• “ศาลอาญา” มีคำพิพากษาให้จำคุกอดีตผู้บริหาร GGC และกรรมการบริษัทคู่ค้าในคดีฉ้อโกงและละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์ หลังตรวจพบสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบหายไปจากระบบ มูลค่ากว่า 2,157 ล้านบาทนายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่าตามที่บริษัทฯ ได้แจ้งความร้องทุกข์อดีตผู้บริหารและคู่ค้าที่เกี่ยวข้องกับพวก ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ในไตรมาส 3/2561 รวมทั้งสิ้น 8คดี ปัจจุบันคดีอยู่ในขั้นพนักงานสอบสวน 4 คดี อยู่ในชั้นพนักงานอัยการ 1 คดี และอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอีก 3 คดี นั้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.1926/2565 ว่า จำเลยบางคนมีความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา และ/หรือ ความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกอดีตผู้บริหารของบริษัทฯจำนวน 1 คน เป็นระยะเวลา 2 ปี และให้นับโทษต่อจากคคีอาญาหมายเลขดำที่ อ.600/2565 อีกทั้งพิพากษาลงโทษจำคุกอดีตผู้บริหารของบริษัทฯ อีก 1 คน เป็นระยะเวลา 2 ปี และจำคุกกรรมการบริษัทคู่ค้า 1 คน เป็นระยะเวลา 1 ปี 4 เดือน พร้อมให้นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.600/2565
    “ศาลอาญา” มีคำพิพากษาให้จำคุกอดีตผู้บริหาร GGC และกรรมการบริษัทคู่ค้าในคดีฉ้อโกงและละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์ หลังตรวจพบสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบหายไปจากระบบ มูลค่ากว่า 2,157 ล้านบาทนายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่าตามที่บริษัทฯ ได้แจ้งความร้องทุกข์อดีตผู้บริหารและคู่ค้าที่เกี่ยวข้องกับพวก ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ในไตรมาส 3/2561 รวมทั้งสิ้น 8คดี ปัจจุบันคดีอยู่ในขั้นพนักงานสอบสวน 4 คดี อยู่ในชั้นพนักงานอัยการ 1 คดี และอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอีก 3 คดี นั้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.1926/2565 ว่า จำเลยบางคนมีความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา และ/หรือ ความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกอดีตผู้บริหารของบริษัทฯจำนวน 1 คน เป็นระยะเวลา 2 ปี และให้นับโทษต่อจากคคีอาญาหมายเลขดำที่ อ.600/2565 อีกทั้งพิพากษาลงโทษจำคุกอดีตผู้บริหารของบริษัทฯ อีก 1 คน เป็นระยะเวลา 2 ปี และจำคุกกรรมการบริษัทคู่ค้า 1 คน เป็นระยะเวลา 1 ปี 4 เดือน พร้อมให้นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.600/2565
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 104 Views 0 Reviews
  • คุณธีรนันท์ อดีตกรรมการผู้จัดการKBank ให้ความเห็นเรื่องการโอนหนี้ปชช.ให้ธนาคารรับไปได้อย่างแสบสันต์
    คุณธีรนันท์ อดีตกรรมการผู้จัดการKBank ให้ความเห็นเรื่องการโอนหนี้ปชช.ให้ธนาคารรับไปได้อย่างแสบสันต์
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 178 Views 0 Reviews
  • ปปส. จับนักร้องนำ I-ZAX “แซ็ก-วัชรพล ปานพุ่ม” แกนนำขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ 🌐⚖️

    ปลุกกระแสวงการเพลงร็อกไทยให้สั่นสะเทือน! ข่าวใหญ่ที่ทุกคนไม่คาดคิด นักร้องนำวงร็อกระดับตำนาน “แซ็ก-วัชรพล ปานพุ่ม” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “แซ็ก I-ZAX” ถูกจับในคดีค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยสำนักงาน ป.ป.ส. บุกค้นและยึดของกลาง ยาเสพติดจำนวนมหาศาลที่บ้านพัก สร้างความตกตะลึงให้แฟนเพลง และวงการบันเทิงไทยอีกครั้ง 😱🎤

    📌 จุดเริ่มต้นของการจับกุม ที่สั่นสะเทือนวงการ หน่วยงานความมั่นคงจีน ได้จับกุมคนไทย ที่ลักลอบขนยาเสพติด เข้าไปในประเทศจีน และได้ประสานข้อมูลกับสำนักงาน ป.ป.ส. ไทย อย่างรวดเร็ว ข้อมูลที่ได้ กลายเป็นกุญแจสำคัญ ในการขยายผลสืบสวน จนพบเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ ที่มีแกนนำเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ในวงการบันเทิงไทย

    เมื่อข้อมูลจากจีนถึงมือ ป.ป.ส. ไทย เจ้าหน้าที่จึงเริ่มดำเนินการสืบสวนขยายผล ในเครือข่ายผู้ซื้อ-ผู้ขายผ่านช่องทางออนไลน์ 📱💻 กระทั่งพบเบาะแสที่นำไปสู่การจับกุม “แซ็ก-วัชรพล ปานพุ่ม” ขณะที่แซ็กทำการติดต่อซื้อยาเสพติด ในจังหวะที่เจ้าหน้าที่จับกุมผู้จัดการดารา โดยพบว่าแซ็กมีพฤติกรรมเกี่ยวข้อง กับการค้ายาอย่างต่อเนื่อง และเป็นขาประจำในวงการนี้มานานแล้ว

    🚨 ภารกิจบุกค้นจับกุม! พบของกลางยาเสพติดเพียบ ป.ป.ส. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของ “แซ็ก I-ZAX” และตรวจยึดของกลาง เป็นยาเสพติดหลายประเภท ทั้ง

    - ยาบ้า
    - ไอซ์ เมทแอมเฟตามีน พิ้งค์โกลด์ สีทอง
    - เอ็กซ์ตาซี
    - เคตามีน
    - MDMA

    รวมไปถึงอุปกรณ์เสพ และชั่งตวงวัดน้ำหนักยา ที่บ่งชี้ถึงการกระจายสินค้า ในระดับแกนนำหัวจ่าย ของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ 🚔📦

    การค้นพบครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ชื่อของ “แซ็ก I-ZAX” ติดอันดับข่าวหน้าหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายผล เพื่อจับกุมศิลปิน และดาราในวงการบันเทิง ที่เกี่ยวข้องกับการเสพ และค้ายาอีกหลายราย 🎭💊

    🎸 จากตำนานวงร็อก สู่ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เส้นทางศิลปินของ I-ZAX วงดนตรีขวัญใจวัยรุ่นยุค 2000 ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2545 ในนาม ไอ-แซ็ก (I-ZAX)

    สมาชิกดั้งเดิม 5 คน ได้แก่
    - พัชรพล ปานพุ่ม หรือแซ็ก นักร้องนำ
    - พงศภัค ทองเจริญ หรือเพชร มือกีตาร์
    - ชัชวาล พูลผล หรือชัช มือเบส
    - จาตุรงค์ เนื่องจำนงค์ หรือจา มือกลอง
    - คำรณ เต่าทอง หรือยา มือคีย์บอร์ด

    มีผลงานอัลบั้มดัง เช่น
    🎶 คนรักกัน (2545)
    🎶 ใจถึงใจ (2547)
    🎶 Tag Team (2549)

    เพลงฮิตระดับชาติอย่าง "ดอกไม้กับหัวใจ", "ปวดใจ" และ "เขียนใจให้เป็นเพลง" เคยทำให้ “แซ็ก” กลายเป็นขวัญใจแฟนเพลงทั่วประเทศ

    🕵️‍♂️ ความจริงอีกด้าน ที่ซ่อนอยู่หลังไมค์ หลังจากห่างหายไปจากวงการเพลง เนื่องจากอาการป่วยไทรอยด์เป็นพิษ แซ็กได้กลับมาร่วมรายการ The Mask Mirror ในปี 2562 ใต้หน้ากาก “น้ำพริกหมู” พร้อมเล่าประสบการณ์ ที่ทุกข์ทรมานจากโรคร้าย จนแฟนเพลงหลายคน ต่างสงสารและเห็นใจ ❤️‍🩹

    แต่เบื้องหลังชีวิตใหม่ ที่ดูเหมือนจะสดใส กลับมีความลับมืดดำซ่อนอยู่! จากการสืบสวนพบว่า แซ็กกลับเข้าไปพัวพัน กับเครือข่ายยาเสพติดอีกครั้ง และในฐานะ “แกนนำระดับหัวจ่าย” ซึ่งมีเครือข่ายลูกค้ามากมาย รวมถึงศิลปิน และดาราในวงการบันเทิงด้วย 💼💸

    ⚖️ ผลกระทบต่อวงการบันเทิง และดนตรีไทย การจับกุมแซ็กในครั้งนี้ ไม่เพียงทำให้วงการเพลงสะเทือนเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนแรง ถึงวงการบันเทิงไทยว่า ยาเสพติดยังคงเป็นภัยร้าย ที่แฝงตัวในทุกแวดวงสังคม 🚫💉

    ป.ป.ส. เตรียมขยายผลการจับกุม ไปยังเครือข่ายดารา-ศิลปิน ที่เกี่ยวข้องกับแซ็ก I-ZAX อย่างละเอียด และจะมีการออกหมายจับเพิ่มเติม ในเร็ววันนี้

    📢 ยาเสพติดไม่เพียงแต่ ทำลายชีวิตของผู้ใช้เท่านั้น แต่ยังทำลายอนาคต สังคม และครอบครัวอีกด้วย ❌🧬 โทษจำคุกสูงสุดถึง โทษประหารชีวิต การครอบครองยาเสพติดประเภท 1 เช่น ไอซ์, เฮโรอีน, MDMA การจำหน่ายหรือผลิต มีโทษหนักทั้งจำคุกตลอดชีวิต และโทษปรับมหาศาล

    การเลือกเดินทางผิดของแซ็ก I-ZAX ถือเป็นกรณีศึกษาเตือนใจทุกคน ที่อาจหลงผิดในเส้นทางอันตรายนี้ 🛑

    🛡️ สรุปบทเรียนจากคดี “แซ็ก I-ZAX” เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
    ✅ ไม่มีใครหนีพ้นความยุติธรรม
    ✅ ชื่อเสียงและความสำเร็จ ไม่ได้ช่วยปกป้องจากผลของการกระทำผิด
    ✅ วงการบันเทิงควรมีการตรวจสอบภายใน และให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต และจริยธรรมของศิลปิน

    ✍️ การจับกุม “แซ็ก-วัชรพล ปานพุ่ม” ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สะท้อนปัญหาลึก ในสังคมบันเทิงไทย วง I-ZAX ที่เคยเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ กลับกลายเป็นข่าวฉาวระดับชาติ สังคมจึงควรตระหนัก และร่วมมือกันต่อต้านยาเสพติดในทุกมิติ 🚫🕊️

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 181605 มี.ค. 2568

    📌 #แซ็กIZAX #ค้ายาเสพติด #ปปสจับแซ็ก #ข่าวดารา #ข่าวดังวันนี้ #IZAXวงร็อก #ข่าววงการเพลง #ยาเสพติดข้ามชาติ #ข่าวด่วนไทย #จับกุมนักร้องดัง
    ปปส. จับนักร้องนำ I-ZAX “แซ็ก-วัชรพล ปานพุ่ม” แกนนำขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ 🌐⚖️ ปลุกกระแสวงการเพลงร็อกไทยให้สั่นสะเทือน! ข่าวใหญ่ที่ทุกคนไม่คาดคิด นักร้องนำวงร็อกระดับตำนาน “แซ็ก-วัชรพล ปานพุ่ม” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “แซ็ก I-ZAX” ถูกจับในคดีค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยสำนักงาน ป.ป.ส. บุกค้นและยึดของกลาง ยาเสพติดจำนวนมหาศาลที่บ้านพัก สร้างความตกตะลึงให้แฟนเพลง และวงการบันเทิงไทยอีกครั้ง 😱🎤 📌 จุดเริ่มต้นของการจับกุม ที่สั่นสะเทือนวงการ หน่วยงานความมั่นคงจีน ได้จับกุมคนไทย ที่ลักลอบขนยาเสพติด เข้าไปในประเทศจีน และได้ประสานข้อมูลกับสำนักงาน ป.ป.ส. ไทย อย่างรวดเร็ว ข้อมูลที่ได้ กลายเป็นกุญแจสำคัญ ในการขยายผลสืบสวน จนพบเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ ที่มีแกนนำเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ในวงการบันเทิงไทย เมื่อข้อมูลจากจีนถึงมือ ป.ป.ส. ไทย เจ้าหน้าที่จึงเริ่มดำเนินการสืบสวนขยายผล ในเครือข่ายผู้ซื้อ-ผู้ขายผ่านช่องทางออนไลน์ 📱💻 กระทั่งพบเบาะแสที่นำไปสู่การจับกุม “แซ็ก-วัชรพล ปานพุ่ม” ขณะที่แซ็กทำการติดต่อซื้อยาเสพติด ในจังหวะที่เจ้าหน้าที่จับกุมผู้จัดการดารา โดยพบว่าแซ็กมีพฤติกรรมเกี่ยวข้อง กับการค้ายาอย่างต่อเนื่อง และเป็นขาประจำในวงการนี้มานานแล้ว 🚨 ภารกิจบุกค้นจับกุม! พบของกลางยาเสพติดเพียบ ป.ป.ส. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของ “แซ็ก I-ZAX” และตรวจยึดของกลาง เป็นยาเสพติดหลายประเภท ทั้ง - ยาบ้า - ไอซ์ เมทแอมเฟตามีน พิ้งค์โกลด์ สีทอง - เอ็กซ์ตาซี - เคตามีน - MDMA รวมไปถึงอุปกรณ์เสพ และชั่งตวงวัดน้ำหนักยา ที่บ่งชี้ถึงการกระจายสินค้า ในระดับแกนนำหัวจ่าย ของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ 🚔📦 การค้นพบครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ชื่อของ “แซ็ก I-ZAX” ติดอันดับข่าวหน้าหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายผล เพื่อจับกุมศิลปิน และดาราในวงการบันเทิง ที่เกี่ยวข้องกับการเสพ และค้ายาอีกหลายราย 🎭💊 🎸 จากตำนานวงร็อก สู่ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เส้นทางศิลปินของ I-ZAX วงดนตรีขวัญใจวัยรุ่นยุค 2000 ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2545 ในนาม ไอ-แซ็ก (I-ZAX) สมาชิกดั้งเดิม 5 คน ได้แก่ - พัชรพล ปานพุ่ม หรือแซ็ก นักร้องนำ - พงศภัค ทองเจริญ หรือเพชร มือกีตาร์ - ชัชวาล พูลผล หรือชัช มือเบส - จาตุรงค์ เนื่องจำนงค์ หรือจา มือกลอง - คำรณ เต่าทอง หรือยา มือคีย์บอร์ด มีผลงานอัลบั้มดัง เช่น 🎶 คนรักกัน (2545) 🎶 ใจถึงใจ (2547) 🎶 Tag Team (2549) เพลงฮิตระดับชาติอย่าง "ดอกไม้กับหัวใจ", "ปวดใจ" และ "เขียนใจให้เป็นเพลง" เคยทำให้ “แซ็ก” กลายเป็นขวัญใจแฟนเพลงทั่วประเทศ 🕵️‍♂️ ความจริงอีกด้าน ที่ซ่อนอยู่หลังไมค์ หลังจากห่างหายไปจากวงการเพลง เนื่องจากอาการป่วยไทรอยด์เป็นพิษ แซ็กได้กลับมาร่วมรายการ The Mask Mirror ในปี 2562 ใต้หน้ากาก “น้ำพริกหมู” พร้อมเล่าประสบการณ์ ที่ทุกข์ทรมานจากโรคร้าย จนแฟนเพลงหลายคน ต่างสงสารและเห็นใจ ❤️‍🩹 แต่เบื้องหลังชีวิตใหม่ ที่ดูเหมือนจะสดใส กลับมีความลับมืดดำซ่อนอยู่! จากการสืบสวนพบว่า แซ็กกลับเข้าไปพัวพัน กับเครือข่ายยาเสพติดอีกครั้ง และในฐานะ “แกนนำระดับหัวจ่าย” ซึ่งมีเครือข่ายลูกค้ามากมาย รวมถึงศิลปิน และดาราในวงการบันเทิงด้วย 💼💸 ⚖️ ผลกระทบต่อวงการบันเทิง และดนตรีไทย การจับกุมแซ็กในครั้งนี้ ไม่เพียงทำให้วงการเพลงสะเทือนเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนแรง ถึงวงการบันเทิงไทยว่า ยาเสพติดยังคงเป็นภัยร้าย ที่แฝงตัวในทุกแวดวงสังคม 🚫💉 ป.ป.ส. เตรียมขยายผลการจับกุม ไปยังเครือข่ายดารา-ศิลปิน ที่เกี่ยวข้องกับแซ็ก I-ZAX อย่างละเอียด และจะมีการออกหมายจับเพิ่มเติม ในเร็ววันนี้ 📢 ยาเสพติดไม่เพียงแต่ ทำลายชีวิตของผู้ใช้เท่านั้น แต่ยังทำลายอนาคต สังคม และครอบครัวอีกด้วย ❌🧬 โทษจำคุกสูงสุดถึง โทษประหารชีวิต การครอบครองยาเสพติดประเภท 1 เช่น ไอซ์, เฮโรอีน, MDMA การจำหน่ายหรือผลิต มีโทษหนักทั้งจำคุกตลอดชีวิต และโทษปรับมหาศาล การเลือกเดินทางผิดของแซ็ก I-ZAX ถือเป็นกรณีศึกษาเตือนใจทุกคน ที่อาจหลงผิดในเส้นทางอันตรายนี้ 🛑 🛡️ สรุปบทเรียนจากคดี “แซ็ก I-ZAX” เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ✅ ไม่มีใครหนีพ้นความยุติธรรม ✅ ชื่อเสียงและความสำเร็จ ไม่ได้ช่วยปกป้องจากผลของการกระทำผิด ✅ วงการบันเทิงควรมีการตรวจสอบภายใน และให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต และจริยธรรมของศิลปิน ✍️ การจับกุม “แซ็ก-วัชรพล ปานพุ่ม” ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สะท้อนปัญหาลึก ในสังคมบันเทิงไทย วง I-ZAX ที่เคยเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ กลับกลายเป็นข่าวฉาวระดับชาติ สังคมจึงควรตระหนัก และร่วมมือกันต่อต้านยาเสพติดในทุกมิติ 🚫🕊️ ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 181605 มี.ค. 2568 📌 #แซ็กIZAX #ค้ายาเสพติด #ปปสจับแซ็ก #ข่าวดารา #ข่าวดังวันนี้ #IZAXวงร็อก #ข่าววงการเพลง #ยาเสพติดข้ามชาติ #ข่าวด่วนไทย #จับกุมนักร้องดัง
    0 Comments 0 Shares 618 Views 0 Reviews
  • "สนธิ" เผย ตร.ชุดทำคดีแตงโม ปฏิเสธ หลังดีเอสไอเชิญสอบ อ้างไม่มีอำนาจ แนะ ดีเอสไอยังไม่รื้อคดี แค่สอบสำนวนไหนที่บอกพร้อง คาดอาจโดน ม.157

    นายสนธิ ลิ้มทองกุล สื่อมวลชนอาวุโส ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องของคดีกังวลมีความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ว่า สำหรับเรื่องนี้มีความคืบหน้าแต่ในเรื่องของรายละเอียด ตนไม่รู้คนที่รู้ดีที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ดีที่สุดคืออาจารย์ปานเทพ เพราะว่าตนไม่ได้เข้าไปยุ่งเรื่องนี้ตนทำหน้าที่เป็นเพียงแค่แบ็คให้เขา ในกรณีที่เขาถูกแรงกดดันมากแล้วเขารับไม่ไหว แล้วตนจะยื่นมือเข้าไป ส่วนข้อเท็จจริงลึกลึกแล้วอย่าไปเข้าใจผิดตนไม่รู้เรื่องนี้เลยเพราะว่าตนให้เกียรติเขา หากตนเรียกเขามาถามมันก็จะไม่ดี ตนรู้แต่เพียงว่า ดีเอสไอเขาทำไว้เยอะแล้ว เขาคงจะมีอะไรหลายหลายอย่างเท่าที่ตนสังเกต แต่ว่าทางดีเอสไอเขาไม่พูดเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นตนจึงคิดว่าควรจะเย็นไว้ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านได้ยืนยันว่าท่านไม่ทิ้งเรื่องแตงโม ถ้าไปให้สุดซอยก็คือต้องไปสุดซอย คนที่มีปัญหาคือ พวกทีมงานตำรวจโดยเฉพาะทีมงานตำรวจภูธรภาค 1 ที่ทำคดีนี้ตั้งแต่ต้น ถึงกับปฏิเสธเรียกตัว ซึ่งทางดีเอสไอได้เชิญตัวมาให้ปากคำ แต่เขาบอกว่าดีเอสไอมีอำนาจ มันก็คงจะมีความขัดแย้งในลักษณะนี้ไปเรื่อยๆ

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/crime/detail/9680000025369

    #MGROnline #สนธิลิ้มทองกุล #ดีเอสไอ #ตำรวจภูธรภาค1
    "สนธิ" เผย ตร.ชุดทำคดีแตงโม ปฏิเสธ หลังดีเอสไอเชิญสอบ อ้างไม่มีอำนาจ แนะ ดีเอสไอยังไม่รื้อคดี แค่สอบสำนวนไหนที่บอกพร้อง คาดอาจโดน ม.157 • นายสนธิ ลิ้มทองกุล สื่อมวลชนอาวุโส ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องของคดีกังวลมีความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ว่า สำหรับเรื่องนี้มีความคืบหน้าแต่ในเรื่องของรายละเอียด ตนไม่รู้คนที่รู้ดีที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ดีที่สุดคืออาจารย์ปานเทพ เพราะว่าตนไม่ได้เข้าไปยุ่งเรื่องนี้ตนทำหน้าที่เป็นเพียงแค่แบ็คให้เขา ในกรณีที่เขาถูกแรงกดดันมากแล้วเขารับไม่ไหว แล้วตนจะยื่นมือเข้าไป ส่วนข้อเท็จจริงลึกลึกแล้วอย่าไปเข้าใจผิดตนไม่รู้เรื่องนี้เลยเพราะว่าตนให้เกียรติเขา หากตนเรียกเขามาถามมันก็จะไม่ดี ตนรู้แต่เพียงว่า ดีเอสไอเขาทำไว้เยอะแล้ว เขาคงจะมีอะไรหลายหลายอย่างเท่าที่ตนสังเกต แต่ว่าทางดีเอสไอเขาไม่พูดเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นตนจึงคิดว่าควรจะเย็นไว้ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านได้ยืนยันว่าท่านไม่ทิ้งเรื่องแตงโม ถ้าไปให้สุดซอยก็คือต้องไปสุดซอย คนที่มีปัญหาคือ พวกทีมงานตำรวจโดยเฉพาะทีมงานตำรวจภูธรภาค 1 ที่ทำคดีนี้ตั้งแต่ต้น ถึงกับปฏิเสธเรียกตัว ซึ่งทางดีเอสไอได้เชิญตัวมาให้ปากคำ แต่เขาบอกว่าดีเอสไอมีอำนาจ มันก็คงจะมีความขัดแย้งในลักษณะนี้ไปเรื่อยๆ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/crime/detail/9680000025369 • #MGROnline #สนธิลิ้มทองกุล #ดีเอสไอ #ตำรวจภูธรภาค1
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 424 Views 0 Reviews
  • มีการขุดภาพถ่าย “คิมแซรน” ขณะยืนรอลิฟท์อยู่กับชายคนหนึ่ง เมื่อปี 2017 โดยชาวเน็ตต่างเชื่อว่าชายคนนั้นคือ “คิมซูฮยอน”

    มีการขุดภาพถ่ายจากอินสตาแกรมที่ชื่อว่า sae_ron_daily นำมาแชร์ว่อนเน็ตกันอีกครั้ง โดยเป็นภาพที่ คิมแซรน ยืนอยู่หน้าลิฟท์ในชุดเสื่อคลุมกันหนาวสีดำ ขณะที่ชายที่ยืนด้านข้างใส่เสื่อคลุมกันหนาวสีแดง โดยดูจากลักษณะต่างพากันคาดว่าคนในภาพคือ คิมซูฮยอน แม้ว่าศีรษะของเขาจะก้มหลบและพิงอยู่กับกำแพง จนยากจะระบุตัวตน แต่หลายๆคนก็มีความเห็นตรงกันว่า

    “เห็นแค่หู กับรูปทรงหัวของเขา คนที่เป็นแฟนคลับ คิมซูฮยอน เห็นปุ๊บรู้ปั๊บทันที”

    อย่างไรก็ตามชาวเน็ตบางส่วนยังลังเล โดยแสดงความเห็นว่า “ตอนนั้น แซรน ยังมักจะไปไหนมาไหนกับแม่ ไม่ได้ไปกับผู้จัดการ มันดูเหมือนจะเป็นเขานะ แต่มันก็มีโอกาสได้ว่าอาจจะไม่ใช่”

    รูปภาพดังกล่าวถูกโพสต์ลงในอินสตาแกรมของแฟนคลับที่สร้างขึ้นเพื่อติดตาม คิมแซรน ทำให้เชื่อว่า แฟนคลับของนักแสดงสาวน่าจะรู้เรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่มานานตั้งแต่ก่อนเป็นข่าวฉาวแล้ว และภาพดังกล่าวถูกโพสต์มานานตั้งแต่ปี 2017

    จึงเป็นการตอกย้ำข่าวที่ คิมซูฮยอน น่าจะคบหากับ คิมแซรน ที่เด็กกว่าเขา 12 ปี ตั้งแต่เธอยังเป็นผู้เยาว์ ตามที่ คิมแซรน เคยระบุว่า คบกันตั้งแต่ปี 2015 - 2021 ไม่ใช่เริ่มคบกันตอนปี 2019 ตามที่ต้นสังกัด Gold Medalist เคยแถลงไว้

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/entertainment/detail/9680000025362

    #MGROnline #คิมแซรน #คิมซูฮยอน
    มีการขุดภาพถ่าย “คิมแซรน” ขณะยืนรอลิฟท์อยู่กับชายคนหนึ่ง เมื่อปี 2017 โดยชาวเน็ตต่างเชื่อว่าชายคนนั้นคือ “คิมซูฮยอน” • มีการขุดภาพถ่ายจากอินสตาแกรมที่ชื่อว่า sae_ron_daily นำมาแชร์ว่อนเน็ตกันอีกครั้ง โดยเป็นภาพที่ คิมแซรน ยืนอยู่หน้าลิฟท์ในชุดเสื่อคลุมกันหนาวสีดำ ขณะที่ชายที่ยืนด้านข้างใส่เสื่อคลุมกันหนาวสีแดง โดยดูจากลักษณะต่างพากันคาดว่าคนในภาพคือ คิมซูฮยอน แม้ว่าศีรษะของเขาจะก้มหลบและพิงอยู่กับกำแพง จนยากจะระบุตัวตน แต่หลายๆคนก็มีความเห็นตรงกันว่า • “เห็นแค่หู กับรูปทรงหัวของเขา คนที่เป็นแฟนคลับ คิมซูฮยอน เห็นปุ๊บรู้ปั๊บทันที” • อย่างไรก็ตามชาวเน็ตบางส่วนยังลังเล โดยแสดงความเห็นว่า “ตอนนั้น แซรน ยังมักจะไปไหนมาไหนกับแม่ ไม่ได้ไปกับผู้จัดการ มันดูเหมือนจะเป็นเขานะ แต่มันก็มีโอกาสได้ว่าอาจจะไม่ใช่” • รูปภาพดังกล่าวถูกโพสต์ลงในอินสตาแกรมของแฟนคลับที่สร้างขึ้นเพื่อติดตาม คิมแซรน ทำให้เชื่อว่า แฟนคลับของนักแสดงสาวน่าจะรู้เรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่มานานตั้งแต่ก่อนเป็นข่าวฉาวแล้ว และภาพดังกล่าวถูกโพสต์มานานตั้งแต่ปี 2017 • จึงเป็นการตอกย้ำข่าวที่ คิมซูฮยอน น่าจะคบหากับ คิมแซรน ที่เด็กกว่าเขา 12 ปี ตั้งแต่เธอยังเป็นผู้เยาว์ ตามที่ คิมแซรน เคยระบุว่า คบกันตั้งแต่ปี 2015 - 2021 ไม่ใช่เริ่มคบกันตอนปี 2019 ตามที่ต้นสังกัด Gold Medalist เคยแถลงไว้ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/entertainment/detail/9680000025362 • #MGROnline #คิมแซรน #คิมซูฮยอน
    0 Comments 0 Shares 253 Views 0 Reviews
  • บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายปูนซีเมนต์รวมทั้งผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างรายใหญ่ของประเทศ

    เสนอขายหุ้นกู้ อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.00 % ต่อปี
    ระหว่างวันที่ 28, 31 มีนาคม – 1 เมษายน 2568

    อันดับความน่าเชื่อถือขององค์กรและหุ้นกู้ที่ระดับ “A-” แนวโน้ม “Negative” โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด
    ผู้สนใจจองซื้อหุ้นกู้ สามารถติดต่อ ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ได้ตามรายละเอียดบนหน้าจอ

    คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุน ควรศึกษาทำความเข้าใจลักษณะของหุ้นกู้ เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
    บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายปูนซีเมนต์รวมทั้งผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างรายใหญ่ของประเทศ เสนอขายหุ้นกู้ อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.00 % ต่อปี ระหว่างวันที่ 28, 31 มีนาคม – 1 เมษายน 2568 อันดับความน่าเชื่อถือขององค์กรและหุ้นกู้ที่ระดับ “A-” แนวโน้ม “Negative” โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ผู้สนใจจองซื้อหุ้นกู้ สามารถติดต่อ ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ได้ตามรายละเอียดบนหน้าจอ คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุน ควรศึกษาทำความเข้าใจลักษณะของหุ้นกู้ เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
    0 Comments 0 Shares 163 Views 0 Reviews
  • ความก้าวหน้าใหม่ใน Google Calendar กับการรวมเทคโนโลยี AI ของ Google Gemini เข้ามาใช้งาน โดย Gemini จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการตารางเวลาผ่านคำสั่งภาษาธรรมชาติได้ เช่น การถามว่า "การประชุมครั้งต่อไปกับผู้จัดการคือเมื่อไหร่?" หรือ การเพิ่มกิจกรรมใหม่เพียงแค่พูดว่า "เพิ่มนัดหมายกับหมอฟันตอนบ่ายสองวันศุกร์" ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาหรือพิมพ์ข้อมูลแบบเดิม

    อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ Gemini ใน Google Calendar ยังอยู่ในขั้นทดลองผ่าน Google Workspace Labs ซึ่งผู้ใช้ต้องสมัครเพื่อทดสอบฟีเจอร์ และจะมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ยังไม่รองรับการเชิญคนเข้าร่วมงานอัตโนมัติ และใช้งานได้เฉพาะในเว็บเบราว์เซอร์เท่านั้น

    ฟีเจอร์เด่นคือความสะดวกในการจัดการตารางอย่างรวดเร็ว แต่ในแง่ความน่าเชื่อถือยังต้องตรวจสอบข้อมูลด้วยตัวเองอยู่เสมอ เนื่องจาก AI อาจทำผิดพลาดได้ เช่น การแปลความหมายผิดจากคำสั่งเล็กน้อย

    ในมุมมองเพิ่มเติม การนำ AI มาช่วยจัดการเวลานั้นสะท้อนถึงแนวโน้มของเทคโนโลยีที่ผสานความสามารถของมนุษย์และเครื่องจักร เพื่อทำให้ชีวิตประจำวันสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น คุณคิดว่าฟีเจอร์นี้จะช่วยลดภาระในชีวิตประจำวันของคุณได้แค่ไหน?

    https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/gemini-is-coming-to-google-calendar-heres-how-it-will-work-and-how-to-try-it-now
    ความก้าวหน้าใหม่ใน Google Calendar กับการรวมเทคโนโลยี AI ของ Google Gemini เข้ามาใช้งาน โดย Gemini จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการตารางเวลาผ่านคำสั่งภาษาธรรมชาติได้ เช่น การถามว่า "การประชุมครั้งต่อไปกับผู้จัดการคือเมื่อไหร่?" หรือ การเพิ่มกิจกรรมใหม่เพียงแค่พูดว่า "เพิ่มนัดหมายกับหมอฟันตอนบ่ายสองวันศุกร์" ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาหรือพิมพ์ข้อมูลแบบเดิม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ Gemini ใน Google Calendar ยังอยู่ในขั้นทดลองผ่าน Google Workspace Labs ซึ่งผู้ใช้ต้องสมัครเพื่อทดสอบฟีเจอร์ และจะมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ยังไม่รองรับการเชิญคนเข้าร่วมงานอัตโนมัติ และใช้งานได้เฉพาะในเว็บเบราว์เซอร์เท่านั้น ฟีเจอร์เด่นคือความสะดวกในการจัดการตารางอย่างรวดเร็ว แต่ในแง่ความน่าเชื่อถือยังต้องตรวจสอบข้อมูลด้วยตัวเองอยู่เสมอ เนื่องจาก AI อาจทำผิดพลาดได้ เช่น การแปลความหมายผิดจากคำสั่งเล็กน้อย ในมุมมองเพิ่มเติม การนำ AI มาช่วยจัดการเวลานั้นสะท้อนถึงแนวโน้มของเทคโนโลยีที่ผสานความสามารถของมนุษย์และเครื่องจักร เพื่อทำให้ชีวิตประจำวันสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น คุณคิดว่าฟีเจอร์นี้จะช่วยลดภาระในชีวิตประจำวันของคุณได้แค่ไหน? https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/gemini-is-coming-to-google-calendar-heres-how-it-will-work-and-how-to-try-it-now
    0 Comments 0 Shares 331 Views 0 Reviews
  • อเมริกาเล็งใช้การประชุมกับคณะเจรจายูเครนในซาอุดีอาระเบียที่กำหนดจัดขึ้นวันอังคาร (11 มี.ค.) เพื่อวัดใจว่า เคียฟยินยอมพร้อมใจสละดินแดนให้รัสเซียเพื่อยุติสงคราม และจริงจังกับการปรับปรุงความสัมพันธ์กับคณะบริหารของทรัมป์หรือไม่ ขณะที่ทั้งทรัมป์และเซเลนสกี้ต่างแสดงความเห็นแง่ดีว่า การหารือจะมีความคืบหน้าและมีผลลัพธ์ที่ดี
    .
    มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ออกเดินทางไปยังเมืองเจดดาห์ของซาอุดีอาระเบียเมื่อวันอาทิตย์ (9 มี.ค.) เพื่อหารือกับคณะเจ้าหน้าที่ยูเครนที่นำโดยอันเดร เยมาร์ค หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ รวมถึงอันดรี ซีบิกา รัฐมนตรีต่างประเทศ, รัสเทม ยูเมรอฟ รัฐมนตรีกลาโหม และพาฟโล ปาลิซา ผู้บัญชาการทหาร
    .
    คณะเจ้าหน้าที่ของอเมริกายังประกอบด้วยไมค์ วอลซ์ ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ และสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษดูแลเรื่องตะวันออกกลางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
    .
    เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของสหรัฐฯ เผยว่า วอชิงตันต้องการใช้โอกาสนี้พิจารณาว่า ยูเครนต้องการเพียงสันติภาพที่เป็นธรรมหรือสันติภาพที่เป็นจริง สนใจแค่พรมแดนเดิมในปี 2014 หรือพรมแดนในปี 2022 หรืออีกนัยหนึ่งคือยูเครนพร้อมประนีประนอมด้วยการยกดินแดนบางส่วนให้รัสเซียเพื่อแลกกับการยุติสงครามหรือไม่
    .
    ขณะเดียวกัน ไบรอัน ฮิวจ์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของอเมริกา แถลงว่า เซเลนสกี้มีความคืบหน้าในการฟื้นคืนความสัมพันธ์วอชิงตัน-เคียฟ หลังจากปะทะคารมกับทรัมป์ระหว่างเยือนทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และสำทับว่า อเมริกาเฝ้ารอว่า จะเห็นการดำเนินการที่ดีเพิ่มเติมซึ่งจะนำไปสู่การยุติสงครามโหดร้ายในยูเครน
    .
    ด้านทรัมป์แสดงความเห็นแง่ดีว่า การหารือที่เจดดาห์จะมีความคืบหน้าอย่างมาก
    .
    วิตคอฟฟ์ซึ่งเป็นผู้จัดการการเจรจา เผยว่า เป้าหมายคือ การบรรลุกรอบโครงข้อตกลงสันติภาพและข้อตกลงหยุดยิงเบื้องต้น
    .
    ทั้งนี้ เซเลนสกี้ต้องการให้มการหยุดยิงทางอากาศและทะเล ตลอดจนถึงการแลกเปลี่ยนนักโทษ เพื่อทดสอบความมุ่งมั่นในการยุติสงครามของรัสเซีย ขณะที่มอสโกคัดค้านแนวคิดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่อังกฤษและฝรั่งเศสเสนอ เนื่องจากเห็นว่า เป็นการซื้อเวลาของเคียฟเพื่อป้องกันไม่ให้กองทัพยูเครนล่มสลาย
    .
    ทางฝ่ายเซเลนสกี้กล่าวเมื่อคืนวันอาทิตย์ก่อนออกเดินทางไปซาอุดีอาระเบีย ว่า เขาหวังว่า การเจรจาระหว่างทีมเจ้าหน้าที่ยูเครนกับอเมริกาจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ทั้งในด้านความคืบหน้าเกี่ยวกับสันติภาพและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของอเมริกา ทั้งนี้ ประธานาธิบดียูเครนมีกำหนดการเข้าพบมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ของซาอุดีอาระเบีย ในวันจันทร์ (10 ) แต่การเจรจากับทีมของสหรัฐฯในวันอังคารนั้น ตามรายงานข่าวบอกว่าเป็นภารกิจของทีมเจรจาฝ่ายยูเครน
    .
    เซเลนสกี้เสริมว่า ยูเครนพร้อมลงนามข้อตกลงแร่ธาตุกับอเมริกา ซึ่งจะมีการจัดตั้งกองทุนร่วมจากการขายแร่ธาตุของยูเครน ขณะที่วอชิงตันระบุว่า ข้อตกลงนี้มีความสำคัญต่อการที่อเมริกาจะให้การสนับสนุนเคียฟต่อไป
    .
    อย่างไรก็ดี ขณะที่การสนับสนุนของอเมริกายังไร้ความแน่นอน เซเลนสกี้ได้เรียกร้องให้พวกพันธมิตรยุโรปเพิ่มการสนับสนุนตนเอง ขณะที่เคียฟเพลี่ยงพล้ำในสนามรบมากขึ้นและกำลังถูกบดขยี้หนักให้ล่าถอยออกจากแคว้นคูร์สก์ของรัสเซีย
    .
    สำหรับมุมมองของพันธมิตรยุโรปเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพนั้น มีการเตือนว่า ยูเครนควรทำข้อตกลงกับรัสเซียภายใต้จุดยืนที่แข็งแกร่งเท่านั้น อีกทั้งไม่ควรรีบร้อนเจรจากับผู้รุกราน
    .
    ทั้งนี้ เซเลนสกี้ระบุว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ไม่ต้องการสันติภาพ อีกทั้งบอกว่ารัสเซียยังจะโจมตีประเทศยุโรปอื่นๆ ต่อไปอีก ถ้าที่สุดแล้วไม่มีผลลัพธ์ชัดเจนว่า รัสเซียพ่ายแพ้ในการรุกรานยูเครน
    .
    ในทางกลับกัน วอชิงตันพยายามบีบทุกทางให้เคียฟยอมเจรจายุติสงครามกับรัสเซีย โดยล่าสุดถึงขั้นที่สหรัฐฯระงับการให้ความช่วยเหลือทางทหารและการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง รวมทั้งการเข้าถึงภาพถ่ายดาวเทียมแก่ยูเครน โดยไม่ฟังเสียงพวกโปรยูเครนที่อ้างว่า ความเคลื่อนไหวนี้เสี่ยงทำให้สงครามยืดเยื้อออกไป เนื่องจากรัสเซียจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นและมีแนวโน้มลดลงในการยอมยุติศึก และยอมทำข้อตกลงสันติภาพแบบเท่าเทียมกับยูเครน
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000023235
    ..............
    Sondhi X
    อเมริกาเล็งใช้การประชุมกับคณะเจรจายูเครนในซาอุดีอาระเบียที่กำหนดจัดขึ้นวันอังคาร (11 มี.ค.) เพื่อวัดใจว่า เคียฟยินยอมพร้อมใจสละดินแดนให้รัสเซียเพื่อยุติสงคราม และจริงจังกับการปรับปรุงความสัมพันธ์กับคณะบริหารของทรัมป์หรือไม่ ขณะที่ทั้งทรัมป์และเซเลนสกี้ต่างแสดงความเห็นแง่ดีว่า การหารือจะมีความคืบหน้าและมีผลลัพธ์ที่ดี . มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ออกเดินทางไปยังเมืองเจดดาห์ของซาอุดีอาระเบียเมื่อวันอาทิตย์ (9 มี.ค.) เพื่อหารือกับคณะเจ้าหน้าที่ยูเครนที่นำโดยอันเดร เยมาร์ค หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ รวมถึงอันดรี ซีบิกา รัฐมนตรีต่างประเทศ, รัสเทม ยูเมรอฟ รัฐมนตรีกลาโหม และพาฟโล ปาลิซา ผู้บัญชาการทหาร . คณะเจ้าหน้าที่ของอเมริกายังประกอบด้วยไมค์ วอลซ์ ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ และสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษดูแลเรื่องตะวันออกกลางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ . เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของสหรัฐฯ เผยว่า วอชิงตันต้องการใช้โอกาสนี้พิจารณาว่า ยูเครนต้องการเพียงสันติภาพที่เป็นธรรมหรือสันติภาพที่เป็นจริง สนใจแค่พรมแดนเดิมในปี 2014 หรือพรมแดนในปี 2022 หรืออีกนัยหนึ่งคือยูเครนพร้อมประนีประนอมด้วยการยกดินแดนบางส่วนให้รัสเซียเพื่อแลกกับการยุติสงครามหรือไม่ . ขณะเดียวกัน ไบรอัน ฮิวจ์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของอเมริกา แถลงว่า เซเลนสกี้มีความคืบหน้าในการฟื้นคืนความสัมพันธ์วอชิงตัน-เคียฟ หลังจากปะทะคารมกับทรัมป์ระหว่างเยือนทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และสำทับว่า อเมริกาเฝ้ารอว่า จะเห็นการดำเนินการที่ดีเพิ่มเติมซึ่งจะนำไปสู่การยุติสงครามโหดร้ายในยูเครน . ด้านทรัมป์แสดงความเห็นแง่ดีว่า การหารือที่เจดดาห์จะมีความคืบหน้าอย่างมาก . วิตคอฟฟ์ซึ่งเป็นผู้จัดการการเจรจา เผยว่า เป้าหมายคือ การบรรลุกรอบโครงข้อตกลงสันติภาพและข้อตกลงหยุดยิงเบื้องต้น . ทั้งนี้ เซเลนสกี้ต้องการให้มการหยุดยิงทางอากาศและทะเล ตลอดจนถึงการแลกเปลี่ยนนักโทษ เพื่อทดสอบความมุ่งมั่นในการยุติสงครามของรัสเซีย ขณะที่มอสโกคัดค้านแนวคิดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่อังกฤษและฝรั่งเศสเสนอ เนื่องจากเห็นว่า เป็นการซื้อเวลาของเคียฟเพื่อป้องกันไม่ให้กองทัพยูเครนล่มสลาย . ทางฝ่ายเซเลนสกี้กล่าวเมื่อคืนวันอาทิตย์ก่อนออกเดินทางไปซาอุดีอาระเบีย ว่า เขาหวังว่า การเจรจาระหว่างทีมเจ้าหน้าที่ยูเครนกับอเมริกาจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ทั้งในด้านความคืบหน้าเกี่ยวกับสันติภาพและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของอเมริกา ทั้งนี้ ประธานาธิบดียูเครนมีกำหนดการเข้าพบมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ของซาอุดีอาระเบีย ในวันจันทร์ (10 ) แต่การเจรจากับทีมของสหรัฐฯในวันอังคารนั้น ตามรายงานข่าวบอกว่าเป็นภารกิจของทีมเจรจาฝ่ายยูเครน . เซเลนสกี้เสริมว่า ยูเครนพร้อมลงนามข้อตกลงแร่ธาตุกับอเมริกา ซึ่งจะมีการจัดตั้งกองทุนร่วมจากการขายแร่ธาตุของยูเครน ขณะที่วอชิงตันระบุว่า ข้อตกลงนี้มีความสำคัญต่อการที่อเมริกาจะให้การสนับสนุนเคียฟต่อไป . อย่างไรก็ดี ขณะที่การสนับสนุนของอเมริกายังไร้ความแน่นอน เซเลนสกี้ได้เรียกร้องให้พวกพันธมิตรยุโรปเพิ่มการสนับสนุนตนเอง ขณะที่เคียฟเพลี่ยงพล้ำในสนามรบมากขึ้นและกำลังถูกบดขยี้หนักให้ล่าถอยออกจากแคว้นคูร์สก์ของรัสเซีย . สำหรับมุมมองของพันธมิตรยุโรปเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพนั้น มีการเตือนว่า ยูเครนควรทำข้อตกลงกับรัสเซียภายใต้จุดยืนที่แข็งแกร่งเท่านั้น อีกทั้งไม่ควรรีบร้อนเจรจากับผู้รุกราน . ทั้งนี้ เซเลนสกี้ระบุว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ไม่ต้องการสันติภาพ อีกทั้งบอกว่ารัสเซียยังจะโจมตีประเทศยุโรปอื่นๆ ต่อไปอีก ถ้าที่สุดแล้วไม่มีผลลัพธ์ชัดเจนว่า รัสเซียพ่ายแพ้ในการรุกรานยูเครน . ในทางกลับกัน วอชิงตันพยายามบีบทุกทางให้เคียฟยอมเจรจายุติสงครามกับรัสเซีย โดยล่าสุดถึงขั้นที่สหรัฐฯระงับการให้ความช่วยเหลือทางทหารและการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง รวมทั้งการเข้าถึงภาพถ่ายดาวเทียมแก่ยูเครน โดยไม่ฟังเสียงพวกโปรยูเครนที่อ้างว่า ความเคลื่อนไหวนี้เสี่ยงทำให้สงครามยืดเยื้อออกไป เนื่องจากรัสเซียจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นและมีแนวโน้มลดลงในการยอมยุติศึก และยอมทำข้อตกลงสันติภาพแบบเท่าเทียมกับยูเครน . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000023235 .............. Sondhi X
    Like
    Love
    Haha
    9
    0 Comments 0 Shares 1355 Views 0 Reviews
  • รีโพสต์จากเพจเฟซบุ๊กPaisan Apacnews ของ ไพสันต์พรหมน้อย 8 มีนาคม 2568“คาสิโนเหรอ...ผมสั่งรื้อมาแล้ว โดย นาวิน ขันธหิรัญเมื่อปี 2541กระทรวงได้ย้ายผมจากนครพนมมาเป็นผู้ว่าสระแก้ว ขณะนั้นปอยเปตในฝั่งเขมรกำลังบูมการก่อสร้างเมืองขนานใหญ่มีการสร้างEntertainment Complexขนาดใหญ่ที่มีCasinoอยู่ด้วยทุกแห่งและมีนักการเมืองใหญ่ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายเขมรเป็นหุ้นส่วนและมีนายซ๊ก อาน มหาเศรษฐีชาวเขมรเป็นผู้ประสานงานเมื่อสร้างเสร็จก็มีการเชิญผู้ใหญ่ฝั่งไทยไปเยี่ยมชมและประชาสัมพันธ์ว่าสร้างขึ้น มาเพื่อรับแขกชาวไทยเป็นหลัก เพื่อเห็นแก่สัมพันธภาพผมก็ไปร่วมชมความเจริญของเพื่อนบ้าน เดินชมไปมาไปพบว่าคาสิโนแห่งหนึ่งปลูกล้ำคลองพรมแดนเข้ามาในเขตไทย ผมจึงเรียกผู้จัดการมาแจ้งให้ทราบว่าคุณสร้างคาสิโนรุกแผ่นดินไทยแล้วยื่นคำขาดให้รื้อถอนออกไป ผู้จัดการเถึยงคอเป็นเอ็นแล้วยืนยันว่าไม่มีใครรื้อได้เพราะเจ้าของใหญ่มากอยู่ในพนมเปญ ผมไม่อยากเถียงกับผู้จัดการจึงตัดบทไปว่า...ไม่เป็นไรถ้าไม่รื้อผมจะปิดพรมแดนไม่ให้คนไทยข้ามมา(ผู้ว่าสามารถเสนอรัฐบาลปิดพรมแดนได้) จากนั้นผมก็เดินทางกลับเช้าวันรุ่งขึ้น11.00น.หน้าห้องได้เข้ามารายงานว่า นายจุม คาดาล ประธานที่ปรึกษานายกฮุนเซนขอเข้าพบอะไรจะรวดเร็วขนาดนั้น ผมพูดเรื่องปิดพรมแดนไม่ถึง24ชั่วโมงประธานที่ปรึกษานายกเขมรก็ถึงตัวผมแล้วถึงตรงนี้เพื่อนๆคงรู้แล้วว่าใครเป็นเจ้าของสถานบริการครบวงจรที่ปอยเปตฝั่งเขมร แล้วฝั่งไทยล่ะ ประเดี๋ยวตัวละครจะค่อยๆโผล่ออกมาเองครับผมออกไปเชิญนายจุม คาดาล ประธานที่ปรึกษานายกด้วยตัวเองแล้วทักทายด้วยอัธยาศัยไมตรีแล้วเชิญเข้ามานั่งเจรจากันในห้องนายจุม คาดาล เล่าให้ผมฟังว่าเมื่อวานนี้เมื่อทราบข่าวว่าคาสิโนแห่งหนึ่งสร้างล้ำเข้าไปในแผ่นดินไทยท่านนายกได้สั่งการให้ผมไปดูข้อเท็จจริงและแก้ปัญหาโดยด่วน เช้านี้ผมเลยใช้ฮ.บินจากพนมเปญมาดูข้อเท็จจริงที่หน้างานพบว่าเป็นไปตามที่ท่านผู้ว่าทักท้วงจริงผมจึงนัดรถแบคโฮลเข้าพื้นที่เพื่อทำการรื้อถอนคาสิโนในส่วนที่ล้ำเข้ามาในแผ่นดินไทยและขอเชิญท่านผู้ว่าไปชี้ว่าจะให้รื้อเข้าไปแค่ไหน บ่ายวันนั้นผมและนายจุม คาดาล จึงไปควบคุมการรื้อคาสิโนเป็นที่เรียบร้อย ผมทวงแผ่นดินไทยกลับมาได้ด้วยศิลปของนักปกครองโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อและชีวิต ซึ่งน่าจะได้รับคำชมเชยแต่มันไม่เป็นเช่นนั้นครับไม่ถึงเดือนต่อมาก็มีคำสั่งย้ายผมจากสระแก้วไปสมุทรสงครามซึ่งเป็นจังหวัดเล็กกว่าในสายตาของชาวมหาดไทยถือว่าเป็นการลงโทษผมจึงถามผู้บังคับบัญชาว่าย้ายผมทำไมครับท่านตอบว่าคุณไม่รู้หรือว่าคาสิโนนี้เป็นของใคร ท่านขอให้ย้ายคุณเป็นผู้ตรวจด้วยซ้ำ แต่ทางกระทรวงทักท้วงไว้ว่าคุณไม่ได้มีความผิดอะไร แถมยังรักษาแผ่นดินไว้ให้คนไทย เอาแค่ย้ายออกจากสระแก้วและให้ลงจังหวัดเล็กลงก็น่าจะเพียงพอสำหรับผมย้ายไปจังหวัดไหนก็ทำงานได้ทั้งนั้นจังหวัดเล็กลงยิ่งทำงานง่ายขึ้นเมื่อไปรับงานที่สมุทรสงครามผมก็ทำงานอย่างมีความสุข แต่มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งท่านข้องใจไม่หายว่าทำไมผมถูกย้ายลงจังหวัดเล็กลง ทั้งๆที่ผมไม่เคยบอกท่าน ท่านผู้นั้นคือพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ………………………..ถึงตอนนี้เพื่อนๆคงรู้แล้วว่านักการเมืองใหญ่ที่เป็นหุ้นส่วนสถานบันเทิงครบวงจรในปอยเปตนั้นคือใครถ้านึกไม่ออกผมจะบอกให้เจ้าพ่อวังน้ำเย็นไงครับและเป็นคนที่สั่งย้ายผมด้วย ..ถามว่าก่อนสั่งผมรู้ไหมว่าคาสิโนแห่งนี้เป็นของสองผู้ยิ่งใหญ่คู่นี้รู้ครับวันที่ผมสั่งผู้จัดการให้รื้ิอคาสิโนแกตกใจปากคอสั่นและยืนยีนว่ารื้อไม่ได้เป็นอันขาดเพราะเป็นของผู้ใหญ่ในพนมเปญ ซึ่งผมรู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร จึงตัดบทไม่เจรจาด้วยส่วนเจ้าพ่อรู้สึกเสียฟอร์มที่คุ้มครองคาสิโนไม่ได้โดยเฉพาะกับฮุนเซนทางเดียวที่พอจะกู้หน้าได้คือเตะโด่งผู้ว่าไปให้พ้นหูพ้นตาเสียจะได้ไม่มายุ่งกับสถานบันเทิงของท่านอีกสะใจจริงๆนาวินใช้ชีวิตได้ผาดโผนน่าสนุกรื้อคาสิโนของนายกบ้าง ของเจ้าพ่อบ้างปัจจุบันรัฐบาลไทยกำลังจะสร้างสถานบันเทิงครบวงจรตามอย่างเขมร ผมอาจจะต้องออกมาช่วยพี่น้องชาวไทยรื้อคาสิโนในเมืองไทยอีกครั้งก็ได้ครับก่อนจบภาคแรกไปผมโปรยทิ้งไว้ว่า มีผู้ใหญ้ท่านหนึ่งข้องใจไม่หายว่าผมถูกย้ายเพราะอะไรท่านนั้นคือพลเอก เปรม ติณสูลานนท์เพื่อนๆคงสงสัยว่าท่านมาเกี่ยวข้องกับผมได้อย่างไรจึงขอย้อนอดีตเล็กน้อย..เมื่อปี 2530กรมย้ายผมมาเป็นนายอำเภอสามพรานโดยอธิบดีดำรง สุนทรศาลทูล เลือกเอามาเองเพราะว่าบ้านอธิบดีอยู่สามพราน เมื่อมารับงานก็พบว่าพลเอกเปรม..รัฐบุรุษท่านตีกอล์ฟอยู่ที่สนามสามพรานทุกอาทิตย์ผมเป็นเจ้าของพื้นที่จึงไปต้อนรับท่าน ปรากฏว่าท่านถูกใจอะไรไม่ทราบชวนผมไปตีกอล์ฟก๊วนเดียวกับท่าน ซึ่งปกติจะไม่มีใครมีโอกาสเข้าร่วมก๊วนเลย ท่านจะตีอยู่กับหมอประสบ รัตนากร เพื่อนท่านและนายทหารคนสนิทเท่านั้นในก๊วนไม่มีการพนันเล่นเพื่อออกกำลังกายเฉยๆ ผมเล่นก๊อล์ฟกับท่านรัฐบุรุษเป็นเวลาหลายปีจนสนิทกันเหมือนญาติผู้ใหญ่ผมได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่านครพนมท่านก็เดินทางไปเยี่ยมผม พอผมถูกย้ายมาสมุทรสงครามท่านก็มาอีกและบอกผู้ติดตามทั้งหลายว่าขอคุยกับท่านผู้ว่าเป็นการส่วนตัวดังภาพ...ทันทีที่อยู่กันสองต่อสองท่านก็ยิงคำถามใส่ผมทันที ...ผู้ว่าถูกย้ายเพราะไร ผมไปสั่งรื้อคาสิโนของนายกเขมรและนักการเมืองไทยที่ปลูกล้ำพรมแดนไทยครับ.,..ผมตอบ ...เอางั้นเลยเหรอ แล้วใครสั่งย้ายนักการเมืองไทยครับเขาคงเสียหน้า ท่านพยักหน้ารับทราบและดูยิ้มแย้มขี้น จากนั้นผมก็ส่งท่านขึ้นรถกลับพรัอมทั้งผมถอนหายใจใหญ่โล่งอกที่ไม่ได้ทำให้ท่านรัฐบุรุษผิดหวังท่านเป็นคนสะอาดมากนะครับและจะไม่ยอมให้คนสีเทาเข้ามาใกล้ตัว………………………..ขอคารวะคุณนาวิน ขันธหิรัญ อดีตผู้ว่าสระแก้วที่หาญกล้าทำให้ 2 มหามาเฟียทั้งไทยและเขมรยอมรื้อคาสิโนเขมรที่รุกล้ำพรมแดนไทย สุดยอดจริง ๆ ขอให้ท่านนำการรื้อในไทยอีกนะ ถ้ามาเฟียคนเดิมของเขมรและคนใหม่ไทยในก๊วนเก่าลงมือสร้างขึ้นอีก เท่าที่รวบรวมได้คุณนาวินเป็นผู้ว่าฯจ.นครพนม,จ.สระแก้ว จ.สมุทรสงคราม และเกษียณอายุราชการวันที่ 1 ตุลาคม 2547จากผู้ว่าฯจ.นครปฐม (นักปกครอง 10 ) เพราะอายุครบ 60 ปี ปัจจุบันท่านจะมีอายุ 80 ปีเศษ( บรรยายภาพ - เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2556 นายนาวิน ขันธหิรัญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้เกียรติมาบรรยายพิเศษให้แก่นักศึกษาหลักสูตรปลัดอำเภอ รุ่นที่ 201 รุ่นที่ 202 และรุ่นที่ 203 ในหัวข้อ "ประสบการณ์นักปกครองในการแก้ไขปัญหายาเสพติด" ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 4 อาคารสำนักอธิการ วิทยาลัยการปกครอง)”
    รีโพสต์จากเพจเฟซบุ๊กPaisan Apacnews ของ ไพสันต์พรหมน้อย 8 มีนาคม 2568“คาสิโนเหรอ...ผมสั่งรื้อมาแล้ว โดย นาวิน ขันธหิรัญเมื่อปี 2541กระทรวงได้ย้ายผมจากนครพนมมาเป็นผู้ว่าสระแก้ว ขณะนั้นปอยเปตในฝั่งเขมรกำลังบูมการก่อสร้างเมืองขนานใหญ่มีการสร้างEntertainment Complexขนาดใหญ่ที่มีCasinoอยู่ด้วยทุกแห่งและมีนักการเมืองใหญ่ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายเขมรเป็นหุ้นส่วนและมีนายซ๊ก อาน มหาเศรษฐีชาวเขมรเป็นผู้ประสานงานเมื่อสร้างเสร็จก็มีการเชิญผู้ใหญ่ฝั่งไทยไปเยี่ยมชมและประชาสัมพันธ์ว่าสร้างขึ้น มาเพื่อรับแขกชาวไทยเป็นหลัก เพื่อเห็นแก่สัมพันธภาพผมก็ไปร่วมชมความเจริญของเพื่อนบ้าน เดินชมไปมาไปพบว่าคาสิโนแห่งหนึ่งปลูกล้ำคลองพรมแดนเข้ามาในเขตไทย ผมจึงเรียกผู้จัดการมาแจ้งให้ทราบว่าคุณสร้างคาสิโนรุกแผ่นดินไทยแล้วยื่นคำขาดให้รื้อถอนออกไป ผู้จัดการเถึยงคอเป็นเอ็นแล้วยืนยันว่าไม่มีใครรื้อได้เพราะเจ้าของใหญ่มากอยู่ในพนมเปญ ผมไม่อยากเถียงกับผู้จัดการจึงตัดบทไปว่า...ไม่เป็นไรถ้าไม่รื้อผมจะปิดพรมแดนไม่ให้คนไทยข้ามมา(ผู้ว่าสามารถเสนอรัฐบาลปิดพรมแดนได้) จากนั้นผมก็เดินทางกลับเช้าวันรุ่งขึ้น11.00น.หน้าห้องได้เข้ามารายงานว่า นายจุม คาดาล ประธานที่ปรึกษานายกฮุนเซนขอเข้าพบอะไรจะรวดเร็วขนาดนั้น ผมพูดเรื่องปิดพรมแดนไม่ถึง24ชั่วโมงประธานที่ปรึกษานายกเขมรก็ถึงตัวผมแล้วถึงตรงนี้เพื่อนๆคงรู้แล้วว่าใครเป็นเจ้าของสถานบริการครบวงจรที่ปอยเปตฝั่งเขมร แล้วฝั่งไทยล่ะ ประเดี๋ยวตัวละครจะค่อยๆโผล่ออกมาเองครับผมออกไปเชิญนายจุม คาดาล ประธานที่ปรึกษานายกด้วยตัวเองแล้วทักทายด้วยอัธยาศัยไมตรีแล้วเชิญเข้ามานั่งเจรจากันในห้องนายจุม คาดาล เล่าให้ผมฟังว่าเมื่อวานนี้เมื่อทราบข่าวว่าคาสิโนแห่งหนึ่งสร้างล้ำเข้าไปในแผ่นดินไทยท่านนายกได้สั่งการให้ผมไปดูข้อเท็จจริงและแก้ปัญหาโดยด่วน เช้านี้ผมเลยใช้ฮ.บินจากพนมเปญมาดูข้อเท็จจริงที่หน้างานพบว่าเป็นไปตามที่ท่านผู้ว่าทักท้วงจริงผมจึงนัดรถแบคโฮลเข้าพื้นที่เพื่อทำการรื้อถอนคาสิโนในส่วนที่ล้ำเข้ามาในแผ่นดินไทยและขอเชิญท่านผู้ว่าไปชี้ว่าจะให้รื้อเข้าไปแค่ไหน บ่ายวันนั้นผมและนายจุม คาดาล จึงไปควบคุมการรื้อคาสิโนเป็นที่เรียบร้อย ผมทวงแผ่นดินไทยกลับมาได้ด้วยศิลปของนักปกครองโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อและชีวิต ซึ่งน่าจะได้รับคำชมเชยแต่มันไม่เป็นเช่นนั้นครับไม่ถึงเดือนต่อมาก็มีคำสั่งย้ายผมจากสระแก้วไปสมุทรสงครามซึ่งเป็นจังหวัดเล็กกว่าในสายตาของชาวมหาดไทยถือว่าเป็นการลงโทษผมจึงถามผู้บังคับบัญชาว่าย้ายผมทำไมครับท่านตอบว่าคุณไม่รู้หรือว่าคาสิโนนี้เป็นของใคร ท่านขอให้ย้ายคุณเป็นผู้ตรวจด้วยซ้ำ แต่ทางกระทรวงทักท้วงไว้ว่าคุณไม่ได้มีความผิดอะไร แถมยังรักษาแผ่นดินไว้ให้คนไทย เอาแค่ย้ายออกจากสระแก้วและให้ลงจังหวัดเล็กลงก็น่าจะเพียงพอสำหรับผมย้ายไปจังหวัดไหนก็ทำงานได้ทั้งนั้นจังหวัดเล็กลงยิ่งทำงานง่ายขึ้นเมื่อไปรับงานที่สมุทรสงครามผมก็ทำงานอย่างมีความสุข แต่มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งท่านข้องใจไม่หายว่าทำไมผมถูกย้ายลงจังหวัดเล็กลง ทั้งๆที่ผมไม่เคยบอกท่าน ท่านผู้นั้นคือพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ………………………..ถึงตอนนี้เพื่อนๆคงรู้แล้วว่านักการเมืองใหญ่ที่เป็นหุ้นส่วนสถานบันเทิงครบวงจรในปอยเปตนั้นคือใครถ้านึกไม่ออกผมจะบอกให้เจ้าพ่อวังน้ำเย็นไงครับและเป็นคนที่สั่งย้ายผมด้วย ..ถามว่าก่อนสั่งผมรู้ไหมว่าคาสิโนแห่งนี้เป็นของสองผู้ยิ่งใหญ่คู่นี้รู้ครับวันที่ผมสั่งผู้จัดการให้รื้ิอคาสิโนแกตกใจปากคอสั่นและยืนยีนว่ารื้อไม่ได้เป็นอันขาดเพราะเป็นของผู้ใหญ่ในพนมเปญ ซึ่งผมรู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร จึงตัดบทไม่เจรจาด้วยส่วนเจ้าพ่อรู้สึกเสียฟอร์มที่คุ้มครองคาสิโนไม่ได้โดยเฉพาะกับฮุนเซนทางเดียวที่พอจะกู้หน้าได้คือเตะโด่งผู้ว่าไปให้พ้นหูพ้นตาเสียจะได้ไม่มายุ่งกับสถานบันเทิงของท่านอีกสะใจจริงๆนาวินใช้ชีวิตได้ผาดโผนน่าสนุกรื้อคาสิโนของนายกบ้าง ของเจ้าพ่อบ้างปัจจุบันรัฐบาลไทยกำลังจะสร้างสถานบันเทิงครบวงจรตามอย่างเขมร ผมอาจจะต้องออกมาช่วยพี่น้องชาวไทยรื้อคาสิโนในเมืองไทยอีกครั้งก็ได้ครับก่อนจบภาคแรกไปผมโปรยทิ้งไว้ว่า มีผู้ใหญ้ท่านหนึ่งข้องใจไม่หายว่าผมถูกย้ายเพราะอะไรท่านนั้นคือพลเอก เปรม ติณสูลานนท์เพื่อนๆคงสงสัยว่าท่านมาเกี่ยวข้องกับผมได้อย่างไรจึงขอย้อนอดีตเล็กน้อย..เมื่อปี 2530กรมย้ายผมมาเป็นนายอำเภอสามพรานโดยอธิบดีดำรง สุนทรศาลทูล เลือกเอามาเองเพราะว่าบ้านอธิบดีอยู่สามพราน เมื่อมารับงานก็พบว่าพลเอกเปรม..รัฐบุรุษท่านตีกอล์ฟอยู่ที่สนามสามพรานทุกอาทิตย์ผมเป็นเจ้าของพื้นที่จึงไปต้อนรับท่าน ปรากฏว่าท่านถูกใจอะไรไม่ทราบชวนผมไปตีกอล์ฟก๊วนเดียวกับท่าน ซึ่งปกติจะไม่มีใครมีโอกาสเข้าร่วมก๊วนเลย ท่านจะตีอยู่กับหมอประสบ รัตนากร เพื่อนท่านและนายทหารคนสนิทเท่านั้นในก๊วนไม่มีการพนันเล่นเพื่อออกกำลังกายเฉยๆ ผมเล่นก๊อล์ฟกับท่านรัฐบุรุษเป็นเวลาหลายปีจนสนิทกันเหมือนญาติผู้ใหญ่ผมได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่านครพนมท่านก็เดินทางไปเยี่ยมผม พอผมถูกย้ายมาสมุทรสงครามท่านก็มาอีกและบอกผู้ติดตามทั้งหลายว่าขอคุยกับท่านผู้ว่าเป็นการส่วนตัวดังภาพ...ทันทีที่อยู่กันสองต่อสองท่านก็ยิงคำถามใส่ผมทันที ...ผู้ว่าถูกย้ายเพราะไร ผมไปสั่งรื้อคาสิโนของนายกเขมรและนักการเมืองไทยที่ปลูกล้ำพรมแดนไทยครับ.,..ผมตอบ ...เอางั้นเลยเหรอ แล้วใครสั่งย้ายนักการเมืองไทยครับเขาคงเสียหน้า ท่านพยักหน้ารับทราบและดูยิ้มแย้มขี้น จากนั้นผมก็ส่งท่านขึ้นรถกลับพรัอมทั้งผมถอนหายใจใหญ่โล่งอกที่ไม่ได้ทำให้ท่านรัฐบุรุษผิดหวังท่านเป็นคนสะอาดมากนะครับและจะไม่ยอมให้คนสีเทาเข้ามาใกล้ตัว………………………..ขอคารวะคุณนาวิน ขันธหิรัญ อดีตผู้ว่าสระแก้วที่หาญกล้าทำให้ 2 มหามาเฟียทั้งไทยและเขมรยอมรื้อคาสิโนเขมรที่รุกล้ำพรมแดนไทย สุดยอดจริง ๆ ขอให้ท่านนำการรื้อในไทยอีกนะ ถ้ามาเฟียคนเดิมของเขมรและคนใหม่ไทยในก๊วนเก่าลงมือสร้างขึ้นอีก เท่าที่รวบรวมได้คุณนาวินเป็นผู้ว่าฯจ.นครพนม,จ.สระแก้ว จ.สมุทรสงคราม และเกษียณอายุราชการวันที่ 1 ตุลาคม 2547จากผู้ว่าฯจ.นครปฐม (นักปกครอง 10 ) เพราะอายุครบ 60 ปี ปัจจุบันท่านจะมีอายุ 80 ปีเศษ( บรรยายภาพ - เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2556 นายนาวิน ขันธหิรัญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้เกียรติมาบรรยายพิเศษให้แก่นักศึกษาหลักสูตรปลัดอำเภอ รุ่นที่ 201 รุ่นที่ 202 และรุ่นที่ 203 ในหัวข้อ "ประสบการณ์นักปกครองในการแก้ไขปัญหายาเสพติด" ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 4 อาคารสำนักอธิการ วิทยาลัยการปกครอง)”
    0 Comments 0 Shares 614 Views 0 Reviews
  • McDonald's ได้ประกาศใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ร้านอาหารกว่า 43,000 แห่งทั่วโลก Brian Rice ผู้บริหารด้านข้อมูลของ McDonald's ระบุว่า ความสามารถในการใช้ AI นี้จะช่วยลดความเครียดที่เกิดจากการทำงานประจำวัน เช่น การจัดการกับลูกค้าและผู้ขาย รวมถึงการดูแลรักษาอุปกรณ์ที่เสียบ่อยๆ

    แพลตฟอร์ม Edge Computing: McDonald's ได้เริ่มใช้งานแพลตฟอร์ม Edge Computing ในร้านอาหารบางแห่งในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยมีแผนที่จะขยายการใช้งานในปี 2025 เทคโนโลยีนี้จะช่วยทำให้กระบวนการต่างๆ ในครัวรวดเร็วขึ้น เช่น การตรวจสอบความถูกต้องของคำสั่งซื้อโดยใช้กล้องคงที่ในครัวก่อนส่งคำสั่งซื้อต่อให้ลูกค้า

    เทคโนโลยีใหม่ที่ McDonald's ใช้
    - AI อัตโนมัติสำหรับการสั่งอาหาร: McDonald's ได้ทดสอบระบบ AI ที่สามารถรับคำสั่งซื้อผ่านไดรฟ์ทรูเพื่อเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำ
    - การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์: เซ็นเซอร์ที่ติดตั้งในอุปกรณ์ครัวสามารถเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อตรวจสอบและทำนายว่าเครื่องทอดหรือเครื่องทำไอศกรีมจะเสียเมื่อใด
    - ผู้จัดการ AI เสมือนจริง: เทคโนโลยี Edge Computing ยังช่วยผู้จัดการร้านในงานด้านบริหารจัดการ เช่น การจัดตารางกะทำงานให้พนักงาน ระบบ AI เสมือนจริงนี้คล้ายกับที่ Taco Bell และ Pizza Hut กำลังทดสอบ

    อย่างไรก็ตาม McDonald's ต้องเผชิญกับความท้าทายในการติดตั้งเทคโนโลยีในร้านอาหารที่เป็นแฟรนไชส์และที่บริหารงานโดยบริษัท การติดตั้งเทคโนโลยีนี้มีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้มีบางคนเสนอว่าเงินที่ใช้ลงทุนในเทคโนโลยี AI ควรใช้ไปในการฝึกอบรมพนักงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแทน

    https://www.techspot.com/news/107065-mcdonald-turns-ai-boost-order-accuracy-stay-ahead.html
    McDonald's ได้ประกาศใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ร้านอาหารกว่า 43,000 แห่งทั่วโลก Brian Rice ผู้บริหารด้านข้อมูลของ McDonald's ระบุว่า ความสามารถในการใช้ AI นี้จะช่วยลดความเครียดที่เกิดจากการทำงานประจำวัน เช่น การจัดการกับลูกค้าและผู้ขาย รวมถึงการดูแลรักษาอุปกรณ์ที่เสียบ่อยๆ แพลตฟอร์ม Edge Computing: McDonald's ได้เริ่มใช้งานแพลตฟอร์ม Edge Computing ในร้านอาหารบางแห่งในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยมีแผนที่จะขยายการใช้งานในปี 2025 เทคโนโลยีนี้จะช่วยทำให้กระบวนการต่างๆ ในครัวรวดเร็วขึ้น เช่น การตรวจสอบความถูกต้องของคำสั่งซื้อโดยใช้กล้องคงที่ในครัวก่อนส่งคำสั่งซื้อต่อให้ลูกค้า เทคโนโลยีใหม่ที่ McDonald's ใช้ - AI อัตโนมัติสำหรับการสั่งอาหาร: McDonald's ได้ทดสอบระบบ AI ที่สามารถรับคำสั่งซื้อผ่านไดรฟ์ทรูเพื่อเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำ - การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์: เซ็นเซอร์ที่ติดตั้งในอุปกรณ์ครัวสามารถเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อตรวจสอบและทำนายว่าเครื่องทอดหรือเครื่องทำไอศกรีมจะเสียเมื่อใด - ผู้จัดการ AI เสมือนจริง: เทคโนโลยี Edge Computing ยังช่วยผู้จัดการร้านในงานด้านบริหารจัดการ เช่น การจัดตารางกะทำงานให้พนักงาน ระบบ AI เสมือนจริงนี้คล้ายกับที่ Taco Bell และ Pizza Hut กำลังทดสอบ อย่างไรก็ตาม McDonald's ต้องเผชิญกับความท้าทายในการติดตั้งเทคโนโลยีในร้านอาหารที่เป็นแฟรนไชส์และที่บริหารงานโดยบริษัท การติดตั้งเทคโนโลยีนี้มีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้มีบางคนเสนอว่าเงินที่ใช้ลงทุนในเทคโนโลยี AI ควรใช้ไปในการฝึกอบรมพนักงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแทน https://www.techspot.com/news/107065-mcdonald-turns-ai-boost-order-accuracy-stay-ahead.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    McDonald's bets on AI to boost order accuracy, streamline operations at 43,000 restaurants
    The Wall Street Journal notes that McDonald's starting rolling out edge computing platforms at some of its US restaurants last year, and plans to add more to...
    0 Comments 0 Shares 240 Views 0 Reviews
  • ถกเดือดพิมพ์แบบเรียน สกสค. ส่อกีดกัน บ.รุ่งศิลป์ เสนอราคาต่ำสุด ไม่ได้สักรายการ
    .
    “กมธ.ป.ป.ช. สภาฯ” ถกเดือดโครงการพิมพ์แบบเรียนปี 68 งบฯพันล้าน “ก.บัญชีกลาง” จัดหนัก “องค์การค้าของ สกสค.” เจตนากีดกันแข่งขัน แถมส่อล็อกสเปกกระดาษ ส่อปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ทั้งที่เคยแจ้งว่าขัด กม.จัดซื้อฯ “รุ่งศิลป์ฯ” โอดไม่ได้งานแม้แต่รายการเดียว ทั้งที่เสนอราคาต่ำกว่าอื้อ “องค์การค้าฯ” ขยี้เหตุส่งหนังสือปี 67 ไม่ทัน จนถูกบอกเลิกสัญญา เจองัดหนังสือฝ่ายผลิต องค์การค้าฯ เซ็นยอมรับส่งปกไม่ครบสวน
    .
    เมื่อวันที่ 6 มี.ค.68 ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน กมธ.ป.ป.ช.เป็นประธานในที่ประชุม มีการพิจารณาเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโครงการจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียนปีการศึกษา 2568 จำนวน 145 รายการ งบประมาณ 1,060 ล้านบาท ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (องค์การค้าของ สกสค.) ที่มีลักษณะกีดกันการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ซึ่ง บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1997) จำกัด (บจ.รุ่งศิลป์ฯ) ที่เป็นผู้ร่วมเสนอราคายื่นร้องเรียนต่อ กมธ.ฯ
    .
    ในการประชุมได้เชิญ ผู้แทน บจ.รุ่งศิลป์ฯ หรือโรงพิมพ์รุ่งศิลป์ ในฐานะผู้ร้อง, ผู้แทนองค์การค้าของ สกสค. ในฐานะผู้ถูกร้อง และผู้แทนจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ในฐานะกำกับดูแลระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เข้าร่วมชี้แจง
    .
    นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธาน กมธ.ฯ คนที่ 1 ได้สอบถามถึงประเด็นที่ บจ.รุ่งศิลป์ฯ ได้ร้องเรียนว่า ในขอบเขตงาน (ทีโออาร์) ของโครงการฯ ทั้งครั้งที่เปิดประกวดราคาโดยวิธี e-bidding ซึ่งยกเลิกไปแล้ว และการประกวดราคาโดยวิธีคัดเลือก มีการระบุถึงคุณสมบัติผู้เข้าร่วมเสนอราคาว่า ต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกองค์การค้าของ สกสค.บอกเลิกสัญญาในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่ง บจ.รุ่งศิลป์ฯ ระบุว่า ถูก องค์การค้าของ สกสค.บอกเลิกสัญญาบางรายการของโครงการจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียนปีการศึกษา 2567 อย่างไม่เป็นธรรม และมีการเรียกร้องค่าเสียจากทางองค์การค้าของ สกสค. รวมทั้งคดีที่ฟ้องร้องต่อศาลปกครองก็ยังไม่สิ้นสุด จึงมองว่าเป็นการกีดกัน บจ.รุ่งศิลป์ฯ ในแข่งขันโครงการฯ ปี 2568 ซึ่ง บจ.รุ่งศิลป์ฯ ก็ได้ร้องเรียนไปยัง กรมบัญชีกลาง รวมถึงยื่นคำร้องต่อ ศาลปกครองกลาง และอยู่ระหว่างการไต่สวนด้วย
    .
    ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ชี้แจงว่า กรณีกีดกันนี้ บจ.รุ่งศิลป์ฯ ได้ร้องเรียนมายังกรมฯ 2 ครั้ง คือเมื่อวันที่ 2 ม.ค.68 ขณะมีการประกวดราคาโดยวิธี e-bidding ที่ได้ยกเลิกไปแล้ว ถือว่าคำร้องสิ้นสุด และเมื่อวันที่ 27 ก.พ.68 ช่วงประกวดราคาโดยวิธีการคัดเลือก ซึ่งอยู่ในระหว่างหาข้อมูลประกอบเพื่อพิจารณา จึงยังไม่ได้ตอบกลับข้อร้องเรียนกับทาง บจ.รุ่งศิลป์ฯ อย่างไรก็ตามเมื่อโครงการฯปี 2567 ทาง บจ.รุ่งศิลป์ฯ ก็เคยได้หารือในกรณีถูกกีดกันมาเช่นกัน กรมฯ ก็เคยตอบกลับแล้วว่า การกำหนดคุณสมบัติผู้เสนอราคาว่า ต้องไม่เคยถูกบอกเลิกสัญญา หรือเคยทำให้หน่วยงานเสียหาย ไม่สามารถกำหนดในทีโออาร์ได้ เพราะขัดกับมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 (พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ)
    .
    “โดยหลักการ ไม่ว่าจะประกวดราคาด้วยวิธีการใด หากระบุในทีโออาร์เกี่ยวกับคุณสมบัติการถูกบอกเลิกสัญญา หรือทำให้หน่วยงานเสียหายในลักษณะนี้ ถือเป็นการกีดกันทั้งสิ้น ซึ่งกรมฯ ได้เคยตอบข้อหารือไปหมดแล้วว่าขัดกฎหมาย แต่หน่วยงานจะปรับแก้ไข หรือนำไปดำเนินการอย่างไร กรมฯ ไม่อาจรับรู้ได้ทุกรายการ แต่ยืนยันว่าการระบุคุณสมบัติเช่นนี้ไม่เป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย” ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ระบุ
    .
    ถึงช่วงนี้ นายธีรัจชัย ที่ผลัดทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมกล่าวสรุปว่า “กรณีที่ กรมบัญชีกลาง มีความเห็น หรือเคยเตือนแล้วว่า ขัดต่อกฎหมาย แต่หน่วยงานยังดำเนินการต่ออีก ก็ถือว่าเจตนาที่จะกีดกัน เข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” ซึ่งในที่ประชุมไม่มีผู้คัดค้านถ้อยคำดังกล่าว
    .
    อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ ผู้แทนองค์การค้าของ สกสค. รวมถึงผู้แทนหน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ยังไม่ได้รับเชิญเข้าห้องประชุม
    .
    นายนัทธพลพงศ์ จิวัจฉรานุกูล รองกรรมการผู้จัดการ บจ.รุ่งศิลป์ฯ กล่าวต่อประชุมเสริมว่า ในการประกวดราคาโครงการฯ ปี 2568 โดยวิธีการคัดเลือก บริษัทฯก็ได้เข้าร่วมเสนอราคาด้วย และหลังจากมีการประกาศผลการประกวดราคา ปรากฎว่า บริษัทฯ ไม่ได้รับการคัดเลือกแม้แต่รายการเดียว ทั้งที่มีอย่างน้อย 30 จาก 145 รายการ ที่บริษัทฯเสนอราคาต่ำกว่าผู้ชนะการประกวดราคาค่อนข้างมาก จึงเชื่อว่ามีการใช้เงื่อนไขที่ระบุในทีโออาร์ในเรื่องการถูกบอกเลิกสัญญา รวมถึงต้องเป็นผู้ที่ไม่เคยทำให้ องค์การค้าของ สกสค.เสียหาย มากีดกันโดยตัดคะแนน หรือตัดคุณสมบัติบริษัทฯ อย่างไม่เป็นธรรม
    .
    “เรายังไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงว่า เหตุใดที่เราซึ่งเสนอราคาต่ำกว่าผู้ชนะในหลายรายการ แล้วแต่ละรายการก็ต่ำกว่าค่อนข้างมาก แต่กลับไม่ได้คัดเลือกเป็นผู้รับจ้างแม้แต่รายการเดียว เพราะประกาศของ องค์การค้าของ สกสค.มีเฉพาะรายชื่อผู้ชนะการประกวดราคา 145 รายการของโครงการฯ แต่ไม่ได้แนบแบบฟอร์มรายละเอียดการให้คะแนนแต่ละรายการตามที่ กรมบัญชีกลาง กำหนด อีกทั้งการประกวดราคาโดยการคัดเลือกครั้งนี้เลือกใช้ข้อ (ค.) ที่ใช้เหตุความจำเป็นเร่งด่วน ทำให้ไม่สามารถอุทธรณ์ผลการประกวดราคาได้ และทำได้เพียงร้องเรียนต่อ กรมบัญชีกลาง รวมถึงอาจจะยื่นฟ้องต่อศาลเท่านั้น“ นายนัทธพลพงศ์ กล่าว
    .
    นอกจากนี้ที่ประชุม กมธ.ฯ ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การที่หน่วยงานใช้เกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) ในการประกวดราคาอาจเปิดช่องให้มีการกำหนดคุณสมบัติส่อไปในทางล็อกสเปกได้ โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างที่มีความซับซ้อนทางเทคนิค อย่างโครงการจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนขององค์การค้าของ สกสค.ในช่วงหลัง ก็มีการกำหนดคุณสมบัติกระดาษ ที่มีข้อร้องเรียนว่า ไปตรงกับคุณสมบัติกระดาษของผู้นำเข้าเพียงรายเดียวในประเทศไทย
    .
    ผู้แทนกรมบัญชีกลาง กล่าวตอบว่า เป็นดุลพินิจของแต่ละหน่วยงานที่จะกำหนดใช้เกณฑ์ Price Performance หรือไม่ แต่เมื่อนำมาใช้ หน่วยงานต้องกำหนดเกณฑ์ให้ชัดเจนเพื่อให้มีการแข่งขันในด้านคุณภาพอย่างแท้จริง ซึ่งบางกรณี กรมบัญชีกลาง ก็ไม่อาจล่วงรู้ถึงเหตุผลความจำเป็นจริงๆ
    .
    “แต่ถ้าเป็นไปตามที่ กมธ.ระบุว่า กำหนดคุณสมบัติกระดาษแล้วไปตรงกับของรายใดรายหนึ่งในประเทศก็แบบนี้ถือว่า ล็อกสเปก เพราะตามกฎหมายต้องมีผู้ค้าอย่างน้อย 3 ราย” ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ระบุ
    .
    ขณะที่ ผู้แทนองค์การค้าของ สกสค.ซึ่งเข้าร่วมชี้แจงในช่วงท้าย ได้เน้นประเด็นคุณสมบัติของ บจ.รุ่งศิลป์ฯ ว่า ในการรับจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียนปี 2567 นั้น บจ.รุ่งศิลป์ฯ ส่งหนังสือบางรายการไม่ทันตามกำหนดโดยอ้างว่าได้รับปกหนังสือจากองค์การค้าฯ ไม่ครบ ตามกระบวนการ องค์การค้าฯ ก็จำเป็นต้องบอกเลิกสัญญา และเรียกค่าเสียหายตามสัญญา เนื่องจากในความเป็นจริง องค์การค้าฯ ได้ส่งปกหนังสือให้ตามกำหนด และมีเกินจำนวนสำรองไปด้วย ทาง บจ.รุ่งศิลป์ฯ ก็ลงนามรับปกหนังสือไปเป็นที่เรียบร้อย แต่กลับทำหนังสือโต้แย้งหลังผ่านไปเกินกว่า 20 วันว่า ได้รับปกหนังสือไม่ครบ จึงไม่ถือเป็นความผิดพลาดองค์การค้าฯ แต่เป็นความไม่พร้อมของ บจ.รุ่งศิลป์ฯ เอง อีกทั้ง องค์การค้าฯ ก็ได้สั่งผลิตปกหนังสือเพิ่มกลับไปให้ เพราะต้องการหนังสือให้กับเด็กนักเรียนทันเปิดเทอม นอกจากนี้ บจ.รุ่งศิลป์ฯ ก็ได้ขอขยายระยะเวลาสัญญา เนื่องจากจัดส่งหนังสือได้ไม่ทันตามกำหนดด้วย
    .
    ด้าน ผู้แทน บจ.รุ่งศิลป์ฯ ชี้แจงว่า ปกหนังสือทั้งหมดตามรายการที่บริษัทฯ ได้รับว่าจ้างมีจำนวนมาก และแพ็คส่งมาในพาเลท มีการทยอยส่งมาเป็นระยะ คละกันหลายรายการ บริษัทฯ จึงไม่ได้ตรวจนับขณะได้รับจริงๆ ว่าครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ ก่อนมาพบภายหลังว่าไม่ครบตามจำนวน และบางส่วนยังชำรุดด้วย เมื่อพบปัญหาก็ได้ทำการโต้แย้งไปยังองค์การค้าของ สกสค. และก็มีผู้รับผิดชอบขององค์การค้าของ สกสค.ลงนามรับทราบว่า ส่งปกหนังสือไม่ครบจริงๆ โดยจะขอนำส่งเอกสารดังกล่าวให้กับ กมธ.ฯ เพื่อรปะกอบการพิจารณากรณีนี้
    .
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเอกสารที่ บจ.รุ่งศิลป์ฯ ยื่นเพิ่มเติมให้แก่ กมธ.ฯนั้น เป็นบันทึกข้อความที่ สำนักบริหารการผลิต ฝ่ายการผลิต องค์การค้าของ สกสค. ลงวันที่ 11 เม.ย.67 ลงนามโดย หัวหน้าฝ่ายการผลิต องค์การค้าของ สกสค. ทำถึง บจ.รุ่งศิลป์ฯ เรื่อง ขอยืนยันจะส่งปกเพิ่มให้ครบจำนวนสั่งผลิต โดยระบุข้อความตอนหนึ่งว่า ”ได้มีการตรวจนับปกแต่ละรายการ พบว่าจำนวนใบพิมพ์ในแต่ละพาเลทมีจำนวนน้อยกว่าในใบแจ้งสถานะ องค์การค้าฯ จึงขอแจ้งกับทางบริษัทฯ ว่า ทางองค์การค้าฯ จะติดตาม ประสานงาน นำปกที่ทางบริษัทฯ แจ้งขาดจำนวน ส่งเพิ่มให้ตามจำนวนที่ทางบริษัทฯ แจ้งมา”.
    ............
    Sondhi X
    ถกเดือดพิมพ์แบบเรียน สกสค. ส่อกีดกัน บ.รุ่งศิลป์ เสนอราคาต่ำสุด ไม่ได้สักรายการ . “กมธ.ป.ป.ช. สภาฯ” ถกเดือดโครงการพิมพ์แบบเรียนปี 68 งบฯพันล้าน “ก.บัญชีกลาง” จัดหนัก “องค์การค้าของ สกสค.” เจตนากีดกันแข่งขัน แถมส่อล็อกสเปกกระดาษ ส่อปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ทั้งที่เคยแจ้งว่าขัด กม.จัดซื้อฯ “รุ่งศิลป์ฯ” โอดไม่ได้งานแม้แต่รายการเดียว ทั้งที่เสนอราคาต่ำกว่าอื้อ “องค์การค้าฯ” ขยี้เหตุส่งหนังสือปี 67 ไม่ทัน จนถูกบอกเลิกสัญญา เจองัดหนังสือฝ่ายผลิต องค์การค้าฯ เซ็นยอมรับส่งปกไม่ครบสวน . เมื่อวันที่ 6 มี.ค.68 ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน กมธ.ป.ป.ช.เป็นประธานในที่ประชุม มีการพิจารณาเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโครงการจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียนปีการศึกษา 2568 จำนวน 145 รายการ งบประมาณ 1,060 ล้านบาท ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (องค์การค้าของ สกสค.) ที่มีลักษณะกีดกันการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ซึ่ง บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1997) จำกัด (บจ.รุ่งศิลป์ฯ) ที่เป็นผู้ร่วมเสนอราคายื่นร้องเรียนต่อ กมธ.ฯ . ในการประชุมได้เชิญ ผู้แทน บจ.รุ่งศิลป์ฯ หรือโรงพิมพ์รุ่งศิลป์ ในฐานะผู้ร้อง, ผู้แทนองค์การค้าของ สกสค. ในฐานะผู้ถูกร้อง และผู้แทนจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ในฐานะกำกับดูแลระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เข้าร่วมชี้แจง . นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธาน กมธ.ฯ คนที่ 1 ได้สอบถามถึงประเด็นที่ บจ.รุ่งศิลป์ฯ ได้ร้องเรียนว่า ในขอบเขตงาน (ทีโออาร์) ของโครงการฯ ทั้งครั้งที่เปิดประกวดราคาโดยวิธี e-bidding ซึ่งยกเลิกไปแล้ว และการประกวดราคาโดยวิธีคัดเลือก มีการระบุถึงคุณสมบัติผู้เข้าร่วมเสนอราคาว่า ต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกองค์การค้าของ สกสค.บอกเลิกสัญญาในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่ง บจ.รุ่งศิลป์ฯ ระบุว่า ถูก องค์การค้าของ สกสค.บอกเลิกสัญญาบางรายการของโครงการจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียนปีการศึกษา 2567 อย่างไม่เป็นธรรม และมีการเรียกร้องค่าเสียจากทางองค์การค้าของ สกสค. รวมทั้งคดีที่ฟ้องร้องต่อศาลปกครองก็ยังไม่สิ้นสุด จึงมองว่าเป็นการกีดกัน บจ.รุ่งศิลป์ฯ ในแข่งขันโครงการฯ ปี 2568 ซึ่ง บจ.รุ่งศิลป์ฯ ก็ได้ร้องเรียนไปยัง กรมบัญชีกลาง รวมถึงยื่นคำร้องต่อ ศาลปกครองกลาง และอยู่ระหว่างการไต่สวนด้วย . ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ชี้แจงว่า กรณีกีดกันนี้ บจ.รุ่งศิลป์ฯ ได้ร้องเรียนมายังกรมฯ 2 ครั้ง คือเมื่อวันที่ 2 ม.ค.68 ขณะมีการประกวดราคาโดยวิธี e-bidding ที่ได้ยกเลิกไปแล้ว ถือว่าคำร้องสิ้นสุด และเมื่อวันที่ 27 ก.พ.68 ช่วงประกวดราคาโดยวิธีการคัดเลือก ซึ่งอยู่ในระหว่างหาข้อมูลประกอบเพื่อพิจารณา จึงยังไม่ได้ตอบกลับข้อร้องเรียนกับทาง บจ.รุ่งศิลป์ฯ อย่างไรก็ตามเมื่อโครงการฯปี 2567 ทาง บจ.รุ่งศิลป์ฯ ก็เคยได้หารือในกรณีถูกกีดกันมาเช่นกัน กรมฯ ก็เคยตอบกลับแล้วว่า การกำหนดคุณสมบัติผู้เสนอราคาว่า ต้องไม่เคยถูกบอกเลิกสัญญา หรือเคยทำให้หน่วยงานเสียหาย ไม่สามารถกำหนดในทีโออาร์ได้ เพราะขัดกับมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 (พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ) . “โดยหลักการ ไม่ว่าจะประกวดราคาด้วยวิธีการใด หากระบุในทีโออาร์เกี่ยวกับคุณสมบัติการถูกบอกเลิกสัญญา หรือทำให้หน่วยงานเสียหายในลักษณะนี้ ถือเป็นการกีดกันทั้งสิ้น ซึ่งกรมฯ ได้เคยตอบข้อหารือไปหมดแล้วว่าขัดกฎหมาย แต่หน่วยงานจะปรับแก้ไข หรือนำไปดำเนินการอย่างไร กรมฯ ไม่อาจรับรู้ได้ทุกรายการ แต่ยืนยันว่าการระบุคุณสมบัติเช่นนี้ไม่เป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย” ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ระบุ . ถึงช่วงนี้ นายธีรัจชัย ที่ผลัดทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมกล่าวสรุปว่า “กรณีที่ กรมบัญชีกลาง มีความเห็น หรือเคยเตือนแล้วว่า ขัดต่อกฎหมาย แต่หน่วยงานยังดำเนินการต่ออีก ก็ถือว่าเจตนาที่จะกีดกัน เข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” ซึ่งในที่ประชุมไม่มีผู้คัดค้านถ้อยคำดังกล่าว . อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ ผู้แทนองค์การค้าของ สกสค. รวมถึงผู้แทนหน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ยังไม่ได้รับเชิญเข้าห้องประชุม . นายนัทธพลพงศ์ จิวัจฉรานุกูล รองกรรมการผู้จัดการ บจ.รุ่งศิลป์ฯ กล่าวต่อประชุมเสริมว่า ในการประกวดราคาโครงการฯ ปี 2568 โดยวิธีการคัดเลือก บริษัทฯก็ได้เข้าร่วมเสนอราคาด้วย และหลังจากมีการประกาศผลการประกวดราคา ปรากฎว่า บริษัทฯ ไม่ได้รับการคัดเลือกแม้แต่รายการเดียว ทั้งที่มีอย่างน้อย 30 จาก 145 รายการ ที่บริษัทฯเสนอราคาต่ำกว่าผู้ชนะการประกวดราคาค่อนข้างมาก จึงเชื่อว่ามีการใช้เงื่อนไขที่ระบุในทีโออาร์ในเรื่องการถูกบอกเลิกสัญญา รวมถึงต้องเป็นผู้ที่ไม่เคยทำให้ องค์การค้าของ สกสค.เสียหาย มากีดกันโดยตัดคะแนน หรือตัดคุณสมบัติบริษัทฯ อย่างไม่เป็นธรรม . “เรายังไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงว่า เหตุใดที่เราซึ่งเสนอราคาต่ำกว่าผู้ชนะในหลายรายการ แล้วแต่ละรายการก็ต่ำกว่าค่อนข้างมาก แต่กลับไม่ได้คัดเลือกเป็นผู้รับจ้างแม้แต่รายการเดียว เพราะประกาศของ องค์การค้าของ สกสค.มีเฉพาะรายชื่อผู้ชนะการประกวดราคา 145 รายการของโครงการฯ แต่ไม่ได้แนบแบบฟอร์มรายละเอียดการให้คะแนนแต่ละรายการตามที่ กรมบัญชีกลาง กำหนด อีกทั้งการประกวดราคาโดยการคัดเลือกครั้งนี้เลือกใช้ข้อ (ค.) ที่ใช้เหตุความจำเป็นเร่งด่วน ทำให้ไม่สามารถอุทธรณ์ผลการประกวดราคาได้ และทำได้เพียงร้องเรียนต่อ กรมบัญชีกลาง รวมถึงอาจจะยื่นฟ้องต่อศาลเท่านั้น“ นายนัทธพลพงศ์ กล่าว . นอกจากนี้ที่ประชุม กมธ.ฯ ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การที่หน่วยงานใช้เกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) ในการประกวดราคาอาจเปิดช่องให้มีการกำหนดคุณสมบัติส่อไปในทางล็อกสเปกได้ โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างที่มีความซับซ้อนทางเทคนิค อย่างโครงการจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนขององค์การค้าของ สกสค.ในช่วงหลัง ก็มีการกำหนดคุณสมบัติกระดาษ ที่มีข้อร้องเรียนว่า ไปตรงกับคุณสมบัติกระดาษของผู้นำเข้าเพียงรายเดียวในประเทศไทย . ผู้แทนกรมบัญชีกลาง กล่าวตอบว่า เป็นดุลพินิจของแต่ละหน่วยงานที่จะกำหนดใช้เกณฑ์ Price Performance หรือไม่ แต่เมื่อนำมาใช้ หน่วยงานต้องกำหนดเกณฑ์ให้ชัดเจนเพื่อให้มีการแข่งขันในด้านคุณภาพอย่างแท้จริง ซึ่งบางกรณี กรมบัญชีกลาง ก็ไม่อาจล่วงรู้ถึงเหตุผลความจำเป็นจริงๆ . “แต่ถ้าเป็นไปตามที่ กมธ.ระบุว่า กำหนดคุณสมบัติกระดาษแล้วไปตรงกับของรายใดรายหนึ่งในประเทศก็แบบนี้ถือว่า ล็อกสเปก เพราะตามกฎหมายต้องมีผู้ค้าอย่างน้อย 3 ราย” ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ระบุ . ขณะที่ ผู้แทนองค์การค้าของ สกสค.ซึ่งเข้าร่วมชี้แจงในช่วงท้าย ได้เน้นประเด็นคุณสมบัติของ บจ.รุ่งศิลป์ฯ ว่า ในการรับจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียนปี 2567 นั้น บจ.รุ่งศิลป์ฯ ส่งหนังสือบางรายการไม่ทันตามกำหนดโดยอ้างว่าได้รับปกหนังสือจากองค์การค้าฯ ไม่ครบ ตามกระบวนการ องค์การค้าฯ ก็จำเป็นต้องบอกเลิกสัญญา และเรียกค่าเสียหายตามสัญญา เนื่องจากในความเป็นจริง องค์การค้าฯ ได้ส่งปกหนังสือให้ตามกำหนด และมีเกินจำนวนสำรองไปด้วย ทาง บจ.รุ่งศิลป์ฯ ก็ลงนามรับปกหนังสือไปเป็นที่เรียบร้อย แต่กลับทำหนังสือโต้แย้งหลังผ่านไปเกินกว่า 20 วันว่า ได้รับปกหนังสือไม่ครบ จึงไม่ถือเป็นความผิดพลาดองค์การค้าฯ แต่เป็นความไม่พร้อมของ บจ.รุ่งศิลป์ฯ เอง อีกทั้ง องค์การค้าฯ ก็ได้สั่งผลิตปกหนังสือเพิ่มกลับไปให้ เพราะต้องการหนังสือให้กับเด็กนักเรียนทันเปิดเทอม นอกจากนี้ บจ.รุ่งศิลป์ฯ ก็ได้ขอขยายระยะเวลาสัญญา เนื่องจากจัดส่งหนังสือได้ไม่ทันตามกำหนดด้วย . ด้าน ผู้แทน บจ.รุ่งศิลป์ฯ ชี้แจงว่า ปกหนังสือทั้งหมดตามรายการที่บริษัทฯ ได้รับว่าจ้างมีจำนวนมาก และแพ็คส่งมาในพาเลท มีการทยอยส่งมาเป็นระยะ คละกันหลายรายการ บริษัทฯ จึงไม่ได้ตรวจนับขณะได้รับจริงๆ ว่าครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ ก่อนมาพบภายหลังว่าไม่ครบตามจำนวน และบางส่วนยังชำรุดด้วย เมื่อพบปัญหาก็ได้ทำการโต้แย้งไปยังองค์การค้าของ สกสค. และก็มีผู้รับผิดชอบขององค์การค้าของ สกสค.ลงนามรับทราบว่า ส่งปกหนังสือไม่ครบจริงๆ โดยจะขอนำส่งเอกสารดังกล่าวให้กับ กมธ.ฯ เพื่อรปะกอบการพิจารณากรณีนี้ . ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเอกสารที่ บจ.รุ่งศิลป์ฯ ยื่นเพิ่มเติมให้แก่ กมธ.ฯนั้น เป็นบันทึกข้อความที่ สำนักบริหารการผลิต ฝ่ายการผลิต องค์การค้าของ สกสค. ลงวันที่ 11 เม.ย.67 ลงนามโดย หัวหน้าฝ่ายการผลิต องค์การค้าของ สกสค. ทำถึง บจ.รุ่งศิลป์ฯ เรื่อง ขอยืนยันจะส่งปกเพิ่มให้ครบจำนวนสั่งผลิต โดยระบุข้อความตอนหนึ่งว่า ”ได้มีการตรวจนับปกแต่ละรายการ พบว่าจำนวนใบพิมพ์ในแต่ละพาเลทมีจำนวนน้อยกว่าในใบแจ้งสถานะ องค์การค้าฯ จึงขอแจ้งกับทางบริษัทฯ ว่า ทางองค์การค้าฯ จะติดตาม ประสานงาน นำปกที่ทางบริษัทฯ แจ้งขาดจำนวน ส่งเพิ่มให้ตามจำนวนที่ทางบริษัทฯ แจ้งมา”. ............ Sondhi X
    Like
    Haha
    Angry
    15
    0 Comments 0 Shares 2238 Views 0 Reviews
  • ไม่อยากคบ"กระติก" ให้การพิเรนทร์จนพิรุธ : [NEWS UPDATE]

    นายฉันท์ชนะ ยิ้มสาย หรือ ฮิปโป เพื่อนสนิทและผู้จัดการส่วนตัวของแตงโม นิดา เผยหลังให้ข้อมูลคดีการเสียชีวิตของแตงโมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นานกว่า 5 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ถามความสัมพันธ์ว่ารู้จักกับบุคคลอื่นที่ดีเอสไอต้องการทราบข้อมูลหรือไม่ ให้ข้อมูลการซื้อโทรศัพท์ของแตงโม และประเด็นเพิ่มที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เป็นการให้ข้อมูลละเอียดกว่าที่ผ่านมา สบายใจที่หน่วยงานราชการเข้ามา ทุกคนต้องการความจริง มองคดีมีพิรุธไปหมด มีหลายคำถามในใจ ให้การพิเรนทร์จนเป็นพิรุธ ยืนยัน ไม่ได้คุยกับกระติก เจอครั้งสุดท้ายที่นิติเวช ในแชตกลุ่มกระติกถูกทุกคนรุมถามและต่อว่า “ทำไมใจดำทิ้งเพื่อน” ทำให้กระติกออกจากกลุ่มไลน์ ตนไม่อยากคบเป็นเพื่อน เชื่อกฎแห่งกรรม ใครทำอะไรก็ต้องได้รับผลของการกระทำนั้น

    -สว.พร้อมแจงฟอกเงิน

    -เร่งสอบทุจริตเลือก สว.

    -อย่าช้าตั้งทีมรับมือ"ทรัมป์"

    -ดัน พ.ร.บ.เกม ชิงเค้กตลาด
    ไม่อยากคบ"กระติก" ให้การพิเรนทร์จนพิรุธ : [NEWS UPDATE] นายฉันท์ชนะ ยิ้มสาย หรือ ฮิปโป เพื่อนสนิทและผู้จัดการส่วนตัวของแตงโม นิดา เผยหลังให้ข้อมูลคดีการเสียชีวิตของแตงโมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นานกว่า 5 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ถามความสัมพันธ์ว่ารู้จักกับบุคคลอื่นที่ดีเอสไอต้องการทราบข้อมูลหรือไม่ ให้ข้อมูลการซื้อโทรศัพท์ของแตงโม และประเด็นเพิ่มที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เป็นการให้ข้อมูลละเอียดกว่าที่ผ่านมา สบายใจที่หน่วยงานราชการเข้ามา ทุกคนต้องการความจริง มองคดีมีพิรุธไปหมด มีหลายคำถามในใจ ให้การพิเรนทร์จนเป็นพิรุธ ยืนยัน ไม่ได้คุยกับกระติก เจอครั้งสุดท้ายที่นิติเวช ในแชตกลุ่มกระติกถูกทุกคนรุมถามและต่อว่า “ทำไมใจดำทิ้งเพื่อน” ทำให้กระติกออกจากกลุ่มไลน์ ตนไม่อยากคบเป็นเพื่อน เชื่อกฎแห่งกรรม ใครทำอะไรก็ต้องได้รับผลของการกระทำนั้น -สว.พร้อมแจงฟอกเงิน -เร่งสอบทุจริตเลือก สว. -อย่าช้าตั้งทีมรับมือ"ทรัมป์" -ดัน พ.ร.บ.เกม ชิงเค้กตลาด
    Like
    Love
    8
    0 Comments 0 Shares 1148 Views 64 0 Reviews

  • "ปอ" ให้พูด "แตงโม" ตกเรือสงสัยทำไมต้องเตี๊ยม : [NEWS UPDATE]
    นายฉันท์ชนะ ยิ้มสาย หรือ ฮิปโป เพื่อนสนิทและผู้จัดการส่วนตัวของแตงโม นิดา ให้ข้อมูลคดีการเสียชีวิตของแตงโมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้โทรศัพท์หาแตงโมวันที่ 24 ก.พ. 2565 วันเกิดเหตุเวลา 20.27 น. และได้คุยกับแตงโมสั้นๆ 24 วินาที โดยถามแตงโมว่าพรุ่งนี้ไปออกรายการคนเดียวได้หรือไม่ แตงโมตอบกลับว่า“แป่ปนึงเดี๋ยวโทรกลับ” น้ำเสียงแตงโมเป็นปกติมีเพียงเสียงลมที่พัดเข้าโทรศัพท์ เมื่อทราบข่าวก็ไปที่เกิดเหตุ เจอกระติก ปอ แซน ซึ่งปอโชว์โทรศัพท์ให้ดูว่าคุยกับผู้กำกับแล้วให้บอกทุกคนว่าแตงโมตกท้ายเรือ ขับเรือแปดน็อต และต้องบอกว่านี่คือความจริงว่า แตงโมไปฉี่ท้ายเรือ ซึ่งตอนนั้นก็รู้สึกงงว่าทำไมต้องเตี๊ยมกัน ไม่เชื่อแตงโมไปฉี่ท้ายเรือ มั่นใจไม่ใช่ประมาทร่วมแน่



    ใช้ 300 ล้านฮั้วเลือก สว.

    สว.ปิดปากติดต่อไม่ได้

    ปรับเกณฑ์บัตรคนจน

    จีนพร้อมสู้สงครามสหรัฐ
    "ปอ" ให้พูด "แตงโม" ตกเรือสงสัยทำไมต้องเตี๊ยม : [NEWS UPDATE] นายฉันท์ชนะ ยิ้มสาย หรือ ฮิปโป เพื่อนสนิทและผู้จัดการส่วนตัวของแตงโม นิดา ให้ข้อมูลคดีการเสียชีวิตของแตงโมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้โทรศัพท์หาแตงโมวันที่ 24 ก.พ. 2565 วันเกิดเหตุเวลา 20.27 น. และได้คุยกับแตงโมสั้นๆ 24 วินาที โดยถามแตงโมว่าพรุ่งนี้ไปออกรายการคนเดียวได้หรือไม่ แตงโมตอบกลับว่า“แป่ปนึงเดี๋ยวโทรกลับ” น้ำเสียงแตงโมเป็นปกติมีเพียงเสียงลมที่พัดเข้าโทรศัพท์ เมื่อทราบข่าวก็ไปที่เกิดเหตุ เจอกระติก ปอ แซน ซึ่งปอโชว์โทรศัพท์ให้ดูว่าคุยกับผู้กำกับแล้วให้บอกทุกคนว่าแตงโมตกท้ายเรือ ขับเรือแปดน็อต และต้องบอกว่านี่คือความจริงว่า แตงโมไปฉี่ท้ายเรือ ซึ่งตอนนั้นก็รู้สึกงงว่าทำไมต้องเตี๊ยมกัน ไม่เชื่อแตงโมไปฉี่ท้ายเรือ มั่นใจไม่ใช่ประมาทร่วมแน่ ใช้ 300 ล้านฮั้วเลือก สว. สว.ปิดปากติดต่อไม่ได้ ปรับเกณฑ์บัตรคนจน จีนพร้อมสู้สงครามสหรัฐ
    Like
    Haha
    Love
    10
    0 Comments 0 Shares 1237 Views 35 0 Reviews
  • "ปอ" โชว์มือถือคุยผู้กำกับให้บอก "แตงโม" ตกเรือ : [THE MESSAGE]
    นายฉันท์ชนะ ยิ้มสาย หรือ ฮิปโป เพื่อนสนิทและผู้จัดการส่วนตัวของแตงโม นิดา ให้ข้อมูลคดีการเสียชีวิตของแตงโมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้โทรศัพท์หาแตงโมวันที่ 24 ก.พ. 2565 วันเกิดเหตุเวลา 20.27 น. และได้คุยกับแตงโมสั้นๆ 24 วินาที โดยถามแตงโมว่าพรุ่งนี้ไปออกรายการคนเดียวได้หรือไม่ แตงโมตอบกลับว่า“แป่ปนึงเดี๋ยวโทรกลับ” น้ำเสียงแตงโมเป็นปกติมีเพียงเสียงลมที่พัดเข้าโทรศัพท์ เมื่อทราบข่าวก็ไปที่เกิดเหตุ เจอกระติก ปอ แซน ซึ่งปอโชว์โทรศัพท์ให้ดูว่าคุยกับผู้กำกับแล้วให้บอกทุกคนว่าแตงโมตกท้ายเรือ ขับเรือแปดน็อต และต้องบอกว่านี่คือความจริงว่า แตงโมไปฉี่ท้ายเรือ ซึ่งตอนนั้นก็รู้สึกงงว่าทำไมต้องเตี๊ยมกัน ไม่เชื่อแตงโมไปฉี่ท้ายเรือ มั่นใจไม่ใช่เป็นการประมาทร่วมแน่ ส่วนโทรศัพท์มือถือของแตงโม มี 3 เครื่อง ใช้ส่วนตัว 1 เครื่อง เพิ่งซื้อปลายปี 2564 ส่วนโทรศัพท์เก่าให้เบิร์ดใช้ ต่อมาเบิร์ดทำหายหลังแตงโมเสียชีวิตไม่กี่เดือน อีกเครื่องเป็นของพ่อซึ่งไม่ได้ใช้งาน
    "ปอ" โชว์มือถือคุยผู้กำกับให้บอก "แตงโม" ตกเรือ : [THE MESSAGE] นายฉันท์ชนะ ยิ้มสาย หรือ ฮิปโป เพื่อนสนิทและผู้จัดการส่วนตัวของแตงโม นิดา ให้ข้อมูลคดีการเสียชีวิตของแตงโมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้โทรศัพท์หาแตงโมวันที่ 24 ก.พ. 2565 วันเกิดเหตุเวลา 20.27 น. และได้คุยกับแตงโมสั้นๆ 24 วินาที โดยถามแตงโมว่าพรุ่งนี้ไปออกรายการคนเดียวได้หรือไม่ แตงโมตอบกลับว่า“แป่ปนึงเดี๋ยวโทรกลับ” น้ำเสียงแตงโมเป็นปกติมีเพียงเสียงลมที่พัดเข้าโทรศัพท์ เมื่อทราบข่าวก็ไปที่เกิดเหตุ เจอกระติก ปอ แซน ซึ่งปอโชว์โทรศัพท์ให้ดูว่าคุยกับผู้กำกับแล้วให้บอกทุกคนว่าแตงโมตกท้ายเรือ ขับเรือแปดน็อต และต้องบอกว่านี่คือความจริงว่า แตงโมไปฉี่ท้ายเรือ ซึ่งตอนนั้นก็รู้สึกงงว่าทำไมต้องเตี๊ยมกัน ไม่เชื่อแตงโมไปฉี่ท้ายเรือ มั่นใจไม่ใช่เป็นการประมาทร่วมแน่ ส่วนโทรศัพท์มือถือของแตงโม มี 3 เครื่อง ใช้ส่วนตัว 1 เครื่อง เพิ่งซื้อปลายปี 2564 ส่วนโทรศัพท์เก่าให้เบิร์ดใช้ ต่อมาเบิร์ดทำหายหลังแตงโมเสียชีวิตไม่กี่เดือน อีกเครื่องเป็นของพ่อซึ่งไม่ได้ใช้งาน
    Like
    3
    0 Comments 0 Shares 1166 Views 33 0 Reviews
  • นักพัฒนาหน้าใหม่จำนวนมากเริ่มพึ่งพา AI ในการเขียนโค้ดมากขึ้น ซึ่งทำให้ความสามารถในการเข้าใจและแก้ไขปัญหาของพวกเขาลดลง ซึ่งสร้างความกังวลในวงการเทคโนโลยี

    จากการรายงานของ Futurism.comโดย Namanyay Goel นักพัฒนาที่มีประสบการณ์ เขาได้กล่าวว่านักพัฒนาหน้าใหม่ที่เขาได้พูดคุยด้วยนั้นขาดความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโค้ดที่พวกเขาเขียน “นักพัฒนารุ่นใหม่นี้ใช้ Copilot, Claude หรือ GPT ตลอดเวลา พวกเขาส่งโค้ดได้เร็วขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าถามว่าทำไมโค้ดถึงทำงานแบบนี้แทนที่จะเป็นแบบอื่น พวกเขาเงียบกริบ” Goel กล่าว

    Goel ยังเสริมอีกว่าความรู้พื้นฐานที่เคยได้จากการต่อสู้กับปัญหาได้หายไป โดยเขากังวลว่าเมื่อมีปัญหาที่ซับซ้อน นักพัฒนาที่พึ่งพา AI มากเกินไปอาจไม่สามารถเข้าใจและแก้ไขได้

    ปัญหานี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเขียนโค้ดเท่านั้น ในขณะที่ AI มีความสามารถมากขึ้น บริษัทเล็ก ๆ อาจถูกล่อลวงให้นำ AI มาใช้เติมช่องว่างทักษะในทีมงาน แทนที่จะจ้างผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์

    Goel สรุปประเด็นนี้ไว้ในประโยคเดียวว่า “เราต้องซื่อสัตย์กับสิ่งที่เรายอมเสียไปเพื่อความสะดวกสบาย” นี่เป็นการเตือนให้ผู้ประกอบการและผู้จัดการคำนึงถึงคุณค่าของผู้เชี่ยวชาญในทีม และมั่นใจว่านักพัฒนารุ่นใหม่เข้าใจทฤษฎีพื้นฐานของงานที่ทำอยู่

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/04/a-new-ai-worry-many-young-coders-no-longer-know-how-their-code-really-works
    นักพัฒนาหน้าใหม่จำนวนมากเริ่มพึ่งพา AI ในการเขียนโค้ดมากขึ้น ซึ่งทำให้ความสามารถในการเข้าใจและแก้ไขปัญหาของพวกเขาลดลง ซึ่งสร้างความกังวลในวงการเทคโนโลยี จากการรายงานของ Futurism.comโดย Namanyay Goel นักพัฒนาที่มีประสบการณ์ เขาได้กล่าวว่านักพัฒนาหน้าใหม่ที่เขาได้พูดคุยด้วยนั้นขาดความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโค้ดที่พวกเขาเขียน “นักพัฒนารุ่นใหม่นี้ใช้ Copilot, Claude หรือ GPT ตลอดเวลา พวกเขาส่งโค้ดได้เร็วขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าถามว่าทำไมโค้ดถึงทำงานแบบนี้แทนที่จะเป็นแบบอื่น พวกเขาเงียบกริบ” Goel กล่าว Goel ยังเสริมอีกว่าความรู้พื้นฐานที่เคยได้จากการต่อสู้กับปัญหาได้หายไป โดยเขากังวลว่าเมื่อมีปัญหาที่ซับซ้อน นักพัฒนาที่พึ่งพา AI มากเกินไปอาจไม่สามารถเข้าใจและแก้ไขได้ ปัญหานี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเขียนโค้ดเท่านั้น ในขณะที่ AI มีความสามารถมากขึ้น บริษัทเล็ก ๆ อาจถูกล่อลวงให้นำ AI มาใช้เติมช่องว่างทักษะในทีมงาน แทนที่จะจ้างผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ Goel สรุปประเด็นนี้ไว้ในประโยคเดียวว่า “เราต้องซื่อสัตย์กับสิ่งที่เรายอมเสียไปเพื่อความสะดวกสบาย” นี่เป็นการเตือนให้ผู้ประกอบการและผู้จัดการคำนึงถึงคุณค่าของผู้เชี่ยวชาญในทีม และมั่นใจว่านักพัฒนารุ่นใหม่เข้าใจทฤษฎีพื้นฐานของงานที่ทำอยู่ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/04/a-new-ai-worry-many-young-coders-no-longer-know-how-their-code-really-works
    WWW.THESTAR.COM.MY
    A new AI worry: Many young coders no longer know how their code really works
    Research recently showed that using AI may impact workers' long term critical thinking powers. Another alarm bell raises worries that overreliance on AI to help write code will also have a long-term on the workplace.
    0 Comments 0 Shares 158 Views 0 Reviews
  • "เสี่ยสมพงษ์" เดินทางเข้าพบ ดีเอสไอ หลังเป็นผู้พบร่าง "แตงโม" คนแรก ยืนยันอยากช่วยค้นหา แต่ตลอด 3 ปีกลับถูกแฟนคลับตามต่อว่ามาตลอด

    วันนี้ (4 มี.ค.) เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อาคานเอ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร นายสมพงษ์ สุนทรพรวาที หรือ "เสี่ยสมพงษ์" อายุ 67 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัท บางกอกโรลเลอร์ จำกัด ผู้นำเรือช่วยค้นหาและผู้พบร่าง น.ส.ภัทรธิดา (นิดา) พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม เป็นคนแรก เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนข้อเท็จจริงคดีการเสียชีวิตของแตงโม หลังรับเป็นเลขสืบสวนที่ 20/2568

    นายสมพงษ์ กล่าวว่า เดินทางมาวันนี้ก็จะให้ข้อมูลแบบเดิมที่เคยให้การไปแล้วที่ สภ.นนทบุรี ส่วนที่รู้ว่าเป็นศพแตงโมตั้งแต่พบครั้งแรกเพราะด้วยสัญชาตญานความเป็นมนุษย์เวลานั้น เนื่องจากรู้ข่าวแตงโมตกน้ำเลยรู้ว่าต้องมีศพโผล่ขึ้นมาหรือจะให้เป็นศพคนอื่น โดยตนไม่ได้เป็นอาสาแต่ตนได้ซื้อเรือมาลำหนึ่ง จึงอยากช่วยค้นหาก็เลยเติมน้ำมันออกหาแตงโม แล้วก็บังเอิญเจอ แต่ตลอด 3 ปีมาถูกแฟนคลับแตงโมว่ามาตลอด ไม่เห็นบอกว่าตนเป็นพลเมืองดีเลย

    นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า วันพบร่างแตงโมใครจะเชื่อก็เชื่อ ใครไม่เชื่อก็ไม่ว่ากัน วันนั้นตรงกับวันเสาร์ บ้านตนมีโรงยิม มีสระว่ายน้ำ ตนตื่นตี 5 ทุกวัน ไปนั่งสมาธิที่โรงยิม ขณะเดินจากบ้านหลังใหญ่จะไปนั่งสมาธิที่โรงยิม แต่ไม่เกี่ยวกับนั่งสมาธิ คุณแตงโมก็ดลจิตดลใจขึ้นมา ตนได้ถามว่ามาทำอะไร เขาไม่ตอบอะไร จึงบอกกลับไปว่าจะเอาเรือไปช่วยหา ถ้าคุณอยากเจอตน ก็ขอให้เจอง่ายๆ

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/crime/detail/9680000020976

    #MGROnline #เสี่ยสมพงษ์ #ดีเอสไอ #แตงโม
    "เสี่ยสมพงษ์" เดินทางเข้าพบ ดีเอสไอ หลังเป็นผู้พบร่าง "แตงโม" คนแรก ยืนยันอยากช่วยค้นหา แต่ตลอด 3 ปีกลับถูกแฟนคลับตามต่อว่ามาตลอด • วันนี้ (4 มี.ค.) เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อาคานเอ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร นายสมพงษ์ สุนทรพรวาที หรือ "เสี่ยสมพงษ์" อายุ 67 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัท บางกอกโรลเลอร์ จำกัด ผู้นำเรือช่วยค้นหาและผู้พบร่าง น.ส.ภัทรธิดา (นิดา) พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม เป็นคนแรก เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนข้อเท็จจริงคดีการเสียชีวิตของแตงโม หลังรับเป็นเลขสืบสวนที่ 20/2568 • นายสมพงษ์ กล่าวว่า เดินทางมาวันนี้ก็จะให้ข้อมูลแบบเดิมที่เคยให้การไปแล้วที่ สภ.นนทบุรี ส่วนที่รู้ว่าเป็นศพแตงโมตั้งแต่พบครั้งแรกเพราะด้วยสัญชาตญานความเป็นมนุษย์เวลานั้น เนื่องจากรู้ข่าวแตงโมตกน้ำเลยรู้ว่าต้องมีศพโผล่ขึ้นมาหรือจะให้เป็นศพคนอื่น โดยตนไม่ได้เป็นอาสาแต่ตนได้ซื้อเรือมาลำหนึ่ง จึงอยากช่วยค้นหาก็เลยเติมน้ำมันออกหาแตงโม แล้วก็บังเอิญเจอ แต่ตลอด 3 ปีมาถูกแฟนคลับแตงโมว่ามาตลอด ไม่เห็นบอกว่าตนเป็นพลเมืองดีเลย • นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า วันพบร่างแตงโมใครจะเชื่อก็เชื่อ ใครไม่เชื่อก็ไม่ว่ากัน วันนั้นตรงกับวันเสาร์ บ้านตนมีโรงยิม มีสระว่ายน้ำ ตนตื่นตี 5 ทุกวัน ไปนั่งสมาธิที่โรงยิม ขณะเดินจากบ้านหลังใหญ่จะไปนั่งสมาธิที่โรงยิม แต่ไม่เกี่ยวกับนั่งสมาธิ คุณแตงโมก็ดลจิตดลใจขึ้นมา ตนได้ถามว่ามาทำอะไร เขาไม่ตอบอะไร จึงบอกกลับไปว่าจะเอาเรือไปช่วยหา ถ้าคุณอยากเจอตน ก็ขอให้เจอง่ายๆ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/crime/detail/9680000020976 • #MGROnline #เสี่ยสมพงษ์ #ดีเอสไอ #แตงโม
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 401 Views 0 Reviews
  • กลุ่มอนุรักษ์สิทธิสัตว์ PETA ออกมาโต้รัฐมนตรีเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่ก่อนหน้ายืนยันรับประกันสวัสดิภาพหมูเด้งและสวนสัตว์เขาเขียวได้มาตรฐานว่า ให้ความสนใจหมูเด้งเป็นพิเศษ เนื่องมาจากกระแสความโด่งดังหมูเด้งที่มาจากการกักขังในสวนสัตว์เป็นสำคัญที่ทำให้สัตว์ป่าเช่นฮิปโปแคระสูญเสียธรรมชาติดั้งเดิมความเป็นสัตว์ป่าของตัวเองไป แต่ไม่ตอบคำเชิญเข้ามาดูหมูเด้งถึงสวนสัตว์เขาเขียว ด้านอดีตเอกอัครราชทูตอเมริกันประจำธนาคารพัฒนาเอเชีย (AsDB) สวนกระแสแบนบุกเยือน “หมูเด้ง” ถึงที่โพสต์ชื่นชมพี่เบนซ์ที่อุทิศตัวจนหมูเด้งมีชื่อไปทั่วโลก

    เจสัน เบเกอร์ (Jason Baker) รองประธานอาวุโสกลุ่มอนุรักษ์สิทธิสัตว์ PETA ชื่อดังออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 25 ก.พ. มายังผู้จัดการออนไลน์ ตอบโต้รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เฉลิมชัย ศรีอ่อน หลังข่าว PETA จับมือ Born Free รณรงค์ไม่ให้นักท่องเที่ยวในอังกฤษเดินทางบินเข้ามาชมหมูเด้งในไทยออกมาเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่ว

    แถลงการณ์ PETA ที่ออกมาในวันเดียวกัน (25) กับการแถลงของรัฐมนตรีเฉลิมชัย โดยทางกลุ่มแถลงยังคงโจมตีไปที่กระแสความโด่งดังหมูเด้งที่มาจากการกักขังในสวนสัตว์เป็นสำคัญ PETA จุดยืนการรณรงค์หมูเด้งเนื่องมาจากทางกลุ่มต้องการให้ข้อมูลว่า สัตว์ที่ถูกกักกันนั้นแท้จริงเป็นสิ่งที่มีความรู้สึกเหมือนเช่นมนุษย์ และไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาจัดแสดงได้ตามข้ออ้างของรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/around/detail/9680000020286

    #MGROnline #กลุ่มอนุรักษ์สิทธิสัตว์ #PETA #หมูเด้ง
    กลุ่มอนุรักษ์สิทธิสัตว์ PETA ออกมาโต้รัฐมนตรีเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่ก่อนหน้ายืนยันรับประกันสวัสดิภาพหมูเด้งและสวนสัตว์เขาเขียวได้มาตรฐานว่า ให้ความสนใจหมูเด้งเป็นพิเศษ เนื่องมาจากกระแสความโด่งดังหมูเด้งที่มาจากการกักขังในสวนสัตว์เป็นสำคัญที่ทำให้สัตว์ป่าเช่นฮิปโปแคระสูญเสียธรรมชาติดั้งเดิมความเป็นสัตว์ป่าของตัวเองไป แต่ไม่ตอบคำเชิญเข้ามาดูหมูเด้งถึงสวนสัตว์เขาเขียว ด้านอดีตเอกอัครราชทูตอเมริกันประจำธนาคารพัฒนาเอเชีย (AsDB) สวนกระแสแบนบุกเยือน “หมูเด้ง” ถึงที่โพสต์ชื่นชมพี่เบนซ์ที่อุทิศตัวจนหมูเด้งมีชื่อไปทั่วโลก • เจสัน เบเกอร์ (Jason Baker) รองประธานอาวุโสกลุ่มอนุรักษ์สิทธิสัตว์ PETA ชื่อดังออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 25 ก.พ. มายังผู้จัดการออนไลน์ ตอบโต้รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เฉลิมชัย ศรีอ่อน หลังข่าว PETA จับมือ Born Free รณรงค์ไม่ให้นักท่องเที่ยวในอังกฤษเดินทางบินเข้ามาชมหมูเด้งในไทยออกมาเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่ว • แถลงการณ์ PETA ที่ออกมาในวันเดียวกัน (25) กับการแถลงของรัฐมนตรีเฉลิมชัย โดยทางกลุ่มแถลงยังคงโจมตีไปที่กระแสความโด่งดังหมูเด้งที่มาจากการกักขังในสวนสัตว์เป็นสำคัญ PETA จุดยืนการรณรงค์หมูเด้งเนื่องมาจากทางกลุ่มต้องการให้ข้อมูลว่า สัตว์ที่ถูกกักกันนั้นแท้จริงเป็นสิ่งที่มีความรู้สึกเหมือนเช่นมนุษย์ และไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาจัดแสดงได้ตามข้ออ้างของรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/around/detail/9680000020286 • #MGROnline #กลุ่มอนุรักษ์สิทธิสัตว์ #PETA #หมูเด้ง
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 396 Views 0 Reviews
  • 📌ข้อคิดดีๆฝากถึง Gen-Y และ Gen-Xตลอดจน ผู้ที่กำลังก้าวเข้าสู่ผู้สูงวัยจาก
    ➡️นายแพทย์ เฉก ธนะสิริ (ปัจจุบันอายุ 99 ปี) เจ้าของผลงานหนังสือ
    “อายุ 120 ปี ทำไมจะทำให้ไม่ได้”

    1. ผมเริ่มหันมาดูแลตัวเองอย่างจริงจังตั้งแต่อายุ 35 ปี ผมเป็นนักกีฬา ไม่เคยป่วย ไม่เคยเจ็บ ตอนทำงานคนอื่นเขาลาป่วยกัน ผมไม่เคยลา ผมวิ่ง ว่ายน้ำ ขึ้นเขาลงห้วยมาหมด พอเป็นอย่างนั้นผมก็มาตั้งเป้าหมายของตัวเองว่าอยากมีอายุยืนยาวถึง 120 ปี

    2. ที่ผมตั้งเป้าหมายว่าอยากมีอายุถึง 120 ปี ก็เพราะ หนึ่งผมเป็นหมอ เลยอยากทดลองกับตัวเอง และสองเป็นการทำให้ตัวเองไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ไม่นอนป่วย ถ้าเป็นคนอื่นที่มีอายุขนาดนี้เขาป่วยตายกันไปเเล้ว แต่ผมยังเเข็งแรง ขับรถทางไกลไปหัวหิน ไปไหนมาไหนได้สบายๆ

    3. ผมกินแบบช้าง ม้า วัว ควาย ไม่ได้กินแบบเสือ สิงโต หมา แมว เนื้อสัตว์ผมจะกินให้น้อยที่สุด กินเเต่ผัก กินผลไม้ ก็ทำให้แข็งแรงน่ะสิ ตลอดชีวิตผมให้เลือดไปทั้งหมด 114 ครั้ง ได้เลือดรวม 60 ลิตร ผมให้เลือดจนถึงอายุ 70 กว่าปีเพราะแข็งแรง คนปกติแค่อายุ 60 เขาก็หยุดให้เเล้ว เพราะกรุ๊ปเลือดผมเป็นเอบี หายาก มีน้อย

    4. สุขภาพที่ดีมาจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ น้ำหนักส่วนสูงต้องเป๊ะ คนอ้วนๆ ตายเร็วทั้งนั้นแหละ สังเกตดีๆ คนอายุยืนรูปร่างจะสูงเพรียว แต่ถ้าอ้วน ความดัน เบาหวาน โรคไต โรคตับ โรคอะไรร้อยแปด สุดท้ายก็ตายเร็ว

    5. ถ้าอยากดูแลสุขภาพตัวเอง เริ่มต้นง่ายๆ แค่ดูน้ำหนักกับส่วนสูง ผู้ชายสูงกี่เซนติเมตรให้เอา 100 ลบ แก้ผ้าชั่งน้ำหนักเลยนะ สมมติสูง 170 หัวเด็ดตีนขาดอย่าเกิน 70 กิโลกรัม ถ้าจะให้ดียิ่งไปอีกเอา 105 ลบ ส่วนผู้หญิงให้เอา 110 ลบ หุ่นนางงามอย่าง อาภัสรา หงสกุล สูง 170 น้ำหนัก 50 กิโลกรัม เห็นไหมเขาถึงได้เป็นมิสยูนิเวิร์ส

    6. การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด ไม่ต้องมีสระว่ายน้ำ ไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไร นอกจากไปซื้อรองเท้ามาคู่หนึ่ง คนวัยทำงานควรหาเวลาออกกำลังกายอย่างน้อยๆ 3-4 วันใน 1 สัปดาห์ ก็ไปวิ่งสิ ให้ได้สักวันละ 5 กิโลเมตร วิ่งแล้วหัวใจก็แข็งแรง กล้ามเนื้อเเข็งแรง เหงื่อออก น้ำหนักตัวก็จะลดลง

    7. คนเราก็มีอยู่สองอย่าง มีคิดผิดกับคิดถูก ที่บอกว่ายิ่งแก่ยิ่งหมดไฟในการมีชีวิต ก็คนแบบนั้นมันคิดไม่เป็นไง หรือไม่ได้คิด เอาแต่เที่ยวเตร่ กินเหล้าเมายา สูบบุหรี่ เที่ยวหามรุ่งหามค่ำ แต่ผมไม่ ทุกวันนี้สนุกจะตาย ทดลองใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ

    8. คำว่า ‘ความสุข’ กับ ‘อายุยืน’ นั้นมาคู่กัน สุขอื่นใดยิ่งกว่าความสงบไม่มี พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ เพราะฉะนั้น เราก็ทำจิตใจให้สบาย สงบ ไม่เครียด ไม่จุ้นจ้าน ไม่หาเรื่อง ไม่โกรธ จิตใจมันก็สบาย แล้วสร้างแต่บุญสร้างแต่กุศล คนชั่ว คนใจบาปหยาบช้าไม่มีทางมีความสุขและอายุยืนยาวได้เลย คุณต้องทำจิตใจให้สบาย สร้างแต่บุญกุศล และทำแต่ความดี

    9. ผมแทบไม่มีเรื่องที่เสียดายในชีวิต เพราะผมวางแผนไว้หมดทุกอย่าง ผมเริ่มต้นดูแลสุขภาพมาตั้งแต่อายุยังน้อยๆ วางแผนทุกอย่างตั้งแต่การออกกำลังกาย การกินอาหาร และพักผ่อนนอนหลับ เรื่องที่เสียดายเกือบจะไม่มี เพราะชีวิตมันคือการวางแผน ผมวางแผนไว้ตั้งแต่หนุ่มๆ และมันเป็นไปตามแผนหมดทุกอย่าง หนังสืองานศพก็มี ความหมายของการมีหนังสืองานศพของตัวเองคือ การเตรียมตัวเตรียมใจ พูดง่ายๆ ว่าเตรียมพร้อมทุกอย่างไว้แล้ว คนเขียนคำไว้อาลัยให้เสร็จสรรพเรียบร้อยหมด

    10. สิ่งที่มีคุณค่าสำหรับคนวัยผมก็คือ การเห็นความก้าวหน้าของลูกหลานและเหลน ลูกทุกคนมีครอบครัวที่ดี เหมือนกับเราปลูกต้นไม้ เห็นต้นไม้ออกดอกผล ไม่มีด้วงไม่มีแมลงมาเกาะมันก็คือความสุข

    11. ชีวิตคนเราไม่ต้องมีต้นแบบ ตัวเราเป็นต้นแบบของตัวเองได้ อย่างผมไง ผมดูแลสุขภาพ วางแผนชีวิตตัวเองมาตลอดตั้งแต่ยังหนุ่มๆ ไม่จำเป็นต้องหาต้นแบบจากที่ไหน

    นายแพทย์ เฉก ธนะสิริ (ปัจจุบันอายุ 99 ปี)

    ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : ผู้จัดการออนไลน์

    FB: โต๊ะป้าศรี CH Table

    (แอดมินเดือน)
    📌ข้อคิดดีๆฝากถึง Gen-Y และ Gen-Xตลอดจน ผู้ที่กำลังก้าวเข้าสู่ผู้สูงวัยจาก ➡️นายแพทย์ เฉก ธนะสิริ (ปัจจุบันอายุ 99 ปี) เจ้าของผลงานหนังสือ “อายุ 120 ปี ทำไมจะทำให้ไม่ได้” 1. ผมเริ่มหันมาดูแลตัวเองอย่างจริงจังตั้งแต่อายุ 35 ปี ผมเป็นนักกีฬา ไม่เคยป่วย ไม่เคยเจ็บ ตอนทำงานคนอื่นเขาลาป่วยกัน ผมไม่เคยลา ผมวิ่ง ว่ายน้ำ ขึ้นเขาลงห้วยมาหมด พอเป็นอย่างนั้นผมก็มาตั้งเป้าหมายของตัวเองว่าอยากมีอายุยืนยาวถึง 120 ปี 2. ที่ผมตั้งเป้าหมายว่าอยากมีอายุถึง 120 ปี ก็เพราะ หนึ่งผมเป็นหมอ เลยอยากทดลองกับตัวเอง และสองเป็นการทำให้ตัวเองไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ไม่นอนป่วย ถ้าเป็นคนอื่นที่มีอายุขนาดนี้เขาป่วยตายกันไปเเล้ว แต่ผมยังเเข็งแรง ขับรถทางไกลไปหัวหิน ไปไหนมาไหนได้สบายๆ 3. ผมกินแบบช้าง ม้า วัว ควาย ไม่ได้กินแบบเสือ สิงโต หมา แมว เนื้อสัตว์ผมจะกินให้น้อยที่สุด กินเเต่ผัก กินผลไม้ ก็ทำให้แข็งแรงน่ะสิ ตลอดชีวิตผมให้เลือดไปทั้งหมด 114 ครั้ง ได้เลือดรวม 60 ลิตร ผมให้เลือดจนถึงอายุ 70 กว่าปีเพราะแข็งแรง คนปกติแค่อายุ 60 เขาก็หยุดให้เเล้ว เพราะกรุ๊ปเลือดผมเป็นเอบี หายาก มีน้อย 4. สุขภาพที่ดีมาจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ น้ำหนักส่วนสูงต้องเป๊ะ คนอ้วนๆ ตายเร็วทั้งนั้นแหละ สังเกตดีๆ คนอายุยืนรูปร่างจะสูงเพรียว แต่ถ้าอ้วน ความดัน เบาหวาน โรคไต โรคตับ โรคอะไรร้อยแปด สุดท้ายก็ตายเร็ว 5. ถ้าอยากดูแลสุขภาพตัวเอง เริ่มต้นง่ายๆ แค่ดูน้ำหนักกับส่วนสูง ผู้ชายสูงกี่เซนติเมตรให้เอา 100 ลบ แก้ผ้าชั่งน้ำหนักเลยนะ สมมติสูง 170 หัวเด็ดตีนขาดอย่าเกิน 70 กิโลกรัม ถ้าจะให้ดียิ่งไปอีกเอา 105 ลบ ส่วนผู้หญิงให้เอา 110 ลบ หุ่นนางงามอย่าง อาภัสรา หงสกุล สูง 170 น้ำหนัก 50 กิโลกรัม เห็นไหมเขาถึงได้เป็นมิสยูนิเวิร์ส 6. การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด ไม่ต้องมีสระว่ายน้ำ ไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไร นอกจากไปซื้อรองเท้ามาคู่หนึ่ง คนวัยทำงานควรหาเวลาออกกำลังกายอย่างน้อยๆ 3-4 วันใน 1 สัปดาห์ ก็ไปวิ่งสิ ให้ได้สักวันละ 5 กิโลเมตร วิ่งแล้วหัวใจก็แข็งแรง กล้ามเนื้อเเข็งแรง เหงื่อออก น้ำหนักตัวก็จะลดลง 7. คนเราก็มีอยู่สองอย่าง มีคิดผิดกับคิดถูก ที่บอกว่ายิ่งแก่ยิ่งหมดไฟในการมีชีวิต ก็คนแบบนั้นมันคิดไม่เป็นไง หรือไม่ได้คิด เอาแต่เที่ยวเตร่ กินเหล้าเมายา สูบบุหรี่ เที่ยวหามรุ่งหามค่ำ แต่ผมไม่ ทุกวันนี้สนุกจะตาย ทดลองใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ 8. คำว่า ‘ความสุข’ กับ ‘อายุยืน’ นั้นมาคู่กัน สุขอื่นใดยิ่งกว่าความสงบไม่มี พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ เพราะฉะนั้น เราก็ทำจิตใจให้สบาย สงบ ไม่เครียด ไม่จุ้นจ้าน ไม่หาเรื่อง ไม่โกรธ จิตใจมันก็สบาย แล้วสร้างแต่บุญสร้างแต่กุศล คนชั่ว คนใจบาปหยาบช้าไม่มีทางมีความสุขและอายุยืนยาวได้เลย คุณต้องทำจิตใจให้สบาย สร้างแต่บุญกุศล และทำแต่ความดี 9. ผมแทบไม่มีเรื่องที่เสียดายในชีวิต เพราะผมวางแผนไว้หมดทุกอย่าง ผมเริ่มต้นดูแลสุขภาพมาตั้งแต่อายุยังน้อยๆ วางแผนทุกอย่างตั้งแต่การออกกำลังกาย การกินอาหาร และพักผ่อนนอนหลับ เรื่องที่เสียดายเกือบจะไม่มี เพราะชีวิตมันคือการวางแผน ผมวางแผนไว้ตั้งแต่หนุ่มๆ และมันเป็นไปตามแผนหมดทุกอย่าง หนังสืองานศพก็มี ความหมายของการมีหนังสืองานศพของตัวเองคือ การเตรียมตัวเตรียมใจ พูดง่ายๆ ว่าเตรียมพร้อมทุกอย่างไว้แล้ว คนเขียนคำไว้อาลัยให้เสร็จสรรพเรียบร้อยหมด 10. สิ่งที่มีคุณค่าสำหรับคนวัยผมก็คือ การเห็นความก้าวหน้าของลูกหลานและเหลน ลูกทุกคนมีครอบครัวที่ดี เหมือนกับเราปลูกต้นไม้ เห็นต้นไม้ออกดอกผล ไม่มีด้วงไม่มีแมลงมาเกาะมันก็คือความสุข 11. ชีวิตคนเราไม่ต้องมีต้นแบบ ตัวเราเป็นต้นแบบของตัวเองได้ อย่างผมไง ผมดูแลสุขภาพ วางแผนชีวิตตัวเองมาตลอดตั้งแต่ยังหนุ่มๆ ไม่จำเป็นต้องหาต้นแบบจากที่ไหน นายแพทย์ เฉก ธนะสิริ (ปัจจุบันอายุ 99 ปี) ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : ผู้จัดการออนไลน์ FB: โต๊ะป้าศรี CH Table (แอดมินเดือน)
    0 Comments 0 Shares 473 Views 0 Reviews
  • 27/2/68

    ประวัติอ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

    https://youtu.be/ptET6EOeFwo?si=F24iH5N_QJ1sO4-O

    ประวัติ

    เกิด 12 สิงหาคม พ.ศ. 2513 (54ปี) กรุงเทพมหานคร ถิ่นพำนัก กรุงเทพมหานคร สัญชาติไทย

    ประวัติการศึกษา

    โรงเรียนอัสสัมชัญ รุ่น 103
    พ.ศ. 2536 : ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
    พ.ศ. 2539 : ปริญญาโท บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
    อาชีพ
    นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และ ผู้จัดรายการ

    ปีปฏิบัติงาน

    พ.ศ. 2519 - 2550 : เป็นที่รู้จักจากแกนนำกลุ่ม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 2
    โฆษกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

    พ.ศ. 2549 : การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551
    ศาสนา : ศาสนาพุทธ

    บิดามารดา
    นายเจริญ และ นางสุจิตรา พัวพงษ์พันธ์

    ญาติ
    พรรคความหวังใหม่
    โฆษกและแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 2
    สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี และ เอเอสทีวีผู้จัดการรายวัน
    ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิตChoawalit Chotwattanaphong [2]อดีตผู้จัดรายการ "ยามเฝ้าแผ่นดิน" และคอลัมนิสต์ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เกิดวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2513 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของ นายเจริญ และนางสุจิตรา พัวพงษ์พันธ์ บิดาเป็นคนไทยเชื้อสายจีนไหหลำ และมารดาเป็นคนไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋ว นามสกุล "พัวพงษ์พันธ์" ตั้งให้สอดคล้องกับแซ่ "พัว" ของตระกูลนั่นเอง

    ประวัติชีวิต

    นายปานเทพเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขา การเงินการจัดการ จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นสมาชิกเครือข่ายสันติอโศกโดยมีถูกวางบทบาทในด้านสุขภาพ การเมือง และอื่นๆ

    เมื่อกลับมาเมืองไทยได้เข้าทำงานกับองค์กรภาคเอกชน โดยเข้าไปเป็นผู้บริหารดูด้านการเงิน และการก่อสร้างอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนที่ประเทศไทยจะประสบกับวิกฤติเศรษฐกิจ เมื่อปี พ.ศ. 2540

    ประวัติทางการเมือง

    ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เข้าสู่วงการเมือง โดยมีผู้แนะนำให้รู้จักกับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในปี พ.ศ. 2541 โดยเข้าไปช่วยงานในพรรคความหวังใหม่ ขณะที่มีอายุ 28 ปี กระทั่งได้เป็นกรรมการบริหารพรรค เคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคความหวังใหม่[3] และมีตำแหน่งสุดท้ายเป็นรองโฆษกพรรคความหวังใหม่ ในปี พ.ศ. 2544 ก่อนที่จะไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การฟอกหนัง ด้วยวัย 31 ปี ซึ่งถือว่าเป็นผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ ที่อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย

    เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ได้ยุบพรรคความหวังใหม่ รวมกับพรรคไทยรักไทย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ได้เป็นทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจในช่วง รัฐบาลทักษิณ 1 โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจภาคใต้ ก่อนที่จะถอนตัวในเวลาต่อมาด้วยความเห็นที่ไม่ตรงกัน และหลังจากนั้นยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาลทักษิณมาโดยตลอด โดยชื่อของ ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โด่งดังอีกครั้ง เมื่อออกหนังสือชื่อ "บันทึกลับ ๒๕๔o" โดยมีเนื้อหาชี้แจงถึงปัญหาเศรษฐกิจในช่วงที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ถูกโจมตีว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดวิกฤต

    ปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐบาลมาโดยตลอด เช่น การเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐชื่อ "วิสัยทัศน์เศรษฐกิจ" รวมไปถึงเคยจัดรายการโทรทัศน์ทาง UBC ช่อง 7 ร่วมกับดุสิต ศิริวรรณ ด้วยอยู่ช่วงหนึ่ง ในชื่อรายการ "โต๊ะข่าวเช้านี้"

    ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548 ปานเทพ ได้เข้าไปทำงานในเครือผู้จัดการ ของสนธิ ลิ้มทองกุล และได้ทำรายการในเอเอสทีวี (ASTV) คือรายการ "ยามเฝ้าแผ่นดิน" ในช่วงเวลา 20:30น.- 21:30น. ทุกวันจันทร์ ถึง ศุกร์ และเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการอีกด้วย ซึ่งยังทำมาจนถึงปัจจุบัน

    ในการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในปี พ.ศ. 2549 ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ทำหน้าที่เป็นโฆษกบนเวที และในการขับไล่ รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พ.ศ. 2551 ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ยังคงทำหน้าที่เป็นโฆษกบนเวทีอย่างต่อเนื่อง

    นอกเหนือจากรายการที่ เอเอสทีวี แล้ว ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ยังมีรายการ "เวทีเสรี" ที่อออกอากาศ ช่วง 21.00 - 22.00 น. ทาง ทีทีวี ช่อง เอ็มวี1 ด้วย โดยเป็นวิทยากรประจำวันอังคาร ซึ่งปัจจุบันไม่ได้ออกอากาศแล้ว

    ได้รับแต่งตั้งให้เป็นโฆษกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเป็นนักวิชาการบนเวทีที่พูดในประเด็นกรณีเขาพระวิหาร เมื่อการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ชื่อการชุมนุมรวมพลังปกป้องแผ่นดิน พ.ศ. 2554 คู่กับเทพมนตรี ลิมปพยอม

    ในวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ปานเทพได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 2 พร้อมกับ ประพันธ์ คูณมี

    และเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2555 ปานเทพได้ ให้ข้อมูลกับสำนักข่าว เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ ว่าอเมริกามีโครงการ H.A.A.R.P. เป็นการยิงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปที่ชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ แล้วสะท้อนกลับมายังผิวโลก ทำให้เกิดภัยธรรมชาติต่างๆ ในพื้นที่ตามที่ต้องการได้ เพื่อใช้เป็นอาวุธกำจัดศัตรูแบบใหม่

    ผลงานหนังสือ

    บันทึกลับ 2540
    ประเทศไทยได้รับบทเรียนอะไรจากการปิด 56 สถาบันการเงินเป็นการถาวร
    ผ่าทางตันแปรรูปรัฐวิสาหกิจ กฟผ.
    บทเรียนขายหุ้นชินคอร์ป ระเบียบ ก.ล.ต. -ภาษี-จริยธรรม
    สงครามจิตวิทยาราคาน้ำมัน
    มหกรรมผลประโยชน์ทับซ้อน
    33 ประเด็นถาม-ตอบ ราชอาณาจักรไทยกำลังจะเสียดินแดน
    คำเตือนสุดท้าย ราชอาณาจักรไทยกำลังจะเสียดินแดน
    cr: http://www.cannhealth.in.th
    : บ้านคนดัง Celebrity Homes 4
    27/2/68 ประวัติอ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ https://youtu.be/ptET6EOeFwo?si=F24iH5N_QJ1sO4-O ประวัติ เกิด 12 สิงหาคม พ.ศ. 2513 (54ปี) กรุงเทพมหานคร ถิ่นพำนัก กรุงเทพมหานคร สัญชาติไทย ประวัติการศึกษา โรงเรียนอัสสัมชัญ รุ่น 103 พ.ศ. 2536 : ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พ.ศ. 2539 : ปริญญาโท บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา อาชีพ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และ ผู้จัดรายการ ปีปฏิบัติงาน พ.ศ. 2519 - 2550 : เป็นที่รู้จักจากแกนนำกลุ่ม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 2 โฆษกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พ.ศ. 2549 : การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551 ศาสนา : ศาสนาพุทธ บิดามารดา นายเจริญ และ นางสุจิตรา พัวพงษ์พันธ์ ญาติ พรรคความหวังใหม่ โฆษกและแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 2 สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี และ เอเอสทีวีผู้จัดการรายวัน ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต[1][2]อดีตผู้จัดรายการ "ยามเฝ้าแผ่นดิน" และคอลัมนิสต์ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เกิดวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2513 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของ นายเจริญ และนางสุจิตรา พัวพงษ์พันธ์ บิดาเป็นคนไทยเชื้อสายจีนไหหลำ และมารดาเป็นคนไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋ว นามสกุล "พัวพงษ์พันธ์" ตั้งให้สอดคล้องกับแซ่ "พัว" ของตระกูลนั่นเอง ประวัติชีวิต นายปานเทพเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขา การเงินการจัดการ จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นสมาชิกเครือข่ายสันติอโศกโดยมีถูกวางบทบาทในด้านสุขภาพ การเมือง และอื่นๆ เมื่อกลับมาเมืองไทยได้เข้าทำงานกับองค์กรภาคเอกชน โดยเข้าไปเป็นผู้บริหารดูด้านการเงิน และการก่อสร้างอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนที่ประเทศไทยจะประสบกับวิกฤติเศรษฐกิจ เมื่อปี พ.ศ. 2540 ประวัติทางการเมือง ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เข้าสู่วงการเมือง โดยมีผู้แนะนำให้รู้จักกับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในปี พ.ศ. 2541 โดยเข้าไปช่วยงานในพรรคความหวังใหม่ ขณะที่มีอายุ 28 ปี กระทั่งได้เป็นกรรมการบริหารพรรค เคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคความหวังใหม่[3] และมีตำแหน่งสุดท้ายเป็นรองโฆษกพรรคความหวังใหม่ ในปี พ.ศ. 2544 ก่อนที่จะไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การฟอกหนัง ด้วยวัย 31 ปี ซึ่งถือว่าเป็นผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ ที่อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ได้ยุบพรรคความหวังใหม่ รวมกับพรรคไทยรักไทย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ได้เป็นทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจในช่วง รัฐบาลทักษิณ 1 โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจภาคใต้ ก่อนที่จะถอนตัวในเวลาต่อมาด้วยความเห็นที่ไม่ตรงกัน และหลังจากนั้นยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาลทักษิณมาโดยตลอด โดยชื่อของ ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โด่งดังอีกครั้ง เมื่อออกหนังสือชื่อ "บันทึกลับ ๒๕๔o" โดยมีเนื้อหาชี้แจงถึงปัญหาเศรษฐกิจในช่วงที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ถูกโจมตีว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดวิกฤต ปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐบาลมาโดยตลอด เช่น การเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐชื่อ "วิสัยทัศน์เศรษฐกิจ" รวมไปถึงเคยจัดรายการโทรทัศน์ทาง UBC ช่อง 7 ร่วมกับดุสิต ศิริวรรณ ด้วยอยู่ช่วงหนึ่ง ในชื่อรายการ "โต๊ะข่าวเช้านี้" ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548 ปานเทพ ได้เข้าไปทำงานในเครือผู้จัดการ ของสนธิ ลิ้มทองกุล และได้ทำรายการในเอเอสทีวี (ASTV) คือรายการ "ยามเฝ้าแผ่นดิน" ในช่วงเวลา 20:30น.- 21:30น. ทุกวันจันทร์ ถึง ศุกร์ และเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการอีกด้วย ซึ่งยังทำมาจนถึงปัจจุบัน ในการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในปี พ.ศ. 2549 ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ทำหน้าที่เป็นโฆษกบนเวที และในการขับไล่ รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พ.ศ. 2551 ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ยังคงทำหน้าที่เป็นโฆษกบนเวทีอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากรายการที่ เอเอสทีวี แล้ว ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ยังมีรายการ "เวทีเสรี" ที่อออกอากาศ ช่วง 21.00 - 22.00 น. ทาง ทีทีวี ช่อง เอ็มวี1 ด้วย โดยเป็นวิทยากรประจำวันอังคาร ซึ่งปัจจุบันไม่ได้ออกอากาศแล้ว ได้รับแต่งตั้งให้เป็นโฆษกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเป็นนักวิชาการบนเวทีที่พูดในประเด็นกรณีเขาพระวิหาร เมื่อการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ชื่อการชุมนุมรวมพลังปกป้องแผ่นดิน พ.ศ. 2554 คู่กับเทพมนตรี ลิมปพยอม ในวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ปานเทพได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 2 พร้อมกับ ประพันธ์ คูณมี และเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2555 ปานเทพได้ ให้ข้อมูลกับสำนักข่าว เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ ว่าอเมริกามีโครงการ H.A.A.R.P. เป็นการยิงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปที่ชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ แล้วสะท้อนกลับมายังผิวโลก ทำให้เกิดภัยธรรมชาติต่างๆ ในพื้นที่ตามที่ต้องการได้ เพื่อใช้เป็นอาวุธกำจัดศัตรูแบบใหม่ ผลงานหนังสือ บันทึกลับ 2540 ประเทศไทยได้รับบทเรียนอะไรจากการปิด 56 สถาบันการเงินเป็นการถาวร ผ่าทางตันแปรรูปรัฐวิสาหกิจ กฟผ. บทเรียนขายหุ้นชินคอร์ป ระเบียบ ก.ล.ต. -ภาษี-จริยธรรม สงครามจิตวิทยาราคาน้ำมัน มหกรรมผลประโยชน์ทับซ้อน 33 ประเด็นถาม-ตอบ ราชอาณาจักรไทยกำลังจะเสียดินแดน คำเตือนสุดท้าย ราชอาณาจักรไทยกำลังจะเสียดินแดน cr: http://www.cannhealth.in.th : บ้านคนดัง Celebrity Homes 4
    0 Comments 0 Shares 703 Views 0 Reviews
  • คุก 1 ปี ปรับ 1 แสน! “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” โพสต์หมิ่น “สนธิ” ใส่ร้ายม็อบพันธมิตรฯ ค้างค่าเวที-เครื่องเสียงจำคุก 1 ปี ปรับ 1 แสน แต่รอลงอาญา “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” โพสต์คลิปติ๊กต็อก หมิ่นประมาท “สนธิ ลิ้มทองกุล” จัดชุมนุมพันธมิตรฯ ปี 2551 ค้างค่าเช่าเวที เครื่องเสียง โปรเจกเตอร์นับ 10 ล้าน ชี้ ใช้ข้อความว่า “โกง” เจตนาให้เสียหายและเสียชื่อเสียงที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ (27 ก.พ.) ที่ห้องพิจารณา 808 ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ดำเนินรายการสนธิทอล์ค และอดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาขนเพื่อประชาธิปไตย เป็นโจทก์ฟ้อง นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 332, 393 เรียกค่าละเมิด จำนวน 5 ล้านบาทโจทก์ยื่นฟ้องสรุป เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2566 ว่า จำเลยเป็นเจ้าของบัญชีติ๊กต็อก (TikTok ) ชื่อว่า tanaiaun ทนายอั๋น บุรีรัมย์ “คนรุ่นใหม่” ซึ่งเป็นค่าสาธารณะ ประชาชนทั่วไปเข้าชม แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคลิปวีดีโอได้ เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2566 จำเลยได้เผยแพร่คลิปวิดีโอทำนองว่า เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ปี 2551 ตอนที่มีการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นแกนนำ อีกบทบาทหนึ่ง ก็คือ สนธิ ลิ้มทองกุล ก็มีมูลนิธิที่ชื่อว่า “มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน” ก็มีการจัดรายการร่วมกับพุทธะอิสระ ประเด็นอยู่ตรงที่ว่า มูลนิธิฯ ไม่จ่ายชำระค่าเครื่องเสียง ค่าเวที ค่าโปรเจกเตอร์ การชุมนุมเมื่อปี 2551 คำถามอยู่ที่ว่ามูลนิธิของนายสนธิ ลิ้มทองกุล โกงค่าจ้าง โกงค่าเวที เครื่องเสียง โปรเจกเตอร์ 2 เดือนสุดท้าย เป็นเงินนับ 10 ล้านบาทจริงไหม จริงหรือเปล่า ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ผมเคยไปเยี่ยมพรรคพวกกันที่ทำเวที เครื่องเสียง โปรเจกเตอร์ให้ นายสนธิ กล้าออกมาสาบานหรือไม่ ว่า มูลนิธิฯ ของเอ็งไม่ได้โกงค่าจ้างเขา ซึ่งเป็นข้อความเท็จ ความจริงแล้วโจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน หรือมูลนิธิบ้านพระอาทิตย์ โจทก์ไม่เคยติดต่อว่าจ้างหรือมีหน้าที่ในการชำระเงินค่าจ้างเวที เครื่องเสียง โปรเจกเตอร์เมื่อปี 2551 การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์เสื่อมเสีย ชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง และใส่ความให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าโจทก์เป็นคนไม่ดี เหตุเกิดทั่วราชอาณาจักร รวมทั้งแขวงจันทรเกษม กทม.ในช่วงเช้าวันนี้ นายภัทรพงศ์ หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ จำเลยมาฟังคำพิพากษา ส่วนโจทก์มอบหมายเสมียนทนายความมาแทนศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้ว เห็นว่า คดีนี้พยานโจทก์เบิกความว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อปี 2551 มีโจทก์เป็นแกนนำ ทำหน้าที่ปราศรัยบนเวทีการชุมนุม ไม่ได้เกี่ยวข้องจ่ายเงินค่าเวที เครื่องเสียง และโปรเจกเตอร์ ซึ่งจะมีผู้ที่รับผิดชอบดูแลในเรื่องดังกล่าว และจะจ่ายเงินค่าจ้างเป็นรายวัน ไม่ปรากฏว่า มีการค้างค่าจ้าง ค่าเวที เครื่องเสียง และโปรเจกเตอร์ แต่อย่างใด รวมทั้งไม่ปรากฏว่ามีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน การที่โจทก์กล่าวข้อความในติ๊กต็อก ว่า มีข้อความว่า โกงค่าจ้าง โกงค่าเวที เป็นการหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา แม้ว่าจะมีคำว่าหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาข้อความทั้งหมดโดยรวมแล้ว ไม่ได้เพื่อต้องการคำตอบ แต่เป็นข้อความหมิ่นประมาท ข้อต่อสู้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น จำเลยมีความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา มาตรา 328 และ มาตรา 393 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ซึ่งเป็นบทหนักสุด ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 1 แสนบาท แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี นอกจากนี้ให้จำเลยลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 360 องศารายวัน เป็นเวลา 7 วัน โดยให้ชำระค่าโฆษณาเอง
    คุก 1 ปี ปรับ 1 แสน! “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” โพสต์หมิ่น “สนธิ” ใส่ร้ายม็อบพันธมิตรฯ ค้างค่าเวที-เครื่องเสียงจำคุก 1 ปี ปรับ 1 แสน แต่รอลงอาญา “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” โพสต์คลิปติ๊กต็อก หมิ่นประมาท “สนธิ ลิ้มทองกุล” จัดชุมนุมพันธมิตรฯ ปี 2551 ค้างค่าเช่าเวที เครื่องเสียง โปรเจกเตอร์นับ 10 ล้าน ชี้ ใช้ข้อความว่า “โกง” เจตนาให้เสียหายและเสียชื่อเสียงที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ (27 ก.พ.) ที่ห้องพิจารณา 808 ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ดำเนินรายการสนธิทอล์ค และอดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาขนเพื่อประชาธิปไตย เป็นโจทก์ฟ้อง นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 332, 393 เรียกค่าละเมิด จำนวน 5 ล้านบาทโจทก์ยื่นฟ้องสรุป เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2566 ว่า จำเลยเป็นเจ้าของบัญชีติ๊กต็อก (TikTok ) ชื่อว่า tanaiaun ทนายอั๋น บุรีรัมย์ “คนรุ่นใหม่” ซึ่งเป็นค่าสาธารณะ ประชาชนทั่วไปเข้าชม แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคลิปวีดีโอได้ เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2566 จำเลยได้เผยแพร่คลิปวิดีโอทำนองว่า เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ปี 2551 ตอนที่มีการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นแกนนำ อีกบทบาทหนึ่ง ก็คือ สนธิ ลิ้มทองกุล ก็มีมูลนิธิที่ชื่อว่า “มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน” ก็มีการจัดรายการร่วมกับพุทธะอิสระ ประเด็นอยู่ตรงที่ว่า มูลนิธิฯ ไม่จ่ายชำระค่าเครื่องเสียง ค่าเวที ค่าโปรเจกเตอร์ การชุมนุมเมื่อปี 2551 คำถามอยู่ที่ว่ามูลนิธิของนายสนธิ ลิ้มทองกุล โกงค่าจ้าง โกงค่าเวที เครื่องเสียง โปรเจกเตอร์ 2 เดือนสุดท้าย เป็นเงินนับ 10 ล้านบาทจริงไหม จริงหรือเปล่า ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ผมเคยไปเยี่ยมพรรคพวกกันที่ทำเวที เครื่องเสียง โปรเจกเตอร์ให้ นายสนธิ กล้าออกมาสาบานหรือไม่ ว่า มูลนิธิฯ ของเอ็งไม่ได้โกงค่าจ้างเขา ซึ่งเป็นข้อความเท็จ ความจริงแล้วโจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน หรือมูลนิธิบ้านพระอาทิตย์ โจทก์ไม่เคยติดต่อว่าจ้างหรือมีหน้าที่ในการชำระเงินค่าจ้างเวที เครื่องเสียง โปรเจกเตอร์เมื่อปี 2551 การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์เสื่อมเสีย ชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง และใส่ความให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าโจทก์เป็นคนไม่ดี เหตุเกิดทั่วราชอาณาจักร รวมทั้งแขวงจันทรเกษม กทม.ในช่วงเช้าวันนี้ นายภัทรพงศ์ หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ จำเลยมาฟังคำพิพากษา ส่วนโจทก์มอบหมายเสมียนทนายความมาแทนศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้ว เห็นว่า คดีนี้พยานโจทก์เบิกความว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อปี 2551 มีโจทก์เป็นแกนนำ ทำหน้าที่ปราศรัยบนเวทีการชุมนุม ไม่ได้เกี่ยวข้องจ่ายเงินค่าเวที เครื่องเสียง และโปรเจกเตอร์ ซึ่งจะมีผู้ที่รับผิดชอบดูแลในเรื่องดังกล่าว และจะจ่ายเงินค่าจ้างเป็นรายวัน ไม่ปรากฏว่า มีการค้างค่าจ้าง ค่าเวที เครื่องเสียง และโปรเจกเตอร์ แต่อย่างใด รวมทั้งไม่ปรากฏว่ามีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน การที่โจทก์กล่าวข้อความในติ๊กต็อก ว่า มีข้อความว่า โกงค่าจ้าง โกงค่าเวที เป็นการหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา แม้ว่าจะมีคำว่าหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาข้อความทั้งหมดโดยรวมแล้ว ไม่ได้เพื่อต้องการคำตอบ แต่เป็นข้อความหมิ่นประมาท ข้อต่อสู้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น จำเลยมีความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา มาตรา 328 และ มาตรา 393 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ซึ่งเป็นบทหนักสุด ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 1 แสนบาท แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี นอกจากนี้ให้จำเลยลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 360 องศารายวัน เป็นเวลา 7 วัน โดยให้ชำระค่าโฆษณาเอง
    Haha
    1
    0 Comments 0 Shares 395 Views 0 Reviews
  • ข่าวนี้จาก TechSpot รายงานถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของระบบควบคุมการเข้าถึงอาคารพักอาศัยหลายแห่งในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ที่เกิดจากการใช้รหัสผ่านเริ่มต้นเพียงชุดเดียว ทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงระบบได้ง่ายและทำให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้พักอาศัย

    นักวิจัยด้านความปลอดภัยชาวแคนาดา Eric Daigle ได้ค้นพบช่องโหว่นี้ในปลายปีที่ผ่านมา หลังจากที่เขาพบแผงควบคุมการเข้าถึงที่น่าสนใจขณะออกไปนอกสถานที่ Daigle ค้นพบว่าระบบ MESH by Viscount ที่ใช้รหัสผ่านเริ่มต้นที่ไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงระบบได้ง่ายดาย

    เมื่อเข้าสู่ระบบได้ Daigle สามารถปลดล็อกประตูต่าง ๆ ลงทะเบียนกุญแจใหม่ หรือลบกุญแจเดิม รวมถึงเปลี่ยนชั้นที่อนุญาตให้เข้าถึง และดูบันทึกกิจกรรมของผู้พักอาศัยได้หลายปี ทั้งยังมีข้อมูลชื่อเต็ม หมายเลขห้องพัก และเบอร์โทรศัพท์ของผู้พักอาศัยอีกด้วย

    Daigle พบระบบที่เปิดเผยนี้จำนวน 89 ระบบ โดย 71 ระบบอยู่ในแคนาดา และที่เหลืออยู่ในสหรัฐอเมริกา เมื่อเขาติดต่อไปยังผู้ผลิตระบบ ผู้ผลิตกลับระบุว่าผู้ดูแลระบบไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำในการเปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้น ทำให้ปัญหานี้ยังคงเกิดขึ้น

    ปัญหานี้ถูกระบุเป็น CVE-2025-26793 ซึ่งมีระดับความรุนแรงสูงสุดที่ 10 ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโสของบริษัทกล่าวว่าได้ติดต่อไปยังลูกค้าเพื่อขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำในคู่มือแล้ว

    https://www.techspot.com/news/106900-dozens-apartment-buildings-left-exposed-due-single-default.html
    ข่าวนี้จาก TechSpot รายงานถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของระบบควบคุมการเข้าถึงอาคารพักอาศัยหลายแห่งในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ที่เกิดจากการใช้รหัสผ่านเริ่มต้นเพียงชุดเดียว ทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงระบบได้ง่ายและทำให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้พักอาศัย นักวิจัยด้านความปลอดภัยชาวแคนาดา Eric Daigle ได้ค้นพบช่องโหว่นี้ในปลายปีที่ผ่านมา หลังจากที่เขาพบแผงควบคุมการเข้าถึงที่น่าสนใจขณะออกไปนอกสถานที่ Daigle ค้นพบว่าระบบ MESH by Viscount ที่ใช้รหัสผ่านเริ่มต้นที่ไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงระบบได้ง่ายดาย เมื่อเข้าสู่ระบบได้ Daigle สามารถปลดล็อกประตูต่าง ๆ ลงทะเบียนกุญแจใหม่ หรือลบกุญแจเดิม รวมถึงเปลี่ยนชั้นที่อนุญาตให้เข้าถึง และดูบันทึกกิจกรรมของผู้พักอาศัยได้หลายปี ทั้งยังมีข้อมูลชื่อเต็ม หมายเลขห้องพัก และเบอร์โทรศัพท์ของผู้พักอาศัยอีกด้วย Daigle พบระบบที่เปิดเผยนี้จำนวน 89 ระบบ โดย 71 ระบบอยู่ในแคนาดา และที่เหลืออยู่ในสหรัฐอเมริกา เมื่อเขาติดต่อไปยังผู้ผลิตระบบ ผู้ผลิตกลับระบุว่าผู้ดูแลระบบไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำในการเปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้น ทำให้ปัญหานี้ยังคงเกิดขึ้น ปัญหานี้ถูกระบุเป็น CVE-2025-26793 ซึ่งมีระดับความรุนแรงสูงสุดที่ 10 ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโสของบริษัทกล่าวว่าได้ติดต่อไปยังลูกค้าเพื่อขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำในคู่มือแล้ว https://www.techspot.com/news/106900-dozens-apartment-buildings-left-exposed-due-single-default.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Dozens of apartment buildings at risk due to a single default password
    Daigle started digging into the system late last year after noticing an interesting looking access control panel while out and about one day. A quick Google search...
    0 Comments 0 Shares 219 Views 0 Reviews
  • ศาลตัดสินประหารชีวิตอดีตผู้บริหารธนาคาร ไชน่า หัวหรงในคดีรับสินบน 1.1 พันล้านหยวน (151.8 ล้านดอลล่าร์)ศาลจีนตัดสินให้ประหารชีวิต Bai Tianhui อดีตผู้จัดการทั่วไปของบริษัท China Huarong International Holdings เมื่อวันจันทร์ หลังจากปฏิเสธการอุทธรณ์ในคดีสินบนที่เกี่ยวข้องกับเงินกว่า 1.1 พันล้านหยวน (151.8 ล้านดอลลาร์)ศาลประชาชนชั้นสูงเทียนจินประกาศผลการตัดสินผ่านบัญชี WeChat อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าศาลได้ยืนตามคำตัดสินเดิมของศาลประชาชนชั้นกลางหมายเลข 2 เทียนจิน โดยศาลระบุว่าคำพิพากษาดังกล่าวได้ส่งไปยังศาลประชาชนสูงสุดซึ่งเป็นศาลสูงสุดของประเทศจีน เพื่อพิจารณาทบทวนโดยบังคับในประเทศจีน โทษประหารชีวิตที่ออกโดยศาลชั้นล่างจะต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจากศาลประชาชนสูงสุดเสียก่อนจึงจะสามารถดำเนินการลงโทษได้ไป๋ถูกตัดสินประหารชีวิตในเดือนพฤษภาคม หลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานใช้ตำแหน่งในบริษัทลงทุนตั้งแต่ปี 2014 ถึง 2018 เพื่อให้ได้ผลประโยชน์ให้กับนิติบุคคลหลายแห่งในการเข้าซื้อโครงการและการจัดหาเงินทุนขององค์กร โดยแลกกับสินบนที่เกิน 1.1 พันล้านหยวน ตามบันทึกของศาลนอกจากนี้ เขายังถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต และทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดถูกยึด ศาลสั่งให้โอนกำไรที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมายและดอกเบี้ยใดๆ ที่ได้รับจากกำไรเหล่านั้นให้กับกระทรวงการคลังของชาติคดีนี้สืบเนื่องจากการพิจารณาคดีทุจริตของไหลเสี่ยวหมินอดีตประธานบริษัท China Huarong Asset Management ซึ่งถูกประหารชีวิตในปี 2021 หลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานรับสินบนมากกว่า 1.78 พันล้านหยวน นอกจากนี้ ยังพบว่าไหลยังยักยอกและรีดไถเงินของรัฐมากกว่า 25.13 ล้านหยวน และมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวเป็นเวลานาน
    ศาลตัดสินประหารชีวิตอดีตผู้บริหารธนาคาร ไชน่า หัวหรงในคดีรับสินบน 1.1 พันล้านหยวน (151.8 ล้านดอลล่าร์)ศาลจีนตัดสินให้ประหารชีวิต Bai Tianhui อดีตผู้จัดการทั่วไปของบริษัท China Huarong International Holdings เมื่อวันจันทร์ หลังจากปฏิเสธการอุทธรณ์ในคดีสินบนที่เกี่ยวข้องกับเงินกว่า 1.1 พันล้านหยวน (151.8 ล้านดอลลาร์)ศาลประชาชนชั้นสูงเทียนจินประกาศผลการตัดสินผ่านบัญชี WeChat อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าศาลได้ยืนตามคำตัดสินเดิมของศาลประชาชนชั้นกลางหมายเลข 2 เทียนจิน โดยศาลระบุว่าคำพิพากษาดังกล่าวได้ส่งไปยังศาลประชาชนสูงสุดซึ่งเป็นศาลสูงสุดของประเทศจีน เพื่อพิจารณาทบทวนโดยบังคับในประเทศจีน โทษประหารชีวิตที่ออกโดยศาลชั้นล่างจะต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจากศาลประชาชนสูงสุดเสียก่อนจึงจะสามารถดำเนินการลงโทษได้ไป๋ถูกตัดสินประหารชีวิตในเดือนพฤษภาคม หลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานใช้ตำแหน่งในบริษัทลงทุนตั้งแต่ปี 2014 ถึง 2018 เพื่อให้ได้ผลประโยชน์ให้กับนิติบุคคลหลายแห่งในการเข้าซื้อโครงการและการจัดหาเงินทุนขององค์กร โดยแลกกับสินบนที่เกิน 1.1 พันล้านหยวน ตามบันทึกของศาลนอกจากนี้ เขายังถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต และทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดถูกยึด ศาลสั่งให้โอนกำไรที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมายและดอกเบี้ยใดๆ ที่ได้รับจากกำไรเหล่านั้นให้กับกระทรวงการคลังของชาติคดีนี้สืบเนื่องจากการพิจารณาคดีทุจริตของไหลเสี่ยวหมินอดีตประธานบริษัท China Huarong Asset Management ซึ่งถูกประหารชีวิตในปี 2021 หลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานรับสินบนมากกว่า 1.78 พันล้านหยวน นอกจากนี้ ยังพบว่าไหลยังยักยอกและรีดไถเงินของรัฐมากกว่า 25.13 ล้านหยวน และมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวเป็นเวลานาน
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 350 Views 0 Reviews
  • ผกก.สน.ปทุมวัน เผยผู้ก่อเหตุแทง ผจก.ร้านขายเก้าอี้นวดไฟฟ้าเสียชีวิตในห้างดัง สารภาพทำเพราะถูกนินทา และทวงค่าคอมหลายครั้งยังไม่ได้ ด้านแฟนผู้ตายยืนยันไม่ทีทางให้อภัย

    จากกรณี นายประโยชน์ อายุ 40 ปี ถูกอาวุธมีดแทงบริเวณหน้าอกเสียชีวิต ภายในห้างดัง ย่านปทุมวัน กรุงเทพฯ ต่อมาตำรวจสามารถจับกุมนายสรศักดิ์ อายุ 27 ปี ผู้ก่อเหตุไว้ได้ เบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิตเป็นเพื่อนร่วมงานกันตามที่เสนอข่าวนั่น

    ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (24 ก.พ.) พ.ต.อ.อาคม ชุพรัตน์ ผกก. สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำ นายสรศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นลูกจ้างในร้านขายเครื่องนวดเก้าอี้ไฟฟ้า ส่วนผู้ตายเป็นผู้จัดการร้าน สำหรับมูลเหตุจูงใจ ผู้ต้องหาอ้างว่า ก่อนหน้านี้มีปากเสียงทะเลาะกับคนตายอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากคนตายชอบเอาเรื่องของตนไปนินทาให้คนอื่นฟัง อีกทั้งผู้ต้องหาได้ทวงถามค่าคอมมิชชั่นจากคนตายหลายครั้งแต่ก็ยังไม่ได้สักที

    เบื้องต้นพนักงานสอบสวน แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ซึ่งผู้ต้องหายังไม่ได้ให้การอะไรมาก โดยในวันนี้พนักงานสอบสวนจะคุมตัวสอบเข้มตลอดทั้งวัน และจะนำตัวผู้ต้องหาถูกฝากขังต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ในวันพรุ่งนี้ (25 ก.พ.)

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/crime/detail/9680000018155

    #MGROnline #ผู้จัดการร้าน #ค่าคอมมิชชั่น
    ผกก.สน.ปทุมวัน เผยผู้ก่อเหตุแทง ผจก.ร้านขายเก้าอี้นวดไฟฟ้าเสียชีวิตในห้างดัง สารภาพทำเพราะถูกนินทา และทวงค่าคอมหลายครั้งยังไม่ได้ ด้านแฟนผู้ตายยืนยันไม่ทีทางให้อภัย • จากกรณี นายประโยชน์ อายุ 40 ปี ถูกอาวุธมีดแทงบริเวณหน้าอกเสียชีวิต ภายในห้างดัง ย่านปทุมวัน กรุงเทพฯ ต่อมาตำรวจสามารถจับกุมนายสรศักดิ์ อายุ 27 ปี ผู้ก่อเหตุไว้ได้ เบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิตเป็นเพื่อนร่วมงานกันตามที่เสนอข่าวนั่น • ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (24 ก.พ.) พ.ต.อ.อาคม ชุพรัตน์ ผกก. สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำ นายสรศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นลูกจ้างในร้านขายเครื่องนวดเก้าอี้ไฟฟ้า ส่วนผู้ตายเป็นผู้จัดการร้าน สำหรับมูลเหตุจูงใจ ผู้ต้องหาอ้างว่า ก่อนหน้านี้มีปากเสียงทะเลาะกับคนตายอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากคนตายชอบเอาเรื่องของตนไปนินทาให้คนอื่นฟัง อีกทั้งผู้ต้องหาได้ทวงถามค่าคอมมิชชั่นจากคนตายหลายครั้งแต่ก็ยังไม่ได้สักที • เบื้องต้นพนักงานสอบสวน แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ซึ่งผู้ต้องหายังไม่ได้ให้การอะไรมาก โดยในวันนี้พนักงานสอบสวนจะคุมตัวสอบเข้มตลอดทั้งวัน และจะนำตัวผู้ต้องหาถูกฝากขังต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ในวันพรุ่งนี้ (25 ก.พ.) • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/crime/detail/9680000018155 • #MGROnline #ผู้จัดการร้าน #ค่าคอมมิชชั่น
    0 Comments 0 Shares 371 Views 0 Reviews
  • สระแก้ว- ตำรวจสระแก้วสนธิกำลังทหาร ฝ่ายปกครอง จัดหนักผู้ประกอบการที่พักแนวชายแดนอรัญประเทศ เปิดห้องให้แก๊งคอลเซนเตอร์นำบัญชีม้าเข้าพักคอย ล่าสุดพบรีสอร์ทชื่อดังซุก 9 อินโดฯรอข้ามแดนไปสแกนใบหน้าที่กัมพูชา ดำเนินคดีผู้ดูแลฐานไม่มีใบอนุญาตดำเนินการ-ไม่แจ้งการเข้าพักต่างด้าว ก่อนขยายผลจับเจ้าของตัวจริง

    จากนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่สั่งการมายังตำรวจภูธรภาค 2 ให้เร่งสืบสวน และขยายผลในการป้องกันปราบปราม ขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และบัญชีม้าบริเวณชายแดน จ.สระแก้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ ตำรวจ สภ.คลองลึก ได้สนธิกำลังร่วมตำรวจภูธรสระแก้ว และฝ่ายปกครอง บุกจับเจ้าของโรงแรมเถื่อนชายแดนอรัญประเทศ ซึ่งให้ที่พักคอยกลุ่มบัญชีม้ารอแก๊งคอลเซ็นเตอร์พาข้ามแดนไปสแกนใบหน้าที่กัมพูชาไปแล้ว 1 ราย โดยอ้างว่าไม่มีการลงทะเบียนหรือตรวจหลักฐานผู้เข้าพักนั้น

    ล่าสุดในวันนี้ ( 23 ก.พ.) พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผบก.ภ.จว. สระแก้ว ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผบก.ภ.จว. สระแก้ว พร้อมด้วยพ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ. คลองลึกฯ และพ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ตม.จว.สระแก้ว สนธิกำลังร่วมทหารกองกำลังบูรพา และฝ่ายปกครองอำเภออรัญประเทศ บุกตรวจสอบรีสอร์ทแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ใน ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ ซึ่งมี น.ส.นัน อายุ 55 ปี แสดงตัวเป็นผู้จัดการ

    และเมื่อขอดูใบอนุญาตประกอบการโรงแรมที่ได้รับจากนายทะเบียน กลับไม่สามารถนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ และเมื่อตรวจสอบทะเบียนผู้เข้าพักก็พบว่ามีชาวอินโดนีเซียเข้าพักจำนวน 9 ราย แต่ไม่มีการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้รับทราบ

    พร้อมสั่งปิดรีสอร์ทก่อนควบคุมตัว น.ส.นัน ส่งพนักงานสอบสวน สภ. คลองลึก ดำเนินคดีฐานเปิดกิจการโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่แจ้งที่พักของชาวต่างด้าวต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/local/detail/9680000017892

    #MGROnline #กัมพูชา
    สระแก้ว- ตำรวจสระแก้วสนธิกำลังทหาร ฝ่ายปกครอง จัดหนักผู้ประกอบการที่พักแนวชายแดนอรัญประเทศ เปิดห้องให้แก๊งคอลเซนเตอร์นำบัญชีม้าเข้าพักคอย ล่าสุดพบรีสอร์ทชื่อดังซุก 9 อินโดฯรอข้ามแดนไปสแกนใบหน้าที่กัมพูชา ดำเนินคดีผู้ดูแลฐานไม่มีใบอนุญาตดำเนินการ-ไม่แจ้งการเข้าพักต่างด้าว ก่อนขยายผลจับเจ้าของตัวจริง • จากนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่สั่งการมายังตำรวจภูธรภาค 2 ให้เร่งสืบสวน และขยายผลในการป้องกันปราบปราม ขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และบัญชีม้าบริเวณชายแดน จ.สระแก้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ ตำรวจ สภ.คลองลึก ได้สนธิกำลังร่วมตำรวจภูธรสระแก้ว และฝ่ายปกครอง บุกจับเจ้าของโรงแรมเถื่อนชายแดนอรัญประเทศ ซึ่งให้ที่พักคอยกลุ่มบัญชีม้ารอแก๊งคอลเซ็นเตอร์พาข้ามแดนไปสแกนใบหน้าที่กัมพูชาไปแล้ว 1 ราย โดยอ้างว่าไม่มีการลงทะเบียนหรือตรวจหลักฐานผู้เข้าพักนั้น • ล่าสุดในวันนี้ ( 23 ก.พ.) พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผบก.ภ.จว. สระแก้ว ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผบก.ภ.จว. สระแก้ว พร้อมด้วยพ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ. คลองลึกฯ และพ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ตม.จว.สระแก้ว สนธิกำลังร่วมทหารกองกำลังบูรพา และฝ่ายปกครองอำเภออรัญประเทศ บุกตรวจสอบรีสอร์ทแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ใน ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ ซึ่งมี น.ส.นัน อายุ 55 ปี แสดงตัวเป็นผู้จัดการ • และเมื่อขอดูใบอนุญาตประกอบการโรงแรมที่ได้รับจากนายทะเบียน กลับไม่สามารถนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ และเมื่อตรวจสอบทะเบียนผู้เข้าพักก็พบว่ามีชาวอินโดนีเซียเข้าพักจำนวน 9 ราย แต่ไม่มีการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้รับทราบ • พร้อมสั่งปิดรีสอร์ทก่อนควบคุมตัว น.ส.นัน ส่งพนักงานสอบสวน สภ. คลองลึก ดำเนินคดีฐานเปิดกิจการโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่แจ้งที่พักของชาวต่างด้าวต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/local/detail/9680000017892 • #MGROnline #กัมพูชา
    0 Comments 0 Shares 384 Views 0 Reviews
  • Deutsche Telekom ได้เปิดตัวโปรเจคใหม่ที่น่าทึ่ง ชื่อว่า "NeoCircuit Router" โปรเจคนี้เป็นความพยายามในการลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยนำชิ้นส่วนจากสมาร์ทโฟนเก่ามาประกอบกันเป็นเราเตอร์ใหม่ ตัวเราเตอร์นี้ใช้โปรเซสเซอร์ ชิปหน่วยความจำ และการเชื่อมต่อทางกายภาพจากสมาร์ทโฟนเก่า ซึ่งมีอัตราการนำกลับมาใช้ใหม่สูงถึง 70%

    Dr. Henning Never ผู้จัดการโปรเจคของ Deutsche Telekom เชื่อว่า NeoCircuit Router นี้จะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ Bertrand Pascual จาก Sagemcom ยังเสริมว่าการนำโปรเซสเซอร์จากสมาร์ทโฟนมาใช้ในอุปกรณ์อื่น ๆ นั้นเป็นการประหยัดทรัพยากรและทำให้มีความคุ้มค่าทางการเงิน

    การเปิดตัวของ NeoCircuit Router จะมีขึ้นในงาน Mobile World Congress 2025 ที่บาร์เซโลน่าในวันที่ 3 มีนาคม หากโปรเจคนี้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างน้อย 20% เมื่อเทียบกับการผลิตชิ้นส่วนใหม่ทั้งหมด และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญในการส่งเสริมการนำทรัพยากรมาใช้ใหม่ในวงการอิเล็กทรอนิกส์

    https://www.techradar.com/pro/europes-largest-telco-wants-to-slash-the-cost-of-your-router-by-reusing-your-old-smartphone-and-i-think-it-is-genius
    Deutsche Telekom ได้เปิดตัวโปรเจคใหม่ที่น่าทึ่ง ชื่อว่า "NeoCircuit Router" โปรเจคนี้เป็นความพยายามในการลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยนำชิ้นส่วนจากสมาร์ทโฟนเก่ามาประกอบกันเป็นเราเตอร์ใหม่ ตัวเราเตอร์นี้ใช้โปรเซสเซอร์ ชิปหน่วยความจำ และการเชื่อมต่อทางกายภาพจากสมาร์ทโฟนเก่า ซึ่งมีอัตราการนำกลับมาใช้ใหม่สูงถึง 70% Dr. Henning Never ผู้จัดการโปรเจคของ Deutsche Telekom เชื่อว่า NeoCircuit Router นี้จะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ Bertrand Pascual จาก Sagemcom ยังเสริมว่าการนำโปรเซสเซอร์จากสมาร์ทโฟนมาใช้ในอุปกรณ์อื่น ๆ นั้นเป็นการประหยัดทรัพยากรและทำให้มีความคุ้มค่าทางการเงิน การเปิดตัวของ NeoCircuit Router จะมีขึ้นในงาน Mobile World Congress 2025 ที่บาร์เซโลน่าในวันที่ 3 มีนาคม หากโปรเจคนี้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างน้อย 20% เมื่อเทียบกับการผลิตชิ้นส่วนใหม่ทั้งหมด และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญในการส่งเสริมการนำทรัพยากรมาใช้ใหม่ในวงการอิเล็กทรอนิกส์ https://www.techradar.com/pro/europes-largest-telco-wants-to-slash-the-cost-of-your-router-by-reusing-your-old-smartphone-and-i-think-it-is-genius
    Yay
    1
    0 Comments 0 Shares 287 Views 0 Reviews
More Results