• The lover
    #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    The lover #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 26 มุมมอง 0 รีวิว
  • The Lover
    #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    The Lover #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 42 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผลสำรวจจาก Pluralsight พบว่า 77% ของพนักงานยอมรับว่าพวกเขาแกล้งทำเป็นรู้เรื่อง AI มากกว่าความเป็นจริง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการนำ AI มาใช้ในองค์กร โดยเฉพาะในช่วงที่ 86% ของธุรกิจในสหราชอาณาจักรกำลังใช้งานหรือวางแผนใช้ AI

    ✅ 91% ของคนทำงานด้านเทคโนโลยีในสหราชอาณาจักรอ้างว่ามีความเข้าใจ AI แต่ 77% ยอมรับว่าไม่รู้จริง
    - หลายคนใช้ AI แต่ไม่เข้าใจหลักการหรือข้อจำกัดของมัน
    - ส่งผลให้การใช้ AI ขาดประสิทธิภาพและอาจสร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

    ✅ สองในสามของพนักงาน (59%) มองว่า AI เป็นเครื่องมือที่ทำให้คนขี้เกียจ
    - ในระดับผู้บริหาร (C-suite) มุมมองนี้เพิ่มขึ้นเป็น 73%
    - ทำให้บางคน หลีกเลี่ยงการใช้ AI ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน เพราะกลัวถูกมองว่าไม่มีประสิทธิภาพ

    ✅ 93% ของพนักงานกังวลว่า AI อาจทำให้พวกเขาตกงาน
    - แม้ว่าจะมีความกลัวเรื่องการถูกแทนที่ แต่ 44% ของบริษัทกลับเพิ่มตำแหน่งงานใหม่เพราะ AI
    - 87% ขององค์กร อาจต้องจ้างงานหรือว่าจ้างภายนอกเพื่อเติมเต็มช่องว่างทักษะ AI

    ✅ บริษัทให้ความสำคัญกับทักษะ AI ในการจ้างงานมากขึ้น
    - 94% ของบริษัทให้ความสำคัญกับ AI ในการเลือกพนักงาน
    - มีเพียง 6% เท่านั้นที่ไม่พิจารณาทักษะ AI ในกระบวนการสรรหา

    ✅ Pluralsight แนะนำให้พนักงานมุ่งเน้นการเรียนรู้แทนที่จะต่อต้าน AI
    - "แทนที่จะกลัว AI แทนที่งาน การเรียนรู้ทักษะ AI จะช่วยให้พนักงานมีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตของการทำงาน"

    https://www.techradar.com/pro/most-workers-are-greatly-overestimating-their-ai-skills
    ผลสำรวจจาก Pluralsight พบว่า 77% ของพนักงานยอมรับว่าพวกเขาแกล้งทำเป็นรู้เรื่อง AI มากกว่าความเป็นจริง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการนำ AI มาใช้ในองค์กร โดยเฉพาะในช่วงที่ 86% ของธุรกิจในสหราชอาณาจักรกำลังใช้งานหรือวางแผนใช้ AI ✅ 91% ของคนทำงานด้านเทคโนโลยีในสหราชอาณาจักรอ้างว่ามีความเข้าใจ AI แต่ 77% ยอมรับว่าไม่รู้จริง - หลายคนใช้ AI แต่ไม่เข้าใจหลักการหรือข้อจำกัดของมัน - ส่งผลให้การใช้ AI ขาดประสิทธิภาพและอาจสร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ✅ สองในสามของพนักงาน (59%) มองว่า AI เป็นเครื่องมือที่ทำให้คนขี้เกียจ - ในระดับผู้บริหาร (C-suite) มุมมองนี้เพิ่มขึ้นเป็น 73% - ทำให้บางคน หลีกเลี่ยงการใช้ AI ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน เพราะกลัวถูกมองว่าไม่มีประสิทธิภาพ ✅ 93% ของพนักงานกังวลว่า AI อาจทำให้พวกเขาตกงาน - แม้ว่าจะมีความกลัวเรื่องการถูกแทนที่ แต่ 44% ของบริษัทกลับเพิ่มตำแหน่งงานใหม่เพราะ AI - 87% ขององค์กร อาจต้องจ้างงานหรือว่าจ้างภายนอกเพื่อเติมเต็มช่องว่างทักษะ AI ✅ บริษัทให้ความสำคัญกับทักษะ AI ในการจ้างงานมากขึ้น - 94% ของบริษัทให้ความสำคัญกับ AI ในการเลือกพนักงาน - มีเพียง 6% เท่านั้นที่ไม่พิจารณาทักษะ AI ในกระบวนการสรรหา ✅ Pluralsight แนะนำให้พนักงานมุ่งเน้นการเรียนรู้แทนที่จะต่อต้าน AI - "แทนที่จะกลัว AI แทนที่งาน การเรียนรู้ทักษะ AI จะช่วยให้พนักงานมีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตของการทำงาน" https://www.techradar.com/pro/most-workers-are-greatly-overestimating-their-ai-skills
    WWW.TECHRADAR.COM
    Most workers are greatly overestimating their AI skills
    Workers say they’re more au fait with AI than they really are
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 82 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel นำแคมเปญ "Intel Inside" กลับมาอีกครั้งในรูปแบบใหม่ ที่เน้นการเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ แทนที่จะเน้นแค่ชิปโปรเซสเซอร์ แคมเปญเดิมจากปี 1991 เคยช่วยให้ Intel กลายเป็นแบรนด์ระดับโลก และปัจจุบันบริษัทต้องปรับตัวเพื่อแข่งขันกับ AMD รวมถึงเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ ๆ การรีแบรนด์นี้สะท้อนให้เห็นว่า Intel ไม่ใช่แค่แบรนด์ฮาร์ดแวร์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของโลก ICT

    ✅ แคมเปญ Intel Inside เคยปฏิวัติการตลาดของชิปในปี 1991
    - ก่อนหน้าปี 1991 ผู้ผลิตชิปมักโปรโมทผลิตภัณฑ์ให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์โดยตรง
    - Intel เปลี่ยนเกมด้วยการ สื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรง ทำให้ผู้ใช้ตระหนักถึงบทบาทของโปรเซสเซอร์

    ✅ บทบาทของ Intel Inside เปลี่ยนไปตามยุคสมัย
    - ในยุค 90s Intel Inside เป็นจุดเด่นของ Pentium และ Celeron ที่กำหนดมาตรฐานตลาดพีซี
    - ในยุค 2000s แคมเปญนี้ช่วย ขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม Centrino และ Core Series
    - ปัจจุบัน Intel ขยายแนวคิดจาก ประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์ไปสู่การเชื่อมโยงชีวิตประจำวัน

    ✅ Brett Hannath (CMO ของ Intel) ชี้แจงแนวคิดเบื้องหลังแคมเปญใหม่
    - Intel ต้องการแสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีของตนช่วยเปิดโอกาสให้กับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็น พนักงาน, นักเรียน, นักพัฒนา หรือองค์กร
    - การสื่อสารนี้ช่วยให้แบรนด์ Intel มีอิทธิพลต่อชีวิตมากกว่าการเป็นผู้ผลิตชิปเพียงอย่างเดียว

    ✅ Intel เผชิญการแข่งขันจาก AMD ที่มีการรับรู้แบรนด์แข็งแกร่งขึ้น
    - ในอดีต Intel Inside ช่วยให้ Intel เป็นผู้นำในตลาด แต่ปัจจุบัน AMD มีความแข็งแกร่งมากขึ้น
    - การรีแบรนด์ครั้งนี้อาจเป็นกลยุทธ์ เพื่อรักษาความได้เปรียบ และปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัย

    ✅ อุตสาหกรรม ICT มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังยุคพีซี
    - จากเดิมที่ Intel โดดเด่นในตลาด พีซีและแล็ปท็อป ปัจจุบันบริษัทต้องขยายอิทธิพลไปสู่ AI, Data Centers และอุปกรณ์ IoT
    - การรีแบรนด์ครั้งนี้เน้นให้เห็นว่า Intel เป็นส่วนสำคัญของเทคโนโลยีรอบตัวเรา ไม่ใช่แค่ชิปในคอมพิวเตอร์

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/intel-refreshes-iconic-brand-with-thats-the-power-of-intel-inside-campaign
    Intel นำแคมเปญ "Intel Inside" กลับมาอีกครั้งในรูปแบบใหม่ ที่เน้นการเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ แทนที่จะเน้นแค่ชิปโปรเซสเซอร์ แคมเปญเดิมจากปี 1991 เคยช่วยให้ Intel กลายเป็นแบรนด์ระดับโลก และปัจจุบันบริษัทต้องปรับตัวเพื่อแข่งขันกับ AMD รวมถึงเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ ๆ การรีแบรนด์นี้สะท้อนให้เห็นว่า Intel ไม่ใช่แค่แบรนด์ฮาร์ดแวร์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของโลก ICT ✅ แคมเปญ Intel Inside เคยปฏิวัติการตลาดของชิปในปี 1991 - ก่อนหน้าปี 1991 ผู้ผลิตชิปมักโปรโมทผลิตภัณฑ์ให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์โดยตรง - Intel เปลี่ยนเกมด้วยการ สื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรง ทำให้ผู้ใช้ตระหนักถึงบทบาทของโปรเซสเซอร์ ✅ บทบาทของ Intel Inside เปลี่ยนไปตามยุคสมัย - ในยุค 90s Intel Inside เป็นจุดเด่นของ Pentium และ Celeron ที่กำหนดมาตรฐานตลาดพีซี - ในยุค 2000s แคมเปญนี้ช่วย ขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม Centrino และ Core Series - ปัจจุบัน Intel ขยายแนวคิดจาก ประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์ไปสู่การเชื่อมโยงชีวิตประจำวัน ✅ Brett Hannath (CMO ของ Intel) ชี้แจงแนวคิดเบื้องหลังแคมเปญใหม่ - Intel ต้องการแสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีของตนช่วยเปิดโอกาสให้กับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็น พนักงาน, นักเรียน, นักพัฒนา หรือองค์กร - การสื่อสารนี้ช่วยให้แบรนด์ Intel มีอิทธิพลต่อชีวิตมากกว่าการเป็นผู้ผลิตชิปเพียงอย่างเดียว ✅ Intel เผชิญการแข่งขันจาก AMD ที่มีการรับรู้แบรนด์แข็งแกร่งขึ้น - ในอดีต Intel Inside ช่วยให้ Intel เป็นผู้นำในตลาด แต่ปัจจุบัน AMD มีความแข็งแกร่งมากขึ้น - การรีแบรนด์ครั้งนี้อาจเป็นกลยุทธ์ เพื่อรักษาความได้เปรียบ และปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัย ✅ อุตสาหกรรม ICT มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังยุคพีซี - จากเดิมที่ Intel โดดเด่นในตลาด พีซีและแล็ปท็อป ปัจจุบันบริษัทต้องขยายอิทธิพลไปสู่ AI, Data Centers และอุปกรณ์ IoT - การรีแบรนด์ครั้งนี้เน้นให้เห็นว่า Intel เป็นส่วนสำคัญของเทคโนโลยีรอบตัวเรา ไม่ใช่แค่ชิปในคอมพิวเตอร์ https://www.tomshardware.com/tech-industry/intel-refreshes-iconic-brand-with-thats-the-power-of-intel-inside-campaign
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 72 มุมมอง 0 รีวิว
  • มิจฉาชีพกำลังใช้ CAPTCHA ปลอมเพื่อหลอกให้ผู้ใช้ติดตั้งมัลแวร์ ซึ่งสามารถขโมยข้อมูลสำคัญหรือเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้ ผู้ใช้มักเจอ CAPTCHA ปลอมจาก โฆษณาหรือเว็บไซต์ที่ถูกแฮก และอาจเผลอรันคำสั่งโดยไม่รู้ตัว วิธีป้องกันคือ หลีกเลี่ยงลิงก์แปลก ๆ และอัปเดตเบราว์เซอร์เพื่อปิดช่องโหว่

    ✅ CAPTCHA ปลอมมักแสดงบนเว็บไซต์ที่ถูกแฮก หรือโฆษณาที่หลอกลวง
    - ผู้ใช้มักเจอ CAPTCHA ปลอมจาก ลิงก์ที่ถูกเจาะระบบ หรือโฆษณาที่ดูไม่น่าไว้ใจ
    - เมื่อทำตามคำแนะนำใน CAPTCHA ปลอม อาจเผลอรันคำสั่งที่ทำให้มัลแวร์ติดตั้งลงบนอุปกรณ์

    ✅ มัลแวร์สามารถขโมยข้อมูลหรือเข้าควบคุมระบบได้
    - บางกรณีมัลแวร์ที่ติดตั้งจาก CAPTCHA ปลอม สามารถดูดข้อมูลบัตรเครดิต รหัสผ่าน หรือแม้แต่เข้าถึงไฟล์ส่วนตัวของผู้ใช้

    ✅ วิธีสังเกต CAPTCHA ปลอมเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตี
    - CAPTCHA ปกติใช้การเลือกภาพหรือลอกข้อความง่าย ๆ หาก CAPTCHA ขอให้ผู้ใช้ทำอะไรที่ซับซ้อนเกินไป อาจเป็นของปลอม
    - หากถูกขอให้ คัดลอกและวางข้อมูลหรือกดรันคำสั่งแปลก ๆ ให้สงสัยไว้ก่อน

    ✅ การป้องกันตัวเองจากการโจมตี CAPTCHA ปลอม
    - อย่ากดลิงก์จากโฆษณาหรือเว็บไซต์ที่ไม่น่าไว้ใจ
    - อัปเดตเบราว์เซอร์ และใช้ ระบบรักษาความปลอดภัยที่เชื่อถือได้
    - หลีกเลี่ยงการทำตามคำสั่ง CAPTCHA ที่ดูผิดปกติ

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/04/watch-out-for-fake-captcha-scams-online
    มิจฉาชีพกำลังใช้ CAPTCHA ปลอมเพื่อหลอกให้ผู้ใช้ติดตั้งมัลแวร์ ซึ่งสามารถขโมยข้อมูลสำคัญหรือเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้ ผู้ใช้มักเจอ CAPTCHA ปลอมจาก โฆษณาหรือเว็บไซต์ที่ถูกแฮก และอาจเผลอรันคำสั่งโดยไม่รู้ตัว วิธีป้องกันคือ หลีกเลี่ยงลิงก์แปลก ๆ และอัปเดตเบราว์เซอร์เพื่อปิดช่องโหว่ ✅ CAPTCHA ปลอมมักแสดงบนเว็บไซต์ที่ถูกแฮก หรือโฆษณาที่หลอกลวง - ผู้ใช้มักเจอ CAPTCHA ปลอมจาก ลิงก์ที่ถูกเจาะระบบ หรือโฆษณาที่ดูไม่น่าไว้ใจ - เมื่อทำตามคำแนะนำใน CAPTCHA ปลอม อาจเผลอรันคำสั่งที่ทำให้มัลแวร์ติดตั้งลงบนอุปกรณ์ ✅ มัลแวร์สามารถขโมยข้อมูลหรือเข้าควบคุมระบบได้ - บางกรณีมัลแวร์ที่ติดตั้งจาก CAPTCHA ปลอม สามารถดูดข้อมูลบัตรเครดิต รหัสผ่าน หรือแม้แต่เข้าถึงไฟล์ส่วนตัวของผู้ใช้ ✅ วิธีสังเกต CAPTCHA ปลอมเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตี - CAPTCHA ปกติใช้การเลือกภาพหรือลอกข้อความง่าย ๆ หาก CAPTCHA ขอให้ผู้ใช้ทำอะไรที่ซับซ้อนเกินไป อาจเป็นของปลอม - หากถูกขอให้ คัดลอกและวางข้อมูลหรือกดรันคำสั่งแปลก ๆ ให้สงสัยไว้ก่อน ✅ การป้องกันตัวเองจากการโจมตี CAPTCHA ปลอม - อย่ากดลิงก์จากโฆษณาหรือเว็บไซต์ที่ไม่น่าไว้ใจ - อัปเดตเบราว์เซอร์ และใช้ ระบบรักษาความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ - หลีกเลี่ยงการทำตามคำสั่ง CAPTCHA ที่ดูผิดปกติ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/04/watch-out-for-fake-captcha-scams-online
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Watch out for fake CAPTCHA scams online
    Not content with deceiving Internet users through phishing campaigns and the creation of increasingly convincing fake websites, cybercriminals are now deploying fake CAPTCHAs, the automated tests designed to verify that you're "not a robot" when you visit a website.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 43 มุมมอง 0 รีวิว
  • ธนาคารกลางบราซิลเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ Pix Installments ที่ช่วยให้ผู้ใช้แบ่งจ่ายค่าธุรกรรมเป็นงวด ขณะที่ ผู้ขายได้รับเงินเต็มจำนวนทันที ฟีเจอร์นี้อาจทำให้ บัตรเครดิตสูญเสียความได้เปรียบในตลาด โดยเฉพาะกับประชาชนที่ไม่มีบัตรเครดิต นอกจากนี้ ในปี 2026 ธนาคารกลางมีแผนให้ธุรกิจ ใช้ยอดเงินจาก Pix เป็นหลักประกันสินเชื่อ เพื่อช่วยลดต้นทุนการกู้เงิน

    ✅ Pix Parcelado—ช่วยให้ผู้ใช้สามารถผ่อนชำระได้
    - ผู้ซื้อสามารถเลือกแบ่งจ่ายเป็นงวด ในขณะที่ ผู้ขายจะได้รับเงินเต็มจำนวนทันที
    - ไม่มีรายละเอียดด้านค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขของฟีเจอร์นี้ในตอนนี้ แต่คาดว่าจะช่วยเพิ่มการใช้งาน Pix ในการซื้อสินค้าราคาแพง

    ✅ ตลาดบัตรเครดิตอาจได้รับผลกระทบ
    - การแบ่งจ่ายเป็นงวดถือเป็นข้อดีสำคัญของบัตรเครดิต แต่ตอนนี้ Pix กำลังเข้ามาแข่งขันโดยตรง
    - Pix เป็น ระบบชำระเงินที่เติบโตเร็วที่สุดในบราซิล นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2020

    ✅ ธนาคารกลางบราซิลมีแผนเพิ่มฟีเจอร์สินเชื่ออีกในปี 2026
    - ผู้ค้าจะสามารถใช้ ยอดเงินที่คาดว่าจะได้รับจากธุรกรรม Pix เป็นหลักประกันเงินกู้
    - แนวทางนี้อาจช่วยให้ธุรกิจที่พึ่งพา Pix ลดต้นทุนในการกู้เงิน

    ✅ ธนาคารกลางระบุว่าฟีเจอร์นี้ต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อน
    - การเพิ่มระบบแบ่งจ่ายต้องมี การปรับปรุงแพลตฟอร์ม Pix อย่างมาก
    - อย่างไรก็ตาม การใช้งานทั่วไปของ Pix จะไม่เปลี่ยนไป

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/04/brazil-central-bank-to-launch-pix-installment-feature-in-september
    ธนาคารกลางบราซิลเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ Pix Installments ที่ช่วยให้ผู้ใช้แบ่งจ่ายค่าธุรกรรมเป็นงวด ขณะที่ ผู้ขายได้รับเงินเต็มจำนวนทันที ฟีเจอร์นี้อาจทำให้ บัตรเครดิตสูญเสียความได้เปรียบในตลาด โดยเฉพาะกับประชาชนที่ไม่มีบัตรเครดิต นอกจากนี้ ในปี 2026 ธนาคารกลางมีแผนให้ธุรกิจ ใช้ยอดเงินจาก Pix เป็นหลักประกันสินเชื่อ เพื่อช่วยลดต้นทุนการกู้เงิน ✅ Pix Parcelado—ช่วยให้ผู้ใช้สามารถผ่อนชำระได้ - ผู้ซื้อสามารถเลือกแบ่งจ่ายเป็นงวด ในขณะที่ ผู้ขายจะได้รับเงินเต็มจำนวนทันที - ไม่มีรายละเอียดด้านค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขของฟีเจอร์นี้ในตอนนี้ แต่คาดว่าจะช่วยเพิ่มการใช้งาน Pix ในการซื้อสินค้าราคาแพง ✅ ตลาดบัตรเครดิตอาจได้รับผลกระทบ - การแบ่งจ่ายเป็นงวดถือเป็นข้อดีสำคัญของบัตรเครดิต แต่ตอนนี้ Pix กำลังเข้ามาแข่งขันโดยตรง - Pix เป็น ระบบชำระเงินที่เติบโตเร็วที่สุดในบราซิล นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2020 ✅ ธนาคารกลางบราซิลมีแผนเพิ่มฟีเจอร์สินเชื่ออีกในปี 2026 - ผู้ค้าจะสามารถใช้ ยอดเงินที่คาดว่าจะได้รับจากธุรกรรม Pix เป็นหลักประกันเงินกู้ - แนวทางนี้อาจช่วยให้ธุรกิจที่พึ่งพา Pix ลดต้นทุนในการกู้เงิน ✅ ธนาคารกลางระบุว่าฟีเจอร์นี้ต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อน - การเพิ่มระบบแบ่งจ่ายต้องมี การปรับปรุงแพลตฟอร์ม Pix อย่างมาก - อย่างไรก็ตาม การใช้งานทั่วไปของ Pix จะไม่เปลี่ยนไป https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/04/brazil-central-bank-to-launch-pix-installment-feature-in-september
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Brazil central bank to launch Pix installment feature in September
    BRASILIA (Reuters) - Brazil's central bank said on Thursday that a new feature allowing users to pay for transactions in installments through its widely popular instant payment system, Pix, is set to become available in September.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 39 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel และ TSMC บรรลุข้อตกลงร่วมทุน โดย TSMC ถือหุ้น 20% ในบริษัทใหม่ที่บริหารโรงงานของ Intel ในสหรัฐฯ ทำเนียบขาวผลักดันให้เกิดข้อตกลงนี้เพื่อช่วยให้ Intel กลับมาแข็งแกร่งในตลาด ขณะที่ TSMC วางแผนลงทุน $100 พันล้านสร้างโรงงานเพิ่มอีก 5 แห่งในสหรัฐฯ ข้อตกลงนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการพลิกฟื้นอุตสาหกรรมชิปในอเมริกา

    ✅ รัฐบาลสหรัฐฯ กดดันให้ Intel และ TSMC ตกลงร่วมทุน
    - ทำเนียบขาวและกระทรวงพาณิชย์ ผลักดันให้เกิดความร่วมมือครั้งนี้
    - ความร่วมมือนี้จะช่วยให้ Intel ฟื้นตัวจากวิกฤติ และแข่งขันกับผู้ผลิตชิปรายอื่นได้ดีขึ้น

    ✅ TSMC เคยเสนอให้ Nvidia, AMD และ Broadcom เข้าร่วมโครงการนี้
    - มีรายงานว่า TSMC เคยเชิญบริษัทชั้นนำเข้าร่วมถือหุ้นในโรงงานของ Intel แต่ไม่มีข้อตกลงเกิดขึ้น
    - ข้อตกลงนี้จึงถือเป็นการจับมือกันระหว่างผู้ผลิตชิปอันดับต้น ๆ ของโลก

    ✅ Intel กำลังเผชิญปัญหาหลังพลาดโอกาสในยุค AI
    - Intel มุ่งเน้นพัฒนาโรงงานผลิตชิปของตัวเองมาหลายปี แต่ ไม่สามารถให้บริการลูกค้าได้ดีเท่า TSMC
    - ส่งผลให้ เกิดความล่าช้าและการทดสอบล้มเหลว จนทำให้บริษัทขาดทุน

    ✅ Lip-Bu Tan ถูกแต่งตั้งเป็น CEO เพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์ของ Intel
    - เขาเป็นอดีตสมาชิกบอร์ดและผู้เชี่ยวชาญในวงการชิป ซึ่งอาจช่วยให้ Intel กลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง

    ✅ TSMC วางแผนลงทุน $100 พันล้านในสหรัฐฯ
    - การลงทุนนี้รวมถึงการสร้าง โรงงานผลิตชิป 5 แห่งเพิ่มเติม ซึ่งอาจช่วยเร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมชิปในอเมริกา

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/04/intel-tsmc-tentatively-agree-to-form-chipmaking-joint-venture-information-reports
    Intel และ TSMC บรรลุข้อตกลงร่วมทุน โดย TSMC ถือหุ้น 20% ในบริษัทใหม่ที่บริหารโรงงานของ Intel ในสหรัฐฯ ทำเนียบขาวผลักดันให้เกิดข้อตกลงนี้เพื่อช่วยให้ Intel กลับมาแข็งแกร่งในตลาด ขณะที่ TSMC วางแผนลงทุน $100 พันล้านสร้างโรงงานเพิ่มอีก 5 แห่งในสหรัฐฯ ข้อตกลงนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการพลิกฟื้นอุตสาหกรรมชิปในอเมริกา ✅ รัฐบาลสหรัฐฯ กดดันให้ Intel และ TSMC ตกลงร่วมทุน - ทำเนียบขาวและกระทรวงพาณิชย์ ผลักดันให้เกิดความร่วมมือครั้งนี้ - ความร่วมมือนี้จะช่วยให้ Intel ฟื้นตัวจากวิกฤติ และแข่งขันกับผู้ผลิตชิปรายอื่นได้ดีขึ้น ✅ TSMC เคยเสนอให้ Nvidia, AMD และ Broadcom เข้าร่วมโครงการนี้ - มีรายงานว่า TSMC เคยเชิญบริษัทชั้นนำเข้าร่วมถือหุ้นในโรงงานของ Intel แต่ไม่มีข้อตกลงเกิดขึ้น - ข้อตกลงนี้จึงถือเป็นการจับมือกันระหว่างผู้ผลิตชิปอันดับต้น ๆ ของโลก ✅ Intel กำลังเผชิญปัญหาหลังพลาดโอกาสในยุค AI - Intel มุ่งเน้นพัฒนาโรงงานผลิตชิปของตัวเองมาหลายปี แต่ ไม่สามารถให้บริการลูกค้าได้ดีเท่า TSMC - ส่งผลให้ เกิดความล่าช้าและการทดสอบล้มเหลว จนทำให้บริษัทขาดทุน ✅ Lip-Bu Tan ถูกแต่งตั้งเป็น CEO เพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์ของ Intel - เขาเป็นอดีตสมาชิกบอร์ดและผู้เชี่ยวชาญในวงการชิป ซึ่งอาจช่วยให้ Intel กลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง ✅ TSMC วางแผนลงทุน $100 พันล้านในสหรัฐฯ - การลงทุนนี้รวมถึงการสร้าง โรงงานผลิตชิป 5 แห่งเพิ่มเติม ซึ่งอาจช่วยเร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมชิปในอเมริกา https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/04/intel-tsmc-tentatively-agree-to-form-chipmaking-joint-venture-information-reports
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Intel, TSMC tentatively agree to form chipmaking joint venture, Information reports
    (Reuters) - Intel and Taiwan Semiconductor Manufacturing Co have reached a preliminary agreement to form a joint venture to operate the U.S. chipmaker's factories, the Information reported on Thursday, citing two people involved in the discussions.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 63 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักลงทุนคริปโตกำลังผลักดันให้สภาคองเกรสอนุญาตให้ Stablecoins จ่ายดอกเบี้ย เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมเติบโต นักลงทุนมองว่า นี่จะทำให้คริปโตสามารถแข่งขันกับระบบธนาคารได้โดยตรง ขณะที่ฝ่ายคัดค้านเตือนว่า อาจทำให้เงินฝากไหลออกจากธนาคารและสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ ขณะนี้มีร่างกฎหมาย Stablecoins ที่กำลังพิจารณาในสภา และฝ่ายสนับสนุนยังคงผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงก่อนการผ่านกฎหมาย

    ✅ Stablecoins มีโอกาสสร้างระบบการเงินที่รวดเร็วขึ้น
    - Stablecoins เช่น USDT และ USDC มีบทบาทสำคัญในการทำธุรกรรมคริปโต
    - นักลงทุนบางส่วนมองว่า หากสามารถจ่ายดอกเบี้ยได้ อาจช่วยให้ Stablecoins กลายเป็นเครื่องมือการชำระเงินหลัก

    ✅ Coinbase และ Solidus Labs หนุนให้จ่ายดอกเบี้ย
    - CEO Brian Armstrong ของ Coinbase กล่าวว่า รัฐบาลไม่ควรเลือกปฏิบัติต่ออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง
    - Chen Arad จาก Solidus Labs เห็นว่าผู้ให้บริการ Stablecoins ควรสามารถแบ่งปันผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่พวกเขาถือครองได้

    ✅ ฝ่ายคัดค้านเตือนว่าส่งผลกระทบต่อระบบธนาคาร
    - นักวิจัยและนักเศรษฐศาสตร์บางคนเตือนว่า Stablecoins ที่สามารถจ่ายดอกเบี้ยอาจทำให้เงินฝากไหลออกจากธนาคารแบบดั้งเดิม
    - Arthur Wilmarth จากมหาวิทยาลัย George Washington ระบุว่านี่อาจเป็น "ภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมธนาคารโดยตรง"

    ✅ ความเคลื่อนไหวทางกฎหมายในสภาคองเกรส
    - ร่างกฎหมายของ สภาผู้แทนราษฎร ห้าม Stablecoins จ่ายดอกเบี้ย แต่ร่างของ วุฒิสภา ยังมีจุดที่ไม่ชัดเจน
    - ฝ่ายสนับสนุนกำลังผลักดันให้ สภาคองเกรสเพิ่มข้อกำหนดอนุญาตการจ่ายดอกเบี้ยในร่างกฎหมายฉบับสุดท้าย

    ✅ อุตสาหกรรมคริปโตมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นในวอชิงตัน
    - กลุ่มผู้สนับสนุนคริปโต ใช้เงินกว่า $119 ล้าน ในการสนับสนุนผู้สมัครที่สนับสนุนคริปโต ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา
    - มีข่าวว่าทำเนียบขาวต้องการให้ร่างกฎหมาย Stablecoin ผ่านภายในเดือนสิงหาคม 2025

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/03/crypto-execs-ask-congress-to-let-stablecoins-pay-interest-as-bill-set-to-advance
    นักลงทุนคริปโตกำลังผลักดันให้สภาคองเกรสอนุญาตให้ Stablecoins จ่ายดอกเบี้ย เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมเติบโต นักลงทุนมองว่า นี่จะทำให้คริปโตสามารถแข่งขันกับระบบธนาคารได้โดยตรง ขณะที่ฝ่ายคัดค้านเตือนว่า อาจทำให้เงินฝากไหลออกจากธนาคารและสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ ขณะนี้มีร่างกฎหมาย Stablecoins ที่กำลังพิจารณาในสภา และฝ่ายสนับสนุนยังคงผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงก่อนการผ่านกฎหมาย ✅ Stablecoins มีโอกาสสร้างระบบการเงินที่รวดเร็วขึ้น - Stablecoins เช่น USDT และ USDC มีบทบาทสำคัญในการทำธุรกรรมคริปโต - นักลงทุนบางส่วนมองว่า หากสามารถจ่ายดอกเบี้ยได้ อาจช่วยให้ Stablecoins กลายเป็นเครื่องมือการชำระเงินหลัก ✅ Coinbase และ Solidus Labs หนุนให้จ่ายดอกเบี้ย - CEO Brian Armstrong ของ Coinbase กล่าวว่า รัฐบาลไม่ควรเลือกปฏิบัติต่ออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง - Chen Arad จาก Solidus Labs เห็นว่าผู้ให้บริการ Stablecoins ควรสามารถแบ่งปันผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่พวกเขาถือครองได้ ✅ ฝ่ายคัดค้านเตือนว่าส่งผลกระทบต่อระบบธนาคาร - นักวิจัยและนักเศรษฐศาสตร์บางคนเตือนว่า Stablecoins ที่สามารถจ่ายดอกเบี้ยอาจทำให้เงินฝากไหลออกจากธนาคารแบบดั้งเดิม - Arthur Wilmarth จากมหาวิทยาลัย George Washington ระบุว่านี่อาจเป็น "ภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมธนาคารโดยตรง" ✅ ความเคลื่อนไหวทางกฎหมายในสภาคองเกรส - ร่างกฎหมายของ สภาผู้แทนราษฎร ห้าม Stablecoins จ่ายดอกเบี้ย แต่ร่างของ วุฒิสภา ยังมีจุดที่ไม่ชัดเจน - ฝ่ายสนับสนุนกำลังผลักดันให้ สภาคองเกรสเพิ่มข้อกำหนดอนุญาตการจ่ายดอกเบี้ยในร่างกฎหมายฉบับสุดท้าย ✅ อุตสาหกรรมคริปโตมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นในวอชิงตัน - กลุ่มผู้สนับสนุนคริปโต ใช้เงินกว่า $119 ล้าน ในการสนับสนุนผู้สมัครที่สนับสนุนคริปโต ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา - มีข่าวว่าทำเนียบขาวต้องการให้ร่างกฎหมาย Stablecoin ผ่านภายในเดือนสิงหาคม 2025 https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/03/crypto-execs-ask-congress-to-let-stablecoins-pay-interest-as-bill-set-to-advance
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Crypto execs ask Congress to let stablecoins pay interest as bill set to advance
    (Reuters) - Some influential cryptocurrency executives are making a last-minute pitch to Congress to allow interest to be paid on U.S. dollar-pegged tokens as part of popular legislation establishing a regulatory framework for stablecoins.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 70 มุมมอง 0 รีวิว
  • แม้ AI ข้อมูลบิดเบือนจะไม่พลิกผลเลือกตั้งปี 2024 แต่ภัยคุกคามของมันยังคงอยู่และกำลังพัฒนา แฮกเกอร์ใช้ AI ไม่เพียงแค่สร้างข่าวปลอม แต่ยังช่วยซ่อนร่องรอยในระบบไซเบอร์ ดีพเฟกเสียงและเอกสารปลอมถูกนำมาใช้เพื่อเจาะระบบความปลอดภัยขององค์กร และทำให้การตรวจจับการโจมตียากขึ้น ภัยคุกคามนี้ยังคงขยายตัว และองค์กรต้องปรับกลยุทธ์รับมือโดยเร็ว

    ✅ AI กำลังถูกนำมาใช้โจมตีองค์กรและโครงสร้างพื้นฐาน
    - จากเดิมที่ใช้เพื่อชักจูงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง AI ข้อมูลบิดเบือนถูกนำไปใช้ในการโจมตีองค์กรและซัพพลายเชน
    - ภัยคุกคามไซเบอร์รูปแบบใหม่ เช่น AI-generated phishing และการปลอมตัวเป็นผู้บริหาร กำลังเพิ่มขึ้น

    ✅ ภัยคุกคาม AI ไม่ได้จบลง แค่กำลังปรับตัว
    - แม้จะมีมาตรการตอบโต้ เช่น การตรวจจับดีพเฟกและการกำกับดูแลจากยุโรป
    - แต่ผู้ไม่หวังดี กำลังพัฒนา AI นอกระบบตรวจสอบ และใช้เครื่องมือที่หลบเลี่ยงการตรวจจับ

    ✅ AI ช่วยให้แฮกเกอร์ซ่อนร่องรอยได้ดีขึ้น
    - แฮกเกอร์สามารถ สร้างข้อมูลเท็จภายในเครือข่ายที่ถูกโจมตี ทำให้ผู้เชี่ยวชาญไซเบอร์หลงทาง
    - บางกลุ่มใช้ AI-generated logs และการปลอมแปลงหลักฐานดิจิทัล เพื่อบิดเบือนการตรวจสอบ

    ✅ องค์กรต้องปรับกลยุทธ์รับมือภัยคุกคาม AI
    - ต้องพัฒนา เทคนิคใหม่ในการตรวจจับความผิดปกติของข้อมูล
    - ระบบยืนยันตัวตนแบบเดิม เช่นการสแกนเสียงและวิดีโอ อาจไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

    https://www.csoonline.com/article/3852770/ai-disinformation-didnt-upend-2024-elections-but-the-threat-is-very-real.html
    แม้ AI ข้อมูลบิดเบือนจะไม่พลิกผลเลือกตั้งปี 2024 แต่ภัยคุกคามของมันยังคงอยู่และกำลังพัฒนา แฮกเกอร์ใช้ AI ไม่เพียงแค่สร้างข่าวปลอม แต่ยังช่วยซ่อนร่องรอยในระบบไซเบอร์ ดีพเฟกเสียงและเอกสารปลอมถูกนำมาใช้เพื่อเจาะระบบความปลอดภัยขององค์กร และทำให้การตรวจจับการโจมตียากขึ้น ภัยคุกคามนี้ยังคงขยายตัว และองค์กรต้องปรับกลยุทธ์รับมือโดยเร็ว ✅ AI กำลังถูกนำมาใช้โจมตีองค์กรและโครงสร้างพื้นฐาน - จากเดิมที่ใช้เพื่อชักจูงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง AI ข้อมูลบิดเบือนถูกนำไปใช้ในการโจมตีองค์กรและซัพพลายเชน - ภัยคุกคามไซเบอร์รูปแบบใหม่ เช่น AI-generated phishing และการปลอมตัวเป็นผู้บริหาร กำลังเพิ่มขึ้น ✅ ภัยคุกคาม AI ไม่ได้จบลง แค่กำลังปรับตัว - แม้จะมีมาตรการตอบโต้ เช่น การตรวจจับดีพเฟกและการกำกับดูแลจากยุโรป - แต่ผู้ไม่หวังดี กำลังพัฒนา AI นอกระบบตรวจสอบ และใช้เครื่องมือที่หลบเลี่ยงการตรวจจับ ✅ AI ช่วยให้แฮกเกอร์ซ่อนร่องรอยได้ดีขึ้น - แฮกเกอร์สามารถ สร้างข้อมูลเท็จภายในเครือข่ายที่ถูกโจมตี ทำให้ผู้เชี่ยวชาญไซเบอร์หลงทาง - บางกลุ่มใช้ AI-generated logs และการปลอมแปลงหลักฐานดิจิทัล เพื่อบิดเบือนการตรวจสอบ ✅ องค์กรต้องปรับกลยุทธ์รับมือภัยคุกคาม AI - ต้องพัฒนา เทคนิคใหม่ในการตรวจจับความผิดปกติของข้อมูล - ระบบยืนยันตัวตนแบบเดิม เช่นการสแกนเสียงและวิดีโอ อาจไม่ปลอดภัยอีกต่อไป https://www.csoonline.com/article/3852770/ai-disinformation-didnt-upend-2024-elections-but-the-threat-is-very-real.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    AI disinformation didn’t upend 2024 elections, but the threat is very real
    The next phase of AI disinformation won’t just target voters but target organizations, supply chains, and critical infrastructure.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 58 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทหารผ่านศึก—กำลังสำคัญของวงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้ หากได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม

    ทหารผ่านศึกถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงในการทำงานด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ เนื่องจากมีทักษะด้านความปลอดภัย และการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม พวกเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคเรื่องการแปลทักษะ และการสร้างเครือข่ายในภาคเอกชน หน่วยงานอย่าง SANS Veterans Cyber Academy และโครงการ Onward to Opportunity ช่วยให้พวกเขาเรียนรู้และได้รับใบรับรองที่จำเป็น ในขณะที่บริษัทต่าง ๆ สามารถมีส่วนร่วมโดยสร้างโครงการรับสมัครและให้การสนับสนุนทหารผ่านศึก

    ==จุดแข็งของทหารผ่านศึกในวงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้==
    ✅ ความเข้าใจด้านความปลอดภัยเป็นพื้นฐานสำคัญ
    - ทหารผ่านศึกมีประสบการณ์ด้านความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น การรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ หรือข้อมูลดิจิทัล
    - หน่วยงานด้านไซเบอร์เช่น CISA สนับสนุนให้ทหารผ่านศึกก้าวสู่สายงานนี้

    ✅ ทักษะการวิเคราะห์และจัดการปัญหาเฉพาะหน้า
    - พวกเขาคุ้นเคยกับ การรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน และการวางแผนกลยุทธ์ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับงานด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้

    ✅ ความสามารถในการทำงานเป็นทีมและปฏิบัติงานภายใต้แรงกดดัน
    - ทหารผ่านศึกมีประสบการณ์ทำงานร่วมกันเป็นทีม และสามารถรับมือกับสภาวะความกดดันสูงได้ดี

    ==อุปสรรคที่ทหารผ่านศึกต้องเผชิญ==
    ❌ การแปลทักษะจากโลกทหารสู่คำศัพท์พลเรือน
    - การใช้คำศัพท์เฉพาะทางในกองทัพอาจไม่ถูกเข้าใจโดยบริษัทเทคโนโลยี
    - ระบบตรวจสอบเรซูเม่อัตโนมัติอาจไม่สามารถจับคู่ทักษะของพวกเขากับตำแหน่งงานที่เปิดรับ

    ❌ ขาดเครือข่ายและการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม
    - หลายคนพบว่าการหางานที่เหมาะสมเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากขาดเครือข่ายในภาคเอกชน

    ==แนวทางสนับสนุนที่ช่วยให้ทหารผ่านศึกก้าวเข้าสู่สายงานไซเบอร์ซีเคียวริตี้==
    💡 หลักสูตรอบรมเฉพาะทาง เช่น SANS Veterans Cyber Academy และ Onward to Opportunity
    - ช่วยให้ทหารผ่านศึกเรียนรู้พื้นฐานด้านไซเบอร์ และได้รับใบรับรองอุตสาหกรรม

    💡 การมีพี่เลี้ยงและเครือข่ายสนับสนุน
    - การพูดคุยกับผู้ที่อยู่ในวงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้สามารถช่วยให้พวกเขาเข้าใจวิธีเปลี่ยนทักษะจากโลกทหารให้เหมาะสมกับงานพลเรือน

    💡 บริษัทควรมีโครงการสนับสนุนและรับสมัครทหารผ่านศึก
    - องค์กรสามารถเข้าร่วมงานจัดหางานในฐานทัพเพื่อดึงดูดผู้สมัครที่มีศักยภาพ

    https://www.csoonline.com/article/3853771/veterans-are-an-obvious-fit-for-cybersecurity-but-some-tailored-support-helps-ensure-they-succeed.html
    ทหารผ่านศึก—กำลังสำคัญของวงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้ หากได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม ทหารผ่านศึกถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงในการทำงานด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ เนื่องจากมีทักษะด้านความปลอดภัย และการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม พวกเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคเรื่องการแปลทักษะ และการสร้างเครือข่ายในภาคเอกชน หน่วยงานอย่าง SANS Veterans Cyber Academy และโครงการ Onward to Opportunity ช่วยให้พวกเขาเรียนรู้และได้รับใบรับรองที่จำเป็น ในขณะที่บริษัทต่าง ๆ สามารถมีส่วนร่วมโดยสร้างโครงการรับสมัครและให้การสนับสนุนทหารผ่านศึก ==จุดแข็งของทหารผ่านศึกในวงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้== ✅ ความเข้าใจด้านความปลอดภัยเป็นพื้นฐานสำคัญ - ทหารผ่านศึกมีประสบการณ์ด้านความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น การรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ หรือข้อมูลดิจิทัล - หน่วยงานด้านไซเบอร์เช่น CISA สนับสนุนให้ทหารผ่านศึกก้าวสู่สายงานนี้ ✅ ทักษะการวิเคราะห์และจัดการปัญหาเฉพาะหน้า - พวกเขาคุ้นเคยกับ การรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน และการวางแผนกลยุทธ์ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับงานด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ✅ ความสามารถในการทำงานเป็นทีมและปฏิบัติงานภายใต้แรงกดดัน - ทหารผ่านศึกมีประสบการณ์ทำงานร่วมกันเป็นทีม และสามารถรับมือกับสภาวะความกดดันสูงได้ดี ==อุปสรรคที่ทหารผ่านศึกต้องเผชิญ== ❌ การแปลทักษะจากโลกทหารสู่คำศัพท์พลเรือน - การใช้คำศัพท์เฉพาะทางในกองทัพอาจไม่ถูกเข้าใจโดยบริษัทเทคโนโลยี - ระบบตรวจสอบเรซูเม่อัตโนมัติอาจไม่สามารถจับคู่ทักษะของพวกเขากับตำแหน่งงานที่เปิดรับ ❌ ขาดเครือข่ายและการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม - หลายคนพบว่าการหางานที่เหมาะสมเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากขาดเครือข่ายในภาคเอกชน ==แนวทางสนับสนุนที่ช่วยให้ทหารผ่านศึกก้าวเข้าสู่สายงานไซเบอร์ซีเคียวริตี้== 💡 หลักสูตรอบรมเฉพาะทาง เช่น SANS Veterans Cyber Academy และ Onward to Opportunity - ช่วยให้ทหารผ่านศึกเรียนรู้พื้นฐานด้านไซเบอร์ และได้รับใบรับรองอุตสาหกรรม 💡 การมีพี่เลี้ยงและเครือข่ายสนับสนุน - การพูดคุยกับผู้ที่อยู่ในวงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้สามารถช่วยให้พวกเขาเข้าใจวิธีเปลี่ยนทักษะจากโลกทหารให้เหมาะสมกับงานพลเรือน 💡 บริษัทควรมีโครงการสนับสนุนและรับสมัครทหารผ่านศึก - องค์กรสามารถเข้าร่วมงานจัดหางานในฐานทัพเพื่อดึงดูดผู้สมัครที่มีศักยภาพ https://www.csoonline.com/article/3853771/veterans-are-an-obvious-fit-for-cybersecurity-but-some-tailored-support-helps-ensure-they-succeed.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Veterans are an obvious fit for cybersecurity, but tailored support ensures they succeed
    Paying attention to the specific needs of military members transitioning to civilian security positions can help organizations improve their recruitment and retention, and the process can benefit hiring programs in general.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 60 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft เปิดตัว Copilot Search เพื่อตอบโจทย์การค้นหาที่ซับซ้อนด้วย AI ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้ ดูเหตุผลของคำตอบ (See reasoning) และตรวจสอบแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (See all links) โดยรองรับ การถามตอบต่อเนื่องในหน้าเดียว และยังแสดงผลลัพธ์ในรูปแบบไฮบริด ที่มีทั้ง Copilot Answer และลิงก์เว็บแบบเดิม Microsoft กำลังพัฒนา Bing ให้แข่งขันกับ Google AI Mode และเป็นผู้นำด้านการค้นหา AI

    ✅ Copilot Search ดึงข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อสร้างคำตอบที่มีบริบท
    - เมื่อผู้ใช้กรอกคำค้นหา Copilot Search จะสร้างคำตอบโดยใช้ข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ
    - มีปุ่ม "See all links" ที่ช่วยให้ดูรายละเอียดของแหล่งข้อมูลทั้งหมดที่ถูกใช้ในการตอบ

    ✅ เพิ่มปุ่ม "See reasoning" เพื่อแสดงกระบวนการคิดของ AI
    - เมื่อคลิก "See reasoning" ผู้ใช้สามารถดูว่า Copilot Search ใช้ตรรกะอะไรในการสรุปผลลัพธ์
    - ฟีเจอร์นี้ทำให้ผู้ใช้เข้าใจและตรวจสอบความแม่นยำของข้อมูลได้ง่ายขึ้น

    ✅ รองรับการถามตอบต่อเนื่องในหน้าเดียว
    - ผู้ใช้สามารถ ตั้งคำถามเพิ่มเติมได้ทันทีโดยใช้กล่องข้อความด้านล่าง
    - คำตอบใหม่จะปรากฏในหน้าเดิม ทำให้เลื่อนดูข้อมูลก่อนหน้าได้ง่าย

    ✅ มีการแสดงผลลัพธ์ในรูปแบบไฮบริด
    - สำหรับผู้ใช้ที่ยังต้องการดูลิงก์เว็บแบบดั้งเดิม Bing จะยังคงแสดงผลลัพธ์แบบคลาสสิกด้วย
    - Copilot Answer จะปรากฏด้านบนของเว็บลิงก์ เหมือน Google AI Overviews

    ✅ Microsoft ตอกย้ำการผสาน AI ในเครื่องมือค้นหา
    - Copilot Search เป็นสัญญาณของ การเติบโตของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ในการค้นหาออนไลน์
    - อนาคตของการค้นหาจะเน้นไปที่ การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้กับ AI มากขึ้น

    https://www.neowin.net/news/microsoft-takes-on-google-ai-mode-with-the-new-copilot-search/
    Microsoft เปิดตัว Copilot Search เพื่อตอบโจทย์การค้นหาที่ซับซ้อนด้วย AI ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้ ดูเหตุผลของคำตอบ (See reasoning) และตรวจสอบแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (See all links) โดยรองรับ การถามตอบต่อเนื่องในหน้าเดียว และยังแสดงผลลัพธ์ในรูปแบบไฮบริด ที่มีทั้ง Copilot Answer และลิงก์เว็บแบบเดิม Microsoft กำลังพัฒนา Bing ให้แข่งขันกับ Google AI Mode และเป็นผู้นำด้านการค้นหา AI ✅ Copilot Search ดึงข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อสร้างคำตอบที่มีบริบท - เมื่อผู้ใช้กรอกคำค้นหา Copilot Search จะสร้างคำตอบโดยใช้ข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ - มีปุ่ม "See all links" ที่ช่วยให้ดูรายละเอียดของแหล่งข้อมูลทั้งหมดที่ถูกใช้ในการตอบ ✅ เพิ่มปุ่ม "See reasoning" เพื่อแสดงกระบวนการคิดของ AI - เมื่อคลิก "See reasoning" ผู้ใช้สามารถดูว่า Copilot Search ใช้ตรรกะอะไรในการสรุปผลลัพธ์ - ฟีเจอร์นี้ทำให้ผู้ใช้เข้าใจและตรวจสอบความแม่นยำของข้อมูลได้ง่ายขึ้น ✅ รองรับการถามตอบต่อเนื่องในหน้าเดียว - ผู้ใช้สามารถ ตั้งคำถามเพิ่มเติมได้ทันทีโดยใช้กล่องข้อความด้านล่าง - คำตอบใหม่จะปรากฏในหน้าเดิม ทำให้เลื่อนดูข้อมูลก่อนหน้าได้ง่าย ✅ มีการแสดงผลลัพธ์ในรูปแบบไฮบริด - สำหรับผู้ใช้ที่ยังต้องการดูลิงก์เว็บแบบดั้งเดิม Bing จะยังคงแสดงผลลัพธ์แบบคลาสสิกด้วย - Copilot Answer จะปรากฏด้านบนของเว็บลิงก์ เหมือน Google AI Overviews ✅ Microsoft ตอกย้ำการผสาน AI ในเครื่องมือค้นหา - Copilot Search เป็นสัญญาณของ การเติบโตของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ในการค้นหาออนไลน์ - อนาคตของการค้นหาจะเน้นไปที่ การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้กับ AI มากขึ้น https://www.neowin.net/news/microsoft-takes-on-google-ai-mode-with-the-new-copilot-search/
    WWW.NEOWIN.NET
    Microsoft takes on Google AI Mode with the new Copilot Search
    Microsoft has launched Copilot Search, similar to Google's AI Mode, which provides AI-generated responses to user queries.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 63 มุมมอง 0 รีวิว
  • OpenAI เปิดให้ใช้ ChatGPT Plus ฟรีสำหรับนักศึกษาวิทยาลัยในสหรัฐฯ และแคนาดาจนถึงเดือนพฤษภาคม นักศึกษาต้องยืนยันตัวตนผ่าน SheerID หากมีบัญชี ChatGPT Plus อยู่แล้ว จะได้รับเครดิตการใช้งานเพิ่ม สองเดือน ฟีเจอร์พิเศษที่นักศึกษาได้รับรวมถึง การใช้ GPT-4.5, โหมดเสียงขั้นสูง และการสร้าง Custom GPTs ขณะนี้ OpenAI กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นมหาศาล

    ✅ ChatGPT Plus เปิดให้ใช้งานฟรีสำหรับนักศึกษาทั้งแบบเต็มเวลาและพาร์ทไทม์
    - นักศึกษาต้องผ่านระบบ SheerID Verification เพื่อยืนยันสถานะ
    - หากมีบัญชี ChatGPT Plus อยู่แล้ว จะได้รับเครดิตการใช้งานฟรีสองเดือน

    ✅ สิทธิ์ที่นักศึกษาได้รับจาก ChatGPT Plus
    - ขยายขีดจำกัดการส่งข้อความและวิเคราะห์ข้อมูล
    - สามารถใช้โหมดเสียงขั้นสูง พร้อมวิดีโอและแชร์หน้าจอ
    - เข้าถึง GPT-4.5 ซึ่งเป็นโมเดลที่ใหญ่ที่สุดของ OpenAI
    - สามารถสร้าง Custom GPTs และใช้ Sora Video Generation

    ✅ OpenAI กำลังเผชิญความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐาน
    - ผู้ใช้ ChatGPT เพิ่มขึ้นถึง 500 ล้านคนต่อสัปดาห์ ทำให้เซิร์ฟเวอร์รองรับการใช้งานหนัก
    - CEO Sam Altman ขอความช่วยเหลือในการหา GPU เพิ่มเพื่อรองรับบริการ

    ✅ ChatGPT กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในภาคการศึกษา
    - การให้บริการฟรีแก่นักศึกษาอาจช่วยขยายฐานผู้ใช้และทำให้ AI มีบทบาทมากขึ้นในมหาวิทยาลัย
    - นักศึกษาสามารถใช้ AI เพื่อ วิเคราะห์ข้อมูล, เขียนเอกสาร และช่วยแก้โจทย์วิจัย

    https://www.neowin.net/news/chatgpt-plus-is-now-free-for-college-students-in-the-us-and-canada/
    OpenAI เปิดให้ใช้ ChatGPT Plus ฟรีสำหรับนักศึกษาวิทยาลัยในสหรัฐฯ และแคนาดาจนถึงเดือนพฤษภาคม นักศึกษาต้องยืนยันตัวตนผ่าน SheerID หากมีบัญชี ChatGPT Plus อยู่แล้ว จะได้รับเครดิตการใช้งานเพิ่ม สองเดือน ฟีเจอร์พิเศษที่นักศึกษาได้รับรวมถึง การใช้ GPT-4.5, โหมดเสียงขั้นสูง และการสร้าง Custom GPTs ขณะนี้ OpenAI กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นมหาศาล ✅ ChatGPT Plus เปิดให้ใช้งานฟรีสำหรับนักศึกษาทั้งแบบเต็มเวลาและพาร์ทไทม์ - นักศึกษาต้องผ่านระบบ SheerID Verification เพื่อยืนยันสถานะ - หากมีบัญชี ChatGPT Plus อยู่แล้ว จะได้รับเครดิตการใช้งานฟรีสองเดือน ✅ สิทธิ์ที่นักศึกษาได้รับจาก ChatGPT Plus - ขยายขีดจำกัดการส่งข้อความและวิเคราะห์ข้อมูล - สามารถใช้โหมดเสียงขั้นสูง พร้อมวิดีโอและแชร์หน้าจอ - เข้าถึง GPT-4.5 ซึ่งเป็นโมเดลที่ใหญ่ที่สุดของ OpenAI - สามารถสร้าง Custom GPTs และใช้ Sora Video Generation ✅ OpenAI กำลังเผชิญความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐาน - ผู้ใช้ ChatGPT เพิ่มขึ้นถึง 500 ล้านคนต่อสัปดาห์ ทำให้เซิร์ฟเวอร์รองรับการใช้งานหนัก - CEO Sam Altman ขอความช่วยเหลือในการหา GPU เพิ่มเพื่อรองรับบริการ ✅ ChatGPT กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในภาคการศึกษา - การให้บริการฟรีแก่นักศึกษาอาจช่วยขยายฐานผู้ใช้และทำให้ AI มีบทบาทมากขึ้นในมหาวิทยาลัย - นักศึกษาสามารถใช้ AI เพื่อ วิเคราะห์ข้อมูล, เขียนเอกสาร และช่วยแก้โจทย์วิจัย https://www.neowin.net/news/chatgpt-plus-is-now-free-for-college-students-in-the-us-and-canada/
    WWW.NEOWIN.NET
    ChatGPT Plus is now free for college students in the US and Canada
    To further expand its user base, OpenAI is offering free ChatGPT Plus subscriptions to students, while also facing infrastructure challenges due to the high demand.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 78 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft ฉลองครบรอบ 50 ปีด้วยชุดวอลเปเปอร์สุดคลาสสิกที่รวมไอคอนของ Windows ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ออกแบบโดยแฟน Windows และทีมนักออกแบบจาก Microsoft วอลเปเปอร์มีให้เลือกทั้งแบบมืดและสว่าง รองรับจอ 16:9 และ 21:9 สามารถดาวน์โหลดได้จาก Microsoft Design นอกจากนี้ Bill Gates ยังร่วมฉลองด้วยการเผยแพร่โค้ดต้นฉบับของ Altair BASIC ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่เกิดขึ้นก่อน Windows

    https://www.neowin.net/news/celebrate-50-years-of-microsoft-with-these-beautiful-wallpapers/
    Microsoft ฉลองครบรอบ 50 ปีด้วยชุดวอลเปเปอร์สุดคลาสสิกที่รวมไอคอนของ Windows ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ออกแบบโดยแฟน Windows และทีมนักออกแบบจาก Microsoft วอลเปเปอร์มีให้เลือกทั้งแบบมืดและสว่าง รองรับจอ 16:9 และ 21:9 สามารถดาวน์โหลดได้จาก Microsoft Design นอกจากนี้ Bill Gates ยังร่วมฉลองด้วยการเผยแพร่โค้ดต้นฉบับของ Altair BASIC ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่เกิดขึ้นก่อน Windows https://www.neowin.net/news/celebrate-50-years-of-microsoft-with-these-beautiful-wallpapers/
    WWW.NEOWIN.NET
    Celebrate 50 years of Microsoft with these beautiful wallpapers
    Microsoft is turning 50 this week, and the company is celebrating the occasion with a fresh pack of beautiful high-res wallpapers.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 52 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft เปิดตัว Windows App บน Android เพื่อแทนที่ Remote Desktop โดยรวมบริการ Virtualization ไว้ในแอปเดียว มี UI ใหม่ รองรับ Chrome OS และเพิ่มระบบ Passkey เพื่อความปลอดภัย แอป Remote Desktop จะถูกยกเลิกใน 27 พฤษภาคม 2025 ขณะที่ Windows App ได้รับการใช้งานไปแล้วกว่า 425 ล้านชั่วโมง แต่บางคนยังไม่ชอบชื่อใหม่เพราะฟังดูสับสน

    ✅ Windows App เป็นศูนย์กลางของบริการ Virtualization ทั้งหมดของ Microsoft
    - รวมการเข้าถึง Windows 365, Azure Virtual Desktop, Microsoft Dev Box และ Remote Desktop ไว้ในแอปเดียว

    ✅ การปรับปรุง UI และฟีเจอร์ใหม่
    - รองรับ Chrome OS (เวอร์ชัน Android)
    - เพิ่มระบบ Passkey Authentication เพื่อความปลอดภัยที่ดีขึ้น

    ✅ Remote Desktop จะถูกยกเลิกในวันที่ 27 พฤษภาคม 2025
    - ผู้ใช้ Windows ต้องเปลี่ยนไปใช้ Windows App จาก Microsoft Store

    ✅ Windows App มียอดใช้งานมากกว่า 425 ล้านชั่วโมงแล้ว
    - Microsoft ระบุว่าได้รับการตอบรับดี แต่บางคนยังไม่ชอบชื่อแอปใหม่ เพราะฟังดูสับสนมากกว่า Remote Desktop

    https://www.neowin.net/news/windows-app-is-now-available-on-android-replaces-remote-desktop/
    Microsoft เปิดตัว Windows App บน Android เพื่อแทนที่ Remote Desktop โดยรวมบริการ Virtualization ไว้ในแอปเดียว มี UI ใหม่ รองรับ Chrome OS และเพิ่มระบบ Passkey เพื่อความปลอดภัย แอป Remote Desktop จะถูกยกเลิกใน 27 พฤษภาคม 2025 ขณะที่ Windows App ได้รับการใช้งานไปแล้วกว่า 425 ล้านชั่วโมง แต่บางคนยังไม่ชอบชื่อใหม่เพราะฟังดูสับสน ✅ Windows App เป็นศูนย์กลางของบริการ Virtualization ทั้งหมดของ Microsoft - รวมการเข้าถึง Windows 365, Azure Virtual Desktop, Microsoft Dev Box และ Remote Desktop ไว้ในแอปเดียว ✅ การปรับปรุง UI และฟีเจอร์ใหม่ - รองรับ Chrome OS (เวอร์ชัน Android) - เพิ่มระบบ Passkey Authentication เพื่อความปลอดภัยที่ดีขึ้น ✅ Remote Desktop จะถูกยกเลิกในวันที่ 27 พฤษภาคม 2025 - ผู้ใช้ Windows ต้องเปลี่ยนไปใช้ Windows App จาก Microsoft Store ✅ Windows App มียอดใช้งานมากกว่า 425 ล้านชั่วโมงแล้ว - Microsoft ระบุว่าได้รับการตอบรับดี แต่บางคนยังไม่ชอบชื่อแอปใหม่ เพราะฟังดูสับสนมากกว่า Remote Desktop https://www.neowin.net/news/windows-app-is-now-available-on-android-replaces-remote-desktop/
    WWW.NEOWIN.NET
    Windows App is now available on Android, replaces Remote Desktop
    Say goodbye to the Remote Desktop app on Android, as Microsoft replaces it with the new Windows App.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 67 มุมมอง 0 รีวิว
  • ยังมืนๆ หัวหลังแผ่นดิน
    ไหวอยู่ใช่ไหม?

    คุณอาจกำลังเผชิญกับหนึ่งใน 2 อาการ
    ที่พบบ่อยหลังแผ่นดินไหว คือ
    ”Earthquake Drunk“ และ
    ”Earthquake Illusion“

    มาทำความรู้จักกับสองอาการนี้ และ วิธีรับมือกับอาการเหล่านี้กันค่ะ

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก SCB Good Health

    #แผ่นดินไหว #earthquake #earthquakethailand2025
    #weshallpassthistogether
    #simplyugo
    ยังมืนๆ หัวหลังแผ่นดิน ไหวอยู่ใช่ไหม? คุณอาจกำลังเผชิญกับหนึ่งใน 2 อาการ ที่พบบ่อยหลังแผ่นดินไหว คือ ”Earthquake Drunk“ และ ”Earthquake Illusion“ มาทำความรู้จักกับสองอาการนี้ และ วิธีรับมือกับอาการเหล่านี้กันค่ะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก SCB Good Health #แผ่นดินไหว #earthquake #earthquakethailand2025 #weshallpassthistogether #simplyugo
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 96 มุมมอง 0 รีวิว
  • โครงการ HAARP PROJECT อาวุธ
    ของพระเจ้าในมือของมนุษย์
    HAARP High Frequency Active Auroral
    Research Program คือศูนย์วิจัยไอโอโนสเฟร์
    (ionosphere คทอชั้นบรรยากาศช่วงที่อยู่ห่าง ระหว่าง 80-1000 กม. จากพื้นผิวโลก)ในเมือง Gakona รัฐ Alaskaซึางได้รับความร่วมมือ
    และเงินทุนมหาวิทยาลัยอลาสก้า U.S.AirForce
    the U.S. Navy และDefense Advanced
    Research Projects Agency [DARPA] ใช้เงินลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท (290ล้านเหรียญสหรัฐ)
    ——-
    ตั้งอยู่บนแนวคิดของนาย bernaed eastlund
    เจ้าของสิทธิบัตร3ใบที่จดในอเมริกา
    ชื่อของสิทธิบัตรของเขาได้แก่: วิธีการและเครื่องมือในการเตรียมแปลงบริเวณในชั้นบรรยากาศของโลก.วิธีการและเครื่องมือในการสร้างเครื่อง
    เครื่องเร่งอิเล็คตรอนไซโคลตรอน ด้วยความร้อนพลาสม่า,วิธีการผลิตอนุภาคสัมพัทธภาพ
    เหนือพื้นผิวโลก ซึ่งจริงๆแล้วทษฏีเหล่านี้ เป็นการค้นคว้าต่อจากทษฏีของนาย Nicola Tasla นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะที่โลกลืม ชาว Croatia แทบทั้งนั้น Dr.Nicoli tesla (นิโค ไล เทศล่า)เป็นชาวเซิร์บย้ายถิ่นฐานมาที่รัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ในช่วงปี1950 แต่โครงการนี้จริงๆเริ่มต้นในช่วงศตวรรษปี 1900 ถูกพัฒนาอย่างจริงจังจนเป็นผลสำเร็จโดย ดร. เทสล่า โดยการสนับสนุนเงินทุนจากนาย ธนาคาร ชั่ว ที่ชื่อ j.p. morgan นั่นเองจึงทำให้เทคโนโลยีถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดด้วยการสร้างภัยพิบัติต่างๆ เพื่อทำร้ายมนุษย์ชาติโดยกันเอง ในคลิปแรกจะแสดงการทำงานของ Tesla Coil ซึ่งเป็นงานวิจัยเพื่อจำลองและสร้างปรากฏการณ์ฟ้าผ่าขึ้น
    บ่มาได้มีการกล่าวอ้างจากแหล่งข่าวมากมายว่ามีการทำการทดลองโครงการ Haarp ของประเทศสหรัฐอเมริกา และถูกประณามออกมาจากหลายประเทศว่าเป็นการทำร้ายมนุษยชาติครั้งใหญ่ทำให้สภาพภูมิภูมิอากาศแปรปรวน จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่งั้นก็ต้องรอพิสูจน์ข้อเท็จจริงตอนต่อไป เมื่อไม่นานมานี้ผู้นำเวเนซุเอลา กล่าวหาสหรัฐอเมริกาเป็นต้นตอของหายนะ ในเฮติ จากการทดสอบอาวุธ อันก่อ ให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่คร่าชีวิตคนเรือนับแสนคน ทั้งนี้โครงการ HAARP (high Frequency Active Auroral Research Project) คือศูนย์วิจัย ไอโอโนสเฟีนร์ ในมลรัฐอะแลสกา จุดมุ่งหมายสำรวจทรัพยากรชั้นบรรยากาศโลกและพัฒนาระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม

    HAARP เป็นโครงการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลสหรัฐเพื่อสร้างและควบคุมสภาพภูมิอากาศโดยการยิงคลืนแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ขึ้นไปที่ชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ แล้วให้สะท้อน
    กลับมายังพื้นผิวโลก ไปยังเป้าหมายที่ต้องการในจำนวนนั้นรวม ไปถึงส่งพลังงานนั้นลงไปสู่ชั้นหินใต้ดินเพื่อก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนหรือแผ่นดินไหวนั้นเอง
    โครงการ HAARP PROJECT อาวุธ ของพระเจ้าในมือของมนุษย์ HAARP High Frequency Active Auroral Research Program คือศูนย์วิจัยไอโอโนสเฟร์ (ionosphere คทอชั้นบรรยากาศช่วงที่อยู่ห่าง ระหว่าง 80-1000 กม. จากพื้นผิวโลก)ในเมือง Gakona รัฐ Alaskaซึางได้รับความร่วมมือ และเงินทุนมหาวิทยาลัยอลาสก้า U.S.AirForce the U.S. Navy และDefense Advanced Research Projects Agency [DARPA] ใช้เงินลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท (290ล้านเหรียญสหรัฐ) ——- ตั้งอยู่บนแนวคิดของนาย bernaed eastlund เจ้าของสิทธิบัตร3ใบที่จดในอเมริกา ชื่อของสิทธิบัตรของเขาได้แก่: วิธีการและเครื่องมือในการเตรียมแปลงบริเวณในชั้นบรรยากาศของโลก.วิธีการและเครื่องมือในการสร้างเครื่อง เครื่องเร่งอิเล็คตรอนไซโคลตรอน ด้วยความร้อนพลาสม่า,วิธีการผลิตอนุภาคสัมพัทธภาพ เหนือพื้นผิวโลก ซึ่งจริงๆแล้วทษฏีเหล่านี้ เป็นการค้นคว้าต่อจากทษฏีของนาย Nicola Tasla นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะที่โลกลืม ชาว Croatia แทบทั้งนั้น Dr.Nicoli tesla (นิโค ไล เทศล่า)เป็นชาวเซิร์บย้ายถิ่นฐานมาที่รัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ในช่วงปี1950 แต่โครงการนี้จริงๆเริ่มต้นในช่วงศตวรรษปี 1900 ถูกพัฒนาอย่างจริงจังจนเป็นผลสำเร็จโดย ดร. เทสล่า โดยการสนับสนุนเงินทุนจากนาย ธนาคาร ชั่ว ที่ชื่อ j.p. morgan นั่นเองจึงทำให้เทคโนโลยีถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดด้วยการสร้างภัยพิบัติต่างๆ เพื่อทำร้ายมนุษย์ชาติโดยกันเอง ในคลิปแรกจะแสดงการทำงานของ Tesla Coil ซึ่งเป็นงานวิจัยเพื่อจำลองและสร้างปรากฏการณ์ฟ้าผ่าขึ้น บ่มาได้มีการกล่าวอ้างจากแหล่งข่าวมากมายว่ามีการทำการทดลองโครงการ Haarp ของประเทศสหรัฐอเมริกา และถูกประณามออกมาจากหลายประเทศว่าเป็นการทำร้ายมนุษยชาติครั้งใหญ่ทำให้สภาพภูมิภูมิอากาศแปรปรวน จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่งั้นก็ต้องรอพิสูจน์ข้อเท็จจริงตอนต่อไป เมื่อไม่นานมานี้ผู้นำเวเนซุเอลา กล่าวหาสหรัฐอเมริกาเป็นต้นตอของหายนะ ในเฮติ จากการทดสอบอาวุธ อันก่อ ให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่คร่าชีวิตคนเรือนับแสนคน ทั้งนี้โครงการ HAARP (high Frequency Active Auroral Research Project) คือศูนย์วิจัย ไอโอโนสเฟีนร์ ในมลรัฐอะแลสกา จุดมุ่งหมายสำรวจทรัพยากรชั้นบรรยากาศโลกและพัฒนาระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม HAARP เป็นโครงการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลสหรัฐเพื่อสร้างและควบคุมสภาพภูมิอากาศโดยการยิงคลืนแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ขึ้นไปที่ชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ แล้วให้สะท้อน กลับมายังพื้นผิวโลก ไปยังเป้าหมายที่ต้องการในจำนวนนั้นรวม ไปถึงส่งพลังงานนั้นลงไปสู่ชั้นหินใต้ดินเพื่อก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนหรือแผ่นดินไหวนั้นเอง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 181 มุมมอง 0 รีวิว
  • ขอตร.สภาเข้าชาร์จ สภาไฟลุกสส.เถียงกันวุ่น : [THE MESSAGE]
    นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ลุกยืน ขอตำรวจสภาเข้าชาร์จ หลังที่ประชุมเถียงกันวุ่น จะนำญัตติใครขึ้นก่อน
    เนื่องจาก นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติเลื่อนระเบียบวาระร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ ไปพิจารณาครั้งถัดไป ซ้อนกับญัตติของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน เรื่องพิจารณามาตรการจัดการผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งให้คณะครม. ดำเนินการต่อ โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดือดบอกรัฐบาลไม่กี่ชั่วโมงก็รอไม่ได้ จะเอากาสิโน เข้าทันที ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ได้เห็นด้วยกับฝ่ายค้าน
    ทำให้นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โต้กลับอย่าประท้วงมั่วซั่ว ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน
    โวยถูกปิดไมค์ สุดท้ายญัตติขอเลื่อนระเบียบวาระถูกพิจารณาก่อน
    ขอตร.สภาเข้าชาร์จ สภาไฟลุกสส.เถียงกันวุ่น : [THE MESSAGE] นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ลุกยืน ขอตำรวจสภาเข้าชาร์จ หลังที่ประชุมเถียงกันวุ่น จะนำญัตติใครขึ้นก่อน เนื่องจาก นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติเลื่อนระเบียบวาระร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ ไปพิจารณาครั้งถัดไป ซ้อนกับญัตติของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน เรื่องพิจารณามาตรการจัดการผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งให้คณะครม. ดำเนินการต่อ โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดือดบอกรัฐบาลไม่กี่ชั่วโมงก็รอไม่ได้ จะเอากาสิโน เข้าทันที ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ได้เห็นด้วยกับฝ่ายค้าน ทำให้นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โต้กลับอย่าประท้วงมั่วซั่ว ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โวยถูกปิดไมค์ สุดท้ายญัตติขอเลื่อนระเบียบวาระถูกพิจารณาก่อน
    Like
    Haha
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 633 มุมมอง 26 0 รีวิว
  • เสียงเคาะตอบใต้ซากตึก เร่งใช้มือโกยหินกู้ชีวิต : [THE-MESSAGE]

    นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการ กทม. เผยความคืบหน้าการกู้ภัยตึก สตง. ถล่ม ทีมค้นหาได้ไปตะโกนในปล่องที่เป็นช่องว่างและมีคนตะโกนกลับมา เมื่อส่งสัญญาณเสียงถาม หากยังมีชีวิต ให้เคาะตอบ มีเสียงเคาะตอบกลับ เป็นสัญญาณคาดว่ามีคน ถือเป็นความหวัง เราทุกคนเดินหน้าเต็มที่ คาดว่าอยู่ลึกลงไป 3 เมตร จึงยุติการใช้เครื่องมือหนัก เดินหน้ายกแผ่นปูนตลอดทั้งคืนรวมกว่า 60 ตัน ไม่ได้บอกว่าเจอผู้รอดชีวิต แต่คิดว่ามาถูกทาง อาจไม่ได้เร็วเหมือนที่คนคาดหวัง ทุกอย่างต้องไปชิ้นต่อชิ้น ไม่สามารถเอาแบคโฮมาลุย เพราะจะทำอันตรายคนที่อยู่ข้างล่าง ต้องใช้มือโกยหินก้อนต่อก้อน ผลัดละ 10 คน เตรียมพร้อม 40-50 คน ขณะที่ทีมแพทย์เตรียมวิธีให้น้ำเกลือ คนโดนหนีบจะมีโพแทสเซียมในเลือดสูง ยังหวังมีปาฏิหาริย์
    เสียงเคาะตอบใต้ซากตึก เร่งใช้มือโกยหินกู้ชีวิต : [THE-MESSAGE] นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการ กทม. เผยความคืบหน้าการกู้ภัยตึก สตง. ถล่ม ทีมค้นหาได้ไปตะโกนในปล่องที่เป็นช่องว่างและมีคนตะโกนกลับมา เมื่อส่งสัญญาณเสียงถาม หากยังมีชีวิต ให้เคาะตอบ มีเสียงเคาะตอบกลับ เป็นสัญญาณคาดว่ามีคน ถือเป็นความหวัง เราทุกคนเดินหน้าเต็มที่ คาดว่าอยู่ลึกลงไป 3 เมตร จึงยุติการใช้เครื่องมือหนัก เดินหน้ายกแผ่นปูนตลอดทั้งคืนรวมกว่า 60 ตัน ไม่ได้บอกว่าเจอผู้รอดชีวิต แต่คิดว่ามาถูกทาง อาจไม่ได้เร็วเหมือนที่คนคาดหวัง ทุกอย่างต้องไปชิ้นต่อชิ้น ไม่สามารถเอาแบคโฮมาลุย เพราะจะทำอันตรายคนที่อยู่ข้างล่าง ต้องใช้มือโกยหินก้อนต่อก้อน ผลัดละ 10 คน เตรียมพร้อม 40-50 คน ขณะที่ทีมแพทย์เตรียมวิธีให้น้ำเกลือ คนโดนหนีบจะมีโพแทสเซียมในเลือดสูง ยังหวังมีปาฏิหาริย์
    Like
    Haha
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 528 มุมมอง 22 0 รีวิว
  • แฮกเกอร์ขโมยเงินคริปโตกว่า 1.67 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2025 เพิ่มขึ้นถึง 303% จากไตรมาสก่อน เหตุการณ์สำคัญคือ การแฮก ByBit ที่ทำให้สูญเงิน 1.5 พันล้านดอลลาร์ โดยกลุ่ม Lazarus Group ของเกาหลีเหนือ เงินที่ถูกขโมยคืนได้เพียง 0.4% โดยมี Wallet Compromise เป็นวิธีแฮกที่พบบ่อยที่สุด นักวิเคราะห์เตือนว่า บริษัทคริปโตต้องลงทุนในมาตรการความปลอดภัยมากขึ้นเพื่อป้องกันการสูญเสียมหาศาลในอนาคต

    ✅ เหตุการณ์สำคัญ—การแฮก ByBit เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุด
    - ByBit ถูกโจมตีในเดือนกุมภาพันธ์ สูญเงินไป 1.5 พันล้านดอลลาร์ใน Ethereum
    - การแฮกเกิดขึ้นจาก Lazarus Group ซึ่งเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ

    ✅ ธุรกรรมที่ถูกขโมยคืนได้เพียง 0.4% เท่านั้น
    - เงินที่ถูกแฮกคืนได้เพียง 6.39 ล้านดอลลาร์
    - Blockchain มีข้อจำกัดด้านการย้อนธุรกรรม ทำให้การฟื้นเงินเป็นเรื่องยาก

    ✅ Wallet Compromise เป็นวิธีที่ถูกใช้โจมตีมากที่สุด
    - การสูญเสียคริปโตส่วนใหญ่มาจาก การแฮกกระเป๋าเงินดิจิทัล รองลงมาคือ การใช้ช่องโหว่ของโค้ด และการหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง

    ✅ CertiK เตือนให้บริษัทคริปโตลงทุนในมาตรการรักษาความปลอดภัย
    - การใช้มาตรการป้องกันล่วงหน้าและ AI Security อาจช่วยลดความเสียหายจากแฮกเกอร์ในอนาคต

    https://www.techradar.com/pro/security/over-usd1-5-billion-of-crypto-was-lost-to-scams-or-theft-this-year
    แฮกเกอร์ขโมยเงินคริปโตกว่า 1.67 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2025 เพิ่มขึ้นถึง 303% จากไตรมาสก่อน เหตุการณ์สำคัญคือ การแฮก ByBit ที่ทำให้สูญเงิน 1.5 พันล้านดอลลาร์ โดยกลุ่ม Lazarus Group ของเกาหลีเหนือ เงินที่ถูกขโมยคืนได้เพียง 0.4% โดยมี Wallet Compromise เป็นวิธีแฮกที่พบบ่อยที่สุด นักวิเคราะห์เตือนว่า บริษัทคริปโตต้องลงทุนในมาตรการความปลอดภัยมากขึ้นเพื่อป้องกันการสูญเสียมหาศาลในอนาคต ✅ เหตุการณ์สำคัญ—การแฮก ByBit เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุด - ByBit ถูกโจมตีในเดือนกุมภาพันธ์ สูญเงินไป 1.5 พันล้านดอลลาร์ใน Ethereum - การแฮกเกิดขึ้นจาก Lazarus Group ซึ่งเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ ✅ ธุรกรรมที่ถูกขโมยคืนได้เพียง 0.4% เท่านั้น - เงินที่ถูกแฮกคืนได้เพียง 6.39 ล้านดอลลาร์ - Blockchain มีข้อจำกัดด้านการย้อนธุรกรรม ทำให้การฟื้นเงินเป็นเรื่องยาก ✅ Wallet Compromise เป็นวิธีที่ถูกใช้โจมตีมากที่สุด - การสูญเสียคริปโตส่วนใหญ่มาจาก การแฮกกระเป๋าเงินดิจิทัล รองลงมาคือ การใช้ช่องโหว่ของโค้ด และการหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง ✅ CertiK เตือนให้บริษัทคริปโตลงทุนในมาตรการรักษาความปลอดภัย - การใช้มาตรการป้องกันล่วงหน้าและ AI Security อาจช่วยลดความเสียหายจากแฮกเกอร์ในอนาคต https://www.techradar.com/pro/security/over-usd1-5-billion-of-crypto-was-lost-to-scams-or-theft-this-year
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 105 มุมมอง 0 รีวิว
  • The diorama landscape artwork reference to the Falkland Palace, Scotland.
    #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    The diorama landscape artwork reference to the Falkland Palace, Scotland. #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 57 มุมมอง 0 รีวิว
  • Samsung เปิดตัวแท็บเล็ต Galaxy Tab S10 FE และ S10 FE Plus โดยรุ่น Plus มาพร้อม หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 13.1 นิ้ว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของซีรีส์นี้ ทั้งสองรุ่นมีฟีเจอร์ Vision Booster, Auto Trim และ Object Eraser ที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน

    ✅ Galaxy Tab S10 FE Plus ได้รับการอัปเกรดสำคัญ
    - ขยายหน้าจอจาก 12.4 นิ้ว เป็น 13.1 นิ้ว
    - ใช้ ชิป Exynos 1580 พร้อม แบตเตอรี่ขนาด 10,090mAh
    - รองรับ RAM สูงสุด 12GB และพื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 256GB

    ✅ Galaxy Tab S10 FE มีขนาดเล็กกว่า แต่ยังคงฟีเจอร์หลักครบครัน
    - มาพร้อม หน้าจอ 10.9 นิ้ว และแบตเตอรี่ 8,000mAh
    - ทั้งสองรุ่นมี กล้องหลัง 13MP และกล้องหน้า 12MP Ultra-Wide
    - รองรับ S Pen ที่รวมมาให้ในกล่อง

    ✅ Samsung เพิ่มฟีเจอร์ AI เพื่อปรับปรุงการใช้งาน
    - Object Eraser: ลบสิ่งที่ไม่ต้องการจากภาพอย่างง่ายดาย
    - Best Face: เลือกภาพที่ดีที่สุดจากหลายเฟรมอัตโนมัติ
    - Auto Trim: ปรับขนาดภาพและวิดีโอให้เหมาะสม

    ✅ เทคโนโลยี Vision Booster ช่วยลดแสงสะท้อนบนหน้าจอ
    - นำมาจาก Samsung TV และ Galaxy S25 Ultra ช่วยให้การแสดงผลชัดขึ้นในทุกสภาพแสง

    ✅ ราคาและวันวางจำหน่าย
    - Galaxy Tab S10 FE เริ่มต้นที่ $499.99 / £499
    - Galaxy Tab S10 FE Plus เริ่มต้นที่ $649.99 / £649
    - มีให้เลือก 3 สี—Gray, Silver และ Blue พร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้

    https://www.techradar.com/tablets/the-samsung-galaxy-tab-s10-fe-launches-with-an-ipad-air-rivaling-screen-and-ai-features-galore
    Samsung เปิดตัวแท็บเล็ต Galaxy Tab S10 FE และ S10 FE Plus โดยรุ่น Plus มาพร้อม หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 13.1 นิ้ว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของซีรีส์นี้ ทั้งสองรุ่นมีฟีเจอร์ Vision Booster, Auto Trim และ Object Eraser ที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน ✅ Galaxy Tab S10 FE Plus ได้รับการอัปเกรดสำคัญ - ขยายหน้าจอจาก 12.4 นิ้ว เป็น 13.1 นิ้ว - ใช้ ชิป Exynos 1580 พร้อม แบตเตอรี่ขนาด 10,090mAh - รองรับ RAM สูงสุด 12GB และพื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 256GB ✅ Galaxy Tab S10 FE มีขนาดเล็กกว่า แต่ยังคงฟีเจอร์หลักครบครัน - มาพร้อม หน้าจอ 10.9 นิ้ว และแบตเตอรี่ 8,000mAh - ทั้งสองรุ่นมี กล้องหลัง 13MP และกล้องหน้า 12MP Ultra-Wide - รองรับ S Pen ที่รวมมาให้ในกล่อง ✅ Samsung เพิ่มฟีเจอร์ AI เพื่อปรับปรุงการใช้งาน - Object Eraser: ลบสิ่งที่ไม่ต้องการจากภาพอย่างง่ายดาย - Best Face: เลือกภาพที่ดีที่สุดจากหลายเฟรมอัตโนมัติ - Auto Trim: ปรับขนาดภาพและวิดีโอให้เหมาะสม ✅ เทคโนโลยี Vision Booster ช่วยลดแสงสะท้อนบนหน้าจอ - นำมาจาก Samsung TV และ Galaxy S25 Ultra ช่วยให้การแสดงผลชัดขึ้นในทุกสภาพแสง ✅ ราคาและวันวางจำหน่าย - Galaxy Tab S10 FE เริ่มต้นที่ $499.99 / £499 - Galaxy Tab S10 FE Plus เริ่มต้นที่ $649.99 / £649 - มีให้เลือก 3 สี—Gray, Silver และ Blue พร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้ https://www.techradar.com/tablets/the-samsung-galaxy-tab-s10-fe-launches-with-an-ipad-air-rivaling-screen-and-ai-features-galore
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 174 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักต้มตุ๋นคริปโต 438 รายใช้ Telegram เพื่อปั่นราคาผ่านแผน Pump-and-Dump สร้างรายได้ถึง 250 ล้านดอลลาร์ต่อปี งานวิจัยจาก University College London พบว่าพวกเขาควบคุม ธุรกรรมเทียม 3.2 ล้านล้านดอลลาร์ และใช้กลยุทธ์ ปั่นเหรียญเพื่อหลอกนักลงทุน เครื่องมือ Perseus สามารถตรวจจับการโกง แต่ ตลาดคริปโตยังคงเสี่ยงเพราะขาดกฎหมายกำกับดูแล

    ✅ Telegram กลายเป็นแพลตฟอร์มหลักในการปั่นตลาดคริปโต
    - นักต้มตุ๋นใช้ ช่องแชทและกลุ่มลับ เพื่อสร้างกระแสปลอมเกี่ยวกับเหรียญ
    - ปั่นราคาโดย เผยแพร่ข่าวปลอมและแผนลงทุนที่ดูมีอนาคต เพื่อให้คนแห่เข้าซื้อ

    ✅ เครื่องมือ Perseus วิเคราะห์และติดตามการโกงคริปโตแบบเรียลไทม์
    - Perseus มีสามองค์ประกอบหลัก ได้แก่ ตัวดึงข้อมูล, กราฟเครือข่าย และระบบตรวจจับนักต้มตุ๋น
    - คล้าย AI Detector ของ McAfee ซึ่งช่วยเปิดโปงนักต้มตุ๋นก่อนที่พวกเขาจะทำเหยื่อรายใหม่

    ✅ ตลาดคริปโตยังคงเสี่ยงเพราะขาดการกำกับดูแล
    - การลงทุนในคริปโต ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองที่ชัดเจนในหลายประเทศ
    - งานวิจัยระบุว่าการใช้ AI เช่น Perseus สามารถช่วยตรวจจับพฤติกรรมโกง แต่การออกกฎควบคุมยังเป็นสิ่งจำเป็น

    https://www.techradar.com/pro/438-crypto-masterminds-are-responsible-for-the-majority-of-pump-and-dump-crypto-coin-schemes-globally-researchers-find
    นักต้มตุ๋นคริปโต 438 รายใช้ Telegram เพื่อปั่นราคาผ่านแผน Pump-and-Dump สร้างรายได้ถึง 250 ล้านดอลลาร์ต่อปี งานวิจัยจาก University College London พบว่าพวกเขาควบคุม ธุรกรรมเทียม 3.2 ล้านล้านดอลลาร์ และใช้กลยุทธ์ ปั่นเหรียญเพื่อหลอกนักลงทุน เครื่องมือ Perseus สามารถตรวจจับการโกง แต่ ตลาดคริปโตยังคงเสี่ยงเพราะขาดกฎหมายกำกับดูแล ✅ Telegram กลายเป็นแพลตฟอร์มหลักในการปั่นตลาดคริปโต - นักต้มตุ๋นใช้ ช่องแชทและกลุ่มลับ เพื่อสร้างกระแสปลอมเกี่ยวกับเหรียญ - ปั่นราคาโดย เผยแพร่ข่าวปลอมและแผนลงทุนที่ดูมีอนาคต เพื่อให้คนแห่เข้าซื้อ ✅ เครื่องมือ Perseus วิเคราะห์และติดตามการโกงคริปโตแบบเรียลไทม์ - Perseus มีสามองค์ประกอบหลัก ได้แก่ ตัวดึงข้อมูล, กราฟเครือข่าย และระบบตรวจจับนักต้มตุ๋น - คล้าย AI Detector ของ McAfee ซึ่งช่วยเปิดโปงนักต้มตุ๋นก่อนที่พวกเขาจะทำเหยื่อรายใหม่ ✅ ตลาดคริปโตยังคงเสี่ยงเพราะขาดการกำกับดูแล - การลงทุนในคริปโต ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองที่ชัดเจนในหลายประเทศ - งานวิจัยระบุว่าการใช้ AI เช่น Perseus สามารถช่วยตรวจจับพฤติกรรมโกง แต่การออกกฎควบคุมยังเป็นสิ่งจำเป็น https://www.techradar.com/pro/438-crypto-masterminds-are-responsible-for-the-majority-of-pump-and-dump-crypto-coin-schemes-globally-researchers-find
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 114 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทองแดงเป็นตัวนำไฟฟ้ามาตรฐานมานานกว่า 200 ปี แต่เริ่มมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพ นักวิจัยพบว่า Niobium Phosphide (NbP) มีคุณสมบัติการนำไฟฟ้าที่เหนือกว่าทองแดง โดยเฉพาะในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับนาโน NbP สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ได้ง่าย และช่วยลดการสูญเสียพลังงาน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายด้านการผลิต ที่ต้องแก้ไขก่อนจะนำมาใช้จริงในอุตสาหกรรม

    ✅ Niobium Phosphide เป็นวัสดุที่นำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดงในระดับนาโน
    - งานวิจัยของ Stanford University พบว่า NbP มีค่าความต้านทานต่ำกว่าทองแดงถึง 6 เท่า
    - เมื่อวัสดุมีความบางลง NbP ยังคงรักษาคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดง

    ✅ เซมิมีทัลมีโครงสร้างทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน
    - NbP มี คุณสมบัติเฉพาะด้านโครงสร้างที่ช่วยให้การส่งผ่านอิเล็กตรอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    - นักวิจัยระบุว่า สามารถลดการใช้พลังงานในอุปกรณ์ขนาดเล็กได้

    ✅ สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ที่มีอยู่ได้ง่าย
    - NbP สามารถถูกวางเป็น ฟิล์มที่อุณหภูมิ 400°C โดยไม่ทำให้ชิปซิลิคอนเสียหาย

    ✅ ยังคงมีความท้าทายด้านการผลิต
    - การควบคุมความหนาของชั้นฟิล์ม NbP เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงมาก
    - หากชั้นฟิล์มมีความหนาไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้ค่าความต้านทานแปรปรวน

    ✅ อนาคตของเซมิมีทัลในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
    - หากการพัฒนา NbP และวัสดุเซมิมีทัลอื่น ๆ ก้าวหน้า อาจแทนที่ทองแดงในวงจรระดับสูงได้ภายใน 10 ปี

    https://www.techradar.com/pro/after-semiconductors-semimetals-might-be-the-next-big-thing-as-the-tech-industry-looks-for-a-replacement-for-ubiquitous-copper
    ทองแดงเป็นตัวนำไฟฟ้ามาตรฐานมานานกว่า 200 ปี แต่เริ่มมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพ นักวิจัยพบว่า Niobium Phosphide (NbP) มีคุณสมบัติการนำไฟฟ้าที่เหนือกว่าทองแดง โดยเฉพาะในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับนาโน NbP สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ได้ง่าย และช่วยลดการสูญเสียพลังงาน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายด้านการผลิต ที่ต้องแก้ไขก่อนจะนำมาใช้จริงในอุตสาหกรรม ✅ Niobium Phosphide เป็นวัสดุที่นำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดงในระดับนาโน - งานวิจัยของ Stanford University พบว่า NbP มีค่าความต้านทานต่ำกว่าทองแดงถึง 6 เท่า - เมื่อวัสดุมีความบางลง NbP ยังคงรักษาคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดง ✅ เซมิมีทัลมีโครงสร้างทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน - NbP มี คุณสมบัติเฉพาะด้านโครงสร้างที่ช่วยให้การส่งผ่านอิเล็กตรอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น - นักวิจัยระบุว่า สามารถลดการใช้พลังงานในอุปกรณ์ขนาดเล็กได้ ✅ สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ที่มีอยู่ได้ง่าย - NbP สามารถถูกวางเป็น ฟิล์มที่อุณหภูมิ 400°C โดยไม่ทำให้ชิปซิลิคอนเสียหาย ✅ ยังคงมีความท้าทายด้านการผลิต - การควบคุมความหนาของชั้นฟิล์ม NbP เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงมาก - หากชั้นฟิล์มมีความหนาไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้ค่าความต้านทานแปรปรวน ✅ อนาคตของเซมิมีทัลในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ - หากการพัฒนา NbP และวัสดุเซมิมีทัลอื่น ๆ ก้าวหน้า อาจแทนที่ทองแดงในวงจรระดับสูงได้ภายใน 10 ปี https://www.techradar.com/pro/after-semiconductors-semimetals-might-be-the-next-big-thing-as-the-tech-industry-looks-for-a-replacement-for-ubiquitous-copper
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 163 มุมมอง 0 รีวิว
  • Google ร่วมมือกับ MediaTek เพื่อพัฒนา TPU รุ่นใหม่ที่มีต้นทุนต่ำลงและประสิทธิภาพสูงขึ้น โดย Google จะออกแบบตัวชิป ส่วน MediaTek จะดูแลระบบ I/O เพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ ส่งผลให้ Google ลดการพึ่งพา Broadcom ในด้าน AI Hardware นักวิเคราะห์คาดว่า TPU รุ่นใหม่อาจช่วยเร่งการพัฒนาโมเดล AI ขนาดใหญ่ และทำให้ ต้นทุนการประมวลผล AI ถูกลงกว่าเดิม

    ✅ Google ลดการพึ่งพา Broadcom ในการพัฒนา AI Hardware
    - TPU รุ่นก่อนหน้าของ Google พึ่งพา Broadcom ในการพัฒนาแกนหลัก
    - แต่ครั้งนี้ Google เป็นผู้นำด้านการออกแบบ ขณะที่ MediaTek จะดูแลโมดูล I/O

    ✅ TPU รุ่นใหม่มุ่งเน้นประสิทธิภาพและความประหยัดพลังงาน
    - คาดว่า จะช่วยลดต้นทุนการประมวลผล AI สำหรับคลาวด์และบริการภายในของ Google
    - ออกแบบมาเพื่อ รองรับการฝึกโมเดลขนาดใหญ่ (LLMs) ได้ดีขึ้น

    ✅ MediaTek ขยายอิทธิพลในตลาด AI Hardware
    - MediaTek ได้ร่วมมือในโครงการ AI Supercomputer และกำลังขยายธุรกิจด้าน ชิป AI อย่างต่อเนื่อง
    - การร่วมมือกับ Google จะช่วยให้ MediaTek แข่งขันกับผู้ผลิตชิประดับโลก เช่น Nvidia และ Broadcom

    ✅ อนาคตของ TPU ใหม่—อาจส่งผลต่อการพัฒนา AI Model ระดับโลก
    - หากโครงการนี้สำเร็จ Google อาจสร้าง ระบบ AI ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยใช้ต้นทุนที่ต่ำลง
    - นักวิเคราะห์ชี้ว่า จะมีผลต่ออุตสาหกรรม AI ในวงกว้าง รวมถึงการพัฒนา Large Language Models (LLMs)

    https://www.techradar.com/pro/after-nvidia-mediatek-may-have-convinced-another-huge-tech-company-to-use-its-expertise-to-develop-ai-chips
    Google ร่วมมือกับ MediaTek เพื่อพัฒนา TPU รุ่นใหม่ที่มีต้นทุนต่ำลงและประสิทธิภาพสูงขึ้น โดย Google จะออกแบบตัวชิป ส่วน MediaTek จะดูแลระบบ I/O เพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ ส่งผลให้ Google ลดการพึ่งพา Broadcom ในด้าน AI Hardware นักวิเคราะห์คาดว่า TPU รุ่นใหม่อาจช่วยเร่งการพัฒนาโมเดล AI ขนาดใหญ่ และทำให้ ต้นทุนการประมวลผล AI ถูกลงกว่าเดิม ✅ Google ลดการพึ่งพา Broadcom ในการพัฒนา AI Hardware - TPU รุ่นก่อนหน้าของ Google พึ่งพา Broadcom ในการพัฒนาแกนหลัก - แต่ครั้งนี้ Google เป็นผู้นำด้านการออกแบบ ขณะที่ MediaTek จะดูแลโมดูล I/O ✅ TPU รุ่นใหม่มุ่งเน้นประสิทธิภาพและความประหยัดพลังงาน - คาดว่า จะช่วยลดต้นทุนการประมวลผล AI สำหรับคลาวด์และบริการภายในของ Google - ออกแบบมาเพื่อ รองรับการฝึกโมเดลขนาดใหญ่ (LLMs) ได้ดีขึ้น ✅ MediaTek ขยายอิทธิพลในตลาด AI Hardware - MediaTek ได้ร่วมมือในโครงการ AI Supercomputer และกำลังขยายธุรกิจด้าน ชิป AI อย่างต่อเนื่อง - การร่วมมือกับ Google จะช่วยให้ MediaTek แข่งขันกับผู้ผลิตชิประดับโลก เช่น Nvidia และ Broadcom ✅ อนาคตของ TPU ใหม่—อาจส่งผลต่อการพัฒนา AI Model ระดับโลก - หากโครงการนี้สำเร็จ Google อาจสร้าง ระบบ AI ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยใช้ต้นทุนที่ต่ำลง - นักวิเคราะห์ชี้ว่า จะมีผลต่ออุตสาหกรรม AI ในวงกว้าง รวมถึงการพัฒนา Large Language Models (LLMs) https://www.techradar.com/pro/after-nvidia-mediatek-may-have-convinced-another-huge-tech-company-to-use-its-expertise-to-develop-ai-chips
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 96 มุมมอง 0 รีวิว
  • รายงานจาก Igor’s Lab พบว่าการ์ดจอ PowerColor RX 9070 XT Hellhound บางตัวมี พื้นผิวชิปที่เป็นหลุมเล็ก ๆ (pitted silicon surface) ส่งผลให้เกิดอุณหภูมิสูงผิดปกติ ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าปัญหานี้เป็นกรณีเฉพาะ หรือเกิดจากสายการผลิตที่มีข้อบกพร่อง

    ✅ พื้นผิวชิปมีรอยผิดปกติจากกระบวนการขัดหลัง (Backgrinding Process)
    - พบ รอยหลุมกว่า 1,934 จุดบนพื้นผิวชิป ซึ่งมากกว่ามาตรฐานที่ยอมรับได้
    - มีบางจุดที่ลึกถึง 12.59 µm และกว้าง 212.36 µm ซึ่งอยู่นอกมาตรฐานอุตสาหกรรม

    ✅ GPU เกิดอุณหภูมิสูงถึง 113°C และทำให้เกิด Thermal Throttling
    - อุณหภูมิเฉลี่ยของชิปอยู่ที่ 67°C แต่มีจุดร้อนที่สูงถึง 113°C
    - อุณหภูมิสูงสุดที่ RDNA 4 รองรับคือ 110°C ทำให้การ์ดถูกจำกัดความเร็ว (Throttling) และใช้งานไม่ได้

    ✅ PowerColor, AMD และ TSMC ไม่ตรวจพบปัญหานี้ก่อนปล่อยสินค้า
    - คาดว่าระบบตรวจสอบคุณภาพอาจพลาดไปเนื่องจาก AI Inspection Algorithm ขาดการฝึกฝนในจุดนี้

    ✅ AMD ระบุว่าเป็นกรณีเฉพาะ ไม่ใช่ปัญหาที่พบในทุกการ์ด RX 9070 XT
    - แหล่งข่าวจาก AMD ยืนยันว่าการ์ดที่มีปัญหานี้เป็น กรณีเฉพาะ และไม่ใช่ปัญหาที่แพร่หลาย
    - ผู้ใช้ที่พบปัญหาควรขอ เคลมสินค้า (RMA) กับผู้ผลิต

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/defective-rx-9070-xt-card-with-pitted-silicon-gpu-surface-runs-extremely-hot-report-indicates-its-unclear-if-this-was-an-isolated-incident
    รายงานจาก Igor’s Lab พบว่าการ์ดจอ PowerColor RX 9070 XT Hellhound บางตัวมี พื้นผิวชิปที่เป็นหลุมเล็ก ๆ (pitted silicon surface) ส่งผลให้เกิดอุณหภูมิสูงผิดปกติ ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าปัญหานี้เป็นกรณีเฉพาะ หรือเกิดจากสายการผลิตที่มีข้อบกพร่อง ✅ พื้นผิวชิปมีรอยผิดปกติจากกระบวนการขัดหลัง (Backgrinding Process) - พบ รอยหลุมกว่า 1,934 จุดบนพื้นผิวชิป ซึ่งมากกว่ามาตรฐานที่ยอมรับได้ - มีบางจุดที่ลึกถึง 12.59 µm และกว้าง 212.36 µm ซึ่งอยู่นอกมาตรฐานอุตสาหกรรม ✅ GPU เกิดอุณหภูมิสูงถึง 113°C และทำให้เกิด Thermal Throttling - อุณหภูมิเฉลี่ยของชิปอยู่ที่ 67°C แต่มีจุดร้อนที่สูงถึง 113°C - อุณหภูมิสูงสุดที่ RDNA 4 รองรับคือ 110°C ทำให้การ์ดถูกจำกัดความเร็ว (Throttling) และใช้งานไม่ได้ ✅ PowerColor, AMD และ TSMC ไม่ตรวจพบปัญหานี้ก่อนปล่อยสินค้า - คาดว่าระบบตรวจสอบคุณภาพอาจพลาดไปเนื่องจาก AI Inspection Algorithm ขาดการฝึกฝนในจุดนี้ ✅ AMD ระบุว่าเป็นกรณีเฉพาะ ไม่ใช่ปัญหาที่พบในทุกการ์ด RX 9070 XT - แหล่งข่าวจาก AMD ยืนยันว่าการ์ดที่มีปัญหานี้เป็น กรณีเฉพาะ และไม่ใช่ปัญหาที่แพร่หลาย - ผู้ใช้ที่พบปัญหาควรขอ เคลมสินค้า (RMA) กับผู้ผลิต https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/defective-rx-9070-xt-card-with-pitted-silicon-gpu-surface-runs-extremely-hot-report-indicates-its-unclear-if-this-was-an-isolated-incident
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 196 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts