• ดาวเบเทลจุสไม่ได้อยู่ลำพัง—งานวิจัย 8 ปีเผยมี “ดาวคู่” โคจรซ่อนอยู่จริง

    จากข้อมูลในลิงก์ที่คุณให้มา นักดาราศาสตร์ยืนยันแล้วว่า Betelgeuse ดาวยักษ์แดงยักษ์ใหญ่ที่สว่างที่สุดดวงหนึ่งในท้องฟ้า มีดาวบริวารชื่อ “Siwarha” โคจรรอบอยู่ และทิ้งร่องรอยเป็น “wake” หรือทางผ่านของก๊าซที่ตรวจจับได้ชัดเจนจากกล้องโทรทรรศน์หลายแห่ง

    หัวข้อข่าว: “8 ปีแห่งการเฝ้าสังเกตเผยดาวคู่ลึกลับของ Betelgeuse”
    การค้นพบครั้งนี้เกิดจากการรวบรวมข้อมูลกว่า 8 ปีจากกล้องโทรทรรศน์หลายแห่ง รวมถึง Hubble Space Telescope ซึ่งช่วยยืนยันว่าความแปรผันของแสง Betelgeuse ไม่ได้เกิดจากการเต้นของดาวเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากผลกระทบของดาวบริวารที่เคลื่อนผ่านชั้นบรรยากาศอันบวมพองของมันด้วย การเคลื่อนที่ของ Siwarha ทำให้เกิด “รอยตื่น” ของก๊าซหนาแน่นที่ตรวจจับได้ในสเปกตรัมของแสง โดยเฉพาะในช่วงรังสีอัลตราไวโอเลตของธาตุเหล็กไอออน

    นักวิจัยอธิบายว่าปรากฏการณ์นี้คล้ายกับ “เรือแล่นผ่านน้ำ” ที่ทิ้งคลื่นไว้ด้านหลัง เมื่อ Siwarha เคลื่อนผ่านด้านหน้าของ Betelgeuse จะเกิดยอดสัญญาณของแสงเหล็กที่สูงขึ้น แต่เมื่อมันเคลื่อนผ่านด้านหลัง หางก๊าซของมันจะดูดกลืนแสงบางส่วน ทำให้ยอดสัญญาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด วงโคจรหนึ่งรอบใช้เวลาประมาณ 2,109 วัน หรือราว 5.77 ปี

    การยืนยันดาวคู่ครั้งนี้ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจวิวัฒนาการของดาวยักษ์แดงได้ดีขึ้น รวมถึงกระบวนการปลดปล่อยมวลและการเปลี่ยนแปลงก่อนเกิดซูเปอร์โนวา ซึ่ง Betelgeuse เป็นหนึ่งในดาวที่ถูกจับตามองมากที่สุดว่าจะระเบิดในอนาคตอันใกล้หรือไม่ แม้จะยังไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ก็ตาม

    ปัจจุบัน Siwarha ได้เคลื่อนกลับไปอยู่ด้านหลัง Betelgeuse และจะไม่ปรากฏให้ตรวจจับได้อีกจนถึง สิงหาคม 2027 ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่นักดาราศาสตร์ทั่วโลกเตรียมเฝ้าดูอีกครั้ง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การค้นพบหลักจากงานวิจัย
    ยืนยันการมีอยู่ของดาวบริวาร “Siwarha” โคจรรอบ Betelgeuse
    ตรวจพบ “wake” หรือรอยทางก๊าซที่เกิดจากการเคลื่อนผ่านของดาวคู่
    วงโคจรของ Siwarha ใช้เวลาประมาณ 2,109 วัน (5.77 ปี)

    ความสำคัญทางดาราศาสตร์
    ช่วยอธิบายความแปรผันของแสง Betelgeuse ที่เคยเป็นปริศนามานาน
    เปิดมุมมองใหม่ต่อวิวัฒนาการของดาวยักษ์แดงก่อนเกิดซูเปอร์โนวา
    ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการปลดปล่อยมวลและโครงสร้างชั้นบรรยากาศของดาว

    ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ
    ยังต้องศึกษาว่าดาวคู่ส่งผลต่อการระเบิดซูเปอร์โนวาในอนาคตอย่างไร
    การตรวจจับ Siwarha ทำได้เฉพาะบางช่วงของวงโคจรเท่านั้น
    ต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ความละเอียดสูงและเวลาสังเกตการณ์ยาวนาน

    https://www.sciencealert.com/betelgeuse-is-definitely-not-alone-8-year-study-confirms
    🌟 ดาวเบเทลจุสไม่ได้อยู่ลำพัง—งานวิจัย 8 ปีเผยมี “ดาวคู่” โคจรซ่อนอยู่จริง จากข้อมูลในลิงก์ที่คุณให้มา นักดาราศาสตร์ยืนยันแล้วว่า Betelgeuse ดาวยักษ์แดงยักษ์ใหญ่ที่สว่างที่สุดดวงหนึ่งในท้องฟ้า มีดาวบริวารชื่อ “Siwarha” โคจรรอบอยู่ และทิ้งร่องรอยเป็น “wake” หรือทางผ่านของก๊าซที่ตรวจจับได้ชัดเจนจากกล้องโทรทรรศน์หลายแห่ง 🔭✨ หัวข้อข่าว: “8 ปีแห่งการเฝ้าสังเกตเผยดาวคู่ลึกลับของ Betelgeuse” การค้นพบครั้งนี้เกิดจากการรวบรวมข้อมูลกว่า 8 ปีจากกล้องโทรทรรศน์หลายแห่ง รวมถึง Hubble Space Telescope ซึ่งช่วยยืนยันว่าความแปรผันของแสง Betelgeuse ไม่ได้เกิดจากการเต้นของดาวเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากผลกระทบของดาวบริวารที่เคลื่อนผ่านชั้นบรรยากาศอันบวมพองของมันด้วย การเคลื่อนที่ของ Siwarha ทำให้เกิด “รอยตื่น” ของก๊าซหนาแน่นที่ตรวจจับได้ในสเปกตรัมของแสง โดยเฉพาะในช่วงรังสีอัลตราไวโอเลตของธาตุเหล็กไอออน นักวิจัยอธิบายว่าปรากฏการณ์นี้คล้ายกับ “เรือแล่นผ่านน้ำ” ที่ทิ้งคลื่นไว้ด้านหลัง เมื่อ Siwarha เคลื่อนผ่านด้านหน้าของ Betelgeuse จะเกิดยอดสัญญาณของแสงเหล็กที่สูงขึ้น แต่เมื่อมันเคลื่อนผ่านด้านหลัง หางก๊าซของมันจะดูดกลืนแสงบางส่วน ทำให้ยอดสัญญาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด วงโคจรหนึ่งรอบใช้เวลาประมาณ 2,109 วัน หรือราว 5.77 ปี การยืนยันดาวคู่ครั้งนี้ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจวิวัฒนาการของดาวยักษ์แดงได้ดีขึ้น รวมถึงกระบวนการปลดปล่อยมวลและการเปลี่ยนแปลงก่อนเกิดซูเปอร์โนวา ซึ่ง Betelgeuse เป็นหนึ่งในดาวที่ถูกจับตามองมากที่สุดว่าจะระเบิดในอนาคตอันใกล้หรือไม่ แม้จะยังไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ก็ตาม ปัจจุบัน Siwarha ได้เคลื่อนกลับไปอยู่ด้านหลัง Betelgeuse และจะไม่ปรากฏให้ตรวจจับได้อีกจนถึง สิงหาคม 2027 ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่นักดาราศาสตร์ทั่วโลกเตรียมเฝ้าดูอีกครั้ง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การค้นพบหลักจากงานวิจัย ➡️ ยืนยันการมีอยู่ของดาวบริวาร “Siwarha” โคจรรอบ Betelgeuse ➡️ ตรวจพบ “wake” หรือรอยทางก๊าซที่เกิดจากการเคลื่อนผ่านของดาวคู่ ➡️ วงโคจรของ Siwarha ใช้เวลาประมาณ 2,109 วัน (5.77 ปี) ✅ ความสำคัญทางดาราศาสตร์ ➡️ ช่วยอธิบายความแปรผันของแสง Betelgeuse ที่เคยเป็นปริศนามานาน ➡️ เปิดมุมมองใหม่ต่อวิวัฒนาการของดาวยักษ์แดงก่อนเกิดซูเปอร์โนวา ➡️ ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการปลดปล่อยมวลและโครงสร้างชั้นบรรยากาศของดาว ‼️ ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ ⛔ ยังต้องศึกษาว่าดาวคู่ส่งผลต่อการระเบิดซูเปอร์โนวาในอนาคตอย่างไร ⛔ การตรวจจับ Siwarha ทำได้เฉพาะบางช่วงของวงโคจรเท่านั้น ⛔ ต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ความละเอียดสูงและเวลาสังเกตการณ์ยาวนาน https://www.sciencealert.com/betelgeuse-is-definitely-not-alone-8-year-study-confirms
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Betelgeuse Is Definitely Not Alone, 8-Year Study Confirms
    Betelgeuse is one of the weirdest stars in the sky, but astronomers can now explain one of its most enduring mysteries.
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 71 มุมมอง 0 รีวิว
  • Cloud‑9: วัตถุลึกลับที่อาจเป็น “โครงกระดูกดาร์กแมทเทอร์” ของกาแล็กซีที่ล้มเหลว

    วัตถุชื่อ Cloud‑9 ถูกค้นพบใกล้กาแล็กซี M94 ห่างจากโลกประมาณ 14.3 ล้านปีแสง และกำลังกลายเป็นผู้ต้องสงสัยที่แข็งแกร่งที่สุดว่าเป็น “กาแล็กซีที่ไม่เคยเกิดดาว” เลยแม้แต่ดวงเดียว วัตถุนี้ประกอบด้วยก๊าซไฮโดรเจนเป็นหลักและมีดาร์กแมทเทอร์จำนวนมากห่อหุ้มอยู่ แต่กลับไม่มีแสงดาวใด ๆ ทำให้มันแทบมองไม่เห็นในช่วงคลื่นส่วนใหญ่ของจักรวาล

    นักดาราศาสตร์พบว่า Cloud‑9 มีมวลก๊าซประมาณหนึ่งล้านเท่าของดวงอาทิตย์ และต้องมีดาร์กแมทเทอร์มากถึงห้าพันล้านเท่าของมวลดวงอาทิตย์เพื่อคงสภาพก้อนก๊าซนี้ไว้โดยไม่แตกกระจาย ที่สำคัญคือมันไม่หมุน และไม่มีสัญญาณของดาวฤกษ์แม้แต่ดวงเดียว ซึ่งทำให้มันเข้าข่ายวัตถุประเภท RELHIC—ก้อนก๊าซไฮโดรเจนที่ถูกแรงโน้มถ่วงของดาร์กแมทเทอร์ยึดไว้ แต่ยังไม่ถึงจุดเริ่มก่อดาว

    การค้นพบนี้สำคัญมากเพราะนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า RELHIC คือ “ชิ้นส่วนดั้งเดิม” ของกระบวนการสร้างกาแล็กซีในยุคแรกของจักรวาล แต่ที่ผ่านมาไม่เคยพบตัวอย่างที่ชัดเจนเลย เนื่องจากส่วนใหญ่สูญเสียก๊าซไปตามกาลเวลา หรือถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเศษซากของกาแล็กซีอื่น Cloud‑9 จึงเป็นเหมือนหน้าต่างที่เปิดให้เราเห็นโครงสร้างดาร์กแมทเทอร์ที่ยังไม่เคยก่อกำเนิดดาวมาก่อนอย่างแท้จริง

    หาก Cloud‑9 สามารถสะสมก๊าซได้มากขึ้นในอนาคต มันอาจกลายเป็นกาแล็กซีเต็มรูปแบบ แต่ในตอนนี้มันคือซากโครงสร้างที่หยุดพัฒนา—หลักฐานหายากที่ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจว่า “กาแล็กซีเกิดขึ้นได้อย่างไร” และบทบาทของดาร์กแมทเทอร์ในจักรวาลมีความสำคัญเพียงใด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    Cloud‑9 อยู่ห่างจากโลก 14.3 ล้านปีแสงใกล้กาแล็กซี M94
    เป็นก้อนก๊าซไฮโดรเจนที่มีดาร์กแมทเทอร์จำนวนมาก แต่ไม่มีดาวเลย
    มีมวลก๊าซประมาณ 1 ล้านเท่าของดวงอาทิตย์ และดาร์กแมทเทอร์ราว 5 พันล้านเท่า
    เข้าข่ายวัตถุประเภท RELHIC ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ยังไม่ถึงขั้นก่อดาว
    การค้นพบนี้ช่วยยืนยันแบบจำลองการก่อตัวกาแล็กซีในยุคแรกของจักรวาล

    ประเด็นที่ควรระวังหรือข้อจำกัด
    การยืนยันว่าเป็น RELHIC 100% ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
    วัตถุประเภทนี้อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเศษซากของกาแล็กซีอื่น
    การศึกษาดาร์กแมทเทอร์ยังมีข้อจำกัดเพราะตรวจจับได้ยากมาก
    อาจมีวัตถุคล้ายกันที่ยังไม่ถูกค้นพบ ทำให้ภาพรวมของจักรวาลยังไม่สมบูรณ์

    https://www.sciencealert.com/mysterious-cloud-9-may-be-the-dark-matter-bones-of-a-failed-galaxy
    🌌 Cloud‑9: วัตถุลึกลับที่อาจเป็น “โครงกระดูกดาร์กแมทเทอร์” ของกาแล็กซีที่ล้มเหลว วัตถุชื่อ Cloud‑9 ถูกค้นพบใกล้กาแล็กซี M94 ห่างจากโลกประมาณ 14.3 ล้านปีแสง และกำลังกลายเป็นผู้ต้องสงสัยที่แข็งแกร่งที่สุดว่าเป็น “กาแล็กซีที่ไม่เคยเกิดดาว” เลยแม้แต่ดวงเดียว วัตถุนี้ประกอบด้วยก๊าซไฮโดรเจนเป็นหลักและมีดาร์กแมทเทอร์จำนวนมากห่อหุ้มอยู่ แต่กลับไม่มีแสงดาวใด ๆ ทำให้มันแทบมองไม่เห็นในช่วงคลื่นส่วนใหญ่ของจักรวาล นักดาราศาสตร์พบว่า Cloud‑9 มีมวลก๊าซประมาณหนึ่งล้านเท่าของดวงอาทิตย์ และต้องมีดาร์กแมทเทอร์มากถึงห้าพันล้านเท่าของมวลดวงอาทิตย์เพื่อคงสภาพก้อนก๊าซนี้ไว้โดยไม่แตกกระจาย ที่สำคัญคือมันไม่หมุน และไม่มีสัญญาณของดาวฤกษ์แม้แต่ดวงเดียว ซึ่งทำให้มันเข้าข่ายวัตถุประเภท RELHIC—ก้อนก๊าซไฮโดรเจนที่ถูกแรงโน้มถ่วงของดาร์กแมทเทอร์ยึดไว้ แต่ยังไม่ถึงจุดเริ่มก่อดาว การค้นพบนี้สำคัญมากเพราะนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า RELHIC คือ “ชิ้นส่วนดั้งเดิม” ของกระบวนการสร้างกาแล็กซีในยุคแรกของจักรวาล แต่ที่ผ่านมาไม่เคยพบตัวอย่างที่ชัดเจนเลย เนื่องจากส่วนใหญ่สูญเสียก๊าซไปตามกาลเวลา หรือถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเศษซากของกาแล็กซีอื่น Cloud‑9 จึงเป็นเหมือนหน้าต่างที่เปิดให้เราเห็นโครงสร้างดาร์กแมทเทอร์ที่ยังไม่เคยก่อกำเนิดดาวมาก่อนอย่างแท้จริง หาก Cloud‑9 สามารถสะสมก๊าซได้มากขึ้นในอนาคต มันอาจกลายเป็นกาแล็กซีเต็มรูปแบบ แต่ในตอนนี้มันคือซากโครงสร้างที่หยุดพัฒนา—หลักฐานหายากที่ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจว่า “กาแล็กซีเกิดขึ้นได้อย่างไร” และบทบาทของดาร์กแมทเทอร์ในจักรวาลมีความสำคัญเพียงใด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ Cloud‑9 อยู่ห่างจากโลก 14.3 ล้านปีแสงใกล้กาแล็กซี M94 ➡️ เป็นก้อนก๊าซไฮโดรเจนที่มีดาร์กแมทเทอร์จำนวนมาก แต่ไม่มีดาวเลย ➡️ มีมวลก๊าซประมาณ 1 ล้านเท่าของดวงอาทิตย์ และดาร์กแมทเทอร์ราว 5 พันล้านเท่า ➡️ เข้าข่ายวัตถุประเภท RELHIC ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ยังไม่ถึงขั้นก่อดาว ➡️ การค้นพบนี้ช่วยยืนยันแบบจำลองการก่อตัวกาแล็กซีในยุคแรกของจักรวาล ‼️ ประเด็นที่ควรระวังหรือข้อจำกัด ⛔ การยืนยันว่าเป็น RELHIC 100% ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ⛔ วัตถุประเภทนี้อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเศษซากของกาแล็กซีอื่น ⛔ การศึกษาดาร์กแมทเทอร์ยังมีข้อจำกัดเพราะตรวจจับได้ยากมาก ⛔ อาจมีวัตถุคล้ายกันที่ยังไม่ถูกค้นพบ ทำให้ภาพรวมของจักรวาลยังไม่สมบูรณ์ https://www.sciencealert.com/mysterious-cloud-9-may-be-the-dark-matter-bones-of-a-failed-galaxy
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Mysterious 'Cloud-9' May Be The Dark-Matter Bones of a Failed Galaxy
    An object spotted in deep space is the strongest candidate yet for a galaxy arrested during early development.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 55 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260108 #TechRadar

    อุปกรณ์ เพิ่ม/ขยายสัญญาณ Wifi ที่ดีที่สุดในปี 2025
    บทความนี้อธิบายภาพรวมตลาด Wi‑Fi extender ปี 2025 ที่แม้จะมีรุ่นใหม่ออกมาน้อยลงเพราะผู้ผลิตหันไปโฟกัสระบบ Mesh Wi‑Fi แต่ก็ยังมีตัวเลือกคุณภาพสูงอย่าง TP‑Link RE700X, RE605X และ Netgear Nighthawk AX8 ซึ่งโดดเด่นด้านความเร็ว ความครอบคลุม และความง่ายในการติดตั้ง เหมาะสำหรับบ้านที่ยังมีจุดอับสัญญาณหรือไม่ต้องการเปลี่ยนเราเตอร์ใหม่ทั้งหมด โดยบทความยังให้คำแนะนำการเลือกซื้อและเปรียบเทียบกับระบบ Mesh เพื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
    https://www.techradar.com/computing/wi-fi-broadband/the-best-wi-fi-extenders-in-2025-top-devices-for-boosting-your-wifi-network

    TV ที่ดีที่สุดในปี 2025
    ผู้เชี่ยวชาญด้านการคาลิเบรตทีวีได้จัดอันดับทีวีที่ดีที่สุดในปี 2025 ตั้งแต่รุ่นคุ้มค่าไปจนถึงระดับพรีเมียม เช่น LG C5, Roku Plus Series, Hisense U8QG, TCL QM6K และ Samsung S95F โดยเน้นคุณภาพภาพ ความสว่าง ความแม่นยำสี ฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ และความคุ้มค่าต่อราคา ทำให้ผู้อ่านสามารถเลือกทีวีที่เหมาะกับงบและการใช้งานได้ง่ายขึ้นในตลาดที่มีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้นทุกปี
    https://www.techradar.com/televisions/im-a-trained-tv-calibrator-and-here-are-the-best-tvs-you-can-buy

    Lenovo Legion Go 2 (SteamOS) เปิดตัวพร้อมราคาแรง
    Lenovo เปิดตัว Legion Go 2 รุ่นใหม่ที่มาพร้อม SteamOS อย่างเป็นทางการในงาน CES 2026 แต่กลับถูกวิจารณ์หนักเรื่องราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม โดยเริ่มต้นที่ $1,119 แม้จะใช้สเปกแรงอย่าง Ryzen Z2 / Z2 Extreme และ RAM สูงสุด 32GB แต่ราคาที่แตะระดับเกิน $1,000 ทำให้หลายคนมองว่าไม่คุ้มเมื่อเทียบกับเครื่องพกพาอื่นในตลาด แม้การหันมาใช้ SteamOS จะเป็นก้าวที่ดีสำหรับผู้ใช้สายเกมพกพาก็ตาม
    https://www.techradar.com/computing/gaming-pcs/i-love-that-lenovo-has-finally-chosen-steamos-for-the-legion-go-2-but-its-kidding-itself-with-that-price-tag

    Kentucky เปิดตัว Digital ID บน iPhone และเตรียมเข้า Apple Wallet
    รัฐ Kentucky เปิดตัวแอป Digital ID ที่ให้ประชาชนเก็บบัตรประจำตัว เช่น ใบขับขี่ ไว้ในมือถือ พร้อมระบบยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์ และเตรียมรองรับ Apple Wallet, Google Wallet และ Samsung Wallet ในช่วงซัมเมอร์ 2026 แม้จะช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น แต่ผู้ใช้ยังต้องพกบัตรจริงในบางสถานการณ์ เช่น การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
    https://www.techradar.com/phones/kentucky-just-launched-digital-id-on-iphones-and-its-coming-to-apple-wallet-soon

    Klipsch และ Onkyo ฉลอง 80 ปี ด้วยหูฟังและลำโพงรุ่นใหม่
    Klipsch และ Onkyo เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ฉลองครบรอบ 80 ปี นำโดย Klipsch Atlas Series หูฟังแบบ over‑ear รุ่นใหม่ครั้งแรกในรอบทศวรรษ ทั้งรุ่น HP‑1, HP‑2 และ HP‑3 ที่เน้นคุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์ พร้อมลำโพงและซาวด์บาร์รุ่นใหม่ รวมถึงโปรเจกต์ลับอย่าง “Project Apollo” ที่มุ่งยกระดับดีไซน์และคุณภาพเสียงสำหรับผู้ฟังระดับจริงจัง
    https://www.techradar.com/audio/headphones/klipsch-and-onkyo-celebrate-80-years-of-audio-with-the-first-klipsch-headphones-in-a-decade-plus-some-cool-new-concepts

    กฎหมายคุ้มครองเยาวชนเวอร์จิเนียจุดชนวนดีเบตเรื่องความเป็นส่วนตัว
    เวอร์จิเนียเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่บังคับให้แพลตฟอร์มโซเชียลจำกัดเวลาการใช้งานและการเก็บข้อมูลของผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมสั่งปิดฟีดแบบเสพติดอย่างการเลื่อนแบบไม่รู้จบ ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวออกมาโต้แย้งว่ากฎหมายนี้อาจบังคับให้ทุกคนต้องยืนยันตัวตนและทำลายการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไม่ระบุตัวตน ขณะที่คดีฟ้องร้องจาก NetChoice กำลังดำเนินอยู่ แต่กฎหมายก็มีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้ผู้ใช้อาจต้องพิสูจน์ตัวตนก่อนเข้าใช้งานโซเชียลในรัฐนี้
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/new-virginia-teen-safety-law-sparks-privacy-debate-and-fresh-legal-challenges

    อังกฤษทุ่มงบ £210 ล้านแก้วิกฤตไซเบอร์ หลังยอมรับเสี่ยง “วิกฤติขั้นสูง”
    รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศแผน Cyber Action Plan พร้อมงบ £210 ล้าน หลังยอมรับว่านโยบายไซเบอร์ก่อนหน้านี้ล้มเหลวและไม่สามารถทำให้หน่วยงานรัฐปลอดภัยภายในปี 2030 ได้ โดยปัญหาหลักคือระบบไอทีเก่า การขาดมาตรฐานบังคับ และการโจมตีจริงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น เหตุ NHS และ British Library ถูกแรนซัมแวร์ รัฐบาลเตรียมตั้งหน่วย Cyber Unit ใหม่และอาจถือผู้บริหารระดับสูงรับผิดชอบโดยตรงต่อเหตุไซเบอร์ในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/security/uk-government-pledges-gbp210m-to-new-cyber-action-plan-admitting-critically-high-cyber-risk-remains

    Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ใหม่ที่ตั้งใจ “เป็น Windows แบบไร้ Microsoft”
    นักพัฒนาญี่ปุ่นเปิดตัวแนวคิด Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ที่ตั้งใจให้เดสก์ท็อปทั้งหมดเป็น Win32 รันผ่าน WINE เพื่อให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด .exe แล้วใช้งานได้เหมือน Windows จริง แต่ทำงานบนแกน Linux แนวคิดนี้หวังแก้ปัญหาความเข้ากันได้ของ ReactOS และอาจเป็นอีกแรงผลักดันให้ผู้ใช้หนีจาก Windows 11 ที่ถูกวิจารณ์หนัก แม้ยังอยู่ในขั้นต้นและต้องแก้ปัญหาความเสถียรอีกมาก แต่ก็เป็นสัญญาณว่ากระแส “เบื่อ Microslop” กำลังผลักผู้ใช้ไปหาลินุกซ์มากขึ้น
    https://www.techradar.com/computing/software/sick-of-microslop-new-linux-distro-could-win-over-windows-11-haters

    เทรนด์เดินแบบญี่ปุ่นกำลังมา พร้อมรองเท้าเดินประสิทธิภาพสูงจาก Clarks
    นักเขียนทดลองเปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็น “Japanese Walking” หรือการเดินแบบอินเทอร์วัล พร้อมรองเท้า Clarks Pace ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินโดยเฉพาะ ทั้งโฟมสองชั้น แคปซูลช่วยส่งแรง และดีไซน์รองรับการก้าวเดิน แม้รองเท้าจะให้ความรู้สึกสบายและช่วยเร่งจังหวะได้ดี แต่ยังมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะบนพื้นเปียก และราคาที่สูงเมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งที่ใช้งานได้อเนกประสงค์กว่า ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าจะคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้ทั่วไปหรือไม่
    https://www.techradar.com/health-fitness/i-swapped-running-for-the-japanese-walking-workout-complete-with-a-purpose-built-high-performance-walking-shoe

    พบช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า เสี่ยงถูกยึดระบบจากระยะไกล
    นักวิจัยพบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าหลายรุ่นที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีหลักฐานว่าถูกโจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากถูกเจาะ ระบบเครือข่ายทั้งหมดอาจถูกควบคุม ขโมยข้อมูล หรือถูกใช้เป็นบอตเน็ต จึงแนะนำให้ผู้ใช้รีบเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทันที
    https://www.techradar.com/pro/security/this-critical-severity-flaw-in-d-link-dsl-gateway-devices-could-allow-for-remote-code-execution

    AI กำลังเปลี่ยนเป้าหมายจาก “ประสิทธิภาพ” สู่ “การเติบโต”
    องค์กรทั่วโลกกว่า 77% หันมาใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตแทนการลดต้นทุน โดยผู้บริหารจำนวนมากคาดหวังรายได้เพิ่มขึ้นในปีหน้า และกว่า 50% แต่งตั้ง Chief AI Officer เพื่อเร่งกลยุทธ์ด้าน AI แม้ผู้บริโภคยังมีความกังวล แต่ข้อมูลชี้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยสร้างรายได้ใหม่จาก AI แล้ว ทำให้ภาพรวมสะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่
    https://www.techradar.com/pro/growth-not-efficiency-is-the-new-ai-goal

    องค์กรพบการละเมิดนโยบายข้อมูลจาก GenAI กว่า 200 ครั้งต่อเดือน
    รายงานใหม่เผยว่าองค์กรกำลังเผชิญความเสี่ยงจาก “Shadow AI” อย่างหนัก เมื่อพนักงานใช้แอป AI ส่วนตัวโดยไม่ผ่านการอนุมัติ ทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลเพิ่มขึ้นเท่าตัว และมีเหตุการณ์ละเมิดนโยบายเฉลี่ย 223 ครั้งต่อเดือน ขณะที่การใช้งาน GenAI เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในปีเดียว สร้างความท้าทายด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูลอย่างมาก
    https://www.techradar.com/pro/security/average-organization-now-reporting-over-200-genai-related-data-policy-violations-each-month

    ชาวสหรัฐฯ อาจได้รับเงินคืนสูงสุด $52 จากคดี Amazon Prime
    หลัง Amazon ถูกปรับ 2.5 พันล้านดอลลาร์จากการสมัครสมาชิก Prime โดยไม่ได้รับความยินยอม ผู้ใช้จำนวนมากจะได้รับเงินคืนอัตโนมัติ แต่หากยังไม่ได้รับ สามารถยื่นคำร้องได้ภายใน 180 วัน โดยต้องตรวจสอบอีเมลหรือจดหมายแจ้งสิทธิ์ ทั้งนี้ FTC เตือนว่า “จะไม่มีการเรียกเก็บเงินใด ๆ” ในกระบวนการคืนเงิน เพื่อป้องกันการหลอกลวง
    https://www.techradar.com/tech/heres-how-to-claim-a-refund-up-to-usd52-from-amazon-for-its-prime-settlement-and-how-to-check-if-youre-eligible-for-one

    นักวิจัยคิดวิธี “วางยาข้อมูล” เพื่อทำให้ AI ที่ขโมยข้อมูลใช้ไม่ได้
    นักวิจัยจากจีนและสิงคโปร์พัฒนาเทคนิค AURA ที่จงใจใส่ข้อมูลผิดใน knowledge graph เพื่อให้ AI ที่ขโมยข้อมูลไปเกิดอาการหลอนและตอบผิด โดยผู้ที่มี “กุญแจลับ” เท่านั้นจึงจะได้คำตอบที่ถูกต้อง วิธีนี้ช่วยปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาในระบบ GraphRAG ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงถึง 94%
    https://www.techradar.com/pro/security/researchers-poison-their-own-data-when-stolen-by-an-ai-to-ruin-results

    ปากีสถานเริ่มบล็อก VPN ที่ไม่ได้ลงทะเบียน กระทบผู้ใช้จำนวนมาก
    รัฐบาลปากีสถานเริ่มจำกัดการใช้งาน VPN ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต ส่งผลให้บริการดังอย่าง Proton VPN ถูกบล็อกตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ใช้จำนวนมากต้องพึ่ง VPN เพื่อเข้าถึงโซเชียลมีเดียที่ถูกปิดกั้น การบล็อกครั้งนี้จึงกระทบเสรีภาพทางดิจิทัลอย่างหนัก แม้ผู้ให้บริการบางรายยังหาวิธีหลบการบล็อกผ่านโปรโตคอลพิเศษอยู่ก็ตาม
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/pakistan-begins-blocking-unregistered-vpn-apps-and-this-popular-service-is-among-the-casualties

    ราคาหน่วยความจำพุ่งแรงเหมือนคริปโต
    ราคาของ RAM โดยเฉพาะ DDR4 และ DDR5 กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากช่วงเสถียรยาวนาน โดย DDR4 หลายรุ่นขยับจากระดับร้อยเหรียญไปแตะหลักหลายร้อยในเวลาไม่กี่เดือน เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่หันไปให้ความสำคัญกับความต้องการของบริษัทด้าน AI มากกว่าผู้บริโภคทั่วไป ทำให้การประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่หรืออัปเกรดต้องใช้งบสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจทำให้ RAM กลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดในระบบในอนาคตอันใกล้
    https://www.techradar.com/pro/is-ram-the-new-bitcoin-ddr4-memory-prices-are-rising-so-fast-some-tracker-graphs-are-running-out-of-space-and-i-fear-2026-could-well-see-a-10x-price-rise

    Meta ซื้อ Manus เจอแรงสั่นสะเทือนจากจีน
    ดีลที่ Meta เตรียมเข้าซื้อบริษัท AI อย่าง Manus มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์กำลังถูกจับตาอย่างหนักจากหน่วยงานจีน เนื่องจากกังวลว่าการย้ายบริษัทจากจีนไปสิงคโปร์อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้ดีลล่าช้าหรือถูกระงับ ขณะเดียวกัน Manus จะยังคงดำเนินงานแยกอิสระ แต่ Meta จะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้าน AI ของ Manus เพื่อเร่งพัฒนา AI agents รุ่นใหม่
    https://www.techradar.com/pro/metas-usd2b-manus-acquisition-sparks-concerns-from-chinese-regulators

    Razer เปิดตัวเวิร์กสเตชัน AI และตัวเร่งความแรงภายนอก
    Razer ขยายบทบาทจากแบรนด์เกมมิ่งสู่ฮาร์ดแวร์ AI เต็มตัว ด้วยการเปิดตัว Forge AI Dev Workstation สำหรับงานเทรนโมเดลและประมวลผล AI แบบออน-พรีมิส พร้อมอุปกรณ์ External AI Accelerator ที่ร่วมพัฒนากับ Tenstorrent เพื่อเพิ่มพลังประมวลผลให้โน้ตบุ๊กผ่าน Thunderbolt รองรับการต่อพ่วงหลายตัวเพื่อสร้างคลัสเตอร์ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับนักพัฒนา AI ที่ต้องการพลังประมวลผลแบบพกพาและควบคุมข้อมูลได้เอง
    https://www.techradar.com/pro/razer-joins-ai-bandwagon-with-external-ai-accelerator-backed-by-iconic-amd-chip-architect

    แคมเปญฟิชชิงปลอมเป็นอีเมลภายในองค์กร
    แฮกเกอร์กำลังใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมลของหลายองค์กรเพื่อส่งอีเมลปลอมที่ดูเหมือนส่งมาจากภายในบริษัท ทำให้หลอกเหยื่อให้กรอกข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยการตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC ที่ไม่เข้มงวด รวมถึงใช้ชุดเครื่องมือฟิชชิงอย่าง Tycoon2FA เพื่อสร้างอีเมลปลอมในธีม HR, เอกสารแชร์ หรือแจ้งเตือนรหัสผ่าน ซึ่งนำไปสู่การขโมยบัญชีและโจมตีแบบ BEC ต่อเนื่องในวงกว้าง
    https://www.techradar.com/pro/security/this-phishing-campaign-spoofs-internal-messages-heres-what-we-know

    โครงการ Cyber Trust Mark สะเทือน หลังผู้ดูแลถอนตัวเพราะโยงจีน
    UL Solutions ผู้ทำหน้าที่เป็น Lead Administrator ของโครงการ US Cyber Trust Mark ได้ถอนตัวออกจากบทบาทหลังถูกตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับบริษัทร่วมทุนในจีน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐ โครงการนี้มีเป้าหมายรับรองความปลอดภัยของอุปกรณ์ IoT ทั่วประเทศ แต่การถอนตัวครั้งนี้ทำให้ FCC ต้องเร่งหาผู้ดูแลรายใหม่เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่นก่อนเส้นตายปี 2027
    https://www.techradar.com/pro/security/firm-overseeing-fccs-cyber-trust-mark-program-withdraws-over-ties-to-china

    Google TV อัปเกรด Gemini ให้ฉลาดขึ้นแบบก้าวกระโดด
    Google เปิดตัว Gemini เวอร์ชันใหม่บน Google TV ที่ทำให้ทีวูกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ทั้งตอบคำถามพร้อมภาพและวิดีโอ ปรับภาพ–เสียงอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้บอกปัญหา ค้นรูปจาก Google Photos ได้ทันที รวมถึงสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI ผ่าน Nano Banana และ Google Veo ทำให้ทีวูกลายเป็นศูนย์กลาง AI ในบ้านที่เข้าใจการใช้งานของผู้ชมมากขึ้นอย่างชัดเจน
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/google-tv-gets-a-gemini-glow-up-with-a-ton-of-new-upgrades

    LawnBot ปีนเขาได้! Mammotion LUBA 3 AWD โชว์พลังสุดล้ำ
    Mammotion เปิดตัว LUBA 3 AWD หุ่นยนต์ตัดหญ้ารุ่นใหม่ที่ CES 2026 พร้อมระบบนำทาง Tri-Fusion ที่แม่นยำระดับ ±1 ซม. ใช้ LiDAR + RTK + AI Vision ทำแผนที่สวนแบบ 3D และหลบสิ่งกีดขวางได้ถึง 300 รายการ แถมปีนเนินชัน 80% ได้สบาย พร้อมพลังมอเตอร์แรง แบตอึด และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ทำให้เป็นหนึ่งใน lawnbot ที่ทรงพลังที่สุดในตลาดตอนนี้
    https://www.techradar.com/home/smart-home/i-just-watched-mammotions-new-flagship-lawnbot-scale-an-astroturf-mountain-and-it-was-mesmerizing

    Roborock เปิดตัวระบบถูพื้นแบบใหม่ Saros 20 Sonic ที่ถูได้ถึงขอบจริง
    Roborock เผยโฉม Saros 20 Sonic หุ่นยนต์ดูด–ถูที่ใช้แผ่นถูแบบ D‑shape ขนาดใหญ่ซึ่งสามารถ “ดีดออกด้านข้าง” เพื่อถูถึงขอบผนังได้จริง พร้อมแรงกดสูง การสั่น 4,000 ครั้งต่อนาที และระบบปรับน้ำ–แรงสั่นแยกอิสระ รวมถึงฐาน RockDock ที่ล้างด้วยน้ำร้อน 100°C และเป่าแห้งอัตโนมัติ ทำให้การดูแลพื้นบ้านสะอาดล้ำลึกแบบไม่ต้องลงมือเอง
    https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/roborock-just-introduced-an-innovative-new-robot-vac-mopping-system-and-it-looks-seriously-good

    Nvidia อัปเดต DGX Spark ให้เป็นตัวเร่ง AI ภายนอกสำหรับ MacBook Pro
    Nvidia เตรียมปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ DGX Spark เพื่อให้ทำงานเป็น external AI accelerator สำหรับ MacBook Pro ช่วยประมวลผลงาน AI หนัก ๆ ได้เร็วขึ้นหลายเท่า พร้อมรองรับเฟรมเวิร์กโอเพ่นซอร์สอย่าง PyTorch, vLLM, llama.cpp และโมเดลจากหลายค่าย รวมถึงเพิ่ม playbook สำหรับตั้งค่าระบบแบบสำเร็จรูป ทำให้ Spark กลายเป็นโหนด AI อเนกประสงค์สำหรับงานท้องถิ่นและเวิร์กสเตชัน
    https://www.techradar.com/pro/nvidia-quietly-launches-free-software-update-for-its-ai-mini-pc-which-turns-it-into-an-external-ai-accelerator-for-apples-macbook-pro

    Rokid เปิดตัวแว่น AI แบบไร้จอ เบา ถูก และท้าชน Meta Ray‑Ban
    Rokid เปิดตัว AI Glasses Style แว่นอัจฉริยะไร้หน้าจอที่เน้นสั่งงานด้วยเสียง ใช้ ChatGPT‑5 เป็นสมองหลัก น้ำหนักเพียง 38.5 กรัม ถ่ายภาพ–วิดีโอ 4K ได้ผ่านคำสั่งเสียง ใช้ได้ยาว 12 ชั่วโมง และมีเคสชาร์จเสริม จุดเด่นคือราคาถูกกว่า Meta Ray‑Ban ถึง 80 ดอลลาร์ และมุ่งสู่ยุคใหม่ของอุปกรณ์ AI แบบ screenless ที่ช่วยให้ผู้ใช้พึ่งพามือถือให้น้อยลง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/rokids-new-ai-glasses-are-lighter-cheaper-and-ready-to-challenge-metas-ray-bans
    📌📡🟠 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟠📡📌 #รวมข่าวIT #20260108 #TechRadar 📡 อุปกรณ์ เพิ่ม/ขยายสัญญาณ Wifi ที่ดีที่สุดในปี 2025 บทความนี้อธิบายภาพรวมตลาด Wi‑Fi extender ปี 2025 ที่แม้จะมีรุ่นใหม่ออกมาน้อยลงเพราะผู้ผลิตหันไปโฟกัสระบบ Mesh Wi‑Fi แต่ก็ยังมีตัวเลือกคุณภาพสูงอย่าง TP‑Link RE700X, RE605X และ Netgear Nighthawk AX8 ซึ่งโดดเด่นด้านความเร็ว ความครอบคลุม และความง่ายในการติดตั้ง เหมาะสำหรับบ้านที่ยังมีจุดอับสัญญาณหรือไม่ต้องการเปลี่ยนเราเตอร์ใหม่ทั้งหมด โดยบทความยังให้คำแนะนำการเลือกซื้อและเปรียบเทียบกับระบบ Mesh เพื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/computing/wi-fi-broadband/the-best-wi-fi-extenders-in-2025-top-devices-for-boosting-your-wifi-network 📺 TV ที่ดีที่สุดในปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญด้านการคาลิเบรตทีวีได้จัดอันดับทีวีที่ดีที่สุดในปี 2025 ตั้งแต่รุ่นคุ้มค่าไปจนถึงระดับพรีเมียม เช่น LG C5, Roku Plus Series, Hisense U8QG, TCL QM6K และ Samsung S95F โดยเน้นคุณภาพภาพ ความสว่าง ความแม่นยำสี ฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ และความคุ้มค่าต่อราคา ทำให้ผู้อ่านสามารถเลือกทีวีที่เหมาะกับงบและการใช้งานได้ง่ายขึ้นในตลาดที่มีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้นทุกปี 🔗 https://www.techradar.com/televisions/im-a-trained-tv-calibrator-and-here-are-the-best-tvs-you-can-buy 🎮 Lenovo Legion Go 2 (SteamOS) เปิดตัวพร้อมราคาแรง Lenovo เปิดตัว Legion Go 2 รุ่นใหม่ที่มาพร้อม SteamOS อย่างเป็นทางการในงาน CES 2026 แต่กลับถูกวิจารณ์หนักเรื่องราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม โดยเริ่มต้นที่ $1,119 แม้จะใช้สเปกแรงอย่าง Ryzen Z2 / Z2 Extreme และ RAM สูงสุด 32GB แต่ราคาที่แตะระดับเกิน $1,000 ทำให้หลายคนมองว่าไม่คุ้มเมื่อเทียบกับเครื่องพกพาอื่นในตลาด แม้การหันมาใช้ SteamOS จะเป็นก้าวที่ดีสำหรับผู้ใช้สายเกมพกพาก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/computing/gaming-pcs/i-love-that-lenovo-has-finally-chosen-steamos-for-the-legion-go-2-but-its-kidding-itself-with-that-price-tag 📱 Kentucky เปิดตัว Digital ID บน iPhone และเตรียมเข้า Apple Wallet รัฐ Kentucky เปิดตัวแอป Digital ID ที่ให้ประชาชนเก็บบัตรประจำตัว เช่น ใบขับขี่ ไว้ในมือถือ พร้อมระบบยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์ และเตรียมรองรับ Apple Wallet, Google Wallet และ Samsung Wallet ในช่วงซัมเมอร์ 2026 แม้จะช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น แต่ผู้ใช้ยังต้องพกบัตรจริงในบางสถานการณ์ เช่น การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่รัฐ 🔗 https://www.techradar.com/phones/kentucky-just-launched-digital-id-on-iphones-and-its-coming-to-apple-wallet-soon 🎧 Klipsch และ Onkyo ฉลอง 80 ปี ด้วยหูฟังและลำโพงรุ่นใหม่ Klipsch และ Onkyo เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ฉลองครบรอบ 80 ปี นำโดย Klipsch Atlas Series หูฟังแบบ over‑ear รุ่นใหม่ครั้งแรกในรอบทศวรรษ ทั้งรุ่น HP‑1, HP‑2 และ HP‑3 ที่เน้นคุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์ พร้อมลำโพงและซาวด์บาร์รุ่นใหม่ รวมถึงโปรเจกต์ลับอย่าง “Project Apollo” ที่มุ่งยกระดับดีไซน์และคุณภาพเสียงสำหรับผู้ฟังระดับจริงจัง 🔗 https://www.techradar.com/audio/headphones/klipsch-and-onkyo-celebrate-80-years-of-audio-with-the-first-klipsch-headphones-in-a-decade-plus-some-cool-new-concepts 🛡️ กฎหมายคุ้มครองเยาวชนเวอร์จิเนียจุดชนวนดีเบตเรื่องความเป็นส่วนตัว เวอร์จิเนียเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่บังคับให้แพลตฟอร์มโซเชียลจำกัดเวลาการใช้งานและการเก็บข้อมูลของผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมสั่งปิดฟีดแบบเสพติดอย่างการเลื่อนแบบไม่รู้จบ ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวออกมาโต้แย้งว่ากฎหมายนี้อาจบังคับให้ทุกคนต้องยืนยันตัวตนและทำลายการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไม่ระบุตัวตน ขณะที่คดีฟ้องร้องจาก NetChoice กำลังดำเนินอยู่ แต่กฎหมายก็มีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้ผู้ใช้อาจต้องพิสูจน์ตัวตนก่อนเข้าใช้งานโซเชียลในรัฐนี้ 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/new-virginia-teen-safety-law-sparks-privacy-debate-and-fresh-legal-challenges 🇬🇧💻 อังกฤษทุ่มงบ £210 ล้านแก้วิกฤตไซเบอร์ หลังยอมรับเสี่ยง “วิกฤติขั้นสูง” รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศแผน Cyber Action Plan พร้อมงบ £210 ล้าน หลังยอมรับว่านโยบายไซเบอร์ก่อนหน้านี้ล้มเหลวและไม่สามารถทำให้หน่วยงานรัฐปลอดภัยภายในปี 2030 ได้ โดยปัญหาหลักคือระบบไอทีเก่า การขาดมาตรฐานบังคับ และการโจมตีจริงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น เหตุ NHS และ British Library ถูกแรนซัมแวร์ รัฐบาลเตรียมตั้งหน่วย Cyber Unit ใหม่และอาจถือผู้บริหารระดับสูงรับผิดชอบโดยตรงต่อเหตุไซเบอร์ในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/uk-government-pledges-gbp210m-to-new-cyber-action-plan-admitting-critically-high-cyber-risk-remains 🐧💥 Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ใหม่ที่ตั้งใจ “เป็น Windows แบบไร้ Microsoft” นักพัฒนาญี่ปุ่นเปิดตัวแนวคิด Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ที่ตั้งใจให้เดสก์ท็อปทั้งหมดเป็น Win32 รันผ่าน WINE เพื่อให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด .exe แล้วใช้งานได้เหมือน Windows จริง แต่ทำงานบนแกน Linux แนวคิดนี้หวังแก้ปัญหาความเข้ากันได้ของ ReactOS และอาจเป็นอีกแรงผลักดันให้ผู้ใช้หนีจาก Windows 11 ที่ถูกวิจารณ์หนัก แม้ยังอยู่ในขั้นต้นและต้องแก้ปัญหาความเสถียรอีกมาก แต่ก็เป็นสัญญาณว่ากระแส “เบื่อ Microslop” กำลังผลักผู้ใช้ไปหาลินุกซ์มากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/computing/software/sick-of-microslop-new-linux-distro-could-win-over-windows-11-haters 👟🇯🇵 เทรนด์เดินแบบญี่ปุ่นกำลังมา พร้อมรองเท้าเดินประสิทธิภาพสูงจาก Clarks นักเขียนทดลองเปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็น “Japanese Walking” หรือการเดินแบบอินเทอร์วัล พร้อมรองเท้า Clarks Pace ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินโดยเฉพาะ ทั้งโฟมสองชั้น แคปซูลช่วยส่งแรง และดีไซน์รองรับการก้าวเดิน แม้รองเท้าจะให้ความรู้สึกสบายและช่วยเร่งจังหวะได้ดี แต่ยังมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะบนพื้นเปียก และราคาที่สูงเมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งที่ใช้งานได้อเนกประสงค์กว่า ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าจะคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้ทั่วไปหรือไม่ 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/i-swapped-running-for-the-japanese-walking-workout-complete-with-a-purpose-built-high-performance-walking-shoe 🔓⚠️ พบช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า เสี่ยงถูกยึดระบบจากระยะไกล นักวิจัยพบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าหลายรุ่นที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีหลักฐานว่าถูกโจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากถูกเจาะ ระบบเครือข่ายทั้งหมดอาจถูกควบคุม ขโมยข้อมูล หรือถูกใช้เป็นบอตเน็ต จึงแนะนำให้ผู้ใช้รีบเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทันที 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-critical-severity-flaw-in-d-link-dsl-gateway-devices-could-allow-for-remote-code-execution 🚀 AI กำลังเปลี่ยนเป้าหมายจาก “ประสิทธิภาพ” สู่ “การเติบโต” องค์กรทั่วโลกกว่า 77% หันมาใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตแทนการลดต้นทุน โดยผู้บริหารจำนวนมากคาดหวังรายได้เพิ่มขึ้นในปีหน้า และกว่า 50% แต่งตั้ง Chief AI Officer เพื่อเร่งกลยุทธ์ด้าน AI แม้ผู้บริโภคยังมีความกังวล แต่ข้อมูลชี้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยสร้างรายได้ใหม่จาก AI แล้ว ทำให้ภาพรวมสะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/growth-not-efficiency-is-the-new-ai-goal 🔐 องค์กรพบการละเมิดนโยบายข้อมูลจาก GenAI กว่า 200 ครั้งต่อเดือน รายงานใหม่เผยว่าองค์กรกำลังเผชิญความเสี่ยงจาก “Shadow AI” อย่างหนัก เมื่อพนักงานใช้แอป AI ส่วนตัวโดยไม่ผ่านการอนุมัติ ทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลเพิ่มขึ้นเท่าตัว และมีเหตุการณ์ละเมิดนโยบายเฉลี่ย 223 ครั้งต่อเดือน ขณะที่การใช้งาน GenAI เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในปีเดียว สร้างความท้าทายด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูลอย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/average-organization-now-reporting-over-200-genai-related-data-policy-violations-each-month 💵 ชาวสหรัฐฯ อาจได้รับเงินคืนสูงสุด $52 จากคดี Amazon Prime หลัง Amazon ถูกปรับ 2.5 พันล้านดอลลาร์จากการสมัครสมาชิก Prime โดยไม่ได้รับความยินยอม ผู้ใช้จำนวนมากจะได้รับเงินคืนอัตโนมัติ แต่หากยังไม่ได้รับ สามารถยื่นคำร้องได้ภายใน 180 วัน โดยต้องตรวจสอบอีเมลหรือจดหมายแจ้งสิทธิ์ ทั้งนี้ FTC เตือนว่า “จะไม่มีการเรียกเก็บเงินใด ๆ” ในกระบวนการคืนเงิน เพื่อป้องกันการหลอกลวง 🔗 https://www.techradar.com/tech/heres-how-to-claim-a-refund-up-to-usd52-from-amazon-for-its-prime-settlement-and-how-to-check-if-youre-eligible-for-one 🧪 นักวิจัยคิดวิธี “วางยาข้อมูล” เพื่อทำให้ AI ที่ขโมยข้อมูลใช้ไม่ได้ นักวิจัยจากจีนและสิงคโปร์พัฒนาเทคนิค AURA ที่จงใจใส่ข้อมูลผิดใน knowledge graph เพื่อให้ AI ที่ขโมยข้อมูลไปเกิดอาการหลอนและตอบผิด โดยผู้ที่มี “กุญแจลับ” เท่านั้นจึงจะได้คำตอบที่ถูกต้อง วิธีนี้ช่วยปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาในระบบ GraphRAG ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงถึง 94% 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/researchers-poison-their-own-data-when-stolen-by-an-ai-to-ruin-results 🌐 ปากีสถานเริ่มบล็อก VPN ที่ไม่ได้ลงทะเบียน กระทบผู้ใช้จำนวนมาก รัฐบาลปากีสถานเริ่มจำกัดการใช้งาน VPN ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต ส่งผลให้บริการดังอย่าง Proton VPN ถูกบล็อกตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ใช้จำนวนมากต้องพึ่ง VPN เพื่อเข้าถึงโซเชียลมีเดียที่ถูกปิดกั้น การบล็อกครั้งนี้จึงกระทบเสรีภาพทางดิจิทัลอย่างหนัก แม้ผู้ให้บริการบางรายยังหาวิธีหลบการบล็อกผ่านโปรโตคอลพิเศษอยู่ก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/pakistan-begins-blocking-unregistered-vpn-apps-and-this-popular-service-is-among-the-casualties 💸 ราคาหน่วยความจำพุ่งแรงเหมือนคริปโต ราคาของ RAM โดยเฉพาะ DDR4 และ DDR5 กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากช่วงเสถียรยาวนาน โดย DDR4 หลายรุ่นขยับจากระดับร้อยเหรียญไปแตะหลักหลายร้อยในเวลาไม่กี่เดือน เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่หันไปให้ความสำคัญกับความต้องการของบริษัทด้าน AI มากกว่าผู้บริโภคทั่วไป ทำให้การประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่หรืออัปเกรดต้องใช้งบสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจทำให้ RAM กลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดในระบบในอนาคตอันใกล้ 🔗 https://www.techradar.com/pro/is-ram-the-new-bitcoin-ddr4-memory-prices-are-rising-so-fast-some-tracker-graphs-are-running-out-of-space-and-i-fear-2026-could-well-see-a-10x-price-rise ⚖️ Meta ซื้อ Manus เจอแรงสั่นสะเทือนจากจีน ดีลที่ Meta เตรียมเข้าซื้อบริษัท AI อย่าง Manus มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์กำลังถูกจับตาอย่างหนักจากหน่วยงานจีน เนื่องจากกังวลว่าการย้ายบริษัทจากจีนไปสิงคโปร์อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้ดีลล่าช้าหรือถูกระงับ ขณะเดียวกัน Manus จะยังคงดำเนินงานแยกอิสระ แต่ Meta จะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้าน AI ของ Manus เพื่อเร่งพัฒนา AI agents รุ่นใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/metas-usd2b-manus-acquisition-sparks-concerns-from-chinese-regulators ⚡ Razer เปิดตัวเวิร์กสเตชัน AI และตัวเร่งความแรงภายนอก Razer ขยายบทบาทจากแบรนด์เกมมิ่งสู่ฮาร์ดแวร์ AI เต็มตัว ด้วยการเปิดตัว Forge AI Dev Workstation สำหรับงานเทรนโมเดลและประมวลผล AI แบบออน-พรีมิส พร้อมอุปกรณ์ External AI Accelerator ที่ร่วมพัฒนากับ Tenstorrent เพื่อเพิ่มพลังประมวลผลให้โน้ตบุ๊กผ่าน Thunderbolt รองรับการต่อพ่วงหลายตัวเพื่อสร้างคลัสเตอร์ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับนักพัฒนา AI ที่ต้องการพลังประมวลผลแบบพกพาและควบคุมข้อมูลได้เอง 🔗 https://www.techradar.com/pro/razer-joins-ai-bandwagon-with-external-ai-accelerator-backed-by-iconic-amd-chip-architect 📧 แคมเปญฟิชชิงปลอมเป็นอีเมลภายในองค์กร แฮกเกอร์กำลังใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมลของหลายองค์กรเพื่อส่งอีเมลปลอมที่ดูเหมือนส่งมาจากภายในบริษัท ทำให้หลอกเหยื่อให้กรอกข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยการตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC ที่ไม่เข้มงวด รวมถึงใช้ชุดเครื่องมือฟิชชิงอย่าง Tycoon2FA เพื่อสร้างอีเมลปลอมในธีม HR, เอกสารแชร์ หรือแจ้งเตือนรหัสผ่าน ซึ่งนำไปสู่การขโมยบัญชีและโจมตีแบบ BEC ต่อเนื่องในวงกว้าง 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-phishing-campaign-spoofs-internal-messages-heres-what-we-know 🔍 โครงการ Cyber Trust Mark สะเทือน หลังผู้ดูแลถอนตัวเพราะโยงจีน UL Solutions ผู้ทำหน้าที่เป็น Lead Administrator ของโครงการ US Cyber Trust Mark ได้ถอนตัวออกจากบทบาทหลังถูกตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับบริษัทร่วมทุนในจีน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐ โครงการนี้มีเป้าหมายรับรองความปลอดภัยของอุปกรณ์ IoT ทั่วประเทศ แต่การถอนตัวครั้งนี้ทำให้ FCC ต้องเร่งหาผู้ดูแลรายใหม่เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่นก่อนเส้นตายปี 2027 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/firm-overseeing-fccs-cyber-trust-mark-program-withdraws-over-ties-to-china 📺 Google TV อัปเกรด Gemini ให้ฉลาดขึ้นแบบก้าวกระโดด Google เปิดตัว Gemini เวอร์ชันใหม่บน Google TV ที่ทำให้ทีวูกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ทั้งตอบคำถามพร้อมภาพและวิดีโอ ปรับภาพ–เสียงอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้บอกปัญหา ค้นรูปจาก Google Photos ได้ทันที รวมถึงสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI ผ่าน Nano Banana และ Google Veo ทำให้ทีวูกลายเป็นศูนย์กลาง AI ในบ้านที่เข้าใจการใช้งานของผู้ชมมากขึ้นอย่างชัดเจน 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/google-tv-gets-a-gemini-glow-up-with-a-ton-of-new-upgrades 🤖 LawnBot ปีนเขาได้! Mammotion LUBA 3 AWD โชว์พลังสุดล้ำ Mammotion เปิดตัว LUBA 3 AWD หุ่นยนต์ตัดหญ้ารุ่นใหม่ที่ CES 2026 พร้อมระบบนำทาง Tri-Fusion ที่แม่นยำระดับ ±1 ซม. ใช้ LiDAR + RTK + AI Vision ทำแผนที่สวนแบบ 3D และหลบสิ่งกีดขวางได้ถึง 300 รายการ แถมปีนเนินชัน 80% ได้สบาย พร้อมพลังมอเตอร์แรง แบตอึด และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ทำให้เป็นหนึ่งใน lawnbot ที่ทรงพลังที่สุดในตลาดตอนนี้ 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-home/i-just-watched-mammotions-new-flagship-lawnbot-scale-an-astroturf-mountain-and-it-was-mesmerizing 🧹 Roborock เปิดตัวระบบถูพื้นแบบใหม่ Saros 20 Sonic ที่ถูได้ถึงขอบจริง Roborock เผยโฉม Saros 20 Sonic หุ่นยนต์ดูด–ถูที่ใช้แผ่นถูแบบ D‑shape ขนาดใหญ่ซึ่งสามารถ “ดีดออกด้านข้าง” เพื่อถูถึงขอบผนังได้จริง พร้อมแรงกดสูง การสั่น 4,000 ครั้งต่อนาที และระบบปรับน้ำ–แรงสั่นแยกอิสระ รวมถึงฐาน RockDock ที่ล้างด้วยน้ำร้อน 100°C และเป่าแห้งอัตโนมัติ ทำให้การดูแลพื้นบ้านสะอาดล้ำลึกแบบไม่ต้องลงมือเอง 🔗 https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/roborock-just-introduced-an-innovative-new-robot-vac-mopping-system-and-it-looks-seriously-good ⚡ Nvidia อัปเดต DGX Spark ให้เป็นตัวเร่ง AI ภายนอกสำหรับ MacBook Pro Nvidia เตรียมปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ DGX Spark เพื่อให้ทำงานเป็น external AI accelerator สำหรับ MacBook Pro ช่วยประมวลผลงาน AI หนัก ๆ ได้เร็วขึ้นหลายเท่า พร้อมรองรับเฟรมเวิร์กโอเพ่นซอร์สอย่าง PyTorch, vLLM, llama.cpp และโมเดลจากหลายค่าย รวมถึงเพิ่ม playbook สำหรับตั้งค่าระบบแบบสำเร็จรูป ทำให้ Spark กลายเป็นโหนด AI อเนกประสงค์สำหรับงานท้องถิ่นและเวิร์กสเตชัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/nvidia-quietly-launches-free-software-update-for-its-ai-mini-pc-which-turns-it-into-an-external-ai-accelerator-for-apples-macbook-pro 🕶️ Rokid เปิดตัวแว่น AI แบบไร้จอ เบา ถูก และท้าชน Meta Ray‑Ban Rokid เปิดตัว AI Glasses Style แว่นอัจฉริยะไร้หน้าจอที่เน้นสั่งงานด้วยเสียง ใช้ ChatGPT‑5 เป็นสมองหลัก น้ำหนักเพียง 38.5 กรัม ถ่ายภาพ–วิดีโอ 4K ได้ผ่านคำสั่งเสียง ใช้ได้ยาว 12 ชั่วโมง และมีเคสชาร์จเสริม จุดเด่นคือราคาถูกกว่า Meta Ray‑Ban ถึง 80 ดอลลาร์ และมุ่งสู่ยุคใหม่ของอุปกรณ์ AI แบบ screenless ที่ช่วยให้ผู้ใช้พึ่งพามือถือให้น้อยลง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/rokids-new-ai-glasses-are-lighter-cheaper-and-ready-to-challenge-metas-ray-bans
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 135 มุมมอง 0 รีวิว
  • เจาะอินไซต์ท่องเที่ยวมาเลเซีย ห้างสรรพสินค้าคือหัวใจหลัก

    ประเทศมาเลเซียประกาศแคมเปญ Visit Malaysia 2026 เมื่อวันที่ 1 ม.ค.มีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 43 ล้านคน จาก 11 เดือนของปี 2568 อยู่ที่ 38.3 ล้านคน โดยจะจัดกิจกรรมมากกว่า 300 รายการตลอดปี ไฮไลท์สำคัญได้แก่ เทศกาลตรุษจีน เทศกาลอีดิลฟิตรี เทศกาลดีปาวาลี และเทศกาลคริสต์มาส รวมถึงการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรม เช่น เทศกาลทาดาวกามาตัน (Tadau Kaamatan) ในรัฐซาบาห์ และเทศกาลกาไวดายัก (Gawai Dayak) ของฝั่งมาเลเซียตะวันออก

    อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจการท่องเที่ยวในประเทศ ปี 2567 (Domestic Tourism Survey 2024) ของกรมสถิติมาเลเซีย (DOSM) ซึ่งตีพิมพ์เมื่อเดือน ก.ย.2568 พบว่าหากเปรียบเทียบกับนักท่องเที่ยวในประเทศ (Domestic Visitors) และนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Tourists) กลับพบว่าห้างสรรพสินค้า คือหัวใจหลักของการท่องเที่ยวมาเลเซีย เพราะจากข้อมูลเกือบทุกรัฐ โดยเฉพาะกรุงกัวลาลัมเปอร์ สลังงอร์ ยะโฮร์ และปีนัง จะเห็นว่าห้างสรรพสินค้าติดอันดับ 1 ใน 5 ทั้งสองกลุ่ม

    กรุงกัวลาลัมเปอร์ จุดหมายปลายทางยอดนิยมสามอันดับแรก คือ ห้างสรรพสินค้าโซโก้ (SOGO) ศูนย์การค้ามิดวัลเลย์เมกามอลล์ (Mid Valley Megamall) และศูนย์การค้าซูเรียเคแอลซีซี (Suria KLCC) ปิโตรนาสทาวเวอร์ แต่ต่างกันตรงที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมไปยังศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ เช่น พาวิลเลียน กัวลาลัมเปอร์ (Pavilion Kuala Lumpur) และเบอร์จายา ไทมส์ สแควร์ (Berjaya Times Square) ขณะที่คนในประเทศเลือกจะไปตลาดปีตาลิง (Petaling Street Market) ย่านไชน่าทาวน์ และปาซาร์เซนี (Pasar Seni) หรือตลาดกลางกัวลาลัมเปอร์

    ส่วนรัฐปีนัง (Penang) นักท่องเที่ยวในประเทศนิยมไปศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างควีนส์เบย์มอลล์ (Queensbay Mall) ซันเวย์คาร์นิวัลมอลล์ (Sunway Carnival Mall) เกอร์นีย์พลาซา (Gurney Plaza) แม้ชาวต่างชาตินิยมไปปีนังฮิลล์ (Penang Hill หรือ Bukit Bendera) หาดบาตูเฟอร์ริงกี (Pantai Batu Ferringhi) อุทยานแห่งชาติปีนัง (Taman Negara Pulau Pinang) และสวนสนุกเอสเคป (ESCAPE) ก็ตาม แต่ก็มีควีนส์เบย์มอลล์ติดอันดับ

    อย่างไรก็ตาม แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น หาดเจอนัง (Pantai Cenang) ในลังกาวี รัฐเคดะห์, อุทยานทางทะเลในซาบาห์ รวมทั้งกลุ่มครอบครัวนิยมไปยังคาเมรอนไฮแลนด์ (Cameron Highlands) เกนติ้งไฮแลนด์ (Genting Highlands) ในรัฐปะหัง และจอนเกอร์สตรีท (Jonker Street) ในรัฐมะละกา แม้คนในท้องถิ่นจะเน้นไปห้างฯ ขนาดใหญ่ในรัฐอื่น และชายหาดที่เดินทางสะดวกก็ตาม

    #Newskit
    เจาะอินไซต์ท่องเที่ยวมาเลเซีย ห้างสรรพสินค้าคือหัวใจหลัก ประเทศมาเลเซียประกาศแคมเปญ Visit Malaysia 2026 เมื่อวันที่ 1 ม.ค.มีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 43 ล้านคน จาก 11 เดือนของปี 2568 อยู่ที่ 38.3 ล้านคน โดยจะจัดกิจกรรมมากกว่า 300 รายการตลอดปี ไฮไลท์สำคัญได้แก่ เทศกาลตรุษจีน เทศกาลอีดิลฟิตรี เทศกาลดีปาวาลี และเทศกาลคริสต์มาส รวมถึงการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรม เช่น เทศกาลทาดาวกามาตัน (Tadau Kaamatan) ในรัฐซาบาห์ และเทศกาลกาไวดายัก (Gawai Dayak) ของฝั่งมาเลเซียตะวันออก อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจการท่องเที่ยวในประเทศ ปี 2567 (Domestic Tourism Survey 2024) ของกรมสถิติมาเลเซีย (DOSM) ซึ่งตีพิมพ์เมื่อเดือน ก.ย.2568 พบว่าหากเปรียบเทียบกับนักท่องเที่ยวในประเทศ (Domestic Visitors) และนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Tourists) กลับพบว่าห้างสรรพสินค้า คือหัวใจหลักของการท่องเที่ยวมาเลเซีย เพราะจากข้อมูลเกือบทุกรัฐ โดยเฉพาะกรุงกัวลาลัมเปอร์ สลังงอร์ ยะโฮร์ และปีนัง จะเห็นว่าห้างสรรพสินค้าติดอันดับ 1 ใน 5 ทั้งสองกลุ่ม กรุงกัวลาลัมเปอร์ จุดหมายปลายทางยอดนิยมสามอันดับแรก คือ ห้างสรรพสินค้าโซโก้ (SOGO) ศูนย์การค้ามิดวัลเลย์เมกามอลล์ (Mid Valley Megamall) และศูนย์การค้าซูเรียเคแอลซีซี (Suria KLCC) ปิโตรนาสทาวเวอร์ แต่ต่างกันตรงที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมไปยังศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ เช่น พาวิลเลียน กัวลาลัมเปอร์ (Pavilion Kuala Lumpur) และเบอร์จายา ไทมส์ สแควร์ (Berjaya Times Square) ขณะที่คนในประเทศเลือกจะไปตลาดปีตาลิง (Petaling Street Market) ย่านไชน่าทาวน์ และปาซาร์เซนี (Pasar Seni) หรือตลาดกลางกัวลาลัมเปอร์ ส่วนรัฐปีนัง (Penang) นักท่องเที่ยวในประเทศนิยมไปศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างควีนส์เบย์มอลล์ (Queensbay Mall) ซันเวย์คาร์นิวัลมอลล์ (Sunway Carnival Mall) เกอร์นีย์พลาซา (Gurney Plaza) แม้ชาวต่างชาตินิยมไปปีนังฮิลล์ (Penang Hill หรือ Bukit Bendera) หาดบาตูเฟอร์ริงกี (Pantai Batu Ferringhi) อุทยานแห่งชาติปีนัง (Taman Negara Pulau Pinang) และสวนสนุกเอสเคป (ESCAPE) ก็ตาม แต่ก็มีควีนส์เบย์มอลล์ติดอันดับ อย่างไรก็ตาม แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น หาดเจอนัง (Pantai Cenang) ในลังกาวี รัฐเคดะห์, อุทยานทางทะเลในซาบาห์ รวมทั้งกลุ่มครอบครัวนิยมไปยังคาเมรอนไฮแลนด์ (Cameron Highlands) เกนติ้งไฮแลนด์ (Genting Highlands) ในรัฐปะหัง และจอนเกอร์สตรีท (Jonker Street) ในรัฐมะละกา แม้คนในท้องถิ่นจะเน้นไปห้างฯ ขนาดใหญ่ในรัฐอื่น และชายหาดที่เดินทางสะดวกก็ตาม #Newskit
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 120 มุมมอง 0 รีวิว
  • Chrome 143 ออกแพตช์ด่วน! อุดช่องโหว่ WebView ระดับร้ายแรงที่เสี่ยงหลุด Sandbox

    Google ได้ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยสำคัญสำหรับ Chrome เวอร์ชัน 143 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับ WebView tag ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถหลบเลี่ยงนโยบายความปลอดภัยของเบราว์เซอร์ได้ ช่องโหว่นี้ถูกระบุเป็น CVE‑2026‑0628 และถูกจัดระดับ High Severity โดยมีผลกระทบต่อผู้ใช้ Windows, macOS และ Linux ทั่วโลก การอัปเดตนี้ถูกผลักเข้าสู่ Stable Channel แล้ว และผู้ใช้ควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการโจมตี

    WebView เป็นองค์ประกอบที่ทรงพลังใน Chrome Apps ที่ใช้ฝังเนื้อหาเว็บแบบแยกกระบวนการ แต่ด้วยการบังคับใช้นโยบายที่ไม่สมบูรณ์ อาจเปิดช่องให้เนื้อหาที่เป็นอันตรายหลุดออกจาก sandbox หรือเข้าถึงข้อมูลที่ไม่ควรเข้าถึงได้ ช่องโหว่นี้ถูกค้นพบโดยนักวิจัยด้านความปลอดภัย Gal Weizman เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2025 และอยู่ระหว่างการประเมินรางวัลจาก Google’s Vulnerability Reward Program

    Google ระบุว่ารายละเอียดเชิงลึกของบั๊กจะถูกปิดไว้ชั่วคราวจนกว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะอัปเดตเสร็จ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีย้อนรอยแพตช์และสร้าง exploit ขึ้นมาโจมตี ผู้ใช้สามารถตรวจสอบและอัปเดตได้ด้วยตนเองผ่านเมนู Help > About Google Chrome ซึ่งจะเริ่มดาวน์โหลดอัปเดตโดยอัตโนมัติ

    การอัปเดตครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการช่องโหว่ในส่วนประกอบที่ดูเหมือนเล็กน้อยอย่าง WebView แต่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยโดยรวมของเบราว์เซอร์อย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่เว็บแอปและ Chrome Apps ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    รายละเอียดช่องโหว่
    ช่องโหว่ถูกระบุเป็น CVE‑2026‑0628
    เป็นปัญหา Insufficient policy enforcement ใน WebView tag

    ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
    อาจทำให้เนื้อหาที่เป็นอันตรายหลุดออกจาก sandbox
    เสี่ยงต่อการ bypass นโยบายความปลอดภัยของ Chrome

    การอัปเดตที่ปล่อยออกมา
    Chrome เวอร์ชันที่ได้รับแพตช์: 143.0.7499.192/.193 บน Windows/macOS และ 143.0.7499.192 บน Linux
    อัปเดตอยู่ใน Stable Channel และทยอยปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วโลก

    ความเสี่ยงหากไม่อัปเดต
    ผู้โจมตีอาจ reverse-engineer แพตช์เพื่อสร้าง exploit
    ผู้ใช้ที่ยังไม่อัปเดตเสี่ยงถูกโจมตีแบบ zero‑day

    ข้อมูลจากนักวิจัย
    ช่องโหว่ถูกรายงานโดย Gal Weizman เมื่อ 23 พ.ย. 2025
    อยู่ระหว่างการประเมินรางวัลจาก Google VRP

    ผลกระทบต่อผู้ใช้
    ผู้ใช้ Chrome Apps ที่ใช้ WebView เสี่ยงมากเป็นพิเศษ
    อาจถูกใช้เป็นช่องทางโจมตีระบบอื่นต่อเนื่อง

    คำแนะนำ
    อัปเดต Chrome ผ่าน Help > About Google Chrome
    ตรวจสอบว่าเวอร์ชันเป็น 143.0.7499.192/.193 หรือใหม่กว่า

    ความเสี่ยงหากละเลย
    ระบบอาจถูกโจมตีผ่าน WebView โดยไม่รู้ตัว
    อาจสูญเสียข้อมูลหรือถูกเข้าควบคุมผ่านช่องโหว่

    https://securityonline.info/google-patches-high-severity-webview-flaw-in-chrome-143/
    🛡️ Chrome 143 ออกแพตช์ด่วน! อุดช่องโหว่ WebView ระดับร้ายแรงที่เสี่ยงหลุด Sandbox Google ได้ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยสำคัญสำหรับ Chrome เวอร์ชัน 143 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับ WebView tag ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถหลบเลี่ยงนโยบายความปลอดภัยของเบราว์เซอร์ได้ ช่องโหว่นี้ถูกระบุเป็น CVE‑2026‑0628 และถูกจัดระดับ High Severity โดยมีผลกระทบต่อผู้ใช้ Windows, macOS และ Linux ทั่วโลก การอัปเดตนี้ถูกผลักเข้าสู่ Stable Channel แล้ว และผู้ใช้ควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการโจมตี WebView เป็นองค์ประกอบที่ทรงพลังใน Chrome Apps ที่ใช้ฝังเนื้อหาเว็บแบบแยกกระบวนการ แต่ด้วยการบังคับใช้นโยบายที่ไม่สมบูรณ์ อาจเปิดช่องให้เนื้อหาที่เป็นอันตรายหลุดออกจาก sandbox หรือเข้าถึงข้อมูลที่ไม่ควรเข้าถึงได้ ช่องโหว่นี้ถูกค้นพบโดยนักวิจัยด้านความปลอดภัย Gal Weizman เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2025 และอยู่ระหว่างการประเมินรางวัลจาก Google’s Vulnerability Reward Program Google ระบุว่ารายละเอียดเชิงลึกของบั๊กจะถูกปิดไว้ชั่วคราวจนกว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะอัปเดตเสร็จ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีย้อนรอยแพตช์และสร้าง exploit ขึ้นมาโจมตี ผู้ใช้สามารถตรวจสอบและอัปเดตได้ด้วยตนเองผ่านเมนู Help > About Google Chrome ซึ่งจะเริ่มดาวน์โหลดอัปเดตโดยอัตโนมัติ การอัปเดตครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการช่องโหว่ในส่วนประกอบที่ดูเหมือนเล็กน้อยอย่าง WebView แต่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยโดยรวมของเบราว์เซอร์อย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่เว็บแอปและ Chrome Apps ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ รายละเอียดช่องโหว่ ➡️ ช่องโหว่ถูกระบุเป็น CVE‑2026‑0628 ➡️ เป็นปัญหา Insufficient policy enforcement ใน WebView tag ‼️ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ⛔ อาจทำให้เนื้อหาที่เป็นอันตรายหลุดออกจาก sandbox ⛔ เสี่ยงต่อการ bypass นโยบายความปลอดภัยของ Chrome ✅ การอัปเดตที่ปล่อยออกมา ➡️ Chrome เวอร์ชันที่ได้รับแพตช์: 143.0.7499.192/.193 บน Windows/macOS และ 143.0.7499.192 บน Linux ➡️ อัปเดตอยู่ใน Stable Channel และทยอยปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วโลก ‼️ ความเสี่ยงหากไม่อัปเดต ⛔ ผู้โจมตีอาจ reverse-engineer แพตช์เพื่อสร้าง exploit ⛔ ผู้ใช้ที่ยังไม่อัปเดตเสี่ยงถูกโจมตีแบบ zero‑day ✅ ข้อมูลจากนักวิจัย ➡️ ช่องโหว่ถูกรายงานโดย Gal Weizman เมื่อ 23 พ.ย. 2025 ➡️ อยู่ระหว่างการประเมินรางวัลจาก Google VRP ‼️ ผลกระทบต่อผู้ใช้ ⛔ ผู้ใช้ Chrome Apps ที่ใช้ WebView เสี่ยงมากเป็นพิเศษ ⛔ อาจถูกใช้เป็นช่องทางโจมตีระบบอื่นต่อเนื่อง ✅ คำแนะนำ ➡️ อัปเดต Chrome ผ่าน Help > About Google Chrome ➡️ ตรวจสอบว่าเวอร์ชันเป็น 143.0.7499.192/.193 หรือใหม่กว่า ‼️ ความเสี่ยงหากละเลย ⛔ ระบบอาจถูกโจมตีผ่าน WebView โดยไม่รู้ตัว ⛔ อาจสูญเสียข้อมูลหรือถูกเข้าควบคุมผ่านช่องโหว่ https://securityonline.info/google-patches-high-severity-webview-flaw-in-chrome-143/
    SECURITYONLINE.INFO
    Google Patches High-Severity "WebView" Flaw in Chrome 143
    Google's Chrome 143 update fixes high-severity flaw CVE-2026-0628. The "WebView" vulnerability allows policy bypass. Update your browser immediately.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 80 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 4

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 4
    หลังจากสับคอต่อ คู่แข่งของสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ เยอรมัน กับญี่ปุ่น จนคอตั้งหัวตรงบนบ่าไม่เป็น ไปเรียบร้อยในปี ค.ศ.1945 ตลอดเวลา 70 ปี หลังจากนั้น อเมริกาก็คร่ำเคร่ง อยู่กับการวางกองกำลังหลายชั้น สลับซับซ้อน เพื่อเป็นการปิดล้อมรัสเซียกับจีน รายหนึ่งอยู่ heartland กล่องดวงใจของยูเรเซีย อีกราย แม้จะอยู่นอกกล่อง แต่ก็อยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกัน ไม่ใช่ห่างคนละซีกโลกเหมือนตัว เกิดเขาเอื้อมมาคว้าเอากล่องดวงใจไปครองได้ก่อน อเมริกาจะทำยังไง คิดแล้วก็เสียวจนปวดท้อง อย่างนี้ มันก็ต้องวางแผนซ่อนกันหน่อย
    อเมริกาเห็นตัวอย่าง จากการเป็นผู้นำโลกของจักรภพอังกฤษ ที่(เคย) เป็นนักล่าอาณานิคมหมายเลขหนึ่ง มีจุดโหว่แยะ อเมริกาจึงสร้างเสื้อคลุมประชาธิปไตย มาใส่หลอกชาวบ้าน เพื่อปิดจุดโหว่ ทำเป็นปิด แต่ ยุทธศาสตร์ของจริงอเมริกา ก็ไม่ได้ต่างกับของอังกฤษ มันเป็นการสร้างจักรวรรดิอเมริกา ขึ้นมาแทนที่จักรภพอังกฤษ เพื่อมาเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลก ที่มีเป้าหมายที่จะไม่ให้รัสเซีย หรือจีน เข้ามาชิงตำแหน่งมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งนี้ไปอย่างเด็ดขาด
    อันที่จริงในปี ค.ศ.1943 สองปีก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จะสิ้นสุดลง ครูแมคซึ่งแก่มากแล้ว แต่ยังมองโลกกลมเหมือนเดิม ได้เขียนบทความชื่อ ” The Round World and the Winning of Peace” โลกกลมกับชัยชนะของสันติภาพ ลงในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ที่ใหญ่คับโลก เตือนสติอเมริกา ไว้ว่า
    …..”dream of a global air power” would not change geopolitical basics … If the Soviet Union emerges from this war as conqueror of Germany .. she must rank as the greatest land power on the globe… controlling the greatest natural fortress on earth”
    …..ความฝันของการเป็นเจ้าแห่งเวหา ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนรากฐานของภูมิศาสตร์การเมืองได้ …..ถ้าโซเวียต เกิดเป็นผู้ชนะเยอรมันในสงครามครั้งนี้ โซเวียตจะกลายเป็นมหาอำนาจใหญ่ยิ่งแห่งภาคพื้นดินของโลก …และเป็นผู้ครอบครองดินแดน ที่มีป้อมปราการทางธรรมชาติ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้….
    ดูเหมือนบทความของครูแมค จะกลายเป็นตัวเร่ง ให้อเมริกาออกคำสั่งประหารสหภาพโซเวียต
    และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง อเมริกาก็ประกาศศักราชแห่งเสรีภาพ Pax Americana ด้วยการเริ่มรายการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ที่อยู่ฝ่ายเดียวกันในตอนทำสงครามโลก โดยการใช้อำนาจทางกองทัพเรือของตน รายล้อมรอบยูเรเซียไว้จนหมดสิ้น เสื้อคลุมเสรีภาพทำงานหนักมาก
    – กองทัพเรือที่ 6 ตั้งฐานไว้ที่เมืองเนเปิลส์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1946 เพื่อควบคุมมหาสมุทรแอตแลนติก และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
    – กองทัพเรือที่ 7 ตั้งฐานไว้ที่อ่าวซูบิคของฟิลิปปีนส์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1947 เพื่อควบคุมแปซิฟิคด้านตะวันตก
    – กองทัพเรือที่ 5 ตั้งฐานไว้ที่บาห์เรน ที่อ่าวเปอร์เซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995
    ทั้ง heartland และ rimland อยู่ในวงล้อมเรียบร้อย
    ต่อจากนั้น อเมริกาก็ใช้อำนาจทางด้านการทูต เข้ามาเสริมการปิดล้อมทางทหารอีกชั้น ด้วยการลากและจูงลูกหาบ มาเป็นสมาชิกองค์กรนาโต้ The North Atlantic Treaty Organization ในปี ค.ศ.1949
    ยังไม่พอใช่ไหม เสื้อคลุมเสรีภาพยังครอบคลุมไม่พอ ….. อเมริกาจึงตั้ง The Middle East Treaty Organization ในปี ค.ศ.1955
    อ้าว แล้วแถวเอเซียล่ะ….ไม่รอดหรอกน่า…. แล้ว The Southeast Asia Treaty Organization หรือที่เราเรียกกันว่า ซีโต้ ก็เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1954 และ US -Japan Securty Treaty ในปี ค.ศ.1951 ก็ตามมา
    ถึงปี ค.ศ.1955 อเมริกาตั้งเครือข่ายฐานทัพไว้เกือบทั่วโลก ประมาณ 450 ฐานทัพ ใน 36 ประเทศ เพื่อเอาไว้ปิดล้อมรัสเซียและจีน เป็นยุทธศาสตร์ ที่เหมือนบังเอิญสร้างจากทฤษฏีครูแมค ทั้งปิดทั้งล้อม พวกที่อยู่บนแผ่นดิน โดยพวกที่อยู่บนเกาะ…
    สงครามเย็นเลิกในปี ค.ศ.1991 แต่การปิดล้อมรัสเซียกับจีน กลับเพิ่มมากขึ้น ฐานทัพอเมริกันเพิ่มเป็นกว่า 700 แห่ง มีเครื่องบินรบประมาณ 1,763 เครื่อง ประจำการพร้อมรบ มีอาวุธนิวเคลียร์และระบบต้านการโจมตีทางจรวดกว่า 1,000 ชุด มีเรือรบประมาณ 600 ลำ รวมทั้งหัวรบนิวเคลียร์ 15 ลูก ทั้งหมดเชื่อมโยงกันด้วยระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม
    อ่าวเปอร์เซีย ถูกเลือกให้เป็นจุดศูนย์กลาง ของยุทธศาสตร์ของอเมริกาในการปิดล้อม World Island และบริเวณอ่าวเปอร์เซีย จึงถูกอเมริกาเข้าไปแทรกแซงมากที่สุด ทั้งทางตรง ทางอ้อม เปิดเผย และแปลงตัว หรือ พรางตัว
    การปฏิวัติในอิหร่านเพื่อเปลี่ยนตัวผู้ปกครอง การโค่นล้มซัดดัมแห่งอิรัค การสร้างนักรบมูจาฮิดีนของอาฟกานิสถาน ทั้งหมดล้วนเป็นแผนตามยุทธศาสตร์ของอเมริกา ที่ต้องการสร้างความสั่นคลอนให้กับโซเวียตในทางตรง และทางอ้อมทั้งสิ้น ถ้าเอาแผนที่มาดูบริเวณที่ตั้งของประเทศเหล่านี้ คงจะเข้าใจการเดินหมากของอเมริกามากขึ้น
    ขนาดเจอแผนตามยุทธศาสตร์ แบบจัดหนักขนาดนี้ แต่โซเวียตก็ยังไม่ตายสนิทสมใจอเมริกา ไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ที่ปรึกษาของพณฯ ท่านถั่ว จิมมี่ คาร์เตอร์ จึงเสนอให้ใช้ปฏิบัติการ Operation Cyclone ในช่วงปี ค.ศ.1980 กว่าๆ ที่ใช้งบสูงถึงปีละประมาณ 500 ล้านเหรียญ เพื่อจัดตั้งกองทัพมุสลิม เอาไว้โจมตีเอเซียกลาง และจัดส่งอิสลามหัวรุนแรงเข้าไปในโซเวียต heartland
    ขณะเดียวกัน อเมริกาก็พยายามสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับกองทัพของอาฟกานิสถาน ที่เคยเป็นเพื่อนกับโซเวียต และค่อยๆแซะให้ยุโรปตะวันออก แยกตัวมาจากการเกาะกลุ่มกับโซเวียต
    เมื่อมีผู้ถามไอ้คุณแสบ เบรซินสกี้ ภายหลังว่า คิดยังไงถึงสร้างกองกำลังมุสลิม ที่ภายหลังก็กลายเป็นปัญหากับอเมริกาเอง ไอ้คุณแสบย้อนถามกลับว่า อะไรสำคัญกว่าในประวัติศาสตร์ของโลก พวกตาลีบัน หรือการล่มสลายของสหภาพโซเวียต?
    คำตอบนี้ น่าจะทำให้เราเริ่มรู้จัก “ยุทธศาสตร์” ของอเมริกา….
    แม้อเมริกาจะมีชัยชนะจากสงครามเย็น โซเวียตล่มสลายตามแผน แต่ชัยชนะนั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนสภาพทางภูมิศาสตร์ของ World Island ได้
    หลังจากทุบกำแพงเบอร์ลินทิ้งลง ในปี ค.ศ.1989 อเมริกาก็รีบร่างนโยบายต่างประเทศขึ้นมาใหม่อีกอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นปฏิบัติการยุค “หลัง” สงครามเย็น มันก็คือการปิดล้อมต่อนั่นแหละ แต่มาในรูปแบบใหม่ ด้วยการยึดอ่าวเปอร์เซียเป็นที่มั่น โดยใช้การบุกคูเวตของซัดดัมเป็นข้ออ้าง…
    ปี ค.ศ.2003 เมื่ออเมริกาบุกอิรัค Paul Kennedy นักประวัติศาสตร์ชื่อดังของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ที่เห็นพ้องกับทฤษฏีของครูแมค ได้เขียนในสื่ออังกฤษ The Guardian ว่า … ขณะนี้ ทหารจำนวนหลายแสนของอเมริกา กำลังอยู่ที่ชายขอบ rimland ของยูเรเซีย ดูเหมือนว่า อเมริกากำลังเดินตามคำเตือนของครูแมค โดยมุ่งมั่นที่จะควบคุม ” จุดสำคัญทางภูมิศาสตร์ ที่สร้างประวัติศาสตร์ ” the geographical pivot of history
    เวลาผ่านไป อเมริกาก็เพิ่มการปิดล้อม เหนือชั้นขึ้นไปอีก แค่เอาทหารไปประจำการ boots on the ground มันยังล้อมไม่ถึงใจ ครอบคลุมไม่ได้หมด อเมริกาจึงใช้ ลูกตา และอาวุธลอยฟ้า ที่เรียกว่า “โดรน” drone เพิ่มเข้ามา
    ปี ค.ศ.2011 กองทัพอากาศอเมริกันร่วมงานกับซีไอเอ สร้างฐานโดรนขึ้นมารอบ World Island ตั้งแต่ ซินโยเนลลาในซิซีลี ไปจนถึง อินเซอลิกที่ตุรกี ลงมาที่จิบูติ ตรงทะเลแดง ขึ้นไปที่กาตาร์ อาบูดาบี ที่อ่าวเปอร์เซีย ออกมาต่อที่หมู่เกาะซีเชลล์ ในมหาสมุทรอินเดีย จาลาละบัด โคสต์ กันดาหาร์ ชินดัน ในอาฟกานิสถาน ลงมาแปซิฟิก แซมบิโอก้า ในฟิลิปปินส์ รวมทั้งที่สนามบินแอนเดอร์สัน ที่เกาะกวม โฮ๊ย… ไล่อ่านชื่อตามแผนที่เสียลูกตาแทบหลุด
    เพนตากอนจ่ายเงิน สำหรับโครนลอยฟ้าไปแค่ 1 หมื่นล้านเหรียญ เพื่อสร้างฝูงโดรนตาเหยี่ยว Global Hawk 99 ตัว ที่ติดตั้งกล้องสำรวจพื้นที่รัศมีหลายร้อยไมล์ มีเครื่องอีเลคโทรนิคที่พร้อมสื่อสารเป็นเวลานานติดต่อกันถึง 35 ชั่วโมง และในระยะทางไม่น้อยกว่า 8,700 ไมล์
    แค่เขียนเล่าก็เหนื่อยแล้วครับ ไม่รู้ว่ามันเป็นบ้าอะไร ถ้ามันบ้าทฤษฏีครูแมคนัก ทำไมมันไม่ได้คิดต่อจากที่ครูแมคพูดเลยหรือ … แม้แต่การเป็นเจ้าเวหา ก็ใช่ว่าจะเอาชนะรากฐานของภูมิศาสตร์การเมืองได้ ….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    25 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 4 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 4 หลังจากสับคอต่อ คู่แข่งของสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ เยอรมัน กับญี่ปุ่น จนคอตั้งหัวตรงบนบ่าไม่เป็น ไปเรียบร้อยในปี ค.ศ.1945 ตลอดเวลา 70 ปี หลังจากนั้น อเมริกาก็คร่ำเคร่ง อยู่กับการวางกองกำลังหลายชั้น สลับซับซ้อน เพื่อเป็นการปิดล้อมรัสเซียกับจีน รายหนึ่งอยู่ heartland กล่องดวงใจของยูเรเซีย อีกราย แม้จะอยู่นอกกล่อง แต่ก็อยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกัน ไม่ใช่ห่างคนละซีกโลกเหมือนตัว เกิดเขาเอื้อมมาคว้าเอากล่องดวงใจไปครองได้ก่อน อเมริกาจะทำยังไง คิดแล้วก็เสียวจนปวดท้อง อย่างนี้ มันก็ต้องวางแผนซ่อนกันหน่อย อเมริกาเห็นตัวอย่าง จากการเป็นผู้นำโลกของจักรภพอังกฤษ ที่(เคย) เป็นนักล่าอาณานิคมหมายเลขหนึ่ง มีจุดโหว่แยะ อเมริกาจึงสร้างเสื้อคลุมประชาธิปไตย มาใส่หลอกชาวบ้าน เพื่อปิดจุดโหว่ ทำเป็นปิด แต่ ยุทธศาสตร์ของจริงอเมริกา ก็ไม่ได้ต่างกับของอังกฤษ มันเป็นการสร้างจักรวรรดิอเมริกา ขึ้นมาแทนที่จักรภพอังกฤษ เพื่อมาเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลก ที่มีเป้าหมายที่จะไม่ให้รัสเซีย หรือจีน เข้ามาชิงตำแหน่งมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งนี้ไปอย่างเด็ดขาด อันที่จริงในปี ค.ศ.1943 สองปีก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จะสิ้นสุดลง ครูแมคซึ่งแก่มากแล้ว แต่ยังมองโลกกลมเหมือนเดิม ได้เขียนบทความชื่อ ” The Round World and the Winning of Peace” โลกกลมกับชัยชนะของสันติภาพ ลงในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ที่ใหญ่คับโลก เตือนสติอเมริกา ไว้ว่า …..”dream of a global air power” would not change geopolitical basics … If the Soviet Union emerges from this war as conqueror of Germany .. she must rank as the greatest land power on the globe… controlling the greatest natural fortress on earth” …..ความฝันของการเป็นเจ้าแห่งเวหา ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนรากฐานของภูมิศาสตร์การเมืองได้ …..ถ้าโซเวียต เกิดเป็นผู้ชนะเยอรมันในสงครามครั้งนี้ โซเวียตจะกลายเป็นมหาอำนาจใหญ่ยิ่งแห่งภาคพื้นดินของโลก …และเป็นผู้ครอบครองดินแดน ที่มีป้อมปราการทางธรรมชาติ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้…. ดูเหมือนบทความของครูแมค จะกลายเป็นตัวเร่ง ให้อเมริกาออกคำสั่งประหารสหภาพโซเวียต และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง อเมริกาก็ประกาศศักราชแห่งเสรีภาพ Pax Americana ด้วยการเริ่มรายการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ที่อยู่ฝ่ายเดียวกันในตอนทำสงครามโลก โดยการใช้อำนาจทางกองทัพเรือของตน รายล้อมรอบยูเรเซียไว้จนหมดสิ้น เสื้อคลุมเสรีภาพทำงานหนักมาก – กองทัพเรือที่ 6 ตั้งฐานไว้ที่เมืองเนเปิลส์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1946 เพื่อควบคุมมหาสมุทรแอตแลนติก และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน – กองทัพเรือที่ 7 ตั้งฐานไว้ที่อ่าวซูบิคของฟิลิปปีนส์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1947 เพื่อควบคุมแปซิฟิคด้านตะวันตก – กองทัพเรือที่ 5 ตั้งฐานไว้ที่บาห์เรน ที่อ่าวเปอร์เซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 ทั้ง heartland และ rimland อยู่ในวงล้อมเรียบร้อย ต่อจากนั้น อเมริกาก็ใช้อำนาจทางด้านการทูต เข้ามาเสริมการปิดล้อมทางทหารอีกชั้น ด้วยการลากและจูงลูกหาบ มาเป็นสมาชิกองค์กรนาโต้ The North Atlantic Treaty Organization ในปี ค.ศ.1949 ยังไม่พอใช่ไหม เสื้อคลุมเสรีภาพยังครอบคลุมไม่พอ ….. อเมริกาจึงตั้ง The Middle East Treaty Organization ในปี ค.ศ.1955 อ้าว แล้วแถวเอเซียล่ะ….ไม่รอดหรอกน่า…. แล้ว The Southeast Asia Treaty Organization หรือที่เราเรียกกันว่า ซีโต้ ก็เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1954 และ US -Japan Securty Treaty ในปี ค.ศ.1951 ก็ตามมา ถึงปี ค.ศ.1955 อเมริกาตั้งเครือข่ายฐานทัพไว้เกือบทั่วโลก ประมาณ 450 ฐานทัพ ใน 36 ประเทศ เพื่อเอาไว้ปิดล้อมรัสเซียและจีน เป็นยุทธศาสตร์ ที่เหมือนบังเอิญสร้างจากทฤษฏีครูแมค ทั้งปิดทั้งล้อม พวกที่อยู่บนแผ่นดิน โดยพวกที่อยู่บนเกาะ… สงครามเย็นเลิกในปี ค.ศ.1991 แต่การปิดล้อมรัสเซียกับจีน กลับเพิ่มมากขึ้น ฐานทัพอเมริกันเพิ่มเป็นกว่า 700 แห่ง มีเครื่องบินรบประมาณ 1,763 เครื่อง ประจำการพร้อมรบ มีอาวุธนิวเคลียร์และระบบต้านการโจมตีทางจรวดกว่า 1,000 ชุด มีเรือรบประมาณ 600 ลำ รวมทั้งหัวรบนิวเคลียร์ 15 ลูก ทั้งหมดเชื่อมโยงกันด้วยระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม อ่าวเปอร์เซีย ถูกเลือกให้เป็นจุดศูนย์กลาง ของยุทธศาสตร์ของอเมริกาในการปิดล้อม World Island และบริเวณอ่าวเปอร์เซีย จึงถูกอเมริกาเข้าไปแทรกแซงมากที่สุด ทั้งทางตรง ทางอ้อม เปิดเผย และแปลงตัว หรือ พรางตัว การปฏิวัติในอิหร่านเพื่อเปลี่ยนตัวผู้ปกครอง การโค่นล้มซัดดัมแห่งอิรัค การสร้างนักรบมูจาฮิดีนของอาฟกานิสถาน ทั้งหมดล้วนเป็นแผนตามยุทธศาสตร์ของอเมริกา ที่ต้องการสร้างความสั่นคลอนให้กับโซเวียตในทางตรง และทางอ้อมทั้งสิ้น ถ้าเอาแผนที่มาดูบริเวณที่ตั้งของประเทศเหล่านี้ คงจะเข้าใจการเดินหมากของอเมริกามากขึ้น ขนาดเจอแผนตามยุทธศาสตร์ แบบจัดหนักขนาดนี้ แต่โซเวียตก็ยังไม่ตายสนิทสมใจอเมริกา ไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ที่ปรึกษาของพณฯ ท่านถั่ว จิมมี่ คาร์เตอร์ จึงเสนอให้ใช้ปฏิบัติการ Operation Cyclone ในช่วงปี ค.ศ.1980 กว่าๆ ที่ใช้งบสูงถึงปีละประมาณ 500 ล้านเหรียญ เพื่อจัดตั้งกองทัพมุสลิม เอาไว้โจมตีเอเซียกลาง และจัดส่งอิสลามหัวรุนแรงเข้าไปในโซเวียต heartland ขณะเดียวกัน อเมริกาก็พยายามสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับกองทัพของอาฟกานิสถาน ที่เคยเป็นเพื่อนกับโซเวียต และค่อยๆแซะให้ยุโรปตะวันออก แยกตัวมาจากการเกาะกลุ่มกับโซเวียต เมื่อมีผู้ถามไอ้คุณแสบ เบรซินสกี้ ภายหลังว่า คิดยังไงถึงสร้างกองกำลังมุสลิม ที่ภายหลังก็กลายเป็นปัญหากับอเมริกาเอง ไอ้คุณแสบย้อนถามกลับว่า อะไรสำคัญกว่าในประวัติศาสตร์ของโลก พวกตาลีบัน หรือการล่มสลายของสหภาพโซเวียต? คำตอบนี้ น่าจะทำให้เราเริ่มรู้จัก “ยุทธศาสตร์” ของอเมริกา…. แม้อเมริกาจะมีชัยชนะจากสงครามเย็น โซเวียตล่มสลายตามแผน แต่ชัยชนะนั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนสภาพทางภูมิศาสตร์ของ World Island ได้ หลังจากทุบกำแพงเบอร์ลินทิ้งลง ในปี ค.ศ.1989 อเมริกาก็รีบร่างนโยบายต่างประเทศขึ้นมาใหม่อีกอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นปฏิบัติการยุค “หลัง” สงครามเย็น มันก็คือการปิดล้อมต่อนั่นแหละ แต่มาในรูปแบบใหม่ ด้วยการยึดอ่าวเปอร์เซียเป็นที่มั่น โดยใช้การบุกคูเวตของซัดดัมเป็นข้ออ้าง… ปี ค.ศ.2003 เมื่ออเมริกาบุกอิรัค Paul Kennedy นักประวัติศาสตร์ชื่อดังของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ที่เห็นพ้องกับทฤษฏีของครูแมค ได้เขียนในสื่ออังกฤษ The Guardian ว่า … ขณะนี้ ทหารจำนวนหลายแสนของอเมริกา กำลังอยู่ที่ชายขอบ rimland ของยูเรเซีย ดูเหมือนว่า อเมริกากำลังเดินตามคำเตือนของครูแมค โดยมุ่งมั่นที่จะควบคุม ” จุดสำคัญทางภูมิศาสตร์ ที่สร้างประวัติศาสตร์ ” the geographical pivot of history เวลาผ่านไป อเมริกาก็เพิ่มการปิดล้อม เหนือชั้นขึ้นไปอีก แค่เอาทหารไปประจำการ boots on the ground มันยังล้อมไม่ถึงใจ ครอบคลุมไม่ได้หมด อเมริกาจึงใช้ ลูกตา และอาวุธลอยฟ้า ที่เรียกว่า “โดรน” drone เพิ่มเข้ามา ปี ค.ศ.2011 กองทัพอากาศอเมริกันร่วมงานกับซีไอเอ สร้างฐานโดรนขึ้นมารอบ World Island ตั้งแต่ ซินโยเนลลาในซิซีลี ไปจนถึง อินเซอลิกที่ตุรกี ลงมาที่จิบูติ ตรงทะเลแดง ขึ้นไปที่กาตาร์ อาบูดาบี ที่อ่าวเปอร์เซีย ออกมาต่อที่หมู่เกาะซีเชลล์ ในมหาสมุทรอินเดีย จาลาละบัด โคสต์ กันดาหาร์ ชินดัน ในอาฟกานิสถาน ลงมาแปซิฟิก แซมบิโอก้า ในฟิลิปปินส์ รวมทั้งที่สนามบินแอนเดอร์สัน ที่เกาะกวม โฮ๊ย… ไล่อ่านชื่อตามแผนที่เสียลูกตาแทบหลุด เพนตากอนจ่ายเงิน สำหรับโครนลอยฟ้าไปแค่ 1 หมื่นล้านเหรียญ เพื่อสร้างฝูงโดรนตาเหยี่ยว Global Hawk 99 ตัว ที่ติดตั้งกล้องสำรวจพื้นที่รัศมีหลายร้อยไมล์ มีเครื่องอีเลคโทรนิคที่พร้อมสื่อสารเป็นเวลานานติดต่อกันถึง 35 ชั่วโมง และในระยะทางไม่น้อยกว่า 8,700 ไมล์ แค่เขียนเล่าก็เหนื่อยแล้วครับ ไม่รู้ว่ามันเป็นบ้าอะไร ถ้ามันบ้าทฤษฏีครูแมคนัก ทำไมมันไม่ได้คิดต่อจากที่ครูแมคพูดเลยหรือ … แม้แต่การเป็นเจ้าเวหา ก็ใช่ว่าจะเอาชนะรากฐานของภูมิศาสตร์การเมืองได้ …. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 25 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 177 มุมมอง 0 รีวิว
  • พบวัตถุ “ร้อนเกินคาด” ในเอกภพยุคแรก — ปริศนาที่ท้าทายทฤษฎีจักรวาลปัจจุบัน

    นักดาราศาสตร์ค้นพบกระจุกดาราจักรชื่อ SPT2349-56 ซึ่งก่อตัวขึ้นเพียง 1.4 พันล้านปีหลังบิกแบง แต่กลับมี “ก๊าซร้อนผิดปกติ” ที่ร้อนกว่าที่ทฤษฎีปัจจุบันอธิบายได้หลายเท่า การค้นพบนี้เกิดจากการตรวจจับเงาเล็กๆ บนพื้นหลังไมโครเวฟของเอกภพ (CMB) ซึ่งบ่งบอกถึงการมีอยู่ของก๊าซร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 10 ล้านเคลวิน — ร้อนเกินกว่าที่แรงโน้มถ่วงเพียงอย่างเดียวจะสร้างขึ้นได้ในช่วงเวลานั้นของเอกภพ

    ทีมวิจัยใช้กล้องโทรทรรศน์ ALMA ตรวจสอบสัญญาณ Sunyaev–Zeldovich ซึ่งเกิดจากอิเล็กตรอนพลังงานสูงในก๊าซระหว่างดาราจักร การวิเคราะห์พบว่าสัญญาณนี้ “แรงผิดปกติ” จนแม้แต่นักวิจัยเองยังสงสัยในตอนแรก แต่หลังตรวจสอบหลายเดือนก็ยืนยันว่าก๊าซในกระจุกนี้ร้อนกว่าที่แบบจำลองจักรวาลทำนายไว้ถึง 5 เท่า ทำให้ SPT2349-56 กลายเป็นหนึ่งในกระจุกดาราจักรยุคแรกที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยพบ

    สิ่งที่น่าตื่นเต้นคือ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า “ตัวการ” ที่ทำให้ก๊าซร้อนผิดปกติอาจเป็น หลุมดำมวลยิ่งยวดอย่างน้อย 3 แห่ง ที่กำลังปล่อยเจ็ตพลังงานสูงออกมาในช่วงที่กระจุกกำลังก่อตัวอย่างรุนแรง การมีหลุมดำหลายตัวในพื้นที่เดียวกันและกำลังปะทุพร้อมกันในยุคเริ่มต้นของเอกภพ ถือเป็นภาพที่หายากและท้าทายความเข้าใจเดิมเกี่ยวกับวิวัฒนาการของกระจุกดาราจักร

    การค้นพบนี้ชี้ว่าแบบจำลองปัจจุบันของเราอาจยังไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะบทบาทของหลุมดำ การก่อตัวดาวฤกษ์อย่างรุนแรง และปฏิสัมพันธ์ของก๊าซในกระจุกยุคแรก นักวิจัยหวังว่าการศึกษาต่อไปจะช่วยไขปริศนาว่า “กระจุกดาราจักรยุคปัจจุบัน” ถูกสร้างขึ้นจากสภาพสุดขั้วแบบนี้ได้อย่างไร

    สรุปประเด็นสำคัญ
    พบกระจุกดาราจักร SPT2349-56 ที่ร้อนผิดปกติ
    อยู่ในยุคเอกภพเพียง 1.4 พันล้านปีหลังบิกแบง
    อุณหภูมิก๊าซสูงกว่า 10 ล้านเคลวิน

    สัญญาณ Sunyaev–Zeldovich ช่วยยืนยันความร้อนสูงผิดคาด
    สัญญาณแรงกว่าที่แบบจำลองจักรวาลคาดการณ์ถึง 5 เท่า

    หลุมดำมวลยิ่งยวดหลายตัวอาจเป็นต้นเหตุ
    เจ็ตพลังงานสูงจากหลุมดำอาจทำให้ก๊าซร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว

    แบบจำลองวิวัฒนาการของกระจุกดาราจักรอาจยังไม่สมบูรณ์
    จำเป็นต้องรวมบทบาทของหลุมดำและการก่อตัวดาวฤกษ์ที่รุนแรงเข้าไปในสมการ

    การตีความข้อมูลผิดอาจนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเอกภพยุคแรก
    นักวิจัยเตือนว่าต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมก่อนสรุปกลไกทั้งหมด

    https://www.sciencealert.com/an-impossibly-hot-object-discovered-1-4-billion-years-after-the-big-bang
    🌌🔥 พบวัตถุ “ร้อนเกินคาด” ในเอกภพยุคแรก — ปริศนาที่ท้าทายทฤษฎีจักรวาลปัจจุบัน นักดาราศาสตร์ค้นพบกระจุกดาราจักรชื่อ SPT2349-56 ซึ่งก่อตัวขึ้นเพียง 1.4 พันล้านปีหลังบิกแบง แต่กลับมี “ก๊าซร้อนผิดปกติ” ที่ร้อนกว่าที่ทฤษฎีปัจจุบันอธิบายได้หลายเท่า การค้นพบนี้เกิดจากการตรวจจับเงาเล็กๆ บนพื้นหลังไมโครเวฟของเอกภพ (CMB) ซึ่งบ่งบอกถึงการมีอยู่ของก๊าซร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 10 ล้านเคลวิน — ร้อนเกินกว่าที่แรงโน้มถ่วงเพียงอย่างเดียวจะสร้างขึ้นได้ในช่วงเวลานั้นของเอกภพ ทีมวิจัยใช้กล้องโทรทรรศน์ ALMA ตรวจสอบสัญญาณ Sunyaev–Zeldovich ซึ่งเกิดจากอิเล็กตรอนพลังงานสูงในก๊าซระหว่างดาราจักร การวิเคราะห์พบว่าสัญญาณนี้ “แรงผิดปกติ” จนแม้แต่นักวิจัยเองยังสงสัยในตอนแรก แต่หลังตรวจสอบหลายเดือนก็ยืนยันว่าก๊าซในกระจุกนี้ร้อนกว่าที่แบบจำลองจักรวาลทำนายไว้ถึง 5 เท่า ทำให้ SPT2349-56 กลายเป็นหนึ่งในกระจุกดาราจักรยุคแรกที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยพบ สิ่งที่น่าตื่นเต้นคือ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า “ตัวการ” ที่ทำให้ก๊าซร้อนผิดปกติอาจเป็น หลุมดำมวลยิ่งยวดอย่างน้อย 3 แห่ง ที่กำลังปล่อยเจ็ตพลังงานสูงออกมาในช่วงที่กระจุกกำลังก่อตัวอย่างรุนแรง การมีหลุมดำหลายตัวในพื้นที่เดียวกันและกำลังปะทุพร้อมกันในยุคเริ่มต้นของเอกภพ ถือเป็นภาพที่หายากและท้าทายความเข้าใจเดิมเกี่ยวกับวิวัฒนาการของกระจุกดาราจักร การค้นพบนี้ชี้ว่าแบบจำลองปัจจุบันของเราอาจยังไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะบทบาทของหลุมดำ การก่อตัวดาวฤกษ์อย่างรุนแรง และปฏิสัมพันธ์ของก๊าซในกระจุกยุคแรก นักวิจัยหวังว่าการศึกษาต่อไปจะช่วยไขปริศนาว่า “กระจุกดาราจักรยุคปัจจุบัน” ถูกสร้างขึ้นจากสภาพสุดขั้วแบบนี้ได้อย่างไร 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ พบกระจุกดาราจักร SPT2349-56 ที่ร้อนผิดปกติ ➡️ อยู่ในยุคเอกภพเพียง 1.4 พันล้านปีหลังบิกแบง ➡️ อุณหภูมิก๊าซสูงกว่า 10 ล้านเคลวิน ✅ สัญญาณ Sunyaev–Zeldovich ช่วยยืนยันความร้อนสูงผิดคาด ➡️ สัญญาณแรงกว่าที่แบบจำลองจักรวาลคาดการณ์ถึง 5 เท่า ✅ หลุมดำมวลยิ่งยวดหลายตัวอาจเป็นต้นเหตุ ➡️ เจ็ตพลังงานสูงจากหลุมดำอาจทำให้ก๊าซร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว ‼️ แบบจำลองวิวัฒนาการของกระจุกดาราจักรอาจยังไม่สมบูรณ์ ⛔ จำเป็นต้องรวมบทบาทของหลุมดำและการก่อตัวดาวฤกษ์ที่รุนแรงเข้าไปในสมการ ‼️ การตีความข้อมูลผิดอาจนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเอกภพยุคแรก ⛔ นักวิจัยเตือนว่าต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมก่อนสรุปกลไกทั้งหมด https://www.sciencealert.com/an-impossibly-hot-object-discovered-1-4-billion-years-after-the-big-bang
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Impossibly Hot Object Discovered 1.4 Billion Years After The Big Bang
    A 'shadow' cast on the faint, leftover glow of the Big Bang has revealed a giant object in the early Universe that defies our predictions of how the Universe should evolve.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 83 มุมมอง 0 รีวิว
  • ฟรีแลนซ์รับงานสร้างเว็บเพจเดียว แต่สุดท้ายได้ค่าจ้าง $21,000 — เรื่องจริงที่สะท้อนความวุ่นวายในองค์กรใหญ่

    เรื่องราวเริ่มจากงานง่าย ๆ ที่ควรใช้เวลาเพียงหนึ่งวัน: สร้าง หน้า HTML เดียว พร้อมแอนิเมชันเล็กน้อยและวิดีโอฝัง แต่เมื่อบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งติดต่อ Ibrahim Diallo อย่างเร่งด่วน เขาจึงเสนอราคาแบบระมัดระวังที่ 20 ชั่วโมง = $1,500 พร้อมเดินทางไปทำงานที่สำนักงานดาวเทียมของบริษัท 25 ไมล์จากบ้าน แต่ทันทีที่เริ่มงาน เขากลับพบว่าบริษัทไม่มีไฟล์ ไม่มีข้อมูล และไม่มีใครตอบอีเมล ทำให้วันแรกทั้งวันหมดไปกับการตั้งค่าเครื่อง

    สิ่งที่ควรเป็นงาน 3 วัน กลายเป็น 7 สัปดาห์ ของการนั่งรออีเมล กินข้าวฟรี และทำงานแทบไม่ได้เลย เพราะทุกครั้งที่เขาขอไฟล์หรือข้อมูล จะถูกโยนข้ามทีมไปมาแบบไร้ทิศทาง บางคนไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร บางคนอยู่ลาพักร้อน บางคนตอบช้าเป็นสัปดาห์ จนเขาต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ “ขุดอีเมล” เหมือนนักโบราณคดีเพื่อหาคำตอบ ทั้งหมดนี้เพื่อทำหน้าเว็บเพียงหน้าเดียว

    เมื่อเขาทำงานเสร็จและส่งให้ทีมผ่าน GitHub การรีวิวงานก็แทบไม่มีความหมาย เพราะทีมประชุมกันเรื่องอื่น และเพียงแค่พูดว่า “โอเค เดี๋ยว merge ให้คืนนี้” หลังจากนั้น Diallo ต้องเผชิญความจริงที่ว่าเขาใช้เวลา 7 สัปดาห์เต็มในโปรเจกต์ที่ควรใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง เขาจึงส่งใบแจ้งหนี้ตามจำนวนชั่วโมงจริง รวมเป็น $18,000 แม้จะรู้สึกผิด แต่ก็เป็นเวลาที่เขาทำงานให้บริษัทจริง

    สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ ผู้จัดการกลับตอบกลับมาพร้อม “คำนวณใหม่” ให้เขา — และพบว่าบริษัทติดค้างเขา $21,000 ไม่ใช่ $18,000 เขาจึงได้รับเงินมากกว่าที่คิด และเรื่องนี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความไร้ประสิทธิภาพขององค์กรใหญ่ ที่บางครั้งทำให้โปรเจกต์ง่าย ๆ กลายเป็นค่าใช้จ่ายมหาศาลโดยไม่จำเป็น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่อง
    งานที่ควรใช้เวลา 1 วัน ถูกยืดเป็น 7 สัปดาห์
    บริษัทไม่มีไฟล์ ไม่มีข้อมูล และตอบอีเมลช้ามาก
    Diallo ส่งใบแจ้งหนี้ $18,000 แต่บริษัทคำนวณให้ใหม่เป็น $21,000

    ประเด็นที่สะท้อนปัญหาองค์กร
    การสื่อสารภายในที่แย่ทำให้โปรเจกต์ล่าช้า
    การโยนอีเมลข้ามทีมทำให้ไม่มีใครรับผิดชอบ
    ความไร้ประสิทธิภาพทำให้ต้นทุนสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น

    มุมมองของผู้เขียน
    เขาไม่ได้ตั้งใจ “โกง” แต่ทำงานตามเวลาที่บริษัททำให้เสียไป
    เขาเรียนรู้ว่าบริษัทใหญ่มีความซับซ้อนและช้าโดยธรรมชาติ
    งานง่าย ๆ อาจกลายเป็นรายได้ก้อนใหญ่เพราะระบบภายในที่วุ่นวาย

    ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้
    ฟรีแลนซ์ควรประเมินเวลารวม “งานที่ไม่ใช่งาน” เช่น การรอไฟล์
    บริษัทควรมีระบบส่งต่อข้อมูลที่ชัดเจน
    ความล่าช้าขององค์กรอาจสร้างต้นทุนที่สูงกว่าที่คิด

    https://idiallo.com/blog/18000-dollars-static-web-page
    💸🧑‍💻 ฟรีแลนซ์รับงานสร้างเว็บเพจเดียว แต่สุดท้ายได้ค่าจ้าง $21,000 — เรื่องจริงที่สะท้อนความวุ่นวายในองค์กรใหญ่ เรื่องราวเริ่มจากงานง่าย ๆ ที่ควรใช้เวลาเพียงหนึ่งวัน: สร้าง หน้า HTML เดียว พร้อมแอนิเมชันเล็กน้อยและวิดีโอฝัง แต่เมื่อบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งติดต่อ Ibrahim Diallo อย่างเร่งด่วน เขาจึงเสนอราคาแบบระมัดระวังที่ 20 ชั่วโมง = $1,500 พร้อมเดินทางไปทำงานที่สำนักงานดาวเทียมของบริษัท 25 ไมล์จากบ้าน แต่ทันทีที่เริ่มงาน เขากลับพบว่าบริษัทไม่มีไฟล์ ไม่มีข้อมูล และไม่มีใครตอบอีเมล ทำให้วันแรกทั้งวันหมดไปกับการตั้งค่าเครื่อง สิ่งที่ควรเป็นงาน 3 วัน กลายเป็น 7 สัปดาห์ ของการนั่งรออีเมล กินข้าวฟรี และทำงานแทบไม่ได้เลย เพราะทุกครั้งที่เขาขอไฟล์หรือข้อมูล จะถูกโยนข้ามทีมไปมาแบบไร้ทิศทาง บางคนไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร บางคนอยู่ลาพักร้อน บางคนตอบช้าเป็นสัปดาห์ จนเขาต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ “ขุดอีเมล” เหมือนนักโบราณคดีเพื่อหาคำตอบ ทั้งหมดนี้เพื่อทำหน้าเว็บเพียงหน้าเดียว เมื่อเขาทำงานเสร็จและส่งให้ทีมผ่าน GitHub การรีวิวงานก็แทบไม่มีความหมาย เพราะทีมประชุมกันเรื่องอื่น และเพียงแค่พูดว่า “โอเค เดี๋ยว merge ให้คืนนี้” หลังจากนั้น Diallo ต้องเผชิญความจริงที่ว่าเขาใช้เวลา 7 สัปดาห์เต็มในโปรเจกต์ที่ควรใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง เขาจึงส่งใบแจ้งหนี้ตามจำนวนชั่วโมงจริง รวมเป็น $18,000 แม้จะรู้สึกผิด แต่ก็เป็นเวลาที่เขาทำงานให้บริษัทจริง สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ ผู้จัดการกลับตอบกลับมาพร้อม “คำนวณใหม่” ให้เขา — และพบว่าบริษัทติดค้างเขา $21,000 ไม่ใช่ $18,000 เขาจึงได้รับเงินมากกว่าที่คิด และเรื่องนี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความไร้ประสิทธิภาพขององค์กรใหญ่ ที่บางครั้งทำให้โปรเจกต์ง่าย ๆ กลายเป็นค่าใช้จ่ายมหาศาลโดยไม่จำเป็น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่อง ➡️ งานที่ควรใช้เวลา 1 วัน ถูกยืดเป็น 7 สัปดาห์ ➡️ บริษัทไม่มีไฟล์ ไม่มีข้อมูล และตอบอีเมลช้ามาก ➡️ Diallo ส่งใบแจ้งหนี้ $18,000 แต่บริษัทคำนวณให้ใหม่เป็น $21,000 ‼️ ประเด็นที่สะท้อนปัญหาองค์กร ⛔ การสื่อสารภายในที่แย่ทำให้โปรเจกต์ล่าช้า ⛔ การโยนอีเมลข้ามทีมทำให้ไม่มีใครรับผิดชอบ ⛔ ความไร้ประสิทธิภาพทำให้ต้นทุนสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น ✅ มุมมองของผู้เขียน ➡️ เขาไม่ได้ตั้งใจ “โกง” แต่ทำงานตามเวลาที่บริษัททำให้เสียไป ➡️ เขาเรียนรู้ว่าบริษัทใหญ่มีความซับซ้อนและช้าโดยธรรมชาติ ➡️ งานง่าย ๆ อาจกลายเป็นรายได้ก้อนใหญ่เพราะระบบภายในที่วุ่นวาย ‼️ ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้ ⛔ ฟรีแลนซ์ควรประเมินเวลารวม “งานที่ไม่ใช่งาน” เช่น การรอไฟล์ ⛔ บริษัทควรมีระบบส่งต่อข้อมูลที่ชัดเจน ⛔ ความล่าช้าขององค์กรอาจสร้างต้นทุนที่สูงกว่าที่คิด https://idiallo.com/blog/18000-dollars-static-web-page
    IDIALLO.COM
    I charged $18,000 for a Static HTML Page
    Not too long ago, I made a living working as a contractor where I would hop from project to project. Some were short term where I would work for a week and quickly deliver my service. Others lasted a
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 70 มุมมอง 0 รีวิว
  • Manjaro 26.0 “Anh‑Linh” เปิดตัวพร้อม Linux 6.18 LTS และเดสก์ท็อปใหม่ล่าสุด

    Manjaro Linux 26.0 เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมาพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS, เดสก์ท็อป Xfce 4.20, GNOME 49, และ KDE Plasma 6.5 ซึ่งเป็นการอัปเดตครั้งใหญ่ที่รวมเทคโนโลยีล่าสุดของโลกโอเพ่นซอร์สไว้ครบถ้วน นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ Manjaro รองรับ COSMIC Desktop 1.0 อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นเดสก์ท็อปใหม่จาก Pop!_OS

    หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ GNOME 49 และ KDE Plasma 6.5 จะใช้ Wayland เป็นค่าเริ่มต้น ทำให้ผู้ใช้ที่ยังต้องการ X11 อาจต้องเลือกใช้ Xfce แทน ซึ่งยังคงรองรับ X11 เต็มรูปแบบตามเดิม การเปลี่ยนผ่านนี้สะท้อนทิศทางของลินุกซ์ยุคใหม่ที่กำลังผลักดัน Wayland ให้เป็นมาตรฐานหลัก

    Manjaro 26.0 ยังมาพร้อมอัปเดตซอฟต์แวร์จำนวนมาก เช่น KDE Gear 25.12, KDE Frameworks 6.21, Firefox 146, LibreOffice 25.8.4, Mesa 25.3, GStreamer 1.26.10, และไดรเวอร์ NVIDIA 590 รุ่นใหม่ล่าสุด ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลด ISO ใหม่ หรืออัปเดตจากระบบเดิมด้วยคำสั่ง sudo pacman -Syu ได้ทันที

    นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงด้านระบบ เช่น การแทนที่ Redis ด้วย Valkey ด้วยเหตุผลด้านลิขสิทธิ์ และการยุติการรองรับ GPU NVIDIA รุ่นเก่า (Maxwell / Pascal) เนื่องจากไดรเวอร์รุ่นใหม่ไม่รองรับอีกต่อไป ทำให้ผู้ใช้บางกลุ่มอาจต้องพิจารณาอัปเกรดฮาร์ดแวร์ในอนาคต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ไฮไลต์ของ Manjaro 26.0
    ใช้ Linux Kernel 6.18 LTS
    เดสก์ท็อปใหม่ล่าสุด: Xfce 4.20, GNOME 49, KDE Plasma 6.5
    รองรับ COSMIC Desktop 1.0 ครั้งแรก
    อัปเดตซอฟต์แวร์หลัก เช่น Firefox 146, LibreOffice 25.8.4, Mesa 25.3

    ประเด็นที่ต้องระวัง
    GNOME และ KDE Plasma ใช้ Wayland เป็นค่าเริ่มต้น อาจทำให้ผู้ใช้ X11 มีปัญหา
    NVIDIA GPU รุ่นเก่า (Maxwell / Pascal) ไม่รองรับอีกต่อไป
    ผู้ใช้ Kernel เก่า (5.4 / 6.17) ต้องอัปเกรดทันที

    สิ่งที่ปรับปรุงเพิ่มเติม
    KDE Gear 25.12 และ Frameworks 6.21
    PipeWire, ALSA, GStreamer อัปเดตเวอร์ชันใหม่
    Valkey แทน Redis ด้วยเหตุผลด้านลิขสิทธิ์

    คำแนะนำก่อนอัปเกรด
    อ่าน Known Issues ก่อนอัปเดตระบบ
    ตรวจสอบความเข้ากันได้ของ GPU NVIDIA
    สำรองข้อมูลก่อนอัปเดต Kernel

    https://9to5linux.com/manjaro-26-0-released-with-linux-6-18-lts-xfce-4-20-kde-plasma-6-5-and-gnome-49
    🐧🚀 Manjaro 26.0 “Anh‑Linh” เปิดตัวพร้อม Linux 6.18 LTS และเดสก์ท็อปใหม่ล่าสุด Manjaro Linux 26.0 เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมาพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS, เดสก์ท็อป Xfce 4.20, GNOME 49, และ KDE Plasma 6.5 ซึ่งเป็นการอัปเดตครั้งใหญ่ที่รวมเทคโนโลยีล่าสุดของโลกโอเพ่นซอร์สไว้ครบถ้วน นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ Manjaro รองรับ COSMIC Desktop 1.0 อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นเดสก์ท็อปใหม่จาก Pop!_OS หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ GNOME 49 และ KDE Plasma 6.5 จะใช้ Wayland เป็นค่าเริ่มต้น ทำให้ผู้ใช้ที่ยังต้องการ X11 อาจต้องเลือกใช้ Xfce แทน ซึ่งยังคงรองรับ X11 เต็มรูปแบบตามเดิม การเปลี่ยนผ่านนี้สะท้อนทิศทางของลินุกซ์ยุคใหม่ที่กำลังผลักดัน Wayland ให้เป็นมาตรฐานหลัก Manjaro 26.0 ยังมาพร้อมอัปเดตซอฟต์แวร์จำนวนมาก เช่น KDE Gear 25.12, KDE Frameworks 6.21, Firefox 146, LibreOffice 25.8.4, Mesa 25.3, GStreamer 1.26.10, และไดรเวอร์ NVIDIA 590 รุ่นใหม่ล่าสุด ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลด ISO ใหม่ หรืออัปเดตจากระบบเดิมด้วยคำสั่ง sudo pacman -Syu ได้ทันที นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงด้านระบบ เช่น การแทนที่ Redis ด้วย Valkey ด้วยเหตุผลด้านลิขสิทธิ์ และการยุติการรองรับ GPU NVIDIA รุ่นเก่า (Maxwell / Pascal) เนื่องจากไดรเวอร์รุ่นใหม่ไม่รองรับอีกต่อไป ทำให้ผู้ใช้บางกลุ่มอาจต้องพิจารณาอัปเกรดฮาร์ดแวร์ในอนาคต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ไฮไลต์ของ Manjaro 26.0 ➡️ ใช้ Linux Kernel 6.18 LTS ➡️ เดสก์ท็อปใหม่ล่าสุด: Xfce 4.20, GNOME 49, KDE Plasma 6.5 ➡️ รองรับ COSMIC Desktop 1.0 ครั้งแรก ➡️ อัปเดตซอฟต์แวร์หลัก เช่น Firefox 146, LibreOffice 25.8.4, Mesa 25.3 ‼️ ประเด็นที่ต้องระวัง ⛔ GNOME และ KDE Plasma ใช้ Wayland เป็นค่าเริ่มต้น อาจทำให้ผู้ใช้ X11 มีปัญหา ⛔ NVIDIA GPU รุ่นเก่า (Maxwell / Pascal) ไม่รองรับอีกต่อไป ⛔ ผู้ใช้ Kernel เก่า (5.4 / 6.17) ต้องอัปเกรดทันที ✅ สิ่งที่ปรับปรุงเพิ่มเติม ➡️ KDE Gear 25.12 และ Frameworks 6.21 ➡️ PipeWire, ALSA, GStreamer อัปเดตเวอร์ชันใหม่ ➡️ Valkey แทน Redis ด้วยเหตุผลด้านลิขสิทธิ์ ‼️ คำแนะนำก่อนอัปเกรด ⛔ อ่าน Known Issues ก่อนอัปเดตระบบ ⛔ ตรวจสอบความเข้ากันได้ของ GPU NVIDIA ⛔ สำรองข้อมูลก่อนอัปเดต Kernel https://9to5linux.com/manjaro-26-0-released-with-linux-6-18-lts-xfce-4-20-kde-plasma-6-5-and-gnome-49
    9TO5LINUX.COM
    Manjaro 26.0 Released with Linux 6.18 LTS, Xfce 4.20, KDE Plasma 6.5, and GNOME 49 - 9to5Linux
    Manjaro 26.0 is now available for download with Linux kernel 6.18 LTS, Xfce 4.20, GNOME 49, and KDE Plasma 6.5.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 69 มุมมอง 0 รีวิว
  • ดาวเหินจรคู่ผสมระหว่างปีและเดือน ประจำเดือนมกราคม 2569

    ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 5 เดือนมกราคม ไปจนถึง วันอังคารที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 เป็นเดือนฉลูดิน ธาตุไฟ己丑 (กี๋ทิ้ว) มีกระแสพลังดาว九紫 (เก๋าจี้) ธาตุไฟ ดาวชื่อเสียง ดาวความยินดี ดาวยศฐาบรรดาศักดิ์ ก่อเกิดแก่กระแสพลังดาวคู่ผสม二黑 (หยี่เฮก) ธาตุดิน ดาวป่วยไข้ ดาวโรคภัย ดาวความเสื่อมถอย ประจำอยู่ ในปีจรมะเส็งไม้ 乙巳 (อิกจี๋) ธาตุไฟ

    ส่งผลให้การดำเนินกิจกรรมงานใหม่ๆหรือการคิดริเริ่มโครงการใดๆ จะประสบพบความสำเร็จได้รับผลประโยชน์ที่ลงตัว หรือหากประชุมตกลงหาฉันทามติจะสัมฤทธิ์ผลเสร็จกิจสมหวังได้ แต่ความวุ่นวายยังคงดำรงอยู่จาก อุณหภูมิร้อนๆทางการเมือง ส่งผลให้เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยว อ้างว้าง เก็บกด อารมณ์พุ่งพล่าน แปรปรวน จนกลายเป็นวิวาทะกระทบถึงความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้เป็นประเด็นได้อีกเช่นกัน แต่ถึงอย่างไรสังคมยังคงยอมรับ ให้กำลังใจสนับสนุนอยู่เช่นเดิม ส่วนการเดินทางขับรถไปสถานที่ใดจะใกล้หรือไกลควรมีสติสัมปชัญญะจะได้พ้นจากอุบัติเหตุเภทภัย

    ___________________________________
    FengshuiBizDesigner
    ฮวงจุ้ย...ออกแบบได้
    ดาวเหินจรคู่ผสมระหว่างปีและเดือน ประจำเดือนมกราคม 2569 ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 5 เดือนมกราคม ไปจนถึง วันอังคารที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 เป็นเดือนฉลูดิน ธาตุไฟ己丑 (กี๋ทิ้ว) มีกระแสพลังดาว九紫 (เก๋าจี้) ธาตุไฟ ดาวชื่อเสียง ดาวความยินดี ดาวยศฐาบรรดาศักดิ์ ก่อเกิดแก่กระแสพลังดาวคู่ผสม二黑 (หยี่เฮก) ธาตุดิน ดาวป่วยไข้ ดาวโรคภัย ดาวความเสื่อมถอย ประจำอยู่ ในปีจรมะเส็งไม้ 乙巳 (อิกจี๋) ธาตุไฟ ส่งผลให้การดำเนินกิจกรรมงานใหม่ๆหรือการคิดริเริ่มโครงการใดๆ จะประสบพบความสำเร็จได้รับผลประโยชน์ที่ลงตัว หรือหากประชุมตกลงหาฉันทามติจะสัมฤทธิ์ผลเสร็จกิจสมหวังได้ แต่ความวุ่นวายยังคงดำรงอยู่จาก อุณหภูมิร้อนๆทางการเมือง ส่งผลให้เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยว อ้างว้าง เก็บกด อารมณ์พุ่งพล่าน แปรปรวน จนกลายเป็นวิวาทะกระทบถึงความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้เป็นประเด็นได้อีกเช่นกัน แต่ถึงอย่างไรสังคมยังคงยอมรับ ให้กำลังใจสนับสนุนอยู่เช่นเดิม ส่วนการเดินทางขับรถไปสถานที่ใดจะใกล้หรือไกลควรมีสติสัมปชัญญะจะได้พ้นจากอุบัติเหตุเภทภัย ___________________________________ FengshuiBizDesigner ฮวงจุ้ย...ออกแบบได้
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 102 มุมมอง 0 รีวิว
  • กล้องโทรทรรศน์ยักษ์สแกนดาวหาง 3I/ATLAS หาหลักฐานเอเลียน แต่พบเพียง ‘ความเงียบ’ จากอวกาศ

    การสแกนครั้งใหญ่ของโครงการ Breakthrough Listen ใช้กล้องโทรทรรศน์ Green Bank ขนาด 100 เมตร เพื่อตรวจจับสัญญาณเทคโนโลยีจากดาวหางระหว่างดวงดาว 3I/ATLAS ก่อนที่มันจะเฉียดโลกในเดือนธันวาคม 2025 ผลลัพธ์คือ “ความเงียบสนิท” ไม่มีสัญญาณใดบ่งชี้ถึงสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา แต่การค้นพบนี้กลับยิ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์สนุกกับการตั้งคำถามใหม่ๆ เกี่ยวกับวัตถุจากนอกระบบสุริยะของเรา

    3I/ATLAS ถูกค้นพบในเดือนกรกฎาคม 2025 และถูกยืนยันว่าเดินทางมาจากนอกระบบสุริยะ เช่นเดียวกับ Oumuamua และ 2I/Borisov ในอดีต แม้รูปลักษณ์และพฤติกรรมของมันจะสอดคล้องกับ “ดาวหางธรรมดา” แต่โอกาสที่จะตรวจสอบวัตถุจากต่างระบบอย่างใกล้ชิดนั้นหาได้ยากมาก นักวิจัยจึงไม่พลาดที่จะฟังสัญญาณวิทยุจากมัน แม้จะรู้ว่าโอกาสพบสิ่งผิดปกติแทบเป็นศูนย์ก็ตาม

    การสแกนใช้เทคนิค ABACAD ที่สลับการชี้กล้องไปยังดาวหางและพื้นที่อื่นของท้องฟ้าเพื่อกรองสัญญาณรบกวน หลังการประมวลผลพบสัญญาณต้องสงสัย 9 รายการ แต่ทั้งหมดเป็นสัญญาณรบกวนจากเทคโนโลยีมนุษย์เอง ไม่ใช่จากดาวหาง 3I/ATLAS แม้จะเป็นผลลัพธ์ที่คาดเดาได้ แต่นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่า “การไม่พบอะไรเลย ก็ยังเป็นข้อมูลที่มีค่า” เพราะช่วยยืนยันว่า 3I/ATLAS ไม่ใช่ยานสำรวจหรือสถานีส่งสัญญาณของเอเลียน

    แม้ผลลัพธ์จะธรรมดา แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนความสำคัญของการสำรวจวัตถุระหว่างดวงดาว ซึ่งอาจช่วยพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับในอนาคต และเปิดประตูสู่การค้นพบที่คาดไม่ถึง การตั้งคำถามและตรวจสอบแม้ในสิ่งที่ดูไม่น่าจะมีอะไร คือหัวใจของวิทยาศาสตร์ และเป็นแรงบันดาลใจให้การสำรวจอวกาศก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    โครงการ Breakthrough Listen ใช้กล้อง Green Bank สแกนหาสัญญาณเทคโนโลยีจากดาวหาง 3I/ATLAS
    ไม่พบสัญญาณใดที่มาจากดาวหาง มีเพียงสัญญาณรบกวนจากเทคโนโลยีมนุษย์
    3I/ATLAS เป็นดาวหางจากนอกระบบสุริยะที่เฉียดโลกในปี 2025
    นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่าการ “ไม่พบอะไร” ก็ยังเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการวิจัย

    คำเตือนหรือข้อควรระวังจากข้อมูลข่าว
    การตีความวัตถุระหว่างดวงดาวว่าเป็น “ยานเอเลียน” อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด หากไม่มีหลักฐานรองรับ
    สัญญาณวิทยุที่ตรวจพบอาจเป็นสัญญาณรบกวนจากมนุษย์เสมอ ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด
    การคาดเดาเกินจริงเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตต่างดาวอาจเบี่ยงเบนความสนใจจากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่มีข้อมูลจริง
    วัตถุจากนอกระบบสุริยะยังมีข้อมูลจำกัด การสรุปผลเร็วเกินไปอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการตีความ

    https://www.sciencealert.com/a-giant-telescope-searched-3i-atlas-for-signs-of-aliens-heres-why
    🛰️ กล้องโทรทรรศน์ยักษ์สแกนดาวหาง 3I/ATLAS หาหลักฐานเอเลียน แต่พบเพียง ‘ความเงียบ’ จากอวกาศ การสแกนครั้งใหญ่ของโครงการ Breakthrough Listen ใช้กล้องโทรทรรศน์ Green Bank ขนาด 100 เมตร เพื่อตรวจจับสัญญาณเทคโนโลยีจากดาวหางระหว่างดวงดาว 3I/ATLAS ก่อนที่มันจะเฉียดโลกในเดือนธันวาคม 2025 ผลลัพธ์คือ “ความเงียบสนิท” ไม่มีสัญญาณใดบ่งชี้ถึงสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา แต่การค้นพบนี้กลับยิ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์สนุกกับการตั้งคำถามใหม่ๆ เกี่ยวกับวัตถุจากนอกระบบสุริยะของเรา 3I/ATLAS ถูกค้นพบในเดือนกรกฎาคม 2025 และถูกยืนยันว่าเดินทางมาจากนอกระบบสุริยะ เช่นเดียวกับ Oumuamua และ 2I/Borisov ในอดีต แม้รูปลักษณ์และพฤติกรรมของมันจะสอดคล้องกับ “ดาวหางธรรมดา” แต่โอกาสที่จะตรวจสอบวัตถุจากต่างระบบอย่างใกล้ชิดนั้นหาได้ยากมาก นักวิจัยจึงไม่พลาดที่จะฟังสัญญาณวิทยุจากมัน แม้จะรู้ว่าโอกาสพบสิ่งผิดปกติแทบเป็นศูนย์ก็ตาม การสแกนใช้เทคนิค ABACAD ที่สลับการชี้กล้องไปยังดาวหางและพื้นที่อื่นของท้องฟ้าเพื่อกรองสัญญาณรบกวน หลังการประมวลผลพบสัญญาณต้องสงสัย 9 รายการ แต่ทั้งหมดเป็นสัญญาณรบกวนจากเทคโนโลยีมนุษย์เอง ไม่ใช่จากดาวหาง 3I/ATLAS แม้จะเป็นผลลัพธ์ที่คาดเดาได้ แต่นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่า “การไม่พบอะไรเลย ก็ยังเป็นข้อมูลที่มีค่า” เพราะช่วยยืนยันว่า 3I/ATLAS ไม่ใช่ยานสำรวจหรือสถานีส่งสัญญาณของเอเลียน แม้ผลลัพธ์จะธรรมดา แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนความสำคัญของการสำรวจวัตถุระหว่างดวงดาว ซึ่งอาจช่วยพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับในอนาคต และเปิดประตูสู่การค้นพบที่คาดไม่ถึง การตั้งคำถามและตรวจสอบแม้ในสิ่งที่ดูไม่น่าจะมีอะไร คือหัวใจของวิทยาศาสตร์ และเป็นแรงบันดาลใจให้การสำรวจอวกาศก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ โครงการ Breakthrough Listen ใช้กล้อง Green Bank สแกนหาสัญญาณเทคโนโลยีจากดาวหาง 3I/ATLAS ➡️ ไม่พบสัญญาณใดที่มาจากดาวหาง มีเพียงสัญญาณรบกวนจากเทคโนโลยีมนุษย์ ➡️ 3I/ATLAS เป็นดาวหางจากนอกระบบสุริยะที่เฉียดโลกในปี 2025 ➡️ นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่าการ “ไม่พบอะไร” ก็ยังเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการวิจัย ‼️ คำเตือนหรือข้อควรระวังจากข้อมูลข่าว ⛔ การตีความวัตถุระหว่างดวงดาวว่าเป็น “ยานเอเลียน” อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด หากไม่มีหลักฐานรองรับ ⛔ สัญญาณวิทยุที่ตรวจพบอาจเป็นสัญญาณรบกวนจากมนุษย์เสมอ ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ⛔ การคาดเดาเกินจริงเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตต่างดาวอาจเบี่ยงเบนความสนใจจากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่มีข้อมูลจริง ⛔ วัตถุจากนอกระบบสุริยะยังมีข้อมูลจำกัด การสรุปผลเร็วเกินไปอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการตีความ https://www.sciencealert.com/a-giant-telescope-searched-3i-atlas-for-signs-of-aliens-heres-why
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    A Giant Telescope Searched 3I/ATLAS For Signs of Aliens. Here's Why.
    A dedicated scan for signs of radio-transmitting technology in interstellar comet 3I/ATLAS has come back with absolute cometary radio silence.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 99 มุมมอง 0 รีวิว
  • กระเป๋าเงินดิจิทัลยุคใหม่: ความสะดวกที่มาพร้อมความเสี่ยงที่ต้องรู้ทัน

    ในยุคที่การเงินเคลื่อนที่เร็วกว่าเดิมหลายเท่า กระเป๋าเงินดิจิทัลและบริการฟินเทคได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก ความสะดวกในการโอนเงิน ชำระค่าบริการ หรือจัดการบัญชีผ่านมือถือทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น แต่ความง่ายนี้ก็มาพร้อมความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ทั้งการโจมตีไซเบอร์ การขโมยข้อมูล และการปลอมแปลงตัวตนที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ

    ฟินเทคสมัยใหม่ใช้เทคโนโลยีอย่างการยืนยันตัวตนหลายชั้น การเข้ารหัสข้อมูล และระบบตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติแบบเรียลไทม์เพื่อป้องกันภัยคุกคาม แต่ในอีกด้านหนึ่ง อาชญากรไซเบอร์ก็พัฒนาเทคนิคใหม่ๆ เช่น ฟิชชิงแบบแนบเนียน มัลแวร์ที่ปลอมเป็นแอปการเงิน หรือการดักข้อมูลผ่าน Wi-Fi สาธารณะ ทำให้ผู้ใช้ต้องตื่นตัวมากขึ้นกว่าเดิม

    นอกจากระบบป้องกันของผู้ให้บริการแล้ว พฤติกรรมของผู้ใช้เองก็เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง การตั้งรหัสผ่านที่รัดกุม การเปิดใช้การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย การอัปเดตระบบปฏิบัติการ และการหลีกเลี่ยงลิงก์หรือแอปที่ไม่น่าเชื่อถือ ล้วนเป็นเกราะป้องกันชั้นแรกที่ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก ขณะเดียวกัน การตรวจสอบเครดิตหรือธุรกรรมอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ผู้ใช้รู้ตัวเร็วเมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น

    ในภาพรวม ความปลอดภัยของกระเป๋าเงินดิจิทัลเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยีที่แข็งแรงและความรับผิดชอบของผู้ใช้เอง การรู้เท่าทันภัยคุกคามและปฏิบัติตามแนวทางความปลอดภัยพื้นฐาน จะช่วยให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากฟินเทคได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    หลักการความปลอดภัยของฟินเทค
    การยืนยันตัวตนหลายชั้นช่วยลดโอกาสถูกแฮ็ก
    การเข้ารหัสข้อมูลทำให้ข้อมูลที่ถูกดักจับไม่สามารถอ่านได้
    ระบบตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติช่วยป้องกันการโจมตีแบบเรียลไทม์

    ภัยคุกคามที่พบบ่อยต่อกระเป๋าเงินดิจิทัล
    ฟิชชิงผ่านอีเมลหรือข้อความปลอม
    มัลแวร์ที่แฝงตัวในแอปหรือไฟล์ที่ไม่น่าเชื่อถือ
    การดักข้อมูลผ่าน Wi-Fi สาธารณะ

    ความเสี่ยงที่ผู้ใช้มักมองข้าม
    ใช้รหัสผ่านซ้ำหลายบัญชี
    ไม่อัปเดตระบบหรือแอป ทำให้เสี่ยงต่อช่องโหว่
    กดลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์โดยไม่ตรวจสอบแหล่งที่มา

    ผลกระทบเมื่อข้อมูลถูกขโมย
    การสูญเสียเงินในบัญชี
    การถูกปลอมแปลงตัวตนเพื่อก่ออาชญากรรม
    ความเสียหายต่อเครดิตและประวัติทางการเงิน

    https://hackread.com/protecting-digital-wallet-fintech-security/
    🔐 กระเป๋าเงินดิจิทัลยุคใหม่: ความสะดวกที่มาพร้อมความเสี่ยงที่ต้องรู้ทัน ในยุคที่การเงินเคลื่อนที่เร็วกว่าเดิมหลายเท่า กระเป๋าเงินดิจิทัลและบริการฟินเทคได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก ความสะดวกในการโอนเงิน ชำระค่าบริการ หรือจัดการบัญชีผ่านมือถือทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น แต่ความง่ายนี้ก็มาพร้อมความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ทั้งการโจมตีไซเบอร์ การขโมยข้อมูล และการปลอมแปลงตัวตนที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ฟินเทคสมัยใหม่ใช้เทคโนโลยีอย่างการยืนยันตัวตนหลายชั้น การเข้ารหัสข้อมูล และระบบตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติแบบเรียลไทม์เพื่อป้องกันภัยคุกคาม แต่ในอีกด้านหนึ่ง อาชญากรไซเบอร์ก็พัฒนาเทคนิคใหม่ๆ เช่น ฟิชชิงแบบแนบเนียน มัลแวร์ที่ปลอมเป็นแอปการเงิน หรือการดักข้อมูลผ่าน Wi-Fi สาธารณะ ทำให้ผู้ใช้ต้องตื่นตัวมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากระบบป้องกันของผู้ให้บริการแล้ว พฤติกรรมของผู้ใช้เองก็เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง การตั้งรหัสผ่านที่รัดกุม การเปิดใช้การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย การอัปเดตระบบปฏิบัติการ และการหลีกเลี่ยงลิงก์หรือแอปที่ไม่น่าเชื่อถือ ล้วนเป็นเกราะป้องกันชั้นแรกที่ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก ขณะเดียวกัน การตรวจสอบเครดิตหรือธุรกรรมอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ผู้ใช้รู้ตัวเร็วเมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ในภาพรวม ความปลอดภัยของกระเป๋าเงินดิจิทัลเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยีที่แข็งแรงและความรับผิดชอบของผู้ใช้เอง การรู้เท่าทันภัยคุกคามและปฏิบัติตามแนวทางความปลอดภัยพื้นฐาน จะช่วยให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากฟินเทคได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ หลักการความปลอดภัยของฟินเทค ➡️ การยืนยันตัวตนหลายชั้นช่วยลดโอกาสถูกแฮ็ก ➡️ การเข้ารหัสข้อมูลทำให้ข้อมูลที่ถูกดักจับไม่สามารถอ่านได้ ➡️ ระบบตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติช่วยป้องกันการโจมตีแบบเรียลไทม์ ✅ ภัยคุกคามที่พบบ่อยต่อกระเป๋าเงินดิจิทัล ➡️ ฟิชชิงผ่านอีเมลหรือข้อความปลอม ➡️ มัลแวร์ที่แฝงตัวในแอปหรือไฟล์ที่ไม่น่าเชื่อถือ ➡️ การดักข้อมูลผ่าน Wi-Fi สาธารณะ ‼️ ความเสี่ยงที่ผู้ใช้มักมองข้าม ⛔ ใช้รหัสผ่านซ้ำหลายบัญชี ⛔ ไม่อัปเดตระบบหรือแอป ทำให้เสี่ยงต่อช่องโหว่ ⛔ กดลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์โดยไม่ตรวจสอบแหล่งที่มา ‼️ ผลกระทบเมื่อข้อมูลถูกขโมย ⛔ การสูญเสียเงินในบัญชี ⛔ การถูกปลอมแปลงตัวตนเพื่อก่ออาชญากรรม ⛔ ความเสียหายต่อเครดิตและประวัติทางการเงิน https://hackread.com/protecting-digital-wallet-fintech-security/
    HACKREAD.COM
    Protecting Your Digital Wallet: What You Need to Know About Fintech Security
    Follow us on Bluesky, Twitter (X), Mastodon and Facebook at @Hackread
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 59 มุมมอง 0 รีวิว
  • จีนโชว์อินเทอร์เน็ตผ่านเลเซอร์พลังต่ำจากอวกาศ — ความเร็วแตะ 1 Gbps ด้วยพลังงานแค่ 2 วัตต์

    นี่คือหนึ่งในก้าวกระโดดด้านการสื่อสารผ่านดาวเทียมที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2026 เมื่อทีมนักวิจัยจีนสามารถส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตจากอวกาศลงสู่พื้นโลกด้วยความเร็ว 1 Gbps โดยใช้เลเซอร์พลังงานเพียง 2 วัตต์ ซึ่งถือว่าต่ำกว่าระบบของ Starlink อย่างมหาศาลตามข้อมูลในหน้าที่คุณเปิดอยู่

    เทคโนโลยีนี้อาศัยโครงสร้างลิงก์ไร้สายแบบใหม่ชื่อ AO‑MDR synergy และใช้กล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นดินขนาด 1.8 เมตรที่มี 357 ไมโครมิเรอร์ เพื่อรวมสัญญาณเลเซอร์จากดาวเทียมให้มีความเสถียร แม้จะมีฝน หมอก หรือความปั่นป่วนในชั้นบรรยากาศ ทีมวิจัยยังคงรักษาความเร็วระดับกิกะบิตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของการสื่อสารด้วยเลเซอร์มานานหลายปี

    สิ่งที่น่าสนใจคือดาวเทียมทดลองของจีนถูกวางไว้ที่ระยะ 36,705 กิโลเมตร ซึ่งสูงกว่า Starlink ที่อยู่ในวงโคจรต่ำเพียง 550 กม. มาก ทำให้หลีกเลี่ยงปัญหาความแออัดของดาวเทียมและมลภาวะแสงที่นักดาราศาสตร์ทั่วโลกกังวลอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงด้านสัญญาณรบกวนทางวิทยุที่เกิดจากกลุ่มดาวเทียมเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่

    การพัฒนานี้เกิดขึ้นในช่วงที่หลายประเทศ—including NASA และ JAXA—กำลังเร่งวิจัยการสื่อสารด้วยเลเซอร์เช่นกัน โดยมีการสาธิตความเร็วสูงถึง 200 Gbps ในบางโครงการ แต่ความสำเร็จของจีนครั้งนี้โดดเด่นเพราะใช้พลังงานต่ำมากและสามารถทำงานได้แม้ในสภาพอากาศไม่สมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่ยุคใหม่ของอินเทอร์เน็ตผ่านอวกาศที่เร็วกว่า มีประสิทธิภาพกว่า และเป็นมิตรต่อวงโคจรโลกมากขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    จีนส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตจากดาวเทียมด้วยเลเซอร์พลังงานเพียง 2W
    ความเร็วสูงสุดที่ทำได้คือ 1 Gbps
    ใช้เทคโนโลยี AO‑MDR synergy และกล้องโทรทรรศน์ 1.8 ม. พร้อม 357 ไมโครมิเรอร์
    ดาวเทียมอยู่ที่ระยะ 36,705 กม. ซึ่งลดปัญหาความแออัดในวงโคจรต่ำ
    ระบบสามารถรักษาความเร็วได้แม้มีฝน หมอก หรือความปั่นป่วนในอากาศ
    จีนและญี่ปุ่นต่างมีความก้าวหน้าในเทคโนโลยีเลเซอร์สื่อสารภาคพื้นดิน–อวกาศ

    คำเตือน / ความเสี่ยง
    การสื่อสารด้วยเลเซอร์ยังคงได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ แม้จะมีการแก้ไขแล้วบางส่วน
    การแข่งขันด้านดาวเทียมอาจทำให้เกิดความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างประเทศ
    หากมีการใช้งานเชิงพาณิชย์จำนวนมาก อาจต้องพิจารณาความเสถียรของระบบในระยะยาว

    https://www.slashgear.com/2065836/china-satellite-internet-low-level-lasers/
    🚀🔭 จีนโชว์อินเทอร์เน็ตผ่านเลเซอร์พลังต่ำจากอวกาศ — ความเร็วแตะ 1 Gbps ด้วยพลังงานแค่ 2 วัตต์ นี่คือหนึ่งในก้าวกระโดดด้านการสื่อสารผ่านดาวเทียมที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2026 เมื่อทีมนักวิจัยจีนสามารถส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตจากอวกาศลงสู่พื้นโลกด้วยความเร็ว 1 Gbps โดยใช้เลเซอร์พลังงานเพียง 2 วัตต์ ซึ่งถือว่าต่ำกว่าระบบของ Starlink อย่างมหาศาลตามข้อมูลในหน้าที่คุณเปิดอยู่ เทคโนโลยีนี้อาศัยโครงสร้างลิงก์ไร้สายแบบใหม่ชื่อ AO‑MDR synergy และใช้กล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นดินขนาด 1.8 เมตรที่มี 357 ไมโครมิเรอร์ เพื่อรวมสัญญาณเลเซอร์จากดาวเทียมให้มีความเสถียร แม้จะมีฝน หมอก หรือความปั่นป่วนในชั้นบรรยากาศ ทีมวิจัยยังคงรักษาความเร็วระดับกิกะบิตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของการสื่อสารด้วยเลเซอร์มานานหลายปี สิ่งที่น่าสนใจคือดาวเทียมทดลองของจีนถูกวางไว้ที่ระยะ 36,705 กิโลเมตร ซึ่งสูงกว่า Starlink ที่อยู่ในวงโคจรต่ำเพียง 550 กม. มาก ทำให้หลีกเลี่ยงปัญหาความแออัดของดาวเทียมและมลภาวะแสงที่นักดาราศาสตร์ทั่วโลกกังวลอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงด้านสัญญาณรบกวนทางวิทยุที่เกิดจากกลุ่มดาวเทียมเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ การพัฒนานี้เกิดขึ้นในช่วงที่หลายประเทศ—including NASA และ JAXA—กำลังเร่งวิจัยการสื่อสารด้วยเลเซอร์เช่นกัน โดยมีการสาธิตความเร็วสูงถึง 200 Gbps ในบางโครงการ แต่ความสำเร็จของจีนครั้งนี้โดดเด่นเพราะใช้พลังงานต่ำมากและสามารถทำงานได้แม้ในสภาพอากาศไม่สมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่ยุคใหม่ของอินเทอร์เน็ตผ่านอวกาศที่เร็วกว่า มีประสิทธิภาพกว่า และเป็นมิตรต่อวงโคจรโลกมากขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ จีนส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตจากดาวเทียมด้วยเลเซอร์พลังงานเพียง 2W ➡️ ความเร็วสูงสุดที่ทำได้คือ 1 Gbps ➡️ ใช้เทคโนโลยี AO‑MDR synergy และกล้องโทรทรรศน์ 1.8 ม. พร้อม 357 ไมโครมิเรอร์ ➡️ ดาวเทียมอยู่ที่ระยะ 36,705 กม. ซึ่งลดปัญหาความแออัดในวงโคจรต่ำ ➡️ ระบบสามารถรักษาความเร็วได้แม้มีฝน หมอก หรือความปั่นป่วนในอากาศ ➡️ จีนและญี่ปุ่นต่างมีความก้าวหน้าในเทคโนโลยีเลเซอร์สื่อสารภาคพื้นดิน–อวกาศ ‼️ คำเตือน / ความเสี่ยง ⛔ การสื่อสารด้วยเลเซอร์ยังคงได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ แม้จะมีการแก้ไขแล้วบางส่วน ⛔ การแข่งขันด้านดาวเทียมอาจทำให้เกิดความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างประเทศ ⛔ หากมีการใช้งานเชิงพาณิชย์จำนวนมาก อาจต้องพิจารณาความเสถียรของระบบในระยะยาว https://www.slashgear.com/2065836/china-satellite-internet-low-level-lasers/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    China Beamed Gigabit Internet From Space Using Low-Power Lasers: Here's How It Worked - SlashGear
    While the raw speed isn't too impressive, it was achieved using a laser with less power than an energy-saving lightbulb.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 87 มุมมอง 0 รีวิว
  • AI ดาวเทียมค้นพบแหล่งลิเทียมขนาดมหึมาในแคนาดา — อาจเปลี่ยนเกมพลังงานโลก

    การค้นพบครั้งนี้อาจเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมพลังงานยุคใหม่ เมื่อ Fleet Space บริษัทเทคโนโลยีด้านอวกาศประกาศว่าได้ตรวจพบแหล่งลิเทียมขนาดใหญ่ในรัฐควิเบก ประเทศแคนาดา โดยใช้ระบบดาวเทียมที่ขับเคลื่อนด้วย AI การค้นพบนี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 41,000 เฮกตาร์ และอาจมีศักยภาพในการขุดได้มากถึง 329 ล้านตัน ซึ่งถือเป็นปริมาณที่สามารถเปลี่ยนดุลอำนาจด้านทรัพยากรสำคัญของโลกได้

    Fleet Space ใช้แพลตฟอร์ม Exosphere ซึ่งเป็นระบบวิเคราะห์ธรณีฟิสิกส์หลายชั้นที่ผสานข้อมูลจากเซ็นเซอร์ภาคพื้นดินเข้ากับการประมวลผล AI บนดาวเทียม ระบบนี้สามารถสแกนใต้พื้นดินลึกถึง 7 กิโลเมตร และมีความไวสูงกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมถึง 10 เท่า ทำให้สามารถระบุโครงสร้างหินและแร่ที่มีศักยภาพได้อย่างแม่นยำกว่าวิธีเดิมมาก

    การค้นพบนี้เกิดขึ้นในช่วงที่โลกกำลังเผชิญการแข่งขันแย่งชิงลิเทียมอย่างดุเดือด โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งเป็นผู้ครองตลาดการแปรรูปแร่ลิเทียม Fleet Space ระบุว่า AI ช่วยเร่งกระบวนการสำรวจ ลดต้นทุน และเพิ่มความแม่นยำในการเลือกจุดเจาะสำรวจที่มีโอกาสสูงสุด ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในอุตสาหกรรมที่มีอัตราความสำเร็จต่ำมาก—เพียง 1 เหมืองจาก 1,000 โครงการสำรวจ ตามงานวิจัยของมหาวิทยาลัยอุปซอลา

    แม้การค้นพบแหล่งลิเทียมจะเป็นก้าวสำคัญ แต่ยังไม่รับประกันว่าจะสามารถพัฒนาเป็นเหมืองได้จริง เพราะต้องผ่านการสำรวจเชิงลึก การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการลงทุนมหาศาล อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีดาวเทียม + AI กำลังเปลี่ยนวิธีการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ และอาจทำให้แคนาดากลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดลิเทียมโลกในอนาคตอันใกล้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    Fleet Space พบแหล่งลิเทียมขนาดใหญ่ในควิเบก ครอบคลุม 41,000 เฮกตาร์
    ประเมินศักยภาพสูงสุดถึง 329 ล้านตันของแร่ลิเทียม
    ใช้ระบบดาวเทียม Exosphere ที่สแกนลึกได้ถึง 7 กม. และไวกว่าเดิม 10 เท่า
    AI ช่วยคาดการณ์ตำแหน่งแร่ใต้ดินและลดต้นทุนการสำรวจ
    อัตราความสำเร็จของการสำรวจเหมืองต่ำมาก—1 จาก 1,000 โครงการ

    คำเตือน / ความเสี่ยง
    การค้นพบไม่เท่ากับการทำเหมืองได้จริง ต้องผ่านขั้นตอนอีกมาก
    ความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลต่อการพัฒนาแหล่งแร่
    การขุดลิเทียมมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต้องประเมินอย่างรอบคอบ

    https://www.slashgear.com/2064850/canada-ai-satellite-locates-lithium-deposit/
    🇨🇦⚡ AI ดาวเทียมค้นพบแหล่งลิเทียมขนาดมหึมาในแคนาดา — อาจเปลี่ยนเกมพลังงานโลก การค้นพบครั้งนี้อาจเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมพลังงานยุคใหม่ เมื่อ Fleet Space บริษัทเทคโนโลยีด้านอวกาศประกาศว่าได้ตรวจพบแหล่งลิเทียมขนาดใหญ่ในรัฐควิเบก ประเทศแคนาดา โดยใช้ระบบดาวเทียมที่ขับเคลื่อนด้วย AI การค้นพบนี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 41,000 เฮกตาร์ และอาจมีศักยภาพในการขุดได้มากถึง 329 ล้านตัน ซึ่งถือเป็นปริมาณที่สามารถเปลี่ยนดุลอำนาจด้านทรัพยากรสำคัญของโลกได้ Fleet Space ใช้แพลตฟอร์ม Exosphere ซึ่งเป็นระบบวิเคราะห์ธรณีฟิสิกส์หลายชั้นที่ผสานข้อมูลจากเซ็นเซอร์ภาคพื้นดินเข้ากับการประมวลผล AI บนดาวเทียม ระบบนี้สามารถสแกนใต้พื้นดินลึกถึง 7 กิโลเมตร และมีความไวสูงกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมถึง 10 เท่า ทำให้สามารถระบุโครงสร้างหินและแร่ที่มีศักยภาพได้อย่างแม่นยำกว่าวิธีเดิมมาก การค้นพบนี้เกิดขึ้นในช่วงที่โลกกำลังเผชิญการแข่งขันแย่งชิงลิเทียมอย่างดุเดือด โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งเป็นผู้ครองตลาดการแปรรูปแร่ลิเทียม Fleet Space ระบุว่า AI ช่วยเร่งกระบวนการสำรวจ ลดต้นทุน และเพิ่มความแม่นยำในการเลือกจุดเจาะสำรวจที่มีโอกาสสูงสุด ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในอุตสาหกรรมที่มีอัตราความสำเร็จต่ำมาก—เพียง 1 เหมืองจาก 1,000 โครงการสำรวจ ตามงานวิจัยของมหาวิทยาลัยอุปซอลา แม้การค้นพบแหล่งลิเทียมจะเป็นก้าวสำคัญ แต่ยังไม่รับประกันว่าจะสามารถพัฒนาเป็นเหมืองได้จริง เพราะต้องผ่านการสำรวจเชิงลึก การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการลงทุนมหาศาล อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีดาวเทียม + AI กำลังเปลี่ยนวิธีการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ และอาจทำให้แคนาดากลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดลิเทียมโลกในอนาคตอันใกล้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ Fleet Space พบแหล่งลิเทียมขนาดใหญ่ในควิเบก ครอบคลุม 41,000 เฮกตาร์ ➡️ ประเมินศักยภาพสูงสุดถึง 329 ล้านตันของแร่ลิเทียม ➡️ ใช้ระบบดาวเทียม Exosphere ที่สแกนลึกได้ถึง 7 กม. และไวกว่าเดิม 10 เท่า ➡️ AI ช่วยคาดการณ์ตำแหน่งแร่ใต้ดินและลดต้นทุนการสำรวจ ➡️ อัตราความสำเร็จของการสำรวจเหมืองต่ำมาก—1 จาก 1,000 โครงการ ‼️ คำเตือน / ความเสี่ยง ⛔ การค้นพบไม่เท่ากับการทำเหมืองได้จริง ต้องผ่านขั้นตอนอีกมาก ⛔ ความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลต่อการพัฒนาแหล่งแร่ ⛔ การขุดลิเทียมมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต้องประเมินอย่างรอบคอบ https://www.slashgear.com/2064850/canada-ai-satellite-locates-lithium-deposit/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    A Huge Lithium Deposit In Canada May Have Just Been Found Thanks To AI Satellites - SlashGear
    Using AI and satellite-based sensing, researchers have identified a huge lithium deposit in Canada, that could reshape North America’s battery supply chain.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 105 มุมมอง 0 รีวิว
  • Anna’s Archive อ้างว่ามีสำเนา Spotify ขนาด 300TB จุดชนวนการสอบสวนเหตุข้อมูลเพลงรั่วครั้งใหญ่

    เหตุการณ์นี้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมสตรีมมิง เมื่อ Anna’s Archive แพลตฟอร์ม “shadow library” ชื่อดังออกมาอ้างว่าได้ทำการ “มิเรอร์” คลังเพลงของ Spotify เกือบทั้งหมด และเตรียมปล่อยผ่านทอร์เรนต์รวมกว่า 300TB ขณะที่ Spotify ยืนยันว่ากำลังสอบสวนอย่างเร่งด่วนเพื่อประเมินขอบเขตของการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุการณ์นี้อาจกลายเป็นหนึ่งในคดีข้อมูลเพลงรั่วไหลที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

    ตามคำกล่าวของ Anna’s Archive โครงการนี้ถูกนำเสนอในฐานะ “การอนุรักษ์ดนตรี” โดยอ้างว่ารวบรวมเพลงยอดนิยมกว่า 86 ล้านแทร็ก ซึ่งคิดเป็น 99.6% ของยอดฟังทั้งหมดบน Spotify นอกจากนี้ยังปล่อยทอร์เรนต์แรกที่เป็นฐานข้อมูลเมทาดาทาขนาดใหญ่ ครอบคลุมกว่า 256 ล้านแทร็กและรหัส ISRC จำนวน 186 ล้านรายการ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ระบุผลงานเพลงในอุตสาหกรรม

    Spotify ระบุว่าผู้โจมตีอาจเริ่มจากการเก็บเมทาดาทาที่เปิดเผยสาธารณะ ก่อนใช้เทคนิคผิดกฎหมายเพื่อหลบเลี่ยง DRM และเข้าถึงไฟล์เสียงบางส่วน แม้บริษัทจะยังไม่ยืนยันขนาดความเสียหาย แต่ข้อมูลที่ Anna’s Archive เผยแพร่ทำให้เกิดความกังวลอย่างหนัก โดยเฉพาะการใช้คะแนน “popularity score” ของ Spotify เพื่อเลือกดาวน์โหลดเพลงคุณภาพสูงก่อน และการแปลงไฟล์เพลงที่ไม่ค่อยมีคนฟังให้มีขนาดเล็กลงเพื่อประหยัดพื้นที่

    แม้กลุ่มผู้เผยแพร่จะอ้างว่าเป็นการ “อนุรักษ์วัฒนธรรมดนตรี” แต่การดึงข้อมูลจำนวนมหาศาลและเตรียมเผยแพร่ไฟล์เพลงที่มีลิขสิทธิ์อย่างเปิดเผย ถือเป็นการละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์อย่างชัดเจน และอาจนำไปสู่การดำเนินคดี การลบไฟล์ และมาตรการบังคับใช้ที่เข้มงวดขึ้น นอกจากนี้ คลังข้อมูลขนาดมหึมานี้อาจถูกนำไปใช้สร้างแพลตฟอร์มสตรีมมิงเถื่อน หรือใช้ฝึกโมเดล AI ซึ่งเป็นประเด็นถกเถียงที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในโลกของ shadow libraries

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    Anna’s Archive อ้างว่ามีสำเนาคลังเพลง Spotify ขนาด 300TB
    รวบรวมเพลงยอดนิยมกว่า 86 ล้านแทร็ก คิดเป็น 99.6% ของยอดฟังทั้งหมด
    ปล่อยทอร์เรนต์เมทาดาทา 256 ล้านแทร็ก และ ISRC 186 ล้านรายการ
    Spotify ยืนยันว่ากำลังสอบสวนเหตุเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
    ผู้โจมตีใช้เมทาดาทาสาธารณะ + เทคนิคหลบ DRM เพื่อเข้าถึงไฟล์เสียง
    เพลงยอดนิยมถูกเก็บในคุณภาพ OGG Vorbis ~160 kbps
    เพลงความนิยมต่ำถูกแปลงเป็น OGG Opus ~75 kbps เพื่อลดขนาด
    เพลงที่ popularity = 0 ส่วนใหญ่ถูกละเว้น

    คำเตือนด้านความปลอดภัย
    การดึงข้อมูลเพลงจำนวนมากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างชัดเจน
    อาจถูกนำไปสร้างแพลตฟอร์มสตรีมมิงเถื่อนหรือใช้ฝึกโมเดล AI
    เหตุการณ์นี้อาจกระตุ้นให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น
    การรั่วไหลของเมทาดาทาและไฟล์เสียงอาจส่งผลกระทบต่อศิลปินและค่ายเพลงในวงกว้าง

    https://securityonline.info/annas-archive-claims-300tb-spotify-mirror-forcing-an-investigation-into-a-massive-music-data-leak/
    🎧🔥 Anna’s Archive อ้างว่ามีสำเนา Spotify ขนาด 300TB จุดชนวนการสอบสวนเหตุข้อมูลเพลงรั่วครั้งใหญ่ เหตุการณ์นี้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมสตรีมมิง เมื่อ Anna’s Archive แพลตฟอร์ม “shadow library” ชื่อดังออกมาอ้างว่าได้ทำการ “มิเรอร์” คลังเพลงของ Spotify เกือบทั้งหมด และเตรียมปล่อยผ่านทอร์เรนต์รวมกว่า 300TB ขณะที่ Spotify ยืนยันว่ากำลังสอบสวนอย่างเร่งด่วนเพื่อประเมินขอบเขตของการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุการณ์นี้อาจกลายเป็นหนึ่งในคดีข้อมูลเพลงรั่วไหลที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ตามคำกล่าวของ Anna’s Archive โครงการนี้ถูกนำเสนอในฐานะ “การอนุรักษ์ดนตรี” โดยอ้างว่ารวบรวมเพลงยอดนิยมกว่า 86 ล้านแทร็ก ซึ่งคิดเป็น 99.6% ของยอดฟังทั้งหมดบน Spotify นอกจากนี้ยังปล่อยทอร์เรนต์แรกที่เป็นฐานข้อมูลเมทาดาทาขนาดใหญ่ ครอบคลุมกว่า 256 ล้านแทร็กและรหัส ISRC จำนวน 186 ล้านรายการ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ระบุผลงานเพลงในอุตสาหกรรม Spotify ระบุว่าผู้โจมตีอาจเริ่มจากการเก็บเมทาดาทาที่เปิดเผยสาธารณะ ก่อนใช้เทคนิคผิดกฎหมายเพื่อหลบเลี่ยง DRM และเข้าถึงไฟล์เสียงบางส่วน แม้บริษัทจะยังไม่ยืนยันขนาดความเสียหาย แต่ข้อมูลที่ Anna’s Archive เผยแพร่ทำให้เกิดความกังวลอย่างหนัก โดยเฉพาะการใช้คะแนน “popularity score” ของ Spotify เพื่อเลือกดาวน์โหลดเพลงคุณภาพสูงก่อน และการแปลงไฟล์เพลงที่ไม่ค่อยมีคนฟังให้มีขนาดเล็กลงเพื่อประหยัดพื้นที่ แม้กลุ่มผู้เผยแพร่จะอ้างว่าเป็นการ “อนุรักษ์วัฒนธรรมดนตรี” แต่การดึงข้อมูลจำนวนมหาศาลและเตรียมเผยแพร่ไฟล์เพลงที่มีลิขสิทธิ์อย่างเปิดเผย ถือเป็นการละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์อย่างชัดเจน และอาจนำไปสู่การดำเนินคดี การลบไฟล์ และมาตรการบังคับใช้ที่เข้มงวดขึ้น นอกจากนี้ คลังข้อมูลขนาดมหึมานี้อาจถูกนำไปใช้สร้างแพลตฟอร์มสตรีมมิงเถื่อน หรือใช้ฝึกโมเดล AI ซึ่งเป็นประเด็นถกเถียงที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในโลกของ shadow libraries 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ Anna’s Archive อ้างว่ามีสำเนาคลังเพลง Spotify ขนาด 300TB ➡️ รวบรวมเพลงยอดนิยมกว่า 86 ล้านแทร็ก คิดเป็น 99.6% ของยอดฟังทั้งหมด ➡️ ปล่อยทอร์เรนต์เมทาดาทา 256 ล้านแทร็ก และ ISRC 186 ล้านรายการ ➡️ Spotify ยืนยันว่ากำลังสอบสวนเหตุเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ➡️ ผู้โจมตีใช้เมทาดาทาสาธารณะ + เทคนิคหลบ DRM เพื่อเข้าถึงไฟล์เสียง ➡️ เพลงยอดนิยมถูกเก็บในคุณภาพ OGG Vorbis ~160 kbps ➡️ เพลงความนิยมต่ำถูกแปลงเป็น OGG Opus ~75 kbps เพื่อลดขนาด ➡️ เพลงที่ popularity = 0 ส่วนใหญ่ถูกละเว้น ‼️ คำเตือนด้านความปลอดภัย ⛔ การดึงข้อมูลเพลงจำนวนมากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างชัดเจน ⛔ อาจถูกนำไปสร้างแพลตฟอร์มสตรีมมิงเถื่อนหรือใช้ฝึกโมเดล AI ⛔ เหตุการณ์นี้อาจกระตุ้นให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น ⛔ การรั่วไหลของเมทาดาทาและไฟล์เสียงอาจส่งผลกระทบต่อศิลปินและค่ายเพลงในวงกว้าง https://securityonline.info/annas-archive-claims-300tb-spotify-mirror-forcing-an-investigation-into-a-massive-music-data-leak/
    SECURITYONLINE.INFO
    Anna’s Archive Claims 300TB Spotify Mirror, Forcing an Investigation Into a Massive Music Data Leak
    Anna’s Archive claims it mirrored Spotify’s catalog into a 300TB torrent trove, prompting an investigation into DRM bypass, piracy, and copyright risks.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 95 มุมมอง 0 รีวิว
  • “Prefix Swap” Panic: มัลแวร์ปลอมตัวเป็น Jackson หลุดเข้า Maven Central แบบแนบเนียน

    ระบบนิเวศของ Java ซึ่งเคยถูกมองว่าแข็งแกร่งกว่า npm อย่างมาก ต้องเผชิญกับเหตุโจมตีซัพพลายเชนที่ซับซ้อนที่สุดครั้งหนึ่ง เมื่อมีการค้นพบแพ็กเกจปลอมบน Maven Central ที่ปลอมตัวเป็นไลบรารี Jackson JSON อันโด่งดัง รายงานจาก Aikido Security ระบุว่าแพ็กเกจอันตรายนี้ใช้เทคนิค “prefix swap” โดยสลับ namespace จาก com.fasterxml ของจริงเป็น org.fasterxml ที่ผู้โจมตีควบคุม ทำให้ดูเหมือนของจริงแทบแยกไม่ออก

    ความแนบเนียนไม่ได้หยุดแค่ชื่อแพ็กเกจ แม้แต่โครงสร้าง C2 ก็ถูกออกแบบให้คล้ายกัน โดยเปลี่ยนโดเมนจาก fasterxml.com เป็น fasterxml.org ซึ่งดูเผิน ๆ เหมือนเป็นโดเมนที่เกี่ยวข้อง แต่จริง ๆ แล้วเป็นของผู้โจมตีทั้งหมด มัลแวร์นี้ยังถูกออกแบบอย่างซับซ้อนกว่าที่พบใน ecosystem อื่น ๆ โดยมี payload หลายชั้น, การเข้ารหัสคอนฟิก, และการดาวน์โหลด executable เฉพาะแพลตฟอร์มจากเซิร์ฟเวอร์ควบคุม

    เหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งแรกที่พบมัลแวร์ระดับสูงใน Maven Central และเผยให้เห็นช่องโหว่สำคัญของระบบ namespace แบบ reverse-domain ที่ Java ใช้มานาน แม้จะช่วยลดการชนกันของชื่อแพ็กเกจ แต่กลับไม่มีระบบตรวจจับการสลับ TLD เช่น .com → .org ซึ่งเป็นเทคนิค typosquatting แบบใหม่ที่อันตรายอย่างยิ่ง แม้แพ็กเกจปลอมจะถูกลบออกภายใน 1.5 ชั่วโมง แต่เทคนิคนี้ยังคงเป็นภัยคุกคามที่สามารถลอกเลียนแบบได้ง่ายและมีโอกาสถูกนำไปใช้กับไลบรารีชื่อดังอื่น ๆ เช่น Google หรือ Apache

    รายงานสรุปด้วยคำเตือนเร่งด่วนว่า Maven Central จำเป็นต้องเพิ่มระบบ “prefix similarity detection” เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เลียนแบบในอนาคต เพราะตอนนี้คือช่วงเวลาที่ต้องลงมือก่อนที่เทคนิคนี้จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของผู้โจมตีซัพพลายเชน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    พบแพ็กเกจปลอม org.fasterxml.jackson.core/jackson-databind บน Maven Central
    ใช้เทคนิค “prefix swap” สลับ com.fasterxml → org.fasterxml
    C2 ปลอมใช้โดเมน fasterxml.org แทน fasterxml.com
    มัลแวร์มี payload หลายชั้น พร้อมการเข้ารหัสและ obfuscation
    ถือเป็นครั้งแรกที่พบมัลแวร์ระดับสูงใน Maven Central
    แพ็กเกจถูกลบภายใน 1.5 ชั่วโมงหลังถูกรายงาน
    เทคนิคนี้สามารถลอกเลียนแบบได้ง่ายและเสี่ยงต่อไลบรารีดังอื่น ๆ
    มีข้อเสนอให้เพิ่มระบบตรวจจับความคล้ายของ prefix

    คำเตือนด้านความปลอดภัย
    การสลับ namespace และ TLD เป็นเทคนิคที่ตรวจจับยากมาก
    นักพัฒนาอาจติดตั้งมัลแวร์โดยไม่รู้ตัวแม้จะตรวจสอบชื่อแพ็กเกจแล้ว
    ระบบ reverse-domain ของ Java ยังไม่มีการป้องกัน typosquatting แบบนี้
    อาจเกิดการโจมตีเลียนแบบกับไลบรารีสำคัญอื่น ๆ ในอนาคตอันใกล้

    https://securityonline.info/prefix-swap-panic-sophisticated-jackson-imposter-infiltrates-maven-central/
    🧩⚠️ “Prefix Swap” Panic: มัลแวร์ปลอมตัวเป็น Jackson หลุดเข้า Maven Central แบบแนบเนียน ระบบนิเวศของ Java ซึ่งเคยถูกมองว่าแข็งแกร่งกว่า npm อย่างมาก ต้องเผชิญกับเหตุโจมตีซัพพลายเชนที่ซับซ้อนที่สุดครั้งหนึ่ง เมื่อมีการค้นพบแพ็กเกจปลอมบน Maven Central ที่ปลอมตัวเป็นไลบรารี Jackson JSON อันโด่งดัง รายงานจาก Aikido Security ระบุว่าแพ็กเกจอันตรายนี้ใช้เทคนิค “prefix swap” โดยสลับ namespace จาก com.fasterxml ของจริงเป็น org.fasterxml ที่ผู้โจมตีควบคุม ทำให้ดูเหมือนของจริงแทบแยกไม่ออก ความแนบเนียนไม่ได้หยุดแค่ชื่อแพ็กเกจ แม้แต่โครงสร้าง C2 ก็ถูกออกแบบให้คล้ายกัน โดยเปลี่ยนโดเมนจาก fasterxml.com เป็น fasterxml.org ซึ่งดูเผิน ๆ เหมือนเป็นโดเมนที่เกี่ยวข้อง แต่จริง ๆ แล้วเป็นของผู้โจมตีทั้งหมด มัลแวร์นี้ยังถูกออกแบบอย่างซับซ้อนกว่าที่พบใน ecosystem อื่น ๆ โดยมี payload หลายชั้น, การเข้ารหัสคอนฟิก, และการดาวน์โหลด executable เฉพาะแพลตฟอร์มจากเซิร์ฟเวอร์ควบคุม เหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งแรกที่พบมัลแวร์ระดับสูงใน Maven Central และเผยให้เห็นช่องโหว่สำคัญของระบบ namespace แบบ reverse-domain ที่ Java ใช้มานาน แม้จะช่วยลดการชนกันของชื่อแพ็กเกจ แต่กลับไม่มีระบบตรวจจับการสลับ TLD เช่น .com → .org ซึ่งเป็นเทคนิค typosquatting แบบใหม่ที่อันตรายอย่างยิ่ง แม้แพ็กเกจปลอมจะถูกลบออกภายใน 1.5 ชั่วโมง แต่เทคนิคนี้ยังคงเป็นภัยคุกคามที่สามารถลอกเลียนแบบได้ง่ายและมีโอกาสถูกนำไปใช้กับไลบรารีชื่อดังอื่น ๆ เช่น Google หรือ Apache รายงานสรุปด้วยคำเตือนเร่งด่วนว่า Maven Central จำเป็นต้องเพิ่มระบบ “prefix similarity detection” เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เลียนแบบในอนาคต เพราะตอนนี้คือช่วงเวลาที่ต้องลงมือก่อนที่เทคนิคนี้จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของผู้โจมตีซัพพลายเชน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ พบแพ็กเกจปลอม org.fasterxml.jackson.core/jackson-databind บน Maven Central ➡️ ใช้เทคนิค “prefix swap” สลับ com.fasterxml → org.fasterxml ➡️ C2 ปลอมใช้โดเมน fasterxml.org แทน fasterxml.com ➡️ มัลแวร์มี payload หลายชั้น พร้อมการเข้ารหัสและ obfuscation ➡️ ถือเป็นครั้งแรกที่พบมัลแวร์ระดับสูงใน Maven Central ➡️ แพ็กเกจถูกลบภายใน 1.5 ชั่วโมงหลังถูกรายงาน ➡️ เทคนิคนี้สามารถลอกเลียนแบบได้ง่ายและเสี่ยงต่อไลบรารีดังอื่น ๆ ➡️ มีข้อเสนอให้เพิ่มระบบตรวจจับความคล้ายของ prefix ‼️ คำเตือนด้านความปลอดภัย ⛔ การสลับ namespace และ TLD เป็นเทคนิคที่ตรวจจับยากมาก ⛔ นักพัฒนาอาจติดตั้งมัลแวร์โดยไม่รู้ตัวแม้จะตรวจสอบชื่อแพ็กเกจแล้ว ⛔ ระบบ reverse-domain ของ Java ยังไม่มีการป้องกัน typosquatting แบบนี้ ⛔ อาจเกิดการโจมตีเลียนแบบกับไลบรารีสำคัญอื่น ๆ ในอนาคตอันใกล้ https://securityonline.info/prefix-swap-panic-sophisticated-jackson-imposter-infiltrates-maven-central/
    SECURITYONLINE.INFO
    "Prefix Swap" Panic: Sophisticated "Jackson" Imposter Infiltrates Maven Central
    Aikido Security uncovers the first sophisticated malware on Maven Central: a "prefix swap" attack on the Jackson library used to steal data.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 72 มุมมอง 0 รีวิว
  • EmEditor ถูกเจาะ! มัลแวร์ปลอมชื่อ “WALSHAM” ปลอมตัวเป็นตัวติดตั้งจริงและดูดข้อมูลผู้ใช้

    เหตุการณ์โจมตีซัพพลายเชนครั้งใหญ่เกิดขึ้นก่อนวันคริสต์มาสเพียงไม่กี่วัน เมื่อ EmEditor โปรแกรมแก้ไขข้อความยอดนิยมถูกแฮกเกอร์สลับตัวติดตั้งจริงกับไฟล์ MSI อันตรายเป็นเวลานานเกือบ 4 วัน รายงานจากทีม RedDrip ของ Qianxin เผยว่าผู้ใช้จำนวนมาก—ตั้งแต่นักพัฒนาไปจนถึงทีมไอที—ดาวน์โหลดโทรจันขโมยข้อมูลโดยไม่รู้ตัวผ่านปุ่ม “Download Now” บนเว็บไซต์ทางการที่ถูกเปลี่ยนเส้นทางอย่างแนบเนียน

    สิ่งที่ทำให้การโจมตีครั้งนี้อันตรายยิ่งขึ้นคือไฟล์ปลอมถูกเซ็นด้วยใบรับรองดิจิทัลของบริษัทลวงชื่อ “WALSHAM INVESTMENTS LIMITED” แทนที่จะเป็น “Emurasoft, Inc.” ตัวมัลแวร์ไม่ได้เป็นเพียงตัวดาวน์โหลดธรรมดา แต่เป็นเครื่องมือดูดข้อมูลขั้นสูงที่รันสคริปต์ PowerShell เพื่อเก็บข้อมูลระบบ สร้างกุญแจ RSA และเข้ารหัสข้อมูลที่ถูกขโมย ก่อนส่งกลับไปยังผู้โจมตี

    ขอบเขตของข้อมูลที่ถูกล้วงมีความรุนแรงอย่างมาก ตั้งแต่คอนฟิก VPN, คุกกี้และรหัสผ่านจากเบราว์เซอร์ยอดนิยม, ไปจนถึงข้อมูลแอปพลิเคชันอย่าง Discord, Slack, Zoom, WinSCP และ PuTTY รวมถึงไฟล์ใน Desktop, Documents และ Downloads นอกจากนี้ มัลแวร์ยังติดตั้งส่วนขยายเบราว์เซอร์ปลอมชื่อ “Google Drive Caching” ซึ่งเป็นเครื่องมือจารกรรมเต็มรูปแบบที่สามารถ keylogging, ถ่ายภาพหน้าจอ, ขโมยบัญชีโฆษณา Facebook และดักเปลี่ยนที่อยู่กระเป๋าคริปโตในคลิปบอร์ดได้

    ที่น่าสนใจคือมัลแวร์มี “รายการประเทศที่ไม่ต้องการติดเชื้อ” โดยจะหยุดทำงานทันทีหากพบภาษาระบบที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย ยูเครน คาซัคสถาน หรืออิหร่าน ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้ในกลุ่มภัยคุกคามระดับรัฐบางกลุ่ม เหตุการณ์นี้ถูกประเมินว่าเป็นภัยระดับสูงต่อองค์กรและหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะในจีนและประเทศที่ใช้ EmEditor อย่างแพร่หลาย ทีมความปลอดภัยถูกแนะนำให้ตรวจสอบใบรับรอง “WALSHAM INVESTMENTS LIMITED” และส่วนขยาย “Google Drive Caching” ทันที

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    EmEditor ถูกโจมตีซัพพลายเชนระหว่าง 19–22 ธันวาคม 2025
    ปุ่มดาวน์โหลดถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยัง MSI อันตราย
    ไฟล์ปลอมเซ็นด้วยชื่อ “WALSHAM INVESTMENTS LIMITED”
    มัลแวร์ใช้ PowerShell เก็บข้อมูลและเข้ารหัสด้วย RSA
    ขโมยข้อมูล VPN, เบราว์เซอร์, แอปพลิเคชัน และไฟล์สำคัญ
    ติดตั้งส่วนขยายปลอม “Google Drive Caching” เพื่อคงอยู่ในระบบ
    ส่วนขยายมีความสามารถ keylogging, screenshot, ขโมยบัญชี และดักกระเป๋าคริปโต
    มัลแวร์หยุดทำงานหากพบภาษาระบบของรัสเซีย–อดีตโซเวียต–อิหร่าน
    เหตุการณ์ถูกประเมินว่าเป็นภัยระดับสูงต่อองค์กรและรัฐบาล

    คำเตือนด้านความปลอดภัย
    ซัพพลายเชนซอฟต์แวร์เป็นจุดโจมตีที่ตรวจจับยากและสร้างความเสียหายวงกว้าง
    ไฟล์ MSI ที่เซ็นด้วยใบรับรองปลอมสามารถหลอกผู้ใช้ได้ง่าย
    ส่วนขยายเบราว์เซอร์ปลอมเป็นช่องทางคงอยู่ที่อันตรายมาก
    ข้อมูลที่ถูกขโมยครอบคลุมทั้งระบบงานและข้อมูลส่วนบุคคล
    องค์กรควรตรวจสอบใบรับรองและส่วนขยายต้องสงสัยทันที

    https://securityonline.info/emeditor-compromised-walsham-imposter-poisons-official-installer-with-spyware/
    🧨💻 EmEditor ถูกเจาะ! มัลแวร์ปลอมชื่อ “WALSHAM” ปลอมตัวเป็นตัวติดตั้งจริงและดูดข้อมูลผู้ใช้ เหตุการณ์โจมตีซัพพลายเชนครั้งใหญ่เกิดขึ้นก่อนวันคริสต์มาสเพียงไม่กี่วัน เมื่อ EmEditor โปรแกรมแก้ไขข้อความยอดนิยมถูกแฮกเกอร์สลับตัวติดตั้งจริงกับไฟล์ MSI อันตรายเป็นเวลานานเกือบ 4 วัน รายงานจากทีม RedDrip ของ Qianxin เผยว่าผู้ใช้จำนวนมาก—ตั้งแต่นักพัฒนาไปจนถึงทีมไอที—ดาวน์โหลดโทรจันขโมยข้อมูลโดยไม่รู้ตัวผ่านปุ่ม “Download Now” บนเว็บไซต์ทางการที่ถูกเปลี่ยนเส้นทางอย่างแนบเนียน สิ่งที่ทำให้การโจมตีครั้งนี้อันตรายยิ่งขึ้นคือไฟล์ปลอมถูกเซ็นด้วยใบรับรองดิจิทัลของบริษัทลวงชื่อ “WALSHAM INVESTMENTS LIMITED” แทนที่จะเป็น “Emurasoft, Inc.” ตัวมัลแวร์ไม่ได้เป็นเพียงตัวดาวน์โหลดธรรมดา แต่เป็นเครื่องมือดูดข้อมูลขั้นสูงที่รันสคริปต์ PowerShell เพื่อเก็บข้อมูลระบบ สร้างกุญแจ RSA และเข้ารหัสข้อมูลที่ถูกขโมย ก่อนส่งกลับไปยังผู้โจมตี ขอบเขตของข้อมูลที่ถูกล้วงมีความรุนแรงอย่างมาก ตั้งแต่คอนฟิก VPN, คุกกี้และรหัสผ่านจากเบราว์เซอร์ยอดนิยม, ไปจนถึงข้อมูลแอปพลิเคชันอย่าง Discord, Slack, Zoom, WinSCP และ PuTTY รวมถึงไฟล์ใน Desktop, Documents และ Downloads นอกจากนี้ มัลแวร์ยังติดตั้งส่วนขยายเบราว์เซอร์ปลอมชื่อ “Google Drive Caching” ซึ่งเป็นเครื่องมือจารกรรมเต็มรูปแบบที่สามารถ keylogging, ถ่ายภาพหน้าจอ, ขโมยบัญชีโฆษณา Facebook และดักเปลี่ยนที่อยู่กระเป๋าคริปโตในคลิปบอร์ดได้ ที่น่าสนใจคือมัลแวร์มี “รายการประเทศที่ไม่ต้องการติดเชื้อ” โดยจะหยุดทำงานทันทีหากพบภาษาระบบที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย ยูเครน คาซัคสถาน หรืออิหร่าน ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้ในกลุ่มภัยคุกคามระดับรัฐบางกลุ่ม เหตุการณ์นี้ถูกประเมินว่าเป็นภัยระดับสูงต่อองค์กรและหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะในจีนและประเทศที่ใช้ EmEditor อย่างแพร่หลาย ทีมความปลอดภัยถูกแนะนำให้ตรวจสอบใบรับรอง “WALSHAM INVESTMENTS LIMITED” และส่วนขยาย “Google Drive Caching” ทันที 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ EmEditor ถูกโจมตีซัพพลายเชนระหว่าง 19–22 ธันวาคม 2025 ➡️ ปุ่มดาวน์โหลดถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยัง MSI อันตราย ➡️ ไฟล์ปลอมเซ็นด้วยชื่อ “WALSHAM INVESTMENTS LIMITED” ➡️ มัลแวร์ใช้ PowerShell เก็บข้อมูลและเข้ารหัสด้วย RSA ➡️ ขโมยข้อมูล VPN, เบราว์เซอร์, แอปพลิเคชัน และไฟล์สำคัญ ➡️ ติดตั้งส่วนขยายปลอม “Google Drive Caching” เพื่อคงอยู่ในระบบ ➡️ ส่วนขยายมีความสามารถ keylogging, screenshot, ขโมยบัญชี และดักกระเป๋าคริปโต ➡️ มัลแวร์หยุดทำงานหากพบภาษาระบบของรัสเซีย–อดีตโซเวียต–อิหร่าน ➡️ เหตุการณ์ถูกประเมินว่าเป็นภัยระดับสูงต่อองค์กรและรัฐบาล ‼️ คำเตือนด้านความปลอดภัย ⛔ ซัพพลายเชนซอฟต์แวร์เป็นจุดโจมตีที่ตรวจจับยากและสร้างความเสียหายวงกว้าง ⛔ ไฟล์ MSI ที่เซ็นด้วยใบรับรองปลอมสามารถหลอกผู้ใช้ได้ง่าย ⛔ ส่วนขยายเบราว์เซอร์ปลอมเป็นช่องทางคงอยู่ที่อันตรายมาก ⛔ ข้อมูลที่ถูกขโมยครอบคลุมทั้งระบบงานและข้อมูลส่วนบุคคล ⛔ องค์กรควรตรวจสอบใบรับรองและส่วนขยายต้องสงสัยทันที https://securityonline.info/emeditor-compromised-walsham-imposter-poisons-official-installer-with-spyware/
    SECURITYONLINE.INFO
    EmEditor Compromised: "WALSHAM" Imposter Poisons Official Installer with Spyware
    EmEditor confirms its official site was compromised, redirecting users to a malicious MSI signed by WALSHAM INVESTMENTS LIMITED to steal sensitive data.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 124 มุมมอง 0 รีวิว
  • The Christmas Heist: แฮกเกอร์ Shai‑Hulud เจาะ Trust Wallet กวาดเงินคริปโต $8.5M

    เหตุการณ์โจมตีครั้งใหญ่ในช่วงคริสต์มาสปี 2025 ได้สั่นสะเทือนวงการคริปโต เมื่อ Trust Wallet กระเป๋าเงินแบบ non‑custodial ที่อยู่ภายใต้ Binance ถูกแฮกเกอร์กลุ่ม Shai‑Hulud เจาะระบบผ่านการโจมตีซัพพลายเชน NPM และยึดกระบวนการอัปเดตส่วนขยายบน Chrome Web Store ได้สำเร็จ ผู้โจมตีสลับเวอร์ชันจริงของส่วนขยายด้วยเวอร์ชันปลอมที่ฝัง Backdoor เพื่อขโมย Seed Phrase ของผู้ใช้โดยตรง ส่งผลให้ยอดความเสียหายรวมพุ่งถึง 8.5 ล้านดอลลาร์

    จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์เกิดจากการที่แฮกเกอร์สามารถเจาะ NPM packages หลายตัวในเดือนพฤศจิกายน 2025 และขโมย GitHub credentials ของนักพัฒนา Trust Wallet ทำให้พวกเขาเข้าถึงซอร์สโค้ดและ API keys ของ Chrome Web Store ได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยสิทธิ์เหล่านี้ ผู้โจมตีสามารถอัปโหลดส่วนขยายปลอมโดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบของทีม Trust Wallet ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างแนบเนียน

    ในเดือนธันวาคม 2025 แฮกเกอร์เริ่มเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน โดยจดโดเมนใหม่ metrics.trustwallet.com เพื่อใช้เป็นเซิร์ฟเวอร์ควบคุมของส่วนขยายปลอม เมื่อถึงช่วงคริสต์มาส—เวลาที่ทีมงานและผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเฝ้าระวัง—ผู้โจมตีก็เริ่มเก็บเกี่ยว Seed Phrase ที่ถูกขโมยไปก่อนหน้า และเริ่มถอนเงินจากกระเป๋าของเหยื่อจำนวนมาก

    โชคยังดีที่นักวิจัยด้านความปลอดภัยอย่าง 0xAkinator, ZachXBT และทีมพันธมิตรอย่าง Hashdit ตรวจพบความผิดปกติอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งมีการโจมตี DDoS แบบป้องกัน (โดย white‑hat) เพื่อทำให้เซิร์ฟเวอร์ของผู้โจมตีล่ม ลดความเสียหายเพิ่มเติมลงได้บางส่วน สุดท้าย Trust Wallet ออกเวอร์ชัน 2.69 ที่ปลอดภัยและบังคับอัปเดตให้ผู้ใช้ทั้งหมด ขณะที่ Binance ประกาศชดเชยเหยื่อเต็มจำนวน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    Trust Wallet ถูกแทนที่ด้วยส่วนขยายปลอมบน Chrome Web Store
    ความเสียหายรวมประมาณ $8.5 ล้านดอลลาร์
    Binance ชดเชยผู้ใช้เต็มจำนวน
    จุดเริ่มต้นมาจาก NPM supply‑chain attack
    แฮกเกอร์ขโมย GitHub credentials และ Chrome Web Store API keys
    ผู้โจมตีอัปโหลดเวอร์ชันปลอมโดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบ
    โดเมนปลอม metrics.trustwallet.com ถูกใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐาน
    เวอร์ชันที่แก้ไขแล้วคือ Trust Wallet 2.69

    คำเตือนด้านความปลอดภัย
    การโจมตีซัพพลายเชนสามารถเกิดขึ้นได้แม้กับองค์กรใหญ่
    ส่วนขยายเบราว์เซอร์เป็นจุดเสี่ยงสูงต่อการถูกปลอมแปลง
    Seed Phrase ที่ถูกขโมย = สูญเสียเงินทั้งหมดแบบไม่สามารถย้อนคืน
    ผู้ใช้ควรตรวจสอบแหล่งดาวน์โหลดทุกครั้ง โดยเฉพาะช่วงวันหยุดหรือช่วงที่ทีมพัฒนาไม่เฝ้าระวัง

    https://securityonline.info/the-christmas-heist-how-shai-hulud-hijacked-trust-wallet-for-an-8-5m-score/
    🎄💸 The Christmas Heist: แฮกเกอร์ Shai‑Hulud เจาะ Trust Wallet กวาดเงินคริปโต $8.5M เหตุการณ์โจมตีครั้งใหญ่ในช่วงคริสต์มาสปี 2025 ได้สั่นสะเทือนวงการคริปโต เมื่อ Trust Wallet กระเป๋าเงินแบบ non‑custodial ที่อยู่ภายใต้ Binance ถูกแฮกเกอร์กลุ่ม Shai‑Hulud เจาะระบบผ่านการโจมตีซัพพลายเชน NPM และยึดกระบวนการอัปเดตส่วนขยายบน Chrome Web Store ได้สำเร็จ ผู้โจมตีสลับเวอร์ชันจริงของส่วนขยายด้วยเวอร์ชันปลอมที่ฝัง Backdoor เพื่อขโมย Seed Phrase ของผู้ใช้โดยตรง ส่งผลให้ยอดความเสียหายรวมพุ่งถึง 8.5 ล้านดอลลาร์ จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์เกิดจากการที่แฮกเกอร์สามารถเจาะ NPM packages หลายตัวในเดือนพฤศจิกายน 2025 และขโมย GitHub credentials ของนักพัฒนา Trust Wallet ทำให้พวกเขาเข้าถึงซอร์สโค้ดและ API keys ของ Chrome Web Store ได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยสิทธิ์เหล่านี้ ผู้โจมตีสามารถอัปโหลดส่วนขยายปลอมโดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบของทีม Trust Wallet ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างแนบเนียน ในเดือนธันวาคม 2025 แฮกเกอร์เริ่มเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน โดยจดโดเมนใหม่ metrics.trustwallet.com เพื่อใช้เป็นเซิร์ฟเวอร์ควบคุมของส่วนขยายปลอม เมื่อถึงช่วงคริสต์มาส—เวลาที่ทีมงานและผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเฝ้าระวัง—ผู้โจมตีก็เริ่มเก็บเกี่ยว Seed Phrase ที่ถูกขโมยไปก่อนหน้า และเริ่มถอนเงินจากกระเป๋าของเหยื่อจำนวนมาก โชคยังดีที่นักวิจัยด้านความปลอดภัยอย่าง 0xAkinator, ZachXBT และทีมพันธมิตรอย่าง Hashdit ตรวจพบความผิดปกติอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งมีการโจมตี DDoS แบบป้องกัน (โดย white‑hat) เพื่อทำให้เซิร์ฟเวอร์ของผู้โจมตีล่ม ลดความเสียหายเพิ่มเติมลงได้บางส่วน สุดท้าย Trust Wallet ออกเวอร์ชัน 2.69 ที่ปลอดภัยและบังคับอัปเดตให้ผู้ใช้ทั้งหมด ขณะที่ Binance ประกาศชดเชยเหยื่อเต็มจำนวน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ Trust Wallet ถูกแทนที่ด้วยส่วนขยายปลอมบน Chrome Web Store ➡️ ความเสียหายรวมประมาณ $8.5 ล้านดอลลาร์ ➡️ Binance ชดเชยผู้ใช้เต็มจำนวน ➡️ จุดเริ่มต้นมาจาก NPM supply‑chain attack ➡️ แฮกเกอร์ขโมย GitHub credentials และ Chrome Web Store API keys ➡️ ผู้โจมตีอัปโหลดเวอร์ชันปลอมโดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบ ➡️ โดเมนปลอม metrics.trustwallet.com ถูกใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ➡️ เวอร์ชันที่แก้ไขแล้วคือ Trust Wallet 2.69 ‼️ คำเตือนด้านความปลอดภัย ⛔ การโจมตีซัพพลายเชนสามารถเกิดขึ้นได้แม้กับองค์กรใหญ่ ⛔ ส่วนขยายเบราว์เซอร์เป็นจุดเสี่ยงสูงต่อการถูกปลอมแปลง ⛔ Seed Phrase ที่ถูกขโมย = สูญเสียเงินทั้งหมดแบบไม่สามารถย้อนคืน ⛔ ผู้ใช้ควรตรวจสอบแหล่งดาวน์โหลดทุกครั้ง โดยเฉพาะช่วงวันหยุดหรือช่วงที่ทีมพัฒนาไม่เฝ้าระวัง https://securityonline.info/the-christmas-heist-how-shai-hulud-hijacked-trust-wallet-for-an-8-5m-score/
    SECURITYONLINE.INFO
    The Christmas Heist: How Shai-Hulud Hijacked Trust Wallet for an $8.5M Score
    Trust Wallet hit by an $8.5M heist after Shai-Hulud hackers poisoned the NPM supply chain. Binance is fully compensating affected version 2.68 users.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 89 มุมมอง 0 รีวิว
  • 5 บล็อกเกอร์ที่โด่งดังที่สุดบน Hacker News ปี 2025

    ปี 2025 เป็นปีที่มีการแข่งขันดุเดือดในโลกบล็อกเกอร์สายเทคบน Hacker News และจากข้อมูลสรุปปลายปี พบว่ามี 5 คนที่โดดเด่นที่สุด ทั้งในด้านจำนวนโพสต์ คุณภาพเนื้อหา และความนิยมจากชุมชน โดยอันดับหนึ่งยังคงเป็น Simon Willison ที่ครองตำแหน่ง 3 ปีซ้อนด้วยสไตล์การเขียนที่ตรงไปตรงมาและไม่ขายของใด ๆ เลย

    Jeff Geerling คว้าอันดับ 2 แบบเฉียดฉิวเพียง 9 คะแนนจากอันดับ 3 โดยเขาโดดเด่นจากการทำคอนเทนต์เกี่ยวกับ Raspberry Pi และฮาร์ดแวร์ พร้อมเขียนบล็อกประกอบวิดีโออย่างพิถีพิถัน ไม่ใช่แค่แปะ transcript แบบที่หลายคนทำ ส่วนอันดับ 3 คือ Sean Goedecke ที่กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงหลังโพสต์เกี่ยวกับการทำงานใน Big Tech จนติดท็อป 100 ของปี และโพสต์ของเขาเข้าหน้าแรกถึง 47 ครั้งในปีเดียว

    อันดับ 4 คือ Brian Krebs นักข่าวสายสืบสวนด้านไซเบอร์ที่อยู่ในท็อป 10 ของ HN มานานกว่า 11 ปี โดยปีนี้มีโพสต์หนึ่งเกี่ยวกับการเมืองที่ขึ้นอันดับ 1 แต่ถูกลบเพราะโดน flag จำนวนมาก ซึ่งเป็นชะตากรรมของโพสต์การเมืองบน HN บ่อยครั้ง ปิดท้ายด้วย Neal Agarwal ที่ทำงานแนว interactive art ทุกโพสต์ของเขาขึ้นหน้าแรก และครึ่งหนึ่งขึ้นอันดับ 1 ของวัน ถือเป็นปีที่ประสบความสำเร็จที่สุดของเขาเช่นกัน

    นอกจากนี้ยังมีเกร็ดน่าสนใจ เช่น John Gruber กลับมาติดท็อป 10 ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2020 และ Mahad Kalam ที่ติดอันดับ 21 ด้วยโพสต์เดียวแต่กลายเป็นโพสต์ยอดนิยมที่สุดของปี แสดงให้เห็นว่าบางครั้ง “โพสต์เดียวก็เปลี่ยนชีวิตได้” บน Hacker News

    สรุปประเด็นสำคัญ
    5 บล็อกเกอร์ยอดนิยมปี 2025
    Simon Willison — ครองอันดับ 1 สามปีซ้อน, เขียนกว่า 1,000 โพสต์ในปีเดียว
    Jeff Geerling — อันดับ 2 แบบเฉียดฉิว, เน้นฮาร์ดแวร์และ Raspberry Pi
    Sean Goedecke — ดาวรุ่ง, โพสต์เข้าหน้าแรก 47 ครั้ง
    Brian Krebs — นักข่าวไซเบอร์ระดับตำนาน, ติดท็อป 10 เกือบทุกปี
    Neal Agarwal — งาน interactive art ทุกโพสต์ขึ้นหน้าแรก

    สิ่งที่ทำให้พวกเขาโดดเด่น
    เนื้อหาชัดเจน มีความเห็นเฉพาะตัว
    เขียนสม่ำเสมอและมีคุณภาพ
    เข้าใจสิ่งที่ชุมชน HN สนใจ
    ไม่ขายของ ไม่โฆษณาแฝง

    เกร็ดที่ควรรู้
    โพสต์การเมืองมักถูก flag และหายจากหน้าแรกเร็ว
    ความสำเร็จบน HN มี “ดวง” เข้ามาเกี่ยวข้องไม่น้อย
    บล็อกเกอร์หน้าใหม่อาจต้องโพสต์หลายครั้งกว่าจะติดหน้าแรก

    https://refactoringenglish.com/blog/2025-hn-top-5/
    📰 5 บล็อกเกอร์ที่โด่งดังที่สุดบน Hacker News ปี 2025 ปี 2025 เป็นปีที่มีการแข่งขันดุเดือดในโลกบล็อกเกอร์สายเทคบน Hacker News และจากข้อมูลสรุปปลายปี พบว่ามี 5 คนที่โดดเด่นที่สุด ทั้งในด้านจำนวนโพสต์ คุณภาพเนื้อหา และความนิยมจากชุมชน โดยอันดับหนึ่งยังคงเป็น Simon Willison ที่ครองตำแหน่ง 3 ปีซ้อนด้วยสไตล์การเขียนที่ตรงไปตรงมาและไม่ขายของใด ๆ เลย Jeff Geerling คว้าอันดับ 2 แบบเฉียดฉิวเพียง 9 คะแนนจากอันดับ 3 โดยเขาโดดเด่นจากการทำคอนเทนต์เกี่ยวกับ Raspberry Pi และฮาร์ดแวร์ พร้อมเขียนบล็อกประกอบวิดีโออย่างพิถีพิถัน ไม่ใช่แค่แปะ transcript แบบที่หลายคนทำ ส่วนอันดับ 3 คือ Sean Goedecke ที่กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงหลังโพสต์เกี่ยวกับการทำงานใน Big Tech จนติดท็อป 100 ของปี และโพสต์ของเขาเข้าหน้าแรกถึง 47 ครั้งในปีเดียว อันดับ 4 คือ Brian Krebs นักข่าวสายสืบสวนด้านไซเบอร์ที่อยู่ในท็อป 10 ของ HN มานานกว่า 11 ปี โดยปีนี้มีโพสต์หนึ่งเกี่ยวกับการเมืองที่ขึ้นอันดับ 1 แต่ถูกลบเพราะโดน flag จำนวนมาก ซึ่งเป็นชะตากรรมของโพสต์การเมืองบน HN บ่อยครั้ง ปิดท้ายด้วย Neal Agarwal ที่ทำงานแนว interactive art ทุกโพสต์ของเขาขึ้นหน้าแรก และครึ่งหนึ่งขึ้นอันดับ 1 ของวัน ถือเป็นปีที่ประสบความสำเร็จที่สุดของเขาเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเกร็ดน่าสนใจ เช่น John Gruber กลับมาติดท็อป 10 ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2020 และ Mahad Kalam ที่ติดอันดับ 21 ด้วยโพสต์เดียวแต่กลายเป็นโพสต์ยอดนิยมที่สุดของปี แสดงให้เห็นว่าบางครั้ง “โพสต์เดียวก็เปลี่ยนชีวิตได้” บน Hacker News 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ 5 บล็อกเกอร์ยอดนิยมปี 2025 ➡️ Simon Willison — ครองอันดับ 1 สามปีซ้อน, เขียนกว่า 1,000 โพสต์ในปีเดียว ➡️ Jeff Geerling — อันดับ 2 แบบเฉียดฉิว, เน้นฮาร์ดแวร์และ Raspberry Pi ➡️ Sean Goedecke — ดาวรุ่ง, โพสต์เข้าหน้าแรก 47 ครั้ง ➡️ Brian Krebs — นักข่าวไซเบอร์ระดับตำนาน, ติดท็อป 10 เกือบทุกปี ➡️ Neal Agarwal — งาน interactive art ทุกโพสต์ขึ้นหน้าแรก ✅ สิ่งที่ทำให้พวกเขาโดดเด่น ➡️ เนื้อหาชัดเจน มีความเห็นเฉพาะตัว ➡️ เขียนสม่ำเสมอและมีคุณภาพ ➡️ เข้าใจสิ่งที่ชุมชน HN สนใจ ➡️ ไม่ขายของ ไม่โฆษณาแฝง ‼️ เกร็ดที่ควรรู้ ⛔ โพสต์การเมืองมักถูก flag และหายจากหน้าแรกเร็ว ⛔ ความสำเร็จบน HN มี “ดวง” เข้ามาเกี่ยวข้องไม่น้อย ⛔ บล็อกเกอร์หน้าใหม่อาจต้องโพสต์หลายครั้งกว่าจะติดหน้าแรก https://refactoringenglish.com/blog/2025-hn-top-5/
    REFACTORINGENGLISH.COM
    The Most Popular Blogs of Hacker News in 2025
    Who were the most popular personal bloggers of 2025, and what made them successful on Hacker News?
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 107 มุมมอง 0 รีวิว
  • Arch Linux เปิดปี 2026 ด้วย ISO ใหม่! มาพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS

    Arch Linux เริ่มต้นปี 2026 ด้วยการปล่อย ISO เวอร์ชันใหม่ที่มาพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS ซึ่งเป็นเคอร์เนลระยะยาวรุ่นล่าสุดที่เน้นความเสถียรและรองรับฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่จำนวนมาก การอัปเดตครั้งนี้ช่วยให้ผู้ใช้ที่ติดตั้งระบบใหม่สามารถใช้งาน Arch ได้อย่างลื่นไหลตั้งแต่แรก โดยไม่ต้องอัปเดตแพ็กเกจจำนวนมากหลังติดตั้งเหมือนในบางเวอร์ชันก่อนหน้า

    Linux Kernel 6.18 LTS มาพร้อมการปรับปรุงด้านประสิทธิภาพ การจัดการพลังงาน และการรองรับอุปกรณ์ใหม่ เช่น GPU รุ่นล่าสุด, Wi-Fi 7, และอุปกรณ์ PCIe รุ่นใหม่ ทำให้ Arch Linux ISO ชุดนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการติดตั้งบนเครื่องใหม่หรือฮาร์ดแวร์ที่ทันสมัย นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขบั๊กและปรับปรุงความปลอดภัยหลายรายการที่ช่วยให้ระบบมีความเสถียรยิ่งขึ้น

    แม้ Arch Linux จะเป็นดิสโทรแบบ rolling release ที่ผู้ใช้สามารถอัปเดตระบบได้ตลอดเวลา แต่การออก ISO ใหม่ก็มีความสำคัญมากสำหรับผู้ใช้ใหม่และผู้ที่ต้องการติดตั้งระบบใหม่ เพราะช่วยลดเวลาการดาวน์โหลดแพ็กเกจจำนวนมากหลังติดตั้ง อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าระบบพื้นฐานมีความทันสมัยและปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้น

    การเปิดปีด้วย ISO ใหม่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทีมพัฒนา Arch Linux ที่ยังคงรักษาความสดใหม่ของระบบอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นดิสโทรที่เน้นความเรียบง่ายและความยืดหยุ่น แต่ก็ยังคงให้ความสำคัญกับความเสถียรและประสบการณ์ของผู้ใช้ทุกระดับ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ไฮไลต์จาก Arch Linux ISO ใหม่ (2026)
    มาพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS รุ่นเสถียรล่าสุด
    รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ เช่น GPU รุ่นล่าสุด, Wi-Fi 7, PCIe รุ่นใหม่
    ปรับปรุงความปลอดภัยและแก้ไขบั๊กจำนวนมาก

    ทำไม ISO ใหม่จึงสำคัญ
    ลดเวลาการอัปเดตหลังติดตั้งสำหรับผู้ใช้ใหม่
    ช่วยให้การติดตั้งบนฮาร์ดแวร์ใหม่เป็นไปอย่างราบรื่น
    ทำให้ระบบพื้นฐานทันสมัยและปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้น

    ข้อควรระวังหรือสิ่งที่ควรทราบ
    ผู้ใช้ที่อัปเดตระบบอยู่แล้วอาจไม่เห็นความแตกต่างมากนัก
    ฮาร์ดแวร์บางรุ่นอาจยังต้องใช้ไดรเวอร์เสริมจากผู้ผลิต
    ผู้ใช้ใหม่ควรศึกษาวิธีติดตั้ง Arch ให้ดี เพราะยังคงเป็นดิสโทรที่ต้องตั้งค่าด้วยตนเอง

    https://9to5linux.com/arch-linux-kicks-off-2026-with-new-iso-powered-by-linux-kernel-6-18-lts
    🐧 Arch Linux เปิดปี 2026 ด้วย ISO ใหม่! มาพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS Arch Linux เริ่มต้นปี 2026 ด้วยการปล่อย ISO เวอร์ชันใหม่ที่มาพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS ซึ่งเป็นเคอร์เนลระยะยาวรุ่นล่าสุดที่เน้นความเสถียรและรองรับฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่จำนวนมาก การอัปเดตครั้งนี้ช่วยให้ผู้ใช้ที่ติดตั้งระบบใหม่สามารถใช้งาน Arch ได้อย่างลื่นไหลตั้งแต่แรก โดยไม่ต้องอัปเดตแพ็กเกจจำนวนมากหลังติดตั้งเหมือนในบางเวอร์ชันก่อนหน้า Linux Kernel 6.18 LTS มาพร้อมการปรับปรุงด้านประสิทธิภาพ การจัดการพลังงาน และการรองรับอุปกรณ์ใหม่ เช่น GPU รุ่นล่าสุด, Wi-Fi 7, และอุปกรณ์ PCIe รุ่นใหม่ ทำให้ Arch Linux ISO ชุดนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการติดตั้งบนเครื่องใหม่หรือฮาร์ดแวร์ที่ทันสมัย นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขบั๊กและปรับปรุงความปลอดภัยหลายรายการที่ช่วยให้ระบบมีความเสถียรยิ่งขึ้น แม้ Arch Linux จะเป็นดิสโทรแบบ rolling release ที่ผู้ใช้สามารถอัปเดตระบบได้ตลอดเวลา แต่การออก ISO ใหม่ก็มีความสำคัญมากสำหรับผู้ใช้ใหม่และผู้ที่ต้องการติดตั้งระบบใหม่ เพราะช่วยลดเวลาการดาวน์โหลดแพ็กเกจจำนวนมากหลังติดตั้ง อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าระบบพื้นฐานมีความทันสมัยและปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้น การเปิดปีด้วย ISO ใหม่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทีมพัฒนา Arch Linux ที่ยังคงรักษาความสดใหม่ของระบบอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นดิสโทรที่เน้นความเรียบง่ายและความยืดหยุ่น แต่ก็ยังคงให้ความสำคัญกับความเสถียรและประสบการณ์ของผู้ใช้ทุกระดับ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ไฮไลต์จาก Arch Linux ISO ใหม่ (2026) ➡️ มาพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS รุ่นเสถียรล่าสุด ➡️ รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ เช่น GPU รุ่นล่าสุด, Wi-Fi 7, PCIe รุ่นใหม่ ➡️ ปรับปรุงความปลอดภัยและแก้ไขบั๊กจำนวนมาก ✅ ทำไม ISO ใหม่จึงสำคัญ ➡️ ลดเวลาการอัปเดตหลังติดตั้งสำหรับผู้ใช้ใหม่ ➡️ ช่วยให้การติดตั้งบนฮาร์ดแวร์ใหม่เป็นไปอย่างราบรื่น ➡️ ทำให้ระบบพื้นฐานทันสมัยและปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้น ‼️ ข้อควรระวังหรือสิ่งที่ควรทราบ ⛔ ผู้ใช้ที่อัปเดตระบบอยู่แล้วอาจไม่เห็นความแตกต่างมากนัก ⛔ ฮาร์ดแวร์บางรุ่นอาจยังต้องใช้ไดรเวอร์เสริมจากผู้ผลิต ⛔ ผู้ใช้ใหม่ควรศึกษาวิธีติดตั้ง Arch ให้ดี เพราะยังคงเป็นดิสโทรที่ต้องตั้งค่าด้วยตนเอง https://9to5linux.com/arch-linux-kicks-off-2026-with-new-iso-powered-by-linux-kernel-6-18-lts
    9TO5LINUX.COM
    Arch Linux Kicks Off 2026 with New ISO Powered by Linux Kernel 6.18 LTS - 9to5Linux
    Arch Linux 2026.01.01 is now available for download as the January 2026 ISO snapshot powered by Linux kernel 6.18 LTS.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 64 มุมมอง 0 รีวิว
  • GNU Wget 2.2.1 ออกแล้ว! เพิ่มตัวเลือกใหม่ ใช้งานง่ายขึ้น และเสถียรกว่าเดิม

    GNU Wget 2.2.1 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะเวอร์ชันเสถียรล่าสุดของเครื่องมือดาวน์โหลดไฟล์ผ่านโปรโตคอลยอดนิยมอย่าง HTTP, HTTPS, FTP และ FTPS โดยอัปเดตครั้งนี้เน้นการเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการไฟล์ดาวน์โหลด รวมถึงการแก้ไขบั๊กที่ผู้ใช้รายงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ที่โดดเด่นคือการรองรับการใช้ “local system timestamp” เมื่อใช้ตัวเลือก --no-use-server-timestamps ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมเวลาแก้ไขไฟล์ได้แม่นยำขึ้น เหมาะสำหรับงานสคริปต์อัตโนมัติและระบบที่ต้องการความสอดคล้องของเวลาไฟล์

    นอกจากฟีเจอร์ใหม่แล้ว Wget 2.2.1 ยังมาพร้อมการปรับปรุงประสิทธิภาพในหลายส่วน เช่น การจัดการการเชื่อมต่อที่เสถียรขึ้น การรองรับเซิร์ฟเวอร์ที่มีการตั้งค่าซับซ้อน และการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในเวอร์ชันก่อนหน้า ทำให้การดาวน์โหลดไฟล์จำนวนมากหรือไฟล์ขนาดใหญ่มีความต่อเนื่องและน่าเชื่อถือมากขึ้น

    ในภาพรวม การอัปเดตครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งานหลักของ Wget แต่เน้นการเพิ่มความแม่นยำ ความเสถียร และความยืดหยุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ดูแลระบบและนักพัฒนาต้องการอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่ระบบอัตโนมัติและ DevOps มีบทบาทสำคัญ การมีเครื่องมือที่เชื่อถือได้อย่าง Wget ถือเป็นหัวใจสำคัญของ workflow จำนวนมาก

    ชุมชนโอเพ่นซอร์สยังคงมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wget ให้ทันสมัยและตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคใหม่ แม้จะเป็นเครื่องมือที่มีอายุมากกว่า 20 ปี แต่ก็ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นหนึ่งในเครื่องมือพื้นฐานที่แทบทุกระบบ Linux ต้องมีติดเครื่อง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ฟีเจอร์ใหม่ใน Wget 2.2.1
    รองรับการใช้ local system timestamp ผ่าน --no-use-server-timestamps
    ปรับปรุงการจัดการโปรโตคอล HTTP/HTTPS/FTP/FTPS ให้เสถียรขึ้น
    แก้ไขบั๊กจากเวอร์ชันก่อนหน้าเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

    เหตุผลที่อัปเดตนี้สำคัญ
    ช่วยให้สคริปต์อัตโนมัติทำงานแม่นยำขึ้น โดยเฉพาะงานที่ต้องพึ่ง timestamp
    ลดปัญหาการดาวน์โหลดไฟล์จำนวนมากหรือไฟล์ใหญ่ที่อาจสะดุด
    เหมาะสำหรับผู้ดูแลระบบ นักพัฒนา และงาน DevOps

    ข้อควรระวังในการอัปเดต
    สคริปต์เก่าที่พึ่งพาพฤติกรรม timestamp แบบเดิมอาจต้องปรับแก้
    ควรทดสอบกับระบบจริงก่อนนำไปใช้ใน production
    การตั้งค่าบางอย่างอาจทำงานต่างจากเวอร์ชันก่อนเล็กน้อย

    https://9to5linux.com/gnu-wget-2-2-1-released-with-new-options-improvements-and-bug-fixes
    🌐 GNU Wget 2.2.1 ออกแล้ว! เพิ่มตัวเลือกใหม่ ใช้งานง่ายขึ้น และเสถียรกว่าเดิม GNU Wget 2.2.1 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะเวอร์ชันเสถียรล่าสุดของเครื่องมือดาวน์โหลดไฟล์ผ่านโปรโตคอลยอดนิยมอย่าง HTTP, HTTPS, FTP และ FTPS โดยอัปเดตครั้งนี้เน้นการเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการไฟล์ดาวน์โหลด รวมถึงการแก้ไขบั๊กที่ผู้ใช้รายงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ที่โดดเด่นคือการรองรับการใช้ “local system timestamp” เมื่อใช้ตัวเลือก --no-use-server-timestamps ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมเวลาแก้ไขไฟล์ได้แม่นยำขึ้น เหมาะสำหรับงานสคริปต์อัตโนมัติและระบบที่ต้องการความสอดคล้องของเวลาไฟล์ นอกจากฟีเจอร์ใหม่แล้ว Wget 2.2.1 ยังมาพร้อมการปรับปรุงประสิทธิภาพในหลายส่วน เช่น การจัดการการเชื่อมต่อที่เสถียรขึ้น การรองรับเซิร์ฟเวอร์ที่มีการตั้งค่าซับซ้อน และการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในเวอร์ชันก่อนหน้า ทำให้การดาวน์โหลดไฟล์จำนวนมากหรือไฟล์ขนาดใหญ่มีความต่อเนื่องและน่าเชื่อถือมากขึ้น ในภาพรวม การอัปเดตครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งานหลักของ Wget แต่เน้นการเพิ่มความแม่นยำ ความเสถียร และความยืดหยุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ดูแลระบบและนักพัฒนาต้องการอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่ระบบอัตโนมัติและ DevOps มีบทบาทสำคัญ การมีเครื่องมือที่เชื่อถือได้อย่าง Wget ถือเป็นหัวใจสำคัญของ workflow จำนวนมาก ชุมชนโอเพ่นซอร์สยังคงมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wget ให้ทันสมัยและตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคใหม่ แม้จะเป็นเครื่องมือที่มีอายุมากกว่า 20 ปี แต่ก็ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นหนึ่งในเครื่องมือพื้นฐานที่แทบทุกระบบ Linux ต้องมีติดเครื่อง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ฟีเจอร์ใหม่ใน Wget 2.2.1 ➡️ รองรับการใช้ local system timestamp ผ่าน --no-use-server-timestamps ➡️ ปรับปรุงการจัดการโปรโตคอล HTTP/HTTPS/FTP/FTPS ให้เสถียรขึ้น ➡️ แก้ไขบั๊กจากเวอร์ชันก่อนหน้าเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ✅ เหตุผลที่อัปเดตนี้สำคัญ ➡️ ช่วยให้สคริปต์อัตโนมัติทำงานแม่นยำขึ้น โดยเฉพาะงานที่ต้องพึ่ง timestamp ➡️ ลดปัญหาการดาวน์โหลดไฟล์จำนวนมากหรือไฟล์ใหญ่ที่อาจสะดุด ➡️ เหมาะสำหรับผู้ดูแลระบบ นักพัฒนา และงาน DevOps ‼️ ข้อควรระวังในการอัปเดต ⛔ สคริปต์เก่าที่พึ่งพาพฤติกรรม timestamp แบบเดิมอาจต้องปรับแก้ ⛔ ควรทดสอบกับระบบจริงก่อนนำไปใช้ใน production ⛔ การตั้งค่าบางอย่างอาจทำงานต่างจากเวอร์ชันก่อนเล็กน้อย https://9to5linux.com/gnu-wget-2-2-1-released-with-new-options-improvements-and-bug-fixes
    9TO5LINUX.COM
    GNU Wget 2.2.1 Released with New Options, Improvements, and Bug Fixes - 9to5Linux
    GNU Wget 2.2.1 open-source program for retrieving content from web servers is now available for download with various improvements and fixes.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 92 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 10

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 10
    เมื่อรัสเซียเข้าไปในซีเรีย ไอ้สามแสบ (อเมริกา อังกฤษ และอิสราเอล) แทบจะนึกไม่ถึงว่า รัสเซียจะกล้าเดินเข้ามาในสนามรบเร็วขนาดนี้ จริงๆ ไอ้สามแสบ ได้กลิ่นความท้าทายที่พวกมันไม่คุ้นมาพักใหญ่แล้ว บวกกับท่าทีและคำพูดของรัสเซียกับพวก ที่ขัดลูกตาพวกมันตั้งแต่วันประชุมสหประชาชาติแล้ว แต่มันยัง “ไม่อยาก” แน่ใจ เพราะไอ้สามแสบยังลับมีดไม่เสร็จ พวกมันยังไม่พร้อม….
    มันถามกันเอง ตกลงรัสเซียยั๊วะเรื่องแก๊สของซีเรีย อิหร่าน หรือมันก้าวข้ามเรื่องแก๊สไปแล้ว
    ไอ้สามแสบคิดหนัก ไม่มีอะไรดีไปกว่า ต้องทดสอบรัสเซีย ดูปฏิกริยาและที่สำคัญ ขอสูดกลิ่นความพร้อมของรัสเซียเสียก่อนว่า อยู่ในระดับไหน ก่อนที่พวกมันจะปรับแผนใหม่
    วันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.2015 เครื่องบินโดยสารรัสเซียตกที่บริเวณไซไนของอียิปต์ ผู้โดยสารตายยกลำ 224 คน ผ่านไปไม่ถึง 48 ชั่วโมง ไอ้สองแสบออกมาประสานเสียงว่า เครื่องบินโดยสารรัสเซียถูกระเบิดของผู้ก่อการร้าย มันรู้กันเร็วจริง แต่ไอซิสมุดรูอยู่ที่ไหน ทำไมมันไม่เคยเห็น บอมบ์ผิดที่ตลอดเวลา ดาวเทียมมันมีมากเกือบเท่าดวงดาวในท้องฟ้า ทำไมมันถึงหาไอซิสไม่เจอ (แต่แหล่งพลังงานในบ้านเราอยู่ลึกขนาดไหน มันเสือกรู้หมดเลยนะ ไอ้เวร)
    รัสเซียยังไม่เห็นด้วยกับความเห็นที่แส่มาของไอ้สองแสบ ขอรอฟังรายงานการตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อน ระหว่างนั้น รัสเซียเดินหน้าถล่มฝ่ายกบฏของซีเรียต่อไปอย่างไม่วอกแวก
    ทำไมเครื่องบินโดยสารรัสเซียถึงต้องตกในอียิปต์ ผมเขียนเรื่องราวระหว่างรัสเซีย อียิปต์ ฝรั่งเศสไว้แล้วส่วนหนึ่ง ที่เกี่ยวกับเรื่องเรือรบ Mistral ที่รัสเซียจ้างให้ฝรั่งเศสต่อให้ ฝรั่งเศสต่อเสร็จแต่ส่งมอบไม่ได้ เพราะภายใต้การบีบของอเมริกา รัสเซียถูกคว่ำบาตรจากอเมริกาและอียู อียิปต์ไม่อยู่ในอียู เลยเข้ามาร่วมรายการ เป็นผู้ซื้อเรือรบจากฝรั่งเศสเอาไปให้รัสเซียเช่าต่อ (รายละเอียดอยู่ในนิทานเรื่องลมหวนครับ) แต่ขอให้สังเกตดูว่า นับตั้งแต่วันที่เครื่องบินตก ประธานาธิบดี Sisi ของอียิปต์ กลายเป็นบุคคลสาบสูญ หรือเป็นใบ้
    ใครล่ะ ที่มีอานุภาพทำให้อียิปต์เป็นใบ้ ไอซิส ที่อ้างว่าแค่ใช้กระป๋องน้ำโซดาระเบิดเครื่องบินโดยสารรัสเซียหรือ ให้ราคาไอซิสมากไปหรือเปล่า
    ใครล่ะ ที่จัดการเสียจนมูบารัค พรมเช็ดเท้าที่รับใช้อเมริกามากว่า 30 ปี เมื่อถึงเวลาตามแผน อียิปต์ก็เกิดมีเทศกาลอาหรับสปริงกับเขาบ้าง แล้วมูบารัคก็กลายเป็นอดีตประธานาธิบดี แถมต้องคดี ถูกจับไปนอนคุก ใครที่คิดจะรับใช้เป็นขี้ข้าอเมริกา ก็กลับไปทบทวนเรื่องของมูบารัคให้ดีๆแล้วกัน นี่เตือนในฐานะเป็นคนไทยด้วยกันนะครับ
    พอจัดการให้มูบารัคไป อเมริกาก็จัดการเอาประธานาธิบดี มอร์ซิ ของมุสลิมบราเธอร์ฮูดขึ้นมาแทน แรกๆ ก็จี๋จ๋าดี พอเห็นว่า คุณมอร์ซิ คุยกับทุกคน รวมทั้งอิหร่านด้วย คุณมอร์ซิ ก็เลยโดนอาถรรพ์ ต้องเก็บของออกไปเกือบไม่ทันเหมือนกัน
    คุณซิซีมาใหม่ ผมนึกว่าจะเหนียว ที่ไหนได้ แป๊บเดียว แกก็เสียวคอ เดินกลับไปหลบอยู่หลังปิรามิดเสียแล้ว แล้วอย่างนี้ คุณพี่ปูตินของผมจะได้เรือ Mistral มาใช้ไหมหนอ….ไม่ได้ คงไม่มาซีเรียนะครับ….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    3 ธ.ค. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 10 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 10 เมื่อรัสเซียเข้าไปในซีเรีย ไอ้สามแสบ (อเมริกา อังกฤษ และอิสราเอล) แทบจะนึกไม่ถึงว่า รัสเซียจะกล้าเดินเข้ามาในสนามรบเร็วขนาดนี้ จริงๆ ไอ้สามแสบ ได้กลิ่นความท้าทายที่พวกมันไม่คุ้นมาพักใหญ่แล้ว บวกกับท่าทีและคำพูดของรัสเซียกับพวก ที่ขัดลูกตาพวกมันตั้งแต่วันประชุมสหประชาชาติแล้ว แต่มันยัง “ไม่อยาก” แน่ใจ เพราะไอ้สามแสบยังลับมีดไม่เสร็จ พวกมันยังไม่พร้อม…. มันถามกันเอง ตกลงรัสเซียยั๊วะเรื่องแก๊สของซีเรีย อิหร่าน หรือมันก้าวข้ามเรื่องแก๊สไปแล้ว ไอ้สามแสบคิดหนัก ไม่มีอะไรดีไปกว่า ต้องทดสอบรัสเซีย ดูปฏิกริยาและที่สำคัญ ขอสูดกลิ่นความพร้อมของรัสเซียเสียก่อนว่า อยู่ในระดับไหน ก่อนที่พวกมันจะปรับแผนใหม่ วันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.2015 เครื่องบินโดยสารรัสเซียตกที่บริเวณไซไนของอียิปต์ ผู้โดยสารตายยกลำ 224 คน ผ่านไปไม่ถึง 48 ชั่วโมง ไอ้สองแสบออกมาประสานเสียงว่า เครื่องบินโดยสารรัสเซียถูกระเบิดของผู้ก่อการร้าย มันรู้กันเร็วจริง แต่ไอซิสมุดรูอยู่ที่ไหน ทำไมมันไม่เคยเห็น บอมบ์ผิดที่ตลอดเวลา ดาวเทียมมันมีมากเกือบเท่าดวงดาวในท้องฟ้า ทำไมมันถึงหาไอซิสไม่เจอ (แต่แหล่งพลังงานในบ้านเราอยู่ลึกขนาดไหน มันเสือกรู้หมดเลยนะ ไอ้เวร) รัสเซียยังไม่เห็นด้วยกับความเห็นที่แส่มาของไอ้สองแสบ ขอรอฟังรายงานการตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อน ระหว่างนั้น รัสเซียเดินหน้าถล่มฝ่ายกบฏของซีเรียต่อไปอย่างไม่วอกแวก ทำไมเครื่องบินโดยสารรัสเซียถึงต้องตกในอียิปต์ ผมเขียนเรื่องราวระหว่างรัสเซีย อียิปต์ ฝรั่งเศสไว้แล้วส่วนหนึ่ง ที่เกี่ยวกับเรื่องเรือรบ Mistral ที่รัสเซียจ้างให้ฝรั่งเศสต่อให้ ฝรั่งเศสต่อเสร็จแต่ส่งมอบไม่ได้ เพราะภายใต้การบีบของอเมริกา รัสเซียถูกคว่ำบาตรจากอเมริกาและอียู อียิปต์ไม่อยู่ในอียู เลยเข้ามาร่วมรายการ เป็นผู้ซื้อเรือรบจากฝรั่งเศสเอาไปให้รัสเซียเช่าต่อ (รายละเอียดอยู่ในนิทานเรื่องลมหวนครับ) แต่ขอให้สังเกตดูว่า นับตั้งแต่วันที่เครื่องบินตก ประธานาธิบดี Sisi ของอียิปต์ กลายเป็นบุคคลสาบสูญ หรือเป็นใบ้ ใครล่ะ ที่มีอานุภาพทำให้อียิปต์เป็นใบ้ ไอซิส ที่อ้างว่าแค่ใช้กระป๋องน้ำโซดาระเบิดเครื่องบินโดยสารรัสเซียหรือ ให้ราคาไอซิสมากไปหรือเปล่า ใครล่ะ ที่จัดการเสียจนมูบารัค พรมเช็ดเท้าที่รับใช้อเมริกามากว่า 30 ปี เมื่อถึงเวลาตามแผน อียิปต์ก็เกิดมีเทศกาลอาหรับสปริงกับเขาบ้าง แล้วมูบารัคก็กลายเป็นอดีตประธานาธิบดี แถมต้องคดี ถูกจับไปนอนคุก ใครที่คิดจะรับใช้เป็นขี้ข้าอเมริกา ก็กลับไปทบทวนเรื่องของมูบารัคให้ดีๆแล้วกัน นี่เตือนในฐานะเป็นคนไทยด้วยกันนะครับ พอจัดการให้มูบารัคไป อเมริกาก็จัดการเอาประธานาธิบดี มอร์ซิ ของมุสลิมบราเธอร์ฮูดขึ้นมาแทน แรกๆ ก็จี๋จ๋าดี พอเห็นว่า คุณมอร์ซิ คุยกับทุกคน รวมทั้งอิหร่านด้วย คุณมอร์ซิ ก็เลยโดนอาถรรพ์ ต้องเก็บของออกไปเกือบไม่ทันเหมือนกัน คุณซิซีมาใหม่ ผมนึกว่าจะเหนียว ที่ไหนได้ แป๊บเดียว แกก็เสียวคอ เดินกลับไปหลบอยู่หลังปิรามิดเสียแล้ว แล้วอย่างนี้ คุณพี่ปูตินของผมจะได้เรือ Mistral มาใช้ไหมหนอ….ไม่ได้ คงไม่มาซีเรียนะครับ…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 3 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 130 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไอคอนสยาม เปิดฉากค่ำคืนเคานต์ดาวน์ยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา “Amazing Thailand Countdown 2026” สร้างภาพประทับใจระดับโลก ตอกย้ำศักยภาพประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวและการเฉลิมฉลองระดับสากล
    .
    บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยแสง สี เสียง และการแสดงระดับเวิลด์คลาส โดยมี โอปอล สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025 ปรากฏตัวอย่างสง่างามบนเวที ร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ศักราชใหม่ ท่ามกลางสายตาผู้ร่วมงานและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
    .
    พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ ได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมคณะผู้บริหารไอคอนสยาม และพันธมิตรภาครัฐ–เอกชน ร่วมส่งสารแห่งความภาคภูมิใจ สะท้อนพลังซอฟต์พาวเวอร์ไทย ถ่ายทอดวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความบันเทิงร่วมสมัย สู่เวทีระดับโลก ในการเฉลิมฉลองก้าวสู่ปี 2026
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000126544
    .
    #News1live #News1 #AmazingThailandCountdown2026 #ICONSIAM #GlobalCountdown
    ไอคอนสยาม เปิดฉากค่ำคืนเคานต์ดาวน์ยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา “Amazing Thailand Countdown 2026” สร้างภาพประทับใจระดับโลก ตอกย้ำศักยภาพประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวและการเฉลิมฉลองระดับสากล . บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยแสง สี เสียง และการแสดงระดับเวิลด์คลาส โดยมี โอปอล สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025 ปรากฏตัวอย่างสง่างามบนเวที ร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ศักราชใหม่ ท่ามกลางสายตาผู้ร่วมงานและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก . พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ ได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมคณะผู้บริหารไอคอนสยาม และพันธมิตรภาครัฐ–เอกชน ร่วมส่งสารแห่งความภาคภูมิใจ สะท้อนพลังซอฟต์พาวเวอร์ไทย ถ่ายทอดวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความบันเทิงร่วมสมัย สู่เวทีระดับโลก ในการเฉลิมฉลองก้าวสู่ปี 2026 . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000126544 . #News1live #News1 #AmazingThailandCountdown2026 #ICONSIAM #GlobalCountdown
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 446 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลมหวน ตอนที่ 3

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลมหวน”
    ตอน 3 (จบ)
    ลมหวนอียิปต์รัสเซีย นี่ มันมีเรื่องเหลือเชื่อแยะจริง
    ไม่รู้จำกันได้ไหมครับ เมื่อปี ค.ศ.2010 รัสเซีย จ้างฝรั่งเศสต่อเรือรบ Mistral 2 ลำ
    Mistral ซึ่งเป็นเรือรบแบบทันสมัยมาก เป็นระบบ amphibious สะเทินน้ำสะเทินบก ท๊อปคลาส มีอุปกรณ์ ระบบ อาวุธติดตั้งชั้นเยี่ยมยอดทั้งนั้น บรรจุกำลังพลได้ ถึง 900 กองร้อย รวมทั้งรถถัง และเฮลิคอปเตอร์ 16-25 ลำ เรือแต่ละลำ ยังสามารถรองรับคนได้อีกถึง 25,000 คน คุณพี่ปูตินจะเอาไปทำอะไรครับ เรือขนาดใหญ่อย่างนี้
    เมื่ออเมริกา อียู นาโต้ รู้ข่าวนี้ ก็ช่วยกันรุมด่าฝรั่งเศสให้ล้มเลิกการรับจ้างต่อเรือ มันเหมือนสร้างกระบองให้ยักษ์ เข้าใจไหม แต่ฝรั่งเศสกำลังถังแตก การต่อเรือให้รัสเซีย จะเป็นการหางานให้กับช่างต่อเรือ ฝรั่งเศส 2,500 คน ซึ่งระยะหลัง ไม่มีใครใจถึงจ้างต่อเรือรบ มีแต่ตัดงบ อู่ต่อเรือรบของฝรั่งเศส และยุโรป จึงใกล้จะล้มละลาย หรือทิ้งร้างเสียด้วยซ้ำ ถ้าเป็นอย่างนั้น เมื่อไหร่ที่ฝรั่งเศสต้องการจะต่อเรือรบของตัวเอง จะไปเอาช่างต่อเรือมาจากไหน คิดแบบนี้ ฝรั่งเศสจึงเมินคำด่าของพรรคพวก
    หลังจากการต่อรองอย่างยืดยาว ในที่สุด ฝรั่งเศสตกลงคิดราคา 2 ลำ รวมแล้วประมาณ 1.7 พันล้านเหรียญ กำหนดส่งมอบเรือลำแรก ในปี ค.ศ.2014 เรือสร้างเสร็จตามกำหนด ในเดือนกันยายน 2014 แต่ฝรั่งเศสส่งมอบเรือให้รัสเชียไม่ได้ เพราะอเมริกา อียู ดันเสนอให้สหประชาชาติ ลงมติคว่ำบาตรห้ามค้าขายกับรัสเซียจากกรณียูเครน เรือรบก็เลยค้างส่ง ค่าจ้างก็เลยค้างรับ เหงื่อหัวล้านลุงโอลองแตกพลั่ก
    รัสเซียบอก ถ้าไม่ส่งมอบเรือรบ นอกจากจะไม่จ่ายเงินค่าจ้างที่เหลือแล้ว ตามสัญญา ฝรั่งเศสก็ต้องจ่ายค่าปรับให้รัสเซีย ประมาณ 1.53 พันล้านเหรียญ ลุงโอลอง ร้อง อ๊วกแน่กู ค่าจ้างก็ได้ไม่ครบ ค่าปรับก็ต้องจ่าย งบประมาณกูตูดขาดแน่ ฝรั่งเศสจึงบินไปบินมา เจรจากับคุณพี่ปูตินที่มอสโคว์ ตั้งแต่กลางปี 2014 สื่อเดาว่านี่จะเป็นคู่รักใหม่ คุณพี่ปูตินจะหอมกรุ่นไปหน่อยไหม เปล่าหรอกครับ ฝรั่งเศสลูกหนี้ ไปขอต่อรองรัสเซียเจ้าหนี้ ทั้งขอผ่อนเวลา และราคาค่าปรับ สื่อตะวันตกลงข่าวแบบนี้ให้อ่านกันไหม ไม่ลงหรอกน่า เพราะเสียหน้าฝรั่งเศสหมด
    อเมริการู้ข่าว บอกอย่างนี้ นาโต้ควรรับซื้อเรือรบ 2 ลำนี้ไว้ใช้เอง อย่าให้หลุดมือไปถึงรัสเซียเป็นอันขาด ดีแต่สั่ง แล้วเงินล่ะใครจ่าย มีทั้งค่าซื้อ ค่าปรับ สมาชิกนาโต้ บางคนบอกเรื่องอะไร เราต้องควักกระเป๋าจนๆของเรา ไปให้ฝรั่งเศสรวย แล้วเรื่องนาโต้ซื้อเรือแทน ก็เลยเงียบหายไป
    แต่ฝรั่งเศส เป็นคนคิดสร้างคลองสุเอซให้อียิปต์รวย และได้เป็นเจ้าของจุดยุทธศาสตร์สำคัญ แต่ภายหลัง อียิปต์เสียรู้ สันดานขี้โกงของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ต้องขายหุ้นคลองสุเอซให้กับอังกฤษ จนนายพลนัสเซอร์ มายึดคลองสุเอซกลับมาเป็นของประเทศอียิปต์อีกที และเป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้อเมริกาและอังกฤษ เกลียดนัสเซอร์เข้ากระดูกดำที่รู้ทัน และตามประวัติศาสตร์ที่ฝรั่งเขียน นัสเซอร์ก็กลายเป็นไอ้ตัวร้ายในสายตาของตะวันตก แต่ระหว่างอียิปต์กับฝรั่งเศส ยังนับว่า มีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
    ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา (ค.ศ.2015) อย่างเงียบๆ ระหว่างที่โลกกำลังตื่นเต้นเรื่องคุณพี่ปูตินนำทัพเข้าไปในซีเรีย อียิปต์ก็ลงนามกับฝรั่งเศส ตกลงซื้อเรือรบ Mistral เจ้าปัญหาทั้ง 2 ลำ มาจากฝรั่งเศส และหลังจากนั้นเดือนกว่า การตกลงเรื่องจำนวนค่าชดเชย ระยะเวลาการจ่าย ระหว่างฝรั่งเศสกับรัสเซีย ก็สรุปกันได้ ลุงโอลอง เช็ดเหงื่อหัวล้าน โล่งอก ท่ามกลางความงุนงงในความรวดเร็วของการทำดีลรายการนี้ คุณพี่ปูตินแกแบ่งภาคเข้าฉากได้เก่งนะ
    จริงๆ ฝรั่งเศสปวดหัวกับเรื่องรบ 2 ลำนี้มาก Vladivostok กับ Sevastopol ได้ถูกออกแบบให้มีระบบการติดต่อ ระบบการยิงจรวด และฐานขึ้นลงของเครื่องเฮลิคอปเตอร์ ตามสเปคและระบบ ที่จะให้เข้ากับระบบอื่นๆของรัสเซียได้ ใครที่จะซื้อเรือรบ 2 ลำนี้ ก็ต้องมีระบบที่เข้า หรือรองรับได้ นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ของรัสเซีย ก็ขนมาดูแลการต่อเรืออย่างใกล้ชิด ทั้งในการก่อสร้าง และการติดตั้งระบบ ทำความรู้จักระบบนี้อย่างดี เพื่อสร้างความชำนาญในการใช้ และบำรุงรักษาต่อไป และน่าจะถึงขนาดสร้างเองได้ ไม่ต้องจ้างใครอีก…
    แล้วแบบนี้ รัสเซียจะอยากให้ใครได้เรือรบ 2 ลำ นี้ไป ใครได้ไป ก็เท่ากับรู้ระบบของรัสเซียหมด ขณะเดียวกัน คนซื้อก็คงเสียวไส้ เพราะกลัวรัสเซียที่รู้ระบบ จะสามารถเจาะเข้ามาสกัดการใช้งานของระบบเรือได้หมด จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า จะขายเรือรบเจ้าปัญหานี้ได้ ฝรั่งเศสอาจต้องรื้อระบบทั้งหลายนี้ออก และนั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายอีกมหึมา และราคาเรือก็ตก ค่าปรับก็ต้องจ่ายเต็ม วุ้ย คิดทางไหน ก็มีแต่ปวดหัวล้านทั้งนั้น
    รัสเซียไม่อยากให้ใครได้เรือรบ 2 ลำนี้ไป ไม่แปลกนะ เพราะรัสเซียลงทุนให้สร้างเอง เพื่อเข้ากับระบบของรัสเซีย แต่ดันมีคนที่ไม่อยากให้รัสเซีย ได้เรือรบ ที่มีระบบชั้นเยี่ยมนี่ไปด้วยเหมือนกัน คงเอากันออกนะครับว่า เป็นใคร
    ไอ้ที่ส่งมอบเรือรบไม่ได้ มาจากไหนล่ะ การแซงชั่นเริ่มจากใครล่ะ ใครเริ่มเรื่องที่ยูเครน (ของจริง) มันโยงกันหมด กลับไปหานิทานเรื่องก่อนๆมาอ่านหน่อยนะครับ เล่าซ้ำไม่ไหว
    แต่อียิปต์ บอกเรื่องนี้ไม่น่ามีปัญหาสำหรับเรา เพราะเราใช้ระบบความมั่นคงหลายอย่าง ที่คล้ายกับของรัสเซียอยู่แล้ว เอาละ สมมุติว่าเป็นเรื่องจริง แล้วอียิปต์จะเอาเงินมาจากไหนมาซื้อ รวยนักหรือ ตอนแรกมีข่าวลือว่า อียิปต์อาจจะกู้เงินจากซาอุดิอารเบีย โดยซาอุจะใช้เองลำนึง อีกลำให้อียิปต์ใช้ เอาไว้ช่วยป้องกันคลองสุเอซ ที่ก็มีความหมายกับซาอุไม่น้อยเหมือนกัน ก็เป็นเส้นทางส่งน้ำมันของเสี่ยปั๊มใหญ่ออกทะเลแดง ขึ้นเหนือผ่านสุเอซไปให้ยุโรป แต่ข่าวลือนี้ ตัดทิ้งไปได้เลย น่าจะเป็นข่าวปล่อยดูทีท่า ถ้าซาอุให้อียิปต์กู้เพื่อไปซื้อเรือรบนี้ และหรือซาอุจะใช้เรือรบนี้เอง ผมว่าน่าจะมีใครกลับไปเลี้ยงอูฐอย่างเดิมดีกว่า
    เขาว่าคนกลาง ที่จัดการให้การเจรจาซื้อขายรายนี้เกิดขึ้น คือ บริษัท Sistemy Upravleniya ซึ่งผู้ถือหุ้น คือ รัฐบาลรัสเซีย !
    นอกจากนี้ มีข่าวว่า เนื่องจากรัสเซีย ได้สร้างเฮลิคอปเตอร์รุ่นพิเศษ Ka-52k ที่จะใช้กับเรือ 2 ลำนี้ไว้แล้ว ดูเหมือนอียิปต์ก็เลยเตรียมสั่งซื้อ คอปเตอร์รุ่นพิเศษนี้ด้วย
    พอนึกออกไหมครับว่า ในที่สุดแล้ว ใครจะเป็นเจ้าของเรือรบ 2 ลำนี้กันแน่….
    รายการนี้ มันเป็นรายการพิเศษจริงๆ น่าจะเป็นอย่างที่เขาเรียกว่า ได้ด้วยกันหมด ฝรั่งเศสก็ขายเรือได้ ตูดไม่ขาด ไม่เสียหน้า ไม่เสียเงิน แต่เป็นหนี้บุญคุณบางคน ส่วนอียิปต์ก็ได้เพื่อน ได้อาวุธ และรัสเซีย ก็(น่า) จะได้ใช้เรือที่ตัวเองสั่งต่อ โดยมีระบบพิเศษ เข้ากับระบบอื่นๆของตัวเอง รวมทั้งได้เพื่อน และได้บุญคุณ
    ที่สำคัญ รัสเซีย ได้สร้างเครือข่ายสำคัญเพิ่มขึ้น ในบริเวณที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ จุดรัดคอ 3 จุด choke points ในบริเวณตะวันออกกลาง
    จุดสำคัญแรก ที่อ่าวโอมาน น่าจะอยู่มือแล้ว ภายใต้การดูแลของอิหร่าน โดยมีโอมานที่อยู่อีกฟาก ทิ้งชาวอ่าวโหนสิบล้อเกาะท้ายอิหร่านไปเรียบร้อย
    จุดบน ที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รัสเซียคุมด้านบน จากฐานทัพของตัวที่ริมฝั่งของซีเรียแล้ว ตอนนี้ ถ้าจับมือกับอียิปต์ จะคุมคลองสุเอซได้อีกด้วย เรื่องนี้มีความสำคัญมาก
    เหลือจุดสุดท้ายคือ ที่เยเมน ที่ตอนนี้เสี่ยปั๊มใหญ่และพรรคพวก กำลังระดมพรรคพวกไปชิง เพราะถ้าเสียเยเมน กลุ่มอ่าวอาจหัวทิ่มทรายตายทั้งเป็นและตายทั้งก๊วน ขึ้นบนก็ลำบาก ลงล่างก็เหนื่อย แล้วจะส่งออกน้ำมันทางไหนคร้าบ
    แบบนี้ รายการสกัดลมหวน จึงรุนแรงเหลือเกิน แต่เรื่องของอียิปต์ รัสเซียจะมีเพียงเท่านี้หรือ….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    15 พ.ย. 2558
    ลมหวน ตอนที่ 3 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลมหวน” ตอน 3 (จบ) ลมหวนอียิปต์รัสเซีย นี่ มันมีเรื่องเหลือเชื่อแยะจริง ไม่รู้จำกันได้ไหมครับ เมื่อปี ค.ศ.2010 รัสเซีย จ้างฝรั่งเศสต่อเรือรบ Mistral 2 ลำ Mistral ซึ่งเป็นเรือรบแบบทันสมัยมาก เป็นระบบ amphibious สะเทินน้ำสะเทินบก ท๊อปคลาส มีอุปกรณ์ ระบบ อาวุธติดตั้งชั้นเยี่ยมยอดทั้งนั้น บรรจุกำลังพลได้ ถึง 900 กองร้อย รวมทั้งรถถัง และเฮลิคอปเตอร์ 16-25 ลำ เรือแต่ละลำ ยังสามารถรองรับคนได้อีกถึง 25,000 คน คุณพี่ปูตินจะเอาไปทำอะไรครับ เรือขนาดใหญ่อย่างนี้ เมื่ออเมริกา อียู นาโต้ รู้ข่าวนี้ ก็ช่วยกันรุมด่าฝรั่งเศสให้ล้มเลิกการรับจ้างต่อเรือ มันเหมือนสร้างกระบองให้ยักษ์ เข้าใจไหม แต่ฝรั่งเศสกำลังถังแตก การต่อเรือให้รัสเซีย จะเป็นการหางานให้กับช่างต่อเรือ ฝรั่งเศส 2,500 คน ซึ่งระยะหลัง ไม่มีใครใจถึงจ้างต่อเรือรบ มีแต่ตัดงบ อู่ต่อเรือรบของฝรั่งเศส และยุโรป จึงใกล้จะล้มละลาย หรือทิ้งร้างเสียด้วยซ้ำ ถ้าเป็นอย่างนั้น เมื่อไหร่ที่ฝรั่งเศสต้องการจะต่อเรือรบของตัวเอง จะไปเอาช่างต่อเรือมาจากไหน คิดแบบนี้ ฝรั่งเศสจึงเมินคำด่าของพรรคพวก หลังจากการต่อรองอย่างยืดยาว ในที่สุด ฝรั่งเศสตกลงคิดราคา 2 ลำ รวมแล้วประมาณ 1.7 พันล้านเหรียญ กำหนดส่งมอบเรือลำแรก ในปี ค.ศ.2014 เรือสร้างเสร็จตามกำหนด ในเดือนกันยายน 2014 แต่ฝรั่งเศสส่งมอบเรือให้รัสเชียไม่ได้ เพราะอเมริกา อียู ดันเสนอให้สหประชาชาติ ลงมติคว่ำบาตรห้ามค้าขายกับรัสเซียจากกรณียูเครน เรือรบก็เลยค้างส่ง ค่าจ้างก็เลยค้างรับ เหงื่อหัวล้านลุงโอลองแตกพลั่ก รัสเซียบอก ถ้าไม่ส่งมอบเรือรบ นอกจากจะไม่จ่ายเงินค่าจ้างที่เหลือแล้ว ตามสัญญา ฝรั่งเศสก็ต้องจ่ายค่าปรับให้รัสเซีย ประมาณ 1.53 พันล้านเหรียญ ลุงโอลอง ร้อง อ๊วกแน่กู ค่าจ้างก็ได้ไม่ครบ ค่าปรับก็ต้องจ่าย งบประมาณกูตูดขาดแน่ ฝรั่งเศสจึงบินไปบินมา เจรจากับคุณพี่ปูตินที่มอสโคว์ ตั้งแต่กลางปี 2014 สื่อเดาว่านี่จะเป็นคู่รักใหม่ คุณพี่ปูตินจะหอมกรุ่นไปหน่อยไหม เปล่าหรอกครับ ฝรั่งเศสลูกหนี้ ไปขอต่อรองรัสเซียเจ้าหนี้ ทั้งขอผ่อนเวลา และราคาค่าปรับ สื่อตะวันตกลงข่าวแบบนี้ให้อ่านกันไหม ไม่ลงหรอกน่า เพราะเสียหน้าฝรั่งเศสหมด อเมริการู้ข่าว บอกอย่างนี้ นาโต้ควรรับซื้อเรือรบ 2 ลำนี้ไว้ใช้เอง อย่าให้หลุดมือไปถึงรัสเซียเป็นอันขาด ดีแต่สั่ง แล้วเงินล่ะใครจ่าย มีทั้งค่าซื้อ ค่าปรับ สมาชิกนาโต้ บางคนบอกเรื่องอะไร เราต้องควักกระเป๋าจนๆของเรา ไปให้ฝรั่งเศสรวย แล้วเรื่องนาโต้ซื้อเรือแทน ก็เลยเงียบหายไป แต่ฝรั่งเศส เป็นคนคิดสร้างคลองสุเอซให้อียิปต์รวย และได้เป็นเจ้าของจุดยุทธศาสตร์สำคัญ แต่ภายหลัง อียิปต์เสียรู้ สันดานขี้โกงของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ต้องขายหุ้นคลองสุเอซให้กับอังกฤษ จนนายพลนัสเซอร์ มายึดคลองสุเอซกลับมาเป็นของประเทศอียิปต์อีกที และเป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้อเมริกาและอังกฤษ เกลียดนัสเซอร์เข้ากระดูกดำที่รู้ทัน และตามประวัติศาสตร์ที่ฝรั่งเขียน นัสเซอร์ก็กลายเป็นไอ้ตัวร้ายในสายตาของตะวันตก แต่ระหว่างอียิปต์กับฝรั่งเศส ยังนับว่า มีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา (ค.ศ.2015) อย่างเงียบๆ ระหว่างที่โลกกำลังตื่นเต้นเรื่องคุณพี่ปูตินนำทัพเข้าไปในซีเรีย อียิปต์ก็ลงนามกับฝรั่งเศส ตกลงซื้อเรือรบ Mistral เจ้าปัญหาทั้ง 2 ลำ มาจากฝรั่งเศส และหลังจากนั้นเดือนกว่า การตกลงเรื่องจำนวนค่าชดเชย ระยะเวลาการจ่าย ระหว่างฝรั่งเศสกับรัสเซีย ก็สรุปกันได้ ลุงโอลอง เช็ดเหงื่อหัวล้าน โล่งอก ท่ามกลางความงุนงงในความรวดเร็วของการทำดีลรายการนี้ คุณพี่ปูตินแกแบ่งภาคเข้าฉากได้เก่งนะ จริงๆ ฝรั่งเศสปวดหัวกับเรื่องรบ 2 ลำนี้มาก Vladivostok กับ Sevastopol ได้ถูกออกแบบให้มีระบบการติดต่อ ระบบการยิงจรวด และฐานขึ้นลงของเครื่องเฮลิคอปเตอร์ ตามสเปคและระบบ ที่จะให้เข้ากับระบบอื่นๆของรัสเซียได้ ใครที่จะซื้อเรือรบ 2 ลำนี้ ก็ต้องมีระบบที่เข้า หรือรองรับได้ นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ของรัสเซีย ก็ขนมาดูแลการต่อเรืออย่างใกล้ชิด ทั้งในการก่อสร้าง และการติดตั้งระบบ ทำความรู้จักระบบนี้อย่างดี เพื่อสร้างความชำนาญในการใช้ และบำรุงรักษาต่อไป และน่าจะถึงขนาดสร้างเองได้ ไม่ต้องจ้างใครอีก… แล้วแบบนี้ รัสเซียจะอยากให้ใครได้เรือรบ 2 ลำ นี้ไป ใครได้ไป ก็เท่ากับรู้ระบบของรัสเซียหมด ขณะเดียวกัน คนซื้อก็คงเสียวไส้ เพราะกลัวรัสเซียที่รู้ระบบ จะสามารถเจาะเข้ามาสกัดการใช้งานของระบบเรือได้หมด จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า จะขายเรือรบเจ้าปัญหานี้ได้ ฝรั่งเศสอาจต้องรื้อระบบทั้งหลายนี้ออก และนั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายอีกมหึมา และราคาเรือก็ตก ค่าปรับก็ต้องจ่ายเต็ม วุ้ย คิดทางไหน ก็มีแต่ปวดหัวล้านทั้งนั้น รัสเซียไม่อยากให้ใครได้เรือรบ 2 ลำนี้ไป ไม่แปลกนะ เพราะรัสเซียลงทุนให้สร้างเอง เพื่อเข้ากับระบบของรัสเซีย แต่ดันมีคนที่ไม่อยากให้รัสเซีย ได้เรือรบ ที่มีระบบชั้นเยี่ยมนี่ไปด้วยเหมือนกัน คงเอากันออกนะครับว่า เป็นใคร ไอ้ที่ส่งมอบเรือรบไม่ได้ มาจากไหนล่ะ การแซงชั่นเริ่มจากใครล่ะ ใครเริ่มเรื่องที่ยูเครน (ของจริง) มันโยงกันหมด กลับไปหานิทานเรื่องก่อนๆมาอ่านหน่อยนะครับ เล่าซ้ำไม่ไหว แต่อียิปต์ บอกเรื่องนี้ไม่น่ามีปัญหาสำหรับเรา เพราะเราใช้ระบบความมั่นคงหลายอย่าง ที่คล้ายกับของรัสเซียอยู่แล้ว เอาละ สมมุติว่าเป็นเรื่องจริง แล้วอียิปต์จะเอาเงินมาจากไหนมาซื้อ รวยนักหรือ ตอนแรกมีข่าวลือว่า อียิปต์อาจจะกู้เงินจากซาอุดิอารเบีย โดยซาอุจะใช้เองลำนึง อีกลำให้อียิปต์ใช้ เอาไว้ช่วยป้องกันคลองสุเอซ ที่ก็มีความหมายกับซาอุไม่น้อยเหมือนกัน ก็เป็นเส้นทางส่งน้ำมันของเสี่ยปั๊มใหญ่ออกทะเลแดง ขึ้นเหนือผ่านสุเอซไปให้ยุโรป แต่ข่าวลือนี้ ตัดทิ้งไปได้เลย น่าจะเป็นข่าวปล่อยดูทีท่า ถ้าซาอุให้อียิปต์กู้เพื่อไปซื้อเรือรบนี้ และหรือซาอุจะใช้เรือรบนี้เอง ผมว่าน่าจะมีใครกลับไปเลี้ยงอูฐอย่างเดิมดีกว่า เขาว่าคนกลาง ที่จัดการให้การเจรจาซื้อขายรายนี้เกิดขึ้น คือ บริษัท Sistemy Upravleniya ซึ่งผู้ถือหุ้น คือ รัฐบาลรัสเซีย ! นอกจากนี้ มีข่าวว่า เนื่องจากรัสเซีย ได้สร้างเฮลิคอปเตอร์รุ่นพิเศษ Ka-52k ที่จะใช้กับเรือ 2 ลำนี้ไว้แล้ว ดูเหมือนอียิปต์ก็เลยเตรียมสั่งซื้อ คอปเตอร์รุ่นพิเศษนี้ด้วย พอนึกออกไหมครับว่า ในที่สุดแล้ว ใครจะเป็นเจ้าของเรือรบ 2 ลำนี้กันแน่…. รายการนี้ มันเป็นรายการพิเศษจริงๆ น่าจะเป็นอย่างที่เขาเรียกว่า ได้ด้วยกันหมด ฝรั่งเศสก็ขายเรือได้ ตูดไม่ขาด ไม่เสียหน้า ไม่เสียเงิน แต่เป็นหนี้บุญคุณบางคน ส่วนอียิปต์ก็ได้เพื่อน ได้อาวุธ และรัสเซีย ก็(น่า) จะได้ใช้เรือที่ตัวเองสั่งต่อ โดยมีระบบพิเศษ เข้ากับระบบอื่นๆของตัวเอง รวมทั้งได้เพื่อน และได้บุญคุณ ที่สำคัญ รัสเซีย ได้สร้างเครือข่ายสำคัญเพิ่มขึ้น ในบริเวณที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ จุดรัดคอ 3 จุด choke points ในบริเวณตะวันออกกลาง จุดสำคัญแรก ที่อ่าวโอมาน น่าจะอยู่มือแล้ว ภายใต้การดูแลของอิหร่าน โดยมีโอมานที่อยู่อีกฟาก ทิ้งชาวอ่าวโหนสิบล้อเกาะท้ายอิหร่านไปเรียบร้อย จุดบน ที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รัสเซียคุมด้านบน จากฐานทัพของตัวที่ริมฝั่งของซีเรียแล้ว ตอนนี้ ถ้าจับมือกับอียิปต์ จะคุมคลองสุเอซได้อีกด้วย เรื่องนี้มีความสำคัญมาก เหลือจุดสุดท้ายคือ ที่เยเมน ที่ตอนนี้เสี่ยปั๊มใหญ่และพรรคพวก กำลังระดมพรรคพวกไปชิง เพราะถ้าเสียเยเมน กลุ่มอ่าวอาจหัวทิ่มทรายตายทั้งเป็นและตายทั้งก๊วน ขึ้นบนก็ลำบาก ลงล่างก็เหนื่อย แล้วจะส่งออกน้ำมันทางไหนคร้าบ แบบนี้ รายการสกัดลมหวน จึงรุนแรงเหลือเกิน แต่เรื่องของอียิปต์ รัสเซียจะมีเพียงเท่านี้หรือ…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 15 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 458 มุมมอง 0 รีวิว
  • ยุคใหม่ของการติดตั้งแอปบน Linux: 7 เครื่องมือจัดการ GitHub Binaries ที่ช่วยลดงานซ้ำซ้อน

    โลกของ Linux กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อซอฟต์แวร์จำนวนมากเลือกปล่อยเป็น pre‑compiled binaries บน GitHub Releases แทนการเข้าระบบแพ็กเกจของดิสโทรแบบดั้งเดิม ทำให้ผู้ใช้ต้องคอยเข้าไปดาวน์โหลดไฟล์เองอยู่บ่อยครั้ง บทความจาก It’s FOSS ชี้ให้เห็นว่าเครื่องมือรุ่นใหม่เหล่านี้ช่วย “ปิดช่องว่าง” ระหว่างแพ็กเกจเมเนเจอร์แบบเดิมกับโลกของ GitHub ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    หนึ่งในเครื่องมือที่โดดเด่นคือ Eget ซึ่งช่วยดาวน์โหลดและติดตั้งไบนารีจาก GitHub โดยอัตโนมัติ เพียงระบุชื่อรีโป มันจะเลือกไฟล์ที่เหมาะกับสถาปัตยกรรมของระบบให้ทันที นอกจากนี้ยังมี deb‑get ที่นำแนวคิด apt-get มาประยุกต์ใช้กับ .deb จาก GitHub, PPA และลิงก์ตรง ทำให้ผู้ใช้ Ubuntu และ Debian สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์นอกรีโปได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

    ฝั่ง GUI ก็มี Autonomix ที่ใช้ GTK4 + libadwaita ให้หน้าตาทันสมัย รองรับทั้ง .deb, .rpm, AppImage, Flatpak และ Snap พร้อมระบบติดตามเวอร์ชันในตัว ส่วนเครื่องมืออย่าง bin, Install Release, stew และ AFX ก็เน้นความสามารถเฉพาะทาง เช่น การจัดการหลายแหล่งซอฟต์แวร์, การซิงก์สถานะข้ามเครื่อง, การติดตั้งแบบ declarative และการจัดการปลั๊กอินเชลล์อย่างเป็นระบบ

    ภาพรวมแล้ว เครื่องมือเหล่านี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Linux ที่กำลังเคลื่อนสู่โลกที่ผู้พัฒนาปล่อยซอฟต์แวร์เองมากขึ้น และผู้ใช้ต้องการระบบจัดการไบนารีที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม ไม่ต้องรอแพ็กเกจจากดิสโทร และยังสามารถอัปเดตได้อัตโนมัติแบบแพ็กเกจเมเนเจอร์ดั้งเดิม ถือเป็นการผสมผสานระหว่างความคล่องตัวของ GitHub กับความสะดวกของระบบจัดการแพ็กเกจที่ผู้ใช้คุ้นเคย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เครื่องมือเด่นสำหรับจัดการ GitHub Binaries
    deb‑get: apt‑get สำหรับ .deb จาก GitHub, PPA, direct download
    Autonomix: ตัวเลือก GUI รองรับหลายฟอร์แมต เช่น deb/rpm/AppImage/Flatpak/Snap
    Eget: ดาวน์โหลดไบนารีอัตโนมัติจาก GitHub พร้อมเลือกไฟล์ที่ตรงสถาปัตยกรรม
    Install Release: ซิงก์สถานะแพ็กเกจข้ามเครื่องผ่านไฟล์ JSON
    bin: จัดการไบนารีจากหลายแหล่ง เช่น GitHub, GitLab, Docker, Hashicorp
    stew: ระบบ declarative ผ่าน Stewfile + UI แบบ interactive
    AFX: จัดการปลั๊กอินเชลล์ + ไบนารีด้วย YAML config

    ข้อควรระวังและข้อจำกัด
    ต้องพึ่งพา GitHub API ซึ่งอาจเจอ rate‑limit หากไม่ใช้ token
    บางเครื่องมือยังใหม่มาก เช่น Autonomix อาจมีบั๊กหรือฟีเจอร์ไม่ครบ
    การติดตั้งไบนารีนอกรีโปอาจขาดการตรวจสอบความปลอดภัยจากดิสโทร
    ระบบ declarative หรือ multi‑source อาจซับซ้อนสำหรับผู้ใช้ใหม่

    https://itsfoss.com/github-binaries-tools/
    📦⚙️ ยุคใหม่ของการติดตั้งแอปบน Linux: 7 เครื่องมือจัดการ GitHub Binaries ที่ช่วยลดงานซ้ำซ้อน โลกของ Linux กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อซอฟต์แวร์จำนวนมากเลือกปล่อยเป็น pre‑compiled binaries บน GitHub Releases แทนการเข้าระบบแพ็กเกจของดิสโทรแบบดั้งเดิม ทำให้ผู้ใช้ต้องคอยเข้าไปดาวน์โหลดไฟล์เองอยู่บ่อยครั้ง บทความจาก It’s FOSS ชี้ให้เห็นว่าเครื่องมือรุ่นใหม่เหล่านี้ช่วย “ปิดช่องว่าง” ระหว่างแพ็กเกจเมเนเจอร์แบบเดิมกับโลกของ GitHub ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในเครื่องมือที่โดดเด่นคือ Eget ซึ่งช่วยดาวน์โหลดและติดตั้งไบนารีจาก GitHub โดยอัตโนมัติ เพียงระบุชื่อรีโป มันจะเลือกไฟล์ที่เหมาะกับสถาปัตยกรรมของระบบให้ทันที นอกจากนี้ยังมี deb‑get ที่นำแนวคิด apt-get มาประยุกต์ใช้กับ .deb จาก GitHub, PPA และลิงก์ตรง ทำให้ผู้ใช้ Ubuntu และ Debian สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์นอกรีโปได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ฝั่ง GUI ก็มี Autonomix ที่ใช้ GTK4 + libadwaita ให้หน้าตาทันสมัย รองรับทั้ง .deb, .rpm, AppImage, Flatpak และ Snap พร้อมระบบติดตามเวอร์ชันในตัว ส่วนเครื่องมืออย่าง bin, Install Release, stew และ AFX ก็เน้นความสามารถเฉพาะทาง เช่น การจัดการหลายแหล่งซอฟต์แวร์, การซิงก์สถานะข้ามเครื่อง, การติดตั้งแบบ declarative และการจัดการปลั๊กอินเชลล์อย่างเป็นระบบ ภาพรวมแล้ว เครื่องมือเหล่านี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Linux ที่กำลังเคลื่อนสู่โลกที่ผู้พัฒนาปล่อยซอฟต์แวร์เองมากขึ้น และผู้ใช้ต้องการระบบจัดการไบนารีที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม ไม่ต้องรอแพ็กเกจจากดิสโทร และยังสามารถอัปเดตได้อัตโนมัติแบบแพ็กเกจเมเนเจอร์ดั้งเดิม ถือเป็นการผสมผสานระหว่างความคล่องตัวของ GitHub กับความสะดวกของระบบจัดการแพ็กเกจที่ผู้ใช้คุ้นเคย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เครื่องมือเด่นสำหรับจัดการ GitHub Binaries ➡️ deb‑get: apt‑get สำหรับ .deb จาก GitHub, PPA, direct download ➡️ Autonomix: ตัวเลือก GUI รองรับหลายฟอร์แมต เช่น deb/rpm/AppImage/Flatpak/Snap ➡️ Eget: ดาวน์โหลดไบนารีอัตโนมัติจาก GitHub พร้อมเลือกไฟล์ที่ตรงสถาปัตยกรรม ➡️ Install Release: ซิงก์สถานะแพ็กเกจข้ามเครื่องผ่านไฟล์ JSON ➡️ bin: จัดการไบนารีจากหลายแหล่ง เช่น GitHub, GitLab, Docker, Hashicorp ➡️ stew: ระบบ declarative ผ่าน Stewfile + UI แบบ interactive ➡️ AFX: จัดการปลั๊กอินเชลล์ + ไบนารีด้วย YAML config ‼️ ข้อควรระวังและข้อจำกัด ⛔ ต้องพึ่งพา GitHub API ซึ่งอาจเจอ rate‑limit หากไม่ใช้ token ⛔ บางเครื่องมือยังใหม่มาก เช่น Autonomix อาจมีบั๊กหรือฟีเจอร์ไม่ครบ ⛔ การติดตั้งไบนารีนอกรีโปอาจขาดการตรวจสอบความปลอดภัยจากดิสโทร ⛔ ระบบ declarative หรือ multi‑source อาจซับซ้อนสำหรับผู้ใช้ใหม่ https://itsfoss.com/github-binaries-tools/
    ITSFOSS.COM
    Stop Manually Checking GitHub Releases — These Tools Automatically Install & Update Apps on Linux
    These handy utilities tools simplify installing and managing binaries from GitHub releases on Linux.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 257 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts