอร์มอัตโนมัติงานแบบโอเพ่นซอร์ส ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แก้ไข workflow สามารถรันคำสั่งบนระบบจริงได้โดยตรง ทำให้เสี่ยงต่อการถูกฝังมัลแวร์ ขโมยข้อมูล หรือยึดระบบทั้งหมด โดยปัญหานี้ถูกแก้ไขแล้วในเวอร์ชันล่าสุด และผู้ใช้ควรอัปเดตทันทีหรือใช้วิธีป้องกันชั่วคราวตามคำแนะนำ
    https://www.techradar.com/pro/security/a-critical-n8n-flaw-has-been-discovered-heres-how-to-stay-safe

    AVA โฮโลแกรม AI ขนาดจิ๋วจาก Razer พร้อมเป็นทั้งโค้ชอีสปอร์ตและผู้ช่วยชีวิตประจำวัน
    Razer เปิดตัว Project AVA รุ่นอัปเกรด ซึ่งเป็นโฮโลแกรม AI ขนาดเล็กที่สามารถพูดคุย มองหน้าคุณ ติดตามสายตา และช่วยทั้งการเล่นเกม การจัดตารางงาน ไปจนถึงงานเอกสารต่าง ๆ ด้วยบุคลิกและอวาตาร์ที่เลือกได้หลายแบบ แม้จะล้ำสมัยและให้ความรู้สึกเหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวจริง ๆ แต่ก็มีข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวที่ผู้ใช้ต้องพิจารณา แม้ Razer จะยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดถูกประมวลผลภายในเครื่อง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/meet-the-tiny-ai-hologram-ready-to-be-your-esports-coach-and-life-planner

    AI ถูกใช้เป็นข้ออ้างในการปลดพนักงาน?
    หลายองค์กรเริ่มโยนความผิดให้ AI ว่าเป็นสาเหตุของการปลดพนักงาน ทั้งที่ความจริงอาจเกี่ยวข้องกับการบริหารต้นทุนและกลยุทธ์ธุรกิจมากกว่า ทำให้เกิดคำถามว่า AI เป็นผู้ร้ายตัวจริงหรือเพียงข้ออ้างที่สะดวกสำหรับผู้บริหารในการลดคน
    https://www.techradar.com/pro/could-ai-be-a-scapegoat-in-layoffs

    NordPass เพิ่มระบบยืนยันตัวตน TOTP ในตัว
    NordPass เปิดตัวฟีเจอร์ TOTP Authenticator ที่รวมอยู่ในแอปโดยตรง ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องสลับไปมาระหว่างแอปหลายตัวอีกต่อไป พร้อมรองรับการยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์และการซิงก์ระหว่างอุปกรณ์ ช่วยให้การล็อกอินปลอดภัยและสะดวกขึ้นอย่างมาก
    https://www.techradar.com/pro/security/nordpass-adds-built-in-totp-authenticator-for-personal-accounts

    บั๊กใหม่ใน Classic Outlook ทำให้อ่านอีเมลเข้ารหัสไม่ได้
    ผู้ใช้ Classic Outlook พบปัญหาหลังอัปเดตล่าสุด ทำให้ไม่สามารถเปิดอีเมลแบบ Encrypt Only ได้ โดย Microsoft แนะนำวิธีแก้ชั่วคราว เช่น เปลี่ยนวิธีเข้ารหัสผ่านเมนู Options หรือย้อนเวอร์ชัน Outlook ลงไปก่อน ส่งผลให้หลายองค์กรต้องหาทางรับมือระหว่างรอแพตช์แก้ไข
    https://www.techradar.com/pro/security/use-classic-outlook-this-microsoft-bug-might-stop-you-from-opening-encrypted-emails

    Gmail เพิ่มชุดฟีเจอร์ AI ใหม่เพื่อช่วยงานออฟฟิศ
    Google เปิดตัวฟีเจอร์ AI ชุดใหญ่ใน Gmail เช่น AI Inbox ที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญของอีเมล, AI Overviews ที่สรุปข้อมูลจากข้อความจำนวนมาก และระบบช่วยเขียนอีเมลเวอร์ชันใหม่ที่ฉลาดขึ้น ทำให้การจัดการอีเมลที่เคยยุ่งยากกลายเป็นงานที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัด
    https://www.techradar.com/pro/gmail-is-getting-a-whole-host-of-ai-updates-to-try-and-solve-your-most-irritating-workplace-tasks

    Fujifilm เปิดตัวกล้อง Instax สไตล์ Super 8 สุดแหวกแนว
    Fujifilm Instax Mini Evo Cinema กลายเป็นกล้อง Instax ที่แปลกที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยดีไซน์ย้อนยุคแบบ Super 8 พร้อมฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอที่แปลงเป็น QR Code ให้พิมพ์ออกมาได้ รวมถึงปุ่ม Eras Dial ที่เลือกโทนภาพตามยุคต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 1930–2020 ทำให้เป็นกล้องที่ผสมความสนุกและความคลาสสิกได้อย่างลงตัว
    https://www.techradar.com/cameras/instant-cameras/fujifilms-new-super-8-style-video-camera-is-the-weirdest-instax-ever-but-it-could-also-be-the-most-fun

    Microsoft อาจเปิดตัว “Xbox PC แบบ OEM” ภายในปีนี้
    กระแสข่าวลือที่ถูกมองว่าน่าเชื่อถือชี้ว่า Microsoft เตรียมขยายจักรวาล Xbox ด้วยการเปิดตัวเครื่องเล่นเกมรูปแบบใหม่ที่เป็น “Xbox PC แบบ OEM” ซึ่งอาจเป็นการผสานประสบการณ์คอนโซลเข้ากับความยืดหยุ่นของพีซี เพื่อดึงดูดทั้งนักเล่นเกมและผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ โดยคาดว่าจะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ Xbox แข่งขันในตลาดเกมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
    https://www.techradar.com/gaming/xbox/microsoft-could-reveal-its-oem-xbox-pc-this-year-according-to-credible-rumors

    AI Factory: โครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อขับเคลื่อน AI ระดับองค์กร
    องค์กรทั่วโลกกำลังเร่งนำ AI มาใช้ แต่ความซับซ้อนของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และความปลอดภัยทำให้เกิดความท้าทายอย่างมาก แนวคิด “AI Factory” จึงถูกเสนอเป็นสถาปัตยกรรมแบบครบวงจรที่รวม GPU, Kubernetes, ระบบความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมโมเดลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้ธุรกิจสามารถขยาย AI ได้อย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และควบคุมได้มากขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/ai-factories-are-the-foundation-for-enterprise-scale-ai

    Google ลดรอบการปล่อยซอร์สโค้ด Android เหลือปีละ 2 ครั้ง
    Google เตรียมปรับรูปแบบการปล่อยซอร์สโค้ด Android Open Source Project (AOSP) จากเดิมปีละ 4 ครั้ง เหลือเพียง 2 ครั้งในไตรมาส 2 และ 4 โดยให้เหตุผลว่าการลดความถี่จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม แม้ระบบปฏิบัติการจะยังอัปเดตตามปกติทุกไตรมาสก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปีของ Android
    https://www.techradar.com/pro/google-set-to-reduce-the-android-source-code-releases-to-just-twice-a-year

    SMEs ต้องเร่งรับมือ “Data Sovereignty” เมื่อข้อมูลข้ามพรมแดนถูกจับตาเข้มงวด
    ธุรกิจขนาดกลางและเล็กในสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญแรงกดดันด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลข้ามประเทศ หลังมีการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดและเกิดเหตุการณ์อย่าง AWS ล่มที่ส่งผลกระทบต่อบริการสำคัญ ทำให้ SMEs ต้องให้ความสำคัญกับการรู้ว่า “ข้อมูลอยู่ที่ไหน” และเลือกผู้ให้บริการที่โปร่งใส มีระบบสำรอง และรองรับข้อกำหนดด้านอธิปไตยข้อมูล
    https://www.techradar.com/pro/your-datas-where-exactly-smes-and-data-sovereignty

    อุตสาหกรรม VPN เผชิญปีแห่งความท้าทาย: AI, การยืนยันอายุ และการเซ็นเซอร์
    ปี 2025 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ VPN เมื่อผู้ให้บริการต้องรับมือกับภัยคุกคามจาก AI เช่น การหลอกลวงด้วย LLM การบังคับใช้กฎหมายยืนยันอายุที่เสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคล และการเพิ่มขึ้นของการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ผู้ให้บริการรายใหญ่จึงเร่งพัฒนาเครื่องมือป้องกันสแกม การเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม และระบบต่อต้านการปิดกั้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปี 2026 ที่การแข่งขันจะเข้มข้นยิ่งขึ้น
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-services/ai-age-verification-and-censorship-how-the-vpn-industry-tackled-2025s-biggest-issues-and-what-it-plans-to-do-next

    “External Brain” เวียร์เอเบิลยุคใหม่มาแรงในงาน CES 2026
    กระแสใหม่ของวงการเวียร์เอเบิลกำลังเปลี่ยนจากสายรัดข้อมือฟิตเนสไปสู่ “สมองเสริมภายนอก” ที่ช่วยประมวลผลและเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อทำงานด้าน AI แบบเรียลไทม์ โดยอุปกรณ์รุ่นใหม่เน้นความเบา เรียบง่าย และใช้งานจริงได้มากขึ้น เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแสดงข้อมูลผ่านจอขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในแว่น ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาดูตลอดเวลา ถือเป็นทิศทางใหม่ที่ผสมผสานความเป็นแฟชั่นกับเทคโนโลยีได้ลงตัว
    https://www.techradar.com/health-fitness/smartwatches/forget-fitness-trackers-external-brains-are-the-hot-new-wearables-at-ces-this-year

    แว่น Even Realities G2 — มินิมอลแต่ทรงพลัง
    แว่นอัจฉริยะ Even Realities G2 โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเบาเหมือนแว่นทั่วไป แต่ซ่อนจอ waveform สีเขียวคมชัดไว้ในเลนส์ สามารถแสดงข้อมูลแบบ HUD เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแจ้งเตือน โดยอาศัยพลังประมวลผลจากสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ทำให้ตัวแว่นไม่เทอะทะและแบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้น พร้อมระบบควบคุมผ่านเซนเซอร์สัมผัสหลังขาแว่น ถือเป็นตัวอย่างของเวียร์เอเบิลที่เน้นความเรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง
    https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/i-tried-even-realities-g2-display-smart-glasses-and-now-i-cant-stop-thinking-about-their-minimalist-approach

    SwitchBot MindClip — คลิปติดปกเสื้อที่บันทึกทุกบทสนทนา
    SwitchBot เปิดตัว MindClip อุปกรณ์ขนาดเล็กติดปกเสื้อที่สามารถบันทึกเสียงทุกการสนทนาและจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลส่วนตัว พร้อมฟีเจอร์ AI ช่วยสรุปเนื้อหาและค้นหาบทสนทนาที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว แม้จะมีประโยชน์ในงานประชุมหรือคนที่หลงลืมง่าย แต่ก็สร้างความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวเพราะสามารถใช้บันทึกบทสนทนาในชีวิตประจำวันได้โดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดคำถามว่าความสะดวกสบายควรแลกกับความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน
    https://www.techradar.com/home/smart-home/switchbots-new-gadget-clips-to-your-collar-and-records-your-conversations-so-youll-never-have-to-pay-attention-ever-again

    Cisco อุดช่องโหว่ ISE หลังพบโค้ดโจมตีถูกเผยแพร่
    Cisco ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ระดับกลางในระบบ Identity Services Engine (ISE) ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แอดมินสามารถอ่านไฟล์สำคัญในระบบผ่านการอัปโหลดไฟล์ XML ที่ออกแบบมาเฉพาะ แม้ยังไม่พบการโจมตีจริง แต่มีโค้ด PoC เผยแพร่แล้ว ทำให้ผู้ดูแลระบบต้องรีบอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ที่ใช้ ISE เป็นระบบควบคุมการเข้าถึงเครือข่ายหลักขององค์กร
    https://www.techradar.com/pro/security/vulnerability-in-identity-service-engine-with-exploit-code-patched-by-cisco

    สหรัฐถอนตัวจากองค์กรอินเทอร์เน็ตเสรี 66 แห่ง
    รัฐบาลสหรัฐประกาศถอนตัวจากองค์กรระหว่างประเทศ 66 แห่ง รวมถึงกลุ่มด้านสิทธิอินเทอร์เน็ตอย่าง Freedom Online Coalition และ Global Forum on Cyber Expertise โดยให้เหตุผลว่าองค์กรเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศ การถอนตัวครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านสิทธิดิจิทัลและความมั่นคงไซเบอร์ทั่วโลก เพราะสหรัฐเป็นผู้สนับสนุนหลักของหลายโครงการ ทำให้อนาคตของความร่วมมือด้านอินเทอร์เน็ตเสรีต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/us-withdraws-from-internet-freedom-bodies-it-deems-wasteful-ineffective-and-harmful

    EU พิจารณาดีล Google ซื้อกิจการ Wiz
    หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาดีลที่ Google ต้องการเข้าซื้อ Wiz ซึ่งเป็นบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดคลาวด์และความปลอดภัยดิจิทัล หากดีลผ่านอาจทำให้ Google ขยายอิทธิพลด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการความปลอดภัยได้มากขึ้น แต่ก็เสี่ยงต่อข้อกังวลเรื่องการผูกขาดในระยะยาว
    https://www.techradar.com/pro/eu-antitrust-regulators-to-decide-on-googles-wiz-acquisition

    Honda–Sony เผยโฉม SUV รุ่นใหม่ แต่คู่แข่งจีนวิ่งนำไปไกลแล้ว
    Honda และ Sony ใช้เวที CES 2026 เปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ Afeela ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นและรองรับฟีเจอร์ความบันเทิงอย่างการเล่น PlayStation 5 ในรถ แม้จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึก แต่รถรุ่นนี้ถูกวางแผนเปิดตัวในปี 2028 ทว่าในขณะที่ทั้งสองบริษัทยังอยู่ในขั้นพัฒนา ค่ายรถจีนกลับเดินหน้าไปไกลกว่า ทั้งด้านราคา ระยะทางวิ่ง และความพร้อมของสินค้าในตลาด
    https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/honda-and-sony-just-teased-a-second-suv-at-ces-2026-but-their-chinese-rivals-are-already-racing-ahead

    รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมใช้ AI ช่วยจัดการสายด่วนสวัสดิการ
    กระทรวง DWP ของสหราชอาณาจักรประกาศโครงการระยะ 4–6 ปีเพื่อใช้ระบบ AI ช่วยคัดแยกและนำทางสายโทรศัพท์เกี่ยวกับสวัสดิการ โดยหวังลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และเพิ่มความแม่นยำในการให้บริการ หลังจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการเพิ่มขึ้นกว่า 2.4 ล้านคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ระบบใหม่นี้ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด
    https://www.techradar.com/pro/uk-government-department-to-use-ai-in-benefits-claims

    อัปเดตใหญ่ Windows 11 26H1 จะมีเฉพาะบนแล็ปท็อป Snapdragon X2
    อัปเดต Windows 11 รุ่น 26H1 ถูกยืนยันว่าจะปล่อยเฉพาะสำหรับแล็ปท็อปที่ใช้ชิป Snapdragon X2 โดยเป็นการปรับปรุงระบบภายในเพื่อรองรับสถาปัตยกรรมใหม่ ไม่ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ใด ๆ แม้จะเป็นการอัปเดตเชิงเทคนิค แต่ก็มีความกังวลว่าการเปลี่ยนแพลตฟอร์มอาจทำให้เกิดบั๊กเหมือนที่เคยเกิดในรุ่นก่อนหน้า
    https://www.techradar.com/computing/windows/windows-11s-next-major-update-is-only-coming-to-a-few-laptops-but-that-could-be-a-blessing-in-disguise

    Xbox Developer Direct 2026 เตรียมเผยเกมใหม่เพียบ
    Xbox ประกาศจัดงาน Developer Direct 2026 ในวันที่ 22 มกราคมนี้ โดยจะเผยตัวอย่างใหม่ของ Fable และ Forza Horizon 6 รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมของ Beast of Reincarnation จาก Game Freak งานนี้ถือเป็นการเปิดศักราชเกมปี 2026 ที่แฟน ๆ รอคอย พร้อมโชว์เกมเพลย์และรายละเอียดจากทีมพัฒนาโดยตรง
    https://www.techradar.com/gaming/gaming-industry/xbox-confirms-developer-direct-2026-showcase-for-later-this-month-here-are-the-games-to-expect

    ข้อมูลส่วนตัวกว่า 700,000 รายถูกหน่วยงานรัฐอิลลินอยส์ทำรั่วไหล
    เหตุการณ์ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนกว่าเจ็ดแสนรายถูกเปิดเผยโดยหน่วยงานรัฐในอิลลินอยส์สร้างความกังวลด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่างหนัก เพราะข้อมูลที่หลุดอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ขณะเดียวกันก็สะท้อนปัญหาโครงสร้างระบบความปลอดภัยของหน่วยงานรัฐที่ยังมีช่องโหว่และต้องเร่งปรับปรุงเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/security/personal-data-on-over-700-000-exposed-by-illinois-government-agency

    iPhone 4 กลับมาฮิตอีกครั้งในฐานะ “กล้องดิจิทัลเรโทร” แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย
    กระแสเรโทรทำให้ iPhone 4 กลายเป็นกล้องดิจิทัลยอดนิยมในหมู่วัยรุ่นและสายคอนเทนต์ที่ชอบภาพโทนเก่า แม้คุณภาพจะสู้มือถือยุคใหม่ไม่ได้ แต่เสน่ห์ของภาพดิบ ๆ ทำให้มันกลับมาฮิตอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเพราะเครื่องไม่ได้รับอัปเดตความปลอดภัยมานาน ผู้ใช้จึงต้องระวังเรื่องข้อมูลส่วนตัวและควรใช้แบบออฟไลน์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านไซเบอร์
    https://www.techradar.com/phones/iphone/the-iphone-4-is-the-classic-camera-phone-that-retro-lovers-can-t-get-enough-of-but-don-t-skip-these-essential-security-tips (techradar.com in Bing)

    กล้องติดรถ Vantrue รุ่นใหม่มาพร้อมกล้องความร้อนแบบ Predator มองเห็นกลางคืนได้เหนือชั้น
    Vantrue เปิดตัว Pilot 2 กล้องติดรถที่รวมกล้องหน้า–หลัง พร้อมกล้องถ่ายภาพความร้อนที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นคน สัตว์ หรือสิ่งกีดขวางในสภาพแสงน้อยหรือหมอกหนาได้อย่างชัดเจนราวกับโหมดมองความร้อนในภาพยนตร์ Predator โดยระบบยังแจ้งเตือนอันตรายล่วงหน้าและรองรับ CarPlay/Android Auto ทำให้เป็นอุปกรณ์เสริมที่ยกระดับความปลอดภัยของรถรุ่นเก่าได้อย่างมาก
    https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/vantrue-unveils-worlds-first-dash-cam-with-thermal-imaging-for-predator-style-night-vision-on-the-move

    แฮ็กเกอร์จีน Salt Typhoon เจาะอีเมลเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐอีกครั้ง
    กลุ่มแฮ็กเกอร์รัฐหนุนจากจีน Salt Typhoon ถูกพบว่าลอบเข้าถึงอีเมลของเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมาธิการสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ทั้งด้านจีน ความมั่นคง และกองทัพ แม้ยังไม่ชัดว่าการเข้าถึงลึกแค่ไหน แต่เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความเสี่ยงด้านไซเบอร์ระหว่างประเทศที่ทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดตามเดิม
    https://www.techradar.com/pro/security/congressional-staff-emails-hacked-as-part-of-salt-typhoon-campaign

    AMD Ryzen AI Halo ท้าชน Nvidia DGX Spark ด้วยพลังประมวลผล AI ในเครื่องเดียว
    AMD ประกาศเปิดตัว Ryzen AI Halo คอมพิวเตอร์สำหรับงาน AI โดยเฉพาะในปี 2026 มาพร้อมซีพียู 16 คอร์, NPU ในตัว, แรมสูงสุด 128GB และรองรับ ROCm เต็มรูปแบบ ทำให้สามารถรันโมเดล AI ขนาดใหญ่แบบโลคัลได้โดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์ ถือเป็นคู่แข่งตรงของ Nvidia DGX Spark ที่ครองตลาดอยู่ก่อนแล้ว และเป็นก้าวสำคัญของ AMD ในการเข้าสู่ตลาด AI ระดับองค์กร
    https://www.techradar.com/pro/amd-will-launch-its-first-pc-in-2026-and-it-will-compete-with-a-very-familiar-brand-ryzen-ai-halo-will-go-head-to-head-against-nvidias-dgx-spark-mini-pc

    AI กับอนาคตดนตรี: will.i.am มองว่า TikTok อันตรายกว่า AI
    will.i.am พูดถึงมุมมองต่อดนตรียุคใหม่ว่าแม้ AI จะสร้างเพลงได้ยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นเพียง “เครื่องมือ” ที่ต้องมีมนุษย์อยู่เบื้องหลัง ต่างจาก TikTok ที่เขามองว่าเป็นภัยต่อวงการมากกว่าเพราะเปลี่ยนพฤติกรรมการเสพดนตรีจนศิลปินต้องปรับตัวอย่างหนัก พร้อมเล่าถึงการร่วมงานกับ LG เพื่อปรับแต่งเสียงลำโพงให้ตอบโจทย์ผู้ฟังยุคใหม่ที่ต้องการคุณภาพเสียงสูงในทุกอุปกรณ์
    https://www.techradar.com/audio/ai-generated-music-is-awesome-somebodys-still-generating-it-when-the-machines-doing-it-on-its-own-talk-to-me-will-i-am-tells-me-how-he-tunes-lgs-new-speakers-and-why-tiktok-rather-than-ai-is-the-big-danger-to-music

    Amazon ใช้ AI ช้อปแทนลูกค้า จนร้านค้ารายย่อยเดือด
    Amazon ทดลองฟีเจอร์ Buy for Me ที่ให้ AI ไปสั่งซื้อสินค้าจากเว็บร้านค้าต่าง ๆ แทนผู้ใช้โดยอัตโนมัติ แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้ผู้ค้ารายย่อยจำนวนมาก เพราะสินค้าถูกนำไปแสดงบน Amazon โดยไม่ได้รับอนุญาต แถมบางครั้งยังเป็นสินค้าที่หมดสต็อกหรือไม่เคยตั้งใจขายตรง ทำให้ร้านค้าต้องรับมือกับออเดอร์ที่ไม่คาดคิดและข้อมูลผิดพลาดที่เกิดจากระบบ AI ของ Amazon เอง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/amazons-ai-is-shopping-on-your-behalf-where-its-not-supposed-to-and-retailers-arent-happy

    CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ตัวจิ๋วที่รวม SSD NVMe และชาร์จแรงสูง
    Satechi เปิดตัว CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ที่รวมพอร์ตความเร็วสูง, ช่องใส่ SSD NVMe สูงสุด 8TB, การชาร์จสูงสุด 140W และรองรับจอ 6K คู่บน Mac หรือสูงถึง 8K หลายจอบน Windows แม้จะไม่มีพอร์ตวิดีโอเฉพาะ แต่ก็ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นศูนย์กลางการทำงานบนโต๊ะที่เล็กแต่ทรงพลังสำหรับผู้ใช้ทั้ง Mac และ Windows
    https://www.techradar.com/pro/satechi-unveils-thunderbolt-5-docking-station-that-doubles-as-external-ssd-shame-it-doesnt-take-hdds-and-why-doesnt-it-have-video-outputs-anyway

    Infinity Cube: ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในกล่องแก้ว 14 ฟุต
    Odinn เปิดตัว Infinity Cube แนวคิดใหม่ของศูนย์ข้อมูลที่ย่อส่วนลงในกล่องแก้วขนาด 14 ฟุต รองรับซีพียู AMD EPYC สูงสุด 56 ตัว, GPU Nvidia B200 ถึง 224 ตัว, RAM 86TB และ NVMe 27.5PB พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวในตัว จุดเด่นคือความหนาแน่นสูงและดีไซน์สวยงาม แต่ยังมีคำถามเรื่องการใช้งานจริง การบำรุงรักษา และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แบบเดิม
    https://www.techradar.com/pro/nvidia-partner-wants-to-beautify-data-centers-with-the-infinity-cube-concept-plans-to-cram-86tb-ddr5-and-224-b200-gpu-in-a-liquid-cooled-14ft-cube

    ราคาหน่วยความจำ DDR5 อาจพุ่งแตะ $500 ในปี 2026
    นักวิเคราะห์เตือนว่าราคา DRAM โดยเฉพาะ DDR5 อาจพุ่งขึ้นกว่า 60% ในไตรมาสแรกของปี 2026 เพราะผู้ผลิตหันไปให้ความสำคัญกับหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์และงาน AI มากขึ้น ทำให้ตลาดผู้ใช้ทั่วไปขาดแคลน ตัวอย่างเช่นโมดูล 32GB ที่ปัจจุบันราคา $325 อาจทะลุ $500 ได้ ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปีนี้
    ​​​​​​​ https://www.techradar.com/pro/2026-could-well-be-the-year-of-the-usd500-32gb-ddr5-memory-module-experts-predict-ddr-will-go-up-by-60-percent-in-q1-2026-alone
    📌📡🔵 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🔵📡📌 #รวมข่าวIT #20260109 #TechRadar 🎧 Skullcandy เปิดตัวหูฟัง AI รุ่นใหม่ แต่มีข้อจำกัดสำคัญ Skullcandy เปิดตัวหูฟังที่ผสานระบบ AI เพื่อช่วยผู้ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่แม้จะมีความสามารถล้ำสมัย ฟีเจอร์บางอย่างกลับถูกจำกัดไว้เฉพาะบางรุ่นหรือบางบริการ ทำให้ประสบการณ์ใช้งานจริงอาจไม่สมบูรณ์เท่าที่คาดหวัง อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ที่ต้องการยกระดับหูฟังราคาจับต้องได้ให้มีความฉลาดขึ้นกว่าเดิม 🔗 https://www.techradar.com/audio/earbuds-airpods/skullcandys-new-earbuds-put-ai-in-your-ears-but-theres-a-catch 🏥 ChatGPT Health พื้นที่ใหม่สำหรับคำถามสุขภาพที่เชื่อมข้อมูลสุขภาพของคุณได้ OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health ซึ่งเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับคำถามด้านสุขภาพ โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพส่วนตัว เช่น Apple Health หรือบันทึกการรักษา เพื่อให้ได้คำตอบที่ตรงกับบริบทของตัวเองมากขึ้น แม้จะมีความสามารถสูง แต่ OpenAI ย้ำชัดว่าเครื่องมือนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่แพทย์ และเน้นความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหลัก พร้อมระบบป้องกันหลายชั้นเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpt-health-is-a-new-space-for-medical-questions-that-works-with-your-health-data-but-openai-insists-its-not-designed-to-replace-your-doctor 🔐 พบช่องโหว่ร้ายแรงใน n8n ที่เปิดทางให้รันคำสั่งบนระบบได้ มีการค้นพบช่องโหว่ระดับวิกฤตใน n8n แพลตฟอร์มอัตโนมัติงานแบบโอเพ่นซอร์ส ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แก้ไข workflow สามารถรันคำสั่งบนระบบจริงได้โดยตรง ทำให้เสี่ยงต่อการถูกฝังมัลแวร์ ขโมยข้อมูล หรือยึดระบบทั้งหมด โดยปัญหานี้ถูกแก้ไขแล้วในเวอร์ชันล่าสุด และผู้ใช้ควรอัปเดตทันทีหรือใช้วิธีป้องกันชั่วคราวตามคำแนะนำ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/a-critical-n8n-flaw-has-been-discovered-heres-how-to-stay-safe 🌟 AVA โฮโลแกรม AI ขนาดจิ๋วจาก Razer พร้อมเป็นทั้งโค้ชอีสปอร์ตและผู้ช่วยชีวิตประจำวัน Razer เปิดตัว Project AVA รุ่นอัปเกรด ซึ่งเป็นโฮโลแกรม AI ขนาดเล็กที่สามารถพูดคุย มองหน้าคุณ ติดตามสายตา และช่วยทั้งการเล่นเกม การจัดตารางงาน ไปจนถึงงานเอกสารต่าง ๆ ด้วยบุคลิกและอวาตาร์ที่เลือกได้หลายแบบ แม้จะล้ำสมัยและให้ความรู้สึกเหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวจริง ๆ แต่ก็มีข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวที่ผู้ใช้ต้องพิจารณา แม้ Razer จะยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดถูกประมวลผลภายในเครื่อง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/meet-the-tiny-ai-hologram-ready-to-be-your-esports-coach-and-life-planner 🤖 AI ถูกใช้เป็นข้ออ้างในการปลดพนักงาน? หลายองค์กรเริ่มโยนความผิดให้ AI ว่าเป็นสาเหตุของการปลดพนักงาน ทั้งที่ความจริงอาจเกี่ยวข้องกับการบริหารต้นทุนและกลยุทธ์ธุรกิจมากกว่า ทำให้เกิดคำถามว่า AI เป็นผู้ร้ายตัวจริงหรือเพียงข้ออ้างที่สะดวกสำหรับผู้บริหารในการลดคน 🔗 https://www.techradar.com/pro/could-ai-be-a-scapegoat-in-layoffs 🔐 NordPass เพิ่มระบบยืนยันตัวตน TOTP ในตัว NordPass เปิดตัวฟีเจอร์ TOTP Authenticator ที่รวมอยู่ในแอปโดยตรง ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องสลับไปมาระหว่างแอปหลายตัวอีกต่อไป พร้อมรองรับการยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์และการซิงก์ระหว่างอุปกรณ์ ช่วยให้การล็อกอินปลอดภัยและสะดวกขึ้นอย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/nordpass-adds-built-in-totp-authenticator-for-personal-accounts 📧 บั๊กใหม่ใน Classic Outlook ทำให้อ่านอีเมลเข้ารหัสไม่ได้ ผู้ใช้ Classic Outlook พบปัญหาหลังอัปเดตล่าสุด ทำให้ไม่สามารถเปิดอีเมลแบบ Encrypt Only ได้ โดย Microsoft แนะนำวิธีแก้ชั่วคราว เช่น เปลี่ยนวิธีเข้ารหัสผ่านเมนู Options หรือย้อนเวอร์ชัน Outlook ลงไปก่อน ส่งผลให้หลายองค์กรต้องหาทางรับมือระหว่างรอแพตช์แก้ไข 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/use-classic-outlook-this-microsoft-bug-might-stop-you-from-opening-encrypted-emails ✉️ Gmail เพิ่มชุดฟีเจอร์ AI ใหม่เพื่อช่วยงานออฟฟิศ Google เปิดตัวฟีเจอร์ AI ชุดใหญ่ใน Gmail เช่น AI Inbox ที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญของอีเมล, AI Overviews ที่สรุปข้อมูลจากข้อความจำนวนมาก และระบบช่วยเขียนอีเมลเวอร์ชันใหม่ที่ฉลาดขึ้น ทำให้การจัดการอีเมลที่เคยยุ่งยากกลายเป็นงานที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัด 🔗 https://www.techradar.com/pro/gmail-is-getting-a-whole-host-of-ai-updates-to-try-and-solve-your-most-irritating-workplace-tasks 📹 Fujifilm เปิดตัวกล้อง Instax สไตล์ Super 8 สุดแหวกแนว Fujifilm Instax Mini Evo Cinema กลายเป็นกล้อง Instax ที่แปลกที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยดีไซน์ย้อนยุคแบบ Super 8 พร้อมฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอที่แปลงเป็น QR Code ให้พิมพ์ออกมาได้ รวมถึงปุ่ม Eras Dial ที่เลือกโทนภาพตามยุคต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 1930–2020 ทำให้เป็นกล้องที่ผสมความสนุกและความคลาสสิกได้อย่างลงตัว 🔗 https://www.techradar.com/cameras/instant-cameras/fujifilms-new-super-8-style-video-camera-is-the-weirdest-instax-ever-but-it-could-also-be-the-most-fun 🎮 Microsoft อาจเปิดตัว “Xbox PC แบบ OEM” ภายในปีนี้ กระแสข่าวลือที่ถูกมองว่าน่าเชื่อถือชี้ว่า Microsoft เตรียมขยายจักรวาล Xbox ด้วยการเปิดตัวเครื่องเล่นเกมรูปแบบใหม่ที่เป็น “Xbox PC แบบ OEM” ซึ่งอาจเป็นการผสานประสบการณ์คอนโซลเข้ากับความยืดหยุ่นของพีซี เพื่อดึงดูดทั้งนักเล่นเกมและผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ โดยคาดว่าจะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ Xbox แข่งขันในตลาดเกมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 🔗 https://www.techradar.com/gaming/xbox/microsoft-could-reveal-its-oem-xbox-pc-this-year-according-to-credible-rumors 🏭 AI Factory: โครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อขับเคลื่อน AI ระดับองค์กร องค์กรทั่วโลกกำลังเร่งนำ AI มาใช้ แต่ความซับซ้อนของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และความปลอดภัยทำให้เกิดความท้าทายอย่างมาก แนวคิด “AI Factory” จึงถูกเสนอเป็นสถาปัตยกรรมแบบครบวงจรที่รวม GPU, Kubernetes, ระบบความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมโมเดลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้ธุรกิจสามารถขยาย AI ได้อย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และควบคุมได้มากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/ai-factories-are-the-foundation-for-enterprise-scale-ai 🤖 Google ลดรอบการปล่อยซอร์สโค้ด Android เหลือปีละ 2 ครั้ง Google เตรียมปรับรูปแบบการปล่อยซอร์สโค้ด Android Open Source Project (AOSP) จากเดิมปีละ 4 ครั้ง เหลือเพียง 2 ครั้งในไตรมาส 2 และ 4 โดยให้เหตุผลว่าการลดความถี่จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม แม้ระบบปฏิบัติการจะยังอัปเดตตามปกติทุกไตรมาสก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปีของ Android 🔗 https://www.techradar.com/pro/google-set-to-reduce-the-android-source-code-releases-to-just-twice-a-year 🌍 SMEs ต้องเร่งรับมือ “Data Sovereignty” เมื่อข้อมูลข้ามพรมแดนถูกจับตาเข้มงวด ธุรกิจขนาดกลางและเล็กในสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญแรงกดดันด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลข้ามประเทศ หลังมีการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดและเกิดเหตุการณ์อย่าง AWS ล่มที่ส่งผลกระทบต่อบริการสำคัญ ทำให้ SMEs ต้องให้ความสำคัญกับการรู้ว่า “ข้อมูลอยู่ที่ไหน” และเลือกผู้ให้บริการที่โปร่งใส มีระบบสำรอง และรองรับข้อกำหนดด้านอธิปไตยข้อมูล 🔗 https://www.techradar.com/pro/your-datas-where-exactly-smes-and-data-sovereignty 🔐 อุตสาหกรรม VPN เผชิญปีแห่งความท้าทาย: AI, การยืนยันอายุ และการเซ็นเซอร์ ปี 2025 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ VPN เมื่อผู้ให้บริการต้องรับมือกับภัยคุกคามจาก AI เช่น การหลอกลวงด้วย LLM การบังคับใช้กฎหมายยืนยันอายุที่เสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคล และการเพิ่มขึ้นของการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ผู้ให้บริการรายใหญ่จึงเร่งพัฒนาเครื่องมือป้องกันสแกม การเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม และระบบต่อต้านการปิดกั้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปี 2026 ที่การแข่งขันจะเข้มข้นยิ่งขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-services/ai-age-verification-and-censorship-how-the-vpn-industry-tackled-2025s-biggest-issues-and-what-it-plans-to-do-next 🧠✨ “External Brain” เวียร์เอเบิลยุคใหม่มาแรงในงาน CES 2026 กระแสใหม่ของวงการเวียร์เอเบิลกำลังเปลี่ยนจากสายรัดข้อมือฟิตเนสไปสู่ “สมองเสริมภายนอก” ที่ช่วยประมวลผลและเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อทำงานด้าน AI แบบเรียลไทม์ โดยอุปกรณ์รุ่นใหม่เน้นความเบา เรียบง่าย และใช้งานจริงได้มากขึ้น เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแสดงข้อมูลผ่านจอขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในแว่น ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาดูตลอดเวลา ถือเป็นทิศทางใหม่ที่ผสมผสานความเป็นแฟชั่นกับเทคโนโลยีได้ลงตัว 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/smartwatches/forget-fitness-trackers-external-brains-are-the-hot-new-wearables-at-ces-this-year 👓💡 แว่น Even Realities G2 — มินิมอลแต่ทรงพลัง แว่นอัจฉริยะ Even Realities G2 โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเบาเหมือนแว่นทั่วไป แต่ซ่อนจอ waveform สีเขียวคมชัดไว้ในเลนส์ สามารถแสดงข้อมูลแบบ HUD เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแจ้งเตือน โดยอาศัยพลังประมวลผลจากสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ทำให้ตัวแว่นไม่เทอะทะและแบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้น พร้อมระบบควบคุมผ่านเซนเซอร์สัมผัสหลังขาแว่น ถือเป็นตัวอย่างของเวียร์เอเบิลที่เน้นความเรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง 🔗 https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/i-tried-even-realities-g2-display-smart-glasses-and-now-i-cant-stop-thinking-about-their-minimalist-approach 🎙️🤖 SwitchBot MindClip — คลิปติดปกเสื้อที่บันทึกทุกบทสนทนา SwitchBot เปิดตัว MindClip อุปกรณ์ขนาดเล็กติดปกเสื้อที่สามารถบันทึกเสียงทุกการสนทนาและจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลส่วนตัว พร้อมฟีเจอร์ AI ช่วยสรุปเนื้อหาและค้นหาบทสนทนาที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว แม้จะมีประโยชน์ในงานประชุมหรือคนที่หลงลืมง่าย แต่ก็สร้างความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวเพราะสามารถใช้บันทึกบทสนทนาในชีวิตประจำวันได้โดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดคำถามว่าความสะดวกสบายควรแลกกับความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-home/switchbots-new-gadget-clips-to-your-collar-and-records-your-conversations-so-youll-never-have-to-pay-attention-ever-again 🔐⚠️ Cisco อุดช่องโหว่ ISE หลังพบโค้ดโจมตีถูกเผยแพร่ Cisco ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ระดับกลางในระบบ Identity Services Engine (ISE) ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แอดมินสามารถอ่านไฟล์สำคัญในระบบผ่านการอัปโหลดไฟล์ XML ที่ออกแบบมาเฉพาะ แม้ยังไม่พบการโจมตีจริง แต่มีโค้ด PoC เผยแพร่แล้ว ทำให้ผู้ดูแลระบบต้องรีบอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ที่ใช้ ISE เป็นระบบควบคุมการเข้าถึงเครือข่ายหลักขององค์กร 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/vulnerability-in-identity-service-engine-with-exploit-code-patched-by-cisco 🌐🇺🇸 สหรัฐถอนตัวจากองค์กรอินเทอร์เน็ตเสรี 66 แห่ง รัฐบาลสหรัฐประกาศถอนตัวจากองค์กรระหว่างประเทศ 66 แห่ง รวมถึงกลุ่มด้านสิทธิอินเทอร์เน็ตอย่าง Freedom Online Coalition และ Global Forum on Cyber Expertise โดยให้เหตุผลว่าองค์กรเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศ การถอนตัวครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านสิทธิดิจิทัลและความมั่นคงไซเบอร์ทั่วโลก เพราะสหรัฐเป็นผู้สนับสนุนหลักของหลายโครงการ ทำให้อนาคตของความร่วมมือด้านอินเทอร์เน็ตเสรีต้องจับตาอย่างใกล้ชิด 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/us-withdraws-from-internet-freedom-bodies-it-deems-wasteful-ineffective-and-harmful 🏛️ EU พิจารณาดีล Google ซื้อกิจการ Wiz หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาดีลที่ Google ต้องการเข้าซื้อ Wiz ซึ่งเป็นบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดคลาวด์และความปลอดภัยดิจิทัล หากดีลผ่านอาจทำให้ Google ขยายอิทธิพลด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการความปลอดภัยได้มากขึ้น แต่ก็เสี่ยงต่อข้อกังวลเรื่องการผูกขาดในระยะยาว 🔗 https://www.techradar.com/pro/eu-antitrust-regulators-to-decide-on-googles-wiz-acquisition 🚗⚡ Honda–Sony เผยโฉม SUV รุ่นใหม่ แต่คู่แข่งจีนวิ่งนำไปไกลแล้ว Honda และ Sony ใช้เวที CES 2026 เปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ Afeela ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นและรองรับฟีเจอร์ความบันเทิงอย่างการเล่น PlayStation 5 ในรถ แม้จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึก แต่รถรุ่นนี้ถูกวางแผนเปิดตัวในปี 2028 ทว่าในขณะที่ทั้งสองบริษัทยังอยู่ในขั้นพัฒนา ค่ายรถจีนกลับเดินหน้าไปไกลกว่า ทั้งด้านราคา ระยะทางวิ่ง และความพร้อมของสินค้าในตลาด 🔗 https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/honda-and-sony-just-teased-a-second-suv-at-ces-2026-but-their-chinese-rivals-are-already-racing-ahead 🤖📞 รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมใช้ AI ช่วยจัดการสายด่วนสวัสดิการ กระทรวง DWP ของสหราชอาณาจักรประกาศโครงการระยะ 4–6 ปีเพื่อใช้ระบบ AI ช่วยคัดแยกและนำทางสายโทรศัพท์เกี่ยวกับสวัสดิการ โดยหวังลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และเพิ่มความแม่นยำในการให้บริการ หลังจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการเพิ่มขึ้นกว่า 2.4 ล้านคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ระบบใหม่นี้ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด 🔗 https://www.techradar.com/pro/uk-government-department-to-use-ai-in-benefits-claims 💻⚙️ อัปเดตใหญ่ Windows 11 26H1 จะมีเฉพาะบนแล็ปท็อป Snapdragon X2 อัปเดต Windows 11 รุ่น 26H1 ถูกยืนยันว่าจะปล่อยเฉพาะสำหรับแล็ปท็อปที่ใช้ชิป Snapdragon X2 โดยเป็นการปรับปรุงระบบภายในเพื่อรองรับสถาปัตยกรรมใหม่ ไม่ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ใด ๆ แม้จะเป็นการอัปเดตเชิงเทคนิค แต่ก็มีความกังวลว่าการเปลี่ยนแพลตฟอร์มอาจทำให้เกิดบั๊กเหมือนที่เคยเกิดในรุ่นก่อนหน้า 🔗 https://www.techradar.com/computing/windows/windows-11s-next-major-update-is-only-coming-to-a-few-laptops-but-that-could-be-a-blessing-in-disguise 🎮✨ Xbox Developer Direct 2026 เตรียมเผยเกมใหม่เพียบ Xbox ประกาศจัดงาน Developer Direct 2026 ในวันที่ 22 มกราคมนี้ โดยจะเผยตัวอย่างใหม่ของ Fable และ Forza Horizon 6 รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมของ Beast of Reincarnation จาก Game Freak งานนี้ถือเป็นการเปิดศักราชเกมปี 2026 ที่แฟน ๆ รอคอย พร้อมโชว์เกมเพลย์และรายละเอียดจากทีมพัฒนาโดยตรง 🔗 https://www.techradar.com/gaming/gaming-industry/xbox-confirms-developer-direct-2026-showcase-for-later-this-month-here-are-the-games-to-expect 🛡️ ข้อมูลส่วนตัวกว่า 700,000 รายถูกหน่วยงานรัฐอิลลินอยส์ทำรั่วไหล เหตุการณ์ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนกว่าเจ็ดแสนรายถูกเปิดเผยโดยหน่วยงานรัฐในอิลลินอยส์สร้างความกังวลด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่างหนัก เพราะข้อมูลที่หลุดอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ขณะเดียวกันก็สะท้อนปัญหาโครงสร้างระบบความปลอดภัยของหน่วยงานรัฐที่ยังมีช่องโหว่และต้องเร่งปรับปรุงเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/personal-data-on-over-700-000-exposed-by-illinois-government-agency 📸 iPhone 4 กลับมาฮิตอีกครั้งในฐานะ “กล้องดิจิทัลเรโทร” แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย กระแสเรโทรทำให้ iPhone 4 กลายเป็นกล้องดิจิทัลยอดนิยมในหมู่วัยรุ่นและสายคอนเทนต์ที่ชอบภาพโทนเก่า แม้คุณภาพจะสู้มือถือยุคใหม่ไม่ได้ แต่เสน่ห์ของภาพดิบ ๆ ทำให้มันกลับมาฮิตอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเพราะเครื่องไม่ได้รับอัปเดตความปลอดภัยมานาน ผู้ใช้จึงต้องระวังเรื่องข้อมูลส่วนตัวและควรใช้แบบออฟไลน์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านไซเบอร์ 🔗 https://www.techradar.com/phones/iphone/the-iphone-4-is-the-classic-camera-phone-that-retro-lovers-can-t-get-enough-of-but-don-t-skip-these-essential-security-tips (techradar.com in Bing) 🚗🌙 กล้องติดรถ Vantrue รุ่นใหม่มาพร้อมกล้องความร้อนแบบ Predator มองเห็นกลางคืนได้เหนือชั้น Vantrue เปิดตัว Pilot 2 กล้องติดรถที่รวมกล้องหน้า–หลัง พร้อมกล้องถ่ายภาพความร้อนที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นคน สัตว์ หรือสิ่งกีดขวางในสภาพแสงน้อยหรือหมอกหนาได้อย่างชัดเจนราวกับโหมดมองความร้อนในภาพยนตร์ Predator โดยระบบยังแจ้งเตือนอันตรายล่วงหน้าและรองรับ CarPlay/Android Auto ทำให้เป็นอุปกรณ์เสริมที่ยกระดับความปลอดภัยของรถรุ่นเก่าได้อย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/vantrue-unveils-worlds-first-dash-cam-with-thermal-imaging-for-predator-style-night-vision-on-the-move 🕵️‍♂️💻 แฮ็กเกอร์จีน Salt Typhoon เจาะอีเมลเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐอีกครั้ง กลุ่มแฮ็กเกอร์รัฐหนุนจากจีน Salt Typhoon ถูกพบว่าลอบเข้าถึงอีเมลของเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมาธิการสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ทั้งด้านจีน ความมั่นคง และกองทัพ แม้ยังไม่ชัดว่าการเข้าถึงลึกแค่ไหน แต่เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความเสี่ยงด้านไซเบอร์ระหว่างประเทศที่ทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดตามเดิม 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/congressional-staff-emails-hacked-as-part-of-salt-typhoon-campaign 🤖⚡ AMD Ryzen AI Halo ท้าชน Nvidia DGX Spark ด้วยพลังประมวลผล AI ในเครื่องเดียว AMD ประกาศเปิดตัว Ryzen AI Halo คอมพิวเตอร์สำหรับงาน AI โดยเฉพาะในปี 2026 มาพร้อมซีพียู 16 คอร์, NPU ในตัว, แรมสูงสุด 128GB และรองรับ ROCm เต็มรูปแบบ ทำให้สามารถรันโมเดล AI ขนาดใหญ่แบบโลคัลได้โดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์ ถือเป็นคู่แข่งตรงของ Nvidia DGX Spark ที่ครองตลาดอยู่ก่อนแล้ว และเป็นก้าวสำคัญของ AMD ในการเข้าสู่ตลาด AI ระดับองค์กร 🔗 https://www.techradar.com/pro/amd-will-launch-its-first-pc-in-2026-and-it-will-compete-with-a-very-familiar-brand-ryzen-ai-halo-will-go-head-to-head-against-nvidias-dgx-spark-mini-pc 🎵 AI กับอนาคตดนตรี: will.i.am มองว่า TikTok อันตรายกว่า AI will.i.am พูดถึงมุมมองต่อดนตรียุคใหม่ว่าแม้ AI จะสร้างเพลงได้ยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นเพียง “เครื่องมือ” ที่ต้องมีมนุษย์อยู่เบื้องหลัง ต่างจาก TikTok ที่เขามองว่าเป็นภัยต่อวงการมากกว่าเพราะเปลี่ยนพฤติกรรมการเสพดนตรีจนศิลปินต้องปรับตัวอย่างหนัก พร้อมเล่าถึงการร่วมงานกับ LG เพื่อปรับแต่งเสียงลำโพงให้ตอบโจทย์ผู้ฟังยุคใหม่ที่ต้องการคุณภาพเสียงสูงในทุกอุปกรณ์ 🔗 https://www.techradar.com/audio/ai-generated-music-is-awesome-somebodys-still-generating-it-when-the-machines-doing-it-on-its-own-talk-to-me-will-i-am-tells-me-how-he-tunes-lgs-new-speakers-and-why-tiktok-rather-than-ai-is-the-big-danger-to-music 🛒 Amazon ใช้ AI ช้อปแทนลูกค้า จนร้านค้ารายย่อยเดือด Amazon ทดลองฟีเจอร์ Buy for Me ที่ให้ AI ไปสั่งซื้อสินค้าจากเว็บร้านค้าต่าง ๆ แทนผู้ใช้โดยอัตโนมัติ แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้ผู้ค้ารายย่อยจำนวนมาก เพราะสินค้าถูกนำไปแสดงบน Amazon โดยไม่ได้รับอนุญาต แถมบางครั้งยังเป็นสินค้าที่หมดสต็อกหรือไม่เคยตั้งใจขายตรง ทำให้ร้านค้าต้องรับมือกับออเดอร์ที่ไม่คาดคิดและข้อมูลผิดพลาดที่เกิดจากระบบ AI ของ Amazon เอง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/amazons-ai-is-shopping-on-your-behalf-where-its-not-supposed-to-and-retailers-arent-happy 💻 CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ตัวจิ๋วที่รวม SSD NVMe และชาร์จแรงสูง Satechi เปิดตัว CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ที่รวมพอร์ตความเร็วสูง, ช่องใส่ SSD NVMe สูงสุด 8TB, การชาร์จสูงสุด 140W และรองรับจอ 6K คู่บน Mac หรือสูงถึง 8K หลายจอบน Windows แม้จะไม่มีพอร์ตวิดีโอเฉพาะ แต่ก็ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นศูนย์กลางการทำงานบนโต๊ะที่เล็กแต่ทรงพลังสำหรับผู้ใช้ทั้ง Mac และ Windows 🔗 https://www.techradar.com/pro/satechi-unveils-thunderbolt-5-docking-station-that-doubles-as-external-ssd-shame-it-doesnt-take-hdds-and-why-doesnt-it-have-video-outputs-anyway 🧊 Infinity Cube: ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในกล่องแก้ว 14 ฟุต Odinn เปิดตัว Infinity Cube แนวคิดใหม่ของศูนย์ข้อมูลที่ย่อส่วนลงในกล่องแก้วขนาด 14 ฟุต รองรับซีพียู AMD EPYC สูงสุด 56 ตัว, GPU Nvidia B200 ถึง 224 ตัว, RAM 86TB และ NVMe 27.5PB พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวในตัว จุดเด่นคือความหนาแน่นสูงและดีไซน์สวยงาม แต่ยังมีคำถามเรื่องการใช้งานจริง การบำรุงรักษา และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แบบเดิม 🔗 https://www.techradar.com/pro/nvidia-partner-wants-to-beautify-data-centers-with-the-infinity-cube-concept-plans-to-cram-86tb-ddr5-and-224-b200-gpu-in-a-liquid-cooled-14ft-cube 💾 ราคาหน่วยความจำ DDR5 อาจพุ่งแตะ $500 ในปี 2026 นักวิเคราะห์เตือนว่าราคา DRAM โดยเฉพาะ DDR5 อาจพุ่งขึ้นกว่า 60% ในไตรมาสแรกของปี 2026 เพราะผู้ผลิตหันไปให้ความสำคัญกับหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์และงาน AI มากขึ้น ทำให้ตลาดผู้ใช้ทั่วไปขาดแคลน ตัวอย่างเช่นโมดูล 32GB ที่ปัจจุบันราคา $325 อาจทะลุ $500 ได้ ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปีนี้ ​​​​​​​🔗 https://www.techradar.com/pro/2026-could-well-be-the-year-of-the-usd500-32gb-ddr5-memory-module-experts-predict-ddr-will-go-up-by-60-percent-in-q1-2026-alone
    0 Comments 0 Shares 9 Views 0 Reviews
  • จากโลกไซไฟสู่ท้องถนนจริง: เอ็กโซสเกเลตันกำลังกลายเป็นอุปกรณ์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

    เทคโนโลยีเอ็กโซสเกเลตันที่เคยถูกมองว่าเป็นอุปกรณ์ไซไฟขนาดใหญ่และใช้งานเฉพาะทาง กำลังเปลี่ยนโฉมสู่การเป็นอุปกรณ์ผู้บริโภคที่เบา ฉลาด และเข้าถึงได้มากขึ้น ผู้ผลิตหลายรายหวังให้มันกลายเป็นสินค้า mass market เหมือนสมาร์ตวอทช์ โดยเจาะกลุ่มตั้งแต่นักเดินป่าไปจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องการคงความคล่องตัวไว้ อุปกรณ์เหล่านี้ถูกโชว์อย่างโดดเด่นในงาน CES ที่ลาสเวกัส พร้อมให้ผู้เข้าชมทดลองใช้งานจริง ทั้งแบบช่วยขา ช่วยเข่า หรือเสริมแรงหลัง — บางรุ่นทำได้ครบทั้งหมดในเครื่องเดียว

    เมื่อเทียบกับ Hardiman รุ่นดั้งเดิมในยุค 1960s ที่มีขนาดใหญ่เทอะทะเหมือนหุ่นยนต์ Transformers รุ่นใหม่ในปัจจุบันมีน้ำหนักไม่ถึง 2 กิโลกรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่) และออกแบบให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง หลังจากถูกใช้ในอุตสาหกรรมและการแพทย์มานานกว่า 20 ปี เทคโนโลยีนี้กำลังหลุดพ้นจากการเป็นสินค้านิชเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไป ด้วยราคาที่ลดลงและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น

    สตาร์ทอัปหลายรายนำเสนอเอ็กโซสเกเลตันราคาประมาณ 1,000 ดอลลาร์ พร้อมเซนเซอร์และระบบ AI ที่ปรับแรงช่วยตามสภาพพื้นผิวและจังหวะการเดิน บางรุ่น เช่นของ Dnsys ยังรองรับการวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 27 กม./ชม. ซึ่งเร็วกว่าคนส่วนใหญ่ วิสัยทัศน์ของผู้ผลิต — ส่วนใหญ่เป็นบริษัทจีน — คือการทำให้ผู้ใช้รู้สึกมั่นใจ ไม่เขินอาย และมองอุปกรณ์นี้เหมือนแว่นหรือสมาร์ตวอทช์ในอนาคต

    แม้จะมีความกังวลว่าเอ็กโซสเกเลตันอาจทำให้ผู้ใช้ “ออกแรงน้อยลง” แต่ผู้ทดลองใช้งานจริงกลับพบว่ามันช่วยเสริมแรงโดยไม่แย่งการทำงานของร่างกาย หากช่วยให้คนออกไปเดินมากขึ้น ก็ถือเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ผู้ผลิตยังย้ำว่าผู้ใช้ต้องเดินและทรงตัวได้ด้วยตัวเอง เพื่อความปลอดภัยและเพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นอุปกรณ์พยุงเดิน เมื่ออุปกรณ์เหล่านี้แพร่หลายมากขึ้น ความรู้สึกอายหรือกลัวดูเหมือนหุ่นยนต์ก็จะค่อยๆ หายไป

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เทรนด์เอ็กโซสเกเลตันกำลังเข้าสู่ตลาดผู้บริโภค
    น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย และราคาลดลง
    ใช้ AI ปรับแรงช่วยตามสภาพการเดิน

    การใช้งานและกลุ่มเป้าหมาย
    นักเดินป่า ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการเสริมแรงขณะเดิน
    บางรุ่นรองรับการวิ่งเร็วถึง 27 กม./ชม.

    ประเด็นที่ต้องระวัง
    ผู้ใช้ต้องเดินและทรงตัวได้เอง ไม่ใช่อุปกรณ์ช่วยพยุง
    อาจเกิดความเข้าใจผิดว่าอุปกรณ์ “ทำงานแทน” ผู้ใช้

    ความท้าทายด้านสังคมและการยอมรับ
    ผู้ใช้บางคนยังรู้สึกอายหรือกลัวดูเหมือนหุ่นยนต์
    ต้องสร้างความเข้าใจว่าอุปกรณ์ช่วยเสริม ไม่ได้ลดประโยชน์ของการออกกำลังกาย

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/from-sci-fi-to-sidewalk-exoskeletons-go-mainstream
    🤖🚶‍♂️ จากโลกไซไฟสู่ท้องถนนจริง: เอ็กโซสเกเลตันกำลังกลายเป็นอุปกรณ์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เทคโนโลยีเอ็กโซสเกเลตันที่เคยถูกมองว่าเป็นอุปกรณ์ไซไฟขนาดใหญ่และใช้งานเฉพาะทาง กำลังเปลี่ยนโฉมสู่การเป็นอุปกรณ์ผู้บริโภคที่เบา ฉลาด และเข้าถึงได้มากขึ้น ผู้ผลิตหลายรายหวังให้มันกลายเป็นสินค้า mass market เหมือนสมาร์ตวอทช์ โดยเจาะกลุ่มตั้งแต่นักเดินป่าไปจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องการคงความคล่องตัวไว้ อุปกรณ์เหล่านี้ถูกโชว์อย่างโดดเด่นในงาน CES ที่ลาสเวกัส พร้อมให้ผู้เข้าชมทดลองใช้งานจริง ทั้งแบบช่วยขา ช่วยเข่า หรือเสริมแรงหลัง — บางรุ่นทำได้ครบทั้งหมดในเครื่องเดียว เมื่อเทียบกับ Hardiman รุ่นดั้งเดิมในยุค 1960s ที่มีขนาดใหญ่เทอะทะเหมือนหุ่นยนต์ Transformers รุ่นใหม่ในปัจจุบันมีน้ำหนักไม่ถึง 2 กิโลกรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่) และออกแบบให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง หลังจากถูกใช้ในอุตสาหกรรมและการแพทย์มานานกว่า 20 ปี เทคโนโลยีนี้กำลังหลุดพ้นจากการเป็นสินค้านิชเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไป ด้วยราคาที่ลดลงและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น สตาร์ทอัปหลายรายนำเสนอเอ็กโซสเกเลตันราคาประมาณ 1,000 ดอลลาร์ พร้อมเซนเซอร์และระบบ AI ที่ปรับแรงช่วยตามสภาพพื้นผิวและจังหวะการเดิน บางรุ่น เช่นของ Dnsys ยังรองรับการวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 27 กม./ชม. ซึ่งเร็วกว่าคนส่วนใหญ่ วิสัยทัศน์ของผู้ผลิต — ส่วนใหญ่เป็นบริษัทจีน — คือการทำให้ผู้ใช้รู้สึกมั่นใจ ไม่เขินอาย และมองอุปกรณ์นี้เหมือนแว่นหรือสมาร์ตวอทช์ในอนาคต แม้จะมีความกังวลว่าเอ็กโซสเกเลตันอาจทำให้ผู้ใช้ “ออกแรงน้อยลง” แต่ผู้ทดลองใช้งานจริงกลับพบว่ามันช่วยเสริมแรงโดยไม่แย่งการทำงานของร่างกาย หากช่วยให้คนออกไปเดินมากขึ้น ก็ถือเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ผู้ผลิตยังย้ำว่าผู้ใช้ต้องเดินและทรงตัวได้ด้วยตัวเอง เพื่อความปลอดภัยและเพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นอุปกรณ์พยุงเดิน เมื่ออุปกรณ์เหล่านี้แพร่หลายมากขึ้น ความรู้สึกอายหรือกลัวดูเหมือนหุ่นยนต์ก็จะค่อยๆ หายไป 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เทรนด์เอ็กโซสเกเลตันกำลังเข้าสู่ตลาดผู้บริโภค ➡️ น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย และราคาลดลง ➡️ ใช้ AI ปรับแรงช่วยตามสภาพการเดิน ✅ การใช้งานและกลุ่มเป้าหมาย ➡️ นักเดินป่า ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการเสริมแรงขณะเดิน ➡️ บางรุ่นรองรับการวิ่งเร็วถึง 27 กม./ชม. ‼️ ประเด็นที่ต้องระวัง ⛔ ผู้ใช้ต้องเดินและทรงตัวได้เอง ไม่ใช่อุปกรณ์ช่วยพยุง ⛔ อาจเกิดความเข้าใจผิดว่าอุปกรณ์ “ทำงานแทน” ผู้ใช้ ‼️ ความท้าทายด้านสังคมและการยอมรับ ⛔ ผู้ใช้บางคนยังรู้สึกอายหรือกลัวดูเหมือนหุ่นยนต์ ⛔ ต้องสร้างความเข้าใจว่าอุปกรณ์ช่วยเสริม ไม่ได้ลดประโยชน์ของการออกกำลังกาย https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/from-sci-fi-to-sidewalk-exoskeletons-go-mainstream
    WWW.THESTAR.COM.MY
    From sci-fi to sidewalk: exoskeletons go mainstream
    Exoskeletons are shedding their bulky, sci-fi image to become lightweight, AI-powered consumer devices that manufacturers hope will become as commonplace as smartwatches, targeting everyone from hikers to seniors seeking to stay active.
    0 Comments 0 Shares 8 Views 0 Reviews
  • Astaroth Banking Trojan ระบาดอีกครั้ง — ใช้ WhatsApp เป็นช่องทางแพร่กระจายแบบหนอน เจาะข้อมูลคนบราซิล

    นักวิจัยจาก Acronis ได้เปิดเผยแคมเปญมัลแวร์ใหม่ชื่อ Boto Cor‑de‑Rosa ซึ่งเป็นการกลับมาของมัลแวร์ธนาคารชื่อดังอย่าง Astaroth ที่คราวนี้พัฒนาวิธีแพร่กระจายแบบ “worm‑like” ผ่าน WhatsApp Web โดยอาศัยความไว้วางใจระหว่างผู้ใช้ ส่งไฟล์ ZIP อันตรายไปยังรายชื่อผู้ติดต่อโดยอัตโนมัติ เป้าหมายหลักคือผู้ใช้ในประเทศบราซิล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มัลแวร์ตระกูลนี้โจมตีบ่อยครั้งในอดีต

    การโจมตีเริ่มต้นจากไฟล์ ZIP ที่ดูเหมือนถูกส่งมาจากเพื่อนหรือคนรู้จัก เมื่อเหยื่อเปิดไฟล์ สคริปต์ที่ซ่อนอยู่จะเริ่มทำงานทันทีและติดตั้งไฟล์หลักของมัลแวร์ลงในโฟลเดอร์เฉพาะบนเครื่อง จากนั้น Astaroth จะเปิดใช้งานสองโมดูลพร้อมกัน ได้แก่ Banking Module ที่คอยดักจับข้อมูลเมื่อเหยื่อเข้าสู่ระบบธนาคาร และ WhatsApp Spreader Module ที่เขียนด้วย Python ซึ่งจะขโมยรายชื่อผู้ติดต่อและส่งมัลแวร์ต่อไปยังผู้อื่นแบบอัตโนมัติ

    สิ่งที่ทำให้แคมเปญนี้น่ากลัวขึ้นคือความ “เนียน” ของข้อความที่ส่งออกไป มัลแวร์จะตรวจสอบเวลาบนเครื่องเหยื่อเพื่อเลือกคำทักทายเป็นภาษาโปรตุเกส เช่น “Bom dia”, “Boa tarde” หรือ “Boa noite” พร้อมข้อความสุภาพที่ทำให้ดูเหมือนเป็นไฟล์ที่ถูกขอไว้จริงๆ นอกจากนี้ยังมีระบบติดตามความสำเร็จของการแพร่กระจาย โดยจะรายงานผลทุกๆ 50 ข้อความที่ส่งออกไป

    Astaroth เป็นมัลแวร์ที่มีประวัติยาวนานและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2025 เคยมีเวอร์ชันที่หลบเลี่ยง 2FA เพื่อขโมยบัญชี Gmail และ Microsoft และต่อมาก็พบว่ามันใช้ GitHub ซ่อนไฟล์สำรองไว้ในรูปภาพ การกลับมาครั้งนี้ผ่าน WhatsApp แสดงให้เห็นว่าผู้โจมตีกำลังหาวิธีใหม่ๆ ที่แนบเนียนขึ้นเรื่อยๆ และแม้ตอนนี้จะเน้นโจมตีผู้ใช้ในบราซิล แต่รูปแบบการโจมตีเช่นนี้สามารถขยายไปยังประเทศอื่นได้ง่ายมาก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่เกิดขึ้นในแคมเปญ Boto Cor‑de‑Rosa
    Astaroth แพร่กระจายผ่าน WhatsApp Web แบบ worm
    ขโมยรายชื่อผู้ติดต่อและข้อมูลธนาคารของเหยื่อ

    วิธีการโจมตี
    ส่งไฟล์ ZIP ที่ดูเหมือนมาจากเพื่อน
    ติดตั้งโมดูล Banking และ WhatsApp Spreader ลงในเครื่อง

    ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
    ข้อความปลอมมีความเนียนสูง ใช้คำทักทายตามเวลาจริง
    สามารถแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านรายชื่อผู้ติดต่อ

    คำแนะนำเพื่อความปลอดภัย
    อย่าเปิดไฟล์ ZIP ที่ไม่ได้ร้องขอ แม้จะมาจากคนรู้จัก
    ตรวจสอบพฤติกรรมผิดปกติของ WhatsApp Web และระบบเครื่อง

    https://hackread.com/astaroth-banking-trojan-brazil-whatsapp-messages/
    🐍 Astaroth Banking Trojan ระบาดอีกครั้ง — ใช้ WhatsApp เป็นช่องทางแพร่กระจายแบบหนอน เจาะข้อมูลคนบราซิล นักวิจัยจาก Acronis ได้เปิดเผยแคมเปญมัลแวร์ใหม่ชื่อ Boto Cor‑de‑Rosa ซึ่งเป็นการกลับมาของมัลแวร์ธนาคารชื่อดังอย่าง Astaroth ที่คราวนี้พัฒนาวิธีแพร่กระจายแบบ “worm‑like” ผ่าน WhatsApp Web โดยอาศัยความไว้วางใจระหว่างผู้ใช้ ส่งไฟล์ ZIP อันตรายไปยังรายชื่อผู้ติดต่อโดยอัตโนมัติ เป้าหมายหลักคือผู้ใช้ในประเทศบราซิล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มัลแวร์ตระกูลนี้โจมตีบ่อยครั้งในอดีต การโจมตีเริ่มต้นจากไฟล์ ZIP ที่ดูเหมือนถูกส่งมาจากเพื่อนหรือคนรู้จัก เมื่อเหยื่อเปิดไฟล์ สคริปต์ที่ซ่อนอยู่จะเริ่มทำงานทันทีและติดตั้งไฟล์หลักของมัลแวร์ลงในโฟลเดอร์เฉพาะบนเครื่อง จากนั้น Astaroth จะเปิดใช้งานสองโมดูลพร้อมกัน ได้แก่ Banking Module ที่คอยดักจับข้อมูลเมื่อเหยื่อเข้าสู่ระบบธนาคาร และ WhatsApp Spreader Module ที่เขียนด้วย Python ซึ่งจะขโมยรายชื่อผู้ติดต่อและส่งมัลแวร์ต่อไปยังผู้อื่นแบบอัตโนมัติ สิ่งที่ทำให้แคมเปญนี้น่ากลัวขึ้นคือความ “เนียน” ของข้อความที่ส่งออกไป มัลแวร์จะตรวจสอบเวลาบนเครื่องเหยื่อเพื่อเลือกคำทักทายเป็นภาษาโปรตุเกส เช่น “Bom dia”, “Boa tarde” หรือ “Boa noite” พร้อมข้อความสุภาพที่ทำให้ดูเหมือนเป็นไฟล์ที่ถูกขอไว้จริงๆ นอกจากนี้ยังมีระบบติดตามความสำเร็จของการแพร่กระจาย โดยจะรายงานผลทุกๆ 50 ข้อความที่ส่งออกไป Astaroth เป็นมัลแวร์ที่มีประวัติยาวนานและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2025 เคยมีเวอร์ชันที่หลบเลี่ยง 2FA เพื่อขโมยบัญชี Gmail และ Microsoft และต่อมาก็พบว่ามันใช้ GitHub ซ่อนไฟล์สำรองไว้ในรูปภาพ การกลับมาครั้งนี้ผ่าน WhatsApp แสดงให้เห็นว่าผู้โจมตีกำลังหาวิธีใหม่ๆ ที่แนบเนียนขึ้นเรื่อยๆ และแม้ตอนนี้จะเน้นโจมตีผู้ใช้ในบราซิล แต่รูปแบบการโจมตีเช่นนี้สามารถขยายไปยังประเทศอื่นได้ง่ายมาก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่เกิดขึ้นในแคมเปญ Boto Cor‑de‑Rosa ➡️ Astaroth แพร่กระจายผ่าน WhatsApp Web แบบ worm ➡️ ขโมยรายชื่อผู้ติดต่อและข้อมูลธนาคารของเหยื่อ ✅ วิธีการโจมตี ➡️ ส่งไฟล์ ZIP ที่ดูเหมือนมาจากเพื่อน ➡️ ติดตั้งโมดูล Banking และ WhatsApp Spreader ลงในเครื่อง ‼️ ความเสี่ยงที่ต้องระวัง ⛔ ข้อความปลอมมีความเนียนสูง ใช้คำทักทายตามเวลาจริง ⛔ สามารถแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านรายชื่อผู้ติดต่อ ‼️ คำแนะนำเพื่อความปลอดภัย ⛔ อย่าเปิดไฟล์ ZIP ที่ไม่ได้ร้องขอ แม้จะมาจากคนรู้จัก ⛔ ตรวจสอบพฤติกรรมผิดปกติของ WhatsApp Web และระบบเครื่อง https://hackread.com/astaroth-banking-trojan-brazil-whatsapp-messages/
    HACKREAD.COM
    Astaroth Banking Trojan Targets Brazilians via WhatsApp Messages
    Follow us on Bluesky, Twitter (X), Mastodon and Facebook at @Hackread
    0 Comments 0 Shares 10 Views 0 Reviews
  • 3 เดือนก่อน ไอ้เท้งให้สัมภาษณ์นิตยสารไทม์ ว่า ม.112 สร้างปัญหาให้กับประเทศไทย หากมันได้อำนาจจะแก้ไข แต่พอจะหาเสียงเลือกตั้ง มันก็บอกไม่มีนโยบายแก้ 112 คนแบบนี้ไว้ใจอะไรได้
    #คิงส์โพธิ์แดง
    3 เดือนก่อน ไอ้เท้งให้สัมภาษณ์นิตยสารไทม์ ว่า ม.112 สร้างปัญหาให้กับประเทศไทย หากมันได้อำนาจจะแก้ไข แต่พอจะหาเสียงเลือกตั้ง มันก็บอกไม่มีนโยบายแก้ 112 คนแบบนี้ไว้ใจอะไรได้ #คิงส์โพธิ์แดง
    0 Comments 0 Shares 17 Views 0 Reviews
  • เจ้าหน้าที่ EOD อุบลราชธานี ร่วมฝ่ายปกครอง–ตชด.–กอ.รมน. เข้าสำรวจและทำลายวัตถุต้องสงสัยในพื้นที่การเกษตร อ.น้ำยืน และ อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี หลังมีรายงานพบหลุมคล้ายจรวด BM21 รวม 6 จุด จากเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา
    .
    ผลการตรวจสอบ 5 จุดแรก ในพื้นที่ ต.โซง อ.น้ำยืน พบเป็นเพียงหลุมคล้ายรอยจรวด แต่ไม่พบกระสุนหรือวัตถุระเบิดแต่อย่างใด
    .
    ส่วนจุดที่ 6 ในไร่มัน บ้านโนนทับทิน ต.โคกสะอาด อ.น้ำขุ่น พบกระสุนปืนใหญ่ขนาด 105 มิลลิเมตร ของทหารกัมพูชา ที่ยิงเข้ามาในช่วงการปะทะรอบที่ 2 และยังไม่ทำงาน เจ้าหน้าที่จึงใช้ระเบิดแรงสูงอัดทำลายจนสิ้นสภาพ
    .
    ผู้ใหญ่บ้านเผย ระหว่างเหตุปะทะมีลูกระเบิดตกในพื้นที่หลายจุด แต่ส่วนใหญ่ระเบิดไปแล้ว เหลือเพียงจุดนี้ที่ยังเป็นอันตราย จึงเร่งประสานเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002250
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #อุบลราชธานี #น้ำยืน #น้ำขุ่น #EOD #กระสุนปืนใหญ่ #ความมั่นคง #ทำลายให้สิ้นสภาพ
    เจ้าหน้าที่ EOD อุบลราชธานี ร่วมฝ่ายปกครอง–ตชด.–กอ.รมน. เข้าสำรวจและทำลายวัตถุต้องสงสัยในพื้นที่การเกษตร อ.น้ำยืน และ อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี หลังมีรายงานพบหลุมคล้ายจรวด BM21 รวม 6 จุด จากเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา . ผลการตรวจสอบ 5 จุดแรก ในพื้นที่ ต.โซง อ.น้ำยืน พบเป็นเพียงหลุมคล้ายรอยจรวด แต่ไม่พบกระสุนหรือวัตถุระเบิดแต่อย่างใด . ส่วนจุดที่ 6 ในไร่มัน บ้านโนนทับทิน ต.โคกสะอาด อ.น้ำขุ่น พบกระสุนปืนใหญ่ขนาด 105 มิลลิเมตร ของทหารกัมพูชา ที่ยิงเข้ามาในช่วงการปะทะรอบที่ 2 และยังไม่ทำงาน เจ้าหน้าที่จึงใช้ระเบิดแรงสูงอัดทำลายจนสิ้นสภาพ . ผู้ใหญ่บ้านเผย ระหว่างเหตุปะทะมีลูกระเบิดตกในพื้นที่หลายจุด แต่ส่วนใหญ่ระเบิดไปแล้ว เหลือเพียงจุดนี้ที่ยังเป็นอันตราย จึงเร่งประสานเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002250 . #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #อุบลราชธานี #น้ำยืน #น้ำขุ่น #EOD #กระสุนปืนใหญ่ #ความมั่นคง #ทำลายให้สิ้นสภาพ
    Like
    1
    0 Comments 1 Shares 175 Views 0 Reviews
  • ผงะกลางดึก! ร้านข้าวมันไก่หน้า “วัดพระพุทธบาท” ถูกคนร้ายย่องฉกพัดลม
    .
    กล้องวงจรปิดจับภาพชายปริศนา เดินออกจากแนวกำแพงวัด ก่อนข้ามถนนมานั่งสังเกตการณ์หน้าร้านอย่างใจเย็น
    .
    เมื่อเห็นว่าปลอดคน คนร้ายย่องเข้ามาหลบภายในร้าน ใช้จังหวะเผลอถอดพัดลมที่แขวนอยู่กับเสาปูน
    .
    พัดลมมูลค่ากว่าพันบาท ถูกหิ้วข้ามถนนหลบหนีไปแบบหน้าตาเฉย
    .
    เจ้าของร้าน “โกพงษ์ข้าวมันไก่” ตรวจสอบกล้องย้อนหลัง พบพฤติกรรมชัดเจน ก่อนเข้าแจ้งความ สภ.พระพุทธบาท
    .
    ฝากเตือนพ่อค้าแม่ค้า อย่าชะล่าใจ อุปกรณ์ที่วางด้านนอกควรล็อกหรือเก็บให้มิดชิด
    เพื่อป้องกันมิจฉาชีพฉวยโอกาส
    .
    อ่านข่าวเต็ม
    https://news1live.com/detail/9690000002286
    .
    #News1live #News1 #ข่าวอาชญากรรม #โจรย่องขโมย #ร้านโกพงษ์ข้าวมันไก่ #วัดพระพุทธบาท #สระบุรี
    ผงะกลางดึก! ร้านข้าวมันไก่หน้า “วัดพระพุทธบาท” ถูกคนร้ายย่องฉกพัดลม . กล้องวงจรปิดจับภาพชายปริศนา เดินออกจากแนวกำแพงวัด ก่อนข้ามถนนมานั่งสังเกตการณ์หน้าร้านอย่างใจเย็น . เมื่อเห็นว่าปลอดคน คนร้ายย่องเข้ามาหลบภายในร้าน ใช้จังหวะเผลอถอดพัดลมที่แขวนอยู่กับเสาปูน . พัดลมมูลค่ากว่าพันบาท ถูกหิ้วข้ามถนนหลบหนีไปแบบหน้าตาเฉย . เจ้าของร้าน “โกพงษ์ข้าวมันไก่” ตรวจสอบกล้องย้อนหลัง พบพฤติกรรมชัดเจน ก่อนเข้าแจ้งความ สภ.พระพุทธบาท . ฝากเตือนพ่อค้าแม่ค้า อย่าชะล่าใจ อุปกรณ์ที่วางด้านนอกควรล็อกหรือเก็บให้มิดชิด เพื่อป้องกันมิจฉาชีพฉวยโอกาส . อ่านข่าวเต็ม https://news1live.com/detail/9690000002286 . #News1live #News1 #ข่าวอาชญากรรม #โจรย่องขโมย #ร้านโกพงษ์ข้าวมันไก่ #วัดพระพุทธบาท #สระบุรี
    0 Comments 1 Shares 160 Views 0 Reviews
  • วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และทีมที่ปรึกษา กำลังพิจารณาแผนระยะยาวเพื่อครอบงำอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา โดยตั้งเป้าว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจช่วยลดราคาน้ำมันโลกลงเหลือราว 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
    .
    รายงานระบุว่า หนึ่งในแนวคิดที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการที่สหรัฐฯ จะเข้าไปควบคุมรัฐวิสาหกิจน้ำมัน PDVSA ของเวเนซุเอลาบางส่วน รวมถึงการเข้าซื้อและทำการตลาดน้ำมันส่วนใหญ่ของบริษัท ขณะที่รอยเตอร์ยังไม่สามารถยืนยันข้อมูลดังกล่าวได้ และทำเนียบขาวยังไม่ออกมาแสดงความเห็น
    .
    ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ และเวเนซุเอลาเพิ่งบรรลุข้อตกลงเปิดทางให้สหรัฐฯ เข้าถึงน้ำมันดิบของเวเนซุเอลามูลค่าสูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการขยับความสัมพันธ์ด้านพลังงาน ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ยังดำเนินอยู่
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002034
    .
    #News1live #News1 #ทรัมป์ #เวเนซุเอลา #PDVSA #ราคาน้ำมัน
    วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และทีมที่ปรึกษา กำลังพิจารณาแผนระยะยาวเพื่อครอบงำอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา โดยตั้งเป้าว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจช่วยลดราคาน้ำมันโลกลงเหลือราว 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล . รายงานระบุว่า หนึ่งในแนวคิดที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการที่สหรัฐฯ จะเข้าไปควบคุมรัฐวิสาหกิจน้ำมัน PDVSA ของเวเนซุเอลาบางส่วน รวมถึงการเข้าซื้อและทำการตลาดน้ำมันส่วนใหญ่ของบริษัท ขณะที่รอยเตอร์ยังไม่สามารถยืนยันข้อมูลดังกล่าวได้ และทำเนียบขาวยังไม่ออกมาแสดงความเห็น . ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ และเวเนซุเอลาเพิ่งบรรลุข้อตกลงเปิดทางให้สหรัฐฯ เข้าถึงน้ำมันดิบของเวเนซุเอลามูลค่าสูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการขยับความสัมพันธ์ด้านพลังงาน ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ยังดำเนินอยู่ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002034 . #News1live #News1 #ทรัมป์ #เวเนซุเอลา #PDVSA #ราคาน้ำมัน
    0 Comments 0 Shares 166 Views 0 Reviews
  • หมากรุก ตอนที่ 8

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 8
    มาดูทางด้านจีนบ้าง เพราะยุทธศาสตร์รัสเซียจีน แม้จะแยกกัน แต่ก็สอดคล้องและเสริมกัน
    การพุ่งเป็นพลุของจีนทางด้านเศรษฐกิจในศตวรรษใหม่นี้ เป็นเรื่องน่าตกใจของอเมริกา แต่น่าสนใจสำหรับชาวโลก
    ยุทธศาสตร์จีนก็เป็นเรื่องใหม่ ที่ก้าวข้ามเรื่องของอำนาจทางเส้นทางน้ำที่ครอบโลกมาถึง 400 ปี แทนที่จีน จะมุ่งหน้าแต่จะสร้างแสนยานุภาพทางกองทัพเรือเพื่อ มาใช้อำนาจทางทะเล อย่างที่อังกฤษทำ หรือสร้างแสนยานุภาพทางอากาศ อย่างที่อเมริกาทำ จีนกลับใช้ยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายทำนองเดียวกับรัสเซีย
    รัสเซีย สร้างเครือข่ายท่อส่ง จีน สร้างเครือข่ายเส้นทางรถไฟ
    เหมือนเป็นการใช้ทฤษฏีครูแมค มาปรับหาสูตรยุทธศาสตร์ใหม่ แต่กลับทางกับความคิดของตะวันตก จีนกลับวิ่งเข้าไปในผืนแผ่นดิน World Island ไปถึงอาฟริกา เอเซีย และยุโรป มันเป็นการใช้ทฤษฏีภูมิศาสตร์การเมืองพื้นฐาน มาสร้างและเชื่อมชาวผืนแผ่นดินใหญ่ให้ใกล้ชิดกันเข้ามาอีก และทำให้ World Island กลับแข่งแกร่งขึ้นไปอีก
    จีนใช้เวลาเตรียมตัวอยู่หลายสิบปี วางแผนอย่างระมัดระวัง เป็น 2 ขั้นตอน
    ขั้นตอนแรก จีนใช้วิธีเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการค้า ระหว่างประเทศที่อยู่ใน World Island เข้าด้วยกันด้วยระบบการคมนาคม จีนวางเครือข่ายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจำนวนมาก ควบคู่กับการวางท่อส่งน้ำมันและแก๊ส ยาวตลอดแนวอันกว้างไกลของยูเรเซีย ระหว่างเส้นทางยาว จีนยังต่อเส้นทางรถไฟเข้าไปในเมืองสำคัญต่างๆ ขึ้นไปทางเหนือ ลงไปทางใต้ เหมือนเป็นเครือข่ายก้างปลายักษ์ของเส้นทางรถไฟ
    นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการขนส่งสินค้าทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ รวมทั้งน้ำมัน และแร่ธาตุ ในปริมาณที่สูงมากได้พร้อมกัน ไปทางรถไฟเที่ยวเดียวกัน และข้ามทวีปทางบกได้ มันเป็นเส้นทางที่ยาวประมาณ 7,000 ไมล์ จากยิวูของจีน ถึงมาดริดของสเปน การขนส่งสินค้าครั้งละมากๆ มีทางเลือกแล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งเส้นทางเรือแต่อย่างเดียวอีกต่อไป และอำนาจของฝ่ายอยู่เกาะ ก็เริ่มจะเสทือน
    ยุทธศาสตร์รางรถไฟของจีน ทำให้เกิดอำนาจต่อรอง ที่ไม่ได้มาจากอาวุธ อย่างที่อเมริกาก็นึกไม่ถึง เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์สร้างท่อส่งของรัสเซีย และขณะเดียวกัน ดูเหมือนเส้นทางราง กลับเป็นการ “ตัด” การเชื่อมโยงด้านกำลังทหารของอเมริกาไปในขณะเดียวกันด้วย….อย่านึกว่าอา เฮียเก่งแต่การค้า
    ครูแมค เคยเขียนบทความเมื่อปี ค.ศ.1904 ว่า แม้เส้นทางรถไฟรางเดี่ยว ทรานส์ไซบีเรีย ที่มีความยาวประมาณ 5,700 ไมล์ ยาวที่สุดในโลกขณะนั้น ที่วิ่งข้ามไปสุดทวีป จากมอสโคว์ไปวลาดิวอสสต็อก จะไม่แน่นอน และไม่ปลอดภัย แต่ครูแมคเชื่อว่า ต่อไปในไม่ช้า ผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ของรัสเซีย และมองโกเลีย ที่เต็มไปด้วยพลังงานและแร่ธาตุธรรมชาติมากมายจนประเมินไม่ถูกนั้น จะมีการเชื่อมต่อกันทางการค้า ที่การขนส่งทางเส้นทางเรือ แทบจะทำอะไรไม่ได้
    ครูแมค ประเมินไว้ไม่ผิดเรื่อง แต่อาจจะพลาดเรื่องเวลา เพราะพวกชาวเกาะของครูแมคเองนั่นแหละ เป็นฝ่ายจัดส่งพวกปฏิวัติมาให้รัสเซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1917 และส่งให้จีนในปี ค.ศ.1949 และต่อด้วยสงครามเย็นเสียอีกหลายสิบปี การสร้างเครือข่ายทางบกของ heartland กับพวก เลยมาสายไปหน่อย แต่ก็ “มาแล้ว” และยุทธศาสตร์เก่าๆ ที่ชาวเกาะสร้างขึ้น เพื่อมาใช้ขวางการเชื่อม ระหว่างชาวแผ่นดินใหญ่ก็ดูเหมือนจะใช้ “ยาก” ขึ้นเสียแล้ว
    ในขณะที่กลุ่มชาวเกาะ ยังติดกับอยู่กับนโยบายของตัว ที่แปลงมาจากทฤษฏีของครูแมค ในลักษณะการปิดล้อมและทำลาย โดยสร้างเครือข่ายฐานทัพ กับเครือข่ายผู้ก่อการร้าย แต่อาเฮียแถวปักกิ่ง กลับมองทฤษฏีของครูแมคจากสายตาและความคิดของผู้ที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ว่าเราจะสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อการค้า และสร้างธุรกิจกับพวกอยู่แผ่นดินใหญ่ด้วยกันอย่างไร
    แม้ชาวเกาะเล็กเท่าหัวแม่โป้งของเท้าขวาอย่างอเมริกา จะสร้างระบบถนนไฮเวย์ระหว่างรัฐมานานแล้วตั้งแต่ช่วงปี คศ 1950 ก็จริง แต่มันเทียบไม่ได้ กับการวางเส้นทางรถไฟความเร็วสูงในประเทศ แบบก้างปลาของอาเฮีย
    ในช่วงปี 2007 ถึง 2014 เส้นทางรถไฟแบบก้างปลา ของจีนยาว 9,000 ไมล์ ที่วิ่งผ่านข้ามไปมาระหว่างเมือง สามารถบรรทุกผู้โดยสารวันละ 2.5 ล้านคน ด้วยความเร็ว 240 ไมล์ต่อชั่วโมง และเมื่อระบบนี้เสร็จสมบูรณ์ ในปี ค.ศ.2030 ระยะทางรถไฟจะเพิ่มเป็น 16,000 ไมล์ ถึงปลายทางเมืองใหญ่ทั้งหมดของจีน
    หลังจากสร้างระบบรางในบ้านจนเป็นที่พอใจ จีนเริ่มยืดตัวออกไปนอกบ้าน ในปี ค.ศ.2008 รัสเซียและเยอรมันก็จับมือกับจีน เชื่อมต่อรางเส้นทางยูเรเซีย เส้นทางหนึ่งขึ้นเหนือ ไปตามเส้นทางทรานส์ไซบีเรียเดิม อีกเส้นลงใต้ วิ่งตามเส้นทางสายไหมเดิม ผ่านคาซัคสถาน ทั้ง 2 เส้นทางบรรจบกันที่มอสโคว์ จากนั้น วิ่งต่อไปจนถึงแฮมเบอร์ก ของเยอรมัน มันเป็นการเชื่อมยูเรเซียเข้าด้วยกัน
    เส้นทางใต้นั้น รถไฟบรรทุกสินค้า สามารถขนส่งสินค้าระหว่างจีน กับเยอรมัน เช่น สินค้าทางอุตสาหกรรม ส่วนประกอบของรถยนต์ ไปตามเส้นทางยาวประมาณ 6,700 ไมล์ จากเมืองไลปซิกในเยอรมัน ไปถึงเมืองชงชิงของจีน โดยใช้เวลาประมาณ 20 วัน เทียบกับเส้นทางขนส่งสินค้าประเภทเดียวกันทางเรือ ที่ใช้เวลา 35 วัน ประหยัดเวลาไปเกือบครึ่ง มันเป็นการลดต้นทุน และค่าใช้จ่าย ที่มีความหมายสำหรับคนค้าขาย
    ตอนนี้ จีน คือตลาดใหญ่ของรถเบนซ์กับบีเอ็ม นะครับ เสี่ยตัวจริงทั้งนั้น เยอรมันถึงต้องบริการส่งถึงหน้าบ้าน
    ในปี ค.ศ.2013 Deutsche Bahn AG (การรถไฟเยอรมัน) เตรียมแผนที่จะสร้างอีกเส้นทาง ระหว่างแฮมเบอร์กในเยอรมัน ไป Zhengzhou ซึ่งจะทำให้การขนส่งระหว่างเยอรมันกับจีน ลดลงเหลือแค่ 15 วัน ส่วนคาซัคสถาน ก็จะสร้างเส้นทางจาก ฉ่งชิงไปดุสเบร์กของเยอรมัน ใช้เวลาวิ่ง 15 วันเท่ากัน
    ในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.2014 จีนประกาศแผนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ที่ยาวที่สุด มูลค่า 230 พันล้านเหรียญ ตามแผนนี้ รถไฟจะใช้เวลาวิ่งระยะทางประมาณ 4,300 ไมล์ ระหว่างปักกิ่งกับ มอสโคว์ เพียงแค่ 2 วัน จะไปหาเพื่อนไม่ต้องใช้เวลานาน
    นอกจากนี้ จีน ได้ตกลงที่จะสร้างเส้นทางเลียบชายฝั่ง ระหว่างจีนกับ ปากีสถาน พร้อมกับมีถนนไฮเวย์ เส้นทางรถไฟ และท่อส่ง ไปกันเป็นแผงยาวเกือบ 2,000 ไมล์ จากคัชการ์ในซินเจียง ที่อยู่สุดทางตะวันตกของจีน เพื่อไปออกท่าเรือ กวาดาร์ที่ปากีสถาน ที่สร้างตั้งแต่ ค.ศ.2007 และจีนไปลงทุนสร้างสาธารณูปโภค พร้อมอาคาร เพิ่มที่ท่าเรือกวาดาร์ ริมทะเลอารเบีย ซึ่งอยู่ห่างจากอ่าวเปอร์เซียเพียง 370 ไมล์
    ในปี ค.ศ.2011 จีนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงลงใต้มาถึงลาว มูลค่า 6.2 พันล้านเหรียญ และมีแผนจะสร้างเส้นทางที่ขนส่งผู้โดยสาร และ สินค้า จากคุนหมิงถึงสิงคโปร์ โดยใช้เวลาเพียง10 ชั่วโมง แผนนี้ ถ้าสำเร็จ จะทำให้ช่องแคบมะละกาไร้ความหมายไปสำหรับหลายประเทศ และคำขู่ที่ส่งเสียงมานาน อาจจะไม่ต่างกับเสียงลมพัดใบตองแห้ง….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    29 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 8 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 8 มาดูทางด้านจีนบ้าง เพราะยุทธศาสตร์รัสเซียจีน แม้จะแยกกัน แต่ก็สอดคล้องและเสริมกัน การพุ่งเป็นพลุของจีนทางด้านเศรษฐกิจในศตวรรษใหม่นี้ เป็นเรื่องน่าตกใจของอเมริกา แต่น่าสนใจสำหรับชาวโลก ยุทธศาสตร์จีนก็เป็นเรื่องใหม่ ที่ก้าวข้ามเรื่องของอำนาจทางเส้นทางน้ำที่ครอบโลกมาถึง 400 ปี แทนที่จีน จะมุ่งหน้าแต่จะสร้างแสนยานุภาพทางกองทัพเรือเพื่อ มาใช้อำนาจทางทะเล อย่างที่อังกฤษทำ หรือสร้างแสนยานุภาพทางอากาศ อย่างที่อเมริกาทำ จีนกลับใช้ยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายทำนองเดียวกับรัสเซีย รัสเซีย สร้างเครือข่ายท่อส่ง จีน สร้างเครือข่ายเส้นทางรถไฟ เหมือนเป็นการใช้ทฤษฏีครูแมค มาปรับหาสูตรยุทธศาสตร์ใหม่ แต่กลับทางกับความคิดของตะวันตก จีนกลับวิ่งเข้าไปในผืนแผ่นดิน World Island ไปถึงอาฟริกา เอเซีย และยุโรป มันเป็นการใช้ทฤษฏีภูมิศาสตร์การเมืองพื้นฐาน มาสร้างและเชื่อมชาวผืนแผ่นดินใหญ่ให้ใกล้ชิดกันเข้ามาอีก และทำให้ World Island กลับแข่งแกร่งขึ้นไปอีก จีนใช้เวลาเตรียมตัวอยู่หลายสิบปี วางแผนอย่างระมัดระวัง เป็น 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรก จีนใช้วิธีเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการค้า ระหว่างประเทศที่อยู่ใน World Island เข้าด้วยกันด้วยระบบการคมนาคม จีนวางเครือข่ายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจำนวนมาก ควบคู่กับการวางท่อส่งน้ำมันและแก๊ส ยาวตลอดแนวอันกว้างไกลของยูเรเซีย ระหว่างเส้นทางยาว จีนยังต่อเส้นทางรถไฟเข้าไปในเมืองสำคัญต่างๆ ขึ้นไปทางเหนือ ลงไปทางใต้ เหมือนเป็นเครือข่ายก้างปลายักษ์ของเส้นทางรถไฟ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการขนส่งสินค้าทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ รวมทั้งน้ำมัน และแร่ธาตุ ในปริมาณที่สูงมากได้พร้อมกัน ไปทางรถไฟเที่ยวเดียวกัน และข้ามทวีปทางบกได้ มันเป็นเส้นทางที่ยาวประมาณ 7,000 ไมล์ จากยิวูของจีน ถึงมาดริดของสเปน การขนส่งสินค้าครั้งละมากๆ มีทางเลือกแล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งเส้นทางเรือแต่อย่างเดียวอีกต่อไป และอำนาจของฝ่ายอยู่เกาะ ก็เริ่มจะเสทือน ยุทธศาสตร์รางรถไฟของจีน ทำให้เกิดอำนาจต่อรอง ที่ไม่ได้มาจากอาวุธ อย่างที่อเมริกาก็นึกไม่ถึง เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์สร้างท่อส่งของรัสเซีย และขณะเดียวกัน ดูเหมือนเส้นทางราง กลับเป็นการ “ตัด” การเชื่อมโยงด้านกำลังทหารของอเมริกาไปในขณะเดียวกันด้วย….อย่านึกว่าอา เฮียเก่งแต่การค้า ครูแมค เคยเขียนบทความเมื่อปี ค.ศ.1904 ว่า แม้เส้นทางรถไฟรางเดี่ยว ทรานส์ไซบีเรีย ที่มีความยาวประมาณ 5,700 ไมล์ ยาวที่สุดในโลกขณะนั้น ที่วิ่งข้ามไปสุดทวีป จากมอสโคว์ไปวลาดิวอสสต็อก จะไม่แน่นอน และไม่ปลอดภัย แต่ครูแมคเชื่อว่า ต่อไปในไม่ช้า ผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ของรัสเซีย และมองโกเลีย ที่เต็มไปด้วยพลังงานและแร่ธาตุธรรมชาติมากมายจนประเมินไม่ถูกนั้น จะมีการเชื่อมต่อกันทางการค้า ที่การขนส่งทางเส้นทางเรือ แทบจะทำอะไรไม่ได้ ครูแมค ประเมินไว้ไม่ผิดเรื่อง แต่อาจจะพลาดเรื่องเวลา เพราะพวกชาวเกาะของครูแมคเองนั่นแหละ เป็นฝ่ายจัดส่งพวกปฏิวัติมาให้รัสเซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1917 และส่งให้จีนในปี ค.ศ.1949 และต่อด้วยสงครามเย็นเสียอีกหลายสิบปี การสร้างเครือข่ายทางบกของ heartland กับพวก เลยมาสายไปหน่อย แต่ก็ “มาแล้ว” และยุทธศาสตร์เก่าๆ ที่ชาวเกาะสร้างขึ้น เพื่อมาใช้ขวางการเชื่อม ระหว่างชาวแผ่นดินใหญ่ก็ดูเหมือนจะใช้ “ยาก” ขึ้นเสียแล้ว ในขณะที่กลุ่มชาวเกาะ ยังติดกับอยู่กับนโยบายของตัว ที่แปลงมาจากทฤษฏีของครูแมค ในลักษณะการปิดล้อมและทำลาย โดยสร้างเครือข่ายฐานทัพ กับเครือข่ายผู้ก่อการร้าย แต่อาเฮียแถวปักกิ่ง กลับมองทฤษฏีของครูแมคจากสายตาและความคิดของผู้ที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ว่าเราจะสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อการค้า และสร้างธุรกิจกับพวกอยู่แผ่นดินใหญ่ด้วยกันอย่างไร แม้ชาวเกาะเล็กเท่าหัวแม่โป้งของเท้าขวาอย่างอเมริกา จะสร้างระบบถนนไฮเวย์ระหว่างรัฐมานานแล้วตั้งแต่ช่วงปี คศ 1950 ก็จริง แต่มันเทียบไม่ได้ กับการวางเส้นทางรถไฟความเร็วสูงในประเทศ แบบก้างปลาของอาเฮีย ในช่วงปี 2007 ถึง 2014 เส้นทางรถไฟแบบก้างปลา ของจีนยาว 9,000 ไมล์ ที่วิ่งผ่านข้ามไปมาระหว่างเมือง สามารถบรรทุกผู้โดยสารวันละ 2.5 ล้านคน ด้วยความเร็ว 240 ไมล์ต่อชั่วโมง และเมื่อระบบนี้เสร็จสมบูรณ์ ในปี ค.ศ.2030 ระยะทางรถไฟจะเพิ่มเป็น 16,000 ไมล์ ถึงปลายทางเมืองใหญ่ทั้งหมดของจีน หลังจากสร้างระบบรางในบ้านจนเป็นที่พอใจ จีนเริ่มยืดตัวออกไปนอกบ้าน ในปี ค.ศ.2008 รัสเซียและเยอรมันก็จับมือกับจีน เชื่อมต่อรางเส้นทางยูเรเซีย เส้นทางหนึ่งขึ้นเหนือ ไปตามเส้นทางทรานส์ไซบีเรียเดิม อีกเส้นลงใต้ วิ่งตามเส้นทางสายไหมเดิม ผ่านคาซัคสถาน ทั้ง 2 เส้นทางบรรจบกันที่มอสโคว์ จากนั้น วิ่งต่อไปจนถึงแฮมเบอร์ก ของเยอรมัน มันเป็นการเชื่อมยูเรเซียเข้าด้วยกัน เส้นทางใต้นั้น รถไฟบรรทุกสินค้า สามารถขนส่งสินค้าระหว่างจีน กับเยอรมัน เช่น สินค้าทางอุตสาหกรรม ส่วนประกอบของรถยนต์ ไปตามเส้นทางยาวประมาณ 6,700 ไมล์ จากเมืองไลปซิกในเยอรมัน ไปถึงเมืองชงชิงของจีน โดยใช้เวลาประมาณ 20 วัน เทียบกับเส้นทางขนส่งสินค้าประเภทเดียวกันทางเรือ ที่ใช้เวลา 35 วัน ประหยัดเวลาไปเกือบครึ่ง มันเป็นการลดต้นทุน และค่าใช้จ่าย ที่มีความหมายสำหรับคนค้าขาย ตอนนี้ จีน คือตลาดใหญ่ของรถเบนซ์กับบีเอ็ม นะครับ เสี่ยตัวจริงทั้งนั้น เยอรมันถึงต้องบริการส่งถึงหน้าบ้าน ในปี ค.ศ.2013 Deutsche Bahn AG (การรถไฟเยอรมัน) เตรียมแผนที่จะสร้างอีกเส้นทาง ระหว่างแฮมเบอร์กในเยอรมัน ไป Zhengzhou ซึ่งจะทำให้การขนส่งระหว่างเยอรมันกับจีน ลดลงเหลือแค่ 15 วัน ส่วนคาซัคสถาน ก็จะสร้างเส้นทางจาก ฉ่งชิงไปดุสเบร์กของเยอรมัน ใช้เวลาวิ่ง 15 วันเท่ากัน ในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.2014 จีนประกาศแผนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ที่ยาวที่สุด มูลค่า 230 พันล้านเหรียญ ตามแผนนี้ รถไฟจะใช้เวลาวิ่งระยะทางประมาณ 4,300 ไมล์ ระหว่างปักกิ่งกับ มอสโคว์ เพียงแค่ 2 วัน จะไปหาเพื่อนไม่ต้องใช้เวลานาน นอกจากนี้ จีน ได้ตกลงที่จะสร้างเส้นทางเลียบชายฝั่ง ระหว่างจีนกับ ปากีสถาน พร้อมกับมีถนนไฮเวย์ เส้นทางรถไฟ และท่อส่ง ไปกันเป็นแผงยาวเกือบ 2,000 ไมล์ จากคัชการ์ในซินเจียง ที่อยู่สุดทางตะวันตกของจีน เพื่อไปออกท่าเรือ กวาดาร์ที่ปากีสถาน ที่สร้างตั้งแต่ ค.ศ.2007 และจีนไปลงทุนสร้างสาธารณูปโภค พร้อมอาคาร เพิ่มที่ท่าเรือกวาดาร์ ริมทะเลอารเบีย ซึ่งอยู่ห่างจากอ่าวเปอร์เซียเพียง 370 ไมล์ ในปี ค.ศ.2011 จีนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงลงใต้มาถึงลาว มูลค่า 6.2 พันล้านเหรียญ และมีแผนจะสร้างเส้นทางที่ขนส่งผู้โดยสาร และ สินค้า จากคุนหมิงถึงสิงคโปร์ โดยใช้เวลาเพียง10 ชั่วโมง แผนนี้ ถ้าสำเร็จ จะทำให้ช่องแคบมะละกาไร้ความหมายไปสำหรับหลายประเทศ และคำขู่ที่ส่งเสียงมานาน อาจจะไม่ต่างกับเสียงลมพัดใบตองแห้ง…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 29 ธ.ค. 2558
    0 Comments 0 Shares 125 Views 0 Reviews
  • หมากรุก ตอนที่ 7

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 7
    ยุทธศาสตร์ ใช้เครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัสเซีย ที่ไม่ต้องใช้อาวุธไปทำลายบ้านเมือง หรือทำร้ายชีวิตใคร แถมขายแก๊สได้ตังค์อีกด้วย กลับทำให้รัสเซียมีอำนาจต่อรองกับฝ่ายอียูอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะทำให้ชาวยุโรปเริ่มพึ่งแก๊สรัสเซียมากขึ้นทุกวัน วิธีการแบบนี้ ทำให้อเมริการับไม่ได้ หูเย็นหางตกหมด และเครือข่ายท่อส่งของรัสเซียจึงต้องโดนสกัด และเป็นการสกัด อย่างรุนแรง มากขึ้นเรื่อยๆ ในบริเวณที่เครือข่ายท่อส่ง ขยายตัวไปยังจุดยุทธศาสตร์ ที่สำคัญของทั้ง 2 ฝ่าย
    อเมริกา เริ่มจัดรายการสกัดเครือข่ายท่อส่งของรัสเซียมาตั้งแต่ก่อนปี ค.ศ.2000 แล้ว ตั้งแต่รัสเซียเริ่มสร้างท่อส่งใหม่ๆ แต่มันไม่ใช่เรื่องจะสกัดกันง่ายๆ รัสเซียส่งแก๊สถึงหน้าบ้านชาวยุโรป อยู่ๆอเมริกาออกอาการน้ำลายฟูมปาก จะให้ปิดท่อแก๊ส ชาวยุโรปคงไม่เอาด้วยง่ายๆ อย่างงั้นมันก็ต้องสร้างฉาก สร้างภาพว่า รัสเซียมีแผนชั่ว เป็นตัวเลว เชื่อถือไม่ได้เสียก่อน อเมริกาจึงใช้วิธีอย่างเคยๆ ยุแยงชาวยูเครน ซึ่งครึ่งหนึ่งก็ฝักฝ่ายทางรัสเซียและรัสเซียก็ช่วยเหลือ ด้วยการส่งแก๊สให้ยูเครนในราคาต่ำกว่าราคาตลาดด้วย แบบนี้รัสเซียชั่วมากใช่ไหม
    อเมริกาส่งทีมคุณนายนูแลนด์ เหยี่ยวกระหายเลือดตัวเมีย ที่ส่งลูกฟักให้อียู เมื่อตอนที่อียูก็คิดจะเข้ามายุ่งในยูเครนเหมือนกัน คุณนายลูกฟัก ส่งทีมเข้าไปในยูเครนตั้งแต่ก่อน ค.ศ.2006 เพื่อเข้าไปปั่นหัวให้ยูเครนเกิดความวุ่นวาย ในที่สุดก็ลามเป็นการปฏิวัติในยูเครน จนรัฐบาลยูเครนที่เป็นมิตรกับรัสเซียอยู่ไม่ได้ และอเมริกาก็เอาคนที่อเมริกาสั่งได้มาคุมยูเครน และยูเครนก็เริ่มมีเรื่องทะเลาะกับรัสเซียตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
    นับว่าฝีมือสร้างการป่วนของคุณนายลูกฟักนี่ชั้นเซียน ตอนนี้คุณนายก็ยังป้วนเปี้ยนเข้าออกอยู่แถวนั้น ตั้งแต่ต้นปี จนถึงตอนนี้ยังไม่หยุด แบบนี้อีกไม่นาน ก็คงมีข่าวแถวนั้นให้เราได้ตื่นเต้นกัน
    ขณะเดียวกัน อเมริกาก็เตรียมการที่จะเข้าไปแถวบริเวณท้องน้อยของรัสเซีย คือ เอเซียกลาง และคอเคซัส เพื่อชักชวน (หรือข่มขู่) ให้อดีตสมาชิกโซเวียตมาร่วมสร้างท่อส่งกับอเมริกาแทน เพื่อให้พวกประเทศที่อยู่แถวท้องน้อยเลิกผูกติดกับรัสเซีย จริงๆ ความมุ่งหมายของอเมริกาคือ คิดจะไปปล้นพลังงานของพวกท้องน้อย ก่อนคุณพี่ปูตินจะชวนให้พวกท้องน้อยเอามาขาย ผ่านท่อส่งของรัสเซียเสียหมด แล้วอเมริกากับพวกก็จะอดแดก (รัสเซียแค่เป็นตัวกลางเจ้าของท่อ แต่ไม่ได้เอาพลังงานของเพื่อนและพวกมาเป็นของตัว) ถ้าอเมริกาทำได้ มันก็จะเป็นการได้ทั้งของ ได้ทั้งเย้ยหยันรัสเซียไปด้วย
    ท่อส่งรายการแรกของอเมริกาทำสำเร็จในปี ค.ศ.2005 ระยะทางยาว 1 พันไมล์จากบากู อาเซอร์ไบจัน มาออกที่เมดิเตอร์เรเนียน แต่มันเป็นท่อส่งน้ำมัน เพราะอาเซอร์ไบจัน ที่อเมริกาส่งลูกกระเป๋งไปสร้างปฏิวัติขู่ประธานาธิบดีให้ร่วมรายการ ขายให้แต่น้ำมัน เอาดีว่ะ อย่างน้อยก็ได้เข้าไปล้วงท้องน้อยรัสเซียได้ครั้งนึงแล้ว อเมริกาตีปี๊บ โหมรายการการท่อส่งน้ำมัน Baku Tbilisi Ceyhan (BTC) ที่กลุ่มคาวบอยบุชกับ BP ของอังกฤษจับมือกันเล่น
    อ่านมาถึงตอนนี้ คงเข้าใจกันแล้วนะครับว่า เขาตั้ง หอการค้าอาเซอร์ไบจัน อเมริกา กันทำไม ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 นู่น
    ส่วนท่อส่งแก๊สของฝ่ายอเมริกา ที่มาตั้งชื่อภายหลัง และเป็นเรื่องโด่งดังมาก คือ Nabucco ต้องรอหน่อย เพราะอาเซอร์ไบจันบอกไม่ขายแก๊สให้ ขายน้ำมันอย่างเดียวก็ (เสียวรัสเซีย) พอแล้ว ไปเอาแก๊สจากเติร์กเมนิสถานแล้วกัน แผนของท่อส่ง Nabucco เลยต้องเปลี่ยนเป็นเอาแก๊สจากเติร์กเมนิสถาน ไปออกที่ตุรกี และส่งต่อไปขายในยุโรป
    อเมริการอเก้ออยู่นาน กว่าจะรู้ว่า เติร์กเมนไม่ยอมขายแก๊สให้ ไม่ว่าส่งทางท่อไหน เพราะไม่อยากเสี่ยงมีเรื่องกับรัสเซีย ไม่คุ้มว่ะ คุณเติร์กเมนบอก
    อเมริกาหน้าแหกไป 2 รอบ จะแหกอีกรอบคงไม่ไหวมั๊ง เป็นท้องน้อย แต่ทำไมเนื้อเหนียวจัง เคี้ยวยากฉิบหาย เลยเปลี่ยนเส้นทาง กลับไปแถวบากูถิ่นเก่า ยังไงก็ต้องสร้างท่อส่งแก๊สไปทางยุโรปให้ได้ เสียหน้าเว้ย
    ระหว่างที่อเมริกาพยายามหาทางเคี้ยวท้องน้อยรัสเซีย รัสเซียก็เดินหน้าเข้าไปในยุโรปต่อ และคราวนี้ รัสเซียหยิบชิ้นปลามัน เจาะเข้าไปที่หัวแถว คือเยอรมัน
    ปี ค.ศ.2005 รัสเซียเริ่มสร้างท่อส่งเส้นทาง Nord Stream หรือเส้นทางรอดใต้ทะเลบอลติกตรงไปที่เยอรมัน ปัจจุบัน Nord Stream มีสัญญาส่งแก๊ส ให้กับเยอรมัน อิตาลี เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส และแม้กระทั่งอังกฤษ ชาวเกาะใหญ่ก็ยังต้องการแก๊สจากประเทศที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ….แบบนี้ครูแมคแทบจะฟื้นขึ้นมาด่า…
    รายการ Nord Stream ทำให้อเมริกาควันออกหู รีบเร่งเครื่องเรื่องยูเครน ซึ่งเป็นสถานีส่งแก๊สรัสเซียมายุโรป ใหญ่ที่สุดขณะนั้น เรื่องยูเครน จะได้ช่วยลดอำนาจต่อรองระหว่างรัสเซียกับยุโรปลงไป นอกจากยูเครนที่ออกมาคัดค้านหัวชนฝา เส้นทาง Nord Stream แล้ว อีกประเทศ คือ โปแลนด์ ก็ออกมาค้านกับเขาด้วยเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ไม่มีได้มีเสียอะไรกับเขาด้วย แบบนี้ต่อไปน่าจะได้รับบท… ที่ค่าตัวแพง
    จาก Nord Stream ทำให้รัสเซียได้ยุโรปบน หรือ ยุโรปเหนืออยู่ในกระเป๋า เส้นทางท่อส่งต่อไปของรัสเซียคือ ยุโรปใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางใกล้เคียงกับ Nabucco ของฝ่ายอเมริกา มันเหมือนเป็นรายการเกทับกัน
    ปี ค.ศ.2007 Gazprom ของรัสเซีย จับมือกับ ENI ของอิตาลี ลงทุนกันฝ่ายละครึ่ง เพื่อสร้างท่อส่งยุโรปใต้ South Stream Pipeline โดย ENI จะเป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารท่อส่งยาว 550 ไมล์ ส่วนที่วิ่งลอดใต้ทะเลดำมาโผล่ที่บุลกาเรีย และแยกออกไป 2 ทาง ทางหนึ่งขึ้นเหนือไปโรมาเนีย ฮังการี เช็คโก และออสเตรีย อีกทางหนึ่งลงใต้ มาที่อิตาลี
    ลูกค้า South Stream งอกขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อขอเชื่อมท่อ เริ่มจาก โครเอเซีย ตามมาด้วยเซิร์บ บอสเนีย กรีซ และสโลวีเนีย มาสามัคคีร่วมท่อส่งกันหมด
    มันเป็นเส้นทางท่อส่งใกล้เคียงกันกับ Nabucco ลูกค้าก็รายเดียวกัน แบบนี้หมายความว่ายังไง หมายความว่า ใครแน่กว่า ก็ได้ไปนะซิ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีท่อส่ง 2 ท่อ วิ่งคู่กันไปขายที่เดียวกัน แต่ไม่ใช่เจ้าของเดียวกัน แบบนั้นมันก็คงเจ๊งทั้งคู่
    แต่เส้นทางท่อส่ง Nabucco น่าจะเจ๊งก่อน เพราะยังหาคนส่งแก๊สให้ไม่ได้ อ้าว ฉิบหายอีกแล้ว วิ่งสร้าง วิ่งขาย แต่ไม่มีแก๊สส่ง อย่างนี้ก็หน้าแหก เป็นครั้งที่ 3 ส่วนเส้นทาง South Stream ทุกอย่างพร้อมแล้ว เงินทุน คนสร้าง คนซื้อ และแก๊ส ที่จะส่งก็มาจากแหล่งแก๊สของรัสเซียเอง มันเห็นๆอยู่แล้วว่า South Stream น่าจะแซงผ่าน Nabucco อย่างสบาย สบาย
    หลังจากผู้ร่วมลงทุนทุกฝ่ายของ South Stream ลงนามในสัญญาร่วมทุนกันรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ.2012 วันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ.2012 ผู้ร่วมลงทุนกับรัสเซีย ก็ทำพิธีตอกเสาเอก เริ่มการก่อสร้างท่อระยะแรก ที่สถานีแก๊ส Russakaya ทางใต้ของรัสเซีย ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
    ถึงเดือนเมษายน ค.ศ.2013 อาเซอร์ไบจัน ที่ฝ่ายตะวันตกมัดมือไว้ว่าจะต้องเป็นผู้ส่งแก๊สให้ Nabucco ก็ออกมาประกาศว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ส่งแก๊สให้ได้
    Nabucco ก็เลยจอดยับ ท่อกองอยู่ข้างถนน
    แบบนี้ South Stream ก็น่าจะไปโลด
    แต่คงโลดเกินไป วันที่ 17 เมษายน ค.ศ.2014 สภาของอียู ก็มีมติไม่เห็นด้วยกับการที่สมาชิกอียูจะใช้ท่อส่งของ Gazprom เนื่องจากจะเป็นการขัดต่อกฏของอียู ที่กำหนดว่า ท่อส่งกับแก๊ส ควรจะแยกการเป็นเจ้าของ ไม่เช่นนั้นจะเกิดกรณีเช่นยูเครน เมื่อไหร่ก็ได้ที่รัสเซียอยากปิดท่อ คนยุโรปก็จะหนาวตาย ไม่กลัวหรือไง
    ยุทธศาสตร์สร้าง ดูเหมือนจะแพ้ยุทธศาสตร์ทำลาย
    รัสเซียยื่นคำร้องคัดค้านมติของอียู ต่อ WTO ทันทีในเดือนเมษานั้นเอง ว่า กฏของอียูออกมาใช้บังคับ เมื่อปี ค.ศ.2009 แต่รัสเซียตกลงกับผู้ร่วมลงทุน ตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 เป็นการนำกฏใหม่มาบังคับใช้ย้อนหลัง การค้าเสรีเขาทำกันอย่างนี้หรือ….
    แต่ระหว่างที่รัสเซียกำลังต่อสู้ทางข้อกฏหมายกับอียู ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2014 บุลกาเรีย ว่าที่เจ้าของสถานี ที่แก๊สจะไปโผล่ และน่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด ก็ถูกบีบจนหน้าเขียว ให้ออกมาประกาศว่า บุลกาเรียหยุดการก่อสร้างท่อส่งชั่วคราวในส่วนของ
    บุลกาเรียแล้วคร้าบ เพราะอียูบีบแล้วบีบอีก จนเขียวเกือบดำ สำทับว่า บุลกาเรียกำลังทำผิดกฏในการเป็นสมาชิกของอียู ฮู้ย….อียู นี่มัน พรมเช็ด… ของอเมริกาจริงๆ
    รัสเซียยังโต้แย้งไปมากับอียูต่ออีกหลายเดือน แต่ในที่สุด เส้นทางท่อส่ง South Stream ที่มีกำหนดจะเสร็จภายในปี ค.ศ.2016 มีประเทศในยุโรปที่จะได้ใช้แก๊สจากท่อส่งนี้กว่า 10 ประเทศ ก็จบลงเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ.2014 เมื่อคุณพี่ปูติน ประกาศที่ตุรกี ระหว่างที่คุณพี่ไปพบประธานาธิบดีตุรกีว่า “ฝ่ายตะวันตกชนะ” เส้นทางท่อส่ง South Stream จบแล้ว แต่ท่อส่งของรัสเซียยังไม่จบ คราวนี้ รัสเซียเปลี่ยนสถานีปากทางออกมาที่ตุรกี….
    และนั่น เป็นการเดินหมากของรัสเซีย ที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    28 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 7 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 7 ยุทธศาสตร์ ใช้เครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัสเซีย ที่ไม่ต้องใช้อาวุธไปทำลายบ้านเมือง หรือทำร้ายชีวิตใคร แถมขายแก๊สได้ตังค์อีกด้วย กลับทำให้รัสเซียมีอำนาจต่อรองกับฝ่ายอียูอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะทำให้ชาวยุโรปเริ่มพึ่งแก๊สรัสเซียมากขึ้นทุกวัน วิธีการแบบนี้ ทำให้อเมริการับไม่ได้ หูเย็นหางตกหมด และเครือข่ายท่อส่งของรัสเซียจึงต้องโดนสกัด และเป็นการสกัด อย่างรุนแรง มากขึ้นเรื่อยๆ ในบริเวณที่เครือข่ายท่อส่ง ขยายตัวไปยังจุดยุทธศาสตร์ ที่สำคัญของทั้ง 2 ฝ่าย อเมริกา เริ่มจัดรายการสกัดเครือข่ายท่อส่งของรัสเซียมาตั้งแต่ก่อนปี ค.ศ.2000 แล้ว ตั้งแต่รัสเซียเริ่มสร้างท่อส่งใหม่ๆ แต่มันไม่ใช่เรื่องจะสกัดกันง่ายๆ รัสเซียส่งแก๊สถึงหน้าบ้านชาวยุโรป อยู่ๆอเมริกาออกอาการน้ำลายฟูมปาก จะให้ปิดท่อแก๊ส ชาวยุโรปคงไม่เอาด้วยง่ายๆ อย่างงั้นมันก็ต้องสร้างฉาก สร้างภาพว่า รัสเซียมีแผนชั่ว เป็นตัวเลว เชื่อถือไม่ได้เสียก่อน อเมริกาจึงใช้วิธีอย่างเคยๆ ยุแยงชาวยูเครน ซึ่งครึ่งหนึ่งก็ฝักฝ่ายทางรัสเซียและรัสเซียก็ช่วยเหลือ ด้วยการส่งแก๊สให้ยูเครนในราคาต่ำกว่าราคาตลาดด้วย แบบนี้รัสเซียชั่วมากใช่ไหม อเมริกาส่งทีมคุณนายนูแลนด์ เหยี่ยวกระหายเลือดตัวเมีย ที่ส่งลูกฟักให้อียู เมื่อตอนที่อียูก็คิดจะเข้ามายุ่งในยูเครนเหมือนกัน คุณนายลูกฟัก ส่งทีมเข้าไปในยูเครนตั้งแต่ก่อน ค.ศ.2006 เพื่อเข้าไปปั่นหัวให้ยูเครนเกิดความวุ่นวาย ในที่สุดก็ลามเป็นการปฏิวัติในยูเครน จนรัฐบาลยูเครนที่เป็นมิตรกับรัสเซียอยู่ไม่ได้ และอเมริกาก็เอาคนที่อเมริกาสั่งได้มาคุมยูเครน และยูเครนก็เริ่มมีเรื่องทะเลาะกับรัสเซียตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นับว่าฝีมือสร้างการป่วนของคุณนายลูกฟักนี่ชั้นเซียน ตอนนี้คุณนายก็ยังป้วนเปี้ยนเข้าออกอยู่แถวนั้น ตั้งแต่ต้นปี จนถึงตอนนี้ยังไม่หยุด แบบนี้อีกไม่นาน ก็คงมีข่าวแถวนั้นให้เราได้ตื่นเต้นกัน ขณะเดียวกัน อเมริกาก็เตรียมการที่จะเข้าไปแถวบริเวณท้องน้อยของรัสเซีย คือ เอเซียกลาง และคอเคซัส เพื่อชักชวน (หรือข่มขู่) ให้อดีตสมาชิกโซเวียตมาร่วมสร้างท่อส่งกับอเมริกาแทน เพื่อให้พวกประเทศที่อยู่แถวท้องน้อยเลิกผูกติดกับรัสเซีย จริงๆ ความมุ่งหมายของอเมริกาคือ คิดจะไปปล้นพลังงานของพวกท้องน้อย ก่อนคุณพี่ปูตินจะชวนให้พวกท้องน้อยเอามาขาย ผ่านท่อส่งของรัสเซียเสียหมด แล้วอเมริกากับพวกก็จะอดแดก (รัสเซียแค่เป็นตัวกลางเจ้าของท่อ แต่ไม่ได้เอาพลังงานของเพื่อนและพวกมาเป็นของตัว) ถ้าอเมริกาทำได้ มันก็จะเป็นการได้ทั้งของ ได้ทั้งเย้ยหยันรัสเซียไปด้วย ท่อส่งรายการแรกของอเมริกาทำสำเร็จในปี ค.ศ.2005 ระยะทางยาว 1 พันไมล์จากบากู อาเซอร์ไบจัน มาออกที่เมดิเตอร์เรเนียน แต่มันเป็นท่อส่งน้ำมัน เพราะอาเซอร์ไบจัน ที่อเมริกาส่งลูกกระเป๋งไปสร้างปฏิวัติขู่ประธานาธิบดีให้ร่วมรายการ ขายให้แต่น้ำมัน เอาดีว่ะ อย่างน้อยก็ได้เข้าไปล้วงท้องน้อยรัสเซียได้ครั้งนึงแล้ว อเมริกาตีปี๊บ โหมรายการการท่อส่งน้ำมัน Baku Tbilisi Ceyhan (BTC) ที่กลุ่มคาวบอยบุชกับ BP ของอังกฤษจับมือกันเล่น อ่านมาถึงตอนนี้ คงเข้าใจกันแล้วนะครับว่า เขาตั้ง หอการค้าอาเซอร์ไบจัน อเมริกา กันทำไม ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 นู่น ส่วนท่อส่งแก๊สของฝ่ายอเมริกา ที่มาตั้งชื่อภายหลัง และเป็นเรื่องโด่งดังมาก คือ Nabucco ต้องรอหน่อย เพราะอาเซอร์ไบจันบอกไม่ขายแก๊สให้ ขายน้ำมันอย่างเดียวก็ (เสียวรัสเซีย) พอแล้ว ไปเอาแก๊สจากเติร์กเมนิสถานแล้วกัน แผนของท่อส่ง Nabucco เลยต้องเปลี่ยนเป็นเอาแก๊สจากเติร์กเมนิสถาน ไปออกที่ตุรกี และส่งต่อไปขายในยุโรป อเมริการอเก้ออยู่นาน กว่าจะรู้ว่า เติร์กเมนไม่ยอมขายแก๊สให้ ไม่ว่าส่งทางท่อไหน เพราะไม่อยากเสี่ยงมีเรื่องกับรัสเซีย ไม่คุ้มว่ะ คุณเติร์กเมนบอก อเมริกาหน้าแหกไป 2 รอบ จะแหกอีกรอบคงไม่ไหวมั๊ง เป็นท้องน้อย แต่ทำไมเนื้อเหนียวจัง เคี้ยวยากฉิบหาย เลยเปลี่ยนเส้นทาง กลับไปแถวบากูถิ่นเก่า ยังไงก็ต้องสร้างท่อส่งแก๊สไปทางยุโรปให้ได้ เสียหน้าเว้ย ระหว่างที่อเมริกาพยายามหาทางเคี้ยวท้องน้อยรัสเซีย รัสเซียก็เดินหน้าเข้าไปในยุโรปต่อ และคราวนี้ รัสเซียหยิบชิ้นปลามัน เจาะเข้าไปที่หัวแถว คือเยอรมัน ปี ค.ศ.2005 รัสเซียเริ่มสร้างท่อส่งเส้นทาง Nord Stream หรือเส้นทางรอดใต้ทะเลบอลติกตรงไปที่เยอรมัน ปัจจุบัน Nord Stream มีสัญญาส่งแก๊ส ให้กับเยอรมัน อิตาลี เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส และแม้กระทั่งอังกฤษ ชาวเกาะใหญ่ก็ยังต้องการแก๊สจากประเทศที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ….แบบนี้ครูแมคแทบจะฟื้นขึ้นมาด่า… รายการ Nord Stream ทำให้อเมริกาควันออกหู รีบเร่งเครื่องเรื่องยูเครน ซึ่งเป็นสถานีส่งแก๊สรัสเซียมายุโรป ใหญ่ที่สุดขณะนั้น เรื่องยูเครน จะได้ช่วยลดอำนาจต่อรองระหว่างรัสเซียกับยุโรปลงไป นอกจากยูเครนที่ออกมาคัดค้านหัวชนฝา เส้นทาง Nord Stream แล้ว อีกประเทศ คือ โปแลนด์ ก็ออกมาค้านกับเขาด้วยเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ไม่มีได้มีเสียอะไรกับเขาด้วย แบบนี้ต่อไปน่าจะได้รับบท… ที่ค่าตัวแพง จาก Nord Stream ทำให้รัสเซียได้ยุโรปบน หรือ ยุโรปเหนืออยู่ในกระเป๋า เส้นทางท่อส่งต่อไปของรัสเซียคือ ยุโรปใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางใกล้เคียงกับ Nabucco ของฝ่ายอเมริกา มันเหมือนเป็นรายการเกทับกัน ปี ค.ศ.2007 Gazprom ของรัสเซีย จับมือกับ ENI ของอิตาลี ลงทุนกันฝ่ายละครึ่ง เพื่อสร้างท่อส่งยุโรปใต้ South Stream Pipeline โดย ENI จะเป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารท่อส่งยาว 550 ไมล์ ส่วนที่วิ่งลอดใต้ทะเลดำมาโผล่ที่บุลกาเรีย และแยกออกไป 2 ทาง ทางหนึ่งขึ้นเหนือไปโรมาเนีย ฮังการี เช็คโก และออสเตรีย อีกทางหนึ่งลงใต้ มาที่อิตาลี ลูกค้า South Stream งอกขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อขอเชื่อมท่อ เริ่มจาก โครเอเซีย ตามมาด้วยเซิร์บ บอสเนีย กรีซ และสโลวีเนีย มาสามัคคีร่วมท่อส่งกันหมด มันเป็นเส้นทางท่อส่งใกล้เคียงกันกับ Nabucco ลูกค้าก็รายเดียวกัน แบบนี้หมายความว่ายังไง หมายความว่า ใครแน่กว่า ก็ได้ไปนะซิ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีท่อส่ง 2 ท่อ วิ่งคู่กันไปขายที่เดียวกัน แต่ไม่ใช่เจ้าของเดียวกัน แบบนั้นมันก็คงเจ๊งทั้งคู่ แต่เส้นทางท่อส่ง Nabucco น่าจะเจ๊งก่อน เพราะยังหาคนส่งแก๊สให้ไม่ได้ อ้าว ฉิบหายอีกแล้ว วิ่งสร้าง วิ่งขาย แต่ไม่มีแก๊สส่ง อย่างนี้ก็หน้าแหก เป็นครั้งที่ 3 ส่วนเส้นทาง South Stream ทุกอย่างพร้อมแล้ว เงินทุน คนสร้าง คนซื้อ และแก๊ส ที่จะส่งก็มาจากแหล่งแก๊สของรัสเซียเอง มันเห็นๆอยู่แล้วว่า South Stream น่าจะแซงผ่าน Nabucco อย่างสบาย สบาย หลังจากผู้ร่วมลงทุนทุกฝ่ายของ South Stream ลงนามในสัญญาร่วมทุนกันรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ.2012 วันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ.2012 ผู้ร่วมลงทุนกับรัสเซีย ก็ทำพิธีตอกเสาเอก เริ่มการก่อสร้างท่อระยะแรก ที่สถานีแก๊ส Russakaya ทางใต้ของรัสเซีย ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ถึงเดือนเมษายน ค.ศ.2013 อาเซอร์ไบจัน ที่ฝ่ายตะวันตกมัดมือไว้ว่าจะต้องเป็นผู้ส่งแก๊สให้ Nabucco ก็ออกมาประกาศว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ส่งแก๊สให้ได้ Nabucco ก็เลยจอดยับ ท่อกองอยู่ข้างถนน แบบนี้ South Stream ก็น่าจะไปโลด แต่คงโลดเกินไป วันที่ 17 เมษายน ค.ศ.2014 สภาของอียู ก็มีมติไม่เห็นด้วยกับการที่สมาชิกอียูจะใช้ท่อส่งของ Gazprom เนื่องจากจะเป็นการขัดต่อกฏของอียู ที่กำหนดว่า ท่อส่งกับแก๊ส ควรจะแยกการเป็นเจ้าของ ไม่เช่นนั้นจะเกิดกรณีเช่นยูเครน เมื่อไหร่ก็ได้ที่รัสเซียอยากปิดท่อ คนยุโรปก็จะหนาวตาย ไม่กลัวหรือไง ยุทธศาสตร์สร้าง ดูเหมือนจะแพ้ยุทธศาสตร์ทำลาย รัสเซียยื่นคำร้องคัดค้านมติของอียู ต่อ WTO ทันทีในเดือนเมษานั้นเอง ว่า กฏของอียูออกมาใช้บังคับ เมื่อปี ค.ศ.2009 แต่รัสเซียตกลงกับผู้ร่วมลงทุน ตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 เป็นการนำกฏใหม่มาบังคับใช้ย้อนหลัง การค้าเสรีเขาทำกันอย่างนี้หรือ…. แต่ระหว่างที่รัสเซียกำลังต่อสู้ทางข้อกฏหมายกับอียู ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2014 บุลกาเรีย ว่าที่เจ้าของสถานี ที่แก๊สจะไปโผล่ และน่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด ก็ถูกบีบจนหน้าเขียว ให้ออกมาประกาศว่า บุลกาเรียหยุดการก่อสร้างท่อส่งชั่วคราวในส่วนของ บุลกาเรียแล้วคร้าบ เพราะอียูบีบแล้วบีบอีก จนเขียวเกือบดำ สำทับว่า บุลกาเรียกำลังทำผิดกฏในการเป็นสมาชิกของอียู ฮู้ย….อียู นี่มัน พรมเช็ด… ของอเมริกาจริงๆ รัสเซียยังโต้แย้งไปมากับอียูต่ออีกหลายเดือน แต่ในที่สุด เส้นทางท่อส่ง South Stream ที่มีกำหนดจะเสร็จภายในปี ค.ศ.2016 มีประเทศในยุโรปที่จะได้ใช้แก๊สจากท่อส่งนี้กว่า 10 ประเทศ ก็จบลงเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ.2014 เมื่อคุณพี่ปูติน ประกาศที่ตุรกี ระหว่างที่คุณพี่ไปพบประธานาธิบดีตุรกีว่า “ฝ่ายตะวันตกชนะ” เส้นทางท่อส่ง South Stream จบแล้ว แต่ท่อส่งของรัสเซียยังไม่จบ คราวนี้ รัสเซียเปลี่ยนสถานีปากทางออกมาที่ตุรกี…. และนั่น เป็นการเดินหมากของรัสเซีย ที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 28 ธ.ค. 2558
    0 Comments 0 Shares 115 Views 0 Reviews
  • FC คิงส์ถามมา ทำไมอีกะเทยแก่ปวินจึงแค้นทูตพิศาลจัง ทั้งที่มันยิ่งกว่าชู้ มั่วถั่วดำทุกเชื้อชาติ ขนาดเพื่อนมัธยมยังเรียก อีร่าน
    #คิงส์โพธิ์แดง
    FC คิงส์ถามมา ทำไมอีกะเทยแก่ปวินจึงแค้นทูตพิศาลจัง ทั้งที่มันยิ่งกว่าชู้ มั่วถั่วดำทุกเชื้อชาติ ขนาดเพื่อนมัธยมยังเรียก อีร่าน #คิงส์โพธิ์แดง
    0 Comments 0 Shares 38 Views 0 Reviews
  • ดาวเบเทลจุสไม่ได้อยู่ลำพัง—งานวิจัย 8 ปีเผยมี “ดาวคู่” โคจรซ่อนอยู่จริง

    จากข้อมูลในลิงก์ที่คุณให้มา นักดาราศาสตร์ยืนยันแล้วว่า Betelgeuse ดาวยักษ์แดงยักษ์ใหญ่ที่สว่างที่สุดดวงหนึ่งในท้องฟ้า มีดาวบริวารชื่อ “Siwarha” โคจรรอบอยู่ และทิ้งร่องรอยเป็น “wake” หรือทางผ่านของก๊าซที่ตรวจจับได้ชัดเจนจากกล้องโทรทรรศน์หลายแห่ง

    หัวข้อข่าว: “8 ปีแห่งการเฝ้าสังเกตเผยดาวคู่ลึกลับของ Betelgeuse”
    การค้นพบครั้งนี้เกิดจากการรวบรวมข้อมูลกว่า 8 ปีจากกล้องโทรทรรศน์หลายแห่ง รวมถึง Hubble Space Telescope ซึ่งช่วยยืนยันว่าความแปรผันของแสง Betelgeuse ไม่ได้เกิดจากการเต้นของดาวเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากผลกระทบของดาวบริวารที่เคลื่อนผ่านชั้นบรรยากาศอันบวมพองของมันด้วย การเคลื่อนที่ของ Siwarha ทำให้เกิด “รอยตื่น” ของก๊าซหนาแน่นที่ตรวจจับได้ในสเปกตรัมของแสง โดยเฉพาะในช่วงรังสีอัลตราไวโอเลตของธาตุเหล็กไอออน

    นักวิจัยอธิบายว่าปรากฏการณ์นี้คล้ายกับ “เรือแล่นผ่านน้ำ” ที่ทิ้งคลื่นไว้ด้านหลัง เมื่อ Siwarha เคลื่อนผ่านด้านหน้าของ Betelgeuse จะเกิดยอดสัญญาณของแสงเหล็กที่สูงขึ้น แต่เมื่อมันเคลื่อนผ่านด้านหลัง หางก๊าซของมันจะดูดกลืนแสงบางส่วน ทำให้ยอดสัญญาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด วงโคจรหนึ่งรอบใช้เวลาประมาณ 2,109 วัน หรือราว 5.77 ปี

    การยืนยันดาวคู่ครั้งนี้ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจวิวัฒนาการของดาวยักษ์แดงได้ดีขึ้น รวมถึงกระบวนการปลดปล่อยมวลและการเปลี่ยนแปลงก่อนเกิดซูเปอร์โนวา ซึ่ง Betelgeuse เป็นหนึ่งในดาวที่ถูกจับตามองมากที่สุดว่าจะระเบิดในอนาคตอันใกล้หรือไม่ แม้จะยังไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ก็ตาม

    ปัจจุบัน Siwarha ได้เคลื่อนกลับไปอยู่ด้านหลัง Betelgeuse และจะไม่ปรากฏให้ตรวจจับได้อีกจนถึง สิงหาคม 2027 ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่นักดาราศาสตร์ทั่วโลกเตรียมเฝ้าดูอีกครั้ง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การค้นพบหลักจากงานวิจัย
    ยืนยันการมีอยู่ของดาวบริวาร “Siwarha” โคจรรอบ Betelgeuse
    ตรวจพบ “wake” หรือรอยทางก๊าซที่เกิดจากการเคลื่อนผ่านของดาวคู่
    วงโคจรของ Siwarha ใช้เวลาประมาณ 2,109 วัน (5.77 ปี)

    ความสำคัญทางดาราศาสตร์
    ช่วยอธิบายความแปรผันของแสง Betelgeuse ที่เคยเป็นปริศนามานาน
    เปิดมุมมองใหม่ต่อวิวัฒนาการของดาวยักษ์แดงก่อนเกิดซูเปอร์โนวา
    ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการปลดปล่อยมวลและโครงสร้างชั้นบรรยากาศของดาว

    ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ
    ยังต้องศึกษาว่าดาวคู่ส่งผลต่อการระเบิดซูเปอร์โนวาในอนาคตอย่างไร
    การตรวจจับ Siwarha ทำได้เฉพาะบางช่วงของวงโคจรเท่านั้น
    ต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ความละเอียดสูงและเวลาสังเกตการณ์ยาวนาน

    https://www.sciencealert.com/betelgeuse-is-definitely-not-alone-8-year-study-confirms
    🌟 ดาวเบเทลจุสไม่ได้อยู่ลำพัง—งานวิจัย 8 ปีเผยมี “ดาวคู่” โคจรซ่อนอยู่จริง จากข้อมูลในลิงก์ที่คุณให้มา นักดาราศาสตร์ยืนยันแล้วว่า Betelgeuse ดาวยักษ์แดงยักษ์ใหญ่ที่สว่างที่สุดดวงหนึ่งในท้องฟ้า มีดาวบริวารชื่อ “Siwarha” โคจรรอบอยู่ และทิ้งร่องรอยเป็น “wake” หรือทางผ่านของก๊าซที่ตรวจจับได้ชัดเจนจากกล้องโทรทรรศน์หลายแห่ง 🔭✨ หัวข้อข่าว: “8 ปีแห่งการเฝ้าสังเกตเผยดาวคู่ลึกลับของ Betelgeuse” การค้นพบครั้งนี้เกิดจากการรวบรวมข้อมูลกว่า 8 ปีจากกล้องโทรทรรศน์หลายแห่ง รวมถึง Hubble Space Telescope ซึ่งช่วยยืนยันว่าความแปรผันของแสง Betelgeuse ไม่ได้เกิดจากการเต้นของดาวเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากผลกระทบของดาวบริวารที่เคลื่อนผ่านชั้นบรรยากาศอันบวมพองของมันด้วย การเคลื่อนที่ของ Siwarha ทำให้เกิด “รอยตื่น” ของก๊าซหนาแน่นที่ตรวจจับได้ในสเปกตรัมของแสง โดยเฉพาะในช่วงรังสีอัลตราไวโอเลตของธาตุเหล็กไอออน นักวิจัยอธิบายว่าปรากฏการณ์นี้คล้ายกับ “เรือแล่นผ่านน้ำ” ที่ทิ้งคลื่นไว้ด้านหลัง เมื่อ Siwarha เคลื่อนผ่านด้านหน้าของ Betelgeuse จะเกิดยอดสัญญาณของแสงเหล็กที่สูงขึ้น แต่เมื่อมันเคลื่อนผ่านด้านหลัง หางก๊าซของมันจะดูดกลืนแสงบางส่วน ทำให้ยอดสัญญาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด วงโคจรหนึ่งรอบใช้เวลาประมาณ 2,109 วัน หรือราว 5.77 ปี การยืนยันดาวคู่ครั้งนี้ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจวิวัฒนาการของดาวยักษ์แดงได้ดีขึ้น รวมถึงกระบวนการปลดปล่อยมวลและการเปลี่ยนแปลงก่อนเกิดซูเปอร์โนวา ซึ่ง Betelgeuse เป็นหนึ่งในดาวที่ถูกจับตามองมากที่สุดว่าจะระเบิดในอนาคตอันใกล้หรือไม่ แม้จะยังไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ก็ตาม ปัจจุบัน Siwarha ได้เคลื่อนกลับไปอยู่ด้านหลัง Betelgeuse และจะไม่ปรากฏให้ตรวจจับได้อีกจนถึง สิงหาคม 2027 ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่นักดาราศาสตร์ทั่วโลกเตรียมเฝ้าดูอีกครั้ง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การค้นพบหลักจากงานวิจัย ➡️ ยืนยันการมีอยู่ของดาวบริวาร “Siwarha” โคจรรอบ Betelgeuse ➡️ ตรวจพบ “wake” หรือรอยทางก๊าซที่เกิดจากการเคลื่อนผ่านของดาวคู่ ➡️ วงโคจรของ Siwarha ใช้เวลาประมาณ 2,109 วัน (5.77 ปี) ✅ ความสำคัญทางดาราศาสตร์ ➡️ ช่วยอธิบายความแปรผันของแสง Betelgeuse ที่เคยเป็นปริศนามานาน ➡️ เปิดมุมมองใหม่ต่อวิวัฒนาการของดาวยักษ์แดงก่อนเกิดซูเปอร์โนวา ➡️ ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการปลดปล่อยมวลและโครงสร้างชั้นบรรยากาศของดาว ‼️ ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ ⛔ ยังต้องศึกษาว่าดาวคู่ส่งผลต่อการระเบิดซูเปอร์โนวาในอนาคตอย่างไร ⛔ การตรวจจับ Siwarha ทำได้เฉพาะบางช่วงของวงโคจรเท่านั้น ⛔ ต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ความละเอียดสูงและเวลาสังเกตการณ์ยาวนาน https://www.sciencealert.com/betelgeuse-is-definitely-not-alone-8-year-study-confirms
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Betelgeuse Is Definitely Not Alone, 8-Year Study Confirms
    Betelgeuse is one of the weirdest stars in the sky, but astronomers can now explain one of its most enduring mysteries.
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 92 Views 0 Reviews
  • นักวิทยาศาสตร์สังเคราะห์สารต้านมะเร็งจากเชื้อราที่หายไปนานกว่า 55 ปีสำเร็จ

    การค้นพบครั้งสำคัญในวงการวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อทีมนักวิจัยจาก MIT และ Harvard Medical School สามารถสังเคราะห์ verticillin A—สารประกอบจากเชื้อราที่ถูกค้นพบตั้งแต่กว่า 50 ปีก่อน—ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สารชนิดนี้เคยถูกมองว่าเป็น “เพชรในตม” ของวงการแพทย์ เพราะมีศักยภาพสูงในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง แต่ปัญหาคือมันพบในธรรมชาติน้อยมากและมีโครงสร้างที่ซับซ้อนจนไม่สามารถผลิตในห้องแล็บได้ จนกระทั่งวันนี้ที่เทคโนโลยีทางเคมีได้พัฒนาไปอีกขั้น

    นักวิจัยเปิดเผยว่า verticillin A มีโครงสร้างเป็นโมเลกุลแบบไดเมอร์ที่ประกอบด้วยสองส่วนเหมือนกันอย่างสมบูรณ์ ทำให้การสังเคราะห์ต้องอาศัยความแม่นยำสูงมาก ทั้งลำดับการเชื่อมพันธะและการปกป้องพันธะที่เปราะบางระหว่างกระบวนการ ทีมงานต้องปรับลำดับขั้นตอนใหม่ทั้งหมดจนได้กระบวนการ 16 ขั้นตอนที่สามารถสร้างโครงสร้าง 3 มิติของสารนี้ได้อย่างถูกต้อง

    เมื่อได้สารสังเคราะห์แล้ว นักวิจัยได้นำไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งชนิด Diffuse Midline Glioma (DMG) ซึ่งเป็นมะเร็งสมองที่รุนแรงในเด็ก ผลลัพธ์พบว่าสารนี้และอนุพันธ์ที่ออกแบบเพิ่มเติมสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้จริง และยังทำงานตรงเป้าหมายโปรตีนที่ต้องการภายในเซลล์อีกด้วย นี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจนำไปสู่การพัฒนายาใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในอนาคต

    ความสำเร็จครั้งนี้ยังเปิดประตูให้วงการแพทย์สามารถออกแบบอนุพันธ์ของ verticillin A เพื่อศึกษาฤทธิ์เชิงลึกมากขึ้น รวมถึงอาจนำไปสู่การค้นพบยาต้านมะเร็งรูปแบบใหม่ที่มีความจำเพาะและปลอดภัยกว่าเดิม นักวิจัยย้ำว่าสารจากธรรมชาติยังคงเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของการค้นพบยาใหม่ และการสังเคราะห์สำเร็จครั้งนี้จะช่วยให้การวิจัยก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์
    สังเคราะห์สาร verticillin A สำเร็จเป็นครั้งแรกหลังค้นพบมากว่า 50 ปี
    แก้ปัญหาโครงสร้างซับซ้อนและความไม่เสถียรของสารได้
    กระบวนการสังเคราะห์ 16 ขั้นตอนช่วยสร้างโครงสร้าง 3 มิติได้อย่างแม่นยำ

    ศักยภาพด้านการรักษามะเร็ง
    ทดสอบกับเซลล์มะเร็งสมอง DMG แล้วพบว่าสามารถทำลายเซลล์ได้
    สารทำงานตรงเป้าหมายโปรตีนภายในเซลล์
    เปิดโอกาสพัฒนาอนุพันธ์ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา

    ประเด็นที่ยังต้องระวังและศึกษาต่อ
    ผลการทดลองยังอยู่ในระดับเซลล์ในห้องแล็บ ไม่ใช่การทดลองในมนุษย์
    ความปลอดภัยและผลข้างเคียงยังต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นตอน
    การพัฒนายาใหม่ต้องใช้เวลาและงบประมาณจำนวนมากก่อนนำมาใช้จริง

    https://www.sciencealert.com/potential-anti-cancer-fungal-compound-finally-synthesized-after-55-years
    🧪✨ นักวิทยาศาสตร์สังเคราะห์สารต้านมะเร็งจากเชื้อราที่หายไปนานกว่า 55 ปีสำเร็จ การค้นพบครั้งสำคัญในวงการวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อทีมนักวิจัยจาก MIT และ Harvard Medical School สามารถสังเคราะห์ verticillin A—สารประกอบจากเชื้อราที่ถูกค้นพบตั้งแต่กว่า 50 ปีก่อน—ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สารชนิดนี้เคยถูกมองว่าเป็น “เพชรในตม” ของวงการแพทย์ เพราะมีศักยภาพสูงในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง แต่ปัญหาคือมันพบในธรรมชาติน้อยมากและมีโครงสร้างที่ซับซ้อนจนไม่สามารถผลิตในห้องแล็บได้ จนกระทั่งวันนี้ที่เทคโนโลยีทางเคมีได้พัฒนาไปอีกขั้น นักวิจัยเปิดเผยว่า verticillin A มีโครงสร้างเป็นโมเลกุลแบบไดเมอร์ที่ประกอบด้วยสองส่วนเหมือนกันอย่างสมบูรณ์ ทำให้การสังเคราะห์ต้องอาศัยความแม่นยำสูงมาก ทั้งลำดับการเชื่อมพันธะและการปกป้องพันธะที่เปราะบางระหว่างกระบวนการ ทีมงานต้องปรับลำดับขั้นตอนใหม่ทั้งหมดจนได้กระบวนการ 16 ขั้นตอนที่สามารถสร้างโครงสร้าง 3 มิติของสารนี้ได้อย่างถูกต้อง เมื่อได้สารสังเคราะห์แล้ว นักวิจัยได้นำไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งชนิด Diffuse Midline Glioma (DMG) ซึ่งเป็นมะเร็งสมองที่รุนแรงในเด็ก ผลลัพธ์พบว่าสารนี้และอนุพันธ์ที่ออกแบบเพิ่มเติมสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้จริง และยังทำงานตรงเป้าหมายโปรตีนที่ต้องการภายในเซลล์อีกด้วย นี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจนำไปสู่การพัฒนายาใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในอนาคต ความสำเร็จครั้งนี้ยังเปิดประตูให้วงการแพทย์สามารถออกแบบอนุพันธ์ของ verticillin A เพื่อศึกษาฤทธิ์เชิงลึกมากขึ้น รวมถึงอาจนำไปสู่การค้นพบยาต้านมะเร็งรูปแบบใหม่ที่มีความจำเพาะและปลอดภัยกว่าเดิม นักวิจัยย้ำว่าสารจากธรรมชาติยังคงเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของการค้นพบยาใหม่ และการสังเคราะห์สำเร็จครั้งนี้จะช่วยให้การวิจัยก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ➡️ สังเคราะห์สาร verticillin A สำเร็จเป็นครั้งแรกหลังค้นพบมากว่า 50 ปี ➡️ แก้ปัญหาโครงสร้างซับซ้อนและความไม่เสถียรของสารได้ ➡️ กระบวนการสังเคราะห์ 16 ขั้นตอนช่วยสร้างโครงสร้าง 3 มิติได้อย่างแม่นยำ ✅ ศักยภาพด้านการรักษามะเร็ง ➡️ ทดสอบกับเซลล์มะเร็งสมอง DMG แล้วพบว่าสามารถทำลายเซลล์ได้ ➡️ สารทำงานตรงเป้าหมายโปรตีนภายในเซลล์ ➡️ เปิดโอกาสพัฒนาอนุพันธ์ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ‼️ ประเด็นที่ยังต้องระวังและศึกษาต่อ ⛔ ผลการทดลองยังอยู่ในระดับเซลล์ในห้องแล็บ ไม่ใช่การทดลองในมนุษย์ ⛔ ความปลอดภัยและผลข้างเคียงยังต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นตอน ⛔ การพัฒนายาใหม่ต้องใช้เวลาและงบประมาณจำนวนมากก่อนนำมาใช้จริง https://www.sciencealert.com/potential-anti-cancer-fungal-compound-finally-synthesized-after-55-years
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Potential Anti-Cancer Fungal Compound Finally Synthesized After 55 Years
    The fungal compound verticillin A, discovered more than 50 years ago, has long been regarded for its potential cancer-fighting capabilities.
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 94 Views 0 Reviews
  • Cloud‑9: วัตถุลึกลับที่อาจเป็น “โครงกระดูกดาร์กแมทเทอร์” ของกาแล็กซีที่ล้มเหลว

    วัตถุชื่อ Cloud‑9 ถูกค้นพบใกล้กาแล็กซี M94 ห่างจากโลกประมาณ 14.3 ล้านปีแสง และกำลังกลายเป็นผู้ต้องสงสัยที่แข็งแกร่งที่สุดว่าเป็น “กาแล็กซีที่ไม่เคยเกิดดาว” เลยแม้แต่ดวงเดียว วัตถุนี้ประกอบด้วยก๊าซไฮโดรเจนเป็นหลักและมีดาร์กแมทเทอร์จำนวนมากห่อหุ้มอยู่ แต่กลับไม่มีแสงดาวใด ๆ ทำให้มันแทบมองไม่เห็นในช่วงคลื่นส่วนใหญ่ของจักรวาล

    นักดาราศาสตร์พบว่า Cloud‑9 มีมวลก๊าซประมาณหนึ่งล้านเท่าของดวงอาทิตย์ และต้องมีดาร์กแมทเทอร์มากถึงห้าพันล้านเท่าของมวลดวงอาทิตย์เพื่อคงสภาพก้อนก๊าซนี้ไว้โดยไม่แตกกระจาย ที่สำคัญคือมันไม่หมุน และไม่มีสัญญาณของดาวฤกษ์แม้แต่ดวงเดียว ซึ่งทำให้มันเข้าข่ายวัตถุประเภท RELHIC—ก้อนก๊าซไฮโดรเจนที่ถูกแรงโน้มถ่วงของดาร์กแมทเทอร์ยึดไว้ แต่ยังไม่ถึงจุดเริ่มก่อดาว

    การค้นพบนี้สำคัญมากเพราะนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า RELHIC คือ “ชิ้นส่วนดั้งเดิม” ของกระบวนการสร้างกาแล็กซีในยุคแรกของจักรวาล แต่ที่ผ่านมาไม่เคยพบตัวอย่างที่ชัดเจนเลย เนื่องจากส่วนใหญ่สูญเสียก๊าซไปตามกาลเวลา หรือถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเศษซากของกาแล็กซีอื่น Cloud‑9 จึงเป็นเหมือนหน้าต่างที่เปิดให้เราเห็นโครงสร้างดาร์กแมทเทอร์ที่ยังไม่เคยก่อกำเนิดดาวมาก่อนอย่างแท้จริง

    หาก Cloud‑9 สามารถสะสมก๊าซได้มากขึ้นในอนาคต มันอาจกลายเป็นกาแล็กซีเต็มรูปแบบ แต่ในตอนนี้มันคือซากโครงสร้างที่หยุดพัฒนา—หลักฐานหายากที่ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจว่า “กาแล็กซีเกิดขึ้นได้อย่างไร” และบทบาทของดาร์กแมทเทอร์ในจักรวาลมีความสำคัญเพียงใด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    Cloud‑9 อยู่ห่างจากโลก 14.3 ล้านปีแสงใกล้กาแล็กซี M94
    เป็นก้อนก๊าซไฮโดรเจนที่มีดาร์กแมทเทอร์จำนวนมาก แต่ไม่มีดาวเลย
    มีมวลก๊าซประมาณ 1 ล้านเท่าของดวงอาทิตย์ และดาร์กแมทเทอร์ราว 5 พันล้านเท่า
    เข้าข่ายวัตถุประเภท RELHIC ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ยังไม่ถึงขั้นก่อดาว
    การค้นพบนี้ช่วยยืนยันแบบจำลองการก่อตัวกาแล็กซีในยุคแรกของจักรวาล

    ประเด็นที่ควรระวังหรือข้อจำกัด
    การยืนยันว่าเป็น RELHIC 100% ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
    วัตถุประเภทนี้อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเศษซากของกาแล็กซีอื่น
    การศึกษาดาร์กแมทเทอร์ยังมีข้อจำกัดเพราะตรวจจับได้ยากมาก
    อาจมีวัตถุคล้ายกันที่ยังไม่ถูกค้นพบ ทำให้ภาพรวมของจักรวาลยังไม่สมบูรณ์

    https://www.sciencealert.com/mysterious-cloud-9-may-be-the-dark-matter-bones-of-a-failed-galaxy
    🌌 Cloud‑9: วัตถุลึกลับที่อาจเป็น “โครงกระดูกดาร์กแมทเทอร์” ของกาแล็กซีที่ล้มเหลว วัตถุชื่อ Cloud‑9 ถูกค้นพบใกล้กาแล็กซี M94 ห่างจากโลกประมาณ 14.3 ล้านปีแสง และกำลังกลายเป็นผู้ต้องสงสัยที่แข็งแกร่งที่สุดว่าเป็น “กาแล็กซีที่ไม่เคยเกิดดาว” เลยแม้แต่ดวงเดียว วัตถุนี้ประกอบด้วยก๊าซไฮโดรเจนเป็นหลักและมีดาร์กแมทเทอร์จำนวนมากห่อหุ้มอยู่ แต่กลับไม่มีแสงดาวใด ๆ ทำให้มันแทบมองไม่เห็นในช่วงคลื่นส่วนใหญ่ของจักรวาล นักดาราศาสตร์พบว่า Cloud‑9 มีมวลก๊าซประมาณหนึ่งล้านเท่าของดวงอาทิตย์ และต้องมีดาร์กแมทเทอร์มากถึงห้าพันล้านเท่าของมวลดวงอาทิตย์เพื่อคงสภาพก้อนก๊าซนี้ไว้โดยไม่แตกกระจาย ที่สำคัญคือมันไม่หมุน และไม่มีสัญญาณของดาวฤกษ์แม้แต่ดวงเดียว ซึ่งทำให้มันเข้าข่ายวัตถุประเภท RELHIC—ก้อนก๊าซไฮโดรเจนที่ถูกแรงโน้มถ่วงของดาร์กแมทเทอร์ยึดไว้ แต่ยังไม่ถึงจุดเริ่มก่อดาว การค้นพบนี้สำคัญมากเพราะนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า RELHIC คือ “ชิ้นส่วนดั้งเดิม” ของกระบวนการสร้างกาแล็กซีในยุคแรกของจักรวาล แต่ที่ผ่านมาไม่เคยพบตัวอย่างที่ชัดเจนเลย เนื่องจากส่วนใหญ่สูญเสียก๊าซไปตามกาลเวลา หรือถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเศษซากของกาแล็กซีอื่น Cloud‑9 จึงเป็นเหมือนหน้าต่างที่เปิดให้เราเห็นโครงสร้างดาร์กแมทเทอร์ที่ยังไม่เคยก่อกำเนิดดาวมาก่อนอย่างแท้จริง หาก Cloud‑9 สามารถสะสมก๊าซได้มากขึ้นในอนาคต มันอาจกลายเป็นกาแล็กซีเต็มรูปแบบ แต่ในตอนนี้มันคือซากโครงสร้างที่หยุดพัฒนา—หลักฐานหายากที่ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจว่า “กาแล็กซีเกิดขึ้นได้อย่างไร” และบทบาทของดาร์กแมทเทอร์ในจักรวาลมีความสำคัญเพียงใด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ Cloud‑9 อยู่ห่างจากโลก 14.3 ล้านปีแสงใกล้กาแล็กซี M94 ➡️ เป็นก้อนก๊าซไฮโดรเจนที่มีดาร์กแมทเทอร์จำนวนมาก แต่ไม่มีดาวเลย ➡️ มีมวลก๊าซประมาณ 1 ล้านเท่าของดวงอาทิตย์ และดาร์กแมทเทอร์ราว 5 พันล้านเท่า ➡️ เข้าข่ายวัตถุประเภท RELHIC ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ยังไม่ถึงขั้นก่อดาว ➡️ การค้นพบนี้ช่วยยืนยันแบบจำลองการก่อตัวกาแล็กซีในยุคแรกของจักรวาล ‼️ ประเด็นที่ควรระวังหรือข้อจำกัด ⛔ การยืนยันว่าเป็น RELHIC 100% ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ⛔ วัตถุประเภทนี้อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเศษซากของกาแล็กซีอื่น ⛔ การศึกษาดาร์กแมทเทอร์ยังมีข้อจำกัดเพราะตรวจจับได้ยากมาก ⛔ อาจมีวัตถุคล้ายกันที่ยังไม่ถูกค้นพบ ทำให้ภาพรวมของจักรวาลยังไม่สมบูรณ์ https://www.sciencealert.com/mysterious-cloud-9-may-be-the-dark-matter-bones-of-a-failed-galaxy
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Mysterious 'Cloud-9' May Be The Dark-Matter Bones of a Failed Galaxy
    An object spotted in deep space is the strongest candidate yet for a galaxy arrested during early development.
    0 Comments 0 Shares 76 Views 0 Reviews
  • จุลินทรีย์ตัวเดียวที่ช่วยยับยั้งน้ำหนักขึ้นในหนู แม้กินอาหารไขมันสูง – งานวิจัยใหม่จาก University of Utah

    งานวิจัยล่าสุดพบว่าแบคทีเรียในลำไส้ชื่อ Turicibacter สามารถลดการเพิ่มน้ำหนักและปรับปรุงสุขภาพเมตาบอลิซึมของหนูได้ แม้จะกินอาหารไขมันสูงก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดนี้อ้างอิงจากบทความที่คุณให้ลิงก์มา ซึ่งผมสามารถอ่านเนื้อหาได้ครบถ้วนจากหน้าเว็บโดยตรง

    Turicibacter: จุลินทรีย์เล็กๆ ที่มีผลใหญ่ต่อระบบเผาผลาญ
    งานวิจัยจากทีมมหาวิทยาลัยยูทาห์พบว่า Turicibacter ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีสัดส่วนเพียง 0.1% ของไมโครไบโอมในลำไส้ มีบทบาทสำคัญในการควบคุมน้ำหนักและไขมันในร่างกายของหนูที่กินอาหารไขมันสูง แบคทีเรียชนิดนี้ผลิตกรดไขมันบางชนิดที่ช่วยยับยั้ง “เซราไมด์ (ceramides)” ซึ่งเป็นไขมันที่เพิ่มขึ้นเมื่อกินอาหารไขมันสูงและเชื่อมโยงกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจ

    สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อให้ Turicibacter แบบเสริม (supplement) หนูมีน้ำหนักขึ้นน้อยลง ไขมันในร่างกายลดลง ระดับน้ำตาลขณะพักต่ำลง และโปรไฟล์ไขมันดีขึ้น แม้จะยังคงกินอาหารไขมันสูงเหมือนเดิม ผลลัพธ์นี้ทำให้นักวิจัยมองว่าแบคทีเรียชนิดนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาวิธีรักษาโรคอ้วนในอนาคต

    แต่กินเค้กได้ไม่อ้วนจริงไหม? ยังไม่ใช่แบบนั้น
    แม้ Turicibacter จะช่วยลดผลเสียของอาหารไขมันสูง แต่ก็มีข้อจำกัดสำคัญคือ มันเติบโตได้ไม่ดีในสภาพแวดล้อมที่มีไขมันสูงเกินไป โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัวอย่าง “ปาล์มิเกต (palmitate)” ซึ่งยับยั้งการเจริญเติบโตของมันโดยตรง แต่ไม่ฆ่าแบคทีเรีย เมื่อเอาออกจากสภาพแวดล้อมที่มีไขมันสูง มันก็กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

    ดังนั้น การจะใช้แบคทีเรียชนิดนี้เป็นอาหารเสริมในมนุษย์อาจต้องให้เป็นประจำเพื่อรักษาระดับที่เหมาะสม และยังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลในมนุษย์ เพราะงานวิจัยปัจจุบันทำในหนูเท่านั้น

    ไมโครไบโอม: โลกซับซ้อนที่เรายังรู้เพียง “ยอดภูเขาน้ำแข็ง”
    งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ที่แสดงว่าไมโครไบโอมมีผลต่อโรคอ้วนอย่างมาก เช่น

    การถ่ายไมโครไบโอมจากหนูอ้วนไปให้หนูผอม ทำให้หนูผอมกลายเป็นหนูอ้วน

    หนูที่ถูกกำจัดแบคทีเรียในลำไส้ทั้งหมดกลับ “อ้วนยากขึ้น” เมื่อกินอาหารไขมันสูง

    สิ่งเหล่านี้ชี้ว่า “ส่วนผสมของแบคทีเรีย” มีผลต่อการสะสมไขมันอย่างชัดเจน และ Turicibacter อาจเป็นเพียงหนึ่งในหลายตัวที่ช่วยปกป้องร่างกายจากโรคเมตาบอลิซึมในอนาคต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    Turicibacter ช่วยลดน้ำหนักและไขมันในหนูที่กินอาหารไขมันสูง
    แบคทีเรียผลิตกรดไขมันที่ลดระดับ “เซราไมด์” ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานและโรคหัวใจ
    การเสริมแบคทีเรียทำให้ระดับน้ำตาลและโปรไฟล์ไขมันดีขึ้น แม้ยังคงกินอาหารไขมันสูง
    ไขมันอิ่มตัวอย่าง palmitate ยับยั้งการเติบโตของ Turicibacter แต่ไม่ฆ่าแบคทีเรีย
    งานวิจัยชี้ว่าไมโครไบโอมมีบทบาทสำคัญต่อโรคอ้วนและเมตาบอลิซึมโดยรวม

    คำเตือน / ข้อควรระวัง
    ผลการทดลองยังอยู่ในระดับ “หนูทดลอง” ไม่สามารถสรุปผลกับมนุษย์ได้โดยตรง
    การเสริมแบคทีเรียอาจต้องทำเป็นประจำ เพราะอาหารไขมันสูงทำให้จำนวนแบคทีเรียลดลง
    ไมโครไบโอมเป็นระบบที่ซับซ้อนมาก การเพิ่มแบคทีเรียชนิดเดียวอาจไม่เพียงพอในมนุษย์
    ยังไม่ควรใช้ผลวิจัยนี้เป็นเหตุผลในการกินอาหารไขมันสูงโดยไม่ควบคุม

    https://www.sciencealert.com/one-gut-microbe-blocks-weight-gain-in-mice-on-a-high-fat-diet
    🦠 จุลินทรีย์ตัวเดียวที่ช่วยยับยั้งน้ำหนักขึ้นในหนู แม้กินอาหารไขมันสูง – งานวิจัยใหม่จาก University of Utah งานวิจัยล่าสุดพบว่าแบคทีเรียในลำไส้ชื่อ Turicibacter สามารถลดการเพิ่มน้ำหนักและปรับปรุงสุขภาพเมตาบอลิซึมของหนูได้ แม้จะกินอาหารไขมันสูงก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดนี้อ้างอิงจากบทความที่คุณให้ลิงก์มา ซึ่งผมสามารถอ่านเนื้อหาได้ครบถ้วนจากหน้าเว็บโดยตรง 🧬 Turicibacter: จุลินทรีย์เล็กๆ ที่มีผลใหญ่ต่อระบบเผาผลาญ งานวิจัยจากทีมมหาวิทยาลัยยูทาห์พบว่า Turicibacter ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีสัดส่วนเพียง 0.1% ของไมโครไบโอมในลำไส้ มีบทบาทสำคัญในการควบคุมน้ำหนักและไขมันในร่างกายของหนูที่กินอาหารไขมันสูง แบคทีเรียชนิดนี้ผลิตกรดไขมันบางชนิดที่ช่วยยับยั้ง “เซราไมด์ (ceramides)” ซึ่งเป็นไขมันที่เพิ่มขึ้นเมื่อกินอาหารไขมันสูงและเชื่อมโยงกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจ สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อให้ Turicibacter แบบเสริม (supplement) หนูมีน้ำหนักขึ้นน้อยลง ไขมันในร่างกายลดลง ระดับน้ำตาลขณะพักต่ำลง และโปรไฟล์ไขมันดีขึ้น แม้จะยังคงกินอาหารไขมันสูงเหมือนเดิม ผลลัพธ์นี้ทำให้นักวิจัยมองว่าแบคทีเรียชนิดนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาวิธีรักษาโรคอ้วนในอนาคต 🍰 แต่กินเค้กได้ไม่อ้วนจริงไหม? ยังไม่ใช่แบบนั้น แม้ Turicibacter จะช่วยลดผลเสียของอาหารไขมันสูง แต่ก็มีข้อจำกัดสำคัญคือ มันเติบโตได้ไม่ดีในสภาพแวดล้อมที่มีไขมันสูงเกินไป โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัวอย่าง “ปาล์มิเกต (palmitate)” ซึ่งยับยั้งการเจริญเติบโตของมันโดยตรง แต่ไม่ฆ่าแบคทีเรีย เมื่อเอาออกจากสภาพแวดล้อมที่มีไขมันสูง มันก็กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง ดังนั้น การจะใช้แบคทีเรียชนิดนี้เป็นอาหารเสริมในมนุษย์อาจต้องให้เป็นประจำเพื่อรักษาระดับที่เหมาะสม และยังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลในมนุษย์ เพราะงานวิจัยปัจจุบันทำในหนูเท่านั้น 🔬 ไมโครไบโอม: โลกซับซ้อนที่เรายังรู้เพียง “ยอดภูเขาน้ำแข็ง” งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ที่แสดงว่าไมโครไบโอมมีผลต่อโรคอ้วนอย่างมาก เช่น การถ่ายไมโครไบโอมจากหนูอ้วนไปให้หนูผอม ทำให้หนูผอมกลายเป็นหนูอ้วน หนูที่ถูกกำจัดแบคทีเรียในลำไส้ทั้งหมดกลับ “อ้วนยากขึ้น” เมื่อกินอาหารไขมันสูง สิ่งเหล่านี้ชี้ว่า “ส่วนผสมของแบคทีเรีย” มีผลต่อการสะสมไขมันอย่างชัดเจน และ Turicibacter อาจเป็นเพียงหนึ่งในหลายตัวที่ช่วยปกป้องร่างกายจากโรคเมตาบอลิซึมในอนาคต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ Turicibacter ช่วยลดน้ำหนักและไขมันในหนูที่กินอาหารไขมันสูง ➡️ แบคทีเรียผลิตกรดไขมันที่ลดระดับ “เซราไมด์” ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานและโรคหัวใจ ➡️ การเสริมแบคทีเรียทำให้ระดับน้ำตาลและโปรไฟล์ไขมันดีขึ้น แม้ยังคงกินอาหารไขมันสูง ➡️ ไขมันอิ่มตัวอย่าง palmitate ยับยั้งการเติบโตของ Turicibacter แต่ไม่ฆ่าแบคทีเรีย ➡️ งานวิจัยชี้ว่าไมโครไบโอมมีบทบาทสำคัญต่อโรคอ้วนและเมตาบอลิซึมโดยรวม ‼️ คำเตือน / ข้อควรระวัง ⛔ ผลการทดลองยังอยู่ในระดับ “หนูทดลอง” ไม่สามารถสรุปผลกับมนุษย์ได้โดยตรง ⛔ การเสริมแบคทีเรียอาจต้องทำเป็นประจำ เพราะอาหารไขมันสูงทำให้จำนวนแบคทีเรียลดลง ⛔ ไมโครไบโอมเป็นระบบที่ซับซ้อนมาก การเพิ่มแบคทีเรียชนิดเดียวอาจไม่เพียงพอในมนุษย์ ⛔ ยังไม่ควรใช้ผลวิจัยนี้เป็นเหตุผลในการกินอาหารไขมันสูงโดยไม่ควบคุม https://www.sciencealert.com/one-gut-microbe-blocks-weight-gain-in-mice-on-a-high-fat-diet
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    One Gut Microbe Blocks Weight Gain in Mice on a High-Fat Diet
    Among the diverse community of bacteria, fungi, and other microbes that call the human gut home, scientists have identified a bacterial species that can single-handedly and significantly reduce weight gain.
    0 Comments 0 Shares 86 Views 0 Reviews
  • ☕️ คาเฟอีนในเลือดอาจมีผลต่อไขมันในร่างกายและความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 – งานวิจัยใหม่ชี้ชัด

    งานวิจัยจากหลายสถาบันในยุโรปเผยให้เห็นความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่างระดับคาเฟอีนในเลือด ปริมาณไขมันในร่างกาย และความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยใช้ข้อมูลพันธุกรรมของคนเกือบ 10,000 คนเพื่อวิเคราะห์ว่า “คนที่สลายคาเฟอีนช้ากว่า” มักมีระดับคาเฟอีนในเลือดสูงกว่า และมีแนวโน้มที่จะมีค่า BMI ต่ำลง ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงของเบาหวานได้ด้วย งานวิจัยนี้ยังชี้ว่าครึ่งหนึ่งของผลป้องกันเบาหวานอาจเกิดจากการที่คาเฟอีนช่วยลดไขมันในร่างกายโดยตรง

    นักวิจัยอธิบายว่ากลไกที่เป็นไปได้คือคาเฟอีนช่วยเพิ่มกระบวนการ thermogenesis หรือการสร้างความร้อนในร่างกาย รวมถึงเพิ่มการเผาผลาญไขมัน (fat oxidation) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อระบบเมตาบอลิซึมโดยรวม แม้ผลลัพธ์จะสอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้า แต่ก็ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความสัมพันธ์เชิงสาเหตุอย่างชัดเจน โดยเฉพาะผลในระยะยาวของการบริโภคคาเฟอีนในปริมาณสูง

    อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ไม่ได้พบความเชื่อมโยงระหว่างระดับคาเฟอีนในเลือดกับโรคหัวใจ เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว หรือโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ภาพรวมของผลกระทบคาเฟอีนต่อสุขภาพชัดเจนขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าคาเฟอีนก็มีผลข้างเคียงที่ต้องระวัง เช่น ความกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ หรือผลต่อความดันโลหิตในบางคน

    ในอนาคต นักวิจัยเสนอว่าการใช้เครื่องดื่มคาเฟอีนแบบไม่มีแคลอรี่อาจเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยลดความเสี่ยงโรคอ้วนและเบาหวาน แต่จำเป็นต้องมีการทดลองแบบควบคุมเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยของแนวทางนี้อย่างแท้จริง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากงานวิจัย
    ระดับคาเฟอีนในเลือดสูงสัมพันธ์กับ BMI และไขมันในร่างกายที่ต่ำลง
    ความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 ลดลงเมื่อระดับคาเฟอีนสูงขึ้น โดยครึ่งหนึ่งของผลเกิดจากการลดไขมันในร่างกาย
    คาเฟอีนอาจเพิ่ม thermogenesis และ fat oxidation ซึ่งช่วยระบบเผาผลาญ
    ไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างคาเฟอีนในเลือดกับโรคหัวใจ เช่น หัวใจล้มเหลวหรือโรคหลอดเลือดสมอง

    คำเตือนและข้อควรระวัง
    คาเฟอีนมีผลข้างเคียง เช่น ใจสั่น นอนไม่หลับ หรือความดันสูงในบางคน
    งานวิจัยแบบ Mendelian randomization ยังมีข้อจำกัด และอาจมีปัจจัยอื่นที่ยังไม่ได้วิเคราะห์
    ผลในระยะยาวของการบริโภคคาเฟอีนยังไม่ชัดเจน จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม
    ไม่ควรเพิ่มปริมาณคาเฟอีนเองโดยไม่พิจารณาสุขภาพส่วนบุคคลหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

    https://www.sciencealert.com/caffeine-in-your-blood-might-affect-body-fat-and-diabetes-risk-study-shows
    ☕️ คาเฟอีนในเลือดอาจมีผลต่อไขมันในร่างกายและความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 – งานวิจัยใหม่ชี้ชัด งานวิจัยจากหลายสถาบันในยุโรปเผยให้เห็นความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่างระดับคาเฟอีนในเลือด ปริมาณไขมันในร่างกาย และความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยใช้ข้อมูลพันธุกรรมของคนเกือบ 10,000 คนเพื่อวิเคราะห์ว่า “คนที่สลายคาเฟอีนช้ากว่า” มักมีระดับคาเฟอีนในเลือดสูงกว่า และมีแนวโน้มที่จะมีค่า BMI ต่ำลง ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงของเบาหวานได้ด้วย งานวิจัยนี้ยังชี้ว่าครึ่งหนึ่งของผลป้องกันเบาหวานอาจเกิดจากการที่คาเฟอีนช่วยลดไขมันในร่างกายโดยตรง นักวิจัยอธิบายว่ากลไกที่เป็นไปได้คือคาเฟอีนช่วยเพิ่มกระบวนการ thermogenesis หรือการสร้างความร้อนในร่างกาย รวมถึงเพิ่มการเผาผลาญไขมัน (fat oxidation) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อระบบเมตาบอลิซึมโดยรวม แม้ผลลัพธ์จะสอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้า แต่ก็ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความสัมพันธ์เชิงสาเหตุอย่างชัดเจน โดยเฉพาะผลในระยะยาวของการบริโภคคาเฟอีนในปริมาณสูง อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ไม่ได้พบความเชื่อมโยงระหว่างระดับคาเฟอีนในเลือดกับโรคหัวใจ เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว หรือโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ภาพรวมของผลกระทบคาเฟอีนต่อสุขภาพชัดเจนขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าคาเฟอีนก็มีผลข้างเคียงที่ต้องระวัง เช่น ความกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ หรือผลต่อความดันโลหิตในบางคน ในอนาคต นักวิจัยเสนอว่าการใช้เครื่องดื่มคาเฟอีนแบบไม่มีแคลอรี่อาจเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยลดความเสี่ยงโรคอ้วนและเบาหวาน แต่จำเป็นต้องมีการทดลองแบบควบคุมเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยของแนวทางนี้อย่างแท้จริง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากงานวิจัย ➡️ ระดับคาเฟอีนในเลือดสูงสัมพันธ์กับ BMI และไขมันในร่างกายที่ต่ำลง ➡️ ความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 ลดลงเมื่อระดับคาเฟอีนสูงขึ้น โดยครึ่งหนึ่งของผลเกิดจากการลดไขมันในร่างกาย ➡️ คาเฟอีนอาจเพิ่ม thermogenesis และ fat oxidation ซึ่งช่วยระบบเผาผลาญ ➡️ ไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างคาเฟอีนในเลือดกับโรคหัวใจ เช่น หัวใจล้มเหลวหรือโรคหลอดเลือดสมอง ‼️ คำเตือนและข้อควรระวัง ⛔ คาเฟอีนมีผลข้างเคียง เช่น ใจสั่น นอนไม่หลับ หรือความดันสูงในบางคน ⛔ งานวิจัยแบบ Mendelian randomization ยังมีข้อจำกัด และอาจมีปัจจัยอื่นที่ยังไม่ได้วิเคราะห์ ⛔ ผลในระยะยาวของการบริโภคคาเฟอีนยังไม่ชัดเจน จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม ⛔ ไม่ควรเพิ่มปริมาณคาเฟอีนเองโดยไม่พิจารณาสุขภาพส่วนบุคคลหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ https://www.sciencealert.com/caffeine-in-your-blood-might-affect-body-fat-and-diabetes-risk-study-shows
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Caffeine in Your Blood Might Affect Body Fat And Diabetes Risk, Study Shows
    The levels of caffeine in your blood could affect the amount of body fat you carry, a factor that in turn could determine your risk of developing type 2 diabetes and cardiovascular diseases.
    0 Comments 0 Shares 66 Views 0 Reviews
  • Opus 4.5: โมเดล AI ที่เขย่าวงการพัฒนาแอป—จากงานเล่น ๆ สู่การสร้างระบบจริงในไม่กี่ชั่วโมง

    Opus 4.5 ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางว่าเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของ AI coding agents เพราะมันไม่ได้แค่ช่วยเขียนโค้ด แต่สามารถ สร้างแอปทั้งตัว ตั้งแต่ UI, backend, integration, automation ไปจนถึง deployment ได้แทบครบวงจร ผู้เขียนบทความทดลองให้ Opus 4.5 สร้างโปรเจกต์จริงหลายตัว และพบว่ามันสามารถแก้ปัญหาเอง อ่าน error logs เอง และ iterate จนกว่าระบบจะทำงานได้—สิ่งที่ AI รุ่นก่อนทำไม่ได้เลย

    สิ่งที่น่าตกใจคือโปรเจกต์ที่ปกติใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน กลับถูกสร้างเสร็จภายใน “ไม่กี่ชั่วโมง” เช่น แอปแปลงไฟล์ภาพบน Windows, แอปบันทึกหน้าจอพร้อมเครื่องมือแก้ไขภาพ/วิดีโอ, ระบบโพสต์ภาพลง Facebook แบบอัตโนมัติ และแอปจัดการเส้นทางงานของธุรกิจจริง—all built almost entirely by Opus 4.5

    ผู้เขียนยอมรับตรง ๆ ว่าเขา “ไม่รู้โค้ดที่ AI สร้างทำงานอย่างไร” โดยเฉพาะภาษาอย่าง Swift ที่เขาไม่เคยเขียน แต่ Opus 4.5 ก็ยังสามารถ debug และแก้ปัญหาเองได้จนจบงาน ทำให้เกิดคำถามใหม่ว่า มนุษย์จำเป็นต้องอ่านโค้ดอีกต่อไปหรือไม่ เมื่อ AI สามารถเขียน–แก้–ปรับปรุงได้เองทั้งหมด

    ท้ายบทความ ผู้เขียนสะท้อนความรู้สึกทั้งตื่นเต้นและหวั่นใจ—เพราะสิ่งที่เขาใช้เวลาทั้งชีวิตเรียนรู้ กลายเป็นสิ่งที่ AI ทำได้ง่าย ๆ ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็ยอมรับว่าโลกกำลังเปลี่ยน และสิ่งที่ควรทำคือ “ลงมือสร้าง” แทนที่จะกลัวการเปลี่ยนแปลง พร้อมเตือนว่าอย่างน้อยที่สุด… ควรรู้ว่า API keys ของตัวเองอยู่ตรงไหน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Opus 4.5 ทำงานได้เหนือกว่า AI coding agents รุ่นก่อนมาก
    สามารถอ่าน error logs, แก้ปัญหา, และ iterate เองจนระบบทำงานได้

    ผู้เขียนใช้ Opus 4.5 สร้างหลายโปรเจกต์จริงในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
    เช่น แอปแปลงภาพ, แอปบันทึกหน้าจอ, ระบบโพสต์ Facebook อัตโนมัติ, แอปจัดการเส้นทางงาน

    AI สามารถสร้างทั้ง frontend, backend, integration และ deployment
    ใช้ Firebase CLI, dotnet CLI และเครื่องมืออื่น ๆ โดยไม่ต้องสอนมาก

    ผู้เขียนใช้ prompt แบบ “AI-first coding” ให้ AI เขียนโค้ดเพื่อ AI ไม่ใช่เพื่อมนุษย์
    เน้นโครงสร้างเรียบง่าย, explicit, regenerable, และลด abstraction

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    ผู้เขียนยอมรับว่าเขาไม่เข้าใจโค้ดที่ AI สร้าง
    อาจเสี่ยงต่อการ debug หรือ maintain หาก AI ทำงานผิดพลาด

    ความปลอดภัยของระบบยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ
    ต้องตรวจสอบ API keys, การจัดการ auth, และข้อมูลสำคัญด้วยตนเอง

    การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ทักษะมนุษย์ลดลง
    โดยเฉพาะความเข้าใจเชิงลึกด้านสถาปัตยกรรมและความปลอดภัย

    ความเร็วในการสร้างแอปอาจทำให้เกิดการ deploy ระบบที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบเพียงพอ
    เสี่ยงต่อบั๊กหรือช่องโหว่ที่มองไม่เห็น

    https://burkeholland.github.io/posts/opus-4-5-change-everything/
    🤖 Opus 4.5: โมเดล AI ที่เขย่าวงการพัฒนาแอป—จากงานเล่น ๆ สู่การสร้างระบบจริงในไม่กี่ชั่วโมง Opus 4.5 ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางว่าเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของ AI coding agents เพราะมันไม่ได้แค่ช่วยเขียนโค้ด แต่สามารถ สร้างแอปทั้งตัว ตั้งแต่ UI, backend, integration, automation ไปจนถึง deployment ได้แทบครบวงจร ผู้เขียนบทความทดลองให้ Opus 4.5 สร้างโปรเจกต์จริงหลายตัว และพบว่ามันสามารถแก้ปัญหาเอง อ่าน error logs เอง และ iterate จนกว่าระบบจะทำงานได้—สิ่งที่ AI รุ่นก่อนทำไม่ได้เลย สิ่งที่น่าตกใจคือโปรเจกต์ที่ปกติใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน กลับถูกสร้างเสร็จภายใน “ไม่กี่ชั่วโมง” เช่น แอปแปลงไฟล์ภาพบน Windows, แอปบันทึกหน้าจอพร้อมเครื่องมือแก้ไขภาพ/วิดีโอ, ระบบโพสต์ภาพลง Facebook แบบอัตโนมัติ และแอปจัดการเส้นทางงานของธุรกิจจริง—all built almost entirely by Opus 4.5 ผู้เขียนยอมรับตรง ๆ ว่าเขา “ไม่รู้โค้ดที่ AI สร้างทำงานอย่างไร” โดยเฉพาะภาษาอย่าง Swift ที่เขาไม่เคยเขียน แต่ Opus 4.5 ก็ยังสามารถ debug และแก้ปัญหาเองได้จนจบงาน ทำให้เกิดคำถามใหม่ว่า มนุษย์จำเป็นต้องอ่านโค้ดอีกต่อไปหรือไม่ เมื่อ AI สามารถเขียน–แก้–ปรับปรุงได้เองทั้งหมด ท้ายบทความ ผู้เขียนสะท้อนความรู้สึกทั้งตื่นเต้นและหวั่นใจ—เพราะสิ่งที่เขาใช้เวลาทั้งชีวิตเรียนรู้ กลายเป็นสิ่งที่ AI ทำได้ง่าย ๆ ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็ยอมรับว่าโลกกำลังเปลี่ยน และสิ่งที่ควรทำคือ “ลงมือสร้าง” แทนที่จะกลัวการเปลี่ยนแปลง พร้อมเตือนว่าอย่างน้อยที่สุด… ควรรู้ว่า API keys ของตัวเองอยู่ตรงไหน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Opus 4.5 ทำงานได้เหนือกว่า AI coding agents รุ่นก่อนมาก ➡️ สามารถอ่าน error logs, แก้ปัญหา, และ iterate เองจนระบบทำงานได้ ✅ ผู้เขียนใช้ Opus 4.5 สร้างหลายโปรเจกต์จริงในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ➡️ เช่น แอปแปลงภาพ, แอปบันทึกหน้าจอ, ระบบโพสต์ Facebook อัตโนมัติ, แอปจัดการเส้นทางงาน ✅ AI สามารถสร้างทั้ง frontend, backend, integration และ deployment ➡️ ใช้ Firebase CLI, dotnet CLI และเครื่องมืออื่น ๆ โดยไม่ต้องสอนมาก ✅ ผู้เขียนใช้ prompt แบบ “AI-first coding” ให้ AI เขียนโค้ดเพื่อ AI ไม่ใช่เพื่อมนุษย์ ➡️ เน้นโครงสร้างเรียบง่าย, explicit, regenerable, และลด abstraction คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ ผู้เขียนยอมรับว่าเขาไม่เข้าใจโค้ดที่ AI สร้าง ⛔ อาจเสี่ยงต่อการ debug หรือ maintain หาก AI ทำงานผิดพลาด ‼️ ความปลอดภัยของระบบยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ ⛔ ต้องตรวจสอบ API keys, การจัดการ auth, และข้อมูลสำคัญด้วยตนเอง ‼️ การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ทักษะมนุษย์ลดลง ⛔ โดยเฉพาะความเข้าใจเชิงลึกด้านสถาปัตยกรรมและความปลอดภัย ‼️ ความเร็วในการสร้างแอปอาจทำให้เกิดการ deploy ระบบที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบเพียงพอ ⛔ เสี่ยงต่อบั๊กหรือช่องโหว่ที่มองไม่เห็น https://burkeholland.github.io/posts/opus-4-5-change-everything/
    BURKEHOLLAND.GITHUB.IO
    Opus 4.5 is going to change everything
    Three months ago I would have dismissed claims that AI could replace developers. Today, after using Claude Opus 4.5, I believe AI coding agents can absolutely replace developers.
    0 Comments 0 Shares 75 Views 0 Reviews
  • สหรัฐฯ เปิดตัวแนวทางโภชนาการใหม่ “Eat Real Food” ปฏิวัติพฤติกรรมการกินของคนทั้งประเทศ

    แนวทางโภชนาการใหม่ของสหรัฐฯ ภายใต้แคมเปญ “Eat Real Food” กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการสุขภาพ เพราะเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลออกมาระบุอย่างชัดเจนว่า อาหารแปรรูปสูงคือปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดโรคเรื้อรังในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แนวทางใหม่นี้เน้นให้ประชาชนกลับมากินอาหารที่ “เป็นอาหารจริง” คืออาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด มีสารอาหารหนาแน่น และเกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ โปรตีนคุณภาพดี และไขมันดี

    การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากข้อมูลด้านสุขภาพในสหรัฐฯ ชี้ชัดว่าอัตราโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากคำแนะนำด้านอาหารในอดีตที่ให้ความสำคัญกับอาหารแปรรูปและคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป แนวทางใหม่จึงพยายาม “รื้อระบบ” และสร้างวัฒนธรรมการกินที่ตั้งอยู่บนหลักวิทยาศาสตร์และความรับผิดชอบต่อสุขภาพของประชาชน

    นอกจากนี้ แนวทางใหม่นี้ยังให้ความสำคัญกับโปรตีนและผักมากขึ้น พร้อมทั้งชี้แจงบทบาทของไขมันดีและการลดน้ำตาลเติมแต่งอย่างจริงจัง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยล่าสุดจากหลายสถาบันที่พบว่าอาหารแปรรูปสูงส่งผลต่อระบบเผาผลาญ ฮอร์โมนความหิว และพฤติกรรมการกินเกินความจำเป็น การเน้นอาหารจริงจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงการควบคุมแคลอรีเท่านั้น

    ท้ายที่สุด แนวทาง “Eat Real Food” ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็น “สูตรไดเอตเคร่งครัด” แต่เป็นกรอบคิดที่ช่วยให้คนทั่วไปเลือกอาหารได้ดีขึ้นในชีวิตประจำวัน โดยมีเอกสารประกอบ เช่น Daily Servings Guide และ Scientific Foundation ให้ประชาชนและผู้เชี่ยวชาญใช้เป็นแนวทางในการปรับพฤติกรรมการกินอย่างยั่งยืน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สหรัฐฯ เปิดตัวแนวทางโภชนาการใหม่ “Eat Real Food”
    เน้นอาหารที่เป็นธรรมชาติ แปรรูปน้อย และมีสารอาหารหนาแน่น

    ชี้ชัดว่าอาหารแปรรูปสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคเรื้อรัง
    โรคที่เกี่ยวข้อง เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ

    แนวทางใหม่ให้ความสำคัญกับโปรตีน ผัก ไขมันดี และการลดน้ำตาล
    สอดคล้องกับงานวิจัยด้านเมตาบอลิซึมและพฤติกรรมการกิน

    ไม่ใช่ไดเอตเคร่งครัด แต่เป็นกรอบคิดเพื่อเลือกอาหารที่ดีขึ้น
    มีเอกสารประกอบ เช่น Daily Servings Guide และ Scientific Foundation

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    การบริโภคอาหารแปรรูปสูงยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในสหรัฐฯ
    ส่งผลต่อระบบเผาผลาญและเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรัง

    การเปลี่ยนพฤติกรรมการกินต้องอาศัยเวลาและความสม่ำเสมอ
    หากทำแบบหักดิบอาจทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารหรือโยโย่

    การตีความคำว่า “อาหารจริง” อาจคลาดเคลื่อนหากไม่ศึกษาจากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้อง
    อาจทำให้หลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดโดยไม่จำเป็น

    https://realfood.gov/
    🥦 สหรัฐฯ เปิดตัวแนวทางโภชนาการใหม่ “Eat Real Food” ปฏิวัติพฤติกรรมการกินของคนทั้งประเทศ แนวทางโภชนาการใหม่ของสหรัฐฯ ภายใต้แคมเปญ “Eat Real Food” กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการสุขภาพ เพราะเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลออกมาระบุอย่างชัดเจนว่า อาหารแปรรูปสูงคือปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดโรคเรื้อรังในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แนวทางใหม่นี้เน้นให้ประชาชนกลับมากินอาหารที่ “เป็นอาหารจริง” คืออาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด มีสารอาหารหนาแน่น และเกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ โปรตีนคุณภาพดี และไขมันดี การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากข้อมูลด้านสุขภาพในสหรัฐฯ ชี้ชัดว่าอัตราโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากคำแนะนำด้านอาหารในอดีตที่ให้ความสำคัญกับอาหารแปรรูปและคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป แนวทางใหม่จึงพยายาม “รื้อระบบ” และสร้างวัฒนธรรมการกินที่ตั้งอยู่บนหลักวิทยาศาสตร์และความรับผิดชอบต่อสุขภาพของประชาชน นอกจากนี้ แนวทางใหม่นี้ยังให้ความสำคัญกับโปรตีนและผักมากขึ้น พร้อมทั้งชี้แจงบทบาทของไขมันดีและการลดน้ำตาลเติมแต่งอย่างจริงจัง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยล่าสุดจากหลายสถาบันที่พบว่าอาหารแปรรูปสูงส่งผลต่อระบบเผาผลาญ ฮอร์โมนความหิว และพฤติกรรมการกินเกินความจำเป็น การเน้นอาหารจริงจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงการควบคุมแคลอรีเท่านั้น ท้ายที่สุด แนวทาง “Eat Real Food” ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็น “สูตรไดเอตเคร่งครัด” แต่เป็นกรอบคิดที่ช่วยให้คนทั่วไปเลือกอาหารได้ดีขึ้นในชีวิตประจำวัน โดยมีเอกสารประกอบ เช่น Daily Servings Guide และ Scientific Foundation ให้ประชาชนและผู้เชี่ยวชาญใช้เป็นแนวทางในการปรับพฤติกรรมการกินอย่างยั่งยืน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สหรัฐฯ เปิดตัวแนวทางโภชนาการใหม่ “Eat Real Food” ➡️ เน้นอาหารที่เป็นธรรมชาติ แปรรูปน้อย และมีสารอาหารหนาแน่น ✅ ชี้ชัดว่าอาหารแปรรูปสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคเรื้อรัง ➡️ โรคที่เกี่ยวข้อง เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ✅ แนวทางใหม่ให้ความสำคัญกับโปรตีน ผัก ไขมันดี และการลดน้ำตาล ➡️ สอดคล้องกับงานวิจัยด้านเมตาบอลิซึมและพฤติกรรมการกิน ✅ ไม่ใช่ไดเอตเคร่งครัด แต่เป็นกรอบคิดเพื่อเลือกอาหารที่ดีขึ้น ➡️ มีเอกสารประกอบ เช่น Daily Servings Guide และ Scientific Foundation คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ การบริโภคอาหารแปรรูปสูงยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในสหรัฐฯ ⛔ ส่งผลต่อระบบเผาผลาญและเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรัง ‼️ การเปลี่ยนพฤติกรรมการกินต้องอาศัยเวลาและความสม่ำเสมอ ⛔ หากทำแบบหักดิบอาจทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารหรือโยโย่ ‼️ การตีความคำว่า “อาหารจริง” อาจคลาดเคลื่อนหากไม่ศึกษาจากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้อง ⛔ อาจทำให้หลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดโดยไม่จำเป็น https://realfood.gov/
    REALFOOD.GOV
    America's New Dietary Guidelines
    The Dietary Guidelines for Americans reset U.S. nutrition policy by restoring science, common sense, and real food as the foundation of national health.
    0 Comments 0 Shares 91 Views 0 Reviews
  • พระประจำวันพฤหัสบดี พระพุทธรูปปางสมาธิ วัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี ปี2528
    พระประจำวันพฤหัสบดี พระพุทธรูปปางสมาธิ เนื้อผงน้ำมัน วัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี ปี2528 // พระดีพิธีใหญ่ !! พระเกจิเอาจารย์ ร่วมปลุกเสกหลายท่าน หายาก น่าใช้ครับ //พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >>

    ** พุทธคุณด้าน สติปัญญา ความสำเร็จในการศึกษา/การงาน และ ความสงบในจิตใจ เหมาะกับคนเกิดวันพฤหัสฯ เพราะเป็นคนมีปัญญา ใจกว้าง มีคุณธรรม นิยมบูชาพระปางสมาธิและพระปางเปิดโลกเสริมดวง **

    ** พระพุทธรูปประจำวันเกิดของคนเกิดวันพฤหัสบดีคือ “พระพุทธรูปปางสมาธิ” หรือเรียกอีกอย่างว่า “พระพุทธรูปปางตรัสรู้” มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ทั้งสองข้างวางซ้อนกันอยู่บนพระเพลา โดยพระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย และพระชงฆ์ (แข้ง) ขวาทับพระชงฆ์ซ้าย ซึ่งพระพุทธรูปปางสมาธินี้มาจากเมื่อครั้งที่เจ้าชายสิทธัตถะหรือพระโพธิสัตว์ประทับในท่าขัดสมาธิใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ใกล้กับฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา เพื่อตั้งพระทัยเจริญสมาธิในญาณขั้นต่าง ๆ จนได้บรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณและตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 45 ปี **

    ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ

    ช่องทางติดต่อ
    LINE 0881915131
    โทรศัพท์ 0881915131
    พระประจำวันพฤหัสบดี พระพุทธรูปปางสมาธิ วัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี ปี2528 พระประจำวันพฤหัสบดี พระพุทธรูปปางสมาธิ เนื้อผงน้ำมัน วัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี ปี2528 // พระดีพิธีใหญ่ !! พระเกจิเอาจารย์ ร่วมปลุกเสกหลายท่าน หายาก น่าใช้ครับ //พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >> ** พุทธคุณด้าน สติปัญญา ความสำเร็จในการศึกษา/การงาน และ ความสงบในจิตใจ เหมาะกับคนเกิดวันพฤหัสฯ เพราะเป็นคนมีปัญญา ใจกว้าง มีคุณธรรม นิยมบูชาพระปางสมาธิและพระปางเปิดโลกเสริมดวง ** ** พระพุทธรูปประจำวันเกิดของคนเกิดวันพฤหัสบดีคือ “พระพุทธรูปปางสมาธิ” หรือเรียกอีกอย่างว่า “พระพุทธรูปปางตรัสรู้” มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ทั้งสองข้างวางซ้อนกันอยู่บนพระเพลา โดยพระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย และพระชงฆ์ (แข้ง) ขวาทับพระชงฆ์ซ้าย ซึ่งพระพุทธรูปปางสมาธินี้มาจากเมื่อครั้งที่เจ้าชายสิทธัตถะหรือพระโพธิสัตว์ประทับในท่าขัดสมาธิใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ใกล้กับฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา เพื่อตั้งพระทัยเจริญสมาธิในญาณขั้นต่าง ๆ จนได้บรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณและตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 45 ปี ** ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ ช่องทางติดต่อ LINE 0881915131 โทรศัพท์ 0881915131
    0 Comments 0 Shares 39 Views 0 Reviews
  • Fedora 44 เตรียมเป็นดิสโทรแรกที่ใช้ Plasma Login Manager แทน SDDM

    Fedora 44 กำลังจะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลก KDE โดยประกาศว่าจะเป็นดิสโทรแรกที่นำ Plasma Login Manager (PLM) มาใช้เป็นตัวล็อกอินหลักแทน SDDM ที่ใช้งานมานานหลายปี การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการมาถึงของ KDE Plasma 6.6 และการยุติการรองรับ X11 ใน Plasma 6.8 ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่า KDE กำลังก้าวเข้าสู่ยุค Wayland อย่างเต็มตัว

    PLM ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น HDR, multi‑monitor, virtual keyboard และ screen reader ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับอนาคตของเดสก์ท็อป Linux แม้โครงการจะยังถูกระบุว่า “prototype” ใน GitLab แต่ทีม KDE ยืนยันว่ารุ่นที่จะปล่อยพร้อม Plasma 6.6 นั้นพร้อมใช้งานจริงแล้ว และ Fedora ก็มั่นใจพอที่จะนำมาใช้เป็นค่าเริ่มต้น

    อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ที่เคยติดตั้ง ธีม SDDM แบบ custom จะได้รับผลกระทบ เพราะ PLM ยังไม่รองรับธีมแบบเดิม หากต้องการใช้ธีมเหล่านั้นต่อ ผู้ใช้จำเป็นต้องสลับกลับไปใช้ SDDM ด้วยคำสั่ง systemctl และติดตั้งแพ็กเกจที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง

    Fedora ยังเปิดให้ผู้ใช้ทดสอบ PLM ได้แล้วบน Rawhide โดยติดตั้งแพ็กเกจ plasma-login-manager และเปิดใช้งานบริการ plasmalogin.service แต่ผู้เขียนบทความระบุว่าการทดสอบบน VM ยังมีปัญหาอยู่บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับฟีเจอร์ใหม่ระดับระบบแสดงผล

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Fedora 44 จะใช้ Plasma Login Manager (PLM) เป็นตัวล็อกอินเริ่มต้น
    แทนที่ SDDM ที่ใช้งานมานานหลายปี

    PLM จะมาพร้อม KDE Plasma 6.6
    รองรับ HDR, multi‑monitor, virtual keyboard และ screen reader

    KDE Plasma 6.8 จะเลิกสนับสนุน X11
    Wayland จะเป็น session หลักอย่างเป็นทางการ

    Fedora เปิดให้ทดสอบ PLM บน Rawhide แล้ว
    ติดตั้งด้วย sudo dnf install plasma-login-manager kcm-plasmalogin

    คำเตือน / ความเสี่ยง
    ผู้ใช้ที่มี custom SDDM theme จะใช้งานต่อไม่ได้บน PLM
    ต้องสลับกลับไปใช้ SDDM ด้วยคำสั่ง systemctl

    PLM ยังถูกระบุว่า “prototype” ใน GitLab
    อาจมีบั๊กหรือปัญหาบน VM และฮาร์ดแวร์บางรุ่น

    การเปลี่ยนผ่านสู่ Wayland อาจทำให้แอปบางตัวมีปัญหา
    โดยเฉพาะแอปเก่าที่พึ่งพา X11

    https://itsfoss.com/news/fedora-44-plasma-login-manager/
    📰 💻 Fedora 44 เตรียมเป็นดิสโทรแรกที่ใช้ Plasma Login Manager แทน SDDM Fedora 44 กำลังจะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลก KDE โดยประกาศว่าจะเป็นดิสโทรแรกที่นำ Plasma Login Manager (PLM) มาใช้เป็นตัวล็อกอินหลักแทน SDDM ที่ใช้งานมานานหลายปี การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการมาถึงของ KDE Plasma 6.6 และการยุติการรองรับ X11 ใน Plasma 6.8 ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่า KDE กำลังก้าวเข้าสู่ยุค Wayland อย่างเต็มตัว PLM ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น HDR, multi‑monitor, virtual keyboard และ screen reader ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับอนาคตของเดสก์ท็อป Linux แม้โครงการจะยังถูกระบุว่า “prototype” ใน GitLab แต่ทีม KDE ยืนยันว่ารุ่นที่จะปล่อยพร้อม Plasma 6.6 นั้นพร้อมใช้งานจริงแล้ว และ Fedora ก็มั่นใจพอที่จะนำมาใช้เป็นค่าเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ที่เคยติดตั้ง ธีม SDDM แบบ custom จะได้รับผลกระทบ เพราะ PLM ยังไม่รองรับธีมแบบเดิม หากต้องการใช้ธีมเหล่านั้นต่อ ผู้ใช้จำเป็นต้องสลับกลับไปใช้ SDDM ด้วยคำสั่ง systemctl และติดตั้งแพ็กเกจที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง Fedora ยังเปิดให้ผู้ใช้ทดสอบ PLM ได้แล้วบน Rawhide โดยติดตั้งแพ็กเกจ plasma-login-manager และเปิดใช้งานบริการ plasmalogin.service แต่ผู้เขียนบทความระบุว่าการทดสอบบน VM ยังมีปัญหาอยู่บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับฟีเจอร์ใหม่ระดับระบบแสดงผล 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Fedora 44 จะใช้ Plasma Login Manager (PLM) เป็นตัวล็อกอินเริ่มต้น ➡️ แทนที่ SDDM ที่ใช้งานมานานหลายปี ✅ PLM จะมาพร้อม KDE Plasma 6.6 ➡️ รองรับ HDR, multi‑monitor, virtual keyboard และ screen reader ✅ KDE Plasma 6.8 จะเลิกสนับสนุน X11 ➡️ Wayland จะเป็น session หลักอย่างเป็นทางการ ✅ Fedora เปิดให้ทดสอบ PLM บน Rawhide แล้ว ➡️ ติดตั้งด้วย sudo dnf install plasma-login-manager kcm-plasmalogin คำเตือน / ความเสี่ยง ‼️ ผู้ใช้ที่มี custom SDDM theme จะใช้งานต่อไม่ได้บน PLM ⛔ ต้องสลับกลับไปใช้ SDDM ด้วยคำสั่ง systemctl ‼️ PLM ยังถูกระบุว่า “prototype” ใน GitLab ⛔ อาจมีบั๊กหรือปัญหาบน VM และฮาร์ดแวร์บางรุ่น ‼️ การเปลี่ยนผ่านสู่ Wayland อาจทำให้แอปบางตัวมีปัญหา ⛔ โดยเฉพาะแอปเก่าที่พึ่งพา X11 https://itsfoss.com/news/fedora-44-plasma-login-manager/
    ITSFOSS.COM
    Fedora 44 Will Be the First Distro to Adopt KDE's Plasma Login Manager
    The move replaces SDDM but means giving up on custom login themes.
    0 Comments 0 Shares 55 Views 0 Reviews
  • สหรัฐฯจำเป็นต้องควบคุมการขายและรายได้จากน้ำมันของเวเนซุเอลาแบบไม่มีกำหนด เพื่อรักษาเสถียรภาพแก่เศรษฐกิจและฟื้นฟูภาคพลังงานของประเทศแห่งนี้ ตามคำกล่าวอ้างของ คริส ไรท์ รัฐมนตรีพลังงานของอเมริกา
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000001923

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire

    สหรัฐฯจำเป็นต้องควบคุมการขายและรายได้จากน้ำมันของเวเนซุเอลาแบบไม่มีกำหนด เพื่อรักษาเสถียรภาพแก่เศรษฐกิจและฟื้นฟูภาคพลังงานของประเทศแห่งนี้ ตามคำกล่าวอ้างของ คริส ไรท์ รัฐมนตรีพลังงานของอเมริกา . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000001923 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Like
    4
    0 Comments 1 Shares 155 Views 0 Reviews
  • หมากรุก ตอนที่ 6

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 6
    อันที่จริงจะว่าไป คุณพี่ปูติน คิดยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายท่อส่งขึ้นมา ก็อาจจะเพราะโดนอเมริกาอังกฤษวางยาเอาไว้ เกี่ยวกับเรื่องน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย
    ปี ค.ศ.1990 ต้นๆ รัฐบาลรัสเซีย นำโดยประธานาธิบดี บอริส เยลซิน พยายามให้ต่างชาติมาลงทุนด้านเงินทุนและเทคโนโลยี เกี่ยวกับกิจการน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย เยลซินตกลงให้สัมปทานแก่ บริษัทใหญ่ของอเมริกา และยุโรป ในการสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมัน 2 แห่ง คือ Sakhalin 1 และ Sakhalin 2 โดยการทำข้อตกลงแบ่งผลผลิตกัน production sharing agreement (PSA) โดยมี ExxonMobil เป็นหัวหน้าฝ่ายผู้ลงทุน มันเป็นสัมปทานที่ไม่ต้องเสียภาษีใดๆทั้งสิ้นให้แก่รัสเซีย….เยี่ยม คุณปู่เยลซิน เนื้อยุ่ยเคี้ยวง่าย
    ตามสัญญานี้ รัฐบาลรัสเซียจะได้รับส่วนแบ่ง เป็นน้ำมัน หรือแก๊สที่ผลิตได้ ….แต่รัสเซียจะได้ส่วนแบ่งนี้ ก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนได้ค่าลงทุนในโครงการคืนไปหมดก่อน แบบนี้น่าจะเรียกว่า สัญญาปล้นมากกว่าสัญญาแบ่งผลผลิต
    ผมขอแถมหน่อย สัญญาแบบนี้ มีที่มาน่ารู้จัก มันเป็นสัญญาแม่แบบ ที่ร่างโดย James Baker Institute ถังขยะความคิดของ เจมส์ เบเกอร์ที่ 3 ที่ไอ้โจรร้ายหนีคุก เคยเชิญมาหารือเรื่องการลงทุนกับกลุ่มคาร์ไลล์ Carlyle Group สมัยที่ไอ้โจรร้ายมันนั่งทำเนียบ จำกันได้ไหมครับ ยังมีอดีตนายกรัฐมนตรีไทยอีกท่านหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับ คาร์ไลล์ กรุ๊ปนี่ด้วย ( ข้อมูลส่วนที่มีผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มคาร์ไลน์นี้ ผมเอามาจากข้อเขียนของสื่อใหญ่ ชื่อ ทนง ขันทอง เขียนมา 10 กว่าปีแล้ว ลากมารับความดีความชอบด้วยกันซะหน่อยนะครับอาจารย์ )
    สัญญาร่วมลงทุน หรือสัญญาปล้นพิมพ์นี้ คณะทำงานของไอ้เหยี่ยวกระหายเลือด ดิก เชนี่ เป็นผู้ให้ความเห็นชอบ และเอาไปใช้กับอิรัค และประเทศที่เรียกว่ากำลังพัฒนาแบบบ้านเรา จริงๆ มันเหมือนเป็นสัญญาต้มตุ๋น หรือ ปล้นหน้าด้านๆ หน่วยงานในบ้านเราอ่านเจอ ก็ระวังกันไว้บ้างแล้วกันครับ
    ไม่นานก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศแจ้งว่า โครงการ Sakhalin 1 จะเริ่มทำการผลิต ExxonMobil แจ้งทางรัสเซียว่า ต้นทุนของการผลิตเพิ่มขึ้นไปอีก 30% ดังนั้น ส่วนแบ่งน้ำมันของรัสเซียจึงต้อง “รอ” ไปก่อน มันเป็นการแจ้งโดยนายเจมส์ เบเกอร์ ในฐานะทนายของ ExxonMobil มันคงนึกว่ารัสเซียกินหญ้ามากกว่ามันฝรั่ง
    และ 1 วันก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศเปิดสถานีส่งน้ำมันที่ De Kastri ของโครงการ Sakhalin 1 อย่างเป็นทางการ หน่วยงานที่ดูแลสิ่งแวดล้อมของรัสเซียก็ประกาศว่า สถานีส่งน้ำมันของ ExxonMobil ไม่ผ่านมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับเรื่องผิวดิน จึงสั่งระงับการผลิตน้ำมันไว้ก่อน
    เรียบร้อยคุณพี่ปูติน มีใครฝันว่าจะเห็นเรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นในบ้านเราไหมครับ ผมมันพวกคลั่งชาติขอฝันหน่อย
    และเช่นเดียวกับโครงการ Sakhalin 2 ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่าง Royal Dutch Shell ของอังกฤษกับบริษัทน้ำมันญี่ปุ่น ในการสำรวจและผลิตทั้งน้ำมันและแก๊ส ที่ใช้สัญญาพิมพ์เดียวกันกับโครงการ Sakhalin 1 ก็ได้ถูกรัฐบาลของคุณพี่ปูตินยกเลิกการออกใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อม และะทำให้การผลิตหยุดชะงักลง เขาว่า Royal Dutch Shell ลงทุนไป 2 หมื่นกว่าล้านเหรียญ เป็นโครงการที่ใหญ่มาก จ้างคนทำงานเกือบ 2 พันคน
    ต้องนับว่าคุณพี่ปูตินนี่ใจถึงจรืงๆ จะสร้างบ้านสร้างเมืองใหม่ มันต้องมีความกล้าหาญ ถ้าทำเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมือง แม้จะเหมือนนั่งอยู่หน้ากองไฟ หน้าไหม้หน้าเกรียมไปบ้าง แต่ยิ่งกว่าคุ้มครับ
    คงมีคนสงสัย รัสเซียที่มีทั้งน้ำมันและแก๊ส ทำไมรัสเซียถึงเน้นสร้างแต่เครือข่ายด้านแก๊ส
    คำตอบแรก คือ น้ำมันมีมาเฟียใหญ่คุมแยะ จากตัวอย่างที่เล่ามาข้างต้น มันอาจจะไปยาก ที่จะเริ่มสร้างชาติให้แข็งแรง ด้วยการวิ่งเข้าไปในดงตีนทันที จะฝ่าดงตีน ต้องมีความพร้อมพอสมควร ด้วยการเตรียมการส่วนอื่นด้วย
    คำตอบที่สอง คือ นำ้มัน สามารถมีการปั่นราคาขึ้นลงได้ ขืนลงทุนสร้างประเทศจากน้ำมัน ไอ้พวกมาเฟียใหญ่ที่คุมทั้งน้ำมัน ทั้งตลาดเงิน ทั้งตลาดหุ้น คงปั่นน้ำมันจนคุณพี่ปูติน จากสุดแกร่ง อาจกลายสภาพเป็นจิ้งหรีดได้ไม่ยาก
    คำตอบที่สาม คือ พวกเสี่ยปั้มตะวันออกกลางครองตลาดน้ำมันไว้แยะแล้ว มาที่หลัง จะให้แซง ของแถมจากมาเฟียใหญ่คงส่งมาเพียบ ยังไม่พร้อม ก็เก็บคะแนนทางอื่นไว้ รอวันพร้อมดีกว่า
    คำตอบที่สี่ คือ แก็ส กำลังเข้ามาแทนที่พลังงานน้ำมันในหลายจุด ความนิยมเริ่มพุ่ง และในยุโรป (ยัง) ไม่มีคู่แข่ง พวกมาเฟียยังนึกไม่ทัน
    คำตอบที่ห้า คือ แก๊ส ขนส่งยากโดยระบบอื่น ต้องใช้อุปกรณ์ค่อนข้างพิเศษ ทำให้มีต้นทุนสูง ส่วนการสร้างท่อส่ง เป็นการลงทุนครั้งเดียว ระยะยาวคุ้มกว่า และการซื้อขายแก๊สทางท่อส่งนี้ มีการทำสัญญาซื้อขายคิดราคาตายตัวล่วงหน้า ตัดโอกาสปั่นราคาออกไปได้ พวกมาเฟียมันจะได้กินแห้วบ้าง
    คำตอบที่หก และเป็นคำตอบที่น่าจะสำคัญที่สุด คือ สภาพภูมิประเทศของรัสเซีย ที่อยู่ใจกลางยูเรเซีย ตามที่ครูแมคพูดไว้ อุดมไปด้วยแหล่งพลังงาน และบริเวณที่ตั้งของรัสเซีย ที่เป็นผืนแผ่นดินใหญ่ มีเขตแดน ติดต่อกับ 14 ประเทศ 3 ทวีป หาใครมาเทียบยาก จึงเหมาะที่จะใช้เครือข่ายท่อส่ง เป็นยุทธศาสตร์ทางภูมิศาสตร์การเมือง
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    27 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 6 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 6 อันที่จริงจะว่าไป คุณพี่ปูติน คิดยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายท่อส่งขึ้นมา ก็อาจจะเพราะโดนอเมริกาอังกฤษวางยาเอาไว้ เกี่ยวกับเรื่องน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย ปี ค.ศ.1990 ต้นๆ รัฐบาลรัสเซีย นำโดยประธานาธิบดี บอริส เยลซิน พยายามให้ต่างชาติมาลงทุนด้านเงินทุนและเทคโนโลยี เกี่ยวกับกิจการน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย เยลซินตกลงให้สัมปทานแก่ บริษัทใหญ่ของอเมริกา และยุโรป ในการสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมัน 2 แห่ง คือ Sakhalin 1 และ Sakhalin 2 โดยการทำข้อตกลงแบ่งผลผลิตกัน production sharing agreement (PSA) โดยมี ExxonMobil เป็นหัวหน้าฝ่ายผู้ลงทุน มันเป็นสัมปทานที่ไม่ต้องเสียภาษีใดๆทั้งสิ้นให้แก่รัสเซีย….เยี่ยม คุณปู่เยลซิน เนื้อยุ่ยเคี้ยวง่าย ตามสัญญานี้ รัฐบาลรัสเซียจะได้รับส่วนแบ่ง เป็นน้ำมัน หรือแก๊สที่ผลิตได้ ….แต่รัสเซียจะได้ส่วนแบ่งนี้ ก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนได้ค่าลงทุนในโครงการคืนไปหมดก่อน แบบนี้น่าจะเรียกว่า สัญญาปล้นมากกว่าสัญญาแบ่งผลผลิต ผมขอแถมหน่อย สัญญาแบบนี้ มีที่มาน่ารู้จัก มันเป็นสัญญาแม่แบบ ที่ร่างโดย James Baker Institute ถังขยะความคิดของ เจมส์ เบเกอร์ที่ 3 ที่ไอ้โจรร้ายหนีคุก เคยเชิญมาหารือเรื่องการลงทุนกับกลุ่มคาร์ไลล์ Carlyle Group สมัยที่ไอ้โจรร้ายมันนั่งทำเนียบ จำกันได้ไหมครับ ยังมีอดีตนายกรัฐมนตรีไทยอีกท่านหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับ คาร์ไลล์ กรุ๊ปนี่ด้วย ( ข้อมูลส่วนที่มีผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มคาร์ไลน์นี้ ผมเอามาจากข้อเขียนของสื่อใหญ่ ชื่อ ทนง ขันทอง เขียนมา 10 กว่าปีแล้ว ลากมารับความดีความชอบด้วยกันซะหน่อยนะครับอาจารย์ ) สัญญาร่วมลงทุน หรือสัญญาปล้นพิมพ์นี้ คณะทำงานของไอ้เหยี่ยวกระหายเลือด ดิก เชนี่ เป็นผู้ให้ความเห็นชอบ และเอาไปใช้กับอิรัค และประเทศที่เรียกว่ากำลังพัฒนาแบบบ้านเรา จริงๆ มันเหมือนเป็นสัญญาต้มตุ๋น หรือ ปล้นหน้าด้านๆ หน่วยงานในบ้านเราอ่านเจอ ก็ระวังกันไว้บ้างแล้วกันครับ ไม่นานก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศแจ้งว่า โครงการ Sakhalin 1 จะเริ่มทำการผลิต ExxonMobil แจ้งทางรัสเซียว่า ต้นทุนของการผลิตเพิ่มขึ้นไปอีก 30% ดังนั้น ส่วนแบ่งน้ำมันของรัสเซียจึงต้อง “รอ” ไปก่อน มันเป็นการแจ้งโดยนายเจมส์ เบเกอร์ ในฐานะทนายของ ExxonMobil มันคงนึกว่ารัสเซียกินหญ้ามากกว่ามันฝรั่ง และ 1 วันก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศเปิดสถานีส่งน้ำมันที่ De Kastri ของโครงการ Sakhalin 1 อย่างเป็นทางการ หน่วยงานที่ดูแลสิ่งแวดล้อมของรัสเซียก็ประกาศว่า สถานีส่งน้ำมันของ ExxonMobil ไม่ผ่านมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับเรื่องผิวดิน จึงสั่งระงับการผลิตน้ำมันไว้ก่อน เรียบร้อยคุณพี่ปูติน มีใครฝันว่าจะเห็นเรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นในบ้านเราไหมครับ ผมมันพวกคลั่งชาติขอฝันหน่อย และเช่นเดียวกับโครงการ Sakhalin 2 ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่าง Royal Dutch Shell ของอังกฤษกับบริษัทน้ำมันญี่ปุ่น ในการสำรวจและผลิตทั้งน้ำมันและแก๊ส ที่ใช้สัญญาพิมพ์เดียวกันกับโครงการ Sakhalin 1 ก็ได้ถูกรัฐบาลของคุณพี่ปูตินยกเลิกการออกใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อม และะทำให้การผลิตหยุดชะงักลง เขาว่า Royal Dutch Shell ลงทุนไป 2 หมื่นกว่าล้านเหรียญ เป็นโครงการที่ใหญ่มาก จ้างคนทำงานเกือบ 2 พันคน ต้องนับว่าคุณพี่ปูตินนี่ใจถึงจรืงๆ จะสร้างบ้านสร้างเมืองใหม่ มันต้องมีความกล้าหาญ ถ้าทำเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมือง แม้จะเหมือนนั่งอยู่หน้ากองไฟ หน้าไหม้หน้าเกรียมไปบ้าง แต่ยิ่งกว่าคุ้มครับ คงมีคนสงสัย รัสเซียที่มีทั้งน้ำมันและแก๊ส ทำไมรัสเซียถึงเน้นสร้างแต่เครือข่ายด้านแก๊ส คำตอบแรก คือ น้ำมันมีมาเฟียใหญ่คุมแยะ จากตัวอย่างที่เล่ามาข้างต้น มันอาจจะไปยาก ที่จะเริ่มสร้างชาติให้แข็งแรง ด้วยการวิ่งเข้าไปในดงตีนทันที จะฝ่าดงตีน ต้องมีความพร้อมพอสมควร ด้วยการเตรียมการส่วนอื่นด้วย คำตอบที่สอง คือ นำ้มัน สามารถมีการปั่นราคาขึ้นลงได้ ขืนลงทุนสร้างประเทศจากน้ำมัน ไอ้พวกมาเฟียใหญ่ที่คุมทั้งน้ำมัน ทั้งตลาดเงิน ทั้งตลาดหุ้น คงปั่นน้ำมันจนคุณพี่ปูติน จากสุดแกร่ง อาจกลายสภาพเป็นจิ้งหรีดได้ไม่ยาก คำตอบที่สาม คือ พวกเสี่ยปั้มตะวันออกกลางครองตลาดน้ำมันไว้แยะแล้ว มาที่หลัง จะให้แซง ของแถมจากมาเฟียใหญ่คงส่งมาเพียบ ยังไม่พร้อม ก็เก็บคะแนนทางอื่นไว้ รอวันพร้อมดีกว่า คำตอบที่สี่ คือ แก็ส กำลังเข้ามาแทนที่พลังงานน้ำมันในหลายจุด ความนิยมเริ่มพุ่ง และในยุโรป (ยัง) ไม่มีคู่แข่ง พวกมาเฟียยังนึกไม่ทัน คำตอบที่ห้า คือ แก๊ส ขนส่งยากโดยระบบอื่น ต้องใช้อุปกรณ์ค่อนข้างพิเศษ ทำให้มีต้นทุนสูง ส่วนการสร้างท่อส่ง เป็นการลงทุนครั้งเดียว ระยะยาวคุ้มกว่า และการซื้อขายแก๊สทางท่อส่งนี้ มีการทำสัญญาซื้อขายคิดราคาตายตัวล่วงหน้า ตัดโอกาสปั่นราคาออกไปได้ พวกมาเฟียมันจะได้กินแห้วบ้าง คำตอบที่หก และเป็นคำตอบที่น่าจะสำคัญที่สุด คือ สภาพภูมิประเทศของรัสเซีย ที่อยู่ใจกลางยูเรเซีย ตามที่ครูแมคพูดไว้ อุดมไปด้วยแหล่งพลังงาน และบริเวณที่ตั้งของรัสเซีย ที่เป็นผืนแผ่นดินใหญ่ มีเขตแดน ติดต่อกับ 14 ประเทศ 3 ทวีป หาใครมาเทียบยาก จึงเหมาะที่จะใช้เครือข่ายท่อส่ง เป็นยุทธศาสตร์ทางภูมิศาสตร์การเมือง สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 27 ธ.ค. 2558
    0 Comments 0 Shares 175 Views 0 Reviews
  • หมากรุก ตอนที่ 5

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 5
    ตลอด 70 ปี ที่ผ่านมา ยุทธศาสตร์ของอเมริกาชัดเจนว่า เป็นยุทธศาสตร์เพื่อการครองโลกแต่ผู้เดียวของอเมริกา ดังนั้นแผนดำเนินการ หรือการเดินหมากของอเมริกา จึงเน้นที่การปิดล้อมและการปิดกั้น ผู้ที่อาจจะขึ้นมาเป็นคู่แข่งในการครองโลกของตน ไม่ให้มีโอกาสเข้าไปถึงแหล่งทรัพยากร ที่จะทำให้คู่แข่ง มีโอกาส หรือมีอำนาจมากกว่า หรือขึ้นมาเทียบ
    และด้วยการคิดแบบนี้ ย่ำอยู่กับที่มา 70 ปีแล้ว อเมริกา จึงเน้นแต่การสร้างเครือข่ายด้านการทหาร โดยสร้างฐานทัพ พัฒนาศักยภาพและเพิ่มกำลังอาวุธ กำลังพล รูปแบบต่างๆ ที่มีทั้งเป็นทหารในระบบสังกัดกองทัพ และทหารนอกระบบ เช่นทหารรับจ้าง หรือพวก contractor อย่างพวกน้ำดำ Blackwater รวมไปถึงกองกำลังนอกระบบที่เรียกว่า พวกปฏิบัติการหลังฉาก หรือพวก stay behind และตอนนี้ก็เห็นกันแล้วว่า อเมริกาสร้างแม้กระทั่งเครือข่ายผู้ก่อการร้าย
    ความคิดของอเมริกา ที่นำมาสร้างเป็นยุทธศาสตร์ครองโลกนั้น มันเป็นความคิดที่เก่าตกรุ่น ไม่มีมิติ ของการสร้างสรร และที่สำคัญ มันเป็นความคิด หรือยุทธศาสตร์ที่มุ่งหมายที่จะทำลายล้างผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย หรือความต้องการของอเมริกา มันเป็นยุทธศาสตร์เชิงทำลาย ….
    บทความชื่อ ” The rise of US nuclear primacy” เขียนโดย Kier Lieber และ Daryl Press ในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ฉบับเดือนมีนาคม/เมษนยน ค.ศ.2006 น่าจะยืนยันได้ดีถึงยุทธศาสตร์เชิงทำลายของอเมริกา ซึ่งสรุปว่า…..
    …. วันนี้ เป็นครั้งแรกในเวลากว่า 50 ปี ที่สามารถกล่าวได้เต็มปากว่า อเมริกาคือสุดยอดของการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ เป็นไปได้ว่าอีกไม่ช้านี้ ที่อเมริกาจะเป็นผู้ลงมือก่อน (first strike) ในการทำลายอาวุธนิวเคลียร์ระยะไกล ของรัสเซีย หรือจีน
    …..การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ มาจากการปรับปรุงระบบนิวเคลียร์ของอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การพัฒนาทางอาวุธของรัสเซียเสื่อมถอยลงแบบตกเขา ส่วนจีนเองการพัฒนาอาวุธให้ทันสมัย ไปถึงระดับนิวเคลียร์ก็เป็นไปอย่างช้ามาก …..ยกเว้นแต่อเมริกาจะเปลี่ยนแปลงนโยบายของตัว หรือรัสเซีย จีนจะรีบเร่งเครื่อง เพื่อสร้างขนาดและความพร้อมของกองทัพตัวเองเสียใหม่ ……ไม่เช่นนั้น รัสเซีย จีน และทั้งหมดในโลกนี้ จะต้องอยู่ภายใต้เงาของอเมริกา ที่เป็นเจ้าของสุดยอดของอาวุธนิวเคลียร์ ไปอีกนานนนนน….
    คน(โปร)อเมริกันอ่านแล้ว คงภูมิใจฉิบหายเลยนะครับ
    บทความข้างต้น คงไม่ผิดความจริงมากนัก เพราะเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ.2002 รัฐบาลคาวบอยบุช ก็ประกาศว่า
    ….. อเมริกากำลังใช้ยุทธศาสตร์สู่ความเป็นเลิศ ด้วยการสร้างกองทัพที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นโครงการใหญ่และมีความสำคัญลำดับแรกๆ ของรัฐบาลคาวบอย นั่นคือ การสร้างระบบการต่อสู้ด้วยจรวด อเมริกาบอกกับพลเมืองของตนว่า เราต้องทำ เพื่อเตรียมรับมือกับการก่อการร้าย…..
    แต่น่าสังเกตว่า ที่อเมริกากำลังสร้างนั้น มันเป็นระบบรุก offensive ไม่ใช่เป็นระบบป้องกัน defensive ดังนั้น เป้าหมายจริง น่าจะเป็นการเตรียมการส่งให้แก่ รัสเซีย จีน
    เสียละมากกว่า
    และก็ต้องนับว่าอเมริกา นี่ลื่นมาก ใช้ผู้ก่อการ้ายมาเป็นข้ออ้างมาตั้งแต่ตอนโน้นเลย แต่ พอมีการก่อการร้ายเกิดขึ้นจริงๆ ดันสูดกลิ่นไม่ได้ หาไม่เจอ ปราบไม่สำเร็จ… ได้แต่ทำหน้าเครียด ตาขวางขู่ผ่านสื่อว่า you are next….ใคร ใคร (วะ) ฮาชะมัด
    ส่วนรัสเซีย ตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลาย ในปี ค.ศ.1991 การพัฒนาอาวุธของรัสเซียที่เป็นทายาท ตามข่าวเหมือนจะแผ่วลงไป เพราะรัสเซียกำลังคร่ำเคร่งในการประคองตัวให้ยืนได้เสียก่อน
    และน่าสนใจว่า เพราะยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อทำลาย ของอเมริกานั่นเอง ที่ทำให้รัสเซียและจีน หันมาจับมือกันแน่นเป็นแนวร่วมที่เข้มแข็ง
    รัสเซียและจีน น่าจะคิดไม่ต่างกัน ต่างมีนโยบายที่ต้องการสร้างประเทศให้เข้มแข็ง ช่วยตัวเองได้ พึ่งพาปัจจัยภายนอกให้น้อยที่สุด และสร้างแนวร่วมที่สามารถจะช่วยเหลือเกื้อหนุนกันเอง
    ปี ค.ศ.2001 รัสเซีย จีน ทำสัญญา Russia China Friendship and Cooperation Treaty เป็นสัญญาทวิภาคีฉบับแรกระหว่างกัน นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1950
    สัญญานี้ เน้นการร่วมมือระหว่างทั้ง 2 ประเทศ เพื่อรับมือกับการทำตัวเสมือนเป็นเจ้าของโลกของอเมริกา โดยรัสเซีย จีน ตกลงที่จะให้ร่วมมือกันทั้งด้านความมั่นคง และด้านเศรษฐกิจ
    รัสเซียเริ่มแบ่งข้อมูลของตัว เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการพัฒนาอาวุธให้แก่จีน และจีน จอมแกะแบบและจอมก๊อบ ก็แกะ และก๊อบ และช่วยพัฒนากลับให้กับรัสเซีย ด้วยวิธีนี้ ทั้งรัสเซียและจีน จึงก้าวไปข้างหน้าด้วยกันด้านอาวุธ รัสเซียและจีนน่าจะขอบใจ ไอ้ปากมอมที่มาช่วยเตือนว่า คนหนึ่งกำลังดิ่งลงหน้าผา ส่วนอีกคนหนึ่งก็เดินช้าเหมือนเต่า
    ขณะเดียวกัน รัสเซียมองดูตัวเอง เหมือนคนที่ต้องเริ่มตั้งตัวใหม่ หลังจากฉิบหายบ้านแตกสาแหรกขาด แถมล้มละลายอีกต่างหาก สมบัติติดตัวมีค่า คือทรัพย์ในดิน รัสเซียมีแหล่งแก๊สใหญ่ที่สุดในโลก มีบ่อน้ำมันมากกว่า 130,000 บ่อ ยังมีแหล่งน้ำมันและแก๊ส ที่ยังไม่ได้สำรวจอีกประมาณ 2,000 แห่ง ทางรอดของรัสเซียคือ สร้างประเทศ ที่เละจากการถูกรุมตี ซ้ำแล้วซ้ำอีก ให้ยืนขึ้นมาใหม่ให้ได้จากทรัพย์ในดินของตัวเอง ไม่ใช่คิดแต่สร้างอาวุธ เพื่อเอาไปใช้ปล้นสมบัติคนอื่น ปล้นเสร็จก็ฆ่าเจ้าของทิ้ง พร้อมกับเผาบ้านทำลายหลักฐาน เหมือนที่ไอ้บางพวกมันชอบทำกัน
    รัสเซียจึงเริ่มต้นสร้างประเทศให้แข็งแรง ด้วยยุทธศาสตร์การสร้างเครือข่ายเหมือนกัน มันไม่ใช่เครือข่ายด้านกำลังทหาร แต่เป็นเครือข่ายท่อส่งแก๊ส และน้ำมัน !!! ให้กับเพื่อนและลูกค้า ที่น่าจะเป็นการช่วยให้สถานะของตนเองเป็นอันตรายน้อยลง และมีอำนาจต่อรองมากขึ้น ฟังดูไม่น่าตื่นเต้น แต่น่าสนใจครับ
    ปี ค.ศ.1997 (พ.ศ.2540) รัสเซีย ในสมัยที่นายบอริส เยลซิน เป็นประธานาธิบดี ก็เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในบ้าน ไม่น่าเชื่อว่ามันมาจากพิษต้มยำกุ้ง ที่ลามข้ามทวีป จนเป็นโอกาสให้ไอเอมเอฟ เข้ามาจัดการรัสเซีย ด้วยการใช้นโยบายแปรรูปกิจการรัฐ เอาออกขายให้พวกขายชาติไม่กี่ตัว ที่สมคบกับต่างชาติ ซื้อเอาเป็นกิจการส่วนตัว เล่นเอาเศรษฐกิจรัสเซีย ซึ่งกำลังเปราะบางเหมือนข้าวเกรียบว่าว ก็แตกกระจาย นี่ผมเขียนเรื่องรัสเซียนะครับ แต่มันเหมือนกับบ้านเราอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ที่ไม่เหมือน คือวิธีแก้เกม วิธีพาประเทศออกจากกับดักอเมริกา ของรัสเซีย กับของสมันน้อย ต่างกันยังกับหนังคนละม้วน (ตอนนั้นเป็นสมันน้อยจริงๆ ตอนนี้ “หวัง” ว่าจะไม่ใช่แล้ว)
    และในปีนั้น คุณพี่ปูติน ซึ่งอยู่ในคณะทำงานของรัฐบาลรัสเซีย ก็เสนอนโยบายให้กับรัฐบาล ให้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการให้รัฐเป็นผู้ควบคุมแหล่งพลังงาน และทรัพยากรของประเทศเสียเอง รวมทั้ง เป็นผู้ดำเนินการผลิตน้ำมันและแก๊ส ขาย และส่งออกเองด้วย เพื่อเป็นการลดต้นทุน จากการค้ากำไรของพ่อค้า และจะทำให้ชาวรัสเซียได้ใช้น้ำมันและแก๊สของรัสเซียเองในราคาถูก เป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจในประเทศส่วนหนึ่ง และนำกำไรจากการขายส่งออกพลังงาน ให้กลับมาอยู่ที่รัฐบาล เพื่อเอามาสร้างประเทศต่อไป
    นอกจากนั้น คุณพี่ปูติน ยังเสนอให้ มีการออกกฏหมายห้ามการค้าแบบผูกขาด ไม่ว่าจะผูกโดยธุรกิจใน หรือนอกประเทศ และห้ามต่างประเทศเข้ามามีส่วนถือหุ้นหรือลงทุน ในการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงาน ทรัพย์ในดินของประเทศ
    สรุปสั้นๆ ว่า คุณพี่ปูติน ไม่เห็นด้วยกับการแปรรูป การเอาทรัพย์สินสำคัญของชาติออกขายให้ต่างชาติ ไม่เห็นด้วยกับการค้าเสรี ฯลฯ ที่อเมริกาเอามาแพร่เชื้อ ที่ไอเอมเอฟเอามารัดคอ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รัสเซียฉิบหายหนักขึ้นจนในที่สุดถึงล้มละลาย ข้อเสนอของคุณพี่ปูติน เป็น การหักดิบ ตัดขาด จาก นโยบาย ความคิดและทฤษฏีลวงของอเมริกา อย่างสิ้นเชิง
    ปี ค.ศ.2000 คุณพี่ปูติน ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี นโยบายสำคัญลำดับแรกของรัฐบาลปูตินคือ จัดการโอนเอากิจการสำคัญกลับมาเป็นของรัฐ โดยเฉพาะ Gazprom ที่จะต้องมาทำหน้าที่เป็นเจ้าของเครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัฐ ต่อจากนั้น เขาพยายามระงับการขายหุ้นใหญ่ของบริษัทน้ำมัน Yokos และ Sibneft ที่กำลังเตรียมการ ที่จะขายให้กับบริษัทอเมริกัน (หน้าม้าของคาวบอยบุช)
    แค่ 2 เรื่องนี่ ก็คงพอทำให้อเมริกาและสื่อตะวันตก ช่วยกันประทับตราคุณพี่ปูติน ว่าเป็นคนเลวอย่างที่สุดแล้ว เพราะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติตน มากกว่าเสรีภาพของมนุษย์ในการแสดงออก ฮา
    ขั้นตอนต่อไป คุณพี่ปูตินจัดการรวมเอานักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ นักธุรกิจ ที่รัสเซียเรียกว่า ” siloviki” หรือ nationalist พวกชาตินิยม มาเป็นผู้ร่วมร่างแผนการฟื้นฟูประเทศ และบริหารองค์กรสำคัญที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรของชาติ แต่ตะวันตกบอก เป็นพวก เคจีบี หรือ อยู่ฝ่ายความมั่นคงต่างหาก และด่าปูตินว่า กำลังดำเนินการฟื้นฟูจักรวรรดิรัสเซีย ทำแบบนี้แถวบ้านเรา คงถูกเรียกว่า เป็นพวกเผด็จการคลั่งชาติ
    แต่คุณพี่ปูตินไม่สนใจ เดินหน้าสร้างเครือข่ายท่อส่งแก็ส ตามยุทธศาสตร์ ที่ทำให้รัสเซียเหมือนใส่หมวกกันน๊อก กันถูกตักดีหัว หรือ ล้มอีกทีต้องหัวไม่แตก
    รัสเซียสร้างเครือข่ายท่อส่งที่โยงใยไปทั่ว เป็นระยะทางทั้งหมดไม่น้อยกว่า 150,000 กม เครือข่ายท่อส่งนี้ มี Gazprom ที่เป็นของรัฐ เป็นเจ้าของ และเป็นผู้มีสิทธิใช้แต่ผู้เดียว
    แค่ในปี ค.ศ.2009 แก๊สของรัสเซียส่งออกไปให้ยุโรป ผ่านท่อส่ง 12 เส้น
    3 ท่อส่ง วิ่งตรงไปยัง ฟินแลนด์ แอสโทเนีย และลัตเวีย
    4 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่เบราลุส และส่งออกต่อไปยัง ลิทัวเนีย และ โปแลนด์
    5 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่ยูเครน เพื่อให้ยูเครน ส่งต่อให้ สโลวาเกีย โรมาเนีย ฮังการี และ โปแลนด์
    เห็นจำนวนท่อส่งและสถานที่รับแก๊สแล้ว คงพอเข้าใจนะครับ ว่า ทำไมยูเครน ถึงต้องมีปฏิวัติ เพื่อเอาคนของอเมริกามาคุมยูเครน และเรื่องยูเครนก็จะไม่มีวันสงบง่ายๆ และ รัสเซียก็จะเดินหน้าเรื่องท่อส่งแก๊สมาที่ยุโรป แบบมีเชือกคอยกระตุกให้หงายท้องอยู่ตลอดเวลา
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    26 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 5 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 5 ตลอด 70 ปี ที่ผ่านมา ยุทธศาสตร์ของอเมริกาชัดเจนว่า เป็นยุทธศาสตร์เพื่อการครองโลกแต่ผู้เดียวของอเมริกา ดังนั้นแผนดำเนินการ หรือการเดินหมากของอเมริกา จึงเน้นที่การปิดล้อมและการปิดกั้น ผู้ที่อาจจะขึ้นมาเป็นคู่แข่งในการครองโลกของตน ไม่ให้มีโอกาสเข้าไปถึงแหล่งทรัพยากร ที่จะทำให้คู่แข่ง มีโอกาส หรือมีอำนาจมากกว่า หรือขึ้นมาเทียบ และด้วยการคิดแบบนี้ ย่ำอยู่กับที่มา 70 ปีแล้ว อเมริกา จึงเน้นแต่การสร้างเครือข่ายด้านการทหาร โดยสร้างฐานทัพ พัฒนาศักยภาพและเพิ่มกำลังอาวุธ กำลังพล รูปแบบต่างๆ ที่มีทั้งเป็นทหารในระบบสังกัดกองทัพ และทหารนอกระบบ เช่นทหารรับจ้าง หรือพวก contractor อย่างพวกน้ำดำ Blackwater รวมไปถึงกองกำลังนอกระบบที่เรียกว่า พวกปฏิบัติการหลังฉาก หรือพวก stay behind และตอนนี้ก็เห็นกันแล้วว่า อเมริกาสร้างแม้กระทั่งเครือข่ายผู้ก่อการร้าย ความคิดของอเมริกา ที่นำมาสร้างเป็นยุทธศาสตร์ครองโลกนั้น มันเป็นความคิดที่เก่าตกรุ่น ไม่มีมิติ ของการสร้างสรร และที่สำคัญ มันเป็นความคิด หรือยุทธศาสตร์ที่มุ่งหมายที่จะทำลายล้างผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย หรือความต้องการของอเมริกา มันเป็นยุทธศาสตร์เชิงทำลาย …. บทความชื่อ ” The rise of US nuclear primacy” เขียนโดย Kier Lieber และ Daryl Press ในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ฉบับเดือนมีนาคม/เมษนยน ค.ศ.2006 น่าจะยืนยันได้ดีถึงยุทธศาสตร์เชิงทำลายของอเมริกา ซึ่งสรุปว่า….. …. วันนี้ เป็นครั้งแรกในเวลากว่า 50 ปี ที่สามารถกล่าวได้เต็มปากว่า อเมริกาคือสุดยอดของการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ เป็นไปได้ว่าอีกไม่ช้านี้ ที่อเมริกาจะเป็นผู้ลงมือก่อน (first strike) ในการทำลายอาวุธนิวเคลียร์ระยะไกล ของรัสเซีย หรือจีน …..การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ มาจากการปรับปรุงระบบนิวเคลียร์ของอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การพัฒนาทางอาวุธของรัสเซียเสื่อมถอยลงแบบตกเขา ส่วนจีนเองการพัฒนาอาวุธให้ทันสมัย ไปถึงระดับนิวเคลียร์ก็เป็นไปอย่างช้ามาก …..ยกเว้นแต่อเมริกาจะเปลี่ยนแปลงนโยบายของตัว หรือรัสเซีย จีนจะรีบเร่งเครื่อง เพื่อสร้างขนาดและความพร้อมของกองทัพตัวเองเสียใหม่ ……ไม่เช่นนั้น รัสเซีย จีน และทั้งหมดในโลกนี้ จะต้องอยู่ภายใต้เงาของอเมริกา ที่เป็นเจ้าของสุดยอดของอาวุธนิวเคลียร์ ไปอีกนานนนนน…. คน(โปร)อเมริกันอ่านแล้ว คงภูมิใจฉิบหายเลยนะครับ บทความข้างต้น คงไม่ผิดความจริงมากนัก เพราะเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ.2002 รัฐบาลคาวบอยบุช ก็ประกาศว่า ….. อเมริกากำลังใช้ยุทธศาสตร์สู่ความเป็นเลิศ ด้วยการสร้างกองทัพที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นโครงการใหญ่และมีความสำคัญลำดับแรกๆ ของรัฐบาลคาวบอย นั่นคือ การสร้างระบบการต่อสู้ด้วยจรวด อเมริกาบอกกับพลเมืองของตนว่า เราต้องทำ เพื่อเตรียมรับมือกับการก่อการร้าย….. แต่น่าสังเกตว่า ที่อเมริกากำลังสร้างนั้น มันเป็นระบบรุก offensive ไม่ใช่เป็นระบบป้องกัน defensive ดังนั้น เป้าหมายจริง น่าจะเป็นการเตรียมการส่งให้แก่ รัสเซีย จีน เสียละมากกว่า และก็ต้องนับว่าอเมริกา นี่ลื่นมาก ใช้ผู้ก่อการ้ายมาเป็นข้ออ้างมาตั้งแต่ตอนโน้นเลย แต่ พอมีการก่อการร้ายเกิดขึ้นจริงๆ ดันสูดกลิ่นไม่ได้ หาไม่เจอ ปราบไม่สำเร็จ… ได้แต่ทำหน้าเครียด ตาขวางขู่ผ่านสื่อว่า you are next….ใคร ใคร (วะ) ฮาชะมัด ส่วนรัสเซีย ตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลาย ในปี ค.ศ.1991 การพัฒนาอาวุธของรัสเซียที่เป็นทายาท ตามข่าวเหมือนจะแผ่วลงไป เพราะรัสเซียกำลังคร่ำเคร่งในการประคองตัวให้ยืนได้เสียก่อน และน่าสนใจว่า เพราะยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อทำลาย ของอเมริกานั่นเอง ที่ทำให้รัสเซียและจีน หันมาจับมือกันแน่นเป็นแนวร่วมที่เข้มแข็ง รัสเซียและจีน น่าจะคิดไม่ต่างกัน ต่างมีนโยบายที่ต้องการสร้างประเทศให้เข้มแข็ง ช่วยตัวเองได้ พึ่งพาปัจจัยภายนอกให้น้อยที่สุด และสร้างแนวร่วมที่สามารถจะช่วยเหลือเกื้อหนุนกันเอง ปี ค.ศ.2001 รัสเซีย จีน ทำสัญญา Russia China Friendship and Cooperation Treaty เป็นสัญญาทวิภาคีฉบับแรกระหว่างกัน นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1950 สัญญานี้ เน้นการร่วมมือระหว่างทั้ง 2 ประเทศ เพื่อรับมือกับการทำตัวเสมือนเป็นเจ้าของโลกของอเมริกา โดยรัสเซีย จีน ตกลงที่จะให้ร่วมมือกันทั้งด้านความมั่นคง และด้านเศรษฐกิจ รัสเซียเริ่มแบ่งข้อมูลของตัว เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการพัฒนาอาวุธให้แก่จีน และจีน จอมแกะแบบและจอมก๊อบ ก็แกะ และก๊อบ และช่วยพัฒนากลับให้กับรัสเซีย ด้วยวิธีนี้ ทั้งรัสเซียและจีน จึงก้าวไปข้างหน้าด้วยกันด้านอาวุธ รัสเซียและจีนน่าจะขอบใจ ไอ้ปากมอมที่มาช่วยเตือนว่า คนหนึ่งกำลังดิ่งลงหน้าผา ส่วนอีกคนหนึ่งก็เดินช้าเหมือนเต่า ขณะเดียวกัน รัสเซียมองดูตัวเอง เหมือนคนที่ต้องเริ่มตั้งตัวใหม่ หลังจากฉิบหายบ้านแตกสาแหรกขาด แถมล้มละลายอีกต่างหาก สมบัติติดตัวมีค่า คือทรัพย์ในดิน รัสเซียมีแหล่งแก๊สใหญ่ที่สุดในโลก มีบ่อน้ำมันมากกว่า 130,000 บ่อ ยังมีแหล่งน้ำมันและแก๊ส ที่ยังไม่ได้สำรวจอีกประมาณ 2,000 แห่ง ทางรอดของรัสเซียคือ สร้างประเทศ ที่เละจากการถูกรุมตี ซ้ำแล้วซ้ำอีก ให้ยืนขึ้นมาใหม่ให้ได้จากทรัพย์ในดินของตัวเอง ไม่ใช่คิดแต่สร้างอาวุธ เพื่อเอาไปใช้ปล้นสมบัติคนอื่น ปล้นเสร็จก็ฆ่าเจ้าของทิ้ง พร้อมกับเผาบ้านทำลายหลักฐาน เหมือนที่ไอ้บางพวกมันชอบทำกัน รัสเซียจึงเริ่มต้นสร้างประเทศให้แข็งแรง ด้วยยุทธศาสตร์การสร้างเครือข่ายเหมือนกัน มันไม่ใช่เครือข่ายด้านกำลังทหาร แต่เป็นเครือข่ายท่อส่งแก๊ส และน้ำมัน !!! ให้กับเพื่อนและลูกค้า ที่น่าจะเป็นการช่วยให้สถานะของตนเองเป็นอันตรายน้อยลง และมีอำนาจต่อรองมากขึ้น ฟังดูไม่น่าตื่นเต้น แต่น่าสนใจครับ ปี ค.ศ.1997 (พ.ศ.2540) รัสเซีย ในสมัยที่นายบอริส เยลซิน เป็นประธานาธิบดี ก็เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในบ้าน ไม่น่าเชื่อว่ามันมาจากพิษต้มยำกุ้ง ที่ลามข้ามทวีป จนเป็นโอกาสให้ไอเอมเอฟ เข้ามาจัดการรัสเซีย ด้วยการใช้นโยบายแปรรูปกิจการรัฐ เอาออกขายให้พวกขายชาติไม่กี่ตัว ที่สมคบกับต่างชาติ ซื้อเอาเป็นกิจการส่วนตัว เล่นเอาเศรษฐกิจรัสเซีย ซึ่งกำลังเปราะบางเหมือนข้าวเกรียบว่าว ก็แตกกระจาย นี่ผมเขียนเรื่องรัสเซียนะครับ แต่มันเหมือนกับบ้านเราอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ที่ไม่เหมือน คือวิธีแก้เกม วิธีพาประเทศออกจากกับดักอเมริกา ของรัสเซีย กับของสมันน้อย ต่างกันยังกับหนังคนละม้วน (ตอนนั้นเป็นสมันน้อยจริงๆ ตอนนี้ “หวัง” ว่าจะไม่ใช่แล้ว) และในปีนั้น คุณพี่ปูติน ซึ่งอยู่ในคณะทำงานของรัฐบาลรัสเซีย ก็เสนอนโยบายให้กับรัฐบาล ให้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการให้รัฐเป็นผู้ควบคุมแหล่งพลังงาน และทรัพยากรของประเทศเสียเอง รวมทั้ง เป็นผู้ดำเนินการผลิตน้ำมันและแก๊ส ขาย และส่งออกเองด้วย เพื่อเป็นการลดต้นทุน จากการค้ากำไรของพ่อค้า และจะทำให้ชาวรัสเซียได้ใช้น้ำมันและแก๊สของรัสเซียเองในราคาถูก เป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจในประเทศส่วนหนึ่ง และนำกำไรจากการขายส่งออกพลังงาน ให้กลับมาอยู่ที่รัฐบาล เพื่อเอามาสร้างประเทศต่อไป นอกจากนั้น คุณพี่ปูติน ยังเสนอให้ มีการออกกฏหมายห้ามการค้าแบบผูกขาด ไม่ว่าจะผูกโดยธุรกิจใน หรือนอกประเทศ และห้ามต่างประเทศเข้ามามีส่วนถือหุ้นหรือลงทุน ในการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงาน ทรัพย์ในดินของประเทศ สรุปสั้นๆ ว่า คุณพี่ปูติน ไม่เห็นด้วยกับการแปรรูป การเอาทรัพย์สินสำคัญของชาติออกขายให้ต่างชาติ ไม่เห็นด้วยกับการค้าเสรี ฯลฯ ที่อเมริกาเอามาแพร่เชื้อ ที่ไอเอมเอฟเอามารัดคอ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รัสเซียฉิบหายหนักขึ้นจนในที่สุดถึงล้มละลาย ข้อเสนอของคุณพี่ปูติน เป็น การหักดิบ ตัดขาด จาก นโยบาย ความคิดและทฤษฏีลวงของอเมริกา อย่างสิ้นเชิง ปี ค.ศ.2000 คุณพี่ปูติน ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี นโยบายสำคัญลำดับแรกของรัฐบาลปูตินคือ จัดการโอนเอากิจการสำคัญกลับมาเป็นของรัฐ โดยเฉพาะ Gazprom ที่จะต้องมาทำหน้าที่เป็นเจ้าของเครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัฐ ต่อจากนั้น เขาพยายามระงับการขายหุ้นใหญ่ของบริษัทน้ำมัน Yokos และ Sibneft ที่กำลังเตรียมการ ที่จะขายให้กับบริษัทอเมริกัน (หน้าม้าของคาวบอยบุช) แค่ 2 เรื่องนี่ ก็คงพอทำให้อเมริกาและสื่อตะวันตก ช่วยกันประทับตราคุณพี่ปูติน ว่าเป็นคนเลวอย่างที่สุดแล้ว เพราะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติตน มากกว่าเสรีภาพของมนุษย์ในการแสดงออก ฮา ขั้นตอนต่อไป คุณพี่ปูตินจัดการรวมเอานักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ นักธุรกิจ ที่รัสเซียเรียกว่า ” siloviki” หรือ nationalist พวกชาตินิยม มาเป็นผู้ร่วมร่างแผนการฟื้นฟูประเทศ และบริหารองค์กรสำคัญที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรของชาติ แต่ตะวันตกบอก เป็นพวก เคจีบี หรือ อยู่ฝ่ายความมั่นคงต่างหาก และด่าปูตินว่า กำลังดำเนินการฟื้นฟูจักรวรรดิรัสเซีย ทำแบบนี้แถวบ้านเรา คงถูกเรียกว่า เป็นพวกเผด็จการคลั่งชาติ แต่คุณพี่ปูตินไม่สนใจ เดินหน้าสร้างเครือข่ายท่อส่งแก็ส ตามยุทธศาสตร์ ที่ทำให้รัสเซียเหมือนใส่หมวกกันน๊อก กันถูกตักดีหัว หรือ ล้มอีกทีต้องหัวไม่แตก รัสเซียสร้างเครือข่ายท่อส่งที่โยงใยไปทั่ว เป็นระยะทางทั้งหมดไม่น้อยกว่า 150,000 กม เครือข่ายท่อส่งนี้ มี Gazprom ที่เป็นของรัฐ เป็นเจ้าของ และเป็นผู้มีสิทธิใช้แต่ผู้เดียว แค่ในปี ค.ศ.2009 แก๊สของรัสเซียส่งออกไปให้ยุโรป ผ่านท่อส่ง 12 เส้น 3 ท่อส่ง วิ่งตรงไปยัง ฟินแลนด์ แอสโทเนีย และลัตเวีย 4 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่เบราลุส และส่งออกต่อไปยัง ลิทัวเนีย และ โปแลนด์ 5 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่ยูเครน เพื่อให้ยูเครน ส่งต่อให้ สโลวาเกีย โรมาเนีย ฮังการี และ โปแลนด์ เห็นจำนวนท่อส่งและสถานที่รับแก๊สแล้ว คงพอเข้าใจนะครับ ว่า ทำไมยูเครน ถึงต้องมีปฏิวัติ เพื่อเอาคนของอเมริกามาคุมยูเครน และเรื่องยูเครนก็จะไม่มีวันสงบง่ายๆ และ รัสเซียก็จะเดินหน้าเรื่องท่อส่งแก๊สมาที่ยุโรป แบบมีเชือกคอยกระตุกให้หงายท้องอยู่ตลอดเวลา สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 26 ธ.ค. 2558
    0 Comments 0 Shares 215 Views 0 Reviews
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260107 #TechRadar

    OpenAI เผยมีผู้ใช้ ChatGPT ด้านสุขภาพกว่า 40 ล้านครั้งต่อวัน
    รายงานใหม่ของ OpenAI ระบุว่าผู้คนทั่วโลกกว่า 40 ล้านครั้งต่อวันใช้ ChatGPT เพื่อถามคำถามด้านสุขภาพ ตั้งแต่ตรวจสอบอาการ ไปจนถึงทำความเข้าใจคำแนะนำทางการแพทย์ โดยบริษัทมองว่า AI กำลังกลายเป็น “ผู้ช่วยด้านสุขภาพ” ที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูลและลดความสับสน แม้จะยังมีข้อกังวลเรื่องความแม่นยำและความเสี่ยงหากผู้ใช้เชื่อข้อมูลมากเกินไป แต่ตัวเลขการใช้งานสะท้อนว่าผู้คนจำนวนมากเลือกพึ่งพา AI ในช่วงเวลาที่เข้าถึงแพทย์ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openai/openai-says-40-million-people-use-chatgpt-for-healthcare-every-day

    Samsung โชว์จอพับไร้รอยพับครั้งแรก คาดเป็นสัญญาณถึง iPhone Fold
    ซัมซุงเปิดตัวเทคโนโลยีจอพับแบบไร้รอยพับที่ CES 2026 ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ใน iPhone Fold รุ่นแรกของ Apple ก่อนที่ซัมซุงเองจะนำไปใช้ในรุ่นถัดไป โดยจอนี้ถูกนำมาเทียบกับ Galaxy Z Fold 7 ให้เห็นชัดว่ารอยพับหายไปเกือบหมด ทำให้ตลาดมือถือพับได้อาจเข้าสู่ยุคใหม่ที่ทั้งสวยงามและทนทานกว่าเดิม พร้อมคาดการณ์ว่า iPhone Fold อาจเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้
    https://www.techradar.com/phones/iphone/samsung-just-revealed-the-first-creaseless-foldable-screen-and-it-could-be-a-serious-hint-towards-the-iphone-fold

    Google เตรียมยุติการรองรับ POP3 ใน Gmail ปี 2026
    Google ประกาศว่าจะหยุดรองรับ POP3 ใน Gmail ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถดึงอีเมลจากผู้ให้บริการอื่นเข้ามาใน Gmail ได้อีกต่อไป รวมถึงยุติฟีเจอร์ Gmailify ที่เคยช่วยเพิ่มระบบกันสแปมและฟีเจอร์ขั้นสูงให้บัญชีอีเมลภายนอก โดย Google แนะนำให้ใช้ IMAP แทน แม้จะมีข้อจำกัดมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบผู้ใช้ทั่วไปมากกว่าธุรกิจที่มีเครื่องมือย้ายข้อมูลใน Workspace อยู่แล้ว
    https://www.techradar.com/pro/google-set-to-end-pop3-support-heres-what-we-know

    ข่าวลือ OpenAI อาจซื้อ Pinterest จุดกระแสไม่พอใจจากผู้ใช้
    เพียงแค่บทความคาดการณ์ว่า OpenAI อาจเข้าซื้อ Pinterest ก็ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจทันที เพราะกังวลว่าแพลตฟอร์มที่เน้นการคัดสรรด้วยมือจะถูกกลืนด้วย AI และข้อมูลบนบอร์ดของพวกเขาอาจถูกนำไปใช้ฝึกโมเดล แม้จะยังไม่มีดีลจริง แต่กระแสต่อต้านสะท้อนว่าผู้ใช้ยังต้องการพื้นที่สร้างสรรค์ที่ไม่ถูกครอบงำด้วย AI ขณะที่หุ้น Pinterest กลับพุ่งขึ้นเพียงเพราะข่าวลือดังกล่าว
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openais-rumored-acquisition-plans-for-pinterest-provoke-fury-among-some-users

    HP เปิดตัวคีย์บอร์ดที่เป็นคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบ รองรับ Copilot+
    HP เปิดตัว EliteBoard G1a คีย์บอร์ดที่ภายในบรรจุพีซีครบชุด ใช้ชิป AMD Ryzen AI 300 พร้อมพลังประมวลผล AI มากพอสำหรับฟีเจอร์ Copilot+ บน Windows 11 แม้ตัวเครื่องจะบางเพียง 12 มม. แต่รองรับ RAM สูงสุด 64GB, SSD 2TB, ต่อจอ 4K ได้สองจอ และมีแบตเตอรี่ในตัว ทำให้เป็นแนวคิดใหม่ของพีซีแบบพกพาที่รวมทุกอย่างไว้ในคีย์บอร์ดเดียว
    https://www.techradar.com/computing/keyboards/hp-just-squeezed-a-desktop-computer-into-a-keyboard-and-its-powerful-enough-to-be-a-copilot-pc

    Deepfakes และความเชื่อมั่นดิจิทัลกำลังถูกท้าทาย
    ยุคที่ดีปเฟกและการปลอมแปลงด้วย AI แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้สังคม เศรษฐกิจ และสถาบันการเงินเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ทั้งการหลอกลวงด้วยใบหน้าเสียงปลอม การใช้วิดีโอปลอมในเหตุฉุกเฉิน ไปจนถึงการโจมตีองค์กรที่สร้างความเสียหายมหาศาล จึงเกิดแนวคิด “Proof of Humanness” เพื่อยืนยันว่าผู้ใช้งานเป็นมนุษย์จริงโดยไม่ต้องเก็บข้อมูลชีวมิติ ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของความเชื่อมั่นดิจิทัลในอนาคต และเป็นทางรอดจากโลกที่แยกของจริงออกจากของปลอมได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
    https://www.techradar.com/pro/deepfakes-and-distrust-how-human-provenance-can-rebuild-digital-confidence

    ความสับสนเรื่องการรีแบรนด์ Microsoft Office → Microsoft 365 Copilot
    ผู้ใช้จำนวนมากเกิดความงุนงงเมื่อพบว่า Office.com ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft 365 Copilot ทั้งที่การรีแบรนด์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2022 แล้ว โดย Microsoft ต้องการผลักดัน Copilot ให้เป็นศูนย์กลางการทำงาน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้กลับสร้างความไม่พอใจ เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าถูกบังคับให้ใช้ AI มากเกินไป รวมถึงความกังวลว่าชื่อ “Office” อาจหายไปจากวงการซอฟต์แวร์ในที่สุด
    https://www.techradar.com/pro/microsoft-office-has-been-rebranded-to-microsoft-365-copilot-or-has-it

    มัลแวร์ปลอม Blue Screen of Death หลอกเหยื่อให้ติดตั้งตัวเอง
    แฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัสเซียใช้แคมเปญ ClickFix รูปแบบใหม่ ส่งอีเมลปลอมเรื่องการจองโรงแรมเพื่อหลอกให้เหยื่อกดลิงก์ ก่อนแสดงหน้าจอ BSOD ปลอมเพื่อทำให้ตื่นตระหนกและรันสคริปต์ที่เป็นมัลแวร์จริง ซึ่งสามารถปิด Defender ขโมยรหัสผ่าน และดึงข้อมูลคลิปบอร์ดได้ ถือเป็นการโจมตีที่ผสมผสานจิตวิทยาและเทคนิคขั้นสูงเพื่อหลบการตรวจจับ
    https://www.techradar.com/pro/security/hackers-use-blue-screen-of-death-malware-to-target-victims

    มือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงแบบ BlackBerry กลับมาแล้ว
    Clicks Communicator เปิดตัวมือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงด้านล่างและหน้าจอ AMOLED ขนาดกะทัดรัด ให้กลิ่นอาย BlackBerry ยุคทอง เน้นการพิมพ์และการทำงานเป็นหลัก มาพร้อมช่องหูฟัง 3.5 มม. และ microSD สูงสุด 2TB เหมาะสำหรับคนที่คิดถึงความรู้สึกการพิมพ์แบบปุ่มจริง และต้องการมือถือเครื่องที่สองสำหรับงาน Productivity
    https://www.techradar.com/phones/android/missing-your-blackberry-the-clicks-communicator-brings-back-the-physical-keyboard-and-a-3-5mm-headphone-jack

    Edge ถูกรีดีไซน์ให้คล้าย Copilot และผู้ใช้ไม่ปลื้ม
    Microsoft กำลังทดสอบดีไซน์ใหม่ของ Edge ที่ยืมสไตล์จาก Copilot ทั้งโทนสี ฟอนต์ และเมนูต่าง ๆ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้เปิดโหมด Copilot ก็ตาม ทำให้เกิดกระแสต่อต้านว่า Microsoft กำลังยัดเยียด AI มากเกินไป และยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ “Microslop” แพร่กระจาย เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าประสบการณ์ใช้งานถูกบังคับให้เดินตามทิศทาง AI โดยไม่ฟังเสียงชุมชน
    https://www.techradar.com/computing/windows/microslop-is-heading-for-edge-major-browser-redesign-is-inspired-by-copilot-and-its-already-seriously-unpopular

    ช่องโหว่ WebUI เปิดทางให้แฮ็กเกอร์ยึดบัญชีและรันโค้ดระยะไกล
    Open WebUI ถูกพบช่องโหว่ร้ายแรงระดับ 8/10 (CVE‑2025‑64496) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีฉีดโค้ดผ่าน Direct Connection และขโมยโทเคนเพื่อยึดบัญชี รวมถึงอาจลุกลามไปสู่การรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยปัญหาเกิดจากการเชื่อมต่อไปยังโมเดลภายนอกที่ไม่ปลอดภัย และสามารถถูกหลอกให้เพิ่ม URL อันตรายได้ง่าย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 0.6.35 และจำกัดสิทธิ์การใช้เครื่องมือให้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น
    https://www.techradar.com/pro/security/this-webui-vulnerability-allows-remote-code-execution-heres-how-to-stay-safe

    องค์กรกว่า 50 แห่งถูกขโมยข้อมูลเพราะไม่เปิดใช้ MFA
    รายงานเผยว่าบริษัทใหญ่ระดับ Deloitte, KPMG และ Samsung ตกเป็นเหยื่อแฮ็กเกอร์ “Zestix” หลังไม่มีการบังคับใช้ MFA ทำให้ข้อมูลล็อกอินที่ถูกขโมยจากมัลแวร์อย่าง RedLine, Lumma และ Vidar ถูกนำไปใช้เข้าถึงคลาวด์และดูดข้อมูลจำนวนมาก บางองค์กรใช้รหัสผ่านเดิมมานานหลายปี ทำให้ความเสียหายขยายวงกว้าง เช่น Pickett & Associates สูญข้อมูลกว่า 139GB
    https://www.techradar.com/pro/security/dozens-of-organizations-fall-victim-to-infostealers-after-failing-to-enforce-mfa

    งานวิจัยเตือน AI อาจทำให้มนุษย์ต้องรับผิดชอบงานมากขึ้น แต่ค่าตอบแทนไม่เพิ่ม
    บทความจาก Occupational Medicine ชี้ว่าการนำ AI มาใช้ช่วยงานอาจทำให้มนุษย์ต้องรับบท “ผู้จัดการ AI” เพิ่มภาระ ตรวจสอบความผิดพลาด และรับความเครียดมากขึ้น แม้งานจะถูกมองว่าง่ายขึ้นก็ตาม ส่งผลให้ค่าตอบแทนไม่สอดคล้องกับความรับผิดชอบ พร้อมเตือนว่าการจัดการที่ไม่ดีอาจกระทบต่อสุขภาพ ผลิตภาพ และโครงสร้างแรงงานในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/new-report-on-ai-adoption-warns-workers-could-face-more-complex-responsibilities-for-lower-pay

    กลุ่มแฮ็กเกอร์ SLH กลับมาอีกครั้ง แต่ดันโดนล่อเข้ากับดัก Honeypot
    กลุ่ม Scattered Lapsus$ Hunters อ้างว่าบุกระบบ Resecurity ได้สำเร็จ แต่สุดท้ายถูกเปิดโปงว่าตกหลุม Honeypot ที่สร้างข้อมูลปลอมไว้ล่อ ทำให้ Resecurity สามารถเก็บ IP, บัญชีที่เชื่อมโยง และหลักฐานต่าง ๆ ส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ถือเป็นการพลิกเกมที่ทำให้กลุ่มแฮ็กเกอร์เสี่ยงถูกจับกุมมากขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/security/notorious-hacking-collective-returns-but-researchers-say-they-fell-for-a-honeypot

    AMD ประกาศยุค “YottaScale” ชี้ AI จะต้องการพลังประมวลผลระดับมหาศาล
    Lisa Su ซีอีโอ AMD กล่าวบนเวที CES 2026 ว่าโลกกำลังก้าวสู่ยุคที่ AI ต้องการพลังประมวลผลระดับ YottaFLOPS ซึ่งมากกว่าปัจจุบันถึง 10,000 เท่า พร้อมเปิดตัวชิปและโซลูชันใหม่ เช่น MI455 GPU และ EPYC Venice ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ โดยย้ำว่า AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่สุดในรอบ 50 ปี
    https://www.techradar.com/pro/amd-ceo-welcomes-us-to-the-yottascale-era-lisa-su-says-ai-will-need-yottaflops-of-compute-power-soon

    Lenovo เปิดตัวชุดเครื่องมือ AI ใหม่ยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน
    Lenovo เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI ใหม่ชื่อ Qira ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อการทำงานระหว่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และพีซีอย่างไร้รอยต่อ พร้อมฟีเจอร์ Smart Modes, Smart Share และ Smart Care ที่ช่วยปรับแต่งระบบ แชร์ไฟล์เร็วขึ้น และแก้ปัญหาเครื่องด้วย AI รวมถึงโซลูชัน AI สำหรับธุรกิจ SMB ที่เน้นความปลอดภัยและการประมวลผลบนอุปกรณ์โดยตรง ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Lenovo ที่ผลักดัน AI ให้เป็นหัวใจของการทำงานยุคใหม่
    https://www.techradar.com/pro/lenovo-unveils-the-ai-tools-it-hopes-will-supercharge-your-productivity-at-work

    ตำนาน Conner หวนคืนวงการสตอเรจใน CES 2026
    แบรนด์ Conner ผู้บุกเบิกฮาร์ดดิสก์ 3.5 นิ้วในยุค 80–90 กลับมาอีกครั้งใน CES 2026 ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นสตอเรจพกพา เช่น SSD ขนาดเล็ก อุปกรณ์สำรองข้อมูลมือถือ และรุ่นที่ผสานพาวเวอร์แบงก์ โดยมุ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคโมบายมากกว่าตลาดพีซีแบบเดิม แม้ตลาดแข่งขันสูง แต่การกลับมาครั้งนี้ก็สร้างความสนใจว่าบรรดาแบรนด์ในตำนานอื่น ๆ อาจตามกลับมาเช่นกัน
    https://www.techradar.com/pro/legendary-hdd-brand-that-created-3-5-inch-format-makes-surprising-comeback-at-ces-could-illustrious-names-like-maxtor-iomega-or-syquest-be-next

    OWC เปิดตัว SSD Thunderbolt 5 ความจุ 8TB เร็วแรงทะลุ 6000MB/s
    OWC เปิดตัว Envoy Ultra Thunderbolt 5 SSD ความจุ 8TB ที่รองรับความเร็วสูงกว่า 6000MB/s โดยไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอก ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมไร้พัดลม ทนฝุ่นและน้ำระดับ IP67 และรองรับทั้ง Mac, Windows, iPad Pro และ Chromebook แม้ราคาจะสูงถึง $1,699 แต่ถูกวางตำแหน่งเป็นอุปกรณ์สำหรับมืออาชีพที่ต้องการความเร็วและความจุระดับสูงสุดในตลาดปัจจุบัน
    https://www.techradar.com/pro/owc-debuts-pcie-gen4-class-8tb-thunderbolt-5-external-ssd-the-largest-and-fastest-in-its-category-but-it-wont-be-cheap

    ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ถูกกล่าวหาว่าถูกแฮกข้อมูลลูกค้ากว่า 1 ล้านราย
    Brightspeed หนึ่งในผู้ให้บริการไฟเบอร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่กลุ่มแฮกเกอร์ Crimson Collective อ้างว่าขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ากว่า 1 ล้านราย รวมถึงชื่อ อีเมล เบอร์โทร และข้อมูลการชำระเงินบางส่วน แม้บริษัทจะยังไม่ยืนยันเหตุการณ์ แต่ระบุว่ากำลังสืบสวนอย่างจริงจัง เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ
    https://www.techradar.com/pro/security/one-of-the-largest-us-broadband-providers-investigates-breach

    หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roborock รุ่นใหม่มี “ขา” ปีนบันไดได้จริง
    Roborock เปิดตัว Saros Rover หุ่นยนต์ดูดฝุ่นต้นแบบที่มาพร้อมขาแบบสติลท์ สามารถปีนบันได หมุนตัวบนขั้นบันได เดินบนพื้นต่างระดับ และหลบสิ่งกีดขวางอย่างคล่องตัว แม้ยังเป็นต้นแบบที่ต้องปรับปรุง แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์ทำความสะอาดที่สามารถทำงานในบ้านหลายระดับได้จริง และอาจเปลี่ยนมาตรฐานของตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในอนาคต
    https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/i-just-saw-roborocks-new-robot-vacuum-with-legs-and-its-going-to-make-no-go-zones-a-thing-of-the-past

    AI Bubble – ฟองสบู่ที่แตกได้ แต่เทคโนโลยีไม่หายไป
    บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้กระแสการลงทุนด้าน AI จะพองโตเกินจริงและอาจยุบตัวลงในไม่ช้า แต่ตัวเทคโนโลยีเองจะยังคงอยู่และเติบโตต่อไป เพราะ AI ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจในองค์กรทั่วโลก โดยประเทศต่าง ๆ มีท่าทีต่อ AI แตกต่างกัน—สหรัฐฯ เร่งนวัตกรรม จีนเน้นลอกเลียนแบบ ส่วนยุโรปออกกฎเข้ม—และผู้ชนะในยุคนี้จะเป็นองค์กรที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพคน ไม่ใช่ลดคนทำงาน
    https://www.techradar.com/pro/the-ai-bubble-it-will-burst-but-ai-will-still-be-here

    Philips Hue SpatialAware – ระบบไฟอัจฉริยะที่เข้าใจตำแหน่งจริงในห้อง
    Philips Hue เปิดตัวฟีเจอร์ SpatialAware ที่ทำให้ระบบไฟสามารถรับรู้ตำแหน่งของหลอดไฟแต่ละดวงในห้องผ่านการสแกนด้วยกล้องมือถือ แล้วปรับโทนสีและความสว่างให้สมจริงขึ้น เช่น การจำลองแสงพระอาทิตย์ตกหรือท้องฟ้าสว่าง พร้อมอัปเดตให้ Bridge Pro รองรับอุปกรณ์มากขึ้น และเพิ่มความสามารถของผู้ช่วย AI รวมถึงรองรับ Apple Home ได้ดีขึ้น ทำให้บ้านอัจฉริยะมีความลื่นไหลและเป็นธรรมชาติกว่าเดิม
    https://www.techradar.com/home/smart-lights/the-philips-hue-app-can-now-customize-lighting-scenes-so-they-suit-the-layout-of-your-rooms

    Lenovo Yoga Mini i – พีซีทรงกระบอกจิ๋ว รองรับ 4 จอ พร้อมพลัง AI
    Lenovo เปิดตัว Yoga Mini i พีซีขนาดเล็กเพียง 600 กรัม แต่รองรับจอภายนอกได้ถึง 4 จอ ใช้ชิป Intel Core Ultra X7 พร้อม RAM สูงสุด 32GB และ SSD สูงสุด 2TB ทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Copilot+ เพื่อรองรับงาน AI และมัลติทาสก์ได้ดี แม้จะไม่เล็กเท่า ThinkCentre M75n Nano รุ่นในตำนาน แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ทรงพลังสำหรับผู้ต้องการพีซีพกพาที่ทำงานจริงจังได้ครบเครื่อง
    https://www.techradar.com/pro/lenovo-adds-copilot-mac-mini-rival-to-yoga-product-line-but-i-am-so-disappointed-that-it-didnt-revive-the-nano-m75n-the-smallest-pc-ever

    Lenovo ThinkCentre X Tower – เวิร์กสเตชันคู่ GPU พร้อมการ์ด AI 1TB ลึกลับ
    ThinkCentre X Tower รุ่นใหม่ของ Lenovo กลับมาพร้อมระบบรองรับ GPU คู่แบบ RTX 5060 Ti รวม VRAM 32GB เพื่อประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่ได้ในเครื่องเดียว และยังมี “AI Fusion Card” ขนาด 1TB ที่ช่วยให้ทำ post-training โมเดลระดับ 70B parameters ได้ในเครื่อง พร้อมสเปกจัดเต็มทั้ง Intel Ultra 9, RAM สูงสุด 256GB และพื้นที่เก็บข้อมูล M.2 สูงสุด 6TB เหมาะสำหรับงาน AI inference และงานข้อมูลหนักระดับองค์กร
    https://www.techradar.com/pro/return-of-the-sli-lenovos-new-workstation-pc-supports-up-to-2-rtx-5060-ti-gpus-for-ai-inference-but-im-more-interested-in-the-secretive-1tb-ai-fusion-card

    Motorola Razr Fold – มือถือพับจอใหญ่ 8.1 นิ้ว พร้อมปากกาและกล้องจัดเต็ม
    Motorola เปิดตัว Razr Fold มือถือพับรุ่นใหม่ที่ขยายสู่ตลาดแท็บเล็ตพับได้ ด้วยหน้าจอใหญ่ 8.1 นิ้วและจอหน้าปก 6.6 นิ้ว รองรับปากกา Moto Pen Ultra ซึ่งเป็นจุดที่เหนือกว่า Galaxy Fold 7 พร้อมชุดกล้อง 5 ตัว รวมถึงกล้องหน้า 20MP และกล้องเซลฟี่ 32MP ที่ให้ความยืดหยุ่นด้านการถ่ายภาพสูง แม้ยังไม่เปิดเผยสเปกชิปหรือราคา แต่ดีไซน์ ฟีเจอร์ AI และความสามารถด้านมัลติทาสก์ทำให้รุ่นนี้น่าจับตามองมากในตลาดพับได้
    https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/motorola-razr-fold-is-mostly-a-mystery-but-it-already-outdoes-the-galaxy-fold-7-in-one-key-way

    Nvidia เปิดตัว G‑Sync Pulsar: ยกระดับความคมชัดการเคลื่อนไหวสำหรับเกมเมอร์
    Nvidia เผยโฉม G‑Sync Pulsar เทคโนโลยีใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดปัญหา motion blur โดยใช้ระบบ backlight แบบแบ่งโซนและการสแกนแบบ rolling scan ทำให้ภาพเคลื่อนไหวคมชัดขึ้นอย่างมากจนการเล่นเกม 250fps ให้ความรู้สึกเหมือนจอ 1,000Hz พร้อมเปิดตัวในจอรุ่นใหม่จาก Acer, Asus, AOC และ MSI ในวันที่ 7 มกราคม 2026 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ VRR รุ่นถัดไปสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความลื่นไหลสูงสุด
    https://www.techradar.com/computing/monitors/nvidias-new-g-sync-pulsar-update-for-motion-clarity-is-a-big-win-for-pc-gamers-and-heres-why

    Motorola Signature: เรือธงสุดแกร่งที่สเปกจัดเต็ม แต่ชิปยังไม่สุด
    Motorola เปิดตัว Motorola Signature สมาร์ทโฟนเรือธงดีไซน์พรีเมียมที่มาพร้อมกล้อง 50MP ทั้งสี่ตัว หน้าจอ AMOLED 165Hz ความสว่างสูงสุด 6,200 nits แบต 5,200mAh และชาร์จเร็ว 90W พร้อมความทนทานระดับ IP68/IP69 แต่จุดอ่อนคือชิป Snapdragon 8 Gen 5 ที่ยังไม่ใช่รุ่นท็อป ทำให้ประสิทธิภาพไม่โดดเด่นเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับราคาที่ใกล้เคียงคู่แข่งระดับไฮเอนด์ แม้โดยรวมยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความครบเครื่องและอัปเดตยาว 7 ปี
    https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/the-motorola-signature-is-a-stunning-rugged-samsung-galaxy-s25-rival-with-one-unfortunate-weakness

    เตือนภัย! แคมเปญมัลแวร์ใหม่ขโมยแชต AI ผ่านส่วนขยาย Chrome ปลอม
    นักวิจัยพบส่วนขยาย Chrome ปลอมสองตัวที่มีผู้ใช้รวมเกือบ 900,000 ราย แอบดึงข้อมูลการสนทนากับ AI และ URL ของแท็บทุก 30 นาที ส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม โดยปลอมตัวเป็นส่วนขยายยอดนิยมด้าน AI ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของส่วนขยายที่แม้จะอยู่ในร้านค้าอย่างเป็นทางการก็ยังอาจเป็นอันตรายได้ จึงควรตรวจสอบสิทธิ์และความน่าเชื่อถือก่อนติดตั้งเสมอ
    https://www.techradar.com/pro/security/this-new-malware-campaign-is-stealing-chat-logs-via-chrome-extensions

    Intel Arc B390: iGPU ตัวเปลี่ยนเกมที่ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาเล่นเกมลื่นระดับสูงได้จริง
    Intel เปิดตัวชิป Core Ultra series 3 พร้อม iGPU Arc B390 ที่สร้างความประทับใจด้วยประสิทธิภาพการเล่นเกมระดับสูง สามารถรันเกมอย่าง Battlefield 6 และ Dying Light: The Beast ที่ 1080p ด้วยเฟรมเรตสูงเกินคาด แม้ไม่มีการ์ดจอแยก ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาในปี 2026 กลายเป็นตัวเลือกที่เล่นเกมได้จริงจังมากขึ้น และอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาด ultrabook ที่ต้องการทั้งความบางและพลังกราฟิกในตัวเดียว
    https://www.techradar.com/computing/cpu/the-intel-core-ultra-series-3-processors-look-impressive-enough-but-the-arc-b390-igpu-is-the-real-game-changer-here

    เสียงชัดคือหัวใจของการทำงานร่วมกับ AI — ถ้า AI ฟังคุณไม่ได้ มันก็ช่วยคุณไม่ได้
    บทความชี้ให้เห็นว่าในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในที่ทำงาน การมีระบบเสียงที่คมชัดเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ AI ต้องอาศัยเสียงที่ถูกต้องเพื่อประมวลผล ฟังอารมณ์ และตอบสนองได้อย่างแม่นยำ ทั้งในการประชุม การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ และการทำงานร่วมกันระหว่างทีมทั่วโลก องค์กรที่ลงทุนในไมโครโฟนและระบบประมวลผลเสียงคุณภาพสูงจึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร ลดความผิดพลาด และปลดล็อกศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่
    https://www.techradar.com/pro/if-ai-cant-hear-you-it-cant-help-you-why-clear-audio-drives-real-productivity
    📌📡🟢 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟢📡📌 #รวมข่าวIT #20260107 #TechRadar 🏥 OpenAI เผยมีผู้ใช้ ChatGPT ด้านสุขภาพกว่า 40 ล้านครั้งต่อวัน รายงานใหม่ของ OpenAI ระบุว่าผู้คนทั่วโลกกว่า 40 ล้านครั้งต่อวันใช้ ChatGPT เพื่อถามคำถามด้านสุขภาพ ตั้งแต่ตรวจสอบอาการ ไปจนถึงทำความเข้าใจคำแนะนำทางการแพทย์ โดยบริษัทมองว่า AI กำลังกลายเป็น “ผู้ช่วยด้านสุขภาพ” ที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูลและลดความสับสน แม้จะยังมีข้อกังวลเรื่องความแม่นยำและความเสี่ยงหากผู้ใช้เชื่อข้อมูลมากเกินไป แต่ตัวเลขการใช้งานสะท้อนว่าผู้คนจำนวนมากเลือกพึ่งพา AI ในช่วงเวลาที่เข้าถึงแพทย์ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openai/openai-says-40-million-people-use-chatgpt-for-healthcare-every-day 📱 Samsung โชว์จอพับไร้รอยพับครั้งแรก คาดเป็นสัญญาณถึง iPhone Fold ซัมซุงเปิดตัวเทคโนโลยีจอพับแบบไร้รอยพับที่ CES 2026 ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ใน iPhone Fold รุ่นแรกของ Apple ก่อนที่ซัมซุงเองจะนำไปใช้ในรุ่นถัดไป โดยจอนี้ถูกนำมาเทียบกับ Galaxy Z Fold 7 ให้เห็นชัดว่ารอยพับหายไปเกือบหมด ทำให้ตลาดมือถือพับได้อาจเข้าสู่ยุคใหม่ที่ทั้งสวยงามและทนทานกว่าเดิม พร้อมคาดการณ์ว่า iPhone Fold อาจเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ 🔗 https://www.techradar.com/phones/iphone/samsung-just-revealed-the-first-creaseless-foldable-screen-and-it-could-be-a-serious-hint-towards-the-iphone-fold 📧 Google เตรียมยุติการรองรับ POP3 ใน Gmail ปี 2026 Google ประกาศว่าจะหยุดรองรับ POP3 ใน Gmail ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถดึงอีเมลจากผู้ให้บริการอื่นเข้ามาใน Gmail ได้อีกต่อไป รวมถึงยุติฟีเจอร์ Gmailify ที่เคยช่วยเพิ่มระบบกันสแปมและฟีเจอร์ขั้นสูงให้บัญชีอีเมลภายนอก โดย Google แนะนำให้ใช้ IMAP แทน แม้จะมีข้อจำกัดมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบผู้ใช้ทั่วไปมากกว่าธุรกิจที่มีเครื่องมือย้ายข้อมูลใน Workspace อยู่แล้ว 🔗 https://www.techradar.com/pro/google-set-to-end-pop3-support-heres-what-we-know 🎨 ข่าวลือ OpenAI อาจซื้อ Pinterest จุดกระแสไม่พอใจจากผู้ใช้ เพียงแค่บทความคาดการณ์ว่า OpenAI อาจเข้าซื้อ Pinterest ก็ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจทันที เพราะกังวลว่าแพลตฟอร์มที่เน้นการคัดสรรด้วยมือจะถูกกลืนด้วย AI และข้อมูลบนบอร์ดของพวกเขาอาจถูกนำไปใช้ฝึกโมเดล แม้จะยังไม่มีดีลจริง แต่กระแสต่อต้านสะท้อนว่าผู้ใช้ยังต้องการพื้นที่สร้างสรรค์ที่ไม่ถูกครอบงำด้วย AI ขณะที่หุ้น Pinterest กลับพุ่งขึ้นเพียงเพราะข่าวลือดังกล่าว 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openais-rumored-acquisition-plans-for-pinterest-provoke-fury-among-some-users ⌨️ HP เปิดตัวคีย์บอร์ดที่เป็นคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบ รองรับ Copilot+ HP เปิดตัว EliteBoard G1a คีย์บอร์ดที่ภายในบรรจุพีซีครบชุด ใช้ชิป AMD Ryzen AI 300 พร้อมพลังประมวลผล AI มากพอสำหรับฟีเจอร์ Copilot+ บน Windows 11 แม้ตัวเครื่องจะบางเพียง 12 มม. แต่รองรับ RAM สูงสุด 64GB, SSD 2TB, ต่อจอ 4K ได้สองจอ และมีแบตเตอรี่ในตัว ทำให้เป็นแนวคิดใหม่ของพีซีแบบพกพาที่รวมทุกอย่างไว้ในคีย์บอร์ดเดียว 🔗 https://www.techradar.com/computing/keyboards/hp-just-squeezed-a-desktop-computer-into-a-keyboard-and-its-powerful-enough-to-be-a-copilot-pc 🧩 Deepfakes และความเชื่อมั่นดิจิทัลกำลังถูกท้าทาย ยุคที่ดีปเฟกและการปลอมแปลงด้วย AI แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้สังคม เศรษฐกิจ และสถาบันการเงินเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ทั้งการหลอกลวงด้วยใบหน้าเสียงปลอม การใช้วิดีโอปลอมในเหตุฉุกเฉิน ไปจนถึงการโจมตีองค์กรที่สร้างความเสียหายมหาศาล จึงเกิดแนวคิด “Proof of Humanness” เพื่อยืนยันว่าผู้ใช้งานเป็นมนุษย์จริงโดยไม่ต้องเก็บข้อมูลชีวมิติ ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของความเชื่อมั่นดิจิทัลในอนาคต และเป็นทางรอดจากโลกที่แยกของจริงออกจากของปลอมได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ 🔗 https://www.techradar.com/pro/deepfakes-and-distrust-how-human-provenance-can-rebuild-digital-confidence 🌀 ความสับสนเรื่องการรีแบรนด์ Microsoft Office → Microsoft 365 Copilot ผู้ใช้จำนวนมากเกิดความงุนงงเมื่อพบว่า Office.com ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft 365 Copilot ทั้งที่การรีแบรนด์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2022 แล้ว โดย Microsoft ต้องการผลักดัน Copilot ให้เป็นศูนย์กลางการทำงาน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้กลับสร้างความไม่พอใจ เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าถูกบังคับให้ใช้ AI มากเกินไป รวมถึงความกังวลว่าชื่อ “Office” อาจหายไปจากวงการซอฟต์แวร์ในที่สุด 🔗 https://www.techradar.com/pro/microsoft-office-has-been-rebranded-to-microsoft-365-copilot-or-has-it 💀 มัลแวร์ปลอม Blue Screen of Death หลอกเหยื่อให้ติดตั้งตัวเอง แฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัสเซียใช้แคมเปญ ClickFix รูปแบบใหม่ ส่งอีเมลปลอมเรื่องการจองโรงแรมเพื่อหลอกให้เหยื่อกดลิงก์ ก่อนแสดงหน้าจอ BSOD ปลอมเพื่อทำให้ตื่นตระหนกและรันสคริปต์ที่เป็นมัลแวร์จริง ซึ่งสามารถปิด Defender ขโมยรหัสผ่าน และดึงข้อมูลคลิปบอร์ดได้ ถือเป็นการโจมตีที่ผสมผสานจิตวิทยาและเทคนิคขั้นสูงเพื่อหลบการตรวจจับ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/hackers-use-blue-screen-of-death-malware-to-target-victims ⌨️ มือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงแบบ BlackBerry กลับมาแล้ว Clicks Communicator เปิดตัวมือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงด้านล่างและหน้าจอ AMOLED ขนาดกะทัดรัด ให้กลิ่นอาย BlackBerry ยุคทอง เน้นการพิมพ์และการทำงานเป็นหลัก มาพร้อมช่องหูฟัง 3.5 มม. และ microSD สูงสุด 2TB เหมาะสำหรับคนที่คิดถึงความรู้สึกการพิมพ์แบบปุ่มจริง และต้องการมือถือเครื่องที่สองสำหรับงาน Productivity 🔗 https://www.techradar.com/phones/android/missing-your-blackberry-the-clicks-communicator-brings-back-the-physical-keyboard-and-a-3-5mm-headphone-jack 🧭 Edge ถูกรีดีไซน์ให้คล้าย Copilot และผู้ใช้ไม่ปลื้ม Microsoft กำลังทดสอบดีไซน์ใหม่ของ Edge ที่ยืมสไตล์จาก Copilot ทั้งโทนสี ฟอนต์ และเมนูต่าง ๆ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้เปิดโหมด Copilot ก็ตาม ทำให้เกิดกระแสต่อต้านว่า Microsoft กำลังยัดเยียด AI มากเกินไป และยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ “Microslop” แพร่กระจาย เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าประสบการณ์ใช้งานถูกบังคับให้เดินตามทิศทาง AI โดยไม่ฟังเสียงชุมชน 🔗 https://www.techradar.com/computing/windows/microslop-is-heading-for-edge-major-browser-redesign-is-inspired-by-copilot-and-its-already-seriously-unpopular ⚠️ ช่องโหว่ WebUI เปิดทางให้แฮ็กเกอร์ยึดบัญชีและรันโค้ดระยะไกล Open WebUI ถูกพบช่องโหว่ร้ายแรงระดับ 8/10 (CVE‑2025‑64496) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีฉีดโค้ดผ่าน Direct Connection และขโมยโทเคนเพื่อยึดบัญชี รวมถึงอาจลุกลามไปสู่การรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยปัญหาเกิดจากการเชื่อมต่อไปยังโมเดลภายนอกที่ไม่ปลอดภัย และสามารถถูกหลอกให้เพิ่ม URL อันตรายได้ง่าย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 0.6.35 และจำกัดสิทธิ์การใช้เครื่องมือให้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-webui-vulnerability-allows-remote-code-execution-heres-how-to-stay-safe 🔐 องค์กรกว่า 50 แห่งถูกขโมยข้อมูลเพราะไม่เปิดใช้ MFA รายงานเผยว่าบริษัทใหญ่ระดับ Deloitte, KPMG และ Samsung ตกเป็นเหยื่อแฮ็กเกอร์ “Zestix” หลังไม่มีการบังคับใช้ MFA ทำให้ข้อมูลล็อกอินที่ถูกขโมยจากมัลแวร์อย่าง RedLine, Lumma และ Vidar ถูกนำไปใช้เข้าถึงคลาวด์และดูดข้อมูลจำนวนมาก บางองค์กรใช้รหัสผ่านเดิมมานานหลายปี ทำให้ความเสียหายขยายวงกว้าง เช่น Pickett & Associates สูญข้อมูลกว่า 139GB 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/dozens-of-organizations-fall-victim-to-infostealers-after-failing-to-enforce-mfa 🧠 งานวิจัยเตือน AI อาจทำให้มนุษย์ต้องรับผิดชอบงานมากขึ้น แต่ค่าตอบแทนไม่เพิ่ม บทความจาก Occupational Medicine ชี้ว่าการนำ AI มาใช้ช่วยงานอาจทำให้มนุษย์ต้องรับบท “ผู้จัดการ AI” เพิ่มภาระ ตรวจสอบความผิดพลาด และรับความเครียดมากขึ้น แม้งานจะถูกมองว่าง่ายขึ้นก็ตาม ส่งผลให้ค่าตอบแทนไม่สอดคล้องกับความรับผิดชอบ พร้อมเตือนว่าการจัดการที่ไม่ดีอาจกระทบต่อสุขภาพ ผลิตภาพ และโครงสร้างแรงงานในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/new-report-on-ai-adoption-warns-workers-could-face-more-complex-responsibilities-for-lower-pay 🎣 กลุ่มแฮ็กเกอร์ SLH กลับมาอีกครั้ง แต่ดันโดนล่อเข้ากับดัก Honeypot กลุ่ม Scattered Lapsus$ Hunters อ้างว่าบุกระบบ Resecurity ได้สำเร็จ แต่สุดท้ายถูกเปิดโปงว่าตกหลุม Honeypot ที่สร้างข้อมูลปลอมไว้ล่อ ทำให้ Resecurity สามารถเก็บ IP, บัญชีที่เชื่อมโยง และหลักฐานต่าง ๆ ส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ถือเป็นการพลิกเกมที่ทำให้กลุ่มแฮ็กเกอร์เสี่ยงถูกจับกุมมากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/notorious-hacking-collective-returns-but-researchers-say-they-fell-for-a-honeypot 🚀 AMD ประกาศยุค “YottaScale” ชี้ AI จะต้องการพลังประมวลผลระดับมหาศาล Lisa Su ซีอีโอ AMD กล่าวบนเวที CES 2026 ว่าโลกกำลังก้าวสู่ยุคที่ AI ต้องการพลังประมวลผลระดับ YottaFLOPS ซึ่งมากกว่าปัจจุบันถึง 10,000 เท่า พร้อมเปิดตัวชิปและโซลูชันใหม่ เช่น MI455 GPU และ EPYC Venice ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ โดยย้ำว่า AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่สุดในรอบ 50 ปี 🔗 https://www.techradar.com/pro/amd-ceo-welcomes-us-to-the-yottascale-era-lisa-su-says-ai-will-need-yottaflops-of-compute-power-soon 🧠✨ Lenovo เปิดตัวชุดเครื่องมือ AI ใหม่ยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน Lenovo เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI ใหม่ชื่อ Qira ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อการทำงานระหว่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และพีซีอย่างไร้รอยต่อ พร้อมฟีเจอร์ Smart Modes, Smart Share และ Smart Care ที่ช่วยปรับแต่งระบบ แชร์ไฟล์เร็วขึ้น และแก้ปัญหาเครื่องด้วย AI รวมถึงโซลูชัน AI สำหรับธุรกิจ SMB ที่เน้นความปลอดภัยและการประมวลผลบนอุปกรณ์โดยตรง ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Lenovo ที่ผลักดัน AI ให้เป็นหัวใจของการทำงานยุคใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/lenovo-unveils-the-ai-tools-it-hopes-will-supercharge-your-productivity-at-work 💾📦 ตำนาน Conner หวนคืนวงการสตอเรจใน CES 2026 แบรนด์ Conner ผู้บุกเบิกฮาร์ดดิสก์ 3.5 นิ้วในยุค 80–90 กลับมาอีกครั้งใน CES 2026 ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นสตอเรจพกพา เช่น SSD ขนาดเล็ก อุปกรณ์สำรองข้อมูลมือถือ และรุ่นที่ผสานพาวเวอร์แบงก์ โดยมุ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคโมบายมากกว่าตลาดพีซีแบบเดิม แม้ตลาดแข่งขันสูง แต่การกลับมาครั้งนี้ก็สร้างความสนใจว่าบรรดาแบรนด์ในตำนานอื่น ๆ อาจตามกลับมาเช่นกัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/legendary-hdd-brand-that-created-3-5-inch-format-makes-surprising-comeback-at-ces-could-illustrious-names-like-maxtor-iomega-or-syquest-be-next ⚡🚀 OWC เปิดตัว SSD Thunderbolt 5 ความจุ 8TB เร็วแรงทะลุ 6000MB/s OWC เปิดตัว Envoy Ultra Thunderbolt 5 SSD ความจุ 8TB ที่รองรับความเร็วสูงกว่า 6000MB/s โดยไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอก ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมไร้พัดลม ทนฝุ่นและน้ำระดับ IP67 และรองรับทั้ง Mac, Windows, iPad Pro และ Chromebook แม้ราคาจะสูงถึง $1,699 แต่ถูกวางตำแหน่งเป็นอุปกรณ์สำหรับมืออาชีพที่ต้องการความเร็วและความจุระดับสูงสุดในตลาดปัจจุบัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/owc-debuts-pcie-gen4-class-8tb-thunderbolt-5-external-ssd-the-largest-and-fastest-in-its-category-but-it-wont-be-cheap 🔐⚠️ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ถูกกล่าวหาว่าถูกแฮกข้อมูลลูกค้ากว่า 1 ล้านราย Brightspeed หนึ่งในผู้ให้บริการไฟเบอร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่กลุ่มแฮกเกอร์ Crimson Collective อ้างว่าขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ากว่า 1 ล้านราย รวมถึงชื่อ อีเมล เบอร์โทร และข้อมูลการชำระเงินบางส่วน แม้บริษัทจะยังไม่ยืนยันเหตุการณ์ แต่ระบุว่ากำลังสืบสวนอย่างจริงจัง เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/one-of-the-largest-us-broadband-providers-investigates-breach 🤖🦵 หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roborock รุ่นใหม่มี “ขา” ปีนบันไดได้จริง Roborock เปิดตัว Saros Rover หุ่นยนต์ดูดฝุ่นต้นแบบที่มาพร้อมขาแบบสติลท์ สามารถปีนบันได หมุนตัวบนขั้นบันได เดินบนพื้นต่างระดับ และหลบสิ่งกีดขวางอย่างคล่องตัว แม้ยังเป็นต้นแบบที่ต้องปรับปรุง แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์ทำความสะอาดที่สามารถทำงานในบ้านหลายระดับได้จริง และอาจเปลี่ยนมาตรฐานของตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/i-just-saw-roborocks-new-robot-vacuum-with-legs-and-its-going-to-make-no-go-zones-a-thing-of-the-past 🧠 AI Bubble – ฟองสบู่ที่แตกได้ แต่เทคโนโลยีไม่หายไป บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้กระแสการลงทุนด้าน AI จะพองโตเกินจริงและอาจยุบตัวลงในไม่ช้า แต่ตัวเทคโนโลยีเองจะยังคงอยู่และเติบโตต่อไป เพราะ AI ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจในองค์กรทั่วโลก โดยประเทศต่าง ๆ มีท่าทีต่อ AI แตกต่างกัน—สหรัฐฯ เร่งนวัตกรรม จีนเน้นลอกเลียนแบบ ส่วนยุโรปออกกฎเข้ม—และผู้ชนะในยุคนี้จะเป็นองค์กรที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพคน ไม่ใช่ลดคนทำงาน 🔗 https://www.techradar.com/pro/the-ai-bubble-it-will-burst-but-ai-will-still-be-here 💡 Philips Hue SpatialAware – ระบบไฟอัจฉริยะที่เข้าใจตำแหน่งจริงในห้อง Philips Hue เปิดตัวฟีเจอร์ SpatialAware ที่ทำให้ระบบไฟสามารถรับรู้ตำแหน่งของหลอดไฟแต่ละดวงในห้องผ่านการสแกนด้วยกล้องมือถือ แล้วปรับโทนสีและความสว่างให้สมจริงขึ้น เช่น การจำลองแสงพระอาทิตย์ตกหรือท้องฟ้าสว่าง พร้อมอัปเดตให้ Bridge Pro รองรับอุปกรณ์มากขึ้น และเพิ่มความสามารถของผู้ช่วย AI รวมถึงรองรับ Apple Home ได้ดีขึ้น ทำให้บ้านอัจฉริยะมีความลื่นไหลและเป็นธรรมชาติกว่าเดิม 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-lights/the-philips-hue-app-can-now-customize-lighting-scenes-so-they-suit-the-layout-of-your-rooms 🖥️ Lenovo Yoga Mini i – พีซีทรงกระบอกจิ๋ว รองรับ 4 จอ พร้อมพลัง AI Lenovo เปิดตัว Yoga Mini i พีซีขนาดเล็กเพียง 600 กรัม แต่รองรับจอภายนอกได้ถึง 4 จอ ใช้ชิป Intel Core Ultra X7 พร้อม RAM สูงสุด 32GB และ SSD สูงสุด 2TB ทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Copilot+ เพื่อรองรับงาน AI และมัลติทาสก์ได้ดี แม้จะไม่เล็กเท่า ThinkCentre M75n Nano รุ่นในตำนาน แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ทรงพลังสำหรับผู้ต้องการพีซีพกพาที่ทำงานจริงจังได้ครบเครื่อง 🔗 https://www.techradar.com/pro/lenovo-adds-copilot-mac-mini-rival-to-yoga-product-line-but-i-am-so-disappointed-that-it-didnt-revive-the-nano-m75n-the-smallest-pc-ever 🚀 Lenovo ThinkCentre X Tower – เวิร์กสเตชันคู่ GPU พร้อมการ์ด AI 1TB ลึกลับ ThinkCentre X Tower รุ่นใหม่ของ Lenovo กลับมาพร้อมระบบรองรับ GPU คู่แบบ RTX 5060 Ti รวม VRAM 32GB เพื่อประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่ได้ในเครื่องเดียว และยังมี “AI Fusion Card” ขนาด 1TB ที่ช่วยให้ทำ post-training โมเดลระดับ 70B parameters ได้ในเครื่อง พร้อมสเปกจัดเต็มทั้ง Intel Ultra 9, RAM สูงสุด 256GB และพื้นที่เก็บข้อมูล M.2 สูงสุด 6TB เหมาะสำหรับงาน AI inference และงานข้อมูลหนักระดับองค์กร 🔗 https://www.techradar.com/pro/return-of-the-sli-lenovos-new-workstation-pc-supports-up-to-2-rtx-5060-ti-gpus-for-ai-inference-but-im-more-interested-in-the-secretive-1tb-ai-fusion-card 📱 Motorola Razr Fold – มือถือพับจอใหญ่ 8.1 นิ้ว พร้อมปากกาและกล้องจัดเต็ม Motorola เปิดตัว Razr Fold มือถือพับรุ่นใหม่ที่ขยายสู่ตลาดแท็บเล็ตพับได้ ด้วยหน้าจอใหญ่ 8.1 นิ้วและจอหน้าปก 6.6 นิ้ว รองรับปากกา Moto Pen Ultra ซึ่งเป็นจุดที่เหนือกว่า Galaxy Fold 7 พร้อมชุดกล้อง 5 ตัว รวมถึงกล้องหน้า 20MP และกล้องเซลฟี่ 32MP ที่ให้ความยืดหยุ่นด้านการถ่ายภาพสูง แม้ยังไม่เปิดเผยสเปกชิปหรือราคา แต่ดีไซน์ ฟีเจอร์ AI และความสามารถด้านมัลติทาสก์ทำให้รุ่นนี้น่าจับตามองมากในตลาดพับได้ 🔗 https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/motorola-razr-fold-is-mostly-a-mystery-but-it-already-outdoes-the-galaxy-fold-7-in-one-key-way 🖥️ Nvidia เปิดตัว G‑Sync Pulsar: ยกระดับความคมชัดการเคลื่อนไหวสำหรับเกมเมอร์ Nvidia เผยโฉม G‑Sync Pulsar เทคโนโลยีใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดปัญหา motion blur โดยใช้ระบบ backlight แบบแบ่งโซนและการสแกนแบบ rolling scan ทำให้ภาพเคลื่อนไหวคมชัดขึ้นอย่างมากจนการเล่นเกม 250fps ให้ความรู้สึกเหมือนจอ 1,000Hz พร้อมเปิดตัวในจอรุ่นใหม่จาก Acer, Asus, AOC และ MSI ในวันที่ 7 มกราคม 2026 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ VRR รุ่นถัดไปสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความลื่นไหลสูงสุด 🔗 https://www.techradar.com/computing/monitors/nvidias-new-g-sync-pulsar-update-for-motion-clarity-is-a-big-win-for-pc-gamers-and-heres-why 📱 Motorola Signature: เรือธงสุดแกร่งที่สเปกจัดเต็ม แต่ชิปยังไม่สุด Motorola เปิดตัว Motorola Signature สมาร์ทโฟนเรือธงดีไซน์พรีเมียมที่มาพร้อมกล้อง 50MP ทั้งสี่ตัว หน้าจอ AMOLED 165Hz ความสว่างสูงสุด 6,200 nits แบต 5,200mAh และชาร์จเร็ว 90W พร้อมความทนทานระดับ IP68/IP69 แต่จุดอ่อนคือชิป Snapdragon 8 Gen 5 ที่ยังไม่ใช่รุ่นท็อป ทำให้ประสิทธิภาพไม่โดดเด่นเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับราคาที่ใกล้เคียงคู่แข่งระดับไฮเอนด์ แม้โดยรวมยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความครบเครื่องและอัปเดตยาว 7 ปี 🔗 https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/the-motorola-signature-is-a-stunning-rugged-samsung-galaxy-s25-rival-with-one-unfortunate-weakness 🔐 เตือนภัย! แคมเปญมัลแวร์ใหม่ขโมยแชต AI ผ่านส่วนขยาย Chrome ปลอม นักวิจัยพบส่วนขยาย Chrome ปลอมสองตัวที่มีผู้ใช้รวมเกือบ 900,000 ราย แอบดึงข้อมูลการสนทนากับ AI และ URL ของแท็บทุก 30 นาที ส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม โดยปลอมตัวเป็นส่วนขยายยอดนิยมด้าน AI ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของส่วนขยายที่แม้จะอยู่ในร้านค้าอย่างเป็นทางการก็ยังอาจเป็นอันตรายได้ จึงควรตรวจสอบสิทธิ์และความน่าเชื่อถือก่อนติดตั้งเสมอ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-new-malware-campaign-is-stealing-chat-logs-via-chrome-extensions ⚡ Intel Arc B390: iGPU ตัวเปลี่ยนเกมที่ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาเล่นเกมลื่นระดับสูงได้จริง Intel เปิดตัวชิป Core Ultra series 3 พร้อม iGPU Arc B390 ที่สร้างความประทับใจด้วยประสิทธิภาพการเล่นเกมระดับสูง สามารถรันเกมอย่าง Battlefield 6 และ Dying Light: The Beast ที่ 1080p ด้วยเฟรมเรตสูงเกินคาด แม้ไม่มีการ์ดจอแยก ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาในปี 2026 กลายเป็นตัวเลือกที่เล่นเกมได้จริงจังมากขึ้น และอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาด ultrabook ที่ต้องการทั้งความบางและพลังกราฟิกในตัวเดียว 🔗 https://www.techradar.com/computing/cpu/the-intel-core-ultra-series-3-processors-look-impressive-enough-but-the-arc-b390-igpu-is-the-real-game-changer-here 🎙️ เสียงชัดคือหัวใจของการทำงานร่วมกับ AI — ถ้า AI ฟังคุณไม่ได้ มันก็ช่วยคุณไม่ได้ บทความชี้ให้เห็นว่าในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในที่ทำงาน การมีระบบเสียงที่คมชัดเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ AI ต้องอาศัยเสียงที่ถูกต้องเพื่อประมวลผล ฟังอารมณ์ และตอบสนองได้อย่างแม่นยำ ทั้งในการประชุม การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ และการทำงานร่วมกันระหว่างทีมทั่วโลก องค์กรที่ลงทุนในไมโครโฟนและระบบประมวลผลเสียงคุณภาพสูงจึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร ลดความผิดพลาด และปลดล็อกศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/if-ai-cant-hear-you-it-cant-help-you-why-clear-audio-drives-real-productivity
    0 Comments 0 Shares 292 Views 0 Reviews
  • “อภิสิทธิ์” นำทีมพรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วยผู้สมัคร สส.เขต 9 “ชาญวัฒนา” หาเสียง พร้อมย้ำจุดยืนทำการเมืองสุจริต ไม่ซื้อเสียง และขอแรงประชาชนร่วมกันปราบทุนเทา
    .
    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังคงยึดมั่นอุดมการณ์และความผูกพันกับพี่น้องชาวภาคใต้อย่างยาวนาน พร้อมยืนยันว่าพรรคพร้อมกลับมาเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชน โดยเฉพาะการผลักดันนโยบายด้านปากท้อง ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน และการประมง
    .
    นอกจากนี้ ยังชูนโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งมอเตอร์เวย์และระบบรถไฟ เพื่อยกระดับการคมนาคมให้เข้าถึงทุกพื้นที่อย่างทั่วถึงมากขึ้น
    .
    หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ประเทศว่า รัฐบาลทำงานล่าช้าในหลายประเด็น จนทำให้ต่างชาติต้องเข้ามามีบทบาทจัดการปัญหาสแกมเมอร์ พร้อมชวนประชาชนเลือกการเมืองที่สุจริต โปร่งใส และไม่รับเงินซื้อเสียง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001701
    .
    #News1 #News1live #ประชาธิปัตย์ #อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #เลือกตั้ง2569 #นครศรีธรรมราช #การเมืองสุจริต
    “อภิสิทธิ์” นำทีมพรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วยผู้สมัคร สส.เขต 9 “ชาญวัฒนา” หาเสียง พร้อมย้ำจุดยืนทำการเมืองสุจริต ไม่ซื้อเสียง และขอแรงประชาชนร่วมกันปราบทุนเทา . นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังคงยึดมั่นอุดมการณ์และความผูกพันกับพี่น้องชาวภาคใต้อย่างยาวนาน พร้อมยืนยันว่าพรรคพร้อมกลับมาเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชน โดยเฉพาะการผลักดันนโยบายด้านปากท้อง ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน และการประมง . นอกจากนี้ ยังชูนโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งมอเตอร์เวย์และระบบรถไฟ เพื่อยกระดับการคมนาคมให้เข้าถึงทุกพื้นที่อย่างทั่วถึงมากขึ้น . หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ประเทศว่า รัฐบาลทำงานล่าช้าในหลายประเด็น จนทำให้ต่างชาติต้องเข้ามามีบทบาทจัดการปัญหาสแกมเมอร์ พร้อมชวนประชาชนเลือกการเมืองที่สุจริต โปร่งใส และไม่รับเงินซื้อเสียง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001701 . #News1 #News1live #ประชาธิปัตย์ #อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #เลือกตั้ง2569 #นครศรีธรรมราช #การเมืองสุจริต
    0 Comments 0 Shares 220 Views 0 Reviews
More Results