• การประกาศภาษีใหม่ของทรัมป์ทำให้ราคาสินค้า Apple พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากเวียดนามและอินเดีย ซึ่งเป็นฐานการผลิตของ Apple ต้องเจอกับภาษีสูงสุดถึง 46% แผนการลดการพึ่งพาจีนของ Apple ถูกกระทบหนัก ขณะที่ ภาษี 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมดจะเริ่มบังคับใช้ใน 5 เมษายน Apple อาจต้องปรับราคาสินค้าหรือหาทางออกอื่นเพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจพิจารณายกเว้นภาษีบางส่วนในอนาคต

    ✅ อัตราภาษีใหม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตนอกจีน
    - Apple พยายาม ลดการพึ่งพาการผลิตในจีน มาหลายปี แต่แผนนี้ถูกกระทบจากภาษีใหม่
    - เวียดนามเจอภาษีสูงถึง 46% ขณะที่อินเดียโดน 26%

    ✅ ผู้บริโภคในสหรัฐฯ ต้องแบกรับราคาที่แพงขึ้น
    - นอกจากภาษี 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมดที่เริ่มใช้ใน 5 เมษายน
    - ยังมีภาษีแบบ Reciprocal Tariffs ที่เพิ่มอัตราภาษีให้สูงขึ้นสำหรับสินค้าที่ประเทศอื่นขายแพง

    ✅ ภาระต้นทุนการผลิตทำให้ Apple ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก
    - ภาษีที่สูงขึ้นทำให้ ต้นทุนการผลิตพุ่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อกำไรของบริษัท
    - Apple อยู่ในสถานะ Lose-Lose Situation ไม่ว่าจะเลือกปรับราคาหรือดูดซับต้นทุน

    ✅ Trump อาจพิจารณายกเว้นภาษีบางส่วน
    - มีรายงานว่า สหรัฐฯ อาจผ่อนปรนภาษีให้กับบางประเทศ ที่สำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานของ Apple

    ✅ จีนยังคงเป็นเป้าหมายหลักของภาษีสหรัฐฯ
    - ภาษี 34% ถูกกำหนดไว้เป็นมาตรการตอบโต้การค้า
    - Apple อาจต้องทบทวนแผนการกระจายฐานการผลิตใหม่ทั้งหมด

    https://wccftech.com/apple-supply-chains-hit-with-up-to-a-46-percent-trump-tariffs/
    การประกาศภาษีใหม่ของทรัมป์ทำให้ราคาสินค้า Apple พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากเวียดนามและอินเดีย ซึ่งเป็นฐานการผลิตของ Apple ต้องเจอกับภาษีสูงสุดถึง 46% แผนการลดการพึ่งพาจีนของ Apple ถูกกระทบหนัก ขณะที่ ภาษี 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมดจะเริ่มบังคับใช้ใน 5 เมษายน Apple อาจต้องปรับราคาสินค้าหรือหาทางออกอื่นเพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจพิจารณายกเว้นภาษีบางส่วนในอนาคต ✅ อัตราภาษีใหม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตนอกจีน - Apple พยายาม ลดการพึ่งพาการผลิตในจีน มาหลายปี แต่แผนนี้ถูกกระทบจากภาษีใหม่ - เวียดนามเจอภาษีสูงถึง 46% ขณะที่อินเดียโดน 26% ✅ ผู้บริโภคในสหรัฐฯ ต้องแบกรับราคาที่แพงขึ้น - นอกจากภาษี 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมดที่เริ่มใช้ใน 5 เมษายน - ยังมีภาษีแบบ Reciprocal Tariffs ที่เพิ่มอัตราภาษีให้สูงขึ้นสำหรับสินค้าที่ประเทศอื่นขายแพง ✅ ภาระต้นทุนการผลิตทำให้ Apple ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก - ภาษีที่สูงขึ้นทำให้ ต้นทุนการผลิตพุ่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อกำไรของบริษัท - Apple อยู่ในสถานะ Lose-Lose Situation ไม่ว่าจะเลือกปรับราคาหรือดูดซับต้นทุน ✅ Trump อาจพิจารณายกเว้นภาษีบางส่วน - มีรายงานว่า สหรัฐฯ อาจผ่อนปรนภาษีให้กับบางประเทศ ที่สำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานของ Apple ✅ จีนยังคงเป็นเป้าหมายหลักของภาษีสหรัฐฯ - ภาษี 34% ถูกกำหนดไว้เป็นมาตรการตอบโต้การค้า - Apple อาจต้องทบทวนแผนการกระจายฐานการผลิตใหม่ทั้งหมด https://wccftech.com/apple-supply-chains-hit-with-up-to-a-46-percent-trump-tariffs/
    WCCFTECH.COM
    Apple’s Supply Chain To Bear The Immense Financial Burden Of The Trump Tariffs, With Multiple Countries, Including Vietnam & India, Hit With Up To A 46 Percent Levy
    Various production hubs of Apple will be subject to up to a 46 percent bump in tariffs, forcing mutiple products, including iPhones, to jump in price
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 20 มุมมอง 0 รีวิว
  • ภาษีนำเข้าอะลูมิเนียม 25% ของทรัมป์ส่งผลให้ราคาการ์ดจอและเคส PC อาจเพิ่มขึ้น อะลูมิเนียมเป็นวัสดุหลักในการผลิตฮาร์ดแวร์ หลายบริษัทเช่น Falcon Northwest และ SilverStone ยืนยันว่า ต้นทุนสินค้าสูงขึ้นแล้ว Asus มีแผนย้ายฐานการผลิตออกจากจีนเพื่อลดผลกระทบ ขณะที่ ศุลกากรสหรัฐฯ อาจใช้วิธีคิดภาษีที่ทำให้ GPU และเคสบางรุ่นแพงกว่าปกติ นักเล่นเกมและผู้ใช้ระดับมืออาชีพอาจต้องเตรียมตัวรับราคาที่สูงขึ้นในเร็ว ๆ นี้

    ✅ อะลูมิเนียมเป็นวัสดุสำคัญใน PC Hardware
    - ใช้ในโครงสร้าง PC Cases และเป็นส่วนประกอบของ GPU และฮีตซิงก์ระบายความร้อน

    ✅ ผู้ผลิตเริ่มได้รับผลกระทบจากภาษีนี้แล้ว
    - Falcon Northwest ผู้ผลิตพีซีแบบคัสตอม ยืนยันว่า ต้นทุนของเคสสูงขึ้นทันทีที่ภาษีมีผล
    - SilverStone Technology ต้องแบกรับภาษีอะลูมิเนียม 25% พร้อมกับภาษี นำเข้าจากจีนอีก 20%

    ✅ Asus มีแผนย้ายฐานการผลิตออกจากจีน
    - เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาษี บริษัทเตรียม ย้ายโรงงานไปยังประเทศอื่น ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้น

    ✅ ปัญหาการคิดภาษีจาก US Customs ทำให้ราคาสูงเกินจริง
    - ระบบศุลกากรของสหรัฐฯ อาจตีมูลค่าภาษีจากราคาสินค้าทั้งหมด หากซัพพลายเออร์ไม่ระบุปริมาณอะลูมิเนียมที่แน่ชัด
    - ส่งผลให้ ค่าภาษีของ GPU และเคสบางรุ่นแพงกว่าที่คาดการณ์ไว้

    ✅ ผู้บริโภคอาจต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่ออัปเกรดคอมพิวเตอร์
    - ภาษีอะลูมิเนียมอาจเพิ่มต้นทุน สำหรับนักเล่นเกมและผู้ใช้ระดับมืออาชีพ ที่ต้องการประกอบพีซีใหม่

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/president-trumps-25-percent-tariff-on-aluminum-sparks-concerns-over-rising-pc-enclosure-and-gpu-costs
    ภาษีนำเข้าอะลูมิเนียม 25% ของทรัมป์ส่งผลให้ราคาการ์ดจอและเคส PC อาจเพิ่มขึ้น อะลูมิเนียมเป็นวัสดุหลักในการผลิตฮาร์ดแวร์ หลายบริษัทเช่น Falcon Northwest และ SilverStone ยืนยันว่า ต้นทุนสินค้าสูงขึ้นแล้ว Asus มีแผนย้ายฐานการผลิตออกจากจีนเพื่อลดผลกระทบ ขณะที่ ศุลกากรสหรัฐฯ อาจใช้วิธีคิดภาษีที่ทำให้ GPU และเคสบางรุ่นแพงกว่าปกติ นักเล่นเกมและผู้ใช้ระดับมืออาชีพอาจต้องเตรียมตัวรับราคาที่สูงขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ✅ อะลูมิเนียมเป็นวัสดุสำคัญใน PC Hardware - ใช้ในโครงสร้าง PC Cases และเป็นส่วนประกอบของ GPU และฮีตซิงก์ระบายความร้อน ✅ ผู้ผลิตเริ่มได้รับผลกระทบจากภาษีนี้แล้ว - Falcon Northwest ผู้ผลิตพีซีแบบคัสตอม ยืนยันว่า ต้นทุนของเคสสูงขึ้นทันทีที่ภาษีมีผล - SilverStone Technology ต้องแบกรับภาษีอะลูมิเนียม 25% พร้อมกับภาษี นำเข้าจากจีนอีก 20% ✅ Asus มีแผนย้ายฐานการผลิตออกจากจีน - เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาษี บริษัทเตรียม ย้ายโรงงานไปยังประเทศอื่น ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ✅ ปัญหาการคิดภาษีจาก US Customs ทำให้ราคาสูงเกินจริง - ระบบศุลกากรของสหรัฐฯ อาจตีมูลค่าภาษีจากราคาสินค้าทั้งหมด หากซัพพลายเออร์ไม่ระบุปริมาณอะลูมิเนียมที่แน่ชัด - ส่งผลให้ ค่าภาษีของ GPU และเคสบางรุ่นแพงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ✅ ผู้บริโภคอาจต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่ออัปเกรดคอมพิวเตอร์ - ภาษีอะลูมิเนียมอาจเพิ่มต้นทุน สำหรับนักเล่นเกมและผู้ใช้ระดับมืออาชีพ ที่ต้องการประกอบพีซีใหม่ https://www.tomshardware.com/tech-industry/president-trumps-25-percent-tariff-on-aluminum-sparks-concerns-over-rising-pc-enclosure-and-gpu-costs
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 24 มุมมอง 0 รีวิว
  • คณะกรรมาธิการการค้าของสหรัฐฯ (FTC) กำลังเข้าสู่การพิจารณาคดีในวันที่ 14 เมษายน 2025 ซึ่งอาจส่งผลให้ Meta ต้องแยกตัวจาก Instagram และ WhatsApp โดยคดีนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2020 ซึ่ง FTC อ้างว่า การเข้าซื้อกิจการทั้งสองเป็นไปเพื่อกำจัดการแข่งขัน แทนที่จะเป็นการพัฒนานวัตกรรมในตลาด

    ✅ Zuckerberg เคยกังวลว่า Instagram จะเติบโตเร็วกว่าที่ Facebook ควบคุมได้
    - ในปี 2012 เขาเคยกล่าวว่า Facebook ตามหลัง Instagram อยู่มาก และกลัวว่า Instagram จะกลายเป็นภัยคุกคาม
    - เขาระบุว่า Meta ควรใช้เงินจำนวนมากเพื่อซื้อ Instagram เพื่อลดการแข่งขัน

    ✅ WhatsApp ก็เป็นอีกเป้าหมายสำคัญของ Meta
    - ภายในบริษัทมีความกังวลว่า แอปส่งข้อความอาจพัฒนาเป็นเครือข่ายสังคมเต็มรูปแบบ
    - ผู้บริหารรายหนึ่งเคยกล่าวว่า การเติบโตของ WhatsAppทำให้เขากังวลจนแทบจะนอนไม่หลับ

    ✅ หาก FTC ชนะคดี Meta อาจต้องแยก Instagram และ WhatsApp ออกจากบริษัท
    - การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อโครงสร้างตลาดโซเชียลมีเดียอย่างมหาศาล
    - อย่างไรก็ตาม FTC ต้องพิสูจน์ว่า Meta กำจัดการแข่งขันและสร้างผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งถือเป็นภาระหนักทางกฎหมาย

    ✅ Meta เปลี่ยนท่าทีด้านนโยบายการควบคุมข้อมูล
    - Zuckerberg เพิ่งเปิดเผยว่า Facebook เคยมีส่วนในการเซ็นเซอร์ข้อมูลในยุค Biden
    - แต่ในยุครัฐบาลปัจจุบัน Meta พยายาม ลดการควบคุมข้อมูล และทำงานร่วมกับรัฐบาล Trump มากขึ้น

    https://www.neowin.net/news/instagram-and-whatsapp-could-be-torn-from-meta-as-ftcs-antitrust-case-nears-trial/
    คณะกรรมาธิการการค้าของสหรัฐฯ (FTC) กำลังเข้าสู่การพิจารณาคดีในวันที่ 14 เมษายน 2025 ซึ่งอาจส่งผลให้ Meta ต้องแยกตัวจาก Instagram และ WhatsApp โดยคดีนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2020 ซึ่ง FTC อ้างว่า การเข้าซื้อกิจการทั้งสองเป็นไปเพื่อกำจัดการแข่งขัน แทนที่จะเป็นการพัฒนานวัตกรรมในตลาด ✅ Zuckerberg เคยกังวลว่า Instagram จะเติบโตเร็วกว่าที่ Facebook ควบคุมได้ - ในปี 2012 เขาเคยกล่าวว่า Facebook ตามหลัง Instagram อยู่มาก และกลัวว่า Instagram จะกลายเป็นภัยคุกคาม - เขาระบุว่า Meta ควรใช้เงินจำนวนมากเพื่อซื้อ Instagram เพื่อลดการแข่งขัน ✅ WhatsApp ก็เป็นอีกเป้าหมายสำคัญของ Meta - ภายในบริษัทมีความกังวลว่า แอปส่งข้อความอาจพัฒนาเป็นเครือข่ายสังคมเต็มรูปแบบ - ผู้บริหารรายหนึ่งเคยกล่าวว่า การเติบโตของ WhatsAppทำให้เขากังวลจนแทบจะนอนไม่หลับ ✅ หาก FTC ชนะคดี Meta อาจต้องแยก Instagram และ WhatsApp ออกจากบริษัท - การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อโครงสร้างตลาดโซเชียลมีเดียอย่างมหาศาล - อย่างไรก็ตาม FTC ต้องพิสูจน์ว่า Meta กำจัดการแข่งขันและสร้างผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งถือเป็นภาระหนักทางกฎหมาย ✅ Meta เปลี่ยนท่าทีด้านนโยบายการควบคุมข้อมูล - Zuckerberg เพิ่งเปิดเผยว่า Facebook เคยมีส่วนในการเซ็นเซอร์ข้อมูลในยุค Biden - แต่ในยุครัฐบาลปัจจุบัน Meta พยายาม ลดการควบคุมข้อมูล และทำงานร่วมกับรัฐบาล Trump มากขึ้น https://www.neowin.net/news/instagram-and-whatsapp-could-be-torn-from-meta-as-ftcs-antitrust-case-nears-trial/
    WWW.NEOWIN.NET
    Instagram and WhatsApp could be torn from Meta as FTC's antitrust case nears trial
    The FTC's long-running antitrust case against Meta, which stems from its acquisition of Instagram and WhatsApp more than a decade ago, will go to trial on April 14.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 13 มุมมอง 0 รีวิว
  • 01-04-68/03 : หมี CNN / R.I.P USAID ลาก๋อยเหี้ยจ๋า! เห็นฤทธิ์อีทรัมปป์ยัง? ปิดสิ จะเหลือเหรอ โยก USAID บางส่วนเข้ากระทรวงตปท. มัดชัดซะยิ่งกว่าชัด หักดิบเหี้ย C ไงล่ะ ที่ผ่านมา ยิวเหี้ยไซออนนิสต์ใช้เหี้ย C เป็นแขนขา ในการรุกรานแผ่นดินชาวโลก ท่อน้ำเลี้ยงใหญ่คือ USAID แตกย่อยเป็น NED NGO เพื่อส่งส่วยให้ขี้ข้ายิวทั่วโลก ไปปล้นแผ่นดินเค้าแดร๊ก งานนี้ อีทรัมปป์รีดพิษ ท่อน้ำเลี้ยงเหี้ยยิว DEEP STATE จะอยู่เฉยไม่ได้อีกแล้ว เร่งเปิดเกมส์ล้มอีทรัมปป์แน่ ระวังให้ดี อุบัติเหตุการเมืองเกิดขึ้นได้เสมอ บทเรียนจาก JFK ทำให้อีทรัมปป์รู้ดีว่า ชุดรอบตัวใช้คนในไม่ได้ เพราะเหี้ย C มันกว้านซื้อไว้หมดแล้ว ดังนั้น ไม่แปลก หากมรึงได้เห็น WAGNER นอกเครื่องแบบไปโผล่ทำเนียบขาว ขอให้รู้ไว้ว่า ปูตินส่งไปให้เองจ๊ะ สูตรสำเร็จความใคร่เหี้ย ใกล้จะถึงทางตัน อีทรัมปป์เตรียมดึงกองกำลังสหรัฐกลับบ้าน อีทรัมปป์ตัดท่อน้ำเลี้ยงเหี้ยยิว งานนี้ใครได้ประโยชน์สูงสุดกันล่ะ เป้าหมายอีทรัมปป์คือ ไม่รบกับรัสเซียตอนนี้ เพื่อไม่ให้รัสเซีย จีน เข้ามาเขมือบอเมริกาในทันที ฝั่งขั้วใหม่เค้าก็รู้ว่ามรึงถอยเพราะอะไร? จากนี้ จะกลายเป็นเกมส์ปราสาทแดร๊ก ยิ่งกว่าสงครามเย็นแช่น้ำแข็งอีกมรึง อะไรที่ทำผ่านมา ก็เล่นไปหมดแล้ว หมดมุก จากนี้จึงต้องเล่นให้แรง และเข้าเป้าเท่านั้น ที่มาว่า HAARP ล่อพม่า เพื่อดึงเศรษฐกิจอาเซียนและจีนลงมา แต่เช่นเดียวกัน มรึงเองก็จะโดนกลับไม่ใช่น้อย หลังเสียหายไปเยอะ จากพิษเงินเฟ้อ เศรษฐกิจ ไฟป่า พายุ หิมะถล่ม และการเมืองปาหี่ภายใน แล้วยังไงต่อ USAID ไม่มีแล้ว หน่วยงานย่อยไปอยู่ในมือกระทรวงตปท. แปลว่าอีทรัมปป์เอาคนแปรพักตร์กลับเข้ามาอยู่กับตน ใครไม่ยอมก็ไสหัวออกไป เหี้ย C บทบาทจะน้อยลง อีทรัมปป์จะเล่นการฑูตนำ มากกว่าจะใช้ใต้ดินเหมือนที่ DEEP STATE ถนัด แต่งานสกปรกก็จำเป็นต้องมี เมื่อเหี้ย C ขาดรายได้ เป้าต่อไปคืออีตาเพน ที่มาว่าทำไม บริษัทโบอิ้ง ถึงถูกดำเนินคดีในศาลเป็นชุด ก็เพื่อให้คายความลับออกมา ว่ามรึงเคยส่ง หรือซ่อนอะไรเอาไว้ใต้พรมอีก ด่านหินที่สุดไม่ใช่เหี้ย C แต่เป็นอีตาเพนเนี่ยแหละ แผนดึงกองทัพเข้าพวก เตรียมหั่นอเมริกาแตกเป็นสอง ใกล้ความจริงแล้ว กรีนแลนด์ก็ดี บางส่วนอีแคนผนวกรวมก็ดี ไม่ได้มีไว้เพื่ออเมริกาที่ยิ่งใหญ่ แต่มีไว้เพื่อ TRUMP LAND ในอนาคตต่างหากล่ะ เกมส์นี้แรงจริง รอดูฝีมือ DEEP STATE จะทำอย่างไรกับอีทรัมปป์?

    Trump administration officially shutters USAID after months of cuts รัฐบาลสหรัฐปิดองค์กร USAID หลังตัดงบประมาณหลายเดือน

    ------------------------------------------------------------------------—
    RONIN500(Admin Nidnoi) แปลโดย นิดหน่อย : รัฐบาลสหรัฐปิดองค์กร USAID หลังตัดงบประมาณหลายเดือน

    รัฐบาลสหรัฐปิดองค์กร USAID อย่างเป็นทางการซึ่งมีการจัดการครั้งสุดท้ายขององค์กร

    เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กระทรวงต่างประเทศแจ้งสภาคองเกรสว่า “ปิดตัว” องค์กร USAID และย้ายบางฝ่ายเข้ากระทรวงต่างประเทศ

    ตามบันทึกที่ให้เจ้าหน้าที่ขององค์กร USAID รองผู้อำนวยการคนใหม่ เจเรมี เลวินระบุว่า กระทรวงต่างประเทศ “จะรับผิดชอบงานเจ้าหน้าที่จากหลายฝ่ายขององค์กรและโครงการที่กำลังดำเนินไป”

    กระทรวงต่างประเทศ “จะปลดฝ่ายที่ทำงานอย่างเป็นอิสระจากองค์กร” อย่างทันทีและ “ประเมิน” ว่าจะจ้างเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งเพื่อ “ทำงานให้กับโครงการเพื่อช่วยชีวิตและให้ความช่วยเหลือทางกลยุทธ์”

    รัฐบาลสหรัฐระบุถึงหลายโอกาสที่องค์กร USAID นำเงินของประชาชนที่เสียภาษีไปใช้ในทางที่ผิดและให้เงินกับโครงการต่างประเทศที่สหรัฐไม่ได้ประโยชน์แม้จะมีข้ออ้างจากเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญด้านความช่วยเหลือว่า องค์กรตอบสนองความต้องการทางมนุษยชนทั่วโลก

    ในช่วงไม่กี่อาทิตย์หลังเข้ารับตำแหน่ง รัฐบาลสหรัฐเริ่มปลดองค์กร USAID และสั่งหยุดความช่วยเหลือกับต่างชาติที่รอการทบทวนโครงการต่างๆตั้งแต่นั้นมา เจ้าหน้าที่หลายหมื่นคนถูกไล่ออกหรือพักงาน นอกจากนั้นยกเลิกสัญญาความช่วยเหลือหลายหมื่นล้านดอลลาร์

    การตัดสินใจที่จะปิดองค์กรคาดว่าจะทำให้เกิดการตรวจสอบทางกฎหมายตามรายงานจากผู้เชี่ยวชาญที่ระบุว่า การตัดสินใจจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส

    รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โค รูบิโอชื่นชมการเคลื่อนไหวในแถลงการณ์ว่า รัฐบาลตัดสินใจปิดองค์กร USAID อย่างเป็นทางการและจะได้รับการจัดการโดยกระทรวงต่างประเทศ

    องค์กร USAID ที่ได้รับการก่อตั้งเมื่อปี 1961 โดยประธานาธิบดี จอห์น เอฟ.เคนเนดี มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานในการปลุกปั่นเหตุไม่สงบซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อโค่นล้มรัฐบาลในประเทศละตินอเมริกาคือ คิวบาและเวเนซุเอลา นอกจากนั้น สิ่งที่องค์กรเคยทำไว้ยังมีเรื่องรัฐประหารในยุโรปตะวันออก

    https://www.presstv.ir/Detail/2025/03/29/745227/US-State-Department-USAID-humanitarian-assistance-

    ------------------------------------------------------------------------—
    เข้าถ้ำ RONIN คลิกที่ LINK ตามนี้ : https://line.me/R/ti/p/@mheecnn

    หรือเข้า LINE OFFICIAL ACCOUNT
    https://voom-studio.line.biz/account/@hfs0310u/voom หรือเสิร์หหาใน LINE ได้ที่ @hfs0310u

    **เพจหลักของหมี CNN คือ**
    https://www.minds.com/mheecnn2/

    เพจ VK ของรัสเซีย พิมคำว่า Frank Mheecnn
    www.vk.com/id448335733

    **เพจหมี CNN ใน Twitter ตัวใหม่ล่าสุด!**
    https://twitter.com/CnnMhee

    **เพจหมี CNN ใน FB ห้องปิด ตัวใหม่ล่าสุด(2568)**
    ชื่อเพจ "SUBPRAYUTH THALUFAH" สัปยุทธ ทะลุฟ้า
    https://www.facebook.com/profile.php?id=61573193903186
    01-04-68/03 : หมี CNN / R.I.P USAID ลาก๋อยเหี้ยจ๋า! เห็นฤทธิ์อีทรัมปป์ยัง? ปิดสิ จะเหลือเหรอ โยก USAID บางส่วนเข้ากระทรวงตปท. มัดชัดซะยิ่งกว่าชัด หักดิบเหี้ย C ไงล่ะ ที่ผ่านมา ยิวเหี้ยไซออนนิสต์ใช้เหี้ย C เป็นแขนขา ในการรุกรานแผ่นดินชาวโลก ท่อน้ำเลี้ยงใหญ่คือ USAID แตกย่อยเป็น NED NGO เพื่อส่งส่วยให้ขี้ข้ายิวทั่วโลก ไปปล้นแผ่นดินเค้าแดร๊ก งานนี้ อีทรัมปป์รีดพิษ ท่อน้ำเลี้ยงเหี้ยยิว DEEP STATE จะอยู่เฉยไม่ได้อีกแล้ว เร่งเปิดเกมส์ล้มอีทรัมปป์แน่ ระวังให้ดี อุบัติเหตุการเมืองเกิดขึ้นได้เสมอ บทเรียนจาก JFK ทำให้อีทรัมปป์รู้ดีว่า ชุดรอบตัวใช้คนในไม่ได้ เพราะเหี้ย C มันกว้านซื้อไว้หมดแล้ว ดังนั้น ไม่แปลก หากมรึงได้เห็น WAGNER นอกเครื่องแบบไปโผล่ทำเนียบขาว ขอให้รู้ไว้ว่า ปูตินส่งไปให้เองจ๊ะ สูตรสำเร็จความใคร่เหี้ย ใกล้จะถึงทางตัน อีทรัมปป์เตรียมดึงกองกำลังสหรัฐกลับบ้าน อีทรัมปป์ตัดท่อน้ำเลี้ยงเหี้ยยิว งานนี้ใครได้ประโยชน์สูงสุดกันล่ะ เป้าหมายอีทรัมปป์คือ ไม่รบกับรัสเซียตอนนี้ เพื่อไม่ให้รัสเซีย จีน เข้ามาเขมือบอเมริกาในทันที ฝั่งขั้วใหม่เค้าก็รู้ว่ามรึงถอยเพราะอะไร? จากนี้ จะกลายเป็นเกมส์ปราสาทแดร๊ก ยิ่งกว่าสงครามเย็นแช่น้ำแข็งอีกมรึง อะไรที่ทำผ่านมา ก็เล่นไปหมดแล้ว หมดมุก จากนี้จึงต้องเล่นให้แรง และเข้าเป้าเท่านั้น ที่มาว่า HAARP ล่อพม่า เพื่อดึงเศรษฐกิจอาเซียนและจีนลงมา แต่เช่นเดียวกัน มรึงเองก็จะโดนกลับไม่ใช่น้อย หลังเสียหายไปเยอะ จากพิษเงินเฟ้อ เศรษฐกิจ ไฟป่า พายุ หิมะถล่ม และการเมืองปาหี่ภายใน แล้วยังไงต่อ USAID ไม่มีแล้ว หน่วยงานย่อยไปอยู่ในมือกระทรวงตปท. แปลว่าอีทรัมปป์เอาคนแปรพักตร์กลับเข้ามาอยู่กับตน ใครไม่ยอมก็ไสหัวออกไป เหี้ย C บทบาทจะน้อยลง อีทรัมปป์จะเล่นการฑูตนำ มากกว่าจะใช้ใต้ดินเหมือนที่ DEEP STATE ถนัด แต่งานสกปรกก็จำเป็นต้องมี เมื่อเหี้ย C ขาดรายได้ เป้าต่อไปคืออีตาเพน ที่มาว่าทำไม บริษัทโบอิ้ง ถึงถูกดำเนินคดีในศาลเป็นชุด ก็เพื่อให้คายความลับออกมา ว่ามรึงเคยส่ง หรือซ่อนอะไรเอาไว้ใต้พรมอีก ด่านหินที่สุดไม่ใช่เหี้ย C แต่เป็นอีตาเพนเนี่ยแหละ แผนดึงกองทัพเข้าพวก เตรียมหั่นอเมริกาแตกเป็นสอง ใกล้ความจริงแล้ว กรีนแลนด์ก็ดี บางส่วนอีแคนผนวกรวมก็ดี ไม่ได้มีไว้เพื่ออเมริกาที่ยิ่งใหญ่ แต่มีไว้เพื่อ TRUMP LAND ในอนาคตต่างหากล่ะ เกมส์นี้แรงจริง รอดูฝีมือ DEEP STATE จะทำอย่างไรกับอีทรัมปป์? Trump administration officially shutters USAID after months of cuts รัฐบาลสหรัฐปิดองค์กร USAID หลังตัดงบประมาณหลายเดือน ------------------------------------------------------------------------— RONIN500(Admin Nidnoi) แปลโดย นิดหน่อย : รัฐบาลสหรัฐปิดองค์กร USAID หลังตัดงบประมาณหลายเดือน รัฐบาลสหรัฐปิดองค์กร USAID อย่างเป็นทางการซึ่งมีการจัดการครั้งสุดท้ายขององค์กร เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กระทรวงต่างประเทศแจ้งสภาคองเกรสว่า “ปิดตัว” องค์กร USAID และย้ายบางฝ่ายเข้ากระทรวงต่างประเทศ ตามบันทึกที่ให้เจ้าหน้าที่ขององค์กร USAID รองผู้อำนวยการคนใหม่ เจเรมี เลวินระบุว่า กระทรวงต่างประเทศ “จะรับผิดชอบงานเจ้าหน้าที่จากหลายฝ่ายขององค์กรและโครงการที่กำลังดำเนินไป” กระทรวงต่างประเทศ “จะปลดฝ่ายที่ทำงานอย่างเป็นอิสระจากองค์กร” อย่างทันทีและ “ประเมิน” ว่าจะจ้างเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งเพื่อ “ทำงานให้กับโครงการเพื่อช่วยชีวิตและให้ความช่วยเหลือทางกลยุทธ์” รัฐบาลสหรัฐระบุถึงหลายโอกาสที่องค์กร USAID นำเงินของประชาชนที่เสียภาษีไปใช้ในทางที่ผิดและให้เงินกับโครงการต่างประเทศที่สหรัฐไม่ได้ประโยชน์แม้จะมีข้ออ้างจากเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญด้านความช่วยเหลือว่า องค์กรตอบสนองความต้องการทางมนุษยชนทั่วโลก ในช่วงไม่กี่อาทิตย์หลังเข้ารับตำแหน่ง รัฐบาลสหรัฐเริ่มปลดองค์กร USAID และสั่งหยุดความช่วยเหลือกับต่างชาติที่รอการทบทวนโครงการต่างๆตั้งแต่นั้นมา เจ้าหน้าที่หลายหมื่นคนถูกไล่ออกหรือพักงาน นอกจากนั้นยกเลิกสัญญาความช่วยเหลือหลายหมื่นล้านดอลลาร์ การตัดสินใจที่จะปิดองค์กรคาดว่าจะทำให้เกิดการตรวจสอบทางกฎหมายตามรายงานจากผู้เชี่ยวชาญที่ระบุว่า การตัดสินใจจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โค รูบิโอชื่นชมการเคลื่อนไหวในแถลงการณ์ว่า รัฐบาลตัดสินใจปิดองค์กร USAID อย่างเป็นทางการและจะได้รับการจัดการโดยกระทรวงต่างประเทศ องค์กร USAID ที่ได้รับการก่อตั้งเมื่อปี 1961 โดยประธานาธิบดี จอห์น เอฟ.เคนเนดี มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานในการปลุกปั่นเหตุไม่สงบซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อโค่นล้มรัฐบาลในประเทศละตินอเมริกาคือ คิวบาและเวเนซุเอลา นอกจากนั้น สิ่งที่องค์กรเคยทำไว้ยังมีเรื่องรัฐประหารในยุโรปตะวันออก https://www.presstv.ir/Detail/2025/03/29/745227/US-State-Department-USAID-humanitarian-assistance- ------------------------------------------------------------------------— เข้าถ้ำ RONIN คลิกที่ LINK ตามนี้ : https://line.me/R/ti/p/@mheecnn หรือเข้า LINE OFFICIAL ACCOUNT https://voom-studio.line.biz/account/@hfs0310u/voom หรือเสิร์หหาใน LINE ได้ที่ @hfs0310u **เพจหลักของหมี CNN คือ** https://www.minds.com/mheecnn2/ เพจ VK ของรัสเซีย พิมคำว่า Frank Mheecnn www.vk.com/id448335733 **เพจหมี CNN ใน Twitter ตัวใหม่ล่าสุด!** https://twitter.com/CnnMhee **เพจหมี CNN ใน FB ห้องปิด ตัวใหม่ล่าสุด(2568)** ชื่อเพจ "SUBPRAYUTH THALUFAH" สัปยุทธ ทะลุฟ้า https://www.facebook.com/profile.php?id=61573193903186
    WWW.PRESSTV.IR
    Trump administration officially shutters USAID after months of cuts
    The administration of US President Donald Trump has officially shuttered the US Agency for International Development (USAID), dealing a final blow to the foreign aid agency.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 152 มุมมอง 0 รีวิว
  • Elon Musk ควบรวม xAI เข้ากับ X (Twitter เดิม) เพื่อรวมทรัพยากรด้านข้อมูลและเทคโนโลยี AI โดยมีเป้าหมายสร้างประสบการณ์ผู้ใช้งานที่ฉลาดขึ้น เช่น ฟีเจอร์ AI ที่แนะนำคอนเทนต์ส่วนบุคคล การเปลี่ยนแปลงนี้ยังสะท้อนแนวโน้มใหม่ใน Silicon Valley ที่เน้นใช้โซเชียลมีเดียเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการพัฒนา AI

    จุดเปลี่ยนของ X (Twitter เดิม):
    - หลังจาก Musk ซื้อ Twitter ในปี 2022 แพลตฟอร์มประสบปัญหารายได้โฆษณาลดลงและการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ขัดใจผู้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งใหม่ของ Donald Trump และบทบาทของ Musk ในรัฐบาลช่วยให้ X เริ่มฟื้นตัวในปลายปี 2024

    ศักยภาพของ xAI:
    - xAI กลายเป็นหนึ่งในห้องวิจัย AI ชั้นนำ โดยสร้างโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่แข็งแกร่ง เช่น Grok ซึ่งเป็นแชทบอทที่ผสานเข้ากับ X มาตั้งแต่ปี 2023

    ความขัดแย้งและผลกระทบต่อนักลงทุน:
    - การควบรวมนี้อาจทำให้นักลงทุนบางรายรู้สึกเสียเปรียบ เนื่องจากทั้งสองบริษัทถูกควบคุมโดย Musk และยังมีคำถามเกี่ยวกับความโปร่งใสในการดำเนินธุรกรรม

    ทิศทางใหม่ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย:
    - X จะไม่เป็นเพียงแพลตฟอร์มโซเชียล แต่จะกลายเป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อฝึกสอนและพัฒนา AI พร้อมนำเสนอฟีเจอร์ AI ที่ล้ำสมัย เช่น การแนะนำคอนเทนต์ส่วนบุคคลและแชทบอทที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น

    https://www.techspot.com/news/107340-musk-merges-startup-xai-twitter-betting-ai-revitalize.html
    Elon Musk ควบรวม xAI เข้ากับ X (Twitter เดิม) เพื่อรวมทรัพยากรด้านข้อมูลและเทคโนโลยี AI โดยมีเป้าหมายสร้างประสบการณ์ผู้ใช้งานที่ฉลาดขึ้น เช่น ฟีเจอร์ AI ที่แนะนำคอนเทนต์ส่วนบุคคล การเปลี่ยนแปลงนี้ยังสะท้อนแนวโน้มใหม่ใน Silicon Valley ที่เน้นใช้โซเชียลมีเดียเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการพัฒนา AI จุดเปลี่ยนของ X (Twitter เดิม): - หลังจาก Musk ซื้อ Twitter ในปี 2022 แพลตฟอร์มประสบปัญหารายได้โฆษณาลดลงและการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ขัดใจผู้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งใหม่ของ Donald Trump และบทบาทของ Musk ในรัฐบาลช่วยให้ X เริ่มฟื้นตัวในปลายปี 2024 ศักยภาพของ xAI: - xAI กลายเป็นหนึ่งในห้องวิจัย AI ชั้นนำ โดยสร้างโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่แข็งแกร่ง เช่น Grok ซึ่งเป็นแชทบอทที่ผสานเข้ากับ X มาตั้งแต่ปี 2023 ความขัดแย้งและผลกระทบต่อนักลงทุน: - การควบรวมนี้อาจทำให้นักลงทุนบางรายรู้สึกเสียเปรียบ เนื่องจากทั้งสองบริษัทถูกควบคุมโดย Musk และยังมีคำถามเกี่ยวกับความโปร่งใสในการดำเนินธุรกรรม ทิศทางใหม่ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย: - X จะไม่เป็นเพียงแพลตฟอร์มโซเชียล แต่จะกลายเป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อฝึกสอนและพัฒนา AI พร้อมนำเสนอฟีเจอร์ AI ที่ล้ำสมัย เช่น การแนะนำคอนเทนต์ส่วนบุคคลและแชทบอทที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น https://www.techspot.com/news/107340-musk-merges-startup-xai-twitter-betting-ai-revitalize.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Musk merges startup xAI and Twitter, betting on AI to revitalize social media
    In a post on X, Musk stated, "The futures of xAI and X are interconnected. Today, we officially take the step to merge our data, models, computing...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 201 มุมมอง 0 รีวิว
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ได้ใช้อำนาจให้อภัยโทษ (pardons) ให้แก่ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล BitMEX ซึ่งได้แก่ Benjamin Delo, Arthur Hayes และ Samuel Reed โดยทั้งสามเคยรับสารภาพในปี 2022 ถึงความผิดฐานละเมิดกฎหมาย Bank Secrecy Act ระหว่างปี 2015 ถึง 2020 ที่เกี่ยวข้องกับการไม่จัดทำโปรแกรมป้องกันการฟอกเงินและระบบ "รู้จักลูกค้า" (Know Your Customer หรือ KYC)

    ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม Crypto:
    - การให้อภัยโทษเกิดขึ้นในช่วงที่มีความหวังในวงการคริปโตเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลที่ผ่อนคลายมากขึ้นภายใต้ทรัมป์ ซึ่งเคยมีการสนับสนุนผู้บริจาคจากวงการคริปโตในช่วงหาเสียง.

    ข้อกล่าวหาในอดีต:
    - ผู้ก่อตั้ง BitMEX ถูกกล่าวหาว่าตั้งใจละเมิดกฎหมายระหว่างปี 2015-2020 โดยไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันการฟอกเงินผ่านแพลตฟอร์ม.

    การให้อภัยโทษเพิ่มเติม:
    - ทรัมป์ยังได้ให้อภัยโทษ Trevor Milton ผู้ก่อตั้งบริษัท Nikola ซึ่งล้มละลายและถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฉ้อโกง.

    มุมมองในเชิงนโยบาย:
    - การตัดสินใจนี้อาจแสดงถึงความพยายามของทรัมป์ในการสร้างความเชื่อมั่นกับวงการเทคโนโลยีและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล.

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/29/trump-pardoned-bitmex-co-founders-white-house-official-says
    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ได้ใช้อำนาจให้อภัยโทษ (pardons) ให้แก่ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล BitMEX ซึ่งได้แก่ Benjamin Delo, Arthur Hayes และ Samuel Reed โดยทั้งสามเคยรับสารภาพในปี 2022 ถึงความผิดฐานละเมิดกฎหมาย Bank Secrecy Act ระหว่างปี 2015 ถึง 2020 ที่เกี่ยวข้องกับการไม่จัดทำโปรแกรมป้องกันการฟอกเงินและระบบ "รู้จักลูกค้า" (Know Your Customer หรือ KYC) ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม Crypto: - การให้อภัยโทษเกิดขึ้นในช่วงที่มีความหวังในวงการคริปโตเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลที่ผ่อนคลายมากขึ้นภายใต้ทรัมป์ ซึ่งเคยมีการสนับสนุนผู้บริจาคจากวงการคริปโตในช่วงหาเสียง. ข้อกล่าวหาในอดีต: - ผู้ก่อตั้ง BitMEX ถูกกล่าวหาว่าตั้งใจละเมิดกฎหมายระหว่างปี 2015-2020 โดยไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันการฟอกเงินผ่านแพลตฟอร์ม. การให้อภัยโทษเพิ่มเติม: - ทรัมป์ยังได้ให้อภัยโทษ Trevor Milton ผู้ก่อตั้งบริษัท Nikola ซึ่งล้มละลายและถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฉ้อโกง. มุมมองในเชิงนโยบาย: - การตัดสินใจนี้อาจแสดงถึงความพยายามของทรัมป์ในการสร้างความเชื่อมั่นกับวงการเทคโนโลยีและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล. https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/29/trump-pardoned-bitmex-co-founders-white-house-official-says
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Trump pardoned BitMEX co-founders, White House official says
    (Reuters) -U.S. President Donald Trump has pardoned the three co-founders of cryptocurrency exchange BitMEX, a White House official said on Friday.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 204 มุมมอง 0 รีวิว
  • Trump หน้าแตก ข่าวกรองสงครามฮูตีรั่ว : [คุยผ่าโลก Worldtalk]
    Trump หน้าแตก ข่าวกรองสงครามฮูตีรั่ว : [คุยผ่าโลก Worldtalk]
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 167 มุมมอง 14 0 รีวิว
  • รัฐบาลทรัมป์เสนอชื่อ Arielle Roth ให้บริหารโครงการนำอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าสู่พื้นที่ห่างไกล โดยเธอยืนยันว่าจะบริหารโครงการเพื่อประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่เพื่อบริษัท Starlink หรือ Elon Musk อย่างไรก็ตาม พรรคเดโมแครตแสดงความกังวลถึงความโปร่งใส และมีการพิจารณาปรับเปลี่ยนแนวทางโครงการเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและครอบคลุมยิ่งขึ้น

    การวิจารณ์โครงการโดยพรรคเดโมแครต:
    - พรรคเดโมแครตชี้ว่าโครงการนี้อาจเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับการใช้สายไฟเบอร์ที่มีราคาถูก ไปสนับสนุนบริการดาวเทียม ซึ่งอาจทำให้ Elon Musk ได้รับผลประโยชน์ถึง 20 พันล้านดอลลาร์.

    คำแถลงของ Roth:
    - เธอยืนยันว่าเธอจะบริหารโครงการให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอเมริกันโดยรวม ไม่ใช่เพื่อบริษัทหรือบุคคลใดเป็นพิเศษ.

    จุดยืนของพรรครีพับลิกัน:
    - พรรครีพับลิกันกล่าวหาโครงการนี้ว่าในอดีตยังไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตให้ประชาชนคนใดเลย ทั้งที่ได้รับอนุมัติในปี 2021 และชี้ว่าแนวทางที่รัฐบาลเดิมจัดการอาจมีแรงจูงใจทางการเมือง.

    การเปลี่ยนแปลงในแนวทาง:
    - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวเมื่อต้นเดือนว่ากำลังพิจารณาแนวทางใหม่ที่มุ่งเน้นให้รัฐต่าง ๆ เลือกโครงสร้างระบบอินเทอร์เน็ตตามผลลัพธ์และต้นทุนต่ำที่สุด โดยไม่มุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีเฉพาะอย่าง.

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/28/trump-nominee-says-she-would-not-administer-internet-program-to-benefit-elon-musk
    รัฐบาลทรัมป์เสนอชื่อ Arielle Roth ให้บริหารโครงการนำอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าสู่พื้นที่ห่างไกล โดยเธอยืนยันว่าจะบริหารโครงการเพื่อประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่เพื่อบริษัท Starlink หรือ Elon Musk อย่างไรก็ตาม พรรคเดโมแครตแสดงความกังวลถึงความโปร่งใส และมีการพิจารณาปรับเปลี่ยนแนวทางโครงการเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและครอบคลุมยิ่งขึ้น การวิจารณ์โครงการโดยพรรคเดโมแครต: - พรรคเดโมแครตชี้ว่าโครงการนี้อาจเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับการใช้สายไฟเบอร์ที่มีราคาถูก ไปสนับสนุนบริการดาวเทียม ซึ่งอาจทำให้ Elon Musk ได้รับผลประโยชน์ถึง 20 พันล้านดอลลาร์. คำแถลงของ Roth: - เธอยืนยันว่าเธอจะบริหารโครงการให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอเมริกันโดยรวม ไม่ใช่เพื่อบริษัทหรือบุคคลใดเป็นพิเศษ. จุดยืนของพรรครีพับลิกัน: - พรรครีพับลิกันกล่าวหาโครงการนี้ว่าในอดีตยังไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตให้ประชาชนคนใดเลย ทั้งที่ได้รับอนุมัติในปี 2021 และชี้ว่าแนวทางที่รัฐบาลเดิมจัดการอาจมีแรงจูงใจทางการเมือง. การเปลี่ยนแปลงในแนวทาง: - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวเมื่อต้นเดือนว่ากำลังพิจารณาแนวทางใหม่ที่มุ่งเน้นให้รัฐต่าง ๆ เลือกโครงสร้างระบบอินเทอร์เน็ตตามผลลัพธ์และต้นทุนต่ำที่สุด โดยไม่มุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีเฉพาะอย่าง. https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/28/trump-nominee-says-she-would-not-administer-internet-program-to-benefit-elon-musk
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Trump nominee says she would not administer internet program to benefit Elon Musk
    WASHINGTON (Reuters) -The Trump administration's nominee to oversee a $42 billion government fund to bring high-speed broadband internet to unserved or underserved parts of the United States denied on Thursday that she would administer the program to benefit Starlink owner Elon Musk.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 244 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทีมความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ เกิดข้อผิดพลาดเมื่อใช้ Signal หารือแผนการโจมตีทางทหาร ทำให้ข้อมูลละเอียดอ่อนรั่วไหลไปถึงบรรณาธิการของสื่อ ทรัมป์ชี้ว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยและจะลดการใช้แอปในการหารือเรื่องสำคัญ แต่เหตุการณ์นี้สร้างคำถามว่าการใช้เทคโนโลยีทั่วไปนั้นเหมาะสมสำหรับงานที่อ่อนไหวหรือไม่

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/27/trump-downplays-national-security-team-texting-military-operation-plan-on-signal-as-a-minor-039glitch039
    ทีมความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ เกิดข้อผิดพลาดเมื่อใช้ Signal หารือแผนการโจมตีทางทหาร ทำให้ข้อมูลละเอียดอ่อนรั่วไหลไปถึงบรรณาธิการของสื่อ ทรัมป์ชี้ว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยและจะลดการใช้แอปในการหารือเรื่องสำคัญ แต่เหตุการณ์นี้สร้างคำถามว่าการใช้เทคโนโลยีทั่วไปนั้นเหมาะสมสำหรับงานที่อ่อนไหวหรือไม่ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/27/trump-downplays-national-security-team-texting-military-operation-plan-on-signal-as-a-minor-039glitch039
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Trump downplays national security team texting military operation plan on Signal as a minor 'glitch'
    Trump told NBC News that the lapse "turned out not to be a serious one," and expressed his continued support for national security adviser Mike Waltz.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 144 มุมมอง 0 รีวิว
  • รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ลงนามในคำสั่งบริหารใหม่เพื่อรวมศูนย์การจัดซื้อเทคโนโลยีและลดการสิ้นเปลือง โดยมุ่งเป้าไปที่การประหยัดงบประมาณถึง 100 พันล้านดอลลาร์ หน่วยงาน GSA จะรับผิดชอบการซื้อสินค้า IT ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตัวอย่างความสำเร็จคือการรวมศูนย์บริการป้องกันข้อมูลที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มาก

    ลดความสิ้นเปลืองและขจัดความซ้ำซ้อน:
    - ภายในสองเดือนก่อนการลงนามคำสั่ง รัฐบาลได้ยกเลิกหรือปรับปรุงสัญญาไปแล้วกว่า 6,000 ฉบับ ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณอย่างเห็นได้ชัด.

    ผลกระทบด้านการจัดซื้อ:
    - หน่วยงานรัฐ เช่น NASA, NIH และกองทัพบก ได้ทำข้อตกลงการซื้อแบบปริมาณมาก (volume purchasing agreements) ผ่าน GSA แต่มีหลายหน่วยงานที่ยังไม่ได้ทำสัญญาลักษณะนี้

    ความสำเร็จที่ผ่านมาของ GSA:
    - ตัวอย่างเช่น การรวมศูนย์บริการป้องกันข้อมูลประจำตัว ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 150 ล้านดอลลาร์ ในปีงบประมาณ 2024

    ความคุ้มค่าด้านฮาร์ดแวร์:
    - รัฐบาลใช้เงินประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปีเพื่อซื้อคอมพิวเตอร์สำหรับเจ้าหน้าที่ แต่ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีการซื้อผ่าน GSA เพียง 6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งแสดงถึงช่องว่างในการประหยัดงบ

    https://www.techradar.com/pro/us-government-it-contracts-set-to-be-centralized-in-new-trump-order
    รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ลงนามในคำสั่งบริหารใหม่เพื่อรวมศูนย์การจัดซื้อเทคโนโลยีและลดการสิ้นเปลือง โดยมุ่งเป้าไปที่การประหยัดงบประมาณถึง 100 พันล้านดอลลาร์ หน่วยงาน GSA จะรับผิดชอบการซื้อสินค้า IT ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตัวอย่างความสำเร็จคือการรวมศูนย์บริการป้องกันข้อมูลที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มาก ลดความสิ้นเปลืองและขจัดความซ้ำซ้อน: - ภายในสองเดือนก่อนการลงนามคำสั่ง รัฐบาลได้ยกเลิกหรือปรับปรุงสัญญาไปแล้วกว่า 6,000 ฉบับ ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณอย่างเห็นได้ชัด. ผลกระทบด้านการจัดซื้อ: - หน่วยงานรัฐ เช่น NASA, NIH และกองทัพบก ได้ทำข้อตกลงการซื้อแบบปริมาณมาก (volume purchasing agreements) ผ่าน GSA แต่มีหลายหน่วยงานที่ยังไม่ได้ทำสัญญาลักษณะนี้ ความสำเร็จที่ผ่านมาของ GSA: - ตัวอย่างเช่น การรวมศูนย์บริการป้องกันข้อมูลประจำตัว ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 150 ล้านดอลลาร์ ในปีงบประมาณ 2024 ความคุ้มค่าด้านฮาร์ดแวร์: - รัฐบาลใช้เงินประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปีเพื่อซื้อคอมพิวเตอร์สำหรับเจ้าหน้าที่ แต่ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีการซื้อผ่าน GSA เพียง 6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งแสดงถึงช่องว่างในการประหยัดงบ https://www.techradar.com/pro/us-government-it-contracts-set-to-be-centralized-in-new-trump-order
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 176 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทูตสหรัฐฯ ชี้ปัญหา 'ช้างในห้อง' ของการเจรจาสันติภาพคือการยกดินแดนยูเครนให้รัสเซีย

    ทูตพิเศษสหรัฐฯ Steve Witkoff เผยว่าอุปสรรคใหญ่สุดในการแก้ไขสงครามยูเครนคือสถานะของไครเมียและสี่ภูมิภาคที่รัสเซียยึดครอง โดยเรียกประเด็นนี้ว่า "ช้างในห้อง" ของการเจรจาสันติภาพ

    ในการให้สัมภาษณ์กับ Tucker Carlson Witkoff อ้างว่าการลงประชามติในภูมิภาค Donetsk, Luhansk, Zaporizhzhia และ Kherson แสดงว่าประชาชนต้องการอยู่ภายใต้รัสเซีย

    "รัสเซียควบคุมดินแดนเหล่านี้อยู่แล้วตามข้อเท็จจริง คำถามคือ
    โลกจะยอมรับหรือไม่ว่านั่นเป็นดินแดนรัสเซีย?
    Zelensky จะอยู่รอดทางการเมืองหรือไม่ถ้ายอมรับ?
    นี่คือประเด็นสำคัญในความขัดแย้ง" Witkoff กล่าว

    ขณะที่ Zelensky ยืนยันว่า "เราไม่ยอมรับดินแดนยูเครนที่ถูกยึดครองเป็นของรัสเซีย"

    ทูตพิเศษยังเปิดเผยว่า Vladimir Putin สั่งวาดภาพเหมือนอันงดงามของประธานาธิบดี Donald Trump โดยศิลปินชั้นนำของรัสเซีย ซึ่ง Witkoff นำกลับไปให้ประธานาธิบดี และเล่าว่า Putin ยังสวดมนต์เพื่อ Trump หลังถูกลอบสังหาร
    "ไม่ใช่เพราะเขา...อาจกลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่เพราะ พวกเขาเป็นเพื่อนกัน" ซึ่ง Trump ก็ "ซาบซึ้งใจอย่างชัดเจน" กับการแสดงออกของ Putin

    Witkoff ประทับใจในความ "สุภาพ" และ "สติปัญญา" ของ Putin
    โดยเสริมว่าการแก้ไขสงครามอาจนำไปสู่ความร่วมมือทั้งด้านพลังงานในอาร์กติก การแบ่งปันเส้นทางทะเล และการส่งก๊าซธรรมชาติเหลวเข้ายุโรปร่วมกัน
    ทูตสหรัฐฯ ชี้ปัญหา 'ช้างในห้อง' ของการเจรจาสันติภาพคือการยกดินแดนยูเครนให้รัสเซีย ทูตพิเศษสหรัฐฯ Steve Witkoff เผยว่าอุปสรรคใหญ่สุดในการแก้ไขสงครามยูเครนคือสถานะของไครเมียและสี่ภูมิภาคที่รัสเซียยึดครอง โดยเรียกประเด็นนี้ว่า "ช้างในห้อง" ของการเจรจาสันติภาพ ในการให้สัมภาษณ์กับ Tucker Carlson Witkoff อ้างว่าการลงประชามติในภูมิภาค Donetsk, Luhansk, Zaporizhzhia และ Kherson แสดงว่าประชาชนต้องการอยู่ภายใต้รัสเซีย "รัสเซียควบคุมดินแดนเหล่านี้อยู่แล้วตามข้อเท็จจริง คำถามคือ โลกจะยอมรับหรือไม่ว่านั่นเป็นดินแดนรัสเซีย? Zelensky จะอยู่รอดทางการเมืองหรือไม่ถ้ายอมรับ? นี่คือประเด็นสำคัญในความขัดแย้ง" Witkoff กล่าว ขณะที่ Zelensky ยืนยันว่า "เราไม่ยอมรับดินแดนยูเครนที่ถูกยึดครองเป็นของรัสเซีย" ทูตพิเศษยังเปิดเผยว่า Vladimir Putin สั่งวาดภาพเหมือนอันงดงามของประธานาธิบดี Donald Trump โดยศิลปินชั้นนำของรัสเซีย ซึ่ง Witkoff นำกลับไปให้ประธานาธิบดี และเล่าว่า Putin ยังสวดมนต์เพื่อ Trump หลังถูกลอบสังหาร "ไม่ใช่เพราะเขา...อาจกลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่เพราะ พวกเขาเป็นเพื่อนกัน" ซึ่ง Trump ก็ "ซาบซึ้งใจอย่างชัดเจน" กับการแสดงออกของ Putin Witkoff ประทับใจในความ "สุภาพ" และ "สติปัญญา" ของ Putin โดยเสริมว่าการแก้ไขสงครามอาจนำไปสู่ความร่วมมือทั้งด้านพลังงานในอาร์กติก การแบ่งปันเส้นทางทะเล และการส่งก๊าซธรรมชาติเหลวเข้ายุโรปร่วมกัน
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 419 มุมมอง 0 รีวิว
  • Ripple Labs ได้รับข่าวดีเมื่อ SEC ตัดสินใจยุติอุทธรณ์คดีที่เกี่ยวกับสถานะของ XRP หลังจากคดีนี้ดำเนินมายาวนาน คำตัดสินที่เคยออกมาก่อนหน้าในปี 2023 ระบุว่า XRP ที่ซื้อขายในตลาดสาธารณะไม่ใช่หลักทรัพย์ แต่ Ripple ยังต้องแก้ไขข้อกฎหมายสำหรับการขายที่เกี่ยวข้องกับนักลงทุนสถาบัน. การเปลี่ยนแปลงท่าทีของ SEC ภายใต้การบริหารของ Trump ดูเหมือนจะช่วยเสริมความมั่นใจในอุตสาหกรรมคริปโตได้ไม่น้อย แต่ Ripple ก็ยังต้องจัดการกับคดีอื่น ๆ ที่รออยู่

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/19/ripple-ceo-says-us-sec-will-drop-appeal-against-crypto-firm
    Ripple Labs ได้รับข่าวดีเมื่อ SEC ตัดสินใจยุติอุทธรณ์คดีที่เกี่ยวกับสถานะของ XRP หลังจากคดีนี้ดำเนินมายาวนาน คำตัดสินที่เคยออกมาก่อนหน้าในปี 2023 ระบุว่า XRP ที่ซื้อขายในตลาดสาธารณะไม่ใช่หลักทรัพย์ แต่ Ripple ยังต้องแก้ไขข้อกฎหมายสำหรับการขายที่เกี่ยวข้องกับนักลงทุนสถาบัน. การเปลี่ยนแปลงท่าทีของ SEC ภายใต้การบริหารของ Trump ดูเหมือนจะช่วยเสริมความมั่นใจในอุตสาหกรรมคริปโตได้ไม่น้อย แต่ Ripple ก็ยังต้องจัดการกับคดีอื่น ๆ ที่รออยู่ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/19/ripple-ceo-says-us-sec-will-drop-appeal-against-crypto-firm
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Ripple Labs says US SEC ends appeal over crypto oversight
    NEW YORK (Reuters) -Ripple Labs said on Wednesday the U.S. Securities and Exchange Commission ended its appeal from a court ruling that the regulator's prior chief had said would make it harder to oversee cryptocurrency markets.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 189 มุมมอง 0 รีวิว
  • Canary Capital กำลังทำสิ่งที่น่าจับตามองในวงการคริปโต โดยพวกเขากำลังขออนุมัติจาก SEC เพื่อตั้ง ETF ที่เชื่อมโยงกับเหรียญ Sui ซึ่งเป็นเหรียญที่มีมูลค่าตลาดกว่า 7.4 พันล้านดอลลาร์ ความน่าสนใจอยู่ที่ตอนนี้กฎระเบียบในสหรัฐฯ อาจจะผ่อนคลายขึ้นหลังประธานาธิบดี Donald Trump เข้ามาบริหาร ตลาดคริปโตจึงเต็มไปด้วยความหวังว่า ETF ใหม่ ๆ จะได้รับการอนุมัติเร็วขึ้นในปี 2025 หากสำเร็จ ETF นี้จะช่วยให้เหรียญ Sui มีชื่อเสียงและโอกาสมากขึ้นในหมู่นักลงทุน

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/18/canary-capital-continues-flurry-of-us-crypto-etf-filings-with-sui-proposal
    Canary Capital กำลังทำสิ่งที่น่าจับตามองในวงการคริปโต โดยพวกเขากำลังขออนุมัติจาก SEC เพื่อตั้ง ETF ที่เชื่อมโยงกับเหรียญ Sui ซึ่งเป็นเหรียญที่มีมูลค่าตลาดกว่า 7.4 พันล้านดอลลาร์ ความน่าสนใจอยู่ที่ตอนนี้กฎระเบียบในสหรัฐฯ อาจจะผ่อนคลายขึ้นหลังประธานาธิบดี Donald Trump เข้ามาบริหาร ตลาดคริปโตจึงเต็มไปด้วยความหวังว่า ETF ใหม่ ๆ จะได้รับการอนุมัติเร็วขึ้นในปี 2025 หากสำเร็จ ETF นี้จะช่วยให้เหรียญ Sui มีชื่อเสียงและโอกาสมากขึ้นในหมู่นักลงทุน https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/18/canary-capital-continues-flurry-of-us-crypto-etf-filings-with-sui-proposal
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Canary Capital continues flurry of US crypto ETF filings with Sui proposal
    (Reuters) - Canary Capital Group, a digital assets investment firm, said on Monday that it is seeking the green light from regulators to launch an exchange-traded fund tied to the spot price of Sui, a cryptocurrency associated with Sui Network, a blockchain service provider.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 265 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวนี้พูดถึงความเปลี่ยนแปลงในด้านกฎหมายลิขสิทธิ์ของสหรัฐฯ ที่อาจมีผลกระทบอย่างมากต่อการพัฒนา AI โดย OpenAI กำลังจับตาดูแผนงานใหม่ของรัฐบาลที่เรียกว่า "AI Action Plan" ซึ่งมีกำหนดจะประกาศในเดือนกรกฎาคมปีนี้ หากแผนนี้ประกาศให้การฝึกอบรม AI ด้วยข้อมูลที่มีลิขสิทธิ์เป็นการใช้งานภายใต้หลัก "Fair Use" จะช่วยให้บริษัท AI สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญสำหรับการฝึกโมเดลได้โดยไม่ถูกจำกัด

    ในปัจจุบัน มีข้อโต้แย้งทางกฎหมายในหลายคดีเกี่ยวกับการใช้งานข้อมูลที่มีลิขสิทธิ์โดย AI โดยศาลบางแห่งได้ตัดสินให้เจ้าของลิขสิทธิ์ชนะคดี เช่น คดีที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลทางกฎหมายของบริษัท Thomson Reuters ขณะเดียวกัน OpenAI และบริษัท AI อื่น ๆ ยืนยันว่าการฝึก AI นั้นไม่ได้คัดลอกข้อมูลเพื่อการบริโภคสาธารณะ แต่เป็นการสกัดรูปแบบและข้อมูลเชิงบริบทเพื่อนำไปสร้างเนื้อหาใหม่ที่มีความแตกต่างและไม่กระทบมูลค่าทางการค้าของเนื้อหาเดิม

    https://www.techspot.com/news/107158-openai-seeks-trump-administration-help-ai-fair-use.html
    ข่าวนี้พูดถึงความเปลี่ยนแปลงในด้านกฎหมายลิขสิทธิ์ของสหรัฐฯ ที่อาจมีผลกระทบอย่างมากต่อการพัฒนา AI โดย OpenAI กำลังจับตาดูแผนงานใหม่ของรัฐบาลที่เรียกว่า "AI Action Plan" ซึ่งมีกำหนดจะประกาศในเดือนกรกฎาคมปีนี้ หากแผนนี้ประกาศให้การฝึกอบรม AI ด้วยข้อมูลที่มีลิขสิทธิ์เป็นการใช้งานภายใต้หลัก "Fair Use" จะช่วยให้บริษัท AI สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญสำหรับการฝึกโมเดลได้โดยไม่ถูกจำกัด ในปัจจุบัน มีข้อโต้แย้งทางกฎหมายในหลายคดีเกี่ยวกับการใช้งานข้อมูลที่มีลิขสิทธิ์โดย AI โดยศาลบางแห่งได้ตัดสินให้เจ้าของลิขสิทธิ์ชนะคดี เช่น คดีที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลทางกฎหมายของบริษัท Thomson Reuters ขณะเดียวกัน OpenAI และบริษัท AI อื่น ๆ ยืนยันว่าการฝึก AI นั้นไม่ได้คัดลอกข้อมูลเพื่อการบริโภคสาธารณะ แต่เป็นการสกัดรูปแบบและข้อมูลเชิงบริบทเพื่อนำไปสร้างเนื้อหาใหม่ที่มีความแตกต่างและไม่กระทบมูลค่าทางการค้าของเนื้อหาเดิม https://www.techspot.com/news/107158-openai-seeks-trump-administration-help-ai-fair-use.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Trump administration's "AI Action Plan" may redefine fair use - OpenAI is counting on it
    US courts are currently grappling with whether AI training qualifies as fair use, with rights holders arguing that AI models pose a market threat by potentially replacing...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 242 มุมมอง 0 รีวิว
  • "ภารกิจสำเร็จแล้ว" Zelensky ประกาศปิดปฏิบัติการ Kursk ของกองทัพยูเครน

    Volodymyr Zelensky ประกาศในการพบปะกับผู้สื่อข่าวว่าปฏิบัติการ Kursk ของกองทัพยูเครนบรรลุภารกิจแล้ว ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่าปฏิบัติการกำลังจะสิ้นสุดลง

    "สถานการณ์ตอนนี้ยากมาก ผมขอขอบคุณทหารของเราสำหรับปฏิบัติการนี้ เราทำภารกิจสำเร็จแล้ว อันดับแรกแรงกดดันในทิศทาง Kharkiv ลดลง จากนั้นพวกเขาเริ่มถอนกำลังทหารจากทิศตะวันออก ผมคิดว่าสถานการณ์ในทิศทาง Pokrovsk มีเสถียรภาพแล้ว และจะยากมากสำหรับพวกเขาที่จะหาโอกาสยึดครอง Pokrovsk อีกครั้ง" ประธานาธิบดีกล่าว

    วันนี้ Donald Trump ประกาศว่าเขาได้ขอให้ Vladimir Putin ไว้ชีวิตกองทัพยูเครนในเขต Kursk
    "ขณะนี้ทหารยูเครนหลายพันนายถูกล้อมโดยกองทัพรัสเซียอย่างสมบูรณ์และอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและเปราะบางมาก" ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เขียนในโซเชียลมีเดีย
    "ภารกิจสำเร็จแล้ว" Zelensky ประกาศปิดปฏิบัติการ Kursk ของกองทัพยูเครน Volodymyr Zelensky ประกาศในการพบปะกับผู้สื่อข่าวว่าปฏิบัติการ Kursk ของกองทัพยูเครนบรรลุภารกิจแล้ว ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่าปฏิบัติการกำลังจะสิ้นสุดลง "สถานการณ์ตอนนี้ยากมาก ผมขอขอบคุณทหารของเราสำหรับปฏิบัติการนี้ เราทำภารกิจสำเร็จแล้ว อันดับแรกแรงกดดันในทิศทาง Kharkiv ลดลง จากนั้นพวกเขาเริ่มถอนกำลังทหารจากทิศตะวันออก ผมคิดว่าสถานการณ์ในทิศทาง Pokrovsk มีเสถียรภาพแล้ว และจะยากมากสำหรับพวกเขาที่จะหาโอกาสยึดครอง Pokrovsk อีกครั้ง" ประธานาธิบดีกล่าว วันนี้ Donald Trump ประกาศว่าเขาได้ขอให้ Vladimir Putin ไว้ชีวิตกองทัพยูเครนในเขต Kursk "ขณะนี้ทหารยูเครนหลายพันนายถูกล้อมโดยกองทัพรัสเซียอย่างสมบูรณ์และอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและเปราะบางมาก" ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เขียนในโซเชียลมีเดีย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 303 มุมมอง 0 รีวิว
  • สหรัฐฯ ปลดผู้แทนพิเศษ Kellogg จากการเจรจาสันติภาพตามคำเรียกร้องของเครมลิน

    NBC News รายงานว่า พลโท Keith Kellogg ผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ ถูกปลดจากการเจรจาสันติภาพตามคำเรียกร้องของเครมลิน เนื่องจากจุดยืน "เข้าข้างยูเครนมากเกินไป"

    สื่อระบุว่า พลโท Keith Kellogg "หายไปอย่างน่าสงสัย" จากการประชุมสุดยอดสองครั้งล่าสุดในซาอุดีอาระเบีย

    ประธานาธิบดีรัสเซีย Vladimir Putin เห็นว่าเขามีท่าทีเข้าข้างยูเครนมากเกินไป เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียบอกกับ NBC News

    "Kellogg เป็นอดีตนายพลอเมริกันที่ใกล้ชิดกับยูเครนมากเกินไป ไม่ใช่คนของเรา ไม่ใช่ระดับที่เรากำลังมองหา" เจ้าหน้าที่กล่าว

    เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในรัฐบาล Trump ยืนยันกับ NBC News ว่ารัสเซียไม่ต้องการให้ Kellogg มีส่วนเกี่ยวข้อง

    ก่อนหน้านี้ Politico รายงานว่า Kellogg "ถูกลดบทบาทเป็นอย่างมาก" ในการเจรจากับยูเครนและรัสเซีย
    สหรัฐฯ ปลดผู้แทนพิเศษ Kellogg จากการเจรจาสันติภาพตามคำเรียกร้องของเครมลิน NBC News รายงานว่า พลโท Keith Kellogg ผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ ถูกปลดจากการเจรจาสันติภาพตามคำเรียกร้องของเครมลิน เนื่องจากจุดยืน "เข้าข้างยูเครนมากเกินไป" สื่อระบุว่า พลโท Keith Kellogg "หายไปอย่างน่าสงสัย" จากการประชุมสุดยอดสองครั้งล่าสุดในซาอุดีอาระเบีย ประธานาธิบดีรัสเซีย Vladimir Putin เห็นว่าเขามีท่าทีเข้าข้างยูเครนมากเกินไป เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียบอกกับ NBC News "Kellogg เป็นอดีตนายพลอเมริกันที่ใกล้ชิดกับยูเครนมากเกินไป ไม่ใช่คนของเรา ไม่ใช่ระดับที่เรากำลังมองหา" เจ้าหน้าที่กล่าว เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในรัฐบาล Trump ยืนยันกับ NBC News ว่ารัสเซียไม่ต้องการให้ Kellogg มีส่วนเกี่ยวข้อง ก่อนหน้านี้ Politico รายงานว่า Kellogg "ถูกลดบทบาทเป็นอย่างมาก" ในการเจรจากับยูเครนและรัสเซีย
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 417 มุมมอง 0 รีวิว
  • กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (DoJ) ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในสมัยที่สอง กำลังดำเนินการทางกฎหมายกับ Google โดยมุ่งหวังที่จะให้ Google ขายเบราว์เซอร์ Chrome ออกไป เนื่องจากมองว่า Google มีการผูกขาดตลาดค้นหาออนไลน์และการโฆษณา โดยการควบคุมผ่าน Chrome ส่งผลให้คู่แข่งไม่สามารถแข่งขันได้เต็มที่

    DoJ ชี้ว่าพฤติกรรมที่ผูกขาดของ Google ไม่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในตลาด ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของอเมริกา การควบรวมกันระหว่าง Chrome และระบบค้นหาของ Google ทำให้เกิดการครอบงำตลาดค้นหาและเพิ่มต้นทุนโฆษณาให้สูงขึ้น

    นอกจากนี้ หาก Chrome ถูกบังคับให้ขายออกไป อาจสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดเบราว์เซอร์ปัจจุบันที่ Chrome ครองตลาดเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่เบราว์เซอร์อื่น เช่น Microsoft Edge ก็ยังต้องพึ่งพาระบบ Chromium ที่มาจาก Google มีเพียง Mozilla Firefox ที่ไม่ใช้ระบบเดียวกัน แต่ก็ยังต้องพึ่งพารายได้จาก Google ทำให้การครอบงำยังคงอยู่

    ขณะเดียวกัน Google ได้ยืนยันว่าจะอุทธรณ์คำตัดสินและเสนอมาตรการอื่นเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้พันธมิตร โดยไม่ต้องขาย Chrome ออกไป

    ที่น่าสนใจคือ ในขณะที่ DoJ กดดันให้ Google ขาย Chrome ทางฝ่ายเดียวกันก็ได้ลดความเข้มงวดต่อการลงทุนใน AI ของ Google โดยเพียงกำหนดให้แจ้งล่วงหน้าก่อนทำการลงทุน เพื่อยังคงควบคุมได้

    สุดท้าย เหตุการณ์นี้จะมีการตัดสินชี้ขาดในช่วงฤดูร้อนปีนี้ ซึ่งหากเกิดการเปลี่ยนแปลง จะมีผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีในอนาคต

    https://www.zdnet.com/article/trumps-doj-keeps-pushing-for-google-to-get-rid-of-chrome/
    กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (DoJ) ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในสมัยที่สอง กำลังดำเนินการทางกฎหมายกับ Google โดยมุ่งหวังที่จะให้ Google ขายเบราว์เซอร์ Chrome ออกไป เนื่องจากมองว่า Google มีการผูกขาดตลาดค้นหาออนไลน์และการโฆษณา โดยการควบคุมผ่าน Chrome ส่งผลให้คู่แข่งไม่สามารถแข่งขันได้เต็มที่ DoJ ชี้ว่าพฤติกรรมที่ผูกขาดของ Google ไม่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในตลาด ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของอเมริกา การควบรวมกันระหว่าง Chrome และระบบค้นหาของ Google ทำให้เกิดการครอบงำตลาดค้นหาและเพิ่มต้นทุนโฆษณาให้สูงขึ้น นอกจากนี้ หาก Chrome ถูกบังคับให้ขายออกไป อาจสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดเบราว์เซอร์ปัจจุบันที่ Chrome ครองตลาดเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่เบราว์เซอร์อื่น เช่น Microsoft Edge ก็ยังต้องพึ่งพาระบบ Chromium ที่มาจาก Google มีเพียง Mozilla Firefox ที่ไม่ใช้ระบบเดียวกัน แต่ก็ยังต้องพึ่งพารายได้จาก Google ทำให้การครอบงำยังคงอยู่ ขณะเดียวกัน Google ได้ยืนยันว่าจะอุทธรณ์คำตัดสินและเสนอมาตรการอื่นเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้พันธมิตร โดยไม่ต้องขาย Chrome ออกไป ที่น่าสนใจคือ ในขณะที่ DoJ กดดันให้ Google ขาย Chrome ทางฝ่ายเดียวกันก็ได้ลดความเข้มงวดต่อการลงทุนใน AI ของ Google โดยเพียงกำหนดให้แจ้งล่วงหน้าก่อนทำการลงทุน เพื่อยังคงควบคุมได้ สุดท้าย เหตุการณ์นี้จะมีการตัดสินชี้ขาดในช่วงฤดูร้อนปีนี้ ซึ่งหากเกิดการเปลี่ยนแปลง จะมีผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีในอนาคต https://www.zdnet.com/article/trumps-doj-keeps-pushing-for-google-to-get-rid-of-chrome/
    WWW.ZDNET.COM
    Trump's DoJ keeps pushing for Google to get rid of Chrome
    Some companies - SpaceX, Starlink, Meta - are doing well under the current administration. Google, not so much.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 369 มุมมอง 0 รีวิว
  • Mon. Mar. 10, 2025

    เช้านี้เราดูคลิปใน youtube ที่ลงไว้เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน เป็นคลิปที่ Trump Voters ออกมาเสียใจที่เลือก Trump เข้ามา...แต่เราเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะมันอาจเป็นการแสดงของคนเกลียด Trump หรือเกลียดนักการเมืองทุกคนแบบเราก็ได้ เพราะดูการพูดจา กิริยามารยาท และการแต่งตัว อาจจะไม่ใช่สาวกของ Trump ตัวจริงเสียงจริงนะ อันนี้ความคิดเราเอง สิ่งที่เราเห็นกันทุกวันนี้ มันเชื่อยากขึ้นไปทุกที

    แล้วเราก็ดูภาพนี้...
    แล้วก็ลองหาจุดเหมือนระหว่าง 2 ภาพนี้😆

    - คนซ้ายในทั้งสองภาพ ฉลาดคดโกงมากๆเหมือนกัน
    - คนขวาในทั้งสองภาพ สมองกลวงมากๆเหมือนกัน
    - คนขวาในทั้งสองภาพ หลังขึ้นรับตำแหน่ง ทั้งสองจะปั่นหุ้นบ้าง ปั่น Crypto บ้างในเดือนแรกๆ และจะเกิด free fall หลังจากนั้นเรื้อรังยาวนานเหมือนกัน
    - ทั้งสี่คนในภาพ รวยล้นฟ้า และคนแก่ทั้งสองในภาพใช้เงินและตำแหน่งลบล้างความผิดเหมือนกัน
    - ทั้งสี่คนในภาพ มีท่อน้ำเลี้ยงคือนายทุน ข้าราชการใหญ่ๆ และคนในเครื่องแบบ และได้คะแนนเสียง vote ส่วนใหญ่มาจากคนรากหญ้าเหมือนกัน
    - คนขวาในทั้งสองภาพ มีบุคลิก no สน no care กร่าง และหลงระเริงในอำนาจหลังจากได้ตำแหน่งเหมือนกัน
    - คนที่โชคร้ายที่สุดส่วนใหญ่คือ คะแนนเสียง vote ส่วนใหญ่ และประชาชนทั่วไปทั้งประเทศเหมือนกัน
    - ทั้งสองทีม ไม่ให้ความสำคัญกับการศึกษาเหมือนกัน

    และก็หาจุดแตกต่าง (ที่ไม่อยู่ในภาพ) ระหว่าง 2 ภาพนี้😆

    - ทีมซ้ายเป็นมิตรกับเพื่อนบ้านเพราะผลประโยชน์ และเปิดประตูให้ต่างชาติ เดินเข้ามาปล้นทางทำกิน และฆ่าคนในประเทศตัวเองทั้งเป็นตรงๆ
    ส่วนทีมขวาปิดประตูและไม่เป็นมิตรกับเพื่อนบ้าน และฆ่าคนในประเทศตัวเองทั้งเป็นทางอ้อม
    - ประชากรในประเทศซ้าย (66 ล้านคน) ความรู้สึกช้ามาก กว่าจะรู้สึกตัวว่าถูกขายฝัน และตั้งแต่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2566 เป็นต้นมา ผ่านมา 19 เดือนจนถึงทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ หวาดกลัวเพราะไร้การศึกษา ไร้ที่ยึดเหนี่ยว ไร้ผู้นำและข้อมูลที่ดี และจมดิ่งด้วยหนี้สินเกินกว่าจะลุกขึ้นสู้ และก็ถูกมัดมือชกๆๆ จนกว่าจะหมดลมหายใจ
    ในขณะที่ประชาชนในประเทศขวา (340 ล้านคน) แม้รู้ตัวว่าถูกขายฝัน ตั้งแต่เดือนที่สามของการเปลี่ยนผู้นำ แต่ถึงจะรู้ตัวเร็วกว่า แต่ความเสียหายนั้นมากมายมหาศาลและบาดลึกกว่ามากหลายเท่า

    ต้องขอโทษเพื่อนๆที่รักชอบพี่ Trump นะคะ แต่เอาเป็นว่าเดี๋ยวมารอดูกันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แล้วจะรู้ว่าการมอบอำนาจให้เด็ก 5 ขวบที่สติวิปลาสดูแลประเทศใหญ่ๆ จะเป็นอย่างไร เราอยู่ NY ช่วง Covid19 มาแล้ว ช่วงที่คนตายวันละ 900 กว่าศพ (ที่เจอ) ช่วงที่บริษัทยายังคิดเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสไม่ออก ช่วงที่พี่ Trump แกพูดออกสื่อแบบไม่อายทุกวันด้วยตรรกะที่ป่วยหนักมาก ผ่านไป 4 ปี เราว่าคนเราที่อายุเท่านั้นแล้ว ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ทันก่อนลาโลกแล้ว เพราะฉะนั้น อย่าตื่นเต้นว่าเขาจะขมขู่ประเทศใดๆเลยค่ะ เขาเป็นคนเขลา ขี้ขลาด มักมากในกาม และรักตัวกลัวตายค่ะ รอดูปลาหมอปากแจ๋วและพรรคพวกเขาจมน้ำตายดีกว่า
    ส่วนพี่ทักกี้ ไม่ต้องเป็นห่วงแกนะคะ เพราะพี่ทักกี้แกไม่ขึ้นอยู่กับความผันผวนของพี่ Trump เลยค่ะ แก focus กับการสร้างโครงการปอกลอกประชาชนในประเทศเล็กๆ เก็บเล็กผสมน้อยให้วงศ์ตระกูลไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจว่าต้องมีโครงการอะไรสำเร็จเลยก็ได้จ้า

    เราขอสรุปความคิดเห็นของเรานะคะว่า
    ทุกประเทศในโลกใบนี้จะมีกลุ่มการเมืองแค่ 2 ฝ่าย
    ฝ่ายนึง ประกอบด้วย นักการเมืองทุกพรรค (รวมฝ่ายค้านด้วย) ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นายทุน และมาเฟียท้องถิ่น ผู้ใช้เงินและอำนาจผลัดกันมาขับเคลื่อนเงินทองเข้ากระเป๋าพรรคพวกและครอบครัวตนเองให้ได้มากและนานที่สุด
    .....
    อีกฝ่ายนึง ประกอบไปด้วยประชากรของประเทศนั้นๆ ผู้ดิ้นรนต่อสู้ใช้แรงกายแรงใจทั้งชีวิตเพื่อปากท้องของครอบครัว และปากท้องของประเทศชาติ
    #คนจนผู้ยิ่งใหญ่มีให้เห็นดาษดื่นในทุกวัน
    Mon. Mar. 10, 2025 เช้านี้เราดูคลิปใน youtube ที่ลงไว้เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน เป็นคลิปที่ Trump Voters ออกมาเสียใจที่เลือก Trump เข้ามา...แต่เราเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะมันอาจเป็นการแสดงของคนเกลียด Trump หรือเกลียดนักการเมืองทุกคนแบบเราก็ได้ เพราะดูการพูดจา กิริยามารยาท และการแต่งตัว อาจจะไม่ใช่สาวกของ Trump ตัวจริงเสียงจริงนะ อันนี้ความคิดเราเอง สิ่งที่เราเห็นกันทุกวันนี้ มันเชื่อยากขึ้นไปทุกที แล้วเราก็ดูภาพนี้... แล้วก็ลองหาจุดเหมือนระหว่าง 2 ภาพนี้😆 - คนซ้ายในทั้งสองภาพ ฉลาดคดโกงมากๆเหมือนกัน - คนขวาในทั้งสองภาพ สมองกลวงมากๆเหมือนกัน - คนขวาในทั้งสองภาพ หลังขึ้นรับตำแหน่ง ทั้งสองจะปั่นหุ้นบ้าง ปั่น Crypto บ้างในเดือนแรกๆ และจะเกิด free fall หลังจากนั้นเรื้อรังยาวนานเหมือนกัน - ทั้งสี่คนในภาพ รวยล้นฟ้า และคนแก่ทั้งสองในภาพใช้เงินและตำแหน่งลบล้างความผิดเหมือนกัน - ทั้งสี่คนในภาพ มีท่อน้ำเลี้ยงคือนายทุน ข้าราชการใหญ่ๆ และคนในเครื่องแบบ และได้คะแนนเสียง vote ส่วนใหญ่มาจากคนรากหญ้าเหมือนกัน - คนขวาในทั้งสองภาพ มีบุคลิก no สน no care กร่าง และหลงระเริงในอำนาจหลังจากได้ตำแหน่งเหมือนกัน - คนที่โชคร้ายที่สุดส่วนใหญ่คือ คะแนนเสียง vote ส่วนใหญ่ และประชาชนทั่วไปทั้งประเทศเหมือนกัน - ทั้งสองทีม ไม่ให้ความสำคัญกับการศึกษาเหมือนกัน และก็หาจุดแตกต่าง (ที่ไม่อยู่ในภาพ) ระหว่าง 2 ภาพนี้😆 - ทีมซ้ายเป็นมิตรกับเพื่อนบ้านเพราะผลประโยชน์ และเปิดประตูให้ต่างชาติ เดินเข้ามาปล้นทางทำกิน และฆ่าคนในประเทศตัวเองทั้งเป็นตรงๆ ส่วนทีมขวาปิดประตูและไม่เป็นมิตรกับเพื่อนบ้าน และฆ่าคนในประเทศตัวเองทั้งเป็นทางอ้อม - ประชากรในประเทศซ้าย (66 ล้านคน) ความรู้สึกช้ามาก กว่าจะรู้สึกตัวว่าถูกขายฝัน และตั้งแต่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2566 เป็นต้นมา ผ่านมา 19 เดือนจนถึงทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ หวาดกลัวเพราะไร้การศึกษา ไร้ที่ยึดเหนี่ยว ไร้ผู้นำและข้อมูลที่ดี และจมดิ่งด้วยหนี้สินเกินกว่าจะลุกขึ้นสู้ และก็ถูกมัดมือชกๆๆ จนกว่าจะหมดลมหายใจ ในขณะที่ประชาชนในประเทศขวา (340 ล้านคน) แม้รู้ตัวว่าถูกขายฝัน ตั้งแต่เดือนที่สามของการเปลี่ยนผู้นำ แต่ถึงจะรู้ตัวเร็วกว่า แต่ความเสียหายนั้นมากมายมหาศาลและบาดลึกกว่ามากหลายเท่า ต้องขอโทษเพื่อนๆที่รักชอบพี่ Trump นะคะ แต่เอาเป็นว่าเดี๋ยวมารอดูกันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แล้วจะรู้ว่าการมอบอำนาจให้เด็ก 5 ขวบที่สติวิปลาสดูแลประเทศใหญ่ๆ จะเป็นอย่างไร เราอยู่ NY ช่วง Covid19 มาแล้ว ช่วงที่คนตายวันละ 900 กว่าศพ (ที่เจอ) ช่วงที่บริษัทยายังคิดเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสไม่ออก ช่วงที่พี่ Trump แกพูดออกสื่อแบบไม่อายทุกวันด้วยตรรกะที่ป่วยหนักมาก ผ่านไป 4 ปี เราว่าคนเราที่อายุเท่านั้นแล้ว ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ทันก่อนลาโลกแล้ว เพราะฉะนั้น อย่าตื่นเต้นว่าเขาจะขมขู่ประเทศใดๆเลยค่ะ เขาเป็นคนเขลา ขี้ขลาด มักมากในกาม และรักตัวกลัวตายค่ะ รอดูปลาหมอปากแจ๋วและพรรคพวกเขาจมน้ำตายดีกว่า ส่วนพี่ทักกี้ ไม่ต้องเป็นห่วงแกนะคะ เพราะพี่ทักกี้แกไม่ขึ้นอยู่กับความผันผวนของพี่ Trump เลยค่ะ แก focus กับการสร้างโครงการปอกลอกประชาชนในประเทศเล็กๆ เก็บเล็กผสมน้อยให้วงศ์ตระกูลไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจว่าต้องมีโครงการอะไรสำเร็จเลยก็ได้จ้า เราขอสรุปความคิดเห็นของเรานะคะว่า ทุกประเทศในโลกใบนี้จะมีกลุ่มการเมืองแค่ 2 ฝ่าย ฝ่ายนึง ประกอบด้วย นักการเมืองทุกพรรค (รวมฝ่ายค้านด้วย) ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นายทุน และมาเฟียท้องถิ่น ผู้ใช้เงินและอำนาจผลัดกันมาขับเคลื่อนเงินทองเข้ากระเป๋าพรรคพวกและครอบครัวตนเองให้ได้มากและนานที่สุด ..... อีกฝ่ายนึง ประกอบไปด้วยประชากรของประเทศนั้นๆ ผู้ดิ้นรนต่อสู้ใช้แรงกายแรงใจทั้งชีวิตเพื่อปากท้องของครอบครัว และปากท้องของประเทศชาติ #คนจนผู้ยิ่งใหญ่มีให้เห็นดาษดื่นในทุกวัน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 421 มุมมอง 0 รีวิว
  • ประธานาธิบดี Donald Trump เปิดเผยว่าขณะนี้รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพูดคุยกับกลุ่ม 4 กลุ่มที่สนใจซื้อกิจการของ TikTok ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมสูงและมีเจ้าของเป็นบริษัทจีน ByteDance โดยการเจรจานี้เกิดขึ้นจากกฎหมายด้านความมั่นคงแห่งชาติที่บังคับให้ ByteDance ต้องขาย TikTok หรือเผชิญหน้ากับการแบนในสหรัฐฯ

    กฎหมายดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2025 ซึ่งเกี่ยวข้องกับความกังวลเกี่ยวกับการปกป้องข้อมูลผู้ใช้งานและปัญหาด้านความมั่นคงของชาติ เนื่องจาก TikTok มีผู้ใช้จำนวนมากในสหรัฐฯ รัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าข้อมูลผู้ใช้อาจตกไปอยู่ในมือของรัฐบาลจีนผ่าน ByteDance

    หลังจากเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2025 Trump ได้ออกคำสั่งผู้บริหารเพื่อขยายเวลาให้ ByteDance จัดการปัญหานี้ออกไปอีก 75 วัน ซึ่งสร้างโอกาสให้การเจรจาขายกิจการดำเนินไปได้

    แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด แต่หนึ่งในผู้สนใจที่น่าสนใจคือ Frank McCourt อดีตเจ้าของทีมเบสบอล Los Angeles Dodgers ซึ่งได้แสดงความสนใจอย่างชัดเจน โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่ามูลค่าของ TikTok อาจสูงถึง 50 พันล้านดอลลาร์

    TikTok ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อหลายกลุ่มเพราะเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีผู้ใช้งานจำนวนมาก และมีบทบาทสำคัญในวัฒนธรรมดิจิทัลในปัจจุบัน การขายกิจการนี้จึงอาจเป็นทั้งโอกาสทางธุรกิจและวิธีแก้ไขปัญหาทางการเมืองในเวลาเดียวกัน

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/10/trump-says-us-talking-to-four-different-groups-on-sale-of-tiktok
    ประธานาธิบดี Donald Trump เปิดเผยว่าขณะนี้รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพูดคุยกับกลุ่ม 4 กลุ่มที่สนใจซื้อกิจการของ TikTok ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมสูงและมีเจ้าของเป็นบริษัทจีน ByteDance โดยการเจรจานี้เกิดขึ้นจากกฎหมายด้านความมั่นคงแห่งชาติที่บังคับให้ ByteDance ต้องขาย TikTok หรือเผชิญหน้ากับการแบนในสหรัฐฯ กฎหมายดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2025 ซึ่งเกี่ยวข้องกับความกังวลเกี่ยวกับการปกป้องข้อมูลผู้ใช้งานและปัญหาด้านความมั่นคงของชาติ เนื่องจาก TikTok มีผู้ใช้จำนวนมากในสหรัฐฯ รัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าข้อมูลผู้ใช้อาจตกไปอยู่ในมือของรัฐบาลจีนผ่าน ByteDance หลังจากเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2025 Trump ได้ออกคำสั่งผู้บริหารเพื่อขยายเวลาให้ ByteDance จัดการปัญหานี้ออกไปอีก 75 วัน ซึ่งสร้างโอกาสให้การเจรจาขายกิจการดำเนินไปได้ แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด แต่หนึ่งในผู้สนใจที่น่าสนใจคือ Frank McCourt อดีตเจ้าของทีมเบสบอล Los Angeles Dodgers ซึ่งได้แสดงความสนใจอย่างชัดเจน โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่ามูลค่าของ TikTok อาจสูงถึง 50 พันล้านดอลลาร์ TikTok ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อหลายกลุ่มเพราะเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีผู้ใช้งานจำนวนมาก และมีบทบาทสำคัญในวัฒนธรรมดิจิทัลในปัจจุบัน การขายกิจการนี้จึงอาจเป็นทั้งโอกาสทางธุรกิจและวิธีแก้ไขปัญหาทางการเมืองในเวลาเดียวกัน https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/10/trump-says-us-talking-to-four-different-groups-on-sale-of-tiktok
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Trump says US talking to four different groups on sale of TikTok
    ABOARD AIR FORCE ONE (Reuters) - U.S. President Donald Trump said on Sunday that his administration was in touch with four different groups about the sale of Chinese-owned social media platform TikTok, and that all options were good.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 267 มุมมอง 0 รีวิว
  • ประชาธิปไตยที่กินได้ (ใครได้กิน??)

    รัฐบาลของประธานาธิบดี Trump ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงนโยบายในโครงการ Broadband Equity, Access, and Deployment (BEAD) มูลค่า 42.45 พันล้านดอลลาร์ โดยยกเลิกการให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตใยแก้วนำแสง (Fiber Internet) เพื่อเปิดทางให้เทคโนโลยีอื่น เช่นบริการดาวเทียม Starlink ของ Elon Musk สามารถเข้าถึงงบประมาณจากโครงการนี้ได้มากขึ้น ซึ่งอาจอยู่ในช่วง 10 ถึง 20 พันล้านดอลลาร์

    ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี Biden ก่อนหน้านี้ โครงสร้างใยแก้วนำแสงได้รับการเน้นย้ำว่าเป็นโซลูชันที่มั่นคงและพัฒนาต่อยอดได้ง่ายในอนาคต เช่น การสนับสนุนโครงข่าย 5G แต่รัฐบาล Trump มองว่านโยบายดังกล่าวมีข้อจำกัดและอุปสรรคมากเกินไป จึงเปลี่ยนมาใช้นโยบาย "เทคโนโลยีเป็นกลาง" ที่มุ่งเน้นการให้บริการอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็วในราคาถูกแก่ประชาชน โดยลดข้อกำหนดที่ถูกมองว่าเป็นภาระหรือสร้างความล่าช้าในการก่อสร้าง

    นักวิจารณ์และกลุ่มผู้สนับสนุนการเข้าถึงบรอดแบนด์คุณภาพสูง เช่น Benton Institute for Broadband & Society ได้แสดงความกังวลว่า การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้ประชาชนในชนบทหลายล้านคนต้องพึ่งพาบริการอินเทอร์เน็ตที่ช้ากว่า ไม่เสถียร และไม่ตอบโจทย์ความต้องการทางเทคโนโลยีในระยะยาว เช่น การแพทย์ทางไกลหรือการเล่นเกม

    การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจเป็นโอกาสทองสำหรับ Starlink ซึ่งเป็นโครงการบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมที่บริหารโดย SpaceX แม้จะยังไม่ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากโครงการ BEAD แต่ก็มีแนวโน้มที่จะได้รับเงินทุนจากโปรแกรมสนับสนุนบรอดแบนด์ของรัฐบาล เช่น Universal Service Programs โดย FCC และบทบาทของ Elon Musk ในรัฐบาล Trump ยังถูกตั้งคำถามถึงผลประโยชน์ทับซ้อน

    ในขณะที่นโยบายนี้อาจช่วยให้การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมีความรวดเร็วขึ้นในบางพื้นที่ แต่การลดความสำคัญของใยแก้วนำแสงอาจส่งผลต่อความยั่งยืนและความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์ในระยะยาว การสร้างสมดุลระหว่างเทคโนโลยีที่หลากหลายกับคุณภาพของบริการจึงเป็นความท้าทายสำคัญที่สหรัฐฯ ต้องเผชิญ

    https://www.techspot.com/news/107067-broadband-policy-shift-us-drops-fiber-priority-could.html
    ประชาธิปไตยที่กินได้ (ใครได้กิน??) รัฐบาลของประธานาธิบดี Trump ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงนโยบายในโครงการ Broadband Equity, Access, and Deployment (BEAD) มูลค่า 42.45 พันล้านดอลลาร์ โดยยกเลิกการให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตใยแก้วนำแสง (Fiber Internet) เพื่อเปิดทางให้เทคโนโลยีอื่น เช่นบริการดาวเทียม Starlink ของ Elon Musk สามารถเข้าถึงงบประมาณจากโครงการนี้ได้มากขึ้น ซึ่งอาจอยู่ในช่วง 10 ถึง 20 พันล้านดอลลาร์ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี Biden ก่อนหน้านี้ โครงสร้างใยแก้วนำแสงได้รับการเน้นย้ำว่าเป็นโซลูชันที่มั่นคงและพัฒนาต่อยอดได้ง่ายในอนาคต เช่น การสนับสนุนโครงข่าย 5G แต่รัฐบาล Trump มองว่านโยบายดังกล่าวมีข้อจำกัดและอุปสรรคมากเกินไป จึงเปลี่ยนมาใช้นโยบาย "เทคโนโลยีเป็นกลาง" ที่มุ่งเน้นการให้บริการอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็วในราคาถูกแก่ประชาชน โดยลดข้อกำหนดที่ถูกมองว่าเป็นภาระหรือสร้างความล่าช้าในการก่อสร้าง นักวิจารณ์และกลุ่มผู้สนับสนุนการเข้าถึงบรอดแบนด์คุณภาพสูง เช่น Benton Institute for Broadband & Society ได้แสดงความกังวลว่า การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้ประชาชนในชนบทหลายล้านคนต้องพึ่งพาบริการอินเทอร์เน็ตที่ช้ากว่า ไม่เสถียร และไม่ตอบโจทย์ความต้องการทางเทคโนโลยีในระยะยาว เช่น การแพทย์ทางไกลหรือการเล่นเกม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจเป็นโอกาสทองสำหรับ Starlink ซึ่งเป็นโครงการบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมที่บริหารโดย SpaceX แม้จะยังไม่ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากโครงการ BEAD แต่ก็มีแนวโน้มที่จะได้รับเงินทุนจากโปรแกรมสนับสนุนบรอดแบนด์ของรัฐบาล เช่น Universal Service Programs โดย FCC และบทบาทของ Elon Musk ในรัฐบาล Trump ยังถูกตั้งคำถามถึงผลประโยชน์ทับซ้อน ในขณะที่นโยบายนี้อาจช่วยให้การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมีความรวดเร็วขึ้นในบางพื้นที่ แต่การลดความสำคัญของใยแก้วนำแสงอาจส่งผลต่อความยั่งยืนและความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์ในระยะยาว การสร้างสมดุลระหว่างเทคโนโลยีที่หลากหลายกับคุณภาพของบริการจึงเป็นความท้าทายสำคัญที่สหรัฐฯ ต้องเผชิญ https://www.techspot.com/news/107067-broadband-policy-shift-us-drops-fiber-priority-could.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Broadband policy shift in the U.S. drops fiber priority, could funnel billions to Starlink
    This move marks a departure from the Biden administration's approach, which emphasized fiber-optic networks as the most future-proof and reliable option for broadband deployment.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 350 มุมมอง 0 รีวิว
  • Lenovo ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่ของจีน ได้ประกาศในงาน Tech World India 2025 ว่าจะย้ายสายการผลิตทั้งหมดไปยังประเทศอินเดียภายในสามปีข้างหน้า รวมถึงการผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI GPU ที่เมือง Pondicherry การย้ายการผลิตนี้เป็นการตอบโต้กับภาษีการนำเข้าสินค้าจากจีนที่ถูกเรียกเก็บโดยรัฐบาลของประธานาธิบดี Trump ที่สูงถึง 20% และจากเม็กซิโกถึง 25%

    การย้ายสายการผลิตนี้มีเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าสูงที่ทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ซึ่ง Lenovo ถือครองส่วนแบ่งตลาดแล็ปท็อปในสหรัฐฯ ถึง 12% การย้ายการผลิตไปยังอินเดียจะช่วยลดต้นทุนและปรับปรุงกลยุทธ์การตั้งราคาของบริษัทให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้

    Lenovo ไม่ใช่บริษัทเดียวที่ตัดสินใจย้ายการผลิตออกจากจีนเพื่อลดภาระภาษีนี้ บริษัทรายใหญ่อื่น ๆ เช่น ASRock, HP, และ Dell ก็มีแผนย้ายการผลิตไปยังประเทศที่ไม่มีภาระภาษีสูง เช่น เวียดนาม ไต้หวัน และอินโดนีเซีย

    นอกจากภาษีแล้ว การควบคุมการส่งออกชิป AI ล่าสุดจากทำเนียบขาวยังเป็นแรงกดดันให้ผู้ผลิตส่วนใหญ่ต้องย้ายฐานการผลิต PC และชิปไปยังประเทศอื่น เช่น PC Partner, ผู้ผลิตแบรนด์ Zotac, Inno3D, และ Manli กำลังย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังสิงคโปร์ และวางแผนย้ายการผลิตไปยังอินโดนีเซีย ในขณะที่บริษัทอย่าง Amkor Technology, Hana Micron, และ Intel กำลังลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในเวียดนาม

    แม้ว่าบางบริษัทจะย้ายการผลิตไปยังประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี การย้ายการผลิตกลับเข้าสู่สหรัฐฯ ยังคงเป็นทางเลือกที่ยากลำบากสำหรับบริษัทขนาดเล็ก ส่วนบริษัทขนาดใหญ่เช่น TSMC ได้ประกาศการลงทุนเพิ่มอีก 100 พันล้านดอลลาร์ในโรงงานใหม่สามแห่งและศูนย์วิจัยและพัฒนาในแอริโซนา

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/lenovo-joins-growing-china-exodus-as-manufacturers-flee-us-tariffs-oem-moving-production-lines-to-india
    Lenovo ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่ของจีน ได้ประกาศในงาน Tech World India 2025 ว่าจะย้ายสายการผลิตทั้งหมดไปยังประเทศอินเดียภายในสามปีข้างหน้า รวมถึงการผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI GPU ที่เมือง Pondicherry การย้ายการผลิตนี้เป็นการตอบโต้กับภาษีการนำเข้าสินค้าจากจีนที่ถูกเรียกเก็บโดยรัฐบาลของประธานาธิบดี Trump ที่สูงถึง 20% และจากเม็กซิโกถึง 25% การย้ายสายการผลิตนี้มีเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าสูงที่ทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ซึ่ง Lenovo ถือครองส่วนแบ่งตลาดแล็ปท็อปในสหรัฐฯ ถึง 12% การย้ายการผลิตไปยังอินเดียจะช่วยลดต้นทุนและปรับปรุงกลยุทธ์การตั้งราคาของบริษัทให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ Lenovo ไม่ใช่บริษัทเดียวที่ตัดสินใจย้ายการผลิตออกจากจีนเพื่อลดภาระภาษีนี้ บริษัทรายใหญ่อื่น ๆ เช่น ASRock, HP, และ Dell ก็มีแผนย้ายการผลิตไปยังประเทศที่ไม่มีภาระภาษีสูง เช่น เวียดนาม ไต้หวัน และอินโดนีเซีย นอกจากภาษีแล้ว การควบคุมการส่งออกชิป AI ล่าสุดจากทำเนียบขาวยังเป็นแรงกดดันให้ผู้ผลิตส่วนใหญ่ต้องย้ายฐานการผลิต PC และชิปไปยังประเทศอื่น เช่น PC Partner, ผู้ผลิตแบรนด์ Zotac, Inno3D, และ Manli กำลังย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังสิงคโปร์ และวางแผนย้ายการผลิตไปยังอินโดนีเซีย ในขณะที่บริษัทอย่าง Amkor Technology, Hana Micron, และ Intel กำลังลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในเวียดนาม แม้ว่าบางบริษัทจะย้ายการผลิตไปยังประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี การย้ายการผลิตกลับเข้าสู่สหรัฐฯ ยังคงเป็นทางเลือกที่ยากลำบากสำหรับบริษัทขนาดเล็ก ส่วนบริษัทขนาดใหญ่เช่น TSMC ได้ประกาศการลงทุนเพิ่มอีก 100 พันล้านดอลลาร์ในโรงงานใหม่สามแห่งและศูนย์วิจัยและพัฒนาในแอริโซนา https://www.tomshardware.com/tech-industry/lenovo-joins-growing-china-exodus-as-manufacturers-flee-us-tariffs-oem-moving-production-lines-to-india
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Lenovo joins growing China exodus as manufacturers flee US tariffs — OEM moving production lines to India
    This is just one of the growing companies setting up shop elsewhere to escape the US-China trade war.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 388 มุมมอง 0 รีวิว
  • แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี Trump จะประกาศเลื่อนการเก็บภาษีนำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโกออกไปหนึ่งเดือน การเก็บภาษี 25% สำหรับสินค้าจากเม็กซิโกในอนาคตอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อการผลิตเกมวิดีโอแบบแผ่น ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของราคาหรือการย้ายไปสู่การขายเกมแบบดิจิทัลเท่านั้น

    ปัจจุบัน เม็กซิโกมีบทบาทสำคัญในการผลิตเกมแบบแผ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นเกมสำหรับเครื่องเล่น PlayStation ของ Sony ซึ่งเคยผลิตในโรงงานที่อินเดียนา แต่ตอนนี้ได้ย้ายไปที่เม็กซิโกแล้ว การเก็บภาษีใหม่นี้อาจทำให้บริษัทผู้ผลิตเกมและผู้ค้าปลีกต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น และอาจผลักดันค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไปยังผู้บริโภค

    ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าการเก็บภาษีใหม่นี้อาจเร่งให้เกิดการย้ายไปสู่การขายเกมแบบดิจิทัลมากขึ้น ถึงแม้ว่ายอดขายเกมแบบแผ่นจะลดลงครึ่งหนึ่งตั้งแต่ปี 2021 แต่ผู้เล่นยังคงชอบการซื้อเกมแบบแผ่นเนื่องจากสามารถนำไปขายต่อหรือให้ยืมได้ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเป็นไปได้มากขึ้นในอนาคตใกล้ ๆ โดยมีตัวอย่างเช่นเกม Alan Wake 2 ที่เปิดตัวโดยไม่มีเวอร์ชันแผ่นในปี 2023 และลดราคาเกมดิจิทัลลง

    การเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลกระทบหลายอย่าง:
    1) ราคาสูงขึ้น: หากมีการเก็บภาษี 25% ราคาของเกมแบบแผ่นจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
    2) เกมดิจิทัลมากขึ้น: บริษัทผู้ผลิตเกมอาจเพิ่มการขายเกมแบบดิจิทัลเพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนการผลิตแผ่น
    3) การย้ายการผลิตกลับสหรัฐฯ: แม้จะเป็นทางเลือก แต่ก็ใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน

    แม้ว่าการกลับไปผลิตแผ่นเกมในสหรัฐฯ จะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่มีความเป็นไปได้ที่ผู้ผลิตจะตัดสินใจย้ายไปยังโมเดลการขายแบบดิจิทัลเท่านั้นเร็วขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เริ่มเห็นได้ชัดในตลาดเกมคอนโซล

    https://www.techspot.com/news/107053-import-tariffs-may-accelerate-death-physical-video-games.html
    แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี Trump จะประกาศเลื่อนการเก็บภาษีนำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโกออกไปหนึ่งเดือน การเก็บภาษี 25% สำหรับสินค้าจากเม็กซิโกในอนาคตอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อการผลิตเกมวิดีโอแบบแผ่น ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของราคาหรือการย้ายไปสู่การขายเกมแบบดิจิทัลเท่านั้น ปัจจุบัน เม็กซิโกมีบทบาทสำคัญในการผลิตเกมแบบแผ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นเกมสำหรับเครื่องเล่น PlayStation ของ Sony ซึ่งเคยผลิตในโรงงานที่อินเดียนา แต่ตอนนี้ได้ย้ายไปที่เม็กซิโกแล้ว การเก็บภาษีใหม่นี้อาจทำให้บริษัทผู้ผลิตเกมและผู้ค้าปลีกต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น และอาจผลักดันค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไปยังผู้บริโภค ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าการเก็บภาษีใหม่นี้อาจเร่งให้เกิดการย้ายไปสู่การขายเกมแบบดิจิทัลมากขึ้น ถึงแม้ว่ายอดขายเกมแบบแผ่นจะลดลงครึ่งหนึ่งตั้งแต่ปี 2021 แต่ผู้เล่นยังคงชอบการซื้อเกมแบบแผ่นเนื่องจากสามารถนำไปขายต่อหรือให้ยืมได้ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเป็นไปได้มากขึ้นในอนาคตใกล้ ๆ โดยมีตัวอย่างเช่นเกม Alan Wake 2 ที่เปิดตัวโดยไม่มีเวอร์ชันแผ่นในปี 2023 และลดราคาเกมดิจิทัลลง การเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลกระทบหลายอย่าง: 1) ราคาสูงขึ้น: หากมีการเก็บภาษี 25% ราคาของเกมแบบแผ่นจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน 2) เกมดิจิทัลมากขึ้น: บริษัทผู้ผลิตเกมอาจเพิ่มการขายเกมแบบดิจิทัลเพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนการผลิตแผ่น 3) การย้ายการผลิตกลับสหรัฐฯ: แม้จะเป็นทางเลือก แต่ก็ใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน แม้ว่าการกลับไปผลิตแผ่นเกมในสหรัฐฯ จะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่มีความเป็นไปได้ที่ผู้ผลิตจะตัดสินใจย้ายไปยังโมเดลการขายแบบดิจิทัลเท่านั้นเร็วขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เริ่มเห็นได้ชัดในตลาดเกมคอนโซล https://www.techspot.com/news/107053-import-tariffs-may-accelerate-death-physical-video-games.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Import tariffs may accelerate the death of physical video games
    Analysts predict that a 25 percent tariff on goods imported from Mexico would substantially affect the U.S. retail console game market. Since Mexico plays a crucial role...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 332 มุมมอง 0 รีวิว
  • สำนักตรวจการธนาคารสหรัฐฯ (OCC) ประกาศว่า ธนาคารในสหรัฐฯ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตบางประเภทได้ โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้าจากผู้กำกับดูแล การประกาศนี้ช่วยลดภาระของธนาคารในการเข้าร่วมกิจกรรมคริปโตและช่วยให้การดำเนินการธนาคารมีความชัดเจนและมั่นคง

    ธนาคารสามารถเข้าร่วมกิจกรรมคริปโตได้ เช่น การเก็บรักษาทรัพย์สินคริปโต (crypto-asset custody) การทำกิจกรรมกับ stablecoin และการเข้าร่วมในเครือข่ายบัญชีแยกประเภทแบบกระจาย (distributed ledger networks) นอกจากนี้ การประกาศนี้ยกเลิกแนวทางที่เคยกำหนดให้ธนาคารต้องแสดงความพร้อมในการจัดการความเสี่ยงก่อนเข้าร่วมกิจกรรมคริปโต

    Rodney Hood ผู้ตรวจการธนาคารสหรัฐฯ กล่าวว่า แนวทางใหม่นี้ช่วยลดภาระของธนาคารในการเข้าร่วมกิจกรรมคริปโต และทำให้การดำเนินงานของธนาคารมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย

    การประกาศในครั้งนี้มีการยกเลิกแนวทางการกำกับดูแลที่ออกในยุคประธานาธิบดี Joe Biden ที่กำหนดให้ธนาคารต้องรายงานการเข้าร่วมกิจกรรมคริปโตและแสดงวิธีการจัดการความเสี่ยงก่อน โดยทาง OCC ยังได้ถอนตัวจากแถลงการณ์ร่วมกับผู้กำกับดูแลของสหรัฐฯ ที่เคยเตือนธนาคารเกี่ยวกับความเสี่ยงของการเข้าร่วมกิจกรรมคริปโต เช่น ความผันผวนที่สูงของตลาดคริปโต

    การประกาศนี้มีผลให้ธนาคารมีความคล่องตัวในการเข้าร่วมกิจกรรมคริปโตมากขึ้น และลดความยุ่งยากในการดำเนินการ แต่ยังคงต้องมีมาตรการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลให้ธนาคารสามารถนำนวัตกรรมทางการเงินเข้ามาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น

    การประกาศนี้เกิดขึ้นในวันที่ทำเนียบขาวจัดการประชุมสุดยอดคริปโต และประธานาธิบดี Donald Trump ลงนามในคำสั่งบริหารสร้างทุนสำรองเชิงกลยุทธ์สำหรับบิตคอยน์และคริปโตอื่น ๆ การยกเลิกแนวทางการกำกับดูแลเก่าช่วยเพิ่มความมั่นใจในตลาดคริปโต ซึ่งเป็นผลดีต่อนักลงทุนและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคริปโตในสหรัฐฯ

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/08/us-bank-regulator-reaffirms-banks-can-engage-in-some-crypto-activities
    สำนักตรวจการธนาคารสหรัฐฯ (OCC) ประกาศว่า ธนาคารในสหรัฐฯ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตบางประเภทได้ โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้าจากผู้กำกับดูแล การประกาศนี้ช่วยลดภาระของธนาคารในการเข้าร่วมกิจกรรมคริปโตและช่วยให้การดำเนินการธนาคารมีความชัดเจนและมั่นคง ธนาคารสามารถเข้าร่วมกิจกรรมคริปโตได้ เช่น การเก็บรักษาทรัพย์สินคริปโต (crypto-asset custody) การทำกิจกรรมกับ stablecoin และการเข้าร่วมในเครือข่ายบัญชีแยกประเภทแบบกระจาย (distributed ledger networks) นอกจากนี้ การประกาศนี้ยกเลิกแนวทางที่เคยกำหนดให้ธนาคารต้องแสดงความพร้อมในการจัดการความเสี่ยงก่อนเข้าร่วมกิจกรรมคริปโต Rodney Hood ผู้ตรวจการธนาคารสหรัฐฯ กล่าวว่า แนวทางใหม่นี้ช่วยลดภาระของธนาคารในการเข้าร่วมกิจกรรมคริปโต และทำให้การดำเนินงานของธนาคารมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย การประกาศในครั้งนี้มีการยกเลิกแนวทางการกำกับดูแลที่ออกในยุคประธานาธิบดี Joe Biden ที่กำหนดให้ธนาคารต้องรายงานการเข้าร่วมกิจกรรมคริปโตและแสดงวิธีการจัดการความเสี่ยงก่อน โดยทาง OCC ยังได้ถอนตัวจากแถลงการณ์ร่วมกับผู้กำกับดูแลของสหรัฐฯ ที่เคยเตือนธนาคารเกี่ยวกับความเสี่ยงของการเข้าร่วมกิจกรรมคริปโต เช่น ความผันผวนที่สูงของตลาดคริปโต การประกาศนี้มีผลให้ธนาคารมีความคล่องตัวในการเข้าร่วมกิจกรรมคริปโตมากขึ้น และลดความยุ่งยากในการดำเนินการ แต่ยังคงต้องมีมาตรการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลให้ธนาคารสามารถนำนวัตกรรมทางการเงินเข้ามาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น การประกาศนี้เกิดขึ้นในวันที่ทำเนียบขาวจัดการประชุมสุดยอดคริปโต และประธานาธิบดี Donald Trump ลงนามในคำสั่งบริหารสร้างทุนสำรองเชิงกลยุทธ์สำหรับบิตคอยน์และคริปโตอื่น ๆ การยกเลิกแนวทางการกำกับดูแลเก่าช่วยเพิ่มความมั่นใจในตลาดคริปโต ซึ่งเป็นผลดีต่อนักลงทุนและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคริปโตในสหรัฐฯ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/08/us-bank-regulator-reaffirms-banks-can-engage-in-some-crypto-activities
    WWW.THESTAR.COM.MY
    US regulator clears path for banks to engage in some crypto activities
    WASHINGTON (Reuters) -The U.S. regulator overseeing national banks clarified Friday that banks can engage in some crypto activities, and removed expectations firms should receive advance permission from regulators before doing so.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 389 มุมมอง 0 รีวิว
  • Doug Ford นายกรัฐมนตรีประจำจังหวัดออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา เพิ่งประกาศยกเลิกสัญญา มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ กับ Starlink ของ SpaceX การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากนโยบายของอดีตประธานาธิบดี Trump ที่เรียกเก็บภาษีสินค้าจากแคนาดาถึง 25% นอกจากนี้ Ford ยังตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีไฟฟ้าที่ส่งออกไปยังรัฐนิวยอร์ก มิชิแกน และมินนิโซตาอีกด้วย

    แม้ว่าจะมีการขู่ยกเลิกในอดีต แต่ Ford ได้ตัดสินใจเดินหน้าสัญญาในครั้งแรกหลัง Trump ชะลอการเรียกเก็บภาษี อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ Ford ยืนยันชัดเจนว่าการยกเลิกเป็นการตัดสินใจถาวร ไม่ว่าภาษีจะถูกยกเลิกหรือไม่ก็ตาม

    นอกจากออนแทรีโอแล้ว อิตาลีเองก็มีแนวโน้มที่จะยกเลิกดีลกับ Starlink เช่นกัน อิตาลีเคยพิจารณาใช้เครือข่ายดาวเทียมของ Starlink มูลค่ากว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ เพื่อให้บริการด้านการสื่อสารทางทหารและสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงในนโยบายของสหรัฐฯ เกี่ยวกับ NATO และความมั่นคงในยุโรป ทำให้อิตาลีพิจารณาเลือกทางเลือกอื่น เช่น Eutelsat จากฝรั่งเศส ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงและมีเครือข่ายดาวเทียมเป็นอันดับสองรองจาก SpaceX

    นายกรัฐมนตรี Giorgia Meloni ของอิตาลีกล่าวว่า ความไม่แน่นอนจากนโยบายของทำเนียบขาวเกี่ยวกับการสนับสนุนยูเครนส่งผลให้รัฐบาลต้องการแผนสำรองที่มั่นคงกว่าเดิม

    แม้ว่า SpaceX อาจเสียรายได้จากอิตาลีและออนแทรีโอ แต่ Elon Musk ได้แสดงปฏิกิริยาอย่างไม่กังวล โดยโพสต์ข้อความว่า "Oh well" ลงใน X (แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเขาเอง) แสดงถึงความมั่นใจในสถานะทางการเงินของบริษัทที่มีดาวเทียมจำนวนมหาศาลที่ระดับวงโคจรต่ำกว่า 550 กิโลเมตร

    การยกเลิกดีลนี้สะท้อนถึงความซับซ้อนในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการพึ่งพาเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ การตัดสินใจของอิตาลีที่จะพิจารณา Eutelsat อาจทำให้ยุโรปเสริมความเป็นอิสระด้านเทคโนโลยีในอนาคต และลดการพึ่งพาบริษัทอเมริกันที่ไม่แน่นอนในด้านการสนับสนุน

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/ontario-cancels-starlink-deal-over-us-tariffs-italy-may-follow-due-to-us-pullback-from-europe
    Doug Ford นายกรัฐมนตรีประจำจังหวัดออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา เพิ่งประกาศยกเลิกสัญญา มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ กับ Starlink ของ SpaceX การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากนโยบายของอดีตประธานาธิบดี Trump ที่เรียกเก็บภาษีสินค้าจากแคนาดาถึง 25% นอกจากนี้ Ford ยังตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีไฟฟ้าที่ส่งออกไปยังรัฐนิวยอร์ก มิชิแกน และมินนิโซตาอีกด้วย แม้ว่าจะมีการขู่ยกเลิกในอดีต แต่ Ford ได้ตัดสินใจเดินหน้าสัญญาในครั้งแรกหลัง Trump ชะลอการเรียกเก็บภาษี อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ Ford ยืนยันชัดเจนว่าการยกเลิกเป็นการตัดสินใจถาวร ไม่ว่าภาษีจะถูกยกเลิกหรือไม่ก็ตาม นอกจากออนแทรีโอแล้ว อิตาลีเองก็มีแนวโน้มที่จะยกเลิกดีลกับ Starlink เช่นกัน อิตาลีเคยพิจารณาใช้เครือข่ายดาวเทียมของ Starlink มูลค่ากว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ เพื่อให้บริการด้านการสื่อสารทางทหารและสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงในนโยบายของสหรัฐฯ เกี่ยวกับ NATO และความมั่นคงในยุโรป ทำให้อิตาลีพิจารณาเลือกทางเลือกอื่น เช่น Eutelsat จากฝรั่งเศส ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงและมีเครือข่ายดาวเทียมเป็นอันดับสองรองจาก SpaceX นายกรัฐมนตรี Giorgia Meloni ของอิตาลีกล่าวว่า ความไม่แน่นอนจากนโยบายของทำเนียบขาวเกี่ยวกับการสนับสนุนยูเครนส่งผลให้รัฐบาลต้องการแผนสำรองที่มั่นคงกว่าเดิม แม้ว่า SpaceX อาจเสียรายได้จากอิตาลีและออนแทรีโอ แต่ Elon Musk ได้แสดงปฏิกิริยาอย่างไม่กังวล โดยโพสต์ข้อความว่า "Oh well" ลงใน X (แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเขาเอง) แสดงถึงความมั่นใจในสถานะทางการเงินของบริษัทที่มีดาวเทียมจำนวนมหาศาลที่ระดับวงโคจรต่ำกว่า 550 กิโลเมตร การยกเลิกดีลนี้สะท้อนถึงความซับซ้อนในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการพึ่งพาเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ การตัดสินใจของอิตาลีที่จะพิจารณา Eutelsat อาจทำให้ยุโรปเสริมความเป็นอิสระด้านเทคโนโลยีในอนาคต และลดการพึ่งพาบริษัทอเมริกันที่ไม่แน่นอนในด้านการสนับสนุน https://www.tomshardware.com/tech-industry/ontario-cancels-starlink-deal-over-us-tariffs-italy-may-follow-due-to-us-pullback-from-europe
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Ontario cancels Starlink deal over US tariffs — Italy may follow due to US pullback from Europe
    Trump policies are causing some countries to second-guess their Starlink contracts.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 543 มุมมอง 0 รีวิว
  • สินค้าไทย เจอศึกหนัก!! : [Biz Talk]
    ในระหว่างที่ประเทศเศรษฐกิจหลักของโลก กำลังทำสงครามทางการค้ากันเข้มข้น/ ภาคเอกชนไทย ก็กังวลนโยบาย Trump 2.0 ที่จะขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก,อลูมิเนียม จาก10%เป็น25%มีผล12มี.ค.68และมีแนวโน้มจะขึ้นภาษีนำเข้า ทั้งแบบเจาะจงและแบบครอบคลุม ทำให้ผู้ประกอบการ ต้องแบกภาระภาษีเพิ่มขึ้น แถมสินค้าทั้งจีนและชาติอื่นอาจทะลักเข้าไทยมากขึ้น
    สินค้าไทย เจอศึกหนัก!! : [Biz Talk] ในระหว่างที่ประเทศเศรษฐกิจหลักของโลก กำลังทำสงครามทางการค้ากันเข้มข้น/ ภาคเอกชนไทย ก็กังวลนโยบาย Trump 2.0 ที่จะขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก,อลูมิเนียม จาก10%เป็น25%มีผล12มี.ค.68และมีแนวโน้มจะขึ้นภาษีนำเข้า ทั้งแบบเจาะจงและแบบครอบคลุม ทำให้ผู้ประกอบการ ต้องแบกภาระภาษีเพิ่มขึ้น แถมสินค้าทั้งจีนและชาติอื่นอาจทะลักเข้าไทยมากขึ้น
    Like
    Love
    Haha
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1176 มุมมอง 37 0 รีวิว
Pages Boosts