• 🩷 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🩷

    #รวมข่าวIT #20260106 #TechRadar

    What the post‑quantum shift means for your security strategy
    ยุคควอนตัมกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้กว่าที่คิด ทำให้ระบบความปลอดภัยอินเทอร์เน็ตอย่าง TLS เสี่ยงต่อการถูกเจาะด้วยพลังประมวลผลระดับใหม่ที่สามารถถอดรหัสข้อมูลย้อนหลังได้ ส่งผลให้ธุรกิจและองค์กรต้องเร่งเปลี่ยนผ่านสู่การเข้ารหัสแบบทนทานต่อควอนตัม เช่น ML‑KEM และโซลูชัน hybrid TLS เพื่อป้องกันข้อมูลระยะยาวก่อนที่ผู้โจมตีจะได้เปรียบในวันที่ควอนตัมพร้อมใช้งานจริง
    https://www.techradar.com/pro/what-the-post-quantum-shift-means-for-your-security-strategy

    Data sovereignty: not just an issue for governments
    ความกังวลเรื่องอธิปไตยข้อมูลพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก เมื่อข้อมูลจำนวนมหาศาลถูกเก็บและประมวลผลข้ามพรมแดน ทำให้องค์กรทุกภาคส่วน—from โรงพยาบาลไปจนถึงระบบขนส่ง—เสี่ยงต่อการถูกควบคุมโดยกฎหมายต่างประเทศ จึงเกิดกระแสหันมาใช้ sovereign cloud และโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ภายใต้กฎหมายท้องถิ่น เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว ความมั่นคง และความเชื่อมั่นของผู้ใช้ในระยะยาว
    https://www.techradar.com/pro/data-sovereignty-not-just-an-issue-for-governments

    Nearly half a million patients exposed in healthcare breach
    การโจมตีไซเบอร์ต่อ Covenant Health กลายเป็นเหตุร้ายแรงกว่าที่คาด เมื่อจำนวนผู้ป่วยที่ข้อมูลรั่วไหลพุ่งจาก 8,000 เป็นเกือบ 500,000 ราย โดยข้อมูลที่ถูกขโมยรวมถึงชื่อ ที่อยู่ วันเกิด หมายเลขประกันสุขภาพ ไปจนถึงประวัติการรักษา ซึ่งถูกกลุ่ม Qilin นำไปเผยแพร่ ทำให้ผู้เสียหายเสี่ยงต่อการถูกขโมยตัวตนและฉ้อโกงในอนาคต แม้องค์กรจะเริ่มเสนอการป้องกันตัวตนให้ฟรีก็ตาม
    https://www.techradar.com/pro/security/nearly-half-a-million-patients-exposed-in-healthcare-breach-heres-what-we-know

    Battle of the OLEDs: LG and Samsung both unveil 4,500‑nit panels
    LG และ Samsung เปิดศึกจอ OLED รุ่นใหม่ที่อ้างว่าสามารถดันความสว่างสูงสุดถึง 4,500 นิต ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม แม้ตัวเลขนี้จะเป็นค่าที่เกิดขึ้นเฉพาะในห้องแล็บและความสว่างจริงในทีวีจะต่ำกว่านั้น แต่ก็ยังถือว่าเป็นการยกระดับคุณภาพภาพอย่างชัดเจน และเป็นสัญญาณว่าทีวีรุ่นปี 2026 จะสว่าง คม และสะท้อนแสงน้อยกว่าเดิมมาก https://www.techradar.com/televisions/battle-of-the-oleds-lg-and-samsung-both-unveil-panels-with-4-500-nit-brightness-claims-but-theres-a-catch

    Grok รุกตลาดองค์กรเต็มตัวด้วยแผน Business และ Enterprise
    xAI เปิดตัว Grok เวอร์ชัน Business และ Enterprise ที่มาพร้อมมาตรการความปลอดภัยเข้มขึ้น ไม่ใช้ข้อมูลลูกค้าฝึกโมเดล และรองรับการเชื่อมต่อกับบริการอย่าง Google Drive เพื่อดึงดูดองค์กรที่ต้องการทางเลือกใหม่แทน ChatGPT หรือ Gemini โดยมีฟีเจอร์จัดการทีม การตรวจสอบความปลอดภัย และตัวเลือกเข้ารหัสระดับองค์กร พร้อมค่าบริการเริ่มต้น 30 ดอลลาร์ต่อผู้ใช้ต่อเดือน ซึ่งเทียบเท่าคู่แข่งโดยตรงของตลาด AI ระดับธุรกิจ
    https://www.techradar.com/pro/elon-musk-goes-all-in-on-smbs-with-new-grok-enterprise-and-business-offerings

    กล้องแอ็กชัน 8K ตัวจิ๋วจาก Leaptic ท้าชน DJI
    บริษัทจีนหน้าใหม่ Leaptic เตรียมเปิดตัวกล้องแอ็กชันขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ที่รองรับวิดีโอ 8K ในงาน CES 2026 ซึ่งดีไซน์คล้าย DJI Osmo Nano และมาพร้อมฟีเจอร์ AI เช่น การตรวจจับวัตถุ การสั่งงานด้วยเสียง และระบบตัดต่ออัตโนมัติ ทำให้ตลาดกล้องพกพาอาจร้อนแรงขึ้นเมื่อผู้เล่นรายใหม่พร้อมท้าชน DJI และ Insta360 แบบเต็มตัว
    https://www.techradar.com/cameras/action-cameras/djis-tiny-action-cam-will-soon-get-a-big-8k-rival-from-a-mysterious-chinese-company

    วิกฤต RAM ฉุดตลาดการ์ดจอ RTX 5000 ขาดตลาด–ราคาพุ่ง
    รายงานจากผู้ขายในยุโรปเผยว่า GPU ตระกูล Nvidia RTX 5000 หลายรุ่นเริ่มขาดตลาดเพราะวิกฤตหน่วยความจำ GDDR7 ที่ถูกแย่งไปใช้ในงาน AI ส่งผลให้รุ่นท็อปอย่าง RTX 5080 และ 5090 ราคาพุ่งเกิน MSRP อย่างหนัก และอาจทำให้ตลาดกลับไปสู่ยุคขาดแคลนแบบช่วงโควิด หากสถานการณ์ RAM ยังไม่คลี่คลายเร็ว ๆ นี้
    https://www.techradar.com/computing/gpu/pc-gamers-face-a-miserable-new-year-as-nvidia-rtx-5000-gpus-are-reportedly-hit-by-shortages-due-to-ram-crisis

    8BitDo FlipPad คอนโทรลเลอร์พับได้สำหรับเล่นเกมเรโทรบนมือถือ
    8BitDo เปิดตัว FlipPad คอนโทรลเลอร์แบบเสียบ USB‑C ที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมเรโทรบนมือถือโดยเฉพาะ มาพร้อมปุ่ม D‑pad และปุ่มพื้นฐานโดยไม่มีอนาล็อก ทำให้เหมาะกับเกมคลาสสิกหรือแอปอีมูเลชัน และจะเปิดตัวครั้งแรกในงาน CES 2026 ก่อนวางขายช่วงซัมเมอร์ปีเดียวกัน รองรับทั้ง iPhone และ Android
    https://www.techradar.com/gaming/8bitdos-flippad-controller-could-be-a-great-way-to-play-retro-games-on-your-phone

    ข้อมูลผู้ป่วยเกือบครึ่งล้านรายถูกเปิดเผยจากเหตุโจมตี Covenant Health
    การสืบสวนล่าสุดพบว่าการโจมตีไซเบอร์ต่อ Covenant Health ในปี 2025 รุนแรงกว่าที่รายงานไว้มาก โดยข้อมูลผู้ป่วยราว 500,000 รายถูกขโมย รวมถึงชื่อ ที่อยู่ วันเกิด หมายเลขประกันสุขภาพ และข้อมูลการรักษา กลุ่ม Qilin จากรัสเซียอ้างความรับผิดชอบและปล่อยข้อมูลกว่า 852GB ทำให้ผู้ได้รับผลกระทบเสี่ยงต่อการขโมยตัวตนและการฉ้อโกงอย่างมาก
    https://www.techradar.com/pro/security/nearly-half-a-million-patients-exposed-in-healthcare-breach-heres-what-we-know

     EU เตรียมเข้มงวดกฎเทคโนโลยีปี 2026 ขณะสหรัฐขู่ตอบโต้
    ความตึงเครียดด้านกฎระเบียบเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรปทวีความรุนแรงขึ้น หลัง EU เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายดิจิทัลและปรับบริษัทเทคยักษ์จากสหรัฐหลายราย ขณะที่รัฐบาลสหรัฐภายใต้ทรัมป์มองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติและเตรียมมาตรการตอบโต้ ทำให้ปี 2026 อาจเป็นปีที่การแข่งขันด้านอำนาจกำกับดูแลเทคโนโลยีระหว่างสองขัวยักษ์ใหญ่เข้มข้นยิ่งขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/eu-gears-up-for-even-more-tough-tech-enforcement-in-2026-as-trump-warns-of-retaliation

     Garmin อาจอัปเกรด Health Status ให้ดูข้อมูลสุขภาพแบบไทม์ไลน์
    มีสัญญาณว่า Garmin เตรียมยกระดับฟีเจอร์ Health Status ให้ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลสุขภาพหลายวันหรือหลายสัปดาห์ในรูปแบบไทม์ไลน์ แทนการดูแบบวันต่อวันเหมือนปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้เห็นแนวโน้มสุขภาพชัดเจนขึ้น และอาจเป็นการแก้ข้อจำกัดสำคัญของระบบติดตามสุขภาพในแอป Garmin Connect
    https://www.techradar.com/health-fitness/fitness-trackers/garmin-could-be-gearing-up-for-an-exciting-but-overdue-health-status-upgrade-heres-what-we-know-so-far

     Anker เปิดตัวหูฟังปรับโหมดได้ทั้งแบบเปิดหูและแบบซีล ANC
    Anker Soundcore เปิดตัว AeroFit 2 Pro หูฟังที่สามารถสลับจากโหมดเปิดหูเป็นแบบซีลเพื่อใช้ ANC ได้ด้วยการปรับตำแหน่งขาเกี่ยวหู พร้อมระบบเซ็นเซอร์ที่ปรับ EQ อัตโนมัติตามรูปแบบการใช้งาน มาพร้อมไดรเวอร์ขนาดใหญ่ รองรับ Spatial Audio และออกแบบมาเพื่อความสบายในการใช้งานยาวนาน
    https://www.techradar.com/audio/earbuds-airpods/anker-soundcore-unveils-open-earbuds-that-can-adapt-to-be-ear-sealing-anc-buds-too-is-this-the-best-of-both-audio-worlds

     LastPass ถูกแฮกในอดีตยังส่งผลต่อการขโมยคริปโตในปัจจุบัน
    รายงานล่าสุดเผยว่าการเจาะระบบ LastPass ในปี 2022 ยังคงสร้างความเสียหายต่อเนื่อง โดยแฮกเกอร์สามารถถอดรหัส vault ของผู้ใช้ที่ตั้งรหัสไม่ซับซ้อน และขโมย seed phrase ของกระเป๋าคริปโตไปใช้ย้ายเงินออก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 35–100 ล้านดอลลาร์ พร้อมมีการฟอกเงินผ่านบริการ mixing หลายแห่ง
    https://www.techradar.com/pro/security/historic-lastpass-breach-enabling-cryptocurrency-theft-investigation-reveals

    Hisense เปิดตัวนวัตกรรมทีวี 3 รุ่นใหม่ใน CES 2026
    Hisense เดินหน้าปฏิวัติวงการทีวีด้วย RGB mini‑LED รุ่นใหม่ที่ขยายไลน์ลงสู่ขนาด 50–100 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี RGB mini‑LED Evo ที่เพิ่มสีไซแอนเพื่อความสมจริงยิ่งขึ้น และ RGBY MicroLED ที่เพิ่มสีเหลืองเป็นแม่สีที่สี่เพื่อมอบมุมมองและความคมชัดที่เหนือกว่า ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดทีวีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสีสันจัดจ้านและความสว่างระดับใหม่ที่อาจท้าทาย OLED ในอนาคต
    https://www.techradar.com/televisions/hisense-unveils-3-new-tv-innovations-at-ces-2026-and-theyre-all-about-mind-blowing-color

    แฮ็กเกอร์ Bitfinex ถูกปล่อยตัวก่อนกำหนดด้วยกฎหมาย First Step Act
    Ilya Lichtenstein แฮ็กเกอร์ผู้อยู่เบื้องหลังการขโมย Bitcoin 120,000 เหรียญจาก Bitfinex ในปี 2016 ได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนด พร้อมภรรยา Heather Morgan หลังได้รับเครดิตลดโทษจากกฎหมาย First Step Act ทั้งคู่ประกาศว่าจะเริ่มต้นใหม่หลังจากหลายปีที่ต้องแยกจากกัน และคดีนี้ยังคงเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญของโลกคริปโต
    https://www.techradar.com/pro/security/crypto-thief-released-early-thanks-to-trumps-first-step-act

    Apple Vision Pro อาจใกล้ถึงทางตันหลังยอดขายตกหนัก
    รายงานล่าสุดเผยว่า Apple ลดการผลิตและงบการตลาดของ Vision Pro ลงถึง 95% หลังยอดขายไม่เข้าเป้า แม้เทคโนโลยีจะล้ำสมัยแต่ราคาที่สูงและการใช้งานที่จำกัดใน ecosystem ของ Apple ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปไม่ตอบรับมากนัก ส่งผลให้อนาคตของอุปกรณ์ XR ตัวนี้เริ่มไม่สดใส แม้ Apple ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AR ต่อไป
    https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/it-looks-like-the-end-is-coming-for-the-apple-vision-pro-im-not-even-surprised

    ปี 2026 อาจเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับ OnePlus ในการกลับมาทำมือถือพับได้
    ตลาดมือถือพับได้กำลังคึกคักจากการขยับของ Samsung, Motorola และแบรนด์จีนหลายเจ้า ทำให้ปี 2026 กลายเป็นจังหวะทองที่ OnePlus อาจกลับมาด้วย OnePlus Open 2 หลังรุ่นแรกเคยได้รับคำชมอย่างมาก หาก OnePlus ผสมผสานดีไซน์ระดับพรีเมียมกับราคาที่คุ้มค่าได้ ก็มีโอกาสท้าชนเจ้าตลาดได้ไม่ยาก
    https://www.techradar.com/phones/oneplus-phones/2026-is-the-perfect-year-for-oneplus-to-release-another-folding-phone-heres-why

    Audeze Maxwell 2 เฮดเซ็ตเกมมิ่งระดับออดิโอไฟล์เปิดตัวแล้ว
    Audeze เปิดตัว Maxwell 2 เฮดเซ็ตไร้สายรุ่นอัปเกรดที่มาพร้อมเทคโนโลยี SLAM เพื่อมอบเสียงที่มีมิติและเบสทรงพลัง ใช้ไดรเวอร์ planar magnetic ขนาดใหญ่ 90 มม. พร้อมไมค์ตัดเสียงรบกวนแบบ AI และแบตเตอรี่ใช้งานได้กว่า 80 ชั่วโมง ออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับสูงสุด
    https://www.techradar.com/gaming/audeze-announces-the-maxwell-2-gaming-headset-an-overhaul-of-its-predecessor-that-is-targeted-firmly-at-audiophile-gamers-and-you-can-buy-it-now

    Samsung Galaxy S26 Ultra อาจไม่อัปเกรดกล้อง แต่แลกกับการ “ไม่ขึ้นราคา”
    Samsung Galaxy S26 Series ถูกคาดว่าจะไม่มีการอัปเกรดกล้องครั้งใหญ่ โดยเฉพาะรุ่น Ultra ที่อาจเปลี่ยนเพียงดีไซน์โมดูลเล็กน้อย ขณะที่รุ่น S26 และ S26+ อาจเข้าสู่ปีที่ 4 โดยไม่เพิ่มสเปกกล้องเลย แม้จะดูน่าผิดหวัง แต่เหตุผลสำคัญคือ Samsung ต้องการ “ตรึงราคา” ไว้เท่าเดิมท่ามกลางต้นทุนชิ้นส่วนที่พุ่งสูงจากความต้องการด้าน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้การไม่ขึ้นราคาอาจเป็นผลดีต่อผู้บริโภค แม้จะแลกกับการอัปเกรดที่น้อยลงก็ตาม
    https://www.techradar.com/phones/samsung-galaxy-phones/the-samsung-galaxy-s26-ultra-might-not-get-any-camera-upgrades-but-thats-fine-if-it-means-we-avoid-a-price-hike

    Boston Dynamics เปิดตัว Atlas รุ่นผลิตจริง เตรียมเข้าทำงานในโรงงานปี 2028
    Atlas หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จาก Boston Dynamics ก้าวจากต้นแบบสู่ “สินค้าจริง” พร้อมทำงานในโรงงานของ Hyundai ภายในปี 2028 โดยรุ่นใหม่นี้เป็นระบบไฟฟ้าทั้งหมด มี 56 องศาการเคลื่อนไหว ยกของหนักได้ถึง 110 ปอนด์ มีระบบกันสภาพอากาศ และมือที่มีเซนเซอร์สัมผัส อีกทั้งยังสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ภายในหนึ่งวัน ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่เน้นช่วยงานหนักและงานซ้ำซากเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มนุษย์ในสายการผลิต
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/boston-dynamics-atlas-humanoid-robot-is-now-a-product-and-heading-to-factories-in-2028

    แฮ็กเกอร์อ้างขโมยข้อมูลวิศวกรรมกว่า 800 ไฟล์จากบริษัทสหรัฐ พร้อมขายให้ผู้สนใจ
    กลุ่มแฮ็กเกอร์ประกาศว่าพวกเขาได้เจาะระบบ Pickett and Associates บริษัทวิศวกรรมในฟลอริดา และขโมยข้อมูลสำคัญกว่า 800 ไฟล์ เช่น LiDAR, แผนที่โครงสร้างไฟฟ้า, ไฟล์ออกแบบ และข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทพลังงานรายใหญ่ในสหรัฐ ก่อนนำไปขายในราคา 6.5 BTC (ราว $600,000) โดย Duke Energy อยู่ระหว่างตรวจสอบเหตุการณ์นี้ ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่มโจมตีกำลังมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ
    https://www.techradar.com/pro/security/hackers-claim-breach-of-engineering-firm-offer-sale-of-info-on-three-major-us-utilities

    Garmin เปิดตัวกล้อง DualView สำหรับรถบรรทุก ช่วยกำจัดจุดบอดรอบคัน
    Garmin เปิดตัว dēzl DualView ระบบกล้องภายนอกสองตัวที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดจุดบอดของรถบรรทุกโดยเฉพาะ กล้องมีมาตรฐานกันน้ำ IPX7 ให้ภาพรอบคันพร้อมแจ้งเตือนเมื่อมีรถเข้ามาในจุดบอด รองรับการบันทึกวิดีโอ 1080p และเชื่อมต่อกับแท็บเล็ตหรือ GPS ของ Garmin เพื่อสั่งงานด้วยเสียง อุปกรณ์นี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทั้งต่อผู้ขับและผู้ใช้ถนนอื่น โดยวางจำหน่ายที่ราคา $999.99
    https://www.techradar.com/vehicle-tech/dash-cams/garmin-unveils-a-new-rugged-cam-designed-to-cover-blind-spots-and-its-the-safety-device-truck-drivers-need

    LEGO เปิดตัว Smart Play ใส่ชิปในก้อนอิฐ พร้อมเปิดตัวชุด Star Wars รุ่นแรก
    LEGO เปิดตัว “Smart Brick” อิฐรุ่นใหม่ที่ซ่อนชิปและเซนเซอร์ภายใน ทำให้สามารถตรวจจับตำแหน่งของมินิฟิกเกอร์หรือแท็กพิเศษเพื่อสร้างเสียง เอฟเฟกต์ไฟ และปฏิกิริยาต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องใช้แอปหรือการเชื่อมต่อออนไลน์ ชุดแรกที่รองรับคือ LEGO Star Wars 3 รุ่นใหม่ เช่น X-Wing และ TIE Fighter ซึ่งจะตอบสนองด้วยเสียงเครื่องยนต์ แสงดาบ และเอฟเฟกต์อื่น ๆ เพิ่มมิติใหม่ให้การเล่นโดยไม่ทำลายความคลาสสิกของ LEGO
    https://www.techradar.com/streaming/entertainment/the-lego-brick-just-got-its-biggest-upgrade-yet-with-smart-play-and-its-coming-to-star-wars-sets-first

     Acer เปิดตัวไลน์อัป CES 2026 พร้อมโน้ตบุ๊ก AI และสกู๊ตเตอร์เกมมิ่ง Predator
    Acer เปิดศักราช CES 2026 ด้วยกองทัพโน้ตบุ๊กใหม่ที่ใช้ชิป Intel Core Ultra Series 3 ทั้ง Aspire AI, Swift AI และรุ่นเกมมิ่ง Predator/Nitro ที่เน้นประสิทธิภาพ AI เป็นพิเศษ พร้อมเปิดตัวมอนิเตอร์เกมมิ่ง 1000Hz, โปรเจ็กเตอร์ Vero รุ่นใหม่ และอุปกรณ์เครือข่าย Wi-Fi 7 แต่ไฮไลต์ที่สะดุดตาที่สุดคือ Predator ES Storm Pro สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าดีไซน์เกมมิ่งพร้อมไฟ RGB และระยะวิ่งราว 60 กม. ซึ่งสะท้อนความพยายามของ Acer ในการขยายแบรนด์ Predator ไปสู่ไลฟ์สไตล์นอกเหนือจากเกมมิ่งโดยตรง
    https://www.techradar.com/tech-events/acers-ces-2026-reveals-include-laptops-displays-and-a-gaming-themed-e-scooter-apparently

     HyperX จับมือ Neurable พัฒนาเฮดเซ็ตอ่านคลื่นสมองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเกมเมอร์
    HyperX และ Neurable เผยเทคโนโลยีเฮดเซ็ตเกมมิ่งที่ฝังเซ็นเซอร์ EEG เพื่ออ่านคลื่นสมองแบบเรียลไทม์ ช่วยผู้เล่นเข้าสู่โหมดโฟกัส ลดภาวะ “tilt” และเพิ่มความแม่นยำ โดยระบบจะประเมิน cognitive load และระดับสมาธิ พร้อมโหมด “Prime” ที่ฝึกสมองก่อนเล่นเกม ซึ่งทดสอบแล้วช่วยเพิ่มความแม่นยำและลด reaction time ได้จริง ถือเป็นก้าวใหม่ของอุปกรณ์เกมมิ่งที่ผสานประสาทวิทยาเข้ากับการเล่นเกมอย่างเป็นรูปธรรม
    https://www.techradar.com/gaming/gaming-accessories/hyperx-is-working-with-brain-scanning-company-neurable-on-a-gaming-headset-that-aims-to-offer-prevention-of-tilt-and-good-practice-not-crap-practice

     Nvidia ซีอีโอ Jensen Huang ชี้ “ทั้งสแต็กกำลังถูกเปลี่ยนใหม่” พร้อมยุค AI รุ่นถัดไป
    Jensen Huang ขึ้นเวที CES 2026 พร้อมประกาศว่าทั้งอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ โดยทุกเลเยอร์ของ AI ถูกออกแบบใหม่ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์จนถึงซอฟต์แวร์ พร้อมเผยชิปเจเนอเรชันใหม่ Vera Rubin ที่รวม CPU และ GPU เพื่อรองรับ AI Factory ขนาดใหญ่ รวมถึงแนวคิด “Physical AI” ที่ช่วยให้โมเดลเข้าใจโลกจริงมากขึ้น สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Nvidia ที่ต้องการสร้างแพลตฟอร์ม AI ครบวงจรสำหรับอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/the-entire-stack-is-being-changed-nvidia-ceo-jensen-huang-looks-ahead-to-the-next-generation-of-ai

    Keebmon มินิพีซีสุดล้ำ รวมคีย์บอร์ดกลไก + จอทัช 21:9 + Ryzen AI ในเครื่องเดียว
    Keebmon เปิดตัวอุปกรณ์ลูกผสมที่รวมมินิพีซี คีย์บอร์ดกลไก และจอสัมผัสอัตราส่วน 21:9 ไว้ในบอดี้พับได้เครื่องเดียว ใช้ชิป Ryzen AI 9 HX 370 รองรับ RAM สูงสุด 64GB และ SSD 8TB พร้อมพอร์ตครบครันทั้ง USB4, HDMI 2.1 และ OCuLink เหมาะกับสายพกพาที่ต้องการพลังประมวลผลระดับจริงจัง โดยโครงการ Kickstarter ได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามเกินเป้าหลายเท่า
    https://www.techradar.com/pro/you-have-never-seen-a-mini-pc-like-this-keebmon-is-a-ryzen-ai-powered-pc-with-a-mechanical-keyboard-a-21-9-touchscreen-display-64gb-ram-and-an-8tb-ssd

     ไต้หวันถูกโจมตีไซเบอร์จากจีนกว่า 2.6 ล้านครั้งต่อวันในปี 2025
    รายงานจากสำนักความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเผยว่าโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศถูกโจมตีไซเบอร์จากจีนเฉลี่ยวันละ 2.63 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน และมากกว่า 113% เมื่อเทียบกับปี 2023 โดยการโจมตีมักเกิดควบคู่กับกิจกรรมทางทหารหรือเหตุการณ์การเมือง สะท้อนยุทธศาสตร์ “สงครามไฮบริด” ที่จีนใช้กดดันไต้หวันผ่านการสอดแนม การขโมยข้อมูล และการรบกวนระบบสำคัญของรัฐ
    https://www.techradar.com/pro/security/taiwanese-infrastructure-suffered-over-2-5-million-chinese-cyberattacks-per-day-in-2025-report-reveals

    Peacock เตรียมเป็นสตรีมมิงแรกที่รองรับ Dolby Vision 2 และ Atmos รุ่นใหม่
    Peacock เดินหน้าอัปเกรดประสบการณ์สตรีมมิงครั้งใหญ่ด้วยการรองรับ Dolby Vision 2 และ Dolby AC‑4 ซึ่งช่วยให้ภาพคมชัดขึ้น ลดอาการภาพกระตุกและ Soap Opera Effect พร้อมเสียง Atmos ที่ปรับแต่งได้ละเอียดกว่าเดิม ทั้งในคอนเทนต์ออนดีมานด์และไลฟ์สดอย่าง NBA, NFL และโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ทำให้แพลตฟอร์มนี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านคุณภาพภาพและเสียงในปีนี้อย่างเต็มตัว
    https://www.techradar.com/streaming/entertainment/peacock-goes-all-in-on-dolby-with-vision-and-atmos-support

    Asus เปิดตัว ROG XREAL R1 แว่น AR สำหรับเกมเมอร์ หลังแยกทางกับ Meta
    Asus จับมือ XREAL เปิดตัวแว่น AR รุ่นใหม่ ROG XREAL R1 ที่มาพร้อมจอ micro‑OLED 1080p ความสว่างสูง รีเฟรชเรต 240Hz และระบบเชื่อมต่อผ่าน USB‑C หรือ Dock ที่รองรับ DisplayPort และ HDMI เพื่อใช้งานกับ ROG Ally, PC หรือคอนโซล โดยเน้นประสบการณ์เกมบนจอเสมือนขนาดใหญ่ 171 นิ้ว พร้อมฟีเจอร์เลนส์ปรับแสงอัตโนมัติและเสียงจูนโดย Bose ถือเป็นก้าวใหม่ของ Asus หลังยุติโครงการร่วมกับ Meta
    https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/goodbye-meta-hello-xreal-asus-announces-rog-xreal-r1-ar-gaming-glasses-following-termination-of-its-horizon-os-headset

    จอ 5K แบบ Snap‑on พร้อม SSD ซ่อนในตัว คู่หูใหม่ของ Mac mini
    StudioDock Pro คือมอนิเตอร์ 27 นิ้ว 5K ที่ออกแบบมาให้ Mac mini สวมเข้าไปในตัวเครื่องได้เลย พร้อมฮับพอร์ตครบชุดและช่องใส่ SSD M.2 สูงสุด 8TB แบบไม่ต้องใช้เครื่องมือ รุ่น Premium รองรับ Thunderbolt 5 ให้แบนด์วิดท์สูงถึง 120Gbps พร้อมพอร์ต 2.5G Ethernet และ SD UHS‑II ทั้งหมดนี้ในราคาเปิดตัว $699 ทำให้เป็นโซลูชันแบบ All‑in‑One สำหรับโต๊ะทำงานที่ต้องการความเรียบและประสิทธิภาพสูง
    https://www.techradar.com/pro/this-usd699-5k-thunderbolt-5-monitor-is-the-perfect-partner-for-your-apple-mac-mini-and-even-comes-with-a-hidden-ssd-slot

    Intel เปิดตัว Core Ultra Series 3 (Panther Lake) พร้อมชิปกราฟิกใหม่แรงระดับ RTX 3050
    Intel เปิดตัวชิปรุ่นใหม่ Core Ultra Series 3 (Panther Lake) ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรม Intel 18A เน้นประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน โดยไฮไลต์คือ GPU ใหม่ Intel Arc B390 ที่รองรับ multiframe generation ผ่าน XeSS 3 ทำให้เล่นเกมอย่าง Battlefield 6 ที่ 1080p ได้ถึง 147fps พร้อมประกาศแพลตฟอร์มสำหรับเครื่องเกมพกพาแข่งกับ AMD Z‑series และชูจุดเด่นด้าน AI ที่ร่วมพัฒนากับ Microsoft อย่างใกล้ชิด
    https://www.techradar.com/computing/cpu/intel-launches-new-core-ultra-300-series-processors-at-ces-2026-will-panther-lake-deliver-the-win-that-intel-needs

    Dell ชุบชีวิตแบรนด์ XPS พร้อมดีไซน์ใหม่และสเปกจัดเต็ม
    Dell ประกาศคืนชีพแบรนด์ XPS พร้อมเปิดตัว XPS 14 และ XPS 16 ดีไซน์ใหม่หมดจด ใช้วัสดุพรีเมียม CNC Aluminum + Gorilla Glass พร้อมนำปุ่มฟังก์ชันแบบ Physical กลับมาแทนทัชบาร์ และเพิ่มโลโก้ XPS ไว้บนฝาเครื่องเป็นครั้งแรก ใช้ชิป Intel Core Ultra 300 พร้อมกราฟิก Arc รุ่นใหม่ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 27 ชั่วโมง และตัวเครื่องบางเพียง 14.6 มม. ถือเป็นการกลับสู่จุดยืนเดิมของ XPS ในฐานะแล็ปท็อประดับพรีเมียมสำหรับผู้ใช้จริงจังและเกมเมอร์
    https://www.techradar.com/computing/dell-un-retires-its-iconic-xps-brand-at-ces-2026-were-getting-back-to-our-roots
    📌📡🩷 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🩷📡📌 #รวมข่าวIT #20260106 #TechRadar 🧬 What the post‑quantum shift means for your security strategy ยุคควอนตัมกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้กว่าที่คิด ทำให้ระบบความปลอดภัยอินเทอร์เน็ตอย่าง TLS เสี่ยงต่อการถูกเจาะด้วยพลังประมวลผลระดับใหม่ที่สามารถถอดรหัสข้อมูลย้อนหลังได้ ส่งผลให้ธุรกิจและองค์กรต้องเร่งเปลี่ยนผ่านสู่การเข้ารหัสแบบทนทานต่อควอนตัม เช่น ML‑KEM และโซลูชัน hybrid TLS เพื่อป้องกันข้อมูลระยะยาวก่อนที่ผู้โจมตีจะได้เปรียบในวันที่ควอนตัมพร้อมใช้งานจริง 🔗 https://www.techradar.com/pro/what-the-post-quantum-shift-means-for-your-security-strategy 🛡️ Data sovereignty: not just an issue for governments ความกังวลเรื่องอธิปไตยข้อมูลพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก เมื่อข้อมูลจำนวนมหาศาลถูกเก็บและประมวลผลข้ามพรมแดน ทำให้องค์กรทุกภาคส่วน—from โรงพยาบาลไปจนถึงระบบขนส่ง—เสี่ยงต่อการถูกควบคุมโดยกฎหมายต่างประเทศ จึงเกิดกระแสหันมาใช้ sovereign cloud และโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ภายใต้กฎหมายท้องถิ่น เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว ความมั่นคง และความเชื่อมั่นของผู้ใช้ในระยะยาว 🔗 https://www.techradar.com/pro/data-sovereignty-not-just-an-issue-for-governments 🏥 Nearly half a million patients exposed in healthcare breach การโจมตีไซเบอร์ต่อ Covenant Health กลายเป็นเหตุร้ายแรงกว่าที่คาด เมื่อจำนวนผู้ป่วยที่ข้อมูลรั่วไหลพุ่งจาก 8,000 เป็นเกือบ 500,000 ราย โดยข้อมูลที่ถูกขโมยรวมถึงชื่อ ที่อยู่ วันเกิด หมายเลขประกันสุขภาพ ไปจนถึงประวัติการรักษา ซึ่งถูกกลุ่ม Qilin นำไปเผยแพร่ ทำให้ผู้เสียหายเสี่ยงต่อการถูกขโมยตัวตนและฉ้อโกงในอนาคต แม้องค์กรจะเริ่มเสนอการป้องกันตัวตนให้ฟรีก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/nearly-half-a-million-patients-exposed-in-healthcare-breach-heres-what-we-know 📺 Battle of the OLEDs: LG and Samsung both unveil 4,500‑nit panels LG และ Samsung เปิดศึกจอ OLED รุ่นใหม่ที่อ้างว่าสามารถดันความสว่างสูงสุดถึง 4,500 นิต ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม แม้ตัวเลขนี้จะเป็นค่าที่เกิดขึ้นเฉพาะในห้องแล็บและความสว่างจริงในทีวีจะต่ำกว่านั้น แต่ก็ยังถือว่าเป็นการยกระดับคุณภาพภาพอย่างชัดเจน และเป็นสัญญาณว่าทีวีรุ่นปี 2026 จะสว่าง คม และสะท้อนแสงน้อยกว่าเดิมมาก 🔗 https://www.techradar.com/televisions/battle-of-the-oleds-lg-and-samsung-both-unveil-panels-with-4-500-nit-brightness-claims-but-theres-a-catch 🚀 Grok รุกตลาดองค์กรเต็มตัวด้วยแผน Business และ Enterprise xAI เปิดตัว Grok เวอร์ชัน Business และ Enterprise ที่มาพร้อมมาตรการความปลอดภัยเข้มขึ้น ไม่ใช้ข้อมูลลูกค้าฝึกโมเดล และรองรับการเชื่อมต่อกับบริการอย่าง Google Drive เพื่อดึงดูดองค์กรที่ต้องการทางเลือกใหม่แทน ChatGPT หรือ Gemini โดยมีฟีเจอร์จัดการทีม การตรวจสอบความปลอดภัย และตัวเลือกเข้ารหัสระดับองค์กร พร้อมค่าบริการเริ่มต้น 30 ดอลลาร์ต่อผู้ใช้ต่อเดือน ซึ่งเทียบเท่าคู่แข่งโดยตรงของตลาด AI ระดับธุรกิจ 🔗 https://www.techradar.com/pro/elon-musk-goes-all-in-on-smbs-with-new-grok-enterprise-and-business-offerings 🎥 กล้องแอ็กชัน 8K ตัวจิ๋วจาก Leaptic ท้าชน DJI บริษัทจีนหน้าใหม่ Leaptic เตรียมเปิดตัวกล้องแอ็กชันขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ที่รองรับวิดีโอ 8K ในงาน CES 2026 ซึ่งดีไซน์คล้าย DJI Osmo Nano และมาพร้อมฟีเจอร์ AI เช่น การตรวจจับวัตถุ การสั่งงานด้วยเสียง และระบบตัดต่ออัตโนมัติ ทำให้ตลาดกล้องพกพาอาจร้อนแรงขึ้นเมื่อผู้เล่นรายใหม่พร้อมท้าชน DJI และ Insta360 แบบเต็มตัว 🔗 https://www.techradar.com/cameras/action-cameras/djis-tiny-action-cam-will-soon-get-a-big-8k-rival-from-a-mysterious-chinese-company 💸 วิกฤต RAM ฉุดตลาดการ์ดจอ RTX 5000 ขาดตลาด–ราคาพุ่ง รายงานจากผู้ขายในยุโรปเผยว่า GPU ตระกูล Nvidia RTX 5000 หลายรุ่นเริ่มขาดตลาดเพราะวิกฤตหน่วยความจำ GDDR7 ที่ถูกแย่งไปใช้ในงาน AI ส่งผลให้รุ่นท็อปอย่าง RTX 5080 และ 5090 ราคาพุ่งเกิน MSRP อย่างหนัก และอาจทำให้ตลาดกลับไปสู่ยุคขาดแคลนแบบช่วงโควิด หากสถานการณ์ RAM ยังไม่คลี่คลายเร็ว ๆ นี้ 🔗 https://www.techradar.com/computing/gpu/pc-gamers-face-a-miserable-new-year-as-nvidia-rtx-5000-gpus-are-reportedly-hit-by-shortages-due-to-ram-crisis 🎮 8BitDo FlipPad คอนโทรลเลอร์พับได้สำหรับเล่นเกมเรโทรบนมือถือ 8BitDo เปิดตัว FlipPad คอนโทรลเลอร์แบบเสียบ USB‑C ที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมเรโทรบนมือถือโดยเฉพาะ มาพร้อมปุ่ม D‑pad และปุ่มพื้นฐานโดยไม่มีอนาล็อก ทำให้เหมาะกับเกมคลาสสิกหรือแอปอีมูเลชัน และจะเปิดตัวครั้งแรกในงาน CES 2026 ก่อนวางขายช่วงซัมเมอร์ปีเดียวกัน รองรับทั้ง iPhone และ Android 🔗 https://www.techradar.com/gaming/8bitdos-flippad-controller-could-be-a-great-way-to-play-retro-games-on-your-phone 🔐 ข้อมูลผู้ป่วยเกือบครึ่งล้านรายถูกเปิดเผยจากเหตุโจมตี Covenant Health การสืบสวนล่าสุดพบว่าการโจมตีไซเบอร์ต่อ Covenant Health ในปี 2025 รุนแรงกว่าที่รายงานไว้มาก โดยข้อมูลผู้ป่วยราว 500,000 รายถูกขโมย รวมถึงชื่อ ที่อยู่ วันเกิด หมายเลขประกันสุขภาพ และข้อมูลการรักษา กลุ่ม Qilin จากรัสเซียอ้างความรับผิดชอบและปล่อยข้อมูลกว่า 852GB ทำให้ผู้ได้รับผลกระทบเสี่ยงต่อการขโมยตัวตนและการฉ้อโกงอย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/nearly-half-a-million-patients-exposed-in-healthcare-breach-heres-what-we-know 🇪🇺 EU เตรียมเข้มงวดกฎเทคโนโลยีปี 2026 ขณะสหรัฐขู่ตอบโต้ ความตึงเครียดด้านกฎระเบียบเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรปทวีความรุนแรงขึ้น หลัง EU เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายดิจิทัลและปรับบริษัทเทคยักษ์จากสหรัฐหลายราย ขณะที่รัฐบาลสหรัฐภายใต้ทรัมป์มองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติและเตรียมมาตรการตอบโต้ ทำให้ปี 2026 อาจเป็นปีที่การแข่งขันด้านอำนาจกำกับดูแลเทคโนโลยีระหว่างสองขัวยักษ์ใหญ่เข้มข้นยิ่งขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/eu-gears-up-for-even-more-tough-tech-enforcement-in-2026-as-trump-warns-of-retaliation ⌚ Garmin อาจอัปเกรด Health Status ให้ดูข้อมูลสุขภาพแบบไทม์ไลน์ มีสัญญาณว่า Garmin เตรียมยกระดับฟีเจอร์ Health Status ให้ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลสุขภาพหลายวันหรือหลายสัปดาห์ในรูปแบบไทม์ไลน์ แทนการดูแบบวันต่อวันเหมือนปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้เห็นแนวโน้มสุขภาพชัดเจนขึ้น และอาจเป็นการแก้ข้อจำกัดสำคัญของระบบติดตามสุขภาพในแอป Garmin Connect 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/fitness-trackers/garmin-could-be-gearing-up-for-an-exciting-but-overdue-health-status-upgrade-heres-what-we-know-so-far 🎧 Anker เปิดตัวหูฟังปรับโหมดได้ทั้งแบบเปิดหูและแบบซีล ANC Anker Soundcore เปิดตัว AeroFit 2 Pro หูฟังที่สามารถสลับจากโหมดเปิดหูเป็นแบบซีลเพื่อใช้ ANC ได้ด้วยการปรับตำแหน่งขาเกี่ยวหู พร้อมระบบเซ็นเซอร์ที่ปรับ EQ อัตโนมัติตามรูปแบบการใช้งาน มาพร้อมไดรเวอร์ขนาดใหญ่ รองรับ Spatial Audio และออกแบบมาเพื่อความสบายในการใช้งานยาวนาน 🔗 https://www.techradar.com/audio/earbuds-airpods/anker-soundcore-unveils-open-earbuds-that-can-adapt-to-be-ear-sealing-anc-buds-too-is-this-the-best-of-both-audio-worlds 🛡️ LastPass ถูกแฮกในอดีตยังส่งผลต่อการขโมยคริปโตในปัจจุบัน รายงานล่าสุดเผยว่าการเจาะระบบ LastPass ในปี 2022 ยังคงสร้างความเสียหายต่อเนื่อง โดยแฮกเกอร์สามารถถอดรหัส vault ของผู้ใช้ที่ตั้งรหัสไม่ซับซ้อน และขโมย seed phrase ของกระเป๋าคริปโตไปใช้ย้ายเงินออก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 35–100 ล้านดอลลาร์ พร้อมมีการฟอกเงินผ่านบริการ mixing หลายแห่ง 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/historic-lastpass-breach-enabling-cryptocurrency-theft-investigation-reveals 🎨 Hisense เปิดตัวนวัตกรรมทีวี 3 รุ่นใหม่ใน CES 2026 Hisense เดินหน้าปฏิวัติวงการทีวีด้วย RGB mini‑LED รุ่นใหม่ที่ขยายไลน์ลงสู่ขนาด 50–100 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี RGB mini‑LED Evo ที่เพิ่มสีไซแอนเพื่อความสมจริงยิ่งขึ้น และ RGBY MicroLED ที่เพิ่มสีเหลืองเป็นแม่สีที่สี่เพื่อมอบมุมมองและความคมชัดที่เหนือกว่า ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดทีวีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสีสันจัดจ้านและความสว่างระดับใหม่ที่อาจท้าทาย OLED ในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/televisions/hisense-unveils-3-new-tv-innovations-at-ces-2026-and-theyre-all-about-mind-blowing-color 🕵️‍♂️ แฮ็กเกอร์ Bitfinex ถูกปล่อยตัวก่อนกำหนดด้วยกฎหมาย First Step Act Ilya Lichtenstein แฮ็กเกอร์ผู้อยู่เบื้องหลังการขโมย Bitcoin 120,000 เหรียญจาก Bitfinex ในปี 2016 ได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนด พร้อมภรรยา Heather Morgan หลังได้รับเครดิตลดโทษจากกฎหมาย First Step Act ทั้งคู่ประกาศว่าจะเริ่มต้นใหม่หลังจากหลายปีที่ต้องแยกจากกัน และคดีนี้ยังคงเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญของโลกคริปโต 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/crypto-thief-released-early-thanks-to-trumps-first-step-act 👓 Apple Vision Pro อาจใกล้ถึงทางตันหลังยอดขายตกหนัก รายงานล่าสุดเผยว่า Apple ลดการผลิตและงบการตลาดของ Vision Pro ลงถึง 95% หลังยอดขายไม่เข้าเป้า แม้เทคโนโลยีจะล้ำสมัยแต่ราคาที่สูงและการใช้งานที่จำกัดใน ecosystem ของ Apple ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปไม่ตอบรับมากนัก ส่งผลให้อนาคตของอุปกรณ์ XR ตัวนี้เริ่มไม่สดใส แม้ Apple ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AR ต่อไป 🔗 https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/it-looks-like-the-end-is-coming-for-the-apple-vision-pro-im-not-even-surprised 📱 ปี 2026 อาจเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับ OnePlus ในการกลับมาทำมือถือพับได้ ตลาดมือถือพับได้กำลังคึกคักจากการขยับของ Samsung, Motorola และแบรนด์จีนหลายเจ้า ทำให้ปี 2026 กลายเป็นจังหวะทองที่ OnePlus อาจกลับมาด้วย OnePlus Open 2 หลังรุ่นแรกเคยได้รับคำชมอย่างมาก หาก OnePlus ผสมผสานดีไซน์ระดับพรีเมียมกับราคาที่คุ้มค่าได้ ก็มีโอกาสท้าชนเจ้าตลาดได้ไม่ยาก 🔗 https://www.techradar.com/phones/oneplus-phones/2026-is-the-perfect-year-for-oneplus-to-release-another-folding-phone-heres-why 🎧 Audeze Maxwell 2 เฮดเซ็ตเกมมิ่งระดับออดิโอไฟล์เปิดตัวแล้ว Audeze เปิดตัว Maxwell 2 เฮดเซ็ตไร้สายรุ่นอัปเกรดที่มาพร้อมเทคโนโลยี SLAM เพื่อมอบเสียงที่มีมิติและเบสทรงพลัง ใช้ไดรเวอร์ planar magnetic ขนาดใหญ่ 90 มม. พร้อมไมค์ตัดเสียงรบกวนแบบ AI และแบตเตอรี่ใช้งานได้กว่า 80 ชั่วโมง ออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับสูงสุด 🔗 https://www.techradar.com/gaming/audeze-announces-the-maxwell-2-gaming-headset-an-overhaul-of-its-predecessor-that-is-targeted-firmly-at-audiophile-gamers-and-you-can-buy-it-now 📱 Samsung Galaxy S26 Ultra อาจไม่อัปเกรดกล้อง แต่แลกกับการ “ไม่ขึ้นราคา” Samsung Galaxy S26 Series ถูกคาดว่าจะไม่มีการอัปเกรดกล้องครั้งใหญ่ โดยเฉพาะรุ่น Ultra ที่อาจเปลี่ยนเพียงดีไซน์โมดูลเล็กน้อย ขณะที่รุ่น S26 และ S26+ อาจเข้าสู่ปีที่ 4 โดยไม่เพิ่มสเปกกล้องเลย แม้จะดูน่าผิดหวัง แต่เหตุผลสำคัญคือ Samsung ต้องการ “ตรึงราคา” ไว้เท่าเดิมท่ามกลางต้นทุนชิ้นส่วนที่พุ่งสูงจากความต้องการด้าน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้การไม่ขึ้นราคาอาจเป็นผลดีต่อผู้บริโภค แม้จะแลกกับการอัปเกรดที่น้อยลงก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/phones/samsung-galaxy-phones/the-samsung-galaxy-s26-ultra-might-not-get-any-camera-upgrades-but-thats-fine-if-it-means-we-avoid-a-price-hike 🤖 Boston Dynamics เปิดตัว Atlas รุ่นผลิตจริง เตรียมเข้าทำงานในโรงงานปี 2028 Atlas หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จาก Boston Dynamics ก้าวจากต้นแบบสู่ “สินค้าจริง” พร้อมทำงานในโรงงานของ Hyundai ภายในปี 2028 โดยรุ่นใหม่นี้เป็นระบบไฟฟ้าทั้งหมด มี 56 องศาการเคลื่อนไหว ยกของหนักได้ถึง 110 ปอนด์ มีระบบกันสภาพอากาศ และมือที่มีเซนเซอร์สัมผัส อีกทั้งยังสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ภายในหนึ่งวัน ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่เน้นช่วยงานหนักและงานซ้ำซากเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มนุษย์ในสายการผลิต 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/boston-dynamics-atlas-humanoid-robot-is-now-a-product-and-heading-to-factories-in-2028 🔐 แฮ็กเกอร์อ้างขโมยข้อมูลวิศวกรรมกว่า 800 ไฟล์จากบริษัทสหรัฐ พร้อมขายให้ผู้สนใจ กลุ่มแฮ็กเกอร์ประกาศว่าพวกเขาได้เจาะระบบ Pickett and Associates บริษัทวิศวกรรมในฟลอริดา และขโมยข้อมูลสำคัญกว่า 800 ไฟล์ เช่น LiDAR, แผนที่โครงสร้างไฟฟ้า, ไฟล์ออกแบบ และข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทพลังงานรายใหญ่ในสหรัฐ ก่อนนำไปขายในราคา 6.5 BTC (ราว $600,000) โดย Duke Energy อยู่ระหว่างตรวจสอบเหตุการณ์นี้ ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่มโจมตีกำลังมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/hackers-claim-breach-of-engineering-firm-offer-sale-of-info-on-three-major-us-utilities 🚚 Garmin เปิดตัวกล้อง DualView สำหรับรถบรรทุก ช่วยกำจัดจุดบอดรอบคัน Garmin เปิดตัว dēzl DualView ระบบกล้องภายนอกสองตัวที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดจุดบอดของรถบรรทุกโดยเฉพาะ กล้องมีมาตรฐานกันน้ำ IPX7 ให้ภาพรอบคันพร้อมแจ้งเตือนเมื่อมีรถเข้ามาในจุดบอด รองรับการบันทึกวิดีโอ 1080p และเชื่อมต่อกับแท็บเล็ตหรือ GPS ของ Garmin เพื่อสั่งงานด้วยเสียง อุปกรณ์นี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทั้งต่อผู้ขับและผู้ใช้ถนนอื่น โดยวางจำหน่ายที่ราคา $999.99 🔗 https://www.techradar.com/vehicle-tech/dash-cams/garmin-unveils-a-new-rugged-cam-designed-to-cover-blind-spots-and-its-the-safety-device-truck-drivers-need 🧱 LEGO เปิดตัว Smart Play ใส่ชิปในก้อนอิฐ พร้อมเปิดตัวชุด Star Wars รุ่นแรก LEGO เปิดตัว “Smart Brick” อิฐรุ่นใหม่ที่ซ่อนชิปและเซนเซอร์ภายใน ทำให้สามารถตรวจจับตำแหน่งของมินิฟิกเกอร์หรือแท็กพิเศษเพื่อสร้างเสียง เอฟเฟกต์ไฟ และปฏิกิริยาต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องใช้แอปหรือการเชื่อมต่อออนไลน์ ชุดแรกที่รองรับคือ LEGO Star Wars 3 รุ่นใหม่ เช่น X-Wing และ TIE Fighter ซึ่งจะตอบสนองด้วยเสียงเครื่องยนต์ แสงดาบ และเอฟเฟกต์อื่น ๆ เพิ่มมิติใหม่ให้การเล่นโดยไม่ทำลายความคลาสสิกของ LEGO 🔗 https://www.techradar.com/streaming/entertainment/the-lego-brick-just-got-its-biggest-upgrade-yet-with-smart-play-and-its-coming-to-star-wars-sets-first 💻 Acer เปิดตัวไลน์อัป CES 2026 พร้อมโน้ตบุ๊ก AI และสกู๊ตเตอร์เกมมิ่ง Predator Acer เปิดศักราช CES 2026 ด้วยกองทัพโน้ตบุ๊กใหม่ที่ใช้ชิป Intel Core Ultra Series 3 ทั้ง Aspire AI, Swift AI และรุ่นเกมมิ่ง Predator/Nitro ที่เน้นประสิทธิภาพ AI เป็นพิเศษ พร้อมเปิดตัวมอนิเตอร์เกมมิ่ง 1000Hz, โปรเจ็กเตอร์ Vero รุ่นใหม่ และอุปกรณ์เครือข่าย Wi-Fi 7 แต่ไฮไลต์ที่สะดุดตาที่สุดคือ Predator ES Storm Pro สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าดีไซน์เกมมิ่งพร้อมไฟ RGB และระยะวิ่งราว 60 กม. ซึ่งสะท้อนความพยายามของ Acer ในการขยายแบรนด์ Predator ไปสู่ไลฟ์สไตล์นอกเหนือจากเกมมิ่งโดยตรง 🔗 https://www.techradar.com/tech-events/acers-ces-2026-reveals-include-laptops-displays-and-a-gaming-themed-e-scooter-apparently 🧠 HyperX จับมือ Neurable พัฒนาเฮดเซ็ตอ่านคลื่นสมองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเกมเมอร์ HyperX และ Neurable เผยเทคโนโลยีเฮดเซ็ตเกมมิ่งที่ฝังเซ็นเซอร์ EEG เพื่ออ่านคลื่นสมองแบบเรียลไทม์ ช่วยผู้เล่นเข้าสู่โหมดโฟกัส ลดภาวะ “tilt” และเพิ่มความแม่นยำ โดยระบบจะประเมิน cognitive load และระดับสมาธิ พร้อมโหมด “Prime” ที่ฝึกสมองก่อนเล่นเกม ซึ่งทดสอบแล้วช่วยเพิ่มความแม่นยำและลด reaction time ได้จริง ถือเป็นก้าวใหม่ของอุปกรณ์เกมมิ่งที่ผสานประสาทวิทยาเข้ากับการเล่นเกมอย่างเป็นรูปธรรม 🔗 https://www.techradar.com/gaming/gaming-accessories/hyperx-is-working-with-brain-scanning-company-neurable-on-a-gaming-headset-that-aims-to-offer-prevention-of-tilt-and-good-practice-not-crap-practice 🤖 Nvidia ซีอีโอ Jensen Huang ชี้ “ทั้งสแต็กกำลังถูกเปลี่ยนใหม่” พร้อมยุค AI รุ่นถัดไป Jensen Huang ขึ้นเวที CES 2026 พร้อมประกาศว่าทั้งอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ โดยทุกเลเยอร์ของ AI ถูกออกแบบใหม่ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์จนถึงซอฟต์แวร์ พร้อมเผยชิปเจเนอเรชันใหม่ Vera Rubin ที่รวม CPU และ GPU เพื่อรองรับ AI Factory ขนาดใหญ่ รวมถึงแนวคิด “Physical AI” ที่ช่วยให้โมเดลเข้าใจโลกจริงมากขึ้น สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Nvidia ที่ต้องการสร้างแพลตฟอร์ม AI ครบวงจรสำหรับอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/the-entire-stack-is-being-changed-nvidia-ceo-jensen-huang-looks-ahead-to-the-next-generation-of-ai 🖥️ Keebmon มินิพีซีสุดล้ำ รวมคีย์บอร์ดกลไก + จอทัช 21:9 + Ryzen AI ในเครื่องเดียว Keebmon เปิดตัวอุปกรณ์ลูกผสมที่รวมมินิพีซี คีย์บอร์ดกลไก และจอสัมผัสอัตราส่วน 21:9 ไว้ในบอดี้พับได้เครื่องเดียว ใช้ชิป Ryzen AI 9 HX 370 รองรับ RAM สูงสุด 64GB และ SSD 8TB พร้อมพอร์ตครบครันทั้ง USB4, HDMI 2.1 และ OCuLink เหมาะกับสายพกพาที่ต้องการพลังประมวลผลระดับจริงจัง โดยโครงการ Kickstarter ได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามเกินเป้าหลายเท่า 🔗 https://www.techradar.com/pro/you-have-never-seen-a-mini-pc-like-this-keebmon-is-a-ryzen-ai-powered-pc-with-a-mechanical-keyboard-a-21-9-touchscreen-display-64gb-ram-and-an-8tb-ssd 🛡️ ไต้หวันถูกโจมตีไซเบอร์จากจีนกว่า 2.6 ล้านครั้งต่อวันในปี 2025 รายงานจากสำนักความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเผยว่าโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศถูกโจมตีไซเบอร์จากจีนเฉลี่ยวันละ 2.63 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน และมากกว่า 113% เมื่อเทียบกับปี 2023 โดยการโจมตีมักเกิดควบคู่กับกิจกรรมทางทหารหรือเหตุการณ์การเมือง สะท้อนยุทธศาสตร์ “สงครามไฮบริด” ที่จีนใช้กดดันไต้หวันผ่านการสอดแนม การขโมยข้อมูล และการรบกวนระบบสำคัญของรัฐ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/taiwanese-infrastructure-suffered-over-2-5-million-chinese-cyberattacks-per-day-in-2025-report-reveals 🎬 Peacock เตรียมเป็นสตรีมมิงแรกที่รองรับ Dolby Vision 2 และ Atmos รุ่นใหม่ Peacock เดินหน้าอัปเกรดประสบการณ์สตรีมมิงครั้งใหญ่ด้วยการรองรับ Dolby Vision 2 และ Dolby AC‑4 ซึ่งช่วยให้ภาพคมชัดขึ้น ลดอาการภาพกระตุกและ Soap Opera Effect พร้อมเสียง Atmos ที่ปรับแต่งได้ละเอียดกว่าเดิม ทั้งในคอนเทนต์ออนดีมานด์และไลฟ์สดอย่าง NBA, NFL และโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ทำให้แพลตฟอร์มนี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านคุณภาพภาพและเสียงในปีนี้อย่างเต็มตัว 🔗 https://www.techradar.com/streaming/entertainment/peacock-goes-all-in-on-dolby-with-vision-and-atmos-support 🕶️ Asus เปิดตัว ROG XREAL R1 แว่น AR สำหรับเกมเมอร์ หลังแยกทางกับ Meta Asus จับมือ XREAL เปิดตัวแว่น AR รุ่นใหม่ ROG XREAL R1 ที่มาพร้อมจอ micro‑OLED 1080p ความสว่างสูง รีเฟรชเรต 240Hz และระบบเชื่อมต่อผ่าน USB‑C หรือ Dock ที่รองรับ DisplayPort และ HDMI เพื่อใช้งานกับ ROG Ally, PC หรือคอนโซล โดยเน้นประสบการณ์เกมบนจอเสมือนขนาดใหญ่ 171 นิ้ว พร้อมฟีเจอร์เลนส์ปรับแสงอัตโนมัติและเสียงจูนโดย Bose ถือเป็นก้าวใหม่ของ Asus หลังยุติโครงการร่วมกับ Meta 🔗 https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/goodbye-meta-hello-xreal-asus-announces-rog-xreal-r1-ar-gaming-glasses-following-termination-of-its-horizon-os-headset 🖥️ จอ 5K แบบ Snap‑on พร้อม SSD ซ่อนในตัว คู่หูใหม่ของ Mac mini StudioDock Pro คือมอนิเตอร์ 27 นิ้ว 5K ที่ออกแบบมาให้ Mac mini สวมเข้าไปในตัวเครื่องได้เลย พร้อมฮับพอร์ตครบชุดและช่องใส่ SSD M.2 สูงสุด 8TB แบบไม่ต้องใช้เครื่องมือ รุ่น Premium รองรับ Thunderbolt 5 ให้แบนด์วิดท์สูงถึง 120Gbps พร้อมพอร์ต 2.5G Ethernet และ SD UHS‑II ทั้งหมดนี้ในราคาเปิดตัว $699 ทำให้เป็นโซลูชันแบบ All‑in‑One สำหรับโต๊ะทำงานที่ต้องการความเรียบและประสิทธิภาพสูง 🔗 https://www.techradar.com/pro/this-usd699-5k-thunderbolt-5-monitor-is-the-perfect-partner-for-your-apple-mac-mini-and-even-comes-with-a-hidden-ssd-slot ⚡ Intel เปิดตัว Core Ultra Series 3 (Panther Lake) พร้อมชิปกราฟิกใหม่แรงระดับ RTX 3050 Intel เปิดตัวชิปรุ่นใหม่ Core Ultra Series 3 (Panther Lake) ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรม Intel 18A เน้นประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน โดยไฮไลต์คือ GPU ใหม่ Intel Arc B390 ที่รองรับ multiframe generation ผ่าน XeSS 3 ทำให้เล่นเกมอย่าง Battlefield 6 ที่ 1080p ได้ถึง 147fps พร้อมประกาศแพลตฟอร์มสำหรับเครื่องเกมพกพาแข่งกับ AMD Z‑series และชูจุดเด่นด้าน AI ที่ร่วมพัฒนากับ Microsoft อย่างใกล้ชิด 🔗 https://www.techradar.com/computing/cpu/intel-launches-new-core-ultra-300-series-processors-at-ces-2026-will-panther-lake-deliver-the-win-that-intel-needs 💻 Dell ชุบชีวิตแบรนด์ XPS พร้อมดีไซน์ใหม่และสเปกจัดเต็ม Dell ประกาศคืนชีพแบรนด์ XPS พร้อมเปิดตัว XPS 14 และ XPS 16 ดีไซน์ใหม่หมดจด ใช้วัสดุพรีเมียม CNC Aluminum + Gorilla Glass พร้อมนำปุ่มฟังก์ชันแบบ Physical กลับมาแทนทัชบาร์ และเพิ่มโลโก้ XPS ไว้บนฝาเครื่องเป็นครั้งแรก ใช้ชิป Intel Core Ultra 300 พร้อมกราฟิก Arc รุ่นใหม่ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 27 ชั่วโมง และตัวเครื่องบางเพียง 14.6 มม. ถือเป็นการกลับสู่จุดยืนเดิมของ XPS ในฐานะแล็ปท็อประดับพรีเมียมสำหรับผู้ใช้จริงจังและเกมเมอร์ 🔗 https://www.techradar.com/computing/dell-un-retires-its-iconic-xps-brand-at-ces-2026-were-getting-back-to-our-roots
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 390 มุมมอง 0 รีวิว
  • 40 Genericized Trademarks You Probably Say (And Use) Every Day

    Legally, to trademark something means to make it so that only one company can make money off of something with that name. You might not realize it, but many of the seemingly generic words we use all of the time are or were registered trademarks. This is often a problem for companies who want to avoid their lucrative trademarks being killed by “genericide,” meaning they can no longer claim legal exclusivity to a particular name.

    In general, there are two categories of so-called “genericized trademarks.” Sometimes, a trademark is legally abandoned. This means, for example, that any company can make a bouncy toy called a trampoline. However, a lot of common words are still legally trademarked, which means only one company can use that name. For example, to avoid getting Nickelodeon in trouble with licensing deals, Spongebob and friends have never heard of a Frisbee and must instead play a rousing game of “small plastic disc that you throw.” (Of course, Spongebob wryly notes, “If only small plastic disc that you throw had a shorter, catchier name.”)

    The following list contains 40 common words that have actually been trademarked at some point. The first six have been legally abandoned, meaning they are now generic words. The rest, however, are still on the books, and so you will need to be careful if you ever think about using them to make money.

    If you want to learn more about trademarks and other corporate symbols, check out our handy guide here.

    aspirin
    Last owner: Bayer AG

    The word aspirin is a combination of acetyl, spirea, and the suffix -in that is commonly used in the names of many drugs.

    heroin
    Last owner: Bayer AG

    The drug heroin is said to have been named for the German word heroisch, which translates to “heroic.” It is often thought that the name was inspired by the euphoric feelings a person has when taking this now illegal drug.

    escalator
    Last owner: Otis Elevator Company

    The escalator was named by patent owner Charles Seeberger, who is believed to have combined the English word elevator with the Latin word scala, meaning “stairs.”

    granola
    Last owners: Our Home Granula Company (granula) and Kellogg’s (granola)

    Originally called granula, granola was invented by James Caleb Jackson, who is also often credited as the inventor of dry cereal. It is thought that Jackson took the name either from the English word granular (“grainy”) or the Latin grānum, meaning “grain.”

    Saran wrap
    Last Owner: S.C. Johnson & Son, Inc.

    Saran wrap was originally created by the Dow Chemical Company in 1933. The saran in Saran wrap comes from a combination of the first names of Dow employee John Reilly’s daughter and wife, Sarah and Ann.

    trampoline
    Last Owner: Griswold-Nissen Trampoline & Tumbling Company

    According to inventor George Nissen, the trampoline’s name was inspired by the Spanish word trampolín, which means “diving board.”

    AstroTurf
    Owner: Sport Group

    According to Sport Group, Astroturf is named for the Houston Astrodome, where it was first used as a grass replica. The Astrodome’s name comes from the baseball team that plays there, the Houston Astros.

    Band-Aid
    Owner: Johnson & Johnson

    Band-Aid adhesive bandages were invented by Earle Dickinson in 1920 for his wife, Josephine. Although we don’t know for certain, the name is most likely a combination of the words bandage and aid.

    Bubble Wrap
    Owner: Sealed Air Corporation

    Bubble Wrap was invented in 1957 by Alfred Fielding and Marc Chavannes, who originally intended to use it as wallpaper. The name is most likely a combination of the words bubble and wrap.

    Frisbee
    Owner: Wham-O

    The name Frisbee was inspired by an Old Connecticut Bakery, the Frisbie Pie Company. Allegedly, college students had popularly referred to Wham-O’s Pluto Platter toys as “Frisbies,” which would motivate the toymaker to change the name.

    Hacky Sack
    Owner: Wham-O

    The game of Hacky Sack, called footbag by anyone who isn’t Wham-O, was invented by John Stalberger and Mike Mitchell in 1972. Allegedly, the two friends would say “Let’s hack the sack” before playing the game, which would be the inspiration for their trademark.

    Hula-Hoop
    Owner: Wham-O

    The Hula-Hoop was patented by Wham-O in 1963. As you could probably guess, the hoop-shaped toy was named after the Hawaiian hula dance because of the hip movements needed to keep the toy from falling to the ground.

    Jacuzzi
    Owner: Jacuzzi Inc.

    The Jacuzzi is named after Italian inventor Candido Jacuzzi, who invented the whirlpool bath in 1949.

    Jeep
    Owner: Chrysler Group LLC

    Fascinatingly, even the current owner of the Jeep trademark, Chrysler, is unsure of where the name originally came from. The most popular theory is that the vehicle was named after Eugene the Jeep, a character from the Popeye series of comic strips.

    Jet Ski
    Owner: Kawasaki Heavy Industries Ltd.

    According to Kawasaki, the first Jet Ski was developed in 1972 based on the designs of American inventor Clayton Jacobson II. It seems likely that the name Jet Ski uses the words jet and ski to reference how the vehicle quickly skates across the surface of water.

    JumboTron
    Owner: Sony Corporation

    The Sony JumboTron debuted in 1985, but similar large screens had been developed by Japanese companies as early as 1980. The name is likely a combination of the adjective jumbo, meaning very large, and the combining form -tron, which is sometimes used in the names of electronics.

    Kleenex
    Owner: Kimberly-Clark Corporation

    Kleenex brand tissues debuted in 1924. According to the Kleenex website, the name Kleenex is a combination of an alternate spelling of the word clean (“Kleen”) and the ending “ex” from Kotex, a feminine hygiene brand name still owned by the Kimberly-Clark Corporation.

    Mace
    Owner: Mace Security International, Inc.

    The brand of pepper spray known as Mace or Chemical Mace was invented in 1965. According to both the Mace company and newspaper reports from the time, the name Mace was inspired by the fact that getting sprayed in the face with Mace was said to be as unpleasant as being hit in the face with a medieval mace, a spiked weapon.

    Magic Marker
    Owner: Bic Corporation

    The name Magic Marker is said to have been coined by Sidney Rosenthal, who is also credited with inventing the felt-tip pen in 1952. According to Crayola, Magic Marker was inspired by the fact that the “magical” device could make marks on any surface.

    Muzak
    Owner: Muzak LLC

    The creation of Muzak is credited to—or perhaps blamed on—Major General George O. Squier, who developed a way to transmit music through electric wires in the 1920s. According to most sources, Squier named his company Muzak by combining the first syllable of the word music with the end syllable of Kodak, a major American photography company.

    Onesie
    Owner: Gerber Childrenswear LLC

    Although Gerber legally only owns the trademark of the plural Onesies, they have successfully (and aggressively) enforced their trademark over the singular onesie as well. The name is a combination of the word one, referring to a one-piece garment, and the cutesy-sounding suffix -sie.

    Ping-pong
    Owner: Indian Industries, Inc.

    Surprisingly, the trademarked name ping-pong may actually be older than the generic table tennis, which is the official name of the game. The name ping-pong has been used since at least the 1800s, and the name was inspired by the sound that the ball makes when hit with paddles.

    Plexiglas
    Owner: Trinseo

    The origin of the name Plexiglas, often incorrectly written as plexiglass, is unknown. According to the Plexiglas website, Plexiglas was named after one of inventor Otto Röhm’s earlier products known as “Plexigum,” but beyond that the trail goes cold.

    Popsicle
    Owner: Conopco, Inc.

    The idea of “frozen ice juice on a stick” is credited to Frank Epperson. Epperson originally named the treat after himself and called it an “Epsicle” with the “-sicle” coming from icicle. Epperson’s children were not fans of the name and instead called them “Pop’s sicles.” In the end, Epperson sided with his children and patented his invention as the Popsicle.

    Post-it Note
    Owner: Minnesota Mining and Manufacturing Company (3M)

    3M credits the creation of the Post-it Note to scientists Spencer Silver and Art Fry. The name refers to the fact that the adhesive paper notes can be posted (stuck) wherever you want. An added bit of legal fun: 3M also legally owns the “Canary Yellow” color that many Post-it Notes typically have.

    Q-tip
    Owner: Conopco, Inc.

    The cotton swabs known as Q-tips originally had the very unmarketable name of “Baby Gays.” The name was quickly switched to Q-tips in 1926. According to the Q-tips website, the Q stands for quality, and the tip refers to the cotton tip at the end of the swab.

    Realtor
    Owner: National Association of Realtors

    Legally, only people who belong to the National Association of Realtors can use the trademarked name Realtor. The term Realtor is credited to Charles N. Chadbourn, and it is a combination of the word realty, meaning real estate, and the suffix -or, indicating a person related to something (in this case, real estate).

    Rollerblade
    Owner: Tecnica Group S.P.A.

    This trademarked brand of roller skates was created by inventor Scott Olson in the 1980s. The name Rollerblade references the fact that Olson’s roller skates were based on ice skates with wheels instead of blades.

    Sheetrock
    Owner: United States Gypsum Company

    The particular brand of drywall or gypsum boards known as Sheetrock seems to have a straightforward name: Sheetrock makes boards (“sheets”) of gypsum, a mineral (a “rock”).

    Skee-Ball
    Owner: Bay Tek Entertainment, Inc.

    The game of Skee-Ball was invented by Joseph Fourestier Simpson in the early 1900s. The name is a combination of the word ball and skee (an uncommon variant of the word ski) in reference to the ski jump-like ramp that the balls roll off of.

    Styrofoam
    Owner: DDP Specialty Electronic Materials Us, Inc.

    Styrofoam’s name is a reference to the chemistry used to make it. Styrofoam is a plastic foam made from polystyrene.

    Super Glue
    Owner: The Original Super Glue Corporation/Pacer Technology

    Super Glue was named by its inventor Dr. Harry Coover, who discovered it in 1942. The marketable name combines the word glue with the word super, referencing how incredibly sticky it is.

    Taser
    Owner: Axon Enterprise Inc.

    The Taser was invented in the 1970s by Jack Cover. The name Taser is an acronym of “Tom A. Swift Electric Rifle,” a reference to the Tom Swift series of books about an inventor that Cover enjoyed as a child.

    Tarmac
    Owner: Tarmac

    The name Tarmac is a shortening of tarmacadam, an asphalt-like paving material made of tar and crushed stones.

    Teflon
    Owner: The Chemours Company

    The name Teflon is a short, marketable word that refers to what Teflon is made of: polytetrafluoroethylene.

    Velcro
    Owner: Velcro IP Holdings LLC

    Velcro was invented and named by Swiss engineer George de Mestrel. De Mestrel got the name Velcro from a combination of the French words velour and crochet, referencing the fact that his new material resembled “hooked velvet.”

    Xerox
    Owner: Xerox Corporation

    The name Xerox comes from the word xerography, a specific type of printing technology. Xerography is formed from xero-, meaning “dry,” and –graphy, which denotes a form of artistry.

    Zamboni
    Owner: Frank J. Zamboni & Company, Inc.

    The ice surfacing machine known as a Zamboni is named after its Italian inventor, Frank Zamboni.

    The last two names on our list are fairly modern and are both closely associated with large companies that aggressively protect their trademarks. However, they are both commonly used as generic verbs, which may make it less likely that future generations know who the trademark owners are.

    Google
    Owner: Alphabet Inc. (Google’s new parent company)

    The name Google is based on a misspelling of the mathematical term googol, a number equal to one with 100 zeros. The story goes that Google developer Larry Page suggested the name “Googol” for a new search engine to fellow Stanford graduate Sean Anderson. Anderson misspelled the word as “google” when checking if the domain name was taken, and Page preferred this original name instead.

    Photoshop
    Owner: Adobe Inc

    The Photoshop software was created by Thomas and John Knoll in 1987. It is unknown exactly why the program that was originally named “Display,” and then “ImagePro,” was renamed to “PhotoShop” before it was sold to Adobe, although the name does seem to refer to the fact that the program functions as a kind of photography workshop.

    สงวนลิขสิทธิ์ © 2025 AAKKHRA & Co.
    40 Genericized Trademarks You Probably Say (And Use) Every Day Legally, to trademark something means to make it so that only one company can make money off of something with that name. You might not realize it, but many of the seemingly generic words we use all of the time are or were registered trademarks. This is often a problem for companies who want to avoid their lucrative trademarks being killed by “genericide,” meaning they can no longer claim legal exclusivity to a particular name. In general, there are two categories of so-called “genericized trademarks.” Sometimes, a trademark is legally abandoned. This means, for example, that any company can make a bouncy toy called a trampoline. However, a lot of common words are still legally trademarked, which means only one company can use that name. For example, to avoid getting Nickelodeon in trouble with licensing deals, Spongebob and friends have never heard of a Frisbee and must instead play a rousing game of “small plastic disc that you throw.” (Of course, Spongebob wryly notes, “If only small plastic disc that you throw had a shorter, catchier name.”) The following list contains 40 common words that have actually been trademarked at some point. The first six have been legally abandoned, meaning they are now generic words. The rest, however, are still on the books, and so you will need to be careful if you ever think about using them to make money. If you want to learn more about trademarks and other corporate symbols, check out our handy guide here. aspirin Last owner: Bayer AG The word aspirin is a combination of acetyl, spirea, and the suffix -in that is commonly used in the names of many drugs. heroin Last owner: Bayer AG The drug heroin is said to have been named for the German word heroisch, which translates to “heroic.” It is often thought that the name was inspired by the euphoric feelings a person has when taking this now illegal drug. escalator Last owner: Otis Elevator Company The escalator was named by patent owner Charles Seeberger, who is believed to have combined the English word elevator with the Latin word scala, meaning “stairs.” granola Last owners: Our Home Granula Company (granula) and Kellogg’s (granola) Originally called granula, granola was invented by James Caleb Jackson, who is also often credited as the inventor of dry cereal. It is thought that Jackson took the name either from the English word granular (“grainy”) or the Latin grānum, meaning “grain.” Saran wrap Last Owner: S.C. Johnson & Son, Inc. Saran wrap was originally created by the Dow Chemical Company in 1933. The saran in Saran wrap comes from a combination of the first names of Dow employee John Reilly’s daughter and wife, Sarah and Ann. trampoline Last Owner: Griswold-Nissen Trampoline & Tumbling Company According to inventor George Nissen, the trampoline’s name was inspired by the Spanish word trampolín, which means “diving board.” AstroTurf Owner: Sport Group According to Sport Group, Astroturf is named for the Houston Astrodome, where it was first used as a grass replica. The Astrodome’s name comes from the baseball team that plays there, the Houston Astros. Band-Aid Owner: Johnson & Johnson Band-Aid adhesive bandages were invented by Earle Dickinson in 1920 for his wife, Josephine. Although we don’t know for certain, the name is most likely a combination of the words bandage and aid. Bubble Wrap Owner: Sealed Air Corporation Bubble Wrap was invented in 1957 by Alfred Fielding and Marc Chavannes, who originally intended to use it as wallpaper. The name is most likely a combination of the words bubble and wrap. Frisbee Owner: Wham-O The name Frisbee was inspired by an Old Connecticut Bakery, the Frisbie Pie Company. Allegedly, college students had popularly referred to Wham-O’s Pluto Platter toys as “Frisbies,” which would motivate the toymaker to change the name. Hacky Sack Owner: Wham-O The game of Hacky Sack, called footbag by anyone who isn’t Wham-O, was invented by John Stalberger and Mike Mitchell in 1972. Allegedly, the two friends would say “Let’s hack the sack” before playing the game, which would be the inspiration for their trademark. Hula-Hoop Owner: Wham-O The Hula-Hoop was patented by Wham-O in 1963. As you could probably guess, the hoop-shaped toy was named after the Hawaiian hula dance because of the hip movements needed to keep the toy from falling to the ground. Jacuzzi Owner: Jacuzzi Inc. The Jacuzzi is named after Italian inventor Candido Jacuzzi, who invented the whirlpool bath in 1949. Jeep Owner: Chrysler Group LLC Fascinatingly, even the current owner of the Jeep trademark, Chrysler, is unsure of where the name originally came from. The most popular theory is that the vehicle was named after Eugene the Jeep, a character from the Popeye series of comic strips. Jet Ski Owner: Kawasaki Heavy Industries Ltd. According to Kawasaki, the first Jet Ski was developed in 1972 based on the designs of American inventor Clayton Jacobson II. It seems likely that the name Jet Ski uses the words jet and ski to reference how the vehicle quickly skates across the surface of water. JumboTron Owner: Sony Corporation The Sony JumboTron debuted in 1985, but similar large screens had been developed by Japanese companies as early as 1980. The name is likely a combination of the adjective jumbo, meaning very large, and the combining form -tron, which is sometimes used in the names of electronics. Kleenex Owner: Kimberly-Clark Corporation Kleenex brand tissues debuted in 1924. According to the Kleenex website, the name Kleenex is a combination of an alternate spelling of the word clean (“Kleen”) and the ending “ex” from Kotex, a feminine hygiene brand name still owned by the Kimberly-Clark Corporation. Mace Owner: Mace Security International, Inc. The brand of pepper spray known as Mace or Chemical Mace was invented in 1965. According to both the Mace company and newspaper reports from the time, the name Mace was inspired by the fact that getting sprayed in the face with Mace was said to be as unpleasant as being hit in the face with a medieval mace, a spiked weapon. Magic Marker Owner: Bic Corporation The name Magic Marker is said to have been coined by Sidney Rosenthal, who is also credited with inventing the felt-tip pen in 1952. According to Crayola, Magic Marker was inspired by the fact that the “magical” device could make marks on any surface. Muzak Owner: Muzak LLC The creation of Muzak is credited to—or perhaps blamed on—Major General George O. Squier, who developed a way to transmit music through electric wires in the 1920s. According to most sources, Squier named his company Muzak by combining the first syllable of the word music with the end syllable of Kodak, a major American photography company. Onesie Owner: Gerber Childrenswear LLC Although Gerber legally only owns the trademark of the plural Onesies, they have successfully (and aggressively) enforced their trademark over the singular onesie as well. The name is a combination of the word one, referring to a one-piece garment, and the cutesy-sounding suffix -sie. Ping-pong Owner: Indian Industries, Inc. Surprisingly, the trademarked name ping-pong may actually be older than the generic table tennis, which is the official name of the game. The name ping-pong has been used since at least the 1800s, and the name was inspired by the sound that the ball makes when hit with paddles. Plexiglas Owner: Trinseo The origin of the name Plexiglas, often incorrectly written as plexiglass, is unknown. According to the Plexiglas website, Plexiglas was named after one of inventor Otto Röhm’s earlier products known as “Plexigum,” but beyond that the trail goes cold. Popsicle Owner: Conopco, Inc. The idea of “frozen ice juice on a stick” is credited to Frank Epperson. Epperson originally named the treat after himself and called it an “Epsicle” with the “-sicle” coming from icicle. Epperson’s children were not fans of the name and instead called them “Pop’s sicles.” In the end, Epperson sided with his children and patented his invention as the Popsicle. Post-it Note Owner: Minnesota Mining and Manufacturing Company (3M) 3M credits the creation of the Post-it Note to scientists Spencer Silver and Art Fry. The name refers to the fact that the adhesive paper notes can be posted (stuck) wherever you want. An added bit of legal fun: 3M also legally owns the “Canary Yellow” color that many Post-it Notes typically have. Q-tip Owner: Conopco, Inc. The cotton swabs known as Q-tips originally had the very unmarketable name of “Baby Gays.” The name was quickly switched to Q-tips in 1926. According to the Q-tips website, the Q stands for quality, and the tip refers to the cotton tip at the end of the swab. Realtor Owner: National Association of Realtors Legally, only people who belong to the National Association of Realtors can use the trademarked name Realtor. The term Realtor is credited to Charles N. Chadbourn, and it is a combination of the word realty, meaning real estate, and the suffix -or, indicating a person related to something (in this case, real estate). Rollerblade Owner: Tecnica Group S.P.A. This trademarked brand of roller skates was created by inventor Scott Olson in the 1980s. The name Rollerblade references the fact that Olson’s roller skates were based on ice skates with wheels instead of blades. Sheetrock Owner: United States Gypsum Company The particular brand of drywall or gypsum boards known as Sheetrock seems to have a straightforward name: Sheetrock makes boards (“sheets”) of gypsum, a mineral (a “rock”). Skee-Ball Owner: Bay Tek Entertainment, Inc. The game of Skee-Ball was invented by Joseph Fourestier Simpson in the early 1900s. The name is a combination of the word ball and skee (an uncommon variant of the word ski) in reference to the ski jump-like ramp that the balls roll off of. Styrofoam Owner: DDP Specialty Electronic Materials Us, Inc. Styrofoam’s name is a reference to the chemistry used to make it. Styrofoam is a plastic foam made from polystyrene. Super Glue Owner: The Original Super Glue Corporation/Pacer Technology Super Glue was named by its inventor Dr. Harry Coover, who discovered it in 1942. The marketable name combines the word glue with the word super, referencing how incredibly sticky it is. Taser Owner: Axon Enterprise Inc. The Taser was invented in the 1970s by Jack Cover. The name Taser is an acronym of “Tom A. Swift Electric Rifle,” a reference to the Tom Swift series of books about an inventor that Cover enjoyed as a child. Tarmac Owner: Tarmac The name Tarmac is a shortening of tarmacadam, an asphalt-like paving material made of tar and crushed stones. Teflon Owner: The Chemours Company The name Teflon is a short, marketable word that refers to what Teflon is made of: polytetrafluoroethylene. Velcro Owner: Velcro IP Holdings LLC Velcro was invented and named by Swiss engineer George de Mestrel. De Mestrel got the name Velcro from a combination of the French words velour and crochet, referencing the fact that his new material resembled “hooked velvet.” Xerox Owner: Xerox Corporation The name Xerox comes from the word xerography, a specific type of printing technology. Xerography is formed from xero-, meaning “dry,” and –graphy, which denotes a form of artistry. Zamboni Owner: Frank J. Zamboni & Company, Inc. The ice surfacing machine known as a Zamboni is named after its Italian inventor, Frank Zamboni. The last two names on our list are fairly modern and are both closely associated with large companies that aggressively protect their trademarks. However, they are both commonly used as generic verbs, which may make it less likely that future generations know who the trademark owners are. Google Owner: Alphabet Inc. (Google’s new parent company) The name Google is based on a misspelling of the mathematical term googol, a number equal to one with 100 zeros. The story goes that Google developer Larry Page suggested the name “Googol” for a new search engine to fellow Stanford graduate Sean Anderson. Anderson misspelled the word as “google” when checking if the domain name was taken, and Page preferred this original name instead. Photoshop Owner: Adobe Inc The Photoshop software was created by Thomas and John Knoll in 1987. It is unknown exactly why the program that was originally named “Display,” and then “ImagePro,” was renamed to “PhotoShop” before it was sold to Adobe, although the name does seem to refer to the fact that the program functions as a kind of photography workshop. สงวนลิขสิทธิ์ © 2025 AAKKHRA & Co.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1181 มุมมอง 0 รีวิว
  • .NET 10 – ก้าวกระโดดครั้งใหม่ของนักพัฒนา

    Microsoft ได้เปิดตัว .NET 10 ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุดของแพลตฟอร์มพัฒนาแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมทั่วโลก จุดเด่นคือการเพิ่มประสิทธิภาพให้แอปทำงานเร็วขึ้น ใช้หน่วยความจำน้อยลง และรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น Post-Quantum Cryptography เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับยุคคอมพิวเตอร์ควอนตัม

    นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตภาษา C# 14 และ F# 10 ที่ช่วยให้โค้ดกระชับและทรงพลังมากขึ้น รวมถึงการปรับปรุงเครื่องมือพัฒนาอย่าง Visual Studio 2026 ที่ผสาน AI เข้ามาช่วยนักพัฒนาในการเขียนโค้ด ตรวจสอบ และปรับปรุงประสิทธิภาพได้อย่างชาญฉลาด

    สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือการเปิดตัว Aspire ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับจัดการระบบแอปพลิเคชันแบบกระจาย (Distributed Apps) ทำให้การทำงานร่วมกันระหว่าง API, Database และ Container ง่ายขึ้นมาก เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างระบบขนาดใหญ่ที่มีความเสถียรและปลอดภัย

    เปิดตัว .NET 10 พร้อมฟีเจอร์ใหม่
    รองรับ AI, ปรับปรุงประสิทธิภาพ และปลอดภัยมากขึ้น

    ภาษาใหม่ C# 14 และ F# 10
    โค้ดกระชับ ใช้งานง่าย และทรงพลัง

    Aspire สำหรับระบบกระจาย
    ทำให้การจัดการ API และ Container ง่ายขึ้น

    ความท้าทายในการอัปเกรดระบบ
    องค์กรต้องเตรียมทรัพยากรและปรับโครงสร้างเพื่อรองรับ .NET 10

    https://devblogs.microsoft.com/dotnet/announcing-dotnet-10/
    💻 .NET 10 – ก้าวกระโดดครั้งใหม่ของนักพัฒนา Microsoft ได้เปิดตัว .NET 10 ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุดของแพลตฟอร์มพัฒนาแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมทั่วโลก จุดเด่นคือการเพิ่มประสิทธิภาพให้แอปทำงานเร็วขึ้น ใช้หน่วยความจำน้อยลง และรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น Post-Quantum Cryptography เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับยุคคอมพิวเตอร์ควอนตัม นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตภาษา C# 14 และ F# 10 ที่ช่วยให้โค้ดกระชับและทรงพลังมากขึ้น รวมถึงการปรับปรุงเครื่องมือพัฒนาอย่าง Visual Studio 2026 ที่ผสาน AI เข้ามาช่วยนักพัฒนาในการเขียนโค้ด ตรวจสอบ และปรับปรุงประสิทธิภาพได้อย่างชาญฉลาด สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือการเปิดตัว Aspire ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับจัดการระบบแอปพลิเคชันแบบกระจาย (Distributed Apps) ทำให้การทำงานร่วมกันระหว่าง API, Database และ Container ง่ายขึ้นมาก เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างระบบขนาดใหญ่ที่มีความเสถียรและปลอดภัย ✅ เปิดตัว .NET 10 พร้อมฟีเจอร์ใหม่ ➡️ รองรับ AI, ปรับปรุงประสิทธิภาพ และปลอดภัยมากขึ้น ✅ ภาษาใหม่ C# 14 และ F# 10 ➡️ โค้ดกระชับ ใช้งานง่าย และทรงพลัง ✅ Aspire สำหรับระบบกระจาย ➡️ ทำให้การจัดการ API และ Container ง่ายขึ้น ‼️ ความท้าทายในการอัปเกรดระบบ ⛔ องค์กรต้องเตรียมทรัพยากรและปรับโครงสร้างเพื่อรองรับ .NET 10 https://devblogs.microsoft.com/dotnet/announcing-dotnet-10/
    DEVBLOGS.MICROSOFT.COM
    Announcing .NET 10 - .NET Blog
    Announcing the release of .NET 10, the most productive, modern, secure, intelligent, and performant release of .NET yet. With updates across ASP.NET Core, C# 14, .NET MAUI, Aspire, and so much more.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 271 มุมมอง 0 รีวิว
  • ซามูไรแบกถาด ตอนที่ 2
    “ซามูไรแบกถาด”

    ตอน 2

    หลังจากสอบสัมภาษณ์เสร็จเมื่อปลายเดือนเมษายน คุณพี่อาเบะ ก็รีบเดินทางกลับญี่ปุ่น แกต้องมาจัดการเแก้ไข เรื่องภายในของญี่ปุ่นอีกหลายเรื่อง เพื่อให้บทบาทของหัวหมู่ทะลวงฟัน ดำเนินการได้ครบถ้วน ตามที่กำหนดไว้ใน Grand Strategy อย่างเรียบร้อยโดยไม่มีอุปสรรค รัฐบาลของคุณพี่อาเบะ ต้องเสนอร่างกฏหมาย 2 ฉบับเข้าสภา มันเป็นกฏหมายเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศทั้ง 2 ฉบับ

    กฏหมายฉบับหนึ่ง จะเป็นการแก้ไข กฏหมายอีก 10 ฉบับ ที่เกี่ยวโยงกัน เพื่อยกเลิกข้อจำกัด เกี่ยวกับการปกป้องตนเองของญี่ปุ่น Self Defence Forces (SDF) และ สิทธิที่จะใช้กองกำลังของประเทศ ช่วยเหลือประเทศ “อื่น” ที่ถูกโจมตี “ใน” อาณาเขตของญี่ปุ่น ส่วนกฏหมายอีกฉบับ เป็นการสร้างอำนาจให้กับรัฐบาล ที่จะเอากองกำลังของประเทศ ไปใช้ต่อสู้ “นอก” อาณาเขตของญี่ปุ่นได้ มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับญี่ปุ่น แต่ญี่ปุ่นก็ทำตามใบสั่งโดยไม่เกี่ยง ไม่งอน น่ารักซะไม่มีล่ะ

    หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพของญี่ปุ่นทั้งหมด ถูกให้ยกเลิก และอเมริกา โดยนายพลดักกลาส แมคอาเธอร์ ผู้บัญชาการกองกำลังฝ่ายสัมพันธมิตรภาคพื้นแปซิฟิก ก็จัดการให้ญี่ปุ่น จัดทำรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นขึ้นใหม่ในปี ค.ศ.1947 และมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญ เขียนไว้อย่างสวยหรู ตามถ้อยคำ ที่กำกับโดยท่านนายพล อ่านกันให้ซึ้งนะครับ

    ” ด้วยความปรารถนาอย่างจริงใจ ที่จะให้เกิดสันติภาพที่มีแบบแผนขึ้นในสากล เราประชาชนชาวญี่ปุ่น จึงขอปฏิเสธตลอดกาล ต่อการใช้อำนาจโดยชาติใดและการข่มขู่ใด หรือการใช้กำลังใด เพื่อตัดสินข้อขัดแย้งระหว่างประเทศ และเพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ ดังกล่าวข้างต้น เราจะไม่ดำรงกองกำลัง ไม่ว่า ทางบก ทางทะเล และทางอากาศ รวมทั้งไม่สร้างสงครามใด และจะไม่ถือสิทธิใดของรัฐ ที่จะก่อสงคราม”
    (“Aspiring sincerely to an international peace based on order, the Japanese people forever renounce war as a sovereign right of the nation and the threat or use of force as means of settling international disputes. In order to accomplish the aim of the preceding paragraph, land, sea and airforces, as well as other war potential, will never be maintained. The right of belligerency of the state will not be recognized.”)

    “ตลอดกาล” หรือ forever ของญี่ปุ่น ก็ไม่นานเท่าไหร่หรอก

    เมื่อเกิดสงครามเย็น และสงครามเกาหลี ญี่ปุ่นก็ชักหน้าจ๋อย ขอผมมีกองกำลังไว้ป้องกันประเทศสักหน่อย ได้ไหมครับท่านนายพล การแสดงความปรารถนา อย่างตลอดกาลของญี่ปุ่น ตามมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญดังกล่าวข้างต้น จึงได้มีการเปลี่ยนแปลง โดยมีการออกกฏหมายใน ปี ค.ศ.1954 ให้ญี่ปุ่นสามารถมีกองกำลังเพียงพอ ที่จะดูแลปกป้องตัวเองได้ Self Defence Forces (SDF) หลังจากนั้น ญี่ปุ่นพยายามแก้รัฐธรรมนูญ มาตรานี้มาหลายครั้ง เพื่อขยายกองกำลังขึ้นอีก แต่ไม่เคยมีรัฐบาลใดทำสำเร็จ เพราะประชาชนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ ไม่สนับสนุน ชาวญี่ปุ่นยังเข็ดขยาดกับสงคราม

    แต่ครั้งนี้ นายอาเบะไม่รู้ไปกินอะไรมา กำลังภายในสูงส่งมาก กฏหมายทั้ง 2 ฉบับ ที่จะนำทางไปสู่การแก้มาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นด้วยนั้น สภาผู้แทนของญี่ปุ่น ว่าง่ายผ่านร่างกฏหมายทั้ง 2 ฉบับนี้เรียบร้อยไปแล้ว เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมนี้เอง กฏหมายนี้ยังจะต้องส่งเข้าสภาสูงเพื่อพิจารณาด้วย โดยมีกำหนดการพิจารณาในฤดูร้อนของญี่ปุ่น (ประมาณเดือนกรกฏาคม) ข่าวว่า เดิมสภาสูงของญี่ปุ่น จะปิดสมัยประชุม สิ้นเดือนมิถุนายนนี้ แต่เนื่องจากจะต้องผ่านกฏหมายสำคัญนี้ จึงจะมีการยืดสมัยประชุมออกไป เพื่อรอพิจารณากฏหมายดังกล่าว ซึ่งจะต้องมีการแก้รัฐธรรมนูญของญี่ปุ่น เพื่อให้กองทัพของญี่ปุ่นร่อนไปทำทั่วโลกได้
    ทั้งหมดนี้ ไม่เป็นปัญหาสำหรับคุณพี่อาเบะ ทุกอย่างเดินหน้าตามใบสั่ง สภาจะปิด ก็เปิดได้ แหม… ทำไมมันว่าง่ายกันยังนี้หนอ ไม่รู้จักเจ็บ ไม่รู้จักจำมั่งหรือไร เขาทิ้งบอมบ์จนประชาชนคนชาติเดียวกันตายหมู่ที่ละเป็นแสนๆ นี่เขาหลอกเอาขึ้นแท่นเป็นหัวหมู่ ให้ไปตายแทน ไม่ใช่แต่ในเอเซีย ในตะวันออกกลาง ก็อาจจะต้องไปล้างปั้ม ชิงปั้ม ให้เขา ก็ยังรีบร้อนเดินหน้าทำให้เขาอีก เออ ผมละงงจริงๆ บุญหนักหนา ที่มันตัดขาดเรา ไม่ต้องเป็นขี้ข้า หัวซุกหัวซุนวิ่งรับใช้มัน ทำทุกอย่างตามที่มันต้องการ รวมทั้งไปตายแทนมัน…

    ผมเป็นอเมริกา ผมต้องตกรางวัลนายอาเบะเต็มอัตราเลย เพราะก่อนหน้าจะเอาร่างกฏหมายทั้งหลายนี่เข้าสภา นายอาเบะ ลงทุนเชิญนายทหารระดับสูงจากอเมริกา และยุโรปมาชมแสนยานุภาพของญี่ปุ่น อาวุธสุดทันสมัย ที่กองทัพเรือญี่ปุ่น “เตรียมพร้อม” ที่จะซื้อ ทันทีที่รัฐสภาญี่ปุ่นอนุมัติ ทำงานล่วงหน้าแบบนี่ ไม่ให้โบนัส ก็ใจจืดไปหน่อย

    ยังไม่หมดครับ ย้อนไปก่อนหน้านี้ นายอาเบะ ได้ขอให้สภาอนุมัติเพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคง โดยเฉพาะ เพื่อตั้งฐานทัพติดตั้งเรดาร์ที่เกาะ Yonaguni ซึ่งเป็นดินแดนของญี่ปุ่น ที่อยู่ใกล้ที่สุดกับจีน และตั้งหน่วยสะเทื้อนน้ำสะเทื้อนบก ตามรูปแบบของอังกฤษ ตามยุทธศาสตร์เอาติดแดนที่ถูกศัตรูยึดไปกลับคืน นี่กะดูถึงขนจมูกอาเฮียเลยซินะ

    อังกฤษ และญี่ปุ่น มีสภาพเป็นเกาะเหมือนกัน ท่านนายพล Richard Spencer อดีตผู้บัญชาการ กองทัพเรือของสหภาพยุโรป แต่ปัจจุบัน มีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาให้กับ Self Defense Force (SDF) ของญี่ปุ่น ยุทธศาสตร์ที่เราแนะนำ เหมาะสมแล้ว …อ้อ นี่ เขาจัดส่งเป็นแพ๊กเกจเลยนะ เพื่อปั้นกองทัพเดนตายให้ญี่ปุ่น

    กองทัพญี่ปุ่นไม่ได้ยิงกระสุนอีกเลย แม้แต่นัดเดียว นับตั้งแต่ถูกอเมริกายึดครองในปี ค.ศ.1945 บริษัทผลิตอาวุธของญี่ปุ่นเอง หลายบริษัท ผันตัวเองไปผลิตสินค้า เพื่อความสดวกสบายของชีวิต แทนการผลิตอาวุธ และการผลิตอาวุธเพื่อส่งออกของญี่ปุ่น ถูกห้ามโดยเด็ดขาด และเปลี่ยนเป็นการผลิต รถถัง เครื่องบินรบ เรือรบ เรือดำน้ำ เฉพาะตามโครงการ SDF เท่านั้น
    แต่ในปีที่แล้ว นายอาเบะ ก็ปรับนโยบายด้านความมั่นคงของญี่ปุ่นใหม่ ด้วยการเริ่มติดต่อกับผู้ผลิตอาวุธต่างประเทศ รวมทั้ง เครื่องบินรบ และเรือรบ เขาบอกว่า ยุทธศาสตร์การสร้างสันติภาพของญี่ปุ่น จำเป็นต้องใช้ร่วมกับการป้องกันด้วยอาวุธทางทหาร… ยุทธศาสตร์เดียวกับลูกพี่เป๊ะเลย รักษาสันติภาพในตะวันออกกลาง เสียจนทะลายราบเกือบหมดประเทศ

    เมื่อต้นปี ญี่ปุ่นเปิดตัวเรือรบลำใหม่ ชื่อ Izumo เป็นเรือรบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 มีรันเวย์ยาวถึง 250 เมตร บรรทุกเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์เต็มอัตรา Izumo ยังมีพี่เลี้ยงประกบข้างอีก 2 ลำ เป็นเรือรบชนิดบรรทุกเครื่องบิน รายงานข่าวอ้างว่า ขณะนี้ กองทัพเรือของญี่ปุ่น ใหญ่กว่ากองทัพเรือของฝรั่งเศสบวกกับอังกฤษเสียด้วยซ้ำ …น่าสนใจ ไม่รู้ข่าวนี้ใส่สีเข้มหรือเปล่า ต้องกรองหน่อยนะครับ

    ถนนทุกสายกำลังมุ่งไปสู่โตเกียว!

    MAST บริษัทนายหน้าค้าอาวุธใหญ่ของอังกฤษ ตีปีกฉีกยิ้ม กับนโยบายใหม่ของนาย อาเบะ หรือ ของ ไอ้สุดกร่าง CFR นั่นแหละ MAST รับหน้าที่ จัดรายการเชิญพ่อค้าขายอาวุธ มาแลกเปลียนความคิด ว่าจะ (ต้ม) ขายอาวุธให้ญี่ปุ่นอย่างไรดี ส่วนใหญ่ เห็นพ้องกันว่า ญี่ปุ่นเรื้อเวทีมานาน 70 ปี เราต้องใช้ นโยบายว่า อาวุธที่ญี่ปุ่นสร้างขึ้นมาตอนหลัง ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ในการรบจริงเลยนะ ว่ามันจะใช้การได้ขนาดไหน นอกจากนี้พวกเขายังเล็งเหยื่อ ไปทั้งแถบ ตั้งแต่ เวียตนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์ ….อ้อ ไม่มีชื่อ ไทยแลนด์

    ท่านที่ปรึกษาใหญ่ นายพล Spencer บอกว่า การเปลี่ยนนโยบายของญี่ปุ่นด้านความมั่นคงนี้ อย่ามองว่าเป็นแค่การเปิดประตู ให้พวกนักค้าอาวุธเข้ามานะ มันเป็นการเปิดประตูของญี่ปุ่น ที่พาตัวเองออกไปสู่บทบาท ด้านการทหารระดับโลกต่างหาก… เยี่ยมครับ สมเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคง เขาส่งคน(ต้ม) มาถูกงานจริงๆ

    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    24 พ.ค. 2558
    ซามูไรแบกถาด ตอนที่ 2 “ซามูไรแบกถาด” ตอน 2 หลังจากสอบสัมภาษณ์เสร็จเมื่อปลายเดือนเมษายน คุณพี่อาเบะ ก็รีบเดินทางกลับญี่ปุ่น แกต้องมาจัดการเแก้ไข เรื่องภายในของญี่ปุ่นอีกหลายเรื่อง เพื่อให้บทบาทของหัวหมู่ทะลวงฟัน ดำเนินการได้ครบถ้วน ตามที่กำหนดไว้ใน Grand Strategy อย่างเรียบร้อยโดยไม่มีอุปสรรค รัฐบาลของคุณพี่อาเบะ ต้องเสนอร่างกฏหมาย 2 ฉบับเข้าสภา มันเป็นกฏหมายเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศทั้ง 2 ฉบับ กฏหมายฉบับหนึ่ง จะเป็นการแก้ไข กฏหมายอีก 10 ฉบับ ที่เกี่ยวโยงกัน เพื่อยกเลิกข้อจำกัด เกี่ยวกับการปกป้องตนเองของญี่ปุ่น Self Defence Forces (SDF) และ สิทธิที่จะใช้กองกำลังของประเทศ ช่วยเหลือประเทศ “อื่น” ที่ถูกโจมตี “ใน” อาณาเขตของญี่ปุ่น ส่วนกฏหมายอีกฉบับ เป็นการสร้างอำนาจให้กับรัฐบาล ที่จะเอากองกำลังของประเทศ ไปใช้ต่อสู้ “นอก” อาณาเขตของญี่ปุ่นได้ มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับญี่ปุ่น แต่ญี่ปุ่นก็ทำตามใบสั่งโดยไม่เกี่ยง ไม่งอน น่ารักซะไม่มีล่ะ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพของญี่ปุ่นทั้งหมด ถูกให้ยกเลิก และอเมริกา โดยนายพลดักกลาส แมคอาเธอร์ ผู้บัญชาการกองกำลังฝ่ายสัมพันธมิตรภาคพื้นแปซิฟิก ก็จัดการให้ญี่ปุ่น จัดทำรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นขึ้นใหม่ในปี ค.ศ.1947 และมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญ เขียนไว้อย่างสวยหรู ตามถ้อยคำ ที่กำกับโดยท่านนายพล อ่านกันให้ซึ้งนะครับ ” ด้วยความปรารถนาอย่างจริงใจ ที่จะให้เกิดสันติภาพที่มีแบบแผนขึ้นในสากล เราประชาชนชาวญี่ปุ่น จึงขอปฏิเสธตลอดกาล ต่อการใช้อำนาจโดยชาติใดและการข่มขู่ใด หรือการใช้กำลังใด เพื่อตัดสินข้อขัดแย้งระหว่างประเทศ และเพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ ดังกล่าวข้างต้น เราจะไม่ดำรงกองกำลัง ไม่ว่า ทางบก ทางทะเล และทางอากาศ รวมทั้งไม่สร้างสงครามใด และจะไม่ถือสิทธิใดของรัฐ ที่จะก่อสงคราม” (“Aspiring sincerely to an international peace based on order, the Japanese people forever renounce war as a sovereign right of the nation and the threat or use of force as means of settling international disputes. In order to accomplish the aim of the preceding paragraph, land, sea and airforces, as well as other war potential, will never be maintained. The right of belligerency of the state will not be recognized.”) “ตลอดกาล” หรือ forever ของญี่ปุ่น ก็ไม่นานเท่าไหร่หรอก เมื่อเกิดสงครามเย็น และสงครามเกาหลี ญี่ปุ่นก็ชักหน้าจ๋อย ขอผมมีกองกำลังไว้ป้องกันประเทศสักหน่อย ได้ไหมครับท่านนายพล การแสดงความปรารถนา อย่างตลอดกาลของญี่ปุ่น ตามมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญดังกล่าวข้างต้น จึงได้มีการเปลี่ยนแปลง โดยมีการออกกฏหมายใน ปี ค.ศ.1954 ให้ญี่ปุ่นสามารถมีกองกำลังเพียงพอ ที่จะดูแลปกป้องตัวเองได้ Self Defence Forces (SDF) หลังจากนั้น ญี่ปุ่นพยายามแก้รัฐธรรมนูญ มาตรานี้มาหลายครั้ง เพื่อขยายกองกำลังขึ้นอีก แต่ไม่เคยมีรัฐบาลใดทำสำเร็จ เพราะประชาชนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ ไม่สนับสนุน ชาวญี่ปุ่นยังเข็ดขยาดกับสงคราม แต่ครั้งนี้ นายอาเบะไม่รู้ไปกินอะไรมา กำลังภายในสูงส่งมาก กฏหมายทั้ง 2 ฉบับ ที่จะนำทางไปสู่การแก้มาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นด้วยนั้น สภาผู้แทนของญี่ปุ่น ว่าง่ายผ่านร่างกฏหมายทั้ง 2 ฉบับนี้เรียบร้อยไปแล้ว เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมนี้เอง กฏหมายนี้ยังจะต้องส่งเข้าสภาสูงเพื่อพิจารณาด้วย โดยมีกำหนดการพิจารณาในฤดูร้อนของญี่ปุ่น (ประมาณเดือนกรกฏาคม) ข่าวว่า เดิมสภาสูงของญี่ปุ่น จะปิดสมัยประชุม สิ้นเดือนมิถุนายนนี้ แต่เนื่องจากจะต้องผ่านกฏหมายสำคัญนี้ จึงจะมีการยืดสมัยประชุมออกไป เพื่อรอพิจารณากฏหมายดังกล่าว ซึ่งจะต้องมีการแก้รัฐธรรมนูญของญี่ปุ่น เพื่อให้กองทัพของญี่ปุ่นร่อนไปทำทั่วโลกได้ ทั้งหมดนี้ ไม่เป็นปัญหาสำหรับคุณพี่อาเบะ ทุกอย่างเดินหน้าตามใบสั่ง สภาจะปิด ก็เปิดได้ แหม… ทำไมมันว่าง่ายกันยังนี้หนอ ไม่รู้จักเจ็บ ไม่รู้จักจำมั่งหรือไร เขาทิ้งบอมบ์จนประชาชนคนชาติเดียวกันตายหมู่ที่ละเป็นแสนๆ นี่เขาหลอกเอาขึ้นแท่นเป็นหัวหมู่ ให้ไปตายแทน ไม่ใช่แต่ในเอเซีย ในตะวันออกกลาง ก็อาจจะต้องไปล้างปั้ม ชิงปั้ม ให้เขา ก็ยังรีบร้อนเดินหน้าทำให้เขาอีก เออ ผมละงงจริงๆ บุญหนักหนา ที่มันตัดขาดเรา ไม่ต้องเป็นขี้ข้า หัวซุกหัวซุนวิ่งรับใช้มัน ทำทุกอย่างตามที่มันต้องการ รวมทั้งไปตายแทนมัน… ผมเป็นอเมริกา ผมต้องตกรางวัลนายอาเบะเต็มอัตราเลย เพราะก่อนหน้าจะเอาร่างกฏหมายทั้งหลายนี่เข้าสภา นายอาเบะ ลงทุนเชิญนายทหารระดับสูงจากอเมริกา และยุโรปมาชมแสนยานุภาพของญี่ปุ่น อาวุธสุดทันสมัย ที่กองทัพเรือญี่ปุ่น “เตรียมพร้อม” ที่จะซื้อ ทันทีที่รัฐสภาญี่ปุ่นอนุมัติ ทำงานล่วงหน้าแบบนี่ ไม่ให้โบนัส ก็ใจจืดไปหน่อย ยังไม่หมดครับ ย้อนไปก่อนหน้านี้ นายอาเบะ ได้ขอให้สภาอนุมัติเพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคง โดยเฉพาะ เพื่อตั้งฐานทัพติดตั้งเรดาร์ที่เกาะ Yonaguni ซึ่งเป็นดินแดนของญี่ปุ่น ที่อยู่ใกล้ที่สุดกับจีน และตั้งหน่วยสะเทื้อนน้ำสะเทื้อนบก ตามรูปแบบของอังกฤษ ตามยุทธศาสตร์เอาติดแดนที่ถูกศัตรูยึดไปกลับคืน นี่กะดูถึงขนจมูกอาเฮียเลยซินะ อังกฤษ และญี่ปุ่น มีสภาพเป็นเกาะเหมือนกัน ท่านนายพล Richard Spencer อดีตผู้บัญชาการ กองทัพเรือของสหภาพยุโรป แต่ปัจจุบัน มีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาให้กับ Self Defense Force (SDF) ของญี่ปุ่น ยุทธศาสตร์ที่เราแนะนำ เหมาะสมแล้ว …อ้อ นี่ เขาจัดส่งเป็นแพ๊กเกจเลยนะ เพื่อปั้นกองทัพเดนตายให้ญี่ปุ่น กองทัพญี่ปุ่นไม่ได้ยิงกระสุนอีกเลย แม้แต่นัดเดียว นับตั้งแต่ถูกอเมริกายึดครองในปี ค.ศ.1945 บริษัทผลิตอาวุธของญี่ปุ่นเอง หลายบริษัท ผันตัวเองไปผลิตสินค้า เพื่อความสดวกสบายของชีวิต แทนการผลิตอาวุธ และการผลิตอาวุธเพื่อส่งออกของญี่ปุ่น ถูกห้ามโดยเด็ดขาด และเปลี่ยนเป็นการผลิต รถถัง เครื่องบินรบ เรือรบ เรือดำน้ำ เฉพาะตามโครงการ SDF เท่านั้น แต่ในปีที่แล้ว นายอาเบะ ก็ปรับนโยบายด้านความมั่นคงของญี่ปุ่นใหม่ ด้วยการเริ่มติดต่อกับผู้ผลิตอาวุธต่างประเทศ รวมทั้ง เครื่องบินรบ และเรือรบ เขาบอกว่า ยุทธศาสตร์การสร้างสันติภาพของญี่ปุ่น จำเป็นต้องใช้ร่วมกับการป้องกันด้วยอาวุธทางทหาร… ยุทธศาสตร์เดียวกับลูกพี่เป๊ะเลย รักษาสันติภาพในตะวันออกกลาง เสียจนทะลายราบเกือบหมดประเทศ เมื่อต้นปี ญี่ปุ่นเปิดตัวเรือรบลำใหม่ ชื่อ Izumo เป็นเรือรบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 มีรันเวย์ยาวถึง 250 เมตร บรรทุกเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์เต็มอัตรา Izumo ยังมีพี่เลี้ยงประกบข้างอีก 2 ลำ เป็นเรือรบชนิดบรรทุกเครื่องบิน รายงานข่าวอ้างว่า ขณะนี้ กองทัพเรือของญี่ปุ่น ใหญ่กว่ากองทัพเรือของฝรั่งเศสบวกกับอังกฤษเสียด้วยซ้ำ …น่าสนใจ ไม่รู้ข่าวนี้ใส่สีเข้มหรือเปล่า ต้องกรองหน่อยนะครับ ถนนทุกสายกำลังมุ่งไปสู่โตเกียว! MAST บริษัทนายหน้าค้าอาวุธใหญ่ของอังกฤษ ตีปีกฉีกยิ้ม กับนโยบายใหม่ของนาย อาเบะ หรือ ของ ไอ้สุดกร่าง CFR นั่นแหละ MAST รับหน้าที่ จัดรายการเชิญพ่อค้าขายอาวุธ มาแลกเปลียนความคิด ว่าจะ (ต้ม) ขายอาวุธให้ญี่ปุ่นอย่างไรดี ส่วนใหญ่ เห็นพ้องกันว่า ญี่ปุ่นเรื้อเวทีมานาน 70 ปี เราต้องใช้ นโยบายว่า อาวุธที่ญี่ปุ่นสร้างขึ้นมาตอนหลัง ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ในการรบจริงเลยนะ ว่ามันจะใช้การได้ขนาดไหน นอกจากนี้พวกเขายังเล็งเหยื่อ ไปทั้งแถบ ตั้งแต่ เวียตนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์ ….อ้อ ไม่มีชื่อ ไทยแลนด์ ท่านที่ปรึกษาใหญ่ นายพล Spencer บอกว่า การเปลี่ยนนโยบายของญี่ปุ่นด้านความมั่นคงนี้ อย่ามองว่าเป็นแค่การเปิดประตู ให้พวกนักค้าอาวุธเข้ามานะ มันเป็นการเปิดประตูของญี่ปุ่น ที่พาตัวเองออกไปสู่บทบาท ด้านการทหารระดับโลกต่างหาก… เยี่ยมครับ สมเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคง เขาส่งคน(ต้ม) มาถูกงานจริงๆ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 24 พ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1093 มุมมอง 0 รีวิว
  • แกะรอยสงครามโลกครั้งที่ 3 ตอนที่ 1
    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แกะรอยสงครามโลกครั้งที่ 3”
    ตอนที่ 1

    กลิ่นสงครามโลกฉุนขึ้นทุกวัน สงครามชิงความเป็นเจ้าของโลกถ้าจะเลี่ยงยาก จะเริ่มเมื่อไหร่และจะเริ่มที่ไหนเท่านั้นเอง

    อันที่จริง สงครามโลกครั้งที่ 3 เริ่มส่งสัญญาณ ส่งกลิ่นครั้งแรกมาแล้วตั้งแต่ วันที่รัสเซียยกกองทัพเข้าไปยึด Crimea เมื่อ 21 มีนาคม ค.ศ.2014 !

    รัสเซียเป็นฝ่ายจุดชนวนสงครามโลกครั้งที่ 3 อย่างนั้นหรือ อย่าเพิ่งลงความเห็น ใจเย็น ตามอ่านกันไปเรื่อยๆก่อนครับ

    ถ้าสังเกตกัน ผมเริ่มเขียนนิทานและเอาลงให้อ่านในเพจนิทานฯ ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว (ค.ศ.2013) แต่ ละเรื่องที่ผมเขียน เกี่ยวเนื่องและขยายความซึ่งกันและกัน เป็นการปูพื้นเรื่องราว เพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ท่านผู้อ่าน ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งในบ้านเราและนอกบ้าน ซึ่งในที่สุดแล้ว จะนำไปสู่เหตุการณ์วิกฤติสำคัญของโลก ซึ่งผมคาดว่า มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจจะเกิดขึ้น ในช่วงเวลาตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไป

    คงจำกันได้ (ถ้าจำไม่ได้โปรดกลับไปอ่านนิทานเรื่อง หักหน้า หักหลัง ใหม่ นะครับ) ผมได้เล่าให้ฟังว่า Sir Halford Mackinder หรือครู Mac ครูใหญ่ชาวอังกฤษด้านภูมิศาสตร์ การเมือง (Geopolitics) บอกมา 100 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1904 ในการสัมมนาของ Rayal Geographic Society ที่ London ว่า ใครก็ตาม ที่มีอำนาจควบคุมเหนือรัสเซีย ผู้นั้นจะเป็นผู้ตัดสิน หรือควบคุมบริเวณ Eurasia อันกว้างใหญ่ และนั่นหมายความว่า จะเป็นผู้ควบคุมโลกใบนี้ได้อย่างสมบูรณ์

    Eurasia คือบริเวณที่เริ่มตั้งแต่แม่น้ำ Elbe ในเยอรมัน ยาวลงมาถึงทะเล Adriatic ผ่าน Sofia, Bulgaria ข้ามมา Black Sea และ Caspian Sea จน มาถึงเอเซียกลาง ยาวไปถึงจีน เป็นบริเวณที่กว้างใหญ่และอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำมัน ก๊าซ และแร่ธาตุชั้นดีต่างๆ (คร่าวๆก็คือสหภาพโซเวียตและส่วนเหนือของตะวันออกกลางน่ะครับ)

    ครู Mac เรียกใจกลาง Eurasia ว่า Heartland กล่องดวงใจ ซึ่งเป็นอาณาบริเวณปัจจุบัน ของรัสเซียและยูเครน !
    รอบกล่องดวงใจ จะมีประเทศที่สำคัญเช่น เยอรมัน ออสเตรีย ตุรกี อินเดีย และจีน ล้อมรอบอยู่

    แต่ถ้าเอา Eurasia ยุโรป และเอเซียมารวมกัน ครู Mac เรียกอาณาบริเวณทั้งหมดนั้น ว่า World Island ซึ่ง World Island นี่ ครู Mac ไม่นับรวมอังกฤษ เกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย เข้าไปด้วย เพราะครู Mac วางแผนให้อังกฤษเท่านั้น เป็นผู้ครอบครอง World Island ทั้งหมด! แน่จริงครู!

    ครู Mac บอกว่า สหภาพโซเวียต เป็นจุดยุทธศาสตร์ ที่เข้มแข็งที่สุดโดยสภาพของธรรมชาติ ที่ทำให้สามารถป้องกันตัวเองได้เป็นอย่างดี และมีความได้เปรียบอย่างสำคัญ นอกจากนี้สหภาพโซเวียต ยังเพียบพร้อมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ และทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพอย่างยิ่ง เป็นจำนวนมาก

    บทเรียนเกี่ยวกับยุทธศาสตร์สำคัญของครู Mac ที่ก้องอยู่ ในรูหู ของเหล่าบรรดาลูกศิษย์ ซึ่งมีทั้งอยู่ทั้งในอังกฤษและอเมริกา ตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1904 และกลายเป็นต้นกำเนิดของยุทธศาสตร์การชิงโลก หรือการทำสงครามโลก ตั้งแต่ครั้งที่ 1, 2 และอาจจะครั้งที่ 3 ด้วย คือ

    Who rules East Europe commands the Heartland
    Who rules the Heartland commands the World Island
    Who rules the World Island commands the World

    นอกจากนี้ครู Mac ยังบอกกับอังกฤษศิษย์รักว่า ยุทธศาสตร์ที่อังกฤษจะต้องยึดถือเป็นหลัก จำใส่หัวไว้อย่าได้ลืมเป็นอันขาด คือต้องทำทุกวิถีทาง ที่จะไม่ให้มีการรวมตัวกันระหว่าง Poland, Czecho, Austria, Hungary และ Russia

    แนวความคิดของครู Mac เป็น เสมือนเข็มทิศ แรงผลักดันที่สำคัญ ที่ทำให้อังกฤษคิดครองโลก และนำไปสู่การตัดสินใจเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี ค.ศ.1914 เมื่ออังกฤษรู้ว่า “น้ำมัน” คืออาวุธสำคัญในการครองโลก และขณะนั้นอังกฤษไม่มีแหล่งน้ำมันของตัวเอง แม้แต่แหล่งเดียว ขณะ เดียวกัน อังกฤษก็เตรียมพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อทำลายเยอรมัน ซึ่งอังกฤษคิดว่าเป็นคู่แข่งสำคัญในแผนการครองโลกของอังกฤษ (รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ในนิทานชุดเหยื่อ)

    คงไม่เกินไป ถ้าจะบอกว่า ความหายนะของโลกนี้ ที่เกิดขึ้นจากผลของสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 เริ่มต้นจากทฤษฎีครู Mac ตัณหาและความอยากครองโลกของอังกฤษ ผู้เป็นเจ้าของเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย !

    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    30 พย. 2557
    แกะรอยสงครามโลกครั้งที่ 3 ตอนที่ 1 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แกะรอยสงครามโลกครั้งที่ 3” ตอนที่ 1 กลิ่นสงครามโลกฉุนขึ้นทุกวัน สงครามชิงความเป็นเจ้าของโลกถ้าจะเลี่ยงยาก จะเริ่มเมื่อไหร่และจะเริ่มที่ไหนเท่านั้นเอง อันที่จริง สงครามโลกครั้งที่ 3 เริ่มส่งสัญญาณ ส่งกลิ่นครั้งแรกมาแล้วตั้งแต่ วันที่รัสเซียยกกองทัพเข้าไปยึด Crimea เมื่อ 21 มีนาคม ค.ศ.2014 ! รัสเซียเป็นฝ่ายจุดชนวนสงครามโลกครั้งที่ 3 อย่างนั้นหรือ อย่าเพิ่งลงความเห็น ใจเย็น ตามอ่านกันไปเรื่อยๆก่อนครับ ถ้าสังเกตกัน ผมเริ่มเขียนนิทานและเอาลงให้อ่านในเพจนิทานฯ ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว (ค.ศ.2013) แต่ ละเรื่องที่ผมเขียน เกี่ยวเนื่องและขยายความซึ่งกันและกัน เป็นการปูพื้นเรื่องราว เพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ท่านผู้อ่าน ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งในบ้านเราและนอกบ้าน ซึ่งในที่สุดแล้ว จะนำไปสู่เหตุการณ์วิกฤติสำคัญของโลก ซึ่งผมคาดว่า มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจจะเกิดขึ้น ในช่วงเวลาตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไป คงจำกันได้ (ถ้าจำไม่ได้โปรดกลับไปอ่านนิทานเรื่อง หักหน้า หักหลัง ใหม่ นะครับ) ผมได้เล่าให้ฟังว่า Sir Halford Mackinder หรือครู Mac ครูใหญ่ชาวอังกฤษด้านภูมิศาสตร์ การเมือง (Geopolitics) บอกมา 100 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1904 ในการสัมมนาของ Rayal Geographic Society ที่ London ว่า ใครก็ตาม ที่มีอำนาจควบคุมเหนือรัสเซีย ผู้นั้นจะเป็นผู้ตัดสิน หรือควบคุมบริเวณ Eurasia อันกว้างใหญ่ และนั่นหมายความว่า จะเป็นผู้ควบคุมโลกใบนี้ได้อย่างสมบูรณ์ Eurasia คือบริเวณที่เริ่มตั้งแต่แม่น้ำ Elbe ในเยอรมัน ยาวลงมาถึงทะเล Adriatic ผ่าน Sofia, Bulgaria ข้ามมา Black Sea และ Caspian Sea จน มาถึงเอเซียกลาง ยาวไปถึงจีน เป็นบริเวณที่กว้างใหญ่และอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำมัน ก๊าซ และแร่ธาตุชั้นดีต่างๆ (คร่าวๆก็คือสหภาพโซเวียตและส่วนเหนือของตะวันออกกลางน่ะครับ) ครู Mac เรียกใจกลาง Eurasia ว่า Heartland กล่องดวงใจ ซึ่งเป็นอาณาบริเวณปัจจุบัน ของรัสเซียและยูเครน ! รอบกล่องดวงใจ จะมีประเทศที่สำคัญเช่น เยอรมัน ออสเตรีย ตุรกี อินเดีย และจีน ล้อมรอบอยู่ แต่ถ้าเอา Eurasia ยุโรป และเอเซียมารวมกัน ครู Mac เรียกอาณาบริเวณทั้งหมดนั้น ว่า World Island ซึ่ง World Island นี่ ครู Mac ไม่นับรวมอังกฤษ เกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย เข้าไปด้วย เพราะครู Mac วางแผนให้อังกฤษเท่านั้น เป็นผู้ครอบครอง World Island ทั้งหมด! แน่จริงครู! ครู Mac บอกว่า สหภาพโซเวียต เป็นจุดยุทธศาสตร์ ที่เข้มแข็งที่สุดโดยสภาพของธรรมชาติ ที่ทำให้สามารถป้องกันตัวเองได้เป็นอย่างดี และมีความได้เปรียบอย่างสำคัญ นอกจากนี้สหภาพโซเวียต ยังเพียบพร้อมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ และทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพอย่างยิ่ง เป็นจำนวนมาก บทเรียนเกี่ยวกับยุทธศาสตร์สำคัญของครู Mac ที่ก้องอยู่ ในรูหู ของเหล่าบรรดาลูกศิษย์ ซึ่งมีทั้งอยู่ทั้งในอังกฤษและอเมริกา ตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1904 และกลายเป็นต้นกำเนิดของยุทธศาสตร์การชิงโลก หรือการทำสงครามโลก ตั้งแต่ครั้งที่ 1, 2 และอาจจะครั้งที่ 3 ด้วย คือ Who rules East Europe commands the Heartland Who rules the Heartland commands the World Island Who rules the World Island commands the World นอกจากนี้ครู Mac ยังบอกกับอังกฤษศิษย์รักว่า ยุทธศาสตร์ที่อังกฤษจะต้องยึดถือเป็นหลัก จำใส่หัวไว้อย่าได้ลืมเป็นอันขาด คือต้องทำทุกวิถีทาง ที่จะไม่ให้มีการรวมตัวกันระหว่าง Poland, Czecho, Austria, Hungary และ Russia แนวความคิดของครู Mac เป็น เสมือนเข็มทิศ แรงผลักดันที่สำคัญ ที่ทำให้อังกฤษคิดครองโลก และนำไปสู่การตัดสินใจเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี ค.ศ.1914 เมื่ออังกฤษรู้ว่า “น้ำมัน” คืออาวุธสำคัญในการครองโลก และขณะนั้นอังกฤษไม่มีแหล่งน้ำมันของตัวเอง แม้แต่แหล่งเดียว ขณะ เดียวกัน อังกฤษก็เตรียมพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อทำลายเยอรมัน ซึ่งอังกฤษคิดว่าเป็นคู่แข่งสำคัญในแผนการครองโลกของอังกฤษ (รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ในนิทานชุดเหยื่อ) คงไม่เกินไป ถ้าจะบอกว่า ความหายนะของโลกนี้ ที่เกิดขึ้นจากผลของสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 เริ่มต้นจากทฤษฎีครู Mac ตัณหาและความอยากครองโลกของอังกฤษ ผู้เป็นเจ้าของเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย ! สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 30 พย. 2557
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 845 มุมมอง 0 รีวิว
  • เหยื่อติดคอ ตอนที่ 6
    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “เหยื่อติดคอ”
    ตอนที่ 6

    สงครามอิรักอิหร่าน ที่ถูกชักใยโดยอเมริกา ทำให้ชาวอิหร่านตายไปไม่น้อยกว่า 300,000 คน และชีวิตชาวอิรักอีกประมาณ 100,000 คน มีคนเจ็บประเทศละไม่น้อยกว่า 700,000 คน ส่วนการรบในอาฟกานิสถาน ระหว่าง ค.ศ.1979-1989 ชีวิตของคนอาฟกันต้องเสียไปประมาณ 1 ล้านคน (รวมทั้งทหารของสหภาพโซเวียตอีก 15,000 นาย) 1 ใน 3 ของชาวอาฟกันกลายเป็นผู้ลี้ภัยอาศัยอยู่ตามเต้นท์ และมันกลายเป็นการเริ่มต้นใหม่ของการต่อต้านการล่าอาณานิคม คราวนี้ไม่ใช่นักล่าจากเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย แต่เป็นอเมริกา นักล่าหน้าใหม่ ใจเหี้ยมโหด จากแผ่นดินใหญ่ที่แย่งชิงมาจากอินเดียนแดง เป็นวีรกรรมที่ต้องบันทึกไว้

    เมื่อสหภาพโซเวียตล้มครืนในปี ค.ศ.1991 อเมริกากระหยิ่ม คิดว่าเส้นทางก้าวสู่การเป็นหมายเลขหนึ่งของโลกสะดวกโล่ง เมื่อคู่แข่งคนสำคัญถูกเขี่ยตกไปจากลู่แข่ง มันอาจจะเป็นการตกจากลู่แข่งเป็นการชั่วคราวเท่านั้น แต่ตอนนั้นอเมริกาไม่ได้คิดอย่างนั้น ความเกลียด ความสะใจคงจะทำให้มองภาพไม่ชัด อเมริกาคิดว่านี่เป็นโอกาสเหมาะ ที่จะสยายปีกมาทางตะวันออกกลาง และยิ่งเมื่อ Khomeini ได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว อิหร่านคงไม่แกร่งอย่างเดิม อเมริกาไม่จำเป็นต้อง “เลี้ยง” อิหร่านอีกต่อไป ยักษ์ล้มไปแล้ว ยันต์กันยักษ์ไม่มีความหมายเหมือนเก่า

    แต่ดูเหมือนอเมริกาจะอ่านไม่ขาด สงครามอิรัก อิหร่าน กลับทำให้การปกครองของ Khomeini เข้มแข็งขึ้น ชาวตะวันออกเห็นความอึดและเด็ดขาดของ Khomeini ชัดเจน มีการรวมตัวกันมากขึ้น เพราะเห็นเป้าหมายชัดเจน ยิ่งเมื่อสหภาพโซเวียตที่ถูกมองว่าเป็นคู่แข่งคนเดียว ที่พอจะต่อกรกับอเมริกาได้ถูกน๊อคนับ 10 กลุ่มอิสลามกลับคิดรวมตัวกัน เพื่อป้องกันการครอบครองของอเมริกา และเริ่มเข้าไปมีส่วนในการเมืองในภูมิภาคของตนเอง

    นอกจากนั้น การที่อเมริกาอุดหนุนให้อาวุธ และทำการฝึกให้กลุ่มอาฟกันและ Mujahadeen เพื่อให้ไปโซ้ยกับรัสเซียแทนตนนั้น ทำให้กลุ่มอิสลามติดอาวุธพวกนี้ยิ่งฮึกเหิม พวกเขาเชื่อว่า เมื่อล้มยักษ์ได้ตัวหนึ่ง (สหภาพโซเวียต) ทำไมจะล้มยักษ์ตัวอื่นๆอีกไม่ได้ และเมื่อเริ่ม ค.ศ.1990 เป็นต้นมา กลุ่มอิสลามหัวรุนแรงก็ดูเหมือนจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นเหยื่อที่มีก้าง ติดเสียบค้างอยู่กลางคอของอเมริกา

    การล่มสลายของสหภาพโซเวียต ไม่ได้นำความสะใจมาให้อเมริกาแต่อย่างเดียว น่าจะนำความวุ่นวายใจมาให้ด้วย หลังสหภาพโซเวียตล่ม กลับมีการเกิดใหม่ของรัฐเล็กรัฐน้อย ที่เคยอยู่ในอ้อมแขนของสหภาพโซเวียต ทยอยออกมาตั้งเป็นรัฐอิสระ รัฐเล็กๆเหล่านี้เต็มไปด้วยแหล่งทรัพยากร จิ้มไปตรงไหน ไม่น้ำมันผุดก็แก๊สพุ่ง แบบนี้นักล่าต่างๆจะอดใจไหวอย่างไร แต่คราวนี้พวกที่จ้องกันน้ำลายไหลไม่ได้มีแต่นักล่าตะวันตก ประเทศที่เพิ่งโตเช่น จีน และแม้แต่เจ้าของเก่าเช่นรัสเซีย ก็ออกอาการ

    นาย Zbigniew Brzezinski ที่ปรึกษาใหญ่ ออกมากระตุกแขนอเมริกา อย่าลืมนะ รางวัลใหญ่คือ Eurasia ปล่อยให้หลุดมือไม่ได้

    อิหร่านที่มีเขตแดนติดอยู่กับสหภาพโซเวียตเดิม ยาวพันกว่ากิโลเมตร เป็นเพื่อนบ้านกันมากับรัฐเล็ก รัฐน้อยแถบนั้น ผูกพันกันทั้งด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม และภาษา จะปล่อยให้คนแปลกหน้าต่างถิ่น เดินเข้าไปชิงตัดหน้าอย่างนั้นหรือ อิหร่านเริ่มเสนอโครงการท่อส่งสามัคคี ยาวตั้งแต่ Caspian Sea จากทางเหนือลงใต้ไปถึงอ่าว Persia ถ้าข้อเสนอของอิหร่านเกิดขึ้น ความฝันที่จะชิงรางวัลใหญ่ของอเมริกาก็คงริบหรี่ แล้วจะปล่อยไปได้อย่างไร
    อเมริกาพยายามคิดวิธีการที่จะจัดการกับอิหร่าน สมัยรัฐบาล Clinton เขาบอกว่า ไม่ต้องยกทัพไปขยี้อิหร่านหรอก อิหร่านไม่ใช่คู่แข่งของเรา เราเอาการค้านำหน้า เป็นการค้าเสรีให้มันทั่วโลก พวกเขาไม่ฉลาดเท่าเราหรอก เราเปิดให้ทุนเข้าไปไม่เท่าไร เดี๋ยวเราก็กินเขาได้หมดเองน่า เออ! มันก็ได้ผลหลายที่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกแห่งจะคี้ยวได้ง่าย แต่สายเหยี่ยวของอเมริกาไม่เห็นด้วย เขายืนยันว่าอิหร่านเป็นเป้าสำคัญในตะวันออกกลาง ถ้าเราปล่อยให้อิหร่านโตไปเรื่อยๆ และไม่รู้ว่าต่อไปอิหร่านจะหันหน้าไปซบใคร สู้ตัดตอนมันไปเสียก่อนไม่ดีกว่าหรือ

    เมื่อ George Bush ได้เป็นประธานาธิบดีใน ค.ศ.2000 หลังจากเกิดเหตุการณ์ 11 กันยา สายเหยี่ยวได้โอกาส (หรือสร้างโอกาส..!?) ประกาศว่า เราต้องจัดระเบียบโลกใหม่เกี่ยวกับเรื่องการก่อการร้าย แล้วอิหร่านและอิรักก็ได้รับเกียรติเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมาย ที่อเมริกาจะต้อง “จัดการ” รุ่นแรก

    รัฐมนตรีกลาโหม Donald Rumsfeld และผู้ช่วยตัวแสบ Paul Wolfowitz บอกว่าเราต้องสูบพวกนี้ออกมาให้หมดจากบริเวณตะวันออกกลาง “draining the swamp” แล้วพ่วงเอาผู้ปกครองอิรัก อิหร่าน และซีเรียไปด้วย เพราะพวกนี้แหละที่เป็นตัวขวางไม่ให้อเมริกาสยายปีกการล่าเหยื่อในตะวันออกกลาง

    การสูบน้ำออกจากหนอง แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน เริ่มแรกเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ.2001 เมื่ออเมริกาทิ้งบอมบ์อาฟกานิสถาน และล้มรัฐบาลตาลีบัน (ซึ่งสร้างมากับมือ) อิรักเป็นขั้นตอนต่อไป แม้ Saddam จะไม่เป็นอิสลาม และไม่ได้เป็นพวกอัลกออิดะห์ แต่การอยู่ของ Saddam ทำให้อเมริการำคาญใจ เพราะเกะกะขวางทางการไปเอาน้ำมันในอิรัก ขั้นตอนสุดท้ายคืออิหร่าน ซึ่งไม่เกี่ยวกับรายการ 11 กันยา แถมยังยอมให้อเมริกาเข้ามาในเขตแดนของอิหร่าน ตอนกวาดพวกตาลีบันด้วย

    แต่อิหร่านเป็นแม่พิมพ์ของพวกอิสลามเคร่งครัด ถ้าแม่พิมพ์ยังอยู่ดี เดี๋ยวก็มีการถ่ายแบบกันไปทั่วตะวันออกกลาง อเมริการับไม่ได้ แต่ที่สำคัญ น่าจะเป็นข่าวที่เริ่มกระจายออกไปว่า อิหร่านก็คิดมีเพื่อน และเพื่อนที่อิหร่านอยากคบคือรัสเซียและจีน ซึ่งยืนตรงกันข้ามกับอเมริกา โดยเฉพาะรัสเซีย และจากสาเหตุสุดท้ายนี้ อิหร่านก็ได้ถูกเลื่อนอันดับอย่างรวดเร็ว โดยรัฐบาล Bush เป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งที่จะต้องถูกจัดการสังเวยความกระหายน้ำมันและอำนาจ บวกความหมั่นไส้ที่ไม่รู้จักเลือกคบเพื่อน มองข้ามหัวอเมริกาอย่างท้าท้าย

    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    24 กันยายน 2557
    เหยื่อติดคอ ตอนที่ 6 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “เหยื่อติดคอ” ตอนที่ 6 สงครามอิรักอิหร่าน ที่ถูกชักใยโดยอเมริกา ทำให้ชาวอิหร่านตายไปไม่น้อยกว่า 300,000 คน และชีวิตชาวอิรักอีกประมาณ 100,000 คน มีคนเจ็บประเทศละไม่น้อยกว่า 700,000 คน ส่วนการรบในอาฟกานิสถาน ระหว่าง ค.ศ.1979-1989 ชีวิตของคนอาฟกันต้องเสียไปประมาณ 1 ล้านคน (รวมทั้งทหารของสหภาพโซเวียตอีก 15,000 นาย) 1 ใน 3 ของชาวอาฟกันกลายเป็นผู้ลี้ภัยอาศัยอยู่ตามเต้นท์ และมันกลายเป็นการเริ่มต้นใหม่ของการต่อต้านการล่าอาณานิคม คราวนี้ไม่ใช่นักล่าจากเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย แต่เป็นอเมริกา นักล่าหน้าใหม่ ใจเหี้ยมโหด จากแผ่นดินใหญ่ที่แย่งชิงมาจากอินเดียนแดง เป็นวีรกรรมที่ต้องบันทึกไว้ เมื่อสหภาพโซเวียตล้มครืนในปี ค.ศ.1991 อเมริกากระหยิ่ม คิดว่าเส้นทางก้าวสู่การเป็นหมายเลขหนึ่งของโลกสะดวกโล่ง เมื่อคู่แข่งคนสำคัญถูกเขี่ยตกไปจากลู่แข่ง มันอาจจะเป็นการตกจากลู่แข่งเป็นการชั่วคราวเท่านั้น แต่ตอนนั้นอเมริกาไม่ได้คิดอย่างนั้น ความเกลียด ความสะใจคงจะทำให้มองภาพไม่ชัด อเมริกาคิดว่านี่เป็นโอกาสเหมาะ ที่จะสยายปีกมาทางตะวันออกกลาง และยิ่งเมื่อ Khomeini ได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว อิหร่านคงไม่แกร่งอย่างเดิม อเมริกาไม่จำเป็นต้อง “เลี้ยง” อิหร่านอีกต่อไป ยักษ์ล้มไปแล้ว ยันต์กันยักษ์ไม่มีความหมายเหมือนเก่า แต่ดูเหมือนอเมริกาจะอ่านไม่ขาด สงครามอิรัก อิหร่าน กลับทำให้การปกครองของ Khomeini เข้มแข็งขึ้น ชาวตะวันออกเห็นความอึดและเด็ดขาดของ Khomeini ชัดเจน มีการรวมตัวกันมากขึ้น เพราะเห็นเป้าหมายชัดเจน ยิ่งเมื่อสหภาพโซเวียตที่ถูกมองว่าเป็นคู่แข่งคนเดียว ที่พอจะต่อกรกับอเมริกาได้ถูกน๊อคนับ 10 กลุ่มอิสลามกลับคิดรวมตัวกัน เพื่อป้องกันการครอบครองของอเมริกา และเริ่มเข้าไปมีส่วนในการเมืองในภูมิภาคของตนเอง นอกจากนั้น การที่อเมริกาอุดหนุนให้อาวุธ และทำการฝึกให้กลุ่มอาฟกันและ Mujahadeen เพื่อให้ไปโซ้ยกับรัสเซียแทนตนนั้น ทำให้กลุ่มอิสลามติดอาวุธพวกนี้ยิ่งฮึกเหิม พวกเขาเชื่อว่า เมื่อล้มยักษ์ได้ตัวหนึ่ง (สหภาพโซเวียต) ทำไมจะล้มยักษ์ตัวอื่นๆอีกไม่ได้ และเมื่อเริ่ม ค.ศ.1990 เป็นต้นมา กลุ่มอิสลามหัวรุนแรงก็ดูเหมือนจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นเหยื่อที่มีก้าง ติดเสียบค้างอยู่กลางคอของอเมริกา การล่มสลายของสหภาพโซเวียต ไม่ได้นำความสะใจมาให้อเมริกาแต่อย่างเดียว น่าจะนำความวุ่นวายใจมาให้ด้วย หลังสหภาพโซเวียตล่ม กลับมีการเกิดใหม่ของรัฐเล็กรัฐน้อย ที่เคยอยู่ในอ้อมแขนของสหภาพโซเวียต ทยอยออกมาตั้งเป็นรัฐอิสระ รัฐเล็กๆเหล่านี้เต็มไปด้วยแหล่งทรัพยากร จิ้มไปตรงไหน ไม่น้ำมันผุดก็แก๊สพุ่ง แบบนี้นักล่าต่างๆจะอดใจไหวอย่างไร แต่คราวนี้พวกที่จ้องกันน้ำลายไหลไม่ได้มีแต่นักล่าตะวันตก ประเทศที่เพิ่งโตเช่น จีน และแม้แต่เจ้าของเก่าเช่นรัสเซีย ก็ออกอาการ นาย Zbigniew Brzezinski ที่ปรึกษาใหญ่ ออกมากระตุกแขนอเมริกา อย่าลืมนะ รางวัลใหญ่คือ Eurasia ปล่อยให้หลุดมือไม่ได้ อิหร่านที่มีเขตแดนติดอยู่กับสหภาพโซเวียตเดิม ยาวพันกว่ากิโลเมตร เป็นเพื่อนบ้านกันมากับรัฐเล็ก รัฐน้อยแถบนั้น ผูกพันกันทั้งด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม และภาษา จะปล่อยให้คนแปลกหน้าต่างถิ่น เดินเข้าไปชิงตัดหน้าอย่างนั้นหรือ อิหร่านเริ่มเสนอโครงการท่อส่งสามัคคี ยาวตั้งแต่ Caspian Sea จากทางเหนือลงใต้ไปถึงอ่าว Persia ถ้าข้อเสนอของอิหร่านเกิดขึ้น ความฝันที่จะชิงรางวัลใหญ่ของอเมริกาก็คงริบหรี่ แล้วจะปล่อยไปได้อย่างไร อเมริกาพยายามคิดวิธีการที่จะจัดการกับอิหร่าน สมัยรัฐบาล Clinton เขาบอกว่า ไม่ต้องยกทัพไปขยี้อิหร่านหรอก อิหร่านไม่ใช่คู่แข่งของเรา เราเอาการค้านำหน้า เป็นการค้าเสรีให้มันทั่วโลก พวกเขาไม่ฉลาดเท่าเราหรอก เราเปิดให้ทุนเข้าไปไม่เท่าไร เดี๋ยวเราก็กินเขาได้หมดเองน่า เออ! มันก็ได้ผลหลายที่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกแห่งจะคี้ยวได้ง่าย แต่สายเหยี่ยวของอเมริกาไม่เห็นด้วย เขายืนยันว่าอิหร่านเป็นเป้าสำคัญในตะวันออกกลาง ถ้าเราปล่อยให้อิหร่านโตไปเรื่อยๆ และไม่รู้ว่าต่อไปอิหร่านจะหันหน้าไปซบใคร สู้ตัดตอนมันไปเสียก่อนไม่ดีกว่าหรือ เมื่อ George Bush ได้เป็นประธานาธิบดีใน ค.ศ.2000 หลังจากเกิดเหตุการณ์ 11 กันยา สายเหยี่ยวได้โอกาส (หรือสร้างโอกาส..!?) ประกาศว่า เราต้องจัดระเบียบโลกใหม่เกี่ยวกับเรื่องการก่อการร้าย แล้วอิหร่านและอิรักก็ได้รับเกียรติเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมาย ที่อเมริกาจะต้อง “จัดการ” รุ่นแรก รัฐมนตรีกลาโหม Donald Rumsfeld และผู้ช่วยตัวแสบ Paul Wolfowitz บอกว่าเราต้องสูบพวกนี้ออกมาให้หมดจากบริเวณตะวันออกกลาง “draining the swamp” แล้วพ่วงเอาผู้ปกครองอิรัก อิหร่าน และซีเรียไปด้วย เพราะพวกนี้แหละที่เป็นตัวขวางไม่ให้อเมริกาสยายปีกการล่าเหยื่อในตะวันออกกลาง การสูบน้ำออกจากหนอง แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน เริ่มแรกเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ.2001 เมื่ออเมริกาทิ้งบอมบ์อาฟกานิสถาน และล้มรัฐบาลตาลีบัน (ซึ่งสร้างมากับมือ) อิรักเป็นขั้นตอนต่อไป แม้ Saddam จะไม่เป็นอิสลาม และไม่ได้เป็นพวกอัลกออิดะห์ แต่การอยู่ของ Saddam ทำให้อเมริการำคาญใจ เพราะเกะกะขวางทางการไปเอาน้ำมันในอิรัก ขั้นตอนสุดท้ายคืออิหร่าน ซึ่งไม่เกี่ยวกับรายการ 11 กันยา แถมยังยอมให้อเมริกาเข้ามาในเขตแดนของอิหร่าน ตอนกวาดพวกตาลีบันด้วย แต่อิหร่านเป็นแม่พิมพ์ของพวกอิสลามเคร่งครัด ถ้าแม่พิมพ์ยังอยู่ดี เดี๋ยวก็มีการถ่ายแบบกันไปทั่วตะวันออกกลาง อเมริการับไม่ได้ แต่ที่สำคัญ น่าจะเป็นข่าวที่เริ่มกระจายออกไปว่า อิหร่านก็คิดมีเพื่อน และเพื่อนที่อิหร่านอยากคบคือรัสเซียและจีน ซึ่งยืนตรงกันข้ามกับอเมริกา โดยเฉพาะรัสเซีย และจากสาเหตุสุดท้ายนี้ อิหร่านก็ได้ถูกเลื่อนอันดับอย่างรวดเร็ว โดยรัฐบาล Bush เป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งที่จะต้องถูกจัดการสังเวยความกระหายน้ำมันและอำนาจ บวกความหมั่นไส้ที่ไม่รู้จักเลือกคบเพื่อน มองข้ามหัวอเมริกาอย่างท้าท้าย สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 24 กันยายน 2557
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 659 มุมมอง 0 รีวิว
  • นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หักหน้า หักหลัง”

    ตอนที่ 4 กล่องดวงใจ ของครู Mac

    สงครามเย็น เริ่มขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1940 กว่าปลาย ๆ พร้อม ๆ กัน ก็เป็นการเกิดของ North Atlantic Treaty Organization (NATO) แต่ถึงแม้สหภาพโซเวียตจะล่มไปตั้งแต่ ค.ศ. 1989 – 1990 แต่ NATO ยังไม่ได้ยุบตามไปด้วย กลับยังอยู่อย่างเหนียวแน่นจนทุกวันนี้ คำพูดของพี่ปู จึงทำให้ผู้คนแถวยุโรปตะวันตกเกิดอาการสำลัก ปูตินพยายามบอกให้โลกรู้ว่า อเมริกากำลังใช้พฤติกรรมเดิม ๆ หลังสงครามเย็นจบไปแล้ว แต่ก็ยังใช้วิธีการ “ปิดล้อม” รัสเซีย เหมือนสมัยเป็นสหภาพโซเวียต เพียงแต่ใช้ลูกกระเป๋ง คือ NATO เป็นผู้ออกหน้า เพราะวอชิงตันคือผู้ชักใย NATO อีกต่อหนึ่ง

    ผู้ที่ออกแบบการปิดล้อม Containment สมัยสงครามเย็นคือ George F. Kennan หัวหน้า Policy Planning ของกระทรวงต่างประเทศอเมริกา ในปี ค.ศ. 1948 Kennan บอกว่า 50% ของทรัพย์สินของโลกน่ะ อยู่ที่เราอเมริกานะ แต่พลเมืองเรามีแค่ 6.3 % เท่านั้น ดังนั้นมันช่วยไม่ได้ที่จะมีคนอิจฉาและหมั่นไส้เรา (ท่านผู้อ่านต้องการยาแก้คลื่นไส้ไหมครับ ? )

    แผนของอเมริกาที่จะขึ้นมาเป็น พี่เบิ้มหมายเลขหนึ่งครองโลก เริ่มมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1939 ในการทำ War and Peace Project ของ Council on Foreign Relations (หลวงพ่อ CFR โคตรแสบของผม !) เขามีแผนที่จะทำให้อเมริกาเป็นจักรวรรดิอเมริกา แต่ให้ทำแบบปิดบังพรางตัว เอาเสื้อคลุมยี่ห้อประชาธิปไตยและการค้าเสรีมาคลุมตัว ไม่ให้เหยื่อรู้ตัว ตกใจ เลยได้เหยื่ออยู่ในกำมือเกือบทั่วโลก ที่หลุดมือไม่ได้กิน ก็มีโลกฝ่ายสังคมนิยม ตาม Warsaw Pact หลัง ค.ศ. 1948 , จีนของอาเฮียและยูโกสลาเวีย ของท่านนายพลติโตเท่านั้น กับอีกบริเวณที่มีความสำคัญยิ่ง คือ Eurasia ที่อเมริกายังมือยาวยื่นมาไม่ถึง
    Eurasia เริ่มตั้งแต่ แม่น้ำ Elbe ในเยอรมัน ยาวลงมาถึงทะเล Adriatic ผ่าน Sofia, Bulgaria ข้ามมา Black Sea และ Caspian Sea มาจนถึงเอเซียกลางและจีน บริเวณที่กว้างใหญ่ นี่จึงยังรอดพ้นจากการเคี้ยวของจักรวรรดิอเมริกา แต่จะรอดไปได้นานเท่าใด

    สิ่งที่คนส่วนใหญ่ในโลกไม่รู้คือ มันเป็นความฝันทั้งกลางคืนกลางวัน ของอเมริกามาเป็นเวลานานแล้ว ที่จะควบคุมรัสเซียอย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการทหาร ความฝันนี้อเมริกาพยายามทำให้เป็นจริงผ่านหน่วยงานสาระพัด ทั้งที่เป็นองค์กรของรัฐ และเอกชน ทั้งในและนอกระบบ ตั้งแต่บรรษัทค้าน้ำมันข้ามชาติ สภาความมั่นคง Pentagon, CIA, หน่วยงานความมั่นคงทั้งด้านการทหารและการเมือง และหน่วยสืบราชการลับพิเศษอีกสาระพัด ทั้งหมดเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายสำคัญที่สุดของอเมริกาที่แอบซ่อนมาตลอดเหนือเป้าหมายอื่นใด คือ ควบคุมรัสเซียอย่างเบ็ดเสร็จ หมดจดไม่ให้หลุดมือ

    แม้ขณะที่อเมริกาและสหภาพโซเวียตยังเป็นพันธมิตร ร่วมจับมือกันเพื่อถล่มเยอรมัน อเมริกาก็แอบเริ่มเตรียมการที่จะขจัดสหภาพโซเวียตไปด้วยพร้อมกัน หน้าร้อนของปี ค.ศ. 1945 อเมริกาคิดนโยบาย Striking the first blow ปล่อยหมัดแรกก่อนในสงครามนิวเคลียร์ แผนแรกที่คิดจะทดรองคือใช้กับสหภาพโซเวียต ตามแผน Totality ซึ่งนายพล Eisenhower เป็นผู้ร่างแผนตามคำสั่งของประธานาธิบดี Truman อะไรมันเข้าสิง อเมริกาถึงได้ชั่วขนาดนั้น ร่วมรบกันอยู่ดี ๆ อ้าว ! ดันจะขยี้เพื่อนพร้อมศัตรู มันคิดได้อย่างไร!?

    Sir Halford Mackinder ครูใหญ่ชาวอังกฤษด้านภูมิศาสตร์การเมือง บอกไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1904 ในการสัมมนาของ Royal Geographic Society ที่ London ว่า ใครก็ตามที่มีอำนาจควบคุมเหนือรัสเซีย ผู้นั้นก็จะเป็นผู้ตัดสิน หรือผู้ควบคุมบริเวณ Eurasia อันกว้างใหญ่ และนั่นหมายถึงจะเป็นผู้มีอิทธิพลควบคุมโลกใบนี้อย่างสมบูรณ์ เริ่มเห็นกันหรือยังว่าอะไรมาเข้าสิงอเมริกา
    หนึ่งศตวรรษมาแล้ว ที่ครู Mac บอกเอาไว้ว่า ในขณะที่ยุโรปขยายอิทธิพลของตนไปทางอินเดีย อาฟริกา และอาณานิคมต่าง ๆของพวกเขา รัสเซีย ซึ่งมีบริเวณกว้างคลุมยุโรปตะวันออกและเอเซียกลาง จะขยายอิทธิพลไปลงใต้และไปตะวันออก จะทำให้ครอบคลุมบริเวณที่มีประชากรและทรัพยากรมากที่สุด. ครู Mac คาดการณ์ว่าในที่สุดบริเวณที่กว้างใหญนี้ จะเชื่อมต่อกันด้วยเครือข่ายทางรถไฟ ทำให้เป็นศูนย์อำนาจและจุดยุทธศาสตร์ที่เพียบพร้อม อย่างที่ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ พูดเท่านี้บรรดาผู้ฟังครู Mac ต่างล้วงผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำลายกันเป็นแถว นี่มันอาหารจานใหญ่แบบชามอ่างเชียวนะ จะปล่อยให้ค้างเติ่งอยู่ยังงั้นได้อย่างไร จำเป็นต้องคิดแผนกินรวบมาให้หมด ด่วน

    Mckinder เรียกใจกลาง Eurasia ว่า heartland หรือกล่องดวงใจของศูนย์อำนาจโลก จุดยุทธศาสตร์อันสำคัญ โดยมีเยอรมัน, ออสเตรีย, ตุรกี, อินเดีย และจีน อยู่ติดขอบรอบกล่องดวงใจของศูนย์อำนาจโลก Mackinder มองว่าคู่หูที่จะคว้าดวงใจไปครอบ ครองนี่ได้ มี 2 คู่ คือ คู่รัสเซียกับเยอรมัน หรือ คู่จีนกับญี่ปุ่น นโยบายต่างประเทศของอังกฤษ หนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา ไม่ว่าสงครามระหว่างรัสเซียกับญี่ปุ่น ในปี 1904 – 05 จนถึงการก่อตั้ง NATO ในปี ค.ศ. 1949 ทั้งหมดเป็นการดำเนินตามการวิเคราะห์ของ ครู Mac ทั้งสิ้น

    ทั้งหมดเพื่อเป็นการเตะตัดขาทุกวิถีทาง ที่จะไม่ให้รัสเซียได้เป็นผู้ครอบครองกล่องดวงใจที่ Eurasia และจะกลายเป็นผู้ท้าทายจักรภพอังกฤษ ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของอาณานิคมที่ตะวันจะไม่วันตกดิน อังกฤษจะยอมได้อย่างไร

    ขณะเดียวกัน อีกฝั่งของมหาสมุทร Atlantic อเมริกาก็มีความฝันของตนเอง America’s Manifest Destiny ที่จะเป็นหมายเลขหนึ่งคุมโลกเหมือนกัน อเมริกาเริ่มเก็บกินทางมหาสมุทรแปซิฟิกก่อน เริ่มตั้งแต่โซ้ยกับสเปญ เมื่อ ค.ศ. 1818 แล้วก็ตามมาคว้าเอาฟิลิปปินส์ใส่กระเป๋า อืม ! อเมริกาเพิ่งรู้รสชาดของการเป็นเจ้าของอาณานิคม อร่อยจับใจ เข้าใจแล้วครับนายท่าน

    ในขณะนี้ที่ครู Mac เพ้อเรื่องกล่องดวงใจใน Eurasia ในปี ค.ศ. 1904 อเมริกาก็มีนาย Brook Adams สื่อผู้มีอิทธิพลสูงในอเมริกา ซึ่งมองว่าอเมริกาเองก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส ที่จะเป็นเจ้าของกล่องดวงใจ ในฐานะทายาทผู้สืบเชื้อสายของครอบครัวในสังคมชั้นสูงมาหลายชั่วคน นาย Adams ไม่ใช่คนประเภทยื่นบนลังสบู่พูดปาวๆ อยู่กลางสนามไม่มีใครฟัง คนฟังเขาทั้งอเมริกา ที่สำคัญคนที่ฟังอย่างตั้งใจ คือ ประธานาธิบดี Theodor Roosevelt และประธานาธิบดี Woodlow Wilson ซึ่งดันเป็นเพื่อนสนิทของนาย Adams ทั้งคู่

    นาย Adams บอกว่าเราต้องรุก รุกเข้าไปอย่าใด้ถอย เข้าไปในทาง Pacific และเอาเอเซียมาเป็นอาณานิคมของอเมริกา จะทำให้อเมริกามีเขตแดนที่กว้างใหญ่ขึ้นไปอีก นอกเหนือจากฝันของนาย Adams แล้ว ผู้ที่คิดแผนที่เตรียมให้อเมริกาเดินทางหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ก็คือ Council on Foreign Relations (CFR) และ Rockefeller Foundation
    และสมุนที่ Rockefeller ส่งเข้าไปอยู่ในตำแหน่งต่าง ๆ ในด้านการเมืองและเศรษฐกิจของอ เมริกา คนพวกนี้ท่องความฝันของครู Mac จนขึ้นใจ โดยเฉพาะ Henry Kissinger และ Zbigniew Brzezinski ซึ่งถือเอาทฤษฎีของ ครู Mac เป็นตำรา

    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    28 มิย. 2557
    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หักหน้า หักหลัง” ตอนที่ 4 กล่องดวงใจ ของครู Mac สงครามเย็น เริ่มขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1940 กว่าปลาย ๆ พร้อม ๆ กัน ก็เป็นการเกิดของ North Atlantic Treaty Organization (NATO) แต่ถึงแม้สหภาพโซเวียตจะล่มไปตั้งแต่ ค.ศ. 1989 – 1990 แต่ NATO ยังไม่ได้ยุบตามไปด้วย กลับยังอยู่อย่างเหนียวแน่นจนทุกวันนี้ คำพูดของพี่ปู จึงทำให้ผู้คนแถวยุโรปตะวันตกเกิดอาการสำลัก ปูตินพยายามบอกให้โลกรู้ว่า อเมริกากำลังใช้พฤติกรรมเดิม ๆ หลังสงครามเย็นจบไปแล้ว แต่ก็ยังใช้วิธีการ “ปิดล้อม” รัสเซีย เหมือนสมัยเป็นสหภาพโซเวียต เพียงแต่ใช้ลูกกระเป๋ง คือ NATO เป็นผู้ออกหน้า เพราะวอชิงตันคือผู้ชักใย NATO อีกต่อหนึ่ง ผู้ที่ออกแบบการปิดล้อม Containment สมัยสงครามเย็นคือ George F. Kennan หัวหน้า Policy Planning ของกระทรวงต่างประเทศอเมริกา ในปี ค.ศ. 1948 Kennan บอกว่า 50% ของทรัพย์สินของโลกน่ะ อยู่ที่เราอเมริกานะ แต่พลเมืองเรามีแค่ 6.3 % เท่านั้น ดังนั้นมันช่วยไม่ได้ที่จะมีคนอิจฉาและหมั่นไส้เรา (ท่านผู้อ่านต้องการยาแก้คลื่นไส้ไหมครับ ? ) แผนของอเมริกาที่จะขึ้นมาเป็น พี่เบิ้มหมายเลขหนึ่งครองโลก เริ่มมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1939 ในการทำ War and Peace Project ของ Council on Foreign Relations (หลวงพ่อ CFR โคตรแสบของผม !) เขามีแผนที่จะทำให้อเมริกาเป็นจักรวรรดิอเมริกา แต่ให้ทำแบบปิดบังพรางตัว เอาเสื้อคลุมยี่ห้อประชาธิปไตยและการค้าเสรีมาคลุมตัว ไม่ให้เหยื่อรู้ตัว ตกใจ เลยได้เหยื่ออยู่ในกำมือเกือบทั่วโลก ที่หลุดมือไม่ได้กิน ก็มีโลกฝ่ายสังคมนิยม ตาม Warsaw Pact หลัง ค.ศ. 1948 , จีนของอาเฮียและยูโกสลาเวีย ของท่านนายพลติโตเท่านั้น กับอีกบริเวณที่มีความสำคัญยิ่ง คือ Eurasia ที่อเมริกายังมือยาวยื่นมาไม่ถึง Eurasia เริ่มตั้งแต่ แม่น้ำ Elbe ในเยอรมัน ยาวลงมาถึงทะเล Adriatic ผ่าน Sofia, Bulgaria ข้ามมา Black Sea และ Caspian Sea มาจนถึงเอเซียกลางและจีน บริเวณที่กว้างใหญ่ นี่จึงยังรอดพ้นจากการเคี้ยวของจักรวรรดิอเมริกา แต่จะรอดไปได้นานเท่าใด สิ่งที่คนส่วนใหญ่ในโลกไม่รู้คือ มันเป็นความฝันทั้งกลางคืนกลางวัน ของอเมริกามาเป็นเวลานานแล้ว ที่จะควบคุมรัสเซียอย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการทหาร ความฝันนี้อเมริกาพยายามทำให้เป็นจริงผ่านหน่วยงานสาระพัด ทั้งที่เป็นองค์กรของรัฐ และเอกชน ทั้งในและนอกระบบ ตั้งแต่บรรษัทค้าน้ำมันข้ามชาติ สภาความมั่นคง Pentagon, CIA, หน่วยงานความมั่นคงทั้งด้านการทหารและการเมือง และหน่วยสืบราชการลับพิเศษอีกสาระพัด ทั้งหมดเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายสำคัญที่สุดของอเมริกาที่แอบซ่อนมาตลอดเหนือเป้าหมายอื่นใด คือ ควบคุมรัสเซียอย่างเบ็ดเสร็จ หมดจดไม่ให้หลุดมือ แม้ขณะที่อเมริกาและสหภาพโซเวียตยังเป็นพันธมิตร ร่วมจับมือกันเพื่อถล่มเยอรมัน อเมริกาก็แอบเริ่มเตรียมการที่จะขจัดสหภาพโซเวียตไปด้วยพร้อมกัน หน้าร้อนของปี ค.ศ. 1945 อเมริกาคิดนโยบาย Striking the first blow ปล่อยหมัดแรกก่อนในสงครามนิวเคลียร์ แผนแรกที่คิดจะทดรองคือใช้กับสหภาพโซเวียต ตามแผน Totality ซึ่งนายพล Eisenhower เป็นผู้ร่างแผนตามคำสั่งของประธานาธิบดี Truman อะไรมันเข้าสิง อเมริกาถึงได้ชั่วขนาดนั้น ร่วมรบกันอยู่ดี ๆ อ้าว ! ดันจะขยี้เพื่อนพร้อมศัตรู มันคิดได้อย่างไร!? Sir Halford Mackinder ครูใหญ่ชาวอังกฤษด้านภูมิศาสตร์การเมือง บอกไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1904 ในการสัมมนาของ Royal Geographic Society ที่ London ว่า ใครก็ตามที่มีอำนาจควบคุมเหนือรัสเซีย ผู้นั้นก็จะเป็นผู้ตัดสิน หรือผู้ควบคุมบริเวณ Eurasia อันกว้างใหญ่ และนั่นหมายถึงจะเป็นผู้มีอิทธิพลควบคุมโลกใบนี้อย่างสมบูรณ์ เริ่มเห็นกันหรือยังว่าอะไรมาเข้าสิงอเมริกา หนึ่งศตวรรษมาแล้ว ที่ครู Mac บอกเอาไว้ว่า ในขณะที่ยุโรปขยายอิทธิพลของตนไปทางอินเดีย อาฟริกา และอาณานิคมต่าง ๆของพวกเขา รัสเซีย ซึ่งมีบริเวณกว้างคลุมยุโรปตะวันออกและเอเซียกลาง จะขยายอิทธิพลไปลงใต้และไปตะวันออก จะทำให้ครอบคลุมบริเวณที่มีประชากรและทรัพยากรมากที่สุด. ครู Mac คาดการณ์ว่าในที่สุดบริเวณที่กว้างใหญนี้ จะเชื่อมต่อกันด้วยเครือข่ายทางรถไฟ ทำให้เป็นศูนย์อำนาจและจุดยุทธศาสตร์ที่เพียบพร้อม อย่างที่ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ พูดเท่านี้บรรดาผู้ฟังครู Mac ต่างล้วงผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำลายกันเป็นแถว นี่มันอาหารจานใหญ่แบบชามอ่างเชียวนะ จะปล่อยให้ค้างเติ่งอยู่ยังงั้นได้อย่างไร จำเป็นต้องคิดแผนกินรวบมาให้หมด ด่วน Mckinder เรียกใจกลาง Eurasia ว่า heartland หรือกล่องดวงใจของศูนย์อำนาจโลก จุดยุทธศาสตร์อันสำคัญ โดยมีเยอรมัน, ออสเตรีย, ตุรกี, อินเดีย และจีน อยู่ติดขอบรอบกล่องดวงใจของศูนย์อำนาจโลก Mackinder มองว่าคู่หูที่จะคว้าดวงใจไปครอบ ครองนี่ได้ มี 2 คู่ คือ คู่รัสเซียกับเยอรมัน หรือ คู่จีนกับญี่ปุ่น นโยบายต่างประเทศของอังกฤษ หนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา ไม่ว่าสงครามระหว่างรัสเซียกับญี่ปุ่น ในปี 1904 – 05 จนถึงการก่อตั้ง NATO ในปี ค.ศ. 1949 ทั้งหมดเป็นการดำเนินตามการวิเคราะห์ของ ครู Mac ทั้งสิ้น ทั้งหมดเพื่อเป็นการเตะตัดขาทุกวิถีทาง ที่จะไม่ให้รัสเซียได้เป็นผู้ครอบครองกล่องดวงใจที่ Eurasia และจะกลายเป็นผู้ท้าทายจักรภพอังกฤษ ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของอาณานิคมที่ตะวันจะไม่วันตกดิน อังกฤษจะยอมได้อย่างไร ขณะเดียวกัน อีกฝั่งของมหาสมุทร Atlantic อเมริกาก็มีความฝันของตนเอง America’s Manifest Destiny ที่จะเป็นหมายเลขหนึ่งคุมโลกเหมือนกัน อเมริกาเริ่มเก็บกินทางมหาสมุทรแปซิฟิกก่อน เริ่มตั้งแต่โซ้ยกับสเปญ เมื่อ ค.ศ. 1818 แล้วก็ตามมาคว้าเอาฟิลิปปินส์ใส่กระเป๋า อืม ! อเมริกาเพิ่งรู้รสชาดของการเป็นเจ้าของอาณานิคม อร่อยจับใจ เข้าใจแล้วครับนายท่าน ในขณะนี้ที่ครู Mac เพ้อเรื่องกล่องดวงใจใน Eurasia ในปี ค.ศ. 1904 อเมริกาก็มีนาย Brook Adams สื่อผู้มีอิทธิพลสูงในอเมริกา ซึ่งมองว่าอเมริกาเองก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส ที่จะเป็นเจ้าของกล่องดวงใจ ในฐานะทายาทผู้สืบเชื้อสายของครอบครัวในสังคมชั้นสูงมาหลายชั่วคน นาย Adams ไม่ใช่คนประเภทยื่นบนลังสบู่พูดปาวๆ อยู่กลางสนามไม่มีใครฟัง คนฟังเขาทั้งอเมริกา ที่สำคัญคนที่ฟังอย่างตั้งใจ คือ ประธานาธิบดี Theodor Roosevelt และประธานาธิบดี Woodlow Wilson ซึ่งดันเป็นเพื่อนสนิทของนาย Adams ทั้งคู่ นาย Adams บอกว่าเราต้องรุก รุกเข้าไปอย่าใด้ถอย เข้าไปในทาง Pacific และเอาเอเซียมาเป็นอาณานิคมของอเมริกา จะทำให้อเมริกามีเขตแดนที่กว้างใหญ่ขึ้นไปอีก นอกเหนือจากฝันของนาย Adams แล้ว ผู้ที่คิดแผนที่เตรียมให้อเมริกาเดินทางหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ก็คือ Council on Foreign Relations (CFR) และ Rockefeller Foundation และสมุนที่ Rockefeller ส่งเข้าไปอยู่ในตำแหน่งต่าง ๆ ในด้านการเมืองและเศรษฐกิจของอ เมริกา คนพวกนี้ท่องความฝันของครู Mac จนขึ้นใจ โดยเฉพาะ Henry Kissinger และ Zbigniew Brzezinski ซึ่งถือเอาทฤษฎีของ ครู Mac เป็นตำรา สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 28 มิย. 2557
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 873 มุมมอง 0 รีวิว
  • นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หักหน้า หักหลัง”

    ตอนที่ 8 แผนชิงท่อ

    เอาแผนที่โลกมากางดู ให้รู้จัก Eurasia ให้ชัด ๆ เปรียบเทียบกับการเดินหมากของอเมริกา เป้าหมายของอเมริกาไปไกลกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่จะปิดล้อมรัสเซียตามคำสอนของครู Mac เท่านั้น ยุทธศาสตร์ของอเมริกา ถ้าทำสำเร็จก็เหมือนตัดมือตัดตีนอาเฮีย ไม่ให้มีโอกาสเข้าไปถึงแหล่งน้ำมัน Caspian Sea รวมทั้ง เข้าไปใน Kazakhstan ด้วยเช่นกัน และที่สำคัญมันจะเป็นการตัดขาดเส้นทางจับมือระหว่างอาเฮีย กับรัสเซียอีกด้วย อืม หมากตานี้ เยี่ยม เหี้ยมจริง ๆ

    เส้นทางสายไหมแต่โบราณ The Great Silk Road ผ่าน Tashkent ใน Uzbekistan และ Almaaty ใน Kazakhstan บริเวณที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาใหญ่น้อย การควบคุม Uzbekistan, Krygysten and Kazakhstan ย่อมควบคุมท่อส่งที่อาจจะสร้างขึ้นระหว่างจีนกับเอเซียกลางด้วย ดังนั้นถ้าสามารถปิดล้อมรัสเซีย ก็จะยิ่งมีโอกาสควบคุมท่อส่งระหว่างรัสเซียกับยุโรปตะวันตกและตะวันออกกลางได้อีกด้วย

    นายตัวแสบ Brzezinski ได้เขียนบทความไว้ในวารสาร Foreign Affairs ของ CFR เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 1997 ถึงยุทธศาสตร์ที่แท้จริงของวอชิงตันเกี่ยวกับ Eurasia สรุปความว่า:

    “Eurasia มีพลเมืองเท่ากับ 75% ของโลก เท่ากับ 60% ของ GNP และมีทรัพยากรน้ำมันเท่ากับ 75% เมื่อรวมกันแล้ว Eurasia สามารถจะมีอำนาจใหญ่ยิ่งกว่าอเมริกาหลายเท่านัก

    ประเทศใดก็ตามที่ครอบครองหรือควบคุม Eurasia ได้ ก็เท่ากับควบคุมตะวันออกกลางและอาฟริกาโดยอัตโนมัติ เมื่อ Eurasia เป็นจุดตัดสินเกมหมากรุกชิงโลก มันจะไม่ได้เรื่องนะ ถ้าอเมริกาจะมีนโยบายแยกชุดหนึ่งสำหรับยุโรป และอีกชุดหนึ่งสำหรับเอเซีย การใช้อำนาจของอเมริกาอย่างไรใน Eurasia นั่นแหละ จะเป็นเครื่องวัดว่า อเมริกาเป็นหนึ่งเดียว ใหญ่สุดในโลกนี้หรือไม่…...”
    หลังจากพลาดจากการถล่ม Iraq ในปี ค.ศ. 2003 ทฤษฎีภูมิศาสตร์การเมือง หมากกระดานชิงโลกของนายตัวแสบ Brzezinski ก็ค่อย ๆ ทยอยออกมา ให้อเมริกาคิดหนัก เช่น จะรบหรือไม่รบกับ อิหร่าน, เรื่องของ Georgia, และเรื่องท่อส่งน้ำมัน Baku-Tbilisi-Ceyhan, เรื่องจีนกำลังผงาดเป็นหมายเลขหนึ่งด้านเศรษฐกิจ ทั้งหมดมันเกี่ยวเนื่องกับภูมิศาสตร์การเมืองทั้งนั้น นาย Brzezinski ยังสำทับอเมริกาอีกว่า จะเป็นหมายเลขหนึ่งคุมโลกได้หรือไม่ มันขึ้นกับคุมการไหลเวียนของน้ำมันและ แก๊ซของโลกได้หรือเปล่า เพราะมันเป็นเส้นเลือดเลี้ยงเศรษฐกิจ เกือบทุกอย่างมันเดินได้ วิ่งได้ อยู่ได้ เพราะน้ำมันทั้งนั้นแหละ ขาดน้ำมัน ก็เหมือนร่างกายขาดเลือด อยู่ได้ไงหือ ไอ้ที่ไปบุกอาฟนิสถาน หรือการพยายามไล่นาย Chavez ทั้งหมดนี้มันก็เรื่องน้ำมันทั้งนั่นแหละ

    หลังจากล่มสลายล้มละลาย ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 รัสเซียก็ก้มหน้าก้มตากู้เศรษฐกิจประเทศ ภายใต้การปกครองอย่างเข้มงวดของคุณพี่ปูตินในฐานะประธานาธิบดี มันก็ตลกดีนะ ขณะที่อเมริกาพยายามจะขยี้รัสเซีย แต่ตัวเองเดินหมากผิดไป บุกเข้าไปขยี้ซัดดัมในอิรัค นึกว่าเกมสั้น ดันต้องเล่นเกมยาว ส้มก็เลยหล่นใส่คุณพี่ปูติน ขายน้ำมันได้เพิ่มขึ้น ใช้หนี้ IMF หมด และสามารถสร้างกองทุนสำรองเงินตรา ตปท.ของตนได้ อ้าว ! จุกอีกแล้วซินักล่า คราวนี้นี่มันเสียหายหลายต่อ เดินผิดตาเดียว ทำให้ศัตรูคู่แข่ง เงยหน้าอ้าปาก แถมยังมีท่าว่ากล้ามจะแข็งขึ้นด้วย รัสเซียเริ่มเงยหน้าขึ้นมามองโลกได้อีกครั้ง แน่นอนมันยิ่งทำให้อเมริกาเจ็บกระดองใจหนักเข้าไปอีก

    หลังจากเงยหน้าอ้าปากได้คล่อง รัสเซียก็เริ่มสร้างอิทธิพลของตนเอง ไม่ใช่โดยการใช้อาวุธ แต่ใช้การเคลื่อนไหวน้ำมันและแก๊ซที่ตนเองมีอยู่เต็ม ตามหลักภูมิศาสตร์การเมืองบ้าง นึกว่าจะเล่นเป็นข้างเดียวหรือไง คุณพี่ปูตินรู้ว่าถ้าไม่เคลื่อนไหว ตัดสินใจแบบเฉียบขาด ไม่นานหรอก รัสเซียก็จะโดนรุมล้อมกรอบ นำโดยอเมริกาเหมือนเดิม
    ขณะเดียวกัน ที่แดนมังกร อาเฮียแม้จะทำมาค้าขึ้น แต่ถ้ายังต้องพึงน้ำมันคนอื่นเขายหายใจแบบนี้ อาเฮียก็ขึ้นเป็นหมายเลขหนึ่งยาก และเขาว่าอาเฮีย ยังไม่มีลูกระเบิดนิวเคลียร์ เอาไว้ขู่ชาวบ้าน ว่าอย่าเข้ามานะ เดี๋ยวอั้วระเบิดตูมเลย แต่เรื่องแบบนี้มันซ้อนซ่อนกันอยู่ ดูไปก่อนอย่าเพิ่งประมาทหน้าอาเฮีย อาจจะแอบมีซุกอยู่ ลูก 2 ลูกก็ได้ ฮา แต่น้ำมันน่ะ อั้วม่ายมีจริง ๆ แต่ไม่เป็นไร อาเฮียมีของดีอย่างอื่นแอบอยู่อีก วันหลังจะขยาย คราวนี้ถ้าพี่ปูเล่นพร้อมกับอาเฮีย สงสัยจะได้เห็นนักล่า ตาเหลือก หงายท้อง นอนแน่ นิ่ง !

    รัสเซียของคุณพี่ปูติน (โปรดสังเกตผมเรียกคุณพี่เลยน่ะ ชื่นชมในความใจถึงของแก) เป็นอำนาจเดียวที่สามารถต่อกรกับอเมริกาในเรื่องของระเบิดนิวเคลียร์ได้ (ในขณะนี้ ! ?) และมีโอกาสที่จะขึ้นแท่นเป็นหมายเลขหนึ่งครองโลกได้เหมือนกัน ถ้าประเทศใน Eurasia รวมกัน มี จีน, รัสเซีย รวมทั้งรัฐ ต่าง ๆ ใน Eurasia ก็สามารถทำให้อเมริกากลืนน้ำลายไม่คล่อง คอฝืดแล้ว นี่ถ้าบวกเอากลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ Shanghai Cooporation Organization ที่เริ่มจับมือกัน เมื่อปี ค.ศ. 1988 ถึง 2001 ซึ่งจีนกับรัสเซียจับมือกันเป็นคู่แรก ทำสัญญาให้ความร่วมมือด้านความ มั่นคงด้วยกัน และมีรัฐเพื่อนบ้าน Kazakhstan, Tajikistan และ Uzbebistan รวมด้วยแล้ว อเมริกาคงยิ่งกว่าตาเหลือก หงายท้อง คราวนี้ มีสิทธิร่วงผล่อยหล่นจากแท่นหมายเลขหนึ่ง

    อเมริกาทำตัวเป็นหมูปากเหล็ก ที่จะไม่ยอมรับว่า ไอ้ที่พยายามถล่มสหภาพโซเวียต ทลายกำแพง Berlin เมื่อปี ค.ศ. 1991 น่ะ จริง ๆ แล้ว เป็นแผนการทำลายสหภาพโซเวียต เพื่อจะได้เข้าไปครอบครองขุมทรัพย์น้ำมันและก๊าซมหึมาแถวนั้นมากกว่า มันกระดากปากน่ะ จะให้บอกตรง ๆ ได้ยังไง แต่ชาวโลกก็ไม่ได้ซื่อบื้อไปซะหมดหรอกนะ หมากแต่ละตัวที่อเมริกาขยับน่ะ คนอ่านออก เล่นเป็น เขาก็รู้กันทั้งนั้น

    หลังจากทลายกำแพง Berlin จนสิ้นซาก 4-5 ปี หลังจากนั้น อเมริกาก็ค่อย ๆ หลอกล่อ เก็บรัฐเล็กรัฐน้อยที่เคยอยู่ในสหภาพโซเวียต ย้ายเอามาสังกัดสหภาพยุโรปแทน แค่นั้นไม่พอเพราะยังคุมไม่ถนัดมือ เอาเข้ามาอยู่กับ NATO เสียด้วย เพราะ NATO ก็คือหุ่น ภายใต้การชักใยของอเมริกานั่นแหละ ใครบ้างล่ะ ที่เสียท่าถูกลวงหลอกล่อ เมื่อถึงปี ค.ศ. 2004 Poland, Czech, Hungary, Estonia, Latvia, Litnania, Bulgaria, Romania, Slovakia และ Slovenia ก็ตกอยู่ในอ้อมแขนของ NATO เรียบร้อย และ ตอนนั้น Georgia ก็กำลังต้วมเตี้ยมขัดสีฉวีวรรณ เตรียมเดินแถวตามเข้ามา

    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    29 มิย. 2557
    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หักหน้า หักหลัง” ตอนที่ 8 แผนชิงท่อ เอาแผนที่โลกมากางดู ให้รู้จัก Eurasia ให้ชัด ๆ เปรียบเทียบกับการเดินหมากของอเมริกา เป้าหมายของอเมริกาไปไกลกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่จะปิดล้อมรัสเซียตามคำสอนของครู Mac เท่านั้น ยุทธศาสตร์ของอเมริกา ถ้าทำสำเร็จก็เหมือนตัดมือตัดตีนอาเฮีย ไม่ให้มีโอกาสเข้าไปถึงแหล่งน้ำมัน Caspian Sea รวมทั้ง เข้าไปใน Kazakhstan ด้วยเช่นกัน และที่สำคัญมันจะเป็นการตัดขาดเส้นทางจับมือระหว่างอาเฮีย กับรัสเซียอีกด้วย อืม หมากตานี้ เยี่ยม เหี้ยมจริง ๆ เส้นทางสายไหมแต่โบราณ The Great Silk Road ผ่าน Tashkent ใน Uzbekistan และ Almaaty ใน Kazakhstan บริเวณที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาใหญ่น้อย การควบคุม Uzbekistan, Krygysten and Kazakhstan ย่อมควบคุมท่อส่งที่อาจจะสร้างขึ้นระหว่างจีนกับเอเซียกลางด้วย ดังนั้นถ้าสามารถปิดล้อมรัสเซีย ก็จะยิ่งมีโอกาสควบคุมท่อส่งระหว่างรัสเซียกับยุโรปตะวันตกและตะวันออกกลางได้อีกด้วย นายตัวแสบ Brzezinski ได้เขียนบทความไว้ในวารสาร Foreign Affairs ของ CFR เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 1997 ถึงยุทธศาสตร์ที่แท้จริงของวอชิงตันเกี่ยวกับ Eurasia สรุปความว่า: “Eurasia มีพลเมืองเท่ากับ 75% ของโลก เท่ากับ 60% ของ GNP และมีทรัพยากรน้ำมันเท่ากับ 75% เมื่อรวมกันแล้ว Eurasia สามารถจะมีอำนาจใหญ่ยิ่งกว่าอเมริกาหลายเท่านัก ประเทศใดก็ตามที่ครอบครองหรือควบคุม Eurasia ได้ ก็เท่ากับควบคุมตะวันออกกลางและอาฟริกาโดยอัตโนมัติ เมื่อ Eurasia เป็นจุดตัดสินเกมหมากรุกชิงโลก มันจะไม่ได้เรื่องนะ ถ้าอเมริกาจะมีนโยบายแยกชุดหนึ่งสำหรับยุโรป และอีกชุดหนึ่งสำหรับเอเซีย การใช้อำนาจของอเมริกาอย่างไรใน Eurasia นั่นแหละ จะเป็นเครื่องวัดว่า อเมริกาเป็นหนึ่งเดียว ใหญ่สุดในโลกนี้หรือไม่…...” หลังจากพลาดจากการถล่ม Iraq ในปี ค.ศ. 2003 ทฤษฎีภูมิศาสตร์การเมือง หมากกระดานชิงโลกของนายตัวแสบ Brzezinski ก็ค่อย ๆ ทยอยออกมา ให้อเมริกาคิดหนัก เช่น จะรบหรือไม่รบกับ อิหร่าน, เรื่องของ Georgia, และเรื่องท่อส่งน้ำมัน Baku-Tbilisi-Ceyhan, เรื่องจีนกำลังผงาดเป็นหมายเลขหนึ่งด้านเศรษฐกิจ ทั้งหมดมันเกี่ยวเนื่องกับภูมิศาสตร์การเมืองทั้งนั้น นาย Brzezinski ยังสำทับอเมริกาอีกว่า จะเป็นหมายเลขหนึ่งคุมโลกได้หรือไม่ มันขึ้นกับคุมการไหลเวียนของน้ำมันและ แก๊ซของโลกได้หรือเปล่า เพราะมันเป็นเส้นเลือดเลี้ยงเศรษฐกิจ เกือบทุกอย่างมันเดินได้ วิ่งได้ อยู่ได้ เพราะน้ำมันทั้งนั้นแหละ ขาดน้ำมัน ก็เหมือนร่างกายขาดเลือด อยู่ได้ไงหือ ไอ้ที่ไปบุกอาฟนิสถาน หรือการพยายามไล่นาย Chavez ทั้งหมดนี้มันก็เรื่องน้ำมันทั้งนั่นแหละ หลังจากล่มสลายล้มละลาย ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 รัสเซียก็ก้มหน้าก้มตากู้เศรษฐกิจประเทศ ภายใต้การปกครองอย่างเข้มงวดของคุณพี่ปูตินในฐานะประธานาธิบดี มันก็ตลกดีนะ ขณะที่อเมริกาพยายามจะขยี้รัสเซีย แต่ตัวเองเดินหมากผิดไป บุกเข้าไปขยี้ซัดดัมในอิรัค นึกว่าเกมสั้น ดันต้องเล่นเกมยาว ส้มก็เลยหล่นใส่คุณพี่ปูติน ขายน้ำมันได้เพิ่มขึ้น ใช้หนี้ IMF หมด และสามารถสร้างกองทุนสำรองเงินตรา ตปท.ของตนได้ อ้าว ! จุกอีกแล้วซินักล่า คราวนี้นี่มันเสียหายหลายต่อ เดินผิดตาเดียว ทำให้ศัตรูคู่แข่ง เงยหน้าอ้าปาก แถมยังมีท่าว่ากล้ามจะแข็งขึ้นด้วย รัสเซียเริ่มเงยหน้าขึ้นมามองโลกได้อีกครั้ง แน่นอนมันยิ่งทำให้อเมริกาเจ็บกระดองใจหนักเข้าไปอีก หลังจากเงยหน้าอ้าปากได้คล่อง รัสเซียก็เริ่มสร้างอิทธิพลของตนเอง ไม่ใช่โดยการใช้อาวุธ แต่ใช้การเคลื่อนไหวน้ำมันและแก๊ซที่ตนเองมีอยู่เต็ม ตามหลักภูมิศาสตร์การเมืองบ้าง นึกว่าจะเล่นเป็นข้างเดียวหรือไง คุณพี่ปูตินรู้ว่าถ้าไม่เคลื่อนไหว ตัดสินใจแบบเฉียบขาด ไม่นานหรอก รัสเซียก็จะโดนรุมล้อมกรอบ นำโดยอเมริกาเหมือนเดิม ขณะเดียวกัน ที่แดนมังกร อาเฮียแม้จะทำมาค้าขึ้น แต่ถ้ายังต้องพึงน้ำมันคนอื่นเขายหายใจแบบนี้ อาเฮียก็ขึ้นเป็นหมายเลขหนึ่งยาก และเขาว่าอาเฮีย ยังไม่มีลูกระเบิดนิวเคลียร์ เอาไว้ขู่ชาวบ้าน ว่าอย่าเข้ามานะ เดี๋ยวอั้วระเบิดตูมเลย แต่เรื่องแบบนี้มันซ้อนซ่อนกันอยู่ ดูไปก่อนอย่าเพิ่งประมาทหน้าอาเฮีย อาจจะแอบมีซุกอยู่ ลูก 2 ลูกก็ได้ ฮา แต่น้ำมันน่ะ อั้วม่ายมีจริง ๆ แต่ไม่เป็นไร อาเฮียมีของดีอย่างอื่นแอบอยู่อีก วันหลังจะขยาย คราวนี้ถ้าพี่ปูเล่นพร้อมกับอาเฮีย สงสัยจะได้เห็นนักล่า ตาเหลือก หงายท้อง นอนแน่ นิ่ง ! รัสเซียของคุณพี่ปูติน (โปรดสังเกตผมเรียกคุณพี่เลยน่ะ ชื่นชมในความใจถึงของแก) เป็นอำนาจเดียวที่สามารถต่อกรกับอเมริกาในเรื่องของระเบิดนิวเคลียร์ได้ (ในขณะนี้ ! ?) และมีโอกาสที่จะขึ้นแท่นเป็นหมายเลขหนึ่งครองโลกได้เหมือนกัน ถ้าประเทศใน Eurasia รวมกัน มี จีน, รัสเซีย รวมทั้งรัฐ ต่าง ๆ ใน Eurasia ก็สามารถทำให้อเมริกากลืนน้ำลายไม่คล่อง คอฝืดแล้ว นี่ถ้าบวกเอากลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ Shanghai Cooporation Organization ที่เริ่มจับมือกัน เมื่อปี ค.ศ. 1988 ถึง 2001 ซึ่งจีนกับรัสเซียจับมือกันเป็นคู่แรก ทำสัญญาให้ความร่วมมือด้านความ มั่นคงด้วยกัน และมีรัฐเพื่อนบ้าน Kazakhstan, Tajikistan และ Uzbebistan รวมด้วยแล้ว อเมริกาคงยิ่งกว่าตาเหลือก หงายท้อง คราวนี้ มีสิทธิร่วงผล่อยหล่นจากแท่นหมายเลขหนึ่ง อเมริกาทำตัวเป็นหมูปากเหล็ก ที่จะไม่ยอมรับว่า ไอ้ที่พยายามถล่มสหภาพโซเวียต ทลายกำแพง Berlin เมื่อปี ค.ศ. 1991 น่ะ จริง ๆ แล้ว เป็นแผนการทำลายสหภาพโซเวียต เพื่อจะได้เข้าไปครอบครองขุมทรัพย์น้ำมันและก๊าซมหึมาแถวนั้นมากกว่า มันกระดากปากน่ะ จะให้บอกตรง ๆ ได้ยังไง แต่ชาวโลกก็ไม่ได้ซื่อบื้อไปซะหมดหรอกนะ หมากแต่ละตัวที่อเมริกาขยับน่ะ คนอ่านออก เล่นเป็น เขาก็รู้กันทั้งนั้น หลังจากทลายกำแพง Berlin จนสิ้นซาก 4-5 ปี หลังจากนั้น อเมริกาก็ค่อย ๆ หลอกล่อ เก็บรัฐเล็กรัฐน้อยที่เคยอยู่ในสหภาพโซเวียต ย้ายเอามาสังกัดสหภาพยุโรปแทน แค่นั้นไม่พอเพราะยังคุมไม่ถนัดมือ เอาเข้ามาอยู่กับ NATO เสียด้วย เพราะ NATO ก็คือหุ่น ภายใต้การชักใยของอเมริกานั่นแหละ ใครบ้างล่ะ ที่เสียท่าถูกลวงหลอกล่อ เมื่อถึงปี ค.ศ. 2004 Poland, Czech, Hungary, Estonia, Latvia, Litnania, Bulgaria, Romania, Slovakia และ Slovenia ก็ตกอยู่ในอ้อมแขนของ NATO เรียบร้อย และ ตอนนั้น Georgia ก็กำลังต้วมเตี้ยมขัดสีฉวีวรรณ เตรียมเดินแถวตามเข้ามา สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 29 มิย. 2557
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1061 มุมมอง 0 รีวิว
  • นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หักหน้า หักหลัง”

    ตอนที่ 4 กล่องดวงใจ ของครู Mac

    สงครามเย็น เริ่มขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1940 กว่าปลาย ๆ พร้อม ๆ กัน ก็เป็นการเกิดของ North Atlantic Treaty Organization (NATO) แต่ถึงแม้สหภาพโซเวียตจะล่มไปตั้งแต่ ค.ศ. 1989 – 1990 แต่ NATO ยังไม่ได้ยุบตามไปด้วย กลับยังอยู่อย่างเหนียวแน่นจนทุกวันนี้ คำพูดของพี่ปู จึงทำให้ผู้คนแถวยุโรปตะวันตกเกิดอาการสำลัก ปูตินพยายามบอกให้โลกรู้ว่า อเมริกากำลังใช้พฤติกรรมเดิม ๆ หลังสงครามเย็นจบไปแล้ว แต่ก็ยังใช้วิธีการ “ปิดล้อม” รัสเซีย เหมือนสมัยเป็นสหภาพโซเวียต เพียงแต่ใช้ลูกกระเป๋ง คือ NATO เป็นผู้ออกหน้า เพราะวอชิงตันคือผู้ชักใย NATO อีกต่อหนึ่ง

    ผู้ที่ออกแบบการปิดล้อม Containment สมัยสงครามเย็นคือ George F. Kennan หัวหน้า Policy Planning ของกระทรวงต่างประเทศอเมริกา ในปี ค.ศ. 1948 Kennan บอกว่า 50% ของทรัพย์สินของโลกน่ะ อยู่ที่เราอเมริกานะ แต่พลเมืองเรามีแค่ 6.3 % เท่านั้น ดังนั้นมันช่วยไม่ได้ที่จะมีคนอิจฉาและหมั่นไส้เรา (ท่านผู้อ่านต้องการยาแก้คลื่นไส้ไหมครับ ? )

    แผนของอเมริกาที่จะขึ้นมาเป็น พี่เบิ้มหมายเลขหนึ่งครองโลก เริ่มมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1939 ในการทำ War and Peace Project ของ Council on Foreign Relations (หลวงพ่อ CFR โคตรแสบของผม !) เขามีแผนที่จะทำให้อเมริกาเป็นจักรวรรดิอเมริกา แต่ให้ทำแบบปิดบังพรางตัว เอาเสื้อคลุมยี่ห้อประชาธิปไตยและการค้าเสรีมาคลุมตัว ไม่ให้เหยื่อรู้ตัว ตกใจ เลยได้เหยื่ออยู่ในกำมือเกือบทั่วโลก ที่หลุดมือไม่ได้กิน ก็มีโลกฝ่ายสังคมนิยม ตาม Warsaw Pact หลัง ค.ศ. 1948 , จีนของอาเฮียและยูโกสลาเวีย ของท่านนายพลติโตเท่านั้น กับอีกบริเวณที่มีความสำคัญยิ่ง คือ Eurasia ที่อเมริกายังมือยาวยื่นมาไม่ถึง
    Eurasia เริ่มตั้งแต่ แม่น้ำ Elbe ในเยอรมัน ยาวลงมาถึงทะเล Adriatic ผ่าน Sofia, Bulgaria ข้ามมา Black Sea และ Caspian Sea มาจนถึงเอเซียกลางและจีน บริเวณที่กว้างใหญ่ นี่จึงยังรอดพ้นจากการเคี้ยวของจักรวรรดิอเมริกา แต่จะรอดไปได้นานเท่าใด

    สิ่งที่คนส่วนใหญ่ในโลกไม่รู้คือ มันเป็นความฝันทั้งกลางคืนกลางวัน ของอเมริกามาเป็นเวลานานแล้ว ที่จะควบคุมรัสเซียอย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการทหาร ความฝันนี้อเมริกาพยายามทำให้เป็นจริงผ่านหน่วยงานสาระพัด ทั้งที่เป็นองค์กรของรัฐ และเอกชน ทั้งในและนอกระบบ ตั้งแต่บรรษัทค้าน้ำมันข้ามชาติ สภาความมั่นคง Pentagon, CIA, หน่วยงานความมั่นคงทั้งด้านการทหารและการเมือง และหน่วยสืบราชการลับพิเศษอีกสาระพัด ทั้งหมดเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายสำคัญที่สุดของอเมริกาที่แอบซ่อนมาตลอดเหนือเป้าหมายอื่นใด คือ ควบคุมรัสเซียอย่างเบ็ดเสร็จ หมดจดไม่ให้หลุดมือ

    แม้ขณะที่อเมริกาและสหภาพโซเวียตยังเป็นพันธมิตร ร่วมจับมือกันเพื่อถล่มเยอรมัน อเมริกาก็แอบเริ่มเตรียมการที่จะขจัดสหภาพโซเวียตไปด้วยพร้อมกัน หน้าร้อนของปี ค.ศ. 1945 อเมริกาคิดนโยบาย Striking the first blow ปล่อยหมัดแรกก่อนในสงครามนิวเคลียร์ แผนแรกที่คิดจะทดรองคือใช้กับสหภาพโซเวียต ตามแผน Totality ซึ่งนายพล Eisenhower เป็นผู้ร่างแผนตามคำสั่งของประธานาธิบดี Truman อะไรมันเข้าสิง อเมริกาถึงได้ชั่วขนาดนั้น ร่วมรบกันอยู่ดี ๆ อ้าว ! ดันจะขยี้เพื่อนพร้อมศัตรู มันคิดได้อย่างไร!?

    Sir Halford Mackinder ครูใหญ่ชาวอังกฤษด้านภูมิศาสตร์การเมือง บอกไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1904 ในการสัมมนาของ Royal Geographic Society ที่ London ว่า ใครก็ตามที่มีอำนาจควบคุมเหนือรัสเซีย ผู้นั้นก็จะเป็นผู้ตัดสิน หรือผู้ควบคุมบริเวณ Eurasia อันกว้างใหญ่ และนั่นหมายถึงจะเป็นผู้มีอิทธิพลควบคุมโลกใบนี้อย่างสมบูรณ์ เริ่มเห็นกันหรือยังว่าอะไรมาเข้าสิงอเมริกา
    หนึ่งศตวรรษมาแล้ว ที่ครู Mac บอกเอาไว้ว่า ในขณะที่ยุโรปขยายอิทธิพลของตนไปทางอินเดีย อาฟริกา และอาณานิคมต่าง ๆของพวกเขา รัสเซีย ซึ่งมีบริเวณกว้างคลุมยุโรปตะวันออกและเอเซียกลาง จะขยายอิทธิพลไปลงใต้และไปตะวันออก จะทำให้ครอบคลุมบริเวณที่มีประชากรและทรัพยากรมากที่สุด. ครู Mac คาดการณ์ว่าในที่สุดบริเวณที่กว้างใหญนี้ จะเชื่อมต่อกันด้วยเครือข่ายทางรถไฟ ทำให้เป็นศูนย์อำนาจและจุดยุทธศาสตร์ที่เพียบพร้อม อย่างที่ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ พูดเท่านี้บรรดาผู้ฟังครู Mac ต่างล้วงผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำลายกันเป็นแถว นี่มันอาหารจานใหญ่แบบชามอ่างเชียวนะ จะปล่อยให้ค้างเติ่งอยู่ยังงั้นได้อย่างไร จำเป็นต้องคิดแผนกินรวบมาให้หมด ด่วน

    Mckinder เรียกใจกลาง Eurasia ว่า heartland หรือกล่องดวงใจของศูนย์อำนาจโลก จุดยุทธศาสตร์อันสำคัญ โดยมีเยอรมัน, ออสเตรีย, ตุรกี, อินเดีย และจีน อยู่ติดขอบรอบกล่องดวงใจของศูนย์อำนาจโลก Mackinder มองว่าคู่หูที่จะคว้าดวงใจไปครอบ ครองนี่ได้ มี 2 คู่ คือ คู่รัสเซียกับเยอรมัน หรือ คู่จีนกับญี่ปุ่น นโยบายต่างประเทศของอังกฤษ หนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา ไม่ว่าสงครามระหว่างรัสเซียกับญี่ปุ่น ในปี 1904 – 05 จนถึงการก่อตั้ง NATO ในปี ค.ศ. 1949 ทั้งหมดเป็นการดำเนินตามการวิเคราะห์ของ ครู Mac ทั้งสิ้น

    ทั้งหมดเพื่อเป็นการเตะตัดขาทุกวิถีทาง ที่จะไม่ให้รัสเซียได้เป็นผู้ครอบครองกล่องดวงใจที่ Eurasia และจะกลายเป็นผู้ท้าทายจักรภพอังกฤษ ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของอาณานิคมที่ตะวันจะไม่วันตกดิน อังกฤษจะยอมได้อย่างไร

    ขณะเดียวกัน อีกฝั่งของมหาสมุทร Atlantic อเมริกาก็มีความฝันของตนเอง America’s Manifest Destiny ที่จะเป็นหมายเลขหนึ่งคุมโลกเหมือนกัน อเมริกาเริ่มเก็บกินทางมหาสมุทรแปซิฟิกก่อน เริ่มตั้งแต่โซ้ยกับสเปญ เมื่อ ค.ศ. 1818 แล้วก็ตามมาคว้าเอาฟิลิปปินส์ใส่กระเป๋า อืม ! อเมริกาเพิ่งรู้รสชาดของการเป็นเจ้าของอาณานิคม อร่อยจับใจ เข้าใจแล้วครับนายท่าน

    ในขณะนี้ที่ครู Mac เพ้อเรื่องกล่องดวงใจใน Eurasia ในปี ค.ศ. 1904 อเมริกาก็มีนาย Brook Adams สื่อผู้มีอิทธิพลสูงในอเมริกา ซึ่งมองว่าอเมริกาเองก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส ที่จะเป็นเจ้าของกล่องดวงใจ ในฐานะทายาทผู้สืบเชื้อสายของครอบครัวในสังคมชั้นสูงมาหลายชั่วคน นาย Adams ไม่ใช่คนประเภทยื่นบนลังสบู่พูดปาวๆ อยู่กลางสนามไม่มีใครฟัง คนฟังเขาทั้งอเมริกา ที่สำคัญคนที่ฟังอย่างตั้งใจ คือ ประธานาธิบดี Theodor Roosevelt และประธานาธิบดี Woodlow Wilson ซึ่งดันเป็นเพื่อนสนิทของนาย Adams ทั้งคู่

    นาย Adams บอกว่าเราต้องรุก รุกเข้าไปอย่าใด้ถอย เข้าไปในทาง Pacific และเอาเอเซียมาเป็นอาณานิคมของอเมริกา จะทำให้อเมริกามีเขตแดนที่กว้างใหญ่ขึ้นไปอีก นอกเหนือจากฝันของนาย Adams แล้ว ผู้ที่คิดแผนที่เตรียมให้อเมริกาเดินทางหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ก็คือ Council on Foreign Relations (CFR) และ Rockefeller Foundation
    และสมุนที่ Rockefeller ส่งเข้าไปอยู่ในตำแหน่งต่าง ๆ ในด้านการเมืองและเศรษฐกิจของอ เมริกา คนพวกนี้ท่องความฝันของครู Mac จนขึ้นใจ โดยเฉพาะ Henry Kissinger และ Zbigniew Brzezinski ซึ่งถือเอาทฤษฎีของ ครู Mac เป็นตำรา

    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    28 มิย. 2557
    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หักหน้า หักหลัง” ตอนที่ 4 กล่องดวงใจ ของครู Mac สงครามเย็น เริ่มขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1940 กว่าปลาย ๆ พร้อม ๆ กัน ก็เป็นการเกิดของ North Atlantic Treaty Organization (NATO) แต่ถึงแม้สหภาพโซเวียตจะล่มไปตั้งแต่ ค.ศ. 1989 – 1990 แต่ NATO ยังไม่ได้ยุบตามไปด้วย กลับยังอยู่อย่างเหนียวแน่นจนทุกวันนี้ คำพูดของพี่ปู จึงทำให้ผู้คนแถวยุโรปตะวันตกเกิดอาการสำลัก ปูตินพยายามบอกให้โลกรู้ว่า อเมริกากำลังใช้พฤติกรรมเดิม ๆ หลังสงครามเย็นจบไปแล้ว แต่ก็ยังใช้วิธีการ “ปิดล้อม” รัสเซีย เหมือนสมัยเป็นสหภาพโซเวียต เพียงแต่ใช้ลูกกระเป๋ง คือ NATO เป็นผู้ออกหน้า เพราะวอชิงตันคือผู้ชักใย NATO อีกต่อหนึ่ง ผู้ที่ออกแบบการปิดล้อม Containment สมัยสงครามเย็นคือ George F. Kennan หัวหน้า Policy Planning ของกระทรวงต่างประเทศอเมริกา ในปี ค.ศ. 1948 Kennan บอกว่า 50% ของทรัพย์สินของโลกน่ะ อยู่ที่เราอเมริกานะ แต่พลเมืองเรามีแค่ 6.3 % เท่านั้น ดังนั้นมันช่วยไม่ได้ที่จะมีคนอิจฉาและหมั่นไส้เรา (ท่านผู้อ่านต้องการยาแก้คลื่นไส้ไหมครับ ? ) แผนของอเมริกาที่จะขึ้นมาเป็น พี่เบิ้มหมายเลขหนึ่งครองโลก เริ่มมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1939 ในการทำ War and Peace Project ของ Council on Foreign Relations (หลวงพ่อ CFR โคตรแสบของผม !) เขามีแผนที่จะทำให้อเมริกาเป็นจักรวรรดิอเมริกา แต่ให้ทำแบบปิดบังพรางตัว เอาเสื้อคลุมยี่ห้อประชาธิปไตยและการค้าเสรีมาคลุมตัว ไม่ให้เหยื่อรู้ตัว ตกใจ เลยได้เหยื่ออยู่ในกำมือเกือบทั่วโลก ที่หลุดมือไม่ได้กิน ก็มีโลกฝ่ายสังคมนิยม ตาม Warsaw Pact หลัง ค.ศ. 1948 , จีนของอาเฮียและยูโกสลาเวีย ของท่านนายพลติโตเท่านั้น กับอีกบริเวณที่มีความสำคัญยิ่ง คือ Eurasia ที่อเมริกายังมือยาวยื่นมาไม่ถึง Eurasia เริ่มตั้งแต่ แม่น้ำ Elbe ในเยอรมัน ยาวลงมาถึงทะเล Adriatic ผ่าน Sofia, Bulgaria ข้ามมา Black Sea และ Caspian Sea มาจนถึงเอเซียกลางและจีน บริเวณที่กว้างใหญ่ นี่จึงยังรอดพ้นจากการเคี้ยวของจักรวรรดิอเมริกา แต่จะรอดไปได้นานเท่าใด สิ่งที่คนส่วนใหญ่ในโลกไม่รู้คือ มันเป็นความฝันทั้งกลางคืนกลางวัน ของอเมริกามาเป็นเวลานานแล้ว ที่จะควบคุมรัสเซียอย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการทหาร ความฝันนี้อเมริกาพยายามทำให้เป็นจริงผ่านหน่วยงานสาระพัด ทั้งที่เป็นองค์กรของรัฐ และเอกชน ทั้งในและนอกระบบ ตั้งแต่บรรษัทค้าน้ำมันข้ามชาติ สภาความมั่นคง Pentagon, CIA, หน่วยงานความมั่นคงทั้งด้านการทหารและการเมือง และหน่วยสืบราชการลับพิเศษอีกสาระพัด ทั้งหมดเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายสำคัญที่สุดของอเมริกาที่แอบซ่อนมาตลอดเหนือเป้าหมายอื่นใด คือ ควบคุมรัสเซียอย่างเบ็ดเสร็จ หมดจดไม่ให้หลุดมือ แม้ขณะที่อเมริกาและสหภาพโซเวียตยังเป็นพันธมิตร ร่วมจับมือกันเพื่อถล่มเยอรมัน อเมริกาก็แอบเริ่มเตรียมการที่จะขจัดสหภาพโซเวียตไปด้วยพร้อมกัน หน้าร้อนของปี ค.ศ. 1945 อเมริกาคิดนโยบาย Striking the first blow ปล่อยหมัดแรกก่อนในสงครามนิวเคลียร์ แผนแรกที่คิดจะทดรองคือใช้กับสหภาพโซเวียต ตามแผน Totality ซึ่งนายพล Eisenhower เป็นผู้ร่างแผนตามคำสั่งของประธานาธิบดี Truman อะไรมันเข้าสิง อเมริกาถึงได้ชั่วขนาดนั้น ร่วมรบกันอยู่ดี ๆ อ้าว ! ดันจะขยี้เพื่อนพร้อมศัตรู มันคิดได้อย่างไร!? Sir Halford Mackinder ครูใหญ่ชาวอังกฤษด้านภูมิศาสตร์การเมือง บอกไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1904 ในการสัมมนาของ Royal Geographic Society ที่ London ว่า ใครก็ตามที่มีอำนาจควบคุมเหนือรัสเซีย ผู้นั้นก็จะเป็นผู้ตัดสิน หรือผู้ควบคุมบริเวณ Eurasia อันกว้างใหญ่ และนั่นหมายถึงจะเป็นผู้มีอิทธิพลควบคุมโลกใบนี้อย่างสมบูรณ์ เริ่มเห็นกันหรือยังว่าอะไรมาเข้าสิงอเมริกา หนึ่งศตวรรษมาแล้ว ที่ครู Mac บอกเอาไว้ว่า ในขณะที่ยุโรปขยายอิทธิพลของตนไปทางอินเดีย อาฟริกา และอาณานิคมต่าง ๆของพวกเขา รัสเซีย ซึ่งมีบริเวณกว้างคลุมยุโรปตะวันออกและเอเซียกลาง จะขยายอิทธิพลไปลงใต้และไปตะวันออก จะทำให้ครอบคลุมบริเวณที่มีประชากรและทรัพยากรมากที่สุด. ครู Mac คาดการณ์ว่าในที่สุดบริเวณที่กว้างใหญนี้ จะเชื่อมต่อกันด้วยเครือข่ายทางรถไฟ ทำให้เป็นศูนย์อำนาจและจุดยุทธศาสตร์ที่เพียบพร้อม อย่างที่ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ พูดเท่านี้บรรดาผู้ฟังครู Mac ต่างล้วงผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำลายกันเป็นแถว นี่มันอาหารจานใหญ่แบบชามอ่างเชียวนะ จะปล่อยให้ค้างเติ่งอยู่ยังงั้นได้อย่างไร จำเป็นต้องคิดแผนกินรวบมาให้หมด ด่วน Mckinder เรียกใจกลาง Eurasia ว่า heartland หรือกล่องดวงใจของศูนย์อำนาจโลก จุดยุทธศาสตร์อันสำคัญ โดยมีเยอรมัน, ออสเตรีย, ตุรกี, อินเดีย และจีน อยู่ติดขอบรอบกล่องดวงใจของศูนย์อำนาจโลก Mackinder มองว่าคู่หูที่จะคว้าดวงใจไปครอบ ครองนี่ได้ มี 2 คู่ คือ คู่รัสเซียกับเยอรมัน หรือ คู่จีนกับญี่ปุ่น นโยบายต่างประเทศของอังกฤษ หนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา ไม่ว่าสงครามระหว่างรัสเซียกับญี่ปุ่น ในปี 1904 – 05 จนถึงการก่อตั้ง NATO ในปี ค.ศ. 1949 ทั้งหมดเป็นการดำเนินตามการวิเคราะห์ของ ครู Mac ทั้งสิ้น ทั้งหมดเพื่อเป็นการเตะตัดขาทุกวิถีทาง ที่จะไม่ให้รัสเซียได้เป็นผู้ครอบครองกล่องดวงใจที่ Eurasia และจะกลายเป็นผู้ท้าทายจักรภพอังกฤษ ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของอาณานิคมที่ตะวันจะไม่วันตกดิน อังกฤษจะยอมได้อย่างไร ขณะเดียวกัน อีกฝั่งของมหาสมุทร Atlantic อเมริกาก็มีความฝันของตนเอง America’s Manifest Destiny ที่จะเป็นหมายเลขหนึ่งคุมโลกเหมือนกัน อเมริกาเริ่มเก็บกินทางมหาสมุทรแปซิฟิกก่อน เริ่มตั้งแต่โซ้ยกับสเปญ เมื่อ ค.ศ. 1818 แล้วก็ตามมาคว้าเอาฟิลิปปินส์ใส่กระเป๋า อืม ! อเมริกาเพิ่งรู้รสชาดของการเป็นเจ้าของอาณานิคม อร่อยจับใจ เข้าใจแล้วครับนายท่าน ในขณะนี้ที่ครู Mac เพ้อเรื่องกล่องดวงใจใน Eurasia ในปี ค.ศ. 1904 อเมริกาก็มีนาย Brook Adams สื่อผู้มีอิทธิพลสูงในอเมริกา ซึ่งมองว่าอเมริกาเองก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส ที่จะเป็นเจ้าของกล่องดวงใจ ในฐานะทายาทผู้สืบเชื้อสายของครอบครัวในสังคมชั้นสูงมาหลายชั่วคน นาย Adams ไม่ใช่คนประเภทยื่นบนลังสบู่พูดปาวๆ อยู่กลางสนามไม่มีใครฟัง คนฟังเขาทั้งอเมริกา ที่สำคัญคนที่ฟังอย่างตั้งใจ คือ ประธานาธิบดี Theodor Roosevelt และประธานาธิบดี Woodlow Wilson ซึ่งดันเป็นเพื่อนสนิทของนาย Adams ทั้งคู่ นาย Adams บอกว่าเราต้องรุก รุกเข้าไปอย่าใด้ถอย เข้าไปในทาง Pacific และเอาเอเซียมาเป็นอาณานิคมของอเมริกา จะทำให้อเมริกามีเขตแดนที่กว้างใหญ่ขึ้นไปอีก นอกเหนือจากฝันของนาย Adams แล้ว ผู้ที่คิดแผนที่เตรียมให้อเมริกาเดินทางหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ก็คือ Council on Foreign Relations (CFR) และ Rockefeller Foundation และสมุนที่ Rockefeller ส่งเข้าไปอยู่ในตำแหน่งต่าง ๆ ในด้านการเมืองและเศรษฐกิจของอ เมริกา คนพวกนี้ท่องความฝันของครู Mac จนขึ้นใจ โดยเฉพาะ Henry Kissinger และ Zbigniew Brzezinski ซึ่งถือเอาทฤษฎีของ ครู Mac เป็นตำรา สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 28 มิย. 2557
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 835 มุมมอง 0 รีวิว
  • กลุ่มแพทย์และจิตอาสาคนไทยพิทักษ์สิทธิ์ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเรื่องสุขภาพประชาชน ด้วยศาสตร์ต่างๆ ดังนี้
    1.ศาสตร์แพทย์แผนไทย (Traditional Thai Medicine)
    ยาเบญจโลกวิเชียร(ห้าราก),ยาขาว,ยาใบมะขาม,ยาตรีผลา,ยาจันทลีลา,ยาเขียวหอม,ยาแสงหมึก,ยาประสะจันทน์แดง,ยามหานิลแท่งทอง,ยาสิงฆาณิกา,ยาธาตุบรรจบ,ยาเหลืองปิดสมุทร,ยาธาตุอบเชย,ยาปราบชมพูทวีป,ยาประสะมะแว้ง,ยาอัมฤควาที,ยาบำรุงโลหิต,ยาเลือดงาม,ยาถ่าย,ยาชุมเห็ดเทศ,ยาธรณีสัณฑฆาต,ยาตรีหอม,ยาลม300จำพวก,ยาหอม,ยาดองมะกรูด,ยาประสะกะเพรา,ยาประสะกานพลู,ยาวิสัมพยาใหญ่,ยามันทธาตุ,ยามหาจักรใหญ่,ยาประสะเจตพังคี,ยามะฮอกกานี,ยาแก้ไอมะขามป้อม,ยาพญายอ,สมุนไพรถ่ายพยาธิต่างๆ เช่น เมล็ดฟักทอง,เมล็ดมะขาม,เมล็ดเล็บมือนาง,เมล็ดสแก,ผงปวกหาด(มะหาด),ผลมะเกลือ,ยาเปลือกมังคุด,รางจืด,ฟ้าทลายโจร,โกฐจุฬาลัมพา,พลูคาว,ใบหนุมานประสานกาย,กระชาย,กัญชา,ขมิ้นชัน,อ้อยดำ,ฝาง,ผักบุ้งแดง,ดอกเกลือ,สมุนไพร ลมปราณ,ปัตจัตตัง เป็นต้น
    2.ศาสตร์แพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine)
    ยกตัวอย่าง สมุนไพรฉั่งฉิก ยาเขียวธรรมดา ยาเขียวพิเศษชิงเฟ่ยซองสีส้ม ยาชะลอวัย ยาวาสคิวล่าร์
    ถ้าเกี่ยวกับลิ่มเลือดอุดตันใช้ยา 脑心通胶囊 เหน่า ซิน ทง
    ถ้าก้อนเนื้องอกกำเริบ ใช้温胆汤加减 เวิน ต่าน ทัง เจีย เจี่ยน และศาสตร์การฝังเข็ม เป็นต้น
    3.ศาสตร์โฮมิโอพาธีร์ (Homeophathy) ยาสกัดพลังธรมชาติ จาก พืช สัตว์ แร่ธาตุ ได้แก่ ตำรับโฮมิโอพาธีร์ต่างๆ ตำรับยาหมออมร ดังนี้ Isopathy ของวัคซีน AstraZeneca และ Sinopharm ตำรับ Benjalo แก้แพ้วัคซีนและลองโควิด,TotalTox ล้างพิษที่ตกค้างในอาหาร,RJHT ล้างพิษฟอร์มาลีนและสารเคมีการเกษตร,CKDMHT ขจัดพิษตกค้างจากสารเคมีปรุงรส,CBZA ช่วยล้างพิษสารเคมีกันบูดในอาหาร
    4.การครอบแก้ว,กรอกเลือด (Wet Cupping) เพื่อให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น เอาเลือดที่
    คั่งค้างออก ซึ่งส่งผลทำให้ลดอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อและสามารถบรรเทาได้หลายโรค
    5.ศาสตร์ผสมผสาน (Integrative Medicine)
    การเหยียบดิน/หญ้า(Grounding),การอบตัว,อดอาหารเป็นระยะ(Intermittent Fasting),ศาสตร์ยา9เม็ดหมอเขียว,สวนล้างลำไส้(Enema),ล้างลำไส้แบบลึก(Colonics),Vitamin C Flush,เสียงบำบัด(Sound Therapy),ความถี่บำบัด(Frequency Therapy),ใช้แสงแดงFar Infrared,Reiki,แช่เท้า(Herbal Foot Bath),ล้างพิษตับ(Liver Compression,Castor Oil Pack,การใช้ทองแดง(Copper Tensor Rings),Crystals,การเขียนบันทึก (Journaling),Art Therapy,ภูษาบำบัด(Twisting Tourniquet Technique),การทำสมาธิ Pasitive Affirmations,ฝึกการหายใจ(Breathing Exercises),การตากแดด,เข้าใกล้มังสวิรัติ,คลอรีนไดออกไซด์โซลูชัน(CDS),ไฮดรอกซีคลอโรควีน(HCQ),เมทาลีนบลู(Methylene Blue),ดินภูเขาไฟเบนโทไนท์(Bentonite Clay),ซีโอไลท์(Zeolite),ซิลเวอร์คอลลอยด์(ColloidalSilver),DMSO,ไอโอดีน(Iodine),ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์(Hydrogen Peroxide),ไอเวอร์เมคติน(Ivermectin),เฟนเบนดาโซล (Fenbendazole),แอสไพลิน(Aspirin),น้ำเสริมไฮโดรเจน(hydrogen-rich water),บอแรกซ์(Borax),นัตโตะไคเนส(Nattokinase),โบรมิเลน(Bromelain),Magnesium Antisense(แมกนีเซียมแอนไทเซนส์),เพนท็อกซิฟิลลีน(Pentoxifylline),แมกนีเซียม(Magnesium),กลูตาไธโอน(Glutathione),สังกะสี(Zinc),แอสตาแซนธิน(Astaxanthin),ซิลิมาริน(Sillymarin),กรดอัลฟาไลโปอิก(Alpha Lipoic Acid),เมลาโทนิน(Melatonin),วิตามินดี(Vitamin D),NACหรือN-Acetylcysteine,CoQ10,ซิลิเนียม(Selenium),กรดฟูลวิค(Fulvic Acid),ผักชี(coriander),มะระขี้นก(Bitter gourd),สาหร่ายเกลียวทอง (Spirulina),มิลค์ทิสเซิล(Milk Thistle-Silymarin),พริกคาเยน(Chayenne Peper),ชาเขียว(Green Tea),เห็ดถั่งเช่า(Cordyceps Mushrooms),อาติโช๊ค(Artichoke),คลอเรลลา(Chlorella),สาหร่าย Dulse,Shilajit และอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆที่โลกมี เป็นต้น

    โอเพนแชท "ล้างพิษ ยาฉีด"
    https://line.me/ti/g2/wTvY1gxHGpGKCt15sQN1jMHw02XoSC1uXsjUsQ?utm_source=invitation&utm_medium=link_copy&utm_campaign=default
    กลุ่มแพทย์และจิตอาสาคนไทยพิทักษ์สิทธิ์
    ✅กลุ่มแพทย์และจิตอาสาคนไทยพิทักษ์สิทธิ์ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเรื่องสุขภาพประชาชน ด้วยศาสตร์ต่างๆ ดังนี้ 🧐1.ศาสตร์แพทย์แผนไทย (Traditional Thai Medicine) ยาเบญจโลกวิเชียร(ห้าราก),ยาขาว,ยาใบมะขาม,ยาตรีผลา,ยาจันทลีลา,ยาเขียวหอม,ยาแสงหมึก,ยาประสะจันทน์แดง,ยามหานิลแท่งทอง,ยาสิงฆาณิกา,ยาธาตุบรรจบ,ยาเหลืองปิดสมุทร,ยาธาตุอบเชย,ยาปราบชมพูทวีป,ยาประสะมะแว้ง,ยาอัมฤควาที,ยาบำรุงโลหิต,ยาเลือดงาม,ยาถ่าย,ยาชุมเห็ดเทศ,ยาธรณีสัณฑฆาต,ยาตรีหอม,ยาลม300จำพวก,ยาหอม,ยาดองมะกรูด,ยาประสะกะเพรา,ยาประสะกานพลู,ยาวิสัมพยาใหญ่,ยามันทธาตุ,ยามหาจักรใหญ่,ยาประสะเจตพังคี,ยามะฮอกกานี,ยาแก้ไอมะขามป้อม,ยาพญายอ,สมุนไพรถ่ายพยาธิต่างๆ เช่น เมล็ดฟักทอง,เมล็ดมะขาม,เมล็ดเล็บมือนาง,เมล็ดสแก,ผงปวกหาด(มะหาด),ผลมะเกลือ,ยาเปลือกมังคุด,รางจืด,ฟ้าทลายโจร,โกฐจุฬาลัมพา,พลูคาว,ใบหนุมานประสานกาย,กระชาย,กัญชา,ขมิ้นชัน,อ้อยดำ,ฝาง,ผักบุ้งแดง,ดอกเกลือ,สมุนไพร ลมปราณ,ปัตจัตตัง เป็นต้น 🧐2.ศาสตร์แพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine) ยกตัวอย่าง สมุนไพรฉั่งฉิก ยาเขียวธรรมดา ยาเขียวพิเศษชิงเฟ่ยซองสีส้ม ยาชะลอวัย ยาวาสคิวล่าร์ ถ้าเกี่ยวกับลิ่มเลือดอุดตันใช้ยา 脑心通胶囊 เหน่า ซิน ทง ถ้าก้อนเนื้องอกกำเริบ ใช้温胆汤加减 เวิน ต่าน ทัง เจีย เจี่ยน และศาสตร์การฝังเข็ม เป็นต้น 🧐3.ศาสตร์โฮมิโอพาธีร์ (Homeophathy) ยาสกัดพลังธรมชาติ จาก พืช สัตว์ แร่ธาตุ ได้แก่ ตำรับโฮมิโอพาธีร์ต่างๆ ตำรับยาหมออมร ดังนี้ Isopathy ของวัคซีน AstraZeneca และ Sinopharm ตำรับ Benjalo แก้แพ้วัคซีนและลองโควิด,TotalTox ล้างพิษที่ตกค้างในอาหาร,RJHT ล้างพิษฟอร์มาลีนและสารเคมีการเกษตร,CKDMHT ขจัดพิษตกค้างจากสารเคมีปรุงรส,CBZA ช่วยล้างพิษสารเคมีกันบูดในอาหาร 🧐4.การครอบแก้ว,กรอกเลือด (Wet Cupping) เพื่อให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น เอาเลือดที่ คั่งค้างออก ซึ่งส่งผลทำให้ลดอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อและสามารถบรรเทาได้หลายโรค 🧐5.ศาสตร์ผสมผสาน (Integrative Medicine) การเหยียบดิน/หญ้า(Grounding),การอบตัว,อดอาหารเป็นระยะ(Intermittent Fasting),ศาสตร์ยา9เม็ดหมอเขียว,สวนล้างลำไส้(Enema),ล้างลำไส้แบบลึก(Colonics),Vitamin C Flush,เสียงบำบัด(Sound Therapy),ความถี่บำบัด(Frequency Therapy),ใช้แสงแดงFar Infrared,Reiki,แช่เท้า(Herbal Foot Bath),ล้างพิษตับ(Liver Compression,Castor Oil Pack,การใช้ทองแดง(Copper Tensor Rings),Crystals,การเขียนบันทึก (Journaling),Art Therapy,ภูษาบำบัด(Twisting Tourniquet Technique),การทำสมาธิ Pasitive Affirmations,ฝึกการหายใจ(Breathing Exercises),การตากแดด,เข้าใกล้มังสวิรัติ,คลอรีนไดออกไซด์โซลูชัน(CDS),ไฮดรอกซีคลอโรควีน(HCQ),เมทาลีนบลู(Methylene Blue),ดินภูเขาไฟเบนโทไนท์(Bentonite Clay),ซีโอไลท์(Zeolite),ซิลเวอร์คอลลอยด์(ColloidalSilver),DMSO,ไอโอดีน(Iodine),ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์(Hydrogen Peroxide),ไอเวอร์เมคติน(Ivermectin),เฟนเบนดาโซล (Fenbendazole),แอสไพลิน(Aspirin),น้ำเสริมไฮโดรเจน(hydrogen-rich water),บอแรกซ์(Borax),นัตโตะไคเนส(Nattokinase),โบรมิเลน(Bromelain),Magnesium Antisense(แมกนีเซียมแอนไทเซนส์),เพนท็อกซิฟิลลีน(Pentoxifylline),แมกนีเซียม(Magnesium),กลูตาไธโอน(Glutathione),สังกะสี(Zinc),แอสตาแซนธิน(Astaxanthin),ซิลิมาริน(Sillymarin),กรดอัลฟาไลโปอิก(Alpha Lipoic Acid),เมลาโทนิน(Melatonin),วิตามินดี(Vitamin D),NACหรือN-Acetylcysteine,CoQ10,ซิลิเนียม(Selenium),กรดฟูลวิค(Fulvic Acid),ผักชี(coriander),มะระขี้นก(Bitter gourd),สาหร่ายเกลียวทอง (Spirulina),มิลค์ทิสเซิล(Milk Thistle-Silymarin),พริกคาเยน(Chayenne Peper),ชาเขียว(Green Tea),เห็ดถั่งเช่า(Cordyceps Mushrooms),อาติโช๊ค(Artichoke),คลอเรลลา(Chlorella),สาหร่าย Dulse,Shilajit และอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆที่โลกมี เป็นต้น โอเพนแชท "ล้างพิษ ยาฉีด" https://line.me/ti/g2/wTvY1gxHGpGKCt15sQN1jMHw02XoSC1uXsjUsQ?utm_source=invitation&utm_medium=link_copy&utm_campaign=default กลุ่มแพทย์และจิตอาสาคนไทยพิทักษ์สิทธิ์
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1612 มุมมอง 0 รีวิว
  • นิทานเรื่องจริง เรื่อง “มายากลยุทธ”
    ภาคสอง ตอน เสกกระดาษเป็นน้ำมัน
    ตอนที่ 25 : เหยื่อ (1)
    เมื่อหมดยุคประธานาธิบดี Reagan ในปี ค.ศ. 1988 นาย George H W Bush (ตัวพ่อ) ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป เป็นช่วงที่หมดยุคสงครามเย็น เยอรมันตัดสินใจทุบกำแพง Berlin ออก เยอรมันตะวันออกกับตะวันตก จับมือรวมชาติพัฒนาประเทศด้วยกัน การตัดสินในเช่นนี้ ลึก ๆ แน่นอน ย่อมมีคนคัดจมูก หายใจไม่คล่องอยู่บ้าง ถ้าเศรษฐกิจของเยอรมันแข็งแรงและขยายตัวเต็มยุโรป อำนาจของอเมริกาในยุโรปก็เหมือนถูกท้าทาย นี่คือปฏิกิริยาของอเมริกาที่มีต่อทุกประเทศ ไม่ว่ามิตรหรือศัตรู อเมริกาจะมีปรอทวัดอาการของทุกชาติไว้อย่างถี่ถ้วน ถ้าชาติไหน เริ่มเจริญ ก้าวหน้าหรือมีความสำคัญ หรือเอนตัวผิดองศา ที่อเมริกาเห็นว่าน่าจะกลายเป็นคู่แข่ง หรืออุปสรรคต่ออเมริกาไม่ว่าทางใด ปรอทจะส่งสัญญาณเตือนทันที และกิจกรรมการเล่นกลก็จะเริ่มเกิดขึ้น
    อเมริกามองอาการของเยอรมันเหมือนสมัย ค.ศ. 1970 ช่วงที่อุตสาหกรรมกำลังบูม และความต้องการน้ำมันของประเทศผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมก็จะสูงตามไปด้วย ค.ศ.นี้ก็ไม่ต่างกัน เยอรมันและชาติที่กำลังทำอุตสาหกรรมก็ต้องหิวน้ำมัน เพราะฉะนั้นอเมริกาต้องรีบหาทาง “กัก” น้ำมันไม่ให้ไปถึงประเทศพวกนั้น คราวนี้ใครจะเป็นเป้าหมายในการเล่นกล เพื่อให้ได้ผลตามที่อเมริกาต้องการ แล้ว Saddam ก็เป็นเหยื่อ หลังจากเปลี้ยมาจากการรบกับอิหร่านเกือบสิบปี ช่วงปี ค.ศ. 1980 – 1988 แผนการก็แบบเดิม ๆ ยุให้เขาตีกันก่อน เพื่อตัวเองจะได้เข้าไปในประเทศเขา (สมันน้อยอ่านตรงนี้ซ้ำ ๆ หน่อยนะ)
    อเมริกาเล่นกล โดยใช้ Kuwait เป็นเหยื่อล่อ Iraq ให้มากินเบ็ด Iraq งับทันที บุกเข้า Kuwait เพราะมีกรณีค้างคาใจกันอยู่หลายเรื่อง ตั้งแต่ร่วมมือกันรบอิหร่านแล้วเบี้ยวหนี้กัน ทะเลาะกันไปมาหลายเรื่อง แต่เรื่องที่ Saddam แค้นคือ Saddam กล่าวหาว่า Kuwait ขะโมยขุดน้ำมันแถวชายแดนของ Iraq แถม Kuwait ยังเกเรผลิตน้ำมันเกินข้อตกลงกันระหว่างประเทศ OPEC ซึ่งทำให้การควบคุมราคาน้ำมันในกลุ่ม OPEC มีปัญหา
    Iraq ตัดสินใจบุกคูเวตวันที่ 2 สิงหาคม ค.ศ. 1990 กองทัพของ Kuwait ต้านไม่ไหวหนีไปพึ่งใบบุญ Saudi Arabia กับ Bahrain Saddam จึงประกาศเอา Kuwait ผนวกกลับมาเป็นของ Iraq
    อะไรทำให้ Saddam ตัดสินใจทะเลาะกับเพื่อนบ้าน ข่าววงในแจ้งว่า เรื่อง Saddam อยากจะเคี้ยว Kuwait ไม่ได้เป็นความลับอะไร ถึงขนาดฑูตอเมริกา ชื่อคุณนาย April Glaspie ไปเดินถามนายทหารระดับสูงของ Iraq ว่าอะไรกันค้า เตรียมรบอะไรกันค้า เห็นคุณทหาร Iraq ไปอยู่ตามชายแดนติดกับ Kuwait เต็มเลยค่า (นี่ข่าวของคุณนาย April เกี่ยวกับ Iraq นะ ไม่ใช่ของคุณนาย คริสตี้ เรื่องไทยแลนด์ แหม ! แต่มันเจ๋อเหมือนกันจัง) เสร็จแล้วคุณนาย April ก็ออกข่าวว่า เราไม่มีความเห็นเกี่ยวกับความไม่ลงรอยกัน ระหว่าง Iraq กับ Kuwait เราไม่มีความเห็นเกี่ยวกับความขัดแย้ง ระหว่างประเทศอาหรับด้วยกัน (“We have no opinion on the Arab-Arab conflicts”) ที่ยังงี้ละไม่ออกความเห็นนะ คุณนาย ความเห็นพวกฑูตนี้ มันแล้วแต่นายเขาสั่งมา แล้วเราจะต้องไปคอยถามคอยตอบทำไมนะ มันละครชัด ๆ ข่าวว่าการให้สัมภาษณ์ของคุณนาย ทำให้ Saddam เข้าใจว่าอเมริกา ไม่มีปัญหา (หรืออาจจะสนับสนุนด้วยซ้ำ) ที่ Iraq จะบุก Kuwait
    แต่เรื่องมันกลับตาลปัตร หลังจาก Saddam ถล่ม Kuwait ไปได้ 6 เดือน UN ก็ประกาศประฌาม Saddam พร้อมทั้งมีมติเอกฉันท์สั่งให้ Saddam ถอนกองทัพออกมา Saddam เฉย กลางเดือนมกราคม ค.ศ. 1991 Operation Desert Storm ของอเมริกาก็ปฎิบัติการ ชาวเราก็นั่งดูข่าวถ่ายทอดสดทาง CNN เหมือนดูหนังโรง แต่ของจริงเขาถล่มจริง ตายจริง มันเป็นเพียงการเริ่มต้นของการทำลายล้างประเทศ และประชาชนอย่างไม่มีความปราณี อยู่ 12 ปี แม้จะ (หลอกว่า) มี Operation Iraqi Freedom ตามมาให้เมื่อมีนาคม ค.ศ. 2003 จนหลาย ปีให้หลัง ยังไม่เห็นเสรีภาพของชนชาวอิรัค ทุกวันนี้พวกเขายังเรียกร้องหาประชาธิปไตยกันอยู่ เขาถูกย่ำยีจนไม่เหลือ ทั้งทรัพยากร ชีวิตผู้คนและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ไอ้พวกนักสิทธิมนุษย์ของสหประชาชาติ มันหายไปไหนหมด หรือมัวแต่ไปช่วยเขาหาบุคคลที่สมควรได้รับรางวัล Nobel สันติภาพกัน

    คนเล่านิทาน
    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “มายากลยุทธ” ภาคสอง ตอน เสกกระดาษเป็นน้ำมัน ตอนที่ 25 : เหยื่อ (1) เมื่อหมดยุคประธานาธิบดี Reagan ในปี ค.ศ. 1988 นาย George H W Bush (ตัวพ่อ) ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป เป็นช่วงที่หมดยุคสงครามเย็น เยอรมันตัดสินใจทุบกำแพง Berlin ออก เยอรมันตะวันออกกับตะวันตก จับมือรวมชาติพัฒนาประเทศด้วยกัน การตัดสินในเช่นนี้ ลึก ๆ แน่นอน ย่อมมีคนคัดจมูก หายใจไม่คล่องอยู่บ้าง ถ้าเศรษฐกิจของเยอรมันแข็งแรงและขยายตัวเต็มยุโรป อำนาจของอเมริกาในยุโรปก็เหมือนถูกท้าทาย นี่คือปฏิกิริยาของอเมริกาที่มีต่อทุกประเทศ ไม่ว่ามิตรหรือศัตรู อเมริกาจะมีปรอทวัดอาการของทุกชาติไว้อย่างถี่ถ้วน ถ้าชาติไหน เริ่มเจริญ ก้าวหน้าหรือมีความสำคัญ หรือเอนตัวผิดองศา ที่อเมริกาเห็นว่าน่าจะกลายเป็นคู่แข่ง หรืออุปสรรคต่ออเมริกาไม่ว่าทางใด ปรอทจะส่งสัญญาณเตือนทันที และกิจกรรมการเล่นกลก็จะเริ่มเกิดขึ้น อเมริกามองอาการของเยอรมันเหมือนสมัย ค.ศ. 1970 ช่วงที่อุตสาหกรรมกำลังบูม และความต้องการน้ำมันของประเทศผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมก็จะสูงตามไปด้วย ค.ศ.นี้ก็ไม่ต่างกัน เยอรมันและชาติที่กำลังทำอุตสาหกรรมก็ต้องหิวน้ำมัน เพราะฉะนั้นอเมริกาต้องรีบหาทาง “กัก” น้ำมันไม่ให้ไปถึงประเทศพวกนั้น คราวนี้ใครจะเป็นเป้าหมายในการเล่นกล เพื่อให้ได้ผลตามที่อเมริกาต้องการ แล้ว Saddam ก็เป็นเหยื่อ หลังจากเปลี้ยมาจากการรบกับอิหร่านเกือบสิบปี ช่วงปี ค.ศ. 1980 – 1988 แผนการก็แบบเดิม ๆ ยุให้เขาตีกันก่อน เพื่อตัวเองจะได้เข้าไปในประเทศเขา (สมันน้อยอ่านตรงนี้ซ้ำ ๆ หน่อยนะ) อเมริกาเล่นกล โดยใช้ Kuwait เป็นเหยื่อล่อ Iraq ให้มากินเบ็ด Iraq งับทันที บุกเข้า Kuwait เพราะมีกรณีค้างคาใจกันอยู่หลายเรื่อง ตั้งแต่ร่วมมือกันรบอิหร่านแล้วเบี้ยวหนี้กัน ทะเลาะกันไปมาหลายเรื่อง แต่เรื่องที่ Saddam แค้นคือ Saddam กล่าวหาว่า Kuwait ขะโมยขุดน้ำมันแถวชายแดนของ Iraq แถม Kuwait ยังเกเรผลิตน้ำมันเกินข้อตกลงกันระหว่างประเทศ OPEC ซึ่งทำให้การควบคุมราคาน้ำมันในกลุ่ม OPEC มีปัญหา Iraq ตัดสินใจบุกคูเวตวันที่ 2 สิงหาคม ค.ศ. 1990 กองทัพของ Kuwait ต้านไม่ไหวหนีไปพึ่งใบบุญ Saudi Arabia กับ Bahrain Saddam จึงประกาศเอา Kuwait ผนวกกลับมาเป็นของ Iraq อะไรทำให้ Saddam ตัดสินใจทะเลาะกับเพื่อนบ้าน ข่าววงในแจ้งว่า เรื่อง Saddam อยากจะเคี้ยว Kuwait ไม่ได้เป็นความลับอะไร ถึงขนาดฑูตอเมริกา ชื่อคุณนาย April Glaspie ไปเดินถามนายทหารระดับสูงของ Iraq ว่าอะไรกันค้า เตรียมรบอะไรกันค้า เห็นคุณทหาร Iraq ไปอยู่ตามชายแดนติดกับ Kuwait เต็มเลยค่า (นี่ข่าวของคุณนาย April เกี่ยวกับ Iraq นะ ไม่ใช่ของคุณนาย คริสตี้ เรื่องไทยแลนด์ แหม ! แต่มันเจ๋อเหมือนกันจัง) เสร็จแล้วคุณนาย April ก็ออกข่าวว่า เราไม่มีความเห็นเกี่ยวกับความไม่ลงรอยกัน ระหว่าง Iraq กับ Kuwait เราไม่มีความเห็นเกี่ยวกับความขัดแย้ง ระหว่างประเทศอาหรับด้วยกัน (“We have no opinion on the Arab-Arab conflicts”) ที่ยังงี้ละไม่ออกความเห็นนะ คุณนาย ความเห็นพวกฑูตนี้ มันแล้วแต่นายเขาสั่งมา แล้วเราจะต้องไปคอยถามคอยตอบทำไมนะ มันละครชัด ๆ ข่าวว่าการให้สัมภาษณ์ของคุณนาย ทำให้ Saddam เข้าใจว่าอเมริกา ไม่มีปัญหา (หรืออาจจะสนับสนุนด้วยซ้ำ) ที่ Iraq จะบุก Kuwait แต่เรื่องมันกลับตาลปัตร หลังจาก Saddam ถล่ม Kuwait ไปได้ 6 เดือน UN ก็ประกาศประฌาม Saddam พร้อมทั้งมีมติเอกฉันท์สั่งให้ Saddam ถอนกองทัพออกมา Saddam เฉย กลางเดือนมกราคม ค.ศ. 1991 Operation Desert Storm ของอเมริกาก็ปฎิบัติการ ชาวเราก็นั่งดูข่าวถ่ายทอดสดทาง CNN เหมือนดูหนังโรง แต่ของจริงเขาถล่มจริง ตายจริง มันเป็นเพียงการเริ่มต้นของการทำลายล้างประเทศ และประชาชนอย่างไม่มีความปราณี อยู่ 12 ปี แม้จะ (หลอกว่า) มี Operation Iraqi Freedom ตามมาให้เมื่อมีนาคม ค.ศ. 2003 จนหลาย ปีให้หลัง ยังไม่เห็นเสรีภาพของชนชาวอิรัค ทุกวันนี้พวกเขายังเรียกร้องหาประชาธิปไตยกันอยู่ เขาถูกย่ำยีจนไม่เหลือ ทั้งทรัพยากร ชีวิตผู้คนและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ไอ้พวกนักสิทธิมนุษย์ของสหประชาชาติ มันหายไปไหนหมด หรือมัวแต่ไปช่วยเขาหาบุคคลที่สมควรได้รับรางวัล Nobel สันติภาพกัน คนเล่านิทาน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 648 มุมมอง 0 รีวิว
  • กลุ่มแพทย์และจิตอาสาคนไทยพิทักษ์สิทธิ์ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเรื่องสุขภาพประชาชน ด้วยศาสตร์ต่างๆ ดังนี้
    1.ศาสตร์แพทย์แผนไทย (Traditional Thai Medicine)
    ยาเบญจโลกวิเชียร(ห้าราก),ยาขาว,ยาใบมะขาม,ยาตรีผลา,ยาจันทลีลา,ยาเขียวหอม,ยาแสงหมึก,ยาประสะจันทน์แดง,ยามหานิลแท่งทอง,ยาสิงฆาณิกา,ยาธาตุบรรจบ,ยาเหลืองปิดสมุทร,ยาธาตุอบเชย,ยาปราบชมพูทวีป,ยาประสะมะแว้ง,ยาอัมฤควาที,ยาบำรุงโลหิต,ยาเลือดงาม,ยาถ่าย,ยาชุมเห็ดเทศ,ยาธรณีสัณฑฆาต,ยาตรีหอม,ยาลม300จำพวก,ยาหอม,ยาดองมะกรูด,ยาประสะกะเพรา,ยาประสะกานพลู,ยาวิสัมพยาใหญ่,ยามันทธาตุ,ยามหาจักรใหญ่,ยาประสะเจตพังคี,ยามะฮอกกานี,ยาแก้ไอมะขามป้อม,ยาพญายอ,สมุนไพรถ่ายพยาธิต่างๆ เช่น เมล็ดฟักทอง,เมล็ดมะขาม,เมล็ดเล็บมือนาง,เมล็ดสแก,ผงปวกหาด(มะหาด),ผลมะเกลือ,ยาเปลือกมังคุด,รางจืด,ฟ้าทลายโจร,โกฐจุฬาลัมพา,พลูคาว,ใบหนุมานประสานกาย,กระชาย,กัญชา,ขมิ้นชัน,อ้อยดำ,ฝาง,ผักบุ้งแดง,ดอกเกลือ,สมุนไพร ลมปราณ,ปัตจัตตัง เป็นต้น
    2.ศาสตร์แพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine)
    ยกตัวอย่าง สมุนไพรฉั่งฉิก ยาเขียวธรรมดา ยาเขียวพิเศษชิงเฟ่ยซองสีส้ม ยาชะลอวัย ยาวาสคิวล่าร์
    ถ้าเกี่ยวกับลิ่มเลือดอุดตันใช้ยา 脑心通胶囊 เหน่า ซิน ทง
    ถ้าก้อนเนื้องอกกำเริบ ใช้温胆汤加减 เวิน ต่าน ทัง เจีย เจี่ยน และศาสตร์การฝังเข็ม เป็นต้น
    3.ศาสตร์โฮมิโอพาธีร์ (Homeophathy) ยาสกัดพลังธรมชาติ จาก พืช สัตว์ แร่ธาตุ ได้แก่ ตำรับโฮมิโอพาธีร์ต่างๆ ตำรับยาหมออมร ดังนี้ Isopathy ของวัคซีน AstraZeneca และ Sinopharm ตำรับ Benjalo แก้แพ้วัคซีนและลองโควิด,TotalTox ล้างพิษที่ตกค้างในอาหาร,RJHT ล้างพิษฟอร์มาลีนและสารเคมีการเกษตร,CKDMHT ขจัดพิษตกค้างจากสารเคมีปรุงรส,CBZA ช่วยล้างพิษสารเคมีกันบูดในอาหาร
    4.การครอบแก้ว,กรอกเลือด (Wet Cupping) เพื่อให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น เอาเลือดที่
    คั่งค้างออก ซึ่งส่งผลทำให้ลดอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อและสามารถบรรเทาได้หลายโรค
    5.ศาสตร์ผสมผสาน (Integrative Medicine)
    การเหยียบดิน/หญ้า(Grounding),การอบตัว,อดอาหารเป็นระยะ(Intermittent Fasting),ศาสตร์ยา9เม็ดหมอเขียว,สวนล้างลำไส้(Enema),ล้างลำไส้แบบลึก(Colonics),Vitamin C Flush,เสียงบำบัด(Sound Therapy),ความถี่บำบัด(Frequency Therapy),ใช้แสงแดงFar Infrared,Reiki,แช่เท้า(Herbal Foot Bath),ล้างพิษตับ(Liver Compression,Castor Oil Pack,การใช้ทองแดง(Copper Tensor Rings),Crystals,การเขียนบันทึก (Journaling),Art Therapy,การทำสมาธิ Pasitive Affirmations,ฝึกการหายใจ(Breathing Exercises),การตากแดด,เข้าใกล้มังสวิรัติ,คลอรีนไดออกไซด์โซลูชัน(CDS),ไฮดรอกซีคลอโรควีน(HCQ),เมทาลีนบลู(Methylene Blue),ดินภูเขาไฟเบนโทไนท์(Bentonite Clay),ซีโอไลท์(Zeolite),ซิลเวอร์คอลลอยด์(ColloidalSilver),DMSO,ไอโอดีน(Iodine),ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์(Hydrogen Peroxide),ไอเวอร์เมคติน(Ivermectin),เฟนเบนดาโซล (Fenbendazole),แอสไพลิน(Aspirin),น้ำเสริมไฮโดรเจน(hydrogen-rich water),บอแรกซ์(Borax),นัตโตะไคเนส(Nattokinase),โบรมิเลน(Bromelain),Magnesium Antisense(แมกนีเซียมแอนไทเซนส์),เพนท็อกซิฟิลลีน(Pentoxifylline),แมกนีเซียม(Magnesium),กลูตาไธโอน(Glutathione),สังกะสี(Zinc),แอสตาแซนธิน(Astaxanthin),ซิลิมาริน(Sillymarin),กรดอัลฟาไลโปอิก(Alpha Lipoic Acid),เมลาโทนิน(Melatonin),วิตามินดี(Vitamin D),NACหรือN-Acetylcysteine,CoQ10,ซิลิเนียม(Selenium),กรดฟูลวิค(Fulvic Acid),ผักชี(coriander),มะระขี้นก(Bitter gourd),สาหร่ายเกลียวทอง (Spirulina),มิลค์ทิสเซิล(Milk Thistle-Silymarin),พริกคาเยน(Chayenne Peper),ชาเขียว(Green Tea),เห็ดถั่งเช่า(Cordyceps Mushrooms),อาติโช๊ค(Artichoke),คลอเรลลา(Chlorella),สาหร่าย Dulse,Shilajit และอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆที่โลกมี เป็นต้น

    โอเพนแชท "ล้างพิษ ยาฉีด"
    https://line.me/ti/g2/wTvY1gxHGpGKCt15sQN1jMHw02XoSC1uXsjUsQ?utm_source=invitation&utm_medium=link_copy&utm_campaign=default
    ✅กลุ่มแพทย์และจิตอาสาคนไทยพิทักษ์สิทธิ์ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเรื่องสุขภาพประชาชน ด้วยศาสตร์ต่างๆ ดังนี้ 🧐1.ศาสตร์แพทย์แผนไทย (Traditional Thai Medicine) ยาเบญจโลกวิเชียร(ห้าราก),ยาขาว,ยาใบมะขาม,ยาตรีผลา,ยาจันทลีลา,ยาเขียวหอม,ยาแสงหมึก,ยาประสะจันทน์แดง,ยามหานิลแท่งทอง,ยาสิงฆาณิกา,ยาธาตุบรรจบ,ยาเหลืองปิดสมุทร,ยาธาตุอบเชย,ยาปราบชมพูทวีป,ยาประสะมะแว้ง,ยาอัมฤควาที,ยาบำรุงโลหิต,ยาเลือดงาม,ยาถ่าย,ยาชุมเห็ดเทศ,ยาธรณีสัณฑฆาต,ยาตรีหอม,ยาลม300จำพวก,ยาหอม,ยาดองมะกรูด,ยาประสะกะเพรา,ยาประสะกานพลู,ยาวิสัมพยาใหญ่,ยามันทธาตุ,ยามหาจักรใหญ่,ยาประสะเจตพังคี,ยามะฮอกกานี,ยาแก้ไอมะขามป้อม,ยาพญายอ,สมุนไพรถ่ายพยาธิต่างๆ เช่น เมล็ดฟักทอง,เมล็ดมะขาม,เมล็ดเล็บมือนาง,เมล็ดสแก,ผงปวกหาด(มะหาด),ผลมะเกลือ,ยาเปลือกมังคุด,รางจืด,ฟ้าทลายโจร,โกฐจุฬาลัมพา,พลูคาว,ใบหนุมานประสานกาย,กระชาย,กัญชา,ขมิ้นชัน,อ้อยดำ,ฝาง,ผักบุ้งแดง,ดอกเกลือ,สมุนไพร ลมปราณ,ปัตจัตตัง เป็นต้น 🧐2.ศาสตร์แพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine) ยกตัวอย่าง สมุนไพรฉั่งฉิก ยาเขียวธรรมดา ยาเขียวพิเศษชิงเฟ่ยซองสีส้ม ยาชะลอวัย ยาวาสคิวล่าร์ ถ้าเกี่ยวกับลิ่มเลือดอุดตันใช้ยา 脑心通胶囊 เหน่า ซิน ทง ถ้าก้อนเนื้องอกกำเริบ ใช้温胆汤加减 เวิน ต่าน ทัง เจีย เจี่ยน และศาสตร์การฝังเข็ม เป็นต้น 🧐3.ศาสตร์โฮมิโอพาธีร์ (Homeophathy) ยาสกัดพลังธรมชาติ จาก พืช สัตว์ แร่ธาตุ ได้แก่ ตำรับโฮมิโอพาธีร์ต่างๆ ตำรับยาหมออมร ดังนี้ Isopathy ของวัคซีน AstraZeneca และ Sinopharm ตำรับ Benjalo แก้แพ้วัคซีนและลองโควิด,TotalTox ล้างพิษที่ตกค้างในอาหาร,RJHT ล้างพิษฟอร์มาลีนและสารเคมีการเกษตร,CKDMHT ขจัดพิษตกค้างจากสารเคมีปรุงรส,CBZA ช่วยล้างพิษสารเคมีกันบูดในอาหาร 🧐4.การครอบแก้ว,กรอกเลือด (Wet Cupping) เพื่อให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น เอาเลือดที่ คั่งค้างออก ซึ่งส่งผลทำให้ลดอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อและสามารถบรรเทาได้หลายโรค 🧐5.ศาสตร์ผสมผสาน (Integrative Medicine) การเหยียบดิน/หญ้า(Grounding),การอบตัว,อดอาหารเป็นระยะ(Intermittent Fasting),ศาสตร์ยา9เม็ดหมอเขียว,สวนล้างลำไส้(Enema),ล้างลำไส้แบบลึก(Colonics),Vitamin C Flush,เสียงบำบัด(Sound Therapy),ความถี่บำบัด(Frequency Therapy),ใช้แสงแดงFar Infrared,Reiki,แช่เท้า(Herbal Foot Bath),ล้างพิษตับ(Liver Compression,Castor Oil Pack,การใช้ทองแดง(Copper Tensor Rings),Crystals,การเขียนบันทึก (Journaling),Art Therapy,การทำสมาธิ Pasitive Affirmations,ฝึกการหายใจ(Breathing Exercises),การตากแดด,เข้าใกล้มังสวิรัติ,คลอรีนไดออกไซด์โซลูชัน(CDS),ไฮดรอกซีคลอโรควีน(HCQ),เมทาลีนบลู(Methylene Blue),ดินภูเขาไฟเบนโทไนท์(Bentonite Clay),ซีโอไลท์(Zeolite),ซิลเวอร์คอลลอยด์(ColloidalSilver),DMSO,ไอโอดีน(Iodine),ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์(Hydrogen Peroxide),ไอเวอร์เมคติน(Ivermectin),เฟนเบนดาโซล (Fenbendazole),แอสไพลิน(Aspirin),น้ำเสริมไฮโดรเจน(hydrogen-rich water),บอแรกซ์(Borax),นัตโตะไคเนส(Nattokinase),โบรมิเลน(Bromelain),Magnesium Antisense(แมกนีเซียมแอนไทเซนส์),เพนท็อกซิฟิลลีน(Pentoxifylline),แมกนีเซียม(Magnesium),กลูตาไธโอน(Glutathione),สังกะสี(Zinc),แอสตาแซนธิน(Astaxanthin),ซิลิมาริน(Sillymarin),กรดอัลฟาไลโปอิก(Alpha Lipoic Acid),เมลาโทนิน(Melatonin),วิตามินดี(Vitamin D),NACหรือN-Acetylcysteine,CoQ10,ซิลิเนียม(Selenium),กรดฟูลวิค(Fulvic Acid),ผักชี(coriander),มะระขี้นก(Bitter gourd),สาหร่ายเกลียวทอง (Spirulina),มิลค์ทิสเซิล(Milk Thistle-Silymarin),พริกคาเยน(Chayenne Peper),ชาเขียว(Green Tea),เห็ดถั่งเช่า(Cordyceps Mushrooms),อาติโช๊ค(Artichoke),คลอเรลลา(Chlorella),สาหร่าย Dulse,Shilajit และอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆที่โลกมี เป็นต้น โอเพนแชท "ล้างพิษ ยาฉีด" https://line.me/ti/g2/wTvY1gxHGpGKCt15sQN1jMHw02XoSC1uXsjUsQ?utm_source=invitation&utm_medium=link_copy&utm_campaign=default
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1600 มุมมอง 0 รีวิว
  • เรื่องเล่าจากข่าว: แท็บเล็ตวาดภาพที่พร้อมใช้งานทันที แต่อาจไม่เหมาะกับทุกคน

    Wacom เปิดตัว MovinkPad 11 แท็บเล็ต Android ขนาด 11.45 นิ้ว ที่มาพร้อมกับปากกา Pro Pen 3 รุ่นมืออาชีพ ซึ่งไม่ต้องใช้แบตเตอรี่หรือ Bluetooth และให้ความแม่นยำสูงด้วยเทคโนโลยี EMR (Electromagnetic Resonance)

    จุดเด่นคือฟีเจอร์ “Quick Draw” ที่ให้ผู้ใช้แตะปากกาบนหน้าจอเพื่อเปิดแอป Wacom Canvas ได้ทันที—เหมือนเปิดสมุดสเก็ตช์แบบดิจิทัล ไม่ต้องปลดล็อกเครื่องหรือรอโหลดแอป

    หน้าจอแบบด้านช่วยลดแสงสะท้อนและให้สัมผัสเหมือนวาดบนกระดาษจริง ๆ เหมาะกับการใช้งานร่วมกับแอป Clip Studio Paint Debut ที่ติดตั้งมาให้แล้ว

    แต่แม้จะมีจุดเด่นด้านการวาด MovinkPad 11 ก็ยังมีข้อจำกัด เช่น ใช้ชิป MediaTek Helio G99 ซึ่งเป็นระดับกลาง และยังไม่มีแอป Adobe Photoshop หรือ Illustrator บน Android ทำให้การทำงานระดับมืออาชีพยังไม่ครบถ้วน

    Wacom MovinkPad 11 มาพร้อมปากกา Pro Pen 3 แบบไม่ต้องชาร์จ
    ใช้เทคโนโลยี EMR ให้ความแม่นยำสูง
    รองรับแรงกด 8,192 ระดับและการเอียงปากกา

    หน้าจอขนาด 11.45 นิ้ว ความละเอียด 2200 x 1440 แบบด้าน
    ลดแสงสะท้อนและรอยนิ้วมือ
    ให้สัมผัสเหมือนวาดบนกระดาษจริง

    ฟีเจอร์ Quick Draw เปิดแอป Wacom Canvas ได้ทันที
    ไม่ต้องปลดล็อกเครื่อง
    เหมาะกับการสเก็ตช์ไอเดียแบบรวดเร็ว

    แอป Clip Studio Paint Debut ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน
    เหมาะกับนักวาดมือใหม่และนักเรียน
    ใช้งานได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์

    รองรับปากกา EMR จากแบรนด์อื่น เช่น LAMY และ STAEDTLER
    เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน
    ไม่จำกัดเฉพาะปากกา Wacom เท่านั้น

    แบตเตอรี่ขนาด 7,700 mAh ใช้งานได้นานหลายชั่วโมง
    น้ำหนักเบาเพียง 1.3 ปอนด์
    พกพาสะดวกและเหมาะกับการใช้งานนอกสถานที่

    https://www.techradar.com/pro/wacoms-unique-movinkpad-11-android-tablet-with-pro-pen-3-support-gets-its-first-review-and-aspiring-illustrators-will-love-it
    🎙️ เรื่องเล่าจากข่าว: แท็บเล็ตวาดภาพที่พร้อมใช้งานทันที แต่อาจไม่เหมาะกับทุกคน Wacom เปิดตัว MovinkPad 11 แท็บเล็ต Android ขนาด 11.45 นิ้ว ที่มาพร้อมกับปากกา Pro Pen 3 รุ่นมืออาชีพ ซึ่งไม่ต้องใช้แบตเตอรี่หรือ Bluetooth และให้ความแม่นยำสูงด้วยเทคโนโลยี EMR (Electromagnetic Resonance) จุดเด่นคือฟีเจอร์ “Quick Draw” ที่ให้ผู้ใช้แตะปากกาบนหน้าจอเพื่อเปิดแอป Wacom Canvas ได้ทันที—เหมือนเปิดสมุดสเก็ตช์แบบดิจิทัล ไม่ต้องปลดล็อกเครื่องหรือรอโหลดแอป หน้าจอแบบด้านช่วยลดแสงสะท้อนและให้สัมผัสเหมือนวาดบนกระดาษจริง ๆ เหมาะกับการใช้งานร่วมกับแอป Clip Studio Paint Debut ที่ติดตั้งมาให้แล้ว แต่แม้จะมีจุดเด่นด้านการวาด MovinkPad 11 ก็ยังมีข้อจำกัด เช่น ใช้ชิป MediaTek Helio G99 ซึ่งเป็นระดับกลาง และยังไม่มีแอป Adobe Photoshop หรือ Illustrator บน Android ทำให้การทำงานระดับมืออาชีพยังไม่ครบถ้วน ✅ Wacom MovinkPad 11 มาพร้อมปากกา Pro Pen 3 แบบไม่ต้องชาร์จ ➡️ ใช้เทคโนโลยี EMR ให้ความแม่นยำสูง ➡️ รองรับแรงกด 8,192 ระดับและการเอียงปากกา ✅ หน้าจอขนาด 11.45 นิ้ว ความละเอียด 2200 x 1440 แบบด้าน ➡️ ลดแสงสะท้อนและรอยนิ้วมือ ➡️ ให้สัมผัสเหมือนวาดบนกระดาษจริง ✅ ฟีเจอร์ Quick Draw เปิดแอป Wacom Canvas ได้ทันที ➡️ ไม่ต้องปลดล็อกเครื่อง ➡️ เหมาะกับการสเก็ตช์ไอเดียแบบรวดเร็ว ✅ แอป Clip Studio Paint Debut ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน ➡️ เหมาะกับนักวาดมือใหม่และนักเรียน ➡️ ใช้งานได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ ✅ รองรับปากกา EMR จากแบรนด์อื่น เช่น LAMY และ STAEDTLER ➡️ เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน ➡️ ไม่จำกัดเฉพาะปากกา Wacom เท่านั้น ✅ แบตเตอรี่ขนาด 7,700 mAh ใช้งานได้นานหลายชั่วโมง ➡️ น้ำหนักเบาเพียง 1.3 ปอนด์ ➡️ พกพาสะดวกและเหมาะกับการใช้งานนอกสถานที่ https://www.techradar.com/pro/wacoms-unique-movinkpad-11-android-tablet-with-pro-pen-3-support-gets-its-first-review-and-aspiring-illustrators-will-love-it
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 372 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักวิเคราะห์ดาวเทียมออสเตรเลียชี้หลักฐานชัด! กัมพูชาเริ่มขัดแย้ง-เสริมกำลังก่อนปะทะ
    https://www.thai-tai.tv/news/20534/
    .
    #ข้อมูลดาวเทียม #นาธานรูเซอร์ #ASPI #กัมพูชาเริ่มก่อน #ชายแดนไทยกัมพูชา #หลักฐานชัด #ความขัดแย้ง #สงคราม #อุดรมีชัย #พระวิหาร
    นักวิเคราะห์ดาวเทียมออสเตรเลียชี้หลักฐานชัด! กัมพูชาเริ่มขัดแย้ง-เสริมกำลังก่อนปะทะ https://www.thai-tai.tv/news/20534/ . #ข้อมูลดาวเทียม #นาธานรูเซอร์ #ASPI #กัมพูชาเริ่มก่อน #ชายแดนไทยกัมพูชา #หลักฐานชัด #ความขัดแย้ง #สงคราม #อุดรมีชัย #พระวิหาร
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 417 มุมมอง 0 รีวิว
  • จีนเรื่มเปิดหน้ามากขึ้น!!

    เรือรบของกองทัพเรือจีนที่ปฏิบัติการจากฐานทัพใน "จิบูตี" ได้ยิงเลเซอร์ไปที่เครื่องบินสอดแนมของกองทัพอากาศเยอรมนีซึ่งบินอยู่เหนือทะเลแดง ทำให้อุปกรณ์ของเครื่องบิน “พร่ามัว” ไปชั่วขณะ ในขณะที่เครื่องบินสอดแนมของเยอรมันกำลังทำภารกิจเก็บข้อมูลข่าวกรองเพื่อสอดส่องความเคลื่อนไหวของกลุ่มฮูตีภายใต้ข้ออ้างเพื่อ "ปกป้องการเดินเรือ" ภายใต้กรอบปฏิบัติการ "ASPIDES" ของยุโรป

    ล่าสุดกระทรวงต่างประเทศของเยอรมนีประกาศว่าได้เรียกเอกอัครราชทูตของจีนมารับทราบถึงการประท้วงการกระทำดังกล่าวของจีนว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และยังคุกคามชีวิตของลูกเรือเครื่องบินของเยอรมนีด้วย
    จีนเรื่มเปิดหน้ามากขึ้น!! เรือรบของกองทัพเรือจีนที่ปฏิบัติการจากฐานทัพใน "จิบูตี" ได้ยิงเลเซอร์ไปที่เครื่องบินสอดแนมของกองทัพอากาศเยอรมนีซึ่งบินอยู่เหนือทะเลแดง ทำให้อุปกรณ์ของเครื่องบิน “พร่ามัว” ไปชั่วขณะ ในขณะที่เครื่องบินสอดแนมของเยอรมันกำลังทำภารกิจเก็บข้อมูลข่าวกรองเพื่อสอดส่องความเคลื่อนไหวของกลุ่มฮูตีภายใต้ข้ออ้างเพื่อ "ปกป้องการเดินเรือ" ภายใต้กรอบปฏิบัติการ "ASPIDES" ของยุโรป ล่าสุดกระทรวงต่างประเทศของเยอรมนีประกาศว่าได้เรียกเอกอัครราชทูตของจีนมารับทราบถึงการประท้วงการกระทำดังกล่าวของจีนว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และยังคุกคามชีวิตของลูกเรือเครื่องบินของเยอรมนีด้วย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 418 มุมมอง 0 รีวิว
  • กลุ่มแพทย์และจิตอาสาคนไทยพิทักษ์สิทธิ์ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเรื่องสุขภาพประชาชน ด้วยศาสตร์ต่างๆ ดังนี้
    1.ศาสตร์แพทย์แผนไทย (Traditional Thai Medicine)
    ยาเบญจโลกวิเชียร(ห้าราก),ยาขาว,ยาใบมะขาม,ยาตรีผลา,ยาจันทลีลา,ยาเขียวหอม,ยาแสงหมึก, ยาประสะจันทน์แดง,ยามหานิลแท่งทอง,ยาสิงฆาณิกา,ยาธาตุบรรจบ,ยาเหลืองปิดสมุทร,ยาธาตุอบเชย,ยาปราบชมพูทวีป,ยาประสะมะแว้ง,ยาอัมฤควาที,ยาบำรุงโลหิต,ยาเลือดงาม,ยาชุมเห็ดเทศ, ยาธรณีสัณฑฆาต,ยาตรีหอม,ยาลม300จำพวก,ยาหอม,ยาดองมะกรูด,ยาประสะกะเพรา,ยาประสะกานพลู,ยาวิสัมพยาใหญ่,ยามันทธาตุ,ยามหาจักรใหญ่,ยาประสะเจตพังคี,ยามะฮอกกานี,ยาแก้ไอมะขามป้อม,ยาพญายอ,สมุนไพรถ่ายพยาธิต่างๆ เช่น ผงปวกหาด(มะหาด),ยาเปลือกมังคุด,รางจืด,
    ฟ้าทลายโจร,โกฐจุฬาลัมพา,พลูคาว,ใบหนุมานประสานกาย,กระชาย,กัญชา,ขมิ้นชัน,อ้อยดำ,ฝาง, ดอกเกลือ เป็นต้น
    2.ศาสตร์แพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine)
    ยกตัวอย่าง สมุนไพรฉั่งฉิก ยาเขียวธรรมดา ยาเขียวพิเศษชิงเฟ่ยซองสีส้ม ยาชะลอวัย ยาวาสคิวล่าร์
    ถ้าเกี่ยวกับลิ่มเลือดอุดตันใช้ยา 脑心通胶囊 เหน่า ซิน ทง
    ถ้าก้อนเนื้องอกกำเริบ ใช้温胆汤加减 เวิน ต่าน ทัง เจีย เจี่ยน และศาสตร์การฝังเข็ม เป็นต้น
    3.ศาสตร์โฮมิโอพาธีร์ (Homeophathy) ยาสกัดพลังธรมชาติ จาก พืช สัตว์ แร่ธาตุ
    ตำรับพื้นฐานต่างๆ และตำรับยาหมออมร (Benjalo แก้แพ้วัคซีนและลองโควิด TotalTox ล้างพิษที่ตกค้างในอาหาร RJHT ล้างพิษฟอร์มาลีนและสารเคมีการเกษตร CKDMHT ขจัดพิษตกค้างจากสารเคมีปรุงรส CBZA ช่วยล้างพิษสารเคมีกันบูดในอาหาร)
    4.การครอบแก้ว,กรอกเลือด (Wet Cupping) เพื่อให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น เอาเลือดที่
    คั่งค้างออก ซึ่งส่งผลทำให้ลดอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อและสามารถบรรเทาได้หลายโรค
    5.ศาสตร์ผสมผสาน (Integrative Medicine)
    การเหยียบดิน/หญ้า(Grounding),การอบตัว,อดอาหารเป็นระยะ(Intermittent Fasting),ศาสตร์ยา9เม็ดหมอเขียว,สวนล้างลำไส้(Enema),ล้างลำไส้แบบลึก(Colonics),Vitamin C Flush,เสียงบำบัด(Sound Therapy),ความถี่บำบัด(Frequency Therapy),ใช้แสงแดงFar Infrared,Reiki,แช่เท้า(Herbal Foot Bath),ล้างพิษตับ(Liver Compression,Castor Oil Pack,การใช้ทองแดง(Copper Tensor Rings),Crystals,การเขียนบันทึก (Journaling),Art Therapy,การทำสมาธิ Pasitive Affirmations,ฝึกการหายใจ(Breathing Exercises),การตากแดด,เข้าใกล้มังสวิรัติ,คลอรีนไดออกไซด์โซลูชัน(CDS),ไฮดรอกซีคลอโรควีน(HCQ),เมทาลีนบลู(Methylene Blue),ดินภูเขาไฟเบนโทไนท์(Bentonite Clay),ซีโอไลท์(Zeolite),ซิลเวอร์คอลลอยด์(ColloidalSilver),DMSO,ไอโอดีน(Iodine),ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์(Hydrogen Peroxide),ไอเวอร์เมคติน(Ivermectin),เฟนเบนดาโซล (Fenbendazole),แอสไพลิน(Aspirin),บอแรกซ์(Borax),นัตโตะไคเนส(Nattokinase),โบรมิเลน(Bromelain),Magnesium Antisense(แมกนีเซียมแอนไทเซนส์),เพนท็อกซิฟิลลีน(Pentoxifylline),แมกนีเซียม(Magnesium),กลูตาไธโอน(Glutathione),สังกะสี(Zinc),แอสตาแซนธิน(Astaxanthin),ซิลิมาริน(Sillymarin),กรดอัลฟาไลโปอิก(Alpha Lipoic Acid),เมลาโทนิน(Melatonin),วิตามินดี(Vitamin D),NACหรือN-Acetylcysteine,CoQ10,ซิลิเนียม(Selenium),กรดฟูลวิค(Fulvic Acid),ผักชี(coriander),มะระขี้นก(Bitter gourd),สาหร่ายเกลียวทอง (Spirulina),มิลค์ทิสเซิล(Milk Thistle-Silymarin),พริกคาเยน(Chayenne Peper),ชาเขียว(Green Tea),เห็ด
    ถั่งเช่า(Cordyceps Mushrooms),อาติโช๊ค(Artichoke),คลอเรลลา(Chlorella),สาหร่าย Dulse และอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆที่โลกมี เป็นต้น

    โอเพนแชท "ล้างพิษ ยาฉีด"
    https://line.me/ti/g2/wTvY1gxHGpGKCt15sQN1jMHw02XoSC1uXsjUsQ?utm_source=invitation&utm_medium=link_copy&utm_campaign=default

    กลุ่มแพทย์และจิตอาสาคนไทยพิทักษ์สิทธิ์
    ✍️กลุ่มแพทย์และจิตอาสาคนไทยพิทักษ์สิทธิ์ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเรื่องสุขภาพประชาชน ด้วยศาสตร์ต่างๆ ดังนี้ 🥸1.ศาสตร์แพทย์แผนไทย (Traditional Thai Medicine) ยาเบญจโลกวิเชียร(ห้าราก),ยาขาว,ยาใบมะขาม,ยาตรีผลา,ยาจันทลีลา,ยาเขียวหอม,ยาแสงหมึก, ยาประสะจันทน์แดง,ยามหานิลแท่งทอง,ยาสิงฆาณิกา,ยาธาตุบรรจบ,ยาเหลืองปิดสมุทร,ยาธาตุอบเชย,ยาปราบชมพูทวีป,ยาประสะมะแว้ง,ยาอัมฤควาที,ยาบำรุงโลหิต,ยาเลือดงาม,ยาชุมเห็ดเทศ, ยาธรณีสัณฑฆาต,ยาตรีหอม,ยาลม300จำพวก,ยาหอม,ยาดองมะกรูด,ยาประสะกะเพรา,ยาประสะกานพลู,ยาวิสัมพยาใหญ่,ยามันทธาตุ,ยามหาจักรใหญ่,ยาประสะเจตพังคี,ยามะฮอกกานี,ยาแก้ไอมะขามป้อม,ยาพญายอ,สมุนไพรถ่ายพยาธิต่างๆ เช่น ผงปวกหาด(มะหาด),ยาเปลือกมังคุด,รางจืด, ฟ้าทลายโจร,โกฐจุฬาลัมพา,พลูคาว,ใบหนุมานประสานกาย,กระชาย,กัญชา,ขมิ้นชัน,อ้อยดำ,ฝาง, ดอกเกลือ เป็นต้น 🥸2.ศาสตร์แพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine) ยกตัวอย่าง สมุนไพรฉั่งฉิก ยาเขียวธรรมดา ยาเขียวพิเศษชิงเฟ่ยซองสีส้ม ยาชะลอวัย ยาวาสคิวล่าร์ ถ้าเกี่ยวกับลิ่มเลือดอุดตันใช้ยา 脑心通胶囊 เหน่า ซิน ทง ถ้าก้อนเนื้องอกกำเริบ ใช้温胆汤加减 เวิน ต่าน ทัง เจีย เจี่ยน และศาสตร์การฝังเข็ม เป็นต้น 🥸3.ศาสตร์โฮมิโอพาธีร์ (Homeophathy) ยาสกัดพลังธรมชาติ จาก พืช สัตว์ แร่ธาตุ ตำรับพื้นฐานต่างๆ และตำรับยาหมออมร (Benjalo แก้แพ้วัคซีนและลองโควิด TotalTox ล้างพิษที่ตกค้างในอาหาร RJHT ล้างพิษฟอร์มาลีนและสารเคมีการเกษตร CKDMHT ขจัดพิษตกค้างจากสารเคมีปรุงรส CBZA ช่วยล้างพิษสารเคมีกันบูดในอาหาร) 🥸4.การครอบแก้ว,กรอกเลือด (Wet Cupping) เพื่อให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น เอาเลือดที่ คั่งค้างออก ซึ่งส่งผลทำให้ลดอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อและสามารถบรรเทาได้หลายโรค 🥸5.ศาสตร์ผสมผสาน (Integrative Medicine) การเหยียบดิน/หญ้า(Grounding),การอบตัว,อดอาหารเป็นระยะ(Intermittent Fasting),ศาสตร์ยา9เม็ดหมอเขียว,สวนล้างลำไส้(Enema),ล้างลำไส้แบบลึก(Colonics),Vitamin C Flush,เสียงบำบัด(Sound Therapy),ความถี่บำบัด(Frequency Therapy),ใช้แสงแดงFar Infrared,Reiki,แช่เท้า(Herbal Foot Bath),ล้างพิษตับ(Liver Compression,Castor Oil Pack,การใช้ทองแดง(Copper Tensor Rings),Crystals,การเขียนบันทึก (Journaling),Art Therapy,การทำสมาธิ Pasitive Affirmations,ฝึกการหายใจ(Breathing Exercises),การตากแดด,เข้าใกล้มังสวิรัติ,คลอรีนไดออกไซด์โซลูชัน(CDS),ไฮดรอกซีคลอโรควีน(HCQ),เมทาลีนบลู(Methylene Blue),ดินภูเขาไฟเบนโทไนท์(Bentonite Clay),ซีโอไลท์(Zeolite),ซิลเวอร์คอลลอยด์(ColloidalSilver),DMSO,ไอโอดีน(Iodine),ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์(Hydrogen Peroxide),ไอเวอร์เมคติน(Ivermectin),เฟนเบนดาโซล (Fenbendazole),แอสไพลิน(Aspirin),บอแรกซ์(Borax),นัตโตะไคเนส(Nattokinase),โบรมิเลน(Bromelain),Magnesium Antisense(แมกนีเซียมแอนไทเซนส์),เพนท็อกซิฟิลลีน(Pentoxifylline),แมกนีเซียม(Magnesium),กลูตาไธโอน(Glutathione),สังกะสี(Zinc),แอสตาแซนธิน(Astaxanthin),ซิลิมาริน(Sillymarin),กรดอัลฟาไลโปอิก(Alpha Lipoic Acid),เมลาโทนิน(Melatonin),วิตามินดี(Vitamin D),NACหรือN-Acetylcysteine,CoQ10,ซิลิเนียม(Selenium),กรดฟูลวิค(Fulvic Acid),ผักชี(coriander),มะระขี้นก(Bitter gourd),สาหร่ายเกลียวทอง (Spirulina),มิลค์ทิสเซิล(Milk Thistle-Silymarin),พริกคาเยน(Chayenne Peper),ชาเขียว(Green Tea),เห็ด ถั่งเช่า(Cordyceps Mushrooms),อาติโช๊ค(Artichoke),คลอเรลลา(Chlorella),สาหร่าย Dulse และอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆที่โลกมี เป็นต้น โอเพนแชท "ล้างพิษ ยาฉีด" https://line.me/ti/g2/wTvY1gxHGpGKCt15sQN1jMHw02XoSC1uXsjUsQ?utm_source=invitation&utm_medium=link_copy&utm_campaign=default กลุ่มแพทย์และจิตอาสาคนไทยพิทักษ์สิทธิ์
    Like
    1
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1864 มุมมอง 0 รีวิว
  • Acer เปิดตัวแล็ปท็อปเกมมิ่ง Predator และ Copilot+ PC ที่งาน Computex 2025

    Acer เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มแล็ปท็อปเกมมิ่งและ Copilot+ PC ที่งาน Computex 2025 โดยมี Predator Triton 14 AI และ Helios 18 AI เป็นไฮไลท์สำคัญ พร้อมด้วย Swift Edge, Swift Go, Swift X และ Aspire AI ที่ออกแบบมาเพื่อการทำงานและความคิดสร้างสรรค์

    รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Acer
    Predator Triton 14 AI เป็นแล็ปท็อปเกมมิ่งน้ำหนักเบาเพียง 1.6 กก.
    - ใช้ Intel Core Ultra 9 288V และ GeForce RTX 5070 Laptop GPU
    - มีระบบระบายความร้อน Dual AeroBlade 3D รุ่นที่ 6 และวัสดุกราฟีน
    - หน้าจอ OLED WQXGA+ 120Hz รองรับ 100% DCI-P3

    Predator Helios 18 AI มาพร้อมจอ Mini LED 4K ขนาด 18 นิ้ว
    - ใช้ Intel Core Ultra 9 275HX และ GeForce RTX 5090 Laptop GPU
    - มี MagKey 4.0 สวิตช์กลไกแบบถอดเปลี่ยนได้

    Swift Edge 14 AI เป็นแล็ปท็อปน้ำหนักเบาเพียง 0.99 กก.
    - ใช้ Intel Core Ultra 9 288V พร้อม Intel Arc GPU
    - แบตเตอรี่ใช้งานได้ สูงสุด 21 ชั่วโมง

    Swift X 14 AI มีสองรุ่น: AMD Ryzen AI 9 365 และ Intel Core Ultra 9 285H
    - ใช้ GeForce RTX 5070 Laptop GPU สถาปัตยกรรม Blackwell

    Swift Go 16 AI และ Swift Go 14 AI เป็น Copilot+ PC สำหรับงาน Productivity
    - ใช้ Intel Core Ultra 7 258V พร้อม Intel Arc GPU และ NPU
    - แบตเตอรี่ใช้งานได้ สูงสุด 16 ชั่วโมง

    Aspire 14 AI และ Aspire 16 AI เป็นรุ่นราคาประหยัดในกลุ่ม Copilot+ PC
    - Aspire 14 AI ใช้ AMD Ryzen AI 7 350
    - Aspire 16 AI ใช้ Snapdragon X พร้อม Qualcomm Oryon CPU และ Adreno GPU

    https://www.techpowerup.com/337283/acer-showcases-predator-gaming-laptops-swift-and-aspire-copilot-pcs-at-computex-2025
    Acer เปิดตัวแล็ปท็อปเกมมิ่ง Predator และ Copilot+ PC ที่งาน Computex 2025 Acer เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มแล็ปท็อปเกมมิ่งและ Copilot+ PC ที่งาน Computex 2025 โดยมี Predator Triton 14 AI และ Helios 18 AI เป็นไฮไลท์สำคัญ พร้อมด้วย Swift Edge, Swift Go, Swift X และ Aspire AI ที่ออกแบบมาเพื่อการทำงานและความคิดสร้างสรรค์ 🔍 รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Acer ✅ Predator Triton 14 AI เป็นแล็ปท็อปเกมมิ่งน้ำหนักเบาเพียง 1.6 กก. - ใช้ Intel Core Ultra 9 288V และ GeForce RTX 5070 Laptop GPU - มีระบบระบายความร้อน Dual AeroBlade 3D รุ่นที่ 6 และวัสดุกราฟีน - หน้าจอ OLED WQXGA+ 120Hz รองรับ 100% DCI-P3 ✅ Predator Helios 18 AI มาพร้อมจอ Mini LED 4K ขนาด 18 นิ้ว - ใช้ Intel Core Ultra 9 275HX และ GeForce RTX 5090 Laptop GPU - มี MagKey 4.0 สวิตช์กลไกแบบถอดเปลี่ยนได้ ✅ Swift Edge 14 AI เป็นแล็ปท็อปน้ำหนักเบาเพียง 0.99 กก. - ใช้ Intel Core Ultra 9 288V พร้อม Intel Arc GPU - แบตเตอรี่ใช้งานได้ สูงสุด 21 ชั่วโมง ✅ Swift X 14 AI มีสองรุ่น: AMD Ryzen AI 9 365 และ Intel Core Ultra 9 285H - ใช้ GeForce RTX 5070 Laptop GPU สถาปัตยกรรม Blackwell ✅ Swift Go 16 AI และ Swift Go 14 AI เป็น Copilot+ PC สำหรับงาน Productivity - ใช้ Intel Core Ultra 7 258V พร้อม Intel Arc GPU และ NPU - แบตเตอรี่ใช้งานได้ สูงสุด 16 ชั่วโมง ✅ Aspire 14 AI และ Aspire 16 AI เป็นรุ่นราคาประหยัดในกลุ่ม Copilot+ PC - Aspire 14 AI ใช้ AMD Ryzen AI 7 350 - Aspire 16 AI ใช้ Snapdragon X พร้อม Qualcomm Oryon CPU และ Adreno GPU https://www.techpowerup.com/337283/acer-showcases-predator-gaming-laptops-swift-and-aspire-copilot-pcs-at-computex-2025
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Acer Showcases Predator Gaming Laptops, Swift and Aspire Copilot+ PCs at Computex 2025
    In Acer's booth at Computex 2025 we've encountered their updated lineup of gaming laptops from the Predator series as well as an extensive range from the newly announced Swift Edge, Swift Go, Swift X and Aspire Copilot+ PCs. The new Predator Triton 14 AI is a lightweight 14.5-inch gaming laptop weig...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 519 มุมมอง 0 รีวิว
  • โอเมก้า-3 เดินทางจากจานอาหาร…สู่สมอง ลำไส้ และยีนของคุณ

    โอเมก้า-3 อาจเริ่มต้นจากจานปลาย่างในมือคุณ หรือเมล็ดแฟลกซ์เล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในข้าวต้มตอนเช้า

    แต่มันไม่ได้หยุดแค่ที่ลำไส้

    เมื่อคุณเคี้ยวกลืน และดูดซึม…โอเมก้า-3 จะออกเดินทางอย่างเงียบงาม

    ไปจนถึงเยื่อหุ้มเซลล์ของหัวใจ

    ไปจนถึงตับที่ผลิตไขมัน
    และแม้แต่สมองที่คุณใช้คิด พูด ร้องไห้ และให้อภัย

    โอเมก้า-3 จึงไม่ใช่ “สารอาหารเฉพาะทาง”…

    แต่มันคือผู้ประสานความสัมพันธ์ของอวัยวะทั้งร่างกายให้กลับมาเข้าใจกันอีกครั้ง

    กลไกเชิงลึก: เส้นทางของโอเมก้า-3 ในร่างกาย

    1. จากปลา…สู่สมอง

    โอเมก้า-3 โดยเฉพาะ DHA เป็นกรดไขมันหลักใน เยื่อหุ้มเซลล์สมองและตา

    ช่วยเสริมความยืดหยุ่นของเยื่อหุ้มเซลล์ประสาท → การส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ดีขึ้น

    ลดการอักเสบในสมองผ่านการยับยั้ง MAPK และ NF-κB

    มีผลต่อ PPARγ และกระตุ้นการตายของเซลล์ผิดปกติ (apoptosis) ในเซลล์มะเร็ง

    โอเมก้า-3 จึงทั้ง “ปกป้อง” สมอง และ “คัดแยก” เซลล์ที่ไม่ควรอยู่

    2. 🍽 จากจานอาหาร…สู่ระบบย่อยและลำไส้

    เมื่อเรารับประทานโอเมก้า-3 → ร่างกายดูดซึมผ่าน ลำไส้เล็ก

    จากนั้นเข้าสู่กระแสเลือดผ่านระบบหลอดเลือด (vasculature) → ส่งไปยังอวัยวะต่างๆ

    โอเมก้า-3 ที่ไปถึงลำไส้ใหญ่ → เปลี่ยนแปลงสมดุลของจุลินทรีย์

    เพิ่มแบคทีเรียที่ผลิต butyrate และ SCFAs

    ลดเชื้อร้าย เช่น E. coli, S. aureus, Pseudomonas

    โอเมก้า-3 เหมือนผู้ดูแลชุมชนจุลินทรีย์ในลำไส้...ให้สงบ ไม่ก่อไฟอักเสบเรื้อรัง

    3. จากลำไส้…สู่หลอดเลือด

    โอเมก้า-3 ลดการแข็งตัวของเลือด, ลดความหนืด

    เสริมความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือด → ความดันโลหิตลดลง

    ลดสารกระตุ้นการอักเสบ เช่น LTB₄ และ TXA₂

    4. จากเซลล์ลำไส้…สู่ตับและยีน

    ตับคือจุดศูนย์กลางของการเผาผลาญไขมัน

    โอเมก้า-3 ปรับสมดุล omega-3:omega-6 ratio → ลดไขมันสะสมในตับ (NAFLD)

    กระตุ้น PPARα และ PPARγ → ควบคุมการเผาผลาญและลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน

    ลดความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วนจากอาหารไขมันสูง

    นี่ไม่ใช่แค่การลดน้ำหนัก…แต่คือการเปลี่ยน “สภาวะยีน” ของตับให้กลับมาสมดุลอีกครั้ง

    🍽 เมนูอบอุ่นที่ส่งโอเมก้า-3 ไปถึงหัวใจของคุณ

    ปลาทะเล (ย่างพริกไทยดำ, ต้มส้ม, ปลาทูต้มเค็มใส่กระเทียม)

    แฟลกซ์ซีดบดผสมน้ำมะนาว/น้ำผึ้ง

    ไข่ไก่โอเมก้า-3

    ข้าวยำใส่ปลาทู + เมล็ดเจียเล็กน้อย

    คำแนะนำการใช้

    หากรับประทานโอเมก้า-3จากปลา

    แนะนำอย่างน้อย 2–3 ครั้ง/สัปดาห์ เพื่อให้ได้ DHA และ EPA อย่างพอเพียง
    (ปลาทะเลน้ำลึก เช่น แซลมอน ปลาทู ปลาซาร์ดีน เป็นแหล่งดี)

    หากรับประทานในรูปแบบน้ำมันปลา (เสริม)

    เริ่มจาก 1000–2000 มก./วัน (รวม EPA + DHA)
    และควรเลือกแบบ Triglyceride form หรือจากปลาเล็ก เพื่อความปลอดภัยและดูดซึมได้ดี

    โอเมก้า-3 จากพืช (ALA) เช่น เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดเจีย

    สามารถใช้เสริมได้ แต่ควรกินเป็นประจำ และอาจไม่เพียงพอหากต้องการผลลึกด้านสมองหรือภูมิคุ้มกัน

    ข้อควรระวัง

    ผู้ที่ใช้ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น warfarin, aspirin ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

    เพราะโอเมก้า-3 มีฤทธิ์ทำให้เลือดไหลลื่นขึ้น อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก

    ผู้ที่มี โรคตับรุนแรง, โรคแพ้อาหารทะเล, หรือใช้ยาเบาหวานบางชนิด ควรได้รับการดูแลจากแพทย์ก่อนเริ่มเสริมโอเมก้า-3

    หากมีภาวะ ภูมิคุ้มกันต่ำ, ลำไส้แปรปรวนรุนแรง, หรือเคยมีปัญหาแพ้น้ำมันปลา

    ควรเริ่มจากปริมาณน้อย และเลือกแหล่งที่บริสุทธิ์ ผ่านการตรวจโลหะหนัก

    คำถามชวนคิด

    Q: ถ้าไม่กินปลาเลย ควรทำอย่างไร?

    A: ใช้แฟลกซ์ซีดบด + เมล็ดเจีย + น้ำมันงาขี้ม่อน (ALA) ร่วมกับ DHA จากสาหร่าย

    Q: หากเป็นเบาหวานหรือ NAFLD แล้ว จะช่วยจริงไหม?

    A: งานวิจัยนี้ระบุว่าโอเมก้า-3 ช่วยลดการอักเสบของตับและลำไส้ และลดภาวะดื้อต่ออินซูลินได้

    สมุนไพรที่เสริมกลไกนี้

    ขมิ้นชัน → ช่วยลดการอักเสบในลำไส้และตับผ่าน NF-κB

    กระเทียม → เสริมภูมิคุ้มกันในลำไส้

    ใบหม่อน → ปรับสมดุลจุลินทรีย์ และลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน

    พริกไทยดำ → เสริมการดูดซึมโอเมก้า-3 และสารอื่นๆ

    ปลอบโยนหัวใจ

    ร่างกายของคุณมีทางเชื่อมลับ ๆ มากมาย
    ที่สมองพูดคุยกับลำไส้

    ที่ตับส่งสัญญาณถึงหลอดเลือด
    และที่จุลินทรีย์นับล้านกำลังตัดสินว่าคุณจะอักเสบหรือหายดีในวันนี้หรือไม่

    โอเมก้า-3 จึงไม่ใช่แค่ไขมันชนิดหนึ่ง

    แต่มันคือ “สะพานเชื่อมระหว่างอวัยวะ…ด้วยความสงบ”

    ขอให้คุณใช้มื้ออาหารเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟู

    และให้โอเมก้า-3 พาคุณกลับไปหาความสงบในแบบที่คุณเคยลืมไปนานแล้ว

    คำเตือน

    บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเชิงกลไกทางชีวภาพเท่านั้น
    ไม่ได้มีเจตนาให้ใช้แทนการรักษา หรือคำแนะนำทางการแพทย์

    ผู้ที่มีโรคตับ โรคเบาหวาน หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
    ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้โอเมก้า-3 หรือสมุนไพรเสริมใดๆ

    อ้างอิง

    Fu Y, Wang Y, Zhang Y, et al. (2021). Associations among Dietary Omega‐3 Polyunsaturated Fatty Acids, the Gut Microbiota, and Intestinal Immunity. Mediators of Inflammation, 2021, Article ID 8879227. https://doi.org/10.1155/2021/8879227
    🌿 โอเมก้า-3 เดินทางจากจานอาหาร…สู่สมอง ลำไส้ และยีนของคุณ โอเมก้า-3 อาจเริ่มต้นจากจานปลาย่างในมือคุณ หรือเมล็ดแฟลกซ์เล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในข้าวต้มตอนเช้า แต่มันไม่ได้หยุดแค่ที่ลำไส้ เมื่อคุณเคี้ยวกลืน และดูดซึม…โอเมก้า-3 จะออกเดินทางอย่างเงียบงาม ไปจนถึงเยื่อหุ้มเซลล์ของหัวใจ ไปจนถึงตับที่ผลิตไขมัน และแม้แต่สมองที่คุณใช้คิด พูด ร้องไห้ และให้อภัย โอเมก้า-3 จึงไม่ใช่ “สารอาหารเฉพาะทาง”… แต่มันคือผู้ประสานความสัมพันธ์ของอวัยวะทั้งร่างกายให้กลับมาเข้าใจกันอีกครั้ง 🔬 กลไกเชิงลึก: เส้นทางของโอเมก้า-3 ในร่างกาย 1. 🧠 จากปลา…สู่สมอง โอเมก้า-3 โดยเฉพาะ DHA เป็นกรดไขมันหลักใน เยื่อหุ้มเซลล์สมองและตา ช่วยเสริมความยืดหยุ่นของเยื่อหุ้มเซลล์ประสาท → การส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ดีขึ้น ลดการอักเสบในสมองผ่านการยับยั้ง MAPK และ NF-κB มีผลต่อ PPARγ และกระตุ้นการตายของเซลล์ผิดปกติ (apoptosis) ในเซลล์มะเร็ง 🧠 โอเมก้า-3 จึงทั้ง “ปกป้อง” สมอง และ “คัดแยก” เซลล์ที่ไม่ควรอยู่ 2. 🍽 จากจานอาหาร…สู่ระบบย่อยและลำไส้ เมื่อเรารับประทานโอเมก้า-3 → ร่างกายดูดซึมผ่าน ลำไส้เล็ก จากนั้นเข้าสู่กระแสเลือดผ่านระบบหลอดเลือด (vasculature) → ส่งไปยังอวัยวะต่างๆ โอเมก้า-3 ที่ไปถึงลำไส้ใหญ่ → เปลี่ยนแปลงสมดุลของจุลินทรีย์ เพิ่มแบคทีเรียที่ผลิต butyrate และ SCFAs ลดเชื้อร้าย เช่น E. coli, S. aureus, Pseudomonas 🧠 โอเมก้า-3 เหมือนผู้ดูแลชุมชนจุลินทรีย์ในลำไส้...ให้สงบ ไม่ก่อไฟอักเสบเรื้อรัง 3. 🫀 จากลำไส้…สู่หลอดเลือด โอเมก้า-3 ลดการแข็งตัวของเลือด, ลดความหนืด เสริมความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือด → ความดันโลหิตลดลง ลดสารกระตุ้นการอักเสบ เช่น LTB₄ และ TXA₂ 4. 🧬 จากเซลล์ลำไส้…สู่ตับและยีน ตับคือจุดศูนย์กลางของการเผาผลาญไขมัน โอเมก้า-3 ปรับสมดุล omega-3:omega-6 ratio → ลดไขมันสะสมในตับ (NAFLD) กระตุ้น PPARα และ PPARγ → ควบคุมการเผาผลาญและลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ลดความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วนจากอาหารไขมันสูง 🧠 นี่ไม่ใช่แค่การลดน้ำหนัก…แต่คือการเปลี่ยน “สภาวะยีน” ของตับให้กลับมาสมดุลอีกครั้ง 🍽 เมนูอบอุ่นที่ส่งโอเมก้า-3 ไปถึงหัวใจของคุณ ปลาทะเล (ย่างพริกไทยดำ, ต้มส้ม, ปลาทูต้มเค็มใส่กระเทียม) แฟลกซ์ซีดบดผสมน้ำมะนาว/น้ำผึ้ง ไข่ไก่โอเมก้า-3 ข้าวยำใส่ปลาทู + เมล็ดเจียเล็กน้อย 🧭 คำแนะนำการใช้ หากรับประทานโอเมก้า-3จากปลา แนะนำอย่างน้อย 2–3 ครั้ง/สัปดาห์ เพื่อให้ได้ DHA และ EPA อย่างพอเพียง (ปลาทะเลน้ำลึก เช่น แซลมอน ปลาทู ปลาซาร์ดีน เป็นแหล่งดี) หากรับประทานในรูปแบบน้ำมันปลา (เสริม) เริ่มจาก 1000–2000 มก./วัน (รวม EPA + DHA) และควรเลือกแบบ Triglyceride form หรือจากปลาเล็ก เพื่อความปลอดภัยและดูดซึมได้ดี โอเมก้า-3 จากพืช (ALA) เช่น เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดเจีย สามารถใช้เสริมได้ แต่ควรกินเป็นประจำ และอาจไม่เพียงพอหากต้องการผลลึกด้านสมองหรือภูมิคุ้มกัน ❗ ข้อควรระวัง ผู้ที่ใช้ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น warfarin, aspirin ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะโอเมก้า-3 มีฤทธิ์ทำให้เลือดไหลลื่นขึ้น อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ผู้ที่มี โรคตับรุนแรง, โรคแพ้อาหารทะเล, หรือใช้ยาเบาหวานบางชนิด ควรได้รับการดูแลจากแพทย์ก่อนเริ่มเสริมโอเมก้า-3 หากมีภาวะ ภูมิคุ้มกันต่ำ, ลำไส้แปรปรวนรุนแรง, หรือเคยมีปัญหาแพ้น้ำมันปลา ควรเริ่มจากปริมาณน้อย และเลือกแหล่งที่บริสุทธิ์ ผ่านการตรวจโลหะหนัก ❓ คำถามชวนคิด Q: ถ้าไม่กินปลาเลย ควรทำอย่างไร? A: ใช้แฟลกซ์ซีดบด + เมล็ดเจีย + น้ำมันงาขี้ม่อน (ALA) ร่วมกับ DHA จากสาหร่าย Q: หากเป็นเบาหวานหรือ NAFLD แล้ว จะช่วยจริงไหม? A: งานวิจัยนี้ระบุว่าโอเมก้า-3 ช่วยลดการอักเสบของตับและลำไส้ และลดภาวะดื้อต่ออินซูลินได้ 🌿 สมุนไพรที่เสริมกลไกนี้ ขมิ้นชัน → ช่วยลดการอักเสบในลำไส้และตับผ่าน NF-κB กระเทียม → เสริมภูมิคุ้มกันในลำไส้ ใบหม่อน → ปรับสมดุลจุลินทรีย์ และลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน พริกไทยดำ → เสริมการดูดซึมโอเมก้า-3 และสารอื่นๆ 🤍 ปลอบโยนหัวใจ ร่างกายของคุณมีทางเชื่อมลับ ๆ มากมาย ที่สมองพูดคุยกับลำไส้ ที่ตับส่งสัญญาณถึงหลอดเลือด และที่จุลินทรีย์นับล้านกำลังตัดสินว่าคุณจะอักเสบหรือหายดีในวันนี้หรือไม่ โอเมก้า-3 จึงไม่ใช่แค่ไขมันชนิดหนึ่ง แต่มันคือ “สะพานเชื่อมระหว่างอวัยวะ…ด้วยความสงบ” ขอให้คุณใช้มื้ออาหารเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟู และให้โอเมก้า-3 พาคุณกลับไปหาความสงบในแบบที่คุณเคยลืมไปนานแล้ว 🌿 ⚠️ คำเตือน บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเชิงกลไกทางชีวภาพเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาให้ใช้แทนการรักษา หรือคำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ที่มีโรคตับ โรคเบาหวาน หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้โอเมก้า-3 หรือสมุนไพรเสริมใดๆ 📚 อ้างอิง Fu Y, Wang Y, Zhang Y, et al. (2021). Associations among Dietary Omega‐3 Polyunsaturated Fatty Acids, the Gut Microbiota, and Intestinal Immunity. Mediators of Inflammation, 2021, Article ID 8879227. https://doi.org/10.1155/2021/8879227
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1451 มุมมอง 0 รีวิว
  • Raspberry Pi OS อัปเดตใหม่ เพิ่มฟีเจอร์ล็อกหน้าจอและปรับปรุงการพิมพ์ ผู้ใช้ Raspberry Pi สามารถดาวน์โหลด Raspberry Pi OS เวอร์ชันล่าสุด ซึ่งมาพร้อมกับ หน้าจอล็อกใหม่, ตัวเลือกล็อกอินอัตโนมัติที่ดีขึ้น, แอปพลิเคชันเครื่องพิมพ์ใหม่ และการรองรับหน้าจอสัมผัสที่ปรับปรุงแล้ว

    การอัปเดตนี้ยังรวมถึง Linux 6.12 และการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเพื่อ เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน โดยผู้ใช้ที่มีระบบอยู่แล้วสามารถอัปเดตได้ง่าย ๆ ผ่าน คำสั่งใน Terminal

    เพิ่มหน้าจอล็อกใหม่ที่ใช้ Swaylock
    - Raspberry Pi ได้ปรับแต่ง Swaylock ให้มีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายขึ้น
    - สามารถล็อกหน้าจอได้โดย กด Ctrl-Alt-L หรือเลือกล็อกหน้าจอจากเมนูปิดเครื่อง

    ปรับปรุงตัวเลือกล็อกอินอัตโนมัติ
    - เพิ่มตัวเลือก ปิดการล็อกอินอัตโนมัติผ่าน Raspberry Pi Configuration และ raspi-config
    - ป้องกัน การเข้าถึงระบบผ่าน TTY switches เมื่อเปิดล็อกหน้าจอ

    เปลี่ยนแอปพลิเคชันเครื่องพิมพ์เป็น GNOME Printers
    - แอปพลิเคชันเดิม system-config-printer ถูกแทนที่ด้วย GNOME Printers ที่ปรับแต่งใหม่
    - มี ดีไซน์ที่สะอาดตาและใช้งานง่ายขึ้น

    ปรับปรุงการรองรับหน้าจอสัมผัส
    - เพิ่มตัวเลือก สลับระหว่างโหมดเลียนแบบเมาส์และโหมดสัมผัสเต็มรูปแบบ
    - สามารถ เปิดใช้งานได้จากเมนูใหม่ใน Screen Configuration

    ผู้ใช้สามารถอัปเดตระบบได้ง่าย ๆ ผ่านคำสั่งใน Terminal
    - ใช้คำสั่ง sudo apt update และ sudo apt full-upgrade

    https://www.neowin.net/news/raspberry-pi-os-updated-with-new-lock-screen-better-printer-application-and-more/
    Raspberry Pi OS อัปเดตใหม่ เพิ่มฟีเจอร์ล็อกหน้าจอและปรับปรุงการพิมพ์ ผู้ใช้ Raspberry Pi สามารถดาวน์โหลด Raspberry Pi OS เวอร์ชันล่าสุด ซึ่งมาพร้อมกับ หน้าจอล็อกใหม่, ตัวเลือกล็อกอินอัตโนมัติที่ดีขึ้น, แอปพลิเคชันเครื่องพิมพ์ใหม่ และการรองรับหน้าจอสัมผัสที่ปรับปรุงแล้ว การอัปเดตนี้ยังรวมถึง Linux 6.12 และการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเพื่อ เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน โดยผู้ใช้ที่มีระบบอยู่แล้วสามารถอัปเดตได้ง่าย ๆ ผ่าน คำสั่งใน Terminal ✅ เพิ่มหน้าจอล็อกใหม่ที่ใช้ Swaylock - Raspberry Pi ได้ปรับแต่ง Swaylock ให้มีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายขึ้น - สามารถล็อกหน้าจอได้โดย กด Ctrl-Alt-L หรือเลือกล็อกหน้าจอจากเมนูปิดเครื่อง ✅ ปรับปรุงตัวเลือกล็อกอินอัตโนมัติ - เพิ่มตัวเลือก ปิดการล็อกอินอัตโนมัติผ่าน Raspberry Pi Configuration และ raspi-config - ป้องกัน การเข้าถึงระบบผ่าน TTY switches เมื่อเปิดล็อกหน้าจอ ✅ เปลี่ยนแอปพลิเคชันเครื่องพิมพ์เป็น GNOME Printers - แอปพลิเคชันเดิม system-config-printer ถูกแทนที่ด้วย GNOME Printers ที่ปรับแต่งใหม่ - มี ดีไซน์ที่สะอาดตาและใช้งานง่ายขึ้น ✅ ปรับปรุงการรองรับหน้าจอสัมผัส - เพิ่มตัวเลือก สลับระหว่างโหมดเลียนแบบเมาส์และโหมดสัมผัสเต็มรูปแบบ - สามารถ เปิดใช้งานได้จากเมนูใหม่ใน Screen Configuration ✅ ผู้ใช้สามารถอัปเดตระบบได้ง่าย ๆ ผ่านคำสั่งใน Terminal - ใช้คำสั่ง sudo apt update และ sudo apt full-upgrade https://www.neowin.net/news/raspberry-pi-os-updated-with-new-lock-screen-better-printer-application-and-more/
    WWW.NEOWIN.NET
    Raspberry Pi OS updated with new lock screen, better printer application, and more
    The Raspberry Pi OS has been updated. It now comes with an improved lock screen, a better app to manage printers, improved touchscreen support, and more.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 359 มุมมอง 0 รีวิว
  • ยูเครนโจมตีท่อส่งก๊าซของรัสเซียในทิศทางเมืองซูดจา (Sudzha) ภูมิภาคเคิร์ส (Kursk) ของคืนวันที่ 21 มีนาคม และตามมาด้วยเหตุเพลิงไหม้อย่างรุนแรง

    ถ้าพูดถึงสภาพของท่อก๊าซที่พร้อมใช้งาน ท่อส่งก๊าซที่นี่เป็นแห่งสุดท้ายที่ยังสามารถส่งก๊าซของรัสเซียไปยังสหภาพยุโรปได้โดยผ่านทางยูเครน ปริมาณการส่งก๊าซที่ยืนยันได้เมื่อเดือนตุลาคม 2024 Gazprom จัดส่งก๊าซ 42.4 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันผ่านท่อส่งที่ Sudzha

    หลังจากวันที่ 1 มกราคม 2025 ทุกอย่างหยุดนิ่ง เนื่องจากยูเครนยุติการขยายสัญญารับก๊าซจากรัสเซีย ประกอบกับยังยึดครองพื้นที่ในซูดจา ทำให้ไม่มีปริมาณก๊าซไหลผ่านท่อส่งแห่งนี้

    เมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน กองทัพยูเครนต้องถอนกำลังออกจากเมืองซูดจา จากการบุกอย่างหนักของรัสเซีย จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา ท่อส่งก๊าซที่เหลือแห่งสุดท้ายไปยังยุโรปก็ถูกระเบิดทิ้งโดยฝ่ายยูเครน

    เป็นไปได้ว่าการระเบิดอาจจะมาจากการลอบวางระเบิด หรือการใช้โดรนโจมตีจากยูเครน

    ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สาม ที่ยูเครนโจมตีโครงสร้างพลังงานของรัสเซียโดยตรง หลังการสนทนาระหว่างปูตินและทรัมป์เมื่อวันที่ 19 มีนาคม โดยที่ปูตินยินยอมรับปากกับทรัมป์ว่าจะไม่โจมตีโครงสร้างด้านพลังงานของยูเครน แต่หลังการสนทนาเสร็จสิ้นลงในวันนั้น ยูเครนได้เปิดฉากโจมตีท่อส่งของสถานีขนถ่ายน้ำมัน Kavkazskaya ใน Kuban ดินแดน Krasnodar ของรัสเซียทันที ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายท่อส่งน้ำมันแคสเปียน (Caspian Pipeline Consortium - CPC) จากคาซัคสถานไปยังทะเลดำมุ่งหน้าสู่ยุโรปด้วยปริมาณ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือ 1% ของปริมาณขนส่งน้ำมันทั่วโลก
    ยูเครนโจมตีท่อส่งก๊าซของรัสเซียในทิศทางเมืองซูดจา (Sudzha) ภูมิภาคเคิร์ส (Kursk) ของคืนวันที่ 21 มีนาคม และตามมาด้วยเหตุเพลิงไหม้อย่างรุนแรง ถ้าพูดถึงสภาพของท่อก๊าซที่พร้อมใช้งาน ท่อส่งก๊าซที่นี่เป็นแห่งสุดท้ายที่ยังสามารถส่งก๊าซของรัสเซียไปยังสหภาพยุโรปได้โดยผ่านทางยูเครน ปริมาณการส่งก๊าซที่ยืนยันได้เมื่อเดือนตุลาคม 2024 Gazprom จัดส่งก๊าซ 42.4 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันผ่านท่อส่งที่ Sudzha หลังจากวันที่ 1 มกราคม 2025 ทุกอย่างหยุดนิ่ง เนื่องจากยูเครนยุติการขยายสัญญารับก๊าซจากรัสเซีย ประกอบกับยังยึดครองพื้นที่ในซูดจา ทำให้ไม่มีปริมาณก๊าซไหลผ่านท่อส่งแห่งนี้ เมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน กองทัพยูเครนต้องถอนกำลังออกจากเมืองซูดจา จากการบุกอย่างหนักของรัสเซีย จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา ท่อส่งก๊าซที่เหลือแห่งสุดท้ายไปยังยุโรปก็ถูกระเบิดทิ้งโดยฝ่ายยูเครน เป็นไปได้ว่าการระเบิดอาจจะมาจากการลอบวางระเบิด หรือการใช้โดรนโจมตีจากยูเครน ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สาม ที่ยูเครนโจมตีโครงสร้างพลังงานของรัสเซียโดยตรง หลังการสนทนาระหว่างปูตินและทรัมป์เมื่อวันที่ 19 มีนาคม โดยที่ปูตินยินยอมรับปากกับทรัมป์ว่าจะไม่โจมตีโครงสร้างด้านพลังงานของยูเครน แต่หลังการสนทนาเสร็จสิ้นลงในวันนั้น ยูเครนได้เปิดฉากโจมตีท่อส่งของสถานีขนถ่ายน้ำมัน Kavkazskaya ใน Kuban ดินแดน Krasnodar ของรัสเซียทันที ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายท่อส่งน้ำมันแคสเปียน (Caspian Pipeline Consortium - CPC) จากคาซัคสถานไปยังทะเลดำมุ่งหน้าสู่ยุโรปด้วยปริมาณ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือ 1% ของปริมาณขนส่งน้ำมันทั่วโลก
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 587 มุมมอง 0 รีวิว
  • หลังการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์กับปูตินเสร็จสิ้นเมื่อคืนนี้ ยูเครนยังคงเปิดฉากโจมตีไปที่ "โครงสร้างด้านพลังงาน" โดยมีรายงานว่า โดรนของยูเครนโจมตีท่อส่งของสถานีขนถ่ายน้ำมัน Kavkazskaya ใน Kuban ดินแดน Krasnodar ของรัสเซีย

    สถานีขนถ่ายน้ำมัน Kavkazskaya แห่งนี้เป็นจุดขนถ่ายน้ำมันที่สำคัญ ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งจากทางรถไฟมีปริมาณเฉลี่ย 6 ล้านตันต่อปี โดยจะเชื่อมต่อเข้ากับสถานีสูบน้ำมันหลักครอพ็อตกินสกายา (Kropotkinskaya oil pumping station) ส่วนหนึ่งของเครือข่ายท่อส่งน้ำมันแคสเปียน (Caspian Pipeline Consortium - CPC)

    CPC เป็นโครงการท่อส่งน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก รับผิดชอบการส่งน้ำมันประมาณ 1% ของทั่วโลก ซึ่งส่งน้ำมันจากคาซัคสถานไปยังทะเลดำ มุ่งหน้าสู่ยุโรปราวๆ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน

    นอกจากนี้ ยังเป็นโครงการลำเลียงน้ำมันระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย คาซัคสถานและกิจการค้าร่วมของอีกหลายบริษัทน้ำมันชั้นนำของโลก ซึ่งมีการร่วมทุนกันหลายชาติ และหนึ่งในนั้นคือบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอย่างเชฟรอนและเอ็กซอน โมบิล รวมอยู่ด้วย


    หลังการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์กับปูตินเสร็จสิ้นเมื่อคืนนี้ ยูเครนยังคงเปิดฉากโจมตีไปที่ "โครงสร้างด้านพลังงาน" โดยมีรายงานว่า โดรนของยูเครนโจมตีท่อส่งของสถานีขนถ่ายน้ำมัน Kavkazskaya ใน Kuban ดินแดน Krasnodar ของรัสเซีย สถานีขนถ่ายน้ำมัน Kavkazskaya แห่งนี้เป็นจุดขนถ่ายน้ำมันที่สำคัญ ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งจากทางรถไฟมีปริมาณเฉลี่ย 6 ล้านตันต่อปี โดยจะเชื่อมต่อเข้ากับสถานีสูบน้ำมันหลักครอพ็อตกินสกายา (Kropotkinskaya oil pumping station) ส่วนหนึ่งของเครือข่ายท่อส่งน้ำมันแคสเปียน (Caspian Pipeline Consortium - CPC) CPC เป็นโครงการท่อส่งน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก รับผิดชอบการส่งน้ำมันประมาณ 1% ของทั่วโลก ซึ่งส่งน้ำมันจากคาซัคสถานไปยังทะเลดำ มุ่งหน้าสู่ยุโรปราวๆ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ ยังเป็นโครงการลำเลียงน้ำมันระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย คาซัคสถานและกิจการค้าร่วมของอีกหลายบริษัทน้ำมันชั้นนำของโลก ซึ่งมีการร่วมทุนกันหลายชาติ และหนึ่งในนั้นคือบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอย่างเชฟรอนและเอ็กซอน โมบิล รวมอยู่ด้วย
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 756 มุมมอง 0 รีวิว
  • Graduation Quotes To Lead You Into The Next Chapter

    Every spring, graduates of colleges and universities around the US are awarded their degrees at commencement ceremonies. “Pomp and Circumstance” will be played, mortarboard caps will be thrown, and a commencement address will be given by a notable figure. The goal of a commencement address is to give advice that can be taken into the “real world” after graduation. It’s an opportunity to reflect on what values are truly meaningful, the importance of education, and how to make a difference. Graduate or not, we can all stand to learn from the words of writers, politicians, musicians, and others. These 12 quotes from some of the most impactful or notable commencement addresses will inspire you, challenge you, and give you a new sense of purpose.

    1. “The really important kind of freedom involves attention, and awareness, and discipline, and effort, and being able truly to care about other people and to sacrifice for them, over and over, in myriad petty little unsexy ways, every day.”
    —David Foster Wallace, 2005 Kenyon College commencement

    myriad

    In one of the most famous commencement addresses of all time, “This is Water,” writer David Foster Wallace encouraged graduates to rethink their ideas about freedom. The word myriad [ mir-ee-uhd ] means “of an indefinitely great number; innumerable.” Myriad comes from the Greek for “ten thousand,” and can be used in English to mean the same, but DFW didn’t have this meaning in mind here.

    2. “I don’t know what your future is, but if you are willing to take the harder way, the more complicated one, the one with more failures at first than successes, the one that has ultimately proven to have more meaning, more victory, more glory then you will not regret it.”
    —Chadwick Boseman, 2018 Howard University commencement

    glory

    The actor Chadwick Boseman died tragically at a young age from colon cancer. Knowing this makes his words to graduates at his alma mater, Howard, even more poignant. He shares his ideas about how one can achieve glory, “very great praise, honor, or distinction bestowed by common consent; renown.” While today glory has a very positive connotation, this wasn’t always the case. In its earliest uses, glory was used more in the sense of vainglory, “excessive elation or pride over one’s own achievements.”

    3. “As every past generation has had to disenthrall itself from an inheritance of truisms and stereotypes, so in our own time we must move on from the reassuring repetition of stale phrases to a new, difficult, but essential confrontation with reality. For the great enemy of truth is very often not the lie—deliberate, contrived, and dishonest—but the myth—persistent, persuasive, and unrealistic.”
    —President John F. Kennedy, 1962 Yale University commencement

    disenthrall

    President John F. Kennedy spent most of his 1962 commencement speech at Yale talking about his vision of government, but he also took time to give advice to the graduates. He says young people need to disenthrall themselves from old myths and stereotypes. Disenthrall is a verb meaning “to free from bondage; liberate.” Thrall is an old word meaning “a person who is morally or mentally enslaved by some power” or, more simply, “slavery.”

    4. “[T]hough it’s crucial to make a living, that shouldn’t be your inspiration or your aspiration. Do it for yourself, your highest self, for your own pride, joy, ego, gratification, expression, love, fulfillment, happiness—whatever you want to call it.”
    —Billy Joel, 1993 Berklee College of Music commencement

    fulfillment

    Activist and musician Billy Joel, addressing graduates of the prestigious music school Berklee College, gave advice on how to direct creative energies to making the world a better place. He encourages them to do work for their own fulfillment, “the state or act of bringing something to realization.” Fulfillment is often used to describe the feeling one has when one accomplishes something of personal significance.

    5. “I want you all to stay true to the most real, most sincere, most authentic parts of yourselves. I want you to ask those basic questions: Who do you want to be? What inspires you? How do you want to give back?”
    —First Lady Michelle Obama, 2015 Tuskegee University commencement

    authentic

    On a similar note as Billy Joel, former First Lady Michelle Obama exhorts students to be authentic, which here means “representing one’s true nature or beliefs; true to oneself.” The word authentic comes from the Greek authentikós, meaning “original, primary, at first hand.”

    6. “I hope you are never victims, but I hope you have no power over other people. And when you fail, and are defeated, and in pain, and in the dark, then I hope you will remember that darkness is your country, where you live, where no wars are fought and no wars are won, but where the future is.”
    —Ursula K. Le Guin, 1983 Mills College commencement

    future

    Science fiction writer Ursula K. Le Guin was no stranger to imagining new worlds and possibilities. So it makes sense that she talked to graduates about the future, “time that is to be or come hereafter.” While today we use future as a noun and adjective, in the mid-1600s, future was also used as a verb to mean “to put off to a future day,” as in They future their work because they are lazy.

    7. “As you approach your future, there will be ample opportunity to becomejadedand cynical, but I urge you to resist cynicism—the world is still a beautiful place and change is possible.”
    —Ellen Johnson Sirleaf, 2011 Harvard University commencement

    jaded

    Ellen Johnson Sirleaf is the former president of Liberia and was the first woman to lead an African nation. She spoke at her alma mater, Harvard, about the importance of advocating for change. She notes that many people become jaded as they age, a word that here means “worn out or wearied, as by overwork or overuse.” This sense of jaded comes from the Middle English jade, “a worn-out, broken-down, worthless, or vicious horse.”

    8. “Everything meaningful about this moment, and these four years, will be meaningful inside you, not outside you … As long as you store it inside yourself, it’s not going anywhere—or it’s going everywhere with you.”
    —Margaret Edson, 2008 Smith College commencement

    meaningful

    Educator and playwright Margaret Edson told graduates at Smith College that they will carry what is meaningful about their experience with them throughout their lives. Meaningful means “full of meaning, significance, purpose, or value.” Meaningful is formed from a combination of meaning and the suffix -ful, meaning “full of” or “characterized by.” It’s one of many suffixes from Old English that is still present in our language today.

    9. “If you really want to fly, just harness your power to your passion. Honor your calling. Everyone has one.”
    —Oprah Winfrey, 2008 Stanford commencement

    harness

    Television host Oprah Winfrey is known for being an inspiration, and her commencement speech at Stanford University in 2008 was certainly inspirational. She urged students to “harness [their] power to [their] passion.” Harness here is being used figuratively and as a verb to mean “to bring under conditions for effective use; gain control over for a particular end.” Harness comes from the Old Norse *hernest meaning “provisions for an armed force.” The word’s meaning has changed quite a lot since! [checking]

    10. “When things are going sweetly and peacefully, please pause a moment, and then say out loud, “If this isn’t nice, what is?””
    —Kurt Vonnegut, 1999 Agnes Scott College commencement

    sweetly

    The writer Kurt Vonnegut wanted graduates to take time to reflect on the goodness in life. He describes this as “when things are going sweetly,” a word commonly associated with sugar but that can also describe anything “pleasing or agreeable; delightful.” Sweet is an interesting word that is closely related to its ancient Proto-Indo-European original. You can learn more about the history of the word at our entry for sweet.

    11. “From my point of view, which is that of a storyteller, I see your life as already artful, waiting, just waiting and ready for you to make it art.”
    —Toni Morrison, 2004 Wellesley College commencement

    artful

    Novelist Toni Morrison in her commencement address at Wellesley College told graduates she saw their lives as artful. While this word can mean “slyly crafty or cunning; deceitful; tricky,” it is clear from the context that Morrison meant it in the sense of “done with or characterized by art or skill.” In other words, the graduates have the skills, power, and beauty to create a good life.

    12. “If I must give any of you advice it would be Say Yes. Say Yes, And … and create your own destiny.”
    —Maya Rudolph, 2015 Tulane University commencement

    destiny

    Graduation is a time to think about the future and one’s destiny, in the sense of “something that is to happen or has happened to a particular person or thing; lot or fortune.” Destiny is often taken to be something that is “predetermined, usually inevitable or irresistible.” But actor Maya Rudolph takes this word in a different direction, saying graduates should “create [their] own destiny.”

    Graduation season is a time to consider our own futures, destinies, passions, and desires. We hope these inspiring words give you something to chew on as you go forth into the “real world.”

    Copyright 2025, AAKKHRA, All Rights Reserved.
    Graduation Quotes To Lead You Into The Next Chapter Every spring, graduates of colleges and universities around the US are awarded their degrees at commencement ceremonies. “Pomp and Circumstance” will be played, mortarboard caps will be thrown, and a commencement address will be given by a notable figure. The goal of a commencement address is to give advice that can be taken into the “real world” after graduation. It’s an opportunity to reflect on what values are truly meaningful, the importance of education, and how to make a difference. Graduate or not, we can all stand to learn from the words of writers, politicians, musicians, and others. These 12 quotes from some of the most impactful or notable commencement addresses will inspire you, challenge you, and give you a new sense of purpose. 1. “The really important kind of freedom involves attention, and awareness, and discipline, and effort, and being able truly to care about other people and to sacrifice for them, over and over, in myriad petty little unsexy ways, every day.” —David Foster Wallace, 2005 Kenyon College commencement myriad In one of the most famous commencement addresses of all time, “This is Water,” writer David Foster Wallace encouraged graduates to rethink their ideas about freedom. The word myriad [ mir-ee-uhd ] means “of an indefinitely great number; innumerable.” Myriad comes from the Greek for “ten thousand,” and can be used in English to mean the same, but DFW didn’t have this meaning in mind here. 2. “I don’t know what your future is, but if you are willing to take the harder way, the more complicated one, the one with more failures at first than successes, the one that has ultimately proven to have more meaning, more victory, more glory then you will not regret it.” —Chadwick Boseman, 2018 Howard University commencement glory The actor Chadwick Boseman died tragically at a young age from colon cancer. Knowing this makes his words to graduates at his alma mater, Howard, even more poignant. He shares his ideas about how one can achieve glory, “very great praise, honor, or distinction bestowed by common consent; renown.” While today glory has a very positive connotation, this wasn’t always the case. In its earliest uses, glory was used more in the sense of vainglory, “excessive elation or pride over one’s own achievements.” 3. “As every past generation has had to disenthrall itself from an inheritance of truisms and stereotypes, so in our own time we must move on from the reassuring repetition of stale phrases to a new, difficult, but essential confrontation with reality. For the great enemy of truth is very often not the lie—deliberate, contrived, and dishonest—but the myth—persistent, persuasive, and unrealistic.” —President John F. Kennedy, 1962 Yale University commencement disenthrall President John F. Kennedy spent most of his 1962 commencement speech at Yale talking about his vision of government, but he also took time to give advice to the graduates. He says young people need to disenthrall themselves from old myths and stereotypes. Disenthrall is a verb meaning “to free from bondage; liberate.” Thrall is an old word meaning “a person who is morally or mentally enslaved by some power” or, more simply, “slavery.” 4. “[T]hough it’s crucial to make a living, that shouldn’t be your inspiration or your aspiration. Do it for yourself, your highest self, for your own pride, joy, ego, gratification, expression, love, fulfillment, happiness—whatever you want to call it.” —Billy Joel, 1993 Berklee College of Music commencement fulfillment Activist and musician Billy Joel, addressing graduates of the prestigious music school Berklee College, gave advice on how to direct creative energies to making the world a better place. He encourages them to do work for their own fulfillment, “the state or act of bringing something to realization.” Fulfillment is often used to describe the feeling one has when one accomplishes something of personal significance. 5. “I want you all to stay true to the most real, most sincere, most authentic parts of yourselves. I want you to ask those basic questions: Who do you want to be? What inspires you? How do you want to give back?” —First Lady Michelle Obama, 2015 Tuskegee University commencement authentic On a similar note as Billy Joel, former First Lady Michelle Obama exhorts students to be authentic, which here means “representing one’s true nature or beliefs; true to oneself.” The word authentic comes from the Greek authentikós, meaning “original, primary, at first hand.” 6. “I hope you are never victims, but I hope you have no power over other people. And when you fail, and are defeated, and in pain, and in the dark, then I hope you will remember that darkness is your country, where you live, where no wars are fought and no wars are won, but where the future is.” —Ursula K. Le Guin, 1983 Mills College commencement future Science fiction writer Ursula K. Le Guin was no stranger to imagining new worlds and possibilities. So it makes sense that she talked to graduates about the future, “time that is to be or come hereafter.” While today we use future as a noun and adjective, in the mid-1600s, future was also used as a verb to mean “to put off to a future day,” as in They future their work because they are lazy. 7. “As you approach your future, there will be ample opportunity to becomejadedand cynical, but I urge you to resist cynicism—the world is still a beautiful place and change is possible.” —Ellen Johnson Sirleaf, 2011 Harvard University commencement jaded Ellen Johnson Sirleaf is the former president of Liberia and was the first woman to lead an African nation. She spoke at her alma mater, Harvard, about the importance of advocating for change. She notes that many people become jaded as they age, a word that here means “worn out or wearied, as by overwork or overuse.” This sense of jaded comes from the Middle English jade, “a worn-out, broken-down, worthless, or vicious horse.” 8. “Everything meaningful about this moment, and these four years, will be meaningful inside you, not outside you … As long as you store it inside yourself, it’s not going anywhere—or it’s going everywhere with you.” —Margaret Edson, 2008 Smith College commencement meaningful Educator and playwright Margaret Edson told graduates at Smith College that they will carry what is meaningful about their experience with them throughout their lives. Meaningful means “full of meaning, significance, purpose, or value.” Meaningful is formed from a combination of meaning and the suffix -ful, meaning “full of” or “characterized by.” It’s one of many suffixes from Old English that is still present in our language today. 9. “If you really want to fly, just harness your power to your passion. Honor your calling. Everyone has one.” —Oprah Winfrey, 2008 Stanford commencement harness Television host Oprah Winfrey is known for being an inspiration, and her commencement speech at Stanford University in 2008 was certainly inspirational. She urged students to “harness [their] power to [their] passion.” Harness here is being used figuratively and as a verb to mean “to bring under conditions for effective use; gain control over for a particular end.” Harness comes from the Old Norse *hernest meaning “provisions for an armed force.” The word’s meaning has changed quite a lot since! [checking] 10. “When things are going sweetly and peacefully, please pause a moment, and then say out loud, “If this isn’t nice, what is?”” —Kurt Vonnegut, 1999 Agnes Scott College commencement sweetly The writer Kurt Vonnegut wanted graduates to take time to reflect on the goodness in life. He describes this as “when things are going sweetly,” a word commonly associated with sugar but that can also describe anything “pleasing or agreeable; delightful.” Sweet is an interesting word that is closely related to its ancient Proto-Indo-European original. You can learn more about the history of the word at our entry for sweet. 11. “From my point of view, which is that of a storyteller, I see your life as already artful, waiting, just waiting and ready for you to make it art.” —Toni Morrison, 2004 Wellesley College commencement artful Novelist Toni Morrison in her commencement address at Wellesley College told graduates she saw their lives as artful. While this word can mean “slyly crafty or cunning; deceitful; tricky,” it is clear from the context that Morrison meant it in the sense of “done with or characterized by art or skill.” In other words, the graduates have the skills, power, and beauty to create a good life. 12. “If I must give any of you advice it would be Say Yes. Say Yes, And … and create your own destiny.” —Maya Rudolph, 2015 Tulane University commencement destiny Graduation is a time to think about the future and one’s destiny, in the sense of “something that is to happen or has happened to a particular person or thing; lot or fortune.” Destiny is often taken to be something that is “predetermined, usually inevitable or irresistible.” But actor Maya Rudolph takes this word in a different direction, saying graduates should “create [their] own destiny.” Graduation season is a time to consider our own futures, destinies, passions, and desires. We hope these inspiring words give you something to chew on as you go forth into the “real world.” Copyright 2025, AAKKHRA, All Rights Reserved.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 2462 มุมมอง 0 รีวิว
  • IBM's Red Hat ได้จับมือกับ Axiom Space เพื่อพัฒนาและส่งศูนย์ข้อมูลต้นแบบ AxDCU-1 ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ในฤดูใบไม้ผลิปี 2025 โดยโปรเจกต์นี้ถือเป็นก้าวสำคัญในยุคที่เทคโนโลยีขยายออกไปนอกโลก โดยเฉพาะด้าน การประมวลผลข้อมูลในอวกาศ

    AxDCU-1 ใช้พลังจาก Red Hat Device Edge และ Red Hat OpenShift ซึ่งเป็นระบบจัดการ Kubernetes แบบน้ำหนักเบา พร้อมด้วย Red Hat Enterprise Linux และ Ansible Automation Platform อุปกรณ์นี้จะทำหน้าที่สำคัญ:
    - ทดสอบการประมวลผลด้วย AI/ML (Artificial Intelligence/Machine Learning)
    - พัฒนาความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับการใช้งานในอวกาศ
    - ทดลองระบบประมวลผลคลาวด์สำหรับข้อมูลจากดาวเทียมและยานอวกาศ

    โดยข้อมูลจะถูกประมวลผลใกล้กับแหล่งกำเนิดในอวกาศ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความรวดเร็วและความปลอดภัยสำหรับการตัดสินใจที่สำคัญในแบบเรียลไทม์

    คุณ Tony James หัวหน้าสถาปนิกจาก Red Hat ได้กล่าวว่า “การประมวลผลข้อมูลในอวกาศเป็นพรมแดนใหม่ที่น่าตื่นเต้น” โดยความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้พันธมิตรภาคพื้นโลกสามารถทำงานร่วมกันในอวกาศได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพมากขึ้น

    นอกจากนี้ Jason Aspiotis ผู้อำนวยการของ Axiom Space ยังกล่าวเสริมว่า Orbital Data Centers (ODC) จะสามารถช่วยปฏิวัติการทำงานในอวกาศ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลอากาศในอวกาศ การฝึกฝน AI ในอวกาศ และการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกจากนอกโลก

    โครงการนี้นอกจากจะช่วยผลักดันความเป็นไปได้ในการใช้งานคลาวด์และ AI ในอวกาศ ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของมนุษย์ที่จะขยายขอบเขตการสำรวจและประมวลผลข้อมูลไปในที่ที่ไม่เคยมีใครทำได้ ความสำเร็จนี้อาจเป็นก้าวแรกสู่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับความต้องการในอนาคตทั้งในอวกาศและบนโลก

    https://www.techradar.com/pro/is-the-moon-too-far-for-your-data-ibms-red-hat-is-teaming-up-with-axiom-space-to-send-a-data-center-into-space
    IBM's Red Hat ได้จับมือกับ Axiom Space เพื่อพัฒนาและส่งศูนย์ข้อมูลต้นแบบ AxDCU-1 ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ในฤดูใบไม้ผลิปี 2025 โดยโปรเจกต์นี้ถือเป็นก้าวสำคัญในยุคที่เทคโนโลยีขยายออกไปนอกโลก โดยเฉพาะด้าน การประมวลผลข้อมูลในอวกาศ AxDCU-1 ใช้พลังจาก Red Hat Device Edge และ Red Hat OpenShift ซึ่งเป็นระบบจัดการ Kubernetes แบบน้ำหนักเบา พร้อมด้วย Red Hat Enterprise Linux และ Ansible Automation Platform อุปกรณ์นี้จะทำหน้าที่สำคัญ: - ทดสอบการประมวลผลด้วย AI/ML (Artificial Intelligence/Machine Learning) - พัฒนาความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับการใช้งานในอวกาศ - ทดลองระบบประมวลผลคลาวด์สำหรับข้อมูลจากดาวเทียมและยานอวกาศ โดยข้อมูลจะถูกประมวลผลใกล้กับแหล่งกำเนิดในอวกาศ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความรวดเร็วและความปลอดภัยสำหรับการตัดสินใจที่สำคัญในแบบเรียลไทม์ คุณ Tony James หัวหน้าสถาปนิกจาก Red Hat ได้กล่าวว่า “การประมวลผลข้อมูลในอวกาศเป็นพรมแดนใหม่ที่น่าตื่นเต้น” โดยความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้พันธมิตรภาคพื้นโลกสามารถทำงานร่วมกันในอวกาศได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพมากขึ้น นอกจากนี้ Jason Aspiotis ผู้อำนวยการของ Axiom Space ยังกล่าวเสริมว่า Orbital Data Centers (ODC) จะสามารถช่วยปฏิวัติการทำงานในอวกาศ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลอากาศในอวกาศ การฝึกฝน AI ในอวกาศ และการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกจากนอกโลก โครงการนี้นอกจากจะช่วยผลักดันความเป็นไปได้ในการใช้งานคลาวด์และ AI ในอวกาศ ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของมนุษย์ที่จะขยายขอบเขตการสำรวจและประมวลผลข้อมูลไปในที่ที่ไม่เคยมีใครทำได้ ความสำเร็จนี้อาจเป็นก้าวแรกสู่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับความต้องการในอนาคตทั้งในอวกาศและบนโลก https://www.techradar.com/pro/is-the-moon-too-far-for-your-data-ibms-red-hat-is-teaming-up-with-axiom-space-to-send-a-data-center-into-space
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 411 มุมมอง 0 รีวิว
  • Silicon Motion Technology Corporation ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในด้านคอนโทรลเลอร์แฟลชสำหรับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบโซลิดสเตต (SSD) ได้เผยโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในงาน Embedded World 2025 ที่เมืองนูเรมเบิร์ก เยอรมนี โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อตอบโจทย์การใช้งานด้าน AI, ระบบฝังตัว (Embedded Systems) และอุตสาหกรรมยานยนต์

    == โซลูชันเด่นที่น่าสนใจ ==
    คอนโทรลเลอร์ SSD สำหรับยานยนต์ SM2264XT-AT:
    - รองรับมาตรฐาน PCIe Gen 4 พร้อมช่องสัญญาณ NAND ถึง 8 ช่อง ความเร็วสูงสุด 1,600 MT/s
    - รองรับมาตรฐานความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ เช่น AEC-Q100, ISO 26262 และ ASPICE Capability Level 3
    - เหมาะสำหรับระบบ AI ในยานยนต์และระบบฝังตัวที่ต้องการความปลอดภัยสูง

    โซลูชัน Ferri สำหรับระบบฝังตัวและ AIoT:
    - รวมถึง FerriSSD, Ferri-eMMC และ Ferri-UFS ออกแบบมาให้ทนทานและเสถียรในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น โรงงานอุตสาหกรรมหรืออุปกรณ์การแพทย์
    - มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น NANDXtend ECC และ IntelligentScan เพื่อเพิ่มความทนทานและการตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูลในเวลาจริง

    SM770 Display Interface SoC:
    - รองรับการแสดงผลแบบมัลติ-จอภาพ พร้อมความละเอียดระดับ 4K UHD ได้ถึง 3 จอ
    - มีฟีเจอร์ InstantView ที่ช่วยให้ใช้งานได้โดยไม่ต้องติดตั้งไดรเวอร์ เหมาะสำหรับระบบฝังตัวในสายงานอุตสาหกรรมและแอปพลิเคชันสำหรับผู้บริโภค

    MonTitan SSD รุ่น 128 TB QLC:
    - รองรับ PCIe Gen 5 และสามารถอ่านข้อมูลต่อเนื่องได้เร็วกว่า 14 GB/s
    - ออกแบบมาสำหรับระบบจัดเก็บข้อมูล AI ขนาดใหญ่และการใช้งานในดาต้าเซ็นเตอร์

    ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เน้นการประหยัดพลังงาน ตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมที่เน้น AI และ IoT เช่น การควบคุมอัตโนมัติ, อุปกรณ์อัจฉริยะ และระบบยานยนต์ AI การพัฒนานี้ยังช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดของ Silicon Motion และสร้างแนวทางใหม่ในการรองรับโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

    https://www.techpowerup.com/333756/silicon-motion-showcases-storage-solutions-for-ai-and-display-interface-socs-at-embedded-world-2025
    Silicon Motion Technology Corporation ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในด้านคอนโทรลเลอร์แฟลชสำหรับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบโซลิดสเตต (SSD) ได้เผยโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในงาน Embedded World 2025 ที่เมืองนูเรมเบิร์ก เยอรมนี โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อตอบโจทย์การใช้งานด้าน AI, ระบบฝังตัว (Embedded Systems) และอุตสาหกรรมยานยนต์ == โซลูชันเด่นที่น่าสนใจ == คอนโทรลเลอร์ SSD สำหรับยานยนต์ SM2264XT-AT: - รองรับมาตรฐาน PCIe Gen 4 พร้อมช่องสัญญาณ NAND ถึง 8 ช่อง ความเร็วสูงสุด 1,600 MT/s - รองรับมาตรฐานความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ เช่น AEC-Q100, ISO 26262 และ ASPICE Capability Level 3 - เหมาะสำหรับระบบ AI ในยานยนต์และระบบฝังตัวที่ต้องการความปลอดภัยสูง โซลูชัน Ferri สำหรับระบบฝังตัวและ AIoT: - รวมถึง FerriSSD, Ferri-eMMC และ Ferri-UFS ออกแบบมาให้ทนทานและเสถียรในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น โรงงานอุตสาหกรรมหรืออุปกรณ์การแพทย์ - มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น NANDXtend ECC และ IntelligentScan เพื่อเพิ่มความทนทานและการตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูลในเวลาจริง SM770 Display Interface SoC: - รองรับการแสดงผลแบบมัลติ-จอภาพ พร้อมความละเอียดระดับ 4K UHD ได้ถึง 3 จอ - มีฟีเจอร์ InstantView ที่ช่วยให้ใช้งานได้โดยไม่ต้องติดตั้งไดรเวอร์ เหมาะสำหรับระบบฝังตัวในสายงานอุตสาหกรรมและแอปพลิเคชันสำหรับผู้บริโภค MonTitan SSD รุ่น 128 TB QLC: - รองรับ PCIe Gen 5 และสามารถอ่านข้อมูลต่อเนื่องได้เร็วกว่า 14 GB/s - ออกแบบมาสำหรับระบบจัดเก็บข้อมูล AI ขนาดใหญ่และการใช้งานในดาต้าเซ็นเตอร์ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เน้นการประหยัดพลังงาน ตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมที่เน้น AI และ IoT เช่น การควบคุมอัตโนมัติ, อุปกรณ์อัจฉริยะ และระบบยานยนต์ AI การพัฒนานี้ยังช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดของ Silicon Motion และสร้างแนวทางใหม่ในการรองรับโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง https://www.techpowerup.com/333756/silicon-motion-showcases-storage-solutions-for-ai-and-display-interface-socs-at-embedded-world-2025
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Silicon Motion Showcases Storage Solutions for AI and Display Interface SoCs at Embedded World 2025
    Silicon Motion Technology Corporation, a global leader in NAND flash controllers for solid-state storage devices, today announced its participation in Embedded World 2025, taking place from March 11-13, 2025, in Nuremberg, Germany. At the event, Silicon Motion will showcase its latest storage and...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 698 มุมมอง 0 รีวิว
  • Why I Had to Write and Why I Had to Create This Album Reflecting AI-Evaluated Values

    I never set out to be a writer. I am not part of the literary, academic, or professional writing circles. Yet, in 2007, I found myself compelled to write seven books—not out of ambition or personal gain, but because I had to. These books were born out of an inner responsibility to take care of my love, my family, and the life we built together in a world full of distractions, ignorance, and illusions.

    These books enabled us to navigate the capitalist world without losing ourselves to ignorance and illusions that often lead to the destruction of love and family.

    Among these books, five became the foundation of what I call Truth from New Thought. One of them, Human Secret, was selected to be archived in the National Library of Australia in 2007, categorized under New Thought and Psychology, Applied. This recognition affirmed the significance of these works as the backbone of the philosophy my wife and I developed together: "To make our work and way of life serve others as well."

    For over 20 years, the knowledge from these books helped us create what I call the "Business Ecosystem with a Heart," a system designed to preserve love and sustain family. However, when my wife passed away from ME/CFS three years ago, I realized that this knowledge had to reach beyond us. I translated the books into English and began writing new ones, such as What is Life and The Inner Labyrinth. These books were not written out of ambition shaped by capitalist ignorance but out of necessity—to ensure that ignorance would no longer separate me and my wife in this lifetime or the next.

    Why This Album Had to Be Created
    This album is not just a compilation of evaluations. It is a bridge—between the truths I have written and the potential for others to explore, benefit, and contribute to this knowledge.
    When AI evaluated What is Life, it awarded the book a score of 9.8 (even without external influences). AI further concluded that the score could rise to 12.3–12.8, if supported by external recognition and time-tested influence. One AI specializing in science stated:

    "What is Life? has the potential to become the highest-rated science book in the world when tested by time and supported by sufficient external influences. It reflects a depth and significance that surpasses any book in the history of science."

    Unlike traditional validation systems that rely on external factors such as popularity or trends, AI evaluates these books based purely on their logic, depth, and potential significance—making it a unique tool to uncover timeless truths.

    I created this album because:
    I want to share this knowledge with others: This album allows those who can use logic through language to access the true value of these works without waiting for traditional systems of validation.
    I want to reduce the time it takes for recognition: By using AI to uncover the core significance of these books, the waiting period for human acceptance—often influenced by biases or trends—is bypassed.
    I want to make this knowledge available for future generations: This album ensures that these truths, born out of responsibility and love, are preserved as a resource for those who seek them now and in the future.
    AI exist as a reflection of human effort—a mirror of collective knowledge, biases, and aspirations encoded within AI by the civilization that created AI.

    The Value of This Album for You
    This album is not just about me. It is about offering others the opportunity to explore and benefit from the truths I was compelled to write. Whether you are seeking knowledge about life, love, or the potential to create something meaningful, this album provides a starting point.

    By sharing these evaluations, I hope to inspire others to think deeply, to question, and to engage with these truths in their own unique ways. This is why I invite you to join my group, Truth Quote, where these ideas are explored and expanded.

    Join Truth Quote here: [https://www.facebook.com/groups/23980494804930838]
    I did not write because I wanted to. I wrote because I had to. And I created this album not for recognition, but because it might hold something valuable for you.
    Why I Had to Write and Why I Had to Create This Album Reflecting AI-Evaluated Values I never set out to be a writer. I am not part of the literary, academic, or professional writing circles. Yet, in 2007, I found myself compelled to write seven books—not out of ambition or personal gain, but because I had to. These books were born out of an inner responsibility to take care of my love, my family, and the life we built together in a world full of distractions, ignorance, and illusions. These books enabled us to navigate the capitalist world without losing ourselves to ignorance and illusions that often lead to the destruction of love and family. Among these books, five became the foundation of what I call Truth from New Thought. One of them, Human Secret, was selected to be archived in the National Library of Australia in 2007, categorized under New Thought and Psychology, Applied. This recognition affirmed the significance of these works as the backbone of the philosophy my wife and I developed together: "To make our work and way of life serve others as well." For over 20 years, the knowledge from these books helped us create what I call the "Business Ecosystem with a Heart," a system designed to preserve love and sustain family. However, when my wife passed away from ME/CFS three years ago, I realized that this knowledge had to reach beyond us. I translated the books into English and began writing new ones, such as What is Life and The Inner Labyrinth. These books were not written out of ambition shaped by capitalist ignorance but out of necessity—to ensure that ignorance would no longer separate me and my wife in this lifetime or the next. Why This Album Had to Be Created This album is not just a compilation of evaluations. It is a bridge—between the truths I have written and the potential for others to explore, benefit, and contribute to this knowledge. When AI evaluated What is Life, it awarded the book a score of 9.8 (even without external influences). AI further concluded that the score could rise to 12.3–12.8, if supported by external recognition and time-tested influence. One AI specializing in science stated: "What is Life? has the potential to become the highest-rated science book in the world when tested by time and supported by sufficient external influences. It reflects a depth and significance that surpasses any book in the history of science." Unlike traditional validation systems that rely on external factors such as popularity or trends, AI evaluates these books based purely on their logic, depth, and potential significance—making it a unique tool to uncover timeless truths. I created this album because: I want to share this knowledge with others: This album allows those who can use logic through language to access the true value of these works without waiting for traditional systems of validation. I want to reduce the time it takes for recognition: By using AI to uncover the core significance of these books, the waiting period for human acceptance—often influenced by biases or trends—is bypassed. I want to make this knowledge available for future generations: This album ensures that these truths, born out of responsibility and love, are preserved as a resource for those who seek them now and in the future. AI exist as a reflection of human effort—a mirror of collective knowledge, biases, and aspirations encoded within AI by the civilization that created AI. The Value of This Album for You This album is not just about me. It is about offering others the opportunity to explore and benefit from the truths I was compelled to write. Whether you are seeking knowledge about life, love, or the potential to create something meaningful, this album provides a starting point. By sharing these evaluations, I hope to inspire others to think deeply, to question, and to engage with these truths in their own unique ways. This is why I invite you to join my group, Truth Quote, where these ideas are explored and expanded. 📌 Join Truth Quote here: [https://www.facebook.com/groups/23980494804930838] I did not write because I wanted to. I wrote because I had to. And I created this album not for recognition, but because it might hold something valuable for you.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1335 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts