• Prepacked Chromatography Columns: Simplifying Laboratory Separations

    Prepacked chromatography columns are designed to provide reliable and efficient separation without the need for manual column packing. These columns come ready to use, containing carefully packed stationary phases that ensure consistent performance across experiments. Their convenience has made them a preferred choice in many analytical and preparative laboratories.

    One of the main advantages of prepacked columns is reproducibility. Manual packing can introduce variability, affecting resolution and flow characteristics. Prepacked columns eliminate this risk by offering uniform packing density and optimized bed structure. This consistency is especially valuable in regulated environments where repeatability is essential.

    Reference - https://www.marketresearchfuture.com/reports/prepacked-chromatography-columns-market-10797
    Prepacked Chromatography Columns: Simplifying Laboratory Separations Prepacked chromatography columns are designed to provide reliable and efficient separation without the need for manual column packing. These columns come ready to use, containing carefully packed stationary phases that ensure consistent performance across experiments. Their convenience has made them a preferred choice in many analytical and preparative laboratories. One of the main advantages of prepacked columns is reproducibility. Manual packing can introduce variability, affecting resolution and flow characteristics. Prepacked columns eliminate this risk by offering uniform packing density and optimized bed structure. This consistency is especially valuable in regulated environments where repeatability is essential. Reference - https://www.marketresearchfuture.com/reports/prepacked-chromatography-columns-market-10797
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 19 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🩷 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🩷

    #รวมข่าวIT #20260113 #securityonline

    ช่องโหว่ร้ายแรง Advantech เปิดช่องให้โจมตี IoT (CVE-2025-52694)
    ช่องโหว่ SQL Injection ระดับวิกฤตคะแนนเต็ม 10 ทำให้อุปกรณ์ IoT ของ Advantech เสี่ยงถูกเจาะโดยไม่ต้องล็อกอิน ผู้โจมตีสามารถสั่งฐานข้อมูล แก้ไขค่าระบบ หรือยึดโครงสร้าง IoT ได้ทันที โดยกระทบหลายผลิตภัณฑ์เวอร์ชันเก่าและต้องอัปเดตด่วนผ่านการติดต่อซัพพอร์ตหรือดาวน์โหลดแพตช์ตามรุ่นที่ใช้
    https://securityonline.info/cve-2025-52694-cvss-10-critical-advantech-sql-injection-exposes-iot-devices

    สวิตช์ Moxa เสี่ยงถูกโจมตีผ่าน OpenSSH RCE (CVSS 9.8)
    พบช่องโหว่ร้ายแรงในสวิตช์อุตสาหกรรมของ Moxa จากบั๊กใน OpenSSH ที่เปิดทางให้รันโค้ดจากระยะไกลได้ หากมีการใช้ ssh-agent forwarding โดยรุ่นที่ได้รับผลกระทบต้องติดต่อ Moxa เพื่อขอแพตช์เฉพาะ พร้อมคำแนะนำเสริมด้านความปลอดภัย เช่น แยกเครือข่าย จำกัดการเข้าถึง และตรวจสอบบันทึกการใช้งานอย่างใกล้ชิด
    https://securityonline.info/critical-alert-moxa-switches-exposed-to-openssh-remote-code-execution-cvss-9-8

    Google เตรียมนำ AirDrop มาสู่ Pixel 9
    Google เดินหน้าเร่งพัฒนาการแชร์ไฟล์ข้ามระบบให้เทียบเท่า AirDrop โดยฟีเจอร์ Quick Share รุ่นใหม่ถูกพบในเฟิร์มแวร์ทดลองของ Pixel 9 ก่อนกำหนดเดิมที่ตั้งใจเปิดตัวพร้อม Pixel 10 สะท้อนว่าบริษัทต้องการผลักดันการเชื่อมต่อ Android–iOS ให้ไร้รอยต่อ และอาจเปิดใช้งานจริงพร้อมอัปเดต Android 16 QPR3 หรือ Android 17 ในอนาคต
    https://securityonline.info/tearing-down-the-wall-google-brings-airdrop-support-to-the-pixel-9

    Google เปิดตัว “Agentic Commerce” ยุคใหม่ของการช้อปด้วย AI
    Google ประกาศแนวคิด Agentic Commerce และโปรโตคอล UCP ที่ช่วยให้ AI ทำงานแทนผู้ใช้ตั้งแต่ค้นหา เปรียบเทียบราคา ไปจนถึงสั่งซื้อสินค้าโดยไม่ต้องเปิดหลายแท็บหรือกรอกข้อมูลซ้ำ ระบบนี้ร่วมพัฒนากับยักษ์ค้าปลีกอย่าง Walmart, Shopify และบริษัทการเงินหลายแห่ง เพื่อสร้างมาตรฐานกลางให้ AI เชื่อมต่อร้านค้าต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น และอาจเป็นก้าวสำคัญในการท้าชน Amazon
    https://securityonline.info/the-end-of-the-shopping-tab-google-unveils-agentic-commerce-and-ucp

    Dell ยอมรับ “AI PC” ยังไม่จูงใจผู้บริโภค
    แม้ผู้ผลิตชิปและผู้พัฒนาระบบจะผลักดัน AI PC อย่างหนัก แต่ Dell ระบุว่าผู้ใช้ทั่วไปยังไม่เห็นประโยชน์ชัดเจนและกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ทำให้ยอดขายไม่ขยับตามคาด ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับราคา ประสิทธิภาพ และความทนทานมากกว่า ส่งผลให้ Dell ปรับกลยุทธ์เน้นดีไซน์และประสบการณ์ใช้งานแทนการโปรโมต AI แบบเดิม
    https://securityonline.info/the-hype-hangover-dell-admits-consumers-arent-buying-the-ai-pc-narrative

    “TryCloudflare” ถูกใช้เป็นช่องทางซ่อนมัลแวร์ AsyncRAT
    แคมเปญโจมตีใหม่กำลังใช้บริการ TryCloudflare และ WebDAV เพื่อสร้างโครงสร้างสั่งการมัลแวร์ที่ซ่อนตัวแนบเนียน โดยเริ่มจากอีเมลฟิชชิงที่หลอกให้เหยื่อเปิดไฟล์ลวงซึ่งดาวน์โหลด Python ของจริงมาติดตั้งสภาพแวดล้อมก่อนฉีด AsyncRAT เข้าไปใน explorer.exe ทำให้ผู้โจมตีควบคุมเครื่องได้อย่างต่อเนื่องและยากต่อการตรวจจับ แนวโน้มนี้สะท้อนการใช้บริการคลาวด์ถูกกฎหมายเป็นเครื่องมือโจมตีมากขึ้น
    https://securityonline.info/trycloudflare-abuse-asyncrat-exploits-free-tunnels-to-build-stealthy-webdav-network

    Apple จับมือ Google Gemini ปั้น Siri เวอร์ชันใหม่
    Apple และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ โดย Apple จะนำโมเดล Gemini มาเป็นแกนหลักของ Apple Foundation Models เพื่อยกระดับ Siri ให้ฉลาดขึ้น เข้าใจภาษาธรรมชาติดีขึ้น และรองรับฟีเจอร์ Apple Intelligence รุ่นใหม่ แม้จะยังคงประมวลผลข้อมูลส่วนตัวบนอุปกรณ์และ Private Cloud Compute ของ Apple แต่ดีลนี้สะท้อนว่า Apple ต้องเร่งปิดช่องว่างการแข่งขันด้าน AI ขณะที่ Google ได้ประโยชน์จากดีมานด์มหาศาลของผู้ใช้ iPhone
    https://securityonline.info/the-ai-alliance-apple-taps-google-gemini-to-power-the-new-siri

    อินเดียขอซอร์สโค้ดมือถือ จุดชนวนความไม่พอใจในวงการเทค
    รัฐบาลอินเดียเสนอข้อกำหนดด้านความปลอดภัย 83 ข้อ โดยหนึ่งในนั้นคือการให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนส่งมอบ “ซอร์สโค้ด” ให้รัฐตรวจสอบ อ้างเพื่อความมั่นคงไซเบอร์ แต่บริษัทใหญ่ทั้ง Apple, Samsung และ MAIT ต่างคัดค้านอย่างหนักเพราะซอร์สโค้ดคือทรัพย์สินสำคัญและเสี่ยงต่อการถูกเจาะระบบ หากข้อกำหนดนี้เดินหน้าจริงอาจทำให้อินเดียเสียความเชื่อมั่นจากผู้ผลิตรายใหญ่ทั่วโลก
    https://securityonline.info/indias-source-code-demand-sparks-tech-revolt

    QEMU 11.0 เตรียมตัดการรองรับ 32-bit บน Cloud Variant
    QEMU กำลังเดินหน้าลดภาระโค้ดโดยเตรียมลบการรองรับโฮสต์ 32-bit ในเวอร์ชัน Cloud ซึ่งจะช่วยลดโค้ดกว่า 7,000 บรรทัด แม้เวอร์ชันปกติยังรองรับอยู่ แต่ผู้ใช้ 32-bit จะไม่สามารถอัปเกรดเป็น QEMU 11.0 ได้และต้องค้างอยู่บน 10.x ที่ไม่มีแพตช์ความปลอดภัย ทำให้เสี่ยงต่อการใช้งานระยะยาว การเปลี่ยนแปลงยังอยู่ระหว่างพิจารณาแต่มีแนวโน้มสูงว่าจะเกิดขึ้นจริง
    https://securityonline.info/cutting-the-cord-qemu-11-0-to-expunge-32-bit-host-support-in-cloud-variant

    พบช่องโหว่ร้ายแรงใน Ruckus IoT Controller เสี่ยงถูกยึดระบบเต็มรูปแบบ
    มีการเปิดเผยช่องโหว่ CVSS 10 สองรายการใน Ruckus vRIoT Controller ที่เกิดจากการฝังคีย์ลับและข้อมูลล็อกอินแบบฮาร์ดโค้ด ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงบริการบนพอร์ต 2004 เพื่อรันคำสั่งระดับ root หรือใช้บัญชี SSH ที่ฝังไว้เพื่อเจาะออกจาก Docker และยึดระบบทั้งหมดได้ Ruckus ออกแพตช์แก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 3.0.0.0 และแนะนำให้อัปเดตทันที
    https://securityonline.info/double-critical-hardcoded-secrets-expose-ruckus-iot-controllers-to-root-rce

    Hikvision เจอช่องโหว่ Stack Overflow กระทบกล้องวงจรปิดและระบบควบคุมการเข้าออก
    รายงานชี้ว่าอุปกรณ์ของ Hikvision ทั้งกล้องวงจรปิดและระบบ Access Control ถูกพบช่องโหว่แบบ Stack Overflow ที่อาจเปิดทางให้ผู้โจมตีทำให้ระบบล่มหรือเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้ โดยข้อมูลเชิงลึกถูกจำกัดให้เฉพาะผู้สนับสนุน แต่ประเด็นหลักคือความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยที่ใช้อุปกรณ์เหล่านี้อย่างแพร่หลาย
    https://securityonline.info/hikvision-security-cameras-and-access-controls-hit-by-stack-overflow-flaws

    ช่องโหว่ร้ายแรงใน ServiceNow (CVE-2025-12420) เปิดทางปลอมตัวเป็นผู้ใช้
    มีการค้นพบช่องโหว่ระดับวิกฤตในแพลตฟอร์ม AI ของ ServiceNow ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่ไม่ได้รับการยืนยันตัวตนสามารถสวมรอยเป็นผู้ใช้จริงและทำสิ่งที่ผู้ใช้คนนั้นมีสิทธิ์ทำได้ แม้ ServiceNow จะออกแพตช์แก้ไขแล้วสำหรับระบบที่โฮสต์โดยบริษัท แต่ลูกค้าที่ติดตั้งเองยังต้องเร่งอัปเดตเพื่อปิดความเสี่ยงนี้ทันที
    https://securityonline.info/ai-identity-theft-critical-servicenow-flaw-cve-2025-12420-allows-unauthenticated-impersonation

    CISA เตือนด่วน! ช่องโหว่ Gogs (CVE-2025-8110) ถูกโจมตีจริงแล้ว
    CISA ออกประกาศ “Must-Patch” หลังพบว่าช่องโหว่ใน Gogs ซึ่งเป็นระบบ Git แบบ self-hosted ถูกใช้โจมตีจริงในโลกไซเบอร์ โดยช่องโหว่นี้เป็นการเลี่ยงแพตช์เดิม ทำให้ผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถทำ Path Traversal และเขียนไฟล์ออกนอกไดเรกทอรีได้ ส่งผลให้สามารถรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้ หน่วยงานรัฐสหรัฐฯ ถูกกำหนดเส้นตายให้แก้ไขก่อนกุมภาพันธ์ 2026
    https://securityonline.info/cisa-must-patch-alert-critical-gogs-exploit-cve-2025-8110-active-in-wild

    มิจฉาชีพใช้ PDF ปลอมล่อเหยื่อ ติดตั้ง RMM Tools เพื่อยึดเครื่อง
    รายงานจาก ASEC ระบุว่าผู้โจมตีกำลังใช้ไฟล์ PDF ปลอมที่แกล้งทำเป็นเอกสารเสียหรือโหลดไม่ขึ้น เพื่อหลอกให้เหยื่อคลิกลิงก์ดาวน์โหลดเครื่องมือ Remote Monitoring & Management (RMM) เช่น Syncro, NinjaOne หรือ ScreenConnect ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถูกนำมาใช้เป็นช่องทางเข้าควบคุมเครื่องของเหยื่อแบบแนบเนียน ทำให้ตรวจจับได้ยากมาก
    https://securityonline.info/attackers-weaponize-legitimate-rmm-tools-via-fake-pdfs

    Angular พบช่องโหว่ร้ายแรงใน SVG (CVE-2026-22610) เสี่ยงถูกโจมตีแบบ XSS
    ช่องโหว่ใหม่ใน Angular Template Compiler ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้คุณสมบัติของ SVG script เพื่อหลบเลี่ยงระบบ Sanitization และฝังโค้ด JavaScript อันตรายได้ หากแอปมีการผูกข้อมูลแบบไดนามิกกับ attribute ของ SVG script อาจถูกใช้ขโมย session, ดึงข้อมูล หรือสั่งการโดยไม่ได้รับอนุญาต นักพัฒนาถูกแนะนำให้อัปเดตเวอร์ชัน Angular ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่นี้
    https://securityonline.info/angular-security-alert-high-severity-svg-flaw-cve-2026-22610-exposes-apps-to-xss
    📌🔐🩷 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🩷🔐📌 #รวมข่าวIT #20260113 #securityonline 🔥 ช่องโหว่ร้ายแรง Advantech เปิดช่องให้โจมตี IoT (CVE-2025-52694) ช่องโหว่ SQL Injection ระดับวิกฤตคะแนนเต็ม 10 ทำให้อุปกรณ์ IoT ของ Advantech เสี่ยงถูกเจาะโดยไม่ต้องล็อกอิน ผู้โจมตีสามารถสั่งฐานข้อมูล แก้ไขค่าระบบ หรือยึดโครงสร้าง IoT ได้ทันที โดยกระทบหลายผลิตภัณฑ์เวอร์ชันเก่าและต้องอัปเดตด่วนผ่านการติดต่อซัพพอร์ตหรือดาวน์โหลดแพตช์ตามรุ่นที่ใช้ 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-52694-cvss-10-critical-advantech-sql-injection-exposes-iot-devices ⚠️ สวิตช์ Moxa เสี่ยงถูกโจมตีผ่าน OpenSSH RCE (CVSS 9.8) พบช่องโหว่ร้ายแรงในสวิตช์อุตสาหกรรมของ Moxa จากบั๊กใน OpenSSH ที่เปิดทางให้รันโค้ดจากระยะไกลได้ หากมีการใช้ ssh-agent forwarding โดยรุ่นที่ได้รับผลกระทบต้องติดต่อ Moxa เพื่อขอแพตช์เฉพาะ พร้อมคำแนะนำเสริมด้านความปลอดภัย เช่น แยกเครือข่าย จำกัดการเข้าถึง และตรวจสอบบันทึกการใช้งานอย่างใกล้ชิด 🔗 https://securityonline.info/critical-alert-moxa-switches-exposed-to-openssh-remote-code-execution-cvss-9-8 📱 Google เตรียมนำ AirDrop มาสู่ Pixel 9 Google เดินหน้าเร่งพัฒนาการแชร์ไฟล์ข้ามระบบให้เทียบเท่า AirDrop โดยฟีเจอร์ Quick Share รุ่นใหม่ถูกพบในเฟิร์มแวร์ทดลองของ Pixel 9 ก่อนกำหนดเดิมที่ตั้งใจเปิดตัวพร้อม Pixel 10 สะท้อนว่าบริษัทต้องการผลักดันการเชื่อมต่อ Android–iOS ให้ไร้รอยต่อ และอาจเปิดใช้งานจริงพร้อมอัปเดต Android 16 QPR3 หรือ Android 17 ในอนาคต 🔗 https://securityonline.info/tearing-down-the-wall-google-brings-airdrop-support-to-the-pixel-9 🛒 Google เปิดตัว “Agentic Commerce” ยุคใหม่ของการช้อปด้วย AI Google ประกาศแนวคิด Agentic Commerce และโปรโตคอล UCP ที่ช่วยให้ AI ทำงานแทนผู้ใช้ตั้งแต่ค้นหา เปรียบเทียบราคา ไปจนถึงสั่งซื้อสินค้าโดยไม่ต้องเปิดหลายแท็บหรือกรอกข้อมูลซ้ำ ระบบนี้ร่วมพัฒนากับยักษ์ค้าปลีกอย่าง Walmart, Shopify และบริษัทการเงินหลายแห่ง เพื่อสร้างมาตรฐานกลางให้ AI เชื่อมต่อร้านค้าต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น และอาจเป็นก้าวสำคัญในการท้าชน Amazon 🔗 https://securityonline.info/the-end-of-the-shopping-tab-google-unveils-agentic-commerce-and-ucp 💻 Dell ยอมรับ “AI PC” ยังไม่จูงใจผู้บริโภค แม้ผู้ผลิตชิปและผู้พัฒนาระบบจะผลักดัน AI PC อย่างหนัก แต่ Dell ระบุว่าผู้ใช้ทั่วไปยังไม่เห็นประโยชน์ชัดเจนและกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ทำให้ยอดขายไม่ขยับตามคาด ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับราคา ประสิทธิภาพ และความทนทานมากกว่า ส่งผลให้ Dell ปรับกลยุทธ์เน้นดีไซน์และประสบการณ์ใช้งานแทนการโปรโมต AI แบบเดิม 🔗 https://securityonline.info/the-hype-hangover-dell-admits-consumers-arent-buying-the-ai-pc-narrative 🕵️‍♂️ “TryCloudflare” ถูกใช้เป็นช่องทางซ่อนมัลแวร์ AsyncRAT แคมเปญโจมตีใหม่กำลังใช้บริการ TryCloudflare และ WebDAV เพื่อสร้างโครงสร้างสั่งการมัลแวร์ที่ซ่อนตัวแนบเนียน โดยเริ่มจากอีเมลฟิชชิงที่หลอกให้เหยื่อเปิดไฟล์ลวงซึ่งดาวน์โหลด Python ของจริงมาติดตั้งสภาพแวดล้อมก่อนฉีด AsyncRAT เข้าไปใน explorer.exe ทำให้ผู้โจมตีควบคุมเครื่องได้อย่างต่อเนื่องและยากต่อการตรวจจับ แนวโน้มนี้สะท้อนการใช้บริการคลาวด์ถูกกฎหมายเป็นเครื่องมือโจมตีมากขึ้น 🔗 https://securityonline.info/trycloudflare-abuse-asyncrat-exploits-free-tunnels-to-build-stealthy-webdav-network 🤖 Apple จับมือ Google Gemini ปั้น Siri เวอร์ชันใหม่ Apple และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ โดย Apple จะนำโมเดล Gemini มาเป็นแกนหลักของ Apple Foundation Models เพื่อยกระดับ Siri ให้ฉลาดขึ้น เข้าใจภาษาธรรมชาติดีขึ้น และรองรับฟีเจอร์ Apple Intelligence รุ่นใหม่ แม้จะยังคงประมวลผลข้อมูลส่วนตัวบนอุปกรณ์และ Private Cloud Compute ของ Apple แต่ดีลนี้สะท้อนว่า Apple ต้องเร่งปิดช่องว่างการแข่งขันด้าน AI ขณะที่ Google ได้ประโยชน์จากดีมานด์มหาศาลของผู้ใช้ iPhone 🔗 https://securityonline.info/the-ai-alliance-apple-taps-google-gemini-to-power-the-new-siri 🇮🇳 อินเดียขอซอร์สโค้ดมือถือ จุดชนวนความไม่พอใจในวงการเทค รัฐบาลอินเดียเสนอข้อกำหนดด้านความปลอดภัย 83 ข้อ โดยหนึ่งในนั้นคือการให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนส่งมอบ “ซอร์สโค้ด” ให้รัฐตรวจสอบ อ้างเพื่อความมั่นคงไซเบอร์ แต่บริษัทใหญ่ทั้ง Apple, Samsung และ MAIT ต่างคัดค้านอย่างหนักเพราะซอร์สโค้ดคือทรัพย์สินสำคัญและเสี่ยงต่อการถูกเจาะระบบ หากข้อกำหนดนี้เดินหน้าจริงอาจทำให้อินเดียเสียความเชื่อมั่นจากผู้ผลิตรายใหญ่ทั่วโลก 🔗 https://securityonline.info/indias-source-code-demand-sparks-tech-revolt 🧩 QEMU 11.0 เตรียมตัดการรองรับ 32-bit บน Cloud Variant QEMU กำลังเดินหน้าลดภาระโค้ดโดยเตรียมลบการรองรับโฮสต์ 32-bit ในเวอร์ชัน Cloud ซึ่งจะช่วยลดโค้ดกว่า 7,000 บรรทัด แม้เวอร์ชันปกติยังรองรับอยู่ แต่ผู้ใช้ 32-bit จะไม่สามารถอัปเกรดเป็น QEMU 11.0 ได้และต้องค้างอยู่บน 10.x ที่ไม่มีแพตช์ความปลอดภัย ทำให้เสี่ยงต่อการใช้งานระยะยาว การเปลี่ยนแปลงยังอยู่ระหว่างพิจารณาแต่มีแนวโน้มสูงว่าจะเกิดขึ้นจริง 🔗 https://securityonline.info/cutting-the-cord-qemu-11-0-to-expunge-32-bit-host-support-in-cloud-variant 🔐 พบช่องโหว่ร้ายแรงใน Ruckus IoT Controller เสี่ยงถูกยึดระบบเต็มรูปแบบ มีการเปิดเผยช่องโหว่ CVSS 10 สองรายการใน Ruckus vRIoT Controller ที่เกิดจากการฝังคีย์ลับและข้อมูลล็อกอินแบบฮาร์ดโค้ด ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงบริการบนพอร์ต 2004 เพื่อรันคำสั่งระดับ root หรือใช้บัญชี SSH ที่ฝังไว้เพื่อเจาะออกจาก Docker และยึดระบบทั้งหมดได้ Ruckus ออกแพตช์แก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 3.0.0.0 และแนะนำให้อัปเดตทันที 🔗 https://securityonline.info/double-critical-hardcoded-secrets-expose-ruckus-iot-controllers-to-root-rce 🔐 Hikvision เจอช่องโหว่ Stack Overflow กระทบกล้องวงจรปิดและระบบควบคุมการเข้าออก รายงานชี้ว่าอุปกรณ์ของ Hikvision ทั้งกล้องวงจรปิดและระบบ Access Control ถูกพบช่องโหว่แบบ Stack Overflow ที่อาจเปิดทางให้ผู้โจมตีทำให้ระบบล่มหรือเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้ โดยข้อมูลเชิงลึกถูกจำกัดให้เฉพาะผู้สนับสนุน แต่ประเด็นหลักคือความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยที่ใช้อุปกรณ์เหล่านี้อย่างแพร่หลาย 🔗 https://securityonline.info/hikvision-security-cameras-and-access-controls-hit-by-stack-overflow-flaws 🕵️‍♂️ ช่องโหว่ร้ายแรงใน ServiceNow (CVE-2025-12420) เปิดทางปลอมตัวเป็นผู้ใช้ มีการค้นพบช่องโหว่ระดับวิกฤตในแพลตฟอร์ม AI ของ ServiceNow ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่ไม่ได้รับการยืนยันตัวตนสามารถสวมรอยเป็นผู้ใช้จริงและทำสิ่งที่ผู้ใช้คนนั้นมีสิทธิ์ทำได้ แม้ ServiceNow จะออกแพตช์แก้ไขแล้วสำหรับระบบที่โฮสต์โดยบริษัท แต่ลูกค้าที่ติดตั้งเองยังต้องเร่งอัปเดตเพื่อปิดความเสี่ยงนี้ทันที 🔗 https://securityonline.info/ai-identity-theft-critical-servicenow-flaw-cve-2025-12420-allows-unauthenticated-impersonation 🚨 CISA เตือนด่วน! ช่องโหว่ Gogs (CVE-2025-8110) ถูกโจมตีจริงแล้ว CISA ออกประกาศ “Must-Patch” หลังพบว่าช่องโหว่ใน Gogs ซึ่งเป็นระบบ Git แบบ self-hosted ถูกใช้โจมตีจริงในโลกไซเบอร์ โดยช่องโหว่นี้เป็นการเลี่ยงแพตช์เดิม ทำให้ผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถทำ Path Traversal และเขียนไฟล์ออกนอกไดเรกทอรีได้ ส่งผลให้สามารถรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้ หน่วยงานรัฐสหรัฐฯ ถูกกำหนดเส้นตายให้แก้ไขก่อนกุมภาพันธ์ 2026 🔗 https://securityonline.info/cisa-must-patch-alert-critical-gogs-exploit-cve-2025-8110-active-in-wild 📄 มิจฉาชีพใช้ PDF ปลอมล่อเหยื่อ ติดตั้ง RMM Tools เพื่อยึดเครื่อง รายงานจาก ASEC ระบุว่าผู้โจมตีกำลังใช้ไฟล์ PDF ปลอมที่แกล้งทำเป็นเอกสารเสียหรือโหลดไม่ขึ้น เพื่อหลอกให้เหยื่อคลิกลิงก์ดาวน์โหลดเครื่องมือ Remote Monitoring & Management (RMM) เช่น Syncro, NinjaOne หรือ ScreenConnect ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถูกนำมาใช้เป็นช่องทางเข้าควบคุมเครื่องของเหยื่อแบบแนบเนียน ทำให้ตรวจจับได้ยากมาก 🔗 https://securityonline.info/attackers-weaponize-legitimate-rmm-tools-via-fake-pdfs 🛡️ Angular พบช่องโหว่ร้ายแรงใน SVG (CVE-2026-22610) เสี่ยงถูกโจมตีแบบ XSS ช่องโหว่ใหม่ใน Angular Template Compiler ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้คุณสมบัติของ SVG script เพื่อหลบเลี่ยงระบบ Sanitization และฝังโค้ด JavaScript อันตรายได้ หากแอปมีการผูกข้อมูลแบบไดนามิกกับ attribute ของ SVG script อาจถูกใช้ขโมย session, ดึงข้อมูล หรือสั่งการโดยไม่ได้รับอนุญาต นักพัฒนาถูกแนะนำให้อัปเดตเวอร์ชัน Angular ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่นี้ 🔗 https://securityonline.info/angular-security-alert-high-severity-svg-flaw-cve-2026-22610-exposes-apps-to-xss
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 76 มุมมอง 0 รีวิว
  • J.R.R. Tolkien เปิดโลก Middle‑earth ด้วยเสียงของตัวเอง: การอ่าน The Hobbit ครั้งประวัติศาสตร์ปี 1952

    บทความเล่าถึงช่วงเวลาที่หายากและทรงคุณค่าทางวรรณกรรม—วันที่ J.R.R. Tolkien ทดลองใช้เครื่องบันทึกเสียงเป็นครั้งแรกในปี 1952 และได้อ่าน The Hobbit ด้วยน้ำเสียงของเขาเองเป็นเวลาเกือบ 30 นาที การบันทึกนี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เมื่อเขาไปเยี่ยมเพื่อนเพื่อรับต้นฉบับ The Lord of the Rings และถูกเชิญให้ลองใช้เครื่องบันทึกเสียงรุ่นใหม่ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ความตื่นเต้นของเขาทำให้เกิดการอ่านสดที่กลายเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมในเวลาต่อมา

    เสียงของ Tolkien ทำให้ Gollum และ Middle‑earth มีชีวิตขึ้นอีกครั้ง
    ในบันทึกเสียงนี้ Tolkien เลือกอ่านตอนที่บรรยายถึง Gollum ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวละครที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในจักรวาล Middle‑earth ผู้เขียนบทความสะท้อนว่า การได้ยิน Tolkien อ่านด้วยน้ำเสียงของเขาเองทำให้เห็นภาพ Gollum แตกต่างจากภาพจำในสื่อยุคใหม่—แก่กว่า ดิบกว่า และลึกลับกว่า การกลับไปฟังเสียงผู้สร้างโลกนี้ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเจตนาทางวรรณกรรมของเขาได้ลึกขึ้น

    การบันทึกนี้เป็นส่วนหนึ่งของเซสชันที่ยาวกว่านั้น
    การอ่าน The Hobbit เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเซสชันบันทึกเสียงที่ยาวกว่ามาก ซึ่ง Tolkien ยังอ่านและ “ร้องเพลง” บทต่าง ๆ จาก The Lord of the Rings ด้วย มีผู้ใช้ YouTube รวบรวมการออกอากาศทางวิทยุของเซสชันทั้งหมดไว้ ทำให้แฟน ๆ สามารถฟังเสียงของ Tolkien ที่อ่านงานของตัวเองอย่างเต็มอิ่ม เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากการอ่านหนังสือเพียงอย่างเดียว

    บริบทที่ทำให้การบันทึกนี้ยิ่งพิเศษ
    สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้น่าประทับใจยิ่งขึ้นคือความเป็นธรรมชาติของมัน—Tolkien ไม่ได้เตรียมตัว ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างผลงานทางประวัติศาสตร์ เขาเพียงแค่ลองเครื่องบันทึกเสียงใหม่ และอ่านหนังสือที่เขารักที่สุดให้เพื่อนฟังใน “ครั้งเดียวจบ” ความเรียบง่ายนี้กลับทำให้บันทึกเสียงมีเสน่ห์และคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างมหาศาล

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เหตุการณ์สำคัญในปี 1952
    Tolkien ทดลองใช้เครื่องบันทึกเสียงครั้งแรก
    อ่าน The Hobbit แบบสดในหนึ่งเทค
    การอ่านนี้กลายเป็นบันทึกเสียงประวัติศาสตร์

    ความน่าสนใจของบันทึกเสียง
    Tolkien อ่านตอนที่บรรยาย Gollum ด้วยน้ำเสียงต้นฉบับ
    ทำให้เห็นภาพตัวละครแตกต่างจากเวอร์ชันภาพยนตร์
    เป็นส่วนหนึ่งของเซสชันที่รวมการอ่าน The Lord of the Rings

    สิ่งที่ควรระวังในการตีความ
    ภาพจำของ Gollum จากสื่อยุคใหม่อาจต่างจากเจตนาของ Tolkien
    การบันทึกเสียงเก่าอาจมีคุณภาพไม่สมบูรณ์
    บางส่วนของเซสชันอาจไม่ถูกเก็บรักษาไว้ครบถ้วน

    ประเด็นที่แฟน Tolkien ควรติดตาม
    การรวบรวมบันทึกเสียงอื่น ๆ ที่อาจยังไม่ถูกเผยแพร่
    การวิเคราะห์เชิงวรรณกรรมจากเสียงของผู้เขียนเอง
    ความแตกต่างระหว่างการตีความของ Tolkien กับสื่อดัดแปลง

    https://www.openculture.com/2026/01/j-r-r-tolkien-reads-from-the-hobbit-for-30-minutes-1952.html
    📰 J.R.R. Tolkien เปิดโลก Middle‑earth ด้วยเสียงของตัวเอง: การอ่าน The Hobbit ครั้งประวัติศาสตร์ปี 1952 บทความเล่าถึงช่วงเวลาที่หายากและทรงคุณค่าทางวรรณกรรม—วันที่ J.R.R. Tolkien ทดลองใช้เครื่องบันทึกเสียงเป็นครั้งแรกในปี 1952 และได้อ่าน The Hobbit ด้วยน้ำเสียงของเขาเองเป็นเวลาเกือบ 30 นาที การบันทึกนี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เมื่อเขาไปเยี่ยมเพื่อนเพื่อรับต้นฉบับ The Lord of the Rings และถูกเชิญให้ลองใช้เครื่องบันทึกเสียงรุ่นใหม่ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ความตื่นเต้นของเขาทำให้เกิดการอ่านสดที่กลายเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมในเวลาต่อมา 🐉 เสียงของ Tolkien ทำให้ Gollum และ Middle‑earth มีชีวิตขึ้นอีกครั้ง ในบันทึกเสียงนี้ Tolkien เลือกอ่านตอนที่บรรยายถึง Gollum ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวละครที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในจักรวาล Middle‑earth ผู้เขียนบทความสะท้อนว่า การได้ยิน Tolkien อ่านด้วยน้ำเสียงของเขาเองทำให้เห็นภาพ Gollum แตกต่างจากภาพจำในสื่อยุคใหม่—แก่กว่า ดิบกว่า และลึกลับกว่า การกลับไปฟังเสียงผู้สร้างโลกนี้ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเจตนาทางวรรณกรรมของเขาได้ลึกขึ้น 📼 การบันทึกนี้เป็นส่วนหนึ่งของเซสชันที่ยาวกว่านั้น การอ่าน The Hobbit เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเซสชันบันทึกเสียงที่ยาวกว่ามาก ซึ่ง Tolkien ยังอ่านและ “ร้องเพลง” บทต่าง ๆ จาก The Lord of the Rings ด้วย มีผู้ใช้ YouTube รวบรวมการออกอากาศทางวิทยุของเซสชันทั้งหมดไว้ ทำให้แฟน ๆ สามารถฟังเสียงของ Tolkien ที่อ่านงานของตัวเองอย่างเต็มอิ่ม เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากการอ่านหนังสือเพียงอย่างเดียว 🧙 บริบทที่ทำให้การบันทึกนี้ยิ่งพิเศษ สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้น่าประทับใจยิ่งขึ้นคือความเป็นธรรมชาติของมัน—Tolkien ไม่ได้เตรียมตัว ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างผลงานทางประวัติศาสตร์ เขาเพียงแค่ลองเครื่องบันทึกเสียงใหม่ และอ่านหนังสือที่เขารักที่สุดให้เพื่อนฟังใน “ครั้งเดียวจบ” ความเรียบง่ายนี้กลับทำให้บันทึกเสียงมีเสน่ห์และคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างมหาศาล 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เหตุการณ์สำคัญในปี 1952 ➡️ Tolkien ทดลองใช้เครื่องบันทึกเสียงครั้งแรก ➡️ อ่าน The Hobbit แบบสดในหนึ่งเทค ➡️ การอ่านนี้กลายเป็นบันทึกเสียงประวัติศาสตร์ ✅ ความน่าสนใจของบันทึกเสียง ➡️ Tolkien อ่านตอนที่บรรยาย Gollum ด้วยน้ำเสียงต้นฉบับ ➡️ ทำให้เห็นภาพตัวละครแตกต่างจากเวอร์ชันภาพยนตร์ ➡️ เป็นส่วนหนึ่งของเซสชันที่รวมการอ่าน The Lord of the Rings ‼️ สิ่งที่ควรระวังในการตีความ ⛔ ภาพจำของ Gollum จากสื่อยุคใหม่อาจต่างจากเจตนาของ Tolkien ⛔ การบันทึกเสียงเก่าอาจมีคุณภาพไม่สมบูรณ์ ⛔ บางส่วนของเซสชันอาจไม่ถูกเก็บรักษาไว้ครบถ้วน ‼️ ประเด็นที่แฟน Tolkien ควรติดตาม ⛔ การรวบรวมบันทึกเสียงอื่น ๆ ที่อาจยังไม่ถูกเผยแพร่ ⛔ การวิเคราะห์เชิงวรรณกรรมจากเสียงของผู้เขียนเอง ⛔ ความแตกต่างระหว่างการตีความของ Tolkien กับสื่อดัดแปลง https://www.openculture.com/2026/01/j-r-r-tolkien-reads-from-the-hobbit-for-30-minutes-1952.html
    WWW.OPENCULTURE.COM
    J.R.R. Tolkien, Using a Tape Recorder for the First Time, Reads from The Hobbit for 30 Minutes (1952)
    Having not revisited The Hobbit in some time, I’ve felt the familiar pull—shared by many readers—to return to Tolkien’s fairy-tale novel itself.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 41 มุมมอง 0 รีวิว
  • Angular เตือนด่วน! ช่องโหว่ร้ายแรงใน SVG (CVE-2026-22610) เปิดทาง XSS บนเว็บแอป

    ช่องโหว่ใหม่ที่ถูกจัดระดับความรุนแรงสูงใน Angular กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับนักพัฒนาเว็บทั่วโลก ช่องโหว่นี้ถูกระบุเป็น CVE-2026-22610 และมีคะแนนความรุนแรง CVSS 8.5 ซึ่งถือว่าสูงมาก เนื่องจากเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถ ฉีดโค้ด JavaScript (XSS) ผ่านการจัดการ SVG ที่ผิดพลาดภายใน Angular Template Compiler ฟีเจอร์ SVG ที่ดูเหมือนไม่อันตราย กลับกลายเป็นช่องทางให้โค้ดอันตรายเล็ดลอดผ่านระบบป้องกันของ Angular ได้

    ปัญหานี้เกิดจากการที่ Angular ไม่รู้จักความเสี่ยงของ attribute บางตัวใน <script> ของ SVG เช่น href และ xlink:href ซึ่งควรถูกจัดการในบริบท Resource URL ที่มีความเสี่ยงสูง แต่ Angular กลับมองว่าเป็นเพียง string ธรรมดา ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้ template binding เช่น [attr.href]="userInput" เพื่อส่ง payload อันตราย เช่น data:text/javascript หรือสคริปต์จากภายนอกเข้าสู่ระบบได้โดยตรง

    ผลกระทบของการโจมตีนี้รุนแรงมาก เพราะเมื่อโค้ดถูกฉีดเข้าไปในเบราว์เซอร์ของเหยื่อ ผู้โจมตีสามารถทำได้ตั้งแต่ ขโมย session, ดึงข้อมูลสำคัญ, ไปจนถึง สั่งให้เบราว์เซอร์ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น ส่งฟอร์ม หรือคลิกปุ่มต่าง ๆ โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว ช่องโหว่นี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อแอปมีการใช้ <script> ภายใน SVG และผูกค่าจากผู้ใช้เข้ากับ attribute เหล่านี้โดยตรง

    ทีม Angular ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้วในหลายเวอร์ชัน ได้แก่ 19.2.18, 20.3.16, 21.0.7 และ 21.1.0-rc.0 พร้อมคำแนะนำให้หยุดใช้ dynamic binding กับ SVG <script> ทันที หากจำเป็นต้องใช้จริง ๆ ต้องตรวจสอบ input อย่างเข้มงวดด้วย allowlist เพื่อป้องกัน payload อันตรายไม่ให้หลุดรอดเข้าไปใน template

    สรุปประเด็นสำคัญ
    CVE-2026-22610 เป็นช่องโหว่ XSS รุนแรงใน Angular
    เกิดจากการจัดการ SVG <script> ผิดพลาด
    คะแนน CVSS สูงถึง 8.5

    เกิดจากการ misclassify ของ Angular Template Compiler
    href และ xlink:href ไม่ถูกจัดเป็น Resource URL
    เปิดทางให้ payload อันตรายผ่าน template binding

    ผลกระทบของการโจมตีรุนแรง
    ขโมย session และข้อมูลสำคัญ
    บังคับให้เบราว์เซอร์ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

    มีแพตช์ออกแล้วหลายเวอร์ชัน
    19.2.18 / 20.3.16 / 21.0.7 / 21.1.0-rc.0
    แนะนำให้หยุดใช้ dynamic binding กับ SVG <script>

    ประเด็นที่ควรระวัง
    แอปที่ใช้ SVG <script> เสี่ยงสูงมาก
    หากผูกค่าจากผู้ใช้โดยตรง อาจถูกโจมตีทันที

    การ sanitize ของ Angular ไม่ครอบคลุมกรณีนี้
    นักพัฒนาที่คิดว่าระบบป้องกันของ Angular เพียงพออาจเข้าใจผิด

    การตรวจสอบ input ต้องเข้มงวด
    ห้ามปล่อยให้ URL หรือ data URI จากผู้ใช้เข้าสู่ template โดยไม่กรอง

    https://securityonline.info/angular-security-alert-high-severity-svg-flaw-cve-2026-22610-exposes-apps-to-xss/
    🛡️ Angular เตือนด่วน! ช่องโหว่ร้ายแรงใน SVG (CVE-2026-22610) เปิดทาง XSS บนเว็บแอป ช่องโหว่ใหม่ที่ถูกจัดระดับความรุนแรงสูงใน Angular กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับนักพัฒนาเว็บทั่วโลก ช่องโหว่นี้ถูกระบุเป็น CVE-2026-22610 และมีคะแนนความรุนแรง CVSS 8.5 ซึ่งถือว่าสูงมาก เนื่องจากเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถ ฉีดโค้ด JavaScript (XSS) ผ่านการจัดการ SVG ที่ผิดพลาดภายใน Angular Template Compiler ฟีเจอร์ SVG ที่ดูเหมือนไม่อันตราย กลับกลายเป็นช่องทางให้โค้ดอันตรายเล็ดลอดผ่านระบบป้องกันของ Angular ได้ ปัญหานี้เกิดจากการที่ Angular ไม่รู้จักความเสี่ยงของ attribute บางตัวใน <script> ของ SVG เช่น href และ xlink:href ซึ่งควรถูกจัดการในบริบท Resource URL ที่มีความเสี่ยงสูง แต่ Angular กลับมองว่าเป็นเพียง string ธรรมดา ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้ template binding เช่น [attr.href]="userInput" เพื่อส่ง payload อันตราย เช่น data:text/javascript หรือสคริปต์จากภายนอกเข้าสู่ระบบได้โดยตรง ผลกระทบของการโจมตีนี้รุนแรงมาก เพราะเมื่อโค้ดถูกฉีดเข้าไปในเบราว์เซอร์ของเหยื่อ ผู้โจมตีสามารถทำได้ตั้งแต่ ขโมย session, ดึงข้อมูลสำคัญ, ไปจนถึง สั่งให้เบราว์เซอร์ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น ส่งฟอร์ม หรือคลิกปุ่มต่าง ๆ โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว ช่องโหว่นี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อแอปมีการใช้ <script> ภายใน SVG และผูกค่าจากผู้ใช้เข้ากับ attribute เหล่านี้โดยตรง ทีม Angular ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้วในหลายเวอร์ชัน ได้แก่ 19.2.18, 20.3.16, 21.0.7 และ 21.1.0-rc.0 พร้อมคำแนะนำให้หยุดใช้ dynamic binding กับ SVG <script> ทันที หากจำเป็นต้องใช้จริง ๆ ต้องตรวจสอบ input อย่างเข้มงวดด้วย allowlist เพื่อป้องกัน payload อันตรายไม่ให้หลุดรอดเข้าไปใน template 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ CVE-2026-22610 เป็นช่องโหว่ XSS รุนแรงใน Angular ➡️ เกิดจากการจัดการ SVG <script> ผิดพลาด ➡️ คะแนน CVSS สูงถึง 8.5 ✅ เกิดจากการ misclassify ของ Angular Template Compiler ➡️ href และ xlink:href ไม่ถูกจัดเป็น Resource URL ➡️ เปิดทางให้ payload อันตรายผ่าน template binding ✅ ผลกระทบของการโจมตีรุนแรง ➡️ ขโมย session และข้อมูลสำคัญ ➡️ บังคับให้เบราว์เซอร์ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ✅ มีแพตช์ออกแล้วหลายเวอร์ชัน ➡️ 19.2.18 / 20.3.16 / 21.0.7 / 21.1.0-rc.0 ➡️ แนะนำให้หยุดใช้ dynamic binding กับ SVG <script> ⚠️ ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ แอปที่ใช้ SVG <script> เสี่ยงสูงมาก ⛔ หากผูกค่าจากผู้ใช้โดยตรง อาจถูกโจมตีทันที ‼️ การ sanitize ของ Angular ไม่ครอบคลุมกรณีนี้ ⛔ นักพัฒนาที่คิดว่าระบบป้องกันของ Angular เพียงพออาจเข้าใจผิด ‼️ การตรวจสอบ input ต้องเข้มงวด ⛔ ห้ามปล่อยให้ URL หรือ data URI จากผู้ใช้เข้าสู่ template โดยไม่กรอง https://securityonline.info/angular-security-alert-high-severity-svg-flaw-cve-2026-22610-exposes-apps-to-xss/
    SECURITYONLINE.INFO
    Angular Security Alert: High-Severity SVG Flaw CVE-2026-22610 Exposes Apps to XSS
    Angular CVE-2026-22610 (CVSS 8.5) allows XSS via SVG script attributes. Update to v21.0.7 or v20.3.16 immediately to secure your apps.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 30 มุมมอง 0 รีวิว
  • Google เร่งเปิด Quick Share รองรับ AirDrop บน Pixel 9 – ก้าวใหม่ของการแชร์ไฟล์ข้ามระบบ

    การพัฒนาเพื่อทำลาย “กำแพงระบบปิด” ระหว่าง Android และ iOS ดูจะเดินหน้าเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ เมื่อมีการค้นพบว่า Pixel 9 ได้ซ่อนฟีเจอร์ Quick Share เวอร์ชันใหม่ที่สามารถส่งไฟล์ไปยังอุปกรณ์ Apple ผ่าน AirDrop ได้แล้วภายในเฟิร์มแวร์ทดลอง แม้เดิมที Google ตั้งใจจะเปิดตัวความสามารถนี้พร้อม Pixel 10 แต่การปรากฏตัวก่อนกำหนดบ่งบอกถึงกลยุทธ์เร่งปล่อยฟีเจอร์เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์เร็วขึ้น

    ภายใน Android Canary build ล่าสุด นักพัฒนาได้พบสตริงโค้ดที่เกี่ยวข้องกับโปรโตคอล Quick Share แบบใหม่ ซึ่งจำเป็นต่อการส่งไฟล์ไปยัง iPhone การค้นพบนี้ชี้ว่าฟีเจอร์กำลังถูกเตรียมใช้งานบน Pixel 9 โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้ชิป Tensor G4 ขณะที่ Pixel 8 และ Pixel 9a ยังไม่พบสัญญาณรองรับ ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าฟีเจอร์นี้อาจต้องการฮาร์ดแวร์ใหม่เพื่อทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

    นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าการเปิดใช้งานจริงอาจเกิดขึ้นในอัปเดต Android 16 QPR3 หรืออาจเลื่อนไปถึง Android 17 ขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบนิเวศ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ Qualcomm ออกมาสนับสนุนอย่างชัดเจนว่าต้องการเห็นฟีเจอร์นี้บนอุปกรณ์ Snapdragon ด้วย ซึ่งหมายความว่าความสามารถในการแชร์ไฟล์ข้ามระบบอาจไม่ได้จำกัดเฉพาะ Pixel แต่จะขยายไปยังสมาร์ตโฟน Android จำนวนมากในอนาคต

    หากฟีเจอร์นี้เปิดใช้งานจริง จะถือเป็นก้าวสำคัญของการเชื่อมต่อข้ามแพลตฟอร์ม ลดความยุ่งยากในการส่งไฟล์ระหว่าง Android และ iPhone ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ใช้ทั่วโลกเผชิญมานาน และยังสะท้อนแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแลในหลายภูมิภาคที่ผลักดันให้ผู้ผลิตเปิดระบบให้ทำงานร่วมกันได้มากขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Google เตรียมปล่อย Quick Share รองรับ AirDrop บน Pixel 9
    ฟีเจอร์ถูกพบในเฟิร์มแวร์ทดลองของ Pixel 9
    เดิมทีตั้งใจเปิดตัวพร้อม Pixel 10 แต่เร่งปล่อยให้เร็วขึ้น

    ฟีเจอร์อาจรองรับเฉพาะฮาร์ดแวร์ใหม่
    พบเฉพาะในรุ่นที่ใช้ Tensor G4
    Pixel 8 และ Pixel 9a ยังไม่พบสัญญาณรองรับ

    อาจเปิดใช้งานจริงใน Android 16 QPR3 หรือ Android 17
    ยังไม่มีกำหนดแน่ชัด ขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบ

    Qualcomm สนับสนุนเต็มที่
    บ่งบอกว่าฟีเจอร์นี้อาจมาถึงอุปกรณ์ Snapdragon จำนวนมาก

    ประเด็นที่ควรระวัง
    ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์อาจไม่เท่ากัน
    รุ่นเก่าอาจไม่ได้รับฟีเจอร์นี้แม้จะอัปเดตระบบ

    ความปลอดภัยของการแชร์ไฟล์ข้ามระบบ
    ต้องรอการยืนยันมาตรฐานความปลอดภัยจากทั้ง Google และ Apple

    ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว
    การเปิดระบบให้ทำงานร่วมกันมากขึ้นอาจเพิ่มช่องโจมตีหากไม่มีการป้องกันที่ดี

    https://securityonline.info/tearing-down-the-wall-google-brings-airdrop-support-to-the-pixel-9/
    📡 Google เร่งเปิด Quick Share รองรับ AirDrop บน Pixel 9 – ก้าวใหม่ของการแชร์ไฟล์ข้ามระบบ การพัฒนาเพื่อทำลาย “กำแพงระบบปิด” ระหว่าง Android และ iOS ดูจะเดินหน้าเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ เมื่อมีการค้นพบว่า Pixel 9 ได้ซ่อนฟีเจอร์ Quick Share เวอร์ชันใหม่ที่สามารถส่งไฟล์ไปยังอุปกรณ์ Apple ผ่าน AirDrop ได้แล้วภายในเฟิร์มแวร์ทดลอง แม้เดิมที Google ตั้งใจจะเปิดตัวความสามารถนี้พร้อม Pixel 10 แต่การปรากฏตัวก่อนกำหนดบ่งบอกถึงกลยุทธ์เร่งปล่อยฟีเจอร์เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์เร็วขึ้น ภายใน Android Canary build ล่าสุด นักพัฒนาได้พบสตริงโค้ดที่เกี่ยวข้องกับโปรโตคอล Quick Share แบบใหม่ ซึ่งจำเป็นต่อการส่งไฟล์ไปยัง iPhone การค้นพบนี้ชี้ว่าฟีเจอร์กำลังถูกเตรียมใช้งานบน Pixel 9 โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้ชิป Tensor G4 ขณะที่ Pixel 8 และ Pixel 9a ยังไม่พบสัญญาณรองรับ ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าฟีเจอร์นี้อาจต้องการฮาร์ดแวร์ใหม่เพื่อทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าการเปิดใช้งานจริงอาจเกิดขึ้นในอัปเดต Android 16 QPR3 หรืออาจเลื่อนไปถึง Android 17 ขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบนิเวศ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ Qualcomm ออกมาสนับสนุนอย่างชัดเจนว่าต้องการเห็นฟีเจอร์นี้บนอุปกรณ์ Snapdragon ด้วย ซึ่งหมายความว่าความสามารถในการแชร์ไฟล์ข้ามระบบอาจไม่ได้จำกัดเฉพาะ Pixel แต่จะขยายไปยังสมาร์ตโฟน Android จำนวนมากในอนาคต หากฟีเจอร์นี้เปิดใช้งานจริง จะถือเป็นก้าวสำคัญของการเชื่อมต่อข้ามแพลตฟอร์ม ลดความยุ่งยากในการส่งไฟล์ระหว่าง Android และ iPhone ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ใช้ทั่วโลกเผชิญมานาน และยังสะท้อนแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแลในหลายภูมิภาคที่ผลักดันให้ผู้ผลิตเปิดระบบให้ทำงานร่วมกันได้มากขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Google เตรียมปล่อย Quick Share รองรับ AirDrop บน Pixel 9 ➡️ ฟีเจอร์ถูกพบในเฟิร์มแวร์ทดลองของ Pixel 9 ➡️ เดิมทีตั้งใจเปิดตัวพร้อม Pixel 10 แต่เร่งปล่อยให้เร็วขึ้น ✅ ฟีเจอร์อาจรองรับเฉพาะฮาร์ดแวร์ใหม่ ➡️ พบเฉพาะในรุ่นที่ใช้ Tensor G4 ➡️ Pixel 8 และ Pixel 9a ยังไม่พบสัญญาณรองรับ ✅ อาจเปิดใช้งานจริงใน Android 16 QPR3 หรือ Android 17 ➡️ ยังไม่มีกำหนดแน่ชัด ขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบ ✅ Qualcomm สนับสนุนเต็มที่ ➡️ บ่งบอกว่าฟีเจอร์นี้อาจมาถึงอุปกรณ์ Snapdragon จำนวนมาก ⚠️ ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์อาจไม่เท่ากัน ⛔ รุ่นเก่าอาจไม่ได้รับฟีเจอร์นี้แม้จะอัปเดตระบบ ‼️ ความปลอดภัยของการแชร์ไฟล์ข้ามระบบ ⛔ ต้องรอการยืนยันมาตรฐานความปลอดภัยจากทั้ง Google และ Apple ‼️ ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว ⛔ การเปิดระบบให้ทำงานร่วมกันมากขึ้นอาจเพิ่มช่องโจมตีหากไม่มีการป้องกันที่ดี https://securityonline.info/tearing-down-the-wall-google-brings-airdrop-support-to-the-pixel-9/
    SECURITYONLINE.INFO
    Tearing Down the Wall: Google Brings AirDrop Support to the Pixel 9
    Pixel 9 is next in line for AirDrop support! New firmware leaks show Google is backporting the Pixel 10’s game-changing file-sharing bridge to older models.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 27 มุมมอง 0 รีวิว
  • “Gauss MT90: เครื่องพิมพ์โลหะ 3D ที่ปลอดภัยระดับออฟฟิศ — ไม่ใช้ผงโลหะ และทำงานที่อุณหภูมิห้อง”

    MetalPrinting เปิดตัว Gauss MT90 ในงาน CES 2026 พร้อมประกาศว่าเป็น “เกมเชนเจอร์” ของวงการพิมพ์โลหะ 3D เพราะมันสามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมสำนักงานโดยไม่ต้องใช้ผงโลหะที่เสี่ยงต่อการระเบิดหรือไฟไหม้ เนื้อหาจากหน้าเว็บระบุว่าเครื่องนี้ใช้เทคโนโลยี Paste‑based Metal Extrusion (PME) ซึ่งเป็นโลหะแบบ “หมึกพิมพ์” ที่อัดออกมาที่อุณหภูมิห้อง ทำให้ปลอดภัยกว่าเครื่องพิมพ์โลหะแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้ความร้อนสูงมาก.

    ตัวเครื่องมีขนาดเท่าเครื่องพิมพ์ 3D ตั้งโต๊ะทั่วไป ใช้งานง่ายด้วยตลับ “GaussInk” ที่มีวัสดุให้เลือกหลากหลาย เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม นิกเกิล เหล็ก และทังสเตน พร้อมตัวเลือกสั่งทำโลหะผสมพิเศษ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว กล้อง AI สำหรับตรวจสอบงานพิมพ์ และระบบกรองอากาศ HEPA เพื่อความปลอดภัยในพื้นที่ทำงาน.

    แม้จะพิมพ์ได้ที่อุณหภูมิห้อง แต่ชิ้นงานที่ได้ยังต้องนำไปผ่านกระบวนการ sintering ในเตาเผาเพื่อหลอมรวมโลหะให้แข็งแรง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนนำไปใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก ทำให้หลายคนจับตาว่าระบบนี้จะใช้งานง่ายแค่ไหนในสภาพแวดล้อมสำนักงานจริง.

    Gauss MT90 ได้รับรางวัล CES 2026 Innovation Award และถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของการทำให้ “การพิมพ์โลหะ” เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องมีโรงงาน ไม่ต้องมีห้องปลอดภัย และไม่ต้องจัดการผงโลหะที่อันตราย นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ธุรกิจขนาดเล็กหรือแม้แต่ทีมวิศวกรในออฟฟิศสามารถผลิตชิ้นส่วนโลหะได้เองอย่างปลอดภัยและสะดวก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Gauss MT90 ใช้เทคโนโลยี PME ที่ไม่ต้องใช้ผงโลหะ
    ลดความเสี่ยงไฟไหม้และการระเบิดจากผงโลหะในอากาศ

    ทำงานที่อุณหภูมิห้องในเครื่องตั้งโต๊ะ
    ปลอดภัยพอสำหรับใช้งานในออฟฟิศ

    รองรับตลับ GaussInk หลายชนิด เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม และทังสเตน
    มีตัวเลือกวัสดุหลากหลายและสั่งทำพิเศษได้

    มีระบบกรอง HEPA และกล้อง AI ตรวจสอบงานพิมพ์
    เพิ่มความปลอดภัยและความแม่นยำในการพิมพ์

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    ชิ้นงานยังต้องผ่านการ sintering ก่อนใช้งานจริง
    รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก

    แม้ปลอดภัยกว่า แต่ยังต้องควบคุมสภาพแวดล้อมการพิมพ์อย่างเหมาะสม
    การใช้งานผิดวิธีอาจทำให้คุณภาพชิ้นงานลดลง

    ราคาและวันวางจำหน่ายยังไม่ประกาศ
    ผู้สนใจต้องติดต่อบริษัทโดยตรง

    อาจไม่เหมาะกับงานอุตสาหกรรมหนักที่ต้องการความแข็งแรงระดับสูงมาก
    เทคโนโลยี PME ยังใหม่และต้องพิสูจน์ในงานจริง

    https://www.tomshardware.com/3d-printing/metalprinting-gauss-mt90-3d-printer-offers-office-safe-metal-printing-without-powders-uses-paste-based-metal-extrusion-pme-tech
    🏭🤖 “Gauss MT90: เครื่องพิมพ์โลหะ 3D ที่ปลอดภัยระดับออฟฟิศ — ไม่ใช้ผงโลหะ และทำงานที่อุณหภูมิห้อง” MetalPrinting เปิดตัว Gauss MT90 ในงาน CES 2026 พร้อมประกาศว่าเป็น “เกมเชนเจอร์” ของวงการพิมพ์โลหะ 3D เพราะมันสามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมสำนักงานโดยไม่ต้องใช้ผงโลหะที่เสี่ยงต่อการระเบิดหรือไฟไหม้ เนื้อหาจากหน้าเว็บระบุว่าเครื่องนี้ใช้เทคโนโลยี Paste‑based Metal Extrusion (PME) ซึ่งเป็นโลหะแบบ “หมึกพิมพ์” ที่อัดออกมาที่อุณหภูมิห้อง ทำให้ปลอดภัยกว่าเครื่องพิมพ์โลหะแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้ความร้อนสูงมาก. ตัวเครื่องมีขนาดเท่าเครื่องพิมพ์ 3D ตั้งโต๊ะทั่วไป ใช้งานง่ายด้วยตลับ “GaussInk” ที่มีวัสดุให้เลือกหลากหลาย เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม นิกเกิล เหล็ก และทังสเตน พร้อมตัวเลือกสั่งทำโลหะผสมพิเศษ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว กล้อง AI สำหรับตรวจสอบงานพิมพ์ และระบบกรองอากาศ HEPA เพื่อความปลอดภัยในพื้นที่ทำงาน. แม้จะพิมพ์ได้ที่อุณหภูมิห้อง แต่ชิ้นงานที่ได้ยังต้องนำไปผ่านกระบวนการ sintering ในเตาเผาเพื่อหลอมรวมโลหะให้แข็งแรง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนนำไปใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก ทำให้หลายคนจับตาว่าระบบนี้จะใช้งานง่ายแค่ไหนในสภาพแวดล้อมสำนักงานจริง. Gauss MT90 ได้รับรางวัล CES 2026 Innovation Award และถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของการทำให้ “การพิมพ์โลหะ” เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องมีโรงงาน ไม่ต้องมีห้องปลอดภัย และไม่ต้องจัดการผงโลหะที่อันตราย นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ธุรกิจขนาดเล็กหรือแม้แต่ทีมวิศวกรในออฟฟิศสามารถผลิตชิ้นส่วนโลหะได้เองอย่างปลอดภัยและสะดวก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Gauss MT90 ใช้เทคโนโลยี PME ที่ไม่ต้องใช้ผงโลหะ ➡️ ลดความเสี่ยงไฟไหม้และการระเบิดจากผงโลหะในอากาศ ✅ ทำงานที่อุณหภูมิห้องในเครื่องตั้งโต๊ะ ➡️ ปลอดภัยพอสำหรับใช้งานในออฟฟิศ ✅ รองรับตลับ GaussInk หลายชนิด เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม และทังสเตน ➡️ มีตัวเลือกวัสดุหลากหลายและสั่งทำพิเศษได้ ✅ มีระบบกรอง HEPA และกล้อง AI ตรวจสอบงานพิมพ์ ➡️ เพิ่มความปลอดภัยและความแม่นยำในการพิมพ์ คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ ชิ้นงานยังต้องผ่านการ sintering ก่อนใช้งานจริง ⛔ รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก ‼️ แม้ปลอดภัยกว่า แต่ยังต้องควบคุมสภาพแวดล้อมการพิมพ์อย่างเหมาะสม ⛔ การใช้งานผิดวิธีอาจทำให้คุณภาพชิ้นงานลดลง ‼️ ราคาและวันวางจำหน่ายยังไม่ประกาศ ⛔ ผู้สนใจต้องติดต่อบริษัทโดยตรง ‼️ อาจไม่เหมาะกับงานอุตสาหกรรมหนักที่ต้องการความแข็งแรงระดับสูงมาก ⛔ เทคโนโลยี PME ยังใหม่และต้องพิสูจน์ในงานจริง https://www.tomshardware.com/3d-printing/metalprinting-gauss-mt90-3d-printer-offers-office-safe-metal-printing-without-powders-uses-paste-based-metal-extrusion-pme-tech
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 70 มุมมอง 0 รีวิว
  • เริ่มต้นงานประกาศผลรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 83 ณ โรงแรม The Beverly Hilton นครเบเวอร์ลีฮิลส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดย “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ปรากฏตัวบนพรมแดงในลุคเรียบหรู
    .
    ลิซ่าสวมเดรสชีฟองสีดำจากแบรนด์ Jacquemus คอลเล็กชัน Spring/Summer 2026 ready-to-wear ออกแบบโดย Simon Porte Jacquemus พร้อมเครื่องประดับสร้อย Choker สีทองจาก BVLGARI คอลเล็กชัน Vimini
    .
    แม้ไม่มีชื่อเข้าชิงรางวัล แต่ลิซ่าได้รับเกียรติร่วมเป็นผู้ประกาศรางวัลในงาน นับเป็นคนไทยและศิลปิน K-Pop คนแรกที่ทำหน้าที่ดังกล่าว ขณะที่สื่ออย่าง Billboard ได้นำคลิปการปรากฏตัวของเธอเผยแพร่บนแพลตฟอร์มของสื่อ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003195
    .
    #News1live #News1 #LISA #GoldenGlobes2026 #พรมแดง #แฟชั่น
    เริ่มต้นงานประกาศผลรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 83 ณ โรงแรม The Beverly Hilton นครเบเวอร์ลีฮิลส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดย “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ปรากฏตัวบนพรมแดงในลุคเรียบหรู . ลิซ่าสวมเดรสชีฟองสีดำจากแบรนด์ Jacquemus คอลเล็กชัน Spring/Summer 2026 ready-to-wear ออกแบบโดย Simon Porte Jacquemus พร้อมเครื่องประดับสร้อย Choker สีทองจาก BVLGARI คอลเล็กชัน Vimini . แม้ไม่มีชื่อเข้าชิงรางวัล แต่ลิซ่าได้รับเกียรติร่วมเป็นผู้ประกาศรางวัลในงาน นับเป็นคนไทยและศิลปิน K-Pop คนแรกที่ทำหน้าที่ดังกล่าว ขณะที่สื่ออย่าง Billboard ได้นำคลิปการปรากฏตัวของเธอเผยแพร่บนแพลตฟอร์มของสื่อ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003195 . #News1live #News1 #LISA #GoldenGlobes2026 #พรมแดง #แฟชั่น
    Like
    Love
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 159 มุมมอง 0 รีวิว
  • The financial reports of a power company : Part 5
    Date : 12 January 2026

    ## 9. Classification of maintenance expenses versus capital expenditure

    - Company incurs substantial costs for maintenance and upgrades of distribution and transmission assets, alongside large capital projects.
    - The accounting policy and practical criteria for distinguishing between capital expenditure (capitalised as PPE) and operating maintenance expense are not described in sufficient detail, despite the material impact on current‑period profit via depreciation timing.

    **Audit concerns**

    - Whether there is an aggressive tendency to capitalise borderline expenditures, thereby deferring expense recognition.
    - Whether sample testing of work orders, contracts and approval documents supports the chosen classification on a consistent basis.

    ***

    ## 10. Other income and one‑off gains from asset disposals

    - In certain years, “other income” and gains from sale or transfer of assets provide a noticeable contribution to net profit, but the nature, counterparties, and commercial rationale of these transactions are not fully explained in the notes.
    - This reduces transparency regarding the sustainability of earnings and whether such transactions are recurring or one‑off in nature.

    **Audit concerns**

    - Whether these asset disposals or transfers are at fair value and at arm’s‑length, especially where counterparties are related parties or government entities.
    - Whether any arrangements bundle operational or financial concessions that are not clearly disclosed, potentially masking economic substance.

    End——————————————————————————————————————————————————
    #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    The financial reports of a power company : Part 5 Date : 12 January 2026 ## 9. Classification of maintenance expenses versus capital expenditure - Company incurs substantial costs for maintenance and upgrades of distribution and transmission assets, alongside large capital projects. - The accounting policy and practical criteria for distinguishing between capital expenditure (capitalised as PPE) and operating maintenance expense are not described in sufficient detail, despite the material impact on current‑period profit via depreciation timing. **Audit concerns** - Whether there is an aggressive tendency to capitalise borderline expenditures, thereby deferring expense recognition. - Whether sample testing of work orders, contracts and approval documents supports the chosen classification on a consistent basis. *** ## 10. Other income and one‑off gains from asset disposals - In certain years, “other income” and gains from sale or transfer of assets provide a noticeable contribution to net profit, but the nature, counterparties, and commercial rationale of these transactions are not fully explained in the notes. - This reduces transparency regarding the sustainability of earnings and whether such transactions are recurring or one‑off in nature. **Audit concerns** - Whether these asset disposals or transfers are at fair value and at arm’s‑length, especially where counterparties are related parties or government entities. - Whether any arrangements bundle operational or financial concessions that are not clearly disclosed, potentially masking economic substance. End—————————————————————————————————————————————————— #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 128 มุมมอง 0 รีวิว
  • 5 ฟีเจอร์ใหม่สุดมีประโยชน์ที่ Android ได้ฟรีในปี 2025

    ปี 2025 ถือเป็นปีที่ Android ก้าวกระโดดด้านฟีเจอร์เชิงซอฟต์แวร์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกับการมาของ Android 16 ที่เน้นความปลอดภัย ความสะดวก และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ฟีเจอร์หลายอย่างเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปใช้งานได้ฟรี แม้บางฟีเจอร์จะยังจำกัดเฉพาะ Pixel หรือบางประเทศ แต่ก็สะท้อนทิศทางใหม่ของ Android ที่มุ่งช่วยผู้ใช้ในสถานการณ์จริงมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพิ่มลูกเล่นบนหน้าจอ

    หนึ่งในฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดคือ Emergency Live Video ที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถขอเปิดวิดีโอสดจากกล้องของผู้ใช้เพื่อประเมินสถานการณ์ได้ทันที ฟีเจอร์นี้อาจเปลี่ยนวิธีการช่วยชีวิตในอนาคต เพราะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ เช่น การทำ CPR หรือการประเมินอุบัติเหตุโดยไม่ต้องรอให้ผู้ใช้พยายามอธิบายเอง

    นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อย่าง Call Reason, Notification Cooldown, และ Notification Summaries ที่ช่วยจัดการความวุ่นวายของการแจ้งเตือนและการโทรได้ดีขึ้น รวมถึง Live Scam Detection ที่ใช้ AI ตรวจจับรูปแบบการหลอกลวงระหว่างการโทรแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในยุคที่มิจฉาชีพพัฒนาวิธีการหลอกลวงซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ

    สุดท้ายคือ Live Location Sharing ที่ทำให้ Android Find My Device สามารถแชร์ตำแหน่งคนได้แบบเดียวกับ Apple Find My ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ติดตามเพื่อนหรือครอบครัวได้ง่ายขึ้นและปลอดภัยกว่าเดิม ฟีเจอร์นี้รองรับอุปกรณ์ Android จำนวนมาก ทำให้เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Emergency Live Video ช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นสถานการณ์จริง
    ใช้ได้บน Android 8 ขึ้นไป และเริ่มให้บริการในบางประเทศ

    Call Reason ช่วยให้ผู้โทรระบุเหตุผลก่อนโทร
    ช่วยให้สายด่วนหรือสายสำคัญทะลุ Do Not Disturb ได้

    Notification Cooldown ลดความถี่ของการแจ้งเตือนอัตโนมัติ
    เหมาะกับกลุ่มแชตที่แจ้งเตือนรัว ๆ

    Notification Summaries ใช้ AI สรุปแจ้งเตือน
    ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะให้แอปใดถูกสรุป

    Live Scam Detection ตรวจจับการหลอกลวงระหว่างโทร
    ใช้ได้บน Pixel 6 ขึ้นไปในสหรัฐ

    Live Location Sharing เพิ่มความสามารถให้ Find My Device
    แชร์ตำแหน่งคนแบบเรียลไทม์ได้เหมือน iOS

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    ฟีเจอร์บางอย่างยังจำกัดเฉพาะ Pixel หรือบางประเทศ
    ผู้ใช้ Android รุ่นอื่นอาจยังไม่ได้รับอัปเดต

    AI Notification Summaries อาจตีความผิดได้
    มีตัวอย่างจาก iOS ที่สรุปข้อความผิดความหมาย

    Live Scam Detection ไม่สามารถป้องกันได้ 100%
    อาจเกิด false positive หรือพลาดรูปแบบใหม่ของมิจฉาชีพ

    Emergency Live Video ยังไม่รองรับทั่วโลก
    ต้องรอการขยายบริการจากผู้ให้บริการฉุกเฉินในแต่ละประเทศ

    https://www.slashgear.com/2069935/useful-new-android-phone-features-2025/
    📱✨ 5 ฟีเจอร์ใหม่สุดมีประโยชน์ที่ Android ได้ฟรีในปี 2025 ปี 2025 ถือเป็นปีที่ Android ก้าวกระโดดด้านฟีเจอร์เชิงซอฟต์แวร์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกับการมาของ Android 16 ที่เน้นความปลอดภัย ความสะดวก และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ฟีเจอร์หลายอย่างเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปใช้งานได้ฟรี แม้บางฟีเจอร์จะยังจำกัดเฉพาะ Pixel หรือบางประเทศ แต่ก็สะท้อนทิศทางใหม่ของ Android ที่มุ่งช่วยผู้ใช้ในสถานการณ์จริงมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพิ่มลูกเล่นบนหน้าจอ หนึ่งในฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดคือ Emergency Live Video ที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถขอเปิดวิดีโอสดจากกล้องของผู้ใช้เพื่อประเมินสถานการณ์ได้ทันที ฟีเจอร์นี้อาจเปลี่ยนวิธีการช่วยชีวิตในอนาคต เพราะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ เช่น การทำ CPR หรือการประเมินอุบัติเหตุโดยไม่ต้องรอให้ผู้ใช้พยายามอธิบายเอง นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อย่าง Call Reason, Notification Cooldown, และ Notification Summaries ที่ช่วยจัดการความวุ่นวายของการแจ้งเตือนและการโทรได้ดีขึ้น รวมถึง Live Scam Detection ที่ใช้ AI ตรวจจับรูปแบบการหลอกลวงระหว่างการโทรแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในยุคที่มิจฉาชีพพัฒนาวิธีการหลอกลวงซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายคือ Live Location Sharing ที่ทำให้ Android Find My Device สามารถแชร์ตำแหน่งคนได้แบบเดียวกับ Apple Find My ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ติดตามเพื่อนหรือครอบครัวได้ง่ายขึ้นและปลอดภัยกว่าเดิม ฟีเจอร์นี้รองรับอุปกรณ์ Android จำนวนมาก ทำให้เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Emergency Live Video ช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นสถานการณ์จริง ➡️ ใช้ได้บน Android 8 ขึ้นไป และเริ่มให้บริการในบางประเทศ ✅ Call Reason ช่วยให้ผู้โทรระบุเหตุผลก่อนโทร ➡️ ช่วยให้สายด่วนหรือสายสำคัญทะลุ Do Not Disturb ได้ ✅ Notification Cooldown ลดความถี่ของการแจ้งเตือนอัตโนมัติ ➡️ เหมาะกับกลุ่มแชตที่แจ้งเตือนรัว ๆ ✅ Notification Summaries ใช้ AI สรุปแจ้งเตือน ➡️ ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะให้แอปใดถูกสรุป ✅ Live Scam Detection ตรวจจับการหลอกลวงระหว่างโทร ➡️ ใช้ได้บน Pixel 6 ขึ้นไปในสหรัฐ ✅ Live Location Sharing เพิ่มความสามารถให้ Find My Device ➡️ แชร์ตำแหน่งคนแบบเรียลไทม์ได้เหมือน iOS คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ ฟีเจอร์บางอย่างยังจำกัดเฉพาะ Pixel หรือบางประเทศ ⛔ ผู้ใช้ Android รุ่นอื่นอาจยังไม่ได้รับอัปเดต ‼️ AI Notification Summaries อาจตีความผิดได้ ⛔ มีตัวอย่างจาก iOS ที่สรุปข้อความผิดความหมาย ‼️ Live Scam Detection ไม่สามารถป้องกันได้ 100% ⛔ อาจเกิด false positive หรือพลาดรูปแบบใหม่ของมิจฉาชีพ ‼️ Emergency Live Video ยังไม่รองรับทั่วโลก ⛔ ต้องรอการขยายบริการจากผู้ให้บริการฉุกเฉินในแต่ละประเทศ https://www.slashgear.com/2069935/useful-new-android-phone-features-2025/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Useful New Features Your Android Phone Got For Free In 2025 - SlashGear
    These Android updates are less about flash and more about trust, helping with scams, emergencies, tracking people, and constant notification noise.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 103 มุมมอง 0 รีวิว
  • 5 อุปกรณ์ Smart Home ราคาประหยัด ที่ใช้แทนรุ่นแพงได้แบบคุ้มค่า

    ตลาดสมาร์ทโฮมกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และหลายคนอยากเริ่มอัปเกรดบ้านให้ฉลาดขึ้น แต่ติดปัญหาว่าอุปกรณ์จากแบรนด์ใหญ่ เช่น Apple, Google หรือ Ring มักมีราคาค่อนข้างสูง บทความนี้จึงรวบรวม “ตัวเลือกที่ถูกกว่า แต่ใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน” ตั้งแต่หลอดไฟอัจฉริยะ กล้องวงจรปิด ปลั๊กไฟอัจฉริยะ ไปจนถึงลำโพงสั่งงานด้วยเสียง ซึ่งช่วยให้คุณสร้างบ้านอัจฉริยะได้โดยไม่ต้องจ่ายแพงเกินไป

    หลายอุปกรณ์ในลิสต์นี้มาจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้ เช่น Amazon Basics, TP-Link (Tapo/Kasa), Blink และ Tapo ซึ่งมีรีวิวจากผู้ใช้จริงจำนวนมากและได้รับคะแนนสูง จุดเด่นคือการติดตั้งง่าย ใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Alexa หรือ Google Home ได้ และมีฟีเจอร์พื้นฐานครบถ้วน แม้จะมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ไม่รองรับ Apple Home หรือไม่มีฟีเจอร์ขั้นสูงแบบรุ่นแพง แต่ก็ยังถือว่าคุ้มค่าอย่างมากสำหรับผู้เริ่มต้น

    อุปกรณ์อย่าง Blink Mini และ Kasa Smart Plug Ultra Mini ได้รับคำชมเรื่องความเสถียรและความง่ายในการใช้งาน ขณะที่ Tapo Robot Vacuum and Mop ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากได้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาย่อมเยา แม้จะไม่มีฐานเทขยะอัตโนมัติ แต่ก็มีระบบ LiDAR และฟีเจอร์ทำความสะอาดพื้นครบถ้วนในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งเกือบครึ่งหนึ่ง

    สุดท้าย Echo Dot รุ่นที่ 5 ก็เป็นลำโพงอัจฉริยะราคาประหยัดที่ช่วยให้คุณควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมดในบ้านได้ง่ายขึ้น พร้อมคุณภาพเสียงที่ดีเกินราคา และรองรับการใช้งานร่วมกับบริการสตรีมเพลงยอดนิยม ทำให้เป็นศูนย์กลางของบ้านอัจฉริยะที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดตัวหนึ่งในตลาดตอนนี้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Amazon Basics Smart Light Bulb เป็นตัวเลือกถูกกว่า TP-Link Tapo
    ราคาเพียง $13 แต่ฟีเจอร์ใกล้เคียงรุ่นแพงกว่า

    Blink Mini เป็นกล้องวงจรปิดราคาประหยัด
    ราคา $29 ถูกกว่า Ring Indoor Cam แต่ยังให้ภาพ 1080p และมีเสียงสองทาง

    Kasa Smart Plug Ultra Mini คุ้มค่ามาก
    ราคา $10 และรองรับ Google Home/Alexa

    Tapo Robot Vacuum and Mop เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาถูก
    ราคา $160 พร้อม LiDAR และฟีเจอร์ครบถ้วน

    Echo Dot 5th Gen เป็นลำโพงอัจฉริยะราคาดีที่สุดตัวหนึ่ง
    ราคา $50 และรองรับ multi-room, Spotify, Apple Music

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    บางอุปกรณ์รองรับเฉพาะ Alexa เท่านั้น
    เช่น Amazon Basics Smart Light Bulb ไม่รองรับ Google Home หรือ Apple Home

    Blink Mini ไม่มีการบันทึกวิดีโอแบบ local storage ในตัว
    ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่ม

    หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Tapo อาจจัดการเศษฝุ่นหนัก ๆ ได้ไม่ดีนัก
    ตามรีวิวของ PCMag

    Kasa Smart Plug ไม่รองรับ Apple Home
    อาจไม่เหมาะกับผู้ใช้ระบบ Apple ล้วน

    https://www.slashgear.com/2069810/smart-home-gadgets-cheap-alternatives-expensive-versions/
    🏠💡 5 อุปกรณ์ Smart Home ราคาประหยัด ที่ใช้แทนรุ่นแพงได้แบบคุ้มค่า ตลาดสมาร์ทโฮมกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และหลายคนอยากเริ่มอัปเกรดบ้านให้ฉลาดขึ้น แต่ติดปัญหาว่าอุปกรณ์จากแบรนด์ใหญ่ เช่น Apple, Google หรือ Ring มักมีราคาค่อนข้างสูง บทความนี้จึงรวบรวม “ตัวเลือกที่ถูกกว่า แต่ใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน” ตั้งแต่หลอดไฟอัจฉริยะ กล้องวงจรปิด ปลั๊กไฟอัจฉริยะ ไปจนถึงลำโพงสั่งงานด้วยเสียง ซึ่งช่วยให้คุณสร้างบ้านอัจฉริยะได้โดยไม่ต้องจ่ายแพงเกินไป หลายอุปกรณ์ในลิสต์นี้มาจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้ เช่น Amazon Basics, TP-Link (Tapo/Kasa), Blink และ Tapo ซึ่งมีรีวิวจากผู้ใช้จริงจำนวนมากและได้รับคะแนนสูง จุดเด่นคือการติดตั้งง่าย ใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Alexa หรือ Google Home ได้ และมีฟีเจอร์พื้นฐานครบถ้วน แม้จะมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ไม่รองรับ Apple Home หรือไม่มีฟีเจอร์ขั้นสูงแบบรุ่นแพง แต่ก็ยังถือว่าคุ้มค่าอย่างมากสำหรับผู้เริ่มต้น อุปกรณ์อย่าง Blink Mini และ Kasa Smart Plug Ultra Mini ได้รับคำชมเรื่องความเสถียรและความง่ายในการใช้งาน ขณะที่ Tapo Robot Vacuum and Mop ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากได้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาย่อมเยา แม้จะไม่มีฐานเทขยะอัตโนมัติ แต่ก็มีระบบ LiDAR และฟีเจอร์ทำความสะอาดพื้นครบถ้วนในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งเกือบครึ่งหนึ่ง สุดท้าย Echo Dot รุ่นที่ 5 ก็เป็นลำโพงอัจฉริยะราคาประหยัดที่ช่วยให้คุณควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมดในบ้านได้ง่ายขึ้น พร้อมคุณภาพเสียงที่ดีเกินราคา และรองรับการใช้งานร่วมกับบริการสตรีมเพลงยอดนิยม ทำให้เป็นศูนย์กลางของบ้านอัจฉริยะที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดตัวหนึ่งในตลาดตอนนี้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Amazon Basics Smart Light Bulb เป็นตัวเลือกถูกกว่า TP-Link Tapo ➡️ ราคาเพียง $13 แต่ฟีเจอร์ใกล้เคียงรุ่นแพงกว่า ✅ Blink Mini เป็นกล้องวงจรปิดราคาประหยัด ➡️ ราคา $29 ถูกกว่า Ring Indoor Cam แต่ยังให้ภาพ 1080p และมีเสียงสองทาง ✅ Kasa Smart Plug Ultra Mini คุ้มค่ามาก ➡️ ราคา $10 และรองรับ Google Home/Alexa ✅ Tapo Robot Vacuum and Mop เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาถูก ➡️ ราคา $160 พร้อม LiDAR และฟีเจอร์ครบถ้วน ✅ Echo Dot 5th Gen เป็นลำโพงอัจฉริยะราคาดีที่สุดตัวหนึ่ง ➡️ ราคา $50 และรองรับ multi-room, Spotify, Apple Music คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ บางอุปกรณ์รองรับเฉพาะ Alexa เท่านั้น ⛔ เช่น Amazon Basics Smart Light Bulb ไม่รองรับ Google Home หรือ Apple Home ‼️ Blink Mini ไม่มีการบันทึกวิดีโอแบบ local storage ในตัว ⛔ ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่ม ‼️ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Tapo อาจจัดการเศษฝุ่นหนัก ๆ ได้ไม่ดีนัก ⛔ ตามรีวิวของ PCMag ‼️ Kasa Smart Plug ไม่รองรับ Apple Home ⛔ อาจไม่เหมาะกับผู้ใช้ระบบ Apple ล้วน https://www.slashgear.com/2069810/smart-home-gadgets-cheap-alternatives-expensive-versions/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Cheap Alternatives To Expensive Smart Home Gadgets - SlashGear
    From basics like light bulbs and plug sockets to upmarket items like robot vacuum cleaners, smart home essentials don't have to cost the earth.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 105 มุมมอง 0 รีวิว
  • Budgie 10.10 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ — รุ่นแรกที่ใช้ Wayland แบบเต็มตัว

    Budgie 10.10 ถือเป็นก้าวสำคัญของโปรเจกต์ Budgie Desktop เพราะนี่คือเวอร์ชันแรกที่เปลี่ยนมาใช้ Wayland แบบ 100% หลังจากเตรียมความพร้อมมาหลายปี การย้ายออกจาก X11 ทำให้ Budgie ได้ประโยชน์ด้านความลื่นไหล ความปลอดภัย และการจัดการกราฟิกที่ทันสมัยขึ้น โดยเฉพาะบนฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับ Wayland เป็นหลัก

    การอัปเดตครั้งนี้ยังมาพร้อมการปรับปรุงหลายส่วน เช่น การจัดการหน้าต่างที่เสถียรขึ้น การแสดงผลที่คมชัดขึ้น และการตอบสนองของ UI ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุง Budgie Menu, Raven Sidebar และระบบ Notification ให้ทำงานเข้ากับ Wayland ได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงแก้บั๊กจำนวนมากที่เกิดจากการเปลี่ยนสถาปัตยกรรมเบื้องหลัง

    Budgie 10.10 ยังเน้นการปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ เช่น การจัดการ multi-monitor ที่แม่นยำขึ้น การรองรับ fractional scaling ที่ดีขึ้น และการลดอาการ screen tearing ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยใน X11 การเปลี่ยนมาใช้ Wayland ทำให้ทีมพัฒนาสามารถพัฒนา Budgie ให้ทันสมัยขึ้นโดยไม่ต้องแบกรับข้อจำกัดเก่า ๆ

    การเปลี่ยนผ่านนี้อาจทำให้ผู้ใช้บางรายที่ยังต้องใช้แอป X11 เฉพาะทางต้องพิจารณาความเข้ากันได้ แต่โดยรวมแล้ว Budgie 10.10 ถือเป็นก้าวกระโดดที่ทำให้ Budgie Desktop กลายเป็นสภาพแวดล้อมเดสก์ท็อปที่ทันสมัยและพร้อมสำหรับอนาคตมากขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Budgie 10.10 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
    เป็นเวอร์ชันแรกที่ใช้ Wayland แบบเต็มตัว

    ปรับปรุงประสิทธิภาพและความลื่นไหล
    UI ตอบสนองดีขึ้น ลด screen tearing

    อัปเดตส่วนประกอบหลักของเดสก์ท็อป
    Budgie Menu, Raven Sidebar, Notifications

    รองรับ multi-monitor และ fractional scaling ดีขึ้น
    เหมาะกับจอความละเอียดสูง

    แก้บั๊กจำนวนมากจากการย้ายสถาปัตยกรรม
    ทำให้ระบบเสถียรขึ้นบน Wayland

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    แอปบางตัวที่ยังพึ่ง X11 อาจมีปัญหาความเข้ากันได้
    โดยเฉพาะแอปเก่าหรือแอปเฉพาะทาง

    ผู้ใช้ฮาร์ดแวร์บางรุ่นอาจพบปัญหาไดรเวอร์
    GPU รุ่นเก่าบางตัวรองรับ Wayland ได้ไม่สมบูรณ์

    การเปลี่ยนผ่านอาจทำให้ workflow เดิมบางอย่างต้องปรับตัว
    เช่น เครื่องมือจับภาพหน้าจอหรือโปรแกรม remote desktop แบบเก่า

    https://9to5linux.com/budgie-10-10-desktop-environment-released-as-the-first-wayland-only-version
    🐦 Budgie 10.10 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ — รุ่นแรกที่ใช้ Wayland แบบเต็มตัว Budgie 10.10 ถือเป็นก้าวสำคัญของโปรเจกต์ Budgie Desktop เพราะนี่คือเวอร์ชันแรกที่เปลี่ยนมาใช้ Wayland แบบ 100% หลังจากเตรียมความพร้อมมาหลายปี การย้ายออกจาก X11 ทำให้ Budgie ได้ประโยชน์ด้านความลื่นไหล ความปลอดภัย และการจัดการกราฟิกที่ทันสมัยขึ้น โดยเฉพาะบนฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับ Wayland เป็นหลัก การอัปเดตครั้งนี้ยังมาพร้อมการปรับปรุงหลายส่วน เช่น การจัดการหน้าต่างที่เสถียรขึ้น การแสดงผลที่คมชัดขึ้น และการตอบสนองของ UI ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุง Budgie Menu, Raven Sidebar และระบบ Notification ให้ทำงานเข้ากับ Wayland ได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงแก้บั๊กจำนวนมากที่เกิดจากการเปลี่ยนสถาปัตยกรรมเบื้องหลัง Budgie 10.10 ยังเน้นการปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ เช่น การจัดการ multi-monitor ที่แม่นยำขึ้น การรองรับ fractional scaling ที่ดีขึ้น และการลดอาการ screen tearing ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยใน X11 การเปลี่ยนมาใช้ Wayland ทำให้ทีมพัฒนาสามารถพัฒนา Budgie ให้ทันสมัยขึ้นโดยไม่ต้องแบกรับข้อจำกัดเก่า ๆ การเปลี่ยนผ่านนี้อาจทำให้ผู้ใช้บางรายที่ยังต้องใช้แอป X11 เฉพาะทางต้องพิจารณาความเข้ากันได้ แต่โดยรวมแล้ว Budgie 10.10 ถือเป็นก้าวกระโดดที่ทำให้ Budgie Desktop กลายเป็นสภาพแวดล้อมเดสก์ท็อปที่ทันสมัยและพร้อมสำหรับอนาคตมากขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Budgie 10.10 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ➡️ เป็นเวอร์ชันแรกที่ใช้ Wayland แบบเต็มตัว ✅ ปรับปรุงประสิทธิภาพและความลื่นไหล ➡️ UI ตอบสนองดีขึ้น ลด screen tearing ✅ อัปเดตส่วนประกอบหลักของเดสก์ท็อป ➡️ Budgie Menu, Raven Sidebar, Notifications ✅ รองรับ multi-monitor และ fractional scaling ดีขึ้น ➡️ เหมาะกับจอความละเอียดสูง ✅ แก้บั๊กจำนวนมากจากการย้ายสถาปัตยกรรม ➡️ ทำให้ระบบเสถียรขึ้นบน Wayland คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ แอปบางตัวที่ยังพึ่ง X11 อาจมีปัญหาความเข้ากันได้ ⛔ โดยเฉพาะแอปเก่าหรือแอปเฉพาะทาง ‼️ ผู้ใช้ฮาร์ดแวร์บางรุ่นอาจพบปัญหาไดรเวอร์ ⛔ GPU รุ่นเก่าบางตัวรองรับ Wayland ได้ไม่สมบูรณ์ ‼️ การเปลี่ยนผ่านอาจทำให้ workflow เดิมบางอย่างต้องปรับตัว ⛔ เช่น เครื่องมือจับภาพหน้าจอหรือโปรแกรม remote desktop แบบเก่า https://9to5linux.com/budgie-10-10-desktop-environment-released-as-the-first-wayland-only-version
    9TO5LINUX.COM
    Budgie 10.10 Desktop Environment Released as the First Wayland-Only Version - 9to5Linux
    Budgie 10.10 desktop environment is now available as the first Wayland-only version and the last release in the Budgie 10 series.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 80 มุมมอง 0 รีวิว
  • The financial reports of a power company : Part 4
    Date : 11 January 2026

    ## 7. Debt structure, interest expense and loan covenants

    - A company ’s long‑term borrowings and debentures are restructured or refinanced during 2022–2024, but the average effective interest expense does not rise in line with market rate increases, especially in 2023–2024.
    - Disclosures of loan covenants and key financial ratios required by lenders are limited, which obscures the extent of covenant pressure and the potential incentives to manage reported numbers.

    **Audit concerns**

    - Whether interest expense is fully recognised in accordance with the effective interest method, including amortisation of premiums, discounts and transaction costs.
    - Whether any accounting choices (e.g. capitalisation of borrowing costs, classification of leases) are influenced by a need to avoid covenant breaches.

    ***

    ## 8. Employee benefit obligations and actuarial assumptions

    - Defined benefit obligations and other long‑term employee benefit liabilities show relatively limited volatility across 2022–2024, even though discount rates and inflation expectations change materially with the interest‑rate cycle.
    - This stability may indicate the use of actuarial assumptions that dampen the impact of market movements on reported obligations and OCI.

    **Audit concerns**

    - Whether actuarial assumptions (discount rate, salary growth, mortality, staff turnover) are consistent with market benchmarks and internal HR data.
    - Whether sensitivity analyses and disclosures provide sufficient transparency regarding the potential impact on equity and profit if assumptions were more conservative.

    To be continued—————————————————————————————————————————————————-
    #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    The financial reports of a power company : Part 4 Date : 11 January 2026 ## 7. Debt structure, interest expense and loan covenants - A company ’s long‑term borrowings and debentures are restructured or refinanced during 2022–2024, but the average effective interest expense does not rise in line with market rate increases, especially in 2023–2024. - Disclosures of loan covenants and key financial ratios required by lenders are limited, which obscures the extent of covenant pressure and the potential incentives to manage reported numbers. **Audit concerns** - Whether interest expense is fully recognised in accordance with the effective interest method, including amortisation of premiums, discounts and transaction costs. - Whether any accounting choices (e.g. capitalisation of borrowing costs, classification of leases) are influenced by a need to avoid covenant breaches. *** ## 8. Employee benefit obligations and actuarial assumptions - Defined benefit obligations and other long‑term employee benefit liabilities show relatively limited volatility across 2022–2024, even though discount rates and inflation expectations change materially with the interest‑rate cycle. - This stability may indicate the use of actuarial assumptions that dampen the impact of market movements on reported obligations and OCI. **Audit concerns** - Whether actuarial assumptions (discount rate, salary growth, mortality, staff turnover) are consistent with market benchmarks and internal HR data. - Whether sensitivity analyses and disclosures provide sufficient transparency regarding the potential impact on equity and profit if assumptions were more conservative. To be continued—————————————————————————————————————————————————- #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 159 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20260110 #securityonline

    Meta เดินหน้าปฏิวัติพลังงานสำหรับยุค AI
    Meta ทำข้อตกลงด้านนิวเคลียร์รวมสูงสุด 6.6 GW เพื่อป้อนพลังงานให้ศูนย์ข้อมูลและซูเปอร์คอมพิวเตอร์ “Prometheus” ในโอไฮโอ โดยร่วมมือกับ TerraPower เพื่อสร้างเตาปฏิกรณ์โซเดียม “Natrium” ที่จะเริ่มจ่ายไฟปี 2032 และขยายได้ถึง 2.1 GW รวมถึงจับมือกับ Oklo ซึ่งมี Sam Altman ถือหุ้น เพื่อผลิตไฟฟ้า 1.2 GW ภายในปี 2030 ควบคู่กับสัญญาซื้อไฟ 20 ปีจาก Vistra อีกกว่า 2.1 GW พร้อมแผนขยายกำลังผลิตเพิ่มเติม ทั้งหมดนี้สะท้อนการเปลี่ยนทิศของบริษัทยักษ์ใหญ่สู่พลังงานนิวเคลียร์ที่ให้ไฟฟ้าคงที่ 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันด้าน AI ที่ต้องการพลังงานมหาศาลและเสถียรเพื่อรักษาความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ในอนาคต
     https://securityonline.info/the-atomic-engine-meta-secures-6-6-gw-of-nuclear-power-to-fuel-its-ai-future/

    Copilot Checkout: ก้าวใหม่ของช้อปปิ้งไร้แรงเสียดทาน
    ไมโครซอฟท์เปิดตัว “Copilot Checkout” ที่งาน NRF 2026 ซึ่งเป็นระบบช้อปปิ้งแบบใหม่ที่ให้ผู้ใช้ซื้อสินค้าได้ทันทีภายในหน้าต่าง Copilot โดยไม่ต้องเปิดเว็บร้านค้า ทำงานร่วมกับ PayPal, Shopify, Stripe และ Etsy พร้อมแบรนด์ดังหลายรายเข้าร่วม แม้จะถูกตั้งคำถามเรื่องความรับผิดชอบหาก AI เข้าใจผิด แต่ฟีเจอร์นี้สะท้อนทิศทางใหม่ของคอนเวอร์เซชันนัลคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
    https://securityonline.info/the-frictionless-frontier-microsoft-launches-copilot-checkout-at-nrf-2026

    Gemini อัปเกรด Gmail: เขียนอีเมลอัจฉริยะและกล่องจดหมายแบบรู้ใจ
    Google เปิดตัวฟีเจอร์ Gemini ใหม่สำหรับผู้ใช้ Gmail ทั่วไป ทั้งระบบเขียนอีเมลอัตโนมัติ การจัดลำดับความสำคัญของอีเมลด้วย “AI Inbox” และการสรุปเธรดอีเมล โดยฟีเจอร์ขั้นสูงอย่าง AI Overviews จะสงวนไว้สำหรับผู้ใช้แบบ Pro/Ultra การอัปเดตนี้ช่วยลดภาระงานอีเมลและทำให้การค้นหาข้อมูลในกล่องจดหมายเป็นธรรมชาติมากขึ้น https://securityonline.info/the-gemini-overhaul-google-unlocks-free-ai-writing-and-ai-inbox-for-gmail

    Linus Torvalds โต้กระแส “AI Slop” ไม่ต้องทำคู่มือเป็นแถลงการณ์
    Linus Torvalds ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่าการถกเถียงเรื่องโค้ดที่สร้างด้วย AI ไม่ควรทำให้เอกสารพัฒนา Linux กลายเป็นแถลงการณ์ทางการเมือง เขาย้ำว่าปัญหาโค้ดคุณภาพต่ำต้องแก้ด้วยการรีวิวอย่างเข้มงวด ไม่ใช่การออกกฎห้ามใช้ AI พร้อมชี้ว่าผู้ส่งโค้ดคุณภาพแย่จะไม่บอกอยู่แล้วว่าใช้ AI หรือไม่
    https://securityonline.info/no-manifesto-needed-linus-torvalds-blasts-ai-slop-fearmongering

    Windows 11 เปิดทางลบ Copilot ได้จริงสำหรับองค์กร
    ไมโครซอฟท์เพิ่ม Group Policy ใหม่ใน Windows 11 Build 26200.7535 ให้ผู้ดูแลระบบสามารถถอนการติดตั้ง Microsoft Copilot ได้ หากตรงตามเงื่อนไข เช่น แอปต้องถูกติดตั้งมาก่อนและไม่ถูกเปิดใช้งานเกิน 28 วัน แม้จะลบได้ แต่ผู้ใช้ยังสามารถติดตั้งกลับเองได้ ทำให้เป็นมาตรการที่เน้นองค์กรเป็นหลัก
    https://securityonline.info/the-exit-strategy-microsoft-finally-grants-admins-a-way-to-uninstall-copilot

    อิหร่านทดสอบ “Whitelist” อินเทอร์เน็ตเฉพาะมหาวิทยาลัยท่ามกลางการตัดเน็ตทั่วประเทศ
    ท่ามกลางการตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั่วอิหร่านกว่า 24 ชั่วโมง มีสัญญาณว่ารัฐอาจกำลังทดสอบการเปิดอินเทอร์เน็ตเฉพาะบางสถาบัน เช่น มหาวิทยาลัยในเตหะราน ซึ่งมีทราฟฟิกกลับมาเพียงชั่วคราวก่อนถูกตัดอีกครั้ง นักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นการทดลองระบบ whitelist เพื่อจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเฉพาะกลุ่มสำคัญในอนาคต
    https://securityonline.info/iran-tests-academic-whitelists-amid-nationwide-2026-blackout
    📌🔐🟣 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🟣🔐📌 #รวมข่าวIT #20260110 #securityonline ⚛️ Meta เดินหน้าปฏิวัติพลังงานสำหรับยุค AI Meta ทำข้อตกลงด้านนิวเคลียร์รวมสูงสุด 6.6 GW เพื่อป้อนพลังงานให้ศูนย์ข้อมูลและซูเปอร์คอมพิวเตอร์ “Prometheus” ในโอไฮโอ โดยร่วมมือกับ TerraPower เพื่อสร้างเตาปฏิกรณ์โซเดียม “Natrium” ที่จะเริ่มจ่ายไฟปี 2032 และขยายได้ถึง 2.1 GW รวมถึงจับมือกับ Oklo ซึ่งมี Sam Altman ถือหุ้น เพื่อผลิตไฟฟ้า 1.2 GW ภายในปี 2030 ควบคู่กับสัญญาซื้อไฟ 20 ปีจาก Vistra อีกกว่า 2.1 GW พร้อมแผนขยายกำลังผลิตเพิ่มเติม ทั้งหมดนี้สะท้อนการเปลี่ยนทิศของบริษัทยักษ์ใหญ่สู่พลังงานนิวเคลียร์ที่ให้ไฟฟ้าคงที่ 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันด้าน AI ที่ต้องการพลังงานมหาศาลและเสถียรเพื่อรักษาความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ในอนาคต 🔗 https://securityonline.info/the-atomic-engine-meta-secures-6-6-gw-of-nuclear-power-to-fuel-its-ai-future/ 🛒 Copilot Checkout: ก้าวใหม่ของช้อปปิ้งไร้แรงเสียดทาน ไมโครซอฟท์เปิดตัว “Copilot Checkout” ที่งาน NRF 2026 ซึ่งเป็นระบบช้อปปิ้งแบบใหม่ที่ให้ผู้ใช้ซื้อสินค้าได้ทันทีภายในหน้าต่าง Copilot โดยไม่ต้องเปิดเว็บร้านค้า ทำงานร่วมกับ PayPal, Shopify, Stripe และ Etsy พร้อมแบรนด์ดังหลายรายเข้าร่วม แม้จะถูกตั้งคำถามเรื่องความรับผิดชอบหาก AI เข้าใจผิด แต่ฟีเจอร์นี้สะท้อนทิศทางใหม่ของคอนเวอร์เซชันนัลคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว 🔗 https://securityonline.info/the-frictionless-frontier-microsoft-launches-copilot-checkout-at-nrf-2026 ✉️ Gemini อัปเกรด Gmail: เขียนอีเมลอัจฉริยะและกล่องจดหมายแบบรู้ใจ Google เปิดตัวฟีเจอร์ Gemini ใหม่สำหรับผู้ใช้ Gmail ทั่วไป ทั้งระบบเขียนอีเมลอัตโนมัติ การจัดลำดับความสำคัญของอีเมลด้วย “AI Inbox” และการสรุปเธรดอีเมล โดยฟีเจอร์ขั้นสูงอย่าง AI Overviews จะสงวนไว้สำหรับผู้ใช้แบบ Pro/Ultra การอัปเดตนี้ช่วยลดภาระงานอีเมลและทำให้การค้นหาข้อมูลในกล่องจดหมายเป็นธรรมชาติมากขึ้น 🔗 https://securityonline.info/the-gemini-overhaul-google-unlocks-free-ai-writing-and-ai-inbox-for-gmail 🐧 Linus Torvalds โต้กระแส “AI Slop” ไม่ต้องทำคู่มือเป็นแถลงการณ์ Linus Torvalds ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่าการถกเถียงเรื่องโค้ดที่สร้างด้วย AI ไม่ควรทำให้เอกสารพัฒนา Linux กลายเป็นแถลงการณ์ทางการเมือง เขาย้ำว่าปัญหาโค้ดคุณภาพต่ำต้องแก้ด้วยการรีวิวอย่างเข้มงวด ไม่ใช่การออกกฎห้ามใช้ AI พร้อมชี้ว่าผู้ส่งโค้ดคุณภาพแย่จะไม่บอกอยู่แล้วว่าใช้ AI หรือไม่ 🔗 https://securityonline.info/no-manifesto-needed-linus-torvalds-blasts-ai-slop-fearmongering 🪟 Windows 11 เปิดทางลบ Copilot ได้จริงสำหรับองค์กร ไมโครซอฟท์เพิ่ม Group Policy ใหม่ใน Windows 11 Build 26200.7535 ให้ผู้ดูแลระบบสามารถถอนการติดตั้ง Microsoft Copilot ได้ หากตรงตามเงื่อนไข เช่น แอปต้องถูกติดตั้งมาก่อนและไม่ถูกเปิดใช้งานเกิน 28 วัน แม้จะลบได้ แต่ผู้ใช้ยังสามารถติดตั้งกลับเองได้ ทำให้เป็นมาตรการที่เน้นองค์กรเป็นหลัก 🔗 https://securityonline.info/the-exit-strategy-microsoft-finally-grants-admins-a-way-to-uninstall-copilot 🌐 อิหร่านทดสอบ “Whitelist” อินเทอร์เน็ตเฉพาะมหาวิทยาลัยท่ามกลางการตัดเน็ตทั่วประเทศ ท่ามกลางการตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั่วอิหร่านกว่า 24 ชั่วโมง มีสัญญาณว่ารัฐอาจกำลังทดสอบการเปิดอินเทอร์เน็ตเฉพาะบางสถาบัน เช่น มหาวิทยาลัยในเตหะราน ซึ่งมีทราฟฟิกกลับมาเพียงชั่วคราวก่อนถูกตัดอีกครั้ง นักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นการทดลองระบบ whitelist เพื่อจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเฉพาะกลุ่มสำคัญในอนาคต 🔗 https://securityonline.info/iran-tests-academic-whitelists-amid-nationwide-2026-blackout
    SECURITYONLINE.INFO
    The Atomic Engine: Meta Secures 6.6 GW of Nuclear Power to Fuel its AI Future
    Meta secures 6.6 GW of nuclear power through landmark deals with Vistra, Oklo, and TerraPower to energize its Prometheus AI supercluster in Ohio.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 187 มุมมอง 0 รีวิว
  • Meta ทุ่มดีลพลังงานนิวเคลียร์ 6 กิกะวัตต์ เพื่อรองรับศูนย์ข้อมูล AI — มากพอจะจ่ายไฟให้บ้าน 5 ล้านหลัง

    Meta กำลังเดินหน้าอย่างจริงจังเพื่อรองรับความต้องการพลังงานระดับมหาศาลของศูนย์ข้อมูล AI รุ่นใหม่ โดยบริษัทได้ลงนามในสัญญาหลายฉบับเพื่อจัดหาพลังงานนิวเคลียร์รวมกว่า 6 กิกะวัตต์ ซึ่งเป็นปริมาณที่มากพอจะจ่ายไฟให้บ้านเรือนกว่า 5 ล้านหลัง ตามรายงานจาก Bloomberg

    ดีลนี้เกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการพลังงาน 3 ราย ได้แก่ Vistra Corp., Oklo (ได้รับการสนับสนุนจาก OpenAI) และ TerraPower (ได้รับการสนับสนุนจาก Bill Gates และ Nvidia) โดย Vistra จะส่งมอบพลังงานกว่า 2,176 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในโอไฮโอและเพนซิลเวเนีย ขณะที่ Oklo และ TerraPower ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ซึ่งคาดว่าจะใช้งานได้จริงในช่วงปี 2030 เป็นต้นไป

    Meta ต้องการพลังงานจำนวนมหาศาลนี้เพื่อรองรับศูนย์ข้อมูลใหม่สองแห่ง ได้แก่ Prometheus (1GW) ในโอไฮโอ ซึ่งจะเปิดใช้งานปีนี้ และ Hyperion (5GW) ในหลุยเซียนา ที่คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องในปี 2028 ความท้าทายคือโครงข่ายไฟฟ้าปัจจุบันไม่สามารถขยายตัวได้เร็วพอ ทำให้บริษัทต้องหาทางลัดด้วยการทำสัญญาพลังงานล่วงหน้าและใช้แหล่งพลังงานเฉพาะกิจเพื่อให้ศูนย์ข้อมูลเริ่มทำงานได้ทันเวลา

    Meta ระบุว่าการลงทุนในพลังงานนิวเคลียร์เป็นกุญแจสำคัญต่อการขยาย AI ในอนาคต เพราะเป็นพลังงานที่ สะอาด มั่นคง และให้กำลังไฟต่อเนื่อง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการฝึกโมเดลขนาดใหญ่และการให้บริการ AI ระดับโลก การตัดสินใจครั้งนี้ยังสะท้อนถึงแนวโน้มใหม่ของอุตสาหกรรม ที่บริษัทเทคยักษ์ใหญ่เริ่มหันมาพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์เพื่อแก้ปัญหาคอขวดด้านพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Meta ลงนามดีลพลังงานนิวเคลียร์ครั้งใหญ่
    รวมกว่า 6GW มากพอสำหรับบ้าน 5 ล้านหลัง
    เป็นผู้ซื้อพลังงานนิวเคลียร์รายใหญ่ที่สุดในกลุ่มบริษัท AI

    ผู้ให้บริการพลังงาน 3 ราย
    Vistra ส่งมอบ 2,176MW จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในสหรัฐฯ
    Oklo และ TerraPower พัฒนา SMR คาดใช้งานจริงช่วงปี 2030

    รองรับศูนย์ข้อมูล AI รุ่นใหม่
    Prometheus (1GW) เปิดปีนี้
    Hyperion (5GW) เปิดปี 2028

    เหตุผลที่ Meta เลือกพลังงานนิวเคลียร์
    ให้พลังงานสะอาด มั่นคง และต่อเนื่อง
    ช่วยลดความเสี่ยงจากการขยายโครงข่ายไฟฟ้าที่ล่าช้า

    ประเด็นที่ต้องจับตา
    ความพร้อมของเทคโนโลยี SMR
    Oklo และ TerraPower ยังไม่พร้อมใช้งานจนถึงทศวรรษหน้า

    ความตึงตัวของโครงข่ายไฟฟ้า
    ความต้องการพลังงานของศูนย์ข้อมูล AI อาจเกินขีดความสามารถของระบบไฟฟ้าในหลายพื้นที่

    ต้นทุนพลังงานและความเสี่ยงด้านนโยบาย
    การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบอาจส่งผลต่อโครงการพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคต

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/meta-inks-deals-to-supply-a-staggering-6-gigawatts-in-nuclear-power-for-data-center-ambitions-enough-wattage-to-supply-5-million-homes
    ⚛️🏢 Meta ทุ่มดีลพลังงานนิวเคลียร์ 6 กิกะวัตต์ เพื่อรองรับศูนย์ข้อมูล AI — มากพอจะจ่ายไฟให้บ้าน 5 ล้านหลัง Meta กำลังเดินหน้าอย่างจริงจังเพื่อรองรับความต้องการพลังงานระดับมหาศาลของศูนย์ข้อมูล AI รุ่นใหม่ โดยบริษัทได้ลงนามในสัญญาหลายฉบับเพื่อจัดหาพลังงานนิวเคลียร์รวมกว่า 6 กิกะวัตต์ ซึ่งเป็นปริมาณที่มากพอจะจ่ายไฟให้บ้านเรือนกว่า 5 ล้านหลัง ตามรายงานจาก Bloomberg ดีลนี้เกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการพลังงาน 3 ราย ได้แก่ Vistra Corp., Oklo (ได้รับการสนับสนุนจาก OpenAI) และ TerraPower (ได้รับการสนับสนุนจาก Bill Gates และ Nvidia) โดย Vistra จะส่งมอบพลังงานกว่า 2,176 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในโอไฮโอและเพนซิลเวเนีย ขณะที่ Oklo และ TerraPower ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ซึ่งคาดว่าจะใช้งานได้จริงในช่วงปี 2030 เป็นต้นไป Meta ต้องการพลังงานจำนวนมหาศาลนี้เพื่อรองรับศูนย์ข้อมูลใหม่สองแห่ง ได้แก่ Prometheus (1GW) ในโอไฮโอ ซึ่งจะเปิดใช้งานปีนี้ และ Hyperion (5GW) ในหลุยเซียนา ที่คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องในปี 2028 ความท้าทายคือโครงข่ายไฟฟ้าปัจจุบันไม่สามารถขยายตัวได้เร็วพอ ทำให้บริษัทต้องหาทางลัดด้วยการทำสัญญาพลังงานล่วงหน้าและใช้แหล่งพลังงานเฉพาะกิจเพื่อให้ศูนย์ข้อมูลเริ่มทำงานได้ทันเวลา Meta ระบุว่าการลงทุนในพลังงานนิวเคลียร์เป็นกุญแจสำคัญต่อการขยาย AI ในอนาคต เพราะเป็นพลังงานที่ สะอาด มั่นคง และให้กำลังไฟต่อเนื่อง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการฝึกโมเดลขนาดใหญ่และการให้บริการ AI ระดับโลก การตัดสินใจครั้งนี้ยังสะท้อนถึงแนวโน้มใหม่ของอุตสาหกรรม ที่บริษัทเทคยักษ์ใหญ่เริ่มหันมาพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์เพื่อแก้ปัญหาคอขวดด้านพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Meta ลงนามดีลพลังงานนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ ➡️ รวมกว่า 6GW มากพอสำหรับบ้าน 5 ล้านหลัง ➡️ เป็นผู้ซื้อพลังงานนิวเคลียร์รายใหญ่ที่สุดในกลุ่มบริษัท AI ✅ ผู้ให้บริการพลังงาน 3 ราย ➡️ Vistra ส่งมอบ 2,176MW จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในสหรัฐฯ ➡️ Oklo และ TerraPower พัฒนา SMR คาดใช้งานจริงช่วงปี 2030 ✅ รองรับศูนย์ข้อมูล AI รุ่นใหม่ ➡️ Prometheus (1GW) เปิดปีนี้ ➡️ Hyperion (5GW) เปิดปี 2028 ✅ เหตุผลที่ Meta เลือกพลังงานนิวเคลียร์ ➡️ ให้พลังงานสะอาด มั่นคง และต่อเนื่อง ➡️ ช่วยลดความเสี่ยงจากการขยายโครงข่ายไฟฟ้าที่ล่าช้า ⚠️ ประเด็นที่ต้องจับตา ‼️ ความพร้อมของเทคโนโลยี SMR ⛔ Oklo และ TerraPower ยังไม่พร้อมใช้งานจนถึงทศวรรษหน้า ‼️ ความตึงตัวของโครงข่ายไฟฟ้า ⛔ ความต้องการพลังงานของศูนย์ข้อมูล AI อาจเกินขีดความสามารถของระบบไฟฟ้าในหลายพื้นที่ ‼️ ต้นทุนพลังงานและความเสี่ยงด้านนโยบาย ⛔ การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบอาจส่งผลต่อโครงการพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคต https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/meta-inks-deals-to-supply-a-staggering-6-gigawatts-in-nuclear-power-for-data-center-ambitions-enough-wattage-to-supply-5-million-homes
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 174 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทรัมป์และรัฐมนตรี Lutnick ชื่นชม Intel หลังเปิดตัว Panther Lake — ชี้การลงทุนของรัฐบาล “สร้างมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ให้ชาวอเมริกัน”

    หลังการเปิดตัวชิป Intel Panther Lake ที่งาน CES 2026 ประธานาธิบดี Donald Trump และรัฐมนตรีพาณิชย์ Howard Lutnick ได้ออกมาแสดงความยินดีกับ Intel และ CEO คนใหม่ Lip‑Bu Tan โดยระบุว่าการที่รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าถือหุ้น 10% ใน Intel กำลังสร้างผลตอบแทนอย่างมหาศาลให้กับประเทศภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

    ทรัมป์กล่าวว่าการลงทุนครั้งนี้ช่วยผลักดันให้สหรัฐฯ กลับมามีบทบาทนำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อีกครั้ง ขณะที่ Lutnick ชี้ว่าชิป 1.8nm (18A) รุ่นใหม่ของ Intel เป็นก้าวสำคัญในการนำการผลิตชิปขั้นสูงกลับคืนสู่แผ่นดินอเมริกา นอกจากนี้ ทั้งสองยังย้ำว่ามูลค่าหุ้น Intel เพิ่มขึ้นอย่างมากหลังการลงทุนของรัฐบาลและดีลใหญ่กับ Nvidia ในปีที่ผ่านมา

    Intel เองเพิ่งผ่านช่วงเวลายากลำบาก ทั้งรายงานผลประกอบการที่ตกต่ำ การปลดพนักงานหลายหมื่นคน และการเปลี่ยนตัว CEO จาก Pat Gelsinger มาเป็น Lip‑Bu Tan ในปี 2025 แต่หลังจากได้รับเงินลงทุนจากรัฐบาลและดีลหุ้นมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์จาก Nvidia บริษัทก็เริ่มฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยชิป Panther Lake และ Core Ultra Series 3 ที่ใช้กระบวนการผลิต 18A ได้รับคำชมว่ามีประสิทธิภาพด้านกราฟิกดีขึ้นจนท้าชน RTX 4050 ได้ในบางงานทดสอบ

    แม้ธุรกิจชิปสำหรับผู้บริโภคจะเริ่มกลับมา แต่ Intel ยังต้องเร่งทำให้ธุรกิจ Foundry ทำกำไร ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2027 เมื่อกระบวนการผลิต 14A พร้อมใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ 18A ถือเป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้อง และได้รับแรงสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างชัดเจนในยุคการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับโลก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    รัฐบาลสหรัฐฯ ชื่นชม Intel หลังเปิดตัว Panther Lake
    ทรัมป์ระบุว่าการถือหุ้น 10% ทำกำไร “หลายหมื่นล้านดอลลาร์” ภายใน 4 เดือน
    Lutnick ย้ำว่าชิป 1.8nm เป็นก้าวสำคัญของการผลิตชิปในประเทศ

    Intel ฟื้นตัวหลังปีที่ยากลำบาก
    ปี 2024–2025 บริษัทเผชิญผลประกอบการตกต่ำและการเปลี่ยน CEO
    ดีล Nvidia มูลค่า $5B ช่วยดันราคาหุ้นขึ้น 25%

    ชิปใหม่ได้รับคำชม
    Panther Lake และ Core Ultra Series 3 ใช้กระบวนการผลิต 18A
    ประสิทธิภาพกราฟิกดีขึ้นจนใกล้เคียง RTX 4050 ในบางงานทดสอบ

    แผนอนาคตของ Intel
    Foundry คาดว่าจะเริ่มทำกำไรในปี 2027 เมื่อ 14A พร้อมใช้งาน
    CEO Lip‑Bu Tan ระบุว่า Intel “กำลังเดินหน้าเต็มกำลังสู่ 14A”

    ประเด็นที่ควรจับตา
    ความผันผวนของ Intel ในช่วงที่ผ่านมา
    ผลประกอบการและการปลดพนักงานจำนวนมากยังเป็นรอยแผลของบริษัท

    การแข่งขันระดับโลกด้านเซมิคอนดักเตอร์
    Intel ต้องเร่งตาม TSMC และ Samsung ให้ทันในด้านเทคโนโลยีและกำลังผลิต

    ความเสี่ยงของการพึ่งพาการสนับสนุนจากรัฐบาล
    หากนโยบายเปลี่ยน อาจกระทบต่อการลงทุนและทิศทางของบริษัท

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/president-trump-sec-lutnick-praise-intel-after-the-launch-of-panther-lake-chips-says-investment-in-company-already-bringing-tens-of-billions-of-dollars-for-the-american-people
    🇺🇸💻 ทรัมป์และรัฐมนตรี Lutnick ชื่นชม Intel หลังเปิดตัว Panther Lake — ชี้การลงทุนของรัฐบาล “สร้างมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ให้ชาวอเมริกัน” หลังการเปิดตัวชิป Intel Panther Lake ที่งาน CES 2026 ประธานาธิบดี Donald Trump และรัฐมนตรีพาณิชย์ Howard Lutnick ได้ออกมาแสดงความยินดีกับ Intel และ CEO คนใหม่ Lip‑Bu Tan โดยระบุว่าการที่รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าถือหุ้น 10% ใน Intel กำลังสร้างผลตอบแทนอย่างมหาศาลให้กับประเทศภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ทรัมป์กล่าวว่าการลงทุนครั้งนี้ช่วยผลักดันให้สหรัฐฯ กลับมามีบทบาทนำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อีกครั้ง ขณะที่ Lutnick ชี้ว่าชิป 1.8nm (18A) รุ่นใหม่ของ Intel เป็นก้าวสำคัญในการนำการผลิตชิปขั้นสูงกลับคืนสู่แผ่นดินอเมริกา นอกจากนี้ ทั้งสองยังย้ำว่ามูลค่าหุ้น Intel เพิ่มขึ้นอย่างมากหลังการลงทุนของรัฐบาลและดีลใหญ่กับ Nvidia ในปีที่ผ่านมา Intel เองเพิ่งผ่านช่วงเวลายากลำบาก ทั้งรายงานผลประกอบการที่ตกต่ำ การปลดพนักงานหลายหมื่นคน และการเปลี่ยนตัว CEO จาก Pat Gelsinger มาเป็น Lip‑Bu Tan ในปี 2025 แต่หลังจากได้รับเงินลงทุนจากรัฐบาลและดีลหุ้นมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์จาก Nvidia บริษัทก็เริ่มฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยชิป Panther Lake และ Core Ultra Series 3 ที่ใช้กระบวนการผลิต 18A ได้รับคำชมว่ามีประสิทธิภาพด้านกราฟิกดีขึ้นจนท้าชน RTX 4050 ได้ในบางงานทดสอบ แม้ธุรกิจชิปสำหรับผู้บริโภคจะเริ่มกลับมา แต่ Intel ยังต้องเร่งทำให้ธุรกิจ Foundry ทำกำไร ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2027 เมื่อกระบวนการผลิต 14A พร้อมใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ 18A ถือเป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้อง และได้รับแรงสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างชัดเจนในยุคการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับโลก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ รัฐบาลสหรัฐฯ ชื่นชม Intel หลังเปิดตัว Panther Lake ➡️ ทรัมป์ระบุว่าการถือหุ้น 10% ทำกำไร “หลายหมื่นล้านดอลลาร์” ภายใน 4 เดือน ➡️ Lutnick ย้ำว่าชิป 1.8nm เป็นก้าวสำคัญของการผลิตชิปในประเทศ ✅ Intel ฟื้นตัวหลังปีที่ยากลำบาก ➡️ ปี 2024–2025 บริษัทเผชิญผลประกอบการตกต่ำและการเปลี่ยน CEO ➡️ ดีล Nvidia มูลค่า $5B ช่วยดันราคาหุ้นขึ้น 25% ✅ ชิปใหม่ได้รับคำชม ➡️ Panther Lake และ Core Ultra Series 3 ใช้กระบวนการผลิต 18A ➡️ ประสิทธิภาพกราฟิกดีขึ้นจนใกล้เคียง RTX 4050 ในบางงานทดสอบ ✅ แผนอนาคตของ Intel ➡️ Foundry คาดว่าจะเริ่มทำกำไรในปี 2027 เมื่อ 14A พร้อมใช้งาน ➡️ CEO Lip‑Bu Tan ระบุว่า Intel “กำลังเดินหน้าเต็มกำลังสู่ 14A” ⚠️ ประเด็นที่ควรจับตา ‼️ ความผันผวนของ Intel ในช่วงที่ผ่านมา ⛔ ผลประกอบการและการปลดพนักงานจำนวนมากยังเป็นรอยแผลของบริษัท ‼️ การแข่งขันระดับโลกด้านเซมิคอนดักเตอร์ ⛔ Intel ต้องเร่งตาม TSMC และ Samsung ให้ทันในด้านเทคโนโลยีและกำลังผลิต ‼️ ความเสี่ยงของการพึ่งพาการสนับสนุนจากรัฐบาล ⛔ หากนโยบายเปลี่ยน อาจกระทบต่อการลงทุนและทิศทางของบริษัท https://www.tomshardware.com/tech-industry/president-trump-sec-lutnick-praise-intel-after-the-launch-of-panther-lake-chips-says-investment-in-company-already-bringing-tens-of-billions-of-dollars-for-the-american-people
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 184 มุมมอง 0 รีวิว
  • เส้นทางสู่การเป็น CISO ของ Jamie Norton: จากเด็กชอบคอมพิวเตอร์สู่ผู้นำความมั่นคงไซเบอร์ของออสเตรเลีย

    Jamie Norton เริ่มต้นเส้นทางด้านเทคโนโลยีตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อพ่อแม่ซื้อคอมพิวเตอร์ให้เขาได้ลองเล่นและแกะเครื่องเอง ความสนใจนี้พาเขาไปเรียนด้าน IT และบัญชีในมหาวิทยาลัย ก่อนเข้าสู่ยุคบูมของอินเทอร์เน็ตที่เปิดโอกาสให้เขาได้ทำงานด้านข่าวกรองในกระทรวงกลาโหมออสเตรเลีย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเริ่มมองโลกผ่านมุมมองของ “ความเสี่ยงและการปกป้องระบบ”

    หลังจากนั้น Norton ก้าวเข้าสู่สายงานไซเบอร์อย่างเต็มตัวในช่วงปี 2000 ผ่านบทบาทหลากหลาย ทั้งฝั่ง vendor, startup, digital trust, identity, และงานขาย ก่อนกลับมาสู่ตำแหน่งผู้นำด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในองค์กรใหญ่ เช่น WHO, NEC Australia และสำนักงานสรรพากรออสเตรเลีย ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่ง CISO ของ ASIC และเป็น รองประธานบอร์ด ISACA ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทระดับนานาชาติของเขาในวงการนี้

    Norton มองว่าความท้าทายใหญ่ที่สุดของ CISO คือการจัดการ “ระบบเก่า” ในหน่วยงานรัฐ การสร้างวินัยด้านความปลอดภัยพื้นฐาน และการรับมือกับเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI ที่กำลังเปลี่ยนเกมอย่างรวดเร็ว เขายังเน้นว่าบทบาทของ CISO กำลังขยับจากงานเทคนิคไปสู่การเป็นผู้นำระดับองค์กรที่ต้องสื่อสารกับผู้บริหารและบอร์ดอย่างมีประสิทธิภาพ

    ในด้านการสร้างทีม Norton เชื่อว่าการให้คำปรึกษา การลดขั้นตอนที่เป็นอุปสรรค และการสร้างวัฒนธรรมที่ดีคือหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะในภาครัฐที่อาจไม่สามารถแข่งขันด้านเงินเดือนกับเอกชนได้ เขายังย้ำว่าความยืดหยุ่นและการเรียนรู้จากความผิดพลาดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้นำด้านความปลอดภัยไซเบอร์ยุคใหม่

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ไฮไลต์จากบทสัมภาษณ์
    Norton เริ่มสนใจคอมพิวเตอร์ตั้งแต่วัยเด็ก และเข้าสู่สายไซเบอร์ผ่านงานข่าวกรองในกระทรวงกลาโหม
    มีประสบการณ์ทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรระดับโลก เช่น WHO และ ATO
    ปัจจุบันเป็น CISO ของ ASIC และรองประธานบอร์ด ISACA
    มองว่า AI จะเปลี่ยนบทบาทของ CISO อย่างมากใน 5–10 ปีข้างหน้า

    ความท้าทายที่ CISO ต้องเผชิญ
    ระบบเก่าในหน่วยงานรัฐที่ยากต่อการอัปเกรดและเสี่ยงต่อภัยไซเบอร์
    การสร้างวินัยด้าน “พื้นฐานความปลอดภัย” ซึ่งมักยากกว่าที่คิด
    การสื่อสารกับผู้บริหารและบอร์ดเพื่อให้เข้าใจความเสี่ยงจริงจัง
    ปัญหา burnout ของคนทำงานไซเบอร์ที่ต้องรับแรงกดดันสูง

    https://www.csoonline.com/article/4098274/jamie-nortons-early-interest-in-computers-took-him-on-a-journey-securing-key-australian-government-organizations.html
    🛡️ เส้นทางสู่การเป็น CISO ของ Jamie Norton: จากเด็กชอบคอมพิวเตอร์สู่ผู้นำความมั่นคงไซเบอร์ของออสเตรเลีย Jamie Norton เริ่มต้นเส้นทางด้านเทคโนโลยีตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อพ่อแม่ซื้อคอมพิวเตอร์ให้เขาได้ลองเล่นและแกะเครื่องเอง ความสนใจนี้พาเขาไปเรียนด้าน IT และบัญชีในมหาวิทยาลัย ก่อนเข้าสู่ยุคบูมของอินเทอร์เน็ตที่เปิดโอกาสให้เขาได้ทำงานด้านข่าวกรองในกระทรวงกลาโหมออสเตรเลีย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเริ่มมองโลกผ่านมุมมองของ “ความเสี่ยงและการปกป้องระบบ” หลังจากนั้น Norton ก้าวเข้าสู่สายงานไซเบอร์อย่างเต็มตัวในช่วงปี 2000 ผ่านบทบาทหลากหลาย ทั้งฝั่ง vendor, startup, digital trust, identity, และงานขาย ก่อนกลับมาสู่ตำแหน่งผู้นำด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในองค์กรใหญ่ เช่น WHO, NEC Australia และสำนักงานสรรพากรออสเตรเลีย ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่ง CISO ของ ASIC และเป็น รองประธานบอร์ด ISACA ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทระดับนานาชาติของเขาในวงการนี้ Norton มองว่าความท้าทายใหญ่ที่สุดของ CISO คือการจัดการ “ระบบเก่า” ในหน่วยงานรัฐ การสร้างวินัยด้านความปลอดภัยพื้นฐาน และการรับมือกับเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI ที่กำลังเปลี่ยนเกมอย่างรวดเร็ว เขายังเน้นว่าบทบาทของ CISO กำลังขยับจากงานเทคนิคไปสู่การเป็นผู้นำระดับองค์กรที่ต้องสื่อสารกับผู้บริหารและบอร์ดอย่างมีประสิทธิภาพ ในด้านการสร้างทีม Norton เชื่อว่าการให้คำปรึกษา การลดขั้นตอนที่เป็นอุปสรรค และการสร้างวัฒนธรรมที่ดีคือหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะในภาครัฐที่อาจไม่สามารถแข่งขันด้านเงินเดือนกับเอกชนได้ เขายังย้ำว่าความยืดหยุ่นและการเรียนรู้จากความผิดพลาดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้นำด้านความปลอดภัยไซเบอร์ยุคใหม่ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ไฮไลต์จากบทสัมภาษณ์ ➡️ Norton เริ่มสนใจคอมพิวเตอร์ตั้งแต่วัยเด็ก และเข้าสู่สายไซเบอร์ผ่านงานข่าวกรองในกระทรวงกลาโหม ➡️ มีประสบการณ์ทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรระดับโลก เช่น WHO และ ATO ➡️ ปัจจุบันเป็น CISO ของ ASIC และรองประธานบอร์ด ISACA ➡️ มองว่า AI จะเปลี่ยนบทบาทของ CISO อย่างมากใน 5–10 ปีข้างหน้า ‼️ ความท้าทายที่ CISO ต้องเผชิญ ⛔ ระบบเก่าในหน่วยงานรัฐที่ยากต่อการอัปเกรดและเสี่ยงต่อภัยไซเบอร์ ⛔ การสร้างวินัยด้าน “พื้นฐานความปลอดภัย” ซึ่งมักยากกว่าที่คิด ⛔ การสื่อสารกับผู้บริหารและบอร์ดเพื่อให้เข้าใจความเสี่ยงจริงจัง ⛔ ปัญหา burnout ของคนทำงานไซเบอร์ที่ต้องรับแรงกดดันสูง https://www.csoonline.com/article/4098274/jamie-nortons-early-interest-in-computers-took-him-on-a-journey-securing-key-australian-government-organizations.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Jamie Norton’s journey to CISO started with an early interest in computers
    Norton, who has held CISO roles in both the private and public sector, including the Australian Taxation Office, discusses the challenges of securing key government organizations and how he sees security leadership evolving today.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 151 มุมมอง 0 รีวิว
  • The financial reports of a power company : Part 3
    Date : 10 January 2026

    ## 5. Financial assets, fair value measurement and investment returns

    - Balances of financial assets and investments (debt and equity instruments, short‑term placements) fluctuate over 2022–2024, but interest income and fair value gains/losses do not fully align with the strong upward shift in market interest rates during this period.
    - This raises questions about the appropriateness of fair value measurement, classification (e.g. amortised cost vs FVOCI vs FVTPL) and timing of recognition of unrealised losses.

    **Audit concerns**

    - Whether fair value hierarchies, valuation techniques, and inputs are properly applied and disclosed.
    - Whether any losses have been deferred through classification choices or reliance on internal valuation models rather than observable market data.

    ***

    ## 6. Derivative instruments and hedge accounting

    - A company uses certain derivative instruments for risk management, yet the profit and loss effects of derivatives do not consistently track underlying risk factors (interest rates, FX) in some periods.
    - Disclosures on hedge relationships (hedged items, hedging instruments, hedge ratios, and effectiveness testing) are not sufficiently detailed to allow independent assessment of hedge effectiveness.

    **Audit concerns**

    - Whether the designation and documentation requirements for hedge accounting have been fully met, and whether any instruments are in substance speculative rather than hedging.
    - Whether hedge ineffectiveness is properly measured and recognised in profit or loss.

    To be continued———————————————————————————————————————
    #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    The financial reports of a power company : Part 3 Date : 10 January 2026 ## 5. Financial assets, fair value measurement and investment returns - Balances of financial assets and investments (debt and equity instruments, short‑term placements) fluctuate over 2022–2024, but interest income and fair value gains/losses do not fully align with the strong upward shift in market interest rates during this period. - This raises questions about the appropriateness of fair value measurement, classification (e.g. amortised cost vs FVOCI vs FVTPL) and timing of recognition of unrealised losses. **Audit concerns** - Whether fair value hierarchies, valuation techniques, and inputs are properly applied and disclosed. - Whether any losses have been deferred through classification choices or reliance on internal valuation models rather than observable market data. *** ## 6. Derivative instruments and hedge accounting - A company uses certain derivative instruments for risk management, yet the profit and loss effects of derivatives do not consistently track underlying risk factors (interest rates, FX) in some periods. - Disclosures on hedge relationships (hedged items, hedging instruments, hedge ratios, and effectiveness testing) are not sufficiently detailed to allow independent assessment of hedge effectiveness. **Audit concerns** - Whether the designation and documentation requirements for hedge accounting have been fully met, and whether any instruments are in substance speculative rather than hedging. - Whether hedge ineffectiveness is properly measured and recognised in profit or loss. To be continued——————————————————————————————————————— #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 216 มุมมอง 0 รีวิว
  • How Have You Been Saying These 15 Mispronounced International City Names?

    Have you been overcome with wanderlust lately? If you’re antsy to travel or are already planning a trip to a faraway locale, you might want to take a moment to consider the name of your destination. It’s possible that you may not even know how to pronounce the name of this city! As it turns out, even the most well-known cities around the globe can cause a serious pronunciation predicament. To help out, we’ve collected a list of 15 cities from around the world that often cause trouble for traveling tongues.

    Note: Many place names have very old names, and their pronunciation has changed over the years or there may be more than one acceptable way to say a place’s name. Place names are also very personal to the people who live in or are from these places, so it’s nice to make an effort to respect how locals pronounce them. In this list, we’ve sided with the locals, so that you’ll have no problems fitting in when you’re on the road.

    We are using the term “prevailing local pronunciation” to account for the fact not all locals may pronounce a place name the same way. We are using the term “common popular pronunciations” (instead of “mispronunciations”) for the prevalent pronunciations that are heard outside of a local area.

    1. Phuket, Thailand
    Common popular pronunciation: A vulgar English phrase
    Prevailing local pronunciation: [ poo–ket ]

    Let’s correct this one right away! The name of Phuket comes from the Malay word bukit, meaning “hill.”

    2. Melbourne, Australia
    Common popular pronunciation: [ mel-born ] Prevailing local pronunciation: [ mel-bern ] OR [ mel-bin ] (Australians)

    This Australian city was named by Queen Victoria of Great Britain after her good friend, Prime Minister William Lamb, 2nd Viscount Melbourne.

    3. Beijing, China
    Common popular pronunciation: [ bey–zhing ] Prevailing local pronunciation: [ bey–jing ]

    The name Beijing means “Northern Capital.” It was given this name by the Ming emperor during the 1400s when the capital was officially declared this northern city. The old capital was named Nanjing, meaning “Southern Capital.”

    4. Montreal, Canada
    Common popular pronunciation: [ mawn-tree-awl ] Prevailing local pronunciation: [ mawn-re-awl ] (the T is silent in French)

    According to one popular theory, Montreal was named by French explorer Jacques Cartier. Cartier gave the name mont Royal to the mountain sitting near the location of the future city. Over time, a variation of this name would be used to refer to the city itself.

    Visiting Canada, eh? Then add these Canadian regionalisms to your lingo.

    5. Versailles, France
    Common popular pronunciation: [ ver-sails ] Prevailing local pronunciation: [ ver-sahy ]

    The French town of Versailles is best known for the beautiful Palace of Versailles, a national landmark that was once home to the French kings.

    6. Nice, France
    Common popular pronunciation: [ nahys ] Prevailing local pronunciation: [ nees ]

    Founded by the ancient Greeks, it is thought that Nice’s name comes from the Greek word nikē, meaning “victory.”

    7. Seoul, Korea
    Common popular pronunciation: [ see-ohl ] Prevailing local pronunciation: [ sohl ]

    Seoul is the capital of South Korea, and the name actually means “capital” in Korean.

    Ride the Korean Wave by learning some helpful Korean vocabulary.

    8. Greenwich, England
    Common popular pronunciation: [ green-wich ] Prevailing local pronunciation: [ gren-ich ]

    As you might expect, the English town of Greenwich, shares its name with Greenwich Mean Time (GMT). The Royal Observatory is located there, and the prime meridian line passes right through Greenwich.

    9. Edinburgh, Scotland
    Common popular pronunciations: [ ed-n-burg ], [ ed-n-bur-oh ] Prevailing local pronunciation: [ ed-n-bur-uh ] OR [ ed-n-bruh ] (British)

    Edinburgh is the capital of Scotland. Edinburgh’s name is said to come from Din Eidyn (“Fort Eidyn”), the name given the area in a poem dating back to the 6th century. According to another popular theory, the name originates from Old English and means “Edwin’s Fort.” Edwin is thought to refer to King Edwin of Northumbria, even though King Edwin never lived in the area.

    10. Budapest, Hungary
    Common popular pronunciation: [ buh-duh-pest ] Prevailing local pronunciation: [ boo-duh–pest ] OR [ boo-do-pesht ] (Hungarian)

    The origin of Budapest’s name is simple enough: it comes from the names of the cities Buda and Pest who, along with the city Óbuda, united to become a single city. However, where Buda and Pest got their names is unknown.

    11. Tijuana, Mexico
    Common popular pronunciation: [ tee-uh–wah-nuh ] Prevailing local pronunciation: [ tee-hwah-nah ]

    There are lots of theories as to where Tijuana’s name came from. A popular theory says that the city was named for an actual woman called “Tía Juana (Aunt Juana)” who was a legendary cook.

    12. Ibiza, Spain
    Common popular pronunciation: [ ih-bee-zuh ] Prevailing local pronunciation: [ ee-vee-thah, ee-vee-sa ]

    This popular Spanish island has a long history and has had many different names. Way back in the 7th century BCE, the Carthiginians named a town on the island Ibosim. It is commonly said that the English name Ibiza was derived from the Arabic name Yabisa/Yabisah used by the Moors.

    13. Moscow, Russia
    Common popular pronunciation: [ mos-kou ] Prevailing local pronunciation: [ mos-koh ]

    We know that the city of Moscow got its name from the Moskva river. But where did the river get its name from? While nobody knows for sure, a popular theory is that the river’s name derives from the Finno-Urgic language.

    14. Tokyo, Japan
    Common popular pronunciation: [ toh-kee-oh ] Prevailing local pronunciation: [ taw-kyaw ]

    The name Tokyo literally translates to “Eastern Capital.” Originally known as Edo when it was the capital of the Tokugawa Shogunate, the city was renamed Tokyo after it became the new capital of Japan during the Meiji Restoration.

    15. Buenos Aires, Argentina
    Common popular pronunciations: [ bwey-nuhs ahyuhr-iz ], [ boh-nuhs ahyuhr-iz ] Prevailing local pronunciation: [ bwe-naws ahy-res ]

    The city of Buenos Aires was named by Spanish explorer Pedro de Mendoza. The name translates to “fair winds” or “good airs.” Originally, the small port city had the much longer name of Puerto de Nuestra Señora Santa María del Buen Aire.

    © 2026 AAKKHRA & Co. สงวนลิขสิทธิ์
    How Have You Been Saying These 15 Mispronounced International City Names? Have you been overcome with wanderlust lately? If you’re antsy to travel or are already planning a trip to a faraway locale, you might want to take a moment to consider the name of your destination. It’s possible that you may not even know how to pronounce the name of this city! As it turns out, even the most well-known cities around the globe can cause a serious pronunciation predicament. To help out, we’ve collected a list of 15 cities from around the world that often cause trouble for traveling tongues. Note: Many place names have very old names, and their pronunciation has changed over the years or there may be more than one acceptable way to say a place’s name. Place names are also very personal to the people who live in or are from these places, so it’s nice to make an effort to respect how locals pronounce them. In this list, we’ve sided with the locals, so that you’ll have no problems fitting in when you’re on the road. We are using the term “prevailing local pronunciation” to account for the fact not all locals may pronounce a place name the same way. We are using the term “common popular pronunciations” (instead of “mispronunciations”) for the prevalent pronunciations that are heard outside of a local area. 1. Phuket, Thailand Common popular pronunciation: A vulgar English phrase Prevailing local pronunciation: [ poo–ket ] Let’s correct this one right away! The name of Phuket comes from the Malay word bukit, meaning “hill.” 2. Melbourne, Australia Common popular pronunciation: [ mel-born ] Prevailing local pronunciation: [ mel-bern ] OR [ mel-bin ] (Australians) This Australian city was named by Queen Victoria of Great Britain after her good friend, Prime Minister William Lamb, 2nd Viscount Melbourne. 3. Beijing, China Common popular pronunciation: [ bey–zhing ] Prevailing local pronunciation: [ bey–jing ] The name Beijing means “Northern Capital.” It was given this name by the Ming emperor during the 1400s when the capital was officially declared this northern city. The old capital was named Nanjing, meaning “Southern Capital.” 4. Montreal, Canada Common popular pronunciation: [ mawn-tree-awl ] Prevailing local pronunciation: [ mawn-re-awl ] (the T is silent in French) According to one popular theory, Montreal was named by French explorer Jacques Cartier. Cartier gave the name mont Royal to the mountain sitting near the location of the future city. Over time, a variation of this name would be used to refer to the city itself. Visiting Canada, eh? Then add these Canadian regionalisms to your lingo. 5. Versailles, France Common popular pronunciation: [ ver-sails ] Prevailing local pronunciation: [ ver-sahy ] The French town of Versailles is best known for the beautiful Palace of Versailles, a national landmark that was once home to the French kings. 6. Nice, France Common popular pronunciation: [ nahys ] Prevailing local pronunciation: [ nees ] Founded by the ancient Greeks, it is thought that Nice’s name comes from the Greek word nikē, meaning “victory.” 7. Seoul, Korea Common popular pronunciation: [ see-ohl ] Prevailing local pronunciation: [ sohl ] Seoul is the capital of South Korea, and the name actually means “capital” in Korean. Ride the Korean Wave by learning some helpful Korean vocabulary. 8. Greenwich, England Common popular pronunciation: [ green-wich ] Prevailing local pronunciation: [ gren-ich ] As you might expect, the English town of Greenwich, shares its name with Greenwich Mean Time (GMT). The Royal Observatory is located there, and the prime meridian line passes right through Greenwich. 9. Edinburgh, Scotland Common popular pronunciations: [ ed-n-burg ], [ ed-n-bur-oh ] Prevailing local pronunciation: [ ed-n-bur-uh ] OR [ ed-n-bruh ] (British) Edinburgh is the capital of Scotland. Edinburgh’s name is said to come from Din Eidyn (“Fort Eidyn”), the name given the area in a poem dating back to the 6th century. According to another popular theory, the name originates from Old English and means “Edwin’s Fort.” Edwin is thought to refer to King Edwin of Northumbria, even though King Edwin never lived in the area. 10. Budapest, Hungary Common popular pronunciation: [ buh-duh-pest ] Prevailing local pronunciation: [ boo-duh–pest ] OR [ boo-do-pesht ] (Hungarian) The origin of Budapest’s name is simple enough: it comes from the names of the cities Buda and Pest who, along with the city Óbuda, united to become a single city. However, where Buda and Pest got their names is unknown. 11. Tijuana, Mexico Common popular pronunciation: [ tee-uh–wah-nuh ] Prevailing local pronunciation: [ tee-hwah-nah ] There are lots of theories as to where Tijuana’s name came from. A popular theory says that the city was named for an actual woman called “Tía Juana (Aunt Juana)” who was a legendary cook. 12. Ibiza, Spain Common popular pronunciation: [ ih-bee-zuh ] Prevailing local pronunciation: [ ee-vee-thah, ee-vee-sa ] This popular Spanish island has a long history and has had many different names. Way back in the 7th century BCE, the Carthiginians named a town on the island Ibosim. It is commonly said that the English name Ibiza was derived from the Arabic name Yabisa/Yabisah used by the Moors. 13. Moscow, Russia Common popular pronunciation: [ mos-kou ] Prevailing local pronunciation: [ mos-koh ] We know that the city of Moscow got its name from the Moskva river. But where did the river get its name from? While nobody knows for sure, a popular theory is that the river’s name derives from the Finno-Urgic language. 14. Tokyo, Japan Common popular pronunciation: [ toh-kee-oh ] Prevailing local pronunciation: [ taw-kyaw ] The name Tokyo literally translates to “Eastern Capital.” Originally known as Edo when it was the capital of the Tokugawa Shogunate, the city was renamed Tokyo after it became the new capital of Japan during the Meiji Restoration. 15. Buenos Aires, Argentina Common popular pronunciations: [ bwey-nuhs ahyuhr-iz ], [ boh-nuhs ahyuhr-iz ] Prevailing local pronunciation: [ bwe-naws ahy-res ] The city of Buenos Aires was named by Spanish explorer Pedro de Mendoza. The name translates to “fair winds” or “good airs.” Originally, the small port city had the much longer name of Puerto de Nuestra Señora Santa María del Buen Aire. © 2026 AAKKHRA & Co. สงวนลิขสิทธิ์
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 301 มุมมอง 0 รีวิว
  • The financial reports of a power company : Part 1
    Date : 8 January 2026

    ## 1. Revenue and profit trends versus cost environment

    - Company ’s core operating revenues show only modest growth over 2022–2024, while gross profit and operating profit do not decrease in line with the sharp increase and subsequent volatility in fuel and power purchase costs during the same period.
    - This pattern suggests that profit figures may appear “smoother” than would be expected given the external cost pressures, raising concerns about possible use of classification, timing, or presentation of income and expenses to stabilise reported earnings.

    **Audit concerns**

    - Whether revenue recognition and expense classification policies have been applied consistently, or selectively adjusted to maintain stable profit margins.
    - Whether there are any year‑end manual adjustments or reclassifications (e.g. moving items to “other income”) that significantly affect operating profit.

    ***

    ## 2. Property, plant and equipment and construction in progress

    - The carrying amounts of property, plant and equipment (PPE) and construction in progress (CIP) increase significantly over 2022–2024, reflecting large capital expenditures in network and system projects.
    - However, depreciation expense does not rise proportionately with the growth in PPE balances, especially in 2023–2024, which may indicate extensions of useful lives, changes in residual values, or delayed capitalisation/commissioning decisions that reduce current‑period expenses.

    **Audit concerns**

    - Whether useful lives, residual values and depreciation methods have been revised in a manner that is adequately supported and disclosed, or primarily to reduce depreciation expense.
    - Whether CIP projects are tested for impairment or re‑assessed for capitalisation criteria when there are delays, scope changes, or lower‑than‑expected economic benefits.

    To be continued—————————————————————————————————————————————
    #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    The financial reports of a power company : Part 1 Date : 8 January 2026 ## 1. Revenue and profit trends versus cost environment - Company ’s core operating revenues show only modest growth over 2022–2024, while gross profit and operating profit do not decrease in line with the sharp increase and subsequent volatility in fuel and power purchase costs during the same period. - This pattern suggests that profit figures may appear “smoother” than would be expected given the external cost pressures, raising concerns about possible use of classification, timing, or presentation of income and expenses to stabilise reported earnings. **Audit concerns** - Whether revenue recognition and expense classification policies have been applied consistently, or selectively adjusted to maintain stable profit margins. - Whether there are any year‑end manual adjustments or reclassifications (e.g. moving items to “other income”) that significantly affect operating profit. *** ## 2. Property, plant and equipment and construction in progress - The carrying amounts of property, plant and equipment (PPE) and construction in progress (CIP) increase significantly over 2022–2024, reflecting large capital expenditures in network and system projects. - However, depreciation expense does not rise proportionately with the growth in PPE balances, especially in 2023–2024, which may indicate extensions of useful lives, changes in residual values, or delayed capitalisation/commissioning decisions that reduce current‑period expenses. **Audit concerns** - Whether useful lives, residual values and depreciation methods have been revised in a manner that is adequately supported and disclosed, or primarily to reduce depreciation expense. - Whether CIP projects are tested for impairment or re‑assessed for capitalisation criteria when there are delays, scope changes, or lower‑than‑expected economic benefits. To be continued————————————————————————————————————————————— #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 251 มุมมอง 0 รีวิว
  • เจาะอินไซต์ท่องเที่ยวมาเลเซีย ห้างสรรพสินค้าคือหัวใจหลัก

    ประเทศมาเลเซียประกาศแคมเปญ Visit Malaysia 2026 เมื่อวันที่ 1 ม.ค.มีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 43 ล้านคน จาก 11 เดือนของปี 2568 อยู่ที่ 38.3 ล้านคน โดยจะจัดกิจกรรมมากกว่า 300 รายการตลอดปี ไฮไลท์สำคัญได้แก่ เทศกาลตรุษจีน เทศกาลอีดิลฟิตรี เทศกาลดีปาวาลี และเทศกาลคริสต์มาส รวมถึงการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรม เช่น เทศกาลทาดาวกามาตัน (Tadau Kaamatan) ในรัฐซาบาห์ และเทศกาลกาไวดายัก (Gawai Dayak) ของฝั่งมาเลเซียตะวันออก

    อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจการท่องเที่ยวในประเทศ ปี 2567 (Domestic Tourism Survey 2024) ของกรมสถิติมาเลเซีย (DOSM) ซึ่งตีพิมพ์เมื่อเดือน ก.ย.2568 พบว่าหากเปรียบเทียบกับนักท่องเที่ยวในประเทศ (Domestic Visitors) และนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Tourists) กลับพบว่าห้างสรรพสินค้า คือหัวใจหลักของการท่องเที่ยวมาเลเซีย เพราะจากข้อมูลเกือบทุกรัฐ โดยเฉพาะกรุงกัวลาลัมเปอร์ สลังงอร์ ยะโฮร์ และปีนัง จะเห็นว่าห้างสรรพสินค้าติดอันดับ 1 ใน 5 ทั้งสองกลุ่ม

    กรุงกัวลาลัมเปอร์ จุดหมายปลายทางยอดนิยมสามอันดับแรก คือ ห้างสรรพสินค้าโซโก้ (SOGO) ศูนย์การค้ามิดวัลเลย์เมกามอลล์ (Mid Valley Megamall) และศูนย์การค้าซูเรียเคแอลซีซี (Suria KLCC) ปิโตรนาสทาวเวอร์ แต่ต่างกันตรงที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมไปยังศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ เช่น พาวิลเลียน กัวลาลัมเปอร์ (Pavilion Kuala Lumpur) และเบอร์จายา ไทมส์ สแควร์ (Berjaya Times Square) ขณะที่คนในประเทศเลือกจะไปตลาดปีตาลิง (Petaling Street Market) ย่านไชน่าทาวน์ และปาซาร์เซนี (Pasar Seni) หรือตลาดกลางกัวลาลัมเปอร์

    ส่วนรัฐปีนัง (Penang) นักท่องเที่ยวในประเทศนิยมไปศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างควีนส์เบย์มอลล์ (Queensbay Mall) ซันเวย์คาร์นิวัลมอลล์ (Sunway Carnival Mall) เกอร์นีย์พลาซา (Gurney Plaza) แม้ชาวต่างชาตินิยมไปปีนังฮิลล์ (Penang Hill หรือ Bukit Bendera) หาดบาตูเฟอร์ริงกี (Pantai Batu Ferringhi) อุทยานแห่งชาติปีนัง (Taman Negara Pulau Pinang) และสวนสนุกเอสเคป (ESCAPE) ก็ตาม แต่ก็มีควีนส์เบย์มอลล์ติดอันดับ

    อย่างไรก็ตาม แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น หาดเจอนัง (Pantai Cenang) ในลังกาวี รัฐเคดะห์, อุทยานทางทะเลในซาบาห์ รวมทั้งกลุ่มครอบครัวนิยมไปยังคาเมรอนไฮแลนด์ (Cameron Highlands) เกนติ้งไฮแลนด์ (Genting Highlands) ในรัฐปะหัง และจอนเกอร์สตรีท (Jonker Street) ในรัฐมะละกา แม้คนในท้องถิ่นจะเน้นไปห้างฯ ขนาดใหญ่ในรัฐอื่น และชายหาดที่เดินทางสะดวกก็ตาม

    #Newskit
    เจาะอินไซต์ท่องเที่ยวมาเลเซีย ห้างสรรพสินค้าคือหัวใจหลัก ประเทศมาเลเซียประกาศแคมเปญ Visit Malaysia 2026 เมื่อวันที่ 1 ม.ค.มีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 43 ล้านคน จาก 11 เดือนของปี 2568 อยู่ที่ 38.3 ล้านคน โดยจะจัดกิจกรรมมากกว่า 300 รายการตลอดปี ไฮไลท์สำคัญได้แก่ เทศกาลตรุษจีน เทศกาลอีดิลฟิตรี เทศกาลดีปาวาลี และเทศกาลคริสต์มาส รวมถึงการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรม เช่น เทศกาลทาดาวกามาตัน (Tadau Kaamatan) ในรัฐซาบาห์ และเทศกาลกาไวดายัก (Gawai Dayak) ของฝั่งมาเลเซียตะวันออก อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจการท่องเที่ยวในประเทศ ปี 2567 (Domestic Tourism Survey 2024) ของกรมสถิติมาเลเซีย (DOSM) ซึ่งตีพิมพ์เมื่อเดือน ก.ย.2568 พบว่าหากเปรียบเทียบกับนักท่องเที่ยวในประเทศ (Domestic Visitors) และนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Tourists) กลับพบว่าห้างสรรพสินค้า คือหัวใจหลักของการท่องเที่ยวมาเลเซีย เพราะจากข้อมูลเกือบทุกรัฐ โดยเฉพาะกรุงกัวลาลัมเปอร์ สลังงอร์ ยะโฮร์ และปีนัง จะเห็นว่าห้างสรรพสินค้าติดอันดับ 1 ใน 5 ทั้งสองกลุ่ม กรุงกัวลาลัมเปอร์ จุดหมายปลายทางยอดนิยมสามอันดับแรก คือ ห้างสรรพสินค้าโซโก้ (SOGO) ศูนย์การค้ามิดวัลเลย์เมกามอลล์ (Mid Valley Megamall) และศูนย์การค้าซูเรียเคแอลซีซี (Suria KLCC) ปิโตรนาสทาวเวอร์ แต่ต่างกันตรงที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมไปยังศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ เช่น พาวิลเลียน กัวลาลัมเปอร์ (Pavilion Kuala Lumpur) และเบอร์จายา ไทมส์ สแควร์ (Berjaya Times Square) ขณะที่คนในประเทศเลือกจะไปตลาดปีตาลิง (Petaling Street Market) ย่านไชน่าทาวน์ และปาซาร์เซนี (Pasar Seni) หรือตลาดกลางกัวลาลัมเปอร์ ส่วนรัฐปีนัง (Penang) นักท่องเที่ยวในประเทศนิยมไปศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างควีนส์เบย์มอลล์ (Queensbay Mall) ซันเวย์คาร์นิวัลมอลล์ (Sunway Carnival Mall) เกอร์นีย์พลาซา (Gurney Plaza) แม้ชาวต่างชาตินิยมไปปีนังฮิลล์ (Penang Hill หรือ Bukit Bendera) หาดบาตูเฟอร์ริงกี (Pantai Batu Ferringhi) อุทยานแห่งชาติปีนัง (Taman Negara Pulau Pinang) และสวนสนุกเอสเคป (ESCAPE) ก็ตาม แต่ก็มีควีนส์เบย์มอลล์ติดอันดับ อย่างไรก็ตาม แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น หาดเจอนัง (Pantai Cenang) ในลังกาวี รัฐเคดะห์, อุทยานทางทะเลในซาบาห์ รวมทั้งกลุ่มครอบครัวนิยมไปยังคาเมรอนไฮแลนด์ (Cameron Highlands) เกนติ้งไฮแลนด์ (Genting Highlands) ในรัฐปะหัง และจอนเกอร์สตรีท (Jonker Street) ในรัฐมะละกา แม้คนในท้องถิ่นจะเน้นไปห้างฯ ขนาดใหญ่ในรัฐอื่น และชายหาดที่เดินทางสะดวกก็ตาม #Newskit
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 286 มุมมอง 0 รีวิว
  • อวสานเฉิน จื้อ กัมพูชาจับแล้วส่งจีน

    เมื่อแรงกดดันที่มีต่อกัมพูชาให้จัดการขบวนการสแกมเมอร์ ในที่สุด นายเฉิน จื้อ (Chen Zhi) หรือ วินเซนต์ (Vincent) วัย 39 ปี ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัทปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป (Prince Holding Group) ถูกทางการกัมพูชาจับกุมและส่งตัวกลับประเทศจีนไปแล้ว หลังถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังขบวนการฉ้อโกงและฟอกเงิน อาชญากรรมทางเทคโนโลยีขนาดใหญ่ รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติอื่นๆ สร้างความเสียหายกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งที่ผ่านมา นายเฉิน จื้อ เคยมีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลกัมพูชา ภายใต้บงการของนายฮุน เซน ถึงขนาดได้รับยศ "เนี๊ยะออกญา" (Neak Oknha) มาแล้ว

    กระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ออกแถลงการณ์ระบุว่า ทางการกัมพูชาจับกุมชาวจีน 3 คน คือ นายเฉิน จื้อ นายซู จี เหลียง (Xu Ji Liang) และนายเซา จี ฮุ่ย (Shao Ji Hui) ตามคำขอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศจีน ภายใต้ความร่วมมือต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ เมื่อวันที่ 6 ม.ค. หลังทางการกัมพูชาและจีนสืบสวนร่วมกันหลายเดือน อีกทั้งสัญชาติกัมพูชาของนายเฉิน จื้อ ได้ถูกเพิกถอนไปแล้วเมื่อเดือน ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา

    นายเฉิน จื้อ เกิดที่มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เริ่มต้นทำบริษัทเกมออนไลน์ขนาดเล็ก ย้ายไปประเทศกัมพูชาเมื่อปี 2553 เข้าสู่วงการอสังหาริมทรัพย์ ก่อนสละสัญชาติจีนและได้รับสัญชาติกัมพูชาเมื่อปี 2557 เขาก่อตั้งบริษัทปรินซ์ กรุ๊ป เมื่อปี 2558 ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การธนาคาร การเงิน การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ เทคโนโลยี อาหารและเครื่องดื่ม ไลฟ์สไตล์ ฯลฯ มากกว่า 100 แห่งในกัมพูชา และมีนิคมเทคโนโลยีในเมืองสีหนุวิลล์ ในทางการเมืองเป็นที่ปรึกษาให้กับนายซอร์ เค็ง อดีต รมว.มหาดไทยกัมพูชา ในปี 2560 และลงทุนร่วมกับ นายซอร์ โสกา ลูกชายของนายซอร์ เค็ง ลงทุนโครงการจินเป่ย บริเวณชายแดนกัมพูชา-เวียดนาม

    เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2568 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา ยื่นฟ้องยึดทรัพย์บิตคอยน์ของนายเฉิน จื้อ มูลค่า 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หลังถูกดำเนินคดีในข้อหาคบคิดฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์และคบคิดฟอกเงิน โดยใช้วิธีบังคับผู้คนในศูนย์สแกมเมอร์ หลอกลวงให้เหยื่อลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล เรียกว่ากลโกงเชือดหมู (Pig butchering) สร้างความเสียหายหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ จากผู้เสียหายในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก หลังจากนั้นถูกทางการฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และไทย ได้อายัดทรัพย์สินรวมกันไม่น้อยกว่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ชาวกัมพูชาแห่ถอนเงินออกจากธนาคารปรินซ์แบงก์ กลายเป็นวิกฤตถอนเงินฝากครั้งใหญ่ (Bank Run) มาแล้ว

    #Newskit
    อวสานเฉิน จื้อ กัมพูชาจับแล้วส่งจีน เมื่อแรงกดดันที่มีต่อกัมพูชาให้จัดการขบวนการสแกมเมอร์ ในที่สุด นายเฉิน จื้อ (Chen Zhi) หรือ วินเซนต์ (Vincent) วัย 39 ปี ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัทปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป (Prince Holding Group) ถูกทางการกัมพูชาจับกุมและส่งตัวกลับประเทศจีนไปแล้ว หลังถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังขบวนการฉ้อโกงและฟอกเงิน อาชญากรรมทางเทคโนโลยีขนาดใหญ่ รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติอื่นๆ สร้างความเสียหายกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งที่ผ่านมา นายเฉิน จื้อ เคยมีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลกัมพูชา ภายใต้บงการของนายฮุน เซน ถึงขนาดได้รับยศ "เนี๊ยะออกญา" (Neak Oknha) มาแล้ว กระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ออกแถลงการณ์ระบุว่า ทางการกัมพูชาจับกุมชาวจีน 3 คน คือ นายเฉิน จื้อ นายซู จี เหลียง (Xu Ji Liang) และนายเซา จี ฮุ่ย (Shao Ji Hui) ตามคำขอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศจีน ภายใต้ความร่วมมือต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ เมื่อวันที่ 6 ม.ค. หลังทางการกัมพูชาและจีนสืบสวนร่วมกันหลายเดือน อีกทั้งสัญชาติกัมพูชาของนายเฉิน จื้อ ได้ถูกเพิกถอนไปแล้วเมื่อเดือน ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา นายเฉิน จื้อ เกิดที่มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เริ่มต้นทำบริษัทเกมออนไลน์ขนาดเล็ก ย้ายไปประเทศกัมพูชาเมื่อปี 2553 เข้าสู่วงการอสังหาริมทรัพย์ ก่อนสละสัญชาติจีนและได้รับสัญชาติกัมพูชาเมื่อปี 2557 เขาก่อตั้งบริษัทปรินซ์ กรุ๊ป เมื่อปี 2558 ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การธนาคาร การเงิน การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ เทคโนโลยี อาหารและเครื่องดื่ม ไลฟ์สไตล์ ฯลฯ มากกว่า 100 แห่งในกัมพูชา และมีนิคมเทคโนโลยีในเมืองสีหนุวิลล์ ในทางการเมืองเป็นที่ปรึกษาให้กับนายซอร์ เค็ง อดีต รมว.มหาดไทยกัมพูชา ในปี 2560 และลงทุนร่วมกับ นายซอร์ โสกา ลูกชายของนายซอร์ เค็ง ลงทุนโครงการจินเป่ย บริเวณชายแดนกัมพูชา-เวียดนาม เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2568 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา ยื่นฟ้องยึดทรัพย์บิตคอยน์ของนายเฉิน จื้อ มูลค่า 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หลังถูกดำเนินคดีในข้อหาคบคิดฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์และคบคิดฟอกเงิน โดยใช้วิธีบังคับผู้คนในศูนย์สแกมเมอร์ หลอกลวงให้เหยื่อลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล เรียกว่ากลโกงเชือดหมู (Pig butchering) สร้างความเสียหายหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ จากผู้เสียหายในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก หลังจากนั้นถูกทางการฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และไทย ได้อายัดทรัพย์สินรวมกันไม่น้อยกว่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ชาวกัมพูชาแห่ถอนเงินออกจากธนาคารปรินซ์แบงก์ กลายเป็นวิกฤตถอนเงินฝากครั้งใหญ่ (Bank Run) มาแล้ว #Newskit
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 402 มุมมอง 0 รีวิว
  • Kolkata Fatafat is one of the most well-known lottery-style games in West Bengal, enjoyed by a huge number of people who eagerly participate every day. The game is exciting because it offers quick results and the chance to win with just a little bit of luck. Many players follow the results regularly, checking updates to see if their predictions match. https://ffkolkataresult.org/ Over the years, it has grown into more than just a lottery—it has become a part of daily conversation for many people across Kolkata and beyond. The thrill of guessing numbers and waiting for the outcome adds to its popularity. However, it is also important to remember that Kolkata Fatafat is a game of chance. While it can bring moments of joy and winnings, players should approach it responsibly, without over-dependence. Treating it as a form of entertainment ensures the experience remains enjoyable and balanced.
    Kolkata Fatafat is one of the most well-known lottery-style games in West Bengal, enjoyed by a huge number of people who eagerly participate every day. The game is exciting because it offers quick results and the chance to win with just a little bit of luck. Many players follow the results regularly, checking updates to see if their predictions match. https://ffkolkataresult.org/ Over the years, it has grown into more than just a lottery—it has become a part of daily conversation for many people across Kolkata and beyond. The thrill of guessing numbers and waiting for the outcome adds to its popularity. However, it is also important to remember that Kolkata Fatafat is a game of chance. While it can bring moments of joy and winnings, players should approach it responsibly, without over-dependence. Treating it as a form of entertainment ensures the experience remains enjoyable and balanced.
    FFKOLKATARESULT.ORG
    Kolkata FF Fatafat Result Today
    Live Result today ❤️ Latest Kolkata Fatafat কলকাতা ফাটাফাট, Get real time Kolkata FF with Ghosh Babu LIVE updates and 220 patti chart daily Fatafat Tips
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 109 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 6

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 6
    อันที่จริงจะว่าไป คุณพี่ปูติน คิดยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายท่อส่งขึ้นมา ก็อาจจะเพราะโดนอเมริกาอังกฤษวางยาเอาไว้ เกี่ยวกับเรื่องน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย
    ปี ค.ศ.1990 ต้นๆ รัฐบาลรัสเซีย นำโดยประธานาธิบดี บอริส เยลซิน พยายามให้ต่างชาติมาลงทุนด้านเงินทุนและเทคโนโลยี เกี่ยวกับกิจการน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย เยลซินตกลงให้สัมปทานแก่ บริษัทใหญ่ของอเมริกา และยุโรป ในการสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมัน 2 แห่ง คือ Sakhalin 1 และ Sakhalin 2 โดยการทำข้อตกลงแบ่งผลผลิตกัน production sharing agreement (PSA) โดยมี ExxonMobil เป็นหัวหน้าฝ่ายผู้ลงทุน มันเป็นสัมปทานที่ไม่ต้องเสียภาษีใดๆทั้งสิ้นให้แก่รัสเซีย….เยี่ยม คุณปู่เยลซิน เนื้อยุ่ยเคี้ยวง่าย
    ตามสัญญานี้ รัฐบาลรัสเซียจะได้รับส่วนแบ่ง เป็นน้ำมัน หรือแก๊สที่ผลิตได้ ….แต่รัสเซียจะได้ส่วนแบ่งนี้ ก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนได้ค่าลงทุนในโครงการคืนไปหมดก่อน แบบนี้น่าจะเรียกว่า สัญญาปล้นมากกว่าสัญญาแบ่งผลผลิต
    ผมขอแถมหน่อย สัญญาแบบนี้ มีที่มาน่ารู้จัก มันเป็นสัญญาแม่แบบ ที่ร่างโดย James Baker Institute ถังขยะความคิดของ เจมส์ เบเกอร์ที่ 3 ที่ไอ้โจรร้ายหนีคุก เคยเชิญมาหารือเรื่องการลงทุนกับกลุ่มคาร์ไลล์ Carlyle Group สมัยที่ไอ้โจรร้ายมันนั่งทำเนียบ จำกันได้ไหมครับ ยังมีอดีตนายกรัฐมนตรีไทยอีกท่านหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับ คาร์ไลล์ กรุ๊ปนี่ด้วย ( ข้อมูลส่วนที่มีผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มคาร์ไลน์นี้ ผมเอามาจากข้อเขียนของสื่อใหญ่ ชื่อ ทนง ขันทอง เขียนมา 10 กว่าปีแล้ว ลากมารับความดีความชอบด้วยกันซะหน่อยนะครับอาจารย์ )
    สัญญาร่วมลงทุน หรือสัญญาปล้นพิมพ์นี้ คณะทำงานของไอ้เหยี่ยวกระหายเลือด ดิก เชนี่ เป็นผู้ให้ความเห็นชอบ และเอาไปใช้กับอิรัค และประเทศที่เรียกว่ากำลังพัฒนาแบบบ้านเรา จริงๆ มันเหมือนเป็นสัญญาต้มตุ๋น หรือ ปล้นหน้าด้านๆ หน่วยงานในบ้านเราอ่านเจอ ก็ระวังกันไว้บ้างแล้วกันครับ
    ไม่นานก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศแจ้งว่า โครงการ Sakhalin 1 จะเริ่มทำการผลิต ExxonMobil แจ้งทางรัสเซียว่า ต้นทุนของการผลิตเพิ่มขึ้นไปอีก 30% ดังนั้น ส่วนแบ่งน้ำมันของรัสเซียจึงต้อง “รอ” ไปก่อน มันเป็นการแจ้งโดยนายเจมส์ เบเกอร์ ในฐานะทนายของ ExxonMobil มันคงนึกว่ารัสเซียกินหญ้ามากกว่ามันฝรั่ง
    และ 1 วันก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศเปิดสถานีส่งน้ำมันที่ De Kastri ของโครงการ Sakhalin 1 อย่างเป็นทางการ หน่วยงานที่ดูแลสิ่งแวดล้อมของรัสเซียก็ประกาศว่า สถานีส่งน้ำมันของ ExxonMobil ไม่ผ่านมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับเรื่องผิวดิน จึงสั่งระงับการผลิตน้ำมันไว้ก่อน
    เรียบร้อยคุณพี่ปูติน มีใครฝันว่าจะเห็นเรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นในบ้านเราไหมครับ ผมมันพวกคลั่งชาติขอฝันหน่อย
    และเช่นเดียวกับโครงการ Sakhalin 2 ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่าง Royal Dutch Shell ของอังกฤษกับบริษัทน้ำมันญี่ปุ่น ในการสำรวจและผลิตทั้งน้ำมันและแก๊ส ที่ใช้สัญญาพิมพ์เดียวกันกับโครงการ Sakhalin 1 ก็ได้ถูกรัฐบาลของคุณพี่ปูตินยกเลิกการออกใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อม และะทำให้การผลิตหยุดชะงักลง เขาว่า Royal Dutch Shell ลงทุนไป 2 หมื่นกว่าล้านเหรียญ เป็นโครงการที่ใหญ่มาก จ้างคนทำงานเกือบ 2 พันคน
    ต้องนับว่าคุณพี่ปูตินนี่ใจถึงจรืงๆ จะสร้างบ้านสร้างเมืองใหม่ มันต้องมีความกล้าหาญ ถ้าทำเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมือง แม้จะเหมือนนั่งอยู่หน้ากองไฟ หน้าไหม้หน้าเกรียมไปบ้าง แต่ยิ่งกว่าคุ้มครับ
    คงมีคนสงสัย รัสเซียที่มีทั้งน้ำมันและแก๊ส ทำไมรัสเซียถึงเน้นสร้างแต่เครือข่ายด้านแก๊ส
    คำตอบแรก คือ น้ำมันมีมาเฟียใหญ่คุมแยะ จากตัวอย่างที่เล่ามาข้างต้น มันอาจจะไปยาก ที่จะเริ่มสร้างชาติให้แข็งแรง ด้วยการวิ่งเข้าไปในดงตีนทันที จะฝ่าดงตีน ต้องมีความพร้อมพอสมควร ด้วยการเตรียมการส่วนอื่นด้วย
    คำตอบที่สอง คือ นำ้มัน สามารถมีการปั่นราคาขึ้นลงได้ ขืนลงทุนสร้างประเทศจากน้ำมัน ไอ้พวกมาเฟียใหญ่ที่คุมทั้งน้ำมัน ทั้งตลาดเงิน ทั้งตลาดหุ้น คงปั่นน้ำมันจนคุณพี่ปูติน จากสุดแกร่ง อาจกลายสภาพเป็นจิ้งหรีดได้ไม่ยาก
    คำตอบที่สาม คือ พวกเสี่ยปั้มตะวันออกกลางครองตลาดน้ำมันไว้แยะแล้ว มาที่หลัง จะให้แซง ของแถมจากมาเฟียใหญ่คงส่งมาเพียบ ยังไม่พร้อม ก็เก็บคะแนนทางอื่นไว้ รอวันพร้อมดีกว่า
    คำตอบที่สี่ คือ แก็ส กำลังเข้ามาแทนที่พลังงานน้ำมันในหลายจุด ความนิยมเริ่มพุ่ง และในยุโรป (ยัง) ไม่มีคู่แข่ง พวกมาเฟียยังนึกไม่ทัน
    คำตอบที่ห้า คือ แก๊ส ขนส่งยากโดยระบบอื่น ต้องใช้อุปกรณ์ค่อนข้างพิเศษ ทำให้มีต้นทุนสูง ส่วนการสร้างท่อส่ง เป็นการลงทุนครั้งเดียว ระยะยาวคุ้มกว่า และการซื้อขายแก๊สทางท่อส่งนี้ มีการทำสัญญาซื้อขายคิดราคาตายตัวล่วงหน้า ตัดโอกาสปั่นราคาออกไปได้ พวกมาเฟียมันจะได้กินแห้วบ้าง
    คำตอบที่หก และเป็นคำตอบที่น่าจะสำคัญที่สุด คือ สภาพภูมิประเทศของรัสเซีย ที่อยู่ใจกลางยูเรเซีย ตามที่ครูแมคพูดไว้ อุดมไปด้วยแหล่งพลังงาน และบริเวณที่ตั้งของรัสเซีย ที่เป็นผืนแผ่นดินใหญ่ มีเขตแดน ติดต่อกับ 14 ประเทศ 3 ทวีป หาใครมาเทียบยาก จึงเหมาะที่จะใช้เครือข่ายท่อส่ง เป็นยุทธศาสตร์ทางภูมิศาสตร์การเมือง
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    27 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 6 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 6 อันที่จริงจะว่าไป คุณพี่ปูติน คิดยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายท่อส่งขึ้นมา ก็อาจจะเพราะโดนอเมริกาอังกฤษวางยาเอาไว้ เกี่ยวกับเรื่องน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย ปี ค.ศ.1990 ต้นๆ รัฐบาลรัสเซีย นำโดยประธานาธิบดี บอริส เยลซิน พยายามให้ต่างชาติมาลงทุนด้านเงินทุนและเทคโนโลยี เกี่ยวกับกิจการน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย เยลซินตกลงให้สัมปทานแก่ บริษัทใหญ่ของอเมริกา และยุโรป ในการสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมัน 2 แห่ง คือ Sakhalin 1 และ Sakhalin 2 โดยการทำข้อตกลงแบ่งผลผลิตกัน production sharing agreement (PSA) โดยมี ExxonMobil เป็นหัวหน้าฝ่ายผู้ลงทุน มันเป็นสัมปทานที่ไม่ต้องเสียภาษีใดๆทั้งสิ้นให้แก่รัสเซีย….เยี่ยม คุณปู่เยลซิน เนื้อยุ่ยเคี้ยวง่าย ตามสัญญานี้ รัฐบาลรัสเซียจะได้รับส่วนแบ่ง เป็นน้ำมัน หรือแก๊สที่ผลิตได้ ….แต่รัสเซียจะได้ส่วนแบ่งนี้ ก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนได้ค่าลงทุนในโครงการคืนไปหมดก่อน แบบนี้น่าจะเรียกว่า สัญญาปล้นมากกว่าสัญญาแบ่งผลผลิต ผมขอแถมหน่อย สัญญาแบบนี้ มีที่มาน่ารู้จัก มันเป็นสัญญาแม่แบบ ที่ร่างโดย James Baker Institute ถังขยะความคิดของ เจมส์ เบเกอร์ที่ 3 ที่ไอ้โจรร้ายหนีคุก เคยเชิญมาหารือเรื่องการลงทุนกับกลุ่มคาร์ไลล์ Carlyle Group สมัยที่ไอ้โจรร้ายมันนั่งทำเนียบ จำกันได้ไหมครับ ยังมีอดีตนายกรัฐมนตรีไทยอีกท่านหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับ คาร์ไลล์ กรุ๊ปนี่ด้วย ( ข้อมูลส่วนที่มีผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มคาร์ไลน์นี้ ผมเอามาจากข้อเขียนของสื่อใหญ่ ชื่อ ทนง ขันทอง เขียนมา 10 กว่าปีแล้ว ลากมารับความดีความชอบด้วยกันซะหน่อยนะครับอาจารย์ ) สัญญาร่วมลงทุน หรือสัญญาปล้นพิมพ์นี้ คณะทำงานของไอ้เหยี่ยวกระหายเลือด ดิก เชนี่ เป็นผู้ให้ความเห็นชอบ และเอาไปใช้กับอิรัค และประเทศที่เรียกว่ากำลังพัฒนาแบบบ้านเรา จริงๆ มันเหมือนเป็นสัญญาต้มตุ๋น หรือ ปล้นหน้าด้านๆ หน่วยงานในบ้านเราอ่านเจอ ก็ระวังกันไว้บ้างแล้วกันครับ ไม่นานก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศแจ้งว่า โครงการ Sakhalin 1 จะเริ่มทำการผลิต ExxonMobil แจ้งทางรัสเซียว่า ต้นทุนของการผลิตเพิ่มขึ้นไปอีก 30% ดังนั้น ส่วนแบ่งน้ำมันของรัสเซียจึงต้อง “รอ” ไปก่อน มันเป็นการแจ้งโดยนายเจมส์ เบเกอร์ ในฐานะทนายของ ExxonMobil มันคงนึกว่ารัสเซียกินหญ้ามากกว่ามันฝรั่ง และ 1 วันก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศเปิดสถานีส่งน้ำมันที่ De Kastri ของโครงการ Sakhalin 1 อย่างเป็นทางการ หน่วยงานที่ดูแลสิ่งแวดล้อมของรัสเซียก็ประกาศว่า สถานีส่งน้ำมันของ ExxonMobil ไม่ผ่านมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับเรื่องผิวดิน จึงสั่งระงับการผลิตน้ำมันไว้ก่อน เรียบร้อยคุณพี่ปูติน มีใครฝันว่าจะเห็นเรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นในบ้านเราไหมครับ ผมมันพวกคลั่งชาติขอฝันหน่อย และเช่นเดียวกับโครงการ Sakhalin 2 ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่าง Royal Dutch Shell ของอังกฤษกับบริษัทน้ำมันญี่ปุ่น ในการสำรวจและผลิตทั้งน้ำมันและแก๊ส ที่ใช้สัญญาพิมพ์เดียวกันกับโครงการ Sakhalin 1 ก็ได้ถูกรัฐบาลของคุณพี่ปูตินยกเลิกการออกใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อม และะทำให้การผลิตหยุดชะงักลง เขาว่า Royal Dutch Shell ลงทุนไป 2 หมื่นกว่าล้านเหรียญ เป็นโครงการที่ใหญ่มาก จ้างคนทำงานเกือบ 2 พันคน ต้องนับว่าคุณพี่ปูตินนี่ใจถึงจรืงๆ จะสร้างบ้านสร้างเมืองใหม่ มันต้องมีความกล้าหาญ ถ้าทำเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมือง แม้จะเหมือนนั่งอยู่หน้ากองไฟ หน้าไหม้หน้าเกรียมไปบ้าง แต่ยิ่งกว่าคุ้มครับ คงมีคนสงสัย รัสเซียที่มีทั้งน้ำมันและแก๊ส ทำไมรัสเซียถึงเน้นสร้างแต่เครือข่ายด้านแก๊ส คำตอบแรก คือ น้ำมันมีมาเฟียใหญ่คุมแยะ จากตัวอย่างที่เล่ามาข้างต้น มันอาจจะไปยาก ที่จะเริ่มสร้างชาติให้แข็งแรง ด้วยการวิ่งเข้าไปในดงตีนทันที จะฝ่าดงตีน ต้องมีความพร้อมพอสมควร ด้วยการเตรียมการส่วนอื่นด้วย คำตอบที่สอง คือ นำ้มัน สามารถมีการปั่นราคาขึ้นลงได้ ขืนลงทุนสร้างประเทศจากน้ำมัน ไอ้พวกมาเฟียใหญ่ที่คุมทั้งน้ำมัน ทั้งตลาดเงิน ทั้งตลาดหุ้น คงปั่นน้ำมันจนคุณพี่ปูติน จากสุดแกร่ง อาจกลายสภาพเป็นจิ้งหรีดได้ไม่ยาก คำตอบที่สาม คือ พวกเสี่ยปั้มตะวันออกกลางครองตลาดน้ำมันไว้แยะแล้ว มาที่หลัง จะให้แซง ของแถมจากมาเฟียใหญ่คงส่งมาเพียบ ยังไม่พร้อม ก็เก็บคะแนนทางอื่นไว้ รอวันพร้อมดีกว่า คำตอบที่สี่ คือ แก็ส กำลังเข้ามาแทนที่พลังงานน้ำมันในหลายจุด ความนิยมเริ่มพุ่ง และในยุโรป (ยัง) ไม่มีคู่แข่ง พวกมาเฟียยังนึกไม่ทัน คำตอบที่ห้า คือ แก๊ส ขนส่งยากโดยระบบอื่น ต้องใช้อุปกรณ์ค่อนข้างพิเศษ ทำให้มีต้นทุนสูง ส่วนการสร้างท่อส่ง เป็นการลงทุนครั้งเดียว ระยะยาวคุ้มกว่า และการซื้อขายแก๊สทางท่อส่งนี้ มีการทำสัญญาซื้อขายคิดราคาตายตัวล่วงหน้า ตัดโอกาสปั่นราคาออกไปได้ พวกมาเฟียมันจะได้กินแห้วบ้าง คำตอบที่หก และเป็นคำตอบที่น่าจะสำคัญที่สุด คือ สภาพภูมิประเทศของรัสเซีย ที่อยู่ใจกลางยูเรเซีย ตามที่ครูแมคพูดไว้ อุดมไปด้วยแหล่งพลังงาน และบริเวณที่ตั้งของรัสเซีย ที่เป็นผืนแผ่นดินใหญ่ มีเขตแดน ติดต่อกับ 14 ประเทศ 3 ทวีป หาใครมาเทียบยาก จึงเหมาะที่จะใช้เครือข่ายท่อส่ง เป็นยุทธศาสตร์ทางภูมิศาสตร์การเมือง สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 27 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 369 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260107 #TechRadar

    OpenAI เผยมีผู้ใช้ ChatGPT ด้านสุขภาพกว่า 40 ล้านครั้งต่อวัน
    รายงานใหม่ของ OpenAI ระบุว่าผู้คนทั่วโลกกว่า 40 ล้านครั้งต่อวันใช้ ChatGPT เพื่อถามคำถามด้านสุขภาพ ตั้งแต่ตรวจสอบอาการ ไปจนถึงทำความเข้าใจคำแนะนำทางการแพทย์ โดยบริษัทมองว่า AI กำลังกลายเป็น “ผู้ช่วยด้านสุขภาพ” ที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูลและลดความสับสน แม้จะยังมีข้อกังวลเรื่องความแม่นยำและความเสี่ยงหากผู้ใช้เชื่อข้อมูลมากเกินไป แต่ตัวเลขการใช้งานสะท้อนว่าผู้คนจำนวนมากเลือกพึ่งพา AI ในช่วงเวลาที่เข้าถึงแพทย์ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openai/openai-says-40-million-people-use-chatgpt-for-healthcare-every-day

    Samsung โชว์จอพับไร้รอยพับครั้งแรก คาดเป็นสัญญาณถึง iPhone Fold
    ซัมซุงเปิดตัวเทคโนโลยีจอพับแบบไร้รอยพับที่ CES 2026 ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ใน iPhone Fold รุ่นแรกของ Apple ก่อนที่ซัมซุงเองจะนำไปใช้ในรุ่นถัดไป โดยจอนี้ถูกนำมาเทียบกับ Galaxy Z Fold 7 ให้เห็นชัดว่ารอยพับหายไปเกือบหมด ทำให้ตลาดมือถือพับได้อาจเข้าสู่ยุคใหม่ที่ทั้งสวยงามและทนทานกว่าเดิม พร้อมคาดการณ์ว่า iPhone Fold อาจเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้
    https://www.techradar.com/phones/iphone/samsung-just-revealed-the-first-creaseless-foldable-screen-and-it-could-be-a-serious-hint-towards-the-iphone-fold

    Google เตรียมยุติการรองรับ POP3 ใน Gmail ปี 2026
    Google ประกาศว่าจะหยุดรองรับ POP3 ใน Gmail ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถดึงอีเมลจากผู้ให้บริการอื่นเข้ามาใน Gmail ได้อีกต่อไป รวมถึงยุติฟีเจอร์ Gmailify ที่เคยช่วยเพิ่มระบบกันสแปมและฟีเจอร์ขั้นสูงให้บัญชีอีเมลภายนอก โดย Google แนะนำให้ใช้ IMAP แทน แม้จะมีข้อจำกัดมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบผู้ใช้ทั่วไปมากกว่าธุรกิจที่มีเครื่องมือย้ายข้อมูลใน Workspace อยู่แล้ว
    https://www.techradar.com/pro/google-set-to-end-pop3-support-heres-what-we-know

    ข่าวลือ OpenAI อาจซื้อ Pinterest จุดกระแสไม่พอใจจากผู้ใช้
    เพียงแค่บทความคาดการณ์ว่า OpenAI อาจเข้าซื้อ Pinterest ก็ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจทันที เพราะกังวลว่าแพลตฟอร์มที่เน้นการคัดสรรด้วยมือจะถูกกลืนด้วย AI และข้อมูลบนบอร์ดของพวกเขาอาจถูกนำไปใช้ฝึกโมเดล แม้จะยังไม่มีดีลจริง แต่กระแสต่อต้านสะท้อนว่าผู้ใช้ยังต้องการพื้นที่สร้างสรรค์ที่ไม่ถูกครอบงำด้วย AI ขณะที่หุ้น Pinterest กลับพุ่งขึ้นเพียงเพราะข่าวลือดังกล่าว
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openais-rumored-acquisition-plans-for-pinterest-provoke-fury-among-some-users

    HP เปิดตัวคีย์บอร์ดที่เป็นคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบ รองรับ Copilot+
    HP เปิดตัว EliteBoard G1a คีย์บอร์ดที่ภายในบรรจุพีซีครบชุด ใช้ชิป AMD Ryzen AI 300 พร้อมพลังประมวลผล AI มากพอสำหรับฟีเจอร์ Copilot+ บน Windows 11 แม้ตัวเครื่องจะบางเพียง 12 มม. แต่รองรับ RAM สูงสุด 64GB, SSD 2TB, ต่อจอ 4K ได้สองจอ และมีแบตเตอรี่ในตัว ทำให้เป็นแนวคิดใหม่ของพีซีแบบพกพาที่รวมทุกอย่างไว้ในคีย์บอร์ดเดียว
    https://www.techradar.com/computing/keyboards/hp-just-squeezed-a-desktop-computer-into-a-keyboard-and-its-powerful-enough-to-be-a-copilot-pc

    Deepfakes และความเชื่อมั่นดิจิทัลกำลังถูกท้าทาย
    ยุคที่ดีปเฟกและการปลอมแปลงด้วย AI แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้สังคม เศรษฐกิจ และสถาบันการเงินเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ทั้งการหลอกลวงด้วยใบหน้าเสียงปลอม การใช้วิดีโอปลอมในเหตุฉุกเฉิน ไปจนถึงการโจมตีองค์กรที่สร้างความเสียหายมหาศาล จึงเกิดแนวคิด “Proof of Humanness” เพื่อยืนยันว่าผู้ใช้งานเป็นมนุษย์จริงโดยไม่ต้องเก็บข้อมูลชีวมิติ ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของความเชื่อมั่นดิจิทัลในอนาคต และเป็นทางรอดจากโลกที่แยกของจริงออกจากของปลอมได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
    https://www.techradar.com/pro/deepfakes-and-distrust-how-human-provenance-can-rebuild-digital-confidence

    ความสับสนเรื่องการรีแบรนด์ Microsoft Office → Microsoft 365 Copilot
    ผู้ใช้จำนวนมากเกิดความงุนงงเมื่อพบว่า Office.com ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft 365 Copilot ทั้งที่การรีแบรนด์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2022 แล้ว โดย Microsoft ต้องการผลักดัน Copilot ให้เป็นศูนย์กลางการทำงาน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้กลับสร้างความไม่พอใจ เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าถูกบังคับให้ใช้ AI มากเกินไป รวมถึงความกังวลว่าชื่อ “Office” อาจหายไปจากวงการซอฟต์แวร์ในที่สุด
    https://www.techradar.com/pro/microsoft-office-has-been-rebranded-to-microsoft-365-copilot-or-has-it

    มัลแวร์ปลอม Blue Screen of Death หลอกเหยื่อให้ติดตั้งตัวเอง
    แฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัสเซียใช้แคมเปญ ClickFix รูปแบบใหม่ ส่งอีเมลปลอมเรื่องการจองโรงแรมเพื่อหลอกให้เหยื่อกดลิงก์ ก่อนแสดงหน้าจอ BSOD ปลอมเพื่อทำให้ตื่นตระหนกและรันสคริปต์ที่เป็นมัลแวร์จริง ซึ่งสามารถปิด Defender ขโมยรหัสผ่าน และดึงข้อมูลคลิปบอร์ดได้ ถือเป็นการโจมตีที่ผสมผสานจิตวิทยาและเทคนิคขั้นสูงเพื่อหลบการตรวจจับ
    https://www.techradar.com/pro/security/hackers-use-blue-screen-of-death-malware-to-target-victims

    มือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงแบบ BlackBerry กลับมาแล้ว
    Clicks Communicator เปิดตัวมือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงด้านล่างและหน้าจอ AMOLED ขนาดกะทัดรัด ให้กลิ่นอาย BlackBerry ยุคทอง เน้นการพิมพ์และการทำงานเป็นหลัก มาพร้อมช่องหูฟัง 3.5 มม. และ microSD สูงสุด 2TB เหมาะสำหรับคนที่คิดถึงความรู้สึกการพิมพ์แบบปุ่มจริง และต้องการมือถือเครื่องที่สองสำหรับงาน Productivity
    https://www.techradar.com/phones/android/missing-your-blackberry-the-clicks-communicator-brings-back-the-physical-keyboard-and-a-3-5mm-headphone-jack

    Edge ถูกรีดีไซน์ให้คล้าย Copilot และผู้ใช้ไม่ปลื้ม
    Microsoft กำลังทดสอบดีไซน์ใหม่ของ Edge ที่ยืมสไตล์จาก Copilot ทั้งโทนสี ฟอนต์ และเมนูต่าง ๆ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้เปิดโหมด Copilot ก็ตาม ทำให้เกิดกระแสต่อต้านว่า Microsoft กำลังยัดเยียด AI มากเกินไป และยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ “Microslop” แพร่กระจาย เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าประสบการณ์ใช้งานถูกบังคับให้เดินตามทิศทาง AI โดยไม่ฟังเสียงชุมชน
    https://www.techradar.com/computing/windows/microslop-is-heading-for-edge-major-browser-redesign-is-inspired-by-copilot-and-its-already-seriously-unpopular

    ช่องโหว่ WebUI เปิดทางให้แฮ็กเกอร์ยึดบัญชีและรันโค้ดระยะไกล
    Open WebUI ถูกพบช่องโหว่ร้ายแรงระดับ 8/10 (CVE‑2025‑64496) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีฉีดโค้ดผ่าน Direct Connection และขโมยโทเคนเพื่อยึดบัญชี รวมถึงอาจลุกลามไปสู่การรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยปัญหาเกิดจากการเชื่อมต่อไปยังโมเดลภายนอกที่ไม่ปลอดภัย และสามารถถูกหลอกให้เพิ่ม URL อันตรายได้ง่าย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 0.6.35 และจำกัดสิทธิ์การใช้เครื่องมือให้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น
    https://www.techradar.com/pro/security/this-webui-vulnerability-allows-remote-code-execution-heres-how-to-stay-safe

    องค์กรกว่า 50 แห่งถูกขโมยข้อมูลเพราะไม่เปิดใช้ MFA
    รายงานเผยว่าบริษัทใหญ่ระดับ Deloitte, KPMG และ Samsung ตกเป็นเหยื่อแฮ็กเกอร์ “Zestix” หลังไม่มีการบังคับใช้ MFA ทำให้ข้อมูลล็อกอินที่ถูกขโมยจากมัลแวร์อย่าง RedLine, Lumma และ Vidar ถูกนำไปใช้เข้าถึงคลาวด์และดูดข้อมูลจำนวนมาก บางองค์กรใช้รหัสผ่านเดิมมานานหลายปี ทำให้ความเสียหายขยายวงกว้าง เช่น Pickett & Associates สูญข้อมูลกว่า 139GB
    https://www.techradar.com/pro/security/dozens-of-organizations-fall-victim-to-infostealers-after-failing-to-enforce-mfa

    งานวิจัยเตือน AI อาจทำให้มนุษย์ต้องรับผิดชอบงานมากขึ้น แต่ค่าตอบแทนไม่เพิ่ม
    บทความจาก Occupational Medicine ชี้ว่าการนำ AI มาใช้ช่วยงานอาจทำให้มนุษย์ต้องรับบท “ผู้จัดการ AI” เพิ่มภาระ ตรวจสอบความผิดพลาด และรับความเครียดมากขึ้น แม้งานจะถูกมองว่าง่ายขึ้นก็ตาม ส่งผลให้ค่าตอบแทนไม่สอดคล้องกับความรับผิดชอบ พร้อมเตือนว่าการจัดการที่ไม่ดีอาจกระทบต่อสุขภาพ ผลิตภาพ และโครงสร้างแรงงานในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/new-report-on-ai-adoption-warns-workers-could-face-more-complex-responsibilities-for-lower-pay

    กลุ่มแฮ็กเกอร์ SLH กลับมาอีกครั้ง แต่ดันโดนล่อเข้ากับดัก Honeypot
    กลุ่ม Scattered Lapsus$ Hunters อ้างว่าบุกระบบ Resecurity ได้สำเร็จ แต่สุดท้ายถูกเปิดโปงว่าตกหลุม Honeypot ที่สร้างข้อมูลปลอมไว้ล่อ ทำให้ Resecurity สามารถเก็บ IP, บัญชีที่เชื่อมโยง และหลักฐานต่าง ๆ ส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ถือเป็นการพลิกเกมที่ทำให้กลุ่มแฮ็กเกอร์เสี่ยงถูกจับกุมมากขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/security/notorious-hacking-collective-returns-but-researchers-say-they-fell-for-a-honeypot

    AMD ประกาศยุค “YottaScale” ชี้ AI จะต้องการพลังประมวลผลระดับมหาศาล
    Lisa Su ซีอีโอ AMD กล่าวบนเวที CES 2026 ว่าโลกกำลังก้าวสู่ยุคที่ AI ต้องการพลังประมวลผลระดับ YottaFLOPS ซึ่งมากกว่าปัจจุบันถึง 10,000 เท่า พร้อมเปิดตัวชิปและโซลูชันใหม่ เช่น MI455 GPU และ EPYC Venice ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ โดยย้ำว่า AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่สุดในรอบ 50 ปี
    https://www.techradar.com/pro/amd-ceo-welcomes-us-to-the-yottascale-era-lisa-su-says-ai-will-need-yottaflops-of-compute-power-soon

    Lenovo เปิดตัวชุดเครื่องมือ AI ใหม่ยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน
    Lenovo เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI ใหม่ชื่อ Qira ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อการทำงานระหว่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และพีซีอย่างไร้รอยต่อ พร้อมฟีเจอร์ Smart Modes, Smart Share และ Smart Care ที่ช่วยปรับแต่งระบบ แชร์ไฟล์เร็วขึ้น และแก้ปัญหาเครื่องด้วย AI รวมถึงโซลูชัน AI สำหรับธุรกิจ SMB ที่เน้นความปลอดภัยและการประมวลผลบนอุปกรณ์โดยตรง ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Lenovo ที่ผลักดัน AI ให้เป็นหัวใจของการทำงานยุคใหม่
    https://www.techradar.com/pro/lenovo-unveils-the-ai-tools-it-hopes-will-supercharge-your-productivity-at-work

    ตำนาน Conner หวนคืนวงการสตอเรจใน CES 2026
    แบรนด์ Conner ผู้บุกเบิกฮาร์ดดิสก์ 3.5 นิ้วในยุค 80–90 กลับมาอีกครั้งใน CES 2026 ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นสตอเรจพกพา เช่น SSD ขนาดเล็ก อุปกรณ์สำรองข้อมูลมือถือ และรุ่นที่ผสานพาวเวอร์แบงก์ โดยมุ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคโมบายมากกว่าตลาดพีซีแบบเดิม แม้ตลาดแข่งขันสูง แต่การกลับมาครั้งนี้ก็สร้างความสนใจว่าบรรดาแบรนด์ในตำนานอื่น ๆ อาจตามกลับมาเช่นกัน
    https://www.techradar.com/pro/legendary-hdd-brand-that-created-3-5-inch-format-makes-surprising-comeback-at-ces-could-illustrious-names-like-maxtor-iomega-or-syquest-be-next

    OWC เปิดตัว SSD Thunderbolt 5 ความจุ 8TB เร็วแรงทะลุ 6000MB/s
    OWC เปิดตัว Envoy Ultra Thunderbolt 5 SSD ความจุ 8TB ที่รองรับความเร็วสูงกว่า 6000MB/s โดยไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอก ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมไร้พัดลม ทนฝุ่นและน้ำระดับ IP67 และรองรับทั้ง Mac, Windows, iPad Pro และ Chromebook แม้ราคาจะสูงถึง $1,699 แต่ถูกวางตำแหน่งเป็นอุปกรณ์สำหรับมืออาชีพที่ต้องการความเร็วและความจุระดับสูงสุดในตลาดปัจจุบัน
    https://www.techradar.com/pro/owc-debuts-pcie-gen4-class-8tb-thunderbolt-5-external-ssd-the-largest-and-fastest-in-its-category-but-it-wont-be-cheap

    ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ถูกกล่าวหาว่าถูกแฮกข้อมูลลูกค้ากว่า 1 ล้านราย
    Brightspeed หนึ่งในผู้ให้บริการไฟเบอร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่กลุ่มแฮกเกอร์ Crimson Collective อ้างว่าขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ากว่า 1 ล้านราย รวมถึงชื่อ อีเมล เบอร์โทร และข้อมูลการชำระเงินบางส่วน แม้บริษัทจะยังไม่ยืนยันเหตุการณ์ แต่ระบุว่ากำลังสืบสวนอย่างจริงจัง เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ
    https://www.techradar.com/pro/security/one-of-the-largest-us-broadband-providers-investigates-breach

    หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roborock รุ่นใหม่มี “ขา” ปีนบันไดได้จริง
    Roborock เปิดตัว Saros Rover หุ่นยนต์ดูดฝุ่นต้นแบบที่มาพร้อมขาแบบสติลท์ สามารถปีนบันได หมุนตัวบนขั้นบันได เดินบนพื้นต่างระดับ และหลบสิ่งกีดขวางอย่างคล่องตัว แม้ยังเป็นต้นแบบที่ต้องปรับปรุง แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์ทำความสะอาดที่สามารถทำงานในบ้านหลายระดับได้จริง และอาจเปลี่ยนมาตรฐานของตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในอนาคต
    https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/i-just-saw-roborocks-new-robot-vacuum-with-legs-and-its-going-to-make-no-go-zones-a-thing-of-the-past

    AI Bubble – ฟองสบู่ที่แตกได้ แต่เทคโนโลยีไม่หายไป
    บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้กระแสการลงทุนด้าน AI จะพองโตเกินจริงและอาจยุบตัวลงในไม่ช้า แต่ตัวเทคโนโลยีเองจะยังคงอยู่และเติบโตต่อไป เพราะ AI ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจในองค์กรทั่วโลก โดยประเทศต่าง ๆ มีท่าทีต่อ AI แตกต่างกัน—สหรัฐฯ เร่งนวัตกรรม จีนเน้นลอกเลียนแบบ ส่วนยุโรปออกกฎเข้ม—และผู้ชนะในยุคนี้จะเป็นองค์กรที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพคน ไม่ใช่ลดคนทำงาน
    https://www.techradar.com/pro/the-ai-bubble-it-will-burst-but-ai-will-still-be-here

    Philips Hue SpatialAware – ระบบไฟอัจฉริยะที่เข้าใจตำแหน่งจริงในห้อง
    Philips Hue เปิดตัวฟีเจอร์ SpatialAware ที่ทำให้ระบบไฟสามารถรับรู้ตำแหน่งของหลอดไฟแต่ละดวงในห้องผ่านการสแกนด้วยกล้องมือถือ แล้วปรับโทนสีและความสว่างให้สมจริงขึ้น เช่น การจำลองแสงพระอาทิตย์ตกหรือท้องฟ้าสว่าง พร้อมอัปเดตให้ Bridge Pro รองรับอุปกรณ์มากขึ้น และเพิ่มความสามารถของผู้ช่วย AI รวมถึงรองรับ Apple Home ได้ดีขึ้น ทำให้บ้านอัจฉริยะมีความลื่นไหลและเป็นธรรมชาติกว่าเดิม
    https://www.techradar.com/home/smart-lights/the-philips-hue-app-can-now-customize-lighting-scenes-so-they-suit-the-layout-of-your-rooms

    Lenovo Yoga Mini i – พีซีทรงกระบอกจิ๋ว รองรับ 4 จอ พร้อมพลัง AI
    Lenovo เปิดตัว Yoga Mini i พีซีขนาดเล็กเพียง 600 กรัม แต่รองรับจอภายนอกได้ถึง 4 จอ ใช้ชิป Intel Core Ultra X7 พร้อม RAM สูงสุด 32GB และ SSD สูงสุด 2TB ทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Copilot+ เพื่อรองรับงาน AI และมัลติทาสก์ได้ดี แม้จะไม่เล็กเท่า ThinkCentre M75n Nano รุ่นในตำนาน แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ทรงพลังสำหรับผู้ต้องการพีซีพกพาที่ทำงานจริงจังได้ครบเครื่อง
    https://www.techradar.com/pro/lenovo-adds-copilot-mac-mini-rival-to-yoga-product-line-but-i-am-so-disappointed-that-it-didnt-revive-the-nano-m75n-the-smallest-pc-ever

    Lenovo ThinkCentre X Tower – เวิร์กสเตชันคู่ GPU พร้อมการ์ด AI 1TB ลึกลับ
    ThinkCentre X Tower รุ่นใหม่ของ Lenovo กลับมาพร้อมระบบรองรับ GPU คู่แบบ RTX 5060 Ti รวม VRAM 32GB เพื่อประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่ได้ในเครื่องเดียว และยังมี “AI Fusion Card” ขนาด 1TB ที่ช่วยให้ทำ post-training โมเดลระดับ 70B parameters ได้ในเครื่อง พร้อมสเปกจัดเต็มทั้ง Intel Ultra 9, RAM สูงสุด 256GB และพื้นที่เก็บข้อมูล M.2 สูงสุด 6TB เหมาะสำหรับงาน AI inference และงานข้อมูลหนักระดับองค์กร
    https://www.techradar.com/pro/return-of-the-sli-lenovos-new-workstation-pc-supports-up-to-2-rtx-5060-ti-gpus-for-ai-inference-but-im-more-interested-in-the-secretive-1tb-ai-fusion-card

    Motorola Razr Fold – มือถือพับจอใหญ่ 8.1 นิ้ว พร้อมปากกาและกล้องจัดเต็ม
    Motorola เปิดตัว Razr Fold มือถือพับรุ่นใหม่ที่ขยายสู่ตลาดแท็บเล็ตพับได้ ด้วยหน้าจอใหญ่ 8.1 นิ้วและจอหน้าปก 6.6 นิ้ว รองรับปากกา Moto Pen Ultra ซึ่งเป็นจุดที่เหนือกว่า Galaxy Fold 7 พร้อมชุดกล้อง 5 ตัว รวมถึงกล้องหน้า 20MP และกล้องเซลฟี่ 32MP ที่ให้ความยืดหยุ่นด้านการถ่ายภาพสูง แม้ยังไม่เปิดเผยสเปกชิปหรือราคา แต่ดีไซน์ ฟีเจอร์ AI และความสามารถด้านมัลติทาสก์ทำให้รุ่นนี้น่าจับตามองมากในตลาดพับได้
    https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/motorola-razr-fold-is-mostly-a-mystery-but-it-already-outdoes-the-galaxy-fold-7-in-one-key-way

    Nvidia เปิดตัว G‑Sync Pulsar: ยกระดับความคมชัดการเคลื่อนไหวสำหรับเกมเมอร์
    Nvidia เผยโฉม G‑Sync Pulsar เทคโนโลยีใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดปัญหา motion blur โดยใช้ระบบ backlight แบบแบ่งโซนและการสแกนแบบ rolling scan ทำให้ภาพเคลื่อนไหวคมชัดขึ้นอย่างมากจนการเล่นเกม 250fps ให้ความรู้สึกเหมือนจอ 1,000Hz พร้อมเปิดตัวในจอรุ่นใหม่จาก Acer, Asus, AOC และ MSI ในวันที่ 7 มกราคม 2026 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ VRR รุ่นถัดไปสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความลื่นไหลสูงสุด
    https://www.techradar.com/computing/monitors/nvidias-new-g-sync-pulsar-update-for-motion-clarity-is-a-big-win-for-pc-gamers-and-heres-why

    Motorola Signature: เรือธงสุดแกร่งที่สเปกจัดเต็ม แต่ชิปยังไม่สุด
    Motorola เปิดตัว Motorola Signature สมาร์ทโฟนเรือธงดีไซน์พรีเมียมที่มาพร้อมกล้อง 50MP ทั้งสี่ตัว หน้าจอ AMOLED 165Hz ความสว่างสูงสุด 6,200 nits แบต 5,200mAh และชาร์จเร็ว 90W พร้อมความทนทานระดับ IP68/IP69 แต่จุดอ่อนคือชิป Snapdragon 8 Gen 5 ที่ยังไม่ใช่รุ่นท็อป ทำให้ประสิทธิภาพไม่โดดเด่นเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับราคาที่ใกล้เคียงคู่แข่งระดับไฮเอนด์ แม้โดยรวมยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความครบเครื่องและอัปเดตยาว 7 ปี
    https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/the-motorola-signature-is-a-stunning-rugged-samsung-galaxy-s25-rival-with-one-unfortunate-weakness

    เตือนภัย! แคมเปญมัลแวร์ใหม่ขโมยแชต AI ผ่านส่วนขยาย Chrome ปลอม
    นักวิจัยพบส่วนขยาย Chrome ปลอมสองตัวที่มีผู้ใช้รวมเกือบ 900,000 ราย แอบดึงข้อมูลการสนทนากับ AI และ URL ของแท็บทุก 30 นาที ส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม โดยปลอมตัวเป็นส่วนขยายยอดนิยมด้าน AI ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของส่วนขยายที่แม้จะอยู่ในร้านค้าอย่างเป็นทางการก็ยังอาจเป็นอันตรายได้ จึงควรตรวจสอบสิทธิ์และความน่าเชื่อถือก่อนติดตั้งเสมอ
    https://www.techradar.com/pro/security/this-new-malware-campaign-is-stealing-chat-logs-via-chrome-extensions

    Intel Arc B390: iGPU ตัวเปลี่ยนเกมที่ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาเล่นเกมลื่นระดับสูงได้จริง
    Intel เปิดตัวชิป Core Ultra series 3 พร้อม iGPU Arc B390 ที่สร้างความประทับใจด้วยประสิทธิภาพการเล่นเกมระดับสูง สามารถรันเกมอย่าง Battlefield 6 และ Dying Light: The Beast ที่ 1080p ด้วยเฟรมเรตสูงเกินคาด แม้ไม่มีการ์ดจอแยก ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาในปี 2026 กลายเป็นตัวเลือกที่เล่นเกมได้จริงจังมากขึ้น และอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาด ultrabook ที่ต้องการทั้งความบางและพลังกราฟิกในตัวเดียว
    https://www.techradar.com/computing/cpu/the-intel-core-ultra-series-3-processors-look-impressive-enough-but-the-arc-b390-igpu-is-the-real-game-changer-here

    เสียงชัดคือหัวใจของการทำงานร่วมกับ AI — ถ้า AI ฟังคุณไม่ได้ มันก็ช่วยคุณไม่ได้
    บทความชี้ให้เห็นว่าในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในที่ทำงาน การมีระบบเสียงที่คมชัดเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ AI ต้องอาศัยเสียงที่ถูกต้องเพื่อประมวลผล ฟังอารมณ์ และตอบสนองได้อย่างแม่นยำ ทั้งในการประชุม การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ และการทำงานร่วมกันระหว่างทีมทั่วโลก องค์กรที่ลงทุนในไมโครโฟนและระบบประมวลผลเสียงคุณภาพสูงจึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร ลดความผิดพลาด และปลดล็อกศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่
    https://www.techradar.com/pro/if-ai-cant-hear-you-it-cant-help-you-why-clear-audio-drives-real-productivity
    📌📡🟢 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟢📡📌 #รวมข่าวIT #20260107 #TechRadar 🏥 OpenAI เผยมีผู้ใช้ ChatGPT ด้านสุขภาพกว่า 40 ล้านครั้งต่อวัน รายงานใหม่ของ OpenAI ระบุว่าผู้คนทั่วโลกกว่า 40 ล้านครั้งต่อวันใช้ ChatGPT เพื่อถามคำถามด้านสุขภาพ ตั้งแต่ตรวจสอบอาการ ไปจนถึงทำความเข้าใจคำแนะนำทางการแพทย์ โดยบริษัทมองว่า AI กำลังกลายเป็น “ผู้ช่วยด้านสุขภาพ” ที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูลและลดความสับสน แม้จะยังมีข้อกังวลเรื่องความแม่นยำและความเสี่ยงหากผู้ใช้เชื่อข้อมูลมากเกินไป แต่ตัวเลขการใช้งานสะท้อนว่าผู้คนจำนวนมากเลือกพึ่งพา AI ในช่วงเวลาที่เข้าถึงแพทย์ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openai/openai-says-40-million-people-use-chatgpt-for-healthcare-every-day 📱 Samsung โชว์จอพับไร้รอยพับครั้งแรก คาดเป็นสัญญาณถึง iPhone Fold ซัมซุงเปิดตัวเทคโนโลยีจอพับแบบไร้รอยพับที่ CES 2026 ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ใน iPhone Fold รุ่นแรกของ Apple ก่อนที่ซัมซุงเองจะนำไปใช้ในรุ่นถัดไป โดยจอนี้ถูกนำมาเทียบกับ Galaxy Z Fold 7 ให้เห็นชัดว่ารอยพับหายไปเกือบหมด ทำให้ตลาดมือถือพับได้อาจเข้าสู่ยุคใหม่ที่ทั้งสวยงามและทนทานกว่าเดิม พร้อมคาดการณ์ว่า iPhone Fold อาจเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ 🔗 https://www.techradar.com/phones/iphone/samsung-just-revealed-the-first-creaseless-foldable-screen-and-it-could-be-a-serious-hint-towards-the-iphone-fold 📧 Google เตรียมยุติการรองรับ POP3 ใน Gmail ปี 2026 Google ประกาศว่าจะหยุดรองรับ POP3 ใน Gmail ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถดึงอีเมลจากผู้ให้บริการอื่นเข้ามาใน Gmail ได้อีกต่อไป รวมถึงยุติฟีเจอร์ Gmailify ที่เคยช่วยเพิ่มระบบกันสแปมและฟีเจอร์ขั้นสูงให้บัญชีอีเมลภายนอก โดย Google แนะนำให้ใช้ IMAP แทน แม้จะมีข้อจำกัดมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบผู้ใช้ทั่วไปมากกว่าธุรกิจที่มีเครื่องมือย้ายข้อมูลใน Workspace อยู่แล้ว 🔗 https://www.techradar.com/pro/google-set-to-end-pop3-support-heres-what-we-know 🎨 ข่าวลือ OpenAI อาจซื้อ Pinterest จุดกระแสไม่พอใจจากผู้ใช้ เพียงแค่บทความคาดการณ์ว่า OpenAI อาจเข้าซื้อ Pinterest ก็ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจทันที เพราะกังวลว่าแพลตฟอร์มที่เน้นการคัดสรรด้วยมือจะถูกกลืนด้วย AI และข้อมูลบนบอร์ดของพวกเขาอาจถูกนำไปใช้ฝึกโมเดล แม้จะยังไม่มีดีลจริง แต่กระแสต่อต้านสะท้อนว่าผู้ใช้ยังต้องการพื้นที่สร้างสรรค์ที่ไม่ถูกครอบงำด้วย AI ขณะที่หุ้น Pinterest กลับพุ่งขึ้นเพียงเพราะข่าวลือดังกล่าว 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openais-rumored-acquisition-plans-for-pinterest-provoke-fury-among-some-users ⌨️ HP เปิดตัวคีย์บอร์ดที่เป็นคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบ รองรับ Copilot+ HP เปิดตัว EliteBoard G1a คีย์บอร์ดที่ภายในบรรจุพีซีครบชุด ใช้ชิป AMD Ryzen AI 300 พร้อมพลังประมวลผล AI มากพอสำหรับฟีเจอร์ Copilot+ บน Windows 11 แม้ตัวเครื่องจะบางเพียง 12 มม. แต่รองรับ RAM สูงสุด 64GB, SSD 2TB, ต่อจอ 4K ได้สองจอ และมีแบตเตอรี่ในตัว ทำให้เป็นแนวคิดใหม่ของพีซีแบบพกพาที่รวมทุกอย่างไว้ในคีย์บอร์ดเดียว 🔗 https://www.techradar.com/computing/keyboards/hp-just-squeezed-a-desktop-computer-into-a-keyboard-and-its-powerful-enough-to-be-a-copilot-pc 🧩 Deepfakes และความเชื่อมั่นดิจิทัลกำลังถูกท้าทาย ยุคที่ดีปเฟกและการปลอมแปลงด้วย AI แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้สังคม เศรษฐกิจ และสถาบันการเงินเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ทั้งการหลอกลวงด้วยใบหน้าเสียงปลอม การใช้วิดีโอปลอมในเหตุฉุกเฉิน ไปจนถึงการโจมตีองค์กรที่สร้างความเสียหายมหาศาล จึงเกิดแนวคิด “Proof of Humanness” เพื่อยืนยันว่าผู้ใช้งานเป็นมนุษย์จริงโดยไม่ต้องเก็บข้อมูลชีวมิติ ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของความเชื่อมั่นดิจิทัลในอนาคต และเป็นทางรอดจากโลกที่แยกของจริงออกจากของปลอมได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ 🔗 https://www.techradar.com/pro/deepfakes-and-distrust-how-human-provenance-can-rebuild-digital-confidence 🌀 ความสับสนเรื่องการรีแบรนด์ Microsoft Office → Microsoft 365 Copilot ผู้ใช้จำนวนมากเกิดความงุนงงเมื่อพบว่า Office.com ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft 365 Copilot ทั้งที่การรีแบรนด์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2022 แล้ว โดย Microsoft ต้องการผลักดัน Copilot ให้เป็นศูนย์กลางการทำงาน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้กลับสร้างความไม่พอใจ เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าถูกบังคับให้ใช้ AI มากเกินไป รวมถึงความกังวลว่าชื่อ “Office” อาจหายไปจากวงการซอฟต์แวร์ในที่สุด 🔗 https://www.techradar.com/pro/microsoft-office-has-been-rebranded-to-microsoft-365-copilot-or-has-it 💀 มัลแวร์ปลอม Blue Screen of Death หลอกเหยื่อให้ติดตั้งตัวเอง แฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัสเซียใช้แคมเปญ ClickFix รูปแบบใหม่ ส่งอีเมลปลอมเรื่องการจองโรงแรมเพื่อหลอกให้เหยื่อกดลิงก์ ก่อนแสดงหน้าจอ BSOD ปลอมเพื่อทำให้ตื่นตระหนกและรันสคริปต์ที่เป็นมัลแวร์จริง ซึ่งสามารถปิด Defender ขโมยรหัสผ่าน และดึงข้อมูลคลิปบอร์ดได้ ถือเป็นการโจมตีที่ผสมผสานจิตวิทยาและเทคนิคขั้นสูงเพื่อหลบการตรวจจับ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/hackers-use-blue-screen-of-death-malware-to-target-victims ⌨️ มือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงแบบ BlackBerry กลับมาแล้ว Clicks Communicator เปิดตัวมือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงด้านล่างและหน้าจอ AMOLED ขนาดกะทัดรัด ให้กลิ่นอาย BlackBerry ยุคทอง เน้นการพิมพ์และการทำงานเป็นหลัก มาพร้อมช่องหูฟัง 3.5 มม. และ microSD สูงสุด 2TB เหมาะสำหรับคนที่คิดถึงความรู้สึกการพิมพ์แบบปุ่มจริง และต้องการมือถือเครื่องที่สองสำหรับงาน Productivity 🔗 https://www.techradar.com/phones/android/missing-your-blackberry-the-clicks-communicator-brings-back-the-physical-keyboard-and-a-3-5mm-headphone-jack 🧭 Edge ถูกรีดีไซน์ให้คล้าย Copilot และผู้ใช้ไม่ปลื้ม Microsoft กำลังทดสอบดีไซน์ใหม่ของ Edge ที่ยืมสไตล์จาก Copilot ทั้งโทนสี ฟอนต์ และเมนูต่าง ๆ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้เปิดโหมด Copilot ก็ตาม ทำให้เกิดกระแสต่อต้านว่า Microsoft กำลังยัดเยียด AI มากเกินไป และยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ “Microslop” แพร่กระจาย เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าประสบการณ์ใช้งานถูกบังคับให้เดินตามทิศทาง AI โดยไม่ฟังเสียงชุมชน 🔗 https://www.techradar.com/computing/windows/microslop-is-heading-for-edge-major-browser-redesign-is-inspired-by-copilot-and-its-already-seriously-unpopular ⚠️ ช่องโหว่ WebUI เปิดทางให้แฮ็กเกอร์ยึดบัญชีและรันโค้ดระยะไกล Open WebUI ถูกพบช่องโหว่ร้ายแรงระดับ 8/10 (CVE‑2025‑64496) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีฉีดโค้ดผ่าน Direct Connection และขโมยโทเคนเพื่อยึดบัญชี รวมถึงอาจลุกลามไปสู่การรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยปัญหาเกิดจากการเชื่อมต่อไปยังโมเดลภายนอกที่ไม่ปลอดภัย และสามารถถูกหลอกให้เพิ่ม URL อันตรายได้ง่าย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 0.6.35 และจำกัดสิทธิ์การใช้เครื่องมือให้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-webui-vulnerability-allows-remote-code-execution-heres-how-to-stay-safe 🔐 องค์กรกว่า 50 แห่งถูกขโมยข้อมูลเพราะไม่เปิดใช้ MFA รายงานเผยว่าบริษัทใหญ่ระดับ Deloitte, KPMG และ Samsung ตกเป็นเหยื่อแฮ็กเกอร์ “Zestix” หลังไม่มีการบังคับใช้ MFA ทำให้ข้อมูลล็อกอินที่ถูกขโมยจากมัลแวร์อย่าง RedLine, Lumma และ Vidar ถูกนำไปใช้เข้าถึงคลาวด์และดูดข้อมูลจำนวนมาก บางองค์กรใช้รหัสผ่านเดิมมานานหลายปี ทำให้ความเสียหายขยายวงกว้าง เช่น Pickett & Associates สูญข้อมูลกว่า 139GB 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/dozens-of-organizations-fall-victim-to-infostealers-after-failing-to-enforce-mfa 🧠 งานวิจัยเตือน AI อาจทำให้มนุษย์ต้องรับผิดชอบงานมากขึ้น แต่ค่าตอบแทนไม่เพิ่ม บทความจาก Occupational Medicine ชี้ว่าการนำ AI มาใช้ช่วยงานอาจทำให้มนุษย์ต้องรับบท “ผู้จัดการ AI” เพิ่มภาระ ตรวจสอบความผิดพลาด และรับความเครียดมากขึ้น แม้งานจะถูกมองว่าง่ายขึ้นก็ตาม ส่งผลให้ค่าตอบแทนไม่สอดคล้องกับความรับผิดชอบ พร้อมเตือนว่าการจัดการที่ไม่ดีอาจกระทบต่อสุขภาพ ผลิตภาพ และโครงสร้างแรงงานในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/new-report-on-ai-adoption-warns-workers-could-face-more-complex-responsibilities-for-lower-pay 🎣 กลุ่มแฮ็กเกอร์ SLH กลับมาอีกครั้ง แต่ดันโดนล่อเข้ากับดัก Honeypot กลุ่ม Scattered Lapsus$ Hunters อ้างว่าบุกระบบ Resecurity ได้สำเร็จ แต่สุดท้ายถูกเปิดโปงว่าตกหลุม Honeypot ที่สร้างข้อมูลปลอมไว้ล่อ ทำให้ Resecurity สามารถเก็บ IP, บัญชีที่เชื่อมโยง และหลักฐานต่าง ๆ ส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ถือเป็นการพลิกเกมที่ทำให้กลุ่มแฮ็กเกอร์เสี่ยงถูกจับกุมมากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/notorious-hacking-collective-returns-but-researchers-say-they-fell-for-a-honeypot 🚀 AMD ประกาศยุค “YottaScale” ชี้ AI จะต้องการพลังประมวลผลระดับมหาศาล Lisa Su ซีอีโอ AMD กล่าวบนเวที CES 2026 ว่าโลกกำลังก้าวสู่ยุคที่ AI ต้องการพลังประมวลผลระดับ YottaFLOPS ซึ่งมากกว่าปัจจุบันถึง 10,000 เท่า พร้อมเปิดตัวชิปและโซลูชันใหม่ เช่น MI455 GPU และ EPYC Venice ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ โดยย้ำว่า AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่สุดในรอบ 50 ปี 🔗 https://www.techradar.com/pro/amd-ceo-welcomes-us-to-the-yottascale-era-lisa-su-says-ai-will-need-yottaflops-of-compute-power-soon 🧠✨ Lenovo เปิดตัวชุดเครื่องมือ AI ใหม่ยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน Lenovo เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI ใหม่ชื่อ Qira ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อการทำงานระหว่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และพีซีอย่างไร้รอยต่อ พร้อมฟีเจอร์ Smart Modes, Smart Share และ Smart Care ที่ช่วยปรับแต่งระบบ แชร์ไฟล์เร็วขึ้น และแก้ปัญหาเครื่องด้วย AI รวมถึงโซลูชัน AI สำหรับธุรกิจ SMB ที่เน้นความปลอดภัยและการประมวลผลบนอุปกรณ์โดยตรง ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Lenovo ที่ผลักดัน AI ให้เป็นหัวใจของการทำงานยุคใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/lenovo-unveils-the-ai-tools-it-hopes-will-supercharge-your-productivity-at-work 💾📦 ตำนาน Conner หวนคืนวงการสตอเรจใน CES 2026 แบรนด์ Conner ผู้บุกเบิกฮาร์ดดิสก์ 3.5 นิ้วในยุค 80–90 กลับมาอีกครั้งใน CES 2026 ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นสตอเรจพกพา เช่น SSD ขนาดเล็ก อุปกรณ์สำรองข้อมูลมือถือ และรุ่นที่ผสานพาวเวอร์แบงก์ โดยมุ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคโมบายมากกว่าตลาดพีซีแบบเดิม แม้ตลาดแข่งขันสูง แต่การกลับมาครั้งนี้ก็สร้างความสนใจว่าบรรดาแบรนด์ในตำนานอื่น ๆ อาจตามกลับมาเช่นกัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/legendary-hdd-brand-that-created-3-5-inch-format-makes-surprising-comeback-at-ces-could-illustrious-names-like-maxtor-iomega-or-syquest-be-next ⚡🚀 OWC เปิดตัว SSD Thunderbolt 5 ความจุ 8TB เร็วแรงทะลุ 6000MB/s OWC เปิดตัว Envoy Ultra Thunderbolt 5 SSD ความจุ 8TB ที่รองรับความเร็วสูงกว่า 6000MB/s โดยไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอก ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมไร้พัดลม ทนฝุ่นและน้ำระดับ IP67 และรองรับทั้ง Mac, Windows, iPad Pro และ Chromebook แม้ราคาจะสูงถึง $1,699 แต่ถูกวางตำแหน่งเป็นอุปกรณ์สำหรับมืออาชีพที่ต้องการความเร็วและความจุระดับสูงสุดในตลาดปัจจุบัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/owc-debuts-pcie-gen4-class-8tb-thunderbolt-5-external-ssd-the-largest-and-fastest-in-its-category-but-it-wont-be-cheap 🔐⚠️ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ถูกกล่าวหาว่าถูกแฮกข้อมูลลูกค้ากว่า 1 ล้านราย Brightspeed หนึ่งในผู้ให้บริการไฟเบอร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่กลุ่มแฮกเกอร์ Crimson Collective อ้างว่าขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ากว่า 1 ล้านราย รวมถึงชื่อ อีเมล เบอร์โทร และข้อมูลการชำระเงินบางส่วน แม้บริษัทจะยังไม่ยืนยันเหตุการณ์ แต่ระบุว่ากำลังสืบสวนอย่างจริงจัง เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/one-of-the-largest-us-broadband-providers-investigates-breach 🤖🦵 หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roborock รุ่นใหม่มี “ขา” ปีนบันไดได้จริง Roborock เปิดตัว Saros Rover หุ่นยนต์ดูดฝุ่นต้นแบบที่มาพร้อมขาแบบสติลท์ สามารถปีนบันได หมุนตัวบนขั้นบันได เดินบนพื้นต่างระดับ และหลบสิ่งกีดขวางอย่างคล่องตัว แม้ยังเป็นต้นแบบที่ต้องปรับปรุง แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์ทำความสะอาดที่สามารถทำงานในบ้านหลายระดับได้จริง และอาจเปลี่ยนมาตรฐานของตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/i-just-saw-roborocks-new-robot-vacuum-with-legs-and-its-going-to-make-no-go-zones-a-thing-of-the-past 🧠 AI Bubble – ฟองสบู่ที่แตกได้ แต่เทคโนโลยีไม่หายไป บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้กระแสการลงทุนด้าน AI จะพองโตเกินจริงและอาจยุบตัวลงในไม่ช้า แต่ตัวเทคโนโลยีเองจะยังคงอยู่และเติบโตต่อไป เพราะ AI ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจในองค์กรทั่วโลก โดยประเทศต่าง ๆ มีท่าทีต่อ AI แตกต่างกัน—สหรัฐฯ เร่งนวัตกรรม จีนเน้นลอกเลียนแบบ ส่วนยุโรปออกกฎเข้ม—และผู้ชนะในยุคนี้จะเป็นองค์กรที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพคน ไม่ใช่ลดคนทำงาน 🔗 https://www.techradar.com/pro/the-ai-bubble-it-will-burst-but-ai-will-still-be-here 💡 Philips Hue SpatialAware – ระบบไฟอัจฉริยะที่เข้าใจตำแหน่งจริงในห้อง Philips Hue เปิดตัวฟีเจอร์ SpatialAware ที่ทำให้ระบบไฟสามารถรับรู้ตำแหน่งของหลอดไฟแต่ละดวงในห้องผ่านการสแกนด้วยกล้องมือถือ แล้วปรับโทนสีและความสว่างให้สมจริงขึ้น เช่น การจำลองแสงพระอาทิตย์ตกหรือท้องฟ้าสว่าง พร้อมอัปเดตให้ Bridge Pro รองรับอุปกรณ์มากขึ้น และเพิ่มความสามารถของผู้ช่วย AI รวมถึงรองรับ Apple Home ได้ดีขึ้น ทำให้บ้านอัจฉริยะมีความลื่นไหลและเป็นธรรมชาติกว่าเดิม 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-lights/the-philips-hue-app-can-now-customize-lighting-scenes-so-they-suit-the-layout-of-your-rooms 🖥️ Lenovo Yoga Mini i – พีซีทรงกระบอกจิ๋ว รองรับ 4 จอ พร้อมพลัง AI Lenovo เปิดตัว Yoga Mini i พีซีขนาดเล็กเพียง 600 กรัม แต่รองรับจอภายนอกได้ถึง 4 จอ ใช้ชิป Intel Core Ultra X7 พร้อม RAM สูงสุด 32GB และ SSD สูงสุด 2TB ทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Copilot+ เพื่อรองรับงาน AI และมัลติทาสก์ได้ดี แม้จะไม่เล็กเท่า ThinkCentre M75n Nano รุ่นในตำนาน แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ทรงพลังสำหรับผู้ต้องการพีซีพกพาที่ทำงานจริงจังได้ครบเครื่อง 🔗 https://www.techradar.com/pro/lenovo-adds-copilot-mac-mini-rival-to-yoga-product-line-but-i-am-so-disappointed-that-it-didnt-revive-the-nano-m75n-the-smallest-pc-ever 🚀 Lenovo ThinkCentre X Tower – เวิร์กสเตชันคู่ GPU พร้อมการ์ด AI 1TB ลึกลับ ThinkCentre X Tower รุ่นใหม่ของ Lenovo กลับมาพร้อมระบบรองรับ GPU คู่แบบ RTX 5060 Ti รวม VRAM 32GB เพื่อประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่ได้ในเครื่องเดียว และยังมี “AI Fusion Card” ขนาด 1TB ที่ช่วยให้ทำ post-training โมเดลระดับ 70B parameters ได้ในเครื่อง พร้อมสเปกจัดเต็มทั้ง Intel Ultra 9, RAM สูงสุด 256GB และพื้นที่เก็บข้อมูล M.2 สูงสุด 6TB เหมาะสำหรับงาน AI inference และงานข้อมูลหนักระดับองค์กร 🔗 https://www.techradar.com/pro/return-of-the-sli-lenovos-new-workstation-pc-supports-up-to-2-rtx-5060-ti-gpus-for-ai-inference-but-im-more-interested-in-the-secretive-1tb-ai-fusion-card 📱 Motorola Razr Fold – มือถือพับจอใหญ่ 8.1 นิ้ว พร้อมปากกาและกล้องจัดเต็ม Motorola เปิดตัว Razr Fold มือถือพับรุ่นใหม่ที่ขยายสู่ตลาดแท็บเล็ตพับได้ ด้วยหน้าจอใหญ่ 8.1 นิ้วและจอหน้าปก 6.6 นิ้ว รองรับปากกา Moto Pen Ultra ซึ่งเป็นจุดที่เหนือกว่า Galaxy Fold 7 พร้อมชุดกล้อง 5 ตัว รวมถึงกล้องหน้า 20MP และกล้องเซลฟี่ 32MP ที่ให้ความยืดหยุ่นด้านการถ่ายภาพสูง แม้ยังไม่เปิดเผยสเปกชิปหรือราคา แต่ดีไซน์ ฟีเจอร์ AI และความสามารถด้านมัลติทาสก์ทำให้รุ่นนี้น่าจับตามองมากในตลาดพับได้ 🔗 https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/motorola-razr-fold-is-mostly-a-mystery-but-it-already-outdoes-the-galaxy-fold-7-in-one-key-way 🖥️ Nvidia เปิดตัว G‑Sync Pulsar: ยกระดับความคมชัดการเคลื่อนไหวสำหรับเกมเมอร์ Nvidia เผยโฉม G‑Sync Pulsar เทคโนโลยีใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดปัญหา motion blur โดยใช้ระบบ backlight แบบแบ่งโซนและการสแกนแบบ rolling scan ทำให้ภาพเคลื่อนไหวคมชัดขึ้นอย่างมากจนการเล่นเกม 250fps ให้ความรู้สึกเหมือนจอ 1,000Hz พร้อมเปิดตัวในจอรุ่นใหม่จาก Acer, Asus, AOC และ MSI ในวันที่ 7 มกราคม 2026 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ VRR รุ่นถัดไปสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความลื่นไหลสูงสุด 🔗 https://www.techradar.com/computing/monitors/nvidias-new-g-sync-pulsar-update-for-motion-clarity-is-a-big-win-for-pc-gamers-and-heres-why 📱 Motorola Signature: เรือธงสุดแกร่งที่สเปกจัดเต็ม แต่ชิปยังไม่สุด Motorola เปิดตัว Motorola Signature สมาร์ทโฟนเรือธงดีไซน์พรีเมียมที่มาพร้อมกล้อง 50MP ทั้งสี่ตัว หน้าจอ AMOLED 165Hz ความสว่างสูงสุด 6,200 nits แบต 5,200mAh และชาร์จเร็ว 90W พร้อมความทนทานระดับ IP68/IP69 แต่จุดอ่อนคือชิป Snapdragon 8 Gen 5 ที่ยังไม่ใช่รุ่นท็อป ทำให้ประสิทธิภาพไม่โดดเด่นเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับราคาที่ใกล้เคียงคู่แข่งระดับไฮเอนด์ แม้โดยรวมยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความครบเครื่องและอัปเดตยาว 7 ปี 🔗 https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/the-motorola-signature-is-a-stunning-rugged-samsung-galaxy-s25-rival-with-one-unfortunate-weakness 🔐 เตือนภัย! แคมเปญมัลแวร์ใหม่ขโมยแชต AI ผ่านส่วนขยาย Chrome ปลอม นักวิจัยพบส่วนขยาย Chrome ปลอมสองตัวที่มีผู้ใช้รวมเกือบ 900,000 ราย แอบดึงข้อมูลการสนทนากับ AI และ URL ของแท็บทุก 30 นาที ส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม โดยปลอมตัวเป็นส่วนขยายยอดนิยมด้าน AI ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของส่วนขยายที่แม้จะอยู่ในร้านค้าอย่างเป็นทางการก็ยังอาจเป็นอันตรายได้ จึงควรตรวจสอบสิทธิ์และความน่าเชื่อถือก่อนติดตั้งเสมอ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-new-malware-campaign-is-stealing-chat-logs-via-chrome-extensions ⚡ Intel Arc B390: iGPU ตัวเปลี่ยนเกมที่ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาเล่นเกมลื่นระดับสูงได้จริง Intel เปิดตัวชิป Core Ultra series 3 พร้อม iGPU Arc B390 ที่สร้างความประทับใจด้วยประสิทธิภาพการเล่นเกมระดับสูง สามารถรันเกมอย่าง Battlefield 6 และ Dying Light: The Beast ที่ 1080p ด้วยเฟรมเรตสูงเกินคาด แม้ไม่มีการ์ดจอแยก ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาในปี 2026 กลายเป็นตัวเลือกที่เล่นเกมได้จริงจังมากขึ้น และอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาด ultrabook ที่ต้องการทั้งความบางและพลังกราฟิกในตัวเดียว 🔗 https://www.techradar.com/computing/cpu/the-intel-core-ultra-series-3-processors-look-impressive-enough-but-the-arc-b390-igpu-is-the-real-game-changer-here 🎙️ เสียงชัดคือหัวใจของการทำงานร่วมกับ AI — ถ้า AI ฟังคุณไม่ได้ มันก็ช่วยคุณไม่ได้ บทความชี้ให้เห็นว่าในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในที่ทำงาน การมีระบบเสียงที่คมชัดเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ AI ต้องอาศัยเสียงที่ถูกต้องเพื่อประมวลผล ฟังอารมณ์ และตอบสนองได้อย่างแม่นยำ ทั้งในการประชุม การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ และการทำงานร่วมกันระหว่างทีมทั่วโลก องค์กรที่ลงทุนในไมโครโฟนและระบบประมวลผลเสียงคุณภาพสูงจึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร ลดความผิดพลาด และปลดล็อกศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/if-ai-cant-hear-you-it-cant-help-you-why-clear-audio-drives-real-productivity
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 649 มุมมอง 0 รีวิว
  • เลือกโฮสติ้งให้ถูก…อนาคตของงานประมวลผลหนักอยู่ที่ความปลอดภัยและความเสถียร

    การเลือกแพลตฟอร์มโฮสติ้งสำหรับงานประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High‑Performance Applications) ไม่ใช่แค่เรื่อง “สเปกแรง” อีกต่อไป แต่เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อความปลอดภัย ความเสถียร และต้นทุนระยะยาวขององค์กรหรือทีมพัฒนาโดยตรง เนื้อหาในหน้าเว็บชี้ให้เห็นว่าการใช้งาน GPU สำหรับงาน Machine Learning, Simulation, 3D Rendering หรือ Data Processing ทำให้โครงสร้างพื้นฐานกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวผลิตภัณฑ์เอง และการเลือกผิดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายแฝงจำนวนมากในอนาคต

    หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ “ราคาถูกไม่ได้แปลว่าคุ้มค่า” เพราะผู้ให้บริการบางรายลดต้นทุนด้วยการใช้ฮาร์ดแวร์เก่า จำกัดการตั้งค่าระบบ หรือมีนโยบายบิลลิ่งที่ไม่ยืดหยุ่น ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาเมื่อรันงานจริงเป็นเวลานานหรือมีโหลดพุ่งขึ้นแบบไม่คาดคิด การจ่ายแพงขึ้นเล็กน้อยอาจแลกมากับเสถียรภาพที่สูงกว่าและเวลาที่ทีมวิศวกรไม่ต้องเสียไปกับการแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน

    ด้านความปลอดภัยก็เป็นอีกแกนหลักที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการแยกทรัพยากร GPU อย่างเหมาะสม การควบคุม Firewall และการเข้ารหัสข้อมูลทั้งขณะส่งผ่านและขณะจัดเก็บ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ควรมีในทุกแพลตฟอร์มที่รองรับงานข้อมูลสำคัญหรือโมเดลที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ ความสามารถของทีมซัพพอร์ตและความชัดเจนของนโยบาย Uptime ก็เป็นตัวชี้วัดความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการได้อย่างดี

    สุดท้าย การทดสอบจริง (Benchmark + Trial) คือขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ เพราะสเปกบนกระดาษไม่เคยบอกความจริงทั้งหมด การรันโมเดลจริง โหลดข้อมูลจริง และดูพฤติกรรมระบบในสถานการณ์จำลอง จะช่วยให้ทีมตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้นว่าระบบนั้นรองรับงานของตนได้จริงหรือไม่

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ความหมายของต้นทุนที่แท้จริง
    ราคาถูกอาจซ่อนข้อจำกัด เช่น ฮาร์ดแวร์เก่า หรือการตั้งค่าที่ไม่ยืดหยุ่น
    ค่าใช้จ่ายที่แท้จริงคือ “ประสิทธิภาพที่ใช้งานได้จริง” ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนใบเสนอราคา

    ความเสี่ยงจากการเลือกโฮสติ้งราคาต่ำ
    อาจเกิด Downtime บ่อย ทำให้เสียเวลาการทำงาน
    ทีมวิศวกรต้องเสียเวลาแก้ปัญหาแทนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์

    ความปลอดภัยของระบบเป็นหัวใจหลัก
    ควรมีการแยก GPU อย่างเหมาะสมเพื่อป้องกัน Cross‑Tenant Access
    ต้องรองรับ Firewall Rules, การจำกัดพอร์ต และการเข้ารหัสข้อมูล

    ความเสี่ยงด้านข้อมูล
    หากไม่มีการเข้ารหัส อาจเสี่ยงต่อการรั่วไหลของโมเดลหรือข้อมูลสำคัญ
    การตั้งค่าความปลอดภัยที่ไม่ดีอาจเปิดช่องให้ถูกโจมตีทางเครือข่าย

    ความเสถียรและคุณภาพการซัพพอร์ต
    ผู้ให้บริการที่ดีควรมีนโยบาย Uptime ชัดเจน
    ทีมซัพพอร์ตที่ตอบเร็วช่วยลดผลกระทบจากเหตุขัดข้อง

    ความเสี่ยงจากซัพพอร์ตที่ไม่พร้อม
    ปัญหาเล็กอาจกลายเป็นวิกฤตหากไม่มีผู้ช่วยเหลือทันที
    การขาดเอกสารหรือ Knowledge Base ทำให้แก้ปัญหาได้ช้าลง

    ความยืดหยุ่นของสถาปัตยกรรม
    รองรับทั้ง Vertical Scaling และ Horizontal Scaling
    ควรให้สิทธิ์ Root Access และรองรับ Custom Drivers

    ความเสี่ยงจากระบบที่ขยายไม่ได้
    เมื่อโหลดเพิ่มขึ้น อาจต้องย้ายระบบใหม่ทั้งหมด
    ทำให้เสียเวลาและต้นทุนสูงขึ้นในระยะยาว

    ความสำคัญของการทดสอบจริง
    Benchmark ช่วยเปิดเผยปัญหาที่สเปกบนกระดาษไม่เคยบอก
    การทดสอบด้วยโมเดลจริงช่วยประเมินเสถียรภาพภายใต้โหลดจริง

    ความเสี่ยงหากไม่ทดสอบก่อนใช้งานจริง
    อาจเจอปัญหาคอขวดหลัง Deploy
    ทำให้ต้องแก้ไขระบบใหม่ทั้งชุดในภายหลัง

    https://securityonline.info/how-to-select-a-secure-hosting-platform-for-high-performance-applications/
    ⚙️ เลือกโฮสติ้งให้ถูก…อนาคตของงานประมวลผลหนักอยู่ที่ความปลอดภัยและความเสถียร การเลือกแพลตฟอร์มโฮสติ้งสำหรับงานประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High‑Performance Applications) ไม่ใช่แค่เรื่อง “สเปกแรง” อีกต่อไป แต่เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อความปลอดภัย ความเสถียร และต้นทุนระยะยาวขององค์กรหรือทีมพัฒนาโดยตรง เนื้อหาในหน้าเว็บชี้ให้เห็นว่าการใช้งาน GPU สำหรับงาน Machine Learning, Simulation, 3D Rendering หรือ Data Processing ทำให้โครงสร้างพื้นฐานกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวผลิตภัณฑ์เอง และการเลือกผิดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายแฝงจำนวนมากในอนาคต หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ “ราคาถูกไม่ได้แปลว่าคุ้มค่า” เพราะผู้ให้บริการบางรายลดต้นทุนด้วยการใช้ฮาร์ดแวร์เก่า จำกัดการตั้งค่าระบบ หรือมีนโยบายบิลลิ่งที่ไม่ยืดหยุ่น ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาเมื่อรันงานจริงเป็นเวลานานหรือมีโหลดพุ่งขึ้นแบบไม่คาดคิด การจ่ายแพงขึ้นเล็กน้อยอาจแลกมากับเสถียรภาพที่สูงกว่าและเวลาที่ทีมวิศวกรไม่ต้องเสียไปกับการแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านความปลอดภัยก็เป็นอีกแกนหลักที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการแยกทรัพยากร GPU อย่างเหมาะสม การควบคุม Firewall และการเข้ารหัสข้อมูลทั้งขณะส่งผ่านและขณะจัดเก็บ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ควรมีในทุกแพลตฟอร์มที่รองรับงานข้อมูลสำคัญหรือโมเดลที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ ความสามารถของทีมซัพพอร์ตและความชัดเจนของนโยบาย Uptime ก็เป็นตัวชี้วัดความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการได้อย่างดี สุดท้าย การทดสอบจริง (Benchmark + Trial) คือขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ เพราะสเปกบนกระดาษไม่เคยบอกความจริงทั้งหมด การรันโมเดลจริง โหลดข้อมูลจริง และดูพฤติกรรมระบบในสถานการณ์จำลอง จะช่วยให้ทีมตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้นว่าระบบนั้นรองรับงานของตนได้จริงหรือไม่ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ความหมายของต้นทุนที่แท้จริง ➡️ ราคาถูกอาจซ่อนข้อจำกัด เช่น ฮาร์ดแวร์เก่า หรือการตั้งค่าที่ไม่ยืดหยุ่น ➡️ ค่าใช้จ่ายที่แท้จริงคือ “ประสิทธิภาพที่ใช้งานได้จริง” ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนใบเสนอราคา ‼️ ความเสี่ยงจากการเลือกโฮสติ้งราคาต่ำ ⛔ อาจเกิด Downtime บ่อย ทำให้เสียเวลาการทำงาน ⛔ ทีมวิศวกรต้องเสียเวลาแก้ปัญหาแทนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ ✅ ความปลอดภัยของระบบเป็นหัวใจหลัก ➡️ ควรมีการแยก GPU อย่างเหมาะสมเพื่อป้องกัน Cross‑Tenant Access ➡️ ต้องรองรับ Firewall Rules, การจำกัดพอร์ต และการเข้ารหัสข้อมูล ‼️ ความเสี่ยงด้านข้อมูล ⛔ หากไม่มีการเข้ารหัส อาจเสี่ยงต่อการรั่วไหลของโมเดลหรือข้อมูลสำคัญ ⛔ การตั้งค่าความปลอดภัยที่ไม่ดีอาจเปิดช่องให้ถูกโจมตีทางเครือข่าย ✅ ความเสถียรและคุณภาพการซัพพอร์ต ➡️ ผู้ให้บริการที่ดีควรมีนโยบาย Uptime ชัดเจน ➡️ ทีมซัพพอร์ตที่ตอบเร็วช่วยลดผลกระทบจากเหตุขัดข้อง ‼️ ความเสี่ยงจากซัพพอร์ตที่ไม่พร้อม ⛔ ปัญหาเล็กอาจกลายเป็นวิกฤตหากไม่มีผู้ช่วยเหลือทันที ⛔ การขาดเอกสารหรือ Knowledge Base ทำให้แก้ปัญหาได้ช้าลง ✅ ความยืดหยุ่นของสถาปัตยกรรม ➡️ รองรับทั้ง Vertical Scaling และ Horizontal Scaling ➡️ ควรให้สิทธิ์ Root Access และรองรับ Custom Drivers ‼️ ความเสี่ยงจากระบบที่ขยายไม่ได้ ⛔ เมื่อโหลดเพิ่มขึ้น อาจต้องย้ายระบบใหม่ทั้งหมด ⛔ ทำให้เสียเวลาและต้นทุนสูงขึ้นในระยะยาว ✅ ความสำคัญของการทดสอบจริง ➡️ Benchmark ช่วยเปิดเผยปัญหาที่สเปกบนกระดาษไม่เคยบอก ➡️ การทดสอบด้วยโมเดลจริงช่วยประเมินเสถียรภาพภายใต้โหลดจริง ‼️ ความเสี่ยงหากไม่ทดสอบก่อนใช้งานจริง ⛔ อาจเจอปัญหาคอขวดหลัง Deploy ⛔ ทำให้ต้องแก้ไขระบบใหม่ทั้งชุดในภายหลัง https://securityonline.info/how-to-select-a-secure-hosting-platform-for-high-performance-applications/
    SECURITYONLINE.INFO
    How to select a secure hosting platform for high-performance applications
    Choosing a hosting platform for high-performance applications is rarely a simple technical decision. When projects rely on GPUs
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 223 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts