• ลายใบตอง ตอนที่ 2

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง”
    ตอน 2
    เบน โรดส์ ที่เริ่มทำงานเป็นมือร่างสุนทรพจน์ให้ โอบามา พณ. ใบตองแห้ง ตั้งแต่สมัยแรก คงจะร่างได้ถูกใจมาก เลยได้เลื่อนชั้น ขึ้นเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประจำคณะทำงานของ พณ.ใบตองแห้ง เบนเพิ่งสารภาพถึงความรู้สึกของเขา เกี่ยวกับการที่อเมริกาตัดสินใจหยุดบีบไข่อียิปต์ ไม่นานมานี้เอง ว่า
    …. แล้วเราก็เลยเหมือนยืนอยู่ตรงจุดที่หมาตัวไหนเดินผ่าน ก็ยกขาเยี่ยวรดใส่….
    โฮ้ย… ผมชอบใจไอ้เจ้าเบน มาก มึงช่างพูดให้เห็นภาพของอเมริกาผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ
    ….ไม่ใช่แค่เรื่องอียิปต์นะ มันเป็นเรื่องปวดหัวสำหรับพวกเราอย่างมาก เจ้าเบนบ่นต่อ…. การจะคุยกับมหามิตรของอเมริกาในตะวันออกกลางตอนนี้น่ะ เป็นเรื่องน่าหนักใจมาก ไล่ไปตั้งริยาร์ด จนถึง ไคโร มันมีการเปลี่ยนไปแยะ เกี่ยวกับตัวผู้นำประเทศ ก็จากเทศกาลอาหรับสปริงนั่นแหล่ะ อเมริกาจะเอาอะไรกันแน่ ระหว่างประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน กับเรื่องความมั่นคง และผลประโยชน์ ของอเมริกา อเมริกาต้องถ่วงน้ำหนักให้ดี ตัดสินใจให้ชัดจะเอาอะไรนำหน้า….
    ไม่ใช่แต่เจ้าเบนที่งง คณะทำงานอีกหลายคน และหน่วยงานอื่นที่ต้องประสานงานใกล้ชิดกับ พณ. ท่านอีกประมาณ 2 โหลกว่า ยังนินทา ว่า พณ. ท่าน น่าจะยังหาเครื่องถ่วงน้ำหนักไม่เจอ พณ. ท่าน เลยออกไปทางพูดเพ้อเจ้อ ใช้ถ้อยคำที่ฟังแล้ว น่าทึ่ง แต่ไม่เป็นสัปปะรดเลยในด้านนโยบาย
    …. แล้วพวกเราคนทำงาน ก็เลยมึนสิ ….ตกลง เรากำลังสนับสนุนพวกเผด็จการในตะวันออกกลาง เพื่อให้ผลประโยชน์ของเราปลอดภัยใช่ไหม….
    ….. เราเข้าใจว่า ตอนเขา (โอบามา) อาสาเข้ามาเป็นประธานาธิบดีรอบแรก เขาพยายามจะแสดงให้โลกเห็นว่า อเมริกาจะไม่ใช้นโยบายแบบคาวบอยบุชอีกแล้ว ไอ้ที่จะยกกองทัพไปปราบพวกเผด็จการไม่มีอีกแล้วนะ เพราะมันไม่ได้ผล มันล้มเหลว เขาบอกว่าจะเปลี่ยนเป็นใช้นโยบาย “สร้าง” โดย “สร้าง” ศักดิ์ศรี ของการเป็นประชาธิปไตย และสิทธิของมนุษยชน…
    ย้อนไป เมื่อปี ค.ศ.2009 พณ. ใบตองแห้งไปเยี่ยมอียิปต์ และไปแสดงปาฐกถาให้กับ Muslim world ที่มหาวิทยาลัยไคโรว่า….. เสรีภาพ ความยุติธรรม รัฐบาลที่สุจริต ไม่ใช่เป็นเพียงความคิดที่เลื่อนลอยของอเมริกา แต่มันเป็นสิทธิ ที่มนุษยชาติทั้งหลายสมควรได้รับ และนั่นเป็นเหตุผลที่เราพยายามสนับสนุนให้ทุกแห่งในโลกมีเช่นนั้น…. (ถ้าผู้อ่านท่านใดจะพักไปกินยาแก้คลื่นไส้ เชิญเลยนะครับ)
    และในช่วงเทอมแรกของ พณ. ใบตองแห้ง คณะทำงานของ พณ. ท่านจึงวุ่นอยู่กับการที่จะกำหนดนโยบายต่างประเทศของอเมริกา ตามแนวทางปาฐกถาอันน่าประทับใจนั้น
    ในที่สุด คณะทำงานก็ออกเอกสารมาชิ้นหนึ่ง เรียกว่า Presidential Study Directive 11 ผมไม่รู้จะแปลว่าอะไรดี มันเหมือนเป็นคำสั่งในการปฏิบัติงาน ตามแนวความคิด ของ พณ. ใบตองแห้ง เอกสารยาวแค่ 18 หน้า แจกให้ทุกหน่วยงานอ่านในเดือนสิงหาคม เมื่อปี ค.ศ.2010 ซึ่งเป็นช่วงเวลา ที่เทศกาลอาหรับสปริงกำลังเริ่ม
    ตอนหนึ่งของเอกสารระบุว่า ….ตะวันออกกลาง กำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤติ การเปลี่ยนแปลงใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น ….น่าดีใจอย่างยิ่ง…. ที่ประชาชนในภูมิภาคเริ่มมีความไม่พอใจ กับการปกครองที่ใช้อำนาจแบบเผด็จการ….
    ขณะที่หน่วยงานในอเมริกา กำลังพยายามทำความเข้าใจกับความคิดของท่านใบตองแห้ง เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2011 รัฐบาลตูนีเซียก็ถูกโค่นล้ม หลังจากนั้นไม่นาน ที่ไคโร ก็มีผู้คนจำนวนมาก ออกมาชุมนุมขับไล่ประธานาธิบดีมูบารัค
    พณ. ใบตองแห้ง แสดงความเห็นใจและสนับสนุน ที่จะให้คนรุ่นใหม่ ที่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องสื่อสาร ขึ้นมาปกครอง มากกว่าให้เผด็จการรุ่นเก่า อายุ 82 ที่ปกครองประเทศเหมือนรัฐตำรวจ แต่มูบารัค ก็เป็นพันธมิตรเก่าแก่ของอเมริกา ที่ต่อต้านกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงมาตลอด รวมทั้งยอมรับนโยบายสันติภาพกับอิสราเอลตามที่อเมริกาต้องการ และที่สำคัญ มูบารัค เปิดคลองสุเอซให้เพนตากอนใช้งานเหมือนคลองหลังบ้าน….จะหาใครที่ยอมเดินตาม ตูดอเมริกาอย่างนี้ และนานกว่า 30 ปีอย่างเขาง่ายไหม
    บรรดาที่ปรึกษารุ่นใหญ่ ต่างแนะนำให้ พณ. ใบตองแห้ง รับความความจริงว่า อเมริกาควรสนับสนุนมูบารัคต่อไป เพราะผลกระทบจากการเลือกผิดกลุ่ม ผิดคนมันอาจจะมากเกินกว่าจะนึกถึง พวกเขาเปรียบเทียบไปถึงสมัยที่ท่านถั่ว ประธานาธิบดี จิมมี คาร์เตอร์ ถีบทิ้งพระเจ้าชาห์ ในปี ค.ศ.1979 และมาให้การสนับสนุนอยาโตเลาะห์โคไมนี ว่าเป็นอย่างไร จำได้ไหม อเมริการับอย่างนั้นอีกได้ไหม…. บรรดาที่ปรึกษารุ่นใหญ่ถาม
    แต่ พณ. ใบตองแห้ง ถูกใจคำแนะนำของค่ายเจ้าเบน ที่ในตอนนั้น แนะนำว่า ใหม่กว่า ใสกว่าครับท่าน แล้วคืนวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2011 มูบารัค ก็กลายเป็นอดีต
    ไม่ใช่ มูบารัคเท่านั้นที่เป็นอดีต “อำนาจ และอิทธิพล” ของอเมริกาในอียิปต์ ก็มีทีท่าว่า จะกลายเป็นอดีตด้วยเช่นกัน ….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    16 ม.ค. 2559
    ลายใบตอง ตอนที่ 2 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง” ตอน 2 เบน โรดส์ ที่เริ่มทำงานเป็นมือร่างสุนทรพจน์ให้ โอบามา พณ. ใบตองแห้ง ตั้งแต่สมัยแรก คงจะร่างได้ถูกใจมาก เลยได้เลื่อนชั้น ขึ้นเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประจำคณะทำงานของ พณ.ใบตองแห้ง เบนเพิ่งสารภาพถึงความรู้สึกของเขา เกี่ยวกับการที่อเมริกาตัดสินใจหยุดบีบไข่อียิปต์ ไม่นานมานี้เอง ว่า …. แล้วเราก็เลยเหมือนยืนอยู่ตรงจุดที่หมาตัวไหนเดินผ่าน ก็ยกขาเยี่ยวรดใส่…. โฮ้ย… ผมชอบใจไอ้เจ้าเบน มาก มึงช่างพูดให้เห็นภาพของอเมริกาผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ ….ไม่ใช่แค่เรื่องอียิปต์นะ มันเป็นเรื่องปวดหัวสำหรับพวกเราอย่างมาก เจ้าเบนบ่นต่อ…. การจะคุยกับมหามิตรของอเมริกาในตะวันออกกลางตอนนี้น่ะ เป็นเรื่องน่าหนักใจมาก ไล่ไปตั้งริยาร์ด จนถึง ไคโร มันมีการเปลี่ยนไปแยะ เกี่ยวกับตัวผู้นำประเทศ ก็จากเทศกาลอาหรับสปริงนั่นแหล่ะ อเมริกาจะเอาอะไรกันแน่ ระหว่างประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน กับเรื่องความมั่นคง และผลประโยชน์ ของอเมริกา อเมริกาต้องถ่วงน้ำหนักให้ดี ตัดสินใจให้ชัดจะเอาอะไรนำหน้า…. ไม่ใช่แต่เจ้าเบนที่งง คณะทำงานอีกหลายคน และหน่วยงานอื่นที่ต้องประสานงานใกล้ชิดกับ พณ. ท่านอีกประมาณ 2 โหลกว่า ยังนินทา ว่า พณ. ท่าน น่าจะยังหาเครื่องถ่วงน้ำหนักไม่เจอ พณ. ท่าน เลยออกไปทางพูดเพ้อเจ้อ ใช้ถ้อยคำที่ฟังแล้ว น่าทึ่ง แต่ไม่เป็นสัปปะรดเลยในด้านนโยบาย …. แล้วพวกเราคนทำงาน ก็เลยมึนสิ ….ตกลง เรากำลังสนับสนุนพวกเผด็จการในตะวันออกกลาง เพื่อให้ผลประโยชน์ของเราปลอดภัยใช่ไหม…. ….. เราเข้าใจว่า ตอนเขา (โอบามา) อาสาเข้ามาเป็นประธานาธิบดีรอบแรก เขาพยายามจะแสดงให้โลกเห็นว่า อเมริกาจะไม่ใช้นโยบายแบบคาวบอยบุชอีกแล้ว ไอ้ที่จะยกกองทัพไปปราบพวกเผด็จการไม่มีอีกแล้วนะ เพราะมันไม่ได้ผล มันล้มเหลว เขาบอกว่าจะเปลี่ยนเป็นใช้นโยบาย “สร้าง” โดย “สร้าง” ศักดิ์ศรี ของการเป็นประชาธิปไตย และสิทธิของมนุษยชน… ย้อนไป เมื่อปี ค.ศ.2009 พณ. ใบตองแห้งไปเยี่ยมอียิปต์ และไปแสดงปาฐกถาให้กับ Muslim world ที่มหาวิทยาลัยไคโรว่า….. เสรีภาพ ความยุติธรรม รัฐบาลที่สุจริต ไม่ใช่เป็นเพียงความคิดที่เลื่อนลอยของอเมริกา แต่มันเป็นสิทธิ ที่มนุษยชาติทั้งหลายสมควรได้รับ และนั่นเป็นเหตุผลที่เราพยายามสนับสนุนให้ทุกแห่งในโลกมีเช่นนั้น…. (ถ้าผู้อ่านท่านใดจะพักไปกินยาแก้คลื่นไส้ เชิญเลยนะครับ) และในช่วงเทอมแรกของ พณ. ใบตองแห้ง คณะทำงานของ พณ. ท่านจึงวุ่นอยู่กับการที่จะกำหนดนโยบายต่างประเทศของอเมริกา ตามแนวทางปาฐกถาอันน่าประทับใจนั้น ในที่สุด คณะทำงานก็ออกเอกสารมาชิ้นหนึ่ง เรียกว่า Presidential Study Directive 11 ผมไม่รู้จะแปลว่าอะไรดี มันเหมือนเป็นคำสั่งในการปฏิบัติงาน ตามแนวความคิด ของ พณ. ใบตองแห้ง เอกสารยาวแค่ 18 หน้า แจกให้ทุกหน่วยงานอ่านในเดือนสิงหาคม เมื่อปี ค.ศ.2010 ซึ่งเป็นช่วงเวลา ที่เทศกาลอาหรับสปริงกำลังเริ่ม ตอนหนึ่งของเอกสารระบุว่า ….ตะวันออกกลาง กำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤติ การเปลี่ยนแปลงใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น ….น่าดีใจอย่างยิ่ง…. ที่ประชาชนในภูมิภาคเริ่มมีความไม่พอใจ กับการปกครองที่ใช้อำนาจแบบเผด็จการ…. ขณะที่หน่วยงานในอเมริกา กำลังพยายามทำความเข้าใจกับความคิดของท่านใบตองแห้ง เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2011 รัฐบาลตูนีเซียก็ถูกโค่นล้ม หลังจากนั้นไม่นาน ที่ไคโร ก็มีผู้คนจำนวนมาก ออกมาชุมนุมขับไล่ประธานาธิบดีมูบารัค พณ. ใบตองแห้ง แสดงความเห็นใจและสนับสนุน ที่จะให้คนรุ่นใหม่ ที่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องสื่อสาร ขึ้นมาปกครอง มากกว่าให้เผด็จการรุ่นเก่า อายุ 82 ที่ปกครองประเทศเหมือนรัฐตำรวจ แต่มูบารัค ก็เป็นพันธมิตรเก่าแก่ของอเมริกา ที่ต่อต้านกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงมาตลอด รวมทั้งยอมรับนโยบายสันติภาพกับอิสราเอลตามที่อเมริกาต้องการ และที่สำคัญ มูบารัค เปิดคลองสุเอซให้เพนตากอนใช้งานเหมือนคลองหลังบ้าน….จะหาใครที่ยอมเดินตาม ตูดอเมริกาอย่างนี้ และนานกว่า 30 ปีอย่างเขาง่ายไหม บรรดาที่ปรึกษารุ่นใหญ่ ต่างแนะนำให้ พณ. ใบตองแห้ง รับความความจริงว่า อเมริกาควรสนับสนุนมูบารัคต่อไป เพราะผลกระทบจากการเลือกผิดกลุ่ม ผิดคนมันอาจจะมากเกินกว่าจะนึกถึง พวกเขาเปรียบเทียบไปถึงสมัยที่ท่านถั่ว ประธานาธิบดี จิมมี คาร์เตอร์ ถีบทิ้งพระเจ้าชาห์ ในปี ค.ศ.1979 และมาให้การสนับสนุนอยาโตเลาะห์โคไมนี ว่าเป็นอย่างไร จำได้ไหม อเมริการับอย่างนั้นอีกได้ไหม…. บรรดาที่ปรึกษารุ่นใหญ่ถาม แต่ พณ. ใบตองแห้ง ถูกใจคำแนะนำของค่ายเจ้าเบน ที่ในตอนนั้น แนะนำว่า ใหม่กว่า ใสกว่าครับท่าน แล้วคืนวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2011 มูบารัค ก็กลายเป็นอดีต ไม่ใช่ มูบารัคเท่านั้นที่เป็นอดีต “อำนาจ และอิทธิพล” ของอเมริกาในอียิปต์ ก็มีทีท่าว่า จะกลายเป็นอดีตด้วยเช่นกัน …. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 16 ม.ค. 2559
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 37 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลายใบตอง ตอนที่ 1

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง”
    ตอน 1
    ที่อียิปต์ เดือนกรกฏาคม ค.ศ.2015 ชาวไคโรต่างแตกตื่น พวกเขาได้ยินเสียงเครื่องยนตร์ดังกระหึ่มลั่นท้องฟ้าของกรุงไคโร พวกเขาไม่แน่ใจว่ามันเป็นเสียงของอะไร หลายคนบอกว่า มันน่าเป็นเสียงเครื่องบินนะ …ชาวไคโรยิ่งตาเหลือก นี่ใครกำลังจะเฉี่ยวมาเจาะกบาลเราหรือไง
    มันเป็นเสียงของฝูงเครื่องบินรบ F-16s จำนวน 8 ลำ ของอเมริกา ใหม่เอี่ยม เพิ่งแกะออกมาจากโรงผลิต ส่งตรงมาจากวอชิงตัน เครื่องบินทั้ง 8 ลำ บินต่ำเมื่อผ่านใจกลางเมืองไคโร หลังจากนั้นก็ปล่อยควัน สีแดง ขาว และดำ เป็นทางยาว…. มันเป็นสีของธงชาติอียิปต์….
    มันมีความหมายมาก สำหรับประธานาธิบดี เอล ซิซิ Abdel Fattah el-Sisi
    มันเป็นเครื่องหมายที่ไม่ใช่แค่แสดงถึงอำนาจของ เอล ซิซิ ในอิยิปต์เท่านั้น แต่มันยังแสดงให้เห็นว่า เอล ซิซิ กำลังขี่คอ พณ. โอบามา ที่พยายามจะบี้เขาทุกวิถีทาง ตั้งแต่เขาทำการปฏิวัติ ในปี ค.ศ.2013 ไล่ตะเพิดประธานาธิบดี มอร์ซิ ที่อเมริกาสนับสนุน ลงจากตำแหน่ง แล้วลากเอามาเข้าคุก ดำเนินคดี และพิพากษาตัดสินประหารชีวิตมอร์ซิอีกด้วย
    แต่นั่น ดูเหมือนจะยังไม่ทำให้ซิซิแน่ใจว่าเขาคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ไหนๆ ก็ปฏิวัติแล้ว เอล ซิซิ เลยจัดการถอนหนาม ขุดรากโค่นตอ ผู้ที่มาทำการประท้วงการปฏิวัติของเขา ด้วยการจับผู้ประท้วงเข้าคุกไปหลายพันคน รวมทั้งนักการเมืองที่ออกมาต่อต้าน และปราบประชาชนที่ออกมาทำการประท้วง ด้วยการยิงร่วงไปประมาณพันคน
    อเมริกาโกรธ ซิซิ จนพูดแทบไม่ออก พณ. ใบตองแห้งบอกว่า นี่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง และทำลายประชาธิปไตย… อย่างนี้เราจะติดต่อกับอียิปต์ต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อเขาไม่เคารพหลักการ ไม่เห็นคุณค่าของอุดมการณ์ อย่างที่เราเห็น….
    เอล ซิซิ เป็นนายพล รุ่นเก๋า เขี้ยวยาว ไม่ต่างกับมูบารัค ที่อเมริกาใช้อย่างกับพรมเช็ดเท้า เมื่อหมดประโยชน์ อเมริกาก็เอาพรมเช็ดเท้าโยนทิ้ง…ปล่อยให้ถูกจับไปเข้าคุก ซิซิ จะมีชะตากรรมเหมือนมูบารัคหรือเปล่า
    ไม่กี่อาทิตย์หลังจากนั้น พณ. ใบตองแห้ง ก็สั่งทำโทษ ซิซิอย่างรุนแรง อเมริการะงับการส่งอาวุธทุกประเภท รถถัง เครื่องบิน รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์ สำหรับการรบรุ่นใหม่เอี่ยม ที่เตรียมส่งให้อียิปต์ทั้งหมด และระงับการโอนเงินสดจำนวน 260 ล้านเหรียญอีกด้วย (ข่าวไม่ได้บอกว่าเป็นค่าอะไร! )
    ยังไม่หมด….พณ. ใบตองแห้ง ยังเตรียมการที่จะระงับการส่งงบช่วยเหลือทางการทหาร ที่อเมริกาจ่ายสนับสนุนให้อียิปต์ เป็นรายปี จำนวนปีละ 1.3 พันล้านเหรียญทุกปี เป็นเงินที่ทางไคโร ต้องการอย่างมาก และใช้เกลี้ยงทุกปี
    ข่าวว่า มันเป็นงบช่วยเหลือทางทหาร ที่อเมริกาจ่ายให้สูงสุดมากกว่าประเทศใดๆ ในโลก ยกเว้นแต่ของอิสราเอลเท่านั้น
    ทางวอชิงตันยังพิจารณาต่ออีกว่า มาตรการลงโทษอียิปต์ แค่นี้พอไหม หรือเราควรจะเพิ่มการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเข้าไปด้วย
    ที่ปรึกษา พณ. ใบตองแห้ง เสียงแตก แบ่งเป็น 2 ค่าย ค่ายด้านความมั่นคง นำโดย เบน โรดส์ Ben Rhodes และคุณนายซาแมนต้า พาวเวอร์ Samantha Powers ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน ปัจจุบันเป็นทูตอเมริกาประจำสหประชาชาติ บอกว่า เราต้องเอาเรื่องงบทหารมาบีบให้ ซิซิ ประพฤติตัวดีขึ้น ทางด้านสิทธิมนุษยชน กับเรื่องประชาธิปไตยด้วยสิ
    แต่อีกค่าย ที่มี รม.ตปท. คนหน้าแก่ จอห์น แครี่ หรือจอห์นเงี้ยว ของ อ ทนง นายชัค เฮเกล รม กลาโหมสมัยนั้น รวมทั้ง คุณหน้าเต้าหูบูดของผม แอช คาร์เตอร์ ต่างสนับสนุนให้ส่งงบ อุ้มอียิปต์ต่อไป อ้างว่า การตัดงบ ไม่ได้เป็นการทำโทษซิซิหรอก แต่อเมริกาเองจะเสียหายมากกว่านะ
    ทั้ง 2 ค่ายทะเลาะกันเองนานเป็นเดือนๆ แต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าจะจัดการกับอียิปต์แบบไหน และจะบี้ เอล ซิซิ อย่างไรดี ในที่สุด ทั้ง 2 ค่าย ต่างฝ่ายต่างบีบไข่ซิซิพร้อมกัน แบบนี้ซิซิก็จุกจนหน้าเขียว …. มึงจะเอายังไงกับกู กูมึนไปหมดแล้วนะ เดี๋ยวข้างนึงก็กระตุกให้ทำอย่างโง้น อีกข้างก็กระตุกให้ทำอย่างงี้ …..แบบนี้กูก็ยานหมด แล้วซิซิก็เลยทำทุกอย่าง…. ตามใจตัวเอง ฮา
    แต่แล้วอยู่ดีๆ ประมาณเดือนมีนาคม ค.ศ.2015 ปีที่แล้ว พณ. ใบตองแห้ง ก็ โทรศัพท์ไปหาซิซิ บอกว่า ตกลงอเมริกาจะส่งอาวุธต่างๆ รวมทั้งเครื่องบิน F-16s และโอนเงินสด 260 ล้านเหรียญตามที่ตกลงกันให้นะ อ้อ แล้ว เรื่องที่ว่าอเมริกาจะทบทวน การส่งงบสนับสนุน รายปี 1.3 พันล้านเหรียญ นั่น เราไม่บล๊อกแล้วนะเพื่อน …ทุกอย่างเหมือนเดิม… เออ มาแปลก ไม่รู้ พณ. ใบตองแห้งกำลังคิดอะไร
    เจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะทำงานของ พณ. ใบตองแห้ง ทำหน้าเครียด บอกเมื่อปลายปี 2015
    …จะแปลกอะไร ก็เราแพ้ไง …. ไม่ว่าเราจะใช้นโยบายแบบไหนในอียิปต์ เราก็ไม่สามารถจะ “จัดการ” อียิปต์ได้อย่างที่เราต้องการ ไม่เหมือนสมัยที่มูบารัคปกครองอียิปต์ ….ก็อเมริกาเสือกคลายมือ ที่กำลังบีบไข่ซิซิเสียเองนี่…..
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    15 ม.ค. 2559
    ลายใบตอง ตอนที่ 1 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง” ตอน 1 ที่อียิปต์ เดือนกรกฏาคม ค.ศ.2015 ชาวไคโรต่างแตกตื่น พวกเขาได้ยินเสียงเครื่องยนตร์ดังกระหึ่มลั่นท้องฟ้าของกรุงไคโร พวกเขาไม่แน่ใจว่ามันเป็นเสียงของอะไร หลายคนบอกว่า มันน่าเป็นเสียงเครื่องบินนะ …ชาวไคโรยิ่งตาเหลือก นี่ใครกำลังจะเฉี่ยวมาเจาะกบาลเราหรือไง มันเป็นเสียงของฝูงเครื่องบินรบ F-16s จำนวน 8 ลำ ของอเมริกา ใหม่เอี่ยม เพิ่งแกะออกมาจากโรงผลิต ส่งตรงมาจากวอชิงตัน เครื่องบินทั้ง 8 ลำ บินต่ำเมื่อผ่านใจกลางเมืองไคโร หลังจากนั้นก็ปล่อยควัน สีแดง ขาว และดำ เป็นทางยาว…. มันเป็นสีของธงชาติอียิปต์…. มันมีความหมายมาก สำหรับประธานาธิบดี เอล ซิซิ Abdel Fattah el-Sisi มันเป็นเครื่องหมายที่ไม่ใช่แค่แสดงถึงอำนาจของ เอล ซิซิ ในอิยิปต์เท่านั้น แต่มันยังแสดงให้เห็นว่า เอล ซิซิ กำลังขี่คอ พณ. โอบามา ที่พยายามจะบี้เขาทุกวิถีทาง ตั้งแต่เขาทำการปฏิวัติ ในปี ค.ศ.2013 ไล่ตะเพิดประธานาธิบดี มอร์ซิ ที่อเมริกาสนับสนุน ลงจากตำแหน่ง แล้วลากเอามาเข้าคุก ดำเนินคดี และพิพากษาตัดสินประหารชีวิตมอร์ซิอีกด้วย แต่นั่น ดูเหมือนจะยังไม่ทำให้ซิซิแน่ใจว่าเขาคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ไหนๆ ก็ปฏิวัติแล้ว เอล ซิซิ เลยจัดการถอนหนาม ขุดรากโค่นตอ ผู้ที่มาทำการประท้วงการปฏิวัติของเขา ด้วยการจับผู้ประท้วงเข้าคุกไปหลายพันคน รวมทั้งนักการเมืองที่ออกมาต่อต้าน และปราบประชาชนที่ออกมาทำการประท้วง ด้วยการยิงร่วงไปประมาณพันคน อเมริกาโกรธ ซิซิ จนพูดแทบไม่ออก พณ. ใบตองแห้งบอกว่า นี่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง และทำลายประชาธิปไตย… อย่างนี้เราจะติดต่อกับอียิปต์ต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อเขาไม่เคารพหลักการ ไม่เห็นคุณค่าของอุดมการณ์ อย่างที่เราเห็น…. เอล ซิซิ เป็นนายพล รุ่นเก๋า เขี้ยวยาว ไม่ต่างกับมูบารัค ที่อเมริกาใช้อย่างกับพรมเช็ดเท้า เมื่อหมดประโยชน์ อเมริกาก็เอาพรมเช็ดเท้าโยนทิ้ง…ปล่อยให้ถูกจับไปเข้าคุก ซิซิ จะมีชะตากรรมเหมือนมูบารัคหรือเปล่า ไม่กี่อาทิตย์หลังจากนั้น พณ. ใบตองแห้ง ก็สั่งทำโทษ ซิซิอย่างรุนแรง อเมริการะงับการส่งอาวุธทุกประเภท รถถัง เครื่องบิน รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์ สำหรับการรบรุ่นใหม่เอี่ยม ที่เตรียมส่งให้อียิปต์ทั้งหมด และระงับการโอนเงินสดจำนวน 260 ล้านเหรียญอีกด้วย (ข่าวไม่ได้บอกว่าเป็นค่าอะไร! ) ยังไม่หมด….พณ. ใบตองแห้ง ยังเตรียมการที่จะระงับการส่งงบช่วยเหลือทางการทหาร ที่อเมริกาจ่ายสนับสนุนให้อียิปต์ เป็นรายปี จำนวนปีละ 1.3 พันล้านเหรียญทุกปี เป็นเงินที่ทางไคโร ต้องการอย่างมาก และใช้เกลี้ยงทุกปี ข่าวว่า มันเป็นงบช่วยเหลือทางทหาร ที่อเมริกาจ่ายให้สูงสุดมากกว่าประเทศใดๆ ในโลก ยกเว้นแต่ของอิสราเอลเท่านั้น ทางวอชิงตันยังพิจารณาต่ออีกว่า มาตรการลงโทษอียิปต์ แค่นี้พอไหม หรือเราควรจะเพิ่มการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเข้าไปด้วย ที่ปรึกษา พณ. ใบตองแห้ง เสียงแตก แบ่งเป็น 2 ค่าย ค่ายด้านความมั่นคง นำโดย เบน โรดส์ Ben Rhodes และคุณนายซาแมนต้า พาวเวอร์ Samantha Powers ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน ปัจจุบันเป็นทูตอเมริกาประจำสหประชาชาติ บอกว่า เราต้องเอาเรื่องงบทหารมาบีบให้ ซิซิ ประพฤติตัวดีขึ้น ทางด้านสิทธิมนุษยชน กับเรื่องประชาธิปไตยด้วยสิ แต่อีกค่าย ที่มี รม.ตปท. คนหน้าแก่ จอห์น แครี่ หรือจอห์นเงี้ยว ของ อ ทนง นายชัค เฮเกล รม กลาโหมสมัยนั้น รวมทั้ง คุณหน้าเต้าหูบูดของผม แอช คาร์เตอร์ ต่างสนับสนุนให้ส่งงบ อุ้มอียิปต์ต่อไป อ้างว่า การตัดงบ ไม่ได้เป็นการทำโทษซิซิหรอก แต่อเมริกาเองจะเสียหายมากกว่านะ ทั้ง 2 ค่ายทะเลาะกันเองนานเป็นเดือนๆ แต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าจะจัดการกับอียิปต์แบบไหน และจะบี้ เอล ซิซิ อย่างไรดี ในที่สุด ทั้ง 2 ค่าย ต่างฝ่ายต่างบีบไข่ซิซิพร้อมกัน แบบนี้ซิซิก็จุกจนหน้าเขียว …. มึงจะเอายังไงกับกู กูมึนไปหมดแล้วนะ เดี๋ยวข้างนึงก็กระตุกให้ทำอย่างโง้น อีกข้างก็กระตุกให้ทำอย่างงี้ …..แบบนี้กูก็ยานหมด แล้วซิซิก็เลยทำทุกอย่าง…. ตามใจตัวเอง ฮา แต่แล้วอยู่ดีๆ ประมาณเดือนมีนาคม ค.ศ.2015 ปีที่แล้ว พณ. ใบตองแห้ง ก็ โทรศัพท์ไปหาซิซิ บอกว่า ตกลงอเมริกาจะส่งอาวุธต่างๆ รวมทั้งเครื่องบิน F-16s และโอนเงินสด 260 ล้านเหรียญตามที่ตกลงกันให้นะ อ้อ แล้ว เรื่องที่ว่าอเมริกาจะทบทวน การส่งงบสนับสนุน รายปี 1.3 พันล้านเหรียญ นั่น เราไม่บล๊อกแล้วนะเพื่อน …ทุกอย่างเหมือนเดิม… เออ มาแปลก ไม่รู้ พณ. ใบตองแห้งกำลังคิดอะไร เจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะทำงานของ พณ. ใบตองแห้ง ทำหน้าเครียด บอกเมื่อปลายปี 2015 …จะแปลกอะไร ก็เราแพ้ไง …. ไม่ว่าเราจะใช้นโยบายแบบไหนในอียิปต์ เราก็ไม่สามารถจะ “จัดการ” อียิปต์ได้อย่างที่เราต้องการ ไม่เหมือนสมัยที่มูบารัคปกครองอียิปต์ ….ก็อเมริกาเสือกคลายมือ ที่กำลังบีบไข่ซิซิเสียเองนี่….. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 15 ม.ค. 2559
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 40 มุมมอง 0 รีวิว
  • เรื่อง จุดฝักแค
    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “จุดฝักแค”
    ตอน 1
    ตะวันออกกลาง ทำท่าจะเป็นแดนเดือดทั่วทะเลทรายไม่ให้น้อยหน้ากัน เดี๋ยวจะไม่เชื่อว่าเขาจะเอาแต่ปั้ม ไม่เอาคน…
    ดูไบ แดนเศรษฐี (หนีคุก) เริ่มฉลองปีใหม่ด้วยไฟใหม้ตึกสูงโรงแรมหรู ระหว่างนับถอยหลังก่อนถึงปีใหม่ เล่นเอาชาวดูไบที่มาดูไฟ ยืนอ้าปากค้าง โห บ้านเรานี่ถ้าจะรวยจริงนะ แทนที่จะจุดพลุขึ้นฟ้าฉลองปีใหม่ นี่เล่นจุดไฟเผาตึกฉลองเลยเหรอ เอะ แล้วไอ้เหลี่ยมร้ายมันอยู่แถวนั้นหรือเปล่านะ ม่ายน่อ เขาว่ามันมาสั่งการกวนตีนลุงตู่ ระหว่างรอรับน้องสาวเตรียมหนีคดีออกนอกประเทศ อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแถวนี้ต่างหาก
    ซีเอนเอน ท่าจะรับค่าอุปถัมภ์รายการไปแยะ ตอนแรกเจ้าหน้าที่ถ่ายถอดทำหน้าที่ตามอาชีพ แบ่งจอให้ดูเลย ด้านซ้ายฉลองปีใหม่ด้วยไฟไหม้ตึก ไฟลุกโชนทั้งตึก มีตัววิ่งขึ้นว่า hotel inferno โรมแรมไฟนรก ด้านขวาของจอถ่ายทอดยิงพลุ เดี๋ยวโป้ง เดี๋ยวโป้ง ข่าวบอก 2 เหตุการณ์ อยู่ห่างกันไม่กี่กิโลเมตร ชาวดูไบ ดูพลุ สลับกับดูไฟไหม้คอเกือบเคล็ด เพราะรัฐบาลดูไบบอก ไฟไหม้ยังไงเราก็ไม่เลิกการจุดพลุให้ประชาชนชื่นชม ให้ตายเถอะโรบิน ผมเชื่อแล้วว่าเขารวยจริง
    คุณเบ็กกี้ ผู้จัดรายการสาวใหญ่ ของซีเอนเอน ไม่รู้ใครไปปลุกหล่อนมาเข้าฉากกลางดึก หลังจากพลุเลิกแล้ว แต่ไฟไหม้ยังไม่เลิก คุณเบ็กกี้ประกาศปากคอสั่นว่า ไฟไหม้โรงแรมแค่ข้างนอกนะฮ้า ไม่เข้าข้างในตึกเลยฺฮ่า เสียหายนิดหน่อยเองฮ่ะ ไม่มีใครเป็นอันตรายร้ายแรงเล้ย ว่าแล้วคุณเธอก็หายวับกลับไปนอนต่อ
    วาว.. มัน ซี เอน เอน จริงๆ แล้ววันรุ่งขึ้น ข่าวไฟไหม้โรงแรมหรูที่ดูไบก็หายไปเหมือนถูกชักโครกทิ้ง…จะออกข่าวทำไมให้ เสียเวลา มึงไว้ทำข่าวว่ารัสเซียกำลังจะอดตาย จีนแผ่นดินถล่ม ไทยผลิตอาหารไม่ได้มาตรฐาน อะไรทำนองนั้นซีวะ… ผมสงสัยว่า ไอ้คนถ่ายทอดไฟไหม้โรงแรม อาจจะตกงานไปแล้วเรียบร้อย
    หลังจากดู ดูไบจุดไฟตึกฉลองปีใหม่เสร็จ ผมก็กลับไปนอนต่อ ผมยังไม่ทันฟื้นจากการนอนข้ามปีของผม ผ่านปีใหม่ไปไม่ถึง 2 วัน ซาอุดิอารเบีย เสี่ยปั๊มใหญ่ของผม ก็เริ่มศักราชใหม่ด้วยการสั่งประหารชีวิตนักโทษ วันเดียวฉับไป 47 หัว ส่วนใหญ่บอกว่าเป็นพวกก่อการร้ายพันธ์อัลไคด้า ที่เคยหาเรื่องซ่าใส่ซาอุ แต่มี 3 คนเป็นรายการแถมนอกเหนือจาก อัลไคด้า
    นับเป็นการประหารชีวิตในวันเดียวมากที่สุดในรอบ35 ปีของซาอุ เสี่ยปั๊มใหญ่เล่นแรงจริง สงสัยเจอพิษแมงกะแท้ทะเลทราย
    แต่ปรากฏว่ารายการแถม ทำท่าจะเป็นชนวนฝักแค จุดลุกลาม จนตะวันออกกลางอาจจะกลายเป็นทะเลทรายเลือด …. ตามแผนของใครไม่รู้
    ชนวนใหญ่ของฟักแคชื่อ Sheik Nimr Baqr al-Nimr ชิ๊ค อัล นิมร์ เป็นผู้สอนศาสนานิกายชีอะที่อยู่ในซาอุ เป็นที่เคารพ และรู้จักกันทั่วของฝ่ายชีอะทั้งในและนอกซาอุดิอารเบีย แต่ซาอุบอกว่า ชิ๊ค อัล นิมร์ เป็นพวกหัวรุนแรง นักเคลื่อนไหวที่ก่อความวุ่นวาย พยายามยุยงให้พวกชีอะก่อความไม่สงบในซาอุ มาตั้งแต่ ปี ค.ศ.2011 แล้วนะ แล้วก็ทำให้ซาอุเกือบจะมีเทศกาลอาหรับสปริงกับเขาด้วยในช่วงปีนั้น ว่าเข้านั้น
    การตัดสินประหารชีวิต ชี้ค อัล นิมร์ ได้รับการเตือนจากนานาประเทศทั้งในและตะวันออกกลางว่า ระวังมันจะบานปลายจนหุบไม่เข้า เพราะมันอาจจะมากกว่าเป็นการจุดไฟสงครามระหว่างนิกายศาสนาก็ได้…
    แต่ซาอุดิ อารเบียบอกว่า…. อัล นิมร์ คุกคามพระราชวงศ์ของเรา เราต้องการให้เป็นที่รู้กันว่า ใครจะมากดดันเราไม่ได้…..นี่ มันต้องอย่างนี้ มีหน้าไหนกล้าเข้าไปยุ่งในบ้านเขาบ้าง
    และก็ได้ผล…กระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ไม่ได้ “ทักท้วง” การตัดสินของซาอุดิอารเบียในเรื่องนี้ เพียงแต่ให้ความเห็นว่า อเมริกามีความเป็นห่วงอย่างยิ่งยวดว่า เรื่องนี้จะทำให้การขัดแย้งระหว่างนิกายทางศาสนาจะรุนแรงขึ้น และทางกระทรวง ขอให้ผู้นำภูมิภาค ใช้ความพยายามเป็นสองเท่า ที่จะลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาคลงมา
    ประชาธิปไตยสักกะบวยอะไรของมึง ฉับหัววันเดียว 47 คน มึงบอกว่า ให้ผู้นำ(คนอื่น) ใช้ความพยายามเป็น 2 เท่าที่จะลดความตึงเครียด แต่กับคนสั่งฉับ มึงไม่กล้าแตะเขาเลย ปาหี่ ฉิบหาย
    ตกลงนี่ มันอเมริกาเดียวกันกับที่เข้ามาเสือกในบ้านเราทุกเรื่องหรือเปล่าครับ
ที่บ้านเรา ผมเห็นมันมายืนชี้นิ้วเสือกสาระพัด ทั้งๆที่ยังไม่ได้ฉับใครสักหัว แค่เชิญมาปรับทัศนคติ…..มันก็หาว่าเราละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็ได้แต่บ่นกันเองหน้าจอ ไหนบอกว่าเป็นช้างศึกไงครับ ไม่ใช่สมันน้อยแล้วนะ ลุงนิทานอย่ามาเรียกสมันน้อยอีกนะ ฮา
    ###############
ตอน 2
    ซาอุดิอารเบีย ประหารชีวิต ชิ๊ค อัล นิมร์ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 มกราคม หลังจากข่าวออกไม่กี่ชั่วโมง ชาวอิหร่าน ซึ่งนับถืออิสลามนิกายชีอะ ต่างออกมาประท้วงการประหารชีวิต และพากันเดินขบวนไปหน้าสถานทูตซาอุดิอารเบียในกรุงเตหะราน หลังจากนั้นการประท้วงก็รุนแรงขึ้น มีการบุกเข้าไปเผาสถานกงสุลของซาอุดิอารเบีย ที่เมืองมาชาดในอิหร่าน ตามมาด้วยการเผาสถานทูตของซาอุดิอารเบีย ที่กรุงเตหะราน
    หลังจากมีข่าวว่า สถานทูตถูกเผาในวันเสาร์ที่ 2 มกราคม วันอาทิตย์รุ่งขึ้น รัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดิอารเบีย นาย Adel al-Jubeir ก็ออกมาทำหน้าเครียดให้สัมภาษณ์ผ่านวิทยุประเภทกรมกร๊วกของซาอุ ทันที
    … อิหร่าน มีประวัติการละเมิดต่างประเทศอย่างนี้มานานแล้ว จำไม่ได้หรือ ปี ค.ศ.1979 นั่นไง (ที่อิหร่านบุกสถานทูตอเมริกา และจับตัวเจ้าหน้าที่สถานทูตเป็นตัวประกัน : คนเล่านิทาน) มันแสนจะอื้อฉาว และละเมิดกฎหมายข้อตกลงระหว่างประเทศจนหมดสิ้น….
    …. อิหร่าน ยังมีนโยบายที่ก้าวร้าว โดยมีเป้าหมายที่จะทำลายความมั่นคงของภูมิภาค … อิหร่านลักลอบขนทั้งอาวุธ และระเบิด เข้ามาสร้างผู้ก่อการร้ายในซาอุดิอารเบียและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคด้วย… เราจะไม่มีวันยอมให้อิหร่านมาบ่อนทำลายความมั่นคงของเราอย่างเด็ดขาด….
    …. ประวัติศาสตร์ของอิหร่าน มีแต่เรื่องแย่ๆ มีแต่เข้าไปแทรกแซงอย่างไม่เป็นมิตร กับประเทศในภูมิภาค และพร้อมที่จะทำลายล้างเขาไปทั่ว รวมทั้งฆ่าคนบริสุทธิ์…
    หลังจากด่าอิหร่านอย่างยืดยาว รสเผ็ดเจ็บร้อนถึงใจเสร็จ ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศ อัล จูเบียร์ ก็ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตดังฉับ …กับอิหร่านทันที พร้อมกับมีคำสั่ง ไล่ทูตอิหร่านประจำซาอุ ให้ออกไปจากซาอุดิอารเบียภายใน 48 ชั่วโมง รวดเร็วชนิดเก็บได้แต่ของสำคัญ เช่นไม้แคะหูกับรองเท้าแตะฯลฯ ที่เหลือทิ้งมันไป…
    ซาอุดิ อารเบีย ยังไม่หายร้อน ตามต่อด้วยการสั่งห้ามเครื่องบินอิหร่าน บินลงซาอุ และห้ามเครื่องบินซาอุไปลงอิหร่าน จะเดินทางไปหากันก็จงใช้อูฐอย่างเมื่อร้อยปีก่อน
    เด็ดขาดจริงๆ สื่ออเมริกัน ต่างลงข่าวทั้งหมดนี้อย่างพร้อมเพรียง และละเอียดถี่ถ้วน คาดว่า ไม่น่ามีใครตกข่าวเลย คงแจกทั่วถึงกันหมด
    หลังจากนั้นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากการประหารชีวิต ชิ้ค อัล นิมร์ ก็ลามอย่างรวดเร็ว ไล่ไปตั้งแต่บาห์เรน จนถึง ปากีสถาน เหมือนอย่างกับใครกำลังจุดฟักแคลูกระเบิด หรือฟักแคเผาผี ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างไหน แต่จะอย่างไหน มันก็ไม่ใช่เป็นมงคล สำหรับการเริ่มปีใหม่ ของชาวตะวันออกกลางทั้งสิ้น
    ที่บาห์เรน กลุ่มชีอะ ออกมาประท้วงในหลายเมือง พร้อมทั้งตะโดนด่าราชวงศ์ Al Saud ที่กำลังปกครองซาอุดิอารเบีย ที่ก็ถือว่าเป็นลูกพี่ใหญ่ของบาห์เรน หลังจากนั้น บาห์เรนก็ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ตามลูกพี่ ไปเรียบร้อยอีกหนึ่งฉับ
    ตามมาด้วยเอมิเรต ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ลดจำนวนเจ้าหน้าที่สถานทูตของซาอุ ที่ประจำอยู่ที่กรุงเตหะราน เรียกว่ายังไม่ถึงกับฉับ แค่เฉาะให้อิหร่านรู้สึก
    ส่วนคูเวต ในฐานะสมาชิกชาวอ่าว ก็รีบตัดฉับสัมพันธ์อิหร่านตามลูกพี่เหมือนกัน
    แต่จอร์แดน แค่เรียกทูตอิหร่านประจำจอร์แดนมาด่ายับ เรื่องเหตุการณ์เผาสถานทูตซาอุ แต่ยังไม่ฉับตามซาอุ เพราะจอร์แดนถือตัวว่า ไม่ใช่ลูกกะเป๋งของซาอุ แค่ซาอุช่วยสนับสนุนช่วยเหลือทางการเงินให้เท่านั้น … ฟังแล้วงง
    สำหรับการ์ต้า เพิ่งประกาศฉับไปเมื่อวาน เรียกทูตกลับบ้าน ประกาศเป็นรายสุดท้าย แหม นึกว่าแน่ เห็นคิดอยู่หลายวันเลยนะเสี่ยปั้มสิงห์สำอาง ในที่สุดก็ต้องฉับตามลูกพี่
    ส่วนโอมาน ประกาศตัวเป็นกลางเหมือนทุกเรื่อง เราไม่ชอบยุ่งกับเรื่องขัดแย้งของใคร แหะ แหะ แต่เราเอนตัวไปทางอิหร่านนานแล้วโยม จ่อหน้ากันอยู่ตรงนั้นมันก็น่าเสียวแทน
    การปะทะทางการทูต ลามไปถึงอาฟริกา ซูดาน ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมสุนนี่ ก็ไล่ทูตอิหร่านพร้อมเจ้าหน้าที่สถานทูตทั้งหมดกลับบ้านกับเขาด้วย และเรียกทูตของตนที่ประจำอยู่ที่อิหร่านกลับซูดาน
    ซูดานแถลงว่า เพราะอิหร่านเข้าไปแทรกแซงในกิจการบ้านคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องศาสนา ….รัศมีเสี่ยปั๊มใหญ่นี่แผ่ไพศาลเอาเรื่อง
    แต่ที่เบรุต Hassan Nasrallah หัวหน้ากลุ่มเฮสบอลเลาะห์ กล่าวสรรเสริญ ชิ้ค อัล นิมร์ว่า เป็นผู้สละชีวิตเพื่อศาสนา เป็นนักรบที่ควรแก่เคารพ
    เหตุการณ์ประหารชีวิตของ ชิ้ค อัล นิมร์ ทำให้ฝ่ายอิหร่านออกมาตอบโต้ว่า ซาอุดิอารเบีย เจ้าจงเตรียมตัว การล้างแค้นอย่างรุนแรงจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน…
    ###############
ตอน 3
    ชิ้ค อัล นิมร์ เป็นชาวซาอุดิ ที่นับถืออิสลามนิกายชีอะ ซึ่งมีเพียงประมาณ 15% ในซาอุดิอารเบีย ที่นับนิกายสุนนี่เป็นนิกายทางการ ในขณะที่หัวหน้าชีอะอื่นๆในซาอุ อยู่ในซาอุแบบเจียมตัว พยายามทำตัวคล้อยไปกับสังคมของสุนนี่ แต่ อัล นิมร์ ลุกขึ้นประกาศว่า มันไม่ควรเป็นเช่นนั้น ซาอุดิ อารเบีย ควรใจกว้างกับทุกนิกายเช่นเดียวกัน
    อัล นิมร์ พูดแสดงความเห็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เสียงเขาดังอยู่ในหัวของชีอะเกือบทุกคน โดยเฉพาะที่อยู่ในซาอุดิอารเบีย ในที่สุดเมื่อเกิดเหตุการประท้วงรุนแรงในซาอุดิอารเบีย โดยกลุ่มชีอะ ในปี ค.ศ.2011 ที่ตะวันตกอ้างว่าลามมาจากเทศกาลอาหรับ แต่พวกชีอะบอกว่า เราไม่ได้มาเรียกร้องเอาประซาธิปไตยนะ แต่เราต้องการให้พวกชีอะ ได้รับการปฏิบัติ ที่ดีขึ้นกว่าเดิมในซาอุดิอารเบียต่างหาก แต่รัฐบาลซาอุดิ อารเบีย ใช้ยาแรงในการปราบปรามการประท้วงของพวกชีอะ ด้วยการใช้กระสุนจริง และก็มีชาวซาอุชีอะตายจริงหลายสิบ
    ทางการซาอุ สั่งจับ อัล นิมร์ ในปี ค.ศ.2012 และตั้งข้อหาว่า เขาเป็นผู้มีส่วน ที่ทำให้เกิดความไม่สงบดังกล่าว แถมยิงต่อสู้ตำรวจที่มาจับ และพยายามชักชวนให้ต่างชาติเข้ามามีส่วนวุ่นวายในกิจการในประเทศ ว่าแล้วก็มีคำสั่งในปี ค.ศ.2014 ให้ตัดสินประหารชีวิต อัล นิมร์
    หลายฝ่ายที่ติดตามเหตุการณ์ของ อัล นิมร์ มาตลอด หวังว่าเขาจะได้รับการอภัยโทษ แต่นอกจากการอภัยโทษไม่เกิดขึ้นแล้ว ยังมีนักวิเคระาห์การเมืองตะวันตก ออกมาให้ความเห็นว่า อัล นิมร์ ติดคุกมาปีกว่า ทำไมถึงมาทำการประหารชีวิตเขาในตอนนี้ เหมือนเป็นการเลือกจังหวะเวลา…
    ก่อนสิ้นปี ค.ศ.2015 อเมริกาเคาะถามรัสเซียว่า จะเอาอย่างไรเรื่องซีเรีย สุ่มเสียงอ่อนลงว่า อัสสาดจะอยู่ต่อก็ได้นะ แต่ถ้าเลือกตั้งแพ้แล้วต้องไปนะ รัสเซียบอก เราก็พูดอย่างนี้มาตั้งแต่แรก มึงฟังไม่ได้ศัพท์เลยหรือไง ทำเอาอเมริกากลับไปตั้งหลัก หลังปีใหม่ค่อยมาว่ากันต่อ
    ส่วนเรื่องเยเมน ซาอุดิอารเบียนำทัพเข้าไปลุยเยเมน แต่ดันติดหล่มมาตั้งแต่แต่กลางปี ค.ศ.2015 ขึ้นจากหล่มไม่ได้ ไปต่อไม่เป็น เลยมีการเจรจาสงบศึกชั่วคราว แต่การสงบศึกก็ดูเหมือนไม่สงบจริง เพราะยังขึ้นจากหล่มไม่ได้ ติดหล่มทรายนานๆ นี่ถึงตายนะครับ
    ที่ซีเรีย มีกองกำลังของจริงของอิหร่าน คอยช่วยอัสสาด รบสู้กับพวกกบฎซีเรีย ขณะเดียวกัน ก็มีกองกำลังของผู้ก่อการร้ายเติมเงิน ที่ซาอุดิอารเบียและพวกคอยสนับสนุนเติมเงินเติมอาวุธ มาช่วยกบฏซีเรียรบสู้ กับรัฐบาลอัสสาด…. มึนหัวแทนคนอ่าน ค่อยๆอ่านนะครับ
    ที่เยเมน มีกองกำลังของจริงของซาอุดิอารเบียและพวก กำลังรบกับพวกที่ซาอุ เรียกว่าเป็นกบฏในเยเมน ซึ่งขณะนี้ พวกกบฏ รบชนะฝ่ายรัฐบาลเยเมน และไล่รัฐบาลเยเมนแตกกระเจิง จนตัวนายกรัฐมนตรีเยเมนหนีไปพึ่งใบบุญซาอุดิอารเบีย ฝ่ายกบฏที่กำลังสู้กับกองกำลังซาอุ มีกลุ่มนักรบฮูตติเป็นตัวยืน เป็นฮูตติ ที่อิหร่านให้การสนับสนุนทั้งด้านกองกำลังและอาวุธ
    ที่อิรัค มีกองกำลังของชาวอิรัค กำลังรบเพื่อยึดเอาบ้านเมือง กลับคืนมาจากที่ผู้ก่อการร้าย หรือนักรบเติมเงินยึดเอาไว้ และเริ่มตั้งแต่ปลายปีที่แล้วมานี้ ชาวอิรัค ทำท่าจะยึดเมืองใหญ่คืนมาได้ โดยเป็นที่รู้กันดีว่า ฝ่ายรัสเซียอิหร่านให้การสนับสนุนชาวอิรัค ในการยึดเมืองคืน ส่วนซาอุดิอารเบียและพวก รวมทั้งตุรกี และฝ่ายตะวันตก เป็นผู้สนับสนุนพวกนักรบเติมเงิน ในการยึดอิรัคตั้งแต่เริ่ม….
    และเมื่ออิรัค เริ่มยึดเมืองกลับคืนได้ อเมริการีบออกมาให้ข่าวทุกวันว่า เป็นผลงานของตน แต่ชาวบ้านที่ติดตามข่าวมาตลอด โดยไม่มีกระป๋องครอบหัวไว้ ก็คงพอรู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร
    พวกเขาวุ่นวายกันขนาดนี้ ยังคิดว่า การประหารชีวิต อัล นิมร์ นั้น มาจากการกระทำของอัล นิมร์ ที่ซาอุดิอารเบีย อ้างว่า เป็นการกดดัน และคุกคามราชวงศ์ซาอุด…อย่างนั้นหรือ……
    ###############
ตอน 4 (จบ)
    ตั้งแต่กษัตริย์อับดุลลาห์ ขึ้นครองราชย์เมื่อต้นปี ค.ศ.2015 นโยบายด้านต่างประเทศของซาอุดิอารเบีย ดูเหมือนจะเปลี่ยนเป็นเชิงรุก(ราน) อย่างเห็นได้ชัด
    แต่ไหนแต่ไรมา ซาอุดิอารเบียกับอิหร่านก็ไม่รักกันอยู่แล้ว ซาอุมองอิหร่านเป็นคู่แข่งทางการเมืองที่สำคัญ แย่งชิงกันเป็นผู้นำของตะวันออกกลางมาตลอด แต่ซาอุดิอารเบีย ย่อมคิดว่าตนเองได้เปรียบอิหร่าน เพราะมีแบ๊กแข็งโป๊กอย่างอเมริกา ส่วนอิหร่าน แม้จะมีรัสเซีย จีน เป็นเพื่อน แต่ในสายตาชาวโลกที่หัวติดอยู่ในกระป๋องสี่เหลี่ยม ย่อมมองรัสเซีย จีน ต่างกับมองเจ้าพ่อใหญ่ใบตองแห้ง
    ซาอุดิ อารเบีย มาเสียเส้น ก็ตอนเจ้าพ่อใหญ่ใบตองแห้งใช้เวลาเจรจาเรื่องนิวเคลียร์กับอิหร่านนานไป หน่อย เล่นเอาซาอุดิอารเบียงอนจนเตียงแถบหัก แค่นั้นซาอุดิ อารเบีย ก็ยังลงบัญชีงอนเอาไว้ไม่เลิกพ้อ แต่พอคุณพี่ปูติน ที่เป็นเพื่อนกับอิหร่านและซีเรีย ยกทัพเข้ามาในซีเรีย นี่ 3 เดือนกว่าแล้ว และยังไม่มีที่ท่าว่าจะเคลื่อนย้ายออกไป แถมทำท่าจะปักหลักพักนาน แบบนี้ ซาอุดิ อารเบีย จะใช้แค่บทแง่งอน มันคงไม่พอกระตุกคอคู่รักให้หันมาสนใจ
    อเมริกา คู่รักฝักแค ยังไม่แสดงที่ท่าว่าจะกระดิกตัว ออกมาปกป้องฝ่ายซาอุดิจากการบุกมาของรัสเซียเลย ได้แต่ส่งเสียงตามลม โหยหวนเหมือนเวลาเห็นใบตองไหว ก็แค่นั้น แล้วแบบนี้เสี่ยปั๊มใหญ่ จะให้เสี่ยปั๊มใหญ่ถูกหยามหน้าต่อไปได้ยังไง
นี่ถ้า รัสเซียไม่ขยับไปไหน นั่งรับลมทะเลทรายเปลี่ยนบรรยากาศไปอีกนาน อิหร่านก็คงใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น แถมซีเรีย ที่เราลงทุนเติมเงินลงไปเสียนับไม่ถ้วน ก็ยังไม่ล่ม แค่เละ เจ้าอัสสาดคนนอกศาสนา ก็ยังอยู่ได้ แล้วนี่อิรัคยังมีทีท่าว่า อาจจะไปซบอิหร่านเต็มตัว ยิ่งจะทำให้อิหร่านใหญ่ขึ้นไปอีก โอ้ย… คิดมาถึงตรงนี้แล้ว เสี่ยปั๊มใหญ่ น่าจะรับไม่ไหว มันเลยต้องฉับ ฉับ …
    หลังจาก ฉับ ฉับ ไปแล้ว ความร้อนก็ยังไม่ลด ซาอุดิ อารเบีย เลยต้องกระแทกให้อีกดอกว่า …. ถึง จุดนี้ ซาอุดิอารเบีย ไปไกลเกินกว่าที่จะสนใจแล้ว ว่าโอบามาคิดอย่างไร…. ซาอุดิ อารเบีย ไม่สนใจว่าจะทำให้ทำเนียบขาวโกรธหรือไม่…
…..พอ ก็คือ พอ enough is enough …..เอะ นี่เป็น ข้อความส่งถึงอิหร่าน หรือถึงอเมริกากันแน่ ผมชักไม่แน่ใจ
    บทนี้ ถ้าฮอลลีวู้ด ไม่รีบเอาไปทำหนัง เสียดายตายห่าเลยครับ
    ผมเกือบลืมเล่าถึงดาราตัวเอก ที่ตอนนี้ออกฉากมาพูดแทนซาอุดิอารเบียคือนาย อัล จูเบียร์
    อัล จูเบียร์ นี่ ก่อนหน้าจะมารับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดิ เขาเป็น ทูตซาอุ ประจำอเมริกาตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 ถึง 2015 เรียกว่า ซี้ย่ำปึกกับอเมริกา มาตั้งแต่สมัยคาวบอยบุช นอกจากนี้ อัล จูเบียร์ ยังเป็นที่ปรึกษาด้านการต่างประเทศประจำตัวของกษัตริย์อับดุลลาห์ อีกด้วย เมื่อเจ้าชายอับดุลลาห์ขึ้นครองราชย์ไม่กี่เดือน ก็ตั้ง อัล จูเบียร์เป็นรัฐมนตรี ดูเหมือนเขาจะเป็นคนธรรมดาคนแรกของซาอุ ที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้
    ประวัติดาราแบบนี้ คงทำให้มองเห็นภาพกันนะครับว่า ใครกำลังใช้ใคร จุดฝักแค แล้วฝักแคมันจะลามไปถึงไหน แผนเอาปั๊ม ไม่เอาคนนี่เล่นไม่ยากเลย ไม่ว่าที่ไหน เอาของไม่เอาคน ยุซ้าย แยงขวา เดี๋ยวเขาก็ตีกันเอง เราไม่ต้องกรีทาทัพมาให้เจ็บตาปลาเลยนะ จิ้งหรีดพันธุ์ไหน มันก็ปั่นได้ทั้งนั้นแหละ …ถ้ามันไม่รู้ตัวว่าถูกปั่น…
    แล้วแบบนี้ฝ่ายรัสเซีย จีน อิหร่าน และไอ้นักไต่ลวดจอมเล่นเสียวตุรกีว่ายังไง ไม่พูดถึงเลยนะลุง
    แหม ผมก็ไม่ได้มีโอกาสถามท่านทั้งสาม และนักไต่ลวดโดยตรงนะครับ แต่ผมว่า แผนปั่นจิ้งหรีด แผนจุดฝักแค ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้น ก็เล่นแบบซ้ำซาก
    ผมเลยเดาเอาเองว่า อิหร่าน คงบอกเราคอยอยู่ ส่วนอาเฮีย คงอมยิ้ม และ คุณพี่ปูติน คงหัวร่อ หึ หึ ใน ลำคอ… ส่วนตุรกีนักไต่ลวด คงถอนหายใจยาว กูคงไม่ตายเดี่ยว….
    สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
8 ม.ค. 2559
    เรื่อง จุดฝักแค นิทานเรื่องจริง เรื่อง “จุดฝักแค” ตอน 1 ตะวันออกกลาง ทำท่าจะเป็นแดนเดือดทั่วทะเลทรายไม่ให้น้อยหน้ากัน เดี๋ยวจะไม่เชื่อว่าเขาจะเอาแต่ปั้ม ไม่เอาคน… ดูไบ แดนเศรษฐี (หนีคุก) เริ่มฉลองปีใหม่ด้วยไฟใหม้ตึกสูงโรงแรมหรู ระหว่างนับถอยหลังก่อนถึงปีใหม่ เล่นเอาชาวดูไบที่มาดูไฟ ยืนอ้าปากค้าง โห บ้านเรานี่ถ้าจะรวยจริงนะ แทนที่จะจุดพลุขึ้นฟ้าฉลองปีใหม่ นี่เล่นจุดไฟเผาตึกฉลองเลยเหรอ เอะ แล้วไอ้เหลี่ยมร้ายมันอยู่แถวนั้นหรือเปล่านะ ม่ายน่อ เขาว่ามันมาสั่งการกวนตีนลุงตู่ ระหว่างรอรับน้องสาวเตรียมหนีคดีออกนอกประเทศ อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแถวนี้ต่างหาก ซีเอนเอน ท่าจะรับค่าอุปถัมภ์รายการไปแยะ ตอนแรกเจ้าหน้าที่ถ่ายถอดทำหน้าที่ตามอาชีพ แบ่งจอให้ดูเลย ด้านซ้ายฉลองปีใหม่ด้วยไฟไหม้ตึก ไฟลุกโชนทั้งตึก มีตัววิ่งขึ้นว่า hotel inferno โรมแรมไฟนรก ด้านขวาของจอถ่ายทอดยิงพลุ เดี๋ยวโป้ง เดี๋ยวโป้ง ข่าวบอก 2 เหตุการณ์ อยู่ห่างกันไม่กี่กิโลเมตร ชาวดูไบ ดูพลุ สลับกับดูไฟไหม้คอเกือบเคล็ด เพราะรัฐบาลดูไบบอก ไฟไหม้ยังไงเราก็ไม่เลิกการจุดพลุให้ประชาชนชื่นชม ให้ตายเถอะโรบิน ผมเชื่อแล้วว่าเขารวยจริง คุณเบ็กกี้ ผู้จัดรายการสาวใหญ่ ของซีเอนเอน ไม่รู้ใครไปปลุกหล่อนมาเข้าฉากกลางดึก หลังจากพลุเลิกแล้ว แต่ไฟไหม้ยังไม่เลิก คุณเบ็กกี้ประกาศปากคอสั่นว่า ไฟไหม้โรงแรมแค่ข้างนอกนะฮ้า ไม่เข้าข้างในตึกเลยฺฮ่า เสียหายนิดหน่อยเองฮ่ะ ไม่มีใครเป็นอันตรายร้ายแรงเล้ย ว่าแล้วคุณเธอก็หายวับกลับไปนอนต่อ วาว.. มัน ซี เอน เอน จริงๆ แล้ววันรุ่งขึ้น ข่าวไฟไหม้โรงแรมหรูที่ดูไบก็หายไปเหมือนถูกชักโครกทิ้ง…จะออกข่าวทำไมให้ เสียเวลา มึงไว้ทำข่าวว่ารัสเซียกำลังจะอดตาย จีนแผ่นดินถล่ม ไทยผลิตอาหารไม่ได้มาตรฐาน อะไรทำนองนั้นซีวะ… ผมสงสัยว่า ไอ้คนถ่ายทอดไฟไหม้โรงแรม อาจจะตกงานไปแล้วเรียบร้อย หลังจากดู ดูไบจุดไฟตึกฉลองปีใหม่เสร็จ ผมก็กลับไปนอนต่อ ผมยังไม่ทันฟื้นจากการนอนข้ามปีของผม ผ่านปีใหม่ไปไม่ถึง 2 วัน ซาอุดิอารเบีย เสี่ยปั๊มใหญ่ของผม ก็เริ่มศักราชใหม่ด้วยการสั่งประหารชีวิตนักโทษ วันเดียวฉับไป 47 หัว ส่วนใหญ่บอกว่าเป็นพวกก่อการร้ายพันธ์อัลไคด้า ที่เคยหาเรื่องซ่าใส่ซาอุ แต่มี 3 คนเป็นรายการแถมนอกเหนือจาก อัลไคด้า นับเป็นการประหารชีวิตในวันเดียวมากที่สุดในรอบ35 ปีของซาอุ เสี่ยปั๊มใหญ่เล่นแรงจริง สงสัยเจอพิษแมงกะแท้ทะเลทราย แต่ปรากฏว่ารายการแถม ทำท่าจะเป็นชนวนฝักแค จุดลุกลาม จนตะวันออกกลางอาจจะกลายเป็นทะเลทรายเลือด …. ตามแผนของใครไม่รู้ ชนวนใหญ่ของฟักแคชื่อ Sheik Nimr Baqr al-Nimr ชิ๊ค อัล นิมร์ เป็นผู้สอนศาสนานิกายชีอะที่อยู่ในซาอุ เป็นที่เคารพ และรู้จักกันทั่วของฝ่ายชีอะทั้งในและนอกซาอุดิอารเบีย แต่ซาอุบอกว่า ชิ๊ค อัล นิมร์ เป็นพวกหัวรุนแรง นักเคลื่อนไหวที่ก่อความวุ่นวาย พยายามยุยงให้พวกชีอะก่อความไม่สงบในซาอุ มาตั้งแต่ ปี ค.ศ.2011 แล้วนะ แล้วก็ทำให้ซาอุเกือบจะมีเทศกาลอาหรับสปริงกับเขาด้วยในช่วงปีนั้น ว่าเข้านั้น การตัดสินประหารชีวิต ชี้ค อัล นิมร์ ได้รับการเตือนจากนานาประเทศทั้งในและตะวันออกกลางว่า ระวังมันจะบานปลายจนหุบไม่เข้า เพราะมันอาจจะมากกว่าเป็นการจุดไฟสงครามระหว่างนิกายศาสนาก็ได้… แต่ซาอุดิ อารเบียบอกว่า…. อัล นิมร์ คุกคามพระราชวงศ์ของเรา เราต้องการให้เป็นที่รู้กันว่า ใครจะมากดดันเราไม่ได้…..นี่ มันต้องอย่างนี้ มีหน้าไหนกล้าเข้าไปยุ่งในบ้านเขาบ้าง และก็ได้ผล…กระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ไม่ได้ “ทักท้วง” การตัดสินของซาอุดิอารเบียในเรื่องนี้ เพียงแต่ให้ความเห็นว่า อเมริกามีความเป็นห่วงอย่างยิ่งยวดว่า เรื่องนี้จะทำให้การขัดแย้งระหว่างนิกายทางศาสนาจะรุนแรงขึ้น และทางกระทรวง ขอให้ผู้นำภูมิภาค ใช้ความพยายามเป็นสองเท่า ที่จะลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาคลงมา ประชาธิปไตยสักกะบวยอะไรของมึง ฉับหัววันเดียว 47 คน มึงบอกว่า ให้ผู้นำ(คนอื่น) ใช้ความพยายามเป็น 2 เท่าที่จะลดความตึงเครียด แต่กับคนสั่งฉับ มึงไม่กล้าแตะเขาเลย ปาหี่ ฉิบหาย ตกลงนี่ มันอเมริกาเดียวกันกับที่เข้ามาเสือกในบ้านเราทุกเรื่องหรือเปล่าครับ
ที่บ้านเรา ผมเห็นมันมายืนชี้นิ้วเสือกสาระพัด ทั้งๆที่ยังไม่ได้ฉับใครสักหัว แค่เชิญมาปรับทัศนคติ…..มันก็หาว่าเราละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็ได้แต่บ่นกันเองหน้าจอ ไหนบอกว่าเป็นช้างศึกไงครับ ไม่ใช่สมันน้อยแล้วนะ ลุงนิทานอย่ามาเรียกสมันน้อยอีกนะ ฮา ###############
ตอน 2 ซาอุดิอารเบีย ประหารชีวิต ชิ๊ค อัล นิมร์ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 มกราคม หลังจากข่าวออกไม่กี่ชั่วโมง ชาวอิหร่าน ซึ่งนับถืออิสลามนิกายชีอะ ต่างออกมาประท้วงการประหารชีวิต และพากันเดินขบวนไปหน้าสถานทูตซาอุดิอารเบียในกรุงเตหะราน หลังจากนั้นการประท้วงก็รุนแรงขึ้น มีการบุกเข้าไปเผาสถานกงสุลของซาอุดิอารเบีย ที่เมืองมาชาดในอิหร่าน ตามมาด้วยการเผาสถานทูตของซาอุดิอารเบีย ที่กรุงเตหะราน หลังจากมีข่าวว่า สถานทูตถูกเผาในวันเสาร์ที่ 2 มกราคม วันอาทิตย์รุ่งขึ้น รัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดิอารเบีย นาย Adel al-Jubeir ก็ออกมาทำหน้าเครียดให้สัมภาษณ์ผ่านวิทยุประเภทกรมกร๊วกของซาอุ ทันที … อิหร่าน มีประวัติการละเมิดต่างประเทศอย่างนี้มานานแล้ว จำไม่ได้หรือ ปี ค.ศ.1979 นั่นไง (ที่อิหร่านบุกสถานทูตอเมริกา และจับตัวเจ้าหน้าที่สถานทูตเป็นตัวประกัน : คนเล่านิทาน) มันแสนจะอื้อฉาว และละเมิดกฎหมายข้อตกลงระหว่างประเทศจนหมดสิ้น…. …. อิหร่าน ยังมีนโยบายที่ก้าวร้าว โดยมีเป้าหมายที่จะทำลายความมั่นคงของภูมิภาค … อิหร่านลักลอบขนทั้งอาวุธ และระเบิด เข้ามาสร้างผู้ก่อการร้ายในซาอุดิอารเบียและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคด้วย… เราจะไม่มีวันยอมให้อิหร่านมาบ่อนทำลายความมั่นคงของเราอย่างเด็ดขาด…. …. ประวัติศาสตร์ของอิหร่าน มีแต่เรื่องแย่ๆ มีแต่เข้าไปแทรกแซงอย่างไม่เป็นมิตร กับประเทศในภูมิภาค และพร้อมที่จะทำลายล้างเขาไปทั่ว รวมทั้งฆ่าคนบริสุทธิ์… หลังจากด่าอิหร่านอย่างยืดยาว รสเผ็ดเจ็บร้อนถึงใจเสร็จ ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศ อัล จูเบียร์ ก็ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตดังฉับ …กับอิหร่านทันที พร้อมกับมีคำสั่ง ไล่ทูตอิหร่านประจำซาอุ ให้ออกไปจากซาอุดิอารเบียภายใน 48 ชั่วโมง รวดเร็วชนิดเก็บได้แต่ของสำคัญ เช่นไม้แคะหูกับรองเท้าแตะฯลฯ ที่เหลือทิ้งมันไป… ซาอุดิ อารเบีย ยังไม่หายร้อน ตามต่อด้วยการสั่งห้ามเครื่องบินอิหร่าน บินลงซาอุ และห้ามเครื่องบินซาอุไปลงอิหร่าน จะเดินทางไปหากันก็จงใช้อูฐอย่างเมื่อร้อยปีก่อน เด็ดขาดจริงๆ สื่ออเมริกัน ต่างลงข่าวทั้งหมดนี้อย่างพร้อมเพรียง และละเอียดถี่ถ้วน คาดว่า ไม่น่ามีใครตกข่าวเลย คงแจกทั่วถึงกันหมด หลังจากนั้นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากการประหารชีวิต ชิ้ค อัล นิมร์ ก็ลามอย่างรวดเร็ว ไล่ไปตั้งแต่บาห์เรน จนถึง ปากีสถาน เหมือนอย่างกับใครกำลังจุดฟักแคลูกระเบิด หรือฟักแคเผาผี ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างไหน แต่จะอย่างไหน มันก็ไม่ใช่เป็นมงคล สำหรับการเริ่มปีใหม่ ของชาวตะวันออกกลางทั้งสิ้น ที่บาห์เรน กลุ่มชีอะ ออกมาประท้วงในหลายเมือง พร้อมทั้งตะโดนด่าราชวงศ์ Al Saud ที่กำลังปกครองซาอุดิอารเบีย ที่ก็ถือว่าเป็นลูกพี่ใหญ่ของบาห์เรน หลังจากนั้น บาห์เรนก็ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ตามลูกพี่ ไปเรียบร้อยอีกหนึ่งฉับ ตามมาด้วยเอมิเรต ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ลดจำนวนเจ้าหน้าที่สถานทูตของซาอุ ที่ประจำอยู่ที่กรุงเตหะราน เรียกว่ายังไม่ถึงกับฉับ แค่เฉาะให้อิหร่านรู้สึก ส่วนคูเวต ในฐานะสมาชิกชาวอ่าว ก็รีบตัดฉับสัมพันธ์อิหร่านตามลูกพี่เหมือนกัน แต่จอร์แดน แค่เรียกทูตอิหร่านประจำจอร์แดนมาด่ายับ เรื่องเหตุการณ์เผาสถานทูตซาอุ แต่ยังไม่ฉับตามซาอุ เพราะจอร์แดนถือตัวว่า ไม่ใช่ลูกกะเป๋งของซาอุ แค่ซาอุช่วยสนับสนุนช่วยเหลือทางการเงินให้เท่านั้น … ฟังแล้วงง สำหรับการ์ต้า เพิ่งประกาศฉับไปเมื่อวาน เรียกทูตกลับบ้าน ประกาศเป็นรายสุดท้าย แหม นึกว่าแน่ เห็นคิดอยู่หลายวันเลยนะเสี่ยปั้มสิงห์สำอาง ในที่สุดก็ต้องฉับตามลูกพี่ ส่วนโอมาน ประกาศตัวเป็นกลางเหมือนทุกเรื่อง เราไม่ชอบยุ่งกับเรื่องขัดแย้งของใคร แหะ แหะ แต่เราเอนตัวไปทางอิหร่านนานแล้วโยม จ่อหน้ากันอยู่ตรงนั้นมันก็น่าเสียวแทน การปะทะทางการทูต ลามไปถึงอาฟริกา ซูดาน ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมสุนนี่ ก็ไล่ทูตอิหร่านพร้อมเจ้าหน้าที่สถานทูตทั้งหมดกลับบ้านกับเขาด้วย และเรียกทูตของตนที่ประจำอยู่ที่อิหร่านกลับซูดาน ซูดานแถลงว่า เพราะอิหร่านเข้าไปแทรกแซงในกิจการบ้านคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องศาสนา ….รัศมีเสี่ยปั๊มใหญ่นี่แผ่ไพศาลเอาเรื่อง แต่ที่เบรุต Hassan Nasrallah หัวหน้ากลุ่มเฮสบอลเลาะห์ กล่าวสรรเสริญ ชิ้ค อัล นิมร์ว่า เป็นผู้สละชีวิตเพื่อศาสนา เป็นนักรบที่ควรแก่เคารพ เหตุการณ์ประหารชีวิตของ ชิ้ค อัล นิมร์ ทำให้ฝ่ายอิหร่านออกมาตอบโต้ว่า ซาอุดิอารเบีย เจ้าจงเตรียมตัว การล้างแค้นอย่างรุนแรงจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน… ###############
ตอน 3 ชิ้ค อัล นิมร์ เป็นชาวซาอุดิ ที่นับถืออิสลามนิกายชีอะ ซึ่งมีเพียงประมาณ 15% ในซาอุดิอารเบีย ที่นับนิกายสุนนี่เป็นนิกายทางการ ในขณะที่หัวหน้าชีอะอื่นๆในซาอุ อยู่ในซาอุแบบเจียมตัว พยายามทำตัวคล้อยไปกับสังคมของสุนนี่ แต่ อัล นิมร์ ลุกขึ้นประกาศว่า มันไม่ควรเป็นเช่นนั้น ซาอุดิ อารเบีย ควรใจกว้างกับทุกนิกายเช่นเดียวกัน อัล นิมร์ พูดแสดงความเห็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เสียงเขาดังอยู่ในหัวของชีอะเกือบทุกคน โดยเฉพาะที่อยู่ในซาอุดิอารเบีย ในที่สุดเมื่อเกิดเหตุการประท้วงรุนแรงในซาอุดิอารเบีย โดยกลุ่มชีอะ ในปี ค.ศ.2011 ที่ตะวันตกอ้างว่าลามมาจากเทศกาลอาหรับ แต่พวกชีอะบอกว่า เราไม่ได้มาเรียกร้องเอาประซาธิปไตยนะ แต่เราต้องการให้พวกชีอะ ได้รับการปฏิบัติ ที่ดีขึ้นกว่าเดิมในซาอุดิอารเบียต่างหาก แต่รัฐบาลซาอุดิ อารเบีย ใช้ยาแรงในการปราบปรามการประท้วงของพวกชีอะ ด้วยการใช้กระสุนจริง และก็มีชาวซาอุชีอะตายจริงหลายสิบ ทางการซาอุ สั่งจับ อัล นิมร์ ในปี ค.ศ.2012 และตั้งข้อหาว่า เขาเป็นผู้มีส่วน ที่ทำให้เกิดความไม่สงบดังกล่าว แถมยิงต่อสู้ตำรวจที่มาจับ และพยายามชักชวนให้ต่างชาติเข้ามามีส่วนวุ่นวายในกิจการในประเทศ ว่าแล้วก็มีคำสั่งในปี ค.ศ.2014 ให้ตัดสินประหารชีวิต อัล นิมร์ หลายฝ่ายที่ติดตามเหตุการณ์ของ อัล นิมร์ มาตลอด หวังว่าเขาจะได้รับการอภัยโทษ แต่นอกจากการอภัยโทษไม่เกิดขึ้นแล้ว ยังมีนักวิเคระาห์การเมืองตะวันตก ออกมาให้ความเห็นว่า อัล นิมร์ ติดคุกมาปีกว่า ทำไมถึงมาทำการประหารชีวิตเขาในตอนนี้ เหมือนเป็นการเลือกจังหวะเวลา… ก่อนสิ้นปี ค.ศ.2015 อเมริกาเคาะถามรัสเซียว่า จะเอาอย่างไรเรื่องซีเรีย สุ่มเสียงอ่อนลงว่า อัสสาดจะอยู่ต่อก็ได้นะ แต่ถ้าเลือกตั้งแพ้แล้วต้องไปนะ รัสเซียบอก เราก็พูดอย่างนี้มาตั้งแต่แรก มึงฟังไม่ได้ศัพท์เลยหรือไง ทำเอาอเมริกากลับไปตั้งหลัก หลังปีใหม่ค่อยมาว่ากันต่อ ส่วนเรื่องเยเมน ซาอุดิอารเบียนำทัพเข้าไปลุยเยเมน แต่ดันติดหล่มมาตั้งแต่แต่กลางปี ค.ศ.2015 ขึ้นจากหล่มไม่ได้ ไปต่อไม่เป็น เลยมีการเจรจาสงบศึกชั่วคราว แต่การสงบศึกก็ดูเหมือนไม่สงบจริง เพราะยังขึ้นจากหล่มไม่ได้ ติดหล่มทรายนานๆ นี่ถึงตายนะครับ ที่ซีเรีย มีกองกำลังของจริงของอิหร่าน คอยช่วยอัสสาด รบสู้กับพวกกบฎซีเรีย ขณะเดียวกัน ก็มีกองกำลังของผู้ก่อการร้ายเติมเงิน ที่ซาอุดิอารเบียและพวกคอยสนับสนุนเติมเงินเติมอาวุธ มาช่วยกบฏซีเรียรบสู้ กับรัฐบาลอัสสาด…. มึนหัวแทนคนอ่าน ค่อยๆอ่านนะครับ ที่เยเมน มีกองกำลังของจริงของซาอุดิอารเบียและพวก กำลังรบกับพวกที่ซาอุ เรียกว่าเป็นกบฏในเยเมน ซึ่งขณะนี้ พวกกบฏ รบชนะฝ่ายรัฐบาลเยเมน และไล่รัฐบาลเยเมนแตกกระเจิง จนตัวนายกรัฐมนตรีเยเมนหนีไปพึ่งใบบุญซาอุดิอารเบีย ฝ่ายกบฏที่กำลังสู้กับกองกำลังซาอุ มีกลุ่มนักรบฮูตติเป็นตัวยืน เป็นฮูตติ ที่อิหร่านให้การสนับสนุนทั้งด้านกองกำลังและอาวุธ ที่อิรัค มีกองกำลังของชาวอิรัค กำลังรบเพื่อยึดเอาบ้านเมือง กลับคืนมาจากที่ผู้ก่อการร้าย หรือนักรบเติมเงินยึดเอาไว้ และเริ่มตั้งแต่ปลายปีที่แล้วมานี้ ชาวอิรัค ทำท่าจะยึดเมืองใหญ่คืนมาได้ โดยเป็นที่รู้กันดีว่า ฝ่ายรัสเซียอิหร่านให้การสนับสนุนชาวอิรัค ในการยึดเมืองคืน ส่วนซาอุดิอารเบียและพวก รวมทั้งตุรกี และฝ่ายตะวันตก เป็นผู้สนับสนุนพวกนักรบเติมเงิน ในการยึดอิรัคตั้งแต่เริ่ม…. และเมื่ออิรัค เริ่มยึดเมืองกลับคืนได้ อเมริการีบออกมาให้ข่าวทุกวันว่า เป็นผลงานของตน แต่ชาวบ้านที่ติดตามข่าวมาตลอด โดยไม่มีกระป๋องครอบหัวไว้ ก็คงพอรู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร พวกเขาวุ่นวายกันขนาดนี้ ยังคิดว่า การประหารชีวิต อัล นิมร์ นั้น มาจากการกระทำของอัล นิมร์ ที่ซาอุดิอารเบีย อ้างว่า เป็นการกดดัน และคุกคามราชวงศ์ซาอุด…อย่างนั้นหรือ…… ###############
ตอน 4 (จบ) ตั้งแต่กษัตริย์อับดุลลาห์ ขึ้นครองราชย์เมื่อต้นปี ค.ศ.2015 นโยบายด้านต่างประเทศของซาอุดิอารเบีย ดูเหมือนจะเปลี่ยนเป็นเชิงรุก(ราน) อย่างเห็นได้ชัด แต่ไหนแต่ไรมา ซาอุดิอารเบียกับอิหร่านก็ไม่รักกันอยู่แล้ว ซาอุมองอิหร่านเป็นคู่แข่งทางการเมืองที่สำคัญ แย่งชิงกันเป็นผู้นำของตะวันออกกลางมาตลอด แต่ซาอุดิอารเบีย ย่อมคิดว่าตนเองได้เปรียบอิหร่าน เพราะมีแบ๊กแข็งโป๊กอย่างอเมริกา ส่วนอิหร่าน แม้จะมีรัสเซีย จีน เป็นเพื่อน แต่ในสายตาชาวโลกที่หัวติดอยู่ในกระป๋องสี่เหลี่ยม ย่อมมองรัสเซีย จีน ต่างกับมองเจ้าพ่อใหญ่ใบตองแห้ง ซาอุดิ อารเบีย มาเสียเส้น ก็ตอนเจ้าพ่อใหญ่ใบตองแห้งใช้เวลาเจรจาเรื่องนิวเคลียร์กับอิหร่านนานไป หน่อย เล่นเอาซาอุดิอารเบียงอนจนเตียงแถบหัก แค่นั้นซาอุดิ อารเบีย ก็ยังลงบัญชีงอนเอาไว้ไม่เลิกพ้อ แต่พอคุณพี่ปูติน ที่เป็นเพื่อนกับอิหร่านและซีเรีย ยกทัพเข้ามาในซีเรีย นี่ 3 เดือนกว่าแล้ว และยังไม่มีที่ท่าว่าจะเคลื่อนย้ายออกไป แถมทำท่าจะปักหลักพักนาน แบบนี้ ซาอุดิ อารเบีย จะใช้แค่บทแง่งอน มันคงไม่พอกระตุกคอคู่รักให้หันมาสนใจ อเมริกา คู่รักฝักแค ยังไม่แสดงที่ท่าว่าจะกระดิกตัว ออกมาปกป้องฝ่ายซาอุดิจากการบุกมาของรัสเซียเลย ได้แต่ส่งเสียงตามลม โหยหวนเหมือนเวลาเห็นใบตองไหว ก็แค่นั้น แล้วแบบนี้เสี่ยปั๊มใหญ่ จะให้เสี่ยปั๊มใหญ่ถูกหยามหน้าต่อไปได้ยังไง
นี่ถ้า รัสเซียไม่ขยับไปไหน นั่งรับลมทะเลทรายเปลี่ยนบรรยากาศไปอีกนาน อิหร่านก็คงใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น แถมซีเรีย ที่เราลงทุนเติมเงินลงไปเสียนับไม่ถ้วน ก็ยังไม่ล่ม แค่เละ เจ้าอัสสาดคนนอกศาสนา ก็ยังอยู่ได้ แล้วนี่อิรัคยังมีทีท่าว่า อาจจะไปซบอิหร่านเต็มตัว ยิ่งจะทำให้อิหร่านใหญ่ขึ้นไปอีก โอ้ย… คิดมาถึงตรงนี้แล้ว เสี่ยปั๊มใหญ่ น่าจะรับไม่ไหว มันเลยต้องฉับ ฉับ … หลังจาก ฉับ ฉับ ไปแล้ว ความร้อนก็ยังไม่ลด ซาอุดิ อารเบีย เลยต้องกระแทกให้อีกดอกว่า …. ถึง จุดนี้ ซาอุดิอารเบีย ไปไกลเกินกว่าที่จะสนใจแล้ว ว่าโอบามาคิดอย่างไร…. ซาอุดิ อารเบีย ไม่สนใจว่าจะทำให้ทำเนียบขาวโกรธหรือไม่…
…..พอ ก็คือ พอ enough is enough …..เอะ นี่เป็น ข้อความส่งถึงอิหร่าน หรือถึงอเมริกากันแน่ ผมชักไม่แน่ใจ บทนี้ ถ้าฮอลลีวู้ด ไม่รีบเอาไปทำหนัง เสียดายตายห่าเลยครับ ผมเกือบลืมเล่าถึงดาราตัวเอก ที่ตอนนี้ออกฉากมาพูดแทนซาอุดิอารเบียคือนาย อัล จูเบียร์ อัล จูเบียร์ นี่ ก่อนหน้าจะมารับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดิ เขาเป็น ทูตซาอุ ประจำอเมริกาตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 ถึง 2015 เรียกว่า ซี้ย่ำปึกกับอเมริกา มาตั้งแต่สมัยคาวบอยบุช นอกจากนี้ อัล จูเบียร์ ยังเป็นที่ปรึกษาด้านการต่างประเทศประจำตัวของกษัตริย์อับดุลลาห์ อีกด้วย เมื่อเจ้าชายอับดุลลาห์ขึ้นครองราชย์ไม่กี่เดือน ก็ตั้ง อัล จูเบียร์เป็นรัฐมนตรี ดูเหมือนเขาจะเป็นคนธรรมดาคนแรกของซาอุ ที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้ ประวัติดาราแบบนี้ คงทำให้มองเห็นภาพกันนะครับว่า ใครกำลังใช้ใคร จุดฝักแค แล้วฝักแคมันจะลามไปถึงไหน แผนเอาปั๊ม ไม่เอาคนนี่เล่นไม่ยากเลย ไม่ว่าที่ไหน เอาของไม่เอาคน ยุซ้าย แยงขวา เดี๋ยวเขาก็ตีกันเอง เราไม่ต้องกรีทาทัพมาให้เจ็บตาปลาเลยนะ จิ้งหรีดพันธุ์ไหน มันก็ปั่นได้ทั้งนั้นแหละ …ถ้ามันไม่รู้ตัวว่าถูกปั่น… แล้วแบบนี้ฝ่ายรัสเซีย จีน อิหร่าน และไอ้นักไต่ลวดจอมเล่นเสียวตุรกีว่ายังไง ไม่พูดถึงเลยนะลุง แหม ผมก็ไม่ได้มีโอกาสถามท่านทั้งสาม และนักไต่ลวดโดยตรงนะครับ แต่ผมว่า แผนปั่นจิ้งหรีด แผนจุดฝักแค ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้น ก็เล่นแบบซ้ำซาก ผมเลยเดาเอาเองว่า อิหร่าน คงบอกเราคอยอยู่ ส่วนอาเฮีย คงอมยิ้ม และ คุณพี่ปูติน คงหัวร่อ หึ หึ ใน ลำคอ… ส่วนตุรกีนักไต่ลวด คงถอนหายใจยาว กูคงไม่ตายเดี่ยว…. สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
8 ม.ค. 2559
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 130 มุมมอง 0 รีวิว
  • Mini‑PC ยุคใหม่ในร่างเครื่องเกมยุค 90! Acemagic เปิดตัว Retro Mini‑PC ดีไซน์ NES และ PlayStation 1

    Acemagic กำลังสร้างกระแสในงาน CES ด้วยการเปิดตัว Mini‑PC ดีไซน์ย้อนยุค ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Nintendo NES และ PlayStation 1 แต่ภายในกลับซ่อนพลังระดับเครื่องคอมพิวเตอร์สมัยใหม่เอาไว้เต็มเปี่ยม ทั้งสองรุ่นใช้ดีไซน์สีเทา‑เบจแบบเครื่องเกมยุค 90 ที่คุ้นตา แต่เมื่อมองใกล้ ๆ จะเห็นพอร์ตเชื่อมต่อครบครันและสเปกที่แรงเกินตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

    ภายในตัวเครื่องสามารถติดตั้ง AMD Ryzen AI 9 HX 470 หรือ Ryzen AI 9 465, มาพร้อมกราฟิก Radeon 890M หรือ 880M, รองรับ RAM สูงสุด 64GB DDR5, และ SSD แบบ M.2 NVMe สูงสุด 4TB × 2 ช่อง เรียกได้ว่าเป็น Mini‑PC ที่สามารถใช้ทำงานหนัก เล่นเกม หรือเป็นเครื่องจำลองเกม (emulation) ได้อย่างเหลือเฟือ นอกจากนี้ยังรองรับ Wi‑Fi 7, Bluetooth 5.4, LAN คู่, และพอร์ต USB‑C/USB‑A ครบชุด

    ดีไซน์ภายนอกยังคงความคลาสสิก เช่น รุ่น NES สามารถเปิดฝาเครื่องด้วย latch แบบดั้งเดิม ส่วนรุ่นที่คล้าย PlayStation 1 ก็มีสัดส่วนใกล้เคียงต้นฉบับมากจนต้องมองสองรอบถึงจะรู้ว่าเป็น PC ไม่ใช่คอนโซลจริง ๆ จุดเด่นคือขนาดเล็กเพียง 140 × 128 × 41 มม. ทำให้วางบนโต๊ะหรือชั้นวางทีวีได้อย่างลงตัว

    นอกจากรุ่น Retro แล้ว Acemagic ยังโชว์ Mini‑PC รุ่นแรงที่ใช้ Intel Panther Lake พร้อม TDP สูงสุด 120W, รองรับ RAM สูงสุด 96GB, และมีพอร์ต OCULink สำหรับ VR โดยเฉพาะ เหมาะกับผู้ที่ต้องการพลังระดับ Desktop ในร่างเครื่องเล็กกะทัดรัด ถือเป็นไลน์อัปที่ครอบคลุมทั้งสายเรโทรและสายประสิทธิภาพสูงในงานเดียว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ดีไซน์ย้อนยุคสุดโดดเด่น
    ตัวเครื่องเลียนแบบ NES และ PlayStation 1 อย่างสมจริง
    ขนาดเล็กกะทัดรัด วางได้ทุกมุมโต๊ะ

    สเปกภายในแรงเกินตัว
    ใช้ Ryzen AI 9 HX 470 / 465 พร้อม Radeon 890M / 880M
    รองรับ RAM สูงสุด 64GB และ SSD สูงสุด 8TB (4TB × 2)

    การเชื่อมต่อครบครัน
    มี LAN คู่, Wi‑Fi 7, Bluetooth 5.4
    พอร์ต USB‑C, USB‑A และช่องเสียงครบชุด

    รุ่นประสิทธิภาพสูงเพิ่มเติม
    ใช้ Intel Panther Lake TDP สูงสุด 120W
    รองรับ RAM 96GB และมีพอร์ต OCULink สำหรับ VR

    ข้อควรพิจารณา
    ดีไซน์คล้ายเครื่องเกมจริงมาก
    อาจทำให้บางคนเข้าใจผิดว่าเป็นคอนโซล ไม่ใช่ PC

    ยังไม่ประกาศราคา
    ราคาจริงอาจสูงกว่าที่คาดเพราะสเปกระดับพรีเมียม

    ความร้อนและเสียงพัดลม
    รุ่นที่ใช้ TDP สูงอาจต้องการระบบระบายความร้อนที่ดีเป็นพิเศษ

    https://www.tomshardware.com/video-games/retro-gaming/acemagic-presents-mini-pcs-inspired-by-the-nes-and-playstation-1-retro-shells-conceal-ryzen-ai-9-465-up-to-64gb-of-ram-and-up-to-4tb-of-ssd-storage
    🕹️ Mini‑PC ยุคใหม่ในร่างเครื่องเกมยุค 90! Acemagic เปิดตัว Retro Mini‑PC ดีไซน์ NES และ PlayStation 1 Acemagic กำลังสร้างกระแสในงาน CES ด้วยการเปิดตัว Mini‑PC ดีไซน์ย้อนยุค ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Nintendo NES และ PlayStation 1 แต่ภายในกลับซ่อนพลังระดับเครื่องคอมพิวเตอร์สมัยใหม่เอาไว้เต็มเปี่ยม ทั้งสองรุ่นใช้ดีไซน์สีเทา‑เบจแบบเครื่องเกมยุค 90 ที่คุ้นตา แต่เมื่อมองใกล้ ๆ จะเห็นพอร์ตเชื่อมต่อครบครันและสเปกที่แรงเกินตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ภายในตัวเครื่องสามารถติดตั้ง AMD Ryzen AI 9 HX 470 หรือ Ryzen AI 9 465, มาพร้อมกราฟิก Radeon 890M หรือ 880M, รองรับ RAM สูงสุด 64GB DDR5, และ SSD แบบ M.2 NVMe สูงสุด 4TB × 2 ช่อง เรียกได้ว่าเป็น Mini‑PC ที่สามารถใช้ทำงานหนัก เล่นเกม หรือเป็นเครื่องจำลองเกม (emulation) ได้อย่างเหลือเฟือ นอกจากนี้ยังรองรับ Wi‑Fi 7, Bluetooth 5.4, LAN คู่, และพอร์ต USB‑C/USB‑A ครบชุด ดีไซน์ภายนอกยังคงความคลาสสิก เช่น รุ่น NES สามารถเปิดฝาเครื่องด้วย latch แบบดั้งเดิม ส่วนรุ่นที่คล้าย PlayStation 1 ก็มีสัดส่วนใกล้เคียงต้นฉบับมากจนต้องมองสองรอบถึงจะรู้ว่าเป็น PC ไม่ใช่คอนโซลจริง ๆ จุดเด่นคือขนาดเล็กเพียง 140 × 128 × 41 มม. ทำให้วางบนโต๊ะหรือชั้นวางทีวีได้อย่างลงตัว นอกจากรุ่น Retro แล้ว Acemagic ยังโชว์ Mini‑PC รุ่นแรงที่ใช้ Intel Panther Lake พร้อม TDP สูงสุด 120W, รองรับ RAM สูงสุด 96GB, และมีพอร์ต OCULink สำหรับ VR โดยเฉพาะ เหมาะกับผู้ที่ต้องการพลังระดับ Desktop ในร่างเครื่องเล็กกะทัดรัด ถือเป็นไลน์อัปที่ครอบคลุมทั้งสายเรโทรและสายประสิทธิภาพสูงในงานเดียว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ดีไซน์ย้อนยุคสุดโดดเด่น ➡️ ตัวเครื่องเลียนแบบ NES และ PlayStation 1 อย่างสมจริง ➡️ ขนาดเล็กกะทัดรัด วางได้ทุกมุมโต๊ะ ✅ สเปกภายในแรงเกินตัว ➡️ ใช้ Ryzen AI 9 HX 470 / 465 พร้อม Radeon 890M / 880M ➡️ รองรับ RAM สูงสุด 64GB และ SSD สูงสุด 8TB (4TB × 2) ✅ การเชื่อมต่อครบครัน ➡️ มี LAN คู่, Wi‑Fi 7, Bluetooth 5.4 ➡️ พอร์ต USB‑C, USB‑A และช่องเสียงครบชุด ✅ รุ่นประสิทธิภาพสูงเพิ่มเติม ➡️ ใช้ Intel Panther Lake TDP สูงสุด 120W ➡️ รองรับ RAM 96GB และมีพอร์ต OCULink สำหรับ VR ⚠️ ข้อควรพิจารณา ‼️ ดีไซน์คล้ายเครื่องเกมจริงมาก ⛔ อาจทำให้บางคนเข้าใจผิดว่าเป็นคอนโซล ไม่ใช่ PC ‼️ ยังไม่ประกาศราคา ⛔ ราคาจริงอาจสูงกว่าที่คาดเพราะสเปกระดับพรีเมียม ‼️ ความร้อนและเสียงพัดลม ⛔ รุ่นที่ใช้ TDP สูงอาจต้องการระบบระบายความร้อนที่ดีเป็นพิเศษ https://www.tomshardware.com/video-games/retro-gaming/acemagic-presents-mini-pcs-inspired-by-the-nes-and-playstation-1-retro-shells-conceal-ryzen-ai-9-465-up-to-64gb-of-ram-and-up-to-4tb-of-ssd-storage
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 97 มุมมอง 0 รีวิว
  • ราคา Steam Machine อาจหลุดออกมาแล้ว…และมันแพงกว่าที่หลายคนหวังไว้มาก

    ข้อมูลหลุดจากเว็บไซต์ค้าปลีกในสาธารณรัฐเช็กทำให้วงการเกมต้องสะดุ้ง—เพราะราคาของ Valve Steam Machine ที่หลายคนรอคอย อาจเริ่มต้นสูงถึง 19,826 โครูนาเช็ก หรือประมาณ $949 USD สำหรับรุ่น 512GB และอาจแตะ $1,070 USD สำหรับรุ่น 2TB ซึ่งสูงกว่าที่แฟน ๆ คาดหวังไว้มาก แม้จะยังไม่ใช่ราคาทางการ แต่ข้อมูลนี้ถูกพบใน backend code ของร้าน Smarty.cz ทำให้มีน้ำหนักไม่น้อย

    อย่างไรก็ตาม ราคานี้อาจไม่สะท้อนราคาที่จะขายในสหรัฐฯ เพราะสินค้าของบริษัทอเมริกันมักถูกบวกภาษีนำเข้าในยุโรป ตัวอย่างเช่น Steam Deck OLED รุ่น 512GB ที่สหรัฐฯ ขาย $549 แต่ร้านเดียวกันขายเทียบเท่า $690 ซึ่งแพงกว่า 22% หากใช้ตรรกะเดียวกัน Steam Machine อาจลงเอยที่ราว $750–$850 USD ในตลาดอเมริกา แต่ก็ยังถือว่า “สูงกว่าที่หวัง” อยู่ดี

    Valve เคยบอกว่า Steam Machine จะถูกวางตำแหน่งให้ “ใกล้เคียงพีซีระดับเริ่มต้น” และแข่งขันกับพีซีประกอบเองได้ แต่ด้วยราคาชิ้นส่วนที่พุ่งสูงจากวิกฤตหน่วยความจำ (RAM crisis) ทำให้ต้นทุนอาจสูงขึ้นกว่าที่ Valve ตั้งใจไว้ อีกทั้ง Valve ยังยืนยันว่าเครื่องนี้ จะไม่ถูกอุดหนุนราคา แบบที่เคยทำกับ Steam Deck รุ่นแรก ทำให้ราคาสุดท้ายอาจขยับขึ้นอีก

    แม้ราคาจะดูแรง แต่ Valve ระบุว่า Steam Machine จะมีประสิทธิภาพ “แรงกว่า 70% ของพีซีเกมมิ่งที่ Valve ตรวจพบในระบบ” ซึ่งอาจทำให้มันเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนที่อยากได้เครื่องเล่นเกมพลังสูงที่ใช้ SteamOS โดยไม่ต้องประกอบพีซีเอง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่ข้อมูลหลุดเผยออกมา
    ราคาใน backend เริ่มที่ 19,826 CZK (~$949) สำหรับรุ่น 512GB
    รุ่น 2TB อาจอยู่ที่ ~$1,070 USD
    ราคายุโรปมักสูงกว่าสหรัฐฯ ประมาณ 20% ทำให้ราคาอเมริกาน่าจะอยู่ราว $750–$850
    Valve ยืนยันว่าเครื่องนี้จะไม่ถูกอุดหนุนราคาเหมือน Steam Deck รุ่นแรก

    ประเด็นที่ต้องระวัง
    ราคาที่หลุดอาจเป็นเพียง placeholder ยังไม่ใช่ราคาจริง
    วิกฤตราคา RAM อาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้นอีกในช่วงเปิดตัว
    ประสิทธิภาพ “ระดับพีซีเริ่มต้น” ยังไม่ชัดเจนว่าหมายถึงระดับไหน
    ราคาสุดท้ายอาจสูงกว่าที่คาด หาก Valve ไม่ลดกำไรเพื่อแข่งขันตลาด

    https://www.slashgear.com/2072196/new-steam-machine-price-leak/
    🎮 ราคา Steam Machine อาจหลุดออกมาแล้ว…และมันแพงกว่าที่หลายคนหวังไว้มาก ข้อมูลหลุดจากเว็บไซต์ค้าปลีกในสาธารณรัฐเช็กทำให้วงการเกมต้องสะดุ้ง—เพราะราคาของ Valve Steam Machine ที่หลายคนรอคอย อาจเริ่มต้นสูงถึง 19,826 โครูนาเช็ก หรือประมาณ $949 USD สำหรับรุ่น 512GB และอาจแตะ $1,070 USD สำหรับรุ่น 2TB ซึ่งสูงกว่าที่แฟน ๆ คาดหวังไว้มาก แม้จะยังไม่ใช่ราคาทางการ แต่ข้อมูลนี้ถูกพบใน backend code ของร้าน Smarty.cz ทำให้มีน้ำหนักไม่น้อย อย่างไรก็ตาม ราคานี้อาจไม่สะท้อนราคาที่จะขายในสหรัฐฯ เพราะสินค้าของบริษัทอเมริกันมักถูกบวกภาษีนำเข้าในยุโรป ตัวอย่างเช่น Steam Deck OLED รุ่น 512GB ที่สหรัฐฯ ขาย $549 แต่ร้านเดียวกันขายเทียบเท่า $690 ซึ่งแพงกว่า 22% หากใช้ตรรกะเดียวกัน Steam Machine อาจลงเอยที่ราว $750–$850 USD ในตลาดอเมริกา แต่ก็ยังถือว่า “สูงกว่าที่หวัง” อยู่ดี Valve เคยบอกว่า Steam Machine จะถูกวางตำแหน่งให้ “ใกล้เคียงพีซีระดับเริ่มต้น” และแข่งขันกับพีซีประกอบเองได้ แต่ด้วยราคาชิ้นส่วนที่พุ่งสูงจากวิกฤตหน่วยความจำ (RAM crisis) ทำให้ต้นทุนอาจสูงขึ้นกว่าที่ Valve ตั้งใจไว้ อีกทั้ง Valve ยังยืนยันว่าเครื่องนี้ จะไม่ถูกอุดหนุนราคา แบบที่เคยทำกับ Steam Deck รุ่นแรก ทำให้ราคาสุดท้ายอาจขยับขึ้นอีก แม้ราคาจะดูแรง แต่ Valve ระบุว่า Steam Machine จะมีประสิทธิภาพ “แรงกว่า 70% ของพีซีเกมมิ่งที่ Valve ตรวจพบในระบบ” ซึ่งอาจทำให้มันเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนที่อยากได้เครื่องเล่นเกมพลังสูงที่ใช้ SteamOS โดยไม่ต้องประกอบพีซีเอง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่ข้อมูลหลุดเผยออกมา ➡️ ราคาใน backend เริ่มที่ 19,826 CZK (~$949) สำหรับรุ่น 512GB ➡️ รุ่น 2TB อาจอยู่ที่ ~$1,070 USD ➡️ ราคายุโรปมักสูงกว่าสหรัฐฯ ประมาณ 20% ทำให้ราคาอเมริกาน่าจะอยู่ราว $750–$850 ➡️ Valve ยืนยันว่าเครื่องนี้จะไม่ถูกอุดหนุนราคาเหมือน Steam Deck รุ่นแรก ‼️ ประเด็นที่ต้องระวัง ⛔ ราคาที่หลุดอาจเป็นเพียง placeholder ยังไม่ใช่ราคาจริง ⛔ วิกฤตราคา RAM อาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้นอีกในช่วงเปิดตัว ⛔ ประสิทธิภาพ “ระดับพีซีเริ่มต้น” ยังไม่ชัดเจนว่าหมายถึงระดับไหน ⛔ ราคาสุดท้ายอาจสูงกว่าที่คาด หาก Valve ไม่ลดกำไรเพื่อแข่งขันตลาด https://www.slashgear.com/2072196/new-steam-machine-price-leak/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    The Steam Machine's Price Might Have Just Leaked And It's Not What We Hoped For - SlashGear
    The has been a lot of buzz surrounding the Steam Machine console, and while nothing official has been released, we might have a good idea how much it will cost.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 76 มุมมอง 0 รีวิว
  • มนุษย์ปล่อยแสงจาง ๆ ตลอดเวลา…และแสงนั้นหายไปทันทีเมื่อเราตาย! งานวิจัยใหม่เผยความจริงสุดประหลาด

    งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยคัลการีและสภาวิจัยแห่งชาติแคนาดาเผยหลักฐานตรงที่น่าทึ่งว่า สิ่งมีชีวิต—including มนุษย์—ปล่อยแสงที่มองเห็นได้ระดับอ่อนมาก (ultraweak photon emission: UPE) อยู่ตลอดเวลา และแสงนี้ “ลดลงอย่างชัดเจน” ทันทีหลังความตาย การค้นพบนี้เกิดจากการทดลองกับหนูและใบไม้จากพืชสองชนิด ซึ่งให้ผลลัพธ์ตรงกันจนทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแสงจาง ๆ นี้เป็นสัญญาณของกระบวนการชีวภาพที่เกิดขึ้นเฉพาะในสิ่งมีชีวิตเท่านั้น

    แม้แนวคิดเรื่อง “แสงชีวภาพ” จะเคยถูกโยงกับความเชื่อเหนือธรรมชาติหรือออร่า แต่งานวิจัยนี้ใช้เครื่องมือถ่ายภาพความไวสูงในห้องมืดสนิทเพื่อจับโฟตอนทีละเม็ดจากร่างกายของหนู พบว่าในช่วงที่ยังมีชีวิต เซลล์จะปล่อยแสงจาง ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่หลังถูกทำให้ตาย แสงนั้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะควบคุมอุณหภูมิให้เท่ากับตอนมีชีวิตก็ตาม

    นักวิจัยเชื่อว่าแสงนี้เกิดจาก reactive oxygen species (ROS)—โมเลกุลที่เซลล์สร้างขึ้นเมื่อเผชิญความเครียด เช่น ความร้อน สารพิษ หรือการบาดเจ็บ เมื่อ ROS ทำปฏิกิริยากับไขมันและโปรตีนในเซลล์ อิเล็กตรอนจะถูกกระตุ้นและปล่อยโฟตอนออกมาเมื่อกลับสู่สภาวะปกติ การทดลองกับใบไม้ที่ถูกทำให้บาดเจ็บก็พบว่า “บริเวณที่ถูกทำร้ายสว่างกว่าส่วนอื่นอย่างชัดเจน” ซึ่งสนับสนุนสมมติฐานนี้

    หากเทคโนโลยีนี้พัฒนาไปไกลพอ นักวิทยาศาสตร์คาดว่าในอนาคตเราอาจสามารถใช้การตรวจจับแสงชีวภาพเป็นเครื่องมือวินิจฉัยโรคแบบไม่ต้องสัมผัส เช่น ตรวจหาความเครียดของเนื้อเยื่อ การอักเสบ หรือความเสียหายของเซลล์ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งอาจเปลี่ยนวิธีการแพทย์ในหลายสาขาอย่างสิ้นเชิง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่งานวิจัยพบ
    สิ่งมีชีวิต—including มนุษย์—ปล่อยแสงจางมากที่มองเห็นได้ (UPE) ตลอดเวลา
    แสงนี้ลดลงทันทีหลังความตาย แม้อุณหภูมิร่างกายถูกควบคุมให้เท่าเดิม
    แหล่งกำเนิดแสงน่าจะมาจากปฏิกิริยาของ reactive oxygen species (ROS)
    ใบไม้ที่ถูกทำให้บาดเจ็บปล่อยแสงมากขึ้นตรงบริเวณที่เสียหาย

    คำเตือนและข้อจำกัด
    ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่ “ออร่าเหนือธรรมชาติ” แต่เป็นปฏิกิริยาเคมีในเซลล์
    ความเข้มของแสงอ่อนมากจนต้องใช้กล้องพิเศษในห้องมืดสนิทเท่านั้น
    ยังต้องมีงานวิจัยเพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นเครื่องมือวินิจฉัยทางการแพทย์จริง
    การตีความผลลัพธ์ต้องระวังไม่ให้เชื่อมโยงกับความเชื่อผิดทางวิทยาศาสตร์

    https://www.sciencealert.com/we-emit-a-visible-light-that-vanishes-when-we-die-surprising-study-says
    ✨ มนุษย์ปล่อยแสงจาง ๆ ตลอดเวลา…และแสงนั้นหายไปทันทีเมื่อเราตาย! งานวิจัยใหม่เผยความจริงสุดประหลาด งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยคัลการีและสภาวิจัยแห่งชาติแคนาดาเผยหลักฐานตรงที่น่าทึ่งว่า สิ่งมีชีวิต—including มนุษย์—ปล่อยแสงที่มองเห็นได้ระดับอ่อนมาก (ultraweak photon emission: UPE) อยู่ตลอดเวลา และแสงนี้ “ลดลงอย่างชัดเจน” ทันทีหลังความตาย การค้นพบนี้เกิดจากการทดลองกับหนูและใบไม้จากพืชสองชนิด ซึ่งให้ผลลัพธ์ตรงกันจนทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแสงจาง ๆ นี้เป็นสัญญาณของกระบวนการชีวภาพที่เกิดขึ้นเฉพาะในสิ่งมีชีวิตเท่านั้น แม้แนวคิดเรื่อง “แสงชีวภาพ” จะเคยถูกโยงกับความเชื่อเหนือธรรมชาติหรือออร่า แต่งานวิจัยนี้ใช้เครื่องมือถ่ายภาพความไวสูงในห้องมืดสนิทเพื่อจับโฟตอนทีละเม็ดจากร่างกายของหนู พบว่าในช่วงที่ยังมีชีวิต เซลล์จะปล่อยแสงจาง ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่หลังถูกทำให้ตาย แสงนั้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะควบคุมอุณหภูมิให้เท่ากับตอนมีชีวิตก็ตาม นักวิจัยเชื่อว่าแสงนี้เกิดจาก reactive oxygen species (ROS)—โมเลกุลที่เซลล์สร้างขึ้นเมื่อเผชิญความเครียด เช่น ความร้อน สารพิษ หรือการบาดเจ็บ เมื่อ ROS ทำปฏิกิริยากับไขมันและโปรตีนในเซลล์ อิเล็กตรอนจะถูกกระตุ้นและปล่อยโฟตอนออกมาเมื่อกลับสู่สภาวะปกติ การทดลองกับใบไม้ที่ถูกทำให้บาดเจ็บก็พบว่า “บริเวณที่ถูกทำร้ายสว่างกว่าส่วนอื่นอย่างชัดเจน” ซึ่งสนับสนุนสมมติฐานนี้ หากเทคโนโลยีนี้พัฒนาไปไกลพอ นักวิทยาศาสตร์คาดว่าในอนาคตเราอาจสามารถใช้การตรวจจับแสงชีวภาพเป็นเครื่องมือวินิจฉัยโรคแบบไม่ต้องสัมผัส เช่น ตรวจหาความเครียดของเนื้อเยื่อ การอักเสบ หรือความเสียหายของเซลล์ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งอาจเปลี่ยนวิธีการแพทย์ในหลายสาขาอย่างสิ้นเชิง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่งานวิจัยพบ ➡️ สิ่งมีชีวิต—including มนุษย์—ปล่อยแสงจางมากที่มองเห็นได้ (UPE) ตลอดเวลา ➡️ แสงนี้ลดลงทันทีหลังความตาย แม้อุณหภูมิร่างกายถูกควบคุมให้เท่าเดิม ➡️ แหล่งกำเนิดแสงน่าจะมาจากปฏิกิริยาของ reactive oxygen species (ROS) ➡️ ใบไม้ที่ถูกทำให้บาดเจ็บปล่อยแสงมากขึ้นตรงบริเวณที่เสียหาย ‼️ คำเตือนและข้อจำกัด ⛔ ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่ “ออร่าเหนือธรรมชาติ” แต่เป็นปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ ⛔ ความเข้มของแสงอ่อนมากจนต้องใช้กล้องพิเศษในห้องมืดสนิทเท่านั้น ⛔ ยังต้องมีงานวิจัยเพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นเครื่องมือวินิจฉัยทางการแพทย์จริง ⛔ การตีความผลลัพธ์ต้องระวังไม่ให้เชื่อมโยงกับความเชื่อผิดทางวิทยาศาสตร์ https://www.sciencealert.com/we-emit-a-visible-light-that-vanishes-when-we-die-surprising-study-says
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    We Emit a Visible Light That Vanishes When We Die, Surprising Study Says
    Life truly is radiant, according to an experiment conducted by researchers from the University of Calgary and the National Research Council of Canada.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 95 มุมมอง 0 รีวิว
  • สุนัขหัวไวสามารถเรียนรู้ชื่อของเล่นใหม่ได้…แค่แอบฟังมนุษย์คุยกัน!

    งานวิจัยใหม่เผยว่าสุนัขกลุ่มพิเศษที่เรียกว่า Gifted Word Learner dogs สามารถเรียนรู้ชื่อของเล่นใหม่ได้โดยไม่ต้องมีการสอนตรง ๆ เลย เพียงแค่ “แอบฟัง” เจ้าของพูดถึงของเล่นนั้นกับคนอื่น! ความสามารถนี้คล้ายกับเด็กมนุษย์อายุราว 18 เดือนที่สามารถเรียนรู้คำศัพท์จากการได้ยินผู้ใหญ่สนทนากัน แม้ไม่ได้ถูกพูดด้วยโดยตรง

    ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Eötvös Loránd ในฮังการีทดสอบสุนัขที่มีความสามารถพิเศษเหล่านี้จำนวน 10 ตัว โดยให้พวกมันดูเจ้าของพูดถึงของเล่นใหม่วันละ 2 นาที เป็นเวลา 4 วัน จากนั้นให้สุนัขเลือกของเล่นตามชื่อที่ได้ยิน ผลลัพธ์น่าทึ่ง—7 ใน 10 ตัวเลือกของเล่นได้ถูกต้องมากกว่าระดับการเดาแบบสุ่ม แสดงว่าสุนัขสามารถเชื่อมโยงคำกับวัตถุได้จริงแม้ไม่ได้ถูกสอนโดยตรง

    การทดลองขั้นต่อไปยิ่งท้าทายกว่า นักวิจัยซ่อนของเล่นใหม่ไว้ในถัง แล้วให้เจ้าของพูดถึงของเล่นนั้นโดยที่สุนัขมองไม่เห็นวัตถุ แต่สุนัขยังสามารถเลือกของเล่นที่ถูกต้องจากกองของเล่นอื่นได้ถึง 5 ใน 8 ตัว แสดงว่าสุนัขบางตัวสามารถเรียนรู้ “ชื่อของสิ่งที่มองไม่เห็น” ได้เหมือนเด็กมนุษย์เลยทีเดียว

    อย่างไรก็ตาม ความสามารถนี้พบได้เฉพาะในสุนัขกลุ่มพิเศษเท่านั้น ไม่ใช่สุนัขทั่วไปทั้งหมด แม้หลายตัวจะเป็นพันธุ์บอร์เดอร์คอลลี่เหมือนกันก็ตาม งานวิจัยนี้จึงช่วยเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับความฉลาดด้านภาษาและการเรียนรู้ของสุนัข ซึ่งอาจใกล้เคียงมนุษย์กว่าที่เราคิดมาก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่งานวิจัยค้นพบ
    สุนัขกลุ่ม Gifted Word Learners สามารถเรียนรู้ชื่อของเล่นจากการ “แอบฟัง” มนุษย์คุยกัน
    7 ใน 10 ตัวเลือกของเล่นใหม่ได้ถูกต้องหลังดูเจ้าของพูดถึงของเล่นเพียงวันละ 2 นาที 4 วัน
    5 ใน 8 ตัวสามารถเรียนรู้ชื่อของเล่นที่ถูกซ่อนไว้ ไม่ได้เห็นตรงหน้าเลย
    ความสามารถนี้คล้ายกระบวนการเรียนรู้คำศัพท์ของเด็กมนุษย์อายุ 18 เดือน

    ข้อควรระวัง / ความเข้าใจที่ต้องชัดเจน
    ไม่ใช่สุนัขทุกตัวจะมีความสามารถนี้—แม้แต่พันธุ์เดียวกันก็แตกต่างกันมาก
    การเรียนรู้แบบนี้เกิดขึ้นเฉพาะในสุนัขที่มีพรสวรรค์ด้านภาษาเป็นพิเศษ
    ยังไม่ชัดเจนว่าสุนัขทั่วไปสามารถฝึกให้มีความสามารถระดับนี้ได้หรือไม่
    งานวิจัยยังต้องศึกษากลไกสมองเพิ่มเติมเพื่อเข้าใจว่าทำไมสุนัขบางตัวถึงเรียนรู้ได้ดีขนาดนี้

    https://www.sciencealert.com/gifted-dogs-learn-new-toy-names-by-eavesdropping-on-their-humans
    🐶 สุนัขหัวไวสามารถเรียนรู้ชื่อของเล่นใหม่ได้…แค่แอบฟังมนุษย์คุยกัน! งานวิจัยใหม่เผยว่าสุนัขกลุ่มพิเศษที่เรียกว่า Gifted Word Learner dogs สามารถเรียนรู้ชื่อของเล่นใหม่ได้โดยไม่ต้องมีการสอนตรง ๆ เลย เพียงแค่ “แอบฟัง” เจ้าของพูดถึงของเล่นนั้นกับคนอื่น! ความสามารถนี้คล้ายกับเด็กมนุษย์อายุราว 18 เดือนที่สามารถเรียนรู้คำศัพท์จากการได้ยินผู้ใหญ่สนทนากัน แม้ไม่ได้ถูกพูดด้วยโดยตรง ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Eötvös Loránd ในฮังการีทดสอบสุนัขที่มีความสามารถพิเศษเหล่านี้จำนวน 10 ตัว โดยให้พวกมันดูเจ้าของพูดถึงของเล่นใหม่วันละ 2 นาที เป็นเวลา 4 วัน จากนั้นให้สุนัขเลือกของเล่นตามชื่อที่ได้ยิน ผลลัพธ์น่าทึ่ง—7 ใน 10 ตัวเลือกของเล่นได้ถูกต้องมากกว่าระดับการเดาแบบสุ่ม แสดงว่าสุนัขสามารถเชื่อมโยงคำกับวัตถุได้จริงแม้ไม่ได้ถูกสอนโดยตรง การทดลองขั้นต่อไปยิ่งท้าทายกว่า นักวิจัยซ่อนของเล่นใหม่ไว้ในถัง แล้วให้เจ้าของพูดถึงของเล่นนั้นโดยที่สุนัขมองไม่เห็นวัตถุ แต่สุนัขยังสามารถเลือกของเล่นที่ถูกต้องจากกองของเล่นอื่นได้ถึง 5 ใน 8 ตัว แสดงว่าสุนัขบางตัวสามารถเรียนรู้ “ชื่อของสิ่งที่มองไม่เห็น” ได้เหมือนเด็กมนุษย์เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ความสามารถนี้พบได้เฉพาะในสุนัขกลุ่มพิเศษเท่านั้น ไม่ใช่สุนัขทั่วไปทั้งหมด แม้หลายตัวจะเป็นพันธุ์บอร์เดอร์คอลลี่เหมือนกันก็ตาม งานวิจัยนี้จึงช่วยเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับความฉลาดด้านภาษาและการเรียนรู้ของสุนัข ซึ่งอาจใกล้เคียงมนุษย์กว่าที่เราคิดมาก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่งานวิจัยค้นพบ ➡️ สุนัขกลุ่ม Gifted Word Learners สามารถเรียนรู้ชื่อของเล่นจากการ “แอบฟัง” มนุษย์คุยกัน ➡️ 7 ใน 10 ตัวเลือกของเล่นใหม่ได้ถูกต้องหลังดูเจ้าของพูดถึงของเล่นเพียงวันละ 2 นาที 4 วัน ➡️ 5 ใน 8 ตัวสามารถเรียนรู้ชื่อของเล่นที่ถูกซ่อนไว้ ไม่ได้เห็นตรงหน้าเลย ➡️ ความสามารถนี้คล้ายกระบวนการเรียนรู้คำศัพท์ของเด็กมนุษย์อายุ 18 เดือน ‼️ ข้อควรระวัง / ความเข้าใจที่ต้องชัดเจน ⛔ ไม่ใช่สุนัขทุกตัวจะมีความสามารถนี้—แม้แต่พันธุ์เดียวกันก็แตกต่างกันมาก ⛔ การเรียนรู้แบบนี้เกิดขึ้นเฉพาะในสุนัขที่มีพรสวรรค์ด้านภาษาเป็นพิเศษ ⛔ ยังไม่ชัดเจนว่าสุนัขทั่วไปสามารถฝึกให้มีความสามารถระดับนี้ได้หรือไม่ ⛔ งานวิจัยยังต้องศึกษากลไกสมองเพิ่มเติมเพื่อเข้าใจว่าทำไมสุนัขบางตัวถึงเรียนรู้ได้ดีขนาดนี้ https://www.sciencealert.com/gifted-dogs-learn-new-toy-names-by-eavesdropping-on-their-humans
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Gifted Dogs Learn New Toy Names by Eavesdropping on Their Humans
    Some clever dogs can pick up on the names of hundreds of toys just through natural interactions with their owners.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 61 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 10

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 10 (จบ)
    สรุปว่า ยุทธศาสตร์ของอเมริกาคือ ยุทธศาสตร์เพื่อการ “ครองโลกแต่ผู้เดียว” ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตลอด 70 ปีที่ผ่านมา
    ส่วนยุทธศาสตร์ของรัสเซีย น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “รัสเซียแกร่งกล้า” ที่สร้างบ้านเมืองให้แข็งแกร่งขึ้นมาใหม่ได้ และพร้อมแล้วที่จะบอกกับอเมริกาว่า “พอได้แล้วนะ” อเมริกาไม่ได้เป็นผู้กำหนดชะตาของทุกประเทศในโลกนี้อีกแล้ว การก้าวเข้าไปในซีเรีย และตะวันออกกลางของรัสเซีย มันแปลได้อย่างนั้น
    และยุทธศาสตร์ของจีน น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “จีนยิ่งใหญ่” หรือประเภทมังกรทะยานฟ้า เรื่องปิดล้อมจีนจบแล้ว อย่าได้คิดเชียวว่า จะมีใครมาปิด มาล้อมจีนได้อีก ไม่ว่าทางด้านเศรษฐกิจ หรือกำลังทหาร ไม่มีทางแล้ว
    และตามยุทธศาสตร์ของทั้ง 3 ผู้ยิ่งใหญ่ อย่างน้อยต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานเช่นเดียวกัน 3 เรื่อง เพื่อจะเดินหน้าตามแผนของตัวในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คือ
    – มีอาวุธที่สุดยอด
    – มีกองกำลังที่ยิ่งใหญ่
    – ได้ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ
    เรื่องอาวุธ ผมไม่ขอวิเคราะห์ ใครมีอาวุธสุดยอดกว่าใคร เชื่อว่าไม่มีใครรู้จริงทั้งหมด นอกจากจะอยู่วงในสุดของแต่ละประเทศ และจะรู้จริงก็ตอนลงมือโซ้ยกันนั่นแหละครับ
    ส่วนยุทธศาสตร์ในการใช้อาวุธ จะใช้รูปแบบขนาด ระยะยิง จากฐานใดบ้าง มันคือแผนการรบ คนที่จะรู้แผนการรบจริงคือ ผู้บัญชาการรบ ผมเป็นแค่คนเล่านิทาน ไม่บังอาจไปวิจารณ์ฝ่ายใด คงบอกได้แต่ว่า ถ้าอเมริกาต้องเจอ รัสเซีย จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ และปากีสถาน พร้อมกัน ผมว่า อเมริกาคงคิดหนัก นาโตถึงยังเป็นใบ้ และญี่ปุ่น ที่คิดจะแบกถาดให้อเมริกา วันนี้ น่าจะยังใช้เวลาหาถาดอีกนาน
    เรื่องกองกำลังของอเมริกา ต้องนับรวมทั้ง ทหารจริง ทหารรับจ้าง ทั้งของตัวเอง และของลูกหาบ ที่ครอบคลุม และแอบซ่อนอยู่ตามฐานทัพทั่วโลก และตอนนี้ คงต้องนับรวมเครือข่ายของผู้ก่อการร้าย หรือนักรบเติมเงินเข้าไปด้วย แปลว่า อเมริกาน่าจะมีแยะจริงๆ
    แต่ผมก็ยังเชื่อว่า อเมริกา เดี่ยวๆ ไม่มีกำลังพลมากกว่า รัสเซียเดี่ยว หรือจีนเดี่ยวอยู่แล้ว ยิ่งกำลังพลรัสเซียบวกจีน อเมริกายิ่งไม่มีทางเทียบ อเมริกาจึงต้องเช็คชื่อ เรียกลูกหาบมาเกือบทั้งโลก อย่างที่อเมริกากำลังดำเนินการอยู่
    คุณพี่ปูติน เดินหมากรุกเข้าไปในซีเรีย นี่จะเต็ม 3 เดือนแล้วนะครับ อเมริกายังเล่นหมากหลบ หมากเลี่ยง หมากเขก แต่ยังไม่ออกหมากรุกกลับ เข้าใจว่า คงยังเล่นหมากเก็บ “นับหัว” เอาเข้าคอกให้ครบเสียก่อน
    ส่วนเรื่องครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ เล่านิทานมา 2 ปีกว่า มาจนถึงเรื่องนี้ ตอนนี้ คิดว่าอเมริกาพูดได้เต็มปากหรือไม่ว่า ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ของโลกไว้ได้แล้ว
    มันก็ย้อนกลับมาที่เดิมว่า ยุทธศาสตร์ที่แต่ละฝ่ายใช้ และการเดินหมากตามยุทธศาสตร์ได้ผลอย่างไร การเดินหมากแบบลุยกินดะไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่า จะทำให้ชนะเสมอไป ขณะเดียวกัน การเดินหมาก ที่เหมือนขยับไม่กี่ตา แต่ขยับอีกที ก็รุกฆาตแล้ว ก็อาจเกิดขึ้นได้เหมือนกัน
    ตลอดเวลา 70 ปีที่ผ่านมา อเมริกาเดินหมาก เหมือนกินดะได้ไปเกือบทั่วโลกแล้ว แต่การเดินหมากช่วงหลังของอเมริกา ดันสะดุดหัวแม่ตีนตัวเอง หัวทิ่มอย่างไม่น่าเชื่อ จากกระดาษซับไพรม์ใบบางๆ ที่ทำให้ตอนนี้อเมริกายังกระเป๋าฉีก ตูดขาด แต่อเมริกาสร้างเรื่องอื่นขึ้นมากลบ สื่อก็ช่วยพาเลี้ยว ชาวบ้านก็เลยลืม
    ปี ค.ศ.2007 เมื่ออเมริกาเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ จากเรื่องซับไพรม์ subprime ที่บริษัทเงินทุนจอมตะกละของอเมริกา เอาเอกสารลูกหนี้เงินกู้ซื้อบ้าน ไปขายลดต่ออีกหลายทอด จนไหม้เกรียม ลูกหนี้คนเดียว มีเจ้าหนี้ยืนเรียงคิวคอย พอเศรษฐกิจไม่ดี ลูกหนี้เจ็ง ไม่มีเงินผ่อนส่ง ไอ้พวกที่ซื้อไว้เป็นทอดๆ เรียงคิวคอย ก็ม่อยกะรอก ล้มตามกันเป็นพรวน และทำให้เศรษฐกิจอเมริกาสะอึกพรวด นักการเงินแก้ปัญหาหนี้เสียของบริษัทการเงิน ด้วยการเอาเงินรัฐมาอุ้มบริษัทการเงินเป็นจำนวนมหาศาล ตามสูตรสำเร็จ หลังจากนั้น ก็ลามไปกันใหญ่ และวันนี้อเมริกาก็มีหนี้กองโต ต้องลดงบ ตัดงบ ที่รวมไปถึงงบทางกองทัพด้วย
    สรุปสั้นๆ ว่า อเมริกาตูดขาดมาเกือบสิบปีแล้ว และตอนนี้ก็ยังขาดอยู่ แต่ยังต้องทำหน้าใหญ่เอาไว้ แต่พินิจให้ดีๆ เถิดครับ หน้า พณ.ใบตองแห้ง กับ พณ.กลาโหม เวลาแถลงอะไรเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง ที่ต้องยกกองกำลังเข้าไปที่ไหน ทำหน้าเหมือนกับกินข้าวบูดมันเน่ามาทั้งนั้น แถมถ้าจำเป็นต้องส่งกำลังไปเพื่อรักษาหน้า ก็เป็นหลักร้อย ส่วนอาวุธ ส่วนใหญ่ก็เป็นโดรน ไม่มีคนขับ อเมริกาถึงยืนยันว่า no boots on the ground อยู่ตลอดเวลาได้แต่คอยชี้นิ้วสั่ง โอลอง เอ็งไปซิ แคมารอน เอ็งด้วย เอะ แล้วอเมริกาหายไปไหน แค่ส่งไปที่ละร้อย สองร้อยคน แถวซีเรีย อีรัค ขายหน้าพี่เบิ้มหมด
    แต่ถึงอย่างนั้น เป็นประเทศมหาอำนาจมา 70 ปี สั่งซ้ายหันขวาหัน ให้มาเลียมือเลียตีนได้หมด แค่ตูดขาดไม่ถึง 10 ปี หมากเด็ด หายหมด หมากรุก ไม่มี อย่างนั้นหรือครับ แบบนี้จะแปลว่าอะไร
    แปลว่า อเมริกาซ่อนหมากเด็ด เตรียมไว้รุกฆาต หรือแปลว่าอเมริการบไม่เป็น หรือไม่มีปัญญายกทัพมารบแล้ว…
    น่าสังเกตว่า อเมริกาอาจจะถนัดแต่การรบแบบปฏิบัติการ หรือรบแบบกองโจรไปปล้นประเทศที่ไม่ทางสู้มากกว่า หรือไม่ก็ใช้ทหารรับจ้าง ที่เรียกเสียหรูว่า contractor หรือ security advisor เป็นผู้ไป “ดำเนินการ” ไม่ใช่การรบจริง เต็มรูปแบบทางกำลังทหาร
    ตลอดเวลาประมาณ 70 ที่ผ่านมา มีเพียง 2,3 ครั้งเท่านั้น ที่เป็นการรบจริง คือ ในสงครามเกาหลี และสงครามเวียตนามเท่านั้น นั่นมันก็กว่า 50 ปีมาแล้ว นอกนั้น มันเป็นการปฏิบัติการโดยพวกทหารรับจ้าง กับทหารนอกระบบ ที่เรียกว่า “stay behind” เครือข่ายหลังฉาก หรือเครือข่ายที่ซ่อนเร้นเกือบทั้งสิ้น แม้ในสมัยสงครามอิรัค อเมริกาก็ใช้ทหารรับจ้างมาก พอๆกับทหารในกองทัพ ถึงได้งบบานฉิบหายไป ส่วนนาโต้เอง ก็ไม่ได้มีกองกำลังทหารจริงทั้งหมด ใช้เครือข่าย stay behind กับ contractor มากเช่นเดียวกัน
    แต่ระหว่างเกือบ 10 ที่เศรษฐกิจอเมริกาสะอึก ฝั่งรัสเซียจีน แม้จะไม่ได้ฉลุย แต่ก็น่าจะมีอะไรดี ไม่งั้นรัสเซียคงไม่หาญกล้ายกพลเข้าไปที่ซีเรีย และการยกพลของรัสเซียครั้งนี้ คุณพี่ปูตินเล่นยกมาเป็นกองทัพ ทั้งบกเรืออากาศ มีเรือรบ มีเครื่องบิน มีรถถัง ทหารราบจำนวนแสน
    แล้วอเมริกาเดินหมากยังไงครับ ตอนนี้เป็นหมากพูด หรือหมากพ่น อย่าเป็นหมากเผ่นก็แล้วกัน
    เมื่อไม่นานมานี่ พณ. ใบตองแห้ง ออกมาพูดเองว่า ไอซิสแผ่วแล้วนะ พื้นที่ที่ยึดไปในอิรัคเหลือน้อยแล้ว ที่ซีเรียก็เช่นเดียวกัน หายไปแยะ ก็ใช่ซิ รัสเซียถล่มเสียราบ กองกำลังร่วมของอเมริกา เข้าไป 4 ปีกว่า ไอซิสมีแต่งอกเพิ่ม รัสเซียมาไม่ถึง 3 เดือน ไอซิสมุดรูหนีออกไปทางลิเบียหมด แต่ พณ.ใบตอง แห้งยังออกมาพูดเอาคะแนน แถมขู่พวกตัวหัวหน้าไอซิสอีกว่า you are next ต่อไปคือพวกเอ็ง ….เป็นการขู่ผ่านสื่อออกทีวี ….เห็นสันดานใบตองแห้งชัดจริงๆ
    ตกลงถึงวันนี้ ผมยังไม่เห็นหมากเด็ด หมากรุก อะไรที่จะทำให้ผมเชื่อว่า อเมริกาเป็นนักยุทธศาสตร์ทางด้านการรบ เอาละ มันยังไม่ถึงเวลารบจริง เพราะฉะนั้นตอนนี้ ต้องดูการเดินหมาก “เตรียมรบ” มากกว่า ว่าของใครล้ำลึกเด็ดขาดกว่ากัน คือดูตัวหมาก ที่แต่ละฝ่าย เลือกเอามาเดิน เลือกกิน หรือเลือกทิ้ง
    ตามทฤษฏีของไอ้แสบเบรสินสกี้ หมากตัวสำคัญในตะวันออกกลาง มี 2 ตัว คือ อิหร่าน กับตุรกี วันนี้เราเห็นชัดว่า อิหร่าน เปิดเผยว่าอยู่ขั้วรัสเซียจีน แผนบีบด้วยนิวเคลียร์ บีบอิหร่านไม่สำเร็จ
    ในตะวันออกกลางจึงเหลือตุรกี ที่เป็นหมากให้ดูว่า รัสเซียเสียตุรกี หรือรัสเซียถีบตุรกีทิ้ง และถ้าอเมริกาเลือกตุรกีมาเป็นหมากฝ่ายตัว เป็นเรื่องดี หรือ ซวยของอเมริกา
    ถัดมาเป็นหมาก แถวมหาสมุทรอินเดีย ใกล้บ้านเราเข้ามาหน่อย
    ปากีสถาน ก็เป็นหมากที่น่าสนใจตามดูเช่นเดียวกัน ว่า ปากีสถานทิ้งอเมริกา หรืออเมริกาทิ้งปากีสถาน และมาเลือกอินเดีย เพราะหมาก 2 ตัวนี้ คงจะอยู่ข้างเดียวกันยาก แม้ตอนนี้จะมีความพยายาม แต่นั่นแหละ แขกเป็นนักเล่นกล ไม่รู้ว่าอเมริกาจะรู้จักตำนานนี้ไหม
    อเมริกา จะเลือกเดินหมากอินเดียเพราะอะไร และอเมริกาได้ หรืออเมริกาเสีย ในการเสียปากีสถาน และ (ยังไม่แน่ว่าจะ) ได้ อินเดีย
    ช่วงนี้ดูหมาก 3 ตัวนี้ไว้เท่านั้นแหละครับ ตุรกี ปากีสถาน อืนเดีย การเดินหมาก 3 ตัวนี้ จะทำให้เห็นว่า ยุทธศาตร์ฝ่ายไหน ลึกซึ้ง และฝ่ายใด กำลังเดินหมาก รุก……
    หลังปีใหม่ ค่อยมาอ่านนิทานต่อนะครับ
    ระหว่างข้ามปี ใช้ชีวิตสบายๆ สวดมนต์ ไหว้พระ ทำบุญ ทำกุศล ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ให้เกิดสวัสดิมงคลแก่บ้านเมือง ตัวเองและครอบครัว และโชคดีตลอดปีใหม่ นะครับ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    31 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 10 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 10 (จบ) สรุปว่า ยุทธศาสตร์ของอเมริกาคือ ยุทธศาสตร์เพื่อการ “ครองโลกแต่ผู้เดียว” ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตลอด 70 ปีที่ผ่านมา ส่วนยุทธศาสตร์ของรัสเซีย น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “รัสเซียแกร่งกล้า” ที่สร้างบ้านเมืองให้แข็งแกร่งขึ้นมาใหม่ได้ และพร้อมแล้วที่จะบอกกับอเมริกาว่า “พอได้แล้วนะ” อเมริกาไม่ได้เป็นผู้กำหนดชะตาของทุกประเทศในโลกนี้อีกแล้ว การก้าวเข้าไปในซีเรีย และตะวันออกกลางของรัสเซีย มันแปลได้อย่างนั้น และยุทธศาสตร์ของจีน น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “จีนยิ่งใหญ่” หรือประเภทมังกรทะยานฟ้า เรื่องปิดล้อมจีนจบแล้ว อย่าได้คิดเชียวว่า จะมีใครมาปิด มาล้อมจีนได้อีก ไม่ว่าทางด้านเศรษฐกิจ หรือกำลังทหาร ไม่มีทางแล้ว และตามยุทธศาสตร์ของทั้ง 3 ผู้ยิ่งใหญ่ อย่างน้อยต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานเช่นเดียวกัน 3 เรื่อง เพื่อจะเดินหน้าตามแผนของตัวในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คือ – มีอาวุธที่สุดยอด – มีกองกำลังที่ยิ่งใหญ่ – ได้ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ เรื่องอาวุธ ผมไม่ขอวิเคราะห์ ใครมีอาวุธสุดยอดกว่าใคร เชื่อว่าไม่มีใครรู้จริงทั้งหมด นอกจากจะอยู่วงในสุดของแต่ละประเทศ และจะรู้จริงก็ตอนลงมือโซ้ยกันนั่นแหละครับ ส่วนยุทธศาสตร์ในการใช้อาวุธ จะใช้รูปแบบขนาด ระยะยิง จากฐานใดบ้าง มันคือแผนการรบ คนที่จะรู้แผนการรบจริงคือ ผู้บัญชาการรบ ผมเป็นแค่คนเล่านิทาน ไม่บังอาจไปวิจารณ์ฝ่ายใด คงบอกได้แต่ว่า ถ้าอเมริกาต้องเจอ รัสเซีย จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ และปากีสถาน พร้อมกัน ผมว่า อเมริกาคงคิดหนัก นาโตถึงยังเป็นใบ้ และญี่ปุ่น ที่คิดจะแบกถาดให้อเมริกา วันนี้ น่าจะยังใช้เวลาหาถาดอีกนาน เรื่องกองกำลังของอเมริกา ต้องนับรวมทั้ง ทหารจริง ทหารรับจ้าง ทั้งของตัวเอง และของลูกหาบ ที่ครอบคลุม และแอบซ่อนอยู่ตามฐานทัพทั่วโลก และตอนนี้ คงต้องนับรวมเครือข่ายของผู้ก่อการร้าย หรือนักรบเติมเงินเข้าไปด้วย แปลว่า อเมริกาน่าจะมีแยะจริงๆ แต่ผมก็ยังเชื่อว่า อเมริกา เดี่ยวๆ ไม่มีกำลังพลมากกว่า รัสเซียเดี่ยว หรือจีนเดี่ยวอยู่แล้ว ยิ่งกำลังพลรัสเซียบวกจีน อเมริกายิ่งไม่มีทางเทียบ อเมริกาจึงต้องเช็คชื่อ เรียกลูกหาบมาเกือบทั้งโลก อย่างที่อเมริกากำลังดำเนินการอยู่ คุณพี่ปูติน เดินหมากรุกเข้าไปในซีเรีย นี่จะเต็ม 3 เดือนแล้วนะครับ อเมริกายังเล่นหมากหลบ หมากเลี่ยง หมากเขก แต่ยังไม่ออกหมากรุกกลับ เข้าใจว่า คงยังเล่นหมากเก็บ “นับหัว” เอาเข้าคอกให้ครบเสียก่อน ส่วนเรื่องครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ เล่านิทานมา 2 ปีกว่า มาจนถึงเรื่องนี้ ตอนนี้ คิดว่าอเมริกาพูดได้เต็มปากหรือไม่ว่า ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ของโลกไว้ได้แล้ว มันก็ย้อนกลับมาที่เดิมว่า ยุทธศาสตร์ที่แต่ละฝ่ายใช้ และการเดินหมากตามยุทธศาสตร์ได้ผลอย่างไร การเดินหมากแบบลุยกินดะไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่า จะทำให้ชนะเสมอไป ขณะเดียวกัน การเดินหมาก ที่เหมือนขยับไม่กี่ตา แต่ขยับอีกที ก็รุกฆาตแล้ว ก็อาจเกิดขึ้นได้เหมือนกัน ตลอดเวลา 70 ปีที่ผ่านมา อเมริกาเดินหมาก เหมือนกินดะได้ไปเกือบทั่วโลกแล้ว แต่การเดินหมากช่วงหลังของอเมริกา ดันสะดุดหัวแม่ตีนตัวเอง หัวทิ่มอย่างไม่น่าเชื่อ จากกระดาษซับไพรม์ใบบางๆ ที่ทำให้ตอนนี้อเมริกายังกระเป๋าฉีก ตูดขาด แต่อเมริกาสร้างเรื่องอื่นขึ้นมากลบ สื่อก็ช่วยพาเลี้ยว ชาวบ้านก็เลยลืม ปี ค.ศ.2007 เมื่ออเมริกาเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ จากเรื่องซับไพรม์ subprime ที่บริษัทเงินทุนจอมตะกละของอเมริกา เอาเอกสารลูกหนี้เงินกู้ซื้อบ้าน ไปขายลดต่ออีกหลายทอด จนไหม้เกรียม ลูกหนี้คนเดียว มีเจ้าหนี้ยืนเรียงคิวคอย พอเศรษฐกิจไม่ดี ลูกหนี้เจ็ง ไม่มีเงินผ่อนส่ง ไอ้พวกที่ซื้อไว้เป็นทอดๆ เรียงคิวคอย ก็ม่อยกะรอก ล้มตามกันเป็นพรวน และทำให้เศรษฐกิจอเมริกาสะอึกพรวด นักการเงินแก้ปัญหาหนี้เสียของบริษัทการเงิน ด้วยการเอาเงินรัฐมาอุ้มบริษัทการเงินเป็นจำนวนมหาศาล ตามสูตรสำเร็จ หลังจากนั้น ก็ลามไปกันใหญ่ และวันนี้อเมริกาก็มีหนี้กองโต ต้องลดงบ ตัดงบ ที่รวมไปถึงงบทางกองทัพด้วย สรุปสั้นๆ ว่า อเมริกาตูดขาดมาเกือบสิบปีแล้ว และตอนนี้ก็ยังขาดอยู่ แต่ยังต้องทำหน้าใหญ่เอาไว้ แต่พินิจให้ดีๆ เถิดครับ หน้า พณ.ใบตองแห้ง กับ พณ.กลาโหม เวลาแถลงอะไรเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง ที่ต้องยกกองกำลังเข้าไปที่ไหน ทำหน้าเหมือนกับกินข้าวบูดมันเน่ามาทั้งนั้น แถมถ้าจำเป็นต้องส่งกำลังไปเพื่อรักษาหน้า ก็เป็นหลักร้อย ส่วนอาวุธ ส่วนใหญ่ก็เป็นโดรน ไม่มีคนขับ อเมริกาถึงยืนยันว่า no boots on the ground อยู่ตลอดเวลาได้แต่คอยชี้นิ้วสั่ง โอลอง เอ็งไปซิ แคมารอน เอ็งด้วย เอะ แล้วอเมริกาหายไปไหน แค่ส่งไปที่ละร้อย สองร้อยคน แถวซีเรีย อีรัค ขายหน้าพี่เบิ้มหมด แต่ถึงอย่างนั้น เป็นประเทศมหาอำนาจมา 70 ปี สั่งซ้ายหันขวาหัน ให้มาเลียมือเลียตีนได้หมด แค่ตูดขาดไม่ถึง 10 ปี หมากเด็ด หายหมด หมากรุก ไม่มี อย่างนั้นหรือครับ แบบนี้จะแปลว่าอะไร แปลว่า อเมริกาซ่อนหมากเด็ด เตรียมไว้รุกฆาต หรือแปลว่าอเมริการบไม่เป็น หรือไม่มีปัญญายกทัพมารบแล้ว… น่าสังเกตว่า อเมริกาอาจจะถนัดแต่การรบแบบปฏิบัติการ หรือรบแบบกองโจรไปปล้นประเทศที่ไม่ทางสู้มากกว่า หรือไม่ก็ใช้ทหารรับจ้าง ที่เรียกเสียหรูว่า contractor หรือ security advisor เป็นผู้ไป “ดำเนินการ” ไม่ใช่การรบจริง เต็มรูปแบบทางกำลังทหาร ตลอดเวลาประมาณ 70 ที่ผ่านมา มีเพียง 2,3 ครั้งเท่านั้น ที่เป็นการรบจริง คือ ในสงครามเกาหลี และสงครามเวียตนามเท่านั้น นั่นมันก็กว่า 50 ปีมาแล้ว นอกนั้น มันเป็นการปฏิบัติการโดยพวกทหารรับจ้าง กับทหารนอกระบบ ที่เรียกว่า “stay behind” เครือข่ายหลังฉาก หรือเครือข่ายที่ซ่อนเร้นเกือบทั้งสิ้น แม้ในสมัยสงครามอิรัค อเมริกาก็ใช้ทหารรับจ้างมาก พอๆกับทหารในกองทัพ ถึงได้งบบานฉิบหายไป ส่วนนาโต้เอง ก็ไม่ได้มีกองกำลังทหารจริงทั้งหมด ใช้เครือข่าย stay behind กับ contractor มากเช่นเดียวกัน แต่ระหว่างเกือบ 10 ที่เศรษฐกิจอเมริกาสะอึก ฝั่งรัสเซียจีน แม้จะไม่ได้ฉลุย แต่ก็น่าจะมีอะไรดี ไม่งั้นรัสเซียคงไม่หาญกล้ายกพลเข้าไปที่ซีเรีย และการยกพลของรัสเซียครั้งนี้ คุณพี่ปูตินเล่นยกมาเป็นกองทัพ ทั้งบกเรืออากาศ มีเรือรบ มีเครื่องบิน มีรถถัง ทหารราบจำนวนแสน แล้วอเมริกาเดินหมากยังไงครับ ตอนนี้เป็นหมากพูด หรือหมากพ่น อย่าเป็นหมากเผ่นก็แล้วกัน เมื่อไม่นานมานี่ พณ. ใบตองแห้ง ออกมาพูดเองว่า ไอซิสแผ่วแล้วนะ พื้นที่ที่ยึดไปในอิรัคเหลือน้อยแล้ว ที่ซีเรียก็เช่นเดียวกัน หายไปแยะ ก็ใช่ซิ รัสเซียถล่มเสียราบ กองกำลังร่วมของอเมริกา เข้าไป 4 ปีกว่า ไอซิสมีแต่งอกเพิ่ม รัสเซียมาไม่ถึง 3 เดือน ไอซิสมุดรูหนีออกไปทางลิเบียหมด แต่ พณ.ใบตอง แห้งยังออกมาพูดเอาคะแนน แถมขู่พวกตัวหัวหน้าไอซิสอีกว่า you are next ต่อไปคือพวกเอ็ง ….เป็นการขู่ผ่านสื่อออกทีวี ….เห็นสันดานใบตองแห้งชัดจริงๆ ตกลงถึงวันนี้ ผมยังไม่เห็นหมากเด็ด หมากรุก อะไรที่จะทำให้ผมเชื่อว่า อเมริกาเป็นนักยุทธศาสตร์ทางด้านการรบ เอาละ มันยังไม่ถึงเวลารบจริง เพราะฉะนั้นตอนนี้ ต้องดูการเดินหมาก “เตรียมรบ” มากกว่า ว่าของใครล้ำลึกเด็ดขาดกว่ากัน คือดูตัวหมาก ที่แต่ละฝ่าย เลือกเอามาเดิน เลือกกิน หรือเลือกทิ้ง ตามทฤษฏีของไอ้แสบเบรสินสกี้ หมากตัวสำคัญในตะวันออกกลาง มี 2 ตัว คือ อิหร่าน กับตุรกี วันนี้เราเห็นชัดว่า อิหร่าน เปิดเผยว่าอยู่ขั้วรัสเซียจีน แผนบีบด้วยนิวเคลียร์ บีบอิหร่านไม่สำเร็จ ในตะวันออกกลางจึงเหลือตุรกี ที่เป็นหมากให้ดูว่า รัสเซียเสียตุรกี หรือรัสเซียถีบตุรกีทิ้ง และถ้าอเมริกาเลือกตุรกีมาเป็นหมากฝ่ายตัว เป็นเรื่องดี หรือ ซวยของอเมริกา ถัดมาเป็นหมาก แถวมหาสมุทรอินเดีย ใกล้บ้านเราเข้ามาหน่อย ปากีสถาน ก็เป็นหมากที่น่าสนใจตามดูเช่นเดียวกัน ว่า ปากีสถานทิ้งอเมริกา หรืออเมริกาทิ้งปากีสถาน และมาเลือกอินเดีย เพราะหมาก 2 ตัวนี้ คงจะอยู่ข้างเดียวกันยาก แม้ตอนนี้จะมีความพยายาม แต่นั่นแหละ แขกเป็นนักเล่นกล ไม่รู้ว่าอเมริกาจะรู้จักตำนานนี้ไหม อเมริกา จะเลือกเดินหมากอินเดียเพราะอะไร และอเมริกาได้ หรืออเมริกาเสีย ในการเสียปากีสถาน และ (ยังไม่แน่ว่าจะ) ได้ อินเดีย ช่วงนี้ดูหมาก 3 ตัวนี้ไว้เท่านั้นแหละครับ ตุรกี ปากีสถาน อืนเดีย การเดินหมาก 3 ตัวนี้ จะทำให้เห็นว่า ยุทธศาตร์ฝ่ายไหน ลึกซึ้ง และฝ่ายใด กำลังเดินหมาก รุก…… หลังปีใหม่ ค่อยมาอ่านนิทานต่อนะครับ ระหว่างข้ามปี ใช้ชีวิตสบายๆ สวดมนต์ ไหว้พระ ทำบุญ ทำกุศล ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ให้เกิดสวัสดิมงคลแก่บ้านเมือง ตัวเองและครอบครัว และโชคดีตลอดปีใหม่ นะครับ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 31 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 201 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 9

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 9
    จีนไม่ได้วางระบบเส้นทางรางรถไฟอย่างเดียว คนและสินค้าไปมาได้ ก็ต้องมีเส้นทางให้น้ำมันละแก๊สส่งไปมาได้ด้วย จีนทำสัญญาสร้างท่อส่งน้ำมันและแก๊ส จากเกือบทุกแหล่งพลังงานในยูเรเซีย มาสู่แหล่งชุมชนและอุตสาหกรรมในจีน ทางส่วนเหนือ ส่วนกลาง และตะวันออกเฉียงใต้ การสร้างเริ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน สร้างไปได้ 10 ปี ค.ศ.2009 China National Petroleum Corporation (CNPC) หน่วยงานที่ดูแลด้านพลังงาน ซึ่งเป็นของรัฐก็ทำพิธีเปิดท่อส่งน้ำมัน เส้นทางจากท้องน้อยรัสเซีย คาซัคสถาน-จีน ระยะทางสุดท้าย เป็นท่อส่งเส้นทางยาว 1,400 ไมล์ จากทะเลสาปแคสเปียนมาถึงซินเจียง
    CNPC ยังร่วมมือกับท้องน้อยรัสเซียอีกรายคือ เติร์กเมนิสถาน สร้างท่อส่งแก๊สยาว 1,200 ไมล์ ขนานคู่มากับเส้นของ คาซัคสถาน เป็นการนำพลังงานจากภูมิภาคเดียวกันมาสู่จีน เป็นเติร์กเมนเดียวกัน กับที่ไม่ยอมร่วมรายการกับ Nabucco นั่นแหละ ….แบบนี้ อเมริกา ก็หน้าแหก อีกสิ ครั้งที่เท่าไหร่ จำไม่ได้แล้ว มันแยะจัง
    นอกจากนี้ จีนยังสร้างท่อส่งจากอ่าวเบงกอล ผ่านพม่า ข้ามไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เส้นทางยาวถึง 1,500 ไมล์ เพื่อส่งน้ำมัน ที่จีนซื้อจากตะวันออกกลางและพม่า เพื่อเลี่ยงการถูกรัดคอ จากการใช้เส้นทางส่งน้ำมันทางเรือ ผ่านช่องแคบมะละกา ที่ลูกหาบของอเมริกาคุม อาเฮียรอบคอบนะ
    และรายการท่อส่งแก๊สบันลือโลกระหว่างรัสเซียกับจีน มูลค่า 400 พันล้าน อายุ 30 ปี ที่ Gazprom ของรัสเซีย ที่คุณพี่ปูตินตั้งใจจะส่งให้อาเฮียเพื่อนรักอุ่นทั้งปี ด้วยการส่งแก๊ส
    ปีละ 38 พันล้านคิวบิกเมตร ท่อส่งนี้เป็นเครือข่ายที่ยาวจากไซบีเรีย ไปถึงแมนจูเรีย
    ระบบท่อส่งของจีน เมื่อรวมกับเครือข่ายท่อส่งของรัสเซีย ที่แผ่กว้างขึ้นบนลงล่างยาวไปถึงยุโรปส่วนต่างๆ และมาต่อกับตะวันออกกลาง เข้าเครือข่ายท่อส่งของอิหร่านแล้ว เครือข่ายท่อส่งของพันธมิตรด้านรัสเซียจีนอิหร่าน ซึ่งตอนนี้น่าจะนับรวมปากีสถาน ที่เขาว่าได้แหกคอก ออกมาจากแก๊งใบตองแห้งเรียบร้อยแล้ว น่าจะทำให้เห็นว่า การเดินหมากของฝ่ายรัสเซียจีนบวกอิหร่าน โดยการสร้างเครือข่ายท่อส่ง และระบบขนส่งทางบก สร้างเครือข่ายทางรถไฟความเร็วสูง เป็นการเดินหมากยุทธศาสตร์ที่สร้างการเชื่อมโยง สร้างความเจริญ สร้างรายได้ และสร้างสัมพันธ์ระหว่างกัน ระหว่างผู้ที่อยู่ในบริเวณ World Island ขณะเดียวกัน ก็เป็นการสร้างพลัง อำนาจต่อรอง และความกดดัน ได้อย่างน่าสนใจด้วย
    และในยามศึกสงคราม เส้นทางคมนาคมขนส่ง เป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์การรบ จีน รัสเซีย มองไกลนะครับ อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ คิดอาศัยเส้นทางทางเรืออย่างเดียว ก็เข้าทางเขา
    แต่ยุทธศาสตร์ของฝ่ายรัสเซียจีน ไม่ได้มีเพียงเครือข่ายท่อส่งและราง
    ในขั้นตอนที่ 2 ของการสร้างตามยุทธศาสตร์ รัสเซีย จีน ยังสร้างเครือข่ายด้านเศรษฐกิจการค้า ด้วยยุทธศาสตร์จับมือกันรอด จับมือกันรวย ด้วยการสร้าง “เครื่องคานอำนาจ” ทางเศรษฐกิจอีกด้วย
    รัสเซีย-จีน ตั้งกลุ่ม SCO เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ในปี ค.ศ.2001 นำโดยจีน รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีสถาน ทาจิกีสถาน และอุซเบกีสถาน นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมสังเกตุการณ์ เช่นอิหร่าน เบลารุส มองโกเลีย อาฟกานิสถาน ปากีสถาน และอินเดีย และการที่รัสเซียและจีน สร้างราง สร้างท่อส่งข้ามทวีปได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ด้วยกัน โดยเฉพาะจากพวกท้องน้อยทรงเสน่ห์ ที่ตอนนี้ ยังรอดตัวจากการถูกทุบจากอีกฝ่าย
    นอกจากนี้ เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ.2014 จีนยังประกาศการก่อตั้ง ธนาคารเพื่อการลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภคของเอเซีย Asian Infrastructure Investment Bank หรือ ไออิบ AIIB มันเป็นทางเลือก สำหรับประเทศที่ต้องการกู้เงินเพื่อมาพัฒนา และผลจากการพัฒนาตกอยู่กับประเทศนั้น ไม่ใช่เดินเข้าไปกู้เงินธนาคารไหน แล้วดันถูกธนาคารที่ให้กู้ ต้มคนกู้จนฉิบหายล้มละลายแทบต้องขายประเทศ อย่างที่ World Bank, IMF ทำกับทั่วโลก กู้ไปกู้มา คนกู้เจ๊งหนักไปกว่าเดิม แล้วจะไปกู้ทำไม
    ไออิบ มี 14 ประเทศมาร่วมด้วย แม้กระทั่งพวกลูกหาบฝั่งอเมริกา เช่น เยอรมัน อังกฤษ ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ก็มา แต่ผม ที่ไม่เชื่อใจพวกตะวันตกง่ายๆ ก็ยังตะขิดตะขวงใจ มาร่วมทำไม (วะ) มันคงมองเห็นโอกาสที่จะใช้หม้อใบใหม่ต้มต่อ
    แต่ ก้าวสำคัญของจีนคือ แผนการสร้างราง สร้างท่อส่ง และถนน จากจีนทางด้านตะวันตก ไปสุดทางที่กวาดาร์ Gwadar ของปากีสถาน เพื่อเตรียมไว้เป็นท่าเรือ ที่จีนอาจจะใช้ในการทหารได้ในอนาคต เป็นการมองการณ์ไกล และเป็นการเดินหมากรุก ที่จีนกล้าเล่น เพราะปากีสถาน ก็มีชื่อว่า “เคย” อยู่ในกำมือของอเมริกา ไม่ต่างกับ หมากตุรกี ที่รัสเซียกำลังเล่น ทั้งๆ ที่รู้ว่า ตุรกี ก็มีหลายหัว…
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    30 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 9 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 9 จีนไม่ได้วางระบบเส้นทางรางรถไฟอย่างเดียว คนและสินค้าไปมาได้ ก็ต้องมีเส้นทางให้น้ำมันละแก๊สส่งไปมาได้ด้วย จีนทำสัญญาสร้างท่อส่งน้ำมันและแก๊ส จากเกือบทุกแหล่งพลังงานในยูเรเซีย มาสู่แหล่งชุมชนและอุตสาหกรรมในจีน ทางส่วนเหนือ ส่วนกลาง และตะวันออกเฉียงใต้ การสร้างเริ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน สร้างไปได้ 10 ปี ค.ศ.2009 China National Petroleum Corporation (CNPC) หน่วยงานที่ดูแลด้านพลังงาน ซึ่งเป็นของรัฐก็ทำพิธีเปิดท่อส่งน้ำมัน เส้นทางจากท้องน้อยรัสเซีย คาซัคสถาน-จีน ระยะทางสุดท้าย เป็นท่อส่งเส้นทางยาว 1,400 ไมล์ จากทะเลสาปแคสเปียนมาถึงซินเจียง CNPC ยังร่วมมือกับท้องน้อยรัสเซียอีกรายคือ เติร์กเมนิสถาน สร้างท่อส่งแก๊สยาว 1,200 ไมล์ ขนานคู่มากับเส้นของ คาซัคสถาน เป็นการนำพลังงานจากภูมิภาคเดียวกันมาสู่จีน เป็นเติร์กเมนเดียวกัน กับที่ไม่ยอมร่วมรายการกับ Nabucco นั่นแหละ ….แบบนี้ อเมริกา ก็หน้าแหก อีกสิ ครั้งที่เท่าไหร่ จำไม่ได้แล้ว มันแยะจัง นอกจากนี้ จีนยังสร้างท่อส่งจากอ่าวเบงกอล ผ่านพม่า ข้ามไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เส้นทางยาวถึง 1,500 ไมล์ เพื่อส่งน้ำมัน ที่จีนซื้อจากตะวันออกกลางและพม่า เพื่อเลี่ยงการถูกรัดคอ จากการใช้เส้นทางส่งน้ำมันทางเรือ ผ่านช่องแคบมะละกา ที่ลูกหาบของอเมริกาคุม อาเฮียรอบคอบนะ และรายการท่อส่งแก๊สบันลือโลกระหว่างรัสเซียกับจีน มูลค่า 400 พันล้าน อายุ 30 ปี ที่ Gazprom ของรัสเซีย ที่คุณพี่ปูตินตั้งใจจะส่งให้อาเฮียเพื่อนรักอุ่นทั้งปี ด้วยการส่งแก๊ส ปีละ 38 พันล้านคิวบิกเมตร ท่อส่งนี้เป็นเครือข่ายที่ยาวจากไซบีเรีย ไปถึงแมนจูเรีย ระบบท่อส่งของจีน เมื่อรวมกับเครือข่ายท่อส่งของรัสเซีย ที่แผ่กว้างขึ้นบนลงล่างยาวไปถึงยุโรปส่วนต่างๆ และมาต่อกับตะวันออกกลาง เข้าเครือข่ายท่อส่งของอิหร่านแล้ว เครือข่ายท่อส่งของพันธมิตรด้านรัสเซียจีนอิหร่าน ซึ่งตอนนี้น่าจะนับรวมปากีสถาน ที่เขาว่าได้แหกคอก ออกมาจากแก๊งใบตองแห้งเรียบร้อยแล้ว น่าจะทำให้เห็นว่า การเดินหมากของฝ่ายรัสเซียจีนบวกอิหร่าน โดยการสร้างเครือข่ายท่อส่ง และระบบขนส่งทางบก สร้างเครือข่ายทางรถไฟความเร็วสูง เป็นการเดินหมากยุทธศาสตร์ที่สร้างการเชื่อมโยง สร้างความเจริญ สร้างรายได้ และสร้างสัมพันธ์ระหว่างกัน ระหว่างผู้ที่อยู่ในบริเวณ World Island ขณะเดียวกัน ก็เป็นการสร้างพลัง อำนาจต่อรอง และความกดดัน ได้อย่างน่าสนใจด้วย และในยามศึกสงคราม เส้นทางคมนาคมขนส่ง เป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์การรบ จีน รัสเซีย มองไกลนะครับ อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ คิดอาศัยเส้นทางทางเรืออย่างเดียว ก็เข้าทางเขา แต่ยุทธศาสตร์ของฝ่ายรัสเซียจีน ไม่ได้มีเพียงเครือข่ายท่อส่งและราง ในขั้นตอนที่ 2 ของการสร้างตามยุทธศาสตร์ รัสเซีย จีน ยังสร้างเครือข่ายด้านเศรษฐกิจการค้า ด้วยยุทธศาสตร์จับมือกันรอด จับมือกันรวย ด้วยการสร้าง “เครื่องคานอำนาจ” ทางเศรษฐกิจอีกด้วย รัสเซีย-จีน ตั้งกลุ่ม SCO เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ในปี ค.ศ.2001 นำโดยจีน รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีสถาน ทาจิกีสถาน และอุซเบกีสถาน นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมสังเกตุการณ์ เช่นอิหร่าน เบลารุส มองโกเลีย อาฟกานิสถาน ปากีสถาน และอินเดีย และการที่รัสเซียและจีน สร้างราง สร้างท่อส่งข้ามทวีปได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ด้วยกัน โดยเฉพาะจากพวกท้องน้อยทรงเสน่ห์ ที่ตอนนี้ ยังรอดตัวจากการถูกทุบจากอีกฝ่าย นอกจากนี้ เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ.2014 จีนยังประกาศการก่อตั้ง ธนาคารเพื่อการลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภคของเอเซีย Asian Infrastructure Investment Bank หรือ ไออิบ AIIB มันเป็นทางเลือก สำหรับประเทศที่ต้องการกู้เงินเพื่อมาพัฒนา และผลจากการพัฒนาตกอยู่กับประเทศนั้น ไม่ใช่เดินเข้าไปกู้เงินธนาคารไหน แล้วดันถูกธนาคารที่ให้กู้ ต้มคนกู้จนฉิบหายล้มละลายแทบต้องขายประเทศ อย่างที่ World Bank, IMF ทำกับทั่วโลก กู้ไปกู้มา คนกู้เจ๊งหนักไปกว่าเดิม แล้วจะไปกู้ทำไม ไออิบ มี 14 ประเทศมาร่วมด้วย แม้กระทั่งพวกลูกหาบฝั่งอเมริกา เช่น เยอรมัน อังกฤษ ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ก็มา แต่ผม ที่ไม่เชื่อใจพวกตะวันตกง่ายๆ ก็ยังตะขิดตะขวงใจ มาร่วมทำไม (วะ) มันคงมองเห็นโอกาสที่จะใช้หม้อใบใหม่ต้มต่อ แต่ ก้าวสำคัญของจีนคือ แผนการสร้างราง สร้างท่อส่ง และถนน จากจีนทางด้านตะวันตก ไปสุดทางที่กวาดาร์ Gwadar ของปากีสถาน เพื่อเตรียมไว้เป็นท่าเรือ ที่จีนอาจจะใช้ในการทหารได้ในอนาคต เป็นการมองการณ์ไกล และเป็นการเดินหมากรุก ที่จีนกล้าเล่น เพราะปากีสถาน ก็มีชื่อว่า “เคย” อยู่ในกำมือของอเมริกา ไม่ต่างกับ หมากตุรกี ที่รัสเซียกำลังเล่น ทั้งๆ ที่รู้ว่า ตุรกี ก็มีหลายหัว… สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 30 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 185 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตม.รวบหนุ่มสแกมเมอร์ชาวจีน หนีคดีตั้งบริษัทปลอม หลอกเหยื่อลงทุนเสียหายกว่า 5 ล้านบาท หลังมากบดานในหมู่บ้านหรูย่านกรุงเทพกรีฑา ใช้ชีวิตหรูหรา รถแพง บ้านกว่า 20 ล้าน
    .
    การจับกุมครั้งนี้ สืบทราบว่าผู้ต้องหาเป็นบุคคลตามหมายจับทางการจีน คดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน จัดตั้ง “Shell Company” หลอกลงทุน ก่อนหลบหนีข้ามแดนเข้าประเทศไทยด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว
    .
    เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพัก ตรวจยึดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 27 ล้านบาท พร้อมเพิกถอนวีซ่า และควบคุมตัวส่งกลับจีนดำเนินคดี
    .
    ขณะเดียวกัน ยังจับกุมผู้ต้องหาชาวญี่ปุ่นอีก 1 ราย คดีฉ้อโกงลงทุนสกุลเงินออนไลน์ หลบหนีหมายจับมากบดานในไทย เตรียมส่งกลับประเทศต้นทางเช่นกัน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002209
    .
    #News1live #News1 #สแกมเมอร์ #แก๊งหลอกลงทุน #ตม #อาชญากรรมข้ามชาติ #จีน #ญี่ปุ่น #ทำลายให้สิ้นสภาพ
    ตม.รวบหนุ่มสแกมเมอร์ชาวจีน หนีคดีตั้งบริษัทปลอม หลอกเหยื่อลงทุนเสียหายกว่า 5 ล้านบาท หลังมากบดานในหมู่บ้านหรูย่านกรุงเทพกรีฑา ใช้ชีวิตหรูหรา รถแพง บ้านกว่า 20 ล้าน . การจับกุมครั้งนี้ สืบทราบว่าผู้ต้องหาเป็นบุคคลตามหมายจับทางการจีน คดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน จัดตั้ง “Shell Company” หลอกลงทุน ก่อนหลบหนีข้ามแดนเข้าประเทศไทยด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว . เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพัก ตรวจยึดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 27 ล้านบาท พร้อมเพิกถอนวีซ่า และควบคุมตัวส่งกลับจีนดำเนินคดี . ขณะเดียวกัน ยังจับกุมผู้ต้องหาชาวญี่ปุ่นอีก 1 ราย คดีฉ้อโกงลงทุนสกุลเงินออนไลน์ หลบหนีหมายจับมากบดานในไทย เตรียมส่งกลับประเทศต้นทางเช่นกัน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002209 . #News1live #News1 #สแกมเมอร์ #แก๊งหลอกลงทุน #ตม #อาชญากรรมข้ามชาติ #จีน #ญี่ปุ่น #ทำลายให้สิ้นสภาพ
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 367 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 8

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 8
    มาดูทางด้านจีนบ้าง เพราะยุทธศาสตร์รัสเซียจีน แม้จะแยกกัน แต่ก็สอดคล้องและเสริมกัน
    การพุ่งเป็นพลุของจีนทางด้านเศรษฐกิจในศตวรรษใหม่นี้ เป็นเรื่องน่าตกใจของอเมริกา แต่น่าสนใจสำหรับชาวโลก
    ยุทธศาสตร์จีนก็เป็นเรื่องใหม่ ที่ก้าวข้ามเรื่องของอำนาจทางเส้นทางน้ำที่ครอบโลกมาถึง 400 ปี แทนที่จีน จะมุ่งหน้าแต่จะสร้างแสนยานุภาพทางกองทัพเรือเพื่อ มาใช้อำนาจทางทะเล อย่างที่อังกฤษทำ หรือสร้างแสนยานุภาพทางอากาศ อย่างที่อเมริกาทำ จีนกลับใช้ยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายทำนองเดียวกับรัสเซีย
    รัสเซีย สร้างเครือข่ายท่อส่ง จีน สร้างเครือข่ายเส้นทางรถไฟ
    เหมือนเป็นการใช้ทฤษฏีครูแมค มาปรับหาสูตรยุทธศาสตร์ใหม่ แต่กลับทางกับความคิดของตะวันตก จีนกลับวิ่งเข้าไปในผืนแผ่นดิน World Island ไปถึงอาฟริกา เอเซีย และยุโรป มันเป็นการใช้ทฤษฏีภูมิศาสตร์การเมืองพื้นฐาน มาสร้างและเชื่อมชาวผืนแผ่นดินใหญ่ให้ใกล้ชิดกันเข้ามาอีก และทำให้ World Island กลับแข่งแกร่งขึ้นไปอีก
    จีนใช้เวลาเตรียมตัวอยู่หลายสิบปี วางแผนอย่างระมัดระวัง เป็น 2 ขั้นตอน
    ขั้นตอนแรก จีนใช้วิธีเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการค้า ระหว่างประเทศที่อยู่ใน World Island เข้าด้วยกันด้วยระบบการคมนาคม จีนวางเครือข่ายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจำนวนมาก ควบคู่กับการวางท่อส่งน้ำมันและแก๊ส ยาวตลอดแนวอันกว้างไกลของยูเรเซีย ระหว่างเส้นทางยาว จีนยังต่อเส้นทางรถไฟเข้าไปในเมืองสำคัญต่างๆ ขึ้นไปทางเหนือ ลงไปทางใต้ เหมือนเป็นเครือข่ายก้างปลายักษ์ของเส้นทางรถไฟ
    นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการขนส่งสินค้าทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ รวมทั้งน้ำมัน และแร่ธาตุ ในปริมาณที่สูงมากได้พร้อมกัน ไปทางรถไฟเที่ยวเดียวกัน และข้ามทวีปทางบกได้ มันเป็นเส้นทางที่ยาวประมาณ 7,000 ไมล์ จากยิวูของจีน ถึงมาดริดของสเปน การขนส่งสินค้าครั้งละมากๆ มีทางเลือกแล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งเส้นทางเรือแต่อย่างเดียวอีกต่อไป และอำนาจของฝ่ายอยู่เกาะ ก็เริ่มจะเสทือน
    ยุทธศาสตร์รางรถไฟของจีน ทำให้เกิดอำนาจต่อรอง ที่ไม่ได้มาจากอาวุธ อย่างที่อเมริกาก็นึกไม่ถึง เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์สร้างท่อส่งของรัสเซีย และขณะเดียวกัน ดูเหมือนเส้นทางราง กลับเป็นการ “ตัด” การเชื่อมโยงด้านกำลังทหารของอเมริกาไปในขณะเดียวกันด้วย….อย่านึกว่าอา เฮียเก่งแต่การค้า
    ครูแมค เคยเขียนบทความเมื่อปี ค.ศ.1904 ว่า แม้เส้นทางรถไฟรางเดี่ยว ทรานส์ไซบีเรีย ที่มีความยาวประมาณ 5,700 ไมล์ ยาวที่สุดในโลกขณะนั้น ที่วิ่งข้ามไปสุดทวีป จากมอสโคว์ไปวลาดิวอสสต็อก จะไม่แน่นอน และไม่ปลอดภัย แต่ครูแมคเชื่อว่า ต่อไปในไม่ช้า ผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ของรัสเซีย และมองโกเลีย ที่เต็มไปด้วยพลังงานและแร่ธาตุธรรมชาติมากมายจนประเมินไม่ถูกนั้น จะมีการเชื่อมต่อกันทางการค้า ที่การขนส่งทางเส้นทางเรือ แทบจะทำอะไรไม่ได้
    ครูแมค ประเมินไว้ไม่ผิดเรื่อง แต่อาจจะพลาดเรื่องเวลา เพราะพวกชาวเกาะของครูแมคเองนั่นแหละ เป็นฝ่ายจัดส่งพวกปฏิวัติมาให้รัสเซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1917 และส่งให้จีนในปี ค.ศ.1949 และต่อด้วยสงครามเย็นเสียอีกหลายสิบปี การสร้างเครือข่ายทางบกของ heartland กับพวก เลยมาสายไปหน่อย แต่ก็ “มาแล้ว” และยุทธศาสตร์เก่าๆ ที่ชาวเกาะสร้างขึ้น เพื่อมาใช้ขวางการเชื่อม ระหว่างชาวแผ่นดินใหญ่ก็ดูเหมือนจะใช้ “ยาก” ขึ้นเสียแล้ว
    ในขณะที่กลุ่มชาวเกาะ ยังติดกับอยู่กับนโยบายของตัว ที่แปลงมาจากทฤษฏีของครูแมค ในลักษณะการปิดล้อมและทำลาย โดยสร้างเครือข่ายฐานทัพ กับเครือข่ายผู้ก่อการร้าย แต่อาเฮียแถวปักกิ่ง กลับมองทฤษฏีของครูแมคจากสายตาและความคิดของผู้ที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ว่าเราจะสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อการค้า และสร้างธุรกิจกับพวกอยู่แผ่นดินใหญ่ด้วยกันอย่างไร
    แม้ชาวเกาะเล็กเท่าหัวแม่โป้งของเท้าขวาอย่างอเมริกา จะสร้างระบบถนนไฮเวย์ระหว่างรัฐมานานแล้วตั้งแต่ช่วงปี คศ 1950 ก็จริง แต่มันเทียบไม่ได้ กับการวางเส้นทางรถไฟความเร็วสูงในประเทศ แบบก้างปลาของอาเฮีย
    ในช่วงปี 2007 ถึง 2014 เส้นทางรถไฟแบบก้างปลา ของจีนยาว 9,000 ไมล์ ที่วิ่งผ่านข้ามไปมาระหว่างเมือง สามารถบรรทุกผู้โดยสารวันละ 2.5 ล้านคน ด้วยความเร็ว 240 ไมล์ต่อชั่วโมง และเมื่อระบบนี้เสร็จสมบูรณ์ ในปี ค.ศ.2030 ระยะทางรถไฟจะเพิ่มเป็น 16,000 ไมล์ ถึงปลายทางเมืองใหญ่ทั้งหมดของจีน
    หลังจากสร้างระบบรางในบ้านจนเป็นที่พอใจ จีนเริ่มยืดตัวออกไปนอกบ้าน ในปี ค.ศ.2008 รัสเซียและเยอรมันก็จับมือกับจีน เชื่อมต่อรางเส้นทางยูเรเซีย เส้นทางหนึ่งขึ้นเหนือ ไปตามเส้นทางทรานส์ไซบีเรียเดิม อีกเส้นลงใต้ วิ่งตามเส้นทางสายไหมเดิม ผ่านคาซัคสถาน ทั้ง 2 เส้นทางบรรจบกันที่มอสโคว์ จากนั้น วิ่งต่อไปจนถึงแฮมเบอร์ก ของเยอรมัน มันเป็นการเชื่อมยูเรเซียเข้าด้วยกัน
    เส้นทางใต้นั้น รถไฟบรรทุกสินค้า สามารถขนส่งสินค้าระหว่างจีน กับเยอรมัน เช่น สินค้าทางอุตสาหกรรม ส่วนประกอบของรถยนต์ ไปตามเส้นทางยาวประมาณ 6,700 ไมล์ จากเมืองไลปซิกในเยอรมัน ไปถึงเมืองชงชิงของจีน โดยใช้เวลาประมาณ 20 วัน เทียบกับเส้นทางขนส่งสินค้าประเภทเดียวกันทางเรือ ที่ใช้เวลา 35 วัน ประหยัดเวลาไปเกือบครึ่ง มันเป็นการลดต้นทุน และค่าใช้จ่าย ที่มีความหมายสำหรับคนค้าขาย
    ตอนนี้ จีน คือตลาดใหญ่ของรถเบนซ์กับบีเอ็ม นะครับ เสี่ยตัวจริงทั้งนั้น เยอรมันถึงต้องบริการส่งถึงหน้าบ้าน
    ในปี ค.ศ.2013 Deutsche Bahn AG (การรถไฟเยอรมัน) เตรียมแผนที่จะสร้างอีกเส้นทาง ระหว่างแฮมเบอร์กในเยอรมัน ไป Zhengzhou ซึ่งจะทำให้การขนส่งระหว่างเยอรมันกับจีน ลดลงเหลือแค่ 15 วัน ส่วนคาซัคสถาน ก็จะสร้างเส้นทางจาก ฉ่งชิงไปดุสเบร์กของเยอรมัน ใช้เวลาวิ่ง 15 วันเท่ากัน
    ในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.2014 จีนประกาศแผนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ที่ยาวที่สุด มูลค่า 230 พันล้านเหรียญ ตามแผนนี้ รถไฟจะใช้เวลาวิ่งระยะทางประมาณ 4,300 ไมล์ ระหว่างปักกิ่งกับ มอสโคว์ เพียงแค่ 2 วัน จะไปหาเพื่อนไม่ต้องใช้เวลานาน
    นอกจากนี้ จีน ได้ตกลงที่จะสร้างเส้นทางเลียบชายฝั่ง ระหว่างจีนกับ ปากีสถาน พร้อมกับมีถนนไฮเวย์ เส้นทางรถไฟ และท่อส่ง ไปกันเป็นแผงยาวเกือบ 2,000 ไมล์ จากคัชการ์ในซินเจียง ที่อยู่สุดทางตะวันตกของจีน เพื่อไปออกท่าเรือ กวาดาร์ที่ปากีสถาน ที่สร้างตั้งแต่ ค.ศ.2007 และจีนไปลงทุนสร้างสาธารณูปโภค พร้อมอาคาร เพิ่มที่ท่าเรือกวาดาร์ ริมทะเลอารเบีย ซึ่งอยู่ห่างจากอ่าวเปอร์เซียเพียง 370 ไมล์
    ในปี ค.ศ.2011 จีนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงลงใต้มาถึงลาว มูลค่า 6.2 พันล้านเหรียญ และมีแผนจะสร้างเส้นทางที่ขนส่งผู้โดยสาร และ สินค้า จากคุนหมิงถึงสิงคโปร์ โดยใช้เวลาเพียง10 ชั่วโมง แผนนี้ ถ้าสำเร็จ จะทำให้ช่องแคบมะละกาไร้ความหมายไปสำหรับหลายประเทศ และคำขู่ที่ส่งเสียงมานาน อาจจะไม่ต่างกับเสียงลมพัดใบตองแห้ง….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    29 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 8 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 8 มาดูทางด้านจีนบ้าง เพราะยุทธศาสตร์รัสเซียจีน แม้จะแยกกัน แต่ก็สอดคล้องและเสริมกัน การพุ่งเป็นพลุของจีนทางด้านเศรษฐกิจในศตวรรษใหม่นี้ เป็นเรื่องน่าตกใจของอเมริกา แต่น่าสนใจสำหรับชาวโลก ยุทธศาสตร์จีนก็เป็นเรื่องใหม่ ที่ก้าวข้ามเรื่องของอำนาจทางเส้นทางน้ำที่ครอบโลกมาถึง 400 ปี แทนที่จีน จะมุ่งหน้าแต่จะสร้างแสนยานุภาพทางกองทัพเรือเพื่อ มาใช้อำนาจทางทะเล อย่างที่อังกฤษทำ หรือสร้างแสนยานุภาพทางอากาศ อย่างที่อเมริกาทำ จีนกลับใช้ยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายทำนองเดียวกับรัสเซีย รัสเซีย สร้างเครือข่ายท่อส่ง จีน สร้างเครือข่ายเส้นทางรถไฟ เหมือนเป็นการใช้ทฤษฏีครูแมค มาปรับหาสูตรยุทธศาสตร์ใหม่ แต่กลับทางกับความคิดของตะวันตก จีนกลับวิ่งเข้าไปในผืนแผ่นดิน World Island ไปถึงอาฟริกา เอเซีย และยุโรป มันเป็นการใช้ทฤษฏีภูมิศาสตร์การเมืองพื้นฐาน มาสร้างและเชื่อมชาวผืนแผ่นดินใหญ่ให้ใกล้ชิดกันเข้ามาอีก และทำให้ World Island กลับแข่งแกร่งขึ้นไปอีก จีนใช้เวลาเตรียมตัวอยู่หลายสิบปี วางแผนอย่างระมัดระวัง เป็น 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรก จีนใช้วิธีเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการค้า ระหว่างประเทศที่อยู่ใน World Island เข้าด้วยกันด้วยระบบการคมนาคม จีนวางเครือข่ายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจำนวนมาก ควบคู่กับการวางท่อส่งน้ำมันและแก๊ส ยาวตลอดแนวอันกว้างไกลของยูเรเซีย ระหว่างเส้นทางยาว จีนยังต่อเส้นทางรถไฟเข้าไปในเมืองสำคัญต่างๆ ขึ้นไปทางเหนือ ลงไปทางใต้ เหมือนเป็นเครือข่ายก้างปลายักษ์ของเส้นทางรถไฟ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการขนส่งสินค้าทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ รวมทั้งน้ำมัน และแร่ธาตุ ในปริมาณที่สูงมากได้พร้อมกัน ไปทางรถไฟเที่ยวเดียวกัน และข้ามทวีปทางบกได้ มันเป็นเส้นทางที่ยาวประมาณ 7,000 ไมล์ จากยิวูของจีน ถึงมาดริดของสเปน การขนส่งสินค้าครั้งละมากๆ มีทางเลือกแล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งเส้นทางเรือแต่อย่างเดียวอีกต่อไป และอำนาจของฝ่ายอยู่เกาะ ก็เริ่มจะเสทือน ยุทธศาสตร์รางรถไฟของจีน ทำให้เกิดอำนาจต่อรอง ที่ไม่ได้มาจากอาวุธ อย่างที่อเมริกาก็นึกไม่ถึง เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์สร้างท่อส่งของรัสเซีย และขณะเดียวกัน ดูเหมือนเส้นทางราง กลับเป็นการ “ตัด” การเชื่อมโยงด้านกำลังทหารของอเมริกาไปในขณะเดียวกันด้วย….อย่านึกว่าอา เฮียเก่งแต่การค้า ครูแมค เคยเขียนบทความเมื่อปี ค.ศ.1904 ว่า แม้เส้นทางรถไฟรางเดี่ยว ทรานส์ไซบีเรีย ที่มีความยาวประมาณ 5,700 ไมล์ ยาวที่สุดในโลกขณะนั้น ที่วิ่งข้ามไปสุดทวีป จากมอสโคว์ไปวลาดิวอสสต็อก จะไม่แน่นอน และไม่ปลอดภัย แต่ครูแมคเชื่อว่า ต่อไปในไม่ช้า ผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ของรัสเซีย และมองโกเลีย ที่เต็มไปด้วยพลังงานและแร่ธาตุธรรมชาติมากมายจนประเมินไม่ถูกนั้น จะมีการเชื่อมต่อกันทางการค้า ที่การขนส่งทางเส้นทางเรือ แทบจะทำอะไรไม่ได้ ครูแมค ประเมินไว้ไม่ผิดเรื่อง แต่อาจจะพลาดเรื่องเวลา เพราะพวกชาวเกาะของครูแมคเองนั่นแหละ เป็นฝ่ายจัดส่งพวกปฏิวัติมาให้รัสเซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1917 และส่งให้จีนในปี ค.ศ.1949 และต่อด้วยสงครามเย็นเสียอีกหลายสิบปี การสร้างเครือข่ายทางบกของ heartland กับพวก เลยมาสายไปหน่อย แต่ก็ “มาแล้ว” และยุทธศาสตร์เก่าๆ ที่ชาวเกาะสร้างขึ้น เพื่อมาใช้ขวางการเชื่อม ระหว่างชาวแผ่นดินใหญ่ก็ดูเหมือนจะใช้ “ยาก” ขึ้นเสียแล้ว ในขณะที่กลุ่มชาวเกาะ ยังติดกับอยู่กับนโยบายของตัว ที่แปลงมาจากทฤษฏีของครูแมค ในลักษณะการปิดล้อมและทำลาย โดยสร้างเครือข่ายฐานทัพ กับเครือข่ายผู้ก่อการร้าย แต่อาเฮียแถวปักกิ่ง กลับมองทฤษฏีของครูแมคจากสายตาและความคิดของผู้ที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ว่าเราจะสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อการค้า และสร้างธุรกิจกับพวกอยู่แผ่นดินใหญ่ด้วยกันอย่างไร แม้ชาวเกาะเล็กเท่าหัวแม่โป้งของเท้าขวาอย่างอเมริกา จะสร้างระบบถนนไฮเวย์ระหว่างรัฐมานานแล้วตั้งแต่ช่วงปี คศ 1950 ก็จริง แต่มันเทียบไม่ได้ กับการวางเส้นทางรถไฟความเร็วสูงในประเทศ แบบก้างปลาของอาเฮีย ในช่วงปี 2007 ถึง 2014 เส้นทางรถไฟแบบก้างปลา ของจีนยาว 9,000 ไมล์ ที่วิ่งผ่านข้ามไปมาระหว่างเมือง สามารถบรรทุกผู้โดยสารวันละ 2.5 ล้านคน ด้วยความเร็ว 240 ไมล์ต่อชั่วโมง และเมื่อระบบนี้เสร็จสมบูรณ์ ในปี ค.ศ.2030 ระยะทางรถไฟจะเพิ่มเป็น 16,000 ไมล์ ถึงปลายทางเมืองใหญ่ทั้งหมดของจีน หลังจากสร้างระบบรางในบ้านจนเป็นที่พอใจ จีนเริ่มยืดตัวออกไปนอกบ้าน ในปี ค.ศ.2008 รัสเซียและเยอรมันก็จับมือกับจีน เชื่อมต่อรางเส้นทางยูเรเซีย เส้นทางหนึ่งขึ้นเหนือ ไปตามเส้นทางทรานส์ไซบีเรียเดิม อีกเส้นลงใต้ วิ่งตามเส้นทางสายไหมเดิม ผ่านคาซัคสถาน ทั้ง 2 เส้นทางบรรจบกันที่มอสโคว์ จากนั้น วิ่งต่อไปจนถึงแฮมเบอร์ก ของเยอรมัน มันเป็นการเชื่อมยูเรเซียเข้าด้วยกัน เส้นทางใต้นั้น รถไฟบรรทุกสินค้า สามารถขนส่งสินค้าระหว่างจีน กับเยอรมัน เช่น สินค้าทางอุตสาหกรรม ส่วนประกอบของรถยนต์ ไปตามเส้นทางยาวประมาณ 6,700 ไมล์ จากเมืองไลปซิกในเยอรมัน ไปถึงเมืองชงชิงของจีน โดยใช้เวลาประมาณ 20 วัน เทียบกับเส้นทางขนส่งสินค้าประเภทเดียวกันทางเรือ ที่ใช้เวลา 35 วัน ประหยัดเวลาไปเกือบครึ่ง มันเป็นการลดต้นทุน และค่าใช้จ่าย ที่มีความหมายสำหรับคนค้าขาย ตอนนี้ จีน คือตลาดใหญ่ของรถเบนซ์กับบีเอ็ม นะครับ เสี่ยตัวจริงทั้งนั้น เยอรมันถึงต้องบริการส่งถึงหน้าบ้าน ในปี ค.ศ.2013 Deutsche Bahn AG (การรถไฟเยอรมัน) เตรียมแผนที่จะสร้างอีกเส้นทาง ระหว่างแฮมเบอร์กในเยอรมัน ไป Zhengzhou ซึ่งจะทำให้การขนส่งระหว่างเยอรมันกับจีน ลดลงเหลือแค่ 15 วัน ส่วนคาซัคสถาน ก็จะสร้างเส้นทางจาก ฉ่งชิงไปดุสเบร์กของเยอรมัน ใช้เวลาวิ่ง 15 วันเท่ากัน ในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.2014 จีนประกาศแผนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ที่ยาวที่สุด มูลค่า 230 พันล้านเหรียญ ตามแผนนี้ รถไฟจะใช้เวลาวิ่งระยะทางประมาณ 4,300 ไมล์ ระหว่างปักกิ่งกับ มอสโคว์ เพียงแค่ 2 วัน จะไปหาเพื่อนไม่ต้องใช้เวลานาน นอกจากนี้ จีน ได้ตกลงที่จะสร้างเส้นทางเลียบชายฝั่ง ระหว่างจีนกับ ปากีสถาน พร้อมกับมีถนนไฮเวย์ เส้นทางรถไฟ และท่อส่ง ไปกันเป็นแผงยาวเกือบ 2,000 ไมล์ จากคัชการ์ในซินเจียง ที่อยู่สุดทางตะวันตกของจีน เพื่อไปออกท่าเรือ กวาดาร์ที่ปากีสถาน ที่สร้างตั้งแต่ ค.ศ.2007 และจีนไปลงทุนสร้างสาธารณูปโภค พร้อมอาคาร เพิ่มที่ท่าเรือกวาดาร์ ริมทะเลอารเบีย ซึ่งอยู่ห่างจากอ่าวเปอร์เซียเพียง 370 ไมล์ ในปี ค.ศ.2011 จีนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงลงใต้มาถึงลาว มูลค่า 6.2 พันล้านเหรียญ และมีแผนจะสร้างเส้นทางที่ขนส่งผู้โดยสาร และ สินค้า จากคุนหมิงถึงสิงคโปร์ โดยใช้เวลาเพียง10 ชั่วโมง แผนนี้ ถ้าสำเร็จ จะทำให้ช่องแคบมะละกาไร้ความหมายไปสำหรับหลายประเทศ และคำขู่ที่ส่งเสียงมานาน อาจจะไม่ต่างกับเสียงลมพัดใบตองแห้ง…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 29 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 292 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 7

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 7
    ยุทธศาสตร์ ใช้เครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัสเซีย ที่ไม่ต้องใช้อาวุธไปทำลายบ้านเมือง หรือทำร้ายชีวิตใคร แถมขายแก๊สได้ตังค์อีกด้วย กลับทำให้รัสเซียมีอำนาจต่อรองกับฝ่ายอียูอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะทำให้ชาวยุโรปเริ่มพึ่งแก๊สรัสเซียมากขึ้นทุกวัน วิธีการแบบนี้ ทำให้อเมริการับไม่ได้ หูเย็นหางตกหมด และเครือข่ายท่อส่งของรัสเซียจึงต้องโดนสกัด และเป็นการสกัด อย่างรุนแรง มากขึ้นเรื่อยๆ ในบริเวณที่เครือข่ายท่อส่ง ขยายตัวไปยังจุดยุทธศาสตร์ ที่สำคัญของทั้ง 2 ฝ่าย
    อเมริกา เริ่มจัดรายการสกัดเครือข่ายท่อส่งของรัสเซียมาตั้งแต่ก่อนปี ค.ศ.2000 แล้ว ตั้งแต่รัสเซียเริ่มสร้างท่อส่งใหม่ๆ แต่มันไม่ใช่เรื่องจะสกัดกันง่ายๆ รัสเซียส่งแก๊สถึงหน้าบ้านชาวยุโรป อยู่ๆอเมริกาออกอาการน้ำลายฟูมปาก จะให้ปิดท่อแก๊ส ชาวยุโรปคงไม่เอาด้วยง่ายๆ อย่างงั้นมันก็ต้องสร้างฉาก สร้างภาพว่า รัสเซียมีแผนชั่ว เป็นตัวเลว เชื่อถือไม่ได้เสียก่อน อเมริกาจึงใช้วิธีอย่างเคยๆ ยุแยงชาวยูเครน ซึ่งครึ่งหนึ่งก็ฝักฝ่ายทางรัสเซียและรัสเซียก็ช่วยเหลือ ด้วยการส่งแก๊สให้ยูเครนในราคาต่ำกว่าราคาตลาดด้วย แบบนี้รัสเซียชั่วมากใช่ไหม
    อเมริกาส่งทีมคุณนายนูแลนด์ เหยี่ยวกระหายเลือดตัวเมีย ที่ส่งลูกฟักให้อียู เมื่อตอนที่อียูก็คิดจะเข้ามายุ่งในยูเครนเหมือนกัน คุณนายลูกฟัก ส่งทีมเข้าไปในยูเครนตั้งแต่ก่อน ค.ศ.2006 เพื่อเข้าไปปั่นหัวให้ยูเครนเกิดความวุ่นวาย ในที่สุดก็ลามเป็นการปฏิวัติในยูเครน จนรัฐบาลยูเครนที่เป็นมิตรกับรัสเซียอยู่ไม่ได้ และอเมริกาก็เอาคนที่อเมริกาสั่งได้มาคุมยูเครน และยูเครนก็เริ่มมีเรื่องทะเลาะกับรัสเซียตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
    นับว่าฝีมือสร้างการป่วนของคุณนายลูกฟักนี่ชั้นเซียน ตอนนี้คุณนายก็ยังป้วนเปี้ยนเข้าออกอยู่แถวนั้น ตั้งแต่ต้นปี จนถึงตอนนี้ยังไม่หยุด แบบนี้อีกไม่นาน ก็คงมีข่าวแถวนั้นให้เราได้ตื่นเต้นกัน
    ขณะเดียวกัน อเมริกาก็เตรียมการที่จะเข้าไปแถวบริเวณท้องน้อยของรัสเซีย คือ เอเซียกลาง และคอเคซัส เพื่อชักชวน (หรือข่มขู่) ให้อดีตสมาชิกโซเวียตมาร่วมสร้างท่อส่งกับอเมริกาแทน เพื่อให้พวกประเทศที่อยู่แถวท้องน้อยเลิกผูกติดกับรัสเซีย จริงๆ ความมุ่งหมายของอเมริกาคือ คิดจะไปปล้นพลังงานของพวกท้องน้อย ก่อนคุณพี่ปูตินจะชวนให้พวกท้องน้อยเอามาขาย ผ่านท่อส่งของรัสเซียเสียหมด แล้วอเมริกากับพวกก็จะอดแดก (รัสเซียแค่เป็นตัวกลางเจ้าของท่อ แต่ไม่ได้เอาพลังงานของเพื่อนและพวกมาเป็นของตัว) ถ้าอเมริกาทำได้ มันก็จะเป็นการได้ทั้งของ ได้ทั้งเย้ยหยันรัสเซียไปด้วย
    ท่อส่งรายการแรกของอเมริกาทำสำเร็จในปี ค.ศ.2005 ระยะทางยาว 1 พันไมล์จากบากู อาเซอร์ไบจัน มาออกที่เมดิเตอร์เรเนียน แต่มันเป็นท่อส่งน้ำมัน เพราะอาเซอร์ไบจัน ที่อเมริกาส่งลูกกระเป๋งไปสร้างปฏิวัติขู่ประธานาธิบดีให้ร่วมรายการ ขายให้แต่น้ำมัน เอาดีว่ะ อย่างน้อยก็ได้เข้าไปล้วงท้องน้อยรัสเซียได้ครั้งนึงแล้ว อเมริกาตีปี๊บ โหมรายการการท่อส่งน้ำมัน Baku Tbilisi Ceyhan (BTC) ที่กลุ่มคาวบอยบุชกับ BP ของอังกฤษจับมือกันเล่น
    อ่านมาถึงตอนนี้ คงเข้าใจกันแล้วนะครับว่า เขาตั้ง หอการค้าอาเซอร์ไบจัน อเมริกา กันทำไม ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 นู่น
    ส่วนท่อส่งแก๊สของฝ่ายอเมริกา ที่มาตั้งชื่อภายหลัง และเป็นเรื่องโด่งดังมาก คือ Nabucco ต้องรอหน่อย เพราะอาเซอร์ไบจันบอกไม่ขายแก๊สให้ ขายน้ำมันอย่างเดียวก็ (เสียวรัสเซีย) พอแล้ว ไปเอาแก๊สจากเติร์กเมนิสถานแล้วกัน แผนของท่อส่ง Nabucco เลยต้องเปลี่ยนเป็นเอาแก๊สจากเติร์กเมนิสถาน ไปออกที่ตุรกี และส่งต่อไปขายในยุโรป
    อเมริการอเก้ออยู่นาน กว่าจะรู้ว่า เติร์กเมนไม่ยอมขายแก๊สให้ ไม่ว่าส่งทางท่อไหน เพราะไม่อยากเสี่ยงมีเรื่องกับรัสเซีย ไม่คุ้มว่ะ คุณเติร์กเมนบอก
    อเมริกาหน้าแหกไป 2 รอบ จะแหกอีกรอบคงไม่ไหวมั๊ง เป็นท้องน้อย แต่ทำไมเนื้อเหนียวจัง เคี้ยวยากฉิบหาย เลยเปลี่ยนเส้นทาง กลับไปแถวบากูถิ่นเก่า ยังไงก็ต้องสร้างท่อส่งแก๊สไปทางยุโรปให้ได้ เสียหน้าเว้ย
    ระหว่างที่อเมริกาพยายามหาทางเคี้ยวท้องน้อยรัสเซีย รัสเซียก็เดินหน้าเข้าไปในยุโรปต่อ และคราวนี้ รัสเซียหยิบชิ้นปลามัน เจาะเข้าไปที่หัวแถว คือเยอรมัน
    ปี ค.ศ.2005 รัสเซียเริ่มสร้างท่อส่งเส้นทาง Nord Stream หรือเส้นทางรอดใต้ทะเลบอลติกตรงไปที่เยอรมัน ปัจจุบัน Nord Stream มีสัญญาส่งแก๊ส ให้กับเยอรมัน อิตาลี เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส และแม้กระทั่งอังกฤษ ชาวเกาะใหญ่ก็ยังต้องการแก๊สจากประเทศที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ….แบบนี้ครูแมคแทบจะฟื้นขึ้นมาด่า…
    รายการ Nord Stream ทำให้อเมริกาควันออกหู รีบเร่งเครื่องเรื่องยูเครน ซึ่งเป็นสถานีส่งแก๊สรัสเซียมายุโรป ใหญ่ที่สุดขณะนั้น เรื่องยูเครน จะได้ช่วยลดอำนาจต่อรองระหว่างรัสเซียกับยุโรปลงไป นอกจากยูเครนที่ออกมาคัดค้านหัวชนฝา เส้นทาง Nord Stream แล้ว อีกประเทศ คือ โปแลนด์ ก็ออกมาค้านกับเขาด้วยเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ไม่มีได้มีเสียอะไรกับเขาด้วย แบบนี้ต่อไปน่าจะได้รับบท… ที่ค่าตัวแพง
    จาก Nord Stream ทำให้รัสเซียได้ยุโรปบน หรือ ยุโรปเหนืออยู่ในกระเป๋า เส้นทางท่อส่งต่อไปของรัสเซียคือ ยุโรปใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางใกล้เคียงกับ Nabucco ของฝ่ายอเมริกา มันเหมือนเป็นรายการเกทับกัน
    ปี ค.ศ.2007 Gazprom ของรัสเซีย จับมือกับ ENI ของอิตาลี ลงทุนกันฝ่ายละครึ่ง เพื่อสร้างท่อส่งยุโรปใต้ South Stream Pipeline โดย ENI จะเป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารท่อส่งยาว 550 ไมล์ ส่วนที่วิ่งลอดใต้ทะเลดำมาโผล่ที่บุลกาเรีย และแยกออกไป 2 ทาง ทางหนึ่งขึ้นเหนือไปโรมาเนีย ฮังการี เช็คโก และออสเตรีย อีกทางหนึ่งลงใต้ มาที่อิตาลี
    ลูกค้า South Stream งอกขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อขอเชื่อมท่อ เริ่มจาก โครเอเซีย ตามมาด้วยเซิร์บ บอสเนีย กรีซ และสโลวีเนีย มาสามัคคีร่วมท่อส่งกันหมด
    มันเป็นเส้นทางท่อส่งใกล้เคียงกันกับ Nabucco ลูกค้าก็รายเดียวกัน แบบนี้หมายความว่ายังไง หมายความว่า ใครแน่กว่า ก็ได้ไปนะซิ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีท่อส่ง 2 ท่อ วิ่งคู่กันไปขายที่เดียวกัน แต่ไม่ใช่เจ้าของเดียวกัน แบบนั้นมันก็คงเจ๊งทั้งคู่
    แต่เส้นทางท่อส่ง Nabucco น่าจะเจ๊งก่อน เพราะยังหาคนส่งแก๊สให้ไม่ได้ อ้าว ฉิบหายอีกแล้ว วิ่งสร้าง วิ่งขาย แต่ไม่มีแก๊สส่ง อย่างนี้ก็หน้าแหก เป็นครั้งที่ 3 ส่วนเส้นทาง South Stream ทุกอย่างพร้อมแล้ว เงินทุน คนสร้าง คนซื้อ และแก๊ส ที่จะส่งก็มาจากแหล่งแก๊สของรัสเซียเอง มันเห็นๆอยู่แล้วว่า South Stream น่าจะแซงผ่าน Nabucco อย่างสบาย สบาย
    หลังจากผู้ร่วมลงทุนทุกฝ่ายของ South Stream ลงนามในสัญญาร่วมทุนกันรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ.2012 วันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ.2012 ผู้ร่วมลงทุนกับรัสเซีย ก็ทำพิธีตอกเสาเอก เริ่มการก่อสร้างท่อระยะแรก ที่สถานีแก๊ส Russakaya ทางใต้ของรัสเซีย ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
    ถึงเดือนเมษายน ค.ศ.2013 อาเซอร์ไบจัน ที่ฝ่ายตะวันตกมัดมือไว้ว่าจะต้องเป็นผู้ส่งแก๊สให้ Nabucco ก็ออกมาประกาศว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ส่งแก๊สให้ได้
    Nabucco ก็เลยจอดยับ ท่อกองอยู่ข้างถนน
    แบบนี้ South Stream ก็น่าจะไปโลด
    แต่คงโลดเกินไป วันที่ 17 เมษายน ค.ศ.2014 สภาของอียู ก็มีมติไม่เห็นด้วยกับการที่สมาชิกอียูจะใช้ท่อส่งของ Gazprom เนื่องจากจะเป็นการขัดต่อกฏของอียู ที่กำหนดว่า ท่อส่งกับแก๊ส ควรจะแยกการเป็นเจ้าของ ไม่เช่นนั้นจะเกิดกรณีเช่นยูเครน เมื่อไหร่ก็ได้ที่รัสเซียอยากปิดท่อ คนยุโรปก็จะหนาวตาย ไม่กลัวหรือไง
    ยุทธศาสตร์สร้าง ดูเหมือนจะแพ้ยุทธศาสตร์ทำลาย
    รัสเซียยื่นคำร้องคัดค้านมติของอียู ต่อ WTO ทันทีในเดือนเมษานั้นเอง ว่า กฏของอียูออกมาใช้บังคับ เมื่อปี ค.ศ.2009 แต่รัสเซียตกลงกับผู้ร่วมลงทุน ตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 เป็นการนำกฏใหม่มาบังคับใช้ย้อนหลัง การค้าเสรีเขาทำกันอย่างนี้หรือ….
    แต่ระหว่างที่รัสเซียกำลังต่อสู้ทางข้อกฏหมายกับอียู ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2014 บุลกาเรีย ว่าที่เจ้าของสถานี ที่แก๊สจะไปโผล่ และน่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด ก็ถูกบีบจนหน้าเขียว ให้ออกมาประกาศว่า บุลกาเรียหยุดการก่อสร้างท่อส่งชั่วคราวในส่วนของ
    บุลกาเรียแล้วคร้าบ เพราะอียูบีบแล้วบีบอีก จนเขียวเกือบดำ สำทับว่า บุลกาเรียกำลังทำผิดกฏในการเป็นสมาชิกของอียู ฮู้ย….อียู นี่มัน พรมเช็ด… ของอเมริกาจริงๆ
    รัสเซียยังโต้แย้งไปมากับอียูต่ออีกหลายเดือน แต่ในที่สุด เส้นทางท่อส่ง South Stream ที่มีกำหนดจะเสร็จภายในปี ค.ศ.2016 มีประเทศในยุโรปที่จะได้ใช้แก๊สจากท่อส่งนี้กว่า 10 ประเทศ ก็จบลงเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ.2014 เมื่อคุณพี่ปูติน ประกาศที่ตุรกี ระหว่างที่คุณพี่ไปพบประธานาธิบดีตุรกีว่า “ฝ่ายตะวันตกชนะ” เส้นทางท่อส่ง South Stream จบแล้ว แต่ท่อส่งของรัสเซียยังไม่จบ คราวนี้ รัสเซียเปลี่ยนสถานีปากทางออกมาที่ตุรกี….
    และนั่น เป็นการเดินหมากของรัสเซีย ที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    28 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 7 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 7 ยุทธศาสตร์ ใช้เครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัสเซีย ที่ไม่ต้องใช้อาวุธไปทำลายบ้านเมือง หรือทำร้ายชีวิตใคร แถมขายแก๊สได้ตังค์อีกด้วย กลับทำให้รัสเซียมีอำนาจต่อรองกับฝ่ายอียูอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะทำให้ชาวยุโรปเริ่มพึ่งแก๊สรัสเซียมากขึ้นทุกวัน วิธีการแบบนี้ ทำให้อเมริการับไม่ได้ หูเย็นหางตกหมด และเครือข่ายท่อส่งของรัสเซียจึงต้องโดนสกัด และเป็นการสกัด อย่างรุนแรง มากขึ้นเรื่อยๆ ในบริเวณที่เครือข่ายท่อส่ง ขยายตัวไปยังจุดยุทธศาสตร์ ที่สำคัญของทั้ง 2 ฝ่าย อเมริกา เริ่มจัดรายการสกัดเครือข่ายท่อส่งของรัสเซียมาตั้งแต่ก่อนปี ค.ศ.2000 แล้ว ตั้งแต่รัสเซียเริ่มสร้างท่อส่งใหม่ๆ แต่มันไม่ใช่เรื่องจะสกัดกันง่ายๆ รัสเซียส่งแก๊สถึงหน้าบ้านชาวยุโรป อยู่ๆอเมริกาออกอาการน้ำลายฟูมปาก จะให้ปิดท่อแก๊ส ชาวยุโรปคงไม่เอาด้วยง่ายๆ อย่างงั้นมันก็ต้องสร้างฉาก สร้างภาพว่า รัสเซียมีแผนชั่ว เป็นตัวเลว เชื่อถือไม่ได้เสียก่อน อเมริกาจึงใช้วิธีอย่างเคยๆ ยุแยงชาวยูเครน ซึ่งครึ่งหนึ่งก็ฝักฝ่ายทางรัสเซียและรัสเซียก็ช่วยเหลือ ด้วยการส่งแก๊สให้ยูเครนในราคาต่ำกว่าราคาตลาดด้วย แบบนี้รัสเซียชั่วมากใช่ไหม อเมริกาส่งทีมคุณนายนูแลนด์ เหยี่ยวกระหายเลือดตัวเมีย ที่ส่งลูกฟักให้อียู เมื่อตอนที่อียูก็คิดจะเข้ามายุ่งในยูเครนเหมือนกัน คุณนายลูกฟัก ส่งทีมเข้าไปในยูเครนตั้งแต่ก่อน ค.ศ.2006 เพื่อเข้าไปปั่นหัวให้ยูเครนเกิดความวุ่นวาย ในที่สุดก็ลามเป็นการปฏิวัติในยูเครน จนรัฐบาลยูเครนที่เป็นมิตรกับรัสเซียอยู่ไม่ได้ และอเมริกาก็เอาคนที่อเมริกาสั่งได้มาคุมยูเครน และยูเครนก็เริ่มมีเรื่องทะเลาะกับรัสเซียตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นับว่าฝีมือสร้างการป่วนของคุณนายลูกฟักนี่ชั้นเซียน ตอนนี้คุณนายก็ยังป้วนเปี้ยนเข้าออกอยู่แถวนั้น ตั้งแต่ต้นปี จนถึงตอนนี้ยังไม่หยุด แบบนี้อีกไม่นาน ก็คงมีข่าวแถวนั้นให้เราได้ตื่นเต้นกัน ขณะเดียวกัน อเมริกาก็เตรียมการที่จะเข้าไปแถวบริเวณท้องน้อยของรัสเซีย คือ เอเซียกลาง และคอเคซัส เพื่อชักชวน (หรือข่มขู่) ให้อดีตสมาชิกโซเวียตมาร่วมสร้างท่อส่งกับอเมริกาแทน เพื่อให้พวกประเทศที่อยู่แถวท้องน้อยเลิกผูกติดกับรัสเซีย จริงๆ ความมุ่งหมายของอเมริกาคือ คิดจะไปปล้นพลังงานของพวกท้องน้อย ก่อนคุณพี่ปูตินจะชวนให้พวกท้องน้อยเอามาขาย ผ่านท่อส่งของรัสเซียเสียหมด แล้วอเมริกากับพวกก็จะอดแดก (รัสเซียแค่เป็นตัวกลางเจ้าของท่อ แต่ไม่ได้เอาพลังงานของเพื่อนและพวกมาเป็นของตัว) ถ้าอเมริกาทำได้ มันก็จะเป็นการได้ทั้งของ ได้ทั้งเย้ยหยันรัสเซียไปด้วย ท่อส่งรายการแรกของอเมริกาทำสำเร็จในปี ค.ศ.2005 ระยะทางยาว 1 พันไมล์จากบากู อาเซอร์ไบจัน มาออกที่เมดิเตอร์เรเนียน แต่มันเป็นท่อส่งน้ำมัน เพราะอาเซอร์ไบจัน ที่อเมริกาส่งลูกกระเป๋งไปสร้างปฏิวัติขู่ประธานาธิบดีให้ร่วมรายการ ขายให้แต่น้ำมัน เอาดีว่ะ อย่างน้อยก็ได้เข้าไปล้วงท้องน้อยรัสเซียได้ครั้งนึงแล้ว อเมริกาตีปี๊บ โหมรายการการท่อส่งน้ำมัน Baku Tbilisi Ceyhan (BTC) ที่กลุ่มคาวบอยบุชกับ BP ของอังกฤษจับมือกันเล่น อ่านมาถึงตอนนี้ คงเข้าใจกันแล้วนะครับว่า เขาตั้ง หอการค้าอาเซอร์ไบจัน อเมริกา กันทำไม ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 นู่น ส่วนท่อส่งแก๊สของฝ่ายอเมริกา ที่มาตั้งชื่อภายหลัง และเป็นเรื่องโด่งดังมาก คือ Nabucco ต้องรอหน่อย เพราะอาเซอร์ไบจันบอกไม่ขายแก๊สให้ ขายน้ำมันอย่างเดียวก็ (เสียวรัสเซีย) พอแล้ว ไปเอาแก๊สจากเติร์กเมนิสถานแล้วกัน แผนของท่อส่ง Nabucco เลยต้องเปลี่ยนเป็นเอาแก๊สจากเติร์กเมนิสถาน ไปออกที่ตุรกี และส่งต่อไปขายในยุโรป อเมริการอเก้ออยู่นาน กว่าจะรู้ว่า เติร์กเมนไม่ยอมขายแก๊สให้ ไม่ว่าส่งทางท่อไหน เพราะไม่อยากเสี่ยงมีเรื่องกับรัสเซีย ไม่คุ้มว่ะ คุณเติร์กเมนบอก อเมริกาหน้าแหกไป 2 รอบ จะแหกอีกรอบคงไม่ไหวมั๊ง เป็นท้องน้อย แต่ทำไมเนื้อเหนียวจัง เคี้ยวยากฉิบหาย เลยเปลี่ยนเส้นทาง กลับไปแถวบากูถิ่นเก่า ยังไงก็ต้องสร้างท่อส่งแก๊สไปทางยุโรปให้ได้ เสียหน้าเว้ย ระหว่างที่อเมริกาพยายามหาทางเคี้ยวท้องน้อยรัสเซีย รัสเซียก็เดินหน้าเข้าไปในยุโรปต่อ และคราวนี้ รัสเซียหยิบชิ้นปลามัน เจาะเข้าไปที่หัวแถว คือเยอรมัน ปี ค.ศ.2005 รัสเซียเริ่มสร้างท่อส่งเส้นทาง Nord Stream หรือเส้นทางรอดใต้ทะเลบอลติกตรงไปที่เยอรมัน ปัจจุบัน Nord Stream มีสัญญาส่งแก๊ส ให้กับเยอรมัน อิตาลี เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส และแม้กระทั่งอังกฤษ ชาวเกาะใหญ่ก็ยังต้องการแก๊สจากประเทศที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ….แบบนี้ครูแมคแทบจะฟื้นขึ้นมาด่า… รายการ Nord Stream ทำให้อเมริกาควันออกหู รีบเร่งเครื่องเรื่องยูเครน ซึ่งเป็นสถานีส่งแก๊สรัสเซียมายุโรป ใหญ่ที่สุดขณะนั้น เรื่องยูเครน จะได้ช่วยลดอำนาจต่อรองระหว่างรัสเซียกับยุโรปลงไป นอกจากยูเครนที่ออกมาคัดค้านหัวชนฝา เส้นทาง Nord Stream แล้ว อีกประเทศ คือ โปแลนด์ ก็ออกมาค้านกับเขาด้วยเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ไม่มีได้มีเสียอะไรกับเขาด้วย แบบนี้ต่อไปน่าจะได้รับบท… ที่ค่าตัวแพง จาก Nord Stream ทำให้รัสเซียได้ยุโรปบน หรือ ยุโรปเหนืออยู่ในกระเป๋า เส้นทางท่อส่งต่อไปของรัสเซียคือ ยุโรปใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางใกล้เคียงกับ Nabucco ของฝ่ายอเมริกา มันเหมือนเป็นรายการเกทับกัน ปี ค.ศ.2007 Gazprom ของรัสเซีย จับมือกับ ENI ของอิตาลี ลงทุนกันฝ่ายละครึ่ง เพื่อสร้างท่อส่งยุโรปใต้ South Stream Pipeline โดย ENI จะเป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารท่อส่งยาว 550 ไมล์ ส่วนที่วิ่งลอดใต้ทะเลดำมาโผล่ที่บุลกาเรีย และแยกออกไป 2 ทาง ทางหนึ่งขึ้นเหนือไปโรมาเนีย ฮังการี เช็คโก และออสเตรีย อีกทางหนึ่งลงใต้ มาที่อิตาลี ลูกค้า South Stream งอกขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อขอเชื่อมท่อ เริ่มจาก โครเอเซีย ตามมาด้วยเซิร์บ บอสเนีย กรีซ และสโลวีเนีย มาสามัคคีร่วมท่อส่งกันหมด มันเป็นเส้นทางท่อส่งใกล้เคียงกันกับ Nabucco ลูกค้าก็รายเดียวกัน แบบนี้หมายความว่ายังไง หมายความว่า ใครแน่กว่า ก็ได้ไปนะซิ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีท่อส่ง 2 ท่อ วิ่งคู่กันไปขายที่เดียวกัน แต่ไม่ใช่เจ้าของเดียวกัน แบบนั้นมันก็คงเจ๊งทั้งคู่ แต่เส้นทางท่อส่ง Nabucco น่าจะเจ๊งก่อน เพราะยังหาคนส่งแก๊สให้ไม่ได้ อ้าว ฉิบหายอีกแล้ว วิ่งสร้าง วิ่งขาย แต่ไม่มีแก๊สส่ง อย่างนี้ก็หน้าแหก เป็นครั้งที่ 3 ส่วนเส้นทาง South Stream ทุกอย่างพร้อมแล้ว เงินทุน คนสร้าง คนซื้อ และแก๊ส ที่จะส่งก็มาจากแหล่งแก๊สของรัสเซียเอง มันเห็นๆอยู่แล้วว่า South Stream น่าจะแซงผ่าน Nabucco อย่างสบาย สบาย หลังจากผู้ร่วมลงทุนทุกฝ่ายของ South Stream ลงนามในสัญญาร่วมทุนกันรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ.2012 วันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ.2012 ผู้ร่วมลงทุนกับรัสเซีย ก็ทำพิธีตอกเสาเอก เริ่มการก่อสร้างท่อระยะแรก ที่สถานีแก๊ส Russakaya ทางใต้ของรัสเซีย ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ถึงเดือนเมษายน ค.ศ.2013 อาเซอร์ไบจัน ที่ฝ่ายตะวันตกมัดมือไว้ว่าจะต้องเป็นผู้ส่งแก๊สให้ Nabucco ก็ออกมาประกาศว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ส่งแก๊สให้ได้ Nabucco ก็เลยจอดยับ ท่อกองอยู่ข้างถนน แบบนี้ South Stream ก็น่าจะไปโลด แต่คงโลดเกินไป วันที่ 17 เมษายน ค.ศ.2014 สภาของอียู ก็มีมติไม่เห็นด้วยกับการที่สมาชิกอียูจะใช้ท่อส่งของ Gazprom เนื่องจากจะเป็นการขัดต่อกฏของอียู ที่กำหนดว่า ท่อส่งกับแก๊ส ควรจะแยกการเป็นเจ้าของ ไม่เช่นนั้นจะเกิดกรณีเช่นยูเครน เมื่อไหร่ก็ได้ที่รัสเซียอยากปิดท่อ คนยุโรปก็จะหนาวตาย ไม่กลัวหรือไง ยุทธศาสตร์สร้าง ดูเหมือนจะแพ้ยุทธศาสตร์ทำลาย รัสเซียยื่นคำร้องคัดค้านมติของอียู ต่อ WTO ทันทีในเดือนเมษานั้นเอง ว่า กฏของอียูออกมาใช้บังคับ เมื่อปี ค.ศ.2009 แต่รัสเซียตกลงกับผู้ร่วมลงทุน ตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 เป็นการนำกฏใหม่มาบังคับใช้ย้อนหลัง การค้าเสรีเขาทำกันอย่างนี้หรือ…. แต่ระหว่างที่รัสเซียกำลังต่อสู้ทางข้อกฏหมายกับอียู ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2014 บุลกาเรีย ว่าที่เจ้าของสถานี ที่แก๊สจะไปโผล่ และน่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด ก็ถูกบีบจนหน้าเขียว ให้ออกมาประกาศว่า บุลกาเรียหยุดการก่อสร้างท่อส่งชั่วคราวในส่วนของ บุลกาเรียแล้วคร้าบ เพราะอียูบีบแล้วบีบอีก จนเขียวเกือบดำ สำทับว่า บุลกาเรียกำลังทำผิดกฏในการเป็นสมาชิกของอียู ฮู้ย….อียู นี่มัน พรมเช็ด… ของอเมริกาจริงๆ รัสเซียยังโต้แย้งไปมากับอียูต่ออีกหลายเดือน แต่ในที่สุด เส้นทางท่อส่ง South Stream ที่มีกำหนดจะเสร็จภายในปี ค.ศ.2016 มีประเทศในยุโรปที่จะได้ใช้แก๊สจากท่อส่งนี้กว่า 10 ประเทศ ก็จบลงเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ.2014 เมื่อคุณพี่ปูติน ประกาศที่ตุรกี ระหว่างที่คุณพี่ไปพบประธานาธิบดีตุรกีว่า “ฝ่ายตะวันตกชนะ” เส้นทางท่อส่ง South Stream จบแล้ว แต่ท่อส่งของรัสเซียยังไม่จบ คราวนี้ รัสเซียเปลี่ยนสถานีปากทางออกมาที่ตุรกี…. และนั่น เป็นการเดินหมากของรัสเซีย ที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 28 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 272 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20260108 #securityonline

    GitLab ออกแพตช์อุดช่องโหว่ร้ายแรงหลายรายการ
    GitLab ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งใหญ่เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับสูงหลายรายการ ทั้งช่องโหว่ XSS ที่สามารถฝังสคริปต์อันตรายใน Markdown, ช่องโหว่ Web IDE ที่ทำให้ผู้โจมตีรันโค้ดในเบราว์เซอร์เหยื่อได้เพียงแค่ล่อให้เปิดเว็บเพจที่สร้างขึ้นพิเศษ และช่องโหว่ใน Duo Workflows ที่เปิดทางให้เข้าถึงการตั้งค่า AI โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงปัญหาระดับกลางอื่น ๆ เช่น การแก้ไขการตั้งค่า AI ผ่าน GraphQL, การโจมตี DoS ระหว่างนำเข้าโปรเจกต์ และการลบ runner ของโปรเจกต์อื่นได้โดยไม่ตั้งใจ ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดทันทีเพื่อปิดความเสี่ยงทั้งหมดนี้
    https://securityonline.info/gitlab-patch-high-severity-xss-ai-flaws-expose-user-data

    CrazyHunter แรนซัมแวร์สุดโหดไล่ล่าองค์กรสาธารณสุข
    CrazyHunter แรนซัมแวร์สายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนามาจาก Prince ransomware กำลังสร้างความเสียหายหนักในภาคสาธารณสุข โดยเฉพาะในไต้หวัน ด้วยเทคนิคเจาะระบบผ่านรหัสผ่านอ่อนแอ ใช้ SharpGPOAbuse กระจายตัวทั่วเครือข่าย และใช้ไดรเวอร์ BYOVD เพื่อปิดการทำงานของโปรแกรมป้องกันไวรัส ก่อนเข้ารหัสไฟล์แบบเร็วด้วยวิธี partial encryption พร้อมข่มขู่เหยื่อผ่านช่องทาง Telegram และเว็บไซต์รั่วไหลข้อมูล กลุ่มผู้โจมตีประกาศชัดว่าต้องการความ “โลภแบบ REvil” ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขต้องเร่งเสริมมาตรการป้องกันอย่างเร่งด่วน
    https://securityonline.info/crazyhunter-the-ruthless-ransomware-stalking-healthcare

    พบช่องโหว่ Auth Bypass ร้ายแรงใน TLP เครื่องมือจัดการพลังงานบน Linux
    นักวิจัยจาก SUSE พบช่องโหว่ร้ายแรงใน TLP เวอร์ชัน 1.9.0 ซึ่งมี daemon ใหม่ที่รันด้วยสิทธิ์ root แต่เกิดข้อผิดพลาดในกลไกตรวจสอบสิทธิ์ของ Polkit ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสั่งงาน daemon ได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน นอกจากนี้ยังพบปัญหา DoS จากการสร้าง profile hold ได้ไม่จำกัดจำนวน และการจัดการ cookie ที่ไม่ปลอดภัย ทีมพัฒนาได้ออกแพตช์ในเวอร์ชัน 1.9.1 เพื่อแก้ไขทั้งหมดแล้ว ผู้ใช้ Linux ควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยง
    https://securityonline.info/cve-2025-67859-critical-auth-bypass-discovered-in-popular-linux-battery-utility

    GoBruteforcer กลับมาอีกครั้ง พร้อมบอทเน็ต 50,000 เซิร์ฟเวอร์จากโค้ดตัวอย่างที่ AI สร้าง
    GoBruteforcer เวอร์ชันใหม่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยอาศัยช่องโหว่จาก “โค้ดตัวอย่างที่ AI สร้างให้ผู้ใช้” ซึ่งมักมีค่า default อ่อนแอ ทำให้ผู้โจมตีสามารถ brute-force บริการยอดนิยมอย่าง MySQL, FTP และ phpMyAdmin ได้ง่ายขึ้น นักวิจัยพบว่ามีเซิร์ฟเวอร์กว่า 50,000 เครื่องเสี่ยงถูกโจมตี และกลุ่มผู้โจมตียังมุ่งเป้าไปที่ฐานข้อมูลของโปรเจกต์คริปโตเพื่อขโมยสินทรัพย์ดิจิทัล ตัวมัลแวร์ถูกพัฒนาให้ซ่อนตัวเก่งขึ้น ใช้ชื่อ process ปลอม และหลีกเลี่ยง IP ของ DoD และคลาวด์ใหญ่ ๆ เพื่อไม่ให้ถูกตรวจจับ
    https://securityonline.info/gobruteforcer-returns-how-ai-code-snippets-fueled-a-50000-server-botnet

    ความจริงเบื้องหลังเหตุ BGP Leak ของเวเนซุเอลา: ความผิดพลาดหรือปฏิบัติการลับ?
    เหตุการณ์ BGP leak ของผู้ให้บริการรัฐ CANTV ในเวเนซุเอลาเกิดขึ้นก่อนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ จนทำให้หลายฝ่ายสงสัยว่าเป็นการดักข้อมูลโดยเจตนา แต่การวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังของ Cloudflare ชี้ว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นเพียง “ความผิดพลาดทางเทคนิค” จากการตั้งค่าที่ผิดพลาด เช่น การ prepend เส้นทางซ้ำหลายครั้งและการรั่วไหลของเส้นทางที่เกิดขึ้นบ่อยตั้งแต่ปลายปี 2025 ซึ่งไม่สอดคล้องกับรูปแบบการโจมตีจริง อีกทั้ง CANTV เป็นผู้ให้บริการ upstream อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องทำ BGP hijack เพื่อเข้าถึงข้อมูล เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่ยังเปราะบาง และเน้นย้ำความสำคัญของมาตรฐานใหม่อย่าง ASPA และการบังคับใช้ OTC เพื่อป้องกันการรั่วไหลของเส้นทางในอนาคต
    https://securityonline.info/spy-games-or-glitch-the-truth-behind-venezuelas-bgp-leak/

    ไต้หวันเผชิญการโจมตีไซเบอร์กว่า 2.6 ล้านครั้งต่อวันจากจีน
    รายงานล่าสุดของสำนักความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเผยว่าจีนเพิ่มระดับปฏิบัติการไซเบอร์อย่างเป็นระบบ โดยพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเฉลี่ยวันละกว่า 2.63 ล้านครั้งในปี 2025 โดยเฉพาะภาคพลังงานที่ถูกโจมตีเพิ่มขึ้นถึง 1,000% พร้อมความเชื่อมโยงกับการซ้อมรบของกองทัพจีนและเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญ ขณะที่กลุ่มแฮ็กเกอร์ระดับรัฐหลายกลุ่มถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่ซับซ้อนและประสานกันอย่างเป็นระบบ
    https://securityonline.info/taiwan-faces-2-6-million-cyberattacks-daily-from-china

    ช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ไร้สาย H3C เปิดทางแฮ็กเกอร์ยึดสิทธิ์ Root
    พบการตั้งค่าที่ผิดพลาดในอุปกรณ์ควบคุมเครือข่ายไร้สายของ H3C ทำให้ผู้โจมตีสามารถอัปโหลดไฟล์ผ่าน FTP แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน และไฟล์เหล่านั้นถูกกำหนดสิทธิ์เป็น root โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้แฮ็กเกอร์สามารถเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้เต็มรูปแบบ ช่องโหว่นี้ถูกจัดระดับความรุนแรงสูงสุด CVSS 9.8 และแนะนำให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบเฟิร์มแวร์และรอแพตช์แก้ไขจากผู้ผลิต
    https://securityonline.info/cve-2025-60262-critical-misconfiguration-in-h3c-wireless-gear-hands-control-to-hackers

    “Ghost Tap” มัลแวร์ Android รุ่นใหม่ เปลี่ยนมือถือเป็นเครื่องรูดเงินเงียบ ๆ
    รายงานจาก Group-IB เปิดเผยตลาดมืดที่กำลังเติบโตของมัลแวร์ NFC บน Android ซึ่งช่วยให้แฮ็กเกอร์ทำธุรกรรม tap-to-pay จากระยะไกลได้ โดยใช้แอปสองตัวทำงานร่วมกันเพื่อจำลองบัตรของเหยื่อผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถรูดเงินได้แม้บัตรจะอยู่กับเจ้าของ ขบวนการนี้มีทั้งผู้พัฒนาเครื่องมือ ผู้ขาย POS ผิดกฎหมาย และเครือข่ายอาชญากรที่ทำงานข้ามประเทศ พร้อมพบความเสียหายแล้วหลายแสนดอลลาร์
    https://securityonline.info/ghost-tap-rising-new-wave-of-android-malware-turns-phones-into-digital-pickpockets

    🛜 ช่องโหว่ Trendnet CVE-2025-15471 เปิดทางยึดอุปกรณ์ด้วยคำสั่งเดียว
    นักวิจัยพบช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ขยายสัญญาณ Wi-Fi ของ Trendnet ที่เปิดให้ผู้โจมตีส่งคำสั่งผ่าน HTTP เพียงครั้งเดียวก็สามารถรันโค้ดในระดับ root ได้ทันที เนื่องจากระบบ backend รับคำสั่ง shell โดยตรงโดยไม่ตรวจสอบสิทธิ์ ทำให้ผู้โจมตีสามารถเปิด backdoor ดักข้อมูล หรือใช้เป็นฐานโจมตีภายในเครือข่ายได้อย่างง่ายดาย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้ปิดการเข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตจนกว่าจะมีแพตช์ออกมา
    https://securityonline.info/one-request-to-rule-them-all-critical-trendnet-flaw-cve-2025-15471-allows-total-takeover

    ช่องโหว่ร้ายแรง n8n เปิดทางแฮ็กยึดเซิร์ฟเวอร์กว่า 100,000 เครื่อง
    รายงานใหม่เผยช่องโหว่ระดับวิกฤต CVE‑2026‑21858 ในแพลตฟอร์มอัตโนมัติ n8n ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ได้แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน โดยอาศัยจุดอ่อนของการประมวลผล Content-Type ทำให้สามารถอ่านไฟล์ภายในระบบและขยายผลสู่การยึดสิทธิ์แอดมินเต็มรูปแบบ ซึ่งเสี่ยงต่อข้อมูลสำคัญอย่าง API keys, ฐานข้อมูลลูกค้า และ workflow ขององค์กรจำนวนมากทั่วโลก ผู้ดูแลระบบถูกเตือนให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.0 ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่
    https://securityonline.info/public-exploit-released-critical-n8n-flaw-cve-2026-21858-exposes-100k-servers

    CISA เตือนด่วน: ช่องโหว่ HPE OneView ระดับ 10/10 และบั๊ก PowerPoint ปี 2009 ฟื้นคืนชีพ
    CISA เพิ่มสองช่องโหว่ใหม่เข้าสู่ KEV Catalog ได้แก่ CVE‑2025‑37164 ใน HPE OneView ที่เปิดให้ผู้โจมตีรันโค้ดระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และช่องโหว่เก่าปี 2009 ใน PowerPoint ที่กลับมาถูกใช้โจมตีอีกครั้ง หน่วยงานรัฐสหรัฐถูกกำหนดเส้นตายให้แก้ไขภายใน 28 ม.ค. 2026 เพื่อป้องกันการถูกยึดระบบ โดย HPE ได้ออกแพตช์เร่งด่วนแล้วแต่ต้องติดตั้งซ้ำหลังอัปเกรดบางเวอร์ชัน
    https://securityonline.info/cisa-kev-alert-hpes-maximum-cvss-score-flaw-and-a-zombie-powerpoint-bug

    Lenovo เปิดตัว “Qira” และโรงงานคลาวด์ AI ยักษ์ใหญ่ใน CES 2026
    Lenovo ประกาศยุทธศาสตร์ Hybrid AI พร้อมเปิดตัว “Qira” ผู้ช่วย AI ส่วนบุคคลที่ทำงานข้ามอุปกรณ์ และจับมือ NVIDIA เปิดตัว AI Cloud Gigafactory ที่สามารถติดตั้งศูนย์ประมวลผลระดับกิกะวัตต์ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ พร้อมโชว์นวัตกรรมล้ำสมัย เช่น ThinkPad Rollable XD, AI Glasses และระบบ AI สำหรับ F1 และ FIFA ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ แสดงให้เห็นการเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สู่ผู้ให้บริการโซลูชัน AI เต็มรูปแบบ
    https://securityonline.info/agentic-evolution-lenovo-unveils-qira-and-ai-cloud-gigafactories-at-ces-2026

    Arm ประกาศยุค “Physical AI” และแพลตฟอร์ม AI‑Defined ที่ CES 2026
    Arm ชูวิสัยทัศน์ใหม่ที่ AI จะฝังอยู่ในทุกอุปกรณ์ ตั้งแต่รถยนต์อัตโนมัติ หุ่นยนต์ ไปจนถึงอุปกรณ์สวมใส่ โดยเน้นพลังของ Physical AI และ Edge AI ที่ทำงานแบบเรียลไทม์และประหยัดพลังงาน พร้อมเผยว่าชิป Arm ถูกใช้ในระบบขับขี่อัตโนมัติของ Rivian, Tesla AI5 และแพลตฟอร์ม NVIDIA Thor รวมถึงการเติบโตของ Windows on Arm ที่รองรับอุปกรณ์กว่า 100 รุ่นในปีนี้ สะท้อนบทบาทของ Arm ในการเป็นแกนกลางของยุค AI ทุกหนแห่ง
    https://securityonline.info/the-ubiquitous-brain-arm-unveils-the-era-of-physical-ai-and-ai-defined-platforms

    Logitech แก้ปัญหาใหญ่: ใบรับรองหมดอายุทำให้เมาส์บน Mac ใช้งานไม่ได้
    ผู้ใช้ macOS จำนวนมากพบว่า Logi Options+ และ G HUB หยุดทำงานเพราะใบรับรองนักพัฒนา Apple หมดอายุ ทำให้ระบบบล็อกกระบวนการเบื้องหลังทั้งหมด ส่งผลให้การตั้งค่าปุ่มและโปรไฟล์ใช้งานไม่ได้ Logitech ได้ออกอัปเดตพร้อมใบรับรองใหม่แล้ว โดยผู้ใช้ต้องติดตั้งทับ (ห้ามลบโปรแกรมเดิม) เพื่อกู้คืนการตั้งค่าทั้งหมด ส่วนผู้ใช้ Windows ไม่ได้รับผลกระทบ
    https://securityonline.info/the-logitech-fix-how-to-restore-your-broken-mac-mouse-settings-jan-2026

    Gmail ยุติระบบ Unified Inbox และปิดฟีเจอร์ Gmailify ในปี 2026
    กูเกิลประกาศยุติการดึงอีเมลจากบัญชีภายนอกผ่าน POP3 และยกเลิกฟีเจอร์ Gmailify ทำให้ผู้ใช้ที่เคยรวมหลายบัญชีไว้ในกล่องจดหมายเดียวต้องปรับตัว โดยอาจต้องตั้งระบบ Forward อีเมลจากผู้ให้บริการอื่นแทน แม้ยังสามารถเพิ่มบัญชีภายนอกผ่าน IMAP ได้ แต่จะไม่รวมอยู่ใน Inbox หลักอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงนี้คาดว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นความปลอดภัยและการลดภาระระบบเดิมของกูเกิล
    https://securityonline.info/the-end-of-the-unified-inbox-gmail-kills-pop3-fetching-and-gmailify-in-2026

    Android ปิดประตูความโปร่งใส: Google หยุดปล่อยโค้ด AOSP รายไตรมาสในปี 2026
    Google เตรียมเปลี่ยนรอบการปล่อยซอร์สโค้ด AOSP จากทุกไตรมาสเป็นปีละสองครั้ง ทำให้โค้ดจาก Q1 และ Q3 จะไม่ถูกเปิดเผยจนกว่าจะรวมเข้ารุ่น Q2 และ Q4 ส่งผลให้ชุมชน Custom ROM เช่น LineageOS ต้องรอแพตช์ใหม่ล่าช้า 3 เดือน แม้ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่รู้สึกถึงผลกระทบ แต่ความโปร่งใสของระบบ Android จะลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่แพตช์ความปลอดภัยรายเดือนยังคงปล่อยตามปกติ
    ​​​​​​​ https://securityonline.info/android-behind-closed-doors-google-ends-quarterly-aosp-code-drops-in-2026

    📌🔐🟠 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🟠🔐📌 #รวมข่าวIT #20260108 #securityonline 🛡️ GitLab ออกแพตช์อุดช่องโหว่ร้ายแรงหลายรายการ GitLab ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งใหญ่เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับสูงหลายรายการ ทั้งช่องโหว่ XSS ที่สามารถฝังสคริปต์อันตรายใน Markdown, ช่องโหว่ Web IDE ที่ทำให้ผู้โจมตีรันโค้ดในเบราว์เซอร์เหยื่อได้เพียงแค่ล่อให้เปิดเว็บเพจที่สร้างขึ้นพิเศษ และช่องโหว่ใน Duo Workflows ที่เปิดทางให้เข้าถึงการตั้งค่า AI โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงปัญหาระดับกลางอื่น ๆ เช่น การแก้ไขการตั้งค่า AI ผ่าน GraphQL, การโจมตี DoS ระหว่างนำเข้าโปรเจกต์ และการลบ runner ของโปรเจกต์อื่นได้โดยไม่ตั้งใจ ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดทันทีเพื่อปิดความเสี่ยงทั้งหมดนี้ 🔗 https://securityonline.info/gitlab-patch-high-severity-xss-ai-flaws-expose-user-data 💉 CrazyHunter แรนซัมแวร์สุดโหดไล่ล่าองค์กรสาธารณสุข CrazyHunter แรนซัมแวร์สายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนามาจาก Prince ransomware กำลังสร้างความเสียหายหนักในภาคสาธารณสุข โดยเฉพาะในไต้หวัน ด้วยเทคนิคเจาะระบบผ่านรหัสผ่านอ่อนแอ ใช้ SharpGPOAbuse กระจายตัวทั่วเครือข่าย และใช้ไดรเวอร์ BYOVD เพื่อปิดการทำงานของโปรแกรมป้องกันไวรัส ก่อนเข้ารหัสไฟล์แบบเร็วด้วยวิธี partial encryption พร้อมข่มขู่เหยื่อผ่านช่องทาง Telegram และเว็บไซต์รั่วไหลข้อมูล กลุ่มผู้โจมตีประกาศชัดว่าต้องการความ “โลภแบบ REvil” ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขต้องเร่งเสริมมาตรการป้องกันอย่างเร่งด่วน 🔗 https://securityonline.info/crazyhunter-the-ruthless-ransomware-stalking-healthcare 🔋 พบช่องโหว่ Auth Bypass ร้ายแรงใน TLP เครื่องมือจัดการพลังงานบน Linux นักวิจัยจาก SUSE พบช่องโหว่ร้ายแรงใน TLP เวอร์ชัน 1.9.0 ซึ่งมี daemon ใหม่ที่รันด้วยสิทธิ์ root แต่เกิดข้อผิดพลาดในกลไกตรวจสอบสิทธิ์ของ Polkit ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสั่งงาน daemon ได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน นอกจากนี้ยังพบปัญหา DoS จากการสร้าง profile hold ได้ไม่จำกัดจำนวน และการจัดการ cookie ที่ไม่ปลอดภัย ทีมพัฒนาได้ออกแพตช์ในเวอร์ชัน 1.9.1 เพื่อแก้ไขทั้งหมดแล้ว ผู้ใช้ Linux ควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยง 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-67859-critical-auth-bypass-discovered-in-popular-linux-battery-utility 🤖 GoBruteforcer กลับมาอีกครั้ง พร้อมบอทเน็ต 50,000 เซิร์ฟเวอร์จากโค้ดตัวอย่างที่ AI สร้าง GoBruteforcer เวอร์ชันใหม่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยอาศัยช่องโหว่จาก “โค้ดตัวอย่างที่ AI สร้างให้ผู้ใช้” ซึ่งมักมีค่า default อ่อนแอ ทำให้ผู้โจมตีสามารถ brute-force บริการยอดนิยมอย่าง MySQL, FTP และ phpMyAdmin ได้ง่ายขึ้น นักวิจัยพบว่ามีเซิร์ฟเวอร์กว่า 50,000 เครื่องเสี่ยงถูกโจมตี และกลุ่มผู้โจมตียังมุ่งเป้าไปที่ฐานข้อมูลของโปรเจกต์คริปโตเพื่อขโมยสินทรัพย์ดิจิทัล ตัวมัลแวร์ถูกพัฒนาให้ซ่อนตัวเก่งขึ้น ใช้ชื่อ process ปลอม และหลีกเลี่ยง IP ของ DoD และคลาวด์ใหญ่ ๆ เพื่อไม่ให้ถูกตรวจจับ 🔗 https://securityonline.info/gobruteforcer-returns-how-ai-code-snippets-fueled-a-50000-server-botnet 🌐 ความจริงเบื้องหลังเหตุ BGP Leak ของเวเนซุเอลา: ความผิดพลาดหรือปฏิบัติการลับ? เหตุการณ์ BGP leak ของผู้ให้บริการรัฐ CANTV ในเวเนซุเอลาเกิดขึ้นก่อนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ จนทำให้หลายฝ่ายสงสัยว่าเป็นการดักข้อมูลโดยเจตนา แต่การวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังของ Cloudflare ชี้ว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นเพียง “ความผิดพลาดทางเทคนิค” จากการตั้งค่าที่ผิดพลาด เช่น การ prepend เส้นทางซ้ำหลายครั้งและการรั่วไหลของเส้นทางที่เกิดขึ้นบ่อยตั้งแต่ปลายปี 2025 ซึ่งไม่สอดคล้องกับรูปแบบการโจมตีจริง อีกทั้ง CANTV เป็นผู้ให้บริการ upstream อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องทำ BGP hijack เพื่อเข้าถึงข้อมูล เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่ยังเปราะบาง และเน้นย้ำความสำคัญของมาตรฐานใหม่อย่าง ASPA และการบังคับใช้ OTC เพื่อป้องกันการรั่วไหลของเส้นทางในอนาคต 🔗 https://securityonline.info/spy-games-or-glitch-the-truth-behind-venezuelas-bgp-leak/ 🇨🇳 ไต้หวันเผชิญการโจมตีไซเบอร์กว่า 2.6 ล้านครั้งต่อวันจากจีน รายงานล่าสุดของสำนักความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเผยว่าจีนเพิ่มระดับปฏิบัติการไซเบอร์อย่างเป็นระบบ โดยพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเฉลี่ยวันละกว่า 2.63 ล้านครั้งในปี 2025 โดยเฉพาะภาคพลังงานที่ถูกโจมตีเพิ่มขึ้นถึง 1,000% พร้อมความเชื่อมโยงกับการซ้อมรบของกองทัพจีนและเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญ ขณะที่กลุ่มแฮ็กเกอร์ระดับรัฐหลายกลุ่มถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่ซับซ้อนและประสานกันอย่างเป็นระบบ 🔗 https://securityonline.info/taiwan-faces-2-6-million-cyberattacks-daily-from-china 📡 ช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ไร้สาย H3C เปิดทางแฮ็กเกอร์ยึดสิทธิ์ Root พบการตั้งค่าที่ผิดพลาดในอุปกรณ์ควบคุมเครือข่ายไร้สายของ H3C ทำให้ผู้โจมตีสามารถอัปโหลดไฟล์ผ่าน FTP แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน และไฟล์เหล่านั้นถูกกำหนดสิทธิ์เป็น root โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้แฮ็กเกอร์สามารถเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้เต็มรูปแบบ ช่องโหว่นี้ถูกจัดระดับความรุนแรงสูงสุด CVSS 9.8 และแนะนำให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบเฟิร์มแวร์และรอแพตช์แก้ไขจากผู้ผลิต 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-60262-critical-misconfiguration-in-h3c-wireless-gear-hands-control-to-hackers 📱 “Ghost Tap” มัลแวร์ Android รุ่นใหม่ เปลี่ยนมือถือเป็นเครื่องรูดเงินเงียบ ๆ รายงานจาก Group-IB เปิดเผยตลาดมืดที่กำลังเติบโตของมัลแวร์ NFC บน Android ซึ่งช่วยให้แฮ็กเกอร์ทำธุรกรรม tap-to-pay จากระยะไกลได้ โดยใช้แอปสองตัวทำงานร่วมกันเพื่อจำลองบัตรของเหยื่อผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถรูดเงินได้แม้บัตรจะอยู่กับเจ้าของ ขบวนการนี้มีทั้งผู้พัฒนาเครื่องมือ ผู้ขาย POS ผิดกฎหมาย และเครือข่ายอาชญากรที่ทำงานข้ามประเทศ พร้อมพบความเสียหายแล้วหลายแสนดอลลาร์ 🔗 https://securityonline.info/ghost-tap-rising-new-wave-of-android-malware-turns-phones-into-digital-pickpockets 🛜 ช่องโหว่ Trendnet CVE-2025-15471 เปิดทางยึดอุปกรณ์ด้วยคำสั่งเดียว นักวิจัยพบช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ขยายสัญญาณ Wi-Fi ของ Trendnet ที่เปิดให้ผู้โจมตีส่งคำสั่งผ่าน HTTP เพียงครั้งเดียวก็สามารถรันโค้ดในระดับ root ได้ทันที เนื่องจากระบบ backend รับคำสั่ง shell โดยตรงโดยไม่ตรวจสอบสิทธิ์ ทำให้ผู้โจมตีสามารถเปิด backdoor ดักข้อมูล หรือใช้เป็นฐานโจมตีภายในเครือข่ายได้อย่างง่ายดาย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้ปิดการเข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตจนกว่าจะมีแพตช์ออกมา 🔗 https://securityonline.info/one-request-to-rule-them-all-critical-trendnet-flaw-cve-2025-15471-allows-total-takeover 🛡️ ช่องโหว่ร้ายแรง n8n เปิดทางแฮ็กยึดเซิร์ฟเวอร์กว่า 100,000 เครื่อง รายงานใหม่เผยช่องโหว่ระดับวิกฤต CVE‑2026‑21858 ในแพลตฟอร์มอัตโนมัติ n8n ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ได้แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน โดยอาศัยจุดอ่อนของการประมวลผล Content-Type ทำให้สามารถอ่านไฟล์ภายในระบบและขยายผลสู่การยึดสิทธิ์แอดมินเต็มรูปแบบ ซึ่งเสี่ยงต่อข้อมูลสำคัญอย่าง API keys, ฐานข้อมูลลูกค้า และ workflow ขององค์กรจำนวนมากทั่วโลก ผู้ดูแลระบบถูกเตือนให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.0 ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่ 🔗 https://securityonline.info/public-exploit-released-critical-n8n-flaw-cve-2026-21858-exposes-100k-servers 🚨 CISA เตือนด่วน: ช่องโหว่ HPE OneView ระดับ 10/10 และบั๊ก PowerPoint ปี 2009 ฟื้นคืนชีพ CISA เพิ่มสองช่องโหว่ใหม่เข้าสู่ KEV Catalog ได้แก่ CVE‑2025‑37164 ใน HPE OneView ที่เปิดให้ผู้โจมตีรันโค้ดระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และช่องโหว่เก่าปี 2009 ใน PowerPoint ที่กลับมาถูกใช้โจมตีอีกครั้ง หน่วยงานรัฐสหรัฐถูกกำหนดเส้นตายให้แก้ไขภายใน 28 ม.ค. 2026 เพื่อป้องกันการถูกยึดระบบ โดย HPE ได้ออกแพตช์เร่งด่วนแล้วแต่ต้องติดตั้งซ้ำหลังอัปเกรดบางเวอร์ชัน 🔗 https://securityonline.info/cisa-kev-alert-hpes-maximum-cvss-score-flaw-and-a-zombie-powerpoint-bug 🤖 Lenovo เปิดตัว “Qira” และโรงงานคลาวด์ AI ยักษ์ใหญ่ใน CES 2026 Lenovo ประกาศยุทธศาสตร์ Hybrid AI พร้อมเปิดตัว “Qira” ผู้ช่วย AI ส่วนบุคคลที่ทำงานข้ามอุปกรณ์ และจับมือ NVIDIA เปิดตัว AI Cloud Gigafactory ที่สามารถติดตั้งศูนย์ประมวลผลระดับกิกะวัตต์ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ พร้อมโชว์นวัตกรรมล้ำสมัย เช่น ThinkPad Rollable XD, AI Glasses และระบบ AI สำหรับ F1 และ FIFA ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ แสดงให้เห็นการเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สู่ผู้ให้บริการโซลูชัน AI เต็มรูปแบบ 🔗 https://securityonline.info/agentic-evolution-lenovo-unveils-qira-and-ai-cloud-gigafactories-at-ces-2026 🧠 Arm ประกาศยุค “Physical AI” และแพลตฟอร์ม AI‑Defined ที่ CES 2026 Arm ชูวิสัยทัศน์ใหม่ที่ AI จะฝังอยู่ในทุกอุปกรณ์ ตั้งแต่รถยนต์อัตโนมัติ หุ่นยนต์ ไปจนถึงอุปกรณ์สวมใส่ โดยเน้นพลังของ Physical AI และ Edge AI ที่ทำงานแบบเรียลไทม์และประหยัดพลังงาน พร้อมเผยว่าชิป Arm ถูกใช้ในระบบขับขี่อัตโนมัติของ Rivian, Tesla AI5 และแพลตฟอร์ม NVIDIA Thor รวมถึงการเติบโตของ Windows on Arm ที่รองรับอุปกรณ์กว่า 100 รุ่นในปีนี้ สะท้อนบทบาทของ Arm ในการเป็นแกนกลางของยุค AI ทุกหนแห่ง 🔗 https://securityonline.info/the-ubiquitous-brain-arm-unveils-the-era-of-physical-ai-and-ai-defined-platforms 🖱️ Logitech แก้ปัญหาใหญ่: ใบรับรองหมดอายุทำให้เมาส์บน Mac ใช้งานไม่ได้ ผู้ใช้ macOS จำนวนมากพบว่า Logi Options+ และ G HUB หยุดทำงานเพราะใบรับรองนักพัฒนา Apple หมดอายุ ทำให้ระบบบล็อกกระบวนการเบื้องหลังทั้งหมด ส่งผลให้การตั้งค่าปุ่มและโปรไฟล์ใช้งานไม่ได้ Logitech ได้ออกอัปเดตพร้อมใบรับรองใหม่แล้ว โดยผู้ใช้ต้องติดตั้งทับ (ห้ามลบโปรแกรมเดิม) เพื่อกู้คืนการตั้งค่าทั้งหมด ส่วนผู้ใช้ Windows ไม่ได้รับผลกระทบ 🔗 https://securityonline.info/the-logitech-fix-how-to-restore-your-broken-mac-mouse-settings-jan-2026 📮 Gmail ยุติระบบ Unified Inbox และปิดฟีเจอร์ Gmailify ในปี 2026 กูเกิลประกาศยุติการดึงอีเมลจากบัญชีภายนอกผ่าน POP3 และยกเลิกฟีเจอร์ Gmailify ทำให้ผู้ใช้ที่เคยรวมหลายบัญชีไว้ในกล่องจดหมายเดียวต้องปรับตัว โดยอาจต้องตั้งระบบ Forward อีเมลจากผู้ให้บริการอื่นแทน แม้ยังสามารถเพิ่มบัญชีภายนอกผ่าน IMAP ได้ แต่จะไม่รวมอยู่ใน Inbox หลักอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงนี้คาดว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นความปลอดภัยและการลดภาระระบบเดิมของกูเกิล 🔗 https://securityonline.info/the-end-of-the-unified-inbox-gmail-kills-pop3-fetching-and-gmailify-in-2026 🤖 Android ปิดประตูความโปร่งใส: Google หยุดปล่อยโค้ด AOSP รายไตรมาสในปี 2026 Google เตรียมเปลี่ยนรอบการปล่อยซอร์สโค้ด AOSP จากทุกไตรมาสเป็นปีละสองครั้ง ทำให้โค้ดจาก Q1 และ Q3 จะไม่ถูกเปิดเผยจนกว่าจะรวมเข้ารุ่น Q2 และ Q4 ส่งผลให้ชุมชน Custom ROM เช่น LineageOS ต้องรอแพตช์ใหม่ล่าช้า 3 เดือน แม้ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่รู้สึกถึงผลกระทบ แต่ความโปร่งใสของระบบ Android จะลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่แพตช์ความปลอดภัยรายเดือนยังคงปล่อยตามปกติ ​​​​​​​🔗 https://securityonline.info/android-behind-closed-doors-google-ends-quarterly-aosp-code-drops-in-2026
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 436 มุมมอง 0 รีวิว
  • Opus 4.5: โมเดล AI ที่เขย่าวงการพัฒนาแอป—จากงานเล่น ๆ สู่การสร้างระบบจริงในไม่กี่ชั่วโมง

    Opus 4.5 ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางว่าเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของ AI coding agents เพราะมันไม่ได้แค่ช่วยเขียนโค้ด แต่สามารถ สร้างแอปทั้งตัว ตั้งแต่ UI, backend, integration, automation ไปจนถึง deployment ได้แทบครบวงจร ผู้เขียนบทความทดลองให้ Opus 4.5 สร้างโปรเจกต์จริงหลายตัว และพบว่ามันสามารถแก้ปัญหาเอง อ่าน error logs เอง และ iterate จนกว่าระบบจะทำงานได้—สิ่งที่ AI รุ่นก่อนทำไม่ได้เลย

    สิ่งที่น่าตกใจคือโปรเจกต์ที่ปกติใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน กลับถูกสร้างเสร็จภายใน “ไม่กี่ชั่วโมง” เช่น แอปแปลงไฟล์ภาพบน Windows, แอปบันทึกหน้าจอพร้อมเครื่องมือแก้ไขภาพ/วิดีโอ, ระบบโพสต์ภาพลง Facebook แบบอัตโนมัติ และแอปจัดการเส้นทางงานของธุรกิจจริง—all built almost entirely by Opus 4.5

    ผู้เขียนยอมรับตรง ๆ ว่าเขา “ไม่รู้โค้ดที่ AI สร้างทำงานอย่างไร” โดยเฉพาะภาษาอย่าง Swift ที่เขาไม่เคยเขียน แต่ Opus 4.5 ก็ยังสามารถ debug และแก้ปัญหาเองได้จนจบงาน ทำให้เกิดคำถามใหม่ว่า มนุษย์จำเป็นต้องอ่านโค้ดอีกต่อไปหรือไม่ เมื่อ AI สามารถเขียน–แก้–ปรับปรุงได้เองทั้งหมด

    ท้ายบทความ ผู้เขียนสะท้อนความรู้สึกทั้งตื่นเต้นและหวั่นใจ—เพราะสิ่งที่เขาใช้เวลาทั้งชีวิตเรียนรู้ กลายเป็นสิ่งที่ AI ทำได้ง่าย ๆ ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็ยอมรับว่าโลกกำลังเปลี่ยน และสิ่งที่ควรทำคือ “ลงมือสร้าง” แทนที่จะกลัวการเปลี่ยนแปลง พร้อมเตือนว่าอย่างน้อยที่สุด… ควรรู้ว่า API keys ของตัวเองอยู่ตรงไหน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Opus 4.5 ทำงานได้เหนือกว่า AI coding agents รุ่นก่อนมาก
    สามารถอ่าน error logs, แก้ปัญหา, และ iterate เองจนระบบทำงานได้

    ผู้เขียนใช้ Opus 4.5 สร้างหลายโปรเจกต์จริงในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
    เช่น แอปแปลงภาพ, แอปบันทึกหน้าจอ, ระบบโพสต์ Facebook อัตโนมัติ, แอปจัดการเส้นทางงาน

    AI สามารถสร้างทั้ง frontend, backend, integration และ deployment
    ใช้ Firebase CLI, dotnet CLI และเครื่องมืออื่น ๆ โดยไม่ต้องสอนมาก

    ผู้เขียนใช้ prompt แบบ “AI-first coding” ให้ AI เขียนโค้ดเพื่อ AI ไม่ใช่เพื่อมนุษย์
    เน้นโครงสร้างเรียบง่าย, explicit, regenerable, และลด abstraction

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    ผู้เขียนยอมรับว่าเขาไม่เข้าใจโค้ดที่ AI สร้าง
    อาจเสี่ยงต่อการ debug หรือ maintain หาก AI ทำงานผิดพลาด

    ความปลอดภัยของระบบยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ
    ต้องตรวจสอบ API keys, การจัดการ auth, และข้อมูลสำคัญด้วยตนเอง

    การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ทักษะมนุษย์ลดลง
    โดยเฉพาะความเข้าใจเชิงลึกด้านสถาปัตยกรรมและความปลอดภัย

    ความเร็วในการสร้างแอปอาจทำให้เกิดการ deploy ระบบที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบเพียงพอ
    เสี่ยงต่อบั๊กหรือช่องโหว่ที่มองไม่เห็น

    https://burkeholland.github.io/posts/opus-4-5-change-everything/
    🤖 Opus 4.5: โมเดล AI ที่เขย่าวงการพัฒนาแอป—จากงานเล่น ๆ สู่การสร้างระบบจริงในไม่กี่ชั่วโมง Opus 4.5 ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางว่าเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของ AI coding agents เพราะมันไม่ได้แค่ช่วยเขียนโค้ด แต่สามารถ สร้างแอปทั้งตัว ตั้งแต่ UI, backend, integration, automation ไปจนถึง deployment ได้แทบครบวงจร ผู้เขียนบทความทดลองให้ Opus 4.5 สร้างโปรเจกต์จริงหลายตัว และพบว่ามันสามารถแก้ปัญหาเอง อ่าน error logs เอง และ iterate จนกว่าระบบจะทำงานได้—สิ่งที่ AI รุ่นก่อนทำไม่ได้เลย สิ่งที่น่าตกใจคือโปรเจกต์ที่ปกติใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน กลับถูกสร้างเสร็จภายใน “ไม่กี่ชั่วโมง” เช่น แอปแปลงไฟล์ภาพบน Windows, แอปบันทึกหน้าจอพร้อมเครื่องมือแก้ไขภาพ/วิดีโอ, ระบบโพสต์ภาพลง Facebook แบบอัตโนมัติ และแอปจัดการเส้นทางงานของธุรกิจจริง—all built almost entirely by Opus 4.5 ผู้เขียนยอมรับตรง ๆ ว่าเขา “ไม่รู้โค้ดที่ AI สร้างทำงานอย่างไร” โดยเฉพาะภาษาอย่าง Swift ที่เขาไม่เคยเขียน แต่ Opus 4.5 ก็ยังสามารถ debug และแก้ปัญหาเองได้จนจบงาน ทำให้เกิดคำถามใหม่ว่า มนุษย์จำเป็นต้องอ่านโค้ดอีกต่อไปหรือไม่ เมื่อ AI สามารถเขียน–แก้–ปรับปรุงได้เองทั้งหมด ท้ายบทความ ผู้เขียนสะท้อนความรู้สึกทั้งตื่นเต้นและหวั่นใจ—เพราะสิ่งที่เขาใช้เวลาทั้งชีวิตเรียนรู้ กลายเป็นสิ่งที่ AI ทำได้ง่าย ๆ ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็ยอมรับว่าโลกกำลังเปลี่ยน และสิ่งที่ควรทำคือ “ลงมือสร้าง” แทนที่จะกลัวการเปลี่ยนแปลง พร้อมเตือนว่าอย่างน้อยที่สุด… ควรรู้ว่า API keys ของตัวเองอยู่ตรงไหน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Opus 4.5 ทำงานได้เหนือกว่า AI coding agents รุ่นก่อนมาก ➡️ สามารถอ่าน error logs, แก้ปัญหา, และ iterate เองจนระบบทำงานได้ ✅ ผู้เขียนใช้ Opus 4.5 สร้างหลายโปรเจกต์จริงในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ➡️ เช่น แอปแปลงภาพ, แอปบันทึกหน้าจอ, ระบบโพสต์ Facebook อัตโนมัติ, แอปจัดการเส้นทางงาน ✅ AI สามารถสร้างทั้ง frontend, backend, integration และ deployment ➡️ ใช้ Firebase CLI, dotnet CLI และเครื่องมืออื่น ๆ โดยไม่ต้องสอนมาก ✅ ผู้เขียนใช้ prompt แบบ “AI-first coding” ให้ AI เขียนโค้ดเพื่อ AI ไม่ใช่เพื่อมนุษย์ ➡️ เน้นโครงสร้างเรียบง่าย, explicit, regenerable, และลด abstraction คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ ผู้เขียนยอมรับว่าเขาไม่เข้าใจโค้ดที่ AI สร้าง ⛔ อาจเสี่ยงต่อการ debug หรือ maintain หาก AI ทำงานผิดพลาด ‼️ ความปลอดภัยของระบบยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ ⛔ ต้องตรวจสอบ API keys, การจัดการ auth, และข้อมูลสำคัญด้วยตนเอง ‼️ การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ทักษะมนุษย์ลดลง ⛔ โดยเฉพาะความเข้าใจเชิงลึกด้านสถาปัตยกรรมและความปลอดภัย ‼️ ความเร็วในการสร้างแอปอาจทำให้เกิดการ deploy ระบบที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบเพียงพอ ⛔ เสี่ยงต่อบั๊กหรือช่องโหว่ที่มองไม่เห็น https://burkeholland.github.io/posts/opus-4-5-change-everything/
    BURKEHOLLAND.GITHUB.IO
    Opus 4.5 is going to change everything
    Three months ago I would have dismissed claims that AI could replace developers. Today, after using Claude Opus 4.5, I believe AI coding agents can absolutely replace developers.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 152 มุมมอง 0 รีวิว
  • Nitrux 5.1 ออกแล้ว — ดิสโทร Immutable พร้อม Linux Kernel 6.18 LTS และเครื่องมือใหม่เพียบ

    Nitrux 5.1 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะดิสโทรแบบ Immutable Linux ที่เน้นความปลอดภัยและเสถียรภาพ โดยรุ่นนี้มาพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS ซึ่งเป็นเวอร์ชันระยะยาวที่รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่และเพิ่มความเสถียรให้กับระบบมากขึ้น การอัปเดตครั้งนี้ยังรวมเครื่องมือใหม่หลายตัวที่ช่วยให้ผู้ใช้จัดการระบบได้ง่ายขึ้นแม้จะเป็นดิสโทรแบบ Immutable

    Nitrux ยังคงใช้ NX Desktop และ Maui Shell เป็นส่วนติดต่อผู้ใช้หลัก พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพและความลื่นไหลของระบบ โดยเฉพาะในงานกราฟิกและการจัดการหน้าต่าง นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตแพ็กเกจสำคัญ เช่น KDE Plasma, Frameworks และแอปพลิเคชัน Maui เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ทันสมัยและสอดคล้องกับเทคโนโลยีล่าสุด

    ในด้านความปลอดภัย Nitrux 5.1 ยังคงใช้ระบบ overlay-based root filesystem ที่ป้องกันการแก้ไขไฟล์ระบบโดยตรง ทำให้มัลแวร์หรือการตั้งค่าที่ผิดพลาดไม่สามารถทำลายระบบได้ง่าย ผู้ใช้สามารถอัปเดตระบบแบบ atomic update และ rollback ได้ทันทีหากเกิดปัญหา ซึ่งเป็นจุดเด่นของดิสโทร Immutable ยุคใหม่

    การอัปเดตนี้ยังรวมเครื่องมือใหม่ เช่น ตัวจัดการระบบแบบ command-line, ตัวช่วยตั้งค่าเครือข่าย และเครื่องมือสำหรับจัดการ container หรือ sandbox ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ระดับ power user และ sysadmin ทำงานได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือภายนอก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Nitrux 5.1 เปิดตัวพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS
    รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่และเพิ่มเสถียรภาพ

    เป็นดิสโทรแบบ Immutable
    ใช้ระบบ overlay ป้องกันการแก้ไขไฟล์ระบบ

    อัปเดต KDE Plasma, Frameworks และ Maui Apps
    ประสบการณ์ใช้งานลื่นขึ้นและทันสมัยกว่าเดิม

    เพิ่มเครื่องมือใหม่หลายตัวสำหรับการจัดการระบบ
    เหมาะสำหรับ power user และ sysadmin

    คำเตือน / ความเสี่ยง
    ดิสโทร Immutable อาจไม่เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการปรับแต่งระบบลึก ๆ
    การแก้ไขไฟล์ระบบโดยตรงทำไม่ได้

    การใช้เทคโนโลยีใหม่อาจทำให้บางแอปยังไม่รองรับเต็มที่
    โดยเฉพาะแอปที่ต้องการเขียนลงระบบ

    การ rollback หรือ update แบบ atomic ต้องเข้าใจโครงสร้างระบบ
    ผู้ใช้ใหม่อาจสับสนหากไม่คุ้นกับแนวคิด Immutable

    https://9to5linux.com/immutable-distro-nitrux-5-1-released-with-linux-kernel-6-18-lts-new-tools
    📰 🧊 Nitrux 5.1 ออกแล้ว — ดิสโทร Immutable พร้อม Linux Kernel 6.18 LTS และเครื่องมือใหม่เพียบ Nitrux 5.1 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะดิสโทรแบบ Immutable Linux ที่เน้นความปลอดภัยและเสถียรภาพ โดยรุ่นนี้มาพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS ซึ่งเป็นเวอร์ชันระยะยาวที่รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่และเพิ่มความเสถียรให้กับระบบมากขึ้น การอัปเดตครั้งนี้ยังรวมเครื่องมือใหม่หลายตัวที่ช่วยให้ผู้ใช้จัดการระบบได้ง่ายขึ้นแม้จะเป็นดิสโทรแบบ Immutable Nitrux ยังคงใช้ NX Desktop และ Maui Shell เป็นส่วนติดต่อผู้ใช้หลัก พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพและความลื่นไหลของระบบ โดยเฉพาะในงานกราฟิกและการจัดการหน้าต่าง นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตแพ็กเกจสำคัญ เช่น KDE Plasma, Frameworks และแอปพลิเคชัน Maui เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ทันสมัยและสอดคล้องกับเทคโนโลยีล่าสุด ในด้านความปลอดภัย Nitrux 5.1 ยังคงใช้ระบบ overlay-based root filesystem ที่ป้องกันการแก้ไขไฟล์ระบบโดยตรง ทำให้มัลแวร์หรือการตั้งค่าที่ผิดพลาดไม่สามารถทำลายระบบได้ง่าย ผู้ใช้สามารถอัปเดตระบบแบบ atomic update และ rollback ได้ทันทีหากเกิดปัญหา ซึ่งเป็นจุดเด่นของดิสโทร Immutable ยุคใหม่ การอัปเดตนี้ยังรวมเครื่องมือใหม่ เช่น ตัวจัดการระบบแบบ command-line, ตัวช่วยตั้งค่าเครือข่าย และเครื่องมือสำหรับจัดการ container หรือ sandbox ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ระดับ power user และ sysadmin ทำงานได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือภายนอก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Nitrux 5.1 เปิดตัวพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS ➡️ รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่และเพิ่มเสถียรภาพ ✅ เป็นดิสโทรแบบ Immutable ➡️ ใช้ระบบ overlay ป้องกันการแก้ไขไฟล์ระบบ ✅ อัปเดต KDE Plasma, Frameworks และ Maui Apps ➡️ ประสบการณ์ใช้งานลื่นขึ้นและทันสมัยกว่าเดิม ✅ เพิ่มเครื่องมือใหม่หลายตัวสำหรับการจัดการระบบ ➡️ เหมาะสำหรับ power user และ sysadmin คำเตือน / ความเสี่ยง ‼️ ดิสโทร Immutable อาจไม่เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการปรับแต่งระบบลึก ๆ ⛔ การแก้ไขไฟล์ระบบโดยตรงทำไม่ได้ ‼️ การใช้เทคโนโลยีใหม่อาจทำให้บางแอปยังไม่รองรับเต็มที่ ⛔ โดยเฉพาะแอปที่ต้องการเขียนลงระบบ ‼️ การ rollback หรือ update แบบ atomic ต้องเข้าใจโครงสร้างระบบ ⛔ ผู้ใช้ใหม่อาจสับสนหากไม่คุ้นกับแนวคิด Immutable https://9to5linux.com/immutable-distro-nitrux-5-1-released-with-linux-kernel-6-18-lts-new-tools
    9TO5LINUX.COM
    Immutable Distro Nitrux 5.1 Released with Linux Kernel 6.18 LTS, New Tools - 9to5Linux
    Nitrux 5.1 distribution is now available for download with Linux kernel 6.18 LTS, new tools, updated components. and other changes.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 130 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 6

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 6
    อันที่จริงจะว่าไป คุณพี่ปูติน คิดยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายท่อส่งขึ้นมา ก็อาจจะเพราะโดนอเมริกาอังกฤษวางยาเอาไว้ เกี่ยวกับเรื่องน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย
    ปี ค.ศ.1990 ต้นๆ รัฐบาลรัสเซีย นำโดยประธานาธิบดี บอริส เยลซิน พยายามให้ต่างชาติมาลงทุนด้านเงินทุนและเทคโนโลยี เกี่ยวกับกิจการน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย เยลซินตกลงให้สัมปทานแก่ บริษัทใหญ่ของอเมริกา และยุโรป ในการสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมัน 2 แห่ง คือ Sakhalin 1 และ Sakhalin 2 โดยการทำข้อตกลงแบ่งผลผลิตกัน production sharing agreement (PSA) โดยมี ExxonMobil เป็นหัวหน้าฝ่ายผู้ลงทุน มันเป็นสัมปทานที่ไม่ต้องเสียภาษีใดๆทั้งสิ้นให้แก่รัสเซีย….เยี่ยม คุณปู่เยลซิน เนื้อยุ่ยเคี้ยวง่าย
    ตามสัญญานี้ รัฐบาลรัสเซียจะได้รับส่วนแบ่ง เป็นน้ำมัน หรือแก๊สที่ผลิตได้ ….แต่รัสเซียจะได้ส่วนแบ่งนี้ ก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนได้ค่าลงทุนในโครงการคืนไปหมดก่อน แบบนี้น่าจะเรียกว่า สัญญาปล้นมากกว่าสัญญาแบ่งผลผลิต
    ผมขอแถมหน่อย สัญญาแบบนี้ มีที่มาน่ารู้จัก มันเป็นสัญญาแม่แบบ ที่ร่างโดย James Baker Institute ถังขยะความคิดของ เจมส์ เบเกอร์ที่ 3 ที่ไอ้โจรร้ายหนีคุก เคยเชิญมาหารือเรื่องการลงทุนกับกลุ่มคาร์ไลล์ Carlyle Group สมัยที่ไอ้โจรร้ายมันนั่งทำเนียบ จำกันได้ไหมครับ ยังมีอดีตนายกรัฐมนตรีไทยอีกท่านหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับ คาร์ไลล์ กรุ๊ปนี่ด้วย ( ข้อมูลส่วนที่มีผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มคาร์ไลน์นี้ ผมเอามาจากข้อเขียนของสื่อใหญ่ ชื่อ ทนง ขันทอง เขียนมา 10 กว่าปีแล้ว ลากมารับความดีความชอบด้วยกันซะหน่อยนะครับอาจารย์ )
    สัญญาร่วมลงทุน หรือสัญญาปล้นพิมพ์นี้ คณะทำงานของไอ้เหยี่ยวกระหายเลือด ดิก เชนี่ เป็นผู้ให้ความเห็นชอบ และเอาไปใช้กับอิรัค และประเทศที่เรียกว่ากำลังพัฒนาแบบบ้านเรา จริงๆ มันเหมือนเป็นสัญญาต้มตุ๋น หรือ ปล้นหน้าด้านๆ หน่วยงานในบ้านเราอ่านเจอ ก็ระวังกันไว้บ้างแล้วกันครับ
    ไม่นานก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศแจ้งว่า โครงการ Sakhalin 1 จะเริ่มทำการผลิต ExxonMobil แจ้งทางรัสเซียว่า ต้นทุนของการผลิตเพิ่มขึ้นไปอีก 30% ดังนั้น ส่วนแบ่งน้ำมันของรัสเซียจึงต้อง “รอ” ไปก่อน มันเป็นการแจ้งโดยนายเจมส์ เบเกอร์ ในฐานะทนายของ ExxonMobil มันคงนึกว่ารัสเซียกินหญ้ามากกว่ามันฝรั่ง
    และ 1 วันก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศเปิดสถานีส่งน้ำมันที่ De Kastri ของโครงการ Sakhalin 1 อย่างเป็นทางการ หน่วยงานที่ดูแลสิ่งแวดล้อมของรัสเซียก็ประกาศว่า สถานีส่งน้ำมันของ ExxonMobil ไม่ผ่านมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับเรื่องผิวดิน จึงสั่งระงับการผลิตน้ำมันไว้ก่อน
    เรียบร้อยคุณพี่ปูติน มีใครฝันว่าจะเห็นเรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นในบ้านเราไหมครับ ผมมันพวกคลั่งชาติขอฝันหน่อย
    และเช่นเดียวกับโครงการ Sakhalin 2 ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่าง Royal Dutch Shell ของอังกฤษกับบริษัทน้ำมันญี่ปุ่น ในการสำรวจและผลิตทั้งน้ำมันและแก๊ส ที่ใช้สัญญาพิมพ์เดียวกันกับโครงการ Sakhalin 1 ก็ได้ถูกรัฐบาลของคุณพี่ปูตินยกเลิกการออกใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อม และะทำให้การผลิตหยุดชะงักลง เขาว่า Royal Dutch Shell ลงทุนไป 2 หมื่นกว่าล้านเหรียญ เป็นโครงการที่ใหญ่มาก จ้างคนทำงานเกือบ 2 พันคน
    ต้องนับว่าคุณพี่ปูตินนี่ใจถึงจรืงๆ จะสร้างบ้านสร้างเมืองใหม่ มันต้องมีความกล้าหาญ ถ้าทำเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมือง แม้จะเหมือนนั่งอยู่หน้ากองไฟ หน้าไหม้หน้าเกรียมไปบ้าง แต่ยิ่งกว่าคุ้มครับ
    คงมีคนสงสัย รัสเซียที่มีทั้งน้ำมันและแก๊ส ทำไมรัสเซียถึงเน้นสร้างแต่เครือข่ายด้านแก๊ส
    คำตอบแรก คือ น้ำมันมีมาเฟียใหญ่คุมแยะ จากตัวอย่างที่เล่ามาข้างต้น มันอาจจะไปยาก ที่จะเริ่มสร้างชาติให้แข็งแรง ด้วยการวิ่งเข้าไปในดงตีนทันที จะฝ่าดงตีน ต้องมีความพร้อมพอสมควร ด้วยการเตรียมการส่วนอื่นด้วย
    คำตอบที่สอง คือ นำ้มัน สามารถมีการปั่นราคาขึ้นลงได้ ขืนลงทุนสร้างประเทศจากน้ำมัน ไอ้พวกมาเฟียใหญ่ที่คุมทั้งน้ำมัน ทั้งตลาดเงิน ทั้งตลาดหุ้น คงปั่นน้ำมันจนคุณพี่ปูติน จากสุดแกร่ง อาจกลายสภาพเป็นจิ้งหรีดได้ไม่ยาก
    คำตอบที่สาม คือ พวกเสี่ยปั้มตะวันออกกลางครองตลาดน้ำมันไว้แยะแล้ว มาที่หลัง จะให้แซง ของแถมจากมาเฟียใหญ่คงส่งมาเพียบ ยังไม่พร้อม ก็เก็บคะแนนทางอื่นไว้ รอวันพร้อมดีกว่า
    คำตอบที่สี่ คือ แก็ส กำลังเข้ามาแทนที่พลังงานน้ำมันในหลายจุด ความนิยมเริ่มพุ่ง และในยุโรป (ยัง) ไม่มีคู่แข่ง พวกมาเฟียยังนึกไม่ทัน
    คำตอบที่ห้า คือ แก๊ส ขนส่งยากโดยระบบอื่น ต้องใช้อุปกรณ์ค่อนข้างพิเศษ ทำให้มีต้นทุนสูง ส่วนการสร้างท่อส่ง เป็นการลงทุนครั้งเดียว ระยะยาวคุ้มกว่า และการซื้อขายแก๊สทางท่อส่งนี้ มีการทำสัญญาซื้อขายคิดราคาตายตัวล่วงหน้า ตัดโอกาสปั่นราคาออกไปได้ พวกมาเฟียมันจะได้กินแห้วบ้าง
    คำตอบที่หก และเป็นคำตอบที่น่าจะสำคัญที่สุด คือ สภาพภูมิประเทศของรัสเซีย ที่อยู่ใจกลางยูเรเซีย ตามที่ครูแมคพูดไว้ อุดมไปด้วยแหล่งพลังงาน และบริเวณที่ตั้งของรัสเซีย ที่เป็นผืนแผ่นดินใหญ่ มีเขตแดน ติดต่อกับ 14 ประเทศ 3 ทวีป หาใครมาเทียบยาก จึงเหมาะที่จะใช้เครือข่ายท่อส่ง เป็นยุทธศาสตร์ทางภูมิศาสตร์การเมือง
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    27 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 6 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 6 อันที่จริงจะว่าไป คุณพี่ปูติน คิดยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายท่อส่งขึ้นมา ก็อาจจะเพราะโดนอเมริกาอังกฤษวางยาเอาไว้ เกี่ยวกับเรื่องน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย ปี ค.ศ.1990 ต้นๆ รัฐบาลรัสเซีย นำโดยประธานาธิบดี บอริส เยลซิน พยายามให้ต่างชาติมาลงทุนด้านเงินทุนและเทคโนโลยี เกี่ยวกับกิจการน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย เยลซินตกลงให้สัมปทานแก่ บริษัทใหญ่ของอเมริกา และยุโรป ในการสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมัน 2 แห่ง คือ Sakhalin 1 และ Sakhalin 2 โดยการทำข้อตกลงแบ่งผลผลิตกัน production sharing agreement (PSA) โดยมี ExxonMobil เป็นหัวหน้าฝ่ายผู้ลงทุน มันเป็นสัมปทานที่ไม่ต้องเสียภาษีใดๆทั้งสิ้นให้แก่รัสเซีย….เยี่ยม คุณปู่เยลซิน เนื้อยุ่ยเคี้ยวง่าย ตามสัญญานี้ รัฐบาลรัสเซียจะได้รับส่วนแบ่ง เป็นน้ำมัน หรือแก๊สที่ผลิตได้ ….แต่รัสเซียจะได้ส่วนแบ่งนี้ ก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนได้ค่าลงทุนในโครงการคืนไปหมดก่อน แบบนี้น่าจะเรียกว่า สัญญาปล้นมากกว่าสัญญาแบ่งผลผลิต ผมขอแถมหน่อย สัญญาแบบนี้ มีที่มาน่ารู้จัก มันเป็นสัญญาแม่แบบ ที่ร่างโดย James Baker Institute ถังขยะความคิดของ เจมส์ เบเกอร์ที่ 3 ที่ไอ้โจรร้ายหนีคุก เคยเชิญมาหารือเรื่องการลงทุนกับกลุ่มคาร์ไลล์ Carlyle Group สมัยที่ไอ้โจรร้ายมันนั่งทำเนียบ จำกันได้ไหมครับ ยังมีอดีตนายกรัฐมนตรีไทยอีกท่านหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับ คาร์ไลล์ กรุ๊ปนี่ด้วย ( ข้อมูลส่วนที่มีผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มคาร์ไลน์นี้ ผมเอามาจากข้อเขียนของสื่อใหญ่ ชื่อ ทนง ขันทอง เขียนมา 10 กว่าปีแล้ว ลากมารับความดีความชอบด้วยกันซะหน่อยนะครับอาจารย์ ) สัญญาร่วมลงทุน หรือสัญญาปล้นพิมพ์นี้ คณะทำงานของไอ้เหยี่ยวกระหายเลือด ดิก เชนี่ เป็นผู้ให้ความเห็นชอบ และเอาไปใช้กับอิรัค และประเทศที่เรียกว่ากำลังพัฒนาแบบบ้านเรา จริงๆ มันเหมือนเป็นสัญญาต้มตุ๋น หรือ ปล้นหน้าด้านๆ หน่วยงานในบ้านเราอ่านเจอ ก็ระวังกันไว้บ้างแล้วกันครับ ไม่นานก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศแจ้งว่า โครงการ Sakhalin 1 จะเริ่มทำการผลิต ExxonMobil แจ้งทางรัสเซียว่า ต้นทุนของการผลิตเพิ่มขึ้นไปอีก 30% ดังนั้น ส่วนแบ่งน้ำมันของรัสเซียจึงต้อง “รอ” ไปก่อน มันเป็นการแจ้งโดยนายเจมส์ เบเกอร์ ในฐานะทนายของ ExxonMobil มันคงนึกว่ารัสเซียกินหญ้ามากกว่ามันฝรั่ง และ 1 วันก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศเปิดสถานีส่งน้ำมันที่ De Kastri ของโครงการ Sakhalin 1 อย่างเป็นทางการ หน่วยงานที่ดูแลสิ่งแวดล้อมของรัสเซียก็ประกาศว่า สถานีส่งน้ำมันของ ExxonMobil ไม่ผ่านมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับเรื่องผิวดิน จึงสั่งระงับการผลิตน้ำมันไว้ก่อน เรียบร้อยคุณพี่ปูติน มีใครฝันว่าจะเห็นเรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นในบ้านเราไหมครับ ผมมันพวกคลั่งชาติขอฝันหน่อย และเช่นเดียวกับโครงการ Sakhalin 2 ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่าง Royal Dutch Shell ของอังกฤษกับบริษัทน้ำมันญี่ปุ่น ในการสำรวจและผลิตทั้งน้ำมันและแก๊ส ที่ใช้สัญญาพิมพ์เดียวกันกับโครงการ Sakhalin 1 ก็ได้ถูกรัฐบาลของคุณพี่ปูตินยกเลิกการออกใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อม และะทำให้การผลิตหยุดชะงักลง เขาว่า Royal Dutch Shell ลงทุนไป 2 หมื่นกว่าล้านเหรียญ เป็นโครงการที่ใหญ่มาก จ้างคนทำงานเกือบ 2 พันคน ต้องนับว่าคุณพี่ปูตินนี่ใจถึงจรืงๆ จะสร้างบ้านสร้างเมืองใหม่ มันต้องมีความกล้าหาญ ถ้าทำเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมือง แม้จะเหมือนนั่งอยู่หน้ากองไฟ หน้าไหม้หน้าเกรียมไปบ้าง แต่ยิ่งกว่าคุ้มครับ คงมีคนสงสัย รัสเซียที่มีทั้งน้ำมันและแก๊ส ทำไมรัสเซียถึงเน้นสร้างแต่เครือข่ายด้านแก๊ส คำตอบแรก คือ น้ำมันมีมาเฟียใหญ่คุมแยะ จากตัวอย่างที่เล่ามาข้างต้น มันอาจจะไปยาก ที่จะเริ่มสร้างชาติให้แข็งแรง ด้วยการวิ่งเข้าไปในดงตีนทันที จะฝ่าดงตีน ต้องมีความพร้อมพอสมควร ด้วยการเตรียมการส่วนอื่นด้วย คำตอบที่สอง คือ นำ้มัน สามารถมีการปั่นราคาขึ้นลงได้ ขืนลงทุนสร้างประเทศจากน้ำมัน ไอ้พวกมาเฟียใหญ่ที่คุมทั้งน้ำมัน ทั้งตลาดเงิน ทั้งตลาดหุ้น คงปั่นน้ำมันจนคุณพี่ปูติน จากสุดแกร่ง อาจกลายสภาพเป็นจิ้งหรีดได้ไม่ยาก คำตอบที่สาม คือ พวกเสี่ยปั้มตะวันออกกลางครองตลาดน้ำมันไว้แยะแล้ว มาที่หลัง จะให้แซง ของแถมจากมาเฟียใหญ่คงส่งมาเพียบ ยังไม่พร้อม ก็เก็บคะแนนทางอื่นไว้ รอวันพร้อมดีกว่า คำตอบที่สี่ คือ แก็ส กำลังเข้ามาแทนที่พลังงานน้ำมันในหลายจุด ความนิยมเริ่มพุ่ง และในยุโรป (ยัง) ไม่มีคู่แข่ง พวกมาเฟียยังนึกไม่ทัน คำตอบที่ห้า คือ แก๊ส ขนส่งยากโดยระบบอื่น ต้องใช้อุปกรณ์ค่อนข้างพิเศษ ทำให้มีต้นทุนสูง ส่วนการสร้างท่อส่ง เป็นการลงทุนครั้งเดียว ระยะยาวคุ้มกว่า และการซื้อขายแก๊สทางท่อส่งนี้ มีการทำสัญญาซื้อขายคิดราคาตายตัวล่วงหน้า ตัดโอกาสปั่นราคาออกไปได้ พวกมาเฟียมันจะได้กินแห้วบ้าง คำตอบที่หก และเป็นคำตอบที่น่าจะสำคัญที่สุด คือ สภาพภูมิประเทศของรัสเซีย ที่อยู่ใจกลางยูเรเซีย ตามที่ครูแมคพูดไว้ อุดมไปด้วยแหล่งพลังงาน และบริเวณที่ตั้งของรัสเซีย ที่เป็นผืนแผ่นดินใหญ่ มีเขตแดน ติดต่อกับ 14 ประเทศ 3 ทวีป หาใครมาเทียบยาก จึงเหมาะที่จะใช้เครือข่ายท่อส่ง เป็นยุทธศาสตร์ทางภูมิศาสตร์การเมือง สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 27 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 322 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 5

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 5
    ตลอด 70 ปี ที่ผ่านมา ยุทธศาสตร์ของอเมริกาชัดเจนว่า เป็นยุทธศาสตร์เพื่อการครองโลกแต่ผู้เดียวของอเมริกา ดังนั้นแผนดำเนินการ หรือการเดินหมากของอเมริกา จึงเน้นที่การปิดล้อมและการปิดกั้น ผู้ที่อาจจะขึ้นมาเป็นคู่แข่งในการครองโลกของตน ไม่ให้มีโอกาสเข้าไปถึงแหล่งทรัพยากร ที่จะทำให้คู่แข่ง มีโอกาส หรือมีอำนาจมากกว่า หรือขึ้นมาเทียบ
    และด้วยการคิดแบบนี้ ย่ำอยู่กับที่มา 70 ปีแล้ว อเมริกา จึงเน้นแต่การสร้างเครือข่ายด้านการทหาร โดยสร้างฐานทัพ พัฒนาศักยภาพและเพิ่มกำลังอาวุธ กำลังพล รูปแบบต่างๆ ที่มีทั้งเป็นทหารในระบบสังกัดกองทัพ และทหารนอกระบบ เช่นทหารรับจ้าง หรือพวก contractor อย่างพวกน้ำดำ Blackwater รวมไปถึงกองกำลังนอกระบบที่เรียกว่า พวกปฏิบัติการหลังฉาก หรือพวก stay behind และตอนนี้ก็เห็นกันแล้วว่า อเมริกาสร้างแม้กระทั่งเครือข่ายผู้ก่อการร้าย
    ความคิดของอเมริกา ที่นำมาสร้างเป็นยุทธศาสตร์ครองโลกนั้น มันเป็นความคิดที่เก่าตกรุ่น ไม่มีมิติ ของการสร้างสรร และที่สำคัญ มันเป็นความคิด หรือยุทธศาสตร์ที่มุ่งหมายที่จะทำลายล้างผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย หรือความต้องการของอเมริกา มันเป็นยุทธศาสตร์เชิงทำลาย ….
    บทความชื่อ ” The rise of US nuclear primacy” เขียนโดย Kier Lieber และ Daryl Press ในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ฉบับเดือนมีนาคม/เมษนยน ค.ศ.2006 น่าจะยืนยันได้ดีถึงยุทธศาสตร์เชิงทำลายของอเมริกา ซึ่งสรุปว่า…..
    …. วันนี้ เป็นครั้งแรกในเวลากว่า 50 ปี ที่สามารถกล่าวได้เต็มปากว่า อเมริกาคือสุดยอดของการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ เป็นไปได้ว่าอีกไม่ช้านี้ ที่อเมริกาจะเป็นผู้ลงมือก่อน (first strike) ในการทำลายอาวุธนิวเคลียร์ระยะไกล ของรัสเซีย หรือจีน
    …..การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ มาจากการปรับปรุงระบบนิวเคลียร์ของอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การพัฒนาทางอาวุธของรัสเซียเสื่อมถอยลงแบบตกเขา ส่วนจีนเองการพัฒนาอาวุธให้ทันสมัย ไปถึงระดับนิวเคลียร์ก็เป็นไปอย่างช้ามาก …..ยกเว้นแต่อเมริกาจะเปลี่ยนแปลงนโยบายของตัว หรือรัสเซีย จีนจะรีบเร่งเครื่อง เพื่อสร้างขนาดและความพร้อมของกองทัพตัวเองเสียใหม่ ……ไม่เช่นนั้น รัสเซีย จีน และทั้งหมดในโลกนี้ จะต้องอยู่ภายใต้เงาของอเมริกา ที่เป็นเจ้าของสุดยอดของอาวุธนิวเคลียร์ ไปอีกนานนนนน….
    คน(โปร)อเมริกันอ่านแล้ว คงภูมิใจฉิบหายเลยนะครับ
    บทความข้างต้น คงไม่ผิดความจริงมากนัก เพราะเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ.2002 รัฐบาลคาวบอยบุช ก็ประกาศว่า
    ….. อเมริกากำลังใช้ยุทธศาสตร์สู่ความเป็นเลิศ ด้วยการสร้างกองทัพที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นโครงการใหญ่และมีความสำคัญลำดับแรกๆ ของรัฐบาลคาวบอย นั่นคือ การสร้างระบบการต่อสู้ด้วยจรวด อเมริกาบอกกับพลเมืองของตนว่า เราต้องทำ เพื่อเตรียมรับมือกับการก่อการร้าย…..
    แต่น่าสังเกตว่า ที่อเมริกากำลังสร้างนั้น มันเป็นระบบรุก offensive ไม่ใช่เป็นระบบป้องกัน defensive ดังนั้น เป้าหมายจริง น่าจะเป็นการเตรียมการส่งให้แก่ รัสเซีย จีน
    เสียละมากกว่า
    และก็ต้องนับว่าอเมริกา นี่ลื่นมาก ใช้ผู้ก่อการ้ายมาเป็นข้ออ้างมาตั้งแต่ตอนโน้นเลย แต่ พอมีการก่อการร้ายเกิดขึ้นจริงๆ ดันสูดกลิ่นไม่ได้ หาไม่เจอ ปราบไม่สำเร็จ… ได้แต่ทำหน้าเครียด ตาขวางขู่ผ่านสื่อว่า you are next….ใคร ใคร (วะ) ฮาชะมัด
    ส่วนรัสเซีย ตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลาย ในปี ค.ศ.1991 การพัฒนาอาวุธของรัสเซียที่เป็นทายาท ตามข่าวเหมือนจะแผ่วลงไป เพราะรัสเซียกำลังคร่ำเคร่งในการประคองตัวให้ยืนได้เสียก่อน
    และน่าสนใจว่า เพราะยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อทำลาย ของอเมริกานั่นเอง ที่ทำให้รัสเซียและจีน หันมาจับมือกันแน่นเป็นแนวร่วมที่เข้มแข็ง
    รัสเซียและจีน น่าจะคิดไม่ต่างกัน ต่างมีนโยบายที่ต้องการสร้างประเทศให้เข้มแข็ง ช่วยตัวเองได้ พึ่งพาปัจจัยภายนอกให้น้อยที่สุด และสร้างแนวร่วมที่สามารถจะช่วยเหลือเกื้อหนุนกันเอง
    ปี ค.ศ.2001 รัสเซีย จีน ทำสัญญา Russia China Friendship and Cooperation Treaty เป็นสัญญาทวิภาคีฉบับแรกระหว่างกัน นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1950
    สัญญานี้ เน้นการร่วมมือระหว่างทั้ง 2 ประเทศ เพื่อรับมือกับการทำตัวเสมือนเป็นเจ้าของโลกของอเมริกา โดยรัสเซีย จีน ตกลงที่จะให้ร่วมมือกันทั้งด้านความมั่นคง และด้านเศรษฐกิจ
    รัสเซียเริ่มแบ่งข้อมูลของตัว เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการพัฒนาอาวุธให้แก่จีน และจีน จอมแกะแบบและจอมก๊อบ ก็แกะ และก๊อบ และช่วยพัฒนากลับให้กับรัสเซีย ด้วยวิธีนี้ ทั้งรัสเซียและจีน จึงก้าวไปข้างหน้าด้วยกันด้านอาวุธ รัสเซียและจีนน่าจะขอบใจ ไอ้ปากมอมที่มาช่วยเตือนว่า คนหนึ่งกำลังดิ่งลงหน้าผา ส่วนอีกคนหนึ่งก็เดินช้าเหมือนเต่า
    ขณะเดียวกัน รัสเซียมองดูตัวเอง เหมือนคนที่ต้องเริ่มตั้งตัวใหม่ หลังจากฉิบหายบ้านแตกสาแหรกขาด แถมล้มละลายอีกต่างหาก สมบัติติดตัวมีค่า คือทรัพย์ในดิน รัสเซียมีแหล่งแก๊สใหญ่ที่สุดในโลก มีบ่อน้ำมันมากกว่า 130,000 บ่อ ยังมีแหล่งน้ำมันและแก๊ส ที่ยังไม่ได้สำรวจอีกประมาณ 2,000 แห่ง ทางรอดของรัสเซียคือ สร้างประเทศ ที่เละจากการถูกรุมตี ซ้ำแล้วซ้ำอีก ให้ยืนขึ้นมาใหม่ให้ได้จากทรัพย์ในดินของตัวเอง ไม่ใช่คิดแต่สร้างอาวุธ เพื่อเอาไปใช้ปล้นสมบัติคนอื่น ปล้นเสร็จก็ฆ่าเจ้าของทิ้ง พร้อมกับเผาบ้านทำลายหลักฐาน เหมือนที่ไอ้บางพวกมันชอบทำกัน
    รัสเซียจึงเริ่มต้นสร้างประเทศให้แข็งแรง ด้วยยุทธศาสตร์การสร้างเครือข่ายเหมือนกัน มันไม่ใช่เครือข่ายด้านกำลังทหาร แต่เป็นเครือข่ายท่อส่งแก๊ส และน้ำมัน !!! ให้กับเพื่อนและลูกค้า ที่น่าจะเป็นการช่วยให้สถานะของตนเองเป็นอันตรายน้อยลง และมีอำนาจต่อรองมากขึ้น ฟังดูไม่น่าตื่นเต้น แต่น่าสนใจครับ
    ปี ค.ศ.1997 (พ.ศ.2540) รัสเซีย ในสมัยที่นายบอริส เยลซิน เป็นประธานาธิบดี ก็เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในบ้าน ไม่น่าเชื่อว่ามันมาจากพิษต้มยำกุ้ง ที่ลามข้ามทวีป จนเป็นโอกาสให้ไอเอมเอฟ เข้ามาจัดการรัสเซีย ด้วยการใช้นโยบายแปรรูปกิจการรัฐ เอาออกขายให้พวกขายชาติไม่กี่ตัว ที่สมคบกับต่างชาติ ซื้อเอาเป็นกิจการส่วนตัว เล่นเอาเศรษฐกิจรัสเซีย ซึ่งกำลังเปราะบางเหมือนข้าวเกรียบว่าว ก็แตกกระจาย นี่ผมเขียนเรื่องรัสเซียนะครับ แต่มันเหมือนกับบ้านเราอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ที่ไม่เหมือน คือวิธีแก้เกม วิธีพาประเทศออกจากกับดักอเมริกา ของรัสเซีย กับของสมันน้อย ต่างกันยังกับหนังคนละม้วน (ตอนนั้นเป็นสมันน้อยจริงๆ ตอนนี้ “หวัง” ว่าจะไม่ใช่แล้ว)
    และในปีนั้น คุณพี่ปูติน ซึ่งอยู่ในคณะทำงานของรัฐบาลรัสเซีย ก็เสนอนโยบายให้กับรัฐบาล ให้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการให้รัฐเป็นผู้ควบคุมแหล่งพลังงาน และทรัพยากรของประเทศเสียเอง รวมทั้ง เป็นผู้ดำเนินการผลิตน้ำมันและแก๊ส ขาย และส่งออกเองด้วย เพื่อเป็นการลดต้นทุน จากการค้ากำไรของพ่อค้า และจะทำให้ชาวรัสเซียได้ใช้น้ำมันและแก๊สของรัสเซียเองในราคาถูก เป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจในประเทศส่วนหนึ่ง และนำกำไรจากการขายส่งออกพลังงาน ให้กลับมาอยู่ที่รัฐบาล เพื่อเอามาสร้างประเทศต่อไป
    นอกจากนั้น คุณพี่ปูติน ยังเสนอให้ มีการออกกฏหมายห้ามการค้าแบบผูกขาด ไม่ว่าจะผูกโดยธุรกิจใน หรือนอกประเทศ และห้ามต่างประเทศเข้ามามีส่วนถือหุ้นหรือลงทุน ในการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงาน ทรัพย์ในดินของประเทศ
    สรุปสั้นๆ ว่า คุณพี่ปูติน ไม่เห็นด้วยกับการแปรรูป การเอาทรัพย์สินสำคัญของชาติออกขายให้ต่างชาติ ไม่เห็นด้วยกับการค้าเสรี ฯลฯ ที่อเมริกาเอามาแพร่เชื้อ ที่ไอเอมเอฟเอามารัดคอ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รัสเซียฉิบหายหนักขึ้นจนในที่สุดถึงล้มละลาย ข้อเสนอของคุณพี่ปูติน เป็น การหักดิบ ตัดขาด จาก นโยบาย ความคิดและทฤษฏีลวงของอเมริกา อย่างสิ้นเชิง
    ปี ค.ศ.2000 คุณพี่ปูติน ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี นโยบายสำคัญลำดับแรกของรัฐบาลปูตินคือ จัดการโอนเอากิจการสำคัญกลับมาเป็นของรัฐ โดยเฉพาะ Gazprom ที่จะต้องมาทำหน้าที่เป็นเจ้าของเครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัฐ ต่อจากนั้น เขาพยายามระงับการขายหุ้นใหญ่ของบริษัทน้ำมัน Yokos และ Sibneft ที่กำลังเตรียมการ ที่จะขายให้กับบริษัทอเมริกัน (หน้าม้าของคาวบอยบุช)
    แค่ 2 เรื่องนี่ ก็คงพอทำให้อเมริกาและสื่อตะวันตก ช่วยกันประทับตราคุณพี่ปูติน ว่าเป็นคนเลวอย่างที่สุดแล้ว เพราะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติตน มากกว่าเสรีภาพของมนุษย์ในการแสดงออก ฮา
    ขั้นตอนต่อไป คุณพี่ปูตินจัดการรวมเอานักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ นักธุรกิจ ที่รัสเซียเรียกว่า ” siloviki” หรือ nationalist พวกชาตินิยม มาเป็นผู้ร่วมร่างแผนการฟื้นฟูประเทศ และบริหารองค์กรสำคัญที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรของชาติ แต่ตะวันตกบอก เป็นพวก เคจีบี หรือ อยู่ฝ่ายความมั่นคงต่างหาก และด่าปูตินว่า กำลังดำเนินการฟื้นฟูจักรวรรดิรัสเซีย ทำแบบนี้แถวบ้านเรา คงถูกเรียกว่า เป็นพวกเผด็จการคลั่งชาติ
    แต่คุณพี่ปูตินไม่สนใจ เดินหน้าสร้างเครือข่ายท่อส่งแก็ส ตามยุทธศาสตร์ ที่ทำให้รัสเซียเหมือนใส่หมวกกันน๊อก กันถูกตักดีหัว หรือ ล้มอีกทีต้องหัวไม่แตก
    รัสเซียสร้างเครือข่ายท่อส่งที่โยงใยไปทั่ว เป็นระยะทางทั้งหมดไม่น้อยกว่า 150,000 กม เครือข่ายท่อส่งนี้ มี Gazprom ที่เป็นของรัฐ เป็นเจ้าของ และเป็นผู้มีสิทธิใช้แต่ผู้เดียว
    แค่ในปี ค.ศ.2009 แก๊สของรัสเซียส่งออกไปให้ยุโรป ผ่านท่อส่ง 12 เส้น
    3 ท่อส่ง วิ่งตรงไปยัง ฟินแลนด์ แอสโทเนีย และลัตเวีย
    4 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่เบราลุส และส่งออกต่อไปยัง ลิทัวเนีย และ โปแลนด์
    5 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่ยูเครน เพื่อให้ยูเครน ส่งต่อให้ สโลวาเกีย โรมาเนีย ฮังการี และ โปแลนด์
    เห็นจำนวนท่อส่งและสถานที่รับแก๊สแล้ว คงพอเข้าใจนะครับ ว่า ทำไมยูเครน ถึงต้องมีปฏิวัติ เพื่อเอาคนของอเมริกามาคุมยูเครน และเรื่องยูเครนก็จะไม่มีวันสงบง่ายๆ และ รัสเซียก็จะเดินหน้าเรื่องท่อส่งแก๊สมาที่ยุโรป แบบมีเชือกคอยกระตุกให้หงายท้องอยู่ตลอดเวลา
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    26 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 5 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 5 ตลอด 70 ปี ที่ผ่านมา ยุทธศาสตร์ของอเมริกาชัดเจนว่า เป็นยุทธศาสตร์เพื่อการครองโลกแต่ผู้เดียวของอเมริกา ดังนั้นแผนดำเนินการ หรือการเดินหมากของอเมริกา จึงเน้นที่การปิดล้อมและการปิดกั้น ผู้ที่อาจจะขึ้นมาเป็นคู่แข่งในการครองโลกของตน ไม่ให้มีโอกาสเข้าไปถึงแหล่งทรัพยากร ที่จะทำให้คู่แข่ง มีโอกาส หรือมีอำนาจมากกว่า หรือขึ้นมาเทียบ และด้วยการคิดแบบนี้ ย่ำอยู่กับที่มา 70 ปีแล้ว อเมริกา จึงเน้นแต่การสร้างเครือข่ายด้านการทหาร โดยสร้างฐานทัพ พัฒนาศักยภาพและเพิ่มกำลังอาวุธ กำลังพล รูปแบบต่างๆ ที่มีทั้งเป็นทหารในระบบสังกัดกองทัพ และทหารนอกระบบ เช่นทหารรับจ้าง หรือพวก contractor อย่างพวกน้ำดำ Blackwater รวมไปถึงกองกำลังนอกระบบที่เรียกว่า พวกปฏิบัติการหลังฉาก หรือพวก stay behind และตอนนี้ก็เห็นกันแล้วว่า อเมริกาสร้างแม้กระทั่งเครือข่ายผู้ก่อการร้าย ความคิดของอเมริกา ที่นำมาสร้างเป็นยุทธศาสตร์ครองโลกนั้น มันเป็นความคิดที่เก่าตกรุ่น ไม่มีมิติ ของการสร้างสรร และที่สำคัญ มันเป็นความคิด หรือยุทธศาสตร์ที่มุ่งหมายที่จะทำลายล้างผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย หรือความต้องการของอเมริกา มันเป็นยุทธศาสตร์เชิงทำลาย …. บทความชื่อ ” The rise of US nuclear primacy” เขียนโดย Kier Lieber และ Daryl Press ในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ฉบับเดือนมีนาคม/เมษนยน ค.ศ.2006 น่าจะยืนยันได้ดีถึงยุทธศาสตร์เชิงทำลายของอเมริกา ซึ่งสรุปว่า….. …. วันนี้ เป็นครั้งแรกในเวลากว่า 50 ปี ที่สามารถกล่าวได้เต็มปากว่า อเมริกาคือสุดยอดของการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ เป็นไปได้ว่าอีกไม่ช้านี้ ที่อเมริกาจะเป็นผู้ลงมือก่อน (first strike) ในการทำลายอาวุธนิวเคลียร์ระยะไกล ของรัสเซีย หรือจีน …..การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ มาจากการปรับปรุงระบบนิวเคลียร์ของอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การพัฒนาทางอาวุธของรัสเซียเสื่อมถอยลงแบบตกเขา ส่วนจีนเองการพัฒนาอาวุธให้ทันสมัย ไปถึงระดับนิวเคลียร์ก็เป็นไปอย่างช้ามาก …..ยกเว้นแต่อเมริกาจะเปลี่ยนแปลงนโยบายของตัว หรือรัสเซีย จีนจะรีบเร่งเครื่อง เพื่อสร้างขนาดและความพร้อมของกองทัพตัวเองเสียใหม่ ……ไม่เช่นนั้น รัสเซีย จีน และทั้งหมดในโลกนี้ จะต้องอยู่ภายใต้เงาของอเมริกา ที่เป็นเจ้าของสุดยอดของอาวุธนิวเคลียร์ ไปอีกนานนนนน…. คน(โปร)อเมริกันอ่านแล้ว คงภูมิใจฉิบหายเลยนะครับ บทความข้างต้น คงไม่ผิดความจริงมากนัก เพราะเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ.2002 รัฐบาลคาวบอยบุช ก็ประกาศว่า ….. อเมริกากำลังใช้ยุทธศาสตร์สู่ความเป็นเลิศ ด้วยการสร้างกองทัพที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นโครงการใหญ่และมีความสำคัญลำดับแรกๆ ของรัฐบาลคาวบอย นั่นคือ การสร้างระบบการต่อสู้ด้วยจรวด อเมริกาบอกกับพลเมืองของตนว่า เราต้องทำ เพื่อเตรียมรับมือกับการก่อการร้าย….. แต่น่าสังเกตว่า ที่อเมริกากำลังสร้างนั้น มันเป็นระบบรุก offensive ไม่ใช่เป็นระบบป้องกัน defensive ดังนั้น เป้าหมายจริง น่าจะเป็นการเตรียมการส่งให้แก่ รัสเซีย จีน เสียละมากกว่า และก็ต้องนับว่าอเมริกา นี่ลื่นมาก ใช้ผู้ก่อการ้ายมาเป็นข้ออ้างมาตั้งแต่ตอนโน้นเลย แต่ พอมีการก่อการร้ายเกิดขึ้นจริงๆ ดันสูดกลิ่นไม่ได้ หาไม่เจอ ปราบไม่สำเร็จ… ได้แต่ทำหน้าเครียด ตาขวางขู่ผ่านสื่อว่า you are next….ใคร ใคร (วะ) ฮาชะมัด ส่วนรัสเซีย ตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลาย ในปี ค.ศ.1991 การพัฒนาอาวุธของรัสเซียที่เป็นทายาท ตามข่าวเหมือนจะแผ่วลงไป เพราะรัสเซียกำลังคร่ำเคร่งในการประคองตัวให้ยืนได้เสียก่อน และน่าสนใจว่า เพราะยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อทำลาย ของอเมริกานั่นเอง ที่ทำให้รัสเซียและจีน หันมาจับมือกันแน่นเป็นแนวร่วมที่เข้มแข็ง รัสเซียและจีน น่าจะคิดไม่ต่างกัน ต่างมีนโยบายที่ต้องการสร้างประเทศให้เข้มแข็ง ช่วยตัวเองได้ พึ่งพาปัจจัยภายนอกให้น้อยที่สุด และสร้างแนวร่วมที่สามารถจะช่วยเหลือเกื้อหนุนกันเอง ปี ค.ศ.2001 รัสเซีย จีน ทำสัญญา Russia China Friendship and Cooperation Treaty เป็นสัญญาทวิภาคีฉบับแรกระหว่างกัน นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1950 สัญญานี้ เน้นการร่วมมือระหว่างทั้ง 2 ประเทศ เพื่อรับมือกับการทำตัวเสมือนเป็นเจ้าของโลกของอเมริกา โดยรัสเซีย จีน ตกลงที่จะให้ร่วมมือกันทั้งด้านความมั่นคง และด้านเศรษฐกิจ รัสเซียเริ่มแบ่งข้อมูลของตัว เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการพัฒนาอาวุธให้แก่จีน และจีน จอมแกะแบบและจอมก๊อบ ก็แกะ และก๊อบ และช่วยพัฒนากลับให้กับรัสเซีย ด้วยวิธีนี้ ทั้งรัสเซียและจีน จึงก้าวไปข้างหน้าด้วยกันด้านอาวุธ รัสเซียและจีนน่าจะขอบใจ ไอ้ปากมอมที่มาช่วยเตือนว่า คนหนึ่งกำลังดิ่งลงหน้าผา ส่วนอีกคนหนึ่งก็เดินช้าเหมือนเต่า ขณะเดียวกัน รัสเซียมองดูตัวเอง เหมือนคนที่ต้องเริ่มตั้งตัวใหม่ หลังจากฉิบหายบ้านแตกสาแหรกขาด แถมล้มละลายอีกต่างหาก สมบัติติดตัวมีค่า คือทรัพย์ในดิน รัสเซียมีแหล่งแก๊สใหญ่ที่สุดในโลก มีบ่อน้ำมันมากกว่า 130,000 บ่อ ยังมีแหล่งน้ำมันและแก๊ส ที่ยังไม่ได้สำรวจอีกประมาณ 2,000 แห่ง ทางรอดของรัสเซียคือ สร้างประเทศ ที่เละจากการถูกรุมตี ซ้ำแล้วซ้ำอีก ให้ยืนขึ้นมาใหม่ให้ได้จากทรัพย์ในดินของตัวเอง ไม่ใช่คิดแต่สร้างอาวุธ เพื่อเอาไปใช้ปล้นสมบัติคนอื่น ปล้นเสร็จก็ฆ่าเจ้าของทิ้ง พร้อมกับเผาบ้านทำลายหลักฐาน เหมือนที่ไอ้บางพวกมันชอบทำกัน รัสเซียจึงเริ่มต้นสร้างประเทศให้แข็งแรง ด้วยยุทธศาสตร์การสร้างเครือข่ายเหมือนกัน มันไม่ใช่เครือข่ายด้านกำลังทหาร แต่เป็นเครือข่ายท่อส่งแก๊ส และน้ำมัน !!! ให้กับเพื่อนและลูกค้า ที่น่าจะเป็นการช่วยให้สถานะของตนเองเป็นอันตรายน้อยลง และมีอำนาจต่อรองมากขึ้น ฟังดูไม่น่าตื่นเต้น แต่น่าสนใจครับ ปี ค.ศ.1997 (พ.ศ.2540) รัสเซีย ในสมัยที่นายบอริส เยลซิน เป็นประธานาธิบดี ก็เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในบ้าน ไม่น่าเชื่อว่ามันมาจากพิษต้มยำกุ้ง ที่ลามข้ามทวีป จนเป็นโอกาสให้ไอเอมเอฟ เข้ามาจัดการรัสเซีย ด้วยการใช้นโยบายแปรรูปกิจการรัฐ เอาออกขายให้พวกขายชาติไม่กี่ตัว ที่สมคบกับต่างชาติ ซื้อเอาเป็นกิจการส่วนตัว เล่นเอาเศรษฐกิจรัสเซีย ซึ่งกำลังเปราะบางเหมือนข้าวเกรียบว่าว ก็แตกกระจาย นี่ผมเขียนเรื่องรัสเซียนะครับ แต่มันเหมือนกับบ้านเราอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ที่ไม่เหมือน คือวิธีแก้เกม วิธีพาประเทศออกจากกับดักอเมริกา ของรัสเซีย กับของสมันน้อย ต่างกันยังกับหนังคนละม้วน (ตอนนั้นเป็นสมันน้อยจริงๆ ตอนนี้ “หวัง” ว่าจะไม่ใช่แล้ว) และในปีนั้น คุณพี่ปูติน ซึ่งอยู่ในคณะทำงานของรัฐบาลรัสเซีย ก็เสนอนโยบายให้กับรัฐบาล ให้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการให้รัฐเป็นผู้ควบคุมแหล่งพลังงาน และทรัพยากรของประเทศเสียเอง รวมทั้ง เป็นผู้ดำเนินการผลิตน้ำมันและแก๊ส ขาย และส่งออกเองด้วย เพื่อเป็นการลดต้นทุน จากการค้ากำไรของพ่อค้า และจะทำให้ชาวรัสเซียได้ใช้น้ำมันและแก๊สของรัสเซียเองในราคาถูก เป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจในประเทศส่วนหนึ่ง และนำกำไรจากการขายส่งออกพลังงาน ให้กลับมาอยู่ที่รัฐบาล เพื่อเอามาสร้างประเทศต่อไป นอกจากนั้น คุณพี่ปูติน ยังเสนอให้ มีการออกกฏหมายห้ามการค้าแบบผูกขาด ไม่ว่าจะผูกโดยธุรกิจใน หรือนอกประเทศ และห้ามต่างประเทศเข้ามามีส่วนถือหุ้นหรือลงทุน ในการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงาน ทรัพย์ในดินของประเทศ สรุปสั้นๆ ว่า คุณพี่ปูติน ไม่เห็นด้วยกับการแปรรูป การเอาทรัพย์สินสำคัญของชาติออกขายให้ต่างชาติ ไม่เห็นด้วยกับการค้าเสรี ฯลฯ ที่อเมริกาเอามาแพร่เชื้อ ที่ไอเอมเอฟเอามารัดคอ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รัสเซียฉิบหายหนักขึ้นจนในที่สุดถึงล้มละลาย ข้อเสนอของคุณพี่ปูติน เป็น การหักดิบ ตัดขาด จาก นโยบาย ความคิดและทฤษฏีลวงของอเมริกา อย่างสิ้นเชิง ปี ค.ศ.2000 คุณพี่ปูติน ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี นโยบายสำคัญลำดับแรกของรัฐบาลปูตินคือ จัดการโอนเอากิจการสำคัญกลับมาเป็นของรัฐ โดยเฉพาะ Gazprom ที่จะต้องมาทำหน้าที่เป็นเจ้าของเครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัฐ ต่อจากนั้น เขาพยายามระงับการขายหุ้นใหญ่ของบริษัทน้ำมัน Yokos และ Sibneft ที่กำลังเตรียมการ ที่จะขายให้กับบริษัทอเมริกัน (หน้าม้าของคาวบอยบุช) แค่ 2 เรื่องนี่ ก็คงพอทำให้อเมริกาและสื่อตะวันตก ช่วยกันประทับตราคุณพี่ปูติน ว่าเป็นคนเลวอย่างที่สุดแล้ว เพราะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติตน มากกว่าเสรีภาพของมนุษย์ในการแสดงออก ฮา ขั้นตอนต่อไป คุณพี่ปูตินจัดการรวมเอานักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ นักธุรกิจ ที่รัสเซียเรียกว่า ” siloviki” หรือ nationalist พวกชาตินิยม มาเป็นผู้ร่วมร่างแผนการฟื้นฟูประเทศ และบริหารองค์กรสำคัญที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรของชาติ แต่ตะวันตกบอก เป็นพวก เคจีบี หรือ อยู่ฝ่ายความมั่นคงต่างหาก และด่าปูตินว่า กำลังดำเนินการฟื้นฟูจักรวรรดิรัสเซีย ทำแบบนี้แถวบ้านเรา คงถูกเรียกว่า เป็นพวกเผด็จการคลั่งชาติ แต่คุณพี่ปูตินไม่สนใจ เดินหน้าสร้างเครือข่ายท่อส่งแก็ส ตามยุทธศาสตร์ ที่ทำให้รัสเซียเหมือนใส่หมวกกันน๊อก กันถูกตักดีหัว หรือ ล้มอีกทีต้องหัวไม่แตก รัสเซียสร้างเครือข่ายท่อส่งที่โยงใยไปทั่ว เป็นระยะทางทั้งหมดไม่น้อยกว่า 150,000 กม เครือข่ายท่อส่งนี้ มี Gazprom ที่เป็นของรัฐ เป็นเจ้าของ และเป็นผู้มีสิทธิใช้แต่ผู้เดียว แค่ในปี ค.ศ.2009 แก๊สของรัสเซียส่งออกไปให้ยุโรป ผ่านท่อส่ง 12 เส้น 3 ท่อส่ง วิ่งตรงไปยัง ฟินแลนด์ แอสโทเนีย และลัตเวีย 4 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่เบราลุส และส่งออกต่อไปยัง ลิทัวเนีย และ โปแลนด์ 5 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่ยูเครน เพื่อให้ยูเครน ส่งต่อให้ สโลวาเกีย โรมาเนีย ฮังการี และ โปแลนด์ เห็นจำนวนท่อส่งและสถานที่รับแก๊สแล้ว คงพอเข้าใจนะครับ ว่า ทำไมยูเครน ถึงต้องมีปฏิวัติ เพื่อเอาคนของอเมริกามาคุมยูเครน และเรื่องยูเครนก็จะไม่มีวันสงบง่ายๆ และ รัสเซียก็จะเดินหน้าเรื่องท่อส่งแก๊สมาที่ยุโรป แบบมีเชือกคอยกระตุกให้หงายท้องอยู่ตลอดเวลา สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 26 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 405 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20260107 #securityonline


    NVIDIA เปิดตัว G‑SYNC Pulsar และ DLSS 4.5: ก้าวกระโดดสู่ภาพลื่นระดับ 1000Hz
    NVIDIA เผยโฉมเทคโนโลยี G‑SYNC Pulsar ที่ยกระดับความคมชัดของภาพเคลื่อนไหวให้เทียบเท่าจอ 1000Hz ผ่านเทคนิค Rolling Scan และระบบควบคุมแสงแบบอัจฉริยะ พร้อมเปิดตัว DLSS 4.5 ที่เพิ่มเฟรมเรตได้สูงสุด 6 เท่าและลดปัญหา ghosting อย่างเห็นผล รวมถึงโชว์การใช้งาน ACE AI Assistant ในเกมจริงครั้งแรก ทำให้การเล่นเกมยุคใหม่ทั้งลื่น คม และฉลาดขึ้นอย่างชัดเจน
    https://securityonline.info/the-1000hz-illusion-nvidia-unveils-g-sync-pulsar-and-dlss-4-5-at-ces-2026

    Qualcomm เปิดตัว Agentic AI และแพลตฟอร์ม Dual‑Elite: สมองกลางของรถยนต์ยุคใหม่
    Qualcomm ประกาศความร่วมมือเชิงลึกกับ Google พร้อมเปิดตัวสถาปัตยกรรม Agentic AI และคอนโทรลเลอร์แบบ Dual Snapdragon Elite ที่รวมสมองกลรถยนต์ทุกระบบไว้ในศูนย์กลางเดียว รองรับทั้งจอหลายชุด กล้องจำนวนมาก และระบบขับขี่อัตโนมัติระดับสูง โดยมี Leapmotor และ Toyota เป็นพันธมิตรรายแรก ๆ ที่นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ที่คิด วิเคราะห์ และตอบสนองได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น
    https://securityonline.info/the-central-brain-qualcomm-unveils-agentic-ai-and-dual-elite-platforms-at-ces-2026

    Boston Dynamics จับมือ Google DeepMind สร้าง Atlas รุ่นใหม่ที่ทั้ง “คิดเป็นและเคลื่อนไหวเหนือมนุษย์”
    Boston Dynamics และ Google DeepMind ผนึกกำลังนำโมเดล Gemini Robotics มาเสริมสมองให้หุ่นยนต์ Atlas รุ่นใหม่ที่มีความแข็งแรงระดับยกของ 50 กก. พร้อมความสามารถด้านการรับรู้และเหตุผลขั้นสูง โดย Hyundai เตรียมนำไปทดสอบในสายการผลิตจริงภายในปีนี้ เป้าหมายคือหุ่นยนต์ที่ทั้งคล่องตัวและฉลาดพอสำหรับงานอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้
    https://securityonline.info/brain-meets-brawn-boston-dynamics-and-google-deepmind-unite-for-the-new-atlas

    “รถยนต์ 10 ปี” ของ Qualcomm x Google: ยุคใหม่ของรถที่อัปเดตได้เหมือนสมาร์ตโฟน
    Qualcomm และ Google เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ของรถยนต์แบบ Software‑Defined Vehicle ผ่านการผสาน Snapdragon Digital Chassis เข้ากับ Android Automotive OS และระบบคลาวด์ของ Google ทำให้รถสามารถอัปเดตฟีเจอร์ได้ยาวนานถึง 10 ปี รองรับ AI ผู้ช่วยในรถแบบเรียลไทม์ และเปิดให้พัฒนาแอปบน vSoC ผ่านคลาวด์โดยไม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์จริง ถือเป็นก้าวสำคัญสู่รถยนต์ที่ฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุการใช้งาน
    https://securityonline.info/the-ten-year-car-qualcomm-and-google-unveil-the-future-of-ai-powered-mobility

    MediaTek เปิดตัว Filogic 8000: ชิป Wi‑Fi 8 ที่เน้นความเสถียรมากกว่าความเร็ว
    MediaTek เปิดตัวแพลตฟอร์ม Wi‑Fi 8 Filogic 8000 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมที่มีอุปกรณ์หนาแน่นและงาน AI‑intensive โดยเน้นความเสถียร ความหน่วงต่ำ และประสิทธิภาพการใช้งานจริงมากกว่าความเร็วสูงสุด ด้วยเทคโนโลยี Multi‑AP Coordination, Spectral Efficiency และ Long‑Range Enhancement ทำให้เหมาะกับบ้านอัจฉริยะ องค์กร และอุปกรณ์ยุคใหม่ที่ต้องการการเชื่อมต่อที่ไม่สะดุดแม้ในพื้นที่แออัด
    https://securityonline.info/reliability-over-speed-mediatek-debuts-filogic-8000-to-power-the-wi-fi-8-revolution

    Google อุดช่องโหว่ WebView รุนแรงใน Chrome 143
    Google ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งสำคัญให้ Chrome เวอร์ชัน 143 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับรุนแรง CVE-2026-0628 ซึ่งเกิดจากการบังคับใช้นโยบายใน WebView ไม่เพียงพอ ทำให้ผู้โจมตีอาจหลุดออกจาก sandbox และเลี่ยงข้อจำกัดด้านความปลอดภัยได้ โดยช่องโหว่นี้ถูกรายงานตั้งแต่ปลายปี 2025 และ Google จำกัดการเปิดเผยรายละเอียดจนกว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะอัปเดตเพื่อป้องกันการย้อนรอยโจมตี
    https://securityonline.info/google-patches-high-severity-webview-flaw-in-chrome-143

    ช่องโหว่ Forcepoint DLP เปิดทางรันโค้ดผ่าน Python ที่ถูกจำกัด
    พบช่องโหว่ CVE-2025-14026 ใน Forcepoint One DLP Client ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถกู้คืนความสามารถของ Python ที่ถูกจำกัดไว้ และโหลด ctypes กลับมาใช้งานเพื่อรันโค้ดอันตรายได้ ส่งผลให้สามารถปิดระบบป้องกันข้อมูลหรือดัดแปลงพฤติกรรมของไคลเอนต์ได้ โดย Forcepoint แก้ปัญหาด้วยการลบ Python runtime ออกจากเวอร์ชันใหม่ทั้งหมด
    https://securityonline.info/cve-2025-14026-forcepoint-dlp-flaw-lets-attackers-unchain-restricted-python

    แคมเปญ PHALT#BLYX หลอกโรงแรมด้วย BSOD ปลอมเพื่อติดตั้ง DCRat
    แคมเปญโจมตี PHALT#BLYX ใช้การหลอกลวงแบบ “click-fix” ผ่านอีเมลปลอมจาก Booking.com พาเหยื่อไปหน้า CAPTCHA ปลอมที่นำไปสู่ Blue Screen ปลอม ก่อนหลอกให้รัน PowerShell เพื่อติดตั้งมัลแวร์ DCRat และ AsyncRAT โดยใช้เครื่องมือ Windows จริงเพื่อหลบการตรวจจับ พร้อมพบร่องรอยเชื่อมโยงกลุ่มผู้โจมตีที่ใช้ภาษารัสเซีย
    https://securityonline.info/the-clickfix-trap-phaltblyx-targets-hotels-with-fake-blue-screens-and-dcrat

    Utility ชื่อดังในจีนถูกแอบฝังปลั๊กอิน Mltab เพื่อดักข้อมูลเบราว์เซอร์
    เครื่องมือ Office Assistant ที่นิยมในจีนถูกพบว่าถูกฝังโค้ดอันตรายตั้งแต่ปี 2024 โดยโหลดปลั๊กอิน Mltab ที่มีลายเซ็นดิจิทัลปลอมเพื่อดักข้อมูลผู้ใช้และเปลี่ยนเส้นทางทราฟฟิก รวมถึงแก้ไขหน้า New Tab และลิงก์ต่าง ๆ เพื่อสร้างรายได้จากการรีไดเรกต์ โดยมีผู้ติดเชื้อเกือบหนึ่งล้านเครื่อง และปลั๊กอินยังคงอยู่ใน Edge Add-on Store ในช่วงเวลาที่รายงาน
    https://securityonline.info/popular-chinese-utility-hijacked-to-deploy-browser-malware

    ช่องโหว่ Dify ทำ API Key หลุดแบบ plaintext ให้ผู้ใช้ทั่วไปเห็นได้
    แพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส Dify พบช่องโหว่ CVE-2025-67732 ที่ทำให้ API key ของผู้ให้บริการโมเดล เช่น OpenAI ถูกส่งกลับไปยัง frontend แบบไม่ปิดบัง ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่ใช่แอดมินสามารถดึงคีย์ไปใช้สร้างค่าใช้จ่ายหรือเข้าถึงบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ทีมพัฒนาได้แก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 1.11.0 และแนะนำให้อัปเดตทันที
    https://securityonline.info/cve-2025-67732-dify-patch-fixes-high-severity-plaintext-api-key-exposure

    wolfSSH พบช่องโหว่ตรรกะร้ายแรงทำรหัสผ่านลูกค้ารั่วแบบไม่เข้ารหัส
    รายงานเตือนภัยล่าสุดเผยว่า wolfSSH มีช่องโหว่ด้านตรรกะที่ทำให้รหัสผ่านของผู้ใช้ถูกส่งแบบข้อความล้วน ซึ่งอาจถูกดักจับได้ง่ายในสภาพแวดล้อมเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัย โดยช่องโหว่นี้กระทบระบบที่ใช้ SCP/SSH และอุปกรณ์ embedded หลายประเภท ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องตรวจสอบการใช้งานและอัปเดตการตั้งค่าความปลอดภัยทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตีแบบดักฟังหรือสอดแนมข้อมูลสำคัญขององค์กร
    https://securityonline.info/wolfssh-alert-critical-logic-flaw-exposes-client-passwords-in-clear-text

    Microsoft เตือนภัยการปลอมโดเมนภายในพุ่งสูง ใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมล
    Microsoft รายงานว่ามีการโจมตีฟิชชิงรูปแบบใหม่ที่ปลอมอีเมลให้เหมือนส่งมาจากภายในองค์กร โดยอาศัยการตั้งค่า MX และ DMARC ที่ผิดพลาดในระบบที่ไม่ได้ชี้ตรงไปยัง Office 365 ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งอีเมลปลอมที่ดูน่าเชื่อถือมาก พร้อมแนบไฟล์ปลอม เช่น ใบแจ้งหนี้หรือเอกสารภาษี เพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินหรือกรอกข้อมูลสำคัญ ซึ่ง Microsoft แนะนำให้องค์กรตั้งค่า DMARC แบบ reject และ SPF แบบ hard fail เพื่อปิดช่องโหว่นี้ทันที
    https://securityonline.info/microsoft-warns-of-surge-in-internal-domain-spoofing

    ช่องโหว่ RCE ร้ายแรงโจมตีเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า แก้ไขไม่ได้อีกต่อไป
    พบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ที่เปิดให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลบนเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว โดยเกิดจากการตรวจสอบข้อมูลใน dnscfg.cgi ที่ไม่รัดกุม ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งคำสั่งระบบได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีรายงานว่าถูกใช้โจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ทำให้ผู้ใช้จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่เท่านั้นเพราะไม่มีแพตช์แก้ไขใด ๆ อีกต่อไป
    https://securityonline.info/cve-2026-0625-critical-actively-exploited-rce-hits-unpatchable-d-link-routers

    TOTOLINK EX200 เปิด Telnet root เองเมื่ออัปเดตเฟิร์มแวร์ผิดพลาด
    ช่องโหว่ CVE-2025-65606 ถูกพบใน TOTOLINK EX200 ซึ่งเมื่ออัปโหลดไฟล์เฟิร์มแวร์ที่ผิดรูปแบบ อุปกรณ์จะเข้าสู่โหมดผิดปกติและเปิดบริการ Telnet ด้วยสิทธิ์ root โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ทำให้ผู้โจมตีที่เข้าถึงหน้าเว็บจัดการได้สามารถยกระดับสิทธิ์เป็นผู้ควบคุมระบบเต็มรูปแบบ และเนื่องจากอุปกรณ์หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ผู้ใช้ควรเลิกใช้งานหรือแยกเครือข่ายอย่างเข้มงวดทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงร้ายแรง
    https://securityonline.info/cve-2025-65606-totolink-ex200-error-opens-root-telnet-door

    n8n พบช่องโหว่ CVSS 10.0 เปิดทางยึดระบบเต็มรูปแบบผ่านการเขียนไฟล์
    แพลตฟอร์ม workflow automation อย่าง n8n ประกาศเตือนช่องโหว่ร้ายแรง CVE-2026-21877 ที่เปิดให้ผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถเขียนไฟล์อันตรายลงระบบและสั่งรันโค้ดได้ ทำให้ผู้โจมตีสามารถยึดระบบทั้งเซิร์ฟเวอร์ได้ทันที โดยคาดว่าช่องโหว่มาจากฟีเจอร์ Git node ซึ่งแนะนำให้ปิดการใช้งานชั่วคราวหากยังไม่สามารถอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.3 หรือใหม่กว่าได้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีผู้ใช้หลายคนร่วมกัน
    ​​​​​​​ https://securityonline.info/cvss-10-0-alert-critical-n8n-flaw-cve-2026-21877-grants-total-control
    📌🔐🟢 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🟢🔐📌 #รวมข่าวIT #20260107 #securityonline ⚡ NVIDIA เปิดตัว G‑SYNC Pulsar และ DLSS 4.5: ก้าวกระโดดสู่ภาพลื่นระดับ 1000Hz NVIDIA เผยโฉมเทคโนโลยี G‑SYNC Pulsar ที่ยกระดับความคมชัดของภาพเคลื่อนไหวให้เทียบเท่าจอ 1000Hz ผ่านเทคนิค Rolling Scan และระบบควบคุมแสงแบบอัจฉริยะ พร้อมเปิดตัว DLSS 4.5 ที่เพิ่มเฟรมเรตได้สูงสุด 6 เท่าและลดปัญหา ghosting อย่างเห็นผล รวมถึงโชว์การใช้งาน ACE AI Assistant ในเกมจริงครั้งแรก ทำให้การเล่นเกมยุคใหม่ทั้งลื่น คม และฉลาดขึ้นอย่างชัดเจน 🔗 https://securityonline.info/the-1000hz-illusion-nvidia-unveils-g-sync-pulsar-and-dlss-4-5-at-ces-2026 🚗🧠 Qualcomm เปิดตัว Agentic AI และแพลตฟอร์ม Dual‑Elite: สมองกลางของรถยนต์ยุคใหม่ Qualcomm ประกาศความร่วมมือเชิงลึกกับ Google พร้อมเปิดตัวสถาปัตยกรรม Agentic AI และคอนโทรลเลอร์แบบ Dual Snapdragon Elite ที่รวมสมองกลรถยนต์ทุกระบบไว้ในศูนย์กลางเดียว รองรับทั้งจอหลายชุด กล้องจำนวนมาก และระบบขับขี่อัตโนมัติระดับสูง โดยมี Leapmotor และ Toyota เป็นพันธมิตรรายแรก ๆ ที่นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ที่คิด วิเคราะห์ และตอบสนองได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น 🔗 https://securityonline.info/the-central-brain-qualcomm-unveils-agentic-ai-and-dual-elite-platforms-at-ces-2026 🤖✨ Boston Dynamics จับมือ Google DeepMind สร้าง Atlas รุ่นใหม่ที่ทั้ง “คิดเป็นและเคลื่อนไหวเหนือมนุษย์” Boston Dynamics และ Google DeepMind ผนึกกำลังนำโมเดล Gemini Robotics มาเสริมสมองให้หุ่นยนต์ Atlas รุ่นใหม่ที่มีความแข็งแรงระดับยกของ 50 กก. พร้อมความสามารถด้านการรับรู้และเหตุผลขั้นสูง โดย Hyundai เตรียมนำไปทดสอบในสายการผลิตจริงภายในปีนี้ เป้าหมายคือหุ่นยนต์ที่ทั้งคล่องตัวและฉลาดพอสำหรับงานอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้ 🔗 https://securityonline.info/brain-meets-brawn-boston-dynamics-and-google-deepmind-unite-for-the-new-atlas 🚘🌐 “รถยนต์ 10 ปี” ของ Qualcomm x Google: ยุคใหม่ของรถที่อัปเดตได้เหมือนสมาร์ตโฟน Qualcomm และ Google เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ของรถยนต์แบบ Software‑Defined Vehicle ผ่านการผสาน Snapdragon Digital Chassis เข้ากับ Android Automotive OS และระบบคลาวด์ของ Google ทำให้รถสามารถอัปเดตฟีเจอร์ได้ยาวนานถึง 10 ปี รองรับ AI ผู้ช่วยในรถแบบเรียลไทม์ และเปิดให้พัฒนาแอปบน vSoC ผ่านคลาวด์โดยไม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์จริง ถือเป็นก้าวสำคัญสู่รถยนต์ที่ฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุการใช้งาน 🔗 https://securityonline.info/the-ten-year-car-qualcomm-and-google-unveil-the-future-of-ai-powered-mobility 📶🚀 MediaTek เปิดตัว Filogic 8000: ชิป Wi‑Fi 8 ที่เน้นความเสถียรมากกว่าความเร็ว MediaTek เปิดตัวแพลตฟอร์ม Wi‑Fi 8 Filogic 8000 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมที่มีอุปกรณ์หนาแน่นและงาน AI‑intensive โดยเน้นความเสถียร ความหน่วงต่ำ และประสิทธิภาพการใช้งานจริงมากกว่าความเร็วสูงสุด ด้วยเทคโนโลยี Multi‑AP Coordination, Spectral Efficiency และ Long‑Range Enhancement ทำให้เหมาะกับบ้านอัจฉริยะ องค์กร และอุปกรณ์ยุคใหม่ที่ต้องการการเชื่อมต่อที่ไม่สะดุดแม้ในพื้นที่แออัด 🔗 https://securityonline.info/reliability-over-speed-mediatek-debuts-filogic-8000-to-power-the-wi-fi-8-revolution 🛡️ Google อุดช่องโหว่ WebView รุนแรงใน Chrome 143 Google ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งสำคัญให้ Chrome เวอร์ชัน 143 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับรุนแรง CVE-2026-0628 ซึ่งเกิดจากการบังคับใช้นโยบายใน WebView ไม่เพียงพอ ทำให้ผู้โจมตีอาจหลุดออกจาก sandbox และเลี่ยงข้อจำกัดด้านความปลอดภัยได้ โดยช่องโหว่นี้ถูกรายงานตั้งแต่ปลายปี 2025 และ Google จำกัดการเปิดเผยรายละเอียดจนกว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะอัปเดตเพื่อป้องกันการย้อนรอยโจมตี 🔗 https://securityonline.info/google-patches-high-severity-webview-flaw-in-chrome-143 🐍🔓 ช่องโหว่ Forcepoint DLP เปิดทางรันโค้ดผ่าน Python ที่ถูกจำกัด พบช่องโหว่ CVE-2025-14026 ใน Forcepoint One DLP Client ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถกู้คืนความสามารถของ Python ที่ถูกจำกัดไว้ และโหลด ctypes กลับมาใช้งานเพื่อรันโค้ดอันตรายได้ ส่งผลให้สามารถปิดระบบป้องกันข้อมูลหรือดัดแปลงพฤติกรรมของไคลเอนต์ได้ โดย Forcepoint แก้ปัญหาด้วยการลบ Python runtime ออกจากเวอร์ชันใหม่ทั้งหมด 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-14026-forcepoint-dlp-flaw-lets-attackers-unchain-restricted-python 🏨💀 แคมเปญ PHALT#BLYX หลอกโรงแรมด้วย BSOD ปลอมเพื่อติดตั้ง DCRat แคมเปญโจมตี PHALT#BLYX ใช้การหลอกลวงแบบ “click-fix” ผ่านอีเมลปลอมจาก Booking.com พาเหยื่อไปหน้า CAPTCHA ปลอมที่นำไปสู่ Blue Screen ปลอม ก่อนหลอกให้รัน PowerShell เพื่อติดตั้งมัลแวร์ DCRat และ AsyncRAT โดยใช้เครื่องมือ Windows จริงเพื่อหลบการตรวจจับ พร้อมพบร่องรอยเชื่อมโยงกลุ่มผู้โจมตีที่ใช้ภาษารัสเซีย 🔗 https://securityonline.info/the-clickfix-trap-phaltblyx-targets-hotels-with-fake-blue-screens-and-dcrat 🧰🕵️‍♂️ Utility ชื่อดังในจีนถูกแอบฝังปลั๊กอิน Mltab เพื่อดักข้อมูลเบราว์เซอร์ เครื่องมือ Office Assistant ที่นิยมในจีนถูกพบว่าถูกฝังโค้ดอันตรายตั้งแต่ปี 2024 โดยโหลดปลั๊กอิน Mltab ที่มีลายเซ็นดิจิทัลปลอมเพื่อดักข้อมูลผู้ใช้และเปลี่ยนเส้นทางทราฟฟิก รวมถึงแก้ไขหน้า New Tab และลิงก์ต่าง ๆ เพื่อสร้างรายได้จากการรีไดเรกต์ โดยมีผู้ติดเชื้อเกือบหนึ่งล้านเครื่อง และปลั๊กอินยังคงอยู่ใน Edge Add-on Store ในช่วงเวลาที่รายงาน 🔗 https://securityonline.info/popular-chinese-utility-hijacked-to-deploy-browser-malware 🔑⚠️ ช่องโหว่ Dify ทำ API Key หลุดแบบ plaintext ให้ผู้ใช้ทั่วไปเห็นได้ แพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส Dify พบช่องโหว่ CVE-2025-67732 ที่ทำให้ API key ของผู้ให้บริการโมเดล เช่น OpenAI ถูกส่งกลับไปยัง frontend แบบไม่ปิดบัง ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่ใช่แอดมินสามารถดึงคีย์ไปใช้สร้างค่าใช้จ่ายหรือเข้าถึงบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ทีมพัฒนาได้แก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 1.11.0 และแนะนำให้อัปเดตทันที 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-67732-dify-patch-fixes-high-severity-plaintext-api-key-exposure 🔐 wolfSSH พบช่องโหว่ตรรกะร้ายแรงทำรหัสผ่านลูกค้ารั่วแบบไม่เข้ารหัส รายงานเตือนภัยล่าสุดเผยว่า wolfSSH มีช่องโหว่ด้านตรรกะที่ทำให้รหัสผ่านของผู้ใช้ถูกส่งแบบข้อความล้วน ซึ่งอาจถูกดักจับได้ง่ายในสภาพแวดล้อมเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัย โดยช่องโหว่นี้กระทบระบบที่ใช้ SCP/SSH และอุปกรณ์ embedded หลายประเภท ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องตรวจสอบการใช้งานและอัปเดตการตั้งค่าความปลอดภัยทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตีแบบดักฟังหรือสอดแนมข้อมูลสำคัญขององค์กร 🔗 https://securityonline.info/wolfssh-alert-critical-logic-flaw-exposes-client-passwords-in-clear-text 📧 Microsoft เตือนภัยการปลอมโดเมนภายในพุ่งสูง ใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมล Microsoft รายงานว่ามีการโจมตีฟิชชิงรูปแบบใหม่ที่ปลอมอีเมลให้เหมือนส่งมาจากภายในองค์กร โดยอาศัยการตั้งค่า MX และ DMARC ที่ผิดพลาดในระบบที่ไม่ได้ชี้ตรงไปยัง Office 365 ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งอีเมลปลอมที่ดูน่าเชื่อถือมาก พร้อมแนบไฟล์ปลอม เช่น ใบแจ้งหนี้หรือเอกสารภาษี เพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินหรือกรอกข้อมูลสำคัญ ซึ่ง Microsoft แนะนำให้องค์กรตั้งค่า DMARC แบบ reject และ SPF แบบ hard fail เพื่อปิดช่องโหว่นี้ทันที 🔗 https://securityonline.info/microsoft-warns-of-surge-in-internal-domain-spoofing 📡 ช่องโหว่ RCE ร้ายแรงโจมตีเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า แก้ไขไม่ได้อีกต่อไป พบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ที่เปิดให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลบนเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว โดยเกิดจากการตรวจสอบข้อมูลใน dnscfg.cgi ที่ไม่รัดกุม ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งคำสั่งระบบได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีรายงานว่าถูกใช้โจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ทำให้ผู้ใช้จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่เท่านั้นเพราะไม่มีแพตช์แก้ไขใด ๆ อีกต่อไป 🔗 https://securityonline.info/cve-2026-0625-critical-actively-exploited-rce-hits-unpatchable-d-link-routers 📶 TOTOLINK EX200 เปิด Telnet root เองเมื่ออัปเดตเฟิร์มแวร์ผิดพลาด ช่องโหว่ CVE-2025-65606 ถูกพบใน TOTOLINK EX200 ซึ่งเมื่ออัปโหลดไฟล์เฟิร์มแวร์ที่ผิดรูปแบบ อุปกรณ์จะเข้าสู่โหมดผิดปกติและเปิดบริการ Telnet ด้วยสิทธิ์ root โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ทำให้ผู้โจมตีที่เข้าถึงหน้าเว็บจัดการได้สามารถยกระดับสิทธิ์เป็นผู้ควบคุมระบบเต็มรูปแบบ และเนื่องจากอุปกรณ์หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ผู้ใช้ควรเลิกใช้งานหรือแยกเครือข่ายอย่างเข้มงวดทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงร้ายแรง 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-65606-totolink-ex200-error-opens-root-telnet-door ⚠️ n8n พบช่องโหว่ CVSS 10.0 เปิดทางยึดระบบเต็มรูปแบบผ่านการเขียนไฟล์ แพลตฟอร์ม workflow automation อย่าง n8n ประกาศเตือนช่องโหว่ร้ายแรง CVE-2026-21877 ที่เปิดให้ผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถเขียนไฟล์อันตรายลงระบบและสั่งรันโค้ดได้ ทำให้ผู้โจมตีสามารถยึดระบบทั้งเซิร์ฟเวอร์ได้ทันที โดยคาดว่าช่องโหว่มาจากฟีเจอร์ Git node ซึ่งแนะนำให้ปิดการใช้งานชั่วคราวหากยังไม่สามารถอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.3 หรือใหม่กว่าได้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีผู้ใช้หลายคนร่วมกัน ​​​​​​​🔗 https://securityonline.info/cvss-10-0-alert-critical-n8n-flaw-cve-2026-21877-grants-total-control
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 297 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักพัฒนาเปลี่ยนจาก VSCode มาใช้ Zed แบบถาวร — เร็วกว่า เบากว่า และไม่มี AI ยัดเยียด

    Victor Skvortsov นักพัฒนาที่ใช้ VSCode มานานหลายปีตัดสินใจย้ายมาใช้ Zed แบบเต็มตัวในปลายปี 2025 หลังจากรู้สึกว่า VSCode เริ่ม “หนัก ช้า และเต็มไปด้วยฟีเจอร์ AI ที่รบกวนการทำงาน” โดยเฉพาะการบังคับใช้ Copilot แม้จะปิดไปแล้วก็ตาม เขาเล่าว่าอัปเดตแต่ละครั้งมักเพิ่มฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ ที่ต้องคอยปิดเอง ทำให้ settings.json ของเขายาวขึ้นเรื่อย ๆ และตัวโปรแกรมก็เริ่ม crash บ่อยขึ้น

    เมื่อทดลองใช้ Zed เขาพบว่า UI คุ้นเคยเหมือน VSCode แต่ เร็วกว่า เสถียรกว่า และไม่มีฟีเจอร์ AI ที่ยัดเยียด การทำงานลื่นไหลจนทำให้เขารู้สึก “กลับมามีความสุขกับการเขียนโค้ดอีกครั้ง” อย่างไรก็ตาม การตั้งค่า Python บน Zed ยังไม่สมบูรณ์แบบและต้องปรับแต่งเอง โดยเฉพาะเรื่อง type checking ของ Basedpyright ที่ทำงานต่างจาก Pyright ใน VSCode

    แม้จะมีจุดที่ต้องเรียนรู้ แต่ Zed ทำงานได้ดีมากกับ Go และภาษาอื่น ๆ โดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่ม เขายังชื่นชมว่า Zed เสถียร ไม่มีอาการค้างหรือ crash ตลอดสองสัปดาห์ที่ใช้งาน และ ecosystem แม้จะเล็กกว่า VSCode มาก แต่ก็เพียงพอสำหรับงานจริงของเขา

    สุดท้าย Victor เชื่อว่า Zed คือคู่แข่งที่ “จริงจังที่สุด” ของ VSCode ในรอบหลายปี และหวังว่า Microsoft จะกลับมาทำให้ VSCode “ใช้งานง่ายเหมือนเดิม” อีกครั้ง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ทำไมถึงเลิกใช้ VSCode
    ฟีเจอร์ AI (Copilot) ถูกบังคับแม้ปิดแล้ว
    อัปเดตแต่ละครั้งเพิ่มสิ่งที่ต้องปิดเอง
    โปรแกรมเริ่มช้า หน่วง และ crash บ่อย

    ปัญหาที่เกิดขึ้น
    Inline suggestions รบกวน shell
    ต้องเพิ่ม opt-out ใน settings.json จำนวนมาก
    ความเสถียรลดลงหลังเน้นฟีเจอร์ AI

    สิ่งที่ชอบใน Zed
    เร็วมาก ตอบสนองทันที
    UI คล้าย VSCode ใช้งานต่อได้ทันที
    ไม่มี AI รบกวน และฟีเจอร์ AI ถูกซ่อนไว้ ไม่บังคับ
    เสถียร ไม่ crash ตลอดหลายสัปดาห์

    จุดที่ต้องปรับตัว
    ไม่มีแถบ “Open Editors” แบบ VSCode
    ต้องใช้ file search (Cmd+P) เป็นหลัก
    ecosystem เล็กกว่า VSCode มาก

    การตั้งค่า Python บน Zed
    ใช้ Basedpyright เป็น default
    ต้องตั้งค่า typeCheckingMode เองใน pyproject.toml
    ปิด pull diagnostics เพื่อให้ error อัปเดตแบบเรียลไทม์

    ปัญหาที่พบ
    การตั้งค่าใน settings.json ไม่ทำงานถ้ามี [tool.pyright]
    ต้องแก้ทีละโปรเจกต์
    เอกสารของ Zed ยังไม่ชัดเจนในบางจุด

    บทสรุปของผู้เขียน
    Zed กลายเป็น IDE หลักสำหรับ Python และ Go
    ใช้งานง่าย เร็ว และให้ความรู้สึก “สนุกกับการเขียนโค้ด”
    VSCode ได้คู่แข่งที่แท้จริงแล้ว

    https://tenthousandmeters.com/blog/i-switched-from-vscode-to-zed/
    🧑‍💻⚡ นักพัฒนาเปลี่ยนจาก VSCode มาใช้ Zed แบบถาวร — เร็วกว่า เบากว่า และไม่มี AI ยัดเยียด Victor Skvortsov นักพัฒนาที่ใช้ VSCode มานานหลายปีตัดสินใจย้ายมาใช้ Zed แบบเต็มตัวในปลายปี 2025 หลังจากรู้สึกว่า VSCode เริ่ม “หนัก ช้า และเต็มไปด้วยฟีเจอร์ AI ที่รบกวนการทำงาน” โดยเฉพาะการบังคับใช้ Copilot แม้จะปิดไปแล้วก็ตาม เขาเล่าว่าอัปเดตแต่ละครั้งมักเพิ่มฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ ที่ต้องคอยปิดเอง ทำให้ settings.json ของเขายาวขึ้นเรื่อย ๆ และตัวโปรแกรมก็เริ่ม crash บ่อยขึ้น เมื่อทดลองใช้ Zed เขาพบว่า UI คุ้นเคยเหมือน VSCode แต่ เร็วกว่า เสถียรกว่า และไม่มีฟีเจอร์ AI ที่ยัดเยียด การทำงานลื่นไหลจนทำให้เขารู้สึก “กลับมามีความสุขกับการเขียนโค้ดอีกครั้ง” อย่างไรก็ตาม การตั้งค่า Python บน Zed ยังไม่สมบูรณ์แบบและต้องปรับแต่งเอง โดยเฉพาะเรื่อง type checking ของ Basedpyright ที่ทำงานต่างจาก Pyright ใน VSCode แม้จะมีจุดที่ต้องเรียนรู้ แต่ Zed ทำงานได้ดีมากกับ Go และภาษาอื่น ๆ โดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่ม เขายังชื่นชมว่า Zed เสถียร ไม่มีอาการค้างหรือ crash ตลอดสองสัปดาห์ที่ใช้งาน และ ecosystem แม้จะเล็กกว่า VSCode มาก แต่ก็เพียงพอสำหรับงานจริงของเขา สุดท้าย Victor เชื่อว่า Zed คือคู่แข่งที่ “จริงจังที่สุด” ของ VSCode ในรอบหลายปี และหวังว่า Microsoft จะกลับมาทำให้ VSCode “ใช้งานง่ายเหมือนเดิม” อีกครั้ง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ทำไมถึงเลิกใช้ VSCode ➡️ ฟีเจอร์ AI (Copilot) ถูกบังคับแม้ปิดแล้ว ➡️ อัปเดตแต่ละครั้งเพิ่มสิ่งที่ต้องปิดเอง ➡️ โปรแกรมเริ่มช้า หน่วง และ crash บ่อย ‼️ ปัญหาที่เกิดขึ้น ⛔ Inline suggestions รบกวน shell ⛔ ต้องเพิ่ม opt-out ใน settings.json จำนวนมาก ⛔ ความเสถียรลดลงหลังเน้นฟีเจอร์ AI ✅ สิ่งที่ชอบใน Zed ➡️ เร็วมาก ตอบสนองทันที ➡️ UI คล้าย VSCode ใช้งานต่อได้ทันที ➡️ ไม่มี AI รบกวน และฟีเจอร์ AI ถูกซ่อนไว้ ไม่บังคับ ➡️ เสถียร ไม่ crash ตลอดหลายสัปดาห์ ‼️ จุดที่ต้องปรับตัว ⛔ ไม่มีแถบ “Open Editors” แบบ VSCode ⛔ ต้องใช้ file search (Cmd+P) เป็นหลัก ⛔ ecosystem เล็กกว่า VSCode มาก ✅ การตั้งค่า Python บน Zed ➡️ ใช้ Basedpyright เป็น default ➡️ ต้องตั้งค่า typeCheckingMode เองใน pyproject.toml ➡️ ปิด pull diagnostics เพื่อให้ error อัปเดตแบบเรียลไทม์ ‼️ ปัญหาที่พบ ⛔ การตั้งค่าใน settings.json ไม่ทำงานถ้ามี [tool.pyright] ⛔ ต้องแก้ทีละโปรเจกต์ ⛔ เอกสารของ Zed ยังไม่ชัดเจนในบางจุด ✅ บทสรุปของผู้เขียน ➡️ Zed กลายเป็น IDE หลักสำหรับ Python และ Go ➡️ ใช้งานง่าย เร็ว และให้ความรู้สึก “สนุกกับการเขียนโค้ด” ➡️ VSCode ได้คู่แข่งที่แท้จริงแล้ว https://tenthousandmeters.com/blog/i-switched-from-vscode-to-zed/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 138 มุมมอง 0 รีวิว
  • เลือกโฮสติ้งให้ถูก…อนาคตของงานประมวลผลหนักอยู่ที่ความปลอดภัยและความเสถียร

    การเลือกแพลตฟอร์มโฮสติ้งสำหรับงานประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High‑Performance Applications) ไม่ใช่แค่เรื่อง “สเปกแรง” อีกต่อไป แต่เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อความปลอดภัย ความเสถียร และต้นทุนระยะยาวขององค์กรหรือทีมพัฒนาโดยตรง เนื้อหาในหน้าเว็บชี้ให้เห็นว่าการใช้งาน GPU สำหรับงาน Machine Learning, Simulation, 3D Rendering หรือ Data Processing ทำให้โครงสร้างพื้นฐานกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวผลิตภัณฑ์เอง และการเลือกผิดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายแฝงจำนวนมากในอนาคต

    หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ “ราคาถูกไม่ได้แปลว่าคุ้มค่า” เพราะผู้ให้บริการบางรายลดต้นทุนด้วยการใช้ฮาร์ดแวร์เก่า จำกัดการตั้งค่าระบบ หรือมีนโยบายบิลลิ่งที่ไม่ยืดหยุ่น ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาเมื่อรันงานจริงเป็นเวลานานหรือมีโหลดพุ่งขึ้นแบบไม่คาดคิด การจ่ายแพงขึ้นเล็กน้อยอาจแลกมากับเสถียรภาพที่สูงกว่าและเวลาที่ทีมวิศวกรไม่ต้องเสียไปกับการแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน

    ด้านความปลอดภัยก็เป็นอีกแกนหลักที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการแยกทรัพยากร GPU อย่างเหมาะสม การควบคุม Firewall และการเข้ารหัสข้อมูลทั้งขณะส่งผ่านและขณะจัดเก็บ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ควรมีในทุกแพลตฟอร์มที่รองรับงานข้อมูลสำคัญหรือโมเดลที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ ความสามารถของทีมซัพพอร์ตและความชัดเจนของนโยบาย Uptime ก็เป็นตัวชี้วัดความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการได้อย่างดี

    สุดท้าย การทดสอบจริง (Benchmark + Trial) คือขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ เพราะสเปกบนกระดาษไม่เคยบอกความจริงทั้งหมด การรันโมเดลจริง โหลดข้อมูลจริง และดูพฤติกรรมระบบในสถานการณ์จำลอง จะช่วยให้ทีมตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้นว่าระบบนั้นรองรับงานของตนได้จริงหรือไม่

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ความหมายของต้นทุนที่แท้จริง
    ราคาถูกอาจซ่อนข้อจำกัด เช่น ฮาร์ดแวร์เก่า หรือการตั้งค่าที่ไม่ยืดหยุ่น
    ค่าใช้จ่ายที่แท้จริงคือ “ประสิทธิภาพที่ใช้งานได้จริง” ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนใบเสนอราคา

    ความเสี่ยงจากการเลือกโฮสติ้งราคาต่ำ
    อาจเกิด Downtime บ่อย ทำให้เสียเวลาการทำงาน
    ทีมวิศวกรต้องเสียเวลาแก้ปัญหาแทนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์

    ความปลอดภัยของระบบเป็นหัวใจหลัก
    ควรมีการแยก GPU อย่างเหมาะสมเพื่อป้องกัน Cross‑Tenant Access
    ต้องรองรับ Firewall Rules, การจำกัดพอร์ต และการเข้ารหัสข้อมูล

    ความเสี่ยงด้านข้อมูล
    หากไม่มีการเข้ารหัส อาจเสี่ยงต่อการรั่วไหลของโมเดลหรือข้อมูลสำคัญ
    การตั้งค่าความปลอดภัยที่ไม่ดีอาจเปิดช่องให้ถูกโจมตีทางเครือข่าย

    ความเสถียรและคุณภาพการซัพพอร์ต
    ผู้ให้บริการที่ดีควรมีนโยบาย Uptime ชัดเจน
    ทีมซัพพอร์ตที่ตอบเร็วช่วยลดผลกระทบจากเหตุขัดข้อง

    ความเสี่ยงจากซัพพอร์ตที่ไม่พร้อม
    ปัญหาเล็กอาจกลายเป็นวิกฤตหากไม่มีผู้ช่วยเหลือทันที
    การขาดเอกสารหรือ Knowledge Base ทำให้แก้ปัญหาได้ช้าลง

    ความยืดหยุ่นของสถาปัตยกรรม
    รองรับทั้ง Vertical Scaling และ Horizontal Scaling
    ควรให้สิทธิ์ Root Access และรองรับ Custom Drivers

    ความเสี่ยงจากระบบที่ขยายไม่ได้
    เมื่อโหลดเพิ่มขึ้น อาจต้องย้ายระบบใหม่ทั้งหมด
    ทำให้เสียเวลาและต้นทุนสูงขึ้นในระยะยาว

    ความสำคัญของการทดสอบจริง
    Benchmark ช่วยเปิดเผยปัญหาที่สเปกบนกระดาษไม่เคยบอก
    การทดสอบด้วยโมเดลจริงช่วยประเมินเสถียรภาพภายใต้โหลดจริง

    ความเสี่ยงหากไม่ทดสอบก่อนใช้งานจริง
    อาจเจอปัญหาคอขวดหลัง Deploy
    ทำให้ต้องแก้ไขระบบใหม่ทั้งชุดในภายหลัง

    https://securityonline.info/how-to-select-a-secure-hosting-platform-for-high-performance-applications/
    ⚙️ เลือกโฮสติ้งให้ถูก…อนาคตของงานประมวลผลหนักอยู่ที่ความปลอดภัยและความเสถียร การเลือกแพลตฟอร์มโฮสติ้งสำหรับงานประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High‑Performance Applications) ไม่ใช่แค่เรื่อง “สเปกแรง” อีกต่อไป แต่เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อความปลอดภัย ความเสถียร และต้นทุนระยะยาวขององค์กรหรือทีมพัฒนาโดยตรง เนื้อหาในหน้าเว็บชี้ให้เห็นว่าการใช้งาน GPU สำหรับงาน Machine Learning, Simulation, 3D Rendering หรือ Data Processing ทำให้โครงสร้างพื้นฐานกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวผลิตภัณฑ์เอง และการเลือกผิดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายแฝงจำนวนมากในอนาคต หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ “ราคาถูกไม่ได้แปลว่าคุ้มค่า” เพราะผู้ให้บริการบางรายลดต้นทุนด้วยการใช้ฮาร์ดแวร์เก่า จำกัดการตั้งค่าระบบ หรือมีนโยบายบิลลิ่งที่ไม่ยืดหยุ่น ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาเมื่อรันงานจริงเป็นเวลานานหรือมีโหลดพุ่งขึ้นแบบไม่คาดคิด การจ่ายแพงขึ้นเล็กน้อยอาจแลกมากับเสถียรภาพที่สูงกว่าและเวลาที่ทีมวิศวกรไม่ต้องเสียไปกับการแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านความปลอดภัยก็เป็นอีกแกนหลักที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการแยกทรัพยากร GPU อย่างเหมาะสม การควบคุม Firewall และการเข้ารหัสข้อมูลทั้งขณะส่งผ่านและขณะจัดเก็บ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ควรมีในทุกแพลตฟอร์มที่รองรับงานข้อมูลสำคัญหรือโมเดลที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ ความสามารถของทีมซัพพอร์ตและความชัดเจนของนโยบาย Uptime ก็เป็นตัวชี้วัดความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการได้อย่างดี สุดท้าย การทดสอบจริง (Benchmark + Trial) คือขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ เพราะสเปกบนกระดาษไม่เคยบอกความจริงทั้งหมด การรันโมเดลจริง โหลดข้อมูลจริง และดูพฤติกรรมระบบในสถานการณ์จำลอง จะช่วยให้ทีมตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้นว่าระบบนั้นรองรับงานของตนได้จริงหรือไม่ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ความหมายของต้นทุนที่แท้จริง ➡️ ราคาถูกอาจซ่อนข้อจำกัด เช่น ฮาร์ดแวร์เก่า หรือการตั้งค่าที่ไม่ยืดหยุ่น ➡️ ค่าใช้จ่ายที่แท้จริงคือ “ประสิทธิภาพที่ใช้งานได้จริง” ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนใบเสนอราคา ‼️ ความเสี่ยงจากการเลือกโฮสติ้งราคาต่ำ ⛔ อาจเกิด Downtime บ่อย ทำให้เสียเวลาการทำงาน ⛔ ทีมวิศวกรต้องเสียเวลาแก้ปัญหาแทนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ ✅ ความปลอดภัยของระบบเป็นหัวใจหลัก ➡️ ควรมีการแยก GPU อย่างเหมาะสมเพื่อป้องกัน Cross‑Tenant Access ➡️ ต้องรองรับ Firewall Rules, การจำกัดพอร์ต และการเข้ารหัสข้อมูล ‼️ ความเสี่ยงด้านข้อมูล ⛔ หากไม่มีการเข้ารหัส อาจเสี่ยงต่อการรั่วไหลของโมเดลหรือข้อมูลสำคัญ ⛔ การตั้งค่าความปลอดภัยที่ไม่ดีอาจเปิดช่องให้ถูกโจมตีทางเครือข่าย ✅ ความเสถียรและคุณภาพการซัพพอร์ต ➡️ ผู้ให้บริการที่ดีควรมีนโยบาย Uptime ชัดเจน ➡️ ทีมซัพพอร์ตที่ตอบเร็วช่วยลดผลกระทบจากเหตุขัดข้อง ‼️ ความเสี่ยงจากซัพพอร์ตที่ไม่พร้อม ⛔ ปัญหาเล็กอาจกลายเป็นวิกฤตหากไม่มีผู้ช่วยเหลือทันที ⛔ การขาดเอกสารหรือ Knowledge Base ทำให้แก้ปัญหาได้ช้าลง ✅ ความยืดหยุ่นของสถาปัตยกรรม ➡️ รองรับทั้ง Vertical Scaling และ Horizontal Scaling ➡️ ควรให้สิทธิ์ Root Access และรองรับ Custom Drivers ‼️ ความเสี่ยงจากระบบที่ขยายไม่ได้ ⛔ เมื่อโหลดเพิ่มขึ้น อาจต้องย้ายระบบใหม่ทั้งหมด ⛔ ทำให้เสียเวลาและต้นทุนสูงขึ้นในระยะยาว ✅ ความสำคัญของการทดสอบจริง ➡️ Benchmark ช่วยเปิดเผยปัญหาที่สเปกบนกระดาษไม่เคยบอก ➡️ การทดสอบด้วยโมเดลจริงช่วยประเมินเสถียรภาพภายใต้โหลดจริง ‼️ ความเสี่ยงหากไม่ทดสอบก่อนใช้งานจริง ⛔ อาจเจอปัญหาคอขวดหลัง Deploy ⛔ ทำให้ต้องแก้ไขระบบใหม่ทั้งชุดในภายหลัง https://securityonline.info/how-to-select-a-secure-hosting-platform-for-high-performance-applications/
    SECURITYONLINE.INFO
    How to select a secure hosting platform for high-performance applications
    Choosing a hosting platform for high-performance applications is rarely a simple technical decision. When projects rely on GPUs
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 193 มุมมอง 0 รีวิว
  • Commodore 1541: เมื่อ “ไดรฟ์ฟล็อปปี้” กลายร่างเป็นคอมพิวเตอร์จิ๋วได้จริง

    วงการเรโทรคอมพิวติ้งกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อช่อง Commodore History บน YouTube ทดลองพิสูจน์ว่า Commodore 1541—ไดรฟ์ฟล็อปปี้ 5.25 นิ้วของปี 1982—สามารถทำงานเป็น “คอมพิวเตอร์แบบสแตนด์อโลน” ได้จริง แม้จะถูกออกแบบมาเป็นเพียงอุปกรณ์เก็บข้อมูลของ Commodore 64 แต่ภายในกลับมีทั้ง CPU MOS 6502 ความเร็ว 1 MHz, RAM, ROM และชิป I/O ครบชุด ทำให้มันมีศักยภาพมากกว่าที่หลายคนเคยคิดไว้

    การทดลองครั้งนี้เริ่มจากคำถามของผู้ชมว่า 1541 สามารถทำงานเป็นคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้หรือไม่ Dave ผู้ทำการทดลองจึงเลือกแนวทางที่ “ไม่ดัดแปลงฮาร์ดแวร์หนัก” เพื่อรักษาความคลาสสิกของเครื่อง เขาจึงนำแนวคิดของ Commodore KIM‑1 คอมพิวเตอร์บอร์ดเดี่ยวรุ่นแรกของบริษัทมาเป็นต้นแบบ แล้วแก้ไขเคอร์เนลของ KIM‑1 ให้ทำงานบน 1541 พร้อมปรับระบบ I/O ให้สื่อสารผ่านเทอร์มินัลแบบ TTY ได้

    หลังจากเบิร์น ROM ใหม่ลงใน EEPROM และเชื่อมต่อผ่านอะแดปเตอร์ USB‑to‑RS232‑to‑TTL เครื่อง 1541 ก็สามารถรับคำสั่งผ่านเทอร์มินัลบน MacBook ได้สำเร็จ และรันโปรแกรม Assembly “Hello World” ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทดสอบ นอกจากนี้ Dave ยังเพิ่ม Tiny BASIC ลงใน ROM เพื่อให้เขียนโปรแกรมได้สะดวกขึ้น ทำให้ 1541 ทำงานใกล้เคียงคอมพิวเตอร์ยุคแรกๆ ได้อย่างน่าทึ่ง แม้จะยังจำกัดด้าน I/O อยู่มากก็ตาม

    โปรเจกต์นี้ไม่เพียงโชว์ความสามารถของฮาร์ดแวร์เรโทร แต่ยังชวนให้ตั้งคำถามว่า อุปกรณ์สมัยใหม่อย่างคอนโทรลเลอร์ของ SSD หรือไดรฟ์ต่างๆ อาจมีพลังประมวลผลมากกว่าที่เราคิด และอาจถูกนำมาใช้ในงานที่เหนือความคาดหมายได้เช่นกัน เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความคิดสร้างสรรค์ที่ผสานความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ยุคเก่าเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Commodore 1541 มีศักยภาพเป็นคอมพิวเตอร์
    ภายในมี CPU MOS 6502, RAM, ROM และ I/O ครบชุด
    สถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับ VIC‑20 และ KIM‑1

    การดัดแปลงเพื่อให้ทำงานเป็นคอมพิวเตอร์
    ปรับเคอร์เนลของ KIM‑1 ให้เข้ากับฮาร์ดแวร์ 1541
    ใช้เทอร์มินัล TTY ผ่านอะแดปเตอร์ USB‑RS232‑TTL

    ผลลัพธ์ของการทดลอง
    รัน Assembly “Hello World” ได้สำเร็จ
    เพิ่ม Tiny BASIC เพื่อให้เขียนโปรแกรมได้ง่ายขึ้น

    ข้อจำกัดของการใช้งานเป็นคอมพิวเตอร์
    ขาดระบบกราฟิกและเสียงแบบ VIC‑20
    I/O จำกัดมาก ทำงานได้เฉพาะผ่านเทอร์มินัล

    ความเสี่ยงหรือข้อควรระวังในการดัดแปลงฮาร์ดแวร์เรโทร
    อุปกรณ์มีอายุหลายสิบปี อาจเสียหายได้ง่าย
    การเบิร์น ROM หรือเชื่อมต่อผิดพลาดอาจทำให้เครื่องพังถาวร

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/commodore-64-floppy-drive-has-the-power-to-be-a-computer-bulky-1982-commodore-1541-5-25-inch-drive-packs-a-1-mhz-mos-6502-cpu
    🖥️ Commodore 1541: เมื่อ “ไดรฟ์ฟล็อปปี้” กลายร่างเป็นคอมพิวเตอร์จิ๋วได้จริง วงการเรโทรคอมพิวติ้งกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อช่อง Commodore History บน YouTube ทดลองพิสูจน์ว่า Commodore 1541—ไดรฟ์ฟล็อปปี้ 5.25 นิ้วของปี 1982—สามารถทำงานเป็น “คอมพิวเตอร์แบบสแตนด์อโลน” ได้จริง แม้จะถูกออกแบบมาเป็นเพียงอุปกรณ์เก็บข้อมูลของ Commodore 64 แต่ภายในกลับมีทั้ง CPU MOS 6502 ความเร็ว 1 MHz, RAM, ROM และชิป I/O ครบชุด ทำให้มันมีศักยภาพมากกว่าที่หลายคนเคยคิดไว้ การทดลองครั้งนี้เริ่มจากคำถามของผู้ชมว่า 1541 สามารถทำงานเป็นคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้หรือไม่ Dave ผู้ทำการทดลองจึงเลือกแนวทางที่ “ไม่ดัดแปลงฮาร์ดแวร์หนัก” เพื่อรักษาความคลาสสิกของเครื่อง เขาจึงนำแนวคิดของ Commodore KIM‑1 คอมพิวเตอร์บอร์ดเดี่ยวรุ่นแรกของบริษัทมาเป็นต้นแบบ แล้วแก้ไขเคอร์เนลของ KIM‑1 ให้ทำงานบน 1541 พร้อมปรับระบบ I/O ให้สื่อสารผ่านเทอร์มินัลแบบ TTY ได้ หลังจากเบิร์น ROM ใหม่ลงใน EEPROM และเชื่อมต่อผ่านอะแดปเตอร์ USB‑to‑RS232‑to‑TTL เครื่อง 1541 ก็สามารถรับคำสั่งผ่านเทอร์มินัลบน MacBook ได้สำเร็จ และรันโปรแกรม Assembly “Hello World” ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทดสอบ นอกจากนี้ Dave ยังเพิ่ม Tiny BASIC ลงใน ROM เพื่อให้เขียนโปรแกรมได้สะดวกขึ้น ทำให้ 1541 ทำงานใกล้เคียงคอมพิวเตอร์ยุคแรกๆ ได้อย่างน่าทึ่ง แม้จะยังจำกัดด้าน I/O อยู่มากก็ตาม โปรเจกต์นี้ไม่เพียงโชว์ความสามารถของฮาร์ดแวร์เรโทร แต่ยังชวนให้ตั้งคำถามว่า อุปกรณ์สมัยใหม่อย่างคอนโทรลเลอร์ของ SSD หรือไดรฟ์ต่างๆ อาจมีพลังประมวลผลมากกว่าที่เราคิด และอาจถูกนำมาใช้ในงานที่เหนือความคาดหมายได้เช่นกัน เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความคิดสร้างสรรค์ที่ผสานความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ยุคเก่าเข้าด้วยกันอย่างลงตัว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Commodore 1541 มีศักยภาพเป็นคอมพิวเตอร์ ➡️ ภายในมี CPU MOS 6502, RAM, ROM และ I/O ครบชุด ➡️ สถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับ VIC‑20 และ KIM‑1 ✅ การดัดแปลงเพื่อให้ทำงานเป็นคอมพิวเตอร์ ➡️ ปรับเคอร์เนลของ KIM‑1 ให้เข้ากับฮาร์ดแวร์ 1541 ➡️ ใช้เทอร์มินัล TTY ผ่านอะแดปเตอร์ USB‑RS232‑TTL ✅ ผลลัพธ์ของการทดลอง ➡️ รัน Assembly “Hello World” ได้สำเร็จ ➡️ เพิ่ม Tiny BASIC เพื่อให้เขียนโปรแกรมได้ง่ายขึ้น ‼️ ข้อจำกัดของการใช้งานเป็นคอมพิวเตอร์ ⛔ ขาดระบบกราฟิกและเสียงแบบ VIC‑20 ⛔ I/O จำกัดมาก ทำงานได้เฉพาะผ่านเทอร์มินัล ‼️ ความเสี่ยงหรือข้อควรระวังในการดัดแปลงฮาร์ดแวร์เรโทร ⛔ อุปกรณ์มีอายุหลายสิบปี อาจเสียหายได้ง่าย ⛔ การเบิร์น ROM หรือเชื่อมต่อผิดพลาดอาจทำให้เครื่องพังถาวร https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/commodore-64-floppy-drive-has-the-power-to-be-a-computer-bulky-1982-commodore-1541-5-25-inch-drive-packs-a-1-mhz-mos-6502-cpu
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 133 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 4

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 4
    หลังจากสับคอต่อ คู่แข่งของสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ เยอรมัน กับญี่ปุ่น จนคอตั้งหัวตรงบนบ่าไม่เป็น ไปเรียบร้อยในปี ค.ศ.1945 ตลอดเวลา 70 ปี หลังจากนั้น อเมริกาก็คร่ำเคร่ง อยู่กับการวางกองกำลังหลายชั้น สลับซับซ้อน เพื่อเป็นการปิดล้อมรัสเซียกับจีน รายหนึ่งอยู่ heartland กล่องดวงใจของยูเรเซีย อีกราย แม้จะอยู่นอกกล่อง แต่ก็อยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกัน ไม่ใช่ห่างคนละซีกโลกเหมือนตัว เกิดเขาเอื้อมมาคว้าเอากล่องดวงใจไปครองได้ก่อน อเมริกาจะทำยังไง คิดแล้วก็เสียวจนปวดท้อง อย่างนี้ มันก็ต้องวางแผนซ่อนกันหน่อย
    อเมริกาเห็นตัวอย่าง จากการเป็นผู้นำโลกของจักรภพอังกฤษ ที่(เคย) เป็นนักล่าอาณานิคมหมายเลขหนึ่ง มีจุดโหว่แยะ อเมริกาจึงสร้างเสื้อคลุมประชาธิปไตย มาใส่หลอกชาวบ้าน เพื่อปิดจุดโหว่ ทำเป็นปิด แต่ ยุทธศาสตร์ของจริงอเมริกา ก็ไม่ได้ต่างกับของอังกฤษ มันเป็นการสร้างจักรวรรดิอเมริกา ขึ้นมาแทนที่จักรภพอังกฤษ เพื่อมาเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลก ที่มีเป้าหมายที่จะไม่ให้รัสเซีย หรือจีน เข้ามาชิงตำแหน่งมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งนี้ไปอย่างเด็ดขาด
    อันที่จริงในปี ค.ศ.1943 สองปีก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จะสิ้นสุดลง ครูแมคซึ่งแก่มากแล้ว แต่ยังมองโลกกลมเหมือนเดิม ได้เขียนบทความชื่อ ” The Round World and the Winning of Peace” โลกกลมกับชัยชนะของสันติภาพ ลงในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ที่ใหญ่คับโลก เตือนสติอเมริกา ไว้ว่า
    …..”dream of a global air power” would not change geopolitical basics … If the Soviet Union emerges from this war as conqueror of Germany .. she must rank as the greatest land power on the globe… controlling the greatest natural fortress on earth”
    …..ความฝันของการเป็นเจ้าแห่งเวหา ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนรากฐานของภูมิศาสตร์การเมืองได้ …..ถ้าโซเวียต เกิดเป็นผู้ชนะเยอรมันในสงครามครั้งนี้ โซเวียตจะกลายเป็นมหาอำนาจใหญ่ยิ่งแห่งภาคพื้นดินของโลก …และเป็นผู้ครอบครองดินแดน ที่มีป้อมปราการทางธรรมชาติ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้….
    ดูเหมือนบทความของครูแมค จะกลายเป็นตัวเร่ง ให้อเมริกาออกคำสั่งประหารสหภาพโซเวียต
    และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง อเมริกาก็ประกาศศักราชแห่งเสรีภาพ Pax Americana ด้วยการเริ่มรายการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ที่อยู่ฝ่ายเดียวกันในตอนทำสงครามโลก โดยการใช้อำนาจทางกองทัพเรือของตน รายล้อมรอบยูเรเซียไว้จนหมดสิ้น เสื้อคลุมเสรีภาพทำงานหนักมาก
    – กองทัพเรือที่ 6 ตั้งฐานไว้ที่เมืองเนเปิลส์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1946 เพื่อควบคุมมหาสมุทรแอตแลนติก และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
    – กองทัพเรือที่ 7 ตั้งฐานไว้ที่อ่าวซูบิคของฟิลิปปีนส์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1947 เพื่อควบคุมแปซิฟิคด้านตะวันตก
    – กองทัพเรือที่ 5 ตั้งฐานไว้ที่บาห์เรน ที่อ่าวเปอร์เซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995
    ทั้ง heartland และ rimland อยู่ในวงล้อมเรียบร้อย
    ต่อจากนั้น อเมริกาก็ใช้อำนาจทางด้านการทูต เข้ามาเสริมการปิดล้อมทางทหารอีกชั้น ด้วยการลากและจูงลูกหาบ มาเป็นสมาชิกองค์กรนาโต้ The North Atlantic Treaty Organization ในปี ค.ศ.1949
    ยังไม่พอใช่ไหม เสื้อคลุมเสรีภาพยังครอบคลุมไม่พอ ….. อเมริกาจึงตั้ง The Middle East Treaty Organization ในปี ค.ศ.1955
    อ้าว แล้วแถวเอเซียล่ะ….ไม่รอดหรอกน่า…. แล้ว The Southeast Asia Treaty Organization หรือที่เราเรียกกันว่า ซีโต้ ก็เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1954 และ US -Japan Securty Treaty ในปี ค.ศ.1951 ก็ตามมา
    ถึงปี ค.ศ.1955 อเมริกาตั้งเครือข่ายฐานทัพไว้เกือบทั่วโลก ประมาณ 450 ฐานทัพ ใน 36 ประเทศ เพื่อเอาไว้ปิดล้อมรัสเซียและจีน เป็นยุทธศาสตร์ ที่เหมือนบังเอิญสร้างจากทฤษฏีครูแมค ทั้งปิดทั้งล้อม พวกที่อยู่บนแผ่นดิน โดยพวกที่อยู่บนเกาะ…
    สงครามเย็นเลิกในปี ค.ศ.1991 แต่การปิดล้อมรัสเซียกับจีน กลับเพิ่มมากขึ้น ฐานทัพอเมริกันเพิ่มเป็นกว่า 700 แห่ง มีเครื่องบินรบประมาณ 1,763 เครื่อง ประจำการพร้อมรบ มีอาวุธนิวเคลียร์และระบบต้านการโจมตีทางจรวดกว่า 1,000 ชุด มีเรือรบประมาณ 600 ลำ รวมทั้งหัวรบนิวเคลียร์ 15 ลูก ทั้งหมดเชื่อมโยงกันด้วยระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม
    อ่าวเปอร์เซีย ถูกเลือกให้เป็นจุดศูนย์กลาง ของยุทธศาสตร์ของอเมริกาในการปิดล้อม World Island และบริเวณอ่าวเปอร์เซีย จึงถูกอเมริกาเข้าไปแทรกแซงมากที่สุด ทั้งทางตรง ทางอ้อม เปิดเผย และแปลงตัว หรือ พรางตัว
    การปฏิวัติในอิหร่านเพื่อเปลี่ยนตัวผู้ปกครอง การโค่นล้มซัดดัมแห่งอิรัค การสร้างนักรบมูจาฮิดีนของอาฟกานิสถาน ทั้งหมดล้วนเป็นแผนตามยุทธศาสตร์ของอเมริกา ที่ต้องการสร้างความสั่นคลอนให้กับโซเวียตในทางตรง และทางอ้อมทั้งสิ้น ถ้าเอาแผนที่มาดูบริเวณที่ตั้งของประเทศเหล่านี้ คงจะเข้าใจการเดินหมากของอเมริกามากขึ้น
    ขนาดเจอแผนตามยุทธศาสตร์ แบบจัดหนักขนาดนี้ แต่โซเวียตก็ยังไม่ตายสนิทสมใจอเมริกา ไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ที่ปรึกษาของพณฯ ท่านถั่ว จิมมี่ คาร์เตอร์ จึงเสนอให้ใช้ปฏิบัติการ Operation Cyclone ในช่วงปี ค.ศ.1980 กว่าๆ ที่ใช้งบสูงถึงปีละประมาณ 500 ล้านเหรียญ เพื่อจัดตั้งกองทัพมุสลิม เอาไว้โจมตีเอเซียกลาง และจัดส่งอิสลามหัวรุนแรงเข้าไปในโซเวียต heartland
    ขณะเดียวกัน อเมริกาก็พยายามสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับกองทัพของอาฟกานิสถาน ที่เคยเป็นเพื่อนกับโซเวียต และค่อยๆแซะให้ยุโรปตะวันออก แยกตัวมาจากการเกาะกลุ่มกับโซเวียต
    เมื่อมีผู้ถามไอ้คุณแสบ เบรซินสกี้ ภายหลังว่า คิดยังไงถึงสร้างกองกำลังมุสลิม ที่ภายหลังก็กลายเป็นปัญหากับอเมริกาเอง ไอ้คุณแสบย้อนถามกลับว่า อะไรสำคัญกว่าในประวัติศาสตร์ของโลก พวกตาลีบัน หรือการล่มสลายของสหภาพโซเวียต?
    คำตอบนี้ น่าจะทำให้เราเริ่มรู้จัก “ยุทธศาสตร์” ของอเมริกา….
    แม้อเมริกาจะมีชัยชนะจากสงครามเย็น โซเวียตล่มสลายตามแผน แต่ชัยชนะนั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนสภาพทางภูมิศาสตร์ของ World Island ได้
    หลังจากทุบกำแพงเบอร์ลินทิ้งลง ในปี ค.ศ.1989 อเมริกาก็รีบร่างนโยบายต่างประเทศขึ้นมาใหม่อีกอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นปฏิบัติการยุค “หลัง” สงครามเย็น มันก็คือการปิดล้อมต่อนั่นแหละ แต่มาในรูปแบบใหม่ ด้วยการยึดอ่าวเปอร์เซียเป็นที่มั่น โดยใช้การบุกคูเวตของซัดดัมเป็นข้ออ้าง…
    ปี ค.ศ.2003 เมื่ออเมริกาบุกอิรัค Paul Kennedy นักประวัติศาสตร์ชื่อดังของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ที่เห็นพ้องกับทฤษฏีของครูแมค ได้เขียนในสื่ออังกฤษ The Guardian ว่า … ขณะนี้ ทหารจำนวนหลายแสนของอเมริกา กำลังอยู่ที่ชายขอบ rimland ของยูเรเซีย ดูเหมือนว่า อเมริกากำลังเดินตามคำเตือนของครูแมค โดยมุ่งมั่นที่จะควบคุม ” จุดสำคัญทางภูมิศาสตร์ ที่สร้างประวัติศาสตร์ ” the geographical pivot of history
    เวลาผ่านไป อเมริกาก็เพิ่มการปิดล้อม เหนือชั้นขึ้นไปอีก แค่เอาทหารไปประจำการ boots on the ground มันยังล้อมไม่ถึงใจ ครอบคลุมไม่ได้หมด อเมริกาจึงใช้ ลูกตา และอาวุธลอยฟ้า ที่เรียกว่า “โดรน” drone เพิ่มเข้ามา
    ปี ค.ศ.2011 กองทัพอากาศอเมริกันร่วมงานกับซีไอเอ สร้างฐานโดรนขึ้นมารอบ World Island ตั้งแต่ ซินโยเนลลาในซิซีลี ไปจนถึง อินเซอลิกที่ตุรกี ลงมาที่จิบูติ ตรงทะเลแดง ขึ้นไปที่กาตาร์ อาบูดาบี ที่อ่าวเปอร์เซีย ออกมาต่อที่หมู่เกาะซีเชลล์ ในมหาสมุทรอินเดีย จาลาละบัด โคสต์ กันดาหาร์ ชินดัน ในอาฟกานิสถาน ลงมาแปซิฟิก แซมบิโอก้า ในฟิลิปปินส์ รวมทั้งที่สนามบินแอนเดอร์สัน ที่เกาะกวม โฮ๊ย… ไล่อ่านชื่อตามแผนที่เสียลูกตาแทบหลุด
    เพนตากอนจ่ายเงิน สำหรับโครนลอยฟ้าไปแค่ 1 หมื่นล้านเหรียญ เพื่อสร้างฝูงโดรนตาเหยี่ยว Global Hawk 99 ตัว ที่ติดตั้งกล้องสำรวจพื้นที่รัศมีหลายร้อยไมล์ มีเครื่องอีเลคโทรนิคที่พร้อมสื่อสารเป็นเวลานานติดต่อกันถึง 35 ชั่วโมง และในระยะทางไม่น้อยกว่า 8,700 ไมล์
    แค่เขียนเล่าก็เหนื่อยแล้วครับ ไม่รู้ว่ามันเป็นบ้าอะไร ถ้ามันบ้าทฤษฏีครูแมคนัก ทำไมมันไม่ได้คิดต่อจากที่ครูแมคพูดเลยหรือ … แม้แต่การเป็นเจ้าเวหา ก็ใช่ว่าจะเอาชนะรากฐานของภูมิศาสตร์การเมืองได้ ….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    25 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 4 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 4 หลังจากสับคอต่อ คู่แข่งของสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ เยอรมัน กับญี่ปุ่น จนคอตั้งหัวตรงบนบ่าไม่เป็น ไปเรียบร้อยในปี ค.ศ.1945 ตลอดเวลา 70 ปี หลังจากนั้น อเมริกาก็คร่ำเคร่ง อยู่กับการวางกองกำลังหลายชั้น สลับซับซ้อน เพื่อเป็นการปิดล้อมรัสเซียกับจีน รายหนึ่งอยู่ heartland กล่องดวงใจของยูเรเซีย อีกราย แม้จะอยู่นอกกล่อง แต่ก็อยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกัน ไม่ใช่ห่างคนละซีกโลกเหมือนตัว เกิดเขาเอื้อมมาคว้าเอากล่องดวงใจไปครองได้ก่อน อเมริกาจะทำยังไง คิดแล้วก็เสียวจนปวดท้อง อย่างนี้ มันก็ต้องวางแผนซ่อนกันหน่อย อเมริกาเห็นตัวอย่าง จากการเป็นผู้นำโลกของจักรภพอังกฤษ ที่(เคย) เป็นนักล่าอาณานิคมหมายเลขหนึ่ง มีจุดโหว่แยะ อเมริกาจึงสร้างเสื้อคลุมประชาธิปไตย มาใส่หลอกชาวบ้าน เพื่อปิดจุดโหว่ ทำเป็นปิด แต่ ยุทธศาสตร์ของจริงอเมริกา ก็ไม่ได้ต่างกับของอังกฤษ มันเป็นการสร้างจักรวรรดิอเมริกา ขึ้นมาแทนที่จักรภพอังกฤษ เพื่อมาเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลก ที่มีเป้าหมายที่จะไม่ให้รัสเซีย หรือจีน เข้ามาชิงตำแหน่งมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งนี้ไปอย่างเด็ดขาด อันที่จริงในปี ค.ศ.1943 สองปีก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จะสิ้นสุดลง ครูแมคซึ่งแก่มากแล้ว แต่ยังมองโลกกลมเหมือนเดิม ได้เขียนบทความชื่อ ” The Round World and the Winning of Peace” โลกกลมกับชัยชนะของสันติภาพ ลงในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ที่ใหญ่คับโลก เตือนสติอเมริกา ไว้ว่า …..”dream of a global air power” would not change geopolitical basics … If the Soviet Union emerges from this war as conqueror of Germany .. she must rank as the greatest land power on the globe… controlling the greatest natural fortress on earth” …..ความฝันของการเป็นเจ้าแห่งเวหา ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนรากฐานของภูมิศาสตร์การเมืองได้ …..ถ้าโซเวียต เกิดเป็นผู้ชนะเยอรมันในสงครามครั้งนี้ โซเวียตจะกลายเป็นมหาอำนาจใหญ่ยิ่งแห่งภาคพื้นดินของโลก …และเป็นผู้ครอบครองดินแดน ที่มีป้อมปราการทางธรรมชาติ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้…. ดูเหมือนบทความของครูแมค จะกลายเป็นตัวเร่ง ให้อเมริกาออกคำสั่งประหารสหภาพโซเวียต และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง อเมริกาก็ประกาศศักราชแห่งเสรีภาพ Pax Americana ด้วยการเริ่มรายการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ที่อยู่ฝ่ายเดียวกันในตอนทำสงครามโลก โดยการใช้อำนาจทางกองทัพเรือของตน รายล้อมรอบยูเรเซียไว้จนหมดสิ้น เสื้อคลุมเสรีภาพทำงานหนักมาก – กองทัพเรือที่ 6 ตั้งฐานไว้ที่เมืองเนเปิลส์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1946 เพื่อควบคุมมหาสมุทรแอตแลนติก และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน – กองทัพเรือที่ 7 ตั้งฐานไว้ที่อ่าวซูบิคของฟิลิปปีนส์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1947 เพื่อควบคุมแปซิฟิคด้านตะวันตก – กองทัพเรือที่ 5 ตั้งฐานไว้ที่บาห์เรน ที่อ่าวเปอร์เซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 ทั้ง heartland และ rimland อยู่ในวงล้อมเรียบร้อย ต่อจากนั้น อเมริกาก็ใช้อำนาจทางด้านการทูต เข้ามาเสริมการปิดล้อมทางทหารอีกชั้น ด้วยการลากและจูงลูกหาบ มาเป็นสมาชิกองค์กรนาโต้ The North Atlantic Treaty Organization ในปี ค.ศ.1949 ยังไม่พอใช่ไหม เสื้อคลุมเสรีภาพยังครอบคลุมไม่พอ ….. อเมริกาจึงตั้ง The Middle East Treaty Organization ในปี ค.ศ.1955 อ้าว แล้วแถวเอเซียล่ะ….ไม่รอดหรอกน่า…. แล้ว The Southeast Asia Treaty Organization หรือที่เราเรียกกันว่า ซีโต้ ก็เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1954 และ US -Japan Securty Treaty ในปี ค.ศ.1951 ก็ตามมา ถึงปี ค.ศ.1955 อเมริกาตั้งเครือข่ายฐานทัพไว้เกือบทั่วโลก ประมาณ 450 ฐานทัพ ใน 36 ประเทศ เพื่อเอาไว้ปิดล้อมรัสเซียและจีน เป็นยุทธศาสตร์ ที่เหมือนบังเอิญสร้างจากทฤษฏีครูแมค ทั้งปิดทั้งล้อม พวกที่อยู่บนแผ่นดิน โดยพวกที่อยู่บนเกาะ… สงครามเย็นเลิกในปี ค.ศ.1991 แต่การปิดล้อมรัสเซียกับจีน กลับเพิ่มมากขึ้น ฐานทัพอเมริกันเพิ่มเป็นกว่า 700 แห่ง มีเครื่องบินรบประมาณ 1,763 เครื่อง ประจำการพร้อมรบ มีอาวุธนิวเคลียร์และระบบต้านการโจมตีทางจรวดกว่า 1,000 ชุด มีเรือรบประมาณ 600 ลำ รวมทั้งหัวรบนิวเคลียร์ 15 ลูก ทั้งหมดเชื่อมโยงกันด้วยระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม อ่าวเปอร์เซีย ถูกเลือกให้เป็นจุดศูนย์กลาง ของยุทธศาสตร์ของอเมริกาในการปิดล้อม World Island และบริเวณอ่าวเปอร์เซีย จึงถูกอเมริกาเข้าไปแทรกแซงมากที่สุด ทั้งทางตรง ทางอ้อม เปิดเผย และแปลงตัว หรือ พรางตัว การปฏิวัติในอิหร่านเพื่อเปลี่ยนตัวผู้ปกครอง การโค่นล้มซัดดัมแห่งอิรัค การสร้างนักรบมูจาฮิดีนของอาฟกานิสถาน ทั้งหมดล้วนเป็นแผนตามยุทธศาสตร์ของอเมริกา ที่ต้องการสร้างความสั่นคลอนให้กับโซเวียตในทางตรง และทางอ้อมทั้งสิ้น ถ้าเอาแผนที่มาดูบริเวณที่ตั้งของประเทศเหล่านี้ คงจะเข้าใจการเดินหมากของอเมริกามากขึ้น ขนาดเจอแผนตามยุทธศาสตร์ แบบจัดหนักขนาดนี้ แต่โซเวียตก็ยังไม่ตายสนิทสมใจอเมริกา ไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ที่ปรึกษาของพณฯ ท่านถั่ว จิมมี่ คาร์เตอร์ จึงเสนอให้ใช้ปฏิบัติการ Operation Cyclone ในช่วงปี ค.ศ.1980 กว่าๆ ที่ใช้งบสูงถึงปีละประมาณ 500 ล้านเหรียญ เพื่อจัดตั้งกองทัพมุสลิม เอาไว้โจมตีเอเซียกลาง และจัดส่งอิสลามหัวรุนแรงเข้าไปในโซเวียต heartland ขณะเดียวกัน อเมริกาก็พยายามสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับกองทัพของอาฟกานิสถาน ที่เคยเป็นเพื่อนกับโซเวียต และค่อยๆแซะให้ยุโรปตะวันออก แยกตัวมาจากการเกาะกลุ่มกับโซเวียต เมื่อมีผู้ถามไอ้คุณแสบ เบรซินสกี้ ภายหลังว่า คิดยังไงถึงสร้างกองกำลังมุสลิม ที่ภายหลังก็กลายเป็นปัญหากับอเมริกาเอง ไอ้คุณแสบย้อนถามกลับว่า อะไรสำคัญกว่าในประวัติศาสตร์ของโลก พวกตาลีบัน หรือการล่มสลายของสหภาพโซเวียต? คำตอบนี้ น่าจะทำให้เราเริ่มรู้จัก “ยุทธศาสตร์” ของอเมริกา…. แม้อเมริกาจะมีชัยชนะจากสงครามเย็น โซเวียตล่มสลายตามแผน แต่ชัยชนะนั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนสภาพทางภูมิศาสตร์ของ World Island ได้ หลังจากทุบกำแพงเบอร์ลินทิ้งลง ในปี ค.ศ.1989 อเมริกาก็รีบร่างนโยบายต่างประเทศขึ้นมาใหม่อีกอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นปฏิบัติการยุค “หลัง” สงครามเย็น มันก็คือการปิดล้อมต่อนั่นแหละ แต่มาในรูปแบบใหม่ ด้วยการยึดอ่าวเปอร์เซียเป็นที่มั่น โดยใช้การบุกคูเวตของซัดดัมเป็นข้ออ้าง… ปี ค.ศ.2003 เมื่ออเมริกาบุกอิรัค Paul Kennedy นักประวัติศาสตร์ชื่อดังของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ที่เห็นพ้องกับทฤษฏีของครูแมค ได้เขียนในสื่ออังกฤษ The Guardian ว่า … ขณะนี้ ทหารจำนวนหลายแสนของอเมริกา กำลังอยู่ที่ชายขอบ rimland ของยูเรเซีย ดูเหมือนว่า อเมริกากำลังเดินตามคำเตือนของครูแมค โดยมุ่งมั่นที่จะควบคุม ” จุดสำคัญทางภูมิศาสตร์ ที่สร้างประวัติศาสตร์ ” the geographical pivot of history เวลาผ่านไป อเมริกาก็เพิ่มการปิดล้อม เหนือชั้นขึ้นไปอีก แค่เอาทหารไปประจำการ boots on the ground มันยังล้อมไม่ถึงใจ ครอบคลุมไม่ได้หมด อเมริกาจึงใช้ ลูกตา และอาวุธลอยฟ้า ที่เรียกว่า “โดรน” drone เพิ่มเข้ามา ปี ค.ศ.2011 กองทัพอากาศอเมริกันร่วมงานกับซีไอเอ สร้างฐานโดรนขึ้นมารอบ World Island ตั้งแต่ ซินโยเนลลาในซิซีลี ไปจนถึง อินเซอลิกที่ตุรกี ลงมาที่จิบูติ ตรงทะเลแดง ขึ้นไปที่กาตาร์ อาบูดาบี ที่อ่าวเปอร์เซีย ออกมาต่อที่หมู่เกาะซีเชลล์ ในมหาสมุทรอินเดีย จาลาละบัด โคสต์ กันดาหาร์ ชินดัน ในอาฟกานิสถาน ลงมาแปซิฟิก แซมบิโอก้า ในฟิลิปปินส์ รวมทั้งที่สนามบินแอนเดอร์สัน ที่เกาะกวม โฮ๊ย… ไล่อ่านชื่อตามแผนที่เสียลูกตาแทบหลุด เพนตากอนจ่ายเงิน สำหรับโครนลอยฟ้าไปแค่ 1 หมื่นล้านเหรียญ เพื่อสร้างฝูงโดรนตาเหยี่ยว Global Hawk 99 ตัว ที่ติดตั้งกล้องสำรวจพื้นที่รัศมีหลายร้อยไมล์ มีเครื่องอีเลคโทรนิคที่พร้อมสื่อสารเป็นเวลานานติดต่อกันถึง 35 ชั่วโมง และในระยะทางไม่น้อยกว่า 8,700 ไมล์ แค่เขียนเล่าก็เหนื่อยแล้วครับ ไม่รู้ว่ามันเป็นบ้าอะไร ถ้ามันบ้าทฤษฏีครูแมคนัก ทำไมมันไม่ได้คิดต่อจากที่ครูแมคพูดเลยหรือ … แม้แต่การเป็นเจ้าเวหา ก็ใช่ว่าจะเอาชนะรากฐานของภูมิศาสตร์การเมืองได้ …. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 25 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 353 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 3

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 3
    ก่อนจะเข้าไปถึงยุทธศาสตร์ หรือแผนเดินหมากของแต่ละฝ่าย เรามาทำความรู้จักกับบริเวณที่เป็นส่วนสำคัญของการสร้างยุทธศาสตร์ของทั้ง 2 ฝ่าย ในช่วงประมาณ 25 – 30 ปีที่ผ่านมา นั่นคือบริเวณที่ครูแมค เรียกว่า “heartland” หรือ ที่ผมเรียกว่า “กล่องดวงใจ” ของผืนแผ่นดืนอันกว้างใหญ่ ที่ครูแมคเรียกว่า “World Island”
    heartland หรือ กล่องดวงใจ ในปัจจุบันคือ บริเวณ ที่เป็นรัสเซีย เอเซียกลาง (บางทีเรียกกันว่าบอลข่าน) และคอเคซัส
    ส่วนใหญ่เรารู้จักรัสเซียกันดีแล้ว รัสเซีย เป็นประเทศที่มีบริเวณกว้างใหญ่ที่สุดในโลก มีเขตแดนติดต่อกับเพื่อนบ้านถึง 14 ประเทศ แต่เรารู้จักเอเซียกลางและคอเคซัสน้อยมาก ทั้งที่ 2 บริเวณนั้น เป็นส่วนสำคัญของกล่องดวงใจ และเป็นสาเหตุใหญ่ ที่ทำให้ส่วนอื่นในโลก เสทือนและวุ่นวายไปหมด
    เอเซียกลาง เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต เมื่อสหภาพล่มสลายในปี ค.ศ.1991 ประเทศที่อยู่ในเอเซียกลาง ก็ทยอยกันประกาศอิสรภาพ เกิดประเทศใหม่ 5 ประเทศ คือ คาซัคสถาน (ที่มีบริวณกว้างใหญ่ที่สุด) คีร์กิสถาน ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และอูซเบกิซสถาน นอกจากเรียกเอเซียกลางแล้ว บางทีก็เรียกกันว่า บอลข่าน หรือเรียกกันว่า “ท้องน้อย” soft under belly ของรัสเซีย ผมว่า ชื่อหลังนี้ ทำให้เห็นความหมาย และความสำคัญของเอเซียกลางได้ชัดดี
    เอเซียกลาง ครอบคลุมเนื้อที่ ตั้งเแต่บริเวณทะเลสาปแคสเปียน ยาวไปจนถึงเขตแดนของจีน และลงล่างมาชนอิหร่าน ยาวออกขวาไปถึงปากีสถาน
    เอเซียกลางเป็นแหล่งรวมของสาระพัดเผ่าพันธุ์ ตั้งแต่เปอร์เซีย เติร์ก จีน สลาฟ รัสเซีย ฯลฯ นับถือศาสนาต่างๆ มีทั้ง มุสลิม คริสเตียน ยิว ฮินดู และพุทธ
    ส่วนสำคัญของเอเซียกลางคือ บริเวณที่เรียกว่า คอเคซัส Causasus เป็นดินแดน อยู่ระหว่างทะเลดำกับทะเลสาบแคสเปียน บริเวณนี้มีชนกลุ่มน้อยประมาณ 50 กลุ่ม มีภาษาพูดหลากหลาย แต่ภาษากลางที่ใช้สื่อสารกัน คือ ภาษาของชาวอาเซอร์ไบจัน Azerbaijan กับ อาร์เมเนีย Armenia
    คงมีคนรู้จัก อาเซอร์ไบจัน น้อยมาก บางคนคงแทบไม่เคยได้ยินเลย แต่เชื่อไหมครับ ว่า มีหอการค้า ระหว่างอเมริกากับอาเซอร์ไบจัน ตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1995 แล้วนะ และหอการค้ารายนี้ มันคงสำคัญมาก ถึงกับต้องมี ท่านประธานหอ กรรมการ และที่ปรึกษาอย่างเช่น ไอ้เหยี่ยวกระหายเลือด ดิ๊ก เชนี่ อดีตรองประธานาธิบดี สมัยคาวบอยบุช, เจมส์ เบเกอร์ ที่ 3 อดีต รม ต.ปท ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของตระกูลบุช , ไอ้แสบหนึ่ง เฮนรี่ คิสซิงเจอร์, เบรนท์ สโควครอฟ และแน่นอน ที่ขาดไม่ได้คือ ไอ้แสบสอง ชบิกเนียฟ เบรซินสกี้ Zbigniew Brzezinski ….ที่อาจจะแสบกว่า ไอ้แสบหนึ่ง
    น่าสนใจนะครับ ไอ้พวกนี้จับกลุ่มคิดจะทำอะไร ไม่เคยเป็นเรื่องดี
    คอเคซัส โดยเฉพาะตรงบริเวณทะเลสาปแคสเปียน เป็นบริเวณที่มีแหล่งพลังงาน อุดมสมบูรณ์มหาศาล เป็นอันดับสามของโลก น่ากินอย่างบอกไม่ถูก ที่สำคัญน้อยคนจะมีโอกาสเข้าไปกิน ท้องน้อยของรัสเซีย มีเสน่ห์รุนแรงเหลือเกิน
    อาเซอร์ไบจัน ที่อยู่ในบริเวณคอเคซัส และคาร์ซัคสถานที่อยู่ตรงกลางท้องน้อย มีทางเข้าไปสู่แหล่งน้ำมันในทะเลสาปแคสเปียน ส่วนเติร์กเมนิสถาน และอุซเบกิสถาน อีก 2 ประเทศ ที่อยู่บริเวณท้องน้อยเหมือนกัน มีแหล่งแก๊สมหึมา ที่เขาว่า อาจจะใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ ท้องน้อยเสน่ห์แรง ยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุสำคัญ เช่น ยูเรเนียม ทองคำ ทองแดง แมงกานีส ทังสเตน และสังกะสี เสน่ห์แรงอย่างนี้ ก็คงมีแต่คนอยากจะเป็นเจ้าของท้องน้อยของรัสเซีย
    อเมริกา เริ่มศึกษาเกี่ยวกับท้องน้อยของรัสเซีย อย่างน้อย ก็ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.1992 เรียกว่า พอสหภาพโซเวียตแตกสลายหมาดๆ ยังเอาธงลงจากเสายังไม่หมดดี อเมริกาก็เตรียมตัวเข้าไปปล้นต่อแล้ว เพราะมีเอกสารของเพนตากอน ในปี ค.ศ.1992 ระบุว่า
    ” ….เป้าหมายแรกของเรา คือ เราต้องทำทุกอย่าง ที่จะไม่ให้มีคู่แข่งเกิดขึ้น ในบริเวณดินแดน ส่วนที่เคยเป็นสหภาพโซเวียต เรามองไปถึงการที่เราจะเข้าไปมีอำนาจปกครอง หรือครอบครองบริเวณนั้น…..และเราจำเป็น ที่จะต้องทำทุกประการ เพื่อเป็นการป้องกัน ไม่ให้อำนาจใด โดยลำพัง หรือ โดยร่วมกัน เข้ามามีอำนาจเหนือบริเวณดังกล่าว…. ซึ่งมีทรัพยากรล้นเหลือ พอที่จะสร้างอำนาจในการครอบครองโลกได้ …. ยุทธศาสตร์ของเรา จึงต้อง “กลับมา” เน้นที่จุดนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้มี “การเกิดใหม่” ของผู้ที่จะมีโอกาสเป็นคู่แข่งของเรา….”
    และนี่ น่าจะเป็นที่มาของยุทธศาสตร์ ครองโลกและปิดล้อมของอเมริกา ส่วนผู้ที่จะมีโอกาสเป็นคู่แข่งของอเมริกา ในช่วงนั้น น่าจะหมายถึงรัสเซีย ทายาทของสหภาพโซเวียต ที่เพิ่งถูกอเมริกาและพวก รุมกำจัด คือเตรียมฆ่าล้างโคตรกันเลย
    ส่วน Rand National Defense Research Institute ถังความคิดด้านความมั่นคงของอเมริกา ก็สรุปทำนองเดียวกันว่า เป้าใหม่ที่อเมริกาต้องมอง (จริงๆ คือ ยึด ) คือ เอเซียกลาง
    นอกจากนี้ Graham Fuller (จำชื่อเขาได้ไหมครับ จำไม่ได้ไม่เป็นไร แต่อย่าเพิ่งลืมแล้วกัน ) ซึ่งเป็นอดีตหน้าหน่วยซีไอเอประจำอยู่ที่เมืองคาบุล อาฟกานิสถาน บอกว่า … เพราะบริเวณที่ตั้งของเอเซียกลาง มีความหมายอย่างยิ่ง ต่อยุทธศาสตร์ของอเมริกา การเอาเอเซียกลางมาอยู่ในความควบคุมของอเมริกา จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น…..
    ส่วนไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ก็เขียนไว้ใน The Grand Chess Board ตอนนึงว่า….. ยูเรเซียบอลข่าน … เป็นจุดเชื่อมสำคัญ สู่แหล่งพลังงานที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ของทั้งฝ่ายตะวันตก และฝ่ายตะวันออก และเป็นจุดที่อย่างน้อย 3 ใน 4 ประเทศ ที่เรียงรายกันอยู่รอบบอลข่าน คือ รัสเซีย ตุรกี อิหร่าน และจีน กำลังความสนใจในเชิงการเมืองในภูมิภาคแถบนั้น
    ไอ้คุณแสบเขียนไว้ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1997 นะครับ
    ในหนังสือเล่มเดียวกัน ไอ้คุณแสบยังวิเคราะห์ไว้ด้วยว่า สงครามช่วงชิงความเป็นใหญ่ the first great war รายการแรกของศตวรรษที่ 21 จะเกิดขึ้นในแถบบอลข่าน และ 4 ปีต่อมาจากที่ไอ้คุณแสบเขียนไว้ อเมริกาและนาโต้ ก็บุกอาฟกานิสถาน ซึ่งมีอาณาเขตอยู่ติดกับบอลข่านหรือเอเซียกลาง อย่างชนิดชิดจนได้ยินเสียงหายใจ
    มันเป็นการยึดครองทางทหาร ที่นานที่สุดในประวัติศาสตร์ของอเมริกา….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    24 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 3 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 3 ก่อนจะเข้าไปถึงยุทธศาสตร์ หรือแผนเดินหมากของแต่ละฝ่าย เรามาทำความรู้จักกับบริเวณที่เป็นส่วนสำคัญของการสร้างยุทธศาสตร์ของทั้ง 2 ฝ่าย ในช่วงประมาณ 25 – 30 ปีที่ผ่านมา นั่นคือบริเวณที่ครูแมค เรียกว่า “heartland” หรือ ที่ผมเรียกว่า “กล่องดวงใจ” ของผืนแผ่นดืนอันกว้างใหญ่ ที่ครูแมคเรียกว่า “World Island” heartland หรือ กล่องดวงใจ ในปัจจุบันคือ บริเวณ ที่เป็นรัสเซีย เอเซียกลาง (บางทีเรียกกันว่าบอลข่าน) และคอเคซัส ส่วนใหญ่เรารู้จักรัสเซียกันดีแล้ว รัสเซีย เป็นประเทศที่มีบริเวณกว้างใหญ่ที่สุดในโลก มีเขตแดนติดต่อกับเพื่อนบ้านถึง 14 ประเทศ แต่เรารู้จักเอเซียกลางและคอเคซัสน้อยมาก ทั้งที่ 2 บริเวณนั้น เป็นส่วนสำคัญของกล่องดวงใจ และเป็นสาเหตุใหญ่ ที่ทำให้ส่วนอื่นในโลก เสทือนและวุ่นวายไปหมด เอเซียกลาง เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต เมื่อสหภาพล่มสลายในปี ค.ศ.1991 ประเทศที่อยู่ในเอเซียกลาง ก็ทยอยกันประกาศอิสรภาพ เกิดประเทศใหม่ 5 ประเทศ คือ คาซัคสถาน (ที่มีบริวณกว้างใหญ่ที่สุด) คีร์กิสถาน ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และอูซเบกิซสถาน นอกจากเรียกเอเซียกลางแล้ว บางทีก็เรียกกันว่า บอลข่าน หรือเรียกกันว่า “ท้องน้อย” soft under belly ของรัสเซีย ผมว่า ชื่อหลังนี้ ทำให้เห็นความหมาย และความสำคัญของเอเซียกลางได้ชัดดี เอเซียกลาง ครอบคลุมเนื้อที่ ตั้งเแต่บริเวณทะเลสาปแคสเปียน ยาวไปจนถึงเขตแดนของจีน และลงล่างมาชนอิหร่าน ยาวออกขวาไปถึงปากีสถาน เอเซียกลางเป็นแหล่งรวมของสาระพัดเผ่าพันธุ์ ตั้งแต่เปอร์เซีย เติร์ก จีน สลาฟ รัสเซีย ฯลฯ นับถือศาสนาต่างๆ มีทั้ง มุสลิม คริสเตียน ยิว ฮินดู และพุทธ ส่วนสำคัญของเอเซียกลางคือ บริเวณที่เรียกว่า คอเคซัส Causasus เป็นดินแดน อยู่ระหว่างทะเลดำกับทะเลสาบแคสเปียน บริเวณนี้มีชนกลุ่มน้อยประมาณ 50 กลุ่ม มีภาษาพูดหลากหลาย แต่ภาษากลางที่ใช้สื่อสารกัน คือ ภาษาของชาวอาเซอร์ไบจัน Azerbaijan กับ อาร์เมเนีย Armenia คงมีคนรู้จัก อาเซอร์ไบจัน น้อยมาก บางคนคงแทบไม่เคยได้ยินเลย แต่เชื่อไหมครับ ว่า มีหอการค้า ระหว่างอเมริกากับอาเซอร์ไบจัน ตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1995 แล้วนะ และหอการค้ารายนี้ มันคงสำคัญมาก ถึงกับต้องมี ท่านประธานหอ กรรมการ และที่ปรึกษาอย่างเช่น ไอ้เหยี่ยวกระหายเลือด ดิ๊ก เชนี่ อดีตรองประธานาธิบดี สมัยคาวบอยบุช, เจมส์ เบเกอร์ ที่ 3 อดีต รม ต.ปท ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของตระกูลบุช , ไอ้แสบหนึ่ง เฮนรี่ คิสซิงเจอร์, เบรนท์ สโควครอฟ และแน่นอน ที่ขาดไม่ได้คือ ไอ้แสบสอง ชบิกเนียฟ เบรซินสกี้ Zbigniew Brzezinski ….ที่อาจจะแสบกว่า ไอ้แสบหนึ่ง น่าสนใจนะครับ ไอ้พวกนี้จับกลุ่มคิดจะทำอะไร ไม่เคยเป็นเรื่องดี คอเคซัส โดยเฉพาะตรงบริเวณทะเลสาปแคสเปียน เป็นบริเวณที่มีแหล่งพลังงาน อุดมสมบูรณ์มหาศาล เป็นอันดับสามของโลก น่ากินอย่างบอกไม่ถูก ที่สำคัญน้อยคนจะมีโอกาสเข้าไปกิน ท้องน้อยของรัสเซีย มีเสน่ห์รุนแรงเหลือเกิน อาเซอร์ไบจัน ที่อยู่ในบริเวณคอเคซัส และคาร์ซัคสถานที่อยู่ตรงกลางท้องน้อย มีทางเข้าไปสู่แหล่งน้ำมันในทะเลสาปแคสเปียน ส่วนเติร์กเมนิสถาน และอุซเบกิสถาน อีก 2 ประเทศ ที่อยู่บริเวณท้องน้อยเหมือนกัน มีแหล่งแก๊สมหึมา ที่เขาว่า อาจจะใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ ท้องน้อยเสน่ห์แรง ยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุสำคัญ เช่น ยูเรเนียม ทองคำ ทองแดง แมงกานีส ทังสเตน และสังกะสี เสน่ห์แรงอย่างนี้ ก็คงมีแต่คนอยากจะเป็นเจ้าของท้องน้อยของรัสเซีย อเมริกา เริ่มศึกษาเกี่ยวกับท้องน้อยของรัสเซีย อย่างน้อย ก็ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.1992 เรียกว่า พอสหภาพโซเวียตแตกสลายหมาดๆ ยังเอาธงลงจากเสายังไม่หมดดี อเมริกาก็เตรียมตัวเข้าไปปล้นต่อแล้ว เพราะมีเอกสารของเพนตากอน ในปี ค.ศ.1992 ระบุว่า ” ….เป้าหมายแรกของเรา คือ เราต้องทำทุกอย่าง ที่จะไม่ให้มีคู่แข่งเกิดขึ้น ในบริเวณดินแดน ส่วนที่เคยเป็นสหภาพโซเวียต เรามองไปถึงการที่เราจะเข้าไปมีอำนาจปกครอง หรือครอบครองบริเวณนั้น…..และเราจำเป็น ที่จะต้องทำทุกประการ เพื่อเป็นการป้องกัน ไม่ให้อำนาจใด โดยลำพัง หรือ โดยร่วมกัน เข้ามามีอำนาจเหนือบริเวณดังกล่าว…. ซึ่งมีทรัพยากรล้นเหลือ พอที่จะสร้างอำนาจในการครอบครองโลกได้ …. ยุทธศาสตร์ของเรา จึงต้อง “กลับมา” เน้นที่จุดนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้มี “การเกิดใหม่” ของผู้ที่จะมีโอกาสเป็นคู่แข่งของเรา….” และนี่ น่าจะเป็นที่มาของยุทธศาสตร์ ครองโลกและปิดล้อมของอเมริกา ส่วนผู้ที่จะมีโอกาสเป็นคู่แข่งของอเมริกา ในช่วงนั้น น่าจะหมายถึงรัสเซีย ทายาทของสหภาพโซเวียต ที่เพิ่งถูกอเมริกาและพวก รุมกำจัด คือเตรียมฆ่าล้างโคตรกันเลย ส่วน Rand National Defense Research Institute ถังความคิดด้านความมั่นคงของอเมริกา ก็สรุปทำนองเดียวกันว่า เป้าใหม่ที่อเมริกาต้องมอง (จริงๆ คือ ยึด ) คือ เอเซียกลาง นอกจากนี้ Graham Fuller (จำชื่อเขาได้ไหมครับ จำไม่ได้ไม่เป็นไร แต่อย่าเพิ่งลืมแล้วกัน ) ซึ่งเป็นอดีตหน้าหน่วยซีไอเอประจำอยู่ที่เมืองคาบุล อาฟกานิสถาน บอกว่า … เพราะบริเวณที่ตั้งของเอเซียกลาง มีความหมายอย่างยิ่ง ต่อยุทธศาสตร์ของอเมริกา การเอาเอเซียกลางมาอยู่ในความควบคุมของอเมริกา จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น….. ส่วนไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ก็เขียนไว้ใน The Grand Chess Board ตอนนึงว่า….. ยูเรเซียบอลข่าน … เป็นจุดเชื่อมสำคัญ สู่แหล่งพลังงานที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ของทั้งฝ่ายตะวันตก และฝ่ายตะวันออก และเป็นจุดที่อย่างน้อย 3 ใน 4 ประเทศ ที่เรียงรายกันอยู่รอบบอลข่าน คือ รัสเซีย ตุรกี อิหร่าน และจีน กำลังความสนใจในเชิงการเมืองในภูมิภาคแถบนั้น ไอ้คุณแสบเขียนไว้ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1997 นะครับ ในหนังสือเล่มเดียวกัน ไอ้คุณแสบยังวิเคราะห์ไว้ด้วยว่า สงครามช่วงชิงความเป็นใหญ่ the first great war รายการแรกของศตวรรษที่ 21 จะเกิดขึ้นในแถบบอลข่าน และ 4 ปีต่อมาจากที่ไอ้คุณแสบเขียนไว้ อเมริกาและนาโต้ ก็บุกอาฟกานิสถาน ซึ่งมีอาณาเขตอยู่ติดกับบอลข่านหรือเอเซียกลาง อย่างชนิดชิดจนได้ยินเสียงหายใจ มันเป็นการยึดครองทางทหาร ที่นานที่สุดในประวัติศาสตร์ของอเมริกา…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 24 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 272 มุมมอง 0 รีวิว
  • วิกฤติศรษฐกิจ 2569 สีไหนเป็นรัฐบาลก็หนักถึงเวลา…เลิกขายฝัน : ข่าวลึกปมลับ 06/01/69
    วิกฤติศรษฐกิจ 2569 สีไหนเป็นรัฐบาลก็หนักถึงเวลา…เลิกขายฝัน : ข่าวลึกปมลับ 06/01/69
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 82 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • ช่วยคนอื่น…ช่วยสมองเราเอง! งานวิจัยชี้ “การอาสา” อาจชะลอความเสื่อมของสมองได้

    การศึกษาจากมหาวิทยาลัย Texas at Austin และ University of Massachusetts Boston พบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่าง “การช่วยเหลือผู้อื่น” กับ “อัตราการเสื่อมของสมอง” โดยข้อมูลจากการติดตามผู้สูงอายุกว่า 31,000 คนเป็นเวลาร่วม 20 ปีเผยว่า ผู้ที่อาสาช่วยเหลือผู้อื่นเป็นประจำ—ทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ—มีอัตราการเสื่อมถอยทางความคิดช้าลงถึงประมาณ 15–20% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถือว่าน่าทึ่งในงานวิจัยด้านผู้สูงอายุและภาวะสมองเสื่อม

    สิ่งที่โดดเด่นคือ “ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ชั่วคราว” แต่สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้คนช่วยเหลือผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการอาสาเพียง 2–4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ก็เพียงพอที่จะเห็นประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญ งานวิจัยชี้ว่าการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การใช้ความคิด และความรู้สึกมีคุณค่าในสังคม อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สมองยังคงทำงานได้ดีในระยะยาว

    นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบว่า “การหยุดช่วยเหลือผู้อื่น” มีความสัมพันธ์กับการลดลงของคะแนนทดสอบสมองและการเสื่อมถอยที่เร็วขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าการมีบทบาทในสังคมอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยป้องกันความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมได้อย่างมีความหมาย โดยเฉพาะในยุคที่จำนวนผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก

    เมื่อมองในภาพรวม การช่วยเหลือผู้อื่นไม่เพียงสร้างประโยชน์ต่อสังคม แต่ยังเป็น “กิจกรรมดูแลสมอง” ที่เข้าถึงง่าย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และเหมาะกับผู้สูงอายุที่ยังต้องการมีบทบาทในชุมชน การอาสาเพียงเล็กน้อยแต่สม่ำเสมออาจเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความแข็งแรงของสมองในระยะยาว

    สรุปประเด็นสำคัญจากข่าว
    การช่วยเหลือผู้อื่นช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง
    งานวิจัยพบว่าช่วยลดอัตราการเสื่อมของสมองได้ราว 15–20%
    ทั้งการอาสาแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน

    ปริมาณเวลาที่เหมาะสมคือ 2–4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
    การช่วยเหลือในระดับนี้ให้ผลดีที่สุดโดยไม่ทำให้ร่างกายหรือจิตใจล้าเกินไป

    ผลลัพธ์เป็นแบบสะสมในระยะยาว
    ยิ่งช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง สมองยิ่งได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น

    การหยุดช่วยเหลืออาจสัมพันธ์กับการเสื่อมของสมองที่เร็วขึ้น
    ผู้ที่หยุดกิจกรรมช่วยเหลือมีคะแนนทดสอบสมองลดลงเร็วกว่ากลุ่มที่ยังคงช่วยเหลือ

    การช่วยเหลือมากเกินไปอาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้า
    การอาสาเกินระดับที่เหมาะสมอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจ

    https://www.sciencealert.com/helping-others-may-be-an-easy-way-to-keep-your-brain-young-study-finds
    🧠✨ ช่วยคนอื่น…ช่วยสมองเราเอง! งานวิจัยชี้ “การอาสา” อาจชะลอความเสื่อมของสมองได้ การศึกษาจากมหาวิทยาลัย Texas at Austin และ University of Massachusetts Boston พบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่าง “การช่วยเหลือผู้อื่น” กับ “อัตราการเสื่อมของสมอง” โดยข้อมูลจากการติดตามผู้สูงอายุกว่า 31,000 คนเป็นเวลาร่วม 20 ปีเผยว่า ผู้ที่อาสาช่วยเหลือผู้อื่นเป็นประจำ—ทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ—มีอัตราการเสื่อมถอยทางความคิดช้าลงถึงประมาณ 15–20% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถือว่าน่าทึ่งในงานวิจัยด้านผู้สูงอายุและภาวะสมองเสื่อม สิ่งที่โดดเด่นคือ “ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ชั่วคราว” แต่สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้คนช่วยเหลือผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการอาสาเพียง 2–4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ก็เพียงพอที่จะเห็นประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญ งานวิจัยชี้ว่าการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การใช้ความคิด และความรู้สึกมีคุณค่าในสังคม อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สมองยังคงทำงานได้ดีในระยะยาว นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบว่า “การหยุดช่วยเหลือผู้อื่น” มีความสัมพันธ์กับการลดลงของคะแนนทดสอบสมองและการเสื่อมถอยที่เร็วขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าการมีบทบาทในสังคมอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยป้องกันความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมได้อย่างมีความหมาย โดยเฉพาะในยุคที่จำนวนผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก เมื่อมองในภาพรวม การช่วยเหลือผู้อื่นไม่เพียงสร้างประโยชน์ต่อสังคม แต่ยังเป็น “กิจกรรมดูแลสมอง” ที่เข้าถึงง่าย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และเหมาะกับผู้สูงอายุที่ยังต้องการมีบทบาทในชุมชน การอาสาเพียงเล็กน้อยแต่สม่ำเสมออาจเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความแข็งแรงของสมองในระยะยาว 📌 สรุปประเด็นสำคัญจากข่าว ✅ การช่วยเหลือผู้อื่นช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง ➡️ งานวิจัยพบว่าช่วยลดอัตราการเสื่อมของสมองได้ราว 15–20% ➡️ ทั้งการอาสาแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน ✅ ปริมาณเวลาที่เหมาะสมคือ 2–4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ➡️ การช่วยเหลือในระดับนี้ให้ผลดีที่สุดโดยไม่ทำให้ร่างกายหรือจิตใจล้าเกินไป ✅ ผลลัพธ์เป็นแบบสะสมในระยะยาว ➡️ ยิ่งช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง สมองยิ่งได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น ‼️ การหยุดช่วยเหลืออาจสัมพันธ์กับการเสื่อมของสมองที่เร็วขึ้น ⛔ ผู้ที่หยุดกิจกรรมช่วยเหลือมีคะแนนทดสอบสมองลดลงเร็วกว่ากลุ่มที่ยังคงช่วยเหลือ ‼️ การช่วยเหลือมากเกินไปอาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้า ⛔ การอาสาเกินระดับที่เหมาะสมอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจ https://www.sciencealert.com/helping-others-may-be-an-easy-way-to-keep-your-brain-young-study-finds
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Helping Others May Be an Easy Way to Keep Your Brain Young, Study Finds
    Our bodies age at different rates, sometimes closely correlated to the years we've spent alive, and sometimes less so.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 125 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts