• ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025-2026 นัดที่ 13 เวสต์แฮม รับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เตะคืนวันอาทิตย์ที่ 30 พย. 2568 เวลา 21.05 น.
    ครึ่งแรกทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกันไป 0 : 0
    เริ่มครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลขึ้นนำก่อน จากลูกยิงของ อิซัค ในนาทีที่ 60 เป็นการนับ 1 ในพรีเมียร์ลีกกับลิเวอร์พูลได้สำเร็จ จากนั้นมาได้ลูกที่ 2 จาก กัตโป ยิงอย่างสวยเข้าไปในนาทีที่ 92 สุดท้ายลิเวอร์พูลชนะไป 2 : 0 ขึ้นมาอยู่อันดับ 8 ของตาราง
    ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025-2026 นัดที่ 13 เวสต์แฮม รับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เตะคืนวันอาทิตย์ที่ 30 พย. 2568 เวลา 21.05 น. ครึ่งแรกทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกันไป 0 : 0 เริ่มครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลขึ้นนำก่อน จากลูกยิงของ อิซัค ในนาทีที่ 60 เป็นการนับ 1 ในพรีเมียร์ลีกกับลิเวอร์พูลได้สำเร็จ จากนั้นมาได้ลูกที่ 2 จาก กัตโป ยิงอย่างสวยเข้าไปในนาทีที่ 92 สุดท้ายลิเวอร์พูลชนะไป 2 : 0 ขึ้นมาอยู่อันดับ 8 ของตาราง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 5 มุมมอง 0 รีวิว
  • BIOS 2000W ของ ASUS RTX 5090 รั่วไหล

    มีผู้ใช้ในฟอรั่ม Overclock เผยแพร่ BIOS รุ่นพิเศษที่เดิมทีสร้างขึ้นสำหรับ ASUS GeForce Astral RTX 5090 D ซึ่งถูกยกเลิกไปแล้ว BIOS นี้ปลดล็อกเพดานพลังงานสูงสุดถึง 2002W แม้การ์ดจริงจะไม่สามารถดึงพลังงานได้มากขนาดนั้น แต่ก็มีรายงานว่า RTX 5090 รุ่นปกติสามารถดึงไฟได้ถึง 1000W เมื่อแฟลช BIOS ดังกล่าว

    ผลการทดสอบและประสิทธิภาพ
    ผู้ใช้ที่ทดลองแฟลช BIOS บน Gigabyte RTX 5090 สามารถทำคะแนนได้กว่า 18,173 คะแนนใน 3DMark Steel Nomad DX12 ซึ่งติดอันดับ Top 25 ของโลก ขณะที่ YouTuber ชื่อดัง Jayztwocents ก็เคยทดสอบและได้คะแนนใกล้เคียงกันที่ 18,186 คะแนน โดยประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นราว 10% แต่ต้องแลกกับการใช้พลังงานสูงถึง 900W

    ความเสี่ยงและคำเตือน
    แม้จะเพิ่ม FPS ได้ 10–20 เฟรม แต่การดันพลังงานสูงเกินไปทำให้ สายไฟและคอนเน็กเตอร์เสี่ยงต่อการหลอมละลาย ซึ่งอาจนำไปสู่ไฟไหม้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้ง่ายมาก ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าแม้ BIOS 800W ของ ASUS Matrix ก็ถือว่ามากเกินไปสำหรับการ์ดส่วนใหญ่แล้ว การใช้งาน BIOS 2000W จึงเป็นเรื่องที่อันตรายและไม่เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป

    สรุปเป็นหัวข้อ
    เหตุการณ์ในข่าว
    BIOS ASUS RTX 5090 XOC 2000W ถูกเผยแพร่ในฟอรั่ม Overclock
    เดิมที BIOS นี้สร้างขึ้นสำหรับรุ่น Astral RTX 5090 D ที่ถูกยกเลิก
    ผู้ใช้แฟลชแล้วทำคะแนน 3DMark Steel Nomad DX12 ได้กว่า 18,000 คะแนน

    ข้อมูลเสริมจาก Internet
    Jayztwocents เคยทดสอบ BIOS นี้และได้คะแนนใกล้เคียง Top 20 ของโลก
    ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นราว 10% แต่ต้องใช้พลังงานสูงถึง 900W–1000W

    คำเตือนสำหรับผู้ใช้
    การใช้ BIOS 2000W เสี่ยงต่อการหลอมละลายของสายไฟและคอนเน็กเตอร์
    อาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ไฟไหม้ได้ง่าย
    แม้ BIOS 800W ก็ถือว่ามากเกินไปสำหรับการ์ดส่วนใหญ่แล้ว

    https://wccftech.com/asus-rtx-5090-2000w-xoc-bios-leaked/
    ⚡ BIOS 2000W ของ ASUS RTX 5090 รั่วไหล มีผู้ใช้ในฟอรั่ม Overclock เผยแพร่ BIOS รุ่นพิเศษที่เดิมทีสร้างขึ้นสำหรับ ASUS GeForce Astral RTX 5090 D ซึ่งถูกยกเลิกไปแล้ว BIOS นี้ปลดล็อกเพดานพลังงานสูงสุดถึง 2002W แม้การ์ดจริงจะไม่สามารถดึงพลังงานได้มากขนาดนั้น แต่ก็มีรายงานว่า RTX 5090 รุ่นปกติสามารถดึงไฟได้ถึง 1000W เมื่อแฟลช BIOS ดังกล่าว 🖥️ ผลการทดสอบและประสิทธิภาพ ผู้ใช้ที่ทดลองแฟลช BIOS บน Gigabyte RTX 5090 สามารถทำคะแนนได้กว่า 18,173 คะแนนใน 3DMark Steel Nomad DX12 ซึ่งติดอันดับ Top 25 ของโลก ขณะที่ YouTuber ชื่อดัง Jayztwocents ก็เคยทดสอบและได้คะแนนใกล้เคียงกันที่ 18,186 คะแนน โดยประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นราว 10% แต่ต้องแลกกับการใช้พลังงานสูงถึง 900W 🔥 ความเสี่ยงและคำเตือน แม้จะเพิ่ม FPS ได้ 10–20 เฟรม แต่การดันพลังงานสูงเกินไปทำให้ สายไฟและคอนเน็กเตอร์เสี่ยงต่อการหลอมละลาย ซึ่งอาจนำไปสู่ไฟไหม้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้ง่ายมาก ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าแม้ BIOS 800W ของ ASUS Matrix ก็ถือว่ามากเกินไปสำหรับการ์ดส่วนใหญ่แล้ว การใช้งาน BIOS 2000W จึงเป็นเรื่องที่อันตรายและไม่เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ เหตุการณ์ในข่าว ➡️ BIOS ASUS RTX 5090 XOC 2000W ถูกเผยแพร่ในฟอรั่ม Overclock ➡️ เดิมที BIOS นี้สร้างขึ้นสำหรับรุ่น Astral RTX 5090 D ที่ถูกยกเลิก ➡️ ผู้ใช้แฟลชแล้วทำคะแนน 3DMark Steel Nomad DX12 ได้กว่า 18,000 คะแนน ✅ ข้อมูลเสริมจาก Internet ➡️ Jayztwocents เคยทดสอบ BIOS นี้และได้คะแนนใกล้เคียง Top 20 ของโลก ➡️ ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นราว 10% แต่ต้องใช้พลังงานสูงถึง 900W–1000W ‼️ คำเตือนสำหรับผู้ใช้ ⛔ การใช้ BIOS 2000W เสี่ยงต่อการหลอมละลายของสายไฟและคอนเน็กเตอร์ ⛔ อาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ไฟไหม้ได้ง่าย ⛔ แม้ BIOS 800W ก็ถือว่ามากเกินไปสำหรับการ์ดส่วนใหญ่แล้ว https://wccftech.com/asus-rtx-5090-2000w-xoc-bios-leaked/
    WCCFTECH.COM
    ASUS RTX 5090 2000W XOC BIOS Leaked; Use At Your Own Risk
    A user on the Overclock forums have uploaded the ASUS RTX 5090 2000W XOC BIOS, which unlocks inane power limit for the RTX 5090.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 26 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าว: Intel อาจกลับมาผลิตชิปให้ Apple

    รายงานล่าสุดเผยว่า Apple ได้ลงนาม NDA กับ Intel และเริ่มทดสอบ PDK (Process Design Kit) ของกระบวนการผลิต 18A โดยผลการจำลองใกล้เคียงกับที่คาดไว้ ทำให้ Apple อาจเลือก Intel เป็น ผู้ผลิตสำรอง (second source) สำหรับชิป M-series รุ่นเริ่มต้น เช่น MacBook Air และ iPad Pro ซึ่งมียอดขายรวมกว่า 20 ล้านเครื่องต่อปี

    ความหมายต่อ Intel และอุตสาหกรรม
    นี่จะเป็นครั้งแรกที่ Intel กลับมาผลิตชิปให้ Apple หลังจากถูกแทนที่โดย TSMC ในปี 2020 หากสำเร็จ Intel จะได้ลูกค้ารายใหญ่ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการผลิต 18A ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่บริษัทพยายามผลักดันให้เป็น แพลตฟอร์ม foundry ระดับโลก การมี Apple เป็นลูกค้าจะช่วยให้ Intel มีจุดยืนแข็งแกร่งขึ้นในการแข่งขันกับ TSMC และ Samsung

    บริบทการแข่งขันและความเสี่ยง
    แม้การทดสอบจะเป็นไปตามแผน แต่ Intel ต้องพิสูจน์ว่า 18A สามารถผลิตได้ในปริมาณมากและมี yield ที่เสถียร ก่อนปี 2027 หากล่าช้า Apple อาจยังคงพึ่งพา TSMC ต่อไป นอกจากนี้ การลงทุนในโรงงานและการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ยังมีความเสี่ยงด้านต้นทุนและกำไรในระยะสั้น

    มุมมองจากตลาดโลก
    การที่ Appleพิจารณา Intel เป็นผู้ผลิตสำรองสะท้อนถึง กลยุทธ์ลดการพึ่งพา TSMC เพียงรายเดียว และสอดคล้องกับนโยบายของสหรัฐฯ ที่ต้องการเพิ่มการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ หาก Intel สามารถผลิตชิป M-series ได้จริง จะเป็นการเสริมความมั่นคงของซัพพลายเชนและลดความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชีย

    สรุปเป็นหัวข้อ
    เหตุการณ์ในข่าว
    Apple ลงนาม NDA กับ Intel เพื่อทดสอบกระบวนการผลิต 18A
    คาดว่า Intel จะเริ่มผลิตชิป M-series รุ่นเริ่มต้นได้ในปี 2027
    ถือเป็นครั้งแรกที่ Intel กลับมาผลิตชิปให้ Apple หลังปี 2020

    ข้อมูลเสริมจาก Internet
    MacBook Air และ iPad Pro มียอดขายรวมกว่า 20 ล้านเครื่องต่อปี
    Intel พยายามผลักดัน 18A ให้เป็นแพลตฟอร์ม foundry ระดับโลก
    Apple ต้องการลดการพึ่งพา TSMC และสอดคล้องกับนโยบายสหรัฐฯ

    คำเตือนสำหรับอุตสาหกรรม
    Intel ต้องพิสูจน์ yield และความเสถียรของ 18A ก่อนปี 2027
    หากล่าช้า Apple อาจยังคงพึ่งพา TSMC ต่อไป
    การลงทุนขนาดใหญ่มีความเสี่ยงด้านต้นทุนและกำไรในระยะสั้น

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/intel-moves-closer-to-building-apples-entry-level-m-series-chips-on-18a
    🍏 ข่าว: Intel อาจกลับมาผลิตชิปให้ Apple รายงานล่าสุดเผยว่า Apple ได้ลงนาม NDA กับ Intel และเริ่มทดสอบ PDK (Process Design Kit) ของกระบวนการผลิต 18A โดยผลการจำลองใกล้เคียงกับที่คาดไว้ ทำให้ Apple อาจเลือก Intel เป็น ผู้ผลิตสำรอง (second source) สำหรับชิป M-series รุ่นเริ่มต้น เช่น MacBook Air และ iPad Pro ซึ่งมียอดขายรวมกว่า 20 ล้านเครื่องต่อปี 🏭 ความหมายต่อ Intel และอุตสาหกรรม นี่จะเป็นครั้งแรกที่ Intel กลับมาผลิตชิปให้ Apple หลังจากถูกแทนที่โดย TSMC ในปี 2020 หากสำเร็จ Intel จะได้ลูกค้ารายใหญ่ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการผลิต 18A ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่บริษัทพยายามผลักดันให้เป็น แพลตฟอร์ม foundry ระดับโลก การมี Apple เป็นลูกค้าจะช่วยให้ Intel มีจุดยืนแข็งแกร่งขึ้นในการแข่งขันกับ TSMC และ Samsung ⚡ บริบทการแข่งขันและความเสี่ยง แม้การทดสอบจะเป็นไปตามแผน แต่ Intel ต้องพิสูจน์ว่า 18A สามารถผลิตได้ในปริมาณมากและมี yield ที่เสถียร ก่อนปี 2027 หากล่าช้า Apple อาจยังคงพึ่งพา TSMC ต่อไป นอกจากนี้ การลงทุนในโรงงานและการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ยังมีความเสี่ยงด้านต้นทุนและกำไรในระยะสั้น 🌍 มุมมองจากตลาดโลก การที่ Appleพิจารณา Intel เป็นผู้ผลิตสำรองสะท้อนถึง กลยุทธ์ลดการพึ่งพา TSMC เพียงรายเดียว และสอดคล้องกับนโยบายของสหรัฐฯ ที่ต้องการเพิ่มการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ หาก Intel สามารถผลิตชิป M-series ได้จริง จะเป็นการเสริมความมั่นคงของซัพพลายเชนและลดความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชีย 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ เหตุการณ์ในข่าว ➡️ Apple ลงนาม NDA กับ Intel เพื่อทดสอบกระบวนการผลิต 18A ➡️ คาดว่า Intel จะเริ่มผลิตชิป M-series รุ่นเริ่มต้นได้ในปี 2027 ➡️ ถือเป็นครั้งแรกที่ Intel กลับมาผลิตชิปให้ Apple หลังปี 2020 ✅ ข้อมูลเสริมจาก Internet ➡️ MacBook Air และ iPad Pro มียอดขายรวมกว่า 20 ล้านเครื่องต่อปี ➡️ Intel พยายามผลักดัน 18A ให้เป็นแพลตฟอร์ม foundry ระดับโลก ➡️ Apple ต้องการลดการพึ่งพา TSMC และสอดคล้องกับนโยบายสหรัฐฯ ‼️ คำเตือนสำหรับอุตสาหกรรม ⛔ Intel ต้องพิสูจน์ yield และความเสถียรของ 18A ก่อนปี 2027 ⛔ หากล่าช้า Apple อาจยังคงพึ่งพา TSMC ต่อไป ⛔ การลงทุนขนาดใหญ่มีความเสี่ยงด้านต้นทุนและกำไรในระยะสั้น https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/intel-moves-closer-to-building-apples-entry-level-m-series-chips-on-18a
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 27 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าว: Micron ลงทุนสร้างโรงงาน HBM ในญี่ปุ่น

    Micron วางแผนขยายโรงงานที่ฮิโรชิมาเพื่อสร้างโรงงานผลิต High-Bandwidth Memory (HBM) โดยใช้งบลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านเยน (9.6 พันล้านดอลลาร์) การก่อสร้างจะเริ่มในเดือนพฤษภาคมปีหน้า และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบผลิตภัณฑ์ในปี 2028

    การสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น
    กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) คาดว่าจะสนับสนุนเงินอุดหนุนสูงสุดถึง 500 พันล้านเยน เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและเสริมสร้างศักยภาพอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ที่ญี่ปุ่นใช้กับโครงการของ TSMC และ Rapidus ที่ได้รับการสนับสนุนเช่นกัน

    บริบทการแข่งขันในตลาด HBM
    ตลาด HBM กำลังเป็นหัวใจสำคัญของซัพพลายเชน AI โดย SK hynix ครองตลาดหลักและส่งออกให้ Nvidia จนถึงปี 2026 ขณะที่ Samsung กำลังเร่งพัฒนา HBM3E แบบ 12 ชั้น ส่วน Micron เองก็มีสัญญาซัพพลายกับ Nvidia และ AMD และกำลังขยายส่วนแบ่งตลาดไปถึง 20% การสร้างโรงงานใหม่ในญี่ปุ่นจะช่วยเพิ่มศักยภาพและลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

    ความสำคัญต่ออนาคต AI
    โรงงานใหม่นี้จะตรงกับช่วงที่ GPU รุ่นถัดไป (HBM4/HBM4E) เริ่มเข้าสู่ตลาด ซึ่งต้องการหน่วยความจำที่มีความเร็วและความหนาแน่นสูงขึ้น หาก Micron สามารถผลิตได้ตามแผนในปี 2028 จะช่วยให้บริษัทมีบทบาทสำคัญในตลาด AI accelerators ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

    สรุปเป็นหัวข้อ
    เหตุการณ์ในข่าว
    Micron ลงทุน 9.6 พันล้านดอลลาร์สร้างโรงงาน HBM ที่ฮิโรชิมา
    เริ่มก่อสร้างปีหน้า และคาดว่าจะผลิตได้ในปี 2028

    ข้อมูลเสริมจาก Internet
    SK hynix ครองตลาด HBM และส่งออกให้ Nvidia จนถึงปี 2026
    Samsung เร่งพัฒนา HBM3E แบบ 12 ชั้น
    Micron มีสัญญาซัพพลายกับ Nvidia และ AMD และกำลังขยายส่วนแบ่งตลาดถึง 20%

    คำเตือนสำหรับอุตสาหกรรม
    ความต้องการ HBM สูงมาก อาจทำให้เกิดการขาดแคลนและราคาพุ่ง
    การแข่งขันระหว่าง SK hynix, Samsung และ Micron อาจทำให้ตลาดผันผวน
    ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน อาจกระทบซัพพลายเชน

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/micron-plans-hbm-fab-in-japan-as-ai-memory-race-accelerates
    🏭 ข่าว: Micron ลงทุนสร้างโรงงาน HBM ในญี่ปุ่น Micron วางแผนขยายโรงงานที่ฮิโรชิมาเพื่อสร้างโรงงานผลิต High-Bandwidth Memory (HBM) โดยใช้งบลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านเยน (9.6 พันล้านดอลลาร์) การก่อสร้างจะเริ่มในเดือนพฤษภาคมปีหน้า และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบผลิตภัณฑ์ในปี 2028 💰 การสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) คาดว่าจะสนับสนุนเงินอุดหนุนสูงสุดถึง 500 พันล้านเยน เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและเสริมสร้างศักยภาพอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ที่ญี่ปุ่นใช้กับโครงการของ TSMC และ Rapidus ที่ได้รับการสนับสนุนเช่นกัน ⚡ บริบทการแข่งขันในตลาด HBM ตลาด HBM กำลังเป็นหัวใจสำคัญของซัพพลายเชน AI โดย SK hynix ครองตลาดหลักและส่งออกให้ Nvidia จนถึงปี 2026 ขณะที่ Samsung กำลังเร่งพัฒนา HBM3E แบบ 12 ชั้น ส่วน Micron เองก็มีสัญญาซัพพลายกับ Nvidia และ AMD และกำลังขยายส่วนแบ่งตลาดไปถึง 20% การสร้างโรงงานใหม่ในญี่ปุ่นจะช่วยเพิ่มศักยภาพและลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ 🚀 ความสำคัญต่ออนาคต AI โรงงานใหม่นี้จะตรงกับช่วงที่ GPU รุ่นถัดไป (HBM4/HBM4E) เริ่มเข้าสู่ตลาด ซึ่งต้องการหน่วยความจำที่มีความเร็วและความหนาแน่นสูงขึ้น หาก Micron สามารถผลิตได้ตามแผนในปี 2028 จะช่วยให้บริษัทมีบทบาทสำคัญในตลาด AI accelerators ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ เหตุการณ์ในข่าว ➡️ Micron ลงทุน 9.6 พันล้านดอลลาร์สร้างโรงงาน HBM ที่ฮิโรชิมา ➡️ เริ่มก่อสร้างปีหน้า และคาดว่าจะผลิตได้ในปี 2028 ✅ ข้อมูลเสริมจาก Internet ➡️ SK hynix ครองตลาด HBM และส่งออกให้ Nvidia จนถึงปี 2026 ➡️ Samsung เร่งพัฒนา HBM3E แบบ 12 ชั้น ➡️ Micron มีสัญญาซัพพลายกับ Nvidia และ AMD และกำลังขยายส่วนแบ่งตลาดถึง 20% ‼️ คำเตือนสำหรับอุตสาหกรรม ⛔ ความต้องการ HBM สูงมาก อาจทำให้เกิดการขาดแคลนและราคาพุ่ง ⛔ การแข่งขันระหว่าง SK hynix, Samsung และ Micron อาจทำให้ตลาดผันผวน ⛔ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน อาจกระทบซัพพลายเชน https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/micron-plans-hbm-fab-in-japan-as-ai-memory-race-accelerates
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Micron plans $9.6 billion HBM fab in Japan as AI memory race accelerates
    U.S. chipmaker set to expand Hiroshima site with heavy support from Tokyo.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 32 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไอคอนรหัสผ่านหายไปจากหน้าล็อกอิน

    ข่าวนี้เล่าถึงบั๊กจาก Windows Update ที่ทำให้ไอคอนรหัสผ่านหายไปจากหน้าล็อกอิน แต่ผู้ใช้ยังสามารถคลิกที่ช่องว่างเพื่อใส่รหัสผ่านได้ตามปกติ

    Microsoft ยอมรับว่าการอัปเดต KB5064081 ใน Windows 11 Preview มีปัญหาที่ทำให้ ไอคอนรหัสผ่านหายไปจากหน้าจอล็อกอิน แม้ปุ่มจะไม่แสดง แต่ผู้ใช้ยังสามารถคลิกที่ตำแหน่งเดิมเพื่อเปิดช่องกรอกรหัสผ่านได้ตามปกติ ปัญหานี้เกิดขึ้นเฉพาะในกลุ่ม Windows Insider ที่ใช้เวอร์ชันทดลองเท่านั้น

    ผลกระทบและการแก้ไข
    แม้จะไม่ใช่ปัญหาด้านความปลอดภัย แต่บั๊กนี้สร้างความสับสนให้ผู้ใช้ที่ลืม PIN ของ Windows Hello และต้องการเข้าสู่ระบบด้วยรหัสผ่าน Microsoft ระบุว่ากำลังทำงานเพื่อแก้ไขและจะปล่อยข้อมูลเพิ่มเติมในอนาคต ปัญหาลักษณะนี้สะท้อนว่า การอัปเดต Windows อาจแก้บั๊กหนึ่ง แต่สร้างบั๊กใหม่ขึ้นมา

    สาระเพิ่มเติมจาก Internet
    ก่อนหน้านี้ Microsoft เคยปล่อยอัปเดตที่ทำให้ คีย์บอร์ดและเมาส์ไม่ทำงานใน Windows Recovery Environment และยังมีกรณีที่ Media Creation Tool เสียหาย ก่อนวันสิ้นสุดการสนับสนุน Windows 10 นอกจากนี้ Nvidia ก็เคยต้องออก ไดรเวอร์ฉุกเฉิน หลังอัปเดต Windows 11 ทำให้เกมบางเกมประสิทธิภาพลดลงถึง 50% สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าผู้ใช้ควรระวังการอัปเดตที่ยังอยู่ในสถานะ Preview หรือเพิ่งปล่อยใหม่

    สรุปเป็นหัวข้อ
    เหตุการณ์ในข่าว
    Windows Update KB5064081 ทำให้ไอคอนรหัสผ่านหายไปจากหน้าล็อกอิน
    ผู้ใช้ยังสามารถคลิกที่ช่องว่างเพื่อใส่รหัสผ่านได้ตามปกติ
    ปัญหานี้เกิดเฉพาะใน Windows Insider Preview

    ข้อมูลเสริมจาก Internet
    Microsoft เคยปล่อยอัปเดตที่ทำให้คีย์บอร์ดและเมาส์ไม่ทำงานใน Recovery Environment
    Media Creation Tool เคยเสียหายก่อน Windows 10 หมดอายุการสนับสนุน
    Nvidia เคยออกไดรเวอร์ฉุกเฉินหลังอัปเดต Windows 11 ทำให้เกมบางเกมประสิทธิภาพลดลง

    คำเตือนสำหรับผู้ใช้ Windows
    การอัปเดต Preview อาจมีบั๊กที่สร้างความสับสนหรือทำให้เครื่องทำงานผิดปกติ
    ควรสำรองข้อมูลและตรวจสอบเวอร์ชันก่อนติดตั้งอัปเดตใหม่
    ผู้ใช้ทั่วไปควรรอเวอร์ชัน Stable แทนการใช้ Preview เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา

    https://www.tomshardware.com/software/windows/windows-update-makes-sign-in-password-icon-invisible-microsoft-says-you-can-still-click-on-empty-space-to-enter-your-password
    🔐 ไอคอนรหัสผ่านหายไปจากหน้าล็อกอิน ข่าวนี้เล่าถึงบั๊กจาก Windows Update ที่ทำให้ไอคอนรหัสผ่านหายไปจากหน้าล็อกอิน แต่ผู้ใช้ยังสามารถคลิกที่ช่องว่างเพื่อใส่รหัสผ่านได้ตามปกติ Microsoft ยอมรับว่าการอัปเดต KB5064081 ใน Windows 11 Preview มีปัญหาที่ทำให้ ไอคอนรหัสผ่านหายไปจากหน้าจอล็อกอิน แม้ปุ่มจะไม่แสดง แต่ผู้ใช้ยังสามารถคลิกที่ตำแหน่งเดิมเพื่อเปิดช่องกรอกรหัสผ่านได้ตามปกติ ปัญหานี้เกิดขึ้นเฉพาะในกลุ่ม Windows Insider ที่ใช้เวอร์ชันทดลองเท่านั้น 🛠️ ผลกระทบและการแก้ไข แม้จะไม่ใช่ปัญหาด้านความปลอดภัย แต่บั๊กนี้สร้างความสับสนให้ผู้ใช้ที่ลืม PIN ของ Windows Hello และต้องการเข้าสู่ระบบด้วยรหัสผ่าน Microsoft ระบุว่ากำลังทำงานเพื่อแก้ไขและจะปล่อยข้อมูลเพิ่มเติมในอนาคต ปัญหาลักษณะนี้สะท้อนว่า การอัปเดต Windows อาจแก้บั๊กหนึ่ง แต่สร้างบั๊กใหม่ขึ้นมา 🌐 สาระเพิ่มเติมจาก Internet ก่อนหน้านี้ Microsoft เคยปล่อยอัปเดตที่ทำให้ คีย์บอร์ดและเมาส์ไม่ทำงานใน Windows Recovery Environment และยังมีกรณีที่ Media Creation Tool เสียหาย ก่อนวันสิ้นสุดการสนับสนุน Windows 10 นอกจากนี้ Nvidia ก็เคยต้องออก ไดรเวอร์ฉุกเฉิน หลังอัปเดต Windows 11 ทำให้เกมบางเกมประสิทธิภาพลดลงถึง 50% สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าผู้ใช้ควรระวังการอัปเดตที่ยังอยู่ในสถานะ Preview หรือเพิ่งปล่อยใหม่ 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ เหตุการณ์ในข่าว ➡️ Windows Update KB5064081 ทำให้ไอคอนรหัสผ่านหายไปจากหน้าล็อกอิน ➡️ ผู้ใช้ยังสามารถคลิกที่ช่องว่างเพื่อใส่รหัสผ่านได้ตามปกติ ➡️ ปัญหานี้เกิดเฉพาะใน Windows Insider Preview ✅ ข้อมูลเสริมจาก Internet ➡️ Microsoft เคยปล่อยอัปเดตที่ทำให้คีย์บอร์ดและเมาส์ไม่ทำงานใน Recovery Environment ➡️ Media Creation Tool เคยเสียหายก่อน Windows 10 หมดอายุการสนับสนุน ➡️ Nvidia เคยออกไดรเวอร์ฉุกเฉินหลังอัปเดต Windows 11 ทำให้เกมบางเกมประสิทธิภาพลดลง ‼️ คำเตือนสำหรับผู้ใช้ Windows ⛔ การอัปเดต Preview อาจมีบั๊กที่สร้างความสับสนหรือทำให้เครื่องทำงานผิดปกติ ⛔ ควรสำรองข้อมูลและตรวจสอบเวอร์ชันก่อนติดตั้งอัปเดตใหม่ ⛔ ผู้ใช้ทั่วไปควรรอเวอร์ชัน Stable แทนการใช้ Preview เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา https://www.tomshardware.com/software/windows/windows-update-makes-sign-in-password-icon-invisible-microsoft-says-you-can-still-click-on-empty-space-to-enter-your-password
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 30 มุมมอง 0 รีวิว
  • Bazzite ดิสโทรเกมมิ่งมาแรง

    ข่าวนี้เล่าถึงความสำเร็จของ Linux ดิสโทร Bazzite ที่มียอดดาวน์โหลดทะลุ 1 เพตะไบต์ในเวลาเพียงเดือนเดียว หลังผู้ใช้จำนวนมากหนีจากการบังคับอัปเดต Windows 11 โดยเฉพาะกลุ่มเกมเมอร์ที่มองหาทางเลือกใหม่

    ทีมพัฒนา Bazzite ประกาศว่าในช่วง 30 วันล่าสุดมีการดาวน์โหลดไฟล์ ISO รวมกว่า 1 เพตะไบต์ หรือประมาณ 150,000 ครั้ง ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นหลังจาก Microsoft ยุติการสนับสนุน Windows 10 และบังคับให้ผู้ใช้เปลี่ยนไปใช้ Windows 11 ซึ่งหลายคนไม่พอใจ

    จุดเด่นของ Bazzite
    Bazzite ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น ทางเลือกสำหรับเกมเมอร์ โดยมีการปรับแต่งให้รองรับเกมบน Steam และยังรองรับ Launcher อื่น ๆ เช่น Epic, GOG และ Ubisoft จุดแข็งคือมี ไดรเวอร์ล่าสุดสำหรับทั้ง Nvidia และ AMD รวมถึงตัวเลือก Desktop Environment ที่หลากหลาย ทำให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งได้ง่ายและใช้งานได้กับเครื่องหลายประเภท

    สาระเพิ่มเติมจากโลกออนไลน์
    ข้อมูลล่าสุดเผยว่า เกือบ 90% ของเกม Windows สามารถเล่นบน Linux ได้แล้ว ผ่านเครื่องมืออย่าง Proton และ Wine ทำให้การย้ายจาก Windows มาสู่ Linux ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป นอกจากนี้ยังมีดิสโทรอื่น ๆ เช่น Zorin OS ที่ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยมีผู้ใช้ใหม่กว่า 780,000 รายในเวลาเพียง 5 สัปดาห์หลัง Windows 10 หมดอายุการสนับสนุน

    สรุปเป็นหัวข้อ
    เหตุการณ์ในข่าว
    Bazzite มียอดดาวน์โหลดทะลุ 1 เพตะไบต์ใน 30 วัน
    ผู้ใช้จำนวนมากหนีจาก Windows 11 หลัง Windows 10 หมดอายุการสนับสนุน

    ข้อมูลเสริมจาก Internet
    เกือบ 90% ของเกม Windows เล่นได้บน Linux แล้ว
    Zorin OS ก็ได้รับความนิยมสูง มีผู้ใช้ใหม่กว่า 780,000 รายใน 5 สัปดาห์

    คำเตือนสำหรับผู้ใช้
    การย้ายจาก Windows ไป Linux อาจมีปัญหาความเข้ากันได้กับบางโปรแกรมเฉพาะทาง
    ผู้ใช้ใหม่ควรตรวจสอบว่าเกมหรือซอฟต์แวร์ที่ต้องการรองรับจริงก่อนเปลี่ยนระบบ

    https://www.tomshardware.com/software/linux/gaming-first-linux-distro-delivers-a-petabyte-of-isos-in-one-month-as-users-avoid-forced-updates-to-windows-11-bazzite-distro-is-another-safe-haven-for-win-10-refugees
    🎮 Bazzite ดิสโทรเกมมิ่งมาแรง ข่าวนี้เล่าถึงความสำเร็จของ Linux ดิสโทร Bazzite ที่มียอดดาวน์โหลดทะลุ 1 เพตะไบต์ในเวลาเพียงเดือนเดียว หลังผู้ใช้จำนวนมากหนีจากการบังคับอัปเดต Windows 11 โดยเฉพาะกลุ่มเกมเมอร์ที่มองหาทางเลือกใหม่ ทีมพัฒนา Bazzite ประกาศว่าในช่วง 30 วันล่าสุดมีการดาวน์โหลดไฟล์ ISO รวมกว่า 1 เพตะไบต์ หรือประมาณ 150,000 ครั้ง ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นหลังจาก Microsoft ยุติการสนับสนุน Windows 10 และบังคับให้ผู้ใช้เปลี่ยนไปใช้ Windows 11 ซึ่งหลายคนไม่พอใจ 🕹️ จุดเด่นของ Bazzite Bazzite ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น ทางเลือกสำหรับเกมเมอร์ โดยมีการปรับแต่งให้รองรับเกมบน Steam และยังรองรับ Launcher อื่น ๆ เช่น Epic, GOG และ Ubisoft จุดแข็งคือมี ไดรเวอร์ล่าสุดสำหรับทั้ง Nvidia และ AMD รวมถึงตัวเลือก Desktop Environment ที่หลากหลาย ทำให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งได้ง่ายและใช้งานได้กับเครื่องหลายประเภท 🌍 สาระเพิ่มเติมจากโลกออนไลน์ ข้อมูลล่าสุดเผยว่า เกือบ 90% ของเกม Windows สามารถเล่นบน Linux ได้แล้ว ผ่านเครื่องมืออย่าง Proton และ Wine ทำให้การย้ายจาก Windows มาสู่ Linux ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป นอกจากนี้ยังมีดิสโทรอื่น ๆ เช่น Zorin OS ที่ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยมีผู้ใช้ใหม่กว่า 780,000 รายในเวลาเพียง 5 สัปดาห์หลัง Windows 10 หมดอายุการสนับสนุน 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ เหตุการณ์ในข่าว ➡️ Bazzite มียอดดาวน์โหลดทะลุ 1 เพตะไบต์ใน 30 วัน ➡️ ผู้ใช้จำนวนมากหนีจาก Windows 11 หลัง Windows 10 หมดอายุการสนับสนุน ✅ ข้อมูลเสริมจาก Internet ➡️ เกือบ 90% ของเกม Windows เล่นได้บน Linux แล้ว ➡️ Zorin OS ก็ได้รับความนิยมสูง มีผู้ใช้ใหม่กว่า 780,000 รายใน 5 สัปดาห์ ‼️ คำเตือนสำหรับผู้ใช้ ⛔ การย้ายจาก Windows ไป Linux อาจมีปัญหาความเข้ากันได้กับบางโปรแกรมเฉพาะทาง ⛔ ผู้ใช้ใหม่ควรตรวจสอบว่าเกมหรือซอฟต์แวร์ที่ต้องการรองรับจริงก่อนเปลี่ยนระบบ https://www.tomshardware.com/software/linux/gaming-first-linux-distro-delivers-a-petabyte-of-isos-in-one-month-as-users-avoid-forced-updates-to-windows-11-bazzite-distro-is-another-safe-haven-for-win-10-refugees
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 25 มุมมอง 0 รีวิว
  • การ์ดจอราคาถูกที่ไม่ใช่สิ่งที่คิด

    ข่าวนี้เล่าเรื่องผู้ซื้อการ์ดจอ GTX 1060 ราคาถูกเพียง 5 ดอลลาร์ แต่กลับได้การ์ดรุ่นเก่า GTX 560 Ti แทน พร้อมเสริมข้อมูลจากโลกออนไลน์ว่าตลาด GPU มีการหลอกลวงและการ์ดปลอมมากขึ้นเรื่อย ๆ

    ในช่วง Black Friday มีผู้ซื้อรายหนึ่งพบการ์ดจอ MSI GTX 1060 ที่วางขายในร้านมือสอง Salvation Army ในราคาเพียง 10 ดอลลาร์ และลดครึ่งราคาเหลือ 5 ดอลลาร์ แต่เมื่อเปิดกล่องกลับพบว่าเป็น Gigabyte GTX 560 Ti ซึ่งเปิดตัวตั้งแต่ปี 2011 ทำให้ความหวังที่จะขายต่อเพื่อกำไรเล็กน้อยพังทลายทันที

    สาระเพิ่มเติม: ตลาด GPU ปลอมและหลอกลวง
    จากข้อมูลล่าสุด การ์ดจอปลอมและการหลอกขาย GPU ราคาถูกกำลังแพร่หลายมากขึ้น โดยมักใช้วิธี ใส่การ์ดรุ่นเก่าในกล่องรุ่นใหม่ หรือแม้กระทั่ง แฟลช BIOS ให้ระบบเข้าใจผิดว่าเป็นรุ่นใหม่กว่า เช่น GTX 1050 Ti ที่แท้จริงคือ GTX 550 Ti สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ซื้อที่หวังจะได้การ์ดแรงราคาถูกต้องผิดหวัง และบางครั้งอาจเสี่ยงต่อการเสียหายของเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยgpusniper.com+1

    เปรียบเทียบ GTX 1060 vs GTX 560 Ti
    หากดูตามประสิทธิภาพจริง GTX 1060 เร็วกว่าถึง 245% ในการเล่นเกมและงานกราฟิก เมื่อเทียบกับ GTX 560 Ti โดย GTX 1060 มีหน่วยความจำสูงสุด 6GB และสถาปัตยกรรม Pascal ที่ทันสมัยกว่า ในขณะที่ GTX 560 Ti มีเพียง 1GB และใช้สถาปัตยกรรม Fermi ที่ล้าสมัยTechnical City+1 ดังนั้นการได้การ์ดรุ่นเก่าแทนรุ่นใหม่ถือว่าเสียโอกาสอย่างมาก แม้ราคาจะถูกก็ตาม

    สรุปเป็นหัวข้อ
    เหตุการณ์ในข่าว
    ผู้ซื้อเจอการ์ดจอ GTX 1060 ราคาถูกเพียง 5 ดอลลาร์ แต่ในกล่องกลับเป็น GTX 560 Ti
    เหตุเกิดในร้าน Salvation Army ช่วง Black Friday

    ข้อมูลเสริมจาก Internet
    ตลาด GPU มีการหลอกลวง เช่น การใส่การ์ดรุ่นเก่าในกล่องใหม่ หรือแฟลช BIOS ให้แสดงผลผิด
    GTX 1060 มีประสิทธิภาพสูงกว่า GTX 560 Ti ถึงกว่า 200% ในหลายการทดสอบ

    คำเตือนสำหรับผู้ซื้อการ์ดจอ
    ราคาที่ถูกเกินจริง เช่น RTX 4090 ราคา 149 ดอลลาร์ มักเป็นการหลอกลวง
    การ์ดปลอมอาจทำให้เครื่องคอมเสียหาย เช่น ไฟฟ้าลัดวงจรหรือ PSU ทำงานหนักเกินไป
    ควรตรวจสอบกล่อง, serial number, และพอร์ตเชื่อมต่อให้ตรงกับมาตรฐานรุ่นจริง

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/gtx-1060-bought-for-usd5-turned-out-to-be-a-gtx-560-ti-black-friday-shopper-learns-the-hard-way-to-always-check-whats-in-the-box-before-walking-out-the-door
    🖥️ การ์ดจอราคาถูกที่ไม่ใช่สิ่งที่คิด ข่าวนี้เล่าเรื่องผู้ซื้อการ์ดจอ GTX 1060 ราคาถูกเพียง 5 ดอลลาร์ แต่กลับได้การ์ดรุ่นเก่า GTX 560 Ti แทน พร้อมเสริมข้อมูลจากโลกออนไลน์ว่าตลาด GPU มีการหลอกลวงและการ์ดปลอมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง Black Friday มีผู้ซื้อรายหนึ่งพบการ์ดจอ MSI GTX 1060 ที่วางขายในร้านมือสอง Salvation Army ในราคาเพียง 10 ดอลลาร์ และลดครึ่งราคาเหลือ 5 ดอลลาร์ แต่เมื่อเปิดกล่องกลับพบว่าเป็น Gigabyte GTX 560 Ti ซึ่งเปิดตัวตั้งแต่ปี 2011 ทำให้ความหวังที่จะขายต่อเพื่อกำไรเล็กน้อยพังทลายทันที ⚠️ สาระเพิ่มเติม: ตลาด GPU ปลอมและหลอกลวง จากข้อมูลล่าสุด การ์ดจอปลอมและการหลอกขาย GPU ราคาถูกกำลังแพร่หลายมากขึ้น โดยมักใช้วิธี ใส่การ์ดรุ่นเก่าในกล่องรุ่นใหม่ หรือแม้กระทั่ง แฟลช BIOS ให้ระบบเข้าใจผิดว่าเป็นรุ่นใหม่กว่า เช่น GTX 1050 Ti ที่แท้จริงคือ GTX 550 Ti สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ซื้อที่หวังจะได้การ์ดแรงราคาถูกต้องผิดหวัง และบางครั้งอาจเสี่ยงต่อการเสียหายของเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยgpusniper.com+1 ⚡ เปรียบเทียบ GTX 1060 vs GTX 560 Ti หากดูตามประสิทธิภาพจริง GTX 1060 เร็วกว่าถึง 245% ในการเล่นเกมและงานกราฟิก เมื่อเทียบกับ GTX 560 Ti โดย GTX 1060 มีหน่วยความจำสูงสุด 6GB และสถาปัตยกรรม Pascal ที่ทันสมัยกว่า ในขณะที่ GTX 560 Ti มีเพียง 1GB และใช้สถาปัตยกรรม Fermi ที่ล้าสมัยTechnical City+1 ดังนั้นการได้การ์ดรุ่นเก่าแทนรุ่นใหม่ถือว่าเสียโอกาสอย่างมาก แม้ราคาจะถูกก็ตาม 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ เหตุการณ์ในข่าว ➡️ ผู้ซื้อเจอการ์ดจอ GTX 1060 ราคาถูกเพียง 5 ดอลลาร์ แต่ในกล่องกลับเป็น GTX 560 Ti ➡️ เหตุเกิดในร้าน Salvation Army ช่วง Black Friday ✅ ข้อมูลเสริมจาก Internet ➡️ ตลาด GPU มีการหลอกลวง เช่น การใส่การ์ดรุ่นเก่าในกล่องใหม่ หรือแฟลช BIOS ให้แสดงผลผิด ➡️ GTX 1060 มีประสิทธิภาพสูงกว่า GTX 560 Ti ถึงกว่า 200% ในหลายการทดสอบ ‼️ คำเตือนสำหรับผู้ซื้อการ์ดจอ ⛔ ราคาที่ถูกเกินจริง เช่น RTX 4090 ราคา 149 ดอลลาร์ มักเป็นการหลอกลวง ⛔ การ์ดปลอมอาจทำให้เครื่องคอมเสียหาย เช่น ไฟฟ้าลัดวงจรหรือ PSU ทำงานหนักเกินไป ⛔ ควรตรวจสอบกล่อง, serial number, และพอร์ตเชื่อมต่อให้ตรงกับมาตรฐานรุ่นจริง https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/gtx-1060-bought-for-usd5-turned-out-to-be-a-gtx-560-ti-black-friday-shopper-learns-the-hard-way-to-always-check-whats-in-the-box-before-walking-out-the-door
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 26 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไม่ตกสะเก็ด ตอนที่ 19

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ไม่ตกสะเก็ด”
    ตอน 19
    นาย Hoover อดีตประธานาธิบดีอเมริกา คนที่แม้ตอนนั้นอกจะยังกลัดหนอง จากโดนบี้เสียเละ ในช่วงที่เป็นประธานาธิบดีสมัย Great Depression ของอเมริกา เขาเป็นประธานาธิบดีอเมริกันที่ถูกประชาชน ประท้วงรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ แถมมีคนซ้ำเติม เขาคงไม่ลืม เขาจึงนั่ง (รับใบสั่ง) เป็นผู้บัญชาการเงาของ SCAP อยู่ที่อพาทเม้นต์ข้างบนโรงแรมหรู ในนิวยอร์ค โดยมีอดีตทูต Grew และ Harry F Kern ร่วมนั่งรับการบัญชา
    หลังจากฝ่ายบัญชาการปล่อยข่าวออกไป จนน่าจะได้ที่ และได้ที เจ้าหน้าที่ของทางวังก็เริ่มมาหารือกับ Grew ถึงทางออกของจักรพรรดิ ที่คงจะเสียหน้ามาก ถ้าจะต้องออกมาเป็นผู้พูด รับผิดในการสั่งทหารญี่ปุ่นเข้าทำสงครามโลก ผลของการปรึกษา เจรจากันหลายรอบ ระหว่างตัวแทนของวังกับฝั่งของ ฝ่ายบัญชาการ ในที่สุดจักรพรรดิ ก็ตกลงยอมที่จะไปพบ นายพลแมค ที่สำนักงานใหญ่ของ SCAP ปิดห้องเจรจากัน 2 คน มันเป็นเรื่องที่จักรพรรดิไม่เคยต้องทำ แต่จักรพรรดิยอมเดินทางไปพบนายพลแมค มีแค่ องคมนตรีติดไปด้วย เพื่อทำหน้าที่เป็นล่าม โดยสาบานตนว่าจะไม่เปิดเผยต่อ ไม่ว่ากับใครทั้งสิ้น ไม่มีใครรู้ว่าทั้ง 2 เจรจาอะไรบ้าง
    แล้วคำแถลงของจักรพรรดิ ที่ใช้เวลาร่างและแก้อยู่หลายสิบ รอบ ก็ออกวิทยุที่ญี่ปุ่น ในวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ.1945 ไม่มีการพูดถึง การสั่งเข้าทำสงคราม ไม่มีคำขอโทษ แต่ให้คนฟังเข้าใจเอาเองว่า จักรพรรดิเสียใจสุดซึ้ง มันเป็นคำแถลงที่สุดยอดญี่ปุ่น แปลว่า เข้าใจยากครับ ผมพยายามอ่านอยู่หลายเที่ยว เป็นฉบับภาษาอังกฤษ ที่แปลมาจากภาษาญี่ปุ่นอีกที สงสัยภาษาอังกฤษผมอ่อนมาก ผมชักไม่แน่ใจว่า ตกลงจักรพรรดิเสียใจสุดซึ้งเรื่องอะไรกันแน่ (ท่านใดที่สนใจว่าจักรพรรดิพูดว่าอะไร กดดูในกูเกิล emperor speech ได้เลยครับ)
    หลังจากนั้นก็มาถึงคิวบรรดาหัวกะทิ นักธุรกิจนักการเงินใหญ่ ที่ SCAP สั่งดำเนินดคี เนื่องจากมีส่วนพัวพัน สนับสนุน รวมทั้งค้าขาย ทำกำไรจากการทำสงครามอันโหดร้ายของญี่ปุ่น บริษัทเหล่านี้จะมีสิทธิถูกพิจารณาลงโทษ ให้ปรับปรุงกิจการ เลิกการผูกขาด ลดขนาดบริษัท ไปจนถึง ต้องเลิกกิจการ
    Harry F Kern บรรณาธิการข่าวต่างประเทศของนิตยสาร Newsweek ซึ่งมีเสียงดังมากในสมัยนั้น เป็นหัวเรือใหญ่ ตั้งสำนักล้อบบี้รุ่นแรก American Council on Japan (ACJ) หรือบางทีเรียกกันว่า Japan Lobby ร่วมกับสื่อใหญ่อีกคน Compton Pakenham ประจำสำนักงานในโตเกียว และ James Lee Kauffman ทนายจากนิวยอร์ค ที่มาสอนหนังสือ อยู่ที่ มหาวิทยาลัยโตเกียว ในช่วงปี ค.ศ.1913 – 1919 และเป็นที่ปรึกษากฏหมาย ให้ธุรกิจใหญ่อเมริกันในโตเกียว เช่น บริษัท General Electric , Standard Oil, Westing House, Ford, Otis Elevator และ Dillion Reed ร่วมในขบวนการล้อบบี้ด้วย
    Kern เป็นสื่อ ที่จบจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาด สนใจด้านการเมืองแถบเอเซียมานานแล้วเป็นเพื่อนสนิทกับพวก Harriman คู่หูของร้อกกี้ the great ในจีน ส่วน Pakenham เกิดและโตมาในญี่ปุ่น และเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าพ่อ ในญี่ปุ่นเกือบทุกคน
    Grew อดีตทูตอเมริกันประจำญี่ปุ่น รับหน้าที่เป็นประธานของสำนักล้อบบี้ AJC ร่วมกับ Wiiliam Castle เจ้าของไร่ใหญ่ในฮาวาย และเคยเป็นปลัดกระทรวงต่างประเทศสมัย Hoover เป็นประธานาธิบดี
    ปี ค.ศ.1947 Kuaffman ในฐานะตัวแทนของ Dillion Reed บริษัทการเงินในวอลสตรีท ที่มีความใกล้ชิดกับร้อกกี้มากกว่ามอร์แกน เดินทางมาโตเกียวเพื่อประเมินนโยบาย FEC-230 ของวอชิงตัน ที่ให้ตอนพันธ์ุพวกหัวกะทิ นักธุรกิจใหญ่ ที่เรียกว่า zaibatsu จากต้นใหญ่ เหลือเป็นบอนไซในกระถางน่าเอ็น ดู เมื่อเขากลับไปอเมริกา เขารีบส่งการบ้าน หลังจากนั้นนโยบาย FEC-230 ก็ถูกส่งไปให้ Newsweek โดย William Draper หุ้นส่วนใหญ่ ของ Dillion Reed ที่ขอลาชั่วคราวมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม
    Newsweek เขียนบทความ แบบด่าไม่เลี้ยงว่า การลงโทษธุรกิจญี่ปุ่น ตามนโยบายดังกล่าว จะทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นพังพินาศ จะทำให้ชาวญี่ปุ่นที่ทำงานในภาคธุรกิจ ตกงานเป็นหมื่นๆคน มันเป็นการลงโทษนักธุรกิจญี่ปุ่น แต่สร้างความเสียหายให้แก่ชาวอเมริกันที่เสียภาษีอย่างแสนสาหัส เพราะจะต้องไปรับภาระนั้นแทนญี่ปุ่น
    มันเป็นช่วงที่ นายพลแมค กำลังเริ่มหาเสียงจะลงเลือกตั้ง มาโดนสื่อใหญ่ถล่มเละ แถมพวกลิพับลิกันก็ช่วยกันด่าซ้ำ เพราะทำให้พรรคเสียคะแนน ท่านนายพลแมค จึงรีบสั่งระงับการเอาบอนไซพันธ์ุ zaibatsu ลงกระถางไว้ชั่วคราวก่อน แต่มีคนใจร้อนขี้เกียจคอย
    คราวนี้นาย William Draper มาญี่ปุ่นเอง ในฐานะตัวแทนรัฐบาลอเมริกัน แถมพ่วงเอานายธนาคารใหญ่ อีกคน Percy Johnson มาด้วย Johnson เป็นประธาน Chemical Bank ในนิวยอร์ค ซึ่งเป็นคู่ค้ากับ Mitsui Bank ยักษ์ใหญ่มากของญี่ปุ่น พวกเขาสอบถามซักไซ้ผู้ที่เกี่ยว ข้องอย่างรวดเร็ว แล้วรีบกลับไปทำรายงาน Draper-Johnson สรุปว่า พวก zaibatsu ไม่สมควรที่จะรับโทษ ในการทำสงคราม แต่ควรให้พวกเขารีบมาฟื้นฟูเศรษฐกิจของญี่ปุ่น จะได้ไม่เป็นภาระกับอเมรืกา ในการ(ควักกระเป๋า) ดูแลเลี้ยงดูญี่ปุ่น ด้วยภาษีของคนอเมริกัน เยี่ยมจริงๆ
    สรุปแบบนี้ วอชิงตันก็โกลาหล มีทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายเชียร์ ในที่สุด การเมืองอเมริกัน ที่ว่าเป็นประชาธิปไตย ก็ (ถูกสั่งให้) ตัดสินใจยกเลิกการตอนพันธ์ zaibatsu และบริษัทญี่ปุ่น ที่อยู่ในข่ายว่าจะต้องถูกตอนจำนวน 325 บริษัท ก็ลดลงเหลือเพียง 20 บริษัท ส่วนพวก zaibatsu ที่รอดมา เปลี่ยนชื่อใหม่ชั่วคราว พอให้ควันจาง ก็กลับไปใช้ชื่อเดิม
    ส่วนเรื่อง จักรพรรดิ ทหาร และนักการเมือง อเมริกา หลังจากขู่เข้ม จนราดเต็มกางเกงกันไปหมดแล้ว ก็สรุปว่า ให้ไประบุให้ชัดเจนว่า จักรพรรดิอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ต่อไปใครจะมากล่าวหาว่าจักรพรรดินำรบไม่ได้แล้วนะ และ ให้แน่ใจว่า ทหารเลิกบ้าเลือด ก็ยุบกองทัพ เหลือแค่เป็นกองกำลังป้องกันตัวเอง ทั้งหมดนี้ ให้กำหนดอยู่ในรัฐธรรมนูญใหม่ ที่นายพลแมคให้จัดร่างขึ้นมาใหม่
    พอถึงปี ค.ศ.1951 ทั้งสองแสนสองหมื่นคน ก็หลุดจากคุกหมด ยกเว้นพวกที่หลุดมาก่อนหน้านั้นแล้ว ก็พวกหัวกะทิไง ให้ออกมาก่อน เก็บไว้แต่หางกะทิ
    ในปี ค.ศ.1952 นายพลแมค ก็จัดให้มีการเลือกตั้งในญี่ปุ่น และนายโยชิดะ จากพรรค Liberal Democrat Party (LDP) ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนายพลแมค
    ส่วนความฝันของนายพลแมคเอง ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ในปี ค.ศ.1948 เขาหาเสียงโดยตรงไม่ได้ เพราะกำลังวุ่นเรื่อง SCAP อยู่ แต่เขาประกาศผ่านพวกรีพับลิกัน โดยเฉพาะกับ Hoover ที่กำกับเขามาตลอด ว่าเขาพร้อมแล้ว แต่ดูเหมือนท่านนายพลห้าดาวจะไม่ผ่านแม้แต่การเลือกตั้งตัวแทนภายในพรรครอบแรก แต่คงไม่ช้ำใจมาก ได้ของปลอบใจไปแยะ เรียงกันหลายหลักมาก
    ทั้งหมดนี่ น่าจะเป็นผลงานการทำงานหนักของ ACJ ใครจะว่าอย่างไรก็ตาม ภายหลังจักรพรรดิให้เหรียญตราสูงสุดกับ Kern และ Pakenham ทั้ง 2 ก็คนแล้วกัน
    ACJ เป็นหน่วยงานทำอะไรกันแน่ เห็นไม่ชัดเจนในช่วงนั้น เช่นเดียวกับ หน่วยงาน MRA แต่ต่อมาภายหลัง มีเอกสารเป็นหลักฐานว่า 2 หน่วยงานนี้ คือหน่วยงานหน้าฉากของ CIA และทำงานภายใต้ใบกำกับ เช่นเดียวกัน
    เรื่องของ ACJ นี้ เป็นตำนานของการใช้สื่อ และการล้อบบี้ที่บันลือโลกมาก เป็นตัวอย่างว่า ปากและปากกานั่น ใช้ให้ถูกที่ ถูกเวลา ถูกคน ก็ล้มรัฐบาล หรือ ครอบครองประเทศได้ โดยไม่ต้องใช้กำลังทหาร และแม้แต่ทหารใหญ่อย่าง นายพลแมค ที่มีหน้าที่ปกครองญี่ปุ่นในตอนนั้น ยังต้องรีบเปลี่ยนบท
    เฮ้ย ทำไมมันขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน พอแตกใบอ่อนดันกลายเป็นบ้องกัญ ชาอย่างนึ้ ทำเป็นฮึดฮัดโกรธจัดเรื่อง Pearl Habour ถึงขนาดต้องเอาคืน ด้วยการป้อนดอกเห็ดยักษ์ ให้พวกชอบปลาดิบกิน จนตายกันเป็นเบื่อ แล้วจบกันง่ายๆ อย่างนี้นะหรือ ที่บางประเทศ แค่ปฏิวัติบ่อยหน่อย ยังไม่ได้ถล่มกองเรือของใครเลย ทำไมด่าซ้ำด่าซาก ไม่ด่าเปล่า เสือกมีของแถมมาขู่อีก แบบนี้ ก็ยังจบเรื่องไม่ได้ แค่จบตอนครับ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    30 ส.ค. 2558
    ไม่ตกสะเก็ด ตอนที่ 19 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ไม่ตกสะเก็ด” ตอน 19 นาย Hoover อดีตประธานาธิบดีอเมริกา คนที่แม้ตอนนั้นอกจะยังกลัดหนอง จากโดนบี้เสียเละ ในช่วงที่เป็นประธานาธิบดีสมัย Great Depression ของอเมริกา เขาเป็นประธานาธิบดีอเมริกันที่ถูกประชาชน ประท้วงรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ แถมมีคนซ้ำเติม เขาคงไม่ลืม เขาจึงนั่ง (รับใบสั่ง) เป็นผู้บัญชาการเงาของ SCAP อยู่ที่อพาทเม้นต์ข้างบนโรงแรมหรู ในนิวยอร์ค โดยมีอดีตทูต Grew และ Harry F Kern ร่วมนั่งรับการบัญชา หลังจากฝ่ายบัญชาการปล่อยข่าวออกไป จนน่าจะได้ที่ และได้ที เจ้าหน้าที่ของทางวังก็เริ่มมาหารือกับ Grew ถึงทางออกของจักรพรรดิ ที่คงจะเสียหน้ามาก ถ้าจะต้องออกมาเป็นผู้พูด รับผิดในการสั่งทหารญี่ปุ่นเข้าทำสงครามโลก ผลของการปรึกษา เจรจากันหลายรอบ ระหว่างตัวแทนของวังกับฝั่งของ ฝ่ายบัญชาการ ในที่สุดจักรพรรดิ ก็ตกลงยอมที่จะไปพบ นายพลแมค ที่สำนักงานใหญ่ของ SCAP ปิดห้องเจรจากัน 2 คน มันเป็นเรื่องที่จักรพรรดิไม่เคยต้องทำ แต่จักรพรรดิยอมเดินทางไปพบนายพลแมค มีแค่ องคมนตรีติดไปด้วย เพื่อทำหน้าที่เป็นล่าม โดยสาบานตนว่าจะไม่เปิดเผยต่อ ไม่ว่ากับใครทั้งสิ้น ไม่มีใครรู้ว่าทั้ง 2 เจรจาอะไรบ้าง แล้วคำแถลงของจักรพรรดิ ที่ใช้เวลาร่างและแก้อยู่หลายสิบ รอบ ก็ออกวิทยุที่ญี่ปุ่น ในวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ.1945 ไม่มีการพูดถึง การสั่งเข้าทำสงคราม ไม่มีคำขอโทษ แต่ให้คนฟังเข้าใจเอาเองว่า จักรพรรดิเสียใจสุดซึ้ง มันเป็นคำแถลงที่สุดยอดญี่ปุ่น แปลว่า เข้าใจยากครับ ผมพยายามอ่านอยู่หลายเที่ยว เป็นฉบับภาษาอังกฤษ ที่แปลมาจากภาษาญี่ปุ่นอีกที สงสัยภาษาอังกฤษผมอ่อนมาก ผมชักไม่แน่ใจว่า ตกลงจักรพรรดิเสียใจสุดซึ้งเรื่องอะไรกันแน่ (ท่านใดที่สนใจว่าจักรพรรดิพูดว่าอะไร กดดูในกูเกิล emperor speech ได้เลยครับ) หลังจากนั้นก็มาถึงคิวบรรดาหัวกะทิ นักธุรกิจนักการเงินใหญ่ ที่ SCAP สั่งดำเนินดคี เนื่องจากมีส่วนพัวพัน สนับสนุน รวมทั้งค้าขาย ทำกำไรจากการทำสงครามอันโหดร้ายของญี่ปุ่น บริษัทเหล่านี้จะมีสิทธิถูกพิจารณาลงโทษ ให้ปรับปรุงกิจการ เลิกการผูกขาด ลดขนาดบริษัท ไปจนถึง ต้องเลิกกิจการ Harry F Kern บรรณาธิการข่าวต่างประเทศของนิตยสาร Newsweek ซึ่งมีเสียงดังมากในสมัยนั้น เป็นหัวเรือใหญ่ ตั้งสำนักล้อบบี้รุ่นแรก American Council on Japan (ACJ) หรือบางทีเรียกกันว่า Japan Lobby ร่วมกับสื่อใหญ่อีกคน Compton Pakenham ประจำสำนักงานในโตเกียว และ James Lee Kauffman ทนายจากนิวยอร์ค ที่มาสอนหนังสือ อยู่ที่ มหาวิทยาลัยโตเกียว ในช่วงปี ค.ศ.1913 – 1919 และเป็นที่ปรึกษากฏหมาย ให้ธุรกิจใหญ่อเมริกันในโตเกียว เช่น บริษัท General Electric , Standard Oil, Westing House, Ford, Otis Elevator และ Dillion Reed ร่วมในขบวนการล้อบบี้ด้วย Kern เป็นสื่อ ที่จบจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาด สนใจด้านการเมืองแถบเอเซียมานานแล้วเป็นเพื่อนสนิทกับพวก Harriman คู่หูของร้อกกี้ the great ในจีน ส่วน Pakenham เกิดและโตมาในญี่ปุ่น และเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าพ่อ ในญี่ปุ่นเกือบทุกคน Grew อดีตทูตอเมริกันประจำญี่ปุ่น รับหน้าที่เป็นประธานของสำนักล้อบบี้ AJC ร่วมกับ Wiiliam Castle เจ้าของไร่ใหญ่ในฮาวาย และเคยเป็นปลัดกระทรวงต่างประเทศสมัย Hoover เป็นประธานาธิบดี ปี ค.ศ.1947 Kuaffman ในฐานะตัวแทนของ Dillion Reed บริษัทการเงินในวอลสตรีท ที่มีความใกล้ชิดกับร้อกกี้มากกว่ามอร์แกน เดินทางมาโตเกียวเพื่อประเมินนโยบาย FEC-230 ของวอชิงตัน ที่ให้ตอนพันธ์ุพวกหัวกะทิ นักธุรกิจใหญ่ ที่เรียกว่า zaibatsu จากต้นใหญ่ เหลือเป็นบอนไซในกระถางน่าเอ็น ดู เมื่อเขากลับไปอเมริกา เขารีบส่งการบ้าน หลังจากนั้นนโยบาย FEC-230 ก็ถูกส่งไปให้ Newsweek โดย William Draper หุ้นส่วนใหญ่ ของ Dillion Reed ที่ขอลาชั่วคราวมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม Newsweek เขียนบทความ แบบด่าไม่เลี้ยงว่า การลงโทษธุรกิจญี่ปุ่น ตามนโยบายดังกล่าว จะทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นพังพินาศ จะทำให้ชาวญี่ปุ่นที่ทำงานในภาคธุรกิจ ตกงานเป็นหมื่นๆคน มันเป็นการลงโทษนักธุรกิจญี่ปุ่น แต่สร้างความเสียหายให้แก่ชาวอเมริกันที่เสียภาษีอย่างแสนสาหัส เพราะจะต้องไปรับภาระนั้นแทนญี่ปุ่น มันเป็นช่วงที่ นายพลแมค กำลังเริ่มหาเสียงจะลงเลือกตั้ง มาโดนสื่อใหญ่ถล่มเละ แถมพวกลิพับลิกันก็ช่วยกันด่าซ้ำ เพราะทำให้พรรคเสียคะแนน ท่านนายพลแมค จึงรีบสั่งระงับการเอาบอนไซพันธ์ุ zaibatsu ลงกระถางไว้ชั่วคราวก่อน แต่มีคนใจร้อนขี้เกียจคอย คราวนี้นาย William Draper มาญี่ปุ่นเอง ในฐานะตัวแทนรัฐบาลอเมริกัน แถมพ่วงเอานายธนาคารใหญ่ อีกคน Percy Johnson มาด้วย Johnson เป็นประธาน Chemical Bank ในนิวยอร์ค ซึ่งเป็นคู่ค้ากับ Mitsui Bank ยักษ์ใหญ่มากของญี่ปุ่น พวกเขาสอบถามซักไซ้ผู้ที่เกี่ยว ข้องอย่างรวดเร็ว แล้วรีบกลับไปทำรายงาน Draper-Johnson สรุปว่า พวก zaibatsu ไม่สมควรที่จะรับโทษ ในการทำสงคราม แต่ควรให้พวกเขารีบมาฟื้นฟูเศรษฐกิจของญี่ปุ่น จะได้ไม่เป็นภาระกับอเมรืกา ในการ(ควักกระเป๋า) ดูแลเลี้ยงดูญี่ปุ่น ด้วยภาษีของคนอเมริกัน เยี่ยมจริงๆ สรุปแบบนี้ วอชิงตันก็โกลาหล มีทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายเชียร์ ในที่สุด การเมืองอเมริกัน ที่ว่าเป็นประชาธิปไตย ก็ (ถูกสั่งให้) ตัดสินใจยกเลิกการตอนพันธ์ zaibatsu และบริษัทญี่ปุ่น ที่อยู่ในข่ายว่าจะต้องถูกตอนจำนวน 325 บริษัท ก็ลดลงเหลือเพียง 20 บริษัท ส่วนพวก zaibatsu ที่รอดมา เปลี่ยนชื่อใหม่ชั่วคราว พอให้ควันจาง ก็กลับไปใช้ชื่อเดิม ส่วนเรื่อง จักรพรรดิ ทหาร และนักการเมือง อเมริกา หลังจากขู่เข้ม จนราดเต็มกางเกงกันไปหมดแล้ว ก็สรุปว่า ให้ไประบุให้ชัดเจนว่า จักรพรรดิอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ต่อไปใครจะมากล่าวหาว่าจักรพรรดินำรบไม่ได้แล้วนะ และ ให้แน่ใจว่า ทหารเลิกบ้าเลือด ก็ยุบกองทัพ เหลือแค่เป็นกองกำลังป้องกันตัวเอง ทั้งหมดนี้ ให้กำหนดอยู่ในรัฐธรรมนูญใหม่ ที่นายพลแมคให้จัดร่างขึ้นมาใหม่ พอถึงปี ค.ศ.1951 ทั้งสองแสนสองหมื่นคน ก็หลุดจากคุกหมด ยกเว้นพวกที่หลุดมาก่อนหน้านั้นแล้ว ก็พวกหัวกะทิไง ให้ออกมาก่อน เก็บไว้แต่หางกะทิ ในปี ค.ศ.1952 นายพลแมค ก็จัดให้มีการเลือกตั้งในญี่ปุ่น และนายโยชิดะ จากพรรค Liberal Democrat Party (LDP) ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนายพลแมค ส่วนความฝันของนายพลแมคเอง ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ในปี ค.ศ.1948 เขาหาเสียงโดยตรงไม่ได้ เพราะกำลังวุ่นเรื่อง SCAP อยู่ แต่เขาประกาศผ่านพวกรีพับลิกัน โดยเฉพาะกับ Hoover ที่กำกับเขามาตลอด ว่าเขาพร้อมแล้ว แต่ดูเหมือนท่านนายพลห้าดาวจะไม่ผ่านแม้แต่การเลือกตั้งตัวแทนภายในพรรครอบแรก แต่คงไม่ช้ำใจมาก ได้ของปลอบใจไปแยะ เรียงกันหลายหลักมาก ทั้งหมดนี่ น่าจะเป็นผลงานการทำงานหนักของ ACJ ใครจะว่าอย่างไรก็ตาม ภายหลังจักรพรรดิให้เหรียญตราสูงสุดกับ Kern และ Pakenham ทั้ง 2 ก็คนแล้วกัน ACJ เป็นหน่วยงานทำอะไรกันแน่ เห็นไม่ชัดเจนในช่วงนั้น เช่นเดียวกับ หน่วยงาน MRA แต่ต่อมาภายหลัง มีเอกสารเป็นหลักฐานว่า 2 หน่วยงานนี้ คือหน่วยงานหน้าฉากของ CIA และทำงานภายใต้ใบกำกับ เช่นเดียวกัน เรื่องของ ACJ นี้ เป็นตำนานของการใช้สื่อ และการล้อบบี้ที่บันลือโลกมาก เป็นตัวอย่างว่า ปากและปากกานั่น ใช้ให้ถูกที่ ถูกเวลา ถูกคน ก็ล้มรัฐบาล หรือ ครอบครองประเทศได้ โดยไม่ต้องใช้กำลังทหาร และแม้แต่ทหารใหญ่อย่าง นายพลแมค ที่มีหน้าที่ปกครองญี่ปุ่นในตอนนั้น ยังต้องรีบเปลี่ยนบท เฮ้ย ทำไมมันขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน พอแตกใบอ่อนดันกลายเป็นบ้องกัญ ชาอย่างนึ้ ทำเป็นฮึดฮัดโกรธจัดเรื่อง Pearl Habour ถึงขนาดต้องเอาคืน ด้วยการป้อนดอกเห็ดยักษ์ ให้พวกชอบปลาดิบกิน จนตายกันเป็นเบื่อ แล้วจบกันง่ายๆ อย่างนี้นะหรือ ที่บางประเทศ แค่ปฏิวัติบ่อยหน่อย ยังไม่ได้ถล่มกองเรือของใครเลย ทำไมด่าซ้ำด่าซาก ไม่ด่าเปล่า เสือกมีของแถมมาขู่อีก แบบนี้ ก็ยังจบเรื่องไม่ได้ แค่จบตอนครับ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 30 ส.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 51 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไม่ตกสะเก็ด ตอนที่ 18

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ไม่ตกสะเก็ด”
    ตอน 18
    วันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ.1945 เพียง 4 วัน นับแต่วันที่ญี่ปุ่นยอมสงบศึก เจ้าหน้าที่ฝ่ายญี่ปุ่น 14 คน ก็บินไปหาคณะทำงานของท่านนายพลแมค ที่เมืองมะนิลา เพื่อหารือเรื่องงานพิธีการสงบศึก ที่จักรพรรดิฮิโรโฮิโตจะต้องเป็นคนพูดสารภาพผิดในการพาญี่ปุ่นเข้าสู่สงคราม แต่จริงๆ พวกญี่ปุ่นดูเหมือนจะไปทดสอบอุณหภูมิของฝ่ายอเมริกามากกว่า
    ท่านนายพลแมค นอนไข่วห้างอยู่ในที่พัก ปล่อยให้เด็กๆทั้ง 2 ฝ่าย ทดสอบอุณหภูมิกันเอง
    ฝ่ายญี่ปุ่นจับไต๋ได้ว่า ฝ่ายอเมริกันนั้น ดูเหมือนจะดีแต่ท่า พวกอเมริกาที่มาทำงาน แทบไม่มีใคร “รู้จัก” ญี่ปุ่นเอาเลย ขอข้าว ขอน้ำ เป็นภาษาญี่ปุ่นก็คงอดตาย แถมไม่มีทีท่าว่าอยากจะเรียนภาษาญี่ปุ่นแม้แต่น้อย พวกเขาอยากรีบทำงานให้จบๆ แล้วก็รีบกลับบ้านไปกินเนื้อสเต๊กใกล้สุก มากกว่ากินปลาดิบ
    หลังจากวัดอุณหภูมิอเมริกันได้ว่า อาการไข้ปลาดิบน่าจะสูงขึ้นทุกวัน รัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่น นายชิเกมิตสุ Shigemitsu ก็จัดทัพคณะทำงานฝ่ายญี่ปุ่นเสียใหม่ เพื่อทำหน้าที่ประสานงานกับคณะทำงานของฝ่าย SCAP โดยมอบหมายให้มือขวาของเขา นาย คาเซะ โตชิคาซุ Kase Toshikazu ซึ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัย Amherst ซึ่งมีชื่อเสียงมากของอเมริกา มาเป็นหัวหน้าผู้ประสานงานกับ SCAP
    นายคาเซะ ทำหน้าที่เป็นเลขาส่วนตัว ของรัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นทุกคน มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1930 จริงๆแล้ว เขาสังกัดหน่วยสืบราชการลับของญี่ปุ่น เขาเป็นผู้ประสานงานกับเบอร์ลินและมอสโคว์ พวกอเมริกันชอบเขามาก โดยเฉพาะ นายพล Bonner Fellers ถึงกับออกปากว่า …เขาเป็นเพื่อนรักของผมนะ และเขาใกล้ชิดกับจักรพรรดิมากกว่าใครเลยล่ะ…
    ก่อนสงครามโลกจากขยายใหญ่ในปี ค.ศ.1941 นายคาเซะ ได้เป็นหัวหน้ากองอเมริกา ในกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่นแทน นาย เทราซากิ ทาโระ (Terasaki Taro) และเช่นเดียวกับนายเทราซากิ นายคาเซะ ก็สนิทสนมดีกับ Joseph Grew ทูตอเมริกันประจำญี่ปุ่น ที่ใกล้ชิดกับ กลุ่มนักการเงินทั้งฝั่งอเมริกา และฝั่งญี่ปุ่น และรวมทั้ง Herbert Hoover
    คณะผู้ประสานงานกับ SCAP ที่นำโดยนายคาเซะ ทำให้การทำงานของฝ่ายอเมริกันง่ายขึ้น คำสั่งต่างๆ ของฝ่ายอเมริกัน จะส่งมาที่คณะนายคาเซะ ซึ่งทำหน้าที่แปล และแปลง ถ้าข้อความให้อเมริกา เขาก็เต็มรสซ้อสมะเขือเทศ ข้อความให้ญี่ปุ่น เขาก็เต็มวาซาบิ นายคาเซะทำหน้าที่ เป็นกันชน และคนแต่งรส ในการสื่อสารระหว่างอเมริกากับญี่ปุ่น รวมทั้ง ถ่วงเวลา หรือทำทุกอย่าง เพื่อประโยชน์ของฝ่ายญี่ปุ่น
    ขณะเดียวกัน ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่สังกัดหน่วยข่าวกรองด้วย นายคาเซะ “รู้จัก” คนอเมริกันอย่างดี เขาเก็บข้อมูลของฝ่ายอเมริกาไว้ได้หมด ไม่ว่าจะเป็นความลับระดับไหน คุณสมบัติเฉพาะ ข้อมูลละเอียดอ่อน ข้อขัดแย้ง หรือคู่แข่ง ของฝ่ายอเมริกัน เขามีหมด ทั้งหมดนี้ อเมริกา โดย (คิดว่า) ฝ่ายท่านนายพลแมค น่าจะไม่รู้ตัวเลย
    ฝ่ายท่านนายพลแมค นายพลเฟลเลอร์ ภายใต้การกำกับจากทางไกลของ Hoover ก็กำลังหาทาง “จัดการ” ให้ภาระกิจ ปฏิรูปญี่ปุ่น เดินหน้า ไปตามที่ War and Peace Studies วางนโยบาย และตามใบสั่ง
    ใบสั่งบอกว่า การปฏิรูปญี่ปุ่น แม้จะดีกับชาวญี่ปุ่น แต่ถ้าจับนักธุรกิจใหญ่ นักการเมืองใหญ่ เจ้าพ่อใหญ่ต่างๆ ที่เป็นตัวเฟืองที่ทำให้ญี่ปุ่นเดินได้ เอามาดำเนินดคี และเอาเข้าคุกหมด แล้วเราจะใช้ใครโม่แป้ง ใครจะผลิตสินค้า ใครจะขายสินค้า ใครจะคุมกิจการที่เราจะตั้งขึ้น เราต้องมีมือ มีตีนนะ เราแค่เป็นเจ้าของ คนชี้นิ้วสั่ง เข้าใจไหม และที่สำคัญ เราจะลงทุนในธุรกิจของเรา จากเงินของเขา ที่เขาปล้นมาอีกต่อ นี่จะต้องให้อธิบายกันหมดหรือไง
    ฝ่ายปฏิบัติการ จึงต้องหาหนทาง ที่จะทำให้แผนตามใบสั่ง สำเร็จ ก็ไม่น่ายาก เงื่อนไขในการปฏิรูปข้อหนึ่ง กำหนด (เปิดทางไว้ให้แล้ว!) ว่า จักรพรรดิ ต้องมาสารภาพผิดที่พากองทัพเข้าสู่สงคราม
    แล้วขบวนการปล่อยข่าวขู่ว่า จักรพรรดิ ต้องรับผิด เพราะกองทัพ ทำในนามของจักรพรรดิทั้งนั้น แล้วถ้าผิด ราชวงศ์ก็จะต้องถูกยึดทรัพย์ เอามาชดใช้ค่าเสียหายในการทำสงคราม ข่าวปล่อยนี้ ทำเอาเครือข่ายนอกวังในวัง ต่างมือไม้สั่น วิ่งกันหัวหมุนชนกัน หาทางยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินจนวุ่นไปหมด
    ระหว่างที่ตัวนายพลแมค เอง ยังยืนเซ่อว่าจะเดินหน้าอย่างไร ทางวอชิงตันก็ส่งนาย George Atcheson ที่ปรึกษาใหญ่ของกระทรวงต่างประเทศ จากพรรครีพับลิกัน มาคอยดูการทำงาน ของ SCAPด้วย นายพลแมค ที่แอบตั้งความหวังอยู่ในใจ ที่จะลงสมัครเป็นประธานาธิบดี อเมริกา ในปี ค.ศ.1948 เริ่มคิดมาก งานปฏิรูปญี่ปุ่นนี่ จะสร้างคะแนนบวก หรือลบให้เขา เขาต้องการคะแนนบวก และต้องการกระเป๋าหนุนหลัง และ Hoover อดีตประธานาธิบดี จากรีพับลิกัน น่าจะยังมีพวกพอที่สามารถ” จัดการ” หาทั้งสองอย่างให้เขาได้
    ขณะที่ขบวนการขู่จักรพรรดิ กำลังเดินหน้าไปอย่างดี ถึงขนาดมีข่าวว่า ราชวงศ์หลายคนรีบขายวัง ขายสมบัติ ให้เพื่อนเศรษฐีทำหน้าที่เป็นนอมินีถือแทน และมีการเตรียมบีบให้จักรพรรดิ สละบัลลังก์ให้น้องชาย ถ้าจักรพรรดิ ไม่ยอมรับผิดเรื่องสั่งทำสงคราม ฝ่ายทำงานของ SCAP ก็รวบรวมรายชื่อ แบบเหวี่ยงแห ได้ปลาตัวเล็ก ตัวใหญ่ ประมาณ สองแสนสองหมื่นชื่อ มีทั้ง ทหาร นักธุรกิจ นักการเมือง รัฐบาล ข้าราชการ เจ้าพ่อ ฯลฯ ครบถ้วน เพื่อมาสอบสวน และเอาเข้าคุกก่อนพิจารณาดำเนินคดี คราวนี้รายการวิ่งฝุ่นตลบ ก็เริ่มทยอยเกิดขึ้นในโตเกียว
    วอชิงตันคงเห็นฝุ่นตลบมากไป จึงให้นาย Joseph Keenan หัวหน้าฝ่ายการดำเนินคดีผู้กระทำผิดเกี่ยวกับสงคราม ตั้งคณะทำงาน Far Eastern Commission (FEC) คณะนี้ออกคำสั่งเรียกย่อๆ ว่า FEC-230 เพื่อสั่งให้ SCAP จัดการกับนักธุรกิจใหญ่ ที่ให้การสนับสนุนญี่ปุ่นในการทำสงคราม เฮ้ย จับปลาพวกนี้ก่อนโว้ย
    รายการ FEC นี่ต้องให้รางวัลคนคิด สุดยอดจริงๆ ปรากฏว่า ได้รับการประท้วง ทั้งจากฝั่งอเมริกาเอง นักธุรกิจใหญ่นายทุน ที่เป็นเจ้าหนี้ญี่ปุ่น ต่างด่ากันโขมง จับลูกหนี้ แล้วเจ้าหนี้ จะได้เงินคืนยังไงวะ โง่จริง และเจ้าหนี้ หรือนักลงทุนส่วนใหญ่ที่อยู่ในวอลสตรีท เป็นเครือมอร์แกนเกือบทั้งนั้น เยี่ยมครับท่าน นี่มันเป็นหมากหลายชั้น กินกลายเด้ง ผมเชื่อแล้วว่าท่านชั่วได้เก่งจริงๆ
    คณะทำงานของ SCAP ไม่สนใจ ไม่ฟังเสียงวอชิงตัน ไม่ฟังเสียงวอลสตรีท เดินหน้าจับหัวกะทิ ของสองแสนสองหมื่น เข้าคุก ซูกาโม ไม่มีตกหล่น ไม่มียกเว้น นักโทษอย่างนายคิชิ นาย ซาซากาวา นายโคดามะ …ก็เดิน เรียงแถวเซื่องๆ เข้าห้องขัง ไหน ไหน ใครว่า ทหารญี่ปุ่น ซามูไร ยากูซ่าโหดเหี้ยม เห็นเดินเข้าห้องขัง หุบปากเงียบกันหมด…

    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    29 ส.ค. 2558
    ไม่ตกสะเก็ด ตอนที่ 18 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ไม่ตกสะเก็ด” ตอน 18 วันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ.1945 เพียง 4 วัน นับแต่วันที่ญี่ปุ่นยอมสงบศึก เจ้าหน้าที่ฝ่ายญี่ปุ่น 14 คน ก็บินไปหาคณะทำงานของท่านนายพลแมค ที่เมืองมะนิลา เพื่อหารือเรื่องงานพิธีการสงบศึก ที่จักรพรรดิฮิโรโฮิโตจะต้องเป็นคนพูดสารภาพผิดในการพาญี่ปุ่นเข้าสู่สงคราม แต่จริงๆ พวกญี่ปุ่นดูเหมือนจะไปทดสอบอุณหภูมิของฝ่ายอเมริกามากกว่า ท่านนายพลแมค นอนไข่วห้างอยู่ในที่พัก ปล่อยให้เด็กๆทั้ง 2 ฝ่าย ทดสอบอุณหภูมิกันเอง ฝ่ายญี่ปุ่นจับไต๋ได้ว่า ฝ่ายอเมริกันนั้น ดูเหมือนจะดีแต่ท่า พวกอเมริกาที่มาทำงาน แทบไม่มีใคร “รู้จัก” ญี่ปุ่นเอาเลย ขอข้าว ขอน้ำ เป็นภาษาญี่ปุ่นก็คงอดตาย แถมไม่มีทีท่าว่าอยากจะเรียนภาษาญี่ปุ่นแม้แต่น้อย พวกเขาอยากรีบทำงานให้จบๆ แล้วก็รีบกลับบ้านไปกินเนื้อสเต๊กใกล้สุก มากกว่ากินปลาดิบ หลังจากวัดอุณหภูมิอเมริกันได้ว่า อาการไข้ปลาดิบน่าจะสูงขึ้นทุกวัน รัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่น นายชิเกมิตสุ Shigemitsu ก็จัดทัพคณะทำงานฝ่ายญี่ปุ่นเสียใหม่ เพื่อทำหน้าที่ประสานงานกับคณะทำงานของฝ่าย SCAP โดยมอบหมายให้มือขวาของเขา นาย คาเซะ โตชิคาซุ Kase Toshikazu ซึ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัย Amherst ซึ่งมีชื่อเสียงมากของอเมริกา มาเป็นหัวหน้าผู้ประสานงานกับ SCAP นายคาเซะ ทำหน้าที่เป็นเลขาส่วนตัว ของรัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นทุกคน มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1930 จริงๆแล้ว เขาสังกัดหน่วยสืบราชการลับของญี่ปุ่น เขาเป็นผู้ประสานงานกับเบอร์ลินและมอสโคว์ พวกอเมริกันชอบเขามาก โดยเฉพาะ นายพล Bonner Fellers ถึงกับออกปากว่า …เขาเป็นเพื่อนรักของผมนะ และเขาใกล้ชิดกับจักรพรรดิมากกว่าใครเลยล่ะ… ก่อนสงครามโลกจากขยายใหญ่ในปี ค.ศ.1941 นายคาเซะ ได้เป็นหัวหน้ากองอเมริกา ในกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่นแทน นาย เทราซากิ ทาโระ (Terasaki Taro) และเช่นเดียวกับนายเทราซากิ นายคาเซะ ก็สนิทสนมดีกับ Joseph Grew ทูตอเมริกันประจำญี่ปุ่น ที่ใกล้ชิดกับ กลุ่มนักการเงินทั้งฝั่งอเมริกา และฝั่งญี่ปุ่น และรวมทั้ง Herbert Hoover คณะผู้ประสานงานกับ SCAP ที่นำโดยนายคาเซะ ทำให้การทำงานของฝ่ายอเมริกันง่ายขึ้น คำสั่งต่างๆ ของฝ่ายอเมริกัน จะส่งมาที่คณะนายคาเซะ ซึ่งทำหน้าที่แปล และแปลง ถ้าข้อความให้อเมริกา เขาก็เต็มรสซ้อสมะเขือเทศ ข้อความให้ญี่ปุ่น เขาก็เต็มวาซาบิ นายคาเซะทำหน้าที่ เป็นกันชน และคนแต่งรส ในการสื่อสารระหว่างอเมริกากับญี่ปุ่น รวมทั้ง ถ่วงเวลา หรือทำทุกอย่าง เพื่อประโยชน์ของฝ่ายญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่สังกัดหน่วยข่าวกรองด้วย นายคาเซะ “รู้จัก” คนอเมริกันอย่างดี เขาเก็บข้อมูลของฝ่ายอเมริกาไว้ได้หมด ไม่ว่าจะเป็นความลับระดับไหน คุณสมบัติเฉพาะ ข้อมูลละเอียดอ่อน ข้อขัดแย้ง หรือคู่แข่ง ของฝ่ายอเมริกัน เขามีหมด ทั้งหมดนี้ อเมริกา โดย (คิดว่า) ฝ่ายท่านนายพลแมค น่าจะไม่รู้ตัวเลย ฝ่ายท่านนายพลแมค นายพลเฟลเลอร์ ภายใต้การกำกับจากทางไกลของ Hoover ก็กำลังหาทาง “จัดการ” ให้ภาระกิจ ปฏิรูปญี่ปุ่น เดินหน้า ไปตามที่ War and Peace Studies วางนโยบาย และตามใบสั่ง ใบสั่งบอกว่า การปฏิรูปญี่ปุ่น แม้จะดีกับชาวญี่ปุ่น แต่ถ้าจับนักธุรกิจใหญ่ นักการเมืองใหญ่ เจ้าพ่อใหญ่ต่างๆ ที่เป็นตัวเฟืองที่ทำให้ญี่ปุ่นเดินได้ เอามาดำเนินดคี และเอาเข้าคุกหมด แล้วเราจะใช้ใครโม่แป้ง ใครจะผลิตสินค้า ใครจะขายสินค้า ใครจะคุมกิจการที่เราจะตั้งขึ้น เราต้องมีมือ มีตีนนะ เราแค่เป็นเจ้าของ คนชี้นิ้วสั่ง เข้าใจไหม และที่สำคัญ เราจะลงทุนในธุรกิจของเรา จากเงินของเขา ที่เขาปล้นมาอีกต่อ นี่จะต้องให้อธิบายกันหมดหรือไง ฝ่ายปฏิบัติการ จึงต้องหาหนทาง ที่จะทำให้แผนตามใบสั่ง สำเร็จ ก็ไม่น่ายาก เงื่อนไขในการปฏิรูปข้อหนึ่ง กำหนด (เปิดทางไว้ให้แล้ว!) ว่า จักรพรรดิ ต้องมาสารภาพผิดที่พากองทัพเข้าสู่สงคราม แล้วขบวนการปล่อยข่าวขู่ว่า จักรพรรดิ ต้องรับผิด เพราะกองทัพ ทำในนามของจักรพรรดิทั้งนั้น แล้วถ้าผิด ราชวงศ์ก็จะต้องถูกยึดทรัพย์ เอามาชดใช้ค่าเสียหายในการทำสงคราม ข่าวปล่อยนี้ ทำเอาเครือข่ายนอกวังในวัง ต่างมือไม้สั่น วิ่งกันหัวหมุนชนกัน หาทางยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินจนวุ่นไปหมด ระหว่างที่ตัวนายพลแมค เอง ยังยืนเซ่อว่าจะเดินหน้าอย่างไร ทางวอชิงตันก็ส่งนาย George Atcheson ที่ปรึกษาใหญ่ของกระทรวงต่างประเทศ จากพรรครีพับลิกัน มาคอยดูการทำงาน ของ SCAPด้วย นายพลแมค ที่แอบตั้งความหวังอยู่ในใจ ที่จะลงสมัครเป็นประธานาธิบดี อเมริกา ในปี ค.ศ.1948 เริ่มคิดมาก งานปฏิรูปญี่ปุ่นนี่ จะสร้างคะแนนบวก หรือลบให้เขา เขาต้องการคะแนนบวก และต้องการกระเป๋าหนุนหลัง และ Hoover อดีตประธานาธิบดี จากรีพับลิกัน น่าจะยังมีพวกพอที่สามารถ” จัดการ” หาทั้งสองอย่างให้เขาได้ ขณะที่ขบวนการขู่จักรพรรดิ กำลังเดินหน้าไปอย่างดี ถึงขนาดมีข่าวว่า ราชวงศ์หลายคนรีบขายวัง ขายสมบัติ ให้เพื่อนเศรษฐีทำหน้าที่เป็นนอมินีถือแทน และมีการเตรียมบีบให้จักรพรรดิ สละบัลลังก์ให้น้องชาย ถ้าจักรพรรดิ ไม่ยอมรับผิดเรื่องสั่งทำสงคราม ฝ่ายทำงานของ SCAP ก็รวบรวมรายชื่อ แบบเหวี่ยงแห ได้ปลาตัวเล็ก ตัวใหญ่ ประมาณ สองแสนสองหมื่นชื่อ มีทั้ง ทหาร นักธุรกิจ นักการเมือง รัฐบาล ข้าราชการ เจ้าพ่อ ฯลฯ ครบถ้วน เพื่อมาสอบสวน และเอาเข้าคุกก่อนพิจารณาดำเนินคดี คราวนี้รายการวิ่งฝุ่นตลบ ก็เริ่มทยอยเกิดขึ้นในโตเกียว วอชิงตันคงเห็นฝุ่นตลบมากไป จึงให้นาย Joseph Keenan หัวหน้าฝ่ายการดำเนินคดีผู้กระทำผิดเกี่ยวกับสงคราม ตั้งคณะทำงาน Far Eastern Commission (FEC) คณะนี้ออกคำสั่งเรียกย่อๆ ว่า FEC-230 เพื่อสั่งให้ SCAP จัดการกับนักธุรกิจใหญ่ ที่ให้การสนับสนุนญี่ปุ่นในการทำสงคราม เฮ้ย จับปลาพวกนี้ก่อนโว้ย รายการ FEC นี่ต้องให้รางวัลคนคิด สุดยอดจริงๆ ปรากฏว่า ได้รับการประท้วง ทั้งจากฝั่งอเมริกาเอง นักธุรกิจใหญ่นายทุน ที่เป็นเจ้าหนี้ญี่ปุ่น ต่างด่ากันโขมง จับลูกหนี้ แล้วเจ้าหนี้ จะได้เงินคืนยังไงวะ โง่จริง และเจ้าหนี้ หรือนักลงทุนส่วนใหญ่ที่อยู่ในวอลสตรีท เป็นเครือมอร์แกนเกือบทั้งนั้น เยี่ยมครับท่าน นี่มันเป็นหมากหลายชั้น กินกลายเด้ง ผมเชื่อแล้วว่าท่านชั่วได้เก่งจริงๆ คณะทำงานของ SCAP ไม่สนใจ ไม่ฟังเสียงวอชิงตัน ไม่ฟังเสียงวอลสตรีท เดินหน้าจับหัวกะทิ ของสองแสนสองหมื่น เข้าคุก ซูกาโม ไม่มีตกหล่น ไม่มียกเว้น นักโทษอย่างนายคิชิ นาย ซาซากาวา นายโคดามะ …ก็เดิน เรียงแถวเซื่องๆ เข้าห้องขัง ไหน ไหน ใครว่า ทหารญี่ปุ่น ซามูไร ยากูซ่าโหดเหี้ยม เห็นเดินเข้าห้องขัง หุบปากเงียบกันหมด… สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 29 ส.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 52 มุมมอง 0 รีวิว
  • พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ พระสี่มุมเมือง มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ราชบุรี
    พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ พระสี่มุมเมือง หลัง จตุคามรามเทพ มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ราชบุรี // พระดีพิธีใหญ่ // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ //

    ** พุทธคุณด่น ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายทั้งปวง ขอได้ไหว้รับ ให้โชค ให้ลาภ แคล้วคลาดปลอดภัย ป้องกันภัยอันตรายทั้งปวง ท่านเมตตาประทานความร่ำรวยเงินทอง ยศฐาบรรดาศักดิ์ให้กับผู้บูชา เสริมเสน่ห์ เจรจาธุรกิจง่าย ช่วยในการค้าขายดี ผู้คนรักใคร่เอ็นดู โชคลาภ อำนาจวาสนาบารมี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องบริหาร **

    ** พระพุทธนิโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ หรือ ที่ชาวบ้านเรียกว่า “พระสี่มุมเมือง” เป็นพระ 1 ใน 4 องค์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น แล้วพระราชทานไปประดิษฐานไว้ ณ เมืองต่าง ๆ สี่เมืองได้แก่ ราชบุรี ลำปาง สระบุรี และพัทลุง **

    ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ

    ช่องทางติดต่อ
    LINE 0881915131
    โทรศัพท์ 0881915131
    พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ พระสี่มุมเมือง มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ราชบุรี พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ พระสี่มุมเมือง หลัง จตุคามรามเทพ มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ราชบุรี // พระดีพิธีใหญ่ // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ // ** พุทธคุณด่น ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายทั้งปวง ขอได้ไหว้รับ ให้โชค ให้ลาภ แคล้วคลาดปลอดภัย ป้องกันภัยอันตรายทั้งปวง ท่านเมตตาประทานความร่ำรวยเงินทอง ยศฐาบรรดาศักดิ์ให้กับผู้บูชา เสริมเสน่ห์ เจรจาธุรกิจง่าย ช่วยในการค้าขายดี ผู้คนรักใคร่เอ็นดู โชคลาภ อำนาจวาสนาบารมี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องบริหาร ** ** พระพุทธนิโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ หรือ ที่ชาวบ้านเรียกว่า “พระสี่มุมเมือง” เป็นพระ 1 ใน 4 องค์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น แล้วพระราชทานไปประดิษฐานไว้ ณ เมืองต่าง ๆ สี่เมืองได้แก่ ราชบุรี ลำปาง สระบุรี และพัทลุง ** ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ ช่องทางติดต่อ LINE 0881915131 โทรศัพท์ 0881915131
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 33 มุมมอง 0 รีวิว
  • เหรียญพ่อท่านพบ วัดโพธิ์น้อย
    เหรียญพ่อท่านพบ เนื้อทองฝาบาตร วัดโพธิ์น้อย " ฟังด้วยหู ดูด้วยตา พิจรณาด้วยใจ " // พระดีพิธีใหญ๋ // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ //

    ** พุทธคุณ เจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง การเงิน โชคลาภค้าขาย เรียกทรัพย์ เมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย มหาอุด หนุนดวงให้ชัยชนะ

    ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ

    ช่องทางติดต่อ
    LINE 0881915131
    โทรศัพท์ 0881915131
    เหรียญพ่อท่านพบ วัดโพธิ์น้อย เหรียญพ่อท่านพบ เนื้อทองฝาบาตร วัดโพธิ์น้อย " ฟังด้วยหู ดูด้วยตา พิจรณาด้วยใจ " // พระดีพิธีใหญ๋ // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ // ** พุทธคุณ เจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง การเงิน โชคลาภค้าขาย เรียกทรัพย์ เมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย มหาอุด หนุนดวงให้ชัยชนะ ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ ช่องทางติดต่อ LINE 0881915131 โทรศัพท์ 0881915131
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 20 มุมมอง 0 รีวิว
  • เหรียญหลวงพ่อเคียน รุ่น1 วัดหนองบัว จ.​สุรินทร์​ ปี2539
    เหรียญหลวงพ่อเคียน รุ่น1 วัดหนองบัว จ.​สุรินทร์​ ปี2539 // พระดีพิธีใหญ่ // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ //

    ** พุทธคุณทำมาค้าคล่อง เจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง การเงิน โชคลาภค้าขาย เรียกทรัพย์ เมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย มหาอุด ประสบการณ์มากมาย ทั้งระเบิดด้าน รถคว่ำ ตกตึก รวมทั้งไล่ภูตผี และใช้กันเสนียดจัญไรได้อีกด้วย **

    รายนามพระอาจารย์ที่นั่งปรกพุทธาภิเษก
    1.) หลวงปู่คำพันธ์ โฆษปัญโญ วัดธาตุมหาชัย จังหวัด​นครพนม
    2.) หลวงพ่อเกตุ จิตฺตสาโร วัดเกาะหลัก จังหวัด​ประจวบคีรีขันธ์​
    3.) หลวงพ่อเปิ่น ฐานิสสโร วัดบางพระ จังหวัด​ นครปฐม
    4.) พระราชวิสุทธิเวที (หลวงพ่อเที่ยง)​ เจ้าคณะภาค ๑๑ วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ
    5.) หลวงพ่อลำใย ปิยวณฺโณ วัดทุ่งลาดหญ้า จังหวัด​กาญจนบุรี
    6.) หลวงปู่เจียม อติสโย วัดกระเทียม จังหวัด​สุรินทร์
    7.) หลวงปู่หงส์ พรหมปัญโญ วัดเพชรบุรี จังหวัด​สุรินทร์
    8.) หลวงปู่ธรรมรังษี จนฺทสุวณฺโณ วัดเขาพนมดิน จังหวัด​สุรินทร์
    9.)พระครูคงคนครพิทักษ์ (หลวงพ่อคง ฐิติปัญโญ​) วัดตะคร้อ จังหวัด​นครราชสีมา
    10.) พระครูไพศาลสมณกิจ (หลวงพ่อดี อตฺตทนฺโต) วัดหนองจอก จังหวัด​นครราชสีมา​
    11.) หลวงพ่อเคียน ขนฺติสาโร วัดหนองบัว จังหวัด​สุรินทร์​

    ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ

    ช่องทางติดต่อ
    LINE 0881915131
    โทรศัพท์ 0881915131
    เหรียญหลวงพ่อเคียน รุ่น1 วัดหนองบัว จ.​สุรินทร์​ ปี2539 เหรียญหลวงพ่อเคียน รุ่น1 วัดหนองบัว จ.​สุรินทร์​ ปี2539 // พระดีพิธีใหญ่ // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ // ** พุทธคุณทำมาค้าคล่อง เจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง การเงิน โชคลาภค้าขาย เรียกทรัพย์ เมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย มหาอุด ประสบการณ์มากมาย ทั้งระเบิดด้าน รถคว่ำ ตกตึก รวมทั้งไล่ภูตผี และใช้กันเสนียดจัญไรได้อีกด้วย ** รายนามพระอาจารย์ที่นั่งปรกพุทธาภิเษก 1.) หลวงปู่คำพันธ์ โฆษปัญโญ วัดธาตุมหาชัย จังหวัด​นครพนม 2.) หลวงพ่อเกตุ จิตฺตสาโร วัดเกาะหลัก จังหวัด​ประจวบคีรีขันธ์​ 3.) หลวงพ่อเปิ่น ฐานิสสโร วัดบางพระ จังหวัด​ นครปฐม 4.) พระราชวิสุทธิเวที (หลวงพ่อเที่ยง)​ เจ้าคณะภาค ๑๑ วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ 5.) หลวงพ่อลำใย ปิยวณฺโณ วัดทุ่งลาดหญ้า จังหวัด​กาญจนบุรี 6.) หลวงปู่เจียม อติสโย วัดกระเทียม จังหวัด​สุรินทร์ 7.) หลวงปู่หงส์ พรหมปัญโญ วัดเพชรบุรี จังหวัด​สุรินทร์ 8.) หลวงปู่ธรรมรังษี จนฺทสุวณฺโณ วัดเขาพนมดิน จังหวัด​สุรินทร์ 9.)พระครูคงคนครพิทักษ์ (หลวงพ่อคง ฐิติปัญโญ​) วัดตะคร้อ จังหวัด​นครราชสีมา 10.) พระครูไพศาลสมณกิจ (หลวงพ่อดี อตฺตทนฺโต) วัดหนองจอก จังหวัด​นครราชสีมา​ 11.) หลวงพ่อเคียน ขนฺติสาโร วัดหนองบัว จังหวัด​สุรินทร์​ ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ ช่องทางติดต่อ LINE 0881915131 โทรศัพท์ 0881915131
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 28 มุมมอง 0 รีวิว
  • พระนางพญา เก่า ไม่ทราบที่
    พระนางพญา เก่า ไม่ทราบที่ เนื้อผงพุทธคุณ // พระแท้ เกจิอาจารย์ที่ปลุกเสก // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ //

    ** พุทธคุณเด่นด้าน เมตตามหานิยม ช่วยเสริมเสน่ห์, ทำให้การเจรจาต่างๆ ราบรื่น ผู้คนรักใคร่เมตตา แคล้วคลาดปลอดภัย, และ คงกระพันชาตรี มีอำนาจบารมี และ โชคลาภ ทำให้เป็นที่นิยมอย่างมากเนื่องจากมีความศักดิ์สิทธิ์ครอบคลุมหลายด้าน **

    ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ

    ช่องทางติดต่อ
    LINE 0881915131
    โทรศัพท์ 0881915131
    พระนางพญา เก่า ไม่ทราบที่ พระนางพญา เก่า ไม่ทราบที่ เนื้อผงพุทธคุณ // พระแท้ เกจิอาจารย์ที่ปลุกเสก // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ // ** พุทธคุณเด่นด้าน เมตตามหานิยม ช่วยเสริมเสน่ห์, ทำให้การเจรจาต่างๆ ราบรื่น ผู้คนรักใคร่เมตตา แคล้วคลาดปลอดภัย, และ คงกระพันชาตรี มีอำนาจบารมี และ โชคลาภ ทำให้เป็นที่นิยมอย่างมากเนื่องจากมีความศักดิ์สิทธิ์ครอบคลุมหลายด้าน ** ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ ช่องทางติดต่อ LINE 0881915131 โทรศัพท์ 0881915131
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 19 มุมมอง 0 รีวิว
  • หลวงปู่ทวด วัดเขาธรรมอุทยาน วัดคอเขา จ.กาญจนบุรี
    หลวงปู่ทวด เนื้อว่าน วัดเขาธรรมอุทยาน วัดคอเขา ต.หนองตากยา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี // พระดีพิธีใหญ่ !! // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ //

    ** พุทธคุณด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดคงกระพันชาตรี มหาอุด เจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง การเงิน โชคลาภค้าขาย เรียกทรัพย์ เมตตามหานิยม ประสบการณ์มากมาย รวมทั้งไล่ภูตผี และใช้กันเสนียดจัญไรได้อีกด้วย >>

    ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ

    โทรศัพท์ 0881915131
    LINE 0881915131
    หลวงปู่ทวด วัดเขาธรรมอุทยาน วัดคอเขา จ.กาญจนบุรี หลวงปู่ทวด เนื้อว่าน วัดเขาธรรมอุทยาน วัดคอเขา ต.หนองตากยา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี // พระดีพิธีใหญ่ !! // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ // ** พุทธคุณด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดคงกระพันชาตรี มหาอุด เจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง การเงิน โชคลาภค้าขาย เรียกทรัพย์ เมตตามหานิยม ประสบการณ์มากมาย รวมทั้งไล่ภูตผี และใช้กันเสนียดจัญไรได้อีกด้วย >> ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ โทรศัพท์ 0881915131 LINE 0881915131
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 22 มุมมอง 0 รีวิว
  • ขุมทรัพย์ในกองขยะถ่านหิน

    งานวิจัยใหม่เผยว่า “เถ้าถ่านจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน” ในสหรัฐฯ อาจซ่อนแร่ธาตุหายาก (Rare Earth Elements – REEs) มูลค่ากว่า 97 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีขั้นสูงได้

    นักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยเท็กซัสพบว่า เถ้าถ่านที่เหลือจากการเผาถ่านหิน มีการสะสมของแร่ธาตุหายากมากกว่าถ่านหินดิบถึง 4–10 เท่า เนื่องจากเมื่อเผาไหม้ ส่วนประกอบที่เป็นคาร์บอนและกำมะถันหายไป เหลือเพียงแร่ธาตุที่ไม่เผาไหม้ เช่น ควอตซ์และ REEs ทำให้ความเข้มข้นของแร่ธาตุสูงขึ้นโดยธรรมชาติ

    มูลค่ามหาศาลและศักยภาพการใช้
    การประเมินล่าสุดระบุว่า มูลค่ารวมของ REEs ในเถ้าถ่านสหรัฐฯ อาจสูงถึง 165 พันล้านดอลลาร์ โดยมีส่วนที่สามารถสกัดได้จริงราว 97 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าปริมาณสำรองที่มีอยู่ในประเทศถึง 8 เท่า หากสามารถพัฒนาเทคโนโลยีสกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าจากจีนที่ปัจจุบันครองตลาดกว่า 70%

    ผลพลอยได้ด้านสิ่งแวดล้อม
    การนำเถ้าถ่านมาใช้สกัดแร่ธาตุหายากยังช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะกองเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลที่ถูกทิ้งไว้ตั้งแต่ทศวรรษ 1950 มักก่อให้เกิดมลพิษต่อดินและน้ำ หากสามารถนำมาใช้ใหม่ได้ จะช่วยลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายในการจัดการกากอุตสาหกรรม

    ทางเลือกอื่น ๆ ที่นักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษา
    นอกจากเถ้าถ่านแล้ว ยังมีการค้นพบแหล่ง REEs จาก ภูเขาไฟที่ดับแล้ว และแม้กระทั่ง พืชบางชนิดที่สามารถสะสมแร่ธาตุหายากในเนื้อเยื่อ ซึ่งอาจนำไปสู่การทำ “phytomining” หรือการทำเหมืองด้วยพืชในอนาคต

    สรุปสาระสำคัญ
    เถ้าถ่านจากโรงไฟฟ้าถ่านหินมีแร่ธาตุหายากเข้มข้น
    ความเข้มข้นสูงกว่าในถ่านหินดิบ 4–10 เท่า
    เกิดจากการเผาไหม้ที่เหลือแร่ธาตุไม่เผาไหม้

    มูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล
    รวมมูลค่า REEs ในเถ้าถ่านราว 165 พันล้านดอลลาร์
    ส่วนที่สกัดได้จริงประมาณ 97 พันล้านดอลลาร์

    ผลดีต่อสิ่งแวดล้อม
    ลดปัญหากองขยะเถ้าถ่านที่ก่อมลพิษ
    ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดการกากอุตสาหกรรม

    ทางเลือกใหม่ในการหา REEs
    ภูเขาไฟที่ดับแล้วอาจเป็นแหล่งใหม่
    พืชบางชนิดสามารถสะสมแร่ธาตุหายากได้

    ความท้าทายและข้อจำกัด
    เทคโนโลยีสกัดยังอยู่ระหว่างการพัฒนา
    ต้องใช้เวลาและการลงทุนสูงก่อนนำไปใช้จริง

    https://www.sciencealert.com/almost-100-billion-worth-of-rare-earth-elements-may-be-buried-in-the-us
    💎 ขุมทรัพย์ในกองขยะถ่านหิน งานวิจัยใหม่เผยว่า “เถ้าถ่านจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน” ในสหรัฐฯ อาจซ่อนแร่ธาตุหายาก (Rare Earth Elements – REEs) มูลค่ากว่า 97 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีขั้นสูงได้ นักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยเท็กซัสพบว่า เถ้าถ่านที่เหลือจากการเผาถ่านหิน มีการสะสมของแร่ธาตุหายากมากกว่าถ่านหินดิบถึง 4–10 เท่า เนื่องจากเมื่อเผาไหม้ ส่วนประกอบที่เป็นคาร์บอนและกำมะถันหายไป เหลือเพียงแร่ธาตุที่ไม่เผาไหม้ เช่น ควอตซ์และ REEs ทำให้ความเข้มข้นของแร่ธาตุสูงขึ้นโดยธรรมชาติ ⚙️ มูลค่ามหาศาลและศักยภาพการใช้ การประเมินล่าสุดระบุว่า มูลค่ารวมของ REEs ในเถ้าถ่านสหรัฐฯ อาจสูงถึง 165 พันล้านดอลลาร์ โดยมีส่วนที่สามารถสกัดได้จริงราว 97 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าปริมาณสำรองที่มีอยู่ในประเทศถึง 8 เท่า หากสามารถพัฒนาเทคโนโลยีสกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าจากจีนที่ปัจจุบันครองตลาดกว่า 70% 🌱 ผลพลอยได้ด้านสิ่งแวดล้อม การนำเถ้าถ่านมาใช้สกัดแร่ธาตุหายากยังช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะกองเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลที่ถูกทิ้งไว้ตั้งแต่ทศวรรษ 1950 มักก่อให้เกิดมลพิษต่อดินและน้ำ หากสามารถนำมาใช้ใหม่ได้ จะช่วยลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายในการจัดการกากอุตสาหกรรม 🔮 ทางเลือกอื่น ๆ ที่นักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษา นอกจากเถ้าถ่านแล้ว ยังมีการค้นพบแหล่ง REEs จาก ภูเขาไฟที่ดับแล้ว และแม้กระทั่ง พืชบางชนิดที่สามารถสะสมแร่ธาตุหายากในเนื้อเยื่อ ซึ่งอาจนำไปสู่การทำ “phytomining” หรือการทำเหมืองด้วยพืชในอนาคต 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ เถ้าถ่านจากโรงไฟฟ้าถ่านหินมีแร่ธาตุหายากเข้มข้น ➡️ ความเข้มข้นสูงกว่าในถ่านหินดิบ 4–10 เท่า ➡️ เกิดจากการเผาไหม้ที่เหลือแร่ธาตุไม่เผาไหม้ ✅ มูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล ➡️ รวมมูลค่า REEs ในเถ้าถ่านราว 165 พันล้านดอลลาร์ ➡️ ส่วนที่สกัดได้จริงประมาณ 97 พันล้านดอลลาร์ ✅ ผลดีต่อสิ่งแวดล้อม ➡️ ลดปัญหากองขยะเถ้าถ่านที่ก่อมลพิษ ➡️ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดการกากอุตสาหกรรม ✅ ทางเลือกใหม่ในการหา REEs ➡️ ภูเขาไฟที่ดับแล้วอาจเป็นแหล่งใหม่ ➡️ พืชบางชนิดสามารถสะสมแร่ธาตุหายากได้ ‼️ ความท้าทายและข้อจำกัด ⛔ เทคโนโลยีสกัดยังอยู่ระหว่างการพัฒนา ⛔ ต้องใช้เวลาและการลงทุนสูงก่อนนำไปใช้จริง https://www.sciencealert.com/almost-100-billion-worth-of-rare-earth-elements-may-be-buried-in-the-us
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Almost $100 Billion Worth of Rare Earth Elements May Be Buried in The US
    The waste left over from spent fossil fuel may contain a treasure trove of rare-earth elements worth billions of dollars.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 62 มุมมอง 0 รีวิว
  • โปรตีน Sox9 สามารถกระตุ้นเซลล์สมองที่เสื่อมในหนูให้กลับมาทำงานได้อีกครั้ง

    งานวิจัยใหม่พบว่าโปรตีน Sox9 สามารถกระตุ้นเซลล์สมองที่เสื่อมในหนูให้กลับมาทำงานได้อีกครั้ง โดยช่วยกำจัดคราบโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ และอาจเป็นแนวทางใหม่ในการรักษาโรคสมองเสื่อมในอนาคต

    นักวิจัยจาก Baylor College of Medicine ทดลองเพิ่มระดับโปรตีน Sox9 ในหนูที่มีภาวะคล้ายโรคอัลไซเมอร์ พบว่าเซลล์สมองชนิด astrocytes ซึ่งทำหน้าที่ดูแลและกำจัดของเสียในสมอง กลับมาทำงานได้ดีขึ้น สามารถ “ดูดซับ” คราบโปรตีน amyloid-beta ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้การทำงานด้านความจำและพฤติกรรมของหนูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    กลไกการทำงานของ Sox9
    ผลการทดลองชี้ว่า Sox9 กระตุ้นการแสดงออกของตัวรับ MEGF10 บนผิวเซลล์ astrocytes ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำจัดคราบโปรตีนที่เป็นสาเหตุของการเสื่อมสภาพของสมอง การทดลองในหนูที่ถูกตัดยีน Sox9 ออกกลับพบว่า astrocytes ทำงานแย่ลง ความจำเสื่อม และคราบโปรตีนสะสมมากขึ้น แสดงให้เห็นว่า Sox9 เป็นกุญแจสำคัญต่อสุขภาพสมอง

    ความซับซ้อนของโรคอัลไซเมอร์
    แม้การกำจัดคราบ amyloid-beta จะเป็นเป้าหมายหลักของการรักษาโรคอัลไซเมอร์ แต่งานวิจัยก่อนหน้านี้พบว่าการรักษาแบบนี้ไม่ได้ผลเสมอไป เนื่องจากโรคมีหลายปัจจัยร่วม เช่น การอักเสบในสมอง และการเสื่อมของเซลล์ประสาท การค้นพบ Sox9 จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่เน้นการเสริมพลังให้กับ เซลล์ดูแลสมอง มากกว่าการรักษาเฉพาะเซลล์ประสาท

    ความหวังและข้อจำกัด
    แม้งานวิจัยนี้ยังอยู่ในระดับการทดลองกับหนู แต่ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าน่าตื่นเต้น เพราะแสดงให้เห็นว่า การฟื้นฟูสมองที่เสื่อมแล้ว อาจเป็นไปได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเตือนว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในมนุษย์ เพื่อยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพก่อนนำไปใช้จริง

    สรุปสาระสำคัญ
    โปรตีน Sox9 ช่วยฟื้นฟูสมองเสื่อมในหนู
    กระตุ้น astrocytes ให้กำจัดคราบ amyloid-beta ได้ดีขึ้น
    หนูที่ได้รับ Sox9 มีความจำและพฤติกรรมดีขึ้น

    กลไก Sox9 ผ่านตัวรับ MEGF10
    เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ดูแลสมอง
    การตัด Sox9 ออกทำให้สมองเสื่อมเร็วขึ้น

    แนวทางใหม่ในการรักษาโรคอัลไซเมอร์
    เน้นเสริมพลังเซลล์ดูแลสมองมากกว่าการรักษาเซลล์ประสาท
    อาจช่วยแก้ปัญหาที่การรักษาแบบเดิมไม่สำเร็จ

    ข้อจำกัดและความเสี่ยง
    งานวิจัยยังอยู่ในระดับทดลองกับสัตว์
    ต้องมีการทดสอบในมนุษย์เพื่อยืนยันความปลอดภัย

    https://www.sciencealert.com/boosting-one-protein-reawakens-aging-brain-cells-in-mice-study-shows
    🧠 โปรตีน Sox9 สามารถกระตุ้นเซลล์สมองที่เสื่อมในหนูให้กลับมาทำงานได้อีกครั้ง งานวิจัยใหม่พบว่าโปรตีน Sox9 สามารถกระตุ้นเซลล์สมองที่เสื่อมในหนูให้กลับมาทำงานได้อีกครั้ง โดยช่วยกำจัดคราบโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ และอาจเป็นแนวทางใหม่ในการรักษาโรคสมองเสื่อมในอนาคต นักวิจัยจาก Baylor College of Medicine ทดลองเพิ่มระดับโปรตีน Sox9 ในหนูที่มีภาวะคล้ายโรคอัลไซเมอร์ พบว่าเซลล์สมองชนิด astrocytes ซึ่งทำหน้าที่ดูแลและกำจัดของเสียในสมอง กลับมาทำงานได้ดีขึ้น สามารถ “ดูดซับ” คราบโปรตีน amyloid-beta ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้การทำงานด้านความจำและพฤติกรรมของหนูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 🔬 กลไกการทำงานของ Sox9 ผลการทดลองชี้ว่า Sox9 กระตุ้นการแสดงออกของตัวรับ MEGF10 บนผิวเซลล์ astrocytes ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำจัดคราบโปรตีนที่เป็นสาเหตุของการเสื่อมสภาพของสมอง การทดลองในหนูที่ถูกตัดยีน Sox9 ออกกลับพบว่า astrocytes ทำงานแย่ลง ความจำเสื่อม และคราบโปรตีนสะสมมากขึ้น แสดงให้เห็นว่า Sox9 เป็นกุญแจสำคัญต่อสุขภาพสมอง 🧩 ความซับซ้อนของโรคอัลไซเมอร์ แม้การกำจัดคราบ amyloid-beta จะเป็นเป้าหมายหลักของการรักษาโรคอัลไซเมอร์ แต่งานวิจัยก่อนหน้านี้พบว่าการรักษาแบบนี้ไม่ได้ผลเสมอไป เนื่องจากโรคมีหลายปัจจัยร่วม เช่น การอักเสบในสมอง และการเสื่อมของเซลล์ประสาท การค้นพบ Sox9 จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่เน้นการเสริมพลังให้กับ เซลล์ดูแลสมอง มากกว่าการรักษาเฉพาะเซลล์ประสาท 🌍 ความหวังและข้อจำกัด แม้งานวิจัยนี้ยังอยู่ในระดับการทดลองกับหนู แต่ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าน่าตื่นเต้น เพราะแสดงให้เห็นว่า การฟื้นฟูสมองที่เสื่อมแล้ว อาจเป็นไปได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเตือนว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในมนุษย์ เพื่อยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพก่อนนำไปใช้จริง 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ โปรตีน Sox9 ช่วยฟื้นฟูสมองเสื่อมในหนู ➡️ กระตุ้น astrocytes ให้กำจัดคราบ amyloid-beta ได้ดีขึ้น ➡️ หนูที่ได้รับ Sox9 มีความจำและพฤติกรรมดีขึ้น ✅ กลไก Sox9 ผ่านตัวรับ MEGF10 ➡️ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ดูแลสมอง ➡️ การตัด Sox9 ออกทำให้สมองเสื่อมเร็วขึ้น ✅ แนวทางใหม่ในการรักษาโรคอัลไซเมอร์ ➡️ เน้นเสริมพลังเซลล์ดูแลสมองมากกว่าการรักษาเซลล์ประสาท ➡️ อาจช่วยแก้ปัญหาที่การรักษาแบบเดิมไม่สำเร็จ ‼️ ข้อจำกัดและความเสี่ยง ⛔ งานวิจัยยังอยู่ในระดับทดลองกับสัตว์ ⛔ ต้องมีการทดสอบในมนุษย์เพื่อยืนยันความปลอดภัย https://www.sciencealert.com/boosting-one-protein-reawakens-aging-brain-cells-in-mice-study-shows
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Boosting One Protein Reawakens Aging Brain Cells in Mice, Study Shows
    A discovery by researchers from the Baylor College of Medicine in the US could lead to treatments that clear the troublesome aggregations of protein thought to play a key role in Alzheimer's disease.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 67 มุมมอง 0 รีวิว
  • ความถี่ในการขับถ่ายบอกสุขภาพได้จริง

    การศึกษาจากสถาบัน ISB พบว่า คนที่ขับถ่ายวันละ 1–2 ครั้งอยู่ใน “Goldilocks Zone” ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดต่อสุขภาพลำไส้และร่างกายโดยรวม ผู้ที่ถ่ายน้อยเกินไป (ท้องผูก) หรือบ่อยเกินไป (ท้องเสีย) มักมีความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น โรคไตและโรคตับ เนื่องจากจุลินทรีย์ในลำไส้เปลี่ยนไปและสร้างสารพิษเข้าสู่กระแสเลือด

    พลังของไฟเบอร์และจุลินทรีย์ดี
    ข้อมูลเสริมจากงานวิจัยล่าสุดชี้ว่า ไฟเบอร์จากพืช เป็นตัวช่วยสำคัญในการรักษาสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ โดยไฟเบอร์ชนิดหมักได้ (เช่น อินูลิน, เพกติน) จะถูกแบคทีเรียย่อยจนเกิดกรดไขมันสายสั้น (SCFAs) ซึ่งช่วยลดการอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกัน และป้องกันโรคหัวใจ เบาหวาน รวมถึงมะเร็งบางชนิด การรับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด และถั่ว จึงเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายสมดุล

    การออกกำลังกายกับสุขภาพลำไส้
    งานวิจัยจากเยอรมนีในปี 2025 พบว่า การออกกำลังกายแบบต้านแรง (Resistance Training) เพียง 8 สัปดาห์ สามารถเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบจุลินทรีย์ในลำไส้ได้อย่างชัดเจน ผู้ที่แข็งแรงขึ้นมีจุลินทรีย์ที่ดีต่อสุขภาพเพิ่มขึ้น และหลายคนขยับจากกลุ่มท้องผูกหรือท้องเสียเข้าสู่ช่วง “Goldilocks Zone”

    น้ำและการใช้ชีวิตประจำวัน
    นอกจากอาหารและการออกกำลังกายแล้ว การดื่มน้ำให้เพียงพอ และการพักผ่อนอย่างเหมาะสมก็มีผลต่อระบบขับถ่ายเช่นกัน คนที่มีพฤติกรรมสุขภาพดี เช่น ดื่มน้ำมากพอ รับประทานอาหารจากพืช และออกกำลังกายสม่ำเสมอ มักมีจุลินทรีย์ที่หมักไฟเบอร์ได้ดี ส่งผลให้สุขภาพลำไส้แข็งแรงและลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง

    สรุปสาระสำคัญ
    ความถี่ในการขับถ่ายสัมพันธ์กับสุขภาพ
    วันละ 1–2 ครั้งคือช่วง “Goldilocks Zone” ที่เหมาะสม
    ถ่ายน้อยหรือบ่อยเกินไปเชื่อมโยงกับโรคเรื้อรัง

    ไฟเบอร์ช่วยเสริมจุลินทรีย์ดีในลำไส้
    ไฟเบอร์หมักได้สร้าง SCFAs ลดการอักเสบและเสริมภูมิคุ้มกัน
    อาหารจากพืช เช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชเต็มเมล็ด เป็นแหล่งสำคัญ

    การออกกำลังกายมีผลต่อจุลินทรีย์
    Resistance Training 8 สัปดาห์ช่วยปรับสมดุลลำไส้
    ผู้ที่แข็งแรงขึ้นมีโอกาสเข้าสู่ช่วงสุขภาพดี

    น้ำและการใช้ชีวิตประจำวัน
    ดื่มน้ำมากพอช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดี
    พฤติกรรมสุขภาพดีส่งผลต่อสมดุลจุลินทรีย์

    ความเสี่ยงจากการขับถ่ายผิดปกติ
    ท้องผูกอาจทำให้เกิดสารพิษที่ทำลายไต
    ท้องเสียสัมพันธ์กับการทำงานของตับผิดปกติ

    https://www.sciencealert.com/your-poop-schedule-says-a-lot-about-your-overall-health-study-shows
    🧻 ความถี่ในการขับถ่ายบอกสุขภาพได้จริง การศึกษาจากสถาบัน ISB พบว่า คนที่ขับถ่ายวันละ 1–2 ครั้งอยู่ใน “Goldilocks Zone” ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดต่อสุขภาพลำไส้และร่างกายโดยรวม ผู้ที่ถ่ายน้อยเกินไป (ท้องผูก) หรือบ่อยเกินไป (ท้องเสีย) มักมีความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น โรคไตและโรคตับ เนื่องจากจุลินทรีย์ในลำไส้เปลี่ยนไปและสร้างสารพิษเข้าสู่กระแสเลือด 🥦 พลังของไฟเบอร์และจุลินทรีย์ดี ข้อมูลเสริมจากงานวิจัยล่าสุดชี้ว่า ไฟเบอร์จากพืช เป็นตัวช่วยสำคัญในการรักษาสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ โดยไฟเบอร์ชนิดหมักได้ (เช่น อินูลิน, เพกติน) จะถูกแบคทีเรียย่อยจนเกิดกรดไขมันสายสั้น (SCFAs) ซึ่งช่วยลดการอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกัน และป้องกันโรคหัวใจ เบาหวาน รวมถึงมะเร็งบางชนิด การรับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด และถั่ว จึงเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายสมดุล 🏋️‍♂️ การออกกำลังกายกับสุขภาพลำไส้ งานวิจัยจากเยอรมนีในปี 2025 พบว่า การออกกำลังกายแบบต้านแรง (Resistance Training) เพียง 8 สัปดาห์ สามารถเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบจุลินทรีย์ในลำไส้ได้อย่างชัดเจน ผู้ที่แข็งแรงขึ้นมีจุลินทรีย์ที่ดีต่อสุขภาพเพิ่มขึ้น และหลายคนขยับจากกลุ่มท้องผูกหรือท้องเสียเข้าสู่ช่วง “Goldilocks Zone” 💧 น้ำและการใช้ชีวิตประจำวัน นอกจากอาหารและการออกกำลังกายแล้ว การดื่มน้ำให้เพียงพอ และการพักผ่อนอย่างเหมาะสมก็มีผลต่อระบบขับถ่ายเช่นกัน คนที่มีพฤติกรรมสุขภาพดี เช่น ดื่มน้ำมากพอ รับประทานอาหารจากพืช และออกกำลังกายสม่ำเสมอ มักมีจุลินทรีย์ที่หมักไฟเบอร์ได้ดี ส่งผลให้สุขภาพลำไส้แข็งแรงและลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ ความถี่ในการขับถ่ายสัมพันธ์กับสุขภาพ ➡️ วันละ 1–2 ครั้งคือช่วง “Goldilocks Zone” ที่เหมาะสม ➡️ ถ่ายน้อยหรือบ่อยเกินไปเชื่อมโยงกับโรคเรื้อรัง ✅ ไฟเบอร์ช่วยเสริมจุลินทรีย์ดีในลำไส้ ➡️ ไฟเบอร์หมักได้สร้าง SCFAs ลดการอักเสบและเสริมภูมิคุ้มกัน ➡️ อาหารจากพืช เช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชเต็มเมล็ด เป็นแหล่งสำคัญ ✅ การออกกำลังกายมีผลต่อจุลินทรีย์ ➡️ Resistance Training 8 สัปดาห์ช่วยปรับสมดุลลำไส้ ➡️ ผู้ที่แข็งแรงขึ้นมีโอกาสเข้าสู่ช่วงสุขภาพดี ✅ น้ำและการใช้ชีวิตประจำวัน ➡️ ดื่มน้ำมากพอช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดี ➡️ พฤติกรรมสุขภาพดีส่งผลต่อสมดุลจุลินทรีย์ ‼️ ความเสี่ยงจากการขับถ่ายผิดปกติ ⛔ ท้องผูกอาจทำให้เกิดสารพิษที่ทำลายไต ⛔ ท้องเสียสัมพันธ์กับการทำงานของตับผิดปกติ https://www.sciencealert.com/your-poop-schedule-says-a-lot-about-your-overall-health-study-shows
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Your Poop Schedule Says a Lot About Your Overall Health, Study Shows
    "How often do you poop?" might sound like a very personal question, but your answer could reveal quite a lot about your overall health.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 57 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20251130 #TechRadar

    ChatGPT ครบรอบ 3 ปี เผยฟีเจอร์ยอดนิยมที่คนใช้จริง
    ChatGPT จาก OpenAI เดินทางมาถึงปีที่ 3 แล้ว และข้อมูลใหม่ที่ถูกเปิดเผยทำให้หลายคนแปลกใจ เพราะสิ่งที่คนใช้มากที่สุดไม่ใช่การสร้างภาพใหม่ แต่กลับเป็นการ “อัปโหลดภาพ” เพื่อให้ AI ช่วยปรับปรุงหรือแก้ไข นอกจากนี้งานหลักที่คนใช้ในที่ทำงานคือการแก้ไขและวิจารณ์ข้อความ มากกว่าการเขียนใหม่ทั้งหมด ฟีเจอร์ยอดนิยมที่ถูกใช้ทั่วโลกยังรวมถึงการค้นหาข้อมูล การใช้โมเดลเหตุผล การวิเคราะห์ข้อมูล และการพูดเป็นข้อความ ซึ่งสะท้อนว่าผู้ใช้มอง ChatGPT เป็นเครื่องมือช่วยงานจริงจัง ไม่ใช่แค่ของเล่นทดลองอีกต่อไป
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/openai-reveals-chatgpts-most-popular-features-and-the-top-one-might-surprise-you

    FBI เตือนภัย! แฮกเกอร์ใช้ AI หลอกขโมยเงินกว่า 262 ล้านดอลลาร์
    ปี 2025 กลายเป็นปีที่อาชญากรไซเบอร์ใช้ AI สร้างแคมเปญหลอกลวงได้สมจริงยิ่งขึ้น FBI รายงานว่ามีการสูญเสียเงินกว่า 262 ล้านดอลลาร์จากการยึดบัญชีผู้ใช้ผ่านการหลอกให้เปิดเผยรหัสผ่านหรือ OTP เมื่อได้ข้อมูลแล้ว แฮกเกอร์สามารถรีเซ็ตรหัสและโอนเงินไปยังบัญชีที่ควบคุมเอง บ่อยครั้งเงินถูกเปลี่ยนเป็นคริปโตเพื่อปกปิดร่องรอย การโจมตีมักมาในรูปแบบอีเมล ปลอมเป็นธนาคาร หรือแม้แต่เว็บไซต์ช้อปปิ้งปลอมที่ดูน่าเชื่อถือ จุดอันตรายคือผู้ใช้เองเป็นคนกดยืนยันธุรกรรม ทำให้การป้องกันยิ่งยากขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/fbi-says-hackers-have-stolen-usd262-million-in-account-takeover-scams-in-2025-so-far-heres-how-you-can-stay-safe

    Meta จ่อดีลใหญ่กับ Google TPU สะเทือนตลาดชิป AI
    ความต้องการชิป AI พุ่งสูงจน Meta ต้องหันไปเจรจากับ Google เพื่อใช้ TPU ของ Google Cloud ในปี 2026 และอาจซื้อโดยตรงในปี 2027 ดีลนี้ถือเป็นการเปลี่ยนเกม เพราะ Google แต่เดิมใช้ TPU ภายในเท่านั้น ขณะที่ Meta เคยพึ่งพาหลายเจ้า รวมถึง Nvidia การเจรจานี้ทำให้มูลค่า Alphabet พุ่งขึ้นทันที และนักลงทุนเริ่มกังวลว่า Nvidia อาจเสียส่วนแบ่งตลาดมหาศาล ความตึงเครียดในซัพพลายเชนยังคงสูง เพราะความต้องการชิป AI เกินกำลังการผลิตทั่วโลก
    https://www.techradar.com/pro/meta-and-google-could-be-about-to-sign-a-mega-ai-chip-deal-and-it-could-change-everything-in-the-tech-space

    IBM เปิดตัวระบบเก็บข้อมูลใหม่ รองรับสูงสุด 47 เพตะไบต์ต่อแร็ค
    IBM ขยายศักยภาพระบบ Storage Scale System 6000 ด้วย All-Flash Expansion Enclosures ที่ใช้ไดรฟ์ QLC ขนาด 122TB ทำให้รองรับข้อมูลได้ถึง 47PB ต่อแร็ค เหมาะกับงานที่ต้องใช้ข้อมูลมหาศาล เช่น AI และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ จุดเด่นคือการรองรับการทำงานหลายงานพร้อมกันโดยไม่เกิดคอขวด และยังเชื่อมต่อกับ GPU ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การอัปเดตซอฟต์แวร์ล่าสุดยังเพิ่มประสิทธิภาพการเขียนและการอ่านให้สูงขึ้น เพื่อรองรับการประมวลผลที่ซับซ้อนในระดับองค์กรใหญ่
    https://www.techradar.com/pro/talk-about-a-triple-threat-ibm-says-it-can-now-support-up-to-47pb-on-a-full-rack-so-load-it-up

    โน้ตบุ๊ก RAM 128GB และ 256GB ปี 2025 สำหรับงานโหดสุดๆ
    โน้ตบุ๊กที่มาพร้อม RAM 128GB หรือแม้แต่ 256GB ไม่ใช่ของสำหรับผู้ใช้ทั่วไป แต่ถูกออกแบบมาเพื่อมืออาชีพที่ต้องการพลังประมวลผลสูงสุด เช่น นักวิทยาศาสตร์ นักสร้างสรรค์คอนเทนต์ หรือผู้ทำงานกับข้อมูลขนาดใหญ่ รายชื่อรุ่นที่มีให้เลือกในปี 2025 ครอบคลุมแบรนด์ดังอย่าง Dell, HP, Lenovo, MSI, Asus, Alienware และ Razer ราคามีตั้งแต่ประมาณ 1,599 ดอลลาร์ไปจนถึงกว่า 7,000 ดอลลาร์ รุ่นที่รองรับ 256GB ยังมีไม่มาก แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของตลาดโน้ตบุ๊กที่กำลังผลักดันขีดจำกัดของการใช้งานพกพา
    https://www.techradar.com/pro/best-256gb-and-128gb-ram-laptops

    การกำกับดูแลโลกไซเบอร์-กายภาพ กลายเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับรัฐบาลท้องถิ่น
    บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าการบริหารจัดการระบบไซเบอร์ที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ เช่น ระบบไฟฟ้า น้ำ และการขนส่ง ไม่ใช่เรื่อง “nice to have” อีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็น รัฐบาลท้องถิ่นต้องมีมาตรการกำกับดูแลที่เข้มแข็งเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการโจมตีไซเบอร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตจริงของประชาชน แนวคิดนี้กำลังถูกผลักดันให้เป็นมาตรฐานใหม่ในการบริหารเมืองอัจฉริยะและโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ
    https://www.techradar.com/pro/cyber-physical-governance-isnt-a-nice-to-have-for-state-and-local-government-its-essential

    หูฟังที่ดีที่สุดสำหรับทุกงบประมาณ ผ่านการทดสอบจริง
    ทีมผู้เชี่ยวชาญได้ทดสอบหูฟังหลากหลายรุ่น ตั้งแต่ราคาประหยัดไปจนถึงระดับพรีเมียม เพื่อหาตัวเลือกที่เหมาะสมกับผู้ใช้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นหูฟังแบบครอบหู ไร้สาย หรือแบบอินเอียร์ จุดเด่นคือการทดสอบในสถานการณ์จริง ทำให้ผู้ซื้อมั่นใจได้ว่าคุณภาพเสียง ความสบาย และความทนทานได้รับการตรวจสอบแล้ว รายการนี้ช่วยให้ผู้ใช้เลือกหูฟังที่ตรงกับความต้องการโดยไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกเอง
    https://www.techradar.com/audio/headphones/the-best-headphones

    กล้องสำหรับมือใหม่ปี 2025 ตัวเลือกที่เหมาะที่สุด
    สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นถ่ายภาพ บทความนี้แนะนำกล้องที่ใช้งานง่าย ราคาสมเหตุสมผล และมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้เรียนรู้ได้เร็ว ไม่ว่าจะเป็นกล้อง DSLR หรือ Mirrorless ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับผู้เริ่มต้น จุดสำคัญคือการเลือกกล้องที่ไม่ซับซ้อนเกินไป แต่ยังมีคุณภาพภาพถ่ายที่ดีพอจะต่อยอดไปสู่การถ่ายภาพจริงจังในอนาคต
    https://www.techradar.com/cameras/the-best-camera-for-beginners

    รีวิว Panasonic HC-X1200 กล้องวิดีโอที่ซูมได้สุดประทับใจ
    Panasonic HC-X1200 ทำให้หลายคนทึ่งกับความสามารถในการซูมที่ทรงพลัง จนแทบจะทำให้กล้องวิดีโอแบบเต็มรูปแบบกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง คุณภาพภาพและระบบกันสั่นที่ดี ทำให้การถ่ายวิดีโอทั้งงานมืออาชีพและงานส่วนตัวมีความคมชัดและเสถียร จุดขายหลักคือการซูมที่เหนือกว่ากล้องทั่วไปในตลาด
    https://www.techradar.com/cameras/video-cameras/panasonic-hc-x1200-review

    ฟีเจอร์ AirDrop ใหม่บน Google Pixel 10 มีปัญหากับผู้ใช้บางราย
    Google Pixel 10 มาพร้อมฟีเจอร์ AirDrop ที่ตั้งใจให้แชร์ไฟล์ได้สะดวกขึ้น แต่ผู้ใช้บางรายพบว่าฟีเจอร์นี้ยังมีบั๊ก ทำให้การส่งไฟล์ไม่เสถียรหรือเชื่อมต่อไม่สำเร็จ ปัญหานี้กำลังถูกพูดถึงในชุมชนผู้ใช้ และคาดว่า Google จะต้องออกอัปเดตแก้ไขในเร็วๆ นี้ เพื่อให้ฟีเจอร์ทำงานได้สมบูรณ์ตามที่ตั้งใจ
    https://www.techradar.com/phones/google-pixel-phones/the-new-airdrop-feature-on-the-google-pixel-10-is-proving-buggy-for-some-users

    ปัญหากวนใจใน iOS 26 และวิธีแก้
    อัปเดต iOS 26 ที่หลายคนรอคอย กลับมาพร้อมทั้งฟีเจอร์ใหม่และความเปลี่ยนแปลงที่บางอย่างทำให้ผู้ใช้หงุดหงิดไม่น้อย เช่น “Liquid Glass” ที่ทำให้หน้าจอดูโปร่งใสเกินไปจนอ่านยาก หลายคนเลือกปิดด้วยการตั้งค่า Reduce Transparency เพื่อให้ใช้งานง่ายขึ้น อีกเรื่องคือการถ่ายภาพหน้าจอที่เปลี่ยนไปจากเดิม กลายเป็นเต็มจอพร้อมเครื่องมือแก้ไขทันที ซึ่งบางคนไม่ชอบ จึงไปตั้งค่าให้กลับมาเป็นแบบเดิมที่แค่โชว์ตัวอย่างเล็ก ๆ แล้วปัดทิ้งได้สะดวกกว่า Safari ก็ถูกปรับแถบเครื่องมือใหม่จนดูอึดอัดและต้องกดหลายขั้นตอนกว่าจะได้ฟังก์ชันที่เคยง่าย ๆ ผู้ใช้บางคนเลยเลือกปรับกลับให้เหมือนเดิม ส่วนการพิมพ์แบบ “slide-to-type” ที่บางครั้งเผลอไปลากนิ้วแล้วกลายเป็นคำไม่ตั้งใจ ก็สามารถปิดได้ในเมนู Keyboard และสุดท้ายคือการตั้งปลุกที่เคยบังคับ snooze 9 นาที ตอนนี้สามารถเลือกได้เองตั้งแต่ 1–15 นาที ทำให้ชีวิตยืดหยุ่นขึ้นมาก
    https://www.techradar.com/phones/the-5-most-frustrating-things-about-ios-26-and-how-I-fixed-them

    Cyber Resilience: ธุรกิจต้องปรับตัว
    โลกธุรกิจอังกฤษกำลังเผชิญภัยไซเบอร์ครั้งใหญ่ เหตุการณ์โจมตี Jaguar Land Rover ทำความเสียหายมหาศาลกว่า 1.9 พันล้านปอนด์ และยังมีกรณี Marks & Spencer กับ Co-Op ที่โดนโจมตีเช่นกัน รัฐบาลอังกฤษจึงเสนอแนวทางห้ามจ่ายค่าไถ่ ransomware สำหรับหน่วยงานรัฐและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เพื่อไม่ให้คนร้ายได้ผลประโยชน์ แต่ผลข้างเคียงคือเอกชนอาจกลายเป็นเป้าหมายหลักแทน สิ่งที่ธุรกิจต้องทำคือสร้าง “ความยืดหยุ่นทางไซเบอร์” โดยเริ่มจากการพัฒนาทักษะบุคลากร เพราะรายงานล่าสุดชี้ว่ามีช่องว่างทักษะด้านนี้สูงมาก การฝึกอบรมต้องไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่ต้องฝังอยู่ในงานประจำทุกตำแหน่ง ตั้งแต่ฝ่ายการเงินจนถึงบริการลูกค้า เพื่อให้ทุกคนรู้จักรับมือภัย เช่น phishing ที่ยังเป็นช่องทางโจมตีหลัก และที่สำคัญคือบอร์ดบริหารต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เทียบเท่ากับผลประกอบการ เพราะภัยไซเบอร์วันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือความอยู่รอดของธุรกิจ
    https://www.techradar.com/pro/cyber-resilience-is-a-business-imperative-skills-and-strategy-must-evolve

    Cybersecurity Burnout: เมื่อทีมงานหมดแรง
    งานด้านความปลอดภัยไซเบอร์เป็นงานที่ต้องวิ่งแข่งกับภัยคุกคามตลอดเวลา จนทำให้คนทำงานจำนวนมากเกิดภาวะ “burnout” หรือหมดแรง ล่าสุดมีตัวเลขว่ากว่า 76% ของผู้เชี่ยวชาญด้านนี้รู้สึกเหนื่อยล้า และ 69% บอกว่าหนักขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักคือการโจมตีที่ไม่หยุดพัก กฎระเบียบใหม่ ๆ ที่ต้องตามให้ทัน และการขาดบุคลากรที่เพียงพอ ผลกระทบไม่ใช่แค่สุขภาพจิต แต่ยังทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง เสี่ยงต่อการเกิดช่องโหว่และความเสียหายทางการเงิน บริษัทจึงต้องหาทางแก้ เช่น การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนพนักงาน การลงทุนในเครื่องมือที่ช่วยแบ่งเบาภาระ รวมถึงการใช้บริการภายนอกอย่าง Managed Detection and Response (MDR) ที่ช่วยลดความเหนื่อยล้าได้จริง และที่สำคัญคือการให้โอกาสเติบโตในสายงาน เพื่อให้คนทำงานรู้สึกว่ามีอนาคต ไม่ใช่แค่ทำงานไปวัน ๆ
    ​​​​​​​ https://www.techradar.com/pro/tackling-cybersecurity-burnout-once-and-for-all
    📌📡🔴 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🔴📡📌 #รวมข่าวIT #20251130 #TechRadar 🧠 ChatGPT ครบรอบ 3 ปี เผยฟีเจอร์ยอดนิยมที่คนใช้จริง ChatGPT จาก OpenAI เดินทางมาถึงปีที่ 3 แล้ว และข้อมูลใหม่ที่ถูกเปิดเผยทำให้หลายคนแปลกใจ เพราะสิ่งที่คนใช้มากที่สุดไม่ใช่การสร้างภาพใหม่ แต่กลับเป็นการ “อัปโหลดภาพ” เพื่อให้ AI ช่วยปรับปรุงหรือแก้ไข นอกจากนี้งานหลักที่คนใช้ในที่ทำงานคือการแก้ไขและวิจารณ์ข้อความ มากกว่าการเขียนใหม่ทั้งหมด ฟีเจอร์ยอดนิยมที่ถูกใช้ทั่วโลกยังรวมถึงการค้นหาข้อมูล การใช้โมเดลเหตุผล การวิเคราะห์ข้อมูล และการพูดเป็นข้อความ ซึ่งสะท้อนว่าผู้ใช้มอง ChatGPT เป็นเครื่องมือช่วยงานจริงจัง ไม่ใช่แค่ของเล่นทดลองอีกต่อไป 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/openai-reveals-chatgpts-most-popular-features-and-the-top-one-might-surprise-you 🛡️ FBI เตือนภัย! แฮกเกอร์ใช้ AI หลอกขโมยเงินกว่า 262 ล้านดอลลาร์ ปี 2025 กลายเป็นปีที่อาชญากรไซเบอร์ใช้ AI สร้างแคมเปญหลอกลวงได้สมจริงยิ่งขึ้น FBI รายงานว่ามีการสูญเสียเงินกว่า 262 ล้านดอลลาร์จากการยึดบัญชีผู้ใช้ผ่านการหลอกให้เปิดเผยรหัสผ่านหรือ OTP เมื่อได้ข้อมูลแล้ว แฮกเกอร์สามารถรีเซ็ตรหัสและโอนเงินไปยังบัญชีที่ควบคุมเอง บ่อยครั้งเงินถูกเปลี่ยนเป็นคริปโตเพื่อปกปิดร่องรอย การโจมตีมักมาในรูปแบบอีเมล ปลอมเป็นธนาคาร หรือแม้แต่เว็บไซต์ช้อปปิ้งปลอมที่ดูน่าเชื่อถือ จุดอันตรายคือผู้ใช้เองเป็นคนกดยืนยันธุรกรรม ทำให้การป้องกันยิ่งยากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/fbi-says-hackers-have-stolen-usd262-million-in-account-takeover-scams-in-2025-so-far-heres-how-you-can-stay-safe 💻 Meta จ่อดีลใหญ่กับ Google TPU สะเทือนตลาดชิป AI ความต้องการชิป AI พุ่งสูงจน Meta ต้องหันไปเจรจากับ Google เพื่อใช้ TPU ของ Google Cloud ในปี 2026 และอาจซื้อโดยตรงในปี 2027 ดีลนี้ถือเป็นการเปลี่ยนเกม เพราะ Google แต่เดิมใช้ TPU ภายในเท่านั้น ขณะที่ Meta เคยพึ่งพาหลายเจ้า รวมถึง Nvidia การเจรจานี้ทำให้มูลค่า Alphabet พุ่งขึ้นทันที และนักลงทุนเริ่มกังวลว่า Nvidia อาจเสียส่วนแบ่งตลาดมหาศาล ความตึงเครียดในซัพพลายเชนยังคงสูง เพราะความต้องการชิป AI เกินกำลังการผลิตทั่วโลก 🔗 https://www.techradar.com/pro/meta-and-google-could-be-about-to-sign-a-mega-ai-chip-deal-and-it-could-change-everything-in-the-tech-space 💾 IBM เปิดตัวระบบเก็บข้อมูลใหม่ รองรับสูงสุด 47 เพตะไบต์ต่อแร็ค IBM ขยายศักยภาพระบบ Storage Scale System 6000 ด้วย All-Flash Expansion Enclosures ที่ใช้ไดรฟ์ QLC ขนาด 122TB ทำให้รองรับข้อมูลได้ถึง 47PB ต่อแร็ค เหมาะกับงานที่ต้องใช้ข้อมูลมหาศาล เช่น AI และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ จุดเด่นคือการรองรับการทำงานหลายงานพร้อมกันโดยไม่เกิดคอขวด และยังเชื่อมต่อกับ GPU ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การอัปเดตซอฟต์แวร์ล่าสุดยังเพิ่มประสิทธิภาพการเขียนและการอ่านให้สูงขึ้น เพื่อรองรับการประมวลผลที่ซับซ้อนในระดับองค์กรใหญ่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/talk-about-a-triple-threat-ibm-says-it-can-now-support-up-to-47pb-on-a-full-rack-so-load-it-up 💻 โน้ตบุ๊ก RAM 128GB และ 256GB ปี 2025 สำหรับงานโหดสุดๆ โน้ตบุ๊กที่มาพร้อม RAM 128GB หรือแม้แต่ 256GB ไม่ใช่ของสำหรับผู้ใช้ทั่วไป แต่ถูกออกแบบมาเพื่อมืออาชีพที่ต้องการพลังประมวลผลสูงสุด เช่น นักวิทยาศาสตร์ นักสร้างสรรค์คอนเทนต์ หรือผู้ทำงานกับข้อมูลขนาดใหญ่ รายชื่อรุ่นที่มีให้เลือกในปี 2025 ครอบคลุมแบรนด์ดังอย่าง Dell, HP, Lenovo, MSI, Asus, Alienware และ Razer ราคามีตั้งแต่ประมาณ 1,599 ดอลลาร์ไปจนถึงกว่า 7,000 ดอลลาร์ รุ่นที่รองรับ 256GB ยังมีไม่มาก แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของตลาดโน้ตบุ๊กที่กำลังผลักดันขีดจำกัดของการใช้งานพกพา 🔗 https://www.techradar.com/pro/best-256gb-and-128gb-ram-laptops 🌐 การกำกับดูแลโลกไซเบอร์-กายภาพ กลายเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับรัฐบาลท้องถิ่น บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าการบริหารจัดการระบบไซเบอร์ที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ เช่น ระบบไฟฟ้า น้ำ และการขนส่ง ไม่ใช่เรื่อง “nice to have” อีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็น รัฐบาลท้องถิ่นต้องมีมาตรการกำกับดูแลที่เข้มแข็งเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการโจมตีไซเบอร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตจริงของประชาชน แนวคิดนี้กำลังถูกผลักดันให้เป็นมาตรฐานใหม่ในการบริหารเมืองอัจฉริยะและโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ 🔗 https://www.techradar.com/pro/cyber-physical-governance-isnt-a-nice-to-have-for-state-and-local-government-its-essential 🎧 หูฟังที่ดีที่สุดสำหรับทุกงบประมาณ ผ่านการทดสอบจริง ทีมผู้เชี่ยวชาญได้ทดสอบหูฟังหลากหลายรุ่น ตั้งแต่ราคาประหยัดไปจนถึงระดับพรีเมียม เพื่อหาตัวเลือกที่เหมาะสมกับผู้ใช้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นหูฟังแบบครอบหู ไร้สาย หรือแบบอินเอียร์ จุดเด่นคือการทดสอบในสถานการณ์จริง ทำให้ผู้ซื้อมั่นใจได้ว่าคุณภาพเสียง ความสบาย และความทนทานได้รับการตรวจสอบแล้ว รายการนี้ช่วยให้ผู้ใช้เลือกหูฟังที่ตรงกับความต้องการโดยไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกเอง 🔗 https://www.techradar.com/audio/headphones/the-best-headphones 📷 กล้องสำหรับมือใหม่ปี 2025 ตัวเลือกที่เหมาะที่สุด สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นถ่ายภาพ บทความนี้แนะนำกล้องที่ใช้งานง่าย ราคาสมเหตุสมผล และมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้เรียนรู้ได้เร็ว ไม่ว่าจะเป็นกล้อง DSLR หรือ Mirrorless ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับผู้เริ่มต้น จุดสำคัญคือการเลือกกล้องที่ไม่ซับซ้อนเกินไป แต่ยังมีคุณภาพภาพถ่ายที่ดีพอจะต่อยอดไปสู่การถ่ายภาพจริงจังในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/cameras/the-best-camera-for-beginners 🎥 รีวิว Panasonic HC-X1200 กล้องวิดีโอที่ซูมได้สุดประทับใจ Panasonic HC-X1200 ทำให้หลายคนทึ่งกับความสามารถในการซูมที่ทรงพลัง จนแทบจะทำให้กล้องวิดีโอแบบเต็มรูปแบบกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง คุณภาพภาพและระบบกันสั่นที่ดี ทำให้การถ่ายวิดีโอทั้งงานมืออาชีพและงานส่วนตัวมีความคมชัดและเสถียร จุดขายหลักคือการซูมที่เหนือกว่ากล้องทั่วไปในตลาด 🔗 https://www.techradar.com/cameras/video-cameras/panasonic-hc-x1200-review 📱 ฟีเจอร์ AirDrop ใหม่บน Google Pixel 10 มีปัญหากับผู้ใช้บางราย Google Pixel 10 มาพร้อมฟีเจอร์ AirDrop ที่ตั้งใจให้แชร์ไฟล์ได้สะดวกขึ้น แต่ผู้ใช้บางรายพบว่าฟีเจอร์นี้ยังมีบั๊ก ทำให้การส่งไฟล์ไม่เสถียรหรือเชื่อมต่อไม่สำเร็จ ปัญหานี้กำลังถูกพูดถึงในชุมชนผู้ใช้ และคาดว่า Google จะต้องออกอัปเดตแก้ไขในเร็วๆ นี้ เพื่อให้ฟีเจอร์ทำงานได้สมบูรณ์ตามที่ตั้งใจ 🔗 https://www.techradar.com/phones/google-pixel-phones/the-new-airdrop-feature-on-the-google-pixel-10-is-proving-buggy-for-some-users 📱 ปัญหากวนใจใน iOS 26 และวิธีแก้ อัปเดต iOS 26 ที่หลายคนรอคอย กลับมาพร้อมทั้งฟีเจอร์ใหม่และความเปลี่ยนแปลงที่บางอย่างทำให้ผู้ใช้หงุดหงิดไม่น้อย เช่น “Liquid Glass” ที่ทำให้หน้าจอดูโปร่งใสเกินไปจนอ่านยาก หลายคนเลือกปิดด้วยการตั้งค่า Reduce Transparency เพื่อให้ใช้งานง่ายขึ้น อีกเรื่องคือการถ่ายภาพหน้าจอที่เปลี่ยนไปจากเดิม กลายเป็นเต็มจอพร้อมเครื่องมือแก้ไขทันที ซึ่งบางคนไม่ชอบ จึงไปตั้งค่าให้กลับมาเป็นแบบเดิมที่แค่โชว์ตัวอย่างเล็ก ๆ แล้วปัดทิ้งได้สะดวกกว่า Safari ก็ถูกปรับแถบเครื่องมือใหม่จนดูอึดอัดและต้องกดหลายขั้นตอนกว่าจะได้ฟังก์ชันที่เคยง่าย ๆ ผู้ใช้บางคนเลยเลือกปรับกลับให้เหมือนเดิม ส่วนการพิมพ์แบบ “slide-to-type” ที่บางครั้งเผลอไปลากนิ้วแล้วกลายเป็นคำไม่ตั้งใจ ก็สามารถปิดได้ในเมนู Keyboard และสุดท้ายคือการตั้งปลุกที่เคยบังคับ snooze 9 นาที ตอนนี้สามารถเลือกได้เองตั้งแต่ 1–15 นาที ทำให้ชีวิตยืดหยุ่นขึ้นมาก 🔗 https://www.techradar.com/phones/the-5-most-frustrating-things-about-ios-26-and-how-I-fixed-them 🛡️ Cyber Resilience: ธุรกิจต้องปรับตัว โลกธุรกิจอังกฤษกำลังเผชิญภัยไซเบอร์ครั้งใหญ่ เหตุการณ์โจมตี Jaguar Land Rover ทำความเสียหายมหาศาลกว่า 1.9 พันล้านปอนด์ และยังมีกรณี Marks & Spencer กับ Co-Op ที่โดนโจมตีเช่นกัน รัฐบาลอังกฤษจึงเสนอแนวทางห้ามจ่ายค่าไถ่ ransomware สำหรับหน่วยงานรัฐและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เพื่อไม่ให้คนร้ายได้ผลประโยชน์ แต่ผลข้างเคียงคือเอกชนอาจกลายเป็นเป้าหมายหลักแทน สิ่งที่ธุรกิจต้องทำคือสร้าง “ความยืดหยุ่นทางไซเบอร์” โดยเริ่มจากการพัฒนาทักษะบุคลากร เพราะรายงานล่าสุดชี้ว่ามีช่องว่างทักษะด้านนี้สูงมาก การฝึกอบรมต้องไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่ต้องฝังอยู่ในงานประจำทุกตำแหน่ง ตั้งแต่ฝ่ายการเงินจนถึงบริการลูกค้า เพื่อให้ทุกคนรู้จักรับมือภัย เช่น phishing ที่ยังเป็นช่องทางโจมตีหลัก และที่สำคัญคือบอร์ดบริหารต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เทียบเท่ากับผลประกอบการ เพราะภัยไซเบอร์วันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือความอยู่รอดของธุรกิจ 🔗 https://www.techradar.com/pro/cyber-resilience-is-a-business-imperative-skills-and-strategy-must-evolve 😓 Cybersecurity Burnout: เมื่อทีมงานหมดแรง งานด้านความปลอดภัยไซเบอร์เป็นงานที่ต้องวิ่งแข่งกับภัยคุกคามตลอดเวลา จนทำให้คนทำงานจำนวนมากเกิดภาวะ “burnout” หรือหมดแรง ล่าสุดมีตัวเลขว่ากว่า 76% ของผู้เชี่ยวชาญด้านนี้รู้สึกเหนื่อยล้า และ 69% บอกว่าหนักขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักคือการโจมตีที่ไม่หยุดพัก กฎระเบียบใหม่ ๆ ที่ต้องตามให้ทัน และการขาดบุคลากรที่เพียงพอ ผลกระทบไม่ใช่แค่สุขภาพจิต แต่ยังทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง เสี่ยงต่อการเกิดช่องโหว่และความเสียหายทางการเงิน บริษัทจึงต้องหาทางแก้ เช่น การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนพนักงาน การลงทุนในเครื่องมือที่ช่วยแบ่งเบาภาระ รวมถึงการใช้บริการภายนอกอย่าง Managed Detection and Response (MDR) ที่ช่วยลดความเหนื่อยล้าได้จริง และที่สำคัญคือการให้โอกาสเติบโตในสายงาน เพื่อให้คนทำงานรู้สึกว่ามีอนาคต ไม่ใช่แค่ทำงานไปวัน ๆ ​​​​​​​🔗 https://www.techradar.com/pro/tackling-cybersecurity-burnout-once-and-for-all
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 79 มุมมอง 0 รีวิว
  • Fuxi A0 GPU: การ์ดจอจีนรุ่นใหม่พร้อม Ray Tracing

    บริษัท Xiang Dixian จากจีนได้เปิดตัวการ์ดจอรุ่นใหม่ชื่อ Fuxi A0 GPU ในงาน ICCAD Expo ที่เมืองเฉิงตู โดยใช้สถาปัตยกรรม Imagination DXD ซึ่งเป็นกราฟิก IP รุ่นล่าสุดจาก Imagination Technologies จุดเด่นคือการผลิตด้วยกระบวนการ 5nm ทำให้มีประสิทธิภาพสูงและรองรับฟีเจอร์ทันสมัยอย่าง Ray Tracing และ Super Resolution (Upscaling).

    การ์ดจอรุ่นนี้มาพร้อม หน่วยความจำ 12GB และคาดว่าจะให้พลังการประมวลผลสูงสุดถึง 160 TFLOPs โดยดีไซน์เป็นแบบ dual-slot, dual-fan เพื่อการระบายความร้อนที่ดีขึ้น ในงานเปิดตัวมีการสาธิตเกม Black Myth: Wukong ที่สามารถรันด้วยเฟรมเรตเฉลี่ยประมาณ 35 FPS พร้อมเปิด Ray Tracing ซึ่งถือว่าเป็นก้าวสำคัญของการ์ดจอจีนที่พยายามแข่งขันกับ NVIDIA และ AMD.

    นอกจากรุ่น A0 ที่เน้นการเล่นเกมและการเรนเดอร์แล้ว Xiang Dixian ยังเตรียมเปิดตัวรุ่น Fuxi B0 ที่จะรวม GPU เข้ากับ NPU (Neural Processing Unit) รองรับการประมวลผล FP8 เพื่อใช้งานด้าน AI โดยเฉพาะ ถือเป็นการขยายตลาดไปสู่การประมวลผลเชิงลึกและงานวิจัย.

    บริษัทมีประสบการณ์ยาวนานในการผลิตการ์ดจอจาก IP ของ Imagination เช่น XDX 121 และ XDX 151 สำหรับเดสก์ท็อป รวมถึง XDX R1900 สำหรับเวิร์กสเตชัน ทำให้ Fuxi A0 ถูกมองว่าเป็นการต่อยอดสู่การ์ดจอที่ทันสมัยและพร้อมเข้าสู่การผลิตจำนวนมากในปีหน้า.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การเปิดตัว Fuxi A0 GPU
    ใช้สถาปัตยกรรม Imagination DXD
    ผลิตด้วยเทคโนโลยี 5nm

    สเปกและประสิทธิภาพ
    หน่วยความจำ 12GB
    พลังการประมวลผลสูงสุด 160 TFLOPs
    ดีไซน์ dual-slot, dual-fan

    ฟีเจอร์เด่น
    รองรับ Ray Tracing และ Super Resolution
    รัน Black Myth: Wukong ได้ ~35 FPS

    แผนการขยาย
    รุ่น B0 จะรวม GPU + NPU รองรับ FP8 สำหรับงาน AI
    เตรียมเข้าสู่การผลิตจำนวนมากในปีหน้า

    ข้อควรระวัง
    ยังไม่ชัดเจนว่าประสิทธิภาพจะเทียบกับ NVIDIA/AMD ได้จริงหรือไม่
    เฟรมเรต 35 FPS อาจยังไม่เพียงพอสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความลื่นไหลสูง

    https://wccftech.com/chinese-next-gen-fuxi-gpu-imagination-ip-5nm-12-gb-ray-tracing-super-res-support/
    🖥️ Fuxi A0 GPU: การ์ดจอจีนรุ่นใหม่พร้อม Ray Tracing บริษัท Xiang Dixian จากจีนได้เปิดตัวการ์ดจอรุ่นใหม่ชื่อ Fuxi A0 GPU ในงาน ICCAD Expo ที่เมืองเฉิงตู โดยใช้สถาปัตยกรรม Imagination DXD ซึ่งเป็นกราฟิก IP รุ่นล่าสุดจาก Imagination Technologies จุดเด่นคือการผลิตด้วยกระบวนการ 5nm ทำให้มีประสิทธิภาพสูงและรองรับฟีเจอร์ทันสมัยอย่าง Ray Tracing และ Super Resolution (Upscaling). การ์ดจอรุ่นนี้มาพร้อม หน่วยความจำ 12GB และคาดว่าจะให้พลังการประมวลผลสูงสุดถึง 160 TFLOPs โดยดีไซน์เป็นแบบ dual-slot, dual-fan เพื่อการระบายความร้อนที่ดีขึ้น ในงานเปิดตัวมีการสาธิตเกม Black Myth: Wukong ที่สามารถรันด้วยเฟรมเรตเฉลี่ยประมาณ 35 FPS พร้อมเปิด Ray Tracing ซึ่งถือว่าเป็นก้าวสำคัญของการ์ดจอจีนที่พยายามแข่งขันกับ NVIDIA และ AMD. นอกจากรุ่น A0 ที่เน้นการเล่นเกมและการเรนเดอร์แล้ว Xiang Dixian ยังเตรียมเปิดตัวรุ่น Fuxi B0 ที่จะรวม GPU เข้ากับ NPU (Neural Processing Unit) รองรับการประมวลผล FP8 เพื่อใช้งานด้าน AI โดยเฉพาะ ถือเป็นการขยายตลาดไปสู่การประมวลผลเชิงลึกและงานวิจัย. บริษัทมีประสบการณ์ยาวนานในการผลิตการ์ดจอจาก IP ของ Imagination เช่น XDX 121 และ XDX 151 สำหรับเดสก์ท็อป รวมถึง XDX R1900 สำหรับเวิร์กสเตชัน ทำให้ Fuxi A0 ถูกมองว่าเป็นการต่อยอดสู่การ์ดจอที่ทันสมัยและพร้อมเข้าสู่การผลิตจำนวนมากในปีหน้า. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การเปิดตัว Fuxi A0 GPU ➡️ ใช้สถาปัตยกรรม Imagination DXD ➡️ ผลิตด้วยเทคโนโลยี 5nm ✅ สเปกและประสิทธิภาพ ➡️ หน่วยความจำ 12GB ➡️ พลังการประมวลผลสูงสุด 160 TFLOPs ➡️ ดีไซน์ dual-slot, dual-fan ✅ ฟีเจอร์เด่น ➡️ รองรับ Ray Tracing และ Super Resolution ➡️ รัน Black Myth: Wukong ได้ ~35 FPS ✅ แผนการขยาย ➡️ รุ่น B0 จะรวม GPU + NPU รองรับ FP8 สำหรับงาน AI ➡️ เตรียมเข้าสู่การผลิตจำนวนมากในปีหน้า ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ ยังไม่ชัดเจนว่าประสิทธิภาพจะเทียบกับ NVIDIA/AMD ได้จริงหรือไม่ ⛔ เฟรมเรต 35 FPS อาจยังไม่เพียงพอสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความลื่นไหลสูง https://wccftech.com/chinese-next-gen-fuxi-gpu-imagination-ip-5nm-12-gb-ray-tracing-super-res-support/
    WCCFTECH.COM
    Chinese GPU Maker Demos Its Next-Gen Fuxi A0 GPU Based on Imagination DXD GPU IP: Features 5nm Core, 12 GB VRAM, Ray Tracing & Super-Res Support
    The Chinese Fuxi A0 GPU is based on a 5nm Imagination DXD Graphics IP, offering Ray Tracing & Super Resolution support.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 62 มุมมอง 0 รีวิว
  • WhatsApp เพิ่มฟีเจอร์ Speech Bubble ตอบกลับได้ในโปรไฟล์

    WhatsApp กำลังปรับโฉมหน้าโปรไฟล์ครั้งใหญ่ โดยเพิ่ม กล่องคำพูด (speech bubble) ที่ผู้ใช้สามารถใส่อีโมจิและข้อความสั้น ๆ เพื่อบอกสถานะหรือความรู้สึก ณ ขณะนั้น ข้อความนี้จะปรากฏบนรูปโปรไฟล์ทั้งในหน้าโปรไฟล์และในแชทส่วนตัว และที่สำคัญคือ เพื่อนสามารถแตะเพื่อตอบกลับได้ทันที ทำให้การสื่อสารดูเป็นธรรมชาติและสนุกมากขึ้น.

    ผู้ใช้สามารถแก้ไขข้อความได้ในเมนู Settings → “What’s happening?” ใต้ชื่อโปรไฟล์ พร้อมเลือกอีโมจิประกอบ เช่น หากใส่คำว่า “Busy” พร้อมอีโมจิเหงื่อ เพื่อนที่เริ่มแชทจะเห็นสถานะนี้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่า Duration เพื่อกำหนดระยะเวลาที่ข้อความจะแสดง ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึงหลายวัน โดยค่าเริ่มต้นคือ 1 วัน.

    ฟีเจอร์นี้ยังมีการควบคุมความเป็นส่วนตัว ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าใครจะเห็นข้อความ About ของตน เช่น ทุกคน, เฉพาะรายชื่อใน Contacts, ยกเว้นบางคน หรือไม่มีใครเลย ทำให้ Speech Bubble กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ยืดหยุ่นแทนการใช้ Status แบบเดิม.

    หากฟีเจอร์นี้ยังไม่ปรากฏในแอปของคุณ อาจต้องทำการ อัปเดต WhatsApp เป็นเวอร์ชันล่าสุด เพื่อใช้งานได้ทันที ถือเป็นการเพิ่มสีสันใหม่ให้การสื่อสารในชีวิตประจำวัน และอาจกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ผู้ใช้ใช้บอกเล่าเรื่องราวสั้น ๆ แบบโต้ตอบได้.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ฟีเจอร์ใหม่ Speech Bubble
    ใส่อีโมจิและข้อความสั้น ๆ บนโปรไฟล์
    เพื่อนสามารถตอบกลับได้โดยตรงในแชท

    วิธีใช้งาน
    แก้ไขได้ใน Settings → “What’s happening?”
    ตั้งค่า Duration ได้ตั้งแต่ชั่วโมงจนถึงหลายวัน

    ความเป็นส่วนตัว
    เลือกได้ว่าใครจะเห็นข้อความ About
    ตัวเลือก: ทุกคน, My contacts, My contacts except…, Nobody

    ข้อควรระวัง
    หากยังไม่เห็นฟีเจอร์ ต้องอัปเดต WhatsApp
    อาจถูกใช้แทน Status แต่มีข้อจำกัดด้านรูปแบบ

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/11/30/whatsapp039s-new-profile-page-adds-a-replyable-speech-bubble
    💬 WhatsApp เพิ่มฟีเจอร์ Speech Bubble ตอบกลับได้ในโปรไฟล์ WhatsApp กำลังปรับโฉมหน้าโปรไฟล์ครั้งใหญ่ โดยเพิ่ม กล่องคำพูด (speech bubble) ที่ผู้ใช้สามารถใส่อีโมจิและข้อความสั้น ๆ เพื่อบอกสถานะหรือความรู้สึก ณ ขณะนั้น ข้อความนี้จะปรากฏบนรูปโปรไฟล์ทั้งในหน้าโปรไฟล์และในแชทส่วนตัว และที่สำคัญคือ เพื่อนสามารถแตะเพื่อตอบกลับได้ทันที ทำให้การสื่อสารดูเป็นธรรมชาติและสนุกมากขึ้น. ผู้ใช้สามารถแก้ไขข้อความได้ในเมนู Settings → “What’s happening?” ใต้ชื่อโปรไฟล์ พร้อมเลือกอีโมจิประกอบ เช่น หากใส่คำว่า “Busy” พร้อมอีโมจิเหงื่อ เพื่อนที่เริ่มแชทจะเห็นสถานะนี้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่า Duration เพื่อกำหนดระยะเวลาที่ข้อความจะแสดง ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึงหลายวัน โดยค่าเริ่มต้นคือ 1 วัน. ฟีเจอร์นี้ยังมีการควบคุมความเป็นส่วนตัว ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าใครจะเห็นข้อความ About ของตน เช่น ทุกคน, เฉพาะรายชื่อใน Contacts, ยกเว้นบางคน หรือไม่มีใครเลย ทำให้ Speech Bubble กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ยืดหยุ่นแทนการใช้ Status แบบเดิม. หากฟีเจอร์นี้ยังไม่ปรากฏในแอปของคุณ อาจต้องทำการ อัปเดต WhatsApp เป็นเวอร์ชันล่าสุด เพื่อใช้งานได้ทันที ถือเป็นการเพิ่มสีสันใหม่ให้การสื่อสารในชีวิตประจำวัน และอาจกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ผู้ใช้ใช้บอกเล่าเรื่องราวสั้น ๆ แบบโต้ตอบได้. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ฟีเจอร์ใหม่ Speech Bubble ➡️ ใส่อีโมจิและข้อความสั้น ๆ บนโปรไฟล์ ➡️ เพื่อนสามารถตอบกลับได้โดยตรงในแชท ✅ วิธีใช้งาน ➡️ แก้ไขได้ใน Settings → “What’s happening?” ➡️ ตั้งค่า Duration ได้ตั้งแต่ชั่วโมงจนถึงหลายวัน ✅ ความเป็นส่วนตัว ➡️ เลือกได้ว่าใครจะเห็นข้อความ About ➡️ ตัวเลือก: ทุกคน, My contacts, My contacts except…, Nobody ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ หากยังไม่เห็นฟีเจอร์ ต้องอัปเดต WhatsApp ⛔ อาจถูกใช้แทน Status แต่มีข้อจำกัดด้านรูปแบบ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/11/30/whatsapp039s-new-profile-page-adds-a-replyable-speech-bubble
    WWW.THESTAR.COM.MY
    WhatsApp's new profile page adds a replyable speech bubble
    WhatsApp has overhauled its profile page, letting users add an emoji and a few words to the picture shown in their profile and in one-to-one chats.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 55 มุมมอง 0 รีวิว
  • เปลี่ยนภาพถ่ายเก่าเป็นดิจิทัลด้วยตัวเอง

    บทความจาก The Star ชี้ให้เห็นว่าหลายครอบครัวมีภาพถ่าย ฟิล์ม และวิดีโอเก่าที่เสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา การแปลงเป็นไฟล์ดิจิทัลจึงเป็นวิธีรักษาความทรงจำให้คงอยู่ต่อไป โดยมีสองแนวทางหลักคือ ส่งให้บริษัทบริการเช่น Legacy Box หรือ Capture.com ซึ่งสะดวกแต่มีค่าใช้จ่ายสูง และ ทำเองที่บ้าน ซึ่งอาจถูกกว่าและสนุกกว่า.

    สำหรับ ฟิล์มเนกาทีฟและสไลด์ วิธีที่นิยมคือใช้ สแกนเนอร์เนกาทีฟ ราคาประมาณ 100–200 ดอลลาร์ สามารถสแกนฟิล์ม 35 มม. และขนาดเล็กกว่าได้ หากเป็นฟิล์มขนาดใหญ่ สามารถใช้กล้องดิจิทัลหรือสมาร์ตโฟนถ่ายภาพโดยวางฟิล์มบนกล่องไฟ USB ราคาย่อมเยา แล้วใช้ซอฟต์แวร์กลับภาพ (invert) เพื่อให้ได้ภาพปกติ.

    สำหรับ วิดีโอเทปและฟิล์ม 16 มม. วิธีง่ายที่สุดคือฉายด้วยโปรเจ็กเตอร์บนผนังหรือจอ แล้วใช้สมาร์ตโฟนบันทึกภาพ พร้อมบันทึกเสียงบรรยายจากสมาชิกครอบครัวเพื่อเพิ่มคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์ ส่วนวิดีโอเทปสามารถเล่นผ่านทีวีแล้วใช้กล้องถ่ายซ้ำในห้องมืดเพื่อลดแสงสะท้อน.

    สิ่งสำคัญคือการทำด้วยตัวเองช่วยให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการเล่าเรื่องและระลึกความทรงจำร่วมกัน ขณะเดียวกันก็เป็นกิจกรรมที่สนุกและสร้างสรรค์ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงเหมือนการใช้บริการภายนอก.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ทางเลือกการแปลงภาพเก่า
    ส่งให้บริษัทบริการ เช่น Legacy Box, Capture.com
    ทำเองที่บ้านด้วยอุปกรณ์ราคาย่อมเยา

    วิธีสำหรับฟิล์มและสไลด์
    ใช้สแกนเนอร์เนกาทีฟ (100–200 ดอลลาร์)
    ใช้กล้องดิจิทัล/สมาร์ตโฟนกับกล่องไฟ USB

    วิธีสำหรับวิดีโอเทปและฟิล์ม
    ฉายด้วยโปรเจ็กเตอร์แล้วถ่ายซ้ำ
    เล่นผ่านทีวีแล้วบันทึกด้วยกล้องในห้องมืด

    คุณค่าของการทำเอง
    ประหยัดค่าใช้จ่าย
    เพิ่มความทรงจำร่วมด้วยเสียงบรรยายจากครอบครัว

    ข้อควรระวัง
    คุณภาพอาจไม่เทียบเท่าบริการมืออาชีพ
    ต้องใช้เวลาและความอดทนในการปรับแต่งภาพ

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/11/30/opinion-can-you-convert-your-old-photos-and-negatives-to-digital-at-home
    📸 เปลี่ยนภาพถ่ายเก่าเป็นดิจิทัลด้วยตัวเอง บทความจาก The Star ชี้ให้เห็นว่าหลายครอบครัวมีภาพถ่าย ฟิล์ม และวิดีโอเก่าที่เสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา การแปลงเป็นไฟล์ดิจิทัลจึงเป็นวิธีรักษาความทรงจำให้คงอยู่ต่อไป โดยมีสองแนวทางหลักคือ ส่งให้บริษัทบริการเช่น Legacy Box หรือ Capture.com ซึ่งสะดวกแต่มีค่าใช้จ่ายสูง และ ทำเองที่บ้าน ซึ่งอาจถูกกว่าและสนุกกว่า. สำหรับ ฟิล์มเนกาทีฟและสไลด์ วิธีที่นิยมคือใช้ สแกนเนอร์เนกาทีฟ ราคาประมาณ 100–200 ดอลลาร์ สามารถสแกนฟิล์ม 35 มม. และขนาดเล็กกว่าได้ หากเป็นฟิล์มขนาดใหญ่ สามารถใช้กล้องดิจิทัลหรือสมาร์ตโฟนถ่ายภาพโดยวางฟิล์มบนกล่องไฟ USB ราคาย่อมเยา แล้วใช้ซอฟต์แวร์กลับภาพ (invert) เพื่อให้ได้ภาพปกติ. สำหรับ วิดีโอเทปและฟิล์ม 16 มม. วิธีง่ายที่สุดคือฉายด้วยโปรเจ็กเตอร์บนผนังหรือจอ แล้วใช้สมาร์ตโฟนบันทึกภาพ พร้อมบันทึกเสียงบรรยายจากสมาชิกครอบครัวเพื่อเพิ่มคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์ ส่วนวิดีโอเทปสามารถเล่นผ่านทีวีแล้วใช้กล้องถ่ายซ้ำในห้องมืดเพื่อลดแสงสะท้อน. สิ่งสำคัญคือการทำด้วยตัวเองช่วยให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการเล่าเรื่องและระลึกความทรงจำร่วมกัน ขณะเดียวกันก็เป็นกิจกรรมที่สนุกและสร้างสรรค์ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงเหมือนการใช้บริการภายนอก. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ทางเลือกการแปลงภาพเก่า ➡️ ส่งให้บริษัทบริการ เช่น Legacy Box, Capture.com ➡️ ทำเองที่บ้านด้วยอุปกรณ์ราคาย่อมเยา ✅ วิธีสำหรับฟิล์มและสไลด์ ➡️ ใช้สแกนเนอร์เนกาทีฟ (100–200 ดอลลาร์) ➡️ ใช้กล้องดิจิทัล/สมาร์ตโฟนกับกล่องไฟ USB ✅ วิธีสำหรับวิดีโอเทปและฟิล์ม ➡️ ฉายด้วยโปรเจ็กเตอร์แล้วถ่ายซ้ำ ➡️ เล่นผ่านทีวีแล้วบันทึกด้วยกล้องในห้องมืด ✅ คุณค่าของการทำเอง ➡️ ประหยัดค่าใช้จ่าย ➡️ เพิ่มความทรงจำร่วมด้วยเสียงบรรยายจากครอบครัว ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ คุณภาพอาจไม่เทียบเท่าบริการมืออาชีพ ⛔ ต้องใช้เวลาและความอดทนในการปรับแต่งภาพ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/11/30/opinion-can-you-convert-your-old-photos-and-negatives-to-digital-at-home
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Opinion: Can you convert your old photos and negatives to digital at home?
    This week I heard from a reader, "I have a ton of old photos, negatives (both 35mm and medium format 120/220mm), 16mm movie film, slides, camcorder video and a few VHS cassettes that I need to convert to digital. I know there are phone apps that advertise their ability to quickly and easily convert all but movies and video, as well as services like Legacy Box who can do it all. I would love your recommendations."
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 61 มุมมอง 0 รีวิว
  • รถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เสี่ยงถูกแฮ็กมากขึ้น

    นักวิเคราะห์จาก BMI (บริษัทวิจัยในเครือ Fitch Solutions) เตือนว่า การเพิ่มขึ้นของระบบอัตโนมัติและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในรถยนต์ กำลังทำให้ผู้ขับขี่เสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์มากขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์รุ่นใหม่ที่มีฟังก์ชันควบคุมผ่านซอฟต์แวร์และระบบไร้สาย.

    รายงานระบุว่า การโจมตีจากระยะไกล (remote hijacking) อาจเกิดขึ้นได้จริง เนื่องจากรถยนต์สมัยใหม่มีการเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์, แอปพลิเคชันมือถือ และเครือข่าย 5G ซึ่งหากมีช่องโหว่เพียงเล็กน้อยก็อาจถูกใช้เพื่อเข้าควบคุมการทำงานของรถ เช่น ระบบเบรก, พวงมาลัย หรือเครื่องยนต์.

    แม้ผู้ผลิตรถยนต์จะลงทุนมหาศาลในด้าน Cybersecurity แต่ความซับซ้อนของซอฟต์แวร์และการพัฒนาอย่างรวดเร็วทำให้การป้องกันไม่ทันต่อภัยคุกคามใหม่ ๆ นักวิจัยชี้ว่า การโจมตีรถยนต์อาจกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต หากไม่มีมาตรการเข้มงวดและการทดสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง.

    นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลว่า ผู้บริโภคอาจไม่ตระหนักถึงความเสี่ยง เพราะมองว่ารถยนต์เป็นเพียงเครื่องจักรกล แต่ในความจริงแล้ว รถยนต์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตคือ “คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่” ที่มีช่องโหว่ไม่ต่างจากสมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
    รถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเปิดช่องให้ถูกโจมตีจากระยะไกล
    ระบบอัตโนมัติและซอฟต์แวร์ซับซ้อนทำให้การป้องกันยากขึ้น

    ช่องทางการโจมตี
    การเชื่อมต่อกับคลาวด์, แอปมือถือ และเครือข่าย 5G
    อาจถูกควบคุมระบบเบรก, พวงมาลัย หรือเครื่องยนต์

    ความท้าทายของผู้ผลิต
    ต้องลงทุนมหาศาลใน Cybersecurity
    การพัฒนาเทคโนโลยีรวดเร็วทำให้การป้องกันไม่ทันภัยใหม่

    คำเตือนจากนักวิจัย
    การโจมตีรถยนต์อาจกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต
    ผู้บริโภคยังไม่ตระหนักว่ารถยนต์คือ “คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่” ที่มีช่องโหว่

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/11/30/connected-cars-at-growing-risk-of-remote-hijacking-researchers-warn
    🚗 รถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เสี่ยงถูกแฮ็กมากขึ้น นักวิเคราะห์จาก BMI (บริษัทวิจัยในเครือ Fitch Solutions) เตือนว่า การเพิ่มขึ้นของระบบอัตโนมัติและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในรถยนต์ กำลังทำให้ผู้ขับขี่เสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์มากขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์รุ่นใหม่ที่มีฟังก์ชันควบคุมผ่านซอฟต์แวร์และระบบไร้สาย. รายงานระบุว่า การโจมตีจากระยะไกล (remote hijacking) อาจเกิดขึ้นได้จริง เนื่องจากรถยนต์สมัยใหม่มีการเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์, แอปพลิเคชันมือถือ และเครือข่าย 5G ซึ่งหากมีช่องโหว่เพียงเล็กน้อยก็อาจถูกใช้เพื่อเข้าควบคุมการทำงานของรถ เช่น ระบบเบรก, พวงมาลัย หรือเครื่องยนต์. แม้ผู้ผลิตรถยนต์จะลงทุนมหาศาลในด้าน Cybersecurity แต่ความซับซ้อนของซอฟต์แวร์และการพัฒนาอย่างรวดเร็วทำให้การป้องกันไม่ทันต่อภัยคุกคามใหม่ ๆ นักวิจัยชี้ว่า การโจมตีรถยนต์อาจกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต หากไม่มีมาตรการเข้มงวดและการทดสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง. นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลว่า ผู้บริโภคอาจไม่ตระหนักถึงความเสี่ยง เพราะมองว่ารถยนต์เป็นเพียงเครื่องจักรกล แต่ในความจริงแล้ว รถยนต์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตคือ “คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่” ที่มีช่องโหว่ไม่ต่างจากสมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ➡️ รถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเปิดช่องให้ถูกโจมตีจากระยะไกล ➡️ ระบบอัตโนมัติและซอฟต์แวร์ซับซ้อนทำให้การป้องกันยากขึ้น ✅ ช่องทางการโจมตี ➡️ การเชื่อมต่อกับคลาวด์, แอปมือถือ และเครือข่าย 5G ➡️ อาจถูกควบคุมระบบเบรก, พวงมาลัย หรือเครื่องยนต์ ✅ ความท้าทายของผู้ผลิต ➡️ ต้องลงทุนมหาศาลใน Cybersecurity ➡️ การพัฒนาเทคโนโลยีรวดเร็วทำให้การป้องกันไม่ทันภัยใหม่ ‼️ คำเตือนจากนักวิจัย ⛔ การโจมตีรถยนต์อาจกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต ⛔ ผู้บริโภคยังไม่ตระหนักว่ารถยนต์คือ “คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่” ที่มีช่องโหว่ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/11/30/connected-cars-at-growing-risk-of-remote-hijacking-researchers-warn
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Connected cars at growing risk of remote hijacking, researchers warn
    The increasing automation and connectivity of cars is not only taking the driving out of driving – and for some, the fun too – but could also be leaving owners vulnerable to hackers trying to remotely hijack their vehicles, analysts say.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 60 มุมมอง 0 รีวิว
  • Cherry: ตำนานสวิตช์คีย์บอร์ดในวิกฤติการเงิน

    Cherry ผู้ผลิตสวิตช์เชิงกลที่เป็นที่รักของนักเล่นคีย์บอร์ดทั่วโลก กำลังเผชิญวิกฤติการเงินครั้งใหญ่ โดยหนี้สินของบริษัทสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด ทำให้ผู้บริหารต้องพิจารณาขายธุรกิจบางส่วน เช่น แผนก Peripherals (คีย์บอร์ดและเมาส์) หรือ Digital Health & Solutions เพื่อรักษาสภาพคล่อง.

    แม้จะมีข่าวการขายธุรกิจ แต่ สวิตช์ Cherry MX ที่เป็นหัวใจหลักของวงการคีย์บอร์ดยังคงอยู่ภายใต้แผนก Components ซึ่งจะไม่ถูกขายออกไปในตอนนี้ ทำให้แฟน ๆ ที่กังวลว่าสวิตช์จะหายไปจากตลาดยังคงสบายใจได้. อย่างไรก็ตาม Cherry สูญเสียความได้เปรียบทางนวัตกรรมไปมาก หลังสิทธิบัตร Cherry MX หมดอายุในปี 2014 เปิดทางให้คู่แข่งอย่าง Gateron, Kailh และ Outemu เข้ามาแย่งตลาดด้วยสวิตช์ที่มีลูกเล่นใหม่ ๆ เช่น โรงงานหล่อลื่น (factory-lubed) และ Hall-effect switches.

    สถานการณ์ยิ่งย่ำแย่หลังปี 2022 เมื่อยอดขายลดลงครึ่งหนึ่งจากช่วงที่เคยรุ่งเรืองในยุคโควิด-19 แม้รายได้รวมจะฟื้นตัวในปี 2023 แต่แผนก Digital Health และ Components กลับยังคงขาดทุน ทำให้ผู้บริหารต้องหาทางออกด้วยการขายบางธุรกิจและย้ายการผลิตสวิตช์จากเยอรมนีไปยังจีนและสโลวาเกียเพื่อลดต้นทุน.

    Cherry ยังพยายามเสริมสภาพคล่องด้วยการขายธุรกิจ Active Key (อุปกรณ์สุขอนามัย) ได้เงิน 21 ล้านยูโร พร้อมขอเงินสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นใหญ่ Argand Partners และจัดหาเงินกู้เพิ่มเติม 23 ล้านยูโร แต่ผู้บริหารยอมรับว่าการอยู่รอดในระยะยาวอาจต้องพึ่งการควบรวมกิจการหรือขายธุรกิจบางส่วนออกไป.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    วิกฤติการเงินของ Cherry
    หนี้สินสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สิน
    พิจารณาขายแผนก Peripherals หรือ Digital Health & Solutions

    สถานะของ Cherry MX
    อยู่ในแผนก Components จึงยังไม่ถูกขาย
    สิทธิบัตรหมดอายุปี 2014 เปิดทางคู่แข่ง

    การแข่งขันในตลาด
    คู่แข่งอย่าง Gateron, Kailh, Outemu พัฒนาสวิตช์ใหม่ ๆ
    บริษัทใหญ่เช่น Corsair, Logitech, Razer หันไปใช้สวิตช์จากคู่แข่ง

    มาตรการแก้ไข
    ย้ายการผลิตไปจีนและสโลวาเกีย
    ขาย Active Key ได้ 21 ล้านยูโร
    ได้เงินกู้เพิ่ม 23 ล้านยูโร และการสนับสนุนจาก Argand Partners

    ความเสี่ยงต่ออนาคต
    อาจต้องขายธุรกิจเพิ่มเติมเพื่อความอยู่รอด
    การสูญเสียความได้เปรียบทางนวัตกรรมทำให้ยากต่อการแข่งขัน

    https://www.tomshardware.com/peripherals/keyboards/iconic-mechanical-keyboard-switch-maker-cherry-is-in-deep-financial-trouble-the-company-is-considering-selling-its-peripherals-division-to-stay-afloat
    ⌨️ Cherry: ตำนานสวิตช์คีย์บอร์ดในวิกฤติการเงิน Cherry ผู้ผลิตสวิตช์เชิงกลที่เป็นที่รักของนักเล่นคีย์บอร์ดทั่วโลก กำลังเผชิญวิกฤติการเงินครั้งใหญ่ โดยหนี้สินของบริษัทสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด ทำให้ผู้บริหารต้องพิจารณาขายธุรกิจบางส่วน เช่น แผนก Peripherals (คีย์บอร์ดและเมาส์) หรือ Digital Health & Solutions เพื่อรักษาสภาพคล่อง. แม้จะมีข่าวการขายธุรกิจ แต่ สวิตช์ Cherry MX ที่เป็นหัวใจหลักของวงการคีย์บอร์ดยังคงอยู่ภายใต้แผนก Components ซึ่งจะไม่ถูกขายออกไปในตอนนี้ ทำให้แฟน ๆ ที่กังวลว่าสวิตช์จะหายไปจากตลาดยังคงสบายใจได้. อย่างไรก็ตาม Cherry สูญเสียความได้เปรียบทางนวัตกรรมไปมาก หลังสิทธิบัตร Cherry MX หมดอายุในปี 2014 เปิดทางให้คู่แข่งอย่าง Gateron, Kailh และ Outemu เข้ามาแย่งตลาดด้วยสวิตช์ที่มีลูกเล่นใหม่ ๆ เช่น โรงงานหล่อลื่น (factory-lubed) และ Hall-effect switches. สถานการณ์ยิ่งย่ำแย่หลังปี 2022 เมื่อยอดขายลดลงครึ่งหนึ่งจากช่วงที่เคยรุ่งเรืองในยุคโควิด-19 แม้รายได้รวมจะฟื้นตัวในปี 2023 แต่แผนก Digital Health และ Components กลับยังคงขาดทุน ทำให้ผู้บริหารต้องหาทางออกด้วยการขายบางธุรกิจและย้ายการผลิตสวิตช์จากเยอรมนีไปยังจีนและสโลวาเกียเพื่อลดต้นทุน. Cherry ยังพยายามเสริมสภาพคล่องด้วยการขายธุรกิจ Active Key (อุปกรณ์สุขอนามัย) ได้เงิน 21 ล้านยูโร พร้อมขอเงินสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นใหญ่ Argand Partners และจัดหาเงินกู้เพิ่มเติม 23 ล้านยูโร แต่ผู้บริหารยอมรับว่าการอยู่รอดในระยะยาวอาจต้องพึ่งการควบรวมกิจการหรือขายธุรกิจบางส่วนออกไป. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ วิกฤติการเงินของ Cherry ➡️ หนี้สินสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สิน ➡️ พิจารณาขายแผนก Peripherals หรือ Digital Health & Solutions ✅ สถานะของ Cherry MX ➡️ อยู่ในแผนก Components จึงยังไม่ถูกขาย ➡️ สิทธิบัตรหมดอายุปี 2014 เปิดทางคู่แข่ง ✅ การแข่งขันในตลาด ➡️ คู่แข่งอย่าง Gateron, Kailh, Outemu พัฒนาสวิตช์ใหม่ ๆ ➡️ บริษัทใหญ่เช่น Corsair, Logitech, Razer หันไปใช้สวิตช์จากคู่แข่ง ✅ มาตรการแก้ไข ➡️ ย้ายการผลิตไปจีนและสโลวาเกีย ➡️ ขาย Active Key ได้ 21 ล้านยูโร ➡️ ได้เงินกู้เพิ่ม 23 ล้านยูโร และการสนับสนุนจาก Argand Partners ‼️ ความเสี่ยงต่ออนาคต ⛔ อาจต้องขายธุรกิจเพิ่มเติมเพื่อความอยู่รอด ⛔ การสูญเสียความได้เปรียบทางนวัตกรรมทำให้ยากต่อการแข่งขัน https://www.tomshardware.com/peripherals/keyboards/iconic-mechanical-keyboard-switch-maker-cherry-is-in-deep-financial-trouble-the-company-is-considering-selling-its-peripherals-division-to-stay-afloat
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 63 มุมมอง 0 รีวิว
  • Airbus สั่งแก้ซอฟต์แวร์ด่วน หลังพบข้อมูลควบคุมการบินเสียหาย

    Airbus ได้ออกคำสั่งเร่งด่วนให้สายการบินทั่วโลกดำเนินการ อัปเดตซอฟต์แวร์บนเครื่องบิน A320-family กว่า 6,000 ลำ หลังจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่เครื่อง JetBlue A321 ต้องเบี่ยงเส้นทางกลางอากาศ เนื่องจากระบบควบคุมการบินเกิดพฤติกรรมผิดปกติ สาเหตุถูกระบุว่าเกิดจาก ข้อมูลควบคุมการบินเสียหาย (data corruption) ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ รังสีดวงอาทิตย์ที่รุนแรง ในช่วงนั้น.

    หน่วยงานกำกับดูแลของยุโรป (EASA) ได้ออกคำสั่งบังคับให้สายการบินต้อง ย้อนกลับไปใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชันก่อนหน้า ที่มีความเสถียร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ขณะที่สายการบินหลายแห่งต้องเร่งปรับตารางการบินเพื่อทำการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่สามารถทำได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่บางลำจำเป็นต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ ซึ่งใช้เวลานานและส่งผลต่อการให้บริการ.

    เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ รังสีคอสมิก (cosmic rays) สามารถทำให้เกิด “bit flips” หรือการเปลี่ยนค่าข้อมูลในหน่วยความจำของระบบควบคุมการบิน แม้ว่าเครื่องบิน A320 จะมีระบบคอมพิวเตอร์แบบ triple-redundant และกลไก cross-checking เพื่อป้องกันความผิดพลาด แต่ก็ยังมีช่องโหว่ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้.

    Airbus ยืนยันว่าจะทำงานใกล้ชิดกับสายการบินเพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมขอโทษผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ โดยคาดว่าการอัปเดตซอฟต์แวร์จะเสร็จสิ้นภายในไม่กี่วันข้างหน้า ขณะที่การสอบสวนยังดำเนินต่อเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของความผิดพลาดนี้.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    คำสั่งอัปเดตซอฟต์แวร์
    ครอบคลุมเครื่องบิน A320-family กว่า 6,000 ลำ
    ต้องย้อนกลับไปใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชันก่อนหน้า

    เหตุการณ์ JetBlue A321
    เกิดขึ้นวันที่ 30 ตุลาคม
    ระบบควบคุมการบินผิดปกติจนต้องเบี่ยงเส้นทาง
    มีผู้โดยสารบาดเจ็บจากเหตุการณ์

    สาเหตุที่เป็นไปได้
    รังสีดวงอาทิตย์ทำให้ข้อมูลควบคุมการบินเสียหาย
    เกิด “bit flips” ในหน่วยความจำของระบบ

    ผลกระทบต่อสายการบิน
    อัปเดตซอฟต์แวร์ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง
    บางลำต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ ส่งผลต่อการให้บริการ

    ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
    แม้มีระบบ triple-redundant แต่ยังมีช่องโหว่จากรังสีคอสมิก
    อาจเกิดเหตุการณ์ซ้ำหากไม่แก้ไขอย่างเร่งด่วน

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/airbus-orders-immediate-software-fix-for-6000-a320-jets
    ✈️ Airbus สั่งแก้ซอฟต์แวร์ด่วน หลังพบข้อมูลควบคุมการบินเสียหาย Airbus ได้ออกคำสั่งเร่งด่วนให้สายการบินทั่วโลกดำเนินการ อัปเดตซอฟต์แวร์บนเครื่องบิน A320-family กว่า 6,000 ลำ หลังจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่เครื่อง JetBlue A321 ต้องเบี่ยงเส้นทางกลางอากาศ เนื่องจากระบบควบคุมการบินเกิดพฤติกรรมผิดปกติ สาเหตุถูกระบุว่าเกิดจาก ข้อมูลควบคุมการบินเสียหาย (data corruption) ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ รังสีดวงอาทิตย์ที่รุนแรง ในช่วงนั้น. หน่วยงานกำกับดูแลของยุโรป (EASA) ได้ออกคำสั่งบังคับให้สายการบินต้อง ย้อนกลับไปใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชันก่อนหน้า ที่มีความเสถียร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ขณะที่สายการบินหลายแห่งต้องเร่งปรับตารางการบินเพื่อทำการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่สามารถทำได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่บางลำจำเป็นต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ ซึ่งใช้เวลานานและส่งผลต่อการให้บริการ. เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ รังสีคอสมิก (cosmic rays) สามารถทำให้เกิด “bit flips” หรือการเปลี่ยนค่าข้อมูลในหน่วยความจำของระบบควบคุมการบิน แม้ว่าเครื่องบิน A320 จะมีระบบคอมพิวเตอร์แบบ triple-redundant และกลไก cross-checking เพื่อป้องกันความผิดพลาด แต่ก็ยังมีช่องโหว่ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้. Airbus ยืนยันว่าจะทำงานใกล้ชิดกับสายการบินเพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมขอโทษผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ โดยคาดว่าการอัปเดตซอฟต์แวร์จะเสร็จสิ้นภายในไม่กี่วันข้างหน้า ขณะที่การสอบสวนยังดำเนินต่อเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของความผิดพลาดนี้. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ คำสั่งอัปเดตซอฟต์แวร์ ➡️ ครอบคลุมเครื่องบิน A320-family กว่า 6,000 ลำ ➡️ ต้องย้อนกลับไปใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชันก่อนหน้า ✅ เหตุการณ์ JetBlue A321 ➡️ เกิดขึ้นวันที่ 30 ตุลาคม ➡️ ระบบควบคุมการบินผิดปกติจนต้องเบี่ยงเส้นทาง ➡️ มีผู้โดยสารบาดเจ็บจากเหตุการณ์ ✅ สาเหตุที่เป็นไปได้ ➡️ รังสีดวงอาทิตย์ทำให้ข้อมูลควบคุมการบินเสียหาย ➡️ เกิด “bit flips” ในหน่วยความจำของระบบ ✅ ผลกระทบต่อสายการบิน ➡️ อัปเดตซอฟต์แวร์ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง ➡️ บางลำต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ ส่งผลต่อการให้บริการ ‼️ ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ⛔ แม้มีระบบ triple-redundant แต่ยังมีช่องโหว่จากรังสีคอสมิก ⛔ อาจเกิดเหตุการณ์ซ้ำหากไม่แก้ไขอย่างเร่งด่วน https://www.tomshardware.com/tech-industry/airbus-orders-immediate-software-fix-for-6000-a320-jets
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 61 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft x Crocs: เมื่อเกมมาพบแฟชั่น

    Microsoft และ Crocs สร้างกระแสใหม่ในวงการแฟชั่นและเกม ด้วยการเปิดตัว Xbox Classic Clogs รุ่นลิมิเต็ด ราคา 80 ดอลลาร์ รองเท้ารุ่นนี้ออกมาเพียงไม่กี่วันหลังครบรอบ 20 ปี Xbox 360 โดยดีไซน์โดดเด่นด้วยปุ่ม ABXY, D-Pad และอนาล็อกจากคอนโทรลเลอร์ Xbox ที่ถูกนำมาติดบนรองเท้า ให้ความรู้สึกเหมือน “คอนโทรลเลอร์สำหรับเท้า”.

    นอกจากตัวรองเท้าแล้ว ยังมี แพ็กเสริม Jibbitz charms ที่แฟน ๆ สามารถซื้อเพิ่มในราคา 20 ดอลลาร์ เพื่อประดับด้วยตัวละครจากเกมดัง เช่น Halo, Doom, Fallout, Sea of Thieves และ World of Warcraft รวมถึงชุด charms แบบ PlayStation สำหรับผู้ที่อยากเปลี่ยนปุ่ม Xbox เป็นสไตล์คู่แข่ง.

    รองเท้ารุ่นนี้ยังมีลูกเล่นเล็ก ๆ อย่างการสลักคำว่า “Player Left” และ “Player Right” บนแต่ละข้าง เพื่อสื่อถึงการเล่นเกมแบบมัลติเพลเยอร์ ถือเป็นการผสมผสานความสนุกของเกมเข้ากับแฟชั่นในชีวิตประจำวัน แม้ Crocs จะเป็นรองเท้าที่ถูกมองว่าไม่อินเทรนด์ แต่ความสบายและความแปลกใหม่นี้อาจทำให้แฟนเกมจำนวนมากสนใจ.

    อย่างไรก็ตาม รองเท้ารุ่นนี้ก็ถูกวิจารณ์ว่าเป็น “การโฆษณาเดินได้” เพราะราคาสูงกว่ารุ่นปกติถึง 30 ดอลลาร์ และเมื่อรวมแพ็กเสริม charms จะอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ ซึ่งอาจทำให้บางคนลังเลว่าจะซื้อเพื่อแฟชั่นหรือเพื่อสะสม.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การเปิดตัวรองเท้า Xbox Classic Clogs
    ราคา 80 ดอลลาร์ สูงกว่ารุ่นปกติ 30 ดอลลาร์
    ดีไซน์ปุ่ม ABXY, D-Pad และอนาล็อกจากคอนโทรลเลอร์ Xbox

    อุปกรณ์เสริม Jibbitz charms
    ราคา 20 ดอลลาร์
    มีตัวละครจาก Halo, Doom, Fallout, Sea of Thieves และ World of Warcraft
    มีชุด charms แบบ PlayStation ให้เลือก

    รายละเอียดพิเศษ
    รองเท้าสลัก “Player Left” และ “Player Right”
    สื่อถึงการเล่นเกมแบบมัลติเพลเยอร์

    ข้อถกเถียงด้านราคาและแฟชั่น
    ราคาสูงกว่ารุ่นปกติและรวมเสริมอาจแตะ 100 ดอลลาร์
    Crocs เป็นรองเท้าที่ถูกมองว่าไม่อินเทรนด์ อาจไม่ถูกใจสายแฟชั่น

    https://www.tomshardware.com/video-games/xbox/microsoft-and-crocs-release-limited-edition-xbox-themed-footwear-for-usd80-black-classic-clogs-with-xbox-style-controller-charms
    👟 Microsoft x Crocs: เมื่อเกมมาพบแฟชั่น Microsoft และ Crocs สร้างกระแสใหม่ในวงการแฟชั่นและเกม ด้วยการเปิดตัว Xbox Classic Clogs รุ่นลิมิเต็ด ราคา 80 ดอลลาร์ รองเท้ารุ่นนี้ออกมาเพียงไม่กี่วันหลังครบรอบ 20 ปี Xbox 360 โดยดีไซน์โดดเด่นด้วยปุ่ม ABXY, D-Pad และอนาล็อกจากคอนโทรลเลอร์ Xbox ที่ถูกนำมาติดบนรองเท้า ให้ความรู้สึกเหมือน “คอนโทรลเลอร์สำหรับเท้า”. นอกจากตัวรองเท้าแล้ว ยังมี แพ็กเสริม Jibbitz charms ที่แฟน ๆ สามารถซื้อเพิ่มในราคา 20 ดอลลาร์ เพื่อประดับด้วยตัวละครจากเกมดัง เช่น Halo, Doom, Fallout, Sea of Thieves และ World of Warcraft รวมถึงชุด charms แบบ PlayStation สำหรับผู้ที่อยากเปลี่ยนปุ่ม Xbox เป็นสไตล์คู่แข่ง. รองเท้ารุ่นนี้ยังมีลูกเล่นเล็ก ๆ อย่างการสลักคำว่า “Player Left” และ “Player Right” บนแต่ละข้าง เพื่อสื่อถึงการเล่นเกมแบบมัลติเพลเยอร์ ถือเป็นการผสมผสานความสนุกของเกมเข้ากับแฟชั่นในชีวิตประจำวัน แม้ Crocs จะเป็นรองเท้าที่ถูกมองว่าไม่อินเทรนด์ แต่ความสบายและความแปลกใหม่นี้อาจทำให้แฟนเกมจำนวนมากสนใจ. อย่างไรก็ตาม รองเท้ารุ่นนี้ก็ถูกวิจารณ์ว่าเป็น “การโฆษณาเดินได้” เพราะราคาสูงกว่ารุ่นปกติถึง 30 ดอลลาร์ และเมื่อรวมแพ็กเสริม charms จะอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ ซึ่งอาจทำให้บางคนลังเลว่าจะซื้อเพื่อแฟชั่นหรือเพื่อสะสม. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การเปิดตัวรองเท้า Xbox Classic Clogs ➡️ ราคา 80 ดอลลาร์ สูงกว่ารุ่นปกติ 30 ดอลลาร์ ➡️ ดีไซน์ปุ่ม ABXY, D-Pad และอนาล็อกจากคอนโทรลเลอร์ Xbox ✅ อุปกรณ์เสริม Jibbitz charms ➡️ ราคา 20 ดอลลาร์ ➡️ มีตัวละครจาก Halo, Doom, Fallout, Sea of Thieves และ World of Warcraft ➡️ มีชุด charms แบบ PlayStation ให้เลือก ✅ รายละเอียดพิเศษ ➡️ รองเท้าสลัก “Player Left” และ “Player Right” ➡️ สื่อถึงการเล่นเกมแบบมัลติเพลเยอร์ ‼️ ข้อถกเถียงด้านราคาและแฟชั่น ⛔ ราคาสูงกว่ารุ่นปกติและรวมเสริมอาจแตะ 100 ดอลลาร์ ⛔ Crocs เป็นรองเท้าที่ถูกมองว่าไม่อินเทรนด์ อาจไม่ถูกใจสายแฟชั่น https://www.tomshardware.com/video-games/xbox/microsoft-and-crocs-release-limited-edition-xbox-themed-footwear-for-usd80-black-classic-clogs-with-xbox-style-controller-charms
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 63 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts