• ปัจจุบัน **ยังไม่มีวิธีการพยากรณ์แผ่นดินไหวที่แม่นยำและถูกต้อง 100%** ในทางวิทยาศาสตร์ แผ่นดินไหวเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ซับซ้อน และยังไม่มีเทคโนโลยีหรือวิธีการใดที่สามารถทำนายเวลา สถานที่ และขนาดของแผ่นดินไหวได้อย่างแน่นอน

    ### **เหตุผลที่การพยากรณ์แผ่นดินไหวยังทำได้ยาก**
    1. **กระบวนการเกิดแผ่นดินไหวซับซ้อน**
    - แผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกอย่างฉับพลัน ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความเค้น (stress) การสะสมพลังงาน และความเสียดทานระหว่างหิน
    - การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นใต้ดินลึก ทำให้ติดตามและวัดได้ยาก

    2. **ขาดข้อมูลที่เพียงพอ**
    - แม้จะมีเครือข่ายเซ็นเซอร์วัดแผ่นดินไหว (seismometers) และระบบ GPS ติดตามการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก แต่ข้อมูลเหล่านี้มักบอกได้เพียง **"ความเสี่ยง"** ของพื้นที่ ไม่ใช่เวลาที่แน่นอน

    3. **ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่ชัดเจน**
    - บางครั้งอาจพบสัญญาณก่อนเกิดแผ่นดินไหว เช่น การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำใต้ดิน หรือการเกิดแผ่นดินไหวเล็กๆ (foreshocks) แต่ก็ไม่เสมอไป และมักไม่สามารถยืนยันได้จนกว่าแผ่นดินไหวใหญ่จะเกิดขึ้น

    ### **ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ในการเตือนภัยแผ่นดินไหว**
    แม้จะไม่สามารถพยากรณ์ได้ล่วงหน้า แต่มีระบบที่ช่วย **เตือนภัยก่อนเกิดแผ่นดินไหว (Early Warning System)** เช่น:
    - **ระบบ ShakeAlert (สหรัฐฯ), ระบบ J-Alert (ญี่ปุ่น)**
    - ใช้คลื่นแผ่นดินไหวที่เดินทางเร็วกว่า (คลื่น P) เพื่อส่งสัญญาณเตือนก่อนที่คลื่นทำลาย (คลื่น S) จะมาถึง
    - ช่วยให้มีเวลาเตรียมตัว **เพียงไม่กี่วินาทีถึงนาที**

    - **การประเมินความเสี่ยงระยะยาว**
    - นักวิทยาศาสตร์สามารถระบุ **พื้นที่เสี่ยงสูง** จากประวัติแผ่นดินไหวและรอยเลื่อนมีพลัง เช่น แถบวงแหวนไฟแปซิฟิก (Ring of Fire)

    ### **ข้อสรุป**
    - **ยังไม่มีการพยากรณ์แผ่นดินไหวที่แม่นยำ** ในแง่ของการบอกเวลาและขนาดได้ล่วงหน้า
    - **ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหว (Early Warning)** สามารถช่วยลดความเสียหายได้บ้าง แต่ให้เวลาเตรียมตัวน้อยมาก
    - วิธีที่ดีที่สุดคือ **เตรียมความพร้อม** เช่น รู้จุดปลอดภัยในบ้าน มีชุดฉุกเฉิน และฝึกซ้อม应对แผ่นดินไหว

    หากมีข่าวเกี่ยวกับการทำนายแผ่นดินไหวที่อ้างว่าแม่นยำ ควรตรวจสอบแหล่งที่มาให้ดี เพราะปัจจุบันยังไม่มีเทคโนโลยีที่สามารถทำได้อย่างแน่นอน!
    ปัจจุบัน **ยังไม่มีวิธีการพยากรณ์แผ่นดินไหวที่แม่นยำและถูกต้อง 100%** ในทางวิทยาศาสตร์ แผ่นดินไหวเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ซับซ้อน และยังไม่มีเทคโนโลยีหรือวิธีการใดที่สามารถทำนายเวลา สถานที่ และขนาดของแผ่นดินไหวได้อย่างแน่นอน ### **เหตุผลที่การพยากรณ์แผ่นดินไหวยังทำได้ยาก** 1. **กระบวนการเกิดแผ่นดินไหวซับซ้อน** - แผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกอย่างฉับพลัน ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความเค้น (stress) การสะสมพลังงาน และความเสียดทานระหว่างหิน - การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นใต้ดินลึก ทำให้ติดตามและวัดได้ยาก 2. **ขาดข้อมูลที่เพียงพอ** - แม้จะมีเครือข่ายเซ็นเซอร์วัดแผ่นดินไหว (seismometers) และระบบ GPS ติดตามการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก แต่ข้อมูลเหล่านี้มักบอกได้เพียง **"ความเสี่ยง"** ของพื้นที่ ไม่ใช่เวลาที่แน่นอน 3. **ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่ชัดเจน** - บางครั้งอาจพบสัญญาณก่อนเกิดแผ่นดินไหว เช่น การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำใต้ดิน หรือการเกิดแผ่นดินไหวเล็กๆ (foreshocks) แต่ก็ไม่เสมอไป และมักไม่สามารถยืนยันได้จนกว่าแผ่นดินไหวใหญ่จะเกิดขึ้น ### **ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ในการเตือนภัยแผ่นดินไหว** แม้จะไม่สามารถพยากรณ์ได้ล่วงหน้า แต่มีระบบที่ช่วย **เตือนภัยก่อนเกิดแผ่นดินไหว (Early Warning System)** เช่น: - **ระบบ ShakeAlert (สหรัฐฯ), ระบบ J-Alert (ญี่ปุ่น)** - ใช้คลื่นแผ่นดินไหวที่เดินทางเร็วกว่า (คลื่น P) เพื่อส่งสัญญาณเตือนก่อนที่คลื่นทำลาย (คลื่น S) จะมาถึง - ช่วยให้มีเวลาเตรียมตัว **เพียงไม่กี่วินาทีถึงนาที** - **การประเมินความเสี่ยงระยะยาว** - นักวิทยาศาสตร์สามารถระบุ **พื้นที่เสี่ยงสูง** จากประวัติแผ่นดินไหวและรอยเลื่อนมีพลัง เช่น แถบวงแหวนไฟแปซิฟิก (Ring of Fire) ### **ข้อสรุป** - **ยังไม่มีการพยากรณ์แผ่นดินไหวที่แม่นยำ** ในแง่ของการบอกเวลาและขนาดได้ล่วงหน้า - **ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหว (Early Warning)** สามารถช่วยลดความเสียหายได้บ้าง แต่ให้เวลาเตรียมตัวน้อยมาก - วิธีที่ดีที่สุดคือ **เตรียมความพร้อม** เช่น รู้จุดปลอดภัยในบ้าน มีชุดฉุกเฉิน และฝึกซ้อม应对แผ่นดินไหว หากมีข่าวเกี่ยวกับการทำนายแผ่นดินไหวที่อ้างว่าแม่นยำ ควรตรวจสอบแหล่งที่มาให้ดี เพราะปัจจุบันยังไม่มีเทคโนโลยีที่สามารถทำได้อย่างแน่นอน!
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 44 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Keio ในญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการใช้เซลล์ต้นกำเนิดแบบ Pluripotent (iPS) เพื่อช่วยฟื้นฟูความสามารถในการเคลื่อนไหวบางส่วนในผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บไขสันหลัง การทดลองครั้งแรกนี้นำไปใช้กับผู้ป่วย 4 คน โดยในจำนวนนี้ 2 คนมีการฟื้นฟูบางส่วน เช่น การสามารถยืนด้วยตัวช่วยพยุง ซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้าที่น่าชื่นชม แม้จะยังไม่ได้ผลเต็มที่สำหรับทุกคน

    เบื้องหลังเทคโนโลยี:
    - เซลล์ต้นกำเนิด iPS นี้ถูกค้นพบโดย Shinya Yamanaka ในปี 2006 และทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลจากความสามารถในการรีโปรแกรมเซลล์ผู้ใหญ่กลับสู่สถานะเซลล์ต้นกำเนิด ช่วยในการสร้างเซลล์ประสาทใหม่จำนวนมาก.

    ผลการทดลองแรก:
    - ผู้ป่วยที่เข้าร่วมได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด iPS พร้อมยากดภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันการปฏิเสธ แม้ 2 คนยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน แต่ทุกคนไม่ได้รับผลข้างเคียงหรือการเติบโตผิดปกติในเซลล์.

    ผลกระทบเชิงศักยภาพ:
    - ญี่ปุ่นมีผู้ป่วยไขสันหลังบาดเจ็บราว 100,000 ราย ซึ่งปัจจุบันการบำบัดยังให้ผลที่จำกัด (เพียง 10-12% ฟื้นฟูบางส่วน) เทคโนโลยีนี้อาจช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์ได้อย่างชัดเจนในอนาคต.

    ทิศทางการวิจัยในอนาคต:
    - ทีมนักวิจัยวางแผนทำการทดลองขนาดใหญ่ในอนาคต ร่วมมือกับบริษัท K Pharma ที่ก่อตั้งโดยมหาวิทยาลัย Keio เพื่อพัฒนาวิธีการรักษาให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น.

    https://www.techspot.com/news/107317-pluripotent-stem-cells-aid-partial-motor-recovery-spinal.html
    นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Keio ในญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการใช้เซลล์ต้นกำเนิดแบบ Pluripotent (iPS) เพื่อช่วยฟื้นฟูความสามารถในการเคลื่อนไหวบางส่วนในผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บไขสันหลัง การทดลองครั้งแรกนี้นำไปใช้กับผู้ป่วย 4 คน โดยในจำนวนนี้ 2 คนมีการฟื้นฟูบางส่วน เช่น การสามารถยืนด้วยตัวช่วยพยุง ซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้าที่น่าชื่นชม แม้จะยังไม่ได้ผลเต็มที่สำหรับทุกคน เบื้องหลังเทคโนโลยี: - เซลล์ต้นกำเนิด iPS นี้ถูกค้นพบโดย Shinya Yamanaka ในปี 2006 และทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลจากความสามารถในการรีโปรแกรมเซลล์ผู้ใหญ่กลับสู่สถานะเซลล์ต้นกำเนิด ช่วยในการสร้างเซลล์ประสาทใหม่จำนวนมาก. ผลการทดลองแรก: - ผู้ป่วยที่เข้าร่วมได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด iPS พร้อมยากดภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันการปฏิเสธ แม้ 2 คนยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน แต่ทุกคนไม่ได้รับผลข้างเคียงหรือการเติบโตผิดปกติในเซลล์. ผลกระทบเชิงศักยภาพ: - ญี่ปุ่นมีผู้ป่วยไขสันหลังบาดเจ็บราว 100,000 ราย ซึ่งปัจจุบันการบำบัดยังให้ผลที่จำกัด (เพียง 10-12% ฟื้นฟูบางส่วน) เทคโนโลยีนี้อาจช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์ได้อย่างชัดเจนในอนาคต. ทิศทางการวิจัยในอนาคต: - ทีมนักวิจัยวางแผนทำการทดลองขนาดใหญ่ในอนาคต ร่วมมือกับบริษัท K Pharma ที่ก่อตั้งโดยมหาวิทยาลัย Keio เพื่อพัฒนาวิธีการรักษาให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น. https://www.techspot.com/news/107317-pluripotent-stem-cells-aid-partial-motor-recovery-spinal.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Pluripotent stem cells aid partial motor recovery in spinal cord injury patients
    Researchers at Keio University have begun using induced pluripotent stem cells (iPS) to treat and maybe even cure severe spinal cord injuries. The iPS technology was first...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 31 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft ได้แสดงความตั้งใจที่จะขยายการใช้งานระบบไฟล์ Resilient File System (ReFS) ในระบบปฏิบัติการ Windows 11 โดยล่าสุดพบว่าใน Windows 11 Build 27823 มีตัวเลือก "Flexible Storage" ใหม่ที่อนุญาตให้ผู้ใช้งานฟอร์แมตพาร์ติชันหรือพื้นที่ดิสก์ที่ไม่ได้ถูกกำหนดค่า โดยสามารถเลือกใช้ระบบไฟล์แบบ NTFS หรือ ReFS ได้ ฟีเจอร์นี้อาจเป็นก้าวสำคัญที่นำ ReFS เข้าสู่การใช้งานในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป มากกว่าที่จะจำกัดในองค์กรหรือเซิร์ฟเวอร์เหมือนที่ผ่านมา

    ศักยภาพและข้อจำกัดของ ReFS:
    - ReFS รองรับการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ได้ถึง 35 เพตะไบต์ (PB) และไฟล์เดี่ยวที่ใหญ่เท่ากับปริมาณข้อมูลทั้งหมด ขณะที่ NTFS รองรับสูงสุดเพียง 256 เทระไบต์ (TB).
    - คุณสมบัติเด่น เช่น การโคลนข้อมูลแบบบล็อก และทำ snapshot ในระดับไฟล์ แต่ยังไม่มีฟีเจอร์สำหรับการบู๊ต, การบีบอัดไฟล์, หรือการเข้ารหัส ซึ่งอาจพัฒนาในอนาคต

    การเปรียบเทียบกับ NTFS:
    - NTFS ยังคงเป็นมาตรฐานที่ใช้งานในระบบ Windows ส่วนใหญ่ แต่ ReFS ได้รับการออกแบบมาเพื่อการจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและรองรับการเติบโตของชุดข้อมูลขนาดใหญ่

    การเคลื่อนไหวในชุมชนนักพัฒนา:
    - ชุมชนโอเพ่นซอร์สได้เริ่มเขียนเอกสารสำหรับ ReFS ในขณะที่บริษัทอย่าง Paragon Software เสนอไดรเวอร์ ReFS แบบปิดซอร์ส เพื่อรองรับการใช้งานที่กว้างขึ้น

    https://www.techspot.com/news/107321-microsoft-resilient-file-system-resurfaces-latest-windows-11.html
    Microsoft ได้แสดงความตั้งใจที่จะขยายการใช้งานระบบไฟล์ Resilient File System (ReFS) ในระบบปฏิบัติการ Windows 11 โดยล่าสุดพบว่าใน Windows 11 Build 27823 มีตัวเลือก "Flexible Storage" ใหม่ที่อนุญาตให้ผู้ใช้งานฟอร์แมตพาร์ติชันหรือพื้นที่ดิสก์ที่ไม่ได้ถูกกำหนดค่า โดยสามารถเลือกใช้ระบบไฟล์แบบ NTFS หรือ ReFS ได้ ฟีเจอร์นี้อาจเป็นก้าวสำคัญที่นำ ReFS เข้าสู่การใช้งานในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป มากกว่าที่จะจำกัดในองค์กรหรือเซิร์ฟเวอร์เหมือนที่ผ่านมา ศักยภาพและข้อจำกัดของ ReFS: - ReFS รองรับการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ได้ถึง 35 เพตะไบต์ (PB) และไฟล์เดี่ยวที่ใหญ่เท่ากับปริมาณข้อมูลทั้งหมด ขณะที่ NTFS รองรับสูงสุดเพียง 256 เทระไบต์ (TB). - คุณสมบัติเด่น เช่น การโคลนข้อมูลแบบบล็อก และทำ snapshot ในระดับไฟล์ แต่ยังไม่มีฟีเจอร์สำหรับการบู๊ต, การบีบอัดไฟล์, หรือการเข้ารหัส ซึ่งอาจพัฒนาในอนาคต การเปรียบเทียบกับ NTFS: - NTFS ยังคงเป็นมาตรฐานที่ใช้งานในระบบ Windows ส่วนใหญ่ แต่ ReFS ได้รับการออกแบบมาเพื่อการจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและรองรับการเติบโตของชุดข้อมูลขนาดใหญ่ การเคลื่อนไหวในชุมชนนักพัฒนา: - ชุมชนโอเพ่นซอร์สได้เริ่มเขียนเอกสารสำหรับ ReFS ในขณะที่บริษัทอย่าง Paragon Software เสนอไดรเวอร์ ReFS แบบปิดซอร์ส เพื่อรองรับการใช้งานที่กว้างขึ้น https://www.techspot.com/news/107321-microsoft-resilient-file-system-resurfaces-latest-windows-11.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Microsoft's ReFS file system resurfaces in latest Windows 11 build
    At last, Microsoft appears to be taking action with its Resilient File System (ReFS) technology. Despite being 14 years old, the storage format remains largely unfamiliar to...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 31 มุมมอง 0 รีวิว
  • Sarcina Technology เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI Chiplet ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย ด้วยเทคโนโลยี FOCoS-CL ที่ช่วยให้สามารถสร้างระบบขนาดใหญ่ถึง 100x100 มม. ภายในชุดเดียว เทคโนโลยีนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อระหว่าง Chiplets ผ่านมาตรฐาน UCIe-A เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งผ่านข้อมูลที่รวดเร็วและการจัดการหน่วยความจำที่มีประสิทธิภาพสูง การเปิดตัวครั้งนี้จะช่วยยกระดับความสามารถของ AI ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ระบบอัตโนมัติและการคำนวณขั้นสูง

    การออกแบบที่ตอบโจทย์หลากหลายความต้องการ:
    - Sarcina Technology มุ่งเน้นความคุ้มค่าโดยใช้ Chiplets ทดแทน SoC ที่ราคาแพง พร้อมสนับสนุนหน่วยความจำแบบ LPDDR5X/6 และ HBM3E ซึ่งรองรับ AI Workloads ได้หลากหลายรูปแบบ.

    ความก้าวหน้าด้านการส่งข้อมูล:
    - การออกแบบ Interposer ใหม่สามารถรองรับอัตราส่งข้อมูลสูงสุดที่ 32 GT/s ต่อช่องสัญญาณ พร้อมความสามารถในการวางซ้อนโมดูลหน่วยความจำได้สูงสุด 8 ชิป HBM3E หรือ 20 ชิป LPDDR6.

    ประสิทธิภาพและการควบคุมพลังงาน:
    - ระบบสามารถทำงานที่กำลังไฟต่ำกว่า 500 W ด้วยพัดลมระบายอากาศ หรือสูงถึง 1000 W ด้วยการระบายความร้อนด้วยน้ำ.

    การประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม:
    - แพลตฟอร์มนี้เหมาะสำหรับระบบอัตโนมัติ ศูนย์ข้อมูล และการคำนวณทางวิทยาศาสตร์ โดยช่วยเพิ่มความสามารถของ Generative AI และระบบ AI สำหรับการฝึกอบรมใน Edge Computing.

    https://www.techpowerup.com/334680/sarcina-technology-launches-ai-chiplet-platform-enabling-systems-up-to-100x100-mm-in-a-single-package
    Sarcina Technology เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI Chiplet ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย ด้วยเทคโนโลยี FOCoS-CL ที่ช่วยให้สามารถสร้างระบบขนาดใหญ่ถึง 100x100 มม. ภายในชุดเดียว เทคโนโลยีนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อระหว่าง Chiplets ผ่านมาตรฐาน UCIe-A เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งผ่านข้อมูลที่รวดเร็วและการจัดการหน่วยความจำที่มีประสิทธิภาพสูง การเปิดตัวครั้งนี้จะช่วยยกระดับความสามารถของ AI ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ระบบอัตโนมัติและการคำนวณขั้นสูง การออกแบบที่ตอบโจทย์หลากหลายความต้องการ: - Sarcina Technology มุ่งเน้นความคุ้มค่าโดยใช้ Chiplets ทดแทน SoC ที่ราคาแพง พร้อมสนับสนุนหน่วยความจำแบบ LPDDR5X/6 และ HBM3E ซึ่งรองรับ AI Workloads ได้หลากหลายรูปแบบ. ความก้าวหน้าด้านการส่งข้อมูล: - การออกแบบ Interposer ใหม่สามารถรองรับอัตราส่งข้อมูลสูงสุดที่ 32 GT/s ต่อช่องสัญญาณ พร้อมความสามารถในการวางซ้อนโมดูลหน่วยความจำได้สูงสุด 8 ชิป HBM3E หรือ 20 ชิป LPDDR6. ประสิทธิภาพและการควบคุมพลังงาน: - ระบบสามารถทำงานที่กำลังไฟต่ำกว่า 500 W ด้วยพัดลมระบายอากาศ หรือสูงถึง 1000 W ด้วยการระบายความร้อนด้วยน้ำ. การประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม: - แพลตฟอร์มนี้เหมาะสำหรับระบบอัตโนมัติ ศูนย์ข้อมูล และการคำนวณทางวิทยาศาสตร์ โดยช่วยเพิ่มความสามารถของ Generative AI และระบบ AI สำหรับการฝึกอบรมใน Edge Computing. https://www.techpowerup.com/334680/sarcina-technology-launches-ai-chiplet-platform-enabling-systems-up-to-100x100-mm-in-a-single-package
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Sarcina Technology Launches AI Chiplet Platform Enabling Systems Up to 100x100 mm in a Single Package
    Sarcina Technology, a global semiconductor packaging specialist, is excited to announce the launch of its innovative AI platform to enable advanced AI packaging solutions that can be tailored to meet specific customer requirements. Leveraging ASE's FOCoS-CL (Fan-Out Chip-on-Substrate-Chip Last) asse...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 88 มุมมอง 0 รีวิว
  • The Linux Foundation และ OpenInfra ได้ร่วมมือกันเพื่อสร้างอนาคตของเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สที่แข็งแกร่งและเปิดกว้าง โดยการผสานโครงการสำคัญเช่น Kubernetes และ OpenStack เข้าด้วยกัน พวกเขามุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI และศูนย์ข้อมูลยุคใหม่ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและร่วมกันสร้างนวัตกรรมได้อย่างอิสระ

    วิวัฒนาการของทั้งสององค์กร:
    - The Linux Foundation เริ่มต้นจากการรวมตัวกันของ Open Source Development Labs (OSDL) และ Free Standards Group ในปี 2007 โดยปัจจุบันสนับสนุนกว่า 900 โครงการโอเพ่นซอร์ส.
    - OpenInfra ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 ภายใต้ชื่อ OpenStack Foundation ก่อนจะขยายการทำงานครอบคลุมโครงการต่าง ๆ เช่น Airship, Kata Containers และ StarlingX.

    โครงการที่เป็นแกนหลักในการพัฒนา:
    - ทั้งสององค์กรได้รวมพลังผ่าน Open Infrastructure Blueprint ซึ่งเชื่อมโยงโครงการสำคัญ เช่น Linux, OpenStack และ Kubernetes เพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรทั่วโลก.

    ความสำคัญต่อโครงสร้างพื้นฐาน AI:
    - ความร่วมมือนี้มุ่งเร่งการพัฒนาศูนย์ข้อมูลให้ทันสมัยและตอบสนองความต้องการด้าน AI โดยเฉพาะการสร้างนวัตกรรมที่เปิดกว้าง ให้ชุมชนและนักพัฒนาทั่วโลกสามารถร่วมมือและปรับแต่งเทคโนโลยีได้อย่างอิสระ.

    จุดยืนในตลาดโอเพ่นซอร์ส:
    - ตลาดโอเพ่นซอร์สที่มีมูลค่ากว่า 9 ล้านล้านดอลลาร์ได้รับแรงผลักดันจากความร่วมมือนี้ โดยเน้นการพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยชุมชนและหลักการของโอเพ่นซอร์ส.

    https://www.zdnet.com/article/the-linux-foundations-latest-partnership-could-shake-up-open-source-ecosystems-heres-why/
    The Linux Foundation และ OpenInfra ได้ร่วมมือกันเพื่อสร้างอนาคตของเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สที่แข็งแกร่งและเปิดกว้าง โดยการผสานโครงการสำคัญเช่น Kubernetes และ OpenStack เข้าด้วยกัน พวกเขามุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI และศูนย์ข้อมูลยุคใหม่ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและร่วมกันสร้างนวัตกรรมได้อย่างอิสระ วิวัฒนาการของทั้งสององค์กร: - The Linux Foundation เริ่มต้นจากการรวมตัวกันของ Open Source Development Labs (OSDL) และ Free Standards Group ในปี 2007 โดยปัจจุบันสนับสนุนกว่า 900 โครงการโอเพ่นซอร์ส. - OpenInfra ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 ภายใต้ชื่อ OpenStack Foundation ก่อนจะขยายการทำงานครอบคลุมโครงการต่าง ๆ เช่น Airship, Kata Containers และ StarlingX. โครงการที่เป็นแกนหลักในการพัฒนา: - ทั้งสององค์กรได้รวมพลังผ่าน Open Infrastructure Blueprint ซึ่งเชื่อมโยงโครงการสำคัญ เช่น Linux, OpenStack และ Kubernetes เพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรทั่วโลก. ความสำคัญต่อโครงสร้างพื้นฐาน AI: - ความร่วมมือนี้มุ่งเร่งการพัฒนาศูนย์ข้อมูลให้ทันสมัยและตอบสนองความต้องการด้าน AI โดยเฉพาะการสร้างนวัตกรรมที่เปิดกว้าง ให้ชุมชนและนักพัฒนาทั่วโลกสามารถร่วมมือและปรับแต่งเทคโนโลยีได้อย่างอิสระ. จุดยืนในตลาดโอเพ่นซอร์ส: - ตลาดโอเพ่นซอร์สที่มีมูลค่ากว่า 9 ล้านล้านดอลลาร์ได้รับแรงผลักดันจากความร่วมมือนี้ โดยเน้นการพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยชุมชนและหลักการของโอเพ่นซอร์ส. https://www.zdnet.com/article/the-linux-foundations-latest-partnership-could-shake-up-open-source-ecosystems-heres-why/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 94 มุมมอง 0 รีวิว
  • Qualcomm กำลังเปิดตัวแคมเปญต่อต้านการผูกขาดระดับโลกต่อ Arm Holdings โดยกล่าวหา Arm ว่าจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีและเปลี่ยนรูปแบบการอนุญาตใช้งานเพื่อทำลายการแข่งขัน ข้อกล่าวหานี้เน้นว่า Arm พยายามใช้การควบคุมเทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ในการออกแบบชิปของตนเอง โดยเฉพาะ CSS (Compute Subsystems) ที่เป็นดีไซน์อ้างอิงสำหรับโปรเซสเซอร์ในระดับลูกค้าและดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งสองบริษัทเคยมีข้อพิพาททางกฎหมาย ซึ่ง Qualcomm ชนะในศาลเดลาแวร์ และ Arm ได้ยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่

    การดำเนินงานในระดับสากล:
    - Qualcomm ได้ยื่นร้องเรียนต่อนโยบายของ Arm ไปยังหน่วยงานกำกับดูแลทั้งในยุโรป สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ โดยหวังว่าจะปกป้องการเข้าถึงสถาปัตยกรรมเทคโนโลยีของ Arm สำหรับนักพัฒนาชิปรายใหญ่.

    ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการละเมิดข้อตกลง:
    - Qualcomm อ้างว่า Arm ละเมิดข้อตกลงด้านสิทธิ์การใช้งาน โดยจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เคยช่วยสร้างระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่แข็งแกร่ง.

    ความสำคัญของคดีในศาลเดลาแวร์:
    - ศาลตัดสินว่า Qualcomm ไม่ละเมิดข้อกำหนดของข้อตกลงการอนุญาตใช้งานเมื่อทำการเข้าซื้อ Nuvia และนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ใน Snapdragon X โปรเซสเซอร์.

    มุมมองจาก Arm:
    - Arm ปฏิเสธข้อกล่าวหาและระบุว่าข้อร้องเรียนของ Qualcomm เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อหันเหความสนใจจากข้อพิพาททางการค้าระหว่างสองบริษัท.

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/qualcomm-launches-global-antitrust-campaign-against-arm-accuses-arm-of-restricting-access-to-technology
    Qualcomm กำลังเปิดตัวแคมเปญต่อต้านการผูกขาดระดับโลกต่อ Arm Holdings โดยกล่าวหา Arm ว่าจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีและเปลี่ยนรูปแบบการอนุญาตใช้งานเพื่อทำลายการแข่งขัน ข้อกล่าวหานี้เน้นว่า Arm พยายามใช้การควบคุมเทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ในการออกแบบชิปของตนเอง โดยเฉพาะ CSS (Compute Subsystems) ที่เป็นดีไซน์อ้างอิงสำหรับโปรเซสเซอร์ในระดับลูกค้าและดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งสองบริษัทเคยมีข้อพิพาททางกฎหมาย ซึ่ง Qualcomm ชนะในศาลเดลาแวร์ และ Arm ได้ยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ การดำเนินงานในระดับสากล: - Qualcomm ได้ยื่นร้องเรียนต่อนโยบายของ Arm ไปยังหน่วยงานกำกับดูแลทั้งในยุโรป สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ โดยหวังว่าจะปกป้องการเข้าถึงสถาปัตยกรรมเทคโนโลยีของ Arm สำหรับนักพัฒนาชิปรายใหญ่. ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการละเมิดข้อตกลง: - Qualcomm อ้างว่า Arm ละเมิดข้อตกลงด้านสิทธิ์การใช้งาน โดยจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เคยช่วยสร้างระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่แข็งแกร่ง. ความสำคัญของคดีในศาลเดลาแวร์: - ศาลตัดสินว่า Qualcomm ไม่ละเมิดข้อกำหนดของข้อตกลงการอนุญาตใช้งานเมื่อทำการเข้าซื้อ Nuvia และนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ใน Snapdragon X โปรเซสเซอร์. มุมมองจาก Arm: - Arm ปฏิเสธข้อกล่าวหาและระบุว่าข้อร้องเรียนของ Qualcomm เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อหันเหความสนใจจากข้อพิพาททางการค้าระหว่างสองบริษัท. https://www.tomshardware.com/tech-industry/qualcomm-launches-global-antitrust-campaign-against-arm-accuses-arm-of-restricting-access-to-technology
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 50 มุมมอง 0 รีวิว
  • รายงานล่าสุดชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการพัฒนา AI แบบ AGI โดยเน้นว่าการเพิ่มพลังประมวลผลเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แม้บริษัทใหญ่ลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยีนี้ ผลลัพธ์ที่ได้กลับลดลง นอกจากนี้ นักวิจัยยังสนับสนุนให้เน้นความปลอดภัยและวิธีการพัฒนาที่คุ้มค่า เช่น การลดพลังงานหรือปรับกระบวนการทำงานของ AI ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

    ความท้าทายในการพัฒนา AGI:
    - แม้มีการลงทุนมากกว่า 56 พันล้านดอลลาร์ ใน AI เช่น การฝึกโมเดลขนาดใหญ่ แต่ผลลัพธ์ในด้านประสิทธิภาพเริ่มลดลง เช่น โมเดลล่าสุดของ OpenAI ที่แสดงการปรับปรุงเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า.

    ปัญหาด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน:
    - เนื่องจากโมเดล AI ต้องใช้พลังงานอย่างมหาศาล บริษัทต่าง ๆ เช่น Microsoft, Google และ Amazon จึงเริ่มหันไปใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อรองรับศูนย์ข้อมูล.

    แนวทางใหม่เพื่อการพัฒนา AI:
    - มีการสำรวจวิธีการที่ไม่เน้นเพิ่มพลังประมวลผล เช่น การใช้ "Test-time Compute" ซึ่งโมเดล AI จะ "คิด" นานขึ้นก่อนให้คำตอบ วิธีนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยไม่ต้องขยายระบบอย่างมหาศาล แต่ยังไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่สมบูรณ์.

    มุมมองด้านความปลอดภัยและจริยธรรม:
    - 82% ของนักวิจัย เชื่อว่าหาก AGI พัฒนาโดยบริษัทเอกชน ควรอยู่ภายใต้การควบคุมสาธารณะเพื่อลดความเสี่ยงและปัญหาด้านจริยธรรม.

    https://www.techspot.com/news/107256-most-ai-researchers-doubt-scaling-current-systems-alone.html
    รายงานล่าสุดชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการพัฒนา AI แบบ AGI โดยเน้นว่าการเพิ่มพลังประมวลผลเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แม้บริษัทใหญ่ลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยีนี้ ผลลัพธ์ที่ได้กลับลดลง นอกจากนี้ นักวิจัยยังสนับสนุนให้เน้นความปลอดภัยและวิธีการพัฒนาที่คุ้มค่า เช่น การลดพลังงานหรือปรับกระบวนการทำงานของ AI ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ความท้าทายในการพัฒนา AGI: - แม้มีการลงทุนมากกว่า 56 พันล้านดอลลาร์ ใน AI เช่น การฝึกโมเดลขนาดใหญ่ แต่ผลลัพธ์ในด้านประสิทธิภาพเริ่มลดลง เช่น โมเดลล่าสุดของ OpenAI ที่แสดงการปรับปรุงเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า. ปัญหาด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน: - เนื่องจากโมเดล AI ต้องใช้พลังงานอย่างมหาศาล บริษัทต่าง ๆ เช่น Microsoft, Google และ Amazon จึงเริ่มหันไปใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อรองรับศูนย์ข้อมูล. แนวทางใหม่เพื่อการพัฒนา AI: - มีการสำรวจวิธีการที่ไม่เน้นเพิ่มพลังประมวลผล เช่น การใช้ "Test-time Compute" ซึ่งโมเดล AI จะ "คิด" นานขึ้นก่อนให้คำตอบ วิธีนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยไม่ต้องขยายระบบอย่างมหาศาล แต่ยังไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่สมบูรณ์. มุมมองด้านความปลอดภัยและจริยธรรม: - 82% ของนักวิจัย เชื่อว่าหาก AGI พัฒนาโดยบริษัทเอกชน ควรอยู่ภายใต้การควบคุมสาธารณะเพื่อลดความเสี่ยงและปัญหาด้านจริยธรรม. https://www.techspot.com/news/107256-most-ai-researchers-doubt-scaling-current-systems-alone.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Most AI experts say chasing AGI with more compute is a losing strategy
    A recent survey of 475 AI researchers reveals that 76% believe adding more computing power and data to current AI models is "unlikely" or "very unlikely" to...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 122 มุมมอง 0 รีวิว
  • Demonstrate Your Way With Words With Synonyms For “Vocabulary”

    It will probably not surprise you to learn that we are sort of obsessed with vocabulary. We love all words from A to Z, even ones that start with weird symbols like Ægypt. When it comes to talking about the collection of all the unusual words we have learned, it’s not enough to just call it vocabulary. This got us thinking about synonyms for vocabulary and all the wonderful terms we can use to talk about all the words we know.

    The word vocabulary comes from the Latin vocābulārius, meaning “of words.” A related word in English that you might recognize is vocal, from Latin vōcālis. At the root of both terms is vox, meaning “voice.” Essentially, a vocabulary is a collection of the terms you use to call things. Read on to find out new terms you can use to describe your vocabulary.

    dictionary
    The dictionary is one of the best places to find vocabulary words, so much so that the word dictionary itself is a near-synonym for vocabulary. The word dictionary means “a lexical resource containing a selection of the words of a language.” Dictionaries have been around since ancient times—the earliest known dictionaries date to around 2300 BCE.

    vocable
    We noted the Latin root of vocabulary already. Another word that shares that same root is vocable, “a word; term; name.” However, vocable is also used more generally to refer to utterances not typically considered words, such as abracadabra, a nonsense expression used in magic tricks.

    expression
    The word expression is a more everyday synonym for vocabulary. While expression is often used to mean “the act of expressing or setting forth in words,” it can also specifically refer to “a particular word, phrase, or form of words.” The word expression has something of a culinary origin; it comes from the Latin expressiō meaning “a pressing out.”

    terminology
    A slightly more sophisticated but still quotidian synonym for vocabulary is terminology, “the system of terms belonging or peculiar to a science, art, or specialized subject; nomenclature.” The combining form -logy is used to name sciences or bodies of knowledge. This means that the word terminology has another, if less common, meaning: “the science of terms, as in particular sciences or arts.”

    phraseology
    Another synonym for vocabulary that ends in -logy is phraseology, “manner or style of verbal expression; characteristic language,” or simply “expressions; phrases.” The word phraseology was coined by a German philologist (a term that refers to a person who specializes in linguistics or literary texts) who made a slight mistake. The correct transcription of the word from Greek would be phrasiology, but the erroneous phraseology stuck.

    locution
    A synonym for phraseology that’s less of a mouthful is locution, “a particular form of expression; a word, phrase, expression, or idiom, especially as used by a particular person, group, etc.” Locution is often specifically used to refer to oral rather than written language (meaning, words spoken aloud rather than written down). An archaic term related to locution is locutorium or locutory, meaning “parlor,” in the sense of “a room in a monastery where the inhabitants may converse with visitors or with each other.”

    lexicon
    Another sophisticated synonym for vocabulary is lexicon, “the vocabulary of a particular language, field, social class, person, etc.” A lexicon is essentially any collection of words. Each of us has our own mental lexicon, which is the collection of words that is stored, understood, and used by an individual. These mental lexicons are made up of lexemes and lemmas that help us name and describe the world.

    lexeme
    A lexeme is “a lexical unit in a language, as a word or base; vocabulary item.” A lexeme can be made up of one word or multiple words. For example, “run” and “speak up” are both lexemes. Lexeme ultimately comes from the Greek lexikós, meaning “of or pertaining to words.”

    wording
    As you may have guessed, there are a number of synonyms for vocabulary that include “word.” One of these is wording, “the act or manner of expressing in words; phrasing.” The term wording is used to particularly signal that the words were chosen deliberately and with care to transmit a message clearly.

    wordstock
    A more obscure synonym that wording is wordstock, “all the words that make up a language or dialect, or the set of words that are known or used by a particular person or group; vocabulary.” Stock literally means “inventory,” but it comes from Old English stoc(c), meaning “stump, stake, post, log.”

    word-hoard
    One of the more delightful terms to refer to mental lexicon is word-hoard, “a person’s vocabulary.” The origin of hoard gives us a clue about how important words are. Hoard comes from the Old Saxon hord meaning “treasure; hiddenmost place.”

    cant
    A synonym for vocabulary that looks suspiciously like the contraction for “cannot” is cant [ kant ], a word that means “the phraseology peculiar to a particular class, party, profession, etc.” This word has more negative connotations than the other synonyms we have looked at. It can also be used as a noun to mean “whining or singsong speech, especially of beggars” or as a verb to mean “to talk hypocritically.”

    Know what does sound nice? These synonyms and alternatives for the word nice.

    parlance
    A sophisticated term for vocabulary with a frisson of French is parlance, “a way or manner of speaking; vernacular; idiom.” The word comes from the French parler meaning “to speak.” As you might guess, parlance is most often used to refer to speech or dialect rather than written language.

    jargon
    A kind of vocabulary one is often cautioned to avoid when writing for general audiences is jargon, “the language, especially the vocabulary, peculiar to a particular trade, profession, or group.” The word comes from the Old French jargon, meaning “warbling of birds, prattle, chatter, talk.”

    lingo
    A near-synonym for jargon is lingo, “the language and speech, especially the jargon, slang, or argot, of a particular field, group, or individual.” The word lingo is said to be an altered form of lingua, meaning “language,” a reference to the phrase lingua franca, “any language that is widely used as a means of communication among speakers of other languages.” The expression lingua franca literally translates to “Frankish language,” with Frankish as a term referring to Europeans and dating back to the Crusades.

    turn of phrase
    The expression turn of phrase refers to “a particular arrangement of words.” It’s a good idiom for drawing attention to unusual or exceptional word choice. Turn of phrase alludes to the turning or shaping of objects (as on a lathe), a usage dating from the late 1600s.

    ©2025 AAKKHRA All Rights Reserved.
    Demonstrate Your Way With Words With Synonyms For “Vocabulary” It will probably not surprise you to learn that we are sort of obsessed with vocabulary. We love all words from A to Z, even ones that start with weird symbols like Ægypt. When it comes to talking about the collection of all the unusual words we have learned, it’s not enough to just call it vocabulary. This got us thinking about synonyms for vocabulary and all the wonderful terms we can use to talk about all the words we know. The word vocabulary comes from the Latin vocābulārius, meaning “of words.” A related word in English that you might recognize is vocal, from Latin vōcālis. At the root of both terms is vox, meaning “voice.” Essentially, a vocabulary is a collection of the terms you use to call things. Read on to find out new terms you can use to describe your vocabulary. dictionary The dictionary is one of the best places to find vocabulary words, so much so that the word dictionary itself is a near-synonym for vocabulary. The word dictionary means “a lexical resource containing a selection of the words of a language.” Dictionaries have been around since ancient times—the earliest known dictionaries date to around 2300 BCE. vocable We noted the Latin root of vocabulary already. Another word that shares that same root is vocable, “a word; term; name.” However, vocable is also used more generally to refer to utterances not typically considered words, such as abracadabra, a nonsense expression used in magic tricks. expression The word expression is a more everyday synonym for vocabulary. While expression is often used to mean “the act of expressing or setting forth in words,” it can also specifically refer to “a particular word, phrase, or form of words.” The word expression has something of a culinary origin; it comes from the Latin expressiō meaning “a pressing out.” terminology A slightly more sophisticated but still quotidian synonym for vocabulary is terminology, “the system of terms belonging or peculiar to a science, art, or specialized subject; nomenclature.” The combining form -logy is used to name sciences or bodies of knowledge. This means that the word terminology has another, if less common, meaning: “the science of terms, as in particular sciences or arts.” phraseology Another synonym for vocabulary that ends in -logy is phraseology, “manner or style of verbal expression; characteristic language,” or simply “expressions; phrases.” The word phraseology was coined by a German philologist (a term that refers to a person who specializes in linguistics or literary texts) who made a slight mistake. The correct transcription of the word from Greek would be phrasiology, but the erroneous phraseology stuck. locution A synonym for phraseology that’s less of a mouthful is locution, “a particular form of expression; a word, phrase, expression, or idiom, especially as used by a particular person, group, etc.” Locution is often specifically used to refer to oral rather than written language (meaning, words spoken aloud rather than written down). An archaic term related to locution is locutorium or locutory, meaning “parlor,” in the sense of “a room in a monastery where the inhabitants may converse with visitors or with each other.” lexicon Another sophisticated synonym for vocabulary is lexicon, “the vocabulary of a particular language, field, social class, person, etc.” A lexicon is essentially any collection of words. Each of us has our own mental lexicon, which is the collection of words that is stored, understood, and used by an individual. These mental lexicons are made up of lexemes and lemmas that help us name and describe the world. lexeme A lexeme is “a lexical unit in a language, as a word or base; vocabulary item.” A lexeme can be made up of one word or multiple words. For example, “run” and “speak up” are both lexemes. Lexeme ultimately comes from the Greek lexikós, meaning “of or pertaining to words.” wording As you may have guessed, there are a number of synonyms for vocabulary that include “word.” One of these is wording, “the act or manner of expressing in words; phrasing.” The term wording is used to particularly signal that the words were chosen deliberately and with care to transmit a message clearly. wordstock A more obscure synonym that wording is wordstock, “all the words that make up a language or dialect, or the set of words that are known or used by a particular person or group; vocabulary.” Stock literally means “inventory,” but it comes from Old English stoc(c), meaning “stump, stake, post, log.” word-hoard One of the more delightful terms to refer to mental lexicon is word-hoard, “a person’s vocabulary.” The origin of hoard gives us a clue about how important words are. Hoard comes from the Old Saxon hord meaning “treasure; hiddenmost place.” cant A synonym for vocabulary that looks suspiciously like the contraction for “cannot” is cant [ kant ], a word that means “the phraseology peculiar to a particular class, party, profession, etc.” This word has more negative connotations than the other synonyms we have looked at. It can also be used as a noun to mean “whining or singsong speech, especially of beggars” or as a verb to mean “to talk hypocritically.” Know what does sound nice? These synonyms and alternatives for the word nice. parlance A sophisticated term for vocabulary with a frisson of French is parlance, “a way or manner of speaking; vernacular; idiom.” The word comes from the French parler meaning “to speak.” As you might guess, parlance is most often used to refer to speech or dialect rather than written language. jargon A kind of vocabulary one is often cautioned to avoid when writing for general audiences is jargon, “the language, especially the vocabulary, peculiar to a particular trade, profession, or group.” The word comes from the Old French jargon, meaning “warbling of birds, prattle, chatter, talk.” lingo A near-synonym for jargon is lingo, “the language and speech, especially the jargon, slang, or argot, of a particular field, group, or individual.” The word lingo is said to be an altered form of lingua, meaning “language,” a reference to the phrase lingua franca, “any language that is widely used as a means of communication among speakers of other languages.” The expression lingua franca literally translates to “Frankish language,” with Frankish as a term referring to Europeans and dating back to the Crusades. turn of phrase The expression turn of phrase refers to “a particular arrangement of words.” It’s a good idiom for drawing attention to unusual or exceptional word choice. Turn of phrase alludes to the turning or shaping of objects (as on a lathe), a usage dating from the late 1600s. ©2025 AAKKHRA All Rights Reserved.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 364 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผลของการไม่เลิกเป็นสลิ่ม แต่เป็นสลิ่มแล้วได้อะไรมากอย่างที่คิด ได้กินอาหารอร่อยๆ ได้คิดค้นอาหารอร่อยๆ นวัตกรรมเจ๋งๆ ไอเดียแจ๋วๆ ได้เรียนรู้ได้อย่างไม่ต้องกังวลรอบข้างอีกแล้วครับ ส่วนพวกที่เลิกเป็นสลิ่มนั่นก็พวกหลิ่มแห้ง คบสีแดง คบสีส้ม พวกนี้เชื่อถือไม่ได้ ผมเคยไม่เชื่อคุณกรกชนะ แต่หลังๆนี้ผมกลายเป็นส่วนมากผมก็เชื่อว่าคุณกรกชเขียนมาก็จริงมากเลยทีเดียวครับ เข้าใจคุณกรกชมากขึ้น ส่วนไอ้พวกคอร์กีบWoldChronicleกับไอ้Zystemกุ้งแห้งผมไม่เชื่อเพราะฝอยแต่น้ำล้วนๆ ไม่มีเนื้อห่าไรเลย
    ผลของการไม่เลิกเป็นสลิ่ม แต่เป็นสลิ่มแล้วได้อะไรมากอย่างที่คิด ได้กินอาหารอร่อยๆ ได้คิดค้นอาหารอร่อยๆ นวัตกรรมเจ๋งๆ ไอเดียแจ๋วๆ ได้เรียนรู้ได้อย่างไม่ต้องกังวลรอบข้างอีกแล้วครับ ส่วนพวกที่เลิกเป็นสลิ่มนั่นก็พวกหลิ่มแห้ง คบสีแดง คบสีส้ม พวกนี้เชื่อถือไม่ได้ ผมเคยไม่เชื่อคุณกรกชนะ แต่หลังๆนี้ผมกลายเป็นส่วนมากผมก็เชื่อว่าคุณกรกชเขียนมาก็จริงมากเลยทีเดียวครับ เข้าใจคุณกรกชมากขึ้น ส่วนไอ้พวกคอร์กีบWoldChronicleกับไอ้Zystemกุ้งแห้งผมไม่เชื่อเพราะฝอยแต่น้ำล้วนๆ ไม่มีเนื้อห่าไรเลย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 136 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวล่าสุดเผยว่า AMD เตรียมเปิดตัว APU รุ่นใหม่ที่ชื่อ Medusa Point แต่จะใช้สถาปัตยกรรม RDNA 3.5 แทน RDNA 4 ซึ่งถูกใช้งานเฉพาะบนการ์ดจอแยกเท่านั้น หมายความว่าเทคโนโลยีปรับภาพใหม่อย่าง FSR 4 อาจไม่สามารถใช้งานบน APU ได้ แต่ยังคงมีศักยภาพในด้านประสิทธิภาพเกมด้วย Zen 6 และ RDNA 3.5 อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้บางคนผิดหวังที่หวังเห็นฟีเจอร์ใหม่ ๆ ในอุปกรณ์พกพา

    https://www.techradar.com/computing/cpu/its-not-looking-bright-for-next-gen-systems-using-amds-medusa-point-apus-they-reportedly-wont-use-rdna-4-architecture-potentially-meaning-no-fsr-4
    ข่าวล่าสุดเผยว่า AMD เตรียมเปิดตัว APU รุ่นใหม่ที่ชื่อ Medusa Point แต่จะใช้สถาปัตยกรรม RDNA 3.5 แทน RDNA 4 ซึ่งถูกใช้งานเฉพาะบนการ์ดจอแยกเท่านั้น หมายความว่าเทคโนโลยีปรับภาพใหม่อย่าง FSR 4 อาจไม่สามารถใช้งานบน APU ได้ แต่ยังคงมีศักยภาพในด้านประสิทธิภาพเกมด้วย Zen 6 และ RDNA 3.5 อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้บางคนผิดหวังที่หวังเห็นฟีเจอร์ใหม่ ๆ ในอุปกรณ์พกพา https://www.techradar.com/computing/cpu/its-not-looking-bright-for-next-gen-systems-using-amds-medusa-point-apus-they-reportedly-wont-use-rdna-4-architecture-potentially-meaning-no-fsr-4
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 192 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวนี้เล่าถึงการเปิดตัวของการ์ดจอที่ทรงพลังที่สุดจาก Nvidia ในรุ่น RTX Pro 6000 Blackwell ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่องานระดับมืออาชีพ โดยข้อมูลที่หลุดออกมาระบุว่าการ์ดจอตัวนี้จะมาพร้อม 24,064 CUDA cores และหน่วยความจำ GDDR7 ขนาด 96GB พร้อมระบบ ECC (Error Correction Code) ที่ช่วยให้การประมวลผลข้อมูลมีความแม่นยำยิ่งขึ้น

    จุดเด่นที่น่าสนใจของ RTX Pro 6000 Blackwell
    1) พลังการประมวลผลสูงสุด
    - มาพร้อมกับการเชื่อมต่อแบบ 512-bit memory interface เพื่อรองรับการทำงานที่ต้องใช้ประสิทธิภาพสูง เช่น การพัฒนาเกม, การออกแบบ CAD, และงานด้านการเรนเดอร์ระดับสูง

    2) กำลังไฟสูงถึง 600W
    - ใช้พลังงานผ่าน PCIe 5.0 16-pin connector ซึ่งเป็นพลังงานที่สูงมาก แต่เหมาะสมกับศักยภาพที่การ์ดจอตัวนี้นำเสนอ

    3) ระบบระบายความร้อนแบบใหม่
    - แตกต่างจากการ์ดรุ่นก่อนหน้าโดยใช้ dual-flow-through cooling system เพื่อจัดการความร้อนในระหว่างการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ

    Nvidia ออกแบบการ์ดจอ RTX Pro 6000 Blackwell สำหรับงานด้าน AI และการฝึกโมเดลขนาดใหญ่ ซึ่งหน่วยความจำที่สูงถึง 96GB นับว่าเกินความจำเป็นสำหรับงานบางประเภท แต่เหมาะสำหรับนักพัฒนาและนักสร้างสรรค์มืออาชีพ

    มีการคาดการณ์ว่าการ์ดจอตัวนี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน GPU Technology Conference (GTC) ในเดือนมีนาคม 2025 โดยราคาน่าจะอยู่ในช่วง 6,000-8,000 ดอลลาร์สหรัฐ

    https://www.techradar.com/pro/details-of-nvidias-fastest-video-card-ever-leak-rtx-pro-6000-blackwell-gpu-will-have-96gb-gddr7-ecc-memory
    ข่าวนี้เล่าถึงการเปิดตัวของการ์ดจอที่ทรงพลังที่สุดจาก Nvidia ในรุ่น RTX Pro 6000 Blackwell ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่องานระดับมืออาชีพ โดยข้อมูลที่หลุดออกมาระบุว่าการ์ดจอตัวนี้จะมาพร้อม 24,064 CUDA cores และหน่วยความจำ GDDR7 ขนาด 96GB พร้อมระบบ ECC (Error Correction Code) ที่ช่วยให้การประมวลผลข้อมูลมีความแม่นยำยิ่งขึ้น จุดเด่นที่น่าสนใจของ RTX Pro 6000 Blackwell 1) พลังการประมวลผลสูงสุด - มาพร้อมกับการเชื่อมต่อแบบ 512-bit memory interface เพื่อรองรับการทำงานที่ต้องใช้ประสิทธิภาพสูง เช่น การพัฒนาเกม, การออกแบบ CAD, และงานด้านการเรนเดอร์ระดับสูง 2) กำลังไฟสูงถึง 600W - ใช้พลังงานผ่าน PCIe 5.0 16-pin connector ซึ่งเป็นพลังงานที่สูงมาก แต่เหมาะสมกับศักยภาพที่การ์ดจอตัวนี้นำเสนอ 3) ระบบระบายความร้อนแบบใหม่ - แตกต่างจากการ์ดรุ่นก่อนหน้าโดยใช้ dual-flow-through cooling system เพื่อจัดการความร้อนในระหว่างการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ Nvidia ออกแบบการ์ดจอ RTX Pro 6000 Blackwell สำหรับงานด้าน AI และการฝึกโมเดลขนาดใหญ่ ซึ่งหน่วยความจำที่สูงถึง 96GB นับว่าเกินความจำเป็นสำหรับงานบางประเภท แต่เหมาะสำหรับนักพัฒนาและนักสร้างสรรค์มืออาชีพ มีการคาดการณ์ว่าการ์ดจอตัวนี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน GPU Technology Conference (GTC) ในเดือนมีนาคม 2025 โดยราคาน่าจะอยู่ในช่วง 6,000-8,000 ดอลลาร์สหรัฐ https://www.techradar.com/pro/details-of-nvidias-fastest-video-card-ever-leak-rtx-pro-6000-blackwell-gpu-will-have-96gb-gddr7-ecc-memory
    WWW.TECHRADAR.COM
    The RTX Pro 6000 Blackwell GPU is probably going to be Nvidia's most expensive video card ever
    The Nvidia power hungry beast has a 600W TGP, over twice that of the RTX 6000 Ada
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 356 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวนี้เล่าถึงความแปลกใหม่ที่ค้นพบในวงการเกมคลาสสิก โดยนักวิจัยพบว่าเครื่องเล่น Super Nintendo Entertainment System (SNES) มีแนวโน้มทำงานเร็วขึ้นตามอายุของอุปกรณ์ การค้นพบนี้มาจากการตรวจสอบชิป Sony SPC700 ซึ่งเป็นตัวประมวลผลเสียงในเครื่อง SNES โดยพบว่าอัตราการประมวลผลสัญญาณเสียง (DSP rate) ของชิปนี้เพิ่มขึ้นจากค่าเดิม 32,000 Hz เป็นสูงสุด 32,182 Hz ในเครื่องที่มีอายุ 35 ปี

    การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลกระทบต่อประสบการณ์เล่นเกม โดยเฉพาะในด้านการโหลดข้อมูลและเสียงในเกม ชิปที่ทำงานเร็วกว่านี้ช่วยลดเวลาโหลดระหว่างฉาก ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้เล่นทั่วไป แต่สำหรับกลุ่ม speedrunners และการใช้ TASBot (หุ่นยนต์สำหรับเล่นเกมแบบเร็ว) การเปลี่ยนแปลงนี้อาจก่อปัญหา เพราะการทำงานที่ต่างจากเดิมสามารถส่งผลต่อการจับเวลาในระดับมิลลิวินาที

    นักวิจัยกำลังรวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้งาน SNES เพื่อศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของอุปกรณ์ในช่วงเวลาที่ผ่านมา นี่ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับการพัฒนา emulators (โปรแกรมจำลอง) ในอนาคต เพื่อรักษาประสบการณ์ของเกมคลาสสิกให้เหมือนเดิมที่สุด

    https://www.tomshardware.com/video-games/nintendo/snes-consoles-appear-to-run-faster-with-age-apu-frequency-increased-by-up-to-182-hz-after-35-years
    ข่าวนี้เล่าถึงความแปลกใหม่ที่ค้นพบในวงการเกมคลาสสิก โดยนักวิจัยพบว่าเครื่องเล่น Super Nintendo Entertainment System (SNES) มีแนวโน้มทำงานเร็วขึ้นตามอายุของอุปกรณ์ การค้นพบนี้มาจากการตรวจสอบชิป Sony SPC700 ซึ่งเป็นตัวประมวลผลเสียงในเครื่อง SNES โดยพบว่าอัตราการประมวลผลสัญญาณเสียง (DSP rate) ของชิปนี้เพิ่มขึ้นจากค่าเดิม 32,000 Hz เป็นสูงสุด 32,182 Hz ในเครื่องที่มีอายุ 35 ปี การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลกระทบต่อประสบการณ์เล่นเกม โดยเฉพาะในด้านการโหลดข้อมูลและเสียงในเกม ชิปที่ทำงานเร็วกว่านี้ช่วยลดเวลาโหลดระหว่างฉาก ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้เล่นทั่วไป แต่สำหรับกลุ่ม speedrunners และการใช้ TASBot (หุ่นยนต์สำหรับเล่นเกมแบบเร็ว) การเปลี่ยนแปลงนี้อาจก่อปัญหา เพราะการทำงานที่ต่างจากเดิมสามารถส่งผลต่อการจับเวลาในระดับมิลลิวินาที นักวิจัยกำลังรวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้งาน SNES เพื่อศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของอุปกรณ์ในช่วงเวลาที่ผ่านมา นี่ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับการพัฒนา emulators (โปรแกรมจำลอง) ในอนาคต เพื่อรักษาประสบการณ์ของเกมคลาสสิกให้เหมือนเดิมที่สุด https://www.tomshardware.com/video-games/nintendo/snes-consoles-appear-to-run-faster-with-age-apu-frequency-increased-by-up-to-182-hz-after-35-years
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 251 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวนี้พูดถึงปัญหาและตัวเลือกสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของคอมพิวเตอร์ที่ไม่สามารถอัปเกรดเป็น Windows 11 ได้ เมื่อ Microsoft เตรียมจะหยุดการสนับสนุนอัปเดตความปลอดภัยสำหรับ Windows 10 ในเดือนตุลาคมนี้ นั่นหมายความว่ามีคอมพิวเตอร์ราว 240 ล้านเครื่อง ที่อาจต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบาก

    ปัญหาหลักคืออะไร? Windows 11 มีข้อกำหนดฮาร์ดแวร์ที่สูง เช่น ซีพียูต้องเป็น Intel 8th Gen หรือ Ryzen 2000 ขึ้นไป ทำให้คอมพิวเตอร์หลายรุ่นที่ยังใช้งานได้ดี ไม่สามารถอัปเกรดได้ หลายองค์กรการกุศลที่มีหน้าที่จัดหาคอมพิวเตอร์ให้ผู้ขาดแคลนจึงต้องเผชิญกับคำถามสำคัญว่า ควรแจกจ่ายคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้ง Windows 10 ต่อไป, เปลี่ยนไปใช้ระบบปฏิบัติการ Linux, หรือส่งเครื่องที่ไม่ผ่านมาตรฐานไปรีไซเคิล

    ตัวเลือกที่เป็นไปได้:
    1) ติดตั้ง Linux แทน Windows 10: Linux เช่น Mint รุ่นใหม่ได้รับการสนับสนุนจนถึงปี 2029 และมีความปลอดภัยสูง แต่มีปัญหาในเรื่องความคุ้นเคยของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและนักเรียนที่คุ้นกับ Windows
    2) ใช้ Windows 10 ต่อไป: แม้จะใช้งานง่าย แต่ Windows 10 จะกลายเป็นระบบที่ไม่ปลอดภัยเพราะไม่มีการอัปเดตความปลอดภัย
    3) รีไซเคิลเครื่องเก่า: อาจช่วยลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่ปัจจุบันในสหรัฐฯ มีเพียง 14-40% ของขยะ e-waste ที่ได้รับการรีไซเคิล

    องค์กรอย่าง PCs for People ได้ตัดสินใจเลิกใช้ Windows 10 ล่วงหน้าหนึ่งปีโดยหันมาแจกจ่ายเครื่องที่ติดตั้ง Linux ให้กับผู้ที่ต้องการแทน และเน้นให้คอมพิวเตอร์ที่ยังรองรับ Windows 11 ได้รับการใช้งานต่อ ขณะเดียวกัน การใช้ระบบ Linux อย่างกว้างขวางในองค์กรการกุศลสะท้อนให้เห็นว่าหลายคนเริ่มยอมรับ OS ทางเลือกนี้มากขึ้นในฐานะ “หน้าต่างสู่โลกอินเทอร์เน็ต”

    คุณคิดว่าการเลือกใช้ Linux หรือการรีไซเคิลเครื่องจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตของเครื่องเก่าเหล่านี้ หรือองค์กรควรรอให้ Microsoft ปรับเปลี่ยนแนวทางเพื่อสนับสนุนอุปกรณ์รุ่นเก่ามากขึ้น?

    https://www.tomshardware.com/software/operating-systems/linux-or-landfill-end-of-windows-10-leaves-pc-charities-with-tough-choice
    ข่าวนี้พูดถึงปัญหาและตัวเลือกสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของคอมพิวเตอร์ที่ไม่สามารถอัปเกรดเป็น Windows 11 ได้ เมื่อ Microsoft เตรียมจะหยุดการสนับสนุนอัปเดตความปลอดภัยสำหรับ Windows 10 ในเดือนตุลาคมนี้ นั่นหมายความว่ามีคอมพิวเตอร์ราว 240 ล้านเครื่อง ที่อาจต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบาก ปัญหาหลักคืออะไร? Windows 11 มีข้อกำหนดฮาร์ดแวร์ที่สูง เช่น ซีพียูต้องเป็น Intel 8th Gen หรือ Ryzen 2000 ขึ้นไป ทำให้คอมพิวเตอร์หลายรุ่นที่ยังใช้งานได้ดี ไม่สามารถอัปเกรดได้ หลายองค์กรการกุศลที่มีหน้าที่จัดหาคอมพิวเตอร์ให้ผู้ขาดแคลนจึงต้องเผชิญกับคำถามสำคัญว่า ควรแจกจ่ายคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้ง Windows 10 ต่อไป, เปลี่ยนไปใช้ระบบปฏิบัติการ Linux, หรือส่งเครื่องที่ไม่ผ่านมาตรฐานไปรีไซเคิล ตัวเลือกที่เป็นไปได้: 1) ติดตั้ง Linux แทน Windows 10: Linux เช่น Mint รุ่นใหม่ได้รับการสนับสนุนจนถึงปี 2029 และมีความปลอดภัยสูง แต่มีปัญหาในเรื่องความคุ้นเคยของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและนักเรียนที่คุ้นกับ Windows 2) ใช้ Windows 10 ต่อไป: แม้จะใช้งานง่าย แต่ Windows 10 จะกลายเป็นระบบที่ไม่ปลอดภัยเพราะไม่มีการอัปเดตความปลอดภัย 3) รีไซเคิลเครื่องเก่า: อาจช่วยลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่ปัจจุบันในสหรัฐฯ มีเพียง 14-40% ของขยะ e-waste ที่ได้รับการรีไซเคิล องค์กรอย่าง PCs for People ได้ตัดสินใจเลิกใช้ Windows 10 ล่วงหน้าหนึ่งปีโดยหันมาแจกจ่ายเครื่องที่ติดตั้ง Linux ให้กับผู้ที่ต้องการแทน และเน้นให้คอมพิวเตอร์ที่ยังรองรับ Windows 11 ได้รับการใช้งานต่อ ขณะเดียวกัน การใช้ระบบ Linux อย่างกว้างขวางในองค์กรการกุศลสะท้อนให้เห็นว่าหลายคนเริ่มยอมรับ OS ทางเลือกนี้มากขึ้นในฐานะ “หน้าต่างสู่โลกอินเทอร์เน็ต” คุณคิดว่าการเลือกใช้ Linux หรือการรีไซเคิลเครื่องจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตของเครื่องเก่าเหล่านี้ หรือองค์กรควรรอให้ Microsoft ปรับเปลี่ยนแนวทางเพื่อสนับสนุนอุปกรณ์รุ่นเก่ามากขึ้น? https://www.tomshardware.com/software/operating-systems/linux-or-landfill-end-of-windows-10-leaves-pc-charities-with-tough-choice
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Microsoft delivers gut punch to PC charities with end of Windows 10
    Many donateable PCs can’t run Windows 11. Should non-profits still be giving them away? Should they install Linux instead?
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 183 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวนี้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับวงการคอมพิวเตอร์เชิงควอนตัม! นักวิจัยจากกลุ่ม Quantum Internet Alliance (QIA) ซึ่งรวมถึงมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยชั้นนำอย่าง TU Delft และ QuTech ได้พัฒนา QNodeOS ระบบปฏิบัติการตัวแรกที่ออกแบบมาเพื่อรองรับเครือข่ายควอนตัมโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายเชิงควอนตัมในอนาคต

    QNodeOS มีจุดเด่นที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น
    1) ไม่ขึ้นกับฮาร์ดแวร์ – นักพัฒนาไม่จำเป็นต้องเข้าใจระบบฮาร์ดแวร์เชิงลึกก็สามารถสร้างแอปพลิเคชันสำหรับเครือข่ายควอนตัมได้
    2) รองรับภาษาระดับสูง – ทำให้การพัฒนาแอปพลิเคชันสะดวกขึ้น เหมือนกับการเขียนโปรแกรมทั่วไป
    3) รองรับการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (Multitasking) – ช่วยใช้ทรัพยากรของฮาร์ดแวร์ให้คุ้มค่าที่สุด

    ในการทดลอง ทีมวิจัยได้ใช้งาน QNodeOS กับเครือข่ายควอนตัมที่เชื่อมต่อด้วย diamond color centers ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ใช้ศูนย์ไนโตรเจนในเพชรในการจัดเก็บควอนตัมบิต (qubit)

    สิ่งนี้สำคัญมากเพราะเครือข่ายควอนตัมไม่ได้มีหน้าที่คำนวณเหมือนคอมพิวเตอร์ควอนตัม แต่จะช่วยเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมและจัดการการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ใช้หลักการควอนตัม เช่น การพัวพัน (entanglement) และ การซ้อนทับ (superposition) โดยมีระบบจัดการที่ฉลาดขึ้น เพื่อช่วยให้เครือข่ายทำงานได้ราบรื่น

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/quantum-computing/qnodeos-claims-to-be-the-first-operating-system-for-quantum-networks-paving-the-way-for-future-quantum-applications
    ข่าวนี้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับวงการคอมพิวเตอร์เชิงควอนตัม! นักวิจัยจากกลุ่ม Quantum Internet Alliance (QIA) ซึ่งรวมถึงมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยชั้นนำอย่าง TU Delft และ QuTech ได้พัฒนา QNodeOS ระบบปฏิบัติการตัวแรกที่ออกแบบมาเพื่อรองรับเครือข่ายควอนตัมโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายเชิงควอนตัมในอนาคต QNodeOS มีจุดเด่นที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น 1) ไม่ขึ้นกับฮาร์ดแวร์ – นักพัฒนาไม่จำเป็นต้องเข้าใจระบบฮาร์ดแวร์เชิงลึกก็สามารถสร้างแอปพลิเคชันสำหรับเครือข่ายควอนตัมได้ 2) รองรับภาษาระดับสูง – ทำให้การพัฒนาแอปพลิเคชันสะดวกขึ้น เหมือนกับการเขียนโปรแกรมทั่วไป 3) รองรับการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (Multitasking) – ช่วยใช้ทรัพยากรของฮาร์ดแวร์ให้คุ้มค่าที่สุด ในการทดลอง ทีมวิจัยได้ใช้งาน QNodeOS กับเครือข่ายควอนตัมที่เชื่อมต่อด้วย diamond color centers ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ใช้ศูนย์ไนโตรเจนในเพชรในการจัดเก็บควอนตัมบิต (qubit) สิ่งนี้สำคัญมากเพราะเครือข่ายควอนตัมไม่ได้มีหน้าที่คำนวณเหมือนคอมพิวเตอร์ควอนตัม แต่จะช่วยเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมและจัดการการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ใช้หลักการควอนตัม เช่น การพัวพัน (entanglement) และ การซ้อนทับ (superposition) โดยมีระบบจัดการที่ฉลาดขึ้น เพื่อช่วยให้เครือข่ายทำงานได้ราบรื่น https://www.tomshardware.com/tech-industry/quantum-computing/qnodeos-claims-to-be-the-first-operating-system-for-quantum-networks-paving-the-way-for-future-quantum-applications
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 261 มุมมอง 0 รีวิว
  • นี่คือเรื่องราวเกี่ยวกับภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่ที่แฮกเกอร์ใช้เทคนิคหลอกลวงด้วย CAPTCHA ปลอมเพื่อแพร่มัลแวร์เข้าสู่ระบบของเหยื่อ โดยวิธีการนี้เน้นการใช้ social engineering หรือการสร้างสถานการณ์ที่ดูน่าเชื่อถือเพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้ปฏิบัติตามคำแนะนำ โดยปราศจากข้อสงสัย

    เมื่อผู้ใช้งานเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัย พวกเขาอาจพบ CAPTCHA ที่ขอให้ตรวจสอบว่าตนเองไม่ใช่หุ่นยนต์ ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม CAPTCHA ปลอมนี้อาจมีขั้นตอนเพิ่มเติมที่น่าสงสัย เช่น การให้ผู้ใช้กดปุ่ม Windows Key + R และวางข้อความในช่องรันคำสั่ง ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นโค้ดที่แฝงคำสั่งอันตราย

    โค้ดเหล่านี้อาจเรียกใช้คำสั่ง mshta เพื่อดาวน์โหลดไฟล์มัลแวร์จากเซิร์ฟเวอร์ระยะไกล โดยไฟล์ที่ดาวน์โหลดมักปลอมตัวเป็นไฟล์มีเดีย เช่น MP3 หรือ MP4 แต่ในความเป็นจริง มันมีคำสั่ง PowerShell ที่แอบติดตั้งมัลแวร์ลงในระบบโดยไม่รู้ตัว

    มัลแวร์ที่เกี่ยวข้องในกรณีนี้ประกอบด้วย Lumma Stealer และ SecTopRAT ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อขโมยข้อมูลสำคัญ หรือเปิดช่องทางควบคุมคอมพิวเตอร์ระยะไกล

    คำแนะนำในการป้องกัน:
    - หลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามคำแนะนำจาก CAPTCHA หรือเว็บไซต์ที่ดูน่าสงสัย
    - ใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันมัลแวร์ที่สามารถบล็อกเว็บไซต์และสคริปต์อันตรายได้
    - ติดตั้งส่วนขยายในเบราว์เซอร์ที่ช่วยป้องกันโดเมนที่รู้จักว่าเป็นภัยไซเบอร์
    - หากเป็นไปได้ ควรใช้เบราว์เซอร์แยกสำหรับการใช้งานเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ

    การโจมตีรูปแบบนี้เน้นจุดอ่อนในพฤติกรรมผู้ใช้งานที่มักไว้วางใจ CAPTCHA ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความระมัดระวังในการใช้งานอินเทอร์เน็ต

    https://www.techspot.com/news/107107-new-cyber-threat-uses-fake-captcha-infect-systems.html
    นี่คือเรื่องราวเกี่ยวกับภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่ที่แฮกเกอร์ใช้เทคนิคหลอกลวงด้วย CAPTCHA ปลอมเพื่อแพร่มัลแวร์เข้าสู่ระบบของเหยื่อ โดยวิธีการนี้เน้นการใช้ social engineering หรือการสร้างสถานการณ์ที่ดูน่าเชื่อถือเพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้ปฏิบัติตามคำแนะนำ โดยปราศจากข้อสงสัย เมื่อผู้ใช้งานเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัย พวกเขาอาจพบ CAPTCHA ที่ขอให้ตรวจสอบว่าตนเองไม่ใช่หุ่นยนต์ ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม CAPTCHA ปลอมนี้อาจมีขั้นตอนเพิ่มเติมที่น่าสงสัย เช่น การให้ผู้ใช้กดปุ่ม Windows Key + R และวางข้อความในช่องรันคำสั่ง ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นโค้ดที่แฝงคำสั่งอันตราย โค้ดเหล่านี้อาจเรียกใช้คำสั่ง mshta เพื่อดาวน์โหลดไฟล์มัลแวร์จากเซิร์ฟเวอร์ระยะไกล โดยไฟล์ที่ดาวน์โหลดมักปลอมตัวเป็นไฟล์มีเดีย เช่น MP3 หรือ MP4 แต่ในความเป็นจริง มันมีคำสั่ง PowerShell ที่แอบติดตั้งมัลแวร์ลงในระบบโดยไม่รู้ตัว มัลแวร์ที่เกี่ยวข้องในกรณีนี้ประกอบด้วย Lumma Stealer และ SecTopRAT ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อขโมยข้อมูลสำคัญ หรือเปิดช่องทางควบคุมคอมพิวเตอร์ระยะไกล คำแนะนำในการป้องกัน: - หลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามคำแนะนำจาก CAPTCHA หรือเว็บไซต์ที่ดูน่าสงสัย - ใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันมัลแวร์ที่สามารถบล็อกเว็บไซต์และสคริปต์อันตรายได้ - ติดตั้งส่วนขยายในเบราว์เซอร์ที่ช่วยป้องกันโดเมนที่รู้จักว่าเป็นภัยไซเบอร์ - หากเป็นไปได้ ควรใช้เบราว์เซอร์แยกสำหรับการใช้งานเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ การโจมตีรูปแบบนี้เน้นจุดอ่อนในพฤติกรรมผู้ใช้งานที่มักไว้วางใจ CAPTCHA ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความระมัดระวังในการใช้งานอินเทอร์เน็ต https://www.techspot.com/news/107107-new-cyber-threat-uses-fake-captcha-infect-systems.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    New threat uses fake CAPTCHA to infect systems with malware
    The attack typically begins when visitors to a website are prompted to verify they are not robots, a common practice that rarely raises suspicion. However, instead of...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 328 มุมมอง 0 รีวิว
  • Patch Tuesday ของ Microsoft เดือนมีนาคม 2025 ซึ่งเป็นวันอัปเดตระบบความปลอดภัยที่สำคัญ โดยในครั้งนี้ Microsoft ได้แก้ไขข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยทั้งหมด 57 รายการ ซึ่งรวมถึง 6 ช่องโหว่ Zero-Day ที่ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง และอีก 1 รายการที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ

    == ช่องโหว่ Zero-Day ที่สำคัญ ==
    - CVE-2025-24983: เป็นช่องโหว่ที่ช่วยให้ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์เป็นระดับ SYSTEM ผ่านระบบย่อย Win32 Kernel
    - CVE-2025-24984: เกิดจาก NTFS Information Disclosure ทำให้ผู้โจมตีสามารถดึงข้อมูลจากหน่วยความจำได้โดยการใช้ USB ที่ถูกดัดแปลง
    - CVE-2025-24985: ช่องโหว่จาก Fast FAT File System Driver ที่อาจนำไปสู่การโจมตีแบบ Remote Code Execution (RCE) ผ่านไฟล์ VHD ที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ
    - CVE-2025-24991 และ CVE-2025-24993: เป็นช่องโหว่ที่ใช้ประโยชน์จาก NTFS ซึ่งนำไปสู่การโจมตีแบบอ่านข้อมูลและ RCE

    Microsoft ยังได้แก้ไขช่องโหว่ใน Microsoft Management Console (CVE-2025-26633) ที่เกี่ยวข้องกับการข้ามผ่านมาตรการความปลอดภัย รวมถึงข้อบกพร่องใน Microsoft Access (CVE-2025-26630) ซึ่งสามารถถูกโจมตีผ่านไฟล์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ

    การอัปเดตเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากช่องโหว่เหล่านี้อาจถูกใช้โจมตีในลักษณะ phishing หรือการหลอกลวงทางโซเชียล ผู้ใช้งาน Windows ควรติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยล่าสุดทันทีเพื่อลดความเสี่ยง

    https://www.bleepingcomputer.com/news/microsoft/microsoft-march-2025-patch-tuesday-fixes-7-zero-days-57-flaws/
    Patch Tuesday ของ Microsoft เดือนมีนาคม 2025 ซึ่งเป็นวันอัปเดตระบบความปลอดภัยที่สำคัญ โดยในครั้งนี้ Microsoft ได้แก้ไขข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยทั้งหมด 57 รายการ ซึ่งรวมถึง 6 ช่องโหว่ Zero-Day ที่ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง และอีก 1 รายการที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ == ช่องโหว่ Zero-Day ที่สำคัญ == - CVE-2025-24983: เป็นช่องโหว่ที่ช่วยให้ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์เป็นระดับ SYSTEM ผ่านระบบย่อย Win32 Kernel - CVE-2025-24984: เกิดจาก NTFS Information Disclosure ทำให้ผู้โจมตีสามารถดึงข้อมูลจากหน่วยความจำได้โดยการใช้ USB ที่ถูกดัดแปลง - CVE-2025-24985: ช่องโหว่จาก Fast FAT File System Driver ที่อาจนำไปสู่การโจมตีแบบ Remote Code Execution (RCE) ผ่านไฟล์ VHD ที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ - CVE-2025-24991 และ CVE-2025-24993: เป็นช่องโหว่ที่ใช้ประโยชน์จาก NTFS ซึ่งนำไปสู่การโจมตีแบบอ่านข้อมูลและ RCE Microsoft ยังได้แก้ไขช่องโหว่ใน Microsoft Management Console (CVE-2025-26633) ที่เกี่ยวข้องกับการข้ามผ่านมาตรการความปลอดภัย รวมถึงข้อบกพร่องใน Microsoft Access (CVE-2025-26630) ซึ่งสามารถถูกโจมตีผ่านไฟล์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ การอัปเดตเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากช่องโหว่เหล่านี้อาจถูกใช้โจมตีในลักษณะ phishing หรือการหลอกลวงทางโซเชียล ผู้ใช้งาน Windows ควรติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยล่าสุดทันทีเพื่อลดความเสี่ยง https://www.bleepingcomputer.com/news/microsoft/microsoft-march-2025-patch-tuesday-fixes-7-zero-days-57-flaws/
    WWW.BLEEPINGCOMPUTER.COM
    Microsoft March 2025 Patch Tuesday fixes 7 zero-days, 57 flaws
    Today is Microsoft's March 2025 Patch Tuesday, which includes security updates for 57 flaws, including six actively exploited zero-day vulnerabilities.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 223 มุมมอง 0 รีวิว
  • Silicon Motion Technology Corporation ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในด้านคอนโทรลเลอร์แฟลชสำหรับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบโซลิดสเตต (SSD) ได้เผยโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในงาน Embedded World 2025 ที่เมืองนูเรมเบิร์ก เยอรมนี โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อตอบโจทย์การใช้งานด้าน AI, ระบบฝังตัว (Embedded Systems) และอุตสาหกรรมยานยนต์

    == โซลูชันเด่นที่น่าสนใจ ==
    คอนโทรลเลอร์ SSD สำหรับยานยนต์ SM2264XT-AT:
    - รองรับมาตรฐาน PCIe Gen 4 พร้อมช่องสัญญาณ NAND ถึง 8 ช่อง ความเร็วสูงสุด 1,600 MT/s
    - รองรับมาตรฐานความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ เช่น AEC-Q100, ISO 26262 และ ASPICE Capability Level 3
    - เหมาะสำหรับระบบ AI ในยานยนต์และระบบฝังตัวที่ต้องการความปลอดภัยสูง

    โซลูชัน Ferri สำหรับระบบฝังตัวและ AIoT:
    - รวมถึง FerriSSD, Ferri-eMMC และ Ferri-UFS ออกแบบมาให้ทนทานและเสถียรในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น โรงงานอุตสาหกรรมหรืออุปกรณ์การแพทย์
    - มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น NANDXtend ECC และ IntelligentScan เพื่อเพิ่มความทนทานและการตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูลในเวลาจริง

    SM770 Display Interface SoC:
    - รองรับการแสดงผลแบบมัลติ-จอภาพ พร้อมความละเอียดระดับ 4K UHD ได้ถึง 3 จอ
    - มีฟีเจอร์ InstantView ที่ช่วยให้ใช้งานได้โดยไม่ต้องติดตั้งไดรเวอร์ เหมาะสำหรับระบบฝังตัวในสายงานอุตสาหกรรมและแอปพลิเคชันสำหรับผู้บริโภค

    MonTitan SSD รุ่น 128 TB QLC:
    - รองรับ PCIe Gen 5 และสามารถอ่านข้อมูลต่อเนื่องได้เร็วกว่า 14 GB/s
    - ออกแบบมาสำหรับระบบจัดเก็บข้อมูล AI ขนาดใหญ่และการใช้งานในดาต้าเซ็นเตอร์

    ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เน้นการประหยัดพลังงาน ตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมที่เน้น AI และ IoT เช่น การควบคุมอัตโนมัติ, อุปกรณ์อัจฉริยะ และระบบยานยนต์ AI การพัฒนานี้ยังช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดของ Silicon Motion และสร้างแนวทางใหม่ในการรองรับโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

    https://www.techpowerup.com/333756/silicon-motion-showcases-storage-solutions-for-ai-and-display-interface-socs-at-embedded-world-2025
    Silicon Motion Technology Corporation ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในด้านคอนโทรลเลอร์แฟลชสำหรับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบโซลิดสเตต (SSD) ได้เผยโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในงาน Embedded World 2025 ที่เมืองนูเรมเบิร์ก เยอรมนี โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อตอบโจทย์การใช้งานด้าน AI, ระบบฝังตัว (Embedded Systems) และอุตสาหกรรมยานยนต์ == โซลูชันเด่นที่น่าสนใจ == คอนโทรลเลอร์ SSD สำหรับยานยนต์ SM2264XT-AT: - รองรับมาตรฐาน PCIe Gen 4 พร้อมช่องสัญญาณ NAND ถึง 8 ช่อง ความเร็วสูงสุด 1,600 MT/s - รองรับมาตรฐานความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ เช่น AEC-Q100, ISO 26262 และ ASPICE Capability Level 3 - เหมาะสำหรับระบบ AI ในยานยนต์และระบบฝังตัวที่ต้องการความปลอดภัยสูง โซลูชัน Ferri สำหรับระบบฝังตัวและ AIoT: - รวมถึง FerriSSD, Ferri-eMMC และ Ferri-UFS ออกแบบมาให้ทนทานและเสถียรในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น โรงงานอุตสาหกรรมหรืออุปกรณ์การแพทย์ - มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น NANDXtend ECC และ IntelligentScan เพื่อเพิ่มความทนทานและการตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูลในเวลาจริง SM770 Display Interface SoC: - รองรับการแสดงผลแบบมัลติ-จอภาพ พร้อมความละเอียดระดับ 4K UHD ได้ถึง 3 จอ - มีฟีเจอร์ InstantView ที่ช่วยให้ใช้งานได้โดยไม่ต้องติดตั้งไดรเวอร์ เหมาะสำหรับระบบฝังตัวในสายงานอุตสาหกรรมและแอปพลิเคชันสำหรับผู้บริโภค MonTitan SSD รุ่น 128 TB QLC: - รองรับ PCIe Gen 5 และสามารถอ่านข้อมูลต่อเนื่องได้เร็วกว่า 14 GB/s - ออกแบบมาสำหรับระบบจัดเก็บข้อมูล AI ขนาดใหญ่และการใช้งานในดาต้าเซ็นเตอร์ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เน้นการประหยัดพลังงาน ตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมที่เน้น AI และ IoT เช่น การควบคุมอัตโนมัติ, อุปกรณ์อัจฉริยะ และระบบยานยนต์ AI การพัฒนานี้ยังช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดของ Silicon Motion และสร้างแนวทางใหม่ในการรองรับโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง https://www.techpowerup.com/333756/silicon-motion-showcases-storage-solutions-for-ai-and-display-interface-socs-at-embedded-world-2025
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Silicon Motion Showcases Storage Solutions for AI and Display Interface SoCs at Embedded World 2025
    Silicon Motion Technology Corporation, a global leader in NAND flash controllers for solid-state storage devices, today announced its participation in Embedded World 2025, taking place from March 11-13, 2025, in Nuremberg, Germany. At the event, Silicon Motion will showcase its latest storage and...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 329 มุมมอง 0 รีวิว
  • เซเลนสกี ยืนยันการประชุมกับทีมสหรัฐในวันอังคารที่จะถึงนี้ ที่ซาอุดีอาระเบีย ทีมของเขาประกอบไปด้วย
    Andriy Yermak หัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดี,
    Andriy Sybiha รัฐมนตรีต่างประเทศ,
    Rustem Umerov รัฐมนตรีกลาโหม และ
    Pavlo Palisa รองหัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดี
    เซเลนสกี ยืนยันการประชุมกับทีมสหรัฐในวันอังคารที่จะถึงนี้ ที่ซาอุดีอาระเบีย ทีมของเขาประกอบไปด้วย Andriy Yermak หัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดี, Andriy Sybiha รัฐมนตรีต่างประเทศ, Rustem Umerov รัฐมนตรีกลาโหม และ Pavlo Palisa รองหัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดี
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 247 มุมมอง 0 รีวิว
  • ศาลรัฐบาลกลางในซานฟรานซิสโกได้สั่งยกฟ้องคดีที่ยื่นฟ้องต่อ Intel โดยกลุ่มผู้ถือหุ้น ซึ่งกล่าวหาว่าบริษัทและผู้บริหารปกปิดปัญหาทางการเงินที่เกิดขึ้นในแผนกผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในปี 2023 คดีนี้ถูกตัดสินว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอที่ชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดของบริษัท อย่างไรก็ตาม การยกฟ้องนี้เป็นการยกฟ้องแบบ ไม่ตัดสิทธิ์ ซึ่งหมายความว่าผู้ฟ้องร้องสามารถกลับมายื่นคดีใหม่ได้ หากมีหลักฐานที่ชัดเจนและแข็งแกร่งมากขึ้น

    เรื่องราวเริ่มต้นในปี 2023 เมื่อ Intel เปิดเผยว่าแผนกใหม่ที่ชื่อว่า Intel Foundry มีผลขาดทุนกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ หลังจากที่บริษัทเปลี่ยนโครงสร้างการรายงานผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2024 ข้อมูลนี้ถูกเปิดเผยในเดือนเมษายน 2024 ซึ่งนำไปสู่การตกของหุ้น Intel และมูลค่าตลาดที่ลดลงถึง 32 พันล้านดอลลาร์ในวันเดียว

    นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นยังอ้างว่าคำกล่าวของ CEO และ CFO ในขณะนั้นเกี่ยวกับ "ความต้องการที่เติบโต" ของธุรกิจ Intel Foundry อาจเป็นการหลอกลวง อย่างไรก็ตาม ศาลระบุว่าคำกล่าวเหล่านี้เป็นการสื่อถึงความสัมพันธ์กับลูกค้ารายบุคคลเท่านั้น และไม่ได้สื่อถึงสุขภาพทางการเงินของบริษัทในภาพรวม

    ผู้พิพากษาชี้ว่าการลดลงของราคาหุ้น Intel อันเป็นผลจากการประกาศเลิกจ้างและการระงับเงินปันผลในกลางปี 2024 ไม่เพียงพอที่จะเป็นหลักฐานของการฉ้อโกง นอกจากนี้ Intel ยังเคยเปิดเผยแนวทางการลดต้นทุนและการปรับโครงสร้างอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว

    แม้ว่าศาลจะยกฟ้องคดีในครั้งนี้ Intel อาจต้องเตรียมพร้อมสำหรับการยื่นฟ้องรอบใหม่หากผู้ถือหุ้นหาหลักฐานเพิ่มเติมที่สนับสนุนข้อกล่าวหาได้สำเร็จ การต่อสู้ในศาลนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความโปร่งใสในธุรกิจใหญ่ที่มีผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นจำนวนมาก

    สถานการณ์นี้ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของ Intel อาจได้รับผลกระทบในระยะสั้น แต่ก็สะท้อนถึงความสำคัญของการสื่อสารและความโปร่งใสต่อผู้ถือหุ้นในธุรกิจขนาดใหญ่ ทั้งนี้ คำตัดสินของศาลยังเปิดช่องทางให้ Intel และนักลงทุนมีโอกาสปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างกัน

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/intel-shareholder-lawsuit-dismissed-complaints-stemmed-from-single-day-usd32b-devaluation-in-2024
    ศาลรัฐบาลกลางในซานฟรานซิสโกได้สั่งยกฟ้องคดีที่ยื่นฟ้องต่อ Intel โดยกลุ่มผู้ถือหุ้น ซึ่งกล่าวหาว่าบริษัทและผู้บริหารปกปิดปัญหาทางการเงินที่เกิดขึ้นในแผนกผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในปี 2023 คดีนี้ถูกตัดสินว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอที่ชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดของบริษัท อย่างไรก็ตาม การยกฟ้องนี้เป็นการยกฟ้องแบบ ไม่ตัดสิทธิ์ ซึ่งหมายความว่าผู้ฟ้องร้องสามารถกลับมายื่นคดีใหม่ได้ หากมีหลักฐานที่ชัดเจนและแข็งแกร่งมากขึ้น เรื่องราวเริ่มต้นในปี 2023 เมื่อ Intel เปิดเผยว่าแผนกใหม่ที่ชื่อว่า Intel Foundry มีผลขาดทุนกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ หลังจากที่บริษัทเปลี่ยนโครงสร้างการรายงานผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2024 ข้อมูลนี้ถูกเปิดเผยในเดือนเมษายน 2024 ซึ่งนำไปสู่การตกของหุ้น Intel และมูลค่าตลาดที่ลดลงถึง 32 พันล้านดอลลาร์ในวันเดียว นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นยังอ้างว่าคำกล่าวของ CEO และ CFO ในขณะนั้นเกี่ยวกับ "ความต้องการที่เติบโต" ของธุรกิจ Intel Foundry อาจเป็นการหลอกลวง อย่างไรก็ตาม ศาลระบุว่าคำกล่าวเหล่านี้เป็นการสื่อถึงความสัมพันธ์กับลูกค้ารายบุคคลเท่านั้น และไม่ได้สื่อถึงสุขภาพทางการเงินของบริษัทในภาพรวม ผู้พิพากษาชี้ว่าการลดลงของราคาหุ้น Intel อันเป็นผลจากการประกาศเลิกจ้างและการระงับเงินปันผลในกลางปี 2024 ไม่เพียงพอที่จะเป็นหลักฐานของการฉ้อโกง นอกจากนี้ Intel ยังเคยเปิดเผยแนวทางการลดต้นทุนและการปรับโครงสร้างอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว แม้ว่าศาลจะยกฟ้องคดีในครั้งนี้ Intel อาจต้องเตรียมพร้อมสำหรับการยื่นฟ้องรอบใหม่หากผู้ถือหุ้นหาหลักฐานเพิ่มเติมที่สนับสนุนข้อกล่าวหาได้สำเร็จ การต่อสู้ในศาลนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความโปร่งใสในธุรกิจใหญ่ที่มีผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นจำนวนมาก สถานการณ์นี้ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของ Intel อาจได้รับผลกระทบในระยะสั้น แต่ก็สะท้อนถึงความสำคัญของการสื่อสารและความโปร่งใสต่อผู้ถือหุ้นในธุรกิจขนาดใหญ่ ทั้งนี้ คำตัดสินของศาลยังเปิดช่องทางให้ Intel และนักลงทุนมีโอกาสปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างกัน https://www.tomshardware.com/tech-industry/intel-shareholder-lawsuit-dismissed-complaints-stemmed-from-single-day-usd32b-devaluation-in-2024
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 258 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลุงสนับสนุนแนวคิดนี้ของจีนครับ

    รัฐบาลจีนได้ประกาศนโยบายใหม่ในการส่งเสริมการใช้ชิป RISC-V ที่เป็นโอเพ่นซอร์สอย่างเป็นทางการ เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เช่น x86 และ Arm นโยบายนี้ถูกจัดทำโดยหน่วยงานรัฐบาลถึงแปดแห่ง รวมถึง Cyberspace Administration of China และ Ministry of Industry and Information Technology โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มการใช้งานชิป RISC-V ในประเทศจีนให้มากขึ้น

    การออกนโยบายใหม่นี้จะส่งเสริมให้บริษัทในจีนหันมาใช้ชิป RISC-V ที่ถูกพัฒนาภายในประเทศมากขึ้น เช่น Alibaba's XuanTie และ Nuclei System Technology ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิป RISC-V ชั้นนำของจีน การใช้งานชิปเหล่านี้จะทำให้บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายและพัฒนาชิปที่เหมาะสมกับการใช้งานในด้าน AI ได้มากขึ้น แม้ว่าในช่วงแรก ชิปเหล่านี้อาจจะยังไม่สามารถแข่งกับชิปของ Nvidia ในด้านประสิทธิภาพได้ แต่ก็จะมีราคาถูกกว่าและถูกออกแบบในจีนเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลจีนสนับสนุน

    แม้ว่าการพัฒนาฮาร์ดแวร์ RISC-V จะสำคัญ แต่การสร้างระบบซอฟต์แวร์ที่รองรับชิป RISC-V ก็ไม่แพ้กัน ปัจจุบันนี้ Arm และ x86 ได้รับการสนับสนุนจากระบบปฏิบัติการและโปรแกรมมากมาย ซึ่งแตกต่างจาก RISC-V ที่ยังมีข้อจำกัดในการรองรับซอฟต์แวร์ หากต้องการสร้างชิป AI ที่ใช้ RISC-V นักพัฒนาจำเป็นต้องสร้างระบบนิเวศน์ซอฟต์แวร์เช่นเดียวกับ CUDA ของ Nvidia ซึ่งต้องใช้เวลานับสิบปีในการพัฒนา

    การประกาศนโยบายนี้ทำให้หุ้นของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ในจีน เช่น VeriSilicon, ASR Microelectronics และ Shanghai Anlogic Infotech พุ่งสูงขึ้นถึง 15.4% เนื่องจากความสนใจที่เพิ่มขึ้นใน RISC-V อย่างไรก็ตาม ความสนใจที่เพิ่มขึ้นใน RISC-V ยังทำให้สหรัฐฯ กังวล เพราะ RISC-V เป็นโอเพ่นซอร์ส และอาจทำให้จีนพัฒนาเทคโนโลยีได้เร็วยิ่งขึ้น

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/chinese-government-shifts-focus-from-x86-and-arm-cpus-promoting-the-adoption-of-risc-v-chips
    ลุงสนับสนุนแนวคิดนี้ของจีนครับ รัฐบาลจีนได้ประกาศนโยบายใหม่ในการส่งเสริมการใช้ชิป RISC-V ที่เป็นโอเพ่นซอร์สอย่างเป็นทางการ เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เช่น x86 และ Arm นโยบายนี้ถูกจัดทำโดยหน่วยงานรัฐบาลถึงแปดแห่ง รวมถึง Cyberspace Administration of China และ Ministry of Industry and Information Technology โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มการใช้งานชิป RISC-V ในประเทศจีนให้มากขึ้น การออกนโยบายใหม่นี้จะส่งเสริมให้บริษัทในจีนหันมาใช้ชิป RISC-V ที่ถูกพัฒนาภายในประเทศมากขึ้น เช่น Alibaba's XuanTie และ Nuclei System Technology ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิป RISC-V ชั้นนำของจีน การใช้งานชิปเหล่านี้จะทำให้บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายและพัฒนาชิปที่เหมาะสมกับการใช้งานในด้าน AI ได้มากขึ้น แม้ว่าในช่วงแรก ชิปเหล่านี้อาจจะยังไม่สามารถแข่งกับชิปของ Nvidia ในด้านประสิทธิภาพได้ แต่ก็จะมีราคาถูกกว่าและถูกออกแบบในจีนเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลจีนสนับสนุน แม้ว่าการพัฒนาฮาร์ดแวร์ RISC-V จะสำคัญ แต่การสร้างระบบซอฟต์แวร์ที่รองรับชิป RISC-V ก็ไม่แพ้กัน ปัจจุบันนี้ Arm และ x86 ได้รับการสนับสนุนจากระบบปฏิบัติการและโปรแกรมมากมาย ซึ่งแตกต่างจาก RISC-V ที่ยังมีข้อจำกัดในการรองรับซอฟต์แวร์ หากต้องการสร้างชิป AI ที่ใช้ RISC-V นักพัฒนาจำเป็นต้องสร้างระบบนิเวศน์ซอฟต์แวร์เช่นเดียวกับ CUDA ของ Nvidia ซึ่งต้องใช้เวลานับสิบปีในการพัฒนา การประกาศนโยบายนี้ทำให้หุ้นของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ในจีน เช่น VeriSilicon, ASR Microelectronics และ Shanghai Anlogic Infotech พุ่งสูงขึ้นถึง 15.4% เนื่องจากความสนใจที่เพิ่มขึ้นใน RISC-V อย่างไรก็ตาม ความสนใจที่เพิ่มขึ้นใน RISC-V ยังทำให้สหรัฐฯ กังวล เพราะ RISC-V เป็นโอเพ่นซอร์ส และอาจทำให้จีนพัฒนาเทคโนโลยีได้เร็วยิ่งขึ้น https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/chinese-government-shifts-focus-from-x86-and-arm-cpus-promoting-the-adoption-of-risc-v-chips
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 289 มุมมอง 0 รีวิว
  • Thales ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตดาวเทียมรายใหญ่ของยุโรป ได้ออกมาชี้แจงถึงความเสี่ยงที่รัฐบาลอาจต้องเผชิญหากพึ่งพาระบบดาวเทียมเชิงพาณิชย์มากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับระบบดาวเทียมของ Starlink ที่พัฒนาโดย Elon Musk

    Patrice Caine, CEO ของ Thales, กล่าวในงานแถลงผลประกอบการเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า การพึ่งพาดาวเทียมที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยและมีความไม่แน่นอนในเรื่องความสามารถในการทำกำไร อาจเป็นปัญหาสำหรับรัฐบาลที่ต้องการความเสถียรและความเชื่อถือได้ในการติดต่อสื่อสาร

    Caine ยังเตือนว่าการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกอาจทำให้รัฐบาลต้องพึ่งพาผู้ที่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้

    ระบบ Starlink มีลูกค้าหลายล้านคนทั่วโลกและมีดาวเทียมมากกว่า 7,000 ดวง ทำให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัยจากการโจมตีจากอวกาศ โดยผ่านการทดสอบความปลอดภัยในสงครามยูเครนเมื่อถูกโจมตีทางไซเบอร์จากรัสเซีย

    SpaceX ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกับ Starlink ได้ขยายโรงงานผลิตสถานีรับส่งสัญญาณใน Texas ให้สามารถผลิตได้ถึง 15,000 หน่วยต่อวัน ทำให้รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากทั่วโลก

    Caine เน้นว่าการติดต่อสื่อสารของรัฐบาลไม่ควรพึ่งพาผู้ให้บริการภายนอกทั้งหมด โดยยุโรปส่วนใหญ่จะลงทุนในระบบที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลเอง เช่น ระบบ Iris2 สำหรับเครือข่ายที่ปลอดภัย

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/05/thales-warns-governments-over-reliance-on-starlink-type-systems
    Thales ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตดาวเทียมรายใหญ่ของยุโรป ได้ออกมาชี้แจงถึงความเสี่ยงที่รัฐบาลอาจต้องเผชิญหากพึ่งพาระบบดาวเทียมเชิงพาณิชย์มากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับระบบดาวเทียมของ Starlink ที่พัฒนาโดย Elon Musk Patrice Caine, CEO ของ Thales, กล่าวในงานแถลงผลประกอบการเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า การพึ่งพาดาวเทียมที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยและมีความไม่แน่นอนในเรื่องความสามารถในการทำกำไร อาจเป็นปัญหาสำหรับรัฐบาลที่ต้องการความเสถียรและความเชื่อถือได้ในการติดต่อสื่อสาร Caine ยังเตือนว่าการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกอาจทำให้รัฐบาลต้องพึ่งพาผู้ที่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ระบบ Starlink มีลูกค้าหลายล้านคนทั่วโลกและมีดาวเทียมมากกว่า 7,000 ดวง ทำให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัยจากการโจมตีจากอวกาศ โดยผ่านการทดสอบความปลอดภัยในสงครามยูเครนเมื่อถูกโจมตีทางไซเบอร์จากรัสเซีย SpaceX ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกับ Starlink ได้ขยายโรงงานผลิตสถานีรับส่งสัญญาณใน Texas ให้สามารถผลิตได้ถึง 15,000 หน่วยต่อวัน ทำให้รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากทั่วโลก Caine เน้นว่าการติดต่อสื่อสารของรัฐบาลไม่ควรพึ่งพาผู้ให้บริการภายนอกทั้งหมด โดยยุโรปส่วนใหญ่จะลงทุนในระบบที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลเอง เช่น ระบบ Iris2 สำหรับเครือข่ายที่ปลอดภัย https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/05/thales-warns-governments-over-reliance-on-starlink-type-systems
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Thales warns governments over reliance on Starlink-type systems
    PARIS (Reuters) - The head of one of Europe's largest satellite manufacturers, France-based Thales, has highlighted the risks to governments of relying too heavily on private satellite constellations in an apparent warning over Elon Musk's Starlink.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 184 มุมมอง 0 รีวิว
  • Google ได้ประกาศว่ารุ่นถัดไปของ Android มีกำหนดการเปิดตัวในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งเร็วกว่าที่เคยเป็นมา ในอดีต Android มักจะเปิดตัวเวอร์ชันล่าสุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งมักจะตรงกับการเปิดตัวโทรศัพท์ Pixel รุ่นใหม่ด้วย

    ทั้งนี้ Google ได้เปิดตัว Android 15 ในวันที่ 15 ตุลาคม 2024 และ Android 14 ในวันที่ 4 ตุลาคม 2023 อย่างไรก็ตาม เวอร์ชันเบต้าของ Android 16 ได้ถูกปล่อยออกมาแล้ว โดยรุ่นแรกเปิดตัวเมื่อวันที่ 24 มกราคม และรุ่นที่สองในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

    สิ่งที่ทำให้กำหนดการเปิดตัว Android 16 เร็วขึ้นก็คือกระบวนการพัฒนาใหม่ที่เรียกว่า "Trunk Stable" ซึ่งทำให้การสร้างและทดสอบฟีเจอร์ใหม่ๆ เสร็จสมบูรณ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยทาง Sameer Samat ประธานของ Android ecosystem ของ Google กล่าวว่า ทุกคนที่ทำงานบน Android จะทำงานบนสาขาเดียวกันของโค้ดแทนที่จะทำงานบนสาขาต่างๆ และทำการรวมในภายหลัง

    สำหรับสิ่งที่ Android 16 จะนำมาให้นั้นยังไม่ค่อยมีข้อมูลแน่ชัด แต่ในเบต้าที่ออกมาแล้วเราได้เห็นการแนะนำ Live Updates, การแจ้งเตือนรูปแบบใหม่, การทำให้การเข้าถึง Google Wallet ง่ายขึ้น, การสนับสนุน APV (Advanced Professional Video) codec และการปรับปรุงซอฟต์แวร์กล้องต่างๆ

    และยังมีการคาดการณ์ว่าในงาน Google I/O ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 20-21 พฤษภาคมนี้ น่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่จะมาพร้อมกับ Android 16

    https://www.zdnet.com/article/android-16-is-on-track-to-arrive-earlier-than-ever-heres-what-we-know/
    Google ได้ประกาศว่ารุ่นถัดไปของ Android มีกำหนดการเปิดตัวในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งเร็วกว่าที่เคยเป็นมา ในอดีต Android มักจะเปิดตัวเวอร์ชันล่าสุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งมักจะตรงกับการเปิดตัวโทรศัพท์ Pixel รุ่นใหม่ด้วย ทั้งนี้ Google ได้เปิดตัว Android 15 ในวันที่ 15 ตุลาคม 2024 และ Android 14 ในวันที่ 4 ตุลาคม 2023 อย่างไรก็ตาม เวอร์ชันเบต้าของ Android 16 ได้ถูกปล่อยออกมาแล้ว โดยรุ่นแรกเปิดตัวเมื่อวันที่ 24 มกราคม และรุ่นที่สองในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้กำหนดการเปิดตัว Android 16 เร็วขึ้นก็คือกระบวนการพัฒนาใหม่ที่เรียกว่า "Trunk Stable" ซึ่งทำให้การสร้างและทดสอบฟีเจอร์ใหม่ๆ เสร็จสมบูรณ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยทาง Sameer Samat ประธานของ Android ecosystem ของ Google กล่าวว่า ทุกคนที่ทำงานบน Android จะทำงานบนสาขาเดียวกันของโค้ดแทนที่จะทำงานบนสาขาต่างๆ และทำการรวมในภายหลัง สำหรับสิ่งที่ Android 16 จะนำมาให้นั้นยังไม่ค่อยมีข้อมูลแน่ชัด แต่ในเบต้าที่ออกมาแล้วเราได้เห็นการแนะนำ Live Updates, การแจ้งเตือนรูปแบบใหม่, การทำให้การเข้าถึง Google Wallet ง่ายขึ้น, การสนับสนุน APV (Advanced Professional Video) codec และการปรับปรุงซอฟต์แวร์กล้องต่างๆ และยังมีการคาดการณ์ว่าในงาน Google I/O ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 20-21 พฤษภาคมนี้ น่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่จะมาพร้อมกับ Android 16 https://www.zdnet.com/article/android-16-is-on-track-to-arrive-earlier-than-ever-heres-what-we-know/
    WWW.ZDNET.COM
    Android 16 release is way ahead of schedule - and here's why
    The mobile OS's next update is expected earlier than ever. Its accelerated schedule is one Google imposed on itself.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 203 มุมมอง 0 รีวิว
  • เมื่อไม่นานมานี้ AMD ได้ประกาศเปิดตัวกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ RX 9070 ที่ใช้สถาปัตยกรรม RDNA 4 โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ใช้งานจะต้องมีระบบที่รองรับ UEFI สำหรับการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ เท่ากับว่า AMD จะไม่สนับสนุนการใช้งานกราฟิกการ์ดตัวใหม่นี้กับระบบที่ยังใช้ BIOS หรือโหมด CSM ซึ่งเป็นระบบเก่าอีกต่อไป

    ก่อนหน้านี้ BIOS เป็นระบบที่ใช้ในเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์เพื่อทำการบูตเครื่อง แต่ว่า UEFI ได้เข้ามาแทนที่ด้วยความสามารถที่มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการมี GUI (Graphic User Interface) ที่สวยงามและใช้งานง่ายขึ้น การสนับสนุนฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่กว่า 2.2TB และระบบ Secure Boot ที่ทำให้การใช้งานคอมพิวเตอร์มีความปลอดภัยมากขึ้น

    ในปัจจุบัน CPU และเมนบอร์ดส่วนใหญ่ที่ผลิตออกมารองรับระบบ UEFI ทั้งหมด แต่สิ่งที่ต้องระวังคือการแบ่งพาร์ติชันฮาร์ดดิสก์ของคุณ หากยังใช้แบบ MBR คุณจะต้องเปลี่ยนเป็นแบบ GPT ซึ่งเป็นที่จำเป็นสำหรับ UEFI ในการบูตเครื่อง

    ด้วยการเปลี่ยนแปลงนี้ AMD ต้องการให้ผู้ใช้งานกราฟิกการ์ด RX 9070 มีประสบการณ์การใช้งานที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยมีฟีเจอร์ที่สำคัญอย่าง Smart Access Memory ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกราฟิกการ์ด และลดปัญหาการใช้งานที่อาจเกิดขึ้น เช่น การเกิดหน้าจอสีน้ำเงิน (BSOD)

    ดังนั้น หากคุณกำลังวางแผนจะซื้อกราฟิกการ์ด RX 9070 อย่าลืมตรวจสอบระบบของคุณให้แน่ใจว่ารองรับ UEFI และได้ทำการตั้งค่าฮาร์ดดิสก์ให้เป็นแบบ GPT แล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับประสิทธิภาพสูงสุดจากกราฟิกการ์ดตัวใหม่นี้

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/amds-new-rx-9000-gpus-only-officially-support-uefi-systems
    เมื่อไม่นานมานี้ AMD ได้ประกาศเปิดตัวกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ RX 9070 ที่ใช้สถาปัตยกรรม RDNA 4 โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ใช้งานจะต้องมีระบบที่รองรับ UEFI สำหรับการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ เท่ากับว่า AMD จะไม่สนับสนุนการใช้งานกราฟิกการ์ดตัวใหม่นี้กับระบบที่ยังใช้ BIOS หรือโหมด CSM ซึ่งเป็นระบบเก่าอีกต่อไป ก่อนหน้านี้ BIOS เป็นระบบที่ใช้ในเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์เพื่อทำการบูตเครื่อง แต่ว่า UEFI ได้เข้ามาแทนที่ด้วยความสามารถที่มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการมี GUI (Graphic User Interface) ที่สวยงามและใช้งานง่ายขึ้น การสนับสนุนฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่กว่า 2.2TB และระบบ Secure Boot ที่ทำให้การใช้งานคอมพิวเตอร์มีความปลอดภัยมากขึ้น ในปัจจุบัน CPU และเมนบอร์ดส่วนใหญ่ที่ผลิตออกมารองรับระบบ UEFI ทั้งหมด แต่สิ่งที่ต้องระวังคือการแบ่งพาร์ติชันฮาร์ดดิสก์ของคุณ หากยังใช้แบบ MBR คุณจะต้องเปลี่ยนเป็นแบบ GPT ซึ่งเป็นที่จำเป็นสำหรับ UEFI ในการบูตเครื่อง ด้วยการเปลี่ยนแปลงนี้ AMD ต้องการให้ผู้ใช้งานกราฟิกการ์ด RX 9070 มีประสบการณ์การใช้งานที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยมีฟีเจอร์ที่สำคัญอย่าง Smart Access Memory ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกราฟิกการ์ด และลดปัญหาการใช้งานที่อาจเกิดขึ้น เช่น การเกิดหน้าจอสีน้ำเงิน (BSOD) ดังนั้น หากคุณกำลังวางแผนจะซื้อกราฟิกการ์ด RX 9070 อย่าลืมตรวจสอบระบบของคุณให้แน่ใจว่ารองรับ UEFI และได้ทำการตั้งค่าฮาร์ดดิสก์ให้เป็นแบบ GPT แล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับประสิทธิภาพสูงสุดจากกราฟิกการ์ดตัวใหม่นี้ https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/amds-new-rx-9000-gpus-only-officially-support-uefi-systems
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 219 มุมมอง 0 รีวิว
  • Qualcomm กำลังพัฒนา CPU รุ่นใหม่ที่ชื่อว่า Snapdragon X2 ซึ่งอาจมาพร้อมกับคอร์ประมวลผล Oryon V3 สูงสุดถึง 18 คอร์ เพื่อท้าชิงกับ AMD และ Intel ในตลาดพีซีระดับสูง

    ชิปประมวลผล Snapdragon X2 นี้จะมีการออกแบบ System-in-Package (SiP) ที่รวมหน่วยความจำและที่จัดเก็บข้อมูลเข้าไว้ในแพ็กเกจเดียว คาดว่าจะมีคอร์ประมวลผลมากถึง 18 คอร์ ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนถึง 50% โดยคาดว่าจะมีหน่วยความจำ SK hynix RAM ขนาด 48GB และ SSD ขนาด 1TB รวมอยู่ในแพ็กเกจเดียวกัน

    การออกแบบ SiP นี้จะช่วยให้ Snapdragon X2 มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นในการจัดการทั้งแอปพลิเคชันที่ใช้เธรดเดียวและหลายเธรด รวมถึงเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับชิปจาก AMD และ Intel อย่างมีนัยสำคัญ

    นอกจากนี้ มีการรายงานเพิ่มเติมว่า Qualcomm กำลังพัฒนาชิปใหม่ในโครงการที่ชื่อว่า Project Glymur โดยใช้รหัส 'SC8480XP' คาดว่าชิปนี้ได้รับการทดสอบในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม 2024 และมีการออกแบบให้รองรับการระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ AIO ซึ่งบ่งบอกว่าชิปนี้อาจใช้ในพีซีเดสก์ท็อป

    มีการคาดการณ์ว่า Snapdragon X2 จะถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์พรีเมียมและยังคงใช้ชื่อแบรนด์ 'Elite' หรืออาจเปลี่ยนเป็น 'Ultra Premium' ซึ่งยังไม่ชัดเจนในขณะนี้

    สิ่งที่น่าสนใจคือ Qualcomm อาจวางแผนที่จะเข้าไปยังตลาดเดสก์ท็อปในอนาคต โดยใช้ชิปที่มีการออกแบบที่รองรับการระบายความร้อนที่ซับซ้อนและประสิทธิภาพสูง

    https://www.techspot.com/news/107009-qualcomm-next-gen-snapdragon-x-chips-could-pack.html
    Qualcomm กำลังพัฒนา CPU รุ่นใหม่ที่ชื่อว่า Snapdragon X2 ซึ่งอาจมาพร้อมกับคอร์ประมวลผล Oryon V3 สูงสุดถึง 18 คอร์ เพื่อท้าชิงกับ AMD และ Intel ในตลาดพีซีระดับสูง ชิปประมวลผล Snapdragon X2 นี้จะมีการออกแบบ System-in-Package (SiP) ที่รวมหน่วยความจำและที่จัดเก็บข้อมูลเข้าไว้ในแพ็กเกจเดียว คาดว่าจะมีคอร์ประมวลผลมากถึง 18 คอร์ ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนถึง 50% โดยคาดว่าจะมีหน่วยความจำ SK hynix RAM ขนาด 48GB และ SSD ขนาด 1TB รวมอยู่ในแพ็กเกจเดียวกัน การออกแบบ SiP นี้จะช่วยให้ Snapdragon X2 มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นในการจัดการทั้งแอปพลิเคชันที่ใช้เธรดเดียวและหลายเธรด รวมถึงเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับชิปจาก AMD และ Intel อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ มีการรายงานเพิ่มเติมว่า Qualcomm กำลังพัฒนาชิปใหม่ในโครงการที่ชื่อว่า Project Glymur โดยใช้รหัส 'SC8480XP' คาดว่าชิปนี้ได้รับการทดสอบในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม 2024 และมีการออกแบบให้รองรับการระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ AIO ซึ่งบ่งบอกว่าชิปนี้อาจใช้ในพีซีเดสก์ท็อป มีการคาดการณ์ว่า Snapdragon X2 จะถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์พรีเมียมและยังคงใช้ชื่อแบรนด์ 'Elite' หรืออาจเปลี่ยนเป็น 'Ultra Premium' ซึ่งยังไม่ชัดเจนในขณะนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ Qualcomm อาจวางแผนที่จะเข้าไปยังตลาดเดสก์ท็อปในอนาคต โดยใช้ชิปที่มีการออกแบบที่รองรับการระบายความร้อนที่ซับซ้อนและประสิทธิภาพสูง https://www.techspot.com/news/107009-qualcomm-next-gen-snapdragon-x-chips-could-pack.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Qualcomm's next-gen Snapdragon X chips could pack 18 Oryon V3 CPU cores to challenge AMD and Intel
    According to German tech blog WinFuture, Qualcomm's Snapdragon X2 SoCs will ship with up to 18 Oryon V3 cores, which is 50 percent more than the 12...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 181 มุมมอง 0 รีวิว
  • มีการเปิดตัวชิปประมวลผลเซิร์ฟเวอร์ใหม่จาก Alibaba ที่ชื่อว่า "XuanTie C930" ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม RISC-V ที่พัฒนามาเพื่อการประมวลผล AI และ HPC (High Performance Computing) ชิปนี้ได้รับการเผยแพร่ที่การประชุม China RISC-V Ecosystem Conference ในกรุงปักกิ่ง โดยวิศวกรของ Alibaba มองว่าชิปนี้จะเปิดทางให้กับการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต

    แม้ว่าเราจะยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับจำนวนคอร์ ความเร็วของชิป หรือขนาดแคช แต่ Alibaba มีประวัติในการพัฒนาชิปที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น Yitian 710 ที่เป็นชิปที่เร็วที่สุดสำหรับคลาวด์เซิร์ฟเวอร์เมื่อปีที่แล้ว การเปิดตัว XuanTie C930 นี้จึงถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ Alibaba มีส่วนสำคัญในตลาดชิปประมวลผล

    นอกจากนี้ Alibaba ยังได้ประกาศแผนการลงทุนมูลค่า 52 พันล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐาน AI และคลาวด์ในอีกสามปีข้างหน้า รวมถึงการพัฒนาชิป RISC-V รุ่นอื่น ๆ ที่จะตามมา ได้แก่ C908X, R908A และ XL200 ซึ่งออกแบบมาสำหรับการเร่งความเร็ว AI, การใช้งานในยานยนต์ และการเชื่อมต่อความเร็วสูงตามลำดับ

    สิ่งที่น่าสนใจคือการนำสถาปัตยกรรม RISC-V ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมเปิดมาใช้ เนื่องจากการนำเข้าสถาปัตยกรรมที่มีอยู่จากสหรัฐฯ ถูกจำกัดโดยกฎหมายการส่งออกที่เข้มงวดของสหรัฐฯ การพัฒนา RISC-V ของจีนจึงถือว่าเป็นการสร้างเส้นทางใหม่ในการพัฒนาชิปที่ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/alibaba-launches-risc-v-based-xuantie-c930-server-cpu-ai-hpc-chip-ships-this-month-more-designs-to-follow
    มีการเปิดตัวชิปประมวลผลเซิร์ฟเวอร์ใหม่จาก Alibaba ที่ชื่อว่า "XuanTie C930" ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม RISC-V ที่พัฒนามาเพื่อการประมวลผล AI และ HPC (High Performance Computing) ชิปนี้ได้รับการเผยแพร่ที่การประชุม China RISC-V Ecosystem Conference ในกรุงปักกิ่ง โดยวิศวกรของ Alibaba มองว่าชิปนี้จะเปิดทางให้กับการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต แม้ว่าเราจะยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับจำนวนคอร์ ความเร็วของชิป หรือขนาดแคช แต่ Alibaba มีประวัติในการพัฒนาชิปที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น Yitian 710 ที่เป็นชิปที่เร็วที่สุดสำหรับคลาวด์เซิร์ฟเวอร์เมื่อปีที่แล้ว การเปิดตัว XuanTie C930 นี้จึงถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ Alibaba มีส่วนสำคัญในตลาดชิปประมวลผล นอกจากนี้ Alibaba ยังได้ประกาศแผนการลงทุนมูลค่า 52 พันล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐาน AI และคลาวด์ในอีกสามปีข้างหน้า รวมถึงการพัฒนาชิป RISC-V รุ่นอื่น ๆ ที่จะตามมา ได้แก่ C908X, R908A และ XL200 ซึ่งออกแบบมาสำหรับการเร่งความเร็ว AI, การใช้งานในยานยนต์ และการเชื่อมต่อความเร็วสูงตามลำดับ สิ่งที่น่าสนใจคือการนำสถาปัตยกรรม RISC-V ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมเปิดมาใช้ เนื่องจากการนำเข้าสถาปัตยกรรมที่มีอยู่จากสหรัฐฯ ถูกจำกัดโดยกฎหมายการส่งออกที่เข้มงวดของสหรัฐฯ การพัฒนา RISC-V ของจีนจึงถือว่าเป็นการสร้างเส้นทางใหม่ในการพัฒนาชิปที่ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/alibaba-launches-risc-v-based-xuantie-c930-server-cpu-ai-hpc-chip-ships-this-month-more-designs-to-follow
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 198 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts