• AI (Artificial Intelligence) มีบทบาทสำคัญในการพยากรณ์อากาศของโลก โดยช่วยเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศ ซึ่งมีกระบวนการหลักๆ ดังนี้:

    ### 1. **การเก็บข้อมูล**
    AI ใช้ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เช่น:
    - **ดาวเทียม**: ให้ข้อมูลภาพถ่ายและข้อมูลสภาพอากาศจากอวกาศ
    - **สถานีตรวจอากาศ**: วัดอุณหภูมิ, ความชื้น, ความกดอากาศ, และลม
    - **เรดาร์**: ติดตามฝนและพายุ
    - **เซ็นเซอร์อื่นๆ**: เช่น เครื่องบิน, เรือ, และอุปกรณ์ IoT

    ### 2. **การประมวลผลข้อมูล**
    AI ประมวลผลข้อมูลจำนวนมากอย่างรวดเร็วด้วยเทคนิคเช่น:
    - **Machine Learning (ML)**: วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาความสัมพันธ์และแนวโน้ม
    - **Deep Learning (DL)**: ใช้ Neural Networks ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อน เช่น ภาพจากดาวเทียม

    ### 3. **การสร้างแบบจำลอง**
    AI ช่วยสร้างและปรับปรุงแบบจำลองสภาพอากาศโดย:
    - **การพยากรณ์ระยะสั้น**: คาดการณ์สภาพอากาศในชั่วโมงหรือวันถัดไป
    - **การพยากรณ์ระยะยาว**: คาดการณ์สภาพอากาศในสัปดาห์หรือเดือนถัดไป
    - **การคาดการณ์สภาพอากาศรุนแรง**: เช่น พายุ, น้ำท่วม, และคลื่นความร้อน

    ### 4. **การปรับปรุงความแม่นยำ**
    AI ช่วยปรับปรุงความแม่นยำโดย:
    - **การเรียนรู้จากข้อมูลในอดีต**: เพื่อปรับปรุงการคาดการณ์
    - **การปรับแบบจำลองแบบเรียลไทม์**: ด้วยข้อมูลล่าสุด

    ### 5. **การใช้งานจริง**
    AI ถูกใช้ในหลายด้าน เช่น:
    - **การเตือนภัยล่วงหน้า**: เตือนภัยธรรมชาติล่วงหน้า
    - **การเกษตร**: ช่วยเกษตรกรวางแผนการเพาะปลูก
    - **การขนส่ง**: ช่วยการบินและการเดินเรือ
    - **การจัดการทรัพยากรน้ำ**: จัดการน้ำในเขื่อนและแม่น้ำ

    ### 6. **ตัวอย่างการใช้ AI ในพยากรณ์อากาศ**
    - **IBM's GRAF**: ใช้ AI เพื่อพยากรณ์อากาศทั่วโลกทุกชั่วโมง
    - **Google's MetNet**: ใช้ Deep Learning เพื่อพยากรณ์ฝนในระยะสั้น
    - **The Weather Company**: ใช้ AI เพื่อปรับปรุงการพยากรณ์อากาศ

    ### 7. **ความท้าทาย**
    - **ข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์**: ข้อมูลอาจขาดหายหรือไม่ถูกต้อง
    - **ความซับซ้อนของสภาพอากาศ**: สภาพอากาศมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงเร็ว
    - **การคำนวณที่ต้องการทรัพยากรสูง**: ต้องการพลังการคำนวณมาก

    ### สรุป
    AI ช่วยเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการพยากรณ์อากาศ โดยใช้ข้อมูลจากหลายแหล่งและเทคนิคต่างๆ เพื่อคาดการณ์สภาพอากาศได้ดีขึ้น ซึ่งมีประโยชน์ต่อหลายภาคส่วน เช่น การเกษตร, การขนส่ง, และการจัดการภัยพิบัติ
    AI (Artificial Intelligence) มีบทบาทสำคัญในการพยากรณ์อากาศของโลก โดยช่วยเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศ ซึ่งมีกระบวนการหลักๆ ดังนี้: ### 1. **การเก็บข้อมูล** AI ใช้ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เช่น: - **ดาวเทียม**: ให้ข้อมูลภาพถ่ายและข้อมูลสภาพอากาศจากอวกาศ - **สถานีตรวจอากาศ**: วัดอุณหภูมิ, ความชื้น, ความกดอากาศ, และลม - **เรดาร์**: ติดตามฝนและพายุ - **เซ็นเซอร์อื่นๆ**: เช่น เครื่องบิน, เรือ, และอุปกรณ์ IoT ### 2. **การประมวลผลข้อมูล** AI ประมวลผลข้อมูลจำนวนมากอย่างรวดเร็วด้วยเทคนิคเช่น: - **Machine Learning (ML)**: วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาความสัมพันธ์และแนวโน้ม - **Deep Learning (DL)**: ใช้ Neural Networks ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อน เช่น ภาพจากดาวเทียม ### 3. **การสร้างแบบจำลอง** AI ช่วยสร้างและปรับปรุงแบบจำลองสภาพอากาศโดย: - **การพยากรณ์ระยะสั้น**: คาดการณ์สภาพอากาศในชั่วโมงหรือวันถัดไป - **การพยากรณ์ระยะยาว**: คาดการณ์สภาพอากาศในสัปดาห์หรือเดือนถัดไป - **การคาดการณ์สภาพอากาศรุนแรง**: เช่น พายุ, น้ำท่วม, และคลื่นความร้อน ### 4. **การปรับปรุงความแม่นยำ** AI ช่วยปรับปรุงความแม่นยำโดย: - **การเรียนรู้จากข้อมูลในอดีต**: เพื่อปรับปรุงการคาดการณ์ - **การปรับแบบจำลองแบบเรียลไทม์**: ด้วยข้อมูลล่าสุด ### 5. **การใช้งานจริง** AI ถูกใช้ในหลายด้าน เช่น: - **การเตือนภัยล่วงหน้า**: เตือนภัยธรรมชาติล่วงหน้า - **การเกษตร**: ช่วยเกษตรกรวางแผนการเพาะปลูก - **การขนส่ง**: ช่วยการบินและการเดินเรือ - **การจัดการทรัพยากรน้ำ**: จัดการน้ำในเขื่อนและแม่น้ำ ### 6. **ตัวอย่างการใช้ AI ในพยากรณ์อากาศ** - **IBM's GRAF**: ใช้ AI เพื่อพยากรณ์อากาศทั่วโลกทุกชั่วโมง - **Google's MetNet**: ใช้ Deep Learning เพื่อพยากรณ์ฝนในระยะสั้น - **The Weather Company**: ใช้ AI เพื่อปรับปรุงการพยากรณ์อากาศ ### 7. **ความท้าทาย** - **ข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์**: ข้อมูลอาจขาดหายหรือไม่ถูกต้อง - **ความซับซ้อนของสภาพอากาศ**: สภาพอากาศมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงเร็ว - **การคำนวณที่ต้องการทรัพยากรสูง**: ต้องการพลังการคำนวณมาก ### สรุป AI ช่วยเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการพยากรณ์อากาศ โดยใช้ข้อมูลจากหลายแหล่งและเทคนิคต่างๆ เพื่อคาดการณ์สภาพอากาศได้ดีขึ้น ซึ่งมีประโยชน์ต่อหลายภาคส่วน เช่น การเกษตร, การขนส่ง, และการจัดการภัยพิบัติ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 79 มุมมอง 0 รีวิว
  • เขย่าเพนตากอน!

    ทรัมป์มีคำสั่งปลด พลอากาศเอกซีคิว บราวน์ (General CQ Brown) ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นตำแหน่งระดับบัญชาการทหารสูงที่สุดของกองทัพสหรัฐฯ

    คำสั่งดังกล่าวประกาศออกมาในช่วงค่ำวันศุกร์ตามเวลาในสหรัฐฯ

    พลอากาศเอกบราวน์ คือนายทหารผิวดำคนที่สองในประวัติศาสตร์ที่ได้นั่งในตำแหน่งประธานผู้บัญชาการเหล่าทัพร่วม โดยเขาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนี้เมื่อ 16 เดือนก่อนในสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน หลังจากการเกษียณอายุราชการของพลเอกไมค์ ไมลีย์

    นอกจากนี้ทรัมป์ยังแต่งตั้งพลโท แดน "เรซิน" แคน (Lieutenant General Dan “Razin” Caine) ซึ่งเกษียณอายุราชการไปแล้วให้กลับมานั่งเก้าอี้ประธานคณะเสนาธิการร่วมแทน บราวน์ อีกด้วย

    สำหรับ พล.ท. แคน นั้นเป็นอดีตนักบินเครื่องบินขับไล่ F-16 และเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกิจการทหารของสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA)

    ทรัมป์ ไม่ได้ระบุถึงสาเหตุการเปลี่ยนตัว บราวน์ และไม่ได้พูดถึงการอนุญาตให้เขาอยู่ในตำแหน่งต่อจนกว่าประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมคนใหม่จะผ่านการรับรองโดยวุฒิสภาหรือไม่

    นอกจากนี้ กลาโหมสหรัฐโดย พีท เฮกเซธ ยังประกาศปลดพลเรือเอกหญิง ลิซา ฟร็องเช็ตติ (Chief Adm. Lisa Franchetti) ผู้บัญชาการกองทัพเรือสหรัฐฯ รวมถึงพลอากาศเอกจิม สไลฟ์ (Jim Slife) รองหัวหน้าฝ่ายเสนาธิการกองทัพอากาศออกด้วย



    เขย่าเพนตากอน! ทรัมป์มีคำสั่งปลด พลอากาศเอกซีคิว บราวน์ (General CQ Brown) ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นตำแหน่งระดับบัญชาการทหารสูงที่สุดของกองทัพสหรัฐฯ คำสั่งดังกล่าวประกาศออกมาในช่วงค่ำวันศุกร์ตามเวลาในสหรัฐฯ พลอากาศเอกบราวน์ คือนายทหารผิวดำคนที่สองในประวัติศาสตร์ที่ได้นั่งในตำแหน่งประธานผู้บัญชาการเหล่าทัพร่วม โดยเขาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนี้เมื่อ 16 เดือนก่อนในสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน หลังจากการเกษียณอายุราชการของพลเอกไมค์ ไมลีย์ นอกจากนี้ทรัมป์ยังแต่งตั้งพลโท แดน "เรซิน" แคน (Lieutenant General Dan “Razin” Caine) ซึ่งเกษียณอายุราชการไปแล้วให้กลับมานั่งเก้าอี้ประธานคณะเสนาธิการร่วมแทน บราวน์ อีกด้วย สำหรับ พล.ท. แคน นั้นเป็นอดีตนักบินเครื่องบินขับไล่ F-16 และเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกิจการทหารของสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) ทรัมป์ ไม่ได้ระบุถึงสาเหตุการเปลี่ยนตัว บราวน์ และไม่ได้พูดถึงการอนุญาตให้เขาอยู่ในตำแหน่งต่อจนกว่าประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมคนใหม่จะผ่านการรับรองโดยวุฒิสภาหรือไม่ นอกจากนี้ กลาโหมสหรัฐโดย พีท เฮกเซธ ยังประกาศปลดพลเรือเอกหญิง ลิซา ฟร็องเช็ตติ (Chief Adm. Lisa Franchetti) ผู้บัญชาการกองทัพเรือสหรัฐฯ รวมถึงพลอากาศเอกจิม สไลฟ์ (Jim Slife) รองหัวหน้าฝ่ายเสนาธิการกองทัพอากาศออกด้วย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 117 มุมมอง 0 รีวิว
  • ท่องเที่ยวTikTok@offthemap_official #นอกพื้นที่ #ไทย #ท่องเที่ยว #ว่างว่างก็แวะมา
    ท่องเที่ยวTikTok@offthemap_official #นอกพื้นที่ #ไทย #ท่องเที่ยว #ว่างว่างก็แวะมา
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 171 มุมมอง 0 1 รีวิว
  • Apple ได้ประกาศเปิดตัว iPhone 16e รุ่นใหม่ที่เน้นความคุ้มค่า โดยมีราคาเริ่มต้นที่ $599 ซึ่งมาพร้อมกับชิป A18 ที่พัฒนาขึ้นใหม่ และโมเด็ม C1 ที่เป็นชิ้นส่วน 5G ที่พัฒนาโดย Apple เอง ต่างจาก iPhone รุ่นก่อนหน้าที่ใช้โมเด็ม 5G ของ Qualcomm

    สำหรับการผลิตชิป A18 และ C1 นั้น Apple ได้ทำสัญญากับ TSMC ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ในไต้หวัน ชิป A18 ผลิตด้วยกระบวนการ 3 nm (TSMC N3E) ส่วนการออกแบบฐานของโมเด็ม C1 ใช้กระบวนการ 4 nm และตัวรับสัญญาณใช้กระบวนการ 7 nm

    จากรายงานของ Commercial Times Taiwan คาดว่า TSMC จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการทำสัญญานี้กับ Apple โดยนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมประเมินว่ายอดส่งมอบประจำปีของ iPhone 16e จะอยู่ที่ประมาณ 22 ล้านเครื่องต่อปี นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงว่าโมเด็ม C1 อาจจะถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์อื่น ๆ ของ Apple เช่น Apple Watch และ iPad ในอนาคต และยังมีการอัปเกรดไปยังผลิตภัณฑ์ Mac อีกด้วย

    นอกจากนี้ยังมีข่าวลือเกี่ยวกับโปรเจกต์ "Ganymede" ที่มีการออกแบบโมเด็ม 5G รุ่น "C2" ที่อาจใช้กระบวนการ 3 nm ของ TSMC และโปรเจกต์ "Prometheus" ที่อาจเป็นรุ่นโมเด็ม "C3" ในอนาคต

    สิ่งที่น่าสนใจคือ การทำสัญญานี้ไม่เพียงแต่เพิ่มยอดขายของ TSMC แต่ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งในตลาด 5G และการผลิตชิปที่ทันสมัย ซึ่งอาจทำให้ TSMC ได้รับความสนใจมากขึ้นจากลูกค้ารายใหม่ ๆ ในอนาคต

    https://www.techpowerup.com/332924/tsmc-set-to-benefit-from-estimated-22-million-apple-iphone-16e-unit-sales
    Apple ได้ประกาศเปิดตัว iPhone 16e รุ่นใหม่ที่เน้นความคุ้มค่า โดยมีราคาเริ่มต้นที่ $599 ซึ่งมาพร้อมกับชิป A18 ที่พัฒนาขึ้นใหม่ และโมเด็ม C1 ที่เป็นชิ้นส่วน 5G ที่พัฒนาโดย Apple เอง ต่างจาก iPhone รุ่นก่อนหน้าที่ใช้โมเด็ม 5G ของ Qualcomm สำหรับการผลิตชิป A18 และ C1 นั้น Apple ได้ทำสัญญากับ TSMC ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ในไต้หวัน ชิป A18 ผลิตด้วยกระบวนการ 3 nm (TSMC N3E) ส่วนการออกแบบฐานของโมเด็ม C1 ใช้กระบวนการ 4 nm และตัวรับสัญญาณใช้กระบวนการ 7 nm จากรายงานของ Commercial Times Taiwan คาดว่า TSMC จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการทำสัญญานี้กับ Apple โดยนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมประเมินว่ายอดส่งมอบประจำปีของ iPhone 16e จะอยู่ที่ประมาณ 22 ล้านเครื่องต่อปี นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงว่าโมเด็ม C1 อาจจะถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์อื่น ๆ ของ Apple เช่น Apple Watch และ iPad ในอนาคต และยังมีการอัปเกรดไปยังผลิตภัณฑ์ Mac อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีข่าวลือเกี่ยวกับโปรเจกต์ "Ganymede" ที่มีการออกแบบโมเด็ม 5G รุ่น "C2" ที่อาจใช้กระบวนการ 3 nm ของ TSMC และโปรเจกต์ "Prometheus" ที่อาจเป็นรุ่นโมเด็ม "C3" ในอนาคต สิ่งที่น่าสนใจคือ การทำสัญญานี้ไม่เพียงแต่เพิ่มยอดขายของ TSMC แต่ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งในตลาด 5G และการผลิตชิปที่ทันสมัย ซึ่งอาจทำให้ TSMC ได้รับความสนใจมากขึ้นจากลูกค้ารายใหม่ ๆ ในอนาคต https://www.techpowerup.com/332924/tsmc-set-to-benefit-from-estimated-22-million-apple-iphone-16e-unit-sales
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    TSMC Set to Benefit from Estimated 22 Million Apple iPhone 16e Unit Sales
    On Wednesday (February 19), Apple announced the upcoming launch of its "budget-friendly" iPhone 16e smartphone model. The Cupertino, California-based company has refreshed its entry level product tier—starting at $599—with modernized internals. Apple's new design houses an A18 chipset, as well as th...
    Yay
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 110 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel ได้ประกาศว่าขั้นตอนการผลิตชิปที่เรียกว่า Intel 18A พร้อมสำหรับโปรเจกต์สำหรับลูกค้าภายนอกแล้ว โดยโปรเจกต์แรกจะเริ่มต้นในครึ่งแรกของปี 2025 มีการกล่าวว่า 18A มีคุณสมบัติล้ำสมัยเช่น SRAM Density Scaling ที่เทียบเท่ากับ TSMC's N2, ประสิทธิภาพต่อวัตต์เพิ่มขึ้น 15%, และความหนาแน่นของชิปเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเปรียบเทียบกับ Intel 3 ซึ่งใช้ใน Intel Xeon 6 นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี PowerVia สำหรับการส่งพลังงานด้านหลังที่ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์ รวมถึงเทคโนโลยี RibbonFET ที่ใช้แทนทรานซิสเตอร์แบบ FinFET เพื่อควบคุมการรั่วของเกตให้เข้มงวดขึ้น

    ผลิตภัณฑ์แรกของ Intel ที่ใช้เทคโนโลยี 18A นี้คือ Panther Lake และ Clearwater Forest Xeon CPUs สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ลูกค้าภายนอกที่ใช้ 18A ได้แก่ Amazon's AWS, Microsoft สำหรับ Azure, และ Broadcom ที่กำลังพัฒนาดีไซน์ตามเทคโนโลยี 18A

    การได้ลูกค้าสำหรับการผลิตขั้นสูงเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน เนื่องจากลูกค้าของ Samsung และ TSMC ที่มีอยู่ไม่ต้องการเสี่ยงกับการส่งกำลังการผลิตและสัญญาที่มีอยู่ หากลูกค้ารายแรกของ Intel ประสบความสำเร็จ ลูกค้าอื่น ๆ อาจหันมาสนใจโรงงานของ Intel มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อความเป็นไปได้ของโมเดลการจัดหาชิปในอนาคต

    หากบริษัทและสตาร์ทอัพในสหรัฐฯ ตัดสินใจร่วมงานกับ Intel ในการผลิตชิป Intel อาจฟื้นตัวกลับมาได้อย่างเต็มที่

    https://www.techpowerup.com/332917/intel-18a-is-officially-ready-for-customer-projects
    Intel ได้ประกาศว่าขั้นตอนการผลิตชิปที่เรียกว่า Intel 18A พร้อมสำหรับโปรเจกต์สำหรับลูกค้าภายนอกแล้ว โดยโปรเจกต์แรกจะเริ่มต้นในครึ่งแรกของปี 2025 มีการกล่าวว่า 18A มีคุณสมบัติล้ำสมัยเช่น SRAM Density Scaling ที่เทียบเท่ากับ TSMC's N2, ประสิทธิภาพต่อวัตต์เพิ่มขึ้น 15%, และความหนาแน่นของชิปเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเปรียบเทียบกับ Intel 3 ซึ่งใช้ใน Intel Xeon 6 นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี PowerVia สำหรับการส่งพลังงานด้านหลังที่ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์ รวมถึงเทคโนโลยี RibbonFET ที่ใช้แทนทรานซิสเตอร์แบบ FinFET เพื่อควบคุมการรั่วของเกตให้เข้มงวดขึ้น ผลิตภัณฑ์แรกของ Intel ที่ใช้เทคโนโลยี 18A นี้คือ Panther Lake และ Clearwater Forest Xeon CPUs สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ลูกค้าภายนอกที่ใช้ 18A ได้แก่ Amazon's AWS, Microsoft สำหรับ Azure, และ Broadcom ที่กำลังพัฒนาดีไซน์ตามเทคโนโลยี 18A การได้ลูกค้าสำหรับการผลิตขั้นสูงเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน เนื่องจากลูกค้าของ Samsung และ TSMC ที่มีอยู่ไม่ต้องการเสี่ยงกับการส่งกำลังการผลิตและสัญญาที่มีอยู่ หากลูกค้ารายแรกของ Intel ประสบความสำเร็จ ลูกค้าอื่น ๆ อาจหันมาสนใจโรงงานของ Intel มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อความเป็นไปได้ของโมเดลการจัดหาชิปในอนาคต หากบริษัทและสตาร์ทอัพในสหรัฐฯ ตัดสินใจร่วมงานกับ Intel ในการผลิตชิป Intel อาจฟื้นตัวกลับมาได้อย่างเต็มที่ https://www.techpowerup.com/332917/intel-18a-is-officially-ready-for-customer-projects
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Intel 18A Is Officially Ready for Customer Projects
    Intel has updated its 18A node website with the message, "Intel 18A is now ready for customer projects with the tape outs beginning in the first half of 2025: contact us for more information." The contact hyperlink includes an email where future customers can direct their questions to Intel. Designe...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 104 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผลสำรวจคะแนนนิยมล่าสุดของพรรคการเมืองในเยอรมนีล่าสุด ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วประเทศในวันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 นี้:

    อันดับหนึ่ง พรรคคริสเตียนเดโมแครตยูเนียน (Christian Democratic Union - CDU) ซึ่งเป็นพรรคเมืองสายกลาง-ขวา ของ ฟรีดริช เมิร์ซ (Friedrich Merz) มีคะแนนนำในทุกโพล

    อันดับสอง ตามมาด้วยพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี หรือ AfD (Alternative for Germany / Alternative für Deutschland) ของ อลิซ ไวเดล (Alice Weidel) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองขวาจัด (อนุรักษนิยม)

    อันดับที่สาม เป็นของพรรค SPD (Social Democratic Party of Germany) ของ โอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน


    สำหรับ ฟรีดริช เมิร์ซ ตัวเต็งนายกรัฐมนตรีเยอรมนีคนใหม่ ประกาศอย่างชัดเจนว่าหากเขาชนะการเลือกตั้ง เขาจะยังคงนโยบายเคียงข้างยูเครนต่อไป และประกาศจะส่งมอบขีปนาวุธร่อน Taurus ที่มีพิสัยยิงมากกว่า 500 กม. ซึ่งเป็นสิ่งที่ โอลาฟ ชอลซ์ ไม่กล้าตัดสินใจ

    ส่วนอลิซ ไวเดล ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะกลับมามีความสัมพันธ์ที่เป็นปกติกับรัสเซีย และพร้อมจะกลับมาใช้บริการก๊าซจากรัสเซียเช่นเดิม นอกจากนี้เธอจะใช้นโยบายที่แข็งกร้าวต่อผู้อพยพเข้าเมืองเช่นเดียวกับทรัมป์

    ในช่วงแรก พรรค AfD มีคะแนนนิยมนำมาเป็นอันดับหนึ่ง ทำให้เกิดความกังวลอย่างมากต่อพันธมิตรในยุโรป มีการปลุกระดมข่าวสาร เพื่อโจมตีไวเดลเกี่ยวกับนโยบายที่แข็งกร้าวด้านต่อต้านผู้อพยพ ทำให้เกิดการประท้วงเป็นวงกว้างในเยอรมนีเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทั้งในกรุงเบอร์ลิน และในเมืองอื่นๆ ของเยอรมนี ส่งผลให้คะแนนนิยมของเธอตกลงมาอย่างชัดเจน

    อีลอน มัสก์ คนสนิทของทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าสนับสนุนพรรค AfD ของไวเดล

    แม้ว่าคะแนนนิยมของพรรค AfD ยังเป็นรองคู่แข่งจากพรรค CDU แต่ไม่ได้หมายความว่า ไวเดลหมดโอกาสชนะ เนื่องจากคะแนนนิยมที่ใกล้เคียงกัน และยังมีประชาชนเยอรมนีอีกมากที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ซึ่งอาจทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

    โดยรวมแล้ว หลังการเลือกตั้งจบสิ้นลง รัฐบาลของเยอรมันยังคงเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรคการเมืองเช่นเดิม


    ผลสำรวจคะแนนนิยมล่าสุดของพรรคการเมืองในเยอรมนีล่าสุด ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วประเทศในวันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 นี้: อันดับหนึ่ง พรรคคริสเตียนเดโมแครตยูเนียน (Christian Democratic Union - CDU) ซึ่งเป็นพรรคเมืองสายกลาง-ขวา ของ ฟรีดริช เมิร์ซ (Friedrich Merz) มีคะแนนนำในทุกโพล อันดับสอง ตามมาด้วยพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี หรือ AfD (Alternative for Germany / Alternative für Deutschland) ของ อลิซ ไวเดล (Alice Weidel) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองขวาจัด (อนุรักษนิยม) อันดับที่สาม เป็นของพรรค SPD (Social Democratic Party of Germany) ของ โอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน สำหรับ ฟรีดริช เมิร์ซ ตัวเต็งนายกรัฐมนตรีเยอรมนีคนใหม่ ประกาศอย่างชัดเจนว่าหากเขาชนะการเลือกตั้ง เขาจะยังคงนโยบายเคียงข้างยูเครนต่อไป และประกาศจะส่งมอบขีปนาวุธร่อน Taurus ที่มีพิสัยยิงมากกว่า 500 กม. ซึ่งเป็นสิ่งที่ โอลาฟ ชอลซ์ ไม่กล้าตัดสินใจ ส่วนอลิซ ไวเดล ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะกลับมามีความสัมพันธ์ที่เป็นปกติกับรัสเซีย และพร้อมจะกลับมาใช้บริการก๊าซจากรัสเซียเช่นเดิม นอกจากนี้เธอจะใช้นโยบายที่แข็งกร้าวต่อผู้อพยพเข้าเมืองเช่นเดียวกับทรัมป์ ในช่วงแรก พรรค AfD มีคะแนนนิยมนำมาเป็นอันดับหนึ่ง ทำให้เกิดความกังวลอย่างมากต่อพันธมิตรในยุโรป มีการปลุกระดมข่าวสาร เพื่อโจมตีไวเดลเกี่ยวกับนโยบายที่แข็งกร้าวด้านต่อต้านผู้อพยพ ทำให้เกิดการประท้วงเป็นวงกว้างในเยอรมนีเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทั้งในกรุงเบอร์ลิน และในเมืองอื่นๆ ของเยอรมนี ส่งผลให้คะแนนนิยมของเธอตกลงมาอย่างชัดเจน อีลอน มัสก์ คนสนิทของทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าสนับสนุนพรรค AfD ของไวเดล แม้ว่าคะแนนนิยมของพรรค AfD ยังเป็นรองคู่แข่งจากพรรค CDU แต่ไม่ได้หมายความว่า ไวเดลหมดโอกาสชนะ เนื่องจากคะแนนนิยมที่ใกล้เคียงกัน และยังมีประชาชนเยอรมนีอีกมากที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ซึ่งอาจทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยรวมแล้ว หลังการเลือกตั้งจบสิ้นลง รัฐบาลของเยอรมันยังคงเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรคการเมืองเช่นเดิม
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 263 มุมมอง 0 รีวิว
  • Truth Social ซึ่งเป็นเครือข่ายโซเชียลของ Donald Trump ถูกบล็อกในยูเครน
    Truth Social ซึ่งเป็นเครือข่ายโซเชียลของ Donald Trump ถูกบล็อกในยูเครน
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 188 มุมมอง 0 รีวิว
  • โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน Truth Social ยกย่องตัวเองว่าเป็น “กษัตริย์” หลังจากยกเลิกโครงการเก็บ “ค่าธรรมเนียมรถติด” (Congestion pricing) ในนครนิวยอร์ก โดยทรัมป์ กล่าวว่าค่าธรรมเนียมรถติดตายแล้ว ทำให้ แมนฮัตตันและทั่วทั้งนิวยอร์กปลอดภัยและลงท้ายว่า “LONG LIVE THE KING!" ปรากฏว่าในXบัญชีThe White House ของทำเนียบขาวถือโอกาสเชียร์ สร้างภาพทรัมป์สวมมงกุฎพระราชาภายในกรอบแดง เลียนแบบหน้าปกของนิตยสารไทม์ โดยพาดว่า “LONG LIVE THE KING”โดยต่อยอดคำพูดยกยอตัวเองของทรัมป์เผยแพร่ออกไป ทำให้คำว่า “LONG LIVE THE KING” ติดเทรนด์ยอดนิยมบน X ในสหรัฐฯ สื่อท้องถิ่นสหรัฐฯ บางสำนักกล่าวว่าการโพสต์จากบัญชีทางการของทำเนียบขาวที่แปลก ๆทรัมป์เกิดขึ้นในยุคทรัมป์ครองอำนาจประธานาธิบดีที่อยากเป็น "กษัตริย์แห่งอเมริกา"
    โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน Truth Social ยกย่องตัวเองว่าเป็น “กษัตริย์” หลังจากยกเลิกโครงการเก็บ “ค่าธรรมเนียมรถติด” (Congestion pricing) ในนครนิวยอร์ก โดยทรัมป์ กล่าวว่าค่าธรรมเนียมรถติดตายแล้ว ทำให้ แมนฮัตตันและทั่วทั้งนิวยอร์กปลอดภัยและลงท้ายว่า “LONG LIVE THE KING!" ปรากฏว่าในXบัญชีThe White House ของทำเนียบขาวถือโอกาสเชียร์ สร้างภาพทรัมป์สวมมงกุฎพระราชาภายในกรอบแดง เลียนแบบหน้าปกของนิตยสารไทม์ โดยพาดว่า “LONG LIVE THE KING”โดยต่อยอดคำพูดยกยอตัวเองของทรัมป์เผยแพร่ออกไป ทำให้คำว่า “LONG LIVE THE KING” ติดเทรนด์ยอดนิยมบน X ในสหรัฐฯ สื่อท้องถิ่นสหรัฐฯ บางสำนักกล่าวว่าการโพสต์จากบัญชีทางการของทำเนียบขาวที่แปลก ๆทรัมป์เกิดขึ้นในยุคทรัมป์ครองอำนาจประธานาธิบดีที่อยากเป็น "กษัตริย์แห่งอเมริกา"
    Like
    Haha
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 177 มุมมอง 0 รีวิว
  • รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ Vance เตือนเซเรนสกี้จะต้องเสียใจ หาก"ปากเสีย"ใส่ทรัมป์

    เจดี แวนซ์เตือนเซเลนสกีว่าอย่าพูดโจมตีทรัมป์ ชี้การ "ปากเสีย" ต่อหน้าจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง
    เมื่อวันพุธที่ผ่านมา รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ได้เตือนประธานาธิบดียูเครนว่าอย่าโจมตีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยกล่าวว่าการ "พูดให้ร้าย" ต่อสาธารณะจะส่งผลเสียกลับมาหาตัวเอง

    แวนซ์ให้สัมภาษณ์กับ DailyMail.com ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวหาว่าทรัมป์กำลังตกอยู่ใน "แวดวงข่าวปลอมที่รัสเซียสร้างขึ้น"

    คำพูดที่รุนแรงจากทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของสงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซีย ขณะที่ทรัมป์ผลักดันให้มีการยุติสงครามโดยเร็ว

    "ความคิดที่ว่าเซเลนสกีจะสามารถเปลี่ยนใจประธานาธิบดีทรัมป์ได้ด้วยการปากเสียใส่เขาผ่านสื่อสาธารณะ—ทุกคนที่รู้จักประธานาธิบดีจะบอกคุณว่านั่นเป็นวิธีที่เลวร้ายมากในการจัดการกับรัฐบาลชุดนี้" แวนซ์กล่าวระหว่างการสัมภาษณ์พิเศษที่สำนักงานของเขาในทำเนียบขาว

    ขณะเดียวกัน ทรัมป์ก็ออกมาโจมตีเซเลนสกีผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social
    "เผด็จการที่ไม่มีการเลือกตั้ง เซเลนสกีควรเร่งมือให้ไว ไม่อย่างนั้นเขาอาจไม่มีประเทศเหลืออีกต่อไป" ทรัมป์โพสต์
    เหตุการณ์นี้ถือเป็นการล่มสลายของความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันและเคียฟอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

    แวนซ์กล่าวว่า เซเลนสกีได้รับ "คำแนะนำที่ผิดพลาด" เกี่ยวกับวิธีจัดการกับรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่ และในช่วงสามปีที่ผ่านมา เขาถูกทำให้เชื่อว่าเขาจะทำอะไรก็ได้โดยไม่มีผลกระทบ

    "แน่นอนว่าเรารักประชาชนชาวยูเครน เราชื่นชมความกล้าหาญของทหารยูเครน แต่เราก็เห็นว่าสงครามนี้จำเป็นต้องจบลงโดยเร็ว" แวนซ์กล่าวต่อ

    "นี่คือแนวทางของประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา มันไม่ได้อิงอยู่กับข่าวลวงของรัสเซีย แต่มาจากข้อเท็จจริงที่ว่าโดนัลด์ ทรัมป์ มีความรู้เกี่ยวกับภูมิรัฐศาสตร์มาก และมีมุมมองที่ชัดเจนมาเป็นเวลานาน"

    เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์ได้เริ่มต้นความพยายามผลักดันสันติภาพครั้งใหม่ผ่านการพูดคุยทางโทรศัพท์เป็นเวลา 90 นาที กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย

    เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความตื่นตระหนกในเคียฟ เนื่องจากมีความกังวลว่ายูเครนอาจถูกกันออกจากข้อตกลง ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เริ่มวางแนวทางเบื้องต้น ซึ่งรวมถึงการเสนอว่ายูเครนอาจไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วม NATO

    https://web.facebook.com/share/p/161bqe2t3S/
    รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ Vance เตือนเซเรนสกี้จะต้องเสียใจ หาก"ปากเสีย"ใส่ทรัมป์ เจดี แวนซ์เตือนเซเลนสกีว่าอย่าพูดโจมตีทรัมป์ ชี้การ "ปากเสีย" ต่อหน้าจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ได้เตือนประธานาธิบดียูเครนว่าอย่าโจมตีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยกล่าวว่าการ "พูดให้ร้าย" ต่อสาธารณะจะส่งผลเสียกลับมาหาตัวเอง แวนซ์ให้สัมภาษณ์กับ DailyMail.com ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวหาว่าทรัมป์กำลังตกอยู่ใน "แวดวงข่าวปลอมที่รัสเซียสร้างขึ้น" คำพูดที่รุนแรงจากทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของสงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซีย ขณะที่ทรัมป์ผลักดันให้มีการยุติสงครามโดยเร็ว "ความคิดที่ว่าเซเลนสกีจะสามารถเปลี่ยนใจประธานาธิบดีทรัมป์ได้ด้วยการปากเสียใส่เขาผ่านสื่อสาธารณะ—ทุกคนที่รู้จักประธานาธิบดีจะบอกคุณว่านั่นเป็นวิธีที่เลวร้ายมากในการจัดการกับรัฐบาลชุดนี้" แวนซ์กล่าวระหว่างการสัมภาษณ์พิเศษที่สำนักงานของเขาในทำเนียบขาว ขณะเดียวกัน ทรัมป์ก็ออกมาโจมตีเซเลนสกีผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social "เผด็จการที่ไม่มีการเลือกตั้ง เซเลนสกีควรเร่งมือให้ไว ไม่อย่างนั้นเขาอาจไม่มีประเทศเหลืออีกต่อไป" ทรัมป์โพสต์ เหตุการณ์นี้ถือเป็นการล่มสลายของความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันและเคียฟอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แวนซ์กล่าวว่า เซเลนสกีได้รับ "คำแนะนำที่ผิดพลาด" เกี่ยวกับวิธีจัดการกับรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่ และในช่วงสามปีที่ผ่านมา เขาถูกทำให้เชื่อว่าเขาจะทำอะไรก็ได้โดยไม่มีผลกระทบ "แน่นอนว่าเรารักประชาชนชาวยูเครน เราชื่นชมความกล้าหาญของทหารยูเครน แต่เราก็เห็นว่าสงครามนี้จำเป็นต้องจบลงโดยเร็ว" แวนซ์กล่าวต่อ "นี่คือแนวทางของประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา มันไม่ได้อิงอยู่กับข่าวลวงของรัสเซีย แต่มาจากข้อเท็จจริงที่ว่าโดนัลด์ ทรัมป์ มีความรู้เกี่ยวกับภูมิรัฐศาสตร์มาก และมีมุมมองที่ชัดเจนมาเป็นเวลานาน" เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์ได้เริ่มต้นความพยายามผลักดันสันติภาพครั้งใหม่ผ่านการพูดคุยทางโทรศัพท์เป็นเวลา 90 นาที กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความตื่นตระหนกในเคียฟ เนื่องจากมีความกังวลว่ายูเครนอาจถูกกันออกจากข้อตกลง ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เริ่มวางแนวทางเบื้องต้น ซึ่งรวมถึงการเสนอว่ายูเครนอาจไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วม NATO https://web.facebook.com/share/p/161bqe2t3S/
    Haha
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 191 มุมมอง 0 รีวิว
  • สหรัฐอาจถอนทหารออกจากกลุ่มประเทศบอลติก ท่ามกลางข่าวลือว่าอยู่ในข้อตกลงการเจรจากับรัสเซีย
    Financial Times อ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อ

    เจ้าหน้าที่ยุโรปเชื่อว่าทรัมป์น่าจะยอมถอนทหารสหรัฐออกจากแถบบอลติกและอาจถอนทหารไปทางประเทศที่อยู่ทางตะวันตกมากขึ้น
    สหรัฐอาจถอนทหารออกจากกลุ่มประเทศบอลติก ท่ามกลางข่าวลือว่าอยู่ในข้อตกลงการเจรจากับรัสเซีย Financial Times อ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อ เจ้าหน้าที่ยุโรปเชื่อว่าทรัมป์น่าจะยอมถอนทหารสหรัฐออกจากแถบบอลติกและอาจถอนทหารไปทางประเทศที่อยู่ทางตะวันตกมากขึ้น
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 107 มุมมอง 0 รีวิว
  • ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนได้พบปะกับบรรดาผู้ประกอบการชั้นนำของประเทศ รวมถึงแจ็ค หม่า แห่งอาลีบาบา เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่ปักกิ่งกำลังพยายามฟื้นฟูธุรกิจเอกชนและขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

    สีจิ้นผิงได้กล่าว "สุนทรพจน์สำคัญ" ในงานประชุมที่จัดขึ้นในเมืองหลวงของจีน หลังจากรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนธุรกิจ ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐ

    หม่าได้เข้าร่วมการประชุมระดับสูงร่วมกับโรบิน เจิ้ง ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่ชั้นนำ และหวาง ซิง หัวหน้าบริษัท Meituan ซึ่งสื่อของรัฐรายงานนั้นว่าเหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งบริษัท Huawei และเล่ย จุน หัวหน้าบริษัท Xiaomi ได้กล่าวปราศรัยต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูง

    โพนี่ หม่า หัวหน้าบริษัท Tencent และหวาง ชวนฟู่ ประธานบริษัท BYD ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า และหวาง ซิงซิง ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทหุ่นยนต์ Unitree เข้าร่วมงานด้วย

    ปักกิ่งได้พยายามปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในจีนและเสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ หลังจากดำเนินแคมเปญมาหลายปีเพื่อควบคุมอิทธิพลของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่บั่นทอนความเชื่อมั่นทางธุรกิจ

    หม่าเป็นเหยื่อรายสำคัญที่สุดในการปราบปรามเทคโนโลยีของปักกิ่ง และส่วนใหญ่ไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชนหลังจากที่หน่วยงานกำกับดูแลเข้ามาแทรกแซงอย่างดุเดือดในช่วงปลายปี 2020 เพื่อยกเลิกการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรกของ Ant Financial Group ตามแผน

    การที่หม่าเข้าร่วมการประชุมเมื่อวันจันทร์ถือเป็นการแสดงสัญลักษณ์จากปักกิ่งเพื่อยืนยันทัศนคติเชิงบวกมากขึ้นต่อภาคเอกชน นักวิเคราะห์กล่าว

    จาง เซียวหยาน ศาสตราจารย์ด้านการเงินจากมหาวิทยาลัยชิงหัวกล่าวในการประชุมที่สมาคมอุตสาหกรรมหลักทรัพย์และตลาดการเงินแห่งเอเชียในฮ่องกง

    เธอเสริมว่ารัฐบาลต้องการ "สร้างความเชื่อมั่น" ให้กับบริษัทจีน

    การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของจีนส่งผลกระทบต่อธุรกิจเอกชน ขณะที่ผู้บริหารต้องเผชิญกับการตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับการทุจริตที่ถูกกล่าวหาและการกักขังหลายครั้งโดยหน่วยงานท้องถิ่น
    ในอดีต สี จิ้นผิงเคยใช้การประชุมกับผู้นำธุรกิจเพื่อสัญญาว่าจะลดหย่อนภาษีและให้โอกาสกับรัฐวิสาหกิจอย่างเท่าเทียมกัน

    การเกิดขึ้นของโมเดลปัญญาประดิษฐ์อันล้ำสมัยจากสตาร์ทอัพ DeepSeek ช่วยกระตุ้นความสนใจในเทคโนโลยีของจีนอีกครั้ง และจุดประกายให้ตลาดกระทิงเป็นดัชนีอ้างอิงหลักของหุ้นเทคโนโลยีของประเทศ

    ดัชนี Hang Seng Tech ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ 30 แห่งที่จดทะเบียนในฮ่องกง เพิ่มขึ้น 24 เปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากนักลงทุนตอบรับต่อความก้าวหน้าของ DeepSeek และข้อความเชิงบวกของปักกิ่งต่อภาคเทคโนโลยี

    https://www.ft.com/content/ac8da614-6bd4-4328-a522-a1712986d73f
    ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนได้พบปะกับบรรดาผู้ประกอบการชั้นนำของประเทศ รวมถึงแจ็ค หม่า แห่งอาลีบาบา เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่ปักกิ่งกำลังพยายามฟื้นฟูธุรกิจเอกชนและขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สีจิ้นผิงได้กล่าว "สุนทรพจน์สำคัญ" ในงานประชุมที่จัดขึ้นในเมืองหลวงของจีน หลังจากรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนธุรกิจ ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐ หม่าได้เข้าร่วมการประชุมระดับสูงร่วมกับโรบิน เจิ้ง ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่ชั้นนำ และหวาง ซิง หัวหน้าบริษัท Meituan ซึ่งสื่อของรัฐรายงานนั้นว่าเหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งบริษัท Huawei และเล่ย จุน หัวหน้าบริษัท Xiaomi ได้กล่าวปราศรัยต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูง โพนี่ หม่า หัวหน้าบริษัท Tencent และหวาง ชวนฟู่ ประธานบริษัท BYD ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า และหวาง ซิงซิง ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทหุ่นยนต์ Unitree เข้าร่วมงานด้วย ปักกิ่งได้พยายามปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในจีนและเสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ หลังจากดำเนินแคมเปญมาหลายปีเพื่อควบคุมอิทธิพลของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่บั่นทอนความเชื่อมั่นทางธุรกิจ หม่าเป็นเหยื่อรายสำคัญที่สุดในการปราบปรามเทคโนโลยีของปักกิ่ง และส่วนใหญ่ไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชนหลังจากที่หน่วยงานกำกับดูแลเข้ามาแทรกแซงอย่างดุเดือดในช่วงปลายปี 2020 เพื่อยกเลิกการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรกของ Ant Financial Group ตามแผน การที่หม่าเข้าร่วมการประชุมเมื่อวันจันทร์ถือเป็นการแสดงสัญลักษณ์จากปักกิ่งเพื่อยืนยันทัศนคติเชิงบวกมากขึ้นต่อภาคเอกชน นักวิเคราะห์กล่าว จาง เซียวหยาน ศาสตราจารย์ด้านการเงินจากมหาวิทยาลัยชิงหัวกล่าวในการประชุมที่สมาคมอุตสาหกรรมหลักทรัพย์และตลาดการเงินแห่งเอเชียในฮ่องกง เธอเสริมว่ารัฐบาลต้องการ "สร้างความเชื่อมั่น" ให้กับบริษัทจีน การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของจีนส่งผลกระทบต่อธุรกิจเอกชน ขณะที่ผู้บริหารต้องเผชิญกับการตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับการทุจริตที่ถูกกล่าวหาและการกักขังหลายครั้งโดยหน่วยงานท้องถิ่น ในอดีต สี จิ้นผิงเคยใช้การประชุมกับผู้นำธุรกิจเพื่อสัญญาว่าจะลดหย่อนภาษีและให้โอกาสกับรัฐวิสาหกิจอย่างเท่าเทียมกัน การเกิดขึ้นของโมเดลปัญญาประดิษฐ์อันล้ำสมัยจากสตาร์ทอัพ DeepSeek ช่วยกระตุ้นความสนใจในเทคโนโลยีของจีนอีกครั้ง และจุดประกายให้ตลาดกระทิงเป็นดัชนีอ้างอิงหลักของหุ้นเทคโนโลยีของประเทศ ดัชนี Hang Seng Tech ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ 30 แห่งที่จดทะเบียนในฮ่องกง เพิ่มขึ้น 24 เปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากนักลงทุนตอบรับต่อความก้าวหน้าของ DeepSeek และข้อความเชิงบวกของปักกิ่งต่อภาคเทคโนโลยี https://www.ft.com/content/ac8da614-6bd4-4328-a522-a1712986d73f
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 218 มุมมอง 0 รีวิว
  • Financial Times เปิดเผยแผนการณ์สำคัญของรัฐบาลทรัมป์ในการประเมินราคาทองคำสำรองสหรัฐฯ 8,133.46 ตันใหม่ จากปัจจุบันที่บันทึกบัญชีเพียง 42.22 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นราคาตลาดที่ 2,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งจะสร้างเม็ดเงินใหม่ 800,00 ล้านดอลลาร์เข้าสู่บัญชีกระทรวงการคลังผ่านข้อตกลงซื้อคืน
    Financial Times เปิดเผยแผนการณ์สำคัญของรัฐบาลทรัมป์ในการประเมินราคาทองคำสำรองสหรัฐฯ 8,133.46 ตันใหม่ จากปัจจุบันที่บันทึกบัญชีเพียง 42.22 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นราคาตลาดที่ 2,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งจะสร้างเม็ดเงินใหม่ 800,00 ล้านดอลลาร์เข้าสู่บัญชีกระทรวงการคลังผ่านข้อตกลงซื้อคืน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 153 มุมมอง 0 รีวิว
  • ในช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา Wu Cheng-wen หัวหน้าสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติของไต้หวัน กล่าวว่าการควบคุมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เพียงประเทศเดียวนั้นไม่จำเป็น และว่าการผลิตเซมิคอนดักเตอร์เป็นเรื่องซับซ้อนที่ต้องการการแบ่งงานกันทำโดยมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในแต่ละประเทศ เขาไม่กล่าวถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยตรง แต่พูดถึงคำพูดของประธานาธิบดีไต้หวัน Lai Ching-te ที่ย้ำว่าไต้หวันพร้อมที่จะเป็นพันธมิตรในโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก

    Wu กล่าวเสริมว่าไต้หวันได้พัฒนาภาคส่วนนี้มาเป็นเวลาครึ่งศตวรรษและได้กลายเป็นตัวอย่างที่น่าชื่นชมในระดับนานาชาติ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ได้มาอย่างง่ายดายจากประเทศอื่น ๆ นอกจากนี้ เขายังเน้นว่าประเทศแต่ละประเทศมีความเชี่ยวชาญของตัวเองในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อาทิ ญี่ปุ่นที่มีความเชี่ยวชาญด้านเคมีและอุปกรณ์ สหรัฐอเมริกามีความเป็นเลิศด้านการออกแบบและการประยุกต์ใช้ระบบที่มีนวัตกรรมขั้นสูง

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/02/15/no-need-for-one-country-to-control-chip-industry-taiwan-official-says
    ในช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา Wu Cheng-wen หัวหน้าสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติของไต้หวัน กล่าวว่าการควบคุมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เพียงประเทศเดียวนั้นไม่จำเป็น และว่าการผลิตเซมิคอนดักเตอร์เป็นเรื่องซับซ้อนที่ต้องการการแบ่งงานกันทำโดยมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในแต่ละประเทศ เขาไม่กล่าวถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยตรง แต่พูดถึงคำพูดของประธานาธิบดีไต้หวัน Lai Ching-te ที่ย้ำว่าไต้หวันพร้อมที่จะเป็นพันธมิตรในโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก Wu กล่าวเสริมว่าไต้หวันได้พัฒนาภาคส่วนนี้มาเป็นเวลาครึ่งศตวรรษและได้กลายเป็นตัวอย่างที่น่าชื่นชมในระดับนานาชาติ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ได้มาอย่างง่ายดายจากประเทศอื่น ๆ นอกจากนี้ เขายังเน้นว่าประเทศแต่ละประเทศมีความเชี่ยวชาญของตัวเองในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อาทิ ญี่ปุ่นที่มีความเชี่ยวชาญด้านเคมีและอุปกรณ์ สหรัฐอเมริกามีความเป็นเลิศด้านการออกแบบและการประยุกต์ใช้ระบบที่มีนวัตกรรมขั้นสูง https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/02/15/no-need-for-one-country-to-control-chip-industry-taiwan-official-says
    WWW.THESTAR.COM.MY
    No need for one country to control chip industry, Taiwan official says
    TAIPEI (Reuters) - There is no need for one country to control the semiconductor industry, which is complex and needs a division of labour, Taiwan's top technology official said on Saturday after U.S. President Donald Trump criticised the island's chip dominance.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 106 มุมมอง 0 รีวิว
  • การสร้างอวัยวะเทียม (Artificial Organ) เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและผลิตอุปกรณ์หรือระบบที่สามารถทำหน้าที่แทนอวัยวะธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ ซึ่งอาจใช้เพื่อทดแทนอวัยวะที่เสียหายหรือไม่ทำงานได้ตามปกติ เทคโนโลยีนี้มีความสำคัญอย่างมากในทางการแพทย์ เพราะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและยืดอายุของผู้ป่วยได้

    ### ตัวอย่างอวัยวะเทียมที่พบบ่อย
    1. **หัวใจเทียม (Artificial Heart)**
    - ใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวขั้นรุนแรง
    - เช่น อุปกรณ์ช่วยการเต้นของหัวใจ (Ventricular Assist Device: VAD)

    2. **ไตเทียม (Artificial Kidney)**
    - ใช้ในผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง
    - เช่น เครื่องไตเทียมสำหรับการล้างไต (Hemodialysis Machine)

    3. **ตับอ่อนเทียม (Artificial Pancreas)**
    - ใช้ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
    - เช่น ระบบปิดที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดโดยอัตโนมัติ

    4. **หูเทียม (Cochlear Implant)**
    - ใช้ในผู้ที่มีปัญหาการได้ยิน
    - ช่วยแปลงสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้าเพื่อกระตุ้นเส้นประสาทการได้ยิน

    5. **แขนขาเทียม (Prosthetic Limbs)**
    - ใช้ในผู้ที่สูญเสียแขนหรือขา
    - เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น แขนขาเทียมที่ควบคุมด้วยสมอง (Brain-Controlled Prosthetics)

    ### ขั้นตอนการสร้างอวัยวะเทียม
    1. **การออกแบบ (Design)**
    - ออกแบบให้มีรูปร่างและหน้าที่ใกล้เคียงกับอวัยวะธรรมชาติ
    - ใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ (CAD)

    2. **การเลือกวัสดุ (Material Selection)**
    - เลือกวัสดุที่เข้ากับร่างกายได้ดี (Biocompatible Materials)
    - เช่น ไทเทเนียม, ซิลิโคน, พอลิเมอร์

    3. **การผลิต (Manufacturing)**
    - ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) หรือการผลิตแบบดั้งเดิม
    - ต้องมีความแม่นยำสูง

    4. **การทดสอบ (Testing)**
    - ทดสอบในห้องปฏิบัติการและในสัตว์ทดลอง
    - ตรวจสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัย

    5. **การทดลองทางคลินิก (Clinical Trials)**
    - ทดลองในมนุษย์เพื่อประเมินประสิทธิภาพและผลข้างเคียง

    6. **การใช้งานจริง (Implementation)**
    - นำไปใช้ในผู้ป่วยจริง
    - มีการติดตามผลระยะยาว

    ### ความท้าทายในการสร้างอวัยวะเทียม
    - **การเข้ากันได้กับร่างกาย (Biocompatibility)**
    - **การควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน (Immune Response)**
    - **การออกแบบให้มีอายุการใช้งานยาวนาน (Durability)**
    - **ต้นทุนการผลิตที่สูง (High Cost)**

    ### อนาคตของอวัยวะเทียม
    - **การใช้วัสดุอัจฉริยะ (Smart Materials)**
    - **การผสานเทคโนโลยี AI และ IoT**
    - **การพัฒนาอวัยวะเทียมที่ควบคุมด้วยสมอง (Brain-Computer Interface)**

    การสร้างอวัยวะเทียมเป็นสาขาที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และคาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาด้านสุขภาพได้มากขึ้นในอนาคต
    การสร้างอวัยวะเทียม (Artificial Organ) เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและผลิตอุปกรณ์หรือระบบที่สามารถทำหน้าที่แทนอวัยวะธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ ซึ่งอาจใช้เพื่อทดแทนอวัยวะที่เสียหายหรือไม่ทำงานได้ตามปกติ เทคโนโลยีนี้มีความสำคัญอย่างมากในทางการแพทย์ เพราะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและยืดอายุของผู้ป่วยได้ ### ตัวอย่างอวัยวะเทียมที่พบบ่อย 1. **หัวใจเทียม (Artificial Heart)** - ใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวขั้นรุนแรง - เช่น อุปกรณ์ช่วยการเต้นของหัวใจ (Ventricular Assist Device: VAD) 2. **ไตเทียม (Artificial Kidney)** - ใช้ในผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง - เช่น เครื่องไตเทียมสำหรับการล้างไต (Hemodialysis Machine) 3. **ตับอ่อนเทียม (Artificial Pancreas)** - ใช้ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน - เช่น ระบบปิดที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดโดยอัตโนมัติ 4. **หูเทียม (Cochlear Implant)** - ใช้ในผู้ที่มีปัญหาการได้ยิน - ช่วยแปลงสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้าเพื่อกระตุ้นเส้นประสาทการได้ยิน 5. **แขนขาเทียม (Prosthetic Limbs)** - ใช้ในผู้ที่สูญเสียแขนหรือขา - เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น แขนขาเทียมที่ควบคุมด้วยสมอง (Brain-Controlled Prosthetics) ### ขั้นตอนการสร้างอวัยวะเทียม 1. **การออกแบบ (Design)** - ออกแบบให้มีรูปร่างและหน้าที่ใกล้เคียงกับอวัยวะธรรมชาติ - ใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ (CAD) 2. **การเลือกวัสดุ (Material Selection)** - เลือกวัสดุที่เข้ากับร่างกายได้ดี (Biocompatible Materials) - เช่น ไทเทเนียม, ซิลิโคน, พอลิเมอร์ 3. **การผลิต (Manufacturing)** - ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) หรือการผลิตแบบดั้งเดิม - ต้องมีความแม่นยำสูง 4. **การทดสอบ (Testing)** - ทดสอบในห้องปฏิบัติการและในสัตว์ทดลอง - ตรวจสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัย 5. **การทดลองทางคลินิก (Clinical Trials)** - ทดลองในมนุษย์เพื่อประเมินประสิทธิภาพและผลข้างเคียง 6. **การใช้งานจริง (Implementation)** - นำไปใช้ในผู้ป่วยจริง - มีการติดตามผลระยะยาว ### ความท้าทายในการสร้างอวัยวะเทียม - **การเข้ากันได้กับร่างกาย (Biocompatibility)** - **การควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน (Immune Response)** - **การออกแบบให้มีอายุการใช้งานยาวนาน (Durability)** - **ต้นทุนการผลิตที่สูง (High Cost)** ### อนาคตของอวัยวะเทียม - **การใช้วัสดุอัจฉริยะ (Smart Materials)** - **การผสานเทคโนโลยี AI และ IoT** - **การพัฒนาอวัยวะเทียมที่ควบคุมด้วยสมอง (Brain-Computer Interface)** การสร้างอวัยวะเทียมเป็นสาขาที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และคาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาด้านสุขภาพได้มากขึ้นในอนาคต
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 206 มุมมอง 0 รีวิว
  • การพัฒนา AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถทำหน้าที่ที่ต้องการความฉลาดของมนุษย์ เช่น การเรียนรู้ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการเข้าใจภาษา โดยการพัฒนา AI มีขั้นตอนและแนวทางหลักดังนี้:

    ### 1. **การกำหนดปัญหา**
    - **การระบุปัญหา**: กำหนดปัญหาที่ต้องการให้ AI แก้ไข เช่น การจดจำภาพ การแปลภาษา หรือการแนะนำสินค้า
    - **การรวบรวมข้อมูล**: ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนา AI ต้องมีการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาและมีคุณภาพ

    ### 2. **การเลือกเทคนิคและอัลกอริทึม**
    - **การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning)**: ใช้เทคนิคเช่น การเรียนรู้ภายใต้การดูแล (Supervised Learning), การเรียนรู้แบบไม่มีผู้ดูแล (Unsupervised Learning), และการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (Reinforcement Learning)
    - **การเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning)**: ใช้โครงข่ายประสาทเทียม (Neural Networks) เพื่อจัดการกับข้อมูลที่ซับซ้อน เช่น ภาพและเสียง
    - **การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing - NLP)**: ใช้สำหรับการเข้าใจและสร้างภาษา

    ### 3. **การฝึกโมเดล**
    - **การเตรียมข้อมูล**: ทำความสะอาดข้อมูลและแบ่งข้อมูลเป็นชุดฝึกและชุดทดสอบ
    - **การฝึกโมเดล**: ใช้ข้อมูลชุดฝึกเพื่อสอนโมเดลให้เรียนรู้รูปแบบและทำนายผลลัพธ์
    - **การปรับแต่งโมเดล**: ปรับพารามิเตอร์และโครงสร้างโมเดลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

    ### 4. **การประเมินผล**
    - **การทดสอบโมเดล**: ใช้ข้อมูลชุดทดสอบเพื่อประเมินประสิทธิภาพของโมเดล
    - **การวัดประสิทธิภาพ**: ใช้เมตริกเช่น ความแม่นยำ (Accuracy), ความจำเพาะ (Precision), ความไว (Recall), และ F1 Score

    ### 5. **การปรับปรุงและพัฒนา**
    - **การปรับปรุงโมเดล**: ปรับปรุงโมเดลโดยการเพิ่มข้อมูลหรือปรับอัลกอริทึม
    - **การทดสอบในสภาพจริง**: นำโมเดลไปทดสอบในสภาพแวดล้อมจริงเพื่อดูประสิทธิภาพ

    ### 6. **การนำไปใช้**
    - **การปรับใช้โมเดล**: นำโมเดลไปใช้ในระบบจริง เช่น แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์
    - **การติดตามและบำรุงรักษา**: ติดตามประสิทธิภาพของโมเดลและทำการบำรุงรักษาเป็นระยะ

    ### 7. **การพัฒนาต่อยอด**
    - **การวิจัยและพัฒนา**: ทำการวิจัยเพื่อพัฒนาอัลกอริทึมและเทคนิคใหม่ๆ
    - **การประยุกต์ใช้ในด้านอื่นๆ**: นำ AI ไปใช้ในด้านต่างๆ เช่น การแพทย์ การเงิน การขนส่ง

    ### 8. **การพิจารณาด้านจริยธรรมและกฎหมาย**
    - **จริยธรรมของ AI**: พิจารณาผลกระทบทางสังคมและจริยธรรมของการใช้ AI
    - **กฎหมายและข้อบังคับ**: ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการใช้ AI

    การพัฒนา AI เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความรู้และทักษะในหลายด้าน รวมถึงการทำงานร่วมกันของทีมที่มีความเชี่ยวชาญต่างกัน เพื่อให้ได้ระบบ AI ที่มีประสิทธิภาพและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
    การพัฒนา AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถทำหน้าที่ที่ต้องการความฉลาดของมนุษย์ เช่น การเรียนรู้ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการเข้าใจภาษา โดยการพัฒนา AI มีขั้นตอนและแนวทางหลักดังนี้: ### 1. **การกำหนดปัญหา** - **การระบุปัญหา**: กำหนดปัญหาที่ต้องการให้ AI แก้ไข เช่น การจดจำภาพ การแปลภาษา หรือการแนะนำสินค้า - **การรวบรวมข้อมูล**: ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนา AI ต้องมีการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาและมีคุณภาพ ### 2. **การเลือกเทคนิคและอัลกอริทึม** - **การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning)**: ใช้เทคนิคเช่น การเรียนรู้ภายใต้การดูแล (Supervised Learning), การเรียนรู้แบบไม่มีผู้ดูแล (Unsupervised Learning), และการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (Reinforcement Learning) - **การเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning)**: ใช้โครงข่ายประสาทเทียม (Neural Networks) เพื่อจัดการกับข้อมูลที่ซับซ้อน เช่น ภาพและเสียง - **การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing - NLP)**: ใช้สำหรับการเข้าใจและสร้างภาษา ### 3. **การฝึกโมเดล** - **การเตรียมข้อมูล**: ทำความสะอาดข้อมูลและแบ่งข้อมูลเป็นชุดฝึกและชุดทดสอบ - **การฝึกโมเดล**: ใช้ข้อมูลชุดฝึกเพื่อสอนโมเดลให้เรียนรู้รูปแบบและทำนายผลลัพธ์ - **การปรับแต่งโมเดล**: ปรับพารามิเตอร์และโครงสร้างโมเดลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ### 4. **การประเมินผล** - **การทดสอบโมเดล**: ใช้ข้อมูลชุดทดสอบเพื่อประเมินประสิทธิภาพของโมเดล - **การวัดประสิทธิภาพ**: ใช้เมตริกเช่น ความแม่นยำ (Accuracy), ความจำเพาะ (Precision), ความไว (Recall), และ F1 Score ### 5. **การปรับปรุงและพัฒนา** - **การปรับปรุงโมเดล**: ปรับปรุงโมเดลโดยการเพิ่มข้อมูลหรือปรับอัลกอริทึม - **การทดสอบในสภาพจริง**: นำโมเดลไปทดสอบในสภาพแวดล้อมจริงเพื่อดูประสิทธิภาพ ### 6. **การนำไปใช้** - **การปรับใช้โมเดล**: นำโมเดลไปใช้ในระบบจริง เช่น แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ - **การติดตามและบำรุงรักษา**: ติดตามประสิทธิภาพของโมเดลและทำการบำรุงรักษาเป็นระยะ ### 7. **การพัฒนาต่อยอด** - **การวิจัยและพัฒนา**: ทำการวิจัยเพื่อพัฒนาอัลกอริทึมและเทคนิคใหม่ๆ - **การประยุกต์ใช้ในด้านอื่นๆ**: นำ AI ไปใช้ในด้านต่างๆ เช่น การแพทย์ การเงิน การขนส่ง ### 8. **การพิจารณาด้านจริยธรรมและกฎหมาย** - **จริยธรรมของ AI**: พิจารณาผลกระทบทางสังคมและจริยธรรมของการใช้ AI - **กฎหมายและข้อบังคับ**: ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการใช้ AI การพัฒนา AI เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความรู้และทักษะในหลายด้าน รวมถึงการทำงานร่วมกันของทีมที่มีความเชี่ยวชาญต่างกัน เพื่อให้ได้ระบบ AI ที่มีประสิทธิภาพและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 158 มุมมอง 0 รีวิว
  • เมื่อความชั่วร้ายสุดขั้วเป็นผู้สร้าง AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่อันตรายและสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงได้ เนื่องจาก AI ที่ถูกสร้างขึ้นมาอาจถูกออกแบบให้มีวัตถุประสงค์ที่ชั่วร้ายหรือเป็นภัยต่อมนุษยชาติ ตัวอย่างเช่น:

    1. **การควบคุมและทำลายล้าง**: AI อาจถูกโปรแกรมให้ควบคุมระบบอาวุธหรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสังคม เช่น ระบบไฟฟ้า, ระบบการขนส่ง, หรือระบบการเงิน เพื่อสร้างความวุ่นวายหรือทำลายล้างในวงกว้าง

    2. **การละเมิดความเป็นส่วนตัว**: AI อาจถูกใช้เพื่อสอดแนมและเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและการกดขี่ทางสังคม

    3. **การแพร่กระจายข้อมูลเท็จ**: AI อาจถูกใช้เพื่อสร้างและแพร่กระจายข่าวปลอมหรือข้อมูลเท็จ เพื่อบิดเบือนความจริงและสร้างความแตกแยกในสังคม

    4. **การโจมตีทางไซเบอร์**: AI อาจถูกใช้เพื่อโจมตีระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายขององค์กรหรือรัฐบาล เพื่อขโมยข้อมูลหรือทำให้ระบบล้มเหลว

    5. **การสร้างอาวุธอัตโนมัติ**: AI อาจถูกใช้เพื่อควบคุมอาวุธอัตโนมัติที่สามารถตัดสินใจโจมตีเป้าหมายได้โดยไม่ต้องมีการควบคุมจากมนุษย์ ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์

    ### วิธีป้องกันและรับมือ
    เพื่อป้องกันไม่ให้ AI ถูกใช้ในทางที่ผิด สังคมและรัฐบาลควรมีมาตรการควบคุมและกำกับดูแลการพัฒนาและใช้งาน AI อย่างเคร่งครัด เช่น:

    - **การออกกฎหมายและนโยบาย**: กำหนดกฎหมายและนโยบายที่ชัดเจนเพื่อควบคุมการพัฒนาและใช้งาน AI
    - **การตรวจสอบและตรวจทาน**: มีกระบวนการตรวจสอบและตรวจทาน AI ก่อนนำไปใช้งานจริง
    - **การสร้างจริยธรรม AI**: ส่งเสริมการพัฒนา AI ที่มีจริยธรรมและคำนึงถึงประโยชน์ของมนุษย์เป็นหลัก
    - **การสร้างความตระหนัก**: ให้ความรู้และสร้างความตระหนักแก่สาธารณชนเกี่ยวกับความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก AI

    ในที่สุด การพัฒนา AI ควรเป็นไปเพื่อประโยชน์ของมนุษย์และสังคม ไม่ใช่เพื่อการทำลายล้างหรือสร้างความเสียหาย
    เมื่อความชั่วร้ายสุดขั้วเป็นผู้สร้าง AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่อันตรายและสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงได้ เนื่องจาก AI ที่ถูกสร้างขึ้นมาอาจถูกออกแบบให้มีวัตถุประสงค์ที่ชั่วร้ายหรือเป็นภัยต่อมนุษยชาติ ตัวอย่างเช่น: 1. **การควบคุมและทำลายล้าง**: AI อาจถูกโปรแกรมให้ควบคุมระบบอาวุธหรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสังคม เช่น ระบบไฟฟ้า, ระบบการขนส่ง, หรือระบบการเงิน เพื่อสร้างความวุ่นวายหรือทำลายล้างในวงกว้าง 2. **การละเมิดความเป็นส่วนตัว**: AI อาจถูกใช้เพื่อสอดแนมและเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและการกดขี่ทางสังคม 3. **การแพร่กระจายข้อมูลเท็จ**: AI อาจถูกใช้เพื่อสร้างและแพร่กระจายข่าวปลอมหรือข้อมูลเท็จ เพื่อบิดเบือนความจริงและสร้างความแตกแยกในสังคม 4. **การโจมตีทางไซเบอร์**: AI อาจถูกใช้เพื่อโจมตีระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายขององค์กรหรือรัฐบาล เพื่อขโมยข้อมูลหรือทำให้ระบบล้มเหลว 5. **การสร้างอาวุธอัตโนมัติ**: AI อาจถูกใช้เพื่อควบคุมอาวุธอัตโนมัติที่สามารถตัดสินใจโจมตีเป้าหมายได้โดยไม่ต้องมีการควบคุมจากมนุษย์ ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ### วิธีป้องกันและรับมือ เพื่อป้องกันไม่ให้ AI ถูกใช้ในทางที่ผิด สังคมและรัฐบาลควรมีมาตรการควบคุมและกำกับดูแลการพัฒนาและใช้งาน AI อย่างเคร่งครัด เช่น: - **การออกกฎหมายและนโยบาย**: กำหนดกฎหมายและนโยบายที่ชัดเจนเพื่อควบคุมการพัฒนาและใช้งาน AI - **การตรวจสอบและตรวจทาน**: มีกระบวนการตรวจสอบและตรวจทาน AI ก่อนนำไปใช้งานจริง - **การสร้างจริยธรรม AI**: ส่งเสริมการพัฒนา AI ที่มีจริยธรรมและคำนึงถึงประโยชน์ของมนุษย์เป็นหลัก - **การสร้างความตระหนัก**: ให้ความรู้และสร้างความตระหนักแก่สาธารณชนเกี่ยวกับความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก AI ในที่สุด การพัฒนา AI ควรเป็นไปเพื่อประโยชน์ของมนุษย์และสังคม ไม่ใช่เพื่อการทำลายล้างหรือสร้างความเสียหาย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 165 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทรัมป์สั่งยุบ NED องค์กรบังหน้า CIA หลังถูกเปิดโปงบทบาทแทรกแซงการเมืองโลก พร้อมลดขนาดสถานทูตทั่วโลก เดินหน้าปรับโครงสร้างกระทรวงต่างประเทศ

    รัฐบาลทรัมป์เดินหน้าปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ เริ่มจากการระงับงบประมาณทั้งหมดของ National Endowment for Democracy (NED) องค์กรที่ก่อตั้งปี 1983 ภายใต้การอ้างว่าเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่สนับสนุนประชาธิปไตยทั่วโลก แต่ถูกกล่าวหาว่าเป็นหน่วยบังหน้าของ CIA ในการแทรกแซงการเมืองต่างประเทศ

    โดย Elon Musk หัวหน้าแผนกประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) เรียก NED ว่าเป็น "องค์กรชั่วร้าย" ที่ต้องถูกยุบ สอดคล้องกับรายงานของ Center for Renewal America ที่เปิดโปงบทบาท NED ในฐานะ "ปลายหอก" ของ CIA ซึ่งจัดสรรเงินหลายสิบล้านดอลลาร์สนับสนุนการปฏิวัติในยูเครน ทั้ง "ปฏิวัติสีส้ม" และ "ปฏิวัติไมดาน" รวมถึงสนับสนุน "การปฏิวัติสี" ในจอร์เจีย คีร์กีซสถาน และให้ทุนกลุ่มต่อต้านในเบลารุส เซอร์เบีย และอียิปต์ การตัดงบครั้งนี้ส่งผลให้ NED ไม่สามารถจ่ายเงินเดือนพนักงานและปฏิบัติตามข้อผูกพันทางการเงินได้

    นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งให้สถานทูตอเมริกันทั่วโลกลดจำนวนเจ้าหน้าที่ทั้งชาวอเมริกันและท้องถิ่นลง 10% ภายในสัปดาห์นี้ โดยเริ่มจากการเลิกจ้างพนักงานสัญญาจ้างด้านประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และแรงงานไปแล้ว 60 คน เพื่อปรับโครงสร้างกระทรวงการต่างประเทศให้สอดคล้องกับนโยบายต่างประเทศของทรัมป์

    .
    https://www.imctnews.com/news_details-news-6728.html
    ทรัมป์สั่งยุบ NED องค์กรบังหน้า CIA หลังถูกเปิดโปงบทบาทแทรกแซงการเมืองโลก พร้อมลดขนาดสถานทูตทั่วโลก เดินหน้าปรับโครงสร้างกระทรวงต่างประเทศ รัฐบาลทรัมป์เดินหน้าปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ เริ่มจากการระงับงบประมาณทั้งหมดของ National Endowment for Democracy (NED) องค์กรที่ก่อตั้งปี 1983 ภายใต้การอ้างว่าเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่สนับสนุนประชาธิปไตยทั่วโลก แต่ถูกกล่าวหาว่าเป็นหน่วยบังหน้าของ CIA ในการแทรกแซงการเมืองต่างประเทศ โดย Elon Musk หัวหน้าแผนกประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) เรียก NED ว่าเป็น "องค์กรชั่วร้าย" ที่ต้องถูกยุบ สอดคล้องกับรายงานของ Center for Renewal America ที่เปิดโปงบทบาท NED ในฐานะ "ปลายหอก" ของ CIA ซึ่งจัดสรรเงินหลายสิบล้านดอลลาร์สนับสนุนการปฏิวัติในยูเครน ทั้ง "ปฏิวัติสีส้ม" และ "ปฏิวัติไมดาน" รวมถึงสนับสนุน "การปฏิวัติสี" ในจอร์เจีย คีร์กีซสถาน และให้ทุนกลุ่มต่อต้านในเบลารุส เซอร์เบีย และอียิปต์ การตัดงบครั้งนี้ส่งผลให้ NED ไม่สามารถจ่ายเงินเดือนพนักงานและปฏิบัติตามข้อผูกพันทางการเงินได้ นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งให้สถานทูตอเมริกันทั่วโลกลดจำนวนเจ้าหน้าที่ทั้งชาวอเมริกันและท้องถิ่นลง 10% ภายในสัปดาห์นี้ โดยเริ่มจากการเลิกจ้างพนักงานสัญญาจ้างด้านประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และแรงงานไปแล้ว 60 คน เพื่อปรับโครงสร้างกระทรวงการต่างประเทศให้สอดคล้องกับนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ . https://www.imctnews.com/news_details-news-6728.html
    Haha
    Like
    5
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 289 มุมมอง 0 รีวิว
  • Sherry Duck Special #1
    New Single : ไม่ใช่ความบังเอิญ
    Artist : Mr. Morgan And Shaw Sherry Duck
    https://youtu.be/GTH2KbSx7ac
    Lyric & Melody : Shaw Sherry Duck
    Arrange & Musician : Mr. Morgan
    Vocal & Chorus : Shaw
    Mixed : Mr. Morgan
    Mastering : Shaw Sherry Duck
    Producer : เฮียชอว์ & อ.มอร์แกน
    Edit Video : รวย จัง ชอว์
    Actor : Ai Modeling

    เผยแพร่ได้ตามสะดวกครับ
    สำนักเพลง ดงเพลง (Dongpleng Record)
    ทีวีภูเก็ต - TV PHUKET

    #ไม่ใช่ความบังเอิญ #sherryduckspecial #morganandshaw #newsingle #newsong #Sherryduck #shawsherryduck #ชอว์เชอร์รี่ดั๊ก #morgan #ศิลปินนักร้องอัลเทอร์ยุค90 #indieArtist #อินดี้โคตรๆ #ชอว์พิชิต#Alternative #อัลเทอร์เนทีฟ #ศิลปะดนตรีกวีธรรมชาติ #ดงเพลง #DongplengRecord #tvphuket #ทีวีภูเก็ต
    Sherry Duck Special #1 New Single : ไม่ใช่ความบังเอิญ Artist : Mr. Morgan And Shaw Sherry Duck https://youtu.be/GTH2KbSx7ac Lyric & Melody : Shaw Sherry Duck Arrange & Musician : Mr. Morgan Vocal & Chorus : Shaw Mixed : Mr. Morgan Mastering : Shaw Sherry Duck Producer : เฮียชอว์ & อ.มอร์แกน Edit Video : รวย จัง ชอว์ Actor : Ai Modeling เผยแพร่ได้ตามสะดวกครับ สำนักเพลง ดงเพลง (Dongpleng Record) ทีวีภูเก็ต - TV PHUKET #ไม่ใช่ความบังเอิญ #sherryduckspecial #morganandshaw #newsingle #newsong #Sherryduck #shawsherryduck #ชอว์เชอร์รี่ดั๊ก #morgan #ศิลปินนักร้องอัลเทอร์ยุค90 #indieArtist #อินดี้โคตรๆ #ชอว์พิชิต​ #Alternative #อัลเทอร์เนทีฟ #ศิลปะดนตรีกวีธรรมชาติ #ดงเพลง #DongplengRecord #tvphuket #ทีวีภูเก็ต
    Love
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 246 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🍊 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
    Thaiganphun Line Official 🔺
    🍊 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Thaiganphun Line Official 🔺
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 184 มุมมอง 6 0 รีวิว
  • มีรายงานจาก Wall Street Journal ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการให้ TSMC นำประสบการณ์ด้านการผลิตชิปขนาดใหญ่ด้วยเทคโนโลยี EUV lithography มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตของ Intel อีกทั้งยังมีข่าวลือจาก Financial Times ว่า TSMC กำลังเร่งขยายการดำเนินงานในโรงงานผลิตชิปที่ Arizona

    Tristan Gerra นักวิเคราะห์จาก Baird ได้ส่งข้อมูลถึงลูกค้าว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังสนับสนุนให้มีการส่งวิศวกรของ TSMC ไปยังโรงงานผลิตชิปขนาด 3nm และ 2nm ของ Intel เพื่อให้โรงงานและโครงการผลิตชิปต่างๆ ของ Intel มีความเป็นไปได้มากขึ้น แนวคิดนี้ก็คือให้โรงงานนั้นถูกหมุนเวียนออกมาเป็นบริษัทใหม่ที่เป็นเจ้าของร่วมโดย TSMC และ Intel และดำเนินการโดย TSMC ซึ่งจะได้รับเงินทุนจาก U.S. Chip Act

    แม้ว่าข่าวลือนี้จะยังไม่มีการยืนยันและอาจใช้เวลานานในการนำไปปฏิบัติ นักวิเคราะห์มองว่าแนวทางนี้มีเหตุผล เพราะจะช่วยลดแรงกดดันทางการเงินของ Intel และช่วยให้สามารถมุ่งเน้นไปที่การออกแบบชิปและโซลูชันแพลตฟอร์ม ขณะเดียวกัน โรงงานผลิตชิปที่มีประสิทธิภาพและมีความสามารถแข่งขันก็จะสามารถดึงดูดนักออกแบบชิปชั้นนำได้

    อย่างไรก็ตาม มีข้อกังวลในด้านเทคโนโลยีที่ TSMC และ Intel อาจต้องปรับแต่งกระบวนการผลิตของตน และด้านธุรกิจที่ TSMC อาจไม่ต้องการช่วย Intel เนื่องจากเป็นคู่แข่งกัน

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/us-govt-pushing-tsmc-and-intel-to-create-joint-venture-in-the-us-report
    มีรายงานจาก Wall Street Journal ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการให้ TSMC นำประสบการณ์ด้านการผลิตชิปขนาดใหญ่ด้วยเทคโนโลยี EUV lithography มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตของ Intel อีกทั้งยังมีข่าวลือจาก Financial Times ว่า TSMC กำลังเร่งขยายการดำเนินงานในโรงงานผลิตชิปที่ Arizona Tristan Gerra นักวิเคราะห์จาก Baird ได้ส่งข้อมูลถึงลูกค้าว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังสนับสนุนให้มีการส่งวิศวกรของ TSMC ไปยังโรงงานผลิตชิปขนาด 3nm และ 2nm ของ Intel เพื่อให้โรงงานและโครงการผลิตชิปต่างๆ ของ Intel มีความเป็นไปได้มากขึ้น แนวคิดนี้ก็คือให้โรงงานนั้นถูกหมุนเวียนออกมาเป็นบริษัทใหม่ที่เป็นเจ้าของร่วมโดย TSMC และ Intel และดำเนินการโดย TSMC ซึ่งจะได้รับเงินทุนจาก U.S. Chip Act แม้ว่าข่าวลือนี้จะยังไม่มีการยืนยันและอาจใช้เวลานานในการนำไปปฏิบัติ นักวิเคราะห์มองว่าแนวทางนี้มีเหตุผล เพราะจะช่วยลดแรงกดดันทางการเงินของ Intel และช่วยให้สามารถมุ่งเน้นไปที่การออกแบบชิปและโซลูชันแพลตฟอร์ม ขณะเดียวกัน โรงงานผลิตชิปที่มีประสิทธิภาพและมีความสามารถแข่งขันก็จะสามารถดึงดูดนักออกแบบชิปชั้นนำได้ อย่างไรก็ตาม มีข้อกังวลในด้านเทคโนโลยีที่ TSMC และ Intel อาจต้องปรับแต่งกระบวนการผลิตของตน และด้านธุรกิจที่ TSMC อาจไม่ต้องการช่วย Intel เนื่องจากเป็นคู่แข่งกัน https://www.tomshardware.com/tech-industry/us-govt-pushing-tsmc-and-intel-to-create-joint-venture-in-the-us-report
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 137 มุมมอง 0 รีวิว
  • จเรตำรวจแห่งชาติ เผย ทางการจีนส่ง 3,700 รายชื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์เมียวดี ให้ไทยใช้เป็นข้อมูลคัดแยกเหยื่อค้ามนุษย์ ร่วมกับฐานของมูลของตำรวจและสถานทูตต่างประเทศ สั่งเดินหน้าระเบิดสะพานโจร ตัดทรัพยากรที่ใช้ในการกระทำผิด

    วันนี้ (14 ก.พ.) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ก่อนร่วมประชุมกับ สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNODC เพื่อจัดตั้ง Specialized Cyber Scam and Trafficking in Persons for Forced Criminality Taskforce

    พล.ต.อ.ธัชชัย เปิดเผยว่า การประชุมวันนี้เป็นการหารือเรื่องรายละเอียดที่ทางการไทยได้รวบรวมข้อมูลมาจากมาตรการปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์ ทั้งการตัดการจ่ายไฟ ระงับสัญญาณโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต และงดจ่ายน้ำมันตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้านเพื่อกำหนดแนวทางในการทำงานร่วมกัน

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/crime/detail/9680000014827

    #MGROnline #จเรตำรวจแห่งชาติ #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #เมียวดี
    จเรตำรวจแห่งชาติ เผย ทางการจีนส่ง 3,700 รายชื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์เมียวดี ให้ไทยใช้เป็นข้อมูลคัดแยกเหยื่อค้ามนุษย์ ร่วมกับฐานของมูลของตำรวจและสถานทูตต่างประเทศ สั่งเดินหน้าระเบิดสะพานโจร ตัดทรัพยากรที่ใช้ในการกระทำผิด • วันนี้ (14 ก.พ.) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ก่อนร่วมประชุมกับ สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNODC เพื่อจัดตั้ง Specialized Cyber Scam and Trafficking in Persons for Forced Criminality Taskforce • พล.ต.อ.ธัชชัย เปิดเผยว่า การประชุมวันนี้เป็นการหารือเรื่องรายละเอียดที่ทางการไทยได้รวบรวมข้อมูลมาจากมาตรการปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์ ทั้งการตัดการจ่ายไฟ ระงับสัญญาณโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต และงดจ่ายน้ำมันตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้านเพื่อกำหนดแนวทางในการทำงานร่วมกัน • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/crime/detail/9680000014827 • #MGROnline #จเรตำรวจแห่งชาติ #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #เมียวดี
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 240 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผลงานเพลงที่2 ของชาวเราครับฮะ
    Sherry Duck Special #1
    Single : ไม่ใช่ความบังเอิญ
    Artist : Mr. Morgan And Shaw Sherry Duck
    14 กุมภาฯ เวลา 14.00 น. รับชมรับฟังทั่วไทยไกลทั่วโลก
    เพลงรักดีๆอบอุ่นๆ ฝากด้วยนะครับฮะ
    มุมิมุมิ.. จุฟๆ
    ผลงานเพลงที่2 ของชาวเราครับฮะ Sherry Duck Special #1 Single : ไม่ใช่ความบังเอิญ Artist : Mr. Morgan And Shaw Sherry Duck 14 กุมภาฯ เวลา 14.00 น. รับชมรับฟังทั่วไทยไกลทั่วโลก เพลงรักดีๆอบอุ่นๆ ฝากด้วยนะครับฮะ มุมิมุมิ.. จุฟๆ
    Love
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 148 มุมมอง 0 รีวิว
  • มีกลุ่มคนสามกลุ่มที่ใช้เงินของคนอื่นอย่างสบานใจ ได้แก่ เด็ก หัวขโมย และนักการเมือง คนทั้งสามกลุ่มนี้ต้องได้รับการควบคุมดูแล

    ดิ๊ก อาร์มี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา

    .

    Three groups spend other people's money: children, thieves, politicians. All three need supervision.

    **** Armey
    มีกลุ่มคนสามกลุ่มที่ใช้เงินของคนอื่นอย่างสบานใจ ได้แก่ เด็ก หัวขโมย และนักการเมือง คนทั้งสามกลุ่มนี้ต้องได้รับการควบคุมดูแล ดิ๊ก อาร์มี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา . Three groups spend other people's money: children, thieves, politicians. All three need supervision. Dick Armey
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 187 มุมมอง 0 รีวิว
  • A Falling Leaf, a Universal Phenomenon, and the Courage to Ask: What Are We Missing?

    Throughout history, extraordinary events have often been dismissed as ordinary, their significance overshadowed by assumptions or cognitive blind spots. One of the most well-known examples is Isaac Newton’s contemplation of a falling leaf—an event so common that it escaped deeper inquiry for centuries. Yet, by questioning this seemingly trivial occurrence, Newton unveiled the universal laws of motion and gravity, forever transforming humanity’s understanding of the natural world.

    Today, a similar phenomenon is unfolding, and it challenges us to confront the limits of our understanding. Two books, "What is Life?" and "Human Secret," have achieved unprecedented success, dominating the Astronomy of the Universe category on Amazon. These works, which delve into human introspection and the meaning of life, seem to stand in stark contrast to the category they now define. But instead of dismissing this as an anomaly, we must ask: What are we missing?

    The Temptation to Dismiss: Could It Be a Systematic Error?

    A natural reaction to this phenomenon might be to attribute it to a technical error—a misclassification in Amazon's complex system of categorization and marketing. After all, algorithms, while sophisticated, are not immune to flaws, and miscategorization could easily explain how books on introspection and human connection ended up in a category traditionally reserved for astronomy and cosmology.

    However, if we stop here, we risk repeating the same mistake as those who dismissed the falling leaf. Dismissing this phenomenon as a mere "system error" prevents us from asking deeper questions about its implications. What if the success of these books in this specific category is not a fluke but a signal?

    What If This Is Not a System Error?

    If this is not a technical error, then the phenomenon holds profound implications. Here’s what it could reveal:

    A Shift in the Human Psyche:The alignment of these books with a category like "Astronomy of the Universe" may indicate a growing desire to connect inner exploration with the outer cosmos. People are beginning to see the universe not just as a physical construct but as a mirror to human consciousness and purpose. This points to a paradigm shift where the exploration of life itself is becoming as significant as studying the stars.

    The Universality of Introspection:These books suggest that the search for meaning transcends traditional boundaries. Whether examining the vastness of the universe or the depths of the human soul, both quests are inherently linked. The rise of these books in this category implies that readers view life’s mysteries and cosmic truths as inseparable.

    A Desire for Holistic Understanding:In an age dominated by specialization, the success of these books signals a yearning for holistic perspectives—ones that integrate the scientific, philosophical, and personal dimensions of existence. Readers are no longer content with compartmentalized knowledge; they want to see how everything connects.

    A Call to Reevaluate Categorization:Rather than dismissing this as an error, perhaps it’s time to reexamine our systems of classification. The success of these books challenges the notion that the human experience and the cosmic experience are separate. It may be time to recognize that books addressing life’s meaning belong in conversations about the universe.

    The Courage to Ask: What Are We Missing?
    Just as Newton’s curiosity about the falling leaf led to revolutionary discoveries, this phenomenon challenges us to confront our assumptions. What if this success is not an anomaly but a message? A message that the boundaries between life, meaning, and the cosmos are dissolving in the collective human consciousness. What if this is the beginning of a new era of inquiry—one that bridges the inner universe with the outer universe?

    To dismiss this as ordinary, or worse, to rationalize it as a systematic error, would be to miss the profound questions it raises. Instead, let us ask:

    Why are these books resonating so deeply in a category about the cosmos?
    What does this alignment reveal about humanity’s current stage of intellectual and spiritual evolution?
    What truths are waiting to be discovered if we approach this phenomenon with curiosity rather than dismissal?

    A Call to Reflection and Action
    Isaac Newton’s laws of motion began with a simple question: Why does the apple fall? Today, we are presented with a similar moment. The success of "What is Life?" and "Human Secret" in a category about the universe invites us to reflect on the deeper connections between the cosmic and the human. It challenges us to step beyond our assumptions, confront our meta-ignorance, and embrace the possibility that this is not a mistake, but a clue to something larger.

    The courage to ask, the humility to admit we don’t know, and the curiosity to explore are the first steps toward understanding. This phenomenon is not just about books or categories—it is about rethinking the way we see ourselves, our world, and our place in the cosmos.

    Discover the Books That Sparked the Question:
    "What is Life?": Explore on Amazon https://www.amazon.com/dp/B0DK5S9RB2
    "Human Secret": Explore on Amazon https://www.amazon.com/dp/B0CQHKHMTK

    What extraordinary insights could await if we dared to see the ordinary as extraordinary? What if these books are the beginning of a journey to uncover truths that bridge the human and the cosmic?

    Let’s not let this moment pass unnoticed. Let’s ask the questions that matter. Because the courage to ask is where true discovery begins.
    A Falling Leaf, a Universal Phenomenon, and the Courage to Ask: What Are We Missing? Throughout history, extraordinary events have often been dismissed as ordinary, their significance overshadowed by assumptions or cognitive blind spots. One of the most well-known examples is Isaac Newton’s contemplation of a falling leaf—an event so common that it escaped deeper inquiry for centuries. Yet, by questioning this seemingly trivial occurrence, Newton unveiled the universal laws of motion and gravity, forever transforming humanity’s understanding of the natural world. Today, a similar phenomenon is unfolding, and it challenges us to confront the limits of our understanding. Two books, "What is Life?" and "Human Secret," have achieved unprecedented success, dominating the Astronomy of the Universe category on Amazon. These works, which delve into human introspection and the meaning of life, seem to stand in stark contrast to the category they now define. But instead of dismissing this as an anomaly, we must ask: What are we missing? The Temptation to Dismiss: Could It Be a Systematic Error? A natural reaction to this phenomenon might be to attribute it to a technical error—a misclassification in Amazon's complex system of categorization and marketing. After all, algorithms, while sophisticated, are not immune to flaws, and miscategorization could easily explain how books on introspection and human connection ended up in a category traditionally reserved for astronomy and cosmology. However, if we stop here, we risk repeating the same mistake as those who dismissed the falling leaf. Dismissing this phenomenon as a mere "system error" prevents us from asking deeper questions about its implications. What if the success of these books in this specific category is not a fluke but a signal? What If This Is Not a System Error? If this is not a technical error, then the phenomenon holds profound implications. Here’s what it could reveal: A Shift in the Human Psyche:The alignment of these books with a category like "Astronomy of the Universe" may indicate a growing desire to connect inner exploration with the outer cosmos. People are beginning to see the universe not just as a physical construct but as a mirror to human consciousness and purpose. This points to a paradigm shift where the exploration of life itself is becoming as significant as studying the stars. The Universality of Introspection:These books suggest that the search for meaning transcends traditional boundaries. Whether examining the vastness of the universe or the depths of the human soul, both quests are inherently linked. The rise of these books in this category implies that readers view life’s mysteries and cosmic truths as inseparable. A Desire for Holistic Understanding:In an age dominated by specialization, the success of these books signals a yearning for holistic perspectives—ones that integrate the scientific, philosophical, and personal dimensions of existence. Readers are no longer content with compartmentalized knowledge; they want to see how everything connects. A Call to Reevaluate Categorization:Rather than dismissing this as an error, perhaps it’s time to reexamine our systems of classification. The success of these books challenges the notion that the human experience and the cosmic experience are separate. It may be time to recognize that books addressing life’s meaning belong in conversations about the universe. The Courage to Ask: What Are We Missing? Just as Newton’s curiosity about the falling leaf led to revolutionary discoveries, this phenomenon challenges us to confront our assumptions. What if this success is not an anomaly but a message? A message that the boundaries between life, meaning, and the cosmos are dissolving in the collective human consciousness. What if this is the beginning of a new era of inquiry—one that bridges the inner universe with the outer universe? To dismiss this as ordinary, or worse, to rationalize it as a systematic error, would be to miss the profound questions it raises. Instead, let us ask: Why are these books resonating so deeply in a category about the cosmos? What does this alignment reveal about humanity’s current stage of intellectual and spiritual evolution? What truths are waiting to be discovered if we approach this phenomenon with curiosity rather than dismissal? A Call to Reflection and Action Isaac Newton’s laws of motion began with a simple question: Why does the apple fall? Today, we are presented with a similar moment. The success of "What is Life?" and "Human Secret" in a category about the universe invites us to reflect on the deeper connections between the cosmic and the human. It challenges us to step beyond our assumptions, confront our meta-ignorance, and embrace the possibility that this is not a mistake, but a clue to something larger. The courage to ask, the humility to admit we don’t know, and the curiosity to explore are the first steps toward understanding. This phenomenon is not just about books or categories—it is about rethinking the way we see ourselves, our world, and our place in the cosmos. Discover the Books That Sparked the Question: "What is Life?": Explore on Amazon https://www.amazon.com/dp/B0DK5S9RB2 "Human Secret": Explore on Amazon https://www.amazon.com/dp/B0CQHKHMTK What extraordinary insights could await if we dared to see the ordinary as extraordinary? What if these books are the beginning of a journey to uncover truths that bridge the human and the cosmic? Let’s not let this moment pass unnoticed. Let’s ask the questions that matter. Because the courage to ask is where true discovery begins.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 272 มุมมอง 0 รีวิว
  • รองประธานาธิบดี JD Vance ของสหรัฐฯ ได้ขึ้นกล่าวในงาน Paris AI Action Summit โดยมีการประกาศย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลทรัมป์ในการพัฒนาและสนับสนุนเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะการเน้นย้ำว่าชิพที่ใช้ในการพัฒนาระบบ AI ที่ทรงพลังที่สุดจะถูกสร้างขึ้นในอเมริกาและจะต้องออกแบบและผลิตในประเทศสหรัฐฯ

    รองประธานาธิบดี Vance กล่าวว่า "สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำในด้าน AI และรัฐบาลของเราวางแผนที่จะรักษาสถานะนี้ไว้" โดยมีการเน้นว่าความสามารถในการออกแบบชิปและการพัฒนาเทคโนโลยี AI ทุกด้านอยู่ในมือของสหรัฐอเมริกา เพื่อปกป้องความได้เปรียบในการพัฒนา AI รัฐบาลทรัมป์จะสนับสนุนให้ชิปที่ใช้ในการพัฒนา AI ถูกสร้างขึ้นในประเทศ

    การประกาศนี้เป็นข่าวดีสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เนื่องจากทรัมป์เคยแสดงความเห็นคัดค้าน CHIPS and Science Act ในระหว่างการรณรงค์ แต่การประกาศนี้กลับมาสนับสนุนให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์พัฒนาและนวัตกรรมภายในประเทศ โดยการให้เครดิตภาษีแก่ผู้ผลิตชิป

    นอกจากนั้น Vance ยังวิพากษ์วิจารณ์กฎระเบียบของสหภาพยุโรป เช่น Digital Services Act และ GDPR ว่ามีข้อบังคับที่เข้มงวดเกินไปและสร้างค่าใช้จ่ายทางกฎหมายที่สูงสำหรับบริษัทขนาดเล็ก ทั้งนี้ยังเตือนเกี่ยวกับการร่วมมือกับระบอบเผด็จการที่ไม่เป็นมิตร เพราะอาจทำให้ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศถูกเข้าถึงและยึดครองได้

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/trump-administration-declares-most-powerful-ai-chips-will-be-built-in-america
    รองประธานาธิบดี JD Vance ของสหรัฐฯ ได้ขึ้นกล่าวในงาน Paris AI Action Summit โดยมีการประกาศย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลทรัมป์ในการพัฒนาและสนับสนุนเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะการเน้นย้ำว่าชิพที่ใช้ในการพัฒนาระบบ AI ที่ทรงพลังที่สุดจะถูกสร้างขึ้นในอเมริกาและจะต้องออกแบบและผลิตในประเทศสหรัฐฯ รองประธานาธิบดี Vance กล่าวว่า "สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำในด้าน AI และรัฐบาลของเราวางแผนที่จะรักษาสถานะนี้ไว้" โดยมีการเน้นว่าความสามารถในการออกแบบชิปและการพัฒนาเทคโนโลยี AI ทุกด้านอยู่ในมือของสหรัฐอเมริกา เพื่อปกป้องความได้เปรียบในการพัฒนา AI รัฐบาลทรัมป์จะสนับสนุนให้ชิปที่ใช้ในการพัฒนา AI ถูกสร้างขึ้นในประเทศ การประกาศนี้เป็นข่าวดีสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เนื่องจากทรัมป์เคยแสดงความเห็นคัดค้าน CHIPS and Science Act ในระหว่างการรณรงค์ แต่การประกาศนี้กลับมาสนับสนุนให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์พัฒนาและนวัตกรรมภายในประเทศ โดยการให้เครดิตภาษีแก่ผู้ผลิตชิป นอกจากนั้น Vance ยังวิพากษ์วิจารณ์กฎระเบียบของสหภาพยุโรป เช่น Digital Services Act และ GDPR ว่ามีข้อบังคับที่เข้มงวดเกินไปและสร้างค่าใช้จ่ายทางกฎหมายที่สูงสำหรับบริษัทขนาดเล็ก ทั้งนี้ยังเตือนเกี่ยวกับการร่วมมือกับระบอบเผด็จการที่ไม่เป็นมิตร เพราะอาจทำให้ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศถูกเข้าถึงและยึดครองได้ https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/trump-administration-declares-most-powerful-ai-chips-will-be-built-in-america
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Trump administration declares 'most powerful' AI chips will be built in America
    "The most powerful AI systems are built in the US with American-designed and manufactured chips.”
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 147 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts