อ่านหนังสือกัน
อ่านหนังสือกัน
ชักชวนกันอ่านหนังสือ หนังสือไม่ว่าจะเป็นแนวไหนล้วนมีประโยชน์
  • กลุ่มสาธารณะ
  • 924 โพสต์
  • 176 รูปภาพ
  • 0 วิดีโอ
  • 0 รีวิว
  • ไลฟ์สไตล์
อัปเดตล่าสุด
  • MAO The Unknown Story เหมา เรื่องที่คุณไม่รู้ (2025/130)

    หนังสือเล่มสุดท้ายของปีที่แล้ว

    หนังสือเล่มนี้เขียนโดยอดีต Red Guard (องครักษ์พิทักษ์แดง) ที่มีส่วนร่วมพรรคอมมิวนิสต์จีนช่วงสั้นๆตอนอายุ 14ปี เธอได้ออกจากประเทศจีนและไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษในคณะภาษาศาสตร์ โดยเธอเป็นคนจีนคนแรกที่เรียนจบปริญญาเอกที่ประเทศอังกฤษ และแน่นอนว่าเธอไม่เห็นด้วยกับความคิดและการกระทำของเหมา เจ๋อ ตง

    หนังสือเล่มแรกที่เธอเขียนก็ได้สร้างความสนใจจากโลกตะวันตกเป็นอย่างมาก ชื่อหนังสือว่า Wild Swans (หงษ์ป่า) เนื้อเรื่องเกี่ยวกับการตีแผ่ด้านมืดของพรรคคอมมิวนิตส์จีน

    ส่วนหนังสือเล่มนี้ แน่นอนว่า ตัวเอกของเรื่องคือ เหมา เจ๋อ ตง ผู้เป็นผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนจากการสนับสนุนของประเทศรัสเซีย จนเอาชนะสงครามกลางเมือง เอาชนะการรุกรานของประเทศญี่ปุ่น และสถาปนาอำนาจการปกครองแบบคอมมิวนิสต์จนรวมประเทศจีนเป็นปึกแผ่นมั่นคง รวมไปถึงสร้างประเทศจีนให้เป็นหนึ่งในมหาอำนาจหนึ่งใน 4 ของโลกได้

    แต่ว่า….. เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ เป็นการนำเสนออย่างที่ชื่อหนังสือคือ เรื่องของเหมา เจ๋อ ตง ที่เป็นเบื้องหลังเบื้องลึก ที่เป็นเนื้อแท้ตัวตนของ เหมา เจ๋อ ตง ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องของความชั่วร้ายของ เหมา เจ๋อ ตง เนื้อหาที่ผู้เขียนนำมาเขียนมาจากบทสัมภาษณ์หลายต่อหลายคนทั้งคนที่เคยทำงานใกล้ชิด ผู้ที่เป็นฝั่งตรงข้ามกับเหมา และผู้นำหรือผู้ที่เกี่ยวในประเทศต่างๆที่เหมาได้สามสัมพันธไมตรีด้วย โดย……….ไม่มีหลักฐานที่เป็นเอกสารเลย ดังนั้นการอ่านหนังสือเล่มนี้จึงมีความไม่น่าเชื่อถือเรื่องที่มาของข้อมูล รวมไปถึงอาจจะมีอคติของผู้เขียนในการหยิบยกข้อมูลที่ใช้ในการเขียน ผู้อ่านควรมีวิจารณญานด้วยตนเอง

    ถึงแม้ว่าเนื้อหาของหนังสืออาจจะไม่น่าเชื่อถือได้ 100% ถ้าวิเคราะห์บริบทของประวัติศาสตร์ของชีวประวัติของเหมาเล่มนี้ โดยถ้าแยกการวิภากษ์วิจารณ์นิสัยส่วนตัวของเหมาออกไปแล้ว บริบทของประวัติศาสตร์จีนไล่ตามช่วงชีวิตของเหมา เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากเพราะเป็นการอธิบายรายละเอียดของประวัติศาสตร์ของจีนในช่วงการเปลี่ยนผ่านการปกครองตั้งแต่ระบบกษัตริย์ ผ่านระบบสาธารณรัฐ ผ่านสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ผ่านสงครามกลางมือ ผ่านสงครามโลกครั้งที่สอง การสถาปณาประเทศจีนโดยพรรคคอมมิวนิสต์ การปรับปรุงการปกครองประชากรของประเทศจีน การสร้างความั่นคงทางด้านการทหาร การเข้าไปสู่ความเป็นหมาอำนาจของจีน ผ่านประเทศต่างๆ ทั้งสงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม การปฎิวัติวัฒนธรรม การเสียชีวิตของคนรอบตัวของเหมา และประชากรจีนหลายล้านคน ชีวิตของเหมาทั้งภรรยาหลายคนและลูกๆอีกหลายคนกับช่วงเวลาที่ยากลำบากทำให้เขาต้องสูญเสียชีวิตครอบครัวจนแทบจะไม่เรียกว่าเป็นครอบครัว ตลอดจนไปถึงการส่งต่ออำนาจของเหมา ไปสู่ เติ้ง เสี่ยว ผิง

    หนังสือขนาดยาวมากเล่มนี้ ให้ความรู้ และข้อคิดมากมาย โดยถึงแม้ว่าเหมาจะเป็นคนที่โหดร้าย ไร้จิตใจ บ้าอำนาจ ทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง อย่างที่ในหนังสือเขียนไว้อย่างละเอียด แต่ก็น่าคิดว่าคนอะไรจะเลวร้ายได้ขนาดนี้ แต่ยังสามารถรวมประเทศขึ้นมาได้ ในความคิดของผมยังคิดว่าเหมาคงจะมีความดีหลายๆเรื่องพอตัว ดังนั้นอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วก็ควรหาหนังสืออีกหลายๆเล่มมาเปรียบเทียบข้อมูลกัน

    #MaoTheUnknownStory #เหมาเรื่องที่คุณไม่รู้ #เหมาเจ๋อตง #เหมาเจ๋อตุง #รีวิวหนังสือ
    MAO The Unknown Story เหมา เรื่องที่คุณไม่รู้ (2025/130) หนังสือเล่มสุดท้ายของปีที่แล้ว หนังสือเล่มนี้เขียนโดยอดีต Red Guard (องครักษ์พิทักษ์แดง) ที่มีส่วนร่วมพรรคอมมิวนิสต์จีนช่วงสั้นๆตอนอายุ 14ปี เธอได้ออกจากประเทศจีนและไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษในคณะภาษาศาสตร์ โดยเธอเป็นคนจีนคนแรกที่เรียนจบปริญญาเอกที่ประเทศอังกฤษ และแน่นอนว่าเธอไม่เห็นด้วยกับความคิดและการกระทำของเหมา เจ๋อ ตง หนังสือเล่มแรกที่เธอเขียนก็ได้สร้างความสนใจจากโลกตะวันตกเป็นอย่างมาก ชื่อหนังสือว่า Wild Swans (หงษ์ป่า) เนื้อเรื่องเกี่ยวกับการตีแผ่ด้านมืดของพรรคคอมมิวนิตส์จีน ส่วนหนังสือเล่มนี้ แน่นอนว่า ตัวเอกของเรื่องคือ เหมา เจ๋อ ตง ผู้เป็นผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนจากการสนับสนุนของประเทศรัสเซีย จนเอาชนะสงครามกลางเมือง เอาชนะการรุกรานของประเทศญี่ปุ่น และสถาปนาอำนาจการปกครองแบบคอมมิวนิสต์จนรวมประเทศจีนเป็นปึกแผ่นมั่นคง รวมไปถึงสร้างประเทศจีนให้เป็นหนึ่งในมหาอำนาจหนึ่งใน 4 ของโลกได้ แต่ว่า….. เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ เป็นการนำเสนออย่างที่ชื่อหนังสือคือ เรื่องของเหมา เจ๋อ ตง ที่เป็นเบื้องหลังเบื้องลึก ที่เป็นเนื้อแท้ตัวตนของ เหมา เจ๋อ ตง ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องของความชั่วร้ายของ เหมา เจ๋อ ตง เนื้อหาที่ผู้เขียนนำมาเขียนมาจากบทสัมภาษณ์หลายต่อหลายคนทั้งคนที่เคยทำงานใกล้ชิด ผู้ที่เป็นฝั่งตรงข้ามกับเหมา และผู้นำหรือผู้ที่เกี่ยวในประเทศต่างๆที่เหมาได้สามสัมพันธไมตรีด้วย โดย……….ไม่มีหลักฐานที่เป็นเอกสารเลย ดังนั้นการอ่านหนังสือเล่มนี้จึงมีความไม่น่าเชื่อถือเรื่องที่มาของข้อมูล รวมไปถึงอาจจะมีอคติของผู้เขียนในการหยิบยกข้อมูลที่ใช้ในการเขียน ผู้อ่านควรมีวิจารณญานด้วยตนเอง ถึงแม้ว่าเนื้อหาของหนังสืออาจจะไม่น่าเชื่อถือได้ 100% ถ้าวิเคราะห์บริบทของประวัติศาสตร์ของชีวประวัติของเหมาเล่มนี้ โดยถ้าแยกการวิภากษ์วิจารณ์นิสัยส่วนตัวของเหมาออกไปแล้ว บริบทของประวัติศาสตร์จีนไล่ตามช่วงชีวิตของเหมา เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากเพราะเป็นการอธิบายรายละเอียดของประวัติศาสตร์ของจีนในช่วงการเปลี่ยนผ่านการปกครองตั้งแต่ระบบกษัตริย์ ผ่านระบบสาธารณรัฐ ผ่านสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ผ่านสงครามกลางมือ ผ่านสงครามโลกครั้งที่สอง การสถาปณาประเทศจีนโดยพรรคคอมมิวนิสต์ การปรับปรุงการปกครองประชากรของประเทศจีน การสร้างความั่นคงทางด้านการทหาร การเข้าไปสู่ความเป็นหมาอำนาจของจีน ผ่านประเทศต่างๆ ทั้งสงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม การปฎิวัติวัฒนธรรม การเสียชีวิตของคนรอบตัวของเหมา และประชากรจีนหลายล้านคน ชีวิตของเหมาทั้งภรรยาหลายคนและลูกๆอีกหลายคนกับช่วงเวลาที่ยากลำบากทำให้เขาต้องสูญเสียชีวิตครอบครัวจนแทบจะไม่เรียกว่าเป็นครอบครัว ตลอดจนไปถึงการส่งต่ออำนาจของเหมา ไปสู่ เติ้ง เสี่ยว ผิง หนังสือขนาดยาวมากเล่มนี้ ให้ความรู้ และข้อคิดมากมาย โดยถึงแม้ว่าเหมาจะเป็นคนที่โหดร้าย ไร้จิตใจ บ้าอำนาจ ทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง อย่างที่ในหนังสือเขียนไว้อย่างละเอียด แต่ก็น่าคิดว่าคนอะไรจะเลวร้ายได้ขนาดนี้ แต่ยังสามารถรวมประเทศขึ้นมาได้ ในความคิดของผมยังคิดว่าเหมาคงจะมีความดีหลายๆเรื่องพอตัว ดังนั้นอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วก็ควรหาหนังสืออีกหลายๆเล่มมาเปรียบเทียบข้อมูลกัน #MaoTheUnknownStory #เหมาเรื่องที่คุณไม่รู้ #เหมาเจ๋อตง #เหมาเจ๋อตุง #รีวิวหนังสือ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 2 มุมมอง 0 รีวิว
  • เรื่องเม่นกับหมาป่า Isaiah berlin แบ่งคนออกเป็น 2 ประเภท จิ้งจอกรอบรู้หลายเรื่อง เม่นรู้เพียงเรื่องเดียวแต่เป็นเรื่องใหญ่ๆ จิ้งจอกเป็นสัตว์ฉลาดรู้จักพลิกแพลงหาวิธีการโจมตีแม่นวันแล้ววันเล่ามันป้วนเปี้ยนอยู่แถวรังเม่นคอยหาจังหวะจู่โจมความว่องไวปราดเปรียวและเจ้าเล่ห์ของมัน ดูอย่างไรก็ต้องเป็นผู้ชนะแน่ส่วนตัวเม่นนั้นเป็นสัตว์หน้าตาประหลาดมันๆเหมือนกับการเดินต่อแต่ออกไปหาอาหารกินแล้วก็กลับมาเฝ้ารัง จนมาวันหนึ่งจิ้งจอกซุ่มโจมตีตรงทางแยกเม่นกำลังเดินเข้ามามันกระโจนเข้าไปหาอย่างรวดเร็วแต่เม่นน้อยได้กลิ่นอันตรายแล้วก็หันไปพูดว่ าเอาอีกแล้วเจ้าจะได้บทเรียนจากครั้งก่อนได้ไหมน้องแล้วมันก็ม้วนตัวเป็นลูกกลมๆเจ้าหมาจิ้งจอกมุ่งเข้าไปเห็นเหยื่ออันนั้นก็สงบหยุดโจมตี Berlin เทียบจากนิทานเป็นคน 2 กลุ่มกลุ่มแรกหมาจิ้งจอกเป็นพวกมีเป้าหมายหลายๆอย่างในเวลาเดียวกันและมองโลกอย่างซับซ้อนแต่ไม่เคยบูรณาความคิดให้เป็นหนึ่งเดียวกันและไม่มีวิสัยทัศน์เป็นเอกภาพ ส่วนเม่นทำตัวซับซ้อนให้เป็นเรื่องง่ายๆด้วยความคิดที่เป็นระบบหรือหลักพื้นฐานซึ่งอธิบายได้ทุกอย่างสำหรับตัวเม่นอะไรก็ตามที่ไม่มีความสัมพันธ์กับความคิดเขาเป็นเรื่องที่ไม่มีความหมาย

    จากหนังสือ #GoodToGreat
    เรื่องเม่นกับหมาป่า Isaiah berlin แบ่งคนออกเป็น 2 ประเภท จิ้งจอกรอบรู้หลายเรื่อง เม่นรู้เพียงเรื่องเดียวแต่เป็นเรื่องใหญ่ๆ จิ้งจอกเป็นสัตว์ฉลาดรู้จักพลิกแพลงหาวิธีการโจมตีแม่นวันแล้ววันเล่ามันป้วนเปี้ยนอยู่แถวรังเม่นคอยหาจังหวะจู่โจมความว่องไวปราดเปรียวและเจ้าเล่ห์ของมัน ดูอย่างไรก็ต้องเป็นผู้ชนะแน่ส่วนตัวเม่นนั้นเป็นสัตว์หน้าตาประหลาดมันๆเหมือนกับการเดินต่อแต่ออกไปหาอาหารกินแล้วก็กลับมาเฝ้ารัง จนมาวันหนึ่งจิ้งจอกซุ่มโจมตีตรงทางแยกเม่นกำลังเดินเข้ามามันกระโจนเข้าไปหาอย่างรวดเร็วแต่เม่นน้อยได้กลิ่นอันตรายแล้วก็หันไปพูดว่ าเอาอีกแล้วเจ้าจะได้บทเรียนจากครั้งก่อนได้ไหมน้องแล้วมันก็ม้วนตัวเป็นลูกกลมๆเจ้าหมาจิ้งจอกมุ่งเข้าไปเห็นเหยื่ออันนั้นก็สงบหยุดโจมตี Berlin เทียบจากนิทานเป็นคน 2 กลุ่มกลุ่มแรกหมาจิ้งจอกเป็นพวกมีเป้าหมายหลายๆอย่างในเวลาเดียวกันและมองโลกอย่างซับซ้อนแต่ไม่เคยบูรณาความคิดให้เป็นหนึ่งเดียวกันและไม่มีวิสัยทัศน์เป็นเอกภาพ ส่วนเม่นทำตัวซับซ้อนให้เป็นเรื่องง่ายๆด้วยความคิดที่เป็นระบบหรือหลักพื้นฐานซึ่งอธิบายได้ทุกอย่างสำหรับตัวเม่นอะไรก็ตามที่ไม่มีความสัมพันธ์กับความคิดเขาเป็นเรื่องที่ไม่มีความหมาย จากหนังสือ #GoodToGreat
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 2 มุมมอง 0 รีวิว
  • ด้วยปริมาณที่เพียงพอเทรดเดอร์สามารถใช้สัญญาณน้ำมันและสินทรัพย์โต้ตอบการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของราคาตลาดได้ บางทีเรือสินค้าที่มุ่งหน้าไปสหรัฐอาจเปลี่ยนเส้นทางไปเอเชียหรือโรงกลั่นอาจจะเปลี่ยนการผสมน้ำมันดิบชนิดต่างๆที่กำลังผ่านกระบวนการเพื่อฉวยโอกาสจากความแตกต่างของหลังคาสัญญาหนึ่งหากยอมให้เทรดเดอร์ส่งน้ำมันช้าไป 3-4 วันหรือส่งน้ำมันน้อยลงหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหรือบางที 3-4 ล้านบาร์เรลอาจจะเก็บไว้ในถังรอจนกว่าราคาจะพุ่งขึ้นครั้งต่อไป

    จากหนังสือ #TheWorldForSale
    ด้วยปริมาณที่เพียงพอเทรดเดอร์สามารถใช้สัญญาณน้ำมันและสินทรัพย์โต้ตอบการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของราคาตลาดได้ บางทีเรือสินค้าที่มุ่งหน้าไปสหรัฐอาจเปลี่ยนเส้นทางไปเอเชียหรือโรงกลั่นอาจจะเปลี่ยนการผสมน้ำมันดิบชนิดต่างๆที่กำลังผ่านกระบวนการเพื่อฉวยโอกาสจากความแตกต่างของหลังคาสัญญาหนึ่งหากยอมให้เทรดเดอร์ส่งน้ำมันช้าไป 3-4 วันหรือส่งน้ำมันน้อยลงหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหรือบางที 3-4 ล้านบาร์เรลอาจจะเก็บไว้ในถังรอจนกว่าราคาจะพุ่งขึ้นครั้งต่อไป จากหนังสือ #TheWorldForSale
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 2 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลูกค้าประจำคนหนึ่งของผมเป็นผู้บริหารที่จะบินออกไปทุกวันจันทร์เข้าและ กลับมาคืนวันพฤหัสบดีทั้งๆ ที่ขับรถให้ชายคนนี้แทบทุกสัปดาห์ เราแทบไม่เคยคุยอะไรกันนอกจากข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทาง นานๆทีจะทักทาย ไม่เคยมีบทสนทนา แค่คุยคำสองคำ บางทีก็แค่พยักหน้า ความเศร้าหมองและความรังเกียจจับอยู่บน ใบหน้าในตอนเช้าของเขาเวลาที่ผมไปรับเขาที่แมนชั่นแบร์ริงตัน ระหว่างทางไปสนามบิน นานๆครั้งถึงจะคุยโทรศัพท์ บทสนทนานั้นหยาบกระด้าง บางครั้งก็ เหี้ยมโหด

    และแล้ว เช้าวันจันทร์วันหนึ่งหลังจากที่ผมไปรับเขา อะไรบางอย่างที่ต่างไปเกิด ขึ้นเขาแหกกิจวัตรซ้ำๆ เขาให้ผมมีส่วนร่วมในบทสนทนาอันร่าเริง เขารู้ว่าผมมีปริญญาด้านธุรกิจ 2 ใบ และเป็นเจ้าของธุรกิจที่ทะเยอทะยาน ผมรู้ว่าเขาเป็นทนายมีภรรยาและลูก 2 คน ระหว่างช่วง 30 นาที ที่ไปสนามบิน ผมได้แต่สงสัยว่า “ทำไมวันนี้ตาคน เศร้าหมองนี่พูดกับผม” ในขณะที่ผมขับเข้าไปที่สนามบิน ผมก็รู้ว่าทำไมเขากำลังจะไปเจอภรรยากับลูกที่ฮาวายเพื่อพักร้อน

    จากหนังสือ #UNSCRIPTED #เลนเศรษฐีไม่มีสคริปต์
    ลูกค้าประจำคนหนึ่งของผมเป็นผู้บริหารที่จะบินออกไปทุกวันจันทร์เข้าและ กลับมาคืนวันพฤหัสบดีทั้งๆ ที่ขับรถให้ชายคนนี้แทบทุกสัปดาห์ เราแทบไม่เคยคุยอะไรกันนอกจากข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทาง นานๆทีจะทักทาย ไม่เคยมีบทสนทนา แค่คุยคำสองคำ บางทีก็แค่พยักหน้า ความเศร้าหมองและความรังเกียจจับอยู่บน ใบหน้าในตอนเช้าของเขาเวลาที่ผมไปรับเขาที่แมนชั่นแบร์ริงตัน ระหว่างทางไปสนามบิน นานๆครั้งถึงจะคุยโทรศัพท์ บทสนทนานั้นหยาบกระด้าง บางครั้งก็ เหี้ยมโหด และแล้ว เช้าวันจันทร์วันหนึ่งหลังจากที่ผมไปรับเขา อะไรบางอย่างที่ต่างไปเกิด ขึ้นเขาแหกกิจวัตรซ้ำๆ เขาให้ผมมีส่วนร่วมในบทสนทนาอันร่าเริง เขารู้ว่าผมมีปริญญาด้านธุรกิจ 2 ใบ และเป็นเจ้าของธุรกิจที่ทะเยอทะยาน ผมรู้ว่าเขาเป็นทนายมีภรรยาและลูก 2 คน ระหว่างช่วง 30 นาที ที่ไปสนามบิน ผมได้แต่สงสัยว่า “ทำไมวันนี้ตาคน เศร้าหมองนี่พูดกับผม” ในขณะที่ผมขับเข้าไปที่สนามบิน ผมก็รู้ว่าทำไมเขากำลังจะไปเจอภรรยากับลูกที่ฮาวายเพื่อพักร้อน จากหนังสือ #UNSCRIPTED #เลนเศรษฐีไม่มีสคริปต์
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 3 มุมมอง 0 รีวิว
  • ระหว่างงานศพพี่ชายพูดกับแม่ว่า “คนที่ดูแลพ่อไม่ดีจนพ่อตาย คือน้องนั่นแหละ” ฉันจึงเถียงพี่กลับไปว่า “คนที่ไม่ดูแลพ่อดีๆ คือพี่ ต่างหาก ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็นพี่มาเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาลเลยสักครั้ง ต้องรอให้อาการหนักก่อนถึงคอยโผล่หัวมา แล้วเป็นไงพอได้เงิน จากแม่ตรงทางเดินก็กลับไปเลยไม่ใช่เหรอ”

    จากหนังสือ #5วันหลังการตายของพี่ชายที่ฉันเกลียด
    ระหว่างงานศพพี่ชายพูดกับแม่ว่า “คนที่ดูแลพ่อไม่ดีจนพ่อตาย คือน้องนั่นแหละ” ฉันจึงเถียงพี่กลับไปว่า “คนที่ไม่ดูแลพ่อดีๆ คือพี่ ต่างหาก ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็นพี่มาเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาลเลยสักครั้ง ต้องรอให้อาการหนักก่อนถึงคอยโผล่หัวมา แล้วเป็นไงพอได้เงิน จากแม่ตรงทางเดินก็กลับไปเลยไม่ใช่เหรอ” จากหนังสือ #5วันหลังการตายของพี่ชายที่ฉันเกลียด
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 3 มุมมอง 0 รีวิว
  • การอ่านเป็นรูปแบบหนึ่งของการคิดและของการพูด ชิเซโร ปลอบขวัญผู้พิการทางหูไว้ในความเรียงบทหนึ่งที่ว่าด้วยศีลธรรมโดยเขียนว่า ก็ควรจะ “หากเสียงที่เกิดขึ้นสร้างความเพลิดเพลินให้แก่การท่องปากเปล่า จดจำไว้ด้วย ว่าอย่างแรก ก่อนที่บทกวีทั้งหลายจะถูกประดิษฐ์ขึ้นมานั้น มนุษย์โลกที่มีสติปัญญามากมายนักที่มีชีวิตอย่างมีความสุข และอย่างที่สอง การอ่านบทกวีเหล่า นั้นก่อให้เกิดความสำราญที่ยิ่งใหญ่มากเสียยิ่งกว่าการได้ยินมัน” แต่คำพูดนี้เป็น แค่รางวัลปลอบใจสำหรับคนแพ้เท่านั้นเอง และมาจากนักปรัชญาที่สามารถรื่นรมย์ในเสียงจากคำที่เขียนขึ้น ออกัสตินก็เช่นเดียว กับซิเซโรที่ถือว่าการอ่านเป็นความชำนาญทางปากอย่างหนึ่ง ความชำนาญซึ่งจัดเป็นโวหารสำหรับซิเซโร แต่จัดเป็นธรรมกถาสำหรับออกัสติน

    จากหนังสือ #โลกในมือนักอ่าน #TheHistoryOfReading
    การอ่านเป็นรูปแบบหนึ่งของการคิดและของการพูด ชิเซโร ปลอบขวัญผู้พิการทางหูไว้ในความเรียงบทหนึ่งที่ว่าด้วยศีลธรรมโดยเขียนว่า ก็ควรจะ “หากเสียงที่เกิดขึ้นสร้างความเพลิดเพลินให้แก่การท่องปากเปล่า จดจำไว้ด้วย ว่าอย่างแรก ก่อนที่บทกวีทั้งหลายจะถูกประดิษฐ์ขึ้นมานั้น มนุษย์โลกที่มีสติปัญญามากมายนักที่มีชีวิตอย่างมีความสุข และอย่างที่สอง การอ่านบทกวีเหล่า นั้นก่อให้เกิดความสำราญที่ยิ่งใหญ่มากเสียยิ่งกว่าการได้ยินมัน” แต่คำพูดนี้เป็น แค่รางวัลปลอบใจสำหรับคนแพ้เท่านั้นเอง และมาจากนักปรัชญาที่สามารถรื่นรมย์ในเสียงจากคำที่เขียนขึ้น ออกัสตินก็เช่นเดียว กับซิเซโรที่ถือว่าการอ่านเป็นความชำนาญทางปากอย่างหนึ่ง ความชำนาญซึ่งจัดเป็นโวหารสำหรับซิเซโร แต่จัดเป็นธรรมกถาสำหรับออกัสติน จากหนังสือ #โลกในมือนักอ่าน #TheHistoryOfReading
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 3 มุมมอง 0 รีวิว
  • ว่ากันว่าคนบนโลกนี้แบ่งออกได้เป็นสองประเภท

    คนที่อยู่ใต้บงการของ “เอรอส” -สัญชาตญาณ แห่งการใช้ชีวิตแห่งความตาย
    คนที่อยู่ใต้บงการของ “ทานาธอส” - สัญชาตญาณ

    จากหนังสือ #รวมนิยายYoasobi #วิ่งสู่ค่ำคืน
    ว่ากันว่าคนบนโลกนี้แบ่งออกได้เป็นสองประเภท คนที่อยู่ใต้บงการของ “เอรอส” -สัญชาตญาณ แห่งการใช้ชีวิตแห่งความตาย คนที่อยู่ใต้บงการของ “ทานาธอส” - สัญชาตญาณ จากหนังสือ #รวมนิยายYoasobi #วิ่งสู่ค่ำคืน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 3 มุมมอง 0 รีวิว
  • บาร์บารา เฟรดริกสัน ได้รวบรวมอารมณ์เชิงบวกที่ พบเห็นได้บ่อยที่สุดสิบประการไว้ในหนังสือชื่อ Positivity อารมณ์เหล่านั้นได้แก่ ความขอบคุณ ความสงบ ความสนใจ ความคาดหวัง ความภาคภูมิใจ ความสนุกสนาน แรงบันดาลใจ ความเคารพ และความรัก

    สิ่งที่น่าสนใจคือ “ความพึงพอใจ” ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ทั้งสิบ ประการที่เธอระบุไว้ เพราะบาร์บารามีความเชื่อว่าความพึงพอใจ ใกล้เคียงกับอารมณ์เชิงลบมากกว่า เนื่องจากการแสวงหาความพึงพอใจจะทำให้เราหมกมุ่นกับความต้องการพื้นฐานตรงหน้า โดยไม่สนใจสิ่งอื่น เราจะค่อยๆ หลงใหลและเสพติด จนในที่สุด ก็ถูกความปรารถนาของตนเองกลืนกิน ในทางกลับกัน อารมณ์ เชิงบวกสามารถปรับแก้กลไกการทำงานของร่างกายและจิตใจ ในตัวเราได้ดีกว่า ทั้งยังมอบประสบการณ์และความรู้สึกดีๆ ให้เราอย่างต่อเนื่อง

    อย่างไรก็ตาม อารมณ์ของมนุษย์ทุกคนล้วนผันผวนได้ตลอด ทุกคนต่างก็เคยประสบทั้งสภาวะอารมณ์เชิงบวกและ เชิงลบ ด้วยเหตุนี้บาร์บาราจึงได้แนะนำสัดส่วนหนึ่งไว้ในหนังสือโดยอ้างอิงตามงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เธอกล่าวว่า หากต้องการ ให้อารมณ์เชิงบวกดำรงอยู่ได้ในระยะยาว ให้เราดำเนินชีวิตต่อไปได้ดียิ่งขึ้น ต้องให้อารมณ์เชิงบวกและอารมณ์เชิงลบอยู่ใน สัดส่วนสามต่อหนึ่ง

    ด้วยเหตุนี้ทั้งการเพิ่มสัดส่วนอารมณ์เชิงบวก รวมถึงการ ยกระดับ “อัตราอารมณ์เชิงบวก” ของเรา จึงเป็นเป้าหมายหนึ่ง ที่สำคัญสำหรับเราในตอนนี้

    จากหนังสือ #คู่มืออารมณ์ดี
    บาร์บารา เฟรดริกสัน ได้รวบรวมอารมณ์เชิงบวกที่ พบเห็นได้บ่อยที่สุดสิบประการไว้ในหนังสือชื่อ Positivity อารมณ์เหล่านั้นได้แก่ ความขอบคุณ ความสงบ ความสนใจ ความคาดหวัง ความภาคภูมิใจ ความสนุกสนาน แรงบันดาลใจ ความเคารพ และความรัก สิ่งที่น่าสนใจคือ “ความพึงพอใจ” ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ทั้งสิบ ประการที่เธอระบุไว้ เพราะบาร์บารามีความเชื่อว่าความพึงพอใจ ใกล้เคียงกับอารมณ์เชิงลบมากกว่า เนื่องจากการแสวงหาความพึงพอใจจะทำให้เราหมกมุ่นกับความต้องการพื้นฐานตรงหน้า โดยไม่สนใจสิ่งอื่น เราจะค่อยๆ หลงใหลและเสพติด จนในที่สุด ก็ถูกความปรารถนาของตนเองกลืนกิน ในทางกลับกัน อารมณ์ เชิงบวกสามารถปรับแก้กลไกการทำงานของร่างกายและจิตใจ ในตัวเราได้ดีกว่า ทั้งยังมอบประสบการณ์และความรู้สึกดีๆ ให้เราอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อารมณ์ของมนุษย์ทุกคนล้วนผันผวนได้ตลอด ทุกคนต่างก็เคยประสบทั้งสภาวะอารมณ์เชิงบวกและ เชิงลบ ด้วยเหตุนี้บาร์บาราจึงได้แนะนำสัดส่วนหนึ่งไว้ในหนังสือโดยอ้างอิงตามงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เธอกล่าวว่า หากต้องการ ให้อารมณ์เชิงบวกดำรงอยู่ได้ในระยะยาว ให้เราดำเนินชีวิตต่อไปได้ดียิ่งขึ้น ต้องให้อารมณ์เชิงบวกและอารมณ์เชิงลบอยู่ใน สัดส่วนสามต่อหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ทั้งการเพิ่มสัดส่วนอารมณ์เชิงบวก รวมถึงการ ยกระดับ “อัตราอารมณ์เชิงบวก” ของเรา จึงเป็นเป้าหมายหนึ่ง ที่สำคัญสำหรับเราในตอนนี้ จากหนังสือ #คู่มืออารมณ์ดี
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 8 มุมมอง 0 รีวิว
  • ในปี 1773 เบนจามิน แฟรงคลิน (Benjamin Franklin) เขียนจดหมายถึง บาร์โบ-ดูบอร์ (Jacques Barbeu-Duborg) ว่าเขาอยากกลับมา มีชีวิตในอีก 100 ปีข้างหน้าหรือนานกว่านั้น เขาอยากเห็นอย่างยิ่งว่า ประเทศที่เขามีส่วนร่วมก่อตั้งขึ้นจะเป็นอย่างไร

    อย่างไรก็ตาม ในฐานะนักประดิษฐ์ แฟรงคลินไม่ได้พอใจกับ ความต้องการที่เป็นนามธรรมเท่านั้น เขาครุ่นคิดถึงกระบวนการเพื่อฟื้นชีพตัวเองด้วย โดยบอกว่า “ข้าพเจ้าอยากตายแบบธรรมดาและถูกดอง ไว้กับเพื่อนสองสามคนในถังไวน์มาเดรา” แล้วหลังจากนั้นหนึ่งศตวรรษก็อยากจะถูกปลุกให้ฟื้นขึ้นมาโดยแสงอาทิตย์อันอบอุ่นของประเทศ ที่ข้าพเจ้ารัก!”

    จากหนังสือ #แต่ตัวฉันในวันพรุ่งนี้ #YourFutureSelf
    ในปี 1773 เบนจามิน แฟรงคลิน (Benjamin Franklin) เขียนจดหมายถึง บาร์โบ-ดูบอร์ (Jacques Barbeu-Duborg) ว่าเขาอยากกลับมา มีชีวิตในอีก 100 ปีข้างหน้าหรือนานกว่านั้น เขาอยากเห็นอย่างยิ่งว่า ประเทศที่เขามีส่วนร่วมก่อตั้งขึ้นจะเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม ในฐานะนักประดิษฐ์ แฟรงคลินไม่ได้พอใจกับ ความต้องการที่เป็นนามธรรมเท่านั้น เขาครุ่นคิดถึงกระบวนการเพื่อฟื้นชีพตัวเองด้วย โดยบอกว่า “ข้าพเจ้าอยากตายแบบธรรมดาและถูกดอง ไว้กับเพื่อนสองสามคนในถังไวน์มาเดรา” แล้วหลังจากนั้นหนึ่งศตวรรษก็อยากจะถูกปลุกให้ฟื้นขึ้นมาโดยแสงอาทิตย์อันอบอุ่นของประเทศ ที่ข้าพเจ้ารัก!” จากหนังสือ #แต่ตัวฉันในวันพรุ่งนี้ #YourFutureSelf
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 8 มุมมอง 0 รีวิว
  • ในการทดลอง ได้มีการให้อาสาสมัคร 10 คน จินตนาการว่ากำลั เกร็งกล้ามเนื้อไบเซ็ปส์ให้แรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ สัปดาห์ละ 5 ครั้ง นักวิจัยได้ทำการบันทึก คลื่นไฟฟ้าในสมองของผู้เข้าร่วมการวิจัยระหว่างการเบ่งกล้ามในแต่ละช่วงและวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อทุกๆ 2 สัปดาห์ และพบว่าผู้ที่จินตนาการว่าเบ่งกล้ามมีความแข็ง แรงของกล้ามเนื้อไบเซ็ปส์เพิ่มขึ้น 13.5 เปอร์เซ็นต์ในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ และความแข็งแรงนี้ยังคงอยู่ในอีก 3 เดือนหลังจากที่หยุดฝึกซ้อม” แสดงให้เห็นว่า ร่างกายของพวกเขามี การตอบสนองต่อจิตใจใหม่จริงๆ

    จากหนังสือ #คุณคือพลาซีโบ #YouAreThePlacebo
    ในการทดลอง ได้มีการให้อาสาสมัคร 10 คน จินตนาการว่ากำลั เกร็งกล้ามเนื้อไบเซ็ปส์ให้แรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ สัปดาห์ละ 5 ครั้ง นักวิจัยได้ทำการบันทึก คลื่นไฟฟ้าในสมองของผู้เข้าร่วมการวิจัยระหว่างการเบ่งกล้ามในแต่ละช่วงและวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อทุกๆ 2 สัปดาห์ และพบว่าผู้ที่จินตนาการว่าเบ่งกล้ามมีความแข็ง แรงของกล้ามเนื้อไบเซ็ปส์เพิ่มขึ้น 13.5 เปอร์เซ็นต์ในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ และความแข็งแรงนี้ยังคงอยู่ในอีก 3 เดือนหลังจากที่หยุดฝึกซ้อม” แสดงให้เห็นว่า ร่างกายของพวกเขามี การตอบสนองต่อจิตใจใหม่จริงๆ จากหนังสือ #คุณคือพลาซีโบ #YouAreThePlacebo
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 9 มุมมอง 0 รีวิว
  • แอปพลิเคชันทั้งสองประเภทนี้ เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่เยาวชนเกือบครึ่งหนึ่ง (49%) ของเจ้าของสมาร์ตโฟนที่มีอายุ 18-29 ปี ใช้แอปพลิเคชันส่งข้อความ ขณะที่ 41% ใช้แอปพลิเคชันแบบที่ลบข้อความที่ส่งออกโดยอัตโนมัติ ซึ่งมีให้ใช้ฟรี และเมื่อเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ก็ไม่จำเป็นต้องใช้บริการส่ง SMS หรือใช้การส่งข้อมูลที่มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยกัน เป็นส่วนตัวมากกว่าแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์อย่างเช่น Facebook หรือTwitter แอปพลิเคชันแบบ Snapchat หรือ Wickr ที่สามารถลบข้อความอัตโนมัติได้นี้ จะทำให้สื่อสังคมกระแสหลักอย่าง Facebook เติบโตได้ยากขึ้น ในกลุ่มผู้ใช้งานที่มีอายุน้อย ซึ่งถ้ามาดูที่ผู้ใหญ่ มีคนที่ใช้ Facebook 72% ซึ่งก็จะ ไม่มีการเติบโตอีกแล้ว ขณะที่ผู้หญิงใช้ Facebook 77% และผู้ชายใช้เพียง 66% เท่านั้น

    จากหนังสือ #โลกหมุนเร็วขึ้นต้องคิดให้ช้าลง #TooFastToThink
    แอปพลิเคชันทั้งสองประเภทนี้ เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่เยาวชนเกือบครึ่งหนึ่ง (49%) ของเจ้าของสมาร์ตโฟนที่มีอายุ 18-29 ปี ใช้แอปพลิเคชันส่งข้อความ ขณะที่ 41% ใช้แอปพลิเคชันแบบที่ลบข้อความที่ส่งออกโดยอัตโนมัติ ซึ่งมีให้ใช้ฟรี และเมื่อเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ก็ไม่จำเป็นต้องใช้บริการส่ง SMS หรือใช้การส่งข้อมูลที่มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยกัน เป็นส่วนตัวมากกว่าแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์อย่างเช่น Facebook หรือTwitter แอปพลิเคชันแบบ Snapchat หรือ Wickr ที่สามารถลบข้อความอัตโนมัติได้นี้ จะทำให้สื่อสังคมกระแสหลักอย่าง Facebook เติบโตได้ยากขึ้น ในกลุ่มผู้ใช้งานที่มีอายุน้อย ซึ่งถ้ามาดูที่ผู้ใหญ่ มีคนที่ใช้ Facebook 72% ซึ่งก็จะ ไม่มีการเติบโตอีกแล้ว ขณะที่ผู้หญิงใช้ Facebook 77% และผู้ชายใช้เพียง 66% เท่านั้น จากหนังสือ #โลกหมุนเร็วขึ้นต้องคิดให้ช้าลง #TooFastToThink
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 9 มุมมอง 0 รีวิว
  • การปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจของจีนเป็นเรื่องที่ซับซ้อน แถมยังมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามยุคสมัย หากบรรยายอย่างละเอียดก็คงต้องเขียนเป็นหนังสือขึ้นมาอีกหนึ่งเล่ม ผมจึงจะขอเล่าแบบรวบรัดตัดความ โดยจะเน้นไปที่ เรื่องราวของบูเช็กเทียน (ปี 624-705) ฮ่องเต้หญิงเพียง องค์เดียวในประวัติศาสตร์จีน

    บูเช็กเทียนมีชีวิตอยู่ในยุคราชวงศ์ถัง ตอนนั้นอาณาจักร ถังเป็นจักรวรรดิใหญ่ที่นอกจากจะปกครองพื้นที่ในภูมิภาค เอเชียตะวันออกแล้วยังครอบครองดินแดนในเอเชียกลางด้วย เรียกได้ว่าทรงอำนาจอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว

    จากหนังสือ #คิดมากไปทำไมขนาดพระพุทธเจ้ายังเคยทำพลาดเลย
    การปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจของจีนเป็นเรื่องที่ซับซ้อน แถมยังมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามยุคสมัย หากบรรยายอย่างละเอียดก็คงต้องเขียนเป็นหนังสือขึ้นมาอีกหนึ่งเล่ม ผมจึงจะขอเล่าแบบรวบรัดตัดความ โดยจะเน้นไปที่ เรื่องราวของบูเช็กเทียน (ปี 624-705) ฮ่องเต้หญิงเพียง องค์เดียวในประวัติศาสตร์จีน บูเช็กเทียนมีชีวิตอยู่ในยุคราชวงศ์ถัง ตอนนั้นอาณาจักร ถังเป็นจักรวรรดิใหญ่ที่นอกจากจะปกครองพื้นที่ในภูมิภาค เอเชียตะวันออกแล้วยังครอบครองดินแดนในเอเชียกลางด้วย เรียกได้ว่าทรงอำนาจอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว จากหนังสือ #คิดมากไปทำไมขนาดพระพุทธเจ้ายังเคยทำพลาดเลย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 12 มุมมอง 0 รีวิว
  • ในช่วงเวลาระหว่างกลางทศวรรษ 1960 กับต้นทศวรรษ 1980 อินทิรา คานธี เป็นหนึ่งในผู้หญิงที่ทรงอำนาจและสร้างความขัดแย้ง ให้ถูกกันมากที่สุดในโลก เกือบตลอดช่วงนั้น เธอดำรงตำแหน่งเป็น นายกรัฐมนตรีอินเดีย และในฐานะบุตรีของเยาวหราล เนรูห์ เธอมี น้ำหนักความน่าเชื่อถือและความคาดหวังเช่นที่สมาชิกตระกูลการเมือง จะพึงมี แม้ในตอนแรกจะไม่มีใครคิดว่าเธอมีดีมากนัก แถมนักวิจารณ์ ยังเรียกเธอว่าเป็น ตุ๊กตาโง่ (goongi gudiya) เสียอีก แต่เธอก็ขึ้นมา ครอบงำการเมืองในช่วงนั้นในฐานะผู้นำที่มุ่งมั่น โดยบางครั้งดึงดันใน เจตจำนงของตนเองอย่างไม่เห็นแก่หน้าใคร

    จากหนังสือ #สุนทรพจน์ก้องโลก #SpeechesThatChangeTheWorld
    ในช่วงเวลาระหว่างกลางทศวรรษ 1960 กับต้นทศวรรษ 1980 อินทิรา คานธี เป็นหนึ่งในผู้หญิงที่ทรงอำนาจและสร้างความขัดแย้ง ให้ถูกกันมากที่สุดในโลก เกือบตลอดช่วงนั้น เธอดำรงตำแหน่งเป็น นายกรัฐมนตรีอินเดีย และในฐานะบุตรีของเยาวหราล เนรูห์ เธอมี น้ำหนักความน่าเชื่อถือและความคาดหวังเช่นที่สมาชิกตระกูลการเมือง จะพึงมี แม้ในตอนแรกจะไม่มีใครคิดว่าเธอมีดีมากนัก แถมนักวิจารณ์ ยังเรียกเธอว่าเป็น ตุ๊กตาโง่ (goongi gudiya) เสียอีก แต่เธอก็ขึ้นมา ครอบงำการเมืองในช่วงนั้นในฐานะผู้นำที่มุ่งมั่น โดยบางครั้งดึงดันใน เจตจำนงของตนเองอย่างไม่เห็นแก่หน้าใคร จากหนังสือ #สุนทรพจน์ก้องโลก #SpeechesThatChangeTheWorld
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 12 มุมมอง 0 รีวิว
  • Einstein : His Life And Universe ไอน์สไตน์ ชีวประวัติและจักรวาล (2025/128)

    ชีวประวัติฉบับสมบูรณ์ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

    เนื้อหาชีวประวัติเล่มนี้ที่เขียนโดย วอลเตอร์ ไอแซคสัน นักเขียนชีวประวัติฝีมือฉกาจอันดับต้นๆของ
    โลก ผู้เขียนรวบรวมข้อมูลอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่จะทำได้ของไอน์สไตน์ ไว้ครบในเล่มนี้เล่มเดียว

    เนื้อหาชีวประวัติของไอน์สไตน์ ที่เล่าถึงชีวิตในช่วงวัยเด็ก ไปถึงช่วงวัยรุ่นที่คึกคะนองและเป็นอัจฉริยะ เขาไม่เชื่อในศาสนาใดๆเลย ในช่วงทำงานเขามีช่วงเวลาที่ยากลำบากมากๆในการหางาน ไอน์สไตน์มีชีวิตความรักที่วุ่นวาย คบซ้อน ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ไม่ดีนัก และการมุ่งมั่นพิสูจน์ความสำเร็จแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ของเขา เขาได้รับรางวัลโนเบล และอพยพไปที่อเมริการ

    ไอน์สไตน์ในช่วงเป็นเด็กเขาเติบโตในเยอรมัน เขามีปัญหาเรื่องการอ่านหนังสือและมีน้องสาวคอยช่วยสื่อสารแต่กระนั้นไอน์สไตน์ก็สามารถเรียนในวันประถมได้ยอดเยี่ยม พอช่วงชีวิตวัยรุ่นไอน์สไตน์และครอบครัวมีความจำเป็นที่ต้องย้ายออกจากเยอรมันและใช้ชีวิตวัยรุ่นในสวิสเซอร์แลนด์ ในความเป็นวัยรุ่นคึกคนองนั้นไอน์สไตน์ขอยกเลิกสัญชาติเยอรมันและขอใช้สัญชาติสวิส ถึงแม้ไอน์สไตน์จะเรียนเก่งในระดับอัจฉริยะ แต่เขาก็มีจุดอ่อนที่วิชาคณิตศาสตร์ และตอนจบวิทยาลัยโพลีเทคนิค เกรดเฉลี่ยของเขาอยู่ที่ 4 จาก 6 คะแนน ในระหว่างที่เรียนไอน์สไตน์ได้พบรัก สาวชาวเชคที่ในหนังสือเขียนบรรยายว่าขี้เหร่ ผิวเข้มและ มีปัญหาเรื่องกระดูกสะโพก ซึ่งถูกกีดกันจากคุณพ่อคุณแม่ของไอน์สไตน์ แต่แฟนของไอน์สไตน์มีความเก่งในเรื่องการจัดการ และมีความสามารถทางคณิตศาสตร์

    เมื่อจบการศึกษา ทั้งคู่แต่งงานกันท่ามกลางความไม่พอใจของคุณพ่อคุณแม่ของไอน์สไตน์ ความตั้งใจของไอน์สไตน์ต้องการเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย แต่ก็ไม่ได้ง่ายแบบนั้นเขาต้องทำงานถึงขั้นไปสอบพิเศษในโรงเรียนกวดวิชาด้วยเงินเดือนอันน้อยนิด และรับสอนพิเศษตามบ้าน ในช่วงเวลานั้น
    กว่าจะได้เข้าทำงานในสำนักงานจดสิทธิบัตรก็เล่นเอาเกือบถังแตก เพราะช่วงนั้นไอน์สไตน์มีลูกคนที่สองแล้ว (ลูกคนแรกฝากเพื่อนของภรรยาเลี้ยง และเสียชีวิตตั้งแต่เล็กๆจากอาการป่วย) หลังจากที่เขาได้เข้าทำงานสำนักงานจดสิทธิบัตร และที่นั่นไอน์สไตน์มีเวลาว่างมากพอที่จะคิดสร้างสรรค์งานเขียนทางวิชาการและคิดค้นความรู้ใหม่ๆของโลกมากมาย

    รายระเอียดในหนังสืออธิบายละเอียดมากถึงความสัมพันธ์ฉันท์มิตรสหายและศัตรูทางวิชาการมากมาย รวมไปถึงอธิบายความเป็นมาทฤษฎีสัมพัทธภาพ และตามมาด้วยทฤษฎีสัมพันธภาพพิเศษ ในแบบที่ว่าไอน์สไตน์คิดอะไร อธิบายออกมาในแบบไหน และขอความช่วยเหลือจากใครบ้าน และแน่นอนว่าไม่มีเรื่องเกี่ยวกับการคำนวณและทฤษฎียุ่งยากทางฟิสิกส์ให้ผู้อ่านที่ไม่มีพื้นฐานจนเกิดความท้อแท้แต่อย่างใด แถมยังมีความสนุกสนานในเรื่องราวที่ผู้เขียนเล่า และความเป็นผู้มีอารมณ์ดีของไอน์สไตน์

    ชีวิตความรักที่ซับซ้อน ความสัมพันธ์กับลูกชาย แนวคิดความเชื่อทางศาสนาทั้งศาสนายูดายและคริสต์ศาสนา การลุกมาเป็นผู้ต่อต้านสงคราม การได้มาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน การมีส่วนร่วมในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ การเข้าไปมีชื่อเป็นผู้ท้าชิงประธานาธิปดีอิสราเอล ชีวิตในบั้นปลาย และสมองที่ถูกนำเอาไปชำแหละ และเรื่องราวอีกมากมายในหนังสือเล่มนี้

    ชีวิตของไอน์สไตน์ ก็เหมือนชีวิตของคนธรรมดาคนหนึ่ง มีความฝัน ความผิดหวัง ความลำบาก ความหดหู่ การต่อสู้เพื่อยึนยันความคิดของตัวเอง ตัวไอน์สไตน์มีความมุ่งมั่นและความเชื่ออย่างแรงกล้าที่จะพิสูจน์ความเชื่อนั้น ถึงแม้ว่าความเชื่อนั้นจะแตกต่างขัดแย้ง กับแนวความคิดดั้งเดิมรวมไปถึงถูกต่อต้านมากมายกับผู้คนที่ยังยึดติดแนวคิดเก่าๆ เขามีมุมมองในการใช้ชีวิต และความเชื่อในเรื่องพระเจ้าที่น่าสนใจมากๆ ชีวิตของไอน์สไตน์มอบแนวคิดและปัญญาหลายเรื่องให้ผู้อ่านครับ

    #Einstein #HisLifeAndUniverse #ไอน์สไตน์ #ไอน์สไตน์ชีวประวัติและจักรวาล #รีวิวหนังสือ
    Einstein : His Life And Universe ไอน์สไตน์ ชีวประวัติและจักรวาล (2025/128) ชีวประวัติฉบับสมบูรณ์ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เนื้อหาชีวประวัติเล่มนี้ที่เขียนโดย วอลเตอร์ ไอแซคสัน นักเขียนชีวประวัติฝีมือฉกาจอันดับต้นๆของ โลก ผู้เขียนรวบรวมข้อมูลอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่จะทำได้ของไอน์สไตน์ ไว้ครบในเล่มนี้เล่มเดียว เนื้อหาชีวประวัติของไอน์สไตน์ ที่เล่าถึงชีวิตในช่วงวัยเด็ก ไปถึงช่วงวัยรุ่นที่คึกคะนองและเป็นอัจฉริยะ เขาไม่เชื่อในศาสนาใดๆเลย ในช่วงทำงานเขามีช่วงเวลาที่ยากลำบากมากๆในการหางาน ไอน์สไตน์มีชีวิตความรักที่วุ่นวาย คบซ้อน ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ไม่ดีนัก และการมุ่งมั่นพิสูจน์ความสำเร็จแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ของเขา เขาได้รับรางวัลโนเบล และอพยพไปที่อเมริการ ไอน์สไตน์ในช่วงเป็นเด็กเขาเติบโตในเยอรมัน เขามีปัญหาเรื่องการอ่านหนังสือและมีน้องสาวคอยช่วยสื่อสารแต่กระนั้นไอน์สไตน์ก็สามารถเรียนในวันประถมได้ยอดเยี่ยม พอช่วงชีวิตวัยรุ่นไอน์สไตน์และครอบครัวมีความจำเป็นที่ต้องย้ายออกจากเยอรมันและใช้ชีวิตวัยรุ่นในสวิสเซอร์แลนด์ ในความเป็นวัยรุ่นคึกคนองนั้นไอน์สไตน์ขอยกเลิกสัญชาติเยอรมันและขอใช้สัญชาติสวิส ถึงแม้ไอน์สไตน์จะเรียนเก่งในระดับอัจฉริยะ แต่เขาก็มีจุดอ่อนที่วิชาคณิตศาสตร์ และตอนจบวิทยาลัยโพลีเทคนิค เกรดเฉลี่ยของเขาอยู่ที่ 4 จาก 6 คะแนน ในระหว่างที่เรียนไอน์สไตน์ได้พบรัก สาวชาวเชคที่ในหนังสือเขียนบรรยายว่าขี้เหร่ ผิวเข้มและ มีปัญหาเรื่องกระดูกสะโพก ซึ่งถูกกีดกันจากคุณพ่อคุณแม่ของไอน์สไตน์ แต่แฟนของไอน์สไตน์มีความเก่งในเรื่องการจัดการ และมีความสามารถทางคณิตศาสตร์ เมื่อจบการศึกษา ทั้งคู่แต่งงานกันท่ามกลางความไม่พอใจของคุณพ่อคุณแม่ของไอน์สไตน์ ความตั้งใจของไอน์สไตน์ต้องการเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย แต่ก็ไม่ได้ง่ายแบบนั้นเขาต้องทำงานถึงขั้นไปสอบพิเศษในโรงเรียนกวดวิชาด้วยเงินเดือนอันน้อยนิด และรับสอนพิเศษตามบ้าน ในช่วงเวลานั้น กว่าจะได้เข้าทำงานในสำนักงานจดสิทธิบัตรก็เล่นเอาเกือบถังแตก เพราะช่วงนั้นไอน์สไตน์มีลูกคนที่สองแล้ว (ลูกคนแรกฝากเพื่อนของภรรยาเลี้ยง และเสียชีวิตตั้งแต่เล็กๆจากอาการป่วย) หลังจากที่เขาได้เข้าทำงานสำนักงานจดสิทธิบัตร และที่นั่นไอน์สไตน์มีเวลาว่างมากพอที่จะคิดสร้างสรรค์งานเขียนทางวิชาการและคิดค้นความรู้ใหม่ๆของโลกมากมาย รายระเอียดในหนังสืออธิบายละเอียดมากถึงความสัมพันธ์ฉันท์มิตรสหายและศัตรูทางวิชาการมากมาย รวมไปถึงอธิบายความเป็นมาทฤษฎีสัมพัทธภาพ และตามมาด้วยทฤษฎีสัมพันธภาพพิเศษ ในแบบที่ว่าไอน์สไตน์คิดอะไร อธิบายออกมาในแบบไหน และขอความช่วยเหลือจากใครบ้าน และแน่นอนว่าไม่มีเรื่องเกี่ยวกับการคำนวณและทฤษฎียุ่งยากทางฟิสิกส์ให้ผู้อ่านที่ไม่มีพื้นฐานจนเกิดความท้อแท้แต่อย่างใด แถมยังมีความสนุกสนานในเรื่องราวที่ผู้เขียนเล่า และความเป็นผู้มีอารมณ์ดีของไอน์สไตน์ ชีวิตความรักที่ซับซ้อน ความสัมพันธ์กับลูกชาย แนวคิดความเชื่อทางศาสนาทั้งศาสนายูดายและคริสต์ศาสนา การลุกมาเป็นผู้ต่อต้านสงคราม การได้มาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน การมีส่วนร่วมในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ การเข้าไปมีชื่อเป็นผู้ท้าชิงประธานาธิปดีอิสราเอล ชีวิตในบั้นปลาย และสมองที่ถูกนำเอาไปชำแหละ และเรื่องราวอีกมากมายในหนังสือเล่มนี้ ชีวิตของไอน์สไตน์ ก็เหมือนชีวิตของคนธรรมดาคนหนึ่ง มีความฝัน ความผิดหวัง ความลำบาก ความหดหู่ การต่อสู้เพื่อยึนยันความคิดของตัวเอง ตัวไอน์สไตน์มีความมุ่งมั่นและความเชื่ออย่างแรงกล้าที่จะพิสูจน์ความเชื่อนั้น ถึงแม้ว่าความเชื่อนั้นจะแตกต่างขัดแย้ง กับแนวความคิดดั้งเดิมรวมไปถึงถูกต่อต้านมากมายกับผู้คนที่ยังยึดติดแนวคิดเก่าๆ เขามีมุมมองในการใช้ชีวิต และความเชื่อในเรื่องพระเจ้าที่น่าสนใจมากๆ ชีวิตของไอน์สไตน์มอบแนวคิดและปัญญาหลายเรื่องให้ผู้อ่านครับ #Einstein #HisLifeAndUniverse #ไอน์สไตน์ #ไอน์สไตน์ชีวประวัติและจักรวาล #รีวิวหนังสือ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 12 มุมมอง 0 รีวิว
  • ในชั่วขณะนั้น ผมตระหนักว่าการจะมีประสบการณ์ในอีกสองสามวันข้างหน้าอย่างไรขึ้นอยู่กับตัวผมเป็นส่วนใหญ่ ผมอาจเลือกทุกข์ทรมานกับมัน หรืออาจเลือกเส้นทางอื่นที่จะดึงพลังมาจากบรรดาผู้เข้าร่วมที่กระตือรือร้น จากการพัวพันกับเนื้อหาที่ผมเชื่อหมดใจ และจากการเชื่อมต่ออีกครั้งกับภารกิจส่วนตัวในการทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นโดยผ่านการศึกษาเรียนรู้ ซึ่งการเลือกระหว่างเส้นทาง ความเศร้าหดหู่ กับเส้นทางการเข้าร่วมโปรแกรมอย่างกระตือรือร้น เป็นสิ่งที่ไม่ต้องเสียเวลาคิดแม้แต่น้อย

    เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ผมก็เปลี่ยนจุดโฟกัส และการเปลี่ยนจุดโฟกัสนี้เองก็ส่งผลให้ความรู้สึกของผมเปลี่ยนไป เมื่อไม่กี่นาทีก่อนผมยังรู้สึกอับจนหนทาง แต่ตอนนี้กลับรู้สึกตื่นเต้นกับสองสามวัน ข้างหน้าจริงๆ ผมมีไฟและพร้อมจะบรรเลงผลงานชิ้นที่รักที่สุดชิ้นหนึ่งในชีวิต

    จากหนังสือ #สุขเลือกได้ #ChooseTheLifeYouWant
    ในชั่วขณะนั้น ผมตระหนักว่าการจะมีประสบการณ์ในอีกสองสามวันข้างหน้าอย่างไรขึ้นอยู่กับตัวผมเป็นส่วนใหญ่ ผมอาจเลือกทุกข์ทรมานกับมัน หรืออาจเลือกเส้นทางอื่นที่จะดึงพลังมาจากบรรดาผู้เข้าร่วมที่กระตือรือร้น จากการพัวพันกับเนื้อหาที่ผมเชื่อหมดใจ และจากการเชื่อมต่ออีกครั้งกับภารกิจส่วนตัวในการทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นโดยผ่านการศึกษาเรียนรู้ ซึ่งการเลือกระหว่างเส้นทาง ความเศร้าหดหู่ กับเส้นทางการเข้าร่วมโปรแกรมอย่างกระตือรือร้น เป็นสิ่งที่ไม่ต้องเสียเวลาคิดแม้แต่น้อย เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ผมก็เปลี่ยนจุดโฟกัส และการเปลี่ยนจุดโฟกัสนี้เองก็ส่งผลให้ความรู้สึกของผมเปลี่ยนไป เมื่อไม่กี่นาทีก่อนผมยังรู้สึกอับจนหนทาง แต่ตอนนี้กลับรู้สึกตื่นเต้นกับสองสามวัน ข้างหน้าจริงๆ ผมมีไฟและพร้อมจะบรรเลงผลงานชิ้นที่รักที่สุดชิ้นหนึ่งในชีวิต จากหนังสือ #สุขเลือกได้ #ChooseTheLifeYouWant
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 12 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไวยนาวี คัมบาลา เป็นนักเรียนมัธยมปลายวัย 16 ปี เรียนอยู่ที่ Haynes Academy for Advanced Studies ในลุยเซียนา ซึ่งเฝ้าสังเกตอาการน่าเป็นห่วง ของวัยรุ่น

    ลุยเซียนาเป็นรัฐที่มีสถิติของผู้มีอาการซึมเศร้า และปัญหาสภาพจิตใจมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา ทั้ง จากการเป็นรัฐที่เผชิญภัยพิบัติรุนแรงที่สุดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1980 และสถานการณ์ย่ำแย่กว่าเดิมเมื่อเจอโควิด-19

    ขณะเดียวกัน โซเซียลมีเดียก็ยิ่งทำให้วัยรุ่นรู้สึก เปล่าเปลี่ยวกว่าเดิม เพราะเกิดการเปรียบเทียบชีวิตของ ตัวเองกับคนอื่น รวมไปถึงการถูกบุลลีทางโซเซียลมีเดีย

    วัยรุ่นจึงเป็นกลุ่มคนที่เปราะบางและควรได้รับการเยียวยา พวกเขาจะเติบโตไปอย่างไรหากหัวใจยังไม่ได้รับการดูแล

    จากหนังสือ #เราต่างเป็นฮีโร่ของใครบางคน
    ไวยนาวี คัมบาลา เป็นนักเรียนมัธยมปลายวัย 16 ปี เรียนอยู่ที่ Haynes Academy for Advanced Studies ในลุยเซียนา ซึ่งเฝ้าสังเกตอาการน่าเป็นห่วง ของวัยรุ่น ลุยเซียนาเป็นรัฐที่มีสถิติของผู้มีอาการซึมเศร้า และปัญหาสภาพจิตใจมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา ทั้ง จากการเป็นรัฐที่เผชิญภัยพิบัติรุนแรงที่สุดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1980 และสถานการณ์ย่ำแย่กว่าเดิมเมื่อเจอโควิด-19 ขณะเดียวกัน โซเซียลมีเดียก็ยิ่งทำให้วัยรุ่นรู้สึก เปล่าเปลี่ยวกว่าเดิม เพราะเกิดการเปรียบเทียบชีวิตของ ตัวเองกับคนอื่น รวมไปถึงการถูกบุลลีทางโซเซียลมีเดีย วัยรุ่นจึงเป็นกลุ่มคนที่เปราะบางและควรได้รับการเยียวยา พวกเขาจะเติบโตไปอย่างไรหากหัวใจยังไม่ได้รับการดูแล จากหนังสือ #เราต่างเป็นฮีโร่ของใครบางคน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 12 มุมมอง 0 รีวิว
  • “คนเราถ้าแพ้ทางใจแล้ว มันร้ายยิ่งกว่าแพ้ทางกาย มันแพ้อย่างราบคาบเลยทีเดียว”

    จากหนังสือ #คนดีศรีอยุธยา
    “คนเราถ้าแพ้ทางใจแล้ว มันร้ายยิ่งกว่าแพ้ทางกาย มันแพ้อย่างราบคาบเลยทีเดียว” จากหนังสือ #คนดีศรีอยุธยา
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 15 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทันทีที่มีดกรีดทะลุช่องท้องลงไป ลมที่ถูกขังอัดแน่นก็พวยพุ่ง ออกมาพร้อมกับกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง หมอมอร์กานญีกรีดแผล ให้ยาวขึ้นจนสามารถเปิดช่องท้องออกได้กว้าง สิ่งที่เห็นคือ ภาพ ของหนองที่กระจายอยู่ทั่วไปในช่องท้อง เขาพยายามจะไล่หาว่า หนองที่กระจายไปทั่วมีจุดตั้งต้นมาจากที่ไหน เมื่อไล่ลงไปเรื่อยๆ ก็พบว่าหนองกระจุกตัวและพบมากสุดบริเวณด้านล่างทางขวา ของช่องท้อง เขายังพบว่ามีหนองที่แข็งเป็นก้อนส่วนหนึ่ง แปะติดแน่นจนเหมือนแทรกตัวไปบนกล้ามเนื้อมัดหนึ่งที่มีชื่อว่า Iliopsoas (ออกเสียงว่า อิ-ลิ-โอ-โซ-แอล) เมื่อไล่ตามหนอง ลงต่อไปเรื่อย ๆ ก็พบว่าต้นกำเนิดของหนองทั้งหมดในช่องท้อง น่าจะมาจากส่วนเล็ก ๆ ของลำไส้ที่มีชื่อว่า ไส้ติ่ง

    แม้ว่าหมอมอร์กานญีจะไม่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุของสิ่งที่เห็นทั้งหมดนี้ แต่เขามั่นใจว่า ความผิดปกติน่าจะเริ่มต้นมาจากไส้ติ่ง ที่อยู่ด้านล่างขวาของช่องท้อง อาการที่ผู้ป่วยเดินขาลากก็น่าจะมาจากการที่หนองนี้ไปวางแปะอยู่บนกล้ามเนื้อ Iliopsoas เพราะกล้ามเนื้อนี้ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการก้าวขามาข้างหน้า หนองที่ มาโดนกล้ามเนื้อนี้คงจะทำให้กล้ามเนื้ออักเสบและเจ็บเมื่อเดิน

    จากหนังสือ #สงครามที่ไม่มีวันชนะ
    ทันทีที่มีดกรีดทะลุช่องท้องลงไป ลมที่ถูกขังอัดแน่นก็พวยพุ่ง ออกมาพร้อมกับกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง หมอมอร์กานญีกรีดแผล ให้ยาวขึ้นจนสามารถเปิดช่องท้องออกได้กว้าง สิ่งที่เห็นคือ ภาพ ของหนองที่กระจายอยู่ทั่วไปในช่องท้อง เขาพยายามจะไล่หาว่า หนองที่กระจายไปทั่วมีจุดตั้งต้นมาจากที่ไหน เมื่อไล่ลงไปเรื่อยๆ ก็พบว่าหนองกระจุกตัวและพบมากสุดบริเวณด้านล่างทางขวา ของช่องท้อง เขายังพบว่ามีหนองที่แข็งเป็นก้อนส่วนหนึ่ง แปะติดแน่นจนเหมือนแทรกตัวไปบนกล้ามเนื้อมัดหนึ่งที่มีชื่อว่า Iliopsoas (ออกเสียงว่า อิ-ลิ-โอ-โซ-แอล) เมื่อไล่ตามหนอง ลงต่อไปเรื่อย ๆ ก็พบว่าต้นกำเนิดของหนองทั้งหมดในช่องท้อง น่าจะมาจากส่วนเล็ก ๆ ของลำไส้ที่มีชื่อว่า ไส้ติ่ง แม้ว่าหมอมอร์กานญีจะไม่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุของสิ่งที่เห็นทั้งหมดนี้ แต่เขามั่นใจว่า ความผิดปกติน่าจะเริ่มต้นมาจากไส้ติ่ง ที่อยู่ด้านล่างขวาของช่องท้อง อาการที่ผู้ป่วยเดินขาลากก็น่าจะมาจากการที่หนองนี้ไปวางแปะอยู่บนกล้ามเนื้อ Iliopsoas เพราะกล้ามเนื้อนี้ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการก้าวขามาข้างหน้า หนองที่ มาโดนกล้ามเนื้อนี้คงจะทำให้กล้ามเนื้ออักเสบและเจ็บเมื่อเดิน จากหนังสือ #สงครามที่ไม่มีวันชนะ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 15 มุมมอง 0 รีวิว
  • นกนางนวลหัวดำ (Blackheaded gull) จะทำรังรวมกันเป็นฝูงขนาดใหญ่โดย แต่ละรังอยู่ห่างกันไม่กี่ฟุต เมื่อลูกนกเริ่มฟักออกมาจากไข่พวกมันจะตัวเล็กและปกป้องตนเองไม่ได้ แถมยังมีขนาดกำลังพอดีคำ จึงเป็นเรื่องค่อนข้างปกติที่นกนางนวลจะรอจนกระทั่งเพื่อนบ้านเผลอ เช่น บางครั้งตอนบินออกไปหาปลา มันจะรีบกระโดดเข้าไปหาลูกนกเพื่อนบ้านและกลืนเข้าไปทั้งตัว ทำให้มันได้รับอาหารอุดมคุณค่าโดยไม่ต้องลำบากออกไปจับปลา และไม่ต้องปล่อยให้รังของมันปราศจากการป้องกัน

    จากหนังสือ #TheSelfishGene #ยีนเห็นแก่ตัว
    นกนางนวลหัวดำ (Blackheaded gull) จะทำรังรวมกันเป็นฝูงขนาดใหญ่โดย แต่ละรังอยู่ห่างกันไม่กี่ฟุต เมื่อลูกนกเริ่มฟักออกมาจากไข่พวกมันจะตัวเล็กและปกป้องตนเองไม่ได้ แถมยังมีขนาดกำลังพอดีคำ จึงเป็นเรื่องค่อนข้างปกติที่นกนางนวลจะรอจนกระทั่งเพื่อนบ้านเผลอ เช่น บางครั้งตอนบินออกไปหาปลา มันจะรีบกระโดดเข้าไปหาลูกนกเพื่อนบ้านและกลืนเข้าไปทั้งตัว ทำให้มันได้รับอาหารอุดมคุณค่าโดยไม่ต้องลำบากออกไปจับปลา และไม่ต้องปล่อยให้รังของมันปราศจากการป้องกัน จากหนังสือ #TheSelfishGene #ยีนเห็นแก่ตัว
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 15 มุมมอง 0 รีวิว
  • น้ำอัดลมมีจุดเริ่มต้นในฐานะยาดำรับสงวนสิทธิ์อีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจะกลายมาเป็นอุตสาหกรรมที่ทำกำไรได้มหาศาลในช่วงครึ่งหลังของ ศตวรรษที่ 19 โคคา-โคลาเป็นผลงานการคิดค้นของจอห์น เพมเบอร์ตัน คนทำยาตำรับสงวนสิทธิ์ในแอตแลนตา เขาค้นพบเครื่องดื่มชนิดนี้จากการ นำสูตรแวงมารีอานี ไวน์ฝรั่งเศสที่ได้รับความนิยมสูง (แฟนๆ ของไวน์นี้ มีทั้งโธมัส เอดิสัน, เอช.จี. เวลส์, ประธานาธิบดีวิลเลียม แมคคินลีย์ และ ประธานาธิบดีของฝรั่งเศสอีกหกคนรวมอยู่ด้วย) ซึ่งชงกับผงใบโคคา (โคเคน) มาผสมเข้ากับเมล็ดของต้นโคลา (อันเป็นส่วนประกอบยอดนิยม อีกอย่างหนึ่งของยาตำรับสงวนสิทธิ์) และน้ำโซดาที่แจกในร้านน้ำอัดลมเพมเบอร์ตันตัดไวน์ออกจากสูตรของเขาในปี 1885 เมื่อเทศมณฑลท้องถิ่น ของจอร์เจียลงคะแนนเสียงให้ห้ามขายแอลกอฮอล์ ตอนนั้นเองที่เขาเติม น้ำตาลเข้ามากลบความขมตามธรรมชาติของโคลาและใบโคคา เขาโฆษณา ส่วนผสมนี้ว่าเป็น “เครื่องดื่มรสอร่อยแสนเร้าใจที่ให้ความกระปรี้กระเปร่า และกำลังวังชา... เป็นยาบำรุงสมองอันล้ำค่าและยารักษาภาวะความ เจ็บป่วยทางประสาททั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดศีรษะคลื่นไส้ อาการ ปวดประสาท โรคฮิสทีเรีย ความเศร้าซึม และอื่นๆ อีกมากมาย”

    จากหนังสือ #หวานซ่อนตาย #TheCaseAgainstSugar
    น้ำอัดลมมีจุดเริ่มต้นในฐานะยาดำรับสงวนสิทธิ์อีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจะกลายมาเป็นอุตสาหกรรมที่ทำกำไรได้มหาศาลในช่วงครึ่งหลังของ ศตวรรษที่ 19 โคคา-โคลาเป็นผลงานการคิดค้นของจอห์น เพมเบอร์ตัน คนทำยาตำรับสงวนสิทธิ์ในแอตแลนตา เขาค้นพบเครื่องดื่มชนิดนี้จากการ นำสูตรแวงมารีอานี ไวน์ฝรั่งเศสที่ได้รับความนิยมสูง (แฟนๆ ของไวน์นี้ มีทั้งโธมัส เอดิสัน, เอช.จี. เวลส์, ประธานาธิบดีวิลเลียม แมคคินลีย์ และ ประธานาธิบดีของฝรั่งเศสอีกหกคนรวมอยู่ด้วย) ซึ่งชงกับผงใบโคคา (โคเคน) มาผสมเข้ากับเมล็ดของต้นโคลา (อันเป็นส่วนประกอบยอดนิยม อีกอย่างหนึ่งของยาตำรับสงวนสิทธิ์) และน้ำโซดาที่แจกในร้านน้ำอัดลมเพมเบอร์ตันตัดไวน์ออกจากสูตรของเขาในปี 1885 เมื่อเทศมณฑลท้องถิ่น ของจอร์เจียลงคะแนนเสียงให้ห้ามขายแอลกอฮอล์ ตอนนั้นเองที่เขาเติม น้ำตาลเข้ามากลบความขมตามธรรมชาติของโคลาและใบโคคา เขาโฆษณา ส่วนผสมนี้ว่าเป็น “เครื่องดื่มรสอร่อยแสนเร้าใจที่ให้ความกระปรี้กระเปร่า และกำลังวังชา... เป็นยาบำรุงสมองอันล้ำค่าและยารักษาภาวะความ เจ็บป่วยทางประสาททั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดศีรษะคลื่นไส้ อาการ ปวดประสาท โรคฮิสทีเรีย ความเศร้าซึม และอื่นๆ อีกมากมาย” จากหนังสือ #หวานซ่อนตาย #TheCaseAgainstSugar
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 15 มุมมอง 0 รีวิว
  • บางครั้งการคัดสรรทางธรรมชาติก็เกิดขึ้นสอดคล้องพอดิบพอดีกับแนวคิด “ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุผล” โดยสันนิษฐาน ว่าวิวัฒนาการนั้นเข้มงวดถึงขั้นว่าลักษณะใดที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ล้วนเป็นผลจากการคัดสรรปั้นแต่งโดยมือที่มองไม่เห็นของภูมิปัญญา ธรรมชาติ วิวัฒนาการทำงานของมันอย่างที่ริชาร์ด ดอว์กินส์ กล่าว ไว้ว่าเหมือน “นักบัญชีขี้เหนียว ตระหนี่กับเงินไม่กี่สตางค์ คอยแต่มองนาฬิกา และลงโทษแม้แต่ความฟุ่มเฟือยแม้น้อยนิดที่สุด ไม่หยุดหย่อน และไม่รามือ” วิวัฒนาการคอยแก้ไขความผิดพลาดอย่างพิถีพิถันผ่าน กระบวนการที่ไร้ความปรานีและมุ่งประโยชน์สูงสุด ในแนวคิดเช่นนั้นโลกจึงไม่ได้มีแค่ระเบียบและโครงสร้าง แต่ยังมีเป้าหมายชัดเจนว่าต้อง พยายามดิ้นรนไปให้ถึงจุดที่เหมาะสมยิ่งกว่าเรื่อยไป

    จากหนังสือ #บังเอิญอย่างมีนัยสำคัญ #Fluke
    บางครั้งการคัดสรรทางธรรมชาติก็เกิดขึ้นสอดคล้องพอดิบพอดีกับแนวคิด “ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุผล” โดยสันนิษฐาน ว่าวิวัฒนาการนั้นเข้มงวดถึงขั้นว่าลักษณะใดที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ล้วนเป็นผลจากการคัดสรรปั้นแต่งโดยมือที่มองไม่เห็นของภูมิปัญญา ธรรมชาติ วิวัฒนาการทำงานของมันอย่างที่ริชาร์ด ดอว์กินส์ กล่าว ไว้ว่าเหมือน “นักบัญชีขี้เหนียว ตระหนี่กับเงินไม่กี่สตางค์ คอยแต่มองนาฬิกา และลงโทษแม้แต่ความฟุ่มเฟือยแม้น้อยนิดที่สุด ไม่หยุดหย่อน และไม่รามือ” วิวัฒนาการคอยแก้ไขความผิดพลาดอย่างพิถีพิถันผ่าน กระบวนการที่ไร้ความปรานีและมุ่งประโยชน์สูงสุด ในแนวคิดเช่นนั้นโลกจึงไม่ได้มีแค่ระเบียบและโครงสร้าง แต่ยังมีเป้าหมายชัดเจนว่าต้อง พยายามดิ้นรนไปให้ถึงจุดที่เหมาะสมยิ่งกว่าเรื่อยไป จากหนังสือ #บังเอิญอย่างมีนัยสำคัญ #Fluke
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 16 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผู้ชายแสนดีมีปัญหาเรื่องเพศ แม้ส่วนใหญ่จะปฏิเสธว่าไม่มีปัญหาเรื่องเซ็กส์ แต่ผมยังไม่เคยเจอใครที่ไม่มีปัญหาเรื่อง (1) ไม่พอใจกับเรื่องบนเตียง หรือมีความบกพร่องทางเพศ (ไม่สามารถทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวหรือแข็งตัวได้ไม่นาน หรือถึงจุดสุดยอดเร็วเกินไป) หรือไม่ก็ (2) แสดงออกทางเพศอย่างโจ่งแจ้ง (ด้วยการมีชู้ ซื้อบริการหญิงโสเภณี ใช้สื่อลามก หรือหมกมุ่นกับการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง เป็นต้น)

    จากหนังสือ #พอกันทีผู้ชายแสนดี #NoMoreMrNiceGuy
    ผู้ชายแสนดีมีปัญหาเรื่องเพศ แม้ส่วนใหญ่จะปฏิเสธว่าไม่มีปัญหาเรื่องเซ็กส์ แต่ผมยังไม่เคยเจอใครที่ไม่มีปัญหาเรื่อง (1) ไม่พอใจกับเรื่องบนเตียง หรือมีความบกพร่องทางเพศ (ไม่สามารถทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวหรือแข็งตัวได้ไม่นาน หรือถึงจุดสุดยอดเร็วเกินไป) หรือไม่ก็ (2) แสดงออกทางเพศอย่างโจ่งแจ้ง (ด้วยการมีชู้ ซื้อบริการหญิงโสเภณี ใช้สื่อลามก หรือหมกมุ่นกับการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง เป็นต้น) จากหนังสือ #พอกันทีผู้ชายแสนดี #NoMoreMrNiceGuy
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 16 มุมมอง 0 รีวิว
  • คิดน้อยลงบ้างก็ดีนะ Stop Over Thinking (2025/126)

    หนังสือเล่มเล็กที่ช่วยให้ค้นพบวิธีที่จะจัดการความเครียดและความวิตกกังวลได้อย่างทรงพลัง

    คนที่คิดมากย่อมเป็นคนที่คิดได้รอบด้านวางแผนในการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี แต่ความคิดมากก็มีผลเสียต่อต่อชีวิตและสุขภาพมากด้วยเช่นกัน ความคิดมากมีผลทางอ้อมต่อสุขภาพในแบบที่ไม่รู้ตัวเนื่องจากถ้าหากมีความเครียดเกิดขึ้น สมองที่โดยธรรมชาติเมื่อตัวเราพบกับเหตุการณ์ที่เจออันตราย(รวมถึงความเครียด)จะหลั่งสารกระตุ้นไปที่ต่อมในร่างกายและกระตุ้นให้เกิดการสร้างฮอร์โมน ซึ่งโดยปกติที่เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวและต่อมาความเครียดนี้ก็จะจบลง แต่ถ้าหากความเครียดที่เกิดภายในจิตใจถูกสร้างขึ้นมาจากความคิดมากซึ่งเกิดขึ้นตลอดเวลา ฮอร์โมนความเครียดถูกปล่อยออกมาตลอดเวลา และมันส่งผลต่อร่างกายระยะยาว

    หนังสือเล่มนี้รวมรวมวิธีการจัดการความเครียดและความวิตกกังวลมา 4วิธี ซึ่งน่าสนใจมากๆได้แก่
    1.หลัก 4A ในการจัดการความเครียด ได้แก่หลีกเลี่ยง (Avoid), ปรับเปลี่ยน (Alter), ปรับตัว (Adapt), และ ยอมรับ (Accept)
    2.บันทึกประจำวันและไดอารี่ความเครียด
    3.เทคนิคดึงสติ 5-4-3-2-1
    4.การบำบัดด้วยการเล่าเรื่องและมองปัญหาแยกจากตัวตน

    ในที่นี่จะเล่าถึงหลักดึงสติ 5-4-3-2-1
    เป็นการสร้างการดึงสติดกลับมาจากช่วงวลาที่คิดมากและไม่สามารถออกจากสถานการณ์นีได้ วิธีการคือ เริ่มจากการสูดลมหายใจลึกๆแล้วมองไปรอบตัวเช่น

    5 - มอง 5สิ่ง ที่มองเห็นในตอนนี้ เช่น มือ , ผนัง , รูปภาพ หรืออะไรก็ได้ โดยพิจารณาให้ละเอียดเช่น สีสัน,รูปร่าง , ผิวสัมผัส เป็นต้น
    4 - สัมผัส 4วัตถุ ที่ร่างกายสามารถสัมผัสได้ตอนนี้ เช่น เก้าอี้ที่รับน้ำหนักอยู่ , ความเย็นของพื้นผิวโต๊ะ เป็นต้น
    3 - ฟัง 3เสียง ที่อยู่รอบตัว เน้นที่เป็นเสียงที่ต้องใช้โสตประสาทมากหน่อย เช่นเสียงลมหายใจ , เสียงการจราจรที่อยู่ห่างออกไปไกลๆ
    2 - ค้นหา 2วัตถุ ที่คุณได้กลิ่น เช่นกลิ่นน้ำหอมของคนที่อยู่ใกล้ๆ หรือกลิ่นอาหาร
    1 - ชิม 1ชนิด หาสิ่งที่สามารถชิมแล้วคุณรับรสได้ และถึงแม้ว่าจะไม่สามารถหาได้ในตอนนั้น ก็ให้พิจารณาต่อมรับรสของตัวเอง ใสขณะที่ยังไม่ได้รับรสอะไร

    แค่คิดตามก็ทำให้รู้ได้ว่า เทคนิคดึงสติ 5-4-3-2-1 นั้นได้ผลจริงๆ

    หนังสือเล่มนี้เหมาะเป็นตำราเพื่อจัดการความเครียดได้เป็นอย่างดี แนะนำให้มีติดตัวไว้ถ้าคิดว่าตนเองอยู่ในความเครียด

    #คิดน้อยลงบ้างก็ดีนะ #StopOverThinking #รีวิวหนังสือ
    คิดน้อยลงบ้างก็ดีนะ Stop Over Thinking (2025/126) หนังสือเล่มเล็กที่ช่วยให้ค้นพบวิธีที่จะจัดการความเครียดและความวิตกกังวลได้อย่างทรงพลัง คนที่คิดมากย่อมเป็นคนที่คิดได้รอบด้านวางแผนในการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี แต่ความคิดมากก็มีผลเสียต่อต่อชีวิตและสุขภาพมากด้วยเช่นกัน ความคิดมากมีผลทางอ้อมต่อสุขภาพในแบบที่ไม่รู้ตัวเนื่องจากถ้าหากมีความเครียดเกิดขึ้น สมองที่โดยธรรมชาติเมื่อตัวเราพบกับเหตุการณ์ที่เจออันตราย(รวมถึงความเครียด)จะหลั่งสารกระตุ้นไปที่ต่อมในร่างกายและกระตุ้นให้เกิดการสร้างฮอร์โมน ซึ่งโดยปกติที่เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวและต่อมาความเครียดนี้ก็จะจบลง แต่ถ้าหากความเครียดที่เกิดภายในจิตใจถูกสร้างขึ้นมาจากความคิดมากซึ่งเกิดขึ้นตลอดเวลา ฮอร์โมนความเครียดถูกปล่อยออกมาตลอดเวลา และมันส่งผลต่อร่างกายระยะยาว หนังสือเล่มนี้รวมรวมวิธีการจัดการความเครียดและความวิตกกังวลมา 4วิธี ซึ่งน่าสนใจมากๆได้แก่ 1.หลัก 4A ในการจัดการความเครียด ได้แก่หลีกเลี่ยง (Avoid), ปรับเปลี่ยน (Alter), ปรับตัว (Adapt), และ ยอมรับ (Accept) 2.บันทึกประจำวันและไดอารี่ความเครียด 3.เทคนิคดึงสติ 5-4-3-2-1 4.การบำบัดด้วยการเล่าเรื่องและมองปัญหาแยกจากตัวตน ในที่นี่จะเล่าถึงหลักดึงสติ 5-4-3-2-1 เป็นการสร้างการดึงสติดกลับมาจากช่วงวลาที่คิดมากและไม่สามารถออกจากสถานการณ์นีได้ วิธีการคือ เริ่มจากการสูดลมหายใจลึกๆแล้วมองไปรอบตัวเช่น 5 - มอง 5สิ่ง ที่มองเห็นในตอนนี้ เช่น มือ , ผนัง , รูปภาพ หรืออะไรก็ได้ โดยพิจารณาให้ละเอียดเช่น สีสัน,รูปร่าง , ผิวสัมผัส เป็นต้น 4 - สัมผัส 4วัตถุ ที่ร่างกายสามารถสัมผัสได้ตอนนี้ เช่น เก้าอี้ที่รับน้ำหนักอยู่ , ความเย็นของพื้นผิวโต๊ะ เป็นต้น 3 - ฟัง 3เสียง ที่อยู่รอบตัว เน้นที่เป็นเสียงที่ต้องใช้โสตประสาทมากหน่อย เช่นเสียงลมหายใจ , เสียงการจราจรที่อยู่ห่างออกไปไกลๆ 2 - ค้นหา 2วัตถุ ที่คุณได้กลิ่น เช่นกลิ่นน้ำหอมของคนที่อยู่ใกล้ๆ หรือกลิ่นอาหาร 1 - ชิม 1ชนิด หาสิ่งที่สามารถชิมแล้วคุณรับรสได้ และถึงแม้ว่าจะไม่สามารถหาได้ในตอนนั้น ก็ให้พิจารณาต่อมรับรสของตัวเอง ใสขณะที่ยังไม่ได้รับรสอะไร แค่คิดตามก็ทำให้รู้ได้ว่า เทคนิคดึงสติ 5-4-3-2-1 นั้นได้ผลจริงๆ หนังสือเล่มนี้เหมาะเป็นตำราเพื่อจัดการความเครียดได้เป็นอย่างดี แนะนำให้มีติดตัวไว้ถ้าคิดว่าตนเองอยู่ในความเครียด #คิดน้อยลงบ้างก็ดีนะ #StopOverThinking #รีวิวหนังสือ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 20 มุมมอง 0 รีวิว
  • เมื่อคุณจดเรื่องทั่วไปต่างๆ เรื่องเหล่านั้นสามารถแปรเปลี่ยนไปเป็นไอเดียได้ แม้กระทั่งสิ่งที่เมื่อมองเผินๆ แล้วดูไม่ได้มีความสำคัญอะไร เป็นเรื่องเล็กๆที่คนทั่วไปมักจะมองข้าม แต่ถ้าเราจดบันทึกไว้ เรื่องเหล่านั้นจะสามารถกลายเป็นไอเดีย ดังนั้นเวทมนตร์ของการ จดบันทึกก็คือการแปรเปลี่ยนเรื่องราวธรรมดาให้เป็นไอเดียนี่เอง

    จากหนังสือ #จดโน้ตขั้นเทพเปลี่ยนกระดาษให้เป็นสมอง
    เมื่อคุณจดเรื่องทั่วไปต่างๆ เรื่องเหล่านั้นสามารถแปรเปลี่ยนไปเป็นไอเดียได้ แม้กระทั่งสิ่งที่เมื่อมองเผินๆ แล้วดูไม่ได้มีความสำคัญอะไร เป็นเรื่องเล็กๆที่คนทั่วไปมักจะมองข้าม แต่ถ้าเราจดบันทึกไว้ เรื่องเหล่านั้นจะสามารถกลายเป็นไอเดีย ดังนั้นเวทมนตร์ของการ จดบันทึกก็คือการแปรเปลี่ยนเรื่องราวธรรมดาให้เป็นไอเดียนี่เอง จากหนังสือ #จดโน้ตขั้นเทพเปลี่ยนกระดาษให้เป็นสมอง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 22 มุมมอง 0 รีวิว
  • การดำรงชีวิตในหมู่ประชากรจำนวนมากก็หล่อหลอม ให้เกิดผู้ลงโทษที่เป็นบุคคลที่สามแบบเบ็ดเสร็จ ตามบันทึกโดยเอรานอเรนซายัน จากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย สังคมต้องมีขนาดใหญ่ พอที่ผู้คนจะพบกับคนแปลกหน้าเป็นประจำ จึงจะเกิดความเชื่อใน “เทพผู้ยิ่งใหญ่” หรือเทพเจ้าผู้เกี่ยวข้องกับศีลธรรมของมนุษย์และลงโทษการล่วงละเมิดของเรา” สังคมที่มีปฏิสัมพันธ์กันโดยไม่ระบุตัวตนบ่อยครั้ง มีแนวโน้มที่จะยกหน้าที่การลงโทษให้เป็นของบรรดาเทพเจ้า ในทางกลับกัน เทพเจ้าของคนเก็บของป่าล่าสัตว์ไม่ค่อยสนใจนักหรอกว่าเราจะทำตัวดีหรือเปล่า ยิ่งกว่านั้น จากผลงานที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม ดั้งเดิมที่หลากหลาย นอเรนซายันแสดงให้เห็นว่า ยิ่งผู้คนเชื่อว่าเทพเจ้า ผู้ทรงศีลของตนรอบรู้และเข้มงวดกับการลงโทษเท่าใดพวกเขาก็ยิ่งใจกว้าง ต่อคนแปลกหน้าที่นับถือศาสนาเดียวกันในเกมแบ่งสันปันส่วนทางการเงิ

    จากหนังสือ #Behave #ชีววิทยาของมนุษย์ยามดีสุดขั้วและชั่วสุดขีด
    การดำรงชีวิตในหมู่ประชากรจำนวนมากก็หล่อหลอม ให้เกิดผู้ลงโทษที่เป็นบุคคลที่สามแบบเบ็ดเสร็จ ตามบันทึกโดยเอรานอเรนซายัน จากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย สังคมต้องมีขนาดใหญ่ พอที่ผู้คนจะพบกับคนแปลกหน้าเป็นประจำ จึงจะเกิดความเชื่อใน “เทพผู้ยิ่งใหญ่” หรือเทพเจ้าผู้เกี่ยวข้องกับศีลธรรมของมนุษย์และลงโทษการล่วงละเมิดของเรา” สังคมที่มีปฏิสัมพันธ์กันโดยไม่ระบุตัวตนบ่อยครั้ง มีแนวโน้มที่จะยกหน้าที่การลงโทษให้เป็นของบรรดาเทพเจ้า ในทางกลับกัน เทพเจ้าของคนเก็บของป่าล่าสัตว์ไม่ค่อยสนใจนักหรอกว่าเราจะทำตัวดีหรือเปล่า ยิ่งกว่านั้น จากผลงานที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม ดั้งเดิมที่หลากหลาย นอเรนซายันแสดงให้เห็นว่า ยิ่งผู้คนเชื่อว่าเทพเจ้า ผู้ทรงศีลของตนรอบรู้และเข้มงวดกับการลงโทษเท่าใดพวกเขาก็ยิ่งใจกว้าง ต่อคนแปลกหน้าที่นับถือศาสนาเดียวกันในเกมแบ่งสันปันส่วนทางการเงิ จากหนังสือ #Behave #ชีววิทยาของมนุษย์ยามดีสุดขั้วและชั่วสุดขีด
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 22 มุมมอง 0 รีวิว
เรื่องราวเพิ่มเติม