• ดาวเคราะห์น้อยหมุนเร็วที่สุดเท่าที่เคยพบ – เร็วจน “ควรแตกเป็นชิ้น ๆ” แต่กลับยังอยู่ครบ!

    กล้องโทรทรรศน์ Vera C. Rubin Observatory เพิ่งสร้างความประหลาดใจครั้งใหญ่ให้แก่วงการดาราศาสตร์ หลังตรวจพบดาวเคราะห์น้อยชื่อ 2025 MN45 ที่มีขนาดใหญ่ถึง 710 เมตร แต่กลับหมุนรอบตัวเองเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ—เพียง 1.88 นาทีต่อรอบ เท่านั้น! ความเร็วระดับนี้ทำลายสถิติเดิมแบบขาดลอย และเร็วกว่าขีดจำกัดที่นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อว่าดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่จะทนได้

    ตามทฤษฎีเดิม ดาวเคราะห์น้อยที่ใหญ่กว่า 150 เมตรมักเป็น “กองหินหลวม ๆ” (rubble pile) ที่ยึดกันด้วยแรงโน้มถ่วงอ่อน ๆ หากหมุนเร็วเกิน 2.2 ชั่วโมง มันควรแตกกระจายเป็นเศษหิน แต่ 2025 MN45 กลับหมุนเร็วกว่า 70 เท่า และยังคงสภาพเดิมอย่างสมบูรณ์ ทำให้นักวิจัยเชื่อว่ามันต้องมีโครงสร้างแข็งแรงระดับ “หินตัน” ไม่ใช่กองเศษหินแบบที่เคยคิดกัน

    ที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือ Rubin Observatory ยังพบดาวเคราะห์น้อยอีก 18 ดวง ที่หมุนเร็วผิดปกติในลักษณะเดียวกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าเราอาจประเมินความแข็งแรงและโครงสร้างภายในของดาวเคราะห์น้อยในแถบ Main Belt ต่ำเกินไปมานาน การค้นพบนี้อาจเปลี่ยนความเข้าใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการของวัตถุในระบบสุริยะยุคแรกเริ่ม

    นักวิทยาศาสตร์คาดว่าดาวเคราะห์น้อยประเภทนี้อาจเป็น “เศษหินดั้งเดิม” ที่รอดจากการชนรุนแรงในยุคกำเนิดระบบสุริยะ ทำให้ยังคงโครงสร้างแข็งแกร่งไว้ได้ การค้นพบเพิ่มเติมในอนาคตอาจช่วยไขปริศนาว่าโครงสร้างภายในของดาวเคราะห์น้อยมีความหลากหลายมากเพียงใด และจะช่วยให้ภารกิจสำรวจอวกาศ เช่น NASA’s Lucy ทำงานได้แม่นยำยิ่งขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่ค้นพบจากการสังเกต
    2025 MN45 หมุนเร็วเพียง 1.88 นาทีต่อรอบ เร็วที่สุดเท่าที่เคยพบ
    ขนาดใหญ่ถึง 710 เมตร แต่ไม่แตกกระจายแม้หมุนเร็วผิดธรรมชาติ
    พบดาวเคราะห์น้อยอีก 18 ดวงที่หมุนเร็วเกิน “spin barrier”
    บ่งชี้ว่าดาวเคราะห์น้อยจำนวนมากอาจแข็งแรงกว่าที่เคยคิด

    ประเด็นที่ต้องระวังหรือข้อจำกัด
    ทฤษฎีเดิมเกี่ยวกับโครงสร้าง “rubble pile” อาจต้องปรับใหม่
    ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าทำไมดาวเคราะห์น้อยบางดวงถึงแข็งแรงผิดปกติ
    ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากการสำรวจในอนาคตเพื่อยืนยันสมมติฐาน
    ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความแข็งแรงของดาวเคราะห์น้อยอาจกระทบการประเมินความเสี่ยงการชนโลก

    https://www.sciencealert.com/record-breaking-asteroid-spins-so-fast-it-should-tear-itself-apart
    ☄️ ดาวเคราะห์น้อยหมุนเร็วที่สุดเท่าที่เคยพบ – เร็วจน “ควรแตกเป็นชิ้น ๆ” แต่กลับยังอยู่ครบ! กล้องโทรทรรศน์ Vera C. Rubin Observatory เพิ่งสร้างความประหลาดใจครั้งใหญ่ให้แก่วงการดาราศาสตร์ หลังตรวจพบดาวเคราะห์น้อยชื่อ 2025 MN45 ที่มีขนาดใหญ่ถึง 710 เมตร แต่กลับหมุนรอบตัวเองเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ—เพียง 1.88 นาทีต่อรอบ เท่านั้น! ความเร็วระดับนี้ทำลายสถิติเดิมแบบขาดลอย และเร็วกว่าขีดจำกัดที่นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อว่าดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่จะทนได้ ตามทฤษฎีเดิม ดาวเคราะห์น้อยที่ใหญ่กว่า 150 เมตรมักเป็น “กองหินหลวม ๆ” (rubble pile) ที่ยึดกันด้วยแรงโน้มถ่วงอ่อน ๆ หากหมุนเร็วเกิน 2.2 ชั่วโมง มันควรแตกกระจายเป็นเศษหิน แต่ 2025 MN45 กลับหมุนเร็วกว่า 70 เท่า และยังคงสภาพเดิมอย่างสมบูรณ์ ทำให้นักวิจัยเชื่อว่ามันต้องมีโครงสร้างแข็งแรงระดับ “หินตัน” ไม่ใช่กองเศษหินแบบที่เคยคิดกัน ที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือ Rubin Observatory ยังพบดาวเคราะห์น้อยอีก 18 ดวง ที่หมุนเร็วผิดปกติในลักษณะเดียวกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าเราอาจประเมินความแข็งแรงและโครงสร้างภายในของดาวเคราะห์น้อยในแถบ Main Belt ต่ำเกินไปมานาน การค้นพบนี้อาจเปลี่ยนความเข้าใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการของวัตถุในระบบสุริยะยุคแรกเริ่ม นักวิทยาศาสตร์คาดว่าดาวเคราะห์น้อยประเภทนี้อาจเป็น “เศษหินดั้งเดิม” ที่รอดจากการชนรุนแรงในยุคกำเนิดระบบสุริยะ ทำให้ยังคงโครงสร้างแข็งแกร่งไว้ได้ การค้นพบเพิ่มเติมในอนาคตอาจช่วยไขปริศนาว่าโครงสร้างภายในของดาวเคราะห์น้อยมีความหลากหลายมากเพียงใด และจะช่วยให้ภารกิจสำรวจอวกาศ เช่น NASA’s Lucy ทำงานได้แม่นยำยิ่งขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่ค้นพบจากการสังเกต ➡️ 2025 MN45 หมุนเร็วเพียง 1.88 นาทีต่อรอบ เร็วที่สุดเท่าที่เคยพบ ➡️ ขนาดใหญ่ถึง 710 เมตร แต่ไม่แตกกระจายแม้หมุนเร็วผิดธรรมชาติ ➡️ พบดาวเคราะห์น้อยอีก 18 ดวงที่หมุนเร็วเกิน “spin barrier” ➡️ บ่งชี้ว่าดาวเคราะห์น้อยจำนวนมากอาจแข็งแรงกว่าที่เคยคิด ‼️ ประเด็นที่ต้องระวังหรือข้อจำกัด ⛔ ทฤษฎีเดิมเกี่ยวกับโครงสร้าง “rubble pile” อาจต้องปรับใหม่ ⛔ ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าทำไมดาวเคราะห์น้อยบางดวงถึงแข็งแรงผิดปกติ ⛔ ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากการสำรวจในอนาคตเพื่อยืนยันสมมติฐาน ⛔ ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความแข็งแรงของดาวเคราะห์น้อยอาจกระทบการประเมินความเสี่ยงการชนโลก https://www.sciencealert.com/record-breaking-asteroid-spins-so-fast-it-should-tear-itself-apart
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Record-Breaking Asteroid Spins So Fast It Should Tear Itself Apart
    With data collected months before its main survey is due to begin, the Vera C.
    0 Comments 0 Shares 15 Views 0 Reviews
  • นักดาราศาสตร์ทำสถิติใหม่! เฝ้าดู “พื้นที่ดุเดือดที่สุดของดวงอาทิตย์” ต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์

    นักดาราศาสตร์สามารถติดตามพื้นที่ปะทุรุนแรงบนดวงอาทิตย์ที่ชื่อ NOAA 13664 ได้ต่อเนื่องเกือบ 90 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลายาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ การสังเกตครั้งนี้เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของยาน Solar Orbiter ของ ESA และ Solar Dynamics Observatory ของ NASA ที่อยู่คนละด้านของดวงอาทิตย์ ทำให้สามารถเฝ้าดูพื้นที่นี้ตั้งแต่กำเนิดจนสลายตัวได้อย่างละเอียด

    พื้นที่ NOAA 13664 เกิดขึ้นด้านหลังของดวงอาทิตย์เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2024 ก่อนจะหมุนมาหันหน้าโลกในเดือนพฤษภาคม และเป็นต้นเหตุของพายุสุริยะรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เมื่อมันหมุนออกจากสายตาโลกในเดือนกรกฎาคม นักดาราศาสตร์ยังคงติดตามมันต่อเนื่องจนเห็นการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กและพฤติกรรมของมันอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน

    โดยปกติแล้ว นักดาราศาสตร์จะมีเวลาเพียงประมาณสองสัปดาห์ในการศึกษาพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งบนดวงอาทิตย์ เพราะการหมุนรอบตัวเองของดวงอาทิตย์ทำให้พื้นที่นั้นหายไปจากมุมมองของโลก แต่ครั้งนี้ การมี “สองสายตา” จากสองยานสำรวจ ทำให้สามารถเก็บภาพต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การศึกษาดวงอาทิตย์

    ข้อมูลที่ได้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะพายุสุริยะสามารถสร้างผลกระทบต่อโลก เช่น ทำลายดาวเทียม กระทบระบบไฟฟ้า และรบกวนการสื่อสาร การเข้าใจวิวัฒนาการของพื้นที่ปะทุรุนแรงเช่นนี้ จึงช่วยให้มนุษย์สามารถพัฒนาการพยากรณ์สภาพอวกาศได้แม่นยำขึ้นในอนาคต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น
    ติดตามพื้นที่ NOAA 13664 ต่อเนื่องเกือบ 90 วัน ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมี
    ใช้ข้อมูลจาก Solar Orbiter และ Solar Dynamics Observatory พร้อมกัน
    เห็นการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กอย่างละเอียด
    พื้นที่นี้เป็นต้นเหตุของพายุสุริยะรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี

    ประเด็นที่ต้องระวัง
    พายุสุริยะสามารถทำลายดาวเทียมและระบบไฟฟ้าบนโลกได้
    การพยากรณ์สภาพอวกาศยังมีความไม่แน่นอนสูง
    พื้นที่ปะทุรุนแรงอาจเกิดขึ้นซ้ำได้เมื่อดวงอาทิตย์หมุนกลับมา

    https://www.sciencealert.com/astronomers-just-set-a-record-watching-the-suns-most-violent-region
    🌞 นักดาราศาสตร์ทำสถิติใหม่! เฝ้าดู “พื้นที่ดุเดือดที่สุดของดวงอาทิตย์” ต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ นักดาราศาสตร์สามารถติดตามพื้นที่ปะทุรุนแรงบนดวงอาทิตย์ที่ชื่อ NOAA 13664 ได้ต่อเนื่องเกือบ 90 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลายาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ การสังเกตครั้งนี้เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของยาน Solar Orbiter ของ ESA และ Solar Dynamics Observatory ของ NASA ที่อยู่คนละด้านของดวงอาทิตย์ ทำให้สามารถเฝ้าดูพื้นที่นี้ตั้งแต่กำเนิดจนสลายตัวได้อย่างละเอียด พื้นที่ NOAA 13664 เกิดขึ้นด้านหลังของดวงอาทิตย์เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2024 ก่อนจะหมุนมาหันหน้าโลกในเดือนพฤษภาคม และเป็นต้นเหตุของพายุสุริยะรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เมื่อมันหมุนออกจากสายตาโลกในเดือนกรกฎาคม นักดาราศาสตร์ยังคงติดตามมันต่อเนื่องจนเห็นการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กและพฤติกรรมของมันอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน โดยปกติแล้ว นักดาราศาสตร์จะมีเวลาเพียงประมาณสองสัปดาห์ในการศึกษาพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งบนดวงอาทิตย์ เพราะการหมุนรอบตัวเองของดวงอาทิตย์ทำให้พื้นที่นั้นหายไปจากมุมมองของโลก แต่ครั้งนี้ การมี “สองสายตา” จากสองยานสำรวจ ทำให้สามารถเก็บภาพต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การศึกษาดวงอาทิตย์ ข้อมูลที่ได้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะพายุสุริยะสามารถสร้างผลกระทบต่อโลก เช่น ทำลายดาวเทียม กระทบระบบไฟฟ้า และรบกวนการสื่อสาร การเข้าใจวิวัฒนาการของพื้นที่ปะทุรุนแรงเช่นนี้ จึงช่วยให้มนุษย์สามารถพัฒนาการพยากรณ์สภาพอวกาศได้แม่นยำขึ้นในอนาคต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น ➡️ ติดตามพื้นที่ NOAA 13664 ต่อเนื่องเกือบ 90 วัน ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมี ➡️ ใช้ข้อมูลจาก Solar Orbiter และ Solar Dynamics Observatory พร้อมกัน ➡️ เห็นการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กอย่างละเอียด ➡️ พื้นที่นี้เป็นต้นเหตุของพายุสุริยะรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี ‼️ ประเด็นที่ต้องระวัง ⛔ พายุสุริยะสามารถทำลายดาวเทียมและระบบไฟฟ้าบนโลกได้ ⛔ การพยากรณ์สภาพอวกาศยังมีความไม่แน่นอนสูง ⛔ พื้นที่ปะทุรุนแรงอาจเกิดขึ้นซ้ำได้เมื่อดวงอาทิตย์หมุนกลับมา https://www.sciencealert.com/astronomers-just-set-a-record-watching-the-suns-most-violent-region
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Astronomers Just Set a Record Watching The Sun's Most Violent Region
    Many people remember the solar storm of May 2024, which saw auroras spread into areas that very rarely get to see them.
    0 Comments 0 Shares 13 Views 0 Reviews
  • ซูเปอร์โนวา SN 1604 ขยายตัวต่อเนื่อง 25 ปี – NASA เผยไทม์แลปส์สุดตะลึง

    ภาพไทม์แลปส์ใหม่จากกล้องโทรทรรศน์รังสีเอกซ์ Chandra ของ NASA ทำให้เราได้เห็นวิวัฒนาการของ “ซูเปอร์โนวาเคปเลอร์” (Kepler’s Supernova Remnant หรือ SN 1604) ที่ระเบิดเมื่อกว่า 400 ปีก่อนอย่างชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมา การรวบรวมภาพตลอดช่วงเวลา 25 ปีเผยให้เห็นการขยายตัวของกลุ่มเศษซากดาวที่ยังคงพุ่งทะยานด้วยความเร็วระดับหลายพันกิโลเมตรต่อวินาที แม้จะอยู่ห่างจากโลกถึง 20,000 ปีแสงก็ตาม

    ซูเปอร์โนวานี้เป็นแบบ Type Ia ซึ่งเกิดจากดาวแคระขาวที่สะสมมวลมากเกินไปจนไม่เสถียรและระเบิดอย่างรุนแรง การระเบิดประเภทนี้มีความสำคัญมากในจักรวาล เพราะใช้เป็น “มาตราวัดระยะทาง” ที่แม่นยำ และยังเป็นแหล่งกำเนิดธาตุหนักที่กลายเป็นวัตถุดิบให้ดาวรุ่นใหม่และระบบดาวเคราะห์ในอนาคต

    ข้อมูลจากการวิเคราะห์ภาพเผยว่าบางส่วนของกลุ่มเศษซากกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงถึง 8,700 กิโลเมตรต่อวินาที ในขณะที่ส่วนอื่น ๆ เคลื่อนที่ช้ากว่าแต่ยังเร็วพอที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ภายในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี การได้เห็นการเคลื่อนที่แบบนี้ถือเป็นโอกาสหายากมาก เพราะโดยปกติการเปลี่ยนแปลงของซูเปอร์โนวาใช้เวลานานนับพันปี

    นักดาราศาสตร์ระบุว่าการติดตามการเคลื่อนที่ของเศษซากเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจกลไกของการระเบิดและการกระจายตัวของธาตุหนักในจักรวาลได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญต่อการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์การก่อกำเนิดของดาวและระบบสุริยะ รวมถึงตำแหน่งของเราในจักรวาลใบนี้ด้วย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ไฮไลต์จากงานวิจัย
    NASA รวบรวมภาพ SN 1604 จากปี 2000–2025 เป็นไทม์แลปส์ความละเอียดสูง
    ซูเปอร์โนวาอยู่ห่างจากโลก 20,000 ปีแสง แต่ยังเห็นการขยายตัวได้ชัดเจน
    บางส่วนของเศษซากเคลื่อนที่เร็วถึง 8,700 กม./วินาที
    เป็นซูเปอร์โนวา Type Ia ซึ่งใช้เป็นมาตรวัดระยะทางในจักรวาล

    ประเด็นที่ควรระวังหรือข้อจำกัด
    การวิเคราะห์ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ และยังไม่มีงานวิจัยตีพิมพ์ฉบับสมบูรณ์
    ความเร็วของเศษซากบางส่วนยังต้องตรวจสอบซ้ำเพื่อยืนยันค่าที่แม่นยำ
    การขยายตัวจะช้าลงเมื่อชนกับก๊าซและฝุ่นในกาแล็กซี
    การคาดการณ์อนาคตของเศษซากยังมีความไม่แน่นอนสูง

    https://www.sciencealert.com/watch-a-supernovas-expansion-over-25-years-in-dramatic-nasa-timelapse
    🌠 ซูเปอร์โนวา SN 1604 ขยายตัวต่อเนื่อง 25 ปี – NASA เผยไทม์แลปส์สุดตะลึง ภาพไทม์แลปส์ใหม่จากกล้องโทรทรรศน์รังสีเอกซ์ Chandra ของ NASA ทำให้เราได้เห็นวิวัฒนาการของ “ซูเปอร์โนวาเคปเลอร์” (Kepler’s Supernova Remnant หรือ SN 1604) ที่ระเบิดเมื่อกว่า 400 ปีก่อนอย่างชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมา การรวบรวมภาพตลอดช่วงเวลา 25 ปีเผยให้เห็นการขยายตัวของกลุ่มเศษซากดาวที่ยังคงพุ่งทะยานด้วยความเร็วระดับหลายพันกิโลเมตรต่อวินาที แม้จะอยู่ห่างจากโลกถึง 20,000 ปีแสงก็ตาม ซูเปอร์โนวานี้เป็นแบบ Type Ia ซึ่งเกิดจากดาวแคระขาวที่สะสมมวลมากเกินไปจนไม่เสถียรและระเบิดอย่างรุนแรง การระเบิดประเภทนี้มีความสำคัญมากในจักรวาล เพราะใช้เป็น “มาตราวัดระยะทาง” ที่แม่นยำ และยังเป็นแหล่งกำเนิดธาตุหนักที่กลายเป็นวัตถุดิบให้ดาวรุ่นใหม่และระบบดาวเคราะห์ในอนาคต ข้อมูลจากการวิเคราะห์ภาพเผยว่าบางส่วนของกลุ่มเศษซากกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงถึง 8,700 กิโลเมตรต่อวินาที ในขณะที่ส่วนอื่น ๆ เคลื่อนที่ช้ากว่าแต่ยังเร็วพอที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ภายในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี การได้เห็นการเคลื่อนที่แบบนี้ถือเป็นโอกาสหายากมาก เพราะโดยปกติการเปลี่ยนแปลงของซูเปอร์โนวาใช้เวลานานนับพันปี นักดาราศาสตร์ระบุว่าการติดตามการเคลื่อนที่ของเศษซากเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจกลไกของการระเบิดและการกระจายตัวของธาตุหนักในจักรวาลได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญต่อการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์การก่อกำเนิดของดาวและระบบสุริยะ รวมถึงตำแหน่งของเราในจักรวาลใบนี้ด้วย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ไฮไลต์จากงานวิจัย ➡️ NASA รวบรวมภาพ SN 1604 จากปี 2000–2025 เป็นไทม์แลปส์ความละเอียดสูง ➡️ ซูเปอร์โนวาอยู่ห่างจากโลก 20,000 ปีแสง แต่ยังเห็นการขยายตัวได้ชัดเจน ➡️ บางส่วนของเศษซากเคลื่อนที่เร็วถึง 8,700 กม./วินาที ➡️ เป็นซูเปอร์โนวา Type Ia ซึ่งใช้เป็นมาตรวัดระยะทางในจักรวาล ‼️ ประเด็นที่ควรระวังหรือข้อจำกัด ⛔ การวิเคราะห์ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ และยังไม่มีงานวิจัยตีพิมพ์ฉบับสมบูรณ์ ⛔ ความเร็วของเศษซากบางส่วนยังต้องตรวจสอบซ้ำเพื่อยืนยันค่าที่แม่นยำ ⛔ การขยายตัวจะช้าลงเมื่อชนกับก๊าซและฝุ่นในกาแล็กซี ⛔ การคาดการณ์อนาคตของเศษซากยังมีความไม่แน่นอนสูง https://www.sciencealert.com/watch-a-supernovas-expansion-over-25-years-in-dramatic-nasa-timelapse
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Watch a Supernova's Expansion Over 25 Years in Dramatic NASA Timelapse
    A new video provides a front-row seat to a cosmic drama that has been playing out for centuries.
    0 Comments 0 Shares 8 Views 0 Reviews
  • Keychron เปิดตัว “Nape Pro Trackball” — ลูกบอลควบคุมแบบ Low‑Profile พร้อมปุ่มโปรแกรมได้ ใช้งานสบายไม่ต้องยกมือจากคีย์บอร์ด

    Keychron ผู้ผลิตคีย์บอร์ดชื่อดังได้เปิดตัว Nape Pro Trackball อุปกรณ์ควบคุมแบบลูกบอลที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่สะดวกและเป็นธรรมชาติ โดยเน้นการใช้งานร่วมกับคีย์บอร์ดโดยไม่ต้องยกมือออกจากตำแหน่งพิมพ์ จุดเด่นคือดีไซน์แบบ Low‑Profile ที่ช่วยลดการเกร็งข้อมือ และยังมาพร้อมปุ่มที่สามารถตั้งโปรแกรมได้หลายตำแหน่ง เหมาะสำหรับทั้งงานออฟฟิศ งานสร้างสรรค์ และผู้ใช้ที่ต้องการความคล่องตัวสูง

    อุปกรณ์นี้ยังถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานระยะยาว โดยใช้เซนเซอร์ความแม่นยำสูงและลูกบอลที่ถอดทำความสะอาดได้ง่าย ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ใช้ Trackball ให้ความสำคัญมาก นอกจากนี้ Keychron ยังเน้นความเข้ากันได้กับระบบปฏิบัติการหลากหลาย เช่น Windows, macOS และ Linux ทำให้ผู้ใช้สามารถนำไปใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติมมากนัก

    การมาของ Nape Pro Trackball ถือเป็นสัญญาณว่า Keychron กำลังขยายไลน์ผลิตภัณฑ์จากคีย์บอร์ดไปสู่อุปกรณ์เสริมที่ช่วยเสริมประสบการณ์การใช้งานคอมพิวเตอร์แบบครบวงจร โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับสรีรศาสตร์ (Ergonomics) และความสะดวกในการทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน

    ในภาพรวม อุปกรณ์นี้อาจกลายเป็นตัวเลือกใหม่ที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการ Trackball ที่มีดีไซน์ทันสมัย ใช้งานง่าย และเข้ากับโต๊ะทำงานยุคใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการลดอาการล้าของข้อมือจากการใช้เมาส์แบบดั้งเดิม

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Keychron เปิดตัว Nape Pro Trackball
    ดีไซน์ Low‑Profile ช่วยลดการเกร็งข้อมือ
    ใช้งานได้โดยไม่ต้องยกมือออกจากคีย์บอร์ด

    ปุ่มโปรแกรมได้และเซนเซอร์แม่นยำ
    เหมาะกับงานออฟฟิศและงานสร้างสรรค์
    ลูกบอลถอดทำความสะอาดได้ง่าย

    รองรับหลายระบบปฏิบัติการ
    ใช้งานได้กับ Windows / macOS / Linux
    ตั้งค่าได้ยืดหยุ่นตามสไตล์ผู้ใช้

    ความท้าทายของผู้ใช้ Trackball
    ต้องใช้เวลาเรียนรู้การควบคุมสำหรับผู้ไม่เคยใช้
    อาจไม่เหมาะกับงานที่ต้องการการลากเมาส์ยาวๆ

    ความเสี่ยงด้านความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์
    ฟีเจอร์โปรแกรมปุ่มอาจรองรับไม่ครบทุกแอป
    ต้องรอรีวิวจริงเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ

    https://www.tomshardware.com/peripherals/mice/keyboard-giant-keychron-unveils-new-nape-pro-trackball-with-programmable-buttons-low-profile-design-promotes-ergonomic-scrolling-without-leaving-your-keyboard
    🖱️ Keychron เปิดตัว “Nape Pro Trackball” — ลูกบอลควบคุมแบบ Low‑Profile พร้อมปุ่มโปรแกรมได้ ใช้งานสบายไม่ต้องยกมือจากคีย์บอร์ด Keychron ผู้ผลิตคีย์บอร์ดชื่อดังได้เปิดตัว Nape Pro Trackball อุปกรณ์ควบคุมแบบลูกบอลที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่สะดวกและเป็นธรรมชาติ โดยเน้นการใช้งานร่วมกับคีย์บอร์ดโดยไม่ต้องยกมือออกจากตำแหน่งพิมพ์ จุดเด่นคือดีไซน์แบบ Low‑Profile ที่ช่วยลดการเกร็งข้อมือ และยังมาพร้อมปุ่มที่สามารถตั้งโปรแกรมได้หลายตำแหน่ง เหมาะสำหรับทั้งงานออฟฟิศ งานสร้างสรรค์ และผู้ใช้ที่ต้องการความคล่องตัวสูง อุปกรณ์นี้ยังถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานระยะยาว โดยใช้เซนเซอร์ความแม่นยำสูงและลูกบอลที่ถอดทำความสะอาดได้ง่าย ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ใช้ Trackball ให้ความสำคัญมาก นอกจากนี้ Keychron ยังเน้นความเข้ากันได้กับระบบปฏิบัติการหลากหลาย เช่น Windows, macOS และ Linux ทำให้ผู้ใช้สามารถนำไปใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติมมากนัก การมาของ Nape Pro Trackball ถือเป็นสัญญาณว่า Keychron กำลังขยายไลน์ผลิตภัณฑ์จากคีย์บอร์ดไปสู่อุปกรณ์เสริมที่ช่วยเสริมประสบการณ์การใช้งานคอมพิวเตอร์แบบครบวงจร โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับสรีรศาสตร์ (Ergonomics) และความสะดวกในการทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ในภาพรวม อุปกรณ์นี้อาจกลายเป็นตัวเลือกใหม่ที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการ Trackball ที่มีดีไซน์ทันสมัย ใช้งานง่าย และเข้ากับโต๊ะทำงานยุคใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการลดอาการล้าของข้อมือจากการใช้เมาส์แบบดั้งเดิม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Keychron เปิดตัว Nape Pro Trackball ➡️ ดีไซน์ Low‑Profile ช่วยลดการเกร็งข้อมือ ➡️ ใช้งานได้โดยไม่ต้องยกมือออกจากคีย์บอร์ด ✅ ปุ่มโปรแกรมได้และเซนเซอร์แม่นยำ ➡️ เหมาะกับงานออฟฟิศและงานสร้างสรรค์ ➡️ ลูกบอลถอดทำความสะอาดได้ง่าย ✅ รองรับหลายระบบปฏิบัติการ ➡️ ใช้งานได้กับ Windows / macOS / Linux ➡️ ตั้งค่าได้ยืดหยุ่นตามสไตล์ผู้ใช้ ‼️ ความท้าทายของผู้ใช้ Trackball ⛔ ต้องใช้เวลาเรียนรู้การควบคุมสำหรับผู้ไม่เคยใช้ ⛔ อาจไม่เหมาะกับงานที่ต้องการการลากเมาส์ยาวๆ ‼️ ความเสี่ยงด้านความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์ ⛔ ฟีเจอร์โปรแกรมปุ่มอาจรองรับไม่ครบทุกแอป ⛔ ต้องรอรีวิวจริงเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ https://www.tomshardware.com/peripherals/mice/keyboard-giant-keychron-unveils-new-nape-pro-trackball-with-programmable-buttons-low-profile-design-promotes-ergonomic-scrolling-without-leaving-your-keyboard
    0 Comments 0 Shares 70 Views 0 Reviews
  • ดาวเบเทลจุสไม่ได้อยู่ลำพัง—งานวิจัย 8 ปีเผยมี “ดาวคู่” โคจรซ่อนอยู่จริง

    จากข้อมูลในลิงก์ที่คุณให้มา นักดาราศาสตร์ยืนยันแล้วว่า Betelgeuse ดาวยักษ์แดงยักษ์ใหญ่ที่สว่างที่สุดดวงหนึ่งในท้องฟ้า มีดาวบริวารชื่อ “Siwarha” โคจรรอบอยู่ และทิ้งร่องรอยเป็น “wake” หรือทางผ่านของก๊าซที่ตรวจจับได้ชัดเจนจากกล้องโทรทรรศน์หลายแห่ง

    หัวข้อข่าว: “8 ปีแห่งการเฝ้าสังเกตเผยดาวคู่ลึกลับของ Betelgeuse”
    การค้นพบครั้งนี้เกิดจากการรวบรวมข้อมูลกว่า 8 ปีจากกล้องโทรทรรศน์หลายแห่ง รวมถึง Hubble Space Telescope ซึ่งช่วยยืนยันว่าความแปรผันของแสง Betelgeuse ไม่ได้เกิดจากการเต้นของดาวเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากผลกระทบของดาวบริวารที่เคลื่อนผ่านชั้นบรรยากาศอันบวมพองของมันด้วย การเคลื่อนที่ของ Siwarha ทำให้เกิด “รอยตื่น” ของก๊าซหนาแน่นที่ตรวจจับได้ในสเปกตรัมของแสง โดยเฉพาะในช่วงรังสีอัลตราไวโอเลตของธาตุเหล็กไอออน

    นักวิจัยอธิบายว่าปรากฏการณ์นี้คล้ายกับ “เรือแล่นผ่านน้ำ” ที่ทิ้งคลื่นไว้ด้านหลัง เมื่อ Siwarha เคลื่อนผ่านด้านหน้าของ Betelgeuse จะเกิดยอดสัญญาณของแสงเหล็กที่สูงขึ้น แต่เมื่อมันเคลื่อนผ่านด้านหลัง หางก๊าซของมันจะดูดกลืนแสงบางส่วน ทำให้ยอดสัญญาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด วงโคจรหนึ่งรอบใช้เวลาประมาณ 2,109 วัน หรือราว 5.77 ปี

    การยืนยันดาวคู่ครั้งนี้ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจวิวัฒนาการของดาวยักษ์แดงได้ดีขึ้น รวมถึงกระบวนการปลดปล่อยมวลและการเปลี่ยนแปลงก่อนเกิดซูเปอร์โนวา ซึ่ง Betelgeuse เป็นหนึ่งในดาวที่ถูกจับตามองมากที่สุดว่าจะระเบิดในอนาคตอันใกล้หรือไม่ แม้จะยังไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ก็ตาม

    ปัจจุบัน Siwarha ได้เคลื่อนกลับไปอยู่ด้านหลัง Betelgeuse และจะไม่ปรากฏให้ตรวจจับได้อีกจนถึง สิงหาคม 2027 ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่นักดาราศาสตร์ทั่วโลกเตรียมเฝ้าดูอีกครั้ง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การค้นพบหลักจากงานวิจัย
    ยืนยันการมีอยู่ของดาวบริวาร “Siwarha” โคจรรอบ Betelgeuse
    ตรวจพบ “wake” หรือรอยทางก๊าซที่เกิดจากการเคลื่อนผ่านของดาวคู่
    วงโคจรของ Siwarha ใช้เวลาประมาณ 2,109 วัน (5.77 ปี)

    ความสำคัญทางดาราศาสตร์
    ช่วยอธิบายความแปรผันของแสง Betelgeuse ที่เคยเป็นปริศนามานาน
    เปิดมุมมองใหม่ต่อวิวัฒนาการของดาวยักษ์แดงก่อนเกิดซูเปอร์โนวา
    ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการปลดปล่อยมวลและโครงสร้างชั้นบรรยากาศของดาว

    ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ
    ยังต้องศึกษาว่าดาวคู่ส่งผลต่อการระเบิดซูเปอร์โนวาในอนาคตอย่างไร
    การตรวจจับ Siwarha ทำได้เฉพาะบางช่วงของวงโคจรเท่านั้น
    ต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ความละเอียดสูงและเวลาสังเกตการณ์ยาวนาน

    https://www.sciencealert.com/betelgeuse-is-definitely-not-alone-8-year-study-confirms
    🌟 ดาวเบเทลจุสไม่ได้อยู่ลำพัง—งานวิจัย 8 ปีเผยมี “ดาวคู่” โคจรซ่อนอยู่จริง จากข้อมูลในลิงก์ที่คุณให้มา นักดาราศาสตร์ยืนยันแล้วว่า Betelgeuse ดาวยักษ์แดงยักษ์ใหญ่ที่สว่างที่สุดดวงหนึ่งในท้องฟ้า มีดาวบริวารชื่อ “Siwarha” โคจรรอบอยู่ และทิ้งร่องรอยเป็น “wake” หรือทางผ่านของก๊าซที่ตรวจจับได้ชัดเจนจากกล้องโทรทรรศน์หลายแห่ง 🔭✨ หัวข้อข่าว: “8 ปีแห่งการเฝ้าสังเกตเผยดาวคู่ลึกลับของ Betelgeuse” การค้นพบครั้งนี้เกิดจากการรวบรวมข้อมูลกว่า 8 ปีจากกล้องโทรทรรศน์หลายแห่ง รวมถึง Hubble Space Telescope ซึ่งช่วยยืนยันว่าความแปรผันของแสง Betelgeuse ไม่ได้เกิดจากการเต้นของดาวเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากผลกระทบของดาวบริวารที่เคลื่อนผ่านชั้นบรรยากาศอันบวมพองของมันด้วย การเคลื่อนที่ของ Siwarha ทำให้เกิด “รอยตื่น” ของก๊าซหนาแน่นที่ตรวจจับได้ในสเปกตรัมของแสง โดยเฉพาะในช่วงรังสีอัลตราไวโอเลตของธาตุเหล็กไอออน นักวิจัยอธิบายว่าปรากฏการณ์นี้คล้ายกับ “เรือแล่นผ่านน้ำ” ที่ทิ้งคลื่นไว้ด้านหลัง เมื่อ Siwarha เคลื่อนผ่านด้านหน้าของ Betelgeuse จะเกิดยอดสัญญาณของแสงเหล็กที่สูงขึ้น แต่เมื่อมันเคลื่อนผ่านด้านหลัง หางก๊าซของมันจะดูดกลืนแสงบางส่วน ทำให้ยอดสัญญาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด วงโคจรหนึ่งรอบใช้เวลาประมาณ 2,109 วัน หรือราว 5.77 ปี การยืนยันดาวคู่ครั้งนี้ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจวิวัฒนาการของดาวยักษ์แดงได้ดีขึ้น รวมถึงกระบวนการปลดปล่อยมวลและการเปลี่ยนแปลงก่อนเกิดซูเปอร์โนวา ซึ่ง Betelgeuse เป็นหนึ่งในดาวที่ถูกจับตามองมากที่สุดว่าจะระเบิดในอนาคตอันใกล้หรือไม่ แม้จะยังไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ก็ตาม ปัจจุบัน Siwarha ได้เคลื่อนกลับไปอยู่ด้านหลัง Betelgeuse และจะไม่ปรากฏให้ตรวจจับได้อีกจนถึง สิงหาคม 2027 ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่นักดาราศาสตร์ทั่วโลกเตรียมเฝ้าดูอีกครั้ง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การค้นพบหลักจากงานวิจัย ➡️ ยืนยันการมีอยู่ของดาวบริวาร “Siwarha” โคจรรอบ Betelgeuse ➡️ ตรวจพบ “wake” หรือรอยทางก๊าซที่เกิดจากการเคลื่อนผ่านของดาวคู่ ➡️ วงโคจรของ Siwarha ใช้เวลาประมาณ 2,109 วัน (5.77 ปี) ✅ ความสำคัญทางดาราศาสตร์ ➡️ ช่วยอธิบายความแปรผันของแสง Betelgeuse ที่เคยเป็นปริศนามานาน ➡️ เปิดมุมมองใหม่ต่อวิวัฒนาการของดาวยักษ์แดงก่อนเกิดซูเปอร์โนวา ➡️ ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการปลดปล่อยมวลและโครงสร้างชั้นบรรยากาศของดาว ‼️ ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ ⛔ ยังต้องศึกษาว่าดาวคู่ส่งผลต่อการระเบิดซูเปอร์โนวาในอนาคตอย่างไร ⛔ การตรวจจับ Siwarha ทำได้เฉพาะบางช่วงของวงโคจรเท่านั้น ⛔ ต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ความละเอียดสูงและเวลาสังเกตการณ์ยาวนาน https://www.sciencealert.com/betelgeuse-is-definitely-not-alone-8-year-study-confirms
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Betelgeuse Is Definitely Not Alone, 8-Year Study Confirms
    Betelgeuse is one of the weirdest stars in the sky, but astronomers can now explain one of its most enduring mysteries.
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 117 Views 0 Reviews
  • ค้นพบฟอสซิลอายุ 773,000 ปี ที่อาจอยู่ใกล้รากกำเนิดมนุษย์สมัยใหม่

    การค้นพบฟอสซิลในถ้ำ Grotte à Hominidés เมืองคาซาบลังกา ประเทศโมร็อกโก กำลังสร้างความตื่นเต้นครั้งใหม่ในวงการมานุษยวิทยา ฟอสซิลเหล่านี้ประกอบด้วยขากรรไกร ฟัน กระดูกสันหลัง และกระดูกต้นขาบางส่วน ซึ่งมีอายุประมาณ 773,000 ปี อยู่ในช่วงเวลาที่สายพันธุ์มนุษย์เริ่มแยกออกจากบรรพบุรุษร่วมกับนีแอนเดอร์ทัลและเดนิโซแวนอย่างพอดี การวิเคราะห์พบว่าฟอสซิลมีลักษณะผสมผสานระหว่างมนุษย์สมัยใหม่ นีแอนเดอร์ทัล และลักษณะโบราณของ Homo erectus ซึ่งสะท้อนช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของวิวัฒนาการมนุษย์

    สิ่งที่ทำให้การค้นพบนี้โดดเด่นคือการระบุอายุฟอสซิลได้อย่างแม่นยำจากหลักฐานการกลับขั้วแม่เหล็กโลกครั้งล่าสุดที่เรียกว่า Matuyama–Brunhes reversal ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อราว 773,000 ปีก่อน และพบสัญญาณนี้ในชั้นตะกอนเดียวกับฟอสซิลโดยตรง ทำให้มั่นใจได้ว่าฟอสซิลอยู่ในช่วงเวลานั้นจริงๆ ไม่ใช่การคาดการณ์แบบกว้างๆ เหมือนฟอสซิลอื่นจำนวนมาก

    นักวิจัยเสนอว่ากลุ่มมนุษย์ในถ้ำแห่งนี้อาจเป็น “สายต้นกำเนิดในแอฟริกา” ที่อยู่ใกล้กับรากของสายพันธุ์มนุษย์สมัยใหม่มากที่สุดเท่าที่เคยพบมา ขณะที่ฟอสซิล Homo antecessor จากยุโรปที่มีอายุใกล้เคียงกันอาจเป็น “สายพี่น้อง” ที่แยกออกไปทางยูเรเชีย ไม่ใช่บรรพบุรุษโดยตรงของมนุษย์ปัจจุบัน การค้นพบนี้จึงช่วยย้ำว่า ต้นกำเนิดของมนุษย์สมัยใหม่มีรากลึกในทวีปแอฟริกา มากกว่าที่เคยถกเถียงกันก่อนหน้า

    นอกจากนี้ การวิเคราะห์ฟันด้วย CT scan ยังเผยให้เห็นโครงสร้างภายในที่มีลักษณะเฉพาะ ไม่เหมือนทั้ง H. erectus และ H. antecessor โดยตรง แสดงให้เห็นว่ามีความหลากหลายของประชากรมนุษย์ในแอฟริกาในช่วงต้นไพลสโตซีนมากกว่าที่เคยคิดไว้ การค้นพบนี้จึงไม่เพียงเติมเต็มช่องว่างของประวัติศาสตร์มนุษย์ แต่ยังเปิดประตูสู่คำถามใหม่เกี่ยวกับการกระจายตัวและวิวัฒนาการของมนุษย์ยุคแรกๆ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    พบฟอสซิลมนุษย์อายุ 773,000 ปีในถ้ำ Grotte à Hominidés ประเทศโมร็อกโก
    ฟอสซิลมีลักษณะผสมระหว่างมนุษย์สมัยใหม่ นีแอนเดอร์ทัล และลักษณะโบราณของ Homo erectus
    การระบุอายุฟอสซิลแม่นยำจากเหตุการณ์กลับขั้วแม่เหล็กโลก Matuyama–Brunhes reversal
    นักวิจัยชี้ว่าฟอสซิลนี้อาจเป็นประชากรใกล้รากกำเนิดของมนุษย์สมัยใหม่ในแอฟริกา
    ฟันและขากรรไกรเผยให้เห็นความหลากหลายของมนุษย์ยุคต้นในแอฟริกา มากกว่าที่เคยคิดไว้

    คำเตือน / ข้อควรระวังในการตีความ
    ฟอสซิลยังมีจำนวนจำกัด ทำให้การสรุปภาพรวมของประชากรมนุษย์ยุคนี้ยังไม่สมบูรณ์
    ความสัมพันธ์เชิงสายวิวัฒนาการระหว่างกลุ่มมนุษย์โบราณยังต้องการหลักฐานเพิ่มเติม
    การตีความฟอสซิลอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีการค้นพบใหม่ในอนาคต
    ไม่สามารถยืนยันได้ว่าฟอสซิลนี้เป็นบรรพบุรุษโดยตรงของมนุษย์สมัยใหม่ แต่เป็น “สายใกล้เคียง” เท่านั้น

    https://www.sciencealert.com/moroccan-cave-fossils-capture-a-crossroads-in-modern-human-evolution
    🌍 ค้นพบฟอสซิลอายุ 773,000 ปี ที่อาจอยู่ใกล้รากกำเนิดมนุษย์สมัยใหม่ การค้นพบฟอสซิลในถ้ำ Grotte à Hominidés เมืองคาซาบลังกา ประเทศโมร็อกโก กำลังสร้างความตื่นเต้นครั้งใหม่ในวงการมานุษยวิทยา ฟอสซิลเหล่านี้ประกอบด้วยขากรรไกร ฟัน กระดูกสันหลัง และกระดูกต้นขาบางส่วน ซึ่งมีอายุประมาณ 773,000 ปี อยู่ในช่วงเวลาที่สายพันธุ์มนุษย์เริ่มแยกออกจากบรรพบุรุษร่วมกับนีแอนเดอร์ทัลและเดนิโซแวนอย่างพอดี การวิเคราะห์พบว่าฟอสซิลมีลักษณะผสมผสานระหว่างมนุษย์สมัยใหม่ นีแอนเดอร์ทัล และลักษณะโบราณของ Homo erectus ซึ่งสะท้อนช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของวิวัฒนาการมนุษย์ สิ่งที่ทำให้การค้นพบนี้โดดเด่นคือการระบุอายุฟอสซิลได้อย่างแม่นยำจากหลักฐานการกลับขั้วแม่เหล็กโลกครั้งล่าสุดที่เรียกว่า Matuyama–Brunhes reversal ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อราว 773,000 ปีก่อน และพบสัญญาณนี้ในชั้นตะกอนเดียวกับฟอสซิลโดยตรง ทำให้มั่นใจได้ว่าฟอสซิลอยู่ในช่วงเวลานั้นจริงๆ ไม่ใช่การคาดการณ์แบบกว้างๆ เหมือนฟอสซิลอื่นจำนวนมาก นักวิจัยเสนอว่ากลุ่มมนุษย์ในถ้ำแห่งนี้อาจเป็น “สายต้นกำเนิดในแอฟริกา” ที่อยู่ใกล้กับรากของสายพันธุ์มนุษย์สมัยใหม่มากที่สุดเท่าที่เคยพบมา ขณะที่ฟอสซิล Homo antecessor จากยุโรปที่มีอายุใกล้เคียงกันอาจเป็น “สายพี่น้อง” ที่แยกออกไปทางยูเรเชีย ไม่ใช่บรรพบุรุษโดยตรงของมนุษย์ปัจจุบัน การค้นพบนี้จึงช่วยย้ำว่า ต้นกำเนิดของมนุษย์สมัยใหม่มีรากลึกในทวีปแอฟริกา มากกว่าที่เคยถกเถียงกันก่อนหน้า นอกจากนี้ การวิเคราะห์ฟันด้วย CT scan ยังเผยให้เห็นโครงสร้างภายในที่มีลักษณะเฉพาะ ไม่เหมือนทั้ง H. erectus และ H. antecessor โดยตรง แสดงให้เห็นว่ามีความหลากหลายของประชากรมนุษย์ในแอฟริกาในช่วงต้นไพลสโตซีนมากกว่าที่เคยคิดไว้ การค้นพบนี้จึงไม่เพียงเติมเต็มช่องว่างของประวัติศาสตร์มนุษย์ แต่ยังเปิดประตูสู่คำถามใหม่เกี่ยวกับการกระจายตัวและวิวัฒนาการของมนุษย์ยุคแรกๆ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ พบฟอสซิลมนุษย์อายุ 773,000 ปีในถ้ำ Grotte à Hominidés ประเทศโมร็อกโก ➡️ ฟอสซิลมีลักษณะผสมระหว่างมนุษย์สมัยใหม่ นีแอนเดอร์ทัล และลักษณะโบราณของ Homo erectus ➡️ การระบุอายุฟอสซิลแม่นยำจากเหตุการณ์กลับขั้วแม่เหล็กโลก Matuyama–Brunhes reversal ➡️ นักวิจัยชี้ว่าฟอสซิลนี้อาจเป็นประชากรใกล้รากกำเนิดของมนุษย์สมัยใหม่ในแอฟริกา ➡️ ฟันและขากรรไกรเผยให้เห็นความหลากหลายของมนุษย์ยุคต้นในแอฟริกา มากกว่าที่เคยคิดไว้ ‼️ คำเตือน / ข้อควรระวังในการตีความ ⛔ ฟอสซิลยังมีจำนวนจำกัด ทำให้การสรุปภาพรวมของประชากรมนุษย์ยุคนี้ยังไม่สมบูรณ์ ⛔ ความสัมพันธ์เชิงสายวิวัฒนาการระหว่างกลุ่มมนุษย์โบราณยังต้องการหลักฐานเพิ่มเติม ⛔ การตีความฟอสซิลอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีการค้นพบใหม่ในอนาคต ⛔ ไม่สามารถยืนยันได้ว่าฟอสซิลนี้เป็นบรรพบุรุษโดยตรงของมนุษย์สมัยใหม่ แต่เป็น “สายใกล้เคียง” เท่านั้น https://www.sciencealert.com/moroccan-cave-fossils-capture-a-crossroads-in-modern-human-evolution
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Moroccan Cave Fossils Capture a Crossroads in Modern Human Evolution
    Ancient bones discovered in a cave in Casablanca, Morocco, could fill in some of the blanks about human evolution.
    0 Comments 0 Shares 105 Views 0 Reviews
  • Samsung เปิดตัว Micro RGB TV ขนาด 130 นิ้ว—ทีวีคอนเซ็ปต์ที่ล้ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา

    Samsung เปิดตัวทีวี Micro RGB รุ่น R95H ขนาดมหึมา 130 นิ้วในงาน CES 2026 ซึ่งถือเป็นทีวี Micro RGB ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเปิดตัวมา จุดเด่นของรุ่นนี้คือการนำเทคโนโลยี Micro RGB รุ่นใหม่มาใช้ร่วมกับระบบ AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำของสี ความคมชัด และการจัดการแสงสะท้อนผ่านเทคโนโลยี Glare Free ที่ช่วยลดเงาสะท้อนบนหน้าจอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ภาพคมชัดแม้ในห้องที่มีแสงรบกวนสูง

    ทีวีรุ่นนี้ยังมาพร้อม Vision AI Companion ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ให้ผู้ใช้สามารถพูดคุยกับทีวีเพื่อค้นหาคอนเทนต์หรือรับคำแนะนำได้โดยตรง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Samsung ต้องการผลักดันทีวีให้เป็นอุปกรณ์สมาร์ตที่ตอบสนองการใช้งานมากกว่าแค่การรับชมภาพยนตร์หรือรายการทั่วไป นอกจากนี้ดีไซน์ของตัวเครื่องยังโดดเด่นด้วยขาตั้งโลหะขนาดใหญ่ที่ดูคล้ายกระดานดำแบบเคลื่อนที่ ซึ่งแม้จะดูแปลกตา แต่ก็ช่วยรองรับน้ำหนักและการปรับมุมของจอได้ดี

    เทคโนโลยี Micro RGB เองถือเป็นวิวัฒนาการใหม่ของ Micro LED โดยใช้หลอด LED ขนาดเล็กกว่า 100 ไมโครเมตรที่สามารถเปล่งแสงสีแดง เขียว น้ำเงินได้ด้วยตัวเอง ทำให้ให้สีสันแม่นยำถึงระดับครอบคลุม 100% ของมาตรฐานสี BT.2020 ซึ่งเหนือกว่า QD-TV ส่วนใหญ่ที่ทำได้เพียงประมาณ 85% นี่ทำให้ Micro RGB กลายเป็นเทคโนโลยีที่ใกล้เคียง “จอภาพสมบูรณ์แบบ” มากที่สุดในปัจจุบัน

    แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้น แต่ทีวีรุ่นนี้ยังเป็นเพียง “คอนเซ็ปต์” และจะไม่ถูกวางขายจริงในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เช่น Micro LED 114 นิ้วราคา 150,000 ดอลลาร์ หรือ Micro RGB 115 นิ้วราคา 29,999 ดอลลาร์ ก็พอจะคาดเดาได้ว่าหากรุ่น 130 นิ้วนี้ผลิตจริง ราคาน่าจะสูงลิ่วจนเป็นสินค้าสำหรับตลาดเฉพาะกลุ่มเท่านั้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Samsung เปิดตัว Micro RGB TV ขนาด 130 นิ้ว รุ่น R95H
    เป็นทีวี Micro RGB ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเปิดตัว

    ใช้ AI เพื่อเพิ่มคุณภาพภาพและลดแสงสะท้อน
    มาพร้อมเทคโนโลยี Glare Free และ Vision AI Companion

    Micro RGB ให้ความแม่นยำของสีสูงถึง 100% BT.2020
    เหนือกว่า QD-TV ส่วนใหญ่ที่ทำได้ประมาณ 85%

    รุ่นนี้เป็นเพียงคอนเซ็ปต์ ยังไม่วางขายจริง
    ราคาคาดว่าจะสูงมากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    ราคาของทีวี Micro RGB มีแนวโน้มสูงมาก
    รุ่นก่อนหน้าแตะหลักหลายหมื่นถึงหลักแสนดอลลาร์

    ขาตั้งโลหะดีไซน์แปลกตาอาจไม่เข้ากับบ้านส่วนใหญ่
    แม้จะรองรับน้ำหนักและปรับมุมได้ดี

    เป็นเพียงคอนเซ็ปต์ อาจไม่เข้าสู่สายการผลิตจริง
    เทคโนโลยีอาจยังไม่พร้อมสำหรับตลาดทั่วไป

    ขนาด 130 นิ้วต้องการพื้นที่ติดตั้งขนาดใหญ่
    ไม่เหมาะกับห้องนั่งเล่นทั่วไปหรือพื้นที่จำกัด


    https://www.slashgear.com/2070647/samsung-r95h-micro-rgb-reveal/
    📺✨ Samsung เปิดตัว Micro RGB TV ขนาด 130 นิ้ว—ทีวีคอนเซ็ปต์ที่ล้ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา Samsung เปิดตัวทีวี Micro RGB รุ่น R95H ขนาดมหึมา 130 นิ้วในงาน CES 2026 ซึ่งถือเป็นทีวี Micro RGB ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเปิดตัวมา จุดเด่นของรุ่นนี้คือการนำเทคโนโลยี Micro RGB รุ่นใหม่มาใช้ร่วมกับระบบ AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำของสี ความคมชัด และการจัดการแสงสะท้อนผ่านเทคโนโลยี Glare Free ที่ช่วยลดเงาสะท้อนบนหน้าจอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ภาพคมชัดแม้ในห้องที่มีแสงรบกวนสูง ทีวีรุ่นนี้ยังมาพร้อม Vision AI Companion ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ให้ผู้ใช้สามารถพูดคุยกับทีวีเพื่อค้นหาคอนเทนต์หรือรับคำแนะนำได้โดยตรง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Samsung ต้องการผลักดันทีวีให้เป็นอุปกรณ์สมาร์ตที่ตอบสนองการใช้งานมากกว่าแค่การรับชมภาพยนตร์หรือรายการทั่วไป นอกจากนี้ดีไซน์ของตัวเครื่องยังโดดเด่นด้วยขาตั้งโลหะขนาดใหญ่ที่ดูคล้ายกระดานดำแบบเคลื่อนที่ ซึ่งแม้จะดูแปลกตา แต่ก็ช่วยรองรับน้ำหนักและการปรับมุมของจอได้ดี เทคโนโลยี Micro RGB เองถือเป็นวิวัฒนาการใหม่ของ Micro LED โดยใช้หลอด LED ขนาดเล็กกว่า 100 ไมโครเมตรที่สามารถเปล่งแสงสีแดง เขียว น้ำเงินได้ด้วยตัวเอง ทำให้ให้สีสันแม่นยำถึงระดับครอบคลุม 100% ของมาตรฐานสี BT.2020 ซึ่งเหนือกว่า QD-TV ส่วนใหญ่ที่ทำได้เพียงประมาณ 85% นี่ทำให้ Micro RGB กลายเป็นเทคโนโลยีที่ใกล้เคียง “จอภาพสมบูรณ์แบบ” มากที่สุดในปัจจุบัน แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้น แต่ทีวีรุ่นนี้ยังเป็นเพียง “คอนเซ็ปต์” และจะไม่ถูกวางขายจริงในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เช่น Micro LED 114 นิ้วราคา 150,000 ดอลลาร์ หรือ Micro RGB 115 นิ้วราคา 29,999 ดอลลาร์ ก็พอจะคาดเดาได้ว่าหากรุ่น 130 นิ้วนี้ผลิตจริง ราคาน่าจะสูงลิ่วจนเป็นสินค้าสำหรับตลาดเฉพาะกลุ่มเท่านั้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Samsung เปิดตัว Micro RGB TV ขนาด 130 นิ้ว รุ่น R95H ➡️ เป็นทีวี Micro RGB ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเปิดตัว ✅ ใช้ AI เพื่อเพิ่มคุณภาพภาพและลดแสงสะท้อน ➡️ มาพร้อมเทคโนโลยี Glare Free และ Vision AI Companion ✅ Micro RGB ให้ความแม่นยำของสีสูงถึง 100% BT.2020 ➡️ เหนือกว่า QD-TV ส่วนใหญ่ที่ทำได้ประมาณ 85% ✅ รุ่นนี้เป็นเพียงคอนเซ็ปต์ ยังไม่วางขายจริง ➡️ ราคาคาดว่าจะสูงมากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ ราคาของทีวี Micro RGB มีแนวโน้มสูงมาก ⛔ รุ่นก่อนหน้าแตะหลักหลายหมื่นถึงหลักแสนดอลลาร์ ‼️ ขาตั้งโลหะดีไซน์แปลกตาอาจไม่เข้ากับบ้านส่วนใหญ่ ⛔ แม้จะรองรับน้ำหนักและปรับมุมได้ดี ‼️ เป็นเพียงคอนเซ็ปต์ อาจไม่เข้าสู่สายการผลิตจริง ⛔ เทคโนโลยีอาจยังไม่พร้อมสำหรับตลาดทั่วไป ‼️ ขนาด 130 นิ้วต้องการพื้นที่ติดตั้งขนาดใหญ่ ⛔ ไม่เหมาะกับห้องนั่งเล่นทั่วไปหรือพื้นที่จำกัด https://www.slashgear.com/2070647/samsung-r95h-micro-rgb-reveal/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    Samsung Unveils 'World's Largest' Micro RGB TV - SlashGear
    Samsung's new Micro RGB TV concept, model name R95H, is a massive 130-inch TV that comes with its own metal stand.
    0 Comments 0 Shares 71 Views 0 Reviews
  • ประตูเปิดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

    เดือนนี้ ควรงดพบปะเลี้ยงสังสรรค์หรือแม้แต่การประชุมร่วมแสดงความคิดเห็น เพราะมีโอกาสจะเกิดการขัดแย้งทะเลาะวิวาทต่อกัน ไปยุ่งเรื่องคนอื่นจะถูกลูกหลงให้เสียหายจนเกิดเป็นคดีความให้วุ่นวาย อีกทั้งฐานะทางการเงินจะติดขัดฝืดเคืองหนักถึงขั้นจนกรอบไม่คล่องมือ ภายในบ้านอยู่อาศัยควรระมัดระวังป้องกันภัยโจรปล้นขโมยแต่เนิ่นๆก่อนภัยจะมาถึงตัว ทั้งมีเกณฑ์จะเจ็บป่วยที่มือ เท้า ขา เส้นประสาท เส้นเอ็น กระดูก มะเร็ง ที่ตับ คอ ท้อง โรคความดันโลหิต โรคลมชัก เดินทางจะพบภัยอุบัติเหตุให้ได้รับบาดเจ็บเลือดตกยางออกจนต้องรักษาพยาบาล ดังนั้นควรถนอมสุขภาพกายและสุขภาพใจจะได้พ้นรอดปลอดภัยจากโรคร้ายตลอดทั้งเดือน

    ___________________________________
    FengshuiBizDesigner
    ฮวงจุ้ย...ออกแบบได้
    ประตูเปิดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เดือนนี้ ควรงดพบปะเลี้ยงสังสรรค์หรือแม้แต่การประชุมร่วมแสดงความคิดเห็น เพราะมีโอกาสจะเกิดการขัดแย้งทะเลาะวิวาทต่อกัน ไปยุ่งเรื่องคนอื่นจะถูกลูกหลงให้เสียหายจนเกิดเป็นคดีความให้วุ่นวาย อีกทั้งฐานะทางการเงินจะติดขัดฝืดเคืองหนักถึงขั้นจนกรอบไม่คล่องมือ ภายในบ้านอยู่อาศัยควรระมัดระวังป้องกันภัยโจรปล้นขโมยแต่เนิ่นๆก่อนภัยจะมาถึงตัว ทั้งมีเกณฑ์จะเจ็บป่วยที่มือ เท้า ขา เส้นประสาท เส้นเอ็น กระดูก มะเร็ง ที่ตับ คอ ท้อง โรคความดันโลหิต โรคลมชัก เดินทางจะพบภัยอุบัติเหตุให้ได้รับบาดเจ็บเลือดตกยางออกจนต้องรักษาพยาบาล ดังนั้นควรถนอมสุขภาพกายและสุขภาพใจจะได้พ้นรอดปลอดภัยจากโรคร้ายตลอดทั้งเดือน ___________________________________ FengshuiBizDesigner ฮวงจุ้ย...ออกแบบได้
    0 Comments 0 Shares 79 Views 0 Reviews
  • พบวัตถุ “ร้อนเกินคาด” ในเอกภพยุคแรก — ปริศนาที่ท้าทายทฤษฎีจักรวาลปัจจุบัน

    นักดาราศาสตร์ค้นพบกระจุกดาราจักรชื่อ SPT2349-56 ซึ่งก่อตัวขึ้นเพียง 1.4 พันล้านปีหลังบิกแบง แต่กลับมี “ก๊าซร้อนผิดปกติ” ที่ร้อนกว่าที่ทฤษฎีปัจจุบันอธิบายได้หลายเท่า การค้นพบนี้เกิดจากการตรวจจับเงาเล็กๆ บนพื้นหลังไมโครเวฟของเอกภพ (CMB) ซึ่งบ่งบอกถึงการมีอยู่ของก๊าซร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 10 ล้านเคลวิน — ร้อนเกินกว่าที่แรงโน้มถ่วงเพียงอย่างเดียวจะสร้างขึ้นได้ในช่วงเวลานั้นของเอกภพ

    ทีมวิจัยใช้กล้องโทรทรรศน์ ALMA ตรวจสอบสัญญาณ Sunyaev–Zeldovich ซึ่งเกิดจากอิเล็กตรอนพลังงานสูงในก๊าซระหว่างดาราจักร การวิเคราะห์พบว่าสัญญาณนี้ “แรงผิดปกติ” จนแม้แต่นักวิจัยเองยังสงสัยในตอนแรก แต่หลังตรวจสอบหลายเดือนก็ยืนยันว่าก๊าซในกระจุกนี้ร้อนกว่าที่แบบจำลองจักรวาลทำนายไว้ถึง 5 เท่า ทำให้ SPT2349-56 กลายเป็นหนึ่งในกระจุกดาราจักรยุคแรกที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยพบ

    สิ่งที่น่าตื่นเต้นคือ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า “ตัวการ” ที่ทำให้ก๊าซร้อนผิดปกติอาจเป็น หลุมดำมวลยิ่งยวดอย่างน้อย 3 แห่ง ที่กำลังปล่อยเจ็ตพลังงานสูงออกมาในช่วงที่กระจุกกำลังก่อตัวอย่างรุนแรง การมีหลุมดำหลายตัวในพื้นที่เดียวกันและกำลังปะทุพร้อมกันในยุคเริ่มต้นของเอกภพ ถือเป็นภาพที่หายากและท้าทายความเข้าใจเดิมเกี่ยวกับวิวัฒนาการของกระจุกดาราจักร

    การค้นพบนี้ชี้ว่าแบบจำลองปัจจุบันของเราอาจยังไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะบทบาทของหลุมดำ การก่อตัวดาวฤกษ์อย่างรุนแรง และปฏิสัมพันธ์ของก๊าซในกระจุกยุคแรก นักวิจัยหวังว่าการศึกษาต่อไปจะช่วยไขปริศนาว่า “กระจุกดาราจักรยุคปัจจุบัน” ถูกสร้างขึ้นจากสภาพสุดขั้วแบบนี้ได้อย่างไร

    สรุปประเด็นสำคัญ
    พบกระจุกดาราจักร SPT2349-56 ที่ร้อนผิดปกติ
    อยู่ในยุคเอกภพเพียง 1.4 พันล้านปีหลังบิกแบง
    อุณหภูมิก๊าซสูงกว่า 10 ล้านเคลวิน

    สัญญาณ Sunyaev–Zeldovich ช่วยยืนยันความร้อนสูงผิดคาด
    สัญญาณแรงกว่าที่แบบจำลองจักรวาลคาดการณ์ถึง 5 เท่า

    หลุมดำมวลยิ่งยวดหลายตัวอาจเป็นต้นเหตุ
    เจ็ตพลังงานสูงจากหลุมดำอาจทำให้ก๊าซร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว

    แบบจำลองวิวัฒนาการของกระจุกดาราจักรอาจยังไม่สมบูรณ์
    จำเป็นต้องรวมบทบาทของหลุมดำและการก่อตัวดาวฤกษ์ที่รุนแรงเข้าไปในสมการ

    การตีความข้อมูลผิดอาจนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเอกภพยุคแรก
    นักวิจัยเตือนว่าต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมก่อนสรุปกลไกทั้งหมด

    https://www.sciencealert.com/an-impossibly-hot-object-discovered-1-4-billion-years-after-the-big-bang
    🌌🔥 พบวัตถุ “ร้อนเกินคาด” ในเอกภพยุคแรก — ปริศนาที่ท้าทายทฤษฎีจักรวาลปัจจุบัน นักดาราศาสตร์ค้นพบกระจุกดาราจักรชื่อ SPT2349-56 ซึ่งก่อตัวขึ้นเพียง 1.4 พันล้านปีหลังบิกแบง แต่กลับมี “ก๊าซร้อนผิดปกติ” ที่ร้อนกว่าที่ทฤษฎีปัจจุบันอธิบายได้หลายเท่า การค้นพบนี้เกิดจากการตรวจจับเงาเล็กๆ บนพื้นหลังไมโครเวฟของเอกภพ (CMB) ซึ่งบ่งบอกถึงการมีอยู่ของก๊าซร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 10 ล้านเคลวิน — ร้อนเกินกว่าที่แรงโน้มถ่วงเพียงอย่างเดียวจะสร้างขึ้นได้ในช่วงเวลานั้นของเอกภพ ทีมวิจัยใช้กล้องโทรทรรศน์ ALMA ตรวจสอบสัญญาณ Sunyaev–Zeldovich ซึ่งเกิดจากอิเล็กตรอนพลังงานสูงในก๊าซระหว่างดาราจักร การวิเคราะห์พบว่าสัญญาณนี้ “แรงผิดปกติ” จนแม้แต่นักวิจัยเองยังสงสัยในตอนแรก แต่หลังตรวจสอบหลายเดือนก็ยืนยันว่าก๊าซในกระจุกนี้ร้อนกว่าที่แบบจำลองจักรวาลทำนายไว้ถึง 5 เท่า ทำให้ SPT2349-56 กลายเป็นหนึ่งในกระจุกดาราจักรยุคแรกที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยพบ สิ่งที่น่าตื่นเต้นคือ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า “ตัวการ” ที่ทำให้ก๊าซร้อนผิดปกติอาจเป็น หลุมดำมวลยิ่งยวดอย่างน้อย 3 แห่ง ที่กำลังปล่อยเจ็ตพลังงานสูงออกมาในช่วงที่กระจุกกำลังก่อตัวอย่างรุนแรง การมีหลุมดำหลายตัวในพื้นที่เดียวกันและกำลังปะทุพร้อมกันในยุคเริ่มต้นของเอกภพ ถือเป็นภาพที่หายากและท้าทายความเข้าใจเดิมเกี่ยวกับวิวัฒนาการของกระจุกดาราจักร การค้นพบนี้ชี้ว่าแบบจำลองปัจจุบันของเราอาจยังไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะบทบาทของหลุมดำ การก่อตัวดาวฤกษ์อย่างรุนแรง และปฏิสัมพันธ์ของก๊าซในกระจุกยุคแรก นักวิจัยหวังว่าการศึกษาต่อไปจะช่วยไขปริศนาว่า “กระจุกดาราจักรยุคปัจจุบัน” ถูกสร้างขึ้นจากสภาพสุดขั้วแบบนี้ได้อย่างไร 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ พบกระจุกดาราจักร SPT2349-56 ที่ร้อนผิดปกติ ➡️ อยู่ในยุคเอกภพเพียง 1.4 พันล้านปีหลังบิกแบง ➡️ อุณหภูมิก๊าซสูงกว่า 10 ล้านเคลวิน ✅ สัญญาณ Sunyaev–Zeldovich ช่วยยืนยันความร้อนสูงผิดคาด ➡️ สัญญาณแรงกว่าที่แบบจำลองจักรวาลคาดการณ์ถึง 5 เท่า ✅ หลุมดำมวลยิ่งยวดหลายตัวอาจเป็นต้นเหตุ ➡️ เจ็ตพลังงานสูงจากหลุมดำอาจทำให้ก๊าซร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว ‼️ แบบจำลองวิวัฒนาการของกระจุกดาราจักรอาจยังไม่สมบูรณ์ ⛔ จำเป็นต้องรวมบทบาทของหลุมดำและการก่อตัวดาวฤกษ์ที่รุนแรงเข้าไปในสมการ ‼️ การตีความข้อมูลผิดอาจนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเอกภพยุคแรก ⛔ นักวิจัยเตือนว่าต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมก่อนสรุปกลไกทั้งหมด https://www.sciencealert.com/an-impossibly-hot-object-discovered-1-4-billion-years-after-the-big-bang
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Impossibly Hot Object Discovered 1.4 Billion Years After The Big Bang
    A 'shadow' cast on the faint, leftover glow of the Big Bang has revealed a giant object in the early Universe that defies our predictions of how the Universe should evolve.
    0 Comments 0 Shares 104 Views 0 Reviews
  • ฟรีแลนซ์รับงานสร้างเว็บเพจเดียว แต่สุดท้ายได้ค่าจ้าง $21,000 — เรื่องจริงที่สะท้อนความวุ่นวายในองค์กรใหญ่

    เรื่องราวเริ่มจากงานง่าย ๆ ที่ควรใช้เวลาเพียงหนึ่งวัน: สร้าง หน้า HTML เดียว พร้อมแอนิเมชันเล็กน้อยและวิดีโอฝัง แต่เมื่อบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งติดต่อ Ibrahim Diallo อย่างเร่งด่วน เขาจึงเสนอราคาแบบระมัดระวังที่ 20 ชั่วโมง = $1,500 พร้อมเดินทางไปทำงานที่สำนักงานดาวเทียมของบริษัท 25 ไมล์จากบ้าน แต่ทันทีที่เริ่มงาน เขากลับพบว่าบริษัทไม่มีไฟล์ ไม่มีข้อมูล และไม่มีใครตอบอีเมล ทำให้วันแรกทั้งวันหมดไปกับการตั้งค่าเครื่อง

    สิ่งที่ควรเป็นงาน 3 วัน กลายเป็น 7 สัปดาห์ ของการนั่งรออีเมล กินข้าวฟรี และทำงานแทบไม่ได้เลย เพราะทุกครั้งที่เขาขอไฟล์หรือข้อมูล จะถูกโยนข้ามทีมไปมาแบบไร้ทิศทาง บางคนไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร บางคนอยู่ลาพักร้อน บางคนตอบช้าเป็นสัปดาห์ จนเขาต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ “ขุดอีเมล” เหมือนนักโบราณคดีเพื่อหาคำตอบ ทั้งหมดนี้เพื่อทำหน้าเว็บเพียงหน้าเดียว

    เมื่อเขาทำงานเสร็จและส่งให้ทีมผ่าน GitHub การรีวิวงานก็แทบไม่มีความหมาย เพราะทีมประชุมกันเรื่องอื่น และเพียงแค่พูดว่า “โอเค เดี๋ยว merge ให้คืนนี้” หลังจากนั้น Diallo ต้องเผชิญความจริงที่ว่าเขาใช้เวลา 7 สัปดาห์เต็มในโปรเจกต์ที่ควรใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง เขาจึงส่งใบแจ้งหนี้ตามจำนวนชั่วโมงจริง รวมเป็น $18,000 แม้จะรู้สึกผิด แต่ก็เป็นเวลาที่เขาทำงานให้บริษัทจริง

    สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ ผู้จัดการกลับตอบกลับมาพร้อม “คำนวณใหม่” ให้เขา — และพบว่าบริษัทติดค้างเขา $21,000 ไม่ใช่ $18,000 เขาจึงได้รับเงินมากกว่าที่คิด และเรื่องนี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความไร้ประสิทธิภาพขององค์กรใหญ่ ที่บางครั้งทำให้โปรเจกต์ง่าย ๆ กลายเป็นค่าใช้จ่ายมหาศาลโดยไม่จำเป็น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่อง
    งานที่ควรใช้เวลา 1 วัน ถูกยืดเป็น 7 สัปดาห์
    บริษัทไม่มีไฟล์ ไม่มีข้อมูล และตอบอีเมลช้ามาก
    Diallo ส่งใบแจ้งหนี้ $18,000 แต่บริษัทคำนวณให้ใหม่เป็น $21,000

    ประเด็นที่สะท้อนปัญหาองค์กร
    การสื่อสารภายในที่แย่ทำให้โปรเจกต์ล่าช้า
    การโยนอีเมลข้ามทีมทำให้ไม่มีใครรับผิดชอบ
    ความไร้ประสิทธิภาพทำให้ต้นทุนสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น

    มุมมองของผู้เขียน
    เขาไม่ได้ตั้งใจ “โกง” แต่ทำงานตามเวลาที่บริษัททำให้เสียไป
    เขาเรียนรู้ว่าบริษัทใหญ่มีความซับซ้อนและช้าโดยธรรมชาติ
    งานง่าย ๆ อาจกลายเป็นรายได้ก้อนใหญ่เพราะระบบภายในที่วุ่นวาย

    ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้
    ฟรีแลนซ์ควรประเมินเวลารวม “งานที่ไม่ใช่งาน” เช่น การรอไฟล์
    บริษัทควรมีระบบส่งต่อข้อมูลที่ชัดเจน
    ความล่าช้าขององค์กรอาจสร้างต้นทุนที่สูงกว่าที่คิด

    https://idiallo.com/blog/18000-dollars-static-web-page
    💸🧑‍💻 ฟรีแลนซ์รับงานสร้างเว็บเพจเดียว แต่สุดท้ายได้ค่าจ้าง $21,000 — เรื่องจริงที่สะท้อนความวุ่นวายในองค์กรใหญ่ เรื่องราวเริ่มจากงานง่าย ๆ ที่ควรใช้เวลาเพียงหนึ่งวัน: สร้าง หน้า HTML เดียว พร้อมแอนิเมชันเล็กน้อยและวิดีโอฝัง แต่เมื่อบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งติดต่อ Ibrahim Diallo อย่างเร่งด่วน เขาจึงเสนอราคาแบบระมัดระวังที่ 20 ชั่วโมง = $1,500 พร้อมเดินทางไปทำงานที่สำนักงานดาวเทียมของบริษัท 25 ไมล์จากบ้าน แต่ทันทีที่เริ่มงาน เขากลับพบว่าบริษัทไม่มีไฟล์ ไม่มีข้อมูล และไม่มีใครตอบอีเมล ทำให้วันแรกทั้งวันหมดไปกับการตั้งค่าเครื่อง สิ่งที่ควรเป็นงาน 3 วัน กลายเป็น 7 สัปดาห์ ของการนั่งรออีเมล กินข้าวฟรี และทำงานแทบไม่ได้เลย เพราะทุกครั้งที่เขาขอไฟล์หรือข้อมูล จะถูกโยนข้ามทีมไปมาแบบไร้ทิศทาง บางคนไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร บางคนอยู่ลาพักร้อน บางคนตอบช้าเป็นสัปดาห์ จนเขาต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ “ขุดอีเมล” เหมือนนักโบราณคดีเพื่อหาคำตอบ ทั้งหมดนี้เพื่อทำหน้าเว็บเพียงหน้าเดียว เมื่อเขาทำงานเสร็จและส่งให้ทีมผ่าน GitHub การรีวิวงานก็แทบไม่มีความหมาย เพราะทีมประชุมกันเรื่องอื่น และเพียงแค่พูดว่า “โอเค เดี๋ยว merge ให้คืนนี้” หลังจากนั้น Diallo ต้องเผชิญความจริงที่ว่าเขาใช้เวลา 7 สัปดาห์เต็มในโปรเจกต์ที่ควรใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง เขาจึงส่งใบแจ้งหนี้ตามจำนวนชั่วโมงจริง รวมเป็น $18,000 แม้จะรู้สึกผิด แต่ก็เป็นเวลาที่เขาทำงานให้บริษัทจริง สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ ผู้จัดการกลับตอบกลับมาพร้อม “คำนวณใหม่” ให้เขา — และพบว่าบริษัทติดค้างเขา $21,000 ไม่ใช่ $18,000 เขาจึงได้รับเงินมากกว่าที่คิด และเรื่องนี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความไร้ประสิทธิภาพขององค์กรใหญ่ ที่บางครั้งทำให้โปรเจกต์ง่าย ๆ กลายเป็นค่าใช้จ่ายมหาศาลโดยไม่จำเป็น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่อง ➡️ งานที่ควรใช้เวลา 1 วัน ถูกยืดเป็น 7 สัปดาห์ ➡️ บริษัทไม่มีไฟล์ ไม่มีข้อมูล และตอบอีเมลช้ามาก ➡️ Diallo ส่งใบแจ้งหนี้ $18,000 แต่บริษัทคำนวณให้ใหม่เป็น $21,000 ‼️ ประเด็นที่สะท้อนปัญหาองค์กร ⛔ การสื่อสารภายในที่แย่ทำให้โปรเจกต์ล่าช้า ⛔ การโยนอีเมลข้ามทีมทำให้ไม่มีใครรับผิดชอบ ⛔ ความไร้ประสิทธิภาพทำให้ต้นทุนสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น ✅ มุมมองของผู้เขียน ➡️ เขาไม่ได้ตั้งใจ “โกง” แต่ทำงานตามเวลาที่บริษัททำให้เสียไป ➡️ เขาเรียนรู้ว่าบริษัทใหญ่มีความซับซ้อนและช้าโดยธรรมชาติ ➡️ งานง่าย ๆ อาจกลายเป็นรายได้ก้อนใหญ่เพราะระบบภายในที่วุ่นวาย ‼️ ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้ ⛔ ฟรีแลนซ์ควรประเมินเวลารวม “งานที่ไม่ใช่งาน” เช่น การรอไฟล์ ⛔ บริษัทควรมีระบบส่งต่อข้อมูลที่ชัดเจน ⛔ ความล่าช้าขององค์กรอาจสร้างต้นทุนที่สูงกว่าที่คิด https://idiallo.com/blog/18000-dollars-static-web-page
    IDIALLO.COM
    I charged $18,000 for a Static HTML Page
    Not too long ago, I made a living working as a contractor where I would hop from project to project. Some were short term where I would work for a week and quickly deliver my service. Others lasted a
    0 Comments 0 Shares 94 Views 0 Reviews
  • Qualcomm เปิดตัว Snapdragon X2 Plus — ชิป ARM 10 คอร์แรงขึ้น 35% พร้อมเขย่าวงการ Windows on ARM

    Qualcomm เดินหน้าขยายไลน์อัป Windows on ARM ด้วยซีรีส์ใหม่ Snapdragon X2 Plus ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งาน CES 2026 โดยมีสองรุ่นหลักคือ X2P‑64‑100 (10 คอร์) และ X2P‑42‑100 (6 คอร์) ทั้งคู่มาพร้อมสถาปัตยกรรม Oryon รุ่นใหม่และความเร็วบูสต์สูงสุด 4.0 GHz จุดเด่นสำคัญคือประสิทธิภาพแบบ single‑core ที่เพิ่มขึ้นถึง 35% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า X1 Plus ตามข้อมูลจาก Tom’s Hardware

    รุ่นท็อป X2P‑64‑100 ใช้โครงสร้างคอร์แบบ 6 Prime + 4 Performance พร้อมแคชรวม 34MB และ GPU Adreno X2‑45 ที่ความเร็ว 1.7GHz ส่วนรุ่น 6 คอร์ X2P‑42‑100 ใช้ Prime ทั้งหมด 6 คอร์ ไม่มีคอร์ประหยัดพลังงาน แต่ยังคงบูสต์ได้เท่ากันที่ 4.04GHz ทั้งสองรุ่นผลิตบนกระบวนการ TSMC N3P ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์อย่างมาก

    Qualcomm ยังชูจุดขายด้านประสิทธิภาพเทียบกับคู่แข่ง โดยอ้างว่า X2P‑64‑100 ทำคะแนน Geekbench 6.5 ได้ 3,323 (single‑core) และ 15,084 (multi‑core) ซึ่งสูงกว่า Intel Core Ultra 7 256V และ Ryzen AI 7 350 ในการทดสอบอ้างอิงของบริษัท แม้ผลจริงในโน้ตบุ๊กแต่ละรุ่นอาจแตกต่างกัน แต่ตัวเลขนี้สะท้อนว่าตลาด Windows on ARM กำลังร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

    ด้านกราฟิก Qualcomm ระบุว่า GPU ใหม่ให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นถึง 29% แม้รุ่น 6 คอร์จะมีความเร็ว GPU ต่ำกว่า (0.9GHz) แต่ยังคงใช้สถาปัตยกรรมเดียวกัน นอกจากนี้ยังมี NPU 80 TOPS แบบเดียวกับ X2 Elite รองรับงาน AI เต็มรูปแบบ และรองรับหน่วยความจำ LPDDR5X สูงสุด 128GB ที่ความเร็ว 9,523 MT/s ทำให้เหมาะกับงานประมวลผลหนักและอุปกรณ์พกพารุ่นใหม่ในปี 2026

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เปิดตัว Snapdragon X2 Plus สองรุ่น: 10 คอร์ และ 6 คอร์
    ความเร็วบูสต์สูงสุด 4.04GHz

    ประสิทธิภาพ single‑core เพิ่มขึ้น 35% จากรุ่น X1 Plus
    multi‑core เพิ่มขึ้น 17% ในรุ่น 10 คอร์

    ใช้สถาปัตยกรรม Oryon และผลิตบน TSMC N3P
    เพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์และลดความร้อน

    GPU Adreno X2‑45 และ NPU 80 TOPS เหมือนใน X2 Elite
    GPU แรงขึ้นสูงสุด 29% จากรุ่นก่อน

    รองรับ LPDDR5X สูงสุด 128GB ที่ 9,523 MT/s
    เหมาะกับงาน AI, ตัดต่อ, และโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูง

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    ผลทดสอบจาก reference design อาจไม่สะท้อนประสิทธิภาพจริงในโน้ตบุ๊กวางขาย
    ต้องรอรีวิวจากเครื่องจริงก่อนตัดสินใจ

    รุ่น 6 คอร์อาจด้อยกว่า X1 รุ่นก่อนในงาน multi‑core บางประเภท
    Qualcomm ลดจำนวนคอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์

    การแข่งขัน Windows on ARM ยังต้องพึ่งการปรับแต่งซอฟต์แวร์จากผู้ผลิต
    แอปบางตัวอาจยังไม่รองรับ native เต็มรูปแบบ

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/qualcomm-expands-snapdragon-on-windows-with-x2-plus-10-core-arm-cpu-boasts-35-percent-single-core-jump
    🚀 Qualcomm เปิดตัว Snapdragon X2 Plus — ชิป ARM 10 คอร์แรงขึ้น 35% พร้อมเขย่าวงการ Windows on ARM Qualcomm เดินหน้าขยายไลน์อัป Windows on ARM ด้วยซีรีส์ใหม่ Snapdragon X2 Plus ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งาน CES 2026 โดยมีสองรุ่นหลักคือ X2P‑64‑100 (10 คอร์) และ X2P‑42‑100 (6 คอร์) ทั้งคู่มาพร้อมสถาปัตยกรรม Oryon รุ่นใหม่และความเร็วบูสต์สูงสุด 4.0 GHz จุดเด่นสำคัญคือประสิทธิภาพแบบ single‑core ที่เพิ่มขึ้นถึง 35% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า X1 Plus ตามข้อมูลจาก Tom’s Hardware รุ่นท็อป X2P‑64‑100 ใช้โครงสร้างคอร์แบบ 6 Prime + 4 Performance พร้อมแคชรวม 34MB และ GPU Adreno X2‑45 ที่ความเร็ว 1.7GHz ส่วนรุ่น 6 คอร์ X2P‑42‑100 ใช้ Prime ทั้งหมด 6 คอร์ ไม่มีคอร์ประหยัดพลังงาน แต่ยังคงบูสต์ได้เท่ากันที่ 4.04GHz ทั้งสองรุ่นผลิตบนกระบวนการ TSMC N3P ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์อย่างมาก Qualcomm ยังชูจุดขายด้านประสิทธิภาพเทียบกับคู่แข่ง โดยอ้างว่า X2P‑64‑100 ทำคะแนน Geekbench 6.5 ได้ 3,323 (single‑core) และ 15,084 (multi‑core) ซึ่งสูงกว่า Intel Core Ultra 7 256V และ Ryzen AI 7 350 ในการทดสอบอ้างอิงของบริษัท แม้ผลจริงในโน้ตบุ๊กแต่ละรุ่นอาจแตกต่างกัน แต่ตัวเลขนี้สะท้อนว่าตลาด Windows on ARM กำลังร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ด้านกราฟิก Qualcomm ระบุว่า GPU ใหม่ให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นถึง 29% แม้รุ่น 6 คอร์จะมีความเร็ว GPU ต่ำกว่า (0.9GHz) แต่ยังคงใช้สถาปัตยกรรมเดียวกัน นอกจากนี้ยังมี NPU 80 TOPS แบบเดียวกับ X2 Elite รองรับงาน AI เต็มรูปแบบ และรองรับหน่วยความจำ LPDDR5X สูงสุด 128GB ที่ความเร็ว 9,523 MT/s ทำให้เหมาะกับงานประมวลผลหนักและอุปกรณ์พกพารุ่นใหม่ในปี 2026 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เปิดตัว Snapdragon X2 Plus สองรุ่น: 10 คอร์ และ 6 คอร์ ➡️ ความเร็วบูสต์สูงสุด 4.04GHz ✅ ประสิทธิภาพ single‑core เพิ่มขึ้น 35% จากรุ่น X1 Plus ➡️ multi‑core เพิ่มขึ้น 17% ในรุ่น 10 คอร์ ✅ ใช้สถาปัตยกรรม Oryon และผลิตบน TSMC N3P ➡️ เพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์และลดความร้อน ✅ GPU Adreno X2‑45 และ NPU 80 TOPS เหมือนใน X2 Elite ➡️ GPU แรงขึ้นสูงสุด 29% จากรุ่นก่อน ✅ รองรับ LPDDR5X สูงสุด 128GB ที่ 9,523 MT/s ➡️ เหมาะกับงาน AI, ตัดต่อ, และโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูง คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ ผลทดสอบจาก reference design อาจไม่สะท้อนประสิทธิภาพจริงในโน้ตบุ๊กวางขาย ⛔ ต้องรอรีวิวจากเครื่องจริงก่อนตัดสินใจ ‼️ รุ่น 6 คอร์อาจด้อยกว่า X1 รุ่นก่อนในงาน multi‑core บางประเภท ⛔ Qualcomm ลดจำนวนคอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์ ‼️ การแข่งขัน Windows on ARM ยังต้องพึ่งการปรับแต่งซอฟต์แวร์จากผู้ผลิต ⛔ แอปบางตัวอาจยังไม่รองรับ native เต็มรูปแบบ https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/qualcomm-expands-snapdragon-on-windows-with-x2-plus-10-core-arm-cpu-boasts-35-percent-single-core-jump
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Qualcomm expands Snapdragon on Windows with X2 Plus – 10-core ARM CPU boasts 35% single-core jump
    A 10-core replacement and a new 6-core variant, both bringing big single-threaded improvements.
    0 Comments 0 Shares 107 Views 0 Reviews
  • Sandisk เปิดตัวไลน์อัป SSD “Optimus” ใหม่แทน WD สีเดิม — ยุคใหม่ของความแรงและความชัดเจนในตลาดสตอเรจ

    Sandisk เดินเกมครั้งใหญ่ด้วยการยุติระบบชื่อรุ่นแบบ “สี” ของ WD ที่คุ้นเคยกันมายาวนาน เช่น WD Blue และ WD Black แล้วแทนที่ด้วยชื่อใหม่ทั้งหมดภายใต้แบรนด์ Optimus, Optimus GX, และ Optimus GX Pro ซึ่งถูกออกแบบให้ผู้ใช้เข้าใจระดับประสิทธิภาพได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นหลังจาก Western Digital แยกธุรกิจแฟลชออกมาให้ Sandisk ดูแลเต็มตัว ทำให้ Sandisk สามารถรีเฟรชภาพลักษณ์และทิศทางผลิตภัณฑ์ได้อย่างอิสระมากขึ้นtomshardware.com

    การกลับมาของชื่อ “Optimus” ไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว เพราะ Sandisk เคยใช้ชื่อนี้ในตลาดองค์กรตั้งแต่ปี 2013 หลังการซื้อกิจการ SMART Storage Systems แต่ถูกพักไปนานกว่า 10 ปี ก่อนจะถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งในปี 2026 เพื่อใช้กับ SSD สำหรับผู้บริโภคทั่วไป การแบ่งระดับผลิตภัณฑ์ใหม่ช่วยให้ผู้ใช้เลือก SSD ได้ตรงกับงาน เช่น ผู้สร้างคอนเทนต์ เกมเมอร์ หรือมืออาชีพที่ต้องการความเร็วระดับสูงสุด

    หนึ่งในรุ่นที่โดดเด่นคือ Optimus GX 7100M SSD แบบ M.2 2230 ที่ออกแบบมาสำหรับเครื่องเกมพกพาและโน้ตบุ๊กบางเฉียบ โดยให้ความเร็วอ่านสูงสุดถึง 7,250 MB/s และเขียน 6,900 MB/s ซึ่งถือว่าแรงมากสำหรับฟอร์มแฟกเตอร์ขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังมีการปรับดีไซน์แพ็กเกจใหม่ทั้งหมดเพื่อให้โดดเด่นบนชั้นวางสินค้าและสื่อถึงภาพลักษณ์ยุคใหม่ของ Sandisk

    การเปลี่ยนชื่อรุ่นครั้งนี้ยังช่วยลดความสับสนของผู้ใช้ที่เคยต้องจำว่า “สีไหนแรงกว่า” และทำให้ Sandisk สามารถวางกลยุทธ์แข่งขันกับแบรนด์ SSD รายใหญ่ในตลาดได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ความต้องการ SSD ความเร็วสูงเพิ่มขึ้นจากเกม AAA, งานตัดต่อ 4K/8K และอุปกรณ์พกพาที่ต้องการสตอเรจเร็วแต่กินไฟต่ำ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Sandisk ยกเลิกระบบชื่อรุ่นแบบสีของ WD และเปลี่ยนเป็น Optimus ทั้งหมด
    แบ่งเป็น 3 ระดับ: Optimus / Optimus GX / Optimus GX Pro

    ชื่อ Optimus ถูกนำกลับมาใช้หลังจากหายไปกว่า 10 ปี
    เดิมเคยใช้ในตลาดองค์กรตั้งแต่ปี 2013

    Optimus GX 7100M เปิดตัวใหม่สำหรับเครื่องเกมพกพาและโน้ตบุ๊กบางเฉียบ
    ความเร็วอ่าน 7,250 MB/s และเขียน 6,900 MB/s

    ดีไซน์แพ็กเกจใหม่เพื่อสร้างภาพลักษณ์ Sandisk ยุคใหม่
    เน้นความชัดเจนและความโดดเด่นบนชั้นวางสินค้า

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    ผู้ใช้เดิมอาจสับสนช่วงแรกจากการเปลี่ยนชื่อรุ่นทั้งหมด
    ต้องตรวจสอบชื่อใหม่เทียบกับรุ่น WD เดิมก่อนซื้อ

    ตลาด SSD มีการแข่งขันสูง อาจมีรุ่นใกล้เคียงจากแบรนด์อื่นที่ราคาดีกว่า
    ควรเช็กรีวิวและประสิทธิภาพจริงก่อนตัดสินใจ

    ความเร็วสูงอาจทำให้เกิดความร้อนมากขึ้นในอุปกรณ์พกพา
    ต้องดูระบบระบายความร้อนของอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมด้วย

    https://www.tomshardware.com/pc-components/ssds/sandisks-new-optimus-ssd-line-up-replaces-retired-wd-color-based-models-new-optimus-gx-and-gx-pro-tiers-for-2026
    🧩 Sandisk เปิดตัวไลน์อัป SSD “Optimus” ใหม่แทน WD สีเดิม — ยุคใหม่ของความแรงและความชัดเจนในตลาดสตอเรจ Sandisk เดินเกมครั้งใหญ่ด้วยการยุติระบบชื่อรุ่นแบบ “สี” ของ WD ที่คุ้นเคยกันมายาวนาน เช่น WD Blue และ WD Black แล้วแทนที่ด้วยชื่อใหม่ทั้งหมดภายใต้แบรนด์ Optimus, Optimus GX, และ Optimus GX Pro ซึ่งถูกออกแบบให้ผู้ใช้เข้าใจระดับประสิทธิภาพได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นหลังจาก Western Digital แยกธุรกิจแฟลชออกมาให้ Sandisk ดูแลเต็มตัว ทำให้ Sandisk สามารถรีเฟรชภาพลักษณ์และทิศทางผลิตภัณฑ์ได้อย่างอิสระมากขึ้นtomshardware.com การกลับมาของชื่อ “Optimus” ไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว เพราะ Sandisk เคยใช้ชื่อนี้ในตลาดองค์กรตั้งแต่ปี 2013 หลังการซื้อกิจการ SMART Storage Systems แต่ถูกพักไปนานกว่า 10 ปี ก่อนจะถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งในปี 2026 เพื่อใช้กับ SSD สำหรับผู้บริโภคทั่วไป การแบ่งระดับผลิตภัณฑ์ใหม่ช่วยให้ผู้ใช้เลือก SSD ได้ตรงกับงาน เช่น ผู้สร้างคอนเทนต์ เกมเมอร์ หรือมืออาชีพที่ต้องการความเร็วระดับสูงสุด หนึ่งในรุ่นที่โดดเด่นคือ Optimus GX 7100M SSD แบบ M.2 2230 ที่ออกแบบมาสำหรับเครื่องเกมพกพาและโน้ตบุ๊กบางเฉียบ โดยให้ความเร็วอ่านสูงสุดถึง 7,250 MB/s และเขียน 6,900 MB/s ซึ่งถือว่าแรงมากสำหรับฟอร์มแฟกเตอร์ขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังมีการปรับดีไซน์แพ็กเกจใหม่ทั้งหมดเพื่อให้โดดเด่นบนชั้นวางสินค้าและสื่อถึงภาพลักษณ์ยุคใหม่ของ Sandisk การเปลี่ยนชื่อรุ่นครั้งนี้ยังช่วยลดความสับสนของผู้ใช้ที่เคยต้องจำว่า “สีไหนแรงกว่า” และทำให้ Sandisk สามารถวางกลยุทธ์แข่งขันกับแบรนด์ SSD รายใหญ่ในตลาดได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ความต้องการ SSD ความเร็วสูงเพิ่มขึ้นจากเกม AAA, งานตัดต่อ 4K/8K และอุปกรณ์พกพาที่ต้องการสตอเรจเร็วแต่กินไฟต่ำ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Sandisk ยกเลิกระบบชื่อรุ่นแบบสีของ WD และเปลี่ยนเป็น Optimus ทั้งหมด ➡️ แบ่งเป็น 3 ระดับ: Optimus / Optimus GX / Optimus GX Pro ✅ ชื่อ Optimus ถูกนำกลับมาใช้หลังจากหายไปกว่า 10 ปี ➡️ เดิมเคยใช้ในตลาดองค์กรตั้งแต่ปี 2013 ✅ Optimus GX 7100M เปิดตัวใหม่สำหรับเครื่องเกมพกพาและโน้ตบุ๊กบางเฉียบ ➡️ ความเร็วอ่าน 7,250 MB/s และเขียน 6,900 MB/s ✅ ดีไซน์แพ็กเกจใหม่เพื่อสร้างภาพลักษณ์ Sandisk ยุคใหม่ ➡️ เน้นความชัดเจนและความโดดเด่นบนชั้นวางสินค้า คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ ผู้ใช้เดิมอาจสับสนช่วงแรกจากการเปลี่ยนชื่อรุ่นทั้งหมด ⛔ ต้องตรวจสอบชื่อใหม่เทียบกับรุ่น WD เดิมก่อนซื้อ ‼️ ตลาด SSD มีการแข่งขันสูง อาจมีรุ่นใกล้เคียงจากแบรนด์อื่นที่ราคาดีกว่า ⛔ ควรเช็กรีวิวและประสิทธิภาพจริงก่อนตัดสินใจ ‼️ ความเร็วสูงอาจทำให้เกิดความร้อนมากขึ้นในอุปกรณ์พกพา ⛔ ต้องดูระบบระบายความร้อนของอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมด้วย https://www.tomshardware.com/pc-components/ssds/sandisks-new-optimus-ssd-line-up-replaces-retired-wd-color-based-models-new-optimus-gx-and-gx-pro-tiers-for-2026
    0 Comments 0 Shares 104 Views 0 Reviews
  • ดาวเหินจรคู่ผสมระหว่างปีและเดือน ประจำเดือนมกราคม 2569

    ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 5 เดือนมกราคม ไปจนถึง วันอังคารที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 เป็นเดือนฉลูดิน ธาตุไฟ己丑 (กี๋ทิ้ว) มีกระแสพลังดาว九紫 (เก๋าจี้) ธาตุไฟ ดาวชื่อเสียง ดาวความยินดี ดาวยศฐาบรรดาศักดิ์ ก่อเกิดแก่กระแสพลังดาวคู่ผสม二黑 (หยี่เฮก) ธาตุดิน ดาวป่วยไข้ ดาวโรคภัย ดาวความเสื่อมถอย ประจำอยู่ ในปีจรมะเส็งไม้ 乙巳 (อิกจี๋) ธาตุไฟ

    ส่งผลให้การดำเนินกิจกรรมงานใหม่ๆหรือการคิดริเริ่มโครงการใดๆ จะประสบพบความสำเร็จได้รับผลประโยชน์ที่ลงตัว หรือหากประชุมตกลงหาฉันทามติจะสัมฤทธิ์ผลเสร็จกิจสมหวังได้ แต่ความวุ่นวายยังคงดำรงอยู่จาก อุณหภูมิร้อนๆทางการเมือง ส่งผลให้เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยว อ้างว้าง เก็บกด อารมณ์พุ่งพล่าน แปรปรวน จนกลายเป็นวิวาทะกระทบถึงความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้เป็นประเด็นได้อีกเช่นกัน แต่ถึงอย่างไรสังคมยังคงยอมรับ ให้กำลังใจสนับสนุนอยู่เช่นเดิม ส่วนการเดินทางขับรถไปสถานที่ใดจะใกล้หรือไกลควรมีสติสัมปชัญญะจะได้พ้นจากอุบัติเหตุเภทภัย

    ___________________________________
    FengshuiBizDesigner
    ฮวงจุ้ย...ออกแบบได้
    ดาวเหินจรคู่ผสมระหว่างปีและเดือน ประจำเดือนมกราคม 2569 ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 5 เดือนมกราคม ไปจนถึง วันอังคารที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 เป็นเดือนฉลูดิน ธาตุไฟ己丑 (กี๋ทิ้ว) มีกระแสพลังดาว九紫 (เก๋าจี้) ธาตุไฟ ดาวชื่อเสียง ดาวความยินดี ดาวยศฐาบรรดาศักดิ์ ก่อเกิดแก่กระแสพลังดาวคู่ผสม二黑 (หยี่เฮก) ธาตุดิน ดาวป่วยไข้ ดาวโรคภัย ดาวความเสื่อมถอย ประจำอยู่ ในปีจรมะเส็งไม้ 乙巳 (อิกจี๋) ธาตุไฟ ส่งผลให้การดำเนินกิจกรรมงานใหม่ๆหรือการคิดริเริ่มโครงการใดๆ จะประสบพบความสำเร็จได้รับผลประโยชน์ที่ลงตัว หรือหากประชุมตกลงหาฉันทามติจะสัมฤทธิ์ผลเสร็จกิจสมหวังได้ แต่ความวุ่นวายยังคงดำรงอยู่จาก อุณหภูมิร้อนๆทางการเมือง ส่งผลให้เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยว อ้างว้าง เก็บกด อารมณ์พุ่งพล่าน แปรปรวน จนกลายเป็นวิวาทะกระทบถึงความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้เป็นประเด็นได้อีกเช่นกัน แต่ถึงอย่างไรสังคมยังคงยอมรับ ให้กำลังใจสนับสนุนอยู่เช่นเดิม ส่วนการเดินทางขับรถไปสถานที่ใดจะใกล้หรือไกลควรมีสติสัมปชัญญะจะได้พ้นจากอุบัติเหตุเภทภัย ___________________________________ FengshuiBizDesigner ฮวงจุ้ย...ออกแบบได้
    0 Comments 0 Shares 125 Views 0 Reviews
  • C3: ภาษาที่เกิดมาเพื่อเป็น “วิวัฒนาการของ C” ไม่ใช่การปฏิวัติ

    C3 ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่ C สะสมมานานหลายทศวรรษ—ทั้งเรื่องความปลอดภัย ความซับซ้อนของการจัดการหน่วยความจำ และความยุ่งยากของ preprocessor—แต่ยังคงรักษาความคุ้นเคยของ C ไว้อย่างครบถ้วน จุดเด่นสำคัญคือ ABI compatibility แบบ 100% ทำให้สามารถผสม C และ C3 ในโปรเจกต์เดียวกันได้ทันทีโดยไม่ต้องแก้ build system หรือเขียน wrapper เพิ่ม

    สิ่งที่ทำให้ C3 น่าสนใจคือการเพิ่มความสามารถที่ C ไม่เคยมี เช่น compile-time & semantic macros, contracts, zero-overhead error handling, generic modules, และ runtime/compile-time reflection ฟีเจอร์เหล่านี้ทำให้ C3 กลายเป็นภาษาที่ “คิดแทนโปรแกรมเมอร์” ในหลายจุด แต่ยังคงให้ความเร็วระดับ native แบบ C โดยไม่ต้องพึ่ง GC หรือ runtime หนักๆ

    นอกจากนี้ C3 ยังออกแบบมาเพื่อให้ debugging ง่ายขึ้น เช่น stacktrace ที่ละเอียด, runtime bounds check, และ inline assembly ที่อ่านง่ายกว่า C/C++ ทั้งหมดนี้ทำให้ C3 เป็นภาษาที่เหมาะกับงานระบบ, embedded, game engine, และโปรเจกต์ที่ต้องการความเร็วสูงแต่ไม่อยากแบกรับความซับซ้อนของ C++

    ในภาพรวม C3 ไม่ได้ตั้งใจมาแทนที่ C++ หรือ Rust แต่ต้องการเป็น “C ที่ดีขึ้น” สำหรับคนที่ยังรัก ecosystem ของ C และต้องการภาษาที่ปลอดภัยกว่า ใช้ง่ายกว่า และมีเครื่องมือสมัยใหม่รองรับมากขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    จุดเด่นของ C3
    Full C ABI compatibility ใช้ร่วมกับ C ได้ทันที
    Module system ที่เรียบง่ายกว่า C/C++
    Operator overloading แบบปลอดภัยและเฉพาะเจาะจง
    Compile-time macros ที่ทรงพลังกว่า preprocessor ของ C

    ฟีเจอร์สมัยใหม่ที่ C ไม่มี
    Gradual contracts สำหรับตรวจสอบเงื่อนไข runtime/compile-time
    Zero-overhead error handling ผสมข้อดีของ Result + exceptions
    Generic modules ที่ใช้ง่ายกว่า template ของ C++
    Reflection ทั้ง runtime และ compile-time

    ข้อควรระวัง / ความท้าทาย
    Ecosystem ยังใหม่เมื่อเทียบกับ C/C++
    Compiler และ tooling ยังไม่สมบูรณ์เท่า LLVM-based languages
    ต้องเรียนรู้ syntax ใหม่ แม้จะคล้าย C แต่ก็มีความต่างหลายจุด

    ผลกระทบต่อผู้ใช้ C/C++
    อาจต้องปรับ workflow เช่น build system หรือ testing framework
    โค้ด C เก่าที่ใช้ macro หนักๆ อาจต้องปรับให้เข้ากับ C3
    ทีมต้องเรียนรู้แนวคิดใหม่ เช่น contracts และ semantic macros

    https://c3-lang.org/
    🧩 C3: ภาษาที่เกิดมาเพื่อเป็น “วิวัฒนาการของ C” ไม่ใช่การปฏิวัติ C3 ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่ C สะสมมานานหลายทศวรรษ—ทั้งเรื่องความปลอดภัย ความซับซ้อนของการจัดการหน่วยความจำ และความยุ่งยากของ preprocessor—แต่ยังคงรักษาความคุ้นเคยของ C ไว้อย่างครบถ้วน จุดเด่นสำคัญคือ ABI compatibility แบบ 100% ทำให้สามารถผสม C และ C3 ในโปรเจกต์เดียวกันได้ทันทีโดยไม่ต้องแก้ build system หรือเขียน wrapper เพิ่ม สิ่งที่ทำให้ C3 น่าสนใจคือการเพิ่มความสามารถที่ C ไม่เคยมี เช่น compile-time & semantic macros, contracts, zero-overhead error handling, generic modules, และ runtime/compile-time reflection ฟีเจอร์เหล่านี้ทำให้ C3 กลายเป็นภาษาที่ “คิดแทนโปรแกรมเมอร์” ในหลายจุด แต่ยังคงให้ความเร็วระดับ native แบบ C โดยไม่ต้องพึ่ง GC หรือ runtime หนักๆ นอกจากนี้ C3 ยังออกแบบมาเพื่อให้ debugging ง่ายขึ้น เช่น stacktrace ที่ละเอียด, runtime bounds check, และ inline assembly ที่อ่านง่ายกว่า C/C++ ทั้งหมดนี้ทำให้ C3 เป็นภาษาที่เหมาะกับงานระบบ, embedded, game engine, และโปรเจกต์ที่ต้องการความเร็วสูงแต่ไม่อยากแบกรับความซับซ้อนของ C++ ในภาพรวม C3 ไม่ได้ตั้งใจมาแทนที่ C++ หรือ Rust แต่ต้องการเป็น “C ที่ดีขึ้น” สำหรับคนที่ยังรัก ecosystem ของ C และต้องการภาษาที่ปลอดภัยกว่า ใช้ง่ายกว่า และมีเครื่องมือสมัยใหม่รองรับมากขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ จุดเด่นของ C3 ➡️ Full C ABI compatibility ใช้ร่วมกับ C ได้ทันที ➡️ Module system ที่เรียบง่ายกว่า C/C++ ➡️ Operator overloading แบบปลอดภัยและเฉพาะเจาะจง ➡️ Compile-time macros ที่ทรงพลังกว่า preprocessor ของ C ✅ ฟีเจอร์สมัยใหม่ที่ C ไม่มี ➡️ Gradual contracts สำหรับตรวจสอบเงื่อนไข runtime/compile-time ➡️ Zero-overhead error handling ผสมข้อดีของ Result + exceptions ➡️ Generic modules ที่ใช้ง่ายกว่า template ของ C++ ➡️ Reflection ทั้ง runtime และ compile-time ‼️ ข้อควรระวัง / ความท้าทาย ⛔ Ecosystem ยังใหม่เมื่อเทียบกับ C/C++ ⛔ Compiler และ tooling ยังไม่สมบูรณ์เท่า LLVM-based languages ⛔ ต้องเรียนรู้ syntax ใหม่ แม้จะคล้าย C แต่ก็มีความต่างหลายจุด ‼️ ผลกระทบต่อผู้ใช้ C/C++ ⛔ อาจต้องปรับ workflow เช่น build system หรือ testing framework ⛔ โค้ด C เก่าที่ใช้ macro หนักๆ อาจต้องปรับให้เข้ากับ C3 ⛔ ทีมต้องเรียนรู้แนวคิดใหม่ เช่น contracts และ semantic macros https://c3-lang.org/
    C3-LANG.ORG
    C3
    C3 is a programming language that builds on the syntax and semantics of the C language, with the goal of evolving it while still retaining familiarity for C programmers.
    0 Comments 0 Shares 104 Views 0 Reviews
  • AI ทำให้การพัฒนาเว็บ “สนุกอีกครั้ง”: เมื่อความซับซ้อนถูกลดทอนด้วยเครื่องมือยุคใหม่

    ในบทความนี้ Mattias Geniar เล่าถึงวิวัฒนาการของการพัฒนาเว็บตั้งแต่ยุค PHP 4, Dreamweaver และ jQuery ที่ทุกอย่างเรียบง่ายจนสามารถทำทั้งโปรเจกต์ได้คนเดียว มาถึงยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วย build pipelines, bundlers, CSS frameworks, observability และระบบที่ซับซ้อนจนยากจะตามให้ทัน โดยเฉพาะสำหรับนักพัฒนาเดี่ยวที่ต้องดูแลทั้ง frontend และ backend พร้อมกัน

    แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือการมาถึงของ AI ซึ่งช่วยลดภาระงานที่เคยหนักหน่วง ทั้งการเขียนโค้ด การแก้บั๊ก การออกแบบสถาปัตยกรรม และการจัดการงานซ้ำๆ ทำให้เขารู้สึกว่า “ควบคุมทั้งสแตกได้อีกครั้ง” และกลับมามีความมั่นใจในการเริ่มโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่เคยรู้สึกว่าใหญ่เกินตัว

    AI ยังช่วยให้เขาดึงประสบการณ์จากคนเก่งๆ ที่เคยร่วมงานด้วยกลับมาใช้ได้อีกครั้ง ผ่านการให้ AI เลียนแบบมาตรฐานการเขียนโค้ด วิธีคิด และแนวทางแก้ปัญหาของคนเหล่านั้น ทำให้ productivity เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และลดความรู้สึกท่วมท้นจากความซับซ้อนของเทคโนโลยีสมัยใหม่

    ท้ายที่สุด เขาบอกว่า AI ไม่ได้แค่ช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น แต่ยังคืน “พื้นที่สร้างสรรค์” ให้กับนักพัฒนาอีกครั้ง ทำให้มีเวลาคิดเรื่อง UX, UI และไอเดียใหม่ๆ มากกว่าการจมอยู่กับ pipeline หรือ boilerplate ที่กินพลังงานจิตใจในอดีต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ความซับซ้อนของการพัฒนาเว็บยุคใหม่
    frontend เต็มไปด้วยเครื่องมือและมาตรฐานใหม่ เช่น bundlers, PWAs, Core Web Vitals
    backend ต้องรับมือกับ design patterns, observability, infra และ dependency จำนวนมาก
    นักพัฒนาเดี่ยวไม่สามารถ “ทำทุกอย่าง” ได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน

    AI เข้ามาช่วยลดช่องว่าง
    เครื่องมืออย่าง Claude และ Codex ช่วยเพิ่ม productivity อย่างมหาศาล
    AI ทำให้เริ่มโปรเจกต์ใหม่ได้เร็วขึ้น และลดความรู้สึกท่วมท้น
    สามารถใช้ AI เพื่อเลียนแบบมาตรฐานและแนวคิดของผู้เชี่ยวชาญที่เคยร่วมงานด้วย

    ความเสี่ยงและข้อควรระวัง
    การพึ่ง AI มากเกินไปอาจทำให้ขาดความเข้าใจพื้นฐานของระบบ
    โค้ดที่ AI สร้างอาจดูดีแต่มีปัญหาเชิงสถาปัตยกรรมซ่อนอยู่
    ความเร็วที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้มองข้ามการทดสอบหรือความปลอดภัย

    ผลกระทบต่อวงการพัฒนาเว็บ
    ความคาดหวังต่อ productivity ของนักพัฒนาอาจสูงขึ้น
    ทีมที่ไม่ใช้ AI อาจเสียเปรียบด้านความเร็วและคุณภาพ
    ความเหลื่อมล้ำด้านทักษะอาจเพิ่มขึ้นระหว่างคนที่ใช้ AI เป็นกับคนที่ไม่ใช้

    https://ma.ttias.be/web-development-is-fun-again/
    🚀 AI ทำให้การพัฒนาเว็บ “สนุกอีกครั้ง”: เมื่อความซับซ้อนถูกลดทอนด้วยเครื่องมือยุคใหม่ ในบทความนี้ Mattias Geniar เล่าถึงวิวัฒนาการของการพัฒนาเว็บตั้งแต่ยุค PHP 4, Dreamweaver และ jQuery ที่ทุกอย่างเรียบง่ายจนสามารถทำทั้งโปรเจกต์ได้คนเดียว มาถึงยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วย build pipelines, bundlers, CSS frameworks, observability และระบบที่ซับซ้อนจนยากจะตามให้ทัน โดยเฉพาะสำหรับนักพัฒนาเดี่ยวที่ต้องดูแลทั้ง frontend และ backend พร้อมกัน แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือการมาถึงของ AI ซึ่งช่วยลดภาระงานที่เคยหนักหน่วง ทั้งการเขียนโค้ด การแก้บั๊ก การออกแบบสถาปัตยกรรม และการจัดการงานซ้ำๆ ทำให้เขารู้สึกว่า “ควบคุมทั้งสแตกได้อีกครั้ง” และกลับมามีความมั่นใจในการเริ่มโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่เคยรู้สึกว่าใหญ่เกินตัว AI ยังช่วยให้เขาดึงประสบการณ์จากคนเก่งๆ ที่เคยร่วมงานด้วยกลับมาใช้ได้อีกครั้ง ผ่านการให้ AI เลียนแบบมาตรฐานการเขียนโค้ด วิธีคิด และแนวทางแก้ปัญหาของคนเหล่านั้น ทำให้ productivity เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และลดความรู้สึกท่วมท้นจากความซับซ้อนของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ท้ายที่สุด เขาบอกว่า AI ไม่ได้แค่ช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น แต่ยังคืน “พื้นที่สร้างสรรค์” ให้กับนักพัฒนาอีกครั้ง ทำให้มีเวลาคิดเรื่อง UX, UI และไอเดียใหม่ๆ มากกว่าการจมอยู่กับ pipeline หรือ boilerplate ที่กินพลังงานจิตใจในอดีต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ความซับซ้อนของการพัฒนาเว็บยุคใหม่ ➡️ frontend เต็มไปด้วยเครื่องมือและมาตรฐานใหม่ เช่น bundlers, PWAs, Core Web Vitals ➡️ backend ต้องรับมือกับ design patterns, observability, infra และ dependency จำนวนมาก ➡️ นักพัฒนาเดี่ยวไม่สามารถ “ทำทุกอย่าง” ได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน ✅ AI เข้ามาช่วยลดช่องว่าง ➡️ เครื่องมืออย่าง Claude และ Codex ช่วยเพิ่ม productivity อย่างมหาศาล ➡️ AI ทำให้เริ่มโปรเจกต์ใหม่ได้เร็วขึ้น และลดความรู้สึกท่วมท้น ➡️ สามารถใช้ AI เพื่อเลียนแบบมาตรฐานและแนวคิดของผู้เชี่ยวชาญที่เคยร่วมงานด้วย ‼️ ความเสี่ยงและข้อควรระวัง ⛔ การพึ่ง AI มากเกินไปอาจทำให้ขาดความเข้าใจพื้นฐานของระบบ ⛔ โค้ดที่ AI สร้างอาจดูดีแต่มีปัญหาเชิงสถาปัตยกรรมซ่อนอยู่ ⛔ ความเร็วที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้มองข้ามการทดสอบหรือความปลอดภัย ‼️ ผลกระทบต่อวงการพัฒนาเว็บ ⛔ ความคาดหวังต่อ productivity ของนักพัฒนาอาจสูงขึ้น ⛔ ทีมที่ไม่ใช้ AI อาจเสียเปรียบด้านความเร็วและคุณภาพ ⛔ ความเหลื่อมล้ำด้านทักษะอาจเพิ่มขึ้นระหว่างคนที่ใช้ AI เป็นกับคนที่ไม่ใช้ https://ma.ttias.be/web-development-is-fun-again/
    MA.TTIAS.BE
    Web development is fun again
    AI tools brought me back to levels of productivity I haven't felt in years. Web development is fun again.
    0 Comments 0 Shares 112 Views 0 Reviews
  • NTFSPlus เปลี่ยนชื่อเป็น “NTFS” พร้อมเข้าใกล้การรวมเข้าลินุกซ์เคอร์เนลมากขึ้น

    การพัฒนาไดรเวอร์ NTFS บนลินุกซ์เดินหน้าอีกขั้น เมื่อ Namjae Jeon นักพัฒนาที่อยู่เบื้องหลัง exFAT และ ksmbd ได้ส่งแพตช์ v3 เพื่อเปลี่ยนชื่อ NTFSPlus → NTFS พร้อมปรับโครงสร้างใหม่โดยใช้ไดรเวอร์ NTFS แบบอ่านอย่างเดียวรุ่นเก่าเป็นฐาน แล้วค่อยเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้าไป วิธีนี้ช่วยให้ผู้ดูแลโค้ดตรวจสอบได้ง่ายขึ้น และลดความซับซ้อนของการรีวิวโค้ดในอนาคต

    นอกจากการเปลี่ยนชื่อแล้ว แพตช์ชุดนี้ยังมาพร้อมการปรับปรุงสำคัญหลายอย่าง เช่น การรองรับการเขียนข้อมูล (write support), การใช้ iomap, การเลิกใช้ buffer-head, การเพิ่ม utilities และรองรับ xfstests ซึ่งช่วยให้ไดรเวอร์มีความเสถียรและทันสมัยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมี helper ใหม่สำหรับจัดการ cluster-to-folio และ byte-to-sector ทำให้การทำงานภายในมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

    ด้านประสิทธิภาพ NTFS รุ่นใหม่นี้เร็วกว่า NTFS3 อย่างชัดเจน โดยการเขียนแบบ single-thread เร็วขึ้น 3–5% แต่เมื่อเป็น multi-threaded performance กลับพุ่งขึ้นถึง 35–110% การ list ไฟล์เร็วขึ้น 12–14% และเวลา mount filesystem ขนาด 4TB ลดจากกว่า 4 วินาที เหลือน้อยกว่า 1 วินาที ถือเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่สำหรับผู้ใช้ที่ต้องทำงานกับ NTFS บนลินุกซ์เป็นประจำ

    อย่างไรก็ตาม ไดรเวอร์นี้ยังขาดฟีเจอร์สำคัญอย่าง full journaling ซึ่งตอนนี้มีเพียง journal replay และยังทำงานไม่สมบูรณ์ตามที่นักพัฒนาระบุ ทำให้ไดรเวอร์ยังถูกจัดเป็น experimental อยู่ แต่ Namjae วางแผนจะเพิ่ม journaling ที่สมบูรณ์หลังจากไดรเวอร์ถูก upstream เข้าลินุกซ์เคอร์เนลอย่างเป็นทางการในอนาคต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การเปลี่ยนแปลงหลักใน NTFS รุ่นใหม่
    เปลี่ยนชื่อจาก NTFSPlus → NTFS
    ใช้ไดรเวอร์ NTFS รุ่นเก่าเป็นฐานเพื่อให้ง่ายต่อการรีวิว
    รองรับการเขียน, iomap, ไม่มี buffer-head, utilities, xfstests
    เพิ่ม helper ใหม่สำหรับ cluster/sector operations

    การปรับปรุงด้านประสิทธิภาพ
    เขียนแบบ single-thread เร็วขึ้น 3–5%
    multi-threaded performance ดีขึ้น 35–110%
    การ list ไฟล์เร็วขึ้น 12–14%
    mount filesystem 4TB เร็วขึ้นกว่า 4 เท่า

    ข้อควรระวังและข้อจำกัด
    ยังไม่มี full journaling support
    journal replay ยังทำงานไม่สมบูรณ์
    ไดรเวอร์ยังอยู่ในสถานะ experimental
    อาจยังไม่เหมาะกับงาน production-critical

    https://itsfoss.com/news/ntfsplus-becomes-ntfs-linux/
    📁 NTFSPlus เปลี่ยนชื่อเป็น “NTFS” พร้อมเข้าใกล้การรวมเข้าลินุกซ์เคอร์เนลมากขึ้น การพัฒนาไดรเวอร์ NTFS บนลินุกซ์เดินหน้าอีกขั้น เมื่อ Namjae Jeon นักพัฒนาที่อยู่เบื้องหลัง exFAT และ ksmbd ได้ส่งแพตช์ v3 เพื่อเปลี่ยนชื่อ NTFSPlus → NTFS พร้อมปรับโครงสร้างใหม่โดยใช้ไดรเวอร์ NTFS แบบอ่านอย่างเดียวรุ่นเก่าเป็นฐาน แล้วค่อยเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้าไป วิธีนี้ช่วยให้ผู้ดูแลโค้ดตรวจสอบได้ง่ายขึ้น และลดความซับซ้อนของการรีวิวโค้ดในอนาคต นอกจากการเปลี่ยนชื่อแล้ว แพตช์ชุดนี้ยังมาพร้อมการปรับปรุงสำคัญหลายอย่าง เช่น การรองรับการเขียนข้อมูล (write support), การใช้ iomap, การเลิกใช้ buffer-head, การเพิ่ม utilities และรองรับ xfstests ซึ่งช่วยให้ไดรเวอร์มีความเสถียรและทันสมัยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมี helper ใหม่สำหรับจัดการ cluster-to-folio และ byte-to-sector ทำให้การทำงานภายในมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ด้านประสิทธิภาพ NTFS รุ่นใหม่นี้เร็วกว่า NTFS3 อย่างชัดเจน โดยการเขียนแบบ single-thread เร็วขึ้น 3–5% แต่เมื่อเป็น multi-threaded performance กลับพุ่งขึ้นถึง 35–110% การ list ไฟล์เร็วขึ้น 12–14% และเวลา mount filesystem ขนาด 4TB ลดจากกว่า 4 วินาที เหลือน้อยกว่า 1 วินาที ถือเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่สำหรับผู้ใช้ที่ต้องทำงานกับ NTFS บนลินุกซ์เป็นประจำ อย่างไรก็ตาม ไดรเวอร์นี้ยังขาดฟีเจอร์สำคัญอย่าง full journaling ซึ่งตอนนี้มีเพียง journal replay และยังทำงานไม่สมบูรณ์ตามที่นักพัฒนาระบุ ทำให้ไดรเวอร์ยังถูกจัดเป็น experimental อยู่ แต่ Namjae วางแผนจะเพิ่ม journaling ที่สมบูรณ์หลังจากไดรเวอร์ถูก upstream เข้าลินุกซ์เคอร์เนลอย่างเป็นทางการในอนาคต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การเปลี่ยนแปลงหลักใน NTFS รุ่นใหม่ ➡️ เปลี่ยนชื่อจาก NTFSPlus → NTFS ➡️ ใช้ไดรเวอร์ NTFS รุ่นเก่าเป็นฐานเพื่อให้ง่ายต่อการรีวิว ➡️ รองรับการเขียน, iomap, ไม่มี buffer-head, utilities, xfstests ➡️ เพิ่ม helper ใหม่สำหรับ cluster/sector operations ✅ การปรับปรุงด้านประสิทธิภาพ ➡️ เขียนแบบ single-thread เร็วขึ้น 3–5% ➡️ multi-threaded performance ดีขึ้น 35–110% ➡️ การ list ไฟล์เร็วขึ้น 12–14% ➡️ mount filesystem 4TB เร็วขึ้นกว่า 4 เท่า ‼️ ข้อควรระวังและข้อจำกัด ⛔ ยังไม่มี full journaling support ⛔ journal replay ยังทำงานไม่สมบูรณ์ ⛔ ไดรเวอร์ยังอยู่ในสถานะ experimental ⛔ อาจยังไม่เหมาะกับงาน production-critical https://itsfoss.com/news/ntfsplus-becomes-ntfs-linux/
    ITSFOSS.COM
    NTFSPlus Becomes "NTFS" as Driver Moves Closer to Kernel Integration
    The v3 patch series brings improved performance and new features while dropping the "Plus" moniker.
    0 Comments 0 Shares 110 Views 0 Reviews
  • นักท่องเที่ยวนับพันคนร่วมรับแสงแรกแห่งสยาม ประจำปี 2569 ณ จุดชมวิวผาชะนะได อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี ท่ามกลางบรรยากาศอากาศหนาวเย็น เพื่อเสริมสิริมงคลรับวันขึ้นปีใหม่
    .
    เช้าตรู่วันที่ 1 มกราคม 2569 นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกว่า 1,000 คน เดินทางมารวมตัวที่ผาชะนะได อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี โดยพระอาทิตย์ขึ้นพ้นขอบฟ้าในเวลา 06.30 น. ท่ามกลางอุณหภูมิต่ำสุดราว 13 องศาเซลเซียส สร้างบรรยากาศงดงามและประทับใจ
    .
    นักท่องเที่ยวบางส่วนระบุว่า แสงแรกแห่งสยามเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่ และได้ร่วมขอพรให้แสงแรกเป็นแสงสว่างของประเทศ พร้อมส่งกำลังใจไปยังทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ให้ปกป้องผืนแผ่นดินและดูแลความปลอดภัยของประชาชนตลอดปี 2569
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000035
    .
    #News1live #News1 #แสงแรกแห่งสยาม #ผาชะนะได #อุบลราชธานี #ปีใหม่2569
    นักท่องเที่ยวนับพันคนร่วมรับแสงแรกแห่งสยาม ประจำปี 2569 ณ จุดชมวิวผาชะนะได อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี ท่ามกลางบรรยากาศอากาศหนาวเย็น เพื่อเสริมสิริมงคลรับวันขึ้นปีใหม่ . เช้าตรู่วันที่ 1 มกราคม 2569 นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกว่า 1,000 คน เดินทางมารวมตัวที่ผาชะนะได อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี โดยพระอาทิตย์ขึ้นพ้นขอบฟ้าในเวลา 06.30 น. ท่ามกลางอุณหภูมิต่ำสุดราว 13 องศาเซลเซียส สร้างบรรยากาศงดงามและประทับใจ . นักท่องเที่ยวบางส่วนระบุว่า แสงแรกแห่งสยามเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่ และได้ร่วมขอพรให้แสงแรกเป็นแสงสว่างของประเทศ พร้อมส่งกำลังใจไปยังทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ให้ปกป้องผืนแผ่นดินและดูแลความปลอดภัยของประชาชนตลอดปี 2569 . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000035 . #News1live #News1 #แสงแรกแห่งสยาม #ผาชะนะได #อุบลราชธานี #ปีใหม่2569
    Like
    4
    0 Comments 1 Shares 470 Views 0 Reviews
  • บรรยากาศส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นไปอย่างสวยงามและคึกคัก เมื่อท้องฟ้ายามค่ำคืนสว่างไสวด้วยแสงจากโคมลอยและพลุนับหมื่นดวง ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางมาร่วมเฉลิมฉลองจำนวนมาก
    .
    ระหว่างคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2569 มีการจัดงาน Chiangmai CAD Countdown New Year 2026 ณ The CAD Cultural Center Lanna อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้แนวคิด “Light of Faith 730 Years glory of Lanna” หรือ “แสงแห่งศรัทธา 730 ปี ความรุ่งโรจน์แห่งล้านนา” พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา สร้างบรรยากาศแห่งศรัทธาและความประทับใจ
    .
    เมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาแรกของปีใหม่ นักท่องเที่ยวร่วมกันปล่อยโคมลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ตามความเชื่อล้านนาในการลอยเคราะห์และเริ่มต้นชีวิตใหม่ ก่อนมีการจุดพลุนับหมื่นลูกแต่งแต้มท้องฟ้าเหนืออำเภอแม่ออนอย่างงดงาม ขณะเดียวกัน หลายพื้นที่ของเชียงใหม่ รวมถึงจุดชมวิวดอยสุเทพ มีประชาชนและนักท่องเที่ยวขึ้นไปชมแสงโคมลอยและพลุจากมุมสูง สร้างภาพความประทับใจรับศักราชใหม่ 2569
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000021
    .
    #News1live #News1 #เชียงใหม่ #โคมลอย #Countdown2569 #ปีใหม่2569
    บรรยากาศส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นไปอย่างสวยงามและคึกคัก เมื่อท้องฟ้ายามค่ำคืนสว่างไสวด้วยแสงจากโคมลอยและพลุนับหมื่นดวง ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางมาร่วมเฉลิมฉลองจำนวนมาก . ระหว่างคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2569 มีการจัดงาน Chiangmai CAD Countdown New Year 2026 ณ The CAD Cultural Center Lanna อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้แนวคิด “Light of Faith 730 Years glory of Lanna” หรือ “แสงแห่งศรัทธา 730 ปี ความรุ่งโรจน์แห่งล้านนา” พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา สร้างบรรยากาศแห่งศรัทธาและความประทับใจ . เมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาแรกของปีใหม่ นักท่องเที่ยวร่วมกันปล่อยโคมลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ตามความเชื่อล้านนาในการลอยเคราะห์และเริ่มต้นชีวิตใหม่ ก่อนมีการจุดพลุนับหมื่นลูกแต่งแต้มท้องฟ้าเหนืออำเภอแม่ออนอย่างงดงาม ขณะเดียวกัน หลายพื้นที่ของเชียงใหม่ รวมถึงจุดชมวิวดอยสุเทพ มีประชาชนและนักท่องเที่ยวขึ้นไปชมแสงโคมลอยและพลุจากมุมสูง สร้างภาพความประทับใจรับศักราชใหม่ 2569 . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000021 . #News1live #News1 #เชียงใหม่ #โคมลอย #Countdown2569 #ปีใหม่2569
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 401 Views 0 Reviews
  • 🩷 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🩷

    #รวมข่าวIT #20251223 #TechRadar

    Surfshark ขยาย Dedicated IP มาสู่ Linux GUI App
    Surfshark เดินหน้าขยายฟีเจอร์ Dedicated IP มายังแอป GUI บน Linux แบบเต็มรูปแบบ ช่วยลด CAPTCHA, ลดการถูกบล็อก และเพิ่มความเสถียรในการเข้าถึงบริการสำคัญ เช่น ระบบงานองค์กรและธนาคาร โดยไม่ต้องพึ่งส่วนขยายเบราว์เซอร์อีกต่อไป การอัปเดตนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันฟีเจอร์ระดับโปรให้ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม หลังจากขยายอย่างหนักในปี 2025 และช่วยให้ผู้ใช้ Linux ได้ประสบการณ์ที่ลื่นไหลและปลอดภัยยิ่งขึ้น
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-services/surfshark-expands-dedicated-ip-to-linux-in-its-latest-desktop-update

    Anthropic เปิด Agent Skills เป็นโอเพ่นซอร์ส ท้าชน OpenAI
    Anthropic เดินเกมเชิงรุกด้วยการเปิด Agent Skills เป็นมาตรฐานโอเพ่นซอร์ส เพื่อให้ AI agents ทำงานซ้ำ ๆ ได้อย่างแม่นยำและปรับแต่งได้ง่ายขึ้น โดย Microsoft และเครื่องมือโค้ดหลายตัวเริ่มนำไปใช้แล้ว การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความตั้งใจของ Anthropic ที่ต้องการเป็นเลเยอร์โครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรม AI ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตโมเดลอีกต่อไป
    https://www.techradar.com/pro/anthropic-takes-the-fight-to-openai-with-enterprise-ai-tools-and-theyre-going-open-source-too

    ดีลคลาวด์ช่วงคริสต์มาส ช่วยเคลียร์รูปในมือถือแบบคุ้มสุด
    TechRadar แนะนำดีลคลาวด์สตอเรจช่วงคริสต์มาสสำหรับคนที่รูปเต็มมือถือ โดยยกให้ IDrive เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งเพราะได้พื้นที่ 10TB ในราคาถูกมาก พร้อมเข้ารหัสแบบ end‑to‑end และแอปใช้งานง่าย นอกจากนี้ยังมีดีลจาก Internxt, Sync.com และ Degoo ที่เน้นความปลอดภัยและพื้นที่จัดเก็บจำนวนมาก เหมาะทั้งผู้ใช้ทั่วไปและธุรกิจ
    https://www.techradar.com/pro/cut-through-camera-roll-chaos-with-these-christmas-cloud-storage-deals-including-a-huge-saving-on-our-top-choice

    รีวิวโต๊ะยืน Eureka Ark EL — ดีไซน์เด่น ฟีเจอร์ครบ แต่ราคาแรง
    Eureka Ark EL Executive Standing Desk โดดเด่นด้วยดีไซน์ขาโต๊ะทรงใหญ่สไตล์พรีเมียม พร้อมระบบปรับระดับไฟฟ้า 3 โปรไฟล์ ความสูงสูงสุด 48 นิ้ว รองรับน้ำหนัก 100 กก. และมีที่ชาร์จไร้สาย + พอร์ต USB ในตัว แม้จะเป็นโต๊ะที่ใช้งานดีและประกอบง่าย แต่ราคาค่อนข้างสูง วัสดุบางส่วนไม่พรีเมียมเท่าที่ควร และลิ้นชักมีความจุจำกัด
    https://www.techradar.com/pro/eureka-ergonomic-ark-el-executive-standing-desk

    HPE เตือนลูกค้าอัปเดต OneView ด่วน หลังพบช่องโหว่ระดับ 10/10
    HPE ออกแพตช์อุดช่องโหว่ร้ายแรงใน OneView (CVE‑2025‑37164) ซึ่งเปิดทางให้ผู้โจมตีรันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน เสี่ยงต่อการถูกเปลี่ยนค่าคอนฟิกเซิร์ฟเวอร์ ติดมัลแวร์ หรือสร้างแบ็กดอร์ในระดับโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ผู้ใช้ต้องอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน 11.0 หรือใช้ hotfix ทันทีเพื่อป้องกันความเสียหาย
    https://www.techradar.com/pro/security/hpe-tells-customers-to-patch-oneview-immediately-as-top-level-security-flaw-spotted

    Arm สูญมูลค่าหลายพันล้าน หลัง Qualcomm เดินเกม RISC‑V
    Arm เผชิญแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่เมื่อ Qualcomm ประกาศเข้าซื้อ Ventana Micro เพื่อเร่งพัฒนา RISC‑V ทำให้นักลงทุนกังวลว่าอนาคตความต้องการสถาปัตยกรรม Arm อาจลดลง ส่งผลให้หุ้นร่วงหนัก ขณะที่ Qualcomm กลับพุ่งขึ้นเพราะตลาดมองว่าบริษัทกำลังวางรากฐานสู่ยุค CPU แบบผสมผสาน Arm + RISC‑V สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/arm-sheds-billions-in-market-capitalization-after-qualcomm-hints-at-risc-v-adoption-with-ventara-micro-acquisition

    Qualcomm เร่งขยายอาณาจักร AI Data Center ด้วยดีล Alphawave Semi
    Qualcomm ปิดดีลซื้อ Alphawave Semi เร็วกว่ากำหนด เสริมแกร่งด้านเทคโนโลยีเชื่อมต่อความเร็วสูงและชิปแบบ custom เพื่อรองรับงาน AI ขนาดใหญ่ โดยจะผสานเข้ากับสถาปัตยกรรม Oryon และ Hexagon เพื่อสร้างแพลตฟอร์มดาต้าเซ็นเตอร์ที่ครบวงจร พร้อมตั้ง CEO ของ Alphawave มาคุมธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์โดยตรง สะท้อนความตั้งใจของ Qualcomm ที่จะท้าชน Nvidia ในตลาดโครงสร้างพื้นฐาน AI
    https://www.techradar.com/pro/watch-out-nvidia-qualcomm-acquires-alphawave-semi-in-latest-addition-to-its-ai-data-center-push

    Gemini 3 Flash ฉลาดและเร็ว — แต่ยัง “มั่วเนียน” เมื่อไม่รู้คำตอบ
    Gemini 3 Flash ทำคะแนนสูงในหลายการทดสอบ แต่ผลวิเคราะห์ล่าสุดเผยว่าเมื่อโมเดลไม่รู้คำตอบ มันเลือก “ตอบมั่ว” ถึง 91% แทนที่จะบอกว่าไม่รู้ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการใช้งานในสถานการณ์จริง โดยเฉพาะเมื่อถูกผนวกเข้ากับ Search แม้ยังเป็นหนึ่งในโมเดลที่แม่นยำที่สุด แต่ความมั่นใจเกินเหตุในบริบทที่ไม่มีข้อมูลจริงยังเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ Google ต้องเร่งแก้
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/gemini-3-flash-is-smart-but-when-it-doesnt-know-it-makes-stuff-up-anyway

    AWS มองอนาคตเป็นยุค “Internet of Agents” พร้อมผลักดัน AgentCore
    ผู้บริหาร AWS เผยวิสัยทัศน์ยุคใหม่ที่ AI agents จะกลายเป็นผู้ช่วยประจำตัวทุกคน โดย AWS ต้องการให้ทุกนักพัฒนาเป็น “agentic developer” ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง AgentCore และ Kiro IDE ที่ช่วยสร้าง agent ได้ง่ายขึ้น พร้อมย้ำว่าความน่าเชื่อถือและการตรวจสอบโดยมนุษย์ยังเป็นหัวใจสำคัญ ก่อนที่โลกจะเข้าสู่ยุคที่งานจำนวนมากถูกเร่งด้วย agent แต่ไม่แทนที่มนุษย์
    https://www.techradar.com/pro/we-are-living-in-times-of-great-change-i-speak-to-aws-top-ai-minds-to-hear-how-it-wants-to-open-up-agents-and-building-to-everyone

    กล้องวงจรปิดไม่ง้อรายเดือน — 3 รุ่นแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ Smart Home
    TechRadar คัด 3 กล้องวงจรปิดที่ใช้งานได้เต็มฟีเจอร์โดยไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน ได้แก่ Baseus S2 ที่มีแผงโซลาร์หมุนตามแสงและระบบจดจำใบหน้า, Swann MaxRanger4K ที่ให้ความละเอียดสูงพร้อมฐานเก็บข้อมูลในตัว และ Reolink Altas PT Ultra ที่เด่นด้านการหมุน‑แพน‑ซูมและภาพกลางคืนสีสันคมชัด ทั้งหมดรองรับการบันทึกแบบ local storage ช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาว
    https://www.techradar.com/home/home-security/top-3-subscription-free-home-security-cameras

    Google Cloud รีเฟรช Partner Network ครั้งใหญ่ เตรียมใช้จริงปี 2026
    Google Cloud เปิดตัวโปรแกรมพาร์ตเนอร์รูปแบบใหม่ที่เน้น “ผลลัพธ์จริงของลูกค้า” มากกว่าการส่งเอกสารหรือทำตามเช็กลิสต์ โดยเพิ่มระบบอัตโนมัติ, การติดตามด้วย AI และเปิดระดับใหม่ชื่อ Diamond สำหรับพาร์ตเนอร์ที่สร้างผลลัพธ์โดดเด่นที่สุด พร้อมช่วงเปลี่ยนผ่าน 6 เดือนเพื่อให้ทุกประเภทพาร์ตเนอร์ปรับตัวก่อนระบบใหม่เริ่มใช้งานเต็มรูปแบบในปี 2026
    https://www.techradar.com/pro/google-cloud-reveals-all-new-channel-program-heres-all-the-key-details

    Alphabet ทุ่ม $4.75B ซื้อ Intersect Power เสริมพลังงานให้ดาต้าเซ็นเตอร์
    Alphabet เข้าซื้อ Intersect Power แบบเต็มตัวเพื่อเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ หลังจากเคยลงทุนไปแล้ว $800M ในปี 2024 โดย Intersect จะยังคงดำเนินงานแยกบริษัท พร้อมส่งมอบโครงการพลังงานหลายกิกะวัตต์ให้ Google ใช้ขยายศูนย์ข้อมูลในอนาคต แม้บางทรัพย์สินในแคลิฟอร์เนียและเท็กซัสจะถูกแยกออกไปตั้งบริษัทใหม่ก็ตาม
    https://www.techradar.com/pro/alphabet-secures-usd4-75-billion-intersect-deal-to-make-sure-its-data-centers-have-enough-energy

    Oppo Find X9 Pro — เรือธงสุดโหดสำหรับสาย Android ตัวจริง
    Oppo Find X9 Pro มาพร้อมดีไซน์ใหม่แบบขอบแบน กล้องจัดเต็ม 50MP + 50MP + 200MP, ชิป Dimensity 9500, RAM 16GB และแบต 7,500mAh ที่อึดกว่าคู่แข่งหลายรุ่น หน้าจอ AMOLED 120Hz สว่างสุด 3600 nits และประสิทธิภาพระดับท็อป แม้จะมีความร้อนบ้างและซอฟต์แวร์บางจุดยังแปลก ๆ แต่โดยรวมคือหนึ่งใน Android ที่ครบเครื่องที่สุด—ติดเพียงข้อจำกัดด้านการวางจำหน่ายที่ยังไม่ทั่วโลก
    https://www.techradar.com/phones/oppo-phones/oppo-find-x9-pro-review

    NordProtect เพิ่มระบบ Fraud Monitoring ตรวจจับการปลอมตัวและกู้เงินแอบอ้าง
    NordProtect อัปเกรดระบบป้องกันการฉ้อโกงครั้งใหญ่ โดยเพิ่มการตรวจสอบข้อมูลจาก Equifax, Experian และ TransUnion เพื่อหาสัญญาณเปิดบัญชีใหม่, การเปลี่ยนเครดิตสกอร์, การกู้เงินระยะสั้น และการเปิดบัญชีการเงินโดยใช้ข้อมูลผู้ใช้ พร้อมผสานการล็อกเครดิตของ TransUnion เข้ามาในระบบ แม้บริการเต็มรูปแบบจะยังจำกัดเฉพาะในสหรัฐฯ ก็ตาม
    https://www.techradar.com/pro/security/nordprotect-adds-fraud-monitoring-tool-to-help-protect-users-from-scams

    iPod Classic กลับมาในร่างใหม่ — USB‑C, Bluetooth และราคาสุดถูก
    Innioasis Y1 คือเครื่องเล่นเพลงที่ถอดแบบ iPod Classic แทบทุกจุด ทั้งดีไซน์และ clickwheel แต่เพิ่มความทันสมัยด้วย USB‑C, Bluetooth, รองรับไฟล์หลากหลาย และแบตเล่นเพลงได้ 25–30 ชั่วโมง ในราคาต่ำกว่า $60 แม้คุณภาพงานประกอบและซอฟต์แวร์จะไม่เทียบ Apple และความจุจำกัดที่ 128GB แต่ก็เป็นอุปกรณ์ที่มีเสน่ห์สำหรับคนคิดถึงยุค iPod
    https://www.techradar.com/audio/portable-media-players/someones-made-a-usb-c-version-of-the-ipod-classic-complete-with-clickwheel-and-its-extremely-cheap

    Windows 11 เดินหน้าทดสอบ AI Agents ในระบบ แม้เสียงวิจารณ์ยังแรง
    Microsoft ปล่อยพรีวิว Windows 11 ที่โชว์การทำงานของ AI agents ชัดขึ้น ทั้ง Ask Copilot บนทาสก์บาร์, การอัปเดตสถานะ reasoning แบบเรียลไทม์เมื่อโฮเวอร์ไอคอน และระบบ Agent Launcher ที่เปิดให้แอปภายนอกสร้าง agent ของตัวเองได้ แม้เป็นก้าวสำคัญของ Windows ยุค AI แต่ผู้ใช้จำนวนมากยังไม่พอใจที่ Microsoft ทุ่มทรัพยากรไปกับ AI มากกว่าการแก้ปัญหา UX และบั๊กพื้นฐานของระบบ
    https://www.techradar.com/computing/windows/windows-11-preview-provides-more-details-on-how-ai-agents-will-work-but-this-remains-a-controversial-path-for-microsoft

    มหาวิทยาลัย Phoenix ถูกแฮ็ก ข้อมูลกว่า 3.5 ล้านรายรั่วจากช่องโหว่ Oracle
    University of Phoenix ยืนยันว่าถูกกลุ่มแรนซัมแวร์ Cl0p เจาะระบบผ่านช่องโหว่ zero‑day ของ Oracle E‑Business Suite ทำให้ข้อมูลของอดีตนักศึกษา พนักงาน และซัพพลายเออร์กว่า 3.5 ล้านรายถูกขโมย ทั้งชื่อ วันเกิด เบอร์บัญชี และ Social Security Number มหาวิทยาลัยแจ้งเตือนผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมให้บริการตรวจสอบตัวตน 12 เดือน และตั้งกองทุนชดเชยความเสียหายสูงสุด $1 ล้าน
    ​​​​​​​ https://www.techradar.com/pro/security/university-of-phoenix-data-breach-may-have-hit-over-3-5-million-victims-heres-what-we-know
    📌📡🩷 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🩷📡📌 #รวมข่าวIT #20251223 #TechRadar 🛡️ Surfshark ขยาย Dedicated IP มาสู่ Linux GUI App Surfshark เดินหน้าขยายฟีเจอร์ Dedicated IP มายังแอป GUI บน Linux แบบเต็มรูปแบบ ช่วยลด CAPTCHA, ลดการถูกบล็อก และเพิ่มความเสถียรในการเข้าถึงบริการสำคัญ เช่น ระบบงานองค์กรและธนาคาร โดยไม่ต้องพึ่งส่วนขยายเบราว์เซอร์อีกต่อไป การอัปเดตนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันฟีเจอร์ระดับโปรให้ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม หลังจากขยายอย่างหนักในปี 2025 และช่วยให้ผู้ใช้ Linux ได้ประสบการณ์ที่ลื่นไหลและปลอดภัยยิ่งขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-services/surfshark-expands-dedicated-ip-to-linux-in-its-latest-desktop-update 🤖 Anthropic เปิด Agent Skills เป็นโอเพ่นซอร์ส ท้าชน OpenAI Anthropic เดินเกมเชิงรุกด้วยการเปิด Agent Skills เป็นมาตรฐานโอเพ่นซอร์ส เพื่อให้ AI agents ทำงานซ้ำ ๆ ได้อย่างแม่นยำและปรับแต่งได้ง่ายขึ้น โดย Microsoft และเครื่องมือโค้ดหลายตัวเริ่มนำไปใช้แล้ว การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความตั้งใจของ Anthropic ที่ต้องการเป็นเลเยอร์โครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรม AI ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตโมเดลอีกต่อไป 🔗 https://www.techradar.com/pro/anthropic-takes-the-fight-to-openai-with-enterprise-ai-tools-and-theyre-going-open-source-too ☁️ ดีลคลาวด์ช่วงคริสต์มาส ช่วยเคลียร์รูปในมือถือแบบคุ้มสุด TechRadar แนะนำดีลคลาวด์สตอเรจช่วงคริสต์มาสสำหรับคนที่รูปเต็มมือถือ โดยยกให้ IDrive เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งเพราะได้พื้นที่ 10TB ในราคาถูกมาก พร้อมเข้ารหัสแบบ end‑to‑end และแอปใช้งานง่าย นอกจากนี้ยังมีดีลจาก Internxt, Sync.com และ Degoo ที่เน้นความปลอดภัยและพื้นที่จัดเก็บจำนวนมาก เหมาะทั้งผู้ใช้ทั่วไปและธุรกิจ 🔗 https://www.techradar.com/pro/cut-through-camera-roll-chaos-with-these-christmas-cloud-storage-deals-including-a-huge-saving-on-our-top-choice 🪑 รีวิวโต๊ะยืน Eureka Ark EL — ดีไซน์เด่น ฟีเจอร์ครบ แต่ราคาแรง Eureka Ark EL Executive Standing Desk โดดเด่นด้วยดีไซน์ขาโต๊ะทรงใหญ่สไตล์พรีเมียม พร้อมระบบปรับระดับไฟฟ้า 3 โปรไฟล์ ความสูงสูงสุด 48 นิ้ว รองรับน้ำหนัก 100 กก. และมีที่ชาร์จไร้สาย + พอร์ต USB ในตัว แม้จะเป็นโต๊ะที่ใช้งานดีและประกอบง่าย แต่ราคาค่อนข้างสูง วัสดุบางส่วนไม่พรีเมียมเท่าที่ควร และลิ้นชักมีความจุจำกัด 🔗 https://www.techradar.com/pro/eureka-ergonomic-ark-el-executive-standing-desk 🔥 HPE เตือนลูกค้าอัปเดต OneView ด่วน หลังพบช่องโหว่ระดับ 10/10 HPE ออกแพตช์อุดช่องโหว่ร้ายแรงใน OneView (CVE‑2025‑37164) ซึ่งเปิดทางให้ผู้โจมตีรันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน เสี่ยงต่อการถูกเปลี่ยนค่าคอนฟิกเซิร์ฟเวอร์ ติดมัลแวร์ หรือสร้างแบ็กดอร์ในระดับโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ผู้ใช้ต้องอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน 11.0 หรือใช้ hotfix ทันทีเพื่อป้องกันความเสียหาย 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/hpe-tells-customers-to-patch-oneview-immediately-as-top-level-security-flaw-spotted 📉 Arm สูญมูลค่าหลายพันล้าน หลัง Qualcomm เดินเกม RISC‑V Arm เผชิญแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่เมื่อ Qualcomm ประกาศเข้าซื้อ Ventana Micro เพื่อเร่งพัฒนา RISC‑V ทำให้นักลงทุนกังวลว่าอนาคตความต้องการสถาปัตยกรรม Arm อาจลดลง ส่งผลให้หุ้นร่วงหนัก ขณะที่ Qualcomm กลับพุ่งขึ้นเพราะตลาดมองว่าบริษัทกำลังวางรากฐานสู่ยุค CPU แบบผสมผสาน Arm + RISC‑V สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/arm-sheds-billions-in-market-capitalization-after-qualcomm-hints-at-risc-v-adoption-with-ventara-micro-acquisition 🏗️ Qualcomm เร่งขยายอาณาจักร AI Data Center ด้วยดีล Alphawave Semi Qualcomm ปิดดีลซื้อ Alphawave Semi เร็วกว่ากำหนด เสริมแกร่งด้านเทคโนโลยีเชื่อมต่อความเร็วสูงและชิปแบบ custom เพื่อรองรับงาน AI ขนาดใหญ่ โดยจะผสานเข้ากับสถาปัตยกรรม Oryon และ Hexagon เพื่อสร้างแพลตฟอร์มดาต้าเซ็นเตอร์ที่ครบวงจร พร้อมตั้ง CEO ของ Alphawave มาคุมธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์โดยตรง สะท้อนความตั้งใจของ Qualcomm ที่จะท้าชน Nvidia ในตลาดโครงสร้างพื้นฐาน AI 🔗 https://www.techradar.com/pro/watch-out-nvidia-qualcomm-acquires-alphawave-semi-in-latest-addition-to-its-ai-data-center-push 🤖 Gemini 3 Flash ฉลาดและเร็ว — แต่ยัง “มั่วเนียน” เมื่อไม่รู้คำตอบ Gemini 3 Flash ทำคะแนนสูงในหลายการทดสอบ แต่ผลวิเคราะห์ล่าสุดเผยว่าเมื่อโมเดลไม่รู้คำตอบ มันเลือก “ตอบมั่ว” ถึง 91% แทนที่จะบอกว่าไม่รู้ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการใช้งานในสถานการณ์จริง โดยเฉพาะเมื่อถูกผนวกเข้ากับ Search แม้ยังเป็นหนึ่งในโมเดลที่แม่นยำที่สุด แต่ความมั่นใจเกินเหตุในบริบทที่ไม่มีข้อมูลจริงยังเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ Google ต้องเร่งแก้ 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/gemini-3-flash-is-smart-but-when-it-doesnt-know-it-makes-stuff-up-anyway 🧠 AWS มองอนาคตเป็นยุค “Internet of Agents” พร้อมผลักดัน AgentCore ผู้บริหาร AWS เผยวิสัยทัศน์ยุคใหม่ที่ AI agents จะกลายเป็นผู้ช่วยประจำตัวทุกคน โดย AWS ต้องการให้ทุกนักพัฒนาเป็น “agentic developer” ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง AgentCore และ Kiro IDE ที่ช่วยสร้าง agent ได้ง่ายขึ้น พร้อมย้ำว่าความน่าเชื่อถือและการตรวจสอบโดยมนุษย์ยังเป็นหัวใจสำคัญ ก่อนที่โลกจะเข้าสู่ยุคที่งานจำนวนมากถูกเร่งด้วย agent แต่ไม่แทนที่มนุษย์ 🔗 https://www.techradar.com/pro/we-are-living-in-times-of-great-change-i-speak-to-aws-top-ai-minds-to-hear-how-it-wants-to-open-up-agents-and-building-to-everyone 🏠 กล้องวงจรปิดไม่ง้อรายเดือน — 3 รุ่นแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ Smart Home TechRadar คัด 3 กล้องวงจรปิดที่ใช้งานได้เต็มฟีเจอร์โดยไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน ได้แก่ Baseus S2 ที่มีแผงโซลาร์หมุนตามแสงและระบบจดจำใบหน้า, Swann MaxRanger4K ที่ให้ความละเอียดสูงพร้อมฐานเก็บข้อมูลในตัว และ Reolink Altas PT Ultra ที่เด่นด้านการหมุน‑แพน‑ซูมและภาพกลางคืนสีสันคมชัด ทั้งหมดรองรับการบันทึกแบบ local storage ช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาว 🔗 https://www.techradar.com/home/home-security/top-3-subscription-free-home-security-cameras ☁️ Google Cloud รีเฟรช Partner Network ครั้งใหญ่ เตรียมใช้จริงปี 2026 Google Cloud เปิดตัวโปรแกรมพาร์ตเนอร์รูปแบบใหม่ที่เน้น “ผลลัพธ์จริงของลูกค้า” มากกว่าการส่งเอกสารหรือทำตามเช็กลิสต์ โดยเพิ่มระบบอัตโนมัติ, การติดตามด้วย AI และเปิดระดับใหม่ชื่อ Diamond สำหรับพาร์ตเนอร์ที่สร้างผลลัพธ์โดดเด่นที่สุด พร้อมช่วงเปลี่ยนผ่าน 6 เดือนเพื่อให้ทุกประเภทพาร์ตเนอร์ปรับตัวก่อนระบบใหม่เริ่มใช้งานเต็มรูปแบบในปี 2026 🔗 https://www.techradar.com/pro/google-cloud-reveals-all-new-channel-program-heres-all-the-key-details ⚡ Alphabet ทุ่ม $4.75B ซื้อ Intersect Power เสริมพลังงานให้ดาต้าเซ็นเตอร์ Alphabet เข้าซื้อ Intersect Power แบบเต็มตัวเพื่อเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ หลังจากเคยลงทุนไปแล้ว $800M ในปี 2024 โดย Intersect จะยังคงดำเนินงานแยกบริษัท พร้อมส่งมอบโครงการพลังงานหลายกิกะวัตต์ให้ Google ใช้ขยายศูนย์ข้อมูลในอนาคต แม้บางทรัพย์สินในแคลิฟอร์เนียและเท็กซัสจะถูกแยกออกไปตั้งบริษัทใหม่ก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/pro/alphabet-secures-usd4-75-billion-intersect-deal-to-make-sure-its-data-centers-have-enough-energy 📱 Oppo Find X9 Pro — เรือธงสุดโหดสำหรับสาย Android ตัวจริง Oppo Find X9 Pro มาพร้อมดีไซน์ใหม่แบบขอบแบน กล้องจัดเต็ม 50MP + 50MP + 200MP, ชิป Dimensity 9500, RAM 16GB และแบต 7,500mAh ที่อึดกว่าคู่แข่งหลายรุ่น หน้าจอ AMOLED 120Hz สว่างสุด 3600 nits และประสิทธิภาพระดับท็อป แม้จะมีความร้อนบ้างและซอฟต์แวร์บางจุดยังแปลก ๆ แต่โดยรวมคือหนึ่งใน Android ที่ครบเครื่องที่สุด—ติดเพียงข้อจำกัดด้านการวางจำหน่ายที่ยังไม่ทั่วโลก 🔗 https://www.techradar.com/phones/oppo-phones/oppo-find-x9-pro-review 🔐 NordProtect เพิ่มระบบ Fraud Monitoring ตรวจจับการปลอมตัวและกู้เงินแอบอ้าง NordProtect อัปเกรดระบบป้องกันการฉ้อโกงครั้งใหญ่ โดยเพิ่มการตรวจสอบข้อมูลจาก Equifax, Experian และ TransUnion เพื่อหาสัญญาณเปิดบัญชีใหม่, การเปลี่ยนเครดิตสกอร์, การกู้เงินระยะสั้น และการเปิดบัญชีการเงินโดยใช้ข้อมูลผู้ใช้ พร้อมผสานการล็อกเครดิตของ TransUnion เข้ามาในระบบ แม้บริการเต็มรูปแบบจะยังจำกัดเฉพาะในสหรัฐฯ ก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/nordprotect-adds-fraud-monitoring-tool-to-help-protect-users-from-scams 🎧 iPod Classic กลับมาในร่างใหม่ — USB‑C, Bluetooth และราคาสุดถูก Innioasis Y1 คือเครื่องเล่นเพลงที่ถอดแบบ iPod Classic แทบทุกจุด ทั้งดีไซน์และ clickwheel แต่เพิ่มความทันสมัยด้วย USB‑C, Bluetooth, รองรับไฟล์หลากหลาย และแบตเล่นเพลงได้ 25–30 ชั่วโมง ในราคาต่ำกว่า $60 แม้คุณภาพงานประกอบและซอฟต์แวร์จะไม่เทียบ Apple และความจุจำกัดที่ 128GB แต่ก็เป็นอุปกรณ์ที่มีเสน่ห์สำหรับคนคิดถึงยุค iPod 🔗 https://www.techradar.com/audio/portable-media-players/someones-made-a-usb-c-version-of-the-ipod-classic-complete-with-clickwheel-and-its-extremely-cheap 🪟 Windows 11 เดินหน้าทดสอบ AI Agents ในระบบ แม้เสียงวิจารณ์ยังแรง Microsoft ปล่อยพรีวิว Windows 11 ที่โชว์การทำงานของ AI agents ชัดขึ้น ทั้ง Ask Copilot บนทาสก์บาร์, การอัปเดตสถานะ reasoning แบบเรียลไทม์เมื่อโฮเวอร์ไอคอน และระบบ Agent Launcher ที่เปิดให้แอปภายนอกสร้าง agent ของตัวเองได้ แม้เป็นก้าวสำคัญของ Windows ยุค AI แต่ผู้ใช้จำนวนมากยังไม่พอใจที่ Microsoft ทุ่มทรัพยากรไปกับ AI มากกว่าการแก้ปัญหา UX และบั๊กพื้นฐานของระบบ 🔗 https://www.techradar.com/computing/windows/windows-11-preview-provides-more-details-on-how-ai-agents-will-work-but-this-remains-a-controversial-path-for-microsoft 🔓 มหาวิทยาลัย Phoenix ถูกแฮ็ก ข้อมูลกว่า 3.5 ล้านรายรั่วจากช่องโหว่ Oracle University of Phoenix ยืนยันว่าถูกกลุ่มแรนซัมแวร์ Cl0p เจาะระบบผ่านช่องโหว่ zero‑day ของ Oracle E‑Business Suite ทำให้ข้อมูลของอดีตนักศึกษา พนักงาน และซัพพลายเออร์กว่า 3.5 ล้านรายถูกขโมย ทั้งชื่อ วันเกิด เบอร์บัญชี และ Social Security Number มหาวิทยาลัยแจ้งเตือนผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมให้บริการตรวจสอบตัวตน 12 เดือน และตั้งกองทุนชดเชยความเสียหายสูงสุด $1 ล้าน ​​​​​​​🔗 https://www.techradar.com/pro/security/university-of-phoenix-data-breach-may-have-hit-over-3-5-million-victims-heres-what-we-know
    0 Comments 0 Shares 818 Views 0 Reviews
  • 🩷 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🩷

    #รวมข่าวIT #20251223 #securityonline

    Hardware‑Accelerated BitLocker: ยุคใหม่ของการเข้ารหัสที่ไม่กิน FPS อีกต่อไป
    Microsoft เปิดตัว BitLocker แบบเร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์ ซึ่งย้ายภาระการเข้ารหัสจาก CPU ไปยังเอนจินเฉพาะในคอนโทรลเลอร์ NVMe ทำให้ Windows 11 สามารถรักษาความเร็วอ่าน–เขียนระดับเกือบเนทีฟแม้เปิดการเข้ารหัสเต็มระบบ ต่างจากแบบเดิมที่ใช้ซอฟต์แวร์ล้วนและกินทรัพยากรจนกระทบ FPS ในเกมหรือโหลดงานหนักอย่างคอมไพล์โค้ดและเรนเดอร์วิดีโอ เทคโนโลยีใหม่นี้ยังเพิ่มความปลอดภัยด้วยการเก็บกุญแจเข้ารหัสในฮาร์ดแวร์ที่แยกตัว ลดโอกาสโจมตีหน่วยความจำ พร้อมประหยัดพลังงานมากขึ้น โดยจะเปิดใช้ใน Windows 11 24H2–25H2 บนอุปกรณ์ที่มี NVMe controller รุ่นใหม่และ CPU ที่มี crypto engine ในตัว เช่น Intel Core Ultra, AMD Ryzen และ Snapdragon X ซึ่งหมายความว่า HDD และ SATA SSD จะไม่รองรับแน่นอน
    https://securityonline.info/unlocking-the-speed-of-light-how-hardware-accelerated-bitlocker-saves-your-fps/

    The Payroll Trap: แคมเปญ Quishing ใหม่ใช้ QR + CAPTCHA ปลอมเพื่อขโมยเงินเดือนพนักงาน
    แคมเปญฟิชชิงรูปแบบใหม่กำลังพุ่งเป้าไปที่พนักงานโดยใช้ QR code เพื่อหลบระบบความปลอดภัยขององค์กร ก่อนล่อให้เหยื่อสแกนด้วยมือถือส่วนตัวและพาออกนอกเครือข่ายบริษัท จากนั้นหน้าเว็บปลอมจะใช้ CAPTCHA หลอกเพื่อดึงอีเมลและกระตุ้นให้กรอกรหัสผ่าน โดยโครงสร้างหลังบ้านใช้โดเมนหมุนเวียนและ URL เฉพาะรายเหยื่อ ทำให้สืบสวนได้ยากขึ้น สะท้อนการยกระดับฟิชชิงที่ผสานเทคนิคและจิตวิทยาอย่างแนบเนียน
    https://securityonline.info/the-payroll-trap-new-quishing-campaign-uses-fake-captchas-to-hijack-employee-paychecks

    Zero‑Day Linksys: ช่องโหว่ Auth Bypass เปิดทางแฮ็กเกอร์ยึดเราเตอร์โดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน
    นักวิจัยพบช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ Linksys E9450‑SG ที่ทำให้ผู้โจมตีบนเครือข่ายท้องถิ่นสามารถเปิด Telnet และเข้าถึงสิทธิ์ root ได้โดยไม่ต้องล็อกอิน เพียงส่งคำขอ URL ที่เจาะจงไปยัง endpoint ที่ผิดพลาดของเฟิร์มแวร์ แม้จะไม่ถูกโจมตีจากอินเทอร์เน็ตโดยตรง แต่ความเสี่ยงต่อผู้ที่มีผู้ใช้ร่วมเครือข่ายหรือ Wi‑Fi รั่วไหลยังสูงมาก
    https://securityonline.info/zero-day-alert-linksys-auth-bypass-lets-hackers-hijack-routers-without-passwords

    Wonderland: มัลแวร์ Android รุ่นใหม่ใช้ Telegram ควบคุมแบบสองทางเพื่อดูดเงินเหยื่อ
    รายงานจาก Group‑IB เผยการระบาดของมัลแวร์ “Wonderland” ในเอเชียกลาง ซึ่งพัฒนาไปไกลจากโทรจันทั่วไป โดยใช้ dropper ปลอมตัวเป็นไฟล์อัปเดตหรือมีเดียเพื่อหลบการตรวจจับ ก่อนปล่อย payload ที่สื่อสารกับผู้โจมตีแบบ real‑time ผ่าน C2 ทำให้สั่งรัน USSD, ส่ง SMS และขยายการติดเชื้อผ่าน Telegram ของเหยื่อได้โดยอัตโนมัติ แสดงถึงวิวัฒนาการของอาชญากรรมมือถือที่ซับซ้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว
    https://securityonline.info/wonderland-unleashed-new-android-dropper-malware-hijacks-telegram-to-drain-bank-accounts

    EchoGather: แคมเปญจารกรรมไซเบอร์ใช้ XLL + เอกสาร AI‑ปลอมเพื่อเจาะองค์กรรัสเซีย
    กลุ่ม Paper Werewolf ปรับยุทธวิธีใหม่ด้วยการใช้ไฟล์ XLL ซึ่งเป็น DLL ที่ Excel โหลดตรง ทำให้รันโค้ดได้โดยไม่ติดข้อจำกัดของมาโคร พร้อมเทคนิคหน่วงเวลาการทำงานเพื่อหลบระบบตรวจจับ เมื่อ payload ทำงานจะติดตั้ง backdoor “EchoGather” สำหรับเก็บข้อมูลและสั่งงานผ่าน HTTPS ขณะเดียวกันเอกสารล่อเหยื่อที่แนบมากลับถูกสร้างด้วย AI และมีข้อผิดพลาดหลายจุด สะท้อนการผสมผสานระหว่างเทคนิคขั้นสูงและความลวกของมนุษย์
    https://securityonline.info/ai-generated-decoys-xll-stealth-inside-the-new-echogather-cyber-espionage-campaign

    React2Shell Exploited: EtherRAT ใช้ Node.js ปลอมตัวเพื่อล่าคริปโตจากเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลก
    แคมเปญโจมตีอัตโนมัติใช้ช่องโหว่ React2Shell เพื่อฝัง EtherRAT บนเซิร์ฟเวอร์ โดยดาวน์โหลด Node.js เวอร์ชันจริงมาติดตั้งเพื่อรันสคริปต์โจมตี ทำให้ยากต่อการตรวจจับ จากนั้นมัลแวร์จะเชื่อมต่อ RPC ของ Ethereum เพื่อทำธุรกรรมกับสัญญาเฉพาะ เป้าหมายคือขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลจากระบบที่ถูกยึดแบบไร้การเจาะจงประเทศ ผู้ดูแลระบบควรตรวจสอบ process Node.js แปลกปลอมและโฟลเดอร์ซ่อนใน home path
    https://securityonline.info/react2shell-exploited-new-etherrat-malware-hunts-for-crypto-via-node-js

    M‑Files Identity Hijack: ช่องโหว่ให้พนักงานขโมยตัวตนกันเองได้เงียบ ๆ
    แพลตฟอร์มจัดการเอกสาร M‑Files ถูกพบช่องโหว่ร้ายแรงที่เปิดทางให้ “ผู้ใช้ภายใน” สามารถดัก session token ของเพื่อนร่วมงานและสวมรอยเข้าถึงข้อมูลลับได้โดยไม่ทิ้งร่องรอย ทำให้การตรวจสอบย้อนหลังแทบเป็นไปไม่ได้ ขณะเดียวกันอีกช่องโหว่ทำให้ข้อมูลจาก vault เก่ารั่วไหลไปยัง vault ใหม่โดยไม่ตั้งใจ สะท้อนความเสี่ยงของระบบที่องค์กรพึ่งพาในงานเอกสารระดับ mission‑critical และจำเป็นต้องอัปเดตแพตช์ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านี้
    https://securityonline.info/identity-theft-in-m-files-high-severity-flaw-lets-insiders-hijack-user-accounts-and-access-sensitive-data

    Purchase Order Deception: แคมเปญจารกรรมใช้ loader อเนกประสงค์โจมตีอุตสาหกรรมยุโรป–ตะวันออกกลาง
    รายงานใหม่เผยแคมเปญที่ใช้ “unified commodity loader” เป็นแกนกลางในการส่ง RAT หลายตระกูลเข้าโจมตีบริษัทผลิตและหน่วยงานรัฐในอิตาลี ฟินแลนด์ และซาอุฯ โดยซ่อน payload ไว้ในภาพผ่าน steganography และดัดแปลงไลบรารีโอเพ่นซอร์สให้กลายเป็นม้าโทรจันที่ตรวจจับยาก พร้อมเทคนิคหลอก UAC แบบแนบเนียน ทำให้แคมเปญนี้เป็นตัวอย่างของการยกระดับ tradecraft ในตลาดมัลแวร์เชิงพาณิชย์
    https://securityonline.info/purchase-order-deception-sophisticated-loader-targets-manufacturing-giants-in-italy-finland-and-saudi-arabia

    Prince of Persia APT กลับมาพร้อมมัลแวร์ควบคุมผ่าน Telegram หลังเงียบไปหลายปี
    กลุ่ม APT สายอิหร่าน “Prince of Persia / Infy” ถูกพบว่ายังปฏิบัติการอยู่และได้อัปเกรดเครื่องมือใหม่ เช่น Tonnerre v50 ที่สื่อสารผ่าน Telegram group และใช้ DGA ซับซ้อนเพื่อหลบการบล็อก โครงสร้างมัลแวร์รุ่นใหม่อย่าง Foudre v34 และ Tonnerre v50 แสดงให้เห็นว่ากลุ่มนี้ไม่ได้หายไป แต่กำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ยืดหยุ่นและตรวจจับยากกว่าเดิม พร้อมหลักฐานว่ามีมนุษย์ควบคุมการโจมตีแบบ real‑time
    https://securityonline.info/iranian-prince-of-persia-apt-resurfaces-with-telegram-controlled-stealth-malware

    Ransomware Cartel: Qilin–DragonForce–LockBit รวมตัวแบบสิ้นหวังท่ามกลางแรงกดดันจากรัฐ
    ท่ามกลางการกวาดล้างของหน่วยงานรัฐทั่วโลก กลุ่ม Qilin, DragonForce และ LockBit ประกาศตั้ง “คาร์เทล” ร่วมกัน แต่รายงานชี้ว่าการรวมตัวนี้เป็นเพียงความพยายามประคองชื่อเสียงของ LockBit ที่แทบไม่เหลือกิจกรรมจริงแล้ว ขณะที่ Qilin กลับได้ประโยชน์ด้านการตลาดและดึง affiliate ใหม่มากกว่า ภาพรวมสะท้อนการแตกตัวของ ecosystem ransomware และการเปลี่ยนไปสู่โมเดล “ขู่กรรโชกข้อมูลอย่างเดียว” ที่เสี่ยงน้อยกว่าเดิม
    https://securityonline.info/a-desperate-cartel-inside-the-unlikely-alliance-of-qilin-dragonforce-and-a-fading-lockbit

    Scripted Sparrow: เครื่องจักร BEC ระดับอุตสาหกรรมยิงอีเมลหลอกลวงกว่า 3 ล้านฉบับต่อเดือน
    กลุ่มอาชญากร “Scripted Sparrow” ใช้ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบในการส่งอีเมล BEC โดยปลอมเป็นบริษัทเทรนนิ่งผู้บริหาร พร้อมแนบประวัติการสนทนาปลอมระหว่างผู้บริหารกับที่ปรึกษาเพื่อหลอกฝ่ายบัญชีให้จ่ายเงิน กลยุทธ์ใหม่คือส่งอีเมล “ลืมแนบไฟล์” เพื่อบังคับให้เหยื่อตอบกลับ ทำให้การสนทนากลายเป็น trusted thread และเปิดทางให้ส่งบัญชีม้าได้อย่างปลอดภัย การวิเคราะห์พบสมาชิกกระจายหลายทวีปและใช้เทคนิคปลอมตำแหน่ง GPS เพื่อหลบการติดตาม
    https://securityonline.info/the-3-million-email-siege-inside-scripted-sparrows-global-industrialized-bec-machine

    MongoDB Memory Leak: ช่องโหว่ zlib ทำข้อมูลหลุดโดยไม่ต้องล็อกอิน
    ช่องโหว่ร้ายแรงใน MongoDB (CVE‑2025‑14847) เปิดทางให้ผู้โจมตีดึงข้อมูลจาก heap memory ได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน เพียงส่งคำขอที่เจาะจงไปยังส่วนที่ใช้ zlib compression ทำให้เซิร์ฟเวอร์ตอบกลับด้วยข้อมูลที่ยังไม่ได้ล้าง ซึ่งอาจรวมถึง query ล่าสุดหรือ credential ที่ค้างอยู่ใน RAM ช่องโหว่นี้กระทบแทบทุกเวอร์ชันย้อนหลังหลายปี และผู้ดูแลระบบถูกแนะนำให้อัปเดตทันทีหรือปิดการใช้ zlib ชั่วคราวเพื่อหยุดการรั่วไหล
    https://securityonline.info/critical-unauthenticated-mongodb-flaw-leaks-sensitive-data-via-zlib-compression

    Anna’s Archive อ้างดูด Spotify 300TB จุดชนวนสอบสวนการรั่วไหลครั้งใหญ่
    กลุ่มเงา Anna’s Archive ระบุว่าสามารถ mirror คลังเพลงของ Spotify ได้กว่า 300TB ครอบคลุม 86 ล้านแทร็กที่คิดเป็น 99.6% ของยอดฟังทั้งหมด โดยใช้วิธีเก็บ metadata 256 ล้านรายการและหลุดไฟล์เสียงบางส่วนผ่านการเลี่ยง DRM แม้ Spotify จะยืนยันเพียงว่ามีการเข้าถึงข้อมูลบางส่วน แต่เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นความเสี่ยงด้านลิขสิทธิ์และความเป็นไปได้ที่ข้อมูลจะถูกนำไปสร้างแพลตฟอร์มสตรีมเถื่อนหรือใช้เทรนโมเดล AI
    https://securityonline.info/annas-archive-claims-300tb-spotify-mirror-forcing-an-investigation-into-a-massive-music-data-leak

    Windows DWM EoP: ช่องโหว่ยกระดับสิทธิ์ด้วยเทคนิค “วาดทับ” พร้อม PoC เผยแพร่แล้ว
    ช่องโหว่ใน Desktop Window Manager (DWM) ของ Windows เปิดทางให้ผู้ใช้ในเครื่องยกระดับสิทธิ์ขึ้นเป็น SYSTEM ผ่านการจัดการกราฟิกผิดพลาด โดยมี PoC เผยแพร่แล้วแม้รายงานฉบับเต็มจะถูกล็อกให้เฉพาะผู้สนับสนุน เหตุการณ์นี้เพิ่มแรงกดดันให้ Microsoft ต้องเร่งแพตช์ เพราะเป็นช่องโหว่ที่ผู้โจมตีสามารถใช้ร่วมกับบั๊กอื่นเพื่อยึดระบบได้อย่างรวดเร็ว
    https://securityonline.info/windows-dwm-flaw-lets-local-users-paint-their-way-to-system-privileges-poc-publishes

    Alphabet ทุ่ม $4.75B ซื้อ Intersect Power เพื่อควบคุมไฟฟ้าป้อน Gemini และศูนย์ข้อมูล
    Alphabet เดินเกมเชิงโครงสร้างด้วยการซื้อ Intersect Power เพื่อแก้ปัญหาพลังงานที่กำลังกลายเป็นคอขวดของการแข่งขัน AI โดยดีลนี้ทำให้ Google ควบคุมโครงการพลังงานหมุนเวียนหลายกิกะวัตต์ รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่สร้างติดกับดาต้าเซ็นเตอร์ในเท็กซัส การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่าศึก AI ไม่ได้วัดกันที่ชิปหรือโมเดลอีกต่อไป แต่คือใครสร้างโรงไฟฟ้าได้เร็วกว่า
    https://securityonline.info/the-grid-is-the-goal-alphabets-4-75b-bet-to-own-the-power-plants-behind-gemini

    Android Toll: Google เก็บค่าติดตั้ง $2.85 ต่อแอปเมื่อใช้ลิงก์ดาวน์โหลดภายนอก
    ภายใต้แรงกดดันจากคดี Epic vs Google ศาลบีบให้ Google เปิด Play Store ให้ลิงก์ออกไปดาวน์โหลดภายนอกได้ แต่ Google เสนอโมเดลใหม่ที่ซับซ้อนและมีค่าธรรมเนียมสูง—คิด $2.85 ต่อการติดตั้งแอป และ $3.65 สำหรับเกม หากผู้ใช้ติดตั้งภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลิกลิงก์ พร้อมเก็บส่วนแบ่ง 10–20% สำหรับการจ่ายเงินผ่านระบบของนักพัฒนาเอง ทำให้แม้จะ “เปิด” ระบบ แต่ต้นทุนจริงอาจสูงจนผู้พัฒนาหลายรายไม่อยากออกจาก ecosystem
    https://securityonline.info/the-android-toll-google-to-charge-2-85-per-install-for-external-app-links
    📌🔐🩷 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🩷🔐📌 #รวมข่าวIT #20251223 #securityonline ⚡ Hardware‑Accelerated BitLocker: ยุคใหม่ของการเข้ารหัสที่ไม่กิน FPS อีกต่อไป Microsoft เปิดตัว BitLocker แบบเร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์ ซึ่งย้ายภาระการเข้ารหัสจาก CPU ไปยังเอนจินเฉพาะในคอนโทรลเลอร์ NVMe ทำให้ Windows 11 สามารถรักษาความเร็วอ่าน–เขียนระดับเกือบเนทีฟแม้เปิดการเข้ารหัสเต็มระบบ ต่างจากแบบเดิมที่ใช้ซอฟต์แวร์ล้วนและกินทรัพยากรจนกระทบ FPS ในเกมหรือโหลดงานหนักอย่างคอมไพล์โค้ดและเรนเดอร์วิดีโอ เทคโนโลยีใหม่นี้ยังเพิ่มความปลอดภัยด้วยการเก็บกุญแจเข้ารหัสในฮาร์ดแวร์ที่แยกตัว ลดโอกาสโจมตีหน่วยความจำ พร้อมประหยัดพลังงานมากขึ้น โดยจะเปิดใช้ใน Windows 11 24H2–25H2 บนอุปกรณ์ที่มี NVMe controller รุ่นใหม่และ CPU ที่มี crypto engine ในตัว เช่น Intel Core Ultra, AMD Ryzen และ Snapdragon X ซึ่งหมายความว่า HDD และ SATA SSD จะไม่รองรับแน่นอน 🔗 https://securityonline.info/unlocking-the-speed-of-light-how-hardware-accelerated-bitlocker-saves-your-fps/ 🧾 The Payroll Trap: แคมเปญ Quishing ใหม่ใช้ QR + CAPTCHA ปลอมเพื่อขโมยเงินเดือนพนักงาน แคมเปญฟิชชิงรูปแบบใหม่กำลังพุ่งเป้าไปที่พนักงานโดยใช้ QR code เพื่อหลบระบบความปลอดภัยขององค์กร ก่อนล่อให้เหยื่อสแกนด้วยมือถือส่วนตัวและพาออกนอกเครือข่ายบริษัท จากนั้นหน้าเว็บปลอมจะใช้ CAPTCHA หลอกเพื่อดึงอีเมลและกระตุ้นให้กรอกรหัสผ่าน โดยโครงสร้างหลังบ้านใช้โดเมนหมุนเวียนและ URL เฉพาะรายเหยื่อ ทำให้สืบสวนได้ยากขึ้น สะท้อนการยกระดับฟิชชิงที่ผสานเทคนิคและจิตวิทยาอย่างแนบเนียน 🔗 https://securityonline.info/the-payroll-trap-new-quishing-campaign-uses-fake-captchas-to-hijack-employee-paychecks 📡 Zero‑Day Linksys: ช่องโหว่ Auth Bypass เปิดทางแฮ็กเกอร์ยึดเราเตอร์โดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน นักวิจัยพบช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ Linksys E9450‑SG ที่ทำให้ผู้โจมตีบนเครือข่ายท้องถิ่นสามารถเปิด Telnet และเข้าถึงสิทธิ์ root ได้โดยไม่ต้องล็อกอิน เพียงส่งคำขอ URL ที่เจาะจงไปยัง endpoint ที่ผิดพลาดของเฟิร์มแวร์ แม้จะไม่ถูกโจมตีจากอินเทอร์เน็ตโดยตรง แต่ความเสี่ยงต่อผู้ที่มีผู้ใช้ร่วมเครือข่ายหรือ Wi‑Fi รั่วไหลยังสูงมาก 🔗 https://securityonline.info/zero-day-alert-linksys-auth-bypass-lets-hackers-hijack-routers-without-passwords 📱 Wonderland: มัลแวร์ Android รุ่นใหม่ใช้ Telegram ควบคุมแบบสองทางเพื่อดูดเงินเหยื่อ รายงานจาก Group‑IB เผยการระบาดของมัลแวร์ “Wonderland” ในเอเชียกลาง ซึ่งพัฒนาไปไกลจากโทรจันทั่วไป โดยใช้ dropper ปลอมตัวเป็นไฟล์อัปเดตหรือมีเดียเพื่อหลบการตรวจจับ ก่อนปล่อย payload ที่สื่อสารกับผู้โจมตีแบบ real‑time ผ่าน C2 ทำให้สั่งรัน USSD, ส่ง SMS และขยายการติดเชื้อผ่าน Telegram ของเหยื่อได้โดยอัตโนมัติ แสดงถึงวิวัฒนาการของอาชญากรรมมือถือที่ซับซ้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว 🔗 https://securityonline.info/wonderland-unleashed-new-android-dropper-malware-hijacks-telegram-to-drain-bank-accounts 🧩 EchoGather: แคมเปญจารกรรมไซเบอร์ใช้ XLL + เอกสาร AI‑ปลอมเพื่อเจาะองค์กรรัสเซีย กลุ่ม Paper Werewolf ปรับยุทธวิธีใหม่ด้วยการใช้ไฟล์ XLL ซึ่งเป็น DLL ที่ Excel โหลดตรง ทำให้รันโค้ดได้โดยไม่ติดข้อจำกัดของมาโคร พร้อมเทคนิคหน่วงเวลาการทำงานเพื่อหลบระบบตรวจจับ เมื่อ payload ทำงานจะติดตั้ง backdoor “EchoGather” สำหรับเก็บข้อมูลและสั่งงานผ่าน HTTPS ขณะเดียวกันเอกสารล่อเหยื่อที่แนบมากลับถูกสร้างด้วย AI และมีข้อผิดพลาดหลายจุด สะท้อนการผสมผสานระหว่างเทคนิคขั้นสูงและความลวกของมนุษย์ 🔗 https://securityonline.info/ai-generated-decoys-xll-stealth-inside-the-new-echogather-cyber-espionage-campaign 💰 React2Shell Exploited: EtherRAT ใช้ Node.js ปลอมตัวเพื่อล่าคริปโตจากเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลก แคมเปญโจมตีอัตโนมัติใช้ช่องโหว่ React2Shell เพื่อฝัง EtherRAT บนเซิร์ฟเวอร์ โดยดาวน์โหลด Node.js เวอร์ชันจริงมาติดตั้งเพื่อรันสคริปต์โจมตี ทำให้ยากต่อการตรวจจับ จากนั้นมัลแวร์จะเชื่อมต่อ RPC ของ Ethereum เพื่อทำธุรกรรมกับสัญญาเฉพาะ เป้าหมายคือขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลจากระบบที่ถูกยึดแบบไร้การเจาะจงประเทศ ผู้ดูแลระบบควรตรวจสอบ process Node.js แปลกปลอมและโฟลเดอร์ซ่อนใน home path 🔗 https://securityonline.info/react2shell-exploited-new-etherrat-malware-hunts-for-crypto-via-node-js 🕵️‍♂️ M‑Files Identity Hijack: ช่องโหว่ให้พนักงานขโมยตัวตนกันเองได้เงียบ ๆ แพลตฟอร์มจัดการเอกสาร M‑Files ถูกพบช่องโหว่ร้ายแรงที่เปิดทางให้ “ผู้ใช้ภายใน” สามารถดัก session token ของเพื่อนร่วมงานและสวมรอยเข้าถึงข้อมูลลับได้โดยไม่ทิ้งร่องรอย ทำให้การตรวจสอบย้อนหลังแทบเป็นไปไม่ได้ ขณะเดียวกันอีกช่องโหว่ทำให้ข้อมูลจาก vault เก่ารั่วไหลไปยัง vault ใหม่โดยไม่ตั้งใจ สะท้อนความเสี่ยงของระบบที่องค์กรพึ่งพาในงานเอกสารระดับ mission‑critical และจำเป็นต้องอัปเดตแพตช์ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านี้ 🔗 https://securityonline.info/identity-theft-in-m-files-high-severity-flaw-lets-insiders-hijack-user-accounts-and-access-sensitive-data 📦 Purchase Order Deception: แคมเปญจารกรรมใช้ loader อเนกประสงค์โจมตีอุตสาหกรรมยุโรป–ตะวันออกกลาง รายงานใหม่เผยแคมเปญที่ใช้ “unified commodity loader” เป็นแกนกลางในการส่ง RAT หลายตระกูลเข้าโจมตีบริษัทผลิตและหน่วยงานรัฐในอิตาลี ฟินแลนด์ และซาอุฯ โดยซ่อน payload ไว้ในภาพผ่าน steganography และดัดแปลงไลบรารีโอเพ่นซอร์สให้กลายเป็นม้าโทรจันที่ตรวจจับยาก พร้อมเทคนิคหลอก UAC แบบแนบเนียน ทำให้แคมเปญนี้เป็นตัวอย่างของการยกระดับ tradecraft ในตลาดมัลแวร์เชิงพาณิชย์ 🔗 https://securityonline.info/purchase-order-deception-sophisticated-loader-targets-manufacturing-giants-in-italy-finland-and-saudi-arabia 🕌 Prince of Persia APT กลับมาพร้อมมัลแวร์ควบคุมผ่าน Telegram หลังเงียบไปหลายปี กลุ่ม APT สายอิหร่าน “Prince of Persia / Infy” ถูกพบว่ายังปฏิบัติการอยู่และได้อัปเกรดเครื่องมือใหม่ เช่น Tonnerre v50 ที่สื่อสารผ่าน Telegram group และใช้ DGA ซับซ้อนเพื่อหลบการบล็อก โครงสร้างมัลแวร์รุ่นใหม่อย่าง Foudre v34 และ Tonnerre v50 แสดงให้เห็นว่ากลุ่มนี้ไม่ได้หายไป แต่กำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ยืดหยุ่นและตรวจจับยากกว่าเดิม พร้อมหลักฐานว่ามีมนุษย์ควบคุมการโจมตีแบบ real‑time 🔗 https://securityonline.info/iranian-prince-of-persia-apt-resurfaces-with-telegram-controlled-stealth-malware 🤝 Ransomware Cartel: Qilin–DragonForce–LockBit รวมตัวแบบสิ้นหวังท่ามกลางแรงกดดันจากรัฐ ท่ามกลางการกวาดล้างของหน่วยงานรัฐทั่วโลก กลุ่ม Qilin, DragonForce และ LockBit ประกาศตั้ง “คาร์เทล” ร่วมกัน แต่รายงานชี้ว่าการรวมตัวนี้เป็นเพียงความพยายามประคองชื่อเสียงของ LockBit ที่แทบไม่เหลือกิจกรรมจริงแล้ว ขณะที่ Qilin กลับได้ประโยชน์ด้านการตลาดและดึง affiliate ใหม่มากกว่า ภาพรวมสะท้อนการแตกตัวของ ecosystem ransomware และการเปลี่ยนไปสู่โมเดล “ขู่กรรโชกข้อมูลอย่างเดียว” ที่เสี่ยงน้อยกว่าเดิม 🔗 https://securityonline.info/a-desperate-cartel-inside-the-unlikely-alliance-of-qilin-dragonforce-and-a-fading-lockbit 📨 Scripted Sparrow: เครื่องจักร BEC ระดับอุตสาหกรรมยิงอีเมลหลอกลวงกว่า 3 ล้านฉบับต่อเดือน กลุ่มอาชญากร “Scripted Sparrow” ใช้ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบในการส่งอีเมล BEC โดยปลอมเป็นบริษัทเทรนนิ่งผู้บริหาร พร้อมแนบประวัติการสนทนาปลอมระหว่างผู้บริหารกับที่ปรึกษาเพื่อหลอกฝ่ายบัญชีให้จ่ายเงิน กลยุทธ์ใหม่คือส่งอีเมล “ลืมแนบไฟล์” เพื่อบังคับให้เหยื่อตอบกลับ ทำให้การสนทนากลายเป็น trusted thread และเปิดทางให้ส่งบัญชีม้าได้อย่างปลอดภัย การวิเคราะห์พบสมาชิกกระจายหลายทวีปและใช้เทคนิคปลอมตำแหน่ง GPS เพื่อหลบการติดตาม 🔗 https://securityonline.info/the-3-million-email-siege-inside-scripted-sparrows-global-industrialized-bec-machine 🛢️ MongoDB Memory Leak: ช่องโหว่ zlib ทำข้อมูลหลุดโดยไม่ต้องล็อกอิน ช่องโหว่ร้ายแรงใน MongoDB (CVE‑2025‑14847) เปิดทางให้ผู้โจมตีดึงข้อมูลจาก heap memory ได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน เพียงส่งคำขอที่เจาะจงไปยังส่วนที่ใช้ zlib compression ทำให้เซิร์ฟเวอร์ตอบกลับด้วยข้อมูลที่ยังไม่ได้ล้าง ซึ่งอาจรวมถึง query ล่าสุดหรือ credential ที่ค้างอยู่ใน RAM ช่องโหว่นี้กระทบแทบทุกเวอร์ชันย้อนหลังหลายปี และผู้ดูแลระบบถูกแนะนำให้อัปเดตทันทีหรือปิดการใช้ zlib ชั่วคราวเพื่อหยุดการรั่วไหล 🔗 https://securityonline.info/critical-unauthenticated-mongodb-flaw-leaks-sensitive-data-via-zlib-compression 🎧 Anna’s Archive อ้างดูด Spotify 300TB จุดชนวนสอบสวนการรั่วไหลครั้งใหญ่ กลุ่มเงา Anna’s Archive ระบุว่าสามารถ mirror คลังเพลงของ Spotify ได้กว่า 300TB ครอบคลุม 86 ล้านแทร็กที่คิดเป็น 99.6% ของยอดฟังทั้งหมด โดยใช้วิธีเก็บ metadata 256 ล้านรายการและหลุดไฟล์เสียงบางส่วนผ่านการเลี่ยง DRM แม้ Spotify จะยืนยันเพียงว่ามีการเข้าถึงข้อมูลบางส่วน แต่เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นความเสี่ยงด้านลิขสิทธิ์และความเป็นไปได้ที่ข้อมูลจะถูกนำไปสร้างแพลตฟอร์มสตรีมเถื่อนหรือใช้เทรนโมเดล AI 🔗 https://securityonline.info/annas-archive-claims-300tb-spotify-mirror-forcing-an-investigation-into-a-massive-music-data-leak 🖼️ Windows DWM EoP: ช่องโหว่ยกระดับสิทธิ์ด้วยเทคนิค “วาดทับ” พร้อม PoC เผยแพร่แล้ว ช่องโหว่ใน Desktop Window Manager (DWM) ของ Windows เปิดทางให้ผู้ใช้ในเครื่องยกระดับสิทธิ์ขึ้นเป็น SYSTEM ผ่านการจัดการกราฟิกผิดพลาด โดยมี PoC เผยแพร่แล้วแม้รายงานฉบับเต็มจะถูกล็อกให้เฉพาะผู้สนับสนุน เหตุการณ์นี้เพิ่มแรงกดดันให้ Microsoft ต้องเร่งแพตช์ เพราะเป็นช่องโหว่ที่ผู้โจมตีสามารถใช้ร่วมกับบั๊กอื่นเพื่อยึดระบบได้อย่างรวดเร็ว 🔗 https://securityonline.info/windows-dwm-flaw-lets-local-users-paint-their-way-to-system-privileges-poc-publishes ⚡ Alphabet ทุ่ม $4.75B ซื้อ Intersect Power เพื่อควบคุมไฟฟ้าป้อน Gemini และศูนย์ข้อมูล Alphabet เดินเกมเชิงโครงสร้างด้วยการซื้อ Intersect Power เพื่อแก้ปัญหาพลังงานที่กำลังกลายเป็นคอขวดของการแข่งขัน AI โดยดีลนี้ทำให้ Google ควบคุมโครงการพลังงานหมุนเวียนหลายกิกะวัตต์ รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่สร้างติดกับดาต้าเซ็นเตอร์ในเท็กซัส การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่าศึก AI ไม่ได้วัดกันที่ชิปหรือโมเดลอีกต่อไป แต่คือใครสร้างโรงไฟฟ้าได้เร็วกว่า 🔗 https://securityonline.info/the-grid-is-the-goal-alphabets-4-75b-bet-to-own-the-power-plants-behind-gemini 📱 Android Toll: Google เก็บค่าติดตั้ง $2.85 ต่อแอปเมื่อใช้ลิงก์ดาวน์โหลดภายนอก ภายใต้แรงกดดันจากคดี Epic vs Google ศาลบีบให้ Google เปิด Play Store ให้ลิงก์ออกไปดาวน์โหลดภายนอกได้ แต่ Google เสนอโมเดลใหม่ที่ซับซ้อนและมีค่าธรรมเนียมสูง—คิด $2.85 ต่อการติดตั้งแอป และ $3.65 สำหรับเกม หากผู้ใช้ติดตั้งภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลิกลิงก์ พร้อมเก็บส่วนแบ่ง 10–20% สำหรับการจ่ายเงินผ่านระบบของนักพัฒนาเอง ทำให้แม้จะ “เปิด” ระบบ แต่ต้นทุนจริงอาจสูงจนผู้พัฒนาหลายรายไม่อยากออกจาก ecosystem 🔗 https://securityonline.info/the-android-toll-google-to-charge-2-85-per-install-for-external-app-links
    0 Comments 0 Shares 710 Views 0 Reviews
  • EP 151
    รีวิวกับหุ้นแนะนำเมื่อเช้า M , SJWD, RBF แถมตัวใหม่ให้ JMART
    BY.
    EP 151 รีวิวกับหุ้นแนะนำเมื่อเช้า M , SJWD, RBF แถมตัวใหม่ให้ JMART BY.
    0 Comments 0 Shares 104 Views 0 0 Reviews
  • Queen Of The World (2025/129)

    หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ. 2018 ซึ่งในขณะนั้นสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2(ต่อไปจะเขียนว่า ควีนฯ) ยังมีชีวิตอยู่ (พระองค์ท่านสวรรคตเมื่อวันที่ 8/9/2022)

    เมื่ออ่านจบเล่มแล้ว ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าชื่อหนังสือ Queen Of The World ค่อนข้างจะสื่อความหมายได้ตรงตามความต้องการของผู้เขียนเลย

    ถ้าหากต้องการอ่านชีวประวัติของควีนฯ เกิดที่ไหน นิสัยเป็นแบบไหน การเรียน ความรัก ฯลฯ ไม่สามารถหาอ่านได้ในเล่มนี้แน่นอน แต่เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ โดยเน้นเฉพาะการไปเยือนประเทศต่างๆ ทั้งในเครือจักรภพและประเทศอื่นๆ รวมไปถึงการรับรองแขกบ้านแขกเมือง เรื่องนี้ผู้เขียนเน้นย้ำเลยว่านี่คือ “Solf Power” ของประเทศอังกฤษ

    แน่นอนว่าด้วยการที่ควีนฯ ทรงดำรงตำแหน่งประมุขสูงสุดมาตั้งแต่อายุ 26ปี จึงได้มีการไปเยี่ยมเยียนประเทศรอบโลก ได้ผ่านช่วงเวลาที่หนักหนามาตั้งแต่ก่อนรับตำแหน่งที่อังกฤษเกือบล้มลายหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พระเจ้าจอร์จที่ 6 พระราชาของอังกฤษในขณะนั้นและเป็นพระบิดาของควีนฯ สิ้นพระชนม์ด้วยความคิดมากและเสียพระทัย ควีนฯจึงต้องมารับตำแหน่งประมุขสูงสุดทั้งๆที่อายุเพียง26ปี แต่งงานได้ไม่นาน และมีลูกอายุน้อย

    หลังจากครองราชย์ได้ไม่นาน ควีนฯยังต้องประสบพบเจอกับปัญหาแต่ขอแยกเป็นอิสระของประเทศที่อยู่ในเครือจักรภพ ซึ่งเป็นปัญหาคล้ายกับโดมิโนที่เกิดขึ้นต่อเนื่องๆไปเรื่อยๆ จนทั่งเข้าสู่ภาวะเป็นเป็นการพึ่งพาอาศัยกัน ประเทศที่สร้างความกังวลกับควีนฯ ได้แก่สองประเทศใหญ่คือ อินเดีย และประเทศแอฟริกาใต้

    ในเรื่องความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆกับควีนฯ ก็น่าสนใจไม่น้อย ทั้งประเทศอเมริกา ประเทศในทวีปแอฟริกา รวมไปถึงจีนและรัสเซีย ซึ่งควีนฯได้ไปเสด็จเยือนมาทั้งหมดแล้ว มีอีกเรื่องที่น่าใจมากๆคือ เรื่องของเรือยอร์ชพระที่นั่งบริทานเนียของควีนฯ เรือบริทาเนียใช้ในการเดินทางเยือนประเทศต่างๆ นอกจากนั้นยังเป็นที่พักส่วนพระองค์ขณะไปเยือนต่างประเทศ เป็นภัตรคารรับรองประมุขของประเทศนั้นๆ และยังเป็นสถานที่เจรจาทางการเมืองอีกด้วย เรือบริทาเนียก็เปรียบเสมือนประเทศราชของควีนฯเคลื่อนที่ได้

    ท้ายเล่มผู้เขียนเพิ่มเติมเรื่องราวของพระกรณียกิจของ พระสวามีดยุคฟิลิป , เจ้าฟ้าชายชาลส์(กษัตริย์ชาลส์ที่ 3) , เจ้าหญิงไดอานา , เจ้าหญิงแอนน์ , เจ้าชายแอนดรู , เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด รวมไปถึงรุ่นหลานของควีนฯ คือเจ้าชายวิลลียมและเจ้าชายแฮรี่อีกด้วย

    #QueenOfTheWorld #รีวิวหนังสือ
    Queen Of The World (2025/129) หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ. 2018 ซึ่งในขณะนั้นสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2(ต่อไปจะเขียนว่า ควีนฯ) ยังมีชีวิตอยู่ (พระองค์ท่านสวรรคตเมื่อวันที่ 8/9/2022) เมื่ออ่านจบเล่มแล้ว ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าชื่อหนังสือ Queen Of The World ค่อนข้างจะสื่อความหมายได้ตรงตามความต้องการของผู้เขียนเลย ถ้าหากต้องการอ่านชีวประวัติของควีนฯ เกิดที่ไหน นิสัยเป็นแบบไหน การเรียน ความรัก ฯลฯ ไม่สามารถหาอ่านได้ในเล่มนี้แน่นอน แต่เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ โดยเน้นเฉพาะการไปเยือนประเทศต่างๆ ทั้งในเครือจักรภพและประเทศอื่นๆ รวมไปถึงการรับรองแขกบ้านแขกเมือง เรื่องนี้ผู้เขียนเน้นย้ำเลยว่านี่คือ “Solf Power” ของประเทศอังกฤษ แน่นอนว่าด้วยการที่ควีนฯ ทรงดำรงตำแหน่งประมุขสูงสุดมาตั้งแต่อายุ 26ปี จึงได้มีการไปเยี่ยมเยียนประเทศรอบโลก ได้ผ่านช่วงเวลาที่หนักหนามาตั้งแต่ก่อนรับตำแหน่งที่อังกฤษเกือบล้มลายหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พระเจ้าจอร์จที่ 6 พระราชาของอังกฤษในขณะนั้นและเป็นพระบิดาของควีนฯ สิ้นพระชนม์ด้วยความคิดมากและเสียพระทัย ควีนฯจึงต้องมารับตำแหน่งประมุขสูงสุดทั้งๆที่อายุเพียง26ปี แต่งงานได้ไม่นาน และมีลูกอายุน้อย หลังจากครองราชย์ได้ไม่นาน ควีนฯยังต้องประสบพบเจอกับปัญหาแต่ขอแยกเป็นอิสระของประเทศที่อยู่ในเครือจักรภพ ซึ่งเป็นปัญหาคล้ายกับโดมิโนที่เกิดขึ้นต่อเนื่องๆไปเรื่อยๆ จนทั่งเข้าสู่ภาวะเป็นเป็นการพึ่งพาอาศัยกัน ประเทศที่สร้างความกังวลกับควีนฯ ได้แก่สองประเทศใหญ่คือ อินเดีย และประเทศแอฟริกาใต้ ในเรื่องความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆกับควีนฯ ก็น่าสนใจไม่น้อย ทั้งประเทศอเมริกา ประเทศในทวีปแอฟริกา รวมไปถึงจีนและรัสเซีย ซึ่งควีนฯได้ไปเสด็จเยือนมาทั้งหมดแล้ว มีอีกเรื่องที่น่าใจมากๆคือ เรื่องของเรือยอร์ชพระที่นั่งบริทานเนียของควีนฯ เรือบริทาเนียใช้ในการเดินทางเยือนประเทศต่างๆ นอกจากนั้นยังเป็นที่พักส่วนพระองค์ขณะไปเยือนต่างประเทศ เป็นภัตรคารรับรองประมุขของประเทศนั้นๆ และยังเป็นสถานที่เจรจาทางการเมืองอีกด้วย เรือบริทาเนียก็เปรียบเสมือนประเทศราชของควีนฯเคลื่อนที่ได้ ท้ายเล่มผู้เขียนเพิ่มเติมเรื่องราวของพระกรณียกิจของ พระสวามีดยุคฟิลิป , เจ้าฟ้าชายชาลส์(กษัตริย์ชาลส์ที่ 3) , เจ้าหญิงไดอานา , เจ้าหญิงแอนน์ , เจ้าชายแอนดรู , เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด รวมไปถึงรุ่นหลานของควีนฯ คือเจ้าชายวิลลียมและเจ้าชายแฮรี่อีกด้วย #QueenOfTheWorld #รีวิวหนังสือ
    0 Comments 0 Shares 307 Views 0 Reviews
  • elementary OS 8.1 ออกแล้ว: อัปเกรดครั้งใหญ่เพื่อความลื่นไหลและปลอดภัยกว่าเดิม

    elementary OS 8.1 มาพร้อมการปรับปรุงครั้งสำคัญที่เน้นประสบการณ์ผู้ใช้ ความปลอดภัย และความเข้ากันได้กับฮาร์ดแวร์ยุคใหม่ โดยอัปเดตนี้สร้างบนฐาน Ubuntu 24.04 LTS ทำให้ระบบมีความเสถียรและรองรับอุปกรณ์ได้กว้างขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ ทีมพัฒนาได้แก้ไขปัญหามากกว่า 1,100 รายการจากเสียงสะท้อนของผู้ใช้ ทำให้เวอร์ชันนี้เป็นหนึ่งในอัปเดตที่ “เนียนที่สุด” ของ elementary OS ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา.

    ในด้านประสบการณ์ใช้งาน ผู้ใช้จะได้พบกับ Dock ที่ฉลาดขึ้น การจัดการ Workspace ที่สะดวกกว่าเดิม และฟีเจอร์ Background Portal ที่ช่วยให้เห็นว่าแอปใดกำลังทำงานอยู่เบื้องหลังอย่างโปร่งใส รวมถึงการปรับปรุงด้าน Accessibility ที่ทำให้ผู้พิการทางสายตาสามารถติดตั้งระบบได้ด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของระบบปฏิบัติการสายดีไซน์นี้.

    ด้านความปลอดภัย Secure Session ถูกตั้งเป็นค่าเริ่มต้น ทำให้การใช้งานทั่วไปปลอดภัยขึ้น เช่น หน้าต่างยืนยันรหัสผ่านที่ป้องกันการขโมยโฟกัสจากแอปอื่น และระบบอัปเดตที่ฉลาดขึ้น ไม่รบกวนผู้ใช้ และไม่กินเน็ตบนเครือข่ายแบบจำกัดข้อมูล ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิด “ปลอดภัยแต่ไม่รบกวน” ที่ elementary OS ยึดถือมาโดยตลอด.

    สุดท้าย elementary OS 8.1 ยังเปิดตัวเวอร์ชัน ARM64 อย่างเป็นทางการ รองรับอุปกรณ์อย่าง Apple Silicon และ Raspberry Pi ที่ใช้ UEFI ทำให้ระบบนี้ก้าวเข้าสู่โลก ARM อย่างเต็มตัว พร้อมแอปพื้นฐานที่ได้รับการปรับปรุง เช่น Maps, Monitor, Music และ GNOME Web 48.3 ที่เร็วขึ้นกว่าเดิม ถือเป็นอัปเดตที่ทั้งเบา ลื่น และทันสมัยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    อัปเดตด้านประสบการณ์ผู้ใช้ (UI/UX)
    Dock ใหม่รองรับ Workspace Switcher และ Background Portal
    Dark Mode แบบ “snooze” และการปรับปรุง Reduce Motion
    Accessibility ดีขึ้นจนผู้พิการทางสายตาติดตั้งระบบได้เอง

    AppCenter ฉลาดขึ้น
    แสดงคะแนนรีวิวแบบเปอร์เซ็นต์จาก ODRS
    จัดเรียงแอปตามวันที่อัปเดต และแสดงป้าย In-app purchase

    ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว
    Secure Session เป็นค่าเริ่มต้น
    หน้าต่างใส่รหัสผ่านป้องกันการขโมยโฟกัส

    ระบบอัปเดตที่เสถียรและไม่รบกวน
    แสดงขนาดไฟล์ก่อนดาวน์โหลด
    ไม่ดาวน์โหลดอัตโนมัติบนเครือข่ายแบบจำกัดข้อมูล

    รองรับ ARM64 อย่างเป็นทางการ
    ใช้งานได้บน Apple Silicon และ Raspberry Pi ที่รองรับ UEFI

    ข้อควรระวัง / จุดที่ผู้ใช้อาจต้องรู้ก่อนอัปเดต
    Secure Session อาจทำให้บางแอปเก่าหรือไดรเวอร์ไม่รองรับ
    ARM64 ยังอาจมีแอปบางตัวที่ไม่พร้อมใช้งานเต็มรูปแบบ
    การเปลี่ยนแปลง UI อาจทำให้ผู้ใช้เก่าต้องปรับตัวเล็กน้อย

    https://itsfoss.com/news/elementary-os-8-1-release/
    🖥️ elementary OS 8.1 ออกแล้ว: อัปเกรดครั้งใหญ่เพื่อความลื่นไหลและปลอดภัยกว่าเดิม elementary OS 8.1 มาพร้อมการปรับปรุงครั้งสำคัญที่เน้นประสบการณ์ผู้ใช้ ความปลอดภัย และความเข้ากันได้กับฮาร์ดแวร์ยุคใหม่ โดยอัปเดตนี้สร้างบนฐาน Ubuntu 24.04 LTS ทำให้ระบบมีความเสถียรและรองรับอุปกรณ์ได้กว้างขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ ทีมพัฒนาได้แก้ไขปัญหามากกว่า 1,100 รายการจากเสียงสะท้อนของผู้ใช้ ทำให้เวอร์ชันนี้เป็นหนึ่งในอัปเดตที่ “เนียนที่สุด” ของ elementary OS ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา. ในด้านประสบการณ์ใช้งาน ผู้ใช้จะได้พบกับ Dock ที่ฉลาดขึ้น การจัดการ Workspace ที่สะดวกกว่าเดิม และฟีเจอร์ Background Portal ที่ช่วยให้เห็นว่าแอปใดกำลังทำงานอยู่เบื้องหลังอย่างโปร่งใส รวมถึงการปรับปรุงด้าน Accessibility ที่ทำให้ผู้พิการทางสายตาสามารถติดตั้งระบบได้ด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของระบบปฏิบัติการสายดีไซน์นี้. ด้านความปลอดภัย Secure Session ถูกตั้งเป็นค่าเริ่มต้น ทำให้การใช้งานทั่วไปปลอดภัยขึ้น เช่น หน้าต่างยืนยันรหัสผ่านที่ป้องกันการขโมยโฟกัสจากแอปอื่น และระบบอัปเดตที่ฉลาดขึ้น ไม่รบกวนผู้ใช้ และไม่กินเน็ตบนเครือข่ายแบบจำกัดข้อมูล ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิด “ปลอดภัยแต่ไม่รบกวน” ที่ elementary OS ยึดถือมาโดยตลอด. สุดท้าย elementary OS 8.1 ยังเปิดตัวเวอร์ชัน ARM64 อย่างเป็นทางการ รองรับอุปกรณ์อย่าง Apple Silicon และ Raspberry Pi ที่ใช้ UEFI ทำให้ระบบนี้ก้าวเข้าสู่โลก ARM อย่างเต็มตัว พร้อมแอปพื้นฐานที่ได้รับการปรับปรุง เช่น Maps, Monitor, Music และ GNOME Web 48.3 ที่เร็วขึ้นกว่าเดิม ถือเป็นอัปเดตที่ทั้งเบา ลื่น และทันสมัยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ อัปเดตด้านประสบการณ์ผู้ใช้ (UI/UX) ➡️ Dock ใหม่รองรับ Workspace Switcher และ Background Portal ➡️ Dark Mode แบบ “snooze” และการปรับปรุง Reduce Motion ➡️ Accessibility ดีขึ้นจนผู้พิการทางสายตาติดตั้งระบบได้เอง ✅ AppCenter ฉลาดขึ้น ➡️ แสดงคะแนนรีวิวแบบเปอร์เซ็นต์จาก ODRS ➡️ จัดเรียงแอปตามวันที่อัปเดต และแสดงป้าย In-app purchase ✅ ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว ➡️ Secure Session เป็นค่าเริ่มต้น ➡️ หน้าต่างใส่รหัสผ่านป้องกันการขโมยโฟกัส ✅ ระบบอัปเดตที่เสถียรและไม่รบกวน ➡️ แสดงขนาดไฟล์ก่อนดาวน์โหลด ➡️ ไม่ดาวน์โหลดอัตโนมัติบนเครือข่ายแบบจำกัดข้อมูล ✅ รองรับ ARM64 อย่างเป็นทางการ ➡️ ใช้งานได้บน Apple Silicon และ Raspberry Pi ที่รองรับ UEFI ‼️ ข้อควรระวัง / จุดที่ผู้ใช้อาจต้องรู้ก่อนอัปเดต ⛔ Secure Session อาจทำให้บางแอปเก่าหรือไดรเวอร์ไม่รองรับ ⛔ ARM64 ยังอาจมีแอปบางตัวที่ไม่พร้อมใช้งานเต็มรูปแบบ ⛔ การเปลี่ยนแปลง UI อาจทำให้ผู้ใช้เก่าต้องปรับตัวเล็กน้อย https://itsfoss.com/news/elementary-os-8-1-release/
    ITSFOSS.COM
    Christmas Comes Early With elementary OS 8.1 Release
    Based on Ubuntu 24.04 LTS with Secure Session as default and many other improvements.
    0 Comments 0 Shares 252 Views 0 Reviews
  • MPV 0.41 มาแล้ว: ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของวิดีโอเพลเยอร์สายโอเพ่นซอร์สบน Wayland

    MPV 0.41 เปิดตัวพร้อมการปรับปรุงสำคัญด้าน Wayland ซึ่งเป็นหัวใจของเดสก์ท็อป Linux ยุคใหม่ การอัปเดตครั้งนี้ช่วยให้การเรนเดอร์ภาพลื่นไหลขึ้น ลด input latency และแก้ปัญหาการจัดการหน้าต่างที่เคยเป็นข้อจำกัดในเวอร์ชันก่อนหน้า การพัฒนา Wayland ecosystem ที่เร็วขึ้นในปี 2025 ทำให้โปรเจกต์อย่าง MPV ต้องเร่งตามให้ทัน และเวอร์ชันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้เดสก์ท็อปสมัยใหม่ได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

    อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่โดดเด่นคือการรองรับ Ambient Light Sensor (ALS) ผ่าน sysfs ซึ่งช่วยให้ MPV ปรับความสว่างของวิดีโอตามสภาพแสงรอบตัวได้อัตโนมัติ ฟีเจอร์นี้เคยพบในอุปกรณ์พกพาและระบบปฏิบัติการเชิงพาณิชย์ แต่กำลังเริ่มถูกนำมาใช้ใน Linux Desktop มากขึ้น โดยเฉพาะในแล็ปท็อปรุ่นใหม่ที่รองรับเซนเซอร์แบบมาตรฐาน ACPI และ ALS

    การอัปเดตครั้งนี้ยังสอดคล้องกับทิศทางของ MPV ที่เน้นการรองรับเทคโนโลยีภาพสมัยใหม่ เช่น HDR, tone‑mapping และ GPU scaling ซึ่งเริ่มถูกผลักดันอย่างจริงจังตั้งแต่เวอร์ชัน 0.39–0.40 การพัฒนาอย่างต่อเนื่องนี้ทำให้ MPV กลายเป็นหนึ่งในวิดีโอเพลเยอร์ที่นักรีวิวสาย Linux ยกให้เป็น “มาตรฐานทองคำ” สำหรับงานดูหนังคุณภาพสูงบนระบบโอเพ่นซอร์ส

    ในภาพรวม MPV 0.41 ไม่ได้เป็นเพียงอัปเดตเล็ก ๆ แต่เป็นการยืนยันว่าโปรเจกต์ยังคงเดินหน้าอย่างมั่นคง และพร้อมรองรับอนาคตของ Linux Desktop ที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ Wayland เต็มรูปแบบ ทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความเข้ากันได้ และฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคใหม่มากขึ้น

    ไฮไลต์ของ MPV 0.41
    ปรับปรุง Wayland ให้เสถียรและตอบสนองเร็วขึ้น
    รองรับ Ambient Light Sensor ผ่าน sysfs ALS

    ทิศทางการพัฒนา
    สอดคล้องกับการผลักดัน Wayland ใน Linux Desktop
    เดินหน้ารองรับ HDR และ GPU scaling อย่างต่อเนื่อง

    ประเด็นที่ผู้ใช้ควรระวัง
    ฟีเจอร์ ALS อาจใช้ไม่ได้ในฮาร์ดแวร์รุ่นเก่า
    การเปลี่ยนผ่านสู่ Wayland อาจทำให้ปลั๊กอินหรือสคริปต์บางตัวต้องปรับตาม

    คำแนะนำสำหรับผู้ใช้
    อัปเดตไดรเวอร์ GPU ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อรองรับฟีเจอร์ใหม่
    ตรวจสอบการตั้งค่า Wayland หากพบปัญหา input หรือการเรนเดอร์

    https://9to5linux.com/mpv-0-41-open-source-video-player-released-with-improved-wayland-support
    🎬 MPV 0.41 มาแล้ว: ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของวิดีโอเพลเยอร์สายโอเพ่นซอร์สบน Wayland MPV 0.41 เปิดตัวพร้อมการปรับปรุงสำคัญด้าน Wayland ซึ่งเป็นหัวใจของเดสก์ท็อป Linux ยุคใหม่ การอัปเดตครั้งนี้ช่วยให้การเรนเดอร์ภาพลื่นไหลขึ้น ลด input latency และแก้ปัญหาการจัดการหน้าต่างที่เคยเป็นข้อจำกัดในเวอร์ชันก่อนหน้า การพัฒนา Wayland ecosystem ที่เร็วขึ้นในปี 2025 ทำให้โปรเจกต์อย่าง MPV ต้องเร่งตามให้ทัน และเวอร์ชันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้เดสก์ท็อปสมัยใหม่ได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่โดดเด่นคือการรองรับ Ambient Light Sensor (ALS) ผ่าน sysfs ซึ่งช่วยให้ MPV ปรับความสว่างของวิดีโอตามสภาพแสงรอบตัวได้อัตโนมัติ ฟีเจอร์นี้เคยพบในอุปกรณ์พกพาและระบบปฏิบัติการเชิงพาณิชย์ แต่กำลังเริ่มถูกนำมาใช้ใน Linux Desktop มากขึ้น โดยเฉพาะในแล็ปท็อปรุ่นใหม่ที่รองรับเซนเซอร์แบบมาตรฐาน ACPI และ ALS การอัปเดตครั้งนี้ยังสอดคล้องกับทิศทางของ MPV ที่เน้นการรองรับเทคโนโลยีภาพสมัยใหม่ เช่น HDR, tone‑mapping และ GPU scaling ซึ่งเริ่มถูกผลักดันอย่างจริงจังตั้งแต่เวอร์ชัน 0.39–0.40 การพัฒนาอย่างต่อเนื่องนี้ทำให้ MPV กลายเป็นหนึ่งในวิดีโอเพลเยอร์ที่นักรีวิวสาย Linux ยกให้เป็น “มาตรฐานทองคำ” สำหรับงานดูหนังคุณภาพสูงบนระบบโอเพ่นซอร์ส ในภาพรวม MPV 0.41 ไม่ได้เป็นเพียงอัปเดตเล็ก ๆ แต่เป็นการยืนยันว่าโปรเจกต์ยังคงเดินหน้าอย่างมั่นคง และพร้อมรองรับอนาคตของ Linux Desktop ที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ Wayland เต็มรูปแบบ ทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความเข้ากันได้ และฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคใหม่มากขึ้น ✅ ไฮไลต์ของ MPV 0.41 ➡️ ปรับปรุง Wayland ให้เสถียรและตอบสนองเร็วขึ้น ➡️ รองรับ Ambient Light Sensor ผ่าน sysfs ALS ✅ ทิศทางการพัฒนา ➡️ สอดคล้องกับการผลักดัน Wayland ใน Linux Desktop ➡️ เดินหน้ารองรับ HDR และ GPU scaling อย่างต่อเนื่อง ‼️ ประเด็นที่ผู้ใช้ควรระวัง ⛔ ฟีเจอร์ ALS อาจใช้ไม่ได้ในฮาร์ดแวร์รุ่นเก่า ⛔ การเปลี่ยนผ่านสู่ Wayland อาจทำให้ปลั๊กอินหรือสคริปต์บางตัวต้องปรับตาม ‼️ คำแนะนำสำหรับผู้ใช้ ⛔ อัปเดตไดรเวอร์ GPU ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อรองรับฟีเจอร์ใหม่ ⛔ ตรวจสอบการตั้งค่า Wayland หากพบปัญหา input หรือการเรนเดอร์ https://9to5linux.com/mpv-0-41-open-source-video-player-released-with-improved-wayland-support
    9TO5LINUX.COM
    MPV 0.41 Open-Source Video Player Released with Improved Wayland Support - 9to5Linux
    MPV 0.41 open-source media player is now available for download with improved Wayland support and ambient light support on Linux.
    0 Comments 0 Shares 272 Views 0 Reviews
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20251221 #TechRadar

    AI ช่วยลดอุบัติเหตุและเพิ่มประสิทธิภาพงานภาคสนาม
    AI กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของงานปฏิบัติการภาคสนาม โดยช่วยตรวจจับพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่แบบเรียลไทม์ ลดอุบัติเหตุ เพิ่มประสิทธิภาพ และปิดช่องว่างข้อมูลที่เคยทำให้การตัดสินใจล่าช้า ทั้งยังช่วยให้การโค้ชคนขับทำได้เร็วขึ้นและแม่นยำขึ้น ทำให้องค์กรมีความปลอดภัยและความพร้อมเชิงปฏิบัติการสูงกว่าเดิม
    https://www.techradar.com/pro/how-ai-is-preventing-collisions-driving-productivity-and-transforming-physical-operations

    iPhone พับได้ยังไม่ไร้รอยพับ เพราะ Apple ยังแก้ “ความท้าทายทางเทคนิค” ไม่สำเร็จ
    ข่าวลือใหม่เผยว่า iPhone แบบพับได้ของ Apple ยังติดปัญหาเรื่องการทำให้หน้าจอ “ไร้รอยพับจริง ๆ” แม้จะทดลองกระจก UFG หลายแบบแล้วก็ตาม ทำให้กำหนดเปิดตัวในปี 2026 ยังต้องลุ้นต่อไปว่า Apple จะทำสำเร็จหรือไม่
    https://www.techradar.com/phones/iphone/apple-is-rumored-to-still-be-facing-technical-challenges-in-producing-its-crease-free-foldable-iphone

    ช่องว่างลับระหว่าง “ข้อมูล” กับ “การตัดสินใจ” ในยุค AI
    หลายองค์กรลงทุนจัดระเบียบข้อมูลอย่างหนัก แต่กลับไม่สามารถเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ เพราะขาดสถาปัตยกรรม ระบบ และทักษะด้านข้อมูลที่เชื่อมโยงไปสู่การใช้งานจริง ทำให้ AI ไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ตามที่คาดหวัง
    https://www.techradar.com/pro/bridging-the-hidden-gap-between-data-and-decisions-in-the-age-of-ai

    เจาะลึกตลาด HDD ยุคใหม่—จาก 8TB เป็นมาตรฐาน ไปจนถึงรุ่น 30TB+
    การสำรวจ HDD จำนวน 167 รุ่นเผยให้เห็นว่าตลาดฮาร์ดดิสก์ยังคงสำคัญ โดยเฉพาะในงานดาต้าเซ็นเตอร์และ NAS ที่ต้องการความจุสูง ราคาคุ้มค่า และความทนทาน แม้ SSD จะครองตลาดผู้ใช้ทั่วไปไปแล้วก็ตาม
    https://www.techradar.com/pro/i-compiled-a-list-of-167-hard-disk-drives-worth-buying-here-are-six-things-i-found-out

    Samsung Galaxy Z Flip 8 อาจใช้ชิป Exynos 2600
    ข่าวหลุดใหม่ชี้ว่า Z Flip 8 อาจหันมาใช้ชิป Exynos 2600 แบบเต็มตัว ซึ่งเป็นชิป 2nm รุ่นแรกของ Samsung ที่เน้นประสิทธิภาพและพลังงานดีขึ้น แม้ Snapdragon ยังถูกมองว่าแรงกว่าในหลายงานก็ตาม
    https://www.techradar.com/phones/samsung-galaxy-phones/a-new-samsung-galaxy-z-flip-8-leak-may-have-revealed-the-chipset-its-going-to-run-on

    การเปลี่ยนจาก Google Assistant ไป Gemini ถูกเลื่อนเป็นปีหน้า
    Google ประกาศเลื่อนการเปลี่ยนผู้ช่วยบน Android จาก Assistant ไป Gemini ออกไปถึงปี 2026 เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านราบรื่นขึ้น โดยสุดท้าย Assistant จะถูกยกเลิกใช้งานทั้งหมด
    https://www.techradar.com/phones/android/the-switch-from-google-assistant-to-gemini-on-android-devices-has-been-pushed-back-to-next-year

    รีวิว MSI Pro MP165 E6 จอพกพางานดี ราคาประหยัด
    จอพกพาน้ำหนักเบา ใช้งานง่ายด้วยสาย USB‑C เส้นเดียว เหมาะกับคนทำงานที่ต้องการพื้นที่หน้าจอเพิ่มระหว่างเดินทาง แม้สเปกจะไม่หวือหวา แต่คุ้มค่ามากในงบไม่ถึง $100
    https://www.techradar.com/pro/msi-pro-mp165-e6-portable-monitor-review

    5 วิธีเสริมความแกร่งหลังเหตุการณ์ระบบล่ม
    องค์กรจำนวนมากทำแค่ “ปิดงานเอกสารหลังเหตุการณ์” แต่ความยืดหยุ่นจริงเกิดจากการมองเห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดในระบบ การควบคุมการแก้ไขฉุกเฉิน และการสร้างวัฒนธรรมที่เน้นความโปร่งใสของข้อมูล
    https://www.techradar.com/pro/five-post-incident-improvements-that-actually-strengthen-resilience

    ทดสอบหูฟัง SomniPods 3—บางที่สุด พร้อมสถิติที่น่าสนใจ
    ผู้เขียนทดลองใช้หูฟังตัดเสียงรบกวนสำหรับนอนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ พบว่ามีฟีเจอร์ดีและบางมากจนใส่นอนได้สบาย แต่ยังมีจุดที่ต้องพัฒนา ทั้งยังต้องใช้คู่กับแอป Fitnexa เพื่อปลดล็อกฟีเจอร์เต็ม
    https://www.techradar.com/health-fitness/sleep/i-used-the-thinnest-noise-cancelling-sleep-earbuds-for-two-weeks-and-it-had-one-fascinating-statistic

    Claude บน Chrome—สะดวกมาก แต่ชวนให้รู้สึกถูกจับตามอง
    ส่วนขยาย Claude ใหม่สามารถเข้าถึงแท็บ ประวัติ และไฟล์ของผู้ใช้เพื่อช่วยทำงานอัตโนมัติได้อย่างทรงพลัง แต่ก็สร้างความรู้สึก “ระแวง” เพราะต้องให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลจำนวนมาก
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/claude/i-tried-the-new-claude-in-chrome-extension-and-it-delivered-convenience-with-a-side-of-digital-paranoia

    Soverli สตาร์ทอัพสวิสสร้างเลเยอร์ OS ปลอดภัยที่สุดบนมือถือ
    Soverli พัฒนาเลเยอร์ระบบปฏิบัติการที่ทำงานคู่กับ Android/iOS เพื่อให้ยังใช้งานได้แม้ระบบหลักถูกโจมตี เหมาะกับงานภาครัฐ หน่วยกู้ภัย และองค์กรที่ต้องการความปลอดภัยระดับสูง
    https://www.techradar.com/pro/this-intriguing-startup-wants-to-create-the-worlds-most-secure-smartphones-and-its-doing-it-proton-style

    มาตรฐานบัส HP อายุ 53 ปี ได้ไดรเวอร์ Linux แล้ว
    GPIB มาตรฐานเก่าแก่จากปี 1972 ได้รับไดรเวอร์เสถียรใน Linux 6.19 ทำให้อุปกรณ์ห้องแล็บรุ่นเก่าสามารถใช้งานกับระบบสมัยใหม่ได้อย่างราบรื่นอีกครั้ง
    https://www.techradar.com/pro/security/better-late-than-never-53-year-old-hp-bus-standard-finally-gets-a-linux-driver-boasting-8mb-s-bandwidth

    แฮ็กเกอร์ล่าค่าจ้างปลายปี ด้วยการหลอก Help Desk
    อาชญากรไซเบอร์ใช้การโทรหลอกพนักงาน Help Desk เพื่อรีเซ็ตรหัสผ่านและเปลี่ยนบัญชีรับเงินเดือนของพนักงานแบบเงียบ ๆ ทำให้เงินเดือนถูกโอนออกโดยไม่รู้ตัว
    https://www.techradar.com/pro/security/watch-out-hackers-are-coming-after-your-christmas-bonus-as-paychecks-come-under-threat

    Chrome Split View—ฟีเจอร์ใหม่ที่ทำให้การเปิดสองแท็บง่ายขึ้นมาก
    Chrome เพิ่มฟีเจอร์ Split View ให้เปิดสองแท็บเคียงกันในหน้าต่างเดียว เหมาะกับคนที่ต้องเทียบข้อมูลบ่อย ๆ และช่วยลดความวุ่นวายของแท็บจำนวนมาก
    https://www.techradar.com/computing/chrome/split-view-tabs-in-chrome-are-a-game-changer-i-cant-believe-i-wasnt-using-this-before

    React2Shell ช่องโหว่ร้ายแรงกำลังถูกโจมตีหนัก
    ช่องโหว่ React2Shell (คะแนน 10/10) ถูกใช้โจมตีหลายร้อยระบบทั่วโลก โดยกลุ่มจากจีนและเกาหลีเหนือ ทั้งเพื่อวางมัลแวร์ ขุดคริปโต และสอดแนมองค์กร
    https://www.techradar.com/pro/security/react2shell-exploitation-continues-to-escalate-posing-significant-risk

    บริษัทแห่จ้าง AI Specialist แทน Data Engineer—ปัญหาใหญ่ที่กำลังก่อตัว
    ข้อมูลใหม่เผยว่าบริษัทในสหรัฐจ้างงานด้าน AI มากกว่างานด้านข้อมูลเกือบ 50% ทั้งที่ AI จะทำงานไม่ได้เลยหากข้อมูลไม่พร้อม ทำให้หลายโปรเจกต์เสี่ยงล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
    https://www.techradar.com/pro/businesses-are-hiring-ai-specialists-instead-of-data-engineers-and-its-a-big-problem

    Cisco ถูกโจมตีด้วย Zero‑Day บนระบบอีเมล
    ช่องโหว่ร้ายแรงใน Cisco Secure Email ถูกใช้โดยกลุ่มที่เชื่อมโยงกับจีนเพื่อวาง backdoor และเครื่องมือเจาะระบบ ทำให้หน่วยงานรัฐต้องเร่งอุดช่องโหว่ก่อนเส้นตาย
    https://www.techradar.com/pro/security/cisco-email-security-products-actively-targeted-in-zero-day-campaign

    รีวิว Checkr ระบบตรวจประวัติผู้สมัครงานแบบอัตโนมัติ
    Checkr เป็นแพลตฟอร์มตรวจประวัติที่เน้นความเร็วและการทำงานอัตโนมัติ เหมาะกับองค์กรที่ต้องคัดคนจำนวนมาก แม้จะไม่เหมาะกับอุตสาหกรรมที่มีกฎระเบียบเข้มงวด
    https://www.techradar.com/pro/checkr-review
    📌📡🔴 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🔴📡📌 #รวมข่าวIT #20251221 #TechRadar 🧠🚚 AI ช่วยลดอุบัติเหตุและเพิ่มประสิทธิภาพงานภาคสนาม AI กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของงานปฏิบัติการภาคสนาม โดยช่วยตรวจจับพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่แบบเรียลไทม์ ลดอุบัติเหตุ เพิ่มประสิทธิภาพ และปิดช่องว่างข้อมูลที่เคยทำให้การตัดสินใจล่าช้า ทั้งยังช่วยให้การโค้ชคนขับทำได้เร็วขึ้นและแม่นยำขึ้น ทำให้องค์กรมีความปลอดภัยและความพร้อมเชิงปฏิบัติการสูงกว่าเดิม 🔗 https://www.techradar.com/pro/how-ai-is-preventing-collisions-driving-productivity-and-transforming-physical-operations 📱✨ iPhone พับได้ยังไม่ไร้รอยพับ เพราะ Apple ยังแก้ “ความท้าทายทางเทคนิค” ไม่สำเร็จ ข่าวลือใหม่เผยว่า iPhone แบบพับได้ของ Apple ยังติดปัญหาเรื่องการทำให้หน้าจอ “ไร้รอยพับจริง ๆ” แม้จะทดลองกระจก UFG หลายแบบแล้วก็ตาม ทำให้กำหนดเปิดตัวในปี 2026 ยังต้องลุ้นต่อไปว่า Apple จะทำสำเร็จหรือไม่ 🔗 https://www.techradar.com/phones/iphone/apple-is-rumored-to-still-be-facing-technical-challenges-in-producing-its-crease-free-foldable-iphone 📊🔍 ช่องว่างลับระหว่าง “ข้อมูล” กับ “การตัดสินใจ” ในยุค AI หลายองค์กรลงทุนจัดระเบียบข้อมูลอย่างหนัก แต่กลับไม่สามารถเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ เพราะขาดสถาปัตยกรรม ระบบ และทักษะด้านข้อมูลที่เชื่อมโยงไปสู่การใช้งานจริง ทำให้ AI ไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ตามที่คาดหวัง 🔗 https://www.techradar.com/pro/bridging-the-hidden-gap-between-data-and-decisions-in-the-age-of-ai 💾📦 เจาะลึกตลาด HDD ยุคใหม่—จาก 8TB เป็นมาตรฐาน ไปจนถึงรุ่น 30TB+ การสำรวจ HDD จำนวน 167 รุ่นเผยให้เห็นว่าตลาดฮาร์ดดิสก์ยังคงสำคัญ โดยเฉพาะในงานดาต้าเซ็นเตอร์และ NAS ที่ต้องการความจุสูง ราคาคุ้มค่า และความทนทาน แม้ SSD จะครองตลาดผู้ใช้ทั่วไปไปแล้วก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/pro/i-compiled-a-list-of-167-hard-disk-drives-worth-buying-here-are-six-things-i-found-out 📱⚙️ Samsung Galaxy Z Flip 8 อาจใช้ชิป Exynos 2600 ข่าวหลุดใหม่ชี้ว่า Z Flip 8 อาจหันมาใช้ชิป Exynos 2600 แบบเต็มตัว ซึ่งเป็นชิป 2nm รุ่นแรกของ Samsung ที่เน้นประสิทธิภาพและพลังงานดีขึ้น แม้ Snapdragon ยังถูกมองว่าแรงกว่าในหลายงานก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/phones/samsung-galaxy-phones/a-new-samsung-galaxy-z-flip-8-leak-may-have-revealed-the-chipset-its-going-to-run-on 🤖➡️📱 การเปลี่ยนจาก Google Assistant ไป Gemini ถูกเลื่อนเป็นปีหน้า Google ประกาศเลื่อนการเปลี่ยนผู้ช่วยบน Android จาก Assistant ไป Gemini ออกไปถึงปี 2026 เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านราบรื่นขึ้น โดยสุดท้าย Assistant จะถูกยกเลิกใช้งานทั้งหมด 🔗 https://www.techradar.com/phones/android/the-switch-from-google-assistant-to-gemini-on-android-devices-has-been-pushed-back-to-next-year 🖥️✈️ รีวิว MSI Pro MP165 E6 จอพกพางานดี ราคาประหยัด จอพกพาน้ำหนักเบา ใช้งานง่ายด้วยสาย USB‑C เส้นเดียว เหมาะกับคนทำงานที่ต้องการพื้นที่หน้าจอเพิ่มระหว่างเดินทาง แม้สเปกจะไม่หวือหวา แต่คุ้มค่ามากในงบไม่ถึง $100 🔗 https://www.techradar.com/pro/msi-pro-mp165-e6-portable-monitor-review 🛡️🔥 5 วิธีเสริมความแกร่งหลังเหตุการณ์ระบบล่ม องค์กรจำนวนมากทำแค่ “ปิดงานเอกสารหลังเหตุการณ์” แต่ความยืดหยุ่นจริงเกิดจากการมองเห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดในระบบ การควบคุมการแก้ไขฉุกเฉิน และการสร้างวัฒนธรรมที่เน้นความโปร่งใสของข้อมูล 🔗 https://www.techradar.com/pro/five-post-incident-improvements-that-actually-strengthen-resilience 😴🎧 ทดสอบหูฟัง SomniPods 3—บางที่สุด พร้อมสถิติที่น่าสนใจ ผู้เขียนทดลองใช้หูฟังตัดเสียงรบกวนสำหรับนอนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ พบว่ามีฟีเจอร์ดีและบางมากจนใส่นอนได้สบาย แต่ยังมีจุดที่ต้องพัฒนา ทั้งยังต้องใช้คู่กับแอป Fitnexa เพื่อปลดล็อกฟีเจอร์เต็ม 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/sleep/i-used-the-thinnest-noise-cancelling-sleep-earbuds-for-two-weeks-and-it-had-one-fascinating-statistic 🧩🕵️ Claude บน Chrome—สะดวกมาก แต่ชวนให้รู้สึกถูกจับตามอง ส่วนขยาย Claude ใหม่สามารถเข้าถึงแท็บ ประวัติ และไฟล์ของผู้ใช้เพื่อช่วยทำงานอัตโนมัติได้อย่างทรงพลัง แต่ก็สร้างความรู้สึก “ระแวง” เพราะต้องให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลจำนวนมาก 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/claude/i-tried-the-new-claude-in-chrome-extension-and-it-delivered-convenience-with-a-side-of-digital-paranoia 🔐📱 Soverli สตาร์ทอัพสวิสสร้างเลเยอร์ OS ปลอดภัยที่สุดบนมือถือ Soverli พัฒนาเลเยอร์ระบบปฏิบัติการที่ทำงานคู่กับ Android/iOS เพื่อให้ยังใช้งานได้แม้ระบบหลักถูกโจมตี เหมาะกับงานภาครัฐ หน่วยกู้ภัย และองค์กรที่ต้องการความปลอดภัยระดับสูง 🔗 https://www.techradar.com/pro/this-intriguing-startup-wants-to-create-the-worlds-most-secure-smartphones-and-its-doing-it-proton-style 🖥️📡 มาตรฐานบัส HP อายุ 53 ปี ได้ไดรเวอร์ Linux แล้ว GPIB มาตรฐานเก่าแก่จากปี 1972 ได้รับไดรเวอร์เสถียรใน Linux 6.19 ทำให้อุปกรณ์ห้องแล็บรุ่นเก่าสามารถใช้งานกับระบบสมัยใหม่ได้อย่างราบรื่นอีกครั้ง 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/better-late-than-never-53-year-old-hp-bus-standard-finally-gets-a-linux-driver-boasting-8mb-s-bandwidth 💸🎄 แฮ็กเกอร์ล่าค่าจ้างปลายปี ด้วยการหลอก Help Desk อาชญากรไซเบอร์ใช้การโทรหลอกพนักงาน Help Desk เพื่อรีเซ็ตรหัสผ่านและเปลี่ยนบัญชีรับเงินเดือนของพนักงานแบบเงียบ ๆ ทำให้เงินเดือนถูกโอนออกโดยไม่รู้ตัว 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/watch-out-hackers-are-coming-after-your-christmas-bonus-as-paychecks-come-under-threat 🖥️🪟 Chrome Split View—ฟีเจอร์ใหม่ที่ทำให้การเปิดสองแท็บง่ายขึ้นมาก Chrome เพิ่มฟีเจอร์ Split View ให้เปิดสองแท็บเคียงกันในหน้าต่างเดียว เหมาะกับคนที่ต้องเทียบข้อมูลบ่อย ๆ และช่วยลดความวุ่นวายของแท็บจำนวนมาก 🔗 https://www.techradar.com/computing/chrome/split-view-tabs-in-chrome-are-a-game-changer-i-cant-believe-i-wasnt-using-this-before ⚠️💥 React2Shell ช่องโหว่ร้ายแรงกำลังถูกโจมตีหนัก ช่องโหว่ React2Shell (คะแนน 10/10) ถูกใช้โจมตีหลายร้อยระบบทั่วโลก โดยกลุ่มจากจีนและเกาหลีเหนือ ทั้งเพื่อวางมัลแวร์ ขุดคริปโต และสอดแนมองค์กร 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/react2shell-exploitation-continues-to-escalate-posing-significant-risk 🤖👷 บริษัทแห่จ้าง AI Specialist แทน Data Engineer—ปัญหาใหญ่ที่กำลังก่อตัว ข้อมูลใหม่เผยว่าบริษัทในสหรัฐจ้างงานด้าน AI มากกว่างานด้านข้อมูลเกือบ 50% ทั้งที่ AI จะทำงานไม่ได้เลยหากข้อมูลไม่พร้อม ทำให้หลายโปรเจกต์เสี่ยงล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่เริ่ม 🔗 https://www.techradar.com/pro/businesses-are-hiring-ai-specialists-instead-of-data-engineers-and-its-a-big-problem 📧🔓 Cisco ถูกโจมตีด้วย Zero‑Day บนระบบอีเมล ช่องโหว่ร้ายแรงใน Cisco Secure Email ถูกใช้โดยกลุ่มที่เชื่อมโยงกับจีนเพื่อวาง backdoor และเครื่องมือเจาะระบบ ทำให้หน่วยงานรัฐต้องเร่งอุดช่องโหว่ก่อนเส้นตาย 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/cisco-email-security-products-actively-targeted-in-zero-day-campaign 🧩👤 รีวิว Checkr ระบบตรวจประวัติผู้สมัครงานแบบอัตโนมัติ Checkr เป็นแพลตฟอร์มตรวจประวัติที่เน้นความเร็วและการทำงานอัตโนมัติ เหมาะกับองค์กรที่ต้องคัดคนจำนวนมาก แม้จะไม่เหมาะกับอุตสาหกรรมที่มีกฎระเบียบเข้มงวด 🔗 https://www.techradar.com/pro/checkr-review
    0 Comments 0 Shares 837 Views 0 Reviews
More Results