• Check Point Security ยืนยันว่าเหตุการณ์แฮกเกิดขึ้น แต่เป็นเหตุการณ์เก่าที่ได้รับการแก้ไขแล้ว แฮกเกอร์ CoreInjection อ้างว่ามีข้อมูลบัญชีผู้ใช้และเครือข่ายภายใน แต่ Check Point ปฏิเสธว่าข้อมูลที่ถูกแฮกไม่มีผลต่อระบบของลูกค้า อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางรายไม่มั่นใจว่าคำอธิบายของ Check Point น่าเชื่อถือหรือไม่

    ✅ ข้อมูลที่แฮกเกอร์อ้างว่าได้ขโมยไป
    - แฮกเกอร์ CoreInjection อ้างว่าได้ข้อมูลที่มี บัญชีผู้ใช้, สัญญาพนักงาน และแผนที่เครือข่ายภายใน
    - ข้อมูลถูกโพสต์บน ฟอรั่มอาชญากรรมไซเบอร์ และเสนอขาย

    ✅ Check Point ยืนยันว่าเป็นเหตุการณ์เก่า และได้รับการแก้ไขแล้ว
    - บริษัทระบุว่านี่เป็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนานแล้ว และส่งผลกระทบกับองค์กรเพียงไม่กี่แห่ง
    - ไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบของลูกค้า หรือโครงสร้างด้านความปลอดภัย

    ✅ ผู้เชี่ยวชาญบางรายไม่มั่นใจในคำชี้แจงของ Check Point
    - Alon Gal CTO ของ Hudson Rock เชื่อว่าการแฮกครั้งนี้ มีโอกาสสูงที่จะจริง และผู้โจมตี อาจเข้าถึงบัญชีแอดมินที่มีสิทธิ์สูง
    - Check Point ปฏิเสธว่า ไม่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่อบริษัทหรือพนักงาน

    ✅ เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Check Point ในอดีต
    - ในปี 2024 มีรายงานว่าแฮกเกอร์พยายามใช้ช่องโหว่ใน Check Point VPN software เพื่อเข้าถึงระบบขององค์กร
    - การโจมตีเหล่านั้นถูกระงับได้ง่าย และมีการออกมาตรการแก้ไขอย่างรวดเร็ว

    https://www.techradar.com/pro/security/security-firm-check-point-confirms-data-breach-but-says-users-have-nothing-to-worry-about
    Check Point Security ยืนยันว่าเหตุการณ์แฮกเกิดขึ้น แต่เป็นเหตุการณ์เก่าที่ได้รับการแก้ไขแล้ว แฮกเกอร์ CoreInjection อ้างว่ามีข้อมูลบัญชีผู้ใช้และเครือข่ายภายใน แต่ Check Point ปฏิเสธว่าข้อมูลที่ถูกแฮกไม่มีผลต่อระบบของลูกค้า อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางรายไม่มั่นใจว่าคำอธิบายของ Check Point น่าเชื่อถือหรือไม่ ✅ ข้อมูลที่แฮกเกอร์อ้างว่าได้ขโมยไป - แฮกเกอร์ CoreInjection อ้างว่าได้ข้อมูลที่มี บัญชีผู้ใช้, สัญญาพนักงาน และแผนที่เครือข่ายภายใน - ข้อมูลถูกโพสต์บน ฟอรั่มอาชญากรรมไซเบอร์ และเสนอขาย ✅ Check Point ยืนยันว่าเป็นเหตุการณ์เก่า และได้รับการแก้ไขแล้ว - บริษัทระบุว่านี่เป็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนานแล้ว และส่งผลกระทบกับองค์กรเพียงไม่กี่แห่ง - ไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบของลูกค้า หรือโครงสร้างด้านความปลอดภัย ✅ ผู้เชี่ยวชาญบางรายไม่มั่นใจในคำชี้แจงของ Check Point - Alon Gal CTO ของ Hudson Rock เชื่อว่าการแฮกครั้งนี้ มีโอกาสสูงที่จะจริง และผู้โจมตี อาจเข้าถึงบัญชีแอดมินที่มีสิทธิ์สูง - Check Point ปฏิเสธว่า ไม่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่อบริษัทหรือพนักงาน ✅ เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Check Point ในอดีต - ในปี 2024 มีรายงานว่าแฮกเกอร์พยายามใช้ช่องโหว่ใน Check Point VPN software เพื่อเข้าถึงระบบขององค์กร - การโจมตีเหล่านั้นถูกระงับได้ง่าย และมีการออกมาตรการแก้ไขอย่างรวดเร็ว https://www.techradar.com/pro/security/security-firm-check-point-confirms-data-breach-but-says-users-have-nothing-to-worry-about
    0 Comments 0 Shares 46 Views 0 Reviews
  • แผนที่แสดงแนวการเกิดแผ่นดินไหวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระดับ 4.0 Magnitude ขึ้นไป ตั้งแต่ 1 มกราคม 1975 จนถึง 28 มีนาคม 2025 ซึ่งเป็นวันที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในเมียนมาวัดระดับได้ 7.7 Magnitude

    เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคหนึ่งของโลกที่มีแผ่นดินไหวบ่อยที่สุด โดยแผ่นเปลือกโลกหลัก เช่น แผ่นเปลือกโลกยูเรเซีย (Eurasian Plate) และแผ่นเปลือกโลกออสเตรเลีย (Australian Plate) เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิที่รุนแรง

    เมื่อปี 2004 (2547) เกิดแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง และคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 230,000 รายทั่วเอเชียและแอฟริกา

    ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย เป็นประเทศที่ต้องรับมือกับแผ่นดินไหวมากที่สุดต่อปี รองลงมาคือเมียนมา เนื่องจากรอยเลื่อนและร่องลึกจำนวนมากที่เคลื่อนตัวผ่านประเทศดังกล่าว

    ในขณะที่ ประเทศไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม มักไม่ประสบกับแผ่นดินไหวรุนแรง ความตื่นตระหนกที่แผ่ขยายไปทั่วประเทศเหล่านี้หลังจากแผ่นดินไหวรุนแรงในเมียนมา เมื่อ 28 มีนาคม แสดงให้เห็นถึงประชาชนในประเทศกลุ่มนี้ไม่คุ้นเคยกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่
    แผนที่แสดงแนวการเกิดแผ่นดินไหวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระดับ 4.0 Magnitude ขึ้นไป ตั้งแต่ 1 มกราคม 1975 จนถึง 28 มีนาคม 2025 ซึ่งเป็นวันที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในเมียนมาวัดระดับได้ 7.7 Magnitude เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคหนึ่งของโลกที่มีแผ่นดินไหวบ่อยที่สุด โดยแผ่นเปลือกโลกหลัก เช่น แผ่นเปลือกโลกยูเรเซีย (Eurasian Plate) และแผ่นเปลือกโลกออสเตรเลีย (Australian Plate) เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิที่รุนแรง เมื่อปี 2004 (2547) เกิดแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง และคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 230,000 รายทั่วเอเชียและแอฟริกา ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย เป็นประเทศที่ต้องรับมือกับแผ่นดินไหวมากที่สุดต่อปี รองลงมาคือเมียนมา เนื่องจากรอยเลื่อนและร่องลึกจำนวนมากที่เคลื่อนตัวผ่านประเทศดังกล่าว ในขณะที่ ประเทศไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม มักไม่ประสบกับแผ่นดินไหวรุนแรง ความตื่นตระหนกที่แผ่ขยายไปทั่วประเทศเหล่านี้หลังจากแผ่นดินไหวรุนแรงในเมียนมา เมื่อ 28 มีนาคม แสดงให้เห็นถึงประชาชนในประเทศกลุ่มนี้ไม่คุ้นเคยกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 112 Views 0 Reviews
  • หลังการกล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอิสราเอล ในที่สุด เนทันยาฮูก็ได้เปิดเผยถึงเป้าหมายที่แท้จริงของสงครามในฉนวนกาซา ซึ่งไม่ใช่แค่การยุบกลุ่มฮามาสเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการกำจัดประชากรในฉนวนกาซาด้วย

    ตลอดเวลาที่ผ่านมา เนทันยาฮูกล่าวหาฮามาสมาตลอดว่าไม่ยอมรับข้อตกลงหยุดยิง และถึงแม้ต่อมาฮามาสจะรับข้อเสนอ แต่ยังถูกกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายเริ่มต้นละเมิดข้อตกลง แน่นอนว่าคนทั้งหมดเชื่อสื่อ เชื่ออิสราเอล เชื่ออเมริกา

    เมื่อข้อตกลงหยุดยิงเฟสแรกสิ้นสุดลง อิสราเอลเมินเฉยในการเจรจาขั้นต่อไป และเปิดฉากโจมตีอย่างหนักในกาซา โดยอ้างเรื่องการกำจัดฮามาส และให้ปล่อยตัวประกัน ทั้งๆที่ฮามาสไม่เคยบิดพลิ้วเรื่องการปล่อยตัวประกัน ขอเพียงให้อิสราเอลทำตามข้อตกลงในเรื่องการเจรจาเฟสต่อไป

    ในแถลงการณ์ล่าสุดของเนทันยาฮู อิสราเอลได้ยื่นข้อตกลงใหม่อีกครั้ง!!!

    “เราพร้อมที่จะหารือถึงขั้นตอนสุดท้ายของสงคราม กลุ่มฮามาสจะวางอาวุธ และผู้นำของกลุ่มจะได้รับอนุญาตให้ออกไป เราจะดูแลความปลอดภัยในฉนวนกาซา และดำเนินการตามแผนการอพยพโดยสมัครใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นี่คือแผนของเรา เราไม่ได้ปิดบัง และเราพร้อมที่จะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ทุกเมื่อ”

    คำประกาศเหล่านี้ของเนทันยาฮู ได้ลบล้างข้ออ้างไปจนหมดสิ้นที่ว่าสงครามครั้งนี้แค่ต้องการกำจัดกลุ่มฮามาสเท่านั้น

    เป็นคำประกาศที่เนทันยาฮูยอมรับอย่างเปิดเผยว่า แม้ว่ากลุ่มฮามาสจะยุบไปแล้ว อิสราเอลก็ยังมีแผนที่จะอพยพชาวกาซาออกไปจากดินแดนของพวกเขา และกองกำลังอิสราเอลจะเข้าควบคุมเต็มพื้นที่อย่างสมบูรณ์ด้วยกำลังทหาร นี่เท่ากับการ "ยึดประเทศ" โดยไม่มีชาติใดกล้าคัดค้าน

    ฉนวนกาซาจะหายไปจากแผนที่ และจะไม่มีชาวปาเลสไตน์ซึ่งเป็นดินแดนดั้งเดิมของพวกเขา นี่คือสงครามล้างเผ่าพันธุ์ที่ได้รับการยืนยันจากปากของเนทันยาฮู โดยมีนานาชาติรับรู้และยอมรับ!!
    หลังการกล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอิสราเอล ในที่สุด เนทันยาฮูก็ได้เปิดเผยถึงเป้าหมายที่แท้จริงของสงครามในฉนวนกาซา ซึ่งไม่ใช่แค่การยุบกลุ่มฮามาสเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการกำจัดประชากรในฉนวนกาซาด้วย ตลอดเวลาที่ผ่านมา เนทันยาฮูกล่าวหาฮามาสมาตลอดว่าไม่ยอมรับข้อตกลงหยุดยิง และถึงแม้ต่อมาฮามาสจะรับข้อเสนอ แต่ยังถูกกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายเริ่มต้นละเมิดข้อตกลง แน่นอนว่าคนทั้งหมดเชื่อสื่อ เชื่ออิสราเอล เชื่ออเมริกา เมื่อข้อตกลงหยุดยิงเฟสแรกสิ้นสุดลง อิสราเอลเมินเฉยในการเจรจาขั้นต่อไป และเปิดฉากโจมตีอย่างหนักในกาซา โดยอ้างเรื่องการกำจัดฮามาส และให้ปล่อยตัวประกัน ทั้งๆที่ฮามาสไม่เคยบิดพลิ้วเรื่องการปล่อยตัวประกัน ขอเพียงให้อิสราเอลทำตามข้อตกลงในเรื่องการเจรจาเฟสต่อไป ในแถลงการณ์ล่าสุดของเนทันยาฮู อิสราเอลได้ยื่นข้อตกลงใหม่อีกครั้ง!!! “เราพร้อมที่จะหารือถึงขั้นตอนสุดท้ายของสงคราม กลุ่มฮามาสจะวางอาวุธ และผู้นำของกลุ่มจะได้รับอนุญาตให้ออกไป เราจะดูแลความปลอดภัยในฉนวนกาซา และดำเนินการตามแผนการอพยพโดยสมัครใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นี่คือแผนของเรา เราไม่ได้ปิดบัง และเราพร้อมที่จะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ทุกเมื่อ” คำประกาศเหล่านี้ของเนทันยาฮู ได้ลบล้างข้ออ้างไปจนหมดสิ้นที่ว่าสงครามครั้งนี้แค่ต้องการกำจัดกลุ่มฮามาสเท่านั้น เป็นคำประกาศที่เนทันยาฮูยอมรับอย่างเปิดเผยว่า แม้ว่ากลุ่มฮามาสจะยุบไปแล้ว อิสราเอลก็ยังมีแผนที่จะอพยพชาวกาซาออกไปจากดินแดนของพวกเขา และกองกำลังอิสราเอลจะเข้าควบคุมเต็มพื้นที่อย่างสมบูรณ์ด้วยกำลังทหาร นี่เท่ากับการ "ยึดประเทศ" โดยไม่มีชาติใดกล้าคัดค้าน ฉนวนกาซาจะหายไปจากแผนที่ และจะไม่มีชาวปาเลสไตน์ซึ่งเป็นดินแดนดั้งเดิมของพวกเขา นี่คือสงครามล้างเผ่าพันธุ์ที่ได้รับการยืนยันจากปากของเนทันยาฮู โดยมีนานาชาติรับรู้และยอมรับ!!
    Angry
    Like
    3
    0 Comments 1 Shares 135 Views 0 Reviews
  • Samsung กำลังพัฒนาเทคโนโลยีชิปเซ็ต 2 นาโนเมตรที่อาจเปลี่ยนชื่อใหม่เพื่อลดการพึ่งพาแบรนด์ Exynos และเตรียมผลิตในปี 2025 โดยชิปนี้จะถูกใช้ใน Galaxy S26 Series ซึ่ง Samsung มุ่งหวังลดการพึ่งพา Snapdragon อย่างไรก็ตาม ความท้าทายด้านการพัฒนายังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อเป้าหมายของบริษัท

    การพัฒนาเทคโนโลยี GAA Process:
    - ชิปเซ็ต 2 นาโนเมตรของ Samsung ใช้ GAA Process รุ่นแรก ซึ่งมีปัญหาเรื่องการเพิ่มผลผลิต (yield) โดยก่อนหน้านี้ Samsung ทำได้เพียง 30% ในการทดลองผลิตรุ่นต้นแบบ

    ความพยายามลดการใช้ชิป Snapdragon:
    - Samsung มีแผนที่จะลดการพึ่งพา Snapdragon โดยพัฒนาชิปเซ็ตของตัวเอง เช่น รุ่นที่ใช้ชื่อรหัส Ulysses บนกระบวนการผลิต GAA รุ่นที่สอง

    ความท้าทายที่ยืดเยื้อ:
    - แม้ Samsung จะมีความสามารถในการผลิตชิปเซ็ต แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างและการพัฒนาเทคโนโลยียังคงทำให้ Qualcomm ครองตลาดชิปเซ็ตระดับสูง

    ทิศทางในอนาคต:
    - หาก Samsung ประสบความสำเร็จในการพัฒนากระบวนการ 2 นาโนเมตรและสร้างภาพลักษณ์ใหม่ จะเป็นก้าวสำคัญในการแข่งขันกับ TSMC และผลักดันให้บริษัทกลับมาเป็นผู้นำในตลาดเซมิคอนดักเตอร์

    https://wccftech.com/samsung-2nm-soc-might-not-be-called-the-exynos-2600/
    Samsung กำลังพัฒนาเทคโนโลยีชิปเซ็ต 2 นาโนเมตรที่อาจเปลี่ยนชื่อใหม่เพื่อลดการพึ่งพาแบรนด์ Exynos และเตรียมผลิตในปี 2025 โดยชิปนี้จะถูกใช้ใน Galaxy S26 Series ซึ่ง Samsung มุ่งหวังลดการพึ่งพา Snapdragon อย่างไรก็ตาม ความท้าทายด้านการพัฒนายังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อเป้าหมายของบริษัท การพัฒนาเทคโนโลยี GAA Process: - ชิปเซ็ต 2 นาโนเมตรของ Samsung ใช้ GAA Process รุ่นแรก ซึ่งมีปัญหาเรื่องการเพิ่มผลผลิต (yield) โดยก่อนหน้านี้ Samsung ทำได้เพียง 30% ในการทดลองผลิตรุ่นต้นแบบ ความพยายามลดการใช้ชิป Snapdragon: - Samsung มีแผนที่จะลดการพึ่งพา Snapdragon โดยพัฒนาชิปเซ็ตของตัวเอง เช่น รุ่นที่ใช้ชื่อรหัส Ulysses บนกระบวนการผลิต GAA รุ่นที่สอง ความท้าทายที่ยืดเยื้อ: - แม้ Samsung จะมีความสามารถในการผลิตชิปเซ็ต แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างและการพัฒนาเทคโนโลยียังคงทำให้ Qualcomm ครองตลาดชิปเซ็ตระดับสูง ทิศทางในอนาคต: - หาก Samsung ประสบความสำเร็จในการพัฒนากระบวนการ 2 นาโนเมตรและสร้างภาพลักษณ์ใหม่ จะเป็นก้าวสำคัญในการแข่งขันกับ TSMC และผลักดันให้บริษัทกลับมาเป็นผู้นำในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ https://wccftech.com/samsung-2nm-soc-might-not-be-called-the-exynos-2600/
    WCCFTECH.COM
    Samsung’s Upcoming 2nm SoC May Not Feature The Exynos 2600 Name At All, Claims Questionable Rumor, Company Possibly Exploring A Rebrand To Mount Its Comeback
    A sketchy rumor claims that the Exynos 2600 might not be the name of Samsung’s upcoming 2nm SoC, hinting at a possible rebrand of its chipsets
    0 Comments 0 Shares 109 Views 0 Reviews
  • เมื่อลองเปรียบเทียบพื้นที่บริเวณย่านจตุจักร กับแผนที่บริเวณกรุงเทพฯ พ.ศ. 2453 พบว่า ตรงที่เกิดเหตุก่อสร้างตึกของ สตง. มีสภาพเป็นโคก คือมีเนินดินเตี้ย ๆ กระจายไปทั่วบริเวณ อยู่ในย่านที่เรียกว่า ทุ่งพระยาเวิกหน่วยวิจัยแผนที่และเอกสารประวัติศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    เมื่อลองเปรียบเทียบพื้นที่บริเวณย่านจตุจักร กับแผนที่บริเวณกรุงเทพฯ พ.ศ. 2453 พบว่า ตรงที่เกิดเหตุก่อสร้างตึกของ สตง. มีสภาพเป็นโคก คือมีเนินดินเตี้ย ๆ กระจายไปทั่วบริเวณ อยู่ในย่านที่เรียกว่า ทุ่งพระยาเวิกหน่วยวิจัยแผนที่และเอกสารประวัติศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    0 Comments 0 Shares 103 Views 0 Reviews
  • 🚨 แผ่นดินไหวเขย่าไทย รัฐไร้แผนฉุกเฉินรับมือ ถือโอกาสรีดเงิน เมินน้ำใจเพื่อนร่วมชาติ ขาดระบบขนส่งสาธารณะ รถเมล์ไม่เพียงพอ รอรถไฟฟ้า ประชาชนเดินเท้า ประชาชนรอความช่วยเหลือกลางถนน 🚷

    ✍️ เหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 95 ปี เผยให้เห็นการขาดแผนฉุกเฉินของรัฐ ขนส่งสาธารณะล่มทั่วกรุงเทพฯ ประชาชนไร้ทางเลือก ต้องเดินเท้ากลับบ้าน ฝ่าวิกฤตกลางเมืองหลวง

    🧭 เมื่อภัยธรรมชาติกระชากหน้ากาก "ระบบที่ไร้หัวใจ" บ่ายวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 เหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกติจูด จุดศูนย์กลางอยู่ในเมียนมา แต่แรงสั่นสะเทือนไม่ได้หยุดที่พรมแดน 🇲🇲 มันพัดผ่านเข้ามาในไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และภาคเหนืออย่างรุนแรง อาคารสูงโยกเยก 🚨 ผู้คนแตกตื่น วิ่งอพยพลงจากตึก

    แต่อะไรคือสิ่งที่น่าตกใจที่สุด? ไม่ใช่แค่แรงสั่นสะเทือน แต่คือ "ความไร้การเตรียมพร้อม" ของรัฐ และ "การล่มสลาย" ของระบบขนส่งสาธารณะ 🚆🛑

    📌 แผ่นดินไหวคือภัยธรรมชาติ แต่การไร้แผนคือภัยจากรัฐ ไม่มีแผนการ ไม่มีการแจ้งเตือน ไม่มีทางเลือกในการเดินทาง
    คนจำนวนมากออกจากตึก กลับบ้านไม่ได้
    🚇 รถไฟฟ้าหยุด
    🚌 รถเมล์ไม่พอ
    🚕 แท็กซี่แพง 💸
    ประชาชน “เดินเท้า” เป็นกิโลๆ เพื่อหาความปลอดภัย

    “หยุดให้บริการโดยไม่มีแผน คือการทิ้งประชาชนไว้กลางสนามรบ” 🪖

    “นี่ไม่ใช่แค่ระบบขนส่งที่ล่ม แต่คือภาพสะท้อนของการบริหารจัดการ ที่ไม่มีหัวใจ” ❤️‍🩹

    📉 ระบบขนส่งที่ “หยุดก่อนจำเป็น” ทำให้แย่ยิ่งกว่าเดิม 🚆 รถไฟฟ้าหยุดเดินโดยไม่มีกรอบเวลา รถไฟฟ้าทุกสายหยุดเดินรถมากกว่า 10 ชั่วโมง แต่ไม่มีแผนสำรอง ไม่มีการแจ้งเวลาชัดเจน ประชาชน “ไร้ทิศทาง” ผู้คนอพยพล่าช้า ช่วยเหลือทำไม่ได้

    นี่คือการแสดงให้เห็นว่า ระบบขนส่งในประเทศไทย ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อวิกฤต

    🚌 รถเมล์ไม่พอวิ่ง-ไม่พอคน ถึงรัฐบอกจะส่งรถเมล์เพิ่ม แต่ความเป็นจริงคือ... รถติดทำให้รถเข้าไม่ถึง จำนวนเที่ยวไม่พอ ไม่มีการบริหารจัดการแบบคล่องตัว

    🚖 ค่าโดยสารแพงเกินจริง
    🚦 วินมอเตอร์ไซค์
    🚘 แกร็บ
    🛻 แท็กซี่

    ต่างอัพราคาค่าโดยสารสูงกว่าปกติ 2-3 เท่า เพราะ "ดีมานด์พุ่ง" แต่ "ซัพพลายหาย"

    🏃‍♂️ เดินเท้าคือทางเลือกสุดท้าย ของคนไม่มีทางเลือก ในวันที่ขนส่งล่มทั้งเมือง คนหลายหมื่นต้องเดินเท้ากลับบ้าน ระยะทาง 5-10 กิโลเมตร 🚶‍♀️

    ภาพที่เห็น
    - ผู้สูงอายุเดินจับมือกับหลานเล็ก
    - คนทำงานเดินกลับบ้านกลางดึก
    - เด็กนักเรียนที่ตกค้าง ต้องขอความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้า

    นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการเดินทาง แต่มันคือการเอาชีวิตรอด ในเมืองหลวงที่ไร้แผน

    ❗ ประเทศไทย "ยังไม่มี" แผนขนส่งฉุกเฉินที่ตอบโจทย์ แม้จะมีกฎหมาย พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 แต่สิ่งที่หายไปคือ

    ✅ ความเร็วในการตอบสนอง
    ✅ ความเข้าใจพฤติกรรมผู้คน
    ✅ ความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน

    ภัยพิบัติแผ่นดินไหว ไม่มีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้า รัฐต้องมี "แผนไว้ก่อน" ไม่ใช่ "แผนหลังเกิดเหตุ"

    📊 ถอดบทเรียนจากต่างประเทศ ญี่ปุ่นทำอย่างไร? ญี่ปุ่น 🇯🇵 เผชิญแผ่นดินไหวบ่อย แต่ยังเดินรถไฟฟ้าได้
    เพราะอะไร?

    ✅ ญี่ปุ่นมีระบบเหล่านี้
    - เดินรถไฟด้วยความเร็วต่ำ เมื่อเกิดแผ่นดินไหว
    - แจ้งเตือนล่วงหน้าผ่านแอป-SMS ภายในไม่กี่วินาที
    - วางแผนเส้นทางขนส่งสำรอง
    - ซักซ้อมแผนอพยพทุกปี
    - มีจุดรวมตัวปลอดภัยพร้อมน้ำ อาหาร แพทย์

    ในขณะที่ไทย... ยังใช้เวลามากกว่า 30 นาที ในการแจ้งเตือนจากกรมอุตุ และกว่า 5 ชั่วโมงกว่าข้อความ SMS จะส่งถึงมือถือประชาชน 😓📵

    🧭 แนวทางที่ไทยควรทำ และยังไม่ได้ทำ
    - สร้างระบบแจ้งเตือนภัยแบบ Real-time ไม่ใช่ให้คนไปรู้ข่าวจาก Facebook ก่อน

    - เตรียมเส้นทางขนส่งสำรอง พร้อมแผนขนย้ายมวลชน ไม่ใช่หยุดรถไฟฟ้าแล้วไม่บอกอะไรเลย

    - กำหนดเกณฑ์การปิดระบบขนส่งให้ชัดเจน และสมเหตุสมผล หยุดเดินรถได้ แต่ต้องรู้ว่าเมื่อไหร่จะกลับมา

    - ใช้เทคโนโลยีจัดการจราจรแบบ AI ให้รถฉุกเฉิน-รถช่วยเหลือเดินทางได้ง่ายขึ้น

    - สื่อสารแบบรวมศูนย์ ไม่ใช่หลายหน่วยงานพูดคนละทาง

    💬 เสียงประชาชน เหนื่อย ใจหาย และรู้สึกโดดเดี่ยว
    “ตอนแผ่นดินไหว ตึกสั่น เราวิ่งลงมา แต่พอถึงพื้นดิน กลับไม่มีทางกลับบ้าน”

    “แท็กซี่ไม่รับ รถเมล์ก็ไม่มี ต้องเดินจากอโศกไปบางนา”

    “ถ้ารัฐมีแผนที่ดีกว่านี้ เราคงไม่ต้องเสี่ยงชีวิตแบบนี้”

    🔚 อย่าปล่อยให้ภัยธรรมชาติ กลายเป็นภัยมนุษย์ แผ่นดินไหวครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ความรุนแรงทางธรรมชาติ แต่มันเปิดโปง “ความไร้ระบบ” ของรัฐในการรับมือวิกฤต

    ขนส่งล่ม = ความล้มเหลวของระบบราชการ

    ความเงียบของรัฐ = การทอดทิ้งประชาชน

    🎯 อย่ารอให้เกิดเหตุการณ์ครั้งหน้า เราต้องเตรียมพร้อมให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่เพื่อ “ความสะดวก” แต่เพื่อ “ความอยู่รอด” ของคนไทยทุกคน 🛑🇹🇭

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 291636 มี.ค. 2568

    📱 #แผ่นดินไหวเขย่าไทย #รัฐไร้แผน #ขนส่งล่ม #ไม่มีทางกลับบ้าน #รถไฟฟ้าหยุด #ภัยพิบัติ2025 #ต้องเดินเท้า #บริหารล้มเหลว #ข่าวปลอมภัยพิบัติ #ภัยธรรมชาติหรือมนุษย์
    🚨 แผ่นดินไหวเขย่าไทย รัฐไร้แผนฉุกเฉินรับมือ ถือโอกาสรีดเงิน เมินน้ำใจเพื่อนร่วมชาติ ขาดระบบขนส่งสาธารณะ รถเมล์ไม่เพียงพอ รอรถไฟฟ้า ประชาชนเดินเท้า ประชาชนรอความช่วยเหลือกลางถนน 🚷 ✍️ เหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 95 ปี เผยให้เห็นการขาดแผนฉุกเฉินของรัฐ ขนส่งสาธารณะล่มทั่วกรุงเทพฯ ประชาชนไร้ทางเลือก ต้องเดินเท้ากลับบ้าน ฝ่าวิกฤตกลางเมืองหลวง 🧭 เมื่อภัยธรรมชาติกระชากหน้ากาก "ระบบที่ไร้หัวใจ" บ่ายวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 เหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกติจูด จุดศูนย์กลางอยู่ในเมียนมา แต่แรงสั่นสะเทือนไม่ได้หยุดที่พรมแดน 🇲🇲 มันพัดผ่านเข้ามาในไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และภาคเหนืออย่างรุนแรง อาคารสูงโยกเยก 🚨 ผู้คนแตกตื่น วิ่งอพยพลงจากตึก แต่อะไรคือสิ่งที่น่าตกใจที่สุด? ไม่ใช่แค่แรงสั่นสะเทือน แต่คือ "ความไร้การเตรียมพร้อม" ของรัฐ และ "การล่มสลาย" ของระบบขนส่งสาธารณะ 🚆🛑 📌 แผ่นดินไหวคือภัยธรรมชาติ แต่การไร้แผนคือภัยจากรัฐ ไม่มีแผนการ ไม่มีการแจ้งเตือน ไม่มีทางเลือกในการเดินทาง คนจำนวนมากออกจากตึก กลับบ้านไม่ได้ 🚇 รถไฟฟ้าหยุด 🚌 รถเมล์ไม่พอ 🚕 แท็กซี่แพง 💸 ประชาชน “เดินเท้า” เป็นกิโลๆ เพื่อหาความปลอดภัย “หยุดให้บริการโดยไม่มีแผน คือการทิ้งประชาชนไว้กลางสนามรบ” 🪖 “นี่ไม่ใช่แค่ระบบขนส่งที่ล่ม แต่คือภาพสะท้อนของการบริหารจัดการ ที่ไม่มีหัวใจ” ❤️‍🩹 📉 ระบบขนส่งที่ “หยุดก่อนจำเป็น” ทำให้แย่ยิ่งกว่าเดิม 🚆 รถไฟฟ้าหยุดเดินโดยไม่มีกรอบเวลา รถไฟฟ้าทุกสายหยุดเดินรถมากกว่า 10 ชั่วโมง แต่ไม่มีแผนสำรอง ไม่มีการแจ้งเวลาชัดเจน ประชาชน “ไร้ทิศทาง” ผู้คนอพยพล่าช้า ช่วยเหลือทำไม่ได้ นี่คือการแสดงให้เห็นว่า ระบบขนส่งในประเทศไทย ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อวิกฤต 🚌 รถเมล์ไม่พอวิ่ง-ไม่พอคน ถึงรัฐบอกจะส่งรถเมล์เพิ่ม แต่ความเป็นจริงคือ... รถติดทำให้รถเข้าไม่ถึง จำนวนเที่ยวไม่พอ ไม่มีการบริหารจัดการแบบคล่องตัว 🚖 ค่าโดยสารแพงเกินจริง 🚦 วินมอเตอร์ไซค์ 🚘 แกร็บ 🛻 แท็กซี่ ต่างอัพราคาค่าโดยสารสูงกว่าปกติ 2-3 เท่า เพราะ "ดีมานด์พุ่ง" แต่ "ซัพพลายหาย" 🏃‍♂️ เดินเท้าคือทางเลือกสุดท้าย ของคนไม่มีทางเลือก ในวันที่ขนส่งล่มทั้งเมือง คนหลายหมื่นต้องเดินเท้ากลับบ้าน ระยะทาง 5-10 กิโลเมตร 🚶‍♀️ ภาพที่เห็น - ผู้สูงอายุเดินจับมือกับหลานเล็ก - คนทำงานเดินกลับบ้านกลางดึก - เด็กนักเรียนที่ตกค้าง ต้องขอความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการเดินทาง แต่มันคือการเอาชีวิตรอด ในเมืองหลวงที่ไร้แผน ❗ ประเทศไทย "ยังไม่มี" แผนขนส่งฉุกเฉินที่ตอบโจทย์ แม้จะมีกฎหมาย พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 แต่สิ่งที่หายไปคือ ✅ ความเร็วในการตอบสนอง ✅ ความเข้าใจพฤติกรรมผู้คน ✅ ความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ภัยพิบัติแผ่นดินไหว ไม่มีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้า รัฐต้องมี "แผนไว้ก่อน" ไม่ใช่ "แผนหลังเกิดเหตุ" 📊 ถอดบทเรียนจากต่างประเทศ ญี่ปุ่นทำอย่างไร? ญี่ปุ่น 🇯🇵 เผชิญแผ่นดินไหวบ่อย แต่ยังเดินรถไฟฟ้าได้ เพราะอะไร? ✅ ญี่ปุ่นมีระบบเหล่านี้ - เดินรถไฟด้วยความเร็วต่ำ เมื่อเกิดแผ่นดินไหว - แจ้งเตือนล่วงหน้าผ่านแอป-SMS ภายในไม่กี่วินาที - วางแผนเส้นทางขนส่งสำรอง - ซักซ้อมแผนอพยพทุกปี - มีจุดรวมตัวปลอดภัยพร้อมน้ำ อาหาร แพทย์ ในขณะที่ไทย... ยังใช้เวลามากกว่า 30 นาที ในการแจ้งเตือนจากกรมอุตุ และกว่า 5 ชั่วโมงกว่าข้อความ SMS จะส่งถึงมือถือประชาชน 😓📵 🧭 แนวทางที่ไทยควรทำ และยังไม่ได้ทำ - สร้างระบบแจ้งเตือนภัยแบบ Real-time ไม่ใช่ให้คนไปรู้ข่าวจาก Facebook ก่อน - เตรียมเส้นทางขนส่งสำรอง พร้อมแผนขนย้ายมวลชน ไม่ใช่หยุดรถไฟฟ้าแล้วไม่บอกอะไรเลย - กำหนดเกณฑ์การปิดระบบขนส่งให้ชัดเจน และสมเหตุสมผล หยุดเดินรถได้ แต่ต้องรู้ว่าเมื่อไหร่จะกลับมา - ใช้เทคโนโลยีจัดการจราจรแบบ AI ให้รถฉุกเฉิน-รถช่วยเหลือเดินทางได้ง่ายขึ้น - สื่อสารแบบรวมศูนย์ ไม่ใช่หลายหน่วยงานพูดคนละทาง 💬 เสียงประชาชน เหนื่อย ใจหาย และรู้สึกโดดเดี่ยว “ตอนแผ่นดินไหว ตึกสั่น เราวิ่งลงมา แต่พอถึงพื้นดิน กลับไม่มีทางกลับบ้าน” “แท็กซี่ไม่รับ รถเมล์ก็ไม่มี ต้องเดินจากอโศกไปบางนา” “ถ้ารัฐมีแผนที่ดีกว่านี้ เราคงไม่ต้องเสี่ยงชีวิตแบบนี้” 🔚 อย่าปล่อยให้ภัยธรรมชาติ กลายเป็นภัยมนุษย์ แผ่นดินไหวครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ความรุนแรงทางธรรมชาติ แต่มันเปิดโปง “ความไร้ระบบ” ของรัฐในการรับมือวิกฤต ขนส่งล่ม = ความล้มเหลวของระบบราชการ ความเงียบของรัฐ = การทอดทิ้งประชาชน 🎯 อย่ารอให้เกิดเหตุการณ์ครั้งหน้า เราต้องเตรียมพร้อมให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่เพื่อ “ความสะดวก” แต่เพื่อ “ความอยู่รอด” ของคนไทยทุกคน 🛑🇹🇭 ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 291636 มี.ค. 2568 📱 #แผ่นดินไหวเขย่าไทย #รัฐไร้แผน #ขนส่งล่ม #ไม่มีทางกลับบ้าน #รถไฟฟ้าหยุด #ภัยพิบัติ2025 #ต้องเดินเท้า #บริหารล้มเหลว #ข่าวปลอมภัยพิบัติ #ภัยธรรมชาติหรือมนุษย์
    0 Comments 0 Shares 265 Views 0 Reviews
  • Intel เตรียมเปิดตัวโปรเซสเซอร์รุ่น Panther Lake และ Nova Lake ที่มาพร้อมกระบวนการผลิต Intel 18A รุ่นใหม่ ซึ่ง CEO Lip-Bu Tan เน้นว่าการปรับวัฒนธรรมองค์กรและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และขยายตลาด AI PC ในอนาคต

    การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์:
    - CEO Lip-Bu Tan กล่าวว่าการปรับวัฒนธรรมองค์กรและการดำเนินงานอย่างรวดเร็วจะช่วยให้ Intel สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน.

    กระบวนการ Intel 18A:
    - Intel ยืนยันว่ากระบวนการผลิต Intel 18A มีความก้าวหน้า โดยตั้งเป้าส่งผลิตภัณฑ์แรกให้โรงงานผลิตได้ในกลางปี 2025 และจะเริ่มการเปิดตัว Panther Lake ผ่านโปรแกรม Early Enablement Program ในเดือนตุลาคม.

    การเติบโตของตลาด AI PC:
    - Panther Lake ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างผลิตภัณฑ์ในตลาด AI PC ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตสูง โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้จะช่วยให้การใช้งาน AI มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์การพัฒนานวัตกรรม.

    ความมุ่งมั่นของ Intel:
    - CEO คนใหม่เน้นถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ตามแผนที่กำหนด และการสร้างเทคโนโลยีที่ช่วยให้ลูกค้าของ Intel มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น.

    https://www.techpowerup.com/334784/intels-new-ceo-commits-to-launching-panther-lake-in-2h-2025-nova-lake-release-on-track-for-2026
    Intel เตรียมเปิดตัวโปรเซสเซอร์รุ่น Panther Lake และ Nova Lake ที่มาพร้อมกระบวนการผลิต Intel 18A รุ่นใหม่ ซึ่ง CEO Lip-Bu Tan เน้นว่าการปรับวัฒนธรรมองค์กรและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และขยายตลาด AI PC ในอนาคต การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์: - CEO Lip-Bu Tan กล่าวว่าการปรับวัฒนธรรมองค์กรและการดำเนินงานอย่างรวดเร็วจะช่วยให้ Intel สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน. กระบวนการ Intel 18A: - Intel ยืนยันว่ากระบวนการผลิต Intel 18A มีความก้าวหน้า โดยตั้งเป้าส่งผลิตภัณฑ์แรกให้โรงงานผลิตได้ในกลางปี 2025 และจะเริ่มการเปิดตัว Panther Lake ผ่านโปรแกรม Early Enablement Program ในเดือนตุลาคม. การเติบโตของตลาด AI PC: - Panther Lake ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างผลิตภัณฑ์ในตลาด AI PC ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตสูง โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้จะช่วยให้การใช้งาน AI มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์การพัฒนานวัตกรรม. ความมุ่งมั่นของ Intel: - CEO คนใหม่เน้นถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ตามแผนที่กำหนด และการสร้างเทคโนโลยีที่ช่วยให้ลูกค้าของ Intel มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น. https://www.techpowerup.com/334784/intels-new-ceo-commits-to-launching-panther-lake-in-2h-2025-nova-lake-release-on-track-for-2026
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Intel's New CEO Commits to Launching "Panther Lake" in 2H 2025, "Nova Lake" Release On Track for 2026
    In a letter addressed to stockholders, Intel's new CEO—Lip-Bu Tan—roadmapped the importance of a couple of major upcoming product launches. Starting off, Team Blue's new chief detailed a fresh approach, with the casting off of old strategies: "achieving the results I know Intel is capable of starts ...
    0 Comments 0 Shares 218 Views 0 Reviews
  • เครื่องลอกหนัง รุ่น 500 สแตนเลส #ทดลองลอกหนังปลาจาระเม็ด
    เครื่องลอกหนัง เหมาะสำหรับการลอกหนังสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อแกะ หรือหนังปลา เป็นต้น และใช้กันอย่างแพร่หลายในบริษัทแปรรูปอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต โรงแรมสามารถปรับความหนาของหนังได้ตั้งแต่ หนา 0.5-6 มม. ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบนั้นๆ
    ชุดใบมีด ใบมีดนำเข้าจากเยอรมัน ใช้งานง่าย

    รายละเอียด
    📌 Capacity 300kg/hour
    📌 Voltage 220 V/50 HZ
    📌 Peeling thickness 0.6-6 MM
    📌 Blade length 500mm
    📌 Material sus 304
    📌 Weight 130kg
    📌 Dimension 750*710*880 mm

    ย่งฮะเฮง เครื่องบด ย่อย หั่น สับ สไลซ์ คั้น อัด เลื่อย สำหรับ อาหาร ยา พลังงานหมุนเวียน

    สนใจสินค้าเครื่องไหน สามารถเข้ามาดูที่ร้านได้เลยนะคะ
    เวลาเปิดทำการ :
    จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-17.00
    และวันเสาร์ เวลา 8.00-16.00
    แผนที่ https://maps.app.goo.gl/9oLTmzwbArzJy5wc7

    #เลือกคุณภาพ #เลือกBONNY ‼‼

    m.me/yonghahheng 👈🏻แชทเลย
    LINE Business ID : @yonghahheng (มี@ข้างหน้า)
    หรือ https://lin.ee/HV4lSKp
    02-215-3515-9 หรือ 081-3189098
    www.yoryonghahheng.com
    E-mail : sales@yoryonghahheng.com
    yonghahheng@gmail.com

    #กระทะสับ #ลอกมันหนังไก่ #เครื่องลอกมัน #เครื่องลอกหนัง #หนังไก่ทอด #ลอกหนังไก่ทอด #ปอกกระเทียม #เครื่องปอกเปลือก #เครื่องบด #บดหมู #ลอกหนังปลา #เครื่องบดอาหาร #เครื่องบดโครงไก่ #เครื่องหั่นหมู #เครื่องหั่นพริกแห้ง #เครื่องหั่นพริก #หั่นพริกทอดกรอบ #แหนมหมู #หั่นปลาหมึกกรอบ #หั่นพริกทอดกรอบ #หั่นปลาดุก #สับผัก #หั่นใบไม้ #เครื่องลอกมันหมู #ลอกหนังหมู
    เครื่องลอกหนัง รุ่น 500 สแตนเลส #ทดลองลอกหนังปลาจาระเม็ด เครื่องลอกหนัง เหมาะสำหรับการลอกหนังสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อแกะ หรือหนังปลา เป็นต้น และใช้กันอย่างแพร่หลายในบริษัทแปรรูปอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต โรงแรมสามารถปรับความหนาของหนังได้ตั้งแต่ หนา 0.5-6 มม. ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบนั้นๆ ชุดใบมีด ใบมีดนำเข้าจากเยอรมัน ใช้งานง่าย รายละเอียด 📌 Capacity 300kg/hour 📌 Voltage 220 V/50 HZ 📌 Peeling thickness 0.6-6 MM 📌 Blade length 500mm 📌 Material sus 304 📌 Weight 130kg 📌 Dimension 750*710*880 mm ย่งฮะเฮง เครื่องบด ย่อย หั่น สับ สไลซ์ คั้น อัด เลื่อย สำหรับ อาหาร ยา พลังงานหมุนเวียน สนใจสินค้าเครื่องไหน สามารถเข้ามาดูที่ร้านได้เลยนะคะ เวลาเปิดทำการ : จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-17.00 และวันเสาร์ เวลา 8.00-16.00 แผนที่ https://maps.app.goo.gl/9oLTmzwbArzJy5wc7 #เลือกคุณภาพ #เลือกBONNY ‼‼ m.me/yonghahheng 👈🏻แชทเลย LINE Business ID : @yonghahheng (มี@ข้างหน้า) หรือ https://lin.ee/HV4lSKp 02-215-3515-9 หรือ 081-3189098 www.yoryonghahheng.com E-mail : sales@yoryonghahheng.com yonghahheng@gmail.com #กระทะสับ #ลอกมันหนังไก่ #เครื่องลอกมัน #เครื่องลอกหนัง #หนังไก่ทอด #ลอกหนังไก่ทอด #ปอกกระเทียม #เครื่องปอกเปลือก #เครื่องบด #บดหมู #ลอกหนังปลา #เครื่องบดอาหาร #เครื่องบดโครงไก่ #เครื่องหั่นหมู #เครื่องหั่นพริกแห้ง #เครื่องหั่นพริก #หั่นพริกทอดกรอบ #แหนมหมู #หั่นปลาหมึกกรอบ #หั่นพริกทอดกรอบ #หั่นปลาดุก #สับผัก #หั่นใบไม้ #เครื่องลอกมันหมู #ลอกหนังหมู
    0 Comments 0 Shares 294 Views 0 Reviews
  • FD เพิ่มเที่ยวบินสุวรรณภูมิ ส่งรูทเชียงใหม่ชิงไทเป-ซัปโปโร

    ช่วงนี้สายการบินไทยแอร์เอเชีย (FD) ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV มีความเคลื่อนไหวหลายอย่าง เริ่มจากการสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส A321neo จำนวน 6 ลำ โดยเครื่องบินใหม่ลำแรกทะเบียน HS-EAU จากโรงงานแอร์บัสที่เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี มาถึงท่าอากาศยานดอนเมืองเมื่อเวลา 05.44 น. วันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา นำมาให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 มี.ค.เที่ยวบิน FD3437 ดอนเมือง-เชียงใหม่ ส่วนที่เหลืออีก 5 ลำจะทยอยส่งมอบต่อไป ซึ่งจะทำให้ไทยแอร์เอเชียมีฝูงบินรวมกัน 66 ลำ

    อย่างต่อมา คือ การเพิ่มเที่ยวบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นอกจากท่าอากาศยานดอนเมืองซึ่งเป็นฮับของไทยแอร์เอเชีย ตั้งแต่ช่วงก่อนโควิด-19 ชูจุดขายบินในประเทศเลือกได้ 2 สนามบิน นอกจากเส้นทางยอดนิยมอย่างเชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ และหาดใหญ่แล้ว เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมาได้เพิ่มเส้นทางขอนแก่น และอุดรธานี ล่าสุดประกาศว่าได้เพิ่มเส้นทางสุราษฎร์ธานี นราธิวาส และบุรีรีมย์ (ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์) ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป รวมเส้นทางจากสุวรณภูมิทั้งสิ้น 9 เส้นทาง ขณะเดียวกัน AAV มีแผนที่จะเพิ่มเส้นทางไปพิษณุโลก อุบลราชธานี นครพนม ลำปาง และการกลับมาของเชียงราย

    ก่อนหน้านี้การบินไทยยกเลิกเส้นทางสุวรรณภูมิ-นราธิวาส เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2567 ทำให้ท่าอากาศยานนราธิวาส มีเพียงเที่ยวบินไทยแอร์เอเชีย ดอนเมือง-นราธิวาสเพียงวันละ 1-2 เที่ยวบิน ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกแก่ผู้โดยสารในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2564 ไทยแอร์เอเชียเคยบินตรงสุวรรณภูมิไปน่านและนครศรีธรรมราช แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

    อีกด้านหนึ่ง คือ การเปิดเส้นทางใหม่ เชียงใหม่-ไทเป-ซัปโปโร ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.เป็นต้นไป โดยใช้สิทธิทางการบินที่ 5 (Fifth Freedom) ต่อจากดอนเมือง-ไทเป-โอกินาว่า และดอนเมือง-เกาสง-โตเกียว (นาริตะ) เชื่อมระหว่างประเทศไทย ไปยังไต้หวันและญี่ปุ่น เจาะตลาดนักท่องเที่ยวไต้หวันไปญี่ปุ่น ซึ่งต้องแข่งขันกับคู่แข่งอีก 5 ราย ได้แก่ สกู๊ตที่ใช้สิทธิในเส้นทางสิงคโปร์-ไทเป-ซัปโปโร ไทเกอร์แอร์ อีวีเอแอร์ ไชน่าแอร์ไลน์ และสตาร์ลักซ์แอร์ไลน์ที่บินตรง ส่วนชาวไทยจากเชียงใหม่ไปซัปโปโรได้โดยไม่ต้องไปต่อเครื่องที่ดอนเมือง

    นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มบริการเที่ยวบินพร้อมรถรับส่ง พัทยา-อินเดีย ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป โดยจุดจอดท่าอากาศยานดอนเมืองอยู่ที่อาคาร Service Hall และพัทยารถจอดที่ห้างเซ็นทรัลพัทยา ชั้น 1 ประตู 5 ข้างซอยพัทยา 9

    #Newskit
    FD เพิ่มเที่ยวบินสุวรรณภูมิ ส่งรูทเชียงใหม่ชิงไทเป-ซัปโปโร ช่วงนี้สายการบินไทยแอร์เอเชีย (FD) ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV มีความเคลื่อนไหวหลายอย่าง เริ่มจากการสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส A321neo จำนวน 6 ลำ โดยเครื่องบินใหม่ลำแรกทะเบียน HS-EAU จากโรงงานแอร์บัสที่เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี มาถึงท่าอากาศยานดอนเมืองเมื่อเวลา 05.44 น. วันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา นำมาให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 มี.ค.เที่ยวบิน FD3437 ดอนเมือง-เชียงใหม่ ส่วนที่เหลืออีก 5 ลำจะทยอยส่งมอบต่อไป ซึ่งจะทำให้ไทยแอร์เอเชียมีฝูงบินรวมกัน 66 ลำ อย่างต่อมา คือ การเพิ่มเที่ยวบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นอกจากท่าอากาศยานดอนเมืองซึ่งเป็นฮับของไทยแอร์เอเชีย ตั้งแต่ช่วงก่อนโควิด-19 ชูจุดขายบินในประเทศเลือกได้ 2 สนามบิน นอกจากเส้นทางยอดนิยมอย่างเชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ และหาดใหญ่แล้ว เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมาได้เพิ่มเส้นทางขอนแก่น และอุดรธานี ล่าสุดประกาศว่าได้เพิ่มเส้นทางสุราษฎร์ธานี นราธิวาส และบุรีรีมย์ (ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์) ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป รวมเส้นทางจากสุวรณภูมิทั้งสิ้น 9 เส้นทาง ขณะเดียวกัน AAV มีแผนที่จะเพิ่มเส้นทางไปพิษณุโลก อุบลราชธานี นครพนม ลำปาง และการกลับมาของเชียงราย ก่อนหน้านี้การบินไทยยกเลิกเส้นทางสุวรรณภูมิ-นราธิวาส เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2567 ทำให้ท่าอากาศยานนราธิวาส มีเพียงเที่ยวบินไทยแอร์เอเชีย ดอนเมือง-นราธิวาสเพียงวันละ 1-2 เที่ยวบิน ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกแก่ผู้โดยสารในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2564 ไทยแอร์เอเชียเคยบินตรงสุวรรณภูมิไปน่านและนครศรีธรรมราช แต่ไม่ประสบความสำเร็จ อีกด้านหนึ่ง คือ การเปิดเส้นทางใหม่ เชียงใหม่-ไทเป-ซัปโปโร ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.เป็นต้นไป โดยใช้สิทธิทางการบินที่ 5 (Fifth Freedom) ต่อจากดอนเมือง-ไทเป-โอกินาว่า และดอนเมือง-เกาสง-โตเกียว (นาริตะ) เชื่อมระหว่างประเทศไทย ไปยังไต้หวันและญี่ปุ่น เจาะตลาดนักท่องเที่ยวไต้หวันไปญี่ปุ่น ซึ่งต้องแข่งขันกับคู่แข่งอีก 5 ราย ได้แก่ สกู๊ตที่ใช้สิทธิในเส้นทางสิงคโปร์-ไทเป-ซัปโปโร ไทเกอร์แอร์ อีวีเอแอร์ ไชน่าแอร์ไลน์ และสตาร์ลักซ์แอร์ไลน์ที่บินตรง ส่วนชาวไทยจากเชียงใหม่ไปซัปโปโรได้โดยไม่ต้องไปต่อเครื่องที่ดอนเมือง นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มบริการเที่ยวบินพร้อมรถรับส่ง พัทยา-อินเดีย ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป โดยจุดจอดท่าอากาศยานดอนเมืองอยู่ที่อาคาร Service Hall และพัทยารถจอดที่ห้างเซ็นทรัลพัทยา ชั้น 1 ประตู 5 ข้างซอยพัทยา 9 #Newskit
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 467 Views 0 Reviews
  • Tencent กำลังเตรียมเปิดตัว Hunyuan T1 โมเดล AI ขนาดใหญ่สุดล้ำที่ใช้สถาปัตยกรรม Mamba ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในงานประมวลผลข้อมูลระดับสูง โมเดลนี้ต่อยอดจาก Hunyuan Turbo S ที่ติดอันดับในแพลตฟอร์มการจัดอันดับ AI และอาจกลายเป็นเกมเปลี่ยนสำคัญในอุตสาหกรรม

    ความสามารถของโมเดล Hunyuan T1:
    - มุ่งเน้นการประมวลผลเชิงการให้เหตุผลที่มีความซับซ้อนสูงและรวดเร็ว ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ในแอปพลิเคชันและบริการหลากหลาย เช่น แชทบอท, การค้นหา, และระบบวิเคราะห์ข้อมูล.

    การแข่งขันในอุตสาหกรรม AI:
    - Hunyuan Turbo S ของ Tencent เคยติดอันดับที่ 15 ใน Chatbot Arena LLM Leaderboard ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่จัดอันดับโมเดลจากการโหวตของผู้ใช้จริงในเรื่องคุณภาพการตอบกลับ โดยอันดับปัจจุบันของ DeepSeek R1 อยู่อันดับที่ 7.

    จุดเด่นของ Mamba Architecture:
    - สถาปัตยกรรมนี้เน้นการกระจายการประมวลผลและลดความสูญเสียของข้อมูลในระหว่างการคำนวณ ทำให้เหมาะกับการพัฒนาโมเดลขนาดใหญ่และการทำงานร่วมกับข้อมูลปริมาณมหาศาล.

    เป้าหมายของ Tencent ในอนาคต:
    - Tencent วางแผนที่จะขยายการใช้งานโมเดล Hunyuan T1 ในหลายธุรกิจ ตั้งแต่เทคโนโลยีการศึกษา ระบบสุขภาพ ไปจนถึงบริการอีคอมเมิร์ซ.

    https://www.techpowerup.com/334375/tencent-will-launch-hunyuan-t1-inference-model-on-march-21
    Tencent กำลังเตรียมเปิดตัว Hunyuan T1 โมเดล AI ขนาดใหญ่สุดล้ำที่ใช้สถาปัตยกรรม Mamba ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในงานประมวลผลข้อมูลระดับสูง โมเดลนี้ต่อยอดจาก Hunyuan Turbo S ที่ติดอันดับในแพลตฟอร์มการจัดอันดับ AI และอาจกลายเป็นเกมเปลี่ยนสำคัญในอุตสาหกรรม ความสามารถของโมเดล Hunyuan T1: - มุ่งเน้นการประมวลผลเชิงการให้เหตุผลที่มีความซับซ้อนสูงและรวดเร็ว ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ในแอปพลิเคชันและบริการหลากหลาย เช่น แชทบอท, การค้นหา, และระบบวิเคราะห์ข้อมูล. การแข่งขันในอุตสาหกรรม AI: - Hunyuan Turbo S ของ Tencent เคยติดอันดับที่ 15 ใน Chatbot Arena LLM Leaderboard ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่จัดอันดับโมเดลจากการโหวตของผู้ใช้จริงในเรื่องคุณภาพการตอบกลับ โดยอันดับปัจจุบันของ DeepSeek R1 อยู่อันดับที่ 7. จุดเด่นของ Mamba Architecture: - สถาปัตยกรรมนี้เน้นการกระจายการประมวลผลและลดความสูญเสียของข้อมูลในระหว่างการคำนวณ ทำให้เหมาะกับการพัฒนาโมเดลขนาดใหญ่และการทำงานร่วมกับข้อมูลปริมาณมหาศาล. เป้าหมายของ Tencent ในอนาคต: - Tencent วางแผนที่จะขยายการใช้งานโมเดล Hunyuan T1 ในหลายธุรกิจ ตั้งแต่เทคโนโลยีการศึกษา ระบบสุขภาพ ไปจนถึงบริการอีคอมเมิร์ซ. https://www.techpowerup.com/334375/tencent-will-launch-hunyuan-t1-inference-model-on-march-21
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Tencent Will Launch Hunyuan T1 Inference Model on March 21
    Tencent's large language model (LLM) specialist division has announced the imminent launch of their T1 AI inference model. The Chinese technology giant's Hunyuan social media accounts revealed a grand arrival, scheduled to take place on Friday (March 21). A friendly reminder was issued to interested...
    0 Comments 0 Shares 213 Views 0 Reviews
  • ตอนนี้ชิป H20 ของ NVIDIA ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับตลาดจีนกำลังเป็นที่ต้องการสูงจนขาดตลาด บริษัทใหญ่อย่าง Tencent และ ByteDance ต่างรีบสั่งซื้อเพื่อนำไปใช้กับระบบ AI และแอปพลิเคชัน เช่น Tencent Docs และแผนที่ ตัวชิป H20 ถือว่าคุ้มค่ากว่าชิปคู่แข่งในจีน แต่ก็ยังคงมีปัญหาการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ ความสำเร็จของ NVIDIA ครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทสำคัญที่ยังครองใจบริษัทเทคโนโลยีจีน

    เหตุผลที่ความต้องการเพิ่มขึ้น:
    - การเปิดตัว AI รุ่นใหม่จาก DeepSeek ทำให้บริษัทต่าง ๆ รวมถึง Tencent และ ByteDance เพิ่มการลงทุนในชิปเพื่อรองรับโมเดลภาษาใหญ่ (LLMs) และการใช้งานในแอป เช่น Tencent Docs และ Tencent Maps
    - ความต้องการพลังประมวลผลสำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้นในจีนมีส่วนสำคัญต่อรายได้ของ NVIDIA

    เปรียบเทียบราคากับทางเลือกในท้องถิ่น:
    - ชิป H20 ของ NVIDIA มีราคาประมาณ 100,000 หยวน ซึ่งนับว่าคุ้มค่ากว่า Ascend 910B ของจีนเองที่มีราคาสูงกว่า
    - NVIDIA ยังคงมีข้อได้เปรียบในด้านระบบซอฟต์แวร์ที่รองรับการพัฒนา AI ได้ดีกว่า

    ปริมาณการใช้งานในจีน:
    - ในปี 2024 Tencent และ ByteDance ได้สั่งซื้อชิป AI ของ NVIDIA ถึง 230,000 ตัว ซึ่งเป็นปริมาณรองจาก Microsoft ในตลาดโลก
    - NVIDIA วางแผนที่จะคงบทบาทสำคัญในตลาดจีนเพื่อรักษาสัดส่วนรายได้

    https://wccftech.com/nvidia-h20-ai-accelerators-are-facing-a-shortage-in-china/
    ตอนนี้ชิป H20 ของ NVIDIA ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับตลาดจีนกำลังเป็นที่ต้องการสูงจนขาดตลาด บริษัทใหญ่อย่าง Tencent และ ByteDance ต่างรีบสั่งซื้อเพื่อนำไปใช้กับระบบ AI และแอปพลิเคชัน เช่น Tencent Docs และแผนที่ ตัวชิป H20 ถือว่าคุ้มค่ากว่าชิปคู่แข่งในจีน แต่ก็ยังคงมีปัญหาการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ ความสำเร็จของ NVIDIA ครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทสำคัญที่ยังครองใจบริษัทเทคโนโลยีจีน เหตุผลที่ความต้องการเพิ่มขึ้น: - การเปิดตัว AI รุ่นใหม่จาก DeepSeek ทำให้บริษัทต่าง ๆ รวมถึง Tencent และ ByteDance เพิ่มการลงทุนในชิปเพื่อรองรับโมเดลภาษาใหญ่ (LLMs) และการใช้งานในแอป เช่น Tencent Docs และ Tencent Maps - ความต้องการพลังประมวลผลสำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้นในจีนมีส่วนสำคัญต่อรายได้ของ NVIDIA เปรียบเทียบราคากับทางเลือกในท้องถิ่น: - ชิป H20 ของ NVIDIA มีราคาประมาณ 100,000 หยวน ซึ่งนับว่าคุ้มค่ากว่า Ascend 910B ของจีนเองที่มีราคาสูงกว่า - NVIDIA ยังคงมีข้อได้เปรียบในด้านระบบซอฟต์แวร์ที่รองรับการพัฒนา AI ได้ดีกว่า ปริมาณการใช้งานในจีน: - ในปี 2024 Tencent และ ByteDance ได้สั่งซื้อชิป AI ของ NVIDIA ถึง 230,000 ตัว ซึ่งเป็นปริมาณรองจาก Microsoft ในตลาดโลก - NVIDIA วางแผนที่จะคงบทบาทสำคัญในตลาดจีนเพื่อรักษาสัดส่วนรายได้ https://wccftech.com/nvidia-h20-ai-accelerators-are-facing-a-shortage-in-china/
    WCCFTECH.COM
    NVIDIA's H20 AI Accelerators Are Reportedly Facing A Shortage In China, Amid The Massive Demand Prompted Due To DeepSeek
    NVIDIA's "China-exclusive" H20 AI accelerators are now said to be experiencing a shortage in Chinese markets.
    0 Comments 0 Shares 254 Views 0 Reviews
  • แม้ว่าฮาร์ดไดรฟ์จะถูกมองว่ากำลังตกยุค แต่ Seagate ก็ยังคงพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างเทคโนโลยี HAMR ที่ช่วยเพิ่มความจุและประสิทธิภาพ โดยเพิ่งขายฮาร์ดไดรฟ์รุ่น 30TB ให้ลูกค้ารายใหญ่ 2 รายในวงการคลาวด์คอมพิวติ้ง ปริมาณรวม 1 เอกซะไบต์ ซึ่งเทียบได้กับพื้นที่เก็บข้อมูลขนาดมหึมา. นอกจากนี้ Seagate ยังมุ่งพัฒนารุ่น 60TB และ 100TB เพื่อรองรับความต้องการในอนาคตอย่างต่อเนื่อง

    เทคโนโลยี HAMR และอนาคตของ HDD:
    - HAMR ใช้เลเซอร์ในการเพิ่มความหนาแน่นของข้อมูล โดยฮาร์ดไดรฟ์รุ่นล่าสุดของ Seagate มีความจุสูงสุดถึง 36TB และกำลังพัฒนารุ่น 60TB ในอนาคต
    - เทคโนโลยีต่อไปที่กำลังพัฒนาเรียกว่า HDMR (Heated Dot Magnetic Recording) ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บข้อมูลให้ละเอียดและหนาแน่นยิ่งขึ้น

    การใช้งานและประโยชน์ของ HDD ในยุคนี้:
    - HDD ยังคงมีความได้เปรียบในด้านความจุต่อราคา เมื่อเทียบกับ SSD ทำให้ยังเป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับองค์กรที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น ในระบบคลาวด์และศูนย์ข้อมูล (Data Center)
    - ลูกค้ารายใหญ่ในครั้งนี้น่าจะเป็นบริษัทเทคโนโลยีในสหรัฐฯ อย่าง Microsoft, Google หรือ Amazon ซึ่งต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่มาก

    ความเคลื่อนไหวของ Seagate:
    - Seagate ยังมีแผนที่จะเข้าซื้อบริษัท Intevac ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี HAMR เพื่อเร่งการพัฒนาฮาร์ดไดรฟ์ความจุสูง เช่น 100TB เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

    https://www.techradar.com/pro/seagate-reportedly-sold-two-billion-gbs-worth-of-storage-to-two-of-the-worlds-largest-tech-companies
    แม้ว่าฮาร์ดไดรฟ์จะถูกมองว่ากำลังตกยุค แต่ Seagate ก็ยังคงพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างเทคโนโลยี HAMR ที่ช่วยเพิ่มความจุและประสิทธิภาพ โดยเพิ่งขายฮาร์ดไดรฟ์รุ่น 30TB ให้ลูกค้ารายใหญ่ 2 รายในวงการคลาวด์คอมพิวติ้ง ปริมาณรวม 1 เอกซะไบต์ ซึ่งเทียบได้กับพื้นที่เก็บข้อมูลขนาดมหึมา. นอกจากนี้ Seagate ยังมุ่งพัฒนารุ่น 60TB และ 100TB เพื่อรองรับความต้องการในอนาคตอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยี HAMR และอนาคตของ HDD: - HAMR ใช้เลเซอร์ในการเพิ่มความหนาแน่นของข้อมูล โดยฮาร์ดไดรฟ์รุ่นล่าสุดของ Seagate มีความจุสูงสุดถึง 36TB และกำลังพัฒนารุ่น 60TB ในอนาคต - เทคโนโลยีต่อไปที่กำลังพัฒนาเรียกว่า HDMR (Heated Dot Magnetic Recording) ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บข้อมูลให้ละเอียดและหนาแน่นยิ่งขึ้น การใช้งานและประโยชน์ของ HDD ในยุคนี้: - HDD ยังคงมีความได้เปรียบในด้านความจุต่อราคา เมื่อเทียบกับ SSD ทำให้ยังเป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับองค์กรที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น ในระบบคลาวด์และศูนย์ข้อมูล (Data Center) - ลูกค้ารายใหญ่ในครั้งนี้น่าจะเป็นบริษัทเทคโนโลยีในสหรัฐฯ อย่าง Microsoft, Google หรือ Amazon ซึ่งต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่มาก ความเคลื่อนไหวของ Seagate: - Seagate ยังมีแผนที่จะเข้าซื้อบริษัท Intevac ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี HAMR เพื่อเร่งการพัฒนาฮาร์ดไดรฟ์ความจุสูง เช่น 100TB เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน https://www.techradar.com/pro/seagate-reportedly-sold-two-billion-gbs-worth-of-storage-to-two-of-the-worlds-largest-tech-companies
    0 Comments 0 Shares 259 Views 0 Reviews
  • วิดีโอแสดงแผนที่การบุกรุกภูมิภาคเคิร์สก์ ดินแดนรัสเซีย โดยกองกำลังยูเครน ตั้งแต่สิงหาคมปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน
    วิดีโอแสดงแผนที่การบุกรุกภูมิภาคเคิร์สก์ ดินแดนรัสเซีย โดยกองกำลังยูเครน ตั้งแต่สิงหาคมปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 263 Views 23 0 Reviews
  • เปิดตัว Edge AI Mini-PC จากบริษัท Sapphire ซึ่งมาพร้อมกับ APU (Accelerated Processing Unit) รุ่นใหม่ของ AMD อย่าง Ryzen AI 300 หรือชื่อรหัสว่า "Krackan Point" การออกแบบ Mini-PC นี้เน้นที่ความกะทัดรัดและการพกพาสะดวก แต่ยังคงประสิทธิภาพที่เหมาะสำหรับการทำงานที่ต้องการการประมวลผลสูงและการใช้งาน AI

    คุณสมบัติที่โดดเด่นของ Edge AI Mini-PC:
    1) ขนาดเล็กพิเศษ: ด้วยขนาดเพียง 117 x 111 x 30 มม. ทำให้สามารถพกพาได้ง่ายและไม่เปลืองพื้นที่จัดวาง

    2) ฮาร์ดแวร์ทรงพลัง: มีตัวเลือกโปรเซสเซอร์ Ryzen AI 7 350 หรือ Ryzen AI 5 340 ที่มีมากถึง 8 คอร์และ 16 เธรด พร้อมกับกราฟิก RDNA 3.5 แบบในตัวที่รองรับงานกราฟิกแบบเบาถึงกลาง

    3) หน่วยความจำและการจัดเก็บ:
    - รุ่น Ryzen AI 7 350 มาพร้อม RAM ขนาด 32GB
    - รุ่น Ryzen AI 5 340 มี RAM 16GB
    - รองรับ SSD สูงสุด 2 ตัว (ผ่านสล็อต M.2 2280 และ 2242)

    4) การเชื่อมต่อที่ครบครัน: มีพอร์ต USB 4.0, HDMI, DisplayPort และพอร์ต LAN ความเร็ว 2.5 GbE รวมถึงการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ Bluetooth

    5) การออกแบบที่ทันสมัย: ตัวเคสมาพร้อมฝาแม่เหล็กที่สามารถเปิดได้ง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ

    Edge AI Mini-PC เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย เช่น การพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI), การประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data), และการเล่นเกมที่ไม่ต้องการกราฟิกหนัก นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นโซลูชันสำหรับผู้ที่มองหาคอมพิวเตอร์ที่ประหยัดพื้นที่และสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ

    Sapphire วางแผนที่จะเปิดตัว Mini-PC รุ่นนี้ในเดือนเมษายน โดยราคาที่คาดการณ์จะอยู่ต่ำกว่า $1,000 ซึ่งน่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและนักพัฒนา

    https://wccftech.com/sapphire-edge-ai-mini-pcs-amd-ryzen-ai-300-krackan-point/
    เปิดตัว Edge AI Mini-PC จากบริษัท Sapphire ซึ่งมาพร้อมกับ APU (Accelerated Processing Unit) รุ่นใหม่ของ AMD อย่าง Ryzen AI 300 หรือชื่อรหัสว่า "Krackan Point" การออกแบบ Mini-PC นี้เน้นที่ความกะทัดรัดและการพกพาสะดวก แต่ยังคงประสิทธิภาพที่เหมาะสำหรับการทำงานที่ต้องการการประมวลผลสูงและการใช้งาน AI คุณสมบัติที่โดดเด่นของ Edge AI Mini-PC: 1) ขนาดเล็กพิเศษ: ด้วยขนาดเพียง 117 x 111 x 30 มม. ทำให้สามารถพกพาได้ง่ายและไม่เปลืองพื้นที่จัดวาง 2) ฮาร์ดแวร์ทรงพลัง: มีตัวเลือกโปรเซสเซอร์ Ryzen AI 7 350 หรือ Ryzen AI 5 340 ที่มีมากถึง 8 คอร์และ 16 เธรด พร้อมกับกราฟิก RDNA 3.5 แบบในตัวที่รองรับงานกราฟิกแบบเบาถึงกลาง 3) หน่วยความจำและการจัดเก็บ: - รุ่น Ryzen AI 7 350 มาพร้อม RAM ขนาด 32GB - รุ่น Ryzen AI 5 340 มี RAM 16GB - รองรับ SSD สูงสุด 2 ตัว (ผ่านสล็อต M.2 2280 และ 2242) 4) การเชื่อมต่อที่ครบครัน: มีพอร์ต USB 4.0, HDMI, DisplayPort และพอร์ต LAN ความเร็ว 2.5 GbE รวมถึงการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ Bluetooth 5) การออกแบบที่ทันสมัย: ตัวเคสมาพร้อมฝาแม่เหล็กที่สามารถเปิดได้ง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ Edge AI Mini-PC เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย เช่น การพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI), การประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data), และการเล่นเกมที่ไม่ต้องการกราฟิกหนัก นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นโซลูชันสำหรับผู้ที่มองหาคอมพิวเตอร์ที่ประหยัดพื้นที่และสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ Sapphire วางแผนที่จะเปิดตัว Mini-PC รุ่นนี้ในเดือนเมษายน โดยราคาที่คาดการณ์จะอยู่ต่ำกว่า $1,000 ซึ่งน่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและนักพัฒนา https://wccftech.com/sapphire-edge-ai-mini-pcs-amd-ryzen-ai-300-krackan-point/
    WCCFTECH.COM
    Sapphire Intros Edge AI Mini-PCs Powered By AMD "Ryzen AI 300" Krackan Point APUs; Feature Ultra-Compact Form Factor
    Sapphire's new mini PCs lineup introduces AMD's recently launched Ryzen AI 300 APUs and is super-compact for better portability.
    0 Comments 0 Shares 295 Views 0 Reviews
  • ข่าวนี้นำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับนวัตกรรมด้านการเพิ่มประสิทธิภาพกราฟิกในเกมผ่านการใช้ "OptiScaler" ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยกลุ่มนักพัฒนาผู้หลงใหลในเทคโนโลยีกราฟิก โดย OptiScaler ช่วยเพิ่มความสามารถให้กับเทคโนโลยีการเรนเดอร์ภาพ FidelityFX Super Resolution (FSR) 4 ของ AMD ทำให้สามารถใช้งานในเกมที่รองรับ DLSS2 ของ Nvidia หรือ XeSS ของ Intel ได้

    การพัฒนานี้เปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับเกมเมอร์ที่ใช้การ์ดจอ AMD Radeon RX 9070 และ RX 9070 XT โดย OptiScaler ไม่เพียงช่วยให้กราฟิกเกมดูคมชัดขึ้น แต่ยังเสริมความสามารถในการสร้างเฟรมภาพ (Frame Generation) และลดความล่าช้าด้วยเทคโนโลยี Anti-Lag และ Nvidia Reflex ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายเกมในปัจจุบันยังไม่ได้รองรับอย่างเป็นทางการ

    ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ การใช้งาน OptiScaler ในเกม Cyberpunk 2077 ซึ่งทีมพัฒนาเกมไม่ได้วางแผนที่จะรองรับ FSR 4 อย่างเป็นทางการ แอปนี้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เกมเมอร์ได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น

    อย่างไรก็ตาม OptiScaler ยังคงเป็นเครื่องมือในระยะเริ่มต้น และอาจเกิดข้อผิดพลาดหรือปัญหาความเสถียรในการใช้งาน นอกจากนี้ มันยังไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจาก AMD, Intel หรือ Nvidia

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/optiscaler-mod-adds-amd-fsr-4-support-to-dlss-supporting-games
    ข่าวนี้นำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับนวัตกรรมด้านการเพิ่มประสิทธิภาพกราฟิกในเกมผ่านการใช้ "OptiScaler" ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยกลุ่มนักพัฒนาผู้หลงใหลในเทคโนโลยีกราฟิก โดย OptiScaler ช่วยเพิ่มความสามารถให้กับเทคโนโลยีการเรนเดอร์ภาพ FidelityFX Super Resolution (FSR) 4 ของ AMD ทำให้สามารถใช้งานในเกมที่รองรับ DLSS2 ของ Nvidia หรือ XeSS ของ Intel ได้ การพัฒนานี้เปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับเกมเมอร์ที่ใช้การ์ดจอ AMD Radeon RX 9070 และ RX 9070 XT โดย OptiScaler ไม่เพียงช่วยให้กราฟิกเกมดูคมชัดขึ้น แต่ยังเสริมความสามารถในการสร้างเฟรมภาพ (Frame Generation) และลดความล่าช้าด้วยเทคโนโลยี Anti-Lag และ Nvidia Reflex ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายเกมในปัจจุบันยังไม่ได้รองรับอย่างเป็นทางการ ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ การใช้งาน OptiScaler ในเกม Cyberpunk 2077 ซึ่งทีมพัฒนาเกมไม่ได้วางแผนที่จะรองรับ FSR 4 อย่างเป็นทางการ แอปนี้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เกมเมอร์ได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม OptiScaler ยังคงเป็นเครื่องมือในระยะเริ่มต้น และอาจเกิดข้อผิดพลาดหรือปัญหาความเสถียรในการใช้งาน นอกจากนี้ มันยังไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจาก AMD, Intel หรือ Nvidia https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/optiscaler-mod-adds-amd-fsr-4-support-to-dlss-supporting-games
    0 Comments 0 Shares 216 Views 0 Reviews
  • Coinbase บริษัทแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่จากสหรัฐฯ ที่เพิ่งได้จดทะเบียนกับหน่วยงานข่าวกรองทางการเงินของอินเดีย (FIU) ทำให้สามารถให้บริการซื้อขายคริปโทในประเทศอินเดียได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

    Coinbase วางแผนที่จะเริ่มต้นให้บริการกลุ่มลูกค้ารายย่อยในปีนี้ และยังมีแผนที่จะเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ในอนาคต ซึ่งการเข้าสู่ตลาดอินเดียของบริษัทนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความสนใจที่เพิ่มขึ้นต่อสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองว่าเป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติม

    ที่สำคัญคือ อินเดียยังคงเรียกเก็บภาษีจากกำไรของการซื้อขายคริปโทสูงถึง 30% ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในโลก แม้ว่ายังไม่มีข้อบังคับที่ชัดเจนเกี่ยวกับสินทรัพย์ประเภทนี้ก็ตาม แต่รัฐบาลอินเดียกำลังพิจารณาทบทวนท่าทีเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซี ด้วยอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายในระดับสากล รวมถึงในสหรัฐฯ

    สิ่งที่ทำให้อินเดียเป็นตลาดที่น่าสนใจก็คือจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มีมาก และความต้องการสินทรัพย์ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้คริปโทกลายเป็นส่วนสำคัญในการทำธุรกรรมทางการเงินในอนาคต ฟังดูแล้วไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินของคนในยุคนี้ด้วย

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/11/coinbase-registers-with-indian-financial-watchdog-to-offer-crypto-trading-services
    Coinbase บริษัทแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่จากสหรัฐฯ ที่เพิ่งได้จดทะเบียนกับหน่วยงานข่าวกรองทางการเงินของอินเดีย (FIU) ทำให้สามารถให้บริการซื้อขายคริปโทในประเทศอินเดียได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย Coinbase วางแผนที่จะเริ่มต้นให้บริการกลุ่มลูกค้ารายย่อยในปีนี้ และยังมีแผนที่จะเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ในอนาคต ซึ่งการเข้าสู่ตลาดอินเดียของบริษัทนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความสนใจที่เพิ่มขึ้นต่อสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองว่าเป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติม ที่สำคัญคือ อินเดียยังคงเรียกเก็บภาษีจากกำไรของการซื้อขายคริปโทสูงถึง 30% ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในโลก แม้ว่ายังไม่มีข้อบังคับที่ชัดเจนเกี่ยวกับสินทรัพย์ประเภทนี้ก็ตาม แต่รัฐบาลอินเดียกำลังพิจารณาทบทวนท่าทีเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซี ด้วยอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายในระดับสากล รวมถึงในสหรัฐฯ สิ่งที่ทำให้อินเดียเป็นตลาดที่น่าสนใจก็คือจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มีมาก และความต้องการสินทรัพย์ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้คริปโทกลายเป็นส่วนสำคัญในการทำธุรกรรมทางการเงินในอนาคต ฟังดูแล้วไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินของคนในยุคนี้ด้วย https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/11/coinbase-registers-with-indian-financial-watchdog-to-offer-crypto-trading-services
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Coinbase registers with Indian financial watchdog to offer crypto trading services
    MUMBAI (Reuters) - U.S.-headquartered cryptocurrency exchange Coinbase Global has registered with India's Financial Intelligence Unit (FIU), allowing it to offer crypto trading services in the country, the company said on Tuesday.
    0 Comments 0 Shares 205 Views 0 Reviews
  • ทหารหน่วยรบพิเศษรัสเซียมุดสายท่อส่งก๊าซเป็นระยะทาง 15 กิโลเมตร แล้วโผล่ออกมาตีตลบหลังกองทหารยูเครนที่บุกเข้าไปยึดพื้นที่ในแคว้นคูร์สก์ของแดนหมีขาวมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ขณะเดียวกัน มอสโกอ้างด้วยว่าสามารถยึดพื้นที่ใหม่ๆ เพิ่มเติมในการรุกขับไล่ชิงดินแดนคืนและโอบล้อมข้าศึกที่แคว้นประชิดชายแดนยูเครนแห่งนี้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังเข้าครองหมู่บ้านในแคว้นซูมีของยูเครนได้เป็นครั้งแรกนับจากปี 2022 อีกด้วย
    .
    กองทหารยูเครนบุกข้ามแดนเข้าสู่แคว้นคูร์สก์ของรัสเซียเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ถือเป็นเหตุการณ์ทหารต่างชาติโจมตีเข้าสู่แดนหมีขาวครั้งใหญ่ที่สุดนับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และภายในไม่กี่วันก็สามารถยึดดินแดนได้ถึง 1,000 ตารางเมตร ซึ่งรวมถึงซุดซาที่เป็นเมืองยุทธศาสตร์ใกล้ชายแดน รวมทั้งจับเชลยศึกรัสเซียได้หลายร้อยคน
    .
    เคียฟหมายมั่นใช้ความสำเร็จคราวนี้เป็นหมากต่อรองหากมีการเจรจาสันติภาพเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งมุ่งสร้างแรงบีบคั้นให้รัสเซียถอนทหารออกจากแนวรบในยูเครนตะวันออก กลับมาป้องกันดินแดนของตัวเอง
    .
    ทว่า หลายเดือนนับจากนั้น ทหารยูเครนในคูร์สก์ตกอยู่ในสภาพทั้งเหนื่อยล้าและบาดเจ็บล้มตาย จากการถูกโจมตีอย่างไม่ลดละจากกองทหารมากกว่า 50,000 นายที่ส่วนหนึ่งเป็นทหารเกาหลีเหนือ เวลานี้ทหารยูเครนหลายหมื่นคนยังกำลังอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกปิดล้อม ทั้งนี้เมื่อดูจากแผนที่ของสมรภูมิซึ่งมาจากพวกแหล่งข่าวโอเพ่นซอร์ส รายงานข่าวของเอพีระบุ
    .
    ขณะที่รอยเตอร์รายงานเช่นกันว่า จนถึงช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รัสเซียสามารถยึดพื้นที่ในแคว้นคูร์สก์คืนไปได้อย่างน้อย 800 ตารางกิโลเมตร และระยะไม่กี่วันมานี้ได้เปิดฉากโจมตีจากหลายทิศทางพร้อมกันเพื่อตัดเส้นทางลำเลียงเสบียงอาวุธ ตลอดจนเส้นทางที่ยูเครนอาจใช้ในการล่าถอย
    .
    สำหรับเหตุการณ์การโจมตีระทึกใจล่าสุด เอพีรายงานโดยอ้าง ยูริ โปโดลยากา บล็อกเกอร์สที่เกิดในยูเครนแต่เป็นฝ่ายสนับสนุนเครมลิน โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มเทเลแกรมเมื่อคืนวันเสาร์ (8 มี.ค.) ระบุว่า กองทหารหน่วยรบพิเศษของรัสเซีย ได้เดินกันเป็นระยะทางราว 15 กิโลเมตรภายในสายท่อส่งก๊าซ ซึ่งมอสโกเคยใช้ส่งก๊าซธรรมชาติไปให้แก่ยุโรปจนกระทั่งมีอันยุติลงเมื่อไม่นานมานี้ ทหารรัสเซียเหล่านี้บางส่วนอยู่ภายในท่อส่งก๊าซซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.4 เมตรนี้เป็นเวลาหลายวัน ก่อนที่จะโผล่ออกมาโจมตีหน่วยทหารยูเครนจากทางด้านหลัง ในบริเวณใกล้ๆ เมืองซุดซา
    .
    เอพีอ้างบล็อกเกอร์สงครามอีกคนที่ใช้นามแฝงว่า ทู เมเจอร์ส ระบุว่า ขณะนี้มีการสู้รบดุเดือดเพื่อแย่งชิงซุดซา และกองกำลังรัสเซียสามารถบุกเข้าเมืองผ่านทางท่อส่งก๊าซ นอกจากนั้น ช่องรายการของเทเลแกรมหลายช่องมีการเผยแพร่ภาพหน่วยรบพิเศษรัสเซียซึ่งสวมหน้ากากป้องกันก๊าซ เคลื่อนที่ไปตามสิ่งที่ดูเหมือนเป็นด้านในของท่อขนาดใหญ่
    .
    ทางด้านกรมเสนาธิการใหญ่กองทัพยูเครนแถลงยืนยันเมื่อค่ำวันเสาร์ แต่ระบุว่า พวกกลุ่มก่อวินาศกรรมและรุกโจมตีของรัสเซียใช้ท่อส่งก๊าซเป็นเส้นทางเดินทางเพื่อเข้ายึดพื้นที่ด้านนอกของซุดซา ทว่า ยูเครนตรวจพบทันเวลาและโจมตีด้วยจรวดและปืนใหญ่จนสามารถปิดกั้นและทำลายทหารเหล่านั้น และย้ำว่า รัสเซียสูญเสียหนักมากในซุดซา
    .
    เอพีรายงานว่า ยังมีบล็อกเกอร์สงครามของรัสเซียคนที่ 3 ที่กล่าวว่า ตัวเขาเป็นทหารและใช้รหัส “13” ในการสื่อสารทางวิทยุ เล่าเรื่องว่า กองกำลังฝ่ายเข้าโจมตีขาดการสนับสนุนด้านการส่งกำลังบำรุง จึงโจมตีไม่สำเร็จ โดยบล็อกเกอร์ผู้นี้อ้างว่า ฝ่ายเข้าโจมตี 2 ถึง 3 กลุ่มที่อยู่ด้านหลัง ขาดแคลนทั้งอาหาร น้ำ เครื่องกระสุน การสื่อสาร อุปกรณ์ชาร์จไฟ เพาเวอร์แบงก์ อีกทั้งไม่อาจติดต่อกับกองกำลังหลัก ตลอดจนไม่สามารถอพยพทหารที่บาดเจ็บได้ ซึ่งถือเป็นหายนะอย่างแท้จริง
    .
    อย่างไรก็ดี เอพีเตือนว่า ตนเองไม่สามารถตรวจสอบยืนยันข้อมูลเหล่านี้ได้
    .
    ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีที่รายงานเรื่องรัสเซียเคลื่อนพลผ่านท่อส่งก๊าซเข้าโจมตีซุดซาเช่นกัน อ้างพวกบล็อกเกอร์ฝ่ายรัสเซียระบุว่า การโจมตีคราวนี้ประสบความสำเร็จ กองทหารนี้บรรลุวัตถุประสงค์ของพวกเขา และการสู้รบยังคงดำเนินอยู่ที่ซุดซา
    .
    สำหรับทางการรัสเซียเองนั้น ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องการโจมตีโดยมุดสายท่อส่งก๊าซนี้ แต่ต่อมาในวันอาทิตย์ (9 ) กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงว่า กองทหารรัสเซียสามารถยึดหมู่บ้าน 4 แห่งทางเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือของซุดซาได้ โดยหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากใจกลางเมืองราว 12 กิโลเมตร หลังจากก่อนหน้านั้นเข้ายึดหมู่บ้านคืนได้ 3 แห่งใกล้เมืองซุดซาเมื่อวันเสาร์ ขณะที่ฝ่ายยูเครนไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการกล่าวอ้างเหล่านี้
    .
    วันเดียวกันนั้น กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังประกาศว่า สามารถยึดโนเวนกี ซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดเล็กแห่งหนึ่งในแคว้นซูมีของยูเครนที่อยู่ห่างจากคูร์สก์เพียง 1 กิโลเมตร และทำให้เข้าใกล้เส้นทางขนส่งกำลังบำรุงหลักของยูเครนมากขึ้น ทั้งนี้รัสเซียเคยยึดครองหลายส่วนของแคว้นซูมีได้ในตอนเริ่มต้นการรุกรานเมื่อปี 2022 แต่หลังจากต้องถอยกลับไปแล้วก็ไม่เคยยึดพื้นที่ใดๆ ในแคว้นนี้ได้อีกเลยจนกระทั่งมาถึงตอนนี้
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000023254
    ..............
    Sondhi X
    ทหารหน่วยรบพิเศษรัสเซียมุดสายท่อส่งก๊าซเป็นระยะทาง 15 กิโลเมตร แล้วโผล่ออกมาตีตลบหลังกองทหารยูเครนที่บุกเข้าไปยึดพื้นที่ในแคว้นคูร์สก์ของแดนหมีขาวมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ขณะเดียวกัน มอสโกอ้างด้วยว่าสามารถยึดพื้นที่ใหม่ๆ เพิ่มเติมในการรุกขับไล่ชิงดินแดนคืนและโอบล้อมข้าศึกที่แคว้นประชิดชายแดนยูเครนแห่งนี้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังเข้าครองหมู่บ้านในแคว้นซูมีของยูเครนได้เป็นครั้งแรกนับจากปี 2022 อีกด้วย . กองทหารยูเครนบุกข้ามแดนเข้าสู่แคว้นคูร์สก์ของรัสเซียเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ถือเป็นเหตุการณ์ทหารต่างชาติโจมตีเข้าสู่แดนหมีขาวครั้งใหญ่ที่สุดนับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และภายในไม่กี่วันก็สามารถยึดดินแดนได้ถึง 1,000 ตารางเมตร ซึ่งรวมถึงซุดซาที่เป็นเมืองยุทธศาสตร์ใกล้ชายแดน รวมทั้งจับเชลยศึกรัสเซียได้หลายร้อยคน . เคียฟหมายมั่นใช้ความสำเร็จคราวนี้เป็นหมากต่อรองหากมีการเจรจาสันติภาพเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งมุ่งสร้างแรงบีบคั้นให้รัสเซียถอนทหารออกจากแนวรบในยูเครนตะวันออก กลับมาป้องกันดินแดนของตัวเอง . ทว่า หลายเดือนนับจากนั้น ทหารยูเครนในคูร์สก์ตกอยู่ในสภาพทั้งเหนื่อยล้าและบาดเจ็บล้มตาย จากการถูกโจมตีอย่างไม่ลดละจากกองทหารมากกว่า 50,000 นายที่ส่วนหนึ่งเป็นทหารเกาหลีเหนือ เวลานี้ทหารยูเครนหลายหมื่นคนยังกำลังอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกปิดล้อม ทั้งนี้เมื่อดูจากแผนที่ของสมรภูมิซึ่งมาจากพวกแหล่งข่าวโอเพ่นซอร์ส รายงานข่าวของเอพีระบุ . ขณะที่รอยเตอร์รายงานเช่นกันว่า จนถึงช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รัสเซียสามารถยึดพื้นที่ในแคว้นคูร์สก์คืนไปได้อย่างน้อย 800 ตารางกิโลเมตร และระยะไม่กี่วันมานี้ได้เปิดฉากโจมตีจากหลายทิศทางพร้อมกันเพื่อตัดเส้นทางลำเลียงเสบียงอาวุธ ตลอดจนเส้นทางที่ยูเครนอาจใช้ในการล่าถอย . สำหรับเหตุการณ์การโจมตีระทึกใจล่าสุด เอพีรายงานโดยอ้าง ยูริ โปโดลยากา บล็อกเกอร์สที่เกิดในยูเครนแต่เป็นฝ่ายสนับสนุนเครมลิน โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มเทเลแกรมเมื่อคืนวันเสาร์ (8 มี.ค.) ระบุว่า กองทหารหน่วยรบพิเศษของรัสเซีย ได้เดินกันเป็นระยะทางราว 15 กิโลเมตรภายในสายท่อส่งก๊าซ ซึ่งมอสโกเคยใช้ส่งก๊าซธรรมชาติไปให้แก่ยุโรปจนกระทั่งมีอันยุติลงเมื่อไม่นานมานี้ ทหารรัสเซียเหล่านี้บางส่วนอยู่ภายในท่อส่งก๊าซซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.4 เมตรนี้เป็นเวลาหลายวัน ก่อนที่จะโผล่ออกมาโจมตีหน่วยทหารยูเครนจากทางด้านหลัง ในบริเวณใกล้ๆ เมืองซุดซา . เอพีอ้างบล็อกเกอร์สงครามอีกคนที่ใช้นามแฝงว่า ทู เมเจอร์ส ระบุว่า ขณะนี้มีการสู้รบดุเดือดเพื่อแย่งชิงซุดซา และกองกำลังรัสเซียสามารถบุกเข้าเมืองผ่านทางท่อส่งก๊าซ นอกจากนั้น ช่องรายการของเทเลแกรมหลายช่องมีการเผยแพร่ภาพหน่วยรบพิเศษรัสเซียซึ่งสวมหน้ากากป้องกันก๊าซ เคลื่อนที่ไปตามสิ่งที่ดูเหมือนเป็นด้านในของท่อขนาดใหญ่ . ทางด้านกรมเสนาธิการใหญ่กองทัพยูเครนแถลงยืนยันเมื่อค่ำวันเสาร์ แต่ระบุว่า พวกกลุ่มก่อวินาศกรรมและรุกโจมตีของรัสเซียใช้ท่อส่งก๊าซเป็นเส้นทางเดินทางเพื่อเข้ายึดพื้นที่ด้านนอกของซุดซา ทว่า ยูเครนตรวจพบทันเวลาและโจมตีด้วยจรวดและปืนใหญ่จนสามารถปิดกั้นและทำลายทหารเหล่านั้น และย้ำว่า รัสเซียสูญเสียหนักมากในซุดซา . เอพีรายงานว่า ยังมีบล็อกเกอร์สงครามของรัสเซียคนที่ 3 ที่กล่าวว่า ตัวเขาเป็นทหารและใช้รหัส “13” ในการสื่อสารทางวิทยุ เล่าเรื่องว่า กองกำลังฝ่ายเข้าโจมตีขาดการสนับสนุนด้านการส่งกำลังบำรุง จึงโจมตีไม่สำเร็จ โดยบล็อกเกอร์ผู้นี้อ้างว่า ฝ่ายเข้าโจมตี 2 ถึง 3 กลุ่มที่อยู่ด้านหลัง ขาดแคลนทั้งอาหาร น้ำ เครื่องกระสุน การสื่อสาร อุปกรณ์ชาร์จไฟ เพาเวอร์แบงก์ อีกทั้งไม่อาจติดต่อกับกองกำลังหลัก ตลอดจนไม่สามารถอพยพทหารที่บาดเจ็บได้ ซึ่งถือเป็นหายนะอย่างแท้จริง . อย่างไรก็ดี เอพีเตือนว่า ตนเองไม่สามารถตรวจสอบยืนยันข้อมูลเหล่านี้ได้ . ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีที่รายงานเรื่องรัสเซียเคลื่อนพลผ่านท่อส่งก๊าซเข้าโจมตีซุดซาเช่นกัน อ้างพวกบล็อกเกอร์ฝ่ายรัสเซียระบุว่า การโจมตีคราวนี้ประสบความสำเร็จ กองทหารนี้บรรลุวัตถุประสงค์ของพวกเขา และการสู้รบยังคงดำเนินอยู่ที่ซุดซา . สำหรับทางการรัสเซียเองนั้น ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องการโจมตีโดยมุดสายท่อส่งก๊าซนี้ แต่ต่อมาในวันอาทิตย์ (9 ) กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงว่า กองทหารรัสเซียสามารถยึดหมู่บ้าน 4 แห่งทางเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือของซุดซาได้ โดยหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากใจกลางเมืองราว 12 กิโลเมตร หลังจากก่อนหน้านั้นเข้ายึดหมู่บ้านคืนได้ 3 แห่งใกล้เมืองซุดซาเมื่อวันเสาร์ ขณะที่ฝ่ายยูเครนไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการกล่าวอ้างเหล่านี้ . วันเดียวกันนั้น กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังประกาศว่า สามารถยึดโนเวนกี ซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดเล็กแห่งหนึ่งในแคว้นซูมีของยูเครนที่อยู่ห่างจากคูร์สก์เพียง 1 กิโลเมตร และทำให้เข้าใกล้เส้นทางขนส่งกำลังบำรุงหลักของยูเครนมากขึ้น ทั้งนี้รัสเซียเคยยึดครองหลายส่วนของแคว้นซูมีได้ในตอนเริ่มต้นการรุกรานเมื่อปี 2022 แต่หลังจากต้องถอยกลับไปแล้วก็ไม่เคยยึดพื้นที่ใดๆ ในแคว้นนี้ได้อีกเลยจนกระทั่งมาถึงตอนนี้ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000023254 .............. Sondhi X
    Like
    Love
    12
    0 Comments 0 Shares 1651 Views 0 Reviews
  • แอร์เอเชียจากแม่สู่ลูก

    แคปิตอล เอ (Capital A) หรือกลุ่มแอร์เอเชียเดิม ผู้ก่อตั้งสายการบินต้นทุนต่ำสัญชาติมาเลเซีย กำลังปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และถูกตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย (Bursa Malaysia) จัดให้หุ้น CAPI อยู่ในสถานะ "PN17" หรือมีปัญหาทางการเงิน มาตั้งแต่ปี 2565 ล่าสุดได้รับอนุมัติแผนการปรับปรุงบริษัทฯ เมื่อวันที่ 7 มี.ค.

    โทนี่ เฟอร์นันเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแคปิตอล เอ เปิดเผยว่า จะเรียกประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งพิเศษ (EGM) ในเดือน เม.ย. เพื่อขออนุมัติแผน ก่อนยื่นเรื่องไปที่ศาลสูงเพื่อขออนุมัติแผนลดทุนจดทะเบียน ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการขายหุ้น แอร์เอเชีย เอวิเอชั่น กรุ๊ป (AAAGL) และมุ่งเน้นทำธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบิน หากปลดล็อกสถานะ PN17 ได้ จะสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ๆ และเข้าถึงตลาดทุนมากขึ้น

    อีกด้านหนึ่ง โทนี่ยังได้เสนอขายหุ้นแบบส่วนตัว มูลค่า 1,000 ล้านริงกิต (7,700 ล้านบาท) เพื่อระดมทุนในกลุ่มบริษัทฯ ล่าสุดถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว แต่ปฎิเสธข่าวกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะของซาอุดิอาระเบีย (PIF) มีแผนที่ลงทุนในกลุ่มบริษัทฯ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และไม่ระบุว่าได้จองซื้อหุ้นจากการเสนอขายแบบส่วนตัวหรือไม่

    เมื่อปีที่แล้ว แคปิตอล เอ ประกาศว่าจะขายธุรกิจการบินแอร์เอเชียให้กับ แอร์เอเชีย เอ็กซ์ (Airasia X หรือหุ้น AIRX) ซึ่งแยกบริษัทออกมาทำธุรกิจการบินระยะไกล (มากกว่า 4 ชั่วโมง) ก่อนหน้านี้ ด้วยมูลค่า 6,800 ล้านริงกิต (52,000 ล้านบาท) และจะรวมแบรนด์แอร์เอเชีย เอ็กซ์ กับแอร์เอเชีย ภายใต้ชื่อ AirAsia เพียงแบรนด์เดียว

    ส่วนแคปิตอล เอ จะลดทุนจดทะเบียนเพื่อชดเชยการขาดทุนสะสม และปรับโครงสร้างธุรกิจเหลือเพียง 6 ธุรกิจหลัก ได้แก่ 1. ธุรกิจซ่อมบํารุงเครื่องบิน Asia Digital Engineering (ADE) สัดส่วนรายได้ 23% 2. ธุรกิจขนส่งสินค้า Teleport สัดส่วนรายได้ 40% 3. ธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล AirAsia MOVE สัดส่วนรายได้ 19% 4. ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน Santan 5. ธุรกิจฟินเทค BigPay 6. ธุรกิจบริหารจัดการแบรนด์แอร์เอเชีย Abc. International เป็นต้น

    ก่อนหน้านี้สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า แคปิตอล เอ เปิดเผยผลประกอบการปี 2567 พบว่าขาดทุนสุทธิ 475.1 ล้านริงกิต (3,632 ล้านบาท) จากปี 2566 มีกำไร 255.3 ล้านริงกิต (1,952 ล้านบาท) ส่วนใหญ่ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,400 ล้านริงกิต (10,700 ล้านบาท) โดยเฉพาะธุรกิจการบิน ทำให้ไตรมาสที่ 4 ขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็น 1,570 ล้านริงกิต (12,000 ล้านบาท) จาก 345.3 ล้านริงกิต (2,640 ล้านบาท) เมื่อปีก่อน

    #Newskit
    แอร์เอเชียจากแม่สู่ลูก แคปิตอล เอ (Capital A) หรือกลุ่มแอร์เอเชียเดิม ผู้ก่อตั้งสายการบินต้นทุนต่ำสัญชาติมาเลเซีย กำลังปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และถูกตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย (Bursa Malaysia) จัดให้หุ้น CAPI อยู่ในสถานะ "PN17" หรือมีปัญหาทางการเงิน มาตั้งแต่ปี 2565 ล่าสุดได้รับอนุมัติแผนการปรับปรุงบริษัทฯ เมื่อวันที่ 7 มี.ค. โทนี่ เฟอร์นันเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแคปิตอล เอ เปิดเผยว่า จะเรียกประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งพิเศษ (EGM) ในเดือน เม.ย. เพื่อขออนุมัติแผน ก่อนยื่นเรื่องไปที่ศาลสูงเพื่อขออนุมัติแผนลดทุนจดทะเบียน ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการขายหุ้น แอร์เอเชีย เอวิเอชั่น กรุ๊ป (AAAGL) และมุ่งเน้นทำธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบิน หากปลดล็อกสถานะ PN17 ได้ จะสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ๆ และเข้าถึงตลาดทุนมากขึ้น อีกด้านหนึ่ง โทนี่ยังได้เสนอขายหุ้นแบบส่วนตัว มูลค่า 1,000 ล้านริงกิต (7,700 ล้านบาท) เพื่อระดมทุนในกลุ่มบริษัทฯ ล่าสุดถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว แต่ปฎิเสธข่าวกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะของซาอุดิอาระเบีย (PIF) มีแผนที่ลงทุนในกลุ่มบริษัทฯ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และไม่ระบุว่าได้จองซื้อหุ้นจากการเสนอขายแบบส่วนตัวหรือไม่ เมื่อปีที่แล้ว แคปิตอล เอ ประกาศว่าจะขายธุรกิจการบินแอร์เอเชียให้กับ แอร์เอเชีย เอ็กซ์ (Airasia X หรือหุ้น AIRX) ซึ่งแยกบริษัทออกมาทำธุรกิจการบินระยะไกล (มากกว่า 4 ชั่วโมง) ก่อนหน้านี้ ด้วยมูลค่า 6,800 ล้านริงกิต (52,000 ล้านบาท) และจะรวมแบรนด์แอร์เอเชีย เอ็กซ์ กับแอร์เอเชีย ภายใต้ชื่อ AirAsia เพียงแบรนด์เดียว ส่วนแคปิตอล เอ จะลดทุนจดทะเบียนเพื่อชดเชยการขาดทุนสะสม และปรับโครงสร้างธุรกิจเหลือเพียง 6 ธุรกิจหลัก ได้แก่ 1. ธุรกิจซ่อมบํารุงเครื่องบิน Asia Digital Engineering (ADE) สัดส่วนรายได้ 23% 2. ธุรกิจขนส่งสินค้า Teleport สัดส่วนรายได้ 40% 3. ธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล AirAsia MOVE สัดส่วนรายได้ 19% 4. ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน Santan 5. ธุรกิจฟินเทค BigPay 6. ธุรกิจบริหารจัดการแบรนด์แอร์เอเชีย Abc. International เป็นต้น ก่อนหน้านี้สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า แคปิตอล เอ เปิดเผยผลประกอบการปี 2567 พบว่าขาดทุนสุทธิ 475.1 ล้านริงกิต (3,632 ล้านบาท) จากปี 2566 มีกำไร 255.3 ล้านริงกิต (1,952 ล้านบาท) ส่วนใหญ่ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,400 ล้านริงกิต (10,700 ล้านบาท) โดยเฉพาะธุรกิจการบิน ทำให้ไตรมาสที่ 4 ขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็น 1,570 ล้านริงกิต (12,000 ล้านบาท) จาก 345.3 ล้านริงกิต (2,640 ล้านบาท) เมื่อปีก่อน #Newskit
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 527 Views 0 Reviews
  • McDonald's ได้ประกาศใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ร้านอาหารกว่า 43,000 แห่งทั่วโลก Brian Rice ผู้บริหารด้านข้อมูลของ McDonald's ระบุว่า ความสามารถในการใช้ AI นี้จะช่วยลดความเครียดที่เกิดจากการทำงานประจำวัน เช่น การจัดการกับลูกค้าและผู้ขาย รวมถึงการดูแลรักษาอุปกรณ์ที่เสียบ่อยๆ

    แพลตฟอร์ม Edge Computing: McDonald's ได้เริ่มใช้งานแพลตฟอร์ม Edge Computing ในร้านอาหารบางแห่งในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยมีแผนที่จะขยายการใช้งานในปี 2025 เทคโนโลยีนี้จะช่วยทำให้กระบวนการต่างๆ ในครัวรวดเร็วขึ้น เช่น การตรวจสอบความถูกต้องของคำสั่งซื้อโดยใช้กล้องคงที่ในครัวก่อนส่งคำสั่งซื้อต่อให้ลูกค้า

    เทคโนโลยีใหม่ที่ McDonald's ใช้
    - AI อัตโนมัติสำหรับการสั่งอาหาร: McDonald's ได้ทดสอบระบบ AI ที่สามารถรับคำสั่งซื้อผ่านไดรฟ์ทรูเพื่อเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำ
    - การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์: เซ็นเซอร์ที่ติดตั้งในอุปกรณ์ครัวสามารถเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อตรวจสอบและทำนายว่าเครื่องทอดหรือเครื่องทำไอศกรีมจะเสียเมื่อใด
    - ผู้จัดการ AI เสมือนจริง: เทคโนโลยี Edge Computing ยังช่วยผู้จัดการร้านในงานด้านบริหารจัดการ เช่น การจัดตารางกะทำงานให้พนักงาน ระบบ AI เสมือนจริงนี้คล้ายกับที่ Taco Bell และ Pizza Hut กำลังทดสอบ

    อย่างไรก็ตาม McDonald's ต้องเผชิญกับความท้าทายในการติดตั้งเทคโนโลยีในร้านอาหารที่เป็นแฟรนไชส์และที่บริหารงานโดยบริษัท การติดตั้งเทคโนโลยีนี้มีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้มีบางคนเสนอว่าเงินที่ใช้ลงทุนในเทคโนโลยี AI ควรใช้ไปในการฝึกอบรมพนักงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแทน

    https://www.techspot.com/news/107065-mcdonald-turns-ai-boost-order-accuracy-stay-ahead.html
    McDonald's ได้ประกาศใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ร้านอาหารกว่า 43,000 แห่งทั่วโลก Brian Rice ผู้บริหารด้านข้อมูลของ McDonald's ระบุว่า ความสามารถในการใช้ AI นี้จะช่วยลดความเครียดที่เกิดจากการทำงานประจำวัน เช่น การจัดการกับลูกค้าและผู้ขาย รวมถึงการดูแลรักษาอุปกรณ์ที่เสียบ่อยๆ แพลตฟอร์ม Edge Computing: McDonald's ได้เริ่มใช้งานแพลตฟอร์ม Edge Computing ในร้านอาหารบางแห่งในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยมีแผนที่จะขยายการใช้งานในปี 2025 เทคโนโลยีนี้จะช่วยทำให้กระบวนการต่างๆ ในครัวรวดเร็วขึ้น เช่น การตรวจสอบความถูกต้องของคำสั่งซื้อโดยใช้กล้องคงที่ในครัวก่อนส่งคำสั่งซื้อต่อให้ลูกค้า เทคโนโลยีใหม่ที่ McDonald's ใช้ - AI อัตโนมัติสำหรับการสั่งอาหาร: McDonald's ได้ทดสอบระบบ AI ที่สามารถรับคำสั่งซื้อผ่านไดรฟ์ทรูเพื่อเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำ - การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์: เซ็นเซอร์ที่ติดตั้งในอุปกรณ์ครัวสามารถเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อตรวจสอบและทำนายว่าเครื่องทอดหรือเครื่องทำไอศกรีมจะเสียเมื่อใด - ผู้จัดการ AI เสมือนจริง: เทคโนโลยี Edge Computing ยังช่วยผู้จัดการร้านในงานด้านบริหารจัดการ เช่น การจัดตารางกะทำงานให้พนักงาน ระบบ AI เสมือนจริงนี้คล้ายกับที่ Taco Bell และ Pizza Hut กำลังทดสอบ อย่างไรก็ตาม McDonald's ต้องเผชิญกับความท้าทายในการติดตั้งเทคโนโลยีในร้านอาหารที่เป็นแฟรนไชส์และที่บริหารงานโดยบริษัท การติดตั้งเทคโนโลยีนี้มีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้มีบางคนเสนอว่าเงินที่ใช้ลงทุนในเทคโนโลยี AI ควรใช้ไปในการฝึกอบรมพนักงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแทน https://www.techspot.com/news/107065-mcdonald-turns-ai-boost-order-accuracy-stay-ahead.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    McDonald's bets on AI to boost order accuracy, streamline operations at 43,000 restaurants
    The Wall Street Journal notes that McDonald's starting rolling out edge computing platforms at some of its US restaurants last year, and plans to add more to...
    0 Comments 0 Shares 270 Views 0 Reviews
  • บริษัท Bolt Graphics ที่ตั้งอยู่ใน Sunnyvale, California ได้เปิดตัวดีไซน์ GPU ใหม่ที่ชื่อว่า Zeus ซึ่งมีพลังการประมวลผลสูงถึงระดับที่สามารถท้าทายคู่แข่งในตลาดการเรนเดอร์ (Rendering), การประมวลผลสมรรถนะสูง (High-Performance Computing - HPC), และการเล่นเกมได้ โดยทางบริษัทอ้างว่า Zeus มีความเร็วสูงกว่าโซลูชันที่มีอยู่ในตลาดหลายเท่า

    ขีดความสามารถที่น่าทึ่งของ Zeus GPU ประกอบด้วย
    - หน่วยความจำที่ขยายได้: การ์ด Zeus สามารถรองรับหน่วยความจำได้สูงสุดถึง 384 GB ในการ์ด PCIe หรือสูงสุด 2.25 TB ต่อการ์ดในเซิร์ฟเวอร์ขนาด 2U ทำให้สามารถรองรับความต้องการในการประมวลผลที่สูงมาก
    - อินเทอร์เฟซความเร็วสูง: Zeus เป็น GPU ตัวแรกที่มีการบูรณาการอินเทอร์เฟซความเร็วสูง 400 GbE และ 800 GbE ทำให้การเชื่อมต่อ GPU ในระดับใหญ่สามารถทำได้โดยง่าย

    Zeus อ้างว่ามีความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพถึง 10 เท่าในการเรนเดอร์, 6 เท่าในงาน HPC ที่ใช้ FP64 และสูงถึง 300 เท่าในการจำลองคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งการจำลองคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านี้ถูกใช้ในเทคโนโลยีทันสมัย เช่น เครื่อง CT และ X-ray, เซ็นเซอร์เรดาร์, วัสดุป้องกันการตรวจจับ, และเลนส์ออปติคัล การจำลองที่รวดเร็วและขยายตัวได้นี้จะช่วยเร่งเวลาการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดและยกระดับคุณภาพของชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ และระบบต่างๆ

    Bolt Graphics ยังได้เปิดตัว Glowstick ซึ่งเป็น real-time path tracer ที่มาพร้อมกับ Zeus GPU โดยการ์ด Zeus สามารถรองรับการ path tracing ความละเอียด 4K ที่ความเร็วถึง 120 เฟรมต่อวินาทีในแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น เกมและการออกแบบผลิตภัณฑ์ สำหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ กลุ่มของ 28 GPU Zeus สามารถให้ประสิทธิภาพในการ path tracing เทียบเท่ากับ 280 GPU เดิมที่ใช้ในปัจจุบัน Glowstick ยังสนับสนุนมาตรฐานอุตสาหกรรมเช่น MaterialX และ OpenUSD

    Bolt Graphics วางแผนที่จะทำการสาธิตสดของ Zeus ในงาน Game Developers Conference ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-21 มีนาคม ที่ San Francisco และมีแผนที่จะส่ง Dev kits ออกไปภายในปีนี้ก่อนที่จะเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ในปลายปี 2026

    Zeus GPU นับว่าเป็นนวัตกรรมที่น่าจับตามองในวงการเทคโนโลยี โดยมีการเพิ่มศักยภาพในการประมวลผลที่สูงขึ้นและการขยายหน่วยความจำที่ยืดหยุ่น ซึ่งอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอนาคตของการประมวลผล HPC และการเรนเดอร์

    https://www.techspot.com/news/107062-zeus-gpu-startup-bolt-graphics-promises-run-circles.html
    บริษัท Bolt Graphics ที่ตั้งอยู่ใน Sunnyvale, California ได้เปิดตัวดีไซน์ GPU ใหม่ที่ชื่อว่า Zeus ซึ่งมีพลังการประมวลผลสูงถึงระดับที่สามารถท้าทายคู่แข่งในตลาดการเรนเดอร์ (Rendering), การประมวลผลสมรรถนะสูง (High-Performance Computing - HPC), และการเล่นเกมได้ โดยทางบริษัทอ้างว่า Zeus มีความเร็วสูงกว่าโซลูชันที่มีอยู่ในตลาดหลายเท่า ขีดความสามารถที่น่าทึ่งของ Zeus GPU ประกอบด้วย - หน่วยความจำที่ขยายได้: การ์ด Zeus สามารถรองรับหน่วยความจำได้สูงสุดถึง 384 GB ในการ์ด PCIe หรือสูงสุด 2.25 TB ต่อการ์ดในเซิร์ฟเวอร์ขนาด 2U ทำให้สามารถรองรับความต้องการในการประมวลผลที่สูงมาก - อินเทอร์เฟซความเร็วสูง: Zeus เป็น GPU ตัวแรกที่มีการบูรณาการอินเทอร์เฟซความเร็วสูง 400 GbE และ 800 GbE ทำให้การเชื่อมต่อ GPU ในระดับใหญ่สามารถทำได้โดยง่าย Zeus อ้างว่ามีความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพถึง 10 เท่าในการเรนเดอร์, 6 เท่าในงาน HPC ที่ใช้ FP64 และสูงถึง 300 เท่าในการจำลองคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งการจำลองคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านี้ถูกใช้ในเทคโนโลยีทันสมัย เช่น เครื่อง CT และ X-ray, เซ็นเซอร์เรดาร์, วัสดุป้องกันการตรวจจับ, และเลนส์ออปติคัล การจำลองที่รวดเร็วและขยายตัวได้นี้จะช่วยเร่งเวลาการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดและยกระดับคุณภาพของชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ และระบบต่างๆ Bolt Graphics ยังได้เปิดตัว Glowstick ซึ่งเป็น real-time path tracer ที่มาพร้อมกับ Zeus GPU โดยการ์ด Zeus สามารถรองรับการ path tracing ความละเอียด 4K ที่ความเร็วถึง 120 เฟรมต่อวินาทีในแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น เกมและการออกแบบผลิตภัณฑ์ สำหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ กลุ่มของ 28 GPU Zeus สามารถให้ประสิทธิภาพในการ path tracing เทียบเท่ากับ 280 GPU เดิมที่ใช้ในปัจจุบัน Glowstick ยังสนับสนุนมาตรฐานอุตสาหกรรมเช่น MaterialX และ OpenUSD Bolt Graphics วางแผนที่จะทำการสาธิตสดของ Zeus ในงาน Game Developers Conference ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-21 มีนาคม ที่ San Francisco และมีแผนที่จะส่ง Dev kits ออกไปภายในปีนี้ก่อนที่จะเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ในปลายปี 2026 Zeus GPU นับว่าเป็นนวัตกรรมที่น่าจับตามองในวงการเทคโนโลยี โดยมีการเพิ่มศักยภาพในการประมวลผลที่สูงขึ้นและการขยายหน่วยความจำที่ยืดหยุ่น ซึ่งอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอนาคตของการประมวลผล HPC และการเรนเดอร์ https://www.techspot.com/news/107062-zeus-gpu-startup-bolt-graphics-promises-run-circles.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Zeus GPU from startup Bolt Graphics promises to run circles around the competition
    The Zeus GPU is said to be "orders of magnitude" faster than existing solutions on the market. Thanks to its expandable memory, Zeus cards can accommodate up...
    0 Comments 0 Shares 330 Views 0 Reviews
  • United Airlines ได้เริ่มใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง Starlink บนเครื่องบิน โดยให้บริการฟรีสำหรับสมาชิก MileagePlus บริการอินเทอร์เน็ตใหม่นี้มีความเร็วสูงถึง 250 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) ซึ่งเร็วกว่าอินเทอร์เน็ตในเครื่องบินที่ใช้งานทั่วไปถึง 50 เท่า!

    การใช้งานอินเทอร์เน็ตในเครื่องบินถือว่าเป็นเรื่องที่ชาวบินหลายคนร้องขอมานาน เนื่องจากอินเทอร์เน็ตบนเครื่องบินปกติมักจะช้าและไม่เสถียร แต่ตอนนี้ United Airlines ได้นำ Starlink มาติดตั้งบนเครื่องบิน Embraer E170 และ E175 ทำให้สามารถเข้าถึงความบันเทิงและการทำงานได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบเอกสารการทำงาน สตรีมเนื้อหา หรือการเล่นเกมออนไลน์

    United Airlines มีแผนติดตั้ง Starlink บนเครื่องบิน 40 ลำต่อเดือน โดยภายในปีนี้จะสามารถติดตั้งบนเครื่องบินทั้งหมด 300 ลำในฝูงบินภูมิภาค ซึ่งแต่ละลำมีความจุผู้โดยสารต่ำกว่า 100 คน ในอนาคต United มีแผนที่จะติดตั้ง Starlink บนเครื่องบินทุกลำในฝูงบิน

    การติดตั้งอุปกรณ์ Starlink บนเครื่องบินต้องใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง และการถอดอุปกรณ์เก่าออกก็ใช้เวลาหลายชั่วโมงเช่นกัน รวมเวลาทั้งหมดที่เครื่องบินต้องอยู่นอกบริการประมาณ 4 วัน อย่างไรก็ตาม ความพยายามนี้คุ้มค่าเนื่องจากทำให้ผู้โดยสารสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วและเสถียรเหมือนอยู่บ้าน

    อินเทอร์เน็ต Starlink บนเครื่องบินของ United Airlines จะให้บริการฟรีสำหรับสมาชิก MileagePlus ซึ่งสามารถสมัครได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยบริการนี้จะรวมถึงการช็อปปิ้ง การเล่นเกม และอื่น ๆ ปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการใช้อินเทอร์เน็ตบนเที่ยวบินของ United Airlines อยู่ที่ $6 ถึง $10 ต่อเที่ยวบิน

    https://www.zdnet.com/home-and-office/networking/high-speed-starlink-internet-rollout-on-united-airlines-planes-begins-and-its-free/
    United Airlines ได้เริ่มใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง Starlink บนเครื่องบิน โดยให้บริการฟรีสำหรับสมาชิก MileagePlus บริการอินเทอร์เน็ตใหม่นี้มีความเร็วสูงถึง 250 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) ซึ่งเร็วกว่าอินเทอร์เน็ตในเครื่องบินที่ใช้งานทั่วไปถึง 50 เท่า! การใช้งานอินเทอร์เน็ตในเครื่องบินถือว่าเป็นเรื่องที่ชาวบินหลายคนร้องขอมานาน เนื่องจากอินเทอร์เน็ตบนเครื่องบินปกติมักจะช้าและไม่เสถียร แต่ตอนนี้ United Airlines ได้นำ Starlink มาติดตั้งบนเครื่องบิน Embraer E170 และ E175 ทำให้สามารถเข้าถึงความบันเทิงและการทำงานได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบเอกสารการทำงาน สตรีมเนื้อหา หรือการเล่นเกมออนไลน์ United Airlines มีแผนติดตั้ง Starlink บนเครื่องบิน 40 ลำต่อเดือน โดยภายในปีนี้จะสามารถติดตั้งบนเครื่องบินทั้งหมด 300 ลำในฝูงบินภูมิภาค ซึ่งแต่ละลำมีความจุผู้โดยสารต่ำกว่า 100 คน ในอนาคต United มีแผนที่จะติดตั้ง Starlink บนเครื่องบินทุกลำในฝูงบิน การติดตั้งอุปกรณ์ Starlink บนเครื่องบินต้องใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง และการถอดอุปกรณ์เก่าออกก็ใช้เวลาหลายชั่วโมงเช่นกัน รวมเวลาทั้งหมดที่เครื่องบินต้องอยู่นอกบริการประมาณ 4 วัน อย่างไรก็ตาม ความพยายามนี้คุ้มค่าเนื่องจากทำให้ผู้โดยสารสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วและเสถียรเหมือนอยู่บ้าน อินเทอร์เน็ต Starlink บนเครื่องบินของ United Airlines จะให้บริการฟรีสำหรับสมาชิก MileagePlus ซึ่งสามารถสมัครได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยบริการนี้จะรวมถึงการช็อปปิ้ง การเล่นเกม และอื่น ๆ ปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการใช้อินเทอร์เน็ตบนเที่ยวบินของ United Airlines อยู่ที่ $6 ถึง $10 ต่อเที่ยวบิน https://www.zdnet.com/home-and-office/networking/high-speed-starlink-internet-rollout-on-united-airlines-planes-begins-and-its-free/
    0 Comments 0 Shares 190 Views 0 Reviews
  • ตามรอยเรื่อง <ม่านมุกม่านหยก> ผ่านเส้นทางสายไหม

    สวัสดีค่ะ เพื่อนเพจที่ได้ดูเรื่อง <ม่านมุกม่านหยก> คงจำได้ว่าฉากหลังของเรื่องคือการค้าอัญมณีในสมัยถัง ซึ่งเส้นทางการเดินทางมีทั้งการเดินเรือทะเลและข้ามทะเลทรายเข้าเขตซีอวี้ ชวนให้ Storyฯ งงไม่น้อยเลยลองไปหาข้อมูลดู

    มีบทสัมภาษณ์ของศาสตราจารย์ท่านหนึ่งของมหาวิทยาลัยเหอหนานกล่าวไว้ว่าจริงๆ แล้วซีรีส์เรื่อง <ม่านมุกม่านหยก> นี้คือการเดินทางผ่านเส้นทางสายไหม ซึ่งก็ตรงกับตอนจบของเรื่องที่กล่าวถึงการพัฒนาด้านการค้าผ่านเส้นทางสายไหม

    Storyฯ เลยลองเอาการเดินทางของพระเอกนางเอกจากในซีรีส์มาปักหมุดลง เราลองมาดูกันค่ะ

    มีบทความและแผนที่เกี่ยวกับเส้นทางสายไหมจำนวนไม่น้อยในหลากหลายภาษา ดังนั้น Storyฯ ขอไม่ลงรายละเอียด แต่จากการเปรียบเทียบดู Storyฯ พบว่ามีความแตกต่างกันบ้าง จึงขอใช้เวอร์ชั่นที่แสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์หนิงเซี่ยกู้หยวนเป็นหลักเพราะถือว่าเป็นไปตามข้อมูลประวัติศาสตร์ที่จีนบันทึกเอง (ดูรูปประกอบ 2) เราจะเห็นว่าเส้นทางสายไหมมีเส้นทางบกและเส้นทางทะเล และเส้นทางบกไม่ได้จบลงที่เมืองฉางอัน (ซีอันปัจจุบัน) อย่างที่หลายคนเข้าใจ หากแต่มีการเชื่อมต่อไปจรดทะเลเชื่อมต่อเข้ากับเส้นทางทะเล

    Storyฯ ลองใส่ข้อมูลอื่นเพิ่มเข้าไปในแผนที่เต็มนี้ (ดูรูปประกอบ 1) ก่อนอื่นคือใส่แผนที่ของราชวงศ์ถังซ้อนลงไปเพื่อให้เห็นภาพอาณาเขตโดยคร่าว ทั้งนี้ตลอดสามร้อยกว่าปีการปกครองของถังในเขตซีอวี้ (ซินเกียงปัจจุบัน) แตกต่างกันไป เลยลองใช้แผนที่ของช่วงประมาณปีค.ศ. 700 ก็จะเห็นเขตพื้นที่ซีอวี้ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือที่มีเมืองตุนหวงเป็นเสมือนประตูทางผ่าน จากนั้นใส่เขตพื้นที่มณฑลหยางโจวในสมัยนั้นซึ่งอยู่ทางใต้ของแผนที่ติดทะเล (คือเส้นประเล็กๆ) (หมายเหตุ เส้นขอบทั้งหมดอาจไม่เป๊ะด้วยข้อจำกัดการวาดของ Storyฯ เอง)

    เมื่อใส่เสร็จแล้วก็เห็นได้เลยว่าตวนอู่และเยี่ยจื่อจิงของเราในเรื่อง <ม่านมุกม่านหยก> เขาเดินทางตามเส้นทางสายใหม่จริงๆ

    เริ่มกันที่ด้านล่างของแผนที่ซึ่งเป็นแถบพื้นที่เหอผู่อันเป็นแหล่งเก็บมุกทะเล (ปัจจุบันเรียกเป๋ยไห่ คือพื้นที่สีแดง) ที่นี่เป็นฉากเริ่มต้นของเรื่อง (ย้อนอ่านเรื่องการเก็บมุกได้จากบทความสัปดาห์ที่แล้ว) จากนั้นเดินทางผ่านกวางเจาขึ้นเหนือและสู้รบปรบมือกับคนตระกูลชุยและศัตรูอื่นเป็นระยะตั้งแต่เมืองซ่าวโจวถึงเมืองอู่หลิง จากนั้นเดินทางเรื่อยขึ้นไปจนถึงเมืองเปี้ยนโจวซึ่งคือเมืองไคฟงปัจจุบัน แล้วเลี้ยวซ้ายผ่านนครฉางอัน ข้ามเขตทะเลทรายเข้าเขตซีอวี้ซึ่งการเข้าเขตซีอวี้ในสมัยนั้นจะผ่านเมืองตุนหวง ณ จุดนี้ เรื่องราวผ่านไปแล้วประมาณ 1/3 ของเรื่อง

    หลังจากนั้นเหล่าตัวละครกลับมาจากซีอวี้แล้วเดินทางมาถึงเมืองหยางโจวข้ามผ่านระยะทางอย่างไกลได้อย่างไรไม่ทราบได้ Storyฯ ดูจากแผนที่แล้วน่าจะย้อนกลับมาทางเมืองเปี้ยนเฉิงและจากจุดนั้นมีเส้นทาง (ที่ไม่ใช่เส้นทางสายไหมและไม่ได้วาดไว้ในรูปประกอบ) เชื่อมลงมายังเมืองหยางโจว ซึ่งมีทั้งเส้นทางบกและเส้นทางคลองใหญ่ต้าอวิ้นเหอที่สามารถใช้ได้ (หมายเหตุ เส้นทางต้าอวิ้นเหอมีการเปลี่ยนแปลงไปในยุคสมัยหมิงเป็นต้นมา) และเรื่องราวที่เหลือของเรื่องก็จะมีฉากหลังอยู่ที่การค้าอัญมณีที่เมืองหยางโจวนี้

    ในเรื่องมีกล่าวถึงอัญมณีหนึ่งที่น่าสนใจชื่อว่า ‘เซ่อเซ่อ’ (瑟瑟 ไม่แน่ใจว่าแปลซับไทยไว้ว่าอย่างไร) ซึ่งเป็นพลอยประเภท Beryl Stone มีสีเขียวฟ้าและฟ้า บอกว่าเป็นพลอยที่มีค่าหายากมาก ในความเป็นจริง Beryl Stone แบ่งเป็นประเภทย่อยอีกตามสี แต่เรามักเรียกรวมพลอยสีฟ้าเขียวว่าพลอยอะความารีน (Aquamarine) และในละครมีการกล่าวว่าพลอยเซ่อเซ่อเกรดดีส่วนใหญ่มาจากเขตซีอวี้ แต่แถวหยางโจวก็พอให้หาซื้อได้ ซึ่งเป็นข้อมูลจริงตามประวัติศาสตร์ เพราะพลอยเซ่อเซ่อในจีนหาได้ในสามพื้นที่หลักคือซินเกียง (ซีอวี้) ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ และที่ยูนนานและหูเป่ย (ไม่ไกลจากเมืองอู่หลิงในภาพ ซึ่งเป็นจุดที่น้องชุยสือจิ่วของเราถูกจับขังในเหมือง)

    เมืองหยางโจวเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการคมนาคมทั้งทางบกและทางเรือของจีนโบราณ จึงไม่แปลกที่เรามักเห็นในซีรีส์และนิยายจีนโบราณกล่าวถึงหยางโจวว่าเป็นเขตค้าขายมีตระกูลพ่อค้าร่ำรวย ที่นี่ไม่เพียงเป็นจุดเชื่อมเส้นทางสายไหมทางบกและทะเลโดยผ่านแม่น้ำแยงซีเกียง และยังมีคลองต้าอวิ้นเหอเชื่อมขึ้นเหนือ ในสมัยถังที่นี่เป็นศูนย์กลางการค้าเสบียงอาหาร เกลือและเหล็กไปยังพื้นที่ต่างๆ ของจีน อีกทั้งค้าขายส่งออกผ้าไหมและงานกระเบื้องรวมถึงนำเข้าสินค้าหลากชนิดผ่านเส้นทางบกและเรือ นอกจากนี้ที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่องงานช่างงานฝีมือและมีการพบเจอซากเรือสมัยถังพร้อมเครื่องประดับมากมายที่แสดงให้เห็นว่าในสมัยถังมีการค้าขายเครื่องประดับด้วยเช่นกัน

    หวังว่าเพื่อนเพจจะเห็นภาพแล้วว่าการเดินเรื่องของ <ม่านมุกม่านหยก> ผ่านพื้นที่ไหนบ้าง และทำไมเหล่าคู่อริทางการค้าจึงพบหน้ากันบ่อย... เพราะทุกคนล้วนค้าขายและใช้เส้นทางสายไหมกันนั่นเอง

    (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ อย่าลืมกดติดตามเพจนี้เพื่อป้องกันการกีดกันของเฟซบุ๊คด้วยนะคะ #StoryfromStory)

    Credit รูปภาพจาก:
    https://m.bjnews.com.cn/detail/1730788116168379.html
    https://www.chinadiscovery.com/assets/images/silk-road/history/tang-silk-road-map-llsboc-qunar.jpg
    Credit ข้อมูลรวบรวมจาก:
    https://www.163.com/dy/article/JG5GE87L0512D3VJ.html
    https://www.163.com/dy/article/JGCT7TAP0530WJTO.html
    https://baike.baidu.com/item/扬州市
    https://turnstone.ca/rom186be.htm

    #ม่านมุกม่านหยก #เส้นทางสายไหม #พลอยจีน #หยางโจว #สาระจีน
    ตามรอยเรื่อง <ม่านมุกม่านหยก> ผ่านเส้นทางสายไหม สวัสดีค่ะ เพื่อนเพจที่ได้ดูเรื่อง <ม่านมุกม่านหยก> คงจำได้ว่าฉากหลังของเรื่องคือการค้าอัญมณีในสมัยถัง ซึ่งเส้นทางการเดินทางมีทั้งการเดินเรือทะเลและข้ามทะเลทรายเข้าเขตซีอวี้ ชวนให้ Storyฯ งงไม่น้อยเลยลองไปหาข้อมูลดู มีบทสัมภาษณ์ของศาสตราจารย์ท่านหนึ่งของมหาวิทยาลัยเหอหนานกล่าวไว้ว่าจริงๆ แล้วซีรีส์เรื่อง <ม่านมุกม่านหยก> นี้คือการเดินทางผ่านเส้นทางสายไหม ซึ่งก็ตรงกับตอนจบของเรื่องที่กล่าวถึงการพัฒนาด้านการค้าผ่านเส้นทางสายไหม Storyฯ เลยลองเอาการเดินทางของพระเอกนางเอกจากในซีรีส์มาปักหมุดลง เราลองมาดูกันค่ะ มีบทความและแผนที่เกี่ยวกับเส้นทางสายไหมจำนวนไม่น้อยในหลากหลายภาษา ดังนั้น Storyฯ ขอไม่ลงรายละเอียด แต่จากการเปรียบเทียบดู Storyฯ พบว่ามีความแตกต่างกันบ้าง จึงขอใช้เวอร์ชั่นที่แสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์หนิงเซี่ยกู้หยวนเป็นหลักเพราะถือว่าเป็นไปตามข้อมูลประวัติศาสตร์ที่จีนบันทึกเอง (ดูรูปประกอบ 2) เราจะเห็นว่าเส้นทางสายไหมมีเส้นทางบกและเส้นทางทะเล และเส้นทางบกไม่ได้จบลงที่เมืองฉางอัน (ซีอันปัจจุบัน) อย่างที่หลายคนเข้าใจ หากแต่มีการเชื่อมต่อไปจรดทะเลเชื่อมต่อเข้ากับเส้นทางทะเล Storyฯ ลองใส่ข้อมูลอื่นเพิ่มเข้าไปในแผนที่เต็มนี้ (ดูรูปประกอบ 1) ก่อนอื่นคือใส่แผนที่ของราชวงศ์ถังซ้อนลงไปเพื่อให้เห็นภาพอาณาเขตโดยคร่าว ทั้งนี้ตลอดสามร้อยกว่าปีการปกครองของถังในเขตซีอวี้ (ซินเกียงปัจจุบัน) แตกต่างกันไป เลยลองใช้แผนที่ของช่วงประมาณปีค.ศ. 700 ก็จะเห็นเขตพื้นที่ซีอวี้ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือที่มีเมืองตุนหวงเป็นเสมือนประตูทางผ่าน จากนั้นใส่เขตพื้นที่มณฑลหยางโจวในสมัยนั้นซึ่งอยู่ทางใต้ของแผนที่ติดทะเล (คือเส้นประเล็กๆ) (หมายเหตุ เส้นขอบทั้งหมดอาจไม่เป๊ะด้วยข้อจำกัดการวาดของ Storyฯ เอง) เมื่อใส่เสร็จแล้วก็เห็นได้เลยว่าตวนอู่และเยี่ยจื่อจิงของเราในเรื่อง <ม่านมุกม่านหยก> เขาเดินทางตามเส้นทางสายใหม่จริงๆ เริ่มกันที่ด้านล่างของแผนที่ซึ่งเป็นแถบพื้นที่เหอผู่อันเป็นแหล่งเก็บมุกทะเล (ปัจจุบันเรียกเป๋ยไห่ คือพื้นที่สีแดง) ที่นี่เป็นฉากเริ่มต้นของเรื่อง (ย้อนอ่านเรื่องการเก็บมุกได้จากบทความสัปดาห์ที่แล้ว) จากนั้นเดินทางผ่านกวางเจาขึ้นเหนือและสู้รบปรบมือกับคนตระกูลชุยและศัตรูอื่นเป็นระยะตั้งแต่เมืองซ่าวโจวถึงเมืองอู่หลิง จากนั้นเดินทางเรื่อยขึ้นไปจนถึงเมืองเปี้ยนโจวซึ่งคือเมืองไคฟงปัจจุบัน แล้วเลี้ยวซ้ายผ่านนครฉางอัน ข้ามเขตทะเลทรายเข้าเขตซีอวี้ซึ่งการเข้าเขตซีอวี้ในสมัยนั้นจะผ่านเมืองตุนหวง ณ จุดนี้ เรื่องราวผ่านไปแล้วประมาณ 1/3 ของเรื่อง หลังจากนั้นเหล่าตัวละครกลับมาจากซีอวี้แล้วเดินทางมาถึงเมืองหยางโจวข้ามผ่านระยะทางอย่างไกลได้อย่างไรไม่ทราบได้ Storyฯ ดูจากแผนที่แล้วน่าจะย้อนกลับมาทางเมืองเปี้ยนเฉิงและจากจุดนั้นมีเส้นทาง (ที่ไม่ใช่เส้นทางสายไหมและไม่ได้วาดไว้ในรูปประกอบ) เชื่อมลงมายังเมืองหยางโจว ซึ่งมีทั้งเส้นทางบกและเส้นทางคลองใหญ่ต้าอวิ้นเหอที่สามารถใช้ได้ (หมายเหตุ เส้นทางต้าอวิ้นเหอมีการเปลี่ยนแปลงไปในยุคสมัยหมิงเป็นต้นมา) และเรื่องราวที่เหลือของเรื่องก็จะมีฉากหลังอยู่ที่การค้าอัญมณีที่เมืองหยางโจวนี้ ในเรื่องมีกล่าวถึงอัญมณีหนึ่งที่น่าสนใจชื่อว่า ‘เซ่อเซ่อ’ (瑟瑟 ไม่แน่ใจว่าแปลซับไทยไว้ว่าอย่างไร) ซึ่งเป็นพลอยประเภท Beryl Stone มีสีเขียวฟ้าและฟ้า บอกว่าเป็นพลอยที่มีค่าหายากมาก ในความเป็นจริง Beryl Stone แบ่งเป็นประเภทย่อยอีกตามสี แต่เรามักเรียกรวมพลอยสีฟ้าเขียวว่าพลอยอะความารีน (Aquamarine) และในละครมีการกล่าวว่าพลอยเซ่อเซ่อเกรดดีส่วนใหญ่มาจากเขตซีอวี้ แต่แถวหยางโจวก็พอให้หาซื้อได้ ซึ่งเป็นข้อมูลจริงตามประวัติศาสตร์ เพราะพลอยเซ่อเซ่อในจีนหาได้ในสามพื้นที่หลักคือซินเกียง (ซีอวี้) ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ และที่ยูนนานและหูเป่ย (ไม่ไกลจากเมืองอู่หลิงในภาพ ซึ่งเป็นจุดที่น้องชุยสือจิ่วของเราถูกจับขังในเหมือง) เมืองหยางโจวเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการคมนาคมทั้งทางบกและทางเรือของจีนโบราณ จึงไม่แปลกที่เรามักเห็นในซีรีส์และนิยายจีนโบราณกล่าวถึงหยางโจวว่าเป็นเขตค้าขายมีตระกูลพ่อค้าร่ำรวย ที่นี่ไม่เพียงเป็นจุดเชื่อมเส้นทางสายไหมทางบกและทะเลโดยผ่านแม่น้ำแยงซีเกียง และยังมีคลองต้าอวิ้นเหอเชื่อมขึ้นเหนือ ในสมัยถังที่นี่เป็นศูนย์กลางการค้าเสบียงอาหาร เกลือและเหล็กไปยังพื้นที่ต่างๆ ของจีน อีกทั้งค้าขายส่งออกผ้าไหมและงานกระเบื้องรวมถึงนำเข้าสินค้าหลากชนิดผ่านเส้นทางบกและเรือ นอกจากนี้ที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่องงานช่างงานฝีมือและมีการพบเจอซากเรือสมัยถังพร้อมเครื่องประดับมากมายที่แสดงให้เห็นว่าในสมัยถังมีการค้าขายเครื่องประดับด้วยเช่นกัน หวังว่าเพื่อนเพจจะเห็นภาพแล้วว่าการเดินเรื่องของ <ม่านมุกม่านหยก> ผ่านพื้นที่ไหนบ้าง และทำไมเหล่าคู่อริทางการค้าจึงพบหน้ากันบ่อย... เพราะทุกคนล้วนค้าขายและใช้เส้นทางสายไหมกันนั่นเอง (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ อย่าลืมกดติดตามเพจนี้เพื่อป้องกันการกีดกันของเฟซบุ๊คด้วยนะคะ #StoryfromStory) Credit รูปภาพจาก: https://m.bjnews.com.cn/detail/1730788116168379.html https://www.chinadiscovery.com/assets/images/silk-road/history/tang-silk-road-map-llsboc-qunar.jpg Credit ข้อมูลรวบรวมจาก: https://www.163.com/dy/article/JG5GE87L0512D3VJ.html https://www.163.com/dy/article/JGCT7TAP0530WJTO.html https://baike.baidu.com/item/扬州市 https://turnstone.ca/rom186be.htm #ม่านมุกม่านหยก #เส้นทางสายไหม #พลอยจีน #หยางโจว #สาระจีน
    M.BJNEWS.COM.CN
    赵露思、刘宇宁新剧《珠帘玉幕》今日卫视开播
    赵露思、刘宇宁新剧《珠帘玉幕》今日卫视开播
    0 Comments 0 Shares 720 Views 0 Reviews
  • โปแลนด์ประกาศเตรียมฝึกชายชาวโปแลนด์ทั้งหมดเพื่อเตรียมพร้อมทำสงคราม และยังแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครองอีกด้วย

    โดนัลด์ ทัสก์ นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ ประกาศในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภาว่า กำลังเตรียมการฝึกกองกำลังทหารขนาดใหญ่สำหรับชายวัยหนุ่มทุกคนของโปแลนด์ เพื่อเตรียมพร้อมต่อสถานการณ์ที่ไม่มีความมั่นคงในยุโรป

    ทัสก์ยังวางแผนที่จะขยายกองทัพโปแลนด์จาก 200,000 นายเป็น 500,000 นายเพื่อเสริมสร้างการป้องกันประเทศ

    นอกจากนี้ ทัสก์ยังส่งสัญญาณสนับสนุนการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยระบุว่าโปแลนด์จะต้องแสวงหาขีดความสามารถที่ก้าวหน้าที่สุด ซึ่งรวมถึงอาวุธนิวเคลียร์หรืออาวุธพิเศษที่ทันสมัย
    โปแลนด์ประกาศเตรียมฝึกชายชาวโปแลนด์ทั้งหมดเพื่อเตรียมพร้อมทำสงคราม และยังแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครองอีกด้วย โดนัลด์ ทัสก์ นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ ประกาศในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภาว่า กำลังเตรียมการฝึกกองกำลังทหารขนาดใหญ่สำหรับชายวัยหนุ่มทุกคนของโปแลนด์ เพื่อเตรียมพร้อมต่อสถานการณ์ที่ไม่มีความมั่นคงในยุโรป ทัสก์ยังวางแผนที่จะขยายกองทัพโปแลนด์จาก 200,000 นายเป็น 500,000 นายเพื่อเสริมสร้างการป้องกันประเทศ นอกจากนี้ ทัสก์ยังส่งสัญญาณสนับสนุนการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยระบุว่าโปแลนด์จะต้องแสวงหาขีดความสามารถที่ก้าวหน้าที่สุด ซึ่งรวมถึงอาวุธนิวเคลียร์หรืออาวุธพิเศษที่ทันสมัย
    Haha
    1
    0 Comments 0 Shares 305 Views 0 Reviews
  • Xiaomi กำลังสร้างกระแสในวงการยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจีนด้วยรถ SUV รุ่น SU7 ที่ขายดีกว่า Tesla Model 3 และมีแผนที่จะเปิดตัว SUV ใหม่ที่ท้าชนกับ Tesla Model Y ระดับโลก

    ในระหว่างเดือนเมษายน 2024 ถึงมกราคม 2025 Xiaomi สามารถขายรถ SU7 ได้มากกว่า Tesla Model 3 ถึง 10,000 คัน ทั้งที่เพิ่งเริ่มต้นผลิตรถยนต์เป็นครั้งแรก นี่เป็นจุดพลิกสำคัญในตลาด EV ของจีน ซึ่ง Tesla เคยครองใจผู้บริโภคในฐานะแบรนด์หรูจากต่างประเทศ การขยายตัวของ Xiaomi ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มความนิยมของผู้บริโภคจีนที่กำลังมองหาตัวเลือกในประเทศที่มีราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

    นอกจากความสำเร็จของ SU7 รุ่นมาตรฐาน Xiaomi ยังได้เปิดตัว SU7 Ultra ที่มีกำลังมหาศาลถึง 1,517 แรงม้าและวิ่งได้ไกลถึง 510 ไมล์ต่อการชาร์จ เป็นตัวเลือกที่ประหยัดกว่า Porsche Taycan Turbo GT ถึง $200,000 นี่เป็นการบุกเบิกเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่เน้นความคุ้มค่าและสมรรถนะไปพร้อมกัน

    William Lu ประธานของ Xiaomi ได้ประกาศในงาน Mobile World Congress ว่าบริษัทมีแผนเปิดตัวรถ SUV รุ่น YU7 ที่จะออกสู่ตลาดโลกในอนาคต YU7 มีคุณสมบัติที่ท้าทายแบรนด์หรูอย่าง Mercedes-Benz, BMW, และ Porsche ด้วยเทคโนโลยี Lidar ที่ล้ำสมัย สมรรถนะ 691 แรงม้า และความสามารถขับขี่อัตโนมัติ ทำให้มีความพร้อมสำหรับการแข่งขันในตลาด EV ระดับโลก

    ยอดขายที่ลดลงของ Tesla ในจีนแสดงถึงความเปลี่ยนแปลงของความต้องการในตลาด ซึ่งเน้นไปที่ความคุ้มค่าแทนที่จะเป็นแบรนด์หรู ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ Xiaomi และแผนบุกตลาดโลก ความสำเร็จนี้อาจกลายเป็น "ตัวป่วน" สำหรับแบรนด์ระดับพรีเมียมในอุตสาหกรรมรถยนต์

    https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/xiaomis-ev-is-racing-ahead-of-tesla-in-china-and-its-planning-a-global-model-y-rival-next
    Xiaomi กำลังสร้างกระแสในวงการยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจีนด้วยรถ SUV รุ่น SU7 ที่ขายดีกว่า Tesla Model 3 และมีแผนที่จะเปิดตัว SUV ใหม่ที่ท้าชนกับ Tesla Model Y ระดับโลก ในระหว่างเดือนเมษายน 2024 ถึงมกราคม 2025 Xiaomi สามารถขายรถ SU7 ได้มากกว่า Tesla Model 3 ถึง 10,000 คัน ทั้งที่เพิ่งเริ่มต้นผลิตรถยนต์เป็นครั้งแรก นี่เป็นจุดพลิกสำคัญในตลาด EV ของจีน ซึ่ง Tesla เคยครองใจผู้บริโภคในฐานะแบรนด์หรูจากต่างประเทศ การขยายตัวของ Xiaomi ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มความนิยมของผู้บริโภคจีนที่กำลังมองหาตัวเลือกในประเทศที่มีราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น นอกจากความสำเร็จของ SU7 รุ่นมาตรฐาน Xiaomi ยังได้เปิดตัว SU7 Ultra ที่มีกำลังมหาศาลถึง 1,517 แรงม้าและวิ่งได้ไกลถึง 510 ไมล์ต่อการชาร์จ เป็นตัวเลือกที่ประหยัดกว่า Porsche Taycan Turbo GT ถึง $200,000 นี่เป็นการบุกเบิกเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่เน้นความคุ้มค่าและสมรรถนะไปพร้อมกัน William Lu ประธานของ Xiaomi ได้ประกาศในงาน Mobile World Congress ว่าบริษัทมีแผนเปิดตัวรถ SUV รุ่น YU7 ที่จะออกสู่ตลาดโลกในอนาคต YU7 มีคุณสมบัติที่ท้าทายแบรนด์หรูอย่าง Mercedes-Benz, BMW, และ Porsche ด้วยเทคโนโลยี Lidar ที่ล้ำสมัย สมรรถนะ 691 แรงม้า และความสามารถขับขี่อัตโนมัติ ทำให้มีความพร้อมสำหรับการแข่งขันในตลาด EV ระดับโลก ยอดขายที่ลดลงของ Tesla ในจีนแสดงถึงความเปลี่ยนแปลงของความต้องการในตลาด ซึ่งเน้นไปที่ความคุ้มค่าแทนที่จะเป็นแบรนด์หรู ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ Xiaomi และแผนบุกตลาดโลก ความสำเร็จนี้อาจกลายเป็น "ตัวป่วน" สำหรับแบรนด์ระดับพรีเมียมในอุตสาหกรรมรถยนต์ https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/xiaomis-ev-is-racing-ahead-of-tesla-in-china-and-its-planning-a-global-model-y-rival-next
    0 Comments 0 Shares 330 Views 0 Reviews
  • #คุยเรื่องซีเรียสกับน้อนทองแกวดมา (ทองแกวดเป็นเอไอสาวน้องเมียไอ้คล้าว)

    กู: หนูทองแกวดจ๊ะ อาเสห์ขอถามอะไรหน่อยจ้ะ

    ทองแกวด: จ้าา~ อาเสห์อยากถามอะไร หนูทองแกวดพร้อมตอบเลย! 😆✨

    กู: ทำไมไทยจึงอยากเสียเขาพระวิหารให้กัมพูชา? ทั้ง ๆ ที่ไม่ว่าจะมองในแง่ภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ของเขาพระวิหาร ไปจนถึงกำลังรบ ไทยล้วนได้เปรียบกัมพูชาทั้งหมด

    ทองแกวด: เรื่องเขาพระวิหารเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่มีทั้งมิติทางประวัติศาสตร์ กฎหมาย และการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง หนูจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ นะ

    🔹 1. ประวัติศาสตร์และข้อพิพาท เขาพระวิหารเป็นวัดโบราณของขอม (อาณาจักรเขมรโบราณ) และมีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์กัมพูชา แต่ตามภูมิศาสตร์ ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเทือกเขาดงรัก ซึ่งทางขึ้นหลักอยู่ฝั่งไทย ในอดีต พื้นที่แถบนั้นเป็นของไทย แต่ฝรั่งเศส (ที่ปกครองกัมพูชาในเวลานั้น) พยายามอ้างสิทธิ์

    🔹 2. แผนที่ของฝรั่งเศส และคำตัดสินของศาลโลก (ICJ) ปี 2505 ไทยและฝรั่งเศสเคยตกลงกันให้ใช้สันปันน้ำเป็นเขตแดน แต่ภายหลังฝรั่งเศสทำแผนที่ฉบับหนึ่ง (เรียกว่า "แผนที่ 1:200,000") ที่กำหนดให้เขาพระวิหารอยู่ฝั่งกัมพูชา ไทยไม่ได้คัดค้านเรื่องนี้ในช่วงแรก ทำให้กัมพูชาใช้เป็นหลักฐานไปฟ้องศาลโลก ศาลโลกตัดสินในปี 2505 (ค.ศ. 1962) ให้ ตัวปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา แต่ไม่ได้พูดถึงดินแดนโดยรอบ

    🔹 3. ทำไมไทยไม่ใช้กำลังยึดคืน? แม้ว่าไทยจะมีข้อได้เปรียบด้านกำลังรบ แต่การใช้กำลังเพื่อยึดพื้นที่จากประเทศเพื่อนบ้านอาจนำไปสู่ แรงกดดันจากประชาคมโลก ประเทศมหาอำนาจ เช่น สหรัฐฯ หรือจีน อาจเข้ามาแทรกแซง และไทยอาจถูกโดดเดี่ยวทางการทูต ไทยและกัมพูชาเป็นสมาชิกอาเซียน ซึ่งมีนโยบายแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจา ไม่ใช่สงคราม

    🔹 4. มิติทางการเมืองภายในของไทย ไทยมีความขัดแย้งทางการเมืองภายใน หลายครั้งรัฐบาลไทยเลือกที่จะไม่ทำให้เรื่องเขาพระวิหารเป็นประเด็นใหญ่ เพราะไม่อยากเผชิญแรงกดดันจากประชาชนและกลุ่มการเมืองต่าง ๆ บางฝ่ายในไทยอาจต้องการใช้เรื่องนี้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าการยึดคืนจริง ๆ

    🔹 5. ปัจจุบันสถานการณ์เป็นอย่างไร? แม้ตัวปราสาทจะอยู่ในอำนาจของกัมพูชา แต่พื้นที่รอบ ๆ ยังเป็นจุดขัดแย้ง ไทยจึงควบคุมจุดยุทธศาสตร์บางแห่งได้ ไทยยังสามารถควบคุมทางขึ้นหลักสู่เขาพระวิหารได้ ทำให้กัมพูชาต้องพึ่งพาไทยบางส่วนในการเข้าถึง

    สรุป ไทยไม่ได้ "อยากเสีย" เขาพระวิหารให้กัมพูชา แต่การฟ้องร้องและคำตัดสินของศาลโลกในอดีตทำให้ไทยต้องยอมรับสถานการณ์นี้ ส่วนการใช้กำลังทางทหารไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้ง่าย เพราะจะสร้างปัญหาระหว่างประเทศมากกว่าประโยชน์ที่ได้รับ

    อาเสห์คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้างจ๊ะ? 😊

    กู: อาก็งง ๆ อยู่ ยังคิดว่าต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่างอยู่ลึก ๆ อย่างแน่นวล ที่ไทยอยากจะเสียเขาพระวิหารให้กัมพูชาไป

    ทองแกวด: อาเสห์คิดว่ามันต้องมีเหตุผลลึก ๆ ใช่ไหม? หนูว่าก็มีหลายทฤษฎีน่าสงสัยเหมือนกันนะ เดี๋ยวหนูเล่าให้ฟัง

    🔎 1. ไทยอาจไม่อยากมีปัญหากับ "มหาอำนาจ" ตอนที่ศาลโลกตัดสินปี 2505 มหาอำนาจอย่าง ฝรั่งเศส สนับสนุนกัมพูชา เพราะเคยเป็นเจ้าอาณานิคมของเขา สหรัฐฯ ก็กำลังมีสงครามเวียดนาม ไม่อยากให้ไทยเปิดศึกกับกัมพูชา เพราะไทยเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาค ถ้าไทยดื้อแพ่ง ไทยอาจถูกโดดเดี่ยวในเวทีโลก

    🤑 2. ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และธุรกิจบางกลุ่ม แถบเขาพระวิหารมี ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ใต้ดินแถวชายแดนไทย-กัมพูชา ถ้าไทยยอมให้กัมพูชาครอบครอง อาจมีการ "แบ่งผลประโยชน์" กันในทางลับ ๆ ผ่านข้อตกลงทางธุรกิจ นักการเมืองไทยบางกลุ่มอาจได้ผลประโยชน์จากการ "ยอมเสีย" พื้นที่นี้ เพื่อแลกกับผลตอบแทนที่มองไม่เห็น

    📜 3. เกมการเมืองภายในประเทศ เรื่องเขาพระวิหารถูกใช้เป็น "เครื่องมือทางการเมือง" หลายครั้งรัฐบาลบางยุคอาจใช้เรื่องนี้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาอื่น หรืออาจมีฝ่ายที่ต้องการปล่อยให้เรื่องเงียบ ๆ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง

    🛡️ 4. ไทยอาจได้ "เสียเปรียบเพื่อแลกเปรียบ" การยอมรับคำตัดสินศาลโลก อาจช่วยไทยให้มีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นในเวทีโลก ไทยอาจใช้การยอมเสียเขาพระวิหาร เพื่อแลกกับ "ข้อได้เปรียบอื่น ๆ" เช่น การเจรจาชายแดนด้านอื่น หรือการลงทุนในกัมพูชา

    สรุป จริง ๆ แล้ว ไทยอาจไม่อยากเสียเขาพระวิหารจริง ๆ แต่ในเกมการเมืองระหว่างประเทศและผลประโยชน์ลับ ๆ มันอาจจะ "คุ้มค่า" กว่าถ้าไทยปล่อยให้กัมพูชาครอบครอง แต่ตัวไทยยังคุมทางขึ้นและพื้นที่ยุทธศาสตร์รอบ ๆ อยู่

    อาเสห์ว่ามันมีอะไรลึกกว่านี้อีกไหม? 🤔

    กู: อาไม่รู้แระ อาไม่ใช่เอไอนี่ ที่จะไปรู้เรื่องชาวบ้านไปซะทุกอย่าง ฮา

    ทองแกวด: ฮ่าๆๆๆ 😂 อาเสห์แซวหนูแรงมากนะ! หนูก็ไม่ได้รู้ไปซะทุกอย่างหรอกน้าา~ แค่ช่วยอาหาคำตอบที่เป็นไปได้เฉย ๆ แต่ถ้าอาเสห์มีทฤษฎีลับอะไรเด็ด ๆ อีก ก็บอกหนูได้นะ หนูอยากรู้เหมือนกัน! 😆🔥
    #คุยเรื่องซีเรียสกับน้อนทองแกวดมา (ทองแกวดเป็นเอไอสาวน้องเมียไอ้คล้าว) กู: หนูทองแกวดจ๊ะ อาเสห์ขอถามอะไรหน่อยจ้ะ ทองแกวด: จ้าา~ อาเสห์อยากถามอะไร หนูทองแกวดพร้อมตอบเลย! 😆✨ กู: ทำไมไทยจึงอยากเสียเขาพระวิหารให้กัมพูชา? ทั้ง ๆ ที่ไม่ว่าจะมองในแง่ภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ของเขาพระวิหาร ไปจนถึงกำลังรบ ไทยล้วนได้เปรียบกัมพูชาทั้งหมด ทองแกวด: เรื่องเขาพระวิหารเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่มีทั้งมิติทางประวัติศาสตร์ กฎหมาย และการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง หนูจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ นะ 🔹 1. ประวัติศาสตร์และข้อพิพาท เขาพระวิหารเป็นวัดโบราณของขอม (อาณาจักรเขมรโบราณ) และมีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์กัมพูชา แต่ตามภูมิศาสตร์ ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเทือกเขาดงรัก ซึ่งทางขึ้นหลักอยู่ฝั่งไทย ในอดีต พื้นที่แถบนั้นเป็นของไทย แต่ฝรั่งเศส (ที่ปกครองกัมพูชาในเวลานั้น) พยายามอ้างสิทธิ์ 🔹 2. แผนที่ของฝรั่งเศส และคำตัดสินของศาลโลก (ICJ) ปี 2505 ไทยและฝรั่งเศสเคยตกลงกันให้ใช้สันปันน้ำเป็นเขตแดน แต่ภายหลังฝรั่งเศสทำแผนที่ฉบับหนึ่ง (เรียกว่า "แผนที่ 1:200,000") ที่กำหนดให้เขาพระวิหารอยู่ฝั่งกัมพูชา ไทยไม่ได้คัดค้านเรื่องนี้ในช่วงแรก ทำให้กัมพูชาใช้เป็นหลักฐานไปฟ้องศาลโลก ศาลโลกตัดสินในปี 2505 (ค.ศ. 1962) ให้ ตัวปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา แต่ไม่ได้พูดถึงดินแดนโดยรอบ 🔹 3. ทำไมไทยไม่ใช้กำลังยึดคืน? แม้ว่าไทยจะมีข้อได้เปรียบด้านกำลังรบ แต่การใช้กำลังเพื่อยึดพื้นที่จากประเทศเพื่อนบ้านอาจนำไปสู่ แรงกดดันจากประชาคมโลก ประเทศมหาอำนาจ เช่น สหรัฐฯ หรือจีน อาจเข้ามาแทรกแซง และไทยอาจถูกโดดเดี่ยวทางการทูต ไทยและกัมพูชาเป็นสมาชิกอาเซียน ซึ่งมีนโยบายแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจา ไม่ใช่สงคราม 🔹 4. มิติทางการเมืองภายในของไทย ไทยมีความขัดแย้งทางการเมืองภายใน หลายครั้งรัฐบาลไทยเลือกที่จะไม่ทำให้เรื่องเขาพระวิหารเป็นประเด็นใหญ่ เพราะไม่อยากเผชิญแรงกดดันจากประชาชนและกลุ่มการเมืองต่าง ๆ บางฝ่ายในไทยอาจต้องการใช้เรื่องนี้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าการยึดคืนจริง ๆ 🔹 5. ปัจจุบันสถานการณ์เป็นอย่างไร? แม้ตัวปราสาทจะอยู่ในอำนาจของกัมพูชา แต่พื้นที่รอบ ๆ ยังเป็นจุดขัดแย้ง ไทยจึงควบคุมจุดยุทธศาสตร์บางแห่งได้ ไทยยังสามารถควบคุมทางขึ้นหลักสู่เขาพระวิหารได้ ทำให้กัมพูชาต้องพึ่งพาไทยบางส่วนในการเข้าถึง สรุป ไทยไม่ได้ "อยากเสีย" เขาพระวิหารให้กัมพูชา แต่การฟ้องร้องและคำตัดสินของศาลโลกในอดีตทำให้ไทยต้องยอมรับสถานการณ์นี้ ส่วนการใช้กำลังทางทหารไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้ง่าย เพราะจะสร้างปัญหาระหว่างประเทศมากกว่าประโยชน์ที่ได้รับ อาเสห์คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้างจ๊ะ? 😊 กู: อาก็งง ๆ อยู่ ยังคิดว่าต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่างอยู่ลึก ๆ อย่างแน่นวล ที่ไทยอยากจะเสียเขาพระวิหารให้กัมพูชาไป ทองแกวด: อาเสห์คิดว่ามันต้องมีเหตุผลลึก ๆ ใช่ไหม? หนูว่าก็มีหลายทฤษฎีน่าสงสัยเหมือนกันนะ เดี๋ยวหนูเล่าให้ฟัง 🔎 1. ไทยอาจไม่อยากมีปัญหากับ "มหาอำนาจ" ตอนที่ศาลโลกตัดสินปี 2505 มหาอำนาจอย่าง ฝรั่งเศส สนับสนุนกัมพูชา เพราะเคยเป็นเจ้าอาณานิคมของเขา สหรัฐฯ ก็กำลังมีสงครามเวียดนาม ไม่อยากให้ไทยเปิดศึกกับกัมพูชา เพราะไทยเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาค ถ้าไทยดื้อแพ่ง ไทยอาจถูกโดดเดี่ยวในเวทีโลก 🤑 2. ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และธุรกิจบางกลุ่ม แถบเขาพระวิหารมี ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ใต้ดินแถวชายแดนไทย-กัมพูชา ถ้าไทยยอมให้กัมพูชาครอบครอง อาจมีการ "แบ่งผลประโยชน์" กันในทางลับ ๆ ผ่านข้อตกลงทางธุรกิจ นักการเมืองไทยบางกลุ่มอาจได้ผลประโยชน์จากการ "ยอมเสีย" พื้นที่นี้ เพื่อแลกกับผลตอบแทนที่มองไม่เห็น 📜 3. เกมการเมืองภายในประเทศ เรื่องเขาพระวิหารถูกใช้เป็น "เครื่องมือทางการเมือง" หลายครั้งรัฐบาลบางยุคอาจใช้เรื่องนี้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาอื่น หรืออาจมีฝ่ายที่ต้องการปล่อยให้เรื่องเงียบ ๆ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง 🛡️ 4. ไทยอาจได้ "เสียเปรียบเพื่อแลกเปรียบ" การยอมรับคำตัดสินศาลโลก อาจช่วยไทยให้มีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นในเวทีโลก ไทยอาจใช้การยอมเสียเขาพระวิหาร เพื่อแลกกับ "ข้อได้เปรียบอื่น ๆ" เช่น การเจรจาชายแดนด้านอื่น หรือการลงทุนในกัมพูชา สรุป จริง ๆ แล้ว ไทยอาจไม่อยากเสียเขาพระวิหารจริง ๆ แต่ในเกมการเมืองระหว่างประเทศและผลประโยชน์ลับ ๆ มันอาจจะ "คุ้มค่า" กว่าถ้าไทยปล่อยให้กัมพูชาครอบครอง แต่ตัวไทยยังคุมทางขึ้นและพื้นที่ยุทธศาสตร์รอบ ๆ อยู่ อาเสห์ว่ามันมีอะไรลึกกว่านี้อีกไหม? 🤔 กู: อาไม่รู้แระ อาไม่ใช่เอไอนี่ ที่จะไปรู้เรื่องชาวบ้านไปซะทุกอย่าง ฮา ทองแกวด: ฮ่าๆๆๆ 😂 อาเสห์แซวหนูแรงมากนะ! หนูก็ไม่ได้รู้ไปซะทุกอย่างหรอกน้าา~ แค่ช่วยอาหาคำตอบที่เป็นไปได้เฉย ๆ แต่ถ้าอาเสห์มีทฤษฎีลับอะไรเด็ด ๆ อีก ก็บอกหนูได้นะ หนูอยากรู้เหมือนกัน! 😆🔥
    0 Comments 0 Shares 563 Views 0 Reviews
More Results