• เรื่อง จุดฝักแค
    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “จุดฝักแค”
    ตอน 1
    ตะวันออกกลาง ทำท่าจะเป็นแดนเดือดทั่วทะเลทรายไม่ให้น้อยหน้ากัน เดี๋ยวจะไม่เชื่อว่าเขาจะเอาแต่ปั้ม ไม่เอาคน…
    ดูไบ แดนเศรษฐี (หนีคุก) เริ่มฉลองปีใหม่ด้วยไฟใหม้ตึกสูงโรงแรมหรู ระหว่างนับถอยหลังก่อนถึงปีใหม่ เล่นเอาชาวดูไบที่มาดูไฟ ยืนอ้าปากค้าง โห บ้านเรานี่ถ้าจะรวยจริงนะ แทนที่จะจุดพลุขึ้นฟ้าฉลองปีใหม่ นี่เล่นจุดไฟเผาตึกฉลองเลยเหรอ เอะ แล้วไอ้เหลี่ยมร้ายมันอยู่แถวนั้นหรือเปล่านะ ม่ายน่อ เขาว่ามันมาสั่งการกวนตีนลุงตู่ ระหว่างรอรับน้องสาวเตรียมหนีคดีออกนอกประเทศ อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแถวนี้ต่างหาก
    ซีเอนเอน ท่าจะรับค่าอุปถัมภ์รายการไปแยะ ตอนแรกเจ้าหน้าที่ถ่ายถอดทำหน้าที่ตามอาชีพ แบ่งจอให้ดูเลย ด้านซ้ายฉลองปีใหม่ด้วยไฟไหม้ตึก ไฟลุกโชนทั้งตึก มีตัววิ่งขึ้นว่า hotel inferno โรมแรมไฟนรก ด้านขวาของจอถ่ายทอดยิงพลุ เดี๋ยวโป้ง เดี๋ยวโป้ง ข่าวบอก 2 เหตุการณ์ อยู่ห่างกันไม่กี่กิโลเมตร ชาวดูไบ ดูพลุ สลับกับดูไฟไหม้คอเกือบเคล็ด เพราะรัฐบาลดูไบบอก ไฟไหม้ยังไงเราก็ไม่เลิกการจุดพลุให้ประชาชนชื่นชม ให้ตายเถอะโรบิน ผมเชื่อแล้วว่าเขารวยจริง
    คุณเบ็กกี้ ผู้จัดรายการสาวใหญ่ ของซีเอนเอน ไม่รู้ใครไปปลุกหล่อนมาเข้าฉากกลางดึก หลังจากพลุเลิกแล้ว แต่ไฟไหม้ยังไม่เลิก คุณเบ็กกี้ประกาศปากคอสั่นว่า ไฟไหม้โรงแรมแค่ข้างนอกนะฮ้า ไม่เข้าข้างในตึกเลยฺฮ่า เสียหายนิดหน่อยเองฮ่ะ ไม่มีใครเป็นอันตรายร้ายแรงเล้ย ว่าแล้วคุณเธอก็หายวับกลับไปนอนต่อ
    วาว.. มัน ซี เอน เอน จริงๆ แล้ววันรุ่งขึ้น ข่าวไฟไหม้โรงแรมหรูที่ดูไบก็หายไปเหมือนถูกชักโครกทิ้ง…จะออกข่าวทำไมให้ เสียเวลา มึงไว้ทำข่าวว่ารัสเซียกำลังจะอดตาย จีนแผ่นดินถล่ม ไทยผลิตอาหารไม่ได้มาตรฐาน อะไรทำนองนั้นซีวะ… ผมสงสัยว่า ไอ้คนถ่ายทอดไฟไหม้โรงแรม อาจจะตกงานไปแล้วเรียบร้อย
    หลังจากดู ดูไบจุดไฟตึกฉลองปีใหม่เสร็จ ผมก็กลับไปนอนต่อ ผมยังไม่ทันฟื้นจากการนอนข้ามปีของผม ผ่านปีใหม่ไปไม่ถึง 2 วัน ซาอุดิอารเบีย เสี่ยปั๊มใหญ่ของผม ก็เริ่มศักราชใหม่ด้วยการสั่งประหารชีวิตนักโทษ วันเดียวฉับไป 47 หัว ส่วนใหญ่บอกว่าเป็นพวกก่อการร้ายพันธ์อัลไคด้า ที่เคยหาเรื่องซ่าใส่ซาอุ แต่มี 3 คนเป็นรายการแถมนอกเหนือจาก อัลไคด้า
    นับเป็นการประหารชีวิตในวันเดียวมากที่สุดในรอบ35 ปีของซาอุ เสี่ยปั๊มใหญ่เล่นแรงจริง สงสัยเจอพิษแมงกะแท้ทะเลทราย
    แต่ปรากฏว่ารายการแถม ทำท่าจะเป็นชนวนฝักแค จุดลุกลาม จนตะวันออกกลางอาจจะกลายเป็นทะเลทรายเลือด …. ตามแผนของใครไม่รู้
    ชนวนใหญ่ของฟักแคชื่อ Sheik Nimr Baqr al-Nimr ชิ๊ค อัล นิมร์ เป็นผู้สอนศาสนานิกายชีอะที่อยู่ในซาอุ เป็นที่เคารพ และรู้จักกันทั่วของฝ่ายชีอะทั้งในและนอกซาอุดิอารเบีย แต่ซาอุบอกว่า ชิ๊ค อัล นิมร์ เป็นพวกหัวรุนแรง นักเคลื่อนไหวที่ก่อความวุ่นวาย พยายามยุยงให้พวกชีอะก่อความไม่สงบในซาอุ มาตั้งแต่ ปี ค.ศ.2011 แล้วนะ แล้วก็ทำให้ซาอุเกือบจะมีเทศกาลอาหรับสปริงกับเขาด้วยในช่วงปีนั้น ว่าเข้านั้น
    การตัดสินประหารชีวิต ชี้ค อัล นิมร์ ได้รับการเตือนจากนานาประเทศทั้งในและตะวันออกกลางว่า ระวังมันจะบานปลายจนหุบไม่เข้า เพราะมันอาจจะมากกว่าเป็นการจุดไฟสงครามระหว่างนิกายศาสนาก็ได้…
    แต่ซาอุดิ อารเบียบอกว่า…. อัล นิมร์ คุกคามพระราชวงศ์ของเรา เราต้องการให้เป็นที่รู้กันว่า ใครจะมากดดันเราไม่ได้…..นี่ มันต้องอย่างนี้ มีหน้าไหนกล้าเข้าไปยุ่งในบ้านเขาบ้าง
    และก็ได้ผล…กระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ไม่ได้ “ทักท้วง” การตัดสินของซาอุดิอารเบียในเรื่องนี้ เพียงแต่ให้ความเห็นว่า อเมริกามีความเป็นห่วงอย่างยิ่งยวดว่า เรื่องนี้จะทำให้การขัดแย้งระหว่างนิกายทางศาสนาจะรุนแรงขึ้น และทางกระทรวง ขอให้ผู้นำภูมิภาค ใช้ความพยายามเป็นสองเท่า ที่จะลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาคลงมา
    ประชาธิปไตยสักกะบวยอะไรของมึง ฉับหัววันเดียว 47 คน มึงบอกว่า ให้ผู้นำ(คนอื่น) ใช้ความพยายามเป็น 2 เท่าที่จะลดความตึงเครียด แต่กับคนสั่งฉับ มึงไม่กล้าแตะเขาเลย ปาหี่ ฉิบหาย
    ตกลงนี่ มันอเมริกาเดียวกันกับที่เข้ามาเสือกในบ้านเราทุกเรื่องหรือเปล่าครับ
ที่บ้านเรา ผมเห็นมันมายืนชี้นิ้วเสือกสาระพัด ทั้งๆที่ยังไม่ได้ฉับใครสักหัว แค่เชิญมาปรับทัศนคติ…..มันก็หาว่าเราละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็ได้แต่บ่นกันเองหน้าจอ ไหนบอกว่าเป็นช้างศึกไงครับ ไม่ใช่สมันน้อยแล้วนะ ลุงนิทานอย่ามาเรียกสมันน้อยอีกนะ ฮา
    ###############
ตอน 2
    ซาอุดิอารเบีย ประหารชีวิต ชิ๊ค อัล นิมร์ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 มกราคม หลังจากข่าวออกไม่กี่ชั่วโมง ชาวอิหร่าน ซึ่งนับถืออิสลามนิกายชีอะ ต่างออกมาประท้วงการประหารชีวิต และพากันเดินขบวนไปหน้าสถานทูตซาอุดิอารเบียในกรุงเตหะราน หลังจากนั้นการประท้วงก็รุนแรงขึ้น มีการบุกเข้าไปเผาสถานกงสุลของซาอุดิอารเบีย ที่เมืองมาชาดในอิหร่าน ตามมาด้วยการเผาสถานทูตของซาอุดิอารเบีย ที่กรุงเตหะราน
    หลังจากมีข่าวว่า สถานทูตถูกเผาในวันเสาร์ที่ 2 มกราคม วันอาทิตย์รุ่งขึ้น รัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดิอารเบีย นาย Adel al-Jubeir ก็ออกมาทำหน้าเครียดให้สัมภาษณ์ผ่านวิทยุประเภทกรมกร๊วกของซาอุ ทันที
    … อิหร่าน มีประวัติการละเมิดต่างประเทศอย่างนี้มานานแล้ว จำไม่ได้หรือ ปี ค.ศ.1979 นั่นไง (ที่อิหร่านบุกสถานทูตอเมริกา และจับตัวเจ้าหน้าที่สถานทูตเป็นตัวประกัน : คนเล่านิทาน) มันแสนจะอื้อฉาว และละเมิดกฎหมายข้อตกลงระหว่างประเทศจนหมดสิ้น….
    …. อิหร่าน ยังมีนโยบายที่ก้าวร้าว โดยมีเป้าหมายที่จะทำลายความมั่นคงของภูมิภาค … อิหร่านลักลอบขนทั้งอาวุธ และระเบิด เข้ามาสร้างผู้ก่อการร้ายในซาอุดิอารเบียและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคด้วย… เราจะไม่มีวันยอมให้อิหร่านมาบ่อนทำลายความมั่นคงของเราอย่างเด็ดขาด….
    …. ประวัติศาสตร์ของอิหร่าน มีแต่เรื่องแย่ๆ มีแต่เข้าไปแทรกแซงอย่างไม่เป็นมิตร กับประเทศในภูมิภาค และพร้อมที่จะทำลายล้างเขาไปทั่ว รวมทั้งฆ่าคนบริสุทธิ์…
    หลังจากด่าอิหร่านอย่างยืดยาว รสเผ็ดเจ็บร้อนถึงใจเสร็จ ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศ อัล จูเบียร์ ก็ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตดังฉับ …กับอิหร่านทันที พร้อมกับมีคำสั่ง ไล่ทูตอิหร่านประจำซาอุ ให้ออกไปจากซาอุดิอารเบียภายใน 48 ชั่วโมง รวดเร็วชนิดเก็บได้แต่ของสำคัญ เช่นไม้แคะหูกับรองเท้าแตะฯลฯ ที่เหลือทิ้งมันไป…
    ซาอุดิ อารเบีย ยังไม่หายร้อน ตามต่อด้วยการสั่งห้ามเครื่องบินอิหร่าน บินลงซาอุ และห้ามเครื่องบินซาอุไปลงอิหร่าน จะเดินทางไปหากันก็จงใช้อูฐอย่างเมื่อร้อยปีก่อน
    เด็ดขาดจริงๆ สื่ออเมริกัน ต่างลงข่าวทั้งหมดนี้อย่างพร้อมเพรียง และละเอียดถี่ถ้วน คาดว่า ไม่น่ามีใครตกข่าวเลย คงแจกทั่วถึงกันหมด
    หลังจากนั้นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากการประหารชีวิต ชิ้ค อัล นิมร์ ก็ลามอย่างรวดเร็ว ไล่ไปตั้งแต่บาห์เรน จนถึง ปากีสถาน เหมือนอย่างกับใครกำลังจุดฟักแคลูกระเบิด หรือฟักแคเผาผี ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างไหน แต่จะอย่างไหน มันก็ไม่ใช่เป็นมงคล สำหรับการเริ่มปีใหม่ ของชาวตะวันออกกลางทั้งสิ้น
    ที่บาห์เรน กลุ่มชีอะ ออกมาประท้วงในหลายเมือง พร้อมทั้งตะโดนด่าราชวงศ์ Al Saud ที่กำลังปกครองซาอุดิอารเบีย ที่ก็ถือว่าเป็นลูกพี่ใหญ่ของบาห์เรน หลังจากนั้น บาห์เรนก็ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ตามลูกพี่ ไปเรียบร้อยอีกหนึ่งฉับ
    ตามมาด้วยเอมิเรต ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ลดจำนวนเจ้าหน้าที่สถานทูตของซาอุ ที่ประจำอยู่ที่กรุงเตหะราน เรียกว่ายังไม่ถึงกับฉับ แค่เฉาะให้อิหร่านรู้สึก
    ส่วนคูเวต ในฐานะสมาชิกชาวอ่าว ก็รีบตัดฉับสัมพันธ์อิหร่านตามลูกพี่เหมือนกัน
    แต่จอร์แดน แค่เรียกทูตอิหร่านประจำจอร์แดนมาด่ายับ เรื่องเหตุการณ์เผาสถานทูตซาอุ แต่ยังไม่ฉับตามซาอุ เพราะจอร์แดนถือตัวว่า ไม่ใช่ลูกกะเป๋งของซาอุ แค่ซาอุช่วยสนับสนุนช่วยเหลือทางการเงินให้เท่านั้น … ฟังแล้วงง
    สำหรับการ์ต้า เพิ่งประกาศฉับไปเมื่อวาน เรียกทูตกลับบ้าน ประกาศเป็นรายสุดท้าย แหม นึกว่าแน่ เห็นคิดอยู่หลายวันเลยนะเสี่ยปั้มสิงห์สำอาง ในที่สุดก็ต้องฉับตามลูกพี่
    ส่วนโอมาน ประกาศตัวเป็นกลางเหมือนทุกเรื่อง เราไม่ชอบยุ่งกับเรื่องขัดแย้งของใคร แหะ แหะ แต่เราเอนตัวไปทางอิหร่านนานแล้วโยม จ่อหน้ากันอยู่ตรงนั้นมันก็น่าเสียวแทน
    การปะทะทางการทูต ลามไปถึงอาฟริกา ซูดาน ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมสุนนี่ ก็ไล่ทูตอิหร่านพร้อมเจ้าหน้าที่สถานทูตทั้งหมดกลับบ้านกับเขาด้วย และเรียกทูตของตนที่ประจำอยู่ที่อิหร่านกลับซูดาน
    ซูดานแถลงว่า เพราะอิหร่านเข้าไปแทรกแซงในกิจการบ้านคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องศาสนา ….รัศมีเสี่ยปั๊มใหญ่นี่แผ่ไพศาลเอาเรื่อง
    แต่ที่เบรุต Hassan Nasrallah หัวหน้ากลุ่มเฮสบอลเลาะห์ กล่าวสรรเสริญ ชิ้ค อัล นิมร์ว่า เป็นผู้สละชีวิตเพื่อศาสนา เป็นนักรบที่ควรแก่เคารพ
    เหตุการณ์ประหารชีวิตของ ชิ้ค อัล นิมร์ ทำให้ฝ่ายอิหร่านออกมาตอบโต้ว่า ซาอุดิอารเบีย เจ้าจงเตรียมตัว การล้างแค้นอย่างรุนแรงจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน…
    ###############
ตอน 3
    ชิ้ค อัล นิมร์ เป็นชาวซาอุดิ ที่นับถืออิสลามนิกายชีอะ ซึ่งมีเพียงประมาณ 15% ในซาอุดิอารเบีย ที่นับนิกายสุนนี่เป็นนิกายทางการ ในขณะที่หัวหน้าชีอะอื่นๆในซาอุ อยู่ในซาอุแบบเจียมตัว พยายามทำตัวคล้อยไปกับสังคมของสุนนี่ แต่ อัล นิมร์ ลุกขึ้นประกาศว่า มันไม่ควรเป็นเช่นนั้น ซาอุดิ อารเบีย ควรใจกว้างกับทุกนิกายเช่นเดียวกัน
    อัล นิมร์ พูดแสดงความเห็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เสียงเขาดังอยู่ในหัวของชีอะเกือบทุกคน โดยเฉพาะที่อยู่ในซาอุดิอารเบีย ในที่สุดเมื่อเกิดเหตุการประท้วงรุนแรงในซาอุดิอารเบีย โดยกลุ่มชีอะ ในปี ค.ศ.2011 ที่ตะวันตกอ้างว่าลามมาจากเทศกาลอาหรับ แต่พวกชีอะบอกว่า เราไม่ได้มาเรียกร้องเอาประซาธิปไตยนะ แต่เราต้องการให้พวกชีอะ ได้รับการปฏิบัติ ที่ดีขึ้นกว่าเดิมในซาอุดิอารเบียต่างหาก แต่รัฐบาลซาอุดิ อารเบีย ใช้ยาแรงในการปราบปรามการประท้วงของพวกชีอะ ด้วยการใช้กระสุนจริง และก็มีชาวซาอุชีอะตายจริงหลายสิบ
    ทางการซาอุ สั่งจับ อัล นิมร์ ในปี ค.ศ.2012 และตั้งข้อหาว่า เขาเป็นผู้มีส่วน ที่ทำให้เกิดความไม่สงบดังกล่าว แถมยิงต่อสู้ตำรวจที่มาจับ และพยายามชักชวนให้ต่างชาติเข้ามามีส่วนวุ่นวายในกิจการในประเทศ ว่าแล้วก็มีคำสั่งในปี ค.ศ.2014 ให้ตัดสินประหารชีวิต อัล นิมร์
    หลายฝ่ายที่ติดตามเหตุการณ์ของ อัล นิมร์ มาตลอด หวังว่าเขาจะได้รับการอภัยโทษ แต่นอกจากการอภัยโทษไม่เกิดขึ้นแล้ว ยังมีนักวิเคระาห์การเมืองตะวันตก ออกมาให้ความเห็นว่า อัล นิมร์ ติดคุกมาปีกว่า ทำไมถึงมาทำการประหารชีวิตเขาในตอนนี้ เหมือนเป็นการเลือกจังหวะเวลา…
    ก่อนสิ้นปี ค.ศ.2015 อเมริกาเคาะถามรัสเซียว่า จะเอาอย่างไรเรื่องซีเรีย สุ่มเสียงอ่อนลงว่า อัสสาดจะอยู่ต่อก็ได้นะ แต่ถ้าเลือกตั้งแพ้แล้วต้องไปนะ รัสเซียบอก เราก็พูดอย่างนี้มาตั้งแต่แรก มึงฟังไม่ได้ศัพท์เลยหรือไง ทำเอาอเมริกากลับไปตั้งหลัก หลังปีใหม่ค่อยมาว่ากันต่อ
    ส่วนเรื่องเยเมน ซาอุดิอารเบียนำทัพเข้าไปลุยเยเมน แต่ดันติดหล่มมาตั้งแต่แต่กลางปี ค.ศ.2015 ขึ้นจากหล่มไม่ได้ ไปต่อไม่เป็น เลยมีการเจรจาสงบศึกชั่วคราว แต่การสงบศึกก็ดูเหมือนไม่สงบจริง เพราะยังขึ้นจากหล่มไม่ได้ ติดหล่มทรายนานๆ นี่ถึงตายนะครับ
    ที่ซีเรีย มีกองกำลังของจริงของอิหร่าน คอยช่วยอัสสาด รบสู้กับพวกกบฎซีเรีย ขณะเดียวกัน ก็มีกองกำลังของผู้ก่อการร้ายเติมเงิน ที่ซาอุดิอารเบียและพวกคอยสนับสนุนเติมเงินเติมอาวุธ มาช่วยกบฏซีเรียรบสู้ กับรัฐบาลอัสสาด…. มึนหัวแทนคนอ่าน ค่อยๆอ่านนะครับ
    ที่เยเมน มีกองกำลังของจริงของซาอุดิอารเบียและพวก กำลังรบกับพวกที่ซาอุ เรียกว่าเป็นกบฏในเยเมน ซึ่งขณะนี้ พวกกบฏ รบชนะฝ่ายรัฐบาลเยเมน และไล่รัฐบาลเยเมนแตกกระเจิง จนตัวนายกรัฐมนตรีเยเมนหนีไปพึ่งใบบุญซาอุดิอารเบีย ฝ่ายกบฏที่กำลังสู้กับกองกำลังซาอุ มีกลุ่มนักรบฮูตติเป็นตัวยืน เป็นฮูตติ ที่อิหร่านให้การสนับสนุนทั้งด้านกองกำลังและอาวุธ
    ที่อิรัค มีกองกำลังของชาวอิรัค กำลังรบเพื่อยึดเอาบ้านเมือง กลับคืนมาจากที่ผู้ก่อการร้าย หรือนักรบเติมเงินยึดเอาไว้ และเริ่มตั้งแต่ปลายปีที่แล้วมานี้ ชาวอิรัค ทำท่าจะยึดเมืองใหญ่คืนมาได้ โดยเป็นที่รู้กันดีว่า ฝ่ายรัสเซียอิหร่านให้การสนับสนุนชาวอิรัค ในการยึดเมืองคืน ส่วนซาอุดิอารเบียและพวก รวมทั้งตุรกี และฝ่ายตะวันตก เป็นผู้สนับสนุนพวกนักรบเติมเงิน ในการยึดอิรัคตั้งแต่เริ่ม….
    และเมื่ออิรัค เริ่มยึดเมืองกลับคืนได้ อเมริการีบออกมาให้ข่าวทุกวันว่า เป็นผลงานของตน แต่ชาวบ้านที่ติดตามข่าวมาตลอด โดยไม่มีกระป๋องครอบหัวไว้ ก็คงพอรู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร
    พวกเขาวุ่นวายกันขนาดนี้ ยังคิดว่า การประหารชีวิต อัล นิมร์ นั้น มาจากการกระทำของอัล นิมร์ ที่ซาอุดิอารเบีย อ้างว่า เป็นการกดดัน และคุกคามราชวงศ์ซาอุด…อย่างนั้นหรือ……
    ###############
ตอน 4 (จบ)
    ตั้งแต่กษัตริย์อับดุลลาห์ ขึ้นครองราชย์เมื่อต้นปี ค.ศ.2015 นโยบายด้านต่างประเทศของซาอุดิอารเบีย ดูเหมือนจะเปลี่ยนเป็นเชิงรุก(ราน) อย่างเห็นได้ชัด
    แต่ไหนแต่ไรมา ซาอุดิอารเบียกับอิหร่านก็ไม่รักกันอยู่แล้ว ซาอุมองอิหร่านเป็นคู่แข่งทางการเมืองที่สำคัญ แย่งชิงกันเป็นผู้นำของตะวันออกกลางมาตลอด แต่ซาอุดิอารเบีย ย่อมคิดว่าตนเองได้เปรียบอิหร่าน เพราะมีแบ๊กแข็งโป๊กอย่างอเมริกา ส่วนอิหร่าน แม้จะมีรัสเซีย จีน เป็นเพื่อน แต่ในสายตาชาวโลกที่หัวติดอยู่ในกระป๋องสี่เหลี่ยม ย่อมมองรัสเซีย จีน ต่างกับมองเจ้าพ่อใหญ่ใบตองแห้ง
    ซาอุดิ อารเบีย มาเสียเส้น ก็ตอนเจ้าพ่อใหญ่ใบตองแห้งใช้เวลาเจรจาเรื่องนิวเคลียร์กับอิหร่านนานไป หน่อย เล่นเอาซาอุดิอารเบียงอนจนเตียงแถบหัก แค่นั้นซาอุดิ อารเบีย ก็ยังลงบัญชีงอนเอาไว้ไม่เลิกพ้อ แต่พอคุณพี่ปูติน ที่เป็นเพื่อนกับอิหร่านและซีเรีย ยกทัพเข้ามาในซีเรีย นี่ 3 เดือนกว่าแล้ว และยังไม่มีที่ท่าว่าจะเคลื่อนย้ายออกไป แถมทำท่าจะปักหลักพักนาน แบบนี้ ซาอุดิ อารเบีย จะใช้แค่บทแง่งอน มันคงไม่พอกระตุกคอคู่รักให้หันมาสนใจ
    อเมริกา คู่รักฝักแค ยังไม่แสดงที่ท่าว่าจะกระดิกตัว ออกมาปกป้องฝ่ายซาอุดิจากการบุกมาของรัสเซียเลย ได้แต่ส่งเสียงตามลม โหยหวนเหมือนเวลาเห็นใบตองไหว ก็แค่นั้น แล้วแบบนี้เสี่ยปั๊มใหญ่ จะให้เสี่ยปั๊มใหญ่ถูกหยามหน้าต่อไปได้ยังไง
นี่ถ้า รัสเซียไม่ขยับไปไหน นั่งรับลมทะเลทรายเปลี่ยนบรรยากาศไปอีกนาน อิหร่านก็คงใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น แถมซีเรีย ที่เราลงทุนเติมเงินลงไปเสียนับไม่ถ้วน ก็ยังไม่ล่ม แค่เละ เจ้าอัสสาดคนนอกศาสนา ก็ยังอยู่ได้ แล้วนี่อิรัคยังมีทีท่าว่า อาจจะไปซบอิหร่านเต็มตัว ยิ่งจะทำให้อิหร่านใหญ่ขึ้นไปอีก โอ้ย… คิดมาถึงตรงนี้แล้ว เสี่ยปั๊มใหญ่ น่าจะรับไม่ไหว มันเลยต้องฉับ ฉับ …
    หลังจาก ฉับ ฉับ ไปแล้ว ความร้อนก็ยังไม่ลด ซาอุดิ อารเบีย เลยต้องกระแทกให้อีกดอกว่า …. ถึง จุดนี้ ซาอุดิอารเบีย ไปไกลเกินกว่าที่จะสนใจแล้ว ว่าโอบามาคิดอย่างไร…. ซาอุดิ อารเบีย ไม่สนใจว่าจะทำให้ทำเนียบขาวโกรธหรือไม่…
…..พอ ก็คือ พอ enough is enough …..เอะ นี่เป็น ข้อความส่งถึงอิหร่าน หรือถึงอเมริกากันแน่ ผมชักไม่แน่ใจ
    บทนี้ ถ้าฮอลลีวู้ด ไม่รีบเอาไปทำหนัง เสียดายตายห่าเลยครับ
    ผมเกือบลืมเล่าถึงดาราตัวเอก ที่ตอนนี้ออกฉากมาพูดแทนซาอุดิอารเบียคือนาย อัล จูเบียร์
    อัล จูเบียร์ นี่ ก่อนหน้าจะมารับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดิ เขาเป็น ทูตซาอุ ประจำอเมริกาตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 ถึง 2015 เรียกว่า ซี้ย่ำปึกกับอเมริกา มาตั้งแต่สมัยคาวบอยบุช นอกจากนี้ อัล จูเบียร์ ยังเป็นที่ปรึกษาด้านการต่างประเทศประจำตัวของกษัตริย์อับดุลลาห์ อีกด้วย เมื่อเจ้าชายอับดุลลาห์ขึ้นครองราชย์ไม่กี่เดือน ก็ตั้ง อัล จูเบียร์เป็นรัฐมนตรี ดูเหมือนเขาจะเป็นคนธรรมดาคนแรกของซาอุ ที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้
    ประวัติดาราแบบนี้ คงทำให้มองเห็นภาพกันนะครับว่า ใครกำลังใช้ใคร จุดฝักแค แล้วฝักแคมันจะลามไปถึงไหน แผนเอาปั๊ม ไม่เอาคนนี่เล่นไม่ยากเลย ไม่ว่าที่ไหน เอาของไม่เอาคน ยุซ้าย แยงขวา เดี๋ยวเขาก็ตีกันเอง เราไม่ต้องกรีทาทัพมาให้เจ็บตาปลาเลยนะ จิ้งหรีดพันธุ์ไหน มันก็ปั่นได้ทั้งนั้นแหละ …ถ้ามันไม่รู้ตัวว่าถูกปั่น…
    แล้วแบบนี้ฝ่ายรัสเซีย จีน อิหร่าน และไอ้นักไต่ลวดจอมเล่นเสียวตุรกีว่ายังไง ไม่พูดถึงเลยนะลุง
    แหม ผมก็ไม่ได้มีโอกาสถามท่านทั้งสาม และนักไต่ลวดโดยตรงนะครับ แต่ผมว่า แผนปั่นจิ้งหรีด แผนจุดฝักแค ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้น ก็เล่นแบบซ้ำซาก
    ผมเลยเดาเอาเองว่า อิหร่าน คงบอกเราคอยอยู่ ส่วนอาเฮีย คงอมยิ้ม และ คุณพี่ปูติน คงหัวร่อ หึ หึ ใน ลำคอ… ส่วนตุรกีนักไต่ลวด คงถอนหายใจยาว กูคงไม่ตายเดี่ยว….
    สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
8 ม.ค. 2559
    เรื่อง จุดฝักแค นิทานเรื่องจริง เรื่อง “จุดฝักแค” ตอน 1 ตะวันออกกลาง ทำท่าจะเป็นแดนเดือดทั่วทะเลทรายไม่ให้น้อยหน้ากัน เดี๋ยวจะไม่เชื่อว่าเขาจะเอาแต่ปั้ม ไม่เอาคน… ดูไบ แดนเศรษฐี (หนีคุก) เริ่มฉลองปีใหม่ด้วยไฟใหม้ตึกสูงโรงแรมหรู ระหว่างนับถอยหลังก่อนถึงปีใหม่ เล่นเอาชาวดูไบที่มาดูไฟ ยืนอ้าปากค้าง โห บ้านเรานี่ถ้าจะรวยจริงนะ แทนที่จะจุดพลุขึ้นฟ้าฉลองปีใหม่ นี่เล่นจุดไฟเผาตึกฉลองเลยเหรอ เอะ แล้วไอ้เหลี่ยมร้ายมันอยู่แถวนั้นหรือเปล่านะ ม่ายน่อ เขาว่ามันมาสั่งการกวนตีนลุงตู่ ระหว่างรอรับน้องสาวเตรียมหนีคดีออกนอกประเทศ อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแถวนี้ต่างหาก ซีเอนเอน ท่าจะรับค่าอุปถัมภ์รายการไปแยะ ตอนแรกเจ้าหน้าที่ถ่ายถอดทำหน้าที่ตามอาชีพ แบ่งจอให้ดูเลย ด้านซ้ายฉลองปีใหม่ด้วยไฟไหม้ตึก ไฟลุกโชนทั้งตึก มีตัววิ่งขึ้นว่า hotel inferno โรมแรมไฟนรก ด้านขวาของจอถ่ายทอดยิงพลุ เดี๋ยวโป้ง เดี๋ยวโป้ง ข่าวบอก 2 เหตุการณ์ อยู่ห่างกันไม่กี่กิโลเมตร ชาวดูไบ ดูพลุ สลับกับดูไฟไหม้คอเกือบเคล็ด เพราะรัฐบาลดูไบบอก ไฟไหม้ยังไงเราก็ไม่เลิกการจุดพลุให้ประชาชนชื่นชม ให้ตายเถอะโรบิน ผมเชื่อแล้วว่าเขารวยจริง คุณเบ็กกี้ ผู้จัดรายการสาวใหญ่ ของซีเอนเอน ไม่รู้ใครไปปลุกหล่อนมาเข้าฉากกลางดึก หลังจากพลุเลิกแล้ว แต่ไฟไหม้ยังไม่เลิก คุณเบ็กกี้ประกาศปากคอสั่นว่า ไฟไหม้โรงแรมแค่ข้างนอกนะฮ้า ไม่เข้าข้างในตึกเลยฺฮ่า เสียหายนิดหน่อยเองฮ่ะ ไม่มีใครเป็นอันตรายร้ายแรงเล้ย ว่าแล้วคุณเธอก็หายวับกลับไปนอนต่อ วาว.. มัน ซี เอน เอน จริงๆ แล้ววันรุ่งขึ้น ข่าวไฟไหม้โรงแรมหรูที่ดูไบก็หายไปเหมือนถูกชักโครกทิ้ง…จะออกข่าวทำไมให้ เสียเวลา มึงไว้ทำข่าวว่ารัสเซียกำลังจะอดตาย จีนแผ่นดินถล่ม ไทยผลิตอาหารไม่ได้มาตรฐาน อะไรทำนองนั้นซีวะ… ผมสงสัยว่า ไอ้คนถ่ายทอดไฟไหม้โรงแรม อาจจะตกงานไปแล้วเรียบร้อย หลังจากดู ดูไบจุดไฟตึกฉลองปีใหม่เสร็จ ผมก็กลับไปนอนต่อ ผมยังไม่ทันฟื้นจากการนอนข้ามปีของผม ผ่านปีใหม่ไปไม่ถึง 2 วัน ซาอุดิอารเบีย เสี่ยปั๊มใหญ่ของผม ก็เริ่มศักราชใหม่ด้วยการสั่งประหารชีวิตนักโทษ วันเดียวฉับไป 47 หัว ส่วนใหญ่บอกว่าเป็นพวกก่อการร้ายพันธ์อัลไคด้า ที่เคยหาเรื่องซ่าใส่ซาอุ แต่มี 3 คนเป็นรายการแถมนอกเหนือจาก อัลไคด้า นับเป็นการประหารชีวิตในวันเดียวมากที่สุดในรอบ35 ปีของซาอุ เสี่ยปั๊มใหญ่เล่นแรงจริง สงสัยเจอพิษแมงกะแท้ทะเลทราย แต่ปรากฏว่ารายการแถม ทำท่าจะเป็นชนวนฝักแค จุดลุกลาม จนตะวันออกกลางอาจจะกลายเป็นทะเลทรายเลือด …. ตามแผนของใครไม่รู้ ชนวนใหญ่ของฟักแคชื่อ Sheik Nimr Baqr al-Nimr ชิ๊ค อัล นิมร์ เป็นผู้สอนศาสนานิกายชีอะที่อยู่ในซาอุ เป็นที่เคารพ และรู้จักกันทั่วของฝ่ายชีอะทั้งในและนอกซาอุดิอารเบีย แต่ซาอุบอกว่า ชิ๊ค อัล นิมร์ เป็นพวกหัวรุนแรง นักเคลื่อนไหวที่ก่อความวุ่นวาย พยายามยุยงให้พวกชีอะก่อความไม่สงบในซาอุ มาตั้งแต่ ปี ค.ศ.2011 แล้วนะ แล้วก็ทำให้ซาอุเกือบจะมีเทศกาลอาหรับสปริงกับเขาด้วยในช่วงปีนั้น ว่าเข้านั้น การตัดสินประหารชีวิต ชี้ค อัล นิมร์ ได้รับการเตือนจากนานาประเทศทั้งในและตะวันออกกลางว่า ระวังมันจะบานปลายจนหุบไม่เข้า เพราะมันอาจจะมากกว่าเป็นการจุดไฟสงครามระหว่างนิกายศาสนาก็ได้… แต่ซาอุดิ อารเบียบอกว่า…. อัล นิมร์ คุกคามพระราชวงศ์ของเรา เราต้องการให้เป็นที่รู้กันว่า ใครจะมากดดันเราไม่ได้…..นี่ มันต้องอย่างนี้ มีหน้าไหนกล้าเข้าไปยุ่งในบ้านเขาบ้าง และก็ได้ผล…กระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ไม่ได้ “ทักท้วง” การตัดสินของซาอุดิอารเบียในเรื่องนี้ เพียงแต่ให้ความเห็นว่า อเมริกามีความเป็นห่วงอย่างยิ่งยวดว่า เรื่องนี้จะทำให้การขัดแย้งระหว่างนิกายทางศาสนาจะรุนแรงขึ้น และทางกระทรวง ขอให้ผู้นำภูมิภาค ใช้ความพยายามเป็นสองเท่า ที่จะลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาคลงมา ประชาธิปไตยสักกะบวยอะไรของมึง ฉับหัววันเดียว 47 คน มึงบอกว่า ให้ผู้นำ(คนอื่น) ใช้ความพยายามเป็น 2 เท่าที่จะลดความตึงเครียด แต่กับคนสั่งฉับ มึงไม่กล้าแตะเขาเลย ปาหี่ ฉิบหาย ตกลงนี่ มันอเมริกาเดียวกันกับที่เข้ามาเสือกในบ้านเราทุกเรื่องหรือเปล่าครับ
ที่บ้านเรา ผมเห็นมันมายืนชี้นิ้วเสือกสาระพัด ทั้งๆที่ยังไม่ได้ฉับใครสักหัว แค่เชิญมาปรับทัศนคติ…..มันก็หาว่าเราละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็ได้แต่บ่นกันเองหน้าจอ ไหนบอกว่าเป็นช้างศึกไงครับ ไม่ใช่สมันน้อยแล้วนะ ลุงนิทานอย่ามาเรียกสมันน้อยอีกนะ ฮา ###############
ตอน 2 ซาอุดิอารเบีย ประหารชีวิต ชิ๊ค อัล นิมร์ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 มกราคม หลังจากข่าวออกไม่กี่ชั่วโมง ชาวอิหร่าน ซึ่งนับถืออิสลามนิกายชีอะ ต่างออกมาประท้วงการประหารชีวิต และพากันเดินขบวนไปหน้าสถานทูตซาอุดิอารเบียในกรุงเตหะราน หลังจากนั้นการประท้วงก็รุนแรงขึ้น มีการบุกเข้าไปเผาสถานกงสุลของซาอุดิอารเบีย ที่เมืองมาชาดในอิหร่าน ตามมาด้วยการเผาสถานทูตของซาอุดิอารเบีย ที่กรุงเตหะราน หลังจากมีข่าวว่า สถานทูตถูกเผาในวันเสาร์ที่ 2 มกราคม วันอาทิตย์รุ่งขึ้น รัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดิอารเบีย นาย Adel al-Jubeir ก็ออกมาทำหน้าเครียดให้สัมภาษณ์ผ่านวิทยุประเภทกรมกร๊วกของซาอุ ทันที … อิหร่าน มีประวัติการละเมิดต่างประเทศอย่างนี้มานานแล้ว จำไม่ได้หรือ ปี ค.ศ.1979 นั่นไง (ที่อิหร่านบุกสถานทูตอเมริกา และจับตัวเจ้าหน้าที่สถานทูตเป็นตัวประกัน : คนเล่านิทาน) มันแสนจะอื้อฉาว และละเมิดกฎหมายข้อตกลงระหว่างประเทศจนหมดสิ้น…. …. อิหร่าน ยังมีนโยบายที่ก้าวร้าว โดยมีเป้าหมายที่จะทำลายความมั่นคงของภูมิภาค … อิหร่านลักลอบขนทั้งอาวุธ และระเบิด เข้ามาสร้างผู้ก่อการร้ายในซาอุดิอารเบียและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคด้วย… เราจะไม่มีวันยอมให้อิหร่านมาบ่อนทำลายความมั่นคงของเราอย่างเด็ดขาด…. …. ประวัติศาสตร์ของอิหร่าน มีแต่เรื่องแย่ๆ มีแต่เข้าไปแทรกแซงอย่างไม่เป็นมิตร กับประเทศในภูมิภาค และพร้อมที่จะทำลายล้างเขาไปทั่ว รวมทั้งฆ่าคนบริสุทธิ์… หลังจากด่าอิหร่านอย่างยืดยาว รสเผ็ดเจ็บร้อนถึงใจเสร็จ ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศ อัล จูเบียร์ ก็ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตดังฉับ …กับอิหร่านทันที พร้อมกับมีคำสั่ง ไล่ทูตอิหร่านประจำซาอุ ให้ออกไปจากซาอุดิอารเบียภายใน 48 ชั่วโมง รวดเร็วชนิดเก็บได้แต่ของสำคัญ เช่นไม้แคะหูกับรองเท้าแตะฯลฯ ที่เหลือทิ้งมันไป… ซาอุดิ อารเบีย ยังไม่หายร้อน ตามต่อด้วยการสั่งห้ามเครื่องบินอิหร่าน บินลงซาอุ และห้ามเครื่องบินซาอุไปลงอิหร่าน จะเดินทางไปหากันก็จงใช้อูฐอย่างเมื่อร้อยปีก่อน เด็ดขาดจริงๆ สื่ออเมริกัน ต่างลงข่าวทั้งหมดนี้อย่างพร้อมเพรียง และละเอียดถี่ถ้วน คาดว่า ไม่น่ามีใครตกข่าวเลย คงแจกทั่วถึงกันหมด หลังจากนั้นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากการประหารชีวิต ชิ้ค อัล นิมร์ ก็ลามอย่างรวดเร็ว ไล่ไปตั้งแต่บาห์เรน จนถึง ปากีสถาน เหมือนอย่างกับใครกำลังจุดฟักแคลูกระเบิด หรือฟักแคเผาผี ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างไหน แต่จะอย่างไหน มันก็ไม่ใช่เป็นมงคล สำหรับการเริ่มปีใหม่ ของชาวตะวันออกกลางทั้งสิ้น ที่บาห์เรน กลุ่มชีอะ ออกมาประท้วงในหลายเมือง พร้อมทั้งตะโดนด่าราชวงศ์ Al Saud ที่กำลังปกครองซาอุดิอารเบีย ที่ก็ถือว่าเป็นลูกพี่ใหญ่ของบาห์เรน หลังจากนั้น บาห์เรนก็ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ตามลูกพี่ ไปเรียบร้อยอีกหนึ่งฉับ ตามมาด้วยเอมิเรต ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ลดจำนวนเจ้าหน้าที่สถานทูตของซาอุ ที่ประจำอยู่ที่กรุงเตหะราน เรียกว่ายังไม่ถึงกับฉับ แค่เฉาะให้อิหร่านรู้สึก ส่วนคูเวต ในฐานะสมาชิกชาวอ่าว ก็รีบตัดฉับสัมพันธ์อิหร่านตามลูกพี่เหมือนกัน แต่จอร์แดน แค่เรียกทูตอิหร่านประจำจอร์แดนมาด่ายับ เรื่องเหตุการณ์เผาสถานทูตซาอุ แต่ยังไม่ฉับตามซาอุ เพราะจอร์แดนถือตัวว่า ไม่ใช่ลูกกะเป๋งของซาอุ แค่ซาอุช่วยสนับสนุนช่วยเหลือทางการเงินให้เท่านั้น … ฟังแล้วงง สำหรับการ์ต้า เพิ่งประกาศฉับไปเมื่อวาน เรียกทูตกลับบ้าน ประกาศเป็นรายสุดท้าย แหม นึกว่าแน่ เห็นคิดอยู่หลายวันเลยนะเสี่ยปั้มสิงห์สำอาง ในที่สุดก็ต้องฉับตามลูกพี่ ส่วนโอมาน ประกาศตัวเป็นกลางเหมือนทุกเรื่อง เราไม่ชอบยุ่งกับเรื่องขัดแย้งของใคร แหะ แหะ แต่เราเอนตัวไปทางอิหร่านนานแล้วโยม จ่อหน้ากันอยู่ตรงนั้นมันก็น่าเสียวแทน การปะทะทางการทูต ลามไปถึงอาฟริกา ซูดาน ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมสุนนี่ ก็ไล่ทูตอิหร่านพร้อมเจ้าหน้าที่สถานทูตทั้งหมดกลับบ้านกับเขาด้วย และเรียกทูตของตนที่ประจำอยู่ที่อิหร่านกลับซูดาน ซูดานแถลงว่า เพราะอิหร่านเข้าไปแทรกแซงในกิจการบ้านคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องศาสนา ….รัศมีเสี่ยปั๊มใหญ่นี่แผ่ไพศาลเอาเรื่อง แต่ที่เบรุต Hassan Nasrallah หัวหน้ากลุ่มเฮสบอลเลาะห์ กล่าวสรรเสริญ ชิ้ค อัล นิมร์ว่า เป็นผู้สละชีวิตเพื่อศาสนา เป็นนักรบที่ควรแก่เคารพ เหตุการณ์ประหารชีวิตของ ชิ้ค อัล นิมร์ ทำให้ฝ่ายอิหร่านออกมาตอบโต้ว่า ซาอุดิอารเบีย เจ้าจงเตรียมตัว การล้างแค้นอย่างรุนแรงจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน… ###############
ตอน 3 ชิ้ค อัล นิมร์ เป็นชาวซาอุดิ ที่นับถืออิสลามนิกายชีอะ ซึ่งมีเพียงประมาณ 15% ในซาอุดิอารเบีย ที่นับนิกายสุนนี่เป็นนิกายทางการ ในขณะที่หัวหน้าชีอะอื่นๆในซาอุ อยู่ในซาอุแบบเจียมตัว พยายามทำตัวคล้อยไปกับสังคมของสุนนี่ แต่ อัล นิมร์ ลุกขึ้นประกาศว่า มันไม่ควรเป็นเช่นนั้น ซาอุดิ อารเบีย ควรใจกว้างกับทุกนิกายเช่นเดียวกัน อัล นิมร์ พูดแสดงความเห็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เสียงเขาดังอยู่ในหัวของชีอะเกือบทุกคน โดยเฉพาะที่อยู่ในซาอุดิอารเบีย ในที่สุดเมื่อเกิดเหตุการประท้วงรุนแรงในซาอุดิอารเบีย โดยกลุ่มชีอะ ในปี ค.ศ.2011 ที่ตะวันตกอ้างว่าลามมาจากเทศกาลอาหรับ แต่พวกชีอะบอกว่า เราไม่ได้มาเรียกร้องเอาประซาธิปไตยนะ แต่เราต้องการให้พวกชีอะ ได้รับการปฏิบัติ ที่ดีขึ้นกว่าเดิมในซาอุดิอารเบียต่างหาก แต่รัฐบาลซาอุดิ อารเบีย ใช้ยาแรงในการปราบปรามการประท้วงของพวกชีอะ ด้วยการใช้กระสุนจริง และก็มีชาวซาอุชีอะตายจริงหลายสิบ ทางการซาอุ สั่งจับ อัล นิมร์ ในปี ค.ศ.2012 และตั้งข้อหาว่า เขาเป็นผู้มีส่วน ที่ทำให้เกิดความไม่สงบดังกล่าว แถมยิงต่อสู้ตำรวจที่มาจับ และพยายามชักชวนให้ต่างชาติเข้ามามีส่วนวุ่นวายในกิจการในประเทศ ว่าแล้วก็มีคำสั่งในปี ค.ศ.2014 ให้ตัดสินประหารชีวิต อัล นิมร์ หลายฝ่ายที่ติดตามเหตุการณ์ของ อัล นิมร์ มาตลอด หวังว่าเขาจะได้รับการอภัยโทษ แต่นอกจากการอภัยโทษไม่เกิดขึ้นแล้ว ยังมีนักวิเคระาห์การเมืองตะวันตก ออกมาให้ความเห็นว่า อัล นิมร์ ติดคุกมาปีกว่า ทำไมถึงมาทำการประหารชีวิตเขาในตอนนี้ เหมือนเป็นการเลือกจังหวะเวลา… ก่อนสิ้นปี ค.ศ.2015 อเมริกาเคาะถามรัสเซียว่า จะเอาอย่างไรเรื่องซีเรีย สุ่มเสียงอ่อนลงว่า อัสสาดจะอยู่ต่อก็ได้นะ แต่ถ้าเลือกตั้งแพ้แล้วต้องไปนะ รัสเซียบอก เราก็พูดอย่างนี้มาตั้งแต่แรก มึงฟังไม่ได้ศัพท์เลยหรือไง ทำเอาอเมริกากลับไปตั้งหลัก หลังปีใหม่ค่อยมาว่ากันต่อ ส่วนเรื่องเยเมน ซาอุดิอารเบียนำทัพเข้าไปลุยเยเมน แต่ดันติดหล่มมาตั้งแต่แต่กลางปี ค.ศ.2015 ขึ้นจากหล่มไม่ได้ ไปต่อไม่เป็น เลยมีการเจรจาสงบศึกชั่วคราว แต่การสงบศึกก็ดูเหมือนไม่สงบจริง เพราะยังขึ้นจากหล่มไม่ได้ ติดหล่มทรายนานๆ นี่ถึงตายนะครับ ที่ซีเรีย มีกองกำลังของจริงของอิหร่าน คอยช่วยอัสสาด รบสู้กับพวกกบฎซีเรีย ขณะเดียวกัน ก็มีกองกำลังของผู้ก่อการร้ายเติมเงิน ที่ซาอุดิอารเบียและพวกคอยสนับสนุนเติมเงินเติมอาวุธ มาช่วยกบฏซีเรียรบสู้ กับรัฐบาลอัสสาด…. มึนหัวแทนคนอ่าน ค่อยๆอ่านนะครับ ที่เยเมน มีกองกำลังของจริงของซาอุดิอารเบียและพวก กำลังรบกับพวกที่ซาอุ เรียกว่าเป็นกบฏในเยเมน ซึ่งขณะนี้ พวกกบฏ รบชนะฝ่ายรัฐบาลเยเมน และไล่รัฐบาลเยเมนแตกกระเจิง จนตัวนายกรัฐมนตรีเยเมนหนีไปพึ่งใบบุญซาอุดิอารเบีย ฝ่ายกบฏที่กำลังสู้กับกองกำลังซาอุ มีกลุ่มนักรบฮูตติเป็นตัวยืน เป็นฮูตติ ที่อิหร่านให้การสนับสนุนทั้งด้านกองกำลังและอาวุธ ที่อิรัค มีกองกำลังของชาวอิรัค กำลังรบเพื่อยึดเอาบ้านเมือง กลับคืนมาจากที่ผู้ก่อการร้าย หรือนักรบเติมเงินยึดเอาไว้ และเริ่มตั้งแต่ปลายปีที่แล้วมานี้ ชาวอิรัค ทำท่าจะยึดเมืองใหญ่คืนมาได้ โดยเป็นที่รู้กันดีว่า ฝ่ายรัสเซียอิหร่านให้การสนับสนุนชาวอิรัค ในการยึดเมืองคืน ส่วนซาอุดิอารเบียและพวก รวมทั้งตุรกี และฝ่ายตะวันตก เป็นผู้สนับสนุนพวกนักรบเติมเงิน ในการยึดอิรัคตั้งแต่เริ่ม…. และเมื่ออิรัค เริ่มยึดเมืองกลับคืนได้ อเมริการีบออกมาให้ข่าวทุกวันว่า เป็นผลงานของตน แต่ชาวบ้านที่ติดตามข่าวมาตลอด โดยไม่มีกระป๋องครอบหัวไว้ ก็คงพอรู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร พวกเขาวุ่นวายกันขนาดนี้ ยังคิดว่า การประหารชีวิต อัล นิมร์ นั้น มาจากการกระทำของอัล นิมร์ ที่ซาอุดิอารเบีย อ้างว่า เป็นการกดดัน และคุกคามราชวงศ์ซาอุด…อย่างนั้นหรือ…… ###############
ตอน 4 (จบ) ตั้งแต่กษัตริย์อับดุลลาห์ ขึ้นครองราชย์เมื่อต้นปี ค.ศ.2015 นโยบายด้านต่างประเทศของซาอุดิอารเบีย ดูเหมือนจะเปลี่ยนเป็นเชิงรุก(ราน) อย่างเห็นได้ชัด แต่ไหนแต่ไรมา ซาอุดิอารเบียกับอิหร่านก็ไม่รักกันอยู่แล้ว ซาอุมองอิหร่านเป็นคู่แข่งทางการเมืองที่สำคัญ แย่งชิงกันเป็นผู้นำของตะวันออกกลางมาตลอด แต่ซาอุดิอารเบีย ย่อมคิดว่าตนเองได้เปรียบอิหร่าน เพราะมีแบ๊กแข็งโป๊กอย่างอเมริกา ส่วนอิหร่าน แม้จะมีรัสเซีย จีน เป็นเพื่อน แต่ในสายตาชาวโลกที่หัวติดอยู่ในกระป๋องสี่เหลี่ยม ย่อมมองรัสเซีย จีน ต่างกับมองเจ้าพ่อใหญ่ใบตองแห้ง ซาอุดิ อารเบีย มาเสียเส้น ก็ตอนเจ้าพ่อใหญ่ใบตองแห้งใช้เวลาเจรจาเรื่องนิวเคลียร์กับอิหร่านนานไป หน่อย เล่นเอาซาอุดิอารเบียงอนจนเตียงแถบหัก แค่นั้นซาอุดิ อารเบีย ก็ยังลงบัญชีงอนเอาไว้ไม่เลิกพ้อ แต่พอคุณพี่ปูติน ที่เป็นเพื่อนกับอิหร่านและซีเรีย ยกทัพเข้ามาในซีเรีย นี่ 3 เดือนกว่าแล้ว และยังไม่มีที่ท่าว่าจะเคลื่อนย้ายออกไป แถมทำท่าจะปักหลักพักนาน แบบนี้ ซาอุดิ อารเบีย จะใช้แค่บทแง่งอน มันคงไม่พอกระตุกคอคู่รักให้หันมาสนใจ อเมริกา คู่รักฝักแค ยังไม่แสดงที่ท่าว่าจะกระดิกตัว ออกมาปกป้องฝ่ายซาอุดิจากการบุกมาของรัสเซียเลย ได้แต่ส่งเสียงตามลม โหยหวนเหมือนเวลาเห็นใบตองไหว ก็แค่นั้น แล้วแบบนี้เสี่ยปั๊มใหญ่ จะให้เสี่ยปั๊มใหญ่ถูกหยามหน้าต่อไปได้ยังไง
นี่ถ้า รัสเซียไม่ขยับไปไหน นั่งรับลมทะเลทรายเปลี่ยนบรรยากาศไปอีกนาน อิหร่านก็คงใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น แถมซีเรีย ที่เราลงทุนเติมเงินลงไปเสียนับไม่ถ้วน ก็ยังไม่ล่ม แค่เละ เจ้าอัสสาดคนนอกศาสนา ก็ยังอยู่ได้ แล้วนี่อิรัคยังมีทีท่าว่า อาจจะไปซบอิหร่านเต็มตัว ยิ่งจะทำให้อิหร่านใหญ่ขึ้นไปอีก โอ้ย… คิดมาถึงตรงนี้แล้ว เสี่ยปั๊มใหญ่ น่าจะรับไม่ไหว มันเลยต้องฉับ ฉับ … หลังจาก ฉับ ฉับ ไปแล้ว ความร้อนก็ยังไม่ลด ซาอุดิ อารเบีย เลยต้องกระแทกให้อีกดอกว่า …. ถึง จุดนี้ ซาอุดิอารเบีย ไปไกลเกินกว่าที่จะสนใจแล้ว ว่าโอบามาคิดอย่างไร…. ซาอุดิ อารเบีย ไม่สนใจว่าจะทำให้ทำเนียบขาวโกรธหรือไม่…
…..พอ ก็คือ พอ enough is enough …..เอะ นี่เป็น ข้อความส่งถึงอิหร่าน หรือถึงอเมริกากันแน่ ผมชักไม่แน่ใจ บทนี้ ถ้าฮอลลีวู้ด ไม่รีบเอาไปทำหนัง เสียดายตายห่าเลยครับ ผมเกือบลืมเล่าถึงดาราตัวเอก ที่ตอนนี้ออกฉากมาพูดแทนซาอุดิอารเบียคือนาย อัล จูเบียร์ อัล จูเบียร์ นี่ ก่อนหน้าจะมารับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดิ เขาเป็น ทูตซาอุ ประจำอเมริกาตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 ถึง 2015 เรียกว่า ซี้ย่ำปึกกับอเมริกา มาตั้งแต่สมัยคาวบอยบุช นอกจากนี้ อัล จูเบียร์ ยังเป็นที่ปรึกษาด้านการต่างประเทศประจำตัวของกษัตริย์อับดุลลาห์ อีกด้วย เมื่อเจ้าชายอับดุลลาห์ขึ้นครองราชย์ไม่กี่เดือน ก็ตั้ง อัล จูเบียร์เป็นรัฐมนตรี ดูเหมือนเขาจะเป็นคนธรรมดาคนแรกของซาอุ ที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้ ประวัติดาราแบบนี้ คงทำให้มองเห็นภาพกันนะครับว่า ใครกำลังใช้ใคร จุดฝักแค แล้วฝักแคมันจะลามไปถึงไหน แผนเอาปั๊ม ไม่เอาคนนี่เล่นไม่ยากเลย ไม่ว่าที่ไหน เอาของไม่เอาคน ยุซ้าย แยงขวา เดี๋ยวเขาก็ตีกันเอง เราไม่ต้องกรีทาทัพมาให้เจ็บตาปลาเลยนะ จิ้งหรีดพันธุ์ไหน มันก็ปั่นได้ทั้งนั้นแหละ …ถ้ามันไม่รู้ตัวว่าถูกปั่น… แล้วแบบนี้ฝ่ายรัสเซีย จีน อิหร่าน และไอ้นักไต่ลวดจอมเล่นเสียวตุรกีว่ายังไง ไม่พูดถึงเลยนะลุง แหม ผมก็ไม่ได้มีโอกาสถามท่านทั้งสาม และนักไต่ลวดโดยตรงนะครับ แต่ผมว่า แผนปั่นจิ้งหรีด แผนจุดฝักแค ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้น ก็เล่นแบบซ้ำซาก ผมเลยเดาเอาเองว่า อิหร่าน คงบอกเราคอยอยู่ ส่วนอาเฮีย คงอมยิ้ม และ คุณพี่ปูติน คงหัวร่อ หึ หึ ใน ลำคอ… ส่วนตุรกีนักไต่ลวด คงถอนหายใจยาว กูคงไม่ตายเดี่ยว…. สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
8 ม.ค. 2559
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 46 มุมมอง 0 รีวิว
  • อีกหนึ่งความสูญเสียของประเทศชาติ ญาติและชาวบ้านใน จ.กาฬสินธุ์ เตรียมรับศพ “หมู่ตี๋” สิบเอกอภิสิทธิ์ บุนนาค อายุ 33 ปี นายสิบพยาบาลทหารเสนารักษ์ สังกัด พัน.ร.11 ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บกลางสมรภูมิภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จากการโจมตีด้วยจรวด BM-21 ของฝ่ายกัมพูชา
    .
    บรรยากาศที่บ้านพักเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติ เพื่อนบ้าน และหน่วยงานในพื้นที่ร่วมกันจัดเตรียมสถานที่รอรับศพ ท่ามกลางความอาลัยของภรรยาและลูกทั้งสองคน แม้หัวใจจะเจ็บปวดจากการสูญเสีย แต่ครอบครัวยืนยันความภาคภูมิใจในความเสียสละของ “หมู่ตี๋” ที่ทำหน้าที่ทหารหมอช่วยชีวิตเพื่อนทหารจนวินาทีสุดท้าย
    .
    ภรรยาเผยว่า สามีไม่ได้ถืออาวุธต่อสู้ แต่ทำหน้าที่เสนารักษ์ช่วยผู้บาดเจ็บตามอุดมการณ์ความเป็นทหารอย่างเต็มกำลัง ก่อนจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ถือเป็นการสูญเสียทหารกล้ารายที่ 16 จากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา
    .
    ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอสดุดีในความกล้าหาญ เสียสละ เพื่อชาติบ้านเมืองของทหารกล้าผู้ล่วงลับ
    .
    อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9680000120542
    .
    #News1live #News1 #ขอแสดงความเสียใจ #ทหารกล้า #เสนารักษ์ #ภูมะเขือ #ชายแดนไทยกัมพูชา #วีรบุรุษของชาติ
    อีกหนึ่งความสูญเสียของประเทศชาติ ญาติและชาวบ้านใน จ.กาฬสินธุ์ เตรียมรับศพ “หมู่ตี๋” สิบเอกอภิสิทธิ์ บุนนาค อายุ 33 ปี นายสิบพยาบาลทหารเสนารักษ์ สังกัด พัน.ร.11 ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บกลางสมรภูมิภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จากการโจมตีด้วยจรวด BM-21 ของฝ่ายกัมพูชา . บรรยากาศที่บ้านพักเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติ เพื่อนบ้าน และหน่วยงานในพื้นที่ร่วมกันจัดเตรียมสถานที่รอรับศพ ท่ามกลางความอาลัยของภรรยาและลูกทั้งสองคน แม้หัวใจจะเจ็บปวดจากการสูญเสีย แต่ครอบครัวยืนยันความภาคภูมิใจในความเสียสละของ “หมู่ตี๋” ที่ทำหน้าที่ทหารหมอช่วยชีวิตเพื่อนทหารจนวินาทีสุดท้าย . ภรรยาเผยว่า สามีไม่ได้ถืออาวุธต่อสู้ แต่ทำหน้าที่เสนารักษ์ช่วยผู้บาดเจ็บตามอุดมการณ์ความเป็นทหารอย่างเต็มกำลัง ก่อนจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ถือเป็นการสูญเสียทหารกล้ารายที่ 16 จากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา . ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอสดุดีในความกล้าหาญ เสียสละ เพื่อชาติบ้านเมืองของทหารกล้าผู้ล่วงลับ . อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9680000120542 . #News1live #News1 #ขอแสดงความเสียใจ #ทหารกล้า #เสนารักษ์ #ภูมะเขือ #ชายแดนไทยกัมพูชา #วีรบุรุษของชาติ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 594 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไม่ตกสะเก็ด ตอนที่ 7
    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ไม่ตกสะเก็ด”
    ตอน 7
    หลังจากเจอสงครามฝิ่น ราชวงศ์ชิงก็อ่อนแอลงเรื่อยๆ พร้อมกับการเจริญเติบโตของต่างชาติในจีน โดยเฉพาะที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ซึ่งพวกฝรั่งมาอยู่กันเต็ม พร้อมกับมีสิทธิพิเศษๆ รวมทั้งแบ่งเขตปกครองกันเอง ตามสัญญาที่บีบได้มาจากจีน ขณะเดียวกัน ก็เริ่มมีการปลูกฝิ่นในจีน ไม่ต้องเสียเวลาขนมาจากที่อื่น การปลูก ผลิต และขายฝิ่น ขยายตัวเร็วยิ่งกว่าปลูกข้าว ในที่สุด จีนก็กลายเป็นแหล่งผลิตฝิ่นใหญ่ที่สุดในโลก และกองทัพจีนก็อ่อนแอลงเรื่อยๆ
    มันเป็นยุทธศาสตร์ชั้นยอด สุดชั่วของอังกฤษทีเดียว ใช้แผ่นดินจีนปลูกฝิ่น ขายชาวจีน มอมเมาชาวจีน เพื่อยึดแผ่นดินจีน ผมเข้าใจหัวอกอาเฮีย แห่งแดนมังกรแล้ว
    เมื่อเกาหลีตีกันเอง ในปี ค.ศ.1894 ทั้งจีนและญี่ปุ่นต่างก็ส่งกองทัพไปช่วย เลยประลองกันเอง และกองทัพจีนภายใต้ฤทธิ์ฝิ่น แพ้หมดรูปกลับบ้าน รุ่งขึ้นในปี ค.ศ.1895 เริ่มมีชาวจีนที่ไม่พอใจ รู้สึกเสียหน้า และเห็นว่า ความพ่ายแพ้ของกองทัพมาจากการที่ต่างชาติแทรกแซงจีน จีงมีการรวมตัวกันเพื่อพยายามขับไล่พวกฝรั่งที่อยู่ในจีน และไล่ราชวงศ์ชิงที่อ่อนแอ ยอมให้ต่างชาติเข้ามาใหญ่อยู่ในจีน
    ปี ค.ศ.1898 ชาวจีนที่ต้องการไล่ฝรั่งออกไปจากประเทศ รวมตัวกันที่เมืองชานตุง ทางเหนือของจีน ซึ่งเป็นถิ่นที่มีชาวเยอรมันอยู่แยะ เนื่องจากเป็นเส้นทางรถไฟ และมีเหมืองถ่านหินอยู่ที่นั่น เยอรมันทำเหมือง สร้างทางรถไฟ กำไรมหาศาล แต่ใช้งานคนจีนอย่างกับทาส ค่าแรงต่ำ ความเป็นอยู่ของคนงานชาวจีนน่าอนาถ ชาวจีนจึงเริ่มออกเดินตามถนน พร้อมตะโกนไล่ …ผีปีศาจต่างชาติออกไป ออกไป…ชาวเยอรมัน ร่วมทั้งพวกสอนศาสนา มิชชั่นนารี และพวกเข้ารีต เริ่มถูกทำร้าย ถูกฆ่า
    ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวนี้คือ กลุ่มสมาคมลับ Yihequan หรือ I-ho-chuan หรือ ที่เรียกกันว่า พวกนักมวย เพราะเป็นพวกเล่นหมัดมวยทั้งนั้น ถึงปี ค.ศ.1900 กลุ่มนักมวยกระจายไปทั่วมณฑลทางเหนือ รวมทั้งที่เมืองหลวงปักกิ่ง พวกนักมวยต้องการขับไล่รัฐบาลของพวกแมนจู เพราะทำตัวเหมือนเป็นหุ่นชักให้กับพวกต่างชาติ พระนางซูซีไทเฮา อำนาจตัวจริงที่อยู่ข้างหลังรัฐบาลแมนจู ขอเจรจากับพวกนักมวย ว่าให้ไปไล่พวกฝรั่งอย่างเดียวเถิด อย่าไล่รัฐบาลแมนจูเลย และพระนางจะสนับสนุนพวกนักมวยทุกอย่าง พวกนักมวยว่าง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ เชื่อคำเจรจาของพระนางซูซี
    ในช่วงปี ค.ศ.1900 นั้น ฝรั่งปักหลักสร้างบ้านอยู่เต็มปักกิ่ง แต่เหยียดหยามดูถูกคนจีน พวกนักมวย จึงได้พรรคพวกเพิ่มขึ้นอีกมากที่ปักกิ่ง พวกฝรั่งเริ่มรู้สึกว่าตัวเองชักไม่ปลอดภัย ทูตเยอรมันที่จีน จึงจะไปยื่นคำประท้วงต่อรัฐบาลแมนจู ระหว่างเดินทางไปปักกิ่ง เพื่อยื่นหนังสือประท้วง ตัวทูตก็ถูกพวกนักมวยลากลงมาจากรถ และถูกทำร้ายจนตาย พวกฝรั่งรู้ข่าวก็ตาเหลือก รีบพากันอพยพ หลบไปอยู่ในสถานทูตอังกฤษ ที่มีทหารป้องกันประมาณ 400 คน
    ฝ่ายฝรั่งบอกว่า พวกนักมวยจำนวนเป็นหมื่น มาล้อมสถานทูตอังกฤษ การล้อมและต่อสู้ดำเนินอยู่ 55 วัน กว่ากองกำลังของพวกต่างชาติ จากเมืองเทียนสินจะมาถึง พร้อมด้วยปืนเล็กปืนใหญ่ และต่อสู้จนพวกนักมวย ที่มีแต่มีดและมือตีนพ่ายแพ้ไป
    ฝรั่งรายงานว่า มีพวกฝรั่งตายไป 66 คน บาดเจ็บ 150 คน แต่ไม่รู้ว่าพวกนักมวยเจ็บตายไปเท่าไหร่ พวกฝรั่งโกรธแค้นมาก จำต้องลงโทษชาวจีนให้จงหนัก ที่กำเริบเสิบสานนัก กองทัพต่างชาติไม่ให้เสียเวลา ฉวยโอกาสบุกเข้าไปในพระราชวังปักกิ่ง พวกหนึ่งก็ขนสมบัติของฮ่องเต้ อีกพวกหนึ่งก็ทำลายพระราชวัง เสียหายแทบไม่เหลือชิ้นดี ส่วนพระนางซูซี เมื่อพวกนักมวยเข้ามาในเมืองปักกิ่ง พระนางก็ประกาศสงครามกับพวกฝรั่ง แต่เมื่อเห็นพวกนักมวยทำท่าจะไปไม่รอด พระนางก็ปลอมตัวเป็นชาวบ้าน หลบหนีจากวังไปอยู่เมืองซีอาน
    เมื่อพวกฝรั่งปราบพวกกบฏนักมวยราบจนไม่เหลือ พวกฝรั่งก็เรียกค่าเสียหายจากจีนเป็นจำนวนเงินถึง 500 ล้านเหรียญ และยกโทษให้พระนางซูซี ให้กลับมาอยู่วัง และทำหน้าที่เป็นหุ่นชักให้ฝรั่งต่อไป แล้วพวกฝรั่งก็กลับมามีอำนาจในจีน ตักตวงจีนเหมือนเดิม และมากกว่าเดิม ส่วนพวกกบฏนักมวย ถูกจับและถูกตัดหัวเสียบประจานกลางเมือง
    เรื่องของพวกกบฏนักมวย เป็นเรื่องที่นักประวัติศาสตร์ ทั้งค่ายฝรั่ง และค่ายจีน นำมาศึกษา ต่างได้ข้อสรุป ไม่เหมือนกัน น่าสนใจ
    หลังจากนั้นราชวงศ์ชิงก็ยิ่งเสื่อม ลง กลุ่มก๊กเหล่าต่างๆ โผล่ขึ้นมาอีก ในที่สุด ราชวงศ์ชิง ก็ถูกโค่น ในปี ค.ศ.1910 โดยกลุ่มก๊กมินตั๋ง ของซุนยัดเซ็น ปฏิวัติสำเร็จ แต่ยังปกครองจีนไม่ได้ ภายในจีนยังแตกแยก แล้วอำนาจก็กลับไปอยู่ในมือของ ยวนสี่ไข นายทหารใหญ่ ที่ฮ่องเต้เป็นผู้ชุบเลี้ยงจน มีอำนาจในปลายราชวงศ์ชิง การแย่งชิงอำนาจระหว่างก๊ก ดูซับซ้อน ไม่รู้ใครต้มใคร แต่ในที่สุด ยวนซีไข่ ก็ครองอำนาจไม่อยู่ ตายจากไป และซุนยัดเซ็น ก็ขึ้นมาปกครองจีน โดยตั้ง เจียงไคเช็ค น้องเขย เป็นมือขวา
    ย้อนกลับมาเรื่อง ฝิ่น อาวุธสำคัญที่ทำลายจีนเสียน่วมตามแผนของอังกฤษ ยังเป็นอาวุธที่ถูกพัฒนาเป็นสาระพัดยาเสพติด ที่มีอานุภาพใช้ มีฤทธิ์สูงกว้างขวางไปทุกเนื้อที่ และยั่งยืนต่อมา จนถึงทุกวันนี้
    ในบรรดาเจ้าพ่อของจีน ที่ถือกำเนิดมาจากการค้าฝิ่น แก๊งเขียว หรือ Green Gang ซึ่งยึดหัวหาดอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ดูแลเขตปกครองของฝรั่งเศส และดูเหมือนจะมีส่วนสำคัญในการ รับไม้ทุบจีนให้น่วมต่อ หัวหน้าแก๊งเขียว ชื่อ ตู้ หยูเช็ง (Tu Yueh-sen) ซึ่งตอนหลัง รวบรวมนักค้าฝิ่นขาใหญ่ๆ เข้ามาอยู่ในสังกัดหมด ไอ้ตู้ จึงกลายเป็นเจ้าพ่อตู้
    ธุรกิจของเจ้าพ่อตู้ ดีวันดีคืน ในปี ค.ศ.1927 เจ้าพ่อตู้ ถึงกับมีกองทัพ(นักเลง) ส่วนตัว เมื่อพวกก๊กมินตั๋งของซุนยัดเซ็น มีนโยบายจะขจัดบรรดาก๊กเหล่าต่างๆ ซึ่งขณะนั้นมีมากมายให้หมดไป เจียงไคเช็ค ได้ยินชื่อเสียงของเจ้าพ่อตู้ นายพลเจียงจึงแอบจับมือกับเจ้าพ่อตู้ ให้ช่วยกำจัดพวกคอมมิวนิสต์ ที่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นมาในจีน และทำท่าจะเป็นดาวรุ่งมาแรง เจ้าพ่อ บอกไม่มีปัญหา เดี๋ยวจัดให้
    เมื่อพวกสหภาพกรรมกร ที่สังกัดพวกคอมมิวนิสต์ เดืนทางมาถึงเขตปกครองของฝรั่งเศส ก็ถูกพวกนักเลงรุมฆ่าฟันตายเป็นพันๆ คน รวมทั้งชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่อง แต่บังเอิญไปยืนอยู่แถวนั้น ก็โดนฆ่าไปด้วย ไอ้ตู้ สร้างผลงานได้เข้าตาคนจ้างจริงๆ
    หลังจากก๊กมินตั๋งครอบครองส่วนหนี่งของจีนได้ และตั้งรัฐบาลขึ้นมา นายพลเจียง ก็ยังคงใช้บริการของไอ้ตู้ต่อไป แถมตั้งไอ้ตู้และพวก เป็นที่ปรึกษาของรัฐบาล ตัวไอ้ตู้เอง ยังได้รับตำแหน่งเป็นพันเอกในกองทัพด้วย การค้าฝิ่นในจีน จึงยิ่งงอกงาม ไม่ใช่แค่ในจีน แต่งอกเงยไปถึงอเมริกา ซึ่งมีมาเฟียเซี่ยงไฮ้ ตู้ เป็นผู้จัดส่ง
    ในปี ค.ศ.1937 ที่ญี่ปุ่นบุกจีน เมื่อกองทัพญี่ปุ่นมานานกิง กองทัพก๊กมินตั๋ง ก็ถอยไปอยู่ที่เมืองชงชิงในมณฑลเสฉวน หน้าฉาก เจียงไคเช็ค รบกับกองทัพญี่ปุ่น แต่หลังฉาก ทั้ง 2 ฝ่ายจับมือกันค้าฝิ่น บัดซบไหมครับ
    ญี่ปุ่นทำมาหาได้จากการค้าฝิ่น ฝิ่นเป็นรายได้หลักจากการบุกยึดและปักหลักอยู่ที่จีนของญี่ปุ่น และภายใต้การจัดการของไอ้ตู้ หรือท่านพันเอกตู้ นายพลเจียง ก็เป็นสายส่งฝิ่นให้แก่ญี่ปุ่น มณฑลเสฉวน และยูนนานของจีน กลายเป็นดงฝิ่น ทุกเนินเขาเต็มไปด้วยดอกฝิ่น สีแดง สีขาว สีชมพู ฝิ่นถูกขนส่งผ่านลงมาที่แม่น้ำแยงซี ทางหนี่งส่งไปที่เซี่ยงไฮ้ อีกทางส่งออกไปทางพม่า เพื่อมาเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
    เมื่อญี่ปุ่นแพ้ในการสู้รบกับจีน ถอยทัพกลับ แต่สงครามกลางเมืองระหว่างก๊กมินตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์ ยังดำเนินต่อไป เมื่อฝ่ายคอมมิวนิสต์ชนะ ไล่ตีลงมาถึงเซี่ยงไฮ้ ไอ้ตู้และแก๊งเขียว รีบเก็บของลงกระเป๋า เตลิดไปอยู่ฮ่องกง ส่วนนายพล เจียง ก็นำพวกตัว ข้ามไปปักหลักที่ไต้หวัน และพรรคคอมมิวนิสต์ในจีนก็เกิดขึ้น
    เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์เริ่มปกครองจีน มีชาวจีนติดฝิ่นเป็นหลายล้านคน จีนบอกคนพวกนี้คือ “เหยื่อ” ของรัฐบาลต่างชาติ คนติดฝิ่นเหล่านั้น ได้รับการดูแลรักษา และมีงานทำ โดยรัฐจัดหาให้ทั้งหมด จีนใช้เวลานาน กว่า จะล้างฝิ่น ที่อังกฤษพอกเอาไว้ให้ออกจากคน และออกจากประเทศ หมดเอาในปี ค.ศ.1956 อย่าได้ดูแคลนฝีมืออันชั่วร้ายของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้ายเชียว
    สำหรับฝิ่น ที่ส่งออกจากยูนาน เข้าทางพม่าผ่านรัฐฉาน ซึ่งอยู่คนละฝ่ายกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน รัฐฉานปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องฝิ่น แม้จะมีข่าวว่า รัฐฉานเป็นแหล่งปลูกและผลิตฝิ่นแหล่งใหญ่ ภายใต้การอำนายการของหน่วยสืบราชการลับ ซีไอเอ ของอเมริกา และพวกฉานหลายคน ก็ทำหน้าที่เป็นสายลับให้กับอเมริกา เกี่ยวกับกิจกรรมของจีนด้วย เรื่องนี้ มีโอกาสจะเล่าให้ฟังต่อ
    เล่ามาถึงตรงนี้ คงพอเห็นกันแล้วว่า อังกฤษ อยู่เบื้องหลังพฤติกรรม และหลายเหตุการณ์ทั้งในญี่ปุ่น และที่จีน แต่อังกฤษ คงไม่ใช่นักล่ารายเดียว ที่วางแผนเคี้ยวจีน และอาจจะเคี้ยวญี่ปุ่นพร้อมๆ กันไปด้วย….
    สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
18 ส.ค. 2558
    ไม่ตกสะเก็ด ตอนที่ 7 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ไม่ตกสะเก็ด” ตอน 7 หลังจากเจอสงครามฝิ่น ราชวงศ์ชิงก็อ่อนแอลงเรื่อยๆ พร้อมกับการเจริญเติบโตของต่างชาติในจีน โดยเฉพาะที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ซึ่งพวกฝรั่งมาอยู่กันเต็ม พร้อมกับมีสิทธิพิเศษๆ รวมทั้งแบ่งเขตปกครองกันเอง ตามสัญญาที่บีบได้มาจากจีน ขณะเดียวกัน ก็เริ่มมีการปลูกฝิ่นในจีน ไม่ต้องเสียเวลาขนมาจากที่อื่น การปลูก ผลิต และขายฝิ่น ขยายตัวเร็วยิ่งกว่าปลูกข้าว ในที่สุด จีนก็กลายเป็นแหล่งผลิตฝิ่นใหญ่ที่สุดในโลก และกองทัพจีนก็อ่อนแอลงเรื่อยๆ มันเป็นยุทธศาสตร์ชั้นยอด สุดชั่วของอังกฤษทีเดียว ใช้แผ่นดินจีนปลูกฝิ่น ขายชาวจีน มอมเมาชาวจีน เพื่อยึดแผ่นดินจีน ผมเข้าใจหัวอกอาเฮีย แห่งแดนมังกรแล้ว เมื่อเกาหลีตีกันเอง ในปี ค.ศ.1894 ทั้งจีนและญี่ปุ่นต่างก็ส่งกองทัพไปช่วย เลยประลองกันเอง และกองทัพจีนภายใต้ฤทธิ์ฝิ่น แพ้หมดรูปกลับบ้าน รุ่งขึ้นในปี ค.ศ.1895 เริ่มมีชาวจีนที่ไม่พอใจ รู้สึกเสียหน้า และเห็นว่า ความพ่ายแพ้ของกองทัพมาจากการที่ต่างชาติแทรกแซงจีน จีงมีการรวมตัวกันเพื่อพยายามขับไล่พวกฝรั่งที่อยู่ในจีน และไล่ราชวงศ์ชิงที่อ่อนแอ ยอมให้ต่างชาติเข้ามาใหญ่อยู่ในจีน ปี ค.ศ.1898 ชาวจีนที่ต้องการไล่ฝรั่งออกไปจากประเทศ รวมตัวกันที่เมืองชานตุง ทางเหนือของจีน ซึ่งเป็นถิ่นที่มีชาวเยอรมันอยู่แยะ เนื่องจากเป็นเส้นทางรถไฟ และมีเหมืองถ่านหินอยู่ที่นั่น เยอรมันทำเหมือง สร้างทางรถไฟ กำไรมหาศาล แต่ใช้งานคนจีนอย่างกับทาส ค่าแรงต่ำ ความเป็นอยู่ของคนงานชาวจีนน่าอนาถ ชาวจีนจึงเริ่มออกเดินตามถนน พร้อมตะโกนไล่ …ผีปีศาจต่างชาติออกไป ออกไป…ชาวเยอรมัน ร่วมทั้งพวกสอนศาสนา มิชชั่นนารี และพวกเข้ารีต เริ่มถูกทำร้าย ถูกฆ่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวนี้คือ กลุ่มสมาคมลับ Yihequan หรือ I-ho-chuan หรือ ที่เรียกกันว่า พวกนักมวย เพราะเป็นพวกเล่นหมัดมวยทั้งนั้น ถึงปี ค.ศ.1900 กลุ่มนักมวยกระจายไปทั่วมณฑลทางเหนือ รวมทั้งที่เมืองหลวงปักกิ่ง พวกนักมวยต้องการขับไล่รัฐบาลของพวกแมนจู เพราะทำตัวเหมือนเป็นหุ่นชักให้กับพวกต่างชาติ พระนางซูซีไทเฮา อำนาจตัวจริงที่อยู่ข้างหลังรัฐบาลแมนจู ขอเจรจากับพวกนักมวย ว่าให้ไปไล่พวกฝรั่งอย่างเดียวเถิด อย่าไล่รัฐบาลแมนจูเลย และพระนางจะสนับสนุนพวกนักมวยทุกอย่าง พวกนักมวยว่าง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ เชื่อคำเจรจาของพระนางซูซี ในช่วงปี ค.ศ.1900 นั้น ฝรั่งปักหลักสร้างบ้านอยู่เต็มปักกิ่ง แต่เหยียดหยามดูถูกคนจีน พวกนักมวย จึงได้พรรคพวกเพิ่มขึ้นอีกมากที่ปักกิ่ง พวกฝรั่งเริ่มรู้สึกว่าตัวเองชักไม่ปลอดภัย ทูตเยอรมันที่จีน จึงจะไปยื่นคำประท้วงต่อรัฐบาลแมนจู ระหว่างเดินทางไปปักกิ่ง เพื่อยื่นหนังสือประท้วง ตัวทูตก็ถูกพวกนักมวยลากลงมาจากรถ และถูกทำร้ายจนตาย พวกฝรั่งรู้ข่าวก็ตาเหลือก รีบพากันอพยพ หลบไปอยู่ในสถานทูตอังกฤษ ที่มีทหารป้องกันประมาณ 400 คน ฝ่ายฝรั่งบอกว่า พวกนักมวยจำนวนเป็นหมื่น มาล้อมสถานทูตอังกฤษ การล้อมและต่อสู้ดำเนินอยู่ 55 วัน กว่ากองกำลังของพวกต่างชาติ จากเมืองเทียนสินจะมาถึง พร้อมด้วยปืนเล็กปืนใหญ่ และต่อสู้จนพวกนักมวย ที่มีแต่มีดและมือตีนพ่ายแพ้ไป ฝรั่งรายงานว่า มีพวกฝรั่งตายไป 66 คน บาดเจ็บ 150 คน แต่ไม่รู้ว่าพวกนักมวยเจ็บตายไปเท่าไหร่ พวกฝรั่งโกรธแค้นมาก จำต้องลงโทษชาวจีนให้จงหนัก ที่กำเริบเสิบสานนัก กองทัพต่างชาติไม่ให้เสียเวลา ฉวยโอกาสบุกเข้าไปในพระราชวังปักกิ่ง พวกหนึ่งก็ขนสมบัติของฮ่องเต้ อีกพวกหนึ่งก็ทำลายพระราชวัง เสียหายแทบไม่เหลือชิ้นดี ส่วนพระนางซูซี เมื่อพวกนักมวยเข้ามาในเมืองปักกิ่ง พระนางก็ประกาศสงครามกับพวกฝรั่ง แต่เมื่อเห็นพวกนักมวยทำท่าจะไปไม่รอด พระนางก็ปลอมตัวเป็นชาวบ้าน หลบหนีจากวังไปอยู่เมืองซีอาน เมื่อพวกฝรั่งปราบพวกกบฏนักมวยราบจนไม่เหลือ พวกฝรั่งก็เรียกค่าเสียหายจากจีนเป็นจำนวนเงินถึง 500 ล้านเหรียญ และยกโทษให้พระนางซูซี ให้กลับมาอยู่วัง และทำหน้าที่เป็นหุ่นชักให้ฝรั่งต่อไป แล้วพวกฝรั่งก็กลับมามีอำนาจในจีน ตักตวงจีนเหมือนเดิม และมากกว่าเดิม ส่วนพวกกบฏนักมวย ถูกจับและถูกตัดหัวเสียบประจานกลางเมือง เรื่องของพวกกบฏนักมวย เป็นเรื่องที่นักประวัติศาสตร์ ทั้งค่ายฝรั่ง และค่ายจีน นำมาศึกษา ต่างได้ข้อสรุป ไม่เหมือนกัน น่าสนใจ หลังจากนั้นราชวงศ์ชิงก็ยิ่งเสื่อม ลง กลุ่มก๊กเหล่าต่างๆ โผล่ขึ้นมาอีก ในที่สุด ราชวงศ์ชิง ก็ถูกโค่น ในปี ค.ศ.1910 โดยกลุ่มก๊กมินตั๋ง ของซุนยัดเซ็น ปฏิวัติสำเร็จ แต่ยังปกครองจีนไม่ได้ ภายในจีนยังแตกแยก แล้วอำนาจก็กลับไปอยู่ในมือของ ยวนสี่ไข นายทหารใหญ่ ที่ฮ่องเต้เป็นผู้ชุบเลี้ยงจน มีอำนาจในปลายราชวงศ์ชิง การแย่งชิงอำนาจระหว่างก๊ก ดูซับซ้อน ไม่รู้ใครต้มใคร แต่ในที่สุด ยวนซีไข่ ก็ครองอำนาจไม่อยู่ ตายจากไป และซุนยัดเซ็น ก็ขึ้นมาปกครองจีน โดยตั้ง เจียงไคเช็ค น้องเขย เป็นมือขวา ย้อนกลับมาเรื่อง ฝิ่น อาวุธสำคัญที่ทำลายจีนเสียน่วมตามแผนของอังกฤษ ยังเป็นอาวุธที่ถูกพัฒนาเป็นสาระพัดยาเสพติด ที่มีอานุภาพใช้ มีฤทธิ์สูงกว้างขวางไปทุกเนื้อที่ และยั่งยืนต่อมา จนถึงทุกวันนี้ ในบรรดาเจ้าพ่อของจีน ที่ถือกำเนิดมาจากการค้าฝิ่น แก๊งเขียว หรือ Green Gang ซึ่งยึดหัวหาดอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ดูแลเขตปกครองของฝรั่งเศส และดูเหมือนจะมีส่วนสำคัญในการ รับไม้ทุบจีนให้น่วมต่อ หัวหน้าแก๊งเขียว ชื่อ ตู้ หยูเช็ง (Tu Yueh-sen) ซึ่งตอนหลัง รวบรวมนักค้าฝิ่นขาใหญ่ๆ เข้ามาอยู่ในสังกัดหมด ไอ้ตู้ จึงกลายเป็นเจ้าพ่อตู้ ธุรกิจของเจ้าพ่อตู้ ดีวันดีคืน ในปี ค.ศ.1927 เจ้าพ่อตู้ ถึงกับมีกองทัพ(นักเลง) ส่วนตัว เมื่อพวกก๊กมินตั๋งของซุนยัดเซ็น มีนโยบายจะขจัดบรรดาก๊กเหล่าต่างๆ ซึ่งขณะนั้นมีมากมายให้หมดไป เจียงไคเช็ค ได้ยินชื่อเสียงของเจ้าพ่อตู้ นายพลเจียงจึงแอบจับมือกับเจ้าพ่อตู้ ให้ช่วยกำจัดพวกคอมมิวนิสต์ ที่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นมาในจีน และทำท่าจะเป็นดาวรุ่งมาแรง เจ้าพ่อ บอกไม่มีปัญหา เดี๋ยวจัดให้ เมื่อพวกสหภาพกรรมกร ที่สังกัดพวกคอมมิวนิสต์ เดืนทางมาถึงเขตปกครองของฝรั่งเศส ก็ถูกพวกนักเลงรุมฆ่าฟันตายเป็นพันๆ คน รวมทั้งชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่อง แต่บังเอิญไปยืนอยู่แถวนั้น ก็โดนฆ่าไปด้วย ไอ้ตู้ สร้างผลงานได้เข้าตาคนจ้างจริงๆ หลังจากก๊กมินตั๋งครอบครองส่วนหนี่งของจีนได้ และตั้งรัฐบาลขึ้นมา นายพลเจียง ก็ยังคงใช้บริการของไอ้ตู้ต่อไป แถมตั้งไอ้ตู้และพวก เป็นที่ปรึกษาของรัฐบาล ตัวไอ้ตู้เอง ยังได้รับตำแหน่งเป็นพันเอกในกองทัพด้วย การค้าฝิ่นในจีน จึงยิ่งงอกงาม ไม่ใช่แค่ในจีน แต่งอกเงยไปถึงอเมริกา ซึ่งมีมาเฟียเซี่ยงไฮ้ ตู้ เป็นผู้จัดส่ง ในปี ค.ศ.1937 ที่ญี่ปุ่นบุกจีน เมื่อกองทัพญี่ปุ่นมานานกิง กองทัพก๊กมินตั๋ง ก็ถอยไปอยู่ที่เมืองชงชิงในมณฑลเสฉวน หน้าฉาก เจียงไคเช็ค รบกับกองทัพญี่ปุ่น แต่หลังฉาก ทั้ง 2 ฝ่ายจับมือกันค้าฝิ่น บัดซบไหมครับ ญี่ปุ่นทำมาหาได้จากการค้าฝิ่น ฝิ่นเป็นรายได้หลักจากการบุกยึดและปักหลักอยู่ที่จีนของญี่ปุ่น และภายใต้การจัดการของไอ้ตู้ หรือท่านพันเอกตู้ นายพลเจียง ก็เป็นสายส่งฝิ่นให้แก่ญี่ปุ่น มณฑลเสฉวน และยูนนานของจีน กลายเป็นดงฝิ่น ทุกเนินเขาเต็มไปด้วยดอกฝิ่น สีแดง สีขาว สีชมพู ฝิ่นถูกขนส่งผ่านลงมาที่แม่น้ำแยงซี ทางหนี่งส่งไปที่เซี่ยงไฮ้ อีกทางส่งออกไปทางพม่า เพื่อมาเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อญี่ปุ่นแพ้ในการสู้รบกับจีน ถอยทัพกลับ แต่สงครามกลางเมืองระหว่างก๊กมินตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์ ยังดำเนินต่อไป เมื่อฝ่ายคอมมิวนิสต์ชนะ ไล่ตีลงมาถึงเซี่ยงไฮ้ ไอ้ตู้และแก๊งเขียว รีบเก็บของลงกระเป๋า เตลิดไปอยู่ฮ่องกง ส่วนนายพล เจียง ก็นำพวกตัว ข้ามไปปักหลักที่ไต้หวัน และพรรคคอมมิวนิสต์ในจีนก็เกิดขึ้น เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์เริ่มปกครองจีน มีชาวจีนติดฝิ่นเป็นหลายล้านคน จีนบอกคนพวกนี้คือ “เหยื่อ” ของรัฐบาลต่างชาติ คนติดฝิ่นเหล่านั้น ได้รับการดูแลรักษา และมีงานทำ โดยรัฐจัดหาให้ทั้งหมด จีนใช้เวลานาน กว่า จะล้างฝิ่น ที่อังกฤษพอกเอาไว้ให้ออกจากคน และออกจากประเทศ หมดเอาในปี ค.ศ.1956 อย่าได้ดูแคลนฝีมืออันชั่วร้ายของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้ายเชียว สำหรับฝิ่น ที่ส่งออกจากยูนาน เข้าทางพม่าผ่านรัฐฉาน ซึ่งอยู่คนละฝ่ายกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน รัฐฉานปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องฝิ่น แม้จะมีข่าวว่า รัฐฉานเป็นแหล่งปลูกและผลิตฝิ่นแหล่งใหญ่ ภายใต้การอำนายการของหน่วยสืบราชการลับ ซีไอเอ ของอเมริกา และพวกฉานหลายคน ก็ทำหน้าที่เป็นสายลับให้กับอเมริกา เกี่ยวกับกิจกรรมของจีนด้วย เรื่องนี้ มีโอกาสจะเล่าให้ฟังต่อ เล่ามาถึงตรงนี้ คงพอเห็นกันแล้วว่า อังกฤษ อยู่เบื้องหลังพฤติกรรม และหลายเหตุการณ์ทั้งในญี่ปุ่น และที่จีน แต่อังกฤษ คงไม่ใช่นักล่ารายเดียว ที่วางแผนเคี้ยวจีน และอาจจะเคี้ยวญี่ปุ่นพร้อมๆ กันไปด้วย…. สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
18 ส.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1168 มุมมอง 0 รีวิว
  • หลุม ตอนที่ 5
    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หลุม”

    ตอน 5 (จบ)

    รายการขุดหลุมของฝั่งยูเครน นอกจากใช้ยาโด๊ป เกรด 2 เกรด 3 ที่วางขายกันอย่างโจ๊งครึ่มแล้ว รายนาย Saak ที่ไปเอามาเป็น ผู้ว่าการแคว้นโอเดสสา ดูเหมือนจะไม่ได้มาตัวเปล่า และภาระกิจของเขา น่าจะอยู่ตำแหน่งหัวไม้ขีดจุดชนวนได้

    ตั้งแต่ตอน นาย Saak รับใบสั่งให้เป็นประธานาธิบดีจอร์เจีย คนออกใบสั่งมีของขวัญแถมมาให้อุ่นใจ เป็นหน่วยรบปฏิบัติการพิเศษมอสสาด จากอิสราเอล จำนวนหนึ่งพันคน เอามาฝึกทหารจอร์เจีย ข่าวว่าฝึกเสร็จแล้วก็ไม่ได้กลับอิสราเอล ยังนั่งล้อมวงจั่วไพ่อยู่ในจอร์เจียต่อ… เอะ ทำไมมันเหมือนกันหมด พวกที่เข้ามาฝึกๆๆๆ แล้วไม่ออกไป หรือออกไปน้อยกว่าตอนเข้ามานี่ คุ้นๆครับ

    คราวนี้ เมื่อนาย Saak มารับตำแหน่งผู้ว่าการแคว้นโอเดสสา แกคงจะเป็นห่วงของแถมจากอิสราเอล กลัวจะเหงาจับเจ่าอยู่ในจอร์เจีย เลยขนติดตัวมาที่โอเดสสาด้วยทั้งกองพันนั่นแหละ เรื่องนี้จึงเป็นที่จับตามอง เอามาทำไมกัน เอาไว้เตรียมสู้กับทหารรัสเซียพันกว่าคน ที่ประจำอยู่ทรานนิสเตรีย เผื่อเป็นเด็กดื้อ เดินผ่านเข้ามาในยูเครนอย่างนั้นหรือ

    สื่อทั้งเล็กทั้งใหญ่ต่างวิเคราะห์ว่า ยูเครนเดินหมากแบบนี้ น่าจะเป็นชนวนให้เกิดเรื่องใหญ่ เป็นการบีบไข่รัสเซียให้หน้าเขียวได้ ถ้ารัสเซียไม่ช่วย สาวร่างบางทรานนิสเตรีย ก็เสียชื่อลูกพี่ใหญ่ตายชัก แต่ถ้าตัดสินใจลุย ก็ไม่แคล้ว ต้องมีเรื่องกับยูเครน ไม่รู้รอบที่เท่าไหร่ ยังมีมอนโดวา คอยแยงอีก โฮ้ย คราวนี้ คุณพี่ปูของผม คงหน้าเหี่ยวหล่อลดลงไปนิดหน่อย

    แม้จะมีทั้งยาโด๊ป ของแถม แต่ผมว่า นายช๊อกโกแลต ยังไงก็ไม่น่าจะทะเล่อทะล่า คิดวางแผนขุดหลุม ขุดบ่อล่อให้คุณพี่ปูตินเดินตกหลุมง่ายๆ อย่างนั้นนะ เสียชื่อมาถึงแฟนคลับหมด ยูเครนมีกำลังอะไรไปสู้รัสเซีย กระดูกเบอร์ห่างเป็นคืบ ยูเครนถูกต้มซ้ำซาก ดักดานไม่เข็ด เดือดร้อนมาถึงประชาชนของตน เจ็บตาย จากแรงยุ ดูจากยาโด๊ปแต่ละรายการมาจากไหน ก็แหล่งเดียวกันทั้งนั้น
    อเมริกา นักล่าใบตองแห้ง พยายามจะฮุบเอายูเครน ที่พลเมืองแบ่งเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งอยากไปอยู่กับรัสเสีย อีกฝ่ายอยากไปอยู่กับอียู ให้มาอยู่กับอียูทั้งหมด หรือจริงๆ ก็คือ อยู่ฝ่ายอเมริกานั่นแหละ เพราะรู้ว่ายูเครนเป็นจุดสำคัญกับรัสเซียทางด้านยุทธสาศตร์ อเมริกาพยายามมาหลายรอบ รอบสุดท้ายก็คือต้นปีที่แล้ว 2014 ก็ยังไม่สำเร็จ ยังค้างคาไม่รู้หมู่รู้จ่าเหมือนเดิม อเมริกาใช้วิธียุให้มีการประท้วงเผาเมือง โดยส่งคนไปวางแผน ก็นางเหยี่ยว Nuland นั่นแหละ รวมทั้งส่งคนไปร่วมปฏิบัติการ แล้วก็ไม่สำเร็จ (มีรายละเอียดที่น่าจะทำให้เข้าใจเรื่องมากขึ้น อยู่ในนิทานเรื่อง รุกคืบ หรือรุกฆาต และนิทานเรื่อง แกะรอยสงครามโลกครั้งที่ 3 ครับ )

    ใช้วิธียุให้เขาตีกัน ยังไม่ได้เรื่องตามต้องการ อเมริกาเปลี่ยนมาใช้วิธีหาเรื่องคว่ำบาตรรัสเซียไปเรื่อยๆก่อน แต่ที่อเมริกายังไม่มีที่ท่าว่าจะใช้ ไม่ว่าแบบเบาหรือหนัก คือ กดดันรัสเซียด้วยกองกำลังของนาโต้ เสือฟันหรอ จะว่า อเมริกาเกิดรักสงบ มันก็ผิดสันดานนักล่าใบตองแห้งมากไปหน่อย ก็น่าสงสัยว่า คงใช้นาโต้ไปไล่งับแล้ว แต่คงงับคุณพี่ปูเขาไม่เข้า ก็เสือมันฟันหรอ จะไปทำอะไรได้ เอะ … แล้วกองกำลังของอเมริกาเองล่ะ พร้อมหรือเปล่า ไม่เห็นออกข่าวมาบ้างเลย อุบไต๋เงียบเลยนะพี่

    แผนใช้เด็กๆไปขุดหลุม กะให้คุณพี่ปูเลือดขึ้นหน้า ยกทัพกรีฑามาบดขยี้ยูเครน เปิดโอกาสให้อเมริกาและชาวโลกชี้ หน้าประณามรัสเซียว่า เห็นมั้ย รัสเซียนักเลงโต แสดงความก้าวร้าวอีกแล้ว ยึดไครเมียไม่พอ จะต้องยึดยูเครนให้ได้ เรื่องแบบนี้สื่อใส่สี น่าจะเตรียมพาดหัวข่าวรอไว้ด้วยซ้ำ

    การใช้วิธีขุดหลุมล่อแบบนี้ กองกำลังของอเมริกาเอง “ควร” จะต้องพร้อม เพราะถ้ารัสเซียเกิดเลือดฝาดขึ้นหน้า ไม่สนใจหลุมลึก หลุมตื้น เดินลุยใส่ อเมริกาจะทำอย่างไร ลำพังกองทัพของนาโต้ เสือฟันหรอ ผมว่า เอารัสเซียยามนี้ไม่อยู่หรอก ต้องใช้กองกำลังของอเมริกามาร่วมด้วย

    กองเรือของอเมริกาขณะนี้ ที่ใกล้ยูเครนที่สุด น่าจะเป็นที่ไปแอบซุ่มไว้แถวสวีเดน กับแถวแคนาดา ทางทะเลบอลติกเหนือนู่น กว่าจะยุรยาตรมายูเครน ไม่ทันแกงกินแน่ อเมริกาจึงน่าจะใช้การสกัดที่มา ทางอากาศมากกว่า เล่นแบบนั้น แปลว่า อเมริกา ” พร้อม” ก่อสงคราม.. ไม่ใช่แค่สงครามยูเครน แต่อาจลามเป็นสงครามโลกได้ อเมริกา “พร้อม” ไหม
    เพราะรัสเซียกับพวก คงไม่ยอมถูกเจาะกระบาลหัวฟรีๆ มันคงต้องมีการแลกของกันหน่อย

    ส่วนรัสเซีย น่าจะรู้อยู่แล้วว่า เขากำลังขุดหลุมล่อ และน่าจะรู้นานแล้วด้วย อย่าลืมว่า ยูเครนก็แดนเก่าของสหภาพโซเวียต ครึ่งหนึ่งของชาวยูเครน ก็ยังผูกพันกับรัสเซีย รัสเซียน่าจะนั่งรอด้วยซ้ำว่า เมื่อไหร่หลุมนี้ จะขุดเสร็จ และถ้าเป็นอย่างนั้น แสดงว่า รัสเซีย “พร้อม” รับมือกับหลุมล่อของอเมริกา
    ถ้าทั้ง 2 ฝ่าย พร้อม ที่จะเล่นยาวจนเป็นสงคราม เหตุการณ์ อาจจะทยอยเกิดในหลายภูมิภาค ตั้งแต่ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเซีย เพราะอเมริกา จะไม่ปล่อยให้ฝั่งรัสเซีย มีการรวมตัวเพื่อส่งกำลังช่วยกัน โดยเฉพาะ ระหว่าง รัสเซีย จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือแน่นอน อเมริกาจึงน่าจะเลือกใช้วิธี แยกจุดชนวนในภูมิภาคต่างๆ นั้น ให้เดือด ในเวลาใกล้เคียงกัน ให้แต่ละคนมัวแต่วุ่นวายอยู่กับเรื่องในบ้าน หรือใกล้บ้านตัวเอง

    และก็เป็นไปได้ว่า หลุมที่ขุดล่อนี้ อาจจะ “ฝ่อ” ไม่เป็นท่า ไม่ได้ผลทั้งฝ่ายอเมริกา ที่ไม่ “พร้อม” รบ เพราะเห็นว่า รัสเซีย ดัน “พร้อม” รับ และอาจจะรุกกลับ ถ้าเป็นอย่างนั้น เรื่องของสาวร่างบางทรานนิสเตรีย จะค่อยๆเงียบไปเอง และการตีปีบ น่าจะมีเริ่มใหม่ แต่เปลี่ยนสถานที่ ไล่ตีไปเรื่อยๆ เดี๋ยวพวกนักข่าวใส่สีจะตกงาน ของจริงคงต้องรอให้เรื่องอิหร่าน ญี่ปุ่น ลงตัวเสียก่อน เดือนมิถุนายนไปแล้วค่อยว่ากัน ส่วนบรรดาเสี่ยปั้มน้ำมันของผม ไม่ว่า ปั้มใหญ่ ปั้มเล็ก น่าจะต้องเตรียมอาชีพอื่นไว้รองรับบ้างนะครับเสี่ย

    ส่วนตัวผม เอนไปทางฝ่อนะ อเมริกา ณ ตอนนี้ น่าจะยังไม่พร้อมลุยกับคุณพี่ปูของผมหรอก คนเราถ้าพร้อม ไม่น่าตีปีบเอะอะ มาเงียบๆ มันกว่า

    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    15 มิ.ย. 2558
    หลุม ตอนที่ 5 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หลุม” ตอน 5 (จบ) รายการขุดหลุมของฝั่งยูเครน นอกจากใช้ยาโด๊ป เกรด 2 เกรด 3 ที่วางขายกันอย่างโจ๊งครึ่มแล้ว รายนาย Saak ที่ไปเอามาเป็น ผู้ว่าการแคว้นโอเดสสา ดูเหมือนจะไม่ได้มาตัวเปล่า และภาระกิจของเขา น่าจะอยู่ตำแหน่งหัวไม้ขีดจุดชนวนได้ ตั้งแต่ตอน นาย Saak รับใบสั่งให้เป็นประธานาธิบดีจอร์เจีย คนออกใบสั่งมีของขวัญแถมมาให้อุ่นใจ เป็นหน่วยรบปฏิบัติการพิเศษมอสสาด จากอิสราเอล จำนวนหนึ่งพันคน เอามาฝึกทหารจอร์เจีย ข่าวว่าฝึกเสร็จแล้วก็ไม่ได้กลับอิสราเอล ยังนั่งล้อมวงจั่วไพ่อยู่ในจอร์เจียต่อ… เอะ ทำไมมันเหมือนกันหมด พวกที่เข้ามาฝึกๆๆๆ แล้วไม่ออกไป หรือออกไปน้อยกว่าตอนเข้ามานี่ คุ้นๆครับ คราวนี้ เมื่อนาย Saak มารับตำแหน่งผู้ว่าการแคว้นโอเดสสา แกคงจะเป็นห่วงของแถมจากอิสราเอล กลัวจะเหงาจับเจ่าอยู่ในจอร์เจีย เลยขนติดตัวมาที่โอเดสสาด้วยทั้งกองพันนั่นแหละ เรื่องนี้จึงเป็นที่จับตามอง เอามาทำไมกัน เอาไว้เตรียมสู้กับทหารรัสเซียพันกว่าคน ที่ประจำอยู่ทรานนิสเตรีย เผื่อเป็นเด็กดื้อ เดินผ่านเข้ามาในยูเครนอย่างนั้นหรือ สื่อทั้งเล็กทั้งใหญ่ต่างวิเคราะห์ว่า ยูเครนเดินหมากแบบนี้ น่าจะเป็นชนวนให้เกิดเรื่องใหญ่ เป็นการบีบไข่รัสเซียให้หน้าเขียวได้ ถ้ารัสเซียไม่ช่วย สาวร่างบางทรานนิสเตรีย ก็เสียชื่อลูกพี่ใหญ่ตายชัก แต่ถ้าตัดสินใจลุย ก็ไม่แคล้ว ต้องมีเรื่องกับยูเครน ไม่รู้รอบที่เท่าไหร่ ยังมีมอนโดวา คอยแยงอีก โฮ้ย คราวนี้ คุณพี่ปูของผม คงหน้าเหี่ยวหล่อลดลงไปนิดหน่อย แม้จะมีทั้งยาโด๊ป ของแถม แต่ผมว่า นายช๊อกโกแลต ยังไงก็ไม่น่าจะทะเล่อทะล่า คิดวางแผนขุดหลุม ขุดบ่อล่อให้คุณพี่ปูตินเดินตกหลุมง่ายๆ อย่างนั้นนะ เสียชื่อมาถึงแฟนคลับหมด ยูเครนมีกำลังอะไรไปสู้รัสเซีย กระดูกเบอร์ห่างเป็นคืบ ยูเครนถูกต้มซ้ำซาก ดักดานไม่เข็ด เดือดร้อนมาถึงประชาชนของตน เจ็บตาย จากแรงยุ ดูจากยาโด๊ปแต่ละรายการมาจากไหน ก็แหล่งเดียวกันทั้งนั้น อเมริกา นักล่าใบตองแห้ง พยายามจะฮุบเอายูเครน ที่พลเมืองแบ่งเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งอยากไปอยู่กับรัสเสีย อีกฝ่ายอยากไปอยู่กับอียู ให้มาอยู่กับอียูทั้งหมด หรือจริงๆ ก็คือ อยู่ฝ่ายอเมริกานั่นแหละ เพราะรู้ว่ายูเครนเป็นจุดสำคัญกับรัสเซียทางด้านยุทธสาศตร์ อเมริกาพยายามมาหลายรอบ รอบสุดท้ายก็คือต้นปีที่แล้ว 2014 ก็ยังไม่สำเร็จ ยังค้างคาไม่รู้หมู่รู้จ่าเหมือนเดิม อเมริกาใช้วิธียุให้มีการประท้วงเผาเมือง โดยส่งคนไปวางแผน ก็นางเหยี่ยว Nuland นั่นแหละ รวมทั้งส่งคนไปร่วมปฏิบัติการ แล้วก็ไม่สำเร็จ (มีรายละเอียดที่น่าจะทำให้เข้าใจเรื่องมากขึ้น อยู่ในนิทานเรื่อง รุกคืบ หรือรุกฆาต และนิทานเรื่อง แกะรอยสงครามโลกครั้งที่ 3 ครับ ) ใช้วิธียุให้เขาตีกัน ยังไม่ได้เรื่องตามต้องการ อเมริกาเปลี่ยนมาใช้วิธีหาเรื่องคว่ำบาตรรัสเซียไปเรื่อยๆก่อน แต่ที่อเมริกายังไม่มีที่ท่าว่าจะใช้ ไม่ว่าแบบเบาหรือหนัก คือ กดดันรัสเซียด้วยกองกำลังของนาโต้ เสือฟันหรอ จะว่า อเมริกาเกิดรักสงบ มันก็ผิดสันดานนักล่าใบตองแห้งมากไปหน่อย ก็น่าสงสัยว่า คงใช้นาโต้ไปไล่งับแล้ว แต่คงงับคุณพี่ปูเขาไม่เข้า ก็เสือมันฟันหรอ จะไปทำอะไรได้ เอะ … แล้วกองกำลังของอเมริกาเองล่ะ พร้อมหรือเปล่า ไม่เห็นออกข่าวมาบ้างเลย อุบไต๋เงียบเลยนะพี่ แผนใช้เด็กๆไปขุดหลุม กะให้คุณพี่ปูเลือดขึ้นหน้า ยกทัพกรีฑามาบดขยี้ยูเครน เปิดโอกาสให้อเมริกาและชาวโลกชี้ หน้าประณามรัสเซียว่า เห็นมั้ย รัสเซียนักเลงโต แสดงความก้าวร้าวอีกแล้ว ยึดไครเมียไม่พอ จะต้องยึดยูเครนให้ได้ เรื่องแบบนี้สื่อใส่สี น่าจะเตรียมพาดหัวข่าวรอไว้ด้วยซ้ำ การใช้วิธีขุดหลุมล่อแบบนี้ กองกำลังของอเมริกาเอง “ควร” จะต้องพร้อม เพราะถ้ารัสเซียเกิดเลือดฝาดขึ้นหน้า ไม่สนใจหลุมลึก หลุมตื้น เดินลุยใส่ อเมริกาจะทำอย่างไร ลำพังกองทัพของนาโต้ เสือฟันหรอ ผมว่า เอารัสเซียยามนี้ไม่อยู่หรอก ต้องใช้กองกำลังของอเมริกามาร่วมด้วย กองเรือของอเมริกาขณะนี้ ที่ใกล้ยูเครนที่สุด น่าจะเป็นที่ไปแอบซุ่มไว้แถวสวีเดน กับแถวแคนาดา ทางทะเลบอลติกเหนือนู่น กว่าจะยุรยาตรมายูเครน ไม่ทันแกงกินแน่ อเมริกาจึงน่าจะใช้การสกัดที่มา ทางอากาศมากกว่า เล่นแบบนั้น แปลว่า อเมริกา ” พร้อม” ก่อสงคราม.. ไม่ใช่แค่สงครามยูเครน แต่อาจลามเป็นสงครามโลกได้ อเมริกา “พร้อม” ไหม เพราะรัสเซียกับพวก คงไม่ยอมถูกเจาะกระบาลหัวฟรีๆ มันคงต้องมีการแลกของกันหน่อย ส่วนรัสเซีย น่าจะรู้อยู่แล้วว่า เขากำลังขุดหลุมล่อ และน่าจะรู้นานแล้วด้วย อย่าลืมว่า ยูเครนก็แดนเก่าของสหภาพโซเวียต ครึ่งหนึ่งของชาวยูเครน ก็ยังผูกพันกับรัสเซีย รัสเซียน่าจะนั่งรอด้วยซ้ำว่า เมื่อไหร่หลุมนี้ จะขุดเสร็จ และถ้าเป็นอย่างนั้น แสดงว่า รัสเซีย “พร้อม” รับมือกับหลุมล่อของอเมริกา ถ้าทั้ง 2 ฝ่าย พร้อม ที่จะเล่นยาวจนเป็นสงคราม เหตุการณ์ อาจจะทยอยเกิดในหลายภูมิภาค ตั้งแต่ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเซีย เพราะอเมริกา จะไม่ปล่อยให้ฝั่งรัสเซีย มีการรวมตัวเพื่อส่งกำลังช่วยกัน โดยเฉพาะ ระหว่าง รัสเซีย จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือแน่นอน อเมริกาจึงน่าจะเลือกใช้วิธี แยกจุดชนวนในภูมิภาคต่างๆ นั้น ให้เดือด ในเวลาใกล้เคียงกัน ให้แต่ละคนมัวแต่วุ่นวายอยู่กับเรื่องในบ้าน หรือใกล้บ้านตัวเอง และก็เป็นไปได้ว่า หลุมที่ขุดล่อนี้ อาจจะ “ฝ่อ” ไม่เป็นท่า ไม่ได้ผลทั้งฝ่ายอเมริกา ที่ไม่ “พร้อม” รบ เพราะเห็นว่า รัสเซีย ดัน “พร้อม” รับ และอาจจะรุกกลับ ถ้าเป็นอย่างนั้น เรื่องของสาวร่างบางทรานนิสเตรีย จะค่อยๆเงียบไปเอง และการตีปีบ น่าจะมีเริ่มใหม่ แต่เปลี่ยนสถานที่ ไล่ตีไปเรื่อยๆ เดี๋ยวพวกนักข่าวใส่สีจะตกงาน ของจริงคงต้องรอให้เรื่องอิหร่าน ญี่ปุ่น ลงตัวเสียก่อน เดือนมิถุนายนไปแล้วค่อยว่ากัน ส่วนบรรดาเสี่ยปั้มน้ำมันของผม ไม่ว่า ปั้มใหญ่ ปั้มเล็ก น่าจะต้องเตรียมอาชีพอื่นไว้รองรับบ้างนะครับเสี่ย ส่วนตัวผม เอนไปทางฝ่อนะ อเมริกา ณ ตอนนี้ น่าจะยังไม่พร้อมลุยกับคุณพี่ปูของผมหรอก คนเราถ้าพร้อม ไม่น่าตีปีบเอะอะ มาเงียบๆ มันกว่า สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 15 มิ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 925 มุมมอง 0 รีวิว
  • ธรรมนัส ปัดตอบ ปมโควตาสลากหาย อ้าง "เจ็บตา พูดไม่ได้" ชี้ "5 เสือกองสลากฯ" อวสานไปตั้งแต่รัฐประหารปี 57 ไม่ทราบเรื่องโควตาสลากปัจจุบัน
    https://www.thai-tai.tv/news/22199/
    .
    #ไทยไท #ธรรมนัส #โควตาสลาก #กองสลาก #รัฐประหาร57 #เจ็บตา

    ธรรมนัส ปัดตอบ ปมโควตาสลากหาย อ้าง "เจ็บตา พูดไม่ได้" ชี้ "5 เสือกองสลากฯ" อวสานไปตั้งแต่รัฐประหารปี 57 ไม่ทราบเรื่องโควตาสลากปัจจุบัน https://www.thai-tai.tv/news/22199/ . #ไทยไท #ธรรมนัส #โควตาสลาก #กองสลาก #รัฐประหาร57 #เจ็บตา
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 320 มุมมอง 0 รีวิว
  • เล่าเรื่องใหม่: เมื่อการแก้สายตาไม่ต้องพึ่งเลเซอร์อีกต่อไป

    ลองจินตนาการว่าคุณสามารถแก้ปัญหาสายตาสั้นได้ในเวลาเพียงหนึ่งนาที โดยไม่ต้องใช้เลเซอร์ ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องเจ็บตาเลย นั่นคือสิ่งที่นักวิจัยจาก Occidental College และ UC Irvine กำลังพัฒนาอยู่ ผ่านเทคนิคใหม่ที่เรียกว่า “Electromechanical Reshaping” หรือ EMR

    EMR คือการใช้กระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ผ่านเลนส์แพลตินัมที่ออกแบบพิเศษให้มีรูปทรงของกระจกตาที่ถูกต้อง เมื่อนำเลนส์นี้วางบนดวงตาในสารละลายคล้ายกับน้ำตา แล้วปล่อยไฟฟ้าเข้าไป จะเกิดการเปลี่ยนแปลงค่า pH ในเนื้อเยื่อ ทำให้เนื้อเยื่ออ่อนตัวและสามารถปรับรูปทรงได้ เมื่อหยุดกระแสไฟฟ้า ค่า pH กลับสู่ปกติ เนื้อเยื่อก็จะ “ล็อก” รูปทรงใหม่ไว้

    เทคนิคนี้ใช้เวลาเท่ากับ LASIK แต่ไม่ต้องตัดเนื้อเยื่อ ไม่ต้องใช้เครื่องมือราคาแพง และไม่เสี่ยงต่อผลข้างเคียงจากการผ่าตัด เช่น ตาแห้งหรือการติดเชื้อ

    ทีมวิจัยทดลองกับดวงตากระต่าย 12 ลูก โดย 10 ลูกจำลองให้มีภาวะสายตาสั้น ผลลัพธ์คือสามารถปรับความโค้งของกระจกตาให้ตรงตามเป้าหมายได้สำเร็จ โดยไม่มีเซลล์ตาเสียหาย และยังมีแนวโน้มว่าเทคนิคนี้อาจใช้รักษาภาวะกระจกตาขุ่นจากสารเคมีได้ด้วย ซึ่งปัจจุบันต้องรักษาด้วยการปลูกถ่ายกระจกตาเท่านั้น

    แม้จะยังอยู่ในขั้นทดลองกับสัตว์ แต่ EMR ถือเป็นความหวังใหม่ของการแก้สายตาแบบไม่ต้องผ่าตัด และอาจเปลี่ยนอนาคตของการรักษาสายตาไปอย่างสิ้นเชิง

    ข้อมูลในข่าว
    นักวิจัยพัฒนาเทคนิค Electromechanical Reshaping (EMR) เพื่อแก้สายตาโดยไม่ใช้เลเซอร์
    EMR ใช้เลนส์แพลตินัมและกระแสไฟฟ้าอ่อนเพื่อปรับรูปทรงกระจกตา
    การเปลี่ยนค่า pH ทำให้เนื้อเยื่ออ่อนตัวและสามารถปรับรูปทรงได้
    ทดลองกับดวงตากระต่าย 12 ลูก โดย 10 ลูกจำลองภาวะสายตาสั้น
    ผลลัพธ์คือสามารถปรับความโค้งของกระจกตาได้ตรงตามเป้าหมาย
    ไม่มีเซลล์ตาเสียหาย และอาจใช้รักษาภาวะกระจกตาขุ่นจากสารเคมีได้
    ใช้เวลาประมาณ 1 นาทีเท่ากับ LASIK แต่ไม่ต้องผ่าตัดหรือใช้เครื่องมือราคาแพง
    ทีมวิจัยประกอบด้วย Michael Hill และ Brian Wong
    งานวิจัยนำเสนอในงานประชุม American Chemical Society เดือนสิงหาคม 2025

    ข้อมูลเสริมจากภายนอก
    LASIK มีอัตราความสำเร็จสูง แต่มีความเสี่ยง เช่น ตาแห้งหรือการติดเชื้อ
    EMR เป็นเทคนิคที่ไม่ต้องตัดเนื้อเยื่อ จึงลดความเสี่ยงต่อโครงสร้างตาเสียหาย
    เทคนิคอื่นที่ไม่ใช้เลเซอร์ เช่น Orthokeratology และ Conductive Keratoplasty ก็มีการใช้งาน
    EMR อาจเป็นทางเลือกที่ถูกกว่าและปลอดภัยกว่าในอนาคต
    การเปลี่ยนแปลงค่า pH ในเนื้อเยื่อเป็นหลักการที่ใช้ในหลายงานวิจัยด้านชีวเคมี
    การทดลองในสัตว์เป็นขั้นตอนแรกก่อนเข้าสู่การทดลองในมนุษย์และการอนุมัติจาก FDA

    https://medicalxpress.com/news/2025-08-alternative-lasik-lasers.html
    👓 เล่าเรื่องใหม่: เมื่อการแก้สายตาไม่ต้องพึ่งเลเซอร์อีกต่อไป ลองจินตนาการว่าคุณสามารถแก้ปัญหาสายตาสั้นได้ในเวลาเพียงหนึ่งนาที โดยไม่ต้องใช้เลเซอร์ ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องเจ็บตาเลย นั่นคือสิ่งที่นักวิจัยจาก Occidental College และ UC Irvine กำลังพัฒนาอยู่ ผ่านเทคนิคใหม่ที่เรียกว่า “Electromechanical Reshaping” หรือ EMR EMR คือการใช้กระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ผ่านเลนส์แพลตินัมที่ออกแบบพิเศษให้มีรูปทรงของกระจกตาที่ถูกต้อง เมื่อนำเลนส์นี้วางบนดวงตาในสารละลายคล้ายกับน้ำตา แล้วปล่อยไฟฟ้าเข้าไป จะเกิดการเปลี่ยนแปลงค่า pH ในเนื้อเยื่อ ทำให้เนื้อเยื่ออ่อนตัวและสามารถปรับรูปทรงได้ เมื่อหยุดกระแสไฟฟ้า ค่า pH กลับสู่ปกติ เนื้อเยื่อก็จะ “ล็อก” รูปทรงใหม่ไว้ เทคนิคนี้ใช้เวลาเท่ากับ LASIK แต่ไม่ต้องตัดเนื้อเยื่อ ไม่ต้องใช้เครื่องมือราคาแพง และไม่เสี่ยงต่อผลข้างเคียงจากการผ่าตัด เช่น ตาแห้งหรือการติดเชื้อ ทีมวิจัยทดลองกับดวงตากระต่าย 12 ลูก โดย 10 ลูกจำลองให้มีภาวะสายตาสั้น ผลลัพธ์คือสามารถปรับความโค้งของกระจกตาให้ตรงตามเป้าหมายได้สำเร็จ โดยไม่มีเซลล์ตาเสียหาย และยังมีแนวโน้มว่าเทคนิคนี้อาจใช้รักษาภาวะกระจกตาขุ่นจากสารเคมีได้ด้วย ซึ่งปัจจุบันต้องรักษาด้วยการปลูกถ่ายกระจกตาเท่านั้น แม้จะยังอยู่ในขั้นทดลองกับสัตว์ แต่ EMR ถือเป็นความหวังใหม่ของการแก้สายตาแบบไม่ต้องผ่าตัด และอาจเปลี่ยนอนาคตของการรักษาสายตาไปอย่างสิ้นเชิง ✅ ข้อมูลในข่าว ➡️ นักวิจัยพัฒนาเทคนิค Electromechanical Reshaping (EMR) เพื่อแก้สายตาโดยไม่ใช้เลเซอร์ ➡️ EMR ใช้เลนส์แพลตินัมและกระแสไฟฟ้าอ่อนเพื่อปรับรูปทรงกระจกตา ➡️ การเปลี่ยนค่า pH ทำให้เนื้อเยื่ออ่อนตัวและสามารถปรับรูปทรงได้ ➡️ ทดลองกับดวงตากระต่าย 12 ลูก โดย 10 ลูกจำลองภาวะสายตาสั้น ➡️ ผลลัพธ์คือสามารถปรับความโค้งของกระจกตาได้ตรงตามเป้าหมาย ➡️ ไม่มีเซลล์ตาเสียหาย และอาจใช้รักษาภาวะกระจกตาขุ่นจากสารเคมีได้ ➡️ ใช้เวลาประมาณ 1 นาทีเท่ากับ LASIK แต่ไม่ต้องผ่าตัดหรือใช้เครื่องมือราคาแพง ➡️ ทีมวิจัยประกอบด้วย Michael Hill และ Brian Wong ➡️ งานวิจัยนำเสนอในงานประชุม American Chemical Society เดือนสิงหาคม 2025 ✅ ข้อมูลเสริมจากภายนอก ➡️ LASIK มีอัตราความสำเร็จสูง แต่มีความเสี่ยง เช่น ตาแห้งหรือการติดเชื้อ ➡️ EMR เป็นเทคนิคที่ไม่ต้องตัดเนื้อเยื่อ จึงลดความเสี่ยงต่อโครงสร้างตาเสียหาย ➡️ เทคนิคอื่นที่ไม่ใช้เลเซอร์ เช่น Orthokeratology และ Conductive Keratoplasty ก็มีการใช้งาน ➡️ EMR อาจเป็นทางเลือกที่ถูกกว่าและปลอดภัยกว่าในอนาคต ➡️ การเปลี่ยนแปลงค่า pH ในเนื้อเยื่อเป็นหลักการที่ใช้ในหลายงานวิจัยด้านชีวเคมี ➡️ การทดลองในสัตว์เป็นขั้นตอนแรกก่อนเข้าสู่การทดลองในมนุษย์และการอนุมัติจาก FDA https://medicalxpress.com/news/2025-08-alternative-lasik-lasers.html
    MEDICALXPRESS.COM
    An alternative to LASIK—without the lasers
    Millions of Americans have altered vision, ranging from blurriness to blindness. But not everyone wants to wear prescription glasses or contact lenses. Accordingly, hundreds of thousands of people undergo corrective eye surgery each year, including LASIK—a laser-assisted surgery that reshapes the cornea and corrects vision.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 428 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทูตไทย ร่อนหนังสือแจง UN กัมพูชารุกราน! เริ่มจากทหารไทยเหยียบกับระเบิดใหม่ ก่อนถูกเปิดฉากยิงโดยไม่เลือกเป้าหมายไม่เว้นร.ร.-รพ. ทำปชช.เจ็บตายอื้อ ประณามโจมตีต่อเนื่องแบบไม่เลือกไร้มนุษยธรรม ละเมิดอนุสัญญา ไทยป้องกันขจัดภัยคุกคามเฉพาะจากกองทัพกัมพูชา ย้ำยึดยุติข้อพิพาทโดยสันติ

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000070226

    #News1live #News1 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes
    ทูตไทย ร่อนหนังสือแจง UN กัมพูชารุกราน! เริ่มจากทหารไทยเหยียบกับระเบิดใหม่ ก่อนถูกเปิดฉากยิงโดยไม่เลือกเป้าหมายไม่เว้นร.ร.-รพ. ทำปชช.เจ็บตายอื้อ ประณามโจมตีต่อเนื่องแบบไม่เลือกไร้มนุษยธรรม ละเมิดอนุสัญญา ไทยป้องกันขจัดภัยคุกคามเฉพาะจากกองทัพกัมพูชา ย้ำยึดยุติข้อพิพาทโดยสันติ อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000070226 #News1live #News1 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes
    Like
    Sad
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 733 มุมมอง 0 รีวิว
  • ..ประเทศเขมร ทหารเขมรและฮุนเซน ฮุนมาเนตคืออาชญากรและอาชญากรรมทางสงครามชัดเจน เจตนายิงใส่เป้าหมายโรงเรียน โรงพยาบาล บ้านเรือนประชาชนคนไทยและปั้มน้ำมันคนไทยจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากมายของประชาชนผู้บริสุทธิ์ของคนไทยเป็นอันมาก,ประชาชนเขมรถือว่าร่วมก่ออาชญากรรมทางสงครามด้วย สมยอมไม่ต่อต้านให้ทหารเขมรใช้พื้นที่ชุมชนตนยิงระเบิดใส่ประชาชนคนไทย,ประเทศเขมรคือผู้ก่อผู้เป็นอาชญากรรมทางสงครามชัดเจน,ประเทศเขมรคือภัยร้ายบ่อนทำลายอาเชียนมิให้สงบสุขต้องถูกกำจัดลบประเทศทิ้งไป เป็นฮับก่ออาชญากรรมทั่วโลกด้วยอย่างชัดเจนคือเดอะแก๊งคอลเซนเตอร์อาชญากรรมระดับโลก ฮับค้ามนุษย์ค้าแรงงานเถื่อนทารุณทรมานมนุษย์จนหมดสภาพแล้วค้าอวัยวะมนุษย์ไปขายค้ากำไรต่ออีกด้วย ฮับค้ายาเสพติด ฮับรวมคนชั่วเลวจากทั่วโลก สาระพัดฮับโดยรัฐบาลประเทศเขมรเป็นผู้ก่อการคุ้มครองช่วยเหลือเต็มรูปแบบแก่เดอะแก๊งมากมายเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงบ่อนคาสิโนที่มากมายเต็มประเทศเขมรปกติร่วมไปด้วยคุ้มครองปกป้องโดยรัฐบาลฮุนเซนประเทศเขมร,เขมรต้องถูกลบชื่อออกจากเอเชียออกจากอาเชียน,
    ..#แบนเกาหลีใต้ที่คุ้มครองปกป้องอาชญากรรมโลก.
    ..#แบนสินค้าเกาหลีใต้ทั้งหมดในประเทศไทยทันทีถ้าเป็นจริงตามข่าวที่ให้ฮุนเซนและตระกูลฮุนเซนหนีไปหลบที่เขมร กล้าก่ออาชญากรรมสงครามยิงโรงพยาบาลโรงเรียนเด็กๆผู้บริสุทธิ์เราจนเสียชีวิต ไม่สามารถรับนิสัยของเกาหลีใต้ที่ช่วยโจรผู้ร้ายที่รุกคุกคามประเทศไทย เช่นนั้นในอนาคต เกาหลีเหนือผู้นำคิมสามารถมาหลบภัยที่ประเทศไทยได้ทันทีหากทำสงครามกับเกาหลีใต้ด้วย.
    ..ประเทศเขมรและประชาชนเขมรสมรู้ร่วมคิดกับกองทัพเขมรหมายสังหารเด็กๆคนเจ็บตามโรงเรียนตามโรงพยาบาลไทยตามบ้านเรือนคนไทย ทำลายแหล่งเชื้อเพลิงพลังงานไทย มันล็อกเป้าตามแผนที่ดาวเทียมและกะระยะยิงระยะวิถีกระสุนตกได้แน่นอน,ยิงมากจำนวนในทิศทางเดียวกันย่อมกระทบเป้าหมายได้ เจตนานั้นเสมือนบรรลุเป้าหมายการยิงแล้ว และนั้นคือเจตนายิงชัดเจน ไม่มั่ว ไม่กระจายอะไรอยู่ในรัศมีเป้าหมายกระทบทั้งหมดตามลักษณะการใช้งาน มิใช่กระบอกเดียวล็อกเป้าต้องได้ต้องชัดเจนแบบนั่นซึ่งก็คือลักษณะชนิดประเภทของการใช้งานเหมือนกัน ด้วยเจตนายิงชัดเจนอันเดียวกัน คาดหมายเป้าก็ชัดเจนล็อกเป้าหมายหวังผลการตกกระทบของระเบิดกระสุนไม่ลูกใดลูกหนึ่งในปริมาณจำนวนมากๆต้องยิงถูกโรงพยาบาลยิงถูกโรงเรียนยิงถูกบ้านเรือนประชาชนยิงถูกปั้มน้ำมันเติมรถทหารไว้รบได้แน่นอน อยู่ในวิถีทำลายของระเบิดกระสุนแน่นอน,จึงสามารถสรุปชัดเจนว่าเขมรคืออาชญากรรมอาชญากรทางสงครามชัดเจนต่อประเทศไทยและเป็นอาชญากรโลกอาชญากรรมในมิติฮับเดอะแก๊งต่างๆที่กล่าวมาด้วย,สมควรพ้นสถานะขาดคุณสมบัติก่อตั้งประเทศทันทีคืนสถานะเดิม,ไม่สมควรมีสถานะความเป็นประเทศอีกต่อไปเป็นภัยคุกคามทั้งบาวทั้งเวียดนามเป็นต้นมิใช่แค่ไทยเรา.



    https://youtube.com/watch?v=bfSO8BY9OsQ&si=R4O764c117cfMRPD
    ..ประเทศเขมร ทหารเขมรและฮุนเซน ฮุนมาเนตคืออาชญากรและอาชญากรรมทางสงครามชัดเจน เจตนายิงใส่เป้าหมายโรงเรียน โรงพยาบาล บ้านเรือนประชาชนคนไทยและปั้มน้ำมันคนไทยจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากมายของประชาชนผู้บริสุทธิ์ของคนไทยเป็นอันมาก,ประชาชนเขมรถือว่าร่วมก่ออาชญากรรมทางสงครามด้วย สมยอมไม่ต่อต้านให้ทหารเขมรใช้พื้นที่ชุมชนตนยิงระเบิดใส่ประชาชนคนไทย,ประเทศเขมรคือผู้ก่อผู้เป็นอาชญากรรมทางสงครามชัดเจน,ประเทศเขมรคือภัยร้ายบ่อนทำลายอาเชียนมิให้สงบสุขต้องถูกกำจัดลบประเทศทิ้งไป เป็นฮับก่ออาชญากรรมทั่วโลกด้วยอย่างชัดเจนคือเดอะแก๊งคอลเซนเตอร์อาชญากรรมระดับโลก ฮับค้ามนุษย์ค้าแรงงานเถื่อนทารุณทรมานมนุษย์จนหมดสภาพแล้วค้าอวัยวะมนุษย์ไปขายค้ากำไรต่ออีกด้วย ฮับค้ายาเสพติด ฮับรวมคนชั่วเลวจากทั่วโลก สาระพัดฮับโดยรัฐบาลประเทศเขมรเป็นผู้ก่อการคุ้มครองช่วยเหลือเต็มรูปแบบแก่เดอะแก๊งมากมายเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงบ่อนคาสิโนที่มากมายเต็มประเทศเขมรปกติร่วมไปด้วยคุ้มครองปกป้องโดยรัฐบาลฮุนเซนประเทศเขมร,เขมรต้องถูกลบชื่อออกจากเอเชียออกจากอาเชียน, ..#แบนเกาหลีใต้ที่คุ้มครองปกป้องอาชญากรรมโลก. ..#แบนสินค้าเกาหลีใต้ทั้งหมดในประเทศไทยทันทีถ้าเป็นจริงตามข่าวที่ให้ฮุนเซนและตระกูลฮุนเซนหนีไปหลบที่เขมร กล้าก่ออาชญากรรมสงครามยิงโรงพยาบาลโรงเรียนเด็กๆผู้บริสุทธิ์เราจนเสียชีวิต ไม่สามารถรับนิสัยของเกาหลีใต้ที่ช่วยโจรผู้ร้ายที่รุกคุกคามประเทศไทย เช่นนั้นในอนาคต เกาหลีเหนือผู้นำคิมสามารถมาหลบภัยที่ประเทศไทยได้ทันทีหากทำสงครามกับเกาหลีใต้ด้วย. ..ประเทศเขมรและประชาชนเขมรสมรู้ร่วมคิดกับกองทัพเขมรหมายสังหารเด็กๆคนเจ็บตามโรงเรียนตามโรงพยาบาลไทยตามบ้านเรือนคนไทย ทำลายแหล่งเชื้อเพลิงพลังงานไทย มันล็อกเป้าตามแผนที่ดาวเทียมและกะระยะยิงระยะวิถีกระสุนตกได้แน่นอน,ยิงมากจำนวนในทิศทางเดียวกันย่อมกระทบเป้าหมายได้ เจตนานั้นเสมือนบรรลุเป้าหมายการยิงแล้ว และนั้นคือเจตนายิงชัดเจน ไม่มั่ว ไม่กระจายอะไรอยู่ในรัศมีเป้าหมายกระทบทั้งหมดตามลักษณะการใช้งาน มิใช่กระบอกเดียวล็อกเป้าต้องได้ต้องชัดเจนแบบนั่นซึ่งก็คือลักษณะชนิดประเภทของการใช้งานเหมือนกัน ด้วยเจตนายิงชัดเจนอันเดียวกัน คาดหมายเป้าก็ชัดเจนล็อกเป้าหมายหวังผลการตกกระทบของระเบิดกระสุนไม่ลูกใดลูกหนึ่งในปริมาณจำนวนมากๆต้องยิงถูกโรงพยาบาลยิงถูกโรงเรียนยิงถูกบ้านเรือนประชาชนยิงถูกปั้มน้ำมันเติมรถทหารไว้รบได้แน่นอน อยู่ในวิถีทำลายของระเบิดกระสุนแน่นอน,จึงสามารถสรุปชัดเจนว่าเขมรคืออาชญากรรมอาชญากรทางสงครามชัดเจนต่อประเทศไทยและเป็นอาชญากรโลกอาชญากรรมในมิติฮับเดอะแก๊งต่างๆที่กล่าวมาด้วย,สมควรพ้นสถานะขาดคุณสมบัติก่อตั้งประเทศทันทีคืนสถานะเดิม,ไม่สมควรมีสถานะความเป็นประเทศอีกต่อไปเป็นภัยคุกคามทั้งบาวทั้งเวียดนามเป็นต้นมิใช่แค่ไทยเรา. https://youtube.com/watch?v=bfSO8BY9OsQ&si=R4O764c117cfMRPD
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 736 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผบช.น. เผยคดีอดีตตำรวจยศ “พล.ต.อ.” ชนแล้วหนี อยู่ระหว่าง ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียด พร้อมให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ตามพยานหลักฐาน

    จากกรณีเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา เวลา 23.00 น.ที่บริเวณแยกทางเข้าโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท แขวง พระโขนง เขต คลองเตย กรุงเทพมหานคร พบรถยนต์ รุ่น E240 SEDAN ยี่ห้อ MERCEDES BENZ สี เทา โดยมี พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ อดีตที่ปรึกษา สบ.10 เป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว อยู่บนนถนนพระรามที่ 4 กล้วยน้ำไท มุ่งหน้าพระโขนง ในช่องทางที่ 2 จากซ้าย เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ชนกับรถจักรยานยนต์ขับอยู่ในช่องทางที่ 1 จากซ้าย มีนายนที ศรีทา เป็นผู้ขับขี่จักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น

    ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (30 เม.ย.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 และ พ.ต.อ.พิสิษฐ์ มีวิริยกุล ผกก.สน.คลองตัน ดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าว โดยและเอียด และให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย เบื้องต้นทราบว่า ผู้บาดเจ็บตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ซึ่งพนักงานสอบสวน ได้ซักถามอาการเบื้องต้นแล้ว

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม https://mgronline.com/crime/detail/9680000040544

    #MGROnline #อดีตตำรวจ #ชนแล้วหนี
    ผบช.น. เผยคดีอดีตตำรวจยศ “พล.ต.อ.” ชนแล้วหนี อยู่ระหว่าง ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียด พร้อมให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ตามพยานหลักฐาน • จากกรณีเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา เวลา 23.00 น.ที่บริเวณแยกทางเข้าโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท แขวง พระโขนง เขต คลองเตย กรุงเทพมหานคร พบรถยนต์ รุ่น E240 SEDAN ยี่ห้อ MERCEDES BENZ สี เทา โดยมี พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ อดีตที่ปรึกษา สบ.10 เป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว อยู่บนนถนนพระรามที่ 4 กล้วยน้ำไท มุ่งหน้าพระโขนง ในช่องทางที่ 2 จากซ้าย เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ชนกับรถจักรยานยนต์ขับอยู่ในช่องทางที่ 1 จากซ้าย มีนายนที ศรีทา เป็นผู้ขับขี่จักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น • ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (30 เม.ย.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 และ พ.ต.อ.พิสิษฐ์ มีวิริยกุล ผกก.สน.คลองตัน ดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าว โดยและเอียด และให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย เบื้องต้นทราบว่า ผู้บาดเจ็บตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ซึ่งพนักงานสอบสวน ได้ซักถามอาการเบื้องต้นแล้ว • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม https://mgronline.com/crime/detail/9680000040544 • #MGROnline #อดีตตำรวจ #ชนแล้วหนี
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 745 มุมมอง 0 รีวิว
  • “หมอโบว์” ลูกกตัญญู-นางฟ้าใจบุญ ทั้งดูแลแม่ป่วย ทั้งรักษาช้างฟรีทั่วภาคใต้ ภูมิใจ ได้ต่อชีวิตช้างป่วยและครอบครัวคนเลี้ยงช้าง!

    “ช้างเป็นสัตว์ที่เจ้าของเลี้ยงเหมือนคนในครอบครัว ช้างบางเชือกเลี้ยงไว้เพื่อประกอบอาชีพ ช้างบางเชือกส่งลูกเรียนจนจบปริญญา ช้างบางเชือกเจือจุนครอบครัวของคนที่เลี้ยงช้าง เรารู้สึกว่า การรักษาช้าง 1 เชือกให้หายป่วย ไม่ใช่แค่การต่อชีวิตช้างอย่างเดียว แต่เป็นการต่อชีวิตของคนที่เลี้ยงช้างด้วย”

    นั่นคือเหตุผลและความภาคภูมิใจที่ทำให้ “หมอโบว์” สัตวแพทย์หญิง รัชดาภรณ์ ศรีสมุทร อยากเป็นหมอรักษาช้าง ทั้งที่ช้างเป็นสัตว์ใหญ่ หากพลาดอาจเสี่ยงต่ออันตรายถึงชีวิตได้

    แม้หมอโบว์จะไม่ได้เติบโตมาในครอบครัวที่ร่ำรวย โดยแม่เป็นครู ส่วนพ่อทำสวน และแม่ต้องกู้เงินเพื่อส่งหมอโบว์เรียนสัตวแพทย์ถึง 6 ปี แต่หมอโบว์ก็ไม่ได้ตั้งเป้าหรือมุ่งเน้นทำงานเพื่อความมั่นคงหรือฐานะการเงินของตนเอง เพราะหากต้องการความร่ำรวย หมอโบว์คงเลือกเป็นหมอรักษาสัตว์เล็กอย่างแมวหรือสุนัข ที่สามารถเปิดคลินิกของตัวเองได้ แต่ช้างเป็นสัตว์ใหญ่ การรักษาและค่ายาสูงมากตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักแสน ไม่สามารถเปิดคลินิกเพื่อรักษาได้ เพราะเก็บค่ารักษายาก แต่หมอโบว์กลับเลือกเส้นทางนี้ เพื่อรักษาช้างฟรี

    “บางท่านก็มีทุนในการจ่ายให้เราได้ แต่โบว์มองว่า บางคนเขาเป็นเจ้าของช้าง เขาเลี้ยงช้างเอง แล้วช้างเขาก็ทำงาน และรายได้เขาไม่ได้เยอะมาก ถ้าเราไปเก็บค่ารักษา เขาอาจไม่มีเงินจ่าย และเขาอาจไม่เรียกเราไปรักษา เขาอาจปล่อยให้ช้างนั้นป่วยหรือรักษาเอง ทำให้รู้สึกว่าเขาอาจไม่ได้เต็มที่กับการรักษา แล้วจะให้เราไปเก็บเงินจากปางช้างที่มีทุน คนนี้เก็บ คนนี้ไม่เก็บ ก็ไม่ได้ โบว์เลยรักษาฟรีให้หมดเลย”

    แม้เสี่ยงอันตราย แต่ไม่ถอดใจ!

    “ครั้งแรกที่เจอช้าง ตอนนั้นเป็นเด็กฝึกงาน เรียนอยู่ปี 6 เจอช้างชื่อ พลายสุดหล่อ เขาเจ็บตาด้านซ้าย เราไม่รู้จักการเข้าหาช้างเลย คิดว่าช้างมันก็น่ารักเหมือนหมาแมวแหละ เข้าไปลูบหัวได้ เราเข้าไปจะหยอดตาปุ๊บ สุดหล่อใช้งาสะบัด โบว์กระเด็นไปโน่นเลย กระเด็นไปเลยด้วยแรงช้าง ตอนนั้นเป็นเหตุการณ์ที่โบว์รู้สึกว่า เราจะไปต่อสายนี้ดีไหมนะ หรือเราจะพอแล้ว เพราะมันดูน่ากลัว แต่พอวันหนึ่งเรามองกลับไปว่า ถ้าเราไม่ทำต่อ เราจะไม่ได้เห็นช้างที่น่ารักๆ อีกหลายเชือกเลยนะ ไม่ได้เห็นช้างที่เขาหายป่วยอีกหลายเชือกเลยนะ เลยเป็นแรงบันดาลใจทำให้เรามุ่งมั่นต่อไป”

    หลังเรียนจบสัตวแพทย์ หมอโบว์ได้ทำงานรักษาช้างฟรีที่ รพ.ช้างกระบี่ แม้จะได้ทำงานที่ตัวเองรัก แต่อีกด้าน กลับมีเรื่องที่น่าเสียใจ เพราะแม่ที่คุณหมอรักมากป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ โรคที่ทำให้ผู้ป่วยจำอะไรไม่ได้และไม่มีทางรักษา

    “ตอนนั้นเราไม่เชื่อว่าแม่จะลืมเรา โบว์พยายามจะฟื้นฟูความจำ เช่น พยายามบอกชื่อเราเองทุกวัน นี่โบว์นะ นี่แม่ หรือเอาสูตรคูณมาตั้ง 2-1 อะไร เมื่อก่อนเขาเป็นครูสอนที่เก่งมาก สูตรคูณเขาจำได้หมด แต่พอป่วย เขาเริ่มไม่รู้แล้ว โบว์มีการให้เขาท่อง ก ไก่ ถึง ฮ นกฮูก หรือทำโจทย์เลขง่ายๆ ตอนนั้นเรายังมีความหวัง เราไม่รู้ว่าโรคนี้อาจไม่มีความหวัง ก็พยายามทำตรงนั้น แต่สุดท้าย เขาก็ลืมเราลงเรื่อยๆ”

    ในที่สุด เมื่อพัฒนาการของโรคอัลไซเมอร์ ทำให้แม่แย่ลงเรื่อยๆ จึงถึงจุดที่หมอโบว์ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ “แม่เริ่มป่วยตั้งแต่โบว์เริ่มทำงาน ตอนทำงานที่ รพ.ช้างกระบี่ พาแม่ไปอยู่ด้วยที่บ้านพักของ รพ. ดูแลแม่ด้วย รักษาช้างด้วย โบว์ดูแลแม่คนเดียว เช้ามา ทำกับข้าวก่อน บางทีแม่เป็นอัลไซเมอร์หนักๆ ปุ๊บ อึฉี่เรี่ยราดแล้ว ต้องเก็บ หรือเปิดน้ำท่วมบ้านแล้ว เช้ามา โห น้ำ บ้านหรือทะเล คือแม่เปิดน้ำทิ้งไว้ ท่วมบ้านแล้ว นี่คือสิ่งที่โบว์ต้องจัดการในทุกเช้า และหลังๆ มา ก็รู้สึกว่าแม่ไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ เหมือนกับเราไปทำงานไม่ได้เลย เขาอาจจะเปิดน้ำอีก หรือเขาอาจเกิดอันตราย เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้โบว์ลาออกจาก รพ.ช้าง”

    หมอโบว์ตัดสินใจลาออกจาก รพ.ช้างกระบี่หลังทำงานได้ 5 ปี ก่อนพาแม่กลับมาดูแลที่บ้านที่ จ.ภูเก็ต ถึงวันนี้เกือบ 2 ปีแล้วที่หมอโบว์พยายามดูแลแม่อย่างดีที่สุด ควบคู่กับการเป็นหมอช้างจิตอาสาที่พร้อมรักษาช้างฟรีทั่วภาคใต้ “(ถาม-ตอนนี้อาการแม่เป็นยังไงบ้าง?) คุยไม่รู้เรื่อง อ้อแอเหมือนเด็กเลย เดินได้น้อยลง เดินได้ไม่กี่ก้าวก็จะนั่ง ทำกิจวัตรไม่ได้ ต้องทำให้ตลอด แต่เรื่องกิน แม่ชอบ กินง่าย สุขภาพแข็งแรงดี ยกเว้นความจำ (ถาม-ตอนนี้หมอบริหารเวลายังไงกับการดูแลแม่และรักษาช้าง?) ถ้าโบว์อยู่บ้าน โบว์จะดูแลแม่เอง แต่ถ้าต้องออกไปรักษาช้าง จะมีพี่เลี้ยงคอยดูแล”

    การเป็นหมอรักษาช้างโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทำให้หมอโบว์ต้องผลิตสินค้าช่วยช้างขึ้นมาจำหน่ายเพื่อหารายได้มารักษาช้างฟรี เช่น เสื้อยืด หมวก ถุงผ้า “ด้วยความที่เรามีฐานแฟนคลับอยู่แล้วจากโซเชียลมีเดีย โบว์เลยเอาสินค้าขึ้นมาขาย เป็นของที่ระลึก สินค้านี้ถ้าคุณได้ซื้อไป คุณจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการที่จะสนับสนุนพวกน้ำเกลือค่ายาให้กับช้าง แต่ถามว่า โบว์มีรายได้ไหมทุกวันนี้ โบว์มีรายได้จากการทำอย่างอื่น เช่น เป็นอินฟลูเอนเซอร์ รีวิวสินค้า เพราะโบว์มีโซเชียลมีเดียที่มีผู้ติดตามค่อนข้างมาก เลยทำให้โบว์สามารถมีรายได้ตรงนี้มาจุนเจือครอบครัว ดูแลแม่ได้”

    ถึงวันนี้ 7 ปีแล้วที่หมอโบว์ได้ให้การรักษาช้างป่วยนับพันเชือก ซึ่งล่าสุด หมอโบว์ยังได้ช่วยรักษาช้างป่วย ช้างชรา ช้างพิการ ในปางช้างที่ จ.ภูเก็ต (Phuket Elephant Sanctuary) ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็น รพ.ที่ดูแลช้างฟรีอีกด้วย “รู้สึกว่า ถ้าเราได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือบั้นปลายชีวิตของช้าง จะเป็นอะไรที่ดีมากๆ เหมือนกับที่เราได้ดูแลแม่ในวัยชราเหมือนกัน ชีวิตตอนนี้มีความสุขมาก สุขจากการที่เราได้อยู่กับสิ่งที่เรารักทั้ง 2 สิ่ง คือแม่และช้าง เป็นความสุขที่สุดแล้ว”

    ขณะที่ “กาญจน์ณฐาน์ ธรรมวนาสินทร์” ผู้จัดการปางช้าง Following Giants Krabi ที่หมอโบว์เคยเดินทางไปรักษาช้างฟรี พูดถึงความประทับใจที่มีต่อหมอโบว์ว่า “รู้สึกขอบคุณที่มีหมอแบบนี้ดูแลช้าง อยากให้มีเยอะๆ เพราะบางเคสต้องเร่งด่วน บางทีหมอโบว์ก็แยกร่างไม่ทัน เราอยากได้หมอโบว์สัก 20 คนในประเทศ อยากให้หมอโบว์ทำอย่างนี้ต่อไป ทุกคนต้องการหมอโบว์”

    ติดตามเรื่องราวของหมอโบว์ ลูกกตัญญูและนางฟ้าใจบุญรักษาช้างฟรีได้
    ในรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน “หมอโบว์...นางฟ้าใจบุญ”
    วันเสาร์ที่ 19 เมษายน 2568 เวลา 11.30-12.00 น.
    ทาง NEWS1 (กล่อง IPTV ของ NT ช่อง 64 / กล่อง AIS Play Box ช่อง 615 / กล่อง True ID ช่อง 19)

    และเฟซบุ๊ก / ยูทูบ / ติ๊กต็อก : ฅนจริงใจไม่ท้อ

    (หากท่านใดต้องการอุดหนุนสินค้าช่วยช้าง เพื่อสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาช้างฟรีของหมอโบว์ ติดต่อได้ที่เฟซบุ๊ก “หมอโบว์” หรือติ๊กต็อก “หมอโบว์ รักษาช้าง”)

    #หมอโบว์ #หมอโบว์รักษาช้าง #รักษาช้างฟรี #หมอตัวเล็กกับคนไข้ตัวใหญ่ #นางฟ้าใจบุญ #ลูกกตัญญู
    “หมอโบว์” ลูกกตัญญู-นางฟ้าใจบุญ ทั้งดูแลแม่ป่วย ทั้งรักษาช้างฟรีทั่วภาคใต้ ภูมิใจ ได้ต่อชีวิตช้างป่วยและครอบครัวคนเลี้ยงช้าง! “ช้างเป็นสัตว์ที่เจ้าของเลี้ยงเหมือนคนในครอบครัว ช้างบางเชือกเลี้ยงไว้เพื่อประกอบอาชีพ ช้างบางเชือกส่งลูกเรียนจนจบปริญญา ช้างบางเชือกเจือจุนครอบครัวของคนที่เลี้ยงช้าง เรารู้สึกว่า การรักษาช้าง 1 เชือกให้หายป่วย ไม่ใช่แค่การต่อชีวิตช้างอย่างเดียว แต่เป็นการต่อชีวิตของคนที่เลี้ยงช้างด้วย” นั่นคือเหตุผลและความภาคภูมิใจที่ทำให้ “หมอโบว์” สัตวแพทย์หญิง รัชดาภรณ์ ศรีสมุทร อยากเป็นหมอรักษาช้าง ทั้งที่ช้างเป็นสัตว์ใหญ่ หากพลาดอาจเสี่ยงต่ออันตรายถึงชีวิตได้ แม้หมอโบว์จะไม่ได้เติบโตมาในครอบครัวที่ร่ำรวย โดยแม่เป็นครู ส่วนพ่อทำสวน และแม่ต้องกู้เงินเพื่อส่งหมอโบว์เรียนสัตวแพทย์ถึง 6 ปี แต่หมอโบว์ก็ไม่ได้ตั้งเป้าหรือมุ่งเน้นทำงานเพื่อความมั่นคงหรือฐานะการเงินของตนเอง เพราะหากต้องการความร่ำรวย หมอโบว์คงเลือกเป็นหมอรักษาสัตว์เล็กอย่างแมวหรือสุนัข ที่สามารถเปิดคลินิกของตัวเองได้ แต่ช้างเป็นสัตว์ใหญ่ การรักษาและค่ายาสูงมากตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักแสน ไม่สามารถเปิดคลินิกเพื่อรักษาได้ เพราะเก็บค่ารักษายาก แต่หมอโบว์กลับเลือกเส้นทางนี้ เพื่อรักษาช้างฟรี “บางท่านก็มีทุนในการจ่ายให้เราได้ แต่โบว์มองว่า บางคนเขาเป็นเจ้าของช้าง เขาเลี้ยงช้างเอง แล้วช้างเขาก็ทำงาน และรายได้เขาไม่ได้เยอะมาก ถ้าเราไปเก็บค่ารักษา เขาอาจไม่มีเงินจ่าย และเขาอาจไม่เรียกเราไปรักษา เขาอาจปล่อยให้ช้างนั้นป่วยหรือรักษาเอง ทำให้รู้สึกว่าเขาอาจไม่ได้เต็มที่กับการรักษา แล้วจะให้เราไปเก็บเงินจากปางช้างที่มีทุน คนนี้เก็บ คนนี้ไม่เก็บ ก็ไม่ได้ โบว์เลยรักษาฟรีให้หมดเลย” แม้เสี่ยงอันตราย แต่ไม่ถอดใจ! “ครั้งแรกที่เจอช้าง ตอนนั้นเป็นเด็กฝึกงาน เรียนอยู่ปี 6 เจอช้างชื่อ พลายสุดหล่อ เขาเจ็บตาด้านซ้าย เราไม่รู้จักการเข้าหาช้างเลย คิดว่าช้างมันก็น่ารักเหมือนหมาแมวแหละ เข้าไปลูบหัวได้ เราเข้าไปจะหยอดตาปุ๊บ สุดหล่อใช้งาสะบัด โบว์กระเด็นไปโน่นเลย กระเด็นไปเลยด้วยแรงช้าง ตอนนั้นเป็นเหตุการณ์ที่โบว์รู้สึกว่า เราจะไปต่อสายนี้ดีไหมนะ หรือเราจะพอแล้ว เพราะมันดูน่ากลัว แต่พอวันหนึ่งเรามองกลับไปว่า ถ้าเราไม่ทำต่อ เราจะไม่ได้เห็นช้างที่น่ารักๆ อีกหลายเชือกเลยนะ ไม่ได้เห็นช้างที่เขาหายป่วยอีกหลายเชือกเลยนะ เลยเป็นแรงบันดาลใจทำให้เรามุ่งมั่นต่อไป” หลังเรียนจบสัตวแพทย์ หมอโบว์ได้ทำงานรักษาช้างฟรีที่ รพ.ช้างกระบี่ แม้จะได้ทำงานที่ตัวเองรัก แต่อีกด้าน กลับมีเรื่องที่น่าเสียใจ เพราะแม่ที่คุณหมอรักมากป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ โรคที่ทำให้ผู้ป่วยจำอะไรไม่ได้และไม่มีทางรักษา “ตอนนั้นเราไม่เชื่อว่าแม่จะลืมเรา โบว์พยายามจะฟื้นฟูความจำ เช่น พยายามบอกชื่อเราเองทุกวัน นี่โบว์นะ นี่แม่ หรือเอาสูตรคูณมาตั้ง 2-1 อะไร เมื่อก่อนเขาเป็นครูสอนที่เก่งมาก สูตรคูณเขาจำได้หมด แต่พอป่วย เขาเริ่มไม่รู้แล้ว โบว์มีการให้เขาท่อง ก ไก่ ถึง ฮ นกฮูก หรือทำโจทย์เลขง่ายๆ ตอนนั้นเรายังมีความหวัง เราไม่รู้ว่าโรคนี้อาจไม่มีความหวัง ก็พยายามทำตรงนั้น แต่สุดท้าย เขาก็ลืมเราลงเรื่อยๆ” ในที่สุด เมื่อพัฒนาการของโรคอัลไซเมอร์ ทำให้แม่แย่ลงเรื่อยๆ จึงถึงจุดที่หมอโบว์ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ “แม่เริ่มป่วยตั้งแต่โบว์เริ่มทำงาน ตอนทำงานที่ รพ.ช้างกระบี่ พาแม่ไปอยู่ด้วยที่บ้านพักของ รพ. ดูแลแม่ด้วย รักษาช้างด้วย โบว์ดูแลแม่คนเดียว เช้ามา ทำกับข้าวก่อน บางทีแม่เป็นอัลไซเมอร์หนักๆ ปุ๊บ อึฉี่เรี่ยราดแล้ว ต้องเก็บ หรือเปิดน้ำท่วมบ้านแล้ว เช้ามา โห น้ำ บ้านหรือทะเล คือแม่เปิดน้ำทิ้งไว้ ท่วมบ้านแล้ว นี่คือสิ่งที่โบว์ต้องจัดการในทุกเช้า และหลังๆ มา ก็รู้สึกว่าแม่ไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ เหมือนกับเราไปทำงานไม่ได้เลย เขาอาจจะเปิดน้ำอีก หรือเขาอาจเกิดอันตราย เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้โบว์ลาออกจาก รพ.ช้าง” หมอโบว์ตัดสินใจลาออกจาก รพ.ช้างกระบี่หลังทำงานได้ 5 ปี ก่อนพาแม่กลับมาดูแลที่บ้านที่ จ.ภูเก็ต ถึงวันนี้เกือบ 2 ปีแล้วที่หมอโบว์พยายามดูแลแม่อย่างดีที่สุด ควบคู่กับการเป็นหมอช้างจิตอาสาที่พร้อมรักษาช้างฟรีทั่วภาคใต้ “(ถาม-ตอนนี้อาการแม่เป็นยังไงบ้าง?) คุยไม่รู้เรื่อง อ้อแอเหมือนเด็กเลย เดินได้น้อยลง เดินได้ไม่กี่ก้าวก็จะนั่ง ทำกิจวัตรไม่ได้ ต้องทำให้ตลอด แต่เรื่องกิน แม่ชอบ กินง่าย สุขภาพแข็งแรงดี ยกเว้นความจำ (ถาม-ตอนนี้หมอบริหารเวลายังไงกับการดูแลแม่และรักษาช้าง?) ถ้าโบว์อยู่บ้าน โบว์จะดูแลแม่เอง แต่ถ้าต้องออกไปรักษาช้าง จะมีพี่เลี้ยงคอยดูแล” การเป็นหมอรักษาช้างโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทำให้หมอโบว์ต้องผลิตสินค้าช่วยช้างขึ้นมาจำหน่ายเพื่อหารายได้มารักษาช้างฟรี เช่น เสื้อยืด หมวก ถุงผ้า “ด้วยความที่เรามีฐานแฟนคลับอยู่แล้วจากโซเชียลมีเดีย โบว์เลยเอาสินค้าขึ้นมาขาย เป็นของที่ระลึก สินค้านี้ถ้าคุณได้ซื้อไป คุณจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการที่จะสนับสนุนพวกน้ำเกลือค่ายาให้กับช้าง แต่ถามว่า โบว์มีรายได้ไหมทุกวันนี้ โบว์มีรายได้จากการทำอย่างอื่น เช่น เป็นอินฟลูเอนเซอร์ รีวิวสินค้า เพราะโบว์มีโซเชียลมีเดียที่มีผู้ติดตามค่อนข้างมาก เลยทำให้โบว์สามารถมีรายได้ตรงนี้มาจุนเจือครอบครัว ดูแลแม่ได้” ถึงวันนี้ 7 ปีแล้วที่หมอโบว์ได้ให้การรักษาช้างป่วยนับพันเชือก ซึ่งล่าสุด หมอโบว์ยังได้ช่วยรักษาช้างป่วย ช้างชรา ช้างพิการ ในปางช้างที่ จ.ภูเก็ต (Phuket Elephant Sanctuary) ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็น รพ.ที่ดูแลช้างฟรีอีกด้วย “รู้สึกว่า ถ้าเราได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือบั้นปลายชีวิตของช้าง จะเป็นอะไรที่ดีมากๆ เหมือนกับที่เราได้ดูแลแม่ในวัยชราเหมือนกัน ชีวิตตอนนี้มีความสุขมาก สุขจากการที่เราได้อยู่กับสิ่งที่เรารักทั้ง 2 สิ่ง คือแม่และช้าง เป็นความสุขที่สุดแล้ว” ขณะที่ “กาญจน์ณฐาน์ ธรรมวนาสินทร์” ผู้จัดการปางช้าง Following Giants Krabi ที่หมอโบว์เคยเดินทางไปรักษาช้างฟรี พูดถึงความประทับใจที่มีต่อหมอโบว์ว่า “รู้สึกขอบคุณที่มีหมอแบบนี้ดูแลช้าง อยากให้มีเยอะๆ เพราะบางเคสต้องเร่งด่วน บางทีหมอโบว์ก็แยกร่างไม่ทัน เราอยากได้หมอโบว์สัก 20 คนในประเทศ อยากให้หมอโบว์ทำอย่างนี้ต่อไป ทุกคนต้องการหมอโบว์” ติดตามเรื่องราวของหมอโบว์ ลูกกตัญญูและนางฟ้าใจบุญรักษาช้างฟรีได้ ในรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน “หมอโบว์...นางฟ้าใจบุญ” วันเสาร์ที่ 19 เมษายน 2568 เวลา 11.30-12.00 น. ทาง NEWS1 (กล่อง IPTV ของ NT ช่อง 64 / กล่อง AIS Play Box ช่อง 615 / กล่อง True ID ช่อง 19) และเฟซบุ๊ก / ยูทูบ / ติ๊กต็อก : ฅนจริงใจไม่ท้อ (หากท่านใดต้องการอุดหนุนสินค้าช่วยช้าง เพื่อสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาช้างฟรีของหมอโบว์ ติดต่อได้ที่เฟซบุ๊ก “หมอโบว์” หรือติ๊กต็อก “หมอโบว์ รักษาช้าง”) #หมอโบว์ #หมอโบว์รักษาช้าง #รักษาช้างฟรี #หมอตัวเล็กกับคนไข้ตัวใหญ่ #นางฟ้าใจบุญ #ลูกกตัญญู
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1905 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทานศีลมีมา
    ภาวนาดี
    ปัญญาจึงมี
    ดีธรรมอาศัย

    มีธรรมความจริง
    ยิ่งทำยิ่งได้
    คุณมากยิ่งใหญ่
    ให้พาขวนขวาย

    ความจริงชีวี
    มีกรรมอาศัย
    เกิดแก่เจ็บตาย
    ให้ฝึกทำใจ

    การงานทั้งหลาย
    ได้ใจเป็นใหญ่
    ดีร้ายเลือกใช้
    ไกลทุกข์ด้วยใจ
    ทานศีลมีมา ภาวนาดี ปัญญาจึงมี ดีธรรมอาศัย มีธรรมความจริง ยิ่งทำยิ่งได้ คุณมากยิ่งใหญ่ ให้พาขวนขวาย ความจริงชีวี มีกรรมอาศัย เกิดแก่เจ็บตาย ให้ฝึกทำใจ การงานทั้งหลาย ได้ใจเป็นใหญ่ ดีร้ายเลือกใช้ ไกลทุกข์ด้วยใจ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 154 มุมมอง 0 รีวิว
  • รายงานข่าวออนไลนี้ 7 HD เมื่อ 6 มกราคม 2568 ระบุว่าอดีตที่ปรึกษา WHO แฉภาครัฐปกปิดตัวเลขตาย-เจ็บ ช่วงเทศกาลต่ำกว่าความเป็นจริง 10 เท่า เผยรายงานจาก สธ. บาดเจ็บกว่า 3 หมื่น ตาย 537 แต่รัฐแถลงแค่หลักพันตายกว่า 436 ราย มอร์เตอร์ไซค์ยังคงครองแชมป์เจ็บตายสูงสุด ขณะเด็กอายุต่ำกว่า 20 ดื่มแล้วขับร่วม 4,000 คน

    พญ.ชไมพันธุ์ สันติกาญจน์ อดีตที่ปรึกษาด้านป้องกันการบาดเจ็บและภาวะพิการประจำองค์การอนามัยโลกภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ (Regional advisor WHO SEARO, Ret. ) และหัวหน้าโครงการขับเคลื่อนไทยปลอดจากภัยจักรยานยนต์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)และ มูลนิธิสถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ (Public Policy Studies Institute Foundation เปิดเผยถึงการแถลงตัวเลขการบาดเจ็บและเสียชีวิตในช่วงเทศกาลปีใหม่ 10 วันอันตราย โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ว่า

    เห็นตัวเลขที่ทางราชการแถลงแล้ว รู้สึกได้ถึงความไม่ตรงไปตรงมาของภาครัฐในการที่จะแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนเพื่อลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตของคนไทย ตัวเลขที่แถลงสรุปว่าอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 10 วันของการรณรงค์ (27 ธันวาคม 2567 – 5 มกราคม 2568) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,467 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 2,376 คน ผู้เสียชีวิต รวม 436 คน ซึ่งห่างจากตัวเลขที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ของ กระทรวงสาธารณสุขถึง 10 เท่า

    อดีตที่ปรึกษาด้านป้องกันการบาดเจ็บและภาวะพิการประจำองค์การอนามัยโลก ให้ข้อมูลว่า ตัวเลขการบาดเจ็บและเสียชีวิต ที่รายงานโดยกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเวลา 07.20 น. วันที่ 6 มกราคม 2568 สรุปตัวเลขการบาดเจ็บและเสียชีวิตในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ระหว่าง 27ธ.ค.2567 – 5 ม.ค. 2568 จากทั่วประเทศ ว่า มีผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 31,572 ราย เสียชีวิต 537 ราย ใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินหรือ 16,026 ราย ผู้บาดเจ็บเข้ารักษาตัวในรพ. 8,347 ราย

    “เฉพาะตัวเลขคนเสียชีวิตก็ต่างกันถึง 101 ราย คนร้อยกว่าคนตายแต่ไม่มีรายงานตัวเลข แปลว่าอะไร ยิ่งตัวเลขการบาดเจ็บต่างกันหลักหมื่น ดิฉันจากเมืองไทยไปกว่า 20 ปี แต่ระบบการรายงานตัวเลขยังเป็นแบบเดิม ตั้งเป้าโดยใช้จำนวนตายมาวัดในหลายจังหวัดมีประวัติการแอบซ่อนจำนวนเคสมาตั้งแต่สมัยการตั้งเป้าไข้เลือดออกกับสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งโดยหลักการการตั้งเป้าต้องมีเป้า input (งบประมาน) และ output ผลงานประกอบคู่กันด้วยเพื่อดูว่าทำจริงหรือแค่ซ่อนเคส ทั้ง ๆ ที่มีการตั้งจุดตรวจหลักถึง 1,768 จุด จัดชุดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานมากถึง 50,114 คน แต่ตัวเลขที่รายงานกับตกหล่นมากขนาดนี้ ” พญ.ชไมพันธุ์ กล่าว และว่า สาเหตุการบาดเจ็บและเสียชีวิต มาจากการดื่มแล้วขับถึง 4,798 ราย ในจำนวนนี้มีเด็กที่อายุน้อยกว่า 20 ปี ดื่มแล้วขับถึง 4,080 ราย

    “ดิฉันรู้สึกผิดหวังที่รัฐบาลที่แล้วต่อมาจนถึงรัฐบาลนี้ รวมทั้งพรรคฝ่ายค้านบางพรรคการเมือง ที่พยายามส่งสัญญาณ ถึงประชาชนเรื่องการลดภาษีไวน์ หรือการเปิดให้ดื่มเหล้าโดยไม่คุมเวลา ขยายเปิดผับถึงตีสี่ ขนาดยังไม่เต็มระบบก็เริ่มส่งสัญญาณถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องอุบัติเหตุ แต่เวลานี้ ทั้งเจ้าหน้าที่ ทั้งบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่มีหน้าที่ต้องดูแลคนเจ็บคนตายพากันร้องระงมว่าปัญหาเหล้าพุ่งสูงมาก สูงขนาดที่คนติดเหล้ามาผ่าไส้ติ่งแต่กลับอาละวาดในห้องฉุกเฉิน หอผู้ป่วย จนหวาดกลัวไปกันหมดทั้งคนไข้ทั้งเจ้าหน้าที่ รปภ. เป็น 10 ยังเอาไม่อยู่”อดีตที่ปรึกษาด้านป้องกันการบาดเจ็บและภาวะพิการประจำองค์การอนามัยโลก บอก

    พญ.ชไมพันธุ์ กล่าวว่า มีตัวเลขเดียวที่รัฐบาลพูดความจริงกับประชาชน นั่นก็คือ ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ยังคงเป็นรถจักรยานยนต์หรือมอร์เตอร์ไซค์ เป็นสัดส่วนสูงถึง 84.3 % .ในบางจังหวัดที่มีตัวเลขผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ 20 นาทีต่อ1 คน หมายถึงมีการตายชั่วโมงละ 3 คนในช่วงเทศกาล

    ทั้งนี้ ตนมองว่า การส่งสัญญาณจากภาครัฐในหลาย ๆ เรื่องเป็นสิ่งที่น่ากังวล อย่างเช่น รัฐบาลที่แล้วส่งสัญญาณและส่งเสริมเรื่องขับรถเร็วโดยเพิ่มความเร็วบนถนนแค่สี่ท่อนไม่ใช่ทั่วประเทศแต่ประกาศให้คนรู้สึกเหมือนกับเพิ่มความเร็วแล้วทั่วประเทศเป็น 120 ซึ่งไม่ถูกต้อง การสื่อสารของรัฐบาลล้มเหลวในแง่ที่จะสร้างความเข้าใจและตระหนักรู้ให้กับประชาชนโดยสิ้นเชิง
    รายงานข่าวออนไลนี้ 7 HD เมื่อ 6 มกราคม 2568 ระบุว่าอดีตที่ปรึกษา WHO แฉภาครัฐปกปิดตัวเลขตาย-เจ็บ ช่วงเทศกาลต่ำกว่าความเป็นจริง 10 เท่า เผยรายงานจาก สธ. บาดเจ็บกว่า 3 หมื่น ตาย 537 แต่รัฐแถลงแค่หลักพันตายกว่า 436 ราย มอร์เตอร์ไซค์ยังคงครองแชมป์เจ็บตายสูงสุด ขณะเด็กอายุต่ำกว่า 20 ดื่มแล้วขับร่วม 4,000 คน พญ.ชไมพันธุ์ สันติกาญจน์ อดีตที่ปรึกษาด้านป้องกันการบาดเจ็บและภาวะพิการประจำองค์การอนามัยโลกภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ (Regional advisor WHO SEARO, Ret. ) และหัวหน้าโครงการขับเคลื่อนไทยปลอดจากภัยจักรยานยนต์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)และ มูลนิธิสถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ (Public Policy Studies Institute Foundation เปิดเผยถึงการแถลงตัวเลขการบาดเจ็บและเสียชีวิตในช่วงเทศกาลปีใหม่ 10 วันอันตราย โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ว่า เห็นตัวเลขที่ทางราชการแถลงแล้ว รู้สึกได้ถึงความไม่ตรงไปตรงมาของภาครัฐในการที่จะแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนเพื่อลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตของคนไทย ตัวเลขที่แถลงสรุปว่าอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 10 วันของการรณรงค์ (27 ธันวาคม 2567 – 5 มกราคม 2568) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,467 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 2,376 คน ผู้เสียชีวิต รวม 436 คน ซึ่งห่างจากตัวเลขที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ของ กระทรวงสาธารณสุขถึง 10 เท่า อดีตที่ปรึกษาด้านป้องกันการบาดเจ็บและภาวะพิการประจำองค์การอนามัยโลก ให้ข้อมูลว่า ตัวเลขการบาดเจ็บและเสียชีวิต ที่รายงานโดยกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเวลา 07.20 น. วันที่ 6 มกราคม 2568 สรุปตัวเลขการบาดเจ็บและเสียชีวิตในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ระหว่าง 27ธ.ค.2567 – 5 ม.ค. 2568 จากทั่วประเทศ ว่า มีผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 31,572 ราย เสียชีวิต 537 ราย ใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินหรือ 16,026 ราย ผู้บาดเจ็บเข้ารักษาตัวในรพ. 8,347 ราย “เฉพาะตัวเลขคนเสียชีวิตก็ต่างกันถึง 101 ราย คนร้อยกว่าคนตายแต่ไม่มีรายงานตัวเลข แปลว่าอะไร ยิ่งตัวเลขการบาดเจ็บต่างกันหลักหมื่น ดิฉันจากเมืองไทยไปกว่า 20 ปี แต่ระบบการรายงานตัวเลขยังเป็นแบบเดิม ตั้งเป้าโดยใช้จำนวนตายมาวัดในหลายจังหวัดมีประวัติการแอบซ่อนจำนวนเคสมาตั้งแต่สมัยการตั้งเป้าไข้เลือดออกกับสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งโดยหลักการการตั้งเป้าต้องมีเป้า input (งบประมาน) และ output ผลงานประกอบคู่กันด้วยเพื่อดูว่าทำจริงหรือแค่ซ่อนเคส ทั้ง ๆ ที่มีการตั้งจุดตรวจหลักถึง 1,768 จุด จัดชุดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานมากถึง 50,114 คน แต่ตัวเลขที่รายงานกับตกหล่นมากขนาดนี้ ” พญ.ชไมพันธุ์ กล่าว และว่า สาเหตุการบาดเจ็บและเสียชีวิต มาจากการดื่มแล้วขับถึง 4,798 ราย ในจำนวนนี้มีเด็กที่อายุน้อยกว่า 20 ปี ดื่มแล้วขับถึง 4,080 ราย “ดิฉันรู้สึกผิดหวังที่รัฐบาลที่แล้วต่อมาจนถึงรัฐบาลนี้ รวมทั้งพรรคฝ่ายค้านบางพรรคการเมือง ที่พยายามส่งสัญญาณ ถึงประชาชนเรื่องการลดภาษีไวน์ หรือการเปิดให้ดื่มเหล้าโดยไม่คุมเวลา ขยายเปิดผับถึงตีสี่ ขนาดยังไม่เต็มระบบก็เริ่มส่งสัญญาณถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องอุบัติเหตุ แต่เวลานี้ ทั้งเจ้าหน้าที่ ทั้งบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่มีหน้าที่ต้องดูแลคนเจ็บคนตายพากันร้องระงมว่าปัญหาเหล้าพุ่งสูงมาก สูงขนาดที่คนติดเหล้ามาผ่าไส้ติ่งแต่กลับอาละวาดในห้องฉุกเฉิน หอผู้ป่วย จนหวาดกลัวไปกันหมดทั้งคนไข้ทั้งเจ้าหน้าที่ รปภ. เป็น 10 ยังเอาไม่อยู่”อดีตที่ปรึกษาด้านป้องกันการบาดเจ็บและภาวะพิการประจำองค์การอนามัยโลก บอก พญ.ชไมพันธุ์ กล่าวว่า มีตัวเลขเดียวที่รัฐบาลพูดความจริงกับประชาชน นั่นก็คือ ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ยังคงเป็นรถจักรยานยนต์หรือมอร์เตอร์ไซค์ เป็นสัดส่วนสูงถึง 84.3 % .ในบางจังหวัดที่มีตัวเลขผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ 20 นาทีต่อ1 คน หมายถึงมีการตายชั่วโมงละ 3 คนในช่วงเทศกาล ทั้งนี้ ตนมองว่า การส่งสัญญาณจากภาครัฐในหลาย ๆ เรื่องเป็นสิ่งที่น่ากังวล อย่างเช่น รัฐบาลที่แล้วส่งสัญญาณและส่งเสริมเรื่องขับรถเร็วโดยเพิ่มความเร็วบนถนนแค่สี่ท่อนไม่ใช่ทั่วประเทศแต่ประกาศให้คนรู้สึกเหมือนกับเพิ่มความเร็วแล้วทั่วประเทศเป็น 120 ซึ่งไม่ถูกต้อง การสื่อสารของรัฐบาลล้มเหลวในแง่ที่จะสร้างความเข้าใจและตระหนักรู้ให้กับประชาชนโดยสิ้นเชิง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 895 มุมมอง 0 รีวิว
  • เกิดแก่เจ็บตาย
    ไม่มีหนีพ้น
    มีแต่กุศล
    หนทางพานำ

    ทางสว่างไฟ
    ใจสว่างธรรม
    คิดพูดทำกรรม
    นำพ้นทุกข์ได้

    พบกรรมความดี
    มีสุขทำไป
    ยิ่งทำยิ่งได้
    ให้เจริญธรรม
    เกิดแก่เจ็บตาย ไม่มีหนีพ้น มีแต่กุศล หนทางพานำ ทางสว่างไฟ ใจสว่างธรรม คิดพูดทำกรรม นำพ้นทุกข์ได้ พบกรรมความดี มีสุขทำไป ยิ่งทำยิ่งได้ ให้เจริญธรรม
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 73 มุมมอง 0 รีวิว
  • ฉันไม่ชอบดูดวงเลยเพราะคิดเสมอว่าเราจะไปถามคนอื่นในเรื่องของเราเองจะได้ยังไง ใครจะรู้จักตัวเรามากไปก่วาตัวเราเองล่ะ มีครั้งหนึ่งที่ต้องตัดสินใจแต่ไม่แน่ใจเพื่อนพาไปดูดวงกับหมอดูพระชื่อดังทายมาพอเราปฏิบัติมันไม่จริงเลย เลยคิดว่าศาสตร์นี้มันมีอยู่จริงๆไหมก่อนจะปิดใจ ก็ลองไปเรียนมา2แขนงไพ่ยิปซีทาโร่ ทฤษฎี&วิจัย,7ตัว4ฐาน21ภพภูมิ..ถึงรู้ว่ามันมีอยู่จริงๆมีหลักการและสถิติที่เก็บสะสมมาเป็นค่าเฉลี่ยตัวอักษรตัว,ตัวเลขมีความหมายเฉพาะ พอวิจัยจริงๆเจอแต่เรื่องลบๆของลูกค้าบางครั้งจัดการกับอารมณ์ความเครียดหรือความสงสารเห็นใจเขาไม่ได้เลย นอยถามพี่พยาบาลว่าพี่เจอคนไข้เจ็บตายอยู่ทุกวันพี่วางใจยังไง"เขาบอกมันเป็นวิชาชีพ"คงหมายถึงจบก็วางตรงนั้นเลยกระมั้งนะ "แต่โดยปกติก็ไม่ค่อยรับดูให้ใครมากนักนอกจากคนที่หนักจริงๆก็จะดูให้"ดาวครู(๕)จะพามาเอง
    ฉันไม่ชอบดูดวงเลยเพราะคิดเสมอว่าเราจะไปถามคนอื่นในเรื่องของเราเองจะได้ยังไง ใครจะรู้จักตัวเรามากไปก่วาตัวเราเองล่ะ มีครั้งหนึ่งที่ต้องตัดสินใจแต่ไม่แน่ใจเพื่อนพาไปดูดวงกับหมอดูพระชื่อดังทายมาพอเราปฏิบัติมันไม่จริงเลย เลยคิดว่าศาสตร์นี้มันมีอยู่จริงๆไหมก่อนจะปิดใจ ก็ลองไปเรียนมา2แขนงไพ่ยิปซีทาโร่ ทฤษฎี&วิจัย,7ตัว4ฐาน21ภพภูมิ..ถึงรู้ว่ามันมีอยู่จริงๆมีหลักการและสถิติที่เก็บสะสมมาเป็นค่าเฉลี่ยตัวอักษรตัว,ตัวเลขมีความหมายเฉพาะ พอวิจัยจริงๆเจอแต่เรื่องลบๆของลูกค้าบางครั้งจัดการกับอารมณ์ความเครียดหรือความสงสารเห็นใจเขาไม่ได้เลย นอย😔ถามพี่พยาบาลว่าพี่เจอคนไข้เจ็บตายอยู่ทุกวันพี่วางใจยังไง"เขาบอกมันเป็นวิชาชีพ"คงหมายถึงจบก็วางตรงนั้นเลยกระมั้งนะ "แต่โดยปกติก็ไม่ค่อยรับดูให้ใครมากนักนอกจากคนที่หนักจริงๆก็จะดูให้"ดาวครู(๕)จะพามาเอง
    Yay
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 352 มุมมอง 0 รีวิว
  • มนุษย์โลกเข้าใจสับสนกันมานานแล้วว่า
    พระพุทธเจ้าตรัสรู้สัจธรรมความจริงเรื่องใดกันแน่
    ระหว่าง #อริยสัจสี่ ที่รวมมรรคมีองค์แปดอยู่ด้วย
    กับสัจธรรมเรื่อง #ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร
    ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์การหมุนธรรมจักรของมนุษย์ทุกคน
    ในอดีตที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่จึงเชื่อตามนักบวชว่า
    พระพุทธองค์ตรัสรู้เรื่อง “อริยสัจสี่” กันตลอดมา
    ด้วยการนำไปผูกโยงไว้กับความเชื่อที่ไม่ถูกต้องว่า
    พระพุทธองค์ทรงค้นพบว่าการมาเกิดเป็นมนุษย์นั้น
    ไม่ว่าจะเกิดแก่เจ็บตายล้วนเป็นความทุกข์อย่างยิ่ง

    โดยจับความเอาตอนที่ทรงเสด็จหนีออกจากวัง
    แล้วทรงปลงพระเกศาเพื่อแสดงปณิธานเป็นนักบวช
    อ้างว่าพระองค์ทรงทำเช่นนั้นก็เพื่อจะ “หนีทุกข์”
    กับจับความเอาตอนที่ทรงทำตามฤษีชีไพรหรือชฎิล
    ด้วยวิธีบำเพ็ญทุกกรกิริยาคือทรมานร่างกายท่าต่างๆ
    ตามลักษณะที่ว่า #หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง
    เพื่อหาวิธีอยู่เหนือทุกข์หรือต้องการพ้นทุกข์นั่นเอง

    ผู้ไม่หวังดีต่อมนุษย์
    เลือกนำเอาทั้งสองเรื่องที่เรากล่าวนี้มาอ้างอิง
    เพื่อให้คนที่มีความเชื่อและศรัทธาในพระพุทธเจ้า
    เมื่อถูกจูงใจจึงเกิดการคล้อยตามอย่างว่าง่ายทันที
    โดยไม่มีการฉุกคิดด้วยจิตตปัญญาของตนเองเลย
    ว่ามันเป็นเหตุเป็นผลสอดคล้องตรงจริงใช่หรือเปล่า
    แน่นอนว่ามนุษย์คงต้องใช้สติปัญญาพิจารณาด้วย

    เราไม่เห็นด้วยกับความเชื่อที่ว่า
    พระพุทธองค์ตรัสรู้ความจริงเรื่องอริยสัจสี่เลยสักนิด
    เพราะ “อริยสัจสี่” เป็นความจริงระดับ #โลกียธรรม
    ที่พระองค์ทรงใช้แค่ “สติปัญญา” ของสมองซีกซ้าย
    วิเคราะห์ตามหลัก “อิทัปปัจยตา” ก็ได้คำตอบแล้ว
    ซึ่งเป็นวิธีคิดด้วยหลักของเหตุและผลพื้นๆนั่นเอง

    แต่สัจธรรมความจริงเรื่อง “ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร”
    เป็นสัจธรรมความจริงชั้นสูงสุดระดับ #อนุตรธรรม
    ที่มนุษย์ธรรมดาโดยทั่วไปจะไม่มีใครเข้าถึงได้เลย
    เพราะต้องใช้คลื่นความฉลาดของสมองส่วนกลาง
    ที่พระพุทธองค์เรียกว่า #อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ
    ซึ่งมนุษย์ทั้งโลกใช้ปัญญาของสมองได้แค่สองซีก
    คือสติปัญญาที่เป็นความฉลาดของสมองซีกซ้าย
    เพื่อใช้เรียนรู้สัจธรรมความจริงในระดับโลกียธรรม
    กับปัญญาญาณที่เป็นความฉลาดของสมองซีกขวา
    เพื่อใช้เรียนรู้สัจธรรมความจริงในระดับโลกุตรธรรม
    สมองมนุษย์ทั่วทั้งโลกตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน
    จึงไม่มีผู้ใดใช้ความฉลาดของสมองส่วนกลางนี้ได้
    ยกเว้นพระพุทธเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น

    ถ้าใครจะสรรเสริญพระพุทธองค์ให้ถูกต้องตรงจริง
    ก็จงสรรเสริญพระองค์ในเรื่องนี้จะมีเหตุมีผลมากกว่า

    นอกจากนั้น
    ขอให้คุณจงได้โปรดพิจารณากันอีกประเด็นหนึ่ง
    เพื่อค้นหาความมีพิรุธในคำสอนของพระพุทธองค์
    ที่ถูกนักบวชนักธรรมรุ่นเก่าๆนำมากล่าวสอนกันต่อ
    โดยเฉพาะบทสวดมนต์ที่เกี่ยวข้องกับ #ธรรมจักร
    แทบทั้งหมดจะเป็นการสาธยายถึงเรื่องของอริยสัจสี่
    ที่กล่าวถึง ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และ อริยมรรค
    แล้วปิดท้ายด้วยการอธิบายถึงสวรรค์มายาชั้นต่างๆ
    จนปลุกเร้าให้คนชอบธรรมถูกกระตุ้นให้เกิดกิเลส
    คือความอยากจนหลงทางนิพพานไปในทางสายนั้น

    เราจึงต้องการจะบอกเพื่อนมนุษย์ทั้งหลายว่า
    สัจธรรมชั้นสูงสุดที่เป็นอนุตรธรรมเท่านั้น
    เป็นสัจธรรมความจริงที่พระพุทธองค์ตรัสรู้ได้
    ไม่ใช่สัจธรรมระดับโลกียธรรมและโลกุตรธรรม
    ที่เป็นเรื่องของ “อริยสัจสี่” ตามที่เชื่อกันตลอดมา
    เพราะทรงค้นพบวิธีอยู่เหนือทุกข์เหนือสุขได้แล้ว
    เรื่องทุกข์สุขจึงมิได้สำคัญอะไรสำหรับพระองค์เลย
    แท้จริงแล้วมนุษย์ถูกผู้หวังร้ายบิดเบือนสัจธรรม
    ให้หลงผิดจนเชื่อตามแบบผิดๆกันตลอดมา

    พระพุทธองค์ทรงค้นพบคำตอบเรื่องธรรมจักรได้
    เพราะทรงเฝ้าค้นหาคำตอบตลอดมาหลายภพชาติว่า
    จิตวิญญาณของมนุษย์รวมทั้งพระองค์เองด้วยนั้น
    มาเกิดในระบบโลกนี้กันทำไมมีหน้าที่ต้องทำอะไร
    จนคนส่วนใหญ่ที่เข้าถึงการใช้สติปัญญาไม่ได้
    แลเห็นได้ก็แต่ความทุกข์จนตกหลุมพรางความทุกข์
    ด้วยการพยายามจะหนีทุกข์และอยากจะมีความสุข
    กลายเป็นคนติดทุกข์ติดสุขจนวันๆไม่เป็นอันทำอะไร
    ขณะที่พระองค์ทรงค้นหาคำตอบที่ต้องการมาตลอด
    จน “ตรัสรู้” คือ ตรัสว่ารู้คำตอบแล้วด้วยพระองค์เอง
    ในภพชาติสุดท้ายก่อนจะทรงดับขันธปรินิพพานนั้น

    คำตอบที่ทรงค้นพบความจริงระดับอนุตรธรรมก็คือ
    ทุกคนมาเกิดเป็นมนุษย์เพื่อหมุนธรรมจักรร่วมกัน
    โดยสั่นสะเทือนขันธ์ห้าของจิตสามนึกด้วยรักเพื่อให้
    ในลักษณะของความเมตตากรุณามุทิตาและอุเบกขา
    ผลิตพลังงานความรักบริสุทธิ์ที่เรียกว่า #เมตตาธรรม
    ช่วยค้ำจุนสมดุลของโลกหรือช่วยให้โลกเหวี่ยงหมุน
    เมื่อตนเองหมุนธรรมจักรได้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว
    ก็ต้องชวนคนรอบข้างให้หมุนธรรมจักรตามตนไปด้วย
    นั่นคือให้แสดงพฤติกรรมต่างๆที่เป็นเงื่อนไขด้านบวก
    เพื่อให้คนเหล่านั้นหมุนธรรมจักรตามตนเองไปด้วยกัน
    คนรอบข้างของคนเหล่านั้นก็จะพากันหมุนธรรมจักร
    ต่อเนื่องกันไปโดยไม่รู้สิ้นสุดยุติกระบวนการเลย
    จะยังผลให้โลกหมุนรอบตัวเองอย่างต่อเนื่องได้ด้วย

    คุณว่าคำตอบนี้มันสำคัญสำหรับชาวโลก
    มากกว่าเรื่อง “อริยสัจสี่” ที่ว่านี้กันบ้างหรือไม่ล่ะ
    เพราะเรื่องอริยสัจสี่นั้นมันเป็นแค่หลักการหรือวิธีการ
    ในการจัดการกับปัญหาทุกปัญหาในชีวิตเท่านั้น
    เพราะปัญหาเป็นตัวกระตุ้นให้มนุษย์ใช้สมองสองซีก
    ใช้จัดการกับทุกปัญหาที่ตนต้องเผชิญในชีวิต
    ถ้าใครใช้สมองไม่เป็นเข้าถึงปัญญาในตนเองไม่ได้
    ก็จะมีความทุกข์เป็น “คุก” ขังตนเองเอาไว้ตลอด

    กราบพระบาทองค์จิตจักรวาลที่ทรงเมตตา
    เอเมน สาธุ

    อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล
    30/06/2567
    มนุษย์โลกเข้าใจสับสนกันมานานแล้วว่า พระพุทธเจ้าตรัสรู้สัจธรรมความจริงเรื่องใดกันแน่ ระหว่าง #อริยสัจสี่ ที่รวมมรรคมีองค์แปดอยู่ด้วย กับสัจธรรมเรื่อง #ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์การหมุนธรรมจักรของมนุษย์ทุกคน ในอดีตที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่จึงเชื่อตามนักบวชว่า พระพุทธองค์ตรัสรู้เรื่อง “อริยสัจสี่” กันตลอดมา ด้วยการนำไปผูกโยงไว้กับความเชื่อที่ไม่ถูกต้องว่า พระพุทธองค์ทรงค้นพบว่าการมาเกิดเป็นมนุษย์นั้น ไม่ว่าจะเกิดแก่เจ็บตายล้วนเป็นความทุกข์อย่างยิ่ง โดยจับความเอาตอนที่ทรงเสด็จหนีออกจากวัง แล้วทรงปลงพระเกศาเพื่อแสดงปณิธานเป็นนักบวช อ้างว่าพระองค์ทรงทำเช่นนั้นก็เพื่อจะ “หนีทุกข์” กับจับความเอาตอนที่ทรงทำตามฤษีชีไพรหรือชฎิล ด้วยวิธีบำเพ็ญทุกกรกิริยาคือทรมานร่างกายท่าต่างๆ ตามลักษณะที่ว่า #หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง เพื่อหาวิธีอยู่เหนือทุกข์หรือต้องการพ้นทุกข์นั่นเอง ผู้ไม่หวังดีต่อมนุษย์ เลือกนำเอาทั้งสองเรื่องที่เรากล่าวนี้มาอ้างอิง เพื่อให้คนที่มีความเชื่อและศรัทธาในพระพุทธเจ้า เมื่อถูกจูงใจจึงเกิดการคล้อยตามอย่างว่าง่ายทันที โดยไม่มีการฉุกคิดด้วยจิตตปัญญาของตนเองเลย ว่ามันเป็นเหตุเป็นผลสอดคล้องตรงจริงใช่หรือเปล่า แน่นอนว่ามนุษย์คงต้องใช้สติปัญญาพิจารณาด้วย เราไม่เห็นด้วยกับความเชื่อที่ว่า พระพุทธองค์ตรัสรู้ความจริงเรื่องอริยสัจสี่เลยสักนิด เพราะ “อริยสัจสี่” เป็นความจริงระดับ #โลกียธรรม ที่พระองค์ทรงใช้แค่ “สติปัญญา” ของสมองซีกซ้าย วิเคราะห์ตามหลัก “อิทัปปัจยตา” ก็ได้คำตอบแล้ว ซึ่งเป็นวิธีคิดด้วยหลักของเหตุและผลพื้นๆนั่นเอง แต่สัจธรรมความจริงเรื่อง “ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร” เป็นสัจธรรมความจริงชั้นสูงสุดระดับ #อนุตรธรรม ที่มนุษย์ธรรมดาโดยทั่วไปจะไม่มีใครเข้าถึงได้เลย เพราะต้องใช้คลื่นความฉลาดของสมองส่วนกลาง ที่พระพุทธองค์เรียกว่า #อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ซึ่งมนุษย์ทั้งโลกใช้ปัญญาของสมองได้แค่สองซีก คือสติปัญญาที่เป็นความฉลาดของสมองซีกซ้าย เพื่อใช้เรียนรู้สัจธรรมความจริงในระดับโลกียธรรม กับปัญญาญาณที่เป็นความฉลาดของสมองซีกขวา เพื่อใช้เรียนรู้สัจธรรมความจริงในระดับโลกุตรธรรม สมองมนุษย์ทั่วทั้งโลกตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน จึงไม่มีผู้ใดใช้ความฉลาดของสมองส่วนกลางนี้ได้ ยกเว้นพระพุทธเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น ถ้าใครจะสรรเสริญพระพุทธองค์ให้ถูกต้องตรงจริง ก็จงสรรเสริญพระองค์ในเรื่องนี้จะมีเหตุมีผลมากกว่า นอกจากนั้น ขอให้คุณจงได้โปรดพิจารณากันอีกประเด็นหนึ่ง เพื่อค้นหาความมีพิรุธในคำสอนของพระพุทธองค์ ที่ถูกนักบวชนักธรรมรุ่นเก่าๆนำมากล่าวสอนกันต่อ โดยเฉพาะบทสวดมนต์ที่เกี่ยวข้องกับ #ธรรมจักร แทบทั้งหมดจะเป็นการสาธยายถึงเรื่องของอริยสัจสี่ ที่กล่าวถึง ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และ อริยมรรค แล้วปิดท้ายด้วยการอธิบายถึงสวรรค์มายาชั้นต่างๆ จนปลุกเร้าให้คนชอบธรรมถูกกระตุ้นให้เกิดกิเลส คือความอยากจนหลงทางนิพพานไปในทางสายนั้น เราจึงต้องการจะบอกเพื่อนมนุษย์ทั้งหลายว่า สัจธรรมชั้นสูงสุดที่เป็นอนุตรธรรมเท่านั้น เป็นสัจธรรมความจริงที่พระพุทธองค์ตรัสรู้ได้ ไม่ใช่สัจธรรมระดับโลกียธรรมและโลกุตรธรรม ที่เป็นเรื่องของ “อริยสัจสี่” ตามที่เชื่อกันตลอดมา เพราะทรงค้นพบวิธีอยู่เหนือทุกข์เหนือสุขได้แล้ว เรื่องทุกข์สุขจึงมิได้สำคัญอะไรสำหรับพระองค์เลย แท้จริงแล้วมนุษย์ถูกผู้หวังร้ายบิดเบือนสัจธรรม ให้หลงผิดจนเชื่อตามแบบผิดๆกันตลอดมา พระพุทธองค์ทรงค้นพบคำตอบเรื่องธรรมจักรได้ เพราะทรงเฝ้าค้นหาคำตอบตลอดมาหลายภพชาติว่า จิตวิญญาณของมนุษย์รวมทั้งพระองค์เองด้วยนั้น มาเกิดในระบบโลกนี้กันทำไมมีหน้าที่ต้องทำอะไร จนคนส่วนใหญ่ที่เข้าถึงการใช้สติปัญญาไม่ได้ แลเห็นได้ก็แต่ความทุกข์จนตกหลุมพรางความทุกข์ ด้วยการพยายามจะหนีทุกข์และอยากจะมีความสุข กลายเป็นคนติดทุกข์ติดสุขจนวันๆไม่เป็นอันทำอะไร ขณะที่พระองค์ทรงค้นหาคำตอบที่ต้องการมาตลอด จน “ตรัสรู้” คือ ตรัสว่ารู้คำตอบแล้วด้วยพระองค์เอง ในภพชาติสุดท้ายก่อนจะทรงดับขันธปรินิพพานนั้น คำตอบที่ทรงค้นพบความจริงระดับอนุตรธรรมก็คือ ทุกคนมาเกิดเป็นมนุษย์เพื่อหมุนธรรมจักรร่วมกัน โดยสั่นสะเทือนขันธ์ห้าของจิตสามนึกด้วยรักเพื่อให้ ในลักษณะของความเมตตากรุณามุทิตาและอุเบกขา ผลิตพลังงานความรักบริสุทธิ์ที่เรียกว่า #เมตตาธรรม ช่วยค้ำจุนสมดุลของโลกหรือช่วยให้โลกเหวี่ยงหมุน เมื่อตนเองหมุนธรรมจักรได้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องชวนคนรอบข้างให้หมุนธรรมจักรตามตนไปด้วย นั่นคือให้แสดงพฤติกรรมต่างๆที่เป็นเงื่อนไขด้านบวก เพื่อให้คนเหล่านั้นหมุนธรรมจักรตามตนเองไปด้วยกัน คนรอบข้างของคนเหล่านั้นก็จะพากันหมุนธรรมจักร ต่อเนื่องกันไปโดยไม่รู้สิ้นสุดยุติกระบวนการเลย จะยังผลให้โลกหมุนรอบตัวเองอย่างต่อเนื่องได้ด้วย คุณว่าคำตอบนี้มันสำคัญสำหรับชาวโลก มากกว่าเรื่อง “อริยสัจสี่” ที่ว่านี้กันบ้างหรือไม่ล่ะ เพราะเรื่องอริยสัจสี่นั้นมันเป็นแค่หลักการหรือวิธีการ ในการจัดการกับปัญหาทุกปัญหาในชีวิตเท่านั้น เพราะปัญหาเป็นตัวกระตุ้นให้มนุษย์ใช้สมองสองซีก ใช้จัดการกับทุกปัญหาที่ตนต้องเผชิญในชีวิต ถ้าใครใช้สมองไม่เป็นเข้าถึงปัญญาในตนเองไม่ได้ ก็จะมีความทุกข์เป็น “คุก” ขังตนเองเอาไว้ตลอด กราบพระบาทองค์จิตจักรวาลที่ทรงเมตตา เอเมน สาธุ อนุตรธรรมาจารย์ปริญญา ตันสกุล 30/06/2567
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1397 มุมมอง 0 รีวิว