• เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ทจำนวน 22 ลำ ขณะจอดเทียบท่าบริเวณชายหาดอ่าวฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 7 มกราคม เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ได้
    .
    สำนักงานเจ้าท่าสาขาภูเก็ต ระบุว่า เรือที่ได้รับความเสียหายมีจำนวน 22 ลำ และอาจมีเรือได้รับผลกระทบเพิ่มเติมอีกไม่เกิน 1–2 ลำ โดยได้ประสานตำรวจ สภ.ฉลอง และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่ พร้อมควบคุมพื้นที่ตามมาตรการความปลอดภัยทางน้ำ และเตรียมเก็บพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
    .
    ด้านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่า ท่าเทียบเรืออ่าวฉลองยังสามารถให้บริการนักท่องเที่ยวได้ตามปกติ เรือและผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับผลกระทบยังคงดำเนินกิจการได้ ขณะที่นักท่องเที่ยวบางส่วนได้รับผลกระทบจากเรือที่เสียหายและไม่สามารถออกเดินทางตามแผนที่จองไว้
    .
    หลังจากการตรวจสอบเสร็จสิ้น จะมีการเคลื่อนย้ายซากเรือขึ้นฝั่ง และดำเนินมาตรการป้องกันมลพิษจากคราบน้ำมันอย่างเข้มงวด โดยต้องรอผลสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเพื่อสรุปสาเหตุอย่างเป็นทางการต่อไป
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001615
    .
    #News1 #News1live #ไฟไหม้เรือ #อ่าวฉลอง #ภูเก็ต #ข่าวภูมิภาค
    เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ทจำนวน 22 ลำ ขณะจอดเทียบท่าบริเวณชายหาดอ่าวฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 7 มกราคม เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ได้ . สำนักงานเจ้าท่าสาขาภูเก็ต ระบุว่า เรือที่ได้รับความเสียหายมีจำนวน 22 ลำ และอาจมีเรือได้รับผลกระทบเพิ่มเติมอีกไม่เกิน 1–2 ลำ โดยได้ประสานตำรวจ สภ.ฉลอง และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่ พร้อมควบคุมพื้นที่ตามมาตรการความปลอดภัยทางน้ำ และเตรียมเก็บพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง . ด้านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่า ท่าเทียบเรืออ่าวฉลองยังสามารถให้บริการนักท่องเที่ยวได้ตามปกติ เรือและผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับผลกระทบยังคงดำเนินกิจการได้ ขณะที่นักท่องเที่ยวบางส่วนได้รับผลกระทบจากเรือที่เสียหายและไม่สามารถออกเดินทางตามแผนที่จองไว้ . หลังจากการตรวจสอบเสร็จสิ้น จะมีการเคลื่อนย้ายซากเรือขึ้นฝั่ง และดำเนินมาตรการป้องกันมลพิษจากคราบน้ำมันอย่างเข้มงวด โดยต้องรอผลสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเพื่อสรุปสาเหตุอย่างเป็นทางการต่อไป . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001615 . #News1 #News1live #ไฟไหม้เรือ #อ่าวฉลอง #ภูเก็ต #ข่าวภูมิภาค
    Sad
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 135 มุมมอง 0 รีวิว
  • เพลิงสงบแล้ว แต่ความเสียหายหนัก
    เหตุไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ทที่จอดอยู่บริเวณหน้าอ่าวฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต
    ช่วงเช้ามืดวันนี้ (7 ม.ค. 2569) ล่าสุดสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว
    .
    สำรวจความเสียหายเบื้องต้น พบเรือถูกไฟไหม้เสียหายทั้งลำ
    รวมอย่างน้อย 22 ลำ เหลือเพียงซาก
    ส่วนสาเหตุยังอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ
    .
    ด้านสำนักงานเจ้าท่าได้นำบูมล้อมพื้นที่เกิดเหตุ
    เพื่อป้องกันคราบน้ำมันและขยะลอยลงสู่ทะเล
    เนื่องจากเรือทุกลำมีการเติมน้ำมันไว้เต็ม
    เตรียมให้บริการนักท่องเที่ยว
    .
    โชคดีเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
    อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
    https://news1live.com/detail/9690000001572
    .
    #ไฟไหม้เรือ #อ่าวฉลอง #ภูเก็ต #เรือสปีดโบ๊ท #ข่าวด่วน #news1 #News1live
    เพลิงสงบแล้ว แต่ความเสียหายหนัก เหตุไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ทที่จอดอยู่บริเวณหน้าอ่าวฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ช่วงเช้ามืดวันนี้ (7 ม.ค. 2569) ล่าสุดสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว . สำรวจความเสียหายเบื้องต้น พบเรือถูกไฟไหม้เสียหายทั้งลำ รวมอย่างน้อย 22 ลำ เหลือเพียงซาก ส่วนสาเหตุยังอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ . ด้านสำนักงานเจ้าท่าได้นำบูมล้อมพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันคราบน้ำมันและขยะลอยลงสู่ทะเล เนื่องจากเรือทุกลำมีการเติมน้ำมันไว้เต็ม เตรียมให้บริการนักท่องเที่ยว . โชคดีเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม https://news1live.com/detail/9690000001572 . #ไฟไหม้เรือ #อ่าวฉลอง #ภูเก็ต #เรือสปีดโบ๊ท #ข่าวด่วน #news1 #News1live
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 116 มุมมอง 0 รีวิว
  • "อ.ปานเทพ" ลั่นภาคประชาชนจะเดินหน้าค้นหาความจริง ประเด็นมีเจ้าหน้าที่รัฐบิดเบือนกระบวนการยุติธรรม คดี "แตงโม" ตกเรือสปีดโบ๊ท กลางเจ้าพระยาหรือไม่

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000048889

    #News1live #News1 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes

    "อ.ปานเทพ" ลั่นภาคประชาชนจะเดินหน้าค้นหาความจริง ประเด็นมีเจ้าหน้าที่รัฐบิดเบือนกระบวนการยุติธรรม คดี "แตงโม" ตกเรือสปีดโบ๊ท กลางเจ้าพระยาหรือไม่ อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000048889 #News1live #News1 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes
    Like
    Love
    Yay
    15
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1006 มุมมอง 0 รีวิว
  • เปิดคำพิพากษาคดีแตงโม ดาราสาวตกเรือสปีดโบ๊ทดับ ศาลชี้ "แซน-กระติก-เอ็ม" ไม่ได้กระทำผิด เหตุโจทก์ไม่มีพยานหลักฐาน ส่วน"จ็อบ" เททิ้งแก้วและขวดไวน์ จงใจทำลายหลักฐานที่จะพิสูจน์ว่าคนขับเรือประมาทหรือไม่

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000048599

    #News1live #News1 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes
    เปิดคำพิพากษาคดีแตงโม ดาราสาวตกเรือสปีดโบ๊ทดับ ศาลชี้ "แซน-กระติก-เอ็ม" ไม่ได้กระทำผิด เหตุโจทก์ไม่มีพยานหลักฐาน ส่วน"จ็อบ" เททิ้งแก้วและขวดไวน์ จงใจทำลายหลักฐานที่จะพิสูจน์ว่าคนขับเรือประมาทหรือไม่ อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000048599 #News1live #News1 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes
    Like
    Sad
    5
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1148 มุมมอง 0 รีวิว
  • “ดีเอสไอ” ใช้เครื่องเลเซอร์สแกนนิ่ง สแกน ภูมิประเทศบริเวณวัดค้างคาวนำไปประมวลผลเป็นภาพ 3 มิติเทียบเคียงข้อมูลจำลองเหตุการณ์วันเกิดเหตุ เทียบ GPS เรือ-โทรศัพท์ พบจอดเรือ บริเวณวัดค้างคาว กว่า 1 ชั่วโมง

    วันนี้ (17 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 9.30 น. พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนข้อเท็จจริงคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ภัทรธิดา (นิดา) พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม พร้อมคณะพนักงานสอบสวน พาตัวแทนสื่อมวลชนลงเรือสปีดโบ๊ท โดยวันนี้ได้มีการเตรียมเรือ ที่จะใช้ในการตรวจสอบจุดต่างๆ ตลอดลำน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด 5 ลำ

    โดยเรือทั้งหมดเคลื่อนตัวออกจากท่าเรือบ้านเรือเล็ก มุ่งหน้าทางทิศใต้ ลอดใต้สะพานมหาเจษฎาบดินทรนุสรณ์ ผ่านสะพานพระราม 5 มุ่งหน้าไปจุดแรกที่เจ้าหน้าที่จะเริ่มทำการสแกนพื้นที่ คือ บริเวณท่าทรายใกล้เคียงกับ บริษัท พูนพิพัฒน์ จำกัด โดยจุดนี้ได้นำโดรนบินสำรวจสแกนเหนือลำน้ำเจ้าพระยา เพื่อนำภาพมุมสูงไปประกอบประมวลเป็นภาพสามมิติเส้นทางที่เรือลำเกิดเหตุแล่น ตามข้อมูล GPS เรือ

    จากนั้นเรือได้และมุ่งหน้าต่อไปทางทิศใต้ลอดใต้สะพาน พระราม 7 มาจอดบริเวณกลางลำน้ำเจ้าพระยา บริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 92 ตรงข้ามกับหน้าอาคารรัฐสภา โดยบริเวณจุดนี้เจ้าหน้าที่ได้จอดให้คณะพนักงานสอบสวนและสื่อมวลชนบันทึกภาพและใช้เครื่องมือสแกนบริเวณโดยรอบพื้นที่รวมถึงสแกนหาวัตถุใต้ผิวแม่น้ำเจ้าพระยา โดยบริเวณจุดนี้เรือชะลอความเร็วเพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องมือที่เตรียมมาสแกน ทั้งทางอากาศและทางน้ำ รวมถึงมาจำลองตามคำกล่าวอ้างที่มีภาพถ่ายปรากฏอยู่ในโทรศัพท์ของแตงโม (นิดา) โดยบริเวณจุดที่ตรงกับปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 92 เรือลำของนายแพทย์ธวัชชัยให้ความสนใจ และใช้เวลาลอยลำอยู่ตรงจุดนี้ประมาณ 15 นาที ส่วนทางคณะพนักงานสอบสวนกลุ่มสอบสวนคดีพิเศษได้นำเรือลอยลำสำรวจตามจุดต่างๆ ล่วงหน้า ทั้งหมด 8 จุดตามที่แจ้งกับสื่อมวลชนไว้

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/crime/detail/9680000015736

    #MGROnline #ดีเอสไอ
    “ดีเอสไอ” ใช้เครื่องเลเซอร์สแกนนิ่ง สแกน ภูมิประเทศบริเวณวัดค้างคาวนำไปประมวลผลเป็นภาพ 3 มิติเทียบเคียงข้อมูลจำลองเหตุการณ์วันเกิดเหตุ เทียบ GPS เรือ-โทรศัพท์ พบจอดเรือ บริเวณวัดค้างคาว กว่า 1 ชั่วโมง • วันนี้ (17 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 9.30 น. พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนข้อเท็จจริงคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ภัทรธิดา (นิดา) พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม พร้อมคณะพนักงานสอบสวน พาตัวแทนสื่อมวลชนลงเรือสปีดโบ๊ท โดยวันนี้ได้มีการเตรียมเรือ ที่จะใช้ในการตรวจสอบจุดต่างๆ ตลอดลำน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด 5 ลำ • โดยเรือทั้งหมดเคลื่อนตัวออกจากท่าเรือบ้านเรือเล็ก มุ่งหน้าทางทิศใต้ ลอดใต้สะพานมหาเจษฎาบดินทรนุสรณ์ ผ่านสะพานพระราม 5 มุ่งหน้าไปจุดแรกที่เจ้าหน้าที่จะเริ่มทำการสแกนพื้นที่ คือ บริเวณท่าทรายใกล้เคียงกับ บริษัท พูนพิพัฒน์ จำกัด โดยจุดนี้ได้นำโดรนบินสำรวจสแกนเหนือลำน้ำเจ้าพระยา เพื่อนำภาพมุมสูงไปประกอบประมวลเป็นภาพสามมิติเส้นทางที่เรือลำเกิดเหตุแล่น ตามข้อมูล GPS เรือ • จากนั้นเรือได้และมุ่งหน้าต่อไปทางทิศใต้ลอดใต้สะพาน พระราม 7 มาจอดบริเวณกลางลำน้ำเจ้าพระยา บริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 92 ตรงข้ามกับหน้าอาคารรัฐสภา โดยบริเวณจุดนี้เจ้าหน้าที่ได้จอดให้คณะพนักงานสอบสวนและสื่อมวลชนบันทึกภาพและใช้เครื่องมือสแกนบริเวณโดยรอบพื้นที่รวมถึงสแกนหาวัตถุใต้ผิวแม่น้ำเจ้าพระยา โดยบริเวณจุดนี้เรือชะลอความเร็วเพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องมือที่เตรียมมาสแกน ทั้งทางอากาศและทางน้ำ รวมถึงมาจำลองตามคำกล่าวอ้างที่มีภาพถ่ายปรากฏอยู่ในโทรศัพท์ของแตงโม (นิดา) โดยบริเวณจุดที่ตรงกับปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 92 เรือลำของนายแพทย์ธวัชชัยให้ความสนใจ และใช้เวลาลอยลำอยู่ตรงจุดนี้ประมาณ 15 นาที ส่วนทางคณะพนักงานสอบสวนกลุ่มสอบสวนคดีพิเศษได้นำเรือลอยลำสำรวจตามจุดต่างๆ ล่วงหน้า ทั้งหมด 8 จุดตามที่แจ้งกับสื่อมวลชนไว้ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/crime/detail/9680000015736 • #MGROnline #ดีเอสไอ
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 813 มุมมอง 0 รีวิว
  • รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน ยอมรับคุยกับปอ ตนุภัทรจริง วันที่เกิดเหตุแตงโม นิดาตกน้ำ แต่เจ้าตัวตกใจ พูดไม่ค่อยเข้าใจ ให้ไล่เรียงเหตุการณ์ก่อนแนะไปแจ้งตำรวจ เชื่อว่าไม่ได้โทร.หาคนเดียว ย้ำรู้จักกันแค่ซื้อรถและซ่อมรถ ไม่เคยยุ่งเกี่ยว ให้คำแนะนำทางกฎหมาย หรือให้ความช่วยเหลือคดีแตงโม
    .
    วันนี้ (14 ก.พ.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าตนเกี่ยวข้องกับคดีการเสียชีวิตของแตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ นักแสดงสาว ที่ระบุว่าหนึ่งในคนที่อยู่บนเรือสปีดโบ้ทโทรศัพท์ไปหาและพูดคุยกันประมาณ 10 นาที ว่า ตนไม่มีวันรู้ว่าใครจะโทร.หา และแต่ละคนที่โทร.หาจะเกิดเหตุอะไร ทุกคนไม่มีใครรู้ ตนเป็นคนทำงานการเมือง บางครั้งตี 1 ก็รับโทรศัพท์ เพราะไม่รู้ว่าใครโทร.มา แต่ส่วนใหญ่เขาเดือดร้อน เช่น เกิดเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ สมัยที่เป็น สส.เขต มาถึงบัดนี้ยังติดพันกับตน หรือพรรคพวกเพื่อนฝูงเดือดร้อนอะไรเราไม่รู้ เพราะฉะนั้นในฐานะที่ทำงานด้านนี้อยู่ จึงคอยบริการ ให้คำแนะนำและดูแลคนอยู่แล้ว
    .
    สำหรับนายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือ ปอ ซึ่งเป็นหนึ่งในคนบนเรือสปีดโบ้ท ตนรู้จักเขาในฐานะที่เป็นคนทำธุรกิจซื้อขายรถยนต์และเปิดอู่ซ่อมรถ เมื่อก่อนเคยซื้อรถยนต์และซ่อมรถกับเขาเลยรู้จักกัน แต่วันนั้นยังไม่ได้มีคดีความอะไร แม้แต่วันที่เกิดเหตุตนไม่รู้เกิดเหตุอะไร เมื่อมีคนโทรศัพท์มา ตนรับโทรศัพท์ไม่ทันก็ต้องโทร.กลับก็เท่านั้น ไม่เห็นมีอะไร เป็นเรื่องปกติ ตนโทร.กลับ นายตนุภัทรกล่าวว่าไปลงเรือกับเพื่อนๆ ปรากฎว่าเพื่อนประสบอุบัติเหตุตกน้ำ ก็มีอาการตกใจ พูดไม่ค่อยเข้าใจ ตนจึงกล่าวว่าค่อยๆ เล่าเรียบเรียงเหตุการณ์ เมื่อเรียบเรียงเหตุการณ์เสร็จถามว่าเขาต้องทำอย่างไร ตนจึงกล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำคือต้องไปแจ้งตำรวจ แต่ทีนี้เหตุเกิดในน้ำ ตนไม่รู้ว่าตำรวจที่รับผิดชอบเป็นตำรวจน้ำหรือตำรวจท้องที่ ตนไม่ทราบ แต่สิ่งที่ต้องทำอันดับแรกคือต้องไปแจ้งตำรวจ ให้ขึ้นบกเพราะตนไม่ทราบว่าเป็นท้องที่ใคร ไปที่ตำรวจสักแห่งหนึ่งก็ได้ ไปเล่าให้ฟังจุดเกิดเหตุอยู่ไหน เสร็จแล้วจะต้องให้ทำอย่างไร ไปแจ้งตำรวจที่ สน.อะไรก็ว่าไปตามนั้น ก็เท่านี้ ไม่ได้มีอะไร
    .
    เมื่อถามว่านายตนุภัทรโทร. มากี่โมง นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ตนจำไม่ได้เพราะ 3 ปีมาแล้ว แต่เป็นกลางคืน สำหรับตนเป็นเรื่องปกติ เพราะชาวบ้านหรือใครโทร.หาตนตลอดเวลาอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นประเด็นก็มีเท่านี้ แล้ววันนั้นตนไม่รู้ว่าเกิดเหตุ และไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ประสบเหตุ เพราะเขาไม่ได้บอก ถึงบอกตนก็ไม่รู้จักเพราะเป็นคนไม่รู้จักดารา มารู้อีกทีที่เป็นข่าววันรุ่งขึ้น ตนก็คิดว่าอ๋อเรื่องนี้ และตนไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรกับเขา คดีความอะไรก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยว ไม่เคยไปให้คำแนะนำทางกฎหมาย หรือไปช่วยเหลืออะไรเลย ไม่เคย
    .
    เมื่อถามว่า หลังจากวันนั้น นายตนุภัทรโทร.มาอีกหรือมาพบหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า เขาไม่เคยมาพบตน แต่โทรศัพท์ก็เคย เพราะบางทีตนเอารถไปซ่อม แต่ตนไม่ได้ติดต่อประจำ นานๆ เขาจะโทร.มาทีหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ตนเอารถไปเข้าอู่ ก็รู้จักกันแค่นี้ ก่อนเกิดเหตุเป็นข่าวเขาก็เป็นคนทำธุรกิจที่รู้จักกันธรรมดา จะไปรู้ว่าใครไปทำอะไรใคร ไม่ได้แปลว่าเราจะเข้าไปเกี่ยวข้องอะไรกับเขา แต่คิดว่าเรื่องนี้ตนเชื่อว่าวันนั้นไม่ได้โทร.หาตนคนเดียว
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000014842
    .........
    Sondhi X
    รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน ยอมรับคุยกับปอ ตนุภัทรจริง วันที่เกิดเหตุแตงโม นิดาตกน้ำ แต่เจ้าตัวตกใจ พูดไม่ค่อยเข้าใจ ให้ไล่เรียงเหตุการณ์ก่อนแนะไปแจ้งตำรวจ เชื่อว่าไม่ได้โทร.หาคนเดียว ย้ำรู้จักกันแค่ซื้อรถและซ่อมรถ ไม่เคยยุ่งเกี่ยว ให้คำแนะนำทางกฎหมาย หรือให้ความช่วยเหลือคดีแตงโม . วันนี้ (14 ก.พ.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าตนเกี่ยวข้องกับคดีการเสียชีวิตของแตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ นักแสดงสาว ที่ระบุว่าหนึ่งในคนที่อยู่บนเรือสปีดโบ้ทโทรศัพท์ไปหาและพูดคุยกันประมาณ 10 นาที ว่า ตนไม่มีวันรู้ว่าใครจะโทร.หา และแต่ละคนที่โทร.หาจะเกิดเหตุอะไร ทุกคนไม่มีใครรู้ ตนเป็นคนทำงานการเมือง บางครั้งตี 1 ก็รับโทรศัพท์ เพราะไม่รู้ว่าใครโทร.มา แต่ส่วนใหญ่เขาเดือดร้อน เช่น เกิดเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ สมัยที่เป็น สส.เขต มาถึงบัดนี้ยังติดพันกับตน หรือพรรคพวกเพื่อนฝูงเดือดร้อนอะไรเราไม่รู้ เพราะฉะนั้นในฐานะที่ทำงานด้านนี้อยู่ จึงคอยบริการ ให้คำแนะนำและดูแลคนอยู่แล้ว . สำหรับนายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือ ปอ ซึ่งเป็นหนึ่งในคนบนเรือสปีดโบ้ท ตนรู้จักเขาในฐานะที่เป็นคนทำธุรกิจซื้อขายรถยนต์และเปิดอู่ซ่อมรถ เมื่อก่อนเคยซื้อรถยนต์และซ่อมรถกับเขาเลยรู้จักกัน แต่วันนั้นยังไม่ได้มีคดีความอะไร แม้แต่วันที่เกิดเหตุตนไม่รู้เกิดเหตุอะไร เมื่อมีคนโทรศัพท์มา ตนรับโทรศัพท์ไม่ทันก็ต้องโทร.กลับก็เท่านั้น ไม่เห็นมีอะไร เป็นเรื่องปกติ ตนโทร.กลับ นายตนุภัทรกล่าวว่าไปลงเรือกับเพื่อนๆ ปรากฎว่าเพื่อนประสบอุบัติเหตุตกน้ำ ก็มีอาการตกใจ พูดไม่ค่อยเข้าใจ ตนจึงกล่าวว่าค่อยๆ เล่าเรียบเรียงเหตุการณ์ เมื่อเรียบเรียงเหตุการณ์เสร็จถามว่าเขาต้องทำอย่างไร ตนจึงกล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำคือต้องไปแจ้งตำรวจ แต่ทีนี้เหตุเกิดในน้ำ ตนไม่รู้ว่าตำรวจที่รับผิดชอบเป็นตำรวจน้ำหรือตำรวจท้องที่ ตนไม่ทราบ แต่สิ่งที่ต้องทำอันดับแรกคือต้องไปแจ้งตำรวจ ให้ขึ้นบกเพราะตนไม่ทราบว่าเป็นท้องที่ใคร ไปที่ตำรวจสักแห่งหนึ่งก็ได้ ไปเล่าให้ฟังจุดเกิดเหตุอยู่ไหน เสร็จแล้วจะต้องให้ทำอย่างไร ไปแจ้งตำรวจที่ สน.อะไรก็ว่าไปตามนั้น ก็เท่านี้ ไม่ได้มีอะไร . เมื่อถามว่านายตนุภัทรโทร. มากี่โมง นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ตนจำไม่ได้เพราะ 3 ปีมาแล้ว แต่เป็นกลางคืน สำหรับตนเป็นเรื่องปกติ เพราะชาวบ้านหรือใครโทร.หาตนตลอดเวลาอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นประเด็นก็มีเท่านี้ แล้ววันนั้นตนไม่รู้ว่าเกิดเหตุ และไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ประสบเหตุ เพราะเขาไม่ได้บอก ถึงบอกตนก็ไม่รู้จักเพราะเป็นคนไม่รู้จักดารา มารู้อีกทีที่เป็นข่าววันรุ่งขึ้น ตนก็คิดว่าอ๋อเรื่องนี้ และตนไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรกับเขา คดีความอะไรก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยว ไม่เคยไปให้คำแนะนำทางกฎหมาย หรือไปช่วยเหลืออะไรเลย ไม่เคย . เมื่อถามว่า หลังจากวันนั้น นายตนุภัทรโทร.มาอีกหรือมาพบหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า เขาไม่เคยมาพบตน แต่โทรศัพท์ก็เคย เพราะบางทีตนเอารถไปซ่อม แต่ตนไม่ได้ติดต่อประจำ นานๆ เขาจะโทร.มาทีหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ตนเอารถไปเข้าอู่ ก็รู้จักกันแค่นี้ ก่อนเกิดเหตุเป็นข่าวเขาก็เป็นคนทำธุรกิจที่รู้จักกันธรรมดา จะไปรู้ว่าใครไปทำอะไรใคร ไม่ได้แปลว่าเราจะเข้าไปเกี่ยวข้องอะไรกับเขา แต่คิดว่าเรื่องนี้ตนเชื่อว่าวันนั้นไม่ได้โทร.หาตนคนเดียว . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000014842 ......... Sondhi X
    Like
    Haha
    Love
    Wow
    25
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 2820 มุมมอง 0 รีวิว
  • [Exclusive on Sondhi Talk]
    "บังแจ็ค" ไว้ใจ DSI ไขคดี
    แย้มมือถือแตงโมมี 4 หมื่นภาพ
    แถมข้อมูลนักการเมือง-นักธุรกิจดัง
    .
    บังแจ็คเปิดใจส่งมอบมือถือแตงโม นิดา ให้หมอธวัชชัยนำมาให้ดีเอสไอคลี่คลายคดี ระบุกู้ข้อมูลมีภาพกว่า 4 หมื่นภาพ แชตบางส่วนคุยกับนักการเมืองดัง และมีข้อมูลที่ผู้ใหญ่มีอิทธิพลสูง นักธุรกิจระดับประเทศเกี่ยวข้องด้วย เผยมีคนขอซื้อมือถือจริงแต่ไม่ถึง 15 ล้าน ลั่นยังไงก็ไม่ขาย
    .
    วันนี้ (6 ก.พ.) นายซาคาเนียน ราชา ไฮเดอร์ หรือบังแจ็ค ให้สัมภาษณ์ทางเฟซบุ๊ก และยูทูป "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" (คลิกชมย้อนหลัง >> https://www.youtube.com/watch?v=58nPhAE2uZo) ถึงโทรศัพท์มือถือของ แตงโม นิดา หรือ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ นักแสดงสาวที่เสียชีวิตจากเรือสปีดโบ้ท เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 ซึ่งได้ส่งมอบให้ นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ และเตรียมนำมาส่งมอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำมาใช้เพื่อคลี่คลายการเสียชีวิตของแตงโม ระบุว่า เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตอนที่รู้จักกับนางพนิดา ศิริยุทธโยธิน มารดาของแตงโม นางพนิดาได้รับโทรศัพท์มือถือของแตงโมจากตำรวจ แต่ไม่พบข้อมูลใดๆ ในเครื่อง ตนจึงแนะนำให้นำไปที่ศูนย์บริการของแอปเปิลช่วยดูว่ายังมีข้อมูลในเครื่องหรือไม่ นางพนิดาไปที่ศูนย์แอปเปิลฯ แต่ไม่ไว้ใจ จึงให้โทรศัพท์มือถือแก่ตน ซึ่งเป็นความครอบครองโดยถูกต้อง
    .
    การตัดสินใจส่งมอบโทรศัพท์มือถือเป็นไปตามที่ตนได้ประกาศไว้ว่าจะมอบให้เฉพาะบุคคล 3 ราย ได้แก่ นพ.ธวัชชัย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เพราะทั้งสามคนไว้วางใจที่สุดแล้ว เพราะมีข้อมูลบางส่วนที่ไม่อยากให้ผู้ที่กระทำความผิด หรือคนที่จะนำไปใช้ในทางที่ไม่ดี โดยข้อมูลในโทรศัพท์มือถือบางอย่างเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนไปแล้ว เช่น มีคนดังโทร.เข้ามาในเวลาผิดปกติ ซึ่งนายคชาภา ตันเจริญ หรือมดดำ เปิดเผยว่าได้โทร.หาจริง ยังเหลืออีก 2-3 คนที่ยังไม่ได้ออกมาพูด รวมทั้ง น.ส.อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือ กระติก ผู้จัดการส่วนตัวของแตงโม โทร.มาหาเมื่อเวลา 20.40 น. ของวันเกิดเหตุ ทั้งๆ ที่อยู่บนเรือลำเดียวกัน และอีกหลายข้อมูลทั้งคลิป รูปภาพ การลบข้อความ และการลบบัญชีทั้งบัญชี
    .
    ตนจำได้ว่ามดดำได้โทร.หาแตงโม แต่ได้รับข่าวจากแอนนา วรินทร วัตรสังข์ เพื่อนของแตงโมว่า แตงโมตกน้ำ แอนนาพยายามทักไลน์ โทร.ทั้งไลน์และมือถือแต่ไม่ติด เมื่อ 3 ปีที่แล้วพอเข้าไปดูบัญชีแอนนาไม่มีเลย ลบทิ้ง บัญชีฮิปโป (ผู้จัดการส่วนตัวให้ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนที่แตงโมเสียชีวิต) ก็ลบทิ้ง บัญชีโม อมีนา พินิจ ก็ลบทิ้ง บัญชีพุดเดิล ยุพดี ก็ลบทิ้ง และอีกหลายคน ส่วนข้อความที่กระติกนำมาเปิดเผยในรายการโหนกระแสว่าได้คุยกับแตงโม ตนก็เข้าไปดู ไม่พบข้อความที่กระติกนำมาแสดง มีถึงแค่วันที่ 17-18 ก.พ. 2565 เท่านั้น แสดงว่ามีข้อมูลที่ถูกลบและข้อมูลที่แต่งขึ้นมา
    .
    บังแจ็ค กล่าวว่า ตนกู้ข้อมูลเฉพาะรูปภาพกว่า 40,000 ภาพ ยังดูไม่หมด ดูเฉพาะเกี่ยวข้องกับคดี เช่น บัญชีธนาคารไม่มีเงินสักบาทในบัญชี ทั้งที่อย่างน้อยเป็นดาราต้องมีเงินติดบัญชีสัก 4-5 พันบาท แต่ยอดเงินกลับเป็น 0 บาท บันทึกบางส่วนถูกลบออกไป แชตบางส่วนที่คุยกับนักการเมืองดัง ที่ขู่จะให้ส่งภาพลับที่ไม่เหมาะสมและเรียกให้มาหาก็มี ตนสงสารที่แตงโมต้องเจออะไรแบบนั้น ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยคลี่คลายคดีเมื่ออยู่ในมือของดีเอสไอ
    .
    ส่วนเรื่องความน่าเชื่อถือของตนที่ทำให้พยานหลักฐานถูกด้อยค่านั้น ถามว่าใครทำร้ายเครดิตตน คนที่เสียประโยชน์ก็พยายามใช้สื่อที่เข้าข้างมาดิสเครดิตตน หนึ่งในนั้นคือทนายความที่ท้าให้ดื่มปัสสาวะ 70 แก้ว พาทั้งพิธีกรชื่อดังไปแจ้งความว่าตนขู่ฆ่าและใช้สื่อโจมตี ทั้งๆ ที่พิธีกรชื่อดังเข้าใจกันแล้ว และจะร่วมมือจำหน่ายสินค้าที่ต่างประเทศ ส่วนเรื่องที่โพสต์ภาพปืนเป็นเรื่องนานมาแล้ว ไม่เกี่ยวกับคดีแตงโม และได้เคลียร์จบแล้ว ตนมีหลักฐานทั้งหมดส่งให้ นพ.ธวัชชัย เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าได้คุยกัน จับมือขออภัยกันจริง
    .
    ส่วนคดีเบนซ์ เรซซิ่ง หรือนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช ส่วนตัวมาเมืองไทยถูกต้อง เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ซื้อรถจักรยานยนต์จากเบนซ์ เรซซิ่ง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดี เวลานั้นตนอยู่โคราช ตนถูกหลอกเพราะไม่มีเอกสารและทะเบียน ตนเป็นชาวต่างชาติไม่รู้กฎหมาย เจอด่านก็โดนยึด พอกลับไปหาเจ้าตัวก็ไม่รับผิดชอบเพราะไม่มีหลักฐาน พอเกิดคดีนายไซซะนะ แก้วพิมพา เจ้าพ่อยาเสพติด ตนออกมาวิจารณ์เบนซ์ เรซซิ่ง ไม่ได้เข้าข้างและไม่ได้เป็นหนึ่งในทีมของเขา ตนซื้อรถด้วยน้ำพักน้ำแรงแล้วทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง แต่ด้วยความที่ตนใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง เวลานั้นไม่รู้จะอธิบายให้ใครฟังเพราะโดนโจมตี น้ำหนักน้อยลง พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อเพราะเป็นคนต่างชาติ ถูกด้อยค่าตลอดเวลา จึงเลือกที่จะไม่ตอบโต้
    .
    ส่วนที่ไม่สามารถเข้าประเทศไทยได้ถึงปี 2569 เพราะเป็นบุคคลที่เชื่อได้ว่าเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยนั้น บังแจ็ค กล่าวว่า สมมติเป็นบุคคลอันตรายจริงก็ไม่น่าจะมาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษได้ 6-7 ปี ไม่ใช่โรงเรียนเอกชน แต่เป็นโรงเรียนรัฐบาล และออกเอกสารถูกต้อง มีใบอนุญาตทำงาน เมื่อ 2 ปีก่อนมีรายการโทรทัศน์ไปตรวจสอบแล้วไม่พบบัญชีดำในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตอนนี้สามารถเข้าประเทศไทยได้ ส่วนคดีที่เจอระยะหลังๆ คือคดีแตงโม ถูกใส่ไข่เยอะเพราะอีกฝ่ายหรืออีกสื่อหนึ่งมีเอฟซี มีอิทธิพลเยอะ แถมเมื่อตนไปสัมภาษณ์รายการหนึ่ง 5 ครั้ง ภายหลังไลฟ์รายการลบทิ้ง หมายความว่าอย่างไร ตนถามตรงๆ ไปว่าลบทิ้งทำไม เขาไม่มีคำตอบ เปลี่ยนประเด็น
    .
    ตนมองว่าต้องมีคนสั่งให้ลบ เพราะมือถืออยู่ในมือตนเอง จึงต้องดิสเครดิตให้ไม่มีความน่าเชื่อถือ พยายามด้อยค่าหลักฐานจากโทรศัพท์มือถือที่ปล่อยออกมา 1-2 คลิปที่ อ.ปานเทพเปิดเผย ตนเคยลงในเพจมานานมากแล้ว แต่มีคนทักมาถามว่าสถานที่ตรงนี้ตรงนั้นหรือเปล่า ซึ่งตนไม่รู้เพราะไม่ได้อยู่ในประเทศไทยมานานแล้ว พอไปดูก็มีการแต่งเพิ่มมา อ.ปานเทพถามตนว่าคลิปนี้ได้มาจากตนหรือเปล่า ตนตอบว่าไม่ใช่ คลิปที่ได้จากตนมีแค่นี้ เขาใช้วิธีเหมือนเมื่อ 3 ปีก่อน คือ เอามาแต่งเติม เอามาตัด และโจมตีว่าไม่ใช่ข้อมูลจริง หิวแสง ตนเพิ่งรู้จัก อ.ปานเทพ และ นพ.ธวัชชัยไม่ถึง 2 เดือน ข้อมูล GPS ที่เคยส่งให้ทีวีช่องหนึ่งเมื่อ 3 ปีก่อนก็ถูกด้อยค่าว่าไปตรวจมาแล้วไม่มีอะไรเลย ด้อยค่าแล้วก็ลบตัดทิ้งเลย
    .
    พอรับฟีดแบ็คกลับมาตนก็มีความรู้สึก แฟนของตนก็ไม่สบายใจ ให้หยุดไม่ต้องทำเพราะไม่มีใครเชื่อ แต่ตนเชื่อว่าเวรกรรมมีจริง คดีนี้ต้องกลับมาแน่ เพราะข้อพิรุธหลายอย่าง ตนเก็บข้อมูลไว้ เบอร์แต่ละคนหาไม่ยาก อยู่บนเรือด้วยกันโทร.หากันทำไม แล้วบรรดาคนดังโทร.หาแตงโมเวลา 21.58 น. 22.04 น. หรือ 22.07 น.ของวันเกิดเหตุ ไม่ใช่แค่คืนนั้นคืนเดียว โทร.มาตอนเช้าด้วย โทร.ในระหว่างนั้นด้วย ทั้งๆ ที่ตำรวจแถลงข่าวแตงโมตกน้ำ 22.37-22.38 น. แสดงว่าคนรู้แล้วว่าแตงโมตกน้ำ แต่ไม่มีการกดรับสายเพราะปิดเครื่อง แต่มีระบบรับฝากข้อความและมีข้อความเข้ามา
    .
    เมื่อถามว่า ขบวนการดิสเครดิตบังแจ็คทำไปเพื่ออะไร เกี่ยวกับการเสียชีวิตของแตงโมอย่างไร บังแจ็ค กล่าวว่า มีคนใหญ่อยู่เบื้องหลัง แต่พอคดีแตงโมเปิดขึ้นมาเขาได้รับความเสียหายมาก จึงไม่ยอมให้ทำแบบนี้ ที่ไปคุยที่ปั๊มน้ำมันนั้น ได้ให้ที่ปรึกษากฎหมายของเขาสอนให้พูดแบบนี้ แล้วมีอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่แนะนำว่าต้องไปในทิศทางนี้ เท่าที่ตนทราบไม่นานมีโทรทัศน์ 3 ช่อง ช่องแรกไม่ดัง อีก 2 ช่องดัง ใช้ทนายความคนบนเรือคนเดียวกันออกโทรทัศน์ บางสื่อต้องกลัวตำรวจหรือเกรงใจตำรวจเพราะจะไม่มีข่าวเล่น ตนรู้พิรุธมานานแล้วว่าตอนสัมภาษณ์เขาก็ตัดออก อย่างทีวีช่องหนึ่งสัมภาษณ์นานมาก แต่ตัดบางส่วนออก เหลือเฉพาะตอนที่เปิดช่องให้ถูกโจมตี ภายหลังพบว่าใช้ทนายความคนเดียวกันออกทีวี
    .
    เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีคนเสนอเงิน 15 ล้านบาทเพื่อยุติเรื่องดังกล่าวจริงหรือไม่ บังแจ็คกล่าวว่า ไม่ถึง 15 ล้านบาท แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนที่ นพ.ธวัชชัยจะมารับเครื่อง ก็พยายามที่จะถามว่าจะให้โทรศัพท์มือถือจริงหรือเปล่า แล้วเชื่อหรือเปล่าว่าจะนำมาใช้ในทางที่ถูกต้อง แต่ถ้าคิดจะขายจะขายในราคาเท่าไหร่ ตนตอบว่าไม่ขาย ถามว่า 2 ล้านบาทขายไหม ตนตอบว่าไม่ขาย ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 ล้านบาท เงินที่เสนอมาเป็นค่าใช้จ่ายภายในเดือนหนึ่งก็หมดแล้ว เพราะตนอยู่ที่สหรัฐอเมริกา มีบริษัท จ่ายค่ารถ จ่ายค่าบ้าน ค่าใช้จ่ายต่างๆ หมดแล้ว ตนหาได้เองไม่ต้องเสนอ อีกฝ่ายก็เสนอเป็น 5 ล้านบาท แต่ไม่ต้องให้เครื่องแก่ นพ.ธวัชชัย ตนกล่าวว่าให้เท่าไหร่ก็ไม่ขาย อยากจะยกให้เขา อีกฝ่ายกล่าวว่า ต้องคิดให้ดีๆ ก่อน เพราะ 1 ใน 5 คนบนเรือกล่าวว่า ได้เครื่องนี้ไปก็คือจบเลย เพราะมีข้อมูลที่ผู้ใหญ่ที่มีอิทธิพลสูง เป็นนักธุรกิจระดับประเทศมาเกี่ยวข้องด้วย ไม่อยากให้มือถือนี้ไปอยู่ที่เมืองไทย
    .
    เมื่อถามว่า ที่โดนดักตีหัวสงสัยว่าจัดฉากหรือไม่ บังแจ็คกล่าวว่า ตอนที่โดนตีหัว นพ.ธวัชชัยคุยกับตนอยู่ เวลาโดนตีหัวแฟนถามว่าเรียกรถพยาบาลหรือเปล่า เพราะที่สหรัฐฯ มีค่าใช้จ่าย 3,500-4,000 เหรียญสหรัฐฯ แต่พอจับดูเลือดไหล จึงให้ นพ.ธวัชชัยดูแผล ก็แนะนำว่าให้ไปเย็บแผลก่อน แต่เย็บไม่เยอะ 2 เข็ม และให้กลับไปรักษาที่บ้าน ส่วนที่โดนตีหัวคิดว่าวันนั้นเป็นวันหยุดของคนผิวสี ตำรวจไม่ค่อยมี เป็นเหตุบังเอิญที่โจรขโมยของ นพ.ธวัชชัยอยู่ในสาย ก็เลยเป็นห่วงจึงเป็นข่าวขึ้นมา ส่วนขบวนการดิสเครดิตที่เกิดขึ้น นพ.ธวัชชัย อ.ปานเทพ และนายอัจฉริยะต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ บังแจ็ค กล่าวว่า ทั้งสามคนต้องระวังอย่างสูง เพราะเท่าที่เจอข้อมูลในเครื่องมีแต่คนใหญ่คนโต ทั้งนักการเมืองและนักธุรกิจชื่อดัง มีเรื่องของยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง จากที่แถลงข่าวยังมีเยอะกว่านี้
    .
    ถามถึงแนวทางคลี่คลายคดีเพื่อคืนความยุติธรรมให้แตงโม บังแจ็คกล่าวว่า ลองไว้ใจทีมดีเอสไอ และดูว่าจะมีคนเข้ามาสกัดหรือข่มขู่หรือเปล่าก็ต้องคอยดู แต่ถ้าทั้งสามคนสบายใจและมั่นใจในทีมนี้ก็ตามนั้น สิ่งที่ทำได้ก็คือฟิงเกอร์ครอส (ยกนิ้วไขว้เพื่ออวยพรขอให้โชคดี) เมื่อถามว่า ตอนนี้บังแจ็คทำอะไรอยู่ ตนต้องขอบคุณเน็ตไอดอลที่สร้างภาพให้ตนเป็นแบบนั้นว่าเขาทำสำเร็จ ตนมีร้านอาหาร 2 แห่ง มีบริษัทที่มีรถยนต์กันกระสุน 5 คัน รับคุ้มกันดาราระดับโลก นักฟุตบอลชื่อดัง และนักการเมือง ยืนยันว่าเป็นโทรศัพท์มือถือแตงโมจริง ให้ นพ.ธวัชชัชตรวจอีมี่ (IMEI) และตรวจเครื่องให้เรียบร้อย ถ้าสมมติถ้าตนหิวเงินหรือหิวแสงคงไม่เก็บไว้นานถึง 3 ปี ภาพหรือคลิปที่ตนเจอป่านนี้ได้เงินเป็นร้อยล้านแล้ว ตนนับถือศาสนาอิสลาม เป็นเงินบาป ทำแบบนี้ไม่ได้ เราไม่ไปยุ่งและไม่เปิดเผย ไม่ทำให้แตงโมเสียหายเพราะน่าสงสารที่สุดแล้ว
    .
    คลิกอ่านต้นฉบับ >> https://sondhitalk.com/detail/9680000012224
    ......
    Sondhi X
    [Exclusive on Sondhi Talk] "บังแจ็ค" ไว้ใจ DSI ไขคดี แย้มมือถือแตงโมมี 4 หมื่นภาพ แถมข้อมูลนักการเมือง-นักธุรกิจดัง . บังแจ็คเปิดใจส่งมอบมือถือแตงโม นิดา ให้หมอธวัชชัยนำมาให้ดีเอสไอคลี่คลายคดี ระบุกู้ข้อมูลมีภาพกว่า 4 หมื่นภาพ แชตบางส่วนคุยกับนักการเมืองดัง และมีข้อมูลที่ผู้ใหญ่มีอิทธิพลสูง นักธุรกิจระดับประเทศเกี่ยวข้องด้วย เผยมีคนขอซื้อมือถือจริงแต่ไม่ถึง 15 ล้าน ลั่นยังไงก็ไม่ขาย . วันนี้ (6 ก.พ.) นายซาคาเนียน ราชา ไฮเดอร์ หรือบังแจ็ค ให้สัมภาษณ์ทางเฟซบุ๊ก และยูทูป "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" (คลิกชมย้อนหลัง >> https://www.youtube.com/watch?v=58nPhAE2uZo) ถึงโทรศัพท์มือถือของ แตงโม นิดา หรือ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ นักแสดงสาวที่เสียชีวิตจากเรือสปีดโบ้ท เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 ซึ่งได้ส่งมอบให้ นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ และเตรียมนำมาส่งมอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำมาใช้เพื่อคลี่คลายการเสียชีวิตของแตงโม ระบุว่า เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตอนที่รู้จักกับนางพนิดา ศิริยุทธโยธิน มารดาของแตงโม นางพนิดาได้รับโทรศัพท์มือถือของแตงโมจากตำรวจ แต่ไม่พบข้อมูลใดๆ ในเครื่อง ตนจึงแนะนำให้นำไปที่ศูนย์บริการของแอปเปิลช่วยดูว่ายังมีข้อมูลในเครื่องหรือไม่ นางพนิดาไปที่ศูนย์แอปเปิลฯ แต่ไม่ไว้ใจ จึงให้โทรศัพท์มือถือแก่ตน ซึ่งเป็นความครอบครองโดยถูกต้อง . การตัดสินใจส่งมอบโทรศัพท์มือถือเป็นไปตามที่ตนได้ประกาศไว้ว่าจะมอบให้เฉพาะบุคคล 3 ราย ได้แก่ นพ.ธวัชชัย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เพราะทั้งสามคนไว้วางใจที่สุดแล้ว เพราะมีข้อมูลบางส่วนที่ไม่อยากให้ผู้ที่กระทำความผิด หรือคนที่จะนำไปใช้ในทางที่ไม่ดี โดยข้อมูลในโทรศัพท์มือถือบางอย่างเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนไปแล้ว เช่น มีคนดังโทร.เข้ามาในเวลาผิดปกติ ซึ่งนายคชาภา ตันเจริญ หรือมดดำ เปิดเผยว่าได้โทร.หาจริง ยังเหลืออีก 2-3 คนที่ยังไม่ได้ออกมาพูด รวมทั้ง น.ส.อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือ กระติก ผู้จัดการส่วนตัวของแตงโม โทร.มาหาเมื่อเวลา 20.40 น. ของวันเกิดเหตุ ทั้งๆ ที่อยู่บนเรือลำเดียวกัน และอีกหลายข้อมูลทั้งคลิป รูปภาพ การลบข้อความ และการลบบัญชีทั้งบัญชี . ตนจำได้ว่ามดดำได้โทร.หาแตงโม แต่ได้รับข่าวจากแอนนา วรินทร วัตรสังข์ เพื่อนของแตงโมว่า แตงโมตกน้ำ แอนนาพยายามทักไลน์ โทร.ทั้งไลน์และมือถือแต่ไม่ติด เมื่อ 3 ปีที่แล้วพอเข้าไปดูบัญชีแอนนาไม่มีเลย ลบทิ้ง บัญชีฮิปโป (ผู้จัดการส่วนตัวให้ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนที่แตงโมเสียชีวิต) ก็ลบทิ้ง บัญชีโม อมีนา พินิจ ก็ลบทิ้ง บัญชีพุดเดิล ยุพดี ก็ลบทิ้ง และอีกหลายคน ส่วนข้อความที่กระติกนำมาเปิดเผยในรายการโหนกระแสว่าได้คุยกับแตงโม ตนก็เข้าไปดู ไม่พบข้อความที่กระติกนำมาแสดง มีถึงแค่วันที่ 17-18 ก.พ. 2565 เท่านั้น แสดงว่ามีข้อมูลที่ถูกลบและข้อมูลที่แต่งขึ้นมา . บังแจ็ค กล่าวว่า ตนกู้ข้อมูลเฉพาะรูปภาพกว่า 40,000 ภาพ ยังดูไม่หมด ดูเฉพาะเกี่ยวข้องกับคดี เช่น บัญชีธนาคารไม่มีเงินสักบาทในบัญชี ทั้งที่อย่างน้อยเป็นดาราต้องมีเงินติดบัญชีสัก 4-5 พันบาท แต่ยอดเงินกลับเป็น 0 บาท บันทึกบางส่วนถูกลบออกไป แชตบางส่วนที่คุยกับนักการเมืองดัง ที่ขู่จะให้ส่งภาพลับที่ไม่เหมาะสมและเรียกให้มาหาก็มี ตนสงสารที่แตงโมต้องเจออะไรแบบนั้น ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยคลี่คลายคดีเมื่ออยู่ในมือของดีเอสไอ . ส่วนเรื่องความน่าเชื่อถือของตนที่ทำให้พยานหลักฐานถูกด้อยค่านั้น ถามว่าใครทำร้ายเครดิตตน คนที่เสียประโยชน์ก็พยายามใช้สื่อที่เข้าข้างมาดิสเครดิตตน หนึ่งในนั้นคือทนายความที่ท้าให้ดื่มปัสสาวะ 70 แก้ว พาทั้งพิธีกรชื่อดังไปแจ้งความว่าตนขู่ฆ่าและใช้สื่อโจมตี ทั้งๆ ที่พิธีกรชื่อดังเข้าใจกันแล้ว และจะร่วมมือจำหน่ายสินค้าที่ต่างประเทศ ส่วนเรื่องที่โพสต์ภาพปืนเป็นเรื่องนานมาแล้ว ไม่เกี่ยวกับคดีแตงโม และได้เคลียร์จบแล้ว ตนมีหลักฐานทั้งหมดส่งให้ นพ.ธวัชชัย เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าได้คุยกัน จับมือขออภัยกันจริง . ส่วนคดีเบนซ์ เรซซิ่ง หรือนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช ส่วนตัวมาเมืองไทยถูกต้อง เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ซื้อรถจักรยานยนต์จากเบนซ์ เรซซิ่ง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดี เวลานั้นตนอยู่โคราช ตนถูกหลอกเพราะไม่มีเอกสารและทะเบียน ตนเป็นชาวต่างชาติไม่รู้กฎหมาย เจอด่านก็โดนยึด พอกลับไปหาเจ้าตัวก็ไม่รับผิดชอบเพราะไม่มีหลักฐาน พอเกิดคดีนายไซซะนะ แก้วพิมพา เจ้าพ่อยาเสพติด ตนออกมาวิจารณ์เบนซ์ เรซซิ่ง ไม่ได้เข้าข้างและไม่ได้เป็นหนึ่งในทีมของเขา ตนซื้อรถด้วยน้ำพักน้ำแรงแล้วทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง แต่ด้วยความที่ตนใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง เวลานั้นไม่รู้จะอธิบายให้ใครฟังเพราะโดนโจมตี น้ำหนักน้อยลง พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อเพราะเป็นคนต่างชาติ ถูกด้อยค่าตลอดเวลา จึงเลือกที่จะไม่ตอบโต้ . ส่วนที่ไม่สามารถเข้าประเทศไทยได้ถึงปี 2569 เพราะเป็นบุคคลที่เชื่อได้ว่าเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยนั้น บังแจ็ค กล่าวว่า สมมติเป็นบุคคลอันตรายจริงก็ไม่น่าจะมาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษได้ 6-7 ปี ไม่ใช่โรงเรียนเอกชน แต่เป็นโรงเรียนรัฐบาล และออกเอกสารถูกต้อง มีใบอนุญาตทำงาน เมื่อ 2 ปีก่อนมีรายการโทรทัศน์ไปตรวจสอบแล้วไม่พบบัญชีดำในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตอนนี้สามารถเข้าประเทศไทยได้ ส่วนคดีที่เจอระยะหลังๆ คือคดีแตงโม ถูกใส่ไข่เยอะเพราะอีกฝ่ายหรืออีกสื่อหนึ่งมีเอฟซี มีอิทธิพลเยอะ แถมเมื่อตนไปสัมภาษณ์รายการหนึ่ง 5 ครั้ง ภายหลังไลฟ์รายการลบทิ้ง หมายความว่าอย่างไร ตนถามตรงๆ ไปว่าลบทิ้งทำไม เขาไม่มีคำตอบ เปลี่ยนประเด็น . ตนมองว่าต้องมีคนสั่งให้ลบ เพราะมือถืออยู่ในมือตนเอง จึงต้องดิสเครดิตให้ไม่มีความน่าเชื่อถือ พยายามด้อยค่าหลักฐานจากโทรศัพท์มือถือที่ปล่อยออกมา 1-2 คลิปที่ อ.ปานเทพเปิดเผย ตนเคยลงในเพจมานานมากแล้ว แต่มีคนทักมาถามว่าสถานที่ตรงนี้ตรงนั้นหรือเปล่า ซึ่งตนไม่รู้เพราะไม่ได้อยู่ในประเทศไทยมานานแล้ว พอไปดูก็มีการแต่งเพิ่มมา อ.ปานเทพถามตนว่าคลิปนี้ได้มาจากตนหรือเปล่า ตนตอบว่าไม่ใช่ คลิปที่ได้จากตนมีแค่นี้ เขาใช้วิธีเหมือนเมื่อ 3 ปีก่อน คือ เอามาแต่งเติม เอามาตัด และโจมตีว่าไม่ใช่ข้อมูลจริง หิวแสง ตนเพิ่งรู้จัก อ.ปานเทพ และ นพ.ธวัชชัยไม่ถึง 2 เดือน ข้อมูล GPS ที่เคยส่งให้ทีวีช่องหนึ่งเมื่อ 3 ปีก่อนก็ถูกด้อยค่าว่าไปตรวจมาแล้วไม่มีอะไรเลย ด้อยค่าแล้วก็ลบตัดทิ้งเลย . พอรับฟีดแบ็คกลับมาตนก็มีความรู้สึก แฟนของตนก็ไม่สบายใจ ให้หยุดไม่ต้องทำเพราะไม่มีใครเชื่อ แต่ตนเชื่อว่าเวรกรรมมีจริง คดีนี้ต้องกลับมาแน่ เพราะข้อพิรุธหลายอย่าง ตนเก็บข้อมูลไว้ เบอร์แต่ละคนหาไม่ยาก อยู่บนเรือด้วยกันโทร.หากันทำไม แล้วบรรดาคนดังโทร.หาแตงโมเวลา 21.58 น. 22.04 น. หรือ 22.07 น.ของวันเกิดเหตุ ไม่ใช่แค่คืนนั้นคืนเดียว โทร.มาตอนเช้าด้วย โทร.ในระหว่างนั้นด้วย ทั้งๆ ที่ตำรวจแถลงข่าวแตงโมตกน้ำ 22.37-22.38 น. แสดงว่าคนรู้แล้วว่าแตงโมตกน้ำ แต่ไม่มีการกดรับสายเพราะปิดเครื่อง แต่มีระบบรับฝากข้อความและมีข้อความเข้ามา . เมื่อถามว่า ขบวนการดิสเครดิตบังแจ็คทำไปเพื่ออะไร เกี่ยวกับการเสียชีวิตของแตงโมอย่างไร บังแจ็ค กล่าวว่า มีคนใหญ่อยู่เบื้องหลัง แต่พอคดีแตงโมเปิดขึ้นมาเขาได้รับความเสียหายมาก จึงไม่ยอมให้ทำแบบนี้ ที่ไปคุยที่ปั๊มน้ำมันนั้น ได้ให้ที่ปรึกษากฎหมายของเขาสอนให้พูดแบบนี้ แล้วมีอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่แนะนำว่าต้องไปในทิศทางนี้ เท่าที่ตนทราบไม่นานมีโทรทัศน์ 3 ช่อง ช่องแรกไม่ดัง อีก 2 ช่องดัง ใช้ทนายความคนบนเรือคนเดียวกันออกโทรทัศน์ บางสื่อต้องกลัวตำรวจหรือเกรงใจตำรวจเพราะจะไม่มีข่าวเล่น ตนรู้พิรุธมานานแล้วว่าตอนสัมภาษณ์เขาก็ตัดออก อย่างทีวีช่องหนึ่งสัมภาษณ์นานมาก แต่ตัดบางส่วนออก เหลือเฉพาะตอนที่เปิดช่องให้ถูกโจมตี ภายหลังพบว่าใช้ทนายความคนเดียวกันออกทีวี . เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีคนเสนอเงิน 15 ล้านบาทเพื่อยุติเรื่องดังกล่าวจริงหรือไม่ บังแจ็คกล่าวว่า ไม่ถึง 15 ล้านบาท แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนที่ นพ.ธวัชชัยจะมารับเครื่อง ก็พยายามที่จะถามว่าจะให้โทรศัพท์มือถือจริงหรือเปล่า แล้วเชื่อหรือเปล่าว่าจะนำมาใช้ในทางที่ถูกต้อง แต่ถ้าคิดจะขายจะขายในราคาเท่าไหร่ ตนตอบว่าไม่ขาย ถามว่า 2 ล้านบาทขายไหม ตนตอบว่าไม่ขาย ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 ล้านบาท เงินที่เสนอมาเป็นค่าใช้จ่ายภายในเดือนหนึ่งก็หมดแล้ว เพราะตนอยู่ที่สหรัฐอเมริกา มีบริษัท จ่ายค่ารถ จ่ายค่าบ้าน ค่าใช้จ่ายต่างๆ หมดแล้ว ตนหาได้เองไม่ต้องเสนอ อีกฝ่ายก็เสนอเป็น 5 ล้านบาท แต่ไม่ต้องให้เครื่องแก่ นพ.ธวัชชัย ตนกล่าวว่าให้เท่าไหร่ก็ไม่ขาย อยากจะยกให้เขา อีกฝ่ายกล่าวว่า ต้องคิดให้ดีๆ ก่อน เพราะ 1 ใน 5 คนบนเรือกล่าวว่า ได้เครื่องนี้ไปก็คือจบเลย เพราะมีข้อมูลที่ผู้ใหญ่ที่มีอิทธิพลสูง เป็นนักธุรกิจระดับประเทศมาเกี่ยวข้องด้วย ไม่อยากให้มือถือนี้ไปอยู่ที่เมืองไทย . เมื่อถามว่า ที่โดนดักตีหัวสงสัยว่าจัดฉากหรือไม่ บังแจ็คกล่าวว่า ตอนที่โดนตีหัว นพ.ธวัชชัยคุยกับตนอยู่ เวลาโดนตีหัวแฟนถามว่าเรียกรถพยาบาลหรือเปล่า เพราะที่สหรัฐฯ มีค่าใช้จ่าย 3,500-4,000 เหรียญสหรัฐฯ แต่พอจับดูเลือดไหล จึงให้ นพ.ธวัชชัยดูแผล ก็แนะนำว่าให้ไปเย็บแผลก่อน แต่เย็บไม่เยอะ 2 เข็ม และให้กลับไปรักษาที่บ้าน ส่วนที่โดนตีหัวคิดว่าวันนั้นเป็นวันหยุดของคนผิวสี ตำรวจไม่ค่อยมี เป็นเหตุบังเอิญที่โจรขโมยของ นพ.ธวัชชัยอยู่ในสาย ก็เลยเป็นห่วงจึงเป็นข่าวขึ้นมา ส่วนขบวนการดิสเครดิตที่เกิดขึ้น นพ.ธวัชชัย อ.ปานเทพ และนายอัจฉริยะต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ บังแจ็ค กล่าวว่า ทั้งสามคนต้องระวังอย่างสูง เพราะเท่าที่เจอข้อมูลในเครื่องมีแต่คนใหญ่คนโต ทั้งนักการเมืองและนักธุรกิจชื่อดัง มีเรื่องของยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง จากที่แถลงข่าวยังมีเยอะกว่านี้ . ถามถึงแนวทางคลี่คลายคดีเพื่อคืนความยุติธรรมให้แตงโม บังแจ็คกล่าวว่า ลองไว้ใจทีมดีเอสไอ และดูว่าจะมีคนเข้ามาสกัดหรือข่มขู่หรือเปล่าก็ต้องคอยดู แต่ถ้าทั้งสามคนสบายใจและมั่นใจในทีมนี้ก็ตามนั้น สิ่งที่ทำได้ก็คือฟิงเกอร์ครอส (ยกนิ้วไขว้เพื่ออวยพรขอให้โชคดี) เมื่อถามว่า ตอนนี้บังแจ็คทำอะไรอยู่ ตนต้องขอบคุณเน็ตไอดอลที่สร้างภาพให้ตนเป็นแบบนั้นว่าเขาทำสำเร็จ ตนมีร้านอาหาร 2 แห่ง มีบริษัทที่มีรถยนต์กันกระสุน 5 คัน รับคุ้มกันดาราระดับโลก นักฟุตบอลชื่อดัง และนักการเมือง ยืนยันว่าเป็นโทรศัพท์มือถือแตงโมจริง ให้ นพ.ธวัชชัชตรวจอีมี่ (IMEI) และตรวจเครื่องให้เรียบร้อย ถ้าสมมติถ้าตนหิวเงินหรือหิวแสงคงไม่เก็บไว้นานถึง 3 ปี ภาพหรือคลิปที่ตนเจอป่านนี้ได้เงินเป็นร้อยล้านแล้ว ตนนับถือศาสนาอิสลาม เป็นเงินบาป ทำแบบนี้ไม่ได้ เราไม่ไปยุ่งและไม่เปิดเผย ไม่ทำให้แตงโมเสียหายเพราะน่าสงสารที่สุดแล้ว . คลิกอ่านต้นฉบับ >> https://sondhitalk.com/detail/9680000012224 ...... Sondhi X
    Like
    Love
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 2284 มุมมอง 0 รีวิว
  • ศาลจังหวัดนนทบุรียกคำร้องตุ๋ย พรศักดิ์ ทนายความของ แซน วิศาพัช คนบนเรือขอให้ไต่สวนอัจฉริยะ-ปานเทพกรณีจำลองเหตุการณ์แตงโมตกน้ำ ชี้ไม่ละเมิดอำนาจศาล แถมเตือนไม่ให้สัมภาษณ์กระบวนการพิจารณาคดีในศาล
    .
    วันนี้ (29 ม.ค.) จากกรณีที่นายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ หรือทนายตุ๋ย ทนายความของนายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือแซน หนึ่งในบุคคลที่อยู่ในเรือสปีดโบ้ท ที่ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ตกจากเรือเสียชีวิต ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อให้ไต่สวนการละเมิดอำนาจศาล 2 สำนวน ได้แก่ การจำลองเหตุการณ์แตงโมตกเรือเสียชีวิต โดยมีผู้ถูกกล่าวหา ประกอบด้วย นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ หรือ อาจารย์หมอธวัชชัย และนายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ เนื่องจากคดีหลักยังไม่มีคำพิพากษา และกรณีของนักอาชญวิทยารายหนึ่ง ที่ให้สัมภาษณ์ในทำนองว่า มาเบิกความคดีแตงโมในศาล แต่ศาลกลับนั่งหัวเราะ ซึ่งจะยื่นให้ศาลไต่สวนว่า การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่
    .
    ปรากฎว่า นายพรศักดิ์ กล่าวหลังออกจากศาลว่า ในการสืบพยานวันนี้ ยังสืบพยานไม่เสร็จ คดีเดิมไปตามปกติทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ส่วนคดีที่มีการยื่นไต่สวนเรื่องละเมิดอำนาจศาล เรื่องการจำลองเหตุการณ์แตงโมตกเรือ ขอยังไม่ขอให้ข้อมูล
    .
    "วันนี้ผมมายื่นคำร้องศาลขอให้ท่านพิจารณาเรื่องละเมิดอำนาจศาล วันนี้ศาลได้พิจารณาตามคำร้องของผมแล้ว เห็นว่าในชั้นนี้ยังไม่เรียกผู้ที่ถูกร้องมาไต่สวน แต่ศาลได้รับทราบและเริ่มนับหนึ่งจากวันนี้ไปว่า หลังจากนี้จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีอะไรเกิดขึ้นอีกไหม ศาลจะพิจารณาและใช้ดุลยพินิจต่อไป นี่คือคำสั่งที่ออกมาตามนี้ ผมก็เลยมาแจ้งให้ทราบ ส่วนเรื่องอื่นๆ ขออนุญาตไม่พูดแล้วกัน เนื่องจากศาลกำชับมาว่าไม่ให้มีการเผยแพร่เรื่องกระบวนพิจารณาอะไรในคดีนี้กับทางสื่อมวลชนอีก ... ผมพูดได้แค่นี้จริงๆ เพราะศาลกำชับมา" นายพรศักดิ์ กล่าว
    .
    ปรากฎว่า นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะผู้ที่ร่วมจำลองเหตุการณ์แตงโมตกเรือเสียชีวิต กล่าวผ่านเฟซบุ๊กเพจว่า "ทนายตุ๋ยควรจะพูดให้ชัดๆ สรุปคือศาลยกคำร้องเพราะพวกเราไม่ได้ละเมิดอำนาจศาล จึงไม่มีการไต่สวนจำเลยตามคำร้องของทนายตุ๋ย และเตือนไม่ให้ทนายจำเลยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีในศาล"
    .
    มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ศาลจังหวัดนนทบุรีได้ยกคำร้องกรณีที่นายพรศักดิ์ ทนายความของนายวิศาพัช หรือแซน ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนการละเมิดอำนาจศาล กรณีนายอัจฉริยะและคณะจำลองเหตุการณ์แตงโมตกเรือเสียชีวิต เนื่องจากไม่ได้ละเมิดอำนาจศาล จึงไม่มีการไต่สวนจำเลยตามคำร้องของนายพรศักดิ์แต่อย่างใด
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000009403
    .........
    Sondhi X
    ศาลจังหวัดนนทบุรียกคำร้องตุ๋ย พรศักดิ์ ทนายความของ แซน วิศาพัช คนบนเรือขอให้ไต่สวนอัจฉริยะ-ปานเทพกรณีจำลองเหตุการณ์แตงโมตกน้ำ ชี้ไม่ละเมิดอำนาจศาล แถมเตือนไม่ให้สัมภาษณ์กระบวนการพิจารณาคดีในศาล . วันนี้ (29 ม.ค.) จากกรณีที่นายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ หรือทนายตุ๋ย ทนายความของนายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือแซน หนึ่งในบุคคลที่อยู่ในเรือสปีดโบ้ท ที่ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ตกจากเรือเสียชีวิต ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อให้ไต่สวนการละเมิดอำนาจศาล 2 สำนวน ได้แก่ การจำลองเหตุการณ์แตงโมตกเรือเสียชีวิต โดยมีผู้ถูกกล่าวหา ประกอบด้วย นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ หรือ อาจารย์หมอธวัชชัย และนายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ เนื่องจากคดีหลักยังไม่มีคำพิพากษา และกรณีของนักอาชญวิทยารายหนึ่ง ที่ให้สัมภาษณ์ในทำนองว่า มาเบิกความคดีแตงโมในศาล แต่ศาลกลับนั่งหัวเราะ ซึ่งจะยื่นให้ศาลไต่สวนว่า การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ . ปรากฎว่า นายพรศักดิ์ กล่าวหลังออกจากศาลว่า ในการสืบพยานวันนี้ ยังสืบพยานไม่เสร็จ คดีเดิมไปตามปกติทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ส่วนคดีที่มีการยื่นไต่สวนเรื่องละเมิดอำนาจศาล เรื่องการจำลองเหตุการณ์แตงโมตกเรือ ขอยังไม่ขอให้ข้อมูล . "วันนี้ผมมายื่นคำร้องศาลขอให้ท่านพิจารณาเรื่องละเมิดอำนาจศาล วันนี้ศาลได้พิจารณาตามคำร้องของผมแล้ว เห็นว่าในชั้นนี้ยังไม่เรียกผู้ที่ถูกร้องมาไต่สวน แต่ศาลได้รับทราบและเริ่มนับหนึ่งจากวันนี้ไปว่า หลังจากนี้จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีอะไรเกิดขึ้นอีกไหม ศาลจะพิจารณาและใช้ดุลยพินิจต่อไป นี่คือคำสั่งที่ออกมาตามนี้ ผมก็เลยมาแจ้งให้ทราบ ส่วนเรื่องอื่นๆ ขออนุญาตไม่พูดแล้วกัน เนื่องจากศาลกำชับมาว่าไม่ให้มีการเผยแพร่เรื่องกระบวนพิจารณาอะไรในคดีนี้กับทางสื่อมวลชนอีก ... ผมพูดได้แค่นี้จริงๆ เพราะศาลกำชับมา" นายพรศักดิ์ กล่าว . ปรากฎว่า นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะผู้ที่ร่วมจำลองเหตุการณ์แตงโมตกเรือเสียชีวิต กล่าวผ่านเฟซบุ๊กเพจว่า "ทนายตุ๋ยควรจะพูดให้ชัดๆ สรุปคือศาลยกคำร้องเพราะพวกเราไม่ได้ละเมิดอำนาจศาล จึงไม่มีการไต่สวนจำเลยตามคำร้องของทนายตุ๋ย และเตือนไม่ให้ทนายจำเลยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีในศาล" . มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ศาลจังหวัดนนทบุรีได้ยกคำร้องกรณีที่นายพรศักดิ์ ทนายความของนายวิศาพัช หรือแซน ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนการละเมิดอำนาจศาล กรณีนายอัจฉริยะและคณะจำลองเหตุการณ์แตงโมตกเรือเสียชีวิต เนื่องจากไม่ได้ละเมิดอำนาจศาล จึงไม่มีการไต่สวนจำเลยตามคำร้องของนายพรศักดิ์แต่อย่างใด . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000009403 ......... Sondhi X
    Like
    Haha
    33
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 3413 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทนายเดชา เผยศาลสืบพยานจำเลยคดีแตงโม 2 ปากสุดท้าย พิจารณา 2 เดือนครึ่งก่อนมีคำพิพากษา พร้อมยื่นคำร้องไต่สวน"ปานเทพ-อัจฉริยะ-หมอธวัชชัย" จำลองเหตุการณ์ตกเรือละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ ส่วนทนาย แซน วิศาพัช ยื่นไต่สวนนักอาชญวิทยาดังให้สัมภาษณ์
    .
    วันนี้ (29 ม.ค.) ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความของนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ดาราสาวที่ตกเรือสปีดโบ้ทเสียชีวิต เดินทางมายังศาลจังหวัดนนทบุรี ในนัดสืบพยานคดีการเสียชีวิตของแตงโม ซึ่งวันนี้เป็นการสืบพยานจำเลย นัดสุดท้ายรวม 2 ปาก ประกอบด้วย น.ส.อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือกระติก ผู้จัดการส่วนตัวของแตงโม กับ นายภีม ธรรมศรี หรือเอ็ม โดยบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มี น.ส.อิจศรินทร์ หรือกระติก พร้อมด้วย นายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ หรือทนายตุ๋ย ทนายความของนายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือแซน และนางภนิดา เดินทางมาร่วมฟังการพิจารณาคดีเมื่อเวลา 9.00 น.
    .
    นายเดชา กล่าวว่า การสืบพยานจำเลยในวันนี้ คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากจำเลยจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเรือให้ศาลรับฟัง ซึ่งเป็นไปตามข้อเท็จจริง ส่วนจะสืบพยานแล้วเสร็จในวันนี้เลยหรือไม่ ศาลจะเป็นผู้พิจารณา ขั้นตอนหลังจากนี้ ศาลจะใช้เวลาพิจารณาคดีอีกประมาณ 2 เดือนครึ่ง ก่อนที่จะมีคำพิพากษา และเท่าที่ได้คุยกับนายพรศักดิ์ ให้ข้อมูลว่า วันนี้จะมีการยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อให้ไต่สวนการละเมิดอำนาจศาล 2 สำนวน
    .
    สำนวนแรก เป็นเรื่องของการจำลองเหตุการณ์แตงโมตกเรือเสียชีวิต โดยมีผู้ถูกกล่าวหา ประกอบด้วย นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ หรือ อาจารย์หมอธวัชชัย และนายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ เนื่องจากคดีหลักยังไม่มีคำพิพากษา
    .
    ส่วนอีกสำนวน เป็นกรณีของนักอาชญวิทยารายหนึ่ง ที่ให้สัมภาษณ์ในทำนองว่า มาเบิกความคดีแตงโมในศาล แต่ศาลกลับนั่งหัวเราะ ซึ่งการให้ข้อมูลดังกล่าว นายพรศักดิ์ ทนายความแซน วิศาพัช จะยื่นให้ศาลไต่สวนว่า การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่
    .
    ส่วนความพยายามรื้อคดีการเสียชีวิตของแตงโม ภัทรธิดา ของนายอัจฉริยะและพวก นายเดชาระบุว่า ที่ผ่านมามีการพูดคุยกับนายอัจฉริยะ เบื้องต้นยืนยันว่าการรื้อคดีเหตุแห่งการเสียชีวิต น่าจะมีความยุ่งยากซับซ้อนในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นในชั้นต้นและอุทธรณ์ แต่จะมุ่งเน้นไปที่ตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มีความบกพร่อง หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ได้มีการยื่นเรื่องให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวแล้ว
    .
    ส่วนกรณีที่ทนายโจทก์ ทนายจำเลยในคดีเดียวกัน หารือกันในข้อกฎหมาย แต่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับข้อกฎหมาย สามารถทำได้ เพราะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับสำนวนคดี ส่วนการตัดพยานบางปากออกจากสำนวน เป็นความประสงค์ของนางพนิดา แม่ของแตงโม เนื่องจากมองว่ามีพยานที่เป็นหมอมาเบิกความจำนวนหลายปากแล้ว ทำให้เสียเวลาในการสืบพยาน
    .
    นายเดชา ยังกล่าวว่า กรณีแม่ของแตงโมก็เห็นด้วย ถ้าหากมีพยานหลักฐานใหม่ ก็พร้อมจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ได้ให้ความร่วมมือกับฝั่งของนายอัจฉริยะ
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000009329
    .........
    Sondhi X
    ทนายเดชา เผยศาลสืบพยานจำเลยคดีแตงโม 2 ปากสุดท้าย พิจารณา 2 เดือนครึ่งก่อนมีคำพิพากษา พร้อมยื่นคำร้องไต่สวน"ปานเทพ-อัจฉริยะ-หมอธวัชชัย" จำลองเหตุการณ์ตกเรือละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ ส่วนทนาย แซน วิศาพัช ยื่นไต่สวนนักอาชญวิทยาดังให้สัมภาษณ์ . วันนี้ (29 ม.ค.) ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความของนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ดาราสาวที่ตกเรือสปีดโบ้ทเสียชีวิต เดินทางมายังศาลจังหวัดนนทบุรี ในนัดสืบพยานคดีการเสียชีวิตของแตงโม ซึ่งวันนี้เป็นการสืบพยานจำเลย นัดสุดท้ายรวม 2 ปาก ประกอบด้วย น.ส.อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือกระติก ผู้จัดการส่วนตัวของแตงโม กับ นายภีม ธรรมศรี หรือเอ็ม โดยบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มี น.ส.อิจศรินทร์ หรือกระติก พร้อมด้วย นายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ หรือทนายตุ๋ย ทนายความของนายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือแซน และนางภนิดา เดินทางมาร่วมฟังการพิจารณาคดีเมื่อเวลา 9.00 น. . นายเดชา กล่าวว่า การสืบพยานจำเลยในวันนี้ คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากจำเลยจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเรือให้ศาลรับฟัง ซึ่งเป็นไปตามข้อเท็จจริง ส่วนจะสืบพยานแล้วเสร็จในวันนี้เลยหรือไม่ ศาลจะเป็นผู้พิจารณา ขั้นตอนหลังจากนี้ ศาลจะใช้เวลาพิจารณาคดีอีกประมาณ 2 เดือนครึ่ง ก่อนที่จะมีคำพิพากษา และเท่าที่ได้คุยกับนายพรศักดิ์ ให้ข้อมูลว่า วันนี้จะมีการยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อให้ไต่สวนการละเมิดอำนาจศาล 2 สำนวน . สำนวนแรก เป็นเรื่องของการจำลองเหตุการณ์แตงโมตกเรือเสียชีวิต โดยมีผู้ถูกกล่าวหา ประกอบด้วย นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ หรือ อาจารย์หมอธวัชชัย และนายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ เนื่องจากคดีหลักยังไม่มีคำพิพากษา . ส่วนอีกสำนวน เป็นกรณีของนักอาชญวิทยารายหนึ่ง ที่ให้สัมภาษณ์ในทำนองว่า มาเบิกความคดีแตงโมในศาล แต่ศาลกลับนั่งหัวเราะ ซึ่งการให้ข้อมูลดังกล่าว นายพรศักดิ์ ทนายความแซน วิศาพัช จะยื่นให้ศาลไต่สวนว่า การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ . ส่วนความพยายามรื้อคดีการเสียชีวิตของแตงโม ภัทรธิดา ของนายอัจฉริยะและพวก นายเดชาระบุว่า ที่ผ่านมามีการพูดคุยกับนายอัจฉริยะ เบื้องต้นยืนยันว่าการรื้อคดีเหตุแห่งการเสียชีวิต น่าจะมีความยุ่งยากซับซ้อนในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นในชั้นต้นและอุทธรณ์ แต่จะมุ่งเน้นไปที่ตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มีความบกพร่อง หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ได้มีการยื่นเรื่องให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวแล้ว . ส่วนกรณีที่ทนายโจทก์ ทนายจำเลยในคดีเดียวกัน หารือกันในข้อกฎหมาย แต่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับข้อกฎหมาย สามารถทำได้ เพราะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับสำนวนคดี ส่วนการตัดพยานบางปากออกจากสำนวน เป็นความประสงค์ของนางพนิดา แม่ของแตงโม เนื่องจากมองว่ามีพยานที่เป็นหมอมาเบิกความจำนวนหลายปากแล้ว ทำให้เสียเวลาในการสืบพยาน . นายเดชา ยังกล่าวว่า กรณีแม่ของแตงโมก็เห็นด้วย ถ้าหากมีพยานหลักฐานใหม่ ก็พร้อมจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ได้ให้ความร่วมมือกับฝั่งของนายอัจฉริยะ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000009329 ......... Sondhi X
    Like
    Haha
    Angry
    13
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 3759 มุมมอง 0 รีวิว
  • "ปอ-แซน" บิดอีก !?! อ้าง "แตงโม" เกาะเรือ 10 วิ จำลองเหตุไม่ตรงเรื่องจริง
    .
    "ปอ ตนุภัทร" พร้อมด้วย "แซน วิศาพัช" โต้กรณีจำลองเหตุการณ์ "แตงโม ภัทรธิดา" ตกน้ำ อ้างไม่ตรงกันเพราะตอนตกน้ำมีการเกาะเครื่องเอาต์บอร์ดท้ายเรือ ถูกใบพัดเรือ แนะลองแช่แล้วจุ่มสักครึ่งตัว เกาะเครื่อง 10 วิ.แล้วดูว่าขาถึงใบพัดไหม แต่ไม่อยากให้อุบัติเหตุซ้ำอีก ด้านแซนกล่าว ถ้าหมอธวัชชัยอยากจะทำ ติดเครื่องยนต์ก็ได้ อ้างไม่ตรงกันมีรายละเอียดปลีกย่อย ถามกลับมีเจตนาทวงคืนความยุติธรรมจริงหรือไม่
    .
    วันนี้ (16 ม.ค.) ที่โชว์รูมวัฒนาออโต้เซลล์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ นายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือปอ พร้อมด้วย นายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือแซน สองผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ที่เสียชีวิตเพราะตกจากเรือสปีดโบ้ทลงแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าเรือพิบูลสงคราม 1 ต.สวนใหญ่ อ.เมืองฯ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 หรือเมื่อ 3 ปีก่อน แถลงข่าวถึงปฎิกิริยาการทดสอบเหตุการณ์จำลองการตกเรือของแตงโม ภัทรธิดา นำโดย อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต
    .
    นายตนุภัทร กล่าวว่า ตนเห็นด้วยที่มีการจำลองเหตุการณ์ตกเรือให้ชัดเจนและกระจ่าง ทำให้ประชาชนได้เห็นภาพจากเรือรุ่นเดียวกัน คือเรือโคบอลต์ 25 เอสซี แต่สิ่งที่รู้สึกว่าไม่ตรง คือ การตกไม่ได้ตกในลักษณะที่แซน วิศาพัช เคยให้ข้อมูลในการออกรายการโหนกระแส และให้การกับศาล ตนมองว่าไม่ตรง ทำไมไม่จำลองให้เหมือนกัน การที่แตงโมนั่งและจับขาแซน พบว่าการจำลองเหตุการณ์มีการเฉียงออกทางซ้ายของเรือ ไม่ตรงกับที่แซน วิศาพัช ให้การว่าตกไปแล้วต้องเกาะ แต่ไม่ใช่ดีดตัวออกจากเรือ เพราะฉะนั้นตำแหน่งที่คิดว่าควรจะเป็นคือ ตกเรือแล้วเกาะเครื่องยนต์ซึ่งจะถูกใบพัดดูด
    .
    แต่ถ้าตกแล้วดีดออกจากเรือ ถามผู้เชี่ยวชาญยังไงก็ไม่โดนใบพัดเรือ และจากการที่แซน วิศาพัช กล่าวและสาธิตในรายการโหนกระแส สาระก็คือตกไปแล้ว ต้องเกาะถึงจะหลุด แต่ถ้าตกแล้วดีดออกจากเรือเลย คนละเหตุการณ์กัน เพราะฉะนั้นมีคำถามว่า ทำไมการจำลองเหตุการณ์ครั้งนี้ถึงจำลองไม่ตรง ฝากถึงทีมผู้จัดการทดสอบว่า เราเห็นด้วยและขอบคุณที่ให้ความกระจ่าง แต่มีคำถามว่าถ้าจำลองแล้วไม่เหมือนเหตุการณ์ 100% จะจำลองทำไม ถ้าจะจำลองให้เหมือนจะจำลองแบบไหน
    .
    ทั้งนี้ บนแพลตฟอร์มของเรือโคบอลต์ 25 เอสซี จะมีเครื่องยนต์อยู่ท้ายเรือ เรียกว่าเครื่องเอาต์บอร์ด (Outboard) จะมีใบพัดอยู่ด้านข้าง จากที่แซน วิศาพัช เล่าในรายการโหนกระแสและให้การในชั้นศาล ตนนั่งอยู่ที่เบาะหลังและยืดขา ตำแหน่งที่ตกขาจะยื่นอยู่ใกล้เครื่องเอาต์บอร์ด ขาจะยื่นอยู่ในช่วงใบพัด เพราะฉะนั้นการจำลองแบบง่ายๆ ต้องอยู่ใกล้เครื่องเอาต์บอร์ด ลักษณะที่ตกต้องตกอยู่ข้างเครื่อง แต่ไม่ใช่ตกทะแยง 45 องศา กระโดดออกนอกเรือ มันคนละเรื่องกัน และต้องเกาะเครื่องก่อนสักประมาณ 10 วินาทีแล้วค่อยนับ เพราะใบพัดจะปัด ดูวิถีร่างจะเข้าที่เครื่องไหม
    .
    ตนได้ทราบจากทนายความว่า ได้ไปขอคัดพยานหลักฐาน พบว่าทางตำรวจจำลองเหตุการณ์แล้ว ทดสอบว่าจุดที่ตกดูดไปทางไหน ถ้าสมมติตกแล้วอยู่ด้านข้างของเรือจะไม่มีการดูด แต่ถ้าตกแล้วอยู่โซนเครื่องเอาต์บอร์ดมันจะมีการดูด สิ่งที่ตำรวจทำเท่าที่ทราบคือการใช้สีเทลงไปเพื่อดูสีของน้ำ ให้เห็นว่าน้ำวนแล้วดูดมาทางใบพัดเรือหรือไม่ อย่างที่สอง ให้คนใส่เสื้อชูชีพแล้วเกาะโดยไม่ติดเครื่องยนต์ ดูทิศทางของน้ำที่มีแรงดัน คนจะไหลตรงใบพัดหรือไม่ เขาทดสอบแล้วมันไหลและพัดเข้ามา อย่างที่สาม ใช้สุกรที่มีน้ำหนักเท่ากับแตงโม ภัทรธิดา มาเกาะ แล้วใบพัดดูดเข้ามามีรอยฟันหรือไม่ พบว่าแผลเข้า ทำให้พบว่ามีข้อมูลที่มาที่ไป จึงบอกว่าถ้าจะจำลองเหตุการณ์ อยากให้จำลองให้ตรง แต่บอกตรงๆ ไม่อยากให้อุบัติเหตุเกิดขึ้นอีก
    .
    "ถ้าจำลองง่ายๆ ลองจำลองตามที่ผมว่า ให้บุคคลที่มีอัตลักษณ์ความสูง 165 เซนติเมตร แล้วลองไปแช่ ไม่ต้องติดเครื่อง ลองจุ่มไปสักครึ่งตัว ดูที่ขาคุณจะถึงใบพัดไหม เอาแค่นี้พอ ถ้าถึง ผมว่าจบได้นะ"
    .
    ด้านนายวิศาพัช หรือแซน กล่าวตอบโต้ นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ ที่ออกมาเคลื่อนไหวคดีการเสียชีวิตของแตงโม ภัทรธิดา ว่า ถ้าคุณหมอฟังอยู่ นี่ก็คือคำตอบที่เมื่อกี้ท้ากันอยู่
    .
    นายตนุภัทร กล่าวว่า ขอย้ำว่าไม่อยากทดสอบโดยการติดเครื่องยนต์ เพราะถ้าตกอยู่ในวิถี ตำแหน่งอยู่ใกล้เครื่องเอาต์บอร์ดท้ายเรือ ไม่ได้อยู่นอกเรือ แล้วมีการดูด ตนเชื่อว่าใบพัดมีโอกาสสูงมาก ปัจจัยมีทั้งแรงดันของน้ำ ช่วงเวลาน้ำขึ้นน้ำลง และความเร็วของเรือ เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะให้ทดสอบก็คือ ให้บุคคลที่บอกอัตลักษณ์เท่าแตงโม ภัทรธิดา ลองมาทาบดูก่อน เครื่องที่ไม่ติดมันคงไม่บาด แต่ถ้าเครื่องติดอาจจะเกิดความเสียหาย เท่านี้ตอบสังคมได้เพียงพอแล้ว
    .
    ส่วนเรื่องการทดสอบเรือนั้น ลักษณะของการล่อง เรือ 8 นอต เห็นว่าบางเหตุการณ์เรือจะเชิดขึ้น ถ้าจะเปียกน้ำไม่มีทางนั่งได้ เพราะเรือเพิ่งออกตัว เรือเวลาออกตัวใหม่ๆ หน้าจะเชิดขึ้น แต่พอเรือออกตัวไปถึงจุดหนึ่งแล้ว เรือจะบิน ทำให้เรือจะอยู่ในสถานการณ์ลอยตัว ตนเชื่อว่าความเร็วที่ 8 นอต ตนเดาว่าทำให้เพื่อนไม่กังวล ณ ตอนนั้น และเราดื่มไวน์เรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงเย็น ทำให้คนปวดปัสสาวะปราศจากความกังวลที่คิดเยอะ (แซน วิศาพัช กล่าวเสริมว่า เรือมันนิ่งมาก) เพราะฉะนั้นการจำลองอยากให้จำลองให้เหมือนจริง และอยากให้ความเป็นธรรมกับทุกคน หมายถึงผู้เสียหาย
    .
    "ถ้าจะจำลองต้องจำลองให้เหมือนจริง และเพื่อนผม (แตงโม) เขาไปสงบแล้ว เพื่อนผมเนี่ยเราสูญเสีย ต้องมาคิดว่ามีหลายๆ คนที่สูญเสียตามมา คือบุคคลรอบข้างที่เสียใจ เพราะฉะนั้นการที่เพื่อนผมสูญเสียไปแล้ว ยังมาเป็นประเด็น มาเป็นกระแส ผมไม่เห็นด้วย อย่างที่สอง ผมยังยืนยันว่า ถ้าคุณจะทดสอบ ทดสอบแบบตรงไปตรงมา ให้เหมือนเหตุการณ์เดียวกัน"
    .
    นายวิศาพัช หรือแซน กล่าวว่า ฝากไปถึง นพ.ธวัชชัย และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ว่ามาพูดหรือท้าอะไรกับตน สมควรที่จะปรึกษาผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ วัยวุฒิ คุณวุฒิทุกอย่างก่อน จะได้ดูเหมือนกลั่นกรองมาแล้วค่อยมาถาม ส่วนการท้าด้วยจำนวนเงิน 1 แสนบาท 5 ล้านบาทนั้น ตนไม่ติดการพนัน เพราะฉะนั้นไม่ชอบเล่นแบบท้าด้วยเงินอยู่แล้ว ไปดูเรื่องการพนันของตัวเองดีกว่าไหม ไม่ได้พูดถึงใคร อันนี้พูดลอยๆ
    .
    นายตนุภัทร กล่าวว่า ตนขอขยายว่า ขอบคุณทีมงานของนายอัจฉริยะที่ทำความกระจ่าง ตอนที่เกิดเหตุใหม่ๆ ย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว มีประเด็นที่สังคมถามกันเยอะมากว่าท้ายเรือนั่งได้จริงไหม เพราะเรือมีหลายแพลตฟอร์ม มีเรือยอร์ช สปีดโบ้ท เรือพาย เรือแจว มันจะนั่งยังไง เชื่อว่าประชาชนได้เห็นแล้วว่า แตงโมตัวเล็ก แพทย์ที่นั่งทดสอบเมื่อวานตัวใหญ่กว่าแตงโมตั้งเยอะยังนั่งได้ เพราะฉะนั้นข้อแรกเราเห็นได้ชัดแล้วว่า นั่งท้ายเรือได้จริง ส่วนนั่งเสร็จแล้วปัสสาวะได้ไหม ขึ้นอยู่กับบุคคลว่าเขาเลือกจะทำอะไร เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ณ ช่วงเวลานั้นคนปวดปัสสาวะ เขาอยากจะปัสสาวะหรือใดๆ เราไปก้าวล่วงไม่ได้
    .
    "แต่ที่แน่ๆ ผมอยากถามว่าคนที่ใส่บอดี้สูทวันนี้ที่ไปทดสอบ คุณนั่งได้แน่ๆ ขนาดคุณหมอยังนั่งได้ คุณนั่งได้แน่ๆ คุณลองสิ นั่งแล้วเอามือทำท่าที่อย่างคุณแซนเล่า ทำได้ไหม อันนี้ที่ผมฝากทดสอบ ... และจุดตก ผมย้ำอีกที จุดตกต้องตกข้างเครื่อง (เอาต์บอร์ด) แล้วตกลงไปก่อน แล้วเกาะ (เครื่องเอาต์บอร์ด) ก่อน อย่างน้อยสัก 10 วินาที แต่ผมย้ำอีกที ผมไม่อยากทดสอบในลักษณะติดเครื่อง เพราะถ้าติดเครื่องแล้วเกิดความสูญเสีย ผมว่าเราจะเสียหายมากกว่าได้แค่ทดสอบ ติดเครื่องในลักษณะที่ใบพัดไม่ทำงานมันจะรู้แล้วว่าโดน ไม่โดน แช่อยู่ในน้ำ ขอคนที่ความสูง 165 เซนติเมตร ซึ่งผมเห็นพี่ณวัฒน์ (นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล) ได้คัดสรรมาอย่างดีแล้ว ขอบคุณพี่ณวัฒน์ด้วย"
    .
    "เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตขยายว่า ขอบคุณสำหรับการทดสอบในครั้งนี้ แล้วมันจะดีมากๆ ที่สร้างความกระจ่างให้กับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ สร้างความกระจ่างให้กับ 5 คนบนเรือ และครอบครัวของน้องแตงโม ที่จะได้รู้ข้อเท็จจริงว่าถ้าตกตามเหตุการณ์จริง ที่คุณแซนเป็นผู้เดียวที่เห็นเหตุการณ์ และได้ให้ปากคำ กับประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ดูรายการโหนกระแส และได้ให้ปากคำในชั้นศาล เป็นข้อมูลเดิมทั้งหมด เพราะฉะนั้นคุณแซนยังไม่ได้บิดเบือน คุณแซนพูดทุกอย่างตามข้อเท็จจริง ทำไมวันนี้การทดสอบถึงบิดเบือนหรือไม่ตรง ในเมื่อเจ้าตัวยังพูดคำเดิม ผ่านมา 3 ปี คุณแซนยังยืนคำเดิมว่าตกท้ายเรือ เกาะไหม (แซน กล่าวว่า เกาะแปบนึง) เพราะฉะนั้นคุณแซนบอกแล้วว่าเกาะ ถ้าเกาะแล้วคุณต้องจำลองก่อน"
    .
    นายวิศาพัช หรือแซน กล่าวว่า ติดเครื่องยนต์เลยก็ได้ เพราะ นพ.ธวัชชัย กล่าวว่า เขาจะจำลองเอง แล้วเขาถามแซน ตรงนี้ถ้าเขาบอกว่าปลอดภัย 100% คุณหมอลองทำดู จะไม่ท้า ถ้าอยากทำก็ทำ ส่วนนายอัจฉริยะท้าเดิมพัน 2 ล้านบาท ถ้าถนัดทางนั้นไปสนามมวยดีกว่า ไม่ต้องคุยกับตนเรื่องนี้ และว่า การทดสอบในวันนี้เป็นการละครเรื่องหนึ่งมากกว่า เอาไว้ดูเพื่อความบันเทิงเท่านั้น เพราะไม่ได้ใกล้เคียงกับข้อเท็จจริงเลย มันไม่ตรงตั้งแต่ที่เคยแนะนำไป 4 ข้อ ถ้าเกิดจะทำให้เหมือน และการตกท้ายเรือมีรายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆ น้อยๆ ถ้า นพ.ธวัชชัยอยากทราบ นายตนุภัทรก็ได้แจ้งไปแล้ว ให้ทำตามที่บอกแบบนั้นดู
    .
    ทั้งนี้ ตนไม่กังวลใจถึงการทดสอบและการร้องเรียนของนายอัจฉริยะ ยังยืนยันเหมือนเดิมว่ามั่นใจมากด้วยซ้ำ เพราะยังรอดูว่าจะเปิดอะไรออกมา จะใช้ข้อวิชาการ หลักวิทยาศาสตร์ข้อไหน เอามาสนับสนุนให้สิ่งที่กำลังทำมีเนื้อหาสาระสำคัญพอที่จะเอามาเปลี่ยนสำนวนคดีได้ ส่วนวัตถุประสงค์ในการทดสอบเหตุการณ์ตนไม่ทราบ ตนรู้สึกว่าโดนทำลายชื่อเสียงแต่ไม่รู้ว่าเจตนาเขาคืออะไร ส่วนจะฟ้องกลับคนที่ตัวตั้งตัวตีในการทดสอบนั้น เท่าที่คิดก็ไม่ทำ อโหสิกรรมไป เผื่อเจ้ากรรมนายเวรจะได้หมดสิ้นไปบ้าง ระหว่างนั้นทนายความกล่าวเสริมว่า ต้องดูว่ามากไปไหม กระทบถึงใครบ้าง ไปถึงครอบครัวไหมต้องพิจารณาดู แต่ส่วนตัวเชื่อว่าหน่วยงานรัฐคงไม่ได้เพิกเฉยอยู่แล้ว เพราะเรื่องนี้กระทบหน่วยงานรัฐหลายหน่วย
    .
    นายวิศาพัช หรือแซน กล่าวว่า อยากให้ประชาชนดูให้ดีว่าสิ่งที่เขาทำ เขามีเจตนาเพื่อหาความยุติธรรมจริงหรือเปล่า หรือหาประโยชน์ให้กับใคร กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น อันนี้ตนไม่ได้ยืนยัน แค่อยากให้ประชาชนตรองกันดูบ้าง จากสิ่งที่เราได้ยินเข้ามา แล้วก็กลั่นกรองกันหน่อย ไม่ใช่ได้ยินปุ๊บแล้วมาด่าเลย มันไม่ได้ ไม่อย่างนั้นประเทศเราก็เป็นประเทศขวัญใจแก๊งคอลเซ็นเตอร์
    .
    นายตนุภัทร กล่าวว่า คนที่สูญเสียวันนี้ขั้นต้นคือเพื่อนเรา เพราะฉะนั้นวันนี้เราเชื่อมั่นว่าไม่มีใครอยากให้เกิด แต่การหาประโยชน์จากการสูญเสีย ตนว่าควรจะไม่เอาการสูญเสียมาเป็นโอกาส ถ้าถามว่ารู้สึกอย่างไร เรารู้สึกแบบนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้เพื่อนเรา แตงโม ภัทรธิดา จากไปอย่างสงบแล้ว วันนี้ขอบคุณที่ได้มาทำการจำลอง แล้วขอให้ทำให้ตรงไปตรงมา มันจะได้ความชัดเจน
    .
    ขณะที่ทนายความกล่าวเสริมว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับแตงโมนำมาจำลอง เห็นว่าเป็นการนำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่ออดีตมา คนที่สูญเสียอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้เสียหายจริงๆ คือคุณแม่ อยากให้มีการขออนุญาตคุณแม่สักนิดนึง กรณีการทำจำลองควรจะขออนุญาตกับผู้เสียหาย เพราะเขาเป็นแม่ของลูก การนำเรื่องราวของเขามานำเสนอเห็นว่าส่วนหนึ่งเหมือนซ้ำเติมคนตาย ส่วนการยื่นเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รื้อฟื้นคดีอีกรอบ ในทางกฎหมายไม่กังวล เพราะพยานหลักฐานใหม่ ต้องเป็นพยานหลักฐานที่มีอยู่แล้ว และไม่ได้สร้างขึ้นมาใหม่ การสร้างขึ้นมาใหม่ต้องมีความน่าเชื่อถือต่อหน่วยงานรัฐ มีการสืบสวนสอบสวนที่ถูกต้อง
    .
    การทดสอบครั้งนี้ชัดเจนว่าเป็นการสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อที่จะพิสูจน์ความจริง แต่ต้องใกล้เคียงอย่างที่นายตนุภัทรพูด สิ่งที่นายตนุภัทรพูดทั้งหมดมีการเบิกความจากพยานผู้เชี่ยวชาญ ที่ได้มีการทดลอง จำลอง อยู่ในสำนวนของศาล และได้เบิกความไปแล้ว แต่คดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ยังคงเปิดเผยอะไรมากไม่ได้ วันนี้เปิดเผยเท่าที่เห็นว่าเหมาะสมกับ
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000004865
    ..............
    Sondhi X
    "ปอ-แซน" บิดอีก !?! อ้าง "แตงโม" เกาะเรือ 10 วิ จำลองเหตุไม่ตรงเรื่องจริง . "ปอ ตนุภัทร" พร้อมด้วย "แซน วิศาพัช" โต้กรณีจำลองเหตุการณ์ "แตงโม ภัทรธิดา" ตกน้ำ อ้างไม่ตรงกันเพราะตอนตกน้ำมีการเกาะเครื่องเอาต์บอร์ดท้ายเรือ ถูกใบพัดเรือ แนะลองแช่แล้วจุ่มสักครึ่งตัว เกาะเครื่อง 10 วิ.แล้วดูว่าขาถึงใบพัดไหม แต่ไม่อยากให้อุบัติเหตุซ้ำอีก ด้านแซนกล่าว ถ้าหมอธวัชชัยอยากจะทำ ติดเครื่องยนต์ก็ได้ อ้างไม่ตรงกันมีรายละเอียดปลีกย่อย ถามกลับมีเจตนาทวงคืนความยุติธรรมจริงหรือไม่ . วันนี้ (16 ม.ค.) ที่โชว์รูมวัฒนาออโต้เซลล์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ นายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือปอ พร้อมด้วย นายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือแซน สองผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ที่เสียชีวิตเพราะตกจากเรือสปีดโบ้ทลงแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าเรือพิบูลสงคราม 1 ต.สวนใหญ่ อ.เมืองฯ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 หรือเมื่อ 3 ปีก่อน แถลงข่าวถึงปฎิกิริยาการทดสอบเหตุการณ์จำลองการตกเรือของแตงโม ภัทรธิดา นำโดย อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต . นายตนุภัทร กล่าวว่า ตนเห็นด้วยที่มีการจำลองเหตุการณ์ตกเรือให้ชัดเจนและกระจ่าง ทำให้ประชาชนได้เห็นภาพจากเรือรุ่นเดียวกัน คือเรือโคบอลต์ 25 เอสซี แต่สิ่งที่รู้สึกว่าไม่ตรง คือ การตกไม่ได้ตกในลักษณะที่แซน วิศาพัช เคยให้ข้อมูลในการออกรายการโหนกระแส และให้การกับศาล ตนมองว่าไม่ตรง ทำไมไม่จำลองให้เหมือนกัน การที่แตงโมนั่งและจับขาแซน พบว่าการจำลองเหตุการณ์มีการเฉียงออกทางซ้ายของเรือ ไม่ตรงกับที่แซน วิศาพัช ให้การว่าตกไปแล้วต้องเกาะ แต่ไม่ใช่ดีดตัวออกจากเรือ เพราะฉะนั้นตำแหน่งที่คิดว่าควรจะเป็นคือ ตกเรือแล้วเกาะเครื่องยนต์ซึ่งจะถูกใบพัดดูด . แต่ถ้าตกแล้วดีดออกจากเรือ ถามผู้เชี่ยวชาญยังไงก็ไม่โดนใบพัดเรือ และจากการที่แซน วิศาพัช กล่าวและสาธิตในรายการโหนกระแส สาระก็คือตกไปแล้ว ต้องเกาะถึงจะหลุด แต่ถ้าตกแล้วดีดออกจากเรือเลย คนละเหตุการณ์กัน เพราะฉะนั้นมีคำถามว่า ทำไมการจำลองเหตุการณ์ครั้งนี้ถึงจำลองไม่ตรง ฝากถึงทีมผู้จัดการทดสอบว่า เราเห็นด้วยและขอบคุณที่ให้ความกระจ่าง แต่มีคำถามว่าถ้าจำลองแล้วไม่เหมือนเหตุการณ์ 100% จะจำลองทำไม ถ้าจะจำลองให้เหมือนจะจำลองแบบไหน . ทั้งนี้ บนแพลตฟอร์มของเรือโคบอลต์ 25 เอสซี จะมีเครื่องยนต์อยู่ท้ายเรือ เรียกว่าเครื่องเอาต์บอร์ด (Outboard) จะมีใบพัดอยู่ด้านข้าง จากที่แซน วิศาพัช เล่าในรายการโหนกระแสและให้การในชั้นศาล ตนนั่งอยู่ที่เบาะหลังและยืดขา ตำแหน่งที่ตกขาจะยื่นอยู่ใกล้เครื่องเอาต์บอร์ด ขาจะยื่นอยู่ในช่วงใบพัด เพราะฉะนั้นการจำลองแบบง่ายๆ ต้องอยู่ใกล้เครื่องเอาต์บอร์ด ลักษณะที่ตกต้องตกอยู่ข้างเครื่อง แต่ไม่ใช่ตกทะแยง 45 องศา กระโดดออกนอกเรือ มันคนละเรื่องกัน และต้องเกาะเครื่องก่อนสักประมาณ 10 วินาทีแล้วค่อยนับ เพราะใบพัดจะปัด ดูวิถีร่างจะเข้าที่เครื่องไหม . ตนได้ทราบจากทนายความว่า ได้ไปขอคัดพยานหลักฐาน พบว่าทางตำรวจจำลองเหตุการณ์แล้ว ทดสอบว่าจุดที่ตกดูดไปทางไหน ถ้าสมมติตกแล้วอยู่ด้านข้างของเรือจะไม่มีการดูด แต่ถ้าตกแล้วอยู่โซนเครื่องเอาต์บอร์ดมันจะมีการดูด สิ่งที่ตำรวจทำเท่าที่ทราบคือการใช้สีเทลงไปเพื่อดูสีของน้ำ ให้เห็นว่าน้ำวนแล้วดูดมาทางใบพัดเรือหรือไม่ อย่างที่สอง ให้คนใส่เสื้อชูชีพแล้วเกาะโดยไม่ติดเครื่องยนต์ ดูทิศทางของน้ำที่มีแรงดัน คนจะไหลตรงใบพัดหรือไม่ เขาทดสอบแล้วมันไหลและพัดเข้ามา อย่างที่สาม ใช้สุกรที่มีน้ำหนักเท่ากับแตงโม ภัทรธิดา มาเกาะ แล้วใบพัดดูดเข้ามามีรอยฟันหรือไม่ พบว่าแผลเข้า ทำให้พบว่ามีข้อมูลที่มาที่ไป จึงบอกว่าถ้าจะจำลองเหตุการณ์ อยากให้จำลองให้ตรง แต่บอกตรงๆ ไม่อยากให้อุบัติเหตุเกิดขึ้นอีก . "ถ้าจำลองง่ายๆ ลองจำลองตามที่ผมว่า ให้บุคคลที่มีอัตลักษณ์ความสูง 165 เซนติเมตร แล้วลองไปแช่ ไม่ต้องติดเครื่อง ลองจุ่มไปสักครึ่งตัว ดูที่ขาคุณจะถึงใบพัดไหม เอาแค่นี้พอ ถ้าถึง ผมว่าจบได้นะ" . ด้านนายวิศาพัช หรือแซน กล่าวตอบโต้ นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ ที่ออกมาเคลื่อนไหวคดีการเสียชีวิตของแตงโม ภัทรธิดา ว่า ถ้าคุณหมอฟังอยู่ นี่ก็คือคำตอบที่เมื่อกี้ท้ากันอยู่ . นายตนุภัทร กล่าวว่า ขอย้ำว่าไม่อยากทดสอบโดยการติดเครื่องยนต์ เพราะถ้าตกอยู่ในวิถี ตำแหน่งอยู่ใกล้เครื่องเอาต์บอร์ดท้ายเรือ ไม่ได้อยู่นอกเรือ แล้วมีการดูด ตนเชื่อว่าใบพัดมีโอกาสสูงมาก ปัจจัยมีทั้งแรงดันของน้ำ ช่วงเวลาน้ำขึ้นน้ำลง และความเร็วของเรือ เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะให้ทดสอบก็คือ ให้บุคคลที่บอกอัตลักษณ์เท่าแตงโม ภัทรธิดา ลองมาทาบดูก่อน เครื่องที่ไม่ติดมันคงไม่บาด แต่ถ้าเครื่องติดอาจจะเกิดความเสียหาย เท่านี้ตอบสังคมได้เพียงพอแล้ว . ส่วนเรื่องการทดสอบเรือนั้น ลักษณะของการล่อง เรือ 8 นอต เห็นว่าบางเหตุการณ์เรือจะเชิดขึ้น ถ้าจะเปียกน้ำไม่มีทางนั่งได้ เพราะเรือเพิ่งออกตัว เรือเวลาออกตัวใหม่ๆ หน้าจะเชิดขึ้น แต่พอเรือออกตัวไปถึงจุดหนึ่งแล้ว เรือจะบิน ทำให้เรือจะอยู่ในสถานการณ์ลอยตัว ตนเชื่อว่าความเร็วที่ 8 นอต ตนเดาว่าทำให้เพื่อนไม่กังวล ณ ตอนนั้น และเราดื่มไวน์เรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงเย็น ทำให้คนปวดปัสสาวะปราศจากความกังวลที่คิดเยอะ (แซน วิศาพัช กล่าวเสริมว่า เรือมันนิ่งมาก) เพราะฉะนั้นการจำลองอยากให้จำลองให้เหมือนจริง และอยากให้ความเป็นธรรมกับทุกคน หมายถึงผู้เสียหาย . "ถ้าจะจำลองต้องจำลองให้เหมือนจริง และเพื่อนผม (แตงโม) เขาไปสงบแล้ว เพื่อนผมเนี่ยเราสูญเสีย ต้องมาคิดว่ามีหลายๆ คนที่สูญเสียตามมา คือบุคคลรอบข้างที่เสียใจ เพราะฉะนั้นการที่เพื่อนผมสูญเสียไปแล้ว ยังมาเป็นประเด็น มาเป็นกระแส ผมไม่เห็นด้วย อย่างที่สอง ผมยังยืนยันว่า ถ้าคุณจะทดสอบ ทดสอบแบบตรงไปตรงมา ให้เหมือนเหตุการณ์เดียวกัน" . นายวิศาพัช หรือแซน กล่าวว่า ฝากไปถึง นพ.ธวัชชัย และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ว่ามาพูดหรือท้าอะไรกับตน สมควรที่จะปรึกษาผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ วัยวุฒิ คุณวุฒิทุกอย่างก่อน จะได้ดูเหมือนกลั่นกรองมาแล้วค่อยมาถาม ส่วนการท้าด้วยจำนวนเงิน 1 แสนบาท 5 ล้านบาทนั้น ตนไม่ติดการพนัน เพราะฉะนั้นไม่ชอบเล่นแบบท้าด้วยเงินอยู่แล้ว ไปดูเรื่องการพนันของตัวเองดีกว่าไหม ไม่ได้พูดถึงใคร อันนี้พูดลอยๆ . นายตนุภัทร กล่าวว่า ตนขอขยายว่า ขอบคุณทีมงานของนายอัจฉริยะที่ทำความกระจ่าง ตอนที่เกิดเหตุใหม่ๆ ย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว มีประเด็นที่สังคมถามกันเยอะมากว่าท้ายเรือนั่งได้จริงไหม เพราะเรือมีหลายแพลตฟอร์ม มีเรือยอร์ช สปีดโบ้ท เรือพาย เรือแจว มันจะนั่งยังไง เชื่อว่าประชาชนได้เห็นแล้วว่า แตงโมตัวเล็ก แพทย์ที่นั่งทดสอบเมื่อวานตัวใหญ่กว่าแตงโมตั้งเยอะยังนั่งได้ เพราะฉะนั้นข้อแรกเราเห็นได้ชัดแล้วว่า นั่งท้ายเรือได้จริง ส่วนนั่งเสร็จแล้วปัสสาวะได้ไหม ขึ้นอยู่กับบุคคลว่าเขาเลือกจะทำอะไร เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ณ ช่วงเวลานั้นคนปวดปัสสาวะ เขาอยากจะปัสสาวะหรือใดๆ เราไปก้าวล่วงไม่ได้ . "แต่ที่แน่ๆ ผมอยากถามว่าคนที่ใส่บอดี้สูทวันนี้ที่ไปทดสอบ คุณนั่งได้แน่ๆ ขนาดคุณหมอยังนั่งได้ คุณนั่งได้แน่ๆ คุณลองสิ นั่งแล้วเอามือทำท่าที่อย่างคุณแซนเล่า ทำได้ไหม อันนี้ที่ผมฝากทดสอบ ... และจุดตก ผมย้ำอีกที จุดตกต้องตกข้างเครื่อง (เอาต์บอร์ด) แล้วตกลงไปก่อน แล้วเกาะ (เครื่องเอาต์บอร์ด) ก่อน อย่างน้อยสัก 10 วินาที แต่ผมย้ำอีกที ผมไม่อยากทดสอบในลักษณะติดเครื่อง เพราะถ้าติดเครื่องแล้วเกิดความสูญเสีย ผมว่าเราจะเสียหายมากกว่าได้แค่ทดสอบ ติดเครื่องในลักษณะที่ใบพัดไม่ทำงานมันจะรู้แล้วว่าโดน ไม่โดน แช่อยู่ในน้ำ ขอคนที่ความสูง 165 เซนติเมตร ซึ่งผมเห็นพี่ณวัฒน์ (นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล) ได้คัดสรรมาอย่างดีแล้ว ขอบคุณพี่ณวัฒน์ด้วย" . "เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตขยายว่า ขอบคุณสำหรับการทดสอบในครั้งนี้ แล้วมันจะดีมากๆ ที่สร้างความกระจ่างให้กับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ สร้างความกระจ่างให้กับ 5 คนบนเรือ และครอบครัวของน้องแตงโม ที่จะได้รู้ข้อเท็จจริงว่าถ้าตกตามเหตุการณ์จริง ที่คุณแซนเป็นผู้เดียวที่เห็นเหตุการณ์ และได้ให้ปากคำ กับประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ดูรายการโหนกระแส และได้ให้ปากคำในชั้นศาล เป็นข้อมูลเดิมทั้งหมด เพราะฉะนั้นคุณแซนยังไม่ได้บิดเบือน คุณแซนพูดทุกอย่างตามข้อเท็จจริง ทำไมวันนี้การทดสอบถึงบิดเบือนหรือไม่ตรง ในเมื่อเจ้าตัวยังพูดคำเดิม ผ่านมา 3 ปี คุณแซนยังยืนคำเดิมว่าตกท้ายเรือ เกาะไหม (แซน กล่าวว่า เกาะแปบนึง) เพราะฉะนั้นคุณแซนบอกแล้วว่าเกาะ ถ้าเกาะแล้วคุณต้องจำลองก่อน" . นายวิศาพัช หรือแซน กล่าวว่า ติดเครื่องยนต์เลยก็ได้ เพราะ นพ.ธวัชชัย กล่าวว่า เขาจะจำลองเอง แล้วเขาถามแซน ตรงนี้ถ้าเขาบอกว่าปลอดภัย 100% คุณหมอลองทำดู จะไม่ท้า ถ้าอยากทำก็ทำ ส่วนนายอัจฉริยะท้าเดิมพัน 2 ล้านบาท ถ้าถนัดทางนั้นไปสนามมวยดีกว่า ไม่ต้องคุยกับตนเรื่องนี้ และว่า การทดสอบในวันนี้เป็นการละครเรื่องหนึ่งมากกว่า เอาไว้ดูเพื่อความบันเทิงเท่านั้น เพราะไม่ได้ใกล้เคียงกับข้อเท็จจริงเลย มันไม่ตรงตั้งแต่ที่เคยแนะนำไป 4 ข้อ ถ้าเกิดจะทำให้เหมือน และการตกท้ายเรือมีรายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆ น้อยๆ ถ้า นพ.ธวัชชัยอยากทราบ นายตนุภัทรก็ได้แจ้งไปแล้ว ให้ทำตามที่บอกแบบนั้นดู . ทั้งนี้ ตนไม่กังวลใจถึงการทดสอบและการร้องเรียนของนายอัจฉริยะ ยังยืนยันเหมือนเดิมว่ามั่นใจมากด้วยซ้ำ เพราะยังรอดูว่าจะเปิดอะไรออกมา จะใช้ข้อวิชาการ หลักวิทยาศาสตร์ข้อไหน เอามาสนับสนุนให้สิ่งที่กำลังทำมีเนื้อหาสาระสำคัญพอที่จะเอามาเปลี่ยนสำนวนคดีได้ ส่วนวัตถุประสงค์ในการทดสอบเหตุการณ์ตนไม่ทราบ ตนรู้สึกว่าโดนทำลายชื่อเสียงแต่ไม่รู้ว่าเจตนาเขาคืออะไร ส่วนจะฟ้องกลับคนที่ตัวตั้งตัวตีในการทดสอบนั้น เท่าที่คิดก็ไม่ทำ อโหสิกรรมไป เผื่อเจ้ากรรมนายเวรจะได้หมดสิ้นไปบ้าง ระหว่างนั้นทนายความกล่าวเสริมว่า ต้องดูว่ามากไปไหม กระทบถึงใครบ้าง ไปถึงครอบครัวไหมต้องพิจารณาดู แต่ส่วนตัวเชื่อว่าหน่วยงานรัฐคงไม่ได้เพิกเฉยอยู่แล้ว เพราะเรื่องนี้กระทบหน่วยงานรัฐหลายหน่วย . นายวิศาพัช หรือแซน กล่าวว่า อยากให้ประชาชนดูให้ดีว่าสิ่งที่เขาทำ เขามีเจตนาเพื่อหาความยุติธรรมจริงหรือเปล่า หรือหาประโยชน์ให้กับใคร กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น อันนี้ตนไม่ได้ยืนยัน แค่อยากให้ประชาชนตรองกันดูบ้าง จากสิ่งที่เราได้ยินเข้ามา แล้วก็กลั่นกรองกันหน่อย ไม่ใช่ได้ยินปุ๊บแล้วมาด่าเลย มันไม่ได้ ไม่อย่างนั้นประเทศเราก็เป็นประเทศขวัญใจแก๊งคอลเซ็นเตอร์ . นายตนุภัทร กล่าวว่า คนที่สูญเสียวันนี้ขั้นต้นคือเพื่อนเรา เพราะฉะนั้นวันนี้เราเชื่อมั่นว่าไม่มีใครอยากให้เกิด แต่การหาประโยชน์จากการสูญเสีย ตนว่าควรจะไม่เอาการสูญเสียมาเป็นโอกาส ถ้าถามว่ารู้สึกอย่างไร เรารู้สึกแบบนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้เพื่อนเรา แตงโม ภัทรธิดา จากไปอย่างสงบแล้ว วันนี้ขอบคุณที่ได้มาทำการจำลอง แล้วขอให้ทำให้ตรงไปตรงมา มันจะได้ความชัดเจน . ขณะที่ทนายความกล่าวเสริมว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับแตงโมนำมาจำลอง เห็นว่าเป็นการนำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่ออดีตมา คนที่สูญเสียอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้เสียหายจริงๆ คือคุณแม่ อยากให้มีการขออนุญาตคุณแม่สักนิดนึง กรณีการทำจำลองควรจะขออนุญาตกับผู้เสียหาย เพราะเขาเป็นแม่ของลูก การนำเรื่องราวของเขามานำเสนอเห็นว่าส่วนหนึ่งเหมือนซ้ำเติมคนตาย ส่วนการยื่นเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รื้อฟื้นคดีอีกรอบ ในทางกฎหมายไม่กังวล เพราะพยานหลักฐานใหม่ ต้องเป็นพยานหลักฐานที่มีอยู่แล้ว และไม่ได้สร้างขึ้นมาใหม่ การสร้างขึ้นมาใหม่ต้องมีความน่าเชื่อถือต่อหน่วยงานรัฐ มีการสืบสวนสอบสวนที่ถูกต้อง . การทดสอบครั้งนี้ชัดเจนว่าเป็นการสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อที่จะพิสูจน์ความจริง แต่ต้องใกล้เคียงอย่างที่นายตนุภัทรพูด สิ่งที่นายตนุภัทรพูดทั้งหมดมีการเบิกความจากพยานผู้เชี่ยวชาญ ที่ได้มีการทดลอง จำลอง อยู่ในสำนวนของศาล และได้เบิกความไปแล้ว แต่คดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ยังคงเปิดเผยอะไรมากไม่ได้ วันนี้เปิดเผยเท่าที่เห็นว่าเหมาะสมกับ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000004865 .............. Sondhi X
    Haha
    Like
    Love
    Sad
    13
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 3070 มุมมอง 0 รีวิว
  • 10/1/68


    คงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับคดีของดาราสาวผู้ล่วงลับ “แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์” หลังจากที่ทราบกันดีว่า เธอนั้นพลัดตกเรือสปีดโบ๊ท กลางดึกของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ขณะที่เธอล่องเรือกับเพื่อนๆอีก 5 คน โดยคนบนเรืองอ้างว่า “แตงโม” เดินไปปัสสาวะที่ท้ายเรือ จะพลัดตกลงไป ท่ามกลางความสงสัย และคาใจของคนเกือบทั้งประเทศ ว่ามันมีอะไรหลายๆอย่างที่ดูคลุมเครือ และน่าสงสัย จนเวลาผ่านล่วงเลยมากว่า 3 ปี ก็ยังไม่ได้ความชัดเจน ขณะที่ในส่วนของคดีความก็กำลังใกล้จะถึงที่สิ้นสุดอีกในไม่ช้า
    https://youtu.be/b_D6eeGXv5A?si=vWJQyKgwllC-3uwa
    cr:Top dara
    10/1/68 คงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับคดีของดาราสาวผู้ล่วงลับ “แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์” หลังจากที่ทราบกันดีว่า เธอนั้นพลัดตกเรือสปีดโบ๊ท กลางดึกของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ขณะที่เธอล่องเรือกับเพื่อนๆอีก 5 คน โดยคนบนเรืองอ้างว่า “แตงโม” เดินไปปัสสาวะที่ท้ายเรือ จะพลัดตกลงไป ท่ามกลางความสงสัย และคาใจของคนเกือบทั้งประเทศ ว่ามันมีอะไรหลายๆอย่างที่ดูคลุมเครือ และน่าสงสัย จนเวลาผ่านล่วงเลยมากว่า 3 ปี ก็ยังไม่ได้ความชัดเจน ขณะที่ในส่วนของคดีความก็กำลังใกล้จะถึงที่สิ้นสุดอีกในไม่ช้า https://youtu.be/b_D6eeGXv5A?si=vWJQyKgwllC-3uwa cr:Top dara
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 382 มุมมอง 0 รีวิว
  • "เกาะหมาก" ทะเลตราด ทรายสวยน้ำใส ดีต่อใจ

    ทะเลตราดช่วงต้นปีแบบนี้กำลังสวยใสคลื่นลมสงบเหมาะแก่การไปท่องเที่ยวอย่างยิ่ง โดยหมู่เกาะทะเลตราดนั้นมีจำนวนเกาะมากถึง 52 เกาะด้วยกัน มีเกาะช้างเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด (และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของไทยรองจากเกาะภูเก็ต) นอกจากนั้นก็ยังมีเกาะอื่นๆ ที่เรารู้จักกันดี อาทิ เกาะกูด เกาะหมาก เกาะกระดาด เกาะหวาย เกาะเหลายา เกาะง่าม เกาะรัง เกาะขาม เป็นต้น
    ในวันนี้เราเลือกมายัง "เกาะหมาก" เกาะขนาดกลางที่ตั้งอยู่ระหว่างเกาะช้างกับเกาะกูด โดยนั่งเรือสปีดโบ๊ทจากแหลมงอบ (ท่าเรือกรมหลวงชุมพรฯ) มาถึงยังเกาะหมากประมาณ 45 นาที บนเกาะมีอ่าวและหาดหลายแห่งที่น่าสนใจและเหมาะแก่การท่องเที่ยว เช่น “อ่าวนิด” เป็นที่ตั้งของชุมชนใหญ่ “อ่าวสวนใหญ่” เป็นอ่าวโค้งยาวน่ายล “อ่าวโล่ง” ที่รอบข้างร่มรื่นเขียวครึ้มไปด้วยสวนยางพารา ในหลายๆ หาดหลายๆ อ่าวจะมีการสร้างสะพานเทียบเรือ (ของที่พัก) ทอดยาว ถือเป็นจุดถ่ายรูปและเสน่ห์อันโดดเด่นของเกาะหมาก

    กาะหมากถือเป็นเกาะเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อน และยังขึ้นชื่อเรื่องกิจกรรมท่องเที่ยวแบบ "โลว์คาร์บอน" หรือการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวบนเกาะด้วยการปั่นจักรยาน พายเรือคายัก ส่งเสริมให้ร้านอาหารและโรงแรมใช้วัตถุดิบทำอาหารต่างๆ ที่หาได้บนเกาะ แทนที่จะต้องขนขึ้นเรือข้ามเกาะมา ทั้งยังส่งเสริมการปลูกผักสำหรับกินเองและขายในกิจการโรงแรมและร้านอาหาร มีโครงการนำขยะเศษอาหารจากโรงแรมหรือร้านอาหารบนเกาะมาเป็นปุ๋ยหมุนเวียน เป็นต้น



    "เกาะหมาก" ทะเลตราด ทรายสวยน้ำใส ดีต่อใจ ทะเลตราดช่วงต้นปีแบบนี้กำลังสวยใสคลื่นลมสงบเหมาะแก่การไปท่องเที่ยวอย่างยิ่ง โดยหมู่เกาะทะเลตราดนั้นมีจำนวนเกาะมากถึง 52 เกาะด้วยกัน มีเกาะช้างเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด (และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของไทยรองจากเกาะภูเก็ต) นอกจากนั้นก็ยังมีเกาะอื่นๆ ที่เรารู้จักกันดี อาทิ เกาะกูด เกาะหมาก เกาะกระดาด เกาะหวาย เกาะเหลายา เกาะง่าม เกาะรัง เกาะขาม เป็นต้น ในวันนี้เราเลือกมายัง "เกาะหมาก" เกาะขนาดกลางที่ตั้งอยู่ระหว่างเกาะช้างกับเกาะกูด โดยนั่งเรือสปีดโบ๊ทจากแหลมงอบ (ท่าเรือกรมหลวงชุมพรฯ) มาถึงยังเกาะหมากประมาณ 45 นาที บนเกาะมีอ่าวและหาดหลายแห่งที่น่าสนใจและเหมาะแก่การท่องเที่ยว เช่น “อ่าวนิด” เป็นที่ตั้งของชุมชนใหญ่ “อ่าวสวนใหญ่” เป็นอ่าวโค้งยาวน่ายล “อ่าวโล่ง” ที่รอบข้างร่มรื่นเขียวครึ้มไปด้วยสวนยางพารา ในหลายๆ หาดหลายๆ อ่าวจะมีการสร้างสะพานเทียบเรือ (ของที่พัก) ทอดยาว ถือเป็นจุดถ่ายรูปและเสน่ห์อันโดดเด่นของเกาะหมาก กาะหมากถือเป็นเกาะเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อน และยังขึ้นชื่อเรื่องกิจกรรมท่องเที่ยวแบบ "โลว์คาร์บอน" หรือการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวบนเกาะด้วยการปั่นจักรยาน พายเรือคายัก ส่งเสริมให้ร้านอาหารและโรงแรมใช้วัตถุดิบทำอาหารต่างๆ ที่หาได้บนเกาะ แทนที่จะต้องขนขึ้นเรือข้ามเกาะมา ทั้งยังส่งเสริมการปลูกผักสำหรับกินเองและขายในกิจการโรงแรมและร้านอาหาร มีโครงการนำขยะเศษอาหารจากโรงแรมหรือร้านอาหารบนเกาะมาเป็นปุ๋ยหมุนเวียน เป็นต้น
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 740 มุมมอง 0 รีวิว
  • อ่านเอาเรื่อง Ep.79 : วอร์เกม 2002

    ในปี 2002 กองทัพสหรัฐเกิดความคิดขึ้นว่า อยากจะสมมติสถานการณ์การรบ หรือ ”วอร์เกม“ ว่าถ้าเกิดกองทัพสหรัฐต้องรบกับอิหร่านแบบเต็มรูปแบบแล้ว ผลการรบจะออกมาเป็นอย่างไร ใครจะสูญเสียเท่าไร

    กระทรวงกลาโหมสหรัฐหรือ “เพนตากอน” จึงทุ่มงบประมาณไป 250 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อเล่นวอร์เกมนี้ ซึ่งก็มีทั้งการใช้เรือรบและเครื่องบินรบ ทหารจริงกว่า 13,000 คนเข้าร่วม และผสมกับการใช้คอมพิวเตอร์จำลองการรบหรือซิมูเลเตอร์ด้วยครับ

    เป็นวอร์เกมที่ใช้งบประมาณมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเพนตากอน

    การฝึกนี้ชื่อว่า “มิลเลนเนียม ชาเล้นจ์ 2002“ ครับ เพนตากอนกำหนดไว้ว่าเขาจะเล่นวอร์เกมส์นี้กัน 14 วันถ้วน

    ในการฝึกนี้เขาแบ่งออกเป็นสองฝ่าย คือ ฝ่ายน้ำเงินซึ่งหมายถึงกองทัพสหรัฐ นำโดยกองทัพเรือ

    ส่วนฝ่ายแดง คือ ฝ่ายอิหร่าน เพนตากอนเขาได้ตั้งพลเรือโทพอล แวน ริพเพอร์ มาเป็นแม่ทัพฝ่ายแดง ซึ่งนายพลผู้นี้ท่านเป็นทหารนาวิกโยธินอเมริกันที่เกษียณอายุแล้วครับ

    เงื่อนไขในการรบก็คือ ”อยู่ดีๆก็เกิดสงครามขึ้นซะยังงั้นแหละ“ นั่นหมายความว่า ในท้องทะเลก็ยังมีเรือสินค้า เรือเดินสมุทรแล่นไปแล่นมาอยู่ ไม่มีใครได้ทันตั้งตัว

    และไฮไลท์ซึ่งเป็นมูลเหตุของวอร์เกมนี้คือ ให้ฝ่ายแดง(อิหร่าน)ใช้อาวุธและยุทธวิธีโลว์เทคในการรบ

    เพราะเพนตากอนอยากรู้ว่า ถ้ากองทัพสหรัฐต้องมาเจอกองทัพศัตรูที่ใช้อาวุธแสวงเครื่องและยุทโธปกรณ์ที่โลว์เทค หรือ Asymmetric warfare แล้ว กองทัพสหรัฐจะเป็นอย่างไร

    โดยเพนตากอนบอกท่านนายพลริพเพอร์ หรือ แม่ทัพฝ่ายแดงว่า “เล่นได้เต็มที่แบบ Free play เลย”

    ผลที่ได้คือ…
    .
    .
    .
    เปิดฉากมาวันแรกปุ๊บ ฝ่ายน้ำเงินหรือสหรัฐก็ส่งสาส์นมายังฝ่ายแดงตามธรรมเนียมว่า “พลานุภาพกำลังรบและรี้พลของฝ่ายข้าพเจ้านั้นเหนือกว่าท่านมากมายนัก ขอให้ท่านจงยอมแพ้แต่โดยดีเถิด หาไม่แล้วอาณาประชาราษฎร์จะได้ยาก”

    ท่านนายพลริพเพอร์ก็ไม่ได้ยอมแพ้ และเริ่มเล่นยุทธวิธีที่เตรียมไว้คือ ใช้รถมอเตอร์ไซค์ในการนำสาร ไม่มีการใช้วิทยุใดๆทั้งสิ้น เพื่อไม่ให้กองทัพสหรัฐดักฟังหรือแจมระบบสื่อสารได้

    บรรดาฝูงรถมอเตอร์ไซค์พวกนี้นำคำสั่งของนายพลริพเพอร์วิ่งไปยังกองเรือเร็วขนาดเล็กที่บรรทุกมิสไซล์จอดเทียบอยู่ตามท่าเรือต่างๆ

    เมื่อรับคำสั่งปุ๊บบรรดาเรือสปีดโบ๊ทเหล่านี้ก็พร้อมใจกันแล่นมุ่งหน้าไปยังกองเรือสหรัฐที่ลอยลำอยู่นอกชายฝั่งอิหร่าน

    ด้วยความที่วอร์เกมนี้ระบุว่า “อยู่ดีๆสงครามก็ปะทุ” ทำให้กองทัพเรือสหรัฐต้องแล่นเรือเข้ามาลอยลำใกล้ชายฝั่งอิหร่านมากกว่าปกติ เพราะต้องเว้นระยะห่างจากเส้นทางเรือสินค้าครับ

    เมื่อฝูงเรือสปีดโบ๊ทฝ่ายแดงแล่นเข้ามาได้ระยะยิงปุ๊บ ก็พร้อมใจกันระดมยิงขีปนาวุธห่าใหญ่ใส่กองเรือสหรัฐ จำนวนขีปนาวุธนี้มากมายท่วมท้นเสียจนระบบเรด้าร์และระบบป้องกันของเรือรบสหรัฐเอาไม่อยู่

    นอกจากนี้ยังมีเรือสปีดโบ๊ทบางลำใช้วิธีกามิกาเซ่ คือ บรรทุกระเบิดแล้วพุ่งเข้าชนเรือรบสหรัฐเพื่อให้ระเบิดไปด้วยกัน

    ผลที่ได้คือ เรือรบสหรัฐจมไป 16 ลำ เป็นเรือบรรทุกเครื่องบิน 1 ลำ เรือยกพลขึ้นบก 5 ลำ และเรือลาดตระเวนอีก 10 ลำ

    จากนั้นท่านนายพลริพเพอร์ก็ใช้กระจกสะท้อนแสง เพื่อส่งสัญญาณให้เครื่องบินรบฝ่ายแดงขึ้นบิน ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่สองครับ

    คีย์สำคัญคือ ฝ่ายแดงไม่ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เลยไม่ว่าจะเป็นวิทยุหรือเรด้าร์ ทำให้ฝ่ายสหรัฐไม่สามารถแจมหรือสแกนหาที่ตั้งสถานีเรด้าร์ได้

    ภายใน 24 ชั่วโมงแรกของวอร์เกม เรือของกองทัพเรือฝ่ายสหรัฐจมไป 16 ลำ ซึ่งถ้าเป็นเหตุการณ์จริงๆแล้ว จะหมายถึงชีวิตของทหาร 20,000 คนเลยเชียว
    .
    .
    .
    เมื่อการณ์เป็นเช่นนี้ แม่ทัพน้ำเงินหรือฝ่ายสหรัฐก็เต้นผาง โวยกับแม่ทัพฝ่ายแดงว่า “ยูฆ่าไอตายตั้งแต่วันแรก แล้วเวลาที่เหลืออีก 13 วันไอจะทำอะไรล่ะ เอางี้ละกันเรามารีสตาร์ทเริ่มเล่นกันใหม่ก็แล้วกัน“

    แล้วก็มีการแก้บทในวอร์เกมใหม่ว่า ให้ฝ่ายแดงเปิดใช้สถานีเรด้าร์ เพื่อที่ฝ่ายสหรัฐจะได้สแกนหาเจอและส่งเครื่องบินเข้าไปถล่มได้สะดวก ตามด้วยส่งทหารกองพลพลร่มที่ 82 กระโดดร่มลงไปยังที่หมาย

    ในระหว่างนี้ คนคุมวอร์เกมได้บอกแม่ทัพฝ่ายแดงว่าห้ามยิงเครื่องบินสหรัฐที่บินเข้ามา แม่ทัพฝ่ายแดงหรือนายพลริพเพอร์จึงไม่พอใจอย่างมากที่วอร์เกมนี้ไม่สมจริงและไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้แต่ต้น

    เมื่อสคริปท์ได้เปลี่ยนไปเพื่อการันตีว่าฝ่ายน้ำเงินหรือสหรัฐจะต้องเป็นฝ่ายชนะเท่านั้น นายพลริพเพอร์จึงประท้วงด้วยการขอถอนตัวออกจากวอร์เกมกลางคัน เพราะท่านบอกว่า “เปลืองเงิน”

    ตามมาด้วยวิวาทะของแม่ทัพทั้งสองฝ่ายในวอร์เกมนี้ ต่างฝ่ายต่างด่ากันคนละนิดละหน่อยพอหอมปากหอมคอ

    ส่วนเพนตากอนนั้นก็ออกมาแถลงว่า บทเรียนที่ได้จากวอร์เกมนี้จะถูกส่งไปให้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดเพื่อพัฒนาหลักนิยมในการรบต่อไปในอนาคต
    .
    .
    .
    ที่ผมนำเรื่องนี้มาเล่าก็เพราะอยากจะเล่าว่า ในเวลานี้ก็เกิดเหตุการณ์ใกล้เคียงกับในวอร์เกมดังกล่าวขึ้นจริงๆที่แถวเยเมนครับ

    อย่างที่เราทราบว่า เยเมนนั้นเป็นที่มั่นของพวกกองโจรฮูติ ซึ่งพวกฮูตินี้ได้ยึดครองชายฝั่งทะเลตรงปากทางเข้าทะเลแดง

    ทะเลแดงนี้เป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของเรือสินค้าจำนวนมหาศาลครับ พวกฮูตินี้เริ่มมีอิทธิพลตรงปากทางเข้าทะเลแดงและยิงจรวดไปจมเรือสินค้าหลายๆลำตั้งแต่ปี 2023 ที่ผ่านมา

    กองทัพเรือสหรัฐส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินเข้าไปคุ้มครองความปลอดภัยของเรือสินค้า ส่วนทางยุโรปก็ส่งกองทัพเรือผสมหลายๆชาติเข้าไปเช่นกัน

    แต่ฝ่ายฮูติก็ไม่ได้สนใจใยดี ยังคงยิงจรวดใส่เรือสินค้าเล่นไปอย่างนั้นมาได้ 6 เดือนแล้ว เกิดเหตุร้ายกับเรือสินค้านับได้ 100 กว่าเหตุการณ์

    แม้กองเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐจะพร้อมรบเต็มที่ แต่ก็ยังกล้าๆกลัวๆที่จะเปิดฉากถล่มฮูติเต็มเหนี่ยว เพราะมันจะดูเป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตน

    ด้วยเหตุว่าอาวุธของฮูตินั้นเป็นอาวุธราคาประหยัดแต่มีประสิทธิภาพ เช่น ขีปนาวุธที่ยิงได้เป็นระยะ 200-300 กิโลเมตรและโดรนติดอาวุธราคาไม่เกินลำละ 2,000 ดอลล่าร์ ทั้งหมดนี้ได้รับสปอนเซอร์จากอิหร่านซึ่งเป็นเจ้าพ่อแห่งการก๊อปปี้และสร้างอาวุธราคาถูกได้ทีละมากๆ

    ส่วนอาวุธของฝ่ายสหรัฐนั้นราคาแพง เช่น ขีปนาวุธครูซลูกหนึ่งราคาไม่ต่ำกว่า 1-4 ล้านดอลล่าร์

    เรือพิฆาตของสหรัฐลำหนึ่ง ราคา 2 พันล้านดอลล่าร์ และค่าใช้จ่ายในการที่จะทำให้มันแล่นเป็นเรือรบอยู่ได้ก็ตกเดือนละ 7 ล้านเหรียญ

    การรบระหว่างกองทัพสหรัฐกับกองโจรฮูติ จึงไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจโดยสิ้นเชิง เพราะเผลอๆเรือรบแพงๆอาจโดนขีปนาวุธราคาถูกยิงจมเอาได้ง่ายๆ

    .....เอามาเล่าสู่กันฟังครับ…..


    นัทแนะ
    อ่านเอาเรื่อง Ep.79 : วอร์เกม 2002 ในปี 2002 กองทัพสหรัฐเกิดความคิดขึ้นว่า อยากจะสมมติสถานการณ์การรบ หรือ ”วอร์เกม“ ว่าถ้าเกิดกองทัพสหรัฐต้องรบกับอิหร่านแบบเต็มรูปแบบแล้ว ผลการรบจะออกมาเป็นอย่างไร ใครจะสูญเสียเท่าไร กระทรวงกลาโหมสหรัฐหรือ “เพนตากอน” จึงทุ่มงบประมาณไป 250 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อเล่นวอร์เกมนี้ ซึ่งก็มีทั้งการใช้เรือรบและเครื่องบินรบ ทหารจริงกว่า 13,000 คนเข้าร่วม และผสมกับการใช้คอมพิวเตอร์จำลองการรบหรือซิมูเลเตอร์ด้วยครับ เป็นวอร์เกมที่ใช้งบประมาณมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเพนตากอน การฝึกนี้ชื่อว่า “มิลเลนเนียม ชาเล้นจ์ 2002“ ครับ เพนตากอนกำหนดไว้ว่าเขาจะเล่นวอร์เกมส์นี้กัน 14 วันถ้วน ในการฝึกนี้เขาแบ่งออกเป็นสองฝ่าย คือ ฝ่ายน้ำเงินซึ่งหมายถึงกองทัพสหรัฐ นำโดยกองทัพเรือ ส่วนฝ่ายแดง คือ ฝ่ายอิหร่าน เพนตากอนเขาได้ตั้งพลเรือโทพอล แวน ริพเพอร์ มาเป็นแม่ทัพฝ่ายแดง ซึ่งนายพลผู้นี้ท่านเป็นทหารนาวิกโยธินอเมริกันที่เกษียณอายุแล้วครับ เงื่อนไขในการรบก็คือ ”อยู่ดีๆก็เกิดสงครามขึ้นซะยังงั้นแหละ“ นั่นหมายความว่า ในท้องทะเลก็ยังมีเรือสินค้า เรือเดินสมุทรแล่นไปแล่นมาอยู่ ไม่มีใครได้ทันตั้งตัว และไฮไลท์ซึ่งเป็นมูลเหตุของวอร์เกมนี้คือ ให้ฝ่ายแดง(อิหร่าน)ใช้อาวุธและยุทธวิธีโลว์เทคในการรบ เพราะเพนตากอนอยากรู้ว่า ถ้ากองทัพสหรัฐต้องมาเจอกองทัพศัตรูที่ใช้อาวุธแสวงเครื่องและยุทโธปกรณ์ที่โลว์เทค หรือ Asymmetric warfare แล้ว กองทัพสหรัฐจะเป็นอย่างไร โดยเพนตากอนบอกท่านนายพลริพเพอร์ หรือ แม่ทัพฝ่ายแดงว่า “เล่นได้เต็มที่แบบ Free play เลย” ผลที่ได้คือ… . . . เปิดฉากมาวันแรกปุ๊บ ฝ่ายน้ำเงินหรือสหรัฐก็ส่งสาส์นมายังฝ่ายแดงตามธรรมเนียมว่า “พลานุภาพกำลังรบและรี้พลของฝ่ายข้าพเจ้านั้นเหนือกว่าท่านมากมายนัก ขอให้ท่านจงยอมแพ้แต่โดยดีเถิด หาไม่แล้วอาณาประชาราษฎร์จะได้ยาก” ท่านนายพลริพเพอร์ก็ไม่ได้ยอมแพ้ และเริ่มเล่นยุทธวิธีที่เตรียมไว้คือ ใช้รถมอเตอร์ไซค์ในการนำสาร ไม่มีการใช้วิทยุใดๆทั้งสิ้น เพื่อไม่ให้กองทัพสหรัฐดักฟังหรือแจมระบบสื่อสารได้ บรรดาฝูงรถมอเตอร์ไซค์พวกนี้นำคำสั่งของนายพลริพเพอร์วิ่งไปยังกองเรือเร็วขนาดเล็กที่บรรทุกมิสไซล์จอดเทียบอยู่ตามท่าเรือต่างๆ เมื่อรับคำสั่งปุ๊บบรรดาเรือสปีดโบ๊ทเหล่านี้ก็พร้อมใจกันแล่นมุ่งหน้าไปยังกองเรือสหรัฐที่ลอยลำอยู่นอกชายฝั่งอิหร่าน ด้วยความที่วอร์เกมนี้ระบุว่า “อยู่ดีๆสงครามก็ปะทุ” ทำให้กองทัพเรือสหรัฐต้องแล่นเรือเข้ามาลอยลำใกล้ชายฝั่งอิหร่านมากกว่าปกติ เพราะต้องเว้นระยะห่างจากเส้นทางเรือสินค้าครับ เมื่อฝูงเรือสปีดโบ๊ทฝ่ายแดงแล่นเข้ามาได้ระยะยิงปุ๊บ ก็พร้อมใจกันระดมยิงขีปนาวุธห่าใหญ่ใส่กองเรือสหรัฐ จำนวนขีปนาวุธนี้มากมายท่วมท้นเสียจนระบบเรด้าร์และระบบป้องกันของเรือรบสหรัฐเอาไม่อยู่ นอกจากนี้ยังมีเรือสปีดโบ๊ทบางลำใช้วิธีกามิกาเซ่ คือ บรรทุกระเบิดแล้วพุ่งเข้าชนเรือรบสหรัฐเพื่อให้ระเบิดไปด้วยกัน ผลที่ได้คือ เรือรบสหรัฐจมไป 16 ลำ เป็นเรือบรรทุกเครื่องบิน 1 ลำ เรือยกพลขึ้นบก 5 ลำ และเรือลาดตระเวนอีก 10 ลำ จากนั้นท่านนายพลริพเพอร์ก็ใช้กระจกสะท้อนแสง เพื่อส่งสัญญาณให้เครื่องบินรบฝ่ายแดงขึ้นบิน ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่สองครับ คีย์สำคัญคือ ฝ่ายแดงไม่ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เลยไม่ว่าจะเป็นวิทยุหรือเรด้าร์ ทำให้ฝ่ายสหรัฐไม่สามารถแจมหรือสแกนหาที่ตั้งสถานีเรด้าร์ได้ ภายใน 24 ชั่วโมงแรกของวอร์เกม เรือของกองทัพเรือฝ่ายสหรัฐจมไป 16 ลำ ซึ่งถ้าเป็นเหตุการณ์จริงๆแล้ว จะหมายถึงชีวิตของทหาร 20,000 คนเลยเชียว . . . เมื่อการณ์เป็นเช่นนี้ แม่ทัพน้ำเงินหรือฝ่ายสหรัฐก็เต้นผาง โวยกับแม่ทัพฝ่ายแดงว่า “ยูฆ่าไอตายตั้งแต่วันแรก แล้วเวลาที่เหลืออีก 13 วันไอจะทำอะไรล่ะ เอางี้ละกันเรามารีสตาร์ทเริ่มเล่นกันใหม่ก็แล้วกัน“ แล้วก็มีการแก้บทในวอร์เกมใหม่ว่า ให้ฝ่ายแดงเปิดใช้สถานีเรด้าร์ เพื่อที่ฝ่ายสหรัฐจะได้สแกนหาเจอและส่งเครื่องบินเข้าไปถล่มได้สะดวก ตามด้วยส่งทหารกองพลพลร่มที่ 82 กระโดดร่มลงไปยังที่หมาย ในระหว่างนี้ คนคุมวอร์เกมได้บอกแม่ทัพฝ่ายแดงว่าห้ามยิงเครื่องบินสหรัฐที่บินเข้ามา แม่ทัพฝ่ายแดงหรือนายพลริพเพอร์จึงไม่พอใจอย่างมากที่วอร์เกมนี้ไม่สมจริงและไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้แต่ต้น เมื่อสคริปท์ได้เปลี่ยนไปเพื่อการันตีว่าฝ่ายน้ำเงินหรือสหรัฐจะต้องเป็นฝ่ายชนะเท่านั้น นายพลริพเพอร์จึงประท้วงด้วยการขอถอนตัวออกจากวอร์เกมกลางคัน เพราะท่านบอกว่า “เปลืองเงิน” ตามมาด้วยวิวาทะของแม่ทัพทั้งสองฝ่ายในวอร์เกมนี้ ต่างฝ่ายต่างด่ากันคนละนิดละหน่อยพอหอมปากหอมคอ ส่วนเพนตากอนนั้นก็ออกมาแถลงว่า บทเรียนที่ได้จากวอร์เกมนี้จะถูกส่งไปให้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดเพื่อพัฒนาหลักนิยมในการรบต่อไปในอนาคต . . . ที่ผมนำเรื่องนี้มาเล่าก็เพราะอยากจะเล่าว่า ในเวลานี้ก็เกิดเหตุการณ์ใกล้เคียงกับในวอร์เกมดังกล่าวขึ้นจริงๆที่แถวเยเมนครับ อย่างที่เราทราบว่า เยเมนนั้นเป็นที่มั่นของพวกกองโจรฮูติ ซึ่งพวกฮูตินี้ได้ยึดครองชายฝั่งทะเลตรงปากทางเข้าทะเลแดง ทะเลแดงนี้เป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของเรือสินค้าจำนวนมหาศาลครับ พวกฮูตินี้เริ่มมีอิทธิพลตรงปากทางเข้าทะเลแดงและยิงจรวดไปจมเรือสินค้าหลายๆลำตั้งแต่ปี 2023 ที่ผ่านมา กองทัพเรือสหรัฐส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินเข้าไปคุ้มครองความปลอดภัยของเรือสินค้า ส่วนทางยุโรปก็ส่งกองทัพเรือผสมหลายๆชาติเข้าไปเช่นกัน แต่ฝ่ายฮูติก็ไม่ได้สนใจใยดี ยังคงยิงจรวดใส่เรือสินค้าเล่นไปอย่างนั้นมาได้ 6 เดือนแล้ว เกิดเหตุร้ายกับเรือสินค้านับได้ 100 กว่าเหตุการณ์ แม้กองเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐจะพร้อมรบเต็มที่ แต่ก็ยังกล้าๆกลัวๆที่จะเปิดฉากถล่มฮูติเต็มเหนี่ยว เพราะมันจะดูเป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตน ด้วยเหตุว่าอาวุธของฮูตินั้นเป็นอาวุธราคาประหยัดแต่มีประสิทธิภาพ เช่น ขีปนาวุธที่ยิงได้เป็นระยะ 200-300 กิโลเมตรและโดรนติดอาวุธราคาไม่เกินลำละ 2,000 ดอลล่าร์ ทั้งหมดนี้ได้รับสปอนเซอร์จากอิหร่านซึ่งเป็นเจ้าพ่อแห่งการก๊อปปี้และสร้างอาวุธราคาถูกได้ทีละมากๆ ส่วนอาวุธของฝ่ายสหรัฐนั้นราคาแพง เช่น ขีปนาวุธครูซลูกหนึ่งราคาไม่ต่ำกว่า 1-4 ล้านดอลล่าร์ เรือพิฆาตของสหรัฐลำหนึ่ง ราคา 2 พันล้านดอลล่าร์ และค่าใช้จ่ายในการที่จะทำให้มันแล่นเป็นเรือรบอยู่ได้ก็ตกเดือนละ 7 ล้านเหรียญ การรบระหว่างกองทัพสหรัฐกับกองโจรฮูติ จึงไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจโดยสิ้นเชิง เพราะเผลอๆเรือรบแพงๆอาจโดนขีปนาวุธราคาถูกยิงจมเอาได้ง่ายๆ .....เอามาเล่าสู่กันฟังครับ….. นัทแนะ
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 731 มุมมอง 0 รีวิว