• 🩷 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🩷

    #รวมข่าวIT #20260113 #securityonline

    ช่องโหว่ร้ายแรง Advantech เปิดช่องให้โจมตี IoT (CVE-2025-52694)
    ช่องโหว่ SQL Injection ระดับวิกฤตคะแนนเต็ม 10 ทำให้อุปกรณ์ IoT ของ Advantech เสี่ยงถูกเจาะโดยไม่ต้องล็อกอิน ผู้โจมตีสามารถสั่งฐานข้อมูล แก้ไขค่าระบบ หรือยึดโครงสร้าง IoT ได้ทันที โดยกระทบหลายผลิตภัณฑ์เวอร์ชันเก่าและต้องอัปเดตด่วนผ่านการติดต่อซัพพอร์ตหรือดาวน์โหลดแพตช์ตามรุ่นที่ใช้
    https://securityonline.info/cve-2025-52694-cvss-10-critical-advantech-sql-injection-exposes-iot-devices

    สวิตช์ Moxa เสี่ยงถูกโจมตีผ่าน OpenSSH RCE (CVSS 9.8)
    พบช่องโหว่ร้ายแรงในสวิตช์อุตสาหกรรมของ Moxa จากบั๊กใน OpenSSH ที่เปิดทางให้รันโค้ดจากระยะไกลได้ หากมีการใช้ ssh-agent forwarding โดยรุ่นที่ได้รับผลกระทบต้องติดต่อ Moxa เพื่อขอแพตช์เฉพาะ พร้อมคำแนะนำเสริมด้านความปลอดภัย เช่น แยกเครือข่าย จำกัดการเข้าถึง และตรวจสอบบันทึกการใช้งานอย่างใกล้ชิด
    https://securityonline.info/critical-alert-moxa-switches-exposed-to-openssh-remote-code-execution-cvss-9-8

    Google เตรียมนำ AirDrop มาสู่ Pixel 9
    Google เดินหน้าเร่งพัฒนาการแชร์ไฟล์ข้ามระบบให้เทียบเท่า AirDrop โดยฟีเจอร์ Quick Share รุ่นใหม่ถูกพบในเฟิร์มแวร์ทดลองของ Pixel 9 ก่อนกำหนดเดิมที่ตั้งใจเปิดตัวพร้อม Pixel 10 สะท้อนว่าบริษัทต้องการผลักดันการเชื่อมต่อ Android–iOS ให้ไร้รอยต่อ และอาจเปิดใช้งานจริงพร้อมอัปเดต Android 16 QPR3 หรือ Android 17 ในอนาคต
    https://securityonline.info/tearing-down-the-wall-google-brings-airdrop-support-to-the-pixel-9

    Google เปิดตัว “Agentic Commerce” ยุคใหม่ของการช้อปด้วย AI
    Google ประกาศแนวคิด Agentic Commerce และโปรโตคอล UCP ที่ช่วยให้ AI ทำงานแทนผู้ใช้ตั้งแต่ค้นหา เปรียบเทียบราคา ไปจนถึงสั่งซื้อสินค้าโดยไม่ต้องเปิดหลายแท็บหรือกรอกข้อมูลซ้ำ ระบบนี้ร่วมพัฒนากับยักษ์ค้าปลีกอย่าง Walmart, Shopify และบริษัทการเงินหลายแห่ง เพื่อสร้างมาตรฐานกลางให้ AI เชื่อมต่อร้านค้าต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น และอาจเป็นก้าวสำคัญในการท้าชน Amazon
    https://securityonline.info/the-end-of-the-shopping-tab-google-unveils-agentic-commerce-and-ucp

    Dell ยอมรับ “AI PC” ยังไม่จูงใจผู้บริโภค
    แม้ผู้ผลิตชิปและผู้พัฒนาระบบจะผลักดัน AI PC อย่างหนัก แต่ Dell ระบุว่าผู้ใช้ทั่วไปยังไม่เห็นประโยชน์ชัดเจนและกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ทำให้ยอดขายไม่ขยับตามคาด ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับราคา ประสิทธิภาพ และความทนทานมากกว่า ส่งผลให้ Dell ปรับกลยุทธ์เน้นดีไซน์และประสบการณ์ใช้งานแทนการโปรโมต AI แบบเดิม
    https://securityonline.info/the-hype-hangover-dell-admits-consumers-arent-buying-the-ai-pc-narrative

    “TryCloudflare” ถูกใช้เป็นช่องทางซ่อนมัลแวร์ AsyncRAT
    แคมเปญโจมตีใหม่กำลังใช้บริการ TryCloudflare และ WebDAV เพื่อสร้างโครงสร้างสั่งการมัลแวร์ที่ซ่อนตัวแนบเนียน โดยเริ่มจากอีเมลฟิชชิงที่หลอกให้เหยื่อเปิดไฟล์ลวงซึ่งดาวน์โหลด Python ของจริงมาติดตั้งสภาพแวดล้อมก่อนฉีด AsyncRAT เข้าไปใน explorer.exe ทำให้ผู้โจมตีควบคุมเครื่องได้อย่างต่อเนื่องและยากต่อการตรวจจับ แนวโน้มนี้สะท้อนการใช้บริการคลาวด์ถูกกฎหมายเป็นเครื่องมือโจมตีมากขึ้น
    https://securityonline.info/trycloudflare-abuse-asyncrat-exploits-free-tunnels-to-build-stealthy-webdav-network

    Apple จับมือ Google Gemini ปั้น Siri เวอร์ชันใหม่
    Apple และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ โดย Apple จะนำโมเดล Gemini มาเป็นแกนหลักของ Apple Foundation Models เพื่อยกระดับ Siri ให้ฉลาดขึ้น เข้าใจภาษาธรรมชาติดีขึ้น และรองรับฟีเจอร์ Apple Intelligence รุ่นใหม่ แม้จะยังคงประมวลผลข้อมูลส่วนตัวบนอุปกรณ์และ Private Cloud Compute ของ Apple แต่ดีลนี้สะท้อนว่า Apple ต้องเร่งปิดช่องว่างการแข่งขันด้าน AI ขณะที่ Google ได้ประโยชน์จากดีมานด์มหาศาลของผู้ใช้ iPhone
    https://securityonline.info/the-ai-alliance-apple-taps-google-gemini-to-power-the-new-siri

    อินเดียขอซอร์สโค้ดมือถือ จุดชนวนความไม่พอใจในวงการเทค
    รัฐบาลอินเดียเสนอข้อกำหนดด้านความปลอดภัย 83 ข้อ โดยหนึ่งในนั้นคือการให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนส่งมอบ “ซอร์สโค้ด” ให้รัฐตรวจสอบ อ้างเพื่อความมั่นคงไซเบอร์ แต่บริษัทใหญ่ทั้ง Apple, Samsung และ MAIT ต่างคัดค้านอย่างหนักเพราะซอร์สโค้ดคือทรัพย์สินสำคัญและเสี่ยงต่อการถูกเจาะระบบ หากข้อกำหนดนี้เดินหน้าจริงอาจทำให้อินเดียเสียความเชื่อมั่นจากผู้ผลิตรายใหญ่ทั่วโลก
    https://securityonline.info/indias-source-code-demand-sparks-tech-revolt

    QEMU 11.0 เตรียมตัดการรองรับ 32-bit บน Cloud Variant
    QEMU กำลังเดินหน้าลดภาระโค้ดโดยเตรียมลบการรองรับโฮสต์ 32-bit ในเวอร์ชัน Cloud ซึ่งจะช่วยลดโค้ดกว่า 7,000 บรรทัด แม้เวอร์ชันปกติยังรองรับอยู่ แต่ผู้ใช้ 32-bit จะไม่สามารถอัปเกรดเป็น QEMU 11.0 ได้และต้องค้างอยู่บน 10.x ที่ไม่มีแพตช์ความปลอดภัย ทำให้เสี่ยงต่อการใช้งานระยะยาว การเปลี่ยนแปลงยังอยู่ระหว่างพิจารณาแต่มีแนวโน้มสูงว่าจะเกิดขึ้นจริง
    https://securityonline.info/cutting-the-cord-qemu-11-0-to-expunge-32-bit-host-support-in-cloud-variant

    พบช่องโหว่ร้ายแรงใน Ruckus IoT Controller เสี่ยงถูกยึดระบบเต็มรูปแบบ
    มีการเปิดเผยช่องโหว่ CVSS 10 สองรายการใน Ruckus vRIoT Controller ที่เกิดจากการฝังคีย์ลับและข้อมูลล็อกอินแบบฮาร์ดโค้ด ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงบริการบนพอร์ต 2004 เพื่อรันคำสั่งระดับ root หรือใช้บัญชี SSH ที่ฝังไว้เพื่อเจาะออกจาก Docker และยึดระบบทั้งหมดได้ Ruckus ออกแพตช์แก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 3.0.0.0 และแนะนำให้อัปเดตทันที
    https://securityonline.info/double-critical-hardcoded-secrets-expose-ruckus-iot-controllers-to-root-rce

    Hikvision เจอช่องโหว่ Stack Overflow กระทบกล้องวงจรปิดและระบบควบคุมการเข้าออก
    รายงานชี้ว่าอุปกรณ์ของ Hikvision ทั้งกล้องวงจรปิดและระบบ Access Control ถูกพบช่องโหว่แบบ Stack Overflow ที่อาจเปิดทางให้ผู้โจมตีทำให้ระบบล่มหรือเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้ โดยข้อมูลเชิงลึกถูกจำกัดให้เฉพาะผู้สนับสนุน แต่ประเด็นหลักคือความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยที่ใช้อุปกรณ์เหล่านี้อย่างแพร่หลาย
    https://securityonline.info/hikvision-security-cameras-and-access-controls-hit-by-stack-overflow-flaws

    ช่องโหว่ร้ายแรงใน ServiceNow (CVE-2025-12420) เปิดทางปลอมตัวเป็นผู้ใช้
    มีการค้นพบช่องโหว่ระดับวิกฤตในแพลตฟอร์ม AI ของ ServiceNow ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่ไม่ได้รับการยืนยันตัวตนสามารถสวมรอยเป็นผู้ใช้จริงและทำสิ่งที่ผู้ใช้คนนั้นมีสิทธิ์ทำได้ แม้ ServiceNow จะออกแพตช์แก้ไขแล้วสำหรับระบบที่โฮสต์โดยบริษัท แต่ลูกค้าที่ติดตั้งเองยังต้องเร่งอัปเดตเพื่อปิดความเสี่ยงนี้ทันที
    https://securityonline.info/ai-identity-theft-critical-servicenow-flaw-cve-2025-12420-allows-unauthenticated-impersonation

    CISA เตือนด่วน! ช่องโหว่ Gogs (CVE-2025-8110) ถูกโจมตีจริงแล้ว
    CISA ออกประกาศ “Must-Patch” หลังพบว่าช่องโหว่ใน Gogs ซึ่งเป็นระบบ Git แบบ self-hosted ถูกใช้โจมตีจริงในโลกไซเบอร์ โดยช่องโหว่นี้เป็นการเลี่ยงแพตช์เดิม ทำให้ผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถทำ Path Traversal และเขียนไฟล์ออกนอกไดเรกทอรีได้ ส่งผลให้สามารถรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้ หน่วยงานรัฐสหรัฐฯ ถูกกำหนดเส้นตายให้แก้ไขก่อนกุมภาพันธ์ 2026
    https://securityonline.info/cisa-must-patch-alert-critical-gogs-exploit-cve-2025-8110-active-in-wild

    มิจฉาชีพใช้ PDF ปลอมล่อเหยื่อ ติดตั้ง RMM Tools เพื่อยึดเครื่อง
    รายงานจาก ASEC ระบุว่าผู้โจมตีกำลังใช้ไฟล์ PDF ปลอมที่แกล้งทำเป็นเอกสารเสียหรือโหลดไม่ขึ้น เพื่อหลอกให้เหยื่อคลิกลิงก์ดาวน์โหลดเครื่องมือ Remote Monitoring & Management (RMM) เช่น Syncro, NinjaOne หรือ ScreenConnect ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถูกนำมาใช้เป็นช่องทางเข้าควบคุมเครื่องของเหยื่อแบบแนบเนียน ทำให้ตรวจจับได้ยากมาก
    https://securityonline.info/attackers-weaponize-legitimate-rmm-tools-via-fake-pdfs

    Angular พบช่องโหว่ร้ายแรงใน SVG (CVE-2026-22610) เสี่ยงถูกโจมตีแบบ XSS
    ช่องโหว่ใหม่ใน Angular Template Compiler ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้คุณสมบัติของ SVG script เพื่อหลบเลี่ยงระบบ Sanitization และฝังโค้ด JavaScript อันตรายได้ หากแอปมีการผูกข้อมูลแบบไดนามิกกับ attribute ของ SVG script อาจถูกใช้ขโมย session, ดึงข้อมูล หรือสั่งการโดยไม่ได้รับอนุญาต นักพัฒนาถูกแนะนำให้อัปเดตเวอร์ชัน Angular ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่นี้
    https://securityonline.info/angular-security-alert-high-severity-svg-flaw-cve-2026-22610-exposes-apps-to-xss
    📌🔐🩷 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🩷🔐📌 #รวมข่าวIT #20260113 #securityonline 🔥 ช่องโหว่ร้ายแรง Advantech เปิดช่องให้โจมตี IoT (CVE-2025-52694) ช่องโหว่ SQL Injection ระดับวิกฤตคะแนนเต็ม 10 ทำให้อุปกรณ์ IoT ของ Advantech เสี่ยงถูกเจาะโดยไม่ต้องล็อกอิน ผู้โจมตีสามารถสั่งฐานข้อมูล แก้ไขค่าระบบ หรือยึดโครงสร้าง IoT ได้ทันที โดยกระทบหลายผลิตภัณฑ์เวอร์ชันเก่าและต้องอัปเดตด่วนผ่านการติดต่อซัพพอร์ตหรือดาวน์โหลดแพตช์ตามรุ่นที่ใช้ 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-52694-cvss-10-critical-advantech-sql-injection-exposes-iot-devices ⚠️ สวิตช์ Moxa เสี่ยงถูกโจมตีผ่าน OpenSSH RCE (CVSS 9.8) พบช่องโหว่ร้ายแรงในสวิตช์อุตสาหกรรมของ Moxa จากบั๊กใน OpenSSH ที่เปิดทางให้รันโค้ดจากระยะไกลได้ หากมีการใช้ ssh-agent forwarding โดยรุ่นที่ได้รับผลกระทบต้องติดต่อ Moxa เพื่อขอแพตช์เฉพาะ พร้อมคำแนะนำเสริมด้านความปลอดภัย เช่น แยกเครือข่าย จำกัดการเข้าถึง และตรวจสอบบันทึกการใช้งานอย่างใกล้ชิด 🔗 https://securityonline.info/critical-alert-moxa-switches-exposed-to-openssh-remote-code-execution-cvss-9-8 📱 Google เตรียมนำ AirDrop มาสู่ Pixel 9 Google เดินหน้าเร่งพัฒนาการแชร์ไฟล์ข้ามระบบให้เทียบเท่า AirDrop โดยฟีเจอร์ Quick Share รุ่นใหม่ถูกพบในเฟิร์มแวร์ทดลองของ Pixel 9 ก่อนกำหนดเดิมที่ตั้งใจเปิดตัวพร้อม Pixel 10 สะท้อนว่าบริษัทต้องการผลักดันการเชื่อมต่อ Android–iOS ให้ไร้รอยต่อ และอาจเปิดใช้งานจริงพร้อมอัปเดต Android 16 QPR3 หรือ Android 17 ในอนาคต 🔗 https://securityonline.info/tearing-down-the-wall-google-brings-airdrop-support-to-the-pixel-9 🛒 Google เปิดตัว “Agentic Commerce” ยุคใหม่ของการช้อปด้วย AI Google ประกาศแนวคิด Agentic Commerce และโปรโตคอล UCP ที่ช่วยให้ AI ทำงานแทนผู้ใช้ตั้งแต่ค้นหา เปรียบเทียบราคา ไปจนถึงสั่งซื้อสินค้าโดยไม่ต้องเปิดหลายแท็บหรือกรอกข้อมูลซ้ำ ระบบนี้ร่วมพัฒนากับยักษ์ค้าปลีกอย่าง Walmart, Shopify และบริษัทการเงินหลายแห่ง เพื่อสร้างมาตรฐานกลางให้ AI เชื่อมต่อร้านค้าต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น และอาจเป็นก้าวสำคัญในการท้าชน Amazon 🔗 https://securityonline.info/the-end-of-the-shopping-tab-google-unveils-agentic-commerce-and-ucp 💻 Dell ยอมรับ “AI PC” ยังไม่จูงใจผู้บริโภค แม้ผู้ผลิตชิปและผู้พัฒนาระบบจะผลักดัน AI PC อย่างหนัก แต่ Dell ระบุว่าผู้ใช้ทั่วไปยังไม่เห็นประโยชน์ชัดเจนและกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ทำให้ยอดขายไม่ขยับตามคาด ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับราคา ประสิทธิภาพ และความทนทานมากกว่า ส่งผลให้ Dell ปรับกลยุทธ์เน้นดีไซน์และประสบการณ์ใช้งานแทนการโปรโมต AI แบบเดิม 🔗 https://securityonline.info/the-hype-hangover-dell-admits-consumers-arent-buying-the-ai-pc-narrative 🕵️‍♂️ “TryCloudflare” ถูกใช้เป็นช่องทางซ่อนมัลแวร์ AsyncRAT แคมเปญโจมตีใหม่กำลังใช้บริการ TryCloudflare และ WebDAV เพื่อสร้างโครงสร้างสั่งการมัลแวร์ที่ซ่อนตัวแนบเนียน โดยเริ่มจากอีเมลฟิชชิงที่หลอกให้เหยื่อเปิดไฟล์ลวงซึ่งดาวน์โหลด Python ของจริงมาติดตั้งสภาพแวดล้อมก่อนฉีด AsyncRAT เข้าไปใน explorer.exe ทำให้ผู้โจมตีควบคุมเครื่องได้อย่างต่อเนื่องและยากต่อการตรวจจับ แนวโน้มนี้สะท้อนการใช้บริการคลาวด์ถูกกฎหมายเป็นเครื่องมือโจมตีมากขึ้น 🔗 https://securityonline.info/trycloudflare-abuse-asyncrat-exploits-free-tunnels-to-build-stealthy-webdav-network 🤖 Apple จับมือ Google Gemini ปั้น Siri เวอร์ชันใหม่ Apple และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ โดย Apple จะนำโมเดล Gemini มาเป็นแกนหลักของ Apple Foundation Models เพื่อยกระดับ Siri ให้ฉลาดขึ้น เข้าใจภาษาธรรมชาติดีขึ้น และรองรับฟีเจอร์ Apple Intelligence รุ่นใหม่ แม้จะยังคงประมวลผลข้อมูลส่วนตัวบนอุปกรณ์และ Private Cloud Compute ของ Apple แต่ดีลนี้สะท้อนว่า Apple ต้องเร่งปิดช่องว่างการแข่งขันด้าน AI ขณะที่ Google ได้ประโยชน์จากดีมานด์มหาศาลของผู้ใช้ iPhone 🔗 https://securityonline.info/the-ai-alliance-apple-taps-google-gemini-to-power-the-new-siri 🇮🇳 อินเดียขอซอร์สโค้ดมือถือ จุดชนวนความไม่พอใจในวงการเทค รัฐบาลอินเดียเสนอข้อกำหนดด้านความปลอดภัย 83 ข้อ โดยหนึ่งในนั้นคือการให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนส่งมอบ “ซอร์สโค้ด” ให้รัฐตรวจสอบ อ้างเพื่อความมั่นคงไซเบอร์ แต่บริษัทใหญ่ทั้ง Apple, Samsung และ MAIT ต่างคัดค้านอย่างหนักเพราะซอร์สโค้ดคือทรัพย์สินสำคัญและเสี่ยงต่อการถูกเจาะระบบ หากข้อกำหนดนี้เดินหน้าจริงอาจทำให้อินเดียเสียความเชื่อมั่นจากผู้ผลิตรายใหญ่ทั่วโลก 🔗 https://securityonline.info/indias-source-code-demand-sparks-tech-revolt 🧩 QEMU 11.0 เตรียมตัดการรองรับ 32-bit บน Cloud Variant QEMU กำลังเดินหน้าลดภาระโค้ดโดยเตรียมลบการรองรับโฮสต์ 32-bit ในเวอร์ชัน Cloud ซึ่งจะช่วยลดโค้ดกว่า 7,000 บรรทัด แม้เวอร์ชันปกติยังรองรับอยู่ แต่ผู้ใช้ 32-bit จะไม่สามารถอัปเกรดเป็น QEMU 11.0 ได้และต้องค้างอยู่บน 10.x ที่ไม่มีแพตช์ความปลอดภัย ทำให้เสี่ยงต่อการใช้งานระยะยาว การเปลี่ยนแปลงยังอยู่ระหว่างพิจารณาแต่มีแนวโน้มสูงว่าจะเกิดขึ้นจริง 🔗 https://securityonline.info/cutting-the-cord-qemu-11-0-to-expunge-32-bit-host-support-in-cloud-variant 🔐 พบช่องโหว่ร้ายแรงใน Ruckus IoT Controller เสี่ยงถูกยึดระบบเต็มรูปแบบ มีการเปิดเผยช่องโหว่ CVSS 10 สองรายการใน Ruckus vRIoT Controller ที่เกิดจากการฝังคีย์ลับและข้อมูลล็อกอินแบบฮาร์ดโค้ด ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงบริการบนพอร์ต 2004 เพื่อรันคำสั่งระดับ root หรือใช้บัญชี SSH ที่ฝังไว้เพื่อเจาะออกจาก Docker และยึดระบบทั้งหมดได้ Ruckus ออกแพตช์แก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 3.0.0.0 และแนะนำให้อัปเดตทันที 🔗 https://securityonline.info/double-critical-hardcoded-secrets-expose-ruckus-iot-controllers-to-root-rce 🔐 Hikvision เจอช่องโหว่ Stack Overflow กระทบกล้องวงจรปิดและระบบควบคุมการเข้าออก รายงานชี้ว่าอุปกรณ์ของ Hikvision ทั้งกล้องวงจรปิดและระบบ Access Control ถูกพบช่องโหว่แบบ Stack Overflow ที่อาจเปิดทางให้ผู้โจมตีทำให้ระบบล่มหรือเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้ โดยข้อมูลเชิงลึกถูกจำกัดให้เฉพาะผู้สนับสนุน แต่ประเด็นหลักคือความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยที่ใช้อุปกรณ์เหล่านี้อย่างแพร่หลาย 🔗 https://securityonline.info/hikvision-security-cameras-and-access-controls-hit-by-stack-overflow-flaws 🕵️‍♂️ ช่องโหว่ร้ายแรงใน ServiceNow (CVE-2025-12420) เปิดทางปลอมตัวเป็นผู้ใช้ มีการค้นพบช่องโหว่ระดับวิกฤตในแพลตฟอร์ม AI ของ ServiceNow ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่ไม่ได้รับการยืนยันตัวตนสามารถสวมรอยเป็นผู้ใช้จริงและทำสิ่งที่ผู้ใช้คนนั้นมีสิทธิ์ทำได้ แม้ ServiceNow จะออกแพตช์แก้ไขแล้วสำหรับระบบที่โฮสต์โดยบริษัท แต่ลูกค้าที่ติดตั้งเองยังต้องเร่งอัปเดตเพื่อปิดความเสี่ยงนี้ทันที 🔗 https://securityonline.info/ai-identity-theft-critical-servicenow-flaw-cve-2025-12420-allows-unauthenticated-impersonation 🚨 CISA เตือนด่วน! ช่องโหว่ Gogs (CVE-2025-8110) ถูกโจมตีจริงแล้ว CISA ออกประกาศ “Must-Patch” หลังพบว่าช่องโหว่ใน Gogs ซึ่งเป็นระบบ Git แบบ self-hosted ถูกใช้โจมตีจริงในโลกไซเบอร์ โดยช่องโหว่นี้เป็นการเลี่ยงแพตช์เดิม ทำให้ผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถทำ Path Traversal และเขียนไฟล์ออกนอกไดเรกทอรีได้ ส่งผลให้สามารถรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้ หน่วยงานรัฐสหรัฐฯ ถูกกำหนดเส้นตายให้แก้ไขก่อนกุมภาพันธ์ 2026 🔗 https://securityonline.info/cisa-must-patch-alert-critical-gogs-exploit-cve-2025-8110-active-in-wild 📄 มิจฉาชีพใช้ PDF ปลอมล่อเหยื่อ ติดตั้ง RMM Tools เพื่อยึดเครื่อง รายงานจาก ASEC ระบุว่าผู้โจมตีกำลังใช้ไฟล์ PDF ปลอมที่แกล้งทำเป็นเอกสารเสียหรือโหลดไม่ขึ้น เพื่อหลอกให้เหยื่อคลิกลิงก์ดาวน์โหลดเครื่องมือ Remote Monitoring & Management (RMM) เช่น Syncro, NinjaOne หรือ ScreenConnect ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถูกนำมาใช้เป็นช่องทางเข้าควบคุมเครื่องของเหยื่อแบบแนบเนียน ทำให้ตรวจจับได้ยากมาก 🔗 https://securityonline.info/attackers-weaponize-legitimate-rmm-tools-via-fake-pdfs 🛡️ Angular พบช่องโหว่ร้ายแรงใน SVG (CVE-2026-22610) เสี่ยงถูกโจมตีแบบ XSS ช่องโหว่ใหม่ใน Angular Template Compiler ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้คุณสมบัติของ SVG script เพื่อหลบเลี่ยงระบบ Sanitization และฝังโค้ด JavaScript อันตรายได้ หากแอปมีการผูกข้อมูลแบบไดนามิกกับ attribute ของ SVG script อาจถูกใช้ขโมย session, ดึงข้อมูล หรือสั่งการโดยไม่ได้รับอนุญาต นักพัฒนาถูกแนะนำให้อัปเดตเวอร์ชัน Angular ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่นี้ 🔗 https://securityonline.info/angular-security-alert-high-severity-svg-flaw-cve-2026-22610-exposes-apps-to-xss
    0 Comments 0 Shares 34 Views 0 Reviews
  • ความว้าวของงาน CES 2026: นวัตกรรมที่พลิกโฉมโลกเทคโนโลยีในปีนี้

    งาน CES 2026 ที่เพิ่งปิดฉากลงไปที่ลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา ได้กลายเป็นเวทีแสดงพลังแห่งอนาคต ที่ทำให้คนทั้งโลกร้องว้าวอีกครั้ง ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 800,000 คน และบริษัท exhibitors กว่า 4,000 แห่ง มหกรรมเทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรวมตัวของยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอย่าง Samsung, LG, NVIDIA, Intel และอีกมากมาย แต่ยังเป็นการเปิดเผยวิสัยทัศน์ที่ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าปี 2026 และปีต่อๆ ไปจะเป็นอย่างไร ความว้าวหลักๆ มาจากการที่เทคโนโลยีไม่ได้อยู่แค่ในห้องแล็บ อีกต่อไป แต่เริ่มแทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ที่ช่วยงานบ้าน รถยนต์อัจฉริยะ หรือแม้แต่แปรงสีฟันที่ใช้ AI วิเคราะห์สุขภาพปาก ในบทความนี้ เราจะพาไปสำรวจผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ถูกเปิดตัว สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ เทรนด์เด่นของปีนี้ และสิ่งที่ทำให้นักข่าวสายเทคโนโลยีต้องเซอร์ไพรส์หรือผิดคาด

    เริ่มต้นด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างกระแสฮือฮาในงาน CES 2026 กันก่อนเลย ปีนี้มี gadget และอุปกรณ์มากมาย ที่ถูกนำเสนอ ตั้งแต่ทีวีขนาดยักษ์ ไปจนถึงหุ่นยนต์ humanoid ที่ดูเหมือนหลุดมาจากหนัง sci-fi ตัวอย่างเด่นๆ เช่น LG evo W6 TV ซึ่งเป็นการคืนชีพของ “Wallpaper TV” รุ่นใหม่ที่บางเฉียบราวกับวอลเปเปอร์ สามารถติดผนังได้โดยไม่ต้องมีสายไฟรุงรัง และใช้เทคโนโลยี OLED evo ที่ให้ภาพคมชัดระดับสูงสุด พร้อมฟีเจอร์ AI ที่ปรับภาพตามสภาพแสงในห้อง นอกจากนี้ยังมี Samsung R95H ขนาด 130 นิ้ว ซึ่งถูกยกให้เป็นทีวี Micro RGB แรกของโลก โดยใช้ไดโอดขนาดจิ๋วสีแดง เขียว และน้ำเงินที่ส่องแสง независимо ทำให้ได้สีสันและรายละเอียดที่เหนือชั้นกว่าเดิมมาก ในส่วนของคอมพิวเตอร์และเกมมิ่ง Intel Core Ultra Series 3 ถูกประกาศเป็น Best of Show ด้วยประสิทธิภาพที่รองรับ AI ได้อย่างลื่นไหล ขณะที่ ASUS ROG CROSSHAIR X870E GLACIAL และ HP EliteBoard G1a Next Gen AI PC ก็ได้รับรางวัล CES Innovation Awards ในหมวด Computer Hardware สำหรับคนรักเกม LG UltraGear evo OLED GX9 Gaming Monitor มาพร้อมหน้าจอ OLED ที่สดใสและ response time ต่ำ เหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความสมจริงสูงสุด

    ก้าวไปสู่หุ่นยนต์และอุปกรณ์อัจฉริยะ Roborock Saros Rover ถูกยกย่องเป็น robot vacuum ที่ดีที่สุด ด้วยความสามารถปีนบันไดและทำความสะอาดแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ไม่ต้องยกเครื่องขึ้นลงชั้นอีกต่อไป Boston Dynamics นำ Atlas หุ่นยนต์ humanoid เวอร์ชันพร้อมผลิตจริง มาอวด โดยจะเริ่มส่งมอบให้ Hyundai และ Google DeepMind ก่อนในปี 2028 ซึ่งหุ่นตัวนี้สามารถเล่นปิงปอง ผสมเครื่องดื่ม หรือแม้แต่ต่อยมวยได้อย่างคล่องแคล่ว Sharpa อีกหนึ่ง humanoid ที่สร้าง buzz ด้วยมือที่ยืดหยุ่นสูง สามารถแจกไพ่แบล็คแจ็คหรือเล่นกังฟูได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ยังมี Onero H1 robot ที่ช่วยงานบ้าน WheelMove สำหรับผู้พิการ และ Tombot หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง AI ที่ช่วยลดความเหงา ในฝั่ง wearable Meta Ray-Ban Display glasses เพิ่มฟีเจอร์ handwriting สำหรับส่งข้อความโดยไม่ต้องพิมพ์ และ IXI’s autofocusing lenses ที่ปรับโฟกัสอัตโนมัติสำหรับคนสายตายาวโดยไม่ต้องใช้กล้องติดตามดวงตา Lumus smartglasses มาพร้อม FOV กว้างถึง 70 องศา ทำให้ VR/AR สมจริงยิ่งขึ้น

    สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษใน CES 2026 คงหนีไม่พ้นการบุกเบิกของ “Physical AI” ที่นำ AI มาผสานกับหุ่นยนต์จริงๆ ทำให้หุ่นเหล่านี้ไม่ใช่แค่เครื่องจักร แต่เริ่มมีความฉลาดแบบมนุษย์ เช่น การเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมหรือปรับตัวตามงานที่ได้รับมอบหมาย อย่างเช่น Unitree G1 ที่แสดงศิลปะการต่อสู้แบบ mixed martial arts หรือ LG Cloi Home Robot ที่ช่วยงานบ้านแบบ zero-labor นอกจากนี้ AI collectibles อย่าง Funko Pops และ Lego Smart Brick ที่ทำให้ชุด Lego สมาร์ทขึ้น สามารถเชื่อมต่อกับ app เพื่อเพิ่มฟีเจอร์ interactive ได้ ก็เป็นอะไรที่ wow มากสำหรับแฟนๆ ของเล่น ในฝั่ง mobility Hyundai กำลังพัฒนาระบบ mass-produce สำหรับ Atlas และ Pioneer Sphera นำ Dolby Atmos มาใส่ในระบบเสียงรถยนต์ ทำให้การฟังเพลงในรถเหมือนอยู่ในคอนเสิร์ต สำหรับ gamer OneXPlayer Apex handheld มาพร้อม liquid cooler ภายนอกที่ระบายความร้อนได้ถึง 120W ทำให้เล่นเกมหนักๆ ได้นานขึ้นโดยไม่ร้อน GameSir Smart Drive prototype ที่มี force feedback ในพวงมาลัย ก็ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถจริงในเกม racing

    เทรนด์เด่นของปีนี้ชัดเจนมาก : AI ครองทุกพื้นที่ ตั้งแต่ AI ในทีวี ที่ปรับภาพอัตโนมัติ AI ในแปรงสีฟันที่วิเคราะห์สุขภาพช่องปาก ไปจนถึง AI ในหุ่นยนต์ที่ช่วยงานบ้านหรือดูแลสุขภาพ “Physical AI” คือเทรนด์ใหม่ที่ทำให้ AI ออกจากหน้าจอมาสู่โลกจริง เช่น หุ่นยนต์ที่ซักผ้า ทำอาหารเช้า หรือแม้แต่เล่นเกมกับเรา เทรนด์ digital health ก็มาแรง ด้วยอุปกรณ์ wearable ที่ตรวจจับ brainwave หรือวิเคราะห์ bodily fluids เพื่อติดตามสุขภาพแบบ real-time เช่น Withings Body Scan 2 ที่สแกนร่างกายละเอียดยิบ Accessibility tech เน้นการทำให้ชีวิตง่ายขึ้นสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแว่นสำหรับคนพิการทางสายตาหรือหุ่นยนต์ช่วยเดิน Advanced mobility ยังคงเติบโต ด้วยรถ EV ที่ฉลาดขึ้นและระบบ edge computing ในรถยนต์ Sustainability แม้จะไม่ค่อยเด่นเท่าไร แต่มีบางอย่างอย่างวัสดุ ultra-light จาก Soramatex ที่ใช้ carbon powder เพื่อลดน้ำหนักและประหยัดพลังงาน หรือ power bank แบบ shareable จาก Nimble Champ Stack ที่ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ VR/AR ก็ก้าวหน้า ด้วยจอ OLED ที่มี subpixel RGB stripe ทำให้ภาพชัดเจนยิ่งขึ้น และ smart home ที่รองรับ Matter protocol ทำให้อุปกรณ์จากแบรนด์ต่างกันเชื่อมต่อได้ง่าย เช่น จาก Ikea, Aqara และ Amazon

    แต่ไม่ใช่ทุกอย่างจะ perfect เพราะมีสิ่งที่ผิดคาดจากนักข่าวสายเทคโนโลยีหลายอย่าง ประการแรกคือการขาดแคลนเทคโนโลยี sustainability ที่ชัดเจน แม้งานจะใหญ่โตแต่แทบไม่มี exhibitor ที่โฟกัสเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ทำให้หลายคนผิดหวัง เพราะคาดว่าจะเห็นนวัตกรรม green มากกว่านี้ อีกเรื่องคือสถานการณ์อุตสาหกรรม PC ที่ย่ำแย่ เพราะ memory supplies ถูกเบี่ยงไปสนับสนุน AI ทำให้ PC ธรรมดาได้รับผลกระทบ และนักข่าวหลายคนยอมรับว่าปีนี้ PC ไม่ค่อยมีอะไรใหม่ AI บางอย่างก็ดู dubious หรือเกินจริง เช่น AI สำหรับล้างรองเท้า (Brolan ClearX) หรือ AI collectibles ที่ดูเหมือน gimmick มากกว่าประโยชน์จริง นอกจากนี้ยังไม่มี “Trump phone” ที่หลายคนคาดเดาว่าจะโผล่มาที่งาน และการที่โดรนจีนอย่าง GDU P300 ต้องยกเลิก launch ใน US เนื่องจาก policy changes ก็เป็นเซอร์ไพรส์ที่ทำให้เห็นภาพ geopolitical tension ในวงการ tech กว้างขึ้น นักข่าวจาก The Verge ยังบอกว่าปีนี้มี weird gadgets เยอะ เช่น หุ่นยนต์เต้นรำหรือ bathroom tech ที่ personal เกินไป ทำให้รู้สึก dystopian และ lonely ในบางมุม แต่ในทางบวก เทรนด์ที่ไม่มีใครคาดอย่างการบุกของ humanoid จากจีน เช่น หุ่นที่เล่นปิงปองหรือต่อยมวย ก็ทำให้งานนี้เต็มไปด้วย surprise ที่สะท้อนการแข่งขัน US-China ใน physical AI

    โดยรวมแล้ว CES 2026 คือการยืนยันว่าปีนี้เป็นจุดเริ่มต้นของยุคที่ AI และ robotics จะเปลี่ยนชีวิตเราแบบถาวร แม้จะมีจุดผิดคาดบ้าง แต่ความว้าวจากนวัตกรรมเหล่านี้ ทำให้เราตื่นเต้นกับอนาคตที่กำลังมา ใครที่ติดตาม tech คงต้องจับตาดูว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะออกสู่ตลาดจริงเมื่อไหร่ และจะพลิกโฉมโลกอย่างไรต่อไป

    #ลุงเขียนหลานอ่าน
    ความว้าวของงาน CES 2026: นวัตกรรมที่พลิกโฉมโลกเทคโนโลยีในปีนี้ 🚀 งาน CES 2026 ที่เพิ่งปิดฉากลงไปที่ลาสเวกัส 📍 รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา ได้กลายเป็นเวทีแสดงพลังแห่งอนาคต ที่ทำให้คนทั้งโลกร้องว้าวอีกครั้ง ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 800,000 คน และบริษัท exhibitors กว่า 4,000 แห่ง มหกรรมเทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรวมตัวของยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอย่าง Samsung, LG, NVIDIA, Intel และอีกมากมาย แต่ยังเป็นการเปิดเผยวิสัยทัศน์ที่ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าปี 2026 และปีต่อๆ ไปจะเป็นอย่างไร ความว้าวหลักๆ มาจากการที่เทคโนโลยีไม่ได้อยู่แค่ในห้องแล็บ อีกต่อไป แต่เริ่มแทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ที่ช่วยงานบ้าน รถยนต์อัจฉริยะ หรือแม้แต่แปรงสีฟันที่ใช้ AI วิเคราะห์สุขภาพปาก ในบทความนี้ 📰 เราจะพาไปสำรวจผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ถูกเปิดตัว สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ เทรนด์เด่นของปีนี้ และสิ่งที่ทำให้นักข่าวสายเทคโนโลยีต้องเซอร์ไพรส์หรือผิดคาด เริ่มต้นด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างกระแสฮือฮาในงาน CES 2026 กันก่อนเลย ✨ ปีนี้มี gadget และอุปกรณ์มากมาย ที่ถูกนำเสนอ ตั้งแต่ทีวีขนาดยักษ์ ไปจนถึงหุ่นยนต์ humanoid ที่ดูเหมือนหลุดมาจากหนัง sci-fi ตัวอย่างเด่นๆ เช่น LG evo W6 TV ซึ่งเป็นการคืนชีพของ “Wallpaper TV” รุ่นใหม่ที่บางเฉียบราวกับวอลเปเปอร์ สามารถติดผนังได้โดยไม่ต้องมีสายไฟรุงรัง และใช้เทคโนโลยี OLED evo ที่ให้ภาพคมชัดระดับสูงสุด พร้อมฟีเจอร์ AI ที่ปรับภาพตามสภาพแสงในห้อง นอกจากนี้ยังมี Samsung R95H ขนาด 130 นิ้ว ซึ่งถูกยกให้เป็นทีวี Micro RGB แรกของโลก โดยใช้ไดโอดขนาดจิ๋วสีแดง เขียว และน้ำเงินที่ส่องแสง независимо ทำให้ได้สีสันและรายละเอียดที่เหนือชั้นกว่าเดิมมาก ในส่วนของคอมพิวเตอร์และเกมมิ่ง Intel Core Ultra Series 3 ถูกประกาศเป็น Best of Show ด้วยประสิทธิภาพที่รองรับ AI ได้อย่างลื่นไหล ขณะที่ ASUS ROG CROSSHAIR X870E GLACIAL และ HP EliteBoard G1a Next Gen AI PC ก็ได้รับรางวัล CES Innovation Awards ในหมวด Computer Hardware สำหรับคนรักเกม LG UltraGear evo OLED GX9 Gaming Monitor มาพร้อมหน้าจอ OLED ที่สดใสและ response time ต่ำ เหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความสมจริงสูงสุด ก้าวไปสู่หุ่นยนต์และอุปกรณ์อัจฉริยะ 🤖 Roborock Saros Rover ถูกยกย่องเป็น robot vacuum ที่ดีที่สุด ด้วยความสามารถปีนบันไดและทำความสะอาดแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ไม่ต้องยกเครื่องขึ้นลงชั้นอีกต่อไป Boston Dynamics นำ Atlas หุ่นยนต์ humanoid เวอร์ชันพร้อมผลิตจริง มาอวด โดยจะเริ่มส่งมอบให้ Hyundai และ Google DeepMind ก่อนในปี 2028 ซึ่งหุ่นตัวนี้สามารถเล่นปิงปอง ผสมเครื่องดื่ม หรือแม้แต่ต่อยมวยได้อย่างคล่องแคล่ว Sharpa อีกหนึ่ง humanoid ที่สร้าง buzz ด้วยมือที่ยืดหยุ่นสูง สามารถแจกไพ่แบล็คแจ็คหรือเล่นกังฟูได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ยังมี Onero H1 robot ที่ช่วยงานบ้าน WheelMove สำหรับผู้พิการ และ Tombot หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง AI ที่ช่วยลดความเหงา ในฝั่ง wearable Meta Ray-Ban Display glasses เพิ่มฟีเจอร์ handwriting สำหรับส่งข้อความโดยไม่ต้องพิมพ์ และ IXI’s autofocusing lenses ที่ปรับโฟกัสอัตโนมัติสำหรับคนสายตายาวโดยไม่ต้องใช้กล้องติดตามดวงตา Lumus smartglasses มาพร้อม FOV กว้างถึง 70 องศา ทำให้ VR/AR สมจริงยิ่งขึ้น สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษใน CES 2026 👀 คงหนีไม่พ้นการบุกเบิกของ “Physical AI” ที่นำ AI มาผสานกับหุ่นยนต์จริงๆ ทำให้หุ่นเหล่านี้ไม่ใช่แค่เครื่องจักร แต่เริ่มมีความฉลาดแบบมนุษย์ เช่น การเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมหรือปรับตัวตามงานที่ได้รับมอบหมาย อย่างเช่น Unitree G1 ที่แสดงศิลปะการต่อสู้แบบ mixed martial arts หรือ LG Cloi Home Robot ที่ช่วยงานบ้านแบบ zero-labor นอกจากนี้ AI collectibles อย่าง Funko Pops และ Lego Smart Brick ที่ทำให้ชุด Lego สมาร์ทขึ้น สามารถเชื่อมต่อกับ app เพื่อเพิ่มฟีเจอร์ interactive ได้ ก็เป็นอะไรที่ wow มากสำหรับแฟนๆ ของเล่น ในฝั่ง mobility Hyundai กำลังพัฒนาระบบ mass-produce สำหรับ Atlas และ Pioneer Sphera นำ Dolby Atmos มาใส่ในระบบเสียงรถยนต์ ทำให้การฟังเพลงในรถเหมือนอยู่ในคอนเสิร์ต สำหรับ gamer OneXPlayer Apex handheld มาพร้อม liquid cooler ภายนอกที่ระบายความร้อนได้ถึง 120W ทำให้เล่นเกมหนักๆ ได้นานขึ้นโดยไม่ร้อน GameSir Smart Drive prototype ที่มี force feedback ในพวงมาลัย ก็ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถจริงในเกม racing เทรนด์เด่นของปีนี้ชัดเจนมาก 📊: AI ครองทุกพื้นที่ ตั้งแต่ AI ในทีวี ที่ปรับภาพอัตโนมัติ AI ในแปรงสีฟันที่วิเคราะห์สุขภาพช่องปาก ไปจนถึง AI ในหุ่นยนต์ที่ช่วยงานบ้านหรือดูแลสุขภาพ “Physical AI” คือเทรนด์ใหม่ที่ทำให้ AI ออกจากหน้าจอมาสู่โลกจริง เช่น หุ่นยนต์ที่ซักผ้า ทำอาหารเช้า หรือแม้แต่เล่นเกมกับเรา เทรนด์ digital health ก็มาแรง ด้วยอุปกรณ์ wearable ที่ตรวจจับ brainwave หรือวิเคราะห์ bodily fluids เพื่อติดตามสุขภาพแบบ real-time เช่น Withings Body Scan 2 ที่สแกนร่างกายละเอียดยิบ Accessibility tech เน้นการทำให้ชีวิตง่ายขึ้นสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแว่นสำหรับคนพิการทางสายตาหรือหุ่นยนต์ช่วยเดิน Advanced mobility ยังคงเติบโต ด้วยรถ EV ที่ฉลาดขึ้นและระบบ edge computing ในรถยนต์ Sustainability แม้จะไม่ค่อยเด่นเท่าไร แต่มีบางอย่างอย่างวัสดุ ultra-light จาก Soramatex ที่ใช้ carbon powder เพื่อลดน้ำหนักและประหยัดพลังงาน หรือ power bank แบบ shareable จาก Nimble Champ Stack ที่ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ VR/AR ก็ก้าวหน้า ด้วยจอ OLED ที่มี subpixel RGB stripe ทำให้ภาพชัดเจนยิ่งขึ้น และ smart home ที่รองรับ Matter protocol ทำให้อุปกรณ์จากแบรนด์ต่างกันเชื่อมต่อได้ง่าย เช่น จาก Ikea, Aqara และ Amazon แต่ไม่ใช่ทุกอย่างจะ perfect ⚠️ เพราะมีสิ่งที่ผิดคาดจากนักข่าวสายเทคโนโลยีหลายอย่าง ประการแรกคือการขาดแคลนเทคโนโลยี sustainability ที่ชัดเจน แม้งานจะใหญ่โตแต่แทบไม่มี exhibitor ที่โฟกัสเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ทำให้หลายคนผิดหวัง เพราะคาดว่าจะเห็นนวัตกรรม green มากกว่านี้ อีกเรื่องคือสถานการณ์อุตสาหกรรม PC ที่ย่ำแย่ เพราะ memory supplies ถูกเบี่ยงไปสนับสนุน AI ทำให้ PC ธรรมดาได้รับผลกระทบ และนักข่าวหลายคนยอมรับว่าปีนี้ PC ไม่ค่อยมีอะไรใหม่ AI บางอย่างก็ดู dubious หรือเกินจริง เช่น AI สำหรับล้างรองเท้า (Brolan ClearX) หรือ AI collectibles ที่ดูเหมือน gimmick มากกว่าประโยชน์จริง นอกจากนี้ยังไม่มี “Trump phone” ที่หลายคนคาดเดาว่าจะโผล่มาที่งาน และการที่โดรนจีนอย่าง GDU P300 ต้องยกเลิก launch ใน US เนื่องจาก policy changes ก็เป็นเซอร์ไพรส์ที่ทำให้เห็นภาพ geopolitical tension ในวงการ tech กว้างขึ้น นักข่าวจาก The Verge ยังบอกว่าปีนี้มี weird gadgets เยอะ เช่น หุ่นยนต์เต้นรำหรือ bathroom tech ที่ personal เกินไป ทำให้รู้สึก dystopian และ lonely ในบางมุม แต่ในทางบวก เทรนด์ที่ไม่มีใครคาดอย่างการบุกของ humanoid จากจีน เช่น หุ่นที่เล่นปิงปองหรือต่อยมวย ก็ทำให้งานนี้เต็มไปด้วย surprise ที่สะท้อนการแข่งขัน US-China ใน physical AI โดยรวมแล้ว CES 2026 ⭐ คือการยืนยันว่าปีนี้เป็นจุดเริ่มต้นของยุคที่ AI และ robotics จะเปลี่ยนชีวิตเราแบบถาวร แม้จะมีจุดผิดคาดบ้าง แต่ความว้าวจากนวัตกรรมเหล่านี้ ทำให้เราตื่นเต้นกับอนาคตที่กำลังมา ใครที่ติดตาม tech คงต้องจับตาดูว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะออกสู่ตลาดจริงเมื่อไหร่ และจะพลิกโฉมโลกอย่างไรต่อไป #ลุงเขียนหลานอ่าน
    0 Comments 0 Shares 32 Views 0 Reviews
  • 5 คอนเทนเนอร์อิมเมจที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับแอปยุคใหม่ (2026) – เน้นลด CVE และลดภาระทีม DevSecOps
    ข้อมูลอ้างอิงจากหน้าเว็บที่คุณเปิดอยู่

    โลกของแอปยุคใหม่ในปี 2026 ขยับไปสู่สถาปัตยกรรมแบบคอนเทนเนอร์มากขึ้น แต่ความปลอดภัยของแอปจำนวนมากกลับ “สืบทอดช่องโหว่มาจากอิมเมจพื้นฐาน” โดยตรง ทำให้การเลือกอิมเมจที่ปลอดภัยตั้งแต่ต้นทางกลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง บทความนี้สรุป 5 อิมเมจที่ได้รับการยอมรับว่าปลอดภัยที่สุด พร้อมแนวคิดใหม่ที่เน้น “ป้องกันช่องโหว่ตั้งแต่ก่อนเกิด” ไม่ใช่แค่สแกนหาแล้วค่อยแก้ทีหลัง

    แนวโน้มสำคัญในปี 2026 คือองค์กรเริ่มเลือกอิมเมจที่มี attack surface ต่ำ, มีผู้ดูแลชัดเจน, อัปเดตสม่ำเสมอ, และ ไม่ปล่อยให้ CVE สะสม เพราะอิมเมจที่ดูปลอดภัยในวันแรกอาจเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วหากไม่มีการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือใหม่อย่าง Echo ที่เน้น rebuild อิมเมจให้ “CVE-free” ตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งเป็นแนวคิดที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก

    อิมเมจยอดนิยมอย่าง Distroless, Alpine, Ubuntu และ Red Hat UBI ยังคงมีบทบาทสำคัญ แต่แต่ละตัวก็มีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน เช่น Distroless ที่ปลอดภัยมากแต่ debug ยาก, Alpine ที่เล็กและเร็วแต่มี CVE โผล่บ่อย, หรือ Ubuntu/UBI ที่มั่นคงและมี ecosystem ใหญ่แต่มี attack surface มากกว่าอิมเมจแบบ minimal

    สุดท้าย บทความชี้ว่า “อิมเมจที่ปลอดภัย” ไม่ได้หมายถึงอิมเมจที่สแกนแล้วไม่มี CVE แต่คืออิมเมจที่ ไม่ทำให้ทีมต้องคอยไล่แพตช์ทุกสัปดาห์, มีวงจรอัปเดตที่คาดเดาได้ และลดภาระความเสี่ยงในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเร็วในการปล่อยซอฟต์แวร์ขององค์กรยุคใหม่

    สรุปประเด็นสำคัญ
    5 อิมเมจที่ปลอดภัยที่สุดในปี 2026
    Echo – rebuild อิมเมจใหม่ให้ CVE-free ตั้งแต่ต้นทาง
    Google Distroless – minimal มาก ลด attack surface อย่างสุดขีด
    Alpine Linux – เบา เร็ว แต่ต้อง rebuild บ่อยเพราะ CVE โผล่ถี่
    Ubuntu Images – เสถียร ecosystem ใหญ่ แต่มีแพ็กเกจเยอะ
    Red Hat UBI – เหมาะกับองค์กรที่ต้องการ compliance และ support

    คุณสมบัติของอิมเมจที่ “ปลอดภัยจริง” ในปี 2026
    attack surface ต่ำ
    มีผู้ดูแลและวงจรอัปเดตชัดเจน
    ไม่ปล่อยให้ CVE สะสม
    predictable lifecycle

    เหตุผลที่ secure image สำคัญกว่า secure code
    อิมเมจถูกแชร์ข้ามหลายบริการ
    มัก rebuild ไม่บ่อย
    หากอิมเมจมีช่องโหว่ จะกระทบทั้งระบบ

    ข้อควรระวัง
    อิมเมจ minimal อาจ debug ยาก
    Distroless ไม่มี shell หรือเครื่องมือ debug

    Alpine มี CVE โผล่บ่อยเพราะ musl libc
    ต้อง rebuild บ่อย ไม่เหมาะกับทีมที่ต้องการความนิ่ง

    อิมเมจใหญ่ (Ubuntu/UBI) มี attack surface มากกว่า
    ต้องพึ่งการแพตช์สม่ำเสมอ

    https://hackread.com/best-secure-container-images-applications-2026/
    🛡️ 5 คอนเทนเนอร์อิมเมจที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับแอปยุคใหม่ (2026) – เน้นลด CVE และลดภาระทีม DevSecOps ข้อมูลอ้างอิงจากหน้าเว็บที่คุณเปิดอยู่ โลกของแอปยุคใหม่ในปี 2026 ขยับไปสู่สถาปัตยกรรมแบบคอนเทนเนอร์มากขึ้น แต่ความปลอดภัยของแอปจำนวนมากกลับ “สืบทอดช่องโหว่มาจากอิมเมจพื้นฐาน” โดยตรง ทำให้การเลือกอิมเมจที่ปลอดภัยตั้งแต่ต้นทางกลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง บทความนี้สรุป 5 อิมเมจที่ได้รับการยอมรับว่าปลอดภัยที่สุด พร้อมแนวคิดใหม่ที่เน้น “ป้องกันช่องโหว่ตั้งแต่ก่อนเกิด” ไม่ใช่แค่สแกนหาแล้วค่อยแก้ทีหลัง แนวโน้มสำคัญในปี 2026 คือองค์กรเริ่มเลือกอิมเมจที่มี attack surface ต่ำ, มีผู้ดูแลชัดเจน, อัปเดตสม่ำเสมอ, และ ไม่ปล่อยให้ CVE สะสม เพราะอิมเมจที่ดูปลอดภัยในวันแรกอาจเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วหากไม่มีการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือใหม่อย่าง Echo ที่เน้น rebuild อิมเมจให้ “CVE-free” ตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งเป็นแนวคิดที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก อิมเมจยอดนิยมอย่าง Distroless, Alpine, Ubuntu และ Red Hat UBI ยังคงมีบทบาทสำคัญ แต่แต่ละตัวก็มีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน เช่น Distroless ที่ปลอดภัยมากแต่ debug ยาก, Alpine ที่เล็กและเร็วแต่มี CVE โผล่บ่อย, หรือ Ubuntu/UBI ที่มั่นคงและมี ecosystem ใหญ่แต่มี attack surface มากกว่าอิมเมจแบบ minimal สุดท้าย บทความชี้ว่า “อิมเมจที่ปลอดภัย” ไม่ได้หมายถึงอิมเมจที่สแกนแล้วไม่มี CVE แต่คืออิมเมจที่ ไม่ทำให้ทีมต้องคอยไล่แพตช์ทุกสัปดาห์, มีวงจรอัปเดตที่คาดเดาได้ และลดภาระความเสี่ยงในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเร็วในการปล่อยซอฟต์แวร์ขององค์กรยุคใหม่ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ 5 อิมเมจที่ปลอดภัยที่สุดในปี 2026 ➡️ Echo – rebuild อิมเมจใหม่ให้ CVE-free ตั้งแต่ต้นทาง ➡️ Google Distroless – minimal มาก ลด attack surface อย่างสุดขีด ➡️ Alpine Linux – เบา เร็ว แต่ต้อง rebuild บ่อยเพราะ CVE โผล่ถี่ ➡️ Ubuntu Images – เสถียร ecosystem ใหญ่ แต่มีแพ็กเกจเยอะ ➡️ Red Hat UBI – เหมาะกับองค์กรที่ต้องการ compliance และ support ✅ คุณสมบัติของอิมเมจที่ “ปลอดภัยจริง” ในปี 2026 ➡️ attack surface ต่ำ ➡️ มีผู้ดูแลและวงจรอัปเดตชัดเจน ➡️ ไม่ปล่อยให้ CVE สะสม ➡️ predictable lifecycle ✅ เหตุผลที่ secure image สำคัญกว่า secure code ➡️ อิมเมจถูกแชร์ข้ามหลายบริการ ➡️ มัก rebuild ไม่บ่อย ➡️ หากอิมเมจมีช่องโหว่ จะกระทบทั้งระบบ ⚠️ ข้อควรระวัง ‼️ อิมเมจ minimal อาจ debug ยาก ⛔ Distroless ไม่มี shell หรือเครื่องมือ debug ‼️ Alpine มี CVE โผล่บ่อยเพราะ musl libc ⛔ ต้อง rebuild บ่อย ไม่เหมาะกับทีมที่ต้องการความนิ่ง ‼️ อิมเมจใหญ่ (Ubuntu/UBI) มี attack surface มากกว่า ⛔ ต้องพึ่งการแพตช์สม่ำเสมอ https://hackread.com/best-secure-container-images-applications-2026/
    HACKREAD.COM
    5 Best Secure Container Images for Modern Applications (2026)
    Follow us on Bluesky, Twitter (X), Mastodon and Facebook at @Hackread
    0 Comments 0 Shares 23 Views 0 Reviews
  • ทรัมป์ฉุนเอ็กซอนโมบิล ขู่ขวางไม่ให้เข้าลงทุนในเวเนซุเอลา หลังจากปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาซีอีโอบริษัทน้ำมันใหญ่ที่สุดของอเมริกาและของโลกแห่งนี้ บอกตรงๆว่าสภาพปัจจุบันของเวเนซุเอลาไม่สามารถที่จะเข้าไปลงทุนได้
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000003561

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    ทรัมป์ฉุนเอ็กซอนโมบิล ขู่ขวางไม่ให้เข้าลงทุนในเวเนซุเอลา หลังจากปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาซีอีโอบริษัทน้ำมันใหญ่ที่สุดของอเมริกาและของโลกแห่งนี้ บอกตรงๆว่าสภาพปัจจุบันของเวเนซุเอลาไม่สามารถที่จะเข้าไปลงทุนได้ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000003561 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Like
    Haha
    2
    0 Comments 0 Shares 51 Views 0 Reviews
  • “Asus แก้ปัญหาการทา Liquid Metal บน ROG Matrix RTX 5090 — รุ่นขายจริงดู ‘มืออาชีพกว่าเดิมมาก’ ตามคำบอกของ der8auer”

    Asus ได้ปรับปรุงขั้นตอนการทา liquid metal บนการ์ดจอระดับเรือธงราคา 4,000 ดอลลาร์ ROG Matrix RTX 5090 หลังจากมีรายงานก่อนหน้านี้ว่าบางล็อตถูกเรียกคืนเพื่อ “ปรับแต่งและเพิ่มคุณภาพ” ล่าสุด der8auer นักม็อดฮาร์ดแวร์ชื่อดังได้แกะการ์ดรุ่นขายจริงและพบว่า Asus เปลี่ยนรูปแบบการทา liquid metal ให้ดูเป็นงานโรงงานที่เรียบร้อยกว่าอย่างชัดเจน ไม่ใช่ลักษณะ “วงแหวนไม่สม่ำเสมอ” แบบตัวอย่างก่อนหน้า

    ในรุ่นที่ถูกแก้ไข Asus เพิ่ม ลวดลาย thermal paste รอบขอบของ GPU die เพื่อป้องกันไม่ให้ liquid metal ไหลออก ซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญเพราะ liquid metal สามารถทำให้วงจรลัดได้ทันทีหากรั่วไปโดนส่วนอื่น der8auer ยังพบว่าลักษณะของ liquid metal เองเปลี่ยนไปเล็กน้อย โดยมีส่วนผสมของ silicon oil ซึ่งอาจช่วยให้การทาในสายการผลิตทำได้ง่ายและสม่ำเสมอขึ้น

    นอกจากนี้ Asus ดูเหมือนจะใช้เทคนิค “พิมพ์เป็นหยด” เพื่อควบคุมปริมาณ liquid metal ให้แม่นยำกว่าเดิม ทำให้การกระจายตัวของวัสดุมีความสม่ำเสมอและปลอดภัยขึ้น แม้การ์ดจะยังคงดึงพลังงานสูงถึง เกือบ 800W ในการทดสอบ FurMark แต่ผลการระบายความร้อนดีขึ้นเล็กน้อย ซึ่งอาจมาจากการจัดวางการ์ดบนแท่นทดสอบมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของวัสดุโดยตรง

    der8auer ยังเผยว่า Asus ส่งอุปกรณ์เสริมอย่าง BTF-to-12V‑2x6 adapters และมีการแง้มข้อมูลเกี่ยวกับ WireView Pro รุ่นใช้สาย ซึ่งช่วยให้ตรวจสอบพลังงานของการ์ดได้สะดวกขึ้น เขายังชื่นชม Asus ที่ยอมเรียกคืนสินค้าเพื่อแก้ไขปัญหา แม้จะมีต้นทุนสูง แต่ถือเป็นสิ่งที่ควรทำเมื่อขายการ์ดระดับพรีเมียมราคา 4,000 ดอลลาร์ให้ลูกค้า

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Asus ปรับปรุงการทา liquid metal บน ROG Matrix RTX 5090 รุ่นขายจริง
    ลักษณะการทาดูเป็นงานโรงงาน เรียบร้อยกว่าเวอร์ชันตัวอย่าง

    เพิ่มลวดลาย thermal paste รอบ GPU เพื่อป้องกันการรั่วไหล
    ลดความเสี่ยง short circuit จาก liquid metal

    พบส่วนผสม silicon oil ใน liquid metal
    ช่วยให้การผลิตทำได้สม่ำเสมอขึ้น

    การ์ดยังดึงพลังงานเกือบ 800W แต่ระบายความร้อนได้ดีขึ้นเล็กน้อย
    อาจมาจากสภาพการทดสอบมากกว่าการเปลี่ยนวัสดุ

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    liquid metal มีความเสี่ยงสูงหากรั่วไหล
    อาจทำให้วงจรลัดและการ์ดเสียหายทันที

    การ์ดระดับ 800W ต้องการระบบไฟและระบายความร้อนที่เหมาะสม
    ผู้ใช้ควรตรวจสอบ PSU และ airflow ของเคส

    การเรียกคืนสินค้าอาจบ่งบอกถึงปัญหาคุณภาพในล็อตแรก
    ผู้ซื้อควรตรวจสอบหมายเลขล็อตก่อนใช้งาน

    การแกะการ์ดเองอาจทำให้หมดประกัน
    ไม่ควรทำตามหากไม่มีทักษะด้านฮาร์ดแวร์

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/asus-revised-the-liquid-metal-application-on-its-usd4-000-rog-matrix-rtx-5090-cards-der8auer-says-retail-versions-come-with-much-more-professional-spread
    ⚙️🔥 “Asus แก้ปัญหาการทา Liquid Metal บน ROG Matrix RTX 5090 — รุ่นขายจริงดู ‘มืออาชีพกว่าเดิมมาก’ ตามคำบอกของ der8auer” Asus ได้ปรับปรุงขั้นตอนการทา liquid metal บนการ์ดจอระดับเรือธงราคา 4,000 ดอลลาร์ ROG Matrix RTX 5090 หลังจากมีรายงานก่อนหน้านี้ว่าบางล็อตถูกเรียกคืนเพื่อ “ปรับแต่งและเพิ่มคุณภาพ” ล่าสุด der8auer นักม็อดฮาร์ดแวร์ชื่อดังได้แกะการ์ดรุ่นขายจริงและพบว่า Asus เปลี่ยนรูปแบบการทา liquid metal ให้ดูเป็นงานโรงงานที่เรียบร้อยกว่าอย่างชัดเจน ไม่ใช่ลักษณะ “วงแหวนไม่สม่ำเสมอ” แบบตัวอย่างก่อนหน้า ในรุ่นที่ถูกแก้ไข Asus เพิ่ม ลวดลาย thermal paste รอบขอบของ GPU die เพื่อป้องกันไม่ให้ liquid metal ไหลออก ซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญเพราะ liquid metal สามารถทำให้วงจรลัดได้ทันทีหากรั่วไปโดนส่วนอื่น der8auer ยังพบว่าลักษณะของ liquid metal เองเปลี่ยนไปเล็กน้อย โดยมีส่วนผสมของ silicon oil ซึ่งอาจช่วยให้การทาในสายการผลิตทำได้ง่ายและสม่ำเสมอขึ้น นอกจากนี้ Asus ดูเหมือนจะใช้เทคนิค “พิมพ์เป็นหยด” เพื่อควบคุมปริมาณ liquid metal ให้แม่นยำกว่าเดิม ทำให้การกระจายตัวของวัสดุมีความสม่ำเสมอและปลอดภัยขึ้น แม้การ์ดจะยังคงดึงพลังงานสูงถึง เกือบ 800W ในการทดสอบ FurMark แต่ผลการระบายความร้อนดีขึ้นเล็กน้อย ซึ่งอาจมาจากการจัดวางการ์ดบนแท่นทดสอบมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของวัสดุโดยตรง der8auer ยังเผยว่า Asus ส่งอุปกรณ์เสริมอย่าง BTF-to-12V‑2x6 adapters และมีการแง้มข้อมูลเกี่ยวกับ WireView Pro รุ่นใช้สาย ซึ่งช่วยให้ตรวจสอบพลังงานของการ์ดได้สะดวกขึ้น เขายังชื่นชม Asus ที่ยอมเรียกคืนสินค้าเพื่อแก้ไขปัญหา แม้จะมีต้นทุนสูง แต่ถือเป็นสิ่งที่ควรทำเมื่อขายการ์ดระดับพรีเมียมราคา 4,000 ดอลลาร์ให้ลูกค้า 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Asus ปรับปรุงการทา liquid metal บน ROG Matrix RTX 5090 รุ่นขายจริง ➡️ ลักษณะการทาดูเป็นงานโรงงาน เรียบร้อยกว่าเวอร์ชันตัวอย่าง ✅ เพิ่มลวดลาย thermal paste รอบ GPU เพื่อป้องกันการรั่วไหล ➡️ ลดความเสี่ยง short circuit จาก liquid metal ✅ พบส่วนผสม silicon oil ใน liquid metal ➡️ ช่วยให้การผลิตทำได้สม่ำเสมอขึ้น ✅ การ์ดยังดึงพลังงานเกือบ 800W แต่ระบายความร้อนได้ดีขึ้นเล็กน้อย ➡️ อาจมาจากสภาพการทดสอบมากกว่าการเปลี่ยนวัสดุ คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ liquid metal มีความเสี่ยงสูงหากรั่วไหล ⛔ อาจทำให้วงจรลัดและการ์ดเสียหายทันที ‼️ การ์ดระดับ 800W ต้องการระบบไฟและระบายความร้อนที่เหมาะสม ⛔ ผู้ใช้ควรตรวจสอบ PSU และ airflow ของเคส ‼️ การเรียกคืนสินค้าอาจบ่งบอกถึงปัญหาคุณภาพในล็อตแรก ⛔ ผู้ซื้อควรตรวจสอบหมายเลขล็อตก่อนใช้งาน ‼️ การแกะการ์ดเองอาจทำให้หมดประกัน ⛔ ไม่ควรทำตามหากไม่มีทักษะด้านฮาร์ดแวร์ https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/asus-revised-the-liquid-metal-application-on-its-usd4-000-rog-matrix-rtx-5090-cards-der8auer-says-retail-versions-come-with-much-more-professional-spread
    0 Comments 0 Shares 76 Views 0 Reviews
  • “Gauss MT90: เครื่องพิมพ์โลหะ 3D ที่ปลอดภัยระดับออฟฟิศ — ไม่ใช้ผงโลหะ และทำงานที่อุณหภูมิห้อง”

    MetalPrinting เปิดตัว Gauss MT90 ในงาน CES 2026 พร้อมประกาศว่าเป็น “เกมเชนเจอร์” ของวงการพิมพ์โลหะ 3D เพราะมันสามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมสำนักงานโดยไม่ต้องใช้ผงโลหะที่เสี่ยงต่อการระเบิดหรือไฟไหม้ เนื้อหาจากหน้าเว็บระบุว่าเครื่องนี้ใช้เทคโนโลยี Paste‑based Metal Extrusion (PME) ซึ่งเป็นโลหะแบบ “หมึกพิมพ์” ที่อัดออกมาที่อุณหภูมิห้อง ทำให้ปลอดภัยกว่าเครื่องพิมพ์โลหะแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้ความร้อนสูงมาก.

    ตัวเครื่องมีขนาดเท่าเครื่องพิมพ์ 3D ตั้งโต๊ะทั่วไป ใช้งานง่ายด้วยตลับ “GaussInk” ที่มีวัสดุให้เลือกหลากหลาย เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม นิกเกิล เหล็ก และทังสเตน พร้อมตัวเลือกสั่งทำโลหะผสมพิเศษ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว กล้อง AI สำหรับตรวจสอบงานพิมพ์ และระบบกรองอากาศ HEPA เพื่อความปลอดภัยในพื้นที่ทำงาน.

    แม้จะพิมพ์ได้ที่อุณหภูมิห้อง แต่ชิ้นงานที่ได้ยังต้องนำไปผ่านกระบวนการ sintering ในเตาเผาเพื่อหลอมรวมโลหะให้แข็งแรง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนนำไปใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก ทำให้หลายคนจับตาว่าระบบนี้จะใช้งานง่ายแค่ไหนในสภาพแวดล้อมสำนักงานจริง.

    Gauss MT90 ได้รับรางวัล CES 2026 Innovation Award และถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของการทำให้ “การพิมพ์โลหะ” เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องมีโรงงาน ไม่ต้องมีห้องปลอดภัย และไม่ต้องจัดการผงโลหะที่อันตราย นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ธุรกิจขนาดเล็กหรือแม้แต่ทีมวิศวกรในออฟฟิศสามารถผลิตชิ้นส่วนโลหะได้เองอย่างปลอดภัยและสะดวก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Gauss MT90 ใช้เทคโนโลยี PME ที่ไม่ต้องใช้ผงโลหะ
    ลดความเสี่ยงไฟไหม้และการระเบิดจากผงโลหะในอากาศ

    ทำงานที่อุณหภูมิห้องในเครื่องตั้งโต๊ะ
    ปลอดภัยพอสำหรับใช้งานในออฟฟิศ

    รองรับตลับ GaussInk หลายชนิด เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม และทังสเตน
    มีตัวเลือกวัสดุหลากหลายและสั่งทำพิเศษได้

    มีระบบกรอง HEPA และกล้อง AI ตรวจสอบงานพิมพ์
    เพิ่มความปลอดภัยและความแม่นยำในการพิมพ์

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    ชิ้นงานยังต้องผ่านการ sintering ก่อนใช้งานจริง
    รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก

    แม้ปลอดภัยกว่า แต่ยังต้องควบคุมสภาพแวดล้อมการพิมพ์อย่างเหมาะสม
    การใช้งานผิดวิธีอาจทำให้คุณภาพชิ้นงานลดลง

    ราคาและวันวางจำหน่ายยังไม่ประกาศ
    ผู้สนใจต้องติดต่อบริษัทโดยตรง

    อาจไม่เหมาะกับงานอุตสาหกรรมหนักที่ต้องการความแข็งแรงระดับสูงมาก
    เทคโนโลยี PME ยังใหม่และต้องพิสูจน์ในงานจริง

    https://www.tomshardware.com/3d-printing/metalprinting-gauss-mt90-3d-printer-offers-office-safe-metal-printing-without-powders-uses-paste-based-metal-extrusion-pme-tech
    🏭🤖 “Gauss MT90: เครื่องพิมพ์โลหะ 3D ที่ปลอดภัยระดับออฟฟิศ — ไม่ใช้ผงโลหะ และทำงานที่อุณหภูมิห้อง” MetalPrinting เปิดตัว Gauss MT90 ในงาน CES 2026 พร้อมประกาศว่าเป็น “เกมเชนเจอร์” ของวงการพิมพ์โลหะ 3D เพราะมันสามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมสำนักงานโดยไม่ต้องใช้ผงโลหะที่เสี่ยงต่อการระเบิดหรือไฟไหม้ เนื้อหาจากหน้าเว็บระบุว่าเครื่องนี้ใช้เทคโนโลยี Paste‑based Metal Extrusion (PME) ซึ่งเป็นโลหะแบบ “หมึกพิมพ์” ที่อัดออกมาที่อุณหภูมิห้อง ทำให้ปลอดภัยกว่าเครื่องพิมพ์โลหะแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้ความร้อนสูงมาก. ตัวเครื่องมีขนาดเท่าเครื่องพิมพ์ 3D ตั้งโต๊ะทั่วไป ใช้งานง่ายด้วยตลับ “GaussInk” ที่มีวัสดุให้เลือกหลากหลาย เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม นิกเกิล เหล็ก และทังสเตน พร้อมตัวเลือกสั่งทำโลหะผสมพิเศษ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว กล้อง AI สำหรับตรวจสอบงานพิมพ์ และระบบกรองอากาศ HEPA เพื่อความปลอดภัยในพื้นที่ทำงาน. แม้จะพิมพ์ได้ที่อุณหภูมิห้อง แต่ชิ้นงานที่ได้ยังต้องนำไปผ่านกระบวนการ sintering ในเตาเผาเพื่อหลอมรวมโลหะให้แข็งแรง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนนำไปใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก ทำให้หลายคนจับตาว่าระบบนี้จะใช้งานง่ายแค่ไหนในสภาพแวดล้อมสำนักงานจริง. Gauss MT90 ได้รับรางวัล CES 2026 Innovation Award และถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของการทำให้ “การพิมพ์โลหะ” เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องมีโรงงาน ไม่ต้องมีห้องปลอดภัย และไม่ต้องจัดการผงโลหะที่อันตราย นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ธุรกิจขนาดเล็กหรือแม้แต่ทีมวิศวกรในออฟฟิศสามารถผลิตชิ้นส่วนโลหะได้เองอย่างปลอดภัยและสะดวก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Gauss MT90 ใช้เทคโนโลยี PME ที่ไม่ต้องใช้ผงโลหะ ➡️ ลดความเสี่ยงไฟไหม้และการระเบิดจากผงโลหะในอากาศ ✅ ทำงานที่อุณหภูมิห้องในเครื่องตั้งโต๊ะ ➡️ ปลอดภัยพอสำหรับใช้งานในออฟฟิศ ✅ รองรับตลับ GaussInk หลายชนิด เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม และทังสเตน ➡️ มีตัวเลือกวัสดุหลากหลายและสั่งทำพิเศษได้ ✅ มีระบบกรอง HEPA และกล้อง AI ตรวจสอบงานพิมพ์ ➡️ เพิ่มความปลอดภัยและความแม่นยำในการพิมพ์ คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ ชิ้นงานยังต้องผ่านการ sintering ก่อนใช้งานจริง ⛔ รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก ‼️ แม้ปลอดภัยกว่า แต่ยังต้องควบคุมสภาพแวดล้อมการพิมพ์อย่างเหมาะสม ⛔ การใช้งานผิดวิธีอาจทำให้คุณภาพชิ้นงานลดลง ‼️ ราคาและวันวางจำหน่ายยังไม่ประกาศ ⛔ ผู้สนใจต้องติดต่อบริษัทโดยตรง ‼️ อาจไม่เหมาะกับงานอุตสาหกรรมหนักที่ต้องการความแข็งแรงระดับสูงมาก ⛔ เทคโนโลยี PME ยังใหม่และต้องพิสูจน์ในงานจริง https://www.tomshardware.com/3d-printing/metalprinting-gauss-mt90-3d-printer-offers-office-safe-metal-printing-without-powders-uses-paste-based-metal-extrusion-pme-tech
    0 Comments 0 Shares 62 Views 0 Reviews
  • Google ผู้ก่อตั้งโบกมือลาแคลิฟอร์เนีย: สัญญาณความเปลี่ยนแปลงของ Silicon Valley

    การเคลื่อนไหวล่าสุดของ Larry Page และ Sergey Brin ผู้ร่วมก่อตั้ง Google กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการเทคโนโลยี หลังจากทั้งคู่เริ่ม “ลดบทบาทและความผูกพัน” กับรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ Google และเป็นศูนย์กลางของ Silicon Valley มานานเกือบสามทศวรรษ การย้ายบริษัทในเครือหลายสิบแห่งออกจากรัฐ รวมถึงการซื้ออสังหาริมทรัพย์ใหม่ใน Miami และการย้ายกิจการไป Nevada ทำให้เกิดคำถามว่า Silicon Valley กำลังสูญเสียเสน่ห์เดิมหรือไม่

    สาเหตุสำคัญที่ผลักดันการเปลี่ยนแปลงนี้ คือมาตรการภาษีใหม่ที่เสนอให้เก็บ “wealth tax” แบบครั้งเดียว 5% จากผู้ที่มีทรัพย์สินเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจมีผลย้อนหลังกับผู้ที่อาศัยในรัฐ ณ วันที่ 1 มกราคม หากมาตรการผ่านประชามติในเดือนพฤศจิกายน ความกังวลนี้ทำให้มหาเศรษฐีหลายรายเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรต่อภาษีมากกว่า เช่น Miami และ Texas

    แม้จะมีเสียงคัดค้านจากนักลงทุนและผู้ประกอบการจำนวนมาก แต่ก็มีบางคนที่ยอมรับมาตรการนี้ เช่น Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia ที่ระบุว่า “เลือกอยู่ Silicon Valley ก็ต้องยอมรับภาษีที่รัฐกำหนด” อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของ Page และ Brin มีน้ำหนักมากกว่าใคร เพราะทั้งคู่เป็นสัญลักษณ์ของ Silicon Valley และมีทรัพย์สินรวมกันกว่า 518 พันล้านดอลลาร์ ทำให้การย้ายฐานของพวกเขาถูกจับตามองเป็นพิเศษ

    ในภาพรวม เหตุการณ์นี้สะท้อนความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในสหรัฐฯ เมื่อภาษี ค่าครองชีพ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจเริ่มผลักดันให้ผู้ประกอบการมองหาศูนย์กลางใหม่ที่ไม่ใช่แคลิฟอร์เนีย หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป Silicon Valley อาจต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Page และ Brin ย้ายบริษัทในเครือออกจากแคลิฟอร์เนียจำนวนมาก
    บางบริษัทถูกย้ายไป Nevada และบางแห่งถูกปิดสถานะในรัฐ

    Page ซื้อคฤหาสน์มูลค่า 71.9 ล้านดอลลาร์ใน Miami
    เป็นสัญญาณการขยายตัวออกจาก Silicon Valley

    มาตรการภาษีใหม่ของแคลิฟอร์เนียเป็นตัวกระตุ้นสำคัญ
    เสนอเก็บภาษี 5% จากผู้มีทรัพย์สินเกิน 1 พันล้านดอลลาร์

    มหาเศรษฐีหลายรายเริ่มย้ายฐาน เช่น Peter Thiel และ David Sacks
    มุ่งสู่รัฐที่เป็นมิตรต่อภาษีมากกว่า เช่น Florida และ Texas

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    มาตรการภาษีอาจทำให้เกิดการไหลออกของผู้ประกอบการและนักลงทุน
    ส่งผลต่อระบบนิเวศนวัตกรรมของแคลิฟอร์เนีย

    การย้ายฐานของผู้ก่อตั้ง Google อาจกระทบภาพลักษณ์ Silicon Valley
    อาจทำให้เกิดความไม่มั่นใจในอนาคตของภูมิภาค

    การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างรัฐมากขึ้น
    รัฐที่เก็บภาษีสูงอาจสูญเสียบุคลากรและเงินทุน

    การย้ายทรัพย์สินจำนวนมากอาจมีผลต่อเสถียรภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในหลายพื้นที่
    โดยเฉพาะเมืองที่กำลังกลายเป็นศูนย์กลางใหม่ เช่น Miami

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/12/google-guys-say-bye-to-california
    📰 Google ผู้ก่อตั้งโบกมือลาแคลิฟอร์เนีย: สัญญาณความเปลี่ยนแปลงของ Silicon Valley การเคลื่อนไหวล่าสุดของ Larry Page และ Sergey Brin ผู้ร่วมก่อตั้ง Google กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการเทคโนโลยี หลังจากทั้งคู่เริ่ม “ลดบทบาทและความผูกพัน” กับรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ Google และเป็นศูนย์กลางของ Silicon Valley มานานเกือบสามทศวรรษ การย้ายบริษัทในเครือหลายสิบแห่งออกจากรัฐ รวมถึงการซื้ออสังหาริมทรัพย์ใหม่ใน Miami และการย้ายกิจการไป Nevada ทำให้เกิดคำถามว่า Silicon Valley กำลังสูญเสียเสน่ห์เดิมหรือไม่ สาเหตุสำคัญที่ผลักดันการเปลี่ยนแปลงนี้ คือมาตรการภาษีใหม่ที่เสนอให้เก็บ “wealth tax” แบบครั้งเดียว 5% จากผู้ที่มีทรัพย์สินเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจมีผลย้อนหลังกับผู้ที่อาศัยในรัฐ ณ วันที่ 1 มกราคม หากมาตรการผ่านประชามติในเดือนพฤศจิกายน ความกังวลนี้ทำให้มหาเศรษฐีหลายรายเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรต่อภาษีมากกว่า เช่น Miami และ Texas แม้จะมีเสียงคัดค้านจากนักลงทุนและผู้ประกอบการจำนวนมาก แต่ก็มีบางคนที่ยอมรับมาตรการนี้ เช่น Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia ที่ระบุว่า “เลือกอยู่ Silicon Valley ก็ต้องยอมรับภาษีที่รัฐกำหนด” อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของ Page และ Brin มีน้ำหนักมากกว่าใคร เพราะทั้งคู่เป็นสัญลักษณ์ของ Silicon Valley และมีทรัพย์สินรวมกันกว่า 518 พันล้านดอลลาร์ ทำให้การย้ายฐานของพวกเขาถูกจับตามองเป็นพิเศษ ในภาพรวม เหตุการณ์นี้สะท้อนความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในสหรัฐฯ เมื่อภาษี ค่าครองชีพ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจเริ่มผลักดันให้ผู้ประกอบการมองหาศูนย์กลางใหม่ที่ไม่ใช่แคลิฟอร์เนีย หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป Silicon Valley อาจต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Page และ Brin ย้ายบริษัทในเครือออกจากแคลิฟอร์เนียจำนวนมาก ➡️ บางบริษัทถูกย้ายไป Nevada และบางแห่งถูกปิดสถานะในรัฐ ✅ Page ซื้อคฤหาสน์มูลค่า 71.9 ล้านดอลลาร์ใน Miami ➡️ เป็นสัญญาณการขยายตัวออกจาก Silicon Valley ✅ มาตรการภาษีใหม่ของแคลิฟอร์เนียเป็นตัวกระตุ้นสำคัญ ➡️ เสนอเก็บภาษี 5% จากผู้มีทรัพย์สินเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ ✅ มหาเศรษฐีหลายรายเริ่มย้ายฐาน เช่น Peter Thiel และ David Sacks ➡️ มุ่งสู่รัฐที่เป็นมิตรต่อภาษีมากกว่า เช่น Florida และ Texas คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ มาตรการภาษีอาจทำให้เกิดการไหลออกของผู้ประกอบการและนักลงทุน ⛔ ส่งผลต่อระบบนิเวศนวัตกรรมของแคลิฟอร์เนีย ‼️ การย้ายฐานของผู้ก่อตั้ง Google อาจกระทบภาพลักษณ์ Silicon Valley ⛔ อาจทำให้เกิดความไม่มั่นใจในอนาคตของภูมิภาค ‼️ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างรัฐมากขึ้น ⛔ รัฐที่เก็บภาษีสูงอาจสูญเสียบุคลากรและเงินทุน ‼️ การย้ายทรัพย์สินจำนวนมากอาจมีผลต่อเสถียรภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในหลายพื้นที่ ⛔ โดยเฉพาะเมืองที่กำลังกลายเป็นศูนย์กลางใหม่ เช่น Miami https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/12/google-guys-say-bye-to-california
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Google guys say bye to California
    Sergey Brin is joining his Google co-founder, Larry Page, in reducing ties to the state where they built their fortunes.
    0 Comments 0 Shares 77 Views 0 Reviews
  • “ยุคใหม่ของคอมพิวเตอร์ใช้แล้วทิ้ง: เมื่อ Fly.io ประกาศจบยุค Sandbox และเปิดตัว ‘Sprites’”

    โลกของการพัฒนาแอปและระบบอัตโนมัติกำลังเปลี่ยนทิศอย่างรวดเร็ว เมื่อ Fly.io เสนอแนวคิดใหม่ที่ท้าทายความเชื่อเดิมเกี่ยวกับ sandbox แบบอ่านอย่างเดียว ซึ่งเคยเป็นมาตรฐานของการรันโค้ดอย่างปลอดภัยมานาน บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า sandbox แบบชั่วคราวกำลังล้าสมัย และแทนที่ด้วย “Sprites” — คอมพิวเตอร์เสมือนที่สร้างได้ในไม่กี่วินาที มีสตอเรจถาวร และสามารถ checkpoint/restore ได้เหมือน Git แต่ระดับทั้งระบบ. แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการรันโค้ดแบบ stateless ไปสู่สภาพแวดล้อมที่ “เหมือนคอมพิวเตอร์จริง” มากขึ้น ซึ่งตอบโจทย์ทั้งนักพัฒนาและ AI agents ที่ต้องการพื้นที่ทำงานต่อเนื่อง.

    Sprites ถูกออกแบบให้ใช้งานง่ายและรวดเร็วอย่างน่าทึ่ง ผู้ใช้สามารถสร้างเครื่องใหม่ ติดตั้งแพ็กเกจ ทำงานหลายวัน แล้วกลับมาใช้งานต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มใหม่ทุกครั้ง ความสามารถในการ checkpoint ทำให้การแก้ไขผิดพลาดไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพียงกู้คืนสถานะก่อนหน้าในหนึ่งวินาที ทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม นี่คือความสะดวกที่ sandbox แบบเดิมไม่สามารถให้ได้ และเป็นเหตุผลที่ Fly.io เชื่อว่ายุคของ sandbox กำลังจะสิ้นสุดลง.

    บทความยังชี้ให้เห็นว่าการทำงานของ AI agents เช่น Claude ไม่เหมาะกับ sandbox แบบ stateless เพราะต้องสร้างสภาพแวดล้อมใหม่ทุกครั้ง ทำให้เสียเวลาและทรัพยากรโดยไม่จำเป็น Sprites จึงเป็นคำตอบที่ช่วยให้ AI ทำงานได้ “เหมือนมนุษย์ใช้คอมพิวเตอร์จริง” — มีพื้นที่เก็บข้อมูลถาวร เห็น log ของระบบ และทำงานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ทุกครั้ง แนวคิดนี้อาจเปลี่ยนวิธีการสร้างแอปในอนาคต โดยผู้ใช้ทั่วไปอาจสั่งให้ AI ปรับปรุงแอปของตัวเองได้โดยไม่ต้องมีทีม dev แบบเดิม.

    ท้ายที่สุด Fly.io มองว่านี่คือการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของวงการ ไม่ใช่แค่การปรับปรุงเครื่องมือ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับ “คอมพิวเตอร์บนคลาวด์” ทั้งหมด จากเครื่องที่เกิดแล้วตายไปในไม่กี่นาที สู่ “คอมพิวเตอร์ใช้แล้วทิ้ง” ที่สร้างง่าย ใช้สะดวก และคงอยู่จนกว่าผู้ใช้จะลบมันเอง แนวคิดนี้อาจเป็นรากฐานของยุคใหม่ที่ AI และมนุษย์ทำงานร่วมกันบนเครื่องเสมือนส่วนตัวที่พร้อมใช้งานเสมอ.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Sprites คือคอมพิวเตอร์เสมือนแบบ durable ที่สร้างได้ใน 1–2 วินาที
    มีสตอเรจเริ่มต้น 100GB และคงอยู่จนกว่าผู้ใช้จะลบเอง

    รองรับ checkpoint/restore ระดับระบบทั้งเครื่อง
    กู้คืนสถานะได้ในเวลาประมาณหนึ่งวินาที

    ออกแบบมาเพื่อรองรับ AI agents ที่ต้องการสภาพแวดล้อมต่อเนื่อง
    ลดปัญหาการต้องสร้าง environment ใหม่ทุกครั้ง

    เหมาะกับงานจริง เช่น การพัฒนาแอป การทดสอบ หรือการรันระบบส่วนตัว
    ผู้ใช้สามารถ deploy แอปเล็ก ๆ และให้ AI ปรับปรุงได้เรื่อย ๆ

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    Sprites ไม่เหมาะกับการให้บริการผู้ใช้จำนวนมหาศาล
    Fly.io ระบุว่าไม่ใช่โซลูชันสำหรับระบบระดับ mass-scale

    การให้ AI เข้าถึงเครื่องที่ durable อาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
    ต้องมีการควบคุมสิทธิ์และตรวจสอบพฤติกรรมของ agent

    การพึ่งพาเครื่องเสมือนถาวรอาจทำให้เกิด vendor lock-in
    ผู้ใช้ควรพิจารณาความยืดหยุ่นในอนาคต

    การใช้เครื่อง durable อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นหากไม่จัดการให้ดี
    ควรตั้งนโยบายลบเครื่องที่ไม่ใช้งานหรือใช้ auto-idle อย่างเหมาะสม

    https://fly.io/blog/code-and-let-live/
    🖥️ “ยุคใหม่ของคอมพิวเตอร์ใช้แล้วทิ้ง: เมื่อ Fly.io ประกาศจบยุค Sandbox และเปิดตัว ‘Sprites’” โลกของการพัฒนาแอปและระบบอัตโนมัติกำลังเปลี่ยนทิศอย่างรวดเร็ว เมื่อ Fly.io เสนอแนวคิดใหม่ที่ท้าทายความเชื่อเดิมเกี่ยวกับ sandbox แบบอ่านอย่างเดียว ซึ่งเคยเป็นมาตรฐานของการรันโค้ดอย่างปลอดภัยมานาน บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า sandbox แบบชั่วคราวกำลังล้าสมัย และแทนที่ด้วย “Sprites” — คอมพิวเตอร์เสมือนที่สร้างได้ในไม่กี่วินาที มีสตอเรจถาวร และสามารถ checkpoint/restore ได้เหมือน Git แต่ระดับทั้งระบบ. แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการรันโค้ดแบบ stateless ไปสู่สภาพแวดล้อมที่ “เหมือนคอมพิวเตอร์จริง” มากขึ้น ซึ่งตอบโจทย์ทั้งนักพัฒนาและ AI agents ที่ต้องการพื้นที่ทำงานต่อเนื่อง. Sprites ถูกออกแบบให้ใช้งานง่ายและรวดเร็วอย่างน่าทึ่ง ผู้ใช้สามารถสร้างเครื่องใหม่ ติดตั้งแพ็กเกจ ทำงานหลายวัน แล้วกลับมาใช้งานต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มใหม่ทุกครั้ง ความสามารถในการ checkpoint ทำให้การแก้ไขผิดพลาดไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพียงกู้คืนสถานะก่อนหน้าในหนึ่งวินาที ทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม นี่คือความสะดวกที่ sandbox แบบเดิมไม่สามารถให้ได้ และเป็นเหตุผลที่ Fly.io เชื่อว่ายุคของ sandbox กำลังจะสิ้นสุดลง. บทความยังชี้ให้เห็นว่าการทำงานของ AI agents เช่น Claude ไม่เหมาะกับ sandbox แบบ stateless เพราะต้องสร้างสภาพแวดล้อมใหม่ทุกครั้ง ทำให้เสียเวลาและทรัพยากรโดยไม่จำเป็น Sprites จึงเป็นคำตอบที่ช่วยให้ AI ทำงานได้ “เหมือนมนุษย์ใช้คอมพิวเตอร์จริง” — มีพื้นที่เก็บข้อมูลถาวร เห็น log ของระบบ และทำงานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ทุกครั้ง แนวคิดนี้อาจเปลี่ยนวิธีการสร้างแอปในอนาคต โดยผู้ใช้ทั่วไปอาจสั่งให้ AI ปรับปรุงแอปของตัวเองได้โดยไม่ต้องมีทีม dev แบบเดิม. ท้ายที่สุด Fly.io มองว่านี่คือการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของวงการ ไม่ใช่แค่การปรับปรุงเครื่องมือ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับ “คอมพิวเตอร์บนคลาวด์” ทั้งหมด จากเครื่องที่เกิดแล้วตายไปในไม่กี่นาที สู่ “คอมพิวเตอร์ใช้แล้วทิ้ง” ที่สร้างง่าย ใช้สะดวก และคงอยู่จนกว่าผู้ใช้จะลบมันเอง แนวคิดนี้อาจเป็นรากฐานของยุคใหม่ที่ AI และมนุษย์ทำงานร่วมกันบนเครื่องเสมือนส่วนตัวที่พร้อมใช้งานเสมอ. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Sprites คือคอมพิวเตอร์เสมือนแบบ durable ที่สร้างได้ใน 1–2 วินาที ➡️ มีสตอเรจเริ่มต้น 100GB และคงอยู่จนกว่าผู้ใช้จะลบเอง ✅ รองรับ checkpoint/restore ระดับระบบทั้งเครื่อง ➡️ กู้คืนสถานะได้ในเวลาประมาณหนึ่งวินาที ✅ ออกแบบมาเพื่อรองรับ AI agents ที่ต้องการสภาพแวดล้อมต่อเนื่อง ➡️ ลดปัญหาการต้องสร้าง environment ใหม่ทุกครั้ง ✅ เหมาะกับงานจริง เช่น การพัฒนาแอป การทดสอบ หรือการรันระบบส่วนตัว ➡️ ผู้ใช้สามารถ deploy แอปเล็ก ๆ และให้ AI ปรับปรุงได้เรื่อย ๆ คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ Sprites ไม่เหมาะกับการให้บริการผู้ใช้จำนวนมหาศาล ⛔ Fly.io ระบุว่าไม่ใช่โซลูชันสำหรับระบบระดับ mass-scale ‼️ การให้ AI เข้าถึงเครื่องที่ durable อาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ⛔ ต้องมีการควบคุมสิทธิ์และตรวจสอบพฤติกรรมของ agent ‼️ การพึ่งพาเครื่องเสมือนถาวรอาจทำให้เกิด vendor lock-in ⛔ ผู้ใช้ควรพิจารณาความยืดหยุ่นในอนาคต ‼️ การใช้เครื่อง durable อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นหากไม่จัดการให้ดี ⛔ ควรตั้งนโยบายลบเครื่องที่ไม่ใช้งานหรือใช้ auto-idle อย่างเหมาะสม https://fly.io/blog/code-and-let-live/
    FLY.IO
    Code And Let Live
    How we learned to stop worrying and love writeable root filesystems.
    0 Comments 0 Shares 65 Views 0 Reviews
  • Linux Mint 22.3 “Zena” เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว! อัปเดตใหญ่ส่งท้ายซีรีส์ 22 พร้อมฟีเจอร์ใหม่เพียบ

    Linux Mint 22.3 “Zena” เปิดให้ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการแล้ว โดยทีมพัฒนาเริ่มปล่อย ISO ขึ้นเซิร์ฟเวอร์หลังผ่านช่วงหยุดยาวคริสต์มาสและปีใหม่ เนื้อหาหลักของเวอร์ชันนี้คือการปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานเดสก์ท็อป Cinnamon 6.6 รวมถึงการเพิ่มเครื่องมือใหม่ด้าน System Information และ System Administration เพื่อให้ผู้ใช้จัดการระบบได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

    การอัปเดตครั้งนี้ยังคงยืนพื้นบน Ubuntu 24.04 LTS (Noble Numbat) ทำให้ผู้ใช้ได้รับความเสถียรและแพตช์ความปลอดภัยระยะยาว พร้อมทั้งมีการปรับปรุงแอปพื้นฐานหลายตัว เช่น ตัวจัดการไฟล์ การตั้งค่าระบบ และเครื่องมือเฉพาะของ Mint ที่ได้รับการขัดเกลาให้ลื่นไหลขึ้น นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตธีม ไอคอน และการรองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ ๆ เพื่อให้ใช้งานได้ดีขึ้นบนเครื่องรุ่นล่าสุด

    Mint 22.3 ยังมาพร้อม ISO สำหรับเดสก์ท็อปยอดนิยมทั้งสาม ได้แก่ Cinnamon, Xfce และ MATE ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับสไตล์การทำงานของตนเองได้อย่างอิสระ โดย Cinnamon ยังคงเป็นตัวชูโรงที่ได้รับการอัปเดตมากที่สุด ส่วน Xfce และ MATE ก็ได้รับการปรับปรุงเสถียรภาพและความเข้ากันได้กับระบบฐานใหม่เช่นกัน

    แม้บทความจะยังไม่ลงรายละเอียดเชิงลึกของฟีเจอร์ทั้งหมด แต่จากแนวโน้มของ Mint ในช่วงหลัง การเพิ่มเครื่องมือด้านระบบและการปรับปรุง UI/UX ถือเป็นทิศทางที่ชัดเจนว่าโครงการต้องการให้ Mint เป็นดิสโทรที่ “ใช้ง่ายที่สุดสำหรับผู้ใช้ทั่วไป” โดยไม่ลดทอนความเสถียรและความเป็นมิตรต่อฮาร์ดแวร์รุ่นเก่า

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Linux Mint 22.3 “Zena” เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว
    เริ่มปล่อย ISO หลังช่วงวันหยุดยาว
    มีให้เลือก 3 เดสก์ท็อป: Cinnamon, Xfce, MATE

    อัปเดตเด่นคือ Cinnamon 6.6
    ปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน
    UI/UX ลื่นขึ้นและตอบสนองดีขึ้น

    เพิ่มเครื่องมือใหม่ด้าน System Information และ System Administration
    ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบและจัดการระบบได้ง่ายขึ้น
    เป็นทิศทางใหม่ที่เน้นความสะดวกของผู้ใช้ทั่วไป

    ใช้ฐาน Ubuntu 24.04 LTS
    ได้รับความเสถียรและแพตช์ระยะยาว
    รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ดีขึ้น

    ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา
    รายละเอียดฟีเจอร์บางส่วนยังไม่เปิดเผยครบ
    ผู้ใช้ที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกอาจต้องรอประกาศเต็มจากทีม Mint

    การอัปเกรดจากเวอร์ชันก่อนอาจมีความเสี่ยง
    ควรสำรองข้อมูลก่อนอัปเกรดเสมอ

    ความเข้ากันได้ของแอปบางตัวอาจต้องรออัปเดตตาม
    โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ที่ผูกกับเวอร์ชันเก่า

    https://9to5linux.com/linux-mint-22-3-zena-is-now-available-for-download-heres-whats-new
    🟢🐧 Linux Mint 22.3 “Zena” เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว! อัปเดตใหญ่ส่งท้ายซีรีส์ 22 พร้อมฟีเจอร์ใหม่เพียบ Linux Mint 22.3 “Zena” เปิดให้ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการแล้ว โดยทีมพัฒนาเริ่มปล่อย ISO ขึ้นเซิร์ฟเวอร์หลังผ่านช่วงหยุดยาวคริสต์มาสและปีใหม่ เนื้อหาหลักของเวอร์ชันนี้คือการปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานเดสก์ท็อป Cinnamon 6.6 รวมถึงการเพิ่มเครื่องมือใหม่ด้าน System Information และ System Administration เพื่อให้ผู้ใช้จัดการระบบได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม การอัปเดตครั้งนี้ยังคงยืนพื้นบน Ubuntu 24.04 LTS (Noble Numbat) ทำให้ผู้ใช้ได้รับความเสถียรและแพตช์ความปลอดภัยระยะยาว พร้อมทั้งมีการปรับปรุงแอปพื้นฐานหลายตัว เช่น ตัวจัดการไฟล์ การตั้งค่าระบบ และเครื่องมือเฉพาะของ Mint ที่ได้รับการขัดเกลาให้ลื่นไหลขึ้น นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตธีม ไอคอน และการรองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ ๆ เพื่อให้ใช้งานได้ดีขึ้นบนเครื่องรุ่นล่าสุด Mint 22.3 ยังมาพร้อม ISO สำหรับเดสก์ท็อปยอดนิยมทั้งสาม ได้แก่ Cinnamon, Xfce และ MATE ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับสไตล์การทำงานของตนเองได้อย่างอิสระ โดย Cinnamon ยังคงเป็นตัวชูโรงที่ได้รับการอัปเดตมากที่สุด ส่วน Xfce และ MATE ก็ได้รับการปรับปรุงเสถียรภาพและความเข้ากันได้กับระบบฐานใหม่เช่นกัน แม้บทความจะยังไม่ลงรายละเอียดเชิงลึกของฟีเจอร์ทั้งหมด แต่จากแนวโน้มของ Mint ในช่วงหลัง การเพิ่มเครื่องมือด้านระบบและการปรับปรุง UI/UX ถือเป็นทิศทางที่ชัดเจนว่าโครงการต้องการให้ Mint เป็นดิสโทรที่ “ใช้ง่ายที่สุดสำหรับผู้ใช้ทั่วไป” โดยไม่ลดทอนความเสถียรและความเป็นมิตรต่อฮาร์ดแวร์รุ่นเก่า 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Linux Mint 22.3 “Zena” เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว ➡️ เริ่มปล่อย ISO หลังช่วงวันหยุดยาว ➡️ มีให้เลือก 3 เดสก์ท็อป: Cinnamon, Xfce, MATE ✅ อัปเดตเด่นคือ Cinnamon 6.6 ➡️ ปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน ➡️ UI/UX ลื่นขึ้นและตอบสนองดีขึ้น ✅ เพิ่มเครื่องมือใหม่ด้าน System Information และ System Administration ➡️ ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบและจัดการระบบได้ง่ายขึ้น ➡️ เป็นทิศทางใหม่ที่เน้นความสะดวกของผู้ใช้ทั่วไป ✅ ใช้ฐาน Ubuntu 24.04 LTS ➡️ ได้รับความเสถียรและแพตช์ระยะยาว ➡️ รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ดีขึ้น ⚠️ ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา ‼️ รายละเอียดฟีเจอร์บางส่วนยังไม่เปิดเผยครบ ⛔ ผู้ใช้ที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกอาจต้องรอประกาศเต็มจากทีม Mint ‼️ การอัปเกรดจากเวอร์ชันก่อนอาจมีความเสี่ยง ⛔ ควรสำรองข้อมูลก่อนอัปเกรดเสมอ ‼️ ความเข้ากันได้ของแอปบางตัวอาจต้องรออัปเดตตาม ⛔ โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ที่ผูกกับเวอร์ชันเก่า https://9to5linux.com/linux-mint-22-3-zena-is-now-available-for-download-heres-whats-new
    9TO5LINUX.COM
    Linux Mint 22.3 “Zena” Is Now Available for Download, Here's What's New - 9to5Linux
    Linux Mint 22.3 "Zena" distribution is now available for download based on Ubuntu 24.04.3 LTS and featuring the latest Cinnamon 6.6 desktop.
    0 Comments 0 Shares 58 Views 0 Reviews
  • “กรีนแลนด์” เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่กว่า 2.16 ล้านตารางกิโลเมตร แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกปกคลุมด้วยแผ่นน้ำแข็ง ทำให้มีเพียงราว 20 เปอร์เซ็นต์ที่สามารถอยู่อาศัยได้ และมีประชากรประมาณ 56,831 คน ส่วนใหญ่เป็นชนพื้นเมืองอินูอิต
    .
    กรีนแลนด์มีสภาพภูมิประเทศแบบทุนดรา การเพาะปลูกและปศุสัตว์ทำได้จำกัด หลักฐานทางโบราณคดีระบุว่ามนุษย์เริ่มตั้งถิ่นฐานในดินแดนนี้ตั้งแต่ราว 2,500 ปีก่อนคริสตกาล ขณะที่สุนัขลากเลื่อนกรีนแลนด์เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
    .
    ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ กรีนแลนด์เป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก ได้รับการขยายอำนาจการปกครองตนเองอย่างเป็นทางการในปี 2009 แต่ยังอยู่ภายใต้นโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของเดนมาร์ก ปัจจุบันกรีนแลนด์เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและผจญภัยจากทั่วโลก
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003240
    .
    #News1live #News1 #กรีนแลนด์ #ท่องเที่ยว #ธรรมชาติ #อาร์กติก
    “กรีนแลนด์” เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่กว่า 2.16 ล้านตารางกิโลเมตร แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกปกคลุมด้วยแผ่นน้ำแข็ง ทำให้มีเพียงราว 20 เปอร์เซ็นต์ที่สามารถอยู่อาศัยได้ และมีประชากรประมาณ 56,831 คน ส่วนใหญ่เป็นชนพื้นเมืองอินูอิต . กรีนแลนด์มีสภาพภูมิประเทศแบบทุนดรา การเพาะปลูกและปศุสัตว์ทำได้จำกัด หลักฐานทางโบราณคดีระบุว่ามนุษย์เริ่มตั้งถิ่นฐานในดินแดนนี้ตั้งแต่ราว 2,500 ปีก่อนคริสตกาล ขณะที่สุนัขลากเลื่อนกรีนแลนด์เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก . ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ กรีนแลนด์เป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก ได้รับการขยายอำนาจการปกครองตนเองอย่างเป็นทางการในปี 2009 แต่ยังอยู่ภายใต้นโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของเดนมาร์ก ปัจจุบันกรีนแลนด์เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและผจญภัยจากทั่วโลก . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003240 . #News1live #News1 #กรีนแลนด์ #ท่องเที่ยว #ธรรมชาติ #อาร์กติก
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 125 Views 0 Reviews
  • การ์ดจอ Blackwell ถูกดัดแปลงเป็น “Blower GPU” เพื่อป้อนตลาด AI จีน

    การ์ดจอซีรีส์ Nvidia Blackwell (RTX 50 Series) ซึ่งปกติออกแบบมาสำหรับเกมมิ่ง กำลังถูกนำไปดัดแปลงเป็น รุ่น Blower-style เพื่อใช้งานในศูนย์ข้อมูล AI โดยเฉพาะในจีน ที่มีความต้องการ GPU สูงมากจนเกิดตลาดดัดแปลงแบบ “ใต้ดิน” ขึ้นมา

    การดัดแปลงนี้เกิดขึ้นเพราะการ์ดจอแบบ Blower สามารถระบายความร้อนได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีการ์ดจำนวนมากวางชิดกัน เช่นใน AI farms หรือ data centers ต่างจากการ์ดเกมมิ่งทั่วไปที่ออกแบบให้ใช้ในเคสพีซีปกติ เมื่อรวมกับความต้องการ GPU ที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงในจีน ทำให้มีการนำการ์ดเกมมิ่งอย่าง RTX 5090, 5080, 5070 Ti และ 5060 Ti มาปรับแต่งใหม่ให้เหมาะกับงาน AI

    ราคาของการ์ดเหล่านี้สูงกว่ารุ่นเกมมิ่งมาก เช่น RTX 5090 Blower ราคาเกือบ 4,156 ดอลลาร์, ส่วนรุ่นรองลงมาก็แพงขึ้นเช่นกัน เพราะถูกมองว่าเป็นสินค้าสำหรับงาน AI ที่ให้ผลตอบแทนสูง ผู้ซื้อจำนวนมากยอมจ่ายแพงเพื่อให้ได้ GPU ที่ใช้งานได้ทันที แม้จะเป็นการดัดแปลงแบบไม่เป็นทางการก็ตาม

    นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่ม VRAM ให้สูงขึ้นในบางรุ่น เช่น 32GB หรือมากกว่านั้น เพื่อรองรับโมเดล AI ขนาดใหญ่ ทำให้การ์ดเกมมิ่งที่ควรจะอยู่ในตลาดผู้เล่นเกม กลายเป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรม AI ไปโดยปริยาย สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของตลาด GPU ที่กำลังถูกขับเคลื่อนด้วย AI มากกว่าเกมมิ่งอย่างชัดเจน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การ์ดเกมมิ่งถูกดัดแปลงเป็น Blower GPU
    ใช้การ์ด RTX 5090, 5080, 5070 Ti, 5060 Ti มาทำเป็นรุ่น Blower
    เหมาะกับศูนย์ข้อมูล AI มากกว่าเคสพีซีทั่วไป
    เป็นการดัดแปลงแบบ aftermarket ไม่ใช่ของ Nvidia โดยตรง

    เหตุผลที่ตลาดจีนต้องการสูง
    ความต้องการ GPU สำหรับ AI พุ่งสูง
    การ์ดบางรุ่นถูกควบคุมการส่งออก ทำให้เกิดตลาดใต้ดิน
    Blower-style ช่วยระบายความร้อนในระบบ GPU หนาแน่นได้ดีกว่า

    ผลกระทบต่อตลาด
    ราคาการ์ดดัดแปลงสูงกว่ารุ่นเกมมิ่งมาก
    ผู้ใช้เกมมิ่งอาจหาการ์ดบางรุ่นได้ยากขึ้น
    ตลาด GPU ถูกเบียดไปทาง AI มากขึ้นเรื่อยๆ

    ความเสี่ยงและข้อควรระวัง
    การดัดแปลงไม่ใช่ของทางการ อาจมีปัญหาคุณภาพ
    การเพิ่ม VRAM แบบไม่เป็นทางการอาจทำให้เสถียรภาพลดลง
    การใช้งานผิดประเภทอาจทำให้ประกันหมดสิทธิ์

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/nvidias-blackwell-gaming-gpus-go-through-blower-style-transformation-to-fuel-ai-data-centers-rtx-5080-rtx-5070-ti-rtx-5060-ti-blower-gpus-up-for-purchase-in-china
    🚀🌀 การ์ดจอ Blackwell ถูกดัดแปลงเป็น “Blower GPU” เพื่อป้อนตลาด AI จีน การ์ดจอซีรีส์ Nvidia Blackwell (RTX 50 Series) ซึ่งปกติออกแบบมาสำหรับเกมมิ่ง กำลังถูกนำไปดัดแปลงเป็น รุ่น Blower-style เพื่อใช้งานในศูนย์ข้อมูล AI โดยเฉพาะในจีน ที่มีความต้องการ GPU สูงมากจนเกิดตลาดดัดแปลงแบบ “ใต้ดิน” ขึ้นมา การดัดแปลงนี้เกิดขึ้นเพราะการ์ดจอแบบ Blower สามารถระบายความร้อนได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีการ์ดจำนวนมากวางชิดกัน เช่นใน AI farms หรือ data centers ต่างจากการ์ดเกมมิ่งทั่วไปที่ออกแบบให้ใช้ในเคสพีซีปกติ เมื่อรวมกับความต้องการ GPU ที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงในจีน ทำให้มีการนำการ์ดเกมมิ่งอย่าง RTX 5090, 5080, 5070 Ti และ 5060 Ti มาปรับแต่งใหม่ให้เหมาะกับงาน AI ราคาของการ์ดเหล่านี้สูงกว่ารุ่นเกมมิ่งมาก เช่น RTX 5090 Blower ราคาเกือบ 4,156 ดอลลาร์, ส่วนรุ่นรองลงมาก็แพงขึ้นเช่นกัน เพราะถูกมองว่าเป็นสินค้าสำหรับงาน AI ที่ให้ผลตอบแทนสูง ผู้ซื้อจำนวนมากยอมจ่ายแพงเพื่อให้ได้ GPU ที่ใช้งานได้ทันที แม้จะเป็นการดัดแปลงแบบไม่เป็นทางการก็ตาม นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่ม VRAM ให้สูงขึ้นในบางรุ่น เช่น 32GB หรือมากกว่านั้น เพื่อรองรับโมเดล AI ขนาดใหญ่ ทำให้การ์ดเกมมิ่งที่ควรจะอยู่ในตลาดผู้เล่นเกม กลายเป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรม AI ไปโดยปริยาย สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของตลาด GPU ที่กำลังถูกขับเคลื่อนด้วย AI มากกว่าเกมมิ่งอย่างชัดเจน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การ์ดเกมมิ่งถูกดัดแปลงเป็น Blower GPU ➡️ ใช้การ์ด RTX 5090, 5080, 5070 Ti, 5060 Ti มาทำเป็นรุ่น Blower ➡️ เหมาะกับศูนย์ข้อมูล AI มากกว่าเคสพีซีทั่วไป ➡️ เป็นการดัดแปลงแบบ aftermarket ไม่ใช่ของ Nvidia โดยตรง ✅ เหตุผลที่ตลาดจีนต้องการสูง ➡️ ความต้องการ GPU สำหรับ AI พุ่งสูง ➡️ การ์ดบางรุ่นถูกควบคุมการส่งออก ทำให้เกิดตลาดใต้ดิน ➡️ Blower-style ช่วยระบายความร้อนในระบบ GPU หนาแน่นได้ดีกว่า ‼️ ผลกระทบต่อตลาด ⛔ ราคาการ์ดดัดแปลงสูงกว่ารุ่นเกมมิ่งมาก ⛔ ผู้ใช้เกมมิ่งอาจหาการ์ดบางรุ่นได้ยากขึ้น ⛔ ตลาด GPU ถูกเบียดไปทาง AI มากขึ้นเรื่อยๆ ‼️ ความเสี่ยงและข้อควรระวัง ⛔ การดัดแปลงไม่ใช่ของทางการ อาจมีปัญหาคุณภาพ ⛔ การเพิ่ม VRAM แบบไม่เป็นทางการอาจทำให้เสถียรภาพลดลง ⛔ การใช้งานผิดประเภทอาจทำให้ประกันหมดสิทธิ์ https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/nvidias-blackwell-gaming-gpus-go-through-blower-style-transformation-to-fuel-ai-data-centers-rtx-5080-rtx-5070-ti-rtx-5060-ti-blower-gpus-up-for-purchase-in-china
    0 Comments 0 Shares 105 Views 0 Reviews
  • ฮีตเตอร์ทำน้ำร้อนที่ “ขุดบิตคอยน์ได้” — อุปกรณ์ราคา $2,000 ที่บริษัทเคลมว่าคืนทุนใน 2 ปี

    บริษัท Superheat เปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ชื่อ Superheat H1 ที่งาน CES 2026 โดยชูจุดขายว่าเป็น “เครื่องทำน้ำร้อนที่จ่ายเงินคืนให้คุณ” เพราะมันใช้ ความร้อนจากการขุด Bitcoin มาอุ่นน้ำแทนการใช้ฮีตเตอร์ไฟฟ้าแบบเดิม แนวคิดคือแทนที่จะปล่อยความร้อนจากเครื่องขุดให้สูญเปล่า ก็จับมาใช้ประโยชน์ในบ้านแทน ทำให้ค่าไฟที่ใช้ขุดถูกชดเชยด้วยการลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำร้อนไปพร้อมกัน

    Superheat เคลมว่า H1 สามารถสร้างรายได้จากการขุดได้ประมาณ $1,000 ต่อปี และช่วยลดค่าไฟ–ค่าน้ำร้อนลงได้ถึง 80% หากตัวเลขนี้เป็นจริง ผู้ใช้จะคืนทุนภายในประมาณ 2 ปี และอุปกรณ์มีอายุการใช้งานราว 10 ปี ซึ่งใกล้เคียงกับเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป นอกจากนี้บริษัทยังอ้างว่าหากนำไปใช้ในอพาร์ตเมนต์ 700 ห้อง อาจสร้างรายได้รวมถึง $980,000 ต่อปี จากการขุด Bitcoin

    แนวคิดนี้เกิดจากปัญหาค่าใช้จ่ายด้านความร้อนในศูนย์ข้อมูลและเหมืองคริปโตที่สูงมาก โดยเฉพาะค่า “ระบายความร้อน” ซึ่งเป็นต้นทุนอันดับสองรองจากค่าไฟฟ้า การนำความร้อนเหล่านั้นกลับมาใช้ใหม่จึงเป็นแนวทางที่หลายบริษัทเริ่มสนใจ และ Superheat ก็พยายามนำไอเดียนี้มาสู่ระดับครัวเรือน

    อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขุดยังขึ้นอยู่กับราคาบิตคอยน์ที่ผันผวนสูง ปัจจุบัน BTC อยู่ราว $91,000 หลังจากเคยขึ้นไปแตะ $125,000 ในปีที่ผ่านมา และนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าปีนี้อาจแกว่งในช่วง $75,000–$225,000 ซึ่งหมายความว่ารายได้จริงอาจมากหรือน้อยกว่าที่บริษัทคาดไว้มาก นอกจากนี้ผู้ใช้ยังต้องคอยตามข่าวราคาและแนวโน้มตลาดอยู่เสมอ เพราะรายได้จากการขุดไม่แน่นอนเลยแม้แต่น้อย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Superheat H1 คือเครื่องทำน้ำร้อนที่ใช้ความร้อนจากการขุด Bitcoin
    ใช้ ASIC ภายในแทนฮีตเตอร์ไฟฟ้าแบบเดิม

    ราคาเครื่องอยู่ที่ $2,000
    บริษัทเคลมว่าคืนทุนใน 2 ปีจากรายได้ขุดและการลดค่าไฟ

    สร้างรายได้ประมาณ $1,000 ต่อปีจากการขุด
    พร้อมลดค่าไฟ–ค่าน้ำร้อนลงได้ถึง 80%

    อายุการใช้งานประมาณ 10 ปี
    ใกล้เคียงเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป

    บริษัทอ้างว่าสามารถขยายสเกลไปยังอพาร์ตเมนต์หรือโรงแรมได้
    700 ห้องอาจสร้างรายได้รวมเกือบ $1M ต่อปี

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    รายได้จากการขุดขึ้นอยู่กับราคาบิตคอยน์ที่ผันผวนมาก
    อาจทำให้รายได้จริงต่ำกว่าที่คาดไว้มาก

    ค่าไฟฟ้าในบางพื้นที่อาจทำให้ไม่คุ้มทุน
    โดยเฉพาะประเทศที่ค่าไฟสูง

    อุปกรณ์มีชิ้นส่วน ASIC ที่อาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป
    ต้องพิจารณาค่าเปลี่ยนอะไหล่

    การขุดคริปโตอาจมีข้อกฎหมายหรือข้อจำกัดในบางประเทศ
    ผู้ใช้ต้องตรวจสอบก่อนติดตั้ง

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/cryptomining/bitcoin-mining-water-heater-firm-says-its-usd2-000-product-can-rake-back-usd1-000-a-year-in-btc-and-claims-it-can-offset-up-to-80-percent-of-electricity-and-water-costs
    🔥💰 ฮีตเตอร์ทำน้ำร้อนที่ “ขุดบิตคอยน์ได้” — อุปกรณ์ราคา $2,000 ที่บริษัทเคลมว่าคืนทุนใน 2 ปี บริษัท Superheat เปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ชื่อ Superheat H1 ที่งาน CES 2026 โดยชูจุดขายว่าเป็น “เครื่องทำน้ำร้อนที่จ่ายเงินคืนให้คุณ” เพราะมันใช้ ความร้อนจากการขุด Bitcoin มาอุ่นน้ำแทนการใช้ฮีตเตอร์ไฟฟ้าแบบเดิม แนวคิดคือแทนที่จะปล่อยความร้อนจากเครื่องขุดให้สูญเปล่า ก็จับมาใช้ประโยชน์ในบ้านแทน ทำให้ค่าไฟที่ใช้ขุดถูกชดเชยด้วยการลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำร้อนไปพร้อมกัน Superheat เคลมว่า H1 สามารถสร้างรายได้จากการขุดได้ประมาณ $1,000 ต่อปี และช่วยลดค่าไฟ–ค่าน้ำร้อนลงได้ถึง 80% หากตัวเลขนี้เป็นจริง ผู้ใช้จะคืนทุนภายในประมาณ 2 ปี และอุปกรณ์มีอายุการใช้งานราว 10 ปี ซึ่งใกล้เคียงกับเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป นอกจากนี้บริษัทยังอ้างว่าหากนำไปใช้ในอพาร์ตเมนต์ 700 ห้อง อาจสร้างรายได้รวมถึง $980,000 ต่อปี จากการขุด Bitcoin แนวคิดนี้เกิดจากปัญหาค่าใช้จ่ายด้านความร้อนในศูนย์ข้อมูลและเหมืองคริปโตที่สูงมาก โดยเฉพาะค่า “ระบายความร้อน” ซึ่งเป็นต้นทุนอันดับสองรองจากค่าไฟฟ้า การนำความร้อนเหล่านั้นกลับมาใช้ใหม่จึงเป็นแนวทางที่หลายบริษัทเริ่มสนใจ และ Superheat ก็พยายามนำไอเดียนี้มาสู่ระดับครัวเรือน อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขุดยังขึ้นอยู่กับราคาบิตคอยน์ที่ผันผวนสูง ปัจจุบัน BTC อยู่ราว $91,000 หลังจากเคยขึ้นไปแตะ $125,000 ในปีที่ผ่านมา และนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าปีนี้อาจแกว่งในช่วง $75,000–$225,000 ซึ่งหมายความว่ารายได้จริงอาจมากหรือน้อยกว่าที่บริษัทคาดไว้มาก นอกจากนี้ผู้ใช้ยังต้องคอยตามข่าวราคาและแนวโน้มตลาดอยู่เสมอ เพราะรายได้จากการขุดไม่แน่นอนเลยแม้แต่น้อย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Superheat H1 คือเครื่องทำน้ำร้อนที่ใช้ความร้อนจากการขุด Bitcoin ➡️ ใช้ ASIC ภายในแทนฮีตเตอร์ไฟฟ้าแบบเดิม ✅ ราคาเครื่องอยู่ที่ $2,000 ➡️ บริษัทเคลมว่าคืนทุนใน 2 ปีจากรายได้ขุดและการลดค่าไฟ ✅ สร้างรายได้ประมาณ $1,000 ต่อปีจากการขุด ➡️ พร้อมลดค่าไฟ–ค่าน้ำร้อนลงได้ถึง 80% ✅ อายุการใช้งานประมาณ 10 ปี ➡️ ใกล้เคียงเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป ✅ บริษัทอ้างว่าสามารถขยายสเกลไปยังอพาร์ตเมนต์หรือโรงแรมได้ ➡️ 700 ห้องอาจสร้างรายได้รวมเกือบ $1M ต่อปี คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ รายได้จากการขุดขึ้นอยู่กับราคาบิตคอยน์ที่ผันผวนมาก ⛔ อาจทำให้รายได้จริงต่ำกว่าที่คาดไว้มาก ‼️ ค่าไฟฟ้าในบางพื้นที่อาจทำให้ไม่คุ้มทุน ⛔ โดยเฉพาะประเทศที่ค่าไฟสูง ‼️ อุปกรณ์มีชิ้นส่วน ASIC ที่อาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป ⛔ ต้องพิจารณาค่าเปลี่ยนอะไหล่ ‼️ การขุดคริปโตอาจมีข้อกฎหมายหรือข้อจำกัดในบางประเทศ ⛔ ผู้ใช้ต้องตรวจสอบก่อนติดตั้ง https://www.tomshardware.com/tech-industry/cryptomining/bitcoin-mining-water-heater-firm-says-its-usd2-000-product-can-rake-back-usd1-000-a-year-in-btc-and-claims-it-can-offset-up-to-80-percent-of-electricity-and-water-costs
    0 Comments 0 Shares 110 Views 0 Reviews
  • Dark Sky: บทอาลัยให้แอปพยากรณ์อากาศที่เป็น “งานศิลปะด้านข้อมูล”

    Dark Sky ไม่ได้เป็นเพียงแอปพยากรณ์อากาศธรรมดา แต่เป็นตัวอย่างระดับมาสเตอร์พีซของการออกแบบข้อมูลที่ “เข้าใจมนุษย์จริง ๆ” ผู้เขียนเล่าว่าแม้ Apple จะปิดบริการ Dark Sky ในปี 2023 หลังการซื้อกิจการ แต่สิ่งที่หายไปไม่ใช่แค่ API หรือเทคโนโลยีพยากรณ์ แต่คือประสบการณ์การใช้งานที่ถูกออกแบบอย่างละเอียดลึกซึ้งจนผู้ใช้สามารถ “เห็นรูปทรงของสภาพอากาศ” ได้ในพริบตาเดียว ไม่ว่าจะเป็นฝนที่กำลังจะมา ลมแรงที่กำลังพัด หรืออุณหภูมิที่กำลังเปลี่ยนแปลง

    หัวใจของ Dark Sky คือการนำเสนอข้อมูลแบบ context-sensitive information graphics—กราฟิกที่ปรับตามบริบทของผู้ใช้แบบเรียลไทม์ เช่น การแสดงเฉพาะข้อมูลที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลานั้น การเน้นพายุที่กำลังเข้า การแสดงโอกาสฝนตกแบบนาทีต่อนาที หรือการใช้ลูกศรแทนข้อความเพื่อสื่อทิศทางลมอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ใช้ “เข้าใจสภาพอากาศ” มากกว่าแค่ “อ่านตัวเลข”

    แอปยังมีการออกแบบที่ละเอียดอ่อน เช่น การคงสัดส่วนของช่วงอุณหภูมิจริงในกราฟรายสัปดาห์แทนการบีบให้เท่ากันทุกวัน การใช้หมวดหมู่แทนตัวเลขเพื่อหลีกเลี่ยงความแม่นยำปลอม ๆ ของข้อมูลพยากรณ์ และการนำเสนอแผนที่พายุที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังด้วยสีและลูกศรเพียงไม่กี่แบบ สิ่งเหล่านี้ทำให้ Dark Sky กลายเป็นแอปที่ผู้ใช้จำนวนมาก “ผูกพัน” เพราะมันช่วยให้ตัดสินใจในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น

    แม้ Apple Weather จะรับช่วงต่อด้านเทคโนโลยี แต่ผู้ใช้จำนวนมากยังรู้สึกว่า “จิตวิญญาณของ Dark Sky” หายไป เพราะมันไม่ได้แค่บอกข้อมูล แต่ช่วยตีความข้อมูลให้มนุษย์เข้าใจได้ทันที บทความจึงปิดท้ายด้วยคำเชิญชวนให้วงการซอฟต์แวร์สร้างประสบการณ์แบบ Dark Sky มากขึ้น—ไม่ใช่แค่แสดงข้อมูล แต่ทำให้ข้อมูล “มีความหมาย” ต่อชีวิตผู้ใช้จริง ๆ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Dark Sky ถูกปิดบริการโดย Apple ในปี 2023
    เทคโนโลยีถูกย้ายไป Apple Weather แต่ประสบการณ์ผู้ใช้ไม่เหมือนเดิม

    จุดเด่นคือการออกแบบข้อมูลแบบ context-sensitive
    แอปปรับข้อมูลตามสถานการณ์ เช่น พายุ ฝน ลม อุณหภูมิ

    การนำเสนอข้อมูลละเอียดและเป็นธรรมชาติ
    เช่น ลูกศรแทนทิศลม, กราฟอุณหภูมิที่คงสัดส่วนจริง

    ผู้ใช้จำนวนมากคิดถึงฟีเจอร์เฉพาะของ Dark Sky
    โดยเฉพาะกราฟฝนแบบนาทีต่อนาทีและการแสดงผลที่เข้าใจง่าย

    บทความชี้ว่าซอฟต์แวร์ยุคใหม่ควรเรียนรู้จาก Dark Sky
    ไม่ใช่แค่แสดงข้อมูล แต่ช่วยให้ผู้ใช้ “เข้าใจ” และ “ตัดสินใจ” ได้ดีขึ้น

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    การพึ่งพาแอปที่ถูกปิดบริการอาจทำให้ข้อมูลขาดช่วง
    ผู้ใช้ต้องหาทางเลือกใหม่ที่อาจไม่เทียบเท่า

    Apple Weather ยังไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้ทุกกลุ่ม
    โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการข้อมูลแบบ hyperlocal

    การออกแบบข้อมูลที่ไม่คำนึงถึงบริบทอาจทำให้ผู้ใช้ตีความผิด
    เช่น การใช้ตัวเลขมากเกินไปหรือการ rescale กราฟจนเสียความหมาย

    https://nightingaledvs.com/dark-sky-weather-data-viz/
    🌧️📱 Dark Sky: บทอาลัยให้แอปพยากรณ์อากาศที่เป็น “งานศิลปะด้านข้อมูล” Dark Sky ไม่ได้เป็นเพียงแอปพยากรณ์อากาศธรรมดา แต่เป็นตัวอย่างระดับมาสเตอร์พีซของการออกแบบข้อมูลที่ “เข้าใจมนุษย์จริง ๆ” ผู้เขียนเล่าว่าแม้ Apple จะปิดบริการ Dark Sky ในปี 2023 หลังการซื้อกิจการ แต่สิ่งที่หายไปไม่ใช่แค่ API หรือเทคโนโลยีพยากรณ์ แต่คือประสบการณ์การใช้งานที่ถูกออกแบบอย่างละเอียดลึกซึ้งจนผู้ใช้สามารถ “เห็นรูปทรงของสภาพอากาศ” ได้ในพริบตาเดียว ไม่ว่าจะเป็นฝนที่กำลังจะมา ลมแรงที่กำลังพัด หรืออุณหภูมิที่กำลังเปลี่ยนแปลง หัวใจของ Dark Sky คือการนำเสนอข้อมูลแบบ context-sensitive information graphics—กราฟิกที่ปรับตามบริบทของผู้ใช้แบบเรียลไทม์ เช่น การแสดงเฉพาะข้อมูลที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลานั้น การเน้นพายุที่กำลังเข้า การแสดงโอกาสฝนตกแบบนาทีต่อนาที หรือการใช้ลูกศรแทนข้อความเพื่อสื่อทิศทางลมอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ใช้ “เข้าใจสภาพอากาศ” มากกว่าแค่ “อ่านตัวเลข” แอปยังมีการออกแบบที่ละเอียดอ่อน เช่น การคงสัดส่วนของช่วงอุณหภูมิจริงในกราฟรายสัปดาห์แทนการบีบให้เท่ากันทุกวัน การใช้หมวดหมู่แทนตัวเลขเพื่อหลีกเลี่ยงความแม่นยำปลอม ๆ ของข้อมูลพยากรณ์ และการนำเสนอแผนที่พายุที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังด้วยสีและลูกศรเพียงไม่กี่แบบ สิ่งเหล่านี้ทำให้ Dark Sky กลายเป็นแอปที่ผู้ใช้จำนวนมาก “ผูกพัน” เพราะมันช่วยให้ตัดสินใจในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น แม้ Apple Weather จะรับช่วงต่อด้านเทคโนโลยี แต่ผู้ใช้จำนวนมากยังรู้สึกว่า “จิตวิญญาณของ Dark Sky” หายไป เพราะมันไม่ได้แค่บอกข้อมูล แต่ช่วยตีความข้อมูลให้มนุษย์เข้าใจได้ทันที บทความจึงปิดท้ายด้วยคำเชิญชวนให้วงการซอฟต์แวร์สร้างประสบการณ์แบบ Dark Sky มากขึ้น—ไม่ใช่แค่แสดงข้อมูล แต่ทำให้ข้อมูล “มีความหมาย” ต่อชีวิตผู้ใช้จริง ๆ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Dark Sky ถูกปิดบริการโดย Apple ในปี 2023 ➡️ เทคโนโลยีถูกย้ายไป Apple Weather แต่ประสบการณ์ผู้ใช้ไม่เหมือนเดิม ✅ จุดเด่นคือการออกแบบข้อมูลแบบ context-sensitive ➡️ แอปปรับข้อมูลตามสถานการณ์ เช่น พายุ ฝน ลม อุณหภูมิ ✅ การนำเสนอข้อมูลละเอียดและเป็นธรรมชาติ ➡️ เช่น ลูกศรแทนทิศลม, กราฟอุณหภูมิที่คงสัดส่วนจริง ✅ ผู้ใช้จำนวนมากคิดถึงฟีเจอร์เฉพาะของ Dark Sky ➡️ โดยเฉพาะกราฟฝนแบบนาทีต่อนาทีและการแสดงผลที่เข้าใจง่าย ✅ บทความชี้ว่าซอฟต์แวร์ยุคใหม่ควรเรียนรู้จาก Dark Sky ➡️ ไม่ใช่แค่แสดงข้อมูล แต่ช่วยให้ผู้ใช้ “เข้าใจ” และ “ตัดสินใจ” ได้ดีขึ้น คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ การพึ่งพาแอปที่ถูกปิดบริการอาจทำให้ข้อมูลขาดช่วง ⛔ ผู้ใช้ต้องหาทางเลือกใหม่ที่อาจไม่เทียบเท่า ‼️ Apple Weather ยังไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้ทุกกลุ่ม ⛔ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการข้อมูลแบบ hyperlocal ‼️ การออกแบบข้อมูลที่ไม่คำนึงถึงบริบทอาจทำให้ผู้ใช้ตีความผิด ⛔ เช่น การใช้ตัวเลขมากเกินไปหรือการ rescale กราฟจนเสียความหมาย https://nightingaledvs.com/dark-sky-weather-data-viz/
    NIGHTINGALEDVS.COM
    A Eulogy for Dark Sky, a Data Visualization Masterpiece
    A deep look at how the Dark Sky weather app used simple but highly effective charts to report and contextualize the weather.
    0 Comments 0 Shares 88 Views 0 Reviews
  • Budgie 10.10 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ — รุ่นแรกที่ใช้ Wayland แบบเต็มตัว

    Budgie 10.10 ถือเป็นก้าวสำคัญของโปรเจกต์ Budgie Desktop เพราะนี่คือเวอร์ชันแรกที่เปลี่ยนมาใช้ Wayland แบบ 100% หลังจากเตรียมความพร้อมมาหลายปี การย้ายออกจาก X11 ทำให้ Budgie ได้ประโยชน์ด้านความลื่นไหล ความปลอดภัย และการจัดการกราฟิกที่ทันสมัยขึ้น โดยเฉพาะบนฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับ Wayland เป็นหลัก

    การอัปเดตครั้งนี้ยังมาพร้อมการปรับปรุงหลายส่วน เช่น การจัดการหน้าต่างที่เสถียรขึ้น การแสดงผลที่คมชัดขึ้น และการตอบสนองของ UI ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุง Budgie Menu, Raven Sidebar และระบบ Notification ให้ทำงานเข้ากับ Wayland ได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงแก้บั๊กจำนวนมากที่เกิดจากการเปลี่ยนสถาปัตยกรรมเบื้องหลัง

    Budgie 10.10 ยังเน้นการปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ เช่น การจัดการ multi-monitor ที่แม่นยำขึ้น การรองรับ fractional scaling ที่ดีขึ้น และการลดอาการ screen tearing ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยใน X11 การเปลี่ยนมาใช้ Wayland ทำให้ทีมพัฒนาสามารถพัฒนา Budgie ให้ทันสมัยขึ้นโดยไม่ต้องแบกรับข้อจำกัดเก่า ๆ

    การเปลี่ยนผ่านนี้อาจทำให้ผู้ใช้บางรายที่ยังต้องใช้แอป X11 เฉพาะทางต้องพิจารณาความเข้ากันได้ แต่โดยรวมแล้ว Budgie 10.10 ถือเป็นก้าวกระโดดที่ทำให้ Budgie Desktop กลายเป็นสภาพแวดล้อมเดสก์ท็อปที่ทันสมัยและพร้อมสำหรับอนาคตมากขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Budgie 10.10 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
    เป็นเวอร์ชันแรกที่ใช้ Wayland แบบเต็มตัว

    ปรับปรุงประสิทธิภาพและความลื่นไหล
    UI ตอบสนองดีขึ้น ลด screen tearing

    อัปเดตส่วนประกอบหลักของเดสก์ท็อป
    Budgie Menu, Raven Sidebar, Notifications

    รองรับ multi-monitor และ fractional scaling ดีขึ้น
    เหมาะกับจอความละเอียดสูง

    แก้บั๊กจำนวนมากจากการย้ายสถาปัตยกรรม
    ทำให้ระบบเสถียรขึ้นบน Wayland

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    แอปบางตัวที่ยังพึ่ง X11 อาจมีปัญหาความเข้ากันได้
    โดยเฉพาะแอปเก่าหรือแอปเฉพาะทาง

    ผู้ใช้ฮาร์ดแวร์บางรุ่นอาจพบปัญหาไดรเวอร์
    GPU รุ่นเก่าบางตัวรองรับ Wayland ได้ไม่สมบูรณ์

    การเปลี่ยนผ่านอาจทำให้ workflow เดิมบางอย่างต้องปรับตัว
    เช่น เครื่องมือจับภาพหน้าจอหรือโปรแกรม remote desktop แบบเก่า

    https://9to5linux.com/budgie-10-10-desktop-environment-released-as-the-first-wayland-only-version
    🐦 Budgie 10.10 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ — รุ่นแรกที่ใช้ Wayland แบบเต็มตัว Budgie 10.10 ถือเป็นก้าวสำคัญของโปรเจกต์ Budgie Desktop เพราะนี่คือเวอร์ชันแรกที่เปลี่ยนมาใช้ Wayland แบบ 100% หลังจากเตรียมความพร้อมมาหลายปี การย้ายออกจาก X11 ทำให้ Budgie ได้ประโยชน์ด้านความลื่นไหล ความปลอดภัย และการจัดการกราฟิกที่ทันสมัยขึ้น โดยเฉพาะบนฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับ Wayland เป็นหลัก การอัปเดตครั้งนี้ยังมาพร้อมการปรับปรุงหลายส่วน เช่น การจัดการหน้าต่างที่เสถียรขึ้น การแสดงผลที่คมชัดขึ้น และการตอบสนองของ UI ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุง Budgie Menu, Raven Sidebar และระบบ Notification ให้ทำงานเข้ากับ Wayland ได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงแก้บั๊กจำนวนมากที่เกิดจากการเปลี่ยนสถาปัตยกรรมเบื้องหลัง Budgie 10.10 ยังเน้นการปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ เช่น การจัดการ multi-monitor ที่แม่นยำขึ้น การรองรับ fractional scaling ที่ดีขึ้น และการลดอาการ screen tearing ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยใน X11 การเปลี่ยนมาใช้ Wayland ทำให้ทีมพัฒนาสามารถพัฒนา Budgie ให้ทันสมัยขึ้นโดยไม่ต้องแบกรับข้อจำกัดเก่า ๆ การเปลี่ยนผ่านนี้อาจทำให้ผู้ใช้บางรายที่ยังต้องใช้แอป X11 เฉพาะทางต้องพิจารณาความเข้ากันได้ แต่โดยรวมแล้ว Budgie 10.10 ถือเป็นก้าวกระโดดที่ทำให้ Budgie Desktop กลายเป็นสภาพแวดล้อมเดสก์ท็อปที่ทันสมัยและพร้อมสำหรับอนาคตมากขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Budgie 10.10 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ➡️ เป็นเวอร์ชันแรกที่ใช้ Wayland แบบเต็มตัว ✅ ปรับปรุงประสิทธิภาพและความลื่นไหล ➡️ UI ตอบสนองดีขึ้น ลด screen tearing ✅ อัปเดตส่วนประกอบหลักของเดสก์ท็อป ➡️ Budgie Menu, Raven Sidebar, Notifications ✅ รองรับ multi-monitor และ fractional scaling ดีขึ้น ➡️ เหมาะกับจอความละเอียดสูง ✅ แก้บั๊กจำนวนมากจากการย้ายสถาปัตยกรรม ➡️ ทำให้ระบบเสถียรขึ้นบน Wayland คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ แอปบางตัวที่ยังพึ่ง X11 อาจมีปัญหาความเข้ากันได้ ⛔ โดยเฉพาะแอปเก่าหรือแอปเฉพาะทาง ‼️ ผู้ใช้ฮาร์ดแวร์บางรุ่นอาจพบปัญหาไดรเวอร์ ⛔ GPU รุ่นเก่าบางตัวรองรับ Wayland ได้ไม่สมบูรณ์ ‼️ การเปลี่ยนผ่านอาจทำให้ workflow เดิมบางอย่างต้องปรับตัว ⛔ เช่น เครื่องมือจับภาพหน้าจอหรือโปรแกรม remote desktop แบบเก่า https://9to5linux.com/budgie-10-10-desktop-environment-released-as-the-first-wayland-only-version
    9TO5LINUX.COM
    Budgie 10.10 Desktop Environment Released as the First Wayland-Only Version - 9to5Linux
    Budgie 10.10 desktop environment is now available as the first Wayland-only version and the last release in the Budgie 10 series.
    0 Comments 0 Shares 77 Views 0 Reviews
  • Apple‑1 Prototype Board #0 เตรียมถูกประมูลทะลุ $500,000 ในงานครบรอบ 50 ปี Apple

    หนึ่งในชิ้นส่วนประวัติศาสตร์ที่หายากที่สุดของโลกเทคโนโลยีกำลังถูกนำออกประมูลในงาน Steve Jobs & the Computer Revolution: The Apple 50th Anniversary Auction ซึ่งจัดโดย Boston’s Rare and Remarkable Auctions โดยไฮไลต์สำคัญคือ Apple‑1 Prototype Board #0 ที่ถูกใช้โดย Steve Jobs และ Steve Wozniak เพื่อทดสอบและยืนยันดีไซน์ก่อนเริ่มผลิตจริง ถือเป็นต้นแบบยุคแรกสุดของคอมพิวเตอร์ Apple ที่ยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน

    บอร์ดต้นแบบนี้มีความพิเศษหลายอย่าง เช่น การใช้ Robinson‑Nugent sockets ที่มีคุณภาพสูงกว่าเวอร์ชันผลิตจริง รวมถึงการดัดแปลงบางจุดเพื่อทดสอบ timing ของ RAM นอกจากนี้ ผู้ชนะประมูลยังจะได้รับคีย์บอร์ดยุค 1977, พาวเวอร์ซัพพลายโบราณ, ทีวี Sony รุ่นเก่า และคู่มือ Apple‑1 ฉบับจำลองที่มีลายเซ็นของ Steve Wozniak เพิ่มความล้ำค่าทางประวัติศาสตร์เข้าไปอีกขั้น

    อีกหนึ่งไอเทมที่น่าตกใจไม่แพ้กันคือ เช็คใบแรกของ Apple Computer เลขที่ 1 มูลค่า $500 ซึ่งลงนามโดย Jobs และ Wozniak ใช้สำหรับจ่ายค่าดีไซน์ PCB ของ Apple‑1 และออกก่อนวันที่บริษัทถูกจดทะเบียนอย่างเป็นทางการเพียง 16 วัน ทำให้เอกสารชิ้นนี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูงจนถูกประเมินราคาว่าอาจแตะ $500,000+ เช่นเดียวกับบอร์ดต้นแบบ

    การประมูลครั้งนี้มีทั้งหมด 191 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ของสะสมส่วนตัวของ Steve Jobs ไปจนถึงรถ Jaguar XJS V12 ปี 1989 ที่จดทะเบียนในนาม Apple Computer งานนี้จึงไม่ใช่แค่การประมูล แต่เป็นการย้อนรอยเส้นทางของบริษัทที่เริ่มต้นจากโรงรถสู่การเป็นหนึ่งในบริษัททรงอิทธิพลที่สุดในโลกเทคโนโลยี

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ไฮไลต์ของการประมูล
    Apple‑1 Prototype Board #0 คาดว่าจะมีราคาทะลุ $500,000
    ใช้โดย Jobs และ Wozniak เพื่อทดสอบก่อนผลิตจริง

    คุณค่าทางประวัติศาสตร์
    มีการใช้ชิ้นส่วนหายาก เช่น Robinson‑Nugent sockets
    มาพร้อมอุปกรณ์ยุค 70s และคู่มือพร้อมลายเซ็น Wozniak

    เช็คใบแรกของ Apple
    ลงนามโดย Jobs และ Wozniak
    ใช้จ่ายค่าดีไซน์ Apple‑1 PCB ก่อนบริษัทจดทะเบียน

    งานประมูลครบรอบ 50 ปี Apple
    รวมของสะสม 191 รายการ
    ปิดประมูลวันที่ 30 มกราคม

    ข้อควรระวังหรือประเด็นที่ต้องพิจารณา
    ราคาประมูลอาจพุ่งสูงมาก
    ผู้สนใจต้องเตรียมงบประมาณระดับหลายแสนดอลลาร์

    ของสะสมมีความเปราะบาง
    ต้องการการเก็บรักษาแบบควบคุมสภาพแวดล้อม

    ความเสี่ยงด้านของปลอมในตลาดสะสม
    ผู้ซื้อควรตรวจสอบเอกสารรับรองอย่างละเอียด

    https://www.tomshardware.com/desktops/pc-building/apple-1-prototype-board-0-system-is-expected-to-fetch-usd500-000-at-a-50th-anniversary-auction-and-the-firms-first-ever-check-is-valued-at-the-same-amount
    🖥️ Apple‑1 Prototype Board #0 เตรียมถูกประมูลทะลุ $500,000 ในงานครบรอบ 50 ปี Apple หนึ่งในชิ้นส่วนประวัติศาสตร์ที่หายากที่สุดของโลกเทคโนโลยีกำลังถูกนำออกประมูลในงาน Steve Jobs & the Computer Revolution: The Apple 50th Anniversary Auction ซึ่งจัดโดย Boston’s Rare and Remarkable Auctions โดยไฮไลต์สำคัญคือ Apple‑1 Prototype Board #0 ที่ถูกใช้โดย Steve Jobs และ Steve Wozniak เพื่อทดสอบและยืนยันดีไซน์ก่อนเริ่มผลิตจริง ถือเป็นต้นแบบยุคแรกสุดของคอมพิวเตอร์ Apple ที่ยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน บอร์ดต้นแบบนี้มีความพิเศษหลายอย่าง เช่น การใช้ Robinson‑Nugent sockets ที่มีคุณภาพสูงกว่าเวอร์ชันผลิตจริง รวมถึงการดัดแปลงบางจุดเพื่อทดสอบ timing ของ RAM นอกจากนี้ ผู้ชนะประมูลยังจะได้รับคีย์บอร์ดยุค 1977, พาวเวอร์ซัพพลายโบราณ, ทีวี Sony รุ่นเก่า และคู่มือ Apple‑1 ฉบับจำลองที่มีลายเซ็นของ Steve Wozniak เพิ่มความล้ำค่าทางประวัติศาสตร์เข้าไปอีกขั้น อีกหนึ่งไอเทมที่น่าตกใจไม่แพ้กันคือ เช็คใบแรกของ Apple Computer เลขที่ 1 มูลค่า $500 ซึ่งลงนามโดย Jobs และ Wozniak ใช้สำหรับจ่ายค่าดีไซน์ PCB ของ Apple‑1 และออกก่อนวันที่บริษัทถูกจดทะเบียนอย่างเป็นทางการเพียง 16 วัน ทำให้เอกสารชิ้นนี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูงจนถูกประเมินราคาว่าอาจแตะ $500,000+ เช่นเดียวกับบอร์ดต้นแบบ การประมูลครั้งนี้มีทั้งหมด 191 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ของสะสมส่วนตัวของ Steve Jobs ไปจนถึงรถ Jaguar XJS V12 ปี 1989 ที่จดทะเบียนในนาม Apple Computer งานนี้จึงไม่ใช่แค่การประมูล แต่เป็นการย้อนรอยเส้นทางของบริษัทที่เริ่มต้นจากโรงรถสู่การเป็นหนึ่งในบริษัททรงอิทธิพลที่สุดในโลกเทคโนโลยี 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ไฮไลต์ของการประมูล ➡️ Apple‑1 Prototype Board #0 คาดว่าจะมีราคาทะลุ $500,000 ➡️ ใช้โดย Jobs และ Wozniak เพื่อทดสอบก่อนผลิตจริง ✅ คุณค่าทางประวัติศาสตร์ ➡️ มีการใช้ชิ้นส่วนหายาก เช่น Robinson‑Nugent sockets ➡️ มาพร้อมอุปกรณ์ยุค 70s และคู่มือพร้อมลายเซ็น Wozniak ✅ เช็คใบแรกของ Apple ➡️ ลงนามโดย Jobs และ Wozniak ➡️ ใช้จ่ายค่าดีไซน์ Apple‑1 PCB ก่อนบริษัทจดทะเบียน ✅ งานประมูลครบรอบ 50 ปี Apple ➡️ รวมของสะสม 191 รายการ ➡️ ปิดประมูลวันที่ 30 มกราคม ⚠️ ข้อควรระวังหรือประเด็นที่ต้องพิจารณา ‼️ ราคาประมูลอาจพุ่งสูงมาก ⛔ ผู้สนใจต้องเตรียมงบประมาณระดับหลายแสนดอลลาร์ ‼️ ของสะสมมีความเปราะบาง ⛔ ต้องการการเก็บรักษาแบบควบคุมสภาพแวดล้อม ‼️ ความเสี่ยงด้านของปลอมในตลาดสะสม ⛔ ผู้ซื้อควรตรวจสอบเอกสารรับรองอย่างละเอียด https://www.tomshardware.com/desktops/pc-building/apple-1-prototype-board-0-system-is-expected-to-fetch-usd500-000-at-a-50th-anniversary-auction-and-the-firms-first-ever-check-is-valued-at-the-same-amount
    0 Comments 0 Shares 134 Views 0 Reviews
  • Audeze Maxwell 2 เปิดตัว! หูฟังเกมมิ่งรุ่นใหม่ เสียงดีขึ้น เบสหนักขึ้น พร้อมไมค์ตัดเสียง AI ระดับโปร

    Audeze Maxwell 2 กลายเป็นหนึ่งในหูฟังเกมมิ่งที่ถูกจับตามองมากที่สุดในปีนี้ เพราะเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่จากรุ่นแรก ทั้งด้านคุณภาพเสียง ความแม่นยำของตำแหน่งเสียง และเทคโนโลยีไมค์ตัดเสียงรบกวนที่ใช้ AI รุ่นใหม่ล่าสุด หูฟังยังคงใช้ไดรเวอร์ planar magnetic ขนาดใหญ่ 90 มม. ที่ขึ้นชื่อเรื่องความคมชัดและรายละเอียดเสียง แต่เพิ่มเทคโนโลยี SLAM ที่ช่วยให้มิติเสียงกว้างขึ้นและเบสทรงพลังขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน

    นอกจากประสิทธิภาพด้านเสียง Maxwell 2 ยังถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งเล่นเกม ฟังเพลง หรือใช้งานแบบไร้สายทั่วไป ด้วยแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวถึง 80 ชั่วโมง และรองรับทั้ง 2.4GHz, Bluetooth และการเชื่อมต่อแบบมีสาย แม้ตัวหูฟังจะหนักขึ้นเล็กน้อย แต่ Audeze ก็เพิ่มพื้นที่ใน earpad และออกแบบ head strap ใหม่ให้สวมใส่สบายขึ้นสำหรับผู้ใช้หลายรูปแบบ

    ไมโครโฟนแบบถอดได้ของ Maxwell 2 ก็ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ โดยใช้ระบบ AI noise canceling ที่ช่วยตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้ดีขึ้น เหมาะกับการสื่อสารในเกมหรือการประชุมออนไลน์ แม้การทดสอบในงาน CES จะยังประเมินได้ไม่เต็มที่เพราะสภาพแวดล้อมมีเสียงดัง แต่ผู้ทดสอบระบุว่า sidetone ทำงานได้ดีและเสียงพูดคมชัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    ในภาพรวม Maxwell 2 เป็นหูฟังที่เน้นคุณภาพเสียงระดับไฮเอนด์ พร้อมฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ทั้งเกมเมอร์และผู้ฟังเพลงจริงจัง การแข่งขันในตลาด planar magnetic gaming headset ก็เริ่มดุเดือดขึ้น เมื่อคู่แข่งอย่าง ASUS ROG Kithara ก็เปิดตัวรุ่นใหม่เช่นกัน ทำให้ปีนี้กลายเป็นปีที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนรักเสียงคุณภาพสูงอย่างแท้จริง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    อัปเกรดด้านเสียงและเทคโนโลยี
    ใช้เทคโนโลยี SLAM เพิ่มมิติเสียงและเบสให้หนักแน่นขึ้น
    ไดรเวอร์ planar magnetic 90 มม. ให้ช่วงเสียงกว้าง 10–50,000 Hz

    ไมค์ AI รุ่นใหม่
    ไมค์ถอดได้พร้อมระบบ AI noise canceling ที่ฉลาดขึ้น
    เสียงพูดชัดเจนขึ้น แม้ยังทดสอบได้ไม่เต็มที่ในงาน CES

    ดีไซน์และความสบาย
    เพิ่มพื้นที่ earpad และ head strap แบบใหม่
    น้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 560 กรัม แต่หวังว่าจะสวมใส่สบายขึ้น

    การเชื่อมต่อและแบตเตอรี่
    รองรับ 2.4GHz, Bluetooth และสาย
    แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 80 ชั่วโมง

    ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา
    น้ำหนักที่มากขึ้น
    อาจทำให้ผู้ใช้บางคนรู้สึกเมื่อยล้าหากใช้งานนาน

    ไมค์ AI ยังไม่ได้ทดสอบเต็มประสิทธิภาพ
    ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างจากการทดสอบในงาน CES

    ราคาเปิดตัวค่อนข้างสูง
    รุ่น PlayStation ราคา $329 และรุ่น Xbox ราคา $349

    https://www.tomshardware.com/peripherals/gaming-headsets/audeze-launches-maxwell-2-headset-with-better-spatial-immersion-and-bass-plus-of-course-improved-ai-noise-canceling-mic-tech
    🎧 Audeze Maxwell 2 เปิดตัว! หูฟังเกมมิ่งรุ่นใหม่ เสียงดีขึ้น เบสหนักขึ้น พร้อมไมค์ตัดเสียง AI ระดับโปร Audeze Maxwell 2 กลายเป็นหนึ่งในหูฟังเกมมิ่งที่ถูกจับตามองมากที่สุดในปีนี้ เพราะเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่จากรุ่นแรก ทั้งด้านคุณภาพเสียง ความแม่นยำของตำแหน่งเสียง และเทคโนโลยีไมค์ตัดเสียงรบกวนที่ใช้ AI รุ่นใหม่ล่าสุด หูฟังยังคงใช้ไดรเวอร์ planar magnetic ขนาดใหญ่ 90 มม. ที่ขึ้นชื่อเรื่องความคมชัดและรายละเอียดเสียง แต่เพิ่มเทคโนโลยี SLAM ที่ช่วยให้มิติเสียงกว้างขึ้นและเบสทรงพลังขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน นอกจากประสิทธิภาพด้านเสียง Maxwell 2 ยังถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งเล่นเกม ฟังเพลง หรือใช้งานแบบไร้สายทั่วไป ด้วยแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวถึง 80 ชั่วโมง และรองรับทั้ง 2.4GHz, Bluetooth และการเชื่อมต่อแบบมีสาย แม้ตัวหูฟังจะหนักขึ้นเล็กน้อย แต่ Audeze ก็เพิ่มพื้นที่ใน earpad และออกแบบ head strap ใหม่ให้สวมใส่สบายขึ้นสำหรับผู้ใช้หลายรูปแบบ ไมโครโฟนแบบถอดได้ของ Maxwell 2 ก็ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ โดยใช้ระบบ AI noise canceling ที่ช่วยตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้ดีขึ้น เหมาะกับการสื่อสารในเกมหรือการประชุมออนไลน์ แม้การทดสอบในงาน CES จะยังประเมินได้ไม่เต็มที่เพราะสภาพแวดล้อมมีเสียงดัง แต่ผู้ทดสอบระบุว่า sidetone ทำงานได้ดีและเสียงพูดคมชัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในภาพรวม Maxwell 2 เป็นหูฟังที่เน้นคุณภาพเสียงระดับไฮเอนด์ พร้อมฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ทั้งเกมเมอร์และผู้ฟังเพลงจริงจัง การแข่งขันในตลาด planar magnetic gaming headset ก็เริ่มดุเดือดขึ้น เมื่อคู่แข่งอย่าง ASUS ROG Kithara ก็เปิดตัวรุ่นใหม่เช่นกัน ทำให้ปีนี้กลายเป็นปีที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนรักเสียงคุณภาพสูงอย่างแท้จริง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ อัปเกรดด้านเสียงและเทคโนโลยี ➡️ ใช้เทคโนโลยี SLAM เพิ่มมิติเสียงและเบสให้หนักแน่นขึ้น ➡️ ไดรเวอร์ planar magnetic 90 มม. ให้ช่วงเสียงกว้าง 10–50,000 Hz ✅ ไมค์ AI รุ่นใหม่ ➡️ ไมค์ถอดได้พร้อมระบบ AI noise canceling ที่ฉลาดขึ้น ➡️ เสียงพูดชัดเจนขึ้น แม้ยังทดสอบได้ไม่เต็มที่ในงาน CES ✅ ดีไซน์และความสบาย ➡️ เพิ่มพื้นที่ earpad และ head strap แบบใหม่ ➡️ น้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 560 กรัม แต่หวังว่าจะสวมใส่สบายขึ้น ✅ การเชื่อมต่อและแบตเตอรี่ ➡️ รองรับ 2.4GHz, Bluetooth และสาย ➡️ แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 80 ชั่วโมง ⚠️ ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา ‼️ น้ำหนักที่มากขึ้น ⛔ อาจทำให้ผู้ใช้บางคนรู้สึกเมื่อยล้าหากใช้งานนาน ‼️ ไมค์ AI ยังไม่ได้ทดสอบเต็มประสิทธิภาพ ⛔ ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างจากการทดสอบในงาน CES ‼️ ราคาเปิดตัวค่อนข้างสูง ⛔ รุ่น PlayStation ราคา $329 และรุ่น Xbox ราคา $349 https://www.tomshardware.com/peripherals/gaming-headsets/audeze-launches-maxwell-2-headset-with-better-spatial-immersion-and-bass-plus-of-course-improved-ai-noise-canceling-mic-tech
    0 Comments 0 Shares 108 Views 0 Reviews
  • ดาวเคราะห์น้อยหมุนเร็วที่สุดเท่าที่เคยพบ – เร็วจน “ควรแตกเป็นชิ้น ๆ” แต่กลับยังอยู่ครบ!

    กล้องโทรทรรศน์ Vera C. Rubin Observatory เพิ่งสร้างความประหลาดใจครั้งใหญ่ให้แก่วงการดาราศาสตร์ หลังตรวจพบดาวเคราะห์น้อยชื่อ 2025 MN45 ที่มีขนาดใหญ่ถึง 710 เมตร แต่กลับหมุนรอบตัวเองเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ—เพียง 1.88 นาทีต่อรอบ เท่านั้น! ความเร็วระดับนี้ทำลายสถิติเดิมแบบขาดลอย และเร็วกว่าขีดจำกัดที่นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อว่าดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่จะทนได้

    ตามทฤษฎีเดิม ดาวเคราะห์น้อยที่ใหญ่กว่า 150 เมตรมักเป็น “กองหินหลวม ๆ” (rubble pile) ที่ยึดกันด้วยแรงโน้มถ่วงอ่อน ๆ หากหมุนเร็วเกิน 2.2 ชั่วโมง มันควรแตกกระจายเป็นเศษหิน แต่ 2025 MN45 กลับหมุนเร็วกว่า 70 เท่า และยังคงสภาพเดิมอย่างสมบูรณ์ ทำให้นักวิจัยเชื่อว่ามันต้องมีโครงสร้างแข็งแรงระดับ “หินตัน” ไม่ใช่กองเศษหินแบบที่เคยคิดกัน

    ที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือ Rubin Observatory ยังพบดาวเคราะห์น้อยอีก 18 ดวง ที่หมุนเร็วผิดปกติในลักษณะเดียวกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าเราอาจประเมินความแข็งแรงและโครงสร้างภายในของดาวเคราะห์น้อยในแถบ Main Belt ต่ำเกินไปมานาน การค้นพบนี้อาจเปลี่ยนความเข้าใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการของวัตถุในระบบสุริยะยุคแรกเริ่ม

    นักวิทยาศาสตร์คาดว่าดาวเคราะห์น้อยประเภทนี้อาจเป็น “เศษหินดั้งเดิม” ที่รอดจากการชนรุนแรงในยุคกำเนิดระบบสุริยะ ทำให้ยังคงโครงสร้างแข็งแกร่งไว้ได้ การค้นพบเพิ่มเติมในอนาคตอาจช่วยไขปริศนาว่าโครงสร้างภายในของดาวเคราะห์น้อยมีความหลากหลายมากเพียงใด และจะช่วยให้ภารกิจสำรวจอวกาศ เช่น NASA’s Lucy ทำงานได้แม่นยำยิ่งขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่ค้นพบจากการสังเกต
    2025 MN45 หมุนเร็วเพียง 1.88 นาทีต่อรอบ เร็วที่สุดเท่าที่เคยพบ
    ขนาดใหญ่ถึง 710 เมตร แต่ไม่แตกกระจายแม้หมุนเร็วผิดธรรมชาติ
    พบดาวเคราะห์น้อยอีก 18 ดวงที่หมุนเร็วเกิน “spin barrier”
    บ่งชี้ว่าดาวเคราะห์น้อยจำนวนมากอาจแข็งแรงกว่าที่เคยคิด

    ประเด็นที่ต้องระวังหรือข้อจำกัด
    ทฤษฎีเดิมเกี่ยวกับโครงสร้าง “rubble pile” อาจต้องปรับใหม่
    ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าทำไมดาวเคราะห์น้อยบางดวงถึงแข็งแรงผิดปกติ
    ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากการสำรวจในอนาคตเพื่อยืนยันสมมติฐาน
    ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความแข็งแรงของดาวเคราะห์น้อยอาจกระทบการประเมินความเสี่ยงการชนโลก

    https://www.sciencealert.com/record-breaking-asteroid-spins-so-fast-it-should-tear-itself-apart
    ☄️ ดาวเคราะห์น้อยหมุนเร็วที่สุดเท่าที่เคยพบ – เร็วจน “ควรแตกเป็นชิ้น ๆ” แต่กลับยังอยู่ครบ! กล้องโทรทรรศน์ Vera C. Rubin Observatory เพิ่งสร้างความประหลาดใจครั้งใหญ่ให้แก่วงการดาราศาสตร์ หลังตรวจพบดาวเคราะห์น้อยชื่อ 2025 MN45 ที่มีขนาดใหญ่ถึง 710 เมตร แต่กลับหมุนรอบตัวเองเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ—เพียง 1.88 นาทีต่อรอบ เท่านั้น! ความเร็วระดับนี้ทำลายสถิติเดิมแบบขาดลอย และเร็วกว่าขีดจำกัดที่นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อว่าดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่จะทนได้ ตามทฤษฎีเดิม ดาวเคราะห์น้อยที่ใหญ่กว่า 150 เมตรมักเป็น “กองหินหลวม ๆ” (rubble pile) ที่ยึดกันด้วยแรงโน้มถ่วงอ่อน ๆ หากหมุนเร็วเกิน 2.2 ชั่วโมง มันควรแตกกระจายเป็นเศษหิน แต่ 2025 MN45 กลับหมุนเร็วกว่า 70 เท่า และยังคงสภาพเดิมอย่างสมบูรณ์ ทำให้นักวิจัยเชื่อว่ามันต้องมีโครงสร้างแข็งแรงระดับ “หินตัน” ไม่ใช่กองเศษหินแบบที่เคยคิดกัน ที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือ Rubin Observatory ยังพบดาวเคราะห์น้อยอีก 18 ดวง ที่หมุนเร็วผิดปกติในลักษณะเดียวกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าเราอาจประเมินความแข็งแรงและโครงสร้างภายในของดาวเคราะห์น้อยในแถบ Main Belt ต่ำเกินไปมานาน การค้นพบนี้อาจเปลี่ยนความเข้าใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการของวัตถุในระบบสุริยะยุคแรกเริ่ม นักวิทยาศาสตร์คาดว่าดาวเคราะห์น้อยประเภทนี้อาจเป็น “เศษหินดั้งเดิม” ที่รอดจากการชนรุนแรงในยุคกำเนิดระบบสุริยะ ทำให้ยังคงโครงสร้างแข็งแกร่งไว้ได้ การค้นพบเพิ่มเติมในอนาคตอาจช่วยไขปริศนาว่าโครงสร้างภายในของดาวเคราะห์น้อยมีความหลากหลายมากเพียงใด และจะช่วยให้ภารกิจสำรวจอวกาศ เช่น NASA’s Lucy ทำงานได้แม่นยำยิ่งขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่ค้นพบจากการสังเกต ➡️ 2025 MN45 หมุนเร็วเพียง 1.88 นาทีต่อรอบ เร็วที่สุดเท่าที่เคยพบ ➡️ ขนาดใหญ่ถึง 710 เมตร แต่ไม่แตกกระจายแม้หมุนเร็วผิดธรรมชาติ ➡️ พบดาวเคราะห์น้อยอีก 18 ดวงที่หมุนเร็วเกิน “spin barrier” ➡️ บ่งชี้ว่าดาวเคราะห์น้อยจำนวนมากอาจแข็งแรงกว่าที่เคยคิด ‼️ ประเด็นที่ต้องระวังหรือข้อจำกัด ⛔ ทฤษฎีเดิมเกี่ยวกับโครงสร้าง “rubble pile” อาจต้องปรับใหม่ ⛔ ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าทำไมดาวเคราะห์น้อยบางดวงถึงแข็งแรงผิดปกติ ⛔ ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากการสำรวจในอนาคตเพื่อยืนยันสมมติฐาน ⛔ ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความแข็งแรงของดาวเคราะห์น้อยอาจกระทบการประเมินความเสี่ยงการชนโลก https://www.sciencealert.com/record-breaking-asteroid-spins-so-fast-it-should-tear-itself-apart
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Record-Breaking Asteroid Spins So Fast It Should Tear Itself Apart
    With data collected months before its main survey is due to begin, the Vera C.
    0 Comments 0 Shares 86 Views 0 Reviews
  • นักดาราศาสตร์ทำสถิติใหม่! เฝ้าดู “พื้นที่ดุเดือดที่สุดของดวงอาทิตย์” ต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์

    นักดาราศาสตร์สามารถติดตามพื้นที่ปะทุรุนแรงบนดวงอาทิตย์ที่ชื่อ NOAA 13664 ได้ต่อเนื่องเกือบ 90 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลายาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ การสังเกตครั้งนี้เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของยาน Solar Orbiter ของ ESA และ Solar Dynamics Observatory ของ NASA ที่อยู่คนละด้านของดวงอาทิตย์ ทำให้สามารถเฝ้าดูพื้นที่นี้ตั้งแต่กำเนิดจนสลายตัวได้อย่างละเอียด

    พื้นที่ NOAA 13664 เกิดขึ้นด้านหลังของดวงอาทิตย์เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2024 ก่อนจะหมุนมาหันหน้าโลกในเดือนพฤษภาคม และเป็นต้นเหตุของพายุสุริยะรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เมื่อมันหมุนออกจากสายตาโลกในเดือนกรกฎาคม นักดาราศาสตร์ยังคงติดตามมันต่อเนื่องจนเห็นการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กและพฤติกรรมของมันอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน

    โดยปกติแล้ว นักดาราศาสตร์จะมีเวลาเพียงประมาณสองสัปดาห์ในการศึกษาพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งบนดวงอาทิตย์ เพราะการหมุนรอบตัวเองของดวงอาทิตย์ทำให้พื้นที่นั้นหายไปจากมุมมองของโลก แต่ครั้งนี้ การมี “สองสายตา” จากสองยานสำรวจ ทำให้สามารถเก็บภาพต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การศึกษาดวงอาทิตย์

    ข้อมูลที่ได้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะพายุสุริยะสามารถสร้างผลกระทบต่อโลก เช่น ทำลายดาวเทียม กระทบระบบไฟฟ้า และรบกวนการสื่อสาร การเข้าใจวิวัฒนาการของพื้นที่ปะทุรุนแรงเช่นนี้ จึงช่วยให้มนุษย์สามารถพัฒนาการพยากรณ์สภาพอวกาศได้แม่นยำขึ้นในอนาคต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น
    ติดตามพื้นที่ NOAA 13664 ต่อเนื่องเกือบ 90 วัน ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมี
    ใช้ข้อมูลจาก Solar Orbiter และ Solar Dynamics Observatory พร้อมกัน
    เห็นการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กอย่างละเอียด
    พื้นที่นี้เป็นต้นเหตุของพายุสุริยะรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี

    ประเด็นที่ต้องระวัง
    พายุสุริยะสามารถทำลายดาวเทียมและระบบไฟฟ้าบนโลกได้
    การพยากรณ์สภาพอวกาศยังมีความไม่แน่นอนสูง
    พื้นที่ปะทุรุนแรงอาจเกิดขึ้นซ้ำได้เมื่อดวงอาทิตย์หมุนกลับมา

    https://www.sciencealert.com/astronomers-just-set-a-record-watching-the-suns-most-violent-region
    🌞 นักดาราศาสตร์ทำสถิติใหม่! เฝ้าดู “พื้นที่ดุเดือดที่สุดของดวงอาทิตย์” ต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ นักดาราศาสตร์สามารถติดตามพื้นที่ปะทุรุนแรงบนดวงอาทิตย์ที่ชื่อ NOAA 13664 ได้ต่อเนื่องเกือบ 90 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลายาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ การสังเกตครั้งนี้เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของยาน Solar Orbiter ของ ESA และ Solar Dynamics Observatory ของ NASA ที่อยู่คนละด้านของดวงอาทิตย์ ทำให้สามารถเฝ้าดูพื้นที่นี้ตั้งแต่กำเนิดจนสลายตัวได้อย่างละเอียด พื้นที่ NOAA 13664 เกิดขึ้นด้านหลังของดวงอาทิตย์เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2024 ก่อนจะหมุนมาหันหน้าโลกในเดือนพฤษภาคม และเป็นต้นเหตุของพายุสุริยะรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เมื่อมันหมุนออกจากสายตาโลกในเดือนกรกฎาคม นักดาราศาสตร์ยังคงติดตามมันต่อเนื่องจนเห็นการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กและพฤติกรรมของมันอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน โดยปกติแล้ว นักดาราศาสตร์จะมีเวลาเพียงประมาณสองสัปดาห์ในการศึกษาพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งบนดวงอาทิตย์ เพราะการหมุนรอบตัวเองของดวงอาทิตย์ทำให้พื้นที่นั้นหายไปจากมุมมองของโลก แต่ครั้งนี้ การมี “สองสายตา” จากสองยานสำรวจ ทำให้สามารถเก็บภาพต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การศึกษาดวงอาทิตย์ ข้อมูลที่ได้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะพายุสุริยะสามารถสร้างผลกระทบต่อโลก เช่น ทำลายดาวเทียม กระทบระบบไฟฟ้า และรบกวนการสื่อสาร การเข้าใจวิวัฒนาการของพื้นที่ปะทุรุนแรงเช่นนี้ จึงช่วยให้มนุษย์สามารถพัฒนาการพยากรณ์สภาพอวกาศได้แม่นยำขึ้นในอนาคต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น ➡️ ติดตามพื้นที่ NOAA 13664 ต่อเนื่องเกือบ 90 วัน ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมี ➡️ ใช้ข้อมูลจาก Solar Orbiter และ Solar Dynamics Observatory พร้อมกัน ➡️ เห็นการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กอย่างละเอียด ➡️ พื้นที่นี้เป็นต้นเหตุของพายุสุริยะรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี ‼️ ประเด็นที่ต้องระวัง ⛔ พายุสุริยะสามารถทำลายดาวเทียมและระบบไฟฟ้าบนโลกได้ ⛔ การพยากรณ์สภาพอวกาศยังมีความไม่แน่นอนสูง ⛔ พื้นที่ปะทุรุนแรงอาจเกิดขึ้นซ้ำได้เมื่อดวงอาทิตย์หมุนกลับมา https://www.sciencealert.com/astronomers-just-set-a-record-watching-the-suns-most-violent-region
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Astronomers Just Set a Record Watching The Sun's Most Violent Region
    Many people remember the solar storm of May 2024, which saw auroras spread into areas that very rarely get to see them.
    0 Comments 0 Shares 130 Views 0 Reviews
  • สิ้นสภาพโดยปริยายจริงไหมคะ อ.ปานเทพ
    สิ้นสภาพโดยปริยายจริงไหมคะ อ.ปานเทพ🤔
    0 Comments 0 Shares 39 Views 0 0 Reviews
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260109 #TechRadar

    Skullcandy เปิดตัวหูฟัง AI รุ่นใหม่ แต่มีข้อจำกัดสำคัญ
    Skullcandy เปิดตัวหูฟังที่ผสานระบบ AI เพื่อช่วยผู้ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่แม้จะมีความสามารถล้ำสมัย ฟีเจอร์บางอย่างกลับถูกจำกัดไว้เฉพาะบางรุ่นหรือบางบริการ ทำให้ประสบการณ์ใช้งานจริงอาจไม่สมบูรณ์เท่าที่คาดหวัง อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ที่ต้องการยกระดับหูฟังราคาจับต้องได้ให้มีความฉลาดขึ้นกว่าเดิม
    https://www.techradar.com/audio/earbuds-airpods/skullcandys-new-earbuds-put-ai-in-your-ears-but-theres-a-catch

    ChatGPT Health พื้นที่ใหม่สำหรับคำถามสุขภาพที่เชื่อมข้อมูลสุขภาพของคุณได้
    OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health ซึ่งเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับคำถามด้านสุขภาพ โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพส่วนตัว เช่น Apple Health หรือบันทึกการรักษา เพื่อให้ได้คำตอบที่ตรงกับบริบทของตัวเองมากขึ้น แม้จะมีความสามารถสูง แต่ OpenAI ย้ำชัดว่าเครื่องมือนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่แพทย์ และเน้นความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหลัก พร้อมระบบป้องกันหลายชั้นเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpt-health-is-a-new-space-for-medical-questions-that-works-with-your-health-data-but-openai-insists-its-not-designed-to-replace-your-doctor

    พบช่องโหว่ร้ายแรงใน n8n ที่เปิดทางให้รันคำสั่งบนระบบได้
    มีการค้นพบช่องโหว่ระดับวิกฤตใน n8n แพลตฟอร์มอัตโนมัติงานแบบโอเพ่นซอร์ส ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แก้ไข workflow สามารถรันคำสั่งบนระบบจริงได้โดยตรง ทำให้เสี่ยงต่อการถูกฝังมัลแวร์ ขโมยข้อมูล หรือยึดระบบทั้งหมด โดยปัญหานี้ถูกแก้ไขแล้วในเวอร์ชันล่าสุด และผู้ใช้ควรอัปเดตทันทีหรือใช้วิธีป้องกันชั่วคราวตามคำแนะนำ
    https://www.techradar.com/pro/security/a-critical-n8n-flaw-has-been-discovered-heres-how-to-stay-safe

    AVA โฮโลแกรม AI ขนาดจิ๋วจาก Razer พร้อมเป็นทั้งโค้ชอีสปอร์ตและผู้ช่วยชีวิตประจำวัน
    Razer เปิดตัว Project AVA รุ่นอัปเกรด ซึ่งเป็นโฮโลแกรม AI ขนาดเล็กที่สามารถพูดคุย มองหน้าคุณ ติดตามสายตา และช่วยทั้งการเล่นเกม การจัดตารางงาน ไปจนถึงงานเอกสารต่าง ๆ ด้วยบุคลิกและอวาตาร์ที่เลือกได้หลายแบบ แม้จะล้ำสมัยและให้ความรู้สึกเหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวจริง ๆ แต่ก็มีข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวที่ผู้ใช้ต้องพิจารณา แม้ Razer จะยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดถูกประมวลผลภายในเครื่อง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/meet-the-tiny-ai-hologram-ready-to-be-your-esports-coach-and-life-planner

    AI ถูกใช้เป็นข้ออ้างในการปลดพนักงาน?
    หลายองค์กรเริ่มโยนความผิดให้ AI ว่าเป็นสาเหตุของการปลดพนักงาน ทั้งที่ความจริงอาจเกี่ยวข้องกับการบริหารต้นทุนและกลยุทธ์ธุรกิจมากกว่า ทำให้เกิดคำถามว่า AI เป็นผู้ร้ายตัวจริงหรือเพียงข้ออ้างที่สะดวกสำหรับผู้บริหารในการลดคน
    https://www.techradar.com/pro/could-ai-be-a-scapegoat-in-layoffs

    NordPass เพิ่มระบบยืนยันตัวตน TOTP ในตัว
    NordPass เปิดตัวฟีเจอร์ TOTP Authenticator ที่รวมอยู่ในแอปโดยตรง ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องสลับไปมาระหว่างแอปหลายตัวอีกต่อไป พร้อมรองรับการยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์และการซิงก์ระหว่างอุปกรณ์ ช่วยให้การล็อกอินปลอดภัยและสะดวกขึ้นอย่างมาก
    https://www.techradar.com/pro/security/nordpass-adds-built-in-totp-authenticator-for-personal-accounts

    บั๊กใหม่ใน Classic Outlook ทำให้อ่านอีเมลเข้ารหัสไม่ได้
    ผู้ใช้ Classic Outlook พบปัญหาหลังอัปเดตล่าสุด ทำให้ไม่สามารถเปิดอีเมลแบบ Encrypt Only ได้ โดย Microsoft แนะนำวิธีแก้ชั่วคราว เช่น เปลี่ยนวิธีเข้ารหัสผ่านเมนู Options หรือย้อนเวอร์ชัน Outlook ลงไปก่อน ส่งผลให้หลายองค์กรต้องหาทางรับมือระหว่างรอแพตช์แก้ไข
    https://www.techradar.com/pro/security/use-classic-outlook-this-microsoft-bug-might-stop-you-from-opening-encrypted-emails

    Gmail เพิ่มชุดฟีเจอร์ AI ใหม่เพื่อช่วยงานออฟฟิศ
    Google เปิดตัวฟีเจอร์ AI ชุดใหญ่ใน Gmail เช่น AI Inbox ที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญของอีเมล, AI Overviews ที่สรุปข้อมูลจากข้อความจำนวนมาก และระบบช่วยเขียนอีเมลเวอร์ชันใหม่ที่ฉลาดขึ้น ทำให้การจัดการอีเมลที่เคยยุ่งยากกลายเป็นงานที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัด
    https://www.techradar.com/pro/gmail-is-getting-a-whole-host-of-ai-updates-to-try-and-solve-your-most-irritating-workplace-tasks

    Fujifilm เปิดตัวกล้อง Instax สไตล์ Super 8 สุดแหวกแนว
    Fujifilm Instax Mini Evo Cinema กลายเป็นกล้อง Instax ที่แปลกที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยดีไซน์ย้อนยุคแบบ Super 8 พร้อมฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอที่แปลงเป็น QR Code ให้พิมพ์ออกมาได้ รวมถึงปุ่ม Eras Dial ที่เลือกโทนภาพตามยุคต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 1930–2020 ทำให้เป็นกล้องที่ผสมความสนุกและความคลาสสิกได้อย่างลงตัว
    https://www.techradar.com/cameras/instant-cameras/fujifilms-new-super-8-style-video-camera-is-the-weirdest-instax-ever-but-it-could-also-be-the-most-fun

    Microsoft อาจเปิดตัว “Xbox PC แบบ OEM” ภายในปีนี้
    กระแสข่าวลือที่ถูกมองว่าน่าเชื่อถือชี้ว่า Microsoft เตรียมขยายจักรวาล Xbox ด้วยการเปิดตัวเครื่องเล่นเกมรูปแบบใหม่ที่เป็น “Xbox PC แบบ OEM” ซึ่งอาจเป็นการผสานประสบการณ์คอนโซลเข้ากับความยืดหยุ่นของพีซี เพื่อดึงดูดทั้งนักเล่นเกมและผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ โดยคาดว่าจะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ Xbox แข่งขันในตลาดเกมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
    https://www.techradar.com/gaming/xbox/microsoft-could-reveal-its-oem-xbox-pc-this-year-according-to-credible-rumors

    AI Factory: โครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อขับเคลื่อน AI ระดับองค์กร
    องค์กรทั่วโลกกำลังเร่งนำ AI มาใช้ แต่ความซับซ้อนของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และความปลอดภัยทำให้เกิดความท้าทายอย่างมาก แนวคิด “AI Factory” จึงถูกเสนอเป็นสถาปัตยกรรมแบบครบวงจรที่รวม GPU, Kubernetes, ระบบความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมโมเดลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้ธุรกิจสามารถขยาย AI ได้อย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และควบคุมได้มากขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/ai-factories-are-the-foundation-for-enterprise-scale-ai

    Google ลดรอบการปล่อยซอร์สโค้ด Android เหลือปีละ 2 ครั้ง
    Google เตรียมปรับรูปแบบการปล่อยซอร์สโค้ด Android Open Source Project (AOSP) จากเดิมปีละ 4 ครั้ง เหลือเพียง 2 ครั้งในไตรมาส 2 และ 4 โดยให้เหตุผลว่าการลดความถี่จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม แม้ระบบปฏิบัติการจะยังอัปเดตตามปกติทุกไตรมาสก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปีของ Android
    https://www.techradar.com/pro/google-set-to-reduce-the-android-source-code-releases-to-just-twice-a-year

    SMEs ต้องเร่งรับมือ “Data Sovereignty” เมื่อข้อมูลข้ามพรมแดนถูกจับตาเข้มงวด
    ธุรกิจขนาดกลางและเล็กในสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญแรงกดดันด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลข้ามประเทศ หลังมีการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดและเกิดเหตุการณ์อย่าง AWS ล่มที่ส่งผลกระทบต่อบริการสำคัญ ทำให้ SMEs ต้องให้ความสำคัญกับการรู้ว่า “ข้อมูลอยู่ที่ไหน” และเลือกผู้ให้บริการที่โปร่งใส มีระบบสำรอง และรองรับข้อกำหนดด้านอธิปไตยข้อมูล
    https://www.techradar.com/pro/your-datas-where-exactly-smes-and-data-sovereignty

    อุตสาหกรรม VPN เผชิญปีแห่งความท้าทาย: AI, การยืนยันอายุ และการเซ็นเซอร์
    ปี 2025 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ VPN เมื่อผู้ให้บริการต้องรับมือกับภัยคุกคามจาก AI เช่น การหลอกลวงด้วย LLM การบังคับใช้กฎหมายยืนยันอายุที่เสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคล และการเพิ่มขึ้นของการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ผู้ให้บริการรายใหญ่จึงเร่งพัฒนาเครื่องมือป้องกันสแกม การเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม และระบบต่อต้านการปิดกั้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปี 2026 ที่การแข่งขันจะเข้มข้นยิ่งขึ้น
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-services/ai-age-verification-and-censorship-how-the-vpn-industry-tackled-2025s-biggest-issues-and-what-it-plans-to-do-next

    “External Brain” เวียร์เอเบิลยุคใหม่มาแรงในงาน CES 2026
    กระแสใหม่ของวงการเวียร์เอเบิลกำลังเปลี่ยนจากสายรัดข้อมือฟิตเนสไปสู่ “สมองเสริมภายนอก” ที่ช่วยประมวลผลและเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อทำงานด้าน AI แบบเรียลไทม์ โดยอุปกรณ์รุ่นใหม่เน้นความเบา เรียบง่าย และใช้งานจริงได้มากขึ้น เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแสดงข้อมูลผ่านจอขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในแว่น ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาดูตลอดเวลา ถือเป็นทิศทางใหม่ที่ผสมผสานความเป็นแฟชั่นกับเทคโนโลยีได้ลงตัว
    https://www.techradar.com/health-fitness/smartwatches/forget-fitness-trackers-external-brains-are-the-hot-new-wearables-at-ces-this-year

    แว่น Even Realities G2 — มินิมอลแต่ทรงพลัง
    แว่นอัจฉริยะ Even Realities G2 โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเบาเหมือนแว่นทั่วไป แต่ซ่อนจอ waveform สีเขียวคมชัดไว้ในเลนส์ สามารถแสดงข้อมูลแบบ HUD เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแจ้งเตือน โดยอาศัยพลังประมวลผลจากสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ทำให้ตัวแว่นไม่เทอะทะและแบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้น พร้อมระบบควบคุมผ่านเซนเซอร์สัมผัสหลังขาแว่น ถือเป็นตัวอย่างของเวียร์เอเบิลที่เน้นความเรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง
    https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/i-tried-even-realities-g2-display-smart-glasses-and-now-i-cant-stop-thinking-about-their-minimalist-approach

    SwitchBot MindClip — คลิปติดปกเสื้อที่บันทึกทุกบทสนทนา
    SwitchBot เปิดตัว MindClip อุปกรณ์ขนาดเล็กติดปกเสื้อที่สามารถบันทึกเสียงทุกการสนทนาและจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลส่วนตัว พร้อมฟีเจอร์ AI ช่วยสรุปเนื้อหาและค้นหาบทสนทนาที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว แม้จะมีประโยชน์ในงานประชุมหรือคนที่หลงลืมง่าย แต่ก็สร้างความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวเพราะสามารถใช้บันทึกบทสนทนาในชีวิตประจำวันได้โดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดคำถามว่าความสะดวกสบายควรแลกกับความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน
    https://www.techradar.com/home/smart-home/switchbots-new-gadget-clips-to-your-collar-and-records-your-conversations-so-youll-never-have-to-pay-attention-ever-again

    Cisco อุดช่องโหว่ ISE หลังพบโค้ดโจมตีถูกเผยแพร่
    Cisco ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ระดับกลางในระบบ Identity Services Engine (ISE) ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แอดมินสามารถอ่านไฟล์สำคัญในระบบผ่านการอัปโหลดไฟล์ XML ที่ออกแบบมาเฉพาะ แม้ยังไม่พบการโจมตีจริง แต่มีโค้ด PoC เผยแพร่แล้ว ทำให้ผู้ดูแลระบบต้องรีบอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ที่ใช้ ISE เป็นระบบควบคุมการเข้าถึงเครือข่ายหลักขององค์กร
    https://www.techradar.com/pro/security/vulnerability-in-identity-service-engine-with-exploit-code-patched-by-cisco

    สหรัฐถอนตัวจากองค์กรอินเทอร์เน็ตเสรี 66 แห่ง
    รัฐบาลสหรัฐประกาศถอนตัวจากองค์กรระหว่างประเทศ 66 แห่ง รวมถึงกลุ่มด้านสิทธิอินเทอร์เน็ตอย่าง Freedom Online Coalition และ Global Forum on Cyber Expertise โดยให้เหตุผลว่าองค์กรเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศ การถอนตัวครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านสิทธิดิจิทัลและความมั่นคงไซเบอร์ทั่วโลก เพราะสหรัฐเป็นผู้สนับสนุนหลักของหลายโครงการ ทำให้อนาคตของความร่วมมือด้านอินเทอร์เน็ตเสรีต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/us-withdraws-from-internet-freedom-bodies-it-deems-wasteful-ineffective-and-harmful

    EU พิจารณาดีล Google ซื้อกิจการ Wiz
    หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาดีลที่ Google ต้องการเข้าซื้อ Wiz ซึ่งเป็นบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดคลาวด์และความปลอดภัยดิจิทัล หากดีลผ่านอาจทำให้ Google ขยายอิทธิพลด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการความปลอดภัยได้มากขึ้น แต่ก็เสี่ยงต่อข้อกังวลเรื่องการผูกขาดในระยะยาว
    https://www.techradar.com/pro/eu-antitrust-regulators-to-decide-on-googles-wiz-acquisition

    Honda–Sony เผยโฉม SUV รุ่นใหม่ แต่คู่แข่งจีนวิ่งนำไปไกลแล้ว
    Honda และ Sony ใช้เวที CES 2026 เปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ Afeela ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นและรองรับฟีเจอร์ความบันเทิงอย่างการเล่น PlayStation 5 ในรถ แม้จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึก แต่รถรุ่นนี้ถูกวางแผนเปิดตัวในปี 2028 ทว่าในขณะที่ทั้งสองบริษัทยังอยู่ในขั้นพัฒนา ค่ายรถจีนกลับเดินหน้าไปไกลกว่า ทั้งด้านราคา ระยะทางวิ่ง และความพร้อมของสินค้าในตลาด
    https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/honda-and-sony-just-teased-a-second-suv-at-ces-2026-but-their-chinese-rivals-are-already-racing-ahead

    รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมใช้ AI ช่วยจัดการสายด่วนสวัสดิการ
    กระทรวง DWP ของสหราชอาณาจักรประกาศโครงการระยะ 4–6 ปีเพื่อใช้ระบบ AI ช่วยคัดแยกและนำทางสายโทรศัพท์เกี่ยวกับสวัสดิการ โดยหวังลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และเพิ่มความแม่นยำในการให้บริการ หลังจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการเพิ่มขึ้นกว่า 2.4 ล้านคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ระบบใหม่นี้ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด
    https://www.techradar.com/pro/uk-government-department-to-use-ai-in-benefits-claims

    อัปเดตใหญ่ Windows 11 26H1 จะมีเฉพาะบนแล็ปท็อป Snapdragon X2
    อัปเดต Windows 11 รุ่น 26H1 ถูกยืนยันว่าจะปล่อยเฉพาะสำหรับแล็ปท็อปที่ใช้ชิป Snapdragon X2 โดยเป็นการปรับปรุงระบบภายในเพื่อรองรับสถาปัตยกรรมใหม่ ไม่ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ใด ๆ แม้จะเป็นการอัปเดตเชิงเทคนิค แต่ก็มีความกังวลว่าการเปลี่ยนแพลตฟอร์มอาจทำให้เกิดบั๊กเหมือนที่เคยเกิดในรุ่นก่อนหน้า
    https://www.techradar.com/computing/windows/windows-11s-next-major-update-is-only-coming-to-a-few-laptops-but-that-could-be-a-blessing-in-disguise

    Xbox Developer Direct 2026 เตรียมเผยเกมใหม่เพียบ
    Xbox ประกาศจัดงาน Developer Direct 2026 ในวันที่ 22 มกราคมนี้ โดยจะเผยตัวอย่างใหม่ของ Fable และ Forza Horizon 6 รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมของ Beast of Reincarnation จาก Game Freak งานนี้ถือเป็นการเปิดศักราชเกมปี 2026 ที่แฟน ๆ รอคอย พร้อมโชว์เกมเพลย์และรายละเอียดจากทีมพัฒนาโดยตรง
    https://www.techradar.com/gaming/gaming-industry/xbox-confirms-developer-direct-2026-showcase-for-later-this-month-here-are-the-games-to-expect

    ข้อมูลส่วนตัวกว่า 700,000 รายถูกหน่วยงานรัฐอิลลินอยส์ทำรั่วไหล
    เหตุการณ์ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนกว่าเจ็ดแสนรายถูกเปิดเผยโดยหน่วยงานรัฐในอิลลินอยส์สร้างความกังวลด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่างหนัก เพราะข้อมูลที่หลุดอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ขณะเดียวกันก็สะท้อนปัญหาโครงสร้างระบบความปลอดภัยของหน่วยงานรัฐที่ยังมีช่องโหว่และต้องเร่งปรับปรุงเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/security/personal-data-on-over-700-000-exposed-by-illinois-government-agency

    iPhone 4 กลับมาฮิตอีกครั้งในฐานะ “กล้องดิจิทัลเรโทร” แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย
    กระแสเรโทรทำให้ iPhone 4 กลายเป็นกล้องดิจิทัลยอดนิยมในหมู่วัยรุ่นและสายคอนเทนต์ที่ชอบภาพโทนเก่า แม้คุณภาพจะสู้มือถือยุคใหม่ไม่ได้ แต่เสน่ห์ของภาพดิบ ๆ ทำให้มันกลับมาฮิตอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเพราะเครื่องไม่ได้รับอัปเดตความปลอดภัยมานาน ผู้ใช้จึงต้องระวังเรื่องข้อมูลส่วนตัวและควรใช้แบบออฟไลน์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านไซเบอร์
    https://www.techradar.com/phones/iphone/the-iphone-4-is-the-classic-camera-phone-that-retro-lovers-can-t-get-enough-of-but-don-t-skip-these-essential-security-tips (techradar.com in Bing)

    กล้องติดรถ Vantrue รุ่นใหม่มาพร้อมกล้องความร้อนแบบ Predator มองเห็นกลางคืนได้เหนือชั้น
    Vantrue เปิดตัว Pilot 2 กล้องติดรถที่รวมกล้องหน้า–หลัง พร้อมกล้องถ่ายภาพความร้อนที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นคน สัตว์ หรือสิ่งกีดขวางในสภาพแสงน้อยหรือหมอกหนาได้อย่างชัดเจนราวกับโหมดมองความร้อนในภาพยนตร์ Predator โดยระบบยังแจ้งเตือนอันตรายล่วงหน้าและรองรับ CarPlay/Android Auto ทำให้เป็นอุปกรณ์เสริมที่ยกระดับความปลอดภัยของรถรุ่นเก่าได้อย่างมาก
    https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/vantrue-unveils-worlds-first-dash-cam-with-thermal-imaging-for-predator-style-night-vision-on-the-move

    แฮ็กเกอร์จีน Salt Typhoon เจาะอีเมลเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐอีกครั้ง
    กลุ่มแฮ็กเกอร์รัฐหนุนจากจีน Salt Typhoon ถูกพบว่าลอบเข้าถึงอีเมลของเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมาธิการสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ทั้งด้านจีน ความมั่นคง และกองทัพ แม้ยังไม่ชัดว่าการเข้าถึงลึกแค่ไหน แต่เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความเสี่ยงด้านไซเบอร์ระหว่างประเทศที่ทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดตามเดิม
    https://www.techradar.com/pro/security/congressional-staff-emails-hacked-as-part-of-salt-typhoon-campaign

    AMD Ryzen AI Halo ท้าชน Nvidia DGX Spark ด้วยพลังประมวลผล AI ในเครื่องเดียว
    AMD ประกาศเปิดตัว Ryzen AI Halo คอมพิวเตอร์สำหรับงาน AI โดยเฉพาะในปี 2026 มาพร้อมซีพียู 16 คอร์, NPU ในตัว, แรมสูงสุด 128GB และรองรับ ROCm เต็มรูปแบบ ทำให้สามารถรันโมเดล AI ขนาดใหญ่แบบโลคัลได้โดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์ ถือเป็นคู่แข่งตรงของ Nvidia DGX Spark ที่ครองตลาดอยู่ก่อนแล้ว และเป็นก้าวสำคัญของ AMD ในการเข้าสู่ตลาด AI ระดับองค์กร
    https://www.techradar.com/pro/amd-will-launch-its-first-pc-in-2026-and-it-will-compete-with-a-very-familiar-brand-ryzen-ai-halo-will-go-head-to-head-against-nvidias-dgx-spark-mini-pc

    AI กับอนาคตดนตรี: will.i.am มองว่า TikTok อันตรายกว่า AI
    will.i.am พูดถึงมุมมองต่อดนตรียุคใหม่ว่าแม้ AI จะสร้างเพลงได้ยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นเพียง “เครื่องมือ” ที่ต้องมีมนุษย์อยู่เบื้องหลัง ต่างจาก TikTok ที่เขามองว่าเป็นภัยต่อวงการมากกว่าเพราะเปลี่ยนพฤติกรรมการเสพดนตรีจนศิลปินต้องปรับตัวอย่างหนัก พร้อมเล่าถึงการร่วมงานกับ LG เพื่อปรับแต่งเสียงลำโพงให้ตอบโจทย์ผู้ฟังยุคใหม่ที่ต้องการคุณภาพเสียงสูงในทุกอุปกรณ์
    https://www.techradar.com/audio/ai-generated-music-is-awesome-somebodys-still-generating-it-when-the-machines-doing-it-on-its-own-talk-to-me-will-i-am-tells-me-how-he-tunes-lgs-new-speakers-and-why-tiktok-rather-than-ai-is-the-big-danger-to-music

    Amazon ใช้ AI ช้อปแทนลูกค้า จนร้านค้ารายย่อยเดือด
    Amazon ทดลองฟีเจอร์ Buy for Me ที่ให้ AI ไปสั่งซื้อสินค้าจากเว็บร้านค้าต่าง ๆ แทนผู้ใช้โดยอัตโนมัติ แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้ผู้ค้ารายย่อยจำนวนมาก เพราะสินค้าถูกนำไปแสดงบน Amazon โดยไม่ได้รับอนุญาต แถมบางครั้งยังเป็นสินค้าที่หมดสต็อกหรือไม่เคยตั้งใจขายตรง ทำให้ร้านค้าต้องรับมือกับออเดอร์ที่ไม่คาดคิดและข้อมูลผิดพลาดที่เกิดจากระบบ AI ของ Amazon เอง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/amazons-ai-is-shopping-on-your-behalf-where-its-not-supposed-to-and-retailers-arent-happy

    CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ตัวจิ๋วที่รวม SSD NVMe และชาร์จแรงสูง
    Satechi เปิดตัว CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ที่รวมพอร์ตความเร็วสูง, ช่องใส่ SSD NVMe สูงสุด 8TB, การชาร์จสูงสุด 140W และรองรับจอ 6K คู่บน Mac หรือสูงถึง 8K หลายจอบน Windows แม้จะไม่มีพอร์ตวิดีโอเฉพาะ แต่ก็ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นศูนย์กลางการทำงานบนโต๊ะที่เล็กแต่ทรงพลังสำหรับผู้ใช้ทั้ง Mac และ Windows
    https://www.techradar.com/pro/satechi-unveils-thunderbolt-5-docking-station-that-doubles-as-external-ssd-shame-it-doesnt-take-hdds-and-why-doesnt-it-have-video-outputs-anyway

    Infinity Cube: ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในกล่องแก้ว 14 ฟุต
    Odinn เปิดตัว Infinity Cube แนวคิดใหม่ของศูนย์ข้อมูลที่ย่อส่วนลงในกล่องแก้วขนาด 14 ฟุต รองรับซีพียู AMD EPYC สูงสุด 56 ตัว, GPU Nvidia B200 ถึง 224 ตัว, RAM 86TB และ NVMe 27.5PB พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวในตัว จุดเด่นคือความหนาแน่นสูงและดีไซน์สวยงาม แต่ยังมีคำถามเรื่องการใช้งานจริง การบำรุงรักษา และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แบบเดิม
    https://www.techradar.com/pro/nvidia-partner-wants-to-beautify-data-centers-with-the-infinity-cube-concept-plans-to-cram-86tb-ddr5-and-224-b200-gpu-in-a-liquid-cooled-14ft-cube

    ราคาหน่วยความจำ DDR5 อาจพุ่งแตะ $500 ในปี 2026
    นักวิเคราะห์เตือนว่าราคา DRAM โดยเฉพาะ DDR5 อาจพุ่งขึ้นกว่า 60% ในไตรมาสแรกของปี 2026 เพราะผู้ผลิตหันไปให้ความสำคัญกับหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์และงาน AI มากขึ้น ทำให้ตลาดผู้ใช้ทั่วไปขาดแคลน ตัวอย่างเช่นโมดูล 32GB ที่ปัจจุบันราคา $325 อาจทะลุ $500 ได้ ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปีนี้
    ​​​​​​​ https://www.techradar.com/pro/2026-could-well-be-the-year-of-the-usd500-32gb-ddr5-memory-module-experts-predict-ddr-will-go-up-by-60-percent-in-q1-2026-alone
    📌📡🔵 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🔵📡📌 #รวมข่าวIT #20260109 #TechRadar 🎧 Skullcandy เปิดตัวหูฟัง AI รุ่นใหม่ แต่มีข้อจำกัดสำคัญ Skullcandy เปิดตัวหูฟังที่ผสานระบบ AI เพื่อช่วยผู้ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่แม้จะมีความสามารถล้ำสมัย ฟีเจอร์บางอย่างกลับถูกจำกัดไว้เฉพาะบางรุ่นหรือบางบริการ ทำให้ประสบการณ์ใช้งานจริงอาจไม่สมบูรณ์เท่าที่คาดหวัง อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ที่ต้องการยกระดับหูฟังราคาจับต้องได้ให้มีความฉลาดขึ้นกว่าเดิม 🔗 https://www.techradar.com/audio/earbuds-airpods/skullcandys-new-earbuds-put-ai-in-your-ears-but-theres-a-catch 🏥 ChatGPT Health พื้นที่ใหม่สำหรับคำถามสุขภาพที่เชื่อมข้อมูลสุขภาพของคุณได้ OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health ซึ่งเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับคำถามด้านสุขภาพ โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพส่วนตัว เช่น Apple Health หรือบันทึกการรักษา เพื่อให้ได้คำตอบที่ตรงกับบริบทของตัวเองมากขึ้น แม้จะมีความสามารถสูง แต่ OpenAI ย้ำชัดว่าเครื่องมือนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่แพทย์ และเน้นความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหลัก พร้อมระบบป้องกันหลายชั้นเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpt-health-is-a-new-space-for-medical-questions-that-works-with-your-health-data-but-openai-insists-its-not-designed-to-replace-your-doctor 🔐 พบช่องโหว่ร้ายแรงใน n8n ที่เปิดทางให้รันคำสั่งบนระบบได้ มีการค้นพบช่องโหว่ระดับวิกฤตใน n8n แพลตฟอร์มอัตโนมัติงานแบบโอเพ่นซอร์ส ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แก้ไข workflow สามารถรันคำสั่งบนระบบจริงได้โดยตรง ทำให้เสี่ยงต่อการถูกฝังมัลแวร์ ขโมยข้อมูล หรือยึดระบบทั้งหมด โดยปัญหานี้ถูกแก้ไขแล้วในเวอร์ชันล่าสุด และผู้ใช้ควรอัปเดตทันทีหรือใช้วิธีป้องกันชั่วคราวตามคำแนะนำ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/a-critical-n8n-flaw-has-been-discovered-heres-how-to-stay-safe 🌟 AVA โฮโลแกรม AI ขนาดจิ๋วจาก Razer พร้อมเป็นทั้งโค้ชอีสปอร์ตและผู้ช่วยชีวิตประจำวัน Razer เปิดตัว Project AVA รุ่นอัปเกรด ซึ่งเป็นโฮโลแกรม AI ขนาดเล็กที่สามารถพูดคุย มองหน้าคุณ ติดตามสายตา และช่วยทั้งการเล่นเกม การจัดตารางงาน ไปจนถึงงานเอกสารต่าง ๆ ด้วยบุคลิกและอวาตาร์ที่เลือกได้หลายแบบ แม้จะล้ำสมัยและให้ความรู้สึกเหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวจริง ๆ แต่ก็มีข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวที่ผู้ใช้ต้องพิจารณา แม้ Razer จะยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดถูกประมวลผลภายในเครื่อง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/meet-the-tiny-ai-hologram-ready-to-be-your-esports-coach-and-life-planner 🤖 AI ถูกใช้เป็นข้ออ้างในการปลดพนักงาน? หลายองค์กรเริ่มโยนความผิดให้ AI ว่าเป็นสาเหตุของการปลดพนักงาน ทั้งที่ความจริงอาจเกี่ยวข้องกับการบริหารต้นทุนและกลยุทธ์ธุรกิจมากกว่า ทำให้เกิดคำถามว่า AI เป็นผู้ร้ายตัวจริงหรือเพียงข้ออ้างที่สะดวกสำหรับผู้บริหารในการลดคน 🔗 https://www.techradar.com/pro/could-ai-be-a-scapegoat-in-layoffs 🔐 NordPass เพิ่มระบบยืนยันตัวตน TOTP ในตัว NordPass เปิดตัวฟีเจอร์ TOTP Authenticator ที่รวมอยู่ในแอปโดยตรง ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องสลับไปมาระหว่างแอปหลายตัวอีกต่อไป พร้อมรองรับการยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์และการซิงก์ระหว่างอุปกรณ์ ช่วยให้การล็อกอินปลอดภัยและสะดวกขึ้นอย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/nordpass-adds-built-in-totp-authenticator-for-personal-accounts 📧 บั๊กใหม่ใน Classic Outlook ทำให้อ่านอีเมลเข้ารหัสไม่ได้ ผู้ใช้ Classic Outlook พบปัญหาหลังอัปเดตล่าสุด ทำให้ไม่สามารถเปิดอีเมลแบบ Encrypt Only ได้ โดย Microsoft แนะนำวิธีแก้ชั่วคราว เช่น เปลี่ยนวิธีเข้ารหัสผ่านเมนู Options หรือย้อนเวอร์ชัน Outlook ลงไปก่อน ส่งผลให้หลายองค์กรต้องหาทางรับมือระหว่างรอแพตช์แก้ไข 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/use-classic-outlook-this-microsoft-bug-might-stop-you-from-opening-encrypted-emails ✉️ Gmail เพิ่มชุดฟีเจอร์ AI ใหม่เพื่อช่วยงานออฟฟิศ Google เปิดตัวฟีเจอร์ AI ชุดใหญ่ใน Gmail เช่น AI Inbox ที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญของอีเมล, AI Overviews ที่สรุปข้อมูลจากข้อความจำนวนมาก และระบบช่วยเขียนอีเมลเวอร์ชันใหม่ที่ฉลาดขึ้น ทำให้การจัดการอีเมลที่เคยยุ่งยากกลายเป็นงานที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัด 🔗 https://www.techradar.com/pro/gmail-is-getting-a-whole-host-of-ai-updates-to-try-and-solve-your-most-irritating-workplace-tasks 📹 Fujifilm เปิดตัวกล้อง Instax สไตล์ Super 8 สุดแหวกแนว Fujifilm Instax Mini Evo Cinema กลายเป็นกล้อง Instax ที่แปลกที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยดีไซน์ย้อนยุคแบบ Super 8 พร้อมฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอที่แปลงเป็น QR Code ให้พิมพ์ออกมาได้ รวมถึงปุ่ม Eras Dial ที่เลือกโทนภาพตามยุคต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 1930–2020 ทำให้เป็นกล้องที่ผสมความสนุกและความคลาสสิกได้อย่างลงตัว 🔗 https://www.techradar.com/cameras/instant-cameras/fujifilms-new-super-8-style-video-camera-is-the-weirdest-instax-ever-but-it-could-also-be-the-most-fun 🎮 Microsoft อาจเปิดตัว “Xbox PC แบบ OEM” ภายในปีนี้ กระแสข่าวลือที่ถูกมองว่าน่าเชื่อถือชี้ว่า Microsoft เตรียมขยายจักรวาล Xbox ด้วยการเปิดตัวเครื่องเล่นเกมรูปแบบใหม่ที่เป็น “Xbox PC แบบ OEM” ซึ่งอาจเป็นการผสานประสบการณ์คอนโซลเข้ากับความยืดหยุ่นของพีซี เพื่อดึงดูดทั้งนักเล่นเกมและผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ โดยคาดว่าจะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ Xbox แข่งขันในตลาดเกมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 🔗 https://www.techradar.com/gaming/xbox/microsoft-could-reveal-its-oem-xbox-pc-this-year-according-to-credible-rumors 🏭 AI Factory: โครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อขับเคลื่อน AI ระดับองค์กร องค์กรทั่วโลกกำลังเร่งนำ AI มาใช้ แต่ความซับซ้อนของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และความปลอดภัยทำให้เกิดความท้าทายอย่างมาก แนวคิด “AI Factory” จึงถูกเสนอเป็นสถาปัตยกรรมแบบครบวงจรที่รวม GPU, Kubernetes, ระบบความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมโมเดลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้ธุรกิจสามารถขยาย AI ได้อย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และควบคุมได้มากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/ai-factories-are-the-foundation-for-enterprise-scale-ai 🤖 Google ลดรอบการปล่อยซอร์สโค้ด Android เหลือปีละ 2 ครั้ง Google เตรียมปรับรูปแบบการปล่อยซอร์สโค้ด Android Open Source Project (AOSP) จากเดิมปีละ 4 ครั้ง เหลือเพียง 2 ครั้งในไตรมาส 2 และ 4 โดยให้เหตุผลว่าการลดความถี่จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม แม้ระบบปฏิบัติการจะยังอัปเดตตามปกติทุกไตรมาสก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปีของ Android 🔗 https://www.techradar.com/pro/google-set-to-reduce-the-android-source-code-releases-to-just-twice-a-year 🌍 SMEs ต้องเร่งรับมือ “Data Sovereignty” เมื่อข้อมูลข้ามพรมแดนถูกจับตาเข้มงวด ธุรกิจขนาดกลางและเล็กในสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญแรงกดดันด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลข้ามประเทศ หลังมีการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดและเกิดเหตุการณ์อย่าง AWS ล่มที่ส่งผลกระทบต่อบริการสำคัญ ทำให้ SMEs ต้องให้ความสำคัญกับการรู้ว่า “ข้อมูลอยู่ที่ไหน” และเลือกผู้ให้บริการที่โปร่งใส มีระบบสำรอง และรองรับข้อกำหนดด้านอธิปไตยข้อมูล 🔗 https://www.techradar.com/pro/your-datas-where-exactly-smes-and-data-sovereignty 🔐 อุตสาหกรรม VPN เผชิญปีแห่งความท้าทาย: AI, การยืนยันอายุ และการเซ็นเซอร์ ปี 2025 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ VPN เมื่อผู้ให้บริการต้องรับมือกับภัยคุกคามจาก AI เช่น การหลอกลวงด้วย LLM การบังคับใช้กฎหมายยืนยันอายุที่เสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคล และการเพิ่มขึ้นของการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ผู้ให้บริการรายใหญ่จึงเร่งพัฒนาเครื่องมือป้องกันสแกม การเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม และระบบต่อต้านการปิดกั้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปี 2026 ที่การแข่งขันจะเข้มข้นยิ่งขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-services/ai-age-verification-and-censorship-how-the-vpn-industry-tackled-2025s-biggest-issues-and-what-it-plans-to-do-next 🧠✨ “External Brain” เวียร์เอเบิลยุคใหม่มาแรงในงาน CES 2026 กระแสใหม่ของวงการเวียร์เอเบิลกำลังเปลี่ยนจากสายรัดข้อมือฟิตเนสไปสู่ “สมองเสริมภายนอก” ที่ช่วยประมวลผลและเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อทำงานด้าน AI แบบเรียลไทม์ โดยอุปกรณ์รุ่นใหม่เน้นความเบา เรียบง่าย และใช้งานจริงได้มากขึ้น เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแสดงข้อมูลผ่านจอขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในแว่น ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาดูตลอดเวลา ถือเป็นทิศทางใหม่ที่ผสมผสานความเป็นแฟชั่นกับเทคโนโลยีได้ลงตัว 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/smartwatches/forget-fitness-trackers-external-brains-are-the-hot-new-wearables-at-ces-this-year 👓💡 แว่น Even Realities G2 — มินิมอลแต่ทรงพลัง แว่นอัจฉริยะ Even Realities G2 โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเบาเหมือนแว่นทั่วไป แต่ซ่อนจอ waveform สีเขียวคมชัดไว้ในเลนส์ สามารถแสดงข้อมูลแบบ HUD เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแจ้งเตือน โดยอาศัยพลังประมวลผลจากสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ทำให้ตัวแว่นไม่เทอะทะและแบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้น พร้อมระบบควบคุมผ่านเซนเซอร์สัมผัสหลังขาแว่น ถือเป็นตัวอย่างของเวียร์เอเบิลที่เน้นความเรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง 🔗 https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/i-tried-even-realities-g2-display-smart-glasses-and-now-i-cant-stop-thinking-about-their-minimalist-approach 🎙️🤖 SwitchBot MindClip — คลิปติดปกเสื้อที่บันทึกทุกบทสนทนา SwitchBot เปิดตัว MindClip อุปกรณ์ขนาดเล็กติดปกเสื้อที่สามารถบันทึกเสียงทุกการสนทนาและจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลส่วนตัว พร้อมฟีเจอร์ AI ช่วยสรุปเนื้อหาและค้นหาบทสนทนาที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว แม้จะมีประโยชน์ในงานประชุมหรือคนที่หลงลืมง่าย แต่ก็สร้างความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวเพราะสามารถใช้บันทึกบทสนทนาในชีวิตประจำวันได้โดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดคำถามว่าความสะดวกสบายควรแลกกับความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-home/switchbots-new-gadget-clips-to-your-collar-and-records-your-conversations-so-youll-never-have-to-pay-attention-ever-again 🔐⚠️ Cisco อุดช่องโหว่ ISE หลังพบโค้ดโจมตีถูกเผยแพร่ Cisco ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ระดับกลางในระบบ Identity Services Engine (ISE) ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แอดมินสามารถอ่านไฟล์สำคัญในระบบผ่านการอัปโหลดไฟล์ XML ที่ออกแบบมาเฉพาะ แม้ยังไม่พบการโจมตีจริง แต่มีโค้ด PoC เผยแพร่แล้ว ทำให้ผู้ดูแลระบบต้องรีบอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ที่ใช้ ISE เป็นระบบควบคุมการเข้าถึงเครือข่ายหลักขององค์กร 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/vulnerability-in-identity-service-engine-with-exploit-code-patched-by-cisco 🌐🇺🇸 สหรัฐถอนตัวจากองค์กรอินเทอร์เน็ตเสรี 66 แห่ง รัฐบาลสหรัฐประกาศถอนตัวจากองค์กรระหว่างประเทศ 66 แห่ง รวมถึงกลุ่มด้านสิทธิอินเทอร์เน็ตอย่าง Freedom Online Coalition และ Global Forum on Cyber Expertise โดยให้เหตุผลว่าองค์กรเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศ การถอนตัวครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านสิทธิดิจิทัลและความมั่นคงไซเบอร์ทั่วโลก เพราะสหรัฐเป็นผู้สนับสนุนหลักของหลายโครงการ ทำให้อนาคตของความร่วมมือด้านอินเทอร์เน็ตเสรีต้องจับตาอย่างใกล้ชิด 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/us-withdraws-from-internet-freedom-bodies-it-deems-wasteful-ineffective-and-harmful 🏛️ EU พิจารณาดีล Google ซื้อกิจการ Wiz หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาดีลที่ Google ต้องการเข้าซื้อ Wiz ซึ่งเป็นบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดคลาวด์และความปลอดภัยดิจิทัล หากดีลผ่านอาจทำให้ Google ขยายอิทธิพลด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการความปลอดภัยได้มากขึ้น แต่ก็เสี่ยงต่อข้อกังวลเรื่องการผูกขาดในระยะยาว 🔗 https://www.techradar.com/pro/eu-antitrust-regulators-to-decide-on-googles-wiz-acquisition 🚗⚡ Honda–Sony เผยโฉม SUV รุ่นใหม่ แต่คู่แข่งจีนวิ่งนำไปไกลแล้ว Honda และ Sony ใช้เวที CES 2026 เปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ Afeela ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นและรองรับฟีเจอร์ความบันเทิงอย่างการเล่น PlayStation 5 ในรถ แม้จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึก แต่รถรุ่นนี้ถูกวางแผนเปิดตัวในปี 2028 ทว่าในขณะที่ทั้งสองบริษัทยังอยู่ในขั้นพัฒนา ค่ายรถจีนกลับเดินหน้าไปไกลกว่า ทั้งด้านราคา ระยะทางวิ่ง และความพร้อมของสินค้าในตลาด 🔗 https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/honda-and-sony-just-teased-a-second-suv-at-ces-2026-but-their-chinese-rivals-are-already-racing-ahead 🤖📞 รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมใช้ AI ช่วยจัดการสายด่วนสวัสดิการ กระทรวง DWP ของสหราชอาณาจักรประกาศโครงการระยะ 4–6 ปีเพื่อใช้ระบบ AI ช่วยคัดแยกและนำทางสายโทรศัพท์เกี่ยวกับสวัสดิการ โดยหวังลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และเพิ่มความแม่นยำในการให้บริการ หลังจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการเพิ่มขึ้นกว่า 2.4 ล้านคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ระบบใหม่นี้ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด 🔗 https://www.techradar.com/pro/uk-government-department-to-use-ai-in-benefits-claims 💻⚙️ อัปเดตใหญ่ Windows 11 26H1 จะมีเฉพาะบนแล็ปท็อป Snapdragon X2 อัปเดต Windows 11 รุ่น 26H1 ถูกยืนยันว่าจะปล่อยเฉพาะสำหรับแล็ปท็อปที่ใช้ชิป Snapdragon X2 โดยเป็นการปรับปรุงระบบภายในเพื่อรองรับสถาปัตยกรรมใหม่ ไม่ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ใด ๆ แม้จะเป็นการอัปเดตเชิงเทคนิค แต่ก็มีความกังวลว่าการเปลี่ยนแพลตฟอร์มอาจทำให้เกิดบั๊กเหมือนที่เคยเกิดในรุ่นก่อนหน้า 🔗 https://www.techradar.com/computing/windows/windows-11s-next-major-update-is-only-coming-to-a-few-laptops-but-that-could-be-a-blessing-in-disguise 🎮✨ Xbox Developer Direct 2026 เตรียมเผยเกมใหม่เพียบ Xbox ประกาศจัดงาน Developer Direct 2026 ในวันที่ 22 มกราคมนี้ โดยจะเผยตัวอย่างใหม่ของ Fable และ Forza Horizon 6 รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมของ Beast of Reincarnation จาก Game Freak งานนี้ถือเป็นการเปิดศักราชเกมปี 2026 ที่แฟน ๆ รอคอย พร้อมโชว์เกมเพลย์และรายละเอียดจากทีมพัฒนาโดยตรง 🔗 https://www.techradar.com/gaming/gaming-industry/xbox-confirms-developer-direct-2026-showcase-for-later-this-month-here-are-the-games-to-expect 🛡️ ข้อมูลส่วนตัวกว่า 700,000 รายถูกหน่วยงานรัฐอิลลินอยส์ทำรั่วไหล เหตุการณ์ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนกว่าเจ็ดแสนรายถูกเปิดเผยโดยหน่วยงานรัฐในอิลลินอยส์สร้างความกังวลด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่างหนัก เพราะข้อมูลที่หลุดอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ขณะเดียวกันก็สะท้อนปัญหาโครงสร้างระบบความปลอดภัยของหน่วยงานรัฐที่ยังมีช่องโหว่และต้องเร่งปรับปรุงเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/personal-data-on-over-700-000-exposed-by-illinois-government-agency 📸 iPhone 4 กลับมาฮิตอีกครั้งในฐานะ “กล้องดิจิทัลเรโทร” แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย กระแสเรโทรทำให้ iPhone 4 กลายเป็นกล้องดิจิทัลยอดนิยมในหมู่วัยรุ่นและสายคอนเทนต์ที่ชอบภาพโทนเก่า แม้คุณภาพจะสู้มือถือยุคใหม่ไม่ได้ แต่เสน่ห์ของภาพดิบ ๆ ทำให้มันกลับมาฮิตอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเพราะเครื่องไม่ได้รับอัปเดตความปลอดภัยมานาน ผู้ใช้จึงต้องระวังเรื่องข้อมูลส่วนตัวและควรใช้แบบออฟไลน์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านไซเบอร์ 🔗 https://www.techradar.com/phones/iphone/the-iphone-4-is-the-classic-camera-phone-that-retro-lovers-can-t-get-enough-of-but-don-t-skip-these-essential-security-tips (techradar.com in Bing) 🚗🌙 กล้องติดรถ Vantrue รุ่นใหม่มาพร้อมกล้องความร้อนแบบ Predator มองเห็นกลางคืนได้เหนือชั้น Vantrue เปิดตัว Pilot 2 กล้องติดรถที่รวมกล้องหน้า–หลัง พร้อมกล้องถ่ายภาพความร้อนที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นคน สัตว์ หรือสิ่งกีดขวางในสภาพแสงน้อยหรือหมอกหนาได้อย่างชัดเจนราวกับโหมดมองความร้อนในภาพยนตร์ Predator โดยระบบยังแจ้งเตือนอันตรายล่วงหน้าและรองรับ CarPlay/Android Auto ทำให้เป็นอุปกรณ์เสริมที่ยกระดับความปลอดภัยของรถรุ่นเก่าได้อย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/vantrue-unveils-worlds-first-dash-cam-with-thermal-imaging-for-predator-style-night-vision-on-the-move 🕵️‍♂️💻 แฮ็กเกอร์จีน Salt Typhoon เจาะอีเมลเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐอีกครั้ง กลุ่มแฮ็กเกอร์รัฐหนุนจากจีน Salt Typhoon ถูกพบว่าลอบเข้าถึงอีเมลของเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมาธิการสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ทั้งด้านจีน ความมั่นคง และกองทัพ แม้ยังไม่ชัดว่าการเข้าถึงลึกแค่ไหน แต่เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความเสี่ยงด้านไซเบอร์ระหว่างประเทศที่ทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดตามเดิม 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/congressional-staff-emails-hacked-as-part-of-salt-typhoon-campaign 🤖⚡ AMD Ryzen AI Halo ท้าชน Nvidia DGX Spark ด้วยพลังประมวลผล AI ในเครื่องเดียว AMD ประกาศเปิดตัว Ryzen AI Halo คอมพิวเตอร์สำหรับงาน AI โดยเฉพาะในปี 2026 มาพร้อมซีพียู 16 คอร์, NPU ในตัว, แรมสูงสุด 128GB และรองรับ ROCm เต็มรูปแบบ ทำให้สามารถรันโมเดล AI ขนาดใหญ่แบบโลคัลได้โดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์ ถือเป็นคู่แข่งตรงของ Nvidia DGX Spark ที่ครองตลาดอยู่ก่อนแล้ว และเป็นก้าวสำคัญของ AMD ในการเข้าสู่ตลาด AI ระดับองค์กร 🔗 https://www.techradar.com/pro/amd-will-launch-its-first-pc-in-2026-and-it-will-compete-with-a-very-familiar-brand-ryzen-ai-halo-will-go-head-to-head-against-nvidias-dgx-spark-mini-pc 🎵 AI กับอนาคตดนตรี: will.i.am มองว่า TikTok อันตรายกว่า AI will.i.am พูดถึงมุมมองต่อดนตรียุคใหม่ว่าแม้ AI จะสร้างเพลงได้ยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นเพียง “เครื่องมือ” ที่ต้องมีมนุษย์อยู่เบื้องหลัง ต่างจาก TikTok ที่เขามองว่าเป็นภัยต่อวงการมากกว่าเพราะเปลี่ยนพฤติกรรมการเสพดนตรีจนศิลปินต้องปรับตัวอย่างหนัก พร้อมเล่าถึงการร่วมงานกับ LG เพื่อปรับแต่งเสียงลำโพงให้ตอบโจทย์ผู้ฟังยุคใหม่ที่ต้องการคุณภาพเสียงสูงในทุกอุปกรณ์ 🔗 https://www.techradar.com/audio/ai-generated-music-is-awesome-somebodys-still-generating-it-when-the-machines-doing-it-on-its-own-talk-to-me-will-i-am-tells-me-how-he-tunes-lgs-new-speakers-and-why-tiktok-rather-than-ai-is-the-big-danger-to-music 🛒 Amazon ใช้ AI ช้อปแทนลูกค้า จนร้านค้ารายย่อยเดือด Amazon ทดลองฟีเจอร์ Buy for Me ที่ให้ AI ไปสั่งซื้อสินค้าจากเว็บร้านค้าต่าง ๆ แทนผู้ใช้โดยอัตโนมัติ แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้ผู้ค้ารายย่อยจำนวนมาก เพราะสินค้าถูกนำไปแสดงบน Amazon โดยไม่ได้รับอนุญาต แถมบางครั้งยังเป็นสินค้าที่หมดสต็อกหรือไม่เคยตั้งใจขายตรง ทำให้ร้านค้าต้องรับมือกับออเดอร์ที่ไม่คาดคิดและข้อมูลผิดพลาดที่เกิดจากระบบ AI ของ Amazon เอง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/amazons-ai-is-shopping-on-your-behalf-where-its-not-supposed-to-and-retailers-arent-happy 💻 CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ตัวจิ๋วที่รวม SSD NVMe และชาร์จแรงสูง Satechi เปิดตัว CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ที่รวมพอร์ตความเร็วสูง, ช่องใส่ SSD NVMe สูงสุด 8TB, การชาร์จสูงสุด 140W และรองรับจอ 6K คู่บน Mac หรือสูงถึง 8K หลายจอบน Windows แม้จะไม่มีพอร์ตวิดีโอเฉพาะ แต่ก็ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นศูนย์กลางการทำงานบนโต๊ะที่เล็กแต่ทรงพลังสำหรับผู้ใช้ทั้ง Mac และ Windows 🔗 https://www.techradar.com/pro/satechi-unveils-thunderbolt-5-docking-station-that-doubles-as-external-ssd-shame-it-doesnt-take-hdds-and-why-doesnt-it-have-video-outputs-anyway 🧊 Infinity Cube: ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในกล่องแก้ว 14 ฟุต Odinn เปิดตัว Infinity Cube แนวคิดใหม่ของศูนย์ข้อมูลที่ย่อส่วนลงในกล่องแก้วขนาด 14 ฟุต รองรับซีพียู AMD EPYC สูงสุด 56 ตัว, GPU Nvidia B200 ถึง 224 ตัว, RAM 86TB และ NVMe 27.5PB พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวในตัว จุดเด่นคือความหนาแน่นสูงและดีไซน์สวยงาม แต่ยังมีคำถามเรื่องการใช้งานจริง การบำรุงรักษา และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แบบเดิม 🔗 https://www.techradar.com/pro/nvidia-partner-wants-to-beautify-data-centers-with-the-infinity-cube-concept-plans-to-cram-86tb-ddr5-and-224-b200-gpu-in-a-liquid-cooled-14ft-cube 💾 ราคาหน่วยความจำ DDR5 อาจพุ่งแตะ $500 ในปี 2026 นักวิเคราะห์เตือนว่าราคา DRAM โดยเฉพาะ DDR5 อาจพุ่งขึ้นกว่า 60% ในไตรมาสแรกของปี 2026 เพราะผู้ผลิตหันไปให้ความสำคัญกับหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์และงาน AI มากขึ้น ทำให้ตลาดผู้ใช้ทั่วไปขาดแคลน ตัวอย่างเช่นโมดูล 32GB ที่ปัจจุบันราคา $325 อาจทะลุ $500 ได้ ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปีนี้ ​​​​​​​🔗 https://www.techradar.com/pro/2026-could-well-be-the-year-of-the-usd500-32gb-ddr5-memory-module-experts-predict-ddr-will-go-up-by-60-percent-in-q1-2026-alone
    0 Comments 0 Shares 561 Views 0 Reviews
  • ร้านอิเล็กทรอนิกส์ญี่ปุ่นประกาศ “รับซื้อคอมเก่าทุกสภาพ” หลังตลาดขาดแคลนฮาร์ดแวร์หนัก

    วิกฤตขาดแคลนฮาร์ดแวร์ในญี่ปุ่นยังคงรุนแรงต่อเนื่อง จนร้านอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ในย่าน อากิฮาบาระ (Akihabara) ต้องออกมาประกาศรับซื้อคอมพิวเตอร์เก่าทุกสภาพแบบ “ยกมาขายได้หมด” เพื่อเติมสต็อกที่หายากขึ้นเรื่อยๆ ร้านค้าระบุว่าความต้องการของตลาดยังสูง แต่ซัพพลายจากผู้ผลิตกลับลดลง ทำให้เครื่องมือสองกลายเป็นแหล่งสำคัญในการหมุนเวียนสินค้า

    สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดชิ้นส่วนอย่าง GPU, CPU และเมนบอร์ด ที่ได้รับผลกระทบจากทั้งความต้องการด้าน AI, การผลิตที่ล่าช้า และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ผู้เชี่ยวชาญบางรายชี้ว่า ตลาดมือสองอาจกลายเป็น “ตัวช่วยหลัก” ของผู้ใช้ทั่วไปในช่วงปีนี้ เพราะราคาของฮาร์ดแวร์ใหม่ยังไม่มีแนวโน้มลดลงเร็วๆ นี้

    นอกจากนี้ การที่ร้านค้าต้องออกมารับซื้อคอมทุกสภาพยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในญี่ปุ่น ที่เริ่มหันมาใช้คอมพิวเตอร์มือสองมากขึ้น เนื่องจากราคาคอมใหม่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ผู้ใช้จำนวนมากก็เริ่มอัปเกรดเฉพาะบางชิ้นส่วนแทนการซื้อเครื่องใหม่ทั้งชุด ทำให้ตลาดมือสองมีความคึกคักเป็นพิเศษ

    ในภาพรวม วิกฤตครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าตลาดคอมพิวเตอร์ทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วง “เปลี่ยนผ่าน” ที่ผู้ผลิตต้องปรับตัว ทั้งในด้านการผลิต การจัดสรรสินค้า และการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI และงานประมวลผลขั้นสูง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ร้านอิเล็กทรอนิกส์ในอากิฮาบาระประกาศรับซื้อคอมเก่าทุกสภาพ
    เกิดจากการขาดแคลนฮาร์ดแวร์อย่างหนักในตลาดญี่ปุ่น
    ต้องการเพิ่มสต็อกเพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้

    ตลาดมือสองในญี่ปุ่นเติบโตอย่างรวดเร็ว
    ผู้ใช้หันมาซื้อคอมมือสองเพราะราคาคอมใหม่สูงขึ้น
    การอัปเกรดเฉพาะชิ้นส่วนทำให้ตลาดมือสองคึกคัก

    ความต้องการฮาร์ดแวร์เพิ่มขึ้นจากงานด้าน AI และประมวลผล
    GPU และ CPU เป็นสินค้าที่ขาดแคลนมากที่สุด
    ผู้ผลิตยังไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทัน

    ความเสี่ยงจากการซื้อคอมมือสอง
    อาจเจออุปกรณ์เสื่อมสภาพหรือมีปัญหาแฝง
    ประกันและการรับประกันคุณภาพอาจไม่ครอบคลุม

    ราคาฮาร์ดแวร์อาจยังคงสูงต่อเนื่อง
    ส่งผลให้ผู้ใช้ทั่วไปต้องแบกรับต้นทุนเพิ่ม
    อาจกระทบตลาดเกมเมอร์และผู้ทำงานด้านกราฟิกโดยตรง

    https://www.tomshardware.com/desktops/pc-building/major-japanese-electronics-store-begs-customers-for-their-old-pcs-as-hardware-drought-continues-we-pretty-much-buy-any-pc-pleads-the-akihabara-outlet
    🖥️ ร้านอิเล็กทรอนิกส์ญี่ปุ่นประกาศ “รับซื้อคอมเก่าทุกสภาพ” หลังตลาดขาดแคลนฮาร์ดแวร์หนัก วิกฤตขาดแคลนฮาร์ดแวร์ในญี่ปุ่นยังคงรุนแรงต่อเนื่อง จนร้านอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ในย่าน อากิฮาบาระ (Akihabara) ต้องออกมาประกาศรับซื้อคอมพิวเตอร์เก่าทุกสภาพแบบ “ยกมาขายได้หมด” เพื่อเติมสต็อกที่หายากขึ้นเรื่อยๆ ร้านค้าระบุว่าความต้องการของตลาดยังสูง แต่ซัพพลายจากผู้ผลิตกลับลดลง ทำให้เครื่องมือสองกลายเป็นแหล่งสำคัญในการหมุนเวียนสินค้า สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดชิ้นส่วนอย่าง GPU, CPU และเมนบอร์ด ที่ได้รับผลกระทบจากทั้งความต้องการด้าน AI, การผลิตที่ล่าช้า และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ผู้เชี่ยวชาญบางรายชี้ว่า ตลาดมือสองอาจกลายเป็น “ตัวช่วยหลัก” ของผู้ใช้ทั่วไปในช่วงปีนี้ เพราะราคาของฮาร์ดแวร์ใหม่ยังไม่มีแนวโน้มลดลงเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ การที่ร้านค้าต้องออกมารับซื้อคอมทุกสภาพยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในญี่ปุ่น ที่เริ่มหันมาใช้คอมพิวเตอร์มือสองมากขึ้น เนื่องจากราคาคอมใหม่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ผู้ใช้จำนวนมากก็เริ่มอัปเกรดเฉพาะบางชิ้นส่วนแทนการซื้อเครื่องใหม่ทั้งชุด ทำให้ตลาดมือสองมีความคึกคักเป็นพิเศษ ในภาพรวม วิกฤตครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าตลาดคอมพิวเตอร์ทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วง “เปลี่ยนผ่าน” ที่ผู้ผลิตต้องปรับตัว ทั้งในด้านการผลิต การจัดสรรสินค้า และการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI และงานประมวลผลขั้นสูง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ร้านอิเล็กทรอนิกส์ในอากิฮาบาระประกาศรับซื้อคอมเก่าทุกสภาพ ➡️ เกิดจากการขาดแคลนฮาร์ดแวร์อย่างหนักในตลาดญี่ปุ่น ➡️ ต้องการเพิ่มสต็อกเพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้ ✅ ตลาดมือสองในญี่ปุ่นเติบโตอย่างรวดเร็ว ➡️ ผู้ใช้หันมาซื้อคอมมือสองเพราะราคาคอมใหม่สูงขึ้น ➡️ การอัปเกรดเฉพาะชิ้นส่วนทำให้ตลาดมือสองคึกคัก ✅ ความต้องการฮาร์ดแวร์เพิ่มขึ้นจากงานด้าน AI และประมวลผล ➡️ GPU และ CPU เป็นสินค้าที่ขาดแคลนมากที่สุด ➡️ ผู้ผลิตยังไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทัน ‼️ ความเสี่ยงจากการซื้อคอมมือสอง ⛔ อาจเจออุปกรณ์เสื่อมสภาพหรือมีปัญหาแฝง ⛔ ประกันและการรับประกันคุณภาพอาจไม่ครอบคลุม ‼️ ราคาฮาร์ดแวร์อาจยังคงสูงต่อเนื่อง ⛔ ส่งผลให้ผู้ใช้ทั่วไปต้องแบกรับต้นทุนเพิ่ม ⛔ อาจกระทบตลาดเกมเมอร์และผู้ทำงานด้านกราฟิกโดยตรง https://www.tomshardware.com/desktops/pc-building/major-japanese-electronics-store-begs-customers-for-their-old-pcs-as-hardware-drought-continues-we-pretty-much-buy-any-pc-pleads-the-akihabara-outlet
    0 Comments 0 Shares 129 Views 0 Reviews
  • จากโลกไซไฟสู่ท้องถนนจริง: เอ็กโซสเกเลตันกำลังกลายเป็นอุปกรณ์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

    เทคโนโลยีเอ็กโซสเกเลตันที่เคยถูกมองว่าเป็นอุปกรณ์ไซไฟขนาดใหญ่และใช้งานเฉพาะทาง กำลังเปลี่ยนโฉมสู่การเป็นอุปกรณ์ผู้บริโภคที่เบา ฉลาด และเข้าถึงได้มากขึ้น ผู้ผลิตหลายรายหวังให้มันกลายเป็นสินค้า mass market เหมือนสมาร์ตวอทช์ โดยเจาะกลุ่มตั้งแต่นักเดินป่าไปจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องการคงความคล่องตัวไว้ อุปกรณ์เหล่านี้ถูกโชว์อย่างโดดเด่นในงาน CES ที่ลาสเวกัส พร้อมให้ผู้เข้าชมทดลองใช้งานจริง ทั้งแบบช่วยขา ช่วยเข่า หรือเสริมแรงหลัง — บางรุ่นทำได้ครบทั้งหมดในเครื่องเดียว

    เมื่อเทียบกับ Hardiman รุ่นดั้งเดิมในยุค 1960s ที่มีขนาดใหญ่เทอะทะเหมือนหุ่นยนต์ Transformers รุ่นใหม่ในปัจจุบันมีน้ำหนักไม่ถึง 2 กิโลกรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่) และออกแบบให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง หลังจากถูกใช้ในอุตสาหกรรมและการแพทย์มานานกว่า 20 ปี เทคโนโลยีนี้กำลังหลุดพ้นจากการเป็นสินค้านิชเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไป ด้วยราคาที่ลดลงและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น

    สตาร์ทอัปหลายรายนำเสนอเอ็กโซสเกเลตันราคาประมาณ 1,000 ดอลลาร์ พร้อมเซนเซอร์และระบบ AI ที่ปรับแรงช่วยตามสภาพพื้นผิวและจังหวะการเดิน บางรุ่น เช่นของ Dnsys ยังรองรับการวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 27 กม./ชม. ซึ่งเร็วกว่าคนส่วนใหญ่ วิสัยทัศน์ของผู้ผลิต — ส่วนใหญ่เป็นบริษัทจีน — คือการทำให้ผู้ใช้รู้สึกมั่นใจ ไม่เขินอาย และมองอุปกรณ์นี้เหมือนแว่นหรือสมาร์ตวอทช์ในอนาคต

    แม้จะมีความกังวลว่าเอ็กโซสเกเลตันอาจทำให้ผู้ใช้ “ออกแรงน้อยลง” แต่ผู้ทดลองใช้งานจริงกลับพบว่ามันช่วยเสริมแรงโดยไม่แย่งการทำงานของร่างกาย หากช่วยให้คนออกไปเดินมากขึ้น ก็ถือเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ผู้ผลิตยังย้ำว่าผู้ใช้ต้องเดินและทรงตัวได้ด้วยตัวเอง เพื่อความปลอดภัยและเพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นอุปกรณ์พยุงเดิน เมื่ออุปกรณ์เหล่านี้แพร่หลายมากขึ้น ความรู้สึกอายหรือกลัวดูเหมือนหุ่นยนต์ก็จะค่อยๆ หายไป

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เทรนด์เอ็กโซสเกเลตันกำลังเข้าสู่ตลาดผู้บริโภค
    น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย และราคาลดลง
    ใช้ AI ปรับแรงช่วยตามสภาพการเดิน

    การใช้งานและกลุ่มเป้าหมาย
    นักเดินป่า ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการเสริมแรงขณะเดิน
    บางรุ่นรองรับการวิ่งเร็วถึง 27 กม./ชม.

    ประเด็นที่ต้องระวัง
    ผู้ใช้ต้องเดินและทรงตัวได้เอง ไม่ใช่อุปกรณ์ช่วยพยุง
    อาจเกิดความเข้าใจผิดว่าอุปกรณ์ “ทำงานแทน” ผู้ใช้

    ความท้าทายด้านสังคมและการยอมรับ
    ผู้ใช้บางคนยังรู้สึกอายหรือกลัวดูเหมือนหุ่นยนต์
    ต้องสร้างความเข้าใจว่าอุปกรณ์ช่วยเสริม ไม่ได้ลดประโยชน์ของการออกกำลังกาย

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/from-sci-fi-to-sidewalk-exoskeletons-go-mainstream
    🤖🚶‍♂️ จากโลกไซไฟสู่ท้องถนนจริง: เอ็กโซสเกเลตันกำลังกลายเป็นอุปกรณ์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เทคโนโลยีเอ็กโซสเกเลตันที่เคยถูกมองว่าเป็นอุปกรณ์ไซไฟขนาดใหญ่และใช้งานเฉพาะทาง กำลังเปลี่ยนโฉมสู่การเป็นอุปกรณ์ผู้บริโภคที่เบา ฉลาด และเข้าถึงได้มากขึ้น ผู้ผลิตหลายรายหวังให้มันกลายเป็นสินค้า mass market เหมือนสมาร์ตวอทช์ โดยเจาะกลุ่มตั้งแต่นักเดินป่าไปจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องการคงความคล่องตัวไว้ อุปกรณ์เหล่านี้ถูกโชว์อย่างโดดเด่นในงาน CES ที่ลาสเวกัส พร้อมให้ผู้เข้าชมทดลองใช้งานจริง ทั้งแบบช่วยขา ช่วยเข่า หรือเสริมแรงหลัง — บางรุ่นทำได้ครบทั้งหมดในเครื่องเดียว เมื่อเทียบกับ Hardiman รุ่นดั้งเดิมในยุค 1960s ที่มีขนาดใหญ่เทอะทะเหมือนหุ่นยนต์ Transformers รุ่นใหม่ในปัจจุบันมีน้ำหนักไม่ถึง 2 กิโลกรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่) และออกแบบให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง หลังจากถูกใช้ในอุตสาหกรรมและการแพทย์มานานกว่า 20 ปี เทคโนโลยีนี้กำลังหลุดพ้นจากการเป็นสินค้านิชเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไป ด้วยราคาที่ลดลงและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น สตาร์ทอัปหลายรายนำเสนอเอ็กโซสเกเลตันราคาประมาณ 1,000 ดอลลาร์ พร้อมเซนเซอร์และระบบ AI ที่ปรับแรงช่วยตามสภาพพื้นผิวและจังหวะการเดิน บางรุ่น เช่นของ Dnsys ยังรองรับการวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 27 กม./ชม. ซึ่งเร็วกว่าคนส่วนใหญ่ วิสัยทัศน์ของผู้ผลิต — ส่วนใหญ่เป็นบริษัทจีน — คือการทำให้ผู้ใช้รู้สึกมั่นใจ ไม่เขินอาย และมองอุปกรณ์นี้เหมือนแว่นหรือสมาร์ตวอทช์ในอนาคต แม้จะมีความกังวลว่าเอ็กโซสเกเลตันอาจทำให้ผู้ใช้ “ออกแรงน้อยลง” แต่ผู้ทดลองใช้งานจริงกลับพบว่ามันช่วยเสริมแรงโดยไม่แย่งการทำงานของร่างกาย หากช่วยให้คนออกไปเดินมากขึ้น ก็ถือเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ผู้ผลิตยังย้ำว่าผู้ใช้ต้องเดินและทรงตัวได้ด้วยตัวเอง เพื่อความปลอดภัยและเพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นอุปกรณ์พยุงเดิน เมื่ออุปกรณ์เหล่านี้แพร่หลายมากขึ้น ความรู้สึกอายหรือกลัวดูเหมือนหุ่นยนต์ก็จะค่อยๆ หายไป 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เทรนด์เอ็กโซสเกเลตันกำลังเข้าสู่ตลาดผู้บริโภค ➡️ น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย และราคาลดลง ➡️ ใช้ AI ปรับแรงช่วยตามสภาพการเดิน ✅ การใช้งานและกลุ่มเป้าหมาย ➡️ นักเดินป่า ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการเสริมแรงขณะเดิน ➡️ บางรุ่นรองรับการวิ่งเร็วถึง 27 กม./ชม. ‼️ ประเด็นที่ต้องระวัง ⛔ ผู้ใช้ต้องเดินและทรงตัวได้เอง ไม่ใช่อุปกรณ์ช่วยพยุง ⛔ อาจเกิดความเข้าใจผิดว่าอุปกรณ์ “ทำงานแทน” ผู้ใช้ ‼️ ความท้าทายด้านสังคมและการยอมรับ ⛔ ผู้ใช้บางคนยังรู้สึกอายหรือกลัวดูเหมือนหุ่นยนต์ ⛔ ต้องสร้างความเข้าใจว่าอุปกรณ์ช่วยเสริม ไม่ได้ลดประโยชน์ของการออกกำลังกาย https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/from-sci-fi-to-sidewalk-exoskeletons-go-mainstream
    WWW.THESTAR.COM.MY
    From sci-fi to sidewalk: exoskeletons go mainstream
    Exoskeletons are shedding their bulky, sci-fi image to become lightweight, AI-powered consumer devices that manufacturers hope will become as commonplace as smartwatches, targeting everyone from hikers to seniors seeking to stay active.
    0 Comments 0 Shares 147 Views 0 Reviews
  • #"เชื่อเหรอว่าเป็นอุบัติเหตุพอเหอะเมื่อ"MOU43สิ้นสภาพไปแล้วไทยควรยึดพื้นที่สร้างกำแพงถาวรให้แข็งแรงเหมือนกำแพงเมืองจีนไปเลย...ไม่ต้องเจรจาแล้วเสียเวลา
    #"เชื่อเหรอว่าเป็นอุบัติเหตุพอเหอะเมื่อ"MOU43สิ้นสภาพไปแล้วไทยควรยึดพื้นที่สร้างกำแพงถาวรให้แข็งแรงเหมือนกำแพงเมืองจีนไปเลย...ไม่ต้องเจรจาแล้วเสียเวลา
    0 Comments 0 Shares 84 Views 0 0 Reviews
  • เจ้าหน้าที่ EOD อุบลราชธานี ร่วมฝ่ายปกครอง–ตชด.–กอ.รมน. เข้าสำรวจและทำลายวัตถุต้องสงสัยในพื้นที่การเกษตร อ.น้ำยืน และ อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี หลังมีรายงานพบหลุมคล้ายจรวด BM21 รวม 6 จุด จากเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา
    .
    ผลการตรวจสอบ 5 จุดแรก ในพื้นที่ ต.โซง อ.น้ำยืน พบเป็นเพียงหลุมคล้ายรอยจรวด แต่ไม่พบกระสุนหรือวัตถุระเบิดแต่อย่างใด
    .
    ส่วนจุดที่ 6 ในไร่มัน บ้านโนนทับทิน ต.โคกสะอาด อ.น้ำขุ่น พบกระสุนปืนใหญ่ขนาด 105 มิลลิเมตร ของทหารกัมพูชา ที่ยิงเข้ามาในช่วงการปะทะรอบที่ 2 และยังไม่ทำงาน เจ้าหน้าที่จึงใช้ระเบิดแรงสูงอัดทำลายจนสิ้นสภาพ
    .
    ผู้ใหญ่บ้านเผย ระหว่างเหตุปะทะมีลูกระเบิดตกในพื้นที่หลายจุด แต่ส่วนใหญ่ระเบิดไปแล้ว เหลือเพียงจุดนี้ที่ยังเป็นอันตราย จึงเร่งประสานเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002250
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #อุบลราชธานี #น้ำยืน #น้ำขุ่น #EOD #กระสุนปืนใหญ่ #ความมั่นคง #ทำลายให้สิ้นสภาพ
    เจ้าหน้าที่ EOD อุบลราชธานี ร่วมฝ่ายปกครอง–ตชด.–กอ.รมน. เข้าสำรวจและทำลายวัตถุต้องสงสัยในพื้นที่การเกษตร อ.น้ำยืน และ อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี หลังมีรายงานพบหลุมคล้ายจรวด BM21 รวม 6 จุด จากเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา . ผลการตรวจสอบ 5 จุดแรก ในพื้นที่ ต.โซง อ.น้ำยืน พบเป็นเพียงหลุมคล้ายรอยจรวด แต่ไม่พบกระสุนหรือวัตถุระเบิดแต่อย่างใด . ส่วนจุดที่ 6 ในไร่มัน บ้านโนนทับทิน ต.โคกสะอาด อ.น้ำขุ่น พบกระสุนปืนใหญ่ขนาด 105 มิลลิเมตร ของทหารกัมพูชา ที่ยิงเข้ามาในช่วงการปะทะรอบที่ 2 และยังไม่ทำงาน เจ้าหน้าที่จึงใช้ระเบิดแรงสูงอัดทำลายจนสิ้นสภาพ . ผู้ใหญ่บ้านเผย ระหว่างเหตุปะทะมีลูกระเบิดตกในพื้นที่หลายจุด แต่ส่วนใหญ่ระเบิดไปแล้ว เหลือเพียงจุดนี้ที่ยังเป็นอันตราย จึงเร่งประสานเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002250 . #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #อุบลราชธานี #น้ำยืน #น้ำขุ่น #EOD #กระสุนปืนใหญ่ #ความมั่นคง #ทำลายให้สิ้นสภาพ
    Like
    1
    0 Comments 1 Shares 387 Views 0 Reviews
  • “พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ” รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันชัดเจน แม้ศาลปกครองสูงสุดจะอ่านคำพิพากษาในวันพรุ่งนี้ (9 ม.ค.) และผลออกมาเป็นคุณ ก็ไม่ทำให้ “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” กลับมารับราชการตำรวจได้
    .
    เหตุเพราะยังมีคำสั่ง “ไล่ออกจากราชการ” ติดตัวอยู่ ซึ่งเป็นคนละคดี และยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด
    .
    รองโฆษก ตร. ระบุ คดีพรุ่งนี้เป็นเพียงคดีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ไม่ได้เกี่ยวกับคำสั่งไล่ออกที่มีผลตามกฎหมายแล้ว และ ก.พ.ค.ตร. มีมติเอกฉันท์ยกอุทธรณ์ไปก่อนหน้านี้
    .
    พร้อมย้ำ การเดินหน้าคดีสินบน ป.ป.ช. ไม่ใช่การเร่งเกมแข่งกับศาล แต่เป็นคดีที่มีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษและมีพยานหลักฐานตามกระบวนการกฎหมาย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002136
    .
    #News1live #News1 #บิ๊กโจ๊ก #ไตรรงค์ #ศาลปกครองสูงสุด #สตช #คดีตำรวจ #ความยุติธรรม #ทำลายให้สิ้นสภาพ
    “พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ” รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันชัดเจน แม้ศาลปกครองสูงสุดจะอ่านคำพิพากษาในวันพรุ่งนี้ (9 ม.ค.) และผลออกมาเป็นคุณ ก็ไม่ทำให้ “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” กลับมารับราชการตำรวจได้ . เหตุเพราะยังมีคำสั่ง “ไล่ออกจากราชการ” ติดตัวอยู่ ซึ่งเป็นคนละคดี และยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด . รองโฆษก ตร. ระบุ คดีพรุ่งนี้เป็นเพียงคดีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ไม่ได้เกี่ยวกับคำสั่งไล่ออกที่มีผลตามกฎหมายแล้ว และ ก.พ.ค.ตร. มีมติเอกฉันท์ยกอุทธรณ์ไปก่อนหน้านี้ . พร้อมย้ำ การเดินหน้าคดีสินบน ป.ป.ช. ไม่ใช่การเร่งเกมแข่งกับศาล แต่เป็นคดีที่มีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษและมีพยานหลักฐานตามกระบวนการกฎหมาย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002136 . #News1live #News1 #บิ๊กโจ๊ก #ไตรรงค์ #ศาลปกครองสูงสุด #สตช #คดีตำรวจ #ความยุติธรรม #ทำลายให้สิ้นสภาพ
    Like
    2
    0 Comments 1 Shares 325 Views 0 Reviews
More Results