• เจาะลึกเหตุการณ์ BGP Route Leak ในเวเนซุเอลา — Cloudflare ชี้เป็นความผิดพลาดเชิงเทคนิค ไม่ใช่ปฏิบัติการจงใจ

    เหตุการณ์ความวุ่นวายด้านการเมืองในเวเนซุเอลาได้ทำให้หลายฝ่ายจับตาความผิดปกติบนอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะเมื่อมีรายงานว่าเกิด BGP route leak ในประเทศช่วงวันที่ 2 มกราคม ซึ่งตรงกับช่วงข่าวการจับกุม Nicolás Maduro โดยสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม Cloudflare ได้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและพบว่าเหตุการณ์นี้ มีแนวโน้มสูงว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคของ ISP CANTV (AS8048) มากกว่าจะเป็นการโจมตีหรือปฏิบัติการแทรกแซงใดๆ

    จากข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม พบว่า AS8048 มีเหตุการณ์ route leak ถึง 11 ครั้ง ซึ่งเป็นรูปแบบซ้ำๆ และเข้าข่าย “Type 1 Hairpin Route Leak” ตามนิยาม RFC7908 นั่นคือการนำเส้นทางจากผู้ให้บริการรายหนึ่งไปประกาศต่อให้ผู้ให้บริการอีกรายหนึ่ง ซึ่งผิดหลัก “valley-free routing” ของ BGP โดยตรง การกระทำเช่นนี้อาจทำให้เส้นทางอินเทอร์เน็ตผิดเพี้ยน ช้าลง หรือไหลผ่านเส้นทางที่ไม่ควรเกิดขึ้น

    สิ่งที่น่าสนใจคือ prefix ที่ถูก leak ทั้งหมดมาจาก AS21980 (Dayco Telecom) ซึ่งเป็น ลูกค้าของ AS8048 อยู่แล้ว นั่นหมายความว่า CANTV ไม่ได้มีเหตุผลใดที่จะต้อง “ดักข้อมูล” ผ่านการ leak เส้นทาง เพราะพวกเขาเป็น upstream provider อยู่แล้ว อีกทั้งเส้นทางที่ประกาศยังถูก “prepend” ชื่อ AS8048 ซ้ำหลายครั้ง ทำให้เส้นทางนั้น ไม่น่าดึงดูด สำหรับเครือข่ายอื่น หากต้องการทำ MITM จริง พวกเขาควรทำให้เส้นทาง “น่าส่งผ่าน” มากกว่า

    เมื่อรวมกับข้อเท็จจริงที่ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นช่วงๆ ห่างกันประมาณหนึ่งชั่วโมง และเริ่มขึ้นก่อนเหตุการณ์ทางการเมืองกว่า 12 ชั่วโมง จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าเป็น ปัญหาการตั้งค่า export policy ที่ผิดพลาด มากกว่าการจงใจแทรกแซงข้อมูลใดๆ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ BGP anomaly
    AS8048 (CANTV) ทำการประกาศเส้นทางผิดพลาดให้ AS52320
    Prefix ที่ถูก leak มาจาก AS21980 ซึ่งเป็นลูกค้าของ AS8048

    เหตุผลที่ Cloudflare มองว่าไม่ใช่การโจมตี
    เส้นทางถูก prepend หลายครั้ง ทำให้ไม่น่าดึงดูดสำหรับ MITM
    AS8048 มีประวัติ route leak แบบเดียวกันหลายครั้งก่อนหน้า

    ความเสี่ยงและผลกระทบจาก route leak
    อาจทำให้เส้นทางอินเทอร์เน็ตผิดเพี้ยนและช้าลง
    หากเกิดกับเครือข่ายสำคัญ อาจกระทบความเสถียรของอินเทอร์เน็ตระดับภูมิภาค

    ข้อควรระวังด้านโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต
    การไม่ใช้ RPKI/ROV ไม่สามารถป้องกันปัญหาแบบ path anomaly ได้
    หากไม่มี ASPA หรือ RFC9234 อาจเกิด route leak ซ้ำได้ในอนาคต

    https://blog.cloudflare.com/bgp-route-leak-venezuela/
    🌐 เจาะลึกเหตุการณ์ BGP Route Leak ในเวเนซุเอลา — Cloudflare ชี้เป็นความผิดพลาดเชิงเทคนิค ไม่ใช่ปฏิบัติการจงใจ เหตุการณ์ความวุ่นวายด้านการเมืองในเวเนซุเอลาได้ทำให้หลายฝ่ายจับตาความผิดปกติบนอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะเมื่อมีรายงานว่าเกิด BGP route leak ในประเทศช่วงวันที่ 2 มกราคม ซึ่งตรงกับช่วงข่าวการจับกุม Nicolás Maduro โดยสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม Cloudflare ได้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและพบว่าเหตุการณ์นี้ มีแนวโน้มสูงว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคของ ISP CANTV (AS8048) มากกว่าจะเป็นการโจมตีหรือปฏิบัติการแทรกแซงใดๆ จากข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม พบว่า AS8048 มีเหตุการณ์ route leak ถึง 11 ครั้ง ซึ่งเป็นรูปแบบซ้ำๆ และเข้าข่าย “Type 1 Hairpin Route Leak” ตามนิยาม RFC7908 นั่นคือการนำเส้นทางจากผู้ให้บริการรายหนึ่งไปประกาศต่อให้ผู้ให้บริการอีกรายหนึ่ง ซึ่งผิดหลัก “valley-free routing” ของ BGP โดยตรง การกระทำเช่นนี้อาจทำให้เส้นทางอินเทอร์เน็ตผิดเพี้ยน ช้าลง หรือไหลผ่านเส้นทางที่ไม่ควรเกิดขึ้น สิ่งที่น่าสนใจคือ prefix ที่ถูก leak ทั้งหมดมาจาก AS21980 (Dayco Telecom) ซึ่งเป็น ลูกค้าของ AS8048 อยู่แล้ว นั่นหมายความว่า CANTV ไม่ได้มีเหตุผลใดที่จะต้อง “ดักข้อมูล” ผ่านการ leak เส้นทาง เพราะพวกเขาเป็น upstream provider อยู่แล้ว อีกทั้งเส้นทางที่ประกาศยังถูก “prepend” ชื่อ AS8048 ซ้ำหลายครั้ง ทำให้เส้นทางนั้น ไม่น่าดึงดูด สำหรับเครือข่ายอื่น หากต้องการทำ MITM จริง พวกเขาควรทำให้เส้นทาง “น่าส่งผ่าน” มากกว่า เมื่อรวมกับข้อเท็จจริงที่ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นช่วงๆ ห่างกันประมาณหนึ่งชั่วโมง และเริ่มขึ้นก่อนเหตุการณ์ทางการเมืองกว่า 12 ชั่วโมง จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าเป็น ปัญหาการตั้งค่า export policy ที่ผิดพลาด มากกว่าการจงใจแทรกแซงข้อมูลใดๆ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ BGP anomaly ➡️ AS8048 (CANTV) ทำการประกาศเส้นทางผิดพลาดให้ AS52320 ➡️ Prefix ที่ถูก leak มาจาก AS21980 ซึ่งเป็นลูกค้าของ AS8048 ✅ เหตุผลที่ Cloudflare มองว่าไม่ใช่การโจมตี ➡️ เส้นทางถูก prepend หลายครั้ง ทำให้ไม่น่าดึงดูดสำหรับ MITM ➡️ AS8048 มีประวัติ route leak แบบเดียวกันหลายครั้งก่อนหน้า ‼️ ความเสี่ยงและผลกระทบจาก route leak ⛔ อาจทำให้เส้นทางอินเทอร์เน็ตผิดเพี้ยนและช้าลง ⛔ หากเกิดกับเครือข่ายสำคัญ อาจกระทบความเสถียรของอินเทอร์เน็ตระดับภูมิภาค ‼️ ข้อควรระวังด้านโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต ⛔ การไม่ใช้ RPKI/ROV ไม่สามารถป้องกันปัญหาแบบ path anomaly ได้ ⛔ หากไม่มี ASPA หรือ RFC9234 อาจเกิด route leak ซ้ำได้ในอนาคต https://blog.cloudflare.com/bgp-route-leak-venezuela/
    BLOG.CLOUDFLARE.COM
    A closer look at a BGP anomaly in Venezuela
    There has been speculation about the cause of a BGP anomaly observed in Venezuela on January 2. We take a look at BGP route leaks, and dive into what the data suggests caused the anomaly in question.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 48 มุมมอง 0 รีวิว
  • บั๊กใน Linux Kernel ซ่อนตัวเฉลี่ยกว่า 2 ปี ก่อนถูกค้นพบ – งานวิจัยเผยความจริงที่น่าตกใจ

    งานวิจัยล่าสุดจาก Pebblebed เผยให้เห็นภาพที่หลายคนอาจไม่คาดคิด: บั๊กใน Linux Kernel จำนวนมากซ่อนตัวอยู่นานเฉลี่ยกว่า 2.1 ปี ก่อนจะถูกค้นพบและแก้ไขได้จริง บางกรณีร้ายแรงถึงขั้นหลบซ่อนอยู่นานกว่า 20 ปี โดยเฉพาะบั๊กประเภท buffer overflow ในระบบเครือข่าย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของโค้ดระดับเคอร์เนลและความท้าทายในการตรวจสอบคุณภาพซอฟต์แวร์ขนาดมหึมาเช่นนี้

    การศึกษานี้วิเคราะห์บั๊กกว่า 125,183 รายการ จากประวัติการพัฒนา Linux Kernel ย้อนหลัง 20 ปี โดยอาศัยข้อมูลจากแท็ก Fixes: ที่นักพัฒนาใช้ระบุว่า commit ใดแก้บั๊กที่เกิดจาก commit ใด ทำให้สามารถคำนวณอายุของบั๊กแต่ละตัวได้อย่างแม่นยำ ผลลัพธ์พบว่าแม้ Linux จะเป็นโครงการโอเพ่นซอร์สที่มีผู้ร่วมพัฒนาจำนวนมาก แต่ก็ยังมีบั๊กจำนวนไม่น้อยที่หลุดรอดสายตาไปได้เป็นเวลานาน

    นอกจากนี้ยังพบว่า อายุของบั๊กแตกต่างกันไปตามส่วนประกอบของเคอร์เนล เช่น บั๊กใน CAN bus drivers มีอายุเฉลี่ยสูงสุดที่ 4.2 ปี ขณะที่บั๊กใน GPU subsystem ถูกพบเร็วที่สุด เฉลี่ยเพียง 1.4 ปี ส่วน BPF subsystem นั้นตรวจพบเร็วที่สุดที่ 1.1 ปี ซึ่งสะท้อนถึงความแตกต่างของความซับซ้อนและความถี่ในการใช้งานของแต่ละส่วน

    งานวิจัยยังชี้ให้เห็นปัญหาที่น่ากังวลอีกอย่างคือ การแก้บั๊กที่ไม่สมบูรณ์ (incomplete fixes) ซึ่งอาจเปิดช่องให้เกิดช่องโหว่ใหม่ตามมา เช่นกรณี netfilter ที่มีการแก้ไขในปี 2024 แต่กลับถูกพบช่องโหว่ bypass เพิ่มเติมในปีถัดมา ทำให้เห็นว่าการแก้บั๊กในเคอร์เนลต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบสูงมาก และอาจต้องใช้เครื่องมืออัตโนมัติช่วยตรวจสอบมากขึ้นในอนาคต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    อายุของบั๊กใน Linux Kernel
    บั๊กเฉลี่ยซ่อนตัว 2.1 ปี ก่อนถูกพบ
    บั๊กที่อยู่นานที่สุดมีอายุ 20.7 ปี

    ข้อมูลจากงานวิจัย
    วิเคราะห์บั๊กกว่า 125,183 รายการ จากปี 2005–2026
    ใช้แท็ก Fixes: ใน Git เพื่อคำนวณอายุของบั๊ก

    ความแตกต่างของอายุบั๊กในแต่ละ subsystem
    CAN bus drivers: เฉลี่ย 4.2 ปี
    SCTP networking: เฉลี่ย 4.0 ปี
    GPU subsystem: เฉลี่ย 1.4 ปี
    BPF subsystem: เฉลี่ย 1.1 ปี

    ความเสี่ยงและคำเตือน
    การแก้บั๊กไม่สมบูรณ์อาจเปิดช่องโหว่ใหม่
    บั๊กที่ซ่อนตัวนานอาจกลายเป็นช่องโหว่ร้ายแรงหากถูกค้นพบโดยผู้ไม่หวังดี

    https://itsfoss.com/news/linux-kernel-bugs-arent-found-for-years/
    🐧 บั๊กใน Linux Kernel ซ่อนตัวเฉลี่ยกว่า 2 ปี ก่อนถูกค้นพบ – งานวิจัยเผยความจริงที่น่าตกใจ งานวิจัยล่าสุดจาก Pebblebed เผยให้เห็นภาพที่หลายคนอาจไม่คาดคิด: บั๊กใน Linux Kernel จำนวนมากซ่อนตัวอยู่นานเฉลี่ยกว่า 2.1 ปี ก่อนจะถูกค้นพบและแก้ไขได้จริง บางกรณีร้ายแรงถึงขั้นหลบซ่อนอยู่นานกว่า 20 ปี โดยเฉพาะบั๊กประเภท buffer overflow ในระบบเครือข่าย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของโค้ดระดับเคอร์เนลและความท้าทายในการตรวจสอบคุณภาพซอฟต์แวร์ขนาดมหึมาเช่นนี้ การศึกษานี้วิเคราะห์บั๊กกว่า 125,183 รายการ จากประวัติการพัฒนา Linux Kernel ย้อนหลัง 20 ปี โดยอาศัยข้อมูลจากแท็ก Fixes: ที่นักพัฒนาใช้ระบุว่า commit ใดแก้บั๊กที่เกิดจาก commit ใด ทำให้สามารถคำนวณอายุของบั๊กแต่ละตัวได้อย่างแม่นยำ ผลลัพธ์พบว่าแม้ Linux จะเป็นโครงการโอเพ่นซอร์สที่มีผู้ร่วมพัฒนาจำนวนมาก แต่ก็ยังมีบั๊กจำนวนไม่น้อยที่หลุดรอดสายตาไปได้เป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังพบว่า อายุของบั๊กแตกต่างกันไปตามส่วนประกอบของเคอร์เนล เช่น บั๊กใน CAN bus drivers มีอายุเฉลี่ยสูงสุดที่ 4.2 ปี ขณะที่บั๊กใน GPU subsystem ถูกพบเร็วที่สุด เฉลี่ยเพียง 1.4 ปี ส่วน BPF subsystem นั้นตรวจพบเร็วที่สุดที่ 1.1 ปี ซึ่งสะท้อนถึงความแตกต่างของความซับซ้อนและความถี่ในการใช้งานของแต่ละส่วน งานวิจัยยังชี้ให้เห็นปัญหาที่น่ากังวลอีกอย่างคือ การแก้บั๊กที่ไม่สมบูรณ์ (incomplete fixes) ซึ่งอาจเปิดช่องให้เกิดช่องโหว่ใหม่ตามมา เช่นกรณี netfilter ที่มีการแก้ไขในปี 2024 แต่กลับถูกพบช่องโหว่ bypass เพิ่มเติมในปีถัดมา ทำให้เห็นว่าการแก้บั๊กในเคอร์เนลต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบสูงมาก และอาจต้องใช้เครื่องมืออัตโนมัติช่วยตรวจสอบมากขึ้นในอนาคต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ อายุของบั๊กใน Linux Kernel ➡️ บั๊กเฉลี่ยซ่อนตัว 2.1 ปี ก่อนถูกพบ ➡️ บั๊กที่อยู่นานที่สุดมีอายุ 20.7 ปี ✅ ข้อมูลจากงานวิจัย ➡️ วิเคราะห์บั๊กกว่า 125,183 รายการ จากปี 2005–2026 ➡️ ใช้แท็ก Fixes: ใน Git เพื่อคำนวณอายุของบั๊ก ✅ ความแตกต่างของอายุบั๊กในแต่ละ subsystem ➡️ CAN bus drivers: เฉลี่ย 4.2 ปี ➡️ SCTP networking: เฉลี่ย 4.0 ปี ➡️ GPU subsystem: เฉลี่ย 1.4 ปี ➡️ BPF subsystem: เฉลี่ย 1.1 ปี ‼️ ความเสี่ยงและคำเตือน ⛔ การแก้บั๊กไม่สมบูรณ์อาจเปิดช่องโหว่ใหม่ ⛔ บั๊กที่ซ่อนตัวนานอาจกลายเป็นช่องโหว่ร้ายแรงหากถูกค้นพบโดยผู้ไม่หวังดี https://itsfoss.com/news/linux-kernel-bugs-arent-found-for-years/
    ITSFOSS.COM
    Linux Kernel Bugs Hide for 2+ Years on Average
    Study of 20 years of kernel history finds bugs hide for 2+ years on average, some for decades.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 37 มุมมอง 0 รีวิว
  • The financial reports of a power company : Part 2
    Date : 9 January 2026

    ## 3. Capital projects that do not yet generate commensurate benefits

    - Several major infrastructure and system projects recognised as assets in 2022–2023 do not appear to yield clearly observable incremental revenues or cost savings in the 2023–2024 results.
    - These assets continue to be carried at cost without impairment charges, despite technology changes and regulatory developments that could affect expected cash flows and utilisation.

    **Audit concerns**

    - Whether management has performed robust impairment testing (under TFRS) for projects with delays, cost overruns, or under‑utilisation.
    - Whether the business cases, IRR/NPV assumptions and demand forecasts used to justify capitalisation remain valid under current economic and policy conditions.

    ***

    ## 4. Trade receivables and allowance for doubtful accounts / ECL

    - Trade and other receivables remain high and increase in some years, while the allowance for doubtful accounts and expected credit loss (ECL) does not increase in proportion to the exposure and macro‑economic conditions.
    - Disclosures on aging profiles, major customers, and high‑risk groups are limited, making it difficult to assess the true credit quality of the receivables portfolio.

    **Audit concerns**

    - Whether the ECL model parameters (PD, LGD, forward‑looking overlays) are sufficiently conservative and reflect the impact of customer support schemes, payment moratoriums, or economic slowdown.
    - Whether management judgement has been used to keep impairment charges low in order to support reported profit.

    To be continued—————————————————————————————————————————————————
    #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    The financial reports of a power company : Part 2 Date : 9 January 2026 ## 3. Capital projects that do not yet generate commensurate benefits - Several major infrastructure and system projects recognised as assets in 2022–2023 do not appear to yield clearly observable incremental revenues or cost savings in the 2023–2024 results. - These assets continue to be carried at cost without impairment charges, despite technology changes and regulatory developments that could affect expected cash flows and utilisation. **Audit concerns** - Whether management has performed robust impairment testing (under TFRS) for projects with delays, cost overruns, or under‑utilisation. - Whether the business cases, IRR/NPV assumptions and demand forecasts used to justify capitalisation remain valid under current economic and policy conditions. *** ## 4. Trade receivables and allowance for doubtful accounts / ECL - Trade and other receivables remain high and increase in some years, while the allowance for doubtful accounts and expected credit loss (ECL) does not increase in proportion to the exposure and macro‑economic conditions. - Disclosures on aging profiles, major customers, and high‑risk groups are limited, making it difficult to assess the true credit quality of the receivables portfolio. **Audit concerns** - Whether the ECL model parameters (PD, LGD, forward‑looking overlays) are sufficiently conservative and reflect the impact of customer support schemes, payment moratoriums, or economic slowdown. - Whether management judgement has been used to keep impairment charges low in order to support reported profit. To be continued————————————————————————————————————————————————— #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 66 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักวิทยาศาสตร์สังเคราะห์สารต้านมะเร็งจากเชื้อราที่หายไปนานกว่า 55 ปีสำเร็จ

    การค้นพบครั้งสำคัญในวงการวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อทีมนักวิจัยจาก MIT และ Harvard Medical School สามารถสังเคราะห์ verticillin A—สารประกอบจากเชื้อราที่ถูกค้นพบตั้งแต่กว่า 50 ปีก่อน—ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สารชนิดนี้เคยถูกมองว่าเป็น “เพชรในตม” ของวงการแพทย์ เพราะมีศักยภาพสูงในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง แต่ปัญหาคือมันพบในธรรมชาติน้อยมากและมีโครงสร้างที่ซับซ้อนจนไม่สามารถผลิตในห้องแล็บได้ จนกระทั่งวันนี้ที่เทคโนโลยีทางเคมีได้พัฒนาไปอีกขั้น

    นักวิจัยเปิดเผยว่า verticillin A มีโครงสร้างเป็นโมเลกุลแบบไดเมอร์ที่ประกอบด้วยสองส่วนเหมือนกันอย่างสมบูรณ์ ทำให้การสังเคราะห์ต้องอาศัยความแม่นยำสูงมาก ทั้งลำดับการเชื่อมพันธะและการปกป้องพันธะที่เปราะบางระหว่างกระบวนการ ทีมงานต้องปรับลำดับขั้นตอนใหม่ทั้งหมดจนได้กระบวนการ 16 ขั้นตอนที่สามารถสร้างโครงสร้าง 3 มิติของสารนี้ได้อย่างถูกต้อง

    เมื่อได้สารสังเคราะห์แล้ว นักวิจัยได้นำไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งชนิด Diffuse Midline Glioma (DMG) ซึ่งเป็นมะเร็งสมองที่รุนแรงในเด็ก ผลลัพธ์พบว่าสารนี้และอนุพันธ์ที่ออกแบบเพิ่มเติมสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้จริง และยังทำงานตรงเป้าหมายโปรตีนที่ต้องการภายในเซลล์อีกด้วย นี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจนำไปสู่การพัฒนายาใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในอนาคต

    ความสำเร็จครั้งนี้ยังเปิดประตูให้วงการแพทย์สามารถออกแบบอนุพันธ์ของ verticillin A เพื่อศึกษาฤทธิ์เชิงลึกมากขึ้น รวมถึงอาจนำไปสู่การค้นพบยาต้านมะเร็งรูปแบบใหม่ที่มีความจำเพาะและปลอดภัยกว่าเดิม นักวิจัยย้ำว่าสารจากธรรมชาติยังคงเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของการค้นพบยาใหม่ และการสังเคราะห์สำเร็จครั้งนี้จะช่วยให้การวิจัยก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์
    สังเคราะห์สาร verticillin A สำเร็จเป็นครั้งแรกหลังค้นพบมากว่า 50 ปี
    แก้ปัญหาโครงสร้างซับซ้อนและความไม่เสถียรของสารได้
    กระบวนการสังเคราะห์ 16 ขั้นตอนช่วยสร้างโครงสร้าง 3 มิติได้อย่างแม่นยำ

    ศักยภาพด้านการรักษามะเร็ง
    ทดสอบกับเซลล์มะเร็งสมอง DMG แล้วพบว่าสามารถทำลายเซลล์ได้
    สารทำงานตรงเป้าหมายโปรตีนภายในเซลล์
    เปิดโอกาสพัฒนาอนุพันธ์ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา

    ประเด็นที่ยังต้องระวังและศึกษาต่อ
    ผลการทดลองยังอยู่ในระดับเซลล์ในห้องแล็บ ไม่ใช่การทดลองในมนุษย์
    ความปลอดภัยและผลข้างเคียงยังต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นตอน
    การพัฒนายาใหม่ต้องใช้เวลาและงบประมาณจำนวนมากก่อนนำมาใช้จริง

    https://www.sciencealert.com/potential-anti-cancer-fungal-compound-finally-synthesized-after-55-years
    🧪✨ นักวิทยาศาสตร์สังเคราะห์สารต้านมะเร็งจากเชื้อราที่หายไปนานกว่า 55 ปีสำเร็จ การค้นพบครั้งสำคัญในวงการวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อทีมนักวิจัยจาก MIT และ Harvard Medical School สามารถสังเคราะห์ verticillin A—สารประกอบจากเชื้อราที่ถูกค้นพบตั้งแต่กว่า 50 ปีก่อน—ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สารชนิดนี้เคยถูกมองว่าเป็น “เพชรในตม” ของวงการแพทย์ เพราะมีศักยภาพสูงในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง แต่ปัญหาคือมันพบในธรรมชาติน้อยมากและมีโครงสร้างที่ซับซ้อนจนไม่สามารถผลิตในห้องแล็บได้ จนกระทั่งวันนี้ที่เทคโนโลยีทางเคมีได้พัฒนาไปอีกขั้น นักวิจัยเปิดเผยว่า verticillin A มีโครงสร้างเป็นโมเลกุลแบบไดเมอร์ที่ประกอบด้วยสองส่วนเหมือนกันอย่างสมบูรณ์ ทำให้การสังเคราะห์ต้องอาศัยความแม่นยำสูงมาก ทั้งลำดับการเชื่อมพันธะและการปกป้องพันธะที่เปราะบางระหว่างกระบวนการ ทีมงานต้องปรับลำดับขั้นตอนใหม่ทั้งหมดจนได้กระบวนการ 16 ขั้นตอนที่สามารถสร้างโครงสร้าง 3 มิติของสารนี้ได้อย่างถูกต้อง เมื่อได้สารสังเคราะห์แล้ว นักวิจัยได้นำไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งชนิด Diffuse Midline Glioma (DMG) ซึ่งเป็นมะเร็งสมองที่รุนแรงในเด็ก ผลลัพธ์พบว่าสารนี้และอนุพันธ์ที่ออกแบบเพิ่มเติมสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้จริง และยังทำงานตรงเป้าหมายโปรตีนที่ต้องการภายในเซลล์อีกด้วย นี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจนำไปสู่การพัฒนายาใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในอนาคต ความสำเร็จครั้งนี้ยังเปิดประตูให้วงการแพทย์สามารถออกแบบอนุพันธ์ของ verticillin A เพื่อศึกษาฤทธิ์เชิงลึกมากขึ้น รวมถึงอาจนำไปสู่การค้นพบยาต้านมะเร็งรูปแบบใหม่ที่มีความจำเพาะและปลอดภัยกว่าเดิม นักวิจัยย้ำว่าสารจากธรรมชาติยังคงเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของการค้นพบยาใหม่ และการสังเคราะห์สำเร็จครั้งนี้จะช่วยให้การวิจัยก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ➡️ สังเคราะห์สาร verticillin A สำเร็จเป็นครั้งแรกหลังค้นพบมากว่า 50 ปี ➡️ แก้ปัญหาโครงสร้างซับซ้อนและความไม่เสถียรของสารได้ ➡️ กระบวนการสังเคราะห์ 16 ขั้นตอนช่วยสร้างโครงสร้าง 3 มิติได้อย่างแม่นยำ ✅ ศักยภาพด้านการรักษามะเร็ง ➡️ ทดสอบกับเซลล์มะเร็งสมอง DMG แล้วพบว่าสามารถทำลายเซลล์ได้ ➡️ สารทำงานตรงเป้าหมายโปรตีนภายในเซลล์ ➡️ เปิดโอกาสพัฒนาอนุพันธ์ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ‼️ ประเด็นที่ยังต้องระวังและศึกษาต่อ ⛔ ผลการทดลองยังอยู่ในระดับเซลล์ในห้องแล็บ ไม่ใช่การทดลองในมนุษย์ ⛔ ความปลอดภัยและผลข้างเคียงยังต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นตอน ⛔ การพัฒนายาใหม่ต้องใช้เวลาและงบประมาณจำนวนมากก่อนนำมาใช้จริง https://www.sciencealert.com/potential-anti-cancer-fungal-compound-finally-synthesized-after-55-years
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Potential Anti-Cancer Fungal Compound Finally Synthesized After 55 Years
    The fungal compound verticillin A, discovered more than 50 years ago, has long been regarded for its potential cancer-fighting capabilities.
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 106 มุมมอง 0 รีวิว
  • จุลินทรีย์ตัวเดียวที่ช่วยยับยั้งน้ำหนักขึ้นในหนู แม้กินอาหารไขมันสูง – งานวิจัยใหม่จาก University of Utah

    งานวิจัยล่าสุดพบว่าแบคทีเรียในลำไส้ชื่อ Turicibacter สามารถลดการเพิ่มน้ำหนักและปรับปรุงสุขภาพเมตาบอลิซึมของหนูได้ แม้จะกินอาหารไขมันสูงก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดนี้อ้างอิงจากบทความที่คุณให้ลิงก์มา ซึ่งผมสามารถอ่านเนื้อหาได้ครบถ้วนจากหน้าเว็บโดยตรง

    Turicibacter: จุลินทรีย์เล็กๆ ที่มีผลใหญ่ต่อระบบเผาผลาญ
    งานวิจัยจากทีมมหาวิทยาลัยยูทาห์พบว่า Turicibacter ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีสัดส่วนเพียง 0.1% ของไมโครไบโอมในลำไส้ มีบทบาทสำคัญในการควบคุมน้ำหนักและไขมันในร่างกายของหนูที่กินอาหารไขมันสูง แบคทีเรียชนิดนี้ผลิตกรดไขมันบางชนิดที่ช่วยยับยั้ง “เซราไมด์ (ceramides)” ซึ่งเป็นไขมันที่เพิ่มขึ้นเมื่อกินอาหารไขมันสูงและเชื่อมโยงกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจ

    สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อให้ Turicibacter แบบเสริม (supplement) หนูมีน้ำหนักขึ้นน้อยลง ไขมันในร่างกายลดลง ระดับน้ำตาลขณะพักต่ำลง และโปรไฟล์ไขมันดีขึ้น แม้จะยังคงกินอาหารไขมันสูงเหมือนเดิม ผลลัพธ์นี้ทำให้นักวิจัยมองว่าแบคทีเรียชนิดนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาวิธีรักษาโรคอ้วนในอนาคต

    แต่กินเค้กได้ไม่อ้วนจริงไหม? ยังไม่ใช่แบบนั้น
    แม้ Turicibacter จะช่วยลดผลเสียของอาหารไขมันสูง แต่ก็มีข้อจำกัดสำคัญคือ มันเติบโตได้ไม่ดีในสภาพแวดล้อมที่มีไขมันสูงเกินไป โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัวอย่าง “ปาล์มิเกต (palmitate)” ซึ่งยับยั้งการเจริญเติบโตของมันโดยตรง แต่ไม่ฆ่าแบคทีเรีย เมื่อเอาออกจากสภาพแวดล้อมที่มีไขมันสูง มันก็กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

    ดังนั้น การจะใช้แบคทีเรียชนิดนี้เป็นอาหารเสริมในมนุษย์อาจต้องให้เป็นประจำเพื่อรักษาระดับที่เหมาะสม และยังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลในมนุษย์ เพราะงานวิจัยปัจจุบันทำในหนูเท่านั้น

    ไมโครไบโอม: โลกซับซ้อนที่เรายังรู้เพียง “ยอดภูเขาน้ำแข็ง”
    งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ที่แสดงว่าไมโครไบโอมมีผลต่อโรคอ้วนอย่างมาก เช่น

    การถ่ายไมโครไบโอมจากหนูอ้วนไปให้หนูผอม ทำให้หนูผอมกลายเป็นหนูอ้วน

    หนูที่ถูกกำจัดแบคทีเรียในลำไส้ทั้งหมดกลับ “อ้วนยากขึ้น” เมื่อกินอาหารไขมันสูง

    สิ่งเหล่านี้ชี้ว่า “ส่วนผสมของแบคทีเรีย” มีผลต่อการสะสมไขมันอย่างชัดเจน และ Turicibacter อาจเป็นเพียงหนึ่งในหลายตัวที่ช่วยปกป้องร่างกายจากโรคเมตาบอลิซึมในอนาคต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    Turicibacter ช่วยลดน้ำหนักและไขมันในหนูที่กินอาหารไขมันสูง
    แบคทีเรียผลิตกรดไขมันที่ลดระดับ “เซราไมด์” ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานและโรคหัวใจ
    การเสริมแบคทีเรียทำให้ระดับน้ำตาลและโปรไฟล์ไขมันดีขึ้น แม้ยังคงกินอาหารไขมันสูง
    ไขมันอิ่มตัวอย่าง palmitate ยับยั้งการเติบโตของ Turicibacter แต่ไม่ฆ่าแบคทีเรีย
    งานวิจัยชี้ว่าไมโครไบโอมมีบทบาทสำคัญต่อโรคอ้วนและเมตาบอลิซึมโดยรวม

    คำเตือน / ข้อควรระวัง
    ผลการทดลองยังอยู่ในระดับ “หนูทดลอง” ไม่สามารถสรุปผลกับมนุษย์ได้โดยตรง
    การเสริมแบคทีเรียอาจต้องทำเป็นประจำ เพราะอาหารไขมันสูงทำให้จำนวนแบคทีเรียลดลง
    ไมโครไบโอมเป็นระบบที่ซับซ้อนมาก การเพิ่มแบคทีเรียชนิดเดียวอาจไม่เพียงพอในมนุษย์
    ยังไม่ควรใช้ผลวิจัยนี้เป็นเหตุผลในการกินอาหารไขมันสูงโดยไม่ควบคุม

    https://www.sciencealert.com/one-gut-microbe-blocks-weight-gain-in-mice-on-a-high-fat-diet
    🦠 จุลินทรีย์ตัวเดียวที่ช่วยยับยั้งน้ำหนักขึ้นในหนู แม้กินอาหารไขมันสูง – งานวิจัยใหม่จาก University of Utah งานวิจัยล่าสุดพบว่าแบคทีเรียในลำไส้ชื่อ Turicibacter สามารถลดการเพิ่มน้ำหนักและปรับปรุงสุขภาพเมตาบอลิซึมของหนูได้ แม้จะกินอาหารไขมันสูงก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดนี้อ้างอิงจากบทความที่คุณให้ลิงก์มา ซึ่งผมสามารถอ่านเนื้อหาได้ครบถ้วนจากหน้าเว็บโดยตรง 🧬 Turicibacter: จุลินทรีย์เล็กๆ ที่มีผลใหญ่ต่อระบบเผาผลาญ งานวิจัยจากทีมมหาวิทยาลัยยูทาห์พบว่า Turicibacter ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีสัดส่วนเพียง 0.1% ของไมโครไบโอมในลำไส้ มีบทบาทสำคัญในการควบคุมน้ำหนักและไขมันในร่างกายของหนูที่กินอาหารไขมันสูง แบคทีเรียชนิดนี้ผลิตกรดไขมันบางชนิดที่ช่วยยับยั้ง “เซราไมด์ (ceramides)” ซึ่งเป็นไขมันที่เพิ่มขึ้นเมื่อกินอาหารไขมันสูงและเชื่อมโยงกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจ สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อให้ Turicibacter แบบเสริม (supplement) หนูมีน้ำหนักขึ้นน้อยลง ไขมันในร่างกายลดลง ระดับน้ำตาลขณะพักต่ำลง และโปรไฟล์ไขมันดีขึ้น แม้จะยังคงกินอาหารไขมันสูงเหมือนเดิม ผลลัพธ์นี้ทำให้นักวิจัยมองว่าแบคทีเรียชนิดนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาวิธีรักษาโรคอ้วนในอนาคต 🍰 แต่กินเค้กได้ไม่อ้วนจริงไหม? ยังไม่ใช่แบบนั้น แม้ Turicibacter จะช่วยลดผลเสียของอาหารไขมันสูง แต่ก็มีข้อจำกัดสำคัญคือ มันเติบโตได้ไม่ดีในสภาพแวดล้อมที่มีไขมันสูงเกินไป โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัวอย่าง “ปาล์มิเกต (palmitate)” ซึ่งยับยั้งการเจริญเติบโตของมันโดยตรง แต่ไม่ฆ่าแบคทีเรีย เมื่อเอาออกจากสภาพแวดล้อมที่มีไขมันสูง มันก็กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง ดังนั้น การจะใช้แบคทีเรียชนิดนี้เป็นอาหารเสริมในมนุษย์อาจต้องให้เป็นประจำเพื่อรักษาระดับที่เหมาะสม และยังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลในมนุษย์ เพราะงานวิจัยปัจจุบันทำในหนูเท่านั้น 🔬 ไมโครไบโอม: โลกซับซ้อนที่เรายังรู้เพียง “ยอดภูเขาน้ำแข็ง” งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ที่แสดงว่าไมโครไบโอมมีผลต่อโรคอ้วนอย่างมาก เช่น การถ่ายไมโครไบโอมจากหนูอ้วนไปให้หนูผอม ทำให้หนูผอมกลายเป็นหนูอ้วน หนูที่ถูกกำจัดแบคทีเรียในลำไส้ทั้งหมดกลับ “อ้วนยากขึ้น” เมื่อกินอาหารไขมันสูง สิ่งเหล่านี้ชี้ว่า “ส่วนผสมของแบคทีเรีย” มีผลต่อการสะสมไขมันอย่างชัดเจน และ Turicibacter อาจเป็นเพียงหนึ่งในหลายตัวที่ช่วยปกป้องร่างกายจากโรคเมตาบอลิซึมในอนาคต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ Turicibacter ช่วยลดน้ำหนักและไขมันในหนูที่กินอาหารไขมันสูง ➡️ แบคทีเรียผลิตกรดไขมันที่ลดระดับ “เซราไมด์” ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานและโรคหัวใจ ➡️ การเสริมแบคทีเรียทำให้ระดับน้ำตาลและโปรไฟล์ไขมันดีขึ้น แม้ยังคงกินอาหารไขมันสูง ➡️ ไขมันอิ่มตัวอย่าง palmitate ยับยั้งการเติบโตของ Turicibacter แต่ไม่ฆ่าแบคทีเรีย ➡️ งานวิจัยชี้ว่าไมโครไบโอมมีบทบาทสำคัญต่อโรคอ้วนและเมตาบอลิซึมโดยรวม ‼️ คำเตือน / ข้อควรระวัง ⛔ ผลการทดลองยังอยู่ในระดับ “หนูทดลอง” ไม่สามารถสรุปผลกับมนุษย์ได้โดยตรง ⛔ การเสริมแบคทีเรียอาจต้องทำเป็นประจำ เพราะอาหารไขมันสูงทำให้จำนวนแบคทีเรียลดลง ⛔ ไมโครไบโอมเป็นระบบที่ซับซ้อนมาก การเพิ่มแบคทีเรียชนิดเดียวอาจไม่เพียงพอในมนุษย์ ⛔ ยังไม่ควรใช้ผลวิจัยนี้เป็นเหตุผลในการกินอาหารไขมันสูงโดยไม่ควบคุม https://www.sciencealert.com/one-gut-microbe-blocks-weight-gain-in-mice-on-a-high-fat-diet
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    One Gut Microbe Blocks Weight Gain in Mice on a High-Fat Diet
    Among the diverse community of bacteria, fungi, and other microbes that call the human gut home, scientists have identified a bacterial species that can single-handedly and significantly reduce weight gain.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 97 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260108 #TechRadar

    อุปกรณ์ เพิ่ม/ขยายสัญญาณ Wifi ที่ดีที่สุดในปี 2025
    บทความนี้อธิบายภาพรวมตลาด Wi‑Fi extender ปี 2025 ที่แม้จะมีรุ่นใหม่ออกมาน้อยลงเพราะผู้ผลิตหันไปโฟกัสระบบ Mesh Wi‑Fi แต่ก็ยังมีตัวเลือกคุณภาพสูงอย่าง TP‑Link RE700X, RE605X และ Netgear Nighthawk AX8 ซึ่งโดดเด่นด้านความเร็ว ความครอบคลุม และความง่ายในการติดตั้ง เหมาะสำหรับบ้านที่ยังมีจุดอับสัญญาณหรือไม่ต้องการเปลี่ยนเราเตอร์ใหม่ทั้งหมด โดยบทความยังให้คำแนะนำการเลือกซื้อและเปรียบเทียบกับระบบ Mesh เพื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
    https://www.techradar.com/computing/wi-fi-broadband/the-best-wi-fi-extenders-in-2025-top-devices-for-boosting-your-wifi-network

    TV ที่ดีที่สุดในปี 2025
    ผู้เชี่ยวชาญด้านการคาลิเบรตทีวีได้จัดอันดับทีวีที่ดีที่สุดในปี 2025 ตั้งแต่รุ่นคุ้มค่าไปจนถึงระดับพรีเมียม เช่น LG C5, Roku Plus Series, Hisense U8QG, TCL QM6K และ Samsung S95F โดยเน้นคุณภาพภาพ ความสว่าง ความแม่นยำสี ฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ และความคุ้มค่าต่อราคา ทำให้ผู้อ่านสามารถเลือกทีวีที่เหมาะกับงบและการใช้งานได้ง่ายขึ้นในตลาดที่มีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้นทุกปี
    https://www.techradar.com/televisions/im-a-trained-tv-calibrator-and-here-are-the-best-tvs-you-can-buy

    Lenovo Legion Go 2 (SteamOS) เปิดตัวพร้อมราคาแรง
    Lenovo เปิดตัว Legion Go 2 รุ่นใหม่ที่มาพร้อม SteamOS อย่างเป็นทางการในงาน CES 2026 แต่กลับถูกวิจารณ์หนักเรื่องราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม โดยเริ่มต้นที่ $1,119 แม้จะใช้สเปกแรงอย่าง Ryzen Z2 / Z2 Extreme และ RAM สูงสุด 32GB แต่ราคาที่แตะระดับเกิน $1,000 ทำให้หลายคนมองว่าไม่คุ้มเมื่อเทียบกับเครื่องพกพาอื่นในตลาด แม้การหันมาใช้ SteamOS จะเป็นก้าวที่ดีสำหรับผู้ใช้สายเกมพกพาก็ตาม
    https://www.techradar.com/computing/gaming-pcs/i-love-that-lenovo-has-finally-chosen-steamos-for-the-legion-go-2-but-its-kidding-itself-with-that-price-tag

    Kentucky เปิดตัว Digital ID บน iPhone และเตรียมเข้า Apple Wallet
    รัฐ Kentucky เปิดตัวแอป Digital ID ที่ให้ประชาชนเก็บบัตรประจำตัว เช่น ใบขับขี่ ไว้ในมือถือ พร้อมระบบยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์ และเตรียมรองรับ Apple Wallet, Google Wallet และ Samsung Wallet ในช่วงซัมเมอร์ 2026 แม้จะช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น แต่ผู้ใช้ยังต้องพกบัตรจริงในบางสถานการณ์ เช่น การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
    https://www.techradar.com/phones/kentucky-just-launched-digital-id-on-iphones-and-its-coming-to-apple-wallet-soon

    Klipsch และ Onkyo ฉลอง 80 ปี ด้วยหูฟังและลำโพงรุ่นใหม่
    Klipsch และ Onkyo เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ฉลองครบรอบ 80 ปี นำโดย Klipsch Atlas Series หูฟังแบบ over‑ear รุ่นใหม่ครั้งแรกในรอบทศวรรษ ทั้งรุ่น HP‑1, HP‑2 และ HP‑3 ที่เน้นคุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์ พร้อมลำโพงและซาวด์บาร์รุ่นใหม่ รวมถึงโปรเจกต์ลับอย่าง “Project Apollo” ที่มุ่งยกระดับดีไซน์และคุณภาพเสียงสำหรับผู้ฟังระดับจริงจัง
    https://www.techradar.com/audio/headphones/klipsch-and-onkyo-celebrate-80-years-of-audio-with-the-first-klipsch-headphones-in-a-decade-plus-some-cool-new-concepts

    กฎหมายคุ้มครองเยาวชนเวอร์จิเนียจุดชนวนดีเบตเรื่องความเป็นส่วนตัว
    เวอร์จิเนียเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่บังคับให้แพลตฟอร์มโซเชียลจำกัดเวลาการใช้งานและการเก็บข้อมูลของผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมสั่งปิดฟีดแบบเสพติดอย่างการเลื่อนแบบไม่รู้จบ ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวออกมาโต้แย้งว่ากฎหมายนี้อาจบังคับให้ทุกคนต้องยืนยันตัวตนและทำลายการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไม่ระบุตัวตน ขณะที่คดีฟ้องร้องจาก NetChoice กำลังดำเนินอยู่ แต่กฎหมายก็มีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้ผู้ใช้อาจต้องพิสูจน์ตัวตนก่อนเข้าใช้งานโซเชียลในรัฐนี้
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/new-virginia-teen-safety-law-sparks-privacy-debate-and-fresh-legal-challenges

    อังกฤษทุ่มงบ £210 ล้านแก้วิกฤตไซเบอร์ หลังยอมรับเสี่ยง “วิกฤติขั้นสูง”
    รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศแผน Cyber Action Plan พร้อมงบ £210 ล้าน หลังยอมรับว่านโยบายไซเบอร์ก่อนหน้านี้ล้มเหลวและไม่สามารถทำให้หน่วยงานรัฐปลอดภัยภายในปี 2030 ได้ โดยปัญหาหลักคือระบบไอทีเก่า การขาดมาตรฐานบังคับ และการโจมตีจริงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น เหตุ NHS และ British Library ถูกแรนซัมแวร์ รัฐบาลเตรียมตั้งหน่วย Cyber Unit ใหม่และอาจถือผู้บริหารระดับสูงรับผิดชอบโดยตรงต่อเหตุไซเบอร์ในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/security/uk-government-pledges-gbp210m-to-new-cyber-action-plan-admitting-critically-high-cyber-risk-remains

    Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ใหม่ที่ตั้งใจ “เป็น Windows แบบไร้ Microsoft”
    นักพัฒนาญี่ปุ่นเปิดตัวแนวคิด Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ที่ตั้งใจให้เดสก์ท็อปทั้งหมดเป็น Win32 รันผ่าน WINE เพื่อให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด .exe แล้วใช้งานได้เหมือน Windows จริง แต่ทำงานบนแกน Linux แนวคิดนี้หวังแก้ปัญหาความเข้ากันได้ของ ReactOS และอาจเป็นอีกแรงผลักดันให้ผู้ใช้หนีจาก Windows 11 ที่ถูกวิจารณ์หนัก แม้ยังอยู่ในขั้นต้นและต้องแก้ปัญหาความเสถียรอีกมาก แต่ก็เป็นสัญญาณว่ากระแส “เบื่อ Microslop” กำลังผลักผู้ใช้ไปหาลินุกซ์มากขึ้น
    https://www.techradar.com/computing/software/sick-of-microslop-new-linux-distro-could-win-over-windows-11-haters

    เทรนด์เดินแบบญี่ปุ่นกำลังมา พร้อมรองเท้าเดินประสิทธิภาพสูงจาก Clarks
    นักเขียนทดลองเปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็น “Japanese Walking” หรือการเดินแบบอินเทอร์วัล พร้อมรองเท้า Clarks Pace ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินโดยเฉพาะ ทั้งโฟมสองชั้น แคปซูลช่วยส่งแรง และดีไซน์รองรับการก้าวเดิน แม้รองเท้าจะให้ความรู้สึกสบายและช่วยเร่งจังหวะได้ดี แต่ยังมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะบนพื้นเปียก และราคาที่สูงเมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งที่ใช้งานได้อเนกประสงค์กว่า ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าจะคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้ทั่วไปหรือไม่
    https://www.techradar.com/health-fitness/i-swapped-running-for-the-japanese-walking-workout-complete-with-a-purpose-built-high-performance-walking-shoe

    พบช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า เสี่ยงถูกยึดระบบจากระยะไกล
    นักวิจัยพบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าหลายรุ่นที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีหลักฐานว่าถูกโจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากถูกเจาะ ระบบเครือข่ายทั้งหมดอาจถูกควบคุม ขโมยข้อมูล หรือถูกใช้เป็นบอตเน็ต จึงแนะนำให้ผู้ใช้รีบเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทันที
    https://www.techradar.com/pro/security/this-critical-severity-flaw-in-d-link-dsl-gateway-devices-could-allow-for-remote-code-execution

    AI กำลังเปลี่ยนเป้าหมายจาก “ประสิทธิภาพ” สู่ “การเติบโต”
    องค์กรทั่วโลกกว่า 77% หันมาใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตแทนการลดต้นทุน โดยผู้บริหารจำนวนมากคาดหวังรายได้เพิ่มขึ้นในปีหน้า และกว่า 50% แต่งตั้ง Chief AI Officer เพื่อเร่งกลยุทธ์ด้าน AI แม้ผู้บริโภคยังมีความกังวล แต่ข้อมูลชี้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยสร้างรายได้ใหม่จาก AI แล้ว ทำให้ภาพรวมสะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่
    https://www.techradar.com/pro/growth-not-efficiency-is-the-new-ai-goal

    องค์กรพบการละเมิดนโยบายข้อมูลจาก GenAI กว่า 200 ครั้งต่อเดือน
    รายงานใหม่เผยว่าองค์กรกำลังเผชิญความเสี่ยงจาก “Shadow AI” อย่างหนัก เมื่อพนักงานใช้แอป AI ส่วนตัวโดยไม่ผ่านการอนุมัติ ทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลเพิ่มขึ้นเท่าตัว และมีเหตุการณ์ละเมิดนโยบายเฉลี่ย 223 ครั้งต่อเดือน ขณะที่การใช้งาน GenAI เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในปีเดียว สร้างความท้าทายด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูลอย่างมาก
    https://www.techradar.com/pro/security/average-organization-now-reporting-over-200-genai-related-data-policy-violations-each-month

    ชาวสหรัฐฯ อาจได้รับเงินคืนสูงสุด $52 จากคดี Amazon Prime
    หลัง Amazon ถูกปรับ 2.5 พันล้านดอลลาร์จากการสมัครสมาชิก Prime โดยไม่ได้รับความยินยอม ผู้ใช้จำนวนมากจะได้รับเงินคืนอัตโนมัติ แต่หากยังไม่ได้รับ สามารถยื่นคำร้องได้ภายใน 180 วัน โดยต้องตรวจสอบอีเมลหรือจดหมายแจ้งสิทธิ์ ทั้งนี้ FTC เตือนว่า “จะไม่มีการเรียกเก็บเงินใด ๆ” ในกระบวนการคืนเงิน เพื่อป้องกันการหลอกลวง
    https://www.techradar.com/tech/heres-how-to-claim-a-refund-up-to-usd52-from-amazon-for-its-prime-settlement-and-how-to-check-if-youre-eligible-for-one

    นักวิจัยคิดวิธี “วางยาข้อมูล” เพื่อทำให้ AI ที่ขโมยข้อมูลใช้ไม่ได้
    นักวิจัยจากจีนและสิงคโปร์พัฒนาเทคนิค AURA ที่จงใจใส่ข้อมูลผิดใน knowledge graph เพื่อให้ AI ที่ขโมยข้อมูลไปเกิดอาการหลอนและตอบผิด โดยผู้ที่มี “กุญแจลับ” เท่านั้นจึงจะได้คำตอบที่ถูกต้อง วิธีนี้ช่วยปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาในระบบ GraphRAG ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงถึง 94%
    https://www.techradar.com/pro/security/researchers-poison-their-own-data-when-stolen-by-an-ai-to-ruin-results

    ปากีสถานเริ่มบล็อก VPN ที่ไม่ได้ลงทะเบียน กระทบผู้ใช้จำนวนมาก
    รัฐบาลปากีสถานเริ่มจำกัดการใช้งาน VPN ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต ส่งผลให้บริการดังอย่าง Proton VPN ถูกบล็อกตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ใช้จำนวนมากต้องพึ่ง VPN เพื่อเข้าถึงโซเชียลมีเดียที่ถูกปิดกั้น การบล็อกครั้งนี้จึงกระทบเสรีภาพทางดิจิทัลอย่างหนัก แม้ผู้ให้บริการบางรายยังหาวิธีหลบการบล็อกผ่านโปรโตคอลพิเศษอยู่ก็ตาม
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/pakistan-begins-blocking-unregistered-vpn-apps-and-this-popular-service-is-among-the-casualties

    ราคาหน่วยความจำพุ่งแรงเหมือนคริปโต
    ราคาของ RAM โดยเฉพาะ DDR4 และ DDR5 กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากช่วงเสถียรยาวนาน โดย DDR4 หลายรุ่นขยับจากระดับร้อยเหรียญไปแตะหลักหลายร้อยในเวลาไม่กี่เดือน เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่หันไปให้ความสำคัญกับความต้องการของบริษัทด้าน AI มากกว่าผู้บริโภคทั่วไป ทำให้การประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่หรืออัปเกรดต้องใช้งบสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจทำให้ RAM กลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดในระบบในอนาคตอันใกล้
    https://www.techradar.com/pro/is-ram-the-new-bitcoin-ddr4-memory-prices-are-rising-so-fast-some-tracker-graphs-are-running-out-of-space-and-i-fear-2026-could-well-see-a-10x-price-rise

    Meta ซื้อ Manus เจอแรงสั่นสะเทือนจากจีน
    ดีลที่ Meta เตรียมเข้าซื้อบริษัท AI อย่าง Manus มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์กำลังถูกจับตาอย่างหนักจากหน่วยงานจีน เนื่องจากกังวลว่าการย้ายบริษัทจากจีนไปสิงคโปร์อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้ดีลล่าช้าหรือถูกระงับ ขณะเดียวกัน Manus จะยังคงดำเนินงานแยกอิสระ แต่ Meta จะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้าน AI ของ Manus เพื่อเร่งพัฒนา AI agents รุ่นใหม่
    https://www.techradar.com/pro/metas-usd2b-manus-acquisition-sparks-concerns-from-chinese-regulators

    Razer เปิดตัวเวิร์กสเตชัน AI และตัวเร่งความแรงภายนอก
    Razer ขยายบทบาทจากแบรนด์เกมมิ่งสู่ฮาร์ดแวร์ AI เต็มตัว ด้วยการเปิดตัว Forge AI Dev Workstation สำหรับงานเทรนโมเดลและประมวลผล AI แบบออน-พรีมิส พร้อมอุปกรณ์ External AI Accelerator ที่ร่วมพัฒนากับ Tenstorrent เพื่อเพิ่มพลังประมวลผลให้โน้ตบุ๊กผ่าน Thunderbolt รองรับการต่อพ่วงหลายตัวเพื่อสร้างคลัสเตอร์ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับนักพัฒนา AI ที่ต้องการพลังประมวลผลแบบพกพาและควบคุมข้อมูลได้เอง
    https://www.techradar.com/pro/razer-joins-ai-bandwagon-with-external-ai-accelerator-backed-by-iconic-amd-chip-architect

    แคมเปญฟิชชิงปลอมเป็นอีเมลภายในองค์กร
    แฮกเกอร์กำลังใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมลของหลายองค์กรเพื่อส่งอีเมลปลอมที่ดูเหมือนส่งมาจากภายในบริษัท ทำให้หลอกเหยื่อให้กรอกข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยการตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC ที่ไม่เข้มงวด รวมถึงใช้ชุดเครื่องมือฟิชชิงอย่าง Tycoon2FA เพื่อสร้างอีเมลปลอมในธีม HR, เอกสารแชร์ หรือแจ้งเตือนรหัสผ่าน ซึ่งนำไปสู่การขโมยบัญชีและโจมตีแบบ BEC ต่อเนื่องในวงกว้าง
    https://www.techradar.com/pro/security/this-phishing-campaign-spoofs-internal-messages-heres-what-we-know

    โครงการ Cyber Trust Mark สะเทือน หลังผู้ดูแลถอนตัวเพราะโยงจีน
    UL Solutions ผู้ทำหน้าที่เป็น Lead Administrator ของโครงการ US Cyber Trust Mark ได้ถอนตัวออกจากบทบาทหลังถูกตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับบริษัทร่วมทุนในจีน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐ โครงการนี้มีเป้าหมายรับรองความปลอดภัยของอุปกรณ์ IoT ทั่วประเทศ แต่การถอนตัวครั้งนี้ทำให้ FCC ต้องเร่งหาผู้ดูแลรายใหม่เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่นก่อนเส้นตายปี 2027
    https://www.techradar.com/pro/security/firm-overseeing-fccs-cyber-trust-mark-program-withdraws-over-ties-to-china

    Google TV อัปเกรด Gemini ให้ฉลาดขึ้นแบบก้าวกระโดด
    Google เปิดตัว Gemini เวอร์ชันใหม่บน Google TV ที่ทำให้ทีวูกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ทั้งตอบคำถามพร้อมภาพและวิดีโอ ปรับภาพ–เสียงอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้บอกปัญหา ค้นรูปจาก Google Photos ได้ทันที รวมถึงสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI ผ่าน Nano Banana และ Google Veo ทำให้ทีวูกลายเป็นศูนย์กลาง AI ในบ้านที่เข้าใจการใช้งานของผู้ชมมากขึ้นอย่างชัดเจน
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/google-tv-gets-a-gemini-glow-up-with-a-ton-of-new-upgrades

    LawnBot ปีนเขาได้! Mammotion LUBA 3 AWD โชว์พลังสุดล้ำ
    Mammotion เปิดตัว LUBA 3 AWD หุ่นยนต์ตัดหญ้ารุ่นใหม่ที่ CES 2026 พร้อมระบบนำทาง Tri-Fusion ที่แม่นยำระดับ ±1 ซม. ใช้ LiDAR + RTK + AI Vision ทำแผนที่สวนแบบ 3D และหลบสิ่งกีดขวางได้ถึง 300 รายการ แถมปีนเนินชัน 80% ได้สบาย พร้อมพลังมอเตอร์แรง แบตอึด และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ทำให้เป็นหนึ่งใน lawnbot ที่ทรงพลังที่สุดในตลาดตอนนี้
    https://www.techradar.com/home/smart-home/i-just-watched-mammotions-new-flagship-lawnbot-scale-an-astroturf-mountain-and-it-was-mesmerizing

    Roborock เปิดตัวระบบถูพื้นแบบใหม่ Saros 20 Sonic ที่ถูได้ถึงขอบจริง
    Roborock เผยโฉม Saros 20 Sonic หุ่นยนต์ดูด–ถูที่ใช้แผ่นถูแบบ D‑shape ขนาดใหญ่ซึ่งสามารถ “ดีดออกด้านข้าง” เพื่อถูถึงขอบผนังได้จริง พร้อมแรงกดสูง การสั่น 4,000 ครั้งต่อนาที และระบบปรับน้ำ–แรงสั่นแยกอิสระ รวมถึงฐาน RockDock ที่ล้างด้วยน้ำร้อน 100°C และเป่าแห้งอัตโนมัติ ทำให้การดูแลพื้นบ้านสะอาดล้ำลึกแบบไม่ต้องลงมือเอง
    https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/roborock-just-introduced-an-innovative-new-robot-vac-mopping-system-and-it-looks-seriously-good

    Nvidia อัปเดต DGX Spark ให้เป็นตัวเร่ง AI ภายนอกสำหรับ MacBook Pro
    Nvidia เตรียมปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ DGX Spark เพื่อให้ทำงานเป็น external AI accelerator สำหรับ MacBook Pro ช่วยประมวลผลงาน AI หนัก ๆ ได้เร็วขึ้นหลายเท่า พร้อมรองรับเฟรมเวิร์กโอเพ่นซอร์สอย่าง PyTorch, vLLM, llama.cpp และโมเดลจากหลายค่าย รวมถึงเพิ่ม playbook สำหรับตั้งค่าระบบแบบสำเร็จรูป ทำให้ Spark กลายเป็นโหนด AI อเนกประสงค์สำหรับงานท้องถิ่นและเวิร์กสเตชัน
    https://www.techradar.com/pro/nvidia-quietly-launches-free-software-update-for-its-ai-mini-pc-which-turns-it-into-an-external-ai-accelerator-for-apples-macbook-pro

    Rokid เปิดตัวแว่น AI แบบไร้จอ เบา ถูก และท้าชน Meta Ray‑Ban
    Rokid เปิดตัว AI Glasses Style แว่นอัจฉริยะไร้หน้าจอที่เน้นสั่งงานด้วยเสียง ใช้ ChatGPT‑5 เป็นสมองหลัก น้ำหนักเพียง 38.5 กรัม ถ่ายภาพ–วิดีโอ 4K ได้ผ่านคำสั่งเสียง ใช้ได้ยาว 12 ชั่วโมง และมีเคสชาร์จเสริม จุดเด่นคือราคาถูกกว่า Meta Ray‑Ban ถึง 80 ดอลลาร์ และมุ่งสู่ยุคใหม่ของอุปกรณ์ AI แบบ screenless ที่ช่วยให้ผู้ใช้พึ่งพามือถือให้น้อยลง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/rokids-new-ai-glasses-are-lighter-cheaper-and-ready-to-challenge-metas-ray-bans
    📌📡🟠 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟠📡📌 #รวมข่าวIT #20260108 #TechRadar 📡 อุปกรณ์ เพิ่ม/ขยายสัญญาณ Wifi ที่ดีที่สุดในปี 2025 บทความนี้อธิบายภาพรวมตลาด Wi‑Fi extender ปี 2025 ที่แม้จะมีรุ่นใหม่ออกมาน้อยลงเพราะผู้ผลิตหันไปโฟกัสระบบ Mesh Wi‑Fi แต่ก็ยังมีตัวเลือกคุณภาพสูงอย่าง TP‑Link RE700X, RE605X และ Netgear Nighthawk AX8 ซึ่งโดดเด่นด้านความเร็ว ความครอบคลุม และความง่ายในการติดตั้ง เหมาะสำหรับบ้านที่ยังมีจุดอับสัญญาณหรือไม่ต้องการเปลี่ยนเราเตอร์ใหม่ทั้งหมด โดยบทความยังให้คำแนะนำการเลือกซื้อและเปรียบเทียบกับระบบ Mesh เพื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/computing/wi-fi-broadband/the-best-wi-fi-extenders-in-2025-top-devices-for-boosting-your-wifi-network 📺 TV ที่ดีที่สุดในปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญด้านการคาลิเบรตทีวีได้จัดอันดับทีวีที่ดีที่สุดในปี 2025 ตั้งแต่รุ่นคุ้มค่าไปจนถึงระดับพรีเมียม เช่น LG C5, Roku Plus Series, Hisense U8QG, TCL QM6K และ Samsung S95F โดยเน้นคุณภาพภาพ ความสว่าง ความแม่นยำสี ฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ และความคุ้มค่าต่อราคา ทำให้ผู้อ่านสามารถเลือกทีวีที่เหมาะกับงบและการใช้งานได้ง่ายขึ้นในตลาดที่มีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้นทุกปี 🔗 https://www.techradar.com/televisions/im-a-trained-tv-calibrator-and-here-are-the-best-tvs-you-can-buy 🎮 Lenovo Legion Go 2 (SteamOS) เปิดตัวพร้อมราคาแรง Lenovo เปิดตัว Legion Go 2 รุ่นใหม่ที่มาพร้อม SteamOS อย่างเป็นทางการในงาน CES 2026 แต่กลับถูกวิจารณ์หนักเรื่องราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม โดยเริ่มต้นที่ $1,119 แม้จะใช้สเปกแรงอย่าง Ryzen Z2 / Z2 Extreme และ RAM สูงสุด 32GB แต่ราคาที่แตะระดับเกิน $1,000 ทำให้หลายคนมองว่าไม่คุ้มเมื่อเทียบกับเครื่องพกพาอื่นในตลาด แม้การหันมาใช้ SteamOS จะเป็นก้าวที่ดีสำหรับผู้ใช้สายเกมพกพาก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/computing/gaming-pcs/i-love-that-lenovo-has-finally-chosen-steamos-for-the-legion-go-2-but-its-kidding-itself-with-that-price-tag 📱 Kentucky เปิดตัว Digital ID บน iPhone และเตรียมเข้า Apple Wallet รัฐ Kentucky เปิดตัวแอป Digital ID ที่ให้ประชาชนเก็บบัตรประจำตัว เช่น ใบขับขี่ ไว้ในมือถือ พร้อมระบบยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์ และเตรียมรองรับ Apple Wallet, Google Wallet และ Samsung Wallet ในช่วงซัมเมอร์ 2026 แม้จะช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น แต่ผู้ใช้ยังต้องพกบัตรจริงในบางสถานการณ์ เช่น การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่รัฐ 🔗 https://www.techradar.com/phones/kentucky-just-launched-digital-id-on-iphones-and-its-coming-to-apple-wallet-soon 🎧 Klipsch และ Onkyo ฉลอง 80 ปี ด้วยหูฟังและลำโพงรุ่นใหม่ Klipsch และ Onkyo เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ฉลองครบรอบ 80 ปี นำโดย Klipsch Atlas Series หูฟังแบบ over‑ear รุ่นใหม่ครั้งแรกในรอบทศวรรษ ทั้งรุ่น HP‑1, HP‑2 และ HP‑3 ที่เน้นคุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์ พร้อมลำโพงและซาวด์บาร์รุ่นใหม่ รวมถึงโปรเจกต์ลับอย่าง “Project Apollo” ที่มุ่งยกระดับดีไซน์และคุณภาพเสียงสำหรับผู้ฟังระดับจริงจัง 🔗 https://www.techradar.com/audio/headphones/klipsch-and-onkyo-celebrate-80-years-of-audio-with-the-first-klipsch-headphones-in-a-decade-plus-some-cool-new-concepts 🛡️ กฎหมายคุ้มครองเยาวชนเวอร์จิเนียจุดชนวนดีเบตเรื่องความเป็นส่วนตัว เวอร์จิเนียเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่บังคับให้แพลตฟอร์มโซเชียลจำกัดเวลาการใช้งานและการเก็บข้อมูลของผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมสั่งปิดฟีดแบบเสพติดอย่างการเลื่อนแบบไม่รู้จบ ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวออกมาโต้แย้งว่ากฎหมายนี้อาจบังคับให้ทุกคนต้องยืนยันตัวตนและทำลายการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไม่ระบุตัวตน ขณะที่คดีฟ้องร้องจาก NetChoice กำลังดำเนินอยู่ แต่กฎหมายก็มีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้ผู้ใช้อาจต้องพิสูจน์ตัวตนก่อนเข้าใช้งานโซเชียลในรัฐนี้ 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/new-virginia-teen-safety-law-sparks-privacy-debate-and-fresh-legal-challenges 🇬🇧💻 อังกฤษทุ่มงบ £210 ล้านแก้วิกฤตไซเบอร์ หลังยอมรับเสี่ยง “วิกฤติขั้นสูง” รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศแผน Cyber Action Plan พร้อมงบ £210 ล้าน หลังยอมรับว่านโยบายไซเบอร์ก่อนหน้านี้ล้มเหลวและไม่สามารถทำให้หน่วยงานรัฐปลอดภัยภายในปี 2030 ได้ โดยปัญหาหลักคือระบบไอทีเก่า การขาดมาตรฐานบังคับ และการโจมตีจริงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น เหตุ NHS และ British Library ถูกแรนซัมแวร์ รัฐบาลเตรียมตั้งหน่วย Cyber Unit ใหม่และอาจถือผู้บริหารระดับสูงรับผิดชอบโดยตรงต่อเหตุไซเบอร์ในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/uk-government-pledges-gbp210m-to-new-cyber-action-plan-admitting-critically-high-cyber-risk-remains 🐧💥 Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ใหม่ที่ตั้งใจ “เป็น Windows แบบไร้ Microsoft” นักพัฒนาญี่ปุ่นเปิดตัวแนวคิด Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ที่ตั้งใจให้เดสก์ท็อปทั้งหมดเป็น Win32 รันผ่าน WINE เพื่อให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด .exe แล้วใช้งานได้เหมือน Windows จริง แต่ทำงานบนแกน Linux แนวคิดนี้หวังแก้ปัญหาความเข้ากันได้ของ ReactOS และอาจเป็นอีกแรงผลักดันให้ผู้ใช้หนีจาก Windows 11 ที่ถูกวิจารณ์หนัก แม้ยังอยู่ในขั้นต้นและต้องแก้ปัญหาความเสถียรอีกมาก แต่ก็เป็นสัญญาณว่ากระแส “เบื่อ Microslop” กำลังผลักผู้ใช้ไปหาลินุกซ์มากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/computing/software/sick-of-microslop-new-linux-distro-could-win-over-windows-11-haters 👟🇯🇵 เทรนด์เดินแบบญี่ปุ่นกำลังมา พร้อมรองเท้าเดินประสิทธิภาพสูงจาก Clarks นักเขียนทดลองเปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็น “Japanese Walking” หรือการเดินแบบอินเทอร์วัล พร้อมรองเท้า Clarks Pace ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินโดยเฉพาะ ทั้งโฟมสองชั้น แคปซูลช่วยส่งแรง และดีไซน์รองรับการก้าวเดิน แม้รองเท้าจะให้ความรู้สึกสบายและช่วยเร่งจังหวะได้ดี แต่ยังมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะบนพื้นเปียก และราคาที่สูงเมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งที่ใช้งานได้อเนกประสงค์กว่า ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าจะคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้ทั่วไปหรือไม่ 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/i-swapped-running-for-the-japanese-walking-workout-complete-with-a-purpose-built-high-performance-walking-shoe 🔓⚠️ พบช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า เสี่ยงถูกยึดระบบจากระยะไกล นักวิจัยพบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าหลายรุ่นที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีหลักฐานว่าถูกโจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากถูกเจาะ ระบบเครือข่ายทั้งหมดอาจถูกควบคุม ขโมยข้อมูล หรือถูกใช้เป็นบอตเน็ต จึงแนะนำให้ผู้ใช้รีบเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทันที 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-critical-severity-flaw-in-d-link-dsl-gateway-devices-could-allow-for-remote-code-execution 🚀 AI กำลังเปลี่ยนเป้าหมายจาก “ประสิทธิภาพ” สู่ “การเติบโต” องค์กรทั่วโลกกว่า 77% หันมาใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตแทนการลดต้นทุน โดยผู้บริหารจำนวนมากคาดหวังรายได้เพิ่มขึ้นในปีหน้า และกว่า 50% แต่งตั้ง Chief AI Officer เพื่อเร่งกลยุทธ์ด้าน AI แม้ผู้บริโภคยังมีความกังวล แต่ข้อมูลชี้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยสร้างรายได้ใหม่จาก AI แล้ว ทำให้ภาพรวมสะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/growth-not-efficiency-is-the-new-ai-goal 🔐 องค์กรพบการละเมิดนโยบายข้อมูลจาก GenAI กว่า 200 ครั้งต่อเดือน รายงานใหม่เผยว่าองค์กรกำลังเผชิญความเสี่ยงจาก “Shadow AI” อย่างหนัก เมื่อพนักงานใช้แอป AI ส่วนตัวโดยไม่ผ่านการอนุมัติ ทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลเพิ่มขึ้นเท่าตัว และมีเหตุการณ์ละเมิดนโยบายเฉลี่ย 223 ครั้งต่อเดือน ขณะที่การใช้งาน GenAI เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในปีเดียว สร้างความท้าทายด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูลอย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/average-organization-now-reporting-over-200-genai-related-data-policy-violations-each-month 💵 ชาวสหรัฐฯ อาจได้รับเงินคืนสูงสุด $52 จากคดี Amazon Prime หลัง Amazon ถูกปรับ 2.5 พันล้านดอลลาร์จากการสมัครสมาชิก Prime โดยไม่ได้รับความยินยอม ผู้ใช้จำนวนมากจะได้รับเงินคืนอัตโนมัติ แต่หากยังไม่ได้รับ สามารถยื่นคำร้องได้ภายใน 180 วัน โดยต้องตรวจสอบอีเมลหรือจดหมายแจ้งสิทธิ์ ทั้งนี้ FTC เตือนว่า “จะไม่มีการเรียกเก็บเงินใด ๆ” ในกระบวนการคืนเงิน เพื่อป้องกันการหลอกลวง 🔗 https://www.techradar.com/tech/heres-how-to-claim-a-refund-up-to-usd52-from-amazon-for-its-prime-settlement-and-how-to-check-if-youre-eligible-for-one 🧪 นักวิจัยคิดวิธี “วางยาข้อมูล” เพื่อทำให้ AI ที่ขโมยข้อมูลใช้ไม่ได้ นักวิจัยจากจีนและสิงคโปร์พัฒนาเทคนิค AURA ที่จงใจใส่ข้อมูลผิดใน knowledge graph เพื่อให้ AI ที่ขโมยข้อมูลไปเกิดอาการหลอนและตอบผิด โดยผู้ที่มี “กุญแจลับ” เท่านั้นจึงจะได้คำตอบที่ถูกต้อง วิธีนี้ช่วยปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาในระบบ GraphRAG ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงถึง 94% 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/researchers-poison-their-own-data-when-stolen-by-an-ai-to-ruin-results 🌐 ปากีสถานเริ่มบล็อก VPN ที่ไม่ได้ลงทะเบียน กระทบผู้ใช้จำนวนมาก รัฐบาลปากีสถานเริ่มจำกัดการใช้งาน VPN ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต ส่งผลให้บริการดังอย่าง Proton VPN ถูกบล็อกตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ใช้จำนวนมากต้องพึ่ง VPN เพื่อเข้าถึงโซเชียลมีเดียที่ถูกปิดกั้น การบล็อกครั้งนี้จึงกระทบเสรีภาพทางดิจิทัลอย่างหนัก แม้ผู้ให้บริการบางรายยังหาวิธีหลบการบล็อกผ่านโปรโตคอลพิเศษอยู่ก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/pakistan-begins-blocking-unregistered-vpn-apps-and-this-popular-service-is-among-the-casualties 💸 ราคาหน่วยความจำพุ่งแรงเหมือนคริปโต ราคาของ RAM โดยเฉพาะ DDR4 และ DDR5 กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากช่วงเสถียรยาวนาน โดย DDR4 หลายรุ่นขยับจากระดับร้อยเหรียญไปแตะหลักหลายร้อยในเวลาไม่กี่เดือน เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่หันไปให้ความสำคัญกับความต้องการของบริษัทด้าน AI มากกว่าผู้บริโภคทั่วไป ทำให้การประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่หรืออัปเกรดต้องใช้งบสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจทำให้ RAM กลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดในระบบในอนาคตอันใกล้ 🔗 https://www.techradar.com/pro/is-ram-the-new-bitcoin-ddr4-memory-prices-are-rising-so-fast-some-tracker-graphs-are-running-out-of-space-and-i-fear-2026-could-well-see-a-10x-price-rise ⚖️ Meta ซื้อ Manus เจอแรงสั่นสะเทือนจากจีน ดีลที่ Meta เตรียมเข้าซื้อบริษัท AI อย่าง Manus มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์กำลังถูกจับตาอย่างหนักจากหน่วยงานจีน เนื่องจากกังวลว่าการย้ายบริษัทจากจีนไปสิงคโปร์อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้ดีลล่าช้าหรือถูกระงับ ขณะเดียวกัน Manus จะยังคงดำเนินงานแยกอิสระ แต่ Meta จะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้าน AI ของ Manus เพื่อเร่งพัฒนา AI agents รุ่นใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/metas-usd2b-manus-acquisition-sparks-concerns-from-chinese-regulators ⚡ Razer เปิดตัวเวิร์กสเตชัน AI และตัวเร่งความแรงภายนอก Razer ขยายบทบาทจากแบรนด์เกมมิ่งสู่ฮาร์ดแวร์ AI เต็มตัว ด้วยการเปิดตัว Forge AI Dev Workstation สำหรับงานเทรนโมเดลและประมวลผล AI แบบออน-พรีมิส พร้อมอุปกรณ์ External AI Accelerator ที่ร่วมพัฒนากับ Tenstorrent เพื่อเพิ่มพลังประมวลผลให้โน้ตบุ๊กผ่าน Thunderbolt รองรับการต่อพ่วงหลายตัวเพื่อสร้างคลัสเตอร์ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับนักพัฒนา AI ที่ต้องการพลังประมวลผลแบบพกพาและควบคุมข้อมูลได้เอง 🔗 https://www.techradar.com/pro/razer-joins-ai-bandwagon-with-external-ai-accelerator-backed-by-iconic-amd-chip-architect 📧 แคมเปญฟิชชิงปลอมเป็นอีเมลภายในองค์กร แฮกเกอร์กำลังใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมลของหลายองค์กรเพื่อส่งอีเมลปลอมที่ดูเหมือนส่งมาจากภายในบริษัท ทำให้หลอกเหยื่อให้กรอกข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยการตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC ที่ไม่เข้มงวด รวมถึงใช้ชุดเครื่องมือฟิชชิงอย่าง Tycoon2FA เพื่อสร้างอีเมลปลอมในธีม HR, เอกสารแชร์ หรือแจ้งเตือนรหัสผ่าน ซึ่งนำไปสู่การขโมยบัญชีและโจมตีแบบ BEC ต่อเนื่องในวงกว้าง 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-phishing-campaign-spoofs-internal-messages-heres-what-we-know 🔍 โครงการ Cyber Trust Mark สะเทือน หลังผู้ดูแลถอนตัวเพราะโยงจีน UL Solutions ผู้ทำหน้าที่เป็น Lead Administrator ของโครงการ US Cyber Trust Mark ได้ถอนตัวออกจากบทบาทหลังถูกตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับบริษัทร่วมทุนในจีน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐ โครงการนี้มีเป้าหมายรับรองความปลอดภัยของอุปกรณ์ IoT ทั่วประเทศ แต่การถอนตัวครั้งนี้ทำให้ FCC ต้องเร่งหาผู้ดูแลรายใหม่เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่นก่อนเส้นตายปี 2027 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/firm-overseeing-fccs-cyber-trust-mark-program-withdraws-over-ties-to-china 📺 Google TV อัปเกรด Gemini ให้ฉลาดขึ้นแบบก้าวกระโดด Google เปิดตัว Gemini เวอร์ชันใหม่บน Google TV ที่ทำให้ทีวูกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ทั้งตอบคำถามพร้อมภาพและวิดีโอ ปรับภาพ–เสียงอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้บอกปัญหา ค้นรูปจาก Google Photos ได้ทันที รวมถึงสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI ผ่าน Nano Banana และ Google Veo ทำให้ทีวูกลายเป็นศูนย์กลาง AI ในบ้านที่เข้าใจการใช้งานของผู้ชมมากขึ้นอย่างชัดเจน 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/google-tv-gets-a-gemini-glow-up-with-a-ton-of-new-upgrades 🤖 LawnBot ปีนเขาได้! Mammotion LUBA 3 AWD โชว์พลังสุดล้ำ Mammotion เปิดตัว LUBA 3 AWD หุ่นยนต์ตัดหญ้ารุ่นใหม่ที่ CES 2026 พร้อมระบบนำทาง Tri-Fusion ที่แม่นยำระดับ ±1 ซม. ใช้ LiDAR + RTK + AI Vision ทำแผนที่สวนแบบ 3D และหลบสิ่งกีดขวางได้ถึง 300 รายการ แถมปีนเนินชัน 80% ได้สบาย พร้อมพลังมอเตอร์แรง แบตอึด และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ทำให้เป็นหนึ่งใน lawnbot ที่ทรงพลังที่สุดในตลาดตอนนี้ 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-home/i-just-watched-mammotions-new-flagship-lawnbot-scale-an-astroturf-mountain-and-it-was-mesmerizing 🧹 Roborock เปิดตัวระบบถูพื้นแบบใหม่ Saros 20 Sonic ที่ถูได้ถึงขอบจริง Roborock เผยโฉม Saros 20 Sonic หุ่นยนต์ดูด–ถูที่ใช้แผ่นถูแบบ D‑shape ขนาดใหญ่ซึ่งสามารถ “ดีดออกด้านข้าง” เพื่อถูถึงขอบผนังได้จริง พร้อมแรงกดสูง การสั่น 4,000 ครั้งต่อนาที และระบบปรับน้ำ–แรงสั่นแยกอิสระ รวมถึงฐาน RockDock ที่ล้างด้วยน้ำร้อน 100°C และเป่าแห้งอัตโนมัติ ทำให้การดูแลพื้นบ้านสะอาดล้ำลึกแบบไม่ต้องลงมือเอง 🔗 https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/roborock-just-introduced-an-innovative-new-robot-vac-mopping-system-and-it-looks-seriously-good ⚡ Nvidia อัปเดต DGX Spark ให้เป็นตัวเร่ง AI ภายนอกสำหรับ MacBook Pro Nvidia เตรียมปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ DGX Spark เพื่อให้ทำงานเป็น external AI accelerator สำหรับ MacBook Pro ช่วยประมวลผลงาน AI หนัก ๆ ได้เร็วขึ้นหลายเท่า พร้อมรองรับเฟรมเวิร์กโอเพ่นซอร์สอย่าง PyTorch, vLLM, llama.cpp และโมเดลจากหลายค่าย รวมถึงเพิ่ม playbook สำหรับตั้งค่าระบบแบบสำเร็จรูป ทำให้ Spark กลายเป็นโหนด AI อเนกประสงค์สำหรับงานท้องถิ่นและเวิร์กสเตชัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/nvidia-quietly-launches-free-software-update-for-its-ai-mini-pc-which-turns-it-into-an-external-ai-accelerator-for-apples-macbook-pro 🕶️ Rokid เปิดตัวแว่น AI แบบไร้จอ เบา ถูก และท้าชน Meta Ray‑Ban Rokid เปิดตัว AI Glasses Style แว่นอัจฉริยะไร้หน้าจอที่เน้นสั่งงานด้วยเสียง ใช้ ChatGPT‑5 เป็นสมองหลัก น้ำหนักเพียง 38.5 กรัม ถ่ายภาพ–วิดีโอ 4K ได้ผ่านคำสั่งเสียง ใช้ได้ยาว 12 ชั่วโมง และมีเคสชาร์จเสริม จุดเด่นคือราคาถูกกว่า Meta Ray‑Ban ถึง 80 ดอลลาร์ และมุ่งสู่ยุคใหม่ของอุปกรณ์ AI แบบ screenless ที่ช่วยให้ผู้ใช้พึ่งพามือถือให้น้อยลง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/rokids-new-ai-glasses-are-lighter-cheaper-and-ready-to-challenge-metas-ray-bans
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 228 มุมมอง 0 รีวิว
  • Zero‑Day “Chronomaly” เขย่าโลก Linux — ช่องโหว่ใหม่เปิดทางสู่ Root Access

    ช่องโหว่ความปลอดภัยล่าสุดที่ถูกตั้งชื่อว่า Chronomaly กำลังสร้างความกังวลในวงการความปลอดภัยไซเบอร์ เนื่องจากเป็น Zero‑Day ที่ถูกใช้โจมตีจริงแล้วบน Linux Kernel สาย 5.10.x โดยเฉพาะในอุปกรณ์ Android หลายรุ่น ช่องโหว่นี้ถูกติดตามภายใต้รหัส CVE‑2025‑38352 ซึ่งเป็นช่องโหว่ระดับ High Severity (CVSS 7.4) และถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Elevation of Privilege (EoP) ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์ขึ้นเป็น Root ได้

    ต้นตอของปัญหาเกิดจาก race condition ใน POSIX CPU timers ซึ่งทำให้กระบวนการ cleanup ของ task ทำงานผิดพลาดจนเกิด memory corruption เมื่อถูกโจมตีสำเร็จ อาจนำไปสู่การล่มของระบบ (crash), การโจมตีแบบ DoS หรือการยึดสิทธิ์ Root แบบสมบูรณ์ นักวิจัย farazsth98 ได้เผยแพร่ exploit สาธารณะชื่อ “Chronomaly” ซึ่งสามารถทำงานได้บน Linux kernel v5.10.157 และคาดว่าจะใช้ได้กับทุกเวอร์ชันในสาย 5.10.x เพราะไม่ต้องพึ่งพา memory offset เฉพาะรุ่น

    Google ยืนยันว่าช่องโหว่นี้ถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ limited, targeted exploitation ซึ่งหมายความว่าเป็นการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมาย โดยกลุ่มผู้โจมตีระดับสูง (APT) อาจเป็นผู้ใช้ช่องโหว่นี้ก่อนที่แพตช์จะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ การอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนกันยายน 2025 ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้ว และผู้ใช้อุปกรณ์ Android ที่ใช้ kernel สายนี้ควรอัปเดตทันทีเพื่อปิดช่องโหว่

    ผลกระทบของ Chronomaly ไม่ได้จำกัดแค่ Android เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเสี่ยงของระบบที่ใช้ Linux kernel รุ่นเก่าในองค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์ IoT, ระบบฝังตัว และเซิร์ฟเวอร์ที่ยังไม่ได้อัปเดต การโจมตีแบบ local privilege escalation แม้จะต้องเข้าถึงเครื่องก่อน แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการยึดระบบทั้งหมดได้อย่างง่ายดายหากผู้โจมตีมี foothold อยู่แล้ว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ช่องโหว่และรายละเอียดทางเทคนิค
    CVE‑2025‑38352 เป็นช่องโหว่ EoP ระดับ High Severity
    เกิดจาก race condition ใน POSIX CPU timers ทำให้เกิด memory corruption

    ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
    ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์เป็น Root ได้
    อาจทำให้ระบบ crash หรือถูก DoS

    การโจมตีและ exploit ที่ถูกเผยแพร่
    exploit “Chronomaly” ใช้งานได้บน Linux kernel v5.10.157
    คาดว่าจะใช้ได้กับทุก kernel ในสาย 5.10.x

    ความเสี่ยงจากการมี exploit สาธารณะ
    เพิ่มโอกาสให้ผู้โจมตีทั่วไปนำไปใช้
    ระบบที่ยังไม่อัปเดตมีความเสี่ยงสูงขึ้นทันที

    การยืนยันจาก Google
    ตรวจพบการโจมตีจริงแบบ targeted exploitation
    แพตช์แก้ไขถูกปล่อยในอัปเดตความปลอดภัยเดือนกันยายน 2025

    ผลกระทบต่อผู้ใช้
    อุปกรณ์ Android ที่ยังไม่อัปเดตเสี่ยงถูกโจมตี
    องค์กรที่ใช้ Linux kernel รุ่นเก่าอาจถูกเจาะระบบได้ง่ายขึ้น

    ข้อแนะนำด้านความปลอดภัย
    อัปเดตแพตช์ล่าสุดทันที
    ตรวจสอบระบบที่ใช้ kernel 5.10.x เป็นพิเศษ

    ความเสี่ยงหากไม่อัปเดต
    ผู้โจมตีสามารถยึดระบบได้จากการเข้าถึงเพียงเล็กน้อย
    อาจถูกใช้เป็นฐานโจมตีระบบอื่นในเครือข่าย

    https://securityonline.info/zero-day-chronomaly-exploit-grants-root-access-to-vulnerable-linux-kernels/
    🛡️ Zero‑Day “Chronomaly” เขย่าโลก Linux — ช่องโหว่ใหม่เปิดทางสู่ Root Access ช่องโหว่ความปลอดภัยล่าสุดที่ถูกตั้งชื่อว่า Chronomaly กำลังสร้างความกังวลในวงการความปลอดภัยไซเบอร์ เนื่องจากเป็น Zero‑Day ที่ถูกใช้โจมตีจริงแล้วบน Linux Kernel สาย 5.10.x โดยเฉพาะในอุปกรณ์ Android หลายรุ่น ช่องโหว่นี้ถูกติดตามภายใต้รหัส CVE‑2025‑38352 ซึ่งเป็นช่องโหว่ระดับ High Severity (CVSS 7.4) และถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Elevation of Privilege (EoP) ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์ขึ้นเป็น Root ได้ ต้นตอของปัญหาเกิดจาก race condition ใน POSIX CPU timers ซึ่งทำให้กระบวนการ cleanup ของ task ทำงานผิดพลาดจนเกิด memory corruption เมื่อถูกโจมตีสำเร็จ อาจนำไปสู่การล่มของระบบ (crash), การโจมตีแบบ DoS หรือการยึดสิทธิ์ Root แบบสมบูรณ์ นักวิจัย farazsth98 ได้เผยแพร่ exploit สาธารณะชื่อ “Chronomaly” ซึ่งสามารถทำงานได้บน Linux kernel v5.10.157 และคาดว่าจะใช้ได้กับทุกเวอร์ชันในสาย 5.10.x เพราะไม่ต้องพึ่งพา memory offset เฉพาะรุ่น Google ยืนยันว่าช่องโหว่นี้ถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ limited, targeted exploitation ซึ่งหมายความว่าเป็นการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมาย โดยกลุ่มผู้โจมตีระดับสูง (APT) อาจเป็นผู้ใช้ช่องโหว่นี้ก่อนที่แพตช์จะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ การอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนกันยายน 2025 ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้ว และผู้ใช้อุปกรณ์ Android ที่ใช้ kernel สายนี้ควรอัปเดตทันทีเพื่อปิดช่องโหว่ ผลกระทบของ Chronomaly ไม่ได้จำกัดแค่ Android เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเสี่ยงของระบบที่ใช้ Linux kernel รุ่นเก่าในองค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์ IoT, ระบบฝังตัว และเซิร์ฟเวอร์ที่ยังไม่ได้อัปเดต การโจมตีแบบ local privilege escalation แม้จะต้องเข้าถึงเครื่องก่อน แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการยึดระบบทั้งหมดได้อย่างง่ายดายหากผู้โจมตีมี foothold อยู่แล้ว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ช่องโหว่และรายละเอียดทางเทคนิค ➡️ CVE‑2025‑38352 เป็นช่องโหว่ EoP ระดับ High Severity ➡️ เกิดจาก race condition ใน POSIX CPU timers ทำให้เกิด memory corruption ‼️ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ⛔ ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์เป็น Root ได้ ⛔ อาจทำให้ระบบ crash หรือถูก DoS ✅ การโจมตีและ exploit ที่ถูกเผยแพร่ ➡️ exploit “Chronomaly” ใช้งานได้บน Linux kernel v5.10.157 ➡️ คาดว่าจะใช้ได้กับทุก kernel ในสาย 5.10.x ‼️ ความเสี่ยงจากการมี exploit สาธารณะ ⛔ เพิ่มโอกาสให้ผู้โจมตีทั่วไปนำไปใช้ ⛔ ระบบที่ยังไม่อัปเดตมีความเสี่ยงสูงขึ้นทันที ✅ การยืนยันจาก Google ➡️ ตรวจพบการโจมตีจริงแบบ targeted exploitation ➡️ แพตช์แก้ไขถูกปล่อยในอัปเดตความปลอดภัยเดือนกันยายน 2025 ‼️ ผลกระทบต่อผู้ใช้ ⛔ อุปกรณ์ Android ที่ยังไม่อัปเดตเสี่ยงถูกโจมตี ⛔ องค์กรที่ใช้ Linux kernel รุ่นเก่าอาจถูกเจาะระบบได้ง่ายขึ้น ✅ ข้อแนะนำด้านความปลอดภัย ➡️ อัปเดตแพตช์ล่าสุดทันที ➡️ ตรวจสอบระบบที่ใช้ kernel 5.10.x เป็นพิเศษ ‼️ ความเสี่ยงหากไม่อัปเดต ⛔ ผู้โจมตีสามารถยึดระบบได้จากการเข้าถึงเพียงเล็กน้อย ⛔ อาจถูกใช้เป็นฐานโจมตีระบบอื่นในเครือข่าย https://securityonline.info/zero-day-chronomaly-exploit-grants-root-access-to-vulnerable-linux-kernels/
    SECURITYONLINE.INFO
    Zero-Day Chronomaly Exploit Grants Root Access to Vulnerable Linux Kernels
    The Chronomaly exploit weaponizes CVE-2025-38352, a Linux kernel race condition. It allows any local user to gain root access across Android and Linux.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 77 มุมมอง 0 รีวิว
  • Anycubic เปิดตัว “First Print Guarantee” ช่วยมือใหม่ 3D Printer หากพิมพ์ครั้งแรกพัง — พร้อมชดเชยเป็นเส้นพิมพ์ 2 ม้วน

    Anycubic ประกาศแคมเปญใหม่ชื่อ “First Print Guarantee” สำหรับผู้ซื้อเครื่องพิมพ์ Anycubic Kobra X ในช่วงโปรโมชัน โดยตั้งใจช่วยผู้ใช้มือใหม่ที่มักเจอปัญหาพิมพ์ครั้งแรกไม่สำเร็จ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายคนหมดกำลังใจและเลิกใช้งานเครื่องพิมพ์ 3D ไปในที่สุด

    แคมเปญนี้ครอบคลุมเฉพาะ “Official Performance Benchmark model” ซึ่งเป็นโมเดลทดสอบที่ Anycubic กำหนด หากผู้ใช้พิมพ์แล้วไม่ออกมาตามมาตรฐาน สามารถติดต่อฝ่ายสนับสนุนเพื่อให้ทีมงานตรวจสอบการตั้งค่า การประกอบเครื่อง และโปรไฟล์การพิมพ์ พร้อมส่งคำแนะนำแบบละเอียดเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด

    หากตรวจพบว่าความล้มเหลวเกิดจากปัญหาทางกลไกหรือประสิทธิภาพของเครื่อง Anycubic จะส่ง เส้น PLA ฟรี 2 ม้วน ให้ผู้ใช้เป็นการชดเชย นอกจากนี้ข้อมูลที่ได้จากการช่วยเหลือลูกค้าจะถูกนำไปปรับปรุงเฟิร์มแวร์และโปรไฟล์การพิมพ์ผ่าน OTA เพื่อให้เครื่องรุ่นนี้ใช้งานง่ายขึ้นสำหรับทุกคนในอนาคต

    โปรโมชันนี้ใช้ได้เฉพาะเครื่องที่ซื้อระหว่าง 26 ธันวาคม – 15 กุมภาพันธ์ และมีระยะเวลาคุ้มครอง 30 วันหลังได้รับสินค้า แม้โมเดลทดสอบอย่างเป็นทางการยังไม่ถูกเผยแพร่ แต่ Anycubic ระบุว่าต้องการลดอุปสรรคของผู้เริ่มต้น และทำให้ประสบการณ์แรกของการพิมพ์ 3D เป็นเรื่องที่ “สำเร็จได้จริง” ไม่ใช่ความผิดหวังเหมือนที่หลายคนเคยเจอในอดีต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ไฮไลต์ของโปรโมชัน First Print Guarantee
    ครอบคลุมเฉพาะ Anycubic Kobra X ที่ซื้อในช่วงโปรโมชัน
    ตรวจสอบการตั้งค่า การประกอบ และโปรไฟล์การพิมพ์แบบละเอียด
    ช่วยมือใหม่ลดความสับสนและเพิ่มโอกาสพิมพ์สำเร็จ

    สิทธิประโยชน์ที่ผู้ใช้ได้รับ
    คำแนะนำเฉพาะสำหรับโมเดลทดสอบ
    หากเป็นความผิดพลาดจากเครื่อง จะได้รับเส้น PLA ฟรี 2 ม้วน
    การปรับปรุงเฟิร์มแวร์และโปรไฟล์ผ่าน OTA จากข้อมูลผู้ใช้จริง

    ข้อจำกัดของโปรโมชัน
    ใช้ได้เฉพาะโมเดล “Official Performance Benchmark” เท่านั้น
    ครอบคลุมเฉพาะช่วงซื้อ 26 ธ.ค. – 15 ก.พ.
    คุ้มครองเพียง 30 วันหลังได้รับสินค้า

    สิ่งที่ผู้ใช้ควรระวัง
    โมเดลทดสอบยังไม่ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ
    ผู้ใช้ต้องติดต่อฝ่ายสนับสนุนและส่งข้อมูลการพิมพ์เพื่อรับสิทธิ์

    https://www.tomshardware.com/3d-printing/anycubic-announces-first-print-guarantee-for-burgeoning-3d-printers-limited-time-promo-includes-comprehensive-setup-review-if-your-first-print-doesnt-go-to-plan
    🖨️ Anycubic เปิดตัว “First Print Guarantee” ช่วยมือใหม่ 3D Printer หากพิมพ์ครั้งแรกพัง — พร้อมชดเชยเป็นเส้นพิมพ์ 2 ม้วน Anycubic ประกาศแคมเปญใหม่ชื่อ “First Print Guarantee” สำหรับผู้ซื้อเครื่องพิมพ์ Anycubic Kobra X ในช่วงโปรโมชัน โดยตั้งใจช่วยผู้ใช้มือใหม่ที่มักเจอปัญหาพิมพ์ครั้งแรกไม่สำเร็จ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายคนหมดกำลังใจและเลิกใช้งานเครื่องพิมพ์ 3D ไปในที่สุด แคมเปญนี้ครอบคลุมเฉพาะ “Official Performance Benchmark model” ซึ่งเป็นโมเดลทดสอบที่ Anycubic กำหนด หากผู้ใช้พิมพ์แล้วไม่ออกมาตามมาตรฐาน สามารถติดต่อฝ่ายสนับสนุนเพื่อให้ทีมงานตรวจสอบการตั้งค่า การประกอบเครื่อง และโปรไฟล์การพิมพ์ พร้อมส่งคำแนะนำแบบละเอียดเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด หากตรวจพบว่าความล้มเหลวเกิดจากปัญหาทางกลไกหรือประสิทธิภาพของเครื่อง Anycubic จะส่ง เส้น PLA ฟรี 2 ม้วน ให้ผู้ใช้เป็นการชดเชย นอกจากนี้ข้อมูลที่ได้จากการช่วยเหลือลูกค้าจะถูกนำไปปรับปรุงเฟิร์มแวร์และโปรไฟล์การพิมพ์ผ่าน OTA เพื่อให้เครื่องรุ่นนี้ใช้งานง่ายขึ้นสำหรับทุกคนในอนาคต โปรโมชันนี้ใช้ได้เฉพาะเครื่องที่ซื้อระหว่าง 26 ธันวาคม – 15 กุมภาพันธ์ และมีระยะเวลาคุ้มครอง 30 วันหลังได้รับสินค้า แม้โมเดลทดสอบอย่างเป็นทางการยังไม่ถูกเผยแพร่ แต่ Anycubic ระบุว่าต้องการลดอุปสรรคของผู้เริ่มต้น และทำให้ประสบการณ์แรกของการพิมพ์ 3D เป็นเรื่องที่ “สำเร็จได้จริง” ไม่ใช่ความผิดหวังเหมือนที่หลายคนเคยเจอในอดีต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ไฮไลต์ของโปรโมชัน First Print Guarantee ➡️ ครอบคลุมเฉพาะ Anycubic Kobra X ที่ซื้อในช่วงโปรโมชัน ➡️ ตรวจสอบการตั้งค่า การประกอบ และโปรไฟล์การพิมพ์แบบละเอียด ➡️ ช่วยมือใหม่ลดความสับสนและเพิ่มโอกาสพิมพ์สำเร็จ ✅ สิทธิประโยชน์ที่ผู้ใช้ได้รับ ➡️ คำแนะนำเฉพาะสำหรับโมเดลทดสอบ ➡️ หากเป็นความผิดพลาดจากเครื่อง จะได้รับเส้น PLA ฟรี 2 ม้วน ➡️ การปรับปรุงเฟิร์มแวร์และโปรไฟล์ผ่าน OTA จากข้อมูลผู้ใช้จริง ‼️ ข้อจำกัดของโปรโมชัน ⛔ ใช้ได้เฉพาะโมเดล “Official Performance Benchmark” เท่านั้น ⛔ ครอบคลุมเฉพาะช่วงซื้อ 26 ธ.ค. – 15 ก.พ. ⛔ คุ้มครองเพียง 30 วันหลังได้รับสินค้า ‼️ สิ่งที่ผู้ใช้ควรระวัง ⛔ โมเดลทดสอบยังไม่ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ ⛔ ผู้ใช้ต้องติดต่อฝ่ายสนับสนุนและส่งข้อมูลการพิมพ์เพื่อรับสิทธิ์ https://www.tomshardware.com/3d-printing/anycubic-announces-first-print-guarantee-for-burgeoning-3d-printers-limited-time-promo-includes-comprehensive-setup-review-if-your-first-print-doesnt-go-to-plan
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 106 มุมมอง 0 รีวิว
  • GitHub Desktop บน Ubuntu: ทางเลือกใหม่ที่ใช้งานง่ายสำหรับสายโค้ดบนลินุกซ์

    GitHub Desktop แม้จะไม่ได้รองรับอย่างเป็นทางการบน Linux แต่ชุมชนโอเพ่นซอร์สก็ได้สร้างทางเลือกที่ใช้งานได้จริงและเสถียรผ่าน “ShiftKey Fork” ซึ่งทำให้ผู้ใช้ Ubuntu สามารถติดตั้งและใช้งานได้เหมือนบน Windows และ macOS ทุกประการ การติดตั้งสามารถทำได้ทั้งผ่าน APT repository และ Flatpak ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการความยืดหยุ่นและความปลอดภัยที่มากขึ้น

    การใช้งาน GitHub Desktop ช่วยลดความซับซ้อนของ Git CLI โดยเฉพาะสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะมีอินเทอร์เฟซที่เป็นมิตร เห็นประวัติการแก้ไขแบบภาพ และช่วยจัดการ branch, commit, merge ได้ง่ายขึ้นมาก ผู้ใช้จำนวนมากชื่นชอบเพราะลดความผิดพลาดจากการพิมพ์คำสั่ง และช่วยให้ทำงานร่วมกับทีมได้ราบรื่นขึ้น นอกจากนี้ยังผสานการทำงานกับ GitHub ได้อย่างลื่นไหล ทำให้การ clone, push, pull หรือเปิด pull request ทำได้ในไม่กี่คลิก

    แม้ GitHub Desktop จะไม่ใช่แอปอย่างเป็นทางการบน Linux แต่ความนิยมของ ShiftKey Fork แสดงให้เห็นถึงพลังของชุมชนโอเพ่นซอร์สที่ช่วยเติมเต็มช่องว่างของซอฟต์แวร์ข้ามแพลตฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม การติดตั้งและถอนการติดตั้งก็ทำได้ง่าย ไม่ว่าจะใช้ APT หรือ Flatpak ผู้ใช้สามารถเลือกวิธีที่เหมาะกับสไตล์การใช้งานของตนเองได้อย่างอิสระ

    สุดท้ายนี้ การมีเครื่องมือ GUI อย่าง GitHub Desktop บน Ubuntu ช่วยให้ผู้ใช้ที่ไม่ถนัด command line สามารถเข้าถึงโลกของ Git และการพัฒนาแบบมืออาชีพได้ง่ายขึ้น เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการที่โอเพ่นซอร์สช่วยเปิดประตูให้ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    วิธีติดตั้ง GitHub Desktop บน Ubuntu
    ใช้ APT repository ของ ShiftKey เพื่ออัปเดตอัตโนมัติ
    ใช้ Flatpak สำหรับผู้ที่ต้องการ sandbox และความปลอดภัยสูง

    คุณสมบัติเด่นของ GitHub Desktop
    อินเทอร์เฟซใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
    ช่วยลดความผิดพลาดจากการใช้ Git ผ่าน command line
    แสดงประวัติการแก้ไขแบบภาพ ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น

    ข้อควรระวังในการติดตั้ง
    ไม่ใช่เวอร์ชันทางการจาก GitHub แต่เป็น fork จากชุมชน
    ต้องเพิ่ม key และ repository ภายนอก อาจไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการระบบที่ “pure”

    ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย
    ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของ repository ก่อนติดตั้ง
    Flatpak แม้จะปลอดภัยกว่า แต่ใช้พื้นที่มากกว่า

    https://itsfoss.com/install-github-desktop-ubuntu/
    🖥️ GitHub Desktop บน Ubuntu: ทางเลือกใหม่ที่ใช้งานง่ายสำหรับสายโค้ดบนลินุกซ์ GitHub Desktop แม้จะไม่ได้รองรับอย่างเป็นทางการบน Linux แต่ชุมชนโอเพ่นซอร์สก็ได้สร้างทางเลือกที่ใช้งานได้จริงและเสถียรผ่าน “ShiftKey Fork” ซึ่งทำให้ผู้ใช้ Ubuntu สามารถติดตั้งและใช้งานได้เหมือนบน Windows และ macOS ทุกประการ การติดตั้งสามารถทำได้ทั้งผ่าน APT repository และ Flatpak ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการความยืดหยุ่นและความปลอดภัยที่มากขึ้น การใช้งาน GitHub Desktop ช่วยลดความซับซ้อนของ Git CLI โดยเฉพาะสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะมีอินเทอร์เฟซที่เป็นมิตร เห็นประวัติการแก้ไขแบบภาพ และช่วยจัดการ branch, commit, merge ได้ง่ายขึ้นมาก ผู้ใช้จำนวนมากชื่นชอบเพราะลดความผิดพลาดจากการพิมพ์คำสั่ง และช่วยให้ทำงานร่วมกับทีมได้ราบรื่นขึ้น นอกจากนี้ยังผสานการทำงานกับ GitHub ได้อย่างลื่นไหล ทำให้การ clone, push, pull หรือเปิด pull request ทำได้ในไม่กี่คลิก แม้ GitHub Desktop จะไม่ใช่แอปอย่างเป็นทางการบน Linux แต่ความนิยมของ ShiftKey Fork แสดงให้เห็นถึงพลังของชุมชนโอเพ่นซอร์สที่ช่วยเติมเต็มช่องว่างของซอฟต์แวร์ข้ามแพลตฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม การติดตั้งและถอนการติดตั้งก็ทำได้ง่าย ไม่ว่าจะใช้ APT หรือ Flatpak ผู้ใช้สามารถเลือกวิธีที่เหมาะกับสไตล์การใช้งานของตนเองได้อย่างอิสระ สุดท้ายนี้ การมีเครื่องมือ GUI อย่าง GitHub Desktop บน Ubuntu ช่วยให้ผู้ใช้ที่ไม่ถนัด command line สามารถเข้าถึงโลกของ Git และการพัฒนาแบบมืออาชีพได้ง่ายขึ้น เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการที่โอเพ่นซอร์สช่วยเปิดประตูให้ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ วิธีติดตั้ง GitHub Desktop บน Ubuntu ➡️ ใช้ APT repository ของ ShiftKey เพื่ออัปเดตอัตโนมัติ ➡️ ใช้ Flatpak สำหรับผู้ที่ต้องการ sandbox และความปลอดภัยสูง ✅ คุณสมบัติเด่นของ GitHub Desktop ➡️ อินเทอร์เฟซใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ➡️ ช่วยลดความผิดพลาดจากการใช้ Git ผ่าน command line ➡️ แสดงประวัติการแก้ไขแบบภาพ ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น ‼️ ข้อควรระวังในการติดตั้ง ⛔ ไม่ใช่เวอร์ชันทางการจาก GitHub แต่เป็น fork จากชุมชน ⛔ ต้องเพิ่ม key และ repository ภายนอก อาจไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการระบบที่ “pure” ‼️ ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย ⛔ ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของ repository ก่อนติดตั้ง ⛔ Flatpak แม้จะปลอดภัยกว่า แต่ใช้พื้นที่มากกว่า https://itsfoss.com/install-github-desktop-ubuntu/
    ITSFOSS.COM
    Installing GitHub Desktop on Ubuntu Linux (Because I Like it)
    GitHub Desktop is not officially available for Linux. But there are alternative ways to install GitHub Desktop fork on Ubuntu.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 90 มุมมอง 0 รีวิว
  • Strategic Roadmap for Liberalizing Thailand’s Electricity Distribution Market : Part 6
    Date : 6 January 2026

    ### 8) A Sequenced Implementation Roadmap

    **Year 1 : Rulemaking + accounting separation**

    - Finalize enforceable TPA rules and standard contracts consistent with Thailand’s direction toward TPA development.
    - Require MEA/PEA accounting separation and publish cost allocation methods.
    - Stand up a compliance function for nondiscrimination monitoring.

    **Years 2–3 : Large-customer contestability + functional separation**

    - Enable large customers to choose suppliers/retailers and contract via TPA-enabled arrangements.
    - Implement functional separation and staff/process firewalls.
    - Launch a central switching/settlement platform for eligible customers.

    **Years 4–6 : Expansion to SMEs and households**

    - Scale switching and consumer protections.
    - Formalize aggregator participation and flexibility markets informed by sandbox learnings.
    - Introduce provider-of-last-resort and tighter retail conduct regulation.

    ### 9) Risks and Mitigations

    - **Risk: Cost shifting and tariff shock**
    - Mitigation: Transparent social tariffs funded explicitly; gradual reform; periodic tariff rebalancing.
    - **Risk: “Cream skimming” of profitable customers**
    - Mitigation: Universal service obligations; network charge design; POLR mechanism.
    - **Risk: Discrimination by incumbents**
    - Mitigation: Functional separation, audits, penalties, and transparent performance reporting.
    - **Risk: Reliability degradation due to poor settlement rules**
    - Mitigation: Strong imbalance settlement, technical standards, retailer credit requirements.

    To be continued————————————————————————————————————————————-
    #DistributionMarketReform #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    Strategic Roadmap for Liberalizing Thailand’s Electricity Distribution Market : Part 6 Date : 6 January 2026 ### 8) A Sequenced Implementation Roadmap **Year 1 : Rulemaking + accounting separation** - Finalize enforceable TPA rules and standard contracts consistent with Thailand’s direction toward TPA development. - Require MEA/PEA accounting separation and publish cost allocation methods. - Stand up a compliance function for nondiscrimination monitoring. **Years 2–3 : Large-customer contestability + functional separation** - Enable large customers to choose suppliers/retailers and contract via TPA-enabled arrangements. - Implement functional separation and staff/process firewalls. - Launch a central switching/settlement platform for eligible customers. **Years 4–6 : Expansion to SMEs and households** - Scale switching and consumer protections. - Formalize aggregator participation and flexibility markets informed by sandbox learnings. - Introduce provider-of-last-resort and tighter retail conduct regulation. ### 9) Risks and Mitigations - **Risk: Cost shifting and tariff shock** - Mitigation: Transparent social tariffs funded explicitly; gradual reform; periodic tariff rebalancing. - **Risk: “Cream skimming” of profitable customers** - Mitigation: Universal service obligations; network charge design; POLR mechanism. - **Risk: Discrimination by incumbents** - Mitigation: Functional separation, audits, penalties, and transparent performance reporting. - **Risk: Reliability degradation due to poor settlement rules** - Mitigation: Strong imbalance settlement, technical standards, retailer credit requirements. To be continued————————————————————————————————————————————- #DistributionMarketReform #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 153 มุมมอง 0 รีวิว
  • COCOS 4 เปิดซอร์สเต็มรูปแบบ—ก้าวใหม่ของเอนจินเกมเอเชียสู่เวทีโลก

    COCOS ซึ่งเป็นเอนจินเกมยอดนิยมในตลาดเอเชีย โดยเฉพาะเกมมือถือและเกมเบา ๆ ได้ประกาศข่าวใหญ่รับปี 2026 ด้วยการเปิดตัว COCOS 4 ภายใต้ MIT License แบบโอเพ่นซอร์สเต็มรูปแบบ หลังจากที่บริษัท SUD เข้าซื้อกิจการในปี 2025 ด้วยมูลค่า 72 ล้านดอลลาร์ การเปิดซอร์สครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางครั้งสำคัญของแพลตฟอร์มเกมที่เคยเป็นแบบ proprietary มาก่อน

    การเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการแยก Engine ออกจาก Editor อย่างชัดเจน โดย COCOS หมายถึง “เอนจิน” เท่านั้น ส่วน IDE ใหม่ชื่อ PinK จะรับหน้าที่เป็นเครื่องมือพัฒนาแบบเต็มรูปแบบ พร้อมระบบ Agents และฟีเจอร์ด้านภาพที่ย้ายมาจาก Cocos Creator เดิม การเปิดซอร์สครั้งนี้ยังรวมถึง engine core, cross‑platform code, COCOS CLI และโหมด headless ของ IDE

    SUD ระบุว่าการเปิดซอร์สไม่ใช่เพื่อการค้าโดยตรง แต่เพื่อสร้างระบบนิเวศนักพัฒนาให้เติบโต โดยเฉพาะการผลักดันให้ COCOS กลายเป็น AI‑native engine ที่ AI สามารถอ่านโค้ดและช่วยพัฒนาได้ง่ายขึ้น พร้อมหวังให้เกิด Pull Requests จำนวนมากเพื่อสร้าง “วงจรพัฒนาแบบฟีดแบ็กลูป” ที่แข็งแรงขึ้นในระดับโลก

    ในด้านทิศทางการพัฒนา COCOS 4 ยังคงต่อยอดจาก Creator 3.x พร้อมรองรับ SemVer อย่างเคร่งครัด ฟีเจอร์ใหม่จะมาในรูปแบบ MCPs/Agents ตัวเอนจินจะเบาขึ้น เร็วขึ้น และรองรับแพลตฟอร์มมากขึ้น เช่น Steam พร้อมแก้บั๊กเก่า ๆ อย่าง Spine และปรับปรุงประสิทธิภาพด้าน rich text และ lists นอกจากนี้นักพัฒนายังสามารถแก้ไขทุกส่วนของเอนจิน หรือแม้แต่สร้างเอนจินใหม่จาก COCOS 4 ได้เลย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ไฮไลต์จากข่าว
    COCOS 4 เปิดซอร์สภายใต้ MIT License
    Engine และ Editor แยกออกจากกันอย่างเป็นทางการ
    PinK กลายเป็น IDE ใหม่พร้อมระบบ Agents
    รวม engine core, cross‑platform code, CLI และ headless IDE

    ประเด็นที่ต้องจับตา
    การเปลี่ยนผ่านจาก Cocos Creator อาจทำให้ผู้ใช้เดิมต้องปรับตัว
    ฟีเจอร์บางอย่างจะย้ายไป PinK ในอนาคต อาจเกิด fragmentation ชั่วคราว
    การเปิดซอร์สอาจดึงดูดโค้ดจากหลายทิศทาง ต้องมีการจัดการคุณภาพ

    ทิศทางการพัฒนาในอนาคต
    เน้น AI‑native development ผ่าน MCPs/Agents
    เอนจินเบาและเร็วขึ้น รองรับอุปกรณ์หลากหลาย
    ขยายแพลตฟอร์มไปยัง Steam และอื่น ๆ

    ความเสี่ยงด้าน ecosystem
    การพึ่งพา community contributions อาจทำให้คุณภาพไม่สม่ำเสมอ
    ผู้พัฒนาเกมเชิงพาณิชย์ต้องประเมินความเสถียรของเวอร์ชันใหม่

    https://itsfoss.com/news/cocos-4-game-engine/
    🎮✨ COCOS 4 เปิดซอร์สเต็มรูปแบบ—ก้าวใหม่ของเอนจินเกมเอเชียสู่เวทีโลก COCOS ซึ่งเป็นเอนจินเกมยอดนิยมในตลาดเอเชีย โดยเฉพาะเกมมือถือและเกมเบา ๆ ได้ประกาศข่าวใหญ่รับปี 2026 ด้วยการเปิดตัว COCOS 4 ภายใต้ MIT License แบบโอเพ่นซอร์สเต็มรูปแบบ หลังจากที่บริษัท SUD เข้าซื้อกิจการในปี 2025 ด้วยมูลค่า 72 ล้านดอลลาร์ การเปิดซอร์สครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางครั้งสำคัญของแพลตฟอร์มเกมที่เคยเป็นแบบ proprietary มาก่อน การเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการแยก Engine ออกจาก Editor อย่างชัดเจน โดย COCOS หมายถึง “เอนจิน” เท่านั้น ส่วน IDE ใหม่ชื่อ PinK จะรับหน้าที่เป็นเครื่องมือพัฒนาแบบเต็มรูปแบบ พร้อมระบบ Agents และฟีเจอร์ด้านภาพที่ย้ายมาจาก Cocos Creator เดิม การเปิดซอร์สครั้งนี้ยังรวมถึง engine core, cross‑platform code, COCOS CLI และโหมด headless ของ IDE SUD ระบุว่าการเปิดซอร์สไม่ใช่เพื่อการค้าโดยตรง แต่เพื่อสร้างระบบนิเวศนักพัฒนาให้เติบโต โดยเฉพาะการผลักดันให้ COCOS กลายเป็น AI‑native engine ที่ AI สามารถอ่านโค้ดและช่วยพัฒนาได้ง่ายขึ้น พร้อมหวังให้เกิด Pull Requests จำนวนมากเพื่อสร้าง “วงจรพัฒนาแบบฟีดแบ็กลูป” ที่แข็งแรงขึ้นในระดับโลก ในด้านทิศทางการพัฒนา COCOS 4 ยังคงต่อยอดจาก Creator 3.x พร้อมรองรับ SemVer อย่างเคร่งครัด ฟีเจอร์ใหม่จะมาในรูปแบบ MCPs/Agents ตัวเอนจินจะเบาขึ้น เร็วขึ้น และรองรับแพลตฟอร์มมากขึ้น เช่น Steam พร้อมแก้บั๊กเก่า ๆ อย่าง Spine และปรับปรุงประสิทธิภาพด้าน rich text และ lists นอกจากนี้นักพัฒนายังสามารถแก้ไขทุกส่วนของเอนจิน หรือแม้แต่สร้างเอนจินใหม่จาก COCOS 4 ได้เลย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ไฮไลต์จากข่าว ➡️ COCOS 4 เปิดซอร์สภายใต้ MIT License ➡️ Engine และ Editor แยกออกจากกันอย่างเป็นทางการ ➡️ PinK กลายเป็น IDE ใหม่พร้อมระบบ Agents ➡️ รวม engine core, cross‑platform code, CLI และ headless IDE ‼️ ประเด็นที่ต้องจับตา ⛔ การเปลี่ยนผ่านจาก Cocos Creator อาจทำให้ผู้ใช้เดิมต้องปรับตัว ⛔ ฟีเจอร์บางอย่างจะย้ายไป PinK ในอนาคต อาจเกิด fragmentation ชั่วคราว ⛔ การเปิดซอร์สอาจดึงดูดโค้ดจากหลายทิศทาง ต้องมีการจัดการคุณภาพ ✅ ทิศทางการพัฒนาในอนาคต ➡️ เน้น AI‑native development ผ่าน MCPs/Agents ➡️ เอนจินเบาและเร็วขึ้น รองรับอุปกรณ์หลากหลาย ➡️ ขยายแพลตฟอร์มไปยัง Steam และอื่น ๆ ‼️ ความเสี่ยงด้าน ecosystem ⛔ การพึ่งพา community contributions อาจทำให้คุณภาพไม่สม่ำเสมอ ⛔ ผู้พัฒนาเกมเชิงพาณิชย์ต้องประเมินความเสถียรของเวอร์ชันใหม่ https://itsfoss.com/news/cocos-4-game-engine/
    ITSFOSS.COM
    First Good News of 2026!COCOS 4 Game Engine Goes Open Source
    Previously proprietary, this game engine is now fully open source.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 96 มุมมอง 0 รีวิว
  • ศูนย์ข้อมูล AI อาจต้องย้ายขึ้นสู่อวกาศ: เมื่อโลกเริ่มไม่พอสำหรับพลังงานและพื้นที่

    การแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์กำลังทวีความรุนแรงจนผู้เชี่ยวชาญหลายรายเริ่มกังวลว่า โลกอาจไม่สามารถรองรับความต้องการพลังงานและพื้นที่ของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ได้อีกต่อไป. บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น Google, OpenAI, Microsoft และ Amazon ทุ่มเงินระดับ “หลายแสนล้านถึงล้านล้านดอลลาร์” เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลทั่วโลก แต่หลายพื้นที่เริ่มประสบปัญหาไฟฟ้าไม่พอ น้ำไม่พอ และชุมชนต่อต้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ.

    ไอเดียที่ดูเหมือนหลุดจากนิยายไซไฟจึงเริ่มถูกพูดถึงอย่างจริงจัง: สร้างศูนย์ข้อมูลในอวกาศ. Google เปิดตัว Project Suncatcher ที่เตรียมทดสอบในปี 2027 ขณะที่ Elon Musk, Jeff Bezos, Sam Altman และ Jensen Huang ต่างสนับสนุนแนวคิดนี้ โดยเชื่อว่าอวกาศคือคำตอบของการขยายพลังประมวลผล AI ในอนาคต.

    ข้อดีสำคัญของศูนย์ข้อมูลในอวกาศคือพลังงานแสงอาทิตย์ที่แทบไม่จำกัด ไม่มีเมฆ ไม่มีเวลากลางคืน และไม่มีข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมแบบบนโลก นอกจากนี้ยังไม่ต้องกังวลเรื่องชุมชนต่อต้านหรือผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภคอีกด้วย. อย่างไรก็ตาม ความท้าทายก็มีมากเช่นกัน ทั้งต้นทุนการส่งอุปกรณ์ขึ้นสู่อวกาศที่ยังสูงลิ่ว ปัญหาการระบายความร้อนในสภาวะสูญญากาศ และความทนทานของชิปต่อรังสีคอสมิกที่อาจทำให้ระบบล้มเหลวได้ง่ายกว่าเดิม.

    แม้ผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่าโครงการนี้ “เป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ” แต่ก็ยังมีเสียงคัดค้านว่าเป็นแนวคิดที่เกินจริงและอาจต้องใช้เวลาอีกหลายทศวรรษกว่าจะเกิดขึ้นจริง อย่างไรก็ตาม การที่ผู้นำวงการ AI และอวกาศพูดถึงเรื่องนี้พร้อมกัน ทำให้แนวคิด “Data Center นอกโลก” ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป แต่เป็นทิศทางที่อาจเกิดขึ้นจริงเมื่อโลกเริ่มแตะเพดานพลังงานของตัวเอง.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เหตุผลที่ศูนย์ข้อมูลอาจต้องย้ายขึ้นอวกาศ
    ความต้องการพลังงานของ AI เพิ่มขึ้นจนโลกเริ่มรองรับไม่ไหว
    หลายพื้นที่ประสบปัญหาไฟฟ้า–น้ำไม่พอ และชุมชนต่อต้านศูนย์ข้อมูลใหม่

    บริษัทใหญ่ที่สนับสนุนแนวคิดนี้
    Google กับ Project Suncatcher เตรียมทดสอบปี 2027
    Elon Musk, Jeff Bezos, Sam Altman, Jensen Huang ต่างเห็นด้วยกับแนวคิดศูนย์ข้อมูลในอวกาศ

    ข้อดีของศูนย์ข้อมูลในอวกาศ
    พลังงานแสงอาทิตย์แทบไม่จำกัด
    ไม่มีข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมหรือชุมชนต่อต้าน

    ข้อควรระวังและความท้าทาย
    ต้นทุนการส่งอุปกรณ์ขึ้นอวกาศยังสูงมาก (หลายพันดอลลาร์ต่อกิโลกรัม)
    ชิปคอมพิวเตอร์ยังไม่ทนต่อรังสีในอวกาศ ทำให้ระบบอาจล้มเหลวได้ง่าย

    ความเป็นไปได้ยังต้องใช้เวลา
    ผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่าแนวคิดนี้ยัง “เกินจริง” และอาจต้องใช้เวลาหลายทศวรรษกว่าจะเกิดขึ้นจริง
    ปัญหาการระบายความร้อนในสภาวะสูญญากาศยังเป็นอุปสรรคใหญ่

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/02/even-the-sky-may-not-be-the-limit-for-ai-data-centres
    🚀 ศูนย์ข้อมูล AI อาจต้องย้ายขึ้นสู่อวกาศ: เมื่อโลกเริ่มไม่พอสำหรับพลังงานและพื้นที่ การแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์กำลังทวีความรุนแรงจนผู้เชี่ยวชาญหลายรายเริ่มกังวลว่า โลกอาจไม่สามารถรองรับความต้องการพลังงานและพื้นที่ของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ได้อีกต่อไป. บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น Google, OpenAI, Microsoft และ Amazon ทุ่มเงินระดับ “หลายแสนล้านถึงล้านล้านดอลลาร์” เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลทั่วโลก แต่หลายพื้นที่เริ่มประสบปัญหาไฟฟ้าไม่พอ น้ำไม่พอ และชุมชนต่อต้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ. ไอเดียที่ดูเหมือนหลุดจากนิยายไซไฟจึงเริ่มถูกพูดถึงอย่างจริงจัง: สร้างศูนย์ข้อมูลในอวกาศ. Google เปิดตัว Project Suncatcher ที่เตรียมทดสอบในปี 2027 ขณะที่ Elon Musk, Jeff Bezos, Sam Altman และ Jensen Huang ต่างสนับสนุนแนวคิดนี้ โดยเชื่อว่าอวกาศคือคำตอบของการขยายพลังประมวลผล AI ในอนาคต. ข้อดีสำคัญของศูนย์ข้อมูลในอวกาศคือพลังงานแสงอาทิตย์ที่แทบไม่จำกัด ไม่มีเมฆ ไม่มีเวลากลางคืน และไม่มีข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมแบบบนโลก นอกจากนี้ยังไม่ต้องกังวลเรื่องชุมชนต่อต้านหรือผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภคอีกด้วย. อย่างไรก็ตาม ความท้าทายก็มีมากเช่นกัน ทั้งต้นทุนการส่งอุปกรณ์ขึ้นสู่อวกาศที่ยังสูงลิ่ว ปัญหาการระบายความร้อนในสภาวะสูญญากาศ และความทนทานของชิปต่อรังสีคอสมิกที่อาจทำให้ระบบล้มเหลวได้ง่ายกว่าเดิม. แม้ผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่าโครงการนี้ “เป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ” แต่ก็ยังมีเสียงคัดค้านว่าเป็นแนวคิดที่เกินจริงและอาจต้องใช้เวลาอีกหลายทศวรรษกว่าจะเกิดขึ้นจริง อย่างไรก็ตาม การที่ผู้นำวงการ AI และอวกาศพูดถึงเรื่องนี้พร้อมกัน ทำให้แนวคิด “Data Center นอกโลก” ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป แต่เป็นทิศทางที่อาจเกิดขึ้นจริงเมื่อโลกเริ่มแตะเพดานพลังงานของตัวเอง. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เหตุผลที่ศูนย์ข้อมูลอาจต้องย้ายขึ้นอวกาศ ➡️ ความต้องการพลังงานของ AI เพิ่มขึ้นจนโลกเริ่มรองรับไม่ไหว ➡️ หลายพื้นที่ประสบปัญหาไฟฟ้า–น้ำไม่พอ และชุมชนต่อต้านศูนย์ข้อมูลใหม่ ✅ บริษัทใหญ่ที่สนับสนุนแนวคิดนี้ ➡️ Google กับ Project Suncatcher เตรียมทดสอบปี 2027 ➡️ Elon Musk, Jeff Bezos, Sam Altman, Jensen Huang ต่างเห็นด้วยกับแนวคิดศูนย์ข้อมูลในอวกาศ ✅ ข้อดีของศูนย์ข้อมูลในอวกาศ ➡️ พลังงานแสงอาทิตย์แทบไม่จำกัด ➡️ ไม่มีข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมหรือชุมชนต่อต้าน ‼️ ข้อควรระวังและความท้าทาย ⛔ ต้นทุนการส่งอุปกรณ์ขึ้นอวกาศยังสูงมาก (หลายพันดอลลาร์ต่อกิโลกรัม) ⛔ ชิปคอมพิวเตอร์ยังไม่ทนต่อรังสีในอวกาศ ทำให้ระบบอาจล้มเหลวได้ง่าย ‼️ ความเป็นไปได้ยังต้องใช้เวลา ⛔ ผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่าแนวคิดนี้ยัง “เกินจริง” และอาจต้องใช้เวลาหลายทศวรรษกว่าจะเกิดขึ้นจริง ⛔ ปัญหาการระบายความร้อนในสภาวะสูญญากาศยังเป็นอุปสรรคใหญ่ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/02/even-the-sky-may-not-be-the-limit-for-ai-data-centres
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Even the sky may not be the limit for AI data centres
    Some tech leaders are concerned that the artificial intelligence race will exhaust available land and energy. The solution might lie in orbit.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 128 มุมมอง 0 รีวิว
  • EmEditor ถูกเจาะ! มัลแวร์ปลอมชื่อ “WALSHAM” ปลอมตัวเป็นตัวติดตั้งจริงและดูดข้อมูลผู้ใช้

    เหตุการณ์โจมตีซัพพลายเชนครั้งใหญ่เกิดขึ้นก่อนวันคริสต์มาสเพียงไม่กี่วัน เมื่อ EmEditor โปรแกรมแก้ไขข้อความยอดนิยมถูกแฮกเกอร์สลับตัวติดตั้งจริงกับไฟล์ MSI อันตรายเป็นเวลานานเกือบ 4 วัน รายงานจากทีม RedDrip ของ Qianxin เผยว่าผู้ใช้จำนวนมาก—ตั้งแต่นักพัฒนาไปจนถึงทีมไอที—ดาวน์โหลดโทรจันขโมยข้อมูลโดยไม่รู้ตัวผ่านปุ่ม “Download Now” บนเว็บไซต์ทางการที่ถูกเปลี่ยนเส้นทางอย่างแนบเนียน

    สิ่งที่ทำให้การโจมตีครั้งนี้อันตรายยิ่งขึ้นคือไฟล์ปลอมถูกเซ็นด้วยใบรับรองดิจิทัลของบริษัทลวงชื่อ “WALSHAM INVESTMENTS LIMITED” แทนที่จะเป็น “Emurasoft, Inc.” ตัวมัลแวร์ไม่ได้เป็นเพียงตัวดาวน์โหลดธรรมดา แต่เป็นเครื่องมือดูดข้อมูลขั้นสูงที่รันสคริปต์ PowerShell เพื่อเก็บข้อมูลระบบ สร้างกุญแจ RSA และเข้ารหัสข้อมูลที่ถูกขโมย ก่อนส่งกลับไปยังผู้โจมตี

    ขอบเขตของข้อมูลที่ถูกล้วงมีความรุนแรงอย่างมาก ตั้งแต่คอนฟิก VPN, คุกกี้และรหัสผ่านจากเบราว์เซอร์ยอดนิยม, ไปจนถึงข้อมูลแอปพลิเคชันอย่าง Discord, Slack, Zoom, WinSCP และ PuTTY รวมถึงไฟล์ใน Desktop, Documents และ Downloads นอกจากนี้ มัลแวร์ยังติดตั้งส่วนขยายเบราว์เซอร์ปลอมชื่อ “Google Drive Caching” ซึ่งเป็นเครื่องมือจารกรรมเต็มรูปแบบที่สามารถ keylogging, ถ่ายภาพหน้าจอ, ขโมยบัญชีโฆษณา Facebook และดักเปลี่ยนที่อยู่กระเป๋าคริปโตในคลิปบอร์ดได้

    ที่น่าสนใจคือมัลแวร์มี “รายการประเทศที่ไม่ต้องการติดเชื้อ” โดยจะหยุดทำงานทันทีหากพบภาษาระบบที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย ยูเครน คาซัคสถาน หรืออิหร่าน ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้ในกลุ่มภัยคุกคามระดับรัฐบางกลุ่ม เหตุการณ์นี้ถูกประเมินว่าเป็นภัยระดับสูงต่อองค์กรและหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะในจีนและประเทศที่ใช้ EmEditor อย่างแพร่หลาย ทีมความปลอดภัยถูกแนะนำให้ตรวจสอบใบรับรอง “WALSHAM INVESTMENTS LIMITED” และส่วนขยาย “Google Drive Caching” ทันที

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    EmEditor ถูกโจมตีซัพพลายเชนระหว่าง 19–22 ธันวาคม 2025
    ปุ่มดาวน์โหลดถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยัง MSI อันตราย
    ไฟล์ปลอมเซ็นด้วยชื่อ “WALSHAM INVESTMENTS LIMITED”
    มัลแวร์ใช้ PowerShell เก็บข้อมูลและเข้ารหัสด้วย RSA
    ขโมยข้อมูล VPN, เบราว์เซอร์, แอปพลิเคชัน และไฟล์สำคัญ
    ติดตั้งส่วนขยายปลอม “Google Drive Caching” เพื่อคงอยู่ในระบบ
    ส่วนขยายมีความสามารถ keylogging, screenshot, ขโมยบัญชี และดักกระเป๋าคริปโต
    มัลแวร์หยุดทำงานหากพบภาษาระบบของรัสเซีย–อดีตโซเวียต–อิหร่าน
    เหตุการณ์ถูกประเมินว่าเป็นภัยระดับสูงต่อองค์กรและรัฐบาล

    คำเตือนด้านความปลอดภัย
    ซัพพลายเชนซอฟต์แวร์เป็นจุดโจมตีที่ตรวจจับยากและสร้างความเสียหายวงกว้าง
    ไฟล์ MSI ที่เซ็นด้วยใบรับรองปลอมสามารถหลอกผู้ใช้ได้ง่าย
    ส่วนขยายเบราว์เซอร์ปลอมเป็นช่องทางคงอยู่ที่อันตรายมาก
    ข้อมูลที่ถูกขโมยครอบคลุมทั้งระบบงานและข้อมูลส่วนบุคคล
    องค์กรควรตรวจสอบใบรับรองและส่วนขยายต้องสงสัยทันที

    https://securityonline.info/emeditor-compromised-walsham-imposter-poisons-official-installer-with-spyware/
    🧨💻 EmEditor ถูกเจาะ! มัลแวร์ปลอมชื่อ “WALSHAM” ปลอมตัวเป็นตัวติดตั้งจริงและดูดข้อมูลผู้ใช้ เหตุการณ์โจมตีซัพพลายเชนครั้งใหญ่เกิดขึ้นก่อนวันคริสต์มาสเพียงไม่กี่วัน เมื่อ EmEditor โปรแกรมแก้ไขข้อความยอดนิยมถูกแฮกเกอร์สลับตัวติดตั้งจริงกับไฟล์ MSI อันตรายเป็นเวลานานเกือบ 4 วัน รายงานจากทีม RedDrip ของ Qianxin เผยว่าผู้ใช้จำนวนมาก—ตั้งแต่นักพัฒนาไปจนถึงทีมไอที—ดาวน์โหลดโทรจันขโมยข้อมูลโดยไม่รู้ตัวผ่านปุ่ม “Download Now” บนเว็บไซต์ทางการที่ถูกเปลี่ยนเส้นทางอย่างแนบเนียน สิ่งที่ทำให้การโจมตีครั้งนี้อันตรายยิ่งขึ้นคือไฟล์ปลอมถูกเซ็นด้วยใบรับรองดิจิทัลของบริษัทลวงชื่อ “WALSHAM INVESTMENTS LIMITED” แทนที่จะเป็น “Emurasoft, Inc.” ตัวมัลแวร์ไม่ได้เป็นเพียงตัวดาวน์โหลดธรรมดา แต่เป็นเครื่องมือดูดข้อมูลขั้นสูงที่รันสคริปต์ PowerShell เพื่อเก็บข้อมูลระบบ สร้างกุญแจ RSA และเข้ารหัสข้อมูลที่ถูกขโมย ก่อนส่งกลับไปยังผู้โจมตี ขอบเขตของข้อมูลที่ถูกล้วงมีความรุนแรงอย่างมาก ตั้งแต่คอนฟิก VPN, คุกกี้และรหัสผ่านจากเบราว์เซอร์ยอดนิยม, ไปจนถึงข้อมูลแอปพลิเคชันอย่าง Discord, Slack, Zoom, WinSCP และ PuTTY รวมถึงไฟล์ใน Desktop, Documents และ Downloads นอกจากนี้ มัลแวร์ยังติดตั้งส่วนขยายเบราว์เซอร์ปลอมชื่อ “Google Drive Caching” ซึ่งเป็นเครื่องมือจารกรรมเต็มรูปแบบที่สามารถ keylogging, ถ่ายภาพหน้าจอ, ขโมยบัญชีโฆษณา Facebook และดักเปลี่ยนที่อยู่กระเป๋าคริปโตในคลิปบอร์ดได้ ที่น่าสนใจคือมัลแวร์มี “รายการประเทศที่ไม่ต้องการติดเชื้อ” โดยจะหยุดทำงานทันทีหากพบภาษาระบบที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย ยูเครน คาซัคสถาน หรืออิหร่าน ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้ในกลุ่มภัยคุกคามระดับรัฐบางกลุ่ม เหตุการณ์นี้ถูกประเมินว่าเป็นภัยระดับสูงต่อองค์กรและหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะในจีนและประเทศที่ใช้ EmEditor อย่างแพร่หลาย ทีมความปลอดภัยถูกแนะนำให้ตรวจสอบใบรับรอง “WALSHAM INVESTMENTS LIMITED” และส่วนขยาย “Google Drive Caching” ทันที 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ EmEditor ถูกโจมตีซัพพลายเชนระหว่าง 19–22 ธันวาคม 2025 ➡️ ปุ่มดาวน์โหลดถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยัง MSI อันตราย ➡️ ไฟล์ปลอมเซ็นด้วยชื่อ “WALSHAM INVESTMENTS LIMITED” ➡️ มัลแวร์ใช้ PowerShell เก็บข้อมูลและเข้ารหัสด้วย RSA ➡️ ขโมยข้อมูล VPN, เบราว์เซอร์, แอปพลิเคชัน และไฟล์สำคัญ ➡️ ติดตั้งส่วนขยายปลอม “Google Drive Caching” เพื่อคงอยู่ในระบบ ➡️ ส่วนขยายมีความสามารถ keylogging, screenshot, ขโมยบัญชี และดักกระเป๋าคริปโต ➡️ มัลแวร์หยุดทำงานหากพบภาษาระบบของรัสเซีย–อดีตโซเวียต–อิหร่าน ➡️ เหตุการณ์ถูกประเมินว่าเป็นภัยระดับสูงต่อองค์กรและรัฐบาล ‼️ คำเตือนด้านความปลอดภัย ⛔ ซัพพลายเชนซอฟต์แวร์เป็นจุดโจมตีที่ตรวจจับยากและสร้างความเสียหายวงกว้าง ⛔ ไฟล์ MSI ที่เซ็นด้วยใบรับรองปลอมสามารถหลอกผู้ใช้ได้ง่าย ⛔ ส่วนขยายเบราว์เซอร์ปลอมเป็นช่องทางคงอยู่ที่อันตรายมาก ⛔ ข้อมูลที่ถูกขโมยครอบคลุมทั้งระบบงานและข้อมูลส่วนบุคคล ⛔ องค์กรควรตรวจสอบใบรับรองและส่วนขยายต้องสงสัยทันที https://securityonline.info/emeditor-compromised-walsham-imposter-poisons-official-installer-with-spyware/
    SECURITYONLINE.INFO
    EmEditor Compromised: "WALSHAM" Imposter Poisons Official Installer with Spyware
    EmEditor confirms its official site was compromised, redirecting users to a malicious MSI signed by WALSHAM INVESTMENTS LIMITED to steal sensitive data.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 143 มุมมอง 0 รีวิว
  • Cybersecurity Pros Admit to Moonlighting as BlackCat Ransomware Affiliates

    คดีนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการความปลอดภัยไซเบอร์ เมื่อผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์สองรายในสหรัฐฯ ยอมรับสารภาพว่าแอบทำงานเป็นผู้ร่วมปฏิบัติการ (affiliate) ให้กับแก๊งแรนซัมแวร์ชื่อกระฉ่อนอย่าง ALPHV/BlackCat ทั้งที่หน้าที่จริงของพวกเขาคือการปกป้องระบบเครือข่าย แต่กลับใช้ทักษะเดียวกันเพื่อโจมตีและรีดไถเงินจากเหยื่อแทน เหตุการณ์นี้เผยให้เห็นด้านมืดของวงการไซเบอร์ ที่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็อาจกลายเป็นภัยคุกคามได้

    ผู้ต้องหา Ryan Goldberg วัย 40 ปี และ Kevin Martin วัย 36 ปี ยอมรับผิดในศาลรัฐบาลกลางฟลอริดา โดยถูกตั้งข้อหาสมคบคิดเพื่อก่อเหตุกรรโชกผ่านแรนซัมแวร์ BlackCat ซึ่งเคยเล่นงานเหยื่อมากกว่า 1,000 รายทั่วโลก จุดที่ทำให้คดีนี้โดดเด่นคือทั้งคู่เป็นบุคลากรในอุตสาหกรรมไซเบอร์จริง ๆ และใช้ความรู้ระดับมืออาชีพในการเจาะระบบ เลือกเป้าหมาย และปล่อย payload แรนซัมแวร์ในฐานะ affiliate ของโมเดล Ransomware‑as‑a‑Service (RaaS)

    ตามเอกสารของศาล ทั้งคู่ทำงานร่วมกับผู้พัฒนา BlackCat ระหว่างเดือนเมษายนถึงธันวาคม 2023 โดยแบ่งผลประโยชน์ตามมาตรฐาน: 20% ให้ผู้ดูแล BlackCat และ 80% เป็นของพวกเขาเอง หนึ่งในเหยื่อถูกรีดไถสำเร็จเป็นเงินราว 1.2 ล้านดอลลาร์เป็น Bitcoin ซึ่งถูกแบ่งและฟอกเงินเพื่อปกปิดเส้นทางการเงิน การกระทำนี้ตอกย้ำว่าภัยคุกคามแรนซัมแวร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มอาชญากรต่างชาติ แต่สามารถเกิดจากบุคคลภายในประเทศที่มีสิทธิ์เข้าถึงระบบและมีทักษะสูง

    ในช่วงปลายปี 2023 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการใหญ่เพื่อรื้อโครงสร้างของ BlackCat ยึดเว็บไซต์หลายแห่ง และปล่อยเครื่องมือถอดรหัสที่ช่วยเหยื่อประหยัดเงินได้กว่า 99 ล้านดอลลาร์ สุดท้าย Goldberg และ Martin ถูกตั้งข้อหาสมคบคิดเพื่อขัดขวางหรือทำให้การค้าล่าช้าโดยการกรรโชก และมีกำหนดพิพากษาในเดือนมีนาคม 2026 โดยโทษสูงสุดอาจถึง 20 ปีในเรือนจำ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    ผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ 2 รายยอมรับว่าเป็น affiliate ของแรนซัมแวร์ BlackCat
    ทั้งคู่ใช้ทักษะด้านความปลอดภัยไซเบอร์เพื่อโจมตีแทนที่จะป้องกัน
    ทำงานในโมเดล RaaS ระหว่างเมษายน–ธันวาคม 2023
    แบ่งรายได้ 80% ให้ affiliate และ 20% ให้ผู้ดูแล BlackCat
    มีเหยื่อรายหนึ่งถูกรีดไถสำเร็จเป็นเงินประมาณ $1.2M
    DOJ เปิดปฏิบัติการยึดเว็บไซต์ BlackCat และปล่อยเครื่องมือถอดรหัส
    ทั้งคู่ถูกตั้งข้อหาสมคบคิดเพื่อกรรโชก และรอพิพากษาในปี 2026

    คำเตือนด้านความปลอดภัย
    บุคลากรภายในที่มีทักษะสูงอาจกลายเป็นภัยคุกคามได้
    โมเดล RaaS ทำให้ผู้โจมตีหน้าใหม่เข้าถึงเครื่องมือแรนซัมแวร์ได้ง่ายขึ้น
    การเข้าถึงระบบโดยชอบธรรมสามารถถูกนำไปใช้เพื่อโจมตีองค์กรได้
    องค์กรควรตรวจสอบสิทธิ์และพฤติกรรมของพนักงานด้านไอทีอย่างเข้มงวด

    https://securityonline.info/cybersecurity-pros-admit-to-moonlighting-as-blackcat-ransomware-affiliates/
    🕵️‍♂️💀 Cybersecurity Pros Admit to Moonlighting as BlackCat Ransomware Affiliates คดีนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการความปลอดภัยไซเบอร์ เมื่อผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์สองรายในสหรัฐฯ ยอมรับสารภาพว่าแอบทำงานเป็นผู้ร่วมปฏิบัติการ (affiliate) ให้กับแก๊งแรนซัมแวร์ชื่อกระฉ่อนอย่าง ALPHV/BlackCat ทั้งที่หน้าที่จริงของพวกเขาคือการปกป้องระบบเครือข่าย แต่กลับใช้ทักษะเดียวกันเพื่อโจมตีและรีดไถเงินจากเหยื่อแทน เหตุการณ์นี้เผยให้เห็นด้านมืดของวงการไซเบอร์ ที่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็อาจกลายเป็นภัยคุกคามได้ ผู้ต้องหา Ryan Goldberg วัย 40 ปี และ Kevin Martin วัย 36 ปี ยอมรับผิดในศาลรัฐบาลกลางฟลอริดา โดยถูกตั้งข้อหาสมคบคิดเพื่อก่อเหตุกรรโชกผ่านแรนซัมแวร์ BlackCat ซึ่งเคยเล่นงานเหยื่อมากกว่า 1,000 รายทั่วโลก จุดที่ทำให้คดีนี้โดดเด่นคือทั้งคู่เป็นบุคลากรในอุตสาหกรรมไซเบอร์จริง ๆ และใช้ความรู้ระดับมืออาชีพในการเจาะระบบ เลือกเป้าหมาย และปล่อย payload แรนซัมแวร์ในฐานะ affiliate ของโมเดล Ransomware‑as‑a‑Service (RaaS) ตามเอกสารของศาล ทั้งคู่ทำงานร่วมกับผู้พัฒนา BlackCat ระหว่างเดือนเมษายนถึงธันวาคม 2023 โดยแบ่งผลประโยชน์ตามมาตรฐาน: 20% ให้ผู้ดูแล BlackCat และ 80% เป็นของพวกเขาเอง หนึ่งในเหยื่อถูกรีดไถสำเร็จเป็นเงินราว 1.2 ล้านดอลลาร์เป็น Bitcoin ซึ่งถูกแบ่งและฟอกเงินเพื่อปกปิดเส้นทางการเงิน การกระทำนี้ตอกย้ำว่าภัยคุกคามแรนซัมแวร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มอาชญากรต่างชาติ แต่สามารถเกิดจากบุคคลภายในประเทศที่มีสิทธิ์เข้าถึงระบบและมีทักษะสูง ในช่วงปลายปี 2023 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการใหญ่เพื่อรื้อโครงสร้างของ BlackCat ยึดเว็บไซต์หลายแห่ง และปล่อยเครื่องมือถอดรหัสที่ช่วยเหยื่อประหยัดเงินได้กว่า 99 ล้านดอลลาร์ สุดท้าย Goldberg และ Martin ถูกตั้งข้อหาสมคบคิดเพื่อขัดขวางหรือทำให้การค้าล่าช้าโดยการกรรโชก และมีกำหนดพิพากษาในเดือนมีนาคม 2026 โดยโทษสูงสุดอาจถึง 20 ปีในเรือนจำ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ ผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ 2 รายยอมรับว่าเป็น affiliate ของแรนซัมแวร์ BlackCat ➡️ ทั้งคู่ใช้ทักษะด้านความปลอดภัยไซเบอร์เพื่อโจมตีแทนที่จะป้องกัน ➡️ ทำงานในโมเดล RaaS ระหว่างเมษายน–ธันวาคม 2023 ➡️ แบ่งรายได้ 80% ให้ affiliate และ 20% ให้ผู้ดูแล BlackCat ➡️ มีเหยื่อรายหนึ่งถูกรีดไถสำเร็จเป็นเงินประมาณ $1.2M ➡️ DOJ เปิดปฏิบัติการยึดเว็บไซต์ BlackCat และปล่อยเครื่องมือถอดรหัส ➡️ ทั้งคู่ถูกตั้งข้อหาสมคบคิดเพื่อกรรโชก และรอพิพากษาในปี 2026 ‼️ คำเตือนด้านความปลอดภัย ⛔ บุคลากรภายในที่มีทักษะสูงอาจกลายเป็นภัยคุกคามได้ ⛔ โมเดล RaaS ทำให้ผู้โจมตีหน้าใหม่เข้าถึงเครื่องมือแรนซัมแวร์ได้ง่ายขึ้น ⛔ การเข้าถึงระบบโดยชอบธรรมสามารถถูกนำไปใช้เพื่อโจมตีองค์กรได้ ⛔ องค์กรควรตรวจสอบสิทธิ์และพฤติกรรมของพนักงานด้านไอทีอย่างเข้มงวด https://securityonline.info/cybersecurity-pros-admit-to-moonlighting-as-blackcat-ransomware-affiliates/
    SECURITYONLINE.INFO
    Cybersecurity Pros Admit to Moonlighting as BlackCat Ransomware Affiliates
    Two US cybersecurity pros, Ryan Goldberg and Kevin Martin, plead guilty to moonlighting as ALPHV/BlackCat affiliates, extorting $1.2M from victims.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 134 มุมมอง 0 รีวิว
  • IMC Ambassador for Thailand
    1.1.2026

    รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น IMC Ambassador ประจำประเทศไทยครับ

    ผมมีความมุ่งมั่นที่จะนำประสบการณ์ด้านการวางกลยุทธ์และการพัฒนาผู้นำ มาใช้ในการยกระดับมาตรฐานการเป็นพี่เลี้ยง (Mentoring) ในประเทศไทย เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไปด้วยกัน

    https://lnkd.in/gm2PeRHQ

    #InternationalMentoringCenter #MentoringForAll #Thailand #Leadership #DrWasitPrombutr #IMC

    Distinguished Prof.Dr.Wasit Prombutr ศาสตราจารย์พิศิษฐ์ ดร.วสิษฐ์ พรหมบุตร • YouYouFounder&CEO of “DECHRIT GROUP”, Leading expert in Management Development Consulting, Mentoring & Coaching for shaping future leaders.Founder&CEO of “DECHRIT GROUP”, Leading expert in Management Development Consulting, Mentoring & Coaching for shaping future leaders.32m • Edited • 32 minutes ago • Edited • Visible to anyone on or off LinkedIn
    Thank you, International Mentoring Center (IMC), for trusting me with the role of IMC Ambassador for Thailand. It is a privilege to join this global movement.

    I am committed to leveraging my experience in organizational transformation and executive coaching to strengthen the mentoring ecosystem here. Together, we will build mentors who can bridge strategy with real-world execution to create sustainable impact.

    International Mentoring Center
    2,970 followers2,970 followers3h • 3 hours ago • Visible to anyone on or off LinkedIn

    We are proud to welcome Distinguished Prof.Dr.Wasit Prombutr ศาสตราจารย์พิศิษฐ์ ดร.วสิษฐ์ พรหมบุตร as the IMC Ambassador for #Thailand.

    A global leader in organizational transformation, Dr. Wasit brings over 30 years of executive leadership experience, having worked with 500+ organizations and 10,000+ leaders across 21 industries worldwide.

    Founder & CEO of 10X Consulting and Life Alignmentor, his expertise spans OKRs, KPIs, Balanced Scorecard, Agile/SCRUM and executive coaching, where strategy meets real-world execution.

    A Distinguished Professor, Forbes Coaches Council member and HBR Advisory Council contributor, Dr. Wasit is known for turning complex visions into measurable results.

    As an IMC Ambassador, he brings a strategy-driven, execution-focused mindset and a strong commitment to developing leaders and hashtag
    #mentors who can scale impact with clarity and purpose.

    International Mentoring Center

    #mentoringforall #mentormindset #internationalmentoringcenter

    (Organizational Transformation, Executive Coaching, Leadership Development, Strategic Management, OKRs and KPIs, Business Excellence, Global Leadership, Mentorship and Coaching, Thailand, Mentor)

    IMC Ambassador for Thailand 1.1.2026 รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น IMC Ambassador ประจำประเทศไทยครับ ผมมีความมุ่งมั่นที่จะนำประสบการณ์ด้านการวางกลยุทธ์และการพัฒนาผู้นำ มาใช้ในการยกระดับมาตรฐานการเป็นพี่เลี้ยง (Mentoring) ในประเทศไทย เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไปด้วยกัน https://lnkd.in/gm2PeRHQ #InternationalMentoringCenter #MentoringForAll #Thailand #Leadership #DrWasitPrombutr #IMC Distinguished Prof.Dr.Wasit Prombutr ศาสตราจารย์พิศิษฐ์ ดร.วสิษฐ์ พรหมบุตร • YouYouFounder&CEO of “DECHRIT GROUP”, Leading expert in Management Development Consulting, Mentoring & Coaching for shaping future leaders.Founder&CEO of “DECHRIT GROUP”, Leading expert in Management Development Consulting, Mentoring & Coaching for shaping future leaders.32m • Edited • 32 minutes ago • Edited • Visible to anyone on or off LinkedIn Thank you, International Mentoring Center (IMC), for trusting me with the role of IMC Ambassador for Thailand. It is a privilege to join this global movement. I am committed to leveraging my experience in organizational transformation and executive coaching to strengthen the mentoring ecosystem here. Together, we will build mentors who can bridge strategy with real-world execution to create sustainable impact. International Mentoring Center 2,970 followers2,970 followers3h • 3 hours ago • Visible to anyone on or off LinkedIn We are proud to welcome Distinguished Prof.Dr.Wasit Prombutr ศาสตราจารย์พิศิษฐ์ ดร.วสิษฐ์ พรหมบุตร as the IMC Ambassador for #Thailand. A global leader in organizational transformation, Dr. Wasit brings over 30 years of executive leadership experience, having worked with 500+ organizations and 10,000+ leaders across 21 industries worldwide. Founder & CEO of 10X Consulting and Life Alignmentor, his expertise spans OKRs, KPIs, Balanced Scorecard, Agile/SCRUM and executive coaching, where strategy meets real-world execution. A Distinguished Professor, Forbes Coaches Council member and HBR Advisory Council contributor, Dr. Wasit is known for turning complex visions into measurable results. As an IMC Ambassador, he brings a strategy-driven, execution-focused mindset and a strong commitment to developing leaders and hashtag #mentors who can scale impact with clarity and purpose. International Mentoring Center #mentoringforall #mentormindset #internationalmentoringcenter (Organizational Transformation, Executive Coaching, Leadership Development, Strategic Management, OKRs and KPIs, Business Excellence, Global Leadership, Mentorship and Coaching, Thailand, Mentor)
    Love
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 309 มุมมอง 0 รีวิว
  • Strategic Roadmap for Liberalizing Thailand’s Electricity Distribution Market: Part 1
    Date: 1 January 2026

    Thailand’s electricity distribution sector is effectively organized as two geographically exclusive retail-distribution monopolies: the Metropolitan Electricity Authority (MEA) serving Bangkok, Nonthaburi, and Samut Prakan, and the Provincial Electricity Authority (PEA) serving the other provinces. This structure delivered reliability and scale in an era of centralized generation and predictable demand growth, but it now creates economic and strategic constraints in a power system increasingly shaped by distributed energy resources (DER), corporate decarbonization requirements, and digitalization.
    At the same time, Thailand is beginning to experiment with market-opening mechanisms—most notably the emerging Third-Party Access (TPA) framework and a direct power purchase agreement (Direct PPA) pathway that would allow certain customers to contract for electricity supply while using existing networks. Thailand’s draft/advancing TPA code discussions and the evolving Direct PPA framework signal a policy direction toward selective liberalization, but they remain limited in scope and must be designed carefully to prevent discrimination, cost shifting, and reliability risks.
    This report proposes an “Open Grid, Open Market” roadmap that preserves national ownership and public-interest obligations of distribution networks, while introducing regulated competition in supply and value-added energy services. The core reform is to separate (functionally and in accounting) the “wires business” from the “energy retail business,” so that MEA/PEA (or their network arms) operate as neutral Distribution System Operators (DSOs) providing nondiscriminatory access to all qualified retailers, aggregators, and prosumers.

    Four pillars define the strategy:
    1. **Neutral network access via enforceable TPA**: Establish nondiscriminatory, transparent access to distribution networks with standardized connection, metering, settlement, and wheeling charges; align this with the evolving TPA code direction.
    2. **Unbundling to remove conflicts of interest**: Implement accounting separation immediately and functional separation on a defined timeline to prevent self-preferencing and cross-subsidies that can entrench monopoly power even after “market opening.”
    3. **Retail competition (phased contestability)**: Start with large customers and special economic zones, then expand to SMEs and households once metering, billing, and consumer protections are mature.
    4. **A digital market layer for DER and P2P**: Scale learnings from sandbox pilots toward a regulated platform for aggregation, peer-to-peer trading, flexibility services, and transparent renewable attribute tracking (where policy chooses to adopt it). Thailand’s P2P trading discussions and sandbox-related materials illustrate both feasibility and the need for rules to move from pilots to an economy-wide framework.
    If executed with discipline, these reforms can (a) lower total system costs through competitive procurement and demand-side flexibility, (b) accelerate clean-energy investment by enabling corporate procurement and DER participation, and (c) improve service quality by shifting utility incentives toward reliability, efficiency, and modernization rather than volume-based retail margins. The transition must be carefully sequenced so that universal service, affordability, and grid stability improve—not erode.

    To be continued——————————————————————————————————
    #DistributionMarketReform #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    Strategic Roadmap for Liberalizing Thailand’s Electricity Distribution Market: Part 1 Date: 1 January 2026 Thailand’s electricity distribution sector is effectively organized as two geographically exclusive retail-distribution monopolies: the Metropolitan Electricity Authority (MEA) serving Bangkok, Nonthaburi, and Samut Prakan, and the Provincial Electricity Authority (PEA) serving the other provinces. This structure delivered reliability and scale in an era of centralized generation and predictable demand growth, but it now creates economic and strategic constraints in a power system increasingly shaped by distributed energy resources (DER), corporate decarbonization requirements, and digitalization. At the same time, Thailand is beginning to experiment with market-opening mechanisms—most notably the emerging Third-Party Access (TPA) framework and a direct power purchase agreement (Direct PPA) pathway that would allow certain customers to contract for electricity supply while using existing networks. Thailand’s draft/advancing TPA code discussions and the evolving Direct PPA framework signal a policy direction toward selective liberalization, but they remain limited in scope and must be designed carefully to prevent discrimination, cost shifting, and reliability risks. This report proposes an “Open Grid, Open Market” roadmap that preserves national ownership and public-interest obligations of distribution networks, while introducing regulated competition in supply and value-added energy services. The core reform is to separate (functionally and in accounting) the “wires business” from the “energy retail business,” so that MEA/PEA (or their network arms) operate as neutral Distribution System Operators (DSOs) providing nondiscriminatory access to all qualified retailers, aggregators, and prosumers. Four pillars define the strategy: 1. **Neutral network access via enforceable TPA**: Establish nondiscriminatory, transparent access to distribution networks with standardized connection, metering, settlement, and wheeling charges; align this with the evolving TPA code direction. 2. **Unbundling to remove conflicts of interest**: Implement accounting separation immediately and functional separation on a defined timeline to prevent self-preferencing and cross-subsidies that can entrench monopoly power even after “market opening.” 3. **Retail competition (phased contestability)**: Start with large customers and special economic zones, then expand to SMEs and households once metering, billing, and consumer protections are mature. 4. **A digital market layer for DER and P2P**: Scale learnings from sandbox pilots toward a regulated platform for aggregation, peer-to-peer trading, flexibility services, and transparent renewable attribute tracking (where policy chooses to adopt it). Thailand’s P2P trading discussions and sandbox-related materials illustrate both feasibility and the need for rules to move from pilots to an economy-wide framework. If executed with discipline, these reforms can (a) lower total system costs through competitive procurement and demand-side flexibility, (b) accelerate clean-energy investment by enabling corporate procurement and DER participation, and (c) improve service quality by shifting utility incentives toward reliability, efficiency, and modernization rather than volume-based retail margins. The transition must be carefully sequenced so that universal service, affordability, and grid stability improve—not erode. To be continued—————————————————————————————————— #DistributionMarketReform #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 375 มุมมอง 0 รีวิว
  • How CBCT Dental Imaging Improves Accuracy in Implant Planning

    CBCT dental imaging plays a critical role in dental implant planning by providing precise three-dimensional visualization of the jawbone and surrounding structures. Successful implant placement depends on accurate assessment, which CBCT imaging delivers efficiently.

    Traditional X-rays offer limited information, often failing to show bone thickness or nerve location accurately. CBCT imaging eliminates these limitations by allowing clinicians to evaluate bone volume, density, and orientation in all dimensions.

    With CBCT scans, dentists can identify the exact position of vital structures such as the inferior alveolar nerve and maxillary sinus. This reduces the risk of nerve injury, sinus perforation, and implant failure.

    CBCT technology also supports guided implant surgery. Digital data from CBCT scans can be integrated with planning software to create surgical guides. These guides improve placement accuracy, shorten procedure time, and enhance patient comfort.

    Reference - https://www.marketresearchfuture.com/reports/cbct-dental-imaging-market-2203
    How CBCT Dental Imaging Improves Accuracy in Implant Planning CBCT dental imaging plays a critical role in dental implant planning by providing precise three-dimensional visualization of the jawbone and surrounding structures. Successful implant placement depends on accurate assessment, which CBCT imaging delivers efficiently. Traditional X-rays offer limited information, often failing to show bone thickness or nerve location accurately. CBCT imaging eliminates these limitations by allowing clinicians to evaluate bone volume, density, and orientation in all dimensions. With CBCT scans, dentists can identify the exact position of vital structures such as the inferior alveolar nerve and maxillary sinus. This reduces the risk of nerve injury, sinus perforation, and implant failure. CBCT technology also supports guided implant surgery. Digital data from CBCT scans can be integrated with planning software to create surgical guides. These guides improve placement accuracy, shorten procedure time, and enhance patient comfort. Reference - https://www.marketresearchfuture.com/reports/cbct-dental-imaging-market-2203
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 233 มุมมอง 0 รีวิว
  • Understanding Egg Allergy in Children: Signs Parents Should Never Ignore

    Egg allergy frequently appears during infancy or early childhood and is often one of the first food allergies diagnosed. Understanding early warning signs helps parents protect their children and manage symptoms effectively.

    In children, egg allergy symptoms typically appear shortly after consuming eggs or egg-containing foods. Skin reactions such as redness around the mouth, eczema flare-ups, or hives are among the earliest indicators. Digestive symptoms may include vomiting, diarrhea, abdominal cramps, or excessive fussiness in infants.

    Respiratory symptoms are also possible, including coughing, wheezing, nasal congestion, or shortness of breath. Though rare, severe reactions such as anaphylaxis can occur and require immediate emergency care.

    Egg allergy in children is most commonly triggered by egg white proteins. However, exposure may happen even in small amounts, including crumbs or cross-contaminated foods. Parents should be cautious when introducing solid foods and observe any unusual reactions.

    Diagnosis typically involves a combination of medical history, skin prick tests, blood tests, and supervised food challenges. A pediatric allergist can determine the severity of the allergy and recommend a personalized management plan.

    ➤➤ Reference - https://www.marketresearchfuture.com/reports/egg-allergy-market-4734
    Understanding Egg Allergy in Children: Signs Parents Should Never Ignore Egg allergy frequently appears during infancy or early childhood and is often one of the first food allergies diagnosed. Understanding early warning signs helps parents protect their children and manage symptoms effectively. In children, egg allergy symptoms typically appear shortly after consuming eggs or egg-containing foods. Skin reactions such as redness around the mouth, eczema flare-ups, or hives are among the earliest indicators. Digestive symptoms may include vomiting, diarrhea, abdominal cramps, or excessive fussiness in infants. Respiratory symptoms are also possible, including coughing, wheezing, nasal congestion, or shortness of breath. Though rare, severe reactions such as anaphylaxis can occur and require immediate emergency care. Egg allergy in children is most commonly triggered by egg white proteins. However, exposure may happen even in small amounts, including crumbs or cross-contaminated foods. Parents should be cautious when introducing solid foods and observe any unusual reactions. Diagnosis typically involves a combination of medical history, skin prick tests, blood tests, and supervised food challenges. A pediatric allergist can determine the severity of the allergy and recommend a personalized management plan. ➤➤ Reference - https://www.marketresearchfuture.com/reports/egg-allergy-market-4734
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 249 มุมมอง 0 รีวิว
  • ยุคใหม่ของการติดตั้งแอปบน Linux: 7 เครื่องมือจัดการ GitHub Binaries ที่ช่วยลดงานซ้ำซ้อน

    โลกของ Linux กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อซอฟต์แวร์จำนวนมากเลือกปล่อยเป็น pre‑compiled binaries บน GitHub Releases แทนการเข้าระบบแพ็กเกจของดิสโทรแบบดั้งเดิม ทำให้ผู้ใช้ต้องคอยเข้าไปดาวน์โหลดไฟล์เองอยู่บ่อยครั้ง บทความจาก It’s FOSS ชี้ให้เห็นว่าเครื่องมือรุ่นใหม่เหล่านี้ช่วย “ปิดช่องว่าง” ระหว่างแพ็กเกจเมเนเจอร์แบบเดิมกับโลกของ GitHub ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    หนึ่งในเครื่องมือที่โดดเด่นคือ Eget ซึ่งช่วยดาวน์โหลดและติดตั้งไบนารีจาก GitHub โดยอัตโนมัติ เพียงระบุชื่อรีโป มันจะเลือกไฟล์ที่เหมาะกับสถาปัตยกรรมของระบบให้ทันที นอกจากนี้ยังมี deb‑get ที่นำแนวคิด apt-get มาประยุกต์ใช้กับ .deb จาก GitHub, PPA และลิงก์ตรง ทำให้ผู้ใช้ Ubuntu และ Debian สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์นอกรีโปได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

    ฝั่ง GUI ก็มี Autonomix ที่ใช้ GTK4 + libadwaita ให้หน้าตาทันสมัย รองรับทั้ง .deb, .rpm, AppImage, Flatpak และ Snap พร้อมระบบติดตามเวอร์ชันในตัว ส่วนเครื่องมืออย่าง bin, Install Release, stew และ AFX ก็เน้นความสามารถเฉพาะทาง เช่น การจัดการหลายแหล่งซอฟต์แวร์, การซิงก์สถานะข้ามเครื่อง, การติดตั้งแบบ declarative และการจัดการปลั๊กอินเชลล์อย่างเป็นระบบ

    ภาพรวมแล้ว เครื่องมือเหล่านี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Linux ที่กำลังเคลื่อนสู่โลกที่ผู้พัฒนาปล่อยซอฟต์แวร์เองมากขึ้น และผู้ใช้ต้องการระบบจัดการไบนารีที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม ไม่ต้องรอแพ็กเกจจากดิสโทร และยังสามารถอัปเดตได้อัตโนมัติแบบแพ็กเกจเมเนเจอร์ดั้งเดิม ถือเป็นการผสมผสานระหว่างความคล่องตัวของ GitHub กับความสะดวกของระบบจัดการแพ็กเกจที่ผู้ใช้คุ้นเคย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เครื่องมือเด่นสำหรับจัดการ GitHub Binaries
    deb‑get: apt‑get สำหรับ .deb จาก GitHub, PPA, direct download
    Autonomix: ตัวเลือก GUI รองรับหลายฟอร์แมต เช่น deb/rpm/AppImage/Flatpak/Snap
    Eget: ดาวน์โหลดไบนารีอัตโนมัติจาก GitHub พร้อมเลือกไฟล์ที่ตรงสถาปัตยกรรม
    Install Release: ซิงก์สถานะแพ็กเกจข้ามเครื่องผ่านไฟล์ JSON
    bin: จัดการไบนารีจากหลายแหล่ง เช่น GitHub, GitLab, Docker, Hashicorp
    stew: ระบบ declarative ผ่าน Stewfile + UI แบบ interactive
    AFX: จัดการปลั๊กอินเชลล์ + ไบนารีด้วย YAML config

    ข้อควรระวังและข้อจำกัด
    ต้องพึ่งพา GitHub API ซึ่งอาจเจอ rate‑limit หากไม่ใช้ token
    บางเครื่องมือยังใหม่มาก เช่น Autonomix อาจมีบั๊กหรือฟีเจอร์ไม่ครบ
    การติดตั้งไบนารีนอกรีโปอาจขาดการตรวจสอบความปลอดภัยจากดิสโทร
    ระบบ declarative หรือ multi‑source อาจซับซ้อนสำหรับผู้ใช้ใหม่

    https://itsfoss.com/github-binaries-tools/
    📦⚙️ ยุคใหม่ของการติดตั้งแอปบน Linux: 7 เครื่องมือจัดการ GitHub Binaries ที่ช่วยลดงานซ้ำซ้อน โลกของ Linux กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อซอฟต์แวร์จำนวนมากเลือกปล่อยเป็น pre‑compiled binaries บน GitHub Releases แทนการเข้าระบบแพ็กเกจของดิสโทรแบบดั้งเดิม ทำให้ผู้ใช้ต้องคอยเข้าไปดาวน์โหลดไฟล์เองอยู่บ่อยครั้ง บทความจาก It’s FOSS ชี้ให้เห็นว่าเครื่องมือรุ่นใหม่เหล่านี้ช่วย “ปิดช่องว่าง” ระหว่างแพ็กเกจเมเนเจอร์แบบเดิมกับโลกของ GitHub ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในเครื่องมือที่โดดเด่นคือ Eget ซึ่งช่วยดาวน์โหลดและติดตั้งไบนารีจาก GitHub โดยอัตโนมัติ เพียงระบุชื่อรีโป มันจะเลือกไฟล์ที่เหมาะกับสถาปัตยกรรมของระบบให้ทันที นอกจากนี้ยังมี deb‑get ที่นำแนวคิด apt-get มาประยุกต์ใช้กับ .deb จาก GitHub, PPA และลิงก์ตรง ทำให้ผู้ใช้ Ubuntu และ Debian สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์นอกรีโปได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ฝั่ง GUI ก็มี Autonomix ที่ใช้ GTK4 + libadwaita ให้หน้าตาทันสมัย รองรับทั้ง .deb, .rpm, AppImage, Flatpak และ Snap พร้อมระบบติดตามเวอร์ชันในตัว ส่วนเครื่องมืออย่าง bin, Install Release, stew และ AFX ก็เน้นความสามารถเฉพาะทาง เช่น การจัดการหลายแหล่งซอฟต์แวร์, การซิงก์สถานะข้ามเครื่อง, การติดตั้งแบบ declarative และการจัดการปลั๊กอินเชลล์อย่างเป็นระบบ ภาพรวมแล้ว เครื่องมือเหล่านี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Linux ที่กำลังเคลื่อนสู่โลกที่ผู้พัฒนาปล่อยซอฟต์แวร์เองมากขึ้น และผู้ใช้ต้องการระบบจัดการไบนารีที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม ไม่ต้องรอแพ็กเกจจากดิสโทร และยังสามารถอัปเดตได้อัตโนมัติแบบแพ็กเกจเมเนเจอร์ดั้งเดิม ถือเป็นการผสมผสานระหว่างความคล่องตัวของ GitHub กับความสะดวกของระบบจัดการแพ็กเกจที่ผู้ใช้คุ้นเคย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เครื่องมือเด่นสำหรับจัดการ GitHub Binaries ➡️ deb‑get: apt‑get สำหรับ .deb จาก GitHub, PPA, direct download ➡️ Autonomix: ตัวเลือก GUI รองรับหลายฟอร์แมต เช่น deb/rpm/AppImage/Flatpak/Snap ➡️ Eget: ดาวน์โหลดไบนารีอัตโนมัติจาก GitHub พร้อมเลือกไฟล์ที่ตรงสถาปัตยกรรม ➡️ Install Release: ซิงก์สถานะแพ็กเกจข้ามเครื่องผ่านไฟล์ JSON ➡️ bin: จัดการไบนารีจากหลายแหล่ง เช่น GitHub, GitLab, Docker, Hashicorp ➡️ stew: ระบบ declarative ผ่าน Stewfile + UI แบบ interactive ➡️ AFX: จัดการปลั๊กอินเชลล์ + ไบนารีด้วย YAML config ‼️ ข้อควรระวังและข้อจำกัด ⛔ ต้องพึ่งพา GitHub API ซึ่งอาจเจอ rate‑limit หากไม่ใช้ token ⛔ บางเครื่องมือยังใหม่มาก เช่น Autonomix อาจมีบั๊กหรือฟีเจอร์ไม่ครบ ⛔ การติดตั้งไบนารีนอกรีโปอาจขาดการตรวจสอบความปลอดภัยจากดิสโทร ⛔ ระบบ declarative หรือ multi‑source อาจซับซ้อนสำหรับผู้ใช้ใหม่ https://itsfoss.com/github-binaries-tools/
    ITSFOSS.COM
    Stop Manually Checking GitHub Releases — These Tools Automatically Install & Update Apps on Linux
    These handy utilities tools simplify installing and managing binaries from GitHub releases on Linux.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 263 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไม่ต้องจ่าย $100/เดือนก็โค้ดด้วย AI ได้: คู่มือ Local Coding Models สำหรับสาย Dev ยุคใหม่

    บทความนี้เริ่มจากสมมติฐานที่น่าสนใจของผู้เขียน: “แทนที่จะจ่าย $100+/เดือนให้ Claude Code หรือ AI coding tools แบบคลาวด์ เอาเงินไปซื้อเครื่องแรง ๆ แล้วรันโมเดลโค้ดแบบ local จะคุ้มกว่าไหม?” เขาทดสอบด้วยการซื้อ MacBook Pro RAM 128GB แล้วลองรันโมเดลโค้ดระดับ 30B–80B ด้วยตัวเอง ผลลัพธ์แรกเริ่มเหมือนจะใช่ แต่หลังจากทดลองจริงหลายสัปดาห์ เขาพบว่าคำตอบที่ถูกต้องคือ “ใช่…แต่ก็ไม่ใช่” เพราะแม้ local models จะทำงานได้ดีมาก แต่ยังไม่สามารถแทนที่ frontier models ในงานระดับ production ได้ทั้งหมด

    ผู้เขียนยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าการทดลองครั้งแรก “ผิดพลาด” เพราะเขามองจากมุมของผู้ใช้สาย hobby มากกว่ามืออาชีพในองค์กรจริง ๆ แม้ local models จะทำงานได้ประมาณ 90% ของงานโค้ดทั่วไป แต่ “10% ที่เหลือ” คือส่วนที่สำคัญที่สุดในงานจริง และเป็นเหตุผลที่ subscription แบบ Claude Code หรือ Gemini Pro ยังจำเป็นสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง ความเสถียร และการจัดการ context ที่ซับซ้อน

    อย่างไรก็ตาม บทความชี้ให้เห็นข้อดีของ local models ที่หลายคนมองข้าม เช่น ความเสถียรที่ไม่ขึ้นกับผู้ให้บริการ ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (เหมาะกับงานที่มี IP สำคัญ) และความพร้อมใช้งานแม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ยังอธิบายอย่างละเอียดเรื่อง RAM, context window, quantization, serving tools (MLX vs Ollama) และการเลือกโมเดลที่เหมาะกับเครื่องของคุณ ซึ่งเป็นความรู้เชิงเทคนิคที่มีประโยชน์มากสำหรับ dev ที่อยากเริ่มรันโมเดลเอง

    สุดท้าย ผู้เขียนสรุปว่า local models “คุ้มค่า” ในฐานะ ตัวเสริม ไม่ใช่ ตัวแทน ของ frontier models โดยเฉพาะเมื่อใช้คู่กับ free tier ของ Gemini หรือโมเดลโอเพ่นซอร์สที่กำลังพัฒนาเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เขาย้ำว่าการซื้อเครื่องแรง ๆ อาจคุ้มในระยะยาว แต่ไม่ควรรีบยกเลิก subscription ถ้างานของคุณต้องการคุณภาพระดับสูงสุดของ AI coding tools

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Local models เก่งขึ้นมาก และทำงานได้ ~90% ของงานโค้ดทั่วไป
    แม้โมเดล 7B–30B ก็ทำงานได้ดีเกินคาด
    แต่ยังไม่ถึงระดับ frontier models ในงานที่ต้องการความแม่นยำสูง

    ข้อดีของการรันโมเดลแบบ local
    ไม่ต้องพึ่งคลาวด์ ไม่เจอปัญหา rate limit หรือ downtime
    เหมาะกับงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
    ใช้งานได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต เช่น บนเครื่องบินหรือใน secure network

    ความรู้เชิงเทคนิคที่ dev ควรรู้
    RAM คือปัจจัยสำคัญที่สุด (30B = ~60GB RAM ถ้าไม่ quantize)
    context window ใช้ RAM มากกว่าตัวโมเดลเสียอีก
    MLX เร็วกว่า Ollama บน Mac แต่ Ollama ใช้ง่ายกว่า

    ข้อควรระวัง / จุดที่ผู้เขียนแก้ไขความเข้าใจของตัวเอง
    local models ไม่เหมาะแทนที่ AI coding tools ในงาน production
    การ quantize KV cache อาจทำให้โมเดล “ลืม” reasoning trace
    การซื้อเครื่องแพง ๆ อาจไม่คุ้ม หากมี free tier ที่แรงขึ้นเรื่อย ๆ เช่น Gemini 3 Flash

    https://www.aiforswes.com/p/you-dont-need-to-spend-100mo-on-claude
    🧠💻 ไม่ต้องจ่าย $100/เดือนก็โค้ดด้วย AI ได้: คู่มือ Local Coding Models สำหรับสาย Dev ยุคใหม่ บทความนี้เริ่มจากสมมติฐานที่น่าสนใจของผู้เขียน: “แทนที่จะจ่าย $100+/เดือนให้ Claude Code หรือ AI coding tools แบบคลาวด์ เอาเงินไปซื้อเครื่องแรง ๆ แล้วรันโมเดลโค้ดแบบ local จะคุ้มกว่าไหม?” เขาทดสอบด้วยการซื้อ MacBook Pro RAM 128GB แล้วลองรันโมเดลโค้ดระดับ 30B–80B ด้วยตัวเอง ผลลัพธ์แรกเริ่มเหมือนจะใช่ แต่หลังจากทดลองจริงหลายสัปดาห์ เขาพบว่าคำตอบที่ถูกต้องคือ “ใช่…แต่ก็ไม่ใช่” เพราะแม้ local models จะทำงานได้ดีมาก แต่ยังไม่สามารถแทนที่ frontier models ในงานระดับ production ได้ทั้งหมด ผู้เขียนยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าการทดลองครั้งแรก “ผิดพลาด” เพราะเขามองจากมุมของผู้ใช้สาย hobby มากกว่ามืออาชีพในองค์กรจริง ๆ แม้ local models จะทำงานได้ประมาณ 90% ของงานโค้ดทั่วไป แต่ “10% ที่เหลือ” คือส่วนที่สำคัญที่สุดในงานจริง และเป็นเหตุผลที่ subscription แบบ Claude Code หรือ Gemini Pro ยังจำเป็นสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง ความเสถียร และการจัดการ context ที่ซับซ้อน อย่างไรก็ตาม บทความชี้ให้เห็นข้อดีของ local models ที่หลายคนมองข้าม เช่น ความเสถียรที่ไม่ขึ้นกับผู้ให้บริการ ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (เหมาะกับงานที่มี IP สำคัญ) และความพร้อมใช้งานแม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ยังอธิบายอย่างละเอียดเรื่อง RAM, context window, quantization, serving tools (MLX vs Ollama) และการเลือกโมเดลที่เหมาะกับเครื่องของคุณ ซึ่งเป็นความรู้เชิงเทคนิคที่มีประโยชน์มากสำหรับ dev ที่อยากเริ่มรันโมเดลเอง สุดท้าย ผู้เขียนสรุปว่า local models “คุ้มค่า” ในฐานะ ตัวเสริม ไม่ใช่ ตัวแทน ของ frontier models โดยเฉพาะเมื่อใช้คู่กับ free tier ของ Gemini หรือโมเดลโอเพ่นซอร์สที่กำลังพัฒนาเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เขาย้ำว่าการซื้อเครื่องแรง ๆ อาจคุ้มในระยะยาว แต่ไม่ควรรีบยกเลิก subscription ถ้างานของคุณต้องการคุณภาพระดับสูงสุดของ AI coding tools 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Local models เก่งขึ้นมาก และทำงานได้ ~90% ของงานโค้ดทั่วไป ➡️ แม้โมเดล 7B–30B ก็ทำงานได้ดีเกินคาด ➡️ แต่ยังไม่ถึงระดับ frontier models ในงานที่ต้องการความแม่นยำสูง ✅ ข้อดีของการรันโมเดลแบบ local ➡️ ไม่ต้องพึ่งคลาวด์ ไม่เจอปัญหา rate limit หรือ downtime ➡️ เหมาะกับงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ➡️ ใช้งานได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต เช่น บนเครื่องบินหรือใน secure network ✅ ความรู้เชิงเทคนิคที่ dev ควรรู้ ➡️ RAM คือปัจจัยสำคัญที่สุด (30B = ~60GB RAM ถ้าไม่ quantize) ➡️ context window ใช้ RAM มากกว่าตัวโมเดลเสียอีก ➡️ MLX เร็วกว่า Ollama บน Mac แต่ Ollama ใช้ง่ายกว่า ‼️ ข้อควรระวัง / จุดที่ผู้เขียนแก้ไขความเข้าใจของตัวเอง ⛔ local models ไม่เหมาะแทนที่ AI coding tools ในงาน production ⛔ การ quantize KV cache อาจทำให้โมเดล “ลืม” reasoning trace ⛔ การซื้อเครื่องแพง ๆ อาจไม่คุ้ม หากมี free tier ที่แรงขึ้นเรื่อย ๆ เช่น Gemini 3 Flash https://www.aiforswes.com/p/you-dont-need-to-spend-100mo-on-claude
    WWW.AIFORSWES.COM
    [Revised] You Don’t Need to Spend $100/mo on Claude Code: Your Guide to Local Coding Models
    What you need to know about local model tooling and the steps for setting one up yourself
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 349 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20251222 #securityonline

    Dify Side-Door Exposure: ช่องโหว่เปิดคอนฟิกระบบ LLM ให้คนแปลกหน้าเห็น
    ช่องโหว่ CVE‑2025‑63387 ใน Dify เวอร์ชัน 1.9.1 เปิดให้ผู้ไม่ผ่านการยืนยันตัวตนเข้าถึง endpoint /console/api/system-features ได้โดยตรง ทำให้ข้อมูลคอนฟิกภายในของระบบ LLM ถูกเปิดเผยแบบไม่ตั้งใจ ซึ่งอาจถูกใช้เป็นจุดตั้งต้นในการวางแผนโจมตีต่อเนื่อง แม้จะเป็นเพียงการรั่วไหลข้อมูล แต่ก็ถือเป็นความเสี่ยงระดับสูงสำหรับทีมที่กำลังนำ LLM ไปใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมโปรดักชัน
    https://securityonline.info/ais-exposed-side-door-dify-flaw-cve-2025-63387-leaks-system-configs-to-anonymous-users

    BlueDelta’s Silent Shift: GRU ใช้บริการฟรีอย่าง ngrok และ Mocky ลอบขโมยอีเมลยูเครน
    กลุ่ม BlueDelta (APT28) ของรัสเซียปรับยุทธวิธีใหม่โดยใช้บริการฟรี เช่น Mocky, DNS EXIT และ ngrok เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานชั่วคราวสำหรับขโมยบัญชี UKR.NET ผ่าน PDF ล่อเหยื่อและหน้าเว็บปลอมที่ดักทั้งรหัสผ่านและ 2FA แบบเรียลไทม์ พร้อมเทคนิคข้ามหน้าเตือนของ ngrok ด้วย header พิเศษ ทำให้การโจมตีแนบเนียนและตรวจจับยากขึ้น
    https://securityonline.info/the-grus-silent-shift-how-bluedelta-hijacks-ukrainian-webmail-using-ngrok-and-mocky

    Caminho to Compromise: BlindEagle ใช้อีเมลภายในรัฐโคลอมเบียโจมตีแบบเนียนกริบ
    BlindEagle (APT‑C‑36) ใช้บัญชีอีเมลภายในหน่วยงานรัฐโคลอมเบียที่ถูกยึดไปแล้ว ส่งฟิชชิงแนบ SVG เพื่อนำเหยื่อไปยังเว็บปลอมของศาลแรงงาน ก่อนเรียกใช้ JavaScript + PowerShell แบบ fileless และดาวน์โหลดภาพที่ซ่อนโค้ดผ่าน steganography เพื่อติดตั้ง Caminho downloader ซึ่งเชื่อมโยงตลาดมืดบราซิล และสุดท้ายดึง DCRAT ลงเครื่อง
    https://securityonline.info/caminho-to-compromise-blindeagle-hackers-hijack-government-emails-in-colombia

    DOCSWAP 2.0: Kimsuky ใช้ QR Code แพร่มัลแวร์มือถือเวอร์ชันใหม่
    Kimsuky กลุ่มแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือเปิดตัว DOCSWAP รุ่นอัปเกรดที่แพร่ผ่าน QR code และ smishing เพื่อหลอกให้เหยื่อติดตั้งแอปปลอมบน Android ตัวมัลแวร์ใช้ native decryption และ decoy behavior ใหม่เพื่อหลบการวิเคราะห์ ก่อนปลดล็อก RAT ที่สามารถขโมยไฟล์ ควบคุมเครื่อง และส่งข้อมูลกลับเซิร์ฟเวอร์ พร้อมหลักฐานเชื่อมโยง DPRK ผ่านข้อความ “Million OK!!!” บนโครงสร้างพื้นฐาน
    https://securityonline.info/north-koreas-kimsuky-upgrades-docswap-malware-to-hijack-smartphones-via-qr-codes

    Shadows of the North: แผนที่โครงสร้างไซเบอร์ DPRK ที่เชื่อมโยงทุกกลุ่มเข้าด้วยกัน
    รายงานร่วมของ Hunt.io และ Acronis เปิดโปงโครงสร้างพื้นฐานไซเบอร์ของเกาหลีเหนือที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกันอย่างแน่นหนา โดยพบว่า Lazarus, Kimsuky และ Bluenoroff แม้จะมีภารกิจต่างกัน แต่กลับใช้เซิร์ฟเวอร์ เครื่องมือ และโครงสร้างเครือข่ายร่วมกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ staging servers, credential-harvesting nodes ไปจนถึง FRP tunneling และโครงสร้างที่ผูกกับใบรับรอง SSL เดียวกัน เผยให้เห็น ecosystem ที่ทำงานแบบ “รวมศูนย์” เพื่อการจารกรรม การขโมยเงิน และปฏิบัติการทำลายล้างในระดับรัฐ
    https://securityonline.info/shadows-of-the-north-unmasking-the-sprawling-cyber-infrastructure-of-the-dprk

    ResidentBat: สปายแวร์ KGB ที่ติดตั้งผ่านการยึดมือถือจริง ไม่ต้องพึ่ง zero‑click
    การสืบสวนโดย RESIDENT.NGO และ RSF พบว่า KGB เบลารุสใช้สปายแวร์ชื่อ ResidentBat ที่ติดตั้งด้วยการยึดโทรศัพท์จากนักข่าวและนักกิจกรรมระหว่างการสอบสวน ก่อนบังคับให้ปลดล็อกเครื่องเพื่อดู PIN จากนั้นเจ้าหน้าที่นำเครื่องออกไปติดตั้งแอปที่ขอสิทธิ์สูงถึง 38 รายการ รวมถึงการใช้ Accessibility Service เพื่ออ่านข้อความจากแอปเข้ารหัสอย่าง Signal และ Telegram ทำให้มือถือกลายเป็นอุปกรณ์สอดแนมเต็มรูปแบบที่สามารถบันทึกหน้าจอ คีย์บอร์ด และข้อมูลส่วนตัวทั้งหมด
    https://securityonline.info/the-kgbs-all-seeing-eye-how-residentbat-spyware-turns-seized-phones-into-total-surveillance-tools

    AuraStealer: มัลแวร์ที่หลอกให้เหยื่อ “แฮ็กตัวเอง” ผ่านคลิป TikTok
    AuraStealer มัลแวร์แบบ MaaS ที่กำลังระบาด ใช้กลยุทธ์ “Scam‑Yourself” โดยหลอกเหยื่อผ่านคลิป TikTok ที่สอนปลดล็อกซอฟต์แวร์เถื่อน เมื่อเหยื่อตามขั้นตอนและรันคำสั่ง PowerShell เอง มัลแวร์จะถูกดาวน์โหลดและรันทันที ตัวมันใช้เทคนิคป้องกันการวิเคราะห์ขั้นสูง เช่น indirect control flow และ exception‑driven API hashing พร้อมความสามารถขโมยข้อมูลจากเบราว์เซอร์กว่า 110 ตัวและวอลเล็ตคริปโตจำนวนมาก แม้บางฟีเจอร์ยังทำงานไม่เสถียร แต่ความเสี่ยงยังสูงมาก
    https://securityonline.info/tiktoks-scam-yourself-trap-how-aurastealer-malware-tricks-users-into-hacking-their-own-pcs

    ClickFix Trap: หน้าตรวจสอบมนุษย์ปลอมที่นำไปสู่ Qilin Ransomware
    แคมเปญ ClickFix ใช้หน้า “ยืนยันว่าเป็นมนุษย์” ปลอมเพื่อหลอกให้เหยื่อดาวน์โหลด batch file ที่ติดตั้ง NetSupport RAT จากนั้นผู้โจมตีใช้ RAT เพื่อดึง StealC V2 ลงเครื่อง ก่อนใช้ข้อมูลที่ขโมยได้เจาะ VPN ขององค์กรและปล่อย Qilin ransomware ซึ่งเป็นหนึ่งใน RaaS ที่ทำเหยื่อมากที่สุดในช่วงปี 2024–2025 โซ่การโจมตีนี้เริ่มจากสคริปต์บนเว็บที่ถูกแฮ็กและจบลงด้วยการเข้ารหัสระบบทั้งองค์กร
    https://securityonline.info/clickfix-trap-fake-human-verification-leads-to-qilin-ransomware-infection

    Cellik Android RAT: มัลแวร์ที่แฝงตัวในแอป Google Play อย่างแนบเนียน
    Cellik เป็น Android RAT แบบบริการเช่า ที่ให้ผู้โจมตีเลือกแอปจาก Google Play แล้ว “ฉีด” payload ลงไปผ่านระบบ APK Builder ทำให้แอปที่ดูปกติกลายเป็นเครื่องมือสอดแนมเต็มรูปแบบ มันรองรับการสตรีมหน้าจอแบบเรียลไทม์ ควบคุมเครื่องจากระยะไกล เปิดกล้อง/ไมค์ และใช้ hidden browser เพื่อทำธุรกรรมหรือขโมยข้อมูลโดยที่ผู้ใช้ไม่เห็นอะไรบนหน้าจอ ถือเป็นการยกระดับภัยคุกคามมือถือให้เข้าถึงได้แม้กับอาชญากรทักษะต่ำ
    https://securityonline.info/the-silent-hijacker-new-cellik-android-rat-turns-legitimate-google-play-apps-into-surveillance-tools

    110 Milliseconds of Truth: Amazon ใช้ “ดีเลย์คีย์บอร์ด” เปิดโปงสายลับเกาหลีเหนือ
    Amazon เปิดเผยปฏิบัติการสกัดแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือที่ปลอมตัวเป็นพนักงานรีโมต โดยใช้ “laptop farms” ในสหรัฐฯ เพื่อสมัครงานและแทรกซึมองค์กร ความผิดปกติถูกจับได้จากค่า latency การพิมพ์ที่สูงถึง 110 มิลลิวินาที ซึ่งบ่งชี้ว่ามีการควบคุมเครื่องจากต่างประเทศ พร้อมสัญญาณอื่นอย่างภาษาอังกฤษที่ไม่เป็นธรรมชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนการเปลี่ยนยุทธวิธีของ DPRK ที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานในสหรัฐฯ เพื่อหลบการตรวจจับ และ Amazon ระบุว่าพยายามโจมตีเพิ่มขึ้นกว่า 27% ต่อไตรมาส
    https://securityonline.info/110-milliseconds-of-truth-how-amazon-used-lag-to-catch-a-north-korean-spy

    Dify’s Exposed Side Door: ช่องโหว่เปิดให้คนแปลกหน้าดูค่าคอนฟิกระบบ AI ได้
    แพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส Dify รุ่น 1.9.1 ถูกพบช่องโหว่ CVE-2025-63387 ที่ปล่อยให้ผู้ใช้ไม่ต้องล็อกอินก็เข้าถึง endpoint /console/api/system-features ได้ ทำให้ข้อมูลคอนฟิกภายในหลุดออกสู่สาธารณะ ซึ่งอาจถูกใช้เป็นจุดตั้งต้นของการโจมตีขั้นต่อไป ช่องโหว่นี้จัดเป็นระดับ High และเป็นตัวอย่างของความเสี่ยงเมื่อระบบ LLM ถูกนำไปใช้จริงโดยไม่มีการตรวจสอบสิทธิ์ที่เข้มงวด
    https://securityonline.info/ais-exposed-side-door-dify-flaw-cve-2025-63387-leaks-system-configs-to-anonymous-users

    BlueDelta’s Silent Shift: GRU ใช้ ngrok + Mocky ลอบขโมยอีเมลชาวยูเครน
    กลุ่ม BlueDelta (APT28) ของรัสเซียปรับยุทธวิธีใหม่ ใช้บริการฟรีอย่าง Mocky, DNS EXIT และ ngrok เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานชั่วคราวสำหรับขโมยบัญชี UKR.NET โดยแนบลิงก์ใน PDF เพื่อหลบระบบสแกนอีเมล ก่อนพาเหยื่อเข้าสู่เว็บปลอมที่ดักทั้งรหัสผ่านและ 2FA แบบเรียลไทม์ พร้อมเทคนิคข้ามหน้าเตือนของ ngrok ผ่าน header พิเศษ แสดงให้เห็นการปรับตัวของ GRU หลังถูกกวาดล้างโครงสร้างพื้นฐานในปี 2024
    https://securityonline.info/the-grus-silent-shift-how-bluedelta-hijacks-ukrainian-webmail-using-ngrok-and-mocky

    “Caminho” to Compromise: BlindEagle ใช้อีเมลภายในรัฐโคลอมเบียโจมตีแบบเนียนกริบ
    BlindEagle (APT-C-36) ใช้บัญชีอีเมลภายในหน่วยงานรัฐโคลอมเบียที่ถูกยึดไปแล้ว ส่งฟิชชิงที่แนบ SVG เพื่อนำเหยื่อไปยังเว็บปลอมของศาลแรงงาน ก่อนเรียกใช้ JavaScript + PowerShell แบบ fileless และดาวน์โหลดภาพที่ซ่อนโค้ดผ่าน steganography เพื่อติดตั้ง Caminho downloader ซึ่งเชื่อมโยงกับตลาดมืดบราซิล และสุดท้ายดึง DCRAT ลงเครื่อง เหตุการณ์นี้สะท้อนการยกระดับความซับซ้อนของกลุ่มในภูมิภาคละตินอเมริกา
    https://securityonline.info/caminho-to-compromise-blindeagle-hackers-hijack-government-emails-in-colombia

    Kimsuky DOCSWAP 2.0: มัลแวร์มือถือเวอร์ชันใหม่ติดผ่าน QR Code
    Kimsuky กลุ่มแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือเปิดตัว DOCSWAP รุ่นอัปเกรดที่แพร่ผ่าน QR code และ smishing เพื่อหลอกให้เหยื่อติดตั้งแอปปลอมบนมือถือ Android ตัวมัลแวร์ใช้ native decryption และ decoy behavior ใหม่เพื่อหลบการวิเคราะห์ ก่อนปลดล็อก RAT ที่สามารถขโมยไฟล์ ควบคุมเครื่อง และส่งข้อมูลกลับเซิร์ฟเวอร์ โดยมีหลักฐานเชื่อมโยงกับ DPRK ผ่านข้อความ “Million OK!!!” และคอมเมนต์ภาษาเกาหลีบนโครงสร้างพื้นฐาน
    https://securityonline.info/north-koreas-kimsuky-upgrades-docswap-malware-to-hijack-smartphones-via-qr-codes

    Exim’s Poisoned Record: แพตช์ที่พลาดเปิดช่อง SQL Injection สู่ Heap Overflow ระดับวิกฤต
    รายงานใหม่เผยว่า Exim 4.99 ยังมีช่องโหว่ลึกที่ไม่ได้รับการแก้ไขจากแพตช์ก่อนหน้า ทำให้ SQL injection ผ่านระบบ ratelimit สามารถนำไปสู่ heap overflow ขนาดใหญ่ถึง 1.5MB ซึ่งอาจเปิดทางสู่ RCE แม้ยังไม่ยืนยันเต็มรูปแบบ ช่องโหว่นี้เกิดจากการ sanitize คีย์ฐานข้อมูลไม่ครบถ้วนและการอ่านค่า bloom_size โดยไม่ตรวจสอบ ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถวาง “ระเบิดเวลา” ในฐานข้อมูลและทำให้เซิร์ฟเวอร์ล่มหรือถูกควบคุมได้ในบางเงื่อนไข
    https://securityonline.info/exims-poisoned-record-how-a-failed-patch-and-sql-injection-lead-to-critical-heap-overflows

    HPE OneView RCE: ช่องโหว่ CVSS 10.0 เปิดประตูให้รันคำสั่งโดยไม่ต้องล็อกอิน
    ช่องโหว่ร้ายแรงใน HPE OneView (CVE-2025-37164) เปิดให้ผู้โจมตีเรียกใช้ API ลับ /rest/id-pools/executeCommand ที่ตั้งค่าเป็น NO_AUTH ทำให้สามารถส่งคำสั่งระบบผ่าน Runtime.exec ได้ทันที นักวิจัยพบว่าเฉพาะบางเวอร์ชัน—โดยเฉพาะ OneView for VMs 6.x และ OneView for Synergy—ได้รับผลกระทบเต็มรูปแบบ และมี PoC พร้อมใช้งานแล้ว ทำให้ผู้ดูแลต้องเร่งอัปเดตหรือใช้ hotfix โดยด่วน
    https://securityonline.info/poc-available-unauthenticated-hpe-oneview-rce-cvss-10-0-exploits-hidden-id-pools-api

    Meta พลิกทิศ: หยุดพาร์ตเนอร์ VR เพื่อทุ่มทรัพยากรสู่แว่น AI
    Meta ตัดสินใจ “พัก” โครงการเปิด Horizon OS ให้ผู้ผลิตรายอื่น เช่น ASUS และ Lenovo หลังพบว่าทิศทางตลาด VR ยังไม่ชัดเจน ขณะที่แว่นอัจฉริยะอย่าง Ray-Ban Meta กลับเติบโตแรง บริษัทจึงหันไปโฟกัสฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของตัวเอง โดยเฉพาะสาย AI glasses และโปรเจกต์ Orion ซึ่งอาจเป็นเส้นทางสู่การใช้งานจริงในวงกว้างมากกว่า VR แบบเดิม
    https://securityonline.info/vr-vision-shift-meta-pauses-third-party-partnerships-to-pivot-toward-ai-smart-glasses

    Kimwolf Botnet: กองทัพ IoT 1.8 ล้านเครื่องที่ยิงทราฟฟิกแซง Google
    บอตเน็ต Kimwolf ที่โจมตีอุปกรณ์ Android TV และกล่องรับสัญญาณกว่า 1.8 ล้านเครื่องทั่วโลก ถูกพบว่าส่งคำสั่ง DDoS มากถึง 1.7 พันล้านครั้งในช่วงไม่กี่วัน ทำให้โดเมน C2 ของมันขึ้นอันดับหนึ่งบน Cloudflare DNS แซง Google ชั่วคราว มัลแวร์นี้ไม่เพียงยิง DDoS แต่ยังมี reverse shell และ proxy forwarding ทำให้ผู้โจมตีใช้เป็นฐานปฏิบัติการขยายผลได้อย่างกว้างขวาง
    https://securityonline.info/the-wolf-among-tvs-1-8-million-strong-kimwolf-botnet-surpasses-google-traffic-to-rule-the-iot

    Windows Server 2025 ปลดล็อก NVMe Native I/O เร็วขึ้น 70% ลดโหลด CPU เกือบครึ่ง
    Microsoft เปิดใช้ Native NVMe I/O ใน Windows Server 2025 ซึ่งตัดชั้นแปลคำสั่ง SCSI/SATA ออก ทำให้ IOPS เพิ่มขึ้นสูงสุด 70% และลด CPU load ได้ถึง 45% ในงาน I/O หนัก โดยเฉพาะฐานข้อมูลและงาน AI แม้ผลลัพธ์ในชุมชนยังหลากหลาย แต่การออกแบบ pipeline ใหม่ทั้งหมดบ่งชี้ว่าระบบที่ใช้ SSD PCIe 5.0 จะได้ประโยชน์สูงสุด
    https://securityonline.info/the-end-of-scsi-windows-server-2025-unlocks-70-faster-storage-with-native-nvme-i-o

    The $100M Stalker: เครือข่าย Nefilim ล่ม—แก๊ง Big Game Hunting สารภาพผิด
    คดีใหญ่ของกลุ่มแรนซัมแวร์ Nefilim เดินหน้าเข้าสู่ตอนสำคัญเมื่อ Artem Stryzhak แฮ็กเกอร์ชาวยูเครนยอมรับสารภาพว่ามีส่วนร่วมในปฏิบัติการโจมตีองค์กรรายได้เกิน 100–200 ล้านดอลลาร์ โดยใช้โมเดลแบ่งกำไรและระบบ “panel” ในการจัดการเหยื่อ พร้อมใช้กลยุทธ์ double extortion ขโมยข้อมูลก่อนล็อกไฟล์ ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ยังล่าตัวหัวโจกอีกคนพร้อมตั้งค่าหัว 11 ล้านดอลลาร์ สะท้อนความซับซ้อนและความระแวงภายในโลกอาชญากรรมไซเบอร์ที่กำลังถูกบีบเข้ามาเรื่อย ๆ
    https://securityonline.info/the-100m-stalker-nefilim-ransomware-affiliate-pleads-guilty-as-doj-hunts-fugitive-leader

    Microsoft ปิดฉาก Telephone Activation—เข้าสู่ยุคยืนยันสิทธิ์ผ่านเว็บเต็มรูปแบบ
    ไมโครซอฟท์ยุติระบบโทรศัพท์สำหรับการ Activate Windows/Office ที่เคยเป็นทางเลือกสำคัญในสภาพแวดล้อมออฟไลน์ โดยผู้ใช้ถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังพอร์ทัลออนไลน์แทน แม้ยังไม่ชัดเจนว่าการคำนวณ Activation ID แบบออฟไลน์ถูกยกเลิกจริงหรือเพียงย้ายไปอยู่บนเว็บ แต่การเปลี่ยนผ่านนี้อาจกระทบองค์กรที่ต้องการระบบ Activate แบบไม่พึ่งอินเทอร์เน็ต และสะท้อนทิศทางใหม่ที่เน้นการควบคุมผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น
    https://securityonline.info/hang-up-the-phone-microsoft-retires-telephone-activation-for-an-online-portal

    OpenAI เปิดสไลเดอร์ปรับ “อารมณ์” ChatGPT—ยุติภาพลักษณ์หุ่นยนต์
    OpenAI ปรับประสบการณ์ใช้งาน ChatGPT ครั้งใหญ่ด้วยตัวเลือกปรับโทนเสียง อารมณ์ การใช้หัวข้อ/ลิสต์ และจำนวนอีโมจิ เพื่อแก้ปัญหาที่ผู้ใช้มองว่า GPT-5 เย็นชาเกินไปหรือบางครั้งก็ประจบเกินเหตุ การเปิดให้ผู้ใช้ควบคุมบุคลิกของโมเดลเองสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากโมเดลกลางสู่ประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม
    https://securityonline.info/the-end-of-robotic-ai-openai-unlocks-sliders-to-control-chatgpts-warmth-and-tone

    n8n เจอช่องโหว่ CVSS 10.0—Expression Injection พาไปสู่ยึดเซิร์ฟเวอร์เต็มตัว
    แพลตฟอร์ม workflow automation ยอดนิยม n8n เผชิญช่องโหว่ร้ายแรงระดับ 10.0 ที่เปิดทางให้ผู้ใช้ที่ล็อกอินได้สามารถฉีดโค้ดผ่านระบบ Expression Evaluation และหลุดออกจาก sandbox ไปสั่งคำสั่งระดับระบบปฏิบัติการ ส่งผลให้ผู้โจมตีเข้าถึงข้อมูล แก้ไข workflow หรือยึดเครื่องแม่ข่ายได้ทันที ผู้ดูแลระบบถูกเร่งให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.122.0 โดยด่วน
    https://securityonline.info/n8n-under-fire-critical-cvss-10-0-rce-vulnerability-grants-total-server-access

    Device Code Phishing: แฮ็กเกอร์ใช้ฟีเจอร์จริงของ Microsoft 365 เพื่อยึดบัญชี
    แคมเปญโจมตีรูปแบบใหม่ใช้ “Device Code” ซึ่งเป็นฟีเจอร์จริงของ Microsoft OAuth 2.0 หลอกให้เหยื่อกรอกรหัสบนเว็บ Microsoft ที่ถูกต้อง ทำให้แอปของผู้โจมตีได้รับสิทธิ์เข้าถึงบัญชีโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน วิธีนี้หลบการตรวจสอบ URL ปลอมได้อย่างแนบเนียน และถูกใช้โดยทั้งกลุ่มรัฐหนุนและอาชญากรไซเบอร์เพื่อยึดบัญชีองค์กรในวงกว้าง
    ​​​​​​​ https://securityonline.info/hackers-abuse-device-codes-to-bypass-security-and-seize-microsoft-365-accounts
    📌🔐🟡 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🟡🔐📌 #รวมข่าวIT #20251222 #securityonline 🧩 Dify Side-Door Exposure: ช่องโหว่เปิดคอนฟิกระบบ LLM ให้คนแปลกหน้าเห็น ช่องโหว่ CVE‑2025‑63387 ใน Dify เวอร์ชัน 1.9.1 เปิดให้ผู้ไม่ผ่านการยืนยันตัวตนเข้าถึง endpoint /console/api/system-features ได้โดยตรง ทำให้ข้อมูลคอนฟิกภายในของระบบ LLM ถูกเปิดเผยแบบไม่ตั้งใจ ซึ่งอาจถูกใช้เป็นจุดตั้งต้นในการวางแผนโจมตีต่อเนื่อง แม้จะเป็นเพียงการรั่วไหลข้อมูล แต่ก็ถือเป็นความเสี่ยงระดับสูงสำหรับทีมที่กำลังนำ LLM ไปใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมโปรดักชัน 🔗 https://securityonline.info/ais-exposed-side-door-dify-flaw-cve-2025-63387-leaks-system-configs-to-anonymous-users 🎯 BlueDelta’s Silent Shift: GRU ใช้บริการฟรีอย่าง ngrok และ Mocky ลอบขโมยอีเมลยูเครน กลุ่ม BlueDelta (APT28) ของรัสเซียปรับยุทธวิธีใหม่โดยใช้บริการฟรี เช่น Mocky, DNS EXIT และ ngrok เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานชั่วคราวสำหรับขโมยบัญชี UKR.NET ผ่าน PDF ล่อเหยื่อและหน้าเว็บปลอมที่ดักทั้งรหัสผ่านและ 2FA แบบเรียลไทม์ พร้อมเทคนิคข้ามหน้าเตือนของ ngrok ด้วย header พิเศษ ทำให้การโจมตีแนบเนียนและตรวจจับยากขึ้น 🔗 https://securityonline.info/the-grus-silent-shift-how-bluedelta-hijacks-ukrainian-webmail-using-ngrok-and-mocky 📨 Caminho to Compromise: BlindEagle ใช้อีเมลภายในรัฐโคลอมเบียโจมตีแบบเนียนกริบ BlindEagle (APT‑C‑36) ใช้บัญชีอีเมลภายในหน่วยงานรัฐโคลอมเบียที่ถูกยึดไปแล้ว ส่งฟิชชิงแนบ SVG เพื่อนำเหยื่อไปยังเว็บปลอมของศาลแรงงาน ก่อนเรียกใช้ JavaScript + PowerShell แบบ fileless และดาวน์โหลดภาพที่ซ่อนโค้ดผ่าน steganography เพื่อติดตั้ง Caminho downloader ซึ่งเชื่อมโยงตลาดมืดบราซิล และสุดท้ายดึง DCRAT ลงเครื่อง 🔗 https://securityonline.info/caminho-to-compromise-blindeagle-hackers-hijack-government-emails-in-colombia 📱 DOCSWAP 2.0: Kimsuky ใช้ QR Code แพร่มัลแวร์มือถือเวอร์ชันใหม่ Kimsuky กลุ่มแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือเปิดตัว DOCSWAP รุ่นอัปเกรดที่แพร่ผ่าน QR code และ smishing เพื่อหลอกให้เหยื่อติดตั้งแอปปลอมบน Android ตัวมัลแวร์ใช้ native decryption และ decoy behavior ใหม่เพื่อหลบการวิเคราะห์ ก่อนปลดล็อก RAT ที่สามารถขโมยไฟล์ ควบคุมเครื่อง และส่งข้อมูลกลับเซิร์ฟเวอร์ พร้อมหลักฐานเชื่อมโยง DPRK ผ่านข้อความ “Million OK!!!” บนโครงสร้างพื้นฐาน 🔗 https://securityonline.info/north-koreas-kimsuky-upgrades-docswap-malware-to-hijack-smartphones-via-qr-codes 🕶️ Shadows of the North: แผนที่โครงสร้างไซเบอร์ DPRK ที่เชื่อมโยงทุกกลุ่มเข้าด้วยกัน รายงานร่วมของ Hunt.io และ Acronis เปิดโปงโครงสร้างพื้นฐานไซเบอร์ของเกาหลีเหนือที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกันอย่างแน่นหนา โดยพบว่า Lazarus, Kimsuky และ Bluenoroff แม้จะมีภารกิจต่างกัน แต่กลับใช้เซิร์ฟเวอร์ เครื่องมือ และโครงสร้างเครือข่ายร่วมกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ staging servers, credential-harvesting nodes ไปจนถึง FRP tunneling และโครงสร้างที่ผูกกับใบรับรอง SSL เดียวกัน เผยให้เห็น ecosystem ที่ทำงานแบบ “รวมศูนย์” เพื่อการจารกรรม การขโมยเงิน และปฏิบัติการทำลายล้างในระดับรัฐ 🔗 https://securityonline.info/shadows-of-the-north-unmasking-the-sprawling-cyber-infrastructure-of-the-dprk 📱 ResidentBat: สปายแวร์ KGB ที่ติดตั้งผ่านการยึดมือถือจริง ไม่ต้องพึ่ง zero‑click การสืบสวนโดย RESIDENT.NGO และ RSF พบว่า KGB เบลารุสใช้สปายแวร์ชื่อ ResidentBat ที่ติดตั้งด้วยการยึดโทรศัพท์จากนักข่าวและนักกิจกรรมระหว่างการสอบสวน ก่อนบังคับให้ปลดล็อกเครื่องเพื่อดู PIN จากนั้นเจ้าหน้าที่นำเครื่องออกไปติดตั้งแอปที่ขอสิทธิ์สูงถึง 38 รายการ รวมถึงการใช้ Accessibility Service เพื่ออ่านข้อความจากแอปเข้ารหัสอย่าง Signal และ Telegram ทำให้มือถือกลายเป็นอุปกรณ์สอดแนมเต็มรูปแบบที่สามารถบันทึกหน้าจอ คีย์บอร์ด และข้อมูลส่วนตัวทั้งหมด 🔗 https://securityonline.info/the-kgbs-all-seeing-eye-how-residentbat-spyware-turns-seized-phones-into-total-surveillance-tools 🎭 AuraStealer: มัลแวร์ที่หลอกให้เหยื่อ “แฮ็กตัวเอง” ผ่านคลิป TikTok AuraStealer มัลแวร์แบบ MaaS ที่กำลังระบาด ใช้กลยุทธ์ “Scam‑Yourself” โดยหลอกเหยื่อผ่านคลิป TikTok ที่สอนปลดล็อกซอฟต์แวร์เถื่อน เมื่อเหยื่อตามขั้นตอนและรันคำสั่ง PowerShell เอง มัลแวร์จะถูกดาวน์โหลดและรันทันที ตัวมันใช้เทคนิคป้องกันการวิเคราะห์ขั้นสูง เช่น indirect control flow และ exception‑driven API hashing พร้อมความสามารถขโมยข้อมูลจากเบราว์เซอร์กว่า 110 ตัวและวอลเล็ตคริปโตจำนวนมาก แม้บางฟีเจอร์ยังทำงานไม่เสถียร แต่ความเสี่ยงยังสูงมาก 🔗 https://securityonline.info/tiktoks-scam-yourself-trap-how-aurastealer-malware-tricks-users-into-hacking-their-own-pcs 🧪 ClickFix Trap: หน้าตรวจสอบมนุษย์ปลอมที่นำไปสู่ Qilin Ransomware แคมเปญ ClickFix ใช้หน้า “ยืนยันว่าเป็นมนุษย์” ปลอมเพื่อหลอกให้เหยื่อดาวน์โหลด batch file ที่ติดตั้ง NetSupport RAT จากนั้นผู้โจมตีใช้ RAT เพื่อดึง StealC V2 ลงเครื่อง ก่อนใช้ข้อมูลที่ขโมยได้เจาะ VPN ขององค์กรและปล่อย Qilin ransomware ซึ่งเป็นหนึ่งใน RaaS ที่ทำเหยื่อมากที่สุดในช่วงปี 2024–2025 โซ่การโจมตีนี้เริ่มจากสคริปต์บนเว็บที่ถูกแฮ็กและจบลงด้วยการเข้ารหัสระบบทั้งองค์กร 🔗 https://securityonline.info/clickfix-trap-fake-human-verification-leads-to-qilin-ransomware-infection 🐾 Cellik Android RAT: มัลแวร์ที่แฝงตัวในแอป Google Play อย่างแนบเนียน Cellik เป็น Android RAT แบบบริการเช่า ที่ให้ผู้โจมตีเลือกแอปจาก Google Play แล้ว “ฉีด” payload ลงไปผ่านระบบ APK Builder ทำให้แอปที่ดูปกติกลายเป็นเครื่องมือสอดแนมเต็มรูปแบบ มันรองรับการสตรีมหน้าจอแบบเรียลไทม์ ควบคุมเครื่องจากระยะไกล เปิดกล้อง/ไมค์ และใช้ hidden browser เพื่อทำธุรกรรมหรือขโมยข้อมูลโดยที่ผู้ใช้ไม่เห็นอะไรบนหน้าจอ ถือเป็นการยกระดับภัยคุกคามมือถือให้เข้าถึงได้แม้กับอาชญากรทักษะต่ำ 🔗 https://securityonline.info/the-silent-hijacker-new-cellik-android-rat-turns-legitimate-google-play-apps-into-surveillance-tools 🕵️‍♀️ 110 Milliseconds of Truth: Amazon ใช้ “ดีเลย์คีย์บอร์ด” เปิดโปงสายลับเกาหลีเหนือ Amazon เปิดเผยปฏิบัติการสกัดแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือที่ปลอมตัวเป็นพนักงานรีโมต โดยใช้ “laptop farms” ในสหรัฐฯ เพื่อสมัครงานและแทรกซึมองค์กร ความผิดปกติถูกจับได้จากค่า latency การพิมพ์ที่สูงถึง 110 มิลลิวินาที ซึ่งบ่งชี้ว่ามีการควบคุมเครื่องจากต่างประเทศ พร้อมสัญญาณอื่นอย่างภาษาอังกฤษที่ไม่เป็นธรรมชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนการเปลี่ยนยุทธวิธีของ DPRK ที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานในสหรัฐฯ เพื่อหลบการตรวจจับ และ Amazon ระบุว่าพยายามโจมตีเพิ่มขึ้นกว่า 27% ต่อไตรมาส 🔗 https://securityonline.info/110-milliseconds-of-truth-how-amazon-used-lag-to-catch-a-north-korean-spy 🧩 Dify’s Exposed Side Door: ช่องโหว่เปิดให้คนแปลกหน้าดูค่าคอนฟิกระบบ AI ได้ แพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส Dify รุ่น 1.9.1 ถูกพบช่องโหว่ CVE-2025-63387 ที่ปล่อยให้ผู้ใช้ไม่ต้องล็อกอินก็เข้าถึง endpoint /console/api/system-features ได้ ทำให้ข้อมูลคอนฟิกภายในหลุดออกสู่สาธารณะ ซึ่งอาจถูกใช้เป็นจุดตั้งต้นของการโจมตีขั้นต่อไป ช่องโหว่นี้จัดเป็นระดับ High และเป็นตัวอย่างของความเสี่ยงเมื่อระบบ LLM ถูกนำไปใช้จริงโดยไม่มีการตรวจสอบสิทธิ์ที่เข้มงวด 🔗 https://securityonline.info/ais-exposed-side-door-dify-flaw-cve-2025-63387-leaks-system-configs-to-anonymous-users 🎯 BlueDelta’s Silent Shift: GRU ใช้ ngrok + Mocky ลอบขโมยอีเมลชาวยูเครน กลุ่ม BlueDelta (APT28) ของรัสเซียปรับยุทธวิธีใหม่ ใช้บริการฟรีอย่าง Mocky, DNS EXIT และ ngrok เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานชั่วคราวสำหรับขโมยบัญชี UKR.NET โดยแนบลิงก์ใน PDF เพื่อหลบระบบสแกนอีเมล ก่อนพาเหยื่อเข้าสู่เว็บปลอมที่ดักทั้งรหัสผ่านและ 2FA แบบเรียลไทม์ พร้อมเทคนิคข้ามหน้าเตือนของ ngrok ผ่าน header พิเศษ แสดงให้เห็นการปรับตัวของ GRU หลังถูกกวาดล้างโครงสร้างพื้นฐานในปี 2024 🔗 https://securityonline.info/the-grus-silent-shift-how-bluedelta-hijacks-ukrainian-webmail-using-ngrok-and-mocky 📨 “Caminho” to Compromise: BlindEagle ใช้อีเมลภายในรัฐโคลอมเบียโจมตีแบบเนียนกริบ BlindEagle (APT-C-36) ใช้บัญชีอีเมลภายในหน่วยงานรัฐโคลอมเบียที่ถูกยึดไปแล้ว ส่งฟิชชิงที่แนบ SVG เพื่อนำเหยื่อไปยังเว็บปลอมของศาลแรงงาน ก่อนเรียกใช้ JavaScript + PowerShell แบบ fileless และดาวน์โหลดภาพที่ซ่อนโค้ดผ่าน steganography เพื่อติดตั้ง Caminho downloader ซึ่งเชื่อมโยงกับตลาดมืดบราซิล และสุดท้ายดึง DCRAT ลงเครื่อง เหตุการณ์นี้สะท้อนการยกระดับความซับซ้อนของกลุ่มในภูมิภาคละตินอเมริกา 🔗 https://securityonline.info/caminho-to-compromise-blindeagle-hackers-hijack-government-emails-in-colombia 📱 Kimsuky DOCSWAP 2.0: มัลแวร์มือถือเวอร์ชันใหม่ติดผ่าน QR Code Kimsuky กลุ่มแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือเปิดตัว DOCSWAP รุ่นอัปเกรดที่แพร่ผ่าน QR code และ smishing เพื่อหลอกให้เหยื่อติดตั้งแอปปลอมบนมือถือ Android ตัวมัลแวร์ใช้ native decryption และ decoy behavior ใหม่เพื่อหลบการวิเคราะห์ ก่อนปลดล็อก RAT ที่สามารถขโมยไฟล์ ควบคุมเครื่อง และส่งข้อมูลกลับเซิร์ฟเวอร์ โดยมีหลักฐานเชื่อมโยงกับ DPRK ผ่านข้อความ “Million OK!!!” และคอมเมนต์ภาษาเกาหลีบนโครงสร้างพื้นฐาน 🔗 https://securityonline.info/north-koreas-kimsuky-upgrades-docswap-malware-to-hijack-smartphones-via-qr-codes 📡 Exim’s Poisoned Record: แพตช์ที่พลาดเปิดช่อง SQL Injection สู่ Heap Overflow ระดับวิกฤต รายงานใหม่เผยว่า Exim 4.99 ยังมีช่องโหว่ลึกที่ไม่ได้รับการแก้ไขจากแพตช์ก่อนหน้า ทำให้ SQL injection ผ่านระบบ ratelimit สามารถนำไปสู่ heap overflow ขนาดใหญ่ถึง 1.5MB ซึ่งอาจเปิดทางสู่ RCE แม้ยังไม่ยืนยันเต็มรูปแบบ ช่องโหว่นี้เกิดจากการ sanitize คีย์ฐานข้อมูลไม่ครบถ้วนและการอ่านค่า bloom_size โดยไม่ตรวจสอบ ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถวาง “ระเบิดเวลา” ในฐานข้อมูลและทำให้เซิร์ฟเวอร์ล่มหรือถูกควบคุมได้ในบางเงื่อนไข 🔗 https://securityonline.info/exims-poisoned-record-how-a-failed-patch-and-sql-injection-lead-to-critical-heap-overflows 🖥️ HPE OneView RCE: ช่องโหว่ CVSS 10.0 เปิดประตูให้รันคำสั่งโดยไม่ต้องล็อกอิน ช่องโหว่ร้ายแรงใน HPE OneView (CVE-2025-37164) เปิดให้ผู้โจมตีเรียกใช้ API ลับ /rest/id-pools/executeCommand ที่ตั้งค่าเป็น NO_AUTH ทำให้สามารถส่งคำสั่งระบบผ่าน Runtime.exec ได้ทันที นักวิจัยพบว่าเฉพาะบางเวอร์ชัน—โดยเฉพาะ OneView for VMs 6.x และ OneView for Synergy—ได้รับผลกระทบเต็มรูปแบบ และมี PoC พร้อมใช้งานแล้ว ทำให้ผู้ดูแลต้องเร่งอัปเดตหรือใช้ hotfix โดยด่วน 🔗 https://securityonline.info/poc-available-unauthenticated-hpe-oneview-rce-cvss-10-0-exploits-hidden-id-pools-api 🕶️ Meta พลิกทิศ: หยุดพาร์ตเนอร์ VR เพื่อทุ่มทรัพยากรสู่แว่น AI Meta ตัดสินใจ “พัก” โครงการเปิด Horizon OS ให้ผู้ผลิตรายอื่น เช่น ASUS และ Lenovo หลังพบว่าทิศทางตลาด VR ยังไม่ชัดเจน ขณะที่แว่นอัจฉริยะอย่าง Ray-Ban Meta กลับเติบโตแรง บริษัทจึงหันไปโฟกัสฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของตัวเอง โดยเฉพาะสาย AI glasses และโปรเจกต์ Orion ซึ่งอาจเป็นเส้นทางสู่การใช้งานจริงในวงกว้างมากกว่า VR แบบเดิม 🔗 https://securityonline.info/vr-vision-shift-meta-pauses-third-party-partnerships-to-pivot-toward-ai-smart-glasses 🐺 Kimwolf Botnet: กองทัพ IoT 1.8 ล้านเครื่องที่ยิงทราฟฟิกแซง Google บอตเน็ต Kimwolf ที่โจมตีอุปกรณ์ Android TV และกล่องรับสัญญาณกว่า 1.8 ล้านเครื่องทั่วโลก ถูกพบว่าส่งคำสั่ง DDoS มากถึง 1.7 พันล้านครั้งในช่วงไม่กี่วัน ทำให้โดเมน C2 ของมันขึ้นอันดับหนึ่งบน Cloudflare DNS แซง Google ชั่วคราว มัลแวร์นี้ไม่เพียงยิง DDoS แต่ยังมี reverse shell และ proxy forwarding ทำให้ผู้โจมตีใช้เป็นฐานปฏิบัติการขยายผลได้อย่างกว้างขวาง 🔗 https://securityonline.info/the-wolf-among-tvs-1-8-million-strong-kimwolf-botnet-surpasses-google-traffic-to-rule-the-iot ⚡ Windows Server 2025 ปลดล็อก NVMe Native I/O เร็วขึ้น 70% ลดโหลด CPU เกือบครึ่ง Microsoft เปิดใช้ Native NVMe I/O ใน Windows Server 2025 ซึ่งตัดชั้นแปลคำสั่ง SCSI/SATA ออก ทำให้ IOPS เพิ่มขึ้นสูงสุด 70% และลด CPU load ได้ถึง 45% ในงาน I/O หนัก โดยเฉพาะฐานข้อมูลและงาน AI แม้ผลลัพธ์ในชุมชนยังหลากหลาย แต่การออกแบบ pipeline ใหม่ทั้งหมดบ่งชี้ว่าระบบที่ใช้ SSD PCIe 5.0 จะได้ประโยชน์สูงสุด 🔗 https://securityonline.info/the-end-of-scsi-windows-server-2025-unlocks-70-faster-storage-with-native-nvme-i-o 🕵️‍♂️ The $100M Stalker: เครือข่าย Nefilim ล่ม—แก๊ง Big Game Hunting สารภาพผิด คดีใหญ่ของกลุ่มแรนซัมแวร์ Nefilim เดินหน้าเข้าสู่ตอนสำคัญเมื่อ Artem Stryzhak แฮ็กเกอร์ชาวยูเครนยอมรับสารภาพว่ามีส่วนร่วมในปฏิบัติการโจมตีองค์กรรายได้เกิน 100–200 ล้านดอลลาร์ โดยใช้โมเดลแบ่งกำไรและระบบ “panel” ในการจัดการเหยื่อ พร้อมใช้กลยุทธ์ double extortion ขโมยข้อมูลก่อนล็อกไฟล์ ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ยังล่าตัวหัวโจกอีกคนพร้อมตั้งค่าหัว 11 ล้านดอลลาร์ สะท้อนความซับซ้อนและความระแวงภายในโลกอาชญากรรมไซเบอร์ที่กำลังถูกบีบเข้ามาเรื่อย ๆ 🔗 https://securityonline.info/the-100m-stalker-nefilim-ransomware-affiliate-pleads-guilty-as-doj-hunts-fugitive-leader ☎️ Microsoft ปิดฉาก Telephone Activation—เข้าสู่ยุคยืนยันสิทธิ์ผ่านเว็บเต็มรูปแบบ ไมโครซอฟท์ยุติระบบโทรศัพท์สำหรับการ Activate Windows/Office ที่เคยเป็นทางเลือกสำคัญในสภาพแวดล้อมออฟไลน์ โดยผู้ใช้ถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังพอร์ทัลออนไลน์แทน แม้ยังไม่ชัดเจนว่าการคำนวณ Activation ID แบบออฟไลน์ถูกยกเลิกจริงหรือเพียงย้ายไปอยู่บนเว็บ แต่การเปลี่ยนผ่านนี้อาจกระทบองค์กรที่ต้องการระบบ Activate แบบไม่พึ่งอินเทอร์เน็ต และสะท้อนทิศทางใหม่ที่เน้นการควบคุมผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น 🔗 https://securityonline.info/hang-up-the-phone-microsoft-retires-telephone-activation-for-an-online-portal 🤖 OpenAI เปิดสไลเดอร์ปรับ “อารมณ์” ChatGPT—ยุติภาพลักษณ์หุ่นยนต์ OpenAI ปรับประสบการณ์ใช้งาน ChatGPT ครั้งใหญ่ด้วยตัวเลือกปรับโทนเสียง อารมณ์ การใช้หัวข้อ/ลิสต์ และจำนวนอีโมจิ เพื่อแก้ปัญหาที่ผู้ใช้มองว่า GPT-5 เย็นชาเกินไปหรือบางครั้งก็ประจบเกินเหตุ การเปิดให้ผู้ใช้ควบคุมบุคลิกของโมเดลเองสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากโมเดลกลางสู่ประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม 🔗 https://securityonline.info/the-end-of-robotic-ai-openai-unlocks-sliders-to-control-chatgpts-warmth-and-tone ⚠️ n8n เจอช่องโหว่ CVSS 10.0—Expression Injection พาไปสู่ยึดเซิร์ฟเวอร์เต็มตัว แพลตฟอร์ม workflow automation ยอดนิยม n8n เผชิญช่องโหว่ร้ายแรงระดับ 10.0 ที่เปิดทางให้ผู้ใช้ที่ล็อกอินได้สามารถฉีดโค้ดผ่านระบบ Expression Evaluation และหลุดออกจาก sandbox ไปสั่งคำสั่งระดับระบบปฏิบัติการ ส่งผลให้ผู้โจมตีเข้าถึงข้อมูล แก้ไข workflow หรือยึดเครื่องแม่ข่ายได้ทันที ผู้ดูแลระบบถูกเร่งให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.122.0 โดยด่วน 🔗 https://securityonline.info/n8n-under-fire-critical-cvss-10-0-rce-vulnerability-grants-total-server-access 🔐 Device Code Phishing: แฮ็กเกอร์ใช้ฟีเจอร์จริงของ Microsoft 365 เพื่อยึดบัญชี แคมเปญโจมตีรูปแบบใหม่ใช้ “Device Code” ซึ่งเป็นฟีเจอร์จริงของ Microsoft OAuth 2.0 หลอกให้เหยื่อกรอกรหัสบนเว็บ Microsoft ที่ถูกต้อง ทำให้แอปของผู้โจมตีได้รับสิทธิ์เข้าถึงบัญชีโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน วิธีนี้หลบการตรวจสอบ URL ปลอมได้อย่างแนบเนียน และถูกใช้โดยทั้งกลุ่มรัฐหนุนและอาชญากรไซเบอร์เพื่อยึดบัญชีองค์กรในวงกว้าง ​​​​​​​🔗 https://securityonline.info/hackers-abuse-device-codes-to-bypass-security-and-seize-microsoft-365-accounts
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 872 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft ปิดฉาก Telephone Activation: จุดสิ้นสุดของยุคออฟไลน์ และสัญญาณเปลี่ยนผ่านสู่ Activation-as-a-Service

    Microsoft ได้ยุติระบบ Telephone Activation แบบดั้งเดิมอย่างเงียบ ๆ หลังจากใช้งานมานานหลายทศวรรษ โดยผู้ใช้พบว่าการโทรเพื่อขอ Activation ID ถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังหน้าเว็บแทน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังย้ายกระบวนการทั้งหมดเข้าสู่ระบบออนไลน์เต็มรูปแบบ การเปลี่ยนแปลงนี้กระทบโดยตรงต่อองค์กรที่ยังพึ่งพา MAK keys รุ่นเก่า โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต เช่น isolated networks, secure labs หรือ OT environments ที่ต้องการ offline activation เพื่อความปลอดภัย

    ในอดีต Telephone Activation ทำงานผ่านอัลกอริทึมที่สร้าง Activation ID จาก Product ID โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทำให้เป็นกลไกสำคัญในยุค Windows 7–8 และ Office รุ่นเก่า แต่เมื่อ Microsoft ค่อย ๆ เปลี่ยนโมเดลสู่ cloud‑first และ subscription‑based licensing ระบบนี้เริ่มกลายเป็นภาระมากกว่าประโยชน์ ทั้งในแง่การควบคุมลิขสิทธิ์และการลด misuse จาก MAK keys ที่ถูกแจกจ่ายอย่างกว้างขวางในอดีต

    แม้ระบบโทรศัพท์จะถูกปิด แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าการ activate แบบออฟไลน์ถูกยกเลิกโดยสมบูรณ์ บางส่วนของ workflow อาจถูกย้ายไปอยู่บนเว็บในรูปแบบ “online portal that simulates offline activation” เช่น การกรอก Installation ID และรับ Confirmation ID ผ่านเว็บแทนโทรศัพท์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่หลายบริษัทเริ่มใช้เพื่อควบคุมการออก Activation ID ให้รัดกุมขึ้น

    อย่างไรก็ตาม การบังคับให้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อ activate อาจสร้างปัญหาในสภาพแวดล้อมที่ถูกจำกัดเครือข่ายอย่างเข้มงวด นี่จึงเป็นสัญญาณว่าผู้ดูแลระบบต้องเตรียมปรับกระบวนการ activation ใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะองค์กรที่ยังใช้ Windows 10/11 แบบ volume licensing หรือ Office 2024 ที่ยังต้องพึ่งพา MAK keys ในบางกรณี

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Microsoft ยุติ Telephone Activation
    การโทรเพื่อขอ Activation ID ถูก redirect ไปหน้าเว็บ
    ไม่มีการระบุผลิตภัณฑ์ที่ยังรองรับแบบโทรศัพท์อีกต่อไป

    MAK Keys และระบบเก่าได้รับผลกระทบ
    MAK บางชุดเคยไม่มี activation limit และถูกใช้ซ้ำได้
    ระบบโทรศัพท์เคยเป็นช่องทางหลักสำหรับ offline activation

    ความเสี่ยงต่อองค์กรที่ยังใช้ระบบออฟไลน์
    สภาพแวดล้อม air‑gapped อาจไม่สามารถ activate ได้ตามเดิม
    การบังคับออนไลน์อาจสร้าง operational friction ใน secure networks

    สิ่งที่ผู้ดูแลระบบควรเตรียมตัว
    ตรวจสอบ workflow activation ปัจจุบันของ Windows/Office
    เตรียมแผน fallback หากต้อง activate ผ่าน online portal เท่านั้น

    https://securityonline.info/hang-up-the-phone-microsoft-retires-telephone-activation-for-an-online-portal/
    ☎️ Microsoft ปิดฉาก Telephone Activation: จุดสิ้นสุดของยุคออฟไลน์ และสัญญาณเปลี่ยนผ่านสู่ Activation-as-a-Service Microsoft ได้ยุติระบบ Telephone Activation แบบดั้งเดิมอย่างเงียบ ๆ หลังจากใช้งานมานานหลายทศวรรษ โดยผู้ใช้พบว่าการโทรเพื่อขอ Activation ID ถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังหน้าเว็บแทน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังย้ายกระบวนการทั้งหมดเข้าสู่ระบบออนไลน์เต็มรูปแบบ การเปลี่ยนแปลงนี้กระทบโดยตรงต่อองค์กรที่ยังพึ่งพา MAK keys รุ่นเก่า โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต เช่น isolated networks, secure labs หรือ OT environments ที่ต้องการ offline activation เพื่อความปลอดภัย ในอดีต Telephone Activation ทำงานผ่านอัลกอริทึมที่สร้าง Activation ID จาก Product ID โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทำให้เป็นกลไกสำคัญในยุค Windows 7–8 และ Office รุ่นเก่า แต่เมื่อ Microsoft ค่อย ๆ เปลี่ยนโมเดลสู่ cloud‑first และ subscription‑based licensing ระบบนี้เริ่มกลายเป็นภาระมากกว่าประโยชน์ ทั้งในแง่การควบคุมลิขสิทธิ์และการลด misuse จาก MAK keys ที่ถูกแจกจ่ายอย่างกว้างขวางในอดีต แม้ระบบโทรศัพท์จะถูกปิด แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าการ activate แบบออฟไลน์ถูกยกเลิกโดยสมบูรณ์ บางส่วนของ workflow อาจถูกย้ายไปอยู่บนเว็บในรูปแบบ “online portal that simulates offline activation” เช่น การกรอก Installation ID และรับ Confirmation ID ผ่านเว็บแทนโทรศัพท์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่หลายบริษัทเริ่มใช้เพื่อควบคุมการออก Activation ID ให้รัดกุมขึ้น อย่างไรก็ตาม การบังคับให้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อ activate อาจสร้างปัญหาในสภาพแวดล้อมที่ถูกจำกัดเครือข่ายอย่างเข้มงวด นี่จึงเป็นสัญญาณว่าผู้ดูแลระบบต้องเตรียมปรับกระบวนการ activation ใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะองค์กรที่ยังใช้ Windows 10/11 แบบ volume licensing หรือ Office 2024 ที่ยังต้องพึ่งพา MAK keys ในบางกรณี 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Microsoft ยุติ Telephone Activation ➡️ การโทรเพื่อขอ Activation ID ถูก redirect ไปหน้าเว็บ ➡️ ไม่มีการระบุผลิตภัณฑ์ที่ยังรองรับแบบโทรศัพท์อีกต่อไป ✅ MAK Keys และระบบเก่าได้รับผลกระทบ ➡️ MAK บางชุดเคยไม่มี activation limit และถูกใช้ซ้ำได้ ➡️ ระบบโทรศัพท์เคยเป็นช่องทางหลักสำหรับ offline activation ‼️ ความเสี่ยงต่อองค์กรที่ยังใช้ระบบออฟไลน์ ⛔ สภาพแวดล้อม air‑gapped อาจไม่สามารถ activate ได้ตามเดิม ⛔ การบังคับออนไลน์อาจสร้าง operational friction ใน secure networks ‼️ สิ่งที่ผู้ดูแลระบบควรเตรียมตัว ⛔ ตรวจสอบ workflow activation ปัจจุบันของ Windows/Office ⛔ เตรียมแผน fallback หากต้อง activate ผ่าน online portal เท่านั้น https://securityonline.info/hang-up-the-phone-microsoft-retires-telephone-activation-for-an-online-portal/
    SECURITYONLINE.INFO
    Hang Up the Phone: Microsoft Retires Telephone Activation for an Online Portal
    Microsoft has moved its automated telephone activation to a new Online Product Activation Portal for all perpetual licenses. Offline IID/CID still supported.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 287 มุมมอง 0 รีวิว
  • Exim ระส่ำอีกครั้ง: ช่องโหว่ SQL Injection ลุกลามสู่ Heap Overflow ระดับวิกฤต

    ช่องโหว่ใหม่ที่ถูกเปิดเผยใน Exim 4.99 ทำให้โลกความปลอดภัยไซเบอร์ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อ Andrew Fasano จาก NIST ระบุว่าการอุดช่องโหว่เดิม (CVE-2025-26794) นั้น “ปิดไม่สนิท” จนกลายเป็นประตูบานใหญ่ให้แฮ็กเกอร์สามารถโจมตีลึกกว่าเดิมได้ ช่องโหว่นี้เริ่มจากการฉีดคำสั่ง SQL ผ่านฟิลด์ที่ควรจะถูก sanitize แต่กลับถูกละเลยในฟังก์ชัน xtextencode() ส่งผลให้ฐานข้อมูล SQLite ภายใน Exim ถูกควบคุมได้จากภายนอกอย่างไม่ตั้งใจ

    ความร้ายแรงไม่ได้หยุดแค่ SQL Injection เพราะ Fasano พบว่าช่องโหว่นี้สามารถเชื่อมโยงไปสู่ Heap Buffer Overflow ผ่านฟิลด์ bloom_size ที่ระบบอ่านโดยไม่ตรวจสอบความถูกต้อง เมื่อผู้โจมตีใส่ค่าขนาดผิดปกติ ระบบจะเขียนข้อมูลเกินขอบเขตหน่วยความจำ ทำให้เกิด memory corruption สูงสุดกว่า 1.5MB ซึ่งอาจนำไปสู่การยึดเครื่องได้ แม้ ASLR จะช่วยลดโอกาส RCE แต่ Fasano ยืนยันว่า “มีความเป็นไปได้” หากมีการพัฒนา exploit ต่อเนื่อง

    การโจมตีนี้เกิดขึ้นได้เฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ Exim ถูกคอมไพล์ด้วย USE_SQLITE=yes และใช้ ratelimit ACL ที่อิงข้อมูลจากผู้โจมตี เช่น sender_address ซึ่งเป็นการตั้งค่าที่พบได้ในองค์กรจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะระบบอีเมลที่ปรับแต่งเองหรือใช้ config เก่าไม่เคย audit ความปลอดภัย นอกจากนี้ เทรนด์การโจมตี MTA ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2025 จากกลุ่ม APT ที่มองหา entry point ราคาถูกแต่ทรงพลัง เช่นเดียวกับกรณี Postfix และ Sendmail ที่เพิ่งถูกตรวจพบช่องโหว่คล้ายกันในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา

    ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ดูแลระบบอัปเดต Exim ทันที พร้อมตรวจสอบ config ที่ใช้ SQLite และ ratelimit ACL อย่างละเอียด รวมถึงพิจารณาเปลี่ยนไปใช้ parameterized queries เพื่อลดความเสี่ยง SQL Injection แบบถาวร นี่เป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าระบบอีเมลแบบ self-hosted ยังคงเป็นจุดอ่อนสำคัญขององค์กร หากไม่มีการดูแลเชิงรุกและตรวจสอบความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ช่องโหว่ SQL Injection ใน Exim 4.99
    เกิดจากการ sanitize ข้อมูลไม่สมบูรณ์ในฟังก์ชัน xtextencode()
    สามารถฉีดคำสั่ง SQL ผ่าน sender_address ได้

    ช่องโหว่ลุกลามสู่ Heap Buffer Overflow
    bloom_size ถูกอ่านโดยไม่มีการตรวจสอบ
    memory overflow สูงสุดกว่า 1.5MB

    เงื่อนไขที่ทำให้ระบบเสี่ยง
    Exim ถูกคอมไพล์ด้วย USE_SQLITE=yes
    ใช้ ratelimit ACL ที่อิงข้อมูลจากผู้โจมตี

    ความเสี่ยงระดับองค์กร
    อาจนำไปสู่ Remote Code Execution หาก exploit พัฒนาเพิ่ม
    ระบบอีเมล self-hosted ที่ไม่ได้อัปเดตมีความเสี่ยงสูงมาก

    คำแนะนำเร่งด่วน
    อัปเดต Exim ทันที
    ตรวจสอบ config ที่ใช้ SQLite และ ratelimit ACL

    https://securityonline.info/exims-poisoned-record-how-a-failed-patch-and-sql-injection-lead-to-critical-heap-overflows/
    🛡️ Exim ระส่ำอีกครั้ง: ช่องโหว่ SQL Injection ลุกลามสู่ Heap Overflow ระดับวิกฤต ช่องโหว่ใหม่ที่ถูกเปิดเผยใน Exim 4.99 ทำให้โลกความปลอดภัยไซเบอร์ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อ Andrew Fasano จาก NIST ระบุว่าการอุดช่องโหว่เดิม (CVE-2025-26794) นั้น “ปิดไม่สนิท” จนกลายเป็นประตูบานใหญ่ให้แฮ็กเกอร์สามารถโจมตีลึกกว่าเดิมได้ ช่องโหว่นี้เริ่มจากการฉีดคำสั่ง SQL ผ่านฟิลด์ที่ควรจะถูก sanitize แต่กลับถูกละเลยในฟังก์ชัน xtextencode() ส่งผลให้ฐานข้อมูล SQLite ภายใน Exim ถูกควบคุมได้จากภายนอกอย่างไม่ตั้งใจ ความร้ายแรงไม่ได้หยุดแค่ SQL Injection เพราะ Fasano พบว่าช่องโหว่นี้สามารถเชื่อมโยงไปสู่ Heap Buffer Overflow ผ่านฟิลด์ bloom_size ที่ระบบอ่านโดยไม่ตรวจสอบความถูกต้อง เมื่อผู้โจมตีใส่ค่าขนาดผิดปกติ ระบบจะเขียนข้อมูลเกินขอบเขตหน่วยความจำ ทำให้เกิด memory corruption สูงสุดกว่า 1.5MB ซึ่งอาจนำไปสู่การยึดเครื่องได้ แม้ ASLR จะช่วยลดโอกาส RCE แต่ Fasano ยืนยันว่า “มีความเป็นไปได้” หากมีการพัฒนา exploit ต่อเนื่อง การโจมตีนี้เกิดขึ้นได้เฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ Exim ถูกคอมไพล์ด้วย USE_SQLITE=yes และใช้ ratelimit ACL ที่อิงข้อมูลจากผู้โจมตี เช่น sender_address ซึ่งเป็นการตั้งค่าที่พบได้ในองค์กรจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะระบบอีเมลที่ปรับแต่งเองหรือใช้ config เก่าไม่เคย audit ความปลอดภัย นอกจากนี้ เทรนด์การโจมตี MTA ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2025 จากกลุ่ม APT ที่มองหา entry point ราคาถูกแต่ทรงพลัง เช่นเดียวกับกรณี Postfix และ Sendmail ที่เพิ่งถูกตรวจพบช่องโหว่คล้ายกันในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ดูแลระบบอัปเดต Exim ทันที พร้อมตรวจสอบ config ที่ใช้ SQLite และ ratelimit ACL อย่างละเอียด รวมถึงพิจารณาเปลี่ยนไปใช้ parameterized queries เพื่อลดความเสี่ยง SQL Injection แบบถาวร นี่เป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าระบบอีเมลแบบ self-hosted ยังคงเป็นจุดอ่อนสำคัญขององค์กร หากไม่มีการดูแลเชิงรุกและตรวจสอบความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ช่องโหว่ SQL Injection ใน Exim 4.99 ➡️ เกิดจากการ sanitize ข้อมูลไม่สมบูรณ์ในฟังก์ชัน xtextencode() ➡️ สามารถฉีดคำสั่ง SQL ผ่าน sender_address ได้ ✅ ช่องโหว่ลุกลามสู่ Heap Buffer Overflow ➡️ bloom_size ถูกอ่านโดยไม่มีการตรวจสอบ ➡️ memory overflow สูงสุดกว่า 1.5MB ✅ เงื่อนไขที่ทำให้ระบบเสี่ยง ➡️ Exim ถูกคอมไพล์ด้วย USE_SQLITE=yes ➡️ ใช้ ratelimit ACL ที่อิงข้อมูลจากผู้โจมตี ‼️ ความเสี่ยงระดับองค์กร ⛔ อาจนำไปสู่ Remote Code Execution หาก exploit พัฒนาเพิ่ม ⛔ ระบบอีเมล self-hosted ที่ไม่ได้อัปเดตมีความเสี่ยงสูงมาก ‼️ คำแนะนำเร่งด่วน ⛔ อัปเดต Exim ทันที ⛔ ตรวจสอบ config ที่ใช้ SQLite และ ratelimit ACL https://securityonline.info/exims-poisoned-record-how-a-failed-patch-and-sql-injection-lead-to-critical-heap-overflows/
    SECURITYONLINE.INFO
    Exim’s Poisoned Record: How a Failed Patch and SQL Injection Lead to Critical Heap Overflows
    NIST warns of a critical Exim 4.99 flaw. A failed SQLi patch allows attackers to poison SQLite records and trigger a 1.5MB heap buffer overflow.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 264 มุมมอง 0 รีวิว
  • Advantages of CBCT Over Traditional Dental Imaging

    Traditional dental X-rays have served dentistry well for decades, but CBCT has introduced a new level of diagnostic capability. The most significant advantage of CBCT lies in its ability to generate three-dimensional images, offering a more comprehensive view of oral structures.

    Two-dimensional imaging often compresses complex anatomy into a flat image, which can obscure details. CBCT eliminates this limitation by allowing clinicians to examine anatomy layer by layer. This clarity improves detection of abnormalities such as cysts, lesions, and bone defects.

    Another advantage is accuracy in measurements. CBCT provides precise spatial data, which is essential for procedures requiring exact planning, including implants and oral surgery. This accuracy reduces surgical risks and enhances predictability.

    Reference - https://www.marketresearchfuture.com/reports/cbct-dental-market-22036
    Advantages of CBCT Over Traditional Dental Imaging Traditional dental X-rays have served dentistry well for decades, but CBCT has introduced a new level of diagnostic capability. The most significant advantage of CBCT lies in its ability to generate three-dimensional images, offering a more comprehensive view of oral structures. Two-dimensional imaging often compresses complex anatomy into a flat image, which can obscure details. CBCT eliminates this limitation by allowing clinicians to examine anatomy layer by layer. This clarity improves detection of abnormalities such as cysts, lesions, and bone defects. Another advantage is accuracy in measurements. CBCT provides precise spatial data, which is essential for procedures requiring exact planning, including implants and oral surgery. This accuracy reduces surgical risks and enhances predictability. Reference - https://www.marketresearchfuture.com/reports/cbct-dental-market-22036
    WWW.MARKETRESEARCHFUTURE.COM
    CBCT Dental Market Size, Share, Trends, Growth, Report 2035
    CBCT Dental Market growth is projected to reach USD 3.48 Billion, at a 9.75% CAGR by driving industry size, share, top company analysis, segments research, trends and forecast report 2025 to 2035
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 210 มุมมอง 0 รีวิว
  • Minimally Invasive Aesthetic Procedures Gaining Momentum in North America

    Minimally invasive aesthetic procedures have become the cornerstone of cosmetic care in North America. These treatments provide noticeable improvements without the risks, recovery time, or commitment associated with surgical interventions.

    Injectable treatments are among the most commonly chosen options. Dermal fillers restore facial volume and contour, while neuromodulators help soften expression lines. These procedures are quick, often completed within an hour, and require little to no downtime, making them ideal for modern lifestyles.

    Energy-based treatments are another rapidly expanding category. Technologies using laser, radiofrequency, and ultrasound energy address skin laxity, texture, and tone. These treatments stimulate collagen production, delivering gradual and natural results that align with patient expectations.

    Reference - https://www.marketresearchfuture.com/reports/north-america-aesthetics-market-14031
    Minimally Invasive Aesthetic Procedures Gaining Momentum in North America Minimally invasive aesthetic procedures have become the cornerstone of cosmetic care in North America. These treatments provide noticeable improvements without the risks, recovery time, or commitment associated with surgical interventions. Injectable treatments are among the most commonly chosen options. Dermal fillers restore facial volume and contour, while neuromodulators help soften expression lines. These procedures are quick, often completed within an hour, and require little to no downtime, making them ideal for modern lifestyles. Energy-based treatments are another rapidly expanding category. Technologies using laser, radiofrequency, and ultrasound energy address skin laxity, texture, and tone. These treatments stimulate collagen production, delivering gradual and natural results that align with patient expectations. Reference - https://www.marketresearchfuture.com/reports/north-america-aesthetics-market-14031
    WWW.MARKETRESEARCHFUTURE.COM
    North America Aesthetics Market Size, Growth, Report 2035
    North America Aesthetics Market size to reach USD 77.70 billion at 12.50% CAGR by 2035, North America Aesthetics industry analysis by Type, Product, Application, End-User and Distribution Channel
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 306 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts