• Strategic Roadmap for Liberalizing Thailand’s Electricity Distribution Market : Part 5
    Date : 5 January 2026

    ### 6) Pillar D — Build the Digital Market Layer (From Sandbox to System)

    Thailand has explored peer-to-peer (P2P) concepts and sandbox experimentation, showing technical feasibility but also illustrating why pilots cannot scale without rules for settlement, consumer protection, and network charging. Public information on P2P-related initiatives (including utility-supported pilots) reinforces that technology is not the main barrier—market design and regulation are.

    **Recommended digital architecture:**

    - **National energy data access standards**: Define who can access meter data, under what consent, cybersecurity, and privacy conditions.
    - **Central settlement and switching platform**: A neutral platform that processes switching, validates meter data, calculates network charges, and settles imbalances.
    - **DER aggregation rules**: License aggregators to pool rooftop solar, batteries, EV chargers, and flexible loads to provide services.
    - **(Optional) Renewable attribute tracking**: If policy wants credible green procurement claims, implement certificates/attributes with auditable rules.

    This digital layer enables competition beyond “selling kWh”—it creates a market for flexibility, reliability services, and customer-centric products.

    ### 7) Reliability and Investment: Recasting MEA/PEA as DSOs

    A reformed market must strengthen—not weaken—grid operations. The future-facing role for MEA/PEA network arms is the **Distribution System Operator (DSO)**: actively managing DER, congestion, voltage, fault response, and hosting capacity.

    To support this, shift regulation toward **performance-based incentives**:

    - Reward reductions in technical losses, outage duration, and connection times.
    - Reward DER hosting capacity and timely interconnections.
    - Penalize poor service quality and discriminatory behavior.

    This aligns utility incentives with modernization and public value, while allowing competitive retailers and service providers to innovate.

    To be continued——————————————————————————————————————————————————
    #DistributionMarketReform #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    Strategic Roadmap for Liberalizing Thailand’s Electricity Distribution Market : Part 5 Date : 5 January 2026 ### 6) Pillar D — Build the Digital Market Layer (From Sandbox to System) Thailand has explored peer-to-peer (P2P) concepts and sandbox experimentation, showing technical feasibility but also illustrating why pilots cannot scale without rules for settlement, consumer protection, and network charging. Public information on P2P-related initiatives (including utility-supported pilots) reinforces that technology is not the main barrier—market design and regulation are. **Recommended digital architecture:** - **National energy data access standards**: Define who can access meter data, under what consent, cybersecurity, and privacy conditions. - **Central settlement and switching platform**: A neutral platform that processes switching, validates meter data, calculates network charges, and settles imbalances. - **DER aggregation rules**: License aggregators to pool rooftop solar, batteries, EV chargers, and flexible loads to provide services. - **(Optional) Renewable attribute tracking**: If policy wants credible green procurement claims, implement certificates/attributes with auditable rules. This digital layer enables competition beyond “selling kWh”—it creates a market for flexibility, reliability services, and customer-centric products. ### 7) Reliability and Investment: Recasting MEA/PEA as DSOs A reformed market must strengthen—not weaken—grid operations. The future-facing role for MEA/PEA network arms is the **Distribution System Operator (DSO)**: actively managing DER, congestion, voltage, fault response, and hosting capacity. To support this, shift regulation toward **performance-based incentives**: - Reward reductions in technical losses, outage duration, and connection times. - Reward DER hosting capacity and timely interconnections. - Penalize poor service quality and discriminatory behavior. This aligns utility incentives with modernization and public value, while allowing competitive retailers and service providers to innovate. To be continued—————————————————————————————————————————————————— #DistributionMarketReform #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1 มุมมอง 0 รีวิว
  • สนธิเล่าเรื่อง 05-01-69
    .
    สวัสดีปีใหม่ 'สนธิเล่าเรื่อง' ตอนแรกของปี 2569 คุณสนธิตั้งใจว่าจะพูดถึงเหตุการณ์ใหญ่ เหตุการณ์สำคัญ และเรื่องช็อกโลก คือ การที่สหรัฐฯ ส่งหน่วยรบพิเศษ และกองทัพยุบุกเข้าจับกุมตัวนายนิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา กับภรรยา และนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เรือรบ รวมถึงเครื่องบินตรงไปยังมหานครนิวยอร์กเพื่อดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ก่อนที่จะบอกว่าสหรัฐฯ จะเข้าควบคุมการบริหารประเทศเวเนซุเอลาเอง และเปิดทางเรียก "บริษัทน้ำมันสหรัฐฯ" เข้ามาสูบน้ำมันในเวเนซุเอลาซึ่งเป็นประเทศที่มีสำรองน้ำมันมากที่สุดในโลก ด้วยเหตุนี้ วงประชุม และรับประทานอาหารเช้าของคุณสนธิ อ.ปานเทพ กับ ทีมงานคุยทุกเรื่องกับสนธิ จึงพูดคุยถึงเรื่องการเมืองต่างประเทศ ผลกระทบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งจะเชื่อมโยงมาถึงการเมืองไทยด้วย ... พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง !
    .
    คลิกชม >> https://www.youtube.com/watch?v=nE9bafEm5Qk
    .
    #สนธิเล่าเรื่อง #SondhiTalk #เวเนซุเอลา #มาดูโร #ทรัมป์ #สหรัฐจับมาดูโร
    สนธิเล่าเรื่อง 05-01-69 . สวัสดีปีใหม่ 'สนธิเล่าเรื่อง' ตอนแรกของปี 2569 คุณสนธิตั้งใจว่าจะพูดถึงเหตุการณ์ใหญ่ เหตุการณ์สำคัญ และเรื่องช็อกโลก คือ การที่สหรัฐฯ ส่งหน่วยรบพิเศษ และกองทัพยุบุกเข้าจับกุมตัวนายนิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา กับภรรยา และนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เรือรบ รวมถึงเครื่องบินตรงไปยังมหานครนิวยอร์กเพื่อดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ก่อนที่จะบอกว่าสหรัฐฯ จะเข้าควบคุมการบริหารประเทศเวเนซุเอลาเอง และเปิดทางเรียก "บริษัทน้ำมันสหรัฐฯ" เข้ามาสูบน้ำมันในเวเนซุเอลาซึ่งเป็นประเทศที่มีสำรองน้ำมันมากที่สุดในโลก ด้วยเหตุนี้ วงประชุม และรับประทานอาหารเช้าของคุณสนธิ อ.ปานเทพ กับ ทีมงานคุยทุกเรื่องกับสนธิ จึงพูดคุยถึงเรื่องการเมืองต่างประเทศ ผลกระทบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งจะเชื่อมโยงมาถึงการเมืองไทยด้วย ... พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ! . คลิกชม >> https://www.youtube.com/watch?v=nE9bafEm5Qk . #สนธิเล่าเรื่อง #SondhiTalk #เวเนซุเอลา #มาดูโร #ทรัมป์ #สหรัฐจับมาดูโร
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 3 มุมมอง 0 รีวิว
  • https://youtu.be/_zpe_G8_k1s?si=ne55mn9Mxr1z1fli
    https://youtu.be/_zpe_G8_k1s?si=ne55mn9Mxr1z1fli
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 0 มุมมอง 0 รีวิว
  • https://youtu.be/dbxUd1NP9yg?si=qiq-fuY7OY2FJUi0
    https://youtu.be/dbxUd1NP9yg?si=qiq-fuY7OY2FJUi0
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1 มุมมอง 0 รีวิว
  • สหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา เปลือยตัวตนมหาอำนาจ ไทย ต้องระวังหลังบ้าน
    .
    การโจมตีเวเนซุเอลาของสหรัฐฯ พร้อมการจับกุมผู้นำประเทศ สะท้อนทิศทางการเมืองโลกที่กำลังเปลี่ยนจากการกดดันทางการทูต สู่การใช้กำลังโดยตรง ภายใต้ข้ออ้างด้านความมั่นคงที่ยังเต็มไปด้วยคำถาม
    .
    เบื้องหลังปฏิบัติการครั้งนี้ ถูกจับตาว่าไม่ได้หยุดอยู่แค่ข้อกล่าวหาเรื่องยาเสพติด แต่โยงถึงทรัพยากรพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมัน และการแข่งขันอำนาจกับจีน รวมถึงบทบาทของกลุ่ม BRICS
    .
    เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนชัดว่า กติกาสากลและหลักอธิปไตยของรัฐกำลังถูกลดทอน เมื่ออำนาจกลายเป็นตัวกำหนดทิศทางโลกมากขึ้น
    .
    สำหรับประเทศไทย แม้จะอยู่ไกลทางภูมิศาสตร์ แต่ผลกระทบด้านราคาน้ำมัน ความมั่นคง และการวางตัวทางการทูตท่ามกลางมหาอำนาจ เป็นสิ่งที่ต้องจับตาและระวัง “หลังบ้าน” อย่างรอบคอบ
    .
    อ่านต่อ >>
    https://news1live.com/detail/9690000000829
    .
    #News1live #News1 #ปมร้อนข่าวลึก
    #truthfromthailand #newsupdate
    #การเมืองโลก #ภูมิรัฐศาสตร์ #สหรัฐอเมริกา #เวเนซุเอลา
    สหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา เปลือยตัวตนมหาอำนาจ ไทย ต้องระวังหลังบ้าน . การโจมตีเวเนซุเอลาของสหรัฐฯ พร้อมการจับกุมผู้นำประเทศ สะท้อนทิศทางการเมืองโลกที่กำลังเปลี่ยนจากการกดดันทางการทูต สู่การใช้กำลังโดยตรง ภายใต้ข้ออ้างด้านความมั่นคงที่ยังเต็มไปด้วยคำถาม . เบื้องหลังปฏิบัติการครั้งนี้ ถูกจับตาว่าไม่ได้หยุดอยู่แค่ข้อกล่าวหาเรื่องยาเสพติด แต่โยงถึงทรัพยากรพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมัน และการแข่งขันอำนาจกับจีน รวมถึงบทบาทของกลุ่ม BRICS . เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนชัดว่า กติกาสากลและหลักอธิปไตยของรัฐกำลังถูกลดทอน เมื่ออำนาจกลายเป็นตัวกำหนดทิศทางโลกมากขึ้น . สำหรับประเทศไทย แม้จะอยู่ไกลทางภูมิศาสตร์ แต่ผลกระทบด้านราคาน้ำมัน ความมั่นคง และการวางตัวทางการทูตท่ามกลางมหาอำนาจ เป็นสิ่งที่ต้องจับตาและระวัง “หลังบ้าน” อย่างรอบคอบ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000829 . #News1live #News1 #ปมร้อนข่าวลึก #truthfromthailand #newsupdate #การเมืองโลก #ภูมิรัฐศาสตร์ #สหรัฐอเมริกา #เวเนซุเอลา
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 27 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตำรวจท่องเที่ยวลงพื้นที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร แก้ไขปัญหากลุ่มช่างภาพเจ้าถิ่น หลังมีการร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ถึงพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยวรายอื่นออกจากพื้นที่สาธารณะ เพื่อเอื้อประโยชน์เฉพาะผู้ว่าจ้างของตนเอง จนสร้างความไม่พอใจในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และเสี่ยงกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ
    .
    ว่าที่ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สั่งการให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาโดยด่วน เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายและส่งผลเสียต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว โดยได้มอบหมายให้ลงพื้นที่ตรวจสอบและประสานงานกับทุกฝ่ายทันที
    .
    จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้หารือร่วมกับตัวแทนวัดอรุณฯ เพื่อกำหนดแนวทางจัดระเบียบการใช้พื้นที่ถ่ายภาพภายในวัด ให้เป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยคำนึงถึงความปลอดภัย ความสะดวก และประสบการณ์ที่ดีของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก
    .
    ขณะเดียวกัน ได้ขอความร่วมมือจากกลุ่มช่างภาพให้ปฏิบัติต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวด้วยความสุภาพ ไม่กีดกันหรือสร้างแรงกดดัน และให้ใช้งานพื้นที่สาธารณะอย่างเหมาะสม เพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มาเยือน
    .
    ทั้งนี้ ตำรวจท่องเที่ยวเตรียมนัดประชุมร่วมกับคณะกรรมการวัดอรุณฯ ในวันที่ 5 มกราคมนี้ เพื่อกำหนดมาตรการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก และรักษาภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศในระยะยาว
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000761
    .
    #news1 #ตำรวจท่องเที่ยว #วัดอรุณ #ท่องเที่ยวไทย #จัดระเบียบ #ภาพลักษณ์ประเทศ
    ตำรวจท่องเที่ยวลงพื้นที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร แก้ไขปัญหากลุ่มช่างภาพเจ้าถิ่น หลังมีการร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ถึงพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยวรายอื่นออกจากพื้นที่สาธารณะ เพื่อเอื้อประโยชน์เฉพาะผู้ว่าจ้างของตนเอง จนสร้างความไม่พอใจในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และเสี่ยงกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ . ว่าที่ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สั่งการให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาโดยด่วน เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายและส่งผลเสียต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว โดยได้มอบหมายให้ลงพื้นที่ตรวจสอบและประสานงานกับทุกฝ่ายทันที . จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้หารือร่วมกับตัวแทนวัดอรุณฯ เพื่อกำหนดแนวทางจัดระเบียบการใช้พื้นที่ถ่ายภาพภายในวัด ให้เป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยคำนึงถึงความปลอดภัย ความสะดวก และประสบการณ์ที่ดีของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก . ขณะเดียวกัน ได้ขอความร่วมมือจากกลุ่มช่างภาพให้ปฏิบัติต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวด้วยความสุภาพ ไม่กีดกันหรือสร้างแรงกดดัน และให้ใช้งานพื้นที่สาธารณะอย่างเหมาะสม เพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มาเยือน . ทั้งนี้ ตำรวจท่องเที่ยวเตรียมนัดประชุมร่วมกับคณะกรรมการวัดอรุณฯ ในวันที่ 5 มกราคมนี้ เพื่อกำหนดมาตรการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก และรักษาภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศในระยะยาว . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000761 . #news1 #ตำรวจท่องเที่ยว #วัดอรุณ #ท่องเที่ยวไทย #จัดระเบียบ #ภาพลักษณ์ประเทศ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 29 มุมมอง 0 รีวิว
  • “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต. ออกมาชี้แจงกรณีหลายฝ่ายตั้งคำถามเหตุใดจึงไม่มีการออกเสียงประชามติล่วงหน้า โดยย้ำชัดว่า ไม่ใช่เรื่องของการบริหารจัดการ แต่เป็นเพราะกฎหมายกำหนดให้การออกเสียงประชามติมีได้เพียงวันเดียว หากดำเนินการเกินจากที่กฎหมายบัญญัติ อาจทำให้การทำประชามติเป็นโมฆะได้
    .
    อย่างไรก็ตาม กฎหมายเปิดช่องให้ประชาชนสามารถ “ออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัด” ได้ในวันเดียวกับวันลงประชามติ คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งแตกต่างจากการเลือกตั้ง สส. ที่สามารถลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์
    .
    เลขาธิการ กกต. ระบุว่า การเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า กับการออกเสียงประชามตินอกเขต เป็นคนละกระบวนการ แม้จะถูกจัดให้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้กัน เนื่องจากรัฐบาลกำหนดให้วันเลือกตั้งทั่วไปและวันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกัน จึงทำให้ประชาชนต้องวางแผนการใช้สิทธิ์มากขึ้น
    .
    พร้อมกันนี้ กกต. แนะนำ 4 แนวทางเพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิ์ ได้แก่
    1) ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติพร้อมกันในวันที่ 8 ก.พ.
    2) ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. และไปออกเสียงประชามตินอกเขตในวันที่ 8 ก.พ.
    3) เลือกใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างเดียว และแจ้งเหตุไม่อาจไปออกเสียงประชามติ จะไม่ถูกตัดสิทธิ์
    4) การลงทะเบียนสามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงได้ ภายในกำหนดไม่เกินวันที่ 5 ม.ค.นี้
    .
    กกต. ย้ำให้ประชาชนตรวจสอบสิทธิ์และตัดสินใจลงทะเบียนให้ตรงกับแผนการเดินทาง เพื่อรักษาสิทธิทางการเมืองของตนเองอย่างครบถ้วน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000819
    .
    #news1 #กกต #ประชามติ #เลือกตั้ง2569 #สิทธิเลือกตั้ง #แสวงบุญมี
    “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต. ออกมาชี้แจงกรณีหลายฝ่ายตั้งคำถามเหตุใดจึงไม่มีการออกเสียงประชามติล่วงหน้า โดยย้ำชัดว่า ไม่ใช่เรื่องของการบริหารจัดการ แต่เป็นเพราะกฎหมายกำหนดให้การออกเสียงประชามติมีได้เพียงวันเดียว หากดำเนินการเกินจากที่กฎหมายบัญญัติ อาจทำให้การทำประชามติเป็นโมฆะได้ . อย่างไรก็ตาม กฎหมายเปิดช่องให้ประชาชนสามารถ “ออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัด” ได้ในวันเดียวกับวันลงประชามติ คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งแตกต่างจากการเลือกตั้ง สส. ที่สามารถลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ . เลขาธิการ กกต. ระบุว่า การเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า กับการออกเสียงประชามตินอกเขต เป็นคนละกระบวนการ แม้จะถูกจัดให้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้กัน เนื่องจากรัฐบาลกำหนดให้วันเลือกตั้งทั่วไปและวันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกัน จึงทำให้ประชาชนต้องวางแผนการใช้สิทธิ์มากขึ้น . พร้อมกันนี้ กกต. แนะนำ 4 แนวทางเพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิ์ ได้แก่ 1) ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติพร้อมกันในวันที่ 8 ก.พ. 2) ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. และไปออกเสียงประชามตินอกเขตในวันที่ 8 ก.พ. 3) เลือกใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างเดียว และแจ้งเหตุไม่อาจไปออกเสียงประชามติ จะไม่ถูกตัดสิทธิ์ 4) การลงทะเบียนสามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงได้ ภายในกำหนดไม่เกินวันที่ 5 ม.ค.นี้ . กกต. ย้ำให้ประชาชนตรวจสอบสิทธิ์และตัดสินใจลงทะเบียนให้ตรงกับแผนการเดินทาง เพื่อรักษาสิทธิทางการเมืองของตนเองอย่างครบถ้วน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000819 . #news1 #กกต #ประชามติ #เลือกตั้ง2569 #สิทธิเลือกตั้ง #แสวงบุญมี
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 29 มุมมอง 0 รีวิว
  • สถานการณ์เวเนซุเอลายังร้อนแรง หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกโรงข่มขู่ผู้นำคนใหม่ของเวเนซุเอลาอย่างตรงไปตรงมา ว่าจะต้อง “ชดใช้ราคาแพง” หากไม่ยอมร่วมมือกับวอชิงตัน ภายหลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ บุกจับกุม “นิโคลัส มาดูโร” อดีตประธานาธิบดี พร้อมภรรยา ส่งตัวไปดำเนินคดีในศาลนิวยอร์ก
    .
    ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่า หาก “เดลซี โรดริเกซ” ซึ่งได้รับการรับรองจากกองทัพเวเนซุเอลาในฐานะรักษาการประธานาธิบดี ไม่ทำในสิ่งที่สหรัฐฯ เห็นว่า “ถูกต้อง” เธออาจต้องเผชิญผลลัพธ์ที่รุนแรงยิ่งกว่ามาดูโร พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ พร้อมทำงานกับคณะรัฐมนตรีเดิม ตราบใดที่เปิดทางให้วอชิงตันเข้าถึงทรัพยากรน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา
    .
    ขณะที่รัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่าไม่ได้ทำสงครามกับเวเนซุเอลา แต่กำลังต่อสู้กับเครือข่ายค้ายาเสพติด รัฐมนตรีต่างประเทศ “มาร์โก รูบิโอ” ระบุว่าสหรัฐฯ ยังไม่มุ่งเป้าเปลี่ยนการปกครองทั้งระบบหรือจัดการเลือกตั้งใหม่ ทว่าแรงกดดันยังคงดำเนินต่อไป โดยกองเรือสหรัฐฯ จะประจำการในทะเลแคริบเบียน เพื่อปิดกั้นการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาเป็นเครื่องต่อรอง
    .
    แม้กรุงการากัสจะกลับสู่ความสงบในระดับหนึ่ง และประชาชนเริ่มใช้ชีวิตตามปกติ แต่คำขู่ของทรัมป์และท่าทีแข็งกร้าวของวอชิงตัน ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงยุทธศาสตร์ระยะยาวของสหรัฐฯ ว่าจะเป็นเพียงแรงกดดันทางเศรษฐกิจ หรือกำลังปูทางไปสู่การควบคุมประเทศที่มีแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเต็มรูปแบบ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000828
    .
    #news1 #Trump #Venezuela #Maduro #น้ำมันโลก #การเมืองโลก #สหรัฐอเมริกา
    สถานการณ์เวเนซุเอลายังร้อนแรง หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกโรงข่มขู่ผู้นำคนใหม่ของเวเนซุเอลาอย่างตรงไปตรงมา ว่าจะต้อง “ชดใช้ราคาแพง” หากไม่ยอมร่วมมือกับวอชิงตัน ภายหลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ บุกจับกุม “นิโคลัส มาดูโร” อดีตประธานาธิบดี พร้อมภรรยา ส่งตัวไปดำเนินคดีในศาลนิวยอร์ก . ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่า หาก “เดลซี โรดริเกซ” ซึ่งได้รับการรับรองจากกองทัพเวเนซุเอลาในฐานะรักษาการประธานาธิบดี ไม่ทำในสิ่งที่สหรัฐฯ เห็นว่า “ถูกต้อง” เธออาจต้องเผชิญผลลัพธ์ที่รุนแรงยิ่งกว่ามาดูโร พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ พร้อมทำงานกับคณะรัฐมนตรีเดิม ตราบใดที่เปิดทางให้วอชิงตันเข้าถึงทรัพยากรน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา . ขณะที่รัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่าไม่ได้ทำสงครามกับเวเนซุเอลา แต่กำลังต่อสู้กับเครือข่ายค้ายาเสพติด รัฐมนตรีต่างประเทศ “มาร์โก รูบิโอ” ระบุว่าสหรัฐฯ ยังไม่มุ่งเป้าเปลี่ยนการปกครองทั้งระบบหรือจัดการเลือกตั้งใหม่ ทว่าแรงกดดันยังคงดำเนินต่อไป โดยกองเรือสหรัฐฯ จะประจำการในทะเลแคริบเบียน เพื่อปิดกั้นการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาเป็นเครื่องต่อรอง . แม้กรุงการากัสจะกลับสู่ความสงบในระดับหนึ่ง และประชาชนเริ่มใช้ชีวิตตามปกติ แต่คำขู่ของทรัมป์และท่าทีแข็งกร้าวของวอชิงตัน ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงยุทธศาสตร์ระยะยาวของสหรัฐฯ ว่าจะเป็นเพียงแรงกดดันทางเศรษฐกิจ หรือกำลังปูทางไปสู่การควบคุมประเทศที่มีแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเต็มรูปแบบ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000828 . #news1 #Trump #Venezuela #Maduro #น้ำมันโลก #การเมืองโลก #สหรัฐอเมริกา
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 31 มุมมอง 0 รีวิว
  • แม้สหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จในการใช้ปฏิบัติการทางทหารแบบสายฟ้าแลบ จับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และภรรยาออกนอกประเทศได้จริง แต่คำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าสหรัฐฯ จะ “เข้าบริหารเวเนซุเอลา” กลับยังเต็มไปด้วยคำถาม และไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าการบริหารดังกล่าวจะเกิดขึ้นอย่างไร
    .
    ทรัมป์กล่าวระหว่างแถลงข่าวที่มาร์-อา-ลาโก ว่า สหรัฐฯ จะดูแลเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว โดยมีมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม และแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม อยู่เบื้องหลังการดำเนินการ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่ปรากฏสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐฯ ได้เข้าควบคุมรัฐบาลหรือกองทัพเวเนซุเอลาในภาคสนามจริง
    .
    ขณะที่ทรัมป์อ้างว่า รองประธานาธิบดีเดลซี โรดริเกซ ได้สาบานตนขึ้นเป็นผู้นำและหารือกับสหรัฐฯ แล้ว ฝ่ายเวเนซุเอลากลับปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง โดยโรดริเกซยืนยันผ่านโทรทัศน์ของรัฐว่า มาดูโรยังเป็นผู้นำที่ชอบธรรม พร้อมประณามการกระทำของสหรัฐฯ ว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
    .
    ในทางปฏิบัติ กรุงการากัสยังอยู่ในสภาพสับสน บางพื้นที่ไม่มีไฟฟ้า ประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาประท้วงต่อต้านสหรัฐฯ ขณะที่กองกำลังติดอาวุธท้องถิ่นยังคงปรากฏตัวตามจุดยุทธศาสตร์ แต่ยังไม่เห็นการตั้งรัฐบาลใหม่หรือโครงสร้างบริหารภายใต้การกำกับของสหรัฐฯ อย่างเป็นรูปธรรม
    .
    ทรัมป์ยังเชื่อมโยงปฏิบัติการครั้งนี้กับอุตสาหกรรมน้ำมัน โดยระบุว่าสหรัฐฯ จะเข้าไปฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และใช้รายได้จากน้ำมันเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารประเทศ ทว่าแนวคิดดังกล่าวยังไม่ถูกแปลงเป็นแผนงานหรือกรอบกฎหมายที่ชัดเจน
    .
    ขณะเดียวกัน ประเด็นความชอบธรรมทางกฎหมายยังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ทั้งจากนักกฎหมายระหว่างประเทศและนักการเมืองสหรัฐฯ เอง โดยฝ่ายเดโมแครตบางส่วนมองว่าการใช้กำลังโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา อาจเป็นการย้อนกลับไปสู่ยุคการแทรกแซงทางการเมืองในลาตินอเมริกา
    .
    ทั้งหมดนี้ทำให้คำประกาศของทรัมป์เรื่อง “การบริหารเวเนซุเอลา” แม้จะเริ่มต้นด้วยการจับกุมผู้นำประเทศได้จริง แต่ยังคงเป็นเพียงถ้อยแถลงทางการเมือง ที่โลกต้องจับตาว่าจะพัฒนาไปสู่การเปลี่ยนผ่านอำนาจ การยึดครอง หรือความปั่นป่วนรอบใหม่ในภูมิภาคนี้
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000817
    .
    #News1 #news1live #เวเนซุเอลา #Trump #Maduro #การเมืองโลก #สหรัฐอเมริกา #LatinAmerica
    แม้สหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จในการใช้ปฏิบัติการทางทหารแบบสายฟ้าแลบ จับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และภรรยาออกนอกประเทศได้จริง แต่คำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าสหรัฐฯ จะ “เข้าบริหารเวเนซุเอลา” กลับยังเต็มไปด้วยคำถาม และไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าการบริหารดังกล่าวจะเกิดขึ้นอย่างไร . ทรัมป์กล่าวระหว่างแถลงข่าวที่มาร์-อา-ลาโก ว่า สหรัฐฯ จะดูแลเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว โดยมีมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม และแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม อยู่เบื้องหลังการดำเนินการ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่ปรากฏสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐฯ ได้เข้าควบคุมรัฐบาลหรือกองทัพเวเนซุเอลาในภาคสนามจริง . ขณะที่ทรัมป์อ้างว่า รองประธานาธิบดีเดลซี โรดริเกซ ได้สาบานตนขึ้นเป็นผู้นำและหารือกับสหรัฐฯ แล้ว ฝ่ายเวเนซุเอลากลับปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง โดยโรดริเกซยืนยันผ่านโทรทัศน์ของรัฐว่า มาดูโรยังเป็นผู้นำที่ชอบธรรม พร้อมประณามการกระทำของสหรัฐฯ ว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ . ในทางปฏิบัติ กรุงการากัสยังอยู่ในสภาพสับสน บางพื้นที่ไม่มีไฟฟ้า ประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาประท้วงต่อต้านสหรัฐฯ ขณะที่กองกำลังติดอาวุธท้องถิ่นยังคงปรากฏตัวตามจุดยุทธศาสตร์ แต่ยังไม่เห็นการตั้งรัฐบาลใหม่หรือโครงสร้างบริหารภายใต้การกำกับของสหรัฐฯ อย่างเป็นรูปธรรม . ทรัมป์ยังเชื่อมโยงปฏิบัติการครั้งนี้กับอุตสาหกรรมน้ำมัน โดยระบุว่าสหรัฐฯ จะเข้าไปฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และใช้รายได้จากน้ำมันเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารประเทศ ทว่าแนวคิดดังกล่าวยังไม่ถูกแปลงเป็นแผนงานหรือกรอบกฎหมายที่ชัดเจน . ขณะเดียวกัน ประเด็นความชอบธรรมทางกฎหมายยังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ทั้งจากนักกฎหมายระหว่างประเทศและนักการเมืองสหรัฐฯ เอง โดยฝ่ายเดโมแครตบางส่วนมองว่าการใช้กำลังโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา อาจเป็นการย้อนกลับไปสู่ยุคการแทรกแซงทางการเมืองในลาตินอเมริกา . ทั้งหมดนี้ทำให้คำประกาศของทรัมป์เรื่อง “การบริหารเวเนซุเอลา” แม้จะเริ่มต้นด้วยการจับกุมผู้นำประเทศได้จริง แต่ยังคงเป็นเพียงถ้อยแถลงทางการเมือง ที่โลกต้องจับตาว่าจะพัฒนาไปสู่การเปลี่ยนผ่านอำนาจ การยึดครอง หรือความปั่นป่วนรอบใหม่ในภูมิภาคนี้ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000817 . #News1 #news1live #เวเนซุเอลา #Trump #Maduro #การเมืองโลก #สหรัฐอเมริกา #LatinAmerica
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 30 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองทัพไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องกัมพูชาหยุดการสื่อสารในลักษณะยั่วยุและบิดเบือนข้อเท็จจริง ชี้ขัดต่อข้อตกลงลดความตึงเครียด และผิดแถลงการณ์ร่วมหยุดยิงข้อ 14 และ 16 กระทบความไว้วางใจระหว่างกัน
    .
    เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำว่าทุกฝ่ายต้องยึดมั่นมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะการสื่อสารต่อสาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหากมีการกล่าวหาโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง อาจเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง และเป็นการเคลื่อนไหวเชิงยั่วยุที่บั่นทอนบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ
    .
    ศูนย์แถลงข่าวฯ ระบุว่า การสื่อสารในลักษณะดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชางดการนำเสนอข่าวหรือการกระทำที่มีลักษณะยั่วยุ และหันมาใช้กลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้ตกลงร่วมกันอย่างโปร่งใส
    .
    ทั้งนี้ ประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารโดยตรงอย่างสม่ำเสมอ ตามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการหยุดยิง ข้อ 14 และข้อ 16 รวมถึงยึดแนวทางการเจรจา การทูต และกลไกสันติวิธี เพื่อรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000812
    .
    #News1 #news1Live #ชายแดนไทยกัมพูชา #หยุดยิง #สันติวิธี #ความมั่นคง
    กองทัพไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องกัมพูชาหยุดการสื่อสารในลักษณะยั่วยุและบิดเบือนข้อเท็จจริง ชี้ขัดต่อข้อตกลงลดความตึงเครียด และผิดแถลงการณ์ร่วมหยุดยิงข้อ 14 และ 16 กระทบความไว้วางใจระหว่างกัน . เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำว่าทุกฝ่ายต้องยึดมั่นมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะการสื่อสารต่อสาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหากมีการกล่าวหาโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง อาจเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง และเป็นการเคลื่อนไหวเชิงยั่วยุที่บั่นทอนบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ . ศูนย์แถลงข่าวฯ ระบุว่า การสื่อสารในลักษณะดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชางดการนำเสนอข่าวหรือการกระทำที่มีลักษณะยั่วยุ และหันมาใช้กลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้ตกลงร่วมกันอย่างโปร่งใส . ทั้งนี้ ประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารโดยตรงอย่างสม่ำเสมอ ตามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการหยุดยิง ข้อ 14 และข้อ 16 รวมถึงยึดแนวทางการเจรจา การทูต และกลไกสันติวิธี เพื่อรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000812 . #News1 #news1Live #ชายแดนไทยกัมพูชา #หยุดยิง #สันติวิธี #ความมั่นคง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 28 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองทัพไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องกัมพูชาหยุดการสื่อสารในลักษณะยั่วยุและบิดเบือนข้อเท็จจริง ชี้ขัดต่อข้อตกลงลดความตึงเครียด และผิดแถลงการณ์ร่วมหยุดยิงข้อ 14 และ 16 กระทบความไว้วางใจระหว่างกัน
    .
    เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำว่าทุกฝ่ายต้องยึดมั่นมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะการสื่อสารต่อสาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหากมีการกล่าวหาโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง อาจเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง และเป็นการเคลื่อนไหวเชิงยั่วยุที่บั่นทอนบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ
    .
    ศูนย์แถลงข่าวฯ ระบุว่า การสื่อสารในลักษณะดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชางดการนำเสนอข่าวหรือการกระทำที่มีลักษณะยั่วยุ และหันมาใช้กลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้ตกลงร่วมกันอย่างโปร่งใส
    .
    ทั้งนี้ ประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารโดยตรงอย่างสม่ำเสมอ ตามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการหยุดยิง ข้อ 14 และข้อ 16 รวมถึงยึดแนวทางการเจรจา การทูต และกลไกสันติวิธี เพื่อรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000812
    .
    #News1 #news1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #หยุดยิง #สันติวิธี #ความมั่นคง
    กองทัพไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องกัมพูชาหยุดการสื่อสารในลักษณะยั่วยุและบิดเบือนข้อเท็จจริง ชี้ขัดต่อข้อตกลงลดความตึงเครียด และผิดแถลงการณ์ร่วมหยุดยิงข้อ 14 และ 16 กระทบความไว้วางใจระหว่างกัน . เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำว่าทุกฝ่ายต้องยึดมั่นมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะการสื่อสารต่อสาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหากมีการกล่าวหาโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง อาจเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง และเป็นการเคลื่อนไหวเชิงยั่วยุที่บั่นทอนบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ . ศูนย์แถลงข่าวฯ ระบุว่า การสื่อสารในลักษณะดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชางดการนำเสนอข่าวหรือการกระทำที่มีลักษณะยั่วยุ และหันมาใช้กลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้ตกลงร่วมกันอย่างโปร่งใส . ทั้งนี้ ประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารโดยตรงอย่างสม่ำเสมอ ตามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการหยุดยิง ข้อ 14 และข้อ 16 รวมถึงยึดแนวทางการเจรจา การทูต และกลไกสันติวิธี เพื่อรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000812 . #News1 #news1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #หยุดยิง #สันติวิธี #ความมั่นคง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 28 มุมมอง 0 รีวิว
  • ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพมหานครคืนวันสุดท้ายก่อนเปิดทำงานปีใหม่ เผชิญปริมาณรถหนาแน่นเต็มทุกช่องจราจร ส่งผลให้การจราจรชะลอตัวสลับหยุดนิ่งหลายจุด คาดยืดเยื้อยาวถึงช่วงเช้าวันทำงานแรก
    .
    ค่ำวันนี้ (4 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่ามีรถยนต์หลั่งไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเย็น หลังประชาชนทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนาและแหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือ ภายหลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่
    .
    บริเวณที่มีการจราจรหนาแน่นมาก คือช่วงก่อนขึ้นทางต่างระดับบางปะอิน ตั้งแต่หลักกิโลเมตรที่ 1 อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบรถเต็มทุกช่องทาง มีทั้งรถเลี้ยวเข้าออกปั๊มน้ำมัน รถเบี่ยงออกถนนพหลโยธินเพื่อขึ้นมอเตอร์เวย์ รวมถึงรถที่ชะลอความเร็วเพื่อขึ้น–ลงต่างระดับบางปะอิน มุ่งหน้าถนนวงแหวนรอบนอกหมายเลข 9 และถนนพหลโยธินขาเข้ากรุงเทพมหานคร
    .
    สภาพการจราจรในจุดดังกล่าวเคลื่อนตัวได้ช้า สลับหยุดนิ่งเป็นช่วง ๆ ต่อเนื่องยาวประมาณ 5 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรต้องเร่งอำนวยความสะดวกและจัดระเบียบการจราจรอย่างต่อเนื่อง เพื่อระบายรถให้คล่องตัวมากที่สุด
    .
    ทั้งนี้ คาดว่าปริมาณรถที่เดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะยังคงหนาแน่นต่อเนื่องตลอดทั้งคืนไปจนถึงช่วงเช้า เนื่องจากเป็นวันหยุดวันสุดท้ายของหลายหน่วยงาน ก่อนเริ่มต้นวันทำงานแรกหลังเทศกาลปีใหม่
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000805
    .
    #News1 #News1live #สายเอเชีย #รถติด #กลับเข้ากรุง #ปีใหม่2569
    ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพมหานครคืนวันสุดท้ายก่อนเปิดทำงานปีใหม่ เผชิญปริมาณรถหนาแน่นเต็มทุกช่องจราจร ส่งผลให้การจราจรชะลอตัวสลับหยุดนิ่งหลายจุด คาดยืดเยื้อยาวถึงช่วงเช้าวันทำงานแรก . ค่ำวันนี้ (4 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่ามีรถยนต์หลั่งไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเย็น หลังประชาชนทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนาและแหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือ ภายหลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ . บริเวณที่มีการจราจรหนาแน่นมาก คือช่วงก่อนขึ้นทางต่างระดับบางปะอิน ตั้งแต่หลักกิโลเมตรที่ 1 อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบรถเต็มทุกช่องทาง มีทั้งรถเลี้ยวเข้าออกปั๊มน้ำมัน รถเบี่ยงออกถนนพหลโยธินเพื่อขึ้นมอเตอร์เวย์ รวมถึงรถที่ชะลอความเร็วเพื่อขึ้น–ลงต่างระดับบางปะอิน มุ่งหน้าถนนวงแหวนรอบนอกหมายเลข 9 และถนนพหลโยธินขาเข้ากรุงเทพมหานคร . สภาพการจราจรในจุดดังกล่าวเคลื่อนตัวได้ช้า สลับหยุดนิ่งเป็นช่วง ๆ ต่อเนื่องยาวประมาณ 5 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรต้องเร่งอำนวยความสะดวกและจัดระเบียบการจราจรอย่างต่อเนื่อง เพื่อระบายรถให้คล่องตัวมากที่สุด . ทั้งนี้ คาดว่าปริมาณรถที่เดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะยังคงหนาแน่นต่อเนื่องตลอดทั้งคืนไปจนถึงช่วงเช้า เนื่องจากเป็นวันหยุดวันสุดท้ายของหลายหน่วยงาน ก่อนเริ่มต้นวันทำงานแรกหลังเทศกาลปีใหม่ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000805 . #News1 #News1live #สายเอเชีย #รถติด #กลับเข้ากรุง #ปีใหม่2569
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 30 มุมมอง 0 รีวิว
  • สระแก้วเร่งประเมินความเสียหายบ้านเรือนประชาชน จากผลกระทบสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา หลังพบบ้านเรือนพังเสียหายทั้งหลังแล้วประมาณ 10 หลัง ยืนยันให้เงินเยียวยาหลังละ 230,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ของรัฐ พร้อมเร่งช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
    .
    กรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเงินเยียวยาเพียง 5,700 บาท ล่าสุดทางอำเภอโคกสูงชี้แจงว่าเป็นเงินช่วยเหลือเฉพาะสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีเลขที่บ้าน ไม่ใช่ตัวบ้านพักอาศัย ซึ่งบ้านที่เสียหายเกิน 70% จะได้รับเงินเยียวยาเต็มตามเกณฑ์
    .
    ขณะเดียวกันยังมีบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายต่ำกว่า 70% อยู่ระหว่างการประเมินเพิ่มเติมอีกกว่า 100 หลังคาเรือน โดยทีมงานจะลงพื้นที่ช่วงวันที่ 7–8 มกราคมนี้ ยืนยันไม่ทอดทิ้งประชาชน และจะเร่งประสานงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมและเหมาะสมกับความเสียหายมากที่สุด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000790
    .
    #News1 #News1live #สระแก้ว #ชายแดนไทยกัมพูชา #เยียวยาประชาชน
    สระแก้วเร่งประเมินความเสียหายบ้านเรือนประชาชน จากผลกระทบสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา หลังพบบ้านเรือนพังเสียหายทั้งหลังแล้วประมาณ 10 หลัง ยืนยันให้เงินเยียวยาหลังละ 230,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ของรัฐ พร้อมเร่งช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน . กรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเงินเยียวยาเพียง 5,700 บาท ล่าสุดทางอำเภอโคกสูงชี้แจงว่าเป็นเงินช่วยเหลือเฉพาะสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีเลขที่บ้าน ไม่ใช่ตัวบ้านพักอาศัย ซึ่งบ้านที่เสียหายเกิน 70% จะได้รับเงินเยียวยาเต็มตามเกณฑ์ . ขณะเดียวกันยังมีบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายต่ำกว่า 70% อยู่ระหว่างการประเมินเพิ่มเติมอีกกว่า 100 หลังคาเรือน โดยทีมงานจะลงพื้นที่ช่วงวันที่ 7–8 มกราคมนี้ ยืนยันไม่ทอดทิ้งประชาชน และจะเร่งประสานงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมและเหมาะสมกับความเสียหายมากที่สุด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000790 . #News1 #News1live #สระแก้ว #ชายแดนไทยกัมพูชา #เยียวยาประชาชน
    Love
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 34 มุมมอง 0 รีวิว
  • นครปฐม – “บิ๊กอ้อ” พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม สภ.สามพราน มอบนโยบายเข้มด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ควบคู่การบริการประชาชน พร้อมกำชับดูแลสวัสดิการและขวัญกำลังใจของกำลังพล เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้ประชาชน
    .
    ผบช.ภ.7 ตรวจแถวกำลังพล ตรวจจุดบริการประชาชนแบบ One Stop Service และห้องควบคุมผู้ต้องหา เน้นความพร้อมด้านความปลอดภัย ความโปร่งใส และการใช้กล้อง CCTV ให้สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน พร้อมย้ำให้สถานีตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง
    .
    ด้านการทำงาน กำชับพนักงานสอบสวนรับแจ้งความทุกคดีตามระเบียบ เน้นงานเชิงรุก ลงพื้นที่พบประชาชนแบบ Stop Walk & Talk สร้างเครือข่ายความร่วมมือ ขณะที่งานป้องกันปราบปรามให้เข้มงวดเป็นพิเศษ โดยเฉพาะยาเสพติด อาวุธปืน และอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติ
    .
    พร้อมกันนี้ยังเน้นมาตรการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงและช่วงเทศกาลสำคัญ ควบคู่การดูแลสวัสดิการตำรวจผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000781
    .
    #News1 #News1live #ตำรวจภูธรภาค7 #สภสามพราน #ความปลอดภัยประชาชน
    นครปฐม – “บิ๊กอ้อ” พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม สภ.สามพราน มอบนโยบายเข้มด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ควบคู่การบริการประชาชน พร้อมกำชับดูแลสวัสดิการและขวัญกำลังใจของกำลังพล เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้ประชาชน . ผบช.ภ.7 ตรวจแถวกำลังพล ตรวจจุดบริการประชาชนแบบ One Stop Service และห้องควบคุมผู้ต้องหา เน้นความพร้อมด้านความปลอดภัย ความโปร่งใส และการใช้กล้อง CCTV ให้สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน พร้อมย้ำให้สถานีตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง . ด้านการทำงาน กำชับพนักงานสอบสวนรับแจ้งความทุกคดีตามระเบียบ เน้นงานเชิงรุก ลงพื้นที่พบประชาชนแบบ Stop Walk & Talk สร้างเครือข่ายความร่วมมือ ขณะที่งานป้องกันปราบปรามให้เข้มงวดเป็นพิเศษ โดยเฉพาะยาเสพติด อาวุธปืน และอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติ . พร้อมกันนี้ยังเน้นมาตรการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงและช่วงเทศกาลสำคัญ ควบคู่การดูแลสวัสดิการตำรวจผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000781 . #News1 #News1live #ตำรวจภูธรภาค7 #สภสามพราน #ความปลอดภัยประชาชน
    Love
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 34 มุมมอง 0 รีวิว
  • “ยศชนัน” ยิ้มรับ ไม่ติดโผตัวเต็งนายกรัฐมนตรีจากนิด้าโพล ระบุพร้อมน้อมรับทุกความคิดเห็นของประชาชน ไม่กังวลกระแสชาตินิยมกลบนโยบาย แย้มพรรคเพื่อไทยเตรียมเปิดนโยบายรอบสอง วันที่ 8 ม.ค.นี้ หลังลงพื้นที่ เติมเต็มสิ่งที่ประชาชนต้องการ
    .
    เมื่อเวลา 17.25 น. วันที่ 4 ม.ค. ที่ชุมชนคลองเตย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมเปิดนโยบายรอบสอง ว่า เป็นนโยบายที่ต่อยอดจากการลงพื้นที่ของแกนนำและผู้สมัครในแต่ละภาค เพื่อนำสิ่งที่ยังขาดมาปรับเติมให้ตรงกับความต้องการของประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
    .
    นายยศชนัน ระบุว่า ไม่กังวลที่หลายพรรคทยอยเปิดนโยบายในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เพราะเป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรค สิ่งสำคัญคือการทำให้นโยบายตอบโจทย์ประชาชนจริง พร้อมย้ำว่า วันนี้ประเทศมีหลายปัญหาที่รัฐต้องเข้ามาหนุนช่วยอย่างเป็นรูปธรรม
    .
    ส่วนกรณีผลสำรวจของนิด้าโพลที่พรรคเพื่อไทยไม่ติดโผในบางพื้นที่ นายยศชนัน ระบุว่า ถือเป็นสิทธิ์ของประชาชนและพร้อมรับฟังทุกความเห็น พร้อมย้ำว่ายังมีเวลาอีกกว่าหนึ่งเดือนให้พิสูจน์ว่านโยบายสามารถส่งถึงมือประชาชนได้จริง ขณะเดียวกันก็มีหลายโพลที่คะแนนยังนำ ซึ่งถือเป็นกำลังใจให้ทีมงานเดินหน้าทำงานต่อไป
    .
    นายยศชนัน ยังยิ้มรับกระแสตอบรับจากประชาชนในการลงพื้นที่ พร้อมระบุว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดจากตัวบุคคลเพียงคนเดียว แต่เป็นการทำงานร่วมกันของผู้สมัครและทีมพรรค ที่ช่วยกันสื่อสารนโยบายอย่างใกล้ชิด ทำให้ประชาชนจดจำและให้การตอบรับที่ดีมากขึ้น
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000793
    .
    #News1 #News1live #เพื่อไทย #ยศชนัน #นิด้าโพล #เลือกตั้ง
    “ยศชนัน” ยิ้มรับ ไม่ติดโผตัวเต็งนายกรัฐมนตรีจากนิด้าโพล ระบุพร้อมน้อมรับทุกความคิดเห็นของประชาชน ไม่กังวลกระแสชาตินิยมกลบนโยบาย แย้มพรรคเพื่อไทยเตรียมเปิดนโยบายรอบสอง วันที่ 8 ม.ค.นี้ หลังลงพื้นที่ เติมเต็มสิ่งที่ประชาชนต้องการ . เมื่อเวลา 17.25 น. วันที่ 4 ม.ค. ที่ชุมชนคลองเตย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมเปิดนโยบายรอบสอง ว่า เป็นนโยบายที่ต่อยอดจากการลงพื้นที่ของแกนนำและผู้สมัครในแต่ละภาค เพื่อนำสิ่งที่ยังขาดมาปรับเติมให้ตรงกับความต้องการของประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด . นายยศชนัน ระบุว่า ไม่กังวลที่หลายพรรคทยอยเปิดนโยบายในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เพราะเป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรค สิ่งสำคัญคือการทำให้นโยบายตอบโจทย์ประชาชนจริง พร้อมย้ำว่า วันนี้ประเทศมีหลายปัญหาที่รัฐต้องเข้ามาหนุนช่วยอย่างเป็นรูปธรรม . ส่วนกรณีผลสำรวจของนิด้าโพลที่พรรคเพื่อไทยไม่ติดโผในบางพื้นที่ นายยศชนัน ระบุว่า ถือเป็นสิทธิ์ของประชาชนและพร้อมรับฟังทุกความเห็น พร้อมย้ำว่ายังมีเวลาอีกกว่าหนึ่งเดือนให้พิสูจน์ว่านโยบายสามารถส่งถึงมือประชาชนได้จริง ขณะเดียวกันก็มีหลายโพลที่คะแนนยังนำ ซึ่งถือเป็นกำลังใจให้ทีมงานเดินหน้าทำงานต่อไป . นายยศชนัน ยังยิ้มรับกระแสตอบรับจากประชาชนในการลงพื้นที่ พร้อมระบุว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดจากตัวบุคคลเพียงคนเดียว แต่เป็นการทำงานร่วมกันของผู้สมัครและทีมพรรค ที่ช่วยกันสื่อสารนโยบายอย่างใกล้ชิด ทำให้ประชาชนจดจำและให้การตอบรับที่ดีมากขึ้น . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000793 . #News1 #News1live #เพื่อไทย #ยศชนัน #นิด้าโพล #เลือกตั้ง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 32 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไล่ล่าขบวนการยานรก! กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย นบ.ยส.24 สนธิกำลังหลายหน่วย ปฏิบัติการสกัดขบวนการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน สามารถตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 600,000 เม็ด หลังคนร้ายทิ้งรถและของกลางก่อนอาศัยความมืดหลบหนีเข้าป่า
    .
    เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) บก.ควบคุมที่ 3 (ร.8) ภายใต้การอำนวยการของกองทัพภาคที่ 2 สนธิกำลังร่วมกับร้อย.ฉก.ทพ.2109 ร้อย.ฉก.ทพ.2102 และ สภ.ปากชม ปฏิบัติการเฝ้าตรวจตามเส้นทางต้องสงสัย หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านพื้นที่ อ.ปากชม จ.เลย
    .
    กระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ ตรงตามข้อมูลเป้าหมาย เมื่อแสดงตัวขอตรวจค้น ผู้ต้องสงสัยได้เร่งเครื่องหลบหนี ก่อนมุ่งหน้าไปยังพื้นที่บ้านโนนสูงใหม่ หมู่ 15 ต.บ้านหยวก อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี แล้วทิ้งกระสอบสีดำจำนวน 3 กระสอบไว้ในป่าอ้อยใกล้กระท่อมไม่มีเลขที่ ก่อนอาศัยความมืดหลบหนีเข้าป่าไป
    .
    จากการตรวจสอบของกลาง พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมประมาณ 600,000 เม็ด พร้อมตรวจยึดรถยนต์อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ จำนวน 1 คัน ไว้เป็นของกลาง เบื้องต้นยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้
    .
    เจ้าหน้าที่ได้บันทึกหลักฐานภาพถ่ายและวิดีโอ ก่อนนำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้ สภ.ปากชม เพื่อดำเนินการตรวจสอบ ขยายผล และติดตามผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000716
    .
    #News1 #News1live #นบยส24 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #สกัดยาบ้า #ข่าวอาชญากรรม
    ไล่ล่าขบวนการยานรก! กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย นบ.ยส.24 สนธิกำลังหลายหน่วย ปฏิบัติการสกัดขบวนการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน สามารถตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 600,000 เม็ด หลังคนร้ายทิ้งรถและของกลางก่อนอาศัยความมืดหลบหนีเข้าป่า . เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) บก.ควบคุมที่ 3 (ร.8) ภายใต้การอำนวยการของกองทัพภาคที่ 2 สนธิกำลังร่วมกับร้อย.ฉก.ทพ.2109 ร้อย.ฉก.ทพ.2102 และ สภ.ปากชม ปฏิบัติการเฝ้าตรวจตามเส้นทางต้องสงสัย หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านพื้นที่ อ.ปากชม จ.เลย . กระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ ตรงตามข้อมูลเป้าหมาย เมื่อแสดงตัวขอตรวจค้น ผู้ต้องสงสัยได้เร่งเครื่องหลบหนี ก่อนมุ่งหน้าไปยังพื้นที่บ้านโนนสูงใหม่ หมู่ 15 ต.บ้านหยวก อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี แล้วทิ้งกระสอบสีดำจำนวน 3 กระสอบไว้ในป่าอ้อยใกล้กระท่อมไม่มีเลขที่ ก่อนอาศัยความมืดหลบหนีเข้าป่าไป . จากการตรวจสอบของกลาง พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมประมาณ 600,000 เม็ด พร้อมตรวจยึดรถยนต์อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ จำนวน 1 คัน ไว้เป็นของกลาง เบื้องต้นยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้ . เจ้าหน้าที่ได้บันทึกหลักฐานภาพถ่ายและวิดีโอ ก่อนนำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้ สภ.ปากชม เพื่อดำเนินการตรวจสอบ ขยายผล และติดตามผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000716 . #News1 #News1live #นบยส24 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #สกัดยาบ้า #ข่าวอาชญากรรม
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 34 มุมมอง 0 รีวิว
  • กกต.แจ้งเตือนประชาชน พรุ่งนี้ (5 ม.ค.) เป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้า และการออกเสียงประชามตินอกเขต–นอกราชอาณาจักร สำหรับผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ขอให้รีบดำเนินการภายในกำหนด
    .
    วันนี้ (4 ม.ค.) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ที่ไม่สะดวกไปใช้สิทธิ ณ หน่วยเลือกตั้งตามทะเบียนบ้านในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ให้ยื่นลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้า ภายในวันพรุ่งนี้ (5 ม.ค.) เพื่อไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569
    .
    การลงทะเบียนสามารถยื่นได้ต่อนายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่น หรือเอกอัครราชทูตหรือผู้ได้รับมอบหมาย ภายในเวลา 16.30 น. ของวันที่ 5 มกราคม 2569 หรือยื่นทางไปรษณีย์โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ รวมถึงยื่นผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (เฉพาะนอกเขต–นอกราชอาณาจักร) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบบจะปิดอัตโนมัติเวลา 24.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
    .
    สำหรับการออกเสียงประชามติ ผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หน่วยออกเสียงตามทะเบียนบ้าน ต้องยื่นคำขอลงทะเบียนใช้ออกเสียงนอกเขต นอกราชอาณาจักร หรือสถานที่ออกเสียงสำหรับคนพิการ ทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ภายในวันพรุ่งนี้เช่นกัน โดยใช้ช่องทางเดียวกัน
    .
    ทั้งนี้ การลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า หรือออกเสียงประชามตินอกเขต ต้องเลือกสถานที่ที่ไม่ใช่จังหวัดตามทะเบียนบ้านของตนเอง หากลงทะเบียนผิดเขตจะไม่สามารถใช้สิทธิได้
    .
    ประชาชนสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม และลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน กกต. www.ect.go.th หรือสอบถามสายด่วน 1444
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000772
    .
    #News1 #News1live #กกต #เลือกตั้งล่วงหน้า #ประชามติ #ใช้สิทธิเลือกตั้ง
    กกต.แจ้งเตือนประชาชน พรุ่งนี้ (5 ม.ค.) เป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้า และการออกเสียงประชามตินอกเขต–นอกราชอาณาจักร สำหรับผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ขอให้รีบดำเนินการภายในกำหนด . วันนี้ (4 ม.ค.) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ที่ไม่สะดวกไปใช้สิทธิ ณ หน่วยเลือกตั้งตามทะเบียนบ้านในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ให้ยื่นลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้า ภายในวันพรุ่งนี้ (5 ม.ค.) เพื่อไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 . การลงทะเบียนสามารถยื่นได้ต่อนายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่น หรือเอกอัครราชทูตหรือผู้ได้รับมอบหมาย ภายในเวลา 16.30 น. ของวันที่ 5 มกราคม 2569 หรือยื่นทางไปรษณีย์โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ รวมถึงยื่นผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (เฉพาะนอกเขต–นอกราชอาณาจักร) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบบจะปิดอัตโนมัติเวลา 24.00 น. ตามเวลาประเทศไทย . สำหรับการออกเสียงประชามติ ผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หน่วยออกเสียงตามทะเบียนบ้าน ต้องยื่นคำขอลงทะเบียนใช้ออกเสียงนอกเขต นอกราชอาณาจักร หรือสถานที่ออกเสียงสำหรับคนพิการ ทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ภายในวันพรุ่งนี้เช่นกัน โดยใช้ช่องทางเดียวกัน . ทั้งนี้ การลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า หรือออกเสียงประชามตินอกเขต ต้องเลือกสถานที่ที่ไม่ใช่จังหวัดตามทะเบียนบ้านของตนเอง หากลงทะเบียนผิดเขตจะไม่สามารถใช้สิทธิได้ . ประชาชนสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม และลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน กกต. www.ect.go.th หรือสอบถามสายด่วน 1444 . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000772 . #News1 #News1live #กกต #เลือกตั้งล่วงหน้า #ประชามติ #ใช้สิทธิเลือกตั้ง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 34 มุมมอง 0 รีวิว
  • คอลัมน์รายสะดวก
    "เปิดหน้า" ให้ชัดไปเลย!
    ถึงเวลา "เลือกข้าง" เมื่อ "ความเป็นกลาง" ไม่มีจริง

    ---------

    "...เหตุที่ผมอยากเขียนเรื่องตามที่พาดหัวไว้นี้รับปีใหม่ เพราะว่าต้นเดือนหน้า (กุมภาพันธ์ 2569) ก็จะมีการเลือกตั้งทั่วไป หลังนายกฯ ประกาศยุบสภาเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา... นี่ประการหนึ่ง

    อีกประการหนึ่ง... เป็น "ความอึดอัด" ส่วนตัวของผมเอง

    ก็เลยอยากเขียนอะไรในเชิง "ท้าทาย" วงการสื่อไทยซะหน่อย..."

    ---------

    อ่านบทความเต็ม
    https://sites.google.com/view/weerapat-articles/homepage/archives/2026-01-05
    คอลัมน์รายสะดวก "เปิดหน้า" ให้ชัดไปเลย! ถึงเวลา "เลือกข้าง" เมื่อ "ความเป็นกลาง" ไม่มีจริง --------- "...เหตุที่ผมอยากเขียนเรื่องตามที่พาดหัวไว้นี้รับปีใหม่ เพราะว่าต้นเดือนหน้า (กุมภาพันธ์ 2569) ก็จะมีการเลือกตั้งทั่วไป หลังนายกฯ ประกาศยุบสภาเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา... นี่ประการหนึ่ง อีกประการหนึ่ง... เป็น "ความอึดอัด" ส่วนตัวของผมเอง ก็เลยอยากเขียนอะไรในเชิง "ท้าทาย" วงการสื่อไทยซะหน่อย..." --------- อ่านบทความเต็ม https://sites.google.com/view/weerapat-articles/homepage/archives/2026-01-05
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 23 มุมมอง 0 รีวิว
  • ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 สัปดาห์ที่ 19 "ฟูแล่ม พบ ลิเวอร์พูล" วันอาทิตย์ที่ 4 ม.ค. 2569 เวลา 22:15 น. ที่ สนาม คราเวน คอตเทจ
    ครึ่งแรก ฟูแล่ม ทำได้ดีขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 17 จากลูกยิงของ วิลสัน จบ 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล ตามอยู่ 0 : 1
    ครึ่งเวลาหลัง ลิเวอร์พูล มายิงตีเสมอได้จาก เวียทซ์ ในนาทีที่ 57 และมาได้อีกลูกจาก กัดโป ในนาทีที่ 94 แต่ฟูแล่มมายิงตีเสมอในนาทีที่ 97 โดย รีด สุดท้ายจบลงที่ 2 : 2
    ลิเวอร์พูล ยังอยู่อันดับที่ 4 ต่อไป มี 34 คะแนน
    ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 สัปดาห์ที่ 19 "ฟูแล่ม พบ ลิเวอร์พูล" วันอาทิตย์ที่ 4 ม.ค. 2569 เวลา 22:15 น. ที่ สนาม คราเวน คอตเทจ ครึ่งแรก ฟูแล่ม ทำได้ดีขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 17 จากลูกยิงของ วิลสัน จบ 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล ตามอยู่ 0 : 1 ครึ่งเวลาหลัง ลิเวอร์พูล มายิงตีเสมอได้จาก เวียทซ์ ในนาทีที่ 57 และมาได้อีกลูกจาก กัดโป ในนาทีที่ 94 แต่ฟูแล่มมายิงตีเสมอในนาทีที่ 97 โดย รีด สุดท้ายจบลงที่ 2 : 2 ลิเวอร์พูล ยังอยู่อันดับที่ 4 ต่อไป มี 34 คะแนน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 21 มุมมอง 0 รีวิว
  • F‑Droid ได้ “หัวใจใหม่” — อัปเกรดเซิร์ฟเวอร์หลักให้เร็วกว่าเดิมหลายเท่า

    F‑Droid ประกาศอัปเกรดเซิร์ฟเวอร์หลักที่ใช้สำหรับ build และ publish แอปทั้งหมดในรีโปหลัก ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของโปรเจกต์ การอัปเกรดนี้เกิดขึ้นได้เพราะเงินบริจาคจากชุมชนโดยตรง และผลลัพธ์คือความเร็วที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทั่วทั้งระบบ

    เซิร์ฟเวอร์เก่ามีอายุ 12 ปี และใช้งานต่อเนื่องมา 5 ปี ซึ่งถือว่าเกินอายุการใช้งานในโลกของ infrastructure แล้ว ทำให้ build ช้า และต้องดูแลมากขึ้นเรื่อย ๆ

    เซิร์ฟเวอร์ใหม่อยู่ที่ไหน?
    F‑Droid ไม่ได้วางเครื่องไว้ในดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วไป แต่เลือกให้ ผู้มีส่วนร่วมระยะยาวของโปรเจกต์เป็นผู้ถือครองเครื่องจริง เพื่อความโปร่งใสและความเชื่อถือได้สูงสุด
    ทีมรู้ว่าเครื่องอยู่ที่ไหน
    ใครเข้าถึงได้
    ควบคุมระยะไกลได้เต็มที่

    นี่เป็นแนวทางที่ “ยากกว่า” แต่สอดคล้องกับค่านิยมของ F‑Droid เรื่องความโปร่งใสและความปลอดภัย

    ประสิทธิภาพดีขึ้นแค่ไหน?
    ผลลัพธ์ชัดเจนมาก:
    ก่อนหน้า: อัปเดตรีโป ทุก 3–4 วัน
    ต.ค. 2025: เหลือ ทุก 2 วัน
    พ.ย. 2025: เหลือ ทุกวัน
    ธ.ค. 2025: เร็วถึงขั้น วันละ 2 ครั้ง

    ตอนนี้ F‑Droid สามารถ:
    build แอปที่ auto‑update ทั้งหมดในรอบเช้า
    build แอปใหม่/แก้ไข/อัปเดตด้วยมือในรอบเย็น

    ทำให้ผู้ใช้ได้รับอัปเดตเร็วขึ้นมาก และลดภาระของทีมดูแลระบบด้วย

    ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะ “ชุมชน”
    F‑Droid ย้ำว่าอัปเกรดนี้เกิดขึ้นได้เพราะเงินบริจาคจากผู้ใช้ทุกคน ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ทุกส่วนช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานของโปรเจกต์แข็งแรงขึ้น และทำให้ F‑Droid ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่ อิสระ โปร่งใส และเชื่อถือได้

    https://f-droid.org/2025/12/30/a-faster-heart-for-f-droid.html
    🚀 F‑Droid ได้ “หัวใจใหม่” — อัปเกรดเซิร์ฟเวอร์หลักให้เร็วกว่าเดิมหลายเท่า F‑Droid ประกาศอัปเกรดเซิร์ฟเวอร์หลักที่ใช้สำหรับ build และ publish แอปทั้งหมดในรีโปหลัก ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของโปรเจกต์ การอัปเกรดนี้เกิดขึ้นได้เพราะเงินบริจาคจากชุมชนโดยตรง และผลลัพธ์คือความเร็วที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทั่วทั้งระบบ เซิร์ฟเวอร์เก่ามีอายุ 12 ปี และใช้งานต่อเนื่องมา 5 ปี ซึ่งถือว่าเกินอายุการใช้งานในโลกของ infrastructure แล้ว ทำให้ build ช้า และต้องดูแลมากขึ้นเรื่อย ๆ 🏢 เซิร์ฟเวอร์ใหม่อยู่ที่ไหน? F‑Droid ไม่ได้วางเครื่องไว้ในดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วไป แต่เลือกให้ ผู้มีส่วนร่วมระยะยาวของโปรเจกต์เป็นผู้ถือครองเครื่องจริง เพื่อความโปร่งใสและความเชื่อถือได้สูงสุด 💠 ทีมรู้ว่าเครื่องอยู่ที่ไหน 💠 ใครเข้าถึงได้ 💠 ควบคุมระยะไกลได้เต็มที่ นี่เป็นแนวทางที่ “ยากกว่า” แต่สอดคล้องกับค่านิยมของ F‑Droid เรื่องความโปร่งใสและความปลอดภัย ⚡ ประสิทธิภาพดีขึ้นแค่ไหน? ผลลัพธ์ชัดเจนมาก: 💠 ก่อนหน้า: อัปเดตรีโป ทุก 3–4 วัน 💠 ต.ค. 2025: เหลือ ทุก 2 วัน 💠 พ.ย. 2025: เหลือ ทุกวัน 💠 ธ.ค. 2025: เร็วถึงขั้น วันละ 2 ครั้ง ตอนนี้ F‑Droid สามารถ: 💠 build แอปที่ auto‑update ทั้งหมดในรอบเช้า 💠 build แอปใหม่/แก้ไข/อัปเดตด้วยมือในรอบเย็น ทำให้ผู้ใช้ได้รับอัปเดตเร็วขึ้นมาก และลดภาระของทีมดูแลระบบด้วย ❤️ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะ “ชุมชน” F‑Droid ย้ำว่าอัปเกรดนี้เกิดขึ้นได้เพราะเงินบริจาคจากผู้ใช้ทุกคน ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ทุกส่วนช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานของโปรเจกต์แข็งแรงขึ้น และทำให้ F‑Droid ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่ อิสระ โปร่งใส และเชื่อถือได้ https://f-droid.org/2025/12/30/a-faster-heart-for-f-droid.html
    F-DROID.ORG
    A faster heart for F-Droid. Our new server is here! | F-Droid - Free and Open Source Android App Repository
    Donations are a key part of what keeps F-Droid independent and reliable and our latest hardware update is a direct result of your support. Thanks to donation...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 33 มุมมอง 0 รีวิว
  • พบช่องโหว่ใน Libsodium หลังใช้งานมา 13 ปี — แต่กระทบเฉพาะผู้ใช้ฟังก์ชันระดับล่าง

    Libsodium ซึ่งเป็นไลบรารีเข้ารหัสยอดนิยมที่เน้นความง่ายและความปลอดภัย เพิ่งพบช่องโหว่สำคัญในฟังก์ชันตรวจสอบความถูกต้องของจุดบนเส้นโค้ง Edwards25519 โดยช่องโหว่นี้เกิดจากการลืมตรวจสอบเงื่อนไขหนึ่ง ทำให้จุดที่ไม่อยู่ใน main subgroup สามารถ “หลุดรอด” การตรวจสอบได้ แม้จะควรถูกปฏิเสธก็ตาม

    ปัญหานี้เกิดขึ้นในฟังก์ชัน crypto_core_ed25519_is_valid_point() ซึ่งควรตรวจสอบว่าจุดที่รับเข้ามาอยู่ในกลุ่มหลัก (order L) หรือไม่ โดยปกติจะตรวจสอบว่าหลังคูณด้วย L แล้วต้องได้ identity point แต่โค้ดเดิมตรวจสอบเพียงว่า X = 0 แต่ลืมตรวจสอบว่า Y = Z ทำให้จุดบางประเภท เช่น Q + (0, -1) ผ่านการตรวจสอบได้แม้จะไม่ถูกต้อง

    แม้ช่องโหว่นี้จะดูน่ากังวล แต่ผู้เขียนย้ำว่า ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่ถูกกระทบ เพราะฟังก์ชันนี้เป็นฟังก์ชันระดับล่างที่ high‑level API เช่น crypto_sign_* ไม่ได้ใช้เลย อีกทั้ง public key ที่สร้างด้วยฟังก์ชันมาตรฐานของ Libsodium ก็ปลอดภัยอยู่แล้ว ปัญหานี้จะกระทบเฉพาะผู้ที่ใช้ฟังก์ชันดังกล่าวเพื่อตรวจสอบจุดจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือผู้ที่สร้างโปรโตคอลเข้ารหัสเองโดยตรง

    การแก้ไขถูกปล่อยทันทีหลังพบปัญหา โดยเพิ่มการตรวจสอบ Y = Z เข้าไป และแพ็กเกจทั้งหมดที่ออกหลังวันที่ 30 ธันวาคม 2025 ได้รวมแพตช์นี้แล้ว ผู้เขียนยังแนะนำให้ผู้ที่ต้องการความปลอดภัยสูงใช้ Ristretto255 แทน Edwards25519 เพราะปลอดภัยกว่าในเรื่อง cofactor และไม่ต้องตรวจสอบ subgroup เพิ่มเติมเลย

    ช่องโหว่เกิดจากอะไร?
    ฟังก์ชัน crypto_core_ed25519_is_valid_point() ลืมตรวจสอบเงื่อนไข Y = Z
    ทำให้จุดบางประเภทที่ไม่อยู่ใน main subgroup ผ่านการตรวจสอบได้
    เกิดจากการลืมพอร์ตโค้ดจาก Zig มายัง Libsodium

    ใครได้รับผลกระทบ?
    ผู้ใช้ Libsodium เวอร์ชัน ≤ 1.0.20
    ผู้ที่ใช้ฟังก์ชันตรวจสอบจุดระดับล่างกับข้อมูลจาก untrusted sources
    ผู้ที่สร้างโปรโตคอลเข้ารหัสเองบน Edwards25519

    ใคร “ไม่” ได้รับผลกระทบ?
    ผู้ใช้ high‑level API เช่น crypto_sign_*
    ผู้ใช้ public key ที่สร้างด้วยฟังก์ชันมาตรฐานของ Libsodium
    ผู้ใช้ Ristretto255 ซึ่งปลอดภัยกว่าโดยออกแบบ

    การแก้ไขและคำแนะนำ
    แพตช์ถูกปล่อยแล้วในแพ็กเกจหลัง 30 ธ.ค. 2025
    เพิ่มการตรวจสอบ Y = Z เพื่อปิดช่องโหว่
    แนะนำให้ใช้ Ristretto255 สำหรับโปรโตคอลใหม่

    https://00f.net/2025/12/30/libsodium-vulnerability/
    🔐 พบช่องโหว่ใน Libsodium หลังใช้งานมา 13 ปี — แต่กระทบเฉพาะผู้ใช้ฟังก์ชันระดับล่าง Libsodium ซึ่งเป็นไลบรารีเข้ารหัสยอดนิยมที่เน้นความง่ายและความปลอดภัย เพิ่งพบช่องโหว่สำคัญในฟังก์ชันตรวจสอบความถูกต้องของจุดบนเส้นโค้ง Edwards25519 โดยช่องโหว่นี้เกิดจากการลืมตรวจสอบเงื่อนไขหนึ่ง ทำให้จุดที่ไม่อยู่ใน main subgroup สามารถ “หลุดรอด” การตรวจสอบได้ แม้จะควรถูกปฏิเสธก็ตาม ปัญหานี้เกิดขึ้นในฟังก์ชัน crypto_core_ed25519_is_valid_point() ซึ่งควรตรวจสอบว่าจุดที่รับเข้ามาอยู่ในกลุ่มหลัก (order L) หรือไม่ โดยปกติจะตรวจสอบว่าหลังคูณด้วย L แล้วต้องได้ identity point แต่โค้ดเดิมตรวจสอบเพียงว่า X = 0 แต่ลืมตรวจสอบว่า Y = Z ทำให้จุดบางประเภท เช่น Q + (0, -1) ผ่านการตรวจสอบได้แม้จะไม่ถูกต้อง แม้ช่องโหว่นี้จะดูน่ากังวล แต่ผู้เขียนย้ำว่า ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่ถูกกระทบ เพราะฟังก์ชันนี้เป็นฟังก์ชันระดับล่างที่ high‑level API เช่น crypto_sign_* ไม่ได้ใช้เลย อีกทั้ง public key ที่สร้างด้วยฟังก์ชันมาตรฐานของ Libsodium ก็ปลอดภัยอยู่แล้ว ปัญหานี้จะกระทบเฉพาะผู้ที่ใช้ฟังก์ชันดังกล่าวเพื่อตรวจสอบจุดจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือผู้ที่สร้างโปรโตคอลเข้ารหัสเองโดยตรง การแก้ไขถูกปล่อยทันทีหลังพบปัญหา โดยเพิ่มการตรวจสอบ Y = Z เข้าไป และแพ็กเกจทั้งหมดที่ออกหลังวันที่ 30 ธันวาคม 2025 ได้รวมแพตช์นี้แล้ว ผู้เขียนยังแนะนำให้ผู้ที่ต้องการความปลอดภัยสูงใช้ Ristretto255 แทน Edwards25519 เพราะปลอดภัยกว่าในเรื่อง cofactor และไม่ต้องตรวจสอบ subgroup เพิ่มเติมเลย ✅ ช่องโหว่เกิดจากอะไร? ➡️ ฟังก์ชัน crypto_core_ed25519_is_valid_point() ลืมตรวจสอบเงื่อนไข Y = Z ➡️ ทำให้จุดบางประเภทที่ไม่อยู่ใน main subgroup ผ่านการตรวจสอบได้ ➡️ เกิดจากการลืมพอร์ตโค้ดจาก Zig มายัง Libsodium ✅ ใครได้รับผลกระทบ? ➡️ ผู้ใช้ Libsodium เวอร์ชัน ≤ 1.0.20 ➡️ ผู้ที่ใช้ฟังก์ชันตรวจสอบจุดระดับล่างกับข้อมูลจาก untrusted sources ➡️ ผู้ที่สร้างโปรโตคอลเข้ารหัสเองบน Edwards25519 ‼️ ใคร “ไม่” ได้รับผลกระทบ? ⛔ ผู้ใช้ high‑level API เช่น crypto_sign_* ⛔ ผู้ใช้ public key ที่สร้างด้วยฟังก์ชันมาตรฐานของ Libsodium ⛔ ผู้ใช้ Ristretto255 ซึ่งปลอดภัยกว่าโดยออกแบบ ✅ การแก้ไขและคำแนะนำ ➡️ แพตช์ถูกปล่อยแล้วในแพ็กเกจหลัง 30 ธ.ค. 2025 ➡️ เพิ่มการตรวจสอบ Y = Z เพื่อปิดช่องโหว่ ➡️ แนะนำให้ใช้ Ristretto255 สำหรับโปรโตคอลใหม่ https://00f.net/2025/12/30/libsodium-vulnerability/
    00F.NET
    A vulnerability in libsodium
    Libsodium is now 13 years old!
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 29 มุมมอง 0 รีวิว
  • “Linux ดีพอแล้วในปี 2026” — บทความที่กล้าพูดสิ่งที่หลายคนคิดแต่ไม่กล้าบอก

    บทความจาก PC Gamer ชิ้นนี้ประกาศอย่างชัดเจนว่า ปี 2026 คือปีที่ Linux Desktop “ดีพอจริง ๆ” สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ไม่ใช่แค่สำหรับสายเทคนิคอีกต่อไป ผู้เขียนยืนยันว่าประสบการณ์ใช้งาน Linux วันนี้ลื่นไหล ใช้งานง่าย และรองรับซอฟต์แวร์มากกว่าที่เคยเป็นมา โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับยุคก่อนที่ต้องแก้ปัญหาไดรเวอร์หรือคอมไพล์โปรแกรมเอง

    หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ การเติบโตของ Proton และ Steam Deck ที่ทำให้เกมบน Linux เล่นได้แทบทุกเกมโดยไม่ต้องตั้งค่าอะไรเพิ่ม นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาของเดสก์ท็อปอย่าง GNOME และ KDE Plasma ที่สวยงาม ใช้งานง่าย และรองรับฮาร์ดแวร์สมัยใหม่ได้ดีขึ้นมาก รวมถึงการที่ผู้ใช้สามารถควบคุมระบบของตัวเองได้เต็มที่โดยไม่ถูกบังคับอัปเดตหรือจำกัดสิทธิ์เหมือนบน Windows

    ผู้เขียนยังชี้ว่า Windows 11 และ 12 ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากรู้สึกว่าตนเอง “ไม่ได้เป็นเจ้าของคอมพิวเตอร์จริง ๆ” เพราะเต็มไปด้วยโฆษณา การบังคับผูกบัญชี และการเก็บข้อมูลผู้ใช้ ในขณะที่ Linux ให้ความรู้สึกตรงกันข้าม คือ เป็นระบบที่ผู้ใช้ควบคุมได้จริง ปรับแต่งได้ทุกอย่าง และไม่มีใครมาบังคับคุณว่าจะต้องใช้อะไร

    สุดท้ายบทความสรุปว่า แม้ Linux จะยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่ในปี 2026 มัน “ดีพอแล้ว” สำหรับผู้ใช้ทั่วไปจำนวนมาก และถ้าคุณอยากรู้สึกว่าคุณเป็นเจ้าของคอมพิวเตอร์ของตัวเองจริง ๆ ปีนี้อาจเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดในการลองย้ายมาใช้ Linux Desktop

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ทำไม Linux ถึง “ดีพอแล้ว” ในปี 2026
    Proton ทำให้เกมบน Linux เล่นได้แทบทุกเกม
    เดสก์ท็อปอย่าง GNOME และ KDE ลื่นขึ้น เสถียรขึ้น
    รองรับฮาร์ดแวร์สมัยใหม่ได้ดีขึ้นมาก
    ไม่มีโฆษณา ไม่มีการบังคับผูกบัญชี

    ข้อดีที่ทำให้ผู้ใช้ย้ายจาก Windows
    ควบคุมระบบได้เต็มที่
    ไม่มีการบังคับอัปเดต
    ไม่มีการเก็บข้อมูลผู้ใช้แบบ invasive
    ปรับแต่งได้ลึกและอิสระกว่า

    ข้อควรระวังหรือข้อจำกัด
    บางโปรแกรมเฉพาะทางยังไม่มีเวอร์ชัน Linux
    เกมบางเกมที่ใช้ anti‑cheat ยังไม่รองรับ
    ผู้ใช้ใหม่อาจต้องเรียนรู้ระบบไฟล์และแพ็กเกจเล็กน้อย

    https://www.pcgamer.com/software/linux/im-brave-enough-to-say-it-linux-is-good-now-and-if-you-want-to-feel-like-you-actually-own-your-pc-make-2026-the-year-of-linux-on-your-desktop/
    🐧 “Linux ดีพอแล้วในปี 2026” — บทความที่กล้าพูดสิ่งที่หลายคนคิดแต่ไม่กล้าบอก บทความจาก PC Gamer ชิ้นนี้ประกาศอย่างชัดเจนว่า ปี 2026 คือปีที่ Linux Desktop “ดีพอจริง ๆ” สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ไม่ใช่แค่สำหรับสายเทคนิคอีกต่อไป ผู้เขียนยืนยันว่าประสบการณ์ใช้งาน Linux วันนี้ลื่นไหล ใช้งานง่าย และรองรับซอฟต์แวร์มากกว่าที่เคยเป็นมา โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับยุคก่อนที่ต้องแก้ปัญหาไดรเวอร์หรือคอมไพล์โปรแกรมเอง หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ การเติบโตของ Proton และ Steam Deck ที่ทำให้เกมบน Linux เล่นได้แทบทุกเกมโดยไม่ต้องตั้งค่าอะไรเพิ่ม นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาของเดสก์ท็อปอย่าง GNOME และ KDE Plasma ที่สวยงาม ใช้งานง่าย และรองรับฮาร์ดแวร์สมัยใหม่ได้ดีขึ้นมาก รวมถึงการที่ผู้ใช้สามารถควบคุมระบบของตัวเองได้เต็มที่โดยไม่ถูกบังคับอัปเดตหรือจำกัดสิทธิ์เหมือนบน Windows ผู้เขียนยังชี้ว่า Windows 11 และ 12 ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากรู้สึกว่าตนเอง “ไม่ได้เป็นเจ้าของคอมพิวเตอร์จริง ๆ” เพราะเต็มไปด้วยโฆษณา การบังคับผูกบัญชี และการเก็บข้อมูลผู้ใช้ ในขณะที่ Linux ให้ความรู้สึกตรงกันข้าม คือ เป็นระบบที่ผู้ใช้ควบคุมได้จริง ปรับแต่งได้ทุกอย่าง และไม่มีใครมาบังคับคุณว่าจะต้องใช้อะไร สุดท้ายบทความสรุปว่า แม้ Linux จะยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่ในปี 2026 มัน “ดีพอแล้ว” สำหรับผู้ใช้ทั่วไปจำนวนมาก และถ้าคุณอยากรู้สึกว่าคุณเป็นเจ้าของคอมพิวเตอร์ของตัวเองจริง ๆ ปีนี้อาจเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดในการลองย้ายมาใช้ Linux Desktop 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ทำไม Linux ถึง “ดีพอแล้ว” ในปี 2026 ➡️ Proton ทำให้เกมบน Linux เล่นได้แทบทุกเกม ➡️ เดสก์ท็อปอย่าง GNOME และ KDE ลื่นขึ้น เสถียรขึ้น ➡️ รองรับฮาร์ดแวร์สมัยใหม่ได้ดีขึ้นมาก ➡️ ไม่มีโฆษณา ไม่มีการบังคับผูกบัญชี ✅ ข้อดีที่ทำให้ผู้ใช้ย้ายจาก Windows ➡️ ควบคุมระบบได้เต็มที่ ➡️ ไม่มีการบังคับอัปเดต ➡️ ไม่มีการเก็บข้อมูลผู้ใช้แบบ invasive ➡️ ปรับแต่งได้ลึกและอิสระกว่า ‼️ ข้อควรระวังหรือข้อจำกัด ⛔ บางโปรแกรมเฉพาะทางยังไม่มีเวอร์ชัน Linux ⛔ เกมบางเกมที่ใช้ anti‑cheat ยังไม่รองรับ ⛔ ผู้ใช้ใหม่อาจต้องเรียนรู้ระบบไฟล์และแพ็กเกจเล็กน้อย https://www.pcgamer.com/software/linux/im-brave-enough-to-say-it-linux-is-good-now-and-if-you-want-to-feel-like-you-actually-own-your-pc-make-2026-the-year-of-linux-on-your-desktop/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 37 มุมมอง 0 รีวิว
  • “How I rebooted my social life” — เมื่อชีวิตสบายเกินไปจนความสัมพันธ์หายไป

    บทความนี้เล่าเรื่องราวส่วนตัวของ James O’Malley ที่พบว่าชีวิตของเขา “ดีเกินไป” จนทำให้ความสัมพันธ์ทางสังคมหายไปโดยไม่รู้ตัว แม้เขาจะมีบ้านที่น่าอยู่ งานที่ทำจากที่บ้านได้ทั้งหมด และความสะดวกสบายรอบด้าน แต่สิ่งที่ค่อย ๆ หายไปคือการพบปะผู้คนจริง ๆ จนทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวและเหมือนกำลัง “เสียสติ” อยู่เงียบ ๆ

    เขาอธิบายว่าปัจจัยที่ทำให้สังคมของเขาหายไปเกิดจากหลายอย่าง ทั้งการทำงานจากบ้าน 100%, การไม่มีลูก, เพื่อนที่มีครอบครัวจนไม่ค่อยเจอกัน, และความสบายที่ทำให้ไม่จำเป็นต้องออกจากบ้านเลย ความสบายเหล่านี้ทำให้เขา “over-optimize” ชีวิตจนตัดตัวเองออกจากโลกภายนอกโดยไม่ตั้งใจ

    จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาตระหนักว่าแม้จะมีเพื่อนมากมายบนอินเทอร์เน็ต แต่เขา “ไม่มีชุมชน” อยู่จริง ๆ เขาเคยต่อต้านแนวคิดเรื่องชุมชนเพราะมองว่ามันจำกัดเสรีภาพ แต่เมื่อถึงจุดที่ความสัมพันธ์หายไป เขากลับพบว่าชุมชนคือสิ่งที่มนุษย์ต้องการอย่างลึกซึ้ง ทั้งเพื่อความผูกพัน ความหมาย และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่ง

    สุดท้ายเขาตัดสินใจ “สร้างชุมชนขึ้นเอง” โดยเริ่มจากการจัดงานวันเกิดเล็ก ๆ แล้วขยายเป็นกิจกรรมพบปะรายเดือน เชิญเพื่อนเก่า เพื่อนใหม่ และคนรู้จักหลวม ๆ ให้มารวมตัวกัน ผลลัพธ์คือเขาได้สร้างเครือข่ายสังคมใหม่ที่แข็งแรงขึ้นกว่าเดิม และทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นอย่างมาก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตผู้เขียน
    ชีวิตสบายจนไม่ต้องออกจากบ้าน
    ความสัมพันธ์หายไปเพราะทำงานจากบ้านและเพื่อนมีครอบครัว
    มีเพื่อนออนไลน์มาก แต่ไม่มี “ชุมชนจริง”

    สิ่งที่ผู้เขียนค้นพบ
    มนุษย์ต้องการชุมชนเพื่อความผูกพันและสุขภาพจิต
    ชุมชนช่วยสร้างความหมายและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง
    การต่อต้านชุมชนเพราะกลัว “ค่านิยมกดทับ” อาจทำให้โดดเดี่ยว

    ข้อควรระวังหรือบทเรียนสำคัญ
    การอยู่บ้านมากเกินไปอาจทำให้ความสัมพันธ์ค่อย ๆ หายไป
    ความสบายอาจทำให้เราตัดตัวเองออกจากโลกโดยไม่รู้ตัว
    การรอให้ชุมชนเกิดขึ้นเองอาจไม่เคยเกิดขึ้นเลย

    https://takes.jamesomalley.co.uk/p/this-might-be-oversharing
    🧑‍🤝‍🧑 “How I rebooted my social life” — เมื่อชีวิตสบายเกินไปจนความสัมพันธ์หายไป บทความนี้เล่าเรื่องราวส่วนตัวของ James O’Malley ที่พบว่าชีวิตของเขา “ดีเกินไป” จนทำให้ความสัมพันธ์ทางสังคมหายไปโดยไม่รู้ตัว แม้เขาจะมีบ้านที่น่าอยู่ งานที่ทำจากที่บ้านได้ทั้งหมด และความสะดวกสบายรอบด้าน แต่สิ่งที่ค่อย ๆ หายไปคือการพบปะผู้คนจริง ๆ จนทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวและเหมือนกำลัง “เสียสติ” อยู่เงียบ ๆ เขาอธิบายว่าปัจจัยที่ทำให้สังคมของเขาหายไปเกิดจากหลายอย่าง ทั้งการทำงานจากบ้าน 100%, การไม่มีลูก, เพื่อนที่มีครอบครัวจนไม่ค่อยเจอกัน, และความสบายที่ทำให้ไม่จำเป็นต้องออกจากบ้านเลย ความสบายเหล่านี้ทำให้เขา “over-optimize” ชีวิตจนตัดตัวเองออกจากโลกภายนอกโดยไม่ตั้งใจ จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาตระหนักว่าแม้จะมีเพื่อนมากมายบนอินเทอร์เน็ต แต่เขา “ไม่มีชุมชน” อยู่จริง ๆ เขาเคยต่อต้านแนวคิดเรื่องชุมชนเพราะมองว่ามันจำกัดเสรีภาพ แต่เมื่อถึงจุดที่ความสัมพันธ์หายไป เขากลับพบว่าชุมชนคือสิ่งที่มนุษย์ต้องการอย่างลึกซึ้ง ทั้งเพื่อความผูกพัน ความหมาย และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่ง สุดท้ายเขาตัดสินใจ “สร้างชุมชนขึ้นเอง” โดยเริ่มจากการจัดงานวันเกิดเล็ก ๆ แล้วขยายเป็นกิจกรรมพบปะรายเดือน เชิญเพื่อนเก่า เพื่อนใหม่ และคนรู้จักหลวม ๆ ให้มารวมตัวกัน ผลลัพธ์คือเขาได้สร้างเครือข่ายสังคมใหม่ที่แข็งแรงขึ้นกว่าเดิม และทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นอย่างมาก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตผู้เขียน ➡️ ชีวิตสบายจนไม่ต้องออกจากบ้าน ➡️ ความสัมพันธ์หายไปเพราะทำงานจากบ้านและเพื่อนมีครอบครัว ➡️ มีเพื่อนออนไลน์มาก แต่ไม่มี “ชุมชนจริง” ✅ สิ่งที่ผู้เขียนค้นพบ ➡️ มนุษย์ต้องการชุมชนเพื่อความผูกพันและสุขภาพจิต ➡️ ชุมชนช่วยสร้างความหมายและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง ➡️ การต่อต้านชุมชนเพราะกลัว “ค่านิยมกดทับ” อาจทำให้โดดเดี่ยว ‼️ ข้อควรระวังหรือบทเรียนสำคัญ ⛔ การอยู่บ้านมากเกินไปอาจทำให้ความสัมพันธ์ค่อย ๆ หายไป ⛔ ความสบายอาจทำให้เราตัดตัวเองออกจากโลกโดยไม่รู้ตัว ⛔ การรอให้ชุมชนเกิดขึ้นเองอาจไม่เคยเกิดขึ้นเลย https://takes.jamesomalley.co.uk/p/this-might-be-oversharing
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 34 มุมมอง 0 รีวิว
  • IPv6 อายุครบ 30 ปีแล้ว แต่ยังไม่ยึดครองโลกอินเทอร์เน็ต — ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?

    IPv6 ถูกออกแบบขึ้นในปี 1995 เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลน IPv4 ที่มีเพียง 4.3 พันล้านที่อยู่ แต่แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 30 ปี การใช้งาน IPv6 ทั่วโลกยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมดตามข้อมูลจาก Google, APNIC และ Cloudflare ทั้งที่ IPv6 มีพื้นที่ที่อยู่มากกว่าเดิมแบบมหาศาลถึง 340 undecillion ซึ่งมากพอสำหรับอุปกรณ์ทุกชนิดบนโลกไปอีกหลายร้อยปี

    หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ IPv6 ไม่สามารถทำงานร่วมกับ IPv4 ได้โดยตรง ทำให้ผู้ให้บริการต้องเลือกว่าจะใช้แบบใด หรือจะต้องรันทั้งสองแบบคู่กัน ซึ่งเพิ่มต้นทุนและความซับซ้อน นอกจากนี้ฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่คาดหวังไว้ใน IPv6 เช่น security หรือ QoS ก็ไม่ได้ถูกใส่เข้ามาอย่างที่หลายคนคิด ทำให้แรงจูงใจในการย้ายระบบลดลงอย่างมาก

    อีกปัจจัยที่ทำให้ IPv6 ไม่ได้เติบโตตามคาดคือการมาถึงของ NAT ซึ่งช่วยให้หลายอุปกรณ์แชร์ IPv4 เดียวกันได้ ทำให้ IPv4 “อยู่รอด” ต่อไปได้โดยไม่ต้องรีบเปลี่ยนไปใช้ IPv6 ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยังชี้ว่าการย้ายไป IPv6 มีต้นทุนสูง ทั้งด้านอุปกรณ์ บุคลากร และการทดสอบระบบ ทำให้หลายองค์กรเลือกปิด IPv6 เพื่อให้ระบบทำงานได้เสถียรกว่าในบางกรณี

    อย่างไรก็ตาม IPv6 ก็ไม่ใช่ความล้มเหลว ผู้เชี่ยวชาญจาก ARIN และ RIPE NCC ระบุว่า IPv6 ช่วยรองรับการเติบโตของอินเทอร์เน็ตในยุคมือถือ คลาวด์ และ IoT ได้อย่างสำคัญ และยังเป็นพื้นฐานของเทคโนโลยีใหม่ เช่น Segment Routing และเครือข่ายขนาดใหญ่ระดับประเทศ แม้จะไม่ครองโลก แต่ IPv6 ก็ยังเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างอินเทอร์เน็ตยุคใหม่

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ทำไม IPv6 ถึงยังไม่ครองโลก?
    ไม่รองรับย้อนหลังกับ IPv4 ต้องรันคู่กัน เพิ่มต้นทุน
    ฟีเจอร์ใหม่ที่คาดหวังไม่ได้ถูกใส่มามากนัก
    NAT ทำให้ IPv4 อยู่รอดได้ยาวนาน
    ต้นทุน migration สูง ทั้งด้านอุปกรณ์และบุคลากร

    IPv6 ยังสำคัญอยู่ไหม?
    รองรับการเติบโตของมือถือ, คลาวด์ และ IoT
    ช่วยลดแรงกดดันต่อ IPv4 address exhaustion
    ใช้ในโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศและผู้ให้บริการรายใหญ่

    ข้อควรระวังหรือข้อสังเกต
    องค์กรบางแห่งปิด IPv6 เพราะ performance ไม่เสถียรในบางระบบ
    Legacy infrastructure จำนวนมากยังไม่รองรับ dual‑stack
    การย้ายระบบต้องทดสอบอย่างละเอียดเพื่อหลีกเลี่ยง downtime

    https://www.theregister.com/2025/12/31/ipv6_at_30/
    🌐 IPv6 อายุครบ 30 ปีแล้ว แต่ยังไม่ยึดครองโลกอินเทอร์เน็ต — ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? IPv6 ถูกออกแบบขึ้นในปี 1995 เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลน IPv4 ที่มีเพียง 4.3 พันล้านที่อยู่ แต่แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 30 ปี การใช้งาน IPv6 ทั่วโลกยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมดตามข้อมูลจาก Google, APNIC และ Cloudflare ทั้งที่ IPv6 มีพื้นที่ที่อยู่มากกว่าเดิมแบบมหาศาลถึง 340 undecillion ซึ่งมากพอสำหรับอุปกรณ์ทุกชนิดบนโลกไปอีกหลายร้อยปี หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ IPv6 ไม่สามารถทำงานร่วมกับ IPv4 ได้โดยตรง ทำให้ผู้ให้บริการต้องเลือกว่าจะใช้แบบใด หรือจะต้องรันทั้งสองแบบคู่กัน ซึ่งเพิ่มต้นทุนและความซับซ้อน นอกจากนี้ฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่คาดหวังไว้ใน IPv6 เช่น security หรือ QoS ก็ไม่ได้ถูกใส่เข้ามาอย่างที่หลายคนคิด ทำให้แรงจูงใจในการย้ายระบบลดลงอย่างมาก อีกปัจจัยที่ทำให้ IPv6 ไม่ได้เติบโตตามคาดคือการมาถึงของ NAT ซึ่งช่วยให้หลายอุปกรณ์แชร์ IPv4 เดียวกันได้ ทำให้ IPv4 “อยู่รอด” ต่อไปได้โดยไม่ต้องรีบเปลี่ยนไปใช้ IPv6 ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยังชี้ว่าการย้ายไป IPv6 มีต้นทุนสูง ทั้งด้านอุปกรณ์ บุคลากร และการทดสอบระบบ ทำให้หลายองค์กรเลือกปิด IPv6 เพื่อให้ระบบทำงานได้เสถียรกว่าในบางกรณี อย่างไรก็ตาม IPv6 ก็ไม่ใช่ความล้มเหลว ผู้เชี่ยวชาญจาก ARIN และ RIPE NCC ระบุว่า IPv6 ช่วยรองรับการเติบโตของอินเทอร์เน็ตในยุคมือถือ คลาวด์ และ IoT ได้อย่างสำคัญ และยังเป็นพื้นฐานของเทคโนโลยีใหม่ เช่น Segment Routing และเครือข่ายขนาดใหญ่ระดับประเทศ แม้จะไม่ครองโลก แต่ IPv6 ก็ยังเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ทำไม IPv6 ถึงยังไม่ครองโลก? ➡️ ไม่รองรับย้อนหลังกับ IPv4 ต้องรันคู่กัน เพิ่มต้นทุน ➡️ ฟีเจอร์ใหม่ที่คาดหวังไม่ได้ถูกใส่มามากนัก ➡️ NAT ทำให้ IPv4 อยู่รอดได้ยาวนาน ➡️ ต้นทุน migration สูง ทั้งด้านอุปกรณ์และบุคลากร ✅ IPv6 ยังสำคัญอยู่ไหม? ➡️ รองรับการเติบโตของมือถือ, คลาวด์ และ IoT ➡️ ช่วยลดแรงกดดันต่อ IPv4 address exhaustion ➡️ ใช้ในโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศและผู้ให้บริการรายใหญ่ ‼️ ข้อควรระวังหรือข้อสังเกต ⛔ องค์กรบางแห่งปิด IPv6 เพราะ performance ไม่เสถียรในบางระบบ ⛔ Legacy infrastructure จำนวนมากยังไม่รองรับ dual‑stack ⛔ การย้ายระบบต้องทดสอบอย่างละเอียดเพื่อหลีกเลี่ยง downtime https://www.theregister.com/2025/12/31/ipv6_at_30/
    WWW.THEREGISTER.COM
    IPv6 just turned 30 and still hasn’t taken over the world
    Feature: The world has passed it by in many ways, yet it remains relevant
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 36 มุมมอง 0 รีวิว
  • Clicks Communicator — มือถือยุคใหม่ที่ออกแบบเพื่อ “การสื่อสาร” ไม่ใช่การเสพติดหน้าจอ

    Clicks Communicator เป็นสมาร์ตโฟนที่ออกแบบมาเพื่อ “การลงมือทำ” มากกว่าการไถฟีดแบบไม่รู้จบ โดยเน้นการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพผ่านคีย์บอร์ดจริงแบบ QWERTY พร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้จัดการข้อความและงานต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น จุดเด่นคือการผสมผสานระหว่างคีย์บอร์ดสัมผัสแบบ touch-sensitive, ปุ่มลัด, ระบบแจ้งเตือนแบบ LED และหน้าจอขนาด 4.03 นิ้วที่ตั้งใจทำให้ผู้ใช้โฟกัสกับงานมากกว่าคอนเทนต์ที่ดึงดูดความสนใจเกินจำเป็น

    ตัวเครื่องมาพร้อมฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อ “communication-first” เช่น Message Hub ที่รวมข้อความจากหลายแอปไว้ในที่เดียว, ปุ่มลัดสำหรับ triage ข้อความ, และปุ่ม Clicks Key สำหรับเรียกคำสั่งเฉพาะได้ทันที นอกจากนี้ยังมี fingerprint sensor บน spacebar, ปุ่มสั่งงานเสียง, และคีย์บอร์ดที่รองรับการเลื่อนหน้าเว็บหรืออินบ็อกซ์ได้โดยไม่ต้องแตะหน้าจอ ทำให้ประสบการณ์ใช้งานใกล้เคียงกับยุค BlackBerry แต่ทันสมัยกว่าอย่างมาก

    ในด้านฮาร์ดแวร์ Clicks Communicator ใช้ชิป MediaTek 4nm, รองรับ 5G ครบหลายย่านความถี่, มีกล้องหลัง 50MP พร้อม OIS และกล้องหน้า 24MP รวมถึงแบตเตอรี่ 4,000 mAh แบบ silicon‑carbon ที่เน้นประสิทธิภาพพลังงาน ตัวเครื่องรองรับทั้ง nano‑SIM และ eSIM และมีพื้นที่เก็บข้อมูล 256GB พร้อมรองรับ microSD สูงสุด 2TB ซึ่งหาได้ยากในมือถือยุคปัจจุบัน

    Clicks Communicator จะมาพร้อม Android 16 และให้สัญญาอัปเดต Android 2 ปี + อัปเดตความปลอดภัย 5 ปี การจองล่วงหน้ามีทั้งแบบวางมัดจำและจ่ายเต็ม โดยผู้สั่งจองจะได้รับสิทธิ์เลือกสีและอุปกรณ์เสริมก่อนใครเมื่อใกล้เริ่มผลิตจริง ถือเป็นมือถือที่ออกแบบมาเฉพาะกลุ่มอย่างชัดเจน โดยเน้นผู้ใช้ที่ต้องการ “เครื่องมือทำงาน” มากกว่า “เครื่องมือเสพคอนเทนต์”

    สรุปประเด็นสำคัญ
    จุดเด่นของ Clicks Communicator
    คีย์บอร์ดจริงแบบ QWERTY พร้อมปุ่มลัดและ touch-sensitive navigation
    Message Hub รวมข้อความจากหลายแอปไว้ในหน้าเดียว
    Fingerprint sensor บน spacebar และปุ่มสั่งงานเสียง
    หน้าจอ 4.03" AMOLED ออกแบบเพื่อโฟกัสงาน ไม่ใช่ doomscrolling

    สเปกฮาร์ดแวร์ที่น่าสนใจ
    ชิป MediaTek 4nm พร้อมรองรับ 5G หลายย่าน
    กล้องหลัง 50MP + OIS และกล้องหน้า 24MP
    แบตเตอรี่ 4,000 mAh แบบ silicon‑carbon
    รองรับ nano‑SIM + eSIM และ microSD สูงสุด 2TB

    ข้อควรระวังหรือข้อจำกัด
    ยังไม่ประกาศวันจัดส่งที่แน่นอน
    รองรับเฉพาะคีย์บอร์ด QWERTY ในช่วงแรก
    ต้องใช้ซิมแยกหากต้องการโทรแบบ cellular (VoIP ใช้เบอร์เดิมได้)

    https://www.clicksphone.com/en/communicator
    📱 Clicks Communicator — มือถือยุคใหม่ที่ออกแบบเพื่อ “การสื่อสาร” ไม่ใช่การเสพติดหน้าจอ Clicks Communicator เป็นสมาร์ตโฟนที่ออกแบบมาเพื่อ “การลงมือทำ” มากกว่าการไถฟีดแบบไม่รู้จบ โดยเน้นการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพผ่านคีย์บอร์ดจริงแบบ QWERTY พร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้จัดการข้อความและงานต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น จุดเด่นคือการผสมผสานระหว่างคีย์บอร์ดสัมผัสแบบ touch-sensitive, ปุ่มลัด, ระบบแจ้งเตือนแบบ LED และหน้าจอขนาด 4.03 นิ้วที่ตั้งใจทำให้ผู้ใช้โฟกัสกับงานมากกว่าคอนเทนต์ที่ดึงดูดความสนใจเกินจำเป็น ตัวเครื่องมาพร้อมฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อ “communication-first” เช่น Message Hub ที่รวมข้อความจากหลายแอปไว้ในที่เดียว, ปุ่มลัดสำหรับ triage ข้อความ, และปุ่ม Clicks Key สำหรับเรียกคำสั่งเฉพาะได้ทันที นอกจากนี้ยังมี fingerprint sensor บน spacebar, ปุ่มสั่งงานเสียง, และคีย์บอร์ดที่รองรับการเลื่อนหน้าเว็บหรืออินบ็อกซ์ได้โดยไม่ต้องแตะหน้าจอ ทำให้ประสบการณ์ใช้งานใกล้เคียงกับยุค BlackBerry แต่ทันสมัยกว่าอย่างมาก ในด้านฮาร์ดแวร์ Clicks Communicator ใช้ชิป MediaTek 4nm, รองรับ 5G ครบหลายย่านความถี่, มีกล้องหลัง 50MP พร้อม OIS และกล้องหน้า 24MP รวมถึงแบตเตอรี่ 4,000 mAh แบบ silicon‑carbon ที่เน้นประสิทธิภาพพลังงาน ตัวเครื่องรองรับทั้ง nano‑SIM และ eSIM และมีพื้นที่เก็บข้อมูล 256GB พร้อมรองรับ microSD สูงสุด 2TB ซึ่งหาได้ยากในมือถือยุคปัจจุบัน Clicks Communicator จะมาพร้อม Android 16 และให้สัญญาอัปเดต Android 2 ปี + อัปเดตความปลอดภัย 5 ปี การจองล่วงหน้ามีทั้งแบบวางมัดจำและจ่ายเต็ม โดยผู้สั่งจองจะได้รับสิทธิ์เลือกสีและอุปกรณ์เสริมก่อนใครเมื่อใกล้เริ่มผลิตจริง ถือเป็นมือถือที่ออกแบบมาเฉพาะกลุ่มอย่างชัดเจน โดยเน้นผู้ใช้ที่ต้องการ “เครื่องมือทำงาน” มากกว่า “เครื่องมือเสพคอนเทนต์” 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ จุดเด่นของ Clicks Communicator ➡️ คีย์บอร์ดจริงแบบ QWERTY พร้อมปุ่มลัดและ touch-sensitive navigation ➡️ Message Hub รวมข้อความจากหลายแอปไว้ในหน้าเดียว ➡️ Fingerprint sensor บน spacebar และปุ่มสั่งงานเสียง ➡️ หน้าจอ 4.03" AMOLED ออกแบบเพื่อโฟกัสงาน ไม่ใช่ doomscrolling ✅ สเปกฮาร์ดแวร์ที่น่าสนใจ ➡️ ชิป MediaTek 4nm พร้อมรองรับ 5G หลายย่าน ➡️ กล้องหลัง 50MP + OIS และกล้องหน้า 24MP ➡️ แบตเตอรี่ 4,000 mAh แบบ silicon‑carbon ➡️ รองรับ nano‑SIM + eSIM และ microSD สูงสุด 2TB ‼️ ข้อควรระวังหรือข้อจำกัด ⛔ ยังไม่ประกาศวันจัดส่งที่แน่นอน ⛔ รองรับเฉพาะคีย์บอร์ด QWERTY ในช่วงแรก ⛔ ต้องใช้ซิมแยกหากต้องการโทรแบบ cellular (VoIP ใช้เบอร์เดิมได้) https://www.clicksphone.com/en/communicator
    WWW.CLICKSPHONE.COM
    Clicks Communicator: the ultimate communication companion
    Clicks Communicator is phone purpose-built for taking action and communicating in a noisy world with deeper context, versatile input and greater control in a compact design.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 39 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts