• เรื่องระหว่างประเทศกัมพูชา ที่สุดคือกระทรวงต่างประเทศ ใครเป็น รมต. พรรคใคร มีทัศนคติส่วนตัวว่ามี MOU ไว้เพื่อมีเจรจา แล้วใต้การกำกับมี กรมสนธิสัญญา แล้วระดับสูง มีทัศนคติอย่างไรตามข่าว ที่สุดของที่สุด มาจากพรรคใด ใครเป็นนายกฯ แล้วยังจะมาเป็นทีมของพรรคภูมิใจไทยอีกถ้าได้ คุณผู้อ่่่่านฟังคลิปเฉลยที่มาของปัญหาเอง แล้วไม่ต้องคิดเลยว่า จะได้เกาะประจันคีรีเขตของไทยกลับมา

    https://youtube.com/shorts/bBgZ6KKM4B0?si=XZlUrF_p-FvDmN-6
    เรื่องระหว่างประเทศกัมพูชา ที่สุดคือกระทรวงต่างประเทศ ใครเป็น รมต. พรรคใคร มีทัศนคติส่วนตัวว่ามี MOU ไว้เพื่อมีเจรจา แล้วใต้การกำกับมี กรมสนธิสัญญา แล้วระดับสูง มีทัศนคติอย่างไรตามข่าว ที่สุดของที่สุด มาจากพรรคใด ใครเป็นนายกฯ แล้วยังจะมาเป็นทีมของพรรคภูมิใจไทยอีกถ้าได้ คุณผู้อ่่่่านฟังคลิปเฉลยที่มาของปัญหาเอง แล้วไม่ต้องคิดเลยว่า จะได้เกาะประจันคีรีเขตของไทยกลับมา https://youtube.com/shorts/bBgZ6KKM4B0?si=XZlUrF_p-FvDmN-6
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 8 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260111 #TechRadar

    Asus NUC 16 Pro: มินิพีซี AI แรงจัดรุ่นใหม่
    Asus เปิดตัว NUC 16 Pro มินิพีซีขนาดเล็กที่มาพร้อมชิป Intel Core Ultra X9 388H และกราฟิก Arc B390 ที่ให้พลังประมวลผล AI สูงถึง 180TOPS รองรับงานสร้างสรรค์ เกมระดับ 1080p และงานองค์กรได้อย่างคล่องตัว แม้กราฟิกจะยังไม่แซง Radeon 8060S แต่ก็โดดเด่นด้านประสิทธิภาพรวมและการเชื่อมต่อระดับโปร ทำให้เป็นหนึ่งในมินิพีซีที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้
    https://www.techradar.com/pro/asus-vies-for-fastest-mini-pc-ever-with-panther-lake-nuc-16-pro-b390-gpu-inside-the-core-ultra-x9-388h-impresses-but-wont-beat-the-8060s

    Ulefone RugKing: มือถือสายถึกราคาประหยัด
    Ulefone RugKing เป็นสมาร์ทโฟนสายลุยที่โดดเด่นด้วยความทนทานระดับ IP68/IP69K แบตเตอรี่ 9600 mAh และลำโพง 126dB ที่ดังสะใจ แม้ชิป Unisoc T7255 จะเก่าและประสิทธิภาพไม่สูง รวมถึงชาร์จช้า แต่ด้วยราคาต่ำกว่า $200 ทำให้รุ่นนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการมือถือใช้งานสมบุกสมบันในงานภาคสนามหรือกิจกรรมกลางแจ้งโดยไม่ต้องจ่ายแพง
    https://www.techradar.com/pro/phone-communications/ulefone-rugking-rugged-phone-review

    WiiM Sound vs Sonos Era 100: ศึกลำโพง Wi‑Fi เสียงดีคุ้มราคา
    การทดสอบเปรียบเทียบระหว่าง WiiM Sound และ Sonos Era 100 พบว่าทั้งคู่ให้คุณภาพเสียงดีแต่มีเอกลักษณ์ต่างกัน โดย Sonos เด่นด้านเสียงเบสและระบบปรับเสียงตามห้องที่แม่นยำกว่า ส่วน WiiM มีดีไซน์ล้ำพร้อมหน้าจอและรีโมตที่ใช้งานสะดวก แม้เบสจะบางกว่าเล็กน้อย ทำให้ Era 100 ดูคุ้มค่ากว่าในภาพรวม แต่ผู้ที่ชอบดีไซน์และความล้ำของฟีเจอร์อาจเลือก WiiM ได้ไม่ผิดหวัง
    https://www.techradar.com/audio/wireless-bluetooth-speakers/i-tested-wiims-wi-fi-speaker-against-the-sonos-era-100-heres-which-i-think-is-worth-buying

    ปี 2026 กับกระแส Geopatriation และอนาคตคลาวด์ทั่วโลก
    ผู้เชี่ยวชาญด้านคลาวด์คาดว่าในปี 2026 โลกจะเห็นการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่จากการพึ่งพา hyperscaler ไปสู่โซลูชัน sovereign cloud และโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศมากขึ้น หลังเหตุการณ์ outage และความเสี่ยงด้านข้อมูลในปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน AI ที่ต้องใช้พลังประมวลผลมหาศาลกำลังผลักดันให้เกิดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่ แต่ก็สร้างแรงกดดันต่อระบบพลังงานทั่วโลก ทำให้ยุคใหม่ของคลาวด์ต้องบาลานซ์ระหว่างความสะดวก ความปลอดภัย และความยั่งยืน
    https://www.techradar.com/pro/cloud-faces-some-key-challenges-in-2026-we-spoke-to-these-experts-to-find-out-whats-next

    จาก Vibe Coding สู่ Vibe Selling: AI เปลี่ยนงานขายอย่างไร
    แนวคิด “vibe selling” คือการใช้ AI เป็นผู้ช่วยร่วมงานแบบโต้ตอบ ช่วยทำงานซ้ำซาก เช่น วิเคราะห์ข้อมูล เขียนอีเมล หรือสรุปการสนทนากับลูกค้า เพื่อให้เซลส์โฟกัสกับงานที่ต้องใช้มนุษย์จริง ๆ อย่างการสร้างความสัมพันธ์และปิดการขาย โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเซลส์ที่ใช้ AI สามารถสร้างรายได้มากขึ้นถึง 77% แม้ AI จะช่วยงานได้มาก แต่บทบาทของมนุษย์ยังสำคัญในด้านความเชื่อใจและความเข้าใจลูกค้า
    https://www.techradar.com/pro/from-vibe-coding-to-vibe-selling-how-ai-is-reshaping-the-art-of-selling

    “AI จะไม่มาแทนมนุษย์ แต่ทุกคนเลี่ยงไม่ได้” — มุมมองจาก CEO Lenovo
    เลอโนโวเผยวิสัยทัศน์ว่า AI PC จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ขององค์กร โดยคาดว่าภายในปี 2026 ครึ่งหนึ่งของคอมพิวเตอร์องค์กรจะเป็น AI PC พร้อมย้ำว่า AI ไม่ได้มาแทนมนุษย์ แต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความจำ และความคิดสร้างสรรค์ให้ทุกคน ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าต้นทุนและการวางแผนระยะยาวยังเป็นความท้าทายท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี
    https://www.techradar.com/pro/nobody-can-avoid-ai-but-it-will-not-replace-humans-lenovo-ceo-explains-why-your-next-work-pc-could-be-an-ai-enabled-device

    Lexar เปิดตัว “AI-Grade Stick” สตอเรจถอดเปลี่ยนร้อนทันทีสำหรับงาน AI
    Lexar เปิดตัวสตอเรจแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงาน AI โดยเฉพาะ จุดเด่นคือการถอดเปลี่ยนแบบ hot-swap ได้ทันทีโดยไม่ต้องปิดเครื่อง และให้ประสิทธิภาพสูงสำหรับงานประมวลผลต่อเนื่อง แม้จะยังไม่มีข้อมูลราคาและการรองรับจากผู้ผลิตอุปกรณ์ แต่แนวคิดนี้ชี้ให้เห็นทิศทางใหม่ของสตอเรจแบบโมดูลาร์สำหรับแล็ปท็อปและเวิร์กสเตชันยุค AI
    https://www.techradar.com/pro/lexar-debuts-mysterious-ai-grade-stick-form-factor-that-promises-hot-swap-blazing-speeds-and-yes-ive-got-absolutely-no-clue-how-much-it-costs-and-whether-device-vendors-will-actually-use-it

    GMKtec EVO‑T2 มินิพีซีพลัง AI สูงกว่า Ryzen AI Max+ ถึง 50%
    GMKtec เปิดตัว EVO‑T2 มินิพีซีที่ใช้ชิป Intel Core Ultra X9 388H พร้อมพลังประมวลผล AI สูงถึง 180 TOPS ซึ่งมากกว่าคู่แข่งจาก AMD ถึง 50% ตัวเครื่องขนาดเล็กแต่รองรับ RAM สูงสุด 128GB, SSD สูงสุด 16TB และพอร์ตความเร็วสูงครบครัน เหมาะทั้งงานสร้างสรรค์และงาน AI หนัก ๆ โดย Intel CEO ยังมาเซ็นต้นแบบด้วยตัวเองในงาน CES 2026
    https://www.techradar.com/pro/gmktec-evo-t2-has-more-ai-firepower-than-ryzen-ai-max-395-mini-pc-core-ultra-x9-388h-delivers-180tops-50-percent-more-than-its-amd-rival

    Broadcom ปรับนิยาม “APU” ใหม่ในชิป Wi‑Fi 8 สำหรับเราเตอร์ยุคถัดไป
    Broadcom เปิดตัวชิป BCM4918 สำหรับเราเตอร์ Wi‑Fi 8 โดยนำคำว่า APU มาใช้ใหม่ในความหมายของชิปประมวลผลเครือข่ายที่รวม CPU, ระบบเร่งการประมวลผลแพ็กเก็ต, ความปลอดภัย และ AI ไว้ในตัวเดียว แม้ไม่มี GPU แต่รองรับ 10GbE และออกแบบให้เราเตอร์ทำงานคล้ายอุปกรณ์ edge computing มากขึ้น ซึ่งสะท้อนทิศทางใหม่ของฮาร์ดแวร์เครือข่ายในบ้าน
    https://www.techradar.com/pro/broadcom-reinvents-amds-apu-moniker-as-it-launches-wi-fi-8-chip-this-accelerated-processing-unit-doesnt-include-a-gpu-but-has-10gbe-connectivity

    Google Photos เตรียมเพิ่มตัวเลือก “ตั้งเวลาสำรองไฟล์” ควบคุมได้มากขึ้น
    Google Photos อาจเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ผู้ใช้ตั้งเวลาสำรองรูปและวิดีโอได้เอง แทนการสำรองอัตโนมัติเมื่อมีอินเทอร์เน็ตเหมือนปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมการใช้ดาต้าและช่วงเวลาที่ต้องการให้ระบบทำงานได้ดีขึ้น แม้ฟีเจอร์ยังไม่เปิดใช้งาน แต่โค้ดภายในแอปบ่งชี้ว่าการอัปเดตนี้ใกล้จะมาถึงแล้ว
    https://www.techradar.com/phones/android/google-photos-might-soon-give-you-more-control-over-how-your-photos-and-videos-are-backed-up
    📌📡🔴 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🔴📡📌 #รวมข่าวIT #20260111 #TechRadar 🖥️ Asus NUC 16 Pro: มินิพีซี AI แรงจัดรุ่นใหม่ Asus เปิดตัว NUC 16 Pro มินิพีซีขนาดเล็กที่มาพร้อมชิป Intel Core Ultra X9 388H และกราฟิก Arc B390 ที่ให้พลังประมวลผล AI สูงถึง 180TOPS รองรับงานสร้างสรรค์ เกมระดับ 1080p และงานองค์กรได้อย่างคล่องตัว แม้กราฟิกจะยังไม่แซง Radeon 8060S แต่ก็โดดเด่นด้านประสิทธิภาพรวมและการเชื่อมต่อระดับโปร ทำให้เป็นหนึ่งในมินิพีซีที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้ 🔗 https://www.techradar.com/pro/asus-vies-for-fastest-mini-pc-ever-with-panther-lake-nuc-16-pro-b390-gpu-inside-the-core-ultra-x9-388h-impresses-but-wont-beat-the-8060s 📱 Ulefone RugKing: มือถือสายถึกราคาประหยัด Ulefone RugKing เป็นสมาร์ทโฟนสายลุยที่โดดเด่นด้วยความทนทานระดับ IP68/IP69K แบตเตอรี่ 9600 mAh และลำโพง 126dB ที่ดังสะใจ แม้ชิป Unisoc T7255 จะเก่าและประสิทธิภาพไม่สูง รวมถึงชาร์จช้า แต่ด้วยราคาต่ำกว่า $200 ทำให้รุ่นนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการมือถือใช้งานสมบุกสมบันในงานภาคสนามหรือกิจกรรมกลางแจ้งโดยไม่ต้องจ่ายแพง 🔗 https://www.techradar.com/pro/phone-communications/ulefone-rugking-rugged-phone-review 🔊 WiiM Sound vs Sonos Era 100: ศึกลำโพง Wi‑Fi เสียงดีคุ้มราคา การทดสอบเปรียบเทียบระหว่าง WiiM Sound และ Sonos Era 100 พบว่าทั้งคู่ให้คุณภาพเสียงดีแต่มีเอกลักษณ์ต่างกัน โดย Sonos เด่นด้านเสียงเบสและระบบปรับเสียงตามห้องที่แม่นยำกว่า ส่วน WiiM มีดีไซน์ล้ำพร้อมหน้าจอและรีโมตที่ใช้งานสะดวก แม้เบสจะบางกว่าเล็กน้อย ทำให้ Era 100 ดูคุ้มค่ากว่าในภาพรวม แต่ผู้ที่ชอบดีไซน์และความล้ำของฟีเจอร์อาจเลือก WiiM ได้ไม่ผิดหวัง 🔗 https://www.techradar.com/audio/wireless-bluetooth-speakers/i-tested-wiims-wi-fi-speaker-against-the-sonos-era-100-heres-which-i-think-is-worth-buying 🌍 ปี 2026 กับกระแส Geopatriation และอนาคตคลาวด์ทั่วโลก ผู้เชี่ยวชาญด้านคลาวด์คาดว่าในปี 2026 โลกจะเห็นการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่จากการพึ่งพา hyperscaler ไปสู่โซลูชัน sovereign cloud และโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศมากขึ้น หลังเหตุการณ์ outage และความเสี่ยงด้านข้อมูลในปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน AI ที่ต้องใช้พลังประมวลผลมหาศาลกำลังผลักดันให้เกิดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่ แต่ก็สร้างแรงกดดันต่อระบบพลังงานทั่วโลก ทำให้ยุคใหม่ของคลาวด์ต้องบาลานซ์ระหว่างความสะดวก ความปลอดภัย และความยั่งยืน 🔗 https://www.techradar.com/pro/cloud-faces-some-key-challenges-in-2026-we-spoke-to-these-experts-to-find-out-whats-next 🤝 จาก Vibe Coding สู่ Vibe Selling: AI เปลี่ยนงานขายอย่างไร แนวคิด “vibe selling” คือการใช้ AI เป็นผู้ช่วยร่วมงานแบบโต้ตอบ ช่วยทำงานซ้ำซาก เช่น วิเคราะห์ข้อมูล เขียนอีเมล หรือสรุปการสนทนากับลูกค้า เพื่อให้เซลส์โฟกัสกับงานที่ต้องใช้มนุษย์จริง ๆ อย่างการสร้างความสัมพันธ์และปิดการขาย โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเซลส์ที่ใช้ AI สามารถสร้างรายได้มากขึ้นถึง 77% แม้ AI จะช่วยงานได้มาก แต่บทบาทของมนุษย์ยังสำคัญในด้านความเชื่อใจและความเข้าใจลูกค้า 🔗 https://www.techradar.com/pro/from-vibe-coding-to-vibe-selling-how-ai-is-reshaping-the-art-of-selling 🤖 “AI จะไม่มาแทนมนุษย์ แต่ทุกคนเลี่ยงไม่ได้” — มุมมองจาก CEO Lenovo เลอโนโวเผยวิสัยทัศน์ว่า AI PC จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ขององค์กร โดยคาดว่าภายในปี 2026 ครึ่งหนึ่งของคอมพิวเตอร์องค์กรจะเป็น AI PC พร้อมย้ำว่า AI ไม่ได้มาแทนมนุษย์ แต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความจำ และความคิดสร้างสรรค์ให้ทุกคน ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าต้นทุนและการวางแผนระยะยาวยังเป็นความท้าทายท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี 🔗 https://www.techradar.com/pro/nobody-can-avoid-ai-but-it-will-not-replace-humans-lenovo-ceo-explains-why-your-next-work-pc-could-be-an-ai-enabled-device ⚡ Lexar เปิดตัว “AI-Grade Stick” สตอเรจถอดเปลี่ยนร้อนทันทีสำหรับงาน AI Lexar เปิดตัวสตอเรจแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงาน AI โดยเฉพาะ จุดเด่นคือการถอดเปลี่ยนแบบ hot-swap ได้ทันทีโดยไม่ต้องปิดเครื่อง และให้ประสิทธิภาพสูงสำหรับงานประมวลผลต่อเนื่อง แม้จะยังไม่มีข้อมูลราคาและการรองรับจากผู้ผลิตอุปกรณ์ แต่แนวคิดนี้ชี้ให้เห็นทิศทางใหม่ของสตอเรจแบบโมดูลาร์สำหรับแล็ปท็อปและเวิร์กสเตชันยุค AI 🔗 https://www.techradar.com/pro/lexar-debuts-mysterious-ai-grade-stick-form-factor-that-promises-hot-swap-blazing-speeds-and-yes-ive-got-absolutely-no-clue-how-much-it-costs-and-whether-device-vendors-will-actually-use-it 🖥️ GMKtec EVO‑T2 มินิพีซีพลัง AI สูงกว่า Ryzen AI Max+ ถึง 50% GMKtec เปิดตัว EVO‑T2 มินิพีซีที่ใช้ชิป Intel Core Ultra X9 388H พร้อมพลังประมวลผล AI สูงถึง 180 TOPS ซึ่งมากกว่าคู่แข่งจาก AMD ถึง 50% ตัวเครื่องขนาดเล็กแต่รองรับ RAM สูงสุด 128GB, SSD สูงสุด 16TB และพอร์ตความเร็วสูงครบครัน เหมาะทั้งงานสร้างสรรค์และงาน AI หนัก ๆ โดย Intel CEO ยังมาเซ็นต้นแบบด้วยตัวเองในงาน CES 2026 🔗 https://www.techradar.com/pro/gmktec-evo-t2-has-more-ai-firepower-than-ryzen-ai-max-395-mini-pc-core-ultra-x9-388h-delivers-180tops-50-percent-more-than-its-amd-rival 📡 Broadcom ปรับนิยาม “APU” ใหม่ในชิป Wi‑Fi 8 สำหรับเราเตอร์ยุคถัดไป Broadcom เปิดตัวชิป BCM4918 สำหรับเราเตอร์ Wi‑Fi 8 โดยนำคำว่า APU มาใช้ใหม่ในความหมายของชิปประมวลผลเครือข่ายที่รวม CPU, ระบบเร่งการประมวลผลแพ็กเก็ต, ความปลอดภัย และ AI ไว้ในตัวเดียว แม้ไม่มี GPU แต่รองรับ 10GbE และออกแบบให้เราเตอร์ทำงานคล้ายอุปกรณ์ edge computing มากขึ้น ซึ่งสะท้อนทิศทางใหม่ของฮาร์ดแวร์เครือข่ายในบ้าน 🔗 https://www.techradar.com/pro/broadcom-reinvents-amds-apu-moniker-as-it-launches-wi-fi-8-chip-this-accelerated-processing-unit-doesnt-include-a-gpu-but-has-10gbe-connectivity 📷 Google Photos เตรียมเพิ่มตัวเลือก “ตั้งเวลาสำรองไฟล์” ควบคุมได้มากขึ้น Google Photos อาจเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ผู้ใช้ตั้งเวลาสำรองรูปและวิดีโอได้เอง แทนการสำรองอัตโนมัติเมื่อมีอินเทอร์เน็ตเหมือนปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมการใช้ดาต้าและช่วงเวลาที่ต้องการให้ระบบทำงานได้ดีขึ้น แม้ฟีเจอร์ยังไม่เปิดใช้งาน แต่โค้ดภายในแอปบ่งชี้ว่าการอัปเดตนี้ใกล้จะมาถึงแล้ว 🔗 https://www.techradar.com/phones/android/google-photos-might-soon-give-you-more-control-over-how-your-photos-and-videos-are-backed-up
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 86 มุมมอง 0 รีวิว
  • ASUS เพิ่ม ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ด Strix Neo AM5 — เตรียมพร้อมรองรับ Ryzen รุ่นอนาคต และใส่ไดรเวอร์ Wi‑Fi มาให้ล่วงหน้า

    ASUS เดินตามรอย Gigabyte ด้วยการอัปเกรด ขนาด BIOS ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ดตระกูล ROG Strix Neo AM5 ซึ่งมากกว่าเมนบอร์ด AM5 รุ่นก่อนหน้าถึงสองเท่า การเพิ่มความจุครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อความหรูหรา แต่เพื่อแก้ปัญหาเดียวกับที่เคยเกิดในยุค AM4 — เมื่อ BIOS มีพื้นที่ไม่พอรองรับ CPU รุ่นใหม่ ทำให้ต้องตัดฟีเจอร์หรือรองรับ CPU บางรุ่นไม่ได้

    เมนบอร์ดที่ได้อัปเกรด ROM ได้แก่
    ROG Strix X870E‑E Gaming WiFi7 Neo
    ROG Strix X870E‑A Gaming WiFi7 Neo
    ROG Strix B850‑F Gaming WiFi7 Neo
    ROG Strix B850‑A Gaming WiFi7 Neo

    แม้ตอนนี้ AM5 ยังไม่มีปัญหาความเข้ากันได้ของ CPU แต่ ASUS และ Gigabyte เลือก “กันไว้ก่อน” เพื่อรองรับ Ryzen รุ่นอนาคตโดยไม่ต้องตัดฟีเจอร์ BIOS ออกเหมือนยุค AM4 ที่เคยเจอปัญหา ROM 16MB ไม่พอจนต้องออกบอร์ดรุ่นใหม่ที่มี 32MB

    ในระหว่างที่ยังไม่มี CPU ใหม่มาใช้พื้นที่ ROM เพิ่มเติม ASUS ใช้พื้นที่ว่างนี้เพื่อ ใส่ไดรเวอร์ Wi‑Fi มาให้ใน BIOS เลย ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ติดตั้ง Windows 11 ได้ง่ายขึ้น เพราะ Microsoft บังคับให้ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและล็อกอินบัญชี Microsoft ก่อนติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ การมีไดรเวอร์ Wi‑Fi ติดตั้งล่วงหน้าจึงช่วยลดปัญหานี้ได้มาก

    นอกจากนี้ Strix Neo ยังเพิ่มฟีเจอร์คุณภาพชีวิตหลายอย่าง เช่น Q‑Release สำหรับถอดการ์ดจอใหญ่ ๆ ได้ง่ายขึ้น, การจัดสรรเลน PCIe ใหม่ที่ทำให้ใช้ PCIe 5.0 x16 พร้อม M.2 PCIe 5.0 สองตัวได้เต็มสปีด และเพิ่ม USB 2.0 headers ภายในถึง 3 ช่อง เพื่อรองรับอุปกรณ์ภายในเคสที่ต้องใช้พอร์ต USB เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ASUS เพิ่ม ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ด Strix Neo AM5
    เพื่อรองรับ Ryzen รุ่นอนาคตโดยไม่ต้องตัดฟีเจอร์ BIOS

    ใช้พื้นที่ ROM ส่วนเกินเพื่อติดตั้งไดรเวอร์ Wi‑Fi ล่วงหน้า
    ช่วยให้ติดตั้ง Windows 11 ได้ง่ายขึ้น

    เมนบอร์ดที่ได้รับอัปเกรดมี 4 รุ่นในตระกูล ROG Strix Neo
    X870E‑E, X870E‑A, B850‑F, B850‑A

    แก้ปัญหาที่เคยเกิดในยุค AM4 ที่ ROM ไม่พอรองรับ CPU ใหม่
    AM4 เคยต้องตัดฟีเจอร์ BIOS เพื่อให้พอพื้นที่

    Strix Neo เพิ่มฟีเจอร์คุณภาพชีวิตหลายอย่าง
    Q‑Release, PCIe optimization, USB 2.0 headers เพิ่มขึ้น

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    แม้ ROM ใหญ่ขึ้น แต่ยังต้องรอทดสอบจริงกับ Ryzen รุ่นอนาคต
    ความเข้ากันได้จริงอาจขึ้นกับการออกแบบ BIOS ในอนาคต

    การแชร์เลน PCIe ระหว่าง M.2 และ USB4 อาจมีผลกับบางการใช้งาน
    ผู้ใช้ที่ต้องการแบนด์วิดท์สูงสุดทุกอุปกรณ์ควรตรวจสอบก่อน

    ฟีเจอร์ Wi‑Fi pre‑install อาจไม่รองรับทุกเวอร์ชันของ Windows
    โดยเฉพาะการติดตั้งแบบ offline หรือเวอร์ชันเก่า

    https://www.tomshardware.com/pc-components/motherboards/asus-adds-64mb-rom-to-strix-neo-am5-motherboards-following-gigabyte-capacity-large-enough-to-fit-pre-installed-wi-fi-drivers
    🧩⚡ ASUS เพิ่ม ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ด Strix Neo AM5 — เตรียมพร้อมรองรับ Ryzen รุ่นอนาคต และใส่ไดรเวอร์ Wi‑Fi มาให้ล่วงหน้า ASUS เดินตามรอย Gigabyte ด้วยการอัปเกรด ขนาด BIOS ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ดตระกูล ROG Strix Neo AM5 ซึ่งมากกว่าเมนบอร์ด AM5 รุ่นก่อนหน้าถึงสองเท่า การเพิ่มความจุครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อความหรูหรา แต่เพื่อแก้ปัญหาเดียวกับที่เคยเกิดในยุค AM4 — เมื่อ BIOS มีพื้นที่ไม่พอรองรับ CPU รุ่นใหม่ ทำให้ต้องตัดฟีเจอร์หรือรองรับ CPU บางรุ่นไม่ได้ เมนบอร์ดที่ได้อัปเกรด ROM ได้แก่ 💠 ROG Strix X870E‑E Gaming WiFi7 Neo 💠 ROG Strix X870E‑A Gaming WiFi7 Neo 💠 ROG Strix B850‑F Gaming WiFi7 Neo 💠 ROG Strix B850‑A Gaming WiFi7 Neo แม้ตอนนี้ AM5 ยังไม่มีปัญหาความเข้ากันได้ของ CPU แต่ ASUS และ Gigabyte เลือก “กันไว้ก่อน” เพื่อรองรับ Ryzen รุ่นอนาคตโดยไม่ต้องตัดฟีเจอร์ BIOS ออกเหมือนยุค AM4 ที่เคยเจอปัญหา ROM 16MB ไม่พอจนต้องออกบอร์ดรุ่นใหม่ที่มี 32MB ในระหว่างที่ยังไม่มี CPU ใหม่มาใช้พื้นที่ ROM เพิ่มเติม ASUS ใช้พื้นที่ว่างนี้เพื่อ ใส่ไดรเวอร์ Wi‑Fi มาให้ใน BIOS เลย ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ติดตั้ง Windows 11 ได้ง่ายขึ้น เพราะ Microsoft บังคับให้ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและล็อกอินบัญชี Microsoft ก่อนติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ การมีไดรเวอร์ Wi‑Fi ติดตั้งล่วงหน้าจึงช่วยลดปัญหานี้ได้มาก นอกจากนี้ Strix Neo ยังเพิ่มฟีเจอร์คุณภาพชีวิตหลายอย่าง เช่น Q‑Release สำหรับถอดการ์ดจอใหญ่ ๆ ได้ง่ายขึ้น, การจัดสรรเลน PCIe ใหม่ที่ทำให้ใช้ PCIe 5.0 x16 พร้อม M.2 PCIe 5.0 สองตัวได้เต็มสปีด และเพิ่ม USB 2.0 headers ภายในถึง 3 ช่อง เพื่อรองรับอุปกรณ์ภายในเคสที่ต้องใช้พอร์ต USB เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ASUS เพิ่ม ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ด Strix Neo AM5 ➡️ เพื่อรองรับ Ryzen รุ่นอนาคตโดยไม่ต้องตัดฟีเจอร์ BIOS ✅ ใช้พื้นที่ ROM ส่วนเกินเพื่อติดตั้งไดรเวอร์ Wi‑Fi ล่วงหน้า ➡️ ช่วยให้ติดตั้ง Windows 11 ได้ง่ายขึ้น ✅ เมนบอร์ดที่ได้รับอัปเกรดมี 4 รุ่นในตระกูล ROG Strix Neo ➡️ X870E‑E, X870E‑A, B850‑F, B850‑A ✅ แก้ปัญหาที่เคยเกิดในยุค AM4 ที่ ROM ไม่พอรองรับ CPU ใหม่ ➡️ AM4 เคยต้องตัดฟีเจอร์ BIOS เพื่อให้พอพื้นที่ ✅ Strix Neo เพิ่มฟีเจอร์คุณภาพชีวิตหลายอย่าง ➡️ Q‑Release, PCIe optimization, USB 2.0 headers เพิ่มขึ้น คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ แม้ ROM ใหญ่ขึ้น แต่ยังต้องรอทดสอบจริงกับ Ryzen รุ่นอนาคต ⛔ ความเข้ากันได้จริงอาจขึ้นกับการออกแบบ BIOS ในอนาคต ‼️ การแชร์เลน PCIe ระหว่าง M.2 และ USB4 อาจมีผลกับบางการใช้งาน ⛔ ผู้ใช้ที่ต้องการแบนด์วิดท์สูงสุดทุกอุปกรณ์ควรตรวจสอบก่อน ‼️ ฟีเจอร์ Wi‑Fi pre‑install อาจไม่รองรับทุกเวอร์ชันของ Windows ⛔ โดยเฉพาะการติดตั้งแบบ offline หรือเวอร์ชันเก่า https://www.tomshardware.com/pc-components/motherboards/asus-adds-64mb-rom-to-strix-neo-am5-motherboards-following-gigabyte-capacity-large-enough-to-fit-pre-installed-wi-fi-drivers
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 58 มุมมอง 0 รีวิว
  • AMD เปิดตัว Instinct MI500X: ก้าวกระโดด 1,000 เท่า สู่ยุค YottaFLOPS

    AMD ประกาศชิป AI รุ่นใหม่ Instinct MI500X ที่จะเปิดตัวในปี 2027 พร้อมเคลมประสิทธิภาพสูงกว่า MI300X ถึง 1,000 เท่า และปูทางสู่ยุคศูนย์ข้อมูลระดับ YottaFLOPS

    ยุคใหม่ของ AI Compute: จาก ZettaFLOPS สู่ YottaFLOPS
    ความต้องการประมวลผลของศูนย์ข้อมูล AI เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง จากระดับ 100 ZettaFLOPS ในปัจจุบัน ไปสู่ 10+ YottaFLOPS ภายใน 5 ปี ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 100 เท่า ตามการประเมินของ AMD การเติบโตนี้ผลักดันให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ต้องเร่งพัฒนาชิปที่แรงขึ้นทุกปี โดย AMD ระบุว่า MI500X จะเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตระกูล Instinct

    สถาปัตยกรรม CDNA 6 + 2nm + HBM4E: จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่
    Instinct MI500X จะใช้สถาปัตยกรรม CDNA 6 รุ่นใหม่ ผลิตบนกระบวนการ TSMC 2nm (N2-series) และใช้หน่วยความจำ HBM4E ความเร็วสูง ซึ่งเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่จาก MI300X ที่ใช้ CDNA 3 และ HBM3
    นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มรูปแบบตัวเลขความแม่นยำต่ำ เช่น FP4 เพื่อรองรับงาน AI ขนาดใหญ่ และอาจรองรับ PCIe 6.0 สำหรับการเชื่อมต่อกับ CPU รุ่นใหม่ในอนาคต

    ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 1,000 เท่าใน 4 ปี: เป็นไปได้อย่างไร?
    AMD ระบุว่า MI500X จะมีประสิทธิภาพสูงกว่า MI300X ถึง 1,000 เท่า ภายในช่วงเวลาเพียง 4 ปี ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน เช่น
    การกระโดดของสถาปัตยกรรมจาก CDNA 3 → CDNA 6
    การเพิ่มความหนาแน่นของ Tensor/Machine Compute
    การเชื่อมต่อหน่วยความจำที่แน่นขึ้น
    การใช้กระบวนการผลิต 2nm ที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น
    ทั้งหมดนี้ทำให้ MI500X กลายเป็น GPU สำหรับ AI และ HPC ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ AMD เคยประกาศ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    MI500X คือก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของ AMD
    ประสิทธิภาพสูงกว่า MI300X ถึง 1,000 เท่า
    ใช้สถาปัตยกรรม CDNA 6 + กระบวนการผลิต 2nm

    รองรับยุค YottaFLOPS
    ศูนย์ข้อมูล AI ต้องการพลังประมวลผลเพิ่มขึ้น 100 เท่าใน 5 ปี
    MI500X ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเติบโตนี้โดยเฉพาะ

    เทคโนโลยีใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามา
    HBM4E ความเร็วสูง
    รองรับ FP4 และรูปแบบตัวเลขความแม่นยำต่ำสำหรับ AI

    ความท้าทายและข้อควรระวัง
    การเพิ่มประสิทธิภาพ 1,000 เท่าอาจขึ้นกับ workload เฉพาะ ไม่ใช่ทุกงานจะได้ผลลัพธ์เท่ากัน
    การใช้เทคโนโลยี 2nm และ HBM4E อาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้นมาก

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/amd-unwraps-instinct-mi500-boasting-1-000x-more-performance-versus-mi300x-setting-the-stage-for-the-era-of-yottaflops-data-centers
    🚀 AMD เปิดตัว Instinct MI500X: ก้าวกระโดด 1,000 เท่า สู่ยุค YottaFLOPS AMD ประกาศชิป AI รุ่นใหม่ Instinct MI500X ที่จะเปิดตัวในปี 2027 พร้อมเคลมประสิทธิภาพสูงกว่า MI300X ถึง 1,000 เท่า และปูทางสู่ยุคศูนย์ข้อมูลระดับ YottaFLOPS 🧠 ยุคใหม่ของ AI Compute: จาก ZettaFLOPS สู่ YottaFLOPS ความต้องการประมวลผลของศูนย์ข้อมูล AI เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง จากระดับ 100 ZettaFLOPS ในปัจจุบัน ไปสู่ 10+ YottaFLOPS ภายใน 5 ปี ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 100 เท่า ตามการประเมินของ AMD การเติบโตนี้ผลักดันให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ต้องเร่งพัฒนาชิปที่แรงขึ้นทุกปี โดย AMD ระบุว่า MI500X จะเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตระกูล Instinct 🏗️ สถาปัตยกรรม CDNA 6 + 2nm + HBM4E: จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ Instinct MI500X จะใช้สถาปัตยกรรม CDNA 6 รุ่นใหม่ ผลิตบนกระบวนการ TSMC 2nm (N2-series) และใช้หน่วยความจำ HBM4E ความเร็วสูง ซึ่งเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่จาก MI300X ที่ใช้ CDNA 3 และ HBM3 นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มรูปแบบตัวเลขความแม่นยำต่ำ เช่น FP4 เพื่อรองรับงาน AI ขนาดใหญ่ และอาจรองรับ PCIe 6.0 สำหรับการเชื่อมต่อกับ CPU รุ่นใหม่ในอนาคต ⚡ ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 1,000 เท่าใน 4 ปี: เป็นไปได้อย่างไร? AMD ระบุว่า MI500X จะมีประสิทธิภาพสูงกว่า MI300X ถึง 1,000 เท่า ภายในช่วงเวลาเพียง 4 ปี ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน เช่น 💠 การกระโดดของสถาปัตยกรรมจาก CDNA 3 → CDNA 6 💠 การเพิ่มความหนาแน่นของ Tensor/Machine Compute 💠 การเชื่อมต่อหน่วยความจำที่แน่นขึ้น 💠 การใช้กระบวนการผลิต 2nm ที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้ MI500X กลายเป็น GPU สำหรับ AI และ HPC ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ AMD เคยประกาศ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ MI500X คือก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของ AMD ➡️ ประสิทธิภาพสูงกว่า MI300X ถึง 1,000 เท่า ➡️ ใช้สถาปัตยกรรม CDNA 6 + กระบวนการผลิต 2nm ✅ รองรับยุค YottaFLOPS ➡️ ศูนย์ข้อมูล AI ต้องการพลังประมวลผลเพิ่มขึ้น 100 เท่าใน 5 ปี ➡️ MI500X ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเติบโตนี้โดยเฉพาะ ✅ เทคโนโลยีใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามา ➡️ HBM4E ความเร็วสูง ➡️ รองรับ FP4 และรูปแบบตัวเลขความแม่นยำต่ำสำหรับ AI ‼️ ความท้าทายและข้อควรระวัง ⛔ การเพิ่มประสิทธิภาพ 1,000 เท่าอาจขึ้นกับ workload เฉพาะ ไม่ใช่ทุกงานจะได้ผลลัพธ์เท่ากัน ⛔ การใช้เทคโนโลยี 2nm และ HBM4E อาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้นมาก https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/amd-unwraps-instinct-mi500-boasting-1-000x-more-performance-versus-mi300x-setting-the-stage-for-the-era-of-yottaflops-data-centers
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 138 มุมมอง 0 รีวิว
  • NVIDIA เปิดตัว “Rubin Platform” — แพลตฟอร์ม AI ที่ทรงพลังที่สุดในโลก พร้อมชิป 6 ตัว และประสิทธิภาพสูงกว่า Blackwell ถึง 5 เท่า

    NVIDIA เปิดตัวแพลตฟอร์ม Rubin อย่างเป็นทางการ ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นหัวใจของศูนย์ข้อมูล AI รุ่นถัดไป โดย Rubin ให้ประสิทธิภาพสูงกว่า Blackwell ถึง 5× ในงาน inference และ 3.5× ในงาน training พร้อมสเปกที่เรียกได้ว่า “สุดขีด” ของวงการ AI ในปัจจุบัน

    แพลตฟอร์ม Rubin ประกอบด้วย 6 ชิปหลัก ได้แก่
    Rubin GPU (336 พันล้านทรานซิสเตอร์)
    Vera CPU (227 พันล้านทรานซิสเตอร์)
    NVLink 6 Switch
    ConnectX‑9 (CX9)
    BlueField‑4 (BF4)
    Spectrum‑X 102.4T CPO (silicon photonics)
    ทั้งหมดถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันในระบบ DGX / HGX / MGX รุ่นใหม่ โดยมีหัวใจคือ Vera Rubin Superchip ที่รวม 2× Rubin GPU + 1× Vera CPU + HBM4 + LPDDR5X ไว้ในแพ็กเกจเดียว

    Rubin GPU ใช้ดีไซน์แบบ dual‑reticle พร้อม Tensor/Compute cores จำนวนมาก ให้ประสิทธิภาพสูงสุด 50 PFLOPs (NVFP4 inference) และ 35 PFLOPs (training) พร้อม HBM4 ที่ให้แบนด์วิดท์สูงสุด 22 TB/s ต่อชิป ซึ่งมากกว่า Blackwell ถึง 2.8×

    ด้าน Vera CPU ใช้สถาปัตยกรรม Arm แบบ custom “Olympus” จำนวน 88 คอร์ / 176 เธรด พร้อม NVLink‑C2C 1.8 TB/s และรองรับหน่วยความจำสูงสุด 1.5 TB LPDDR5X ซึ่งมากกว่า Grace ถึง 3 เท่า และให้ประสิทธิภาพด้าน data processing / compression สูงกว่าเดิม 2×

    ไฮไลต์สำคัญจาก Rubin Platform
    ความสามารถหลักของ Rubin
    50 PFLOPs inference / 35 PFLOPs training ต่อ GPU
    HBM4 แบนด์วิดท์ 22 TB/s ต่อชิป (มากกว่า Blackwell 2.8×)
    NVLink 6 แบนด์วิดท์ 3.6 TB/s ต่อ CPU (เพิ่มขึ้น 2×)
    Vera CPU 88 คอร์ Olympus + 1.5 TB LPDDR5X
    Confidential Computing รุ่นที่ 3 (Rack‑scale TEE)

    จุดเด่นด้านระบบเครือข่าย
    ConnectX‑9 SuperNIC แบนด์วิดท์ 1.6 TB/s
    BlueField‑4 DPU 800G พร้อม Grace 64 คอร์ในตัว
    Spectrum‑X 102.4T CPO ให้ประสิทธิภาพเครือข่าย 95% ที่สเกลสูง

    ระบบระดับศูนย์ข้อมูล: NVL72 และ SuperPOD
    NVIDIA เปิดตัว Vera Rubin NVL72 rack ซึ่งรวม 72 GPUs + 36 CPUs พร้อมสเปกที่เหนือกว่า Blackwell อย่างมาก:
    5× inference throughput (3.6 EFLOPS)
    3.5× training throughput (2.5 EFLOPS)
    2.8× HBM4 bandwidth (1.6 PB/s)
    2× scale‑up bandwidth (260 TB/s)

    SuperPOD รุ่นใหม่ใช้ 8× NVL72 racks และยังมีรุ่นเล็กกว่าอย่าง DGX Rubin NVL8 สำหรับศูนย์ข้อมูลทั่วไป

    ผลลัพธ์ที่ NVIDIA เคลม
    ลดต้นทุน inference ต่อ token ลง 10×
    ลดจำนวน GPU ที่ต้องใช้ในการเทรน MoE ลง 4×
    Rubin ecosystem พร้อมผลิตและส่งมอบภายในปีนี้

    https://wccftech.com/nvidia-rubin-most-advanced-ai-platform-50-pflops-vera-cpu-5x-uplift-vs-blackwell/
    🤖⚡ NVIDIA เปิดตัว “Rubin Platform” — แพลตฟอร์ม AI ที่ทรงพลังที่สุดในโลก พร้อมชิป 6 ตัว และประสิทธิภาพสูงกว่า Blackwell ถึง 5 เท่า NVIDIA เปิดตัวแพลตฟอร์ม Rubin อย่างเป็นทางการ ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นหัวใจของศูนย์ข้อมูล AI รุ่นถัดไป โดย Rubin ให้ประสิทธิภาพสูงกว่า Blackwell ถึง 5× ในงาน inference และ 3.5× ในงาน training พร้อมสเปกที่เรียกได้ว่า “สุดขีด” ของวงการ AI ในปัจจุบัน แพลตฟอร์ม Rubin ประกอบด้วย 6 ชิปหลัก ได้แก่ 💠 Rubin GPU (336 พันล้านทรานซิสเตอร์) 💠 Vera CPU (227 พันล้านทรานซิสเตอร์) 💠 NVLink 6 Switch 💠 ConnectX‑9 (CX9) 💠 BlueField‑4 (BF4) 💠 Spectrum‑X 102.4T CPO (silicon photonics) ทั้งหมดถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันในระบบ DGX / HGX / MGX รุ่นใหม่ โดยมีหัวใจคือ Vera Rubin Superchip ที่รวม 2× Rubin GPU + 1× Vera CPU + HBM4 + LPDDR5X ไว้ในแพ็กเกจเดียว Rubin GPU ใช้ดีไซน์แบบ dual‑reticle พร้อม Tensor/Compute cores จำนวนมาก ให้ประสิทธิภาพสูงสุด 50 PFLOPs (NVFP4 inference) และ 35 PFLOPs (training) พร้อม HBM4 ที่ให้แบนด์วิดท์สูงสุด 22 TB/s ต่อชิป ซึ่งมากกว่า Blackwell ถึง 2.8× ด้าน Vera CPU ใช้สถาปัตยกรรม Arm แบบ custom “Olympus” จำนวน 88 คอร์ / 176 เธรด พร้อม NVLink‑C2C 1.8 TB/s และรองรับหน่วยความจำสูงสุด 1.5 TB LPDDR5X ซึ่งมากกว่า Grace ถึง 3 เท่า และให้ประสิทธิภาพด้าน data processing / compression สูงกว่าเดิม 2× 📌 ไฮไลต์สำคัญจาก Rubin Platform ✅ ความสามารถหลักของ Rubin ➡️ 50 PFLOPs inference / 35 PFLOPs training ต่อ GPU ➡️ HBM4 แบนด์วิดท์ 22 TB/s ต่อชิป (มากกว่า Blackwell 2.8×) ➡️ NVLink 6 แบนด์วิดท์ 3.6 TB/s ต่อ CPU (เพิ่มขึ้น 2×) ➡️ Vera CPU 88 คอร์ Olympus + 1.5 TB LPDDR5X ➡️ Confidential Computing รุ่นที่ 3 (Rack‑scale TEE) ‼️ จุดเด่นด้านระบบเครือข่าย ⛔ ConnectX‑9 SuperNIC แบนด์วิดท์ 1.6 TB/s ⛔ BlueField‑4 DPU 800G พร้อม Grace 64 คอร์ในตัว ⛔ Spectrum‑X 102.4T CPO ให้ประสิทธิภาพเครือข่าย 95% ที่สเกลสูง 🧩 ระบบระดับศูนย์ข้อมูล: NVL72 และ SuperPOD NVIDIA เปิดตัว Vera Rubin NVL72 rack ซึ่งรวม 72 GPUs + 36 CPUs พร้อมสเปกที่เหนือกว่า Blackwell อย่างมาก: 💠 5× inference throughput (3.6 EFLOPS) 💠 3.5× training throughput (2.5 EFLOPS) 💠 2.8× HBM4 bandwidth (1.6 PB/s) 💠 2× scale‑up bandwidth (260 TB/s) SuperPOD รุ่นใหม่ใช้ 8× NVL72 racks และยังมีรุ่นเล็กกว่าอย่าง DGX Rubin NVL8 สำหรับศูนย์ข้อมูลทั่วไป 📌 ผลลัพธ์ที่ NVIDIA เคลม ➡️ ลดต้นทุน inference ต่อ token ลง 10× ➡️ ลดจำนวน GPU ที่ต้องใช้ในการเทรน MoE ลง 4× ➡️ Rubin ecosystem พร้อมผลิตและส่งมอบภายในปีนี้ https://wccftech.com/nvidia-rubin-most-advanced-ai-platform-50-pflops-vera-cpu-5x-uplift-vs-blackwell/
    WCCFTECH.COM
    NVIDIA Rubin Is The Most Advanced AI Platform On The Planet: Up To 50 PFLOPs With HBM4, Vera CPU With 88 Olympus Cores, And Delivers 5x Uplift Vs Blackwell
    NVIDIA is formally announcing its Rubin AI platform today which will be the heart of next-gen Data Centers, with a 5x upgrade over Blackwell.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 147 มุมมอง 0 รีวิว
  • M5 Max แรงทะลุชิปโน้ตบุ๊ก! เบนช์มาร์กหลุดชี้แรงกว่า RTX 5070 Ti Laptop

    Apple เตรียมสร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดชิปประมวลผลอีกครั้ง เมื่อมีข้อมูลประเมินประสิทธิภาพของ M5 Max หลุดออกมาจาก Reddit และถูกนำเสนอโดย Wccftech ซึ่งเผยให้เห็นว่าชิปตัวนี้อาจมีประสิทธิภาพด้านเกมสูงกว่า NVIDIA RTX 5070 Ti Laptop และเข้าใกล้ระดับ RTX 4070 Desktop อย่างน่าทึ่งในบางเกม

    ข้อมูลนี้มาจากการเปรียบเทียบเกม Cyberpunk 2077 และ Assassin’s Creed Shadows ที่ความละเอียด 1080p Ultra โดยอ้างอิงจากข้อมูลของ Notebookcheck และการคาดการณ์จากประสิทธิภาพของ Apple Silicon รุ่นก่อนหน้า ทำให้เห็นว่า M5 Max มีการกระโดดด้านประสิทธิภาพแบบก้าวกระโดดจาก M4 Max มากกว่า 47–54% ในสองเกมนี้

    ใน Cyberpunk 2077 นั้น M5 Max ทำเฟรมเรตได้ 125 FPS ซึ่งสูงกว่า RTX 5070 Ti Laptop ที่ 120 FPS เล็กน้อย และตามหลัง RTX 4070 Desktop เพียง 0.79% เท่านั้น ขณะที่ใน Assassin’s Creed Shadows แม้ RTX 5070 Ti Laptop จะนำเล็กน้อย แต่ M5 Max ก็ยังทำได้ดีกว่า RTX 5060 Desktop อย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าชิป Apple Silicon รุ่นใหม่กำลังไล่จี้ตลาด GPU ระดับกลางอย่างจริงจัง

    อย่างไรก็ตาม Wccftech เตือนว่าข้อมูลนี้ยังเป็นเพียง “ประมาณการ” และยังมีคำถามสำคัญ เช่น จำนวน GPU cores ของ M5 Max, การเปิดใช้ MetalFX, frame generation หรือ ray tracing ซึ่งอาจมีผลต่อผลลัพธ์จริงเมื่อเปิดตัวอย่างเป็นทางการในครึ่งปีแรกของ 2026 นี้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ผลทดสอบเกมที่ประเมินของ M5 Max
    Cyberpunk 2077: 125 FPS (แรงกว่า RTX 5070 Ti Laptop 4%)
    Assassin’s Creed Shadows: 51 FPS (ช้ากว่า RTX 5070 Ti Laptop เล็กน้อย)
    เร็วกว่า M4 Max ถึง 47–54% ในสองเกมที่ทดสอบ

    จุดเด่นที่คาดว่าจะมาพร้อม M5 Max
    สถาปัตยกรรมใหม่ที่เพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์
    อาจรองรับ MetalFX และ frame generation รุ่นใหม่
    ประสิทธิภาพใกล้เคียง RTX 4070 Desktop ในบางเกม

    ข้อควรระวังในการตีความผลทดสอบ
    เป็นข้อมูล “ประมาณการ” ไม่ใช่ผลทดสอบจริงจากเครื่องขายจริง
    ไม่ระบุจำนวน GPU cores ของ M5 Max
    ไม่ชัดเจนว่ามีการเปิดใช้ upscaling หรือ frame generation หรือไม่

    ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
    Apple อาจเริ่มท้าชนตลาดเกมบนโน้ตบุ๊กมากขึ้น
    NVIDIA อาจต้องเร่งพัฒนา GPU Laptop ให้แรงขึ้น
    ผู้ใช้ Mac อาจได้ประสบการณ์เล่นเกมดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด

    https://wccftech.com/m5-max-estimated-gaming-benchmark-faster-than-laptop-rtx-5070-ti/
    🎮 M5 Max แรงทะลุชิปโน้ตบุ๊ก! เบนช์มาร์กหลุดชี้แรงกว่า RTX 5070 Ti Laptop Apple เตรียมสร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดชิปประมวลผลอีกครั้ง เมื่อมีข้อมูลประเมินประสิทธิภาพของ M5 Max หลุดออกมาจาก Reddit และถูกนำเสนอโดย Wccftech ซึ่งเผยให้เห็นว่าชิปตัวนี้อาจมีประสิทธิภาพด้านเกมสูงกว่า NVIDIA RTX 5070 Ti Laptop และเข้าใกล้ระดับ RTX 4070 Desktop อย่างน่าทึ่งในบางเกม ข้อมูลนี้มาจากการเปรียบเทียบเกม Cyberpunk 2077 และ Assassin’s Creed Shadows ที่ความละเอียด 1080p Ultra โดยอ้างอิงจากข้อมูลของ Notebookcheck และการคาดการณ์จากประสิทธิภาพของ Apple Silicon รุ่นก่อนหน้า ทำให้เห็นว่า M5 Max มีการกระโดดด้านประสิทธิภาพแบบก้าวกระโดดจาก M4 Max มากกว่า 47–54% ในสองเกมนี้ ใน Cyberpunk 2077 นั้น M5 Max ทำเฟรมเรตได้ 125 FPS ซึ่งสูงกว่า RTX 5070 Ti Laptop ที่ 120 FPS เล็กน้อย และตามหลัง RTX 4070 Desktop เพียง 0.79% เท่านั้น ขณะที่ใน Assassin’s Creed Shadows แม้ RTX 5070 Ti Laptop จะนำเล็กน้อย แต่ M5 Max ก็ยังทำได้ดีกว่า RTX 5060 Desktop อย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าชิป Apple Silicon รุ่นใหม่กำลังไล่จี้ตลาด GPU ระดับกลางอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม Wccftech เตือนว่าข้อมูลนี้ยังเป็นเพียง “ประมาณการ” และยังมีคำถามสำคัญ เช่น จำนวน GPU cores ของ M5 Max, การเปิดใช้ MetalFX, frame generation หรือ ray tracing ซึ่งอาจมีผลต่อผลลัพธ์จริงเมื่อเปิดตัวอย่างเป็นทางการในครึ่งปีแรกของ 2026 นี้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ผลทดสอบเกมที่ประเมินของ M5 Max ➡️ Cyberpunk 2077: 125 FPS (แรงกว่า RTX 5070 Ti Laptop 4%) ➡️ Assassin’s Creed Shadows: 51 FPS (ช้ากว่า RTX 5070 Ti Laptop เล็กน้อย) ➡️ เร็วกว่า M4 Max ถึง 47–54% ในสองเกมที่ทดสอบ ✅ จุดเด่นที่คาดว่าจะมาพร้อม M5 Max ➡️ สถาปัตยกรรมใหม่ที่เพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์ ➡️ อาจรองรับ MetalFX และ frame generation รุ่นใหม่ ➡️ ประสิทธิภาพใกล้เคียง RTX 4070 Desktop ในบางเกม ‼️ ข้อควรระวังในการตีความผลทดสอบ ⛔ เป็นข้อมูล “ประมาณการ” ไม่ใช่ผลทดสอบจริงจากเครื่องขายจริง ⛔ ไม่ระบุจำนวน GPU cores ของ M5 Max ⛔ ไม่ชัดเจนว่ามีการเปิดใช้ upscaling หรือ frame generation หรือไม่ ‼️ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม ⛔ Apple อาจเริ่มท้าชนตลาดเกมบนโน้ตบุ๊กมากขึ้น ⛔ NVIDIA อาจต้องเร่งพัฒนา GPU Laptop ให้แรงขึ้น ⛔ ผู้ใช้ Mac อาจได้ประสบการณ์เล่นเกมดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด https://wccftech.com/m5-max-estimated-gaming-benchmark-faster-than-laptop-rtx-5070-ti/
    WCCFTECH.COM
    Apple’s M5 Max To Outperform NVIDIA’s Laptop RTX 5070 Ti In One Gaming Benchmark, According To Estimated Comparison, Up To 54% Faster Than M4 Max
    A Redditor has provided a detailed performance comparison table that includes Apple’s M5 Max, which is slightly faster than the laptop RTX 5070 Ti
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 129 มุมมอง 0 รีวิว
  • ความรู้ ฟังเพลินๆ
    https://youtu.be/QZk-r0F80HY?si=f_ram47vAa-EYKJP
    #ความรู้
    #ทวีป
    #ละติน
    #พูดน้อยI
    #PudnoiI
    ความรู้ ฟังเพลินๆ https://youtu.be/QZk-r0F80HY?si=f_ram47vAa-EYKJP #ความรู้ #ทวีป #ละติน #พูดน้อยI #PudnoiI
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 85 มุมมอง 0 รีวิว
  • https://youtu.be/u3pgArcWm4I?si=Q7qDNoJ5_O5Fseyj
    https://youtu.be/u3pgArcWm4I?si=Q7qDNoJ5_O5Fseyj
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 32 มุมมอง 0 รีวิว
  • https://youtu.be/OM4l3tWnlrs?si=AsY_xIsss-OVS9lI
    https://youtu.be/OM4l3tWnlrs?si=AsY_xIsss-OVS9lI
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 28 มุมมอง 0 รีวิว
  • https://youtu.be/r3YvC1zJEJA?si=_JbtDIl-pj9RJM4q
    https://youtu.be/r3YvC1zJEJA?si=_JbtDIl-pj9RJM4q
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 27 มุมมอง 0 รีวิว
  • Samsung พลิกเกมตลาด HBM แซง Micron หลังโชว์ศักยภาพ HBM3E และ HBM4

    หลังจากช่วงต้นปี 2025 ที่ Samsung ดูเหมือนจะตามหลังคู่แข่งในตลาด HBM แต่การปรับโครงสร้างภายในและการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีอย่างจริงจังทำให้บริษัทสามารถกลับมาทวงพื้นที่ได้สำเร็จ โดยเฉพาะเมื่อ AMD และ NVIDIA เริ่มหันมาใช้กระบวนการผลิต HBM3E และ HBM4 ของ Samsung ซึ่งเป็นสัญญาณว่าผู้ผลิตรายใหญ่ในอุตสาหกรรม AI เริ่มให้ความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีของบริษัทมากขึ้น

    ในไตรมาส 3 ปี 2025 Samsung สามารถทำยอดขาย HBM จนมีส่วนแบ่งตลาด 22% แซงหน้า Micron แม้ยังตามหลัง SK hynix อยู่ แต่ก็ถือเป็นการฟื้นตัวครั้งใหญ่จากปีที่แล้วที่ส่วนแบ่งเคยอยู่ที่ 40% ก่อนจะร่วงลงอย่างหนัก การกลับมาครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาด DRAM และ HBM ทั่วโลกกำลังเผชิญภาวะขาดแคลน ทำให้ผู้ผลิตที่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทันกลายเป็นผู้ได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ทันที

    ความได้เปรียบสำคัญของ Samsung คือความเร็ว pin speed ของ HBM4 ที่สูงที่สุดในอุตสาหกรรม รวมถึงแผนการตั้งราคาที่แข่งขันได้ ซึ่งช่วยดึงดูดลูกค้ารายใหญ่ที่ต้องการหน่วยความจำสำหรับงาน AI ขนาดใหญ่ เช่น NVIDIA Rubin และ AMD Instinct MI400 ที่จะเปิดตัวในปี 2026 การที่ Samsung สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านเทคโนโลยีและราคา ทำให้บริษัทกลับมาเป็นผู้เล่นที่น่ากลัวในตลาดนี้อีกครั้ง

    เมื่อเข้าสู่ปี 2026 ผลลัพธ์ของการลงทุนด้าน HBM จะยิ่งชัดเจนขึ้น เพราะผลิตภัณฑ์ที่ใช้ HBM4 จะเริ่มเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ Samsung กลับมาท้าทาย SK hynix อย่างจริงจังในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจากความต้องการด้าน AI, LLM, และระบบประมวลผลความเร็วสูงทั่วโลก

    สรุปประเด็นสำคัญแบบ
    Samsung ฟื้นตัวในตลาด HBM
    ส่วนแบ่งตลาด Q3 2025 ขึ้นมาที่ 22% แซง Micron
    การปรับนโยบายภายในและเร่งพัฒนาเทคโนโลยีช่วยให้กลับมามีบทบาทอีกครั้ง

    การดึงลูกค้ารายใหญ่กลับมา
    AMD และ NVIDIA เริ่มใช้ HBM3E และ HBM4 ของ Samsung
    ความเร็ว pin speed ของ HBM4 สูงที่สุดในอุตสาหกรรม ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

    บริบทตลาด HBM และ DRAM
    ตลาดกำลังขาดแคลนอย่างหนัก ทำให้ผู้ผลิตที่เพิ่มกำลังผลิตได้มีความได้เปรียบ
    ความต้องการจาก AI และ Data Center พุ่งสูงต่อเนื่องทั่วโลก

    ผลกระทบเชิงกลยุทธ์
    Samsung มีโอกาสกลับมาท้าทาย SK hynix ในปี 2026
    การตั้งราคาที่แข่งขันได้ช่วยดึงลูกค้าระดับองค์กรกลับมา

    ประเด็นเสี่ยงและคำเตือนที่ควรจับตา
    ความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน
    ความต้องการ HBM สูงกว่ากำลังผลิตรวมของ Samsung, SK hynix และ Micron อาจทำให้เกิดคอขวดต่อเนื่อง

    ความท้าทายด้านการแข่งขัน
    SK hynix ยังคงเป็นผู้นำตลาด และอาจเร่งเปิดตัว HBM4E เพื่อตอบโต้
    หาก Samsungไม่สามารถรักษาคุณภาพและ yield rate ของ HBM4 ได้ อาจเสียโมเมนตัมอีกครั้ง

    https://wccftech.com/the-tables-are-turning-for-samsung-in-the-hbm-market/
    🚀 Samsung พลิกเกมตลาด HBM แซง Micron หลังโชว์ศักยภาพ HBM3E และ HBM4 หลังจากช่วงต้นปี 2025 ที่ Samsung ดูเหมือนจะตามหลังคู่แข่งในตลาด HBM แต่การปรับโครงสร้างภายในและการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีอย่างจริงจังทำให้บริษัทสามารถกลับมาทวงพื้นที่ได้สำเร็จ โดยเฉพาะเมื่อ AMD และ NVIDIA เริ่มหันมาใช้กระบวนการผลิต HBM3E และ HBM4 ของ Samsung ซึ่งเป็นสัญญาณว่าผู้ผลิตรายใหญ่ในอุตสาหกรรม AI เริ่มให้ความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีของบริษัทมากขึ้น ในไตรมาส 3 ปี 2025 Samsung สามารถทำยอดขาย HBM จนมีส่วนแบ่งตลาด 22% แซงหน้า Micron แม้ยังตามหลัง SK hynix อยู่ แต่ก็ถือเป็นการฟื้นตัวครั้งใหญ่จากปีที่แล้วที่ส่วนแบ่งเคยอยู่ที่ 40% ก่อนจะร่วงลงอย่างหนัก การกลับมาครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาด DRAM และ HBM ทั่วโลกกำลังเผชิญภาวะขาดแคลน ทำให้ผู้ผลิตที่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทันกลายเป็นผู้ได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ทันที ความได้เปรียบสำคัญของ Samsung คือความเร็ว pin speed ของ HBM4 ที่สูงที่สุดในอุตสาหกรรม รวมถึงแผนการตั้งราคาที่แข่งขันได้ ซึ่งช่วยดึงดูดลูกค้ารายใหญ่ที่ต้องการหน่วยความจำสำหรับงาน AI ขนาดใหญ่ เช่น NVIDIA Rubin และ AMD Instinct MI400 ที่จะเปิดตัวในปี 2026 การที่ Samsung สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านเทคโนโลยีและราคา ทำให้บริษัทกลับมาเป็นผู้เล่นที่น่ากลัวในตลาดนี้อีกครั้ง เมื่อเข้าสู่ปี 2026 ผลลัพธ์ของการลงทุนด้าน HBM จะยิ่งชัดเจนขึ้น เพราะผลิตภัณฑ์ที่ใช้ HBM4 จะเริ่มเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ Samsung กลับมาท้าทาย SK hynix อย่างจริงจังในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจากความต้องการด้าน AI, LLM, และระบบประมวลผลความเร็วสูงทั่วโลก 📌 สรุปประเด็นสำคัญแบบ ✅ Samsung ฟื้นตัวในตลาด HBM ➡️ ส่วนแบ่งตลาด Q3 2025 ขึ้นมาที่ 22% แซง Micron ➡️ การปรับนโยบายภายในและเร่งพัฒนาเทคโนโลยีช่วยให้กลับมามีบทบาทอีกครั้ง ✅ การดึงลูกค้ารายใหญ่กลับมา ➡️ AMD และ NVIDIA เริ่มใช้ HBM3E และ HBM4 ของ Samsung ➡️ ความเร็ว pin speed ของ HBM4 สูงที่สุดในอุตสาหกรรม ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ✅ บริบทตลาด HBM และ DRAM ➡️ ตลาดกำลังขาดแคลนอย่างหนัก ทำให้ผู้ผลิตที่เพิ่มกำลังผลิตได้มีความได้เปรียบ ➡️ ความต้องการจาก AI และ Data Center พุ่งสูงต่อเนื่องทั่วโลก ✅ ผลกระทบเชิงกลยุทธ์ ➡️ Samsung มีโอกาสกลับมาท้าทาย SK hynix ในปี 2026 ➡️ การตั้งราคาที่แข่งขันได้ช่วยดึงลูกค้าระดับองค์กรกลับมา ⚠️ ประเด็นเสี่ยงและคำเตือนที่ควรจับตา ‼️ ความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน ⛔ ความต้องการ HBM สูงกว่ากำลังผลิตรวมของ Samsung, SK hynix และ Micron อาจทำให้เกิดคอขวดต่อเนื่อง ‼️ ความท้าทายด้านการแข่งขัน ⛔ SK hynix ยังคงเป็นผู้นำตลาด และอาจเร่งเปิดตัว HBM4E เพื่อตอบโต้ ⛔ หาก Samsungไม่สามารถรักษาคุณภาพและ yield rate ของ HBM4 ได้ อาจเสียโมเมนตัมอีกครั้ง https://wccftech.com/the-tables-are-turning-for-samsung-in-the-hbm-market/
    WCCFTECH.COM
    The Tables Are Turning for Samsung in the HBM Market, as It Has Now Overtaken Micron After Recent HBM3E & HBM4 Breakthroughs
    Samsung's HBM business has managed to make a massive comeback, as the firm now sees its quarterly market share surpassing that of Micron's.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 326 มุมมอง 0 รีวิว
  • มาตรฐานใหม่ SPHBM4 มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุน

    JEDEC กำลังพัฒนา SPHBM4 ซึ่งเป็นการปรับปรุงจาก HBM4 โดยลดความกว้างของบัสจาก 2048-bit เหลือ 512-bit แต่ใช้เทคนิค 4:1 serialization เพื่อรักษาแบนด์วิดท์เทียบเท่า HBM4 จุดเด่นคือสามารถใช้ substrate แบบ organic แทนการใช้ interposer ที่มีราคาแพง ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงและเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบแพ็กเกจ

    ประสิทธิภาพและความจุ
    แม้จะลดความกว้างของบัส แต่ SPHBM4 ยังสามารถรองรับ ความจุสูงสุดต่อ stack ได้ถึง 64GB เทียบเท่ากับ HBM4E การออกแบบนี้ช่วยให้ผู้ผลิต AI accelerators สามารถเพิ่มจำนวน stack ได้มากขึ้นโดยไม่เปลืองพื้นที่ซิลิคอน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในยุคที่การประมวลผล AI ต้องการทั้ง compute power และ memory capacity

    ต้นทุนและข้อจำกัด
    แม้ SPHBM4 จะถูกกว่า HBM4 แต่ก็ยังมีต้นทุนสูงกว่า GDDR7 เนื่องจากต้องใช้ DRAM แบบ stacked และกระบวนการ TSV (Through-Silicon Via) ที่ซับซ้อน ทำให้ SPHBM4 ไม่ใช่ “GDDR killer” สำหรับตลาดเกม แต่เหมาะกับงาน AI, HPC และ data center ที่ต้องการความเร็วและความจุสูงมากกว่า

    ความหมายต่ออนาคตอุตสาหกรรม
    การเปิดตัว SPHBM4 แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมกำลังหาทาง บาลานซ์ระหว่างประสิทธิภาพและต้นทุน เพื่อให้เทคโนโลยี HBM เข้าถึงได้กว้างขึ้น หากมาตรฐานนี้ได้รับการยอมรับ อาจช่วยให้การพัฒนา AI accelerators และเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่มีความสามารถสูงขึ้นโดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนมหาศาล

    สรุปประเด็นสำคัญ
    มาตรฐาน SPHBM4
    ใช้บัส 512-bit พร้อม 4:1 serialization เพื่อรักษาแบนด์วิดท์ระดับ HBM4

    ความจุสูงสุด
    รองรับได้ถึง 64GB ต่อ stack เทียบเท่า HBM4E

    ต้นทุนที่ลดลง
    ใช้ organic substrate แทน interposer ทำให้ราคาถูกลง

    การใช้งานที่เหมาะสม
    เหมาะกับ AI accelerators และ data center ไม่ใช่ตลาดเกม

    ข้อจำกัดด้านต้นทุน
    แม้ถูกกว่า HBM4 แต่ยังแพงกว่า GDDR7 สำหรับตลาด consumer

    ความท้าทายด้านการผลิต
    การใช้ TSV และ stacked DRAM ยังคงซับซ้อนและไม่เหมาะกับการผลิตจำนวนมาก

    https://www.tomshardware.com/pc-components/dram/industry-preps-cheap-hbm4-memory-spec-with-narrow-interface-but-it-isnt-a-gddr-killer-jedecs-new-sphbm4-spec-weds-hbm4-performance-and-lower-costs-to-enable-higher-capacity
    💡 มาตรฐานใหม่ SPHBM4 มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุน JEDEC กำลังพัฒนา SPHBM4 ซึ่งเป็นการปรับปรุงจาก HBM4 โดยลดความกว้างของบัสจาก 2048-bit เหลือ 512-bit แต่ใช้เทคนิค 4:1 serialization เพื่อรักษาแบนด์วิดท์เทียบเท่า HBM4 จุดเด่นคือสามารถใช้ substrate แบบ organic แทนการใช้ interposer ที่มีราคาแพง ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงและเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบแพ็กเกจ 🚀 ประสิทธิภาพและความจุ แม้จะลดความกว้างของบัส แต่ SPHBM4 ยังสามารถรองรับ ความจุสูงสุดต่อ stack ได้ถึง 64GB เทียบเท่ากับ HBM4E การออกแบบนี้ช่วยให้ผู้ผลิต AI accelerators สามารถเพิ่มจำนวน stack ได้มากขึ้นโดยไม่เปลืองพื้นที่ซิลิคอน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในยุคที่การประมวลผล AI ต้องการทั้ง compute power และ memory capacity ⚡ ต้นทุนและข้อจำกัด แม้ SPHBM4 จะถูกกว่า HBM4 แต่ก็ยังมีต้นทุนสูงกว่า GDDR7 เนื่องจากต้องใช้ DRAM แบบ stacked และกระบวนการ TSV (Through-Silicon Via) ที่ซับซ้อน ทำให้ SPHBM4 ไม่ใช่ “GDDR killer” สำหรับตลาดเกม แต่เหมาะกับงาน AI, HPC และ data center ที่ต้องการความเร็วและความจุสูงมากกว่า 🔮 ความหมายต่ออนาคตอุตสาหกรรม การเปิดตัว SPHBM4 แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมกำลังหาทาง บาลานซ์ระหว่างประสิทธิภาพและต้นทุน เพื่อให้เทคโนโลยี HBM เข้าถึงได้กว้างขึ้น หากมาตรฐานนี้ได้รับการยอมรับ อาจช่วยให้การพัฒนา AI accelerators และเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่มีความสามารถสูงขึ้นโดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนมหาศาล 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ มาตรฐาน SPHBM4 ➡️ ใช้บัส 512-bit พร้อม 4:1 serialization เพื่อรักษาแบนด์วิดท์ระดับ HBM4 ✅ ความจุสูงสุด ➡️ รองรับได้ถึง 64GB ต่อ stack เทียบเท่า HBM4E ✅ ต้นทุนที่ลดลง ➡️ ใช้ organic substrate แทน interposer ทำให้ราคาถูกลง ✅ การใช้งานที่เหมาะสม ➡️ เหมาะกับ AI accelerators และ data center ไม่ใช่ตลาดเกม ‼️ ข้อจำกัดด้านต้นทุน ⛔ แม้ถูกกว่า HBM4 แต่ยังแพงกว่า GDDR7 สำหรับตลาด consumer ‼️ ความท้าทายด้านการผลิต ⛔ การใช้ TSV และ stacked DRAM ยังคงซับซ้อนและไม่เหมาะกับการผลิตจำนวนมาก https://www.tomshardware.com/pc-components/dram/industry-preps-cheap-hbm4-memory-spec-with-narrow-interface-but-it-isnt-a-gddr-killer-jedecs-new-sphbm4-spec-weds-hbm4-performance-and-lower-costs-to-enable-higher-capacity
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 321 มุมมอง 0 รีวิว
  • ปรส. M40 ทหารไทย โจมตีฐานที่มั่นทหารกัมพูชา เข้าเป้า100% 10/12/68 #ปรส. M40 #ทหารไทย #ทหารกัมพูชา #TruthFromThailand #SaveThailand
    ปรส. M40 ทหารไทย โจมตีฐานที่มั่นทหารกัมพูชา เข้าเป้า100% 10/12/68 #ปรส. M40 #ทหารไทย #ทหารกัมพูชา #TruthFromThailand #SaveThailand
    Like
    Love
    5
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 432 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • Samsung เร่งสปีด HBM4 เพื่อจับมือ NVIDIA

    หลังจากเคยถูกมองว่าตามหลังคู่แข่งในตลาด HBM ซัมซุงได้พัฒนา HBM4 (High Bandwidth Memory รุ่นที่ 6) เสร็จสมบูรณ์ และผ่านขั้นตอน Production Readiness Approval (PRA) ซึ่งถือเป็นด่านสุดท้ายก่อนการผลิตจำนวนมาก ขณะนี้บริษัทได้ส่งตัวอย่างไปให้ NVIDIA ทดสอบสำหรับแพลตฟอร์ม GPU รุ่นใหม่ “Rubin” โดยผลทดสอบเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า HBM4 สามารถทำความเร็วได้ถึง 11Gbps ต่อ pin ซึ่งเกินมาตรฐานที่ NVIDIA ต้องการ

    เทคโนโลยีที่เหนือกว่า HBM3E
    HBM4 ของซัมซุงถูกคาดว่าจะให้ แบนด์วิดท์สูงขึ้นกว่า HBM3E ราว 60% ซึ่งถือเป็นการยกระดับครั้งใหญ่สำหรับงานด้าน AI และการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ความเร็วนี้ไม่เพียงตอบโจทย์การ์ดจอรุ่นใหม่ แต่ยังช่วยให้ศูนย์ข้อมูล AI สามารถทำงานได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยคู่แข่งอย่าง Micron และ SK Hynix ก็เร่งพัฒนาเช่นกัน แต่ซัมซุงหวังจะกลับมาเป็นผู้นำในตลาดนี้

    ความต้องการ AI ชิปทั่วโลก
    ปี 2025 ความต้องการชิปสำหรับ AI พุ่งสูงจนเกิด วิกฤติขาดแคลนหน่วยความจำทั่วโลก ทั้ง DRAM และ NAND flash ราคาพุ่งขึ้นต่อเนื่อง และผู้ผลิตสมาร์ทโฟนถึงขั้นพิจารณานำ microSD card slot กลับมาเพื่อบรรเทาผลกระทบ การที่ซัมซุงสามารถผลิต HBM4 ได้ทันเวลา จึงอาจเป็นโอกาสสำคัญในการครองตลาดและสร้างรายได้มหาศาล

    ความเสี่ยงและการแข่งขัน
    แม้ซัมซุงจะมีความได้เปรียบ แต่การแข่งขันกับ Micron และ SK Hynix ยังคงดุเดือด โดย Micron ได้เปิดตัว HBM4 ที่มีแบนด์วิดท์สูงถึง 2.8TB/s ซึ่งอาจกดดันซัมซุงในเชิงเทคนิคและราคา นอกจากนี้ ความต้องการที่สูงเกินไปอาจทำให้เกิด ภาวะขาดแคลนชิปต่อเนื่องไปจนถึงปี 2028 ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค

    สรุปเป็นหัวข้อ
    ซัมซุงพัฒนา HBM4 สำเร็จ
    ผ่านการตรวจสอบ Production Readiness Approval (PRA)
    ส่งตัวอย่างไปให้ NVIDIA ทดสอบบนแพลตฟอร์ม Rubin

    HBM4 เร็วกว่า HBM3E ราว 60%
    ความเร็วสูงถึง 11Gbps ต่อ pin
    รองรับงาน AI และศูนย์ข้อมูลที่ต้องการประสิทธิภาพสูง

    ตลาด AI ชิปกำลังขาดแคลนทั่วโลก
    ราคาหน่วยความจำพุ่งสูง
    ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนพิจารณานำ microSD card slot กลับมา

    การแข่งขันกับคู่แข่งยังรุนแรง
    Micron เปิดตัว HBM4 ที่มีแบนด์วิดท์ 2.8TB/s
    SK Hynix ยังคงเป็นคู่แข่งสำคัญในตลาด

    ความเสี่ยงจากวิกฤติชิปทั่วโลก
    อาจเกิดภาวะขาดแคลนต่อเนื่องถึงปี 2028
    ราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อาจสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    https://wccftech.com/once-left-behind-samsung-is-now-regaining-momentum-in-its-hbm-business/
    🚀 Samsung เร่งสปีด HBM4 เพื่อจับมือ NVIDIA หลังจากเคยถูกมองว่าตามหลังคู่แข่งในตลาด HBM ซัมซุงได้พัฒนา HBM4 (High Bandwidth Memory รุ่นที่ 6) เสร็จสมบูรณ์ และผ่านขั้นตอน Production Readiness Approval (PRA) ซึ่งถือเป็นด่านสุดท้ายก่อนการผลิตจำนวนมาก ขณะนี้บริษัทได้ส่งตัวอย่างไปให้ NVIDIA ทดสอบสำหรับแพลตฟอร์ม GPU รุ่นใหม่ “Rubin” โดยผลทดสอบเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า HBM4 สามารถทำความเร็วได้ถึง 11Gbps ต่อ pin ซึ่งเกินมาตรฐานที่ NVIDIA ต้องการ ⚡ เทคโนโลยีที่เหนือกว่า HBM3E HBM4 ของซัมซุงถูกคาดว่าจะให้ แบนด์วิดท์สูงขึ้นกว่า HBM3E ราว 60% ซึ่งถือเป็นการยกระดับครั้งใหญ่สำหรับงานด้าน AI และการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ความเร็วนี้ไม่เพียงตอบโจทย์การ์ดจอรุ่นใหม่ แต่ยังช่วยให้ศูนย์ข้อมูล AI สามารถทำงานได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยคู่แข่งอย่าง Micron และ SK Hynix ก็เร่งพัฒนาเช่นกัน แต่ซัมซุงหวังจะกลับมาเป็นผู้นำในตลาดนี้ 🌐 ความต้องการ AI ชิปทั่วโลก ปี 2025 ความต้องการชิปสำหรับ AI พุ่งสูงจนเกิด วิกฤติขาดแคลนหน่วยความจำทั่วโลก ทั้ง DRAM และ NAND flash ราคาพุ่งขึ้นต่อเนื่อง และผู้ผลิตสมาร์ทโฟนถึงขั้นพิจารณานำ microSD card slot กลับมาเพื่อบรรเทาผลกระทบ การที่ซัมซุงสามารถผลิต HBM4 ได้ทันเวลา จึงอาจเป็นโอกาสสำคัญในการครองตลาดและสร้างรายได้มหาศาล ⚠️ ความเสี่ยงและการแข่งขัน แม้ซัมซุงจะมีความได้เปรียบ แต่การแข่งขันกับ Micron และ SK Hynix ยังคงดุเดือด โดย Micron ได้เปิดตัว HBM4 ที่มีแบนด์วิดท์สูงถึง 2.8TB/s ซึ่งอาจกดดันซัมซุงในเชิงเทคนิคและราคา นอกจากนี้ ความต้องการที่สูงเกินไปอาจทำให้เกิด ภาวะขาดแคลนชิปต่อเนื่องไปจนถึงปี 2028 ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ ซัมซุงพัฒนา HBM4 สำเร็จ ➡️ ผ่านการตรวจสอบ Production Readiness Approval (PRA) ➡️ ส่งตัวอย่างไปให้ NVIDIA ทดสอบบนแพลตฟอร์ม Rubin ✅ HBM4 เร็วกว่า HBM3E ราว 60% ➡️ ความเร็วสูงถึง 11Gbps ต่อ pin ➡️ รองรับงาน AI และศูนย์ข้อมูลที่ต้องการประสิทธิภาพสูง ✅ ตลาด AI ชิปกำลังขาดแคลนทั่วโลก ➡️ ราคาหน่วยความจำพุ่งสูง ➡️ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนพิจารณานำ microSD card slot กลับมา ‼️ การแข่งขันกับคู่แข่งยังรุนแรง ⛔ Micron เปิดตัว HBM4 ที่มีแบนด์วิดท์ 2.8TB/s ⛔ SK Hynix ยังคงเป็นคู่แข่งสำคัญในตลาด ‼️ ความเสี่ยงจากวิกฤติชิปทั่วโลก ⛔ อาจเกิดภาวะขาดแคลนต่อเนื่องถึงปี 2028 ⛔ ราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อาจสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง https://wccftech.com/once-left-behind-samsung-is-now-regaining-momentum-in-its-hbm-business/
    WCCFTECH.COM
    Once Left Behind, Samsung Is Now Regaining Momentum in Its HBM Business as It Targets NVIDIA’s HBM4 Approval as Early as This Month
    Samsung's HBM business is expected to see a turnaround next year, as the Korean giant is on track to secure HBM4 qualification.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 368 มุมมอง 0 รีวิว
  • iMac G3 กลับมาในร่าง M4-powered

    นักโมดิฟาย YouTube ชื่อ Zac Builds ได้สร้างโปรเจกต์สุดเจ๋ง โดยนำ iMac G3 รุ่นคลาสสิกจากยุค 90s มาดัดแปลงใหม่ให้กลายเป็น M4 iMac G3 ที่ใช้งานได้จริง ด้วยการใส่ Mac mini รุ่นใหม่, จอ 4K OLED และชิ้นส่วน 3D-printed เพื่อเสริมความแข็งแรง

    โปรเจกต์นี้เริ่มจากการรื้อ iMac G3 ออกทั้งหมด เหลือเพียงโครงและเคสใสสีขาว จากนั้น Zac ใช้เครื่องพิมพ์ 3D สร้างชิ้นส่วนเสริมเพื่อให้โครงแข็งแรงขึ้น ก่อนจะติดตั้ง Mac mini รุ่น M4 เป็นสมองหลักของเครื่อง พร้อมระบบไฟที่ดัดแปลงจาก power supply เดิมของ G3

    การปรับแต่งและอัปเกรด
    เพิ่ม ลำโพงใหม่ พร้อมแอมป์ดิจิทัล 200 วัตต์ เพื่อแทนที่ลำโพงเดิมที่เสียหาย
    ติดตั้ง Dock SSD เพื่อขยายความจุโดยไม่ต้องจ่ายแพงให้ Apple
    สร้างพอร์ตใหม่ เช่น Thunderbolt, USB-C, USB-A และ Ethernet ผ่านชิ้นส่วน 3D-printed
    ใส่ จอ 14 นิ้ว 4K OLED พร้อมตัวแปลงที่ทำให้หน้าจอเข้ากับเคสโค้งของ G3 ได้อย่างลงตัว

    ความหมายและผลกระทบ
    โปรเจกต์นี้ไม่เพียงแต่สร้างความ nostalgia ให้กับผู้ใช้ที่เคยสัมผัส iMac G3 ในยุค 90s แต่ยังสะท้อนถึงการผสมผสานระหว่าง ดีไซน์คลาสสิกกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ทำให้เครื่องใช้งานได้จริงในปัจจุบัน แม้ภายในจะเต็มไปด้วยสายไฟที่ดูยุ่งเหยิง แต่ก็เป็นตัวอย่างที่ดีของการรีไซเคิลและการสร้างสรรค์ในวงการ maker

    ข้อควรระวัง
    แม้โปรเจกต์นี้จะน่าสนใจ แต่การดัดแปลงลักษณะนี้ต้องใช้ความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์และการพิมพ์ 3D ขั้นสูง หากทำผิดพลาดอาจทำให้เครื่องเสียหายหรือเกิดอันตรายจากไฟฟ้าได้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Zac Builds ดัดแปลง iMac G3 เป็น M4 iMac G3
    ใช้ Mac mini รุ่นใหม่และจอ 4K OLED

    การปรับแต่งด้วย 3D Printing และอุปกรณ์ใหม่
    เพิ่มพอร์ต, ลำโพง, SSD dock และแอมป์ดิจิทัล

    ความหมายเชิง nostalgia และการรีไซเคิล
    ผสมผสานดีไซน์คลาสสิกกับเทคโนโลยีสมัยใหม่

    คำเตือนสำหรับผู้ที่อยากทำตาม
    ต้องมีความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์และการพิมพ์ 3D
    เสี่ยงต่อความเสียหายและอันตรายจากไฟฟ้าหากทำผิดพลาด

    https://www.tomshardware.com/maker-stem/intrepid-modder-builds-an-m4-powered-4k-imac-g3-with-3d-printed-parts-guts-90s-all-in-one-and-replaces-internals-with-a-mac-mini-and-an-oled-screen
    🖥️ iMac G3 กลับมาในร่าง M4-powered นักโมดิฟาย YouTube ชื่อ Zac Builds ได้สร้างโปรเจกต์สุดเจ๋ง โดยนำ iMac G3 รุ่นคลาสสิกจากยุค 90s มาดัดแปลงใหม่ให้กลายเป็น M4 iMac G3 ที่ใช้งานได้จริง ด้วยการใส่ Mac mini รุ่นใหม่, จอ 4K OLED และชิ้นส่วน 3D-printed เพื่อเสริมความแข็งแรง โปรเจกต์นี้เริ่มจากการรื้อ iMac G3 ออกทั้งหมด เหลือเพียงโครงและเคสใสสีขาว จากนั้น Zac ใช้เครื่องพิมพ์ 3D สร้างชิ้นส่วนเสริมเพื่อให้โครงแข็งแรงขึ้น ก่อนจะติดตั้ง Mac mini รุ่น M4 เป็นสมองหลักของเครื่อง พร้อมระบบไฟที่ดัดแปลงจาก power supply เดิมของ G3 🔧 การปรับแต่งและอัปเกรด 💠 เพิ่ม ลำโพงใหม่ พร้อมแอมป์ดิจิทัล 200 วัตต์ เพื่อแทนที่ลำโพงเดิมที่เสียหาย 💠 ติดตั้ง Dock SSD เพื่อขยายความจุโดยไม่ต้องจ่ายแพงให้ Apple 💠 สร้างพอร์ตใหม่ เช่น Thunderbolt, USB-C, USB-A และ Ethernet ผ่านชิ้นส่วน 3D-printed 💠 ใส่ จอ 14 นิ้ว 4K OLED พร้อมตัวแปลงที่ทำให้หน้าจอเข้ากับเคสโค้งของ G3 ได้อย่างลงตัว 🌍 ความหมายและผลกระทบ โปรเจกต์นี้ไม่เพียงแต่สร้างความ nostalgia ให้กับผู้ใช้ที่เคยสัมผัส iMac G3 ในยุค 90s แต่ยังสะท้อนถึงการผสมผสานระหว่าง ดีไซน์คลาสสิกกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ทำให้เครื่องใช้งานได้จริงในปัจจุบัน แม้ภายในจะเต็มไปด้วยสายไฟที่ดูยุ่งเหยิง แต่ก็เป็นตัวอย่างที่ดีของการรีไซเคิลและการสร้างสรรค์ในวงการ maker ⚠️ ข้อควรระวัง แม้โปรเจกต์นี้จะน่าสนใจ แต่การดัดแปลงลักษณะนี้ต้องใช้ความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์และการพิมพ์ 3D ขั้นสูง หากทำผิดพลาดอาจทำให้เครื่องเสียหายหรือเกิดอันตรายจากไฟฟ้าได้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Zac Builds ดัดแปลง iMac G3 เป็น M4 iMac G3 ➡️ ใช้ Mac mini รุ่นใหม่และจอ 4K OLED ✅ การปรับแต่งด้วย 3D Printing และอุปกรณ์ใหม่ ➡️ เพิ่มพอร์ต, ลำโพง, SSD dock และแอมป์ดิจิทัล ✅ ความหมายเชิง nostalgia และการรีไซเคิล ➡️ ผสมผสานดีไซน์คลาสสิกกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ‼️ คำเตือนสำหรับผู้ที่อยากทำตาม ⛔ ต้องมีความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์และการพิมพ์ 3D ⛔ เสี่ยงต่อความเสียหายและอันตรายจากไฟฟ้าหากทำผิดพลาด https://www.tomshardware.com/maker-stem/intrepid-modder-builds-an-m4-powered-4k-imac-g3-with-3d-printed-parts-guts-90s-all-in-one-and-replaces-internals-with-a-mac-mini-and-an-oled-screen
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 227 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20251205 #securityonline

    Google ทดลองให้ AI เขียนหัวข้อข่าวใหม่ แต่กลับทำให้ข้อมูลผิดเพี้ยน
    Google กำลังทดสอบระบบที่ให้ AI เขียนหัวข้อข่าวใหม่ในบริการ Google Discover โดยตั้งใจให้ผู้ใช้เข้าใจเนื้อหาได้เร็วขึ้นและกดเข้าไปอ่าน แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามที่หวัง เพราะหลายครั้งหัวข้อที่ AI เขียนขึ้นมาเกิดการบิดเบือนความหมายเดิมจนทำให้เข้าใจผิด ตัวอย่างเช่น ข่าวเกี่ยวกับเครื่องเกม Steam Machine ที่ยังไม่เปิดเผยราคา แต่ AI กลับเขียนหัวข้อว่า “Steam Machine price revealed” ซึ่งผิดไปจากข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง เรื่องนี้ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า หากปล่อยให้ AI เขียนหัวข้อข่าวโดยไม่มีการควบคุม อาจทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดและลดความน่าเชื่อถือของสื่อ รวมถึงกระทบต่อจำนวนคนที่คลิกเข้าไปอ่านเนื้อหาจริง แม้ Google จะบอกว่าทดลองกับผู้ใช้เพียงส่วนน้อย แต่สำนักข่าวหลายแห่งก็เริ่มเห็นผลกระทบต่อทราฟฟิกของตนแล้ว
    https://securityonline.info/misleading-ai-headlines-google-discover-testing-rewrites-that-distort-news-facts

    AWS ดันชิป Trainium สร้างรายได้หลายพันล้าน ท้าชน NVIDIA
    Amazon ผ่าน AWS กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดชิป AI ที่ NVIDIA ครองอยู่ ด้วยการพัฒนา Trainium ซึ่งตอนนี้ทำรายได้ระดับหลายพันล้านดอลลาร์แล้ว โดยรุ่น Trainium2 ถูกใช้งานมากกว่า 100,000 บริษัท และผลิตไปแล้วกว่า 1 ล้านชิป จุดเด่นคือราคาถูกกว่า GPU ของ NVIDIA แต่ยังคงให้ประสิทธิภาพสูง ทำให้หลายองค์กรเลือกใช้ โดยเฉพาะ Anthropic ที่ใช้ชิป Trainium2 กว่า 500,000 ตัวในการสร้างโมเดลใหม่ของ Claude ล่าสุด AWS เปิดตัว Trainium3 ที่แรงขึ้น 4 เท่าและประหยัดพลังงานมากขึ้น พร้อมแผนพัฒนา Trainium4 ที่สามารถทำงานร่วมกับ GPU ของ NVIDIA ได้อย่างลื่นไหล ถือเป็นการเปลี่ยนกลยุทธ์จากการแข่งตรง ๆ ไปสู่การสร้างระบบไฮบริดที่ยืดหยุ่นกว่า
    https://securityonline.info/aws-trainium-chip-business-hits-multi-billion-revenue-challenging-nvidias-pricing

    Meta ดึงตัวดีไซน์เนอร์ระดับตำนานจาก Apple มาสร้างสตูดิโอใหม่
    Mark Zuckerberg ประกาศว่า Meta ได้ดึง Alan Dye อดีตหัวหน้าฝ่าย Human Interface Design ของ Apple มานำทีม Creative Studio ใหม่ใน Reality Labs Alan Dye เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังงานออกแบบสำคัญของ Apple เช่น Apple Watch, iPhone X และ Vision Pro การเข้ามาของเขาถูกมองว่าเป็นการยกระดับงานดีไซน์ของ Meta ให้มีความโดดเด่นและผสมผสานระหว่างแฟชั่น เทคโนโลยี และ AI โดย Dye จะทำงานร่วมกับทีมดีไซน์ที่มีทั้ง Billy Sorrentino และ Joshua To เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นสัญลักษณ์ใหม่ของ Meta การดึงตัวบุคลากรจาก Apple ครั้งนี้สะท้อนการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างสองยักษ์ใหญ่ที่กำลังแย่งชิงอนาคตของอุปกรณ์ AI และสมาร์ทแกดเจ็ต
    https://securityonline.info/design-wars-meta-hires-apple-veteran-alan-dye-to-lead-new-reality-labs-creative-studio

    ปฏิบัติการ DUPEHIKE: มัลแวร์เจาะฝ่าย HR ของรัสเซีย
    เรื่องนี้เป็นการโจมตีแบบเจาะจงที่ถูกตั้งชื่อว่า Operation DUPEHIKE โดยกลุ่มแฮกเกอร์ใช้วิธีส่งอีเมลหลอกล่อพนักงานฝ่ายบุคคลและเงินเดือน ด้วยไฟล์ที่ดูเหมือนเอกสารโบนัสสิ้นปี แต่แท้จริงแล้วเป็นไฟล์ลัด (LNK) ที่เมื่อเปิดขึ้นจะไปดาวน์โหลดมัลแวร์ชื่อ DUPERUNNER ผ่าน PowerShell ทำงานเบื้องหลังอย่างแนบเนียน มัลแวร์นี้สามารถฉีดโค้ดเข้าไปในโปรเซสที่ใช้บ่อย เช่น explorer.exe หรือ notepad.exe เพื่อให้ฝังตัวถาวร และสุดท้ายจะติดตั้ง Adaptix C2 ซึ่งเป็นเครื่องมือควบคุมจากระยะไกล เป้าหมายคือการสอดแนมและควบคุมระบบขององค์กรที่ตกเป็นเหยื่อ
    https://securityonline.info/operation-dupehike-hits-russian-hr-bonus-lure-delivers-duperunner-and-adaptix-c2-via-process-injection

    ช่องโหว่ Splunk บน Windows เสี่ยงถูกยกระดับสิทธิ์
    Splunk ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลชื่อดัง พบช่องโหว่ร้ายแรงสองรายการ (CVE-2025-20386 และ CVE-2025-20387) ที่ทำให้การติดตั้งบน Windows กำหนดสิทธิ์ไฟล์ผิดพลาด เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ที่ไม่ใช่แอดมินเข้าถึงไฟล์และโฟลเดอร์สำคัญได้ หากแฮกเกอร์ได้สิทธิ์ผู้ใช้ระดับต่ำ ก็สามารถแก้ไขไฟล์หรือเข้าถึงข้อมูลที่ควรจะถูกป้องกันไว้ได้ทันที ทาง Splunk ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้ว และแนะนำให้ผู้ดูแลระบบรีบอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อปิดช่องโหว่โดยเร็ว
    https://securityonline.info/high-severity-splunk-flaw-allows-local-privilege-escalation-via-incorrect-file-permissions-on-windows

    ช่องโหว่ Cacti เสี่ยงถูกสั่งรันโค้ดจากระยะไกล
    Cacti ซึ่งเป็นเครื่องมือโอเพ่นซอร์สสำหรับทำกราฟเครือข่าย พบช่องโหว่ร้ายแรง (CVE-2025-66399) ที่เกี่ยวกับการจัดการค่า SNMP Community String หากผู้ใช้ใส่ค่าที่มีตัวอักษรพิเศษหรือบรรทัดใหม่ ระบบจะไม่กรองออก ทำให้แฮกเกอร์สามารถแทรกคำสั่งอันตรายเข้าไปได้ เมื่อระบบนำค่าเหล่านี้ไปใช้กับเครื่องมือ SNMP ภายนอก คำสั่งที่ถูกแทรกก็จะถูกรันทันที ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ได้เต็มรูปแบบ ทีมพัฒนาได้ออกแพตช์แก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 1.2.29 และแนะนำให้อัปเดตทันที
    https://securityonline.info/high-severity-cacti-flaw-cve-2025-66399-risks-remote-code-execution-via-snmp-community-string-injection

    กลุ่ม Calisto APT รัสเซียโจมตี NGO ด้วยฟิชชิ่งแบบใหม่
    กลุ่มแฮกเกอร์ Calisto ที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานความมั่นคงรัสเซีย ได้พุ่งเป้าโจมตีองค์กร Reporters Without Borders (RSF) โดยใช้เทคนิคฟิชชิ่งที่ซับซ้อน พวกเขาส่งอีเมลแสร้งเป็นคนรู้จัก พร้อมไฟล์ที่ “หายไป” หรือไฟล์ที่เปิดไม่ได้ เพื่อให้เหยื่อขอไฟล์ใหม่ เมื่อเหยื่อตอบกลับก็จะได้รับลิงก์ไปยังไฟล์ที่แท้จริงซึ่งเป็นมัลแวร์ ฟิชชิ่งนี้ยังใช้เทคนิค AiTM (Adversary-in-the-Middle) เพื่อดักข้อมูลการเข้าสู่ระบบและรหัส 2FA แบบเรียลไทม์ ถือเป็นการโจมตีที่เจาะจง NGO ที่เกี่ยวข้องกับยูเครนและเสรีภาพสื่อโดยตรง
    https://securityonline.info/russian-calisto-apt-targets-reporters-without-borders-with-custom-aitm-phishing-and-missing-file-lure

    NVIDIA Triton Server พบช่องโหว่ DoS ร้ายแรง
    NVIDIA ได้ออกประกาศเตือนเกี่ยวกับ Triton Inference Server ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการรันโมเดล AI พบช่องโหว่สองรายการ (CVE-2025-33211 และ CVE-2025-33201) ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งข้อมูลที่ผิดรูปแบบหรือใหญ่เกินไปจนทำให้เซิร์ฟเวอร์ล่มได้ ผลคือบริการ AI inference จะหยุดทำงานทันที ซึ่งอาจกระทบต่อองค์กรที่พึ่งพา AI ในการประมวลผลขนาดใหญ่ NVIDIA ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้ว และแนะนำให้ผู้ใช้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน r25.10 เพื่อป้องกันการโจมตี
    https://securityonline.info/nvidia-triton-server-patches-two-high-severity-dos-flaws-risking-critical-ai-inference-disruption

    Patchwork APT ใช้ StreamSpy Trojan ซ่อนคำสั่งใน WebSocket
    กลุ่มแฮกเกอร์ Patchwork APT ถูกพบว่ากำลังใช้มัลแวร์ใหม่ชื่อ StreamSpy Trojan ที่มีความสามารถในการซ่อนคำสั่งควบคุม (C2) ภายในทราฟฟิก WebSocket ทำให้การสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ควบคุมดูเหมือนเป็นการใช้งานเว็บตามปกติ เทคนิคนี้ช่วยให้การสอดแนมดำเนินไปโดยไม่ถูกตรวจจับง่าย ๆ และยังสามารถดึงข้อมูลหรือสั่งการเครื่องเหยื่อได้อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการพัฒนาแนวทางโจมตีที่เน้นความลับและการพรางตัวสูง
    https://securityonline.info/patchwork-apt-deploys-streamspy-trojan-hiding-c2-commands-in-websocket-traffic-for-stealth-espionage

    ความต้องการ AI ลดลง Microsoft ปรับลดโควตายอดขาย
    มีรายงานว่า Microsoft ได้ปรับลดโควตายอดขายของทีม Enterprise AI ลงมากถึง 50% เนื่องจากความต้องการใช้งาน AI ในระดับองค์กรไม่เติบโตตามที่คาดไว้ สาเหตุหลักมาจากลูกค้าหลายรายยังลังเลที่จะลงทุนในโซลูชัน AI ขนาดใหญ่ ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายและความไม่แน่ใจในผลลัพธ์ที่แท้จริง การปรับลดนี้สะท้อนถึงความท้าทายของตลาด AI ที่แม้จะถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง แต่การนำไปใช้จริงในองค์กรยังต้องใช้เวลาและการพิสูจน์คุณค่า
    https://securityonline.info/ai-demand-struggles-microsoft-slashes-enterprise-ai-sales-quotas-by-up-to-50

    Telegram เตรียมใช้ Passkey แทน SMS สำหรับการล็อกอิน
    Telegram กำลังพัฒนาระบบการยืนยันตัวตนแบบใหม่ โดยจะใช้ Passkey Authentication แทนการส่งรหัสผ่านทาง SMS เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการดักข้อความ ระบบ Passkey จะทำงานร่วมกับมาตรฐาน FIDO2 และ WebAuthn ทำให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินได้ด้วยการยืนยันจากอุปกรณ์ที่เชื่อถือ เช่น ลายนิ้วมือหรือ Face ID การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้การใช้งาน Telegram ปลอดภัยขึ้นและลดการพึ่งพา SMS ที่มีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย
    https://securityonline.info/no-more-sms-telegram-is-developing-passkey-authentication-for-secure-login

    SpyCloud เผยผู้ใช้บริษัทเสี่ยงฟิชชิ่งมากกว่ามัลแวร์ 3 เท่า
    ข้อมูลจาก SpyCloud ระบุว่าผู้ใช้ในองค์กรมีโอกาสถูกโจมตีด้วยฟิชชิ่งมากกว่ามัลแวร์ถึง 3 เท่า โดยการโจมตีฟิชชิ่งมักใช้วิธีหลอกให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลเข้าสู่ระบบหรือคลิกลิงก์ที่เป็นอันตราย ซึ่งง่ายต่อการดำเนินการและได้ผลเร็วกว่า การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าบริษัทต่าง ๆ ควรให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมพนักงานและการใช้ระบบตรวจจับฟิชชิ่งมากขึ้น เพื่อป้องกันการสูญเสียข้อมูลและการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
    https://securityonline.info/spycloud-data-shows-corporate-users-3x-more-likely-to-be-targeted-by-phishing-than-by-malware

    อินเดียยกเลิกบังคับใช้แอป Sanchar Saathi หลังถูกต่อต้าน
    รัฐบาลอินเดียประกาศยกเลิกข้อบังคับที่ให้ประชาชนต้องใช้แอป Sanchar Saathi ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกหลอกลวง หลังจากประชาชนและองค์กรต่าง ๆ ออกมาคัดค้านอย่างหนัก โดยมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและเสรีภาพดิจิทัล การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนถึงแรงกดดันจากสังคมที่ไม่ยอมรับการควบคุมที่เข้มงวดเกินไป และเป็นการปรับท่าทีของรัฐบาลต่อการใช้งานเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล
    ​​​​​​​ https://securityonline.info/policy-u-turn-india-drops-mandatory-sanchar-saathi-app-after-fierce-opposition
    📌🔐🔵 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🔵🔐📌 #รวมข่าวIT #20251205 #securityonline 📰 Google ทดลองให้ AI เขียนหัวข้อข่าวใหม่ แต่กลับทำให้ข้อมูลผิดเพี้ยน Google กำลังทดสอบระบบที่ให้ AI เขียนหัวข้อข่าวใหม่ในบริการ Google Discover โดยตั้งใจให้ผู้ใช้เข้าใจเนื้อหาได้เร็วขึ้นและกดเข้าไปอ่าน แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามที่หวัง เพราะหลายครั้งหัวข้อที่ AI เขียนขึ้นมาเกิดการบิดเบือนความหมายเดิมจนทำให้เข้าใจผิด ตัวอย่างเช่น ข่าวเกี่ยวกับเครื่องเกม Steam Machine ที่ยังไม่เปิดเผยราคา แต่ AI กลับเขียนหัวข้อว่า “Steam Machine price revealed” ซึ่งผิดไปจากข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง เรื่องนี้ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า หากปล่อยให้ AI เขียนหัวข้อข่าวโดยไม่มีการควบคุม อาจทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดและลดความน่าเชื่อถือของสื่อ รวมถึงกระทบต่อจำนวนคนที่คลิกเข้าไปอ่านเนื้อหาจริง แม้ Google จะบอกว่าทดลองกับผู้ใช้เพียงส่วนน้อย แต่สำนักข่าวหลายแห่งก็เริ่มเห็นผลกระทบต่อทราฟฟิกของตนแล้ว 🔗 https://securityonline.info/misleading-ai-headlines-google-discover-testing-rewrites-that-distort-news-facts 💻 AWS ดันชิป Trainium สร้างรายได้หลายพันล้าน ท้าชน NVIDIA Amazon ผ่าน AWS กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดชิป AI ที่ NVIDIA ครองอยู่ ด้วยการพัฒนา Trainium ซึ่งตอนนี้ทำรายได้ระดับหลายพันล้านดอลลาร์แล้ว โดยรุ่น Trainium2 ถูกใช้งานมากกว่า 100,000 บริษัท และผลิตไปแล้วกว่า 1 ล้านชิป จุดเด่นคือราคาถูกกว่า GPU ของ NVIDIA แต่ยังคงให้ประสิทธิภาพสูง ทำให้หลายองค์กรเลือกใช้ โดยเฉพาะ Anthropic ที่ใช้ชิป Trainium2 กว่า 500,000 ตัวในการสร้างโมเดลใหม่ของ Claude ล่าสุด AWS เปิดตัว Trainium3 ที่แรงขึ้น 4 เท่าและประหยัดพลังงานมากขึ้น พร้อมแผนพัฒนา Trainium4 ที่สามารถทำงานร่วมกับ GPU ของ NVIDIA ได้อย่างลื่นไหล ถือเป็นการเปลี่ยนกลยุทธ์จากการแข่งตรง ๆ ไปสู่การสร้างระบบไฮบริดที่ยืดหยุ่นกว่า 🔗 https://securityonline.info/aws-trainium-chip-business-hits-multi-billion-revenue-challenging-nvidias-pricing 🎨 Meta ดึงตัวดีไซน์เนอร์ระดับตำนานจาก Apple มาสร้างสตูดิโอใหม่ Mark Zuckerberg ประกาศว่า Meta ได้ดึง Alan Dye อดีตหัวหน้าฝ่าย Human Interface Design ของ Apple มานำทีม Creative Studio ใหม่ใน Reality Labs Alan Dye เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังงานออกแบบสำคัญของ Apple เช่น Apple Watch, iPhone X และ Vision Pro การเข้ามาของเขาถูกมองว่าเป็นการยกระดับงานดีไซน์ของ Meta ให้มีความโดดเด่นและผสมผสานระหว่างแฟชั่น เทคโนโลยี และ AI โดย Dye จะทำงานร่วมกับทีมดีไซน์ที่มีทั้ง Billy Sorrentino และ Joshua To เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นสัญลักษณ์ใหม่ของ Meta การดึงตัวบุคลากรจาก Apple ครั้งนี้สะท้อนการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างสองยักษ์ใหญ่ที่กำลังแย่งชิงอนาคตของอุปกรณ์ AI และสมาร์ทแกดเจ็ต 🔗 https://securityonline.info/design-wars-meta-hires-apple-veteran-alan-dye-to-lead-new-reality-labs-creative-studio 🕵️‍♂️ ปฏิบัติการ DUPEHIKE: มัลแวร์เจาะฝ่าย HR ของรัสเซีย เรื่องนี้เป็นการโจมตีแบบเจาะจงที่ถูกตั้งชื่อว่า Operation DUPEHIKE โดยกลุ่มแฮกเกอร์ใช้วิธีส่งอีเมลหลอกล่อพนักงานฝ่ายบุคคลและเงินเดือน ด้วยไฟล์ที่ดูเหมือนเอกสารโบนัสสิ้นปี แต่แท้จริงแล้วเป็นไฟล์ลัด (LNK) ที่เมื่อเปิดขึ้นจะไปดาวน์โหลดมัลแวร์ชื่อ DUPERUNNER ผ่าน PowerShell ทำงานเบื้องหลังอย่างแนบเนียน มัลแวร์นี้สามารถฉีดโค้ดเข้าไปในโปรเซสที่ใช้บ่อย เช่น explorer.exe หรือ notepad.exe เพื่อให้ฝังตัวถาวร และสุดท้ายจะติดตั้ง Adaptix C2 ซึ่งเป็นเครื่องมือควบคุมจากระยะไกล เป้าหมายคือการสอดแนมและควบคุมระบบขององค์กรที่ตกเป็นเหยื่อ 🔗 https://securityonline.info/operation-dupehike-hits-russian-hr-bonus-lure-delivers-duperunner-and-adaptix-c2-via-process-injection ⚠️ ช่องโหว่ Splunk บน Windows เสี่ยงถูกยกระดับสิทธิ์ Splunk ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลชื่อดัง พบช่องโหว่ร้ายแรงสองรายการ (CVE-2025-20386 และ CVE-2025-20387) ที่ทำให้การติดตั้งบน Windows กำหนดสิทธิ์ไฟล์ผิดพลาด เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ที่ไม่ใช่แอดมินเข้าถึงไฟล์และโฟลเดอร์สำคัญได้ หากแฮกเกอร์ได้สิทธิ์ผู้ใช้ระดับต่ำ ก็สามารถแก้ไขไฟล์หรือเข้าถึงข้อมูลที่ควรจะถูกป้องกันไว้ได้ทันที ทาง Splunk ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้ว และแนะนำให้ผู้ดูแลระบบรีบอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อปิดช่องโหว่โดยเร็ว 🔗 https://securityonline.info/high-severity-splunk-flaw-allows-local-privilege-escalation-via-incorrect-file-permissions-on-windows 🖥️ ช่องโหว่ Cacti เสี่ยงถูกสั่งรันโค้ดจากระยะไกล Cacti ซึ่งเป็นเครื่องมือโอเพ่นซอร์สสำหรับทำกราฟเครือข่าย พบช่องโหว่ร้ายแรง (CVE-2025-66399) ที่เกี่ยวกับการจัดการค่า SNMP Community String หากผู้ใช้ใส่ค่าที่มีตัวอักษรพิเศษหรือบรรทัดใหม่ ระบบจะไม่กรองออก ทำให้แฮกเกอร์สามารถแทรกคำสั่งอันตรายเข้าไปได้ เมื่อระบบนำค่าเหล่านี้ไปใช้กับเครื่องมือ SNMP ภายนอก คำสั่งที่ถูกแทรกก็จะถูกรันทันที ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ได้เต็มรูปแบบ ทีมพัฒนาได้ออกแพตช์แก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 1.2.29 และแนะนำให้อัปเดตทันที 🔗 https://securityonline.info/high-severity-cacti-flaw-cve-2025-66399-risks-remote-code-execution-via-snmp-community-string-injection 🎯 กลุ่ม Calisto APT รัสเซียโจมตี NGO ด้วยฟิชชิ่งแบบใหม่ กลุ่มแฮกเกอร์ Calisto ที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานความมั่นคงรัสเซีย ได้พุ่งเป้าโจมตีองค์กร Reporters Without Borders (RSF) โดยใช้เทคนิคฟิชชิ่งที่ซับซ้อน พวกเขาส่งอีเมลแสร้งเป็นคนรู้จัก พร้อมไฟล์ที่ “หายไป” หรือไฟล์ที่เปิดไม่ได้ เพื่อให้เหยื่อขอไฟล์ใหม่ เมื่อเหยื่อตอบกลับก็จะได้รับลิงก์ไปยังไฟล์ที่แท้จริงซึ่งเป็นมัลแวร์ ฟิชชิ่งนี้ยังใช้เทคนิค AiTM (Adversary-in-the-Middle) เพื่อดักข้อมูลการเข้าสู่ระบบและรหัส 2FA แบบเรียลไทม์ ถือเป็นการโจมตีที่เจาะจง NGO ที่เกี่ยวข้องกับยูเครนและเสรีภาพสื่อโดยตรง 🔗 https://securityonline.info/russian-calisto-apt-targets-reporters-without-borders-with-custom-aitm-phishing-and-missing-file-lure 🤖 NVIDIA Triton Server พบช่องโหว่ DoS ร้ายแรง NVIDIA ได้ออกประกาศเตือนเกี่ยวกับ Triton Inference Server ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการรันโมเดล AI พบช่องโหว่สองรายการ (CVE-2025-33211 และ CVE-2025-33201) ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งข้อมูลที่ผิดรูปแบบหรือใหญ่เกินไปจนทำให้เซิร์ฟเวอร์ล่มได้ ผลคือบริการ AI inference จะหยุดทำงานทันที ซึ่งอาจกระทบต่อองค์กรที่พึ่งพา AI ในการประมวลผลขนาดใหญ่ NVIDIA ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้ว และแนะนำให้ผู้ใช้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน r25.10 เพื่อป้องกันการโจมตี 🔗 https://securityonline.info/nvidia-triton-server-patches-two-high-severity-dos-flaws-risking-critical-ai-inference-disruption 🕶️ Patchwork APT ใช้ StreamSpy Trojan ซ่อนคำสั่งใน WebSocket กลุ่มแฮกเกอร์ Patchwork APT ถูกพบว่ากำลังใช้มัลแวร์ใหม่ชื่อ StreamSpy Trojan ที่มีความสามารถในการซ่อนคำสั่งควบคุม (C2) ภายในทราฟฟิก WebSocket ทำให้การสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ควบคุมดูเหมือนเป็นการใช้งานเว็บตามปกติ เทคนิคนี้ช่วยให้การสอดแนมดำเนินไปโดยไม่ถูกตรวจจับง่าย ๆ และยังสามารถดึงข้อมูลหรือสั่งการเครื่องเหยื่อได้อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการพัฒนาแนวทางโจมตีที่เน้นความลับและการพรางตัวสูง 🔗 https://securityonline.info/patchwork-apt-deploys-streamspy-trojan-hiding-c2-commands-in-websocket-traffic-for-stealth-espionage 📉 ความต้องการ AI ลดลง Microsoft ปรับลดโควตายอดขาย มีรายงานว่า Microsoft ได้ปรับลดโควตายอดขายของทีม Enterprise AI ลงมากถึง 50% เนื่องจากความต้องการใช้งาน AI ในระดับองค์กรไม่เติบโตตามที่คาดไว้ สาเหตุหลักมาจากลูกค้าหลายรายยังลังเลที่จะลงทุนในโซลูชัน AI ขนาดใหญ่ ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายและความไม่แน่ใจในผลลัพธ์ที่แท้จริง การปรับลดนี้สะท้อนถึงความท้าทายของตลาด AI ที่แม้จะถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง แต่การนำไปใช้จริงในองค์กรยังต้องใช้เวลาและการพิสูจน์คุณค่า 🔗 https://securityonline.info/ai-demand-struggles-microsoft-slashes-enterprise-ai-sales-quotas-by-up-to-50 🔐 Telegram เตรียมใช้ Passkey แทน SMS สำหรับการล็อกอิน Telegram กำลังพัฒนาระบบการยืนยันตัวตนแบบใหม่ โดยจะใช้ Passkey Authentication แทนการส่งรหัสผ่านทาง SMS เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการดักข้อความ ระบบ Passkey จะทำงานร่วมกับมาตรฐาน FIDO2 และ WebAuthn ทำให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินได้ด้วยการยืนยันจากอุปกรณ์ที่เชื่อถือ เช่น ลายนิ้วมือหรือ Face ID การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้การใช้งาน Telegram ปลอดภัยขึ้นและลดการพึ่งพา SMS ที่มีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย 🔗 https://securityonline.info/no-more-sms-telegram-is-developing-passkey-authentication-for-secure-login 🎣 SpyCloud เผยผู้ใช้บริษัทเสี่ยงฟิชชิ่งมากกว่ามัลแวร์ 3 เท่า ข้อมูลจาก SpyCloud ระบุว่าผู้ใช้ในองค์กรมีโอกาสถูกโจมตีด้วยฟิชชิ่งมากกว่ามัลแวร์ถึง 3 เท่า โดยการโจมตีฟิชชิ่งมักใช้วิธีหลอกให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลเข้าสู่ระบบหรือคลิกลิงก์ที่เป็นอันตราย ซึ่งง่ายต่อการดำเนินการและได้ผลเร็วกว่า การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าบริษัทต่าง ๆ ควรให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมพนักงานและการใช้ระบบตรวจจับฟิชชิ่งมากขึ้น เพื่อป้องกันการสูญเสียข้อมูลและการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต 🔗 https://securityonline.info/spycloud-data-shows-corporate-users-3x-more-likely-to-be-targeted-by-phishing-than-by-malware 🇮🇳 อินเดียยกเลิกบังคับใช้แอป Sanchar Saathi หลังถูกต่อต้าน รัฐบาลอินเดียประกาศยกเลิกข้อบังคับที่ให้ประชาชนต้องใช้แอป Sanchar Saathi ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกหลอกลวง หลังจากประชาชนและองค์กรต่าง ๆ ออกมาคัดค้านอย่างหนัก โดยมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและเสรีภาพดิจิทัล การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนถึงแรงกดดันจากสังคมที่ไม่ยอมรับการควบคุมที่เข้มงวดเกินไป และเป็นการปรับท่าทีของรัฐบาลต่อการใช้งานเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ​​​​​​​🔗 https://securityonline.info/policy-u-turn-india-drops-mandatory-sanchar-saathi-app-after-fierce-opposition
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 967 มุมมอง 0 รีวิว
  • อุปกรณ์พกพาเพื่อสาย Embedded

    กลุ่มวิศวกรที่พบกันใน Reddit ได้ร่วมกันสร้าง Linux Platform Kit ซึ่งเป็นอุปกรณ์พกพาแบบโมดูลาร์สำหรับงานพัฒนาและการเรียนรู้ โดยใช้ชิป STM32MP157 และรัน Debian Linux ได้ทันที

    Linux Platform Kit ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือพกพาสำหรับนักพัฒนา Embedded และผู้ที่สนใจทดลองระบบ Linux บนอุปกรณ์จริง จุดเด่นคือสามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ที่มีอยู่แล้ว หรือพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ได้โดยตรงบนเครื่อง โดยไม่ต้องพึ่งการคอมไพล์ซ้ำจาก Yocto ตลอดเวลา

    การเชื่อมต่อและการขยายโมดูล
    อุปกรณ์นี้รองรับการเชื่อมต่อหลากหลาย เช่น Ethernet PHY (RGMII), CAN Bus, UART RS485, I2C, I2S, SPI และ GPIO รวมถึงสามารถต่อโมดูลเสริมได้ เช่น LoRa Radio สำหรับ Meshtastic, มัลติมิเตอร์ หรือ Logic Analyzer ทำให้เหมาะทั้งสำหรับงานวิจัยและการเรียนรู้เชิงลึก

    สเปกหลักของ Linux Platform Kit
    MPU: STM32MP157 (Dual-core ARM Cortex-A7 + Cortex-M4)
    หน้าจอ: ทัชสกรีน 4.1 นิ้ว ความละเอียด 480x1080
    RAM: 4GB DDR3
    การเชื่อมต่อ: Wi-Fi, Bluetooth
    Storage: รองรับ SD Card
    ระบบปฏิบัติการ: Debian Linux (รองรับ Yocto)
    เคส: ออกแบบให้ 3D-print ได้และปรับแต่งเองได้

    โครงการโอเพ่นซอร์สเต็มรูปแบบ
    ทีมผู้สร้างได้เปิดซอร์สโค้ดทั้งหมดบน GitHub ทั้ง ไฟล์ KiCad สำหรับฮาร์ดแวร์, โมเดล 3D ของเคส และซอฟต์แวร์ พร้อมเชิญชวนผู้สนใจเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นนักพัฒนา Kernel, PCB Designer, UI Designer หรือ Embedded Engineer

    สรุปประเด็นสำคัญ

    ข้อมูลจากข่าว
    Linux Platform Kit ถูกสร้างโดยกลุ่มวิศวกรที่พบกันใน Reddit
    ใช้ชิป STM32MP157 และรัน Debian Linux ได้ทันที
    รองรับการเชื่อมต่อหลากหลาย เช่น Ethernet, CAN Bus, UART, I2C, SPI
    มีโมดูลเสริม เช่น LoRa Radio, มัลติมิเตอร์, Logic Analyzer
    เปิดซอร์สโค้ดทั้งหมดบน GitHub

    คำเตือนจากข่าว
    หากไม่อัปเดตหรือปรับแต่งระบบอย่างถูกต้อง อาจเกิดปัญหาความเข้ากันได้กับโมดูลเสริม
    การใช้งานโดยไม่มีการตรวจสอบความปลอดภัยของโมดูลเสริม อาจเสี่ยงต่อการทำงานผิดพลาด
    ผู้ใช้ที่ไม่คุ้นเคยกับ Embedded Linux อาจเจอความซับซ้อนในการตั้งค่าเริ่มต้น

    https://itsfoss.com/news/linux-platform-kit/
    🛠️ อุปกรณ์พกพาเพื่อสาย Embedded กลุ่มวิศวกรที่พบกันใน Reddit ได้ร่วมกันสร้าง Linux Platform Kit ซึ่งเป็นอุปกรณ์พกพาแบบโมดูลาร์สำหรับงานพัฒนาและการเรียนรู้ โดยใช้ชิป STM32MP157 และรัน Debian Linux ได้ทันที Linux Platform Kit ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือพกพาสำหรับนักพัฒนา Embedded และผู้ที่สนใจทดลองระบบ Linux บนอุปกรณ์จริง จุดเด่นคือสามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ที่มีอยู่แล้ว หรือพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ได้โดยตรงบนเครื่อง โดยไม่ต้องพึ่งการคอมไพล์ซ้ำจาก Yocto ตลอดเวลา 🔌 การเชื่อมต่อและการขยายโมดูล อุปกรณ์นี้รองรับการเชื่อมต่อหลากหลาย เช่น Ethernet PHY (RGMII), CAN Bus, UART RS485, I2C, I2S, SPI และ GPIO รวมถึงสามารถต่อโมดูลเสริมได้ เช่น LoRa Radio สำหรับ Meshtastic, มัลติมิเตอร์ หรือ Logic Analyzer ทำให้เหมาะทั้งสำหรับงานวิจัยและการเรียนรู้เชิงลึก 📱 สเปกหลักของ Linux Platform Kit 💠 MPU: STM32MP157 (Dual-core ARM Cortex-A7 + Cortex-M4) 💠 หน้าจอ: ทัชสกรีน 4.1 นิ้ว ความละเอียด 480x1080 💠 RAM: 4GB DDR3 💠 การเชื่อมต่อ: Wi-Fi, Bluetooth 💠 Storage: รองรับ SD Card 💠 ระบบปฏิบัติการ: Debian Linux (รองรับ Yocto) 💠 เคส: ออกแบบให้ 3D-print ได้และปรับแต่งเองได้ 🌍 โครงการโอเพ่นซอร์สเต็มรูปแบบ ทีมผู้สร้างได้เปิดซอร์สโค้ดทั้งหมดบน GitHub ทั้ง ไฟล์ KiCad สำหรับฮาร์ดแวร์, โมเดล 3D ของเคส และซอฟต์แวร์ พร้อมเชิญชวนผู้สนใจเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นนักพัฒนา Kernel, PCB Designer, UI Designer หรือ Embedded Engineer 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ Linux Platform Kit ถูกสร้างโดยกลุ่มวิศวกรที่พบกันใน Reddit ➡️ ใช้ชิป STM32MP157 และรัน Debian Linux ได้ทันที ➡️ รองรับการเชื่อมต่อหลากหลาย เช่น Ethernet, CAN Bus, UART, I2C, SPI ➡️ มีโมดูลเสริม เช่น LoRa Radio, มัลติมิเตอร์, Logic Analyzer ➡️ เปิดซอร์สโค้ดทั้งหมดบน GitHub ‼️ คำเตือนจากข่าว ⛔ หากไม่อัปเดตหรือปรับแต่งระบบอย่างถูกต้อง อาจเกิดปัญหาความเข้ากันได้กับโมดูลเสริม ⛔ การใช้งานโดยไม่มีการตรวจสอบความปลอดภัยของโมดูลเสริม อาจเสี่ยงต่อการทำงานผิดพลาด ⛔ ผู้ใช้ที่ไม่คุ้นเคยกับ Embedded Linux อาจเจอความซับซ้อนในการตั้งค่าเริ่มต้น https://itsfoss.com/news/linux-platform-kit/
    ITSFOSS.COM
    Reddit Strangers Built an Open Source Linux Handheld, And They Want Your Help
    A fully modular development tool that you can build, modify, and extend yourself.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 189 มุมมอง 0 รีวิว
  • Micron ปิดฉาก Crucial Consumer Line

    Micron Technology บริษัทผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ของโลก ประกาศว่าจะ หยุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Crucial สำหรับผู้ใช้ทั่วไปภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 หลังจากดำเนินธุรกิจแบรนด์นี้มากว่า 29 ปี โดยจะหันไปเน้นการผลิต DRAM และ SSD ระดับองค์กร รวมถึง High-Bandwidth Memory (HBM) ที่ใช้ในศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งมีความต้องการสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    เหตุผล: AI กำลังกลืนกินทรัพยากรหน่วยความจำโลก
    Micron ระบุว่า ความต้องการหน่วยความจำและสตอเรจจากศูนย์ข้อมูล AI กำลังพุ่งสูงจนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทุกเวเฟอร์ที่ผลิตได้จำเป็นต้องส่งไปยังลูกค้ารายใหญ่ในตลาดองค์กรและ Hyperscaler หากยังคงผลิตสินค้า Consumer จะทำให้เสียโอกาสและกระทบต่อความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์กับลูกค้ารายสำคัญ

    ปัจจัยด้านธุรกิจและต้นทุน
    ตลาด Consumer SSD และ DRAM มี กำไรต่ำและแข่งขันสูง ทำให้ Micron มองว่าไม่คุ้มค่าที่จะรักษาสายการผลิตไว้ แม้จะลดขนาดธุรกิจลงก็ยังต้องแบกรับต้นทุนคงที่ เช่น การพัฒนาเฟิร์มแวร์ การทดสอบมาตรฐาน และการดูแลการรับประกันทั่วโลก ซึ่งไม่สอดคล้องกับทิศทางการลงทุนในตลาดองค์กรที่มี สัญญาระยะยาวและราคาขายสูงกว่า

    ผลกระทบและอนาคต
    หลังจากหยุดจำหน่าย Crucial Micron จะยังคงให้บริการรับประกันและการสนับสนุนลูกค้าที่ซื้อไปแล้ว แต่ตลาดผู้ใช้ทั่วไปอาจต้องพึ่งพาแบรนด์อื่นแทน เช่น Samsung, Kingston หรือ Adata ขณะที่ Micron จะทุ่มทรัพยากรไปพัฒนา HBM4/HBM4E และ SSD สำหรับเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการประมวลผล AI ในอนาคต

    สรุปสาระสำคัญ
    Micron ยุติ Crucial Consumer Line ภายในกุมภาพันธ์ 2026
    หยุดจำหน่าย SSD และ DRAM สำหรับผู้ใช้ทั่วไป
    ยังคงให้บริการรับประกันและซัพพอร์ตหลังการขาย

    หันไปโฟกัสตลาดองค์กรและ AI
    ผลิต HBM, SSD สำหรับเซิร์ฟเวอร์ และ DRAM ระดับองค์กร
    รองรับความต้องการจากศูนย์ข้อมูล AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

    เหตุผลด้านธุรกิจและต้นทุน
    ตลาด Consumer กำไรต่ำ แข่งขันสูง
    การรักษาสายการผลิตเล็ก ๆ ยังมีต้นทุนคงที่สูง

    คำเตือนต่อผู้ใช้ทั่วไป
    หลังปี 2026 จะไม่สามารถซื้อ Crucial SSD/DRAM รุ่นใหม่ได้อีก
    ผู้ใช้ต้องเลือกแบรนด์อื่นแทน เช่น Samsung, Kingston, Adata

    https://www.tomshardware.com/pc-components/dram/micron-is-killing-crucial-ssds-and-memory-in-ai-pivot-company-refocuses-on-hbm-and-enterprise-customers
    🏭 Micron ปิดฉาก Crucial Consumer Line Micron Technology บริษัทผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ของโลก ประกาศว่าจะ หยุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Crucial สำหรับผู้ใช้ทั่วไปภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 หลังจากดำเนินธุรกิจแบรนด์นี้มากว่า 29 ปี โดยจะหันไปเน้นการผลิต DRAM และ SSD ระดับองค์กร รวมถึง High-Bandwidth Memory (HBM) ที่ใช้ในศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งมีความต้องการสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 🤖 เหตุผล: AI กำลังกลืนกินทรัพยากรหน่วยความจำโลก Micron ระบุว่า ความต้องการหน่วยความจำและสตอเรจจากศูนย์ข้อมูล AI กำลังพุ่งสูงจนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทุกเวเฟอร์ที่ผลิตได้จำเป็นต้องส่งไปยังลูกค้ารายใหญ่ในตลาดองค์กรและ Hyperscaler หากยังคงผลิตสินค้า Consumer จะทำให้เสียโอกาสและกระทบต่อความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์กับลูกค้ารายสำคัญ 💰 ปัจจัยด้านธุรกิจและต้นทุน ตลาด Consumer SSD และ DRAM มี กำไรต่ำและแข่งขันสูง ทำให้ Micron มองว่าไม่คุ้มค่าที่จะรักษาสายการผลิตไว้ แม้จะลดขนาดธุรกิจลงก็ยังต้องแบกรับต้นทุนคงที่ เช่น การพัฒนาเฟิร์มแวร์ การทดสอบมาตรฐาน และการดูแลการรับประกันทั่วโลก ซึ่งไม่สอดคล้องกับทิศทางการลงทุนในตลาดองค์กรที่มี สัญญาระยะยาวและราคาขายสูงกว่า 🔮 ผลกระทบและอนาคต หลังจากหยุดจำหน่าย Crucial Micron จะยังคงให้บริการรับประกันและการสนับสนุนลูกค้าที่ซื้อไปแล้ว แต่ตลาดผู้ใช้ทั่วไปอาจต้องพึ่งพาแบรนด์อื่นแทน เช่น Samsung, Kingston หรือ Adata ขณะที่ Micron จะทุ่มทรัพยากรไปพัฒนา HBM4/HBM4E และ SSD สำหรับเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการประมวลผล AI ในอนาคต 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ Micron ยุติ Crucial Consumer Line ภายในกุมภาพันธ์ 2026 ➡️ หยุดจำหน่าย SSD และ DRAM สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ➡️ ยังคงให้บริการรับประกันและซัพพอร์ตหลังการขาย ✅ หันไปโฟกัสตลาดองค์กรและ AI ➡️ ผลิต HBM, SSD สำหรับเซิร์ฟเวอร์ และ DRAM ระดับองค์กร ➡️ รองรับความต้องการจากศูนย์ข้อมูล AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ✅ เหตุผลด้านธุรกิจและต้นทุน ➡️ ตลาด Consumer กำไรต่ำ แข่งขันสูง ➡️ การรักษาสายการผลิตเล็ก ๆ ยังมีต้นทุนคงที่สูง ‼️ คำเตือนต่อผู้ใช้ทั่วไป ⛔ หลังปี 2026 จะไม่สามารถซื้อ Crucial SSD/DRAM รุ่นใหม่ได้อีก ⛔ ผู้ใช้ต้องเลือกแบรนด์อื่นแทน เช่น Samsung, Kingston, Adata https://www.tomshardware.com/pc-components/dram/micron-is-killing-crucial-ssds-and-memory-in-ai-pivot-company-refocuses-on-hbm-and-enterprise-customers
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 239 มุมมอง 0 รีวิว
  • “HPE จับมือ AMD ใช้ Helios Rack Architecture สำหรับระบบ AI ปี 2026”

    Hewlett Packard Enterprise (HPE) ได้ประกาศความร่วมมือกับ AMD เพื่อนำสถาปัตยกรรม Helios rack-scale AI เข้ามาใช้ในผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ Helios ได้รับการสนับสนุนจาก OEM รายใหญ่ โดยระบบจะประกอบด้วย 72 GPU Instinct MI455X, CPU EPYC รุ่น “Venice” และสวิตช์ HPE Juniper ที่รองรับ Ultra Accelerator Link over Ethernet (UALoE) ซึ่งพัฒนาโดย Broadcom

    Helios ถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์ม AI แบบเปิด โดยใช้มาตรฐาน Open Rack Wide ของ Meta และรองรับการเชื่อมต่อ GPU ทั้งหมดใน rack ให้ทำงานร่วมกันเป็น pod เดียว จุดเด่นคือการใช้ Ethernet fabric แทน NVLink ของ Nvidia ทำให้ระบบมีความยืดหยุ่นและเข้ากับมาตรฐานอุตสาหกรรมได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งมีหน่วยความจำ HBM4 ขนาด 31TB ต่อ rack และพลังประมวลผล FP4 สูงสุดถึง 2.9 exaFLOPS

    นอกจากการนำ Helios มาใช้ในเชิงพาณิชย์แล้ว HPE ยังได้รับเลือกจาก High-Performance Computing Center Stuttgart (HLRS) ให้สร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ชื่อ “Herder” โดยใช้ GPU MI430X และ CPU Venice บนแพลตฟอร์ม Cray GX5000 ซึ่งจะส่งมอบในปี 2027 และใช้พลังงานความร้อนจากระบบระบายความร้อนเหลวไปทำความร้อนอาคารในมหาวิทยาลัย Stuttgart

    การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด AI infrastructure ระหว่าง AMD และ Nvidia โดย Helios จะเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Nvidia GB200 NVL72 rack ที่ใช้ NVLink และ InfiniBand ในการเชื่อมต่อ GPU และ CPU ภายในระบบ

    สรุปเป็นหัวข้อ
    รายละเอียดสถาปัตยกรรม Helios
    ใช้มาตรฐาน Open Rack Wide ของ Meta
    72 GPU Instinct MI455X + CPU EPYC Venice
    Ethernet fabric (UALoE) แทน NVLink

    สมรรถนะ
    FP4 compute สูงสุด 2.9 exaFLOPS ต่อ rack
    หน่วยความจำ HBM4 ขนาด 31TB
    ทุก GPU เชื่อมต่อเป็น pod เดียว

    โครงการสำคัญ
    HPE Juniper switch พัฒนาโดย Broadcom
    HLRS เลือก HPE Cray GX5000 สำหรับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ “Herder”
    ใช้พลังงานความร้อนเหลือทิ้งเพื่อทำความร้อนอาคาร

    ข้อควรระวังและการแข่งขัน
    Nvidia GB200 NVL72 rack ยังครองตลาดด้วย NVLink + InfiniBand
    Helios ต้องพิสูจน์ความเสถียรและการรองรับซอฟต์แวร์ AI ecosystem
    การแข่งขันด้านพลังงานและต้นทุนอาจเป็นตัวแปรสำคัญ

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/hpe-adopts-amd-helios-rack-architecture-for-2026-ai-systems
    🖥️ “HPE จับมือ AMD ใช้ Helios Rack Architecture สำหรับระบบ AI ปี 2026” Hewlett Packard Enterprise (HPE) ได้ประกาศความร่วมมือกับ AMD เพื่อนำสถาปัตยกรรม Helios rack-scale AI เข้ามาใช้ในผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ Helios ได้รับการสนับสนุนจาก OEM รายใหญ่ โดยระบบจะประกอบด้วย 72 GPU Instinct MI455X, CPU EPYC รุ่น “Venice” และสวิตช์ HPE Juniper ที่รองรับ Ultra Accelerator Link over Ethernet (UALoE) ซึ่งพัฒนาโดย Broadcom Helios ถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์ม AI แบบเปิด โดยใช้มาตรฐาน Open Rack Wide ของ Meta และรองรับการเชื่อมต่อ GPU ทั้งหมดใน rack ให้ทำงานร่วมกันเป็น pod เดียว จุดเด่นคือการใช้ Ethernet fabric แทน NVLink ของ Nvidia ทำให้ระบบมีความยืดหยุ่นและเข้ากับมาตรฐานอุตสาหกรรมได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งมีหน่วยความจำ HBM4 ขนาด 31TB ต่อ rack และพลังประมวลผล FP4 สูงสุดถึง 2.9 exaFLOPS นอกจากการนำ Helios มาใช้ในเชิงพาณิชย์แล้ว HPE ยังได้รับเลือกจาก High-Performance Computing Center Stuttgart (HLRS) ให้สร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ชื่อ “Herder” โดยใช้ GPU MI430X และ CPU Venice บนแพลตฟอร์ม Cray GX5000 ซึ่งจะส่งมอบในปี 2027 และใช้พลังงานความร้อนจากระบบระบายความร้อนเหลวไปทำความร้อนอาคารในมหาวิทยาลัย Stuttgart การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด AI infrastructure ระหว่าง AMD และ Nvidia โดย Helios จะเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Nvidia GB200 NVL72 rack ที่ใช้ NVLink และ InfiniBand ในการเชื่อมต่อ GPU และ CPU ภายในระบบ 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ รายละเอียดสถาปัตยกรรม Helios ➡️ ใช้มาตรฐาน Open Rack Wide ของ Meta ➡️ 72 GPU Instinct MI455X + CPU EPYC Venice ➡️ Ethernet fabric (UALoE) แทน NVLink ✅ สมรรถนะ ➡️ FP4 compute สูงสุด 2.9 exaFLOPS ต่อ rack ➡️ หน่วยความจำ HBM4 ขนาด 31TB ➡️ ทุก GPU เชื่อมต่อเป็น pod เดียว ✅ โครงการสำคัญ ➡️ HPE Juniper switch พัฒนาโดย Broadcom ➡️ HLRS เลือก HPE Cray GX5000 สำหรับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ “Herder” ➡️ ใช้พลังงานความร้อนเหลือทิ้งเพื่อทำความร้อนอาคาร ‼️ ข้อควรระวังและการแข่งขัน ⛔ Nvidia GB200 NVL72 rack ยังครองตลาดด้วย NVLink + InfiniBand ⛔ Helios ต้องพิสูจน์ความเสถียรและการรองรับซอฟต์แวร์ AI ecosystem ⛔ การแข่งขันด้านพลังงานและต้นทุนอาจเป็นตัวแปรสำคัญ https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/hpe-adopts-amd-helios-rack-architecture-for-2026-ai-systems
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 310 มุมมอง 0 รีวิว
  • Amazon เร่งเครื่องในสนาม ASIC

    Amazon ประกาศเปิดตัว Trainium3 UltraServers ที่สามารถรวมชิปได้สูงสุดถึง 144 ตัวในคลัสเตอร์เดียว ทำให้ได้ ประสิทธิภาพสูงขึ้น 4.4 เท่า และ ประสิทธิภาพพลังงานมากขึ้น 4 เท่า เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พร้อมทั้งเพิ่มแบนด์วิดท์หน่วยความจำเกือบ 4 เท่า ถือเป็นการยกระดับครั้งใหญ่ในตลาดชิป AI

    เทคโนโลยีใหม่ใน Trainium3 และ Trainium4
    Trainium3 UltraServers มาพร้อม NeuronSwitch-v1 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเชื่อมต่อใหม่ที่คล้ายกับ NVLink ของ NVIDIA แต่พัฒนาโดย Amazon เอง โดยสามารถขยายการเชื่อมต่อไปถึง 1 ล้านชิปในคลัสเตอร์เดียว เพื่อรองรับการฝึกโมเดลขนาด “trillion-token datasets” ในขณะเดียวกัน Amazon ยังเผยข้อมูลของ Trainium4 ASICs ที่มี ประสิทธิภาพ FP4 สูงขึ้น 6 เท่า และเพิ่มสเปกหน่วยความจำอย่างมหาศาล อีกทั้งยังรองรับ NVIDIA NVLink เพื่อให้ลูกค้าสามารถผสมผสานการใช้งานกับระบบของ NVIDIA ได้ง่ายขึ้น

    ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
    การเปิดตัวนี้ทำให้ Amazon กลายเป็นคู่แข่งที่จริงจังในตลาดชิป AI ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกครองโดย NVIDIA และ Google TPU การที่ Amazonสามารถเชื่อมต่อระบบเข้ากับ NVLink ได้ ทำให้ลูกค้าที่มีโครงสร้างพื้นฐานเดิมสามารถขยายระบบโดยไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้บริษัทอย่าง Anthropic รายงานว่าต้นทุนการฝึกโมเดลลดลงอย่างมากเมื่อใช้ Trainium

    มุมมองในอนาคต
    Amazon แสดงให้เห็นว่า “all in” กับการพัฒนา ASIC เพื่อรองรับความต้องการด้าน AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว หาก Trainium4 สามารถพิสูจน์ประสิทธิภาพได้จริง อาจทำให้ตลาดชิป AI มีการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้น และลดการพึ่งพา NVIDIA ในระยะยาว

    สรุปสาระสำคัญ
    Trainium3 UltraServers เปิดตัวพร้อมประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม 4.4 เท่า
    รวมได้สูงสุด 144 ชิปในคลัสเตอร์เดียว

    NeuronSwitch-v1 เชื่อมต่อได้ถึง 1 ล้านชิป
    รองรับการฝึกโมเดล trillion-token datasets

    Trainium4 ASICs มี FP4 performance สูงขึ้น 6 เท่า
    เพิ่มสเปกหน่วยความจำและรองรับ NVIDIA NVLink

    Anthropic รายงานว่าต้นทุนการฝึกโมเดลลดลง
    แสดงถึงความคุ้มค่าของ Trainium

    การแข่งขันในตลาดชิป AI รุนแรงขึ้น
    NVIDIA และ Google TPU ต้องเผชิญแรงกดดันจาก Amazon

    ลูกค้าที่ไม่ปรับตัวอาจเสียโอกาสในการลดต้นทุน
    การไม่ใช้ระบบที่รองรับ NVLink อาจทำให้ขยายโครงสร้างยากขึ้น

    https://wccftech.com/amazon-is-all-in-in-the-race-for-a-competitive-asic-portfolio/
    ⚡ Amazon เร่งเครื่องในสนาม ASIC Amazon ประกาศเปิดตัว Trainium3 UltraServers ที่สามารถรวมชิปได้สูงสุดถึง 144 ตัวในคลัสเตอร์เดียว ทำให้ได้ ประสิทธิภาพสูงขึ้น 4.4 เท่า และ ประสิทธิภาพพลังงานมากขึ้น 4 เท่า เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พร้อมทั้งเพิ่มแบนด์วิดท์หน่วยความจำเกือบ 4 เท่า ถือเป็นการยกระดับครั้งใหญ่ในตลาดชิป AI 🔧 เทคโนโลยีใหม่ใน Trainium3 และ Trainium4 Trainium3 UltraServers มาพร้อม NeuronSwitch-v1 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเชื่อมต่อใหม่ที่คล้ายกับ NVLink ของ NVIDIA แต่พัฒนาโดย Amazon เอง โดยสามารถขยายการเชื่อมต่อไปถึง 1 ล้านชิปในคลัสเตอร์เดียว เพื่อรองรับการฝึกโมเดลขนาด “trillion-token datasets” ในขณะเดียวกัน Amazon ยังเผยข้อมูลของ Trainium4 ASICs ที่มี ประสิทธิภาพ FP4 สูงขึ้น 6 เท่า และเพิ่มสเปกหน่วยความจำอย่างมหาศาล อีกทั้งยังรองรับ NVIDIA NVLink เพื่อให้ลูกค้าสามารถผสมผสานการใช้งานกับระบบของ NVIDIA ได้ง่ายขึ้น 🌍 ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม การเปิดตัวนี้ทำให้ Amazon กลายเป็นคู่แข่งที่จริงจังในตลาดชิป AI ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกครองโดย NVIDIA และ Google TPU การที่ Amazonสามารถเชื่อมต่อระบบเข้ากับ NVLink ได้ ทำให้ลูกค้าที่มีโครงสร้างพื้นฐานเดิมสามารถขยายระบบโดยไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้บริษัทอย่าง Anthropic รายงานว่าต้นทุนการฝึกโมเดลลดลงอย่างมากเมื่อใช้ Trainium 📊 มุมมองในอนาคต Amazon แสดงให้เห็นว่า “all in” กับการพัฒนา ASIC เพื่อรองรับความต้องการด้าน AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว หาก Trainium4 สามารถพิสูจน์ประสิทธิภาพได้จริง อาจทำให้ตลาดชิป AI มีการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้น และลดการพึ่งพา NVIDIA ในระยะยาว 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ Trainium3 UltraServers เปิดตัวพร้อมประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม 4.4 เท่า ➡️ รวมได้สูงสุด 144 ชิปในคลัสเตอร์เดียว ✅ NeuronSwitch-v1 เชื่อมต่อได้ถึง 1 ล้านชิป ➡️ รองรับการฝึกโมเดล trillion-token datasets ✅ Trainium4 ASICs มี FP4 performance สูงขึ้น 6 เท่า ➡️ เพิ่มสเปกหน่วยความจำและรองรับ NVIDIA NVLink ✅ Anthropic รายงานว่าต้นทุนการฝึกโมเดลลดลง ➡️ แสดงถึงความคุ้มค่าของ Trainium ‼️ การแข่งขันในตลาดชิป AI รุนแรงขึ้น ⛔ NVIDIA และ Google TPU ต้องเผชิญแรงกดดันจาก Amazon ‼️ ลูกค้าที่ไม่ปรับตัวอาจเสียโอกาสในการลดต้นทุน ⛔ การไม่ใช้ระบบที่รองรับ NVLink อาจทำให้ขยายโครงสร้างยากขึ้น https://wccftech.com/amazon-is-all-in-in-the-race-for-a-competitive-asic-portfolio/
    WCCFTECH.COM
    Amazon Is ‘All-In’ in the Race for a Competitive ASIC Portfolio, Showcasing New Trainium3 Servers and Next-Gen Trainium4 Chips
    Amazon has ramped up the ASIC race by showcasing Trainium3 server configurations and next-generation Trainium4 chips.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 262 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🖧 TSMC เปิดตัวโซลูชัน Optical Connectivity สำหรับชิป AI รุ่นใหม่

    ที่งาน TSMC European OIP Forum ล่าสุด บริษัท Alchip และ Ayar Labs ได้ร่วมกันสาธิตโซลูชันเชื่อมต่อแบบ Optical I/O ที่สร้างบนแพลตฟอร์ม COUPE (Compact Universal Photonic Engine) ของ TSMC ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผล AI รุ่นใหม่ โซลูชันนี้สามารถส่งข้อมูลได้สูงสุดถึง 100 Tb/s ต่อหนึ่งตัวเร่งความเร็ว (accelerator) และรองรับการเชื่อมต่อกับชิปอื่น ๆ ผ่านมาตรฐาน UCIe interface

    สิ่งที่น่าสนใจคือ โซลูชันนี้ช่วยให้บริษัทขนาดเล็กที่ไม่มีทรัพยากรในการพัฒนา subsystem ด้าน optical เอง สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีระดับสูงได้ โดยใช้โมดูลที่พร้อมใช้งานจาก Alchip และ Ayar Labs ทำให้ลดต้นทุนการลงทุนหลายสิบล้านดอลลาร์ และยังสามารถขยายระบบได้ในระดับ rack-scale หรือ multi-rack-scale เพื่อเชื่อมต่อชิปจำนวนมหาศาลให้ทำงานเหมือนเป็นโปรเซสเซอร์เดียว

    ในเชิงเทคนิค โซลูชันนี้ประกอบด้วย สาม chiplets ได้แก่ ตัว protocol converter ของ Alchip, ตัว EIC (electrical interface die) และตัว PIC (photonic integrated circuit) ของ Ayar Labs ที่ใช้สถาปัตยกรรม microring พร้อมตัวเชื่อมต่อไฟเบอร์แบบถอดได้ รองรับทั้ง PAM4 CWDM และ DWDM ซึ่งให้ latency ต่ำและอัตราความผิดพลาดของข้อมูล (BER) ที่ดีมาก

    นอกจากการเชื่อมต่อระหว่างชิปแล้ว ทีมพัฒนายังมองว่าโซลูชันนี้สามารถนำไปใช้เป็น memory extender ได้ด้วย โดย reference design ที่นำเสนอมีการรวม accelerator dies, HBM stacks และ optical engines บน substrate เดียว ทำให้เกิดการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพสูงและใช้พลังงานต่ำ ซึ่งอาจเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนา AI accelerators ในอนาคต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    โซลูชัน Optical I/O จาก TSMC, Alchip และ Ayar Labs
    รองรับ bandwidth สูงสุด 100 Tb/s ต่อ accelerator
    ใช้มาตรฐาน UCIe interface เชื่อมต่อกับชิปอื่น ๆ

    ช่วยให้บริษัทขนาดเล็กเข้าถึงเทคโนโลยี optical connectivity ได้ง่ายขึ้น
    ลดต้นทุนการลงทุน subsystem optical หลายสิบล้านดอลลาร์
    สามารถขยายระบบได้ทั้ง rack-scale และ multi-rack-scale

    โครงสร้างสาม chiplets ที่ทำงานร่วมกัน
    Protocol converter รองรับ UCIe และ proprietary protocols
    PIC ของ Ayar Labs ใช้ microring architecture พร้อม fiber connector

    การใช้งานที่หลากหลาย
    เชื่อมต่อ XPU-to-XPU, XPU-to-switch และ switch-to-switch
    สามารถใช้เป็น memory extender ได้

    ความท้าทายและข้อควรระวัง
    การผลิตและบูรณาการ subsystem optical ต้องการความแม่นยำสูง
    หาก latency หรือ BER ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน อาจกระทบต่อประสิทธิภาพ AI accelerators
    การขยายระบบในระดับ multi-rack-scale อาจเพิ่มความซับซ้อนในการจัดการพลังงานและความเสถียร

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/industrys-first-tsmc-coupe-based-optical-connectivity-solution-for-next-gen-ai-chips-displayed-alchip-and-ayar-labs-show-future-silicon-photonics-device
    🖧 TSMC เปิดตัวโซลูชัน Optical Connectivity สำหรับชิป AI รุ่นใหม่ ที่งาน TSMC European OIP Forum ล่าสุด บริษัท Alchip และ Ayar Labs ได้ร่วมกันสาธิตโซลูชันเชื่อมต่อแบบ Optical I/O ที่สร้างบนแพลตฟอร์ม COUPE (Compact Universal Photonic Engine) ของ TSMC ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผล AI รุ่นใหม่ โซลูชันนี้สามารถส่งข้อมูลได้สูงสุดถึง 100 Tb/s ต่อหนึ่งตัวเร่งความเร็ว (accelerator) และรองรับการเชื่อมต่อกับชิปอื่น ๆ ผ่านมาตรฐาน UCIe interface สิ่งที่น่าสนใจคือ โซลูชันนี้ช่วยให้บริษัทขนาดเล็กที่ไม่มีทรัพยากรในการพัฒนา subsystem ด้าน optical เอง สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีระดับสูงได้ โดยใช้โมดูลที่พร้อมใช้งานจาก Alchip และ Ayar Labs ทำให้ลดต้นทุนการลงทุนหลายสิบล้านดอลลาร์ และยังสามารถขยายระบบได้ในระดับ rack-scale หรือ multi-rack-scale เพื่อเชื่อมต่อชิปจำนวนมหาศาลให้ทำงานเหมือนเป็นโปรเซสเซอร์เดียว ในเชิงเทคนิค โซลูชันนี้ประกอบด้วย สาม chiplets ได้แก่ ตัว protocol converter ของ Alchip, ตัว EIC (electrical interface die) และตัว PIC (photonic integrated circuit) ของ Ayar Labs ที่ใช้สถาปัตยกรรม microring พร้อมตัวเชื่อมต่อไฟเบอร์แบบถอดได้ รองรับทั้ง PAM4 CWDM และ DWDM ซึ่งให้ latency ต่ำและอัตราความผิดพลาดของข้อมูล (BER) ที่ดีมาก นอกจากการเชื่อมต่อระหว่างชิปแล้ว ทีมพัฒนายังมองว่าโซลูชันนี้สามารถนำไปใช้เป็น memory extender ได้ด้วย โดย reference design ที่นำเสนอมีการรวม accelerator dies, HBM stacks และ optical engines บน substrate เดียว ทำให้เกิดการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพสูงและใช้พลังงานต่ำ ซึ่งอาจเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนา AI accelerators ในอนาคต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ โซลูชัน Optical I/O จาก TSMC, Alchip และ Ayar Labs ➡️ รองรับ bandwidth สูงสุด 100 Tb/s ต่อ accelerator ➡️ ใช้มาตรฐาน UCIe interface เชื่อมต่อกับชิปอื่น ๆ ✅ ช่วยให้บริษัทขนาดเล็กเข้าถึงเทคโนโลยี optical connectivity ได้ง่ายขึ้น ➡️ ลดต้นทุนการลงทุน subsystem optical หลายสิบล้านดอลลาร์ ➡️ สามารถขยายระบบได้ทั้ง rack-scale และ multi-rack-scale ✅ โครงสร้างสาม chiplets ที่ทำงานร่วมกัน ➡️ Protocol converter รองรับ UCIe และ proprietary protocols ➡️ PIC ของ Ayar Labs ใช้ microring architecture พร้อม fiber connector ✅ การใช้งานที่หลากหลาย ➡️ เชื่อมต่อ XPU-to-XPU, XPU-to-switch และ switch-to-switch ➡️ สามารถใช้เป็น memory extender ได้ ‼️ ความท้าทายและข้อควรระวัง ⛔ การผลิตและบูรณาการ subsystem optical ต้องการความแม่นยำสูง ⛔ หาก latency หรือ BER ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน อาจกระทบต่อประสิทธิภาพ AI accelerators ⛔ การขยายระบบในระดับ multi-rack-scale อาจเพิ่มความซับซ้อนในการจัดการพลังงานและความเสถียร https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/industrys-first-tsmc-coupe-based-optical-connectivity-solution-for-next-gen-ai-chips-displayed-alchip-and-ayar-labs-show-future-silicon-photonics-device
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 391 มุมมอง 0 รีวิว
  • https://youtu.be/lFvROjOiUWk?si=ML4RM4pvKEk03caD
    https://youtu.be/lFvROjOiUWk?si=ML4RM4pvKEk03caD
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 89 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าว: Micron ลงทุนสร้างโรงงาน HBM ในญี่ปุ่น

    Micron วางแผนขยายโรงงานที่ฮิโรชิมาเพื่อสร้างโรงงานผลิต High-Bandwidth Memory (HBM) โดยใช้งบลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านเยน (9.6 พันล้านดอลลาร์) การก่อสร้างจะเริ่มในเดือนพฤษภาคมปีหน้า และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบผลิตภัณฑ์ในปี 2028

    การสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น
    กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) คาดว่าจะสนับสนุนเงินอุดหนุนสูงสุดถึง 500 พันล้านเยน เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและเสริมสร้างศักยภาพอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ที่ญี่ปุ่นใช้กับโครงการของ TSMC และ Rapidus ที่ได้รับการสนับสนุนเช่นกัน

    บริบทการแข่งขันในตลาด HBM
    ตลาด HBM กำลังเป็นหัวใจสำคัญของซัพพลายเชน AI โดย SK hynix ครองตลาดหลักและส่งออกให้ Nvidia จนถึงปี 2026 ขณะที่ Samsung กำลังเร่งพัฒนา HBM3E แบบ 12 ชั้น ส่วน Micron เองก็มีสัญญาซัพพลายกับ Nvidia และ AMD และกำลังขยายส่วนแบ่งตลาดไปถึง 20% การสร้างโรงงานใหม่ในญี่ปุ่นจะช่วยเพิ่มศักยภาพและลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

    ความสำคัญต่ออนาคต AI
    โรงงานใหม่นี้จะตรงกับช่วงที่ GPU รุ่นถัดไป (HBM4/HBM4E) เริ่มเข้าสู่ตลาด ซึ่งต้องการหน่วยความจำที่มีความเร็วและความหนาแน่นสูงขึ้น หาก Micron สามารถผลิตได้ตามแผนในปี 2028 จะช่วยให้บริษัทมีบทบาทสำคัญในตลาด AI accelerators ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

    สรุปเป็นหัวข้อ
    เหตุการณ์ในข่าว
    Micron ลงทุน 9.6 พันล้านดอลลาร์สร้างโรงงาน HBM ที่ฮิโรชิมา
    เริ่มก่อสร้างปีหน้า และคาดว่าจะผลิตได้ในปี 2028

    ข้อมูลเสริมจาก Internet
    SK hynix ครองตลาด HBM และส่งออกให้ Nvidia จนถึงปี 2026
    Samsung เร่งพัฒนา HBM3E แบบ 12 ชั้น
    Micron มีสัญญาซัพพลายกับ Nvidia และ AMD และกำลังขยายส่วนแบ่งตลาดถึง 20%

    คำเตือนสำหรับอุตสาหกรรม
    ความต้องการ HBM สูงมาก อาจทำให้เกิดการขาดแคลนและราคาพุ่ง
    การแข่งขันระหว่าง SK hynix, Samsung และ Micron อาจทำให้ตลาดผันผวน
    ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน อาจกระทบซัพพลายเชน

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/micron-plans-hbm-fab-in-japan-as-ai-memory-race-accelerates
    🏭 ข่าว: Micron ลงทุนสร้างโรงงาน HBM ในญี่ปุ่น Micron วางแผนขยายโรงงานที่ฮิโรชิมาเพื่อสร้างโรงงานผลิต High-Bandwidth Memory (HBM) โดยใช้งบลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านเยน (9.6 พันล้านดอลลาร์) การก่อสร้างจะเริ่มในเดือนพฤษภาคมปีหน้า และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบผลิตภัณฑ์ในปี 2028 💰 การสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) คาดว่าจะสนับสนุนเงินอุดหนุนสูงสุดถึง 500 พันล้านเยน เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและเสริมสร้างศักยภาพอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ที่ญี่ปุ่นใช้กับโครงการของ TSMC และ Rapidus ที่ได้รับการสนับสนุนเช่นกัน ⚡ บริบทการแข่งขันในตลาด HBM ตลาด HBM กำลังเป็นหัวใจสำคัญของซัพพลายเชน AI โดย SK hynix ครองตลาดหลักและส่งออกให้ Nvidia จนถึงปี 2026 ขณะที่ Samsung กำลังเร่งพัฒนา HBM3E แบบ 12 ชั้น ส่วน Micron เองก็มีสัญญาซัพพลายกับ Nvidia และ AMD และกำลังขยายส่วนแบ่งตลาดไปถึง 20% การสร้างโรงงานใหม่ในญี่ปุ่นจะช่วยเพิ่มศักยภาพและลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ 🚀 ความสำคัญต่ออนาคต AI โรงงานใหม่นี้จะตรงกับช่วงที่ GPU รุ่นถัดไป (HBM4/HBM4E) เริ่มเข้าสู่ตลาด ซึ่งต้องการหน่วยความจำที่มีความเร็วและความหนาแน่นสูงขึ้น หาก Micron สามารถผลิตได้ตามแผนในปี 2028 จะช่วยให้บริษัทมีบทบาทสำคัญในตลาด AI accelerators ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ เหตุการณ์ในข่าว ➡️ Micron ลงทุน 9.6 พันล้านดอลลาร์สร้างโรงงาน HBM ที่ฮิโรชิมา ➡️ เริ่มก่อสร้างปีหน้า และคาดว่าจะผลิตได้ในปี 2028 ✅ ข้อมูลเสริมจาก Internet ➡️ SK hynix ครองตลาด HBM และส่งออกให้ Nvidia จนถึงปี 2026 ➡️ Samsung เร่งพัฒนา HBM3E แบบ 12 ชั้น ➡️ Micron มีสัญญาซัพพลายกับ Nvidia และ AMD และกำลังขยายส่วนแบ่งตลาดถึง 20% ‼️ คำเตือนสำหรับอุตสาหกรรม ⛔ ความต้องการ HBM สูงมาก อาจทำให้เกิดการขาดแคลนและราคาพุ่ง ⛔ การแข่งขันระหว่าง SK hynix, Samsung และ Micron อาจทำให้ตลาดผันผวน ⛔ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน อาจกระทบซัพพลายเชน https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/micron-plans-hbm-fab-in-japan-as-ai-memory-race-accelerates
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Micron plans $9.6 billion HBM fab in Japan as AI memory race accelerates
    U.S. chipmaker set to expand Hiroshima site with heavy support from Tokyo.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 374 มุมมอง 0 รีวิว
  • https://youtu.be/ecgHNaF4oM4?si=w4aDsXbWHUR8xj5q
    https://youtu.be/ecgHNaF4oM4?si=w4aDsXbWHUR8xj5q
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 79 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20251127 #TechRadar

    รวมโน้ตบุ๊กสำหรับนักเรียนปี 2025
    ถ้าเล่าให้ฟังแบบง่าย ๆ ตอนนี้ TechRadar เขาได้จัดอันดับโน้ตบุ๊กที่เหมาะกับนักเรียนไว้หลายรุ่นเลย เริ่มจาก MacBook Air M3 ที่ยังคงเป็นตัวท็อปสำหรับการเรียน ใช้งานได้แรง แบตอึด และราคาก็ลดลงเพราะมีรุ่น M4 ออกมาแล้ว ต่อมาก็มี Acer Chromebook Plus 514 ที่เหมาะกับคนงบจำกัดแต่ยังได้เครื่องที่ทำงานลื่น ๆ สำหรับงานทั่วไป ส่วนใครชอบ ChromeOS รุ่น HP Chromebook Plus 15.6 ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ครบเครื่องและแบตทนดี สำหรับสายพกพา Microsoft Surface Laptop 13 น้ำหนักเบาและแบตยาวนานก็เป็นคำตอบ ส่วนสายครีเอทีฟที่ต้องใช้พลังมากขึ้น MacBook Air M4 รุ่นจอ 15 นิ้วก็ถูกยกให้เป็นเครื่องที่ตอบโจทย์งานกราฟิกและงานสร้างสรรค์ได้ดีมาก
    https://www.techradar.com/computing/laptops/best-student-laptops

    Google Messages เตรียมอัปเกรดใหม่
    ข่าวนี้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ แต่มีประโยชน์ใน Google Messages ที่กำลังทดสอบอยู่ในโค้ดเบต้า อย่างแรกคือเวลาเซฟไฟล์รูปหรือวิดีโอจะมีปุ่ม “Open” ให้กดเปิดไฟล์ได้ทันที ต่อมาคือปุ่ม Gemini ที่จะใหญ่ขึ้นเพื่อให้คนใช้งานง่ายขึ้น และสุดท้ายคือการเปลี่ยนข้อความจาก “Location” เป็น “One-time Location” เพื่อให้ชัดเจนว่ามันแชร์ตำแหน่งแค่ครั้งเดียว ไม่ใช่แชร์ต่อเนื่อง แม้ยังไม่แน่ว่าจะเปิดใช้จริง แต่ถ้าออกมาก็น่าจะช่วยให้การใช้งานสะดวกขึ้น
    https://www.techradar.com/phones/google-messages-could-be-getting-3-useful-upgrades-soon-including-a-gemini-change

    นักพัฒนาระวัง! เว็บจัดรูปแบบโค้ดเผยข้อมูลลับ
    เรื่องนี้ค่อนข้างน่ากังวล เพราะมีการพบว่าเว็บยอดนิยมอย่าง JSONFormatter และ CodeBeautify มีฟีเจอร์ “Recent Links” ที่เปิดเผยข้อมูลที่ผู้ใช้เคยอัปโหลดไว้โดยไม่ป้องกัน ทำให้ข้อมูลสำคัญอย่างรหัสผ่าน คีย์ API หรือข้อมูลส่วนตัวหลุดออกมาได้ง่าย นักวิจัยถึงขั้นดึงข้อมูลย้อนหลังได้หลายปี และพบว่ามีทั้งข้อมูลจากหน่วยงานรัฐไปจนถึงบริษัทใหญ่ ๆ ที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตี ซึ่งตอนนี้ก็มีผู้ไม่หวังดีเริ่มทดลองใช้ช่องโหว่นี้แล้วด้วย
    https://www.techradar.com/pro/security/top-code-formatting-sites-are-exposing-huge-amounts-of-user-data

    ธุรกิจยังติดขัดกับการทำ AI อย่างรับผิดชอบ
    รายงานจาก Experian ชี้ว่าผู้บริหารส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า “Responsible AI” จะเป็นตัวสร้างความแตกต่างในการแข่งขัน แต่ปัญหาคือหลายบริษัทยังไม่พร้อมที่จะนำไปใช้จริง ทั้งเรื่องคุณภาพข้อมูล ความรู้ทางเทคนิค และการบาลานซ์ระหว่างนวัตกรรมกับการกำกับดูแล แม้จะมีหลักการชัดเจน เช่น ความน่าเชื่อถือ การปกป้องความเป็นส่วนตัว และการลดอคติ แต่มีเพียงครึ่งหนึ่งที่บอกว่าทีมงานพร้อมจริง ๆ นักวิเคราะห์จึงแนะนำให้เริ่มจากเล็ก ๆ ทดลองก่อน แล้วค่อยขยาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดความเสี่ยง
    https://www.techradar.com/pro/businesses-are-struggling-to-implement-responsible-ai-but-it-could-make-all-the-difference

    Claude Opus 4.5 เปิดตัวแล้ว
    Anthropic ปล่อยโมเดลใหม่ Claude Opus 4.5 ที่บอกว่าดีขึ้นอย่าง “มีความหมาย” ทั้งเรื่องการทำงานทั่วไปและการเขียนโค้ด จุดเด่นคือมันจัดการงานจริงได้ดีขึ้น เช่น ทำอีเมล สไลด์ หรือเอกสารได้เนียนกว่าเดิม รวมถึงแก้โจทย์ที่ซับซ้อนและทำงานหลายขั้นตอนต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังใช้พลังคำนวณน้อยลง ทำให้ทั้งผู้ใช้ทั่วไปและองค์กรได้ประโยชน์มากขึ้น แม้ยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่การพัฒนาเร็วขนาดนี้ก็แสดงให้เห็นว่าตลาด AI กำลังโตและแข่งขันกันเข้มข้น
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/claude/claude-opus-4-5-is-now-live-and-meaningfully-better-at-everyday-tasks-and-coding-challenges

    Nothing Phone 3: สมาร์ทโฟนเรือธงที่แตกต่าง
    Nothing เปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ Phone 3 ที่ตั้งใจจะก้าวเข้าสู่ตลาดพรีเมียมเต็มตัว ดีไซน์ยังคงความแปลกตาแบบบล็อกเหลี่ยมที่หลายคนอาจมองว่าสวยไม่เหมือนใคร แต่บางคนก็อาจรู้สึกว่ามันเทอะทะเกินไป จุดเด่นคือกล้อง 50MP ทั้งหมด 4 ตัว รวมถึงเลนส์ periscope ที่ช่วยให้ถ่ายภาพระยะไกลได้ดี แบตเตอรี่ใหญ่กว่า iPhone และ Samsung รุ่นใกล้เคียง พร้อมชาร์จเร็วกว่า จุดที่น่าสนใจคือฟีเจอร์ Glyph Matrix ที่ใช้ไฟด้านหลังมือถือแสดงข้อมูลหรือเล่นเกมเล็ก ๆ ได้ และปุ่ม Essential Key ที่ช่วยให้แคปหน้าจอหรือบันทึกวิดีโอได้ทันที ถึงแม้จะมีข้อดีหลายอย่าง แต่ราคาที่สูงขึ้นอาจทำให้แฟน ๆ รุ่นก่อนลังเล อย่างไรก็ตาม มันคือการประกาศชัดว่า Nothing อยากเป็นผู้เล่นในตลาดเรือธงจริง ๆ
    https://www.techradar.com/phones/nothing-phones/nothing-phone-3-review

    AWS มีดาต้าเซ็นเตอร์มากกว่าที่คิด
    ข้อมูลใหม่เผยว่า Amazon Web Services (AWS) อาจมีดาต้าเซ็นเตอร์มากถึง 900 แห่งทั่วโลก ซึ่งมากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้หลายเท่า การขยายตัวนี้เกิดจากความต้องการด้าน AI ที่เพิ่มสูงขึ้น AWS ไม่ได้เปิดเผยจำนวนจริง แต่ยืนยันว่ามี 38 regions และ 120 availability zones พร้อมแผนลงทุนมหาศาลในหลายประเทศ เช่น อินเดียและสหรัฐฯ จุดที่น่าสนใจคือ AWS พยายามรักษาประสิทธิภาพพลังงาน โดยอ้างว่ามีค่า Power Usage Effectiveness ดีกว่าค่าเฉลี่ยโลก และโครงสร้างพื้นฐานของตนใช้พลังงานได้คุ้มค่ากว่าการทำงานแบบ on-premises หลายเท่า
    https://www.techradar.com/pro/aws-says-it-has-around-900-data-centers-twice-as-many-as-previously-thought

    Android Desktop: ก้าวใหม่ของ Google OS
    Google กำลังพัฒนาโครงการ “Aluminium OS” ที่จะรวม Android เข้ากับ ChromeOS เพื่อสร้างระบบปฏิบัติการเดสก์ท็อปใหม่ รองรับทั้ง PC, Laptop, Tablet และ 2-in-1 จุดเด่นคือการผสาน AI เข้ามาเป็นแกนหลัก และรองรับแอป Android แบบเนทีฟโดยไม่ต้องจำลอง ทำให้การใช้งานต่อเนื่องระหว่างมือถือและเดสก์ท็อปเป็นไปอย่างราบรื่น Aluminium จะค่อย ๆ เข้ามาแทน ChromeOS แต่ยังคงอยู่คู่กันในช่วงเปลี่ยนผ่าน เป้าหมายคือการยกระดับ Chromebook และอุปกรณ์ Android ให้แข่งขันกับ Windows และ macOS ได้ในบางตลาด โดยเฉพาะด้านการศึกษาและธุรกิจ
    https://www.techradar.com/computing/desktop-pcs/android-powered-desktop-pcs-are-coming-and-i-think-theyll-be-an-exciting-step-up-from-chromeos

    Ransomware โจมตีธุรกิจที่ถูกซื้อกิจการ
    รายงานใหม่จาก ReliaQuest เผยว่าแฮกเกอร์ที่ใช้ Akira ransomware มักเจาะเข้าธุรกิจขนาดเล็กที่ถูกซื้อกิจการ โดยใช้ช่องโหว่จากอุปกรณ์ที่ถูกละเลยหรือไม่ได้รับการแพตช์ โดยเฉพาะ SonicWall SSL VPN ที่มีบัฟเฟอร์โอเวอร์โฟลว์ร้ายแรง แม้จะมีการอัปเดตแล้ว แต่หลายองค์กรยังไม่ทันปรับปรุง ทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้ามาเคลื่อนไหวในระบบและเข้ารหัสข้อมูลได้ ปัญหาคือบริษัทที่ซื้อกิจการมักไม่รู้ว่ามีอุปกรณ์เสี่ยงอยู่ในเครือข่ายใหม่ ทำให้การโจมตีเกิดขึ้นง่ายและกระจายไปหลายบริษัทพร้อมกัน
    https://www.techradar.com/pro/security/ransomware-hackers-attack-smbs-being-acquired-to-try-and-gain-access-to-multiple-companies

    Chat Control: EU เห็นชอบการสแกนแชทแบบสมัครใจ
    หลังจากถกเถียงกันมากว่า 3 ปี สภาสหภาพยุโรปได้บรรลุข้อตกลงในกฎหมาย Child Sexual Abuse Regulation หรือที่ถูกเรียกว่า Chat Control โดยเปลี่ยนจากการบังคับสแกนข้อความส่วนตัวมาเป็นแบบสมัครใจ แต่ก็ยังสร้างความกังวลในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัว เพราะแม้จะไม่บังคับ แต่ก็เปิดช่องให้ผู้ให้บริการแชทต้องพิจารณามาตรการป้องกันการใช้แพลตฟอร์มในทางที่ผิด และอาจถูกบังคับให้พัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับเพิ่มเติม ขณะนี้ EU เตรียมเข้าสู่การเจรจากับรัฐสภาเพื่อหาข้อสรุปสุดท้าย ซึ่งยังคงเป็นประเด็นร้อนระหว่างการปกป้องเด็กกับการรักษาสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/chat-control-eu-lawmakers-finally-agree-on-the-voluntary-scanning-of-your-private-chats

    การเชื่อมต่อ AI รุ่นใหม่: ประสิทธิภาพและการติดตั้ง
    บทความนี้พูดถึง “Next frontier” ของการเชื่อมต่อที่พร้อมสำหรับ AI โดยเน้นการทำให้โครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการติดตั้งและการใช้งานจริง แนวคิดคือการสร้างระบบที่สามารถรองรับการประมวลผล AI ได้อย่างราบรื่น ลดความซับซ้อนในการขยายเครือข่าย และทำให้การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานคุ้มค่ามากขึ้น ผู้เขียนชี้ว่าอนาคตของการสื่อสารจะไม่ใช่แค่ความเร็ว แต่คือการจัดการทรัพยากรอย่างชาญฉลาดเพื่อรองรับการเติบโตของ AI
    https://www.techradar.com/pro/the-next-frontier-for-ai-ready-connectivity-efficiency-in-deployment

    ดีล Samsung Galaxy Tab ลดแรง
    TechRadar แนะนำดีลพิเศษสำหรับ Samsung Galaxy Tab ที่ช่วยประหยัดเงินได้หลายร้อยดอลลาร์ เหมาะสำหรับคนที่ชอบ Android มากกว่า iPadOS โดยบทความเน้นว่าตอนนี้เป็นช่วง Black Friday ที่มีโปรโมชั่นแรงที่สุดของปี ทำให้แท็บเล็ตตระกูล Galaxy Tab กลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า ทั้งในด้านราคาและฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย
    https://www.techradar.com/seasonal-sales/prefer-android-to-ipados-these-stellar-samsung-galaxy-tab-deals-will-save-you-hundreds-this-black-friday

    ChatGPT กับการพูดคุยเสียงที่สมจริง
    ผู้เขียนเล่าประสบการณ์การลองใช้ฟีเจอร์ใหม่ของ ChatGPT ที่เพิ่มการสนทนาด้วยเสียง ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนพูดคุยกับคนจริง ๆ มากขึ้น ฟีเจอร์นี้ถูกมองว่าเป็น “ชิ้นส่วนที่ขาดหายไป” ของการใช้งาน AI เพราะทำให้การโต้ตอบเป็นธรรมชาติและสะดวกกว่าเดิม แม้จะยังมีรายละเอียดที่ต้องปรับปรุง แต่โดยรวมถือว่าเป็นการพัฒนาใหญ่ที่ทำให้ AI ก้าวใกล้การใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpts-new-voice-integration-feels-like-the-missing-piece-in-ai-chat-ive-tried-it-and-its-almost-perfect

    Notepad บน Windows 11 ได้ฟีเจอร์ใหม่
    Microsoft เพิ่มความสามารถใหม่ให้กับ Notepad ใน Windows 11 โดยรองรับการสร้างตารางและเสริมพลัง AI เข้าไป ฟีเจอร์นี้ทำให้ Notepad ไม่ใช่แค่โปรแกรมจดบันทึกธรรมดาอีกต่อไป แต่สามารถใช้ทำงานที่ซับซ้อนขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บางส่วนไม่พอใจ เพราะมองว่า Notepad ควรเป็นเครื่องมือที่เรียบง่าย ไม่ควรซับซ้อนเกินไป การเปลี่ยนแปลงนี้จึงกลายเป็นประเด็นถกเถียงในชุมชนผู้ใช้ Windows
    https://www.techradar.com/computing/windows/windows-11s-notepad-gets-support-for-tables-and-bolstered-ai-powers-and-not-everyones-happy

    ChatGPT Voice Mode อัปเกรดครั้งใหญ่
    อีกหนึ่งบทความเกี่ยวกับ ChatGPT ที่พูดถึงการอัปเกรดโหมดเสียงครั้งใหญ่ โดยสรุปว่ามี 5 สิ่งสำคัญที่ผู้ใช้ควรรู้ เช่น ความเป็นธรรมชาติของเสียงที่ดีขึ้น ความเร็วในการตอบสนอง และการรองรับหลายภาษา การพัฒนานี้ทำให้การใช้งาน AI ผ่านเสียงมีความสมจริงและสะดวกมากขึ้น ถือเป็นการยกระดับการโต้ตอบระหว่างมนุษย์กับ AI ให้ใกล้เคียงการสนทนาจริงมากกว่าเดิม
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpts-voice-mode-just-got-a-major-upgrade-here-are-5-things-you-need-to-know

    อุปกรณ์ AI ของ Sam Altman ที่เหมือนกระท่อมริมทะเลสาบ แต่จริงๆ อาจเป็นการเฝ้าสอดส่อง
    Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ออกมาเล่าว่ากำลังสร้างอุปกรณ์ AI แบบใหม่ ที่เขาเปรียบเหมือนการนั่งพักผ่อนในกระท่อมสวยๆ ริมทะเลสาบ ให้ความสงบและเรียบง่ายกว่าการใช้สมาร์ทโฟนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่เมื่อมองลึกลงไป อุปกรณ์นี้คือการเฝ้าสังเกตชีวิตผู้ใช้ตลอดเวลา ทั้งพฤติกรรม อารมณ์ และกิจวัตรประจำวัน ซึ่งอาจหมายถึงการแลกความเป็นส่วนตัวกับความสะดวกสบาย ความสงบที่ถูกขายให้เราอาจเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะจริงๆ แล้วคือการเปิดให้ระบบเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openai/sam-altman-wants-his-ai-device-to-feel-like-sitting-in-the-most-beautiful-cabin-by-a-lake-but-it-sounds-more-like-endless-surveillance

    Intel Granite Rapids-WS หลุดข้อมูล ชี้พลังเวิร์กสเตชันระดับมหึมา
    มีการรั่วไหลข้อมูลเกี่ยวกับแพลตฟอร์มใหม่ของ Intel ที่ชื่อ Granite Rapids-WS ซึ่งจะใช้ซ็อกเก็ต E2 ขนาดใหญ่ รองรับพลังงานสูงถึง 350 วัตต์ และสามารถใส่แรม DDR5 ได้ถึง 2 เทราไบต์ต่อซ็อกเก็ต จุดเด่นคือจำนวนคอร์มหาศาลถึง 86 คอร์ 172 เธรด พร้อมแคช L3 ขนาดใหญ่ และ PCIe lanes มากมายเพื่อรองรับ GPU และสตอเรจหลายตัว นี่คือการตอบโต้ AMD Threadripper ในตลาดเวิร์กสเตชันระดับสูง ที่เน้นงานเรนเดอร์ ซิมูเลชัน และการวิเคราะห์ข้อมูลหนักๆ
    https://www.techradar.com/pro/did-intels-next-big-thing-in-workstations-just-leak-ahead-of-granite-rapids-launch-report-claims-this-is-whats-next-from-troubled-chipmaker

    จีนจำลองการใช้โดรน 1,000 ตัวเพื่อบล็อก Starlink เหนือไต้หวัน
    งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยในจีนเผยการจำลองสถานการณ์ที่ใช้โดรนติดตั้งเครื่องรบกวนสัญญาณจำนวนมหาศาล เพื่อสร้าง “เกราะแม่เหล็กไฟฟ้า” ปิดกั้นอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink เหนือไต้หวัน การทดลองชี้ว่าหากใช้โดรนราว 935 ตัวที่ทำงานประสานกัน จะสามารถทำให้พื้นที่ทั้งหมดไม่สามารถเชื่อมต่อได้ แม้ในทางปฏิบัติจะมีความยากลำบากและค่าใช้จ่ายสูง แต่แนวคิดนี้สะท้อนถึงการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในสงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่น่ากังวล
    https://www.techradar.com/tech/can-starlink-be-blocked-scary-chinese-simulation-shows-1-000-drones-can-jam-satellite-internet-over-an-island-as-large-as-taiwan

    Tuxedo ยกเลิกโน้ตบุ๊ก Linux ที่ใช้ Snapdragon X Elite หลังเจอปัญหาหนัก
    บริษัท Tuxedo ที่เชี่ยวชาญด้านเครื่อง Linux ตัดสินใจยกเลิกการพัฒนาโน้ตบุ๊กที่ใช้ชิป Snapdragon X Elite หลังจากพยายามแก้ไขปัญหามานานถึง 18 เดือน แต่ไม่สามารถทำให้ระบบทำงานได้สมบูรณ์ ปัญหามีทั้งเรื่อง BIOS, การควบคุมพัดลม, การทำงานของ KVM virtualization และการถ่ายโอนข้อมูล USB4 ที่ไม่เสถียร ผลทดสอบยังชี้ว่าแบตเตอรี่ไม่ได้ยาวนานตามที่คาดไว้ ทำให้เครื่องไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้ Linux จริงๆ บริษัทจึงเลือกหยุดโครงการและรอดูรุ่นใหม่ Snapdragon X2 Elite ว่าจะเข้ากับ Linux ได้ดีกว่าหรือไม่
    https://www.techradar.com/pro/top-linux-pc-maker-drops-plan-for-snapdragonx-elite-powered-notebook-says-hardware-was-less-suitable-than-expected

    รีวิว RedMagic 11 Pro มือถือเกมมิ่งสุดแรงในราคาคุ้มค่า
    RedMagic 11 Pro ยังคงรักษาตำแหน่งมือถือเกมมิ่งที่คุ้มค่าที่สุด ด้วยชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 ที่เร็วสุดๆ พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำและพัดลมที่ออกแบบใหม่ ทำให้เล่นเกมหนักๆ ได้อย่างลื่นไหล แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7,500mAh ใช้งานได้ยาวนานหลายวัน และรองรับชาร์จไว 80W แม้จะไม่มีชาร์จไร้สาย แต่ก็ถือว่าเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่สมเหตุสมผล จุดอ่อนคือกล้องที่ยังไม่ดีนัก โดยเฉพาะการถ่ายเซลฟี่ แต่สำหรับคนที่ต้องการมือถือเล่นเกมแรงๆ ในราคาที่ไม่ถึงพันดอลลาร์ นี่คือหนึ่งในตัวเลือกที่โดดเด่นที่สุด
    https://www.techradar.com/phones/redmagic-11-pro-review

    มัลแวร์ใหม่บน macOS สร้างห่วงโซ่โจมตีที่น่าปวดหัว
    มีการค้นพบมัลแวร์รูปแบบใหม่บน macOS ที่ทำงานเป็น “chain” หรือห่วงโซ่การโจมตี โดยเริ่มจากการเจาะเข้าระบบผ่านช่องโหว่เล็กๆ แล้วค่อยๆ ขยายสิทธิ์การเข้าถึงไปเรื่อยๆ จนสามารถควบคุมเครื่องได้เต็มรูปแบบ จุดน่ากังวลคือมันสามารถหลบเลี่ยงระบบรักษาความปลอดภัยที่มีอยู่ และอาจถูกใช้โจมตีองค์กรหรือผู้ใช้ทั่วไปได้อย่างรุนแรง นักวิจัยเตือนว่าผู้ใช้ควรอัปเดตระบบและระวังการดาวน์โหลดไฟล์ที่ไม่น่าเชื่อถือ
    https://www.techradar.com/pro/security/new-macos-malware-chain-could-cause-a-major-security-headache-heres-what-we-know

    กล้อง Leica ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสถูกประมูลได้ 7.5 ล้านดอลลาร์
    Leica รุ่นพิเศษที่เคยเป็นของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ถูกนำออกประมูลและสร้างสถิติใหม่ด้วยราคาสูงถึง 7.5 ล้านดอลลาร์ รายได้ทั้งหมดถูกนำไปใช้เพื่อการกุศล กล้องตัวนี้มีคุณสมบัติพิเศษถึง 7 อย่างที่ไม่เหมือนใคร เช่น การออกแบบเฉพาะตัวและวัสดุที่หายาก ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในกล้องที่มีคุณค่าทางจิตใจและประวัติศาสตร์มากที่สุดในโลก
    https://www.techradar.com/cameras/this-stunning-one-off-leica-belonging-to-the-late-pope-francis-just-raised-usd7-5-million-for-charity-here-are-its-7-unique-features

    รวมกล้องคอมแพ็กที่ดีที่สุดปี 2025 พกง่าย ใช้งานสะดวก
    TechRadar จัดอันดับกล้องคอมแพ็กที่โดดเด่นที่สุดในปี 2025 สำหรับคนที่อยากได้กล้องเล็กๆ พกพาสะดวก แต่ยังให้คุณภาพภาพถ่ายที่ดีเยี่ยม รายการนี้รวมทั้งรุ่นที่เหมาะกับนักเดินทาง, คนที่ชอบถ่ายภาพสตรีท, ไปจนถึงผู้ใช้ที่ต้องการกล้องเสริมจากสมาร์ทโฟน โดยมีทั้งรุ่นราคาประหยัดและรุ่นพรีเมียมที่เน้นคุณภาพสูงสุด
    https://www.techradar.com/cameras/compact-cameras/the-best-compact-cameras

    บทความเตือนใจ: อย่าเดทกับ AI เพราะมันไม่มีวันรักคุณ
    บทความเชิงความคิดเห็นชี้ให้เห็นถึงกระแสที่บางคนเริ่มมีความสัมพันธ์เชิงอารมณ์กับ AI แต่ผู้เขียนเตือนว่า AI ไม่สามารถรักหรือมีความรู้สึกแท้จริงได้ การคาดหวังให้มันเป็นคู่ชีวิตอาจทำให้คนหลงทางและเสียสมดุลในชีวิตจริง ข้อความนี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของการพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไปในด้านอารมณ์และความสัมพันธ์
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/please-dont-date-your-ai-because-it-will-never-love-you-or-pick-up-the-check

    Poco เปิดตัวมือถือเรือธงพร้อมซับวูฟเฟอร์ Bose ขนาดจิ๋ว
    Poco เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมนวัตกรรมแปลกตา คือการใส่ซับวูฟเฟอร์ Bose ขนาดเล็กเข้าไปในเครื่อง เพื่อให้เสียงแบบ 2.1-channel audio แม้จะเป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจสำหรับคนรักเสียงเบส แต่ก็มีข้อกังวลว่าการใช้งานในพื้นที่สาธารณะ เช่น บนรถบัส อาจสร้างความรำคาญให้คนรอบข้างได้ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความพยายามของ Poco ในการสร้างความแตกต่างในตลาดมือถือที่แข่งขันสูง
    ​​​​​​​ https://www.techradar.com/phones/poco-phones/pocos-new-flagship-phone-has-a-mini-bose-subwoofer-for-2-1-channel-audio-and-i-hope-im-not-near-one-on-the-bus
    📌📡🟠 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟠📡📌 #รวมข่าวIT #20251127 #TechRadar 💻 รวมโน้ตบุ๊กสำหรับนักเรียนปี 2025 ถ้าเล่าให้ฟังแบบง่าย ๆ ตอนนี้ TechRadar เขาได้จัดอันดับโน้ตบุ๊กที่เหมาะกับนักเรียนไว้หลายรุ่นเลย เริ่มจาก MacBook Air M3 ที่ยังคงเป็นตัวท็อปสำหรับการเรียน ใช้งานได้แรง แบตอึด และราคาก็ลดลงเพราะมีรุ่น M4 ออกมาแล้ว ต่อมาก็มี Acer Chromebook Plus 514 ที่เหมาะกับคนงบจำกัดแต่ยังได้เครื่องที่ทำงานลื่น ๆ สำหรับงานทั่วไป ส่วนใครชอบ ChromeOS รุ่น HP Chromebook Plus 15.6 ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ครบเครื่องและแบตทนดี สำหรับสายพกพา Microsoft Surface Laptop 13 น้ำหนักเบาและแบตยาวนานก็เป็นคำตอบ ส่วนสายครีเอทีฟที่ต้องใช้พลังมากขึ้น MacBook Air M4 รุ่นจอ 15 นิ้วก็ถูกยกให้เป็นเครื่องที่ตอบโจทย์งานกราฟิกและงานสร้างสรรค์ได้ดีมาก 🔗 https://www.techradar.com/computing/laptops/best-student-laptops 📱 Google Messages เตรียมอัปเกรดใหม่ ข่าวนี้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ แต่มีประโยชน์ใน Google Messages ที่กำลังทดสอบอยู่ในโค้ดเบต้า อย่างแรกคือเวลาเซฟไฟล์รูปหรือวิดีโอจะมีปุ่ม “Open” ให้กดเปิดไฟล์ได้ทันที ต่อมาคือปุ่ม Gemini ที่จะใหญ่ขึ้นเพื่อให้คนใช้งานง่ายขึ้น และสุดท้ายคือการเปลี่ยนข้อความจาก “Location” เป็น “One-time Location” เพื่อให้ชัดเจนว่ามันแชร์ตำแหน่งแค่ครั้งเดียว ไม่ใช่แชร์ต่อเนื่อง แม้ยังไม่แน่ว่าจะเปิดใช้จริง แต่ถ้าออกมาก็น่าจะช่วยให้การใช้งานสะดวกขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/phones/google-messages-could-be-getting-3-useful-upgrades-soon-including-a-gemini-change 🔐 นักพัฒนาระวัง! เว็บจัดรูปแบบโค้ดเผยข้อมูลลับ เรื่องนี้ค่อนข้างน่ากังวล เพราะมีการพบว่าเว็บยอดนิยมอย่าง JSONFormatter และ CodeBeautify มีฟีเจอร์ “Recent Links” ที่เปิดเผยข้อมูลที่ผู้ใช้เคยอัปโหลดไว้โดยไม่ป้องกัน ทำให้ข้อมูลสำคัญอย่างรหัสผ่าน คีย์ API หรือข้อมูลส่วนตัวหลุดออกมาได้ง่าย นักวิจัยถึงขั้นดึงข้อมูลย้อนหลังได้หลายปี และพบว่ามีทั้งข้อมูลจากหน่วยงานรัฐไปจนถึงบริษัทใหญ่ ๆ ที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตี ซึ่งตอนนี้ก็มีผู้ไม่หวังดีเริ่มทดลองใช้ช่องโหว่นี้แล้วด้วย 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/top-code-formatting-sites-are-exposing-huge-amounts-of-user-data 🤖 ธุรกิจยังติดขัดกับการทำ AI อย่างรับผิดชอบ รายงานจาก Experian ชี้ว่าผู้บริหารส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า “Responsible AI” จะเป็นตัวสร้างความแตกต่างในการแข่งขัน แต่ปัญหาคือหลายบริษัทยังไม่พร้อมที่จะนำไปใช้จริง ทั้งเรื่องคุณภาพข้อมูล ความรู้ทางเทคนิค และการบาลานซ์ระหว่างนวัตกรรมกับการกำกับดูแล แม้จะมีหลักการชัดเจน เช่น ความน่าเชื่อถือ การปกป้องความเป็นส่วนตัว และการลดอคติ แต่มีเพียงครึ่งหนึ่งที่บอกว่าทีมงานพร้อมจริง ๆ นักวิเคราะห์จึงแนะนำให้เริ่มจากเล็ก ๆ ทดลองก่อน แล้วค่อยขยาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดความเสี่ยง 🔗 https://www.techradar.com/pro/businesses-are-struggling-to-implement-responsible-ai-but-it-could-make-all-the-difference ⚡ Claude Opus 4.5 เปิดตัวแล้ว Anthropic ปล่อยโมเดลใหม่ Claude Opus 4.5 ที่บอกว่าดีขึ้นอย่าง “มีความหมาย” ทั้งเรื่องการทำงานทั่วไปและการเขียนโค้ด จุดเด่นคือมันจัดการงานจริงได้ดีขึ้น เช่น ทำอีเมล สไลด์ หรือเอกสารได้เนียนกว่าเดิม รวมถึงแก้โจทย์ที่ซับซ้อนและทำงานหลายขั้นตอนต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังใช้พลังคำนวณน้อยลง ทำให้ทั้งผู้ใช้ทั่วไปและองค์กรได้ประโยชน์มากขึ้น แม้ยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่การพัฒนาเร็วขนาดนี้ก็แสดงให้เห็นว่าตลาด AI กำลังโตและแข่งขันกันเข้มข้น 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/claude/claude-opus-4-5-is-now-live-and-meaningfully-better-at-everyday-tasks-and-coding-challenges 📱 Nothing Phone 3: สมาร์ทโฟนเรือธงที่แตกต่าง Nothing เปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ Phone 3 ที่ตั้งใจจะก้าวเข้าสู่ตลาดพรีเมียมเต็มตัว ดีไซน์ยังคงความแปลกตาแบบบล็อกเหลี่ยมที่หลายคนอาจมองว่าสวยไม่เหมือนใคร แต่บางคนก็อาจรู้สึกว่ามันเทอะทะเกินไป จุดเด่นคือกล้อง 50MP ทั้งหมด 4 ตัว รวมถึงเลนส์ periscope ที่ช่วยให้ถ่ายภาพระยะไกลได้ดี แบตเตอรี่ใหญ่กว่า iPhone และ Samsung รุ่นใกล้เคียง พร้อมชาร์จเร็วกว่า จุดที่น่าสนใจคือฟีเจอร์ Glyph Matrix ที่ใช้ไฟด้านหลังมือถือแสดงข้อมูลหรือเล่นเกมเล็ก ๆ ได้ และปุ่ม Essential Key ที่ช่วยให้แคปหน้าจอหรือบันทึกวิดีโอได้ทันที ถึงแม้จะมีข้อดีหลายอย่าง แต่ราคาที่สูงขึ้นอาจทำให้แฟน ๆ รุ่นก่อนลังเล อย่างไรก็ตาม มันคือการประกาศชัดว่า Nothing อยากเป็นผู้เล่นในตลาดเรือธงจริง ๆ 🔗 https://www.techradar.com/phones/nothing-phones/nothing-phone-3-review ☁️ AWS มีดาต้าเซ็นเตอร์มากกว่าที่คิด ข้อมูลใหม่เผยว่า Amazon Web Services (AWS) อาจมีดาต้าเซ็นเตอร์มากถึง 900 แห่งทั่วโลก ซึ่งมากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้หลายเท่า การขยายตัวนี้เกิดจากความต้องการด้าน AI ที่เพิ่มสูงขึ้น AWS ไม่ได้เปิดเผยจำนวนจริง แต่ยืนยันว่ามี 38 regions และ 120 availability zones พร้อมแผนลงทุนมหาศาลในหลายประเทศ เช่น อินเดียและสหรัฐฯ จุดที่น่าสนใจคือ AWS พยายามรักษาประสิทธิภาพพลังงาน โดยอ้างว่ามีค่า Power Usage Effectiveness ดีกว่าค่าเฉลี่ยโลก และโครงสร้างพื้นฐานของตนใช้พลังงานได้คุ้มค่ากว่าการทำงานแบบ on-premises หลายเท่า 🔗 https://www.techradar.com/pro/aws-says-it-has-around-900-data-centers-twice-as-many-as-previously-thought 💻 Android Desktop: ก้าวใหม่ของ Google OS Google กำลังพัฒนาโครงการ “Aluminium OS” ที่จะรวม Android เข้ากับ ChromeOS เพื่อสร้างระบบปฏิบัติการเดสก์ท็อปใหม่ รองรับทั้ง PC, Laptop, Tablet และ 2-in-1 จุดเด่นคือการผสาน AI เข้ามาเป็นแกนหลัก และรองรับแอป Android แบบเนทีฟโดยไม่ต้องจำลอง ทำให้การใช้งานต่อเนื่องระหว่างมือถือและเดสก์ท็อปเป็นไปอย่างราบรื่น Aluminium จะค่อย ๆ เข้ามาแทน ChromeOS แต่ยังคงอยู่คู่กันในช่วงเปลี่ยนผ่าน เป้าหมายคือการยกระดับ Chromebook และอุปกรณ์ Android ให้แข่งขันกับ Windows และ macOS ได้ในบางตลาด โดยเฉพาะด้านการศึกษาและธุรกิจ 🔗 https://www.techradar.com/computing/desktop-pcs/android-powered-desktop-pcs-are-coming-and-i-think-theyll-be-an-exciting-step-up-from-chromeos 🔒 Ransomware โจมตีธุรกิจที่ถูกซื้อกิจการ รายงานใหม่จาก ReliaQuest เผยว่าแฮกเกอร์ที่ใช้ Akira ransomware มักเจาะเข้าธุรกิจขนาดเล็กที่ถูกซื้อกิจการ โดยใช้ช่องโหว่จากอุปกรณ์ที่ถูกละเลยหรือไม่ได้รับการแพตช์ โดยเฉพาะ SonicWall SSL VPN ที่มีบัฟเฟอร์โอเวอร์โฟลว์ร้ายแรง แม้จะมีการอัปเดตแล้ว แต่หลายองค์กรยังไม่ทันปรับปรุง ทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้ามาเคลื่อนไหวในระบบและเข้ารหัสข้อมูลได้ ปัญหาคือบริษัทที่ซื้อกิจการมักไม่รู้ว่ามีอุปกรณ์เสี่ยงอยู่ในเครือข่ายใหม่ ทำให้การโจมตีเกิดขึ้นง่ายและกระจายไปหลายบริษัทพร้อมกัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/ransomware-hackers-attack-smbs-being-acquired-to-try-and-gain-access-to-multiple-companies 🇪🇺 Chat Control: EU เห็นชอบการสแกนแชทแบบสมัครใจ หลังจากถกเถียงกันมากว่า 3 ปี สภาสหภาพยุโรปได้บรรลุข้อตกลงในกฎหมาย Child Sexual Abuse Regulation หรือที่ถูกเรียกว่า Chat Control โดยเปลี่ยนจากการบังคับสแกนข้อความส่วนตัวมาเป็นแบบสมัครใจ แต่ก็ยังสร้างความกังวลในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัว เพราะแม้จะไม่บังคับ แต่ก็เปิดช่องให้ผู้ให้บริการแชทต้องพิจารณามาตรการป้องกันการใช้แพลตฟอร์มในทางที่ผิด และอาจถูกบังคับให้พัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับเพิ่มเติม ขณะนี้ EU เตรียมเข้าสู่การเจรจากับรัฐสภาเพื่อหาข้อสรุปสุดท้าย ซึ่งยังคงเป็นประเด็นร้อนระหว่างการปกป้องเด็กกับการรักษาสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/chat-control-eu-lawmakers-finally-agree-on-the-voluntary-scanning-of-your-private-chats 🌐 การเชื่อมต่อ AI รุ่นใหม่: ประสิทธิภาพและการติดตั้ง บทความนี้พูดถึง “Next frontier” ของการเชื่อมต่อที่พร้อมสำหรับ AI โดยเน้นการทำให้โครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการติดตั้งและการใช้งานจริง แนวคิดคือการสร้างระบบที่สามารถรองรับการประมวลผล AI ได้อย่างราบรื่น ลดความซับซ้อนในการขยายเครือข่าย และทำให้การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานคุ้มค่ามากขึ้น ผู้เขียนชี้ว่าอนาคตของการสื่อสารจะไม่ใช่แค่ความเร็ว แต่คือการจัดการทรัพยากรอย่างชาญฉลาดเพื่อรองรับการเติบโตของ AI 🔗 https://www.techradar.com/pro/the-next-frontier-for-ai-ready-connectivity-efficiency-in-deployment 📱 ดีล Samsung Galaxy Tab ลดแรง TechRadar แนะนำดีลพิเศษสำหรับ Samsung Galaxy Tab ที่ช่วยประหยัดเงินได้หลายร้อยดอลลาร์ เหมาะสำหรับคนที่ชอบ Android มากกว่า iPadOS โดยบทความเน้นว่าตอนนี้เป็นช่วง Black Friday ที่มีโปรโมชั่นแรงที่สุดของปี ทำให้แท็บเล็ตตระกูล Galaxy Tab กลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า ทั้งในด้านราคาและฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย 🔗 https://www.techradar.com/seasonal-sales/prefer-android-to-ipados-these-stellar-samsung-galaxy-tab-deals-will-save-you-hundreds-this-black-friday 🎙️ ChatGPT กับการพูดคุยเสียงที่สมจริง ผู้เขียนเล่าประสบการณ์การลองใช้ฟีเจอร์ใหม่ของ ChatGPT ที่เพิ่มการสนทนาด้วยเสียง ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนพูดคุยกับคนจริง ๆ มากขึ้น ฟีเจอร์นี้ถูกมองว่าเป็น “ชิ้นส่วนที่ขาดหายไป” ของการใช้งาน AI เพราะทำให้การโต้ตอบเป็นธรรมชาติและสะดวกกว่าเดิม แม้จะยังมีรายละเอียดที่ต้องปรับปรุง แต่โดยรวมถือว่าเป็นการพัฒนาใหญ่ที่ทำให้ AI ก้าวใกล้การใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpts-new-voice-integration-feels-like-the-missing-piece-in-ai-chat-ive-tried-it-and-its-almost-perfect 📝 Notepad บน Windows 11 ได้ฟีเจอร์ใหม่ Microsoft เพิ่มความสามารถใหม่ให้กับ Notepad ใน Windows 11 โดยรองรับการสร้างตารางและเสริมพลัง AI เข้าไป ฟีเจอร์นี้ทำให้ Notepad ไม่ใช่แค่โปรแกรมจดบันทึกธรรมดาอีกต่อไป แต่สามารถใช้ทำงานที่ซับซ้อนขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บางส่วนไม่พอใจ เพราะมองว่า Notepad ควรเป็นเครื่องมือที่เรียบง่าย ไม่ควรซับซ้อนเกินไป การเปลี่ยนแปลงนี้จึงกลายเป็นประเด็นถกเถียงในชุมชนผู้ใช้ Windows 🔗 https://www.techradar.com/computing/windows/windows-11s-notepad-gets-support-for-tables-and-bolstered-ai-powers-and-not-everyones-happy 🔊 ChatGPT Voice Mode อัปเกรดครั้งใหญ่ อีกหนึ่งบทความเกี่ยวกับ ChatGPT ที่พูดถึงการอัปเกรดโหมดเสียงครั้งใหญ่ โดยสรุปว่ามี 5 สิ่งสำคัญที่ผู้ใช้ควรรู้ เช่น ความเป็นธรรมชาติของเสียงที่ดีขึ้น ความเร็วในการตอบสนอง และการรองรับหลายภาษา การพัฒนานี้ทำให้การใช้งาน AI ผ่านเสียงมีความสมจริงและสะดวกมากขึ้น ถือเป็นการยกระดับการโต้ตอบระหว่างมนุษย์กับ AI ให้ใกล้เคียงการสนทนาจริงมากกว่าเดิม 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpts-voice-mode-just-got-a-major-upgrade-here-are-5-things-you-need-to-know 🏞️ อุปกรณ์ AI ของ Sam Altman ที่เหมือนกระท่อมริมทะเลสาบ แต่จริงๆ อาจเป็นการเฝ้าสอดส่อง Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ออกมาเล่าว่ากำลังสร้างอุปกรณ์ AI แบบใหม่ ที่เขาเปรียบเหมือนการนั่งพักผ่อนในกระท่อมสวยๆ ริมทะเลสาบ ให้ความสงบและเรียบง่ายกว่าการใช้สมาร์ทโฟนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่เมื่อมองลึกลงไป อุปกรณ์นี้คือการเฝ้าสังเกตชีวิตผู้ใช้ตลอดเวลา ทั้งพฤติกรรม อารมณ์ และกิจวัตรประจำวัน ซึ่งอาจหมายถึงการแลกความเป็นส่วนตัวกับความสะดวกสบาย ความสงบที่ถูกขายให้เราอาจเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะจริงๆ แล้วคือการเปิดให้ระบบเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openai/sam-altman-wants-his-ai-device-to-feel-like-sitting-in-the-most-beautiful-cabin-by-a-lake-but-it-sounds-more-like-endless-surveillance 💻 Intel Granite Rapids-WS หลุดข้อมูล ชี้พลังเวิร์กสเตชันระดับมหึมา มีการรั่วไหลข้อมูลเกี่ยวกับแพลตฟอร์มใหม่ของ Intel ที่ชื่อ Granite Rapids-WS ซึ่งจะใช้ซ็อกเก็ต E2 ขนาดใหญ่ รองรับพลังงานสูงถึง 350 วัตต์ และสามารถใส่แรม DDR5 ได้ถึง 2 เทราไบต์ต่อซ็อกเก็ต จุดเด่นคือจำนวนคอร์มหาศาลถึง 86 คอร์ 172 เธรด พร้อมแคช L3 ขนาดใหญ่ และ PCIe lanes มากมายเพื่อรองรับ GPU และสตอเรจหลายตัว นี่คือการตอบโต้ AMD Threadripper ในตลาดเวิร์กสเตชันระดับสูง ที่เน้นงานเรนเดอร์ ซิมูเลชัน และการวิเคราะห์ข้อมูลหนักๆ 🔗 https://www.techradar.com/pro/did-intels-next-big-thing-in-workstations-just-leak-ahead-of-granite-rapids-launch-report-claims-this-is-whats-next-from-troubled-chipmaker 🚁 จีนจำลองการใช้โดรน 1,000 ตัวเพื่อบล็อก Starlink เหนือไต้หวัน งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยในจีนเผยการจำลองสถานการณ์ที่ใช้โดรนติดตั้งเครื่องรบกวนสัญญาณจำนวนมหาศาล เพื่อสร้าง “เกราะแม่เหล็กไฟฟ้า” ปิดกั้นอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink เหนือไต้หวัน การทดลองชี้ว่าหากใช้โดรนราว 935 ตัวที่ทำงานประสานกัน จะสามารถทำให้พื้นที่ทั้งหมดไม่สามารถเชื่อมต่อได้ แม้ในทางปฏิบัติจะมีความยากลำบากและค่าใช้จ่ายสูง แต่แนวคิดนี้สะท้อนถึงการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในสงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่น่ากังวล 🔗 https://www.techradar.com/tech/can-starlink-be-blocked-scary-chinese-simulation-shows-1-000-drones-can-jam-satellite-internet-over-an-island-as-large-as-taiwan 🖥️ Tuxedo ยกเลิกโน้ตบุ๊ก Linux ที่ใช้ Snapdragon X Elite หลังเจอปัญหาหนัก บริษัท Tuxedo ที่เชี่ยวชาญด้านเครื่อง Linux ตัดสินใจยกเลิกการพัฒนาโน้ตบุ๊กที่ใช้ชิป Snapdragon X Elite หลังจากพยายามแก้ไขปัญหามานานถึง 18 เดือน แต่ไม่สามารถทำให้ระบบทำงานได้สมบูรณ์ ปัญหามีทั้งเรื่อง BIOS, การควบคุมพัดลม, การทำงานของ KVM virtualization และการถ่ายโอนข้อมูล USB4 ที่ไม่เสถียร ผลทดสอบยังชี้ว่าแบตเตอรี่ไม่ได้ยาวนานตามที่คาดไว้ ทำให้เครื่องไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้ Linux จริงๆ บริษัทจึงเลือกหยุดโครงการและรอดูรุ่นใหม่ Snapdragon X2 Elite ว่าจะเข้ากับ Linux ได้ดีกว่าหรือไม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/top-linux-pc-maker-drops-plan-for-snapdragonx-elite-powered-notebook-says-hardware-was-less-suitable-than-expected 📱 รีวิว RedMagic 11 Pro มือถือเกมมิ่งสุดแรงในราคาคุ้มค่า RedMagic 11 Pro ยังคงรักษาตำแหน่งมือถือเกมมิ่งที่คุ้มค่าที่สุด ด้วยชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 ที่เร็วสุดๆ พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำและพัดลมที่ออกแบบใหม่ ทำให้เล่นเกมหนักๆ ได้อย่างลื่นไหล แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7,500mAh ใช้งานได้ยาวนานหลายวัน และรองรับชาร์จไว 80W แม้จะไม่มีชาร์จไร้สาย แต่ก็ถือว่าเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่สมเหตุสมผล จุดอ่อนคือกล้องที่ยังไม่ดีนัก โดยเฉพาะการถ่ายเซลฟี่ แต่สำหรับคนที่ต้องการมือถือเล่นเกมแรงๆ ในราคาที่ไม่ถึงพันดอลลาร์ นี่คือหนึ่งในตัวเลือกที่โดดเด่นที่สุด 🔗 https://www.techradar.com/phones/redmagic-11-pro-review 🔒 มัลแวร์ใหม่บน macOS สร้างห่วงโซ่โจมตีที่น่าปวดหัว มีการค้นพบมัลแวร์รูปแบบใหม่บน macOS ที่ทำงานเป็น “chain” หรือห่วงโซ่การโจมตี โดยเริ่มจากการเจาะเข้าระบบผ่านช่องโหว่เล็กๆ แล้วค่อยๆ ขยายสิทธิ์การเข้าถึงไปเรื่อยๆ จนสามารถควบคุมเครื่องได้เต็มรูปแบบ จุดน่ากังวลคือมันสามารถหลบเลี่ยงระบบรักษาความปลอดภัยที่มีอยู่ และอาจถูกใช้โจมตีองค์กรหรือผู้ใช้ทั่วไปได้อย่างรุนแรง นักวิจัยเตือนว่าผู้ใช้ควรอัปเดตระบบและระวังการดาวน์โหลดไฟล์ที่ไม่น่าเชื่อถือ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/new-macos-malware-chain-could-cause-a-major-security-headache-heres-what-we-know 📸 กล้อง Leica ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสถูกประมูลได้ 7.5 ล้านดอลลาร์ Leica รุ่นพิเศษที่เคยเป็นของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ถูกนำออกประมูลและสร้างสถิติใหม่ด้วยราคาสูงถึง 7.5 ล้านดอลลาร์ รายได้ทั้งหมดถูกนำไปใช้เพื่อการกุศล กล้องตัวนี้มีคุณสมบัติพิเศษถึง 7 อย่างที่ไม่เหมือนใคร เช่น การออกแบบเฉพาะตัวและวัสดุที่หายาก ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในกล้องที่มีคุณค่าทางจิตใจและประวัติศาสตร์มากที่สุดในโลก 🔗 https://www.techradar.com/cameras/this-stunning-one-off-leica-belonging-to-the-late-pope-francis-just-raised-usd7-5-million-for-charity-here-are-its-7-unique-features 📷 รวมกล้องคอมแพ็กที่ดีที่สุดปี 2025 พกง่าย ใช้งานสะดวก TechRadar จัดอันดับกล้องคอมแพ็กที่โดดเด่นที่สุดในปี 2025 สำหรับคนที่อยากได้กล้องเล็กๆ พกพาสะดวก แต่ยังให้คุณภาพภาพถ่ายที่ดีเยี่ยม รายการนี้รวมทั้งรุ่นที่เหมาะกับนักเดินทาง, คนที่ชอบถ่ายภาพสตรีท, ไปจนถึงผู้ใช้ที่ต้องการกล้องเสริมจากสมาร์ทโฟน โดยมีทั้งรุ่นราคาประหยัดและรุ่นพรีเมียมที่เน้นคุณภาพสูงสุด 🔗 https://www.techradar.com/cameras/compact-cameras/the-best-compact-cameras 🤖 บทความเตือนใจ: อย่าเดทกับ AI เพราะมันไม่มีวันรักคุณ บทความเชิงความคิดเห็นชี้ให้เห็นถึงกระแสที่บางคนเริ่มมีความสัมพันธ์เชิงอารมณ์กับ AI แต่ผู้เขียนเตือนว่า AI ไม่สามารถรักหรือมีความรู้สึกแท้จริงได้ การคาดหวังให้มันเป็นคู่ชีวิตอาจทำให้คนหลงทางและเสียสมดุลในชีวิตจริง ข้อความนี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของการพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไปในด้านอารมณ์และความสัมพันธ์ 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/please-dont-date-your-ai-because-it-will-never-love-you-or-pick-up-the-check 🔊 Poco เปิดตัวมือถือเรือธงพร้อมซับวูฟเฟอร์ Bose ขนาดจิ๋ว Poco เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมนวัตกรรมแปลกตา คือการใส่ซับวูฟเฟอร์ Bose ขนาดเล็กเข้าไปในเครื่อง เพื่อให้เสียงแบบ 2.1-channel audio แม้จะเป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจสำหรับคนรักเสียงเบส แต่ก็มีข้อกังวลว่าการใช้งานในพื้นที่สาธารณะ เช่น บนรถบัส อาจสร้างความรำคาญให้คนรอบข้างได้ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความพยายามของ Poco ในการสร้างความแตกต่างในตลาดมือถือที่แข่งขันสูง ​​​​​​​🔗 https://www.techradar.com/phones/poco-phones/pocos-new-flagship-phone-has-a-mini-bose-subwoofer-for-2-1-channel-audio-and-i-hope-im-not-near-one-on-the-bus
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1354 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts