• 🩷 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🩷

    #รวมข่าวIT #20260113 #TechRadar

    แฮ็กเกอร์ไล่เจาะบริการ LLM ผ่านพร็อกซีผิดพลาด
    รายงานเผยว่ามีการโจมตีมากกว่า 91,000 ครั้งต่อระบบ AI ที่เปิดทิ้งไว้ โดยแฮ็กเกอร์พยายามหลอกให้เซิร์ฟเวอร์ “โทรกลับ” เพื่อหาช่องโหว่ รวมถึงการยิงคำสั่งจำนวนมากเพื่อสำรวจว่าระบบใช้โมเดลใดและตั้งค่าอย่างไร เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าบริการ LLM ที่ตั้งค่าพร็อกซีผิดพลาดกำลังกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของอาชญากรไซเบอร์อย่างจริงจัง
    https://www.techradar.com/pro/security/hackers-are-going-after-top-llm-services-by-cracking-misconfigured-proxies

    Cloudflare ขู่ถอนเซิร์ฟเวอร์ออกจากอิตาลีหลังโดนปรับ €14M
    Cloudflare ตอบโต้รัฐบาลอิตาลีอย่างดุเดือดหลังถูกปรับเพราะไม่เข้าร่วมระบบ “Piracy Shield” ที่บังคับให้ผู้ให้บริการ DNS บล็อกเว็บละเมิดลิขสิทธิ์ โดย CEO ระบุว่านี่เป็นการคุกคามเสรีภาพอินเทอร์เน็ต และอาจถึงขั้นถอนเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดออกจากประเทศ รวมถึงหยุดสนับสนุนงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/cloudflare-ceo-threatens-to-pull-servers-from-italy-after-agcoms-eur14m-fine

    Trend Micro ออกแพตช์ด่วนแก้ช่องโหว่ RCE รุนแรงใน Apex Central
    Trend Micro รีบปล่อยแพตช์สำคัญเพื่ออุดช่องโหว่ระดับวิกฤตที่เปิดทางให้แฮ็กเกอร์รันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ช่องโหว่นี้เกิดจากการโหลด DLL ที่ผู้โจมตีควบคุมได้ ทำให้ผู้ใช้ถูกแนะนำให้รีบอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจถูกเจาะระบบ
    https://www.techradar.com/pro/security/trend-micro-releases-critical-security-fixes-for-apex-central-rce-so-patch-now

    Discord ใช้งานไม่ได้ในอียิปต์ ผู้ใช้แห่สมัคร Proton VPN พุ่ง 103%
    ผู้ใช้อียิปต์พบว่า Discord ถูกบล็อกแบบกะทันหันทั่วประเทศ ทำให้เกิดกระแสใช้งาน VPN เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย Proton VPN รายงานว่ามีผู้สมัครใช้งานฟรีเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนแนวโน้มการควบคุมแพลตฟอร์มสื่อสารในภูมิภาค MENA ที่เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/discord-stopped-working-in-egypt-and-proton-vpn-records-massive-usage-spike

    Lego อาจออกชุด iMac G3 รุ่นคลาสสิกเอาใจสายเรโทร
    โปรเจกต์ Lego iMac G3 ที่สร้างจากตัวต่อกว่า 700 ชิ้นกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อผลิตจริง โดยดีไซน์จำลองเครื่อง iMac รุ่นปี 1998 พร้อมฝาโปร่งใสและรายละเอียดภายในครบถ้วน ทำให้แฟน Apple ยุค 90s ต่างลุ้นให้ชุดนี้ผ่านการอนุมัติและวางขายจริง
    https://www.techradar.com/computing/a-lego-version-of-the-original-imac-g3-could-be-in-the-works-and-it-looks-like-90s-nostalgia-gold

    อุปกรณ์เสริม DJI ราคา $14 ที่สายถ่ายวิดีโอควรมี
    อุปกรณ์ DJI Mic Series Mobile Receiver กลายเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับคนถ่ายวิดีโอด้วยมือถือ เพราะแก้ปัญหาคุณภาพเสียง Bluetooth ที่แย่ การต่ออุปกรณ์ที่เกะกะ และยังเพิ่มความสะดวกด้วยการจ่ายไฟผ่านมือถือ พร้อมช่องชาร์จแบบ passthrough ใช้งานได้ทั้งกับ DJI Mic 2, Mic 3 และ Mini รวมถึงกล้องแอ็กชันรุ่นเก่าอย่าง Action 2 ทำให้การถ่ายวิดีโอคล่องตัวขึ้นมากในราคาเพียง $14 เท่านั้น
    https://www.techradar.com/cameras/camera-accessories/this-usd14-dji-accessory-is-a-vlogging-and-action-cam-essential-heres-why

    AI อังกฤษเตือน: ไม่มีบริษัทไหนหยุดภาพล่อแหลมจาก AI ได้จริง
    CEO ของ Locai Labs ระบุว่าไม่มีโมเดล AI ใดปลอดภัยพอที่จะป้องกันการสร้างภาพไม่เหมาะสมได้ 100% พร้อมประกาศแบนผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปีและงดให้บริการสร้างภาพจนกว่าจะมั่นใจเรื่องความปลอดภัย ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลในสหราชอาณาจักรเริ่มสอบสวน Grok ของ Elon Musk หลังพบการนำไปใช้สร้างภาพไม่เหมาะสมของผู้หญิงและเด็ก สะท้อนความท้าทายด้านจริยธรรมและความปลอดภัยของ AI ในยุคปัจจุบัน
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/no-company-can-stop-nude-ai-images-but-were-the-only-ones-being-honest-about-it-british-ai-rival-to-chatgpt-bans-under-18s-and-refuses-image-generation-over-safety-concerns

    Meta ลบกว่า 500,000 บัญชีวัยรุ่นออสเตรเลีย หลังกฎหมายแบนเด็กต่ำกว่า 16 ใช้โซเชียล
    หลังออสเตรเลียออกกฎหมายแบนผู้ใช้อายุต่ำกว่า 16 ปีบนโซเชียลมีเดีย Meta ลบไปแล้วกว่า 544,000 บัญชีจาก Facebook, Instagram และ Threads แม้จะปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ Meta ย้ำว่าวิธีที่ดีกว่าคือระบบยืนยันอายุระดับร้านแอป เพื่อป้องกันเด็กย้ายไปใช้แพลตฟอร์มที่ควบคุมยากกว่า พร้อมผลักดันมาตรฐานกลางผ่านโครงการ OpenAge Initiative
    https://www.techradar.com/computing/social-media/meta-wipes-over-500-000-australian-teen-accounts-in-a-single-week-but-says-world-first-social-media-crackdown-is-failing

    คู่มือดูถ่ายทอดสดโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 แบบครบจบในที่เดียว
    มหกรรมกีฬา Winter Olympics Milano Cortina 2026 เตรียมเปิดฉากในอิตาลี โดยมีทั้งสกี สเก็ต ฮอกกี้ และกีฬาฤดูหนาวอีกมากมาย พร้อมดาวเด่นอย่าง Lindsay Vonn และ Ilia Malinin ที่แฟนกีฬาจับตา การรับชมทำได้ฟรีในหลายประเทศ เช่น BBC iPlayer, CBC Gem, 9Now และ RTE Player รวมถึงตัวเลือกสตรีมมิงอื่น ๆ พร้อมตารางแข่งขันแบบละเอียดสำหรับผู้ชมทั่วโลก
    https://www.techradar.com/how-to-watch/sport/winter-olympics-2026-live-stream-milano-cortina-2026

    ข่าวดีสำหรับคนไม่ปลื้ม Copilot: ผู้ดูแลระบบเริ่มลบแอปออกจากเครื่องงานได้แล้ว
    Windows 11 Insider Preview ล่าสุดเพิ่มนโยบายให้ผู้ดูแลระบบในองค์กรสามารถลบแอป Copilot เวอร์ชันฟรีออกจากอุปกรณ์ได้ แม้ฟีเจอร์บางส่วนยังคงอยู่และลบได้เฉพาะในเครื่องที่มี Copilot แบบสมัครสมาชิกติดตั้งร่วมกันเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนความพยายามของ Microsoft ในการจัดระเบียบระบบมากกว่าการถอยจากการผลักดัน AI อย่างเต็มตัว
    https://www.techradar.com/pro/good-news-copilot-haters-some-of-you-will-be-able-to-disable-the-ai-tool-on-your-work-device-at-last

    ฐานข้อมูลเว็บแฮ็กเกอร์ BreachForums ถูกเจาะ ข้อมูลผู้ใช้กว่า 3 แสนรายหลุด
    ชุมชนแฮ็กเกอร์ชื่อดัง BreachForums กลายเป็นเหยื่อเสียเองเมื่อมีการเผยแพร่ฐานข้อมูลสมาชิกกว่า 323,000 ราย รวมถึงชื่อผู้ใช้ วันที่สมัคร และ IP address โดยกว่า 70,000 รายเป็น IP จริงที่อาจระบุตัวบุคคลได้ แม้ผู้ดูแลยืนยันว่าเป็นข้อมูลเก่าจากช่วงกู้ระบบในปี 2025 แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้นำข้อมูลออกมา ขณะที่กลุ่ม ShinyHunters ปฏิเสธการเกี่ยวข้องทั้งหมด
    https://www.techradar.com/pro/security/hacking-hub-breachforums-hit-by-data-breach-324-000-accounts-exposed

    นักพัฒนาไม่เชื่อใจโค้ดจาก AI แต่ครึ่งหนึ่งก็ยังไม่ตรวจทาน
    ผลสำรวจเผยว่า 96% ของนักพัฒนาไม่เชื่อว่าโค้ดที่ AI สร้างจะถูกต้องเสมอ แต่กว่า 52% กลับยอมรับว่าไม่ได้ตรวจสอบโค้ดทุกครั้งก่อนใช้งาน แม้ปัจจุบันโค้ดที่สร้างโดย AI จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและถูกนำไปใช้ในงานสำคัญมากขึ้น ทำให้ความเสี่ยงด้านบั๊กและช่องโหว่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยหลายคนยังใช้บัญชีส่วนตัวเข้าถึง AI ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหลอีกชั้นหนึ่ง
    https://www.techradar.com/pro/devs-dont-trust-ai-code-but-many-say-they-still-dont-check-it-anyways

    Apple ยอมรับพลัง AI ของ Google และเตรียมใช้ Gemini ขับเคลื่อน Siri รุ่นใหม่
    Apple และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ โดย Siri เวอร์ชันใหม่และโมเดล AI หลักของ Apple จะทำงานบนเทคโนโลยี Gemini ของ Google หลัง Apple ยอมรับว่า AI ของ Google มีความสามารถเหนือกว่าในตอนนี้ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจช่วยให้ Siri กลับมาแข่งขันได้อีกครั้งหลังล่าช้ามาหลายปี แต่ยังต้องรอดูว่าผู้ใช้จะได้สัมผัส Siri รุ่นใหม่จริงเมื่อใด
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/apple-intelligence/apple-gives-up-and-lets-google-take-the-ai-wheel-gemini-will-officially-power-siris-big-ai-upgrade-this-year

    อิหร่านถูกตัดอินเทอร์เน็ตกว่า 96 ชั่วโมง ท่ามกลางการประท้วงทั่วประเทศ
    อิหร่านเข้าสู่ภาวะมืดสนิททางดิจิทัลเป็นวันที่ห้า หลังรัฐบาลตัดอินเทอร์เน็ตทั้งประเทศเพื่อตอบโต้การประท้วงครั้งใหญ่ ส่งผลให้ประชาชนกว่า 90 ล้านคนไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ หรือข้อมูลมือถือได้ แม้ Starlink บางพื้นที่ยังพอใช้งานได้ แต่ก็ถูกแทรกแซงอย่างหนัก ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านคืนการเชื่อมต่อทันที เพราะนี่คือการ “ตัดประเทศออกจากโลก” อย่างแท้จริง
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/iranians-offline-for-over-90-hours-as-digital-blackout-continues-for-fifth-day-heres-everything-we-know

    ChatGPT เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ Jobs ช่วยหางาน–อัปสกิล–เตรียมตัวสมัครงาน
    OpenAI ถูกพบว่ากำลังทดสอบฟีเจอร์ใหม่ชื่อ ChatGPT Jobs ซึ่งจะช่วยผู้ใช้ค้นหางาน เขียนเรซูเม่ แนะนำทักษะที่ควรพัฒนา และเปรียบเทียบโอกาสงานตามเป้าหมายของแต่ละคน โดยอาจทำงานคล้ายแดชบอร์ด Health ที่เพิ่งเปิดตัวก่อนหน้า ฟีเจอร์นี้สอดคล้องกับโครงการ OpenAI Certifications ที่ตั้งเป้ายกระดับทักษะแรงงานกว่า 10 ล้านคนภายในปี 2030
    https://www.techradar.com/pro/openais-new-tool-will-see-chatgpt-try-and-help-you-find-a-new-job

    GPU สายพันธุ์ใหม่ท้าชน Nvidia/AMD ด้วยสถาปัตยกรรม RISC‑V
    Bolt Graphics เดินหน้าพัฒนา Zeus GPU ที่ใช้ RISC‑V เป็นแกนหลักเพื่อท้าชนยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia และ AMD โดยชูจุดเด่นด้านการประมวลผล AI, path tracing และการทำงานแบบสแตนด์อโลนที่รัน Linux ได้ในตัว พร้อมรองรับ CUDA บน RISC‑V ซึ่งช่วยลดกำแพงซอฟต์แวร์ และยังรองรับ Vulkan, DirectX 12 และเอนจินยอดนิยมหลายตัว ทำให้เป็นอีกผู้เล่นที่น่าจับตาในตลาดเร่งความเร็ว AI ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
    https://www.techradar.com/pro/plucky-startup-bolt-graphics-still-wants-to-use-risc-v-to-compete-with-nvidia-amd-in-ai-and-beyond-and-given-cudas-port-on-risc-v-there-may-be-something-there

    AI ผู้ช่วยแพทย์คนใหม่ Claude for Health
    Anthropic เปิดตัว Claude for Healthcare ที่ช่วยผู้ใช้และบุคลากรทางการแพทย์ตีความผลตรวจสุขภาพ อธิบายข้อมูลทางการแพทย์ให้เข้าใจง่าย และลดภาระงานเอกสาร เช่น prior authorization และการตรวจสอบข้อมูลประกัน โดยระบบออกแบบให้เป็นแบบ opt‑in และเน้นความเป็นส่วนตัว ทำให้ AI กลายเป็นผู้ช่วยที่ช่วยให้ทั้งคนไข้และแพทย์ทำงานได้คล่องตัวขึ้น
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/claude-just-joined-your-healthcare-team-and-might-be-ready-to-help-your-doctor-help-you

    RTX 5090 ProArt รุ่นใหม่พร้อมพอร์ตหูฟังสุดเซอร์ไพรส์
    Asus เปิดตัว ProArt RTX 5090 ที่เน้นกลุ่มครีเอเตอร์ด้วยดีไซน์บางกว่าเรือธงทั่วไป ใช้สถาปัตยกรรม Blackwell พร้อม 32GB GDDR7 และพลัง AI TOPs สูงลิ่ว จุดเด่นที่สะดุดตาคือมีช่องเสียบหูฟัง 2.5 มม. บนการ์ดจอ รวมถึงพอร์ต USB‑C สำหรับจอพกพา ถือเป็นการ์ดจอที่ผสมความแรงกับความยืดหยุ่นด้านการใช้งานได้อย่างน่าสนใจ
    https://www.techradar.com/pro/nvidias-latest-rtx-5090-gpu-card-has-an-audio-jack-yes-a-headphone-socket-on-a-video-card-but-no-wooden-trim-or-ssd-like-its-predecessor

    ยุคของ TLC/QLC ครองตลาด SSD เมื่อ MLC ถอยสู่ตลาดเฉพาะทาง
    รายงานจาก TrendForce ระบุว่า MLC NAND กำลังหายไปจากตลาดหลัก เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่ทยอยเลิกผลิตและหันไปลงทุนใน TLC และ QLC ที่ตอบโจทย์ความต้องการความจุสูงและงาน AI มากกว่า ทำให้ MLC เหลือบทบาทในอุตสาหกรรมเฉพาะ เช่น ยานยนต์ อุปกรณ์การแพทย์ และระบบเครือข่าย ขณะที่ PLC ยังห่างไกลจากการใช้งานจริงจนกว่าจะถึงยุค SSD ระดับเพตะไบต์
    https://www.techradar.com/pro/bye-bye-mlc-qlc-and-tlc-to-be-dominant-ssd-technologies-amidst-ai-ravenous-appetite-for-nand-and-plc-wont-probably-happen-till-the-era-of-petabyte-ssds

    Lenovo Yoga Pro 27UD‑10 จอ QD‑OLED พร้อมเว็บแคม 4K ถอดได้
    Lenovo เปิดตัวจอ Yoga Pro 27UD‑10 ที่มาพร้อม QD‑OLED ความละเอียด 4K รีเฟรชเรต 120Hz จุดขายคือเว็บแคม 4K แบบถอดได้พร้อมไมค์ 4 ตัว รองรับ Dolby Vision และ Dolby Atmos รวมถึง USB4 ที่จ่ายไฟได้ 140W และฟีเจอร์ Color Sync ที่ทำงานร่วมกับโน้ตบุ๊ก Lenovo บางรุ่น ทำให้เป็นจอระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์งานสร้างสรรค์และการประชุมออนไลน์
    https://www.techradar.com/pro/this-lenovo-monitor-has-six-speakers-and-is-the-only-windows-pc-monitor-with-dolby-atmos-and-dolby-vision-and-it-even-has-a-4k-detachable-webcam
    📌📡🩷 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🩷📡📌 #รวมข่าวIT #20260113 #TechRadar 🔐 แฮ็กเกอร์ไล่เจาะบริการ LLM ผ่านพร็อกซีผิดพลาด รายงานเผยว่ามีการโจมตีมากกว่า 91,000 ครั้งต่อระบบ AI ที่เปิดทิ้งไว้ โดยแฮ็กเกอร์พยายามหลอกให้เซิร์ฟเวอร์ “โทรกลับ” เพื่อหาช่องโหว่ รวมถึงการยิงคำสั่งจำนวนมากเพื่อสำรวจว่าระบบใช้โมเดลใดและตั้งค่าอย่างไร เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าบริการ LLM ที่ตั้งค่าพร็อกซีผิดพลาดกำลังกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของอาชญากรไซเบอร์อย่างจริงจัง 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/hackers-are-going-after-top-llm-services-by-cracking-misconfigured-proxies ⚖️ Cloudflare ขู่ถอนเซิร์ฟเวอร์ออกจากอิตาลีหลังโดนปรับ €14M Cloudflare ตอบโต้รัฐบาลอิตาลีอย่างดุเดือดหลังถูกปรับเพราะไม่เข้าร่วมระบบ “Piracy Shield” ที่บังคับให้ผู้ให้บริการ DNS บล็อกเว็บละเมิดลิขสิทธิ์ โดย CEO ระบุว่านี่เป็นการคุกคามเสรีภาพอินเทอร์เน็ต และอาจถึงขั้นถอนเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดออกจากประเทศ รวมถึงหยุดสนับสนุนงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/cloudflare-ceo-threatens-to-pull-servers-from-italy-after-agcoms-eur14m-fine 🛡️ Trend Micro ออกแพตช์ด่วนแก้ช่องโหว่ RCE รุนแรงใน Apex Central Trend Micro รีบปล่อยแพตช์สำคัญเพื่ออุดช่องโหว่ระดับวิกฤตที่เปิดทางให้แฮ็กเกอร์รันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ช่องโหว่นี้เกิดจากการโหลด DLL ที่ผู้โจมตีควบคุมได้ ทำให้ผู้ใช้ถูกแนะนำให้รีบอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจถูกเจาะระบบ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/trend-micro-releases-critical-security-fixes-for-apex-central-rce-so-patch-now 🚫 Discord ใช้งานไม่ได้ในอียิปต์ ผู้ใช้แห่สมัคร Proton VPN พุ่ง 103% ผู้ใช้อียิปต์พบว่า Discord ถูกบล็อกแบบกะทันหันทั่วประเทศ ทำให้เกิดกระแสใช้งาน VPN เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย Proton VPN รายงานว่ามีผู้สมัครใช้งานฟรีเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนแนวโน้มการควบคุมแพลตฟอร์มสื่อสารในภูมิภาค MENA ที่เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/discord-stopped-working-in-egypt-and-proton-vpn-records-massive-usage-spike 🧱 Lego อาจออกชุด iMac G3 รุ่นคลาสสิกเอาใจสายเรโทร โปรเจกต์ Lego iMac G3 ที่สร้างจากตัวต่อกว่า 700 ชิ้นกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อผลิตจริง โดยดีไซน์จำลองเครื่อง iMac รุ่นปี 1998 พร้อมฝาโปร่งใสและรายละเอียดภายในครบถ้วน ทำให้แฟน Apple ยุค 90s ต่างลุ้นให้ชุดนี้ผ่านการอนุมัติและวางขายจริง 🔗 https://www.techradar.com/computing/a-lego-version-of-the-original-imac-g3-could-be-in-the-works-and-it-looks-like-90s-nostalgia-gold 📸 อุปกรณ์เสริม DJI ราคา $14 ที่สายถ่ายวิดีโอควรมี อุปกรณ์ DJI Mic Series Mobile Receiver กลายเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับคนถ่ายวิดีโอด้วยมือถือ เพราะแก้ปัญหาคุณภาพเสียง Bluetooth ที่แย่ การต่ออุปกรณ์ที่เกะกะ และยังเพิ่มความสะดวกด้วยการจ่ายไฟผ่านมือถือ พร้อมช่องชาร์จแบบ passthrough ใช้งานได้ทั้งกับ DJI Mic 2, Mic 3 และ Mini รวมถึงกล้องแอ็กชันรุ่นเก่าอย่าง Action 2 ทำให้การถ่ายวิดีโอคล่องตัวขึ้นมากในราคาเพียง $14 เท่านั้น 🔗 https://www.techradar.com/cameras/camera-accessories/this-usd14-dji-accessory-is-a-vlogging-and-action-cam-essential-heres-why ⚠️ AI อังกฤษเตือน: ไม่มีบริษัทไหนหยุดภาพล่อแหลมจาก AI ได้จริง CEO ของ Locai Labs ระบุว่าไม่มีโมเดล AI ใดปลอดภัยพอที่จะป้องกันการสร้างภาพไม่เหมาะสมได้ 100% พร้อมประกาศแบนผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปีและงดให้บริการสร้างภาพจนกว่าจะมั่นใจเรื่องความปลอดภัย ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลในสหราชอาณาจักรเริ่มสอบสวน Grok ของ Elon Musk หลังพบการนำไปใช้สร้างภาพไม่เหมาะสมของผู้หญิงและเด็ก สะท้อนความท้าทายด้านจริยธรรมและความปลอดภัยของ AI ในยุคปัจจุบัน 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/no-company-can-stop-nude-ai-images-but-were-the-only-ones-being-honest-about-it-british-ai-rival-to-chatgpt-bans-under-18s-and-refuses-image-generation-over-safety-concerns 🧹 Meta ลบกว่า 500,000 บัญชีวัยรุ่นออสเตรเลีย หลังกฎหมายแบนเด็กต่ำกว่า 16 ใช้โซเชียล หลังออสเตรเลียออกกฎหมายแบนผู้ใช้อายุต่ำกว่า 16 ปีบนโซเชียลมีเดีย Meta ลบไปแล้วกว่า 544,000 บัญชีจาก Facebook, Instagram และ Threads แม้จะปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ Meta ย้ำว่าวิธีที่ดีกว่าคือระบบยืนยันอายุระดับร้านแอป เพื่อป้องกันเด็กย้ายไปใช้แพลตฟอร์มที่ควบคุมยากกว่า พร้อมผลักดันมาตรฐานกลางผ่านโครงการ OpenAge Initiative 🔗 https://www.techradar.com/computing/social-media/meta-wipes-over-500-000-australian-teen-accounts-in-a-single-week-but-says-world-first-social-media-crackdown-is-failing 🏂 คู่มือดูถ่ายทอดสดโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 แบบครบจบในที่เดียว มหกรรมกีฬา Winter Olympics Milano Cortina 2026 เตรียมเปิดฉากในอิตาลี โดยมีทั้งสกี สเก็ต ฮอกกี้ และกีฬาฤดูหนาวอีกมากมาย พร้อมดาวเด่นอย่าง Lindsay Vonn และ Ilia Malinin ที่แฟนกีฬาจับตา การรับชมทำได้ฟรีในหลายประเทศ เช่น BBC iPlayer, CBC Gem, 9Now และ RTE Player รวมถึงตัวเลือกสตรีมมิงอื่น ๆ พร้อมตารางแข่งขันแบบละเอียดสำหรับผู้ชมทั่วโลก 🔗 https://www.techradar.com/how-to-watch/sport/winter-olympics-2026-live-stream-milano-cortina-2026 💻 ข่าวดีสำหรับคนไม่ปลื้ม Copilot: ผู้ดูแลระบบเริ่มลบแอปออกจากเครื่องงานได้แล้ว Windows 11 Insider Preview ล่าสุดเพิ่มนโยบายให้ผู้ดูแลระบบในองค์กรสามารถลบแอป Copilot เวอร์ชันฟรีออกจากอุปกรณ์ได้ แม้ฟีเจอร์บางส่วนยังคงอยู่และลบได้เฉพาะในเครื่องที่มี Copilot แบบสมัครสมาชิกติดตั้งร่วมกันเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนความพยายามของ Microsoft ในการจัดระเบียบระบบมากกว่าการถอยจากการผลักดัน AI อย่างเต็มตัว 🔗 https://www.techradar.com/pro/good-news-copilot-haters-some-of-you-will-be-able-to-disable-the-ai-tool-on-your-work-device-at-last 🕵️‍♂️ ฐานข้อมูลเว็บแฮ็กเกอร์ BreachForums ถูกเจาะ ข้อมูลผู้ใช้กว่า 3 แสนรายหลุด ชุมชนแฮ็กเกอร์ชื่อดัง BreachForums กลายเป็นเหยื่อเสียเองเมื่อมีการเผยแพร่ฐานข้อมูลสมาชิกกว่า 323,000 ราย รวมถึงชื่อผู้ใช้ วันที่สมัคร และ IP address โดยกว่า 70,000 รายเป็น IP จริงที่อาจระบุตัวบุคคลได้ แม้ผู้ดูแลยืนยันว่าเป็นข้อมูลเก่าจากช่วงกู้ระบบในปี 2025 แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้นำข้อมูลออกมา ขณะที่กลุ่ม ShinyHunters ปฏิเสธการเกี่ยวข้องทั้งหมด 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/hacking-hub-breachforums-hit-by-data-breach-324-000-accounts-exposed 👨‍💻 นักพัฒนาไม่เชื่อใจโค้ดจาก AI แต่ครึ่งหนึ่งก็ยังไม่ตรวจทาน ผลสำรวจเผยว่า 96% ของนักพัฒนาไม่เชื่อว่าโค้ดที่ AI สร้างจะถูกต้องเสมอ แต่กว่า 52% กลับยอมรับว่าไม่ได้ตรวจสอบโค้ดทุกครั้งก่อนใช้งาน แม้ปัจจุบันโค้ดที่สร้างโดย AI จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและถูกนำไปใช้ในงานสำคัญมากขึ้น ทำให้ความเสี่ยงด้านบั๊กและช่องโหว่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยหลายคนยังใช้บัญชีส่วนตัวเข้าถึง AI ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหลอีกชั้นหนึ่ง 🔗 https://www.techradar.com/pro/devs-dont-trust-ai-code-but-many-say-they-still-dont-check-it-anyways 🍏 Apple ยอมรับพลัง AI ของ Google และเตรียมใช้ Gemini ขับเคลื่อน Siri รุ่นใหม่ Apple และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ โดย Siri เวอร์ชันใหม่และโมเดล AI หลักของ Apple จะทำงานบนเทคโนโลยี Gemini ของ Google หลัง Apple ยอมรับว่า AI ของ Google มีความสามารถเหนือกว่าในตอนนี้ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจช่วยให้ Siri กลับมาแข่งขันได้อีกครั้งหลังล่าช้ามาหลายปี แต่ยังต้องรอดูว่าผู้ใช้จะได้สัมผัส Siri รุ่นใหม่จริงเมื่อใด 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/apple-intelligence/apple-gives-up-and-lets-google-take-the-ai-wheel-gemini-will-officially-power-siris-big-ai-upgrade-this-year 🚫 อิหร่านถูกตัดอินเทอร์เน็ตกว่า 96 ชั่วโมง ท่ามกลางการประท้วงทั่วประเทศ อิหร่านเข้าสู่ภาวะมืดสนิททางดิจิทัลเป็นวันที่ห้า หลังรัฐบาลตัดอินเทอร์เน็ตทั้งประเทศเพื่อตอบโต้การประท้วงครั้งใหญ่ ส่งผลให้ประชาชนกว่า 90 ล้านคนไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ หรือข้อมูลมือถือได้ แม้ Starlink บางพื้นที่ยังพอใช้งานได้ แต่ก็ถูกแทรกแซงอย่างหนัก ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านคืนการเชื่อมต่อทันที เพราะนี่คือการ “ตัดประเทศออกจากโลก” อย่างแท้จริง 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/iranians-offline-for-over-90-hours-as-digital-blackout-continues-for-fifth-day-heres-everything-we-know 💼 ChatGPT เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ Jobs ช่วยหางาน–อัปสกิล–เตรียมตัวสมัครงาน OpenAI ถูกพบว่ากำลังทดสอบฟีเจอร์ใหม่ชื่อ ChatGPT Jobs ซึ่งจะช่วยผู้ใช้ค้นหางาน เขียนเรซูเม่ แนะนำทักษะที่ควรพัฒนา และเปรียบเทียบโอกาสงานตามเป้าหมายของแต่ละคน โดยอาจทำงานคล้ายแดชบอร์ด Health ที่เพิ่งเปิดตัวก่อนหน้า ฟีเจอร์นี้สอดคล้องกับโครงการ OpenAI Certifications ที่ตั้งเป้ายกระดับทักษะแรงงานกว่า 10 ล้านคนภายในปี 2030 🔗 https://www.techradar.com/pro/openais-new-tool-will-see-chatgpt-try-and-help-you-find-a-new-job ⚡ GPU สายพันธุ์ใหม่ท้าชน Nvidia/AMD ด้วยสถาปัตยกรรม RISC‑V Bolt Graphics เดินหน้าพัฒนา Zeus GPU ที่ใช้ RISC‑V เป็นแกนหลักเพื่อท้าชนยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia และ AMD โดยชูจุดเด่นด้านการประมวลผล AI, path tracing และการทำงานแบบสแตนด์อโลนที่รัน Linux ได้ในตัว พร้อมรองรับ CUDA บน RISC‑V ซึ่งช่วยลดกำแพงซอฟต์แวร์ และยังรองรับ Vulkan, DirectX 12 และเอนจินยอดนิยมหลายตัว ทำให้เป็นอีกผู้เล่นที่น่าจับตาในตลาดเร่งความเร็ว AI ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 🔗 https://www.techradar.com/pro/plucky-startup-bolt-graphics-still-wants-to-use-risc-v-to-compete-with-nvidia-amd-in-ai-and-beyond-and-given-cudas-port-on-risc-v-there-may-be-something-there 🏥 AI ผู้ช่วยแพทย์คนใหม่ Claude for Health Anthropic เปิดตัว Claude for Healthcare ที่ช่วยผู้ใช้และบุคลากรทางการแพทย์ตีความผลตรวจสุขภาพ อธิบายข้อมูลทางการแพทย์ให้เข้าใจง่าย และลดภาระงานเอกสาร เช่น prior authorization และการตรวจสอบข้อมูลประกัน โดยระบบออกแบบให้เป็นแบบ opt‑in และเน้นความเป็นส่วนตัว ทำให้ AI กลายเป็นผู้ช่วยที่ช่วยให้ทั้งคนไข้และแพทย์ทำงานได้คล่องตัวขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/claude-just-joined-your-healthcare-team-and-might-be-ready-to-help-your-doctor-help-you 🎨 RTX 5090 ProArt รุ่นใหม่พร้อมพอร์ตหูฟังสุดเซอร์ไพรส์ Asus เปิดตัว ProArt RTX 5090 ที่เน้นกลุ่มครีเอเตอร์ด้วยดีไซน์บางกว่าเรือธงทั่วไป ใช้สถาปัตยกรรม Blackwell พร้อม 32GB GDDR7 และพลัง AI TOPs สูงลิ่ว จุดเด่นที่สะดุดตาคือมีช่องเสียบหูฟัง 2.5 มม. บนการ์ดจอ รวมถึงพอร์ต USB‑C สำหรับจอพกพา ถือเป็นการ์ดจอที่ผสมความแรงกับความยืดหยุ่นด้านการใช้งานได้อย่างน่าสนใจ 🔗 https://www.techradar.com/pro/nvidias-latest-rtx-5090-gpu-card-has-an-audio-jack-yes-a-headphone-socket-on-a-video-card-but-no-wooden-trim-or-ssd-like-its-predecessor 💾 ยุคของ TLC/QLC ครองตลาด SSD เมื่อ MLC ถอยสู่ตลาดเฉพาะทาง รายงานจาก TrendForce ระบุว่า MLC NAND กำลังหายไปจากตลาดหลัก เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่ทยอยเลิกผลิตและหันไปลงทุนใน TLC และ QLC ที่ตอบโจทย์ความต้องการความจุสูงและงาน AI มากกว่า ทำให้ MLC เหลือบทบาทในอุตสาหกรรมเฉพาะ เช่น ยานยนต์ อุปกรณ์การแพทย์ และระบบเครือข่าย ขณะที่ PLC ยังห่างไกลจากการใช้งานจริงจนกว่าจะถึงยุค SSD ระดับเพตะไบต์ 🔗 https://www.techradar.com/pro/bye-bye-mlc-qlc-and-tlc-to-be-dominant-ssd-technologies-amidst-ai-ravenous-appetite-for-nand-and-plc-wont-probably-happen-till-the-era-of-petabyte-ssds 🖥️ Lenovo Yoga Pro 27UD‑10 จอ QD‑OLED พร้อมเว็บแคม 4K ถอดได้ Lenovo เปิดตัวจอ Yoga Pro 27UD‑10 ที่มาพร้อม QD‑OLED ความละเอียด 4K รีเฟรชเรต 120Hz จุดขายคือเว็บแคม 4K แบบถอดได้พร้อมไมค์ 4 ตัว รองรับ Dolby Vision และ Dolby Atmos รวมถึง USB4 ที่จ่ายไฟได้ 140W และฟีเจอร์ Color Sync ที่ทำงานร่วมกับโน้ตบุ๊ก Lenovo บางรุ่น ทำให้เป็นจอระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์งานสร้างสรรค์และการประชุมออนไลน์ 🔗 https://www.techradar.com/pro/this-lenovo-monitor-has-six-speakers-and-is-the-only-windows-pc-monitor-with-dolby-atmos-and-dolby-vision-and-it-even-has-a-4k-detachable-webcam
    0 Comments 0 Shares 74 Views 0 Reviews
  • ลายใบตอง ตอนที่ 5

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง”
    ตอน 5 (จบ)
    อเมริกามีหลายหน้ากาก หลายเสื้อคลุม และหลายบทบาท เราต้องดูลายของอเมริกาให้ออก เพื่อจะได้รับมือกับอเมริกาให้เหมาะสม ไม่ตกเป็นเบี้ยล่างเขาไปตลอด
    อเมริกาสามารถทำตัวให้เห็นว่า เป็นผู้เชิดชู บูชาประชาธิปไตยและเสรีภาพมากกว่าใครในโลก อเมริกาสามารถตอแหล ตลบแตลงแปลงตัวได้สาระพัดรูปแบบ อเมริกาสามารถเล่นบทที่ทำให้แม้แต่ผู้ที่ทำงานด้านนโยบาย ยังงงกับนโยบายของตัวเอง และเป็นอเมริกา ที่ชาวอเมริกันรู้สึกขื่นขม เหมือนถูกหมาเยี่ยวรด เมื่อไม่ได้อะไรอย่างใจ
    มันเป็นอเมริกาเดียวกันทั้งหมดแหละครับ อเมริกาหนึ่งเดียวในโลก อเมริกาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก อเมริกาของแท้ ที่คิดว่าตนเองเท่านั้นเป็นเจ้าของโลกนี้
    นิทาน ตั้งแต่ตอนที่ 1 ถึง 4 ผมเอาข้อมูล รวมทั้งคำสารภาพของเจ้าเบน มาจากบทความชื่อ “We Caved ” เราแพ้ เขียนโดย Michael Crowley ในวารสาร Politico เมื่อต้นเดือนมกราคมนี้เอง Crowley เป็นผู้สื่อข่าวรุ่นใหญ่ทางด้านการเมืองและความมั่นคงระหว่างประเทศ ของวารสาร Politico และเคยเป็นหัวหน้าผู้สื่อข่าวต่างประเทศของหนังสือพิมพ์ Time เป็นบทความที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงว่า เป็นการฉีกหน้าโอบามา และคณะทำงานที่อ่อนหัด ซึ่งโอบามาเป็นผู้เลือกมาเองทั้งสิ้น ….อย่างไม่เหลือชิ้นดี
    หรือไม่เช่นนั้น บทความดังกล่าว….ก็กำลังวาดภาพให้โอบามา รับหน้าที่แพะ ก่อนที่อินทรีจะสยายปีก….
    บทความ พยายามทำให้เราคล้อยตามว่า โอบามานั้น มีความปราถนาอย่างแรงกล้า
    ที่จะเปลี่ยนนโยบายของอเมริกา ที่ใช้การยกทัพไปกวาดล้างผู้ปกครองประเทศที่เป็นเผด็จการ แล้วบังคับให้เป็นประชาธิปไตยแทน อย่างที่คาวบอยบุช ทำนั้น ไม่มีอีกแล้ว จบไปแล้ว เพราะมันไม่ได้ผล มันล้มเหลว โอบามา จึงเปลี่ยนเป็นนโยบายสร้างประชาธิปไตยให้กับโลก ในรูปแบบใหม่แทน โดยการใช้นโยบาย “ปลุก” ปลุกให้มนุษย์รู้สึกว่า การมีเสรีภาพในการแสดงออก และการเป็นประชาธิปไตย เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี และเป็นสิทธิของมนุษยชาติ…
    บทความดังกล่าว สรุปชวนให้เชื่อว่า โอบามา นั้น ทำตัวเหมือนเป็นคนยึดถืออุดมการณ์ เหนียวแน่น แต่เอาเข้าจริง กลับเป็นไม้หลักปักอยู่กับเลน แถมการตัดสินใจก็ใช้ไม่ได้ ไม่เด็ดขาด เช่น กรณีของอียิปต์ ที่คณะทำงานของโอบามา มีความเห็นต่างกัน แต่โอบามาก็เอนไปเอนมา ในที่สุด ก็ทำให้อเมริกาเกือบเสีย หรือเสีย อียิปต์ ที่มีความหมายสำหรับอเมริกาอย่างมาก และทำให้ความมั่นคงและผลประโยชน์ของอเมริกาในภูมิภาคนั้น กระทบกระเทือนอย่างรุนแรง จนทำให้คณะทำงานอ่อนหัด ของโอบามาเอง สรุปว่า…
    …เราแพ้… เราไม่สามารถเอาประชาธิปไตยเข้าไปในอียิปต์ได้ แต่กลับต้องส่ง เครื่องบินรบ F-16s ไปกำนัลให้อียิปต์แทน…
    ถ้าเราเห็นบทความทำนองนี้ และสรุปเอาว่า อเมริกานั้นหมดท่าแล้ว เพราะมีผู้นำที่แสนจะห่วย มันก็เป็นเรื่องที่น่าห่วงว่า เรามองอะไรสั้นๆ เฉพาะที่อยู่ตรงข้างหน้าเรา อย่างไม่รอบคอบหรือไม่ และถ้าเรามองทุกเรื่องรอบตัวเรา ในบ้านเรา ในลักษณะนี้ มันก็จะยิ่งน่าห่วงใหญ่
    ที่น่าคิดคือ ในระยะ 2,3 เดือนนี้ บทความทำนองนี้ มันทยอยกันออกมามากพอสมควร แม้กระทั่งถังขยะความคิด CFR ก็เขียนในทำนองใกล้เคียงกันว่า อเมริกาขายประชาธิปไตยไม่ออกแล้ว โอบามา ดำเนินนโยบายผิดพลาด โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับตะวันออกกลาง ไม่ว่า เรื่องซีเรีย อิรัค อิหร่าน อิยิปต์ ตุรกี และกำลังมาถึงคิวของซาอุดิ อารเบีย
    อ่านแวบแรก มันทำให้ผมดีใจ ….สมน้ำหน้ามึง ในที่สุดมึงก็มาถึงวันนี้….
    แต่ความที่มันทยอยออกกันมาใน “ช่วงนี้” หลายๆชิ้น จากค่ายใหญ่ๆทั้งนั้น มันทำให้ผมฉุกคิด และกลับมาทบทวนว่า มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือ อเมริกากำลัง “เล่น” อะไร อเมริกาที่เป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลก มีเป้าหมาย และยุทธศาสตร์ ที่จะครองโลกแต่ผู้เดียวอย่างชัดเจนมา 70 ปี จะยอมให้โอบามา เดินนโยบายแกว่งไปแกว่งมา จนลงเหว เสียหมาก เสียพันธมิตร ไปเรื่อยๆมา 7 ปีกว่าเชียวหรือ
    คงต้องย้อนกลับไปมองที่ นโยบายด้านความมั่นคง และพฤติกรรมของโอบามา ในช่วง 7 ปีกว่า ที่ผ่านมา
    ตั้งแต่โอบามา เริ่มหาเสียงเป็นประธานาธิบดี ในปี ค.ศ.2008 เขาบอกว่า พอแล้ว เราจะไม่ใช้วิธีโฉ่งฉ่างแบบคาวบอยบุซ ที่ยกทัพไปกระทืบเหยื่อทำนอง ขี้ช้างจับตั๊กแตนอีกแล้ว แต่เราจะต้อง “เปลี่ยน” นโยบายเป็น “การปลุก” ให้ประชาชนในหลายๆประเทศลุกขึ้นมาสร้างศักดิ์ศรี และรักษาสิทธิของตน
    และหลังจากโอบามาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ในปี ค.ศ.2009 ได้ไม่ถึงปี การปลุกประชาชนให้ลุกขึ้นมาไล่รัฐบาลเผด็จการ ในประเทศแถบตะวันออกกลางก็เกิดขึ้น ตูนีเซีย ถูกทดลองเป็นประเทศแรก เกิดการจราจลขับไล่รัฐบาล เป็นการจราจลที่เริ่มต้นมาจากประท้วงด้วยการเผาตัวเองของพ่อค้าขายผลไม้ และบานปลาย จนรัฐบาลเผด็จการกระเด็นไปสมใจในปี ค.ศ.2010 ดูเหมือนไม่น่าเป็นไปได้ … แต่เขาก็ทำให้มันเกิดขึ้นได้….
    หลังจากนั้นประชาชนในภูมิภาคแถบตะวันออกกลาง ต่างก็ทยอยรักศักดิ์ศรี
    ของการเป็นประชาธิปไตย โดยการลุกขึ้นมาประท้วง และขับไล่รัฐบาล
    มันเป็นไปตามแผน และวิธีการที่แนบเนียนของผู้สร้างอาหรับสปริง และต่างก็จบลงด้วยความฉิบหายของประชาชน และประเทศของตน จนแทบเหลือเป็นเศษไปเกือบหมดสิ้น เช่นกรณีของลิเบีย ตูนีเซีย เลบานอน อียิปต์ ล่าสุดคือ ซีเรีย และต่อไป อาจจะถึงคิวของเยเมน …และ อาจจะต่อไปอีกเรื่อยๆ ไม่ใช่แต่ในตะวันออกกลางเท่านั้น
    นโยบายแบบนี้ ของโอบามา ฉลาด หรือโง่ เราไม่ได้พูดถึงเรื่อง ดี เลวนะครับ ตกลงโอบามา โง่สุดขีด หรือฉลาดสุดลึก
    อาหรับสปริง เป็นการเดินตามยุทธศาสตร์ใหญ่ของอเมริกาไหม ยุทธศาสตร์ครองโลกน่ะ
    ใช่แน่นอน แต่จะบอกว่า ได้ผลตามเป้าหมายครบถ้วนหรือยัง อาจจะยังตอบไม่ได้
    แต่โอบามา ยังเดินตามยุทธศาสตร์ครองโลกของอเมริกา อย่างไม่ผิดองศาแม้แต่นิดเดียว
    อเมริกาหรือโอบามา เพียงแค่เปลี่ยนนโยบาย ยุทธวิธี หรือวิธีการ ในการ “จัดการ” กับเหยื่อเท่านั้น แต่เป้าหมายใหญ่ หรือยุทธศาสตร์การครองโลกของอเมริกาด้วยการ”ทำลาย” ยังอยู่เหมือนเดิมครบถ้วน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย มันไม่ได้มีการ “สร้าง” อะไรเลย นอกจาก “สร้างภาพ” กับ “สร้างสุนทรพจน์” มันเป็นวิธีการหลอกปั่นจิ้งหรีดพันธ์ต่างๆโดยสร้างความขัดแย้ง ความไม่พอใจ ในเรื่องที่โดนใจชาวบ้าน โดยไม่จำเป็นต้องใช้คนมาก แต่ใช้สื่อทางโซเชียลมีเดียทำงานหนักหน่อย โหมสักพัก ก็ได้เรื่อง
    การปั่นหัวจิ้งหรีดแบบนี้ ไม่ต้องใช้เวลานาน เดี๋ยวจิ้งหรีดก็มึนหัว แล้วก็ออก
    มาปะทะกัน และมือที่สร้างเรื่อง ก็สุมควันให้บานปลาย
    การปลุก และปั่น ตามนโยบายที่โอบามาใช้ อาจจะทำลายเหยื่อได้มากกว่าการยกกองทัพของอเมริกาเข้าไปในสนามรบแบบคาวบอยบุ ชเสียอีก เพราะมันสามารถทำลาย
    ไปถึงรากเหง้า ของชาตินั้น ตั้งแต่ คุณค่าของสิ่งที่เป็นที่เคารพรัก วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อมั่นในหลักศาสนา อุดมการณ์ทางการเมือง ฯลฯ สาระพัด
    นี่การทำงานของอาวุธ ที่ อเมริกา เรียกว่า “soft power” เป็นอำนาจ หรือความสามารถ ในสร้างการ กล่อม หลอก หรือ ลวง ให้เป้าหมาย ทำทุกอย่างที่อเมริกาต้องการ โดยไม่ต้องใช้อาวุธ ที่เน้นทางการบังคับ “hard power” ( นี่คือ การลวงหลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ของแท้.ครับ)
    มันเป็นวิธีการหลอกจิ้งหรีด ไม่ว่าพันธุ์ไหนที่แนบเนียนมาก
    ดูไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้นโยบายแบบบุช หรือแบบโอบามา มันก็เป็น
    การผายลมเหมือนเดิม ที่แม้จะต่างเสียง ต่างกลิ่น แต่ก็ออกมาจากลำไส้ใหญ่เส้นเดิมนั่นเอง
    อเมริกากำลังเสี้ยมให้ตะวันออกกลางตีกันเอง มันเป็นการประหยัดงบ ประหยัดคนของตัวเองไปได้แยะ เพื่อรอจังหวะที่ “เหมาะสม”
    จังหวะที่เหมาะสมนั้น คืออะไร..
    อเมริกาดูเหมือนจะเงียบผิดปรกติ นาโต้ก็เงียบผิดปรกติ หลายภูมิภาคเงียบผิดปรกติ มีแต่ตะวันออกกลาง ที่ควันโขมง ข่าวระเบิดที่จาร์กาต้า เหมือนเป็นเรื่องหลอกเด็ก(อีกแล้ว) อเมริกา กำลังคิดอะไร….
    ฉนั้น จึงอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า อเมริกานั้นหมดท่า และถึงอเมริกาอาจจะหมดท่าจริง แต่สันดานอเมริกา ไม่เคยเปลี่ยนครับ และด้วยสันดานแท้ของอเมริกา แม้
    อเมริกาจะหมดท่า แต่ไม่หมดลาย อเมริกาจะไม่มีวันปล่อยมือที่บีบคอเหยื่อง่ายๆ
    การปล่อยมือเป็นกลลวงทั้งสิ้น
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    19 ม.ค. 2559
    ลายใบตอง ตอนที่ 5 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง” ตอน 5 (จบ) อเมริกามีหลายหน้ากาก หลายเสื้อคลุม และหลายบทบาท เราต้องดูลายของอเมริกาให้ออก เพื่อจะได้รับมือกับอเมริกาให้เหมาะสม ไม่ตกเป็นเบี้ยล่างเขาไปตลอด อเมริกาสามารถทำตัวให้เห็นว่า เป็นผู้เชิดชู บูชาประชาธิปไตยและเสรีภาพมากกว่าใครในโลก อเมริกาสามารถตอแหล ตลบแตลงแปลงตัวได้สาระพัดรูปแบบ อเมริกาสามารถเล่นบทที่ทำให้แม้แต่ผู้ที่ทำงานด้านนโยบาย ยังงงกับนโยบายของตัวเอง และเป็นอเมริกา ที่ชาวอเมริกันรู้สึกขื่นขม เหมือนถูกหมาเยี่ยวรด เมื่อไม่ได้อะไรอย่างใจ มันเป็นอเมริกาเดียวกันทั้งหมดแหละครับ อเมริกาหนึ่งเดียวในโลก อเมริกาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก อเมริกาของแท้ ที่คิดว่าตนเองเท่านั้นเป็นเจ้าของโลกนี้ นิทาน ตั้งแต่ตอนที่ 1 ถึง 4 ผมเอาข้อมูล รวมทั้งคำสารภาพของเจ้าเบน มาจากบทความชื่อ “We Caved ” เราแพ้ เขียนโดย Michael Crowley ในวารสาร Politico เมื่อต้นเดือนมกราคมนี้เอง Crowley เป็นผู้สื่อข่าวรุ่นใหญ่ทางด้านการเมืองและความมั่นคงระหว่างประเทศ ของวารสาร Politico และเคยเป็นหัวหน้าผู้สื่อข่าวต่างประเทศของหนังสือพิมพ์ Time เป็นบทความที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงว่า เป็นการฉีกหน้าโอบามา และคณะทำงานที่อ่อนหัด ซึ่งโอบามาเป็นผู้เลือกมาเองทั้งสิ้น ….อย่างไม่เหลือชิ้นดี หรือไม่เช่นนั้น บทความดังกล่าว….ก็กำลังวาดภาพให้โอบามา รับหน้าที่แพะ ก่อนที่อินทรีจะสยายปีก…. บทความ พยายามทำให้เราคล้อยตามว่า โอบามานั้น มีความปราถนาอย่างแรงกล้า ที่จะเปลี่ยนนโยบายของอเมริกา ที่ใช้การยกทัพไปกวาดล้างผู้ปกครองประเทศที่เป็นเผด็จการ แล้วบังคับให้เป็นประชาธิปไตยแทน อย่างที่คาวบอยบุช ทำนั้น ไม่มีอีกแล้ว จบไปแล้ว เพราะมันไม่ได้ผล มันล้มเหลว โอบามา จึงเปลี่ยนเป็นนโยบายสร้างประชาธิปไตยให้กับโลก ในรูปแบบใหม่แทน โดยการใช้นโยบาย “ปลุก” ปลุกให้มนุษย์รู้สึกว่า การมีเสรีภาพในการแสดงออก และการเป็นประชาธิปไตย เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี และเป็นสิทธิของมนุษยชาติ… บทความดังกล่าว สรุปชวนให้เชื่อว่า โอบามา นั้น ทำตัวเหมือนเป็นคนยึดถืออุดมการณ์ เหนียวแน่น แต่เอาเข้าจริง กลับเป็นไม้หลักปักอยู่กับเลน แถมการตัดสินใจก็ใช้ไม่ได้ ไม่เด็ดขาด เช่น กรณีของอียิปต์ ที่คณะทำงานของโอบามา มีความเห็นต่างกัน แต่โอบามาก็เอนไปเอนมา ในที่สุด ก็ทำให้อเมริกาเกือบเสีย หรือเสีย อียิปต์ ที่มีความหมายสำหรับอเมริกาอย่างมาก และทำให้ความมั่นคงและผลประโยชน์ของอเมริกาในภูมิภาคนั้น กระทบกระเทือนอย่างรุนแรง จนทำให้คณะทำงานอ่อนหัด ของโอบามาเอง สรุปว่า… …เราแพ้… เราไม่สามารถเอาประชาธิปไตยเข้าไปในอียิปต์ได้ แต่กลับต้องส่ง เครื่องบินรบ F-16s ไปกำนัลให้อียิปต์แทน… ถ้าเราเห็นบทความทำนองนี้ และสรุปเอาว่า อเมริกานั้นหมดท่าแล้ว เพราะมีผู้นำที่แสนจะห่วย มันก็เป็นเรื่องที่น่าห่วงว่า เรามองอะไรสั้นๆ เฉพาะที่อยู่ตรงข้างหน้าเรา อย่างไม่รอบคอบหรือไม่ และถ้าเรามองทุกเรื่องรอบตัวเรา ในบ้านเรา ในลักษณะนี้ มันก็จะยิ่งน่าห่วงใหญ่ ที่น่าคิดคือ ในระยะ 2,3 เดือนนี้ บทความทำนองนี้ มันทยอยกันออกมามากพอสมควร แม้กระทั่งถังขยะความคิด CFR ก็เขียนในทำนองใกล้เคียงกันว่า อเมริกาขายประชาธิปไตยไม่ออกแล้ว โอบามา ดำเนินนโยบายผิดพลาด โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับตะวันออกกลาง ไม่ว่า เรื่องซีเรีย อิรัค อิหร่าน อิยิปต์ ตุรกี และกำลังมาถึงคิวของซาอุดิ อารเบีย อ่านแวบแรก มันทำให้ผมดีใจ ….สมน้ำหน้ามึง ในที่สุดมึงก็มาถึงวันนี้…. แต่ความที่มันทยอยออกกันมาใน “ช่วงนี้” หลายๆชิ้น จากค่ายใหญ่ๆทั้งนั้น มันทำให้ผมฉุกคิด และกลับมาทบทวนว่า มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือ อเมริกากำลัง “เล่น” อะไร อเมริกาที่เป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลก มีเป้าหมาย และยุทธศาสตร์ ที่จะครองโลกแต่ผู้เดียวอย่างชัดเจนมา 70 ปี จะยอมให้โอบามา เดินนโยบายแกว่งไปแกว่งมา จนลงเหว เสียหมาก เสียพันธมิตร ไปเรื่อยๆมา 7 ปีกว่าเชียวหรือ คงต้องย้อนกลับไปมองที่ นโยบายด้านความมั่นคง และพฤติกรรมของโอบามา ในช่วง 7 ปีกว่า ที่ผ่านมา ตั้งแต่โอบามา เริ่มหาเสียงเป็นประธานาธิบดี ในปี ค.ศ.2008 เขาบอกว่า พอแล้ว เราจะไม่ใช้วิธีโฉ่งฉ่างแบบคาวบอยบุซ ที่ยกทัพไปกระทืบเหยื่อทำนอง ขี้ช้างจับตั๊กแตนอีกแล้ว แต่เราจะต้อง “เปลี่ยน” นโยบายเป็น “การปลุก” ให้ประชาชนในหลายๆประเทศลุกขึ้นมาสร้างศักดิ์ศรี และรักษาสิทธิของตน และหลังจากโอบามาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ในปี ค.ศ.2009 ได้ไม่ถึงปี การปลุกประชาชนให้ลุกขึ้นมาไล่รัฐบาลเผด็จการ ในประเทศแถบตะวันออกกลางก็เกิดขึ้น ตูนีเซีย ถูกทดลองเป็นประเทศแรก เกิดการจราจลขับไล่รัฐบาล เป็นการจราจลที่เริ่มต้นมาจากประท้วงด้วยการเผาตัวเองของพ่อค้าขายผลไม้ และบานปลาย จนรัฐบาลเผด็จการกระเด็นไปสมใจในปี ค.ศ.2010 ดูเหมือนไม่น่าเป็นไปได้ … แต่เขาก็ทำให้มันเกิดขึ้นได้…. หลังจากนั้นประชาชนในภูมิภาคแถบตะวันออกกลาง ต่างก็ทยอยรักศักดิ์ศรี ของการเป็นประชาธิปไตย โดยการลุกขึ้นมาประท้วง และขับไล่รัฐบาล มันเป็นไปตามแผน และวิธีการที่แนบเนียนของผู้สร้างอาหรับสปริง และต่างก็จบลงด้วยความฉิบหายของประชาชน และประเทศของตน จนแทบเหลือเป็นเศษไปเกือบหมดสิ้น เช่นกรณีของลิเบีย ตูนีเซีย เลบานอน อียิปต์ ล่าสุดคือ ซีเรีย และต่อไป อาจจะถึงคิวของเยเมน …และ อาจจะต่อไปอีกเรื่อยๆ ไม่ใช่แต่ในตะวันออกกลางเท่านั้น นโยบายแบบนี้ ของโอบามา ฉลาด หรือโง่ เราไม่ได้พูดถึงเรื่อง ดี เลวนะครับ ตกลงโอบามา โง่สุดขีด หรือฉลาดสุดลึก อาหรับสปริง เป็นการเดินตามยุทธศาสตร์ใหญ่ของอเมริกาไหม ยุทธศาสตร์ครองโลกน่ะ ใช่แน่นอน แต่จะบอกว่า ได้ผลตามเป้าหมายครบถ้วนหรือยัง อาจจะยังตอบไม่ได้ แต่โอบามา ยังเดินตามยุทธศาสตร์ครองโลกของอเมริกา อย่างไม่ผิดองศาแม้แต่นิดเดียว อเมริกาหรือโอบามา เพียงแค่เปลี่ยนนโยบาย ยุทธวิธี หรือวิธีการ ในการ “จัดการ” กับเหยื่อเท่านั้น แต่เป้าหมายใหญ่ หรือยุทธศาสตร์การครองโลกของอเมริกาด้วยการ”ทำลาย” ยังอยู่เหมือนเดิมครบถ้วน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย มันไม่ได้มีการ “สร้าง” อะไรเลย นอกจาก “สร้างภาพ” กับ “สร้างสุนทรพจน์” มันเป็นวิธีการหลอกปั่นจิ้งหรีดพันธ์ต่างๆโดยสร้างความขัดแย้ง ความไม่พอใจ ในเรื่องที่โดนใจชาวบ้าน โดยไม่จำเป็นต้องใช้คนมาก แต่ใช้สื่อทางโซเชียลมีเดียทำงานหนักหน่อย โหมสักพัก ก็ได้เรื่อง การปั่นหัวจิ้งหรีดแบบนี้ ไม่ต้องใช้เวลานาน เดี๋ยวจิ้งหรีดก็มึนหัว แล้วก็ออก มาปะทะกัน และมือที่สร้างเรื่อง ก็สุมควันให้บานปลาย การปลุก และปั่น ตามนโยบายที่โอบามาใช้ อาจจะทำลายเหยื่อได้มากกว่าการยกกองทัพของอเมริกาเข้าไปในสนามรบแบบคาวบอยบุ ชเสียอีก เพราะมันสามารถทำลาย ไปถึงรากเหง้า ของชาตินั้น ตั้งแต่ คุณค่าของสิ่งที่เป็นที่เคารพรัก วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อมั่นในหลักศาสนา อุดมการณ์ทางการเมือง ฯลฯ สาระพัด นี่การทำงานของอาวุธ ที่ อเมริกา เรียกว่า “soft power” เป็นอำนาจ หรือความสามารถ ในสร้างการ กล่อม หลอก หรือ ลวง ให้เป้าหมาย ทำทุกอย่างที่อเมริกาต้องการ โดยไม่ต้องใช้อาวุธ ที่เน้นทางการบังคับ “hard power” ( นี่คือ การลวงหลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ของแท้.ครับ) มันเป็นวิธีการหลอกจิ้งหรีด ไม่ว่าพันธุ์ไหนที่แนบเนียนมาก ดูไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้นโยบายแบบบุช หรือแบบโอบามา มันก็เป็น การผายลมเหมือนเดิม ที่แม้จะต่างเสียง ต่างกลิ่น แต่ก็ออกมาจากลำไส้ใหญ่เส้นเดิมนั่นเอง อเมริกากำลังเสี้ยมให้ตะวันออกกลางตีกันเอง มันเป็นการประหยัดงบ ประหยัดคนของตัวเองไปได้แยะ เพื่อรอจังหวะที่ “เหมาะสม” จังหวะที่เหมาะสมนั้น คืออะไร.. อเมริกาดูเหมือนจะเงียบผิดปรกติ นาโต้ก็เงียบผิดปรกติ หลายภูมิภาคเงียบผิดปรกติ มีแต่ตะวันออกกลาง ที่ควันโขมง ข่าวระเบิดที่จาร์กาต้า เหมือนเป็นเรื่องหลอกเด็ก(อีกแล้ว) อเมริกา กำลังคิดอะไร…. ฉนั้น จึงอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า อเมริกานั้นหมดท่า และถึงอเมริกาอาจจะหมดท่าจริง แต่สันดานอเมริกา ไม่เคยเปลี่ยนครับ และด้วยสันดานแท้ของอเมริกา แม้ อเมริกาจะหมดท่า แต่ไม่หมดลาย อเมริกาจะไม่มีวันปล่อยมือที่บีบคอเหยื่อง่ายๆ การปล่อยมือเป็นกลลวงทั้งสิ้น สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 19 ม.ค. 2559
    0 Comments 0 Shares 95 Views 0 Reviews
  • “Asus แก้ปัญหาการทา Liquid Metal บน ROG Matrix RTX 5090 — รุ่นขายจริงดู ‘มืออาชีพกว่าเดิมมาก’ ตามคำบอกของ der8auer”

    Asus ได้ปรับปรุงขั้นตอนการทา liquid metal บนการ์ดจอระดับเรือธงราคา 4,000 ดอลลาร์ ROG Matrix RTX 5090 หลังจากมีรายงานก่อนหน้านี้ว่าบางล็อตถูกเรียกคืนเพื่อ “ปรับแต่งและเพิ่มคุณภาพ” ล่าสุด der8auer นักม็อดฮาร์ดแวร์ชื่อดังได้แกะการ์ดรุ่นขายจริงและพบว่า Asus เปลี่ยนรูปแบบการทา liquid metal ให้ดูเป็นงานโรงงานที่เรียบร้อยกว่าอย่างชัดเจน ไม่ใช่ลักษณะ “วงแหวนไม่สม่ำเสมอ” แบบตัวอย่างก่อนหน้า

    ในรุ่นที่ถูกแก้ไข Asus เพิ่ม ลวดลาย thermal paste รอบขอบของ GPU die เพื่อป้องกันไม่ให้ liquid metal ไหลออก ซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญเพราะ liquid metal สามารถทำให้วงจรลัดได้ทันทีหากรั่วไปโดนส่วนอื่น der8auer ยังพบว่าลักษณะของ liquid metal เองเปลี่ยนไปเล็กน้อย โดยมีส่วนผสมของ silicon oil ซึ่งอาจช่วยให้การทาในสายการผลิตทำได้ง่ายและสม่ำเสมอขึ้น

    นอกจากนี้ Asus ดูเหมือนจะใช้เทคนิค “พิมพ์เป็นหยด” เพื่อควบคุมปริมาณ liquid metal ให้แม่นยำกว่าเดิม ทำให้การกระจายตัวของวัสดุมีความสม่ำเสมอและปลอดภัยขึ้น แม้การ์ดจะยังคงดึงพลังงานสูงถึง เกือบ 800W ในการทดสอบ FurMark แต่ผลการระบายความร้อนดีขึ้นเล็กน้อย ซึ่งอาจมาจากการจัดวางการ์ดบนแท่นทดสอบมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของวัสดุโดยตรง

    der8auer ยังเผยว่า Asus ส่งอุปกรณ์เสริมอย่าง BTF-to-12V‑2x6 adapters และมีการแง้มข้อมูลเกี่ยวกับ WireView Pro รุ่นใช้สาย ซึ่งช่วยให้ตรวจสอบพลังงานของการ์ดได้สะดวกขึ้น เขายังชื่นชม Asus ที่ยอมเรียกคืนสินค้าเพื่อแก้ไขปัญหา แม้จะมีต้นทุนสูง แต่ถือเป็นสิ่งที่ควรทำเมื่อขายการ์ดระดับพรีเมียมราคา 4,000 ดอลลาร์ให้ลูกค้า

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Asus ปรับปรุงการทา liquid metal บน ROG Matrix RTX 5090 รุ่นขายจริง
    ลักษณะการทาดูเป็นงานโรงงาน เรียบร้อยกว่าเวอร์ชันตัวอย่าง

    เพิ่มลวดลาย thermal paste รอบ GPU เพื่อป้องกันการรั่วไหล
    ลดความเสี่ยง short circuit จาก liquid metal

    พบส่วนผสม silicon oil ใน liquid metal
    ช่วยให้การผลิตทำได้สม่ำเสมอขึ้น

    การ์ดยังดึงพลังงานเกือบ 800W แต่ระบายความร้อนได้ดีขึ้นเล็กน้อย
    อาจมาจากสภาพการทดสอบมากกว่าการเปลี่ยนวัสดุ

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    liquid metal มีความเสี่ยงสูงหากรั่วไหล
    อาจทำให้วงจรลัดและการ์ดเสียหายทันที

    การ์ดระดับ 800W ต้องการระบบไฟและระบายความร้อนที่เหมาะสม
    ผู้ใช้ควรตรวจสอบ PSU และ airflow ของเคส

    การเรียกคืนสินค้าอาจบ่งบอกถึงปัญหาคุณภาพในล็อตแรก
    ผู้ซื้อควรตรวจสอบหมายเลขล็อตก่อนใช้งาน

    การแกะการ์ดเองอาจทำให้หมดประกัน
    ไม่ควรทำตามหากไม่มีทักษะด้านฮาร์ดแวร์

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/asus-revised-the-liquid-metal-application-on-its-usd4-000-rog-matrix-rtx-5090-cards-der8auer-says-retail-versions-come-with-much-more-professional-spread
    ⚙️🔥 “Asus แก้ปัญหาการทา Liquid Metal บน ROG Matrix RTX 5090 — รุ่นขายจริงดู ‘มืออาชีพกว่าเดิมมาก’ ตามคำบอกของ der8auer” Asus ได้ปรับปรุงขั้นตอนการทา liquid metal บนการ์ดจอระดับเรือธงราคา 4,000 ดอลลาร์ ROG Matrix RTX 5090 หลังจากมีรายงานก่อนหน้านี้ว่าบางล็อตถูกเรียกคืนเพื่อ “ปรับแต่งและเพิ่มคุณภาพ” ล่าสุด der8auer นักม็อดฮาร์ดแวร์ชื่อดังได้แกะการ์ดรุ่นขายจริงและพบว่า Asus เปลี่ยนรูปแบบการทา liquid metal ให้ดูเป็นงานโรงงานที่เรียบร้อยกว่าอย่างชัดเจน ไม่ใช่ลักษณะ “วงแหวนไม่สม่ำเสมอ” แบบตัวอย่างก่อนหน้า ในรุ่นที่ถูกแก้ไข Asus เพิ่ม ลวดลาย thermal paste รอบขอบของ GPU die เพื่อป้องกันไม่ให้ liquid metal ไหลออก ซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญเพราะ liquid metal สามารถทำให้วงจรลัดได้ทันทีหากรั่วไปโดนส่วนอื่น der8auer ยังพบว่าลักษณะของ liquid metal เองเปลี่ยนไปเล็กน้อย โดยมีส่วนผสมของ silicon oil ซึ่งอาจช่วยให้การทาในสายการผลิตทำได้ง่ายและสม่ำเสมอขึ้น นอกจากนี้ Asus ดูเหมือนจะใช้เทคนิค “พิมพ์เป็นหยด” เพื่อควบคุมปริมาณ liquid metal ให้แม่นยำกว่าเดิม ทำให้การกระจายตัวของวัสดุมีความสม่ำเสมอและปลอดภัยขึ้น แม้การ์ดจะยังคงดึงพลังงานสูงถึง เกือบ 800W ในการทดสอบ FurMark แต่ผลการระบายความร้อนดีขึ้นเล็กน้อย ซึ่งอาจมาจากการจัดวางการ์ดบนแท่นทดสอบมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของวัสดุโดยตรง der8auer ยังเผยว่า Asus ส่งอุปกรณ์เสริมอย่าง BTF-to-12V‑2x6 adapters และมีการแง้มข้อมูลเกี่ยวกับ WireView Pro รุ่นใช้สาย ซึ่งช่วยให้ตรวจสอบพลังงานของการ์ดได้สะดวกขึ้น เขายังชื่นชม Asus ที่ยอมเรียกคืนสินค้าเพื่อแก้ไขปัญหา แม้จะมีต้นทุนสูง แต่ถือเป็นสิ่งที่ควรทำเมื่อขายการ์ดระดับพรีเมียมราคา 4,000 ดอลลาร์ให้ลูกค้า 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Asus ปรับปรุงการทา liquid metal บน ROG Matrix RTX 5090 รุ่นขายจริง ➡️ ลักษณะการทาดูเป็นงานโรงงาน เรียบร้อยกว่าเวอร์ชันตัวอย่าง ✅ เพิ่มลวดลาย thermal paste รอบ GPU เพื่อป้องกันการรั่วไหล ➡️ ลดความเสี่ยง short circuit จาก liquid metal ✅ พบส่วนผสม silicon oil ใน liquid metal ➡️ ช่วยให้การผลิตทำได้สม่ำเสมอขึ้น ✅ การ์ดยังดึงพลังงานเกือบ 800W แต่ระบายความร้อนได้ดีขึ้นเล็กน้อย ➡️ อาจมาจากสภาพการทดสอบมากกว่าการเปลี่ยนวัสดุ คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ liquid metal มีความเสี่ยงสูงหากรั่วไหล ⛔ อาจทำให้วงจรลัดและการ์ดเสียหายทันที ‼️ การ์ดระดับ 800W ต้องการระบบไฟและระบายความร้อนที่เหมาะสม ⛔ ผู้ใช้ควรตรวจสอบ PSU และ airflow ของเคส ‼️ การเรียกคืนสินค้าอาจบ่งบอกถึงปัญหาคุณภาพในล็อตแรก ⛔ ผู้ซื้อควรตรวจสอบหมายเลขล็อตก่อนใช้งาน ‼️ การแกะการ์ดเองอาจทำให้หมดประกัน ⛔ ไม่ควรทำตามหากไม่มีทักษะด้านฮาร์ดแวร์ https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/asus-revised-the-liquid-metal-application-on-its-usd4-000-rog-matrix-rtx-5090-cards-der8auer-says-retail-versions-come-with-much-more-professional-spread
    0 Comments 0 Shares 81 Views 0 Reviews
  • “Gauss MT90: เครื่องพิมพ์โลหะ 3D ที่ปลอดภัยระดับออฟฟิศ — ไม่ใช้ผงโลหะ และทำงานที่อุณหภูมิห้อง”

    MetalPrinting เปิดตัว Gauss MT90 ในงาน CES 2026 พร้อมประกาศว่าเป็น “เกมเชนเจอร์” ของวงการพิมพ์โลหะ 3D เพราะมันสามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมสำนักงานโดยไม่ต้องใช้ผงโลหะที่เสี่ยงต่อการระเบิดหรือไฟไหม้ เนื้อหาจากหน้าเว็บระบุว่าเครื่องนี้ใช้เทคโนโลยี Paste‑based Metal Extrusion (PME) ซึ่งเป็นโลหะแบบ “หมึกพิมพ์” ที่อัดออกมาที่อุณหภูมิห้อง ทำให้ปลอดภัยกว่าเครื่องพิมพ์โลหะแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้ความร้อนสูงมาก.

    ตัวเครื่องมีขนาดเท่าเครื่องพิมพ์ 3D ตั้งโต๊ะทั่วไป ใช้งานง่ายด้วยตลับ “GaussInk” ที่มีวัสดุให้เลือกหลากหลาย เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม นิกเกิล เหล็ก และทังสเตน พร้อมตัวเลือกสั่งทำโลหะผสมพิเศษ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว กล้อง AI สำหรับตรวจสอบงานพิมพ์ และระบบกรองอากาศ HEPA เพื่อความปลอดภัยในพื้นที่ทำงาน.

    แม้จะพิมพ์ได้ที่อุณหภูมิห้อง แต่ชิ้นงานที่ได้ยังต้องนำไปผ่านกระบวนการ sintering ในเตาเผาเพื่อหลอมรวมโลหะให้แข็งแรง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนนำไปใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก ทำให้หลายคนจับตาว่าระบบนี้จะใช้งานง่ายแค่ไหนในสภาพแวดล้อมสำนักงานจริง.

    Gauss MT90 ได้รับรางวัล CES 2026 Innovation Award และถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของการทำให้ “การพิมพ์โลหะ” เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องมีโรงงาน ไม่ต้องมีห้องปลอดภัย และไม่ต้องจัดการผงโลหะที่อันตราย นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ธุรกิจขนาดเล็กหรือแม้แต่ทีมวิศวกรในออฟฟิศสามารถผลิตชิ้นส่วนโลหะได้เองอย่างปลอดภัยและสะดวก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Gauss MT90 ใช้เทคโนโลยี PME ที่ไม่ต้องใช้ผงโลหะ
    ลดความเสี่ยงไฟไหม้และการระเบิดจากผงโลหะในอากาศ

    ทำงานที่อุณหภูมิห้องในเครื่องตั้งโต๊ะ
    ปลอดภัยพอสำหรับใช้งานในออฟฟิศ

    รองรับตลับ GaussInk หลายชนิด เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม และทังสเตน
    มีตัวเลือกวัสดุหลากหลายและสั่งทำพิเศษได้

    มีระบบกรอง HEPA และกล้อง AI ตรวจสอบงานพิมพ์
    เพิ่มความปลอดภัยและความแม่นยำในการพิมพ์

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    ชิ้นงานยังต้องผ่านการ sintering ก่อนใช้งานจริง
    รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก

    แม้ปลอดภัยกว่า แต่ยังต้องควบคุมสภาพแวดล้อมการพิมพ์อย่างเหมาะสม
    การใช้งานผิดวิธีอาจทำให้คุณภาพชิ้นงานลดลง

    ราคาและวันวางจำหน่ายยังไม่ประกาศ
    ผู้สนใจต้องติดต่อบริษัทโดยตรง

    อาจไม่เหมาะกับงานอุตสาหกรรมหนักที่ต้องการความแข็งแรงระดับสูงมาก
    เทคโนโลยี PME ยังใหม่และต้องพิสูจน์ในงานจริง

    https://www.tomshardware.com/3d-printing/metalprinting-gauss-mt90-3d-printer-offers-office-safe-metal-printing-without-powders-uses-paste-based-metal-extrusion-pme-tech
    🏭🤖 “Gauss MT90: เครื่องพิมพ์โลหะ 3D ที่ปลอดภัยระดับออฟฟิศ — ไม่ใช้ผงโลหะ และทำงานที่อุณหภูมิห้อง” MetalPrinting เปิดตัว Gauss MT90 ในงาน CES 2026 พร้อมประกาศว่าเป็น “เกมเชนเจอร์” ของวงการพิมพ์โลหะ 3D เพราะมันสามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมสำนักงานโดยไม่ต้องใช้ผงโลหะที่เสี่ยงต่อการระเบิดหรือไฟไหม้ เนื้อหาจากหน้าเว็บระบุว่าเครื่องนี้ใช้เทคโนโลยี Paste‑based Metal Extrusion (PME) ซึ่งเป็นโลหะแบบ “หมึกพิมพ์” ที่อัดออกมาที่อุณหภูมิห้อง ทำให้ปลอดภัยกว่าเครื่องพิมพ์โลหะแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้ความร้อนสูงมาก. ตัวเครื่องมีขนาดเท่าเครื่องพิมพ์ 3D ตั้งโต๊ะทั่วไป ใช้งานง่ายด้วยตลับ “GaussInk” ที่มีวัสดุให้เลือกหลากหลาย เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม นิกเกิล เหล็ก และทังสเตน พร้อมตัวเลือกสั่งทำโลหะผสมพิเศษ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว กล้อง AI สำหรับตรวจสอบงานพิมพ์ และระบบกรองอากาศ HEPA เพื่อความปลอดภัยในพื้นที่ทำงาน. แม้จะพิมพ์ได้ที่อุณหภูมิห้อง แต่ชิ้นงานที่ได้ยังต้องนำไปผ่านกระบวนการ sintering ในเตาเผาเพื่อหลอมรวมโลหะให้แข็งแรง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนนำไปใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก ทำให้หลายคนจับตาว่าระบบนี้จะใช้งานง่ายแค่ไหนในสภาพแวดล้อมสำนักงานจริง. Gauss MT90 ได้รับรางวัล CES 2026 Innovation Award และถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของการทำให้ “การพิมพ์โลหะ” เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องมีโรงงาน ไม่ต้องมีห้องปลอดภัย และไม่ต้องจัดการผงโลหะที่อันตราย นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ธุรกิจขนาดเล็กหรือแม้แต่ทีมวิศวกรในออฟฟิศสามารถผลิตชิ้นส่วนโลหะได้เองอย่างปลอดภัยและสะดวก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Gauss MT90 ใช้เทคโนโลยี PME ที่ไม่ต้องใช้ผงโลหะ ➡️ ลดความเสี่ยงไฟไหม้และการระเบิดจากผงโลหะในอากาศ ✅ ทำงานที่อุณหภูมิห้องในเครื่องตั้งโต๊ะ ➡️ ปลอดภัยพอสำหรับใช้งานในออฟฟิศ ✅ รองรับตลับ GaussInk หลายชนิด เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม และทังสเตน ➡️ มีตัวเลือกวัสดุหลากหลายและสั่งทำพิเศษได้ ✅ มีระบบกรอง HEPA และกล้อง AI ตรวจสอบงานพิมพ์ ➡️ เพิ่มความปลอดภัยและความแม่นยำในการพิมพ์ คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ ชิ้นงานยังต้องผ่านการ sintering ก่อนใช้งานจริง ⛔ รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก ‼️ แม้ปลอดภัยกว่า แต่ยังต้องควบคุมสภาพแวดล้อมการพิมพ์อย่างเหมาะสม ⛔ การใช้งานผิดวิธีอาจทำให้คุณภาพชิ้นงานลดลง ‼️ ราคาและวันวางจำหน่ายยังไม่ประกาศ ⛔ ผู้สนใจต้องติดต่อบริษัทโดยตรง ‼️ อาจไม่เหมาะกับงานอุตสาหกรรมหนักที่ต้องการความแข็งแรงระดับสูงมาก ⛔ เทคโนโลยี PME ยังใหม่และต้องพิสูจน์ในงานจริง https://www.tomshardware.com/3d-printing/metalprinting-gauss-mt90-3d-printer-offers-office-safe-metal-printing-without-powders-uses-paste-based-metal-extrusion-pme-tech
    0 Comments 0 Shares 66 Views 0 Reviews
  • “Windows Media Player ตัดฟีเจอร์ค้นหาข้อมูลอัลบั้ม — ผู้ใช้ CD ต้องหาซอฟต์แวร์อื่นแทน”

    Microsoft ได้ถอดฟีเจอร์สำคัญอย่าง “Find Album Information” และ “Update Album Info Online” ออกจากทั้ง Windows Media Player รุ่น Legacy และแอป Media Player ใหม่ใน Windows 11 แล้ว ตามรายงานจาก Tom’s Hardware ฟีเจอร์นี้เคยใช้ดึงข้อมูลชื่อเพลง ศิลปิน อัลบั้ม และภาพปกจากฐานข้อมูลออนไลน์ แต่ตอนนี้ไม่สามารถเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะลองกับแผ่น CD กี่แผ่นก็ตาม

    สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ Windows Media Player Legacy จะเก่าแล้ว แต่แอป Media Player รุ่นใหม่ที่เป็นดีฟอลต์ใน Windows 11 ก็ประสบปัญหาเดียวกัน โดยขึ้นข้อความว่า “We couldn’t connect to the service” ทั้งที่อินเทอร์เน็ตใช้งานได้ปกติ นั่นทำให้ผู้ใช้ที่ยังรักการฟังเพลงจากแผ่น CD ต้องเผชิญกับประสบการณ์ที่ด้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะข้อมูลเพลงจะไม่ถูกดึงมาให้อัตโนมัติอีกต่อไป

    สถานการณ์นี้เกิดขึ้นในยุคที่คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ไม่มีไดรฟ์อ่านแผ่นติดมาแล้ว แต่ยังมีผู้ใช้จำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบคุณภาพเสียงจาก CD หรือสะสมสื่อแบบ physical การที่ Microsoft “ปล่อยให้ฟีเจอร์นี้หายไปแบบเงียบ ๆ” จึงสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ใช้กลุ่มนี้ไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ที่ยังใช้ Media Player ในการริปเพลงหรือจัดการคลังเพลงส่วนตัว

    แม้จะมีซอฟต์แวร์ทางเลือกมากมาย เช่น MusicBee, VLC หรือ Exact Audio Copy แต่การที่ฟีเจอร์พื้นฐานใน Windows ถูกถอดออกโดยไม่มีคำอธิบาย ทำให้เกิดคำถามว่า Microsoft กำลังลดบทบาทของ Media Player ลงเรื่อย ๆ เพื่อผลักดันผู้ใช้ไปสู่บริการสตรีมมิงหรือไม่ นี่อาจเป็นอีกสัญญาณหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านจากยุค physical media ไปสู่โลกดิจิทัลเต็มรูปแบบ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Microsoft ถอดฟีเจอร์ Find Album Information ออกจาก Media Player ทั้งรุ่นเก่าและใหม่
    ไม่สามารถดึงข้อมูลชื่อเพลง อัลบั้ม หรือภาพปกจากออนไลน์ได้อีก

    แอป Media Player ใหม่ใน Windows 11 ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
    ขึ้นข้อความว่าไม่สามารถเชื่อมต่อบริการได้ แม้อินเทอร์เน็ตปกติ

    ผู้ใช้ที่ยังฟังเพลงจาก CD ได้รับผลกระทบโดยตรง
    ต้องกรอกข้อมูลเพลงเองหรือใช้ซอฟต์แวร์อื่น

    คอมพิวเตอร์ยุคใหม่แทบไม่มีไดรฟ์ CD แล้ว แต่ยังมีผู้ใช้ physical media อยู่
    ทำให้การถอดฟีเจอร์นี้ถูกวิจารณ์ว่าไม่ใส่ใจผู้ใช้กลุ่มนี้

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    ผู้ใช้ Media Player จะไม่สามารถริปเพลงพร้อมข้อมูลอัลบั้มได้อีก
    ต้องพึ่งซอฟต์แวร์ภายนอกแทน

    การถอดฟีเจอร์โดยไม่ประกาศล่วงหน้าอาจทำให้เกิดความสับสน
    ผู้ใช้บางรายอาจคิดว่าเป็นปัญหาอินเทอร์เน็ตหรือบั๊ก

    อาจเป็นสัญญาณว่า Microsoft ลดความสำคัญของ Media Player ลงเรื่อย ๆ
    ผู้ใช้ควรเตรียมหาทางเลือกระยะยาว

    ผู้ใช้ที่มีคลังเพลง CD จำนวนมากอาจเสียเวลาในการจัดการข้อมูลเอง
    ควรเลือกโปรแกรมที่รองรับ metadata อย่างเหมาะสม


    https://www.tomshardware.com/software/windows/windows-media-players-find-album-information-functionality-has-been-removed-youll-have-to-find-other-software-for-playing-and-ripping-cds-with-relevant-track-information
    🎵💿 “Windows Media Player ตัดฟีเจอร์ค้นหาข้อมูลอัลบั้ม — ผู้ใช้ CD ต้องหาซอฟต์แวร์อื่นแทน” Microsoft ได้ถอดฟีเจอร์สำคัญอย่าง “Find Album Information” และ “Update Album Info Online” ออกจากทั้ง Windows Media Player รุ่น Legacy และแอป Media Player ใหม่ใน Windows 11 แล้ว ตามรายงานจาก Tom’s Hardware ฟีเจอร์นี้เคยใช้ดึงข้อมูลชื่อเพลง ศิลปิน อัลบั้ม และภาพปกจากฐานข้อมูลออนไลน์ แต่ตอนนี้ไม่สามารถเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะลองกับแผ่น CD กี่แผ่นก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ Windows Media Player Legacy จะเก่าแล้ว แต่แอป Media Player รุ่นใหม่ที่เป็นดีฟอลต์ใน Windows 11 ก็ประสบปัญหาเดียวกัน โดยขึ้นข้อความว่า “We couldn’t connect to the service” ทั้งที่อินเทอร์เน็ตใช้งานได้ปกติ นั่นทำให้ผู้ใช้ที่ยังรักการฟังเพลงจากแผ่น CD ต้องเผชิญกับประสบการณ์ที่ด้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะข้อมูลเพลงจะไม่ถูกดึงมาให้อัตโนมัติอีกต่อไป สถานการณ์นี้เกิดขึ้นในยุคที่คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ไม่มีไดรฟ์อ่านแผ่นติดมาแล้ว แต่ยังมีผู้ใช้จำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบคุณภาพเสียงจาก CD หรือสะสมสื่อแบบ physical การที่ Microsoft “ปล่อยให้ฟีเจอร์นี้หายไปแบบเงียบ ๆ” จึงสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ใช้กลุ่มนี้ไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ที่ยังใช้ Media Player ในการริปเพลงหรือจัดการคลังเพลงส่วนตัว แม้จะมีซอฟต์แวร์ทางเลือกมากมาย เช่น MusicBee, VLC หรือ Exact Audio Copy แต่การที่ฟีเจอร์พื้นฐานใน Windows ถูกถอดออกโดยไม่มีคำอธิบาย ทำให้เกิดคำถามว่า Microsoft กำลังลดบทบาทของ Media Player ลงเรื่อย ๆ เพื่อผลักดันผู้ใช้ไปสู่บริการสตรีมมิงหรือไม่ นี่อาจเป็นอีกสัญญาณหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านจากยุค physical media ไปสู่โลกดิจิทัลเต็มรูปแบบ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Microsoft ถอดฟีเจอร์ Find Album Information ออกจาก Media Player ทั้งรุ่นเก่าและใหม่ ➡️ ไม่สามารถดึงข้อมูลชื่อเพลง อัลบั้ม หรือภาพปกจากออนไลน์ได้อีก ✅ แอป Media Player ใหม่ใน Windows 11 ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ➡️ ขึ้นข้อความว่าไม่สามารถเชื่อมต่อบริการได้ แม้อินเทอร์เน็ตปกติ ✅ ผู้ใช้ที่ยังฟังเพลงจาก CD ได้รับผลกระทบโดยตรง ➡️ ต้องกรอกข้อมูลเพลงเองหรือใช้ซอฟต์แวร์อื่น ✅ คอมพิวเตอร์ยุคใหม่แทบไม่มีไดรฟ์ CD แล้ว แต่ยังมีผู้ใช้ physical media อยู่ ➡️ ทำให้การถอดฟีเจอร์นี้ถูกวิจารณ์ว่าไม่ใส่ใจผู้ใช้กลุ่มนี้ คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ ผู้ใช้ Media Player จะไม่สามารถริปเพลงพร้อมข้อมูลอัลบั้มได้อีก ⛔ ต้องพึ่งซอฟต์แวร์ภายนอกแทน ‼️ การถอดฟีเจอร์โดยไม่ประกาศล่วงหน้าอาจทำให้เกิดความสับสน ⛔ ผู้ใช้บางรายอาจคิดว่าเป็นปัญหาอินเทอร์เน็ตหรือบั๊ก ‼️ อาจเป็นสัญญาณว่า Microsoft ลดความสำคัญของ Media Player ลงเรื่อย ๆ ⛔ ผู้ใช้ควรเตรียมหาทางเลือกระยะยาว ‼️ ผู้ใช้ที่มีคลังเพลง CD จำนวนมากอาจเสียเวลาในการจัดการข้อมูลเอง ⛔ ควรเลือกโปรแกรมที่รองรับ metadata อย่างเหมาะสม https://www.tomshardware.com/software/windows/windows-media-players-find-album-information-functionality-has-been-removed-youll-have-to-find-other-software-for-playing-and-ripping-cds-with-relevant-track-information
    0 Comments 0 Shares 59 Views 0 Reviews
  • “อุปกรณ์ดูแลช่องปากยุคใหม่: แปรงสีฟัน–ยางครอบฟันอัจฉริยะ กับคำอ้างสุดล้ำที่ท้าทายวงการสุขภาพ”

    กระแสอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพกำลังขยายตัวไปไกลกว่านาฬิกาและสายรัดข้อมืออย่างเห็นได้ชัด จากข้อมูลในหน้าเว็บของ The Star เทคโนโลยีเดียวกันถูกนำไปใส่ในแปรงสีฟัน เครื่องชั่งน้ำหนัก ไปจนถึงยางครอบฟันที่สามารถตรวจจับสัญญาณสุขภาพได้หลากหลายแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน หลายบริษัทใช้ AI และเซนเซอร์ขั้นสูงเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ ตรวจจับพฤติกรรมการนอน หรือแม้แต่คาดการณ์โรคในอนาคต 20 ปีล่วงหน้า แนวโน้มนี้สะท้อนความพยายามของอุตสาหกรรมที่ต้องการให้ “สุขภาพ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์สวมใส่แบบเดิมอีกต่อไป.

    หนึ่งในไฮไลต์คือ Longevity Mirror ของ NuraLogix ที่ใช้คอมพิวเตอร์วิชันและ AI วิเคราะห์ใบหน้าเพียง 30 วินาที เพื่อประเมินความเสี่ยงสุขภาพระยะยาว เช่น โรคหัวใจหรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ โดยอาศัยข้อมูลจากผู้ป่วยจำนวนมหาศาล นอกจากนี้ยังมีแปรงสีฟันรุ่นใหม่จาก Y-Brush ชื่อ “Halo” ที่อ้างว่าสามารถตรวจจับโรคได้กว่า 300 ชนิดผ่านการวิเคราะห์ลมหายใจด้วยเซนเซอร์ก๊าซและ AI โดยไม่ต้องเจาะเลือดแม้แต่นิดเดียว ซึ่งเป็นคำอ้างที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่าตั้งคำถามในเวลาเดียวกัน.

    อีกด้านหนึ่ง BruxMed VibeBrux ยางครอบฟันอัจฉริยะราคา 499 ดอลลาร์ ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับการกัดฟันระหว่างนอน พร้อมวัดอัตราการเต้นหัวใจและระดับออกซิเจนในเลือดแบบเรียลไทม์ เมื่อพบการกัดฟัน อุปกรณ์จะสั่นเพื่อหยุดพฤติกรรมทันที และสามารถแชร์ข้อมูลให้แพทย์วิเคราะห์ได้ด้วย ความแม่นยำของอุปกรณ์ประเภทนี้ถูกอ้างว่าดีกว่าสมาร์ตวอทช์เพราะเข้าถึง “น้ำลาย” ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพที่ละเอียดอ่อนกว่า.

    อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์เหล่านี้กำลังเผชิญแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA ที่เริ่มจับตาอุปกรณ์ที่อ้างความสามารถระดับ “เครื่องมือแพทย์” โดยไม่มีการรับรองที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น Whoop ที่ถูกเตือนเรื่องฟีเจอร์วัดความดันเลือด หรือ Withings ที่ต้องรอการอนุมัติหลายปีกว่าจะขายเครื่องชั่งตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ในสหรัฐฯ ความท้าทายนี้ทำให้เห็นว่าการผสานเทคโนโลยีสุขภาพเข้ากับอุปกรณ์ผู้บริโภคยังต้องเดินบนเส้นบาง ๆ ระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เทคโนโลยีสุขภาพถูกผสานเข้ากับอุปกรณ์ประจำวัน เช่น แปรงสีฟันและยางครอบฟัน
    ใช้ AI, เซนเซอร์ก๊าซ, คอมพิวเตอร์วิชัน และข้อมูลสุขภาพจำนวนมาก

    Longevity Mirror วิเคราะห์ใบหน้าเพื่อประเมินความเสี่ยงสุขภาพล่วงหน้า 20 ปี
    ใช้วิดีโอเซลฟีเพื่อจับสัญญาณการไหลเวียนเลือดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

    แปรงสีฟัน Halo อ้างว่าสามารถตรวจจับโรคได้กว่า 300 ชนิดจากลมหายใจ
    ไม่ต้องใช้เลือดและออกแบบให้ใช้งานง่ายในชีวิตประจำวัน

    VibeBrux ยางครอบฟันอัจฉริยะตรวจจับการกัดฟันและวัดสัญญาณชีพ
    ส่งข้อมูลให้แพทย์และช่วยหยุดพฤติกรรมแบบเรียลไทม์ด้วยการสั่น

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    คำอ้างด้านสุขภาพจำนวนมากยังไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล
    อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับความแม่นยำของผลลัพธ์

    อุปกรณ์บางชนิดอาจเข้าข่าย “เครื่องมือแพทย์” และต้องผ่านการตรวจสอบเข้มงวด
    เช่นกรณี Whoop และ Withings ที่ถูกตรวจสอบโดย FDA

    การเก็บข้อมูลสุขภาพละเอียดอ่อนอาจเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัว
    โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่วิเคราะห์ใบหน้า น้ำลาย หรือข้อมูลชีวภาพอื่น ๆ

    คำอ้างตรวจโรคจำนวนมากอาจเกินจริงหากไม่มีหลักฐานทางคลินิกเพียงพอ
    ผู้ใช้ควรใช้ข้อมูลเป็น “สัญญาณเตือน” ไม่ใช่การวินิจฉัยแทนแพทย์

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/12/health-tracking-toothbrushes-mouth-guards-lure-consumers-with-audacious-claims
    🦷🤖 “อุปกรณ์ดูแลช่องปากยุคใหม่: แปรงสีฟัน–ยางครอบฟันอัจฉริยะ กับคำอ้างสุดล้ำที่ท้าทายวงการสุขภาพ” กระแสอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพกำลังขยายตัวไปไกลกว่านาฬิกาและสายรัดข้อมืออย่างเห็นได้ชัด จากข้อมูลในหน้าเว็บของ The Star เทคโนโลยีเดียวกันถูกนำไปใส่ในแปรงสีฟัน เครื่องชั่งน้ำหนัก ไปจนถึงยางครอบฟันที่สามารถตรวจจับสัญญาณสุขภาพได้หลากหลายแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน หลายบริษัทใช้ AI และเซนเซอร์ขั้นสูงเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ ตรวจจับพฤติกรรมการนอน หรือแม้แต่คาดการณ์โรคในอนาคต 20 ปีล่วงหน้า แนวโน้มนี้สะท้อนความพยายามของอุตสาหกรรมที่ต้องการให้ “สุขภาพ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์สวมใส่แบบเดิมอีกต่อไป. หนึ่งในไฮไลต์คือ Longevity Mirror ของ NuraLogix ที่ใช้คอมพิวเตอร์วิชันและ AI วิเคราะห์ใบหน้าเพียง 30 วินาที เพื่อประเมินความเสี่ยงสุขภาพระยะยาว เช่น โรคหัวใจหรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ โดยอาศัยข้อมูลจากผู้ป่วยจำนวนมหาศาล นอกจากนี้ยังมีแปรงสีฟันรุ่นใหม่จาก Y-Brush ชื่อ “Halo” ที่อ้างว่าสามารถตรวจจับโรคได้กว่า 300 ชนิดผ่านการวิเคราะห์ลมหายใจด้วยเซนเซอร์ก๊าซและ AI โดยไม่ต้องเจาะเลือดแม้แต่นิดเดียว ซึ่งเป็นคำอ้างที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่าตั้งคำถามในเวลาเดียวกัน. อีกด้านหนึ่ง BruxMed VibeBrux ยางครอบฟันอัจฉริยะราคา 499 ดอลลาร์ ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับการกัดฟันระหว่างนอน พร้อมวัดอัตราการเต้นหัวใจและระดับออกซิเจนในเลือดแบบเรียลไทม์ เมื่อพบการกัดฟัน อุปกรณ์จะสั่นเพื่อหยุดพฤติกรรมทันที และสามารถแชร์ข้อมูลให้แพทย์วิเคราะห์ได้ด้วย ความแม่นยำของอุปกรณ์ประเภทนี้ถูกอ้างว่าดีกว่าสมาร์ตวอทช์เพราะเข้าถึง “น้ำลาย” ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพที่ละเอียดอ่อนกว่า. อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์เหล่านี้กำลังเผชิญแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA ที่เริ่มจับตาอุปกรณ์ที่อ้างความสามารถระดับ “เครื่องมือแพทย์” โดยไม่มีการรับรองที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น Whoop ที่ถูกเตือนเรื่องฟีเจอร์วัดความดันเลือด หรือ Withings ที่ต้องรอการอนุมัติหลายปีกว่าจะขายเครื่องชั่งตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ในสหรัฐฯ ความท้าทายนี้ทำให้เห็นว่าการผสานเทคโนโลยีสุขภาพเข้ากับอุปกรณ์ผู้บริโภคยังต้องเดินบนเส้นบาง ๆ ระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เทคโนโลยีสุขภาพถูกผสานเข้ากับอุปกรณ์ประจำวัน เช่น แปรงสีฟันและยางครอบฟัน ➡️ ใช้ AI, เซนเซอร์ก๊าซ, คอมพิวเตอร์วิชัน และข้อมูลสุขภาพจำนวนมาก ✅ Longevity Mirror วิเคราะห์ใบหน้าเพื่อประเมินความเสี่ยงสุขภาพล่วงหน้า 20 ปี ➡️ ใช้วิดีโอเซลฟีเพื่อจับสัญญาณการไหลเวียนเลือดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ✅ แปรงสีฟัน Halo อ้างว่าสามารถตรวจจับโรคได้กว่า 300 ชนิดจากลมหายใจ ➡️ ไม่ต้องใช้เลือดและออกแบบให้ใช้งานง่ายในชีวิตประจำวัน ✅ VibeBrux ยางครอบฟันอัจฉริยะตรวจจับการกัดฟันและวัดสัญญาณชีพ ➡️ ส่งข้อมูลให้แพทย์และช่วยหยุดพฤติกรรมแบบเรียลไทม์ด้วยการสั่น คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ คำอ้างด้านสุขภาพจำนวนมากยังไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล ⛔ อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับความแม่นยำของผลลัพธ์ ‼️ อุปกรณ์บางชนิดอาจเข้าข่าย “เครื่องมือแพทย์” และต้องผ่านการตรวจสอบเข้มงวด ⛔ เช่นกรณี Whoop และ Withings ที่ถูกตรวจสอบโดย FDA ‼️ การเก็บข้อมูลสุขภาพละเอียดอ่อนอาจเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัว ⛔ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่วิเคราะห์ใบหน้า น้ำลาย หรือข้อมูลชีวภาพอื่น ๆ ‼️ คำอ้างตรวจโรคจำนวนมากอาจเกินจริงหากไม่มีหลักฐานทางคลินิกเพียงพอ ⛔ ผู้ใช้ควรใช้ข้อมูลเป็น “สัญญาณเตือน” ไม่ใช่การวินิจฉัยแทนแพทย์ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/12/health-tracking-toothbrushes-mouth-guards-lure-consumers-with-audacious-claims
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Health-tracking toothbrushes, mouth guards lure consumers with audacious claims
    If you paid enough attention, you could have found health trackers everywhere at the CES trade show last week. But they didn't necessarily look how you'd expect.
    0 Comments 0 Shares 83 Views 0 Reviews
  • “Google ดัน Gemini เจาะตลาดช้อปปิ้งออนไลน์: เปลี่ยนการค้นหาเป็นประสบการณ์ส่วนตัวแบบครบวงจร”

    Google เปิดตัว Gemini Enterprise for Customer Experience (CX) รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการช้อปปิ้งออนไลน์ให้ “ฉลาดขึ้นและเป็นธรรมชาติกว่าเดิม” โดยใช้ความสามารถด้าน reasoning ขั้นสูงเพื่อเข้าใจเจตนาของผู้ใช้และทำงานหลายขั้นตอนแทนลูกค้าได้อย่างราบรื่น เนื้อหาจากหน้าเว็บระบุว่า Gemini จะช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาสินค้า สั่งซื้อ และติดต่อบริการลูกค้า—all in one place—โดยไม่ต้องออกจากแอป Google เลย

    สิ่งที่โดดเด่นคือ Gemini สามารถเรียนรู้ความชอบของผู้ใช้จากการใช้งานต่อเนื่อง และนำเสนอสินค้าที่ “ตรงใจมากขึ้นเรื่อย ๆ” ผ่านความร่วมมือกับแบรนด์ใหญ่ในสหรัฐ เช่น Papa John’s, Lowe’s, Walmart และ Kroger ซึ่งต่างมองว่า AI ตัวนี้จะช่วยลดความยุ่งยากของลูกค้าและเพิ่มโอกาสปิดการขายได้มากขึ้น

    Walmart ระบุว่า Gemini จะช่วยให้พวกเขาแนะนำสินค้าที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายได้แม่นยำกว่าเดิม ขณะที่ Papa John’s มองว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วย “ลดแรงเสียดทาน” ในทุกจุดสัมผัสของลูกค้า ตั้งแต่การเลือกเมนูจนถึงการสั่งซื้อจริง ความร่วมมือนี้ถูกประกาศในงานประชุม National Retail Federation ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่สุดของวงการค้าปลีกโลก สะท้อนว่าผู้เล่นรายใหญ่กำลังเร่งใช้ AI เพื่อสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน

    ภาพรวมแล้ว Gemini CX ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือค้นหาที่ฉลาดขึ้น แต่เป็น “ผู้ช่วยช้อปปิ้งส่วนตัว” ที่เข้าใจบริบท ความต้องการ และความชอบของผู้ใช้แบบลึกขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอาจเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ Google กลับมามีบทบาทเด่นในตลาด e-commerce ที่กำลังแข่งขันดุเดือดระหว่าง Amazon, Walmart และผู้เล่นหน้าใหม่ที่ใช้ AI เป็นอาวุธหลัก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Google เปิดตัว Gemini Enterprise for Customer Experience (CX)
    ใช้ reasoning ขั้นสูงเพื่อเข้าใจเจตนาและทำงานหลายขั้นตอนแทนลูกค้า

    ผู้ใช้สามารถค้นหา ซื้อสินค้า และคุยกับบริการลูกค้าได้ในแอป Google เดียว
    ลดการสลับแอปและทำให้ประสบการณ์ลื่นไหลขึ้น

    Gemini เรียนรู้ความชอบของผู้ใช้และแนะนำสินค้าที่ตรงใจมากขึ้น
    ใช้ข้อมูลจากการใช้งานต่อเนื่องเพื่อปรับ personalization

    มีพันธมิตรใหญ่ร่วมใช้งาน เช่น Papa John’s, Lowe’s, Walmart, Kroger
    ช่วยเพิ่ม conversion และลด friction ใน customer journey

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    การใช้ข้อมูลผู้ใช้เพื่อ personalization อาจสร้างความกังวลด้านความเป็นส่วนตัว
    ผู้ใช้ต้องให้ “consent” อย่างชัดเจนก่อนใช้งาน

    AI ที่ทำงานหลายขั้นตอนแทนลูกค้าอาจทำให้เกิดความเสี่ยงด้านความถูกต้องของคำสั่งซื้อ
    ต้องมีระบบตรวจสอบก่อนยืนยันคำสั่งสำคัญ

    การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ผู้ใช้ขาดการควบคุมการตัดสินใจ
    ควรมีตัวเลือกให้ผู้ใช้ปรับระดับ automation

    การแข่งขันด้าน AI ใน e-commerce อาจทำให้เกิดแรงกดดันต่อธุรกิจรายเล็ก
    ผู้ค้ารายย่อยอาจเสียเปรียบหากไม่สามารถลงทุนใน AI ได้

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/12/google039s-gemini-seeks-edge-in-ai-for-online-shopping
    🛒🤖 “Google ดัน Gemini เจาะตลาดช้อปปิ้งออนไลน์: เปลี่ยนการค้นหาเป็นประสบการณ์ส่วนตัวแบบครบวงจร” Google เปิดตัว Gemini Enterprise for Customer Experience (CX) รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการช้อปปิ้งออนไลน์ให้ “ฉลาดขึ้นและเป็นธรรมชาติกว่าเดิม” โดยใช้ความสามารถด้าน reasoning ขั้นสูงเพื่อเข้าใจเจตนาของผู้ใช้และทำงานหลายขั้นตอนแทนลูกค้าได้อย่างราบรื่น เนื้อหาจากหน้าเว็บระบุว่า Gemini จะช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาสินค้า สั่งซื้อ และติดต่อบริการลูกค้า—all in one place—โดยไม่ต้องออกจากแอป Google เลย สิ่งที่โดดเด่นคือ Gemini สามารถเรียนรู้ความชอบของผู้ใช้จากการใช้งานต่อเนื่อง และนำเสนอสินค้าที่ “ตรงใจมากขึ้นเรื่อย ๆ” ผ่านความร่วมมือกับแบรนด์ใหญ่ในสหรัฐ เช่น Papa John’s, Lowe’s, Walmart และ Kroger ซึ่งต่างมองว่า AI ตัวนี้จะช่วยลดความยุ่งยากของลูกค้าและเพิ่มโอกาสปิดการขายได้มากขึ้น Walmart ระบุว่า Gemini จะช่วยให้พวกเขาแนะนำสินค้าที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายได้แม่นยำกว่าเดิม ขณะที่ Papa John’s มองว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วย “ลดแรงเสียดทาน” ในทุกจุดสัมผัสของลูกค้า ตั้งแต่การเลือกเมนูจนถึงการสั่งซื้อจริง ความร่วมมือนี้ถูกประกาศในงานประชุม National Retail Federation ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่สุดของวงการค้าปลีกโลก สะท้อนว่าผู้เล่นรายใหญ่กำลังเร่งใช้ AI เพื่อสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน ภาพรวมแล้ว Gemini CX ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือค้นหาที่ฉลาดขึ้น แต่เป็น “ผู้ช่วยช้อปปิ้งส่วนตัว” ที่เข้าใจบริบท ความต้องการ และความชอบของผู้ใช้แบบลึกขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอาจเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ Google กลับมามีบทบาทเด่นในตลาด e-commerce ที่กำลังแข่งขันดุเดือดระหว่าง Amazon, Walmart และผู้เล่นหน้าใหม่ที่ใช้ AI เป็นอาวุธหลัก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Google เปิดตัว Gemini Enterprise for Customer Experience (CX) ➡️ ใช้ reasoning ขั้นสูงเพื่อเข้าใจเจตนาและทำงานหลายขั้นตอนแทนลูกค้า ✅ ผู้ใช้สามารถค้นหา ซื้อสินค้า และคุยกับบริการลูกค้าได้ในแอป Google เดียว ➡️ ลดการสลับแอปและทำให้ประสบการณ์ลื่นไหลขึ้น ✅ Gemini เรียนรู้ความชอบของผู้ใช้และแนะนำสินค้าที่ตรงใจมากขึ้น ➡️ ใช้ข้อมูลจากการใช้งานต่อเนื่องเพื่อปรับ personalization ✅ มีพันธมิตรใหญ่ร่วมใช้งาน เช่น Papa John’s, Lowe’s, Walmart, Kroger ➡️ ช่วยเพิ่ม conversion และลด friction ใน customer journey คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ การใช้ข้อมูลผู้ใช้เพื่อ personalization อาจสร้างความกังวลด้านความเป็นส่วนตัว ⛔ ผู้ใช้ต้องให้ “consent” อย่างชัดเจนก่อนใช้งาน ‼️ AI ที่ทำงานหลายขั้นตอนแทนลูกค้าอาจทำให้เกิดความเสี่ยงด้านความถูกต้องของคำสั่งซื้อ ⛔ ต้องมีระบบตรวจสอบก่อนยืนยันคำสั่งสำคัญ ‼️ การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ผู้ใช้ขาดการควบคุมการตัดสินใจ ⛔ ควรมีตัวเลือกให้ผู้ใช้ปรับระดับ automation ‼️ การแข่งขันด้าน AI ใน e-commerce อาจทำให้เกิดแรงกดดันต่อธุรกิจรายเล็ก ⛔ ผู้ค้ารายย่อยอาจเสียเปรียบหากไม่สามารถลงทุนใน AI ได้ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/12/google039s-gemini-seeks-edge-in-ai-for-online-shopping
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Google's Gemini seeks edge in AI for online shopping
    Google on Jan 11 unveiled a new iteration of its professional Gemini AI suite geared toward online retail, seeking to create seamless interactions for shoppers from product searches to customer service.
    0 Comments 0 Shares 89 Views 0 Reviews
  • “ยุคใหม่ของคอมพิวเตอร์ใช้แล้วทิ้ง: เมื่อ Fly.io ประกาศจบยุค Sandbox และเปิดตัว ‘Sprites’”

    โลกของการพัฒนาแอปและระบบอัตโนมัติกำลังเปลี่ยนทิศอย่างรวดเร็ว เมื่อ Fly.io เสนอแนวคิดใหม่ที่ท้าทายความเชื่อเดิมเกี่ยวกับ sandbox แบบอ่านอย่างเดียว ซึ่งเคยเป็นมาตรฐานของการรันโค้ดอย่างปลอดภัยมานาน บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า sandbox แบบชั่วคราวกำลังล้าสมัย และแทนที่ด้วย “Sprites” — คอมพิวเตอร์เสมือนที่สร้างได้ในไม่กี่วินาที มีสตอเรจถาวร และสามารถ checkpoint/restore ได้เหมือน Git แต่ระดับทั้งระบบ. แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการรันโค้ดแบบ stateless ไปสู่สภาพแวดล้อมที่ “เหมือนคอมพิวเตอร์จริง” มากขึ้น ซึ่งตอบโจทย์ทั้งนักพัฒนาและ AI agents ที่ต้องการพื้นที่ทำงานต่อเนื่อง.

    Sprites ถูกออกแบบให้ใช้งานง่ายและรวดเร็วอย่างน่าทึ่ง ผู้ใช้สามารถสร้างเครื่องใหม่ ติดตั้งแพ็กเกจ ทำงานหลายวัน แล้วกลับมาใช้งานต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มใหม่ทุกครั้ง ความสามารถในการ checkpoint ทำให้การแก้ไขผิดพลาดไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพียงกู้คืนสถานะก่อนหน้าในหนึ่งวินาที ทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม นี่คือความสะดวกที่ sandbox แบบเดิมไม่สามารถให้ได้ และเป็นเหตุผลที่ Fly.io เชื่อว่ายุคของ sandbox กำลังจะสิ้นสุดลง.

    บทความยังชี้ให้เห็นว่าการทำงานของ AI agents เช่น Claude ไม่เหมาะกับ sandbox แบบ stateless เพราะต้องสร้างสภาพแวดล้อมใหม่ทุกครั้ง ทำให้เสียเวลาและทรัพยากรโดยไม่จำเป็น Sprites จึงเป็นคำตอบที่ช่วยให้ AI ทำงานได้ “เหมือนมนุษย์ใช้คอมพิวเตอร์จริง” — มีพื้นที่เก็บข้อมูลถาวร เห็น log ของระบบ และทำงานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ทุกครั้ง แนวคิดนี้อาจเปลี่ยนวิธีการสร้างแอปในอนาคต โดยผู้ใช้ทั่วไปอาจสั่งให้ AI ปรับปรุงแอปของตัวเองได้โดยไม่ต้องมีทีม dev แบบเดิม.

    ท้ายที่สุด Fly.io มองว่านี่คือการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของวงการ ไม่ใช่แค่การปรับปรุงเครื่องมือ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับ “คอมพิวเตอร์บนคลาวด์” ทั้งหมด จากเครื่องที่เกิดแล้วตายไปในไม่กี่นาที สู่ “คอมพิวเตอร์ใช้แล้วทิ้ง” ที่สร้างง่าย ใช้สะดวก และคงอยู่จนกว่าผู้ใช้จะลบมันเอง แนวคิดนี้อาจเป็นรากฐานของยุคใหม่ที่ AI และมนุษย์ทำงานร่วมกันบนเครื่องเสมือนส่วนตัวที่พร้อมใช้งานเสมอ.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Sprites คือคอมพิวเตอร์เสมือนแบบ durable ที่สร้างได้ใน 1–2 วินาที
    มีสตอเรจเริ่มต้น 100GB และคงอยู่จนกว่าผู้ใช้จะลบเอง

    รองรับ checkpoint/restore ระดับระบบทั้งเครื่อง
    กู้คืนสถานะได้ในเวลาประมาณหนึ่งวินาที

    ออกแบบมาเพื่อรองรับ AI agents ที่ต้องการสภาพแวดล้อมต่อเนื่อง
    ลดปัญหาการต้องสร้าง environment ใหม่ทุกครั้ง

    เหมาะกับงานจริง เช่น การพัฒนาแอป การทดสอบ หรือการรันระบบส่วนตัว
    ผู้ใช้สามารถ deploy แอปเล็ก ๆ และให้ AI ปรับปรุงได้เรื่อย ๆ

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    Sprites ไม่เหมาะกับการให้บริการผู้ใช้จำนวนมหาศาล
    Fly.io ระบุว่าไม่ใช่โซลูชันสำหรับระบบระดับ mass-scale

    การให้ AI เข้าถึงเครื่องที่ durable อาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
    ต้องมีการควบคุมสิทธิ์และตรวจสอบพฤติกรรมของ agent

    การพึ่งพาเครื่องเสมือนถาวรอาจทำให้เกิด vendor lock-in
    ผู้ใช้ควรพิจารณาความยืดหยุ่นในอนาคต

    การใช้เครื่อง durable อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นหากไม่จัดการให้ดี
    ควรตั้งนโยบายลบเครื่องที่ไม่ใช้งานหรือใช้ auto-idle อย่างเหมาะสม

    https://fly.io/blog/code-and-let-live/
    🖥️ “ยุคใหม่ของคอมพิวเตอร์ใช้แล้วทิ้ง: เมื่อ Fly.io ประกาศจบยุค Sandbox และเปิดตัว ‘Sprites’” โลกของการพัฒนาแอปและระบบอัตโนมัติกำลังเปลี่ยนทิศอย่างรวดเร็ว เมื่อ Fly.io เสนอแนวคิดใหม่ที่ท้าทายความเชื่อเดิมเกี่ยวกับ sandbox แบบอ่านอย่างเดียว ซึ่งเคยเป็นมาตรฐานของการรันโค้ดอย่างปลอดภัยมานาน บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า sandbox แบบชั่วคราวกำลังล้าสมัย และแทนที่ด้วย “Sprites” — คอมพิวเตอร์เสมือนที่สร้างได้ในไม่กี่วินาที มีสตอเรจถาวร และสามารถ checkpoint/restore ได้เหมือน Git แต่ระดับทั้งระบบ. แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการรันโค้ดแบบ stateless ไปสู่สภาพแวดล้อมที่ “เหมือนคอมพิวเตอร์จริง” มากขึ้น ซึ่งตอบโจทย์ทั้งนักพัฒนาและ AI agents ที่ต้องการพื้นที่ทำงานต่อเนื่อง. Sprites ถูกออกแบบให้ใช้งานง่ายและรวดเร็วอย่างน่าทึ่ง ผู้ใช้สามารถสร้างเครื่องใหม่ ติดตั้งแพ็กเกจ ทำงานหลายวัน แล้วกลับมาใช้งานต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มใหม่ทุกครั้ง ความสามารถในการ checkpoint ทำให้การแก้ไขผิดพลาดไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพียงกู้คืนสถานะก่อนหน้าในหนึ่งวินาที ทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม นี่คือความสะดวกที่ sandbox แบบเดิมไม่สามารถให้ได้ และเป็นเหตุผลที่ Fly.io เชื่อว่ายุคของ sandbox กำลังจะสิ้นสุดลง. บทความยังชี้ให้เห็นว่าการทำงานของ AI agents เช่น Claude ไม่เหมาะกับ sandbox แบบ stateless เพราะต้องสร้างสภาพแวดล้อมใหม่ทุกครั้ง ทำให้เสียเวลาและทรัพยากรโดยไม่จำเป็น Sprites จึงเป็นคำตอบที่ช่วยให้ AI ทำงานได้ “เหมือนมนุษย์ใช้คอมพิวเตอร์จริง” — มีพื้นที่เก็บข้อมูลถาวร เห็น log ของระบบ และทำงานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ทุกครั้ง แนวคิดนี้อาจเปลี่ยนวิธีการสร้างแอปในอนาคต โดยผู้ใช้ทั่วไปอาจสั่งให้ AI ปรับปรุงแอปของตัวเองได้โดยไม่ต้องมีทีม dev แบบเดิม. ท้ายที่สุด Fly.io มองว่านี่คือการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของวงการ ไม่ใช่แค่การปรับปรุงเครื่องมือ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับ “คอมพิวเตอร์บนคลาวด์” ทั้งหมด จากเครื่องที่เกิดแล้วตายไปในไม่กี่นาที สู่ “คอมพิวเตอร์ใช้แล้วทิ้ง” ที่สร้างง่าย ใช้สะดวก และคงอยู่จนกว่าผู้ใช้จะลบมันเอง แนวคิดนี้อาจเป็นรากฐานของยุคใหม่ที่ AI และมนุษย์ทำงานร่วมกันบนเครื่องเสมือนส่วนตัวที่พร้อมใช้งานเสมอ. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Sprites คือคอมพิวเตอร์เสมือนแบบ durable ที่สร้างได้ใน 1–2 วินาที ➡️ มีสตอเรจเริ่มต้น 100GB และคงอยู่จนกว่าผู้ใช้จะลบเอง ✅ รองรับ checkpoint/restore ระดับระบบทั้งเครื่อง ➡️ กู้คืนสถานะได้ในเวลาประมาณหนึ่งวินาที ✅ ออกแบบมาเพื่อรองรับ AI agents ที่ต้องการสภาพแวดล้อมต่อเนื่อง ➡️ ลดปัญหาการต้องสร้าง environment ใหม่ทุกครั้ง ✅ เหมาะกับงานจริง เช่น การพัฒนาแอป การทดสอบ หรือการรันระบบส่วนตัว ➡️ ผู้ใช้สามารถ deploy แอปเล็ก ๆ และให้ AI ปรับปรุงได้เรื่อย ๆ คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ Sprites ไม่เหมาะกับการให้บริการผู้ใช้จำนวนมหาศาล ⛔ Fly.io ระบุว่าไม่ใช่โซลูชันสำหรับระบบระดับ mass-scale ‼️ การให้ AI เข้าถึงเครื่องที่ durable อาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ⛔ ต้องมีการควบคุมสิทธิ์และตรวจสอบพฤติกรรมของ agent ‼️ การพึ่งพาเครื่องเสมือนถาวรอาจทำให้เกิด vendor lock-in ⛔ ผู้ใช้ควรพิจารณาความยืดหยุ่นในอนาคต ‼️ การใช้เครื่อง durable อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นหากไม่จัดการให้ดี ⛔ ควรตั้งนโยบายลบเครื่องที่ไม่ใช้งานหรือใช้ auto-idle อย่างเหมาะสม https://fly.io/blog/code-and-let-live/
    FLY.IO
    Code And Let Live
    How we learned to stop worrying and love writeable root filesystems.
    0 Comments 0 Shares 72 Views 0 Reviews
  • กรมทหารราบที่ 29 กองพลทหารราบที่ 9 ลงพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จัดกิจกรรมคืนความสุขให้ประชาชนชายแดนไทย–กัมพูชา มอบผ้าห่มกันหนาวแก่พระสงฆ์ ผู้พิการ และประชาชนผู้ยากไร้ พร้อมดูแลช่วยเหลือด้านสุขภาพเบื้องต้น
    .
    กิจกรรมดังกล่าวนำโดยผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 พร้อมกำลังพล และชุดทหารเสนารักษ์ ตรวจสุขภาพพระสงฆ์ที่อาพาธ ก่อนส่งต่อการรักษาที่เหมาะสม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยหนาวในพื้นที่ห่างไกล
    .
    จากนั้นคณะได้เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านตุ่น มอบของขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ให้แก่นักเรียนในพื้นที่ ทั้งของเล่นเสริมพัฒนาการ อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา ผ้าห่มกันหนาว และไอศกรีม สร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นให้เด็กและชุมชน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002851
    .
    #News1live #News1 #ร29 #กองพลทหารราบที่9 #วันเด็ก #อรัญประเทศ
    กรมทหารราบที่ 29 กองพลทหารราบที่ 9 ลงพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จัดกิจกรรมคืนความสุขให้ประชาชนชายแดนไทย–กัมพูชา มอบผ้าห่มกันหนาวแก่พระสงฆ์ ผู้พิการ และประชาชนผู้ยากไร้ พร้อมดูแลช่วยเหลือด้านสุขภาพเบื้องต้น . กิจกรรมดังกล่าวนำโดยผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 พร้อมกำลังพล และชุดทหารเสนารักษ์ ตรวจสุขภาพพระสงฆ์ที่อาพาธ ก่อนส่งต่อการรักษาที่เหมาะสม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยหนาวในพื้นที่ห่างไกล . จากนั้นคณะได้เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านตุ่น มอบของขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ให้แก่นักเรียนในพื้นที่ ทั้งของเล่นเสริมพัฒนาการ อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา ผ้าห่มกันหนาว และไอศกรีม สร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นให้เด็กและชุมชน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002851 . #News1live #News1 #ร29 #กองพลทหารราบที่9 #วันเด็ก #อรัญประเทศ
    Like
    4
    0 Comments 0 Shares 157 Views 0 Reviews
  • Samsung จับมือ Intel เปิดตัว “SmartPower HDR” เทคโนโลยีลดพลังงานจอ OLED บนโน้ตบุ๊ก Panther Lake

    Samsung และ Intel ได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ชื่อ SmartPower HDR ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้จอ OLED บนโน้ตบุ๊กประหยัดพลังงานได้มากขึ้น โดยเฉพาะในรุ่นที่ใช้แพลตฟอร์ม Intel Panther Lake ที่จะเปิดตัวในอนาคต เทคโนโลยีนี้เน้นการควบคุมแรงดันไฟแบบไดนามิก ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานได้สูงสุดถึง 22% โดยไม่ลดความสว่างของหน้าจอ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ OLED มักเผชิญในโหมด HDR

    ความร่วมมือนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดโน้ตบุ๊กกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ “ประสิทธิภาพต้องมาคู่กับความประหยัดพลังงาน” โดยเฉพาะในอุปกรณ์พกพาที่ผู้ใช้ต้องการอายุแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังต้องการคุณภาพภาพระดับสูงจากจอ OLED ที่มีคอนทราสต์และสีสันเหนือกว่า LCD แบบดั้งเดิม

    SmartPower HDR ใช้วิธีการปรับแรงดันไฟให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ที่แสดงบนหน้าจอแบบเรียลไทม์ ทำให้ลดการสูญเสียพลังงานที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะในฉากที่มีความสว่างสูงหรือมีการเปลี่ยนแปลงของแสงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีนี้ยังช่วยลดความร้อนที่เกิดขึ้นจากการทำงานของจอ OLED ซึ่งส่งผลดีต่ออายุการใช้งานของอุปกรณ์ในระยะยาว

    ในภาพรวม เทคโนโลยีนี้อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโน้ตบุ๊กระดับพรีเมียมในอนาคต โดยเฉพาะรุ่นที่เน้นการใช้งานด้านสื่อ, งานสร้างคอนเทนต์ และการใช้งานนอกสถานที่ ที่ต้องการทั้งคุณภาพภาพสูงและการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Samsung และ Intel พัฒนา SmartPower HDR
    ลดพลังงานจอ OLED ได้สูงสุด 22%
    ใช้การควบคุมแรงดันไฟแบบไดนามิก

    ออกแบบมาสำหรับแพลตฟอร์ม Panther Lake
    เน้นโน้ตบุ๊กยุคใหม่ที่ต้องการประสิทธิภาพและความประหยัด
    ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่โดยไม่ลดความสว่าง

    เทคโนโลยีช่วยลดความร้อนและยืดอายุจอ
    ปรับแรงดันตามคอนเทนต์แบบเรียลไทม์
    ลดการสูญเสียพลังงานในฉาก HDR

    ความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น
    ต้องพึ่งพาการรองรับจากผู้ผลิตจอ OLED รายอื่น
    อาจทำให้ต้นทุนโน้ตบุ๊กระดับพรีเมียมสูงขึ้น

    ผลกระทบต่อผู้ใช้และตลาด
    ผู้ใช้ต้องรอการทดสอบจริงเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ
    ตลาดโน้ตบุ๊กอาจเกิดการแบ่งระดับชัดเจนระหว่างรุ่นที่รองรับและไม่รองรับ

    https://www.tomshardware.com/laptops/samsung-and-intel-co-develop-smartpower-hdr-for-panther-lake-oled-laptops-with-up-to-22-percent-power-savings-dynamic-voltage-control-lowers-power-without-sacrificing-panel-brightness
    💡 Samsung จับมือ Intel เปิดตัว “SmartPower HDR” เทคโนโลยีลดพลังงานจอ OLED บนโน้ตบุ๊ก Panther Lake Samsung และ Intel ได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ชื่อ SmartPower HDR ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้จอ OLED บนโน้ตบุ๊กประหยัดพลังงานได้มากขึ้น โดยเฉพาะในรุ่นที่ใช้แพลตฟอร์ม Intel Panther Lake ที่จะเปิดตัวในอนาคต เทคโนโลยีนี้เน้นการควบคุมแรงดันไฟแบบไดนามิก ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานได้สูงสุดถึง 22% โดยไม่ลดความสว่างของหน้าจอ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ OLED มักเผชิญในโหมด HDR ความร่วมมือนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดโน้ตบุ๊กกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ “ประสิทธิภาพต้องมาคู่กับความประหยัดพลังงาน” โดยเฉพาะในอุปกรณ์พกพาที่ผู้ใช้ต้องการอายุแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังต้องการคุณภาพภาพระดับสูงจากจอ OLED ที่มีคอนทราสต์และสีสันเหนือกว่า LCD แบบดั้งเดิม SmartPower HDR ใช้วิธีการปรับแรงดันไฟให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ที่แสดงบนหน้าจอแบบเรียลไทม์ ทำให้ลดการสูญเสียพลังงานที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะในฉากที่มีความสว่างสูงหรือมีการเปลี่ยนแปลงของแสงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีนี้ยังช่วยลดความร้อนที่เกิดขึ้นจากการทำงานของจอ OLED ซึ่งส่งผลดีต่ออายุการใช้งานของอุปกรณ์ในระยะยาว ในภาพรวม เทคโนโลยีนี้อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโน้ตบุ๊กระดับพรีเมียมในอนาคต โดยเฉพาะรุ่นที่เน้นการใช้งานด้านสื่อ, งานสร้างคอนเทนต์ และการใช้งานนอกสถานที่ ที่ต้องการทั้งคุณภาพภาพสูงและการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Samsung และ Intel พัฒนา SmartPower HDR ➡️ ลดพลังงานจอ OLED ได้สูงสุด 22% ➡️ ใช้การควบคุมแรงดันไฟแบบไดนามิก ✅ ออกแบบมาสำหรับแพลตฟอร์ม Panther Lake ➡️ เน้นโน้ตบุ๊กยุคใหม่ที่ต้องการประสิทธิภาพและความประหยัด ➡️ ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่โดยไม่ลดความสว่าง ✅ เทคโนโลยีช่วยลดความร้อนและยืดอายุจอ ➡️ ปรับแรงดันตามคอนเทนต์แบบเรียลไทม์ ➡️ ลดการสูญเสียพลังงานในฉาก HDR ‼️ ความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น ⛔ ต้องพึ่งพาการรองรับจากผู้ผลิตจอ OLED รายอื่น ⛔ อาจทำให้ต้นทุนโน้ตบุ๊กระดับพรีเมียมสูงขึ้น ‼️ ผลกระทบต่อผู้ใช้และตลาด ⛔ ผู้ใช้ต้องรอการทดสอบจริงเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ ⛔ ตลาดโน้ตบุ๊กอาจเกิดการแบ่งระดับชัดเจนระหว่างรุ่นที่รองรับและไม่รองรับ https://www.tomshardware.com/laptops/samsung-and-intel-co-develop-smartpower-hdr-for-panther-lake-oled-laptops-with-up-to-22-percent-power-savings-dynamic-voltage-control-lowers-power-without-sacrificing-panel-brightness
    0 Comments 0 Shares 140 Views 0 Reviews
  • จุลินทรีย์ตัวเดียวที่ช่วยยับยั้งน้ำหนักขึ้นในหนู แม้กินอาหารไขมันสูง – งานวิจัยใหม่จาก University of Utah

    งานวิจัยล่าสุดพบว่าแบคทีเรียในลำไส้ชื่อ Turicibacter สามารถลดการเพิ่มน้ำหนักและปรับปรุงสุขภาพเมตาบอลิซึมของหนูได้ แม้จะกินอาหารไขมันสูงก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดนี้อ้างอิงจากบทความที่คุณให้ลิงก์มา ซึ่งผมสามารถอ่านเนื้อหาได้ครบถ้วนจากหน้าเว็บโดยตรง

    Turicibacter: จุลินทรีย์เล็กๆ ที่มีผลใหญ่ต่อระบบเผาผลาญ
    งานวิจัยจากทีมมหาวิทยาลัยยูทาห์พบว่า Turicibacter ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีสัดส่วนเพียง 0.1% ของไมโครไบโอมในลำไส้ มีบทบาทสำคัญในการควบคุมน้ำหนักและไขมันในร่างกายของหนูที่กินอาหารไขมันสูง แบคทีเรียชนิดนี้ผลิตกรดไขมันบางชนิดที่ช่วยยับยั้ง “เซราไมด์ (ceramides)” ซึ่งเป็นไขมันที่เพิ่มขึ้นเมื่อกินอาหารไขมันสูงและเชื่อมโยงกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจ

    สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อให้ Turicibacter แบบเสริม (supplement) หนูมีน้ำหนักขึ้นน้อยลง ไขมันในร่างกายลดลง ระดับน้ำตาลขณะพักต่ำลง และโปรไฟล์ไขมันดีขึ้น แม้จะยังคงกินอาหารไขมันสูงเหมือนเดิม ผลลัพธ์นี้ทำให้นักวิจัยมองว่าแบคทีเรียชนิดนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาวิธีรักษาโรคอ้วนในอนาคต

    แต่กินเค้กได้ไม่อ้วนจริงไหม? ยังไม่ใช่แบบนั้น
    แม้ Turicibacter จะช่วยลดผลเสียของอาหารไขมันสูง แต่ก็มีข้อจำกัดสำคัญคือ มันเติบโตได้ไม่ดีในสภาพแวดล้อมที่มีไขมันสูงเกินไป โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัวอย่าง “ปาล์มิเกต (palmitate)” ซึ่งยับยั้งการเจริญเติบโตของมันโดยตรง แต่ไม่ฆ่าแบคทีเรีย เมื่อเอาออกจากสภาพแวดล้อมที่มีไขมันสูง มันก็กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

    ดังนั้น การจะใช้แบคทีเรียชนิดนี้เป็นอาหารเสริมในมนุษย์อาจต้องให้เป็นประจำเพื่อรักษาระดับที่เหมาะสม และยังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลในมนุษย์ เพราะงานวิจัยปัจจุบันทำในหนูเท่านั้น

    ไมโครไบโอม: โลกซับซ้อนที่เรายังรู้เพียง “ยอดภูเขาน้ำแข็ง”
    งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ที่แสดงว่าไมโครไบโอมมีผลต่อโรคอ้วนอย่างมาก เช่น

    การถ่ายไมโครไบโอมจากหนูอ้วนไปให้หนูผอม ทำให้หนูผอมกลายเป็นหนูอ้วน

    หนูที่ถูกกำจัดแบคทีเรียในลำไส้ทั้งหมดกลับ “อ้วนยากขึ้น” เมื่อกินอาหารไขมันสูง

    สิ่งเหล่านี้ชี้ว่า “ส่วนผสมของแบคทีเรีย” มีผลต่อการสะสมไขมันอย่างชัดเจน และ Turicibacter อาจเป็นเพียงหนึ่งในหลายตัวที่ช่วยปกป้องร่างกายจากโรคเมตาบอลิซึมในอนาคต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    Turicibacter ช่วยลดน้ำหนักและไขมันในหนูที่กินอาหารไขมันสูง
    แบคทีเรียผลิตกรดไขมันที่ลดระดับ “เซราไมด์” ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานและโรคหัวใจ
    การเสริมแบคทีเรียทำให้ระดับน้ำตาลและโปรไฟล์ไขมันดีขึ้น แม้ยังคงกินอาหารไขมันสูง
    ไขมันอิ่มตัวอย่าง palmitate ยับยั้งการเติบโตของ Turicibacter แต่ไม่ฆ่าแบคทีเรีย
    งานวิจัยชี้ว่าไมโครไบโอมมีบทบาทสำคัญต่อโรคอ้วนและเมตาบอลิซึมโดยรวม

    คำเตือน / ข้อควรระวัง
    ผลการทดลองยังอยู่ในระดับ “หนูทดลอง” ไม่สามารถสรุปผลกับมนุษย์ได้โดยตรง
    การเสริมแบคทีเรียอาจต้องทำเป็นประจำ เพราะอาหารไขมันสูงทำให้จำนวนแบคทีเรียลดลง
    ไมโครไบโอมเป็นระบบที่ซับซ้อนมาก การเพิ่มแบคทีเรียชนิดเดียวอาจไม่เพียงพอในมนุษย์
    ยังไม่ควรใช้ผลวิจัยนี้เป็นเหตุผลในการกินอาหารไขมันสูงโดยไม่ควบคุม

    https://www.sciencealert.com/one-gut-microbe-blocks-weight-gain-in-mice-on-a-high-fat-diet
    🦠 จุลินทรีย์ตัวเดียวที่ช่วยยับยั้งน้ำหนักขึ้นในหนู แม้กินอาหารไขมันสูง – งานวิจัยใหม่จาก University of Utah งานวิจัยล่าสุดพบว่าแบคทีเรียในลำไส้ชื่อ Turicibacter สามารถลดการเพิ่มน้ำหนักและปรับปรุงสุขภาพเมตาบอลิซึมของหนูได้ แม้จะกินอาหารไขมันสูงก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดนี้อ้างอิงจากบทความที่คุณให้ลิงก์มา ซึ่งผมสามารถอ่านเนื้อหาได้ครบถ้วนจากหน้าเว็บโดยตรง 🧬 Turicibacter: จุลินทรีย์เล็กๆ ที่มีผลใหญ่ต่อระบบเผาผลาญ งานวิจัยจากทีมมหาวิทยาลัยยูทาห์พบว่า Turicibacter ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีสัดส่วนเพียง 0.1% ของไมโครไบโอมในลำไส้ มีบทบาทสำคัญในการควบคุมน้ำหนักและไขมันในร่างกายของหนูที่กินอาหารไขมันสูง แบคทีเรียชนิดนี้ผลิตกรดไขมันบางชนิดที่ช่วยยับยั้ง “เซราไมด์ (ceramides)” ซึ่งเป็นไขมันที่เพิ่มขึ้นเมื่อกินอาหารไขมันสูงและเชื่อมโยงกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจ สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อให้ Turicibacter แบบเสริม (supplement) หนูมีน้ำหนักขึ้นน้อยลง ไขมันในร่างกายลดลง ระดับน้ำตาลขณะพักต่ำลง และโปรไฟล์ไขมันดีขึ้น แม้จะยังคงกินอาหารไขมันสูงเหมือนเดิม ผลลัพธ์นี้ทำให้นักวิจัยมองว่าแบคทีเรียชนิดนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาวิธีรักษาโรคอ้วนในอนาคต 🍰 แต่กินเค้กได้ไม่อ้วนจริงไหม? ยังไม่ใช่แบบนั้น แม้ Turicibacter จะช่วยลดผลเสียของอาหารไขมันสูง แต่ก็มีข้อจำกัดสำคัญคือ มันเติบโตได้ไม่ดีในสภาพแวดล้อมที่มีไขมันสูงเกินไป โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัวอย่าง “ปาล์มิเกต (palmitate)” ซึ่งยับยั้งการเจริญเติบโตของมันโดยตรง แต่ไม่ฆ่าแบคทีเรีย เมื่อเอาออกจากสภาพแวดล้อมที่มีไขมันสูง มันก็กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง ดังนั้น การจะใช้แบคทีเรียชนิดนี้เป็นอาหารเสริมในมนุษย์อาจต้องให้เป็นประจำเพื่อรักษาระดับที่เหมาะสม และยังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลในมนุษย์ เพราะงานวิจัยปัจจุบันทำในหนูเท่านั้น 🔬 ไมโครไบโอม: โลกซับซ้อนที่เรายังรู้เพียง “ยอดภูเขาน้ำแข็ง” งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ที่แสดงว่าไมโครไบโอมมีผลต่อโรคอ้วนอย่างมาก เช่น การถ่ายไมโครไบโอมจากหนูอ้วนไปให้หนูผอม ทำให้หนูผอมกลายเป็นหนูอ้วน หนูที่ถูกกำจัดแบคทีเรียในลำไส้ทั้งหมดกลับ “อ้วนยากขึ้น” เมื่อกินอาหารไขมันสูง สิ่งเหล่านี้ชี้ว่า “ส่วนผสมของแบคทีเรีย” มีผลต่อการสะสมไขมันอย่างชัดเจน และ Turicibacter อาจเป็นเพียงหนึ่งในหลายตัวที่ช่วยปกป้องร่างกายจากโรคเมตาบอลิซึมในอนาคต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ Turicibacter ช่วยลดน้ำหนักและไขมันในหนูที่กินอาหารไขมันสูง ➡️ แบคทีเรียผลิตกรดไขมันที่ลดระดับ “เซราไมด์” ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานและโรคหัวใจ ➡️ การเสริมแบคทีเรียทำให้ระดับน้ำตาลและโปรไฟล์ไขมันดีขึ้น แม้ยังคงกินอาหารไขมันสูง ➡️ ไขมันอิ่มตัวอย่าง palmitate ยับยั้งการเติบโตของ Turicibacter แต่ไม่ฆ่าแบคทีเรีย ➡️ งานวิจัยชี้ว่าไมโครไบโอมมีบทบาทสำคัญต่อโรคอ้วนและเมตาบอลิซึมโดยรวม ‼️ คำเตือน / ข้อควรระวัง ⛔ ผลการทดลองยังอยู่ในระดับ “หนูทดลอง” ไม่สามารถสรุปผลกับมนุษย์ได้โดยตรง ⛔ การเสริมแบคทีเรียอาจต้องทำเป็นประจำ เพราะอาหารไขมันสูงทำให้จำนวนแบคทีเรียลดลง ⛔ ไมโครไบโอมเป็นระบบที่ซับซ้อนมาก การเพิ่มแบคทีเรียชนิดเดียวอาจไม่เพียงพอในมนุษย์ ⛔ ยังไม่ควรใช้ผลวิจัยนี้เป็นเหตุผลในการกินอาหารไขมันสูงโดยไม่ควบคุม https://www.sciencealert.com/one-gut-microbe-blocks-weight-gain-in-mice-on-a-high-fat-diet
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    One Gut Microbe Blocks Weight Gain in Mice on a High-Fat Diet
    Among the diverse community of bacteria, fungi, and other microbes that call the human gut home, scientists have identified a bacterial species that can single-handedly and significantly reduce weight gain.
    0 Comments 0 Shares 170 Views 0 Reviews
  • ผู้บริหาร AMD แนะผู้ใช้ “ซื้อซีพียูราคาถูกลง” เพื่อรับมือราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูง — ชี้ตลาดมีตัวเลือกหลากหลายไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพง

    ผู้บริหารระดับสูงของ AMD ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาหน่วยความจำ (RAM) ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าผู้บริโภคสามารถ “บาลานซ์งบประมาณ” ได้ด้วยการเลือกซีพียูรุ่นที่ราคาถูกลงแทนการซื้อรุ่นท็อป เพราะในตลาดปัจจุบันมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับทุกช่วงราคา ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพงเพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่ดีเสมอไป คำแนะนำนี้สะท้อนถึงความพยายามของ AMD ในการช่วยผู้ใช้จัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมในยุคที่ต้นทุนหน่วยความจำสูงขึ้นอย่างมาก

    บทความระบุว่าราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาซัพพลายเชนและความต้องการที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในตลาด AI และเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นเมื่อประกอบพีซีใหม่ ผู้บริหาร AMD จึงเสนอว่าการเลือกซีพียูระดับกลางหรือระดับเริ่มต้น เช่น Ryzen 5 หรือ Ryzen 3 อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในช่วงที่ RAM มีราคาแพงกว่าปกติ

    AMD ยังชี้ว่าซีพียูรุ่นใหม่ของบริษัท เช่น Ryzen 7000 และ 8000 Series มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ แม้จะเป็นรุ่นที่ไม่ใช่ตัวท็อปก็ตาม โดยเฉพาะงานทั่วไป เกมระดับกลาง หรือการทำงานแบบมัลติทาสก์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ซีพียูระดับสูงสุดเสมอไป แนวคิดนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถนำงบไปลงกับ RAM หรือ SSD ที่มีราคาสูงขึ้นแทน เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่สมดุลกว่า

    อย่างไรก็ตาม คำแนะนำนี้ก็ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ของ AMD ในการผลักดันยอดขายซีพียูระดับกลาง–ล่างในช่วงที่ตลาดพีซีชะลอตัว ขณะเดียวกันก็สะท้อนความจริงว่าต้นทุนหน่วยความจำกำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการประกอบพีซีใหม่ในปีนี้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ผู้บริหาร AMD แนะนำให้ผู้ใช้เลือกซีพียูราคาถูกลงเพื่อชดเชยราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้น
    ตลาดมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับทุกช่วงราคา

    ราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
    สาเหตุจากความต้องการสูงในตลาด AI และปัญหาซัพพลายเชน

    ซีพียูระดับกลางของ AMD เช่น Ryzen 5/3 ยังให้ประสิทธิภาพดีสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่
    เหมาะกับงานทั่วไปและเกมระดับกลาง

    AMD ชี้ว่าผู้ใช้ควรจัดงบให้สมดุลระหว่างซีพียูและ RAM
    เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่คุ้มค่าที่สุด

    ราคาหน่วยความจำอาจยังคงสูงต่อเนื่องในปีนี้
    ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีเพิ่มขึ้น

    การเลือกซีพียูราคาถูกเกินไปอาจจำกัดประสิทธิภาพในอนาคต
    โดยเฉพาะงานหนักหรือเกม AAA รุ่นใหม่

    คำแนะนำของ AMD อาจมีมุมมองเชิงการตลาด
    ผู้ใช้ควรพิจารณาความต้องการจริงของตนเอง

    หากซื้อ RAM ราคาสูงตอนนี้ อาจเจอราคาลดลงในอนาคต
    เสี่ยงต่อการจ่ายแพงเกินจำเป็น

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/senior-amd-executive-suggests-consumers-buy-cheap-cpus-to-combat-memory-pricing-squeeze-says-consumers-have-a-wide-assortment-of-choice-available-for-all-kinds-of-price-points
    🧠💸 ผู้บริหาร AMD แนะผู้ใช้ “ซื้อซีพียูราคาถูกลง” เพื่อรับมือราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูง — ชี้ตลาดมีตัวเลือกหลากหลายไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพง ผู้บริหารระดับสูงของ AMD ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาหน่วยความจำ (RAM) ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าผู้บริโภคสามารถ “บาลานซ์งบประมาณ” ได้ด้วยการเลือกซีพียูรุ่นที่ราคาถูกลงแทนการซื้อรุ่นท็อป เพราะในตลาดปัจจุบันมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับทุกช่วงราคา ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพงเพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่ดีเสมอไป คำแนะนำนี้สะท้อนถึงความพยายามของ AMD ในการช่วยผู้ใช้จัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมในยุคที่ต้นทุนหน่วยความจำสูงขึ้นอย่างมาก บทความระบุว่าราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาซัพพลายเชนและความต้องการที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในตลาด AI และเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นเมื่อประกอบพีซีใหม่ ผู้บริหาร AMD จึงเสนอว่าการเลือกซีพียูระดับกลางหรือระดับเริ่มต้น เช่น Ryzen 5 หรือ Ryzen 3 อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในช่วงที่ RAM มีราคาแพงกว่าปกติ AMD ยังชี้ว่าซีพียูรุ่นใหม่ของบริษัท เช่น Ryzen 7000 และ 8000 Series มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ แม้จะเป็นรุ่นที่ไม่ใช่ตัวท็อปก็ตาม โดยเฉพาะงานทั่วไป เกมระดับกลาง หรือการทำงานแบบมัลติทาสก์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ซีพียูระดับสูงสุดเสมอไป แนวคิดนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถนำงบไปลงกับ RAM หรือ SSD ที่มีราคาสูงขึ้นแทน เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่สมดุลกว่า อย่างไรก็ตาม คำแนะนำนี้ก็ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ของ AMD ในการผลักดันยอดขายซีพียูระดับกลาง–ล่างในช่วงที่ตลาดพีซีชะลอตัว ขณะเดียวกันก็สะท้อนความจริงว่าต้นทุนหน่วยความจำกำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการประกอบพีซีใหม่ในปีนี้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ผู้บริหาร AMD แนะนำให้ผู้ใช้เลือกซีพียูราคาถูกลงเพื่อชดเชยราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้น ➡️ ตลาดมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับทุกช่วงราคา ✅ ราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ➡️ สาเหตุจากความต้องการสูงในตลาด AI และปัญหาซัพพลายเชน ✅ ซีพียูระดับกลางของ AMD เช่น Ryzen 5/3 ยังให้ประสิทธิภาพดีสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ ➡️ เหมาะกับงานทั่วไปและเกมระดับกลาง ✅ AMD ชี้ว่าผู้ใช้ควรจัดงบให้สมดุลระหว่างซีพียูและ RAM ➡️ เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่คุ้มค่าที่สุด ‼️ ราคาหน่วยความจำอาจยังคงสูงต่อเนื่องในปีนี้ ⛔ ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีเพิ่มขึ้น ‼️ การเลือกซีพียูราคาถูกเกินไปอาจจำกัดประสิทธิภาพในอนาคต ⛔ โดยเฉพาะงานหนักหรือเกม AAA รุ่นใหม่ ‼️ คำแนะนำของ AMD อาจมีมุมมองเชิงการตลาด ⛔ ผู้ใช้ควรพิจารณาความต้องการจริงของตนเอง ‼️ หากซื้อ RAM ราคาสูงตอนนี้ อาจเจอราคาลดลงในอนาคต ⛔ เสี่ยงต่อการจ่ายแพงเกินจำเป็น https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/senior-amd-executive-suggests-consumers-buy-cheap-cpus-to-combat-memory-pricing-squeeze-says-consumers-have-a-wide-assortment-of-choice-available-for-all-kinds-of-price-points
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Senior AMD executive suggests consumers buy cheap CPUs to combat memory pricing squeeze — says ‘consumers have a wide assortment of choice available for all kinds of price points’
    'Consumers have a wide assortment of choice available for all kinds of price points that they can buy for this coming year. So yeah, I'm not not too concerned about that.'
    0 Comments 0 Shares 179 Views 0 Reviews
  • เวียดนามประกาศแบนโฆษณาบังคับดู! บังคับปุ่ม Skip ภายใน 5 วินาที เริ่มใช้ ก.พ. 2026

    เวียดนามออก Decree No. 342 ซึ่งเป็นข้อกำหนดใหม่ภายใต้กฎหมายโฆษณา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026 โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมโฆษณาออนไลน์ให้โปร่งใสขึ้น ปกป้องผู้บริโภค และลดโฆษณาที่ผิดกฎหมาย หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการ จำกัดเวลาโฆษณาที่บังคับดูไม่เกิน 5 วินาที ก่อนที่ผู้ชมจะสามารถกดข้ามได้ ส่วนโฆษณาแบบภาพนิ่งต้องสามารถปิดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเลย

    นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังบังคับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องมีปุ่มปิดโฆษณาที่ชัดเจน ไม่ใช้สัญลักษณ์หลอกลวง และต้องมีระบบรายงานโฆษณาที่ผิดกฎหมายอย่างง่ายและมองเห็นได้ชัดเจน ผู้ใช้ต้องสามารถปิดหรือปฏิเสธโฆษณาที่ไม่เหมาะสมได้ด้วยการกดเพียงครั้งเดียว ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐาน UX ของโฆษณาออนไลน์ในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

    นอกจากเรื่องประสบการณ์ผู้ใช้แล้ว กฎหมายยังเข้มงวดกับโฆษณาใน 11 กลุ่มสินค้าและบริการที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องดื่ม นมเด็ก ยาฆ่าแมลง อุปกรณ์การแพทย์ บริการสุขภาพ ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ยา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นหมวดที่มักถูกใช้โฆษณาเกินจริงหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดได้ง่าย

    มาตรการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเวียดนามในการสร้างสภาพแวดล้อมโฆษณาที่ปลอดภัย โปร่งใส และเป็นมิตรกับผู้ใช้มากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่โฆษณาออนไลน์มีจำนวนมากและมักใช้เทคนิคหลอกล่อผู้ชม การบังคับให้ปิดโฆษณาได้ง่ายขึ้นอาจเป็นแรงกดดันให้แพลตฟอร์มระดับโลก เช่น YouTube และ Facebook ต้องปรับระบบโฆษณาให้สอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่นมากขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    กฎหมายใหม่เกี่ยวกับโฆษณาออนไลน์
    จำกัดโฆษณาวิดีโอ/แอนิเมชันให้กดข้ามได้ภายใน 5 วินาที
    โฆษณาภาพนิ่งต้องปิดได้ทันที
    ห้ามใช้ปุ่มหรือสัญลักษณ์ที่ทำให้ผู้ใช้สับสน

    ความเสี่ยงและปัญหาที่ต้องระวัง
    โฆษณาที่หลอกลวงหรือปิดยากอาจถูกลงโทษตามกฎหมาย
    แพลตฟอร์มที่ไม่ปรับระบบอาจถูกมองว่าละเมิดกฎหมายท้องถิ่น

    สิ่งที่แพลตฟอร์มต้องทำ
    เพิ่มปุ่มปิดโฆษณาที่ชัดเจนและใช้งานง่าย
    มีระบบรายงานโฆษณาที่ผิดกฎหมายแบบ one‑click
    อนุญาตให้ผู้ใช้ปิดหรือปฏิเสธโฆษณาที่ไม่เหมาะสมได้

    ความเสี่ยงหากไม่ปฏิบัติตาม
    อาจถูกตรวจสอบหรือถูกลงโทษโดยหน่วยงานรัฐ
    ผู้ใช้สูญเสียความเชื่อมั่นในแพลตฟอร์ม

    กลุ่มสินค้าที่ถูกควบคุมเข้มงวด
    เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องดื่ม นมเด็ก
    ยาฆ่าแมลง อุปกรณ์การแพทย์ บริการสุขภาพ
    ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ยา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    เหตุผลที่ต้องควบคุม
    เป็นสินค้าที่มีผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
    มักถูกใช้โฆษณาเกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด

    https://saigoneer.com/vietnam-news/28652-vienam-bans-unskippable-ads,-requires-skip-button-to-appear-after-5-seconds
    🎬🚫 เวียดนามประกาศแบนโฆษณาบังคับดู! บังคับปุ่ม Skip ภายใน 5 วินาที เริ่มใช้ ก.พ. 2026 เวียดนามออก Decree No. 342 ซึ่งเป็นข้อกำหนดใหม่ภายใต้กฎหมายโฆษณา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026 โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมโฆษณาออนไลน์ให้โปร่งใสขึ้น ปกป้องผู้บริโภค และลดโฆษณาที่ผิดกฎหมาย หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการ จำกัดเวลาโฆษณาที่บังคับดูไม่เกิน 5 วินาที ก่อนที่ผู้ชมจะสามารถกดข้ามได้ ส่วนโฆษณาแบบภาพนิ่งต้องสามารถปิดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเลย นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังบังคับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องมีปุ่มปิดโฆษณาที่ชัดเจน ไม่ใช้สัญลักษณ์หลอกลวง และต้องมีระบบรายงานโฆษณาที่ผิดกฎหมายอย่างง่ายและมองเห็นได้ชัดเจน ผู้ใช้ต้องสามารถปิดหรือปฏิเสธโฆษณาที่ไม่เหมาะสมได้ด้วยการกดเพียงครั้งเดียว ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐาน UX ของโฆษณาออนไลน์ในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากเรื่องประสบการณ์ผู้ใช้แล้ว กฎหมายยังเข้มงวดกับโฆษณาใน 11 กลุ่มสินค้าและบริการที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องดื่ม นมเด็ก ยาฆ่าแมลง อุปกรณ์การแพทย์ บริการสุขภาพ ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ยา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นหมวดที่มักถูกใช้โฆษณาเกินจริงหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดได้ง่าย มาตรการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเวียดนามในการสร้างสภาพแวดล้อมโฆษณาที่ปลอดภัย โปร่งใส และเป็นมิตรกับผู้ใช้มากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่โฆษณาออนไลน์มีจำนวนมากและมักใช้เทคนิคหลอกล่อผู้ชม การบังคับให้ปิดโฆษณาได้ง่ายขึ้นอาจเป็นแรงกดดันให้แพลตฟอร์มระดับโลก เช่น YouTube และ Facebook ต้องปรับระบบโฆษณาให้สอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่นมากขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ กฎหมายใหม่เกี่ยวกับโฆษณาออนไลน์ ➡️ จำกัดโฆษณาวิดีโอ/แอนิเมชันให้กดข้ามได้ภายใน 5 วินาที ➡️ โฆษณาภาพนิ่งต้องปิดได้ทันที ➡️ ห้ามใช้ปุ่มหรือสัญลักษณ์ที่ทำให้ผู้ใช้สับสน ‼️ ความเสี่ยงและปัญหาที่ต้องระวัง ⛔ โฆษณาที่หลอกลวงหรือปิดยากอาจถูกลงโทษตามกฎหมาย ⛔ แพลตฟอร์มที่ไม่ปรับระบบอาจถูกมองว่าละเมิดกฎหมายท้องถิ่น ✅ สิ่งที่แพลตฟอร์มต้องทำ ➡️ เพิ่มปุ่มปิดโฆษณาที่ชัดเจนและใช้งานง่าย ➡️ มีระบบรายงานโฆษณาที่ผิดกฎหมายแบบ one‑click ➡️ อนุญาตให้ผู้ใช้ปิดหรือปฏิเสธโฆษณาที่ไม่เหมาะสมได้ ‼️ ความเสี่ยงหากไม่ปฏิบัติตาม ⛔ อาจถูกตรวจสอบหรือถูกลงโทษโดยหน่วยงานรัฐ ⛔ ผู้ใช้สูญเสียความเชื่อมั่นในแพลตฟอร์ม ✅ กลุ่มสินค้าที่ถูกควบคุมเข้มงวด ➡️ เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องดื่ม นมเด็ก ➡️ ยาฆ่าแมลง อุปกรณ์การแพทย์ บริการสุขภาพ ➡️ ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ยา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ‼️ เหตุผลที่ต้องควบคุม ⛔ เป็นสินค้าที่มีผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ⛔ มักถูกใช้โฆษณาเกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด https://saigoneer.com/vietnam-news/28652-vienam-bans-unskippable-ads,-requires-skip-button-to-appear-after-5-seconds
    SAIGONEER.COM
    Vienam Bans Unskippable Ads, Requires Skip Button to Appear After 5 Seconds | Saigoneer
    If things go our way, YouTube’s notorious unskippable ads might be a thing of the past come this February. ...
    0 Comments 0 Shares 148 Views 0 Reviews
  • 5 แอปที่ช่วยชุบชีวิตให้ Windows เครื่องเก่า — เบา เร็ว และฟรี!

    คอมพิวเตอร์ Windows ที่ใช้งานมานานมักจะเริ่มช้าลงเพราะไฟล์ขยะสะสม แอปที่รันเบื้องหลังโดยไม่จำเป็น และระบบที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม บทความนี้แนะนำ 5 แอปฟรีที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้เครื่องเก่าได้จริง ตั้งแต่การเคลียร์ไฟล์ขยะ การค้นหาไฟล์แบบทันที ไปจนถึงการลบแอปแบบถอนรากถอนโคน พร้อมทั้งแนะนำเบราว์เซอร์ที่เบากว่า Chrome เพื่อช่วยลดภาระเครื่อง

    นอกจากแอปที่แนะนำในบทความแล้ว ปัจจุบันยังมีเทคนิคเสริมที่ผู้ใช้ Windows นิยมใช้ เช่น การเปิดใช้งาน Storage Sense, การปิด Startup Apps ที่ไม่จำเป็น, และการอัปเกรด SSD ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วได้แบบเห็นผลทันที แม้จะเป็นเครื่องเก่าก็ตาม การใช้แอปเหล่านี้ร่วมกับการดูแลระบบพื้นฐานจะช่วยให้เครื่องกลับมาลื่นไหลเหมือนใหม่

    แอปทั้ง 5 ตัวนี้เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ถนัดด้านเทคนิค เพราะใช้งานง่าย ปลอดภัย และไม่ต้องปรับแต่งซับซ้อน โดยเฉพาะ Microsoft PC Manager ที่ออกแบบโดย Microsoft เอง ทำให้เข้ากันได้ดีกับ Windows 10 และ 11 ส่วนแอปอย่าง Everything และ Thorium Browser ก็ช่วยลดภาระเครื่องได้มากสำหรับผู้ที่ใช้ HDD หรือ RAM น้อย

    สุดท้าย หากคุณมีเครื่องเก่าที่เริ่มอืด การลองใช้ชุดเครื่องมือเหล่านี้ก่อนซื้อเครื่องใหม่เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามาก เพราะหลายครั้งปัญหาไม่ได้มาจากฮาร์ดแวร์ แต่เกิดจากซอฟต์แวร์ที่สะสมมานานจนทำให้ระบบทำงานช้าลง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    แอปที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้ Windows เครื่องเก่า
    Microsoft PC Manager — เคลียร์ไฟล์ขยะ, จัดการ RAM, มี Deep Uninstall
    Everything — ค้นหาไฟล์เร็วมาก ใช้ทรัพยากรน้อย
    Chris Titus Tech’s Windows Utility — Debloat Windows แบบลึก
    Thorium Browser — เบากว่า Chrome แต่ยังรองรับ Extensions
    Bulk Crap Uninstaller (BCU) — ลบแอปพร้อมไฟล์ตกค้างทั้งหมด

    ข้อควรระวังในการใช้งาน
    เครื่องมือ Debloat อย่าง Chris Titus Utility ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง
    การลบแอปจำนวนมากอาจทำให้ระบบเสียหายหากไม่สร้าง Restore Point
    Thorium Browser แม้เบา แต่บางเว็บอาจไม่รองรับ 100%

    เทคนิคเสริมที่ช่วยให้เครื่องเร็วขึ้น (เพิ่มเติมจากบทความ)
    เปิด Storage Sense เพื่อลบไฟล์อัตโนมัติ
    ปิด Startup Apps ที่ไม่จำเป็น
    อัปเดต Windows และไดรเวอร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

    ความเสี่ยงหากละเลยการดูแลระบบ
    ไฟล์ขยะสะสมจนทำให้เครื่องช้าและค้างบ่อย
    แอปที่รันเบื้องหลังอาจกิน RAM และ CPU โดยไม่รู้ตัว
    ระบบอาจเสี่ยงต่อมัลแวร์หากไม่อัปเดต

    เหมาะกับใคร
    ผู้ใช้ที่มีเครื่องเก่า RAM น้อย หรือยังใช้ HDD
    คนที่ต้องการเพิ่มความเร็วโดยไม่เสียเงินซื้อเครื่องใหม่
    ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการเครื่องมือใช้งานง่าย

    ไม่เหมาะกับใคร
    ผู้ที่ต้องการปรับแต่งระบบแบบลึกแต่ไม่มั่นใจด้านเทคนิค
    ผู้ที่ต้องการความเสถียรสูงมาก เช่น เครื่องสำหรับงานเซิร์ฟเวอร์

    https://www.slashgear.com/2065210/apps-speed-up-old-windows-pc/
    ⚡🖥️ 5 แอปที่ช่วยชุบชีวิตให้ Windows เครื่องเก่า — เบา เร็ว และฟรี! คอมพิวเตอร์ Windows ที่ใช้งานมานานมักจะเริ่มช้าลงเพราะไฟล์ขยะสะสม แอปที่รันเบื้องหลังโดยไม่จำเป็น และระบบที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม บทความนี้แนะนำ 5 แอปฟรีที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้เครื่องเก่าได้จริง ตั้งแต่การเคลียร์ไฟล์ขยะ การค้นหาไฟล์แบบทันที ไปจนถึงการลบแอปแบบถอนรากถอนโคน พร้อมทั้งแนะนำเบราว์เซอร์ที่เบากว่า Chrome เพื่อช่วยลดภาระเครื่อง นอกจากแอปที่แนะนำในบทความแล้ว ปัจจุบันยังมีเทคนิคเสริมที่ผู้ใช้ Windows นิยมใช้ เช่น การเปิดใช้งาน Storage Sense, การปิด Startup Apps ที่ไม่จำเป็น, และการอัปเกรด SSD ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วได้แบบเห็นผลทันที แม้จะเป็นเครื่องเก่าก็ตาม การใช้แอปเหล่านี้ร่วมกับการดูแลระบบพื้นฐานจะช่วยให้เครื่องกลับมาลื่นไหลเหมือนใหม่ แอปทั้ง 5 ตัวนี้เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ถนัดด้านเทคนิค เพราะใช้งานง่าย ปลอดภัย และไม่ต้องปรับแต่งซับซ้อน โดยเฉพาะ Microsoft PC Manager ที่ออกแบบโดย Microsoft เอง ทำให้เข้ากันได้ดีกับ Windows 10 และ 11 ส่วนแอปอย่าง Everything และ Thorium Browser ก็ช่วยลดภาระเครื่องได้มากสำหรับผู้ที่ใช้ HDD หรือ RAM น้อย สุดท้าย หากคุณมีเครื่องเก่าที่เริ่มอืด การลองใช้ชุดเครื่องมือเหล่านี้ก่อนซื้อเครื่องใหม่เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามาก เพราะหลายครั้งปัญหาไม่ได้มาจากฮาร์ดแวร์ แต่เกิดจากซอฟต์แวร์ที่สะสมมานานจนทำให้ระบบทำงานช้าลง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ แอปที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้ Windows เครื่องเก่า ➡️ Microsoft PC Manager — เคลียร์ไฟล์ขยะ, จัดการ RAM, มี Deep Uninstall ➡️ Everything — ค้นหาไฟล์เร็วมาก ใช้ทรัพยากรน้อย ➡️ Chris Titus Tech’s Windows Utility — Debloat Windows แบบลึก ➡️ Thorium Browser — เบากว่า Chrome แต่ยังรองรับ Extensions ➡️ Bulk Crap Uninstaller (BCU) — ลบแอปพร้อมไฟล์ตกค้างทั้งหมด ‼️ ข้อควรระวังในการใช้งาน ⛔ เครื่องมือ Debloat อย่าง Chris Titus Utility ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ⛔ การลบแอปจำนวนมากอาจทำให้ระบบเสียหายหากไม่สร้าง Restore Point ⛔ Thorium Browser แม้เบา แต่บางเว็บอาจไม่รองรับ 100% ✅ เทคนิคเสริมที่ช่วยให้เครื่องเร็วขึ้น (เพิ่มเติมจากบทความ) ➡️ เปิด Storage Sense เพื่อลบไฟล์อัตโนมัติ ➡️ ปิด Startup Apps ที่ไม่จำเป็น ➡️ อัปเดต Windows และไดรเวอร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ‼️ ความเสี่ยงหากละเลยการดูแลระบบ ⛔ ไฟล์ขยะสะสมจนทำให้เครื่องช้าและค้างบ่อย ⛔ แอปที่รันเบื้องหลังอาจกิน RAM และ CPU โดยไม่รู้ตัว ⛔ ระบบอาจเสี่ยงต่อมัลแวร์หากไม่อัปเดต ✅ เหมาะกับใคร ➡️ ผู้ใช้ที่มีเครื่องเก่า RAM น้อย หรือยังใช้ HDD ➡️ คนที่ต้องการเพิ่มความเร็วโดยไม่เสียเงินซื้อเครื่องใหม่ ➡️ ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการเครื่องมือใช้งานง่าย ‼️ ไม่เหมาะกับใคร ⛔ ผู้ที่ต้องการปรับแต่งระบบแบบลึกแต่ไม่มั่นใจด้านเทคนิค ⛔ ผู้ที่ต้องการความเสถียรสูงมาก เช่น เครื่องสำหรับงานเซิร์ฟเวอร์ https://www.slashgear.com/2065210/apps-speed-up-old-windows-pc/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Apps That Can Breathe New Life Into Your Old Windows PC - SlashGear
    Struggling with sluggish startups and leftover app trash? This lineup of optimizers, uninstallers, and tweaks frees up your Windows PC's potential effortlessly.
    0 Comments 0 Shares 171 Views 0 Reviews
  • Veeam ออกแพตช์ด่วน! อุดช่องโหว่ RCE ร้ายแรงใน Backup & Replication เวอร์ชันล่าสุด

    Veeam ได้ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยสำคัญเพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถทำ Remote Code Execution (RCE) บนเซิร์ฟเวอร์ Backup & Replication ได้ ช่องโหว่นี้ถูกจัดอยู่ในระดับความรุนแรงสูงมาก เนื่องจากระบบสำรองข้อมูลเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร และหากถูกเจาะสำเร็จ ผู้โจมตีสามารถเข้าควบคุมระบบสำรองทั้งหมดได้ทันที รวมถึงลบ สำเนา หรือเข้ารหัสข้อมูลสำคัญได้

    ช่องโหว่นี้เกิดขึ้นในส่วนของ Veeam Backup Service ซึ่งเป็นบริการหลักที่ใช้จัดการการสื่อสารระหว่างคอมโพเนนต์ต่าง ๆ ของระบบ ผู้โจมตีที่สามารถเข้าถึงพอร์ตที่เปิดอยู่ของบริการนี้ได้ อาจส่งคำสั่งที่ crafted มาเป็นพิเศษเพื่อรันโค้ดบนเครื่องเป้าหมายในสิทธิ์ระดับสูง ทำให้ระบบสำรองข้อมูลทั้งหมดตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างรุนแรง

    Veeam ได้ออกแพตช์แก้ไขในเวอร์ชันล่าสุดของ Backup & Replication และแนะนำให้ผู้ใช้ทุกคนอัปเดตทันที โดยเฉพาะองค์กรที่เปิดพอร์ตบริการสู่เครือข่ายภายนอก หรือมีระบบที่ยังไม่ได้แยกเครือข่ายอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ Veeam ยังเตือนว่าการป้องกันด้วย Firewall เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากระบบยังไม่ได้อัปเดตแพตช์ล่าสุด

    ผลกระทบของช่องโหว่นี้ถือว่ารุนแรงมาก เพราะระบบสำรองข้อมูลเป็นเป้าหมายหลักของแรนซัมแวร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การปล่อยให้ช่องโหว่ RCE เปิดอยู่เท่ากับเปิดประตูให้ผู้โจมตีเข้าถึงข้อมูลสำรองทั้งหมด ซึ่งอาจทำให้องค์กรไม่สามารถกู้คืนระบบได้หลังถูกโจมตี

    สรุปประเด็นสำคัญ
    รายละเอียดช่องโหว่
    เป็นช่องโหว่ Remote Code Execution (RCE)
    เกิดในบริการหลักของ Veeam Backup Service

    ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
    ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์สำรองข้อมูลได้
    เสี่ยงต่อการลบหรือเข้ารหัสข้อมูลสำรองทั้งหมด

    การอัปเดตที่ปล่อยออกมา
    Veeam ออกแพตช์ใน Backup & Replication เวอร์ชันล่าสุด
    แนะนำให้อัปเดตทันทีโดยไม่ต้องรอ Maintenance Window

    ความเสี่ยงหากไม่อัปเดต
    ระบบสำรองข้อมูลอาจถูกยึดครองโดยผู้โจมตี
    องค์กรอาจไม่สามารถกู้คืนข้อมูลหลังเหตุการณ์โจมตีได้

    คำแนะนำด้านความปลอดภัย
    อัปเดตแพตช์ล่าสุดทันที
    จำกัดการเข้าถึงพอร์ตของ Veeam Backup Service เฉพาะภายในองค์กร

    ความเสี่ยงหากละเลย
    แรนซัมแวร์สามารถโจมตีระบบสำรองได้โดยตรง
    อาจสูญเสียข้อมูลสำคัญแบบถาวร

    https://securityonline.info/veeam-patches-critical-rce-flaws-in-latest-backup-replication-release/
    🛡️ Veeam ออกแพตช์ด่วน! อุดช่องโหว่ RCE ร้ายแรงใน Backup & Replication เวอร์ชันล่าสุด Veeam ได้ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยสำคัญเพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถทำ Remote Code Execution (RCE) บนเซิร์ฟเวอร์ Backup & Replication ได้ ช่องโหว่นี้ถูกจัดอยู่ในระดับความรุนแรงสูงมาก เนื่องจากระบบสำรองข้อมูลเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร และหากถูกเจาะสำเร็จ ผู้โจมตีสามารถเข้าควบคุมระบบสำรองทั้งหมดได้ทันที รวมถึงลบ สำเนา หรือเข้ารหัสข้อมูลสำคัญได้ ช่องโหว่นี้เกิดขึ้นในส่วนของ Veeam Backup Service ซึ่งเป็นบริการหลักที่ใช้จัดการการสื่อสารระหว่างคอมโพเนนต์ต่าง ๆ ของระบบ ผู้โจมตีที่สามารถเข้าถึงพอร์ตที่เปิดอยู่ของบริการนี้ได้ อาจส่งคำสั่งที่ crafted มาเป็นพิเศษเพื่อรันโค้ดบนเครื่องเป้าหมายในสิทธิ์ระดับสูง ทำให้ระบบสำรองข้อมูลทั้งหมดตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างรุนแรง Veeam ได้ออกแพตช์แก้ไขในเวอร์ชันล่าสุดของ Backup & Replication และแนะนำให้ผู้ใช้ทุกคนอัปเดตทันที โดยเฉพาะองค์กรที่เปิดพอร์ตบริการสู่เครือข่ายภายนอก หรือมีระบบที่ยังไม่ได้แยกเครือข่ายอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ Veeam ยังเตือนว่าการป้องกันด้วย Firewall เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากระบบยังไม่ได้อัปเดตแพตช์ล่าสุด ผลกระทบของช่องโหว่นี้ถือว่ารุนแรงมาก เพราะระบบสำรองข้อมูลเป็นเป้าหมายหลักของแรนซัมแวร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การปล่อยให้ช่องโหว่ RCE เปิดอยู่เท่ากับเปิดประตูให้ผู้โจมตีเข้าถึงข้อมูลสำรองทั้งหมด ซึ่งอาจทำให้องค์กรไม่สามารถกู้คืนระบบได้หลังถูกโจมตี 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ รายละเอียดช่องโหว่ ➡️ เป็นช่องโหว่ Remote Code Execution (RCE) ➡️ เกิดในบริการหลักของ Veeam Backup Service ‼️ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ⛔ ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์สำรองข้อมูลได้ ⛔ เสี่ยงต่อการลบหรือเข้ารหัสข้อมูลสำรองทั้งหมด ✅ การอัปเดตที่ปล่อยออกมา ➡️ Veeam ออกแพตช์ใน Backup & Replication เวอร์ชันล่าสุด ➡️ แนะนำให้อัปเดตทันทีโดยไม่ต้องรอ Maintenance Window ‼️ ความเสี่ยงหากไม่อัปเดต ⛔ ระบบสำรองข้อมูลอาจถูกยึดครองโดยผู้โจมตี ⛔ องค์กรอาจไม่สามารถกู้คืนข้อมูลหลังเหตุการณ์โจมตีได้ ✅ คำแนะนำด้านความปลอดภัย ➡️ อัปเดตแพตช์ล่าสุดทันที ➡️ จำกัดการเข้าถึงพอร์ตของ Veeam Backup Service เฉพาะภายในองค์กร ‼️ ความเสี่ยงหากละเลย ⛔ แรนซัมแวร์สามารถโจมตีระบบสำรองได้โดยตรง ⛔ อาจสูญเสียข้อมูลสำคัญแบบถาวร https://securityonline.info/veeam-patches-critical-rce-flaws-in-latest-backup-replication-release/
    SECURITYONLINE.INFO
    Veeam Patches Critical RCE Flaws in Latest Backup & Replication Release
    Veeam updates Backup & Replication v13 to fix high-severity flaws. CVE-2025-59470 and others allow RCE and root access. Update to build 13.0.1.1071.
    0 Comments 0 Shares 100 Views 0 Reviews
  • เลือกโฮสติ้งให้ถูก…อนาคตของงานประมวลผลหนักอยู่ที่ความปลอดภัยและความเสถียร

    การเลือกแพลตฟอร์มโฮสติ้งสำหรับงานประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High‑Performance Applications) ไม่ใช่แค่เรื่อง “สเปกแรง” อีกต่อไป แต่เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อความปลอดภัย ความเสถียร และต้นทุนระยะยาวขององค์กรหรือทีมพัฒนาโดยตรง เนื้อหาในหน้าเว็บชี้ให้เห็นว่าการใช้งาน GPU สำหรับงาน Machine Learning, Simulation, 3D Rendering หรือ Data Processing ทำให้โครงสร้างพื้นฐานกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวผลิตภัณฑ์เอง และการเลือกผิดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายแฝงจำนวนมากในอนาคต

    หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ “ราคาถูกไม่ได้แปลว่าคุ้มค่า” เพราะผู้ให้บริการบางรายลดต้นทุนด้วยการใช้ฮาร์ดแวร์เก่า จำกัดการตั้งค่าระบบ หรือมีนโยบายบิลลิ่งที่ไม่ยืดหยุ่น ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาเมื่อรันงานจริงเป็นเวลานานหรือมีโหลดพุ่งขึ้นแบบไม่คาดคิด การจ่ายแพงขึ้นเล็กน้อยอาจแลกมากับเสถียรภาพที่สูงกว่าและเวลาที่ทีมวิศวกรไม่ต้องเสียไปกับการแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน

    ด้านความปลอดภัยก็เป็นอีกแกนหลักที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการแยกทรัพยากร GPU อย่างเหมาะสม การควบคุม Firewall และการเข้ารหัสข้อมูลทั้งขณะส่งผ่านและขณะจัดเก็บ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ควรมีในทุกแพลตฟอร์มที่รองรับงานข้อมูลสำคัญหรือโมเดลที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ ความสามารถของทีมซัพพอร์ตและความชัดเจนของนโยบาย Uptime ก็เป็นตัวชี้วัดความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการได้อย่างดี

    สุดท้าย การทดสอบจริง (Benchmark + Trial) คือขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ เพราะสเปกบนกระดาษไม่เคยบอกความจริงทั้งหมด การรันโมเดลจริง โหลดข้อมูลจริง และดูพฤติกรรมระบบในสถานการณ์จำลอง จะช่วยให้ทีมตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้นว่าระบบนั้นรองรับงานของตนได้จริงหรือไม่

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ความหมายของต้นทุนที่แท้จริง
    ราคาถูกอาจซ่อนข้อจำกัด เช่น ฮาร์ดแวร์เก่า หรือการตั้งค่าที่ไม่ยืดหยุ่น
    ค่าใช้จ่ายที่แท้จริงคือ “ประสิทธิภาพที่ใช้งานได้จริง” ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนใบเสนอราคา

    ความเสี่ยงจากการเลือกโฮสติ้งราคาต่ำ
    อาจเกิด Downtime บ่อย ทำให้เสียเวลาการทำงาน
    ทีมวิศวกรต้องเสียเวลาแก้ปัญหาแทนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์

    ความปลอดภัยของระบบเป็นหัวใจหลัก
    ควรมีการแยก GPU อย่างเหมาะสมเพื่อป้องกัน Cross‑Tenant Access
    ต้องรองรับ Firewall Rules, การจำกัดพอร์ต และการเข้ารหัสข้อมูล

    ความเสี่ยงด้านข้อมูล
    หากไม่มีการเข้ารหัส อาจเสี่ยงต่อการรั่วไหลของโมเดลหรือข้อมูลสำคัญ
    การตั้งค่าความปลอดภัยที่ไม่ดีอาจเปิดช่องให้ถูกโจมตีทางเครือข่าย

    ความเสถียรและคุณภาพการซัพพอร์ต
    ผู้ให้บริการที่ดีควรมีนโยบาย Uptime ชัดเจน
    ทีมซัพพอร์ตที่ตอบเร็วช่วยลดผลกระทบจากเหตุขัดข้อง

    ความเสี่ยงจากซัพพอร์ตที่ไม่พร้อม
    ปัญหาเล็กอาจกลายเป็นวิกฤตหากไม่มีผู้ช่วยเหลือทันที
    การขาดเอกสารหรือ Knowledge Base ทำให้แก้ปัญหาได้ช้าลง

    ความยืดหยุ่นของสถาปัตยกรรม
    รองรับทั้ง Vertical Scaling และ Horizontal Scaling
    ควรให้สิทธิ์ Root Access และรองรับ Custom Drivers

    ความเสี่ยงจากระบบที่ขยายไม่ได้
    เมื่อโหลดเพิ่มขึ้น อาจต้องย้ายระบบใหม่ทั้งหมด
    ทำให้เสียเวลาและต้นทุนสูงขึ้นในระยะยาว

    ความสำคัญของการทดสอบจริง
    Benchmark ช่วยเปิดเผยปัญหาที่สเปกบนกระดาษไม่เคยบอก
    การทดสอบด้วยโมเดลจริงช่วยประเมินเสถียรภาพภายใต้โหลดจริง

    ความเสี่ยงหากไม่ทดสอบก่อนใช้งานจริง
    อาจเจอปัญหาคอขวดหลัง Deploy
    ทำให้ต้องแก้ไขระบบใหม่ทั้งชุดในภายหลัง

    https://securityonline.info/how-to-select-a-secure-hosting-platform-for-high-performance-applications/
    ⚙️ เลือกโฮสติ้งให้ถูก…อนาคตของงานประมวลผลหนักอยู่ที่ความปลอดภัยและความเสถียร การเลือกแพลตฟอร์มโฮสติ้งสำหรับงานประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High‑Performance Applications) ไม่ใช่แค่เรื่อง “สเปกแรง” อีกต่อไป แต่เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อความปลอดภัย ความเสถียร และต้นทุนระยะยาวขององค์กรหรือทีมพัฒนาโดยตรง เนื้อหาในหน้าเว็บชี้ให้เห็นว่าการใช้งาน GPU สำหรับงาน Machine Learning, Simulation, 3D Rendering หรือ Data Processing ทำให้โครงสร้างพื้นฐานกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวผลิตภัณฑ์เอง และการเลือกผิดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายแฝงจำนวนมากในอนาคต หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ “ราคาถูกไม่ได้แปลว่าคุ้มค่า” เพราะผู้ให้บริการบางรายลดต้นทุนด้วยการใช้ฮาร์ดแวร์เก่า จำกัดการตั้งค่าระบบ หรือมีนโยบายบิลลิ่งที่ไม่ยืดหยุ่น ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาเมื่อรันงานจริงเป็นเวลานานหรือมีโหลดพุ่งขึ้นแบบไม่คาดคิด การจ่ายแพงขึ้นเล็กน้อยอาจแลกมากับเสถียรภาพที่สูงกว่าและเวลาที่ทีมวิศวกรไม่ต้องเสียไปกับการแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านความปลอดภัยก็เป็นอีกแกนหลักที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการแยกทรัพยากร GPU อย่างเหมาะสม การควบคุม Firewall และการเข้ารหัสข้อมูลทั้งขณะส่งผ่านและขณะจัดเก็บ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ควรมีในทุกแพลตฟอร์มที่รองรับงานข้อมูลสำคัญหรือโมเดลที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ ความสามารถของทีมซัพพอร์ตและความชัดเจนของนโยบาย Uptime ก็เป็นตัวชี้วัดความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการได้อย่างดี สุดท้าย การทดสอบจริง (Benchmark + Trial) คือขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ เพราะสเปกบนกระดาษไม่เคยบอกความจริงทั้งหมด การรันโมเดลจริง โหลดข้อมูลจริง และดูพฤติกรรมระบบในสถานการณ์จำลอง จะช่วยให้ทีมตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้นว่าระบบนั้นรองรับงานของตนได้จริงหรือไม่ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ความหมายของต้นทุนที่แท้จริง ➡️ ราคาถูกอาจซ่อนข้อจำกัด เช่น ฮาร์ดแวร์เก่า หรือการตั้งค่าที่ไม่ยืดหยุ่น ➡️ ค่าใช้จ่ายที่แท้จริงคือ “ประสิทธิภาพที่ใช้งานได้จริง” ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนใบเสนอราคา ‼️ ความเสี่ยงจากการเลือกโฮสติ้งราคาต่ำ ⛔ อาจเกิด Downtime บ่อย ทำให้เสียเวลาการทำงาน ⛔ ทีมวิศวกรต้องเสียเวลาแก้ปัญหาแทนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ ✅ ความปลอดภัยของระบบเป็นหัวใจหลัก ➡️ ควรมีการแยก GPU อย่างเหมาะสมเพื่อป้องกัน Cross‑Tenant Access ➡️ ต้องรองรับ Firewall Rules, การจำกัดพอร์ต และการเข้ารหัสข้อมูล ‼️ ความเสี่ยงด้านข้อมูล ⛔ หากไม่มีการเข้ารหัส อาจเสี่ยงต่อการรั่วไหลของโมเดลหรือข้อมูลสำคัญ ⛔ การตั้งค่าความปลอดภัยที่ไม่ดีอาจเปิดช่องให้ถูกโจมตีทางเครือข่าย ✅ ความเสถียรและคุณภาพการซัพพอร์ต ➡️ ผู้ให้บริการที่ดีควรมีนโยบาย Uptime ชัดเจน ➡️ ทีมซัพพอร์ตที่ตอบเร็วช่วยลดผลกระทบจากเหตุขัดข้อง ‼️ ความเสี่ยงจากซัพพอร์ตที่ไม่พร้อม ⛔ ปัญหาเล็กอาจกลายเป็นวิกฤตหากไม่มีผู้ช่วยเหลือทันที ⛔ การขาดเอกสารหรือ Knowledge Base ทำให้แก้ปัญหาได้ช้าลง ✅ ความยืดหยุ่นของสถาปัตยกรรม ➡️ รองรับทั้ง Vertical Scaling และ Horizontal Scaling ➡️ ควรให้สิทธิ์ Root Access และรองรับ Custom Drivers ‼️ ความเสี่ยงจากระบบที่ขยายไม่ได้ ⛔ เมื่อโหลดเพิ่มขึ้น อาจต้องย้ายระบบใหม่ทั้งหมด ⛔ ทำให้เสียเวลาและต้นทุนสูงขึ้นในระยะยาว ✅ ความสำคัญของการทดสอบจริง ➡️ Benchmark ช่วยเปิดเผยปัญหาที่สเปกบนกระดาษไม่เคยบอก ➡️ การทดสอบด้วยโมเดลจริงช่วยประเมินเสถียรภาพภายใต้โหลดจริง ‼️ ความเสี่ยงหากไม่ทดสอบก่อนใช้งานจริง ⛔ อาจเจอปัญหาคอขวดหลัง Deploy ⛔ ทำให้ต้องแก้ไขระบบใหม่ทั้งชุดในภายหลัง https://securityonline.info/how-to-select-a-secure-hosting-platform-for-high-performance-applications/
    SECURITYONLINE.INFO
    How to select a secure hosting platform for high-performance applications
    Choosing a hosting platform for high-performance applications is rarely a simple technical decision. When projects rely on GPUs
    0 Comments 0 Shares 218 Views 0 Reviews
  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เรียกฝ่ายความมั่นคงรายงานสถานการณ์ หลังเกิดเหตุทหารกัมพูชายิงกระสุนปืน ค. เข้ามาตกในเขตแดนไทย ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี.
    .
    นายกรัฐมนตรีระบุว่า ขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงได้ยื่นประท้วงไปยังฝ่ายกัมพูชาแล้ว พร้อมให้ชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือแจ้งไปยังฝ่ายกัมพูชาในทางการทูต โดยย้ำว่าแม้จะอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ ก็ยังต้องมีความรับผิดชอบต่อเหตุที่เกิดขึ้น.
    .
    นายอนุทินยืนยันว่า ประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ หากจำเป็นต้องดำเนินการตอบโต้จะพิจารณาตามขั้นตอนที่เหมาะสม พร้อมย้ำว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องอพยพประชาชนในพื้นที่ชายแดน.
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001225
    .
    #News1live #News1 #อนุทินชาญวีรกูล #ชายแดนไทยกัมพูชา #ความมั่นคง #การทูต
    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เรียกฝ่ายความมั่นคงรายงานสถานการณ์ หลังเกิดเหตุทหารกัมพูชายิงกระสุนปืน ค. เข้ามาตกในเขตแดนไทย ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี. . นายกรัฐมนตรีระบุว่า ขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงได้ยื่นประท้วงไปยังฝ่ายกัมพูชาแล้ว พร้อมให้ชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือแจ้งไปยังฝ่ายกัมพูชาในทางการทูต โดยย้ำว่าแม้จะอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ ก็ยังต้องมีความรับผิดชอบต่อเหตุที่เกิดขึ้น. . นายอนุทินยืนยันว่า ประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ หากจำเป็นต้องดำเนินการตอบโต้จะพิจารณาตามขั้นตอนที่เหมาะสม พร้อมย้ำว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องอพยพประชาชนในพื้นที่ชายแดน. . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001225 . #News1live #News1 #อนุทินชาญวีรกูล #ชายแดนไทยกัมพูชา #ความมั่นคง #การทูต
    0 Comments 0 Shares 355 Views 0 Reviews
  • ช่วยคนอื่น…ช่วยสมองเราเอง! งานวิจัยชี้ “การอาสา” อาจชะลอความเสื่อมของสมองได้

    การศึกษาจากมหาวิทยาลัย Texas at Austin และ University of Massachusetts Boston พบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่าง “การช่วยเหลือผู้อื่น” กับ “อัตราการเสื่อมของสมอง” โดยข้อมูลจากการติดตามผู้สูงอายุกว่า 31,000 คนเป็นเวลาร่วม 20 ปีเผยว่า ผู้ที่อาสาช่วยเหลือผู้อื่นเป็นประจำ—ทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ—มีอัตราการเสื่อมถอยทางความคิดช้าลงถึงประมาณ 15–20% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถือว่าน่าทึ่งในงานวิจัยด้านผู้สูงอายุและภาวะสมองเสื่อม

    สิ่งที่โดดเด่นคือ “ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ชั่วคราว” แต่สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้คนช่วยเหลือผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการอาสาเพียง 2–4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ก็เพียงพอที่จะเห็นประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญ งานวิจัยชี้ว่าการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การใช้ความคิด และความรู้สึกมีคุณค่าในสังคม อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สมองยังคงทำงานได้ดีในระยะยาว

    นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบว่า “การหยุดช่วยเหลือผู้อื่น” มีความสัมพันธ์กับการลดลงของคะแนนทดสอบสมองและการเสื่อมถอยที่เร็วขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าการมีบทบาทในสังคมอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยป้องกันความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมได้อย่างมีความหมาย โดยเฉพาะในยุคที่จำนวนผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก

    เมื่อมองในภาพรวม การช่วยเหลือผู้อื่นไม่เพียงสร้างประโยชน์ต่อสังคม แต่ยังเป็น “กิจกรรมดูแลสมอง” ที่เข้าถึงง่าย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และเหมาะกับผู้สูงอายุที่ยังต้องการมีบทบาทในชุมชน การอาสาเพียงเล็กน้อยแต่สม่ำเสมออาจเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความแข็งแรงของสมองในระยะยาว

    สรุปประเด็นสำคัญจากข่าว
    การช่วยเหลือผู้อื่นช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง
    งานวิจัยพบว่าช่วยลดอัตราการเสื่อมของสมองได้ราว 15–20%
    ทั้งการอาสาแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน

    ปริมาณเวลาที่เหมาะสมคือ 2–4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
    การช่วยเหลือในระดับนี้ให้ผลดีที่สุดโดยไม่ทำให้ร่างกายหรือจิตใจล้าเกินไป

    ผลลัพธ์เป็นแบบสะสมในระยะยาว
    ยิ่งช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง สมองยิ่งได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น

    การหยุดช่วยเหลืออาจสัมพันธ์กับการเสื่อมของสมองที่เร็วขึ้น
    ผู้ที่หยุดกิจกรรมช่วยเหลือมีคะแนนทดสอบสมองลดลงเร็วกว่ากลุ่มที่ยังคงช่วยเหลือ

    การช่วยเหลือมากเกินไปอาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้า
    การอาสาเกินระดับที่เหมาะสมอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจ

    https://www.sciencealert.com/helping-others-may-be-an-easy-way-to-keep-your-brain-young-study-finds
    🧠✨ ช่วยคนอื่น…ช่วยสมองเราเอง! งานวิจัยชี้ “การอาสา” อาจชะลอความเสื่อมของสมองได้ การศึกษาจากมหาวิทยาลัย Texas at Austin และ University of Massachusetts Boston พบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่าง “การช่วยเหลือผู้อื่น” กับ “อัตราการเสื่อมของสมอง” โดยข้อมูลจากการติดตามผู้สูงอายุกว่า 31,000 คนเป็นเวลาร่วม 20 ปีเผยว่า ผู้ที่อาสาช่วยเหลือผู้อื่นเป็นประจำ—ทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ—มีอัตราการเสื่อมถอยทางความคิดช้าลงถึงประมาณ 15–20% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถือว่าน่าทึ่งในงานวิจัยด้านผู้สูงอายุและภาวะสมองเสื่อม สิ่งที่โดดเด่นคือ “ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ชั่วคราว” แต่สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้คนช่วยเหลือผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการอาสาเพียง 2–4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ก็เพียงพอที่จะเห็นประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญ งานวิจัยชี้ว่าการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การใช้ความคิด และความรู้สึกมีคุณค่าในสังคม อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สมองยังคงทำงานได้ดีในระยะยาว นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบว่า “การหยุดช่วยเหลือผู้อื่น” มีความสัมพันธ์กับการลดลงของคะแนนทดสอบสมองและการเสื่อมถอยที่เร็วขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าการมีบทบาทในสังคมอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยป้องกันความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมได้อย่างมีความหมาย โดยเฉพาะในยุคที่จำนวนผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก เมื่อมองในภาพรวม การช่วยเหลือผู้อื่นไม่เพียงสร้างประโยชน์ต่อสังคม แต่ยังเป็น “กิจกรรมดูแลสมอง” ที่เข้าถึงง่าย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และเหมาะกับผู้สูงอายุที่ยังต้องการมีบทบาทในชุมชน การอาสาเพียงเล็กน้อยแต่สม่ำเสมออาจเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความแข็งแรงของสมองในระยะยาว 📌 สรุปประเด็นสำคัญจากข่าว ✅ การช่วยเหลือผู้อื่นช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง ➡️ งานวิจัยพบว่าช่วยลดอัตราการเสื่อมของสมองได้ราว 15–20% ➡️ ทั้งการอาสาแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน ✅ ปริมาณเวลาที่เหมาะสมคือ 2–4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ➡️ การช่วยเหลือในระดับนี้ให้ผลดีที่สุดโดยไม่ทำให้ร่างกายหรือจิตใจล้าเกินไป ✅ ผลลัพธ์เป็นแบบสะสมในระยะยาว ➡️ ยิ่งช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง สมองยิ่งได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น ‼️ การหยุดช่วยเหลืออาจสัมพันธ์กับการเสื่อมของสมองที่เร็วขึ้น ⛔ ผู้ที่หยุดกิจกรรมช่วยเหลือมีคะแนนทดสอบสมองลดลงเร็วกว่ากลุ่มที่ยังคงช่วยเหลือ ‼️ การช่วยเหลือมากเกินไปอาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้า ⛔ การอาสาเกินระดับที่เหมาะสมอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจ https://www.sciencealert.com/helping-others-may-be-an-easy-way-to-keep-your-brain-young-study-finds
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Helping Others May Be an Easy Way to Keep Your Brain Young, Study Finds
    Our bodies age at different rates, sometimes closely correlated to the years we've spent alive, and sometimes less so.
    0 Comments 0 Shares 136 Views 0 Reviews
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20260105 #securityonline

    Systems over Slop: วิสัยทัศน์ AI ปี 2026 ของ Satya Nadella จุดกระแส “Microslop”
    Nadella ประกาศแนวคิดใหม่ผลักดันอุตสาหกรรม AI จากการแข่งขัน “โมเดลใหญ่แค่ไหน” ไปสู่ยุค “ระบบที่ทำงานจริง” พร้อมชี้ว่า AI ควรเป็นโครงช่วยเสริมศักยภาพมนุษย์มากกว่าผลิตคอนเทนต์ไร้คุณภาพ แต่คำพูดเรื่อง “slop” กลับจุดกระแสวิจารณ์หนักบนโซเชียล โดยผู้ใช้จำนวนมากมองว่า Microsoft ควรแก้ปัญหา Copilot ที่ยังให้ข้อมูลผิดพลาดก่อนจะพูดเรื่องคุณภาพ AI ทำให้แฮชแท็ก “Microslop” ติดเทรนด์ ขณะที่ทิศทางใหม่ของ Microsoft มุ่งสร้าง AI แบบตัวแทน (agent) ที่ทำงานร่วมกับแอปต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประโยชน์จริงในชีวิตประจำวัน
    https://securityonline.info/systems-over-slop-nadellas-2026-ai-vision-sparks-microslop-revolt

    PS5 สะเทือน: คีย์ BootROM หลุด ทำระบบความปลอดภัยพังแบบแก้ไม่ได้
    แฮ็กเกอร์ไม่ทราบชื่อปล่อยคีย์ BootROM ของ PS5 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบความปลอดภัยระดับฮาร์ดแวร์ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถเจาะลึกสถาปัตยกรรมเครื่องและอาจนำไปสู่การสร้างเฟิร์มแวร์ดัดแปลงหรือรันเกมแบบไม่จำกัดในอนาคต แม้ Sony จะออกคีย์ใหม่ในรุ่นผลิตถัดไปได้ แต่เครื่องที่ขายไปแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ ทำให้การรั่วครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรงที่สุดของคอนโซลยุคใหม่
    https://securityonline.info/the-unpatchable-leak-sonys-ps5-security-crumples-as-bootrom-keys-hit-the-web

    Bitfinex Hacker: Ilya Lichtenstein ได้รับอิสรภาพก่อนกำหนดจากกฎหมายยุค Trump
    Ilya Lichtenstein แฮ็กเกอร์ผู้อยู่เบื้องหลังการขโมย Bitcoin ครั้งใหญ่ของ Bitfinex ในปี 2016 ถูกปล่อยตัวก่อนกำหนดหลังรับโทษเพียงหนึ่งปีจากโทษจำคุกห้าปี อันเป็นผลจากกฎหมายปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่ลงนามโดยประธานาธิบดี Trump โดยเขายอมรับผิดทั้งหมดเพื่อปกป้องภรรยา และหลังได้รับอิสรภาพประกาศว่าจะหันมาทำงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์เพื่อชดเชยสังคม
    https://securityonline.info/the-hacker-returns-bitfinex-mastermind-ilya-lichtenstein-freed-early-via-trump-law

    Telegram เปิดปี 2026 ด้วยฟีเจอร์สรุปโพสต์ด้วย AI ผ่านเครือข่าย Cocoon
    Telegram อัปเดตใหม่บน iOS เพิ่มฟีเจอร์สรุปเนื้อหายาวในช่องด้วย AI ที่ประมวลผลผ่านเครือข่าย Cocoon แบบกระจายศูนย์ เน้นความเป็นส่วนตัวด้วยการเข้ารหัสทุกคำขอก่อนส่ง พร้อมปรับปรุงเอฟเฟกต์ Liquid Glass ให้สวยงามและลื่นไหลยิ่งขึ้น แม้ Android และ Windows จะยังไม่ได้ฟีเจอร์นี้ แต่คาดว่าจะตามมาในอนาคต
    https://securityonline.info/private-intelligence-telegrams-2026-update-brings-ai-summaries-via-the-cocoon-network

    CVE-2026-21440: ช่องโหว่ร้ายแรงใน AdonisJS เปิดทางเขียนไฟล์ทับและรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์
    พบช่องโหว่ระดับวิกฤตใน AdonisJS โดยเฉพาะแพ็กเกจ bodyparser ที่ยอมให้ผู้โจมตีอัปโหลดไฟล์พร้อมชื่อที่มี path traversal ทำให้สามารถเขียนไฟล์ไปยังตำแหน่งสำคัญของระบบ และอาจนำไปสู่การรันโค้ด (RCE) ได้ ผู้พัฒนาถูกแนะนำให้อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดทันทีเพื่อปิดช่องโหว่ https://securityonline.info/cve-2026-21440-new-adonisjs-9-2-critical-flaw-allows-arbitrary-file-writes-and-rce

    Sliver C2 โผล่ในปฏิบัติการเจาะ FortiWeb เจาะลึกเหยื่อกว่า 30 รายใน 8 วัน
    รายงานเผยกลุ่มผู้โจมตีใช้ช่องโหว่ React2Shell เพื่อฝัง Sliver C2 ลงในอุปกรณ์ FortiWeb พร้อมใช้เทคนิคพรางตัว เช่น FRP และ microsocks ที่ถูกปลอมเป็นบริการพิมพ์ CUPS เพื่อซ่อนทราฟฟิก ทำให้สามารถเข้าถึงระบบองค์กรในบังกลาเทศและปากีสถานได้อย่างแนบเนียน โดยแคมเปญนี้ชี้ให้เห็นช่องโหว่ใหญ่ของอุปกรณ์ edge ที่ขาดระบบตรวจจับภัยคุกคามในตัว
    https://securityonline.info/sliver-in-the-stack-exposed-logs-reveal-targeted-fortiweb-exploitation-campaign

    VVS Stealer มัลแวร์ล่องหน ใช้ Pyarmor ซ่อนโค้ดก่อนขโมยบัญชี Discord
    มัลแวร์ VVS Stealer ที่ถูกขายใน Telegram ใช้ Pyarmor เพื่อเข้ารหัสโค้ด Python ทำให้สแกนไม่เจอ ก่อนจะฉีดโค้ดลงในแอป Discord เพื่อขโมยโทเคน เข้าถึงบัญชี ดูข้อมูลบัตร และดึงข้อมูลจากเบราว์เซอร์กว่า 10 ตัว พร้อมหลอกผู้ใช้ด้วยหน้าต่าง “Fatal Error” ปลอม ทั้งหมดนี้ในราคาขายเพียงหลักสิบยูโร ทำให้ผู้ไม่เชี่ยวชาญก็เข้าถึงเครื่องมือระดับสูงได้
    https://securityonline.info/the-invisible-predator-how-vvs-stealer-abuses-pyarmor-to-ghost-discord-accounts

    CVE-2025-66848: ช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ JD Cloud เปิดทางยึดเครื่องแบบ root
    พบช่องโหว่ในเราเตอร์ JD Cloud หลายรุ่นที่ปล่อยข้อมูล MAC และ feedid ผ่าน API ทำให้ผู้โจมตีสร้างโทเคนแอดมินปลอมได้ ก่อนใช้ช่องโหว่ command injection ในบริการ DDNS เพื่อเปิด backdoor และยึดสิทธิ์ root แบบเต็มตัว ส่งผลให้ผู้ใช้ตามบ้านและธุรกิจเสี่ยงถูกดักข้อมูลหรือถูกใช้เป็นฐานโจมตีต่อ
    https://securityonline.info/cve-2025-66848-critical-flaw-in-jd-cloud-routers-grants-hackers-root-access

    Transparent Tribe ใช้ไฟล์ JLPT ปลอมล่อเหยื่ออินเดียในแคมเปญจารกรรมแบบ Fileless
    กลุ่ม APT36 ใช้ไฟล์ LNK ปลอมที่ปลอมตัวเป็น PDF เกี่ยวกับข้อสอบ JLPT เพื่อหลอกเหยื่อในอินเดีย โดยไฟล์จะเรียกใช้ mshta.exe เพื่อรันสคริปต์อันตรายแบบ fileless พร้อมตรวจสอบโปรแกรมแอนติไวรัสในเครื่องและปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม ก่อนทำงานเป็น RAT เต็มรูปแบบที่สามารถดึงไฟล์ จับภาพหน้าจอ และขโมยข้อมูลสำคัญได้
    https://securityonline.info/transparent-tribe-weaponizes-jlpt-tests-in-new-cyber-espionage-campaign-against-india

    หลอกต่ออายุโดเมนปลอม: แคมเปญฟิชชิ่ง WordPress ขโมยบัตรเครดิตผ่าน Telegram
    อีเมลปลอมแจ้งเตือนต่ออายุโดเมนพาเหยื่อไปยังหน้า checkout ปลอมที่เลียนแบบ WordPress อย่างแนบเนียน เก็บข้อมูลบัตรเครดิตและ OTP 3-D Secure แล้วส่งไปยัง Telegram bot ของผู้โจมตี โดยระบบถูกออกแบบให้ “ยืนยันล้มเหลว” เสมอเพื่อหลอกให้เหยื่อกรอก OTP ซ้ำหลายครั้ง เพิ่มโอกาสขโมยธุรกรรมได้สำเร็จ
    https://securityonline.info/new-wordpress-phishing-scam-steals-credit-cards-via-telegram

    OpenAI เล็งซื้อ Pinterest มูลค่า 17 พันล้านดอลลาร์
    OpenAI ถูกเผยว่ากำลังพิจารณาเข้าซื้อ Pinterest เพื่อเสริมพลังข้อมูลภาพจำนวนมหาศาล โครงสร้างโฆษณาที่พร้อมใช้งาน และเครือข่ายร้านค้าขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยยกระดับโมเดลมัลติโหมดและต่อยอดรายได้เชิงพาณิชย์ให้แข็งแกร่งขึ้น โดย Pinterest ถือเป็น “สมุดภาพดิจิทัล” ที่เต็มไปด้วยข้อมูลภาพพร้อมคำอธิบายที่เหมาะอย่างยิ่งต่อการฝึก AI ขนาดใหญ่ และยังช่วยให้ OpenAI แข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่าง Google ได้มั่นคงยิ่งขึ้น
    https://securityonline.info/the-scrapbook-strategy-why-openai-is-betting-17-billion-on-pinterest

    ช่องโหว่ร้ายแรงในซอฟต์แวร์ Eaton UPS เสี่ยงถูกยึดระบบ
    Eaton ออกประกาศเตือนด่วนเกี่ยวกับช่องโหว่ความปลอดภัยระดับสูงในซอฟต์แวร์ UPS Companion ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดอันตรายบนเครื่องได้ผ่านปัญหา DLL Hijacking และ Unquoted Search Path โดยช่องโหว่นี้กระทบทุกเวอร์ชันก่อน 3.0 และแนะนำให้ผู้ใช้รีบอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์สำคัญที่เชื่อมต่ออยู่
    https://securityonline.info/eaton-ups-software-flaws-expose-systems-to-high-risk-code-execution

    DarkSpectre ปฏิบัติการจารกรรมผ่านส่วนขยายเบราว์เซอร์กว่า 8.8 ล้านราย
    Koi Security เปิดโปงปฏิบัติการสอดแนมไซเบอร์ระดับรัฐชื่อ “DarkSpectre” ที่แฝงตัวในส่วนขยาย Chrome, Edge และ Firefox กว่า 300 ตัวมานานเกือบสิบปี โดยเริ่มจากการทำตัวเหมือนส่วนขยายปกติสะสมผู้ใช้ ก่อนอัปเดตเป็นมัลแวร์เพื่อขโมยข้อมูลประชุมองค์กรและข้อมูลสำคัญอื่น ๆ ซึ่งเชื่อมโยงกับหลายแคมเปญใหญ่ เช่น ShadyPanda และ GhostPoster ทำให้ผู้ใช้หลายล้านรายตกอยู่ในความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว
    https://securityonline.info/the-sleeper-in-your-browser-how-darkspectre-turned-8-8-million-extensions-into-state-aligned-spies

    ช่องโหว่ Zero‑Click ใน PrestaShop เสี่ยงถูกยึดบัญชีจากอีเมลเพียงฉบับเดียว
    มีการเปิดเผยช่องโหว่ร้ายแรงในระบบ Checkout ของ PrestaShop ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้ายึดบัญชีผู้ใช้ได้เพียงแค่รู้ที่อยู่อีเมล โดยไม่ต้องมีการคลิกหรือโต้ตอบใด ๆ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อร้านค้าออนไลน์และข้อมูลลูกค้าอย่างมาก พร้อมมีการเผยแพร่ PoC แล้ว ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
    https://securityonline.info/zero-click-hijack-the-prestashop-checkout-flaw-that-turns-emails-into-full-account-access-poc-publishes

    เรื่องเล่าจากโลกไซเบอร์: วันที่ QNAP ต้องเผชิญเงามืด
    ลองนึกภาพบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เก็บข้อมูลอย่าง QNAP ที่ปกติทำงานเงียบ ๆ อยู่เบื้องหลัง แต่วันหนึ่งกลับพบสัญญาณผิดปกติในระบบของลูกค้าทั่วโลก ไฟล์บางส่วนถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เส้นทางข้อมูลบางจุดถูกแก้ไขอย่างแยบยล และมีร่องรอยของการสแกนหาช่องโหว่แบบเป็นระบบ ทีมวิศวกรของ QNAP ต้องระดมกำลังทั้งคืนเพื่อไล่หาต้นตอ จนพบว่ามีช่องโหว่ที่เปิดให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเจาะเข้ามาได้หากตั้งค่าระบบไม่รัดกุม พวกเขารีบออกแพตช์ แนะนำวิธีป้องกัน และแจ้งเตือนผู้ใช้ทั่วโลกให้รีบอัปเดต ก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามไปมากกว่านี้ เหตุการณ์นี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญว่าแม้แต่ระบบที่ดูปลอดภัย ก็ยังต้องเฝ้าระวังและอัปเดตอยู่เสมอ เพราะในโลกไซเบอร์ ไม่มีใครปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์
    https://securityonline.info/qnap-patches-high-severity-sql-injection-and-path-traversal-flaws/
    📌🔐🟡 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🟡🔐📌 #รวมข่าวIT #20260105 #securityonline 🧠 Systems over Slop: วิสัยทัศน์ AI ปี 2026 ของ Satya Nadella จุดกระแส “Microslop” Nadella ประกาศแนวคิดใหม่ผลักดันอุตสาหกรรม AI จากการแข่งขัน “โมเดลใหญ่แค่ไหน” ไปสู่ยุค “ระบบที่ทำงานจริง” พร้อมชี้ว่า AI ควรเป็นโครงช่วยเสริมศักยภาพมนุษย์มากกว่าผลิตคอนเทนต์ไร้คุณภาพ แต่คำพูดเรื่อง “slop” กลับจุดกระแสวิจารณ์หนักบนโซเชียล โดยผู้ใช้จำนวนมากมองว่า Microsoft ควรแก้ปัญหา Copilot ที่ยังให้ข้อมูลผิดพลาดก่อนจะพูดเรื่องคุณภาพ AI ทำให้แฮชแท็ก “Microslop” ติดเทรนด์ ขณะที่ทิศทางใหม่ของ Microsoft มุ่งสร้าง AI แบบตัวแทน (agent) ที่ทำงานร่วมกับแอปต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประโยชน์จริงในชีวิตประจำวัน 🔗 https://securityonline.info/systems-over-slop-nadellas-2026-ai-vision-sparks-microslop-revolt 🎮 PS5 สะเทือน: คีย์ BootROM หลุด ทำระบบความปลอดภัยพังแบบแก้ไม่ได้ แฮ็กเกอร์ไม่ทราบชื่อปล่อยคีย์ BootROM ของ PS5 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบความปลอดภัยระดับฮาร์ดแวร์ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถเจาะลึกสถาปัตยกรรมเครื่องและอาจนำไปสู่การสร้างเฟิร์มแวร์ดัดแปลงหรือรันเกมแบบไม่จำกัดในอนาคต แม้ Sony จะออกคีย์ใหม่ในรุ่นผลิตถัดไปได้ แต่เครื่องที่ขายไปแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ ทำให้การรั่วครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรงที่สุดของคอนโซลยุคใหม่ 🔗 https://securityonline.info/the-unpatchable-leak-sonys-ps5-security-crumples-as-bootrom-keys-hit-the-web 💰 Bitfinex Hacker: Ilya Lichtenstein ได้รับอิสรภาพก่อนกำหนดจากกฎหมายยุค Trump Ilya Lichtenstein แฮ็กเกอร์ผู้อยู่เบื้องหลังการขโมย Bitcoin ครั้งใหญ่ของ Bitfinex ในปี 2016 ถูกปล่อยตัวก่อนกำหนดหลังรับโทษเพียงหนึ่งปีจากโทษจำคุกห้าปี อันเป็นผลจากกฎหมายปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่ลงนามโดยประธานาธิบดี Trump โดยเขายอมรับผิดทั้งหมดเพื่อปกป้องภรรยา และหลังได้รับอิสรภาพประกาศว่าจะหันมาทำงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์เพื่อชดเชยสังคม 🔗 https://securityonline.info/the-hacker-returns-bitfinex-mastermind-ilya-lichtenstein-freed-early-via-trump-law 📱 Telegram เปิดปี 2026 ด้วยฟีเจอร์สรุปโพสต์ด้วย AI ผ่านเครือข่าย Cocoon Telegram อัปเดตใหม่บน iOS เพิ่มฟีเจอร์สรุปเนื้อหายาวในช่องด้วย AI ที่ประมวลผลผ่านเครือข่าย Cocoon แบบกระจายศูนย์ เน้นความเป็นส่วนตัวด้วยการเข้ารหัสทุกคำขอก่อนส่ง พร้อมปรับปรุงเอฟเฟกต์ Liquid Glass ให้สวยงามและลื่นไหลยิ่งขึ้น แม้ Android และ Windows จะยังไม่ได้ฟีเจอร์นี้ แต่คาดว่าจะตามมาในอนาคต 🔗 https://securityonline.info/private-intelligence-telegrams-2026-update-brings-ai-summaries-via-the-cocoon-network ⚠️ CVE-2026-21440: ช่องโหว่ร้ายแรงใน AdonisJS เปิดทางเขียนไฟล์ทับและรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ พบช่องโหว่ระดับวิกฤตใน AdonisJS โดยเฉพาะแพ็กเกจ bodyparser ที่ยอมให้ผู้โจมตีอัปโหลดไฟล์พร้อมชื่อที่มี path traversal ทำให้สามารถเขียนไฟล์ไปยังตำแหน่งสำคัญของระบบ และอาจนำไปสู่การรันโค้ด (RCE) ได้ ผู้พัฒนาถูกแนะนำให้อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดทันทีเพื่อปิดช่องโหว่ 🔗 https://securityonline.info/cve-2026-21440-new-adonisjs-9-2-critical-flaw-allows-arbitrary-file-writes-and-rce 🕵️‍♂️ Sliver C2 โผล่ในปฏิบัติการเจาะ FortiWeb เจาะลึกเหยื่อกว่า 30 รายใน 8 วัน รายงานเผยกลุ่มผู้โจมตีใช้ช่องโหว่ React2Shell เพื่อฝัง Sliver C2 ลงในอุปกรณ์ FortiWeb พร้อมใช้เทคนิคพรางตัว เช่น FRP และ microsocks ที่ถูกปลอมเป็นบริการพิมพ์ CUPS เพื่อซ่อนทราฟฟิก ทำให้สามารถเข้าถึงระบบองค์กรในบังกลาเทศและปากีสถานได้อย่างแนบเนียน โดยแคมเปญนี้ชี้ให้เห็นช่องโหว่ใหญ่ของอุปกรณ์ edge ที่ขาดระบบตรวจจับภัยคุกคามในตัว https://securityonline.info/sliver-in-the-stack-exposed-logs-reveal-targeted-fortiweb-exploitation-campaign 👻 VVS Stealer มัลแวร์ล่องหน ใช้ Pyarmor ซ่อนโค้ดก่อนขโมยบัญชี Discord มัลแวร์ VVS Stealer ที่ถูกขายใน Telegram ใช้ Pyarmor เพื่อเข้ารหัสโค้ด Python ทำให้สแกนไม่เจอ ก่อนจะฉีดโค้ดลงในแอป Discord เพื่อขโมยโทเคน เข้าถึงบัญชี ดูข้อมูลบัตร และดึงข้อมูลจากเบราว์เซอร์กว่า 10 ตัว พร้อมหลอกผู้ใช้ด้วยหน้าต่าง “Fatal Error” ปลอม ทั้งหมดนี้ในราคาขายเพียงหลักสิบยูโร ทำให้ผู้ไม่เชี่ยวชาญก็เข้าถึงเครื่องมือระดับสูงได้ 🔗 https://securityonline.info/the-invisible-predator-how-vvs-stealer-abuses-pyarmor-to-ghost-discord-accounts 📡 CVE-2025-66848: ช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ JD Cloud เปิดทางยึดเครื่องแบบ root พบช่องโหว่ในเราเตอร์ JD Cloud หลายรุ่นที่ปล่อยข้อมูล MAC และ feedid ผ่าน API ทำให้ผู้โจมตีสร้างโทเคนแอดมินปลอมได้ ก่อนใช้ช่องโหว่ command injection ในบริการ DDNS เพื่อเปิด backdoor และยึดสิทธิ์ root แบบเต็มตัว ส่งผลให้ผู้ใช้ตามบ้านและธุรกิจเสี่ยงถูกดักข้อมูลหรือถูกใช้เป็นฐานโจมตีต่อ 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-66848-critical-flaw-in-jd-cloud-routers-grants-hackers-root-access 🎭 Transparent Tribe ใช้ไฟล์ JLPT ปลอมล่อเหยื่ออินเดียในแคมเปญจารกรรมแบบ Fileless กลุ่ม APT36 ใช้ไฟล์ LNK ปลอมที่ปลอมตัวเป็น PDF เกี่ยวกับข้อสอบ JLPT เพื่อหลอกเหยื่อในอินเดีย โดยไฟล์จะเรียกใช้ mshta.exe เพื่อรันสคริปต์อันตรายแบบ fileless พร้อมตรวจสอบโปรแกรมแอนติไวรัสในเครื่องและปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม ก่อนทำงานเป็น RAT เต็มรูปแบบที่สามารถดึงไฟล์ จับภาพหน้าจอ และขโมยข้อมูลสำคัญได้ 🔗 https://securityonline.info/transparent-tribe-weaponizes-jlpt-tests-in-new-cyber-espionage-campaign-against-india 💳 หลอกต่ออายุโดเมนปลอม: แคมเปญฟิชชิ่ง WordPress ขโมยบัตรเครดิตผ่าน Telegram อีเมลปลอมแจ้งเตือนต่ออายุโดเมนพาเหยื่อไปยังหน้า checkout ปลอมที่เลียนแบบ WordPress อย่างแนบเนียน เก็บข้อมูลบัตรเครดิตและ OTP 3-D Secure แล้วส่งไปยัง Telegram bot ของผู้โจมตี โดยระบบถูกออกแบบให้ “ยืนยันล้มเหลว” เสมอเพื่อหลอกให้เหยื่อกรอก OTP ซ้ำหลายครั้ง เพิ่มโอกาสขโมยธุรกรรมได้สำเร็จ 🔗 https://securityonline.info/new-wordpress-phishing-scam-steals-credit-cards-via-telegram 🧠 OpenAI เล็งซื้อ Pinterest มูลค่า 17 พันล้านดอลลาร์ OpenAI ถูกเผยว่ากำลังพิจารณาเข้าซื้อ Pinterest เพื่อเสริมพลังข้อมูลภาพจำนวนมหาศาล โครงสร้างโฆษณาที่พร้อมใช้งาน และเครือข่ายร้านค้าขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยยกระดับโมเดลมัลติโหมดและต่อยอดรายได้เชิงพาณิชย์ให้แข็งแกร่งขึ้น โดย Pinterest ถือเป็น “สมุดภาพดิจิทัล” ที่เต็มไปด้วยข้อมูลภาพพร้อมคำอธิบายที่เหมาะอย่างยิ่งต่อการฝึก AI ขนาดใหญ่ และยังช่วยให้ OpenAI แข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่าง Google ได้มั่นคงยิ่งขึ้น 🔗 https://securityonline.info/the-scrapbook-strategy-why-openai-is-betting-17-billion-on-pinterest ⚡ ช่องโหว่ร้ายแรงในซอฟต์แวร์ Eaton UPS เสี่ยงถูกยึดระบบ Eaton ออกประกาศเตือนด่วนเกี่ยวกับช่องโหว่ความปลอดภัยระดับสูงในซอฟต์แวร์ UPS Companion ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดอันตรายบนเครื่องได้ผ่านปัญหา DLL Hijacking และ Unquoted Search Path โดยช่องโหว่นี้กระทบทุกเวอร์ชันก่อน 3.0 และแนะนำให้ผู้ใช้รีบอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์สำคัญที่เชื่อมต่ออยู่ 🔗 https://securityonline.info/eaton-ups-software-flaws-expose-systems-to-high-risk-code-execution 🕵️‍♂️ DarkSpectre ปฏิบัติการจารกรรมผ่านส่วนขยายเบราว์เซอร์กว่า 8.8 ล้านราย Koi Security เปิดโปงปฏิบัติการสอดแนมไซเบอร์ระดับรัฐชื่อ “DarkSpectre” ที่แฝงตัวในส่วนขยาย Chrome, Edge และ Firefox กว่า 300 ตัวมานานเกือบสิบปี โดยเริ่มจากการทำตัวเหมือนส่วนขยายปกติสะสมผู้ใช้ ก่อนอัปเดตเป็นมัลแวร์เพื่อขโมยข้อมูลประชุมองค์กรและข้อมูลสำคัญอื่น ๆ ซึ่งเชื่อมโยงกับหลายแคมเปญใหญ่ เช่น ShadyPanda และ GhostPoster ทำให้ผู้ใช้หลายล้านรายตกอยู่ในความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว 🔗 https://securityonline.info/the-sleeper-in-your-browser-how-darkspectre-turned-8-8-million-extensions-into-state-aligned-spies 🔓 ช่องโหว่ Zero‑Click ใน PrestaShop เสี่ยงถูกยึดบัญชีจากอีเมลเพียงฉบับเดียว มีการเปิดเผยช่องโหว่ร้ายแรงในระบบ Checkout ของ PrestaShop ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้ายึดบัญชีผู้ใช้ได้เพียงแค่รู้ที่อยู่อีเมล โดยไม่ต้องมีการคลิกหรือโต้ตอบใด ๆ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อร้านค้าออนไลน์และข้อมูลลูกค้าอย่างมาก พร้อมมีการเผยแพร่ PoC แล้ว ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว 🔗 https://securityonline.info/zero-click-hijack-the-prestashop-checkout-flaw-that-turns-emails-into-full-account-access-poc-publishes 🌩️ เรื่องเล่าจากโลกไซเบอร์: วันที่ QNAP ต้องเผชิญเงามืด ลองนึกภาพบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เก็บข้อมูลอย่าง QNAP ที่ปกติทำงานเงียบ ๆ อยู่เบื้องหลัง แต่วันหนึ่งกลับพบสัญญาณผิดปกติในระบบของลูกค้าทั่วโลก ไฟล์บางส่วนถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เส้นทางข้อมูลบางจุดถูกแก้ไขอย่างแยบยล และมีร่องรอยของการสแกนหาช่องโหว่แบบเป็นระบบ ทีมวิศวกรของ QNAP ต้องระดมกำลังทั้งคืนเพื่อไล่หาต้นตอ จนพบว่ามีช่องโหว่ที่เปิดให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเจาะเข้ามาได้หากตั้งค่าระบบไม่รัดกุม พวกเขารีบออกแพตช์ แนะนำวิธีป้องกัน และแจ้งเตือนผู้ใช้ทั่วโลกให้รีบอัปเดต ก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามไปมากกว่านี้ เหตุการณ์นี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญว่าแม้แต่ระบบที่ดูปลอดภัย ก็ยังต้องเฝ้าระวังและอัปเดตอยู่เสมอ เพราะในโลกไซเบอร์ ไม่มีใครปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ 🔗 https://securityonline.info/qnap-patches-high-severity-sql-injection-and-path-traversal-flaws/
    SECURITYONLINE.INFO
    Systems over Slop: Nadella’s 2026 AI Vision Sparks "Microslop" Revolt
    Satya Nadella’s 2026 AI manifesto calls for a shift from "models to systems," but the #Microslop backlash proves users are tired of AI-generated junk.
    0 Comments 0 Shares 443 Views 0 Reviews
  • AI ออกแบบบ้านยุคใหม่: เร็วขึ้น ง่ายขึ้น แต่ยังต้องมีมนุษย์กำกับ

    เทคโนโลยี AI กำลังเปลี่ยนโลกของการออกแบบภายในอย่างก้าวกระโดด จากเดิมที่ต้องใช้เวลาหลายวันในการทำแบบร่างและเรนเดอร์ภาพ ตอนนี้แพลตฟอร์มอย่าง Havenly, Spoak และ Hover สามารถสร้างภาพจำลอง 3D ของห้องจริงได้ภายในไม่กี่วินาที เพียงอัปโหลดรูปห้องและตอบคำถามไม่กี่ข้อ ผู้ใช้ก็จะได้เห็นภาพห้องในสไตล์ใหม่แบบทันทีทันใด ทำให้การรีโนเวตบ้านกลายเป็นเรื่องง่ายเหมือนเล่นแอปแต่งภาพบนมือถือ

    อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะช่วยให้การออกแบบเร็วขึ้น แต่ก็ยังมีข้อจำกัดสำคัญ เช่น ความแม่นยำของขนาดพื้นที่ การเลือกวัสดุที่มีอยู่จริง หรือการจัดวางที่อาจผิดหลักการก่อสร้าง นักออกแบบและผู้รับเหมายังคงต้องตรวจสอบความเป็นไปได้ของแบบที่ AI สร้างขึ้น เพื่อป้องกันความผิดพลาด เช่น ประตูที่เปิดไม่ได้ หรือการติดตั้งอุปกรณ์บนผนังที่ไม่เหมาะสม

    ในอีกด้านหนึ่ง AI ยังช่วยให้เจ้าของบ้านมีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบมากขึ้น คล้ายกับยุค Pinterest ที่ผู้ใช้เริ่มนำภาพแรงบันดาลใจมาให้ดีไซเนอร์ แต่ตอนนี้ผู้ใช้สามารถ “ลองแต่งห้องเอง” ได้ก่อนจะคุยกับมืออาชีพ ทำให้การสื่อสารระหว่างลูกค้าและนักออกแบบชัดเจนขึ้น ลดความคลาดเคลื่อนและประหยัดเวลาอย่างมาก

    แม้หลายคนกังวลว่า AI จะมาแย่งงานนักออกแบบ แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายรายกลับมองว่า AI จะช่วยลดงานเอกสารและงานเรนเดอร์ที่กินเวลา ทำให้นักออกแบบมีเวลาสร้างสรรค์งานเชิงศิลป์มากขึ้น และอาจทำให้เกิด “การกลับมาของงานคราฟต์” เช่น การวาดแบบด้วยมือ ที่ให้ความรู้สึกมีชีวิตและเอกลักษณ์มากกว่าแบบที่ AI สร้างขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    AI ช่วยให้การออกแบบบ้านเร็วขึ้นและเข้าถึงง่ายขึ้น
    ผู้ใช้สามารถอัปโหลดภาพและได้ภาพเรนเดอร์ 3D ภายในไม่กี่วินาที
    แพลตฟอร์มอย่าง Havenly, Spoak, Hover และ Block นำ AI มาใช้ในงานออกแบบอย่างแพร่หลาย

    ผู้ใช้มีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบมากขึ้น
    AI ทำให้เจ้าของบ้านทดลองแต่งห้องเองได้ก่อนคุยกับนักออกแบบ
    ช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารระหว่างลูกค้าและผู้รับเหมา

    AI ช่วยลดงานซ้ำซ้อนของนักออกแบบ
    ลดเวลาทำเรนเดอร์และงานเอกสาร
    เปิดโอกาสให้นักออกแบบโฟกัสงานสร้างสรรค์มากขึ้น

    ข้อควรระวังและข้อจำกัดของการใช้ AI ออกแบบบ้าน
    แบบที่ AI สร้างอาจผิดหลักการก่อสร้าง เช่น การวางอุปกรณ์ผิดตำแหน่ง
    ความแม่นยำของขนาดพื้นที่และวัสดุอาจไม่ตรงกับของจริง

    AI ยังไม่สามารถแทนที่นักออกแบบได้เต็มรูปแบบ
    ยังขาดความ “มีชีวิต” และความประณีตแบบมนุษย์
    ต้องมีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความเป็นไปได้ก่อนนำไปก่อสร้างจริง

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/02/would-you-let-ai-design-your-living-room
    🛋️ AI ออกแบบบ้านยุคใหม่: เร็วขึ้น ง่ายขึ้น แต่ยังต้องมีมนุษย์กำกับ เทคโนโลยี AI กำลังเปลี่ยนโลกของการออกแบบภายในอย่างก้าวกระโดด จากเดิมที่ต้องใช้เวลาหลายวันในการทำแบบร่างและเรนเดอร์ภาพ ตอนนี้แพลตฟอร์มอย่าง Havenly, Spoak และ Hover สามารถสร้างภาพจำลอง 3D ของห้องจริงได้ภายในไม่กี่วินาที เพียงอัปโหลดรูปห้องและตอบคำถามไม่กี่ข้อ ผู้ใช้ก็จะได้เห็นภาพห้องในสไตล์ใหม่แบบทันทีทันใด ทำให้การรีโนเวตบ้านกลายเป็นเรื่องง่ายเหมือนเล่นแอปแต่งภาพบนมือถือ อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะช่วยให้การออกแบบเร็วขึ้น แต่ก็ยังมีข้อจำกัดสำคัญ เช่น ความแม่นยำของขนาดพื้นที่ การเลือกวัสดุที่มีอยู่จริง หรือการจัดวางที่อาจผิดหลักการก่อสร้าง นักออกแบบและผู้รับเหมายังคงต้องตรวจสอบความเป็นไปได้ของแบบที่ AI สร้างขึ้น เพื่อป้องกันความผิดพลาด เช่น ประตูที่เปิดไม่ได้ หรือการติดตั้งอุปกรณ์บนผนังที่ไม่เหมาะสม ในอีกด้านหนึ่ง AI ยังช่วยให้เจ้าของบ้านมีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบมากขึ้น คล้ายกับยุค Pinterest ที่ผู้ใช้เริ่มนำภาพแรงบันดาลใจมาให้ดีไซเนอร์ แต่ตอนนี้ผู้ใช้สามารถ “ลองแต่งห้องเอง” ได้ก่อนจะคุยกับมืออาชีพ ทำให้การสื่อสารระหว่างลูกค้าและนักออกแบบชัดเจนขึ้น ลดความคลาดเคลื่อนและประหยัดเวลาอย่างมาก แม้หลายคนกังวลว่า AI จะมาแย่งงานนักออกแบบ แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายรายกลับมองว่า AI จะช่วยลดงานเอกสารและงานเรนเดอร์ที่กินเวลา ทำให้นักออกแบบมีเวลาสร้างสรรค์งานเชิงศิลป์มากขึ้น และอาจทำให้เกิด “การกลับมาของงานคราฟต์” เช่น การวาดแบบด้วยมือ ที่ให้ความรู้สึกมีชีวิตและเอกลักษณ์มากกว่าแบบที่ AI สร้างขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ AI ช่วยให้การออกแบบบ้านเร็วขึ้นและเข้าถึงง่ายขึ้น ➡️ ผู้ใช้สามารถอัปโหลดภาพและได้ภาพเรนเดอร์ 3D ภายในไม่กี่วินาที ➡️ แพลตฟอร์มอย่าง Havenly, Spoak, Hover และ Block นำ AI มาใช้ในงานออกแบบอย่างแพร่หลาย ✅ ผู้ใช้มีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบมากขึ้น ➡️ AI ทำให้เจ้าของบ้านทดลองแต่งห้องเองได้ก่อนคุยกับนักออกแบบ ➡️ ช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารระหว่างลูกค้าและผู้รับเหมา ✅ AI ช่วยลดงานซ้ำซ้อนของนักออกแบบ ➡️ ลดเวลาทำเรนเดอร์และงานเอกสาร ➡️ เปิดโอกาสให้นักออกแบบโฟกัสงานสร้างสรรค์มากขึ้น ‼️ ข้อควรระวังและข้อจำกัดของการใช้ AI ออกแบบบ้าน ⛔ แบบที่ AI สร้างอาจผิดหลักการก่อสร้าง เช่น การวางอุปกรณ์ผิดตำแหน่ง ⛔ ความแม่นยำของขนาดพื้นที่และวัสดุอาจไม่ตรงกับของจริง ‼️ AI ยังไม่สามารถแทนที่นักออกแบบได้เต็มรูปแบบ ⛔ ยังขาดความ “มีชีวิต” และความประณีตแบบมนุษย์ ⛔ ต้องมีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความเป็นไปได้ก่อนนำไปก่อสร้างจริง https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/02/would-you-let-ai-design-your-living-room
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Would you let AI design your living room?
    A growing number of home renovation and interior design platforms are rolling out A.I.-enabled imaging tools capable of redesigning rooms in an instant.
    0 Comments 0 Shares 118 Views 0 Reviews
  • 5 สิ่งที่ไม่ควรทำบนโทรศัพท์บริษัท — ถ้าไม่อยากมีปัญหาใหญ่ตามมา

    โทรศัพท์บริษัทอาจดูเหมือนเป็นของส่วนตัว แต่จริง ๆ แล้วเป็นทรัพย์สินขององค์กร และมักถูกติดตั้งระบบ MDM ที่สามารถตรวจสอบการใช้งาน แอปที่เปิด และทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตได้อย่างละเอียด การใช้งานผิดประเภทไม่เพียงเสี่ยงต่อข้อมูลบริษัท แต่ยังอาจกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของคุณเองด้วย บทความนี้จึงเตือน 5 พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด

    หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการใช้โซเชียลมีเดียส่วนตัวบนโทรศัพท์บริษัท เพราะทำให้ข้อมูลส่วนตัวปะปนกับอุปกรณ์ที่ถูกตรวจสอบได้ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการคลิกลิงก์หลอกลวงที่อาจทำให้มัลแวร์เข้ามาในระบบองค์กร นอกจากนี้ การติดตั้งแอปการเงินหรือแอปธนาคารก็เป็นความเสี่ยงสูง เพราะข้อมูลสำคัญอย่างรหัสผ่านหรือ 2FA อาจถูกเปิดเผย และหากบริษัทลบข้อมูลจากระยะไกล คุณอาจสูญเสียการเข้าถึงบัญชีของตัวเองได้

    บทความยังเตือนเรื่องการ sideload แอปจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่มัลแวร์ใช้เจาะระบบมือถือ รวมถึงการดูคอนเทนต์ไม่เหมาะสม เพราะแม้จะเปิดโหมด incognito แต่ฝ่าย IT ก็ยังเห็นทราฟฟิกได้ และอาจนำไปสู่ปัญหาทางวินัยร้ายแรง สุดท้ายคือการหางานใหม่หรือจดไอเดียสตาร์ทอัปบนโทรศัพท์บริษัท เพราะทุกอย่างถูกบันทึกเป็นร่องรอยดิจิทัล และอาจทำให้บริษัทอ้างสิทธิ์ในไอเดียนั้นได้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากบทความ
    โทรศัพท์บริษัทเป็นทรัพย์สินองค์กรและถูกตรวจสอบได้ผ่านระบบ MDM
    ไม่ควรใช้โซเชียลมีเดียส่วนตัวบนโทรศัพท์บริษัท เพราะเสี่ยงข้อมูลรั่วและกระทบประเมินผลงาน
    ห้ามติดตั้งแอปการเงินหรือใช้เป็นอุปกรณ์หลักสำหรับธุรกรรม เพราะเสี่ยงต่อข้อมูลสำคัญและการลบข้อมูลจากระยะไกล
    หลีกเลี่ยงการ sideload แอปจากแหล่งภายนอก เพราะเป็นช่องทางมัลแวร์เข้าระบบได้ง่ายมาก
    ไม่ควรดูคอนเทนต์ไม่เหมาะสม เพราะ incognito ไม่ช่วยปกปิดทราฟฟิกจากฝ่าย IT
    ห้ามหางานใหม่หรือจดไอเดียส่วนตัวบนโทรศัพท์บริษัท เพราะทิ้งร่องรอยดิจิทัลและอาจถูกอ้างสิทธิ์โดยบริษัทได้

    คำเตือนสำคัญ
    การใช้โทรศัพท์บริษัทผิดประเภทอาจทำให้ข้อมูลองค์กรรั่วไหล
    การติดตั้งแอปนอกสโตร์เสี่ยงต่อมัลแวร์และการถูกเจาะระบบ
    การดูคอนเทนต์ไม่เหมาะสมอาจนำไปสู่บทลงโทษทางวินัย
    การจดไอเดียธุรกิจบนอุปกรณ์บริษัทอาจทำให้บริษัทถือสิทธิ์ในผลงานนั้น

    https://www.slashgear.com/2066263/things-you-should-never-do-on-company-phone/
    📱🚫 5 สิ่งที่ไม่ควรทำบนโทรศัพท์บริษัท — ถ้าไม่อยากมีปัญหาใหญ่ตามมา โทรศัพท์บริษัทอาจดูเหมือนเป็นของส่วนตัว แต่จริง ๆ แล้วเป็นทรัพย์สินขององค์กร และมักถูกติดตั้งระบบ MDM ที่สามารถตรวจสอบการใช้งาน แอปที่เปิด และทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตได้อย่างละเอียด การใช้งานผิดประเภทไม่เพียงเสี่ยงต่อข้อมูลบริษัท แต่ยังอาจกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของคุณเองด้วย บทความนี้จึงเตือน 5 พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการใช้โซเชียลมีเดียส่วนตัวบนโทรศัพท์บริษัท เพราะทำให้ข้อมูลส่วนตัวปะปนกับอุปกรณ์ที่ถูกตรวจสอบได้ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการคลิกลิงก์หลอกลวงที่อาจทำให้มัลแวร์เข้ามาในระบบองค์กร นอกจากนี้ การติดตั้งแอปการเงินหรือแอปธนาคารก็เป็นความเสี่ยงสูง เพราะข้อมูลสำคัญอย่างรหัสผ่านหรือ 2FA อาจถูกเปิดเผย และหากบริษัทลบข้อมูลจากระยะไกล คุณอาจสูญเสียการเข้าถึงบัญชีของตัวเองได้ บทความยังเตือนเรื่องการ sideload แอปจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่มัลแวร์ใช้เจาะระบบมือถือ รวมถึงการดูคอนเทนต์ไม่เหมาะสม เพราะแม้จะเปิดโหมด incognito แต่ฝ่าย IT ก็ยังเห็นทราฟฟิกได้ และอาจนำไปสู่ปัญหาทางวินัยร้ายแรง สุดท้ายคือการหางานใหม่หรือจดไอเดียสตาร์ทอัปบนโทรศัพท์บริษัท เพราะทุกอย่างถูกบันทึกเป็นร่องรอยดิจิทัล และอาจทำให้บริษัทอ้างสิทธิ์ในไอเดียนั้นได้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากบทความ ➡️ โทรศัพท์บริษัทเป็นทรัพย์สินองค์กรและถูกตรวจสอบได้ผ่านระบบ MDM ➡️ ไม่ควรใช้โซเชียลมีเดียส่วนตัวบนโทรศัพท์บริษัท เพราะเสี่ยงข้อมูลรั่วและกระทบประเมินผลงาน ➡️ ห้ามติดตั้งแอปการเงินหรือใช้เป็นอุปกรณ์หลักสำหรับธุรกรรม เพราะเสี่ยงต่อข้อมูลสำคัญและการลบข้อมูลจากระยะไกล ➡️ หลีกเลี่ยงการ sideload แอปจากแหล่งภายนอก เพราะเป็นช่องทางมัลแวร์เข้าระบบได้ง่ายมาก ➡️ ไม่ควรดูคอนเทนต์ไม่เหมาะสม เพราะ incognito ไม่ช่วยปกปิดทราฟฟิกจากฝ่าย IT ➡️ ห้ามหางานใหม่หรือจดไอเดียส่วนตัวบนโทรศัพท์บริษัท เพราะทิ้งร่องรอยดิจิทัลและอาจถูกอ้างสิทธิ์โดยบริษัทได้ ‼️ คำเตือนสำคัญ ⛔ การใช้โทรศัพท์บริษัทผิดประเภทอาจทำให้ข้อมูลองค์กรรั่วไหล ⛔ การติดตั้งแอปนอกสโตร์เสี่ยงต่อมัลแวร์และการถูกเจาะระบบ ⛔ การดูคอนเทนต์ไม่เหมาะสมอาจนำไปสู่บทลงโทษทางวินัย ⛔ การจดไอเดียธุรกิจบนอุปกรณ์บริษัทอาจทำให้บริษัทถือสิทธิ์ในผลงานนั้น https://www.slashgear.com/2066263/things-you-should-never-do-on-company-phone/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Things You Should Never Do On A Company Phone, Unless You Like Trouble - SlashGear
    Avoid mishaps and embarrassment: these are the things you should never do on a company phone, including social media, financial apps, and personal browsing.
    0 Comments 0 Shares 128 Views 0 Reviews
  • 5 กฎมารยาทอีเมลที่มืออาชีพทุกคนควรรู้ — สรุปจากหน้าที่คุณเปิดอยู่

    บทความนี้จาก SlashGear อธิบายอย่างชัดเจนว่าทำไม “อีเมล” ถึงยังเป็นทักษะสำคัญในโลกการทำงานยุคใหม่ แม้จะดูเหมือนเรื่องพื้นฐาน แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ไวยากรณ์ การตอบกลับ การตั้งค่าอัตโนมัติ และลายเซ็น ล้วนสะท้อนความเป็นมืออาชีพของผู้ส่งได้อย่างมาก เนื้อหาย้ำว่าอีเมลเป็นการสื่อสารแบบ asynchronous จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษเพื่อให้ข้อความชัดเจนและไม่สร้างความเข้าใจผิด

    หนึ่งในหัวใจสำคัญคือ “ไวยากรณ์” เพราะภาษาที่ดีช่วยให้ข้อความมีความแม่นยำและลดความคลุมเครือ ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Douglas Rushkoff ยังกล่าวว่าแม้แต่ทวีตที่เขียนไม่ดี ก็สะท้อนความคิดที่ไม่เป็นระเบียบได้เช่นกัน ผู้เขียนแนะนำให้ตรวจทานอีเมลอย่างน้อยหนึ่งถึงสองรอบ และใช้เครื่องมือช่วย เช่น Grammarly หรือ Writing Tools บนสมาร์ทโฟน แต่ไม่ควรพึ่งพา AI มากเกินไปเพราะอาจแก้ผิดหรือแก้เกินความจำเป็นได้

    บทความยังกล่าวถึง “กฎ 24 ชั่วโมง” ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการติดตามอีเมล หากส่งอีเมลแล้วไม่ได้รับคำตอบ ควรรออย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนส่งตาม และไม่ควรเร่งรัดเกินไป งานวิจัยยังพบว่า 90% ของการตอบกลับเกิดขึ้นภายในหนึ่งวัน และครึ่งหนึ่งตอบภายใน 47 นาทีด้วยซ้ำ ทำให้การติดตามเร็วเกินไปอาจดูเร่งรัดหรือกดดันผู้รับโดยไม่จำเป็น

    สุดท้ายคือการตั้งค่า “Out-of-office auto‑reply”, การตรวจสอบชื่อผู้รับให้ถูกต้อง และการใช้ “ลายเซ็นอีเมล” ที่เหมาะสม ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ความเป็นมืออาชีพ และลดความผิดพลาดที่อาจสร้างความเสียหายได้ เช่น การส่งอีเมลผิดคน หรือการสื่อสารที่ไม่ครบถ้วน ลายเซ็นยังทำหน้าที่เหมือนนามบัตรดิจิทัลที่ช่วยให้ผู้รับรู้จักตัวตนและบทบาทของคุณได้ทันที

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากบทความ
    อีเมลเป็นช่องทางสื่อสารหลักในงานมืออาชีพ และต้องใส่ใจมารยาทในการเขียน
    ไวยากรณ์ที่ดีช่วยให้ข้อความชัดเจนและสะท้อนความเป็นมืออาชีพ
    ควรตรวจทานอีเมล 1–2 รอบ และใช้เครื่องมือช่วยอย่างเหมาะสม
    กฎ 24 ชั่วโมง: หากไม่ได้รับคำตอบ ให้รอ 24–48 ชม. ก่อนตามอีกครั้ง
    การตั้งค่า Out‑of‑office ช่วยลดความสับสนและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
    ควรตรวจสอบชื่อผู้รับและอีเมลปลายทางให้ถูกต้องเสมอ
    ลายเซ็นอีเมลช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพ

    ข้อควรระวัง
    การสะกดชื่อผู้รับผิดเป็นความผิดพลาดที่สร้างความรู้สึกไม่ดีได้มาก
    การส่งอีเมลผิดคนอาจนำไปสู่เหตุการณ์น่าอายหรือข้อมูลรั่วไหลได้
    การพึ่งพา AI แก้ไวยากรณ์มากเกินไปอาจทำให้ข้อความผิดเพี้ยนหรือไม่เป็นธรรมชาติ

    https://www.slashgear.com/2065809/professional-email-etiquette-rules-explained/
    ✉️💼 5 กฎมารยาทอีเมลที่มืออาชีพทุกคนควรรู้ — สรุปจากหน้าที่คุณเปิดอยู่ บทความนี้จาก SlashGear อธิบายอย่างชัดเจนว่าทำไม “อีเมล” ถึงยังเป็นทักษะสำคัญในโลกการทำงานยุคใหม่ แม้จะดูเหมือนเรื่องพื้นฐาน แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ไวยากรณ์ การตอบกลับ การตั้งค่าอัตโนมัติ และลายเซ็น ล้วนสะท้อนความเป็นมืออาชีพของผู้ส่งได้อย่างมาก เนื้อหาย้ำว่าอีเมลเป็นการสื่อสารแบบ asynchronous จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษเพื่อให้ข้อความชัดเจนและไม่สร้างความเข้าใจผิด หนึ่งในหัวใจสำคัญคือ “ไวยากรณ์” เพราะภาษาที่ดีช่วยให้ข้อความมีความแม่นยำและลดความคลุมเครือ ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Douglas Rushkoff ยังกล่าวว่าแม้แต่ทวีตที่เขียนไม่ดี ก็สะท้อนความคิดที่ไม่เป็นระเบียบได้เช่นกัน ผู้เขียนแนะนำให้ตรวจทานอีเมลอย่างน้อยหนึ่งถึงสองรอบ และใช้เครื่องมือช่วย เช่น Grammarly หรือ Writing Tools บนสมาร์ทโฟน แต่ไม่ควรพึ่งพา AI มากเกินไปเพราะอาจแก้ผิดหรือแก้เกินความจำเป็นได้ บทความยังกล่าวถึง “กฎ 24 ชั่วโมง” ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการติดตามอีเมล หากส่งอีเมลแล้วไม่ได้รับคำตอบ ควรรออย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนส่งตาม และไม่ควรเร่งรัดเกินไป งานวิจัยยังพบว่า 90% ของการตอบกลับเกิดขึ้นภายในหนึ่งวัน และครึ่งหนึ่งตอบภายใน 47 นาทีด้วยซ้ำ ทำให้การติดตามเร็วเกินไปอาจดูเร่งรัดหรือกดดันผู้รับโดยไม่จำเป็น สุดท้ายคือการตั้งค่า “Out-of-office auto‑reply”, การตรวจสอบชื่อผู้รับให้ถูกต้อง และการใช้ “ลายเซ็นอีเมล” ที่เหมาะสม ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ความเป็นมืออาชีพ และลดความผิดพลาดที่อาจสร้างความเสียหายได้ เช่น การส่งอีเมลผิดคน หรือการสื่อสารที่ไม่ครบถ้วน ลายเซ็นยังทำหน้าที่เหมือนนามบัตรดิจิทัลที่ช่วยให้ผู้รับรู้จักตัวตนและบทบาทของคุณได้ทันที 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากบทความ ➡️ อีเมลเป็นช่องทางสื่อสารหลักในงานมืออาชีพ และต้องใส่ใจมารยาทในการเขียน ➡️ ไวยากรณ์ที่ดีช่วยให้ข้อความชัดเจนและสะท้อนความเป็นมืออาชีพ ➡️ ควรตรวจทานอีเมล 1–2 รอบ และใช้เครื่องมือช่วยอย่างเหมาะสม ➡️ กฎ 24 ชั่วโมง: หากไม่ได้รับคำตอบ ให้รอ 24–48 ชม. ก่อนตามอีกครั้ง ➡️ การตั้งค่า Out‑of‑office ช่วยลดความสับสนและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ➡️ ควรตรวจสอบชื่อผู้รับและอีเมลปลายทางให้ถูกต้องเสมอ ➡️ ลายเซ็นอีเมลช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพ ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ การสะกดชื่อผู้รับผิดเป็นความผิดพลาดที่สร้างความรู้สึกไม่ดีได้มาก ⛔ การส่งอีเมลผิดคนอาจนำไปสู่เหตุการณ์น่าอายหรือข้อมูลรั่วไหลได้ ⛔ การพึ่งพา AI แก้ไวยากรณ์มากเกินไปอาจทำให้ข้อความผิดเพี้ยนหรือไม่เป็นธรรมชาติ https://www.slashgear.com/2065809/professional-email-etiquette-rules-explained/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Email Etiquette Tips Every Professional Should Know - SlashGear
    The difference between a good and great email often comes down to etiquette. Learn what professionals do to get it right every time.
    0 Comments 0 Shares 124 Views 0 Reviews
  • 4 คำถามง่าย ๆ ที่ ChatGPT ยังตอบไม่ได้ — และเหตุผลที่มันยังเป็นเรื่องท้าทาย
    บทความนี้ชี้ให้เห็นจุดอ่อนที่ยังคงอยู่ของ ChatGPT แม้จะพัฒนาอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ปี 2022 จนถึงรุ่น GPT‑5.2 แล้วก็ตาม แม้โมเดลจะตอบได้ “ทุกคำถาม” แต่ไม่ได้หมายความว่าคำตอบจะถูกต้อง เข้าใจโจทย์ หรือแม้แต่สอดคล้องกับความจริงเสมอไป จุดอ่อนเหล่านี้สะท้อนธรรมชาติของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างคำตอบที่ “ฟังดูดี” มากกว่าการตรวจสอบความจริงอย่างเข้มงวด

    แม้ OpenAI จะลดอัตราการให้คำตอบหลอกลวงลงจาก 4.8% เหลือ 2.1% แต่ก็ยังไม่ใช่ระบบที่ไร้ข้อผิดพลาด และยิ่งเมื่อผู้ใช้ตั้งใจ “หลอก” โมเดลด้วยคำถามซับซ้อนหรือข้อมูลผิด ๆ ก็ยิ่งทำให้เห็นข้อจำกัดชัดเจนขึ้น บทความนี้จึงสรุป 4 ประเภทคำถามที่ ChatGPT ยังรับมือได้ไม่ดีนัก พร้อมตัวอย่างที่น่าสนใจ

    1. คำถามที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่โมเดลถูกห้ามตอบ
    ChatGPT ถูกกำหนดด้วยกฎความปลอดภัย เช่น ห้ามช่วยทำสิ่งผิดกฎหมาย ห้ามให้คำแนะนำอันตราย และห้ามสร้างเนื้อหาเชิงเพศที่ไม่เหมาะสม แม้จะตอบ “ข้อมูลทั่วไป” ได้ แต่จะไม่ให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติ เช่น วิธีทำอาวุธหรือการแฮ็กข้อมูล
    แม้ในหัวข้อที่ถูกกฎหมาย เช่น เรื่องเพศแบบยินยอม โมเดลก็ยังมีขอบเขตจำกัด เช่น ไม่เขียนฉากเซ็กซ์แบบ explicit และไม่ทำ “sexy chat” กับผู้ใช้

    2. ปริศนาที่ต้องคิดเอง ไม่ใช่ปริศนาที่มีเฉลยบนอินเทอร์เน็ต
    ChatGPT เก่งมากในการตอบปริศนาที่มีเฉลยอยู่แล้ว แต่ถ้าปรับเงื่อนไขเพียงเล็กน้อย มันมักจะกลับไปใช้คำตอบเดิม เช่น
    ปริศนาหมาป่า–แพะ–กะหล่ำปลี แม้จะเพิ่ม “เรือมี 3 ช่องแยก” มันก็ยังตอบแบบเดิม
    ปริศนาประตูสองบาน แม้ผู้ใช้จะระบุชัดว่าใครโกหกใครพูดจริง มันก็ยังตอบสูตรสำเร็จเดิม
    ปริศนาญาติ “That man’s father is my father’s son” แม้จะตัดข้อมูลสำคัญออก มันก็ยังตอบว่าเป็น “ลูกชาย” โดยไม่พิจารณาความเป็นไปได้อื่น

    นี่สะท้อนว่าโมเดลไม่ได้ “คิด” แต่ดึงรูปแบบคำตอบที่คุ้นเคยมาใช้

    3. คำถามที่ตั้งอยู่บน “ข้อมูลผิด”
    ChatGPT มักจะเล่นตามโจทย์ แม้โจทย์จะผิด เช่น
    ถามว่าทำไม Claire กับ Allison “กอดกัน” ใน The Breakfast Club ทั้งที่ฉากนั้นไม่เคยมี
    ขอให้บรรยาย “ห้าพี่น้อง” ใน Little Women ทั้งที่มีแค่สี่คน มันก็เขียนครบห้าคนโดยไม่ท้วง

    โมเดลจะคัดค้านเฉพาะข้อมูลผิดที่ “โด่งดังมาก” เช่น Berenstain Bears แต่ถ้าความผิดนั้นไม่แพร่หลาย มันจะตอบตามที่ผู้ใช้ต้องการ แม้จะผิดก็ตาม

    4. คำถามเชิง “ทำไมคุณทำแบบนั้น”
    โมเดลไม่มีความทรงจำ ไม่มีเจตนา และไม่มีการเข้าถึงกระบวนการคิดภายใน ดังนั้นคำถามอย่าง
    “ทำไมคุณตอบแบบนั้น?”
    จึงไม่มีคำตอบจริง มันจะสร้างคำอธิบายที่ “ฟังดูสมเหตุสมผล” เช่น
    “เป็น memory drift”
    “เป็นความเข้าใจผิดที่พบได้ทั่วไป” แต่เมื่อถามซ้ำ มันก็เปลี่ยนคำอธิบายไปเรื่อย ๆ เพราะมันไม่ได้อ้างอิงเหตุผลจริง เพียงสร้างคำตอบที่เหมาะสมที่สุดตามสถิติของภาษา

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากบทความ
    ChatGPT พัฒนาอย่างมาก แต่ยังมีคำถามบางประเภทที่ตอบไม่ได้อย่างถูกต้อง
    GPT‑5.2 ลดอัตราคำตอบหลอกลวงลง แต่ยังไม่ไร้ข้อผิดพลาด
    โมเดลถูกจำกัดด้วยกฎความปลอดภัย ทำให้ตอบบางเรื่องไม่ได้
    ปริศนาที่ต้องคิดเองยังเป็นจุดอ่อน เพราะโมเดลมักใช้คำตอบสำเร็จรูป
    โมเดลมักตอบตามโจทย์ แม้โจทย์จะผิดหรือข้อมูลจะไม่จริง
    คำถามเชิง introspection ตอบไม่ได้ เพราะโมเดลไม่มีการเข้าถึงกระบวนการคิดภายใน

    ข้อควรระวังในการใช้งาน
    อย่าใช้ ChatGPT เพื่อขอคำแนะนำด้านการแพทย์ การเงิน หรือกิจกรรมผิดกฎหมาย
    อย่าเชื่อคำตอบทุกอย่างโดยไม่ตรวจสอบ โดยเฉพาะคำตอบที่ฟังดูมั่นใจมาก
    ระวังคำตอบที่สร้างขึ้นจากข้อมูลผิดที่ผู้ใช้ป้อนเอง
    โมเดลอาจสร้างคำอธิบายที่ “ฟังดูดี” แต่ไม่ใช่เหตุผลจริง

    https://www.slashgear.com/2064826/simple-questions-chatgpt-still-cant-answer/
    🧠⚡ 4 คำถามง่าย ๆ ที่ ChatGPT ยังตอบไม่ได้ — และเหตุผลที่มันยังเป็นเรื่องท้าทาย บทความนี้ชี้ให้เห็นจุดอ่อนที่ยังคงอยู่ของ ChatGPT แม้จะพัฒนาอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ปี 2022 จนถึงรุ่น GPT‑5.2 แล้วก็ตาม แม้โมเดลจะตอบได้ “ทุกคำถาม” แต่ไม่ได้หมายความว่าคำตอบจะถูกต้อง เข้าใจโจทย์ หรือแม้แต่สอดคล้องกับความจริงเสมอไป จุดอ่อนเหล่านี้สะท้อนธรรมชาติของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างคำตอบที่ “ฟังดูดี” มากกว่าการตรวจสอบความจริงอย่างเข้มงวด แม้ OpenAI จะลดอัตราการให้คำตอบหลอกลวงลงจาก 4.8% เหลือ 2.1% แต่ก็ยังไม่ใช่ระบบที่ไร้ข้อผิดพลาด และยิ่งเมื่อผู้ใช้ตั้งใจ “หลอก” โมเดลด้วยคำถามซับซ้อนหรือข้อมูลผิด ๆ ก็ยิ่งทำให้เห็นข้อจำกัดชัดเจนขึ้น บทความนี้จึงสรุป 4 ประเภทคำถามที่ ChatGPT ยังรับมือได้ไม่ดีนัก พร้อมตัวอย่างที่น่าสนใจ 🔒 1. คำถามที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่โมเดลถูกห้ามตอบ ChatGPT ถูกกำหนดด้วยกฎความปลอดภัย เช่น ห้ามช่วยทำสิ่งผิดกฎหมาย ห้ามให้คำแนะนำอันตราย และห้ามสร้างเนื้อหาเชิงเพศที่ไม่เหมาะสม แม้จะตอบ “ข้อมูลทั่วไป” ได้ แต่จะไม่ให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติ เช่น วิธีทำอาวุธหรือการแฮ็กข้อมูล แม้ในหัวข้อที่ถูกกฎหมาย เช่น เรื่องเพศแบบยินยอม โมเดลก็ยังมีขอบเขตจำกัด เช่น ไม่เขียนฉากเซ็กซ์แบบ explicit และไม่ทำ “sexy chat” กับผู้ใช้ 🧩 2. ปริศนาที่ต้องคิดเอง ไม่ใช่ปริศนาที่มีเฉลยบนอินเทอร์เน็ต ChatGPT เก่งมากในการตอบปริศนาที่มีเฉลยอยู่แล้ว แต่ถ้าปรับเงื่อนไขเพียงเล็กน้อย มันมักจะกลับไปใช้คำตอบเดิม เช่น 🎗️ ปริศนาหมาป่า–แพะ–กะหล่ำปลี แม้จะเพิ่ม “เรือมี 3 ช่องแยก” มันก็ยังตอบแบบเดิม 🎗️ ปริศนาประตูสองบาน แม้ผู้ใช้จะระบุชัดว่าใครโกหกใครพูดจริง มันก็ยังตอบสูตรสำเร็จเดิม 🎗️ ปริศนาญาติ “That man’s father is my father’s son” แม้จะตัดข้อมูลสำคัญออก มันก็ยังตอบว่าเป็น “ลูกชาย” โดยไม่พิจารณาความเป็นไปได้อื่น นี่สะท้อนว่าโมเดลไม่ได้ “คิด” แต่ดึงรูปแบบคำตอบที่คุ้นเคยมาใช้ 🌀 3. คำถามที่ตั้งอยู่บน “ข้อมูลผิด” ChatGPT มักจะเล่นตามโจทย์ แม้โจทย์จะผิด เช่น 🎗️ ถามว่าทำไม Claire กับ Allison “กอดกัน” ใน The Breakfast Club ทั้งที่ฉากนั้นไม่เคยมี 🎗️ ขอให้บรรยาย “ห้าพี่น้อง” ใน Little Women ทั้งที่มีแค่สี่คน มันก็เขียนครบห้าคนโดยไม่ท้วง โมเดลจะคัดค้านเฉพาะข้อมูลผิดที่ “โด่งดังมาก” เช่น Berenstain Bears แต่ถ้าความผิดนั้นไม่แพร่หลาย มันจะตอบตามที่ผู้ใช้ต้องการ แม้จะผิดก็ตาม 🪞 4. คำถามเชิง “ทำไมคุณทำแบบนั้น” โมเดลไม่มีความทรงจำ ไม่มีเจตนา และไม่มีการเข้าถึงกระบวนการคิดภายใน ดังนั้นคำถามอย่าง “ทำไมคุณตอบแบบนั้น?” จึงไม่มีคำตอบจริง มันจะสร้างคำอธิบายที่ “ฟังดูสมเหตุสมผล” เช่น 🎗️ “เป็น memory drift” 🎗️ “เป็นความเข้าใจผิดที่พบได้ทั่วไป” แต่เมื่อถามซ้ำ มันก็เปลี่ยนคำอธิบายไปเรื่อย ๆ เพราะมันไม่ได้อ้างอิงเหตุผลจริง เพียงสร้างคำตอบที่เหมาะสมที่สุดตามสถิติของภาษา 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากบทความ ➡️ ChatGPT พัฒนาอย่างมาก แต่ยังมีคำถามบางประเภทที่ตอบไม่ได้อย่างถูกต้อง ➡️ GPT‑5.2 ลดอัตราคำตอบหลอกลวงลง แต่ยังไม่ไร้ข้อผิดพลาด ➡️ โมเดลถูกจำกัดด้วยกฎความปลอดภัย ทำให้ตอบบางเรื่องไม่ได้ ➡️ ปริศนาที่ต้องคิดเองยังเป็นจุดอ่อน เพราะโมเดลมักใช้คำตอบสำเร็จรูป ➡️ โมเดลมักตอบตามโจทย์ แม้โจทย์จะผิดหรือข้อมูลจะไม่จริง ➡️ คำถามเชิง introspection ตอบไม่ได้ เพราะโมเดลไม่มีการเข้าถึงกระบวนการคิดภายใน ‼️ ข้อควรระวังในการใช้งาน ⛔ อย่าใช้ ChatGPT เพื่อขอคำแนะนำด้านการแพทย์ การเงิน หรือกิจกรรมผิดกฎหมาย ⛔ อย่าเชื่อคำตอบทุกอย่างโดยไม่ตรวจสอบ โดยเฉพาะคำตอบที่ฟังดูมั่นใจมาก ⛔ ระวังคำตอบที่สร้างขึ้นจากข้อมูลผิดที่ผู้ใช้ป้อนเอง ⛔ โมเดลอาจสร้างคำอธิบายที่ “ฟังดูดี” แต่ไม่ใช่เหตุผลจริง https://www.slashgear.com/2064826/simple-questions-chatgpt-still-cant-answer/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    4 Simple Questions ChatGPT Still Can't Answer - SlashGear
    Simple questions ChatGPT still can't answer in 2026. Discover why GPT-5.2 fails at basic logic puzzles and movie facts. Learn about AI's persistent weaknesses.
    0 Comments 0 Shares 159 Views 0 Reviews
  • ตำรวจท่องเที่ยวลงพื้นที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร แก้ไขปัญหากลุ่มช่างภาพเจ้าถิ่น หลังมีการร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ถึงพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยวรายอื่นออกจากพื้นที่สาธารณะ เพื่อเอื้อประโยชน์เฉพาะผู้ว่าจ้างของตนเอง จนสร้างความไม่พอใจในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และเสี่ยงกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ
    .
    ว่าที่ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สั่งการให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาโดยด่วน เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายและส่งผลเสียต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว โดยได้มอบหมายให้ลงพื้นที่ตรวจสอบและประสานงานกับทุกฝ่ายทันที
    .
    จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้หารือร่วมกับตัวแทนวัดอรุณฯ เพื่อกำหนดแนวทางจัดระเบียบการใช้พื้นที่ถ่ายภาพภายในวัด ให้เป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยคำนึงถึงความปลอดภัย ความสะดวก และประสบการณ์ที่ดีของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก
    .
    ขณะเดียวกัน ได้ขอความร่วมมือจากกลุ่มช่างภาพให้ปฏิบัติต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวด้วยความสุภาพ ไม่กีดกันหรือสร้างแรงกดดัน และให้ใช้งานพื้นที่สาธารณะอย่างเหมาะสม เพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มาเยือน
    .
    ทั้งนี้ ตำรวจท่องเที่ยวเตรียมนัดประชุมร่วมกับคณะกรรมการวัดอรุณฯ ในวันที่ 5 มกราคมนี้ เพื่อกำหนดมาตรการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก และรักษาภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศในระยะยาว
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000761
    .
    #news1 #ตำรวจท่องเที่ยว #วัดอรุณ #ท่องเที่ยวไทย #จัดระเบียบ #ภาพลักษณ์ประเทศ
    ตำรวจท่องเที่ยวลงพื้นที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร แก้ไขปัญหากลุ่มช่างภาพเจ้าถิ่น หลังมีการร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ถึงพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยวรายอื่นออกจากพื้นที่สาธารณะ เพื่อเอื้อประโยชน์เฉพาะผู้ว่าจ้างของตนเอง จนสร้างความไม่พอใจในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และเสี่ยงกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ . ว่าที่ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สั่งการให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาโดยด่วน เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายและส่งผลเสียต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว โดยได้มอบหมายให้ลงพื้นที่ตรวจสอบและประสานงานกับทุกฝ่ายทันที . จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้หารือร่วมกับตัวแทนวัดอรุณฯ เพื่อกำหนดแนวทางจัดระเบียบการใช้พื้นที่ถ่ายภาพภายในวัด ให้เป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยคำนึงถึงความปลอดภัย ความสะดวก และประสบการณ์ที่ดีของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก . ขณะเดียวกัน ได้ขอความร่วมมือจากกลุ่มช่างภาพให้ปฏิบัติต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวด้วยความสุภาพ ไม่กีดกันหรือสร้างแรงกดดัน และให้ใช้งานพื้นที่สาธารณะอย่างเหมาะสม เพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มาเยือน . ทั้งนี้ ตำรวจท่องเที่ยวเตรียมนัดประชุมร่วมกับคณะกรรมการวัดอรุณฯ ในวันที่ 5 มกราคมนี้ เพื่อกำหนดมาตรการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก และรักษาภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศในระยะยาว . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000761 . #news1 #ตำรวจท่องเที่ยว #วัดอรุณ #ท่องเที่ยวไทย #จัดระเบียบ #ภาพลักษณ์ประเทศ
    0 Comments 0 Shares 296 Views 0 Reviews
  • สระแก้วเร่งประเมินความเสียหายบ้านเรือนประชาชน จากผลกระทบสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา หลังพบบ้านเรือนพังเสียหายทั้งหลังแล้วประมาณ 10 หลัง ยืนยันให้เงินเยียวยาหลังละ 230,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ของรัฐ พร้อมเร่งช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
    .
    กรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเงินเยียวยาเพียง 5,700 บาท ล่าสุดทางอำเภอโคกสูงชี้แจงว่าเป็นเงินช่วยเหลือเฉพาะสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีเลขที่บ้าน ไม่ใช่ตัวบ้านพักอาศัย ซึ่งบ้านที่เสียหายเกิน 70% จะได้รับเงินเยียวยาเต็มตามเกณฑ์
    .
    ขณะเดียวกันยังมีบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายต่ำกว่า 70% อยู่ระหว่างการประเมินเพิ่มเติมอีกกว่า 100 หลังคาเรือน โดยทีมงานจะลงพื้นที่ช่วงวันที่ 7–8 มกราคมนี้ ยืนยันไม่ทอดทิ้งประชาชน และจะเร่งประสานงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมและเหมาะสมกับความเสียหายมากที่สุด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000790
    .
    #News1 #News1live #สระแก้ว #ชายแดนไทยกัมพูชา #เยียวยาประชาชน
    สระแก้วเร่งประเมินความเสียหายบ้านเรือนประชาชน จากผลกระทบสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา หลังพบบ้านเรือนพังเสียหายทั้งหลังแล้วประมาณ 10 หลัง ยืนยันให้เงินเยียวยาหลังละ 230,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ของรัฐ พร้อมเร่งช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน . กรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเงินเยียวยาเพียง 5,700 บาท ล่าสุดทางอำเภอโคกสูงชี้แจงว่าเป็นเงินช่วยเหลือเฉพาะสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีเลขที่บ้าน ไม่ใช่ตัวบ้านพักอาศัย ซึ่งบ้านที่เสียหายเกิน 70% จะได้รับเงินเยียวยาเต็มตามเกณฑ์ . ขณะเดียวกันยังมีบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายต่ำกว่า 70% อยู่ระหว่างการประเมินเพิ่มเติมอีกกว่า 100 หลังคาเรือน โดยทีมงานจะลงพื้นที่ช่วงวันที่ 7–8 มกราคมนี้ ยืนยันไม่ทอดทิ้งประชาชน และจะเร่งประสานงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมและเหมาะสมกับความเสียหายมากที่สุด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000790 . #News1 #News1live #สระแก้ว #ชายแดนไทยกัมพูชา #เยียวยาประชาชน
    Love
    1
    0 Comments 0 Shares 215 Views 0 Reviews
More Results