• รายละเอียดเพิ่มเติมในการพบปะกับสื่อมวลชนของเซเลนสกี:

    👉ยูเครนไม่ยอมรับการเป็นหนี้จากการสนับสนุนทางทหารของสหรัฐในนอดีต และสหรัฐได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าความช่วยเหลือในอนาคตจะไม่ฟรีอีกต่อไป

    👉ข้อตกลงแร่ธาตุของสหรัฐไม่หมือนที่เจรจากันไว้ และมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในตอนนี้ เงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายไม่เห็นด้วยร่วมกัน แต่มันกลับถูกนำมาเพิ่มเติมใหม่

    👉ปูตินไม่อยากให้มีการเจรจาเกิดขึ้นกับยูเครน เขากลัวการเจรจาโดยตรงกับผม เขาพยายามหาเหตุผลเพื่อยืดเวลาสงครามออกไป ในความคิดของเขา ยูเครนไม่ได้มีอำนาจอธิปไตย ซึ่งนั่นเป็นความคิดส่วนตัวของเขา

    👉ยูเครนพร้อมเปิดใจให้การเจรจากับรัสเซีย "แต่ไม่ใช่กับปูติน"

    👉หากภายในธุรกิจหรือประชาชนในภูมิภาคใดๆของรัสเซียที่พร้อมจะต่อต้านสงครามและทำงานเพื่อสันติภาพ แจ้งมาที่เรา เราพร้อมที่จะรับฟังและร่วมมือกัน

    👉ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรพร้อมส่งกองกำลังเข้าสู่ยูเครน เราเป็นสามเหลี่ยมที่จับมือกันอย่างแน่นหนา "ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และยูเครน"

    👉ยูเครนจะมีการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง ภาพถ่ายดาวเทียม รวมทั้งได้รับใบอนุญาตจากประเทศในยุโรป ในการผลิตกระสุน ขีปนาวุธ และเทคโนโลยีป้องกันภัยทางอากาศ

    👉สัปดาห์นี้ เคียฟจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฉุกเฉินแบบปิด(ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมฟัง) ของผู้นำกองทัพจากประเทศต่างๆ ที่พร้อมจะส่งกองกำลังเข้าสู่ยูเครน

    👉ก่อนหน้านี้สหรัฐรับปากจะทำงานร่วมกับซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และพันธมิตรในยุโรป เกี่ยวกับวิธีการติดตามการโจมตีของรัสเซียต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน

    👉ยูเครนไม่เห็นด้วยที่จะให้ซาอุดีอาระเบียเข้ามากำกับดูแลโครงสร้างด้านพลังงานของเรา พวกเขาขาดอุปกรณ์ ประสบการณ์ความรู้ทางเทคนิค และความสามารถด้านข่าวกรอง

    👉การติดตามความปลอดภัยในทะเลดำ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และรัฐชายฝั่งทะเลดำ ได้แก่ โรมาเนียและบัลแกเรีย จะเป็นฝ่ายที่ต้องดูแลร่วมกัน
    รายละเอียดเพิ่มเติมในการพบปะกับสื่อมวลชนของเซเลนสกี: 👉ยูเครนไม่ยอมรับการเป็นหนี้จากการสนับสนุนทางทหารของสหรัฐในนอดีต และสหรัฐได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าความช่วยเหลือในอนาคตจะไม่ฟรีอีกต่อไป 👉ข้อตกลงแร่ธาตุของสหรัฐไม่หมือนที่เจรจากันไว้ และมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในตอนนี้ เงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายไม่เห็นด้วยร่วมกัน แต่มันกลับถูกนำมาเพิ่มเติมใหม่ 👉ปูตินไม่อยากให้มีการเจรจาเกิดขึ้นกับยูเครน เขากลัวการเจรจาโดยตรงกับผม เขาพยายามหาเหตุผลเพื่อยืดเวลาสงครามออกไป ในความคิดของเขา ยูเครนไม่ได้มีอำนาจอธิปไตย ซึ่งนั่นเป็นความคิดส่วนตัวของเขา 👉ยูเครนพร้อมเปิดใจให้การเจรจากับรัสเซีย "แต่ไม่ใช่กับปูติน" 👉หากภายในธุรกิจหรือประชาชนในภูมิภาคใดๆของรัสเซียที่พร้อมจะต่อต้านสงครามและทำงานเพื่อสันติภาพ แจ้งมาที่เรา เราพร้อมที่จะรับฟังและร่วมมือกัน 👉ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรพร้อมส่งกองกำลังเข้าสู่ยูเครน เราเป็นสามเหลี่ยมที่จับมือกันอย่างแน่นหนา "ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และยูเครน" 👉ยูเครนจะมีการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง ภาพถ่ายดาวเทียม รวมทั้งได้รับใบอนุญาตจากประเทศในยุโรป ในการผลิตกระสุน ขีปนาวุธ และเทคโนโลยีป้องกันภัยทางอากาศ 👉สัปดาห์นี้ เคียฟจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฉุกเฉินแบบปิด(ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมฟัง) ของผู้นำกองทัพจากประเทศต่างๆ ที่พร้อมจะส่งกองกำลังเข้าสู่ยูเครน 👉ก่อนหน้านี้สหรัฐรับปากจะทำงานร่วมกับซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และพันธมิตรในยุโรป เกี่ยวกับวิธีการติดตามการโจมตีของรัสเซียต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน 👉ยูเครนไม่เห็นด้วยที่จะให้ซาอุดีอาระเบียเข้ามากำกับดูแลโครงสร้างด้านพลังงานของเรา พวกเขาขาดอุปกรณ์ ประสบการณ์ความรู้ทางเทคนิค และความสามารถด้านข่าวกรอง 👉การติดตามความปลอดภัยในทะเลดำ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และรัฐชายฝั่งทะเลดำ ได้แก่ โรมาเนียและบัลแกเรีย จะเป็นฝ่ายที่ต้องดูแลร่วมกัน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 516 มุมมอง 18 0 รีวิว
  • อเมริกาบรรลุข้อตกลงแยกต่างหากกับทั้งยูเครนและรัสเซีย ในเรื่องพักการโจมตีในทะเลดำและห้ามถล่มเป้าหมายด้านพลังงาน จากการประชุมคู่ขนาน 3 วันที่ซาอุดีอาระเบีย โดยที่วอชิงตันรับปากหาทางผ่อนคลายบางมาตรการแซงก์ชันให้มอสโก ขณะที่เครมลินออกมาแสดงความพอใจเมื่อวันพุธ (26 มี.ค.) ในผลการเจรจากับสหรัฐฯ ถึงแม้ตั้งเงื่อนไขว่าการหยุดยิงจะเกิดขึ้นต่อเมื่อธนาคารรัสเซียกลับเข้าร่วมระบบการชำระเงินระหว่างประเทศได้แล้วเท่านั้น
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000028980
    อเมริกาบรรลุข้อตกลงแยกต่างหากกับทั้งยูเครนและรัสเซีย ในเรื่องพักการโจมตีในทะเลดำและห้ามถล่มเป้าหมายด้านพลังงาน จากการประชุมคู่ขนาน 3 วันที่ซาอุดีอาระเบีย โดยที่วอชิงตันรับปากหาทางผ่อนคลายบางมาตรการแซงก์ชันให้มอสโก ขณะที่เครมลินออกมาแสดงความพอใจเมื่อวันพุธ (26 มี.ค.) ในผลการเจรจากับสหรัฐฯ ถึงแม้ตั้งเงื่อนไขว่าการหยุดยิงจะเกิดขึ้นต่อเมื่อธนาคารรัสเซียกลับเข้าร่วมระบบการชำระเงินระหว่างประเทศได้แล้วเท่านั้น . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000028980
    Like
    6
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1725 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทำเนียบเครมลินแถลงว่า รัสเซียและอเมริกาต่างกำลังวิเคราะห์ผลการหารือของทั้ง 2 ฝ่าย ที่ซาอุดีอาระเบีย แต่ปฏิเสธให้รายละเอียดการเจรจา ซึ่งทั้งสองฝ่ายระบุก่อนหน้านี้ว่า โฟกัสที่การหาทางทำข้อหยุดยิงในทะเลดำ เพื่อที่จะได้ขยับต่อไปสู่การหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ ในอีกด้านหนึ่ง การพูดคุยระหว่างยูเครนกับสหรัฐฯ ปรากฏว่าใช้เวลาสั้นๆ ก็ปิดลงโดยบอกว่าจะแถลงรายละเอียดในภายหลังเช่นกัน
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000028590
    ทำเนียบเครมลินแถลงว่า รัสเซียและอเมริกาต่างกำลังวิเคราะห์ผลการหารือของทั้ง 2 ฝ่าย ที่ซาอุดีอาระเบีย แต่ปฏิเสธให้รายละเอียดการเจรจา ซึ่งทั้งสองฝ่ายระบุก่อนหน้านี้ว่า โฟกัสที่การหาทางทำข้อหยุดยิงในทะเลดำ เพื่อที่จะได้ขยับต่อไปสู่การหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ ในอีกด้านหนึ่ง การพูดคุยระหว่างยูเครนกับสหรัฐฯ ปรากฏว่าใช้เวลาสั้นๆ ก็ปิดลงโดยบอกว่าจะแถลงรายละเอียดในภายหลังเช่นกัน . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000028590
    Like
    Haha
    7
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1650 มุมมอง 0 รีวิว
  • สหรัฐฯ เผยเตรียมประกาศการเจรจาหยุดยิงในทะเลดำ หลังการเจรจาที่ริยาดรอบสองประสบผลสำเร็จ

    คาดว่าสหรัฐฯ และรัสเซียจะออกแถลงการณ์ร่วมกันในเช้าวันอังคาร หลังจากการเจรจาหยุดยิงที่ซาอุดีอาระเบีย โดยหวังว่าจะสามารถเริ่มการค้าทางทะเลที่ปลอดภัยในทะเลดำได้อีกครั้ง

    อย่างไรก็ตาม การรายงานข่าวนี้ออกมาจากสหรัฐเพียงฝ่ายเดียว คงต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิดว่ารัสเซียเห็นพ้องด้วยหรือไม่!?!
    สหรัฐฯ เผยเตรียมประกาศการเจรจาหยุดยิงในทะเลดำ หลังการเจรจาที่ริยาดรอบสองประสบผลสำเร็จ คาดว่าสหรัฐฯ และรัสเซียจะออกแถลงการณ์ร่วมกันในเช้าวันอังคาร หลังจากการเจรจาหยุดยิงที่ซาอุดีอาระเบีย โดยหวังว่าจะสามารถเริ่มการค้าทางทะเลที่ปลอดภัยในทะเลดำได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การรายงานข่าวนี้ออกมาจากสหรัฐเพียงฝ่ายเดียว คงต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิดว่ารัสเซียเห็นพ้องด้วยหรือไม่!?!
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 202 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🕌🇸🇦 50 ปี ลอบปลงพระชนม์กษัตริย์ไฟซาล แห่งซาอุดีอาระเบีย ราชนัดดามีอาการทางจิต ปลิดชีพลุง 3 นัดซ้อน เสยคาง-ข้างหู เบื้องลึกโศกนาฏกรรมสะเทือนโลก 🕊️🔫

    📌 ย้อนเหตุการณ์สะเทือนโลก เมื่อ 50 ปี ที่ผ่านมา เหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์กษัตริย์ไฟซาล แห่งซาอุฯ โดยเจ้าชายผู้มีอาการทางจิต พร้อมเผยข้อเท็จจริงที่หลายคนไม่เคยรู้ ผลกระทบที่ยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน

    🕌 ย้อนรอยโศกนาฏกรรมแห่งราชวงศ์ซาอุฯ 25 มีนาคม พ.ศ. 2518... เช้าวันอังคารที่เงียบเหงาในกรุงริยาด กลับกลายเป็นวันแห่งโศกนาฏกรรมระดับโลก เมื่อ "สมเด็จพระราชาธิบดีไฟซาล บิน อับดุล อาซิซ อัล ซาอุด" ผู้นำสูงสุดแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ต้องสิ้นพระชนม์ด้วยฝีมือของเจ้าชาย ซึ่งเป็น "หลานชายแท้ ๆ" จากการลอบยิงระยะประชิด 3 นัดซ้อน ในพระราชวังหลวง... 💔🔫

    เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ความสูญเสียของราชวงศ์ หากแต่ส่งผลสะเทือนทั้งโลก โดยเฉพาะโลกมุสลิม ที่ยังคงสั่นคลอน กับคำถามที่ยังไม่มีคำตอบอย่างแท้จริงว่า...

    "ทำไมเจ้าชายจึงลั่นไก?" 🤯

    📖 เรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ "สมเด็จพระราชาธิบดีไฟซาล บิน อับดุล อาซิซ อัล ซาอุด" ทรงขึ้นครองราชย์เมื่อปี พ.ศ. 2507 ทรงเป็นที่รู้จักในฐานะกษัตริย์ผู้มีวิสัยทัศน์ 🌍✨

    พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการลดการพึ่งพาน้ำมัน ⛽️ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 🏗️ การส่งเสริมการศึกษา 📚 และการวางแผนปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ ในระยะยาว

    นอกจากนี้ กษัตริย์ไฟซาลยังเป็นผู้นำ ในการต่อต้านอิสราเอลอย่างแข็งกร้าว ในช่วงสงคราม Yom Kippur และมีบทบาทสำคัญในการใช้ “นโยบายน้ำมันเป็นอาวุธ” (Oil Weapon Policy) กดดันตะวันตก ในช่วงวิกฤตน้ำมันปี 2516 🛢️⚖️

    พระองค์จึงเป็นทั้งผู้นำเชิงกลยุทธ์ และนักปฏิรูปผู้ทรงพลังของซาอุดีอาระเบีย

    😱 เหตุการณ์ลอบสังหาร เช้าแห่งความมืดมิด เช้าวันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2518 ในพระราชวังหลวง กรุงริยาด 🇸🇦 "เจ้าชายไฟซาล บิน มูซาอิด บิน อับดุลลาซิซ อัล ซาอุด" หลานชายแท้ ๆ ของกษัตริย์ไฟซาล ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดี พร้อมคณะผู้แทนจากประเทศคูเวต

    ขณะนั้นไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า…

    ทันทีที่กษัตริย์โน้มพระองค์ลง เพื่อจุมพิตเจ้าชายตามธรรมเนียม เจ้าชายกลับชักปืนพกสั้นออกมา แล้วยิงไปที่คางและข้างพระกรรณของกษัตริย์ 3 นัดซ้อน 🔫💥

    ราชองครักษ์พยายามจะโต้ตอบทันที แต่ “ชีค อาห์เมด ซากีห์ ยามานี” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงปิโตรเลียมและทรัพยากรธรรมชาติ ได้ตะโกนห้ามไม่ให้สังหารเจ้าชายผู้ก่อเหตุ ทำให้เจ้าชายถูกจับกุมแทน

    👑 "เจ้าชายไฟซาล บิน มูซาอิด" เป็นพระราชโอรสของเจ้าชายมูซาอิด พระอนุชาของกษัตริย์ไฟซาล เคยศึกษาที่สหรัฐอเมริกา 🇺🇸 และมีประวัติพฤติกรรมแปลกประหลาดหลายอย่าง เช่น...

    - ถูกจับที่สหรัฯอเมริกา จากคดีครอบครองยาเสพติด 💊
    - มีพฤติกรรมต่อต้านสังคม และมีแนวคิดเสรีนิยมแบบตะวันตก 🌐
    - เคยมีความขัดแย้งภายในราชวงศ์ 📉

    รายงานจากนักจิตแพทย์หลายฝ่ายตรงกันว่า เจ้าชายทรงมีอาการ “โรคจิตเภท” (Schizophrenia) 😵‍💫

    อาการที่สังเกตได้คือ
    - ความหวาดระแวง (Paranoia)
    - ความคิดหลงผิด (Delusions)
    - พฤติกรรมรุนแรง และขาดการควบคุมตนเอง

    ❓ แรงจูงใจเบื้องหลังการลอบสังหาร แม้การสอบสวนจะสรุปว่า เจ้าชายไฟซาลก่อเหตุเพียงลำพัง แต่แรงจูงใจยังคงเป็นปริศนา 🤔

    ข้อสันนิษฐานที่เป็นไปได้ ได้แก่
    - แก้แค้นให้เจ้าชายคาลิด พระเชษฐาซึ่งเสียชีวิตจากการต่อสู้ กับกองกำลังรัฐในปี 2509 ⚔️
    - อาการป่วยจิตเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมรุนแรง โดยไม่มีแรงจูงใจทางการเมืองชัดเจน 💭
    - ความไม่พอใจต่อราชวงศ์ เจ้าชายรู้สึกถูกจำกัดเสรีภาพ หลังกลับจากสหรัฐฯ 🗽
    - แรงกระตุ้นจากภายนอก บางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอาจมี "ตะวันตก" อยู่เบื้องหลัง 🤫 แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน

    ⚖️ หลังจากเหตุการณ์ไม่นาน "เจ้าชายไฟซาล บิน มูซาอิด" ถูกนำตัวขึ้นศาล ในข้อหาลอบปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์

    ศาลตัดสินให้ บั่นพระเศียรกลางจัตุรัสสาธารณะ ในกรุงริยาด ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายชารีอะห์ ของซาอุดีอาระเบีย ✝️⚔️

    การลงโทษต่อหน้าประชาชน ถูกใช้เพื่อส่งสารถึงประชาชนว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แม้จะเป็นเจ้าชายก็ตาม 👑❌⚖️

    🧠 จิตวิทยากับโศกนาฏกรรม ความเชื่อมโยงของ "โรคจิตเภท" จากคำวินิจฉัยของคณะจิตแพทย์พบว่าเจ้าชายไฟซาลมีอาการของ "โรคจิตเภท" ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยมีความคิดที่หลงผิด ไม่สามารถแยกแยะความจริง จากจินตนาการได้อย่างถูกต้อง 🤯

    อาการเด่นที่สังเกตได้คือ
    - ความหวาดระแวงว่า ถูกคุกคาม
    - อารมณ์ไม่คงที่
    - มีการตัดสินใจที่ผิดเพี้ยน
    - การรับรู้ผิดปกติอย่างรุนแรง

    💡สิ่งสำคัญคือ โรคจิตเภทไม่ใช่ความผิดของผู้ป่วย แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในเวลานั้น การวินิจฉัยและการรักษา ยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร

    🕵️‍♂️ เรื่องจริงที่โลกไม่ค่อยรู้
    📌 เจ้าชายเคยถูกจับในสหรัฐอเมริกา ในคดีครอบครองยาเสพติด
    📌 กษัตริย์ไฟซาลมีเป้าหมายลดการพึ่งพาน้ำมัน พัฒนาการศึกษา
    📌 บางแหล่งข่าวสงสัยว่า ตะวันตกอาจเกี่ยวข้องกับการลอบสังหาร
    📌 "ชีค ยามานี" รัฐมนตรีน้ำมัน เป็นผู้หยุดราชองครักษ์ ไม่ให้สังหารเจ้าชายทันที

    🧩 โศกนาฏกรรมที่กลายเป็นบทเรียนแห่งโลก สะท้อนให้เห็นว่า... แม้จะอยู่ในพระราชวังสูงสุด หรือมีพระยศสูงส่งเพียงใด ก็ไม่อาจหนีจาก "ความเป็นมนุษย์" และ "ความเปราะบางของจิตใจ" ได้เลย

    กษัตริย์ไฟซาล อาจจากโลกนี้ไปด้วยความเจ็บปวด... แต่พระองค์ได้ทิ้งมรดกแห่งวิสัยทัศน์ ไว้ให้ซาอุดีอาระเบียก้าวหน้า ต่อมาอีกหลายทศวรรษ 🕊️

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 251024 มี.ค. 2568

    📲 #กษัตริย์ไฟซาล #ลอบสังหารซาอุ #ประวัติศาสตร์ซาอุ #โศกนาฏกรรมซาอุดีอาระเบีย #จิตเวชในราชวงศ์ #ซาอุยุค70 #เจ้าชายไฟซาล #ราชวงศ์อาหรับ #เรื่องจริงไม่เคยรู้ #FaisalBinAbdulAziz
    🕌🇸🇦 50 ปี ลอบปลงพระชนม์กษัตริย์ไฟซาล แห่งซาอุดีอาระเบีย ราชนัดดามีอาการทางจิต ปลิดชีพลุง 3 นัดซ้อน เสยคาง-ข้างหู เบื้องลึกโศกนาฏกรรมสะเทือนโลก 🕊️🔫 📌 ย้อนเหตุการณ์สะเทือนโลก เมื่อ 50 ปี ที่ผ่านมา เหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์กษัตริย์ไฟซาล แห่งซาอุฯ โดยเจ้าชายผู้มีอาการทางจิต พร้อมเผยข้อเท็จจริงที่หลายคนไม่เคยรู้ ผลกระทบที่ยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน 🕌 ย้อนรอยโศกนาฏกรรมแห่งราชวงศ์ซาอุฯ 25 มีนาคม พ.ศ. 2518... เช้าวันอังคารที่เงียบเหงาในกรุงริยาด กลับกลายเป็นวันแห่งโศกนาฏกรรมระดับโลก เมื่อ "สมเด็จพระราชาธิบดีไฟซาล บิน อับดุล อาซิซ อัล ซาอุด" ผู้นำสูงสุดแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ต้องสิ้นพระชนม์ด้วยฝีมือของเจ้าชาย ซึ่งเป็น "หลานชายแท้ ๆ" จากการลอบยิงระยะประชิด 3 นัดซ้อน ในพระราชวังหลวง... 💔🔫 เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ความสูญเสียของราชวงศ์ หากแต่ส่งผลสะเทือนทั้งโลก โดยเฉพาะโลกมุสลิม ที่ยังคงสั่นคลอน กับคำถามที่ยังไม่มีคำตอบอย่างแท้จริงว่า... "ทำไมเจ้าชายจึงลั่นไก?" 🤯 📖 เรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ "สมเด็จพระราชาธิบดีไฟซาล บิน อับดุล อาซิซ อัล ซาอุด" ทรงขึ้นครองราชย์เมื่อปี พ.ศ. 2507 ทรงเป็นที่รู้จักในฐานะกษัตริย์ผู้มีวิสัยทัศน์ 🌍✨ พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการลดการพึ่งพาน้ำมัน ⛽️ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 🏗️ การส่งเสริมการศึกษา 📚 และการวางแผนปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ ในระยะยาว นอกจากนี้ กษัตริย์ไฟซาลยังเป็นผู้นำ ในการต่อต้านอิสราเอลอย่างแข็งกร้าว ในช่วงสงคราม Yom Kippur และมีบทบาทสำคัญในการใช้ “นโยบายน้ำมันเป็นอาวุธ” (Oil Weapon Policy) กดดันตะวันตก ในช่วงวิกฤตน้ำมันปี 2516 🛢️⚖️ พระองค์จึงเป็นทั้งผู้นำเชิงกลยุทธ์ และนักปฏิรูปผู้ทรงพลังของซาอุดีอาระเบีย 😱 เหตุการณ์ลอบสังหาร เช้าแห่งความมืดมิด เช้าวันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2518 ในพระราชวังหลวง กรุงริยาด 🇸🇦 "เจ้าชายไฟซาล บิน มูซาอิด บิน อับดุลลาซิซ อัล ซาอุด" หลานชายแท้ ๆ ของกษัตริย์ไฟซาล ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดี พร้อมคณะผู้แทนจากประเทศคูเวต ขณะนั้นไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า… ทันทีที่กษัตริย์โน้มพระองค์ลง เพื่อจุมพิตเจ้าชายตามธรรมเนียม เจ้าชายกลับชักปืนพกสั้นออกมา แล้วยิงไปที่คางและข้างพระกรรณของกษัตริย์ 3 นัดซ้อน 🔫💥 ราชองครักษ์พยายามจะโต้ตอบทันที แต่ “ชีค อาห์เมด ซากีห์ ยามานี” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงปิโตรเลียมและทรัพยากรธรรมชาติ ได้ตะโกนห้ามไม่ให้สังหารเจ้าชายผู้ก่อเหตุ ทำให้เจ้าชายถูกจับกุมแทน 👑 "เจ้าชายไฟซาล บิน มูซาอิด" เป็นพระราชโอรสของเจ้าชายมูซาอิด พระอนุชาของกษัตริย์ไฟซาล เคยศึกษาที่สหรัฐอเมริกา 🇺🇸 และมีประวัติพฤติกรรมแปลกประหลาดหลายอย่าง เช่น... - ถูกจับที่สหรัฯอเมริกา จากคดีครอบครองยาเสพติด 💊 - มีพฤติกรรมต่อต้านสังคม และมีแนวคิดเสรีนิยมแบบตะวันตก 🌐 - เคยมีความขัดแย้งภายในราชวงศ์ 📉 รายงานจากนักจิตแพทย์หลายฝ่ายตรงกันว่า เจ้าชายทรงมีอาการ “โรคจิตเภท” (Schizophrenia) 😵‍💫 อาการที่สังเกตได้คือ - ความหวาดระแวง (Paranoia) - ความคิดหลงผิด (Delusions) - พฤติกรรมรุนแรง และขาดการควบคุมตนเอง ❓ แรงจูงใจเบื้องหลังการลอบสังหาร แม้การสอบสวนจะสรุปว่า เจ้าชายไฟซาลก่อเหตุเพียงลำพัง แต่แรงจูงใจยังคงเป็นปริศนา 🤔 ข้อสันนิษฐานที่เป็นไปได้ ได้แก่ - แก้แค้นให้เจ้าชายคาลิด พระเชษฐาซึ่งเสียชีวิตจากการต่อสู้ กับกองกำลังรัฐในปี 2509 ⚔️ - อาการป่วยจิตเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมรุนแรง โดยไม่มีแรงจูงใจทางการเมืองชัดเจน 💭 - ความไม่พอใจต่อราชวงศ์ เจ้าชายรู้สึกถูกจำกัดเสรีภาพ หลังกลับจากสหรัฐฯ 🗽 - แรงกระตุ้นจากภายนอก บางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอาจมี "ตะวันตก" อยู่เบื้องหลัง 🤫 แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน ⚖️ หลังจากเหตุการณ์ไม่นาน "เจ้าชายไฟซาล บิน มูซาอิด" ถูกนำตัวขึ้นศาล ในข้อหาลอบปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์ ศาลตัดสินให้ บั่นพระเศียรกลางจัตุรัสสาธารณะ ในกรุงริยาด ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายชารีอะห์ ของซาอุดีอาระเบีย ✝️⚔️ การลงโทษต่อหน้าประชาชน ถูกใช้เพื่อส่งสารถึงประชาชนว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แม้จะเป็นเจ้าชายก็ตาม 👑❌⚖️ 🧠 จิตวิทยากับโศกนาฏกรรม ความเชื่อมโยงของ "โรคจิตเภท" จากคำวินิจฉัยของคณะจิตแพทย์พบว่าเจ้าชายไฟซาลมีอาการของ "โรคจิตเภท" ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยมีความคิดที่หลงผิด ไม่สามารถแยกแยะความจริง จากจินตนาการได้อย่างถูกต้อง 🤯 อาการเด่นที่สังเกตได้คือ - ความหวาดระแวงว่า ถูกคุกคาม - อารมณ์ไม่คงที่ - มีการตัดสินใจที่ผิดเพี้ยน - การรับรู้ผิดปกติอย่างรุนแรง 💡สิ่งสำคัญคือ โรคจิตเภทไม่ใช่ความผิดของผู้ป่วย แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในเวลานั้น การวินิจฉัยและการรักษา ยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร 🕵️‍♂️ เรื่องจริงที่โลกไม่ค่อยรู้ 📌 เจ้าชายเคยถูกจับในสหรัฐอเมริกา ในคดีครอบครองยาเสพติด 📌 กษัตริย์ไฟซาลมีเป้าหมายลดการพึ่งพาน้ำมัน พัฒนาการศึกษา 📌 บางแหล่งข่าวสงสัยว่า ตะวันตกอาจเกี่ยวข้องกับการลอบสังหาร 📌 "ชีค ยามานี" รัฐมนตรีน้ำมัน เป็นผู้หยุดราชองครักษ์ ไม่ให้สังหารเจ้าชายทันที 🧩 โศกนาฏกรรมที่กลายเป็นบทเรียนแห่งโลก สะท้อนให้เห็นว่า... แม้จะอยู่ในพระราชวังสูงสุด หรือมีพระยศสูงส่งเพียงใด ก็ไม่อาจหนีจาก "ความเป็นมนุษย์" และ "ความเปราะบางของจิตใจ" ได้เลย กษัตริย์ไฟซาล อาจจากโลกนี้ไปด้วยความเจ็บปวด... แต่พระองค์ได้ทิ้งมรดกแห่งวิสัยทัศน์ ไว้ให้ซาอุดีอาระเบียก้าวหน้า ต่อมาอีกหลายทศวรรษ 🕊️ ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 251024 มี.ค. 2568 📲 #กษัตริย์ไฟซาล #ลอบสังหารซาอุ #ประวัติศาสตร์ซาอุ #โศกนาฏกรรมซาอุดีอาระเบีย #จิตเวชในราชวงศ์ #ซาอุยุค70 #เจ้าชายไฟซาล #ราชวงศ์อาหรับ #เรื่องจริงไม่เคยรู้ #FaisalBinAbdulAziz
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 716 มุมมอง 0 รีวิว
  • เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และรัสเซียเริ่มต้นเจรจาในซาอุดีอาระเบีย เพื่อผลักดันข้อตกลงหยุดยิงที่ครอบคลุมในยูเครน โดยในเฉพาะหน้านี้ทั้งวอชิงตันและมอสโกระบุว่ามุ่งโฟกัสที่การหยุดยิงในทะเลดำ ทั้งนี้หลังจาก 1 วันก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เพิ่งเจรจากับยูเครนในสถานที่แห่งเดียวกันนี้ อย่างไรก็ดี เครมลินดักคอว่า อย่าเพิ่งคาดหวังผลสำเร็จใดๆ เนื่องจากการเจรจาอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น อีกทั้งยังมีคำถามสำคัญหลายข้อที่ยังไม่ได้รับคำตอบ
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000028187
    เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และรัสเซียเริ่มต้นเจรจาในซาอุดีอาระเบีย เพื่อผลักดันข้อตกลงหยุดยิงที่ครอบคลุมในยูเครน โดยในเฉพาะหน้านี้ทั้งวอชิงตันและมอสโกระบุว่ามุ่งโฟกัสที่การหยุดยิงในทะเลดำ ทั้งนี้หลังจาก 1 วันก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เพิ่งเจรจากับยูเครนในสถานที่แห่งเดียวกันนี้ อย่างไรก็ดี เครมลินดักคอว่า อย่าเพิ่งคาดหวังผลสำเร็จใดๆ เนื่องจากการเจรจาอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น อีกทั้งยังมีคำถามสำคัญหลายข้อที่ยังไม่ได้รับคำตอบ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000028187
    Like
    Haha
    4
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1642 มุมมอง 0 รีวิว
  • สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ มองในแง่บวก ก่อนหน้าการเจรจาเดิมพันสูงในซาอุดีอาระเบีย เกี่ยวกับสงครามในยูเครน และเชื่อว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ต้องการยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมา 3 ปี
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000027774
    สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ มองในแง่บวก ก่อนหน้าการเจรจาเดิมพันสูงในซาอุดีอาระเบีย เกี่ยวกับสงครามในยูเครน และเชื่อว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ต้องการยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมา 3 ปี . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000027774
    Like
    Haha
    Angry
    6
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1183 มุมมอง 0 รีวิว
  • เซเลนสกีกล่าวว่า ยูเครนเตรียมส่งรายชื่อโครงสร้างพื้นฐานซึ่งจะเป็นในส่วนที่สหรัฐต้องรับผิดชอบ เพื่อเป็นไปตามข้อตกลงหยุดยิง นั่นหมายความว่ารัสเซียจะไม่สามารถโจมตีได้อีกต่อไป

    ▪️ รายชื่อโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวจะถูกนำเสนอต่อสหรัฐฯ ในการเจรจาที่ซาอุดีอาระเบียในวันจันทร์นี้

    ▪️ ตามคำกล่าวของเซเลนสกี ไม่เพียงแต่ต้องการให้รัสเซียยุติการโจมตีโรงไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอื่นๆ ด้วย ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่ากองกำลังยูเครนและทหารรับจ้างต่างชาติ ใช้อาคารที่พักของพลเรือนเป็นแหล่งบัญชาการและสะสมกำลังพลชั่วคราวมาตลอด
    เซเลนสกีกล่าวว่า ยูเครนเตรียมส่งรายชื่อโครงสร้างพื้นฐานซึ่งจะเป็นในส่วนที่สหรัฐต้องรับผิดชอบ เพื่อเป็นไปตามข้อตกลงหยุดยิง นั่นหมายความว่ารัสเซียจะไม่สามารถโจมตีได้อีกต่อไป ▪️ รายชื่อโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวจะถูกนำเสนอต่อสหรัฐฯ ในการเจรจาที่ซาอุดีอาระเบียในวันจันทร์นี้ ▪️ ตามคำกล่าวของเซเลนสกี ไม่เพียงแต่ต้องการให้รัสเซียยุติการโจมตีโรงไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอื่นๆ ด้วย ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่ากองกำลังยูเครนและทหารรับจ้างต่างชาติ ใช้อาคารที่พักของพลเรือนเป็นแหล่งบัญชาการและสะสมกำลังพลชั่วคราวมาตลอด
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 339 มุมมอง 8 0 รีวิว
  • มิใช่ “บลูไดมอนด์” ของซาอุฯ ตามคำกล่าวเท็จใส่ร้าย

    วันนี้ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๓ ครบรอบ ๓๑ ปีเหตุการณ์ “โจรกรรมเครื่องเพชรราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย” เกิดขึ้นในปี ๒๕๓๒ แล้ววันนี้แอดมินเห็นคนบางกลุ่มกำลังพยายามบิดเบือนความจริงในโซเชียลมีเดียต่าง ๆ นานาว่า เพชรที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงสวมใส่ คือ “เพชรสีน้ำเงิน” หรือที่เรารู้จักในชื่อ “Blue Diamond” เป็นเพชรที่ถูกขโมยมาจากประเทศซาอุดิอารเบีย ซึ่งไม่เป็นความจริงตามคำกล่าวเท็จใส่ร้ายแต่ประกาศใด

    ตามพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงสวมสร้อยพระศอเป็น “สร้อยพระศอไพลินสีน้ำเงิน (Blue Sapphire)” ไม่ใช่ “เพชรสีน้ำเงิน (Blue Diamond)” ตามที่คนบางกลุ่มกำลังพยายามบิดเบือนกล่าวหาพระองค์

    “สร้อยพระศอไพลินสีน้ำเงิน (Blue Sapphire)” องค์นี้ ประดับเพชรโดยไพลินสีน้ำเงินเม็ดนี้มีขนาด ๑๐๙.๕๗ กะรัต จี้ไพลินสีน้ำเงินองค์นี้ เป็นฝีมือการออกแบบและประดิษฐ์จากบริษัทอัญมณี Van Cleef & Arpels จากประเทศฝรั่งเศส เมื่อประมาณปี ๒๕๐๖

    ซึ่งพระองค์ทรงสวมสร้อยพระศอไพลินสีน้ำเงินองค์นี้ มานานกว่า ๕๐ ปีแล้ว และทรงสวมในหลาย ๆ โอกาสอีกด้วย เช่น ในปี ๒๕๑๑ ทรงสวมสร้อยพระศอนี้ ในโอกาสที่สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งอิหร่าน เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ ๒๒-๒๙ มกราคม ๒๕๑๑ (พระฉายาลักษณ์บนขวา) หรือในปี ๒๕๓๔ ทรงสวมสร้อยพระศอนี้ ในโอกาสที่สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ ๒๖-๓๐ กันยายน ๒๕๓๔ (พระฉายาลักษณ์ล่างกลาง)

    และเหตุการณ์ “โจรกรรมเครื่องเพชรราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย” เกิดขึ้นในปี ๒๕๓๒ แต่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงสวมสร้อยพระศอไพลินสีน้ำเงิน มานาน ๕๐ ปีแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๑๐ เรื่อยมา จึงเป็นไปไม่ได้ที่พระสร้อยศอนี้ จะเป็นเครื่องประดับที่ถูกโจรกรรมมาจากประเทศซาอุดีอาระเบีย ในปี ๒๕๓๒

    และในคดีโจรกรรมเครื่องเพชรนั้น ได้จบไปนานแล้ว ในยุคนั้น นายโมฮัมหมัด ซาอิด โคจา ได้แสดงความขอบคุณทางการไทยอย่างสุดซึ้ง แม้จะยังไม่ได้เพชรคืนทุกชิ้นก็ตาม แต่ได้มาเพียงเท่านี้เขาก็พอใจแล้ว แต่สิ่งที่ซาอุดิอาระเบียโกรธทางการไทยอย่างมากจนลดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยลง มาจากสาเหตุเรื่องการอุ้มฆ่านักธุรกิจซาอุดิอาระเบีย ต่างหาก

    และราชวงศ์จักรี มีเครื่องประดับที่เป็นเพชรมากมาย ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงแล้ว หรือแม้แต่ในอดีต ตามบันทึกในหนังสือ “ความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศทางราชการ” ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสนั้นเสด็จเยือนแคนาดา เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๑๐ และเสด็จไปในงานเลี้ยงรับรองสำคัญ ซึ่งในงานจะมีบุคคลสำคัญในวงการราชการและธุรกิจ คืนนั้นพระองค์ได้โดยในหนังสือเล่มดังกล่าวมีการระบุความตอนหนึ่งว่า

    “...คืนนั้น ข้าพเจ้าได้สวมสร้อยพระศอเพชร ซึ่งเป็นของเก่าของสมเด็จพระพันปีหลวง…”

    หมายเหตุ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ในบทความนี้ หมายถึง สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ในบันทึกยังบอกอีกว่า สร้อยพระศอเพชรเส้นนี้เอง ทำให้เกิดเหตุการณ์อย่างหนึ่งในงานนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ เกิดขึ้นเมื่อแขกคนสำคัญคนหนึ่งถามหม่อมเจ้าหญิงวิภาวดีรังสิต ซึ่งทำหน้าที่นางสนองพระโอษฐ์ แล้วไปในงานวันนั้นด้วยว่า

    “...เอ้อ…สร้อยพระศอที่พระราชินีของท่านทรงอยู่นั้น คงเพิ่งซื้อใหม่จากปารีสกระมัง...”

    หม่อมเจ้าวิภาวดี ทรงตอบว่า

    “...เอ๊ะ ! นี่ท่านไม่รู้หรอกหรือ ว่าเมืองไทยของฉันมีอายุกว่า ๗๐๐-๘๐๐ ปีแล้ว พระราชวงศ์จักรีก็มีมาตั้งเกือบสองศตวรรษ เราจึงมีเครื่องเพชรประจำพระราชวงศ์บ้าง ไม่เห็นจะต้องซื้อของใหม่ราคาแพงมาใช้เลย...”

    จากบันทึกในหนังสือ “ความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศทางราชการ” ของพระองค์ ทำให้เห็นได้ว่า เครื่องเพชรที่พระองค์ประดับอยู่ หลาย ๆ ชิ้น ตลอดการเดินทางนั้น ล้วนเป็น เครื่องเพชรประจำพระราชวงศ์ทั้งนั้น รวมถึงสร้อยพระศอไพลินสีน้ำเงิน นั้นก็เช่นกัน

    สุดท้ายนี้ แอดมินหวังว่าท่านที่ไปฟังเขาเล่ามาว่าแบบนั้นแบบนี้ อยากให้เข้าใจเสียใหม่ และหลังจากนี้ ก็หวังอีกว่าคงไม่มีใครจะกล่าวเท็จใส่ร้ายพระองค์อีก

    Cr. เพจ โบราณนานมา
    มิใช่ “บลูไดมอนด์” ของซาอุฯ ตามคำกล่าวเท็จใส่ร้าย วันนี้ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๓ ครบรอบ ๓๑ ปีเหตุการณ์ “โจรกรรมเครื่องเพชรราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย” เกิดขึ้นในปี ๒๕๓๒ แล้ววันนี้แอดมินเห็นคนบางกลุ่มกำลังพยายามบิดเบือนความจริงในโซเชียลมีเดียต่าง ๆ นานาว่า เพชรที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงสวมใส่ คือ “เพชรสีน้ำเงิน” หรือที่เรารู้จักในชื่อ “Blue Diamond” เป็นเพชรที่ถูกขโมยมาจากประเทศซาอุดิอารเบีย ซึ่งไม่เป็นความจริงตามคำกล่าวเท็จใส่ร้ายแต่ประกาศใด ตามพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงสวมสร้อยพระศอเป็น “สร้อยพระศอไพลินสีน้ำเงิน (Blue Sapphire)” ไม่ใช่ “เพชรสีน้ำเงิน (Blue Diamond)” ตามที่คนบางกลุ่มกำลังพยายามบิดเบือนกล่าวหาพระองค์ “สร้อยพระศอไพลินสีน้ำเงิน (Blue Sapphire)” องค์นี้ ประดับเพชรโดยไพลินสีน้ำเงินเม็ดนี้มีขนาด ๑๐๙.๕๗ กะรัต จี้ไพลินสีน้ำเงินองค์นี้ เป็นฝีมือการออกแบบและประดิษฐ์จากบริษัทอัญมณี Van Cleef & Arpels จากประเทศฝรั่งเศส เมื่อประมาณปี ๒๕๐๖ ซึ่งพระองค์ทรงสวมสร้อยพระศอไพลินสีน้ำเงินองค์นี้ มานานกว่า ๕๐ ปีแล้ว และทรงสวมในหลาย ๆ โอกาสอีกด้วย เช่น ในปี ๒๕๑๑ ทรงสวมสร้อยพระศอนี้ ในโอกาสที่สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งอิหร่าน เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ ๒๒-๒๙ มกราคม ๒๕๑๑ (พระฉายาลักษณ์บนขวา) หรือในปี ๒๕๓๔ ทรงสวมสร้อยพระศอนี้ ในโอกาสที่สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ ๒๖-๓๐ กันยายน ๒๕๓๔ (พระฉายาลักษณ์ล่างกลาง) และเหตุการณ์ “โจรกรรมเครื่องเพชรราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย” เกิดขึ้นในปี ๒๕๓๒ แต่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงสวมสร้อยพระศอไพลินสีน้ำเงิน มานาน ๕๐ ปีแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๑๐ เรื่อยมา จึงเป็นไปไม่ได้ที่พระสร้อยศอนี้ จะเป็นเครื่องประดับที่ถูกโจรกรรมมาจากประเทศซาอุดีอาระเบีย ในปี ๒๕๓๒ และในคดีโจรกรรมเครื่องเพชรนั้น ได้จบไปนานแล้ว ในยุคนั้น นายโมฮัมหมัด ซาอิด โคจา ได้แสดงความขอบคุณทางการไทยอย่างสุดซึ้ง แม้จะยังไม่ได้เพชรคืนทุกชิ้นก็ตาม แต่ได้มาเพียงเท่านี้เขาก็พอใจแล้ว แต่สิ่งที่ซาอุดิอาระเบียโกรธทางการไทยอย่างมากจนลดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยลง มาจากสาเหตุเรื่องการอุ้มฆ่านักธุรกิจซาอุดิอาระเบีย ต่างหาก และราชวงศ์จักรี มีเครื่องประดับที่เป็นเพชรมากมาย ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงแล้ว หรือแม้แต่ในอดีต ตามบันทึกในหนังสือ “ความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศทางราชการ” ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสนั้นเสด็จเยือนแคนาดา เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๑๐ และเสด็จไปในงานเลี้ยงรับรองสำคัญ ซึ่งในงานจะมีบุคคลสำคัญในวงการราชการและธุรกิจ คืนนั้นพระองค์ได้โดยในหนังสือเล่มดังกล่าวมีการระบุความตอนหนึ่งว่า “...คืนนั้น ข้าพเจ้าได้สวมสร้อยพระศอเพชร ซึ่งเป็นของเก่าของสมเด็จพระพันปีหลวง…” หมายเหตุ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ในบทความนี้ หมายถึง สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในบันทึกยังบอกอีกว่า สร้อยพระศอเพชรเส้นนี้เอง ทำให้เกิดเหตุการณ์อย่างหนึ่งในงานนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ เกิดขึ้นเมื่อแขกคนสำคัญคนหนึ่งถามหม่อมเจ้าหญิงวิภาวดีรังสิต ซึ่งทำหน้าที่นางสนองพระโอษฐ์ แล้วไปในงานวันนั้นด้วยว่า “...เอ้อ…สร้อยพระศอที่พระราชินีของท่านทรงอยู่นั้น คงเพิ่งซื้อใหม่จากปารีสกระมัง...” หม่อมเจ้าวิภาวดี ทรงตอบว่า “...เอ๊ะ ! นี่ท่านไม่รู้หรอกหรือ ว่าเมืองไทยของฉันมีอายุกว่า ๗๐๐-๘๐๐ ปีแล้ว พระราชวงศ์จักรีก็มีมาตั้งเกือบสองศตวรรษ เราจึงมีเครื่องเพชรประจำพระราชวงศ์บ้าง ไม่เห็นจะต้องซื้อของใหม่ราคาแพงมาใช้เลย...” จากบันทึกในหนังสือ “ความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศทางราชการ” ของพระองค์ ทำให้เห็นได้ว่า เครื่องเพชรที่พระองค์ประดับอยู่ หลาย ๆ ชิ้น ตลอดการเดินทางนั้น ล้วนเป็น เครื่องเพชรประจำพระราชวงศ์ทั้งนั้น รวมถึงสร้อยพระศอไพลินสีน้ำเงิน นั้นก็เช่นกัน สุดท้ายนี้ แอดมินหวังว่าท่านที่ไปฟังเขาเล่ามาว่าแบบนั้นแบบนี้ อยากให้เข้าใจเสียใหม่ และหลังจากนี้ ก็หวังอีกว่าคงไม่มีใครจะกล่าวเท็จใส่ร้ายพระองค์อีก Cr. เพจ โบราณนานมา
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 553 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองกำลัง HTS ของรัฐบาลซีเรีย โจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน

    ภาพกองกำลัง HTS ของรัฐบาลใหม่ซีเรียขณะโจมตีหมู่บ้านเบกา (Bekaa Valley) เมืองชายแดนของเลบานอน "ในเวลาเดียวกับที่อิสราเอลก็โจมตีเลบานอนเช่นกัน"

    จรวดมากกว่า 50 ลูกและปืนใหญ่หลายสิบนัดเพิ่งถูกถล่มใส่ฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

    กองกำลังซีเรียกำลังยิงเข้าไปในเลบานอนอย่างหนัก และคนในพื้นที่กำลังหลบหนี มีรายงานเบื้องต้นเด็กอย่างน้อยหนึ่งคนเสียชีวิต และอีกสี่คนได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของกองกำลัง HTS

    หลายฝ่ายกำลังจับตามองท่าทีของรัฐบาลซีเรีย ที่นับวันยิ่งเปิดเผยตัวตนว่าสนับสนุนอิสราเอลเข้าไปทุกที หากเป็นเช่นนั้นจริง นั่นเท่ากับว่าซีเรียได้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอิสราเอลไปแล้ว ทำให้เข้าใกล้ "GREATER ISRAEL" เข้าไปทุกที

    มาดูกันว่าอิทธิพลของอิสราเอลที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐเต็มรูปแบบ จะต้องครอบคลุมพื้นที่เท่าไหร่ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย "GREATER ISRAEL" :

    ปาเลสไตน์ 100%
    จอร์แดน 100%
    เลบานอน 100%
    คูเวต 100%
    ซีเรีย 75%
    อิรัก 45%
    ซาอุดีอาระเบีย 40%
    กองกำลัง HTS ของรัฐบาลซีเรีย โจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ภาพกองกำลัง HTS ของรัฐบาลใหม่ซีเรียขณะโจมตีหมู่บ้านเบกา (Bekaa Valley) เมืองชายแดนของเลบานอน "ในเวลาเดียวกับที่อิสราเอลก็โจมตีเลบานอนเช่นกัน" จรวดมากกว่า 50 ลูกและปืนใหญ่หลายสิบนัดเพิ่งถูกถล่มใส่ฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กองกำลังซีเรียกำลังยิงเข้าไปในเลบานอนอย่างหนัก และคนในพื้นที่กำลังหลบหนี มีรายงานเบื้องต้นเด็กอย่างน้อยหนึ่งคนเสียชีวิต และอีกสี่คนได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของกองกำลัง HTS หลายฝ่ายกำลังจับตามองท่าทีของรัฐบาลซีเรีย ที่นับวันยิ่งเปิดเผยตัวตนว่าสนับสนุนอิสราเอลเข้าไปทุกที หากเป็นเช่นนั้นจริง นั่นเท่ากับว่าซีเรียได้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอิสราเอลไปแล้ว ทำให้เข้าใกล้ "GREATER ISRAEL" เข้าไปทุกที มาดูกันว่าอิทธิพลของอิสราเอลที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐเต็มรูปแบบ จะต้องครอบคลุมพื้นที่เท่าไหร่ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย "GREATER ISRAEL" : ปาเลสไตน์ 100% จอร์แดน 100% เลบานอน 100% คูเวต 100% ซีเรีย 75% อิรัก 45% ซาอุดีอาระเบีย 40%
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 297 มุมมอง 0 รีวิว
  • สหรัฐฯ ปลดผู้แทนพิเศษ Kellogg จากการเจรจาสันติภาพตามคำเรียกร้องของเครมลิน

    NBC News รายงานว่า พลโท Keith Kellogg ผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ ถูกปลดจากการเจรจาสันติภาพตามคำเรียกร้องของเครมลิน เนื่องจากจุดยืน "เข้าข้างยูเครนมากเกินไป"

    สื่อระบุว่า พลโท Keith Kellogg "หายไปอย่างน่าสงสัย" จากการประชุมสุดยอดสองครั้งล่าสุดในซาอุดีอาระเบีย

    ประธานาธิบดีรัสเซีย Vladimir Putin เห็นว่าเขามีท่าทีเข้าข้างยูเครนมากเกินไป เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียบอกกับ NBC News

    "Kellogg เป็นอดีตนายพลอเมริกันที่ใกล้ชิดกับยูเครนมากเกินไป ไม่ใช่คนของเรา ไม่ใช่ระดับที่เรากำลังมองหา" เจ้าหน้าที่กล่าว

    เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในรัฐบาล Trump ยืนยันกับ NBC News ว่ารัสเซียไม่ต้องการให้ Kellogg มีส่วนเกี่ยวข้อง

    ก่อนหน้านี้ Politico รายงานว่า Kellogg "ถูกลดบทบาทเป็นอย่างมาก" ในการเจรจากับยูเครนและรัสเซีย
    สหรัฐฯ ปลดผู้แทนพิเศษ Kellogg จากการเจรจาสันติภาพตามคำเรียกร้องของเครมลิน NBC News รายงานว่า พลโท Keith Kellogg ผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ ถูกปลดจากการเจรจาสันติภาพตามคำเรียกร้องของเครมลิน เนื่องจากจุดยืน "เข้าข้างยูเครนมากเกินไป" สื่อระบุว่า พลโท Keith Kellogg "หายไปอย่างน่าสงสัย" จากการประชุมสุดยอดสองครั้งล่าสุดในซาอุดีอาระเบีย ประธานาธิบดีรัสเซีย Vladimir Putin เห็นว่าเขามีท่าทีเข้าข้างยูเครนมากเกินไป เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียบอกกับ NBC News "Kellogg เป็นอดีตนายพลอเมริกันที่ใกล้ชิดกับยูเครนมากเกินไป ไม่ใช่คนของเรา ไม่ใช่ระดับที่เรากำลังมองหา" เจ้าหน้าที่กล่าว เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในรัฐบาล Trump ยืนยันกับ NBC News ว่ารัสเซียไม่ต้องการให้ Kellogg มีส่วนเกี่ยวข้อง ก่อนหน้านี้ Politico รายงานว่า Kellogg "ถูกลดบทบาทเป็นอย่างมาก" ในการเจรจากับยูเครนและรัสเซีย
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 450 มุมมอง 0 รีวิว
  • เซเลนสกี้ เรียกร้องให้รัสเซียเร่งมือในการตัดสินใจเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิง หลังจากคณะผู้แทนยูเครนได้รายงานรายละเอียดการประชุมกับตัวแทนของสหรัฐฯ ในซาอุดีอาระเบียให้เขาทราบ ซึ่งรวมถึงความคืบหน้าของการเจรจาและประเด็นสำคัญต่างๆ

    "น่าเสียดายที่เป็นเวลากว่าหนึ่งวันแล้วที่โลกยังไม่ได้ยินการตอบสนองที่เป็นรูปธรรมจากรัสเซียต่อข้อเสนอดังกล่าว เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นอีกครั้งว่ารัสเซียพยายามที่จะยืดเวลาสงครามและเลื่อนสันติภาพออกไปให้นานที่สุด เราหวังว่าแรงกดดันจากสหรัฐฯ จะเพียงพอที่จะบีบบังคับให้รัสเซียยุติสงคราม

    ทีมงานของเราพร้อมที่จะทำงานอย่างสร้างสรรค์ต่อไปกับพันธมิตรทั้งหมดในอเมริกา ยุโรป และส่วนอื่นๆ ของโลกที่มุ่งมั่นที่จะนำสันติภาพมาใกล้ชิดยิ่งขึ้น เราขอขอบคุณซาอุดีอาระเบียและมกุฎราชกุมารเป็นการส่วนตัวที่จัดเตรียมเวทีให้คณะผู้แทนของเราได้ทำงาน"
    เซเลนสกี้ เรียกร้องให้รัสเซียเร่งมือในการตัดสินใจเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิง หลังจากคณะผู้แทนยูเครนได้รายงานรายละเอียดการประชุมกับตัวแทนของสหรัฐฯ ในซาอุดีอาระเบียให้เขาทราบ ซึ่งรวมถึงความคืบหน้าของการเจรจาและประเด็นสำคัญต่างๆ "น่าเสียดายที่เป็นเวลากว่าหนึ่งวันแล้วที่โลกยังไม่ได้ยินการตอบสนองที่เป็นรูปธรรมจากรัสเซียต่อข้อเสนอดังกล่าว เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นอีกครั้งว่ารัสเซียพยายามที่จะยืดเวลาสงครามและเลื่อนสันติภาพออกไปให้นานที่สุด เราหวังว่าแรงกดดันจากสหรัฐฯ จะเพียงพอที่จะบีบบังคับให้รัสเซียยุติสงคราม ทีมงานของเราพร้อมที่จะทำงานอย่างสร้างสรรค์ต่อไปกับพันธมิตรทั้งหมดในอเมริกา ยุโรป และส่วนอื่นๆ ของโลกที่มุ่งมั่นที่จะนำสันติภาพมาใกล้ชิดยิ่งขึ้น เราขอขอบคุณซาอุดีอาระเบียและมกุฎราชกุมารเป็นการส่วนตัวที่จัดเตรียมเวทีให้คณะผู้แทนของเราได้ทำงาน"
    Love
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 347 มุมมอง 0 รีวิว
  • นี่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการเกม โดย Niantic ผู้พัฒนาเกม Pokémon Go ได้ประกาศขายแผนกเกมของตนให้กับ Scopely ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Savvy Games Group ที่มีรัฐบาลซาอุดีอาระเบียหนุนหลัง การซื้อขายครั้งนี้มีมูลค่าสูงถึง 3.5 พันล้านดอลลาร์

    ในดีลนี้ Scopely จะได้ครอบครองเกมดังอย่าง Pokémon Go, Monster Hunter Now และ Pikmin Bloom รวมถึงทีมพัฒนาภายในของ Niantic และแอปเสริมต่าง ๆ เช่น Campfire และ Wayfarer อย่างไรก็ตาม Niantic จะยังคงดำเนินธุรกิจด้าน AI เชิงพื้นที่ (Geospatial AI) ต่อไปผ่านบริษัทลูกที่ชื่อ Niantic Spatial ซึ่งจะพัฒนาธุรกิจในด้านอื่นแทน

    ย้อนรอยความสำเร็จและปัญหาของ Pokémon Go Pokémon Go เคยสร้างปรากฏการณ์ระดับโลกเมื่อเปิดตัวในปี 2016 โดยมียอดดาวน์โหลดสูงสุดในสัปดาห์แรก มีผู้เล่นกว่า 500 ล้านคนในปีแรก และทำรายได้ทะลุพันล้านดอลลาร์ต่อปี แต่ในช่วงล็อกดาวน์ปี 2020 ความนิยมของเกมลดลง เนื่องจากข้อจำกัดในการเล่นเกมนอกสถานที่ ซึ่งเป็นจุดเด่นของเกม อย่างไรก็ตาม Niantic ระบุว่าในปี 2024 แผนกเกมยังคงมีผู้เล่นมากกว่า 30 ล้านคนต่อเดือน และทำรายได้มากกว่าพันล้านดอลลาร์

    ทิศทางใหม่กับ Scopely Scopely ถูกวิจารณ์ว่าใช้กลยุทธ์สร้างรายได้แบบ "Pay-to-Win" ในเกมหลายเกม เช่น Marvel Strike Force และ Star Trek Fleet Command ผู้เล่น Pokémon Go จำนวนหนึ่งแสดงความไม่พอใจและขู่ว่าจะเลิกเล่น หากเกมต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เสียสมดุล

    ภาพรวมของซาอุดีอาระเบียในอุตสาหกรรมเกม รัฐบาลซาอุดีอาระเบียมีเป้าหมายชัดเจนที่จะเป็นศูนย์กลางระดับโลกในอุตสาหกรรมเกม โดยใช้ Public Investment Fund (PIF) ในการลงทุนในบริษัทเกมชั้นนำ เช่น Nintendo, Activision Blizzard และ EA ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์ระยะยาวในการเสริมสร้างบทบาทในตลาดนี้

    https://www.techspot.com/news/107118-pokmon-go-developer-niantic-sell-gaming-division-saudi.html
    นี่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการเกม โดย Niantic ผู้พัฒนาเกม Pokémon Go ได้ประกาศขายแผนกเกมของตนให้กับ Scopely ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Savvy Games Group ที่มีรัฐบาลซาอุดีอาระเบียหนุนหลัง การซื้อขายครั้งนี้มีมูลค่าสูงถึง 3.5 พันล้านดอลลาร์ ในดีลนี้ Scopely จะได้ครอบครองเกมดังอย่าง Pokémon Go, Monster Hunter Now และ Pikmin Bloom รวมถึงทีมพัฒนาภายในของ Niantic และแอปเสริมต่าง ๆ เช่น Campfire และ Wayfarer อย่างไรก็ตาม Niantic จะยังคงดำเนินธุรกิจด้าน AI เชิงพื้นที่ (Geospatial AI) ต่อไปผ่านบริษัทลูกที่ชื่อ Niantic Spatial ซึ่งจะพัฒนาธุรกิจในด้านอื่นแทน ย้อนรอยความสำเร็จและปัญหาของ Pokémon Go Pokémon Go เคยสร้างปรากฏการณ์ระดับโลกเมื่อเปิดตัวในปี 2016 โดยมียอดดาวน์โหลดสูงสุดในสัปดาห์แรก มีผู้เล่นกว่า 500 ล้านคนในปีแรก และทำรายได้ทะลุพันล้านดอลลาร์ต่อปี แต่ในช่วงล็อกดาวน์ปี 2020 ความนิยมของเกมลดลง เนื่องจากข้อจำกัดในการเล่นเกมนอกสถานที่ ซึ่งเป็นจุดเด่นของเกม อย่างไรก็ตาม Niantic ระบุว่าในปี 2024 แผนกเกมยังคงมีผู้เล่นมากกว่า 30 ล้านคนต่อเดือน และทำรายได้มากกว่าพันล้านดอลลาร์ ทิศทางใหม่กับ Scopely Scopely ถูกวิจารณ์ว่าใช้กลยุทธ์สร้างรายได้แบบ "Pay-to-Win" ในเกมหลายเกม เช่น Marvel Strike Force และ Star Trek Fleet Command ผู้เล่น Pokémon Go จำนวนหนึ่งแสดงความไม่พอใจและขู่ว่าจะเลิกเล่น หากเกมต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เสียสมดุล ภาพรวมของซาอุดีอาระเบียในอุตสาหกรรมเกม รัฐบาลซาอุดีอาระเบียมีเป้าหมายชัดเจนที่จะเป็นศูนย์กลางระดับโลกในอุตสาหกรรมเกม โดยใช้ Public Investment Fund (PIF) ในการลงทุนในบริษัทเกมชั้นนำ เช่น Nintendo, Activision Blizzard และ EA ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์ระยะยาวในการเสริมสร้างบทบาทในตลาดนี้ https://www.techspot.com/news/107118-pokmon-go-developer-niantic-sell-gaming-division-saudi.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Pokémon Go developer Niantic to sell gaming division to Saudi-owned Scopely for $3.5 billion
    Scopely is also acquiring Niantic's internal development teams and companion apps for Pokémon Go – Campfire and Wayfarer. Peridot and Ingress, which also use the Wayfarer mapping...
    Yay
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 304 มุมมอง 0 รีวิว
  • หลายฝ่ายกำลังเฝ้าติดตามการตอบสนองของรัสเซีย ว่าจะยอมรับการหยุดยิง 30 วัน ซึ่งเป็นการตกลงกันระหว่างการเจรจาของสหรัฐและยูเครน ในซาอุดีอาระเบีย

    ย้อนกลับไปชมคลิปวิดีโอเมื่อเดือนมกราคม 2025 ขณะประธานาธิบดีปูติน กล่าวแสดงความยินดีกับทรัมป์ในการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ

    "ปูตินย้ำว่ารัสเซียไม่ต้องการการหยุดยิงในระยะสั้น การเจรจาต้องมุ่งสู่สันติภาพในระยะยาว ไม่ใช่การหยุดชะงักเพื่อให้ฝ่ายอื่นกลับมารวมตัวกันและเริ่มต้นใหม่เพียงเพื่อลากสงครามให้ดำเนินต่อไป"
    หลายฝ่ายกำลังเฝ้าติดตามการตอบสนองของรัสเซีย ว่าจะยอมรับการหยุดยิง 30 วัน ซึ่งเป็นการตกลงกันระหว่างการเจรจาของสหรัฐและยูเครน ในซาอุดีอาระเบีย ย้อนกลับไปชมคลิปวิดีโอเมื่อเดือนมกราคม 2025 ขณะประธานาธิบดีปูติน กล่าวแสดงความยินดีกับทรัมป์ในการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ "ปูตินย้ำว่ารัสเซียไม่ต้องการการหยุดยิงในระยะสั้น การเจรจาต้องมุ่งสู่สันติภาพในระยะยาว ไม่ใช่การหยุดชะงักเพื่อให้ฝ่ายอื่นกลับมารวมตัวกันและเริ่มต้นใหม่เพียงเพื่อลากสงครามให้ดำเนินต่อไป"
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 296 มุมมอง 23 0 รีวิว
  • "การตอบสนองอีกรายจากฝ่ายรัสเซีย" เกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิง 30 วัน ที่เกิดจากความเห็นชอบของสหรัฐและยูเครน โดยมียุโรปออกมาให้การสนับสนุน

    ข้อตกลงใดๆ เกี่ยวกับยูเครนจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของมอสโกเท่านั้น

    "คอนสแตนติน โคซาชอฟ" รองประธานสภาสหพันธรัฐหรือวุฒิสภา (Federation Council) ประกาศไม่ยอมรับผลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับยูเครนที่เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยระบุว่าข้อตกลงที่แท้จริงใดๆ ก็ตามจะถูกกำหนดโดยรัสเซียในสนามรบ ไม่ใช่โดยวอชิงตัน

    โคซาชอฟเน้นย้ำว่า “แม้ว่ายูเครนจะยอมก้มหัวและประจบประแจงสหรัฐ โดยยอมทำตามทุกสิ่งที่พวกเขาสั่ง แต่สุดท้ายแล้ว ข้อตกลงใดๆ ก็ตามจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของรัสเซียเท่านั้น”

    โคซาชอฟ ยังกล่าวเสริมอีกว่า มอสโก ไม่ใช่วอชิงตัน เราเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขสันติภาพ และสหรัฐฯ ควรยอมรับความเป็นจริงข้อนี้
    "การตอบสนองอีกรายจากฝ่ายรัสเซีย" เกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิง 30 วัน ที่เกิดจากความเห็นชอบของสหรัฐและยูเครน โดยมียุโรปออกมาให้การสนับสนุน ข้อตกลงใดๆ เกี่ยวกับยูเครนจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของมอสโกเท่านั้น "คอนสแตนติน โคซาชอฟ" รองประธานสภาสหพันธรัฐหรือวุฒิสภา (Federation Council) ประกาศไม่ยอมรับผลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับยูเครนที่เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยระบุว่าข้อตกลงที่แท้จริงใดๆ ก็ตามจะถูกกำหนดโดยรัสเซียในสนามรบ ไม่ใช่โดยวอชิงตัน โคซาชอฟเน้นย้ำว่า “แม้ว่ายูเครนจะยอมก้มหัวและประจบประแจงสหรัฐ โดยยอมทำตามทุกสิ่งที่พวกเขาสั่ง แต่สุดท้ายแล้ว ข้อตกลงใดๆ ก็ตามจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของรัสเซียเท่านั้น” โคซาชอฟ ยังกล่าวเสริมอีกว่า มอสโก ไม่ใช่วอชิงตัน เราเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขสันติภาพ และสหรัฐฯ ควรยอมรับความเป็นจริงข้อนี้
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 241 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผู้นำยุโรปต่างออกมาขานรับข้อตกลงหยุดยิง 30 วัน และมีโอกาสขยายเวลาออกไปได้อีก หากมีข้อตกลงร่วมกันทั้งสองฝ่าย

    เซเลนสกี แสดงความยินดีต่อข้อเสนอหยุดยิง 30 วัน ที่ตกลงกันในที่ประชุมยูเครนและสหรัฐฯเมื่อวานนี้ ที่กินเวลายาวนานกว่า 8 ชั่วโมง โดยจัดขึ้นที่เมืองเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ เซเลนสกีไม่ได้เข้าร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ประชุมมีข้อสรุปหยุดยิง 30 วัน เซเลนสกีได้กล่าวแสดงยอมรับข้อตกลงนั้น และร่วมแสดงความยินดีต่อการเจรจาที่เป็นไปอย่างราบรื่น

    "ระหว่างการเจรจาในวันนี้ เราสร้างการหยุดยิงเต็มรูปแบบเป็นเวลา 30 วัน ที่ไม่ใช่แค่การหยุดใช้ขีปนาวุธ โดรน และระเบิดทางอากาศ ไม่เพียงแต่ดําเนินการหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ตามแนวหน้าทั้งหมด แต่ยังรับรองความปลอดภัยในทะเลดํา ยูเครนยินดีกับข้อเสนอนี้ เรามองว่าเป็นข้อเสนอใน "เชิงบวก" และพร้อมที่จะทําตามขั้นตอนนี้ ฝ่ายอเมริกันเข้าใจข้อโต้แย้งของเราและยอมรับข้อเสนอของเรา ผมอยากจะขอบคุณประธานาธิบดีทรัมป์ สําหรับการสนทนาที่ดีระหว่างทีมของเราทั้งสอง"
    -โวโลดิมีร์ เซเลนสกี-

    หลังการประชุมเสร็จสิ้น สหรัฐแถลงว่าจะยกเลิกการหยุดแบ่งปันข่าวกรองและกลับมาให้ความช่วยเหลือด้านความมั่นคงแก่ยูเครนอีกครั้งในทันที! นอกจากนี้ สหรัฐฯและยูเครนยังตกลงที่จะสรุปข้อตกลงแร่หายากโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้อีกด้วย

    ทางด้าน Antonio Costa ประธานมนตรียุโรป และ เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ร่วมแสดงความยินดีต่อข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 30 วันในครั้งนี้ด้วย

    ขณะที่ โดนัลด์ ทัสก์ นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ กล่าวว่ายุโรปพร้อมส่งเสริมให้ทั้งสองพร้อมบรรลุข้อตกลงสันติภาพอย่างยั่งยืนต่อไป
    ผู้นำยุโรปต่างออกมาขานรับข้อตกลงหยุดยิง 30 วัน และมีโอกาสขยายเวลาออกไปได้อีก หากมีข้อตกลงร่วมกันทั้งสองฝ่าย เซเลนสกี แสดงความยินดีต่อข้อเสนอหยุดยิง 30 วัน ที่ตกลงกันในที่ประชุมยูเครนและสหรัฐฯเมื่อวานนี้ ที่กินเวลายาวนานกว่า 8 ชั่วโมง โดยจัดขึ้นที่เมืองเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ เซเลนสกีไม่ได้เข้าร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ประชุมมีข้อสรุปหยุดยิง 30 วัน เซเลนสกีได้กล่าวแสดงยอมรับข้อตกลงนั้น และร่วมแสดงความยินดีต่อการเจรจาที่เป็นไปอย่างราบรื่น "ระหว่างการเจรจาในวันนี้ เราสร้างการหยุดยิงเต็มรูปแบบเป็นเวลา 30 วัน ที่ไม่ใช่แค่การหยุดใช้ขีปนาวุธ โดรน และระเบิดทางอากาศ ไม่เพียงแต่ดําเนินการหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ตามแนวหน้าทั้งหมด แต่ยังรับรองความปลอดภัยในทะเลดํา ยูเครนยินดีกับข้อเสนอนี้ เรามองว่าเป็นข้อเสนอใน "เชิงบวก" และพร้อมที่จะทําตามขั้นตอนนี้ ฝ่ายอเมริกันเข้าใจข้อโต้แย้งของเราและยอมรับข้อเสนอของเรา ผมอยากจะขอบคุณประธานาธิบดีทรัมป์ สําหรับการสนทนาที่ดีระหว่างทีมของเราทั้งสอง" -โวโลดิมีร์ เซเลนสกี- หลังการประชุมเสร็จสิ้น สหรัฐแถลงว่าจะยกเลิกการหยุดแบ่งปันข่าวกรองและกลับมาให้ความช่วยเหลือด้านความมั่นคงแก่ยูเครนอีกครั้งในทันที! นอกจากนี้ สหรัฐฯและยูเครนยังตกลงที่จะสรุปข้อตกลงแร่หายากโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้อีกด้วย ทางด้าน Antonio Costa ประธานมนตรียุโรป และ เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ร่วมแสดงความยินดีต่อข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 30 วันในครั้งนี้ด้วย ขณะที่ โดนัลด์ ทัสก์ นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ กล่าวว่ายุโรปพร้อมส่งเสริมให้ทั้งสองพร้อมบรรลุข้อตกลงสันติภาพอย่างยั่งยืนต่อไป
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 378 มุมมอง 0 รีวิว
  • อเมริกา-ยูเครน เริ่มต้นการเจรจาหารือที่เมืองเจดดาห์ ของซาอุดีอาระเบียในวันอังคาร (11 มี.ค.) โดยเคียฟเตรียมเสนอแผนการหยุดยิงบางส่วน ขณะที่วอชิงตันย้ำชัดคงยากที่ยูเครนจะได้ไครเมียคืนจากรัสเซีย ในอีกด้านหนึ่ง ก่อนหน้าการประชุมไม่กี่ชั่วโมง มอสโกแถลงถูกโจมตีด้วยโดรน “ครั้งใหญ่ที่สุด”

    อ่านต่อ..https://sondhitalk.com/detail/9680000023693
    อเมริกา-ยูเครน เริ่มต้นการเจรจาหารือที่เมืองเจดดาห์ ของซาอุดีอาระเบียในวันอังคาร (11 มี.ค.) โดยเคียฟเตรียมเสนอแผนการหยุดยิงบางส่วน ขณะที่วอชิงตันย้ำชัดคงยากที่ยูเครนจะได้ไครเมียคืนจากรัสเซีย ในอีกด้านหนึ่ง ก่อนหน้าการประชุมไม่กี่ชั่วโมง มอสโกแถลงถูกโจมตีด้วยโดรน “ครั้งใหญ่ที่สุด” อ่านต่อ..https://sondhitalk.com/detail/9680000023693
    Like
    Haha
    8
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1898 มุมมอง 0 รีวิว
  • เซเลนสกีพบกับมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน (MBS)

    ซึ่งเขากล่าวชื่นชม MBS ที่มีมุมมองอันชาญฉลาดเกี่ยวกับกิจการระดับโลกและการสนับสนุนยูเครน ซึ่งมุ่ลเน้นไปที่ขั้นตอนและเงื่อนไขที่จำเป็นในการยุติสงครามและรักษาสันติภาพ

    นอกจากนี้ เซเลนสกียังหารือกับซาอุดีอาระเบียในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและลงทุนในยูเครน รวมไปถึงภาคส่วนสำคัญสำหรับการลงทุน โดยเริ่มจากความมั่นคงด้านพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน
    เซเลนสกีพบกับมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน (MBS) ซึ่งเขากล่าวชื่นชม MBS ที่มีมุมมองอันชาญฉลาดเกี่ยวกับกิจการระดับโลกและการสนับสนุนยูเครน ซึ่งมุ่ลเน้นไปที่ขั้นตอนและเงื่อนไขที่จำเป็นในการยุติสงครามและรักษาสันติภาพ นอกจากนี้ เซเลนสกียังหารือกับซาอุดีอาระเบียในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและลงทุนในยูเครน รวมไปถึงภาคส่วนสำคัญสำหรับการลงทุน โดยเริ่มจากความมั่นคงด้านพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 235 มุมมอง 25 0 รีวิว
  • ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ส่งหนังสือขอโทษประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับศึกวิวาทะอื้อฉาวในทำเนียบขาว จากการเปิดเผยของ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษด้านตะวันออกกลางของสหรัฐฯ ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากผู้นำอเมริกาสั่งระงับความช่วยเหลือด้านการทหารและแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกับเคียฟ
    .
    วิตคอฟฟ์ เปิดเผยในเรื่องนี้ในวันจันทร์(10มี.ค.) ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ ก่อนหน้าการประชุมกันระหว่างคณะผู้แทนสหรัฐฯกับคณะผู้แทนยูเครน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในซาอุดีอาระเบียในสัปดาห์นี้ โดยวอชิงตันคาดหมายว่าจะมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม และหวังลงนามในข้อตกลงแร่อันสำคัญกับเคียฟ
    .
    "เซเลนสกี ส่งหนังสือถึงประธานาธิบดี เขาขอโทษต่อเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในห้องทำงานรูปไข่" วิตคอฟฟ์เน้นย้ำ "ผมคิดว่ามันเป็นก้าวย่างที่สำคัญและมีการพูดคุยหารือกันมากมายระหว่างคณะทำงานของเรากับคณะทำงานยูเครน รวมไปถึงจากยุโรป ซึ่งเกี่ยวข้องกับการหารือนี้เช่นกัน"
    .
    ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ เผยว่าได้รับหนังสือที่สำคัญจากเซเลนสกีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เน้นว่าเคียฟแสดงถึงความพร้อม "ที่จะเข้าสู่โต๊ะเจรจาอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้" อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีสหรัฐฯไม่ได้พาดพิงว่าเนื้อหาในจดหมายดังกล่าว มีถ้อยคำขอโทษเกี่ยวกับการโต้เถียงอันอื้อฉาวในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว
    .
    เซเลนสกี พูดเสียงดังแข่งกับ ทรัมป์ และรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ระหว่างพบปะพูดคุยกันที่ทำเนียบขาวเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ประธานาธิบดีสหรัฐฯกล่าวหาผู้นำยูเครนขาดความเคารพ ไม่สำนึกบุญคุณความช่วยเหลือของสหรัฐฯในอดีตที่ผ่านมาและลังเลที่แสวงหาสันติภาพกับรัสเซีย ยิ่งไปกว่านั้นยัง "กำลังเดิมพันด้วยสงครามโลกครั้งที่ 3"
    .
    ประธานาธิบดียูเครนถูกไล่ออกจากทำเนียบขาว ก่อนหน้าการประชุมแบบลับๆจะเริ่มขึ้น
    .
    ศึกโต้เถียงกันในห้องทำงานรูปไข่ ทำให้ข้อตกลงแร่แรร์เอิร์ธของยูเครน ต้องล่าช้าออกไป และกระตุ้นให้สหรัฐฯระงับความช่วยเหลือด้านการทหารที่มอบแก่เคียฟ ตามด้วยระงับแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง
    .
    แม้ดูเหมือนจะเลือกขอโทษทรัมป์แบบลับๆ แต่ต่อหน้าสาธารณะแล้ว เซเลนสกี ยังคงแสดงท่าทีแข็งขืน บอกเพียงว่ารู้สึกเสียใจต่อความโกลาหลในทำเนียบขาว และเสียใจที่การพบปะพูดคุยที่ไม่เป็นไปตามแผน
    .
    มิคาอิล โพโดยัค ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครน ได้ตอกย้ำท่าทีดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บอกว่า "เซเลนสกี มีสิทธิ์อย่างเต็มที่ทั้งในรูปแบบและเนื้อหาสาระที่เขาพยายามสื่อสารถ่ายทอดถึงคู่หูอเมริกาของเขา เกี่ยวกับแนวคิดหลักๆ ที่ว่าจะไม่มีอะไรประสบผลสำเร็จหากปราศจากการบีบบังคับรัสเซีย" เขาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนฝรั่งเศสในวันศุกร์(7มี.ค.) "เราจะไม่ขอโทษ สำหรับการทึกทักเอาเองว่ามันเป็นความผิดพลาด ทั้งที่มันไม่ได้เกิดขึ้น"
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000023258
    ..............
    Sondhi X
    ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ส่งหนังสือขอโทษประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับศึกวิวาทะอื้อฉาวในทำเนียบขาว จากการเปิดเผยของ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษด้านตะวันออกกลางของสหรัฐฯ ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากผู้นำอเมริกาสั่งระงับความช่วยเหลือด้านการทหารและแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกับเคียฟ . วิตคอฟฟ์ เปิดเผยในเรื่องนี้ในวันจันทร์(10มี.ค.) ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ ก่อนหน้าการประชุมกันระหว่างคณะผู้แทนสหรัฐฯกับคณะผู้แทนยูเครน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในซาอุดีอาระเบียในสัปดาห์นี้ โดยวอชิงตันคาดหมายว่าจะมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม และหวังลงนามในข้อตกลงแร่อันสำคัญกับเคียฟ . "เซเลนสกี ส่งหนังสือถึงประธานาธิบดี เขาขอโทษต่อเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในห้องทำงานรูปไข่" วิตคอฟฟ์เน้นย้ำ "ผมคิดว่ามันเป็นก้าวย่างที่สำคัญและมีการพูดคุยหารือกันมากมายระหว่างคณะทำงานของเรากับคณะทำงานยูเครน รวมไปถึงจากยุโรป ซึ่งเกี่ยวข้องกับการหารือนี้เช่นกัน" . ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ เผยว่าได้รับหนังสือที่สำคัญจากเซเลนสกีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เน้นว่าเคียฟแสดงถึงความพร้อม "ที่จะเข้าสู่โต๊ะเจรจาอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้" อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีสหรัฐฯไม่ได้พาดพิงว่าเนื้อหาในจดหมายดังกล่าว มีถ้อยคำขอโทษเกี่ยวกับการโต้เถียงอันอื้อฉาวในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว . เซเลนสกี พูดเสียงดังแข่งกับ ทรัมป์ และรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ระหว่างพบปะพูดคุยกันที่ทำเนียบขาวเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ประธานาธิบดีสหรัฐฯกล่าวหาผู้นำยูเครนขาดความเคารพ ไม่สำนึกบุญคุณความช่วยเหลือของสหรัฐฯในอดีตที่ผ่านมาและลังเลที่แสวงหาสันติภาพกับรัสเซีย ยิ่งไปกว่านั้นยัง "กำลังเดิมพันด้วยสงครามโลกครั้งที่ 3" . ประธานาธิบดียูเครนถูกไล่ออกจากทำเนียบขาว ก่อนหน้าการประชุมแบบลับๆจะเริ่มขึ้น . ศึกโต้เถียงกันในห้องทำงานรูปไข่ ทำให้ข้อตกลงแร่แรร์เอิร์ธของยูเครน ต้องล่าช้าออกไป และกระตุ้นให้สหรัฐฯระงับความช่วยเหลือด้านการทหารที่มอบแก่เคียฟ ตามด้วยระงับแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง . แม้ดูเหมือนจะเลือกขอโทษทรัมป์แบบลับๆ แต่ต่อหน้าสาธารณะแล้ว เซเลนสกี ยังคงแสดงท่าทีแข็งขืน บอกเพียงว่ารู้สึกเสียใจต่อความโกลาหลในทำเนียบขาว และเสียใจที่การพบปะพูดคุยที่ไม่เป็นไปตามแผน . มิคาอิล โพโดยัค ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครน ได้ตอกย้ำท่าทีดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บอกว่า "เซเลนสกี มีสิทธิ์อย่างเต็มที่ทั้งในรูปแบบและเนื้อหาสาระที่เขาพยายามสื่อสารถ่ายทอดถึงคู่หูอเมริกาของเขา เกี่ยวกับแนวคิดหลักๆ ที่ว่าจะไม่มีอะไรประสบผลสำเร็จหากปราศจากการบีบบังคับรัสเซีย" เขาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนฝรั่งเศสในวันศุกร์(7มี.ค.) "เราจะไม่ขอโทษ สำหรับการทึกทักเอาเองว่ามันเป็นความผิดพลาด ทั้งที่มันไม่ได้เกิดขึ้น" . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000023258 .............. Sondhi X
    Like
    Haha
    Love
    11
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 2152 มุมมอง 0 รีวิว
  • อเมริกาเล็งใช้การประชุมกับคณะเจรจายูเครนในซาอุดีอาระเบียที่กำหนดจัดขึ้นวันอังคาร (11 มี.ค.) เพื่อวัดใจว่า เคียฟยินยอมพร้อมใจสละดินแดนให้รัสเซียเพื่อยุติสงคราม และจริงจังกับการปรับปรุงความสัมพันธ์กับคณะบริหารของทรัมป์หรือไม่ ขณะที่ทั้งทรัมป์และเซเลนสกี้ต่างแสดงความเห็นแง่ดีว่า การหารือจะมีความคืบหน้าและมีผลลัพธ์ที่ดี
    .
    มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ออกเดินทางไปยังเมืองเจดดาห์ของซาอุดีอาระเบียเมื่อวันอาทิตย์ (9 มี.ค.) เพื่อหารือกับคณะเจ้าหน้าที่ยูเครนที่นำโดยอันเดร เยมาร์ค หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ รวมถึงอันดรี ซีบิกา รัฐมนตรีต่างประเทศ, รัสเทม ยูเมรอฟ รัฐมนตรีกลาโหม และพาฟโล ปาลิซา ผู้บัญชาการทหาร
    .
    คณะเจ้าหน้าที่ของอเมริกายังประกอบด้วยไมค์ วอลซ์ ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ และสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษดูแลเรื่องตะวันออกกลางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
    .
    เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของสหรัฐฯ เผยว่า วอชิงตันต้องการใช้โอกาสนี้พิจารณาว่า ยูเครนต้องการเพียงสันติภาพที่เป็นธรรมหรือสันติภาพที่เป็นจริง สนใจแค่พรมแดนเดิมในปี 2014 หรือพรมแดนในปี 2022 หรืออีกนัยหนึ่งคือยูเครนพร้อมประนีประนอมด้วยการยกดินแดนบางส่วนให้รัสเซียเพื่อแลกกับการยุติสงครามหรือไม่
    .
    ขณะเดียวกัน ไบรอัน ฮิวจ์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของอเมริกา แถลงว่า เซเลนสกี้มีความคืบหน้าในการฟื้นคืนความสัมพันธ์วอชิงตัน-เคียฟ หลังจากปะทะคารมกับทรัมป์ระหว่างเยือนทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และสำทับว่า อเมริกาเฝ้ารอว่า จะเห็นการดำเนินการที่ดีเพิ่มเติมซึ่งจะนำไปสู่การยุติสงครามโหดร้ายในยูเครน
    .
    ด้านทรัมป์แสดงความเห็นแง่ดีว่า การหารือที่เจดดาห์จะมีความคืบหน้าอย่างมาก
    .
    วิตคอฟฟ์ซึ่งเป็นผู้จัดการการเจรจา เผยว่า เป้าหมายคือ การบรรลุกรอบโครงข้อตกลงสันติภาพและข้อตกลงหยุดยิงเบื้องต้น
    .
    ทั้งนี้ เซเลนสกี้ต้องการให้มการหยุดยิงทางอากาศและทะเล ตลอดจนถึงการแลกเปลี่ยนนักโทษ เพื่อทดสอบความมุ่งมั่นในการยุติสงครามของรัสเซีย ขณะที่มอสโกคัดค้านแนวคิดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่อังกฤษและฝรั่งเศสเสนอ เนื่องจากเห็นว่า เป็นการซื้อเวลาของเคียฟเพื่อป้องกันไม่ให้กองทัพยูเครนล่มสลาย
    .
    ทางฝ่ายเซเลนสกี้กล่าวเมื่อคืนวันอาทิตย์ก่อนออกเดินทางไปซาอุดีอาระเบีย ว่า เขาหวังว่า การเจรจาระหว่างทีมเจ้าหน้าที่ยูเครนกับอเมริกาจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ทั้งในด้านความคืบหน้าเกี่ยวกับสันติภาพและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของอเมริกา ทั้งนี้ ประธานาธิบดียูเครนมีกำหนดการเข้าพบมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ของซาอุดีอาระเบีย ในวันจันทร์ (10 ) แต่การเจรจากับทีมของสหรัฐฯในวันอังคารนั้น ตามรายงานข่าวบอกว่าเป็นภารกิจของทีมเจรจาฝ่ายยูเครน
    .
    เซเลนสกี้เสริมว่า ยูเครนพร้อมลงนามข้อตกลงแร่ธาตุกับอเมริกา ซึ่งจะมีการจัดตั้งกองทุนร่วมจากการขายแร่ธาตุของยูเครน ขณะที่วอชิงตันระบุว่า ข้อตกลงนี้มีความสำคัญต่อการที่อเมริกาจะให้การสนับสนุนเคียฟต่อไป
    .
    อย่างไรก็ดี ขณะที่การสนับสนุนของอเมริกายังไร้ความแน่นอน เซเลนสกี้ได้เรียกร้องให้พวกพันธมิตรยุโรปเพิ่มการสนับสนุนตนเอง ขณะที่เคียฟเพลี่ยงพล้ำในสนามรบมากขึ้นและกำลังถูกบดขยี้หนักให้ล่าถอยออกจากแคว้นคูร์สก์ของรัสเซีย
    .
    สำหรับมุมมองของพันธมิตรยุโรปเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพนั้น มีการเตือนว่า ยูเครนควรทำข้อตกลงกับรัสเซียภายใต้จุดยืนที่แข็งแกร่งเท่านั้น อีกทั้งไม่ควรรีบร้อนเจรจากับผู้รุกราน
    .
    ทั้งนี้ เซเลนสกี้ระบุว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ไม่ต้องการสันติภาพ อีกทั้งบอกว่ารัสเซียยังจะโจมตีประเทศยุโรปอื่นๆ ต่อไปอีก ถ้าที่สุดแล้วไม่มีผลลัพธ์ชัดเจนว่า รัสเซียพ่ายแพ้ในการรุกรานยูเครน
    .
    ในทางกลับกัน วอชิงตันพยายามบีบทุกทางให้เคียฟยอมเจรจายุติสงครามกับรัสเซีย โดยล่าสุดถึงขั้นที่สหรัฐฯระงับการให้ความช่วยเหลือทางทหารและการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง รวมทั้งการเข้าถึงภาพถ่ายดาวเทียมแก่ยูเครน โดยไม่ฟังเสียงพวกโปรยูเครนที่อ้างว่า ความเคลื่อนไหวนี้เสี่ยงทำให้สงครามยืดเยื้อออกไป เนื่องจากรัสเซียจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นและมีแนวโน้มลดลงในการยอมยุติศึก และยอมทำข้อตกลงสันติภาพแบบเท่าเทียมกับยูเครน
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000023235
    ..............
    Sondhi X
    อเมริกาเล็งใช้การประชุมกับคณะเจรจายูเครนในซาอุดีอาระเบียที่กำหนดจัดขึ้นวันอังคาร (11 มี.ค.) เพื่อวัดใจว่า เคียฟยินยอมพร้อมใจสละดินแดนให้รัสเซียเพื่อยุติสงคราม และจริงจังกับการปรับปรุงความสัมพันธ์กับคณะบริหารของทรัมป์หรือไม่ ขณะที่ทั้งทรัมป์และเซเลนสกี้ต่างแสดงความเห็นแง่ดีว่า การหารือจะมีความคืบหน้าและมีผลลัพธ์ที่ดี . มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ออกเดินทางไปยังเมืองเจดดาห์ของซาอุดีอาระเบียเมื่อวันอาทิตย์ (9 มี.ค.) เพื่อหารือกับคณะเจ้าหน้าที่ยูเครนที่นำโดยอันเดร เยมาร์ค หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ รวมถึงอันดรี ซีบิกา รัฐมนตรีต่างประเทศ, รัสเทม ยูเมรอฟ รัฐมนตรีกลาโหม และพาฟโล ปาลิซา ผู้บัญชาการทหาร . คณะเจ้าหน้าที่ของอเมริกายังประกอบด้วยไมค์ วอลซ์ ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ และสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษดูแลเรื่องตะวันออกกลางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ . เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของสหรัฐฯ เผยว่า วอชิงตันต้องการใช้โอกาสนี้พิจารณาว่า ยูเครนต้องการเพียงสันติภาพที่เป็นธรรมหรือสันติภาพที่เป็นจริง สนใจแค่พรมแดนเดิมในปี 2014 หรือพรมแดนในปี 2022 หรืออีกนัยหนึ่งคือยูเครนพร้อมประนีประนอมด้วยการยกดินแดนบางส่วนให้รัสเซียเพื่อแลกกับการยุติสงครามหรือไม่ . ขณะเดียวกัน ไบรอัน ฮิวจ์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของอเมริกา แถลงว่า เซเลนสกี้มีความคืบหน้าในการฟื้นคืนความสัมพันธ์วอชิงตัน-เคียฟ หลังจากปะทะคารมกับทรัมป์ระหว่างเยือนทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และสำทับว่า อเมริกาเฝ้ารอว่า จะเห็นการดำเนินการที่ดีเพิ่มเติมซึ่งจะนำไปสู่การยุติสงครามโหดร้ายในยูเครน . ด้านทรัมป์แสดงความเห็นแง่ดีว่า การหารือที่เจดดาห์จะมีความคืบหน้าอย่างมาก . วิตคอฟฟ์ซึ่งเป็นผู้จัดการการเจรจา เผยว่า เป้าหมายคือ การบรรลุกรอบโครงข้อตกลงสันติภาพและข้อตกลงหยุดยิงเบื้องต้น . ทั้งนี้ เซเลนสกี้ต้องการให้มการหยุดยิงทางอากาศและทะเล ตลอดจนถึงการแลกเปลี่ยนนักโทษ เพื่อทดสอบความมุ่งมั่นในการยุติสงครามของรัสเซีย ขณะที่มอสโกคัดค้านแนวคิดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่อังกฤษและฝรั่งเศสเสนอ เนื่องจากเห็นว่า เป็นการซื้อเวลาของเคียฟเพื่อป้องกันไม่ให้กองทัพยูเครนล่มสลาย . ทางฝ่ายเซเลนสกี้กล่าวเมื่อคืนวันอาทิตย์ก่อนออกเดินทางไปซาอุดีอาระเบีย ว่า เขาหวังว่า การเจรจาระหว่างทีมเจ้าหน้าที่ยูเครนกับอเมริกาจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ทั้งในด้านความคืบหน้าเกี่ยวกับสันติภาพและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของอเมริกา ทั้งนี้ ประธานาธิบดียูเครนมีกำหนดการเข้าพบมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ของซาอุดีอาระเบีย ในวันจันทร์ (10 ) แต่การเจรจากับทีมของสหรัฐฯในวันอังคารนั้น ตามรายงานข่าวบอกว่าเป็นภารกิจของทีมเจรจาฝ่ายยูเครน . เซเลนสกี้เสริมว่า ยูเครนพร้อมลงนามข้อตกลงแร่ธาตุกับอเมริกา ซึ่งจะมีการจัดตั้งกองทุนร่วมจากการขายแร่ธาตุของยูเครน ขณะที่วอชิงตันระบุว่า ข้อตกลงนี้มีความสำคัญต่อการที่อเมริกาจะให้การสนับสนุนเคียฟต่อไป . อย่างไรก็ดี ขณะที่การสนับสนุนของอเมริกายังไร้ความแน่นอน เซเลนสกี้ได้เรียกร้องให้พวกพันธมิตรยุโรปเพิ่มการสนับสนุนตนเอง ขณะที่เคียฟเพลี่ยงพล้ำในสนามรบมากขึ้นและกำลังถูกบดขยี้หนักให้ล่าถอยออกจากแคว้นคูร์สก์ของรัสเซีย . สำหรับมุมมองของพันธมิตรยุโรปเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพนั้น มีการเตือนว่า ยูเครนควรทำข้อตกลงกับรัสเซียภายใต้จุดยืนที่แข็งแกร่งเท่านั้น อีกทั้งไม่ควรรีบร้อนเจรจากับผู้รุกราน . ทั้งนี้ เซเลนสกี้ระบุว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ไม่ต้องการสันติภาพ อีกทั้งบอกว่ารัสเซียยังจะโจมตีประเทศยุโรปอื่นๆ ต่อไปอีก ถ้าที่สุดแล้วไม่มีผลลัพธ์ชัดเจนว่า รัสเซียพ่ายแพ้ในการรุกรานยูเครน . ในทางกลับกัน วอชิงตันพยายามบีบทุกทางให้เคียฟยอมเจรจายุติสงครามกับรัสเซีย โดยล่าสุดถึงขั้นที่สหรัฐฯระงับการให้ความช่วยเหลือทางทหารและการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง รวมทั้งการเข้าถึงภาพถ่ายดาวเทียมแก่ยูเครน โดยไม่ฟังเสียงพวกโปรยูเครนที่อ้างว่า ความเคลื่อนไหวนี้เสี่ยงทำให้สงครามยืดเยื้อออกไป เนื่องจากรัสเซียจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นและมีแนวโน้มลดลงในการยอมยุติศึก และยอมทำข้อตกลงสันติภาพแบบเท่าเทียมกับยูเครน . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000023235 .............. Sondhi X
    Like
    Love
    Haha
    9
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1443 มุมมอง 0 รีวิว
  • แหล่งข่าวจากอิสราเอลเผยว่า อิหร่านได้ส่งคำเตือนครั้งสุดท้ายถึงสหรัฐและอิสราเอลผ่านทางซาอุดีอาระเบีย

    หากโครงสร้างทางนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกโจมตี ฐานทัพของสหรัฐทั้งหมดในภูมิภาคนี้รวมถึงโรงงานนิวเคลียร์ของอิสราเอลทั้งหมดจะถูกทำลาย
    แหล่งข่าวจากอิสราเอลเผยว่า อิหร่านได้ส่งคำเตือนครั้งสุดท้ายถึงสหรัฐและอิสราเอลผ่านทางซาอุดีอาระเบีย หากโครงสร้างทางนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกโจมตี ฐานทัพของสหรัฐทั้งหมดในภูมิภาคนี้รวมถึงโรงงานนิวเคลียร์ของอิสราเอลทั้งหมดจะถูกทำลาย
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 199 มุมมอง 0 รีวิว
  • เซเลนสกี ยืนยันการประชุมกับทีมสหรัฐในวันอังคารที่จะถึงนี้ ที่ซาอุดีอาระเบีย ทีมของเขาประกอบไปด้วย
    Andriy Yermak หัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดี,
    Andriy Sybiha รัฐมนตรีต่างประเทศ,
    Rustem Umerov รัฐมนตรีกลาโหม และ
    Pavlo Palisa รองหัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดี
    เซเลนสกี ยืนยันการประชุมกับทีมสหรัฐในวันอังคารที่จะถึงนี้ ที่ซาอุดีอาระเบีย ทีมของเขาประกอบไปด้วย Andriy Yermak หัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดี, Andriy Sybiha รัฐมนตรีต่างประเทศ, Rustem Umerov รัฐมนตรีกลาโหม และ Pavlo Palisa รองหัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดี
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 304 มุมมอง 0 รีวิว
  • กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียประณามการลุกฮือของชาวอลาวีในลาตาเกีย ประเทศซีเรีย ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมที่ก่อขึ้นโดยกลุ่มที่ไร้กฎหมายรองรับ

    ซาอุดีอาระเบียยืนยันการสนับสนุนรัฐบาลซีเรียในความพยายามที่จะรักษาความมั่นคง เสถียรภาพ และสันติภาพของพลเมืองต่อไป
    กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียประณามการลุกฮือของชาวอลาวีในลาตาเกีย ประเทศซีเรีย ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมที่ก่อขึ้นโดยกลุ่มที่ไร้กฎหมายรองรับ ซาอุดีอาระเบียยืนยันการสนับสนุนรัฐบาลซีเรียในความพยายามที่จะรักษาความมั่นคง เสถียรภาพ และสันติภาพของพลเมืองต่อไป
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 247 มุมมอง 0 รีวิว
  • เซเลนสกี ยืนยันเตรียมเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียตามกำหนดการเดิมในวันจันทร์ที่ 10 มีนาคม หลังจากถูกเลื่อนไปแล้วครั้งหนึ่ง ในช่วงการเจรจาครั้งแรกระหว่างสหรัฐกับรัสเซีย

    เขาจะเข้าร่วมเพื่อประชุมกับฝ่ายตัวสหรัฐฯ เกี่ยวกับการยุติสงครามในยูเครน ซึ่งเซเลนสกี ระบุว่าเขาพร้อมจะทำงานร่วมกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ "อย่างสร้างสรรค์" เพื่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนอย่างรวดเร็ว

    ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ยืนยันการประชุมช่วมกันระหว่างยูเครนกับสหรัฐที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งทรัมป์บอกว่ายูเครนอยากทำข้อตกลงยุติสงคราม เพราะพวกเขาไม่มีทางเลือกอะไรอย่างอื่นแล้ว

    ทรัมป์บอกกับนักข่าวว่า เขาก็จะเดินทางไปที่ซาอุดีอาระเบียด้วย ซึ่งหากทรัมป์ได้เจอกับที่เซเลนสกีที่ซาอุดีอาระเบีย ก็จะเป็นการเจอกันอีกครั้ง หลังจากที่มีการโต้เถียงกันอย่างรุนแรงที่ทำเนียบขาวเมื่อศุกร์ที่แล้ว ซึ่งทั่วโลก ก็กำลังจับตาว่าถ้าสองคนนี้มาเจอกันอีกครั้ง จะมีท่าทีต่อกันอย่างไรบ้าง
    เซเลนสกี ยืนยันเตรียมเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียตามกำหนดการเดิมในวันจันทร์ที่ 10 มีนาคม หลังจากถูกเลื่อนไปแล้วครั้งหนึ่ง ในช่วงการเจรจาครั้งแรกระหว่างสหรัฐกับรัสเซีย เขาจะเข้าร่วมเพื่อประชุมกับฝ่ายตัวสหรัฐฯ เกี่ยวกับการยุติสงครามในยูเครน ซึ่งเซเลนสกี ระบุว่าเขาพร้อมจะทำงานร่วมกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ "อย่างสร้างสรรค์" เพื่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนอย่างรวดเร็ว ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ยืนยันการประชุมช่วมกันระหว่างยูเครนกับสหรัฐที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งทรัมป์บอกว่ายูเครนอยากทำข้อตกลงยุติสงคราม เพราะพวกเขาไม่มีทางเลือกอะไรอย่างอื่นแล้ว ทรัมป์บอกกับนักข่าวว่า เขาก็จะเดินทางไปที่ซาอุดีอาระเบียด้วย ซึ่งหากทรัมป์ได้เจอกับที่เซเลนสกีที่ซาอุดีอาระเบีย ก็จะเป็นการเจอกันอีกครั้ง หลังจากที่มีการโต้เถียงกันอย่างรุนแรงที่ทำเนียบขาวเมื่อศุกร์ที่แล้ว ซึ่งทั่วโลก ก็กำลังจับตาว่าถ้าสองคนนี้มาเจอกันอีกครั้ง จะมีท่าทีต่อกันอย่างไรบ้าง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 267 มุมมอง 0 รีวิว
  • สหรัฐฯกำลังร่างแผนการหนึ่งๆในความเป็นไปได้ที่จะผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรที่กำหนดเล่นงานรัสเซีย ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังหาทางฟื้นฟูความสัมพันธ์กับมอสโกและหยุดสงครามในยูเครน รอยเตอร์รายงานอ้างเจ้าหน้าที่อเมริการายหนึ่งและแหล่งข่าวใกล้ชิดกับประเด็นนี้
    .
    แหล่งข่าวเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ทำเนียบขาวขอให้กระทรวงต่างประเทศและกระทรวงการคลัง ร่างรายการคว่ำบาตรที่อาจผ่อนปรน เพื่อที่พวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯจะได้หยิบยกไปหารือพูดคุยกับพวกผู้แทนของรัสเซียในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ส่วนหนึ่งในการเจรจาอย่างครอบคลุมระหว่างรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับมอสโก ในความพยายามปรับปรุงความสัมพันธ์ทั้งทางการทูตและเศรษฐกิจ
    .
    เวลานี้พวกเจ้าหน้าที่ด้านมาตรการคว่ำบาตรกำลังร่างข้อเสนอหนึ่งๆ สำหรับยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรนิติบุคคลและตัวบุคคลที่ได้รับเลือก ในนั้นรวมถึงกลุ่มผู้มีอำนาจบางส่วนของรัสเซีย แหล่งข่าวระบุ
    .
    สิ่งที่เรียกว่า "เอกสารทางเลือก" มักถูกร่างขึ้นบ่อยครั้งเป็นปกติอยู่แล้วโดยพวกเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านมาตรการคว่ำบาตร แต่คำขออย่างเฉพาะเจาะจงในครั้งนี้ของทำเนียบขาวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เน้นย้ำว่า ทรัมป์ และคณะที่ปรึกษาของเขา มีความตั้งใจผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรที่กำหนดเล่นงานรัสเซียจริงๆ ส่วนหนึ่งในว่าที่ข้อตกลงหนึ่งใดกับมอสโก
    .
    ไม่เป็นที่้ชัดเจนว่า วอชิงตันต้องการสิ่งใดแลกเปลี่ยนกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร
    .
    รัสเซีย เป็นหนึ่งในชาติผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลก และถ้ามาตรการคว่ำบาตรภาคพลังงานของมอสโกได้รับการผ่อนปรน มันจะช่วยสกัดไม่ให้ราคาเชื้อเพลิงพุ่งสูง ถ้าหากทรัมป์ต้องการเล่นงานภาคการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ชาติสมาชิกโอเปก
    .
    ทำเนียบขาว กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ รวมถึงสถานทูตรัสเซียประจำวอชิงตัน ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อรายงานข่าวนี้
    .
    เมื่อปีที่แล้ว วังเครมลิน ให้คำนิยามความสัมพันธ์กับรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ว่า "ต่ำว่าศูนย์" เนื่องจาก ไบเดน จากพรรคเดโมแครต ให้การสนับสนุนยูเครนด้วยเงินช่วยเหลือและอาวุธ รวมถึงกำหนดมาตรการคว่ำบาตรหนักหน่วงเล่นงานรัสเซีย ลงโทษกรณีรุกรานยูเครนในปี 2022
    .
    แต่ ทรัมป์ ซึ่งรับปากว่าจะยุติสงครามอย่างรวดเร็ว ได้กลับลำนโยบายของสหรัฐฯ เปิดการเจรจากับมอสโก เริ่มต้นด้วยการพูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ และตามด้วยการพบปะหารือกันระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้ง 2 ชาติ ทั้งในซาอุดีอาระเบียและตุรกี
    .
    สหรัฐฯกำหนดมาตรการคว่ำบาตรเล่นงานรัสเซียมาตั้งแต่ที่มอสโกรุกรานยูเครนในปี 2022 ในนั้นรวมถึงมาตรการต่างๆที่เล็งเป้าหมายจำกัดรายได้จากอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอันมหาศาลของประเทศแห่งนี้ และบั่นทอนศักยภาพในการหาทุนในการทำสงคราม
    .
    ทรัมป์ ในเดือนมกราคม ขู่ว่าอาจยกระดับมาตรการคว่ำบาตรเล่นงานรัสเซีย หากว่าปูติน ไม่มีความตั้งใจเจรจายุติสงครามในยูเครน แต่เมื่อเร็วๆนี้ เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์ยอมรับอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรมอสโก
    .
    สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์บลูมเบิร์ก เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ว่ารัสเซียอาจได้รับการผ่อนปรนการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ แต่ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขามีท่าทีอย่างไรต่อการเจรจาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า จากนั้นในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ทรัมป์ เน้นย้ำกับพวกผู้สื่อข่าวว่าอาจมีการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย "ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง"
    .
    ทั้งนี้ไม่เป็นที่ชัดเจนว่ามาตรการคว่ำบาตรใด ที่รัฐบาลทรัมป์จะพิจารณายกเลิกเล่นงานรัสเซียเป็นลำดับแรก
    .
    จอห์น สมิธ จากบริษัทกฎหมาย Morrison Foerster และอดีตผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า ทรัมป์ อาจออกคำสั่งบริหารฉบับหนึ่ง ที่เปิดทางให้รัฐบาลเริ่มกระบวนการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียบางอย่าง แต่เขาจำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรสในการยกเลิกการคว่ำบาตรนิติบุคคลบางแห่ง
    .
    นับตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา รัสเซีย เสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในช่วงเวลาสงคราม ด้วยการเพิ่มการใช้จ่ายด้านการทหารและยกระดับผลผลิตทางอุตสาหกรรม แต่พวกผู้เชี่ยวชาญมองว่าเศรษฐกิจของประเทศแห่งนี้ยังมีความอ่อนแอ และจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรจากตะวันตก
    .
    รัสเซียบอกว่าพวกเขาเปิดกว้างสำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยวังเครมลินบอกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่ารัสเซียมีแร่ธาตุแรร์เฮิร์ธมากมาย และเปิดกว้างสำหรับทำข้อตกลงพัฒนาแร่เหล่านี้ หลังจาก ปูติน พูดถึงความเป็นไปได้ที่จะร่วมมือในเรื่องดังกล่าวกับสหรัฐฯ
    .
    แหล่งข่าวเชื่อว่าข้อตกลงทางเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการใดๆ ดูเหมือนจะมีความจำเป็นสำหรับเปิดทางให้สหรัฐฯผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร
    .
    ที่ผ่านมา ทรัมป์ หาทางบรรลุข้อตกลงแร่ธาตุกับยูเครน ประเทศที่มีแหล่งทรัพยากรแร่มหาศาล ในนั้นรวมถึงแร่แรร์เอิร์ธ ในฐานะเป็นสิ่งตอบแทนชดใช้เงินช่วยเหลือหลายแสนล้านดอลลาร์ที่สหรัฐฯมอให้แก่เคียฟ อย่างไรก็ตามไม่มีการลงนามในข้อตกลง ตามหลังศึกวิวาทะดุเดือดภายในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว ระหว่าง ทรัมป์ กับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000020861
    ..............
    Sondhi X
    สหรัฐฯกำลังร่างแผนการหนึ่งๆในความเป็นไปได้ที่จะผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรที่กำหนดเล่นงานรัสเซีย ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังหาทางฟื้นฟูความสัมพันธ์กับมอสโกและหยุดสงครามในยูเครน รอยเตอร์รายงานอ้างเจ้าหน้าที่อเมริการายหนึ่งและแหล่งข่าวใกล้ชิดกับประเด็นนี้ . แหล่งข่าวเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ทำเนียบขาวขอให้กระทรวงต่างประเทศและกระทรวงการคลัง ร่างรายการคว่ำบาตรที่อาจผ่อนปรน เพื่อที่พวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯจะได้หยิบยกไปหารือพูดคุยกับพวกผู้แทนของรัสเซียในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ส่วนหนึ่งในการเจรจาอย่างครอบคลุมระหว่างรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับมอสโก ในความพยายามปรับปรุงความสัมพันธ์ทั้งทางการทูตและเศรษฐกิจ . เวลานี้พวกเจ้าหน้าที่ด้านมาตรการคว่ำบาตรกำลังร่างข้อเสนอหนึ่งๆ สำหรับยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรนิติบุคคลและตัวบุคคลที่ได้รับเลือก ในนั้นรวมถึงกลุ่มผู้มีอำนาจบางส่วนของรัสเซีย แหล่งข่าวระบุ . สิ่งที่เรียกว่า "เอกสารทางเลือก" มักถูกร่างขึ้นบ่อยครั้งเป็นปกติอยู่แล้วโดยพวกเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านมาตรการคว่ำบาตร แต่คำขออย่างเฉพาะเจาะจงในครั้งนี้ของทำเนียบขาวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เน้นย้ำว่า ทรัมป์ และคณะที่ปรึกษาของเขา มีความตั้งใจผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรที่กำหนดเล่นงานรัสเซียจริงๆ ส่วนหนึ่งในว่าที่ข้อตกลงหนึ่งใดกับมอสโก . ไม่เป็นที่้ชัดเจนว่า วอชิงตันต้องการสิ่งใดแลกเปลี่ยนกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร . รัสเซีย เป็นหนึ่งในชาติผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลก และถ้ามาตรการคว่ำบาตรภาคพลังงานของมอสโกได้รับการผ่อนปรน มันจะช่วยสกัดไม่ให้ราคาเชื้อเพลิงพุ่งสูง ถ้าหากทรัมป์ต้องการเล่นงานภาคการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ชาติสมาชิกโอเปก . ทำเนียบขาว กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ รวมถึงสถานทูตรัสเซียประจำวอชิงตัน ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อรายงานข่าวนี้ . เมื่อปีที่แล้ว วังเครมลิน ให้คำนิยามความสัมพันธ์กับรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ว่า "ต่ำว่าศูนย์" เนื่องจาก ไบเดน จากพรรคเดโมแครต ให้การสนับสนุนยูเครนด้วยเงินช่วยเหลือและอาวุธ รวมถึงกำหนดมาตรการคว่ำบาตรหนักหน่วงเล่นงานรัสเซีย ลงโทษกรณีรุกรานยูเครนในปี 2022 . แต่ ทรัมป์ ซึ่งรับปากว่าจะยุติสงครามอย่างรวดเร็ว ได้กลับลำนโยบายของสหรัฐฯ เปิดการเจรจากับมอสโก เริ่มต้นด้วยการพูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ และตามด้วยการพบปะหารือกันระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้ง 2 ชาติ ทั้งในซาอุดีอาระเบียและตุรกี . สหรัฐฯกำหนดมาตรการคว่ำบาตรเล่นงานรัสเซียมาตั้งแต่ที่มอสโกรุกรานยูเครนในปี 2022 ในนั้นรวมถึงมาตรการต่างๆที่เล็งเป้าหมายจำกัดรายได้จากอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอันมหาศาลของประเทศแห่งนี้ และบั่นทอนศักยภาพในการหาทุนในการทำสงคราม . ทรัมป์ ในเดือนมกราคม ขู่ว่าอาจยกระดับมาตรการคว่ำบาตรเล่นงานรัสเซีย หากว่าปูติน ไม่มีความตั้งใจเจรจายุติสงครามในยูเครน แต่เมื่อเร็วๆนี้ เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์ยอมรับอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรมอสโก . สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์บลูมเบิร์ก เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ว่ารัสเซียอาจได้รับการผ่อนปรนการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ แต่ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขามีท่าทีอย่างไรต่อการเจรจาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า จากนั้นในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ทรัมป์ เน้นย้ำกับพวกผู้สื่อข่าวว่าอาจมีการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย "ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง" . ทั้งนี้ไม่เป็นที่ชัดเจนว่ามาตรการคว่ำบาตรใด ที่รัฐบาลทรัมป์จะพิจารณายกเลิกเล่นงานรัสเซียเป็นลำดับแรก . จอห์น สมิธ จากบริษัทกฎหมาย Morrison Foerster และอดีตผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า ทรัมป์ อาจออกคำสั่งบริหารฉบับหนึ่ง ที่เปิดทางให้รัฐบาลเริ่มกระบวนการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียบางอย่าง แต่เขาจำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรสในการยกเลิกการคว่ำบาตรนิติบุคคลบางแห่ง . นับตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา รัสเซีย เสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในช่วงเวลาสงคราม ด้วยการเพิ่มการใช้จ่ายด้านการทหารและยกระดับผลผลิตทางอุตสาหกรรม แต่พวกผู้เชี่ยวชาญมองว่าเศรษฐกิจของประเทศแห่งนี้ยังมีความอ่อนแอ และจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรจากตะวันตก . รัสเซียบอกว่าพวกเขาเปิดกว้างสำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยวังเครมลินบอกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่ารัสเซียมีแร่ธาตุแรร์เฮิร์ธมากมาย และเปิดกว้างสำหรับทำข้อตกลงพัฒนาแร่เหล่านี้ หลังจาก ปูติน พูดถึงความเป็นไปได้ที่จะร่วมมือในเรื่องดังกล่าวกับสหรัฐฯ . แหล่งข่าวเชื่อว่าข้อตกลงทางเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการใดๆ ดูเหมือนจะมีความจำเป็นสำหรับเปิดทางให้สหรัฐฯผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร . ที่ผ่านมา ทรัมป์ หาทางบรรลุข้อตกลงแร่ธาตุกับยูเครน ประเทศที่มีแหล่งทรัพยากรแร่มหาศาล ในนั้นรวมถึงแร่แรร์เอิร์ธ ในฐานะเป็นสิ่งตอบแทนชดใช้เงินช่วยเหลือหลายแสนล้านดอลลาร์ที่สหรัฐฯมอให้แก่เคียฟ อย่างไรก็ตามไม่มีการลงนามในข้อตกลง ตามหลังศึกวิวาทะดุเดือดภายในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว ระหว่าง ทรัมป์ กับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000020861 .............. Sondhi X
    Like
    Love
    4
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1767 มุมมอง 1 รีวิว
Pages Boosts