• อริยสาวกพึงฝึกหัด​ศึกษาว่าปฏิบัติเพื่อความสิ้นไปแห่งตัณหาคือ นิพพาน
    สัทธรรมลำดับที่ : 363
    ชื่อบทธรรม :- ความสิ้นตัณหา คือ นิพพาน
    https://www.xn--n3ccdaca9awfta5nmbzd0nd.com/AriyasajSearch/SinglePage.php?key=363
    เนื้อความทั้งหมด :-
    --ความสิ้นตัณหา คือ นิพพาน
    --“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !
    ที่เรียกว่า ‘สัตว์ สัตว์’ ดังนี้,
    อันว่าสัตว์มีได้ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรเล่า ?
    พระเจ้าข้า !”
    --ราธะ !
    ยินดีความพอใจ(ฉันทะ) อันใด ;
    ความกำหนัด(ราคะ)อันใด ;
    ความเพลิดเพลิน(นันทิ) อันใด ;
    ความอยากมีอยากเป็น(ตัณหา) อันใด ;
    มีอยู่
    ในรูป ในเวทนา ในสัญญา ในสังขารทั้งหลาย และในวิญญาณ,
    เพราะการติดแล้ว ข้องแล้ว ในสิ่งนั้น ๆ,
    เพราะฉะนั้น จึงเรียกว่า ‘สัตว์’ ดังนี้.
    http://etipitaka.com/read/pali/17/232/?keywords=สตฺโต

    --ราธะ ! เปรียบเหมือนพวกกุมารน้อย ๆ หรือกุมารีน้อย ๆ เล่น เรือนน้อย ๆ ที่ทำด้วยดินอยู่,
    ตราบใดเขายังมีราคะ มีฉันทะ มีความรัก มีความกระหาย มีความเร่าร้อน และมีตัณหา
    ใน เรือนน้อย ที่ทำด้วยดินเหล่านั้น ;
    ตราบนั้นพวกเด็กน้อยนั้น ๆ ย่อมอาลัย เรือนน้อย ที่ทำด้วยดินเหล่านั้น
    ย่อมอยากเล่น ย่อมอยากมี เรือนน้อย ที่ทำด้วยดิน เหล่านั้น ย่อมยึดถือ เรือนน้อย
    ที่ทำด้วยดินเหล่านั้นว่าเป็นของเรา ดังนี้.

    --ราธะ ! แต่เมื่อใดแล พวกกุมารน้อย ๆ หรือกุมารีน้อย ๆ เหล่านั้น
    มีราคะไปปราศแล้ว มีฉันทะไปปราศแล้ว มีความรักไปปราศแล้ว
    มีความกระหายไปปราศแล้ว มีความเร่าร้อนไปปราศแล้ว
    มีตัณหาไปปราศแล้ว ในเรือนน้อยที่ทำด้วยดินเหล่านั้น,
    ในกาลนั้นแหละพวกเขาย่อมทำ เรือนน้อย ๆ ที่ทำด้วยดินเหล่านั้น
    ให้กระจัดกระจายเรี่ยรายเกลื่อนกล่นไป
    กระทำให้จบการเล่นเสีย ด้วยมือและเท้าทั้งหลาย,
    อุปมานี้ฉันใด ;

    --ราธะ ! อุปไมยก็ฉันนั้น คือ แม้พวกเธอทั้งหลายจงเรี่ยรายกระจายออก
    ซึ่งรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ.
    จงขจัดเสียให้ถูกวิธี,
    จงทำให้แหลกลาญ โดยถูกวิธี,
    จงทำให้จบการเล่นให้ถูกวิธี,
    จงปฏิบัติเพื่อความสิ้นไปแห่ง ตัณหา เถิด.
    --ราธะ ! เพราะว่า #ความสิ้นไปแห่งตัณหานั้นคือนิพพาน ดังนี้ แล.-
    http://etipitaka.com/read/pali/17/233/?keywords=นิพฺพานนฺติ

    #ทุกขนิโรธ#อริยสัจสี่ #สุตันตปิฎก #บาลีสุตันตปิฎก #พุทธธัมมเจดีย์

    อ้างอิงไทยสุตันตปิฎก : - ขนฺธ. สํ. 17/191/367.
    http://etipitaka.com/read/thai/17/191/?keywords=%E0%B9%93%E0%B9%96%E0%B9%97
    อ้างอิงบาลีสุตันตปิฎก : - ขนฺธ. สํ. ๑๗/๒๓๒/๓๖๗.
    http://etipitaka.com/read/pali/17/232/?keywords=%E0%B9%93%E0%B9%96%E0%B9%97
    ศึกษาเพิ่มเติม...
    https://www.xn--n3ccdaca9awfta5nmbzd0nd.com/AriyasajSearch/SinglePage.php?key=363
    http://www.xn--n3ccdaca9awfta5nmbzd0nd.com/2015/checkForm.php?songno=24&id=363
    http://www.xn--n3ccdaca9awfta5nmbzd0nd.com/2015/checkForm.php?songno=24
    ลำดับสาธยายธรรม : 24 ฟังเสียง...
    http://www.manodham.com/sound/002/mp3/002_24.mp3
    อริยสาวกพึงฝึกหัด​ศึกษาว่าปฏิบัติเพื่อความสิ้นไปแห่งตัณหาคือ นิพพาน สัทธรรมลำดับที่ : 363 ชื่อบทธรรม :- ความสิ้นตัณหา คือ นิพพาน https://www.xn--n3ccdaca9awfta5nmbzd0nd.com/AriyasajSearch/SinglePage.php?key=363 เนื้อความทั้งหมด :- --ความสิ้นตัณหา คือ นิพพาน --“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! ที่เรียกว่า ‘สัตว์ สัตว์’ ดังนี้, อันว่าสัตว์มีได้ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรเล่า ? พระเจ้าข้า !” --ราธะ ! ยินดีความพอใจ(ฉันทะ) อันใด ; ความกำหนัด(ราคะ)อันใด ; ความเพลิดเพลิน(นันทิ) อันใด ; ความอยากมีอยากเป็น(ตัณหา) อันใด ; มีอยู่ ในรูป ในเวทนา ในสัญญา ในสังขารทั้งหลาย และในวิญญาณ, เพราะการติดแล้ว ข้องแล้ว ในสิ่งนั้น ๆ, เพราะฉะนั้น จึงเรียกว่า ‘สัตว์’ ดังนี้. http://etipitaka.com/read/pali/17/232/?keywords=สตฺโต --ราธะ ! เปรียบเหมือนพวกกุมารน้อย ๆ หรือกุมารีน้อย ๆ เล่น เรือนน้อย ๆ ที่ทำด้วยดินอยู่, ตราบใดเขายังมีราคะ มีฉันทะ มีความรัก มีความกระหาย มีความเร่าร้อน และมีตัณหา ใน เรือนน้อย ที่ทำด้วยดินเหล่านั้น ; ตราบนั้นพวกเด็กน้อยนั้น ๆ ย่อมอาลัย เรือนน้อย ที่ทำด้วยดินเหล่านั้น ย่อมอยากเล่น ย่อมอยากมี เรือนน้อย ที่ทำด้วยดิน เหล่านั้น ย่อมยึดถือ เรือนน้อย ที่ทำด้วยดินเหล่านั้นว่าเป็นของเรา ดังนี้. --ราธะ ! แต่เมื่อใดแล พวกกุมารน้อย ๆ หรือกุมารีน้อย ๆ เหล่านั้น มีราคะไปปราศแล้ว มีฉันทะไปปราศแล้ว มีความรักไปปราศแล้ว มีความกระหายไปปราศแล้ว มีความเร่าร้อนไปปราศแล้ว มีตัณหาไปปราศแล้ว ในเรือนน้อยที่ทำด้วยดินเหล่านั้น, ในกาลนั้นแหละพวกเขาย่อมทำ เรือนน้อย ๆ ที่ทำด้วยดินเหล่านั้น ให้กระจัดกระจายเรี่ยรายเกลื่อนกล่นไป กระทำให้จบการเล่นเสีย ด้วยมือและเท้าทั้งหลาย, อุปมานี้ฉันใด ; --ราธะ ! อุปไมยก็ฉันนั้น คือ แม้พวกเธอทั้งหลายจงเรี่ยรายกระจายออก ซึ่งรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ. จงขจัดเสียให้ถูกวิธี, จงทำให้แหลกลาญ โดยถูกวิธี, จงทำให้จบการเล่นให้ถูกวิธี, จงปฏิบัติเพื่อความสิ้นไปแห่ง ตัณหา เถิด. --ราธะ ! เพราะว่า #ความสิ้นไปแห่งตัณหานั้นคือนิพพาน ดังนี้ แล.- http://etipitaka.com/read/pali/17/233/?keywords=นิพฺพานนฺติ #ทุกขนิโรธ​ #อริยสัจสี่ #สุตันตปิฎก #บาลีสุตันตปิฎก #พุทธธัมมเจดีย์ อ้างอิงไทยสุตันตปิฎก : - ขนฺธ. สํ. 17/191/367. http://etipitaka.com/read/thai/17/191/?keywords=%E0%B9%93%E0%B9%96%E0%B9%97 อ้างอิงบาลีสุตันตปิฎก : - ขนฺธ. สํ. ๑๗/๒๓๒/๓๖๗. http://etipitaka.com/read/pali/17/232/?keywords=%E0%B9%93%E0%B9%96%E0%B9%97 ศึกษาเพิ่มเติม... https://www.xn--n3ccdaca9awfta5nmbzd0nd.com/AriyasajSearch/SinglePage.php?key=363 http://www.xn--n3ccdaca9awfta5nmbzd0nd.com/2015/checkForm.php?songno=24&id=363 http://www.xn--n3ccdaca9awfta5nmbzd0nd.com/2015/checkForm.php?songno=24 ลำดับสาธยายธรรม : 24 ฟังเสียง... http://www.manodham.com/sound/002/mp3/002_24.mp3
    WWW.XN--N3CCDACA9AWFTA5NMBZD0ND.COM
    - (ข้อความนี้มีประโยชน์มาก ที่ทำให้เราสามารถละสิ่งที่ควรละได้เต็มตามความหมาย ; คือไม่ใช่ละตัววัตถุนั้น แต่ละความกำหนัดพอใจในสิ่งนั้น จึงจะเป็นการละสิ่งนั้นได้เด็ดขาด และเป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ยิ่งกว่าการที่จะไปละวัตถุนั้น ๆ โดยตรง).
    -(ข้อความนี้มีประโยชน์มาก ที่ทำให้เราสามารถละสิ่งที่ควรละได้เต็มตามความหมาย ; คือไม่ใช่ละตัววัตถุนั้น แต่ละความกำหนัดพอใจในสิ่งนั้น จึงจะเป็นการละสิ่งนั้นได้เด็ดขาด และเป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ยิ่งกว่าการที่จะไปละวัตถุนั้น ๆ โดยตรง). ความสิ้นตัณหา คือ นิพพาน “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! ที่เรียกว่า ‘สัตว์ สัตว์’ดังนี้, อันว่าสัตว์มีได้ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรเล่า ? พระเจ้าข้า !” ราธะ ! ความพอใจอันใด ราคะอันใด นันทิอันใด ตัณหาอันใด มีอยู่ในรูป ในเวทนา ในสัญญา ในสังขารทั้งหลาย และในวิญญาณ, เพราะการติดแล้ว ข้องแล้ว ในสิ่งนั้น ๆ, เพราะฉะนั้น จึงเรียกว่า ‘สัตว์’ ดังนี้. ราธะ ! เปรียบเหมือนพวกกุมารน้อย ๆ หรือกุมารีน้อย ๆ เล่นเรือนน้อย ๆ ที่ทำด้วยดินอยู่, ตราบใดเขายังมีราคะ มีฉันทะ มีความรัก มีความกระหาย มีความเร่าร้อน และมีตัณหา ในเรือนน้อยที่ทำด้วยดินเหล่านั้น ; ตราบนั้นพวกเด็กน้อยนั้น ๆ ย่อมอาลัยเรือนน้อยที่ทำด้วยดินเหล่านั้น ย่อมอยากเล่น ย่อมอยากมีเรือนน้อย ที่ทำด้วยดิน เหล่านั้น ย่อมยึดถือเรือนน้อย ที่ทำด้วยดินเหล่านั้นว่าเป็นของเรา ดังนี้. ราธะ ! แต่เมื่อใดแล พวกกุมารน้อย ๆ หรือกุมารีน้อย ๆ เหล่านั้น มีราคะไปปราศแล้ว มีฉันทะไปปราศแล้ว มีความรักไปปราศแล้ว มีความกระหายไปปราศแล้ว มีความเร่าร้อนไปปราศแล้ว มีตัณหาไปปราศแล้ว ในเรือนน้อยที่ทำด้วยดินเหล่านั้น, ในกาลนั้นแหละพวกเขาย่อมทำเรือนน้อย ๆ ที่ทำด้วยดินเหล่านั้น ให้กระจัดกระจายเรี่ยรายเกลื่อนกล่นไป กระทำให้จบการเล่นเสีย ด้วยมือและเท้าทั้งหลาย, อุปมานี้ฉันใด ; ราธะ ! อุปไมยก็ฉันนั้น คือ แม้พวกเธอทั้งหลายจงเรี่ยรายกระจายออก ซึ่งรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ. จงขจัดเสียให้ถูกวิธี, จงทำให้แหลกลาญ โดยถูกวิธี, จงทำให้จบการเล่นให้ถูกวิธี, จงปฏิบัติเพื่อความสิ้นไปแห่งตัณหาเถิด. ราธะ ! เพราะว่า ความสิ้นไปแห่งตัณหานั้น คือนิพพาน ดังนี้ แล.
    0 Comments 0 Shares 79 Views 0 Reviews