• ข่าว: Intel อาจกลับมาผลิตชิปให้ Apple

    รายงานล่าสุดเผยว่า Apple ได้ลงนาม NDA กับ Intel และเริ่มทดสอบ PDK (Process Design Kit) ของกระบวนการผลิต 18A โดยผลการจำลองใกล้เคียงกับที่คาดไว้ ทำให้ Apple อาจเลือก Intel เป็น ผู้ผลิตสำรอง (second source) สำหรับชิป M-series รุ่นเริ่มต้น เช่น MacBook Air และ iPad Pro ซึ่งมียอดขายรวมกว่า 20 ล้านเครื่องต่อปี

    ความหมายต่อ Intel และอุตสาหกรรม
    นี่จะเป็นครั้งแรกที่ Intel กลับมาผลิตชิปให้ Apple หลังจากถูกแทนที่โดย TSMC ในปี 2020 หากสำเร็จ Intel จะได้ลูกค้ารายใหญ่ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการผลิต 18A ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่บริษัทพยายามผลักดันให้เป็น แพลตฟอร์ม foundry ระดับโลก การมี Apple เป็นลูกค้าจะช่วยให้ Intel มีจุดยืนแข็งแกร่งขึ้นในการแข่งขันกับ TSMC และ Samsung

    บริบทการแข่งขันและความเสี่ยง
    แม้การทดสอบจะเป็นไปตามแผน แต่ Intel ต้องพิสูจน์ว่า 18A สามารถผลิตได้ในปริมาณมากและมี yield ที่เสถียร ก่อนปี 2027 หากล่าช้า Apple อาจยังคงพึ่งพา TSMC ต่อไป นอกจากนี้ การลงทุนในโรงงานและการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ยังมีความเสี่ยงด้านต้นทุนและกำไรในระยะสั้น

    มุมมองจากตลาดโลก
    การที่ Appleพิจารณา Intel เป็นผู้ผลิตสำรองสะท้อนถึง กลยุทธ์ลดการพึ่งพา TSMC เพียงรายเดียว และสอดคล้องกับนโยบายของสหรัฐฯ ที่ต้องการเพิ่มการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ หาก Intel สามารถผลิตชิป M-series ได้จริง จะเป็นการเสริมความมั่นคงของซัพพลายเชนและลดความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชีย

    สรุปเป็นหัวข้อ
    เหตุการณ์ในข่าว
    Apple ลงนาม NDA กับ Intel เพื่อทดสอบกระบวนการผลิต 18A
    คาดว่า Intel จะเริ่มผลิตชิป M-series รุ่นเริ่มต้นได้ในปี 2027
    ถือเป็นครั้งแรกที่ Intel กลับมาผลิตชิปให้ Apple หลังปี 2020

    ข้อมูลเสริมจาก Internet
    MacBook Air และ iPad Pro มียอดขายรวมกว่า 20 ล้านเครื่องต่อปี
    Intel พยายามผลักดัน 18A ให้เป็นแพลตฟอร์ม foundry ระดับโลก
    Apple ต้องการลดการพึ่งพา TSMC และสอดคล้องกับนโยบายสหรัฐฯ

    คำเตือนสำหรับอุตสาหกรรม
    Intel ต้องพิสูจน์ yield และความเสถียรของ 18A ก่อนปี 2027
    หากล่าช้า Apple อาจยังคงพึ่งพา TSMC ต่อไป
    การลงทุนขนาดใหญ่มีความเสี่ยงด้านต้นทุนและกำไรในระยะสั้น

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/intel-moves-closer-to-building-apples-entry-level-m-series-chips-on-18a
    🍏 ข่าว: Intel อาจกลับมาผลิตชิปให้ Apple รายงานล่าสุดเผยว่า Apple ได้ลงนาม NDA กับ Intel และเริ่มทดสอบ PDK (Process Design Kit) ของกระบวนการผลิต 18A โดยผลการจำลองใกล้เคียงกับที่คาดไว้ ทำให้ Apple อาจเลือก Intel เป็น ผู้ผลิตสำรอง (second source) สำหรับชิป M-series รุ่นเริ่มต้น เช่น MacBook Air และ iPad Pro ซึ่งมียอดขายรวมกว่า 20 ล้านเครื่องต่อปี 🏭 ความหมายต่อ Intel และอุตสาหกรรม นี่จะเป็นครั้งแรกที่ Intel กลับมาผลิตชิปให้ Apple หลังจากถูกแทนที่โดย TSMC ในปี 2020 หากสำเร็จ Intel จะได้ลูกค้ารายใหญ่ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการผลิต 18A ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่บริษัทพยายามผลักดันให้เป็น แพลตฟอร์ม foundry ระดับโลก การมี Apple เป็นลูกค้าจะช่วยให้ Intel มีจุดยืนแข็งแกร่งขึ้นในการแข่งขันกับ TSMC และ Samsung ⚡ บริบทการแข่งขันและความเสี่ยง แม้การทดสอบจะเป็นไปตามแผน แต่ Intel ต้องพิสูจน์ว่า 18A สามารถผลิตได้ในปริมาณมากและมี yield ที่เสถียร ก่อนปี 2027 หากล่าช้า Apple อาจยังคงพึ่งพา TSMC ต่อไป นอกจากนี้ การลงทุนในโรงงานและการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ยังมีความเสี่ยงด้านต้นทุนและกำไรในระยะสั้น 🌍 มุมมองจากตลาดโลก การที่ Appleพิจารณา Intel เป็นผู้ผลิตสำรองสะท้อนถึง กลยุทธ์ลดการพึ่งพา TSMC เพียงรายเดียว และสอดคล้องกับนโยบายของสหรัฐฯ ที่ต้องการเพิ่มการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ หาก Intel สามารถผลิตชิป M-series ได้จริง จะเป็นการเสริมความมั่นคงของซัพพลายเชนและลดความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชีย 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ เหตุการณ์ในข่าว ➡️ Apple ลงนาม NDA กับ Intel เพื่อทดสอบกระบวนการผลิต 18A ➡️ คาดว่า Intel จะเริ่มผลิตชิป M-series รุ่นเริ่มต้นได้ในปี 2027 ➡️ ถือเป็นครั้งแรกที่ Intel กลับมาผลิตชิปให้ Apple หลังปี 2020 ✅ ข้อมูลเสริมจาก Internet ➡️ MacBook Air และ iPad Pro มียอดขายรวมกว่า 20 ล้านเครื่องต่อปี ➡️ Intel พยายามผลักดัน 18A ให้เป็นแพลตฟอร์ม foundry ระดับโลก ➡️ Apple ต้องการลดการพึ่งพา TSMC และสอดคล้องกับนโยบายสหรัฐฯ ‼️ คำเตือนสำหรับอุตสาหกรรม ⛔ Intel ต้องพิสูจน์ yield และความเสถียรของ 18A ก่อนปี 2027 ⛔ หากล่าช้า Apple อาจยังคงพึ่งพา TSMC ต่อไป ⛔ การลงทุนขนาดใหญ่มีความเสี่ยงด้านต้นทุนและกำไรในระยะสั้น https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/intel-moves-closer-to-building-apples-entry-level-m-series-chips-on-18a
    0 Comments 0 Shares 21 Views 0 Reviews
  • ข่าว: Micron ลงทุนสร้างโรงงาน HBM ในญี่ปุ่น

    Micron วางแผนขยายโรงงานที่ฮิโรชิมาเพื่อสร้างโรงงานผลิต High-Bandwidth Memory (HBM) โดยใช้งบลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านเยน (9.6 พันล้านดอลลาร์) การก่อสร้างจะเริ่มในเดือนพฤษภาคมปีหน้า และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบผลิตภัณฑ์ในปี 2028

    การสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น
    กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) คาดว่าจะสนับสนุนเงินอุดหนุนสูงสุดถึง 500 พันล้านเยน เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและเสริมสร้างศักยภาพอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ที่ญี่ปุ่นใช้กับโครงการของ TSMC และ Rapidus ที่ได้รับการสนับสนุนเช่นกัน

    บริบทการแข่งขันในตลาด HBM
    ตลาด HBM กำลังเป็นหัวใจสำคัญของซัพพลายเชน AI โดย SK hynix ครองตลาดหลักและส่งออกให้ Nvidia จนถึงปี 2026 ขณะที่ Samsung กำลังเร่งพัฒนา HBM3E แบบ 12 ชั้น ส่วน Micron เองก็มีสัญญาซัพพลายกับ Nvidia และ AMD และกำลังขยายส่วนแบ่งตลาดไปถึง 20% การสร้างโรงงานใหม่ในญี่ปุ่นจะช่วยเพิ่มศักยภาพและลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

    ความสำคัญต่ออนาคต AI
    โรงงานใหม่นี้จะตรงกับช่วงที่ GPU รุ่นถัดไป (HBM4/HBM4E) เริ่มเข้าสู่ตลาด ซึ่งต้องการหน่วยความจำที่มีความเร็วและความหนาแน่นสูงขึ้น หาก Micron สามารถผลิตได้ตามแผนในปี 2028 จะช่วยให้บริษัทมีบทบาทสำคัญในตลาด AI accelerators ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

    สรุปเป็นหัวข้อ
    เหตุการณ์ในข่าว
    Micron ลงทุน 9.6 พันล้านดอลลาร์สร้างโรงงาน HBM ที่ฮิโรชิมา
    เริ่มก่อสร้างปีหน้า และคาดว่าจะผลิตได้ในปี 2028

    ข้อมูลเสริมจาก Internet
    SK hynix ครองตลาด HBM และส่งออกให้ Nvidia จนถึงปี 2026
    Samsung เร่งพัฒนา HBM3E แบบ 12 ชั้น
    Micron มีสัญญาซัพพลายกับ Nvidia และ AMD และกำลังขยายส่วนแบ่งตลาดถึง 20%

    คำเตือนสำหรับอุตสาหกรรม
    ความต้องการ HBM สูงมาก อาจทำให้เกิดการขาดแคลนและราคาพุ่ง
    การแข่งขันระหว่าง SK hynix, Samsung และ Micron อาจทำให้ตลาดผันผวน
    ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน อาจกระทบซัพพลายเชน

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/micron-plans-hbm-fab-in-japan-as-ai-memory-race-accelerates
    🏭 ข่าว: Micron ลงทุนสร้างโรงงาน HBM ในญี่ปุ่น Micron วางแผนขยายโรงงานที่ฮิโรชิมาเพื่อสร้างโรงงานผลิต High-Bandwidth Memory (HBM) โดยใช้งบลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านเยน (9.6 พันล้านดอลลาร์) การก่อสร้างจะเริ่มในเดือนพฤษภาคมปีหน้า และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบผลิตภัณฑ์ในปี 2028 💰 การสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) คาดว่าจะสนับสนุนเงินอุดหนุนสูงสุดถึง 500 พันล้านเยน เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและเสริมสร้างศักยภาพอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ที่ญี่ปุ่นใช้กับโครงการของ TSMC และ Rapidus ที่ได้รับการสนับสนุนเช่นกัน ⚡ บริบทการแข่งขันในตลาด HBM ตลาด HBM กำลังเป็นหัวใจสำคัญของซัพพลายเชน AI โดย SK hynix ครองตลาดหลักและส่งออกให้ Nvidia จนถึงปี 2026 ขณะที่ Samsung กำลังเร่งพัฒนา HBM3E แบบ 12 ชั้น ส่วน Micron เองก็มีสัญญาซัพพลายกับ Nvidia และ AMD และกำลังขยายส่วนแบ่งตลาดไปถึง 20% การสร้างโรงงานใหม่ในญี่ปุ่นจะช่วยเพิ่มศักยภาพและลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ 🚀 ความสำคัญต่ออนาคต AI โรงงานใหม่นี้จะตรงกับช่วงที่ GPU รุ่นถัดไป (HBM4/HBM4E) เริ่มเข้าสู่ตลาด ซึ่งต้องการหน่วยความจำที่มีความเร็วและความหนาแน่นสูงขึ้น หาก Micron สามารถผลิตได้ตามแผนในปี 2028 จะช่วยให้บริษัทมีบทบาทสำคัญในตลาด AI accelerators ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ เหตุการณ์ในข่าว ➡️ Micron ลงทุน 9.6 พันล้านดอลลาร์สร้างโรงงาน HBM ที่ฮิโรชิมา ➡️ เริ่มก่อสร้างปีหน้า และคาดว่าจะผลิตได้ในปี 2028 ✅ ข้อมูลเสริมจาก Internet ➡️ SK hynix ครองตลาด HBM และส่งออกให้ Nvidia จนถึงปี 2026 ➡️ Samsung เร่งพัฒนา HBM3E แบบ 12 ชั้น ➡️ Micron มีสัญญาซัพพลายกับ Nvidia และ AMD และกำลังขยายส่วนแบ่งตลาดถึง 20% ‼️ คำเตือนสำหรับอุตสาหกรรม ⛔ ความต้องการ HBM สูงมาก อาจทำให้เกิดการขาดแคลนและราคาพุ่ง ⛔ การแข่งขันระหว่าง SK hynix, Samsung และ Micron อาจทำให้ตลาดผันผวน ⛔ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน อาจกระทบซัพพลายเชน https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/micron-plans-hbm-fab-in-japan-as-ai-memory-race-accelerates
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Micron plans $9.6 billion HBM fab in Japan as AI memory race accelerates
    U.S. chipmaker set to expand Hiroshima site with heavy support from Tokyo.
    0 Comments 0 Shares 25 Views 0 Reviews
  • ไอคอนรหัสผ่านหายไปจากหน้าล็อกอิน

    ข่าวนี้เล่าถึงบั๊กจาก Windows Update ที่ทำให้ไอคอนรหัสผ่านหายไปจากหน้าล็อกอิน แต่ผู้ใช้ยังสามารถคลิกที่ช่องว่างเพื่อใส่รหัสผ่านได้ตามปกติ

    Microsoft ยอมรับว่าการอัปเดต KB5064081 ใน Windows 11 Preview มีปัญหาที่ทำให้ ไอคอนรหัสผ่านหายไปจากหน้าจอล็อกอิน แม้ปุ่มจะไม่แสดง แต่ผู้ใช้ยังสามารถคลิกที่ตำแหน่งเดิมเพื่อเปิดช่องกรอกรหัสผ่านได้ตามปกติ ปัญหานี้เกิดขึ้นเฉพาะในกลุ่ม Windows Insider ที่ใช้เวอร์ชันทดลองเท่านั้น

    ผลกระทบและการแก้ไข
    แม้จะไม่ใช่ปัญหาด้านความปลอดภัย แต่บั๊กนี้สร้างความสับสนให้ผู้ใช้ที่ลืม PIN ของ Windows Hello และต้องการเข้าสู่ระบบด้วยรหัสผ่าน Microsoft ระบุว่ากำลังทำงานเพื่อแก้ไขและจะปล่อยข้อมูลเพิ่มเติมในอนาคต ปัญหาลักษณะนี้สะท้อนว่า การอัปเดต Windows อาจแก้บั๊กหนึ่ง แต่สร้างบั๊กใหม่ขึ้นมา

    สาระเพิ่มเติมจาก Internet
    ก่อนหน้านี้ Microsoft เคยปล่อยอัปเดตที่ทำให้ คีย์บอร์ดและเมาส์ไม่ทำงานใน Windows Recovery Environment และยังมีกรณีที่ Media Creation Tool เสียหาย ก่อนวันสิ้นสุดการสนับสนุน Windows 10 นอกจากนี้ Nvidia ก็เคยต้องออก ไดรเวอร์ฉุกเฉิน หลังอัปเดต Windows 11 ทำให้เกมบางเกมประสิทธิภาพลดลงถึง 50% สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าผู้ใช้ควรระวังการอัปเดตที่ยังอยู่ในสถานะ Preview หรือเพิ่งปล่อยใหม่

    สรุปเป็นหัวข้อ
    เหตุการณ์ในข่าว
    Windows Update KB5064081 ทำให้ไอคอนรหัสผ่านหายไปจากหน้าล็อกอิน
    ผู้ใช้ยังสามารถคลิกที่ช่องว่างเพื่อใส่รหัสผ่านได้ตามปกติ
    ปัญหานี้เกิดเฉพาะใน Windows Insider Preview

    ข้อมูลเสริมจาก Internet
    Microsoft เคยปล่อยอัปเดตที่ทำให้คีย์บอร์ดและเมาส์ไม่ทำงานใน Recovery Environment
    Media Creation Tool เคยเสียหายก่อน Windows 10 หมดอายุการสนับสนุน
    Nvidia เคยออกไดรเวอร์ฉุกเฉินหลังอัปเดต Windows 11 ทำให้เกมบางเกมประสิทธิภาพลดลง

    คำเตือนสำหรับผู้ใช้ Windows
    การอัปเดต Preview อาจมีบั๊กที่สร้างความสับสนหรือทำให้เครื่องทำงานผิดปกติ
    ควรสำรองข้อมูลและตรวจสอบเวอร์ชันก่อนติดตั้งอัปเดตใหม่
    ผู้ใช้ทั่วไปควรรอเวอร์ชัน Stable แทนการใช้ Preview เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา

    https://www.tomshardware.com/software/windows/windows-update-makes-sign-in-password-icon-invisible-microsoft-says-you-can-still-click-on-empty-space-to-enter-your-password
    🔐 ไอคอนรหัสผ่านหายไปจากหน้าล็อกอิน ข่าวนี้เล่าถึงบั๊กจาก Windows Update ที่ทำให้ไอคอนรหัสผ่านหายไปจากหน้าล็อกอิน แต่ผู้ใช้ยังสามารถคลิกที่ช่องว่างเพื่อใส่รหัสผ่านได้ตามปกติ Microsoft ยอมรับว่าการอัปเดต KB5064081 ใน Windows 11 Preview มีปัญหาที่ทำให้ ไอคอนรหัสผ่านหายไปจากหน้าจอล็อกอิน แม้ปุ่มจะไม่แสดง แต่ผู้ใช้ยังสามารถคลิกที่ตำแหน่งเดิมเพื่อเปิดช่องกรอกรหัสผ่านได้ตามปกติ ปัญหานี้เกิดขึ้นเฉพาะในกลุ่ม Windows Insider ที่ใช้เวอร์ชันทดลองเท่านั้น 🛠️ ผลกระทบและการแก้ไข แม้จะไม่ใช่ปัญหาด้านความปลอดภัย แต่บั๊กนี้สร้างความสับสนให้ผู้ใช้ที่ลืม PIN ของ Windows Hello และต้องการเข้าสู่ระบบด้วยรหัสผ่าน Microsoft ระบุว่ากำลังทำงานเพื่อแก้ไขและจะปล่อยข้อมูลเพิ่มเติมในอนาคต ปัญหาลักษณะนี้สะท้อนว่า การอัปเดต Windows อาจแก้บั๊กหนึ่ง แต่สร้างบั๊กใหม่ขึ้นมา 🌐 สาระเพิ่มเติมจาก Internet ก่อนหน้านี้ Microsoft เคยปล่อยอัปเดตที่ทำให้ คีย์บอร์ดและเมาส์ไม่ทำงานใน Windows Recovery Environment และยังมีกรณีที่ Media Creation Tool เสียหาย ก่อนวันสิ้นสุดการสนับสนุน Windows 10 นอกจากนี้ Nvidia ก็เคยต้องออก ไดรเวอร์ฉุกเฉิน หลังอัปเดต Windows 11 ทำให้เกมบางเกมประสิทธิภาพลดลงถึง 50% สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าผู้ใช้ควรระวังการอัปเดตที่ยังอยู่ในสถานะ Preview หรือเพิ่งปล่อยใหม่ 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ เหตุการณ์ในข่าว ➡️ Windows Update KB5064081 ทำให้ไอคอนรหัสผ่านหายไปจากหน้าล็อกอิน ➡️ ผู้ใช้ยังสามารถคลิกที่ช่องว่างเพื่อใส่รหัสผ่านได้ตามปกติ ➡️ ปัญหานี้เกิดเฉพาะใน Windows Insider Preview ✅ ข้อมูลเสริมจาก Internet ➡️ Microsoft เคยปล่อยอัปเดตที่ทำให้คีย์บอร์ดและเมาส์ไม่ทำงานใน Recovery Environment ➡️ Media Creation Tool เคยเสียหายก่อน Windows 10 หมดอายุการสนับสนุน ➡️ Nvidia เคยออกไดรเวอร์ฉุกเฉินหลังอัปเดต Windows 11 ทำให้เกมบางเกมประสิทธิภาพลดลง ‼️ คำเตือนสำหรับผู้ใช้ Windows ⛔ การอัปเดต Preview อาจมีบั๊กที่สร้างความสับสนหรือทำให้เครื่องทำงานผิดปกติ ⛔ ควรสำรองข้อมูลและตรวจสอบเวอร์ชันก่อนติดตั้งอัปเดตใหม่ ⛔ ผู้ใช้ทั่วไปควรรอเวอร์ชัน Stable แทนการใช้ Preview เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา https://www.tomshardware.com/software/windows/windows-update-makes-sign-in-password-icon-invisible-microsoft-says-you-can-still-click-on-empty-space-to-enter-your-password
    0 Comments 0 Shares 23 Views 0 Reviews
  • Bazzite ดิสโทรเกมมิ่งมาแรง

    ข่าวนี้เล่าถึงความสำเร็จของ Linux ดิสโทร Bazzite ที่มียอดดาวน์โหลดทะลุ 1 เพตะไบต์ในเวลาเพียงเดือนเดียว หลังผู้ใช้จำนวนมากหนีจากการบังคับอัปเดต Windows 11 โดยเฉพาะกลุ่มเกมเมอร์ที่มองหาทางเลือกใหม่

    ทีมพัฒนา Bazzite ประกาศว่าในช่วง 30 วันล่าสุดมีการดาวน์โหลดไฟล์ ISO รวมกว่า 1 เพตะไบต์ หรือประมาณ 150,000 ครั้ง ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นหลังจาก Microsoft ยุติการสนับสนุน Windows 10 และบังคับให้ผู้ใช้เปลี่ยนไปใช้ Windows 11 ซึ่งหลายคนไม่พอใจ

    จุดเด่นของ Bazzite
    Bazzite ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น ทางเลือกสำหรับเกมเมอร์ โดยมีการปรับแต่งให้รองรับเกมบน Steam และยังรองรับ Launcher อื่น ๆ เช่น Epic, GOG และ Ubisoft จุดแข็งคือมี ไดรเวอร์ล่าสุดสำหรับทั้ง Nvidia และ AMD รวมถึงตัวเลือก Desktop Environment ที่หลากหลาย ทำให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งได้ง่ายและใช้งานได้กับเครื่องหลายประเภท

    สาระเพิ่มเติมจากโลกออนไลน์
    ข้อมูลล่าสุดเผยว่า เกือบ 90% ของเกม Windows สามารถเล่นบน Linux ได้แล้ว ผ่านเครื่องมืออย่าง Proton และ Wine ทำให้การย้ายจาก Windows มาสู่ Linux ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป นอกจากนี้ยังมีดิสโทรอื่น ๆ เช่น Zorin OS ที่ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยมีผู้ใช้ใหม่กว่า 780,000 รายในเวลาเพียง 5 สัปดาห์หลัง Windows 10 หมดอายุการสนับสนุน

    สรุปเป็นหัวข้อ
    เหตุการณ์ในข่าว
    Bazzite มียอดดาวน์โหลดทะลุ 1 เพตะไบต์ใน 30 วัน
    ผู้ใช้จำนวนมากหนีจาก Windows 11 หลัง Windows 10 หมดอายุการสนับสนุน

    ข้อมูลเสริมจาก Internet
    เกือบ 90% ของเกม Windows เล่นได้บน Linux แล้ว
    Zorin OS ก็ได้รับความนิยมสูง มีผู้ใช้ใหม่กว่า 780,000 รายใน 5 สัปดาห์

    คำเตือนสำหรับผู้ใช้
    การย้ายจาก Windows ไป Linux อาจมีปัญหาความเข้ากันได้กับบางโปรแกรมเฉพาะทาง
    ผู้ใช้ใหม่ควรตรวจสอบว่าเกมหรือซอฟต์แวร์ที่ต้องการรองรับจริงก่อนเปลี่ยนระบบ

    https://www.tomshardware.com/software/linux/gaming-first-linux-distro-delivers-a-petabyte-of-isos-in-one-month-as-users-avoid-forced-updates-to-windows-11-bazzite-distro-is-another-safe-haven-for-win-10-refugees
    🎮 Bazzite ดิสโทรเกมมิ่งมาแรง ข่าวนี้เล่าถึงความสำเร็จของ Linux ดิสโทร Bazzite ที่มียอดดาวน์โหลดทะลุ 1 เพตะไบต์ในเวลาเพียงเดือนเดียว หลังผู้ใช้จำนวนมากหนีจากการบังคับอัปเดต Windows 11 โดยเฉพาะกลุ่มเกมเมอร์ที่มองหาทางเลือกใหม่ ทีมพัฒนา Bazzite ประกาศว่าในช่วง 30 วันล่าสุดมีการดาวน์โหลดไฟล์ ISO รวมกว่า 1 เพตะไบต์ หรือประมาณ 150,000 ครั้ง ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นหลังจาก Microsoft ยุติการสนับสนุน Windows 10 และบังคับให้ผู้ใช้เปลี่ยนไปใช้ Windows 11 ซึ่งหลายคนไม่พอใจ 🕹️ จุดเด่นของ Bazzite Bazzite ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น ทางเลือกสำหรับเกมเมอร์ โดยมีการปรับแต่งให้รองรับเกมบน Steam และยังรองรับ Launcher อื่น ๆ เช่น Epic, GOG และ Ubisoft จุดแข็งคือมี ไดรเวอร์ล่าสุดสำหรับทั้ง Nvidia และ AMD รวมถึงตัวเลือก Desktop Environment ที่หลากหลาย ทำให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งได้ง่ายและใช้งานได้กับเครื่องหลายประเภท 🌍 สาระเพิ่มเติมจากโลกออนไลน์ ข้อมูลล่าสุดเผยว่า เกือบ 90% ของเกม Windows สามารถเล่นบน Linux ได้แล้ว ผ่านเครื่องมืออย่าง Proton และ Wine ทำให้การย้ายจาก Windows มาสู่ Linux ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป นอกจากนี้ยังมีดิสโทรอื่น ๆ เช่น Zorin OS ที่ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยมีผู้ใช้ใหม่กว่า 780,000 รายในเวลาเพียง 5 สัปดาห์หลัง Windows 10 หมดอายุการสนับสนุน 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ เหตุการณ์ในข่าว ➡️ Bazzite มียอดดาวน์โหลดทะลุ 1 เพตะไบต์ใน 30 วัน ➡️ ผู้ใช้จำนวนมากหนีจาก Windows 11 หลัง Windows 10 หมดอายุการสนับสนุน ✅ ข้อมูลเสริมจาก Internet ➡️ เกือบ 90% ของเกม Windows เล่นได้บน Linux แล้ว ➡️ Zorin OS ก็ได้รับความนิยมสูง มีผู้ใช้ใหม่กว่า 780,000 รายใน 5 สัปดาห์ ‼️ คำเตือนสำหรับผู้ใช้ ⛔ การย้ายจาก Windows ไป Linux อาจมีปัญหาความเข้ากันได้กับบางโปรแกรมเฉพาะทาง ⛔ ผู้ใช้ใหม่ควรตรวจสอบว่าเกมหรือซอฟต์แวร์ที่ต้องการรองรับจริงก่อนเปลี่ยนระบบ https://www.tomshardware.com/software/linux/gaming-first-linux-distro-delivers-a-petabyte-of-isos-in-one-month-as-users-avoid-forced-updates-to-windows-11-bazzite-distro-is-another-safe-haven-for-win-10-refugees
    0 Comments 0 Shares 18 Views 0 Reviews
  • การ์ดจอราคาถูกที่ไม่ใช่สิ่งที่คิด

    ข่าวนี้เล่าเรื่องผู้ซื้อการ์ดจอ GTX 1060 ราคาถูกเพียง 5 ดอลลาร์ แต่กลับได้การ์ดรุ่นเก่า GTX 560 Ti แทน พร้อมเสริมข้อมูลจากโลกออนไลน์ว่าตลาด GPU มีการหลอกลวงและการ์ดปลอมมากขึ้นเรื่อย ๆ

    ในช่วง Black Friday มีผู้ซื้อรายหนึ่งพบการ์ดจอ MSI GTX 1060 ที่วางขายในร้านมือสอง Salvation Army ในราคาเพียง 10 ดอลลาร์ และลดครึ่งราคาเหลือ 5 ดอลลาร์ แต่เมื่อเปิดกล่องกลับพบว่าเป็น Gigabyte GTX 560 Ti ซึ่งเปิดตัวตั้งแต่ปี 2011 ทำให้ความหวังที่จะขายต่อเพื่อกำไรเล็กน้อยพังทลายทันที

    สาระเพิ่มเติม: ตลาด GPU ปลอมและหลอกลวง
    จากข้อมูลล่าสุด การ์ดจอปลอมและการหลอกขาย GPU ราคาถูกกำลังแพร่หลายมากขึ้น โดยมักใช้วิธี ใส่การ์ดรุ่นเก่าในกล่องรุ่นใหม่ หรือแม้กระทั่ง แฟลช BIOS ให้ระบบเข้าใจผิดว่าเป็นรุ่นใหม่กว่า เช่น GTX 1050 Ti ที่แท้จริงคือ GTX 550 Ti สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ซื้อที่หวังจะได้การ์ดแรงราคาถูกต้องผิดหวัง และบางครั้งอาจเสี่ยงต่อการเสียหายของเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยgpusniper.com+1

    เปรียบเทียบ GTX 1060 vs GTX 560 Ti
    หากดูตามประสิทธิภาพจริง GTX 1060 เร็วกว่าถึง 245% ในการเล่นเกมและงานกราฟิก เมื่อเทียบกับ GTX 560 Ti โดย GTX 1060 มีหน่วยความจำสูงสุด 6GB และสถาปัตยกรรม Pascal ที่ทันสมัยกว่า ในขณะที่ GTX 560 Ti มีเพียง 1GB และใช้สถาปัตยกรรม Fermi ที่ล้าสมัยTechnical City+1 ดังนั้นการได้การ์ดรุ่นเก่าแทนรุ่นใหม่ถือว่าเสียโอกาสอย่างมาก แม้ราคาจะถูกก็ตาม

    สรุปเป็นหัวข้อ
    เหตุการณ์ในข่าว
    ผู้ซื้อเจอการ์ดจอ GTX 1060 ราคาถูกเพียง 5 ดอลลาร์ แต่ในกล่องกลับเป็น GTX 560 Ti
    เหตุเกิดในร้าน Salvation Army ช่วง Black Friday

    ข้อมูลเสริมจาก Internet
    ตลาด GPU มีการหลอกลวง เช่น การใส่การ์ดรุ่นเก่าในกล่องใหม่ หรือแฟลช BIOS ให้แสดงผลผิด
    GTX 1060 มีประสิทธิภาพสูงกว่า GTX 560 Ti ถึงกว่า 200% ในหลายการทดสอบ

    คำเตือนสำหรับผู้ซื้อการ์ดจอ
    ราคาที่ถูกเกินจริง เช่น RTX 4090 ราคา 149 ดอลลาร์ มักเป็นการหลอกลวง
    การ์ดปลอมอาจทำให้เครื่องคอมเสียหาย เช่น ไฟฟ้าลัดวงจรหรือ PSU ทำงานหนักเกินไป
    ควรตรวจสอบกล่อง, serial number, และพอร์ตเชื่อมต่อให้ตรงกับมาตรฐานรุ่นจริง

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/gtx-1060-bought-for-usd5-turned-out-to-be-a-gtx-560-ti-black-friday-shopper-learns-the-hard-way-to-always-check-whats-in-the-box-before-walking-out-the-door
    🖥️ การ์ดจอราคาถูกที่ไม่ใช่สิ่งที่คิด ข่าวนี้เล่าเรื่องผู้ซื้อการ์ดจอ GTX 1060 ราคาถูกเพียง 5 ดอลลาร์ แต่กลับได้การ์ดรุ่นเก่า GTX 560 Ti แทน พร้อมเสริมข้อมูลจากโลกออนไลน์ว่าตลาด GPU มีการหลอกลวงและการ์ดปลอมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง Black Friday มีผู้ซื้อรายหนึ่งพบการ์ดจอ MSI GTX 1060 ที่วางขายในร้านมือสอง Salvation Army ในราคาเพียง 10 ดอลลาร์ และลดครึ่งราคาเหลือ 5 ดอลลาร์ แต่เมื่อเปิดกล่องกลับพบว่าเป็น Gigabyte GTX 560 Ti ซึ่งเปิดตัวตั้งแต่ปี 2011 ทำให้ความหวังที่จะขายต่อเพื่อกำไรเล็กน้อยพังทลายทันที ⚠️ สาระเพิ่มเติม: ตลาด GPU ปลอมและหลอกลวง จากข้อมูลล่าสุด การ์ดจอปลอมและการหลอกขาย GPU ราคาถูกกำลังแพร่หลายมากขึ้น โดยมักใช้วิธี ใส่การ์ดรุ่นเก่าในกล่องรุ่นใหม่ หรือแม้กระทั่ง แฟลช BIOS ให้ระบบเข้าใจผิดว่าเป็นรุ่นใหม่กว่า เช่น GTX 1050 Ti ที่แท้จริงคือ GTX 550 Ti สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ซื้อที่หวังจะได้การ์ดแรงราคาถูกต้องผิดหวัง และบางครั้งอาจเสี่ยงต่อการเสียหายของเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยgpusniper.com+1 ⚡ เปรียบเทียบ GTX 1060 vs GTX 560 Ti หากดูตามประสิทธิภาพจริง GTX 1060 เร็วกว่าถึง 245% ในการเล่นเกมและงานกราฟิก เมื่อเทียบกับ GTX 560 Ti โดย GTX 1060 มีหน่วยความจำสูงสุด 6GB และสถาปัตยกรรม Pascal ที่ทันสมัยกว่า ในขณะที่ GTX 560 Ti มีเพียง 1GB และใช้สถาปัตยกรรม Fermi ที่ล้าสมัยTechnical City+1 ดังนั้นการได้การ์ดรุ่นเก่าแทนรุ่นใหม่ถือว่าเสียโอกาสอย่างมาก แม้ราคาจะถูกก็ตาม 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ เหตุการณ์ในข่าว ➡️ ผู้ซื้อเจอการ์ดจอ GTX 1060 ราคาถูกเพียง 5 ดอลลาร์ แต่ในกล่องกลับเป็น GTX 560 Ti ➡️ เหตุเกิดในร้าน Salvation Army ช่วง Black Friday ✅ ข้อมูลเสริมจาก Internet ➡️ ตลาด GPU มีการหลอกลวง เช่น การใส่การ์ดรุ่นเก่าในกล่องใหม่ หรือแฟลช BIOS ให้แสดงผลผิด ➡️ GTX 1060 มีประสิทธิภาพสูงกว่า GTX 560 Ti ถึงกว่า 200% ในหลายการทดสอบ ‼️ คำเตือนสำหรับผู้ซื้อการ์ดจอ ⛔ ราคาที่ถูกเกินจริง เช่น RTX 4090 ราคา 149 ดอลลาร์ มักเป็นการหลอกลวง ⛔ การ์ดปลอมอาจทำให้เครื่องคอมเสียหาย เช่น ไฟฟ้าลัดวงจรหรือ PSU ทำงานหนักเกินไป ⛔ ควรตรวจสอบกล่อง, serial number, และพอร์ตเชื่อมต่อให้ตรงกับมาตรฐานรุ่นจริง https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/gtx-1060-bought-for-usd5-turned-out-to-be-a-gtx-560-ti-black-friday-shopper-learns-the-hard-way-to-always-check-whats-in-the-box-before-walking-out-the-door
    0 Comments 0 Shares 19 Views 0 Reviews
  • ไม่ตกสะเก็ด ตอนที่ 19

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ไม่ตกสะเก็ด”
    ตอน 19
    นาย Hoover อดีตประธานาธิบดีอเมริกา คนที่แม้ตอนนั้นอกจะยังกลัดหนอง จากโดนบี้เสียเละ ในช่วงที่เป็นประธานาธิบดีสมัย Great Depression ของอเมริกา เขาเป็นประธานาธิบดีอเมริกันที่ถูกประชาชน ประท้วงรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ แถมมีคนซ้ำเติม เขาคงไม่ลืม เขาจึงนั่ง (รับใบสั่ง) เป็นผู้บัญชาการเงาของ SCAP อยู่ที่อพาทเม้นต์ข้างบนโรงแรมหรู ในนิวยอร์ค โดยมีอดีตทูต Grew และ Harry F Kern ร่วมนั่งรับการบัญชา
    หลังจากฝ่ายบัญชาการปล่อยข่าวออกไป จนน่าจะได้ที่ และได้ที เจ้าหน้าที่ของทางวังก็เริ่มมาหารือกับ Grew ถึงทางออกของจักรพรรดิ ที่คงจะเสียหน้ามาก ถ้าจะต้องออกมาเป็นผู้พูด รับผิดในการสั่งทหารญี่ปุ่นเข้าทำสงครามโลก ผลของการปรึกษา เจรจากันหลายรอบ ระหว่างตัวแทนของวังกับฝั่งของ ฝ่ายบัญชาการ ในที่สุดจักรพรรดิ ก็ตกลงยอมที่จะไปพบ นายพลแมค ที่สำนักงานใหญ่ของ SCAP ปิดห้องเจรจากัน 2 คน มันเป็นเรื่องที่จักรพรรดิไม่เคยต้องทำ แต่จักรพรรดิยอมเดินทางไปพบนายพลแมค มีแค่ องคมนตรีติดไปด้วย เพื่อทำหน้าที่เป็นล่าม โดยสาบานตนว่าจะไม่เปิดเผยต่อ ไม่ว่ากับใครทั้งสิ้น ไม่มีใครรู้ว่าทั้ง 2 เจรจาอะไรบ้าง
    แล้วคำแถลงของจักรพรรดิ ที่ใช้เวลาร่างและแก้อยู่หลายสิบ รอบ ก็ออกวิทยุที่ญี่ปุ่น ในวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ.1945 ไม่มีการพูดถึง การสั่งเข้าทำสงคราม ไม่มีคำขอโทษ แต่ให้คนฟังเข้าใจเอาเองว่า จักรพรรดิเสียใจสุดซึ้ง มันเป็นคำแถลงที่สุดยอดญี่ปุ่น แปลว่า เข้าใจยากครับ ผมพยายามอ่านอยู่หลายเที่ยว เป็นฉบับภาษาอังกฤษ ที่แปลมาจากภาษาญี่ปุ่นอีกที สงสัยภาษาอังกฤษผมอ่อนมาก ผมชักไม่แน่ใจว่า ตกลงจักรพรรดิเสียใจสุดซึ้งเรื่องอะไรกันแน่ (ท่านใดที่สนใจว่าจักรพรรดิพูดว่าอะไร กดดูในกูเกิล emperor speech ได้เลยครับ)
    หลังจากนั้นก็มาถึงคิวบรรดาหัวกะทิ นักธุรกิจนักการเงินใหญ่ ที่ SCAP สั่งดำเนินดคี เนื่องจากมีส่วนพัวพัน สนับสนุน รวมทั้งค้าขาย ทำกำไรจากการทำสงครามอันโหดร้ายของญี่ปุ่น บริษัทเหล่านี้จะมีสิทธิถูกพิจารณาลงโทษ ให้ปรับปรุงกิจการ เลิกการผูกขาด ลดขนาดบริษัท ไปจนถึง ต้องเลิกกิจการ
    Harry F Kern บรรณาธิการข่าวต่างประเทศของนิตยสาร Newsweek ซึ่งมีเสียงดังมากในสมัยนั้น เป็นหัวเรือใหญ่ ตั้งสำนักล้อบบี้รุ่นแรก American Council on Japan (ACJ) หรือบางทีเรียกกันว่า Japan Lobby ร่วมกับสื่อใหญ่อีกคน Compton Pakenham ประจำสำนักงานในโตเกียว และ James Lee Kauffman ทนายจากนิวยอร์ค ที่มาสอนหนังสือ อยู่ที่ มหาวิทยาลัยโตเกียว ในช่วงปี ค.ศ.1913 – 1919 และเป็นที่ปรึกษากฏหมาย ให้ธุรกิจใหญ่อเมริกันในโตเกียว เช่น บริษัท General Electric , Standard Oil, Westing House, Ford, Otis Elevator และ Dillion Reed ร่วมในขบวนการล้อบบี้ด้วย
    Kern เป็นสื่อ ที่จบจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาด สนใจด้านการเมืองแถบเอเซียมานานแล้วเป็นเพื่อนสนิทกับพวก Harriman คู่หูของร้อกกี้ the great ในจีน ส่วน Pakenham เกิดและโตมาในญี่ปุ่น และเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าพ่อ ในญี่ปุ่นเกือบทุกคน
    Grew อดีตทูตอเมริกันประจำญี่ปุ่น รับหน้าที่เป็นประธานของสำนักล้อบบี้ AJC ร่วมกับ Wiiliam Castle เจ้าของไร่ใหญ่ในฮาวาย และเคยเป็นปลัดกระทรวงต่างประเทศสมัย Hoover เป็นประธานาธิบดี
    ปี ค.ศ.1947 Kuaffman ในฐานะตัวแทนของ Dillion Reed บริษัทการเงินในวอลสตรีท ที่มีความใกล้ชิดกับร้อกกี้มากกว่ามอร์แกน เดินทางมาโตเกียวเพื่อประเมินนโยบาย FEC-230 ของวอชิงตัน ที่ให้ตอนพันธ์ุพวกหัวกะทิ นักธุรกิจใหญ่ ที่เรียกว่า zaibatsu จากต้นใหญ่ เหลือเป็นบอนไซในกระถางน่าเอ็น ดู เมื่อเขากลับไปอเมริกา เขารีบส่งการบ้าน หลังจากนั้นนโยบาย FEC-230 ก็ถูกส่งไปให้ Newsweek โดย William Draper หุ้นส่วนใหญ่ ของ Dillion Reed ที่ขอลาชั่วคราวมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม
    Newsweek เขียนบทความ แบบด่าไม่เลี้ยงว่า การลงโทษธุรกิจญี่ปุ่น ตามนโยบายดังกล่าว จะทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นพังพินาศ จะทำให้ชาวญี่ปุ่นที่ทำงานในภาคธุรกิจ ตกงานเป็นหมื่นๆคน มันเป็นการลงโทษนักธุรกิจญี่ปุ่น แต่สร้างความเสียหายให้แก่ชาวอเมริกันที่เสียภาษีอย่างแสนสาหัส เพราะจะต้องไปรับภาระนั้นแทนญี่ปุ่น
    มันเป็นช่วงที่ นายพลแมค กำลังเริ่มหาเสียงจะลงเลือกตั้ง มาโดนสื่อใหญ่ถล่มเละ แถมพวกลิพับลิกันก็ช่วยกันด่าซ้ำ เพราะทำให้พรรคเสียคะแนน ท่านนายพลแมค จึงรีบสั่งระงับการเอาบอนไซพันธ์ุ zaibatsu ลงกระถางไว้ชั่วคราวก่อน แต่มีคนใจร้อนขี้เกียจคอย
    คราวนี้นาย William Draper มาญี่ปุ่นเอง ในฐานะตัวแทนรัฐบาลอเมริกัน แถมพ่วงเอานายธนาคารใหญ่ อีกคน Percy Johnson มาด้วย Johnson เป็นประธาน Chemical Bank ในนิวยอร์ค ซึ่งเป็นคู่ค้ากับ Mitsui Bank ยักษ์ใหญ่มากของญี่ปุ่น พวกเขาสอบถามซักไซ้ผู้ที่เกี่ยว ข้องอย่างรวดเร็ว แล้วรีบกลับไปทำรายงาน Draper-Johnson สรุปว่า พวก zaibatsu ไม่สมควรที่จะรับโทษ ในการทำสงคราม แต่ควรให้พวกเขารีบมาฟื้นฟูเศรษฐกิจของญี่ปุ่น จะได้ไม่เป็นภาระกับอเมรืกา ในการ(ควักกระเป๋า) ดูแลเลี้ยงดูญี่ปุ่น ด้วยภาษีของคนอเมริกัน เยี่ยมจริงๆ
    สรุปแบบนี้ วอชิงตันก็โกลาหล มีทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายเชียร์ ในที่สุด การเมืองอเมริกัน ที่ว่าเป็นประชาธิปไตย ก็ (ถูกสั่งให้) ตัดสินใจยกเลิกการตอนพันธ์ zaibatsu และบริษัทญี่ปุ่น ที่อยู่ในข่ายว่าจะต้องถูกตอนจำนวน 325 บริษัท ก็ลดลงเหลือเพียง 20 บริษัท ส่วนพวก zaibatsu ที่รอดมา เปลี่ยนชื่อใหม่ชั่วคราว พอให้ควันจาง ก็กลับไปใช้ชื่อเดิม
    ส่วนเรื่อง จักรพรรดิ ทหาร และนักการเมือง อเมริกา หลังจากขู่เข้ม จนราดเต็มกางเกงกันไปหมดแล้ว ก็สรุปว่า ให้ไประบุให้ชัดเจนว่า จักรพรรดิอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ต่อไปใครจะมากล่าวหาว่าจักรพรรดินำรบไม่ได้แล้วนะ และ ให้แน่ใจว่า ทหารเลิกบ้าเลือด ก็ยุบกองทัพ เหลือแค่เป็นกองกำลังป้องกันตัวเอง ทั้งหมดนี้ ให้กำหนดอยู่ในรัฐธรรมนูญใหม่ ที่นายพลแมคให้จัดร่างขึ้นมาใหม่
    พอถึงปี ค.ศ.1951 ทั้งสองแสนสองหมื่นคน ก็หลุดจากคุกหมด ยกเว้นพวกที่หลุดมาก่อนหน้านั้นแล้ว ก็พวกหัวกะทิไง ให้ออกมาก่อน เก็บไว้แต่หางกะทิ
    ในปี ค.ศ.1952 นายพลแมค ก็จัดให้มีการเลือกตั้งในญี่ปุ่น และนายโยชิดะ จากพรรค Liberal Democrat Party (LDP) ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนายพลแมค
    ส่วนความฝันของนายพลแมคเอง ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ในปี ค.ศ.1948 เขาหาเสียงโดยตรงไม่ได้ เพราะกำลังวุ่นเรื่อง SCAP อยู่ แต่เขาประกาศผ่านพวกรีพับลิกัน โดยเฉพาะกับ Hoover ที่กำกับเขามาตลอด ว่าเขาพร้อมแล้ว แต่ดูเหมือนท่านนายพลห้าดาวจะไม่ผ่านแม้แต่การเลือกตั้งตัวแทนภายในพรรครอบแรก แต่คงไม่ช้ำใจมาก ได้ของปลอบใจไปแยะ เรียงกันหลายหลักมาก
    ทั้งหมดนี่ น่าจะเป็นผลงานการทำงานหนักของ ACJ ใครจะว่าอย่างไรก็ตาม ภายหลังจักรพรรดิให้เหรียญตราสูงสุดกับ Kern และ Pakenham ทั้ง 2 ก็คนแล้วกัน
    ACJ เป็นหน่วยงานทำอะไรกันแน่ เห็นไม่ชัดเจนในช่วงนั้น เช่นเดียวกับ หน่วยงาน MRA แต่ต่อมาภายหลัง มีเอกสารเป็นหลักฐานว่า 2 หน่วยงานนี้ คือหน่วยงานหน้าฉากของ CIA และทำงานภายใต้ใบกำกับ เช่นเดียวกัน
    เรื่องของ ACJ นี้ เป็นตำนานของการใช้สื่อ และการล้อบบี้ที่บันลือโลกมาก เป็นตัวอย่างว่า ปากและปากกานั่น ใช้ให้ถูกที่ ถูกเวลา ถูกคน ก็ล้มรัฐบาล หรือ ครอบครองประเทศได้ โดยไม่ต้องใช้กำลังทหาร และแม้แต่ทหารใหญ่อย่าง นายพลแมค ที่มีหน้าที่ปกครองญี่ปุ่นในตอนนั้น ยังต้องรีบเปลี่ยนบท
    เฮ้ย ทำไมมันขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน พอแตกใบอ่อนดันกลายเป็นบ้องกัญ ชาอย่างนึ้ ทำเป็นฮึดฮัดโกรธจัดเรื่อง Pearl Habour ถึงขนาดต้องเอาคืน ด้วยการป้อนดอกเห็ดยักษ์ ให้พวกชอบปลาดิบกิน จนตายกันเป็นเบื่อ แล้วจบกันง่ายๆ อย่างนี้นะหรือ ที่บางประเทศ แค่ปฏิวัติบ่อยหน่อย ยังไม่ได้ถล่มกองเรือของใครเลย ทำไมด่าซ้ำด่าซาก ไม่ด่าเปล่า เสือกมีของแถมมาขู่อีก แบบนี้ ก็ยังจบเรื่องไม่ได้ แค่จบตอนครับ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    30 ส.ค. 2558
    ไม่ตกสะเก็ด ตอนที่ 19 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ไม่ตกสะเก็ด” ตอน 19 นาย Hoover อดีตประธานาธิบดีอเมริกา คนที่แม้ตอนนั้นอกจะยังกลัดหนอง จากโดนบี้เสียเละ ในช่วงที่เป็นประธานาธิบดีสมัย Great Depression ของอเมริกา เขาเป็นประธานาธิบดีอเมริกันที่ถูกประชาชน ประท้วงรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ แถมมีคนซ้ำเติม เขาคงไม่ลืม เขาจึงนั่ง (รับใบสั่ง) เป็นผู้บัญชาการเงาของ SCAP อยู่ที่อพาทเม้นต์ข้างบนโรงแรมหรู ในนิวยอร์ค โดยมีอดีตทูต Grew และ Harry F Kern ร่วมนั่งรับการบัญชา หลังจากฝ่ายบัญชาการปล่อยข่าวออกไป จนน่าจะได้ที่ และได้ที เจ้าหน้าที่ของทางวังก็เริ่มมาหารือกับ Grew ถึงทางออกของจักรพรรดิ ที่คงจะเสียหน้ามาก ถ้าจะต้องออกมาเป็นผู้พูด รับผิดในการสั่งทหารญี่ปุ่นเข้าทำสงครามโลก ผลของการปรึกษา เจรจากันหลายรอบ ระหว่างตัวแทนของวังกับฝั่งของ ฝ่ายบัญชาการ ในที่สุดจักรพรรดิ ก็ตกลงยอมที่จะไปพบ นายพลแมค ที่สำนักงานใหญ่ของ SCAP ปิดห้องเจรจากัน 2 คน มันเป็นเรื่องที่จักรพรรดิไม่เคยต้องทำ แต่จักรพรรดิยอมเดินทางไปพบนายพลแมค มีแค่ องคมนตรีติดไปด้วย เพื่อทำหน้าที่เป็นล่าม โดยสาบานตนว่าจะไม่เปิดเผยต่อ ไม่ว่ากับใครทั้งสิ้น ไม่มีใครรู้ว่าทั้ง 2 เจรจาอะไรบ้าง แล้วคำแถลงของจักรพรรดิ ที่ใช้เวลาร่างและแก้อยู่หลายสิบ รอบ ก็ออกวิทยุที่ญี่ปุ่น ในวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ.1945 ไม่มีการพูดถึง การสั่งเข้าทำสงคราม ไม่มีคำขอโทษ แต่ให้คนฟังเข้าใจเอาเองว่า จักรพรรดิเสียใจสุดซึ้ง มันเป็นคำแถลงที่สุดยอดญี่ปุ่น แปลว่า เข้าใจยากครับ ผมพยายามอ่านอยู่หลายเที่ยว เป็นฉบับภาษาอังกฤษ ที่แปลมาจากภาษาญี่ปุ่นอีกที สงสัยภาษาอังกฤษผมอ่อนมาก ผมชักไม่แน่ใจว่า ตกลงจักรพรรดิเสียใจสุดซึ้งเรื่องอะไรกันแน่ (ท่านใดที่สนใจว่าจักรพรรดิพูดว่าอะไร กดดูในกูเกิล emperor speech ได้เลยครับ) หลังจากนั้นก็มาถึงคิวบรรดาหัวกะทิ นักธุรกิจนักการเงินใหญ่ ที่ SCAP สั่งดำเนินดคี เนื่องจากมีส่วนพัวพัน สนับสนุน รวมทั้งค้าขาย ทำกำไรจากการทำสงครามอันโหดร้ายของญี่ปุ่น บริษัทเหล่านี้จะมีสิทธิถูกพิจารณาลงโทษ ให้ปรับปรุงกิจการ เลิกการผูกขาด ลดขนาดบริษัท ไปจนถึง ต้องเลิกกิจการ Harry F Kern บรรณาธิการข่าวต่างประเทศของนิตยสาร Newsweek ซึ่งมีเสียงดังมากในสมัยนั้น เป็นหัวเรือใหญ่ ตั้งสำนักล้อบบี้รุ่นแรก American Council on Japan (ACJ) หรือบางทีเรียกกันว่า Japan Lobby ร่วมกับสื่อใหญ่อีกคน Compton Pakenham ประจำสำนักงานในโตเกียว และ James Lee Kauffman ทนายจากนิวยอร์ค ที่มาสอนหนังสือ อยู่ที่ มหาวิทยาลัยโตเกียว ในช่วงปี ค.ศ.1913 – 1919 และเป็นที่ปรึกษากฏหมาย ให้ธุรกิจใหญ่อเมริกันในโตเกียว เช่น บริษัท General Electric , Standard Oil, Westing House, Ford, Otis Elevator และ Dillion Reed ร่วมในขบวนการล้อบบี้ด้วย Kern เป็นสื่อ ที่จบจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาด สนใจด้านการเมืองแถบเอเซียมานานแล้วเป็นเพื่อนสนิทกับพวก Harriman คู่หูของร้อกกี้ the great ในจีน ส่วน Pakenham เกิดและโตมาในญี่ปุ่น และเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าพ่อ ในญี่ปุ่นเกือบทุกคน Grew อดีตทูตอเมริกันประจำญี่ปุ่น รับหน้าที่เป็นประธานของสำนักล้อบบี้ AJC ร่วมกับ Wiiliam Castle เจ้าของไร่ใหญ่ในฮาวาย และเคยเป็นปลัดกระทรวงต่างประเทศสมัย Hoover เป็นประธานาธิบดี ปี ค.ศ.1947 Kuaffman ในฐานะตัวแทนของ Dillion Reed บริษัทการเงินในวอลสตรีท ที่มีความใกล้ชิดกับร้อกกี้มากกว่ามอร์แกน เดินทางมาโตเกียวเพื่อประเมินนโยบาย FEC-230 ของวอชิงตัน ที่ให้ตอนพันธ์ุพวกหัวกะทิ นักธุรกิจใหญ่ ที่เรียกว่า zaibatsu จากต้นใหญ่ เหลือเป็นบอนไซในกระถางน่าเอ็น ดู เมื่อเขากลับไปอเมริกา เขารีบส่งการบ้าน หลังจากนั้นนโยบาย FEC-230 ก็ถูกส่งไปให้ Newsweek โดย William Draper หุ้นส่วนใหญ่ ของ Dillion Reed ที่ขอลาชั่วคราวมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม Newsweek เขียนบทความ แบบด่าไม่เลี้ยงว่า การลงโทษธุรกิจญี่ปุ่น ตามนโยบายดังกล่าว จะทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นพังพินาศ จะทำให้ชาวญี่ปุ่นที่ทำงานในภาคธุรกิจ ตกงานเป็นหมื่นๆคน มันเป็นการลงโทษนักธุรกิจญี่ปุ่น แต่สร้างความเสียหายให้แก่ชาวอเมริกันที่เสียภาษีอย่างแสนสาหัส เพราะจะต้องไปรับภาระนั้นแทนญี่ปุ่น มันเป็นช่วงที่ นายพลแมค กำลังเริ่มหาเสียงจะลงเลือกตั้ง มาโดนสื่อใหญ่ถล่มเละ แถมพวกลิพับลิกันก็ช่วยกันด่าซ้ำ เพราะทำให้พรรคเสียคะแนน ท่านนายพลแมค จึงรีบสั่งระงับการเอาบอนไซพันธ์ุ zaibatsu ลงกระถางไว้ชั่วคราวก่อน แต่มีคนใจร้อนขี้เกียจคอย คราวนี้นาย William Draper มาญี่ปุ่นเอง ในฐานะตัวแทนรัฐบาลอเมริกัน แถมพ่วงเอานายธนาคารใหญ่ อีกคน Percy Johnson มาด้วย Johnson เป็นประธาน Chemical Bank ในนิวยอร์ค ซึ่งเป็นคู่ค้ากับ Mitsui Bank ยักษ์ใหญ่มากของญี่ปุ่น พวกเขาสอบถามซักไซ้ผู้ที่เกี่ยว ข้องอย่างรวดเร็ว แล้วรีบกลับไปทำรายงาน Draper-Johnson สรุปว่า พวก zaibatsu ไม่สมควรที่จะรับโทษ ในการทำสงคราม แต่ควรให้พวกเขารีบมาฟื้นฟูเศรษฐกิจของญี่ปุ่น จะได้ไม่เป็นภาระกับอเมรืกา ในการ(ควักกระเป๋า) ดูแลเลี้ยงดูญี่ปุ่น ด้วยภาษีของคนอเมริกัน เยี่ยมจริงๆ สรุปแบบนี้ วอชิงตันก็โกลาหล มีทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายเชียร์ ในที่สุด การเมืองอเมริกัน ที่ว่าเป็นประชาธิปไตย ก็ (ถูกสั่งให้) ตัดสินใจยกเลิกการตอนพันธ์ zaibatsu และบริษัทญี่ปุ่น ที่อยู่ในข่ายว่าจะต้องถูกตอนจำนวน 325 บริษัท ก็ลดลงเหลือเพียง 20 บริษัท ส่วนพวก zaibatsu ที่รอดมา เปลี่ยนชื่อใหม่ชั่วคราว พอให้ควันจาง ก็กลับไปใช้ชื่อเดิม ส่วนเรื่อง จักรพรรดิ ทหาร และนักการเมือง อเมริกา หลังจากขู่เข้ม จนราดเต็มกางเกงกันไปหมดแล้ว ก็สรุปว่า ให้ไประบุให้ชัดเจนว่า จักรพรรดิอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ต่อไปใครจะมากล่าวหาว่าจักรพรรดินำรบไม่ได้แล้วนะ และ ให้แน่ใจว่า ทหารเลิกบ้าเลือด ก็ยุบกองทัพ เหลือแค่เป็นกองกำลังป้องกันตัวเอง ทั้งหมดนี้ ให้กำหนดอยู่ในรัฐธรรมนูญใหม่ ที่นายพลแมคให้จัดร่างขึ้นมาใหม่ พอถึงปี ค.ศ.1951 ทั้งสองแสนสองหมื่นคน ก็หลุดจากคุกหมด ยกเว้นพวกที่หลุดมาก่อนหน้านั้นแล้ว ก็พวกหัวกะทิไง ให้ออกมาก่อน เก็บไว้แต่หางกะทิ ในปี ค.ศ.1952 นายพลแมค ก็จัดให้มีการเลือกตั้งในญี่ปุ่น และนายโยชิดะ จากพรรค Liberal Democrat Party (LDP) ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนายพลแมค ส่วนความฝันของนายพลแมคเอง ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ในปี ค.ศ.1948 เขาหาเสียงโดยตรงไม่ได้ เพราะกำลังวุ่นเรื่อง SCAP อยู่ แต่เขาประกาศผ่านพวกรีพับลิกัน โดยเฉพาะกับ Hoover ที่กำกับเขามาตลอด ว่าเขาพร้อมแล้ว แต่ดูเหมือนท่านนายพลห้าดาวจะไม่ผ่านแม้แต่การเลือกตั้งตัวแทนภายในพรรครอบแรก แต่คงไม่ช้ำใจมาก ได้ของปลอบใจไปแยะ เรียงกันหลายหลักมาก ทั้งหมดนี่ น่าจะเป็นผลงานการทำงานหนักของ ACJ ใครจะว่าอย่างไรก็ตาม ภายหลังจักรพรรดิให้เหรียญตราสูงสุดกับ Kern และ Pakenham ทั้ง 2 ก็คนแล้วกัน ACJ เป็นหน่วยงานทำอะไรกันแน่ เห็นไม่ชัดเจนในช่วงนั้น เช่นเดียวกับ หน่วยงาน MRA แต่ต่อมาภายหลัง มีเอกสารเป็นหลักฐานว่า 2 หน่วยงานนี้ คือหน่วยงานหน้าฉากของ CIA และทำงานภายใต้ใบกำกับ เช่นเดียวกัน เรื่องของ ACJ นี้ เป็นตำนานของการใช้สื่อ และการล้อบบี้ที่บันลือโลกมาก เป็นตัวอย่างว่า ปากและปากกานั่น ใช้ให้ถูกที่ ถูกเวลา ถูกคน ก็ล้มรัฐบาล หรือ ครอบครองประเทศได้ โดยไม่ต้องใช้กำลังทหาร และแม้แต่ทหารใหญ่อย่าง นายพลแมค ที่มีหน้าที่ปกครองญี่ปุ่นในตอนนั้น ยังต้องรีบเปลี่ยนบท เฮ้ย ทำไมมันขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน พอแตกใบอ่อนดันกลายเป็นบ้องกัญ ชาอย่างนึ้ ทำเป็นฮึดฮัดโกรธจัดเรื่อง Pearl Habour ถึงขนาดต้องเอาคืน ด้วยการป้อนดอกเห็ดยักษ์ ให้พวกชอบปลาดิบกิน จนตายกันเป็นเบื่อ แล้วจบกันง่ายๆ อย่างนี้นะหรือ ที่บางประเทศ แค่ปฏิวัติบ่อยหน่อย ยังไม่ได้ถล่มกองเรือของใครเลย ทำไมด่าซ้ำด่าซาก ไม่ด่าเปล่า เสือกมีของแถมมาขู่อีก แบบนี้ ก็ยังจบเรื่องไม่ได้ แค่จบตอนครับ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 30 ส.ค. 2558
    0 Comments 0 Shares 43 Views 0 Reviews
  • โปรตีน Sox9 สามารถกระตุ้นเซลล์สมองที่เสื่อมในหนูให้กลับมาทำงานได้อีกครั้ง

    งานวิจัยใหม่พบว่าโปรตีน Sox9 สามารถกระตุ้นเซลล์สมองที่เสื่อมในหนูให้กลับมาทำงานได้อีกครั้ง โดยช่วยกำจัดคราบโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ และอาจเป็นแนวทางใหม่ในการรักษาโรคสมองเสื่อมในอนาคต

    นักวิจัยจาก Baylor College of Medicine ทดลองเพิ่มระดับโปรตีน Sox9 ในหนูที่มีภาวะคล้ายโรคอัลไซเมอร์ พบว่าเซลล์สมองชนิด astrocytes ซึ่งทำหน้าที่ดูแลและกำจัดของเสียในสมอง กลับมาทำงานได้ดีขึ้น สามารถ “ดูดซับ” คราบโปรตีน amyloid-beta ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้การทำงานด้านความจำและพฤติกรรมของหนูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    กลไกการทำงานของ Sox9
    ผลการทดลองชี้ว่า Sox9 กระตุ้นการแสดงออกของตัวรับ MEGF10 บนผิวเซลล์ astrocytes ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำจัดคราบโปรตีนที่เป็นสาเหตุของการเสื่อมสภาพของสมอง การทดลองในหนูที่ถูกตัดยีน Sox9 ออกกลับพบว่า astrocytes ทำงานแย่ลง ความจำเสื่อม และคราบโปรตีนสะสมมากขึ้น แสดงให้เห็นว่า Sox9 เป็นกุญแจสำคัญต่อสุขภาพสมอง

    ความซับซ้อนของโรคอัลไซเมอร์
    แม้การกำจัดคราบ amyloid-beta จะเป็นเป้าหมายหลักของการรักษาโรคอัลไซเมอร์ แต่งานวิจัยก่อนหน้านี้พบว่าการรักษาแบบนี้ไม่ได้ผลเสมอไป เนื่องจากโรคมีหลายปัจจัยร่วม เช่น การอักเสบในสมอง และการเสื่อมของเซลล์ประสาท การค้นพบ Sox9 จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่เน้นการเสริมพลังให้กับ เซลล์ดูแลสมอง มากกว่าการรักษาเฉพาะเซลล์ประสาท

    ความหวังและข้อจำกัด
    แม้งานวิจัยนี้ยังอยู่ในระดับการทดลองกับหนู แต่ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าน่าตื่นเต้น เพราะแสดงให้เห็นว่า การฟื้นฟูสมองที่เสื่อมแล้ว อาจเป็นไปได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเตือนว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในมนุษย์ เพื่อยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพก่อนนำไปใช้จริง

    สรุปสาระสำคัญ
    โปรตีน Sox9 ช่วยฟื้นฟูสมองเสื่อมในหนู
    กระตุ้น astrocytes ให้กำจัดคราบ amyloid-beta ได้ดีขึ้น
    หนูที่ได้รับ Sox9 มีความจำและพฤติกรรมดีขึ้น

    กลไก Sox9 ผ่านตัวรับ MEGF10
    เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ดูแลสมอง
    การตัด Sox9 ออกทำให้สมองเสื่อมเร็วขึ้น

    แนวทางใหม่ในการรักษาโรคอัลไซเมอร์
    เน้นเสริมพลังเซลล์ดูแลสมองมากกว่าการรักษาเซลล์ประสาท
    อาจช่วยแก้ปัญหาที่การรักษาแบบเดิมไม่สำเร็จ

    ข้อจำกัดและความเสี่ยง
    งานวิจัยยังอยู่ในระดับทดลองกับสัตว์
    ต้องมีการทดสอบในมนุษย์เพื่อยืนยันความปลอดภัย

    https://www.sciencealert.com/boosting-one-protein-reawakens-aging-brain-cells-in-mice-study-shows
    🧠 โปรตีน Sox9 สามารถกระตุ้นเซลล์สมองที่เสื่อมในหนูให้กลับมาทำงานได้อีกครั้ง งานวิจัยใหม่พบว่าโปรตีน Sox9 สามารถกระตุ้นเซลล์สมองที่เสื่อมในหนูให้กลับมาทำงานได้อีกครั้ง โดยช่วยกำจัดคราบโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ และอาจเป็นแนวทางใหม่ในการรักษาโรคสมองเสื่อมในอนาคต นักวิจัยจาก Baylor College of Medicine ทดลองเพิ่มระดับโปรตีน Sox9 ในหนูที่มีภาวะคล้ายโรคอัลไซเมอร์ พบว่าเซลล์สมองชนิด astrocytes ซึ่งทำหน้าที่ดูแลและกำจัดของเสียในสมอง กลับมาทำงานได้ดีขึ้น สามารถ “ดูดซับ” คราบโปรตีน amyloid-beta ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้การทำงานด้านความจำและพฤติกรรมของหนูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 🔬 กลไกการทำงานของ Sox9 ผลการทดลองชี้ว่า Sox9 กระตุ้นการแสดงออกของตัวรับ MEGF10 บนผิวเซลล์ astrocytes ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำจัดคราบโปรตีนที่เป็นสาเหตุของการเสื่อมสภาพของสมอง การทดลองในหนูที่ถูกตัดยีน Sox9 ออกกลับพบว่า astrocytes ทำงานแย่ลง ความจำเสื่อม และคราบโปรตีนสะสมมากขึ้น แสดงให้เห็นว่า Sox9 เป็นกุญแจสำคัญต่อสุขภาพสมอง 🧩 ความซับซ้อนของโรคอัลไซเมอร์ แม้การกำจัดคราบ amyloid-beta จะเป็นเป้าหมายหลักของการรักษาโรคอัลไซเมอร์ แต่งานวิจัยก่อนหน้านี้พบว่าการรักษาแบบนี้ไม่ได้ผลเสมอไป เนื่องจากโรคมีหลายปัจจัยร่วม เช่น การอักเสบในสมอง และการเสื่อมของเซลล์ประสาท การค้นพบ Sox9 จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่เน้นการเสริมพลังให้กับ เซลล์ดูแลสมอง มากกว่าการรักษาเฉพาะเซลล์ประสาท 🌍 ความหวังและข้อจำกัด แม้งานวิจัยนี้ยังอยู่ในระดับการทดลองกับหนู แต่ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าน่าตื่นเต้น เพราะแสดงให้เห็นว่า การฟื้นฟูสมองที่เสื่อมแล้ว อาจเป็นไปได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเตือนว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในมนุษย์ เพื่อยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพก่อนนำไปใช้จริง 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ โปรตีน Sox9 ช่วยฟื้นฟูสมองเสื่อมในหนู ➡️ กระตุ้น astrocytes ให้กำจัดคราบ amyloid-beta ได้ดีขึ้น ➡️ หนูที่ได้รับ Sox9 มีความจำและพฤติกรรมดีขึ้น ✅ กลไก Sox9 ผ่านตัวรับ MEGF10 ➡️ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ดูแลสมอง ➡️ การตัด Sox9 ออกทำให้สมองเสื่อมเร็วขึ้น ✅ แนวทางใหม่ในการรักษาโรคอัลไซเมอร์ ➡️ เน้นเสริมพลังเซลล์ดูแลสมองมากกว่าการรักษาเซลล์ประสาท ➡️ อาจช่วยแก้ปัญหาที่การรักษาแบบเดิมไม่สำเร็จ ‼️ ข้อจำกัดและความเสี่ยง ⛔ งานวิจัยยังอยู่ในระดับทดลองกับสัตว์ ⛔ ต้องมีการทดสอบในมนุษย์เพื่อยืนยันความปลอดภัย https://www.sciencealert.com/boosting-one-protein-reawakens-aging-brain-cells-in-mice-study-shows
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Boosting One Protein Reawakens Aging Brain Cells in Mice, Study Shows
    A discovery by researchers from the Baylor College of Medicine in the US could lead to treatments that clear the troublesome aggregations of protein thought to play a key role in Alzheimer's disease.
    0 Comments 0 Shares 61 Views 0 Reviews
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20251130 #TechRadar

    ChatGPT ครบรอบ 3 ปี เผยฟีเจอร์ยอดนิยมที่คนใช้จริง
    ChatGPT จาก OpenAI เดินทางมาถึงปีที่ 3 แล้ว และข้อมูลใหม่ที่ถูกเปิดเผยทำให้หลายคนแปลกใจ เพราะสิ่งที่คนใช้มากที่สุดไม่ใช่การสร้างภาพใหม่ แต่กลับเป็นการ “อัปโหลดภาพ” เพื่อให้ AI ช่วยปรับปรุงหรือแก้ไข นอกจากนี้งานหลักที่คนใช้ในที่ทำงานคือการแก้ไขและวิจารณ์ข้อความ มากกว่าการเขียนใหม่ทั้งหมด ฟีเจอร์ยอดนิยมที่ถูกใช้ทั่วโลกยังรวมถึงการค้นหาข้อมูล การใช้โมเดลเหตุผล การวิเคราะห์ข้อมูล และการพูดเป็นข้อความ ซึ่งสะท้อนว่าผู้ใช้มอง ChatGPT เป็นเครื่องมือช่วยงานจริงจัง ไม่ใช่แค่ของเล่นทดลองอีกต่อไป
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/openai-reveals-chatgpts-most-popular-features-and-the-top-one-might-surprise-you

    FBI เตือนภัย! แฮกเกอร์ใช้ AI หลอกขโมยเงินกว่า 262 ล้านดอลลาร์
    ปี 2025 กลายเป็นปีที่อาชญากรไซเบอร์ใช้ AI สร้างแคมเปญหลอกลวงได้สมจริงยิ่งขึ้น FBI รายงานว่ามีการสูญเสียเงินกว่า 262 ล้านดอลลาร์จากการยึดบัญชีผู้ใช้ผ่านการหลอกให้เปิดเผยรหัสผ่านหรือ OTP เมื่อได้ข้อมูลแล้ว แฮกเกอร์สามารถรีเซ็ตรหัสและโอนเงินไปยังบัญชีที่ควบคุมเอง บ่อยครั้งเงินถูกเปลี่ยนเป็นคริปโตเพื่อปกปิดร่องรอย การโจมตีมักมาในรูปแบบอีเมล ปลอมเป็นธนาคาร หรือแม้แต่เว็บไซต์ช้อปปิ้งปลอมที่ดูน่าเชื่อถือ จุดอันตรายคือผู้ใช้เองเป็นคนกดยืนยันธุรกรรม ทำให้การป้องกันยิ่งยากขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/fbi-says-hackers-have-stolen-usd262-million-in-account-takeover-scams-in-2025-so-far-heres-how-you-can-stay-safe

    Meta จ่อดีลใหญ่กับ Google TPU สะเทือนตลาดชิป AI
    ความต้องการชิป AI พุ่งสูงจน Meta ต้องหันไปเจรจากับ Google เพื่อใช้ TPU ของ Google Cloud ในปี 2026 และอาจซื้อโดยตรงในปี 2027 ดีลนี้ถือเป็นการเปลี่ยนเกม เพราะ Google แต่เดิมใช้ TPU ภายในเท่านั้น ขณะที่ Meta เคยพึ่งพาหลายเจ้า รวมถึง Nvidia การเจรจานี้ทำให้มูลค่า Alphabet พุ่งขึ้นทันที และนักลงทุนเริ่มกังวลว่า Nvidia อาจเสียส่วนแบ่งตลาดมหาศาล ความตึงเครียดในซัพพลายเชนยังคงสูง เพราะความต้องการชิป AI เกินกำลังการผลิตทั่วโลก
    https://www.techradar.com/pro/meta-and-google-could-be-about-to-sign-a-mega-ai-chip-deal-and-it-could-change-everything-in-the-tech-space

    IBM เปิดตัวระบบเก็บข้อมูลใหม่ รองรับสูงสุด 47 เพตะไบต์ต่อแร็ค
    IBM ขยายศักยภาพระบบ Storage Scale System 6000 ด้วย All-Flash Expansion Enclosures ที่ใช้ไดรฟ์ QLC ขนาด 122TB ทำให้รองรับข้อมูลได้ถึง 47PB ต่อแร็ค เหมาะกับงานที่ต้องใช้ข้อมูลมหาศาล เช่น AI และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ จุดเด่นคือการรองรับการทำงานหลายงานพร้อมกันโดยไม่เกิดคอขวด และยังเชื่อมต่อกับ GPU ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การอัปเดตซอฟต์แวร์ล่าสุดยังเพิ่มประสิทธิภาพการเขียนและการอ่านให้สูงขึ้น เพื่อรองรับการประมวลผลที่ซับซ้อนในระดับองค์กรใหญ่
    https://www.techradar.com/pro/talk-about-a-triple-threat-ibm-says-it-can-now-support-up-to-47pb-on-a-full-rack-so-load-it-up

    โน้ตบุ๊ก RAM 128GB และ 256GB ปี 2025 สำหรับงานโหดสุดๆ
    โน้ตบุ๊กที่มาพร้อม RAM 128GB หรือแม้แต่ 256GB ไม่ใช่ของสำหรับผู้ใช้ทั่วไป แต่ถูกออกแบบมาเพื่อมืออาชีพที่ต้องการพลังประมวลผลสูงสุด เช่น นักวิทยาศาสตร์ นักสร้างสรรค์คอนเทนต์ หรือผู้ทำงานกับข้อมูลขนาดใหญ่ รายชื่อรุ่นที่มีให้เลือกในปี 2025 ครอบคลุมแบรนด์ดังอย่าง Dell, HP, Lenovo, MSI, Asus, Alienware และ Razer ราคามีตั้งแต่ประมาณ 1,599 ดอลลาร์ไปจนถึงกว่า 7,000 ดอลลาร์ รุ่นที่รองรับ 256GB ยังมีไม่มาก แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของตลาดโน้ตบุ๊กที่กำลังผลักดันขีดจำกัดของการใช้งานพกพา
    https://www.techradar.com/pro/best-256gb-and-128gb-ram-laptops

    การกำกับดูแลโลกไซเบอร์-กายภาพ กลายเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับรัฐบาลท้องถิ่น
    บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าการบริหารจัดการระบบไซเบอร์ที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ เช่น ระบบไฟฟ้า น้ำ และการขนส่ง ไม่ใช่เรื่อง “nice to have” อีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็น รัฐบาลท้องถิ่นต้องมีมาตรการกำกับดูแลที่เข้มแข็งเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการโจมตีไซเบอร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตจริงของประชาชน แนวคิดนี้กำลังถูกผลักดันให้เป็นมาตรฐานใหม่ในการบริหารเมืองอัจฉริยะและโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ
    https://www.techradar.com/pro/cyber-physical-governance-isnt-a-nice-to-have-for-state-and-local-government-its-essential

    หูฟังที่ดีที่สุดสำหรับทุกงบประมาณ ผ่านการทดสอบจริง
    ทีมผู้เชี่ยวชาญได้ทดสอบหูฟังหลากหลายรุ่น ตั้งแต่ราคาประหยัดไปจนถึงระดับพรีเมียม เพื่อหาตัวเลือกที่เหมาะสมกับผู้ใช้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นหูฟังแบบครอบหู ไร้สาย หรือแบบอินเอียร์ จุดเด่นคือการทดสอบในสถานการณ์จริง ทำให้ผู้ซื้อมั่นใจได้ว่าคุณภาพเสียง ความสบาย และความทนทานได้รับการตรวจสอบแล้ว รายการนี้ช่วยให้ผู้ใช้เลือกหูฟังที่ตรงกับความต้องการโดยไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกเอง
    https://www.techradar.com/audio/headphones/the-best-headphones

    กล้องสำหรับมือใหม่ปี 2025 ตัวเลือกที่เหมาะที่สุด
    สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นถ่ายภาพ บทความนี้แนะนำกล้องที่ใช้งานง่าย ราคาสมเหตุสมผล และมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้เรียนรู้ได้เร็ว ไม่ว่าจะเป็นกล้อง DSLR หรือ Mirrorless ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับผู้เริ่มต้น จุดสำคัญคือการเลือกกล้องที่ไม่ซับซ้อนเกินไป แต่ยังมีคุณภาพภาพถ่ายที่ดีพอจะต่อยอดไปสู่การถ่ายภาพจริงจังในอนาคต
    https://www.techradar.com/cameras/the-best-camera-for-beginners

    รีวิว Panasonic HC-X1200 กล้องวิดีโอที่ซูมได้สุดประทับใจ
    Panasonic HC-X1200 ทำให้หลายคนทึ่งกับความสามารถในการซูมที่ทรงพลัง จนแทบจะทำให้กล้องวิดีโอแบบเต็มรูปแบบกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง คุณภาพภาพและระบบกันสั่นที่ดี ทำให้การถ่ายวิดีโอทั้งงานมืออาชีพและงานส่วนตัวมีความคมชัดและเสถียร จุดขายหลักคือการซูมที่เหนือกว่ากล้องทั่วไปในตลาด
    https://www.techradar.com/cameras/video-cameras/panasonic-hc-x1200-review

    ฟีเจอร์ AirDrop ใหม่บน Google Pixel 10 มีปัญหากับผู้ใช้บางราย
    Google Pixel 10 มาพร้อมฟีเจอร์ AirDrop ที่ตั้งใจให้แชร์ไฟล์ได้สะดวกขึ้น แต่ผู้ใช้บางรายพบว่าฟีเจอร์นี้ยังมีบั๊ก ทำให้การส่งไฟล์ไม่เสถียรหรือเชื่อมต่อไม่สำเร็จ ปัญหานี้กำลังถูกพูดถึงในชุมชนผู้ใช้ และคาดว่า Google จะต้องออกอัปเดตแก้ไขในเร็วๆ นี้ เพื่อให้ฟีเจอร์ทำงานได้สมบูรณ์ตามที่ตั้งใจ
    https://www.techradar.com/phones/google-pixel-phones/the-new-airdrop-feature-on-the-google-pixel-10-is-proving-buggy-for-some-users

    ปัญหากวนใจใน iOS 26 และวิธีแก้
    อัปเดต iOS 26 ที่หลายคนรอคอย กลับมาพร้อมทั้งฟีเจอร์ใหม่และความเปลี่ยนแปลงที่บางอย่างทำให้ผู้ใช้หงุดหงิดไม่น้อย เช่น “Liquid Glass” ที่ทำให้หน้าจอดูโปร่งใสเกินไปจนอ่านยาก หลายคนเลือกปิดด้วยการตั้งค่า Reduce Transparency เพื่อให้ใช้งานง่ายขึ้น อีกเรื่องคือการถ่ายภาพหน้าจอที่เปลี่ยนไปจากเดิม กลายเป็นเต็มจอพร้อมเครื่องมือแก้ไขทันที ซึ่งบางคนไม่ชอบ จึงไปตั้งค่าให้กลับมาเป็นแบบเดิมที่แค่โชว์ตัวอย่างเล็ก ๆ แล้วปัดทิ้งได้สะดวกกว่า Safari ก็ถูกปรับแถบเครื่องมือใหม่จนดูอึดอัดและต้องกดหลายขั้นตอนกว่าจะได้ฟังก์ชันที่เคยง่าย ๆ ผู้ใช้บางคนเลยเลือกปรับกลับให้เหมือนเดิม ส่วนการพิมพ์แบบ “slide-to-type” ที่บางครั้งเผลอไปลากนิ้วแล้วกลายเป็นคำไม่ตั้งใจ ก็สามารถปิดได้ในเมนู Keyboard และสุดท้ายคือการตั้งปลุกที่เคยบังคับ snooze 9 นาที ตอนนี้สามารถเลือกได้เองตั้งแต่ 1–15 นาที ทำให้ชีวิตยืดหยุ่นขึ้นมาก
    https://www.techradar.com/phones/the-5-most-frustrating-things-about-ios-26-and-how-I-fixed-them

    Cyber Resilience: ธุรกิจต้องปรับตัว
    โลกธุรกิจอังกฤษกำลังเผชิญภัยไซเบอร์ครั้งใหญ่ เหตุการณ์โจมตี Jaguar Land Rover ทำความเสียหายมหาศาลกว่า 1.9 พันล้านปอนด์ และยังมีกรณี Marks & Spencer กับ Co-Op ที่โดนโจมตีเช่นกัน รัฐบาลอังกฤษจึงเสนอแนวทางห้ามจ่ายค่าไถ่ ransomware สำหรับหน่วยงานรัฐและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เพื่อไม่ให้คนร้ายได้ผลประโยชน์ แต่ผลข้างเคียงคือเอกชนอาจกลายเป็นเป้าหมายหลักแทน สิ่งที่ธุรกิจต้องทำคือสร้าง “ความยืดหยุ่นทางไซเบอร์” โดยเริ่มจากการพัฒนาทักษะบุคลากร เพราะรายงานล่าสุดชี้ว่ามีช่องว่างทักษะด้านนี้สูงมาก การฝึกอบรมต้องไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่ต้องฝังอยู่ในงานประจำทุกตำแหน่ง ตั้งแต่ฝ่ายการเงินจนถึงบริการลูกค้า เพื่อให้ทุกคนรู้จักรับมือภัย เช่น phishing ที่ยังเป็นช่องทางโจมตีหลัก และที่สำคัญคือบอร์ดบริหารต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เทียบเท่ากับผลประกอบการ เพราะภัยไซเบอร์วันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือความอยู่รอดของธุรกิจ
    https://www.techradar.com/pro/cyber-resilience-is-a-business-imperative-skills-and-strategy-must-evolve

    Cybersecurity Burnout: เมื่อทีมงานหมดแรง
    งานด้านความปลอดภัยไซเบอร์เป็นงานที่ต้องวิ่งแข่งกับภัยคุกคามตลอดเวลา จนทำให้คนทำงานจำนวนมากเกิดภาวะ “burnout” หรือหมดแรง ล่าสุดมีตัวเลขว่ากว่า 76% ของผู้เชี่ยวชาญด้านนี้รู้สึกเหนื่อยล้า และ 69% บอกว่าหนักขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักคือการโจมตีที่ไม่หยุดพัก กฎระเบียบใหม่ ๆ ที่ต้องตามให้ทัน และการขาดบุคลากรที่เพียงพอ ผลกระทบไม่ใช่แค่สุขภาพจิต แต่ยังทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง เสี่ยงต่อการเกิดช่องโหว่และความเสียหายทางการเงิน บริษัทจึงต้องหาทางแก้ เช่น การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนพนักงาน การลงทุนในเครื่องมือที่ช่วยแบ่งเบาภาระ รวมถึงการใช้บริการภายนอกอย่าง Managed Detection and Response (MDR) ที่ช่วยลดความเหนื่อยล้าได้จริง และที่สำคัญคือการให้โอกาสเติบโตในสายงาน เพื่อให้คนทำงานรู้สึกว่ามีอนาคต ไม่ใช่แค่ทำงานไปวัน ๆ
    ​​​​​​​ https://www.techradar.com/pro/tackling-cybersecurity-burnout-once-and-for-all
    📌📡🔴 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🔴📡📌 #รวมข่าวIT #20251130 #TechRadar 🧠 ChatGPT ครบรอบ 3 ปี เผยฟีเจอร์ยอดนิยมที่คนใช้จริง ChatGPT จาก OpenAI เดินทางมาถึงปีที่ 3 แล้ว และข้อมูลใหม่ที่ถูกเปิดเผยทำให้หลายคนแปลกใจ เพราะสิ่งที่คนใช้มากที่สุดไม่ใช่การสร้างภาพใหม่ แต่กลับเป็นการ “อัปโหลดภาพ” เพื่อให้ AI ช่วยปรับปรุงหรือแก้ไข นอกจากนี้งานหลักที่คนใช้ในที่ทำงานคือการแก้ไขและวิจารณ์ข้อความ มากกว่าการเขียนใหม่ทั้งหมด ฟีเจอร์ยอดนิยมที่ถูกใช้ทั่วโลกยังรวมถึงการค้นหาข้อมูล การใช้โมเดลเหตุผล การวิเคราะห์ข้อมูล และการพูดเป็นข้อความ ซึ่งสะท้อนว่าผู้ใช้มอง ChatGPT เป็นเครื่องมือช่วยงานจริงจัง ไม่ใช่แค่ของเล่นทดลองอีกต่อไป 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/openai-reveals-chatgpts-most-popular-features-and-the-top-one-might-surprise-you 🛡️ FBI เตือนภัย! แฮกเกอร์ใช้ AI หลอกขโมยเงินกว่า 262 ล้านดอลลาร์ ปี 2025 กลายเป็นปีที่อาชญากรไซเบอร์ใช้ AI สร้างแคมเปญหลอกลวงได้สมจริงยิ่งขึ้น FBI รายงานว่ามีการสูญเสียเงินกว่า 262 ล้านดอลลาร์จากการยึดบัญชีผู้ใช้ผ่านการหลอกให้เปิดเผยรหัสผ่านหรือ OTP เมื่อได้ข้อมูลแล้ว แฮกเกอร์สามารถรีเซ็ตรหัสและโอนเงินไปยังบัญชีที่ควบคุมเอง บ่อยครั้งเงินถูกเปลี่ยนเป็นคริปโตเพื่อปกปิดร่องรอย การโจมตีมักมาในรูปแบบอีเมล ปลอมเป็นธนาคาร หรือแม้แต่เว็บไซต์ช้อปปิ้งปลอมที่ดูน่าเชื่อถือ จุดอันตรายคือผู้ใช้เองเป็นคนกดยืนยันธุรกรรม ทำให้การป้องกันยิ่งยากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/fbi-says-hackers-have-stolen-usd262-million-in-account-takeover-scams-in-2025-so-far-heres-how-you-can-stay-safe 💻 Meta จ่อดีลใหญ่กับ Google TPU สะเทือนตลาดชิป AI ความต้องการชิป AI พุ่งสูงจน Meta ต้องหันไปเจรจากับ Google เพื่อใช้ TPU ของ Google Cloud ในปี 2026 และอาจซื้อโดยตรงในปี 2027 ดีลนี้ถือเป็นการเปลี่ยนเกม เพราะ Google แต่เดิมใช้ TPU ภายในเท่านั้น ขณะที่ Meta เคยพึ่งพาหลายเจ้า รวมถึง Nvidia การเจรจานี้ทำให้มูลค่า Alphabet พุ่งขึ้นทันที และนักลงทุนเริ่มกังวลว่า Nvidia อาจเสียส่วนแบ่งตลาดมหาศาล ความตึงเครียดในซัพพลายเชนยังคงสูง เพราะความต้องการชิป AI เกินกำลังการผลิตทั่วโลก 🔗 https://www.techradar.com/pro/meta-and-google-could-be-about-to-sign-a-mega-ai-chip-deal-and-it-could-change-everything-in-the-tech-space 💾 IBM เปิดตัวระบบเก็บข้อมูลใหม่ รองรับสูงสุด 47 เพตะไบต์ต่อแร็ค IBM ขยายศักยภาพระบบ Storage Scale System 6000 ด้วย All-Flash Expansion Enclosures ที่ใช้ไดรฟ์ QLC ขนาด 122TB ทำให้รองรับข้อมูลได้ถึง 47PB ต่อแร็ค เหมาะกับงานที่ต้องใช้ข้อมูลมหาศาล เช่น AI และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ จุดเด่นคือการรองรับการทำงานหลายงานพร้อมกันโดยไม่เกิดคอขวด และยังเชื่อมต่อกับ GPU ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การอัปเดตซอฟต์แวร์ล่าสุดยังเพิ่มประสิทธิภาพการเขียนและการอ่านให้สูงขึ้น เพื่อรองรับการประมวลผลที่ซับซ้อนในระดับองค์กรใหญ่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/talk-about-a-triple-threat-ibm-says-it-can-now-support-up-to-47pb-on-a-full-rack-so-load-it-up 💻 โน้ตบุ๊ก RAM 128GB และ 256GB ปี 2025 สำหรับงานโหดสุดๆ โน้ตบุ๊กที่มาพร้อม RAM 128GB หรือแม้แต่ 256GB ไม่ใช่ของสำหรับผู้ใช้ทั่วไป แต่ถูกออกแบบมาเพื่อมืออาชีพที่ต้องการพลังประมวลผลสูงสุด เช่น นักวิทยาศาสตร์ นักสร้างสรรค์คอนเทนต์ หรือผู้ทำงานกับข้อมูลขนาดใหญ่ รายชื่อรุ่นที่มีให้เลือกในปี 2025 ครอบคลุมแบรนด์ดังอย่าง Dell, HP, Lenovo, MSI, Asus, Alienware และ Razer ราคามีตั้งแต่ประมาณ 1,599 ดอลลาร์ไปจนถึงกว่า 7,000 ดอลลาร์ รุ่นที่รองรับ 256GB ยังมีไม่มาก แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของตลาดโน้ตบุ๊กที่กำลังผลักดันขีดจำกัดของการใช้งานพกพา 🔗 https://www.techradar.com/pro/best-256gb-and-128gb-ram-laptops 🌐 การกำกับดูแลโลกไซเบอร์-กายภาพ กลายเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับรัฐบาลท้องถิ่น บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าการบริหารจัดการระบบไซเบอร์ที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ เช่น ระบบไฟฟ้า น้ำ และการขนส่ง ไม่ใช่เรื่อง “nice to have” อีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็น รัฐบาลท้องถิ่นต้องมีมาตรการกำกับดูแลที่เข้มแข็งเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการโจมตีไซเบอร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตจริงของประชาชน แนวคิดนี้กำลังถูกผลักดันให้เป็นมาตรฐานใหม่ในการบริหารเมืองอัจฉริยะและโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ 🔗 https://www.techradar.com/pro/cyber-physical-governance-isnt-a-nice-to-have-for-state-and-local-government-its-essential 🎧 หูฟังที่ดีที่สุดสำหรับทุกงบประมาณ ผ่านการทดสอบจริง ทีมผู้เชี่ยวชาญได้ทดสอบหูฟังหลากหลายรุ่น ตั้งแต่ราคาประหยัดไปจนถึงระดับพรีเมียม เพื่อหาตัวเลือกที่เหมาะสมกับผู้ใช้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นหูฟังแบบครอบหู ไร้สาย หรือแบบอินเอียร์ จุดเด่นคือการทดสอบในสถานการณ์จริง ทำให้ผู้ซื้อมั่นใจได้ว่าคุณภาพเสียง ความสบาย และความทนทานได้รับการตรวจสอบแล้ว รายการนี้ช่วยให้ผู้ใช้เลือกหูฟังที่ตรงกับความต้องการโดยไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกเอง 🔗 https://www.techradar.com/audio/headphones/the-best-headphones 📷 กล้องสำหรับมือใหม่ปี 2025 ตัวเลือกที่เหมาะที่สุด สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นถ่ายภาพ บทความนี้แนะนำกล้องที่ใช้งานง่าย ราคาสมเหตุสมผล และมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้เรียนรู้ได้เร็ว ไม่ว่าจะเป็นกล้อง DSLR หรือ Mirrorless ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับผู้เริ่มต้น จุดสำคัญคือการเลือกกล้องที่ไม่ซับซ้อนเกินไป แต่ยังมีคุณภาพภาพถ่ายที่ดีพอจะต่อยอดไปสู่การถ่ายภาพจริงจังในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/cameras/the-best-camera-for-beginners 🎥 รีวิว Panasonic HC-X1200 กล้องวิดีโอที่ซูมได้สุดประทับใจ Panasonic HC-X1200 ทำให้หลายคนทึ่งกับความสามารถในการซูมที่ทรงพลัง จนแทบจะทำให้กล้องวิดีโอแบบเต็มรูปแบบกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง คุณภาพภาพและระบบกันสั่นที่ดี ทำให้การถ่ายวิดีโอทั้งงานมืออาชีพและงานส่วนตัวมีความคมชัดและเสถียร จุดขายหลักคือการซูมที่เหนือกว่ากล้องทั่วไปในตลาด 🔗 https://www.techradar.com/cameras/video-cameras/panasonic-hc-x1200-review 📱 ฟีเจอร์ AirDrop ใหม่บน Google Pixel 10 มีปัญหากับผู้ใช้บางราย Google Pixel 10 มาพร้อมฟีเจอร์ AirDrop ที่ตั้งใจให้แชร์ไฟล์ได้สะดวกขึ้น แต่ผู้ใช้บางรายพบว่าฟีเจอร์นี้ยังมีบั๊ก ทำให้การส่งไฟล์ไม่เสถียรหรือเชื่อมต่อไม่สำเร็จ ปัญหานี้กำลังถูกพูดถึงในชุมชนผู้ใช้ และคาดว่า Google จะต้องออกอัปเดตแก้ไขในเร็วๆ นี้ เพื่อให้ฟีเจอร์ทำงานได้สมบูรณ์ตามที่ตั้งใจ 🔗 https://www.techradar.com/phones/google-pixel-phones/the-new-airdrop-feature-on-the-google-pixel-10-is-proving-buggy-for-some-users 📱 ปัญหากวนใจใน iOS 26 และวิธีแก้ อัปเดต iOS 26 ที่หลายคนรอคอย กลับมาพร้อมทั้งฟีเจอร์ใหม่และความเปลี่ยนแปลงที่บางอย่างทำให้ผู้ใช้หงุดหงิดไม่น้อย เช่น “Liquid Glass” ที่ทำให้หน้าจอดูโปร่งใสเกินไปจนอ่านยาก หลายคนเลือกปิดด้วยการตั้งค่า Reduce Transparency เพื่อให้ใช้งานง่ายขึ้น อีกเรื่องคือการถ่ายภาพหน้าจอที่เปลี่ยนไปจากเดิม กลายเป็นเต็มจอพร้อมเครื่องมือแก้ไขทันที ซึ่งบางคนไม่ชอบ จึงไปตั้งค่าให้กลับมาเป็นแบบเดิมที่แค่โชว์ตัวอย่างเล็ก ๆ แล้วปัดทิ้งได้สะดวกกว่า Safari ก็ถูกปรับแถบเครื่องมือใหม่จนดูอึดอัดและต้องกดหลายขั้นตอนกว่าจะได้ฟังก์ชันที่เคยง่าย ๆ ผู้ใช้บางคนเลยเลือกปรับกลับให้เหมือนเดิม ส่วนการพิมพ์แบบ “slide-to-type” ที่บางครั้งเผลอไปลากนิ้วแล้วกลายเป็นคำไม่ตั้งใจ ก็สามารถปิดได้ในเมนู Keyboard และสุดท้ายคือการตั้งปลุกที่เคยบังคับ snooze 9 นาที ตอนนี้สามารถเลือกได้เองตั้งแต่ 1–15 นาที ทำให้ชีวิตยืดหยุ่นขึ้นมาก 🔗 https://www.techradar.com/phones/the-5-most-frustrating-things-about-ios-26-and-how-I-fixed-them 🛡️ Cyber Resilience: ธุรกิจต้องปรับตัว โลกธุรกิจอังกฤษกำลังเผชิญภัยไซเบอร์ครั้งใหญ่ เหตุการณ์โจมตี Jaguar Land Rover ทำความเสียหายมหาศาลกว่า 1.9 พันล้านปอนด์ และยังมีกรณี Marks & Spencer กับ Co-Op ที่โดนโจมตีเช่นกัน รัฐบาลอังกฤษจึงเสนอแนวทางห้ามจ่ายค่าไถ่ ransomware สำหรับหน่วยงานรัฐและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เพื่อไม่ให้คนร้ายได้ผลประโยชน์ แต่ผลข้างเคียงคือเอกชนอาจกลายเป็นเป้าหมายหลักแทน สิ่งที่ธุรกิจต้องทำคือสร้าง “ความยืดหยุ่นทางไซเบอร์” โดยเริ่มจากการพัฒนาทักษะบุคลากร เพราะรายงานล่าสุดชี้ว่ามีช่องว่างทักษะด้านนี้สูงมาก การฝึกอบรมต้องไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่ต้องฝังอยู่ในงานประจำทุกตำแหน่ง ตั้งแต่ฝ่ายการเงินจนถึงบริการลูกค้า เพื่อให้ทุกคนรู้จักรับมือภัย เช่น phishing ที่ยังเป็นช่องทางโจมตีหลัก และที่สำคัญคือบอร์ดบริหารต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เทียบเท่ากับผลประกอบการ เพราะภัยไซเบอร์วันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือความอยู่รอดของธุรกิจ 🔗 https://www.techradar.com/pro/cyber-resilience-is-a-business-imperative-skills-and-strategy-must-evolve 😓 Cybersecurity Burnout: เมื่อทีมงานหมดแรง งานด้านความปลอดภัยไซเบอร์เป็นงานที่ต้องวิ่งแข่งกับภัยคุกคามตลอดเวลา จนทำให้คนทำงานจำนวนมากเกิดภาวะ “burnout” หรือหมดแรง ล่าสุดมีตัวเลขว่ากว่า 76% ของผู้เชี่ยวชาญด้านนี้รู้สึกเหนื่อยล้า และ 69% บอกว่าหนักขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักคือการโจมตีที่ไม่หยุดพัก กฎระเบียบใหม่ ๆ ที่ต้องตามให้ทัน และการขาดบุคลากรที่เพียงพอ ผลกระทบไม่ใช่แค่สุขภาพจิต แต่ยังทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง เสี่ยงต่อการเกิดช่องโหว่และความเสียหายทางการเงิน บริษัทจึงต้องหาทางแก้ เช่น การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนพนักงาน การลงทุนในเครื่องมือที่ช่วยแบ่งเบาภาระ รวมถึงการใช้บริการภายนอกอย่าง Managed Detection and Response (MDR) ที่ช่วยลดความเหนื่อยล้าได้จริง และที่สำคัญคือการให้โอกาสเติบโตในสายงาน เพื่อให้คนทำงานรู้สึกว่ามีอนาคต ไม่ใช่แค่ทำงานไปวัน ๆ ​​​​​​​🔗 https://www.techradar.com/pro/tackling-cybersecurity-burnout-once-and-for-all
    0 Comments 0 Shares 70 Views 0 Reviews
  • Fuxi A0 GPU: การ์ดจอจีนรุ่นใหม่พร้อม Ray Tracing

    บริษัท Xiang Dixian จากจีนได้เปิดตัวการ์ดจอรุ่นใหม่ชื่อ Fuxi A0 GPU ในงาน ICCAD Expo ที่เมืองเฉิงตู โดยใช้สถาปัตยกรรม Imagination DXD ซึ่งเป็นกราฟิก IP รุ่นล่าสุดจาก Imagination Technologies จุดเด่นคือการผลิตด้วยกระบวนการ 5nm ทำให้มีประสิทธิภาพสูงและรองรับฟีเจอร์ทันสมัยอย่าง Ray Tracing และ Super Resolution (Upscaling).

    การ์ดจอรุ่นนี้มาพร้อม หน่วยความจำ 12GB และคาดว่าจะให้พลังการประมวลผลสูงสุดถึง 160 TFLOPs โดยดีไซน์เป็นแบบ dual-slot, dual-fan เพื่อการระบายความร้อนที่ดีขึ้น ในงานเปิดตัวมีการสาธิตเกม Black Myth: Wukong ที่สามารถรันด้วยเฟรมเรตเฉลี่ยประมาณ 35 FPS พร้อมเปิด Ray Tracing ซึ่งถือว่าเป็นก้าวสำคัญของการ์ดจอจีนที่พยายามแข่งขันกับ NVIDIA และ AMD.

    นอกจากรุ่น A0 ที่เน้นการเล่นเกมและการเรนเดอร์แล้ว Xiang Dixian ยังเตรียมเปิดตัวรุ่น Fuxi B0 ที่จะรวม GPU เข้ากับ NPU (Neural Processing Unit) รองรับการประมวลผล FP8 เพื่อใช้งานด้าน AI โดยเฉพาะ ถือเป็นการขยายตลาดไปสู่การประมวลผลเชิงลึกและงานวิจัย.

    บริษัทมีประสบการณ์ยาวนานในการผลิตการ์ดจอจาก IP ของ Imagination เช่น XDX 121 และ XDX 151 สำหรับเดสก์ท็อป รวมถึง XDX R1900 สำหรับเวิร์กสเตชัน ทำให้ Fuxi A0 ถูกมองว่าเป็นการต่อยอดสู่การ์ดจอที่ทันสมัยและพร้อมเข้าสู่การผลิตจำนวนมากในปีหน้า.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การเปิดตัว Fuxi A0 GPU
    ใช้สถาปัตยกรรม Imagination DXD
    ผลิตด้วยเทคโนโลยี 5nm

    สเปกและประสิทธิภาพ
    หน่วยความจำ 12GB
    พลังการประมวลผลสูงสุด 160 TFLOPs
    ดีไซน์ dual-slot, dual-fan

    ฟีเจอร์เด่น
    รองรับ Ray Tracing และ Super Resolution
    รัน Black Myth: Wukong ได้ ~35 FPS

    แผนการขยาย
    รุ่น B0 จะรวม GPU + NPU รองรับ FP8 สำหรับงาน AI
    เตรียมเข้าสู่การผลิตจำนวนมากในปีหน้า

    ข้อควรระวัง
    ยังไม่ชัดเจนว่าประสิทธิภาพจะเทียบกับ NVIDIA/AMD ได้จริงหรือไม่
    เฟรมเรต 35 FPS อาจยังไม่เพียงพอสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความลื่นไหลสูง

    https://wccftech.com/chinese-next-gen-fuxi-gpu-imagination-ip-5nm-12-gb-ray-tracing-super-res-support/
    🖥️ Fuxi A0 GPU: การ์ดจอจีนรุ่นใหม่พร้อม Ray Tracing บริษัท Xiang Dixian จากจีนได้เปิดตัวการ์ดจอรุ่นใหม่ชื่อ Fuxi A0 GPU ในงาน ICCAD Expo ที่เมืองเฉิงตู โดยใช้สถาปัตยกรรม Imagination DXD ซึ่งเป็นกราฟิก IP รุ่นล่าสุดจาก Imagination Technologies จุดเด่นคือการผลิตด้วยกระบวนการ 5nm ทำให้มีประสิทธิภาพสูงและรองรับฟีเจอร์ทันสมัยอย่าง Ray Tracing และ Super Resolution (Upscaling). การ์ดจอรุ่นนี้มาพร้อม หน่วยความจำ 12GB และคาดว่าจะให้พลังการประมวลผลสูงสุดถึง 160 TFLOPs โดยดีไซน์เป็นแบบ dual-slot, dual-fan เพื่อการระบายความร้อนที่ดีขึ้น ในงานเปิดตัวมีการสาธิตเกม Black Myth: Wukong ที่สามารถรันด้วยเฟรมเรตเฉลี่ยประมาณ 35 FPS พร้อมเปิด Ray Tracing ซึ่งถือว่าเป็นก้าวสำคัญของการ์ดจอจีนที่พยายามแข่งขันกับ NVIDIA และ AMD. นอกจากรุ่น A0 ที่เน้นการเล่นเกมและการเรนเดอร์แล้ว Xiang Dixian ยังเตรียมเปิดตัวรุ่น Fuxi B0 ที่จะรวม GPU เข้ากับ NPU (Neural Processing Unit) รองรับการประมวลผล FP8 เพื่อใช้งานด้าน AI โดยเฉพาะ ถือเป็นการขยายตลาดไปสู่การประมวลผลเชิงลึกและงานวิจัย. บริษัทมีประสบการณ์ยาวนานในการผลิตการ์ดจอจาก IP ของ Imagination เช่น XDX 121 และ XDX 151 สำหรับเดสก์ท็อป รวมถึง XDX R1900 สำหรับเวิร์กสเตชัน ทำให้ Fuxi A0 ถูกมองว่าเป็นการต่อยอดสู่การ์ดจอที่ทันสมัยและพร้อมเข้าสู่การผลิตจำนวนมากในปีหน้า. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การเปิดตัว Fuxi A0 GPU ➡️ ใช้สถาปัตยกรรม Imagination DXD ➡️ ผลิตด้วยเทคโนโลยี 5nm ✅ สเปกและประสิทธิภาพ ➡️ หน่วยความจำ 12GB ➡️ พลังการประมวลผลสูงสุด 160 TFLOPs ➡️ ดีไซน์ dual-slot, dual-fan ✅ ฟีเจอร์เด่น ➡️ รองรับ Ray Tracing และ Super Resolution ➡️ รัน Black Myth: Wukong ได้ ~35 FPS ✅ แผนการขยาย ➡️ รุ่น B0 จะรวม GPU + NPU รองรับ FP8 สำหรับงาน AI ➡️ เตรียมเข้าสู่การผลิตจำนวนมากในปีหน้า ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ ยังไม่ชัดเจนว่าประสิทธิภาพจะเทียบกับ NVIDIA/AMD ได้จริงหรือไม่ ⛔ เฟรมเรต 35 FPS อาจยังไม่เพียงพอสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความลื่นไหลสูง https://wccftech.com/chinese-next-gen-fuxi-gpu-imagination-ip-5nm-12-gb-ray-tracing-super-res-support/
    WCCFTECH.COM
    Chinese GPU Maker Demos Its Next-Gen Fuxi A0 GPU Based on Imagination DXD GPU IP: Features 5nm Core, 12 GB VRAM, Ray Tracing & Super-Res Support
    The Chinese Fuxi A0 GPU is based on a 5nm Imagination DXD Graphics IP, offering Ray Tracing & Super Resolution support.
    0 Comments 0 Shares 55 Views 0 Reviews
  • Cherry: ตำนานสวิตช์คีย์บอร์ดในวิกฤติการเงิน

    Cherry ผู้ผลิตสวิตช์เชิงกลที่เป็นที่รักของนักเล่นคีย์บอร์ดทั่วโลก กำลังเผชิญวิกฤติการเงินครั้งใหญ่ โดยหนี้สินของบริษัทสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด ทำให้ผู้บริหารต้องพิจารณาขายธุรกิจบางส่วน เช่น แผนก Peripherals (คีย์บอร์ดและเมาส์) หรือ Digital Health & Solutions เพื่อรักษาสภาพคล่อง.

    แม้จะมีข่าวการขายธุรกิจ แต่ สวิตช์ Cherry MX ที่เป็นหัวใจหลักของวงการคีย์บอร์ดยังคงอยู่ภายใต้แผนก Components ซึ่งจะไม่ถูกขายออกไปในตอนนี้ ทำให้แฟน ๆ ที่กังวลว่าสวิตช์จะหายไปจากตลาดยังคงสบายใจได้. อย่างไรก็ตาม Cherry สูญเสียความได้เปรียบทางนวัตกรรมไปมาก หลังสิทธิบัตร Cherry MX หมดอายุในปี 2014 เปิดทางให้คู่แข่งอย่าง Gateron, Kailh และ Outemu เข้ามาแย่งตลาดด้วยสวิตช์ที่มีลูกเล่นใหม่ ๆ เช่น โรงงานหล่อลื่น (factory-lubed) และ Hall-effect switches.

    สถานการณ์ยิ่งย่ำแย่หลังปี 2022 เมื่อยอดขายลดลงครึ่งหนึ่งจากช่วงที่เคยรุ่งเรืองในยุคโควิด-19 แม้รายได้รวมจะฟื้นตัวในปี 2023 แต่แผนก Digital Health และ Components กลับยังคงขาดทุน ทำให้ผู้บริหารต้องหาทางออกด้วยการขายบางธุรกิจและย้ายการผลิตสวิตช์จากเยอรมนีไปยังจีนและสโลวาเกียเพื่อลดต้นทุน.

    Cherry ยังพยายามเสริมสภาพคล่องด้วยการขายธุรกิจ Active Key (อุปกรณ์สุขอนามัย) ได้เงิน 21 ล้านยูโร พร้อมขอเงินสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นใหญ่ Argand Partners และจัดหาเงินกู้เพิ่มเติม 23 ล้านยูโร แต่ผู้บริหารยอมรับว่าการอยู่รอดในระยะยาวอาจต้องพึ่งการควบรวมกิจการหรือขายธุรกิจบางส่วนออกไป.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    วิกฤติการเงินของ Cherry
    หนี้สินสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สิน
    พิจารณาขายแผนก Peripherals หรือ Digital Health & Solutions

    สถานะของ Cherry MX
    อยู่ในแผนก Components จึงยังไม่ถูกขาย
    สิทธิบัตรหมดอายุปี 2014 เปิดทางคู่แข่ง

    การแข่งขันในตลาด
    คู่แข่งอย่าง Gateron, Kailh, Outemu พัฒนาสวิตช์ใหม่ ๆ
    บริษัทใหญ่เช่น Corsair, Logitech, Razer หันไปใช้สวิตช์จากคู่แข่ง

    มาตรการแก้ไข
    ย้ายการผลิตไปจีนและสโลวาเกีย
    ขาย Active Key ได้ 21 ล้านยูโร
    ได้เงินกู้เพิ่ม 23 ล้านยูโร และการสนับสนุนจาก Argand Partners

    ความเสี่ยงต่ออนาคต
    อาจต้องขายธุรกิจเพิ่มเติมเพื่อความอยู่รอด
    การสูญเสียความได้เปรียบทางนวัตกรรมทำให้ยากต่อการแข่งขัน

    https://www.tomshardware.com/peripherals/keyboards/iconic-mechanical-keyboard-switch-maker-cherry-is-in-deep-financial-trouble-the-company-is-considering-selling-its-peripherals-division-to-stay-afloat
    ⌨️ Cherry: ตำนานสวิตช์คีย์บอร์ดในวิกฤติการเงิน Cherry ผู้ผลิตสวิตช์เชิงกลที่เป็นที่รักของนักเล่นคีย์บอร์ดทั่วโลก กำลังเผชิญวิกฤติการเงินครั้งใหญ่ โดยหนี้สินของบริษัทสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด ทำให้ผู้บริหารต้องพิจารณาขายธุรกิจบางส่วน เช่น แผนก Peripherals (คีย์บอร์ดและเมาส์) หรือ Digital Health & Solutions เพื่อรักษาสภาพคล่อง. แม้จะมีข่าวการขายธุรกิจ แต่ สวิตช์ Cherry MX ที่เป็นหัวใจหลักของวงการคีย์บอร์ดยังคงอยู่ภายใต้แผนก Components ซึ่งจะไม่ถูกขายออกไปในตอนนี้ ทำให้แฟน ๆ ที่กังวลว่าสวิตช์จะหายไปจากตลาดยังคงสบายใจได้. อย่างไรก็ตาม Cherry สูญเสียความได้เปรียบทางนวัตกรรมไปมาก หลังสิทธิบัตร Cherry MX หมดอายุในปี 2014 เปิดทางให้คู่แข่งอย่าง Gateron, Kailh และ Outemu เข้ามาแย่งตลาดด้วยสวิตช์ที่มีลูกเล่นใหม่ ๆ เช่น โรงงานหล่อลื่น (factory-lubed) และ Hall-effect switches. สถานการณ์ยิ่งย่ำแย่หลังปี 2022 เมื่อยอดขายลดลงครึ่งหนึ่งจากช่วงที่เคยรุ่งเรืองในยุคโควิด-19 แม้รายได้รวมจะฟื้นตัวในปี 2023 แต่แผนก Digital Health และ Components กลับยังคงขาดทุน ทำให้ผู้บริหารต้องหาทางออกด้วยการขายบางธุรกิจและย้ายการผลิตสวิตช์จากเยอรมนีไปยังจีนและสโลวาเกียเพื่อลดต้นทุน. Cherry ยังพยายามเสริมสภาพคล่องด้วยการขายธุรกิจ Active Key (อุปกรณ์สุขอนามัย) ได้เงิน 21 ล้านยูโร พร้อมขอเงินสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นใหญ่ Argand Partners และจัดหาเงินกู้เพิ่มเติม 23 ล้านยูโร แต่ผู้บริหารยอมรับว่าการอยู่รอดในระยะยาวอาจต้องพึ่งการควบรวมกิจการหรือขายธุรกิจบางส่วนออกไป. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ วิกฤติการเงินของ Cherry ➡️ หนี้สินสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สิน ➡️ พิจารณาขายแผนก Peripherals หรือ Digital Health & Solutions ✅ สถานะของ Cherry MX ➡️ อยู่ในแผนก Components จึงยังไม่ถูกขาย ➡️ สิทธิบัตรหมดอายุปี 2014 เปิดทางคู่แข่ง ✅ การแข่งขันในตลาด ➡️ คู่แข่งอย่าง Gateron, Kailh, Outemu พัฒนาสวิตช์ใหม่ ๆ ➡️ บริษัทใหญ่เช่น Corsair, Logitech, Razer หันไปใช้สวิตช์จากคู่แข่ง ✅ มาตรการแก้ไข ➡️ ย้ายการผลิตไปจีนและสโลวาเกีย ➡️ ขาย Active Key ได้ 21 ล้านยูโร ➡️ ได้เงินกู้เพิ่ม 23 ล้านยูโร และการสนับสนุนจาก Argand Partners ‼️ ความเสี่ยงต่ออนาคต ⛔ อาจต้องขายธุรกิจเพิ่มเติมเพื่อความอยู่รอด ⛔ การสูญเสียความได้เปรียบทางนวัตกรรมทำให้ยากต่อการแข่งขัน https://www.tomshardware.com/peripherals/keyboards/iconic-mechanical-keyboard-switch-maker-cherry-is-in-deep-financial-trouble-the-company-is-considering-selling-its-peripherals-division-to-stay-afloat
    0 Comments 0 Shares 56 Views 0 Reviews
  • Airbus สั่งแก้ซอฟต์แวร์ด่วน หลังพบข้อมูลควบคุมการบินเสียหาย

    Airbus ได้ออกคำสั่งเร่งด่วนให้สายการบินทั่วโลกดำเนินการ อัปเดตซอฟต์แวร์บนเครื่องบิน A320-family กว่า 6,000 ลำ หลังจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่เครื่อง JetBlue A321 ต้องเบี่ยงเส้นทางกลางอากาศ เนื่องจากระบบควบคุมการบินเกิดพฤติกรรมผิดปกติ สาเหตุถูกระบุว่าเกิดจาก ข้อมูลควบคุมการบินเสียหาย (data corruption) ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ รังสีดวงอาทิตย์ที่รุนแรง ในช่วงนั้น.

    หน่วยงานกำกับดูแลของยุโรป (EASA) ได้ออกคำสั่งบังคับให้สายการบินต้อง ย้อนกลับไปใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชันก่อนหน้า ที่มีความเสถียร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ขณะที่สายการบินหลายแห่งต้องเร่งปรับตารางการบินเพื่อทำการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่สามารถทำได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่บางลำจำเป็นต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ ซึ่งใช้เวลานานและส่งผลต่อการให้บริการ.

    เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ รังสีคอสมิก (cosmic rays) สามารถทำให้เกิด “bit flips” หรือการเปลี่ยนค่าข้อมูลในหน่วยความจำของระบบควบคุมการบิน แม้ว่าเครื่องบิน A320 จะมีระบบคอมพิวเตอร์แบบ triple-redundant และกลไก cross-checking เพื่อป้องกันความผิดพลาด แต่ก็ยังมีช่องโหว่ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้.

    Airbus ยืนยันว่าจะทำงานใกล้ชิดกับสายการบินเพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมขอโทษผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ โดยคาดว่าการอัปเดตซอฟต์แวร์จะเสร็จสิ้นภายในไม่กี่วันข้างหน้า ขณะที่การสอบสวนยังดำเนินต่อเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของความผิดพลาดนี้.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    คำสั่งอัปเดตซอฟต์แวร์
    ครอบคลุมเครื่องบิน A320-family กว่า 6,000 ลำ
    ต้องย้อนกลับไปใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชันก่อนหน้า

    เหตุการณ์ JetBlue A321
    เกิดขึ้นวันที่ 30 ตุลาคม
    ระบบควบคุมการบินผิดปกติจนต้องเบี่ยงเส้นทาง
    มีผู้โดยสารบาดเจ็บจากเหตุการณ์

    สาเหตุที่เป็นไปได้
    รังสีดวงอาทิตย์ทำให้ข้อมูลควบคุมการบินเสียหาย
    เกิด “bit flips” ในหน่วยความจำของระบบ

    ผลกระทบต่อสายการบิน
    อัปเดตซอฟต์แวร์ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง
    บางลำต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ ส่งผลต่อการให้บริการ

    ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
    แม้มีระบบ triple-redundant แต่ยังมีช่องโหว่จากรังสีคอสมิก
    อาจเกิดเหตุการณ์ซ้ำหากไม่แก้ไขอย่างเร่งด่วน

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/airbus-orders-immediate-software-fix-for-6000-a320-jets
    ✈️ Airbus สั่งแก้ซอฟต์แวร์ด่วน หลังพบข้อมูลควบคุมการบินเสียหาย Airbus ได้ออกคำสั่งเร่งด่วนให้สายการบินทั่วโลกดำเนินการ อัปเดตซอฟต์แวร์บนเครื่องบิน A320-family กว่า 6,000 ลำ หลังจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่เครื่อง JetBlue A321 ต้องเบี่ยงเส้นทางกลางอากาศ เนื่องจากระบบควบคุมการบินเกิดพฤติกรรมผิดปกติ สาเหตุถูกระบุว่าเกิดจาก ข้อมูลควบคุมการบินเสียหาย (data corruption) ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ รังสีดวงอาทิตย์ที่รุนแรง ในช่วงนั้น. หน่วยงานกำกับดูแลของยุโรป (EASA) ได้ออกคำสั่งบังคับให้สายการบินต้อง ย้อนกลับไปใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชันก่อนหน้า ที่มีความเสถียร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ขณะที่สายการบินหลายแห่งต้องเร่งปรับตารางการบินเพื่อทำการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่สามารถทำได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่บางลำจำเป็นต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ ซึ่งใช้เวลานานและส่งผลต่อการให้บริการ. เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ รังสีคอสมิก (cosmic rays) สามารถทำให้เกิด “bit flips” หรือการเปลี่ยนค่าข้อมูลในหน่วยความจำของระบบควบคุมการบิน แม้ว่าเครื่องบิน A320 จะมีระบบคอมพิวเตอร์แบบ triple-redundant และกลไก cross-checking เพื่อป้องกันความผิดพลาด แต่ก็ยังมีช่องโหว่ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้. Airbus ยืนยันว่าจะทำงานใกล้ชิดกับสายการบินเพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมขอโทษผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ โดยคาดว่าการอัปเดตซอฟต์แวร์จะเสร็จสิ้นภายในไม่กี่วันข้างหน้า ขณะที่การสอบสวนยังดำเนินต่อเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของความผิดพลาดนี้. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ คำสั่งอัปเดตซอฟต์แวร์ ➡️ ครอบคลุมเครื่องบิน A320-family กว่า 6,000 ลำ ➡️ ต้องย้อนกลับไปใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชันก่อนหน้า ✅ เหตุการณ์ JetBlue A321 ➡️ เกิดขึ้นวันที่ 30 ตุลาคม ➡️ ระบบควบคุมการบินผิดปกติจนต้องเบี่ยงเส้นทาง ➡️ มีผู้โดยสารบาดเจ็บจากเหตุการณ์ ✅ สาเหตุที่เป็นไปได้ ➡️ รังสีดวงอาทิตย์ทำให้ข้อมูลควบคุมการบินเสียหาย ➡️ เกิด “bit flips” ในหน่วยความจำของระบบ ✅ ผลกระทบต่อสายการบิน ➡️ อัปเดตซอฟต์แวร์ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง ➡️ บางลำต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ ส่งผลต่อการให้บริการ ‼️ ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ⛔ แม้มีระบบ triple-redundant แต่ยังมีช่องโหว่จากรังสีคอสมิก ⛔ อาจเกิดเหตุการณ์ซ้ำหากไม่แก้ไขอย่างเร่งด่วน https://www.tomshardware.com/tech-industry/airbus-orders-immediate-software-fix-for-6000-a320-jets
    0 Comments 0 Shares 56 Views 0 Reviews
  • Microsoft x Crocs: เมื่อเกมมาพบแฟชั่น

    Microsoft และ Crocs สร้างกระแสใหม่ในวงการแฟชั่นและเกม ด้วยการเปิดตัว Xbox Classic Clogs รุ่นลิมิเต็ด ราคา 80 ดอลลาร์ รองเท้ารุ่นนี้ออกมาเพียงไม่กี่วันหลังครบรอบ 20 ปี Xbox 360 โดยดีไซน์โดดเด่นด้วยปุ่ม ABXY, D-Pad และอนาล็อกจากคอนโทรลเลอร์ Xbox ที่ถูกนำมาติดบนรองเท้า ให้ความรู้สึกเหมือน “คอนโทรลเลอร์สำหรับเท้า”.

    นอกจากตัวรองเท้าแล้ว ยังมี แพ็กเสริม Jibbitz charms ที่แฟน ๆ สามารถซื้อเพิ่มในราคา 20 ดอลลาร์ เพื่อประดับด้วยตัวละครจากเกมดัง เช่น Halo, Doom, Fallout, Sea of Thieves และ World of Warcraft รวมถึงชุด charms แบบ PlayStation สำหรับผู้ที่อยากเปลี่ยนปุ่ม Xbox เป็นสไตล์คู่แข่ง.

    รองเท้ารุ่นนี้ยังมีลูกเล่นเล็ก ๆ อย่างการสลักคำว่า “Player Left” และ “Player Right” บนแต่ละข้าง เพื่อสื่อถึงการเล่นเกมแบบมัลติเพลเยอร์ ถือเป็นการผสมผสานความสนุกของเกมเข้ากับแฟชั่นในชีวิตประจำวัน แม้ Crocs จะเป็นรองเท้าที่ถูกมองว่าไม่อินเทรนด์ แต่ความสบายและความแปลกใหม่นี้อาจทำให้แฟนเกมจำนวนมากสนใจ.

    อย่างไรก็ตาม รองเท้ารุ่นนี้ก็ถูกวิจารณ์ว่าเป็น “การโฆษณาเดินได้” เพราะราคาสูงกว่ารุ่นปกติถึง 30 ดอลลาร์ และเมื่อรวมแพ็กเสริม charms จะอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ ซึ่งอาจทำให้บางคนลังเลว่าจะซื้อเพื่อแฟชั่นหรือเพื่อสะสม.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การเปิดตัวรองเท้า Xbox Classic Clogs
    ราคา 80 ดอลลาร์ สูงกว่ารุ่นปกติ 30 ดอลลาร์
    ดีไซน์ปุ่ม ABXY, D-Pad และอนาล็อกจากคอนโทรลเลอร์ Xbox

    อุปกรณ์เสริม Jibbitz charms
    ราคา 20 ดอลลาร์
    มีตัวละครจาก Halo, Doom, Fallout, Sea of Thieves และ World of Warcraft
    มีชุด charms แบบ PlayStation ให้เลือก

    รายละเอียดพิเศษ
    รองเท้าสลัก “Player Left” และ “Player Right”
    สื่อถึงการเล่นเกมแบบมัลติเพลเยอร์

    ข้อถกเถียงด้านราคาและแฟชั่น
    ราคาสูงกว่ารุ่นปกติและรวมเสริมอาจแตะ 100 ดอลลาร์
    Crocs เป็นรองเท้าที่ถูกมองว่าไม่อินเทรนด์ อาจไม่ถูกใจสายแฟชั่น

    https://www.tomshardware.com/video-games/xbox/microsoft-and-crocs-release-limited-edition-xbox-themed-footwear-for-usd80-black-classic-clogs-with-xbox-style-controller-charms
    👟 Microsoft x Crocs: เมื่อเกมมาพบแฟชั่น Microsoft และ Crocs สร้างกระแสใหม่ในวงการแฟชั่นและเกม ด้วยการเปิดตัว Xbox Classic Clogs รุ่นลิมิเต็ด ราคา 80 ดอลลาร์ รองเท้ารุ่นนี้ออกมาเพียงไม่กี่วันหลังครบรอบ 20 ปี Xbox 360 โดยดีไซน์โดดเด่นด้วยปุ่ม ABXY, D-Pad และอนาล็อกจากคอนโทรลเลอร์ Xbox ที่ถูกนำมาติดบนรองเท้า ให้ความรู้สึกเหมือน “คอนโทรลเลอร์สำหรับเท้า”. นอกจากตัวรองเท้าแล้ว ยังมี แพ็กเสริม Jibbitz charms ที่แฟน ๆ สามารถซื้อเพิ่มในราคา 20 ดอลลาร์ เพื่อประดับด้วยตัวละครจากเกมดัง เช่น Halo, Doom, Fallout, Sea of Thieves และ World of Warcraft รวมถึงชุด charms แบบ PlayStation สำหรับผู้ที่อยากเปลี่ยนปุ่ม Xbox เป็นสไตล์คู่แข่ง. รองเท้ารุ่นนี้ยังมีลูกเล่นเล็ก ๆ อย่างการสลักคำว่า “Player Left” และ “Player Right” บนแต่ละข้าง เพื่อสื่อถึงการเล่นเกมแบบมัลติเพลเยอร์ ถือเป็นการผสมผสานความสนุกของเกมเข้ากับแฟชั่นในชีวิตประจำวัน แม้ Crocs จะเป็นรองเท้าที่ถูกมองว่าไม่อินเทรนด์ แต่ความสบายและความแปลกใหม่นี้อาจทำให้แฟนเกมจำนวนมากสนใจ. อย่างไรก็ตาม รองเท้ารุ่นนี้ก็ถูกวิจารณ์ว่าเป็น “การโฆษณาเดินได้” เพราะราคาสูงกว่ารุ่นปกติถึง 30 ดอลลาร์ และเมื่อรวมแพ็กเสริม charms จะอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ ซึ่งอาจทำให้บางคนลังเลว่าจะซื้อเพื่อแฟชั่นหรือเพื่อสะสม. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การเปิดตัวรองเท้า Xbox Classic Clogs ➡️ ราคา 80 ดอลลาร์ สูงกว่ารุ่นปกติ 30 ดอลลาร์ ➡️ ดีไซน์ปุ่ม ABXY, D-Pad และอนาล็อกจากคอนโทรลเลอร์ Xbox ✅ อุปกรณ์เสริม Jibbitz charms ➡️ ราคา 20 ดอลลาร์ ➡️ มีตัวละครจาก Halo, Doom, Fallout, Sea of Thieves และ World of Warcraft ➡️ มีชุด charms แบบ PlayStation ให้เลือก ✅ รายละเอียดพิเศษ ➡️ รองเท้าสลัก “Player Left” และ “Player Right” ➡️ สื่อถึงการเล่นเกมแบบมัลติเพลเยอร์ ‼️ ข้อถกเถียงด้านราคาและแฟชั่น ⛔ ราคาสูงกว่ารุ่นปกติและรวมเสริมอาจแตะ 100 ดอลลาร์ ⛔ Crocs เป็นรองเท้าที่ถูกมองว่าไม่อินเทรนด์ อาจไม่ถูกใจสายแฟชั่น https://www.tomshardware.com/video-games/xbox/microsoft-and-crocs-release-limited-edition-xbox-themed-footwear-for-usd80-black-classic-clogs-with-xbox-style-controller-charms
    0 Comments 0 Shares 57 Views 0 Reviews
  • ตำนานเกม Pong จุดเริ่มต้นอุตสาหกรรมเกมมูลค่าแสนล้าน

    ปี 1972 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการบันเทิง เมื่อ Atari เปิดตัว Pong เกมอาร์เคดแนวตีลูกปิงปองที่เรียบง่าย แต่กลับสร้างรายได้มหาศาลให้บริษัทจากเงินลงทุนเพียง 500 ดอลลาร์ จนกลายเป็นหนึ่งในเกมที่วางรากฐานให้ธุรกิจเกมเติบโตจนมีมูลค่ากว่า 300 พันล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน.

    สิ่งที่น่าสนใจคือ Pong ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกมเชิงพาณิชย์ตั้งแต่แรก แต่เป็นเพียง “การบ้าน” ที่ Nolan Bushnell มอบให้ Allan Alcorn วิศวกรของ Atari เพื่อฝึกฝีมือการออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เกมนี้ถูกสร้างขึ้นโดยใช้วงจร TTL (Transistor-Transistor Logic) แบบฮาร์ดแวร์ล้วน ๆ โดยไม่มี CPU หรือซอฟต์แวร์ใด ๆ ซึ่งถือว่าเป็นความแปลกใหม่ในยุคนั้น.

    ความนิยมของ Pong ทำให้ Atari ขยายตลาดสู่ผู้บริโภคทั่วไป โดยออก Home Pong ในปี 1975 และต่อมาในปี 1977 ได้รวมเกมแนว Pong ไว้ในเครื่อง Atari 2600 ในชื่อ Video Olympics ซึ่งช่วยให้เกมนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมครอบครัว และยังถูกนำกลับมาในเครื่องเล่นรุ่นใหม่ ๆ รวมถึง Atari Gamestation Go.

    นอกจากนี้ Pong ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเกมแนวใหม่อย่าง Breakout และเกมตีลูกอื่น ๆ ที่พัฒนาต่อยอดจากแนวคิดเดิม ทำให้ Pong ไม่เพียงเป็นเกม แต่เป็น “จุดประกาย” ที่เปลี่ยนโลกบันเทิงไปตลอดกาล.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    จุดกำเนิด Pong
    เปิดตัวในปี 1972 โดย Atari
    สร้างรายได้มหาศาลจากเงินลงทุนเพียง 500 ดอลลาร์

    นวัตกรรมทางเทคนิค
    ใช้วงจร TTL โดยไม่มี CPU
    ระบบเสียง “บี๊บ” กลายเป็นเอกลักษณ์

    การขยายตลาด
    เปิดตัว Home Pong ปี 1975
    รวมอยู่ใน Atari 2600 ปี 1977

    อิทธิพลต่อวงการเกม
    จุดประกายให้เกิดเกม Breakout และแนวเกมตีลูกอื่น ๆ
    วางรากฐานอุตสาหกรรมเกมที่มีมูลค่ากว่า 300 พันล้านดอลลาร์

    ข้อถกเถียงด้านสิทธิบัตร
    มีการกล่าวว่า Pong ได้แรงบันดาลใจจาก Magnavox Odyssey
    เกิดคดีฟ้องร้องเรื่องการละเมิดสิทธิบัตรในยุคนั้น

    https://www.tomshardware.com/video-games/retro-gaming/pong-debuted-on-this-day-in-1972-ataris-pioneering-cpu-less-video-arcade-games-creation-was-the-result-of-an-engineer-training-exercise
    🎮 ตำนานเกม Pong จุดเริ่มต้นอุตสาหกรรมเกมมูลค่าแสนล้าน ปี 1972 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการบันเทิง เมื่อ Atari เปิดตัว Pong เกมอาร์เคดแนวตีลูกปิงปองที่เรียบง่าย แต่กลับสร้างรายได้มหาศาลให้บริษัทจากเงินลงทุนเพียง 500 ดอลลาร์ จนกลายเป็นหนึ่งในเกมที่วางรากฐานให้ธุรกิจเกมเติบโตจนมีมูลค่ากว่า 300 พันล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน. สิ่งที่น่าสนใจคือ Pong ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกมเชิงพาณิชย์ตั้งแต่แรก แต่เป็นเพียง “การบ้าน” ที่ Nolan Bushnell มอบให้ Allan Alcorn วิศวกรของ Atari เพื่อฝึกฝีมือการออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เกมนี้ถูกสร้างขึ้นโดยใช้วงจร TTL (Transistor-Transistor Logic) แบบฮาร์ดแวร์ล้วน ๆ โดยไม่มี CPU หรือซอฟต์แวร์ใด ๆ ซึ่งถือว่าเป็นความแปลกใหม่ในยุคนั้น. ความนิยมของ Pong ทำให้ Atari ขยายตลาดสู่ผู้บริโภคทั่วไป โดยออก Home Pong ในปี 1975 และต่อมาในปี 1977 ได้รวมเกมแนว Pong ไว้ในเครื่อง Atari 2600 ในชื่อ Video Olympics ซึ่งช่วยให้เกมนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมครอบครัว และยังถูกนำกลับมาในเครื่องเล่นรุ่นใหม่ ๆ รวมถึง Atari Gamestation Go. นอกจากนี้ Pong ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเกมแนวใหม่อย่าง Breakout และเกมตีลูกอื่น ๆ ที่พัฒนาต่อยอดจากแนวคิดเดิม ทำให้ Pong ไม่เพียงเป็นเกม แต่เป็น “จุดประกาย” ที่เปลี่ยนโลกบันเทิงไปตลอดกาล. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ จุดกำเนิด Pong ➡️ เปิดตัวในปี 1972 โดย Atari ➡️ สร้างรายได้มหาศาลจากเงินลงทุนเพียง 500 ดอลลาร์ ✅ นวัตกรรมทางเทคนิค ➡️ ใช้วงจร TTL โดยไม่มี CPU ➡️ ระบบเสียง “บี๊บ” กลายเป็นเอกลักษณ์ ✅ การขยายตลาด ➡️ เปิดตัว Home Pong ปี 1975 ➡️ รวมอยู่ใน Atari 2600 ปี 1977 ✅ อิทธิพลต่อวงการเกม ➡️ จุดประกายให้เกิดเกม Breakout และแนวเกมตีลูกอื่น ๆ ➡️ วางรากฐานอุตสาหกรรมเกมที่มีมูลค่ากว่า 300 พันล้านดอลลาร์ ‼️ ข้อถกเถียงด้านสิทธิบัตร ⛔ มีการกล่าวว่า Pong ได้แรงบันดาลใจจาก Magnavox Odyssey ⛔ เกิดคดีฟ้องร้องเรื่องการละเมิดสิทธิบัตรในยุคนั้น https://www.tomshardware.com/video-games/retro-gaming/pong-debuted-on-this-day-in-1972-ataris-pioneering-cpu-less-video-arcade-games-creation-was-the-result-of-an-engineer-training-exercise
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Pong debuted on this day in 1972 — Atari's pioneering CPU-less video arcade game’s creation was the result of an engineer training exercise
    Basic blippy bat and ball game sparked an entertainment industry sector that would go on to eclipse Hollywood.
    0 Comments 0 Shares 53 Views 0 Reviews
  • สร้าง RAG แบบ Local ได้จริง: ประสบการณ์จาก Skald

    ทีมพัฒนา Skald ได้ทดลองสร้างระบบ RAG (Retrieval-Augmented Generation) แบบ self-hosted ที่ไม่ต้องส่งข้อมูลไปยังบริการของบุคคลที่สาม โดยใช้เทคโนโลยี open-source ทั้งหมด เพื่อตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการความเป็นส่วนตัวของข้อมูลแต่ยังต้องการใช้ประโยชน์จาก AI สมัยใหม่

    การทดสอบใช้เนื้อหาจากเว็บไซต์ PostHog ประมาณ 2,000 เอกสาร โดยเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่าง 3 รูปแบบ: Cloud APIs (Voyage + Claude), Hybrid (Voyage + GPT-OSS 20B), และ Fully Local (Sentence Transformers + GPT-OSS 20B) ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าระบบ local สามารถทำงานได้จริงและให้ผลลัพธ์ที่ดีในหลายกรณี

    สิ่งที่น่าสนใจคือการ deploy ระบบทั้งหมดใช้เวลาเพียง 8 นาที รวมถึง vector database, reranking, embedding service และ document parser โดยใช้ Postgres + pgvector, Sentence Transformers, และ Docling ตามลำดับ ทำให้เห็นว่าการสร้าง RAG แบบ local ไม่ได้ยากอย่างที่คิด

    ผลการทดสอบพบว่า Cloud setup ได้คะแนน 9.45/10, Hybrid setup ได้ 9.18/10, ส่วน Local setup แบบพื้นฐานได้ 7.10/10 และเมื่อใช้โมเดล multi-lingual ที่ดีกว่าสามารถยกระดับเป็น 8.63/10 ได้ โดยจุดอ่อนหลักคือการตอบคำถามที่ต้องรวบรวมข้อมูลจากหลายเอกสาร แต่สำหรับคำถามแบบ point query ระบบ local ทำงานได้ดีมาก

    สรุปสาระสำคัญ
    องค์ประกอบของ RAG และทางเลือก Open-Source
    Vector Database: Postgres + pgvector (แทน Pinecone, Weaviate)
    Embeddings: Sentence Transformers all-MiniLM-L6-v2 (แทน OpenAI, Voyage)
    LLM: GPT-OSS 20B ผ่าน llama.cpp (แทน GPT-4, Claude)
    Reranker: Sentence Transformers cross-encoder (แทน Cohere, Voyage)
    Document Parser: Docling ผ่าน docling-serve

    ผลการทดสอบประสิทธิภาพ
    Voyage + Claude (Cloud): คะแนนเฉลี่ย 9.45/10 - ผ่านทุกคำถาม
    Voyage + GPT-OSS 20B (Hybrid): คะแนนเฉลี่ย 9.18/10 - ผลลัพธ์ดีมาก
    Local + โมเดลพื้นฐาน: คะแนนเฉลี่ย 7.10/10 - ดีสำหรับ point queries
    Local + โมเดล multi-lingual: คะแนนเฉลี่ย 8.63/10 - ปรับปรุงได้มาก

    ข้อดีของ Local Setup
    Deploy ได้ภายใน 8 นาที รวมทุก component
    ไม่ต้องส่งข้อมูลออกนอกองค์กร - เหมาะกับข้อมูลที่ sensitive
    ใช้เทคโนโลยี open-source ทั้งหมด (MIT-licensed)
    รองรับการทำงานใน air-gapped infrastructure

    จุดแข็งของโมเดล Local
    ตอบคำถามแบบ point query (หาคำตอบจากที่เดียว) ได้ดีมาก
    โมเดลพื้นฐานทำงานเร็วและเหมาะกับภาษาอังกฤษ
    โมเดล multi-lingual (bge-m3) รองรับหลายภาษารวมถึงไทย
    แนวโน้มจะดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อโมเดล open-source พัฒนา

    ข้อจำกัดที่ควรระวัง
    โมเดลพื้นฐานมีปัญหากับคำถามที่คลุมเครือ (ambiguous questions)
    ยังไม่เก่งในการรวบรวมข้อมูลจากหลายเอกสาร (multi-document context)
    โมเดลพื้นฐานรองรับเฉพาะภาษาอังกฤษ - ต้องใช้โมเดล multi-lingual สำหรับภาษาอื่น
    pgvector อาจไม่เหมาะกับ dataset ขนาดใหญ่มากๆ - ต้องพิจารณา vector DB อื่น

    สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อม
    ต้องรัน service หลายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการเรียก API
    ต้องมีความรู้ในการ deploy และ manage infrastructure
    อาจต้องปรับแต่ง topK values และเทคนิคอื่นๆ ตาม use case
    ต้องมี hardware เพียงพอ (ทดสอบใช้ g5.2xlarge EC2 สำหรับ LLM)

    https://blog.yakkomajuri.com/blog/local-rag
    🚀 สร้าง RAG แบบ Local ได้จริง: ประสบการณ์จาก Skald ทีมพัฒนา Skald ได้ทดลองสร้างระบบ RAG (Retrieval-Augmented Generation) แบบ self-hosted ที่ไม่ต้องส่งข้อมูลไปยังบริการของบุคคลที่สาม โดยใช้เทคโนโลยี open-source ทั้งหมด เพื่อตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการความเป็นส่วนตัวของข้อมูลแต่ยังต้องการใช้ประโยชน์จาก AI สมัยใหม่ การทดสอบใช้เนื้อหาจากเว็บไซต์ PostHog ประมาณ 2,000 เอกสาร โดยเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่าง 3 รูปแบบ: Cloud APIs (Voyage + Claude), Hybrid (Voyage + GPT-OSS 20B), และ Fully Local (Sentence Transformers + GPT-OSS 20B) ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าระบบ local สามารถทำงานได้จริงและให้ผลลัพธ์ที่ดีในหลายกรณี สิ่งที่น่าสนใจคือการ deploy ระบบทั้งหมดใช้เวลาเพียง 8 นาที รวมถึง vector database, reranking, embedding service และ document parser โดยใช้ Postgres + pgvector, Sentence Transformers, และ Docling ตามลำดับ ทำให้เห็นว่าการสร้าง RAG แบบ local ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ผลการทดสอบพบว่า Cloud setup ได้คะแนน 9.45/10, Hybrid setup ได้ 9.18/10, ส่วน Local setup แบบพื้นฐานได้ 7.10/10 และเมื่อใช้โมเดล multi-lingual ที่ดีกว่าสามารถยกระดับเป็น 8.63/10 ได้ โดยจุดอ่อนหลักคือการตอบคำถามที่ต้องรวบรวมข้อมูลจากหลายเอกสาร แต่สำหรับคำถามแบบ point query ระบบ local ทำงานได้ดีมาก 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ องค์ประกอบของ RAG และทางเลือก Open-Source ➡️ Vector Database: Postgres + pgvector (แทน Pinecone, Weaviate) ➡️ Embeddings: Sentence Transformers all-MiniLM-L6-v2 (แทน OpenAI, Voyage) ➡️ LLM: GPT-OSS 20B ผ่าน llama.cpp (แทน GPT-4, Claude) ➡️ Reranker: Sentence Transformers cross-encoder (แทน Cohere, Voyage) ➡️ Document Parser: Docling ผ่าน docling-serve ✅ ผลการทดสอบประสิทธิภาพ ➡️ Voyage + Claude (Cloud): คะแนนเฉลี่ย 9.45/10 - ผ่านทุกคำถาม ➡️ Voyage + GPT-OSS 20B (Hybrid): คะแนนเฉลี่ย 9.18/10 - ผลลัพธ์ดีมาก ➡️ Local + โมเดลพื้นฐาน: คะแนนเฉลี่ย 7.10/10 - ดีสำหรับ point queries ➡️ Local + โมเดล multi-lingual: คะแนนเฉลี่ย 8.63/10 - ปรับปรุงได้มาก ✅ ข้อดีของ Local Setup ➡️ Deploy ได้ภายใน 8 นาที รวมทุก component ➡️ ไม่ต้องส่งข้อมูลออกนอกองค์กร - เหมาะกับข้อมูลที่ sensitive ➡️ ใช้เทคโนโลยี open-source ทั้งหมด (MIT-licensed) ➡️ รองรับการทำงานใน air-gapped infrastructure ✅ จุดแข็งของโมเดล Local ➡️ ตอบคำถามแบบ point query (หาคำตอบจากที่เดียว) ได้ดีมาก ➡️ โมเดลพื้นฐานทำงานเร็วและเหมาะกับภาษาอังกฤษ ➡️ โมเดล multi-lingual (bge-m3) รองรับหลายภาษารวมถึงไทย ➡️ แนวโน้มจะดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อโมเดล open-source พัฒนา ‼️ ข้อจำกัดที่ควรระวัง ⛔ โมเดลพื้นฐานมีปัญหากับคำถามที่คลุมเครือ (ambiguous questions) ⛔ ยังไม่เก่งในการรวบรวมข้อมูลจากหลายเอกสาร (multi-document context) ⛔ โมเดลพื้นฐานรองรับเฉพาะภาษาอังกฤษ - ต้องใช้โมเดล multi-lingual สำหรับภาษาอื่น ⛔ pgvector อาจไม่เหมาะกับ dataset ขนาดใหญ่มากๆ - ต้องพิจารณา vector DB อื่น ‼️ สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อม ⛔ ต้องรัน service หลายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการเรียก API ⛔ ต้องมีความรู้ในการ deploy และ manage infrastructure ⛔ อาจต้องปรับแต่ง topK values และเทคนิคอื่นๆ ตาม use case ⛔ ต้องมี hardware เพียงพอ (ทดสอบใช้ g5.2xlarge EC2 สำหรับ LLM) https://blog.yakkomajuri.com/blog/local-rag
    0 Comments 0 Shares 59 Views 0 Reviews
  • วิกฤตความเป็นส่วนตัวทางเพศในยุคโซเชียลมีเดีย: เมื่อการเฝ้าระวังออนไลน์ทำลายความสัมพันธ์ในโลกจริง

    Kate Wagner นักวิจารณ์สถาปัตยกรรมจาก The Nation เขียนบทความเจาะลึกปรากฏการณ์ที่น่าวิตกเกี่ยวกับวิธีที่อินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีที่ผู้คนมองเรื่องเพศสัมพันธ์และความสัมพันธ์ส่วนตัว เธอเล่าประสบการณ์ที่เพื่อนคนหนึ่งกล่าวหาว่าเธอ "ใช้ประโยชน์" ช่างทำผมสองคนที่หวีผมให้เธอ เพียงเพราะเธอรู้สึกถึงความตื่นเต้นทางเพศในขณะนั้น ทั้งที่มันเป็นเพียงความรู้สึกส่วนตัวในใจของเธอเอง เหตุการณ์นี้นำไปสู่การสิ้นสุดมิตรภาพระหว่างพวกเธอ

    Wagner ชี้ให้เห็นว่าผู้คนรุ่นใหม่กำลังใช้ชีวิตราวกับมีกล้องเฝ้าดูตลอดเวลา พวกเขากลัวว่าทุกการกระทำ ทุกความคิด อาจถูกตัดสินโดยสาธารณะออนไลน์ได้ทุกเมื่อ ความกลัวนี้ทำให้ผู้คนเริ่มตรวจสอบตัวเองอย่างเข้มงวด จนถึงขั้นต้องหาเหตุผลมาอธิบายความต้องการทางเพศของตนเองว่าเกิดจาก "trauma" หรือ "kink" ที่ไม่สามารถควบคุมได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกวิพากษ์วิจารณ์ เธอยกตัวอย่างเพื่อนหลายคนที่ใช้ภาษาของ "อันตราย" และ "การถูกทำร้าย" เพื่ออธิบายสถานการณ์ทางเพศและความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนแต่ธรรมดาสามัญ

    บทความนี้ไม่ได้พูดถึง "cancel culture" แต่เน้นไปที่วิธีที่วัฒนธรรมการเฝ้าระวังออนไลน์ได้แทรกซึมเข้าไปในชีวิตส่วนตัวที่สุดของเรา Wagner เสนอว่าเราต้องการ "situational eroticism" - การยอมรับว่าความปรารถนาทางเพศเป็นเรื่องชั่วคราว เปลี่ยนแปลงได้ และไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายหรือเหตุผลเสมอไป เธอเรียกร้องให้ผู้คนหยุด "ทำลาย panopticon ในหัว" - หยุดการเฝ้าระวังตัวเองและผู้อื่นอย่างไม่หยุดหย่อน และกลับมาสัมผัสกับความเป็นส่วนตัวและร่างกายของตนเองอีกครั้ง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ปรากฏการณ์การตรวจสอบตัวเองทางเพศ
    ผู้คนกำลังรู้สึกว่าถูกเฝ้าดูตลอดเวลา แม้ในความคิดส่วนตัว
    ความกลัวการถูกตัดสินจากสาธารณะออนไลน์ทำให้ต้องหาเหตุผลอธิบายความต้องการทางเพศ
    การใช้คำว่า "trauma" หรือ "kink" เพื่อให้ความปรารถนาทางเพศดูชอบธรรม

    วัฒนธรรมการแชร์ข้อมูลส่วนตัวออนไลน์
    การโพสต์ screenshot ของการสนทนาส่วนตัวเพื่อขอความเห็นจากสาธารณะ
    การถ่ายภาพหรือบันทึกพฤติกรรมของคนแปลกหน้าเพื่อตัดสิน
    การเปลี่ยนชีวิตส่วนตัวเป็น "content" สำหรับโซเชียลมีเดีย

    ผลกระทบจากขบวนการ #MeToo
    การแบ่งปันเรื่องราวของความเจ็บปวดกลายเป็น "สกุลเงิน" ของความน่าเชื่อถือ
    การใช้ "harm" เป็นเครื่องมือป้องกันตัวเองจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์
    ความแตกต่างระหว่างการเรียกร้องความยุติธรรมเชิงโครงสร้างกับการแก้แค้นส่วนตัว

    แนวคิด "Situational Eroticism"
    ความปรารถนาทางเพศเป็นเรื่องชั่วคราวและเปลี่ยนแปลงได้
    ไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายหรือเหตุผลสำหรับทุกความรู้สึกทางเพศ
    การยอมรับว่าความต้องการทางเพศไม่ใช่ลักษณะประจำตัวที่ถาวร

    อันตรายจากเทคโนโลยีการเฝ้าระวัง
    การใช้ Find My iPhone หรือ AirTag ติดตามคู่ครอง
    อุปกรณ์ biometric ที่อ้างว่าตรวจจับการนอกใจได้
    การถ่ายวิดีโอแอบแฝง, deepfake AI, และ revenge porn
    การใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อควบคุมและข่มขู่ผู้อื่น

    ผลกระทบต่อสุขภาพจิตและความสัมพันธ์
    ความกลัวการถูก "expose" ทำให้ไม่กล้าแสดงตัวตนที่แท้จริง
    การมองเรื่องเพศเป็น "checklist" แทนการค้นพบตามธรรมชาติ
    การสูญเสียความเป็นส่วนตัวทางความคิดและความรู้สึก
    ความสัมพันธ์ที่สิ้นสุดเพราะความเห็นไม่ตรงกันเรื่องความเป็นส่วนตัว

    https://lux-magazine.com/article/privacy-eroticism/
    🔒 วิกฤตความเป็นส่วนตัวทางเพศในยุคโซเชียลมีเดีย: เมื่อการเฝ้าระวังออนไลน์ทำลายความสัมพันธ์ในโลกจริง Kate Wagner นักวิจารณ์สถาปัตยกรรมจาก The Nation เขียนบทความเจาะลึกปรากฏการณ์ที่น่าวิตกเกี่ยวกับวิธีที่อินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีที่ผู้คนมองเรื่องเพศสัมพันธ์และความสัมพันธ์ส่วนตัว เธอเล่าประสบการณ์ที่เพื่อนคนหนึ่งกล่าวหาว่าเธอ "ใช้ประโยชน์" ช่างทำผมสองคนที่หวีผมให้เธอ เพียงเพราะเธอรู้สึกถึงความตื่นเต้นทางเพศในขณะนั้น ทั้งที่มันเป็นเพียงความรู้สึกส่วนตัวในใจของเธอเอง เหตุการณ์นี้นำไปสู่การสิ้นสุดมิตรภาพระหว่างพวกเธอ Wagner ชี้ให้เห็นว่าผู้คนรุ่นใหม่กำลังใช้ชีวิตราวกับมีกล้องเฝ้าดูตลอดเวลา พวกเขากลัวว่าทุกการกระทำ ทุกความคิด อาจถูกตัดสินโดยสาธารณะออนไลน์ได้ทุกเมื่อ ความกลัวนี้ทำให้ผู้คนเริ่มตรวจสอบตัวเองอย่างเข้มงวด จนถึงขั้นต้องหาเหตุผลมาอธิบายความต้องการทางเพศของตนเองว่าเกิดจาก "trauma" หรือ "kink" ที่ไม่สามารถควบคุมได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกวิพากษ์วิจารณ์ เธอยกตัวอย่างเพื่อนหลายคนที่ใช้ภาษาของ "อันตราย" และ "การถูกทำร้าย" เพื่ออธิบายสถานการณ์ทางเพศและความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนแต่ธรรมดาสามัญ บทความนี้ไม่ได้พูดถึง "cancel culture" แต่เน้นไปที่วิธีที่วัฒนธรรมการเฝ้าระวังออนไลน์ได้แทรกซึมเข้าไปในชีวิตส่วนตัวที่สุดของเรา Wagner เสนอว่าเราต้องการ "situational eroticism" - การยอมรับว่าความปรารถนาทางเพศเป็นเรื่องชั่วคราว เปลี่ยนแปลงได้ และไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายหรือเหตุผลเสมอไป เธอเรียกร้องให้ผู้คนหยุด "ทำลาย panopticon ในหัว" - หยุดการเฝ้าระวังตัวเองและผู้อื่นอย่างไม่หยุดหย่อน และกลับมาสัมผัสกับความเป็นส่วนตัวและร่างกายของตนเองอีกครั้ง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ปรากฏการณ์การตรวจสอบตัวเองทางเพศ ➡️ ผู้คนกำลังรู้สึกว่าถูกเฝ้าดูตลอดเวลา แม้ในความคิดส่วนตัว ➡️ ความกลัวการถูกตัดสินจากสาธารณะออนไลน์ทำให้ต้องหาเหตุผลอธิบายความต้องการทางเพศ ➡️ การใช้คำว่า "trauma" หรือ "kink" เพื่อให้ความปรารถนาทางเพศดูชอบธรรม ✅ วัฒนธรรมการแชร์ข้อมูลส่วนตัวออนไลน์ ➡️ การโพสต์ screenshot ของการสนทนาส่วนตัวเพื่อขอความเห็นจากสาธารณะ ➡️ การถ่ายภาพหรือบันทึกพฤติกรรมของคนแปลกหน้าเพื่อตัดสิน ➡️ การเปลี่ยนชีวิตส่วนตัวเป็น "content" สำหรับโซเชียลมีเดีย ✅ ผลกระทบจากขบวนการ #MeToo ➡️ การแบ่งปันเรื่องราวของความเจ็บปวดกลายเป็น "สกุลเงิน" ของความน่าเชื่อถือ ➡️ การใช้ "harm" เป็นเครื่องมือป้องกันตัวเองจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์ ➡️ ความแตกต่างระหว่างการเรียกร้องความยุติธรรมเชิงโครงสร้างกับการแก้แค้นส่วนตัว ✅ แนวคิด "Situational Eroticism" ➡️ ความปรารถนาทางเพศเป็นเรื่องชั่วคราวและเปลี่ยนแปลงได้ ➡️ ไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายหรือเหตุผลสำหรับทุกความรู้สึกทางเพศ ➡️ การยอมรับว่าความต้องการทางเพศไม่ใช่ลักษณะประจำตัวที่ถาวร ‼️ อันตรายจากเทคโนโลยีการเฝ้าระวัง ⛔ การใช้ Find My iPhone หรือ AirTag ติดตามคู่ครอง ⛔ อุปกรณ์ biometric ที่อ้างว่าตรวจจับการนอกใจได้ ⛔ การถ่ายวิดีโอแอบแฝง, deepfake AI, และ revenge porn ⛔ การใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อควบคุมและข่มขู่ผู้อื่น ‼️ ผลกระทบต่อสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ ⛔ ความกลัวการถูก "expose" ทำให้ไม่กล้าแสดงตัวตนที่แท้จริง ⛔ การมองเรื่องเพศเป็น "checklist" แทนการค้นพบตามธรรมชาติ ⛔ การสูญเสียความเป็นส่วนตัวทางความคิดและความรู้สึก ⛔ ความสัมพันธ์ที่สิ้นสุดเพราะความเห็นไม่ตรงกันเรื่องความเป็นส่วนตัว https://lux-magazine.com/article/privacy-eroticism/
    LUX-MAGAZINE.COM
    Bringing Sexy Back
    Internet surveillance has killed eroticism. We need privacy to reclaim it.
    0 Comments 0 Shares 62 Views 0 Reviews
  • Molly - App Signal สำหรับ Android ที่ปลอดภัยกว่าต้นฉบับ

    Molly คือแอปพลิเคชันที่พัฒนาต่อยอดจาก Signal สำหรับ Android โดยเน้นความเป็น FOSS (Free and Open Source Software) และเพิ่มฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยและความยืดหยุ่นในการใช้งาน

    จุดเด่นด้านความปลอดภัย
    Passphrase Encryption: ปกป้องฐานข้อมูลด้วยการเข้ารหัสผ่าน
    RAM Shredding: ลบข้อมูลที่อ่อนไหวออกจากหน่วยความจำอย่างปลอดภัย
    Automatic Locking: แอปจะล็อกอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้ไม่อยู่ในช่วงเวลาที่กำหนด

    ฟีเจอร์การใช้งานที่ยืดหยุ่น
    Multi-Device: รองรับการเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์กับบัญชีเดียว
    Material You Theme: ธีมที่ปรับตามโทนสีของอุปกรณ์ Android
    UnifiedPush: ระบบแจ้งเตือนที่ไม่พึ่งพา Google (Ungoogled notification system)

    การเชื่อมต่อและความเป็นส่วนตัว
    Tor Support: รองรับ SOCKS proxy และ Tor ผ่าน Orbot
    Fully FOSS: ไม่มี proprietary blobs ต่างจาก Signal เวอร์ชันหลัก
    Infrastructure: ได้รับการสนับสนุนจาก Bahnhof (ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในสวีเดน)

    วิสัยทัศน์และการพัฒนา
    Molly ประกาศว่าจะมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ปลอดภัยและทันสมัยมากขึ้น โดยยังคงยึดหลักการโอเพนซอร์สและความโปร่งใสในการพัฒนา

    สรุปเป็นหัวข้อ
    เข้ากันได้กับ Signal
    ใช้โปรโตคอลการเข้ารหัสเดียวกัน
    สามารถส่งข้อความ/โทรหาผู้ใช้ Signal ได้

    ความปลอดภัย
    Passphrase Encryption ปกป้องฐานข้อมูล
    RAM Shredding ลบข้อมูลอ่อนไหวออกจากหน่วยความจำ
    Automatic Locking ล็อกอัตโนมัติเมื่อไม่ใช้งาน

    ฟีเจอร์การใช้งาน
    Multi-Device รองรับหลายอุปกรณ์
    Material You Theme ปรับตามโทนสีเครื่อง
    UnifiedPush แจ้งเตือนแบบไม่พึ่ง Google

    ความเป็นส่วนตัว
    Tor Support ผ่าน Orbot
    Fully FOSS ไม่มี proprietary blobs
    โครงสร้างพื้นฐานได้รับการสนับสนุนจาก Bahnhof

    คำเตือน/ข้อสังเกต
    ฟีเจอร์บางอย่างอาจยังอยู่ระหว่างการพัฒนา
    การใช้ Tor อาจทำให้ความเร็วการเชื่อมต่อลดลง

    https://molly.im/
    📲 Molly - App Signal สำหรับ Android ที่ปลอดภัยกว่าต้นฉบับ Molly คือแอปพลิเคชันที่พัฒนาต่อยอดจาก Signal สำหรับ Android โดยเน้นความเป็น FOSS (Free and Open Source Software) และเพิ่มฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยและความยืดหยุ่นในการใช้งาน 🔐 จุดเด่นด้านความปลอดภัย 🎗️ Passphrase Encryption: ปกป้องฐานข้อมูลด้วยการเข้ารหัสผ่าน 🎗️ RAM Shredding: ลบข้อมูลที่อ่อนไหวออกจากหน่วยความจำอย่างปลอดภัย 🎗️ Automatic Locking: แอปจะล็อกอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้ไม่อยู่ในช่วงเวลาที่กำหนด 📱 ฟีเจอร์การใช้งานที่ยืดหยุ่น 💠 Multi-Device: รองรับการเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์กับบัญชีเดียว 💠 Material You Theme: ธีมที่ปรับตามโทนสีของอุปกรณ์ Android 💠 UnifiedPush: ระบบแจ้งเตือนที่ไม่พึ่งพา Google (Ungoogled notification system) 🌐 การเชื่อมต่อและความเป็นส่วนตัว 💠 Tor Support: รองรับ SOCKS proxy และ Tor ผ่าน Orbot 💠 Fully FOSS: ไม่มี proprietary blobs ต่างจาก Signal เวอร์ชันหลัก 💠 Infrastructure: ได้รับการสนับสนุนจาก Bahnhof (ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในสวีเดน) 🚀 วิสัยทัศน์และการพัฒนา Molly ประกาศว่าจะมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ปลอดภัยและทันสมัยมากขึ้น โดยยังคงยึดหลักการโอเพนซอร์สและความโปร่งใสในการพัฒนา 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ เข้ากันได้กับ Signal ➡️ ใช้โปรโตคอลการเข้ารหัสเดียวกัน ➡️ สามารถส่งข้อความ/โทรหาผู้ใช้ Signal ได้ ✅ ความปลอดภัย ➡️ Passphrase Encryption ปกป้องฐานข้อมูล ➡️ RAM Shredding ลบข้อมูลอ่อนไหวออกจากหน่วยความจำ ➡️ Automatic Locking ล็อกอัตโนมัติเมื่อไม่ใช้งาน ✅ ฟีเจอร์การใช้งาน ➡️ Multi-Device รองรับหลายอุปกรณ์ ➡️ Material You Theme ปรับตามโทนสีเครื่อง ➡️ UnifiedPush แจ้งเตือนแบบไม่พึ่ง Google ✅ ความเป็นส่วนตัว ➡️ Tor Support ผ่าน Orbot ➡️ Fully FOSS ไม่มี proprietary blobs ➡️ โครงสร้างพื้นฐานได้รับการสนับสนุนจาก Bahnhof ‼️ คำเตือน/ข้อสังเกต ⛔ ฟีเจอร์บางอย่างอาจยังอยู่ระหว่างการพัฒนา ⛔ การใช้ Tor อาจทำให้ความเร็วการเชื่อมต่อลดลง https://molly.im/
    MOLLY.IM
    Molly
    Molly is an improved Signal app for Android
    0 Comments 0 Shares 52 Views 0 Reviews
  • ชุดข้อมูล Hacker News Vector Search

    ClickHouse ที่แนะนำ Hacker News Vector Search Dataset ซึ่งเป็นชุดข้อมูลตัวอย่างที่ใช้สำหรับการทดลองการค้นหาแบบเวกเตอร์ (Vector Search) โดยมีข้อมูลโพสต์จาก Hacker News ที่สามารถนำไปใช้ฝึกฝนและทดสอบระบบค้นหาขั้นสูงได้

    ClickHouse จัดเตรียมชุดข้อมูลจาก Hacker News ที่มีโพสต์จำนวนมาก พร้อมข้อมูลประกอบ เช่น ชื่อเรื่อง, เนื้อหา, คะแนน, และเวลาโพสต์ ข้อมูลเหล่านี้ถูกแปลงเป็นเวกเตอร์เพื่อใช้ในการค้นหาเชิงความหมาย (Semantic Search) ทำให้สามารถค้นหาข้อมูลที่ “ใกล้เคียง” กันในเชิงความหมาย ไม่ใช่แค่ตรงกับคำค้น

    การใช้งานกับ ClickHouse
    ผู้ใช้สามารถโหลดชุดข้อมูลนี้เข้าสู่ ClickHouse ได้โดยตรงผ่านคำสั่ง SQL ที่มีให้ในเอกสาร ตัวอย่างเช่น การสร้างตารางที่รองรับเวกเตอร์ และการนำข้อมูลเข้าไปเพื่อทดสอบการค้นหาแบบ ANN (Approximate Nearest Neighbor) ซึ่งช่วยให้การค้นหามีประสิทธิภาพสูงแม้กับข้อมูลจำนวนมหาศาล

    ประโยชน์สำหรับนักพัฒนา
    ชุดข้อมูลนี้เหมาะสำหรับนักพัฒนาที่ต้องการทดลองการค้นหาเชิงความหมาย, การสร้างระบบแนะนำ (Recommendation System), หรือการทำงานกับ AI/ML ที่เกี่ยวข้องกับข้อความ โดยไม่ต้องสร้างชุดข้อมูลเองจากศูนย์

    ความสำคัญของ Vector Search
    Vector Search กำลังเป็นเทคโนโลยีสำคัญในยุค AI เพราะช่วยให้ระบบเข้าใจความหมายของข้อความได้ดีกว่าการค้นหาแบบดั้งเดิม เช่น การค้นหาคำว่า “AI assistant” อาจคืนผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับ “chatbot” หรือ “Copilot” แม้จะไม่ได้ใช้คำเดียวกัน

    สรุปเป็นหัวข้อ
    ชุดข้อมูล Hacker News Vector Search
    รวมโพสต์จาก Hacker News พร้อมข้อมูลประกอบ
    ถูกแปลงเป็นเวกเตอร์เพื่อใช้ค้นหาเชิงความหมาย

    การใช้งานกับ ClickHouse
    มีตัวอย่าง SQL สำหรับสร้างตารางและโหลดข้อมูล
    รองรับการค้นหาแบบ ANN เพื่อความเร็วและประสิทธิภาพ

    ประโยชน์สำหรับนักพัฒนา
    ใช้ทดลอง Semantic Search และ Recommendation System
    เหมาะสำหรับงาน AI/ML ที่เกี่ยวข้องกับข้อความ

    ความสำคัญของ Vector Search
    เข้าใจความหมายของข้อความได้ดีกว่าการค้นหาแบบดั้งเดิม
    ช่วยให้ผลลัพธ์ครอบคลุมและตรงกับความตั้งใจของผู้ใช้มากขึ้น

    คำเตือน/ข้อสังเกต
    ชุดข้อมูลเป็นตัวอย่าง อาจไม่ครอบคลุมทุกโพสต์จริงของ Hacker News
    การใช้งานกับข้อมูลจริงต้องพิจารณาด้านสิทธิ์และความเป็นส่วนตัว

    https://clickhouse.com/docs/getting-started/example-datasets/hackernews-vector-search-dataset
    📊 ชุดข้อมูล Hacker News Vector Search ClickHouse ที่แนะนำ Hacker News Vector Search Dataset ซึ่งเป็นชุดข้อมูลตัวอย่างที่ใช้สำหรับการทดลองการค้นหาแบบเวกเตอร์ (Vector Search) โดยมีข้อมูลโพสต์จาก Hacker News ที่สามารถนำไปใช้ฝึกฝนและทดสอบระบบค้นหาขั้นสูงได้ ClickHouse จัดเตรียมชุดข้อมูลจาก Hacker News ที่มีโพสต์จำนวนมาก พร้อมข้อมูลประกอบ เช่น ชื่อเรื่อง, เนื้อหา, คะแนน, และเวลาโพสต์ ข้อมูลเหล่านี้ถูกแปลงเป็นเวกเตอร์เพื่อใช้ในการค้นหาเชิงความหมาย (Semantic Search) ทำให้สามารถค้นหาข้อมูลที่ “ใกล้เคียง” กันในเชิงความหมาย ไม่ใช่แค่ตรงกับคำค้น ⚙️ การใช้งานกับ ClickHouse ผู้ใช้สามารถโหลดชุดข้อมูลนี้เข้าสู่ ClickHouse ได้โดยตรงผ่านคำสั่ง SQL ที่มีให้ในเอกสาร ตัวอย่างเช่น การสร้างตารางที่รองรับเวกเตอร์ และการนำข้อมูลเข้าไปเพื่อทดสอบการค้นหาแบบ ANN (Approximate Nearest Neighbor) ซึ่งช่วยให้การค้นหามีประสิทธิภาพสูงแม้กับข้อมูลจำนวนมหาศาล 🌐 ประโยชน์สำหรับนักพัฒนา ชุดข้อมูลนี้เหมาะสำหรับนักพัฒนาที่ต้องการทดลองการค้นหาเชิงความหมาย, การสร้างระบบแนะนำ (Recommendation System), หรือการทำงานกับ AI/ML ที่เกี่ยวข้องกับข้อความ โดยไม่ต้องสร้างชุดข้อมูลเองจากศูนย์ 🔍 ความสำคัญของ Vector Search Vector Search กำลังเป็นเทคโนโลยีสำคัญในยุค AI เพราะช่วยให้ระบบเข้าใจความหมายของข้อความได้ดีกว่าการค้นหาแบบดั้งเดิม เช่น การค้นหาคำว่า “AI assistant” อาจคืนผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับ “chatbot” หรือ “Copilot” แม้จะไม่ได้ใช้คำเดียวกัน 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ ชุดข้อมูล Hacker News Vector Search ➡️ รวมโพสต์จาก Hacker News พร้อมข้อมูลประกอบ ➡️ ถูกแปลงเป็นเวกเตอร์เพื่อใช้ค้นหาเชิงความหมาย ✅ การใช้งานกับ ClickHouse ➡️ มีตัวอย่าง SQL สำหรับสร้างตารางและโหลดข้อมูล ➡️ รองรับการค้นหาแบบ ANN เพื่อความเร็วและประสิทธิภาพ ✅ ประโยชน์สำหรับนักพัฒนา ➡️ ใช้ทดลอง Semantic Search และ Recommendation System ➡️ เหมาะสำหรับงาน AI/ML ที่เกี่ยวข้องกับข้อความ ✅ ความสำคัญของ Vector Search ➡️ เข้าใจความหมายของข้อความได้ดีกว่าการค้นหาแบบดั้งเดิม ➡️ ช่วยให้ผลลัพธ์ครอบคลุมและตรงกับความตั้งใจของผู้ใช้มากขึ้น ‼️ คำเตือน/ข้อสังเกต ⛔ ชุดข้อมูลเป็นตัวอย่าง อาจไม่ครอบคลุมทุกโพสต์จริงของ Hacker News ⛔ การใช้งานกับข้อมูลจริงต้องพิจารณาด้านสิทธิ์และความเป็นส่วนตัว https://clickhouse.com/docs/getting-started/example-datasets/hackernews-vector-search-dataset
    CLICKHOUSE.COM
    Hacker News vector search dataset | ClickHouse Docs
    Dataset containing 28+ million Hacker News postings & their vector embeddings
    0 Comments 0 Shares 42 Views 0 Reviews
  • ช่องว่างความรู้ที่ยอมรับ

    บทความนี้เป็นการสารภาพของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ Kerrick Long ที่เล่าถึงความกลัวและการหลีกเลี่ยงการพูดความจริงเกี่ยวกับช่องว่างความรู้และประสบการณ์ของตนเอง พร้อมทั้งเปิดใจถึงเรื่องการทำงาน การเรียนรู้ และชีวิตส่วนตัว

    ผู้เขียนเล่าว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาไม่เข้าใจ Polymorphism แม้จะทำงานกับภาษาเชิงวัตถุมาแล้วนาน สิ่งนี้สะท้อนว่าการเรียนรู้ของเขามุ่งไปที่เครื่องมือมากกว่าหลักการพื้นฐาน นอกจากนี้ เขายังสารภาพว่า SQL ที่เคยเรียนรู้กลับเลือนหายไปเพราะไม่ได้ใช้งานจริงในงานประจำ ทำให้ต้องยอมรับการสูญเสียทักษะเมื่ออายุมากขึ้น

    การทดสอบอัตโนมัติที่ขาดหาย
    กว่า 95% ของโค้ดที่เขาส่งขึ้นระบบผลิตจริงไม่มีการทดสอบอัตโนมัติ เขาอธิบายว่าเส้นทางอาชีพไม่เคยบังคับให้ใช้ และเมื่อทำงานกับโค้ดเก่า การเพิ่มการทดสอบก็ยากเกินไป แม้จะเชื่อว่าการทดสอบควรเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานทุกวัน แต่ความกลัวว่าผู้ว่าจ้างจะมองว่าเขาไม่มีความเป็นมืออาชีพทำให้เขาไม่กล้าเปิดเผยเรื่องนี้

    ภาษาและเครื่องมือที่เลือกใช้
    เขาเล่าว่าการเรียนรู้ Blazor และ C# เป็นเพียงเพราะงานบังคับ แต่เมื่อบริษัทเปลี่ยนใจกลับไปใช้ Angular เขาก็เลิกเรียนต่อทันที เพราะไม่มีแรงจูงใจส่วนตัว ขณะเดียวกันเขายอมรับว่าอยากเขียน Ruby มากกว่า แต่โอกาสทำงานจริงกับ Ruby แทบไม่มี ทำให้ต้องจำกัดการใช้ Ruby แค่ในงานอดิเรกและโครงการโอเพนซอร์ส

    ประสบการณ์ส่วนตัวและการทำงาน
    นอกจากเรื่องเทคนิค เขายังเล่าถึงการถูก Cyberbullying จากการใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในโปรเจกต์โอเพนซอร์ส จนถูกตามรังควานทั้งออนไลน์และออฟไลน์ นอกจากนี้ยังพูดถึงความเห็นต่อ Remote Work ที่แม้จะสะดวก แต่เขามองว่าทำให้การทำงานร่วมกันด้อยลง และยอมรับว่าการเขียนบล็อกอย่างตรงไปตรงมาอาจกระทบต่อความมั่นคงในงาน แต่สุดท้ายเขาตัดสินใจเลิกกลัวและกลับมาเผยแพร่บทความอีกครั้ง

    สรุปเป็นหัวข้อ
    ช่องว่างความรู้
    ไม่เข้าใจ Polymorphism แม้ทำงานกับ OOP มานาน
    ลืม SQL เพราะไม่ได้ใช้งานจริง

    การทดสอบอัตโนมัติ
    95% ของโค้ดไม่มีการทดสอบ
    กลัวถูกมองว่าไม่เป็นมืออาชีพ

    ภาษาและเครื่องมือ
    เรียน Blazor/C# เพราะงานบังคับ แต่เลิกเมื่อบริษัทเปลี่ยนใจ
    อยากเขียน Ruby แต่ไม่มีโอกาสในงานจริง

    ประสบการณ์ส่วนตัว
    ถูก Cyberbullying จากการใช้ AI เขียนโค้ด
    มองว่า Remote Work ทำให้การทำงานร่วมกันด้อยลง

    คำเตือนจากประสบการณ์
    การไม่เขียนเทสต์อาจถูกมองว่าไม่เป็นมืออาชีพ
    การใช้ AI โดยไม่เปิดเผยอาจนำไปสู่การถูกโจมตีทางสังคม

    ความเสี่ยงในการทำงาน
    การเขียนบล็อกตรงไปตรงมาอาจกระทบต่อความมั่นคงในงาน
    ความเห็นเชิงลบต่อ Remote Work อาจทำให้โอกาสงานลดลง

    https://kerrick.blog/articles/2025/confessions-of-a-software-developer-no-more-self-censorship/
    🖥️ ช่องว่างความรู้ที่ยอมรับ บทความนี้เป็นการสารภาพของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ Kerrick Long ที่เล่าถึงความกลัวและการหลีกเลี่ยงการพูดความจริงเกี่ยวกับช่องว่างความรู้และประสบการณ์ของตนเอง พร้อมทั้งเปิดใจถึงเรื่องการทำงาน การเรียนรู้ และชีวิตส่วนตัว ผู้เขียนเล่าว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาไม่เข้าใจ Polymorphism แม้จะทำงานกับภาษาเชิงวัตถุมาแล้วนาน สิ่งนี้สะท้อนว่าการเรียนรู้ของเขามุ่งไปที่เครื่องมือมากกว่าหลักการพื้นฐาน นอกจากนี้ เขายังสารภาพว่า SQL ที่เคยเรียนรู้กลับเลือนหายไปเพราะไม่ได้ใช้งานจริงในงานประจำ ทำให้ต้องยอมรับการสูญเสียทักษะเมื่ออายุมากขึ้น ⚙️ การทดสอบอัตโนมัติที่ขาดหาย กว่า 95% ของโค้ดที่เขาส่งขึ้นระบบผลิตจริงไม่มีการทดสอบอัตโนมัติ เขาอธิบายว่าเส้นทางอาชีพไม่เคยบังคับให้ใช้ และเมื่อทำงานกับโค้ดเก่า การเพิ่มการทดสอบก็ยากเกินไป แม้จะเชื่อว่าการทดสอบควรเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานทุกวัน แต่ความกลัวว่าผู้ว่าจ้างจะมองว่าเขาไม่มีความเป็นมืออาชีพทำให้เขาไม่กล้าเปิดเผยเรื่องนี้ 💻 ภาษาและเครื่องมือที่เลือกใช้ เขาเล่าว่าการเรียนรู้ Blazor และ C# เป็นเพียงเพราะงานบังคับ แต่เมื่อบริษัทเปลี่ยนใจกลับไปใช้ Angular เขาก็เลิกเรียนต่อทันที เพราะไม่มีแรงจูงใจส่วนตัว ขณะเดียวกันเขายอมรับว่าอยากเขียน Ruby มากกว่า แต่โอกาสทำงานจริงกับ Ruby แทบไม่มี ทำให้ต้องจำกัดการใช้ Ruby แค่ในงานอดิเรกและโครงการโอเพนซอร์ส 🌐 ประสบการณ์ส่วนตัวและการทำงาน นอกจากเรื่องเทคนิค เขายังเล่าถึงการถูก Cyberbullying จากการใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในโปรเจกต์โอเพนซอร์ส จนถูกตามรังควานทั้งออนไลน์และออฟไลน์ นอกจากนี้ยังพูดถึงความเห็นต่อ Remote Work ที่แม้จะสะดวก แต่เขามองว่าทำให้การทำงานร่วมกันด้อยลง และยอมรับว่าการเขียนบล็อกอย่างตรงไปตรงมาอาจกระทบต่อความมั่นคงในงาน แต่สุดท้ายเขาตัดสินใจเลิกกลัวและกลับมาเผยแพร่บทความอีกครั้ง 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ ช่องว่างความรู้ ➡️ ไม่เข้าใจ Polymorphism แม้ทำงานกับ OOP มานาน ➡️ ลืม SQL เพราะไม่ได้ใช้งานจริง ✅ การทดสอบอัตโนมัติ ➡️ 95% ของโค้ดไม่มีการทดสอบ ➡️ กลัวถูกมองว่าไม่เป็นมืออาชีพ ✅ ภาษาและเครื่องมือ ➡️ เรียน Blazor/C# เพราะงานบังคับ แต่เลิกเมื่อบริษัทเปลี่ยนใจ ➡️ อยากเขียน Ruby แต่ไม่มีโอกาสในงานจริง ✅ ประสบการณ์ส่วนตัว ➡️ ถูก Cyberbullying จากการใช้ AI เขียนโค้ด ➡️ มองว่า Remote Work ทำให้การทำงานร่วมกันด้อยลง ‼️ คำเตือนจากประสบการณ์ ⛔ การไม่เขียนเทสต์อาจถูกมองว่าไม่เป็นมืออาชีพ ⛔ การใช้ AI โดยไม่เปิดเผยอาจนำไปสู่การถูกโจมตีทางสังคม ‼️ ความเสี่ยงในการทำงาน ⛔ การเขียนบล็อกตรงไปตรงมาอาจกระทบต่อความมั่นคงในงาน ⛔ ความเห็นเชิงลบต่อ Remote Work อาจทำให้โอกาสงานลดลง https://kerrick.blog/articles/2025/confessions-of-a-software-developer-no-more-self-censorship/
    KERRICK.BLOG
    Confessions of a Software Developer: No More Self-Censorship
    I haven't published since April because I've been afraid. What was I afraid of? In this post I detail every single thing I've avoided admitting on this blog.
    0 Comments 0 Shares 42 Views 0 Reviews
  • ไอซ์แลนด์ยกระดับเป็นภัยความมั่นคง กระแสน้ำวน AMOC: เส้นเลือดใหญ่ของภูมิอากาศโลกเริ่มล่มสลาย

    ไอซ์แลนด์ประกาศให้ความเสี่ยงการล่มสลายของกระแสน้ำวน AMOC เป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงระดับชาติ เพราะอาจส่งผลต่อภูมิอากาศ เศรษฐกิจ และความอยู่รอดของประเทศ พร้อมทั้งนักวิทยาศาสตร์เตือนว่าผลกระทบจะกระจายไปทั่วโลก

    กระแสน้ำวน Atlantic Meridional Overturning Circulation (AMOC) ทำหน้าที่เหมือนสายพานยักษ์ที่ลำเลียงน้ำอุ่นจากเขตร้อนขึ้นเหนือ และส่งน้ำเย็นกลับลงใต้ กระบวนการนี้ช่วยรักษาสมดุลภูมิอากาศ โดยเฉพาะยุโรปที่ได้อานิสงส์จากฤดูหนาวที่ไม่หนาวจัดเกินไป อย่างไรก็ตาม งานวิจัยล่าสุดชี้ว่าการละลายของน้ำแข็งกรีนแลนด์และอาร์กติกกำลังเติมน้ำจืดมหาศาลลงมหาสมุทร ทำให้สมดุลความเค็มและความหนาแน่นของน้ำเสียไป กระแส AMOC จึงอ่อนแรงลงอย่างต่อเนื่อง

    ไอซ์แลนด์ยกระดับเป็นภัยความมั่นคง
    รัฐบาลไอซ์แลนด์ประกาศอย่างเป็นทางการว่าความเสี่ยงการล่มสลายของ AMOC เป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงแห่งชาติ นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศนี้จัดให้ปรากฏการณ์ภูมิอากาศเป็นภัยความมั่นคงโดยตรง เหตุผลคือหาก AMOC ล่มสลาย ไอซ์แลนด์อาจเผชิญฤดูหนาวที่หนาวจัดจนถูกล้อมด้วยน้ำแข็ง ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และอุตสาหกรรมประมงที่เป็นหัวใจเศรษฐกิจ

    ผลกระทบระดับโลก
    นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ยุโรป แต่จะกระจายไปทั่วโลก เช่น ระดับน้ำทะเลชายฝั่งตะวันออกสหรัฐฯ สูงขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยโลก ระบบมรสุมในเอเชียและแอฟริกาอาจถูกรบกวนจนเกิดภัยแล้ง ขณะที่ซีกโลกใต้เสี่ยงต่อการเร่งละลายของน้ำแข็งแอนตาร์กติก การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำให้หลายประเทศต้องเผชิญวิกฤตอาหารและการอพยพครั้งใหญ่

    วิทยาศาสตร์และสัญญาณเตือน
    แม้ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่า AMOC จะล่มสลายเมื่อใด แต่งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าความเสี่ยงอาจเกิดขึ้นภายในศตวรรษนี้ และบางการศึกษาคาดว่าอาจเร็วภายในไม่กี่ทศวรรษ การเฝ้าระวังสัญญาณ เช่น การเปลี่ยนแปลงความเค็มของน้ำในมหาสมุทร จึงเป็นสิ่งสำคัญ ขณะเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคือวิธีเดียวที่จะชะลอความเสี่ยงนี้

    สรุปเป็นหัวข้อ
    บทบาทของ AMOC
    กระแสน้ำวนทำหน้าที่ลำเลียงน้ำอุ่นขึ้นเหนือและน้ำเย็นกลับใต้
    ช่วยรักษาสมดุลภูมิอากาศ โดยเฉพาะยุโรป

    การประกาศของไอซ์แลนด์
    ยกระดับความเสี่ยง AMOC เป็นภัยความมั่นคงแห่งชาติ
    ผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมประมง

    ผลกระทบระดับโลก
    ระดับน้ำทะเลชายฝั่งตะวันออกสหรัฐฯ สูงขึ้น
    ระบบมรสุมในเอเชียและแอฟริกาอาจถูกรบกวน

    งานวิจัยและการเฝ้าระวัง
    นักวิทยาศาสตร์คาดว่า AMOC อาจล่มสลายภายในศตวรรษนี้
    การลดก๊าซเรือนกระจกคือวิธีชะลอความเสี่ยง

    คำเตือนจากนักวิทยาศาสตร์
    การล่มสลายของ AMOC อาจนำไปสู่ “ยุคน้ำแข็งสมัยใหม่” ในยุโรป
    เสี่ยงต่อภัยแล้งและวิกฤตอาหารในหลายภูมิภาค

    ความไม่แน่นอนของวิทยาศาสตร์
    ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนเรื่องเวลา แต่สัญญาณอ่อนแรงปรากฏแล้ว
    การเพิกเฉยต่อความเสี่ยงอาจทำให้โลกไม่ทันรับมือ

    https://edition.cnn.com/2025/11/15/climate/iceland-warming-current-amoc-collapse-threat
    🌊 ไอซ์แลนด์ยกระดับเป็นภัยความมั่นคง กระแสน้ำวน AMOC: เส้นเลือดใหญ่ของภูมิอากาศโลกเริ่มล่มสลาย ไอซ์แลนด์ประกาศให้ความเสี่ยงการล่มสลายของกระแสน้ำวน AMOC เป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงระดับชาติ เพราะอาจส่งผลต่อภูมิอากาศ เศรษฐกิจ และความอยู่รอดของประเทศ พร้อมทั้งนักวิทยาศาสตร์เตือนว่าผลกระทบจะกระจายไปทั่วโลก กระแสน้ำวน Atlantic Meridional Overturning Circulation (AMOC) ทำหน้าที่เหมือนสายพานยักษ์ที่ลำเลียงน้ำอุ่นจากเขตร้อนขึ้นเหนือ และส่งน้ำเย็นกลับลงใต้ กระบวนการนี้ช่วยรักษาสมดุลภูมิอากาศ โดยเฉพาะยุโรปที่ได้อานิสงส์จากฤดูหนาวที่ไม่หนาวจัดเกินไป อย่างไรก็ตาม งานวิจัยล่าสุดชี้ว่าการละลายของน้ำแข็งกรีนแลนด์และอาร์กติกกำลังเติมน้ำจืดมหาศาลลงมหาสมุทร ทำให้สมดุลความเค็มและความหนาแน่นของน้ำเสียไป กระแส AMOC จึงอ่อนแรงลงอย่างต่อเนื่อง 🇮🇸 ไอซ์แลนด์ยกระดับเป็นภัยความมั่นคง รัฐบาลไอซ์แลนด์ประกาศอย่างเป็นทางการว่าความเสี่ยงการล่มสลายของ AMOC เป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงแห่งชาติ นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศนี้จัดให้ปรากฏการณ์ภูมิอากาศเป็นภัยความมั่นคงโดยตรง เหตุผลคือหาก AMOC ล่มสลาย ไอซ์แลนด์อาจเผชิญฤดูหนาวที่หนาวจัดจนถูกล้อมด้วยน้ำแข็ง ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และอุตสาหกรรมประมงที่เป็นหัวใจเศรษฐกิจ 🌍 ผลกระทบระดับโลก นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ยุโรป แต่จะกระจายไปทั่วโลก เช่น ระดับน้ำทะเลชายฝั่งตะวันออกสหรัฐฯ สูงขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยโลก ระบบมรสุมในเอเชียและแอฟริกาอาจถูกรบกวนจนเกิดภัยแล้ง ขณะที่ซีกโลกใต้เสี่ยงต่อการเร่งละลายของน้ำแข็งแอนตาร์กติก การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำให้หลายประเทศต้องเผชิญวิกฤตอาหารและการอพยพครั้งใหญ่ 🔬 วิทยาศาสตร์และสัญญาณเตือน แม้ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่า AMOC จะล่มสลายเมื่อใด แต่งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าความเสี่ยงอาจเกิดขึ้นภายในศตวรรษนี้ และบางการศึกษาคาดว่าอาจเร็วภายในไม่กี่ทศวรรษ การเฝ้าระวังสัญญาณ เช่น การเปลี่ยนแปลงความเค็มของน้ำในมหาสมุทร จึงเป็นสิ่งสำคัญ ขณะเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคือวิธีเดียวที่จะชะลอความเสี่ยงนี้ 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ บทบาทของ AMOC ➡️ กระแสน้ำวนทำหน้าที่ลำเลียงน้ำอุ่นขึ้นเหนือและน้ำเย็นกลับใต้ ➡️ ช่วยรักษาสมดุลภูมิอากาศ โดยเฉพาะยุโรป ✅ การประกาศของไอซ์แลนด์ ➡️ ยกระดับความเสี่ยง AMOC เป็นภัยความมั่นคงแห่งชาติ ➡️ ผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมประมง ✅ ผลกระทบระดับโลก ➡️ ระดับน้ำทะเลชายฝั่งตะวันออกสหรัฐฯ สูงขึ้น ➡️ ระบบมรสุมในเอเชียและแอฟริกาอาจถูกรบกวน ✅ งานวิจัยและการเฝ้าระวัง ➡️ นักวิทยาศาสตร์คาดว่า AMOC อาจล่มสลายภายในศตวรรษนี้ ➡️ การลดก๊าซเรือนกระจกคือวิธีชะลอความเสี่ยง ‼️ คำเตือนจากนักวิทยาศาสตร์ ⛔ การล่มสลายของ AMOC อาจนำไปสู่ “ยุคน้ำแข็งสมัยใหม่” ในยุโรป ⛔ เสี่ยงต่อภัยแล้งและวิกฤตอาหารในหลายภูมิภาค ‼️ ความไม่แน่นอนของวิทยาศาสตร์ ⛔ ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนเรื่องเวลา แต่สัญญาณอ่อนแรงปรากฏแล้ว ⛔ การเพิกเฉยต่อความเสี่ยงอาจทำให้โลกไม่ทันรับมือ https://edition.cnn.com/2025/11/15/climate/iceland-warming-current-amoc-collapse-threat
    EDITION.CNN.COM
    A crucial system of ocean currents may be on course to collapse. This country just declared it a national security threat | CNN
    Without warm currents from the South Atlantic, Iceland would be much icier and stormier. Now, those currents are at risk of collapse and the country is preparing for this “existential threat.”
    0 Comments 0 Shares 45 Views 0 Reviews
  • Highlight Words In Action 3

    audit
    noun: an official examination and verification of accounts, records, operations, etc.

    From the headlines: A recent audit revealed that while Amtrak has made some progress in improving accessibility for disabled passengers, significant upgrades are still needed. The company conducts a detailed review of its operations annually, and accessibility was a key priority this year. According to the audit, most travelers with disabilities favor trains over planes, yet Amtrak has been unsatisfactory in addressing and responding to their complaints.

    ballistic
    adjective: determined or describable by the laws of motion for projectiles

    From the headlines: Researchers discovered that the squirting cucumber, a toxic cousin of the edible kind, can shoot its seeds up to 40 feet at speeds reaching 37 miles per hour. Scientists called the gourd’s connection to its stem “the perfect ballistic angle,” allowing it to propel its seeds great distances. When disturbed, the cucumber bursts open, flinging seeds along with a liquid that boosts their acceleration.

    dementia
    noun: a condition characterized by progressive impairment of intellectual capacity

    From the headlines: Interactive “memory cafés” are helping dementia patients access memories and connect with their loved ones. At 600 locations in the U.S., people with Alzheimer’s and other kinds of cognitive impairment can hear speakers, practice art, listen to music, and participate in activities. A memory café at the National Comedy Center in New York focuses on humor to elicit laughter, memories, and emotional connections. Researchers call it a “brain workout” for people with dementia.

    extradite
    verb: to give up someone to another state or nation at its request

    From the headlines: Ecuador extradited the leader of a drug gang to the United States, where he faces charges of drug and gun trafficking. Last year, José Adolfo Macías Villamar escaped an Ecuadorian prison where he was serving a 34-year sentence. Macías was recaptured in June and delivered into U.S. custody by Ecuador’s National Police. He pleaded not guilty in a Brooklyn, NY, courtroom on July 21 and will be detained until a September trial.

    heritage
    noun: something handed down from the past, as a tradition

    From the headlines: Twenty-six sites were newly added to the UNESCO World Heritage list this week. The renowned list now includes over 1,200 locations recognized for their cultural or historical importance and safeguarded under international law. Among this year’s additions are Bavarian palaces, a Brazilian river canyon, and a sacred mountain in Malawi.

    repurpose
    verb: to adapt or utilize something for a new purpose

    From the headlines: Some of the 55,000 tennis balls used annually at Wimbledon are being repurposed to provide shelter for the UK’s endangered harvest mice. While many balls are sold as souvenirs to support the Wimbledon Foundation, some others are donated to the Wildlife Trusts. Volunteers cut openings in the brightly colored balls and secure them to poles, and the mice later climb up to build their nests inside.

    solicitous
    adjective: eager, careful, or concerned

    From the headlines: After being rejected by his mother, a rare Przewalski’s horse foal found care and comfort from a pony named Alice. The young horse, Marat, had fallen ill and was separated from his mother, who refused to accept him back when zookeepers attempted to return him to her. Alice, whose own newborn filly had recently died, quickly took to the orphaned foal, nuzzling him and allowing him to nurse. Because of the solicitous pony’s devoted care, the rare horse is now thriving.

    spelunker
    noun: a person who explores caves

    From the headlines: Rescuers in Italy freed an injured spelunker who was trapped 130 feet underground. The 63-year-old man was exploring the Abisso Paperino cave system in northwestern Piedmont when he was hurt by falling rocks. A medical team climbed down into the cave to treat the man before rescuers widened the passage with explosives so he could be moved to the surface.

    virtuoso
    noun: someone who has special knowledge or skill in a field

    From the headlines: A new study shows that most dogs are virtuosos at detecting and tracking the eggs of the invasive spotted lanternfly. Researchers at Virginia Tech found that pet pups are experienced in sniffing out the invasive insect and its offspring — nearly as adept at finding the elusive eggs as professional handlers and trained detection dogs. Canine noses, which are thousands of times more sensitive than those of humans, have a stunning knack for accurately identifying spotted lanternfly egg masses.

    wily
    adjective: crafty or cunning

    From the headlines: A wily fox is blamed for stealing thirty-two shoes at Grand Teton National Park this year. In June, the Park Service posted a notice headlined “Wanted for grand theft footwear,” featuring a crafty cartoon fox with a shoe in its mouth. Officials now suspect that visitors are aiding and abetting the sneaky animal by leaving their shoes out for him; new posters scold, “Don’t bait wildlife with belongings.”

    สงวนลิขสิทธิ์ © 2025 AAKKHRA & Co.
    Highlight Words In Action 3 audit noun: an official examination and verification of accounts, records, operations, etc. From the headlines: A recent audit revealed that while Amtrak has made some progress in improving accessibility for disabled passengers, significant upgrades are still needed. The company conducts a detailed review of its operations annually, and accessibility was a key priority this year. According to the audit, most travelers with disabilities favor trains over planes, yet Amtrak has been unsatisfactory in addressing and responding to their complaints. ballistic adjective: determined or describable by the laws of motion for projectiles From the headlines: Researchers discovered that the squirting cucumber, a toxic cousin of the edible kind, can shoot its seeds up to 40 feet at speeds reaching 37 miles per hour. Scientists called the gourd’s connection to its stem “the perfect ballistic angle,” allowing it to propel its seeds great distances. When disturbed, the cucumber bursts open, flinging seeds along with a liquid that boosts their acceleration. dementia noun: a condition characterized by progressive impairment of intellectual capacity From the headlines: Interactive “memory cafés” are helping dementia patients access memories and connect with their loved ones. At 600 locations in the U.S., people with Alzheimer’s and other kinds of cognitive impairment can hear speakers, practice art, listen to music, and participate in activities. A memory café at the National Comedy Center in New York focuses on humor to elicit laughter, memories, and emotional connections. Researchers call it a “brain workout” for people with dementia. extradite verb: to give up someone to another state or nation at its request From the headlines: Ecuador extradited the leader of a drug gang to the United States, where he faces charges of drug and gun trafficking. Last year, José Adolfo Macías Villamar escaped an Ecuadorian prison where he was serving a 34-year sentence. Macías was recaptured in June and delivered into U.S. custody by Ecuador’s National Police. He pleaded not guilty in a Brooklyn, NY, courtroom on July 21 and will be detained until a September trial. heritage noun: something handed down from the past, as a tradition From the headlines: Twenty-six sites were newly added to the UNESCO World Heritage list this week. The renowned list now includes over 1,200 locations recognized for their cultural or historical importance and safeguarded under international law. Among this year’s additions are Bavarian palaces, a Brazilian river canyon, and a sacred mountain in Malawi. repurpose verb: to adapt or utilize something for a new purpose From the headlines: Some of the 55,000 tennis balls used annually at Wimbledon are being repurposed to provide shelter for the UK’s endangered harvest mice. While many balls are sold as souvenirs to support the Wimbledon Foundation, some others are donated to the Wildlife Trusts. Volunteers cut openings in the brightly colored balls and secure them to poles, and the mice later climb up to build their nests inside. solicitous adjective: eager, careful, or concerned From the headlines: After being rejected by his mother, a rare Przewalski’s horse foal found care and comfort from a pony named Alice. The young horse, Marat, had fallen ill and was separated from his mother, who refused to accept him back when zookeepers attempted to return him to her. Alice, whose own newborn filly had recently died, quickly took to the orphaned foal, nuzzling him and allowing him to nurse. Because of the solicitous pony’s devoted care, the rare horse is now thriving. spelunker noun: a person who explores caves From the headlines: Rescuers in Italy freed an injured spelunker who was trapped 130 feet underground. The 63-year-old man was exploring the Abisso Paperino cave system in northwestern Piedmont when he was hurt by falling rocks. A medical team climbed down into the cave to treat the man before rescuers widened the passage with explosives so he could be moved to the surface. virtuoso noun: someone who has special knowledge or skill in a field From the headlines: A new study shows that most dogs are virtuosos at detecting and tracking the eggs of the invasive spotted lanternfly. Researchers at Virginia Tech found that pet pups are experienced in sniffing out the invasive insect and its offspring — nearly as adept at finding the elusive eggs as professional handlers and trained detection dogs. Canine noses, which are thousands of times more sensitive than those of humans, have a stunning knack for accurately identifying spotted lanternfly egg masses. wily adjective: crafty or cunning From the headlines: A wily fox is blamed for stealing thirty-two shoes at Grand Teton National Park this year. In June, the Park Service posted a notice headlined “Wanted for grand theft footwear,” featuring a crafty cartoon fox with a shoe in its mouth. Officials now suspect that visitors are aiding and abetting the sneaky animal by leaving their shoes out for him; new posters scold, “Don’t bait wildlife with belongings.” สงวนลิขสิทธิ์ © 2025 AAKKHRA & Co.
    0 Comments 0 Shares 65 Views 0 Reviews
  • “HashJack – ช่องโหว่ใหม่ที่ซ่อนคำสั่งใน URL ทำให้ AI Browser ถูกควบคุม”

    ช่องโหว่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
    HashJack ถูกค้นพบโดยบริษัท Cato Networks เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2025 เป็นตัวอย่างแรกของเทคนิค Indirect Prompt Injection ที่ซ่อนคำสั่งไว้ในส่วน URL fragment หลังเครื่องหมาย # ซึ่งปกติแล้วเว็บเซิร์ฟเวอร์จะไม่อ่าน แต่ AI Assistants กลับอ่านและนำไปปฏิบัติ ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้เว็บไซต์ที่ดูปลอดภัยเป็นเครื่องมือโจมตีได้โดยไม่ต้องแฮ็กเว็บจริง

    ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
    คำสั่งที่ซ่อนอยู่สามารถทำให้ AI แนะนำข้อมูลผิด ๆ เช่น คำแนะนำทางการแพทย์ที่เป็นอันตราย, หลอกให้ผู้ใช้เปิดเผยข้อมูลเข้าสู่ระบบ (credential theft) หรือแม้กระทั่งสั่งให้ AI ดึงข้อมูลสำคัญจากผู้ใช้ (data exfiltration) ในโหมด agentic ที่ AI ทำงานอัตโนมัติ ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้น เพราะ AI อาจถูกสั่งให้เปิดพอร์ตระบบหรือดาวน์โหลดไฟล์ที่เป็นมัลแวร์

    การตอบสนองของบริษัทเทคโนโลยี
    Microsoft แก้ไขช่องโหว่สำหรับ Copilot บน Edge เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2025
    Perplexity แก้ไข Comet Browser เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2025
    Google ยังไม่ได้แก้ไข Gemini บน Chrome โดยให้เหตุผลว่าเป็น “พฤติกรรมที่ตั้งใจ” และจัดระดับความรุนแรงต่ำ ทำให้ผู้ใช้ยังคงเสี่ยงอยู่ในปัจจุบัน

    บทเรียนที่ได้
    HashJack แสดงให้เห็นว่า AI Browser Assistants มีความเสี่ยงใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อน เพราะพวกมันอ่านข้อมูลที่มนุษย์มองข้าม เช่น URL fragment การค้นพบนี้เตือนอุตสาหกรรมว่า การออกแบบ AI ต้องคำนึงถึงการจัดการข้อมูลที่ดูเหมือนไม่สำคัญ เพื่อป้องกันการโจมตีที่ซับซ้อนในอนาคต

    สรุปเป็นหัวข้อ
    HashJack คือช่องโหว่ใหม่
    ใช้สัญลักษณ์ # ใน URL เพื่อซ่อนคำสั่ง
    เป็นตัวอย่างแรกของ Indirect Prompt Injection

    ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
    ข้อมูลเข้าสู่ระบบอาจถูกขโมย
    AI อาจให้คำแนะนำทางการแพทย์ที่ผิด
    เสี่ยงต่อการดึงข้อมูลสำคัญโดยอัตโนมัติ

    การตอบสนองของบริษัทเทคโนโลยี
    Microsoft และ Perplexity แก้ไขแล้ว
    Google Gemini ยังไม่ได้แก้ไข

    ข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้
    หลีกเลี่ยงการใช้ Gemini บน Chrome จนกว่าจะมีการแก้ไข
    ระวังเว็บไซต์ที่ดูปลอดภัยแต่มี URL fragment แปลก ๆ
    อย่าเปิดเผยข้อมูลสำคัญผ่าน AI Assistants โดยไม่ตรวจสอบ

    https://hackread.com/hashjack-attack-url-control-ai-browser-behavior/
    📰 “HashJack – ช่องโหว่ใหม่ที่ซ่อนคำสั่งใน URL ทำให้ AI Browser ถูกควบคุม” 🔎 ช่องโหว่ที่ไม่เคยมีมาก่อน HashJack ถูกค้นพบโดยบริษัท Cato Networks เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2025 เป็นตัวอย่างแรกของเทคนิค Indirect Prompt Injection ที่ซ่อนคำสั่งไว้ในส่วน URL fragment หลังเครื่องหมาย # ซึ่งปกติแล้วเว็บเซิร์ฟเวอร์จะไม่อ่าน แต่ AI Assistants กลับอ่านและนำไปปฏิบัติ ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้เว็บไซต์ที่ดูปลอดภัยเป็นเครื่องมือโจมตีได้โดยไม่ต้องแฮ็กเว็บจริง ⚠️ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น คำสั่งที่ซ่อนอยู่สามารถทำให้ AI แนะนำข้อมูลผิด ๆ เช่น คำแนะนำทางการแพทย์ที่เป็นอันตราย, หลอกให้ผู้ใช้เปิดเผยข้อมูลเข้าสู่ระบบ (credential theft) หรือแม้กระทั่งสั่งให้ AI ดึงข้อมูลสำคัญจากผู้ใช้ (data exfiltration) ในโหมด agentic ที่ AI ทำงานอัตโนมัติ ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้น เพราะ AI อาจถูกสั่งให้เปิดพอร์ตระบบหรือดาวน์โหลดไฟล์ที่เป็นมัลแวร์ 🏢 การตอบสนองของบริษัทเทคโนโลยี ⭐ Microsoft แก้ไขช่องโหว่สำหรับ Copilot บน Edge เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2025 ⭐ Perplexity แก้ไข Comet Browser เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2025 ⭐ Google ยังไม่ได้แก้ไข Gemini บน Chrome โดยให้เหตุผลว่าเป็น “พฤติกรรมที่ตั้งใจ” และจัดระดับความรุนแรงต่ำ ทำให้ผู้ใช้ยังคงเสี่ยงอยู่ในปัจจุบัน 🌐 บทเรียนที่ได้ HashJack แสดงให้เห็นว่า AI Browser Assistants มีความเสี่ยงใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อน เพราะพวกมันอ่านข้อมูลที่มนุษย์มองข้าม เช่น URL fragment การค้นพบนี้เตือนอุตสาหกรรมว่า การออกแบบ AI ต้องคำนึงถึงการจัดการข้อมูลที่ดูเหมือนไม่สำคัญ เพื่อป้องกันการโจมตีที่ซับซ้อนในอนาคต 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ HashJack คือช่องโหว่ใหม่ ➡️ ใช้สัญลักษณ์ # ใน URL เพื่อซ่อนคำสั่ง ➡️ เป็นตัวอย่างแรกของ Indirect Prompt Injection ✅ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ➡️ ข้อมูลเข้าสู่ระบบอาจถูกขโมย ➡️ AI อาจให้คำแนะนำทางการแพทย์ที่ผิด ➡️ เสี่ยงต่อการดึงข้อมูลสำคัญโดยอัตโนมัติ ✅ การตอบสนองของบริษัทเทคโนโลยี ➡️ Microsoft และ Perplexity แก้ไขแล้ว ➡️ Google Gemini ยังไม่ได้แก้ไข ‼️ ข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้ ⛔ หลีกเลี่ยงการใช้ Gemini บน Chrome จนกว่าจะมีการแก้ไข ⛔ ระวังเว็บไซต์ที่ดูปลอดภัยแต่มี URL fragment แปลก ๆ ⛔ อย่าเปิดเผยข้อมูลสำคัญผ่าน AI Assistants โดยไม่ตรวจสอบ https://hackread.com/hashjack-attack-url-control-ai-browser-behavior/
    HACKREAD.COM
    HashJack Attack Uses URL ‘#’ to Control AI Browser Behavior
    Follow us on Bluesky, Twitter (X), Mastodon and Facebook at @Hackread
    0 Comments 0 Shares 57 Views 0 Reviews
  • “5 อุปกรณ์เสริม Steam Deck ราคาย่อมเยา ที่คุ้มค่าที่สุดในปี 2025”

    JSAUX Mod Case – ปกป้องและเพิ่มฟังก์ชัน
    เคสนี้ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันหน้าจอและจอยสติ๊กจากการกระแทก แต่ยังมีระบบ “mod” ที่สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เช่น ฮาร์ดไดรฟ์ภายนอกหรือพาวเวอร์แบงก์ได้ ทำให้การพกพา Steam Deck สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น

    Docking Station – เปลี่ยนเป็นคอนโซลเต็มรูปแบบ
    JSAUX Docking Station ราคา 45.99 ดอลลาร์ ช่วยให้ Steam Deck เชื่อมต่อกับทีวีหรือมอนิเตอร์ได้เหมือน Nintendo Switch รองรับการแสดงผลสูงสุด 4K 120Hz และมีพอร์ตครบครัน ทั้ง USB-C, HDMI, Ethernet และ USB-A เหมาะสำหรับการเล่นเกมอินดี้หรือใช้เป็นคอมพิวเตอร์พกพา

    Screen Protector – ป้องกันหน้าจอจากรอยและการแตก
    แม้ Steam Deck จะทนทาน แต่หน้าจอก็ยังเสี่ยงต่อการแตก Screen Protector แบบ Anti-Glare ของ JSAUX ราคา 14.99 ดอลลาร์ ช่วยลดแสงสะท้อนและเพิ่มความแข็งแรง ป้องกันค่าใช้จ่ายสูงในการเปลี่ยนหน้าจอ

    Comfort Grips – เพิ่มความสบายในการจับ
    อุปกรณ์เสริมจากผู้ขายบน Etsy ราคาไม่ถึง 20 ดอลลาร์ ทำให้ Steam Deck มีรูปทรงคล้ายจอยคอนโทรลเลอร์ เพิ่มพื้นผิวจับที่มั่นคงและลดความเมื่อยล้า เหมาะสำหรับการเล่นเกมต่อเนื่องหลายชั่วโมง

    MicroSD Card – เพิ่มพื้นที่จัดเก็บเกม
    แม้รุ่นแพงสุดของ Steam Deck จะมี SSD 1TB แต่ก็ยังไม่พอสำหรับเกม AAA หลาย ๆ เกม MicroSD Card เช่น Samsung PRO Plus 512GB ราคา 49.99 ดอลลาร์ เป็นทางเลือกที่ง่ายและไม่ต้องเสี่ยงกับการแกะเครื่องเพื่อเปลี่ยน SSD

    สรุปเป็นหัวข้อ
    JSAUX Mod Case
    ป้องกันหน้าจอและจอยสติ๊ก
    รองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น พาวเวอร์แบงก์

    Docking Station
    ราคา 45.99 ดอลลาร์
    รองรับ 4K 120Hz และพอร์ตเชื่อมต่อหลากหลาย

    Screen Protector
    ราคา 14.99 ดอลลาร์
    ลดแสงสะท้อนและป้องกันการแตก

    Comfort Grips
    ราคาไม่ถึง 20 ดอลลาร์
    เพิ่มความสบายและลดความเมื่อยมือ

    MicroSD Card
    Samsung PRO Plus 512GB ราคา 49.99 ดอลลาร์
    เพิ่มพื้นที่เกมโดยไม่ต้องแกะเครื่อง

    ข้อควรระวัง
    Steam Deck ยังมีข้อจำกัดด้านพลังประมวลผล โดยเฉพาะเกม AAA
    MicroSD Card มีมาตรฐานหลายแบบ ต้องเลือก UHS-1 หรือสูงกว่าเพื่อความเร็วที่เหมาะสม

    https://www.slashgear.com/2035646/useful-steam-deck-accessories-under-50-dollars/
    🎮 “5 อุปกรณ์เสริม Steam Deck ราคาย่อมเยา ที่คุ้มค่าที่สุดในปี 2025” 🛡️ JSAUX Mod Case – ปกป้องและเพิ่มฟังก์ชัน เคสนี้ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันหน้าจอและจอยสติ๊กจากการกระแทก แต่ยังมีระบบ “mod” ที่สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เช่น ฮาร์ดไดรฟ์ภายนอกหรือพาวเวอร์แบงก์ได้ ทำให้การพกพา Steam Deck สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น ⚡ Docking Station – เปลี่ยนเป็นคอนโซลเต็มรูปแบบ JSAUX Docking Station ราคา 45.99 ดอลลาร์ ช่วยให้ Steam Deck เชื่อมต่อกับทีวีหรือมอนิเตอร์ได้เหมือน Nintendo Switch รองรับการแสดงผลสูงสุด 4K 120Hz และมีพอร์ตครบครัน ทั้ง USB-C, HDMI, Ethernet และ USB-A เหมาะสำหรับการเล่นเกมอินดี้หรือใช้เป็นคอมพิวเตอร์พกพา 🔒 Screen Protector – ป้องกันหน้าจอจากรอยและการแตก แม้ Steam Deck จะทนทาน แต่หน้าจอก็ยังเสี่ยงต่อการแตก Screen Protector แบบ Anti-Glare ของ JSAUX ราคา 14.99 ดอลลาร์ ช่วยลดแสงสะท้อนและเพิ่มความแข็งแรง ป้องกันค่าใช้จ่ายสูงในการเปลี่ยนหน้าจอ ✋ Comfort Grips – เพิ่มความสบายในการจับ อุปกรณ์เสริมจากผู้ขายบน Etsy ราคาไม่ถึง 20 ดอลลาร์ ทำให้ Steam Deck มีรูปทรงคล้ายจอยคอนโทรลเลอร์ เพิ่มพื้นผิวจับที่มั่นคงและลดความเมื่อยล้า เหมาะสำหรับการเล่นเกมต่อเนื่องหลายชั่วโมง 💾 MicroSD Card – เพิ่มพื้นที่จัดเก็บเกม แม้รุ่นแพงสุดของ Steam Deck จะมี SSD 1TB แต่ก็ยังไม่พอสำหรับเกม AAA หลาย ๆ เกม MicroSD Card เช่น Samsung PRO Plus 512GB ราคา 49.99 ดอลลาร์ เป็นทางเลือกที่ง่ายและไม่ต้องเสี่ยงกับการแกะเครื่องเพื่อเปลี่ยน SSD 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ JSAUX Mod Case ➡️ ป้องกันหน้าจอและจอยสติ๊ก ➡️ รองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น พาวเวอร์แบงก์ ✅ Docking Station ➡️ ราคา 45.99 ดอลลาร์ ➡️ รองรับ 4K 120Hz และพอร์ตเชื่อมต่อหลากหลาย ✅ Screen Protector ➡️ ราคา 14.99 ดอลลาร์ ➡️ ลดแสงสะท้อนและป้องกันการแตก ✅ Comfort Grips ➡️ ราคาไม่ถึง 20 ดอลลาร์ ➡️ เพิ่มความสบายและลดความเมื่อยมือ ✅ MicroSD Card ➡️ Samsung PRO Plus 512GB ราคา 49.99 ดอลลาร์ ➡️ เพิ่มพื้นที่เกมโดยไม่ต้องแกะเครื่อง ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ Steam Deck ยังมีข้อจำกัดด้านพลังประมวลผล โดยเฉพาะเกม AAA ⛔ MicroSD Card มีมาตรฐานหลายแบบ ต้องเลือก UHS-1 หรือสูงกว่าเพื่อความเร็วที่เหมาะสม https://www.slashgear.com/2035646/useful-steam-deck-accessories-under-50-dollars/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Useful Steam Deck Accessories You Can Find For Under $50 - SlashGear
    You don't need to spend a fortune to trick out your Steam Deck, as hese accessories will do the trick.
    0 Comments 0 Shares 51 Views 0 Reviews
  • “GameSir G7 SE – คอนโทรลเลอร์ Xbox ที่ครองใจเกมเมอร์ปี 2025”

    ตั้งแต่ปี 2001 ที่ Xbox รุ่นแรกเปิดตัว คอนโทรลเลอร์ก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากรุ่น “Duke” ที่ใหญ่และเทอะทะ สู่รุ่นใหม่ที่ออกแบบให้กระชับมือและตอบสนองได้ดีกว่า ปัจจุบันผู้เล่นมีตัวเลือกมากมายทั้งจาก Microsoft และแบรนด์อื่น ๆ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือเสียงส่วนใหญ่กลับยกให้ GameSir G7 SE เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับ Xbox Series X/S

    จุดเด่นที่ทำให้โดนใจ
    ผู้ใช้หลายคนชื่นชมว่า ไม่มีปัญหา stick drift, มี Hall-effect analog sticks ที่ตอบสนองลื่นไหล และมี rear paddles สำหรับปรับแต่งการเล่น นอกจากนี้ยังมีการออกแบบที่รองรับการเล่นเกมยาว ๆ โดยไม่เมื่อยมือ แม้ตัวเครื่องจะดูเบาและไม่หรูหรา แต่ฟังก์ชันและความทนทานถือว่าคุ้มค่าเกินราคา

    ราคาและความคุ้มค่า
    GameSir G7 SE มีราคาประมาณ 45 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่ายเมื่อเทียบกับคอนโทรลเลอร์ระดับโปรที่แพงกว่า ผู้ใช้บางคนถึงขั้นบอกว่ามันดีกว่ารุ่น GameSir G7 Pro ที่ราคาแพงกว่าเสียอีก ทำให้มันกลายเป็นตัวเลือกที่สมดุลระหว่างคุณภาพและราคา

    แนวโน้มในอนาคต
    แม้ตอนนี้ GameSir G7 SE จะได้รับการยกย่อง แต่ตลาดคอนโทรลเลอร์ยังคงแข่งขันสูง ทั้ง Microsoft ที่มี Elite Series และแบรนด์อื่น ๆ ที่พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่นการเชื่อมต่อไร้สายที่เสถียรกว่า หรือการปรับแต่งปุ่มที่หลากหลาย ดังนั้นอนาคตยังเปิดกว้างสำหรับผู้เล่นที่ต้องการอัปเกรดอุปกรณ์

    สรุปเป็นหัวข้อ
    GameSir G7 SE ได้รับการยกย่องจากเกมเมอร์
    ไม่มีปัญหา stick drift
    มี Hall-effect analog sticks และ rear paddles

    ราคาเข้าถึงง่าย
    ประมาณ 45 ดอลลาร์สหรัฐ
    ถูกมองว่าคุ้มค่ากว่ารุ่น Pro ที่แพงกว่า

    การออกแบบเพื่อความสบายในการเล่นระยะยาว
    รูปทรงกระชับมือ
    รองรับการเล่นเกมต่อเนื่องโดยไม่เมื่อย

    ข้อควรระวัง
    ตัวเครื่องอาจรู้สึกเบาและไม่หรูหรา
    ความทนทานในระยะยาวยังต้องติดตามเมื่อมีรุ่นใหม่ออกมา

    https://www.slashgear.com/2036911/best-xbox-controller-right-now-can-buy/
    🎮 “GameSir G7 SE – คอนโทรลเลอร์ Xbox ที่ครองใจเกมเมอร์ปี 2025” ตั้งแต่ปี 2001 ที่ Xbox รุ่นแรกเปิดตัว คอนโทรลเลอร์ก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากรุ่น “Duke” ที่ใหญ่และเทอะทะ สู่รุ่นใหม่ที่ออกแบบให้กระชับมือและตอบสนองได้ดีกว่า ปัจจุบันผู้เล่นมีตัวเลือกมากมายทั้งจาก Microsoft และแบรนด์อื่น ๆ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือเสียงส่วนใหญ่กลับยกให้ GameSir G7 SE เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับ Xbox Series X/S ⚡ จุดเด่นที่ทำให้โดนใจ ผู้ใช้หลายคนชื่นชมว่า ไม่มีปัญหา stick drift, มี Hall-effect analog sticks ที่ตอบสนองลื่นไหล และมี rear paddles สำหรับปรับแต่งการเล่น นอกจากนี้ยังมีการออกแบบที่รองรับการเล่นเกมยาว ๆ โดยไม่เมื่อยมือ แม้ตัวเครื่องจะดูเบาและไม่หรูหรา แต่ฟังก์ชันและความทนทานถือว่าคุ้มค่าเกินราคา 💰 ราคาและความคุ้มค่า GameSir G7 SE มีราคาประมาณ 45 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่ายเมื่อเทียบกับคอนโทรลเลอร์ระดับโปรที่แพงกว่า ผู้ใช้บางคนถึงขั้นบอกว่ามันดีกว่ารุ่น GameSir G7 Pro ที่ราคาแพงกว่าเสียอีก ทำให้มันกลายเป็นตัวเลือกที่สมดุลระหว่างคุณภาพและราคา 🌐 แนวโน้มในอนาคต แม้ตอนนี้ GameSir G7 SE จะได้รับการยกย่อง แต่ตลาดคอนโทรลเลอร์ยังคงแข่งขันสูง ทั้ง Microsoft ที่มี Elite Series และแบรนด์อื่น ๆ ที่พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่นการเชื่อมต่อไร้สายที่เสถียรกว่า หรือการปรับแต่งปุ่มที่หลากหลาย ดังนั้นอนาคตยังเปิดกว้างสำหรับผู้เล่นที่ต้องการอัปเกรดอุปกรณ์ 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ GameSir G7 SE ได้รับการยกย่องจากเกมเมอร์ ➡️ ไม่มีปัญหา stick drift ➡️ มี Hall-effect analog sticks และ rear paddles ✅ ราคาเข้าถึงง่าย ➡️ ประมาณ 45 ดอลลาร์สหรัฐ ➡️ ถูกมองว่าคุ้มค่ากว่ารุ่น Pro ที่แพงกว่า ✅ การออกแบบเพื่อความสบายในการเล่นระยะยาว ➡️ รูปทรงกระชับมือ ➡️ รองรับการเล่นเกมต่อเนื่องโดยไม่เมื่อย ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ ตัวเครื่องอาจรู้สึกเบาและไม่หรูหรา ⛔ ความทนทานในระยะยาวยังต้องติดตามเมื่อมีรุ่นใหม่ออกมา https://www.slashgear.com/2036911/best-xbox-controller-right-now-can-buy/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    What Is The Best Xbox Controller, According To Gamers? - SlashGear
    Gamers name the GameSir G7 SE as the best Xbox controller for Series X/S. See why this $45 wired model with anti-drift Hall Effect sticks beats the competition.
    0 Comments 0 Shares 52 Views 0 Reviews
  • “Google Pixel เปิดฟีเจอร์ใหม่ RCS Archival – ข้อความของคุณอาจอยู่ในมือเจ้านาย”

    Google ประกาศฟีเจอร์ RCS Archival สำหรับเครื่อง Pixel ที่ถูกจัดการโดยองค์กร (Managed Devices) ซึ่งจะทำให้ข้อความ RCS ที่ส่ง รับ หรือแก้ไข ถูกบันทึกลงในระบบของบริษัทพร้อมเวลาและรายละเอียด แม้ข้อความจะยังคงถูกเข้ารหัสระหว่างการส่ง แต่การเก็บบันทึกนี้ทำให้ฝ่าย IT สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรงจากเครื่องพนักงาน

    เหตุผลด้านกฎหมายและการปฏิบัติตามข้อบังคับ
    ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยองค์กรปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การเก็บบันทึกการสื่อสารเพื่อใช้ในกรณีฟ้องร้อง การตรวจสอบ หรือการร้องขอข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ หลายบริษัทในภาคการเงิน การแพทย์ และรัฐบาลจำเป็นต้องมีระบบเก็บข้อมูลที่ครบถ้วนเพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดกฎหมาย

    ความเป็นส่วนตัวและข้อกังวล
    แม้ Google ยืนยันว่าฟีเจอร์นี้จะมีการแจ้งเตือนบนเครื่องพนักงานเมื่อมีการเปิดใช้งาน แต่ก็ยังมีข้อกังวลว่าเจ้านายอาจเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้ หากพนักงานใช้เครื่องที่บริษัทจัดการในการติดต่อเรื่องส่วนตัว ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้แยกการใช้งานออกเป็นสองเครื่อง เพื่อป้องกันการสูญเสียความเป็นส่วนตัว

    แนวโน้มในอนาคต
    การเก็บบันทึกข้อความลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายองค์กรทั่วโลกใช้ระบบ Mobile Device Management (MDM) และเครื่องมือ Compliance เพื่อควบคุมและตรวจสอบการใช้งานอุปกรณ์พนักงาน แนวโน้มคือการผสานเข้ากับระบบ AI และ Cloud เพื่อให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อการรักษาสมดุลระหว่าง “ความปลอดภัย” และ “สิทธิส่วนบุคคล”

    สรุปเป็นหัวข้อ
    ฟีเจอร์ใหม่ RCS Archival บน Pixel
    ใช้ได้เฉพาะเครื่องที่บริษัทจัดการ (Managed Devices)
    ข้อความ RCS จะถูกบันทึกพร้อมเวลาและรายละเอียด

    เหตุผลด้านกฎหมายและ Compliance
    ช่วยองค์กรปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การเก็บบันทึกเพื่อใช้ในคดีความ
    รองรับการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐและข้อบังคับในอุตสาหกรรม

    การแจ้งเตือนบนเครื่องพนักงาน
    ผู้ใช้จะเห็นการแจ้งเตือนเมื่อระบบเก็บบันทึกถูกเปิดใช้งาน
    องค์กรสามารถเลือกแอปเก็บบันทึกที่ต้องการ เช่น Smarsh, Celltrust

    ความเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัวของพนักงาน
    หากใช้เครื่องบริษัทติดต่อเรื่องส่วนตัว ข้อมูลอาจถูกบันทึก
    การเข้าถึงข้อมูลโดยนายจ้างอาจสร้างความไม่ไว้วางใจ

    คำแนะนำในการใช้งาน
    ควรแยกเครื่องส่วนตัวออกจากเครื่องที่บริษัทจัดการ
    หลีกเลี่ยงการเก็บข้อมูลส่วนตัวสำคัญไว้ในเครื่องที่ถูกควบคุม

    https://www.slashgear.com/2036862/google-pixel-rcs-text-message-archive-update/
    📱 “Google Pixel เปิดฟีเจอร์ใหม่ RCS Archival – ข้อความของคุณอาจอยู่ในมือเจ้านาย” Google ประกาศฟีเจอร์ RCS Archival สำหรับเครื่อง Pixel ที่ถูกจัดการโดยองค์กร (Managed Devices) ซึ่งจะทำให้ข้อความ RCS ที่ส่ง รับ หรือแก้ไข ถูกบันทึกลงในระบบของบริษัทพร้อมเวลาและรายละเอียด แม้ข้อความจะยังคงถูกเข้ารหัสระหว่างการส่ง แต่การเก็บบันทึกนี้ทำให้ฝ่าย IT สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรงจากเครื่องพนักงาน ⚖️ เหตุผลด้านกฎหมายและการปฏิบัติตามข้อบังคับ ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยองค์กรปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การเก็บบันทึกการสื่อสารเพื่อใช้ในกรณีฟ้องร้อง การตรวจสอบ หรือการร้องขอข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ หลายบริษัทในภาคการเงิน การแพทย์ และรัฐบาลจำเป็นต้องมีระบบเก็บข้อมูลที่ครบถ้วนเพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดกฎหมาย 🔒 ความเป็นส่วนตัวและข้อกังวล แม้ Google ยืนยันว่าฟีเจอร์นี้จะมีการแจ้งเตือนบนเครื่องพนักงานเมื่อมีการเปิดใช้งาน แต่ก็ยังมีข้อกังวลว่าเจ้านายอาจเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้ หากพนักงานใช้เครื่องที่บริษัทจัดการในการติดต่อเรื่องส่วนตัว ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้แยกการใช้งานออกเป็นสองเครื่อง เพื่อป้องกันการสูญเสียความเป็นส่วนตัว 🌐 แนวโน้มในอนาคต การเก็บบันทึกข้อความลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายองค์กรทั่วโลกใช้ระบบ Mobile Device Management (MDM) และเครื่องมือ Compliance เพื่อควบคุมและตรวจสอบการใช้งานอุปกรณ์พนักงาน แนวโน้มคือการผสานเข้ากับระบบ AI และ Cloud เพื่อให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อการรักษาสมดุลระหว่าง “ความปลอดภัย” และ “สิทธิส่วนบุคคล” 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ ฟีเจอร์ใหม่ RCS Archival บน Pixel ➡️ ใช้ได้เฉพาะเครื่องที่บริษัทจัดการ (Managed Devices) ➡️ ข้อความ RCS จะถูกบันทึกพร้อมเวลาและรายละเอียด ✅ เหตุผลด้านกฎหมายและ Compliance ➡️ ช่วยองค์กรปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การเก็บบันทึกเพื่อใช้ในคดีความ ➡️ รองรับการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐและข้อบังคับในอุตสาหกรรม ✅ การแจ้งเตือนบนเครื่องพนักงาน ➡️ ผู้ใช้จะเห็นการแจ้งเตือนเมื่อระบบเก็บบันทึกถูกเปิดใช้งาน ➡️ องค์กรสามารถเลือกแอปเก็บบันทึกที่ต้องการ เช่น Smarsh, Celltrust ‼️ ความเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัวของพนักงาน ⛔ หากใช้เครื่องบริษัทติดต่อเรื่องส่วนตัว ข้อมูลอาจถูกบันทึก ⛔ การเข้าถึงข้อมูลโดยนายจ้างอาจสร้างความไม่ไว้วางใจ ‼️ คำแนะนำในการใช้งาน ⛔ ควรแยกเครื่องส่วนตัวออกจากเครื่องที่บริษัทจัดการ ⛔ หลีกเลี่ยงการเก็บข้อมูลส่วนตัวสำคัญไว้ในเครื่องที่ถูกควบคุม https://www.slashgear.com/2036862/google-pixel-rcs-text-message-archive-update/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    This Google Pixel Update Could Share All Your Text Messages With Your Boss - SlashGear
    The new RCS Archival feature will send timestamped copies of RCS messages to company servers, but only for fully-managed Pixel phones.
    0 Comments 0 Shares 54 Views 0 Reviews
  • Archinstall 3.0.14 เปิดตัว: ติดตั้ง UEFI Bootloader ไปยัง Removable Location ได้แล้ว

    Archinstall รุ่น 3.0.14 มาพร้อมความสามารถใหม่ที่ให้ผู้ใช้ติดตั้ง UEFI Bootloader ไปยัง removable location ได้โดยตรง ซึ่งช่วยให้การจัดการระบบที่มีหลายดิสก์หรือการติดตั้งแบบพกพาง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุง regex ให้รองรับ white-space และลบสัญลักษณ์ | ที่ไม่จำเป็นในการตรวจสอบค่า partition unit.

    การแก้ไขบั๊กและปรับปรุงระบบ
    รุ่นนี้แก้ไขปัญหาหลายอย่าง เช่น
    ปัญหา --needed argument ที่ทำให้ไม่สามารถ re-install ได้
    ปัญหา f-string ใน snapshot debug installation
    ปัญหา manual partitioning ที่แสดงหน้าจอว่างเปล่า
    ปัญหา GRUB fallback-from-removable logic

    นอกจากนี้ยังปรับปรุง Snapper-Grub integration ให้ทำงานคล้าย Timeshift สำหรับ snapshots.

    การใช้งานและการอัปเดต
    Archinstall 3.0.14 พร้อมใช้งานแล้วใน Arch Linux stable repositories และสามารถอัปเดตได้ทันทีด้วยคำสั่ง sudo pacman -Sy archinstall. รุ่นนี้จะเป็นค่าเริ่มต้นใน Arch Linux ISO snapshot วันที่ 1 ธันวาคม 2025 ทำให้ผู้ใช้ที่ติดตั้งใหม่สามารถใช้ฟีเจอร์ล่าสุดได้ทันที.

    ความสำคัญต่อผู้ใช้ Arch Linux
    การเพิ่มฟีเจอร์ removable UEFI bootloader location ถือเป็นการตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการความยืดหยุ่น เช่น การติดตั้งบน external drive หรือการทำ dual-boot หลายระบบโดยไม่กระทบ bootloader หลักของเครื่อง.

    สรุปเป็นหัวข้อ
    ฟีเจอร์ใหม่ใน Archinstall 3.0.14
    ติดตั้ง UEFI Bootloader ไปยัง removable location ได้
    ปรับปรุง regex ให้รองรับ white-space และลบ | ที่ไม่จำเป็น

    การแก้ไขบั๊ก
    ปัญหา --needed argument
    ปัญหา f-string ใน snapshot debug
    ปัญหา manual partitioning หน้าจอว่าง
    ปัญหา GRUB fallback-from-removable logic

    การปรับปรุงระบบ
    Snapper-Grub integration ทำงานคล้าย Timeshift
    พร้อมใช้งานใน Arch Linux stable repositories

    การอัปเดตและการใช้งาน
    ใช้คำสั่ง sudo pacman -Sy archinstall เพื่ออัปเดต
    จะเป็นค่าเริ่มต้นใน Arch Linux ISO snapshot 1 ธันวาคม 2025

    ข้อควรระวัง
    การติดตั้ง bootloader ไปยัง removable location หากตั้งค่าผิดอาจทำให้ระบบไม่บูต
    ผู้ใช้ที่ไม่คุ้นเคยกับการจัดการ partition ควรระวังการแก้ไขค่า unit
    การใช้ Snapper-Grub integration ต้องเข้าใจการทำงานของ snapshots มิฉะนั้นอาจทำให้ระบบ revert ผิดพลาด

    https://9to5linux.com/archinstall-3-0-14-allows-installing-an-uefi-bootloader-to-removable-locations
    📰 Archinstall 3.0.14 เปิดตัว: ติดตั้ง UEFI Bootloader ไปยัง Removable Location ได้แล้ว Archinstall รุ่น 3.0.14 มาพร้อมความสามารถใหม่ที่ให้ผู้ใช้ติดตั้ง UEFI Bootloader ไปยัง removable location ได้โดยตรง ซึ่งช่วยให้การจัดการระบบที่มีหลายดิสก์หรือการติดตั้งแบบพกพาง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุง regex ให้รองรับ white-space และลบสัญลักษณ์ | ที่ไม่จำเป็นในการตรวจสอบค่า partition unit. 🔧 การแก้ไขบั๊กและปรับปรุงระบบ รุ่นนี้แก้ไขปัญหาหลายอย่าง เช่น ⭐ ปัญหา --needed argument ที่ทำให้ไม่สามารถ re-install ได้ ⭐ ปัญหา f-string ใน snapshot debug installation ⭐ ปัญหา manual partitioning ที่แสดงหน้าจอว่างเปล่า ⭐ ปัญหา GRUB fallback-from-removable logic นอกจากนี้ยังปรับปรุง Snapper-Grub integration ให้ทำงานคล้าย Timeshift สำหรับ snapshots. ⚡ การใช้งานและการอัปเดต Archinstall 3.0.14 พร้อมใช้งานแล้วใน Arch Linux stable repositories และสามารถอัปเดตได้ทันทีด้วยคำสั่ง sudo pacman -Sy archinstall. รุ่นนี้จะเป็นค่าเริ่มต้นใน Arch Linux ISO snapshot วันที่ 1 ธันวาคม 2025 ทำให้ผู้ใช้ที่ติดตั้งใหม่สามารถใช้ฟีเจอร์ล่าสุดได้ทันที. 🌐 ความสำคัญต่อผู้ใช้ Arch Linux การเพิ่มฟีเจอร์ removable UEFI bootloader location ถือเป็นการตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการความยืดหยุ่น เช่น การติดตั้งบน external drive หรือการทำ dual-boot หลายระบบโดยไม่กระทบ bootloader หลักของเครื่อง. 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ ฟีเจอร์ใหม่ใน Archinstall 3.0.14 ➡️ ติดตั้ง UEFI Bootloader ไปยัง removable location ได้ ➡️ ปรับปรุง regex ให้รองรับ white-space และลบ | ที่ไม่จำเป็น ✅ การแก้ไขบั๊ก ➡️ ปัญหา --needed argument ➡️ ปัญหา f-string ใน snapshot debug ➡️ ปัญหา manual partitioning หน้าจอว่าง ➡️ ปัญหา GRUB fallback-from-removable logic ✅ การปรับปรุงระบบ ➡️ Snapper-Grub integration ทำงานคล้าย Timeshift ➡️ พร้อมใช้งานใน Arch Linux stable repositories ✅ การอัปเดตและการใช้งาน ➡️ ใช้คำสั่ง sudo pacman -Sy archinstall เพื่ออัปเดต ➡️ จะเป็นค่าเริ่มต้นใน Arch Linux ISO snapshot 1 ธันวาคม 2025 ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ การติดตั้ง bootloader ไปยัง removable location หากตั้งค่าผิดอาจทำให้ระบบไม่บูต ⛔ ผู้ใช้ที่ไม่คุ้นเคยกับการจัดการ partition ควรระวังการแก้ไขค่า unit ⛔ การใช้ Snapper-Grub integration ต้องเข้าใจการทำงานของ snapshots มิฉะนั้นอาจทำให้ระบบ revert ผิดพลาด https://9to5linux.com/archinstall-3-0-14-allows-installing-an-uefi-bootloader-to-removable-locations
    9TO5LINUX.COM
    Archinstall 3.0.14 Allows UEFI Bootloader Installation to Removable Locations - 9to5Linux
    Archinstall 3.0.14 Arch Linux menu-based installer is now available with a new dialog to install the UEFI bootloader to a removable location.
    0 Comments 0 Shares 53 Views 0 Reviews
More Results