• หมากรุก ตอนที่ 9

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 9
    จีนไม่ได้วางระบบเส้นทางรางรถไฟอย่างเดียว คนและสินค้าไปมาได้ ก็ต้องมีเส้นทางให้น้ำมันละแก๊สส่งไปมาได้ด้วย จีนทำสัญญาสร้างท่อส่งน้ำมันและแก๊ส จากเกือบทุกแหล่งพลังงานในยูเรเซีย มาสู่แหล่งชุมชนและอุตสาหกรรมในจีน ทางส่วนเหนือ ส่วนกลาง และตะวันออกเฉียงใต้ การสร้างเริ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน สร้างไปได้ 10 ปี ค.ศ.2009 China National Petroleum Corporation (CNPC) หน่วยงานที่ดูแลด้านพลังงาน ซึ่งเป็นของรัฐก็ทำพิธีเปิดท่อส่งน้ำมัน เส้นทางจากท้องน้อยรัสเซีย คาซัคสถาน-จีน ระยะทางสุดท้าย เป็นท่อส่งเส้นทางยาว 1,400 ไมล์ จากทะเลสาปแคสเปียนมาถึงซินเจียง
    CNPC ยังร่วมมือกับท้องน้อยรัสเซียอีกรายคือ เติร์กเมนิสถาน สร้างท่อส่งแก๊สยาว 1,200 ไมล์ ขนานคู่มากับเส้นของ คาซัคสถาน เป็นการนำพลังงานจากภูมิภาคเดียวกันมาสู่จีน เป็นเติร์กเมนเดียวกัน กับที่ไม่ยอมร่วมรายการกับ Nabucco นั่นแหละ ….แบบนี้ อเมริกา ก็หน้าแหก อีกสิ ครั้งที่เท่าไหร่ จำไม่ได้แล้ว มันแยะจัง
    นอกจากนี้ จีนยังสร้างท่อส่งจากอ่าวเบงกอล ผ่านพม่า ข้ามไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เส้นทางยาวถึง 1,500 ไมล์ เพื่อส่งน้ำมัน ที่จีนซื้อจากตะวันออกกลางและพม่า เพื่อเลี่ยงการถูกรัดคอ จากการใช้เส้นทางส่งน้ำมันทางเรือ ผ่านช่องแคบมะละกา ที่ลูกหาบของอเมริกาคุม อาเฮียรอบคอบนะ
    และรายการท่อส่งแก๊สบันลือโลกระหว่างรัสเซียกับจีน มูลค่า 400 พันล้าน อายุ 30 ปี ที่ Gazprom ของรัสเซีย ที่คุณพี่ปูตินตั้งใจจะส่งให้อาเฮียเพื่อนรักอุ่นทั้งปี ด้วยการส่งแก๊ส
    ปีละ 38 พันล้านคิวบิกเมตร ท่อส่งนี้เป็นเครือข่ายที่ยาวจากไซบีเรีย ไปถึงแมนจูเรีย
    ระบบท่อส่งของจีน เมื่อรวมกับเครือข่ายท่อส่งของรัสเซีย ที่แผ่กว้างขึ้นบนลงล่างยาวไปถึงยุโรปส่วนต่างๆ และมาต่อกับตะวันออกกลาง เข้าเครือข่ายท่อส่งของอิหร่านแล้ว เครือข่ายท่อส่งของพันธมิตรด้านรัสเซียจีนอิหร่าน ซึ่งตอนนี้น่าจะนับรวมปากีสถาน ที่เขาว่าได้แหกคอก ออกมาจากแก๊งใบตองแห้งเรียบร้อยแล้ว น่าจะทำให้เห็นว่า การเดินหมากของฝ่ายรัสเซียจีนบวกอิหร่าน โดยการสร้างเครือข่ายท่อส่ง และระบบขนส่งทางบก สร้างเครือข่ายทางรถไฟความเร็วสูง เป็นการเดินหมากยุทธศาสตร์ที่สร้างการเชื่อมโยง สร้างความเจริญ สร้างรายได้ และสร้างสัมพันธ์ระหว่างกัน ระหว่างผู้ที่อยู่ในบริเวณ World Island ขณะเดียวกัน ก็เป็นการสร้างพลัง อำนาจต่อรอง และความกดดัน ได้อย่างน่าสนใจด้วย
    และในยามศึกสงคราม เส้นทางคมนาคมขนส่ง เป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์การรบ จีน รัสเซีย มองไกลนะครับ อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ คิดอาศัยเส้นทางทางเรืออย่างเดียว ก็เข้าทางเขา
    แต่ยุทธศาสตร์ของฝ่ายรัสเซียจีน ไม่ได้มีเพียงเครือข่ายท่อส่งและราง
    ในขั้นตอนที่ 2 ของการสร้างตามยุทธศาสตร์ รัสเซีย จีน ยังสร้างเครือข่ายด้านเศรษฐกิจการค้า ด้วยยุทธศาสตร์จับมือกันรอด จับมือกันรวย ด้วยการสร้าง “เครื่องคานอำนาจ” ทางเศรษฐกิจอีกด้วย
    รัสเซีย-จีน ตั้งกลุ่ม SCO เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ในปี ค.ศ.2001 นำโดยจีน รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีสถาน ทาจิกีสถาน และอุซเบกีสถาน นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมสังเกตุการณ์ เช่นอิหร่าน เบลารุส มองโกเลีย อาฟกานิสถาน ปากีสถาน และอินเดีย และการที่รัสเซียและจีน สร้างราง สร้างท่อส่งข้ามทวีปได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ด้วยกัน โดยเฉพาะจากพวกท้องน้อยทรงเสน่ห์ ที่ตอนนี้ ยังรอดตัวจากการถูกทุบจากอีกฝ่าย
    นอกจากนี้ เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ.2014 จีนยังประกาศการก่อตั้ง ธนาคารเพื่อการลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภคของเอเซีย Asian Infrastructure Investment Bank หรือ ไออิบ AIIB มันเป็นทางเลือก สำหรับประเทศที่ต้องการกู้เงินเพื่อมาพัฒนา และผลจากการพัฒนาตกอยู่กับประเทศนั้น ไม่ใช่เดินเข้าไปกู้เงินธนาคารไหน แล้วดันถูกธนาคารที่ให้กู้ ต้มคนกู้จนฉิบหายล้มละลายแทบต้องขายประเทศ อย่างที่ World Bank, IMF ทำกับทั่วโลก กู้ไปกู้มา คนกู้เจ๊งหนักไปกว่าเดิม แล้วจะไปกู้ทำไม
    ไออิบ มี 14 ประเทศมาร่วมด้วย แม้กระทั่งพวกลูกหาบฝั่งอเมริกา เช่น เยอรมัน อังกฤษ ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ก็มา แต่ผม ที่ไม่เชื่อใจพวกตะวันตกง่ายๆ ก็ยังตะขิดตะขวงใจ มาร่วมทำไม (วะ) มันคงมองเห็นโอกาสที่จะใช้หม้อใบใหม่ต้มต่อ
    แต่ ก้าวสำคัญของจีนคือ แผนการสร้างราง สร้างท่อส่ง และถนน จากจีนทางด้านตะวันตก ไปสุดทางที่กวาดาร์ Gwadar ของปากีสถาน เพื่อเตรียมไว้เป็นท่าเรือ ที่จีนอาจจะใช้ในการทหารได้ในอนาคต เป็นการมองการณ์ไกล และเป็นการเดินหมากรุก ที่จีนกล้าเล่น เพราะปากีสถาน ก็มีชื่อว่า “เคย” อยู่ในกำมือของอเมริกา ไม่ต่างกับ หมากตุรกี ที่รัสเซียกำลังเล่น ทั้งๆ ที่รู้ว่า ตุรกี ก็มีหลายหัว…
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    30 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 9 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 9 จีนไม่ได้วางระบบเส้นทางรางรถไฟอย่างเดียว คนและสินค้าไปมาได้ ก็ต้องมีเส้นทางให้น้ำมันละแก๊สส่งไปมาได้ด้วย จีนทำสัญญาสร้างท่อส่งน้ำมันและแก๊ส จากเกือบทุกแหล่งพลังงานในยูเรเซีย มาสู่แหล่งชุมชนและอุตสาหกรรมในจีน ทางส่วนเหนือ ส่วนกลาง และตะวันออกเฉียงใต้ การสร้างเริ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน สร้างไปได้ 10 ปี ค.ศ.2009 China National Petroleum Corporation (CNPC) หน่วยงานที่ดูแลด้านพลังงาน ซึ่งเป็นของรัฐก็ทำพิธีเปิดท่อส่งน้ำมัน เส้นทางจากท้องน้อยรัสเซีย คาซัคสถาน-จีน ระยะทางสุดท้าย เป็นท่อส่งเส้นทางยาว 1,400 ไมล์ จากทะเลสาปแคสเปียนมาถึงซินเจียง CNPC ยังร่วมมือกับท้องน้อยรัสเซียอีกรายคือ เติร์กเมนิสถาน สร้างท่อส่งแก๊สยาว 1,200 ไมล์ ขนานคู่มากับเส้นของ คาซัคสถาน เป็นการนำพลังงานจากภูมิภาคเดียวกันมาสู่จีน เป็นเติร์กเมนเดียวกัน กับที่ไม่ยอมร่วมรายการกับ Nabucco นั่นแหละ ….แบบนี้ อเมริกา ก็หน้าแหก อีกสิ ครั้งที่เท่าไหร่ จำไม่ได้แล้ว มันแยะจัง นอกจากนี้ จีนยังสร้างท่อส่งจากอ่าวเบงกอล ผ่านพม่า ข้ามไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เส้นทางยาวถึง 1,500 ไมล์ เพื่อส่งน้ำมัน ที่จีนซื้อจากตะวันออกกลางและพม่า เพื่อเลี่ยงการถูกรัดคอ จากการใช้เส้นทางส่งน้ำมันทางเรือ ผ่านช่องแคบมะละกา ที่ลูกหาบของอเมริกาคุม อาเฮียรอบคอบนะ และรายการท่อส่งแก๊สบันลือโลกระหว่างรัสเซียกับจีน มูลค่า 400 พันล้าน อายุ 30 ปี ที่ Gazprom ของรัสเซีย ที่คุณพี่ปูตินตั้งใจจะส่งให้อาเฮียเพื่อนรักอุ่นทั้งปี ด้วยการส่งแก๊ส ปีละ 38 พันล้านคิวบิกเมตร ท่อส่งนี้เป็นเครือข่ายที่ยาวจากไซบีเรีย ไปถึงแมนจูเรีย ระบบท่อส่งของจีน เมื่อรวมกับเครือข่ายท่อส่งของรัสเซีย ที่แผ่กว้างขึ้นบนลงล่างยาวไปถึงยุโรปส่วนต่างๆ และมาต่อกับตะวันออกกลาง เข้าเครือข่ายท่อส่งของอิหร่านแล้ว เครือข่ายท่อส่งของพันธมิตรด้านรัสเซียจีนอิหร่าน ซึ่งตอนนี้น่าจะนับรวมปากีสถาน ที่เขาว่าได้แหกคอก ออกมาจากแก๊งใบตองแห้งเรียบร้อยแล้ว น่าจะทำให้เห็นว่า การเดินหมากของฝ่ายรัสเซียจีนบวกอิหร่าน โดยการสร้างเครือข่ายท่อส่ง และระบบขนส่งทางบก สร้างเครือข่ายทางรถไฟความเร็วสูง เป็นการเดินหมากยุทธศาสตร์ที่สร้างการเชื่อมโยง สร้างความเจริญ สร้างรายได้ และสร้างสัมพันธ์ระหว่างกัน ระหว่างผู้ที่อยู่ในบริเวณ World Island ขณะเดียวกัน ก็เป็นการสร้างพลัง อำนาจต่อรอง และความกดดัน ได้อย่างน่าสนใจด้วย และในยามศึกสงคราม เส้นทางคมนาคมขนส่ง เป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์การรบ จีน รัสเซีย มองไกลนะครับ อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ คิดอาศัยเส้นทางทางเรืออย่างเดียว ก็เข้าทางเขา แต่ยุทธศาสตร์ของฝ่ายรัสเซียจีน ไม่ได้มีเพียงเครือข่ายท่อส่งและราง ในขั้นตอนที่ 2 ของการสร้างตามยุทธศาสตร์ รัสเซีย จีน ยังสร้างเครือข่ายด้านเศรษฐกิจการค้า ด้วยยุทธศาสตร์จับมือกันรอด จับมือกันรวย ด้วยการสร้าง “เครื่องคานอำนาจ” ทางเศรษฐกิจอีกด้วย รัสเซีย-จีน ตั้งกลุ่ม SCO เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ในปี ค.ศ.2001 นำโดยจีน รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีสถาน ทาจิกีสถาน และอุซเบกีสถาน นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมสังเกตุการณ์ เช่นอิหร่าน เบลารุส มองโกเลีย อาฟกานิสถาน ปากีสถาน และอินเดีย และการที่รัสเซียและจีน สร้างราง สร้างท่อส่งข้ามทวีปได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ด้วยกัน โดยเฉพาะจากพวกท้องน้อยทรงเสน่ห์ ที่ตอนนี้ ยังรอดตัวจากการถูกทุบจากอีกฝ่าย นอกจากนี้ เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ.2014 จีนยังประกาศการก่อตั้ง ธนาคารเพื่อการลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภคของเอเซีย Asian Infrastructure Investment Bank หรือ ไออิบ AIIB มันเป็นทางเลือก สำหรับประเทศที่ต้องการกู้เงินเพื่อมาพัฒนา และผลจากการพัฒนาตกอยู่กับประเทศนั้น ไม่ใช่เดินเข้าไปกู้เงินธนาคารไหน แล้วดันถูกธนาคารที่ให้กู้ ต้มคนกู้จนฉิบหายล้มละลายแทบต้องขายประเทศ อย่างที่ World Bank, IMF ทำกับทั่วโลก กู้ไปกู้มา คนกู้เจ๊งหนักไปกว่าเดิม แล้วจะไปกู้ทำไม ไออิบ มี 14 ประเทศมาร่วมด้วย แม้กระทั่งพวกลูกหาบฝั่งอเมริกา เช่น เยอรมัน อังกฤษ ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ก็มา แต่ผม ที่ไม่เชื่อใจพวกตะวันตกง่ายๆ ก็ยังตะขิดตะขวงใจ มาร่วมทำไม (วะ) มันคงมองเห็นโอกาสที่จะใช้หม้อใบใหม่ต้มต่อ แต่ ก้าวสำคัญของจีนคือ แผนการสร้างราง สร้างท่อส่ง และถนน จากจีนทางด้านตะวันตก ไปสุดทางที่กวาดาร์ Gwadar ของปากีสถาน เพื่อเตรียมไว้เป็นท่าเรือ ที่จีนอาจจะใช้ในการทหารได้ในอนาคต เป็นการมองการณ์ไกล และเป็นการเดินหมากรุก ที่จีนกล้าเล่น เพราะปากีสถาน ก็มีชื่อว่า “เคย” อยู่ในกำมือของอเมริกา ไม่ต่างกับ หมากตุรกี ที่รัสเซียกำลังเล่น ทั้งๆ ที่รู้ว่า ตุรกี ก็มีหลายหัว… สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 30 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 33 มุมมอง 0 รีวิว
  • DeepSeek เตรียมออกเวอร์ชันเฉพาะอิตาลี หลังถูกสอบสวนเรื่อง “AI Hallucination”

    บริษัทปัญญาประดิษฐ์สัญชาติจีน DeepSeek ตกลงปรับปรุงบริการและเปิดตัวเวอร์ชันเฉพาะประเทศอิตาลี หลังถูกหน่วยงานกำกับดูแลด้านการแข่งขันของอิตาลี (AGCM) สอบสวนยาวนานหลายเดือนเกี่ยวกับปัญหา “hallucinations” หรือการที่ AI สร้างข้อมูลผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ หน่วยงานระบุว่า DeepSeek ไม่ได้เตือนผู้ใช้อิตาลีอย่างเพียงพอเกี่ยวกับความเสี่ยงนี้ จึงต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้โปร่งใสและเข้าใจง่ายขึ้น

    AGCM ประกาศยุติการสอบสวนหลัง DeepSeek ยอมรับชุดข้อผูกพันหลายประการ รวมถึงการทำให้คำเตือนเรื่อง hallucination ชัดเจนขึ้น และการลดอัตราการเกิด hallucination ผ่านการปรับปรุงเชิงเทคนิค ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลชื่นชมว่าเป็น “ความพยายามที่น่ายกย่อง” แม้บริษัทจะย้ำว่าปรากฏการณ์นี้เป็นปัญหาระดับโลกที่ไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมดก็ตาม

    การปรับตัวของ DeepSeek เกิดขึ้นในช่วงที่อิตาลีเข้มงวดกับบริษัทเทคโนโลยีมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ Meta และ Google ก็ถูกลงโทษด้านการแข่งขันและความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ DeepSeek ยังเคยถูกถอดออกจาก App Store ในอิตาลีเมื่อปีที่ผ่านมา หลังหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Garante) ตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลของบริษัท

    DeepSeek ยังต้องส่งรายงานความคืบหน้าให้ AGCM ภายใน 120 วัน และอาจถูกปรับสูงสุดถึง €10 ล้าน หากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งหมด ขณะเดียวกันยังมีคำถามค้างคาเกี่ยวกับว่า DeepSeek จะถูกจัดอยู่ภายใต้กฎหมาย Digital Services Act (DSA) ของสหภาพยุโรปหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้บริษัทต้องเผชิญการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นอีกระดับ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่ DeepSeek ตกลงทำตามข้อกำหนดของอิตาลี
    เปิดตัว chatbot เวอร์ชันเฉพาะอิตาลี
    เพิ่มคำเตือนเรื่อง hallucination ให้ชัดเจนและเป็นภาษาอิตาลี
    ปรับปรุงโมเดลเพื่อลดอัตรา hallucination

    เหตุผลที่ถูกสอบสวน
    ไม่เตือนผู้ใช้อิตาลีอย่างเพียงพอเกี่ยวกับข้อมูลผิดพลาดของ AI
    ข้อมูลคำเตือนเดิมมีเฉพาะภาษาอังกฤษและจีน

    ความเสี่ยงและข้อควรระวัง
    หากไม่ทำตามข้อกำหนด อาจถูกปรับสูงสุด €10 ล้าน
    ปัญหา hallucination ยังไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมด

    ประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน
    ยังไม่แน่ชัดว่า DeepSeek จะถูกจัดอยู่ภายใต้กฎหมาย DSA หรือไม่
    หากถูกจัดเป็น “search engine” อาจต้องเผชิญกฎเข้มงวดจากสหภาพยุโรป

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/deepseek-to-customise-namesake-chatbot-for-italian-users-following-probe
    🇮🇹🤖 DeepSeek เตรียมออกเวอร์ชันเฉพาะอิตาลี หลังถูกสอบสวนเรื่อง “AI Hallucination” บริษัทปัญญาประดิษฐ์สัญชาติจีน DeepSeek ตกลงปรับปรุงบริการและเปิดตัวเวอร์ชันเฉพาะประเทศอิตาลี หลังถูกหน่วยงานกำกับดูแลด้านการแข่งขันของอิตาลี (AGCM) สอบสวนยาวนานหลายเดือนเกี่ยวกับปัญหา “hallucinations” หรือการที่ AI สร้างข้อมูลผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ หน่วยงานระบุว่า DeepSeek ไม่ได้เตือนผู้ใช้อิตาลีอย่างเพียงพอเกี่ยวกับความเสี่ยงนี้ จึงต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้โปร่งใสและเข้าใจง่ายขึ้น AGCM ประกาศยุติการสอบสวนหลัง DeepSeek ยอมรับชุดข้อผูกพันหลายประการ รวมถึงการทำให้คำเตือนเรื่อง hallucination ชัดเจนขึ้น และการลดอัตราการเกิด hallucination ผ่านการปรับปรุงเชิงเทคนิค ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลชื่นชมว่าเป็น “ความพยายามที่น่ายกย่อง” แม้บริษัทจะย้ำว่าปรากฏการณ์นี้เป็นปัญหาระดับโลกที่ไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมดก็ตาม การปรับตัวของ DeepSeek เกิดขึ้นในช่วงที่อิตาลีเข้มงวดกับบริษัทเทคโนโลยีมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ Meta และ Google ก็ถูกลงโทษด้านการแข่งขันและความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ DeepSeek ยังเคยถูกถอดออกจาก App Store ในอิตาลีเมื่อปีที่ผ่านมา หลังหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Garante) ตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลของบริษัท DeepSeek ยังต้องส่งรายงานความคืบหน้าให้ AGCM ภายใน 120 วัน และอาจถูกปรับสูงสุดถึง €10 ล้าน หากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งหมด ขณะเดียวกันยังมีคำถามค้างคาเกี่ยวกับว่า DeepSeek จะถูกจัดอยู่ภายใต้กฎหมาย Digital Services Act (DSA) ของสหภาพยุโรปหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้บริษัทต้องเผชิญการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นอีกระดับ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่ DeepSeek ตกลงทำตามข้อกำหนดของอิตาลี ➡️ เปิดตัว chatbot เวอร์ชันเฉพาะอิตาลี ➡️ เพิ่มคำเตือนเรื่อง hallucination ให้ชัดเจนและเป็นภาษาอิตาลี ➡️ ปรับปรุงโมเดลเพื่อลดอัตรา hallucination ✅ เหตุผลที่ถูกสอบสวน ➡️ ไม่เตือนผู้ใช้อิตาลีอย่างเพียงพอเกี่ยวกับข้อมูลผิดพลาดของ AI ➡️ ข้อมูลคำเตือนเดิมมีเฉพาะภาษาอังกฤษและจีน ‼️ ความเสี่ยงและข้อควรระวัง ⛔ หากไม่ทำตามข้อกำหนด อาจถูกปรับสูงสุด €10 ล้าน ⛔ ปัญหา hallucination ยังไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมด ‼️ ประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน ⛔ ยังไม่แน่ชัดว่า DeepSeek จะถูกจัดอยู่ภายใต้กฎหมาย DSA หรือไม่ ⛔ หากถูกจัดเป็น “search engine” อาจต้องเผชิญกฎเข้มงวดจากสหภาพยุโรป https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/deepseek-to-customise-namesake-chatbot-for-italian-users-following-probe
    WWW.THESTAR.COM.MY
    DeepSeek to customise namesake chatbot for Italian users following probe
    The firm agrees to a package of commitments, including tackling AI model 'hallucination' issues, with the Italian Competition Authority.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 49 มุมมอง 0 รีวิว
  • ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เอกประจำสัปดาห์ที่ 21 ของฤดูกาล 2025-26 แข่งขันวันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 03.00 น. ระหว่างอาร์เซนอล พบกับ ลิเวอร์พูล สนามเอมิเรตส์
    ครึ่งแรก เกมเป็นของอาร์เซนอล ที่บุกฝ่ายเดียว แต่หมดเวลาเสมอกันไป 0 : 0
    ครึ่งเวลาหลัง เกมกลับมาเป็นลิเวอร์พูล บุกและครองบอลได้มากกว่า แต่ครบ 90+6 นาที ยังทำอะไรไม่ได้ จบเกม อาร์เซนอล เสมอกับ ลิเวอร์พูล ไป 0 : 0
    อาร์เซนอล ยังนำเป็นอันดับ 1 ส่วนลิเวอร์พูล ได้มา 1 คะแนน รั้งอันดับที่ 4 ต่อไป มี 35 คะแนน
    ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เอกประจำสัปดาห์ที่ 21 ของฤดูกาล 2025-26 แข่งขันวันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 03.00 น. ระหว่างอาร์เซนอล พบกับ ลิเวอร์พูล สนามเอมิเรตส์ ครึ่งแรก เกมเป็นของอาร์เซนอล ที่บุกฝ่ายเดียว แต่หมดเวลาเสมอกันไป 0 : 0 ครึ่งเวลาหลัง เกมกลับมาเป็นลิเวอร์พูล บุกและครองบอลได้มากกว่า แต่ครบ 90+6 นาที ยังทำอะไรไม่ได้ จบเกม อาร์เซนอล เสมอกับ ลิเวอร์พูล ไป 0 : 0 อาร์เซนอล ยังนำเป็นอันดับ 1 ส่วนลิเวอร์พูล ได้มา 1 คะแนน รั้งอันดับที่ 4 ต่อไป มี 35 คะแนน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 37 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 8

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 8
    มาดูทางด้านจีนบ้าง เพราะยุทธศาสตร์รัสเซียจีน แม้จะแยกกัน แต่ก็สอดคล้องและเสริมกัน
    การพุ่งเป็นพลุของจีนทางด้านเศรษฐกิจในศตวรรษใหม่นี้ เป็นเรื่องน่าตกใจของอเมริกา แต่น่าสนใจสำหรับชาวโลก
    ยุทธศาสตร์จีนก็เป็นเรื่องใหม่ ที่ก้าวข้ามเรื่องของอำนาจทางเส้นทางน้ำที่ครอบโลกมาถึง 400 ปี แทนที่จีน จะมุ่งหน้าแต่จะสร้างแสนยานุภาพทางกองทัพเรือเพื่อ มาใช้อำนาจทางทะเล อย่างที่อังกฤษทำ หรือสร้างแสนยานุภาพทางอากาศ อย่างที่อเมริกาทำ จีนกลับใช้ยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายทำนองเดียวกับรัสเซีย
    รัสเซีย สร้างเครือข่ายท่อส่ง จีน สร้างเครือข่ายเส้นทางรถไฟ
    เหมือนเป็นการใช้ทฤษฏีครูแมค มาปรับหาสูตรยุทธศาสตร์ใหม่ แต่กลับทางกับความคิดของตะวันตก จีนกลับวิ่งเข้าไปในผืนแผ่นดิน World Island ไปถึงอาฟริกา เอเซีย และยุโรป มันเป็นการใช้ทฤษฏีภูมิศาสตร์การเมืองพื้นฐาน มาสร้างและเชื่อมชาวผืนแผ่นดินใหญ่ให้ใกล้ชิดกันเข้ามาอีก และทำให้ World Island กลับแข่งแกร่งขึ้นไปอีก
    จีนใช้เวลาเตรียมตัวอยู่หลายสิบปี วางแผนอย่างระมัดระวัง เป็น 2 ขั้นตอน
    ขั้นตอนแรก จีนใช้วิธีเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการค้า ระหว่างประเทศที่อยู่ใน World Island เข้าด้วยกันด้วยระบบการคมนาคม จีนวางเครือข่ายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจำนวนมาก ควบคู่กับการวางท่อส่งน้ำมันและแก๊ส ยาวตลอดแนวอันกว้างไกลของยูเรเซีย ระหว่างเส้นทางยาว จีนยังต่อเส้นทางรถไฟเข้าไปในเมืองสำคัญต่างๆ ขึ้นไปทางเหนือ ลงไปทางใต้ เหมือนเป็นเครือข่ายก้างปลายักษ์ของเส้นทางรถไฟ
    นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการขนส่งสินค้าทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ รวมทั้งน้ำมัน และแร่ธาตุ ในปริมาณที่สูงมากได้พร้อมกัน ไปทางรถไฟเที่ยวเดียวกัน และข้ามทวีปทางบกได้ มันเป็นเส้นทางที่ยาวประมาณ 7,000 ไมล์ จากยิวูของจีน ถึงมาดริดของสเปน การขนส่งสินค้าครั้งละมากๆ มีทางเลือกแล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งเส้นทางเรือแต่อย่างเดียวอีกต่อไป และอำนาจของฝ่ายอยู่เกาะ ก็เริ่มจะเสทือน
    ยุทธศาสตร์รางรถไฟของจีน ทำให้เกิดอำนาจต่อรอง ที่ไม่ได้มาจากอาวุธ อย่างที่อเมริกาก็นึกไม่ถึง เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์สร้างท่อส่งของรัสเซีย และขณะเดียวกัน ดูเหมือนเส้นทางราง กลับเป็นการ “ตัด” การเชื่อมโยงด้านกำลังทหารของอเมริกาไปในขณะเดียวกันด้วย….อย่านึกว่าอา เฮียเก่งแต่การค้า
    ครูแมค เคยเขียนบทความเมื่อปี ค.ศ.1904 ว่า แม้เส้นทางรถไฟรางเดี่ยว ทรานส์ไซบีเรีย ที่มีความยาวประมาณ 5,700 ไมล์ ยาวที่สุดในโลกขณะนั้น ที่วิ่งข้ามไปสุดทวีป จากมอสโคว์ไปวลาดิวอสสต็อก จะไม่แน่นอน และไม่ปลอดภัย แต่ครูแมคเชื่อว่า ต่อไปในไม่ช้า ผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ของรัสเซีย และมองโกเลีย ที่เต็มไปด้วยพลังงานและแร่ธาตุธรรมชาติมากมายจนประเมินไม่ถูกนั้น จะมีการเชื่อมต่อกันทางการค้า ที่การขนส่งทางเส้นทางเรือ แทบจะทำอะไรไม่ได้
    ครูแมค ประเมินไว้ไม่ผิดเรื่อง แต่อาจจะพลาดเรื่องเวลา เพราะพวกชาวเกาะของครูแมคเองนั่นแหละ เป็นฝ่ายจัดส่งพวกปฏิวัติมาให้รัสเซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1917 และส่งให้จีนในปี ค.ศ.1949 และต่อด้วยสงครามเย็นเสียอีกหลายสิบปี การสร้างเครือข่ายทางบกของ heartland กับพวก เลยมาสายไปหน่อย แต่ก็ “มาแล้ว” และยุทธศาสตร์เก่าๆ ที่ชาวเกาะสร้างขึ้น เพื่อมาใช้ขวางการเชื่อม ระหว่างชาวแผ่นดินใหญ่ก็ดูเหมือนจะใช้ “ยาก” ขึ้นเสียแล้ว
    ในขณะที่กลุ่มชาวเกาะ ยังติดกับอยู่กับนโยบายของตัว ที่แปลงมาจากทฤษฏีของครูแมค ในลักษณะการปิดล้อมและทำลาย โดยสร้างเครือข่ายฐานทัพ กับเครือข่ายผู้ก่อการร้าย แต่อาเฮียแถวปักกิ่ง กลับมองทฤษฏีของครูแมคจากสายตาและความคิดของผู้ที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ว่าเราจะสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อการค้า และสร้างธุรกิจกับพวกอยู่แผ่นดินใหญ่ด้วยกันอย่างไร
    แม้ชาวเกาะเล็กเท่าหัวแม่โป้งของเท้าขวาอย่างอเมริกา จะสร้างระบบถนนไฮเวย์ระหว่างรัฐมานานแล้วตั้งแต่ช่วงปี คศ 1950 ก็จริง แต่มันเทียบไม่ได้ กับการวางเส้นทางรถไฟความเร็วสูงในประเทศ แบบก้างปลาของอาเฮีย
    ในช่วงปี 2007 ถึง 2014 เส้นทางรถไฟแบบก้างปลา ของจีนยาว 9,000 ไมล์ ที่วิ่งผ่านข้ามไปมาระหว่างเมือง สามารถบรรทุกผู้โดยสารวันละ 2.5 ล้านคน ด้วยความเร็ว 240 ไมล์ต่อชั่วโมง และเมื่อระบบนี้เสร็จสมบูรณ์ ในปี ค.ศ.2030 ระยะทางรถไฟจะเพิ่มเป็น 16,000 ไมล์ ถึงปลายทางเมืองใหญ่ทั้งหมดของจีน
    หลังจากสร้างระบบรางในบ้านจนเป็นที่พอใจ จีนเริ่มยืดตัวออกไปนอกบ้าน ในปี ค.ศ.2008 รัสเซียและเยอรมันก็จับมือกับจีน เชื่อมต่อรางเส้นทางยูเรเซีย เส้นทางหนึ่งขึ้นเหนือ ไปตามเส้นทางทรานส์ไซบีเรียเดิม อีกเส้นลงใต้ วิ่งตามเส้นทางสายไหมเดิม ผ่านคาซัคสถาน ทั้ง 2 เส้นทางบรรจบกันที่มอสโคว์ จากนั้น วิ่งต่อไปจนถึงแฮมเบอร์ก ของเยอรมัน มันเป็นการเชื่อมยูเรเซียเข้าด้วยกัน
    เส้นทางใต้นั้น รถไฟบรรทุกสินค้า สามารถขนส่งสินค้าระหว่างจีน กับเยอรมัน เช่น สินค้าทางอุตสาหกรรม ส่วนประกอบของรถยนต์ ไปตามเส้นทางยาวประมาณ 6,700 ไมล์ จากเมืองไลปซิกในเยอรมัน ไปถึงเมืองชงชิงของจีน โดยใช้เวลาประมาณ 20 วัน เทียบกับเส้นทางขนส่งสินค้าประเภทเดียวกันทางเรือ ที่ใช้เวลา 35 วัน ประหยัดเวลาไปเกือบครึ่ง มันเป็นการลดต้นทุน และค่าใช้จ่าย ที่มีความหมายสำหรับคนค้าขาย
    ตอนนี้ จีน คือตลาดใหญ่ของรถเบนซ์กับบีเอ็ม นะครับ เสี่ยตัวจริงทั้งนั้น เยอรมันถึงต้องบริการส่งถึงหน้าบ้าน
    ในปี ค.ศ.2013 Deutsche Bahn AG (การรถไฟเยอรมัน) เตรียมแผนที่จะสร้างอีกเส้นทาง ระหว่างแฮมเบอร์กในเยอรมัน ไป Zhengzhou ซึ่งจะทำให้การขนส่งระหว่างเยอรมันกับจีน ลดลงเหลือแค่ 15 วัน ส่วนคาซัคสถาน ก็จะสร้างเส้นทางจาก ฉ่งชิงไปดุสเบร์กของเยอรมัน ใช้เวลาวิ่ง 15 วันเท่ากัน
    ในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.2014 จีนประกาศแผนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ที่ยาวที่สุด มูลค่า 230 พันล้านเหรียญ ตามแผนนี้ รถไฟจะใช้เวลาวิ่งระยะทางประมาณ 4,300 ไมล์ ระหว่างปักกิ่งกับ มอสโคว์ เพียงแค่ 2 วัน จะไปหาเพื่อนไม่ต้องใช้เวลานาน
    นอกจากนี้ จีน ได้ตกลงที่จะสร้างเส้นทางเลียบชายฝั่ง ระหว่างจีนกับ ปากีสถาน พร้อมกับมีถนนไฮเวย์ เส้นทางรถไฟ และท่อส่ง ไปกันเป็นแผงยาวเกือบ 2,000 ไมล์ จากคัชการ์ในซินเจียง ที่อยู่สุดทางตะวันตกของจีน เพื่อไปออกท่าเรือ กวาดาร์ที่ปากีสถาน ที่สร้างตั้งแต่ ค.ศ.2007 และจีนไปลงทุนสร้างสาธารณูปโภค พร้อมอาคาร เพิ่มที่ท่าเรือกวาดาร์ ริมทะเลอารเบีย ซึ่งอยู่ห่างจากอ่าวเปอร์เซียเพียง 370 ไมล์
    ในปี ค.ศ.2011 จีนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงลงใต้มาถึงลาว มูลค่า 6.2 พันล้านเหรียญ และมีแผนจะสร้างเส้นทางที่ขนส่งผู้โดยสาร และ สินค้า จากคุนหมิงถึงสิงคโปร์ โดยใช้เวลาเพียง10 ชั่วโมง แผนนี้ ถ้าสำเร็จ จะทำให้ช่องแคบมะละกาไร้ความหมายไปสำหรับหลายประเทศ และคำขู่ที่ส่งเสียงมานาน อาจจะไม่ต่างกับเสียงลมพัดใบตองแห้ง….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    29 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 8 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 8 มาดูทางด้านจีนบ้าง เพราะยุทธศาสตร์รัสเซียจีน แม้จะแยกกัน แต่ก็สอดคล้องและเสริมกัน การพุ่งเป็นพลุของจีนทางด้านเศรษฐกิจในศตวรรษใหม่นี้ เป็นเรื่องน่าตกใจของอเมริกา แต่น่าสนใจสำหรับชาวโลก ยุทธศาสตร์จีนก็เป็นเรื่องใหม่ ที่ก้าวข้ามเรื่องของอำนาจทางเส้นทางน้ำที่ครอบโลกมาถึง 400 ปี แทนที่จีน จะมุ่งหน้าแต่จะสร้างแสนยานุภาพทางกองทัพเรือเพื่อ มาใช้อำนาจทางทะเล อย่างที่อังกฤษทำ หรือสร้างแสนยานุภาพทางอากาศ อย่างที่อเมริกาทำ จีนกลับใช้ยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายทำนองเดียวกับรัสเซีย รัสเซีย สร้างเครือข่ายท่อส่ง จีน สร้างเครือข่ายเส้นทางรถไฟ เหมือนเป็นการใช้ทฤษฏีครูแมค มาปรับหาสูตรยุทธศาสตร์ใหม่ แต่กลับทางกับความคิดของตะวันตก จีนกลับวิ่งเข้าไปในผืนแผ่นดิน World Island ไปถึงอาฟริกา เอเซีย และยุโรป มันเป็นการใช้ทฤษฏีภูมิศาสตร์การเมืองพื้นฐาน มาสร้างและเชื่อมชาวผืนแผ่นดินใหญ่ให้ใกล้ชิดกันเข้ามาอีก และทำให้ World Island กลับแข่งแกร่งขึ้นไปอีก จีนใช้เวลาเตรียมตัวอยู่หลายสิบปี วางแผนอย่างระมัดระวัง เป็น 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรก จีนใช้วิธีเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการค้า ระหว่างประเทศที่อยู่ใน World Island เข้าด้วยกันด้วยระบบการคมนาคม จีนวางเครือข่ายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจำนวนมาก ควบคู่กับการวางท่อส่งน้ำมันและแก๊ส ยาวตลอดแนวอันกว้างไกลของยูเรเซีย ระหว่างเส้นทางยาว จีนยังต่อเส้นทางรถไฟเข้าไปในเมืองสำคัญต่างๆ ขึ้นไปทางเหนือ ลงไปทางใต้ เหมือนเป็นเครือข่ายก้างปลายักษ์ของเส้นทางรถไฟ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการขนส่งสินค้าทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ รวมทั้งน้ำมัน และแร่ธาตุ ในปริมาณที่สูงมากได้พร้อมกัน ไปทางรถไฟเที่ยวเดียวกัน และข้ามทวีปทางบกได้ มันเป็นเส้นทางที่ยาวประมาณ 7,000 ไมล์ จากยิวูของจีน ถึงมาดริดของสเปน การขนส่งสินค้าครั้งละมากๆ มีทางเลือกแล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งเส้นทางเรือแต่อย่างเดียวอีกต่อไป และอำนาจของฝ่ายอยู่เกาะ ก็เริ่มจะเสทือน ยุทธศาสตร์รางรถไฟของจีน ทำให้เกิดอำนาจต่อรอง ที่ไม่ได้มาจากอาวุธ อย่างที่อเมริกาก็นึกไม่ถึง เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์สร้างท่อส่งของรัสเซีย และขณะเดียวกัน ดูเหมือนเส้นทางราง กลับเป็นการ “ตัด” การเชื่อมโยงด้านกำลังทหารของอเมริกาไปในขณะเดียวกันด้วย….อย่านึกว่าอา เฮียเก่งแต่การค้า ครูแมค เคยเขียนบทความเมื่อปี ค.ศ.1904 ว่า แม้เส้นทางรถไฟรางเดี่ยว ทรานส์ไซบีเรีย ที่มีความยาวประมาณ 5,700 ไมล์ ยาวที่สุดในโลกขณะนั้น ที่วิ่งข้ามไปสุดทวีป จากมอสโคว์ไปวลาดิวอสสต็อก จะไม่แน่นอน และไม่ปลอดภัย แต่ครูแมคเชื่อว่า ต่อไปในไม่ช้า ผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ของรัสเซีย และมองโกเลีย ที่เต็มไปด้วยพลังงานและแร่ธาตุธรรมชาติมากมายจนประเมินไม่ถูกนั้น จะมีการเชื่อมต่อกันทางการค้า ที่การขนส่งทางเส้นทางเรือ แทบจะทำอะไรไม่ได้ ครูแมค ประเมินไว้ไม่ผิดเรื่อง แต่อาจจะพลาดเรื่องเวลา เพราะพวกชาวเกาะของครูแมคเองนั่นแหละ เป็นฝ่ายจัดส่งพวกปฏิวัติมาให้รัสเซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1917 และส่งให้จีนในปี ค.ศ.1949 และต่อด้วยสงครามเย็นเสียอีกหลายสิบปี การสร้างเครือข่ายทางบกของ heartland กับพวก เลยมาสายไปหน่อย แต่ก็ “มาแล้ว” และยุทธศาสตร์เก่าๆ ที่ชาวเกาะสร้างขึ้น เพื่อมาใช้ขวางการเชื่อม ระหว่างชาวแผ่นดินใหญ่ก็ดูเหมือนจะใช้ “ยาก” ขึ้นเสียแล้ว ในขณะที่กลุ่มชาวเกาะ ยังติดกับอยู่กับนโยบายของตัว ที่แปลงมาจากทฤษฏีของครูแมค ในลักษณะการปิดล้อมและทำลาย โดยสร้างเครือข่ายฐานทัพ กับเครือข่ายผู้ก่อการร้าย แต่อาเฮียแถวปักกิ่ง กลับมองทฤษฏีของครูแมคจากสายตาและความคิดของผู้ที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ว่าเราจะสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อการค้า และสร้างธุรกิจกับพวกอยู่แผ่นดินใหญ่ด้วยกันอย่างไร แม้ชาวเกาะเล็กเท่าหัวแม่โป้งของเท้าขวาอย่างอเมริกา จะสร้างระบบถนนไฮเวย์ระหว่างรัฐมานานแล้วตั้งแต่ช่วงปี คศ 1950 ก็จริง แต่มันเทียบไม่ได้ กับการวางเส้นทางรถไฟความเร็วสูงในประเทศ แบบก้างปลาของอาเฮีย ในช่วงปี 2007 ถึง 2014 เส้นทางรถไฟแบบก้างปลา ของจีนยาว 9,000 ไมล์ ที่วิ่งผ่านข้ามไปมาระหว่างเมือง สามารถบรรทุกผู้โดยสารวันละ 2.5 ล้านคน ด้วยความเร็ว 240 ไมล์ต่อชั่วโมง และเมื่อระบบนี้เสร็จสมบูรณ์ ในปี ค.ศ.2030 ระยะทางรถไฟจะเพิ่มเป็น 16,000 ไมล์ ถึงปลายทางเมืองใหญ่ทั้งหมดของจีน หลังจากสร้างระบบรางในบ้านจนเป็นที่พอใจ จีนเริ่มยืดตัวออกไปนอกบ้าน ในปี ค.ศ.2008 รัสเซียและเยอรมันก็จับมือกับจีน เชื่อมต่อรางเส้นทางยูเรเซีย เส้นทางหนึ่งขึ้นเหนือ ไปตามเส้นทางทรานส์ไซบีเรียเดิม อีกเส้นลงใต้ วิ่งตามเส้นทางสายไหมเดิม ผ่านคาซัคสถาน ทั้ง 2 เส้นทางบรรจบกันที่มอสโคว์ จากนั้น วิ่งต่อไปจนถึงแฮมเบอร์ก ของเยอรมัน มันเป็นการเชื่อมยูเรเซียเข้าด้วยกัน เส้นทางใต้นั้น รถไฟบรรทุกสินค้า สามารถขนส่งสินค้าระหว่างจีน กับเยอรมัน เช่น สินค้าทางอุตสาหกรรม ส่วนประกอบของรถยนต์ ไปตามเส้นทางยาวประมาณ 6,700 ไมล์ จากเมืองไลปซิกในเยอรมัน ไปถึงเมืองชงชิงของจีน โดยใช้เวลาประมาณ 20 วัน เทียบกับเส้นทางขนส่งสินค้าประเภทเดียวกันทางเรือ ที่ใช้เวลา 35 วัน ประหยัดเวลาไปเกือบครึ่ง มันเป็นการลดต้นทุน และค่าใช้จ่าย ที่มีความหมายสำหรับคนค้าขาย ตอนนี้ จีน คือตลาดใหญ่ของรถเบนซ์กับบีเอ็ม นะครับ เสี่ยตัวจริงทั้งนั้น เยอรมันถึงต้องบริการส่งถึงหน้าบ้าน ในปี ค.ศ.2013 Deutsche Bahn AG (การรถไฟเยอรมัน) เตรียมแผนที่จะสร้างอีกเส้นทาง ระหว่างแฮมเบอร์กในเยอรมัน ไป Zhengzhou ซึ่งจะทำให้การขนส่งระหว่างเยอรมันกับจีน ลดลงเหลือแค่ 15 วัน ส่วนคาซัคสถาน ก็จะสร้างเส้นทางจาก ฉ่งชิงไปดุสเบร์กของเยอรมัน ใช้เวลาวิ่ง 15 วันเท่ากัน ในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.2014 จีนประกาศแผนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ที่ยาวที่สุด มูลค่า 230 พันล้านเหรียญ ตามแผนนี้ รถไฟจะใช้เวลาวิ่งระยะทางประมาณ 4,300 ไมล์ ระหว่างปักกิ่งกับ มอสโคว์ เพียงแค่ 2 วัน จะไปหาเพื่อนไม่ต้องใช้เวลานาน นอกจากนี้ จีน ได้ตกลงที่จะสร้างเส้นทางเลียบชายฝั่ง ระหว่างจีนกับ ปากีสถาน พร้อมกับมีถนนไฮเวย์ เส้นทางรถไฟ และท่อส่ง ไปกันเป็นแผงยาวเกือบ 2,000 ไมล์ จากคัชการ์ในซินเจียง ที่อยู่สุดทางตะวันตกของจีน เพื่อไปออกท่าเรือ กวาดาร์ที่ปากีสถาน ที่สร้างตั้งแต่ ค.ศ.2007 และจีนไปลงทุนสร้างสาธารณูปโภค พร้อมอาคาร เพิ่มที่ท่าเรือกวาดาร์ ริมทะเลอารเบีย ซึ่งอยู่ห่างจากอ่าวเปอร์เซียเพียง 370 ไมล์ ในปี ค.ศ.2011 จีนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงลงใต้มาถึงลาว มูลค่า 6.2 พันล้านเหรียญ และมีแผนจะสร้างเส้นทางที่ขนส่งผู้โดยสาร และ สินค้า จากคุนหมิงถึงสิงคโปร์ โดยใช้เวลาเพียง10 ชั่วโมง แผนนี้ ถ้าสำเร็จ จะทำให้ช่องแคบมะละกาไร้ความหมายไปสำหรับหลายประเทศ และคำขู่ที่ส่งเสียงมานาน อาจจะไม่ต่างกับเสียงลมพัดใบตองแห้ง…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 29 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 144 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 7

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 7
    ยุทธศาสตร์ ใช้เครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัสเซีย ที่ไม่ต้องใช้อาวุธไปทำลายบ้านเมือง หรือทำร้ายชีวิตใคร แถมขายแก๊สได้ตังค์อีกด้วย กลับทำให้รัสเซียมีอำนาจต่อรองกับฝ่ายอียูอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะทำให้ชาวยุโรปเริ่มพึ่งแก๊สรัสเซียมากขึ้นทุกวัน วิธีการแบบนี้ ทำให้อเมริการับไม่ได้ หูเย็นหางตกหมด และเครือข่ายท่อส่งของรัสเซียจึงต้องโดนสกัด และเป็นการสกัด อย่างรุนแรง มากขึ้นเรื่อยๆ ในบริเวณที่เครือข่ายท่อส่ง ขยายตัวไปยังจุดยุทธศาสตร์ ที่สำคัญของทั้ง 2 ฝ่าย
    อเมริกา เริ่มจัดรายการสกัดเครือข่ายท่อส่งของรัสเซียมาตั้งแต่ก่อนปี ค.ศ.2000 แล้ว ตั้งแต่รัสเซียเริ่มสร้างท่อส่งใหม่ๆ แต่มันไม่ใช่เรื่องจะสกัดกันง่ายๆ รัสเซียส่งแก๊สถึงหน้าบ้านชาวยุโรป อยู่ๆอเมริกาออกอาการน้ำลายฟูมปาก จะให้ปิดท่อแก๊ส ชาวยุโรปคงไม่เอาด้วยง่ายๆ อย่างงั้นมันก็ต้องสร้างฉาก สร้างภาพว่า รัสเซียมีแผนชั่ว เป็นตัวเลว เชื่อถือไม่ได้เสียก่อน อเมริกาจึงใช้วิธีอย่างเคยๆ ยุแยงชาวยูเครน ซึ่งครึ่งหนึ่งก็ฝักฝ่ายทางรัสเซียและรัสเซียก็ช่วยเหลือ ด้วยการส่งแก๊สให้ยูเครนในราคาต่ำกว่าราคาตลาดด้วย แบบนี้รัสเซียชั่วมากใช่ไหม
    อเมริกาส่งทีมคุณนายนูแลนด์ เหยี่ยวกระหายเลือดตัวเมีย ที่ส่งลูกฟักให้อียู เมื่อตอนที่อียูก็คิดจะเข้ามายุ่งในยูเครนเหมือนกัน คุณนายลูกฟัก ส่งทีมเข้าไปในยูเครนตั้งแต่ก่อน ค.ศ.2006 เพื่อเข้าไปปั่นหัวให้ยูเครนเกิดความวุ่นวาย ในที่สุดก็ลามเป็นการปฏิวัติในยูเครน จนรัฐบาลยูเครนที่เป็นมิตรกับรัสเซียอยู่ไม่ได้ และอเมริกาก็เอาคนที่อเมริกาสั่งได้มาคุมยูเครน และยูเครนก็เริ่มมีเรื่องทะเลาะกับรัสเซียตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
    นับว่าฝีมือสร้างการป่วนของคุณนายลูกฟักนี่ชั้นเซียน ตอนนี้คุณนายก็ยังป้วนเปี้ยนเข้าออกอยู่แถวนั้น ตั้งแต่ต้นปี จนถึงตอนนี้ยังไม่หยุด แบบนี้อีกไม่นาน ก็คงมีข่าวแถวนั้นให้เราได้ตื่นเต้นกัน
    ขณะเดียวกัน อเมริกาก็เตรียมการที่จะเข้าไปแถวบริเวณท้องน้อยของรัสเซีย คือ เอเซียกลาง และคอเคซัส เพื่อชักชวน (หรือข่มขู่) ให้อดีตสมาชิกโซเวียตมาร่วมสร้างท่อส่งกับอเมริกาแทน เพื่อให้พวกประเทศที่อยู่แถวท้องน้อยเลิกผูกติดกับรัสเซีย จริงๆ ความมุ่งหมายของอเมริกาคือ คิดจะไปปล้นพลังงานของพวกท้องน้อย ก่อนคุณพี่ปูตินจะชวนให้พวกท้องน้อยเอามาขาย ผ่านท่อส่งของรัสเซียเสียหมด แล้วอเมริกากับพวกก็จะอดแดก (รัสเซียแค่เป็นตัวกลางเจ้าของท่อ แต่ไม่ได้เอาพลังงานของเพื่อนและพวกมาเป็นของตัว) ถ้าอเมริกาทำได้ มันก็จะเป็นการได้ทั้งของ ได้ทั้งเย้ยหยันรัสเซียไปด้วย
    ท่อส่งรายการแรกของอเมริกาทำสำเร็จในปี ค.ศ.2005 ระยะทางยาว 1 พันไมล์จากบากู อาเซอร์ไบจัน มาออกที่เมดิเตอร์เรเนียน แต่มันเป็นท่อส่งน้ำมัน เพราะอาเซอร์ไบจัน ที่อเมริกาส่งลูกกระเป๋งไปสร้างปฏิวัติขู่ประธานาธิบดีให้ร่วมรายการ ขายให้แต่น้ำมัน เอาดีว่ะ อย่างน้อยก็ได้เข้าไปล้วงท้องน้อยรัสเซียได้ครั้งนึงแล้ว อเมริกาตีปี๊บ โหมรายการการท่อส่งน้ำมัน Baku Tbilisi Ceyhan (BTC) ที่กลุ่มคาวบอยบุชกับ BP ของอังกฤษจับมือกันเล่น
    อ่านมาถึงตอนนี้ คงเข้าใจกันแล้วนะครับว่า เขาตั้ง หอการค้าอาเซอร์ไบจัน อเมริกา กันทำไม ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 นู่น
    ส่วนท่อส่งแก๊สของฝ่ายอเมริกา ที่มาตั้งชื่อภายหลัง และเป็นเรื่องโด่งดังมาก คือ Nabucco ต้องรอหน่อย เพราะอาเซอร์ไบจันบอกไม่ขายแก๊สให้ ขายน้ำมันอย่างเดียวก็ (เสียวรัสเซีย) พอแล้ว ไปเอาแก๊สจากเติร์กเมนิสถานแล้วกัน แผนของท่อส่ง Nabucco เลยต้องเปลี่ยนเป็นเอาแก๊สจากเติร์กเมนิสถาน ไปออกที่ตุรกี และส่งต่อไปขายในยุโรป
    อเมริการอเก้ออยู่นาน กว่าจะรู้ว่า เติร์กเมนไม่ยอมขายแก๊สให้ ไม่ว่าส่งทางท่อไหน เพราะไม่อยากเสี่ยงมีเรื่องกับรัสเซีย ไม่คุ้มว่ะ คุณเติร์กเมนบอก
    อเมริกาหน้าแหกไป 2 รอบ จะแหกอีกรอบคงไม่ไหวมั๊ง เป็นท้องน้อย แต่ทำไมเนื้อเหนียวจัง เคี้ยวยากฉิบหาย เลยเปลี่ยนเส้นทาง กลับไปแถวบากูถิ่นเก่า ยังไงก็ต้องสร้างท่อส่งแก๊สไปทางยุโรปให้ได้ เสียหน้าเว้ย
    ระหว่างที่อเมริกาพยายามหาทางเคี้ยวท้องน้อยรัสเซีย รัสเซียก็เดินหน้าเข้าไปในยุโรปต่อ และคราวนี้ รัสเซียหยิบชิ้นปลามัน เจาะเข้าไปที่หัวแถว คือเยอรมัน
    ปี ค.ศ.2005 รัสเซียเริ่มสร้างท่อส่งเส้นทาง Nord Stream หรือเส้นทางรอดใต้ทะเลบอลติกตรงไปที่เยอรมัน ปัจจุบัน Nord Stream มีสัญญาส่งแก๊ส ให้กับเยอรมัน อิตาลี เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส และแม้กระทั่งอังกฤษ ชาวเกาะใหญ่ก็ยังต้องการแก๊สจากประเทศที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ….แบบนี้ครูแมคแทบจะฟื้นขึ้นมาด่า…
    รายการ Nord Stream ทำให้อเมริกาควันออกหู รีบเร่งเครื่องเรื่องยูเครน ซึ่งเป็นสถานีส่งแก๊สรัสเซียมายุโรป ใหญ่ที่สุดขณะนั้น เรื่องยูเครน จะได้ช่วยลดอำนาจต่อรองระหว่างรัสเซียกับยุโรปลงไป นอกจากยูเครนที่ออกมาคัดค้านหัวชนฝา เส้นทาง Nord Stream แล้ว อีกประเทศ คือ โปแลนด์ ก็ออกมาค้านกับเขาด้วยเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ไม่มีได้มีเสียอะไรกับเขาด้วย แบบนี้ต่อไปน่าจะได้รับบท… ที่ค่าตัวแพง
    จาก Nord Stream ทำให้รัสเซียได้ยุโรปบน หรือ ยุโรปเหนืออยู่ในกระเป๋า เส้นทางท่อส่งต่อไปของรัสเซียคือ ยุโรปใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางใกล้เคียงกับ Nabucco ของฝ่ายอเมริกา มันเหมือนเป็นรายการเกทับกัน
    ปี ค.ศ.2007 Gazprom ของรัสเซีย จับมือกับ ENI ของอิตาลี ลงทุนกันฝ่ายละครึ่ง เพื่อสร้างท่อส่งยุโรปใต้ South Stream Pipeline โดย ENI จะเป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารท่อส่งยาว 550 ไมล์ ส่วนที่วิ่งลอดใต้ทะเลดำมาโผล่ที่บุลกาเรีย และแยกออกไป 2 ทาง ทางหนึ่งขึ้นเหนือไปโรมาเนีย ฮังการี เช็คโก และออสเตรีย อีกทางหนึ่งลงใต้ มาที่อิตาลี
    ลูกค้า South Stream งอกขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อขอเชื่อมท่อ เริ่มจาก โครเอเซีย ตามมาด้วยเซิร์บ บอสเนีย กรีซ และสโลวีเนีย มาสามัคคีร่วมท่อส่งกันหมด
    มันเป็นเส้นทางท่อส่งใกล้เคียงกันกับ Nabucco ลูกค้าก็รายเดียวกัน แบบนี้หมายความว่ายังไง หมายความว่า ใครแน่กว่า ก็ได้ไปนะซิ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีท่อส่ง 2 ท่อ วิ่งคู่กันไปขายที่เดียวกัน แต่ไม่ใช่เจ้าของเดียวกัน แบบนั้นมันก็คงเจ๊งทั้งคู่
    แต่เส้นทางท่อส่ง Nabucco น่าจะเจ๊งก่อน เพราะยังหาคนส่งแก๊สให้ไม่ได้ อ้าว ฉิบหายอีกแล้ว วิ่งสร้าง วิ่งขาย แต่ไม่มีแก๊สส่ง อย่างนี้ก็หน้าแหก เป็นครั้งที่ 3 ส่วนเส้นทาง South Stream ทุกอย่างพร้อมแล้ว เงินทุน คนสร้าง คนซื้อ และแก๊ส ที่จะส่งก็มาจากแหล่งแก๊สของรัสเซียเอง มันเห็นๆอยู่แล้วว่า South Stream น่าจะแซงผ่าน Nabucco อย่างสบาย สบาย
    หลังจากผู้ร่วมลงทุนทุกฝ่ายของ South Stream ลงนามในสัญญาร่วมทุนกันรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ.2012 วันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ.2012 ผู้ร่วมลงทุนกับรัสเซีย ก็ทำพิธีตอกเสาเอก เริ่มการก่อสร้างท่อระยะแรก ที่สถานีแก๊ส Russakaya ทางใต้ของรัสเซีย ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
    ถึงเดือนเมษายน ค.ศ.2013 อาเซอร์ไบจัน ที่ฝ่ายตะวันตกมัดมือไว้ว่าจะต้องเป็นผู้ส่งแก๊สให้ Nabucco ก็ออกมาประกาศว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ส่งแก๊สให้ได้
    Nabucco ก็เลยจอดยับ ท่อกองอยู่ข้างถนน
    แบบนี้ South Stream ก็น่าจะไปโลด
    แต่คงโลดเกินไป วันที่ 17 เมษายน ค.ศ.2014 สภาของอียู ก็มีมติไม่เห็นด้วยกับการที่สมาชิกอียูจะใช้ท่อส่งของ Gazprom เนื่องจากจะเป็นการขัดต่อกฏของอียู ที่กำหนดว่า ท่อส่งกับแก๊ส ควรจะแยกการเป็นเจ้าของ ไม่เช่นนั้นจะเกิดกรณีเช่นยูเครน เมื่อไหร่ก็ได้ที่รัสเซียอยากปิดท่อ คนยุโรปก็จะหนาวตาย ไม่กลัวหรือไง
    ยุทธศาสตร์สร้าง ดูเหมือนจะแพ้ยุทธศาสตร์ทำลาย
    รัสเซียยื่นคำร้องคัดค้านมติของอียู ต่อ WTO ทันทีในเดือนเมษานั้นเอง ว่า กฏของอียูออกมาใช้บังคับ เมื่อปี ค.ศ.2009 แต่รัสเซียตกลงกับผู้ร่วมลงทุน ตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 เป็นการนำกฏใหม่มาบังคับใช้ย้อนหลัง การค้าเสรีเขาทำกันอย่างนี้หรือ….
    แต่ระหว่างที่รัสเซียกำลังต่อสู้ทางข้อกฏหมายกับอียู ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2014 บุลกาเรีย ว่าที่เจ้าของสถานี ที่แก๊สจะไปโผล่ และน่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด ก็ถูกบีบจนหน้าเขียว ให้ออกมาประกาศว่า บุลกาเรียหยุดการก่อสร้างท่อส่งชั่วคราวในส่วนของ
    บุลกาเรียแล้วคร้าบ เพราะอียูบีบแล้วบีบอีก จนเขียวเกือบดำ สำทับว่า บุลกาเรียกำลังทำผิดกฏในการเป็นสมาชิกของอียู ฮู้ย….อียู นี่มัน พรมเช็ด… ของอเมริกาจริงๆ
    รัสเซียยังโต้แย้งไปมากับอียูต่ออีกหลายเดือน แต่ในที่สุด เส้นทางท่อส่ง South Stream ที่มีกำหนดจะเสร็จภายในปี ค.ศ.2016 มีประเทศในยุโรปที่จะได้ใช้แก๊สจากท่อส่งนี้กว่า 10 ประเทศ ก็จบลงเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ.2014 เมื่อคุณพี่ปูติน ประกาศที่ตุรกี ระหว่างที่คุณพี่ไปพบประธานาธิบดีตุรกีว่า “ฝ่ายตะวันตกชนะ” เส้นทางท่อส่ง South Stream จบแล้ว แต่ท่อส่งของรัสเซียยังไม่จบ คราวนี้ รัสเซียเปลี่ยนสถานีปากทางออกมาที่ตุรกี….
    และนั่น เป็นการเดินหมากของรัสเซีย ที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    28 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 7 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 7 ยุทธศาสตร์ ใช้เครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัสเซีย ที่ไม่ต้องใช้อาวุธไปทำลายบ้านเมือง หรือทำร้ายชีวิตใคร แถมขายแก๊สได้ตังค์อีกด้วย กลับทำให้รัสเซียมีอำนาจต่อรองกับฝ่ายอียูอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะทำให้ชาวยุโรปเริ่มพึ่งแก๊สรัสเซียมากขึ้นทุกวัน วิธีการแบบนี้ ทำให้อเมริการับไม่ได้ หูเย็นหางตกหมด และเครือข่ายท่อส่งของรัสเซียจึงต้องโดนสกัด และเป็นการสกัด อย่างรุนแรง มากขึ้นเรื่อยๆ ในบริเวณที่เครือข่ายท่อส่ง ขยายตัวไปยังจุดยุทธศาสตร์ ที่สำคัญของทั้ง 2 ฝ่าย อเมริกา เริ่มจัดรายการสกัดเครือข่ายท่อส่งของรัสเซียมาตั้งแต่ก่อนปี ค.ศ.2000 แล้ว ตั้งแต่รัสเซียเริ่มสร้างท่อส่งใหม่ๆ แต่มันไม่ใช่เรื่องจะสกัดกันง่ายๆ รัสเซียส่งแก๊สถึงหน้าบ้านชาวยุโรป อยู่ๆอเมริกาออกอาการน้ำลายฟูมปาก จะให้ปิดท่อแก๊ส ชาวยุโรปคงไม่เอาด้วยง่ายๆ อย่างงั้นมันก็ต้องสร้างฉาก สร้างภาพว่า รัสเซียมีแผนชั่ว เป็นตัวเลว เชื่อถือไม่ได้เสียก่อน อเมริกาจึงใช้วิธีอย่างเคยๆ ยุแยงชาวยูเครน ซึ่งครึ่งหนึ่งก็ฝักฝ่ายทางรัสเซียและรัสเซียก็ช่วยเหลือ ด้วยการส่งแก๊สให้ยูเครนในราคาต่ำกว่าราคาตลาดด้วย แบบนี้รัสเซียชั่วมากใช่ไหม อเมริกาส่งทีมคุณนายนูแลนด์ เหยี่ยวกระหายเลือดตัวเมีย ที่ส่งลูกฟักให้อียู เมื่อตอนที่อียูก็คิดจะเข้ามายุ่งในยูเครนเหมือนกัน คุณนายลูกฟัก ส่งทีมเข้าไปในยูเครนตั้งแต่ก่อน ค.ศ.2006 เพื่อเข้าไปปั่นหัวให้ยูเครนเกิดความวุ่นวาย ในที่สุดก็ลามเป็นการปฏิวัติในยูเครน จนรัฐบาลยูเครนที่เป็นมิตรกับรัสเซียอยู่ไม่ได้ และอเมริกาก็เอาคนที่อเมริกาสั่งได้มาคุมยูเครน และยูเครนก็เริ่มมีเรื่องทะเลาะกับรัสเซียตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นับว่าฝีมือสร้างการป่วนของคุณนายลูกฟักนี่ชั้นเซียน ตอนนี้คุณนายก็ยังป้วนเปี้ยนเข้าออกอยู่แถวนั้น ตั้งแต่ต้นปี จนถึงตอนนี้ยังไม่หยุด แบบนี้อีกไม่นาน ก็คงมีข่าวแถวนั้นให้เราได้ตื่นเต้นกัน ขณะเดียวกัน อเมริกาก็เตรียมการที่จะเข้าไปแถวบริเวณท้องน้อยของรัสเซีย คือ เอเซียกลาง และคอเคซัส เพื่อชักชวน (หรือข่มขู่) ให้อดีตสมาชิกโซเวียตมาร่วมสร้างท่อส่งกับอเมริกาแทน เพื่อให้พวกประเทศที่อยู่แถวท้องน้อยเลิกผูกติดกับรัสเซีย จริงๆ ความมุ่งหมายของอเมริกาคือ คิดจะไปปล้นพลังงานของพวกท้องน้อย ก่อนคุณพี่ปูตินจะชวนให้พวกท้องน้อยเอามาขาย ผ่านท่อส่งของรัสเซียเสียหมด แล้วอเมริกากับพวกก็จะอดแดก (รัสเซียแค่เป็นตัวกลางเจ้าของท่อ แต่ไม่ได้เอาพลังงานของเพื่อนและพวกมาเป็นของตัว) ถ้าอเมริกาทำได้ มันก็จะเป็นการได้ทั้งของ ได้ทั้งเย้ยหยันรัสเซียไปด้วย ท่อส่งรายการแรกของอเมริกาทำสำเร็จในปี ค.ศ.2005 ระยะทางยาว 1 พันไมล์จากบากู อาเซอร์ไบจัน มาออกที่เมดิเตอร์เรเนียน แต่มันเป็นท่อส่งน้ำมัน เพราะอาเซอร์ไบจัน ที่อเมริกาส่งลูกกระเป๋งไปสร้างปฏิวัติขู่ประธานาธิบดีให้ร่วมรายการ ขายให้แต่น้ำมัน เอาดีว่ะ อย่างน้อยก็ได้เข้าไปล้วงท้องน้อยรัสเซียได้ครั้งนึงแล้ว อเมริกาตีปี๊บ โหมรายการการท่อส่งน้ำมัน Baku Tbilisi Ceyhan (BTC) ที่กลุ่มคาวบอยบุชกับ BP ของอังกฤษจับมือกันเล่น อ่านมาถึงตอนนี้ คงเข้าใจกันแล้วนะครับว่า เขาตั้ง หอการค้าอาเซอร์ไบจัน อเมริกา กันทำไม ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 นู่น ส่วนท่อส่งแก๊สของฝ่ายอเมริกา ที่มาตั้งชื่อภายหลัง และเป็นเรื่องโด่งดังมาก คือ Nabucco ต้องรอหน่อย เพราะอาเซอร์ไบจันบอกไม่ขายแก๊สให้ ขายน้ำมันอย่างเดียวก็ (เสียวรัสเซีย) พอแล้ว ไปเอาแก๊สจากเติร์กเมนิสถานแล้วกัน แผนของท่อส่ง Nabucco เลยต้องเปลี่ยนเป็นเอาแก๊สจากเติร์กเมนิสถาน ไปออกที่ตุรกี และส่งต่อไปขายในยุโรป อเมริการอเก้ออยู่นาน กว่าจะรู้ว่า เติร์กเมนไม่ยอมขายแก๊สให้ ไม่ว่าส่งทางท่อไหน เพราะไม่อยากเสี่ยงมีเรื่องกับรัสเซีย ไม่คุ้มว่ะ คุณเติร์กเมนบอก อเมริกาหน้าแหกไป 2 รอบ จะแหกอีกรอบคงไม่ไหวมั๊ง เป็นท้องน้อย แต่ทำไมเนื้อเหนียวจัง เคี้ยวยากฉิบหาย เลยเปลี่ยนเส้นทาง กลับไปแถวบากูถิ่นเก่า ยังไงก็ต้องสร้างท่อส่งแก๊สไปทางยุโรปให้ได้ เสียหน้าเว้ย ระหว่างที่อเมริกาพยายามหาทางเคี้ยวท้องน้อยรัสเซีย รัสเซียก็เดินหน้าเข้าไปในยุโรปต่อ และคราวนี้ รัสเซียหยิบชิ้นปลามัน เจาะเข้าไปที่หัวแถว คือเยอรมัน ปี ค.ศ.2005 รัสเซียเริ่มสร้างท่อส่งเส้นทาง Nord Stream หรือเส้นทางรอดใต้ทะเลบอลติกตรงไปที่เยอรมัน ปัจจุบัน Nord Stream มีสัญญาส่งแก๊ส ให้กับเยอรมัน อิตาลี เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส และแม้กระทั่งอังกฤษ ชาวเกาะใหญ่ก็ยังต้องการแก๊สจากประเทศที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ….แบบนี้ครูแมคแทบจะฟื้นขึ้นมาด่า… รายการ Nord Stream ทำให้อเมริกาควันออกหู รีบเร่งเครื่องเรื่องยูเครน ซึ่งเป็นสถานีส่งแก๊สรัสเซียมายุโรป ใหญ่ที่สุดขณะนั้น เรื่องยูเครน จะได้ช่วยลดอำนาจต่อรองระหว่างรัสเซียกับยุโรปลงไป นอกจากยูเครนที่ออกมาคัดค้านหัวชนฝา เส้นทาง Nord Stream แล้ว อีกประเทศ คือ โปแลนด์ ก็ออกมาค้านกับเขาด้วยเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ไม่มีได้มีเสียอะไรกับเขาด้วย แบบนี้ต่อไปน่าจะได้รับบท… ที่ค่าตัวแพง จาก Nord Stream ทำให้รัสเซียได้ยุโรปบน หรือ ยุโรปเหนืออยู่ในกระเป๋า เส้นทางท่อส่งต่อไปของรัสเซียคือ ยุโรปใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางใกล้เคียงกับ Nabucco ของฝ่ายอเมริกา มันเหมือนเป็นรายการเกทับกัน ปี ค.ศ.2007 Gazprom ของรัสเซีย จับมือกับ ENI ของอิตาลี ลงทุนกันฝ่ายละครึ่ง เพื่อสร้างท่อส่งยุโรปใต้ South Stream Pipeline โดย ENI จะเป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารท่อส่งยาว 550 ไมล์ ส่วนที่วิ่งลอดใต้ทะเลดำมาโผล่ที่บุลกาเรีย และแยกออกไป 2 ทาง ทางหนึ่งขึ้นเหนือไปโรมาเนีย ฮังการี เช็คโก และออสเตรีย อีกทางหนึ่งลงใต้ มาที่อิตาลี ลูกค้า South Stream งอกขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อขอเชื่อมท่อ เริ่มจาก โครเอเซีย ตามมาด้วยเซิร์บ บอสเนีย กรีซ และสโลวีเนีย มาสามัคคีร่วมท่อส่งกันหมด มันเป็นเส้นทางท่อส่งใกล้เคียงกันกับ Nabucco ลูกค้าก็รายเดียวกัน แบบนี้หมายความว่ายังไง หมายความว่า ใครแน่กว่า ก็ได้ไปนะซิ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีท่อส่ง 2 ท่อ วิ่งคู่กันไปขายที่เดียวกัน แต่ไม่ใช่เจ้าของเดียวกัน แบบนั้นมันก็คงเจ๊งทั้งคู่ แต่เส้นทางท่อส่ง Nabucco น่าจะเจ๊งก่อน เพราะยังหาคนส่งแก๊สให้ไม่ได้ อ้าว ฉิบหายอีกแล้ว วิ่งสร้าง วิ่งขาย แต่ไม่มีแก๊สส่ง อย่างนี้ก็หน้าแหก เป็นครั้งที่ 3 ส่วนเส้นทาง South Stream ทุกอย่างพร้อมแล้ว เงินทุน คนสร้าง คนซื้อ และแก๊ส ที่จะส่งก็มาจากแหล่งแก๊สของรัสเซียเอง มันเห็นๆอยู่แล้วว่า South Stream น่าจะแซงผ่าน Nabucco อย่างสบาย สบาย หลังจากผู้ร่วมลงทุนทุกฝ่ายของ South Stream ลงนามในสัญญาร่วมทุนกันรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ.2012 วันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ.2012 ผู้ร่วมลงทุนกับรัสเซีย ก็ทำพิธีตอกเสาเอก เริ่มการก่อสร้างท่อระยะแรก ที่สถานีแก๊ส Russakaya ทางใต้ของรัสเซีย ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ถึงเดือนเมษายน ค.ศ.2013 อาเซอร์ไบจัน ที่ฝ่ายตะวันตกมัดมือไว้ว่าจะต้องเป็นผู้ส่งแก๊สให้ Nabucco ก็ออกมาประกาศว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ส่งแก๊สให้ได้ Nabucco ก็เลยจอดยับ ท่อกองอยู่ข้างถนน แบบนี้ South Stream ก็น่าจะไปโลด แต่คงโลดเกินไป วันที่ 17 เมษายน ค.ศ.2014 สภาของอียู ก็มีมติไม่เห็นด้วยกับการที่สมาชิกอียูจะใช้ท่อส่งของ Gazprom เนื่องจากจะเป็นการขัดต่อกฏของอียู ที่กำหนดว่า ท่อส่งกับแก๊ส ควรจะแยกการเป็นเจ้าของ ไม่เช่นนั้นจะเกิดกรณีเช่นยูเครน เมื่อไหร่ก็ได้ที่รัสเซียอยากปิดท่อ คนยุโรปก็จะหนาวตาย ไม่กลัวหรือไง ยุทธศาสตร์สร้าง ดูเหมือนจะแพ้ยุทธศาสตร์ทำลาย รัสเซียยื่นคำร้องคัดค้านมติของอียู ต่อ WTO ทันทีในเดือนเมษานั้นเอง ว่า กฏของอียูออกมาใช้บังคับ เมื่อปี ค.ศ.2009 แต่รัสเซียตกลงกับผู้ร่วมลงทุน ตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 เป็นการนำกฏใหม่มาบังคับใช้ย้อนหลัง การค้าเสรีเขาทำกันอย่างนี้หรือ…. แต่ระหว่างที่รัสเซียกำลังต่อสู้ทางข้อกฏหมายกับอียู ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2014 บุลกาเรีย ว่าที่เจ้าของสถานี ที่แก๊สจะไปโผล่ และน่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด ก็ถูกบีบจนหน้าเขียว ให้ออกมาประกาศว่า บุลกาเรียหยุดการก่อสร้างท่อส่งชั่วคราวในส่วนของ บุลกาเรียแล้วคร้าบ เพราะอียูบีบแล้วบีบอีก จนเขียวเกือบดำ สำทับว่า บุลกาเรียกำลังทำผิดกฏในการเป็นสมาชิกของอียู ฮู้ย….อียู นี่มัน พรมเช็ด… ของอเมริกาจริงๆ รัสเซียยังโต้แย้งไปมากับอียูต่ออีกหลายเดือน แต่ในที่สุด เส้นทางท่อส่ง South Stream ที่มีกำหนดจะเสร็จภายในปี ค.ศ.2016 มีประเทศในยุโรปที่จะได้ใช้แก๊สจากท่อส่งนี้กว่า 10 ประเทศ ก็จบลงเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ.2014 เมื่อคุณพี่ปูติน ประกาศที่ตุรกี ระหว่างที่คุณพี่ไปพบประธานาธิบดีตุรกีว่า “ฝ่ายตะวันตกชนะ” เส้นทางท่อส่ง South Stream จบแล้ว แต่ท่อส่งของรัสเซียยังไม่จบ คราวนี้ รัสเซียเปลี่ยนสถานีปากทางออกมาที่ตุรกี…. และนั่น เป็นการเดินหมากของรัสเซีย ที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 28 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 135 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260108 #TechRadar

    อุปกรณ์ เพิ่ม/ขยายสัญญาณ Wifi ที่ดีที่สุดในปี 2025
    บทความนี้อธิบายภาพรวมตลาด Wi‑Fi extender ปี 2025 ที่แม้จะมีรุ่นใหม่ออกมาน้อยลงเพราะผู้ผลิตหันไปโฟกัสระบบ Mesh Wi‑Fi แต่ก็ยังมีตัวเลือกคุณภาพสูงอย่าง TP‑Link RE700X, RE605X และ Netgear Nighthawk AX8 ซึ่งโดดเด่นด้านความเร็ว ความครอบคลุม และความง่ายในการติดตั้ง เหมาะสำหรับบ้านที่ยังมีจุดอับสัญญาณหรือไม่ต้องการเปลี่ยนเราเตอร์ใหม่ทั้งหมด โดยบทความยังให้คำแนะนำการเลือกซื้อและเปรียบเทียบกับระบบ Mesh เพื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
    https://www.techradar.com/computing/wi-fi-broadband/the-best-wi-fi-extenders-in-2025-top-devices-for-boosting-your-wifi-network

    TV ที่ดีที่สุดในปี 2025
    ผู้เชี่ยวชาญด้านการคาลิเบรตทีวีได้จัดอันดับทีวีที่ดีที่สุดในปี 2025 ตั้งแต่รุ่นคุ้มค่าไปจนถึงระดับพรีเมียม เช่น LG C5, Roku Plus Series, Hisense U8QG, TCL QM6K และ Samsung S95F โดยเน้นคุณภาพภาพ ความสว่าง ความแม่นยำสี ฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ และความคุ้มค่าต่อราคา ทำให้ผู้อ่านสามารถเลือกทีวีที่เหมาะกับงบและการใช้งานได้ง่ายขึ้นในตลาดที่มีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้นทุกปี
    https://www.techradar.com/televisions/im-a-trained-tv-calibrator-and-here-are-the-best-tvs-you-can-buy

    Lenovo Legion Go 2 (SteamOS) เปิดตัวพร้อมราคาแรง
    Lenovo เปิดตัว Legion Go 2 รุ่นใหม่ที่มาพร้อม SteamOS อย่างเป็นทางการในงาน CES 2026 แต่กลับถูกวิจารณ์หนักเรื่องราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม โดยเริ่มต้นที่ $1,119 แม้จะใช้สเปกแรงอย่าง Ryzen Z2 / Z2 Extreme และ RAM สูงสุด 32GB แต่ราคาที่แตะระดับเกิน $1,000 ทำให้หลายคนมองว่าไม่คุ้มเมื่อเทียบกับเครื่องพกพาอื่นในตลาด แม้การหันมาใช้ SteamOS จะเป็นก้าวที่ดีสำหรับผู้ใช้สายเกมพกพาก็ตาม
    https://www.techradar.com/computing/gaming-pcs/i-love-that-lenovo-has-finally-chosen-steamos-for-the-legion-go-2-but-its-kidding-itself-with-that-price-tag

    Kentucky เปิดตัว Digital ID บน iPhone และเตรียมเข้า Apple Wallet
    รัฐ Kentucky เปิดตัวแอป Digital ID ที่ให้ประชาชนเก็บบัตรประจำตัว เช่น ใบขับขี่ ไว้ในมือถือ พร้อมระบบยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์ และเตรียมรองรับ Apple Wallet, Google Wallet และ Samsung Wallet ในช่วงซัมเมอร์ 2026 แม้จะช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น แต่ผู้ใช้ยังต้องพกบัตรจริงในบางสถานการณ์ เช่น การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
    https://www.techradar.com/phones/kentucky-just-launched-digital-id-on-iphones-and-its-coming-to-apple-wallet-soon

    Klipsch และ Onkyo ฉลอง 80 ปี ด้วยหูฟังและลำโพงรุ่นใหม่
    Klipsch และ Onkyo เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ฉลองครบรอบ 80 ปี นำโดย Klipsch Atlas Series หูฟังแบบ over‑ear รุ่นใหม่ครั้งแรกในรอบทศวรรษ ทั้งรุ่น HP‑1, HP‑2 และ HP‑3 ที่เน้นคุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์ พร้อมลำโพงและซาวด์บาร์รุ่นใหม่ รวมถึงโปรเจกต์ลับอย่าง “Project Apollo” ที่มุ่งยกระดับดีไซน์และคุณภาพเสียงสำหรับผู้ฟังระดับจริงจัง
    https://www.techradar.com/audio/headphones/klipsch-and-onkyo-celebrate-80-years-of-audio-with-the-first-klipsch-headphones-in-a-decade-plus-some-cool-new-concepts

    กฎหมายคุ้มครองเยาวชนเวอร์จิเนียจุดชนวนดีเบตเรื่องความเป็นส่วนตัว
    เวอร์จิเนียเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่บังคับให้แพลตฟอร์มโซเชียลจำกัดเวลาการใช้งานและการเก็บข้อมูลของผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมสั่งปิดฟีดแบบเสพติดอย่างการเลื่อนแบบไม่รู้จบ ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวออกมาโต้แย้งว่ากฎหมายนี้อาจบังคับให้ทุกคนต้องยืนยันตัวตนและทำลายการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไม่ระบุตัวตน ขณะที่คดีฟ้องร้องจาก NetChoice กำลังดำเนินอยู่ แต่กฎหมายก็มีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้ผู้ใช้อาจต้องพิสูจน์ตัวตนก่อนเข้าใช้งานโซเชียลในรัฐนี้
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/new-virginia-teen-safety-law-sparks-privacy-debate-and-fresh-legal-challenges

    อังกฤษทุ่มงบ £210 ล้านแก้วิกฤตไซเบอร์ หลังยอมรับเสี่ยง “วิกฤติขั้นสูง”
    รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศแผน Cyber Action Plan พร้อมงบ £210 ล้าน หลังยอมรับว่านโยบายไซเบอร์ก่อนหน้านี้ล้มเหลวและไม่สามารถทำให้หน่วยงานรัฐปลอดภัยภายในปี 2030 ได้ โดยปัญหาหลักคือระบบไอทีเก่า การขาดมาตรฐานบังคับ และการโจมตีจริงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น เหตุ NHS และ British Library ถูกแรนซัมแวร์ รัฐบาลเตรียมตั้งหน่วย Cyber Unit ใหม่และอาจถือผู้บริหารระดับสูงรับผิดชอบโดยตรงต่อเหตุไซเบอร์ในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/security/uk-government-pledges-gbp210m-to-new-cyber-action-plan-admitting-critically-high-cyber-risk-remains

    Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ใหม่ที่ตั้งใจ “เป็น Windows แบบไร้ Microsoft”
    นักพัฒนาญี่ปุ่นเปิดตัวแนวคิด Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ที่ตั้งใจให้เดสก์ท็อปทั้งหมดเป็น Win32 รันผ่าน WINE เพื่อให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด .exe แล้วใช้งานได้เหมือน Windows จริง แต่ทำงานบนแกน Linux แนวคิดนี้หวังแก้ปัญหาความเข้ากันได้ของ ReactOS และอาจเป็นอีกแรงผลักดันให้ผู้ใช้หนีจาก Windows 11 ที่ถูกวิจารณ์หนัก แม้ยังอยู่ในขั้นต้นและต้องแก้ปัญหาความเสถียรอีกมาก แต่ก็เป็นสัญญาณว่ากระแส “เบื่อ Microslop” กำลังผลักผู้ใช้ไปหาลินุกซ์มากขึ้น
    https://www.techradar.com/computing/software/sick-of-microslop-new-linux-distro-could-win-over-windows-11-haters

    เทรนด์เดินแบบญี่ปุ่นกำลังมา พร้อมรองเท้าเดินประสิทธิภาพสูงจาก Clarks
    นักเขียนทดลองเปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็น “Japanese Walking” หรือการเดินแบบอินเทอร์วัล พร้อมรองเท้า Clarks Pace ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินโดยเฉพาะ ทั้งโฟมสองชั้น แคปซูลช่วยส่งแรง และดีไซน์รองรับการก้าวเดิน แม้รองเท้าจะให้ความรู้สึกสบายและช่วยเร่งจังหวะได้ดี แต่ยังมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะบนพื้นเปียก และราคาที่สูงเมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งที่ใช้งานได้อเนกประสงค์กว่า ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าจะคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้ทั่วไปหรือไม่
    https://www.techradar.com/health-fitness/i-swapped-running-for-the-japanese-walking-workout-complete-with-a-purpose-built-high-performance-walking-shoe

    พบช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า เสี่ยงถูกยึดระบบจากระยะไกล
    นักวิจัยพบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าหลายรุ่นที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีหลักฐานว่าถูกโจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากถูกเจาะ ระบบเครือข่ายทั้งหมดอาจถูกควบคุม ขโมยข้อมูล หรือถูกใช้เป็นบอตเน็ต จึงแนะนำให้ผู้ใช้รีบเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทันที
    https://www.techradar.com/pro/security/this-critical-severity-flaw-in-d-link-dsl-gateway-devices-could-allow-for-remote-code-execution

    AI กำลังเปลี่ยนเป้าหมายจาก “ประสิทธิภาพ” สู่ “การเติบโต”
    องค์กรทั่วโลกกว่า 77% หันมาใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตแทนการลดต้นทุน โดยผู้บริหารจำนวนมากคาดหวังรายได้เพิ่มขึ้นในปีหน้า และกว่า 50% แต่งตั้ง Chief AI Officer เพื่อเร่งกลยุทธ์ด้าน AI แม้ผู้บริโภคยังมีความกังวล แต่ข้อมูลชี้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยสร้างรายได้ใหม่จาก AI แล้ว ทำให้ภาพรวมสะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่
    https://www.techradar.com/pro/growth-not-efficiency-is-the-new-ai-goal

    องค์กรพบการละเมิดนโยบายข้อมูลจาก GenAI กว่า 200 ครั้งต่อเดือน
    รายงานใหม่เผยว่าองค์กรกำลังเผชิญความเสี่ยงจาก “Shadow AI” อย่างหนัก เมื่อพนักงานใช้แอป AI ส่วนตัวโดยไม่ผ่านการอนุมัติ ทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลเพิ่มขึ้นเท่าตัว และมีเหตุการณ์ละเมิดนโยบายเฉลี่ย 223 ครั้งต่อเดือน ขณะที่การใช้งาน GenAI เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในปีเดียว สร้างความท้าทายด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูลอย่างมาก
    https://www.techradar.com/pro/security/average-organization-now-reporting-over-200-genai-related-data-policy-violations-each-month

    ชาวสหรัฐฯ อาจได้รับเงินคืนสูงสุด $52 จากคดี Amazon Prime
    หลัง Amazon ถูกปรับ 2.5 พันล้านดอลลาร์จากการสมัครสมาชิก Prime โดยไม่ได้รับความยินยอม ผู้ใช้จำนวนมากจะได้รับเงินคืนอัตโนมัติ แต่หากยังไม่ได้รับ สามารถยื่นคำร้องได้ภายใน 180 วัน โดยต้องตรวจสอบอีเมลหรือจดหมายแจ้งสิทธิ์ ทั้งนี้ FTC เตือนว่า “จะไม่มีการเรียกเก็บเงินใด ๆ” ในกระบวนการคืนเงิน เพื่อป้องกันการหลอกลวง
    https://www.techradar.com/tech/heres-how-to-claim-a-refund-up-to-usd52-from-amazon-for-its-prime-settlement-and-how-to-check-if-youre-eligible-for-one

    นักวิจัยคิดวิธี “วางยาข้อมูล” เพื่อทำให้ AI ที่ขโมยข้อมูลใช้ไม่ได้
    นักวิจัยจากจีนและสิงคโปร์พัฒนาเทคนิค AURA ที่จงใจใส่ข้อมูลผิดใน knowledge graph เพื่อให้ AI ที่ขโมยข้อมูลไปเกิดอาการหลอนและตอบผิด โดยผู้ที่มี “กุญแจลับ” เท่านั้นจึงจะได้คำตอบที่ถูกต้อง วิธีนี้ช่วยปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาในระบบ GraphRAG ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงถึง 94%
    https://www.techradar.com/pro/security/researchers-poison-their-own-data-when-stolen-by-an-ai-to-ruin-results

    ปากีสถานเริ่มบล็อก VPN ที่ไม่ได้ลงทะเบียน กระทบผู้ใช้จำนวนมาก
    รัฐบาลปากีสถานเริ่มจำกัดการใช้งาน VPN ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต ส่งผลให้บริการดังอย่าง Proton VPN ถูกบล็อกตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ใช้จำนวนมากต้องพึ่ง VPN เพื่อเข้าถึงโซเชียลมีเดียที่ถูกปิดกั้น การบล็อกครั้งนี้จึงกระทบเสรีภาพทางดิจิทัลอย่างหนัก แม้ผู้ให้บริการบางรายยังหาวิธีหลบการบล็อกผ่านโปรโตคอลพิเศษอยู่ก็ตาม
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/pakistan-begins-blocking-unregistered-vpn-apps-and-this-popular-service-is-among-the-casualties

    ราคาหน่วยความจำพุ่งแรงเหมือนคริปโต
    ราคาของ RAM โดยเฉพาะ DDR4 และ DDR5 กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากช่วงเสถียรยาวนาน โดย DDR4 หลายรุ่นขยับจากระดับร้อยเหรียญไปแตะหลักหลายร้อยในเวลาไม่กี่เดือน เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่หันไปให้ความสำคัญกับความต้องการของบริษัทด้าน AI มากกว่าผู้บริโภคทั่วไป ทำให้การประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่หรืออัปเกรดต้องใช้งบสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจทำให้ RAM กลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดในระบบในอนาคตอันใกล้
    https://www.techradar.com/pro/is-ram-the-new-bitcoin-ddr4-memory-prices-are-rising-so-fast-some-tracker-graphs-are-running-out-of-space-and-i-fear-2026-could-well-see-a-10x-price-rise

    Meta ซื้อ Manus เจอแรงสั่นสะเทือนจากจีน
    ดีลที่ Meta เตรียมเข้าซื้อบริษัท AI อย่าง Manus มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์กำลังถูกจับตาอย่างหนักจากหน่วยงานจีน เนื่องจากกังวลว่าการย้ายบริษัทจากจีนไปสิงคโปร์อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้ดีลล่าช้าหรือถูกระงับ ขณะเดียวกัน Manus จะยังคงดำเนินงานแยกอิสระ แต่ Meta จะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้าน AI ของ Manus เพื่อเร่งพัฒนา AI agents รุ่นใหม่
    https://www.techradar.com/pro/metas-usd2b-manus-acquisition-sparks-concerns-from-chinese-regulators

    Razer เปิดตัวเวิร์กสเตชัน AI และตัวเร่งความแรงภายนอก
    Razer ขยายบทบาทจากแบรนด์เกมมิ่งสู่ฮาร์ดแวร์ AI เต็มตัว ด้วยการเปิดตัว Forge AI Dev Workstation สำหรับงานเทรนโมเดลและประมวลผล AI แบบออน-พรีมิส พร้อมอุปกรณ์ External AI Accelerator ที่ร่วมพัฒนากับ Tenstorrent เพื่อเพิ่มพลังประมวลผลให้โน้ตบุ๊กผ่าน Thunderbolt รองรับการต่อพ่วงหลายตัวเพื่อสร้างคลัสเตอร์ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับนักพัฒนา AI ที่ต้องการพลังประมวลผลแบบพกพาและควบคุมข้อมูลได้เอง
    https://www.techradar.com/pro/razer-joins-ai-bandwagon-with-external-ai-accelerator-backed-by-iconic-amd-chip-architect

    แคมเปญฟิชชิงปลอมเป็นอีเมลภายในองค์กร
    แฮกเกอร์กำลังใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมลของหลายองค์กรเพื่อส่งอีเมลปลอมที่ดูเหมือนส่งมาจากภายในบริษัท ทำให้หลอกเหยื่อให้กรอกข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยการตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC ที่ไม่เข้มงวด รวมถึงใช้ชุดเครื่องมือฟิชชิงอย่าง Tycoon2FA เพื่อสร้างอีเมลปลอมในธีม HR, เอกสารแชร์ หรือแจ้งเตือนรหัสผ่าน ซึ่งนำไปสู่การขโมยบัญชีและโจมตีแบบ BEC ต่อเนื่องในวงกว้าง
    https://www.techradar.com/pro/security/this-phishing-campaign-spoofs-internal-messages-heres-what-we-know

    โครงการ Cyber Trust Mark สะเทือน หลังผู้ดูแลถอนตัวเพราะโยงจีน
    UL Solutions ผู้ทำหน้าที่เป็น Lead Administrator ของโครงการ US Cyber Trust Mark ได้ถอนตัวออกจากบทบาทหลังถูกตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับบริษัทร่วมทุนในจีน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐ โครงการนี้มีเป้าหมายรับรองความปลอดภัยของอุปกรณ์ IoT ทั่วประเทศ แต่การถอนตัวครั้งนี้ทำให้ FCC ต้องเร่งหาผู้ดูแลรายใหม่เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่นก่อนเส้นตายปี 2027
    https://www.techradar.com/pro/security/firm-overseeing-fccs-cyber-trust-mark-program-withdraws-over-ties-to-china

    Google TV อัปเกรด Gemini ให้ฉลาดขึ้นแบบก้าวกระโดด
    Google เปิดตัว Gemini เวอร์ชันใหม่บน Google TV ที่ทำให้ทีวูกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ทั้งตอบคำถามพร้อมภาพและวิดีโอ ปรับภาพ–เสียงอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้บอกปัญหา ค้นรูปจาก Google Photos ได้ทันที รวมถึงสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI ผ่าน Nano Banana และ Google Veo ทำให้ทีวูกลายเป็นศูนย์กลาง AI ในบ้านที่เข้าใจการใช้งานของผู้ชมมากขึ้นอย่างชัดเจน
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/google-tv-gets-a-gemini-glow-up-with-a-ton-of-new-upgrades

    LawnBot ปีนเขาได้! Mammotion LUBA 3 AWD โชว์พลังสุดล้ำ
    Mammotion เปิดตัว LUBA 3 AWD หุ่นยนต์ตัดหญ้ารุ่นใหม่ที่ CES 2026 พร้อมระบบนำทาง Tri-Fusion ที่แม่นยำระดับ ±1 ซม. ใช้ LiDAR + RTK + AI Vision ทำแผนที่สวนแบบ 3D และหลบสิ่งกีดขวางได้ถึง 300 รายการ แถมปีนเนินชัน 80% ได้สบาย พร้อมพลังมอเตอร์แรง แบตอึด และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ทำให้เป็นหนึ่งใน lawnbot ที่ทรงพลังที่สุดในตลาดตอนนี้
    https://www.techradar.com/home/smart-home/i-just-watched-mammotions-new-flagship-lawnbot-scale-an-astroturf-mountain-and-it-was-mesmerizing

    Roborock เปิดตัวระบบถูพื้นแบบใหม่ Saros 20 Sonic ที่ถูได้ถึงขอบจริง
    Roborock เผยโฉม Saros 20 Sonic หุ่นยนต์ดูด–ถูที่ใช้แผ่นถูแบบ D‑shape ขนาดใหญ่ซึ่งสามารถ “ดีดออกด้านข้าง” เพื่อถูถึงขอบผนังได้จริง พร้อมแรงกดสูง การสั่น 4,000 ครั้งต่อนาที และระบบปรับน้ำ–แรงสั่นแยกอิสระ รวมถึงฐาน RockDock ที่ล้างด้วยน้ำร้อน 100°C และเป่าแห้งอัตโนมัติ ทำให้การดูแลพื้นบ้านสะอาดล้ำลึกแบบไม่ต้องลงมือเอง
    https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/roborock-just-introduced-an-innovative-new-robot-vac-mopping-system-and-it-looks-seriously-good

    Nvidia อัปเดต DGX Spark ให้เป็นตัวเร่ง AI ภายนอกสำหรับ MacBook Pro
    Nvidia เตรียมปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ DGX Spark เพื่อให้ทำงานเป็น external AI accelerator สำหรับ MacBook Pro ช่วยประมวลผลงาน AI หนัก ๆ ได้เร็วขึ้นหลายเท่า พร้อมรองรับเฟรมเวิร์กโอเพ่นซอร์สอย่าง PyTorch, vLLM, llama.cpp และโมเดลจากหลายค่าย รวมถึงเพิ่ม playbook สำหรับตั้งค่าระบบแบบสำเร็จรูป ทำให้ Spark กลายเป็นโหนด AI อเนกประสงค์สำหรับงานท้องถิ่นและเวิร์กสเตชัน
    https://www.techradar.com/pro/nvidia-quietly-launches-free-software-update-for-its-ai-mini-pc-which-turns-it-into-an-external-ai-accelerator-for-apples-macbook-pro

    Rokid เปิดตัวแว่น AI แบบไร้จอ เบา ถูก และท้าชน Meta Ray‑Ban
    Rokid เปิดตัว AI Glasses Style แว่นอัจฉริยะไร้หน้าจอที่เน้นสั่งงานด้วยเสียง ใช้ ChatGPT‑5 เป็นสมองหลัก น้ำหนักเพียง 38.5 กรัม ถ่ายภาพ–วิดีโอ 4K ได้ผ่านคำสั่งเสียง ใช้ได้ยาว 12 ชั่วโมง และมีเคสชาร์จเสริม จุดเด่นคือราคาถูกกว่า Meta Ray‑Ban ถึง 80 ดอลลาร์ และมุ่งสู่ยุคใหม่ของอุปกรณ์ AI แบบ screenless ที่ช่วยให้ผู้ใช้พึ่งพามือถือให้น้อยลง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/rokids-new-ai-glasses-are-lighter-cheaper-and-ready-to-challenge-metas-ray-bans
    📌📡🟠 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟠📡📌 #รวมข่าวIT #20260108 #TechRadar 📡 อุปกรณ์ เพิ่ม/ขยายสัญญาณ Wifi ที่ดีที่สุดในปี 2025 บทความนี้อธิบายภาพรวมตลาด Wi‑Fi extender ปี 2025 ที่แม้จะมีรุ่นใหม่ออกมาน้อยลงเพราะผู้ผลิตหันไปโฟกัสระบบ Mesh Wi‑Fi แต่ก็ยังมีตัวเลือกคุณภาพสูงอย่าง TP‑Link RE700X, RE605X และ Netgear Nighthawk AX8 ซึ่งโดดเด่นด้านความเร็ว ความครอบคลุม และความง่ายในการติดตั้ง เหมาะสำหรับบ้านที่ยังมีจุดอับสัญญาณหรือไม่ต้องการเปลี่ยนเราเตอร์ใหม่ทั้งหมด โดยบทความยังให้คำแนะนำการเลือกซื้อและเปรียบเทียบกับระบบ Mesh เพื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/computing/wi-fi-broadband/the-best-wi-fi-extenders-in-2025-top-devices-for-boosting-your-wifi-network 📺 TV ที่ดีที่สุดในปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญด้านการคาลิเบรตทีวีได้จัดอันดับทีวีที่ดีที่สุดในปี 2025 ตั้งแต่รุ่นคุ้มค่าไปจนถึงระดับพรีเมียม เช่น LG C5, Roku Plus Series, Hisense U8QG, TCL QM6K และ Samsung S95F โดยเน้นคุณภาพภาพ ความสว่าง ความแม่นยำสี ฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ และความคุ้มค่าต่อราคา ทำให้ผู้อ่านสามารถเลือกทีวีที่เหมาะกับงบและการใช้งานได้ง่ายขึ้นในตลาดที่มีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้นทุกปี 🔗 https://www.techradar.com/televisions/im-a-trained-tv-calibrator-and-here-are-the-best-tvs-you-can-buy 🎮 Lenovo Legion Go 2 (SteamOS) เปิดตัวพร้อมราคาแรง Lenovo เปิดตัว Legion Go 2 รุ่นใหม่ที่มาพร้อม SteamOS อย่างเป็นทางการในงาน CES 2026 แต่กลับถูกวิจารณ์หนักเรื่องราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม โดยเริ่มต้นที่ $1,119 แม้จะใช้สเปกแรงอย่าง Ryzen Z2 / Z2 Extreme และ RAM สูงสุด 32GB แต่ราคาที่แตะระดับเกิน $1,000 ทำให้หลายคนมองว่าไม่คุ้มเมื่อเทียบกับเครื่องพกพาอื่นในตลาด แม้การหันมาใช้ SteamOS จะเป็นก้าวที่ดีสำหรับผู้ใช้สายเกมพกพาก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/computing/gaming-pcs/i-love-that-lenovo-has-finally-chosen-steamos-for-the-legion-go-2-but-its-kidding-itself-with-that-price-tag 📱 Kentucky เปิดตัว Digital ID บน iPhone และเตรียมเข้า Apple Wallet รัฐ Kentucky เปิดตัวแอป Digital ID ที่ให้ประชาชนเก็บบัตรประจำตัว เช่น ใบขับขี่ ไว้ในมือถือ พร้อมระบบยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์ และเตรียมรองรับ Apple Wallet, Google Wallet และ Samsung Wallet ในช่วงซัมเมอร์ 2026 แม้จะช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น แต่ผู้ใช้ยังต้องพกบัตรจริงในบางสถานการณ์ เช่น การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่รัฐ 🔗 https://www.techradar.com/phones/kentucky-just-launched-digital-id-on-iphones-and-its-coming-to-apple-wallet-soon 🎧 Klipsch และ Onkyo ฉลอง 80 ปี ด้วยหูฟังและลำโพงรุ่นใหม่ Klipsch และ Onkyo เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ฉลองครบรอบ 80 ปี นำโดย Klipsch Atlas Series หูฟังแบบ over‑ear รุ่นใหม่ครั้งแรกในรอบทศวรรษ ทั้งรุ่น HP‑1, HP‑2 และ HP‑3 ที่เน้นคุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์ พร้อมลำโพงและซาวด์บาร์รุ่นใหม่ รวมถึงโปรเจกต์ลับอย่าง “Project Apollo” ที่มุ่งยกระดับดีไซน์และคุณภาพเสียงสำหรับผู้ฟังระดับจริงจัง 🔗 https://www.techradar.com/audio/headphones/klipsch-and-onkyo-celebrate-80-years-of-audio-with-the-first-klipsch-headphones-in-a-decade-plus-some-cool-new-concepts 🛡️ กฎหมายคุ้มครองเยาวชนเวอร์จิเนียจุดชนวนดีเบตเรื่องความเป็นส่วนตัว เวอร์จิเนียเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่บังคับให้แพลตฟอร์มโซเชียลจำกัดเวลาการใช้งานและการเก็บข้อมูลของผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมสั่งปิดฟีดแบบเสพติดอย่างการเลื่อนแบบไม่รู้จบ ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวออกมาโต้แย้งว่ากฎหมายนี้อาจบังคับให้ทุกคนต้องยืนยันตัวตนและทำลายการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไม่ระบุตัวตน ขณะที่คดีฟ้องร้องจาก NetChoice กำลังดำเนินอยู่ แต่กฎหมายก็มีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้ผู้ใช้อาจต้องพิสูจน์ตัวตนก่อนเข้าใช้งานโซเชียลในรัฐนี้ 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/new-virginia-teen-safety-law-sparks-privacy-debate-and-fresh-legal-challenges 🇬🇧💻 อังกฤษทุ่มงบ £210 ล้านแก้วิกฤตไซเบอร์ หลังยอมรับเสี่ยง “วิกฤติขั้นสูง” รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศแผน Cyber Action Plan พร้อมงบ £210 ล้าน หลังยอมรับว่านโยบายไซเบอร์ก่อนหน้านี้ล้มเหลวและไม่สามารถทำให้หน่วยงานรัฐปลอดภัยภายในปี 2030 ได้ โดยปัญหาหลักคือระบบไอทีเก่า การขาดมาตรฐานบังคับ และการโจมตีจริงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น เหตุ NHS และ British Library ถูกแรนซัมแวร์ รัฐบาลเตรียมตั้งหน่วย Cyber Unit ใหม่และอาจถือผู้บริหารระดับสูงรับผิดชอบโดยตรงต่อเหตุไซเบอร์ในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/uk-government-pledges-gbp210m-to-new-cyber-action-plan-admitting-critically-high-cyber-risk-remains 🐧💥 Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ใหม่ที่ตั้งใจ “เป็น Windows แบบไร้ Microsoft” นักพัฒนาญี่ปุ่นเปิดตัวแนวคิด Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ที่ตั้งใจให้เดสก์ท็อปทั้งหมดเป็น Win32 รันผ่าน WINE เพื่อให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด .exe แล้วใช้งานได้เหมือน Windows จริง แต่ทำงานบนแกน Linux แนวคิดนี้หวังแก้ปัญหาความเข้ากันได้ของ ReactOS และอาจเป็นอีกแรงผลักดันให้ผู้ใช้หนีจาก Windows 11 ที่ถูกวิจารณ์หนัก แม้ยังอยู่ในขั้นต้นและต้องแก้ปัญหาความเสถียรอีกมาก แต่ก็เป็นสัญญาณว่ากระแส “เบื่อ Microslop” กำลังผลักผู้ใช้ไปหาลินุกซ์มากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/computing/software/sick-of-microslop-new-linux-distro-could-win-over-windows-11-haters 👟🇯🇵 เทรนด์เดินแบบญี่ปุ่นกำลังมา พร้อมรองเท้าเดินประสิทธิภาพสูงจาก Clarks นักเขียนทดลองเปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็น “Japanese Walking” หรือการเดินแบบอินเทอร์วัล พร้อมรองเท้า Clarks Pace ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินโดยเฉพาะ ทั้งโฟมสองชั้น แคปซูลช่วยส่งแรง และดีไซน์รองรับการก้าวเดิน แม้รองเท้าจะให้ความรู้สึกสบายและช่วยเร่งจังหวะได้ดี แต่ยังมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะบนพื้นเปียก และราคาที่สูงเมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งที่ใช้งานได้อเนกประสงค์กว่า ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าจะคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้ทั่วไปหรือไม่ 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/i-swapped-running-for-the-japanese-walking-workout-complete-with-a-purpose-built-high-performance-walking-shoe 🔓⚠️ พบช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า เสี่ยงถูกยึดระบบจากระยะไกล นักวิจัยพบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าหลายรุ่นที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีหลักฐานว่าถูกโจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากถูกเจาะ ระบบเครือข่ายทั้งหมดอาจถูกควบคุม ขโมยข้อมูล หรือถูกใช้เป็นบอตเน็ต จึงแนะนำให้ผู้ใช้รีบเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทันที 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-critical-severity-flaw-in-d-link-dsl-gateway-devices-could-allow-for-remote-code-execution 🚀 AI กำลังเปลี่ยนเป้าหมายจาก “ประสิทธิภาพ” สู่ “การเติบโต” องค์กรทั่วโลกกว่า 77% หันมาใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตแทนการลดต้นทุน โดยผู้บริหารจำนวนมากคาดหวังรายได้เพิ่มขึ้นในปีหน้า และกว่า 50% แต่งตั้ง Chief AI Officer เพื่อเร่งกลยุทธ์ด้าน AI แม้ผู้บริโภคยังมีความกังวล แต่ข้อมูลชี้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยสร้างรายได้ใหม่จาก AI แล้ว ทำให้ภาพรวมสะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/growth-not-efficiency-is-the-new-ai-goal 🔐 องค์กรพบการละเมิดนโยบายข้อมูลจาก GenAI กว่า 200 ครั้งต่อเดือน รายงานใหม่เผยว่าองค์กรกำลังเผชิญความเสี่ยงจาก “Shadow AI” อย่างหนัก เมื่อพนักงานใช้แอป AI ส่วนตัวโดยไม่ผ่านการอนุมัติ ทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลเพิ่มขึ้นเท่าตัว และมีเหตุการณ์ละเมิดนโยบายเฉลี่ย 223 ครั้งต่อเดือน ขณะที่การใช้งาน GenAI เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในปีเดียว สร้างความท้าทายด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูลอย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/average-organization-now-reporting-over-200-genai-related-data-policy-violations-each-month 💵 ชาวสหรัฐฯ อาจได้รับเงินคืนสูงสุด $52 จากคดี Amazon Prime หลัง Amazon ถูกปรับ 2.5 พันล้านดอลลาร์จากการสมัครสมาชิก Prime โดยไม่ได้รับความยินยอม ผู้ใช้จำนวนมากจะได้รับเงินคืนอัตโนมัติ แต่หากยังไม่ได้รับ สามารถยื่นคำร้องได้ภายใน 180 วัน โดยต้องตรวจสอบอีเมลหรือจดหมายแจ้งสิทธิ์ ทั้งนี้ FTC เตือนว่า “จะไม่มีการเรียกเก็บเงินใด ๆ” ในกระบวนการคืนเงิน เพื่อป้องกันการหลอกลวง 🔗 https://www.techradar.com/tech/heres-how-to-claim-a-refund-up-to-usd52-from-amazon-for-its-prime-settlement-and-how-to-check-if-youre-eligible-for-one 🧪 นักวิจัยคิดวิธี “วางยาข้อมูล” เพื่อทำให้ AI ที่ขโมยข้อมูลใช้ไม่ได้ นักวิจัยจากจีนและสิงคโปร์พัฒนาเทคนิค AURA ที่จงใจใส่ข้อมูลผิดใน knowledge graph เพื่อให้ AI ที่ขโมยข้อมูลไปเกิดอาการหลอนและตอบผิด โดยผู้ที่มี “กุญแจลับ” เท่านั้นจึงจะได้คำตอบที่ถูกต้อง วิธีนี้ช่วยปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาในระบบ GraphRAG ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงถึง 94% 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/researchers-poison-their-own-data-when-stolen-by-an-ai-to-ruin-results 🌐 ปากีสถานเริ่มบล็อก VPN ที่ไม่ได้ลงทะเบียน กระทบผู้ใช้จำนวนมาก รัฐบาลปากีสถานเริ่มจำกัดการใช้งาน VPN ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต ส่งผลให้บริการดังอย่าง Proton VPN ถูกบล็อกตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ใช้จำนวนมากต้องพึ่ง VPN เพื่อเข้าถึงโซเชียลมีเดียที่ถูกปิดกั้น การบล็อกครั้งนี้จึงกระทบเสรีภาพทางดิจิทัลอย่างหนัก แม้ผู้ให้บริการบางรายยังหาวิธีหลบการบล็อกผ่านโปรโตคอลพิเศษอยู่ก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/pakistan-begins-blocking-unregistered-vpn-apps-and-this-popular-service-is-among-the-casualties 💸 ราคาหน่วยความจำพุ่งแรงเหมือนคริปโต ราคาของ RAM โดยเฉพาะ DDR4 และ DDR5 กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากช่วงเสถียรยาวนาน โดย DDR4 หลายรุ่นขยับจากระดับร้อยเหรียญไปแตะหลักหลายร้อยในเวลาไม่กี่เดือน เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่หันไปให้ความสำคัญกับความต้องการของบริษัทด้าน AI มากกว่าผู้บริโภคทั่วไป ทำให้การประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่หรืออัปเกรดต้องใช้งบสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจทำให้ RAM กลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดในระบบในอนาคตอันใกล้ 🔗 https://www.techradar.com/pro/is-ram-the-new-bitcoin-ddr4-memory-prices-are-rising-so-fast-some-tracker-graphs-are-running-out-of-space-and-i-fear-2026-could-well-see-a-10x-price-rise ⚖️ Meta ซื้อ Manus เจอแรงสั่นสะเทือนจากจีน ดีลที่ Meta เตรียมเข้าซื้อบริษัท AI อย่าง Manus มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์กำลังถูกจับตาอย่างหนักจากหน่วยงานจีน เนื่องจากกังวลว่าการย้ายบริษัทจากจีนไปสิงคโปร์อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้ดีลล่าช้าหรือถูกระงับ ขณะเดียวกัน Manus จะยังคงดำเนินงานแยกอิสระ แต่ Meta จะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้าน AI ของ Manus เพื่อเร่งพัฒนา AI agents รุ่นใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/metas-usd2b-manus-acquisition-sparks-concerns-from-chinese-regulators ⚡ Razer เปิดตัวเวิร์กสเตชัน AI และตัวเร่งความแรงภายนอก Razer ขยายบทบาทจากแบรนด์เกมมิ่งสู่ฮาร์ดแวร์ AI เต็มตัว ด้วยการเปิดตัว Forge AI Dev Workstation สำหรับงานเทรนโมเดลและประมวลผล AI แบบออน-พรีมิส พร้อมอุปกรณ์ External AI Accelerator ที่ร่วมพัฒนากับ Tenstorrent เพื่อเพิ่มพลังประมวลผลให้โน้ตบุ๊กผ่าน Thunderbolt รองรับการต่อพ่วงหลายตัวเพื่อสร้างคลัสเตอร์ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับนักพัฒนา AI ที่ต้องการพลังประมวลผลแบบพกพาและควบคุมข้อมูลได้เอง 🔗 https://www.techradar.com/pro/razer-joins-ai-bandwagon-with-external-ai-accelerator-backed-by-iconic-amd-chip-architect 📧 แคมเปญฟิชชิงปลอมเป็นอีเมลภายในองค์กร แฮกเกอร์กำลังใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมลของหลายองค์กรเพื่อส่งอีเมลปลอมที่ดูเหมือนส่งมาจากภายในบริษัท ทำให้หลอกเหยื่อให้กรอกข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยการตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC ที่ไม่เข้มงวด รวมถึงใช้ชุดเครื่องมือฟิชชิงอย่าง Tycoon2FA เพื่อสร้างอีเมลปลอมในธีม HR, เอกสารแชร์ หรือแจ้งเตือนรหัสผ่าน ซึ่งนำไปสู่การขโมยบัญชีและโจมตีแบบ BEC ต่อเนื่องในวงกว้าง 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-phishing-campaign-spoofs-internal-messages-heres-what-we-know 🔍 โครงการ Cyber Trust Mark สะเทือน หลังผู้ดูแลถอนตัวเพราะโยงจีน UL Solutions ผู้ทำหน้าที่เป็น Lead Administrator ของโครงการ US Cyber Trust Mark ได้ถอนตัวออกจากบทบาทหลังถูกตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับบริษัทร่วมทุนในจีน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐ โครงการนี้มีเป้าหมายรับรองความปลอดภัยของอุปกรณ์ IoT ทั่วประเทศ แต่การถอนตัวครั้งนี้ทำให้ FCC ต้องเร่งหาผู้ดูแลรายใหม่เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่นก่อนเส้นตายปี 2027 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/firm-overseeing-fccs-cyber-trust-mark-program-withdraws-over-ties-to-china 📺 Google TV อัปเกรด Gemini ให้ฉลาดขึ้นแบบก้าวกระโดด Google เปิดตัว Gemini เวอร์ชันใหม่บน Google TV ที่ทำให้ทีวูกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ทั้งตอบคำถามพร้อมภาพและวิดีโอ ปรับภาพ–เสียงอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้บอกปัญหา ค้นรูปจาก Google Photos ได้ทันที รวมถึงสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI ผ่าน Nano Banana และ Google Veo ทำให้ทีวูกลายเป็นศูนย์กลาง AI ในบ้านที่เข้าใจการใช้งานของผู้ชมมากขึ้นอย่างชัดเจน 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/google-tv-gets-a-gemini-glow-up-with-a-ton-of-new-upgrades 🤖 LawnBot ปีนเขาได้! Mammotion LUBA 3 AWD โชว์พลังสุดล้ำ Mammotion เปิดตัว LUBA 3 AWD หุ่นยนต์ตัดหญ้ารุ่นใหม่ที่ CES 2026 พร้อมระบบนำทาง Tri-Fusion ที่แม่นยำระดับ ±1 ซม. ใช้ LiDAR + RTK + AI Vision ทำแผนที่สวนแบบ 3D และหลบสิ่งกีดขวางได้ถึง 300 รายการ แถมปีนเนินชัน 80% ได้สบาย พร้อมพลังมอเตอร์แรง แบตอึด และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ทำให้เป็นหนึ่งใน lawnbot ที่ทรงพลังที่สุดในตลาดตอนนี้ 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-home/i-just-watched-mammotions-new-flagship-lawnbot-scale-an-astroturf-mountain-and-it-was-mesmerizing 🧹 Roborock เปิดตัวระบบถูพื้นแบบใหม่ Saros 20 Sonic ที่ถูได้ถึงขอบจริง Roborock เผยโฉม Saros 20 Sonic หุ่นยนต์ดูด–ถูที่ใช้แผ่นถูแบบ D‑shape ขนาดใหญ่ซึ่งสามารถ “ดีดออกด้านข้าง” เพื่อถูถึงขอบผนังได้จริง พร้อมแรงกดสูง การสั่น 4,000 ครั้งต่อนาที และระบบปรับน้ำ–แรงสั่นแยกอิสระ รวมถึงฐาน RockDock ที่ล้างด้วยน้ำร้อน 100°C และเป่าแห้งอัตโนมัติ ทำให้การดูแลพื้นบ้านสะอาดล้ำลึกแบบไม่ต้องลงมือเอง 🔗 https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/roborock-just-introduced-an-innovative-new-robot-vac-mopping-system-and-it-looks-seriously-good ⚡ Nvidia อัปเดต DGX Spark ให้เป็นตัวเร่ง AI ภายนอกสำหรับ MacBook Pro Nvidia เตรียมปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ DGX Spark เพื่อให้ทำงานเป็น external AI accelerator สำหรับ MacBook Pro ช่วยประมวลผลงาน AI หนัก ๆ ได้เร็วขึ้นหลายเท่า พร้อมรองรับเฟรมเวิร์กโอเพ่นซอร์สอย่าง PyTorch, vLLM, llama.cpp และโมเดลจากหลายค่าย รวมถึงเพิ่ม playbook สำหรับตั้งค่าระบบแบบสำเร็จรูป ทำให้ Spark กลายเป็นโหนด AI อเนกประสงค์สำหรับงานท้องถิ่นและเวิร์กสเตชัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/nvidia-quietly-launches-free-software-update-for-its-ai-mini-pc-which-turns-it-into-an-external-ai-accelerator-for-apples-macbook-pro 🕶️ Rokid เปิดตัวแว่น AI แบบไร้จอ เบา ถูก และท้าชน Meta Ray‑Ban Rokid เปิดตัว AI Glasses Style แว่นอัจฉริยะไร้หน้าจอที่เน้นสั่งงานด้วยเสียง ใช้ ChatGPT‑5 เป็นสมองหลัก น้ำหนักเพียง 38.5 กรัม ถ่ายภาพ–วิดีโอ 4K ได้ผ่านคำสั่งเสียง ใช้ได้ยาว 12 ชั่วโมง และมีเคสชาร์จเสริม จุดเด่นคือราคาถูกกว่า Meta Ray‑Ban ถึง 80 ดอลลาร์ และมุ่งสู่ยุคใหม่ของอุปกรณ์ AI แบบ screenless ที่ช่วยให้ผู้ใช้พึ่งพามือถือให้น้อยลง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/rokids-new-ai-glasses-are-lighter-cheaper-and-ready-to-challenge-metas-ray-bans
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 228 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 6

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 6
    อันที่จริงจะว่าไป คุณพี่ปูติน คิดยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายท่อส่งขึ้นมา ก็อาจจะเพราะโดนอเมริกาอังกฤษวางยาเอาไว้ เกี่ยวกับเรื่องน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย
    ปี ค.ศ.1990 ต้นๆ รัฐบาลรัสเซีย นำโดยประธานาธิบดี บอริส เยลซิน พยายามให้ต่างชาติมาลงทุนด้านเงินทุนและเทคโนโลยี เกี่ยวกับกิจการน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย เยลซินตกลงให้สัมปทานแก่ บริษัทใหญ่ของอเมริกา และยุโรป ในการสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมัน 2 แห่ง คือ Sakhalin 1 และ Sakhalin 2 โดยการทำข้อตกลงแบ่งผลผลิตกัน production sharing agreement (PSA) โดยมี ExxonMobil เป็นหัวหน้าฝ่ายผู้ลงทุน มันเป็นสัมปทานที่ไม่ต้องเสียภาษีใดๆทั้งสิ้นให้แก่รัสเซีย….เยี่ยม คุณปู่เยลซิน เนื้อยุ่ยเคี้ยวง่าย
    ตามสัญญานี้ รัฐบาลรัสเซียจะได้รับส่วนแบ่ง เป็นน้ำมัน หรือแก๊สที่ผลิตได้ ….แต่รัสเซียจะได้ส่วนแบ่งนี้ ก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนได้ค่าลงทุนในโครงการคืนไปหมดก่อน แบบนี้น่าจะเรียกว่า สัญญาปล้นมากกว่าสัญญาแบ่งผลผลิต
    ผมขอแถมหน่อย สัญญาแบบนี้ มีที่มาน่ารู้จัก มันเป็นสัญญาแม่แบบ ที่ร่างโดย James Baker Institute ถังขยะความคิดของ เจมส์ เบเกอร์ที่ 3 ที่ไอ้โจรร้ายหนีคุก เคยเชิญมาหารือเรื่องการลงทุนกับกลุ่มคาร์ไลล์ Carlyle Group สมัยที่ไอ้โจรร้ายมันนั่งทำเนียบ จำกันได้ไหมครับ ยังมีอดีตนายกรัฐมนตรีไทยอีกท่านหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับ คาร์ไลล์ กรุ๊ปนี่ด้วย ( ข้อมูลส่วนที่มีผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มคาร์ไลน์นี้ ผมเอามาจากข้อเขียนของสื่อใหญ่ ชื่อ ทนง ขันทอง เขียนมา 10 กว่าปีแล้ว ลากมารับความดีความชอบด้วยกันซะหน่อยนะครับอาจารย์ )
    สัญญาร่วมลงทุน หรือสัญญาปล้นพิมพ์นี้ คณะทำงานของไอ้เหยี่ยวกระหายเลือด ดิก เชนี่ เป็นผู้ให้ความเห็นชอบ และเอาไปใช้กับอิรัค และประเทศที่เรียกว่ากำลังพัฒนาแบบบ้านเรา จริงๆ มันเหมือนเป็นสัญญาต้มตุ๋น หรือ ปล้นหน้าด้านๆ หน่วยงานในบ้านเราอ่านเจอ ก็ระวังกันไว้บ้างแล้วกันครับ
    ไม่นานก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศแจ้งว่า โครงการ Sakhalin 1 จะเริ่มทำการผลิต ExxonMobil แจ้งทางรัสเซียว่า ต้นทุนของการผลิตเพิ่มขึ้นไปอีก 30% ดังนั้น ส่วนแบ่งน้ำมันของรัสเซียจึงต้อง “รอ” ไปก่อน มันเป็นการแจ้งโดยนายเจมส์ เบเกอร์ ในฐานะทนายของ ExxonMobil มันคงนึกว่ารัสเซียกินหญ้ามากกว่ามันฝรั่ง
    และ 1 วันก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศเปิดสถานีส่งน้ำมันที่ De Kastri ของโครงการ Sakhalin 1 อย่างเป็นทางการ หน่วยงานที่ดูแลสิ่งแวดล้อมของรัสเซียก็ประกาศว่า สถานีส่งน้ำมันของ ExxonMobil ไม่ผ่านมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับเรื่องผิวดิน จึงสั่งระงับการผลิตน้ำมันไว้ก่อน
    เรียบร้อยคุณพี่ปูติน มีใครฝันว่าจะเห็นเรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นในบ้านเราไหมครับ ผมมันพวกคลั่งชาติขอฝันหน่อย
    และเช่นเดียวกับโครงการ Sakhalin 2 ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่าง Royal Dutch Shell ของอังกฤษกับบริษัทน้ำมันญี่ปุ่น ในการสำรวจและผลิตทั้งน้ำมันและแก๊ส ที่ใช้สัญญาพิมพ์เดียวกันกับโครงการ Sakhalin 1 ก็ได้ถูกรัฐบาลของคุณพี่ปูตินยกเลิกการออกใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อม และะทำให้การผลิตหยุดชะงักลง เขาว่า Royal Dutch Shell ลงทุนไป 2 หมื่นกว่าล้านเหรียญ เป็นโครงการที่ใหญ่มาก จ้างคนทำงานเกือบ 2 พันคน
    ต้องนับว่าคุณพี่ปูตินนี่ใจถึงจรืงๆ จะสร้างบ้านสร้างเมืองใหม่ มันต้องมีความกล้าหาญ ถ้าทำเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมือง แม้จะเหมือนนั่งอยู่หน้ากองไฟ หน้าไหม้หน้าเกรียมไปบ้าง แต่ยิ่งกว่าคุ้มครับ
    คงมีคนสงสัย รัสเซียที่มีทั้งน้ำมันและแก๊ส ทำไมรัสเซียถึงเน้นสร้างแต่เครือข่ายด้านแก๊ส
    คำตอบแรก คือ น้ำมันมีมาเฟียใหญ่คุมแยะ จากตัวอย่างที่เล่ามาข้างต้น มันอาจจะไปยาก ที่จะเริ่มสร้างชาติให้แข็งแรง ด้วยการวิ่งเข้าไปในดงตีนทันที จะฝ่าดงตีน ต้องมีความพร้อมพอสมควร ด้วยการเตรียมการส่วนอื่นด้วย
    คำตอบที่สอง คือ นำ้มัน สามารถมีการปั่นราคาขึ้นลงได้ ขืนลงทุนสร้างประเทศจากน้ำมัน ไอ้พวกมาเฟียใหญ่ที่คุมทั้งน้ำมัน ทั้งตลาดเงิน ทั้งตลาดหุ้น คงปั่นน้ำมันจนคุณพี่ปูติน จากสุดแกร่ง อาจกลายสภาพเป็นจิ้งหรีดได้ไม่ยาก
    คำตอบที่สาม คือ พวกเสี่ยปั้มตะวันออกกลางครองตลาดน้ำมันไว้แยะแล้ว มาที่หลัง จะให้แซง ของแถมจากมาเฟียใหญ่คงส่งมาเพียบ ยังไม่พร้อม ก็เก็บคะแนนทางอื่นไว้ รอวันพร้อมดีกว่า
    คำตอบที่สี่ คือ แก็ส กำลังเข้ามาแทนที่พลังงานน้ำมันในหลายจุด ความนิยมเริ่มพุ่ง และในยุโรป (ยัง) ไม่มีคู่แข่ง พวกมาเฟียยังนึกไม่ทัน
    คำตอบที่ห้า คือ แก๊ส ขนส่งยากโดยระบบอื่น ต้องใช้อุปกรณ์ค่อนข้างพิเศษ ทำให้มีต้นทุนสูง ส่วนการสร้างท่อส่ง เป็นการลงทุนครั้งเดียว ระยะยาวคุ้มกว่า และการซื้อขายแก๊สทางท่อส่งนี้ มีการทำสัญญาซื้อขายคิดราคาตายตัวล่วงหน้า ตัดโอกาสปั่นราคาออกไปได้ พวกมาเฟียมันจะได้กินแห้วบ้าง
    คำตอบที่หก และเป็นคำตอบที่น่าจะสำคัญที่สุด คือ สภาพภูมิประเทศของรัสเซีย ที่อยู่ใจกลางยูเรเซีย ตามที่ครูแมคพูดไว้ อุดมไปด้วยแหล่งพลังงาน และบริเวณที่ตั้งของรัสเซีย ที่เป็นผืนแผ่นดินใหญ่ มีเขตแดน ติดต่อกับ 14 ประเทศ 3 ทวีป หาใครมาเทียบยาก จึงเหมาะที่จะใช้เครือข่ายท่อส่ง เป็นยุทธศาสตร์ทางภูมิศาสตร์การเมือง
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    27 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 6 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 6 อันที่จริงจะว่าไป คุณพี่ปูติน คิดยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายท่อส่งขึ้นมา ก็อาจจะเพราะโดนอเมริกาอังกฤษวางยาเอาไว้ เกี่ยวกับเรื่องน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย ปี ค.ศ.1990 ต้นๆ รัฐบาลรัสเซีย นำโดยประธานาธิบดี บอริส เยลซิน พยายามให้ต่างชาติมาลงทุนด้านเงินทุนและเทคโนโลยี เกี่ยวกับกิจการน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย เยลซินตกลงให้สัมปทานแก่ บริษัทใหญ่ของอเมริกา และยุโรป ในการสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมัน 2 แห่ง คือ Sakhalin 1 และ Sakhalin 2 โดยการทำข้อตกลงแบ่งผลผลิตกัน production sharing agreement (PSA) โดยมี ExxonMobil เป็นหัวหน้าฝ่ายผู้ลงทุน มันเป็นสัมปทานที่ไม่ต้องเสียภาษีใดๆทั้งสิ้นให้แก่รัสเซีย….เยี่ยม คุณปู่เยลซิน เนื้อยุ่ยเคี้ยวง่าย ตามสัญญานี้ รัฐบาลรัสเซียจะได้รับส่วนแบ่ง เป็นน้ำมัน หรือแก๊สที่ผลิตได้ ….แต่รัสเซียจะได้ส่วนแบ่งนี้ ก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนได้ค่าลงทุนในโครงการคืนไปหมดก่อน แบบนี้น่าจะเรียกว่า สัญญาปล้นมากกว่าสัญญาแบ่งผลผลิต ผมขอแถมหน่อย สัญญาแบบนี้ มีที่มาน่ารู้จัก มันเป็นสัญญาแม่แบบ ที่ร่างโดย James Baker Institute ถังขยะความคิดของ เจมส์ เบเกอร์ที่ 3 ที่ไอ้โจรร้ายหนีคุก เคยเชิญมาหารือเรื่องการลงทุนกับกลุ่มคาร์ไลล์ Carlyle Group สมัยที่ไอ้โจรร้ายมันนั่งทำเนียบ จำกันได้ไหมครับ ยังมีอดีตนายกรัฐมนตรีไทยอีกท่านหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับ คาร์ไลล์ กรุ๊ปนี่ด้วย ( ข้อมูลส่วนที่มีผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มคาร์ไลน์นี้ ผมเอามาจากข้อเขียนของสื่อใหญ่ ชื่อ ทนง ขันทอง เขียนมา 10 กว่าปีแล้ว ลากมารับความดีความชอบด้วยกันซะหน่อยนะครับอาจารย์ ) สัญญาร่วมลงทุน หรือสัญญาปล้นพิมพ์นี้ คณะทำงานของไอ้เหยี่ยวกระหายเลือด ดิก เชนี่ เป็นผู้ให้ความเห็นชอบ และเอาไปใช้กับอิรัค และประเทศที่เรียกว่ากำลังพัฒนาแบบบ้านเรา จริงๆ มันเหมือนเป็นสัญญาต้มตุ๋น หรือ ปล้นหน้าด้านๆ หน่วยงานในบ้านเราอ่านเจอ ก็ระวังกันไว้บ้างแล้วกันครับ ไม่นานก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศแจ้งว่า โครงการ Sakhalin 1 จะเริ่มทำการผลิต ExxonMobil แจ้งทางรัสเซียว่า ต้นทุนของการผลิตเพิ่มขึ้นไปอีก 30% ดังนั้น ส่วนแบ่งน้ำมันของรัสเซียจึงต้อง “รอ” ไปก่อน มันเป็นการแจ้งโดยนายเจมส์ เบเกอร์ ในฐานะทนายของ ExxonMobil มันคงนึกว่ารัสเซียกินหญ้ามากกว่ามันฝรั่ง และ 1 วันก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศเปิดสถานีส่งน้ำมันที่ De Kastri ของโครงการ Sakhalin 1 อย่างเป็นทางการ หน่วยงานที่ดูแลสิ่งแวดล้อมของรัสเซียก็ประกาศว่า สถานีส่งน้ำมันของ ExxonMobil ไม่ผ่านมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับเรื่องผิวดิน จึงสั่งระงับการผลิตน้ำมันไว้ก่อน เรียบร้อยคุณพี่ปูติน มีใครฝันว่าจะเห็นเรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นในบ้านเราไหมครับ ผมมันพวกคลั่งชาติขอฝันหน่อย และเช่นเดียวกับโครงการ Sakhalin 2 ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่าง Royal Dutch Shell ของอังกฤษกับบริษัทน้ำมันญี่ปุ่น ในการสำรวจและผลิตทั้งน้ำมันและแก๊ส ที่ใช้สัญญาพิมพ์เดียวกันกับโครงการ Sakhalin 1 ก็ได้ถูกรัฐบาลของคุณพี่ปูตินยกเลิกการออกใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อม และะทำให้การผลิตหยุดชะงักลง เขาว่า Royal Dutch Shell ลงทุนไป 2 หมื่นกว่าล้านเหรียญ เป็นโครงการที่ใหญ่มาก จ้างคนทำงานเกือบ 2 พันคน ต้องนับว่าคุณพี่ปูตินนี่ใจถึงจรืงๆ จะสร้างบ้านสร้างเมืองใหม่ มันต้องมีความกล้าหาญ ถ้าทำเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมือง แม้จะเหมือนนั่งอยู่หน้ากองไฟ หน้าไหม้หน้าเกรียมไปบ้าง แต่ยิ่งกว่าคุ้มครับ คงมีคนสงสัย รัสเซียที่มีทั้งน้ำมันและแก๊ส ทำไมรัสเซียถึงเน้นสร้างแต่เครือข่ายด้านแก๊ส คำตอบแรก คือ น้ำมันมีมาเฟียใหญ่คุมแยะ จากตัวอย่างที่เล่ามาข้างต้น มันอาจจะไปยาก ที่จะเริ่มสร้างชาติให้แข็งแรง ด้วยการวิ่งเข้าไปในดงตีนทันที จะฝ่าดงตีน ต้องมีความพร้อมพอสมควร ด้วยการเตรียมการส่วนอื่นด้วย คำตอบที่สอง คือ นำ้มัน สามารถมีการปั่นราคาขึ้นลงได้ ขืนลงทุนสร้างประเทศจากน้ำมัน ไอ้พวกมาเฟียใหญ่ที่คุมทั้งน้ำมัน ทั้งตลาดเงิน ทั้งตลาดหุ้น คงปั่นน้ำมันจนคุณพี่ปูติน จากสุดแกร่ง อาจกลายสภาพเป็นจิ้งหรีดได้ไม่ยาก คำตอบที่สาม คือ พวกเสี่ยปั้มตะวันออกกลางครองตลาดน้ำมันไว้แยะแล้ว มาที่หลัง จะให้แซง ของแถมจากมาเฟียใหญ่คงส่งมาเพียบ ยังไม่พร้อม ก็เก็บคะแนนทางอื่นไว้ รอวันพร้อมดีกว่า คำตอบที่สี่ คือ แก็ส กำลังเข้ามาแทนที่พลังงานน้ำมันในหลายจุด ความนิยมเริ่มพุ่ง และในยุโรป (ยัง) ไม่มีคู่แข่ง พวกมาเฟียยังนึกไม่ทัน คำตอบที่ห้า คือ แก๊ส ขนส่งยากโดยระบบอื่น ต้องใช้อุปกรณ์ค่อนข้างพิเศษ ทำให้มีต้นทุนสูง ส่วนการสร้างท่อส่ง เป็นการลงทุนครั้งเดียว ระยะยาวคุ้มกว่า และการซื้อขายแก๊สทางท่อส่งนี้ มีการทำสัญญาซื้อขายคิดราคาตายตัวล่วงหน้า ตัดโอกาสปั่นราคาออกไปได้ พวกมาเฟียมันจะได้กินแห้วบ้าง คำตอบที่หก และเป็นคำตอบที่น่าจะสำคัญที่สุด คือ สภาพภูมิประเทศของรัสเซีย ที่อยู่ใจกลางยูเรเซีย ตามที่ครูแมคพูดไว้ อุดมไปด้วยแหล่งพลังงาน และบริเวณที่ตั้งของรัสเซีย ที่เป็นผืนแผ่นดินใหญ่ มีเขตแดน ติดต่อกับ 14 ประเทศ 3 ทวีป หาใครมาเทียบยาก จึงเหมาะที่จะใช้เครือข่ายท่อส่ง เป็นยุทธศาสตร์ทางภูมิศาสตร์การเมือง สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 27 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 196 มุมมอง 0 รีวิว
  • ท่องเที่ยวไทยขาลง หมดยุคทองทัวร์จีน

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภาพรวมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในปี 2568 พบว่ามีจำนวน 32,974,321 คน ลดลง 7.23% จากปีที่ผ่านมา (35.54 ล้านคน) สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.53 ล้านล้านบาท ลดลง 4.71% จากปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2567) นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวสูงสุด กลับเป็นมาเลเซีย 4,520,856 คน ลดลง 9.54% จากปีที่ผ่านมา 4,952,078 คน

    ส่วนอันดับสอง จีน ลดลงจาก 6,733,162 คน ในปีที่ผ่านมา เหลือ 4,473,992 คน หรือลดลง 33.55% อันดับสาม อินเดีย 2,487,319 คน เพิ่มขึ้น 16.82% จากปีที่ผ่านมา 2,129,149 คน อันดับสี่ รัสเซีย 1,898,837 คน เพิ่มขึ้น 8.80% จากปีที่ผ่านมา 1,745,327 คน และอันดับห้า เกาหลีใต้ 1,555,227 คน ลดลง 16.79% จากปีที่ผ่านมา 1,868,945 คน

    เหตุที่นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงมีหลายปัจจัย เริ่มจากปัญหาสแกมเมอร์ตามแนวชายแดน ที่นักแสดงจีน ซิง ซิง ถูกหลอกไปที่ชายแดนฝั่งเมียนมา ทำให้ชาวจีนไม่กล้ามาไทยเพราะกังวลความปลอดภัย, สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเกิดการปะทะตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 2568 เป็นต้นมา เหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในช่วงฤดูการท่องเที่ยว โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

    ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น กระทบต่อค่าครองชีพ ลดแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายในไทยน้อยลง รวมทั้งมาตรการสกัดฟรีวีซ่ารัน (Free-visa Run) ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ไม่นับรวมปัญหาการเมืองในประเทศจากการเปลี่ยนรัฐบาลในช่วงกลางปี ทำให้นโยบายไม่ต่อเนื่อง

    ในปี 2569 ททท. ว่าจ้างศิลปินชื่อดัง ลิซ่า ลลิษา มโนบาล เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ Amazing Thailand ในเวทีโลก ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 ม.ค. พร้อมเชิญสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และผู้นำความคิดเห็นจากต่างประเทศเกือบ 100 รายเข้าร่วมงาน เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาโปรโมทการท่องเที่ยวไทย และล่าสุด นำศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ Henry Moodie เจาะตลาดยุโรปโดยเฉพาะ

    นอกจากนี้ ททท. เตรียมปรับเป้าหมายโดยใช้แนวคิด Value over Volume ไม่เน้นเติบโตเชิงตัวเลข แต่เน้นเติบโตจากการสร้างประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness & Medical Tourism), เศรษฐกิจวัฒนธรรมย่อย (Sub-Culture Economy) ตามความสนใจเฉพาะกลุ่ม, เศรษฐกิจยามค่ำคืน (Night Economy), เศรษฐกิจปลอดภาษีจากการชอปปิ้ง (Tax-free Economy), จัดตั้ง Tax-Free Zone ในเมืองหลัก เมืองรอง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวคุณภาพ

    #Newskit
    ท่องเที่ยวไทยขาลง หมดยุคทองทัวร์จีน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภาพรวมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในปี 2568 พบว่ามีจำนวน 32,974,321 คน ลดลง 7.23% จากปีที่ผ่านมา (35.54 ล้านคน) สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.53 ล้านล้านบาท ลดลง 4.71% จากปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2567) นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวสูงสุด กลับเป็นมาเลเซีย 4,520,856 คน ลดลง 9.54% จากปีที่ผ่านมา 4,952,078 คน ส่วนอันดับสอง จีน ลดลงจาก 6,733,162 คน ในปีที่ผ่านมา เหลือ 4,473,992 คน หรือลดลง 33.55% อันดับสาม อินเดีย 2,487,319 คน เพิ่มขึ้น 16.82% จากปีที่ผ่านมา 2,129,149 คน อันดับสี่ รัสเซีย 1,898,837 คน เพิ่มขึ้น 8.80% จากปีที่ผ่านมา 1,745,327 คน และอันดับห้า เกาหลีใต้ 1,555,227 คน ลดลง 16.79% จากปีที่ผ่านมา 1,868,945 คน เหตุที่นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงมีหลายปัจจัย เริ่มจากปัญหาสแกมเมอร์ตามแนวชายแดน ที่นักแสดงจีน ซิง ซิง ถูกหลอกไปที่ชายแดนฝั่งเมียนมา ทำให้ชาวจีนไม่กล้ามาไทยเพราะกังวลความปลอดภัย, สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเกิดการปะทะตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 2568 เป็นต้นมา เหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในช่วงฤดูการท่องเที่ยว โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น กระทบต่อค่าครองชีพ ลดแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายในไทยน้อยลง รวมทั้งมาตรการสกัดฟรีวีซ่ารัน (Free-visa Run) ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ไม่นับรวมปัญหาการเมืองในประเทศจากการเปลี่ยนรัฐบาลในช่วงกลางปี ทำให้นโยบายไม่ต่อเนื่อง ในปี 2569 ททท. ว่าจ้างศิลปินชื่อดัง ลิซ่า ลลิษา มโนบาล เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ Amazing Thailand ในเวทีโลก ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 ม.ค. พร้อมเชิญสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และผู้นำความคิดเห็นจากต่างประเทศเกือบ 100 รายเข้าร่วมงาน เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาโปรโมทการท่องเที่ยวไทย และล่าสุด นำศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ Henry Moodie เจาะตลาดยุโรปโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ททท. เตรียมปรับเป้าหมายโดยใช้แนวคิด Value over Volume ไม่เน้นเติบโตเชิงตัวเลข แต่เน้นเติบโตจากการสร้างประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness & Medical Tourism), เศรษฐกิจวัฒนธรรมย่อย (Sub-Culture Economy) ตามความสนใจเฉพาะกลุ่ม, เศรษฐกิจยามค่ำคืน (Night Economy), เศรษฐกิจปลอดภาษีจากการชอปปิ้ง (Tax-free Economy), จัดตั้ง Tax-Free Zone ในเมืองหลัก เมืองรอง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวคุณภาพ #Newskit
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 216 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 4

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 4
    หลังจากสับคอต่อ คู่แข่งของสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ เยอรมัน กับญี่ปุ่น จนคอตั้งหัวตรงบนบ่าไม่เป็น ไปเรียบร้อยในปี ค.ศ.1945 ตลอดเวลา 70 ปี หลังจากนั้น อเมริกาก็คร่ำเคร่ง อยู่กับการวางกองกำลังหลายชั้น สลับซับซ้อน เพื่อเป็นการปิดล้อมรัสเซียกับจีน รายหนึ่งอยู่ heartland กล่องดวงใจของยูเรเซีย อีกราย แม้จะอยู่นอกกล่อง แต่ก็อยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกัน ไม่ใช่ห่างคนละซีกโลกเหมือนตัว เกิดเขาเอื้อมมาคว้าเอากล่องดวงใจไปครองได้ก่อน อเมริกาจะทำยังไง คิดแล้วก็เสียวจนปวดท้อง อย่างนี้ มันก็ต้องวางแผนซ่อนกันหน่อย
    อเมริกาเห็นตัวอย่าง จากการเป็นผู้นำโลกของจักรภพอังกฤษ ที่(เคย) เป็นนักล่าอาณานิคมหมายเลขหนึ่ง มีจุดโหว่แยะ อเมริกาจึงสร้างเสื้อคลุมประชาธิปไตย มาใส่หลอกชาวบ้าน เพื่อปิดจุดโหว่ ทำเป็นปิด แต่ ยุทธศาสตร์ของจริงอเมริกา ก็ไม่ได้ต่างกับของอังกฤษ มันเป็นการสร้างจักรวรรดิอเมริกา ขึ้นมาแทนที่จักรภพอังกฤษ เพื่อมาเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลก ที่มีเป้าหมายที่จะไม่ให้รัสเซีย หรือจีน เข้ามาชิงตำแหน่งมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งนี้ไปอย่างเด็ดขาด
    อันที่จริงในปี ค.ศ.1943 สองปีก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จะสิ้นสุดลง ครูแมคซึ่งแก่มากแล้ว แต่ยังมองโลกกลมเหมือนเดิม ได้เขียนบทความชื่อ ” The Round World and the Winning of Peace” โลกกลมกับชัยชนะของสันติภาพ ลงในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ที่ใหญ่คับโลก เตือนสติอเมริกา ไว้ว่า
    …..”dream of a global air power” would not change geopolitical basics … If the Soviet Union emerges from this war as conqueror of Germany .. she must rank as the greatest land power on the globe… controlling the greatest natural fortress on earth”
    …..ความฝันของการเป็นเจ้าแห่งเวหา ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนรากฐานของภูมิศาสตร์การเมืองได้ …..ถ้าโซเวียต เกิดเป็นผู้ชนะเยอรมันในสงครามครั้งนี้ โซเวียตจะกลายเป็นมหาอำนาจใหญ่ยิ่งแห่งภาคพื้นดินของโลก …และเป็นผู้ครอบครองดินแดน ที่มีป้อมปราการทางธรรมชาติ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้….
    ดูเหมือนบทความของครูแมค จะกลายเป็นตัวเร่ง ให้อเมริกาออกคำสั่งประหารสหภาพโซเวียต
    และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง อเมริกาก็ประกาศศักราชแห่งเสรีภาพ Pax Americana ด้วยการเริ่มรายการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ที่อยู่ฝ่ายเดียวกันในตอนทำสงครามโลก โดยการใช้อำนาจทางกองทัพเรือของตน รายล้อมรอบยูเรเซียไว้จนหมดสิ้น เสื้อคลุมเสรีภาพทำงานหนักมาก
    – กองทัพเรือที่ 6 ตั้งฐานไว้ที่เมืองเนเปิลส์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1946 เพื่อควบคุมมหาสมุทรแอตแลนติก และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
    – กองทัพเรือที่ 7 ตั้งฐานไว้ที่อ่าวซูบิคของฟิลิปปีนส์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1947 เพื่อควบคุมแปซิฟิคด้านตะวันตก
    – กองทัพเรือที่ 5 ตั้งฐานไว้ที่บาห์เรน ที่อ่าวเปอร์เซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995
    ทั้ง heartland และ rimland อยู่ในวงล้อมเรียบร้อย
    ต่อจากนั้น อเมริกาก็ใช้อำนาจทางด้านการทูต เข้ามาเสริมการปิดล้อมทางทหารอีกชั้น ด้วยการลากและจูงลูกหาบ มาเป็นสมาชิกองค์กรนาโต้ The North Atlantic Treaty Organization ในปี ค.ศ.1949
    ยังไม่พอใช่ไหม เสื้อคลุมเสรีภาพยังครอบคลุมไม่พอ ….. อเมริกาจึงตั้ง The Middle East Treaty Organization ในปี ค.ศ.1955
    อ้าว แล้วแถวเอเซียล่ะ….ไม่รอดหรอกน่า…. แล้ว The Southeast Asia Treaty Organization หรือที่เราเรียกกันว่า ซีโต้ ก็เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1954 และ US -Japan Securty Treaty ในปี ค.ศ.1951 ก็ตามมา
    ถึงปี ค.ศ.1955 อเมริกาตั้งเครือข่ายฐานทัพไว้เกือบทั่วโลก ประมาณ 450 ฐานทัพ ใน 36 ประเทศ เพื่อเอาไว้ปิดล้อมรัสเซียและจีน เป็นยุทธศาสตร์ ที่เหมือนบังเอิญสร้างจากทฤษฏีครูแมค ทั้งปิดทั้งล้อม พวกที่อยู่บนแผ่นดิน โดยพวกที่อยู่บนเกาะ…
    สงครามเย็นเลิกในปี ค.ศ.1991 แต่การปิดล้อมรัสเซียกับจีน กลับเพิ่มมากขึ้น ฐานทัพอเมริกันเพิ่มเป็นกว่า 700 แห่ง มีเครื่องบินรบประมาณ 1,763 เครื่อง ประจำการพร้อมรบ มีอาวุธนิวเคลียร์และระบบต้านการโจมตีทางจรวดกว่า 1,000 ชุด มีเรือรบประมาณ 600 ลำ รวมทั้งหัวรบนิวเคลียร์ 15 ลูก ทั้งหมดเชื่อมโยงกันด้วยระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม
    อ่าวเปอร์เซีย ถูกเลือกให้เป็นจุดศูนย์กลาง ของยุทธศาสตร์ของอเมริกาในการปิดล้อม World Island และบริเวณอ่าวเปอร์เซีย จึงถูกอเมริกาเข้าไปแทรกแซงมากที่สุด ทั้งทางตรง ทางอ้อม เปิดเผย และแปลงตัว หรือ พรางตัว
    การปฏิวัติในอิหร่านเพื่อเปลี่ยนตัวผู้ปกครอง การโค่นล้มซัดดัมแห่งอิรัค การสร้างนักรบมูจาฮิดีนของอาฟกานิสถาน ทั้งหมดล้วนเป็นแผนตามยุทธศาสตร์ของอเมริกา ที่ต้องการสร้างความสั่นคลอนให้กับโซเวียตในทางตรง และทางอ้อมทั้งสิ้น ถ้าเอาแผนที่มาดูบริเวณที่ตั้งของประเทศเหล่านี้ คงจะเข้าใจการเดินหมากของอเมริกามากขึ้น
    ขนาดเจอแผนตามยุทธศาสตร์ แบบจัดหนักขนาดนี้ แต่โซเวียตก็ยังไม่ตายสนิทสมใจอเมริกา ไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ที่ปรึกษาของพณฯ ท่านถั่ว จิมมี่ คาร์เตอร์ จึงเสนอให้ใช้ปฏิบัติการ Operation Cyclone ในช่วงปี ค.ศ.1980 กว่าๆ ที่ใช้งบสูงถึงปีละประมาณ 500 ล้านเหรียญ เพื่อจัดตั้งกองทัพมุสลิม เอาไว้โจมตีเอเซียกลาง และจัดส่งอิสลามหัวรุนแรงเข้าไปในโซเวียต heartland
    ขณะเดียวกัน อเมริกาก็พยายามสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับกองทัพของอาฟกานิสถาน ที่เคยเป็นเพื่อนกับโซเวียต และค่อยๆแซะให้ยุโรปตะวันออก แยกตัวมาจากการเกาะกลุ่มกับโซเวียต
    เมื่อมีผู้ถามไอ้คุณแสบ เบรซินสกี้ ภายหลังว่า คิดยังไงถึงสร้างกองกำลังมุสลิม ที่ภายหลังก็กลายเป็นปัญหากับอเมริกาเอง ไอ้คุณแสบย้อนถามกลับว่า อะไรสำคัญกว่าในประวัติศาสตร์ของโลก พวกตาลีบัน หรือการล่มสลายของสหภาพโซเวียต?
    คำตอบนี้ น่าจะทำให้เราเริ่มรู้จัก “ยุทธศาสตร์” ของอเมริกา….
    แม้อเมริกาจะมีชัยชนะจากสงครามเย็น โซเวียตล่มสลายตามแผน แต่ชัยชนะนั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนสภาพทางภูมิศาสตร์ของ World Island ได้
    หลังจากทุบกำแพงเบอร์ลินทิ้งลง ในปี ค.ศ.1989 อเมริกาก็รีบร่างนโยบายต่างประเทศขึ้นมาใหม่อีกอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นปฏิบัติการยุค “หลัง” สงครามเย็น มันก็คือการปิดล้อมต่อนั่นแหละ แต่มาในรูปแบบใหม่ ด้วยการยึดอ่าวเปอร์เซียเป็นที่มั่น โดยใช้การบุกคูเวตของซัดดัมเป็นข้ออ้าง…
    ปี ค.ศ.2003 เมื่ออเมริกาบุกอิรัค Paul Kennedy นักประวัติศาสตร์ชื่อดังของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ที่เห็นพ้องกับทฤษฏีของครูแมค ได้เขียนในสื่ออังกฤษ The Guardian ว่า … ขณะนี้ ทหารจำนวนหลายแสนของอเมริกา กำลังอยู่ที่ชายขอบ rimland ของยูเรเซีย ดูเหมือนว่า อเมริกากำลังเดินตามคำเตือนของครูแมค โดยมุ่งมั่นที่จะควบคุม ” จุดสำคัญทางภูมิศาสตร์ ที่สร้างประวัติศาสตร์ ” the geographical pivot of history
    เวลาผ่านไป อเมริกาก็เพิ่มการปิดล้อม เหนือชั้นขึ้นไปอีก แค่เอาทหารไปประจำการ boots on the ground มันยังล้อมไม่ถึงใจ ครอบคลุมไม่ได้หมด อเมริกาจึงใช้ ลูกตา และอาวุธลอยฟ้า ที่เรียกว่า “โดรน” drone เพิ่มเข้ามา
    ปี ค.ศ.2011 กองทัพอากาศอเมริกันร่วมงานกับซีไอเอ สร้างฐานโดรนขึ้นมารอบ World Island ตั้งแต่ ซินโยเนลลาในซิซีลี ไปจนถึง อินเซอลิกที่ตุรกี ลงมาที่จิบูติ ตรงทะเลแดง ขึ้นไปที่กาตาร์ อาบูดาบี ที่อ่าวเปอร์เซีย ออกมาต่อที่หมู่เกาะซีเชลล์ ในมหาสมุทรอินเดีย จาลาละบัด โคสต์ กันดาหาร์ ชินดัน ในอาฟกานิสถาน ลงมาแปซิฟิก แซมบิโอก้า ในฟิลิปปินส์ รวมทั้งที่สนามบินแอนเดอร์สัน ที่เกาะกวม โฮ๊ย… ไล่อ่านชื่อตามแผนที่เสียลูกตาแทบหลุด
    เพนตากอนจ่ายเงิน สำหรับโครนลอยฟ้าไปแค่ 1 หมื่นล้านเหรียญ เพื่อสร้างฝูงโดรนตาเหยี่ยว Global Hawk 99 ตัว ที่ติดตั้งกล้องสำรวจพื้นที่รัศมีหลายร้อยไมล์ มีเครื่องอีเลคโทรนิคที่พร้อมสื่อสารเป็นเวลานานติดต่อกันถึง 35 ชั่วโมง และในระยะทางไม่น้อยกว่า 8,700 ไมล์
    แค่เขียนเล่าก็เหนื่อยแล้วครับ ไม่รู้ว่ามันเป็นบ้าอะไร ถ้ามันบ้าทฤษฏีครูแมคนัก ทำไมมันไม่ได้คิดต่อจากที่ครูแมคพูดเลยหรือ … แม้แต่การเป็นเจ้าเวหา ก็ใช่ว่าจะเอาชนะรากฐานของภูมิศาสตร์การเมืองได้ ….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    25 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 4 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 4 หลังจากสับคอต่อ คู่แข่งของสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ เยอรมัน กับญี่ปุ่น จนคอตั้งหัวตรงบนบ่าไม่เป็น ไปเรียบร้อยในปี ค.ศ.1945 ตลอดเวลา 70 ปี หลังจากนั้น อเมริกาก็คร่ำเคร่ง อยู่กับการวางกองกำลังหลายชั้น สลับซับซ้อน เพื่อเป็นการปิดล้อมรัสเซียกับจีน รายหนึ่งอยู่ heartland กล่องดวงใจของยูเรเซีย อีกราย แม้จะอยู่นอกกล่อง แต่ก็อยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกัน ไม่ใช่ห่างคนละซีกโลกเหมือนตัว เกิดเขาเอื้อมมาคว้าเอากล่องดวงใจไปครองได้ก่อน อเมริกาจะทำยังไง คิดแล้วก็เสียวจนปวดท้อง อย่างนี้ มันก็ต้องวางแผนซ่อนกันหน่อย อเมริกาเห็นตัวอย่าง จากการเป็นผู้นำโลกของจักรภพอังกฤษ ที่(เคย) เป็นนักล่าอาณานิคมหมายเลขหนึ่ง มีจุดโหว่แยะ อเมริกาจึงสร้างเสื้อคลุมประชาธิปไตย มาใส่หลอกชาวบ้าน เพื่อปิดจุดโหว่ ทำเป็นปิด แต่ ยุทธศาสตร์ของจริงอเมริกา ก็ไม่ได้ต่างกับของอังกฤษ มันเป็นการสร้างจักรวรรดิอเมริกา ขึ้นมาแทนที่จักรภพอังกฤษ เพื่อมาเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลก ที่มีเป้าหมายที่จะไม่ให้รัสเซีย หรือจีน เข้ามาชิงตำแหน่งมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งนี้ไปอย่างเด็ดขาด อันที่จริงในปี ค.ศ.1943 สองปีก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จะสิ้นสุดลง ครูแมคซึ่งแก่มากแล้ว แต่ยังมองโลกกลมเหมือนเดิม ได้เขียนบทความชื่อ ” The Round World and the Winning of Peace” โลกกลมกับชัยชนะของสันติภาพ ลงในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ที่ใหญ่คับโลก เตือนสติอเมริกา ไว้ว่า …..”dream of a global air power” would not change geopolitical basics … If the Soviet Union emerges from this war as conqueror of Germany .. she must rank as the greatest land power on the globe… controlling the greatest natural fortress on earth” …..ความฝันของการเป็นเจ้าแห่งเวหา ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนรากฐานของภูมิศาสตร์การเมืองได้ …..ถ้าโซเวียต เกิดเป็นผู้ชนะเยอรมันในสงครามครั้งนี้ โซเวียตจะกลายเป็นมหาอำนาจใหญ่ยิ่งแห่งภาคพื้นดินของโลก …และเป็นผู้ครอบครองดินแดน ที่มีป้อมปราการทางธรรมชาติ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้…. ดูเหมือนบทความของครูแมค จะกลายเป็นตัวเร่ง ให้อเมริกาออกคำสั่งประหารสหภาพโซเวียต และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง อเมริกาก็ประกาศศักราชแห่งเสรีภาพ Pax Americana ด้วยการเริ่มรายการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ที่อยู่ฝ่ายเดียวกันในตอนทำสงครามโลก โดยการใช้อำนาจทางกองทัพเรือของตน รายล้อมรอบยูเรเซียไว้จนหมดสิ้น เสื้อคลุมเสรีภาพทำงานหนักมาก – กองทัพเรือที่ 6 ตั้งฐานไว้ที่เมืองเนเปิลส์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1946 เพื่อควบคุมมหาสมุทรแอตแลนติก และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน – กองทัพเรือที่ 7 ตั้งฐานไว้ที่อ่าวซูบิคของฟิลิปปีนส์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1947 เพื่อควบคุมแปซิฟิคด้านตะวันตก – กองทัพเรือที่ 5 ตั้งฐานไว้ที่บาห์เรน ที่อ่าวเปอร์เซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 ทั้ง heartland และ rimland อยู่ในวงล้อมเรียบร้อย ต่อจากนั้น อเมริกาก็ใช้อำนาจทางด้านการทูต เข้ามาเสริมการปิดล้อมทางทหารอีกชั้น ด้วยการลากและจูงลูกหาบ มาเป็นสมาชิกองค์กรนาโต้ The North Atlantic Treaty Organization ในปี ค.ศ.1949 ยังไม่พอใช่ไหม เสื้อคลุมเสรีภาพยังครอบคลุมไม่พอ ….. อเมริกาจึงตั้ง The Middle East Treaty Organization ในปี ค.ศ.1955 อ้าว แล้วแถวเอเซียล่ะ….ไม่รอดหรอกน่า…. แล้ว The Southeast Asia Treaty Organization หรือที่เราเรียกกันว่า ซีโต้ ก็เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1954 และ US -Japan Securty Treaty ในปี ค.ศ.1951 ก็ตามมา ถึงปี ค.ศ.1955 อเมริกาตั้งเครือข่ายฐานทัพไว้เกือบทั่วโลก ประมาณ 450 ฐานทัพ ใน 36 ประเทศ เพื่อเอาไว้ปิดล้อมรัสเซียและจีน เป็นยุทธศาสตร์ ที่เหมือนบังเอิญสร้างจากทฤษฏีครูแมค ทั้งปิดทั้งล้อม พวกที่อยู่บนแผ่นดิน โดยพวกที่อยู่บนเกาะ… สงครามเย็นเลิกในปี ค.ศ.1991 แต่การปิดล้อมรัสเซียกับจีน กลับเพิ่มมากขึ้น ฐานทัพอเมริกันเพิ่มเป็นกว่า 700 แห่ง มีเครื่องบินรบประมาณ 1,763 เครื่อง ประจำการพร้อมรบ มีอาวุธนิวเคลียร์และระบบต้านการโจมตีทางจรวดกว่า 1,000 ชุด มีเรือรบประมาณ 600 ลำ รวมทั้งหัวรบนิวเคลียร์ 15 ลูก ทั้งหมดเชื่อมโยงกันด้วยระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม อ่าวเปอร์เซีย ถูกเลือกให้เป็นจุดศูนย์กลาง ของยุทธศาสตร์ของอเมริกาในการปิดล้อม World Island และบริเวณอ่าวเปอร์เซีย จึงถูกอเมริกาเข้าไปแทรกแซงมากที่สุด ทั้งทางตรง ทางอ้อม เปิดเผย และแปลงตัว หรือ พรางตัว การปฏิวัติในอิหร่านเพื่อเปลี่ยนตัวผู้ปกครอง การโค่นล้มซัดดัมแห่งอิรัค การสร้างนักรบมูจาฮิดีนของอาฟกานิสถาน ทั้งหมดล้วนเป็นแผนตามยุทธศาสตร์ของอเมริกา ที่ต้องการสร้างความสั่นคลอนให้กับโซเวียตในทางตรง และทางอ้อมทั้งสิ้น ถ้าเอาแผนที่มาดูบริเวณที่ตั้งของประเทศเหล่านี้ คงจะเข้าใจการเดินหมากของอเมริกามากขึ้น ขนาดเจอแผนตามยุทธศาสตร์ แบบจัดหนักขนาดนี้ แต่โซเวียตก็ยังไม่ตายสนิทสมใจอเมริกา ไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ที่ปรึกษาของพณฯ ท่านถั่ว จิมมี่ คาร์เตอร์ จึงเสนอให้ใช้ปฏิบัติการ Operation Cyclone ในช่วงปี ค.ศ.1980 กว่าๆ ที่ใช้งบสูงถึงปีละประมาณ 500 ล้านเหรียญ เพื่อจัดตั้งกองทัพมุสลิม เอาไว้โจมตีเอเซียกลาง และจัดส่งอิสลามหัวรุนแรงเข้าไปในโซเวียต heartland ขณะเดียวกัน อเมริกาก็พยายามสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับกองทัพของอาฟกานิสถาน ที่เคยเป็นเพื่อนกับโซเวียต และค่อยๆแซะให้ยุโรปตะวันออก แยกตัวมาจากการเกาะกลุ่มกับโซเวียต เมื่อมีผู้ถามไอ้คุณแสบ เบรซินสกี้ ภายหลังว่า คิดยังไงถึงสร้างกองกำลังมุสลิม ที่ภายหลังก็กลายเป็นปัญหากับอเมริกาเอง ไอ้คุณแสบย้อนถามกลับว่า อะไรสำคัญกว่าในประวัติศาสตร์ของโลก พวกตาลีบัน หรือการล่มสลายของสหภาพโซเวียต? คำตอบนี้ น่าจะทำให้เราเริ่มรู้จัก “ยุทธศาสตร์” ของอเมริกา…. แม้อเมริกาจะมีชัยชนะจากสงครามเย็น โซเวียตล่มสลายตามแผน แต่ชัยชนะนั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนสภาพทางภูมิศาสตร์ของ World Island ได้ หลังจากทุบกำแพงเบอร์ลินทิ้งลง ในปี ค.ศ.1989 อเมริกาก็รีบร่างนโยบายต่างประเทศขึ้นมาใหม่อีกอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นปฏิบัติการยุค “หลัง” สงครามเย็น มันก็คือการปิดล้อมต่อนั่นแหละ แต่มาในรูปแบบใหม่ ด้วยการยึดอ่าวเปอร์เซียเป็นที่มั่น โดยใช้การบุกคูเวตของซัดดัมเป็นข้ออ้าง… ปี ค.ศ.2003 เมื่ออเมริกาบุกอิรัค Paul Kennedy นักประวัติศาสตร์ชื่อดังของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ที่เห็นพ้องกับทฤษฏีของครูแมค ได้เขียนในสื่ออังกฤษ The Guardian ว่า … ขณะนี้ ทหารจำนวนหลายแสนของอเมริกา กำลังอยู่ที่ชายขอบ rimland ของยูเรเซีย ดูเหมือนว่า อเมริกากำลังเดินตามคำเตือนของครูแมค โดยมุ่งมั่นที่จะควบคุม ” จุดสำคัญทางภูมิศาสตร์ ที่สร้างประวัติศาสตร์ ” the geographical pivot of history เวลาผ่านไป อเมริกาก็เพิ่มการปิดล้อม เหนือชั้นขึ้นไปอีก แค่เอาทหารไปประจำการ boots on the ground มันยังล้อมไม่ถึงใจ ครอบคลุมไม่ได้หมด อเมริกาจึงใช้ ลูกตา และอาวุธลอยฟ้า ที่เรียกว่า “โดรน” drone เพิ่มเข้ามา ปี ค.ศ.2011 กองทัพอากาศอเมริกันร่วมงานกับซีไอเอ สร้างฐานโดรนขึ้นมารอบ World Island ตั้งแต่ ซินโยเนลลาในซิซีลี ไปจนถึง อินเซอลิกที่ตุรกี ลงมาที่จิบูติ ตรงทะเลแดง ขึ้นไปที่กาตาร์ อาบูดาบี ที่อ่าวเปอร์เซีย ออกมาต่อที่หมู่เกาะซีเชลล์ ในมหาสมุทรอินเดีย จาลาละบัด โคสต์ กันดาหาร์ ชินดัน ในอาฟกานิสถาน ลงมาแปซิฟิก แซมบิโอก้า ในฟิลิปปินส์ รวมทั้งที่สนามบินแอนเดอร์สัน ที่เกาะกวม โฮ๊ย… ไล่อ่านชื่อตามแผนที่เสียลูกตาแทบหลุด เพนตากอนจ่ายเงิน สำหรับโครนลอยฟ้าไปแค่ 1 หมื่นล้านเหรียญ เพื่อสร้างฝูงโดรนตาเหยี่ยว Global Hawk 99 ตัว ที่ติดตั้งกล้องสำรวจพื้นที่รัศมีหลายร้อยไมล์ มีเครื่องอีเลคโทรนิคที่พร้อมสื่อสารเป็นเวลานานติดต่อกันถึง 35 ชั่วโมง และในระยะทางไม่น้อยกว่า 8,700 ไมล์ แค่เขียนเล่าก็เหนื่อยแล้วครับ ไม่รู้ว่ามันเป็นบ้าอะไร ถ้ามันบ้าทฤษฏีครูแมคนัก ทำไมมันไม่ได้คิดต่อจากที่ครูแมคพูดเลยหรือ … แม้แต่การเป็นเจ้าเวหา ก็ใช่ว่าจะเอาชนะรากฐานของภูมิศาสตร์การเมืองได้ …. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 25 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 228 มุมมอง 0 รีวิว
  • UVB‑76: ประวัติสุดลึกลับของ “The Buzzer” สถานีวิทยุปริศนาจากรัสเซีย

    สถานีวิทยุ UVB‑76 หรือที่คนทั่วโลกรู้จักในชื่อ “The Buzzer” เป็นหนึ่งในปริศนาทางวิทยุที่ยาวนานที่สุดในโลก ออกอากาศสัญญาณแปลกประหลาดมาตั้งแต่ยุคปลาย 1970s และยังคงส่งเสียง “บัซซ์” ซ้ำ ๆ มาจนถึงปัจจุบัน แม้จะไม่มีใครยืนยันได้ว่ามันมีไว้ทำอะไร แต่หลักฐานหลายอย่างชี้ว่ามันเกี่ยวข้องกับการสื่อสารทางทหารของรัสเซีย

    สถานี UVB‑76 เริ่มถูกบันทึกครั้งแรกในปี 1982 แต่มีหลักฐานว่ามันอาจออกอากาศตั้งแต่ช่วงปลายยุค 70 โดยส่งสัญญาณความถี่ 4625 kHz ตลอด 24 ชั่วโมง เสียงที่ได้ยินคือ “บัซซ์” ยาวประมาณหนึ่งวินาทีซ้ำไปเรื่อย ๆ พร้อมเสียงแปลก ๆ เช่น บี๊บ เสียงคนพูดชื่อรัสเซีย หรือแม้แต่เสียงเด็กสะกดตัวอักษรภาษาอังกฤษ

    ในปี 2010 เกิดเหตุการณ์ประหลาดเมื่อสถานีหยุดออกอากาศเป็นครั้งแรก ก่อนกลับมาอีกครั้งพร้อมเสียงคนเดินในห้อง เสียงของใช้ถูกขยับ และเพลง Swan Lake ของไชคอฟสกี ต่อมาได้มีการประกาศรหัสเสียงใหม่ “MDZhB” ทำให้เกิดทฤษฎีมากมาย ตั้งแต่สถานีสื่อสารกับสายลับ ไปจนถึงระบบ “Dead Hand” ที่อาจสั่งยิงนิวเคลียร์อัตโนมัติหากรัสเซียถูกโจมตี

    การสืบหาตำแหน่งสถานีพบว่าก่อนปี 2010 มันตั้งอยู่ที่ฐานทัพใกล้เมือง Povarovo แต่หลังจากนั้นสัญญาณย้ายไปยังหลายจุด เช่น Kirsino, Pskov Oblast หรือแม้แต่สถานีเสาส่ง Kerro Massiv ใน Leningrad ซึ่งมีเสาอากาศกว่า 30 ต้น ทำให้หลายคนเชื่อว่ามันเป็นเครือข่ายสื่อสารทางทหารมากกว่าการใช้งานพลเรือน

    แม้จะมีทฤษฎีมากมาย แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่า UVB‑76 เป็นเพียง “ช่องสัญญาณทหาร” ที่ใช้เป็น channel marker เพื่อกันไม่ให้ผู้อื่นใช้ความถี่ และใช้ส่งคำสั่งสำคัญเป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตาม ในปี 2022 สถานีถูกแฮ็กจนออกอากาศเพลง Gangnam Style และมีสัญญาณที่แสดงเป็นมีมอินเทอร์เน็ตเมื่อวิเคราะห์ด้วย spectrum analyzer ยิ่งทำให้ความลึกลับของมันเพิ่มขึ้นไปอีก

    สิ่งที่พบในข่าว
    UVB‑76 ส่งสัญญาณความถี่ 4625 kHz มาตั้งแต่ยุค 70
    มีเสียงบัซซ์ซ้ำ ๆ พร้อมเสียงคนพูดเป็นครั้งคราว
    เคยหยุดออกอากาศในปี 2010 และกลับมาพร้อมเหตุการณ์ประหลาด
    มีการประกาศรหัสเสียง “MDZhB” หลังปี 2010

    ประเด็นที่น่ากังวล / น่าจับตา
    ทฤษฎีเกี่ยวกับระบบ “Dead Hand” ที่อาจเกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์
    สถานีถูกแฮ็กในปี 2022 แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
    ตำแหน่งสถานีไม่แน่นอน อาจมีหลายจุดหรือเป็นเครือข่าย

    ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
    สถานีอาจเป็น channel marker เพื่อกันความถี่
    มีการพบสมุดบันทึกการออกอากาศในฐานทัพร้าง
    สถานีอาจเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายสื่อสารทางทหารรัสเซีย

    ข้อควรระวังในการตีความ
    หลายทฤษฎีเป็นเพียงการคาดเดา ไม่มีหลักฐานยืนยัน
    ข้อมูลบางส่วนอาจถูกแต่งเติมจากชุมชนผู้ฟังวิทยุลึกลับ

    https://www.slashgear.com/1425407/uvb-76-strange-history-radio/
    🛰️📡 UVB‑76: ประวัติสุดลึกลับของ “The Buzzer” สถานีวิทยุปริศนาจากรัสเซีย สถานีวิทยุ UVB‑76 หรือที่คนทั่วโลกรู้จักในชื่อ “The Buzzer” เป็นหนึ่งในปริศนาทางวิทยุที่ยาวนานที่สุดในโลก ออกอากาศสัญญาณแปลกประหลาดมาตั้งแต่ยุคปลาย 1970s และยังคงส่งเสียง “บัซซ์” ซ้ำ ๆ มาจนถึงปัจจุบัน แม้จะไม่มีใครยืนยันได้ว่ามันมีไว้ทำอะไร แต่หลักฐานหลายอย่างชี้ว่ามันเกี่ยวข้องกับการสื่อสารทางทหารของรัสเซีย สถานี UVB‑76 เริ่มถูกบันทึกครั้งแรกในปี 1982 แต่มีหลักฐานว่ามันอาจออกอากาศตั้งแต่ช่วงปลายยุค 70 โดยส่งสัญญาณความถี่ 4625 kHz ตลอด 24 ชั่วโมง เสียงที่ได้ยินคือ “บัซซ์” ยาวประมาณหนึ่งวินาทีซ้ำไปเรื่อย ๆ พร้อมเสียงแปลก ๆ เช่น บี๊บ เสียงคนพูดชื่อรัสเซีย หรือแม้แต่เสียงเด็กสะกดตัวอักษรภาษาอังกฤษ ในปี 2010 เกิดเหตุการณ์ประหลาดเมื่อสถานีหยุดออกอากาศเป็นครั้งแรก ก่อนกลับมาอีกครั้งพร้อมเสียงคนเดินในห้อง เสียงของใช้ถูกขยับ และเพลง Swan Lake ของไชคอฟสกี ต่อมาได้มีการประกาศรหัสเสียงใหม่ “MDZhB” ทำให้เกิดทฤษฎีมากมาย ตั้งแต่สถานีสื่อสารกับสายลับ ไปจนถึงระบบ “Dead Hand” ที่อาจสั่งยิงนิวเคลียร์อัตโนมัติหากรัสเซียถูกโจมตี การสืบหาตำแหน่งสถานีพบว่าก่อนปี 2010 มันตั้งอยู่ที่ฐานทัพใกล้เมือง Povarovo แต่หลังจากนั้นสัญญาณย้ายไปยังหลายจุด เช่น Kirsino, Pskov Oblast หรือแม้แต่สถานีเสาส่ง Kerro Massiv ใน Leningrad ซึ่งมีเสาอากาศกว่า 30 ต้น ทำให้หลายคนเชื่อว่ามันเป็นเครือข่ายสื่อสารทางทหารมากกว่าการใช้งานพลเรือน แม้จะมีทฤษฎีมากมาย แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่า UVB‑76 เป็นเพียง “ช่องสัญญาณทหาร” ที่ใช้เป็น channel marker เพื่อกันไม่ให้ผู้อื่นใช้ความถี่ และใช้ส่งคำสั่งสำคัญเป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตาม ในปี 2022 สถานีถูกแฮ็กจนออกอากาศเพลง Gangnam Style และมีสัญญาณที่แสดงเป็นมีมอินเทอร์เน็ตเมื่อวิเคราะห์ด้วย spectrum analyzer ยิ่งทำให้ความลึกลับของมันเพิ่มขึ้นไปอีก ✅ สิ่งที่พบในข่าว ➡️ UVB‑76 ส่งสัญญาณความถี่ 4625 kHz มาตั้งแต่ยุค 70 ➡️ มีเสียงบัซซ์ซ้ำ ๆ พร้อมเสียงคนพูดเป็นครั้งคราว ➡️ เคยหยุดออกอากาศในปี 2010 และกลับมาพร้อมเหตุการณ์ประหลาด ➡️ มีการประกาศรหัสเสียง “MDZhB” หลังปี 2010 ‼️ ประเด็นที่น่ากังวล / น่าจับตา ⛔ ทฤษฎีเกี่ยวกับระบบ “Dead Hand” ที่อาจเกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ ⛔ สถานีถูกแฮ็กในปี 2022 แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ⛔ ตำแหน่งสถานีไม่แน่นอน อาจมีหลายจุดหรือเป็นเครือข่าย ✅ ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ ➡️ สถานีอาจเป็น channel marker เพื่อกันความถี่ ➡️ มีการพบสมุดบันทึกการออกอากาศในฐานทัพร้าง ➡️ สถานีอาจเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายสื่อสารทางทหารรัสเซีย ‼️ ข้อควรระวังในการตีความ ⛔ หลายทฤษฎีเป็นเพียงการคาดเดา ไม่มีหลักฐานยืนยัน ⛔ ข้อมูลบางส่วนอาจถูกแต่งเติมจากชุมชนผู้ฟังวิทยุลึกลับ https://www.slashgear.com/1425407/uvb-76-strange-history-radio/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    The Buzzer: The Strange History Behind Russia's UVB-76 - SlashGear
    Russia's mysterious and repetitive radio station, UVB-76, has been broadcasting for decades, but just what is it? Encoded messages? Something more sinister?
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 103 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 2

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 2
    อังกฤษ ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ครองโลกผ่านความเป็นใหญ่ในน่านน้ำด้วยเรือปืน ชาวเกาะใหญ่ ร่อนไปรอบผืนแผ่นดินใหญ่ World Island (อาฟริกา เอเซีย และยุโรป) และสามารถปิดล้อมพวกที่อยู่ในบริเวณนั้น อย่างรัสเซียและจีนได้ ซึ่งในช่วงนั้น ทั้ง 2 ประเทศ เอาตัวเองแทบไม่รอด ทฤษฏีครูแมค มีอิทธิพลต่อชาวเกาะใหญ่ฯ และดูเหมือนชาวเกาะใหญ่ฯ ก็จะไม่มีวันยอมให้พวกอยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ World Island ชิงโลกไปครองอย่างเด็ดขาด
    อเมริกา ซึ่งก็เป็นชาวเกาะเหมือนกันตามทฤษฏีครูแมค แต่น่าจะเป็นเกาะเล็กเท่าหัวแม่โป้งของเท้าขวา (ฮา) ก็พร้อมใจที่จะรับมรดกของอังกฤษ ขึ้นเป็นผู้ครองโลก ต่อจากอังกฤษ ที่เยินหนักหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และหลังจากอเมริการับมรดก ก็มีฐานทัพงอกขึ้นมาเต็ม ยิ่งกว่าดอกเห็ดในหน้าฝน ตั้งแต่แถวยุโรปยาวมาจนถึงญี่ปุ่น เพื่อมาปิดล้อม ดินแดนอันกว้างใหญ่ของยูเรเซีย
    การต่อสู้ทางภูมิศาสตร์การเมือง ระหว่างอำนาจทางทะเล กับอำนาจบนผืนแผ่นดินใหญ่ ยังดำเนินอยู่ต่อไป อเมริกาเดินหน้าหาทาง “ปิดล้อม” รัสเซียและจีน ด้วยวิธีต่างๆเหมือนเดิม แต่ยังมีนักยุทธศาสตร์อเมริกา รวมทั้งนักวิเคราะห์การเมืองในปัจจุบัน ดูเหมือนจะมองข้ามทฤษฏีครูแมค
    พวกนักยุทธศาสตร์ และนักวิเคราะห์การเมืองรุ่นใหม่ ต่างเชื่อว่า ด้วยกำลังทางทหารของอเมริกา ด้วยสถานะทางเศรษฐกิจ และการเป็นลูกพี่ใหญ่ทางสังคม จะทำให้อเมริกายังรักษาความเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งไว้ได้ต่อไปอีกนาน แม้จะมีสัญญานเริ่มส่งให้เห็นแล้วว่า มันก็ไม่แน่หรอกนาย แม้กระทั่งจักรวรรดิ ที่เคยยิ่งใหญ่กว่าอเมริกา ก็ยังมีเวลาร่วงหล่นเหมือนกัน แล้วอเมริกาจะอยู่นอกเหนือกฏแห่งธรรมชาติอยู่รายเดียวอย่างนั้นหรือ แต่ดูเหมือนนักยุทธศาสตร์ และนักวิเคราะห์การเมืองหลายราย จะไม่เชื่อในกฏแห่งธรรมชาติ
    ท่าน ศจ. ดร. โจเซฟ ไน จูเนียร์ Joseph Nye Jr นักรัฐศาสตร์การเมืองผู้ยิ่งใหญ่จากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดของอเมริกา ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนให้อเมริกาใช้ “soft power” อำนาจที่ไม่ใช่ทางการทหาร (เขียนสั้นๆ แต่ความหมายกินไปไกล) ที่อเมริกากำลังขยันใช้อยู่ ประกาศว่า….. ศักยภาพของกองทัพอเมริกา กับเศรษฐกิจของอเมริกา ยังเป็นหนึ่งเดียวในโลก ไม่มีทางที่กองทัพ กองกำลังใด ไม่ว่าภายในหรือภายนอกประเทศ จะเข้ามาบดบังความยิ่งใหญ่ของอเมริกาได้เลย … นี่ มาแบบอเมริกาของแท้
    ท่านด๊อก จากฮาร์วาด ยังเย้ยต่อว่า ….และ ไอ้ใครที่พูดกันว่า ตอนนี้เป็นศตวรรษของจีนน่ะ the Chinese Century มันไปเอามาจากไหนกัน (วะ) รายได้ต่อหัวของคนจีนน่ะ รอไปอีก 10 ปี ก็ไม่รู้ว่าจะ (มีวัน) ทัน คนอเมริกันไหม …. จีนมีวิสัยทัศน์ที่ไหน พวกตาตี่มันตาสั้น เน้นแต่นโยบายสำหรับในบ้านตัวเองเท่านั้น โลกเขาไปถึงไหนแล้ว พวกตาตี่มองไปไม่ถึงหรอก ท่านด๊อก ยังแถมให้อีกดอกว่า จีนมีความเสียเปรียบอยู่แยะ ในด้านภูมิศาสตร์การเมืองภายในเอเซีย ที่อเมริกาชนะอย่างไม่ต้องออกแรง มาตั้งแต่ต้นแล้ว…..
    ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่า ท่านด๊อก จากฮา_วาด นี่ น่าจะอาศัยอยู่ในรู…
    อำนาจทางทะเลและเรือปืน ควบคุมโลกอยู่มือได้ประมาณ 400 ปี ระหว่าง ค.ศ.1602 จนถึง 1922 มันเป็นการแข่งขันกันระหว่างมหาอำนาจ ที่จะยึด หรือควบคุมยูเรเซีย โดยการใช้เส้นทางในท้องทะเล ที่ยาวประมาณ 15,000 ไมล์ จากลอนดอนไปถึงโตเกียว เครื่องมือสำคัญที่ใช้ก็คือ เรือเดินทะเล อาวุธ และกำลังพล เวลาผ่านไป เรือรบมาแทนที่ ตามมาด้วยเรือดำน้ำ และเครื่องบินสาระพัดรุ่น มันเป็นการพัฒนาเรือ เครื่องบิน และอาวุธไปเรื่อยๆ เพื่อขยายแสนยานุภาพ และการควบคุมเส้นทางทะเล และควบคุมพวกที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ไม่ให้ออกมาเพ่นพ่านทางทะเล
    ในช่วงที่จักรภพอังกฤษ เหมือนกระเบื้องเฟื่องฟูลอยสูงสุด ประมาณปี ค.ศ.1900 อังกฤษมีกองเรือรบจำนวนถึง 300 ลำ มีป้อมทหารเรือประมาณ 30 แห่ง มีฐานทัพเรียงรายไปทั่วโลก ตั้งแต่แอตแลนติกเหนือที่สคาปา ลงมาเมดิเตอร์เรเนียนที่มอลต้า ไล่มาถึงสุเอซ บอมเบย์ สิงคโปร์ และ ฮ่องกง จักรภพอังกฤษใหญ่โต จนเห็นมหาสมุทรอินเดีย เหมือนเป็นสมบัติส่วนตัว คิดจะปิด จะเปิดเสียเมื่อไหร่ก็ได้ เพื่อกันไม่ให้พวกเปอร์เซียน และออโตมานเข้ามาสร้างท่าเรือในอ่าวเปอร์เซียได้
    นอกจากนี้ อังกฤษยังควบคุมแถบอารเบีย เมโสโปเตเมีย ซึ่งเป็นส่วนที่ครูแมคเรียกว่า ทางเข้าของยุโรปไปสู่มหาสมุทรอินเดีย และเป็นทางเข้าไปสู่ กล่องดวงใจของ World Island อีกด้วย
    ศตวรรษที่ 19 จึงเป็นช่วงเวลาของการต่อสู้ ของคู่แข่งขันทางภูมิศาสตร์การเมือง ที่เรียกกันว่า “the Great Game” ระหว่างฝ่ายหนึ่งคือ รัสเซีย ที่ตอนนั้น ดูเหมือนจะครอบครองพื้นที่ของ Heartland เกือบทั้งหมด จนถึงปากทางเข้าของยุโรป กับอีกฝ่ายหนึ่งคือ อังกฤษ ที่มาทางทะเลและเข้าไปยึดได้ส่วนหนึ่งของผืนแผ่นดินใหญ่อย่างอินเดีย ซึ่งนำความภาคภูมิมาให้อังกฤษ อย่างหาที่สุดมิได้ ถึงกับเรียกอินเดียว่า เป็นเพชรยอดมงกุฏของอังกฤษ
    ครูแมคจึงสรุปว่า เห็นชัดมั้ย นี่ไง คือการสู้ระหว่างอำนาจทางทะเล กับอำนาจทางผืนแผ่นดิน
    การชิงอินเดียได้ ทำให้อังกฤษยิ่งเชื่อว่า ทฤษฏีของครูแมค นำมาปรับใช้ เป็นแนวทางการวางยุทธศาสตร์ ที่จะควบคุม หรือครอบครองผืนแผ่นดินใหญ่ได้
    การแข่งขัน จึงเปลี่ยนเป็นระหว่าง อังกฤษ (เจ้าเก่า) กับ เยอรมัน (ที่อยู่ใกล้กับรัสเซีย heartland ตามทฤษฏี ครูแมค)
    ราวปี ค.ศ.1906 พวกมหาอำนาจ ต่างก็เร่งพัฒนากองทัพเรือของตนเองกันอย่างเต็มที่ อังกฤษลงทุนสูงสุด สร้างเรือรบที่ทันสมัยที่สุดในตอนนั้น คือ HMS Dreadnought น้ำหนัก 2 หมื่นตัน วิ่งได้เร็วถึง 21 น็อต มีปืนยิงเร็วขนาดลำกล้อง 12 นิ้ว ยิงกระสุนหนัก 850 ปอนด์ ระยะไกลถึง 12 ไมล์ ด้วยเป้าหมายที่จะยึด เยอรมัน ที่ขวางทางอังกฤษ ในการจะเข้าไปครอบครอง บริเวณที่เป็น heartland อีกต่อหนึ่ง
    จากการแข่งขันเพื่อความเป็นที่หนึ่งของกองทัพเรือ การรวมตัวของฝ่ายชาวเกาะ คือ อังกฤษ อเมริกา ญี่ปุ่น การที่เยอรมันคิดสร้างทางรถไฟสายเบอร์ลิน-แบกแดด ทางรถไฟที่อาจทำให้เยอรมันเข้าไปชิงน้ำมันในตะวันออกกลาง และเข้าถึง heartland ได้ก่อนอังกฤษ และที่สำคัญคือ การที่อังกฤษเอง ก็คิดจะไปครอบครองแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลางก่อนคนอื่น เพื่อจะเอาไว้ใช้สร้างแสนยานุภาพของกองทัพเรืออังกฤษ เพื่อเอาไว้ปิดล้อมพวกที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ตามแผนยุทธศาสตร์ใหญ่ของตน ทั้งหมดนั้นเป็นสาเหตุ ที่ทำให้อังกฤษคิดสร้างสงครามโลกครั้งที่ 1
    ไม่ว่าจะแยกออกมาเป็นเรื่องไหน ก็น่าคิดว่า แทบทุกเรื่อง เหมือนจะมาจากแนวคิดตามทฤษฏีของครูแมค และนำมาปรับสร้างเป็นสูตรยุทธศาสตร์ แทบทั้งนั้น
    และแม้เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลงในปี ค.ศ.1918 มีคนตายทั้งสิ้น ประมาณ 16 ล้านคน และรัสเซียที่อยู่ในกลาง heartland ก็เหมือนจะถูกปิดล้อมด้วยการให้ผจญอยู่กับการปฏิวัติ ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยผู้สร้าง มีจุดมุ่งหมายที่จะให้รัสเซียถึงจุดจบในที่สุด …..แต่อิทธิพลความคิด ตามทฤษฏีของครูแมคก็ยังมีต่อมาถึงเยอรมัน ….
    ปี ค.ศ.1942 ท่านผู้นำของเยอรมัน จัดกองทัพจำนวนพล 1 ล้านนาย อาวุธหนักครบเครื่อง พร้อมรถถัง 500 คัน ข้ามแม่น้ำโวลก้า มุ่งหน้าไปเมืองสตาลินกราดของรัสเซีย แต่แล้วการบุกของท่านผู้นำ ก็จบลงด้วยกองทัพเยอรมัน บาดเจ็บไป 8 แสน 5 หมื่นคน ตาย หรือถูกจับ ขณะที่พยายามจะผ่านเข้าไปในเส้นทางด้านยุโรปตะวันออก เพื่อมุ่งหน้าไปชิงกล่องดวงใจของ World Island
    แล้วอเมริกา ก็เดินต้อยๆตามทฤษฏีของครูแมคกับเขาเหมือนกัน แม้จะชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว แต่ก็ยังพยายามที่จะควบคุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญ 2 จุด คือ รัสเซีย และจีน ที่อยู่คนละปลายเขตของยูเรเซีย โดยการสร้างฐานทัพ ตามพิมพ์เขียวของอังกฤษ ไว้ตลอดเส้นทางเดินทะเล ที่ชัดเจนว่า เป็นการปิดล้อมพวกที่อยู่ใน World Island ไว้
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    23 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 2 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 2 อังกฤษ ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ครองโลกผ่านความเป็นใหญ่ในน่านน้ำด้วยเรือปืน ชาวเกาะใหญ่ ร่อนไปรอบผืนแผ่นดินใหญ่ World Island (อาฟริกา เอเซีย และยุโรป) และสามารถปิดล้อมพวกที่อยู่ในบริเวณนั้น อย่างรัสเซียและจีนได้ ซึ่งในช่วงนั้น ทั้ง 2 ประเทศ เอาตัวเองแทบไม่รอด ทฤษฏีครูแมค มีอิทธิพลต่อชาวเกาะใหญ่ฯ และดูเหมือนชาวเกาะใหญ่ฯ ก็จะไม่มีวันยอมให้พวกอยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ World Island ชิงโลกไปครองอย่างเด็ดขาด อเมริกา ซึ่งก็เป็นชาวเกาะเหมือนกันตามทฤษฏีครูแมค แต่น่าจะเป็นเกาะเล็กเท่าหัวแม่โป้งของเท้าขวา (ฮา) ก็พร้อมใจที่จะรับมรดกของอังกฤษ ขึ้นเป็นผู้ครองโลก ต่อจากอังกฤษ ที่เยินหนักหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และหลังจากอเมริการับมรดก ก็มีฐานทัพงอกขึ้นมาเต็ม ยิ่งกว่าดอกเห็ดในหน้าฝน ตั้งแต่แถวยุโรปยาวมาจนถึงญี่ปุ่น เพื่อมาปิดล้อม ดินแดนอันกว้างใหญ่ของยูเรเซีย การต่อสู้ทางภูมิศาสตร์การเมือง ระหว่างอำนาจทางทะเล กับอำนาจบนผืนแผ่นดินใหญ่ ยังดำเนินอยู่ต่อไป อเมริกาเดินหน้าหาทาง “ปิดล้อม” รัสเซียและจีน ด้วยวิธีต่างๆเหมือนเดิม แต่ยังมีนักยุทธศาสตร์อเมริกา รวมทั้งนักวิเคราะห์การเมืองในปัจจุบัน ดูเหมือนจะมองข้ามทฤษฏีครูแมค พวกนักยุทธศาสตร์ และนักวิเคราะห์การเมืองรุ่นใหม่ ต่างเชื่อว่า ด้วยกำลังทางทหารของอเมริกา ด้วยสถานะทางเศรษฐกิจ และการเป็นลูกพี่ใหญ่ทางสังคม จะทำให้อเมริกายังรักษาความเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งไว้ได้ต่อไปอีกนาน แม้จะมีสัญญานเริ่มส่งให้เห็นแล้วว่า มันก็ไม่แน่หรอกนาย แม้กระทั่งจักรวรรดิ ที่เคยยิ่งใหญ่กว่าอเมริกา ก็ยังมีเวลาร่วงหล่นเหมือนกัน แล้วอเมริกาจะอยู่นอกเหนือกฏแห่งธรรมชาติอยู่รายเดียวอย่างนั้นหรือ แต่ดูเหมือนนักยุทธศาสตร์ และนักวิเคราะห์การเมืองหลายราย จะไม่เชื่อในกฏแห่งธรรมชาติ ท่าน ศจ. ดร. โจเซฟ ไน จูเนียร์ Joseph Nye Jr นักรัฐศาสตร์การเมืองผู้ยิ่งใหญ่จากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดของอเมริกา ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนให้อเมริกาใช้ “soft power” อำนาจที่ไม่ใช่ทางการทหาร (เขียนสั้นๆ แต่ความหมายกินไปไกล) ที่อเมริกากำลังขยันใช้อยู่ ประกาศว่า….. ศักยภาพของกองทัพอเมริกา กับเศรษฐกิจของอเมริกา ยังเป็นหนึ่งเดียวในโลก ไม่มีทางที่กองทัพ กองกำลังใด ไม่ว่าภายในหรือภายนอกประเทศ จะเข้ามาบดบังความยิ่งใหญ่ของอเมริกาได้เลย … นี่ มาแบบอเมริกาของแท้ ท่านด๊อก จากฮาร์วาด ยังเย้ยต่อว่า ….และ ไอ้ใครที่พูดกันว่า ตอนนี้เป็นศตวรรษของจีนน่ะ the Chinese Century มันไปเอามาจากไหนกัน (วะ) รายได้ต่อหัวของคนจีนน่ะ รอไปอีก 10 ปี ก็ไม่รู้ว่าจะ (มีวัน) ทัน คนอเมริกันไหม …. จีนมีวิสัยทัศน์ที่ไหน พวกตาตี่มันตาสั้น เน้นแต่นโยบายสำหรับในบ้านตัวเองเท่านั้น โลกเขาไปถึงไหนแล้ว พวกตาตี่มองไปไม่ถึงหรอก ท่านด๊อก ยังแถมให้อีกดอกว่า จีนมีความเสียเปรียบอยู่แยะ ในด้านภูมิศาสตร์การเมืองภายในเอเซีย ที่อเมริกาชนะอย่างไม่ต้องออกแรง มาตั้งแต่ต้นแล้ว….. ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่า ท่านด๊อก จากฮา_วาด นี่ น่าจะอาศัยอยู่ในรู… อำนาจทางทะเลและเรือปืน ควบคุมโลกอยู่มือได้ประมาณ 400 ปี ระหว่าง ค.ศ.1602 จนถึง 1922 มันเป็นการแข่งขันกันระหว่างมหาอำนาจ ที่จะยึด หรือควบคุมยูเรเซีย โดยการใช้เส้นทางในท้องทะเล ที่ยาวประมาณ 15,000 ไมล์ จากลอนดอนไปถึงโตเกียว เครื่องมือสำคัญที่ใช้ก็คือ เรือเดินทะเล อาวุธ และกำลังพล เวลาผ่านไป เรือรบมาแทนที่ ตามมาด้วยเรือดำน้ำ และเครื่องบินสาระพัดรุ่น มันเป็นการพัฒนาเรือ เครื่องบิน และอาวุธไปเรื่อยๆ เพื่อขยายแสนยานุภาพ และการควบคุมเส้นทางทะเล และควบคุมพวกที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ไม่ให้ออกมาเพ่นพ่านทางทะเล ในช่วงที่จักรภพอังกฤษ เหมือนกระเบื้องเฟื่องฟูลอยสูงสุด ประมาณปี ค.ศ.1900 อังกฤษมีกองเรือรบจำนวนถึง 300 ลำ มีป้อมทหารเรือประมาณ 30 แห่ง มีฐานทัพเรียงรายไปทั่วโลก ตั้งแต่แอตแลนติกเหนือที่สคาปา ลงมาเมดิเตอร์เรเนียนที่มอลต้า ไล่มาถึงสุเอซ บอมเบย์ สิงคโปร์ และ ฮ่องกง จักรภพอังกฤษใหญ่โต จนเห็นมหาสมุทรอินเดีย เหมือนเป็นสมบัติส่วนตัว คิดจะปิด จะเปิดเสียเมื่อไหร่ก็ได้ เพื่อกันไม่ให้พวกเปอร์เซียน และออโตมานเข้ามาสร้างท่าเรือในอ่าวเปอร์เซียได้ นอกจากนี้ อังกฤษยังควบคุมแถบอารเบีย เมโสโปเตเมีย ซึ่งเป็นส่วนที่ครูแมคเรียกว่า ทางเข้าของยุโรปไปสู่มหาสมุทรอินเดีย และเป็นทางเข้าไปสู่ กล่องดวงใจของ World Island อีกด้วย ศตวรรษที่ 19 จึงเป็นช่วงเวลาของการต่อสู้ ของคู่แข่งขันทางภูมิศาสตร์การเมือง ที่เรียกกันว่า “the Great Game” ระหว่างฝ่ายหนึ่งคือ รัสเซีย ที่ตอนนั้น ดูเหมือนจะครอบครองพื้นที่ของ Heartland เกือบทั้งหมด จนถึงปากทางเข้าของยุโรป กับอีกฝ่ายหนึ่งคือ อังกฤษ ที่มาทางทะเลและเข้าไปยึดได้ส่วนหนึ่งของผืนแผ่นดินใหญ่อย่างอินเดีย ซึ่งนำความภาคภูมิมาให้อังกฤษ อย่างหาที่สุดมิได้ ถึงกับเรียกอินเดียว่า เป็นเพชรยอดมงกุฏของอังกฤษ ครูแมคจึงสรุปว่า เห็นชัดมั้ย นี่ไง คือการสู้ระหว่างอำนาจทางทะเล กับอำนาจทางผืนแผ่นดิน การชิงอินเดียได้ ทำให้อังกฤษยิ่งเชื่อว่า ทฤษฏีของครูแมค นำมาปรับใช้ เป็นแนวทางการวางยุทธศาสตร์ ที่จะควบคุม หรือครอบครองผืนแผ่นดินใหญ่ได้ การแข่งขัน จึงเปลี่ยนเป็นระหว่าง อังกฤษ (เจ้าเก่า) กับ เยอรมัน (ที่อยู่ใกล้กับรัสเซีย heartland ตามทฤษฏี ครูแมค) ราวปี ค.ศ.1906 พวกมหาอำนาจ ต่างก็เร่งพัฒนากองทัพเรือของตนเองกันอย่างเต็มที่ อังกฤษลงทุนสูงสุด สร้างเรือรบที่ทันสมัยที่สุดในตอนนั้น คือ HMS Dreadnought น้ำหนัก 2 หมื่นตัน วิ่งได้เร็วถึง 21 น็อต มีปืนยิงเร็วขนาดลำกล้อง 12 นิ้ว ยิงกระสุนหนัก 850 ปอนด์ ระยะไกลถึง 12 ไมล์ ด้วยเป้าหมายที่จะยึด เยอรมัน ที่ขวางทางอังกฤษ ในการจะเข้าไปครอบครอง บริเวณที่เป็น heartland อีกต่อหนึ่ง จากการแข่งขันเพื่อความเป็นที่หนึ่งของกองทัพเรือ การรวมตัวของฝ่ายชาวเกาะ คือ อังกฤษ อเมริกา ญี่ปุ่น การที่เยอรมันคิดสร้างทางรถไฟสายเบอร์ลิน-แบกแดด ทางรถไฟที่อาจทำให้เยอรมันเข้าไปชิงน้ำมันในตะวันออกกลาง และเข้าถึง heartland ได้ก่อนอังกฤษ และที่สำคัญคือ การที่อังกฤษเอง ก็คิดจะไปครอบครองแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลางก่อนคนอื่น เพื่อจะเอาไว้ใช้สร้างแสนยานุภาพของกองทัพเรืออังกฤษ เพื่อเอาไว้ปิดล้อมพวกที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ตามแผนยุทธศาสตร์ใหญ่ของตน ทั้งหมดนั้นเป็นสาเหตุ ที่ทำให้อังกฤษคิดสร้างสงครามโลกครั้งที่ 1 ไม่ว่าจะแยกออกมาเป็นเรื่องไหน ก็น่าคิดว่า แทบทุกเรื่อง เหมือนจะมาจากแนวคิดตามทฤษฏีของครูแมค และนำมาปรับสร้างเป็นสูตรยุทธศาสตร์ แทบทั้งนั้น และแม้เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลงในปี ค.ศ.1918 มีคนตายทั้งสิ้น ประมาณ 16 ล้านคน และรัสเซียที่อยู่ในกลาง heartland ก็เหมือนจะถูกปิดล้อมด้วยการให้ผจญอยู่กับการปฏิวัติ ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยผู้สร้าง มีจุดมุ่งหมายที่จะให้รัสเซียถึงจุดจบในที่สุด …..แต่อิทธิพลความคิด ตามทฤษฏีของครูแมคก็ยังมีต่อมาถึงเยอรมัน …. ปี ค.ศ.1942 ท่านผู้นำของเยอรมัน จัดกองทัพจำนวนพล 1 ล้านนาย อาวุธหนักครบเครื่อง พร้อมรถถัง 500 คัน ข้ามแม่น้ำโวลก้า มุ่งหน้าไปเมืองสตาลินกราดของรัสเซีย แต่แล้วการบุกของท่านผู้นำ ก็จบลงด้วยกองทัพเยอรมัน บาดเจ็บไป 8 แสน 5 หมื่นคน ตาย หรือถูกจับ ขณะที่พยายามจะผ่านเข้าไปในเส้นทางด้านยุโรปตะวันออก เพื่อมุ่งหน้าไปชิงกล่องดวงใจของ World Island แล้วอเมริกา ก็เดินต้อยๆตามทฤษฏีของครูแมคกับเขาเหมือนกัน แม้จะชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว แต่ก็ยังพยายามที่จะควบคุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญ 2 จุด คือ รัสเซีย และจีน ที่อยู่คนละปลายเขตของยูเรเซีย โดยการสร้างฐานทัพ ตามพิมพ์เขียวของอังกฤษ ไว้ตลอดเส้นทางเดินทะเล ที่ชัดเจนว่า เป็นการปิดล้อมพวกที่อยู่ใน World Island ไว้ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 23 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 230 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 1

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 1
    ผมหายหน้าไปจากท่านผู้อ่านพักใหญ่ ไม่ได้หนีหนี้นะครับ แต่มันหมดแรง อยู่ๆ ร่างกายมันก็แผ่วไปเสียงั้นแหล่ะ ก็เป็นไปตามวัย แรงหมดก็นอน แรงหมดมาก ก็ต้องนอนมาก ผมก็เลยนอนเป็นดักแด้ รอให้ปีกงอก
    ก่อนจะกลายเป็นดักแด้ ผมได้เขียนนิทาน แผนจัญไร เล่ามาจนถึงตอนตุรกีถูกผีเข้า ลุกขึ้นสอยซูกอยของคุณพี่ปูติน โดยผมแจ้งกับท่านผู้อ่านไว้ว่า จะกลับมาเขียนแผนจัญไร ส่วนที่อาจจะเกี่ยวกับบ้านเราต่อ แต่ผมขอเปลี่ยนโปรแกรมนิทานเรื่องที่จะเล่าต่อนะครับ จะยังไม่เขียนเรื่องบ้านเรา แม้ตอนนี้เหตุการณ์ในบ้านเราจะมีเรื่องกวนใจบ้าง มันก็เป็นไปตามเแผนที่เขาตั้งใจจะให้เป็น เราก็ตามดูมันไป เพราะเป็นเรื่องในบ้านเรา แต่อย่าถึงกับเต้นตามกันทุกนาที เดี๋ยวเหนื่อยแย่ เก็บแรงไว้สู้ของจริงดีกว่าครับ
    ระหว่างผมนอนเป็นดักแด้ เหตุการณ์นอกบ้านก็เกิดขึ้นแยะ แต่เหตุการณ์เหล่านั้นเป็นไปตาม “อาการ” ก่อนที่จะมีการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ผมเลยอยากจะทบทวนยุทธศาสตร์ หรือแผนเดินหมาก ของแต่ละฝ่าย หรือแต่ละขั้วเสียหน่อย คือขั้วที่นำโดยอเมริกา กับขั้วที่นำโดย รัสเซีย จีน ผมแยกอย่างนี้ เพราะเชื่อว่า ขณะนี้ โลกเราแบ่งขั้วทางอำนาจ ทางการเมือง และทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ค่อนข้างชัดเจน เป็น 2 ขั้วอย่างนี้แล้ว
    ทุกประเทศต่างก็มียุทธศาสตร์ของตัวเอง ในการจะดำรงคงอยู่เป็นประเทศเอกราช ซึ่งมีทั้งยุทธศาสตร์ในยามสงบ และในยามทำศึกสงคราม และจะแพ้ชนะ จะเอาตัวรอดหรือไม่ ก็อยู่ที่ “ยุทธศาสตร์” นี่ละครับ อาวุธเยี่ยม กองกำลังแยะ แต่ถ้ายุทธศาสตร์ห่วย ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นผู้ชนะ
    และการวางแผนยุทธศาสตร์ เขาไม่ได้วางกันวันนี้ใช้พรุ่งนี้ แผนยุทธศาสตร์ เขาวางกันเป็นหลายสิบปีล่วงหน้า และไม่มีใครประกาศว่า ใครใช้ยุทธศาสตร์อะไร ที่มีประกาศให้ชาวบ้านรู้ ส่วนใหญ่ก็เป็นยุทธศาสตร์ลวง เราๆที่ตามดูอยู่ข้างทาง ก็เลยตกหลุมบ้างออกไปนอกอ่าวบ้าง เพราะมันยากที่จะเข้าใจ แต่ก็ไม่เหลือวิสัย ที่เราอาจจะพอรู้ได้บ้าง จากการติดตามเหตุการณ์ ศึกษาการเดินหมาก แล้วเอามาพิจารณาและวิเคราะห์ต่อ
    การเดินหมากแต่ละครั้งของแต่ละฝ่าย จึงเป็นเรื่องน่าสนใจ ส่วนจะทำให้เห็นปลายทางของหมากแต่ละตัวที่ถูกเดิน รวมทั้งสุดทางของผู้เดินหมากของแต่ละฝ่ายด้วยหรือไม่นั้น คงบอกไม่ได้หมด เพราะมันขึ้นกับปัจจัยอีกหลายอย่าง ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
    สำหรับท่านที่ตามอ่านนิทานมาตั้งแต่เรื่องแรกๆ คงจะจำได้ว่า ผมเขียนถึงผู้ที่ผมเรียกว่า “ครูแมค” บ่อยๆ
    เราจะเข้าใจเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ชัดขึ้น รวมทั้งอาจได้รู้จักยุทธศาสตร์ของทั้ง 2 ขั้ว ถ้าเรารู้จักทฤษฏีของครูแมค
    ครูแมค หรือชื่อเต็มว่า Sir Halford Mackinder เป็นผู้อำนวนการของสถาบันการศึกษา London School of Economics ที่มีชื่อเสียงมากของอังกฤษ นอกเหนือจากเป็นผู้อำนวยการสถาบัน ครูแมคยังเป็นยอดนักภูมิศาสตร์
    ในเดือนมกราคม ค.ศ.1904 ขณะที่อากาศของอังกฤษ เกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ เย็นยะเยือก ครูแมคก็บรรยายทฤษฏีของตนเองให้สมาชิกสมาคมภูมิศาสตร์ Royal Geographical Society ของชาวเกาะใหญ่ฟัง ให้หนาวเย็นขึ้นไปอีก ในหัวข้อเรื่อง “The Geographical Pivot of History”
    จุดสำคัญทางภูมิศาสตร์ ที่สร้างประวัติศาสตร์ ….
    มันเป็นหัวข้อของการบอกเล่าถึงทฤษฏีที่สะเทือนโลกจริงๆ เพราะเป็นทฤษฏีที่ทำให้โลกนี้เกิดสงครามโลกมาแล้วทั้ง 2 ครั้ง และน่าเป็นห่วงว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 หากจะเกิดขึ้น ก็น่าจะไม่พ้นจากความคิด ที่มาจากทฤษฏีของครูแมคอีกเช่นกัน
    คำบรรยายของครูแมค สรุปว่า
    …การเป็นมหาอำนาจในโลกต่อไปในอนาคต ไม่ได้อยู่ที่การควบคุมเส้นทางทะเล อย่างที่อังกฤษคิด เข้าใจ และดำเนินมาตลอด “อีกแล้ว” หมดแล้ว จบแล้ว แต่ในทางตรงกันข้าม ใครก็ตาม ที่เป็นผู้ควบคุมบริเวณผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ ยาวติดต่อกันเป็นแผง ที่เรียกว่า ยูโร-เอเซีย หรือ ยูเรเซีย ต่างหาก ที่จะเป็นมหาอำนาจในโลก….
    ครูแมค ยังนำแผนที่ ที่ทำขึ้นตามทฤษฏี มาแสดงประกอบการบรรยายให้เห็นแนวคิดของเขา ที่บอกว่า อาฟริกา เอเซีย และยุโรป ไม่ได้แยกออกจากกันเป็น 3 ทวีป แต่โดยความเป็นจริงแล้ว มันเป็นผืนแผ่นดินใหญ่แผ่นเดียวกัน ติดต่อกัน เหมือนเป็นเกาะใหญ่ของโลก World-Island ต่างหาก
    ทีนี้เข้าใจแล้วนะครับว่า ทำไมผมถึงเรียกอังกฤษว่า เป็นเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย เพราะไม่ได้ไปรวมอยู่กับพวก World-Island ได้เป็นเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย ก็ดีถมถืดแล้ว จริงๆ น่าจะเป็นแค่หูด หรือติ่ง เท่านั้นเอง
    ครูแมคยังบอกอีกว่า
    …..heartland กล่องดวงใจ หรือส่วนที่เป็นแกนกลางของ World-Island คือบริเวณตั้งแต่อ่าวเปอร์เซีย ไปจนถึงแม่น้ำแยงซีของจีน ใหญ่ยาว 4000 ไมล์ มันเป็นบริเวณที่ใหญ่มหึมา จนผู้ที่จะมีโอกาสควบคุมบริเวณนี้ได้ ก็มีแต่พวกประเทศที่อยู่แถว rimland หรือชายขอบ เช่น แถบยุโรปตะวันออก ที่มีเขตแดนติดกับ heartland หรือไม่ก็พวกบรรดาประเทศ ที่อยู่บริเวณชายฝั่งทะเล แต่ก็อยู่ไกล จนแทบจะเป็นไปได้ยากว่า จะเข้าไปถึงบริเวณกล่องดวงใจ …
    ตามทฤษฏีข้างต้นของครูแมค heartland นั้น หมายถึง บริเวณที่เป็นสหภาพโซเวียต และยุโรปตะวันออก คือ บริเวณที่เยอรมัน ออสเตรีย โปแลนด์ ฮังการี ตั้งอยู่
    ครูแมคแถมอีกว่า การพยายามขุดคลองเจาะเข้าไปในแผ่นดิน ทำนองคลองสุเอซ มันก็แค่เสริมอำนาจ แต่ไม่พอหรอกที่จะเอาชนะพวกอยู่ด้านในกล่องดวงใจได้ …….ส่วนรางรถไฟที่จะวิ่งผ่านเข้าไปในทุ่งหญ้าสเตปป์ (ที่อยู่กลางรัสเซีย) นั่นต่างหากที่น่าสนใจ และจะทำให้ทุ่งหญ้าสเตปป์มีความหมายขึ้น เพราะมันจะเป็นการลดค่าใช้จ่าย จากการขนส่งที่ใช้ทางทะเล จึงอาจจะเป็นตัวเปลี่ยนอำนาจ จากเส้นทางทะเล มาอยู่บนด้านในของแผ่นดินก็ได้…..
    แล้ว ครูแมค ก็สรุปว่า…
    “ใครที่ครอบครองยุโรปตะวันออก จะได้ควบคุมกล่องดวงใจ
    ใครที่ครอบครองกล่องดวงใจ จะได้ควบคุมบริเวณ World-Island
    ใครที่ครอบครอง World-Island จะได้ควบคุมโลก”
    ตามทฤษฏีของครูแมค บริเวณของ World Island มีเนื้อที่ใหญ่เท่ากับ 60% ของส่วนที่เป็นแผ่นดินของโลก ส่วนอเมริกา และออสเตรเลีย ก็เลยเป็นแต่เกาะเล็กกะจิ๊ดในทฤษฏีของครูแมค (จะใหญ่เท่ากับหัวนิ้วโป้งของเท้าขวา หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ ผมเกิดไม่ทันที่จะได้มีโอกาสถามครูแมค)
    ตลอด 2 ชั่วโมง ของการบรรยายครั้งประวัติศาสตร์ของครูแมค ผู้ฟังต่างอึ้ง ทึ่ง และสงสัย แย่งกันถามครูแมคให้อธิบายต่อ ที่น่าสนใจคือ คำถามถึงการเป็นไปได้ ของการเข้าไปสู่กล่องดวงใจโดยทางอากาศ หรือโดยทางรางรถไฟ จำตรงนี้กันไว้นะครับ
    ครูแมคตอบแต่เพียงว่า …..วัตถุประสงค์ของผม ไม่ใช่การพยากรณ์ ว่า อนาคตของประเทศใดจะเป็นอย่างไร ผมเพียงแต่จะบอกว่า ภูมิศาสตร์นั้น สามารถนำไปปรับใช้ “สร้างสูตรทางการเมืองได้” … อนาคตของโลกจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่า พวกเราทั้งหลาย จะสามารถรักษาดุลยอำนาจในโลกอย่างไร ระหว่างประเทศที่อาศัยเส้นทางทะเล(พวกชาวเกาะ) กับ ประเทศ ที่อยู่แถบ heartland …ด้านในของพื้นดิน (พวกแแผ่นดินใหญ่)
    คำบรรยายของครูแมค น่าจะเป็นทั้งเข็มแทงใจดำใครบางคน
    …ฉิบหาย เกือบอดแดกแล้วสิกู…..
    และก็เป็นเข็มทิศ ในการสร้างยุทธศาสตร์ สำหรับหลายประเทศ
    วันที่ครูแมคบรรยาย นั่นมันนานกว่า 100 ปีแล้วนะครับ
    แต่น่าสนใจว่า ทั้ง 2 ขั้วอำนาจ เหมือนจะ เอาทฤษฏีของครูแมค
    มาปรับ “สร้างสูตรทางการเมือง” หรือ ยุทธศาสตร์ของตน และใช้จนถึงทุกวันนี้
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    22 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 1 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 1 ผมหายหน้าไปจากท่านผู้อ่านพักใหญ่ ไม่ได้หนีหนี้นะครับ แต่มันหมดแรง อยู่ๆ ร่างกายมันก็แผ่วไปเสียงั้นแหล่ะ ก็เป็นไปตามวัย แรงหมดก็นอน แรงหมดมาก ก็ต้องนอนมาก ผมก็เลยนอนเป็นดักแด้ รอให้ปีกงอก ก่อนจะกลายเป็นดักแด้ ผมได้เขียนนิทาน แผนจัญไร เล่ามาจนถึงตอนตุรกีถูกผีเข้า ลุกขึ้นสอยซูกอยของคุณพี่ปูติน โดยผมแจ้งกับท่านผู้อ่านไว้ว่า จะกลับมาเขียนแผนจัญไร ส่วนที่อาจจะเกี่ยวกับบ้านเราต่อ แต่ผมขอเปลี่ยนโปรแกรมนิทานเรื่องที่จะเล่าต่อนะครับ จะยังไม่เขียนเรื่องบ้านเรา แม้ตอนนี้เหตุการณ์ในบ้านเราจะมีเรื่องกวนใจบ้าง มันก็เป็นไปตามเแผนที่เขาตั้งใจจะให้เป็น เราก็ตามดูมันไป เพราะเป็นเรื่องในบ้านเรา แต่อย่าถึงกับเต้นตามกันทุกนาที เดี๋ยวเหนื่อยแย่ เก็บแรงไว้สู้ของจริงดีกว่าครับ ระหว่างผมนอนเป็นดักแด้ เหตุการณ์นอกบ้านก็เกิดขึ้นแยะ แต่เหตุการณ์เหล่านั้นเป็นไปตาม “อาการ” ก่อนที่จะมีการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ผมเลยอยากจะทบทวนยุทธศาสตร์ หรือแผนเดินหมาก ของแต่ละฝ่าย หรือแต่ละขั้วเสียหน่อย คือขั้วที่นำโดยอเมริกา กับขั้วที่นำโดย รัสเซีย จีน ผมแยกอย่างนี้ เพราะเชื่อว่า ขณะนี้ โลกเราแบ่งขั้วทางอำนาจ ทางการเมือง และทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ค่อนข้างชัดเจน เป็น 2 ขั้วอย่างนี้แล้ว ทุกประเทศต่างก็มียุทธศาสตร์ของตัวเอง ในการจะดำรงคงอยู่เป็นประเทศเอกราช ซึ่งมีทั้งยุทธศาสตร์ในยามสงบ และในยามทำศึกสงคราม และจะแพ้ชนะ จะเอาตัวรอดหรือไม่ ก็อยู่ที่ “ยุทธศาสตร์” นี่ละครับ อาวุธเยี่ยม กองกำลังแยะ แต่ถ้ายุทธศาสตร์ห่วย ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นผู้ชนะ และการวางแผนยุทธศาสตร์ เขาไม่ได้วางกันวันนี้ใช้พรุ่งนี้ แผนยุทธศาสตร์ เขาวางกันเป็นหลายสิบปีล่วงหน้า และไม่มีใครประกาศว่า ใครใช้ยุทธศาสตร์อะไร ที่มีประกาศให้ชาวบ้านรู้ ส่วนใหญ่ก็เป็นยุทธศาสตร์ลวง เราๆที่ตามดูอยู่ข้างทาง ก็เลยตกหลุมบ้างออกไปนอกอ่าวบ้าง เพราะมันยากที่จะเข้าใจ แต่ก็ไม่เหลือวิสัย ที่เราอาจจะพอรู้ได้บ้าง จากการติดตามเหตุการณ์ ศึกษาการเดินหมาก แล้วเอามาพิจารณาและวิเคราะห์ต่อ การเดินหมากแต่ละครั้งของแต่ละฝ่าย จึงเป็นเรื่องน่าสนใจ ส่วนจะทำให้เห็นปลายทางของหมากแต่ละตัวที่ถูกเดิน รวมทั้งสุดทางของผู้เดินหมากของแต่ละฝ่ายด้วยหรือไม่นั้น คงบอกไม่ได้หมด เพราะมันขึ้นกับปัจจัยอีกหลายอย่าง ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา สำหรับท่านที่ตามอ่านนิทานมาตั้งแต่เรื่องแรกๆ คงจะจำได้ว่า ผมเขียนถึงผู้ที่ผมเรียกว่า “ครูแมค” บ่อยๆ เราจะเข้าใจเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ชัดขึ้น รวมทั้งอาจได้รู้จักยุทธศาสตร์ของทั้ง 2 ขั้ว ถ้าเรารู้จักทฤษฏีของครูแมค ครูแมค หรือชื่อเต็มว่า Sir Halford Mackinder เป็นผู้อำนวนการของสถาบันการศึกษา London School of Economics ที่มีชื่อเสียงมากของอังกฤษ นอกเหนือจากเป็นผู้อำนวยการสถาบัน ครูแมคยังเป็นยอดนักภูมิศาสตร์ ในเดือนมกราคม ค.ศ.1904 ขณะที่อากาศของอังกฤษ เกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ เย็นยะเยือก ครูแมคก็บรรยายทฤษฏีของตนเองให้สมาชิกสมาคมภูมิศาสตร์ Royal Geographical Society ของชาวเกาะใหญ่ฟัง ให้หนาวเย็นขึ้นไปอีก ในหัวข้อเรื่อง “The Geographical Pivot of History” จุดสำคัญทางภูมิศาสตร์ ที่สร้างประวัติศาสตร์ …. มันเป็นหัวข้อของการบอกเล่าถึงทฤษฏีที่สะเทือนโลกจริงๆ เพราะเป็นทฤษฏีที่ทำให้โลกนี้เกิดสงครามโลกมาแล้วทั้ง 2 ครั้ง และน่าเป็นห่วงว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 หากจะเกิดขึ้น ก็น่าจะไม่พ้นจากความคิด ที่มาจากทฤษฏีของครูแมคอีกเช่นกัน คำบรรยายของครูแมค สรุปว่า …การเป็นมหาอำนาจในโลกต่อไปในอนาคต ไม่ได้อยู่ที่การควบคุมเส้นทางทะเล อย่างที่อังกฤษคิด เข้าใจ และดำเนินมาตลอด “อีกแล้ว” หมดแล้ว จบแล้ว แต่ในทางตรงกันข้าม ใครก็ตาม ที่เป็นผู้ควบคุมบริเวณผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ ยาวติดต่อกันเป็นแผง ที่เรียกว่า ยูโร-เอเซีย หรือ ยูเรเซีย ต่างหาก ที่จะเป็นมหาอำนาจในโลก…. ครูแมค ยังนำแผนที่ ที่ทำขึ้นตามทฤษฏี มาแสดงประกอบการบรรยายให้เห็นแนวคิดของเขา ที่บอกว่า อาฟริกา เอเซีย และยุโรป ไม่ได้แยกออกจากกันเป็น 3 ทวีป แต่โดยความเป็นจริงแล้ว มันเป็นผืนแผ่นดินใหญ่แผ่นเดียวกัน ติดต่อกัน เหมือนเป็นเกาะใหญ่ของโลก World-Island ต่างหาก ทีนี้เข้าใจแล้วนะครับว่า ทำไมผมถึงเรียกอังกฤษว่า เป็นเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย เพราะไม่ได้ไปรวมอยู่กับพวก World-Island ได้เป็นเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย ก็ดีถมถืดแล้ว จริงๆ น่าจะเป็นแค่หูด หรือติ่ง เท่านั้นเอง ครูแมคยังบอกอีกว่า …..heartland กล่องดวงใจ หรือส่วนที่เป็นแกนกลางของ World-Island คือบริเวณตั้งแต่อ่าวเปอร์เซีย ไปจนถึงแม่น้ำแยงซีของจีน ใหญ่ยาว 4000 ไมล์ มันเป็นบริเวณที่ใหญ่มหึมา จนผู้ที่จะมีโอกาสควบคุมบริเวณนี้ได้ ก็มีแต่พวกประเทศที่อยู่แถว rimland หรือชายขอบ เช่น แถบยุโรปตะวันออก ที่มีเขตแดนติดกับ heartland หรือไม่ก็พวกบรรดาประเทศ ที่อยู่บริเวณชายฝั่งทะเล แต่ก็อยู่ไกล จนแทบจะเป็นไปได้ยากว่า จะเข้าไปถึงบริเวณกล่องดวงใจ … ตามทฤษฏีข้างต้นของครูแมค heartland นั้น หมายถึง บริเวณที่เป็นสหภาพโซเวียต และยุโรปตะวันออก คือ บริเวณที่เยอรมัน ออสเตรีย โปแลนด์ ฮังการี ตั้งอยู่ ครูแมคแถมอีกว่า การพยายามขุดคลองเจาะเข้าไปในแผ่นดิน ทำนองคลองสุเอซ มันก็แค่เสริมอำนาจ แต่ไม่พอหรอกที่จะเอาชนะพวกอยู่ด้านในกล่องดวงใจได้ …….ส่วนรางรถไฟที่จะวิ่งผ่านเข้าไปในทุ่งหญ้าสเตปป์ (ที่อยู่กลางรัสเซีย) นั่นต่างหากที่น่าสนใจ และจะทำให้ทุ่งหญ้าสเตปป์มีความหมายขึ้น เพราะมันจะเป็นการลดค่าใช้จ่าย จากการขนส่งที่ใช้ทางทะเล จึงอาจจะเป็นตัวเปลี่ยนอำนาจ จากเส้นทางทะเล มาอยู่บนด้านในของแผ่นดินก็ได้….. แล้ว ครูแมค ก็สรุปว่า… “ใครที่ครอบครองยุโรปตะวันออก จะได้ควบคุมกล่องดวงใจ ใครที่ครอบครองกล่องดวงใจ จะได้ควบคุมบริเวณ World-Island ใครที่ครอบครอง World-Island จะได้ควบคุมโลก” ตามทฤษฏีของครูแมค บริเวณของ World Island มีเนื้อที่ใหญ่เท่ากับ 60% ของส่วนที่เป็นแผ่นดินของโลก ส่วนอเมริกา และออสเตรเลีย ก็เลยเป็นแต่เกาะเล็กกะจิ๊ดในทฤษฏีของครูแมค (จะใหญ่เท่ากับหัวนิ้วโป้งของเท้าขวา หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ ผมเกิดไม่ทันที่จะได้มีโอกาสถามครูแมค) ตลอด 2 ชั่วโมง ของการบรรยายครั้งประวัติศาสตร์ของครูแมค ผู้ฟังต่างอึ้ง ทึ่ง และสงสัย แย่งกันถามครูแมคให้อธิบายต่อ ที่น่าสนใจคือ คำถามถึงการเป็นไปได้ ของการเข้าไปสู่กล่องดวงใจโดยทางอากาศ หรือโดยทางรางรถไฟ จำตรงนี้กันไว้นะครับ ครูแมคตอบแต่เพียงว่า …..วัตถุประสงค์ของผม ไม่ใช่การพยากรณ์ ว่า อนาคตของประเทศใดจะเป็นอย่างไร ผมเพียงแต่จะบอกว่า ภูมิศาสตร์นั้น สามารถนำไปปรับใช้ “สร้างสูตรทางการเมืองได้” … อนาคตของโลกจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่า พวกเราทั้งหลาย จะสามารถรักษาดุลยอำนาจในโลกอย่างไร ระหว่างประเทศที่อาศัยเส้นทางทะเล(พวกชาวเกาะ) กับ ประเทศ ที่อยู่แถบ heartland …ด้านในของพื้นดิน (พวกแแผ่นดินใหญ่) คำบรรยายของครูแมค น่าจะเป็นทั้งเข็มแทงใจดำใครบางคน …ฉิบหาย เกือบอดแดกแล้วสิกู….. และก็เป็นเข็มทิศ ในการสร้างยุทธศาสตร์ สำหรับหลายประเทศ วันที่ครูแมคบรรยาย นั่นมันนานกว่า 100 ปีแล้วนะครับ แต่น่าสนใจว่า ทั้ง 2 ขั้วอำนาจ เหมือนจะ เอาทฤษฏีของครูแมค มาปรับ “สร้างสูตรทางการเมือง” หรือ ยุทธศาสตร์ของตน และใช้จนถึงทุกวันนี้ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 22 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 228 มุมมอง 0 รีวิว
  • ชีวิตสุดสาหัสของทหารโรมันบนพรมแดนเหนือ ถูกเปิดเผยจากหลักฐานโบราณคดี

    เรื่องราวที่ซ่อนอยู่ใต้กำแพงเฮเดรียน
    งานวิจัยล่าสุดเผยให้เห็นความจริงอันโหดร้ายของชีวิตทหารโรมันที่ป้อม Vindolanda ใกล้กำแพงเฮเดรียน ทางตอนเหนือของอังกฤษ ทหารที่ประจำการอยู่ที่นี่ต้องเผชิญกับสภาพความเป็นอยู่ที่เต็มไปด้วยปรสิต ทั้งพยาธิลำไส้ เหา และโรคติดเชื้อจากสุขอนามัยที่ย่ำแย่ แม้จะมีโรงอาบน้ำและระบบน้ำใช้ แต่การปนเปื้อนจากอุจจาระในอาหาร น้ำ และมือของผู้คนยังคงเป็นปัญหาใหญ่ ทำให้เกิดการระบาดของโรคเรื้อรังที่บั่นทอนกำลังรบอย่างหนัก

    หลักฐานจาก “ท่อระบายน้ำโบราณ” ที่เล่าเรื่องได้มากกว่าหนังสือประวัติศาสตร์
    นักวิจัยจากเคมบริดจ์และอ็อกซ์ฟอร์ดตรวจสอบตะกอนจากท่อระบายน้ำโบราณกว่า 60 ตัวอย่าง พบไข่พยาธิจำนวนมาก รวมถึงพยาธิตัวกลม พยาธิปากขอ และที่น่าตื่นเต้นคือหลักฐานแรกของ Giardia duodenalis ในบริเตนยุคโรมัน ซึ่งเป็นเชื้อที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรงและเรื้อรัง การติดเชื้อเหล่านี้ทำให้ทหารอ่อนแรง น้ำหนักลด และขาดน้ำอย่างหนัก จนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มที่

    ชีวิตประจำวันของทหารที่ไม่ได้มีแต่การรบ แต่เต็มไปด้วยโรคภัย
    แม้ป้อมจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกตามมาตรฐานโรมัน แต่สภาพแวดล้อมชายแดนที่เปียกชื้นและหนาวเย็นทำให้โรคแพร่กระจายง่าย หลักฐานจากแผ่นไม้บันทึกกว่า 1,700 แผ่นยังระบุว่ามีทหารหลายคนถูกปลดจากเวรเพราะโรคตาแดง (conjunctivitis) ซึ่งเกิดจากนิสัยสุขอนามัยที่ไม่ดี เช่น การสัมผัสอุจจาระแล้วขยี้ตา นอกจากนี้ อาหารที่จำกัดและเน้นเนื้อหมูยังทำให้รูปแบบปรสิตคล้ายกับป้อมทหารโรมันในยุโรปเหนือหลายแห่ง

    ภาพลวงตาของ “ความสะอาดแบบโรมัน” ที่ไม่ตรงกับความจริง
    แม้ชาวโรมันจะมีชื่อเสียงเรื่องระบบสุขาภิบาลที่ล้ำสมัย แต่หลักฐานจาก Vindolanda ชี้ว่าความเป็นจริงในพื้นที่ชายแดนนั้นสกปรกและเต็มไปด้วยโรคมากกว่าที่เราคิด ทหารที่นี่ต้องทนทุกข์กับพยาธิตัวยาวถึง 30 เซนติเมตรในร่างกาย และโรคติดเชื้อที่อาจลุกลามเป็นการระบาดใหญ่ได้ง่าย ชีวิตชายแดนจึงไม่ได้มีแต่การต่อสู้กับศัตรู แต่ยังต้องต่อสู้กับโรคภัยที่มองไม่เห็นอีกด้วย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    ทหารโรมันที่ป้อม Vindolanda พบการติดเชื้อพยาธิและโรคทางเดินอาหารจำนวนมาก
    ตรวจพบไข่พยาธิหลายชนิด รวมถึงหลักฐานแรกของ Giardia ในบริเตนยุคโรมัน
    สุขอนามัยที่ไม่ดีทำให้เกิดการปนเปื้อนในอาหาร น้ำ และมือของผู้คน
    โรคเหล่านี้ทำให้ทหารอ่อนแรง น้ำหนักลด และไม่พร้อมรบ
    หลักฐานจากแผ่นไม้บันทึกเผยว่ามีทหารจำนวนหนึ่งป่วยจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

    คำเตือนหรือข้อควรระวังจากข้อมูลข่าว
    สุขอนามัยที่ไม่ดี—even ในสังคมที่มีระบบน้ำและอาบน้ำ—ยังคงทำให้เกิดโรคระบาดได้
    การปนเปื้อนอุจจาระในอาหารและน้ำเป็นสาเหตุหลักของโรคทางเดินอาหาร
    การตีความว่าชาวโรมัน “สะอาดมาก” อาจทำให้เข้าใจผิด เพราะหลักฐานจริงชี้ว่าชายแดนเต็มไปด้วยโรค
    โรคติดเชื้อเรื้อรังสามารถทำลายกำลังรบและความสามารถของกองทัพได้อย่างรุนแรง

    https://www.sciencealert.com/horror-of-life-on-roman-frontier-revealed-in-gut-wrenching-study
    🛡️ ชีวิตสุดสาหัสของทหารโรมันบนพรมแดนเหนือ ถูกเปิดเผยจากหลักฐานโบราณคดี 🏺 เรื่องราวที่ซ่อนอยู่ใต้กำแพงเฮเดรียน งานวิจัยล่าสุดเผยให้เห็นความจริงอันโหดร้ายของชีวิตทหารโรมันที่ป้อม Vindolanda ใกล้กำแพงเฮเดรียน ทางตอนเหนือของอังกฤษ ทหารที่ประจำการอยู่ที่นี่ต้องเผชิญกับสภาพความเป็นอยู่ที่เต็มไปด้วยปรสิต ทั้งพยาธิลำไส้ เหา และโรคติดเชื้อจากสุขอนามัยที่ย่ำแย่ แม้จะมีโรงอาบน้ำและระบบน้ำใช้ แต่การปนเปื้อนจากอุจจาระในอาหาร น้ำ และมือของผู้คนยังคงเป็นปัญหาใหญ่ ทำให้เกิดการระบาดของโรคเรื้อรังที่บั่นทอนกำลังรบอย่างหนัก 🧫 หลักฐานจาก “ท่อระบายน้ำโบราณ” ที่เล่าเรื่องได้มากกว่าหนังสือประวัติศาสตร์ นักวิจัยจากเคมบริดจ์และอ็อกซ์ฟอร์ดตรวจสอบตะกอนจากท่อระบายน้ำโบราณกว่า 60 ตัวอย่าง พบไข่พยาธิจำนวนมาก รวมถึงพยาธิตัวกลม พยาธิปากขอ และที่น่าตื่นเต้นคือหลักฐานแรกของ Giardia duodenalis ในบริเตนยุคโรมัน ซึ่งเป็นเชื้อที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรงและเรื้อรัง การติดเชื้อเหล่านี้ทำให้ทหารอ่อนแรง น้ำหนักลด และขาดน้ำอย่างหนัก จนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มที่ 🪖 ชีวิตประจำวันของทหารที่ไม่ได้มีแต่การรบ แต่เต็มไปด้วยโรคภัย แม้ป้อมจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกตามมาตรฐานโรมัน แต่สภาพแวดล้อมชายแดนที่เปียกชื้นและหนาวเย็นทำให้โรคแพร่กระจายง่าย หลักฐานจากแผ่นไม้บันทึกกว่า 1,700 แผ่นยังระบุว่ามีทหารหลายคนถูกปลดจากเวรเพราะโรคตาแดง (conjunctivitis) ซึ่งเกิดจากนิสัยสุขอนามัยที่ไม่ดี เช่น การสัมผัสอุจจาระแล้วขยี้ตา นอกจากนี้ อาหารที่จำกัดและเน้นเนื้อหมูยังทำให้รูปแบบปรสิตคล้ายกับป้อมทหารโรมันในยุโรปเหนือหลายแห่ง 🧱 ภาพลวงตาของ “ความสะอาดแบบโรมัน” ที่ไม่ตรงกับความจริง แม้ชาวโรมันจะมีชื่อเสียงเรื่องระบบสุขาภิบาลที่ล้ำสมัย แต่หลักฐานจาก Vindolanda ชี้ว่าความเป็นจริงในพื้นที่ชายแดนนั้นสกปรกและเต็มไปด้วยโรคมากกว่าที่เราคิด ทหารที่นี่ต้องทนทุกข์กับพยาธิตัวยาวถึง 30 เซนติเมตรในร่างกาย และโรคติดเชื้อที่อาจลุกลามเป็นการระบาดใหญ่ได้ง่าย ชีวิตชายแดนจึงไม่ได้มีแต่การต่อสู้กับศัตรู แต่ยังต้องต่อสู้กับโรคภัยที่มองไม่เห็นอีกด้วย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ ทหารโรมันที่ป้อม Vindolanda พบการติดเชื้อพยาธิและโรคทางเดินอาหารจำนวนมาก ➡️ ตรวจพบไข่พยาธิหลายชนิด รวมถึงหลักฐานแรกของ Giardia ในบริเตนยุคโรมัน ➡️ สุขอนามัยที่ไม่ดีทำให้เกิดการปนเปื้อนในอาหาร น้ำ และมือของผู้คน ➡️ โรคเหล่านี้ทำให้ทหารอ่อนแรง น้ำหนักลด และไม่พร้อมรบ ➡️ หลักฐานจากแผ่นไม้บันทึกเผยว่ามีทหารจำนวนหนึ่งป่วยจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ‼️ คำเตือนหรือข้อควรระวังจากข้อมูลข่าว ⛔ สุขอนามัยที่ไม่ดี—even ในสังคมที่มีระบบน้ำและอาบน้ำ—ยังคงทำให้เกิดโรคระบาดได้ ⛔ การปนเปื้อนอุจจาระในอาหารและน้ำเป็นสาเหตุหลักของโรคทางเดินอาหาร ⛔ การตีความว่าชาวโรมัน “สะอาดมาก” อาจทำให้เข้าใจผิด เพราะหลักฐานจริงชี้ว่าชายแดนเต็มไปด้วยโรค ⛔ โรคติดเชื้อเรื้อรังสามารถทำลายกำลังรบและความสามารถของกองทัพได้อย่างรุนแรง https://www.sciencealert.com/horror-of-life-on-roman-frontier-revealed-in-gut-wrenching-study
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Horror of Life on Roman Frontier Revealed in Gut-Wrenching Study
    Roman soldiers garrisoned at the fort of Vindolanda, located near Hadrian's Wall in northern England, were riddled with parasites that sapped their fighting fitness.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 143 มุมมอง 0 รีวิว
  • ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 สัปดาห์ที่ 20 "ฟูแล่ม พบ ลิเวอร์พูล" วันอาทิตย์ที่ 4 ม.ค. 2569 เวลา 22:15 น. ที่ สนาม คราเวน คอตเทจ
    ครึ่งแรก ฟูแล่ม ทำได้ดีขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 17 จากลูกยิงของ วิลสัน จบ 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล ตามอยู่ 0 : 1
    ครึ่งเวลาหลัง ลิเวอร์พูล มายิงตีเสมอได้จาก เวียทซ์ ในนาทีที่ 57 และมาได้อีกลูกจาก กัดโป ในนาทีที่ 94 แต่ฟูแล่มมายิงตีเสมอในนาทีที่ 97 โดย รีด สุดท้ายจบลงที่ 2 : 2
    ลิเวอร์พูล ยังอยู่อันดับที่ 4 ต่อไป มี 34 คะแนน
    ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 สัปดาห์ที่ 20 "ฟูแล่ม พบ ลิเวอร์พูล" วันอาทิตย์ที่ 4 ม.ค. 2569 เวลา 22:15 น. ที่ สนาม คราเวน คอตเทจ ครึ่งแรก ฟูแล่ม ทำได้ดีขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 17 จากลูกยิงของ วิลสัน จบ 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล ตามอยู่ 0 : 1 ครึ่งเวลาหลัง ลิเวอร์พูล มายิงตีเสมอได้จาก เวียทซ์ ในนาทีที่ 57 และมาได้อีกลูกจาก กัดโป ในนาทีที่ 94 แต่ฟูแล่มมายิงตีเสมอในนาทีที่ 97 โดย รีด สุดท้ายจบลงที่ 2 : 2 ลิเวอร์พูล ยังอยู่อันดับที่ 4 ต่อไป มี 34 คะแนน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 67 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 12

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 12
    จับลุงโอลองเข้าที่แล้ว คราวนี้ปาหี่ ก็ต้องเล่นฉากต่อไป ตัดกลับมาที่บ้านไอ้สองแสบ อเมริกาหน้าเครียด ทำเป็นถกกันว่า ตกลงจะเอาไงเรื่องไอซิส ในวันประชุม G8 ไม่กี่วันจากเกิดเหตุศุกร์ 13 ท่านใบตองแห้ง ยังบอกอยู่เลยว่า การที่อเมริกาเอากองทัพเข้าไป อาจจะเป็นเรื่องผิดพลาด เพราะวันนั้น ท่านใบตองแห้งยังล้อมคอกไม่เสร็จ จัดกองทัพไม่ทัน เลยต้องตีกรรเชียงไปก่อน
    ส่วนชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย ก็บอกว่าต้องถามความเห็นกันในสภาก่อน และก็ยังจัดประชุมไม่ได้ เพราะคะแนนเสียงให้เรียกประชุมสภายังไม่พอ
    แปลว่าเป็นบทตีกรรเชียงถ่วงเวลาของไอ้สองแสบครับ เพราะทั้งอเมริกา และอังกฤษ ยังอ่านเกมรัสเซียไม่ขาด โดยเฉพาะในแง่อาวุธและกองกำลัง และที่สำคัญ ยังไม่แน่ใจท่าที ของตัวละครสำคัญ อีก 3 ราย
    (สำหรับท่านที่เข้ามาอ่านนิทานใหม่ๆ ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ผมหมายถึงอังกฤษนะครับ มีคนว่ามาแล้ว ว่า ไม่ชอบที่ผมเรียกแบบนี้ แต่ผมชอบของผม ส่วนท่านใบตองแห้ง ก็มีผู้ถามมาเช่นกัน ว่าใครคะ ผมหมายถึง อเมริกา และหัวหน้าใหญ่ของอเมริกาครับ ที่ชอบออกอาการเหมือนไอ้ตัวที่นอนอยู่แถวหน้าประตูบ้านผม เวลามันเห็นลมพัดใบตองแห้ง มันเป็นต้องส่งเสียงทุกที ทั้งๆที่บางทีไม่อะไรเลย นอกจากใบตองแห้ง กับเงาของมันเอง หาเรื่องให้เราตื่นเต้นตามอยู่เรื่อย)
    ตัวละครสำคัญ 3 ราย เป็นใครนะ บางรายน่าจะเดากันถูก แต่บางรายอาจนึกไม่ถึงกัน
    รายที่หนึ่ง คือ จีน ที่คาดกันอยู่แล้วว่า อยู่เคียงข้างรัสเซีย แต่เคียงข้างขนาดไหนในการที่รัสเซียเข้าไปในซีเรีย ที่อาจบานปลายไปเป็นการรบใหญ่ จะเคียงข้างหลัง แบบฝรั่งเศสกับอเมริกาที่ผลัดกันด่าหรือเปล่า หรือ เคียงข้างแบบไหล่ชนไหล่กัน เหมือนอเมริกากับอังกฤษ
    รายที่สอง คือ อินเดีย ที่ทั้งฝ่ายรัสเซียและฝ่ายอเมริกา ต่างก็อยากได้อินเดียเป็นพวกทั้งสิ้น เพราะ อินเดียถือเป็น swing state รายหนึ่ง ที่มีน้ำหนักมากทั้งในแง่เศรษฐกิจ และสถานที่ตั้ง
    เราจึงเห็นว่า ระหว่างที่รัสเซียไล่ถล่มฝ่ายกบฏอยู่ในซีเรีย และอเมริกาแสดงท่าเนือยๆ เหมือนไม่สนใจจะร่วมรายการใดด้วย แต่แท้จริงแล้ว ไอ้สองแสบแบ่งบทกันเล่น ชาวเกาะรับหน้าที่ถือปรอทวัดอุณหภูมิของจีนและอินเดียแทนอเมริกา โปรดอย่าลืมลิ้นการทูตอันยาวของอังกฤษ ที่สามารถตวัดให้สงครามโลกเกิดมาแล้วถึง 2 ครั้ง
    อาจมีผู้ค้านว่า อังกฤษน่าจะมีหมายเชิญ จีนและอินเดีย มานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเชิญมาวัดปรอท แต่ผมมีความเห็นว่า เชิญเมื่อไหร่ ไม่สำคัญเท่ากับ “ต้อนรับ” อย่างไร และผู้ที่ติดตามข่าว คงเห็นแล้วว่า อังกฤษต้อนรับจีน ชนิดครบเครื่องใหญ่ แบบที่เรียกว่า ปูพรมแดง ต่างกับอเมริกา ที่รับจีนก่อนหน้านั้น อย่างแทบจะเรียกว่า แบบเสียไม่ได้
    ส่วนการต้อนรับอินเดียก็ใหญ่โตเช่นเดียวกัน และผมเข้าใจว่า การวัดปรอทของอินเดีย คงออกมาได้ผลตามต้องการ ว่าไม่น่ามีโรคแทรกซ้อน ส่วนของจีนนั้น ปรอทคงทำงานไม่ค่อยแม่นยำ เพราะจีนไม่ได้ดูง่าย การขนเอาราชวงศ์ใส่มงกุฏเพชรเพียบมารับจีน นึกว่าจีนจะเคลิ้ม อังกฤษคงลืมไป ชุดงิ้วจีนใช่ว่าไม่มีเครื่องประดับแพรวพราวนะครับ แค่นี้คงไม่ทำให้จีนตื่นเต้น อีกอย่างจีนคงยังไม่อยากกลับไปติดฝิ่นอีก ต่างกับอินเดีย ที่ตอนนี้ทำท่าจะเป็นฝรั่งมากกว่าตะวันตกเอาด้วยซ้ำ
    รายที่สาม คือ ตุรกี ตุรกีนก 2 หัว ผมตามดูพฤติกรรมตุรกีมาประมาณ 2 ปี ว่า เมื่อถึงเวลาสำคัญ ตุรกี จะยืนตรงไหน การดูของผมไม่มีความหมายมากมาย มันเป็นการทดสอบว่า ทฤษฏีการวิเคราะห์ของตัวเอง ออกอ่าวหรือเปล่าเท่านั้น แต่ตุรกีจะยืนอยู่ทางไหน สำหรับอเมริกาและ รัสเซียต่างหาก ที่สำคัญอย่างยิ่ง
    และเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตุรกี ก็ตอบข้อสงสัยของผม
    สื่อพากันลงข่าวใหญ่ว่า ตุรกีสอยเครื่องบินรบของรัสเซีย!
    ฮ้า … ตุรกีสอยทำไม หรือเราอาจจะต้องตั้งคำถามใหม่ว่า ใครสอยเครื่องบินรบรัสเซียกันแน่ แล้วทำไมตุรกีต้องเสือกมาออกรับแทน
    ผมว่า ตุรกีไม่มีความกล้าหาญพอที่จะยิงเครื่องบินรบรัสเซีย ตุรกีมีแต่ความถนัดกลิ้ง แต่ไม่ถนัดรบครับ อ้าวแล้วทะลึ่งไปสอยซูกอยของเขาทำไม ก็นั่นนะซี ถึงว่าไม่น่าจะใช่ฝีมือตุรกี
    ถ้างั้นใครสอยล่ะ ก็ใครล่ะที่มีฐานทัพใหญ่เบ้อเริ่มที่ Incirik ในตุรกี ก็ไม่พ้นอเมริกาอีก….
    ถ้าตุรกีไม่ได้สอย เป็นอเมริกาสอย อเมริกาทำ ทำไม และทำไมตุรกียอมสมอ้าง
    คำตอบมีเยอะแยะ
    คำตอบแรก คือ อเมริกาทำ เพราะต้องการสร้างเรื่อง หรือตอกลิ่มให้ตุรกีหลุดจากความสัมพันธ์กับฝ่ายรัสเซียโดยสิ้นเชิง เพราะ อย่าลืมว่า ตามทฤษฏีของไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ตุรกี เป็น 1 ใน 2 ประเทศ ที่สำคัญต่อแผนพิฆาตรัสเซีย
    ตุรกี รัสเซีย อิหร่าน มีสัมพันธ์ระหว่างกันมานาน และอเมริกาก็จับตาความสัมพันธ์ของ 3 หน่อ อย่างใกล้ชิด ยิ่งถ้าอิหร่านไปจับมือกับรัสเซีย อเมริกายิ่งต้องพยายามไม่ให้ตุรกีหลุดมือ
    ตุรกี มีทีท่าว่า ไม่ใช่แค่จับมือกับรัสเซีย แต่ยังจะจับมือกับจีน เพื่อนรักของรัสเซีย อีกด้วย สำหรับท่านที่เคยอ่านนิทานเรื่องเก่าๆ คงจำได้ว่า ตุรกีคิดจะสร้างระบบต่อต้านการยิงจรวด มาตั้งแต่ ค.ศ.2009 ตุรกี ประกาศเชิญชวนผู้มารับเหมาสร้างระบบ ฝ่ายตะวันตกส่งเข้าประกวดเพียบ รวมทั้งมีม้ามืด คือ จีน และตุรกีก็ประกาศ ในปี ค.ศ.2013 ว่า ม้ามืดเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก
    แบบนี้ก็งานเข้า ฝ่ายตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกา ด่าเช็ดตุรกี ว่าอย่างนี้ ก็เท่ากับเป็นการเปิดไต๋ให้จีนรู้ระบบความมั่นคงของทางฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะของอเมริกา นาโต้ ที่แชร์ระบบกับตุรกีน่ะสิ และอาจจะรู้ไปถึงรัสเซียด้วย มิฉิบหายกันหมดเรอะ หลังจากนั้น ก็มีการระเบิด การประท้วง เกิดขึ้นถี่ ที่ตุรกี แทบจะไม่เว้นแต่ละวัน บทแบบนี้คุ้นไหมครับ
    ตุรกี เลื่อนการประกาศการทำสัญญากับจีน ประมาณ 4 ครั้ง ในช่วงปีครึ่ง และในที่สุดก็ประกาศยกเลิกเมื่อประมาณต้นปี ค.ศ.2015 นี้เอง บอกว่า ไม่สร้างแล้วเว้ย และนั่นคงทำให้รัสเซียเห็นแล้วว่า อเมริกากำลังเดินเกม ตามแผนพิฆาตอย่างไม่มีหลุด อเมริกา ไม่มีทางปล่อยมือจากคอตุรกี
    คำตอบที่สอง ที่ผมคิดว่าอเมริกาน่าจะเป็นคนสอยซูกอย เพราะอเมริกาน่าจะต้องการเปลี่ยนสนามรบ มารบในแถบตุรกี ที่ตุรกีสามารถใช้สิทธิยิงเครื่องบินรัสเซียและพวกได้ อย่างถูกต้องตามกฏนานาชาติ นอกจากนี้ อเมริกามีฐานทัพใหญ่ อยู่ในตุรกีหลายแห่ง และยังอยู่ใกล้กับกองทัพนาโต้ ที่มีอยู่เต็มด้านนั้น และมีทางหนีที่ไล่ ดีกว่าเข้าไปรบกับรัสเซียในเขตซีเรีย ที่นาโต้ยังไม่ได้เข้าไป และไม่แน่ว่าเข้าไปแล้วจะเจออะไร เพราะรัสเซียกับพวก ได้เข้าไปก่อนแล้ว ใครเข้าไปก่อนย่อมได้เปรียบ
    ถ้าอเมริกาต้องการเป็นฝ่ายกำหนดสนามรบ อเมริกาก็ต้องสร้างเรื่อง ให้รัสเซียโกรธจัดตุรกี โกรธพอที่ย้ายสนามรบจากซีเรีย มาตุรกี และดูเหมือน อเมริกาจะทำสำเร็จ คือทำให้รัสเซียโกรธ แต่จะได้ผลอื่นตามแผนของอเมริกา หรือไม่ ต้องดูกันต่อไป
    อย่างนี้ แปลว่า อเมริกาน่าจะกำลังจัดทัพ เตรียมตัวที่จะรบแล้ว ?!
    มาถึงคำถามต่อไป แล้วตุรกีรับสมอ้างว่า ตนเองเป็นฝ่ายยิงทำไม
    คำตอบ คือ ตุรกีอยู่กับฝ่ายเอาอเมริกามาตลอดเวลา ไม่เคยเปลี่ยนใจ เพราะตุรกีนั้นแม้จะอยู่ในตะวันออกกลาง แต่ก็ปลื้มตะวันตก เอียงไปทางฝรั่งตะวันตกมาตลอดตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ร้อยกว่าปีมาแล้วนะ ตุรกีเห็นอังกฤษเป็นต้นแบบอย่างไร ก็เห็นอยู่อย่างนั้น การมาคบค้ากับรัสเซีย อิหร่าน จีน ก็เพื่อผลประโยชน์ทั้งสิ้น ไม่ใช่น้ำใจไมตรีจริงจัง แม้จะเล่นบทงอนกับอเมริกา ก็ไม่ต่างกับบทงอนของอิสราเอล หรือ ซาอุดิอารเบีย มันเป็นบทงอนขึ้นราคา ทั้งนั้น
    รัสเซียและอิหร่าน คงเห็นไส้ในของตุรกีชัดแล้วจากกรณีซีเรีย ที่ตุรกี เป็นหนึ่งในโต้โผ ที่ไปจัดหนัก ทั้งนักรบเติมเงิน และอาวุธมาถล่มอัสสาด ถ้ารัสเซียเอียงไปทางตุรกี รัสเซียคงไม่เข้ามาในซีเรียแน่ ยกเว้นแต่ จะมีรายการตกลงต้ม 3 ชั้นกันไว้ และการสอยซูกอย คงเป็นอุบัติการณ์สำคัญ ที่ทำให้รัสเซียหลุดปากออกมาว่า เป็นการถูกแทงข้างหลัง
    เพราะฉะนั้น ในความเห็นผม เรื่องกบฏชาวเคิร์ด เรื่องลูกชายประธานาธิบดีตุรกี (ที่ถูกสื่อแดกเอาว่าเป็นสุลต่าน) ค้าน้ำมันกับไอซิส ไม่ใช่เป็นสาเหตุเกี่ยวกับการสอยซูกอยเลย
    ผมกลับมองว่า คุณพี่ปูตินนี่แสบไม่เบา เอาเรื่องลูกสุลต่านค้าน้ำมันกับไอซิสมากระจายหน้าจอ เพราะมันเป็นการซื้อน้ำมันราคาถูก ที่ใครๆ ก็ซื้อกันทั้งนั้น แต่คนที่กำลังกระอัก คือคนที่หวังจะขายน้ำมันราคาแพงต่างหาก แบบพวกเสี่ยปั้มใหญ่และก๊วน และอีกพวกที่สำคัญกว่าสำหรับอเมริกาคือ บริษัทน้ำมันของพวกตะวันตกเองนั่นแหละครับ ที่กำลังขาดรายได้จากน้ำมันไอซิสราคาถูก ที่กำลังกระจายในตลาด มันเป็นการแฉ ให้พวกเดียวเชือดกันเอง มึงอยากเป็นนกสองหัวดีนัก และเราก็คอยดูไปแล้วกันว่า ท่านสุลต่านจะนั่งบัลลังค์ได้นานไหม แม้จะยอมให้อ้างชื่อว่าเป็นคนสอยซูกอย
    วันนี้ขอจบการวิเคราะห์ ไว้แค่นี้ก่อน เราคงต้องจับตาดูว่า อเมริกา อังกฤษ อียู นาโต้ จะเคลื่อนไหวอย่างไร แต่ผมคาดว่า ยังจัดทัพกันไม่เสร็จครับ คงยังมีการตีกรรเชียงต่อ อีกสักฉาก 2 ฉาก และผมจะกลับมาเขียนตอนต่อไป ส่วนที่น่าจะเกี่ยวกับบ้านเรา หลังวันที่ 5 ธันวาคมนะครับ วันพ่อ ของดเขียนเรื่องไม่เป็นมงคลครับ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    4 ธ.ค. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 12 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 12 จับลุงโอลองเข้าที่แล้ว คราวนี้ปาหี่ ก็ต้องเล่นฉากต่อไป ตัดกลับมาที่บ้านไอ้สองแสบ อเมริกาหน้าเครียด ทำเป็นถกกันว่า ตกลงจะเอาไงเรื่องไอซิส ในวันประชุม G8 ไม่กี่วันจากเกิดเหตุศุกร์ 13 ท่านใบตองแห้ง ยังบอกอยู่เลยว่า การที่อเมริกาเอากองทัพเข้าไป อาจจะเป็นเรื่องผิดพลาด เพราะวันนั้น ท่านใบตองแห้งยังล้อมคอกไม่เสร็จ จัดกองทัพไม่ทัน เลยต้องตีกรรเชียงไปก่อน ส่วนชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย ก็บอกว่าต้องถามความเห็นกันในสภาก่อน และก็ยังจัดประชุมไม่ได้ เพราะคะแนนเสียงให้เรียกประชุมสภายังไม่พอ แปลว่าเป็นบทตีกรรเชียงถ่วงเวลาของไอ้สองแสบครับ เพราะทั้งอเมริกา และอังกฤษ ยังอ่านเกมรัสเซียไม่ขาด โดยเฉพาะในแง่อาวุธและกองกำลัง และที่สำคัญ ยังไม่แน่ใจท่าที ของตัวละครสำคัญ อีก 3 ราย (สำหรับท่านที่เข้ามาอ่านนิทานใหม่ๆ ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ผมหมายถึงอังกฤษนะครับ มีคนว่ามาแล้ว ว่า ไม่ชอบที่ผมเรียกแบบนี้ แต่ผมชอบของผม ส่วนท่านใบตองแห้ง ก็มีผู้ถามมาเช่นกัน ว่าใครคะ ผมหมายถึง อเมริกา และหัวหน้าใหญ่ของอเมริกาครับ ที่ชอบออกอาการเหมือนไอ้ตัวที่นอนอยู่แถวหน้าประตูบ้านผม เวลามันเห็นลมพัดใบตองแห้ง มันเป็นต้องส่งเสียงทุกที ทั้งๆที่บางทีไม่อะไรเลย นอกจากใบตองแห้ง กับเงาของมันเอง หาเรื่องให้เราตื่นเต้นตามอยู่เรื่อย) ตัวละครสำคัญ 3 ราย เป็นใครนะ บางรายน่าจะเดากันถูก แต่บางรายอาจนึกไม่ถึงกัน รายที่หนึ่ง คือ จีน ที่คาดกันอยู่แล้วว่า อยู่เคียงข้างรัสเซีย แต่เคียงข้างขนาดไหนในการที่รัสเซียเข้าไปในซีเรีย ที่อาจบานปลายไปเป็นการรบใหญ่ จะเคียงข้างหลัง แบบฝรั่งเศสกับอเมริกาที่ผลัดกันด่าหรือเปล่า หรือ เคียงข้างแบบไหล่ชนไหล่กัน เหมือนอเมริกากับอังกฤษ รายที่สอง คือ อินเดีย ที่ทั้งฝ่ายรัสเซียและฝ่ายอเมริกา ต่างก็อยากได้อินเดียเป็นพวกทั้งสิ้น เพราะ อินเดียถือเป็น swing state รายหนึ่ง ที่มีน้ำหนักมากทั้งในแง่เศรษฐกิจ และสถานที่ตั้ง เราจึงเห็นว่า ระหว่างที่รัสเซียไล่ถล่มฝ่ายกบฏอยู่ในซีเรีย และอเมริกาแสดงท่าเนือยๆ เหมือนไม่สนใจจะร่วมรายการใดด้วย แต่แท้จริงแล้ว ไอ้สองแสบแบ่งบทกันเล่น ชาวเกาะรับหน้าที่ถือปรอทวัดอุณหภูมิของจีนและอินเดียแทนอเมริกา โปรดอย่าลืมลิ้นการทูตอันยาวของอังกฤษ ที่สามารถตวัดให้สงครามโลกเกิดมาแล้วถึง 2 ครั้ง อาจมีผู้ค้านว่า อังกฤษน่าจะมีหมายเชิญ จีนและอินเดีย มานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเชิญมาวัดปรอท แต่ผมมีความเห็นว่า เชิญเมื่อไหร่ ไม่สำคัญเท่ากับ “ต้อนรับ” อย่างไร และผู้ที่ติดตามข่าว คงเห็นแล้วว่า อังกฤษต้อนรับจีน ชนิดครบเครื่องใหญ่ แบบที่เรียกว่า ปูพรมแดง ต่างกับอเมริกา ที่รับจีนก่อนหน้านั้น อย่างแทบจะเรียกว่า แบบเสียไม่ได้ ส่วนการต้อนรับอินเดียก็ใหญ่โตเช่นเดียวกัน และผมเข้าใจว่า การวัดปรอทของอินเดีย คงออกมาได้ผลตามต้องการ ว่าไม่น่ามีโรคแทรกซ้อน ส่วนของจีนนั้น ปรอทคงทำงานไม่ค่อยแม่นยำ เพราะจีนไม่ได้ดูง่าย การขนเอาราชวงศ์ใส่มงกุฏเพชรเพียบมารับจีน นึกว่าจีนจะเคลิ้ม อังกฤษคงลืมไป ชุดงิ้วจีนใช่ว่าไม่มีเครื่องประดับแพรวพราวนะครับ แค่นี้คงไม่ทำให้จีนตื่นเต้น อีกอย่างจีนคงยังไม่อยากกลับไปติดฝิ่นอีก ต่างกับอินเดีย ที่ตอนนี้ทำท่าจะเป็นฝรั่งมากกว่าตะวันตกเอาด้วยซ้ำ รายที่สาม คือ ตุรกี ตุรกีนก 2 หัว ผมตามดูพฤติกรรมตุรกีมาประมาณ 2 ปี ว่า เมื่อถึงเวลาสำคัญ ตุรกี จะยืนตรงไหน การดูของผมไม่มีความหมายมากมาย มันเป็นการทดสอบว่า ทฤษฏีการวิเคราะห์ของตัวเอง ออกอ่าวหรือเปล่าเท่านั้น แต่ตุรกีจะยืนอยู่ทางไหน สำหรับอเมริกาและ รัสเซียต่างหาก ที่สำคัญอย่างยิ่ง และเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตุรกี ก็ตอบข้อสงสัยของผม สื่อพากันลงข่าวใหญ่ว่า ตุรกีสอยเครื่องบินรบของรัสเซีย! ฮ้า … ตุรกีสอยทำไม หรือเราอาจจะต้องตั้งคำถามใหม่ว่า ใครสอยเครื่องบินรบรัสเซียกันแน่ แล้วทำไมตุรกีต้องเสือกมาออกรับแทน ผมว่า ตุรกีไม่มีความกล้าหาญพอที่จะยิงเครื่องบินรบรัสเซีย ตุรกีมีแต่ความถนัดกลิ้ง แต่ไม่ถนัดรบครับ อ้าวแล้วทะลึ่งไปสอยซูกอยของเขาทำไม ก็นั่นนะซี ถึงว่าไม่น่าจะใช่ฝีมือตุรกี ถ้างั้นใครสอยล่ะ ก็ใครล่ะที่มีฐานทัพใหญ่เบ้อเริ่มที่ Incirik ในตุรกี ก็ไม่พ้นอเมริกาอีก…. ถ้าตุรกีไม่ได้สอย เป็นอเมริกาสอย อเมริกาทำ ทำไม และทำไมตุรกียอมสมอ้าง คำตอบมีเยอะแยะ คำตอบแรก คือ อเมริกาทำ เพราะต้องการสร้างเรื่อง หรือตอกลิ่มให้ตุรกีหลุดจากความสัมพันธ์กับฝ่ายรัสเซียโดยสิ้นเชิง เพราะ อย่าลืมว่า ตามทฤษฏีของไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ตุรกี เป็น 1 ใน 2 ประเทศ ที่สำคัญต่อแผนพิฆาตรัสเซีย ตุรกี รัสเซีย อิหร่าน มีสัมพันธ์ระหว่างกันมานาน และอเมริกาก็จับตาความสัมพันธ์ของ 3 หน่อ อย่างใกล้ชิด ยิ่งถ้าอิหร่านไปจับมือกับรัสเซีย อเมริกายิ่งต้องพยายามไม่ให้ตุรกีหลุดมือ ตุรกี มีทีท่าว่า ไม่ใช่แค่จับมือกับรัสเซีย แต่ยังจะจับมือกับจีน เพื่อนรักของรัสเซีย อีกด้วย สำหรับท่านที่เคยอ่านนิทานเรื่องเก่าๆ คงจำได้ว่า ตุรกีคิดจะสร้างระบบต่อต้านการยิงจรวด มาตั้งแต่ ค.ศ.2009 ตุรกี ประกาศเชิญชวนผู้มารับเหมาสร้างระบบ ฝ่ายตะวันตกส่งเข้าประกวดเพียบ รวมทั้งมีม้ามืด คือ จีน และตุรกีก็ประกาศ ในปี ค.ศ.2013 ว่า ม้ามืดเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก แบบนี้ก็งานเข้า ฝ่ายตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกา ด่าเช็ดตุรกี ว่าอย่างนี้ ก็เท่ากับเป็นการเปิดไต๋ให้จีนรู้ระบบความมั่นคงของทางฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะของอเมริกา นาโต้ ที่แชร์ระบบกับตุรกีน่ะสิ และอาจจะรู้ไปถึงรัสเซียด้วย มิฉิบหายกันหมดเรอะ หลังจากนั้น ก็มีการระเบิด การประท้วง เกิดขึ้นถี่ ที่ตุรกี แทบจะไม่เว้นแต่ละวัน บทแบบนี้คุ้นไหมครับ ตุรกี เลื่อนการประกาศการทำสัญญากับจีน ประมาณ 4 ครั้ง ในช่วงปีครึ่ง และในที่สุดก็ประกาศยกเลิกเมื่อประมาณต้นปี ค.ศ.2015 นี้เอง บอกว่า ไม่สร้างแล้วเว้ย และนั่นคงทำให้รัสเซียเห็นแล้วว่า อเมริกากำลังเดินเกม ตามแผนพิฆาตอย่างไม่มีหลุด อเมริกา ไม่มีทางปล่อยมือจากคอตุรกี คำตอบที่สอง ที่ผมคิดว่าอเมริกาน่าจะเป็นคนสอยซูกอย เพราะอเมริกาน่าจะต้องการเปลี่ยนสนามรบ มารบในแถบตุรกี ที่ตุรกีสามารถใช้สิทธิยิงเครื่องบินรัสเซียและพวกได้ อย่างถูกต้องตามกฏนานาชาติ นอกจากนี้ อเมริกามีฐานทัพใหญ่ อยู่ในตุรกีหลายแห่ง และยังอยู่ใกล้กับกองทัพนาโต้ ที่มีอยู่เต็มด้านนั้น และมีทางหนีที่ไล่ ดีกว่าเข้าไปรบกับรัสเซียในเขตซีเรีย ที่นาโต้ยังไม่ได้เข้าไป และไม่แน่ว่าเข้าไปแล้วจะเจออะไร เพราะรัสเซียกับพวก ได้เข้าไปก่อนแล้ว ใครเข้าไปก่อนย่อมได้เปรียบ ถ้าอเมริกาต้องการเป็นฝ่ายกำหนดสนามรบ อเมริกาก็ต้องสร้างเรื่อง ให้รัสเซียโกรธจัดตุรกี โกรธพอที่ย้ายสนามรบจากซีเรีย มาตุรกี และดูเหมือน อเมริกาจะทำสำเร็จ คือทำให้รัสเซียโกรธ แต่จะได้ผลอื่นตามแผนของอเมริกา หรือไม่ ต้องดูกันต่อไป อย่างนี้ แปลว่า อเมริกาน่าจะกำลังจัดทัพ เตรียมตัวที่จะรบแล้ว ?! มาถึงคำถามต่อไป แล้วตุรกีรับสมอ้างว่า ตนเองเป็นฝ่ายยิงทำไม คำตอบ คือ ตุรกีอยู่กับฝ่ายเอาอเมริกามาตลอดเวลา ไม่เคยเปลี่ยนใจ เพราะตุรกีนั้นแม้จะอยู่ในตะวันออกกลาง แต่ก็ปลื้มตะวันตก เอียงไปทางฝรั่งตะวันตกมาตลอดตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ร้อยกว่าปีมาแล้วนะ ตุรกีเห็นอังกฤษเป็นต้นแบบอย่างไร ก็เห็นอยู่อย่างนั้น การมาคบค้ากับรัสเซีย อิหร่าน จีน ก็เพื่อผลประโยชน์ทั้งสิ้น ไม่ใช่น้ำใจไมตรีจริงจัง แม้จะเล่นบทงอนกับอเมริกา ก็ไม่ต่างกับบทงอนของอิสราเอล หรือ ซาอุดิอารเบีย มันเป็นบทงอนขึ้นราคา ทั้งนั้น รัสเซียและอิหร่าน คงเห็นไส้ในของตุรกีชัดแล้วจากกรณีซีเรีย ที่ตุรกี เป็นหนึ่งในโต้โผ ที่ไปจัดหนัก ทั้งนักรบเติมเงิน และอาวุธมาถล่มอัสสาด ถ้ารัสเซียเอียงไปทางตุรกี รัสเซียคงไม่เข้ามาในซีเรียแน่ ยกเว้นแต่ จะมีรายการตกลงต้ม 3 ชั้นกันไว้ และการสอยซูกอย คงเป็นอุบัติการณ์สำคัญ ที่ทำให้รัสเซียหลุดปากออกมาว่า เป็นการถูกแทงข้างหลัง เพราะฉะนั้น ในความเห็นผม เรื่องกบฏชาวเคิร์ด เรื่องลูกชายประธานาธิบดีตุรกี (ที่ถูกสื่อแดกเอาว่าเป็นสุลต่าน) ค้าน้ำมันกับไอซิส ไม่ใช่เป็นสาเหตุเกี่ยวกับการสอยซูกอยเลย ผมกลับมองว่า คุณพี่ปูตินนี่แสบไม่เบา เอาเรื่องลูกสุลต่านค้าน้ำมันกับไอซิสมากระจายหน้าจอ เพราะมันเป็นการซื้อน้ำมันราคาถูก ที่ใครๆ ก็ซื้อกันทั้งนั้น แต่คนที่กำลังกระอัก คือคนที่หวังจะขายน้ำมันราคาแพงต่างหาก แบบพวกเสี่ยปั้มใหญ่และก๊วน และอีกพวกที่สำคัญกว่าสำหรับอเมริกาคือ บริษัทน้ำมันของพวกตะวันตกเองนั่นแหละครับ ที่กำลังขาดรายได้จากน้ำมันไอซิสราคาถูก ที่กำลังกระจายในตลาด มันเป็นการแฉ ให้พวกเดียวเชือดกันเอง มึงอยากเป็นนกสองหัวดีนัก และเราก็คอยดูไปแล้วกันว่า ท่านสุลต่านจะนั่งบัลลังค์ได้นานไหม แม้จะยอมให้อ้างชื่อว่าเป็นคนสอยซูกอย วันนี้ขอจบการวิเคราะห์ ไว้แค่นี้ก่อน เราคงต้องจับตาดูว่า อเมริกา อังกฤษ อียู นาโต้ จะเคลื่อนไหวอย่างไร แต่ผมคาดว่า ยังจัดทัพกันไม่เสร็จครับ คงยังมีการตีกรรเชียงต่อ อีกสักฉาก 2 ฉาก และผมจะกลับมาเขียนตอนต่อไป ส่วนที่น่าจะเกี่ยวกับบ้านเรา หลังวันที่ 5 ธันวาคมนะครับ วันพ่อ ของดเขียนเรื่องไม่เป็นมงคลครับ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 4 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 217 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 11

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 11
    ทำไมฝรั่งเศสถึงเจออาถรรพ์ศุกร์ 13 พฤศจิกายน ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องเรือรบ Mistral แต่เรื่องของฝรั่งเศสไม่ได้มีเพียงแค่นั้น ฝรั่งเศสกำลังทำตัวเหมือนเหยียบเรือสองแคม ลุงโอลองถึงก้นร้อนจนควันออกตูด
    ในปี ค.ศ.2011 เมื่ออเมริกาและกองกำลังนาโต้ ให้กลุ่มอัลไคด้าเล่นละครเป็นกบฏลิเบีย เป้าหมายไม่ใช่เพียงเก็บกัดดาฟี เป้าหมายจริงของฝ่ายอเมริกา คือ คลังอาวุธของกัดดาฟี ที่มีมโหฬารต่างหาก เขาว่าที่กัดดาฟีสร้างเป็นโกดังเก็บอาวุธไว้ใต้ดิน มีเป็นพันแห่ง และก็มีอีกส่วนเป็นโกดังอยู่บนดินเรียงยาวเป็นหลายกิโล
    เมื่อแผนแท้จริงของอเมริกาและพวก คือ การเอาปั๊มไม่เอาคน ไปจนถึงแผนพิฆาตรัสเซีย โดยสร้างผู้ก่อการร้ายพันธุ์ต่างๆ มาสร้างกบฏ สร้างความวุ่นวายตามที่ต่างๆ พวกพันธุ์ต่างๆนั้นมีแล้ว จะเอาจากที่ไหน ก็หลอก หรือจ่ายมาได้ทั้งนั้น แต่อาวุธสิ…ยังไม่มี อเมริกาบอกไม่ยากนี่ ก็สร้างเรื่องไปปล้นเอาอาวุธเขามาก็แค่นั้น แล้วหวยก็ไปออกที่กัดดาฟี ที่ดันมีอาวุธแยะเหลือเกิน
    เมื่อกัดดาฟี ถูกเก็บตามแผนปล้นอาวุธ (ไม่ใช่เพราะเป็นเผด็จการหรอกนะครับ ไอ้นั่นเอาไว้เป็นบทหนังเรื่อง เบงกาซี ของฮอลลีวู้ดก็แล้วกัน) อาวุธกัดดาฟี ก็โดนโจรที่ไปปล้นแย่งชิงกันเอง
    มีรายงานของ สหประชาชาติเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธ บอกว่า อาวุธของกัดดาฟี ไปโผล่มากกว่า 12 ประเทศ เป็นอาวุธทันสมัยทั้งสิ้น แต่อาวุธยอดนิยมที่แย่งกันมากในหมู่ผู้ก่อการร้าย คือ man portable surface-to- air missiles (SAMs) แค่แบกบ่าหงายหน้าหน่อยก็สอยเครื่องบินตกได้ อานุภาพของมิสเตอร์แซมแรงขนาดนั้นใครๆก็อยากได้ (ฟรี)
    12 ประเทศมีใครบ้าง สหประชาชาติไม่บอก แต่สำนักข่าวใต้ดินบอกว่า เอาข่าวผมดีกว่าลุง เขาแบ่งกันเป็นกลุ่มแบบนี้เลยนะ
    อาวุธส่วนใหญ่ เจ้ามือชื่ออเมริกาเป็นคนเอาไป (โดยให้ทูตของตัวทำหน้าที่คุมการขนส่ง เยี่ยมจริงๆ เสร็จนาก็ฆ่าควาย) เพื่อเอาไปให้อัลไคด้า ไอซิส ฯลฯ ทำตัวเป็นกบฏซีเรียสู้อัสสาด กับบุกอิรัค เอาน้ำมันมาเป็นทุน ทำสงคราม…อย่างนี้เรียกว่า จัญไรไหมครับ
    อาวุธส่วนสอง เขาว่าโผล่ที่อียิปต์ อัลไคด้าแถวไซไนได้ไปเพียบ เครื่องบินโดยสารรัสเซียตกที่ไซไน อัลไคด้าแถวไซไน บอกฝีมือกูเอง แต่ก่อนอัลไคด้าจะบอก อังกฤษบอกก่อนแล้วว่า ฝีมือผู้ก่อการร้ายแน่นอน รู้ได้ไง ไม่น่าถาม
    ต้องไม่ลืมกันว่า ตอนไปปล้นลิเบีย ประเทศกระดี้เป็นกระดี่ มี อังกฤษและฝรั่งเศส ที่ตามประกบรอส่วนแบ่งตลอด และต้องไม่ลืมอีกด้วยว่า อังกฤษ ไม่มีวันหายแค้น ที่นัสเซอร์ของอียิปต์ เพื่อนซี้ของรัสเซียสมัยก่อน ยึดเอาคลองสุเอซ ที่อังกฤษหวงนักกลับเป็นของอียิปต์ แปลว่า อังกฤษมันยังโกรธ ที่เจ้าของ เขาเอาของเขาคืนครับ อย่างนี้ เรียกว่า จัญไรไหมครับ
    อาวุธส่วนสาม ไปโผล่ที่มาลี! มาแล้วไงมาลี มาลีเคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส เมื่อฝรั่งเศสให้มาลีเป็นไท แต่ออกจะเป็นไทปลอม เพราะฝรั่งเศสก็ยังคุมมาลีเหนือ ที่มีแหล่งน้ำมันต่อไป (สำหรับท่านที่ไม่ชอบศึกษาภูมิศาสตร์ มาลีเป็นประเทศหนึ่ง ที่อยู่ในอาฟริกาครับ)
    Time Magazine ลงข่าวว่า ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่กัดดาฟีตาย ในวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ.2011 นักรบ ชาวตัวเร็ก Tuareg จากมาลี ซึ่งเป็นนักรบรับจ้างที่กัดดาฟีจ้างไว้เป็นหนึ่งในพวกผู้คุ้มกัน ก็ขนอาวุธของกัดดาฟีไปไม่รู้กี่คันรถ หลังจากนั้น พวกนี้ไปร่วมกับกลุ่มอัลไคด้าใน มาเกร็บ Al-Qaeda Islamic Magreb (AQIM)
    ในปลายปี ค.ศ.2012 AQIM และ อันซาร์ ดีน Ansar Dine หัวหน้ากบฏตัวเร็ก ก็บุกมาลีทางเหนือ เพื่อจะแบ่งแยกดินแดน ฝรั่งเศส ขนกองกำลังเข้าไปช่วยรัฐบาลมาลี ในเดือนมกราคม ค.ศ.2013 เพราะฝรั่งเศสเอง ก็อยู่ได้ด้วยน้ำมันจากมาลีเหนือ
    ลองคิดดูนะครับ ตัวเร็กเป็นผู้คุ้มกันกัดดาฟี เจ้านายยังไม่รอด คนเก็บกัดดาฟี จะปล่อยให้ผู้คุ้มกันเดินลอยนวลหนีไป พร้อมอาวุธเป็นคันๆรถหรือ ผมว่าคิดแบบนั้นมันซื่อไปนะ เขาว่า ฝรั่งเศสนั่นแหละ เป็นคนขยิบตาให้เอาไป (ให้) กบฏมาลีเกิดขึ้น แล้วฝรั่งเศสก็เป็นพระเอกขนกองกำลังมาช่วยรัฐบาล สุดท้ายฝรั่งเศสกลับคุมมาลีเหนือเหมือนเดิม อย่าลืมว่าอเมริกาและพวก ซึ่งรวมถึงฝรั่งเศสด้วยเป็นคนเอาอัลไดด้าที่ลิเบีย มาเล่นละครเป็นกบฏลิเบีย หลอกชาวบ้าน อัลไคด้าลิเบีย กับอัลไคด้า มาเกร๊บ ก็พวกกันเอง อู้ย… มันก็เล่นสนุกกันจัง
    รายการบุกโรงแรมแรดิสัน ที่เมืองบามาโก ของมาลีเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จึงน่าจะเป็นปาหี่ เพื่อเตือนความจำ… มึงจำได้ไหม เรื่องกบฏที่มาลี มึงจะเอากบฏอย่างนั้นอีกไหม แต่คราวนี้ คงไม่ใช่มึงเล่นเป็นพระเอกนะ…. แบบนี้ ลุงโอลองถึงเช็ดเหงื่อหัวล้านแห้งไม่ทัน
    ส่วนตัวประกันชาวจีนตาย น่าจะเป็นของแถม หรือเป็นเป้าหลอกให้ชาวบ้านหลงทางกัน และจริงๆ ไม่เกี่ยวอะไรกับเราเลยครับ
    และถ้าใครที่ตามข่าวเรื่องยึดโรงแรมที่มาลีนี้ คงจะเห็นว่า นอกจากทหารของมาลีที่มาเดินโชว์หน้ากล้องซ้ำซากแล้วแล้ว ที่เข้าไปปฏิบัติการจริง เป็นนักรบรับจ้าง หรือ contractor ของบริษัทในอเมริกา (เห็นจากที่ CNN ไปสัมภาษณ์ครับ มันคงนึกว่า ทั่วโลกเขากินหญ้า ดูไม่ออก ไม่รู้จัก) และกองกำลังของฝรั่งเศส ที่เข้าไปดูแลผลประโยชน์ของตัวเอง นอกจากนี้ ยังมีข่าวจากสื่อฝรั่งว่า ฝรั่งเศสฝากฝั่งกับเบลเยี่ยมด้วยว่า ถ้าข้าแบ่งกำลังจากฝรั่งเศสไปดูมาลีต่อไม่ไหว เอ็งเอากองกำลังเบลเยี่ยมของเอ็ง ที่อยู่ในมาลีรับหน้าไปด้วย แปลว่า ฝรั่งเศสกับเบลเยี่ยมเขารักกันดี และน่าจะมีอะไรเกี่ยวกันเสียด้วย
    เมื่อพูดถึงฝรั่งเศส โดยเฉพาะเรื่องการเหยียบเรือสองแคมของฝรั่งเศสแล้ว ผมก็อดตั้งข้อสงสัยไม่ได้เกี่ยวกับศุกร์ 13 ที่ปารีส ผมทนตามดูข่าว ซีเอนเอน เบ็ดเสร็จประมาณ 3 อาทิตย์ ที่ว่า ตายร้อยกว่า เจ็บหลายร้อย ผมไม่เห็นภาพคนเจ็บคนตายเลยสักคนเดียว และเหตุการณ์อันน่าระทึกใจนั้น เรา “รู้” จากการบรรยายของไอ้พล่ามของ ซีเอนเอน ที่ยกโขยงกันมาทำข่าวแบบ 24 ชั่วโมงอยู่ในปารีส ถึงเวลานึง ไอ้หน้านี้ก็ออกมาพูด เรื่องการตามจับคนร้าย ที่ยังจับไม่หมด ถึงอีกเวลานึง อีหน้านี้ก็ออกมาพูดเรื่องความซวยของชาวปารีส ฯลฯ
    ผมพยายามเข้าใจว่า เขาคงเลี่ยงภาพน่าสมเพช แต่ภาพเหตุการณ์ต้องมีครับ ถ้าไม่มี ไปทำข่าวสดทำบ้าอยู่ทำไม นอกจากไปเล่นหนังให้เราดู และวันที่บอกว่าไปล้อมจับไอ้โหดคนวางแผนได้ แต่ไอ้โหดระเบิดตัวเองตายคาที่ระหว่างคอมมานโดล้อมจับ ผมดูอย่างตื่นเต้น แต่ผมเห็นแต่หน้านักข่าวซีเอนเอน ที่คอยบรรยายกับภาพตึก ที่คอมมานโดยืนอยู่ข้างนอกตึกเต็มไปหมด
    ตกลงศุกร์ 13 นี่มันเป็นเรื่องจริงมากน้อยแค่ไหน หรือเป็นการจัดฉากถามลุงโอลองว่า ตกลงจะยืนอยู่ข้างไหนกันแน่ ยืนไม่ถูกข้าง ศุกร์ 13 ของจริง มันจะแรงกว่านี่นะลุง และคำตอบของลุงคงยังไม่ค่อยถูกใจใครบางคน เลยต้องขนเอาพวกนักรบรับจ้างมาบุกมาลีสำทับอีกหน่อย ขี้คร้านลุงโอลองจะกางเกงเลอะหมด
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    4 ธ.ค. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 11 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 11 ทำไมฝรั่งเศสถึงเจออาถรรพ์ศุกร์ 13 พฤศจิกายน ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องเรือรบ Mistral แต่เรื่องของฝรั่งเศสไม่ได้มีเพียงแค่นั้น ฝรั่งเศสกำลังทำตัวเหมือนเหยียบเรือสองแคม ลุงโอลองถึงก้นร้อนจนควันออกตูด ในปี ค.ศ.2011 เมื่ออเมริกาและกองกำลังนาโต้ ให้กลุ่มอัลไคด้าเล่นละครเป็นกบฏลิเบีย เป้าหมายไม่ใช่เพียงเก็บกัดดาฟี เป้าหมายจริงของฝ่ายอเมริกา คือ คลังอาวุธของกัดดาฟี ที่มีมโหฬารต่างหาก เขาว่าที่กัดดาฟีสร้างเป็นโกดังเก็บอาวุธไว้ใต้ดิน มีเป็นพันแห่ง และก็มีอีกส่วนเป็นโกดังอยู่บนดินเรียงยาวเป็นหลายกิโล เมื่อแผนแท้จริงของอเมริกาและพวก คือ การเอาปั๊มไม่เอาคน ไปจนถึงแผนพิฆาตรัสเซีย โดยสร้างผู้ก่อการร้ายพันธุ์ต่างๆ มาสร้างกบฏ สร้างความวุ่นวายตามที่ต่างๆ พวกพันธุ์ต่างๆนั้นมีแล้ว จะเอาจากที่ไหน ก็หลอก หรือจ่ายมาได้ทั้งนั้น แต่อาวุธสิ…ยังไม่มี อเมริกาบอกไม่ยากนี่ ก็สร้างเรื่องไปปล้นเอาอาวุธเขามาก็แค่นั้น แล้วหวยก็ไปออกที่กัดดาฟี ที่ดันมีอาวุธแยะเหลือเกิน เมื่อกัดดาฟี ถูกเก็บตามแผนปล้นอาวุธ (ไม่ใช่เพราะเป็นเผด็จการหรอกนะครับ ไอ้นั่นเอาไว้เป็นบทหนังเรื่อง เบงกาซี ของฮอลลีวู้ดก็แล้วกัน) อาวุธกัดดาฟี ก็โดนโจรที่ไปปล้นแย่งชิงกันเอง มีรายงานของ สหประชาชาติเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธ บอกว่า อาวุธของกัดดาฟี ไปโผล่มากกว่า 12 ประเทศ เป็นอาวุธทันสมัยทั้งสิ้น แต่อาวุธยอดนิยมที่แย่งกันมากในหมู่ผู้ก่อการร้าย คือ man portable surface-to- air missiles (SAMs) แค่แบกบ่าหงายหน้าหน่อยก็สอยเครื่องบินตกได้ อานุภาพของมิสเตอร์แซมแรงขนาดนั้นใครๆก็อยากได้ (ฟรี) 12 ประเทศมีใครบ้าง สหประชาชาติไม่บอก แต่สำนักข่าวใต้ดินบอกว่า เอาข่าวผมดีกว่าลุง เขาแบ่งกันเป็นกลุ่มแบบนี้เลยนะ อาวุธส่วนใหญ่ เจ้ามือชื่ออเมริกาเป็นคนเอาไป (โดยให้ทูตของตัวทำหน้าที่คุมการขนส่ง เยี่ยมจริงๆ เสร็จนาก็ฆ่าควาย) เพื่อเอาไปให้อัลไคด้า ไอซิส ฯลฯ ทำตัวเป็นกบฏซีเรียสู้อัสสาด กับบุกอิรัค เอาน้ำมันมาเป็นทุน ทำสงคราม…อย่างนี้เรียกว่า จัญไรไหมครับ อาวุธส่วนสอง เขาว่าโผล่ที่อียิปต์ อัลไคด้าแถวไซไนได้ไปเพียบ เครื่องบินโดยสารรัสเซียตกที่ไซไน อัลไคด้าแถวไซไน บอกฝีมือกูเอง แต่ก่อนอัลไคด้าจะบอก อังกฤษบอกก่อนแล้วว่า ฝีมือผู้ก่อการร้ายแน่นอน รู้ได้ไง ไม่น่าถาม ต้องไม่ลืมกันว่า ตอนไปปล้นลิเบีย ประเทศกระดี้เป็นกระดี่ มี อังกฤษและฝรั่งเศส ที่ตามประกบรอส่วนแบ่งตลอด และต้องไม่ลืมอีกด้วยว่า อังกฤษ ไม่มีวันหายแค้น ที่นัสเซอร์ของอียิปต์ เพื่อนซี้ของรัสเซียสมัยก่อน ยึดเอาคลองสุเอซ ที่อังกฤษหวงนักกลับเป็นของอียิปต์ แปลว่า อังกฤษมันยังโกรธ ที่เจ้าของ เขาเอาของเขาคืนครับ อย่างนี้ เรียกว่า จัญไรไหมครับ อาวุธส่วนสาม ไปโผล่ที่มาลี! มาแล้วไงมาลี มาลีเคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส เมื่อฝรั่งเศสให้มาลีเป็นไท แต่ออกจะเป็นไทปลอม เพราะฝรั่งเศสก็ยังคุมมาลีเหนือ ที่มีแหล่งน้ำมันต่อไป (สำหรับท่านที่ไม่ชอบศึกษาภูมิศาสตร์ มาลีเป็นประเทศหนึ่ง ที่อยู่ในอาฟริกาครับ) Time Magazine ลงข่าวว่า ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่กัดดาฟีตาย ในวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ.2011 นักรบ ชาวตัวเร็ก Tuareg จากมาลี ซึ่งเป็นนักรบรับจ้างที่กัดดาฟีจ้างไว้เป็นหนึ่งในพวกผู้คุ้มกัน ก็ขนอาวุธของกัดดาฟีไปไม่รู้กี่คันรถ หลังจากนั้น พวกนี้ไปร่วมกับกลุ่มอัลไคด้าใน มาเกร็บ Al-Qaeda Islamic Magreb (AQIM) ในปลายปี ค.ศ.2012 AQIM และ อันซาร์ ดีน Ansar Dine หัวหน้ากบฏตัวเร็ก ก็บุกมาลีทางเหนือ เพื่อจะแบ่งแยกดินแดน ฝรั่งเศส ขนกองกำลังเข้าไปช่วยรัฐบาลมาลี ในเดือนมกราคม ค.ศ.2013 เพราะฝรั่งเศสเอง ก็อยู่ได้ด้วยน้ำมันจากมาลีเหนือ ลองคิดดูนะครับ ตัวเร็กเป็นผู้คุ้มกันกัดดาฟี เจ้านายยังไม่รอด คนเก็บกัดดาฟี จะปล่อยให้ผู้คุ้มกันเดินลอยนวลหนีไป พร้อมอาวุธเป็นคันๆรถหรือ ผมว่าคิดแบบนั้นมันซื่อไปนะ เขาว่า ฝรั่งเศสนั่นแหละ เป็นคนขยิบตาให้เอาไป (ให้) กบฏมาลีเกิดขึ้น แล้วฝรั่งเศสก็เป็นพระเอกขนกองกำลังมาช่วยรัฐบาล สุดท้ายฝรั่งเศสกลับคุมมาลีเหนือเหมือนเดิม อย่าลืมว่าอเมริกาและพวก ซึ่งรวมถึงฝรั่งเศสด้วยเป็นคนเอาอัลไดด้าที่ลิเบีย มาเล่นละครเป็นกบฏลิเบีย หลอกชาวบ้าน อัลไคด้าลิเบีย กับอัลไคด้า มาเกร๊บ ก็พวกกันเอง อู้ย… มันก็เล่นสนุกกันจัง รายการบุกโรงแรมแรดิสัน ที่เมืองบามาโก ของมาลีเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จึงน่าจะเป็นปาหี่ เพื่อเตือนความจำ… มึงจำได้ไหม เรื่องกบฏที่มาลี มึงจะเอากบฏอย่างนั้นอีกไหม แต่คราวนี้ คงไม่ใช่มึงเล่นเป็นพระเอกนะ…. แบบนี้ ลุงโอลองถึงเช็ดเหงื่อหัวล้านแห้งไม่ทัน ส่วนตัวประกันชาวจีนตาย น่าจะเป็นของแถม หรือเป็นเป้าหลอกให้ชาวบ้านหลงทางกัน และจริงๆ ไม่เกี่ยวอะไรกับเราเลยครับ และถ้าใครที่ตามข่าวเรื่องยึดโรงแรมที่มาลีนี้ คงจะเห็นว่า นอกจากทหารของมาลีที่มาเดินโชว์หน้ากล้องซ้ำซากแล้วแล้ว ที่เข้าไปปฏิบัติการจริง เป็นนักรบรับจ้าง หรือ contractor ของบริษัทในอเมริกา (เห็นจากที่ CNN ไปสัมภาษณ์ครับ มันคงนึกว่า ทั่วโลกเขากินหญ้า ดูไม่ออก ไม่รู้จัก) และกองกำลังของฝรั่งเศส ที่เข้าไปดูแลผลประโยชน์ของตัวเอง นอกจากนี้ ยังมีข่าวจากสื่อฝรั่งว่า ฝรั่งเศสฝากฝั่งกับเบลเยี่ยมด้วยว่า ถ้าข้าแบ่งกำลังจากฝรั่งเศสไปดูมาลีต่อไม่ไหว เอ็งเอากองกำลังเบลเยี่ยมของเอ็ง ที่อยู่ในมาลีรับหน้าไปด้วย แปลว่า ฝรั่งเศสกับเบลเยี่ยมเขารักกันดี และน่าจะมีอะไรเกี่ยวกันเสียด้วย เมื่อพูดถึงฝรั่งเศส โดยเฉพาะเรื่องการเหยียบเรือสองแคมของฝรั่งเศสแล้ว ผมก็อดตั้งข้อสงสัยไม่ได้เกี่ยวกับศุกร์ 13 ที่ปารีส ผมทนตามดูข่าว ซีเอนเอน เบ็ดเสร็จประมาณ 3 อาทิตย์ ที่ว่า ตายร้อยกว่า เจ็บหลายร้อย ผมไม่เห็นภาพคนเจ็บคนตายเลยสักคนเดียว และเหตุการณ์อันน่าระทึกใจนั้น เรา “รู้” จากการบรรยายของไอ้พล่ามของ ซีเอนเอน ที่ยกโขยงกันมาทำข่าวแบบ 24 ชั่วโมงอยู่ในปารีส ถึงเวลานึง ไอ้หน้านี้ก็ออกมาพูด เรื่องการตามจับคนร้าย ที่ยังจับไม่หมด ถึงอีกเวลานึง อีหน้านี้ก็ออกมาพูดเรื่องความซวยของชาวปารีส ฯลฯ ผมพยายามเข้าใจว่า เขาคงเลี่ยงภาพน่าสมเพช แต่ภาพเหตุการณ์ต้องมีครับ ถ้าไม่มี ไปทำข่าวสดทำบ้าอยู่ทำไม นอกจากไปเล่นหนังให้เราดู และวันที่บอกว่าไปล้อมจับไอ้โหดคนวางแผนได้ แต่ไอ้โหดระเบิดตัวเองตายคาที่ระหว่างคอมมานโดล้อมจับ ผมดูอย่างตื่นเต้น แต่ผมเห็นแต่หน้านักข่าวซีเอนเอน ที่คอยบรรยายกับภาพตึก ที่คอมมานโดยืนอยู่ข้างนอกตึกเต็มไปหมด ตกลงศุกร์ 13 นี่มันเป็นเรื่องจริงมากน้อยแค่ไหน หรือเป็นการจัดฉากถามลุงโอลองว่า ตกลงจะยืนอยู่ข้างไหนกันแน่ ยืนไม่ถูกข้าง ศุกร์ 13 ของจริง มันจะแรงกว่านี่นะลุง และคำตอบของลุงคงยังไม่ค่อยถูกใจใครบางคน เลยต้องขนเอาพวกนักรบรับจ้างมาบุกมาลีสำทับอีกหน่อย ขี้คร้านลุงโอลองจะกางเกงเลอะหมด สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 4 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 177 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 10

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 10
    เมื่อรัสเซียเข้าไปในซีเรีย ไอ้สามแสบ (อเมริกา อังกฤษ และอิสราเอล) แทบจะนึกไม่ถึงว่า รัสเซียจะกล้าเดินเข้ามาในสนามรบเร็วขนาดนี้ จริงๆ ไอ้สามแสบ ได้กลิ่นความท้าทายที่พวกมันไม่คุ้นมาพักใหญ่แล้ว บวกกับท่าทีและคำพูดของรัสเซียกับพวก ที่ขัดลูกตาพวกมันตั้งแต่วันประชุมสหประชาชาติแล้ว แต่มันยัง “ไม่อยาก” แน่ใจ เพราะไอ้สามแสบยังลับมีดไม่เสร็จ พวกมันยังไม่พร้อม….
    มันถามกันเอง ตกลงรัสเซียยั๊วะเรื่องแก๊สของซีเรีย อิหร่าน หรือมันก้าวข้ามเรื่องแก๊สไปแล้ว
    ไอ้สามแสบคิดหนัก ไม่มีอะไรดีไปกว่า ต้องทดสอบรัสเซีย ดูปฏิกริยาและที่สำคัญ ขอสูดกลิ่นความพร้อมของรัสเซียเสียก่อนว่า อยู่ในระดับไหน ก่อนที่พวกมันจะปรับแผนใหม่
    วันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.2015 เครื่องบินโดยสารรัสเซียตกที่บริเวณไซไนของอียิปต์ ผู้โดยสารตายยกลำ 224 คน ผ่านไปไม่ถึง 48 ชั่วโมง ไอ้สองแสบออกมาประสานเสียงว่า เครื่องบินโดยสารรัสเซียถูกระเบิดของผู้ก่อการร้าย มันรู้กันเร็วจริง แต่ไอซิสมุดรูอยู่ที่ไหน ทำไมมันไม่เคยเห็น บอมบ์ผิดที่ตลอดเวลา ดาวเทียมมันมีมากเกือบเท่าดวงดาวในท้องฟ้า ทำไมมันถึงหาไอซิสไม่เจอ (แต่แหล่งพลังงานในบ้านเราอยู่ลึกขนาดไหน มันเสือกรู้หมดเลยนะ ไอ้เวร)
    รัสเซียยังไม่เห็นด้วยกับความเห็นที่แส่มาของไอ้สองแสบ ขอรอฟังรายงานการตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อน ระหว่างนั้น รัสเซียเดินหน้าถล่มฝ่ายกบฏของซีเรียต่อไปอย่างไม่วอกแวก
    ทำไมเครื่องบินโดยสารรัสเซียถึงต้องตกในอียิปต์ ผมเขียนเรื่องราวระหว่างรัสเซีย อียิปต์ ฝรั่งเศสไว้แล้วส่วนหนึ่ง ที่เกี่ยวกับเรื่องเรือรบ Mistral ที่รัสเซียจ้างให้ฝรั่งเศสต่อให้ ฝรั่งเศสต่อเสร็จแต่ส่งมอบไม่ได้ เพราะภายใต้การบีบของอเมริกา รัสเซียถูกคว่ำบาตรจากอเมริกาและอียู อียิปต์ไม่อยู่ในอียู เลยเข้ามาร่วมรายการ เป็นผู้ซื้อเรือรบจากฝรั่งเศสเอาไปให้รัสเซียเช่าต่อ (รายละเอียดอยู่ในนิทานเรื่องลมหวนครับ) แต่ขอให้สังเกตดูว่า นับตั้งแต่วันที่เครื่องบินตก ประธานาธิบดี Sisi ของอียิปต์ กลายเป็นบุคคลสาบสูญ หรือเป็นใบ้
    ใครล่ะ ที่มีอานุภาพทำให้อียิปต์เป็นใบ้ ไอซิส ที่อ้างว่าแค่ใช้กระป๋องน้ำโซดาระเบิดเครื่องบินโดยสารรัสเซียหรือ ให้ราคาไอซิสมากไปหรือเปล่า
    ใครล่ะ ที่จัดการเสียจนมูบารัค พรมเช็ดเท้าที่รับใช้อเมริกามากว่า 30 ปี เมื่อถึงเวลาตามแผน อียิปต์ก็เกิดมีเทศกาลอาหรับสปริงกับเขาบ้าง แล้วมูบารัคก็กลายเป็นอดีตประธานาธิบดี แถมต้องคดี ถูกจับไปนอนคุก ใครที่คิดจะรับใช้เป็นขี้ข้าอเมริกา ก็กลับไปทบทวนเรื่องของมูบารัคให้ดีๆแล้วกัน นี่เตือนในฐานะเป็นคนไทยด้วยกันนะครับ
    พอจัดการให้มูบารัคไป อเมริกาก็จัดการเอาประธานาธิบดี มอร์ซิ ของมุสลิมบราเธอร์ฮูดขึ้นมาแทน แรกๆ ก็จี๋จ๋าดี พอเห็นว่า คุณมอร์ซิ คุยกับทุกคน รวมทั้งอิหร่านด้วย คุณมอร์ซิ ก็เลยโดนอาถรรพ์ ต้องเก็บของออกไปเกือบไม่ทันเหมือนกัน
    คุณซิซีมาใหม่ ผมนึกว่าจะเหนียว ที่ไหนได้ แป๊บเดียว แกก็เสียวคอ เดินกลับไปหลบอยู่หลังปิรามิดเสียแล้ว แล้วอย่างนี้ คุณพี่ปูตินของผมจะได้เรือ Mistral มาใช้ไหมหนอ….ไม่ได้ คงไม่มาซีเรียนะครับ….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    3 ธ.ค. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 10 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 10 เมื่อรัสเซียเข้าไปในซีเรีย ไอ้สามแสบ (อเมริกา อังกฤษ และอิสราเอล) แทบจะนึกไม่ถึงว่า รัสเซียจะกล้าเดินเข้ามาในสนามรบเร็วขนาดนี้ จริงๆ ไอ้สามแสบ ได้กลิ่นความท้าทายที่พวกมันไม่คุ้นมาพักใหญ่แล้ว บวกกับท่าทีและคำพูดของรัสเซียกับพวก ที่ขัดลูกตาพวกมันตั้งแต่วันประชุมสหประชาชาติแล้ว แต่มันยัง “ไม่อยาก” แน่ใจ เพราะไอ้สามแสบยังลับมีดไม่เสร็จ พวกมันยังไม่พร้อม…. มันถามกันเอง ตกลงรัสเซียยั๊วะเรื่องแก๊สของซีเรีย อิหร่าน หรือมันก้าวข้ามเรื่องแก๊สไปแล้ว ไอ้สามแสบคิดหนัก ไม่มีอะไรดีไปกว่า ต้องทดสอบรัสเซีย ดูปฏิกริยาและที่สำคัญ ขอสูดกลิ่นความพร้อมของรัสเซียเสียก่อนว่า อยู่ในระดับไหน ก่อนที่พวกมันจะปรับแผนใหม่ วันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.2015 เครื่องบินโดยสารรัสเซียตกที่บริเวณไซไนของอียิปต์ ผู้โดยสารตายยกลำ 224 คน ผ่านไปไม่ถึง 48 ชั่วโมง ไอ้สองแสบออกมาประสานเสียงว่า เครื่องบินโดยสารรัสเซียถูกระเบิดของผู้ก่อการร้าย มันรู้กันเร็วจริง แต่ไอซิสมุดรูอยู่ที่ไหน ทำไมมันไม่เคยเห็น บอมบ์ผิดที่ตลอดเวลา ดาวเทียมมันมีมากเกือบเท่าดวงดาวในท้องฟ้า ทำไมมันถึงหาไอซิสไม่เจอ (แต่แหล่งพลังงานในบ้านเราอยู่ลึกขนาดไหน มันเสือกรู้หมดเลยนะ ไอ้เวร) รัสเซียยังไม่เห็นด้วยกับความเห็นที่แส่มาของไอ้สองแสบ ขอรอฟังรายงานการตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อน ระหว่างนั้น รัสเซียเดินหน้าถล่มฝ่ายกบฏของซีเรียต่อไปอย่างไม่วอกแวก ทำไมเครื่องบินโดยสารรัสเซียถึงต้องตกในอียิปต์ ผมเขียนเรื่องราวระหว่างรัสเซีย อียิปต์ ฝรั่งเศสไว้แล้วส่วนหนึ่ง ที่เกี่ยวกับเรื่องเรือรบ Mistral ที่รัสเซียจ้างให้ฝรั่งเศสต่อให้ ฝรั่งเศสต่อเสร็จแต่ส่งมอบไม่ได้ เพราะภายใต้การบีบของอเมริกา รัสเซียถูกคว่ำบาตรจากอเมริกาและอียู อียิปต์ไม่อยู่ในอียู เลยเข้ามาร่วมรายการ เป็นผู้ซื้อเรือรบจากฝรั่งเศสเอาไปให้รัสเซียเช่าต่อ (รายละเอียดอยู่ในนิทานเรื่องลมหวนครับ) แต่ขอให้สังเกตดูว่า นับตั้งแต่วันที่เครื่องบินตก ประธานาธิบดี Sisi ของอียิปต์ กลายเป็นบุคคลสาบสูญ หรือเป็นใบ้ ใครล่ะ ที่มีอานุภาพทำให้อียิปต์เป็นใบ้ ไอซิส ที่อ้างว่าแค่ใช้กระป๋องน้ำโซดาระเบิดเครื่องบินโดยสารรัสเซียหรือ ให้ราคาไอซิสมากไปหรือเปล่า ใครล่ะ ที่จัดการเสียจนมูบารัค พรมเช็ดเท้าที่รับใช้อเมริกามากว่า 30 ปี เมื่อถึงเวลาตามแผน อียิปต์ก็เกิดมีเทศกาลอาหรับสปริงกับเขาบ้าง แล้วมูบารัคก็กลายเป็นอดีตประธานาธิบดี แถมต้องคดี ถูกจับไปนอนคุก ใครที่คิดจะรับใช้เป็นขี้ข้าอเมริกา ก็กลับไปทบทวนเรื่องของมูบารัคให้ดีๆแล้วกัน นี่เตือนในฐานะเป็นคนไทยด้วยกันนะครับ พอจัดการให้มูบารัคไป อเมริกาก็จัดการเอาประธานาธิบดี มอร์ซิ ของมุสลิมบราเธอร์ฮูดขึ้นมาแทน แรกๆ ก็จี๋จ๋าดี พอเห็นว่า คุณมอร์ซิ คุยกับทุกคน รวมทั้งอิหร่านด้วย คุณมอร์ซิ ก็เลยโดนอาถรรพ์ ต้องเก็บของออกไปเกือบไม่ทันเหมือนกัน คุณซิซีมาใหม่ ผมนึกว่าจะเหนียว ที่ไหนได้ แป๊บเดียว แกก็เสียวคอ เดินกลับไปหลบอยู่หลังปิรามิดเสียแล้ว แล้วอย่างนี้ คุณพี่ปูตินของผมจะได้เรือ Mistral มาใช้ไหมหนอ….ไม่ได้ คงไม่มาซีเรียนะครับ…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 3 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 146 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 8

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 8
    เป้าหมายสำคัญของแผน New Middle East ตะวันออกกลางใหม่ ของอเมริกา อังกฤษ และอิสราเอล คือการจัดสรรเขตแดนของประเทศในตะวันออกกลางเสียใหม่ รวมทั้งจัดสรรตัวผู้ปกครองแต่ละประเทศ ในตะวันออกกลาง และเอเซียกลาง ตามที่อเมริกาเห็นเหมาะสม ทั้งนี้เพื่อให้อเมริกาและพวก (คือ อังกฤษและอิสราเอล) เข้าไปควบคุมทั้ง 2 บริเวณ ขณะเดียวกัน ก็เป็นการป้องกัน หรือปิดกั้น ไม่ให้รัสเซียที่ยังเหลืออยู่หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย ยังจะมีโอกาสฟื้นคืนชีพ และไม่ใช่ฟื้นธรรมดา ฟื้นแล้วดันลงมาคว้าพุงปลาในตะวันออกกลาง และเอเซียกลาง คือแหล่งพลังงานไปได้
    เอเซียกลาง คือ บริเวณพื้นที่ของทวีปเอเซีย ที่เริ่มตั้งแต่ตะวันตกของทะเลสาปแคสเปียน ยาวไปถึงเขตแดนตะวันตกของจีน และมีบริวณทางเหนือติดกับรัสเซีย ส่วนบริเวณทางใต้ ติดกับอิหร่าน อาฟกานิสถาน และจีน
    เอเซียกลาง เป็นที่ตั้งของ 5 ประเทศ ที่เคยเป็นรัฐบริวารของสหภาพโซเวียต คือ คาซัคสถาน คีร์กีสถาน อุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และทาจิกิสถาน และเป็นบริเวณที่มีแหล่งพลังงานมากมายอีกแห่งหนึ่ง ที่ไอ้สองแสบเล็งไว้
    เอเซียกลาง มีชื่อเรียกหลายอย่าง แล้วแต่ว่าจะมองมาจากด้านไหน แต่ชื่อที่เรียกแล้ว ทำให้เห็นความสำคัญของเอเซียกลางชัดเจน คือ ที่เรียกบริเวณนี้ว่า “ท้องน้อยของรัสเซีย” soft under belly เรียกแบบนี้ คงทำให้เข้าใจความสำคัญของการเป็น ท้องน้อยนะครับ ใครโดนต่อยตรงท้องน้อยนี่ จุกถึงตายได้ นักมวยจึงมีกติกา ห้ามต่อยใต้เข็มขัด ก็คือ บริเวณท้องน้อย แล้วแบบนี้ ฝ่ายตรงกันข้าม ก็คงยิ่งอยากเข้าไปครอบครองท้องน้อยของรัสเซีย
    แต่ทางเข้าไปสู่ท้องน้อยของรัสเซียตามเขตแดน ก็ต้องผ่านอิหร่าน อาฟกานิสถาน และจีน ที่นี้คงเข้าใจแล้วนะครับ ทำไมใครต้องเป็นเพื่อนกับใคร และทำไม ใครต้องพยายาม ไม่ให้ใครเป็นเพื่อนกับใคร
    ที่น่าสนใจ คือ ในหนังสือที่ไอ้คุณแสบ เบรซินสกี้เขียน คือ เรื่อง The Grand Chess Board : America Primacy and Its Geo-Strategic Imperatives (หมากรุกกระดานพิฆาต) บอกว่า อิหร่าน และตุรกี เป็น 2 ประเทศที่มีความสำคัญยิ่ง ต่อยุทธศาสตร์ของอเมริกา ในการควบคุมตะวันออกกลาง รวมถึงเอเซียกลาง และจริงๆ มันคือยุทธศาสตร์ในการพิฆาตรัสเซีย หรือควบคุมรัสเซีย ไม่ให้ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งของอเมริกาในศตวรรษใหม่
    เมื่อประมวลความเห็นของนักยุทธศาสตร์ของฝ่ายอเมริกา อังกฤษ และอิสราเอลตามที่ผมเล่ามาแล้ว ก็คงพอเห็นกันว่า ตัวละครหลักในตะวันออกกลาง ไม่ได้อยู่ที่พวกเสี่ยปั๊มต่างๆ ที่มีแต่จะถูกหลอกใช้ไปเรื่อยๆ ระหว่างทาง แต่ตัวละครหลักจริงๆ คือ อิสราเอล อิหร่าน อิรัค ซีเรีย และตุรกี และ วันนี้ ทั้งฝ่ายอเมริกา และ ฝ่ายรัสเซีย ต่างเดินเกม เพื่อแย่งชิงตัวละครหลักในตะวันออกกลาง มาอยู่ฝ่ายตัว กันอย่างค่อนข้างจะเปิดเผย
    อเมริกาพยายามคุมอิหร่านมาตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1953 ถ้าอเมริกาได้อิหร่านอยู่ในมือจริงตั้งแต่ต้น รัสเซียอาจไม่ได้เกิดเลย หรือคงโตยาก
    อเมริกาวางแผนสาระพัดแบบ สำหรับอิหร่าน ที่ก็มีพิษแอบซ่อนไว้รอบตัว อเมริกา หลอกเอาพระเจ้าชาห์ปาเลวี มาใช้อยู่หลายสิบปี แต่เมื่อเห็นพระเจ้าชาห์ เกิดจะแข็งข้อ อเมริกาก็สร้างปฏิวัติในอิหร่าน และหลอกเอา อะยาโตเลาะห์โคไมนี ขึ้นมาปกครองอิหร่านแทน และเก็บพระเจ้าชาห์ใส่ห่อ แต่อิหร่านไม่ใช่จะหลอกต้มกันได้ง่ายๆ และวันนี้ อเมริกาคงเห็นแล้วว่า ใครต้มใคร
    เมื่อแผนกินอิหร่านรอบแรกไม่สำเร็จ อเมริกาจึงเปลี่ยนเส้นทางเข้าสู่ท้องน้อยของรัสเซียใหม่ เป็นการเข้าผ่านอิรัค และซีเรีย ถ้าทั้ง 2 ประเทศล่ม อิหร่านก็มีสิทธิล้มด้วย
    รัสเซีย ย่อมรู้แผนของไอ้ 3 แสบมานานแล้ว รัสเซียจึงพยายามจับมือกับอิหร่าน ซีเรีย อิรัค เลบานอน เยเมน และไอ้นก 2 หัว ตุรกี
    ซีเรียเป็นเพื่อนเก่ากับรัสเซีย ตั้งแต่สมัยยังเป็นสหภาพโซเวียต ในราว ค.ศ.1970 กว่า แม้จะโดนอเมริกาบีบไข่จนหน้าเขียวมาตลอด แต่ อัสสาดคนพ่อ ไม่เคยอ่อนข้อให้อเมริกา และอัสสาดคนลูก ก็คงไม่ต่างกับพ่อ
    ส่วนอิหร่านนั้น รัสเซียสนับสนุน ช่วยเหลือทั้งทางตรงทางอ้อม ร่วมกับจีน(ในช่วงหลัง) ในยามที่อิหร่านถูกอเมริกาและยุโรปใช้มาตรการคว่ำบาตร ตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1979 จนถึงปัจจุบันนี้
    ขณะเดียวกัน อิหร่านก็รู้ความคิดของอเมริกา และรู้ชะตากรรมของตัวเองดี ถ้าอเมริกายึดตะวันออกกลางได้ อิหร่านจะตกอยู่ในสภาพอย่างไร อิหร่านจึงมุ่งมั่นสร้างความมั่นคงให้กับประเทศตัว พร้อมกับหาแนวร่วม อย่างอิรัค ซีเรียและเลบานอน เอาไว้ป้องกันตัว
    อเมริกาเดินตามแผน จะเรียกว่า New Middle East Project หรือ เรียกชื่ออะไรก็แล้วแต่ เริ่มจากเดินหมากเพื่อฮุบแหล่งพลังงานของตะวันออกกลางทั้งหมด และคืบขยายการยึดเอาแหล่งพลังงานออกไปทางด้านซ้ายถึงในอาฟริกา พร้อมกับการเล็งขึ้นไปเอาแหล่งพลังงานในเอเซียกลาง ท้องน้อยของรัสเซีย
    แต่ทั้งหมดนี้ ถ้าดูกันลึกๆ มันไม่น่าใช่แผนกินรวบธรรมดา มันน่าจะเป็นแผนพิฆาตรัสเซีย ที่อเมริกาและพวก ใช้เวลาเดินหมากนี้มานานไม่น้อยกว่า 40 ปีแล้ว ไม่ต่างกับสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่อังกฤษ อเมริกา ยิว พยายามกำจัดรัสเซียสมัยพระเจ้าซาร์ ด้วยการสร้างปฏิวัติรัสเซียจอมปลอม พร้อมกับการฆ่าทิ้งทั้งโคตรพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 จนรัสเซียกลายสภาพมาเป็นสหภาพโซเวียต และกลับมาเหลือเป็นรัสเซียอย่างเดิม
    ดูเหมือนความคิดทำลายล้างรัสเซียจะไม่มีวันจบสิ้น และโลกคงจะไม่มีวันสงบ จนกว่าแองโกลอเมริกาจะลบทิ้งรัสเซียออกไปจากแผนที่โลกให้จงได้..
    และทฤษฏีเอาปั๊ม ไม่เอาคน ในตะวันออกกลาง จึงน่าจะเป็นของแถม หรือ เป็นทฤษฏีหัวเจาะ ก่อนที่จะไปถึงของจริง
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    2 ธ.ค. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 8 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 8 เป้าหมายสำคัญของแผน New Middle East ตะวันออกกลางใหม่ ของอเมริกา อังกฤษ และอิสราเอล คือการจัดสรรเขตแดนของประเทศในตะวันออกกลางเสียใหม่ รวมทั้งจัดสรรตัวผู้ปกครองแต่ละประเทศ ในตะวันออกกลาง และเอเซียกลาง ตามที่อเมริกาเห็นเหมาะสม ทั้งนี้เพื่อให้อเมริกาและพวก (คือ อังกฤษและอิสราเอล) เข้าไปควบคุมทั้ง 2 บริเวณ ขณะเดียวกัน ก็เป็นการป้องกัน หรือปิดกั้น ไม่ให้รัสเซียที่ยังเหลืออยู่หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย ยังจะมีโอกาสฟื้นคืนชีพ และไม่ใช่ฟื้นธรรมดา ฟื้นแล้วดันลงมาคว้าพุงปลาในตะวันออกกลาง และเอเซียกลาง คือแหล่งพลังงานไปได้ เอเซียกลาง คือ บริเวณพื้นที่ของทวีปเอเซีย ที่เริ่มตั้งแต่ตะวันตกของทะเลสาปแคสเปียน ยาวไปถึงเขตแดนตะวันตกของจีน และมีบริวณทางเหนือติดกับรัสเซีย ส่วนบริเวณทางใต้ ติดกับอิหร่าน อาฟกานิสถาน และจีน เอเซียกลาง เป็นที่ตั้งของ 5 ประเทศ ที่เคยเป็นรัฐบริวารของสหภาพโซเวียต คือ คาซัคสถาน คีร์กีสถาน อุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และทาจิกิสถาน และเป็นบริเวณที่มีแหล่งพลังงานมากมายอีกแห่งหนึ่ง ที่ไอ้สองแสบเล็งไว้ เอเซียกลาง มีชื่อเรียกหลายอย่าง แล้วแต่ว่าจะมองมาจากด้านไหน แต่ชื่อที่เรียกแล้ว ทำให้เห็นความสำคัญของเอเซียกลางชัดเจน คือ ที่เรียกบริเวณนี้ว่า “ท้องน้อยของรัสเซีย” soft under belly เรียกแบบนี้ คงทำให้เข้าใจความสำคัญของการเป็น ท้องน้อยนะครับ ใครโดนต่อยตรงท้องน้อยนี่ จุกถึงตายได้ นักมวยจึงมีกติกา ห้ามต่อยใต้เข็มขัด ก็คือ บริเวณท้องน้อย แล้วแบบนี้ ฝ่ายตรงกันข้าม ก็คงยิ่งอยากเข้าไปครอบครองท้องน้อยของรัสเซีย แต่ทางเข้าไปสู่ท้องน้อยของรัสเซียตามเขตแดน ก็ต้องผ่านอิหร่าน อาฟกานิสถาน และจีน ที่นี้คงเข้าใจแล้วนะครับ ทำไมใครต้องเป็นเพื่อนกับใคร และทำไม ใครต้องพยายาม ไม่ให้ใครเป็นเพื่อนกับใคร ที่น่าสนใจ คือ ในหนังสือที่ไอ้คุณแสบ เบรซินสกี้เขียน คือ เรื่อง The Grand Chess Board : America Primacy and Its Geo-Strategic Imperatives (หมากรุกกระดานพิฆาต) บอกว่า อิหร่าน และตุรกี เป็น 2 ประเทศที่มีความสำคัญยิ่ง ต่อยุทธศาสตร์ของอเมริกา ในการควบคุมตะวันออกกลาง รวมถึงเอเซียกลาง และจริงๆ มันคือยุทธศาสตร์ในการพิฆาตรัสเซีย หรือควบคุมรัสเซีย ไม่ให้ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งของอเมริกาในศตวรรษใหม่ เมื่อประมวลความเห็นของนักยุทธศาสตร์ของฝ่ายอเมริกา อังกฤษ และอิสราเอลตามที่ผมเล่ามาแล้ว ก็คงพอเห็นกันว่า ตัวละครหลักในตะวันออกกลาง ไม่ได้อยู่ที่พวกเสี่ยปั๊มต่างๆ ที่มีแต่จะถูกหลอกใช้ไปเรื่อยๆ ระหว่างทาง แต่ตัวละครหลักจริงๆ คือ อิสราเอล อิหร่าน อิรัค ซีเรีย และตุรกี และ วันนี้ ทั้งฝ่ายอเมริกา และ ฝ่ายรัสเซีย ต่างเดินเกม เพื่อแย่งชิงตัวละครหลักในตะวันออกกลาง มาอยู่ฝ่ายตัว กันอย่างค่อนข้างจะเปิดเผย อเมริกาพยายามคุมอิหร่านมาตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1953 ถ้าอเมริกาได้อิหร่านอยู่ในมือจริงตั้งแต่ต้น รัสเซียอาจไม่ได้เกิดเลย หรือคงโตยาก อเมริกาวางแผนสาระพัดแบบ สำหรับอิหร่าน ที่ก็มีพิษแอบซ่อนไว้รอบตัว อเมริกา หลอกเอาพระเจ้าชาห์ปาเลวี มาใช้อยู่หลายสิบปี แต่เมื่อเห็นพระเจ้าชาห์ เกิดจะแข็งข้อ อเมริกาก็สร้างปฏิวัติในอิหร่าน และหลอกเอา อะยาโตเลาะห์โคไมนี ขึ้นมาปกครองอิหร่านแทน และเก็บพระเจ้าชาห์ใส่ห่อ แต่อิหร่านไม่ใช่จะหลอกต้มกันได้ง่ายๆ และวันนี้ อเมริกาคงเห็นแล้วว่า ใครต้มใคร เมื่อแผนกินอิหร่านรอบแรกไม่สำเร็จ อเมริกาจึงเปลี่ยนเส้นทางเข้าสู่ท้องน้อยของรัสเซียใหม่ เป็นการเข้าผ่านอิรัค และซีเรีย ถ้าทั้ง 2 ประเทศล่ม อิหร่านก็มีสิทธิล้มด้วย รัสเซีย ย่อมรู้แผนของไอ้ 3 แสบมานานแล้ว รัสเซียจึงพยายามจับมือกับอิหร่าน ซีเรีย อิรัค เลบานอน เยเมน และไอ้นก 2 หัว ตุรกี ซีเรียเป็นเพื่อนเก่ากับรัสเซีย ตั้งแต่สมัยยังเป็นสหภาพโซเวียต ในราว ค.ศ.1970 กว่า แม้จะโดนอเมริกาบีบไข่จนหน้าเขียวมาตลอด แต่ อัสสาดคนพ่อ ไม่เคยอ่อนข้อให้อเมริกา และอัสสาดคนลูก ก็คงไม่ต่างกับพ่อ ส่วนอิหร่านนั้น รัสเซียสนับสนุน ช่วยเหลือทั้งทางตรงทางอ้อม ร่วมกับจีน(ในช่วงหลัง) ในยามที่อิหร่านถูกอเมริกาและยุโรปใช้มาตรการคว่ำบาตร ตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1979 จนถึงปัจจุบันนี้ ขณะเดียวกัน อิหร่านก็รู้ความคิดของอเมริกา และรู้ชะตากรรมของตัวเองดี ถ้าอเมริกายึดตะวันออกกลางได้ อิหร่านจะตกอยู่ในสภาพอย่างไร อิหร่านจึงมุ่งมั่นสร้างความมั่นคงให้กับประเทศตัว พร้อมกับหาแนวร่วม อย่างอิรัค ซีเรียและเลบานอน เอาไว้ป้องกันตัว อเมริกาเดินตามแผน จะเรียกว่า New Middle East Project หรือ เรียกชื่ออะไรก็แล้วแต่ เริ่มจากเดินหมากเพื่อฮุบแหล่งพลังงานของตะวันออกกลางทั้งหมด และคืบขยายการยึดเอาแหล่งพลังงานออกไปทางด้านซ้ายถึงในอาฟริกา พร้อมกับการเล็งขึ้นไปเอาแหล่งพลังงานในเอเซียกลาง ท้องน้อยของรัสเซีย แต่ทั้งหมดนี้ ถ้าดูกันลึกๆ มันไม่น่าใช่แผนกินรวบธรรมดา มันน่าจะเป็นแผนพิฆาตรัสเซีย ที่อเมริกาและพวก ใช้เวลาเดินหมากนี้มานานไม่น้อยกว่า 40 ปีแล้ว ไม่ต่างกับสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่อังกฤษ อเมริกา ยิว พยายามกำจัดรัสเซียสมัยพระเจ้าซาร์ ด้วยการสร้างปฏิวัติรัสเซียจอมปลอม พร้อมกับการฆ่าทิ้งทั้งโคตรพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 จนรัสเซียกลายสภาพมาเป็นสหภาพโซเวียต และกลับมาเหลือเป็นรัสเซียอย่างเดิม ดูเหมือนความคิดทำลายล้างรัสเซียจะไม่มีวันจบสิ้น และโลกคงจะไม่มีวันสงบ จนกว่าแองโกลอเมริกาจะลบทิ้งรัสเซียออกไปจากแผนที่โลกให้จงได้.. และทฤษฏีเอาปั๊ม ไม่เอาคน ในตะวันออกกลาง จึงน่าจะเป็นของแถม หรือ เป็นทฤษฏีหัวเจาะ ก่อนที่จะไปถึงของจริง สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 2 ธ.ค. 2558
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 243 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 7

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 7
    ทฤษฏีเอาปั้มไม่เอาคนนั้น อเมริกา อังกฤษ และอิสราเอล (ไอ้สามแสบ) ได้สมคบกันคิดมานานแล้ว และมาเปิดเผยอย่างเป็นทางการ เมื่อประมาณปี ค.ศ.2006 โดยคุณนายคอนโดลีสซ่า ไรซ์ Condoleezza Rice เมื่อตอนเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของอเมริกา สมัยคาวบอยบุชเป็นประธานาธิบดี คุณนายคอนโด เป็นหญิงผิวดำ ที่ออกท่าว่ามีการศึกษาสูง เป็นอาจารย์สอนทางรัฐศาสตร์การเมือง ในมหาวิทยาลัยอันดับนำของอเมริกา
    คุณนายคอนโดให้สัมภาษณ์กับสื่อ ที่เมืองเทลาวิฟ อิสราเอล เมื่อเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ.2006 ในวันทำพิธีเปิดสถานีส่งน้ำมันเส้นทาง Baku-Tbilisi-Ceyhan (BTC)ทางตะวันออกของเมดิเตอร์เรเนียน ว่า…..เรากำลังก้าวไปสู่ ตะวันออกกลางใหม่ “New Middle East” ……และคงไม่ใช่การบังเอิญ วันที่คุณนายให้สัมภาษณ์นั้น อิสราเอลกำลังโจมตีเลบานอน
    คุณนายคอนโดขยายต่อ …. ที่เรากำลังเห็นอยู่ (การโจมตีเลบานอนของอิสราเอล) …..มันอาจจะเป็นการเริ่มต้น ของตะวันออกกลางใหม่ ก็ได้นะ…และไม่ว่าเรา (อเมริกา) จะดำเนินการอย่างไรต่อไป มันหมายความว่า เราจะผลักดันไปสู่ตะวันออกกลางใหม่ ไม่ใช่ ตะวันออกกลางเดิม….อืม….
    แผนสร้างตะวันออกกลางใหม่ New Middle East เป็นแผนที่ปรับปรุงมาจากแผน Greater Middle East Project ที่เป็นการคิดร่วมกันของฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายกองทัพ และกระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ในช่วงปี ค.ศ.1996 สมัยท่านประธานาธิบดี คนที่นิยมเด็กฝึกงาน
    การให้สัมภาษณ์ของคุณนายคอนโด เป็นการยืนยันข่าวลือว่า อเมริกา อังกฤษ อิสราเอล ได้ร่วมกันวางแผนมาหลายปีแล้ว ที่จะสร้างการจราจลวุ่นวายให้เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง โดยให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น และขยายตัวตามแนวโค้งของบรรดาประเทศ ที่รายรอบสหภาพโซเวียต…
    ค.ศ.1996 Richard Perle และ Douglas Feith 2 ที่ปรึกษาใหญ่ของเพนตากอน ตั้งแต่สมัยบุชตัวพ่อ ได้เสนอแผนยุทธศาสตร์สำหรับอิสราเอลยุคใหม่ ภายใต้การนำของนายเนทันยาฮู ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลหมาดๆ ชื่อแผน A Clean Break: A New Strategy for Securing of the Realm ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ที่มีการระบุไว้ในแผนของวอชิงตัน ที่เสนอให้มีการกำจัด ซัดดัม ฮุสเซน ของอิรัค การใช้กำลังทหารกับปาเลสไตน์ และการโจมตีซีเรีย และเลบานอน
    นายเนทันยาฮู เพิ่งขึ้นมานั่งแท่นนายกใหม่ๆ ยังจับอุณหภูมิไม่ถูก บอกว่าแผนนี้เสี่ยงฉิบหาย ยังไม่ทันไร จะให้กูเล่นเกมหนัก แผน Perle- Feith จึงถูกเก็บเข้าลิ้นชัก
    ค.ศ.2001 คาวบอยบุช ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสมัยแรก มาพร้อมกับคำสั่งพ่อให้เปิดลิ้นชัก เอาแผน Perle-Feith ออกมาปัดฝุ่น บอกว่า นี่คือยุทธศาสตร์สำคัญระดับสูงสุดของเรานะลูกรัก แล้วทีมของลูกรัก ก็ทำการปรับปรุงแต่งหน้าแผน และตั้งชื่อแผนเสียใหม่ว่า Greater Middle East Project ส่วน Douglas Feith ก็ได้รับตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นรางวัล
    Greater Middle East มีฉากหน้า เป็นแผนปฏิรูปตะวันออกกลาง โดยให้ทุกประเทศใส่เสื้อคลุมประชาธิปไตย (ต้มแบบเดิมๆ แต่ก็ยังมีคนเชื่อเหมือนเดิม..เบื่อเขียนจังครับ) แต่ของจริงคือ แผนการควบคุมด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของตะวันออกกลาง รวมทั้งกินไปถึงแนวประเทศต่างๆตั้งแต่โมรอคโค ไปจนถึงเขตแดนของรัสเซียและจีน
    ตามแผนนี้ อเมริกา ด้วยความกระหายน้ำมันและเลือดของกลุ่มเหยี่ยว ที่นำโดยคาวบอยบุช
    เตรียมแผนที่จะควบคุมแหล่งน้ำมัน รวมไปจนถึง การผลิต การขายน้ำมัน ฯลฯ พร้อมทั้งควบคุมสถาบันการเงินในภูมิภาคทั้งหมดด้วย มันคือแผนกินรวบ หรือยึดตะวันออกกลางทั้งหมดเป็นอาณานิคมนั่นเอง….
    อเมริกาเตรียมจะเสนอแผนการนี้ในที่ประชุม G8 ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2004 โดยเรียกเป็นแผนระดับการทำงาน working paper G8-Greater Middle East Partnership เพื่อจัดแถวเรียงคิว
    แต่ G8 คือ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี ญี่ปุ่น รัสเซีย อังกฤษ และอเมริกา เอะ ไม่มีประเทศในตะวันออกกลางอยู่ในรายชื่อเลยนี่หว่า เวร กำลังจะถูกเคี้ยว แต่ยังไม่รู้ตัว แถมกำลังเดินจูงกันไปเข้าปากเขา…
    บังเอิญมีมือดี ส่งร่างแผนกินรวบนี้ไปให้สื่อ Al-Hayat ซึ่งตีพิมพ์เป็นภาษา
    อารบิกมีเครือข่ายกว้างขวาง ส่งออกไปทั่วภูมิภาค แถมมีบทความในนิตยสาร Le Monde Diplomatique เดือนเมษายน ค.ศ.2004 ลงเพิ่มให้อีกว่า นอกจากประเทศในตะวันออกกลาง ที่จะโดนเคี้ยวแล้ว อาฟกานิสถาน อิหร่าน ปากีสถาน ตุรกี ก็อาจโดนไปด้วย เพราะดันไปเรียงแถวกันอยู่ ตามแนวที่ไม่ไม่เป็นมิตรกับอเมริกาอย่างรุนแรง…..หมายถึงใครนะ ที่ไม่เป็นมิตรกับอเมริกา…
    หลังจากแผนกินรวบรั่ว ผู้ที่ออกมาคัดค้านแผนนี้อย่างรุนแรง คือ ประธานาธิบดีมูบารัคของอียิปต์ ตามมาด้วยกษัตริย์อับดุลลา ของซาอุดิอารเบีย คาวบอยบุชจึงสั่งเก็บแผนกินรวบ…. ไว้ชั่วคราวและชื่อของมูบารัค ก็คงถูกกากะบาด ตั้งแต่ตอนนั้น แล้วกษัตริย์อับดุลลาล่ะ ไม่โดนหรือพ่อ รอไปก่อนน่า อย่าเพิ่งใจร้อน ยังต้องเอาไว้ใช้งานอีกแยะ
    อันที่จริง อเมริกาและอังกฤษ เริ่มคิดเกี่ยวกับเรื่องประเทศ ที่มีบริเวณอยู่รายรอบสหภาพโซเวียต มานานเกือบ 40 ปีแล้ว ตั้งแต่สหภาพโซเวียตยังอยู่ดี
    ในปี ค.ศ.1978 นายชบิกเนียฟ เบรซินสกี้ Zbigniew Brzezinski (เป็นอีกหนึ่งตัวแสบ ที่ผมสะอิดสะเอียนมาก เวลาที่ต้องเขียนถึง) ในฐานะที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของท่านประธานาธิบดีถั่ว จิมมี่ คาร์เตอร์ ได้พูดในการบรรยายว่า
    …..เราควรให้ความสนใจต่อ ” an arc of crisis” หรือ แนวโค้งที่จะสร้างวิกฤติได้ คือ บรรดาประเทศที่เรียงรายและมีบริเวณอยู่ติดกับสหภาพโซเวียต เริ่มตั้งแต่แนวชายฝั่งของมหาสมุทรอินเดีย ไล่มาจนถึงตุรกี ลงใต้มาถึงประเทศที่อยู่แถวแหลมอารเบีย และยาวไปจนถึงปลายแหลมของอาฟริกา….
    …..และจุดสำคัญ ที่จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อของแนวโค้ง คือ อิหร่าน…..
    …..แนวโค้งดังกล่าว มีความเปราะบาง ทั้งทางด้านสังคมและการเมือง แต่จะมีความหมายกับอเมริกาอย่างมากมาย……ความวุ่นวายของประเทศในแนวโค้ง นั้น ไม่ว่าจะมาจากทางการเมือง หรือสังคม สามารถสร้างความปวดหัวให้กับเรา หรือกับฝ่ายตรงกันข้ามของเราได้อย่างมหาศาล…..
    แล้วยุทธศาสตร์ของอเมริกาและอังกฤษ เกี่ยวกับสหภาพโซเวียต ก็มีการเปลี่ยนแปลง เกิดมีแนวความคิดที่จะเอากองกำลังของพวกมุสลิม มาใช้ในการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ด้วยการสร้างความวุ่นวายในประเทศตามแนวโค้ง
    ทฤษฏีของเบรซินสกี้ ถูกนำไปขยายเป็นแผนยุทธศาสตร์ในปี ค.ศ.1979 โดย นายเบอร์นาร์ด ลิวอิส Bernard Lewis ชาวอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญด้านงานข่าวกรอง และเป็นนักประวัติศาสตร์ ผู้ชำนาญโดยเฉพาะในบริเวณตะวันออกกลาง และเอเซียกลาง ตามแผนยุทธศาสตร์นี้ อเมริกาจะสร้างกองกำลังของพวกมุสลิม มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการ “ปิดล้อม”สหภาพโซเวียต และ”ควบคุม” ตะวันออกกลางต่อไปด้วย
    ในปี ค.ศ.1992 ลิวอิส เขียนบทความชื่อ “Rethinking the Middle East” (คิดอีกที เรื่องตะวันออกกลาง) ลงในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังความคิด Council on Foreign Relations หรือ CFR ที่เป็นเสมือนผู้กำกับรัฐบาลอเมริกัน
    ลิวอิส เสนอความเห็นว่า เรา (แองโกลอเมริกัน) ควรมีนโยบายเกี่ยวกับตะวันออกกลางใหม่ เพื่อเป็นการรองรับการสิ้นสุดของสงครามเย็น และเป็นการจัดระเบียบโลกใหม่ สรุปง่ายๆ แบบภาษาแถวบ้านผม แปลว่า ต้องมีแผนดองรัสเซียไว้ในขวดโหลนั่นแหละครับ
    ย้อนไปในปี ค.ศ.1982 ผู้สื่อข่าวชาวอิสราเอล ชื่อ โอเด็ด ยีนอน Oded Yinon ก็เขียนบทความชิ้นสำคัญออกมา เป็นบทความที่อเมริกาและอังกฤษให้ความสนใจมาก สรุปว่า การล่มสลายของซีเรีย อิรัค และเลบานอน คือเป้าหมายสำคัญของอิสราเอล อิรัคจะแข็งแรงกว่าซีเรีย ถ้าปล่อยให้อยู่นานไป และนั่นเป็นการคุกคามต่อการเป็นอยู่ของอิสราเอล
    ในปี ค.ศ.1996 อเมริกาแจกงาน ให้อิสราเอล ทำหน้าที่ประสานงานใกล้ชิดกับตุรกี และจอร์แดน เผื่อเตรียมแผนปฏิบัติการร่วม ในการเด็ดซัดดัม ให้หลุดออกไปจากขั้วอำนาจในอิรัค
    ปี ค.ศ.2000 อเมริกาออกนโยบายที่เรียกว่า Project for the New American Century (PNAC) ศตวรรษใหม่ของอเมริกา จุดประสงค์เพื่อจัดทัพด้านความมั่นคงของอเมริกาเสียใหม่ โดยเฉพาะเพื่อให้ตะวันออกกลางอยู่ในการครอบครอง หรือควบคุมของอเมริกาอย่างเบ็ดเสร็จ โดยเน้นที่การกำจัด อิรัค และอิหร่าน
    และในที่สุด ในปี ค.ศ.2003 อเมริกาก็บุกอิรัคจริง และกำจัดซัดดัมจริง ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
    หลังจากนั้น แผนหรือโครงการ ตะวันออกกลางใหม่ New Middle East ของ “อเมริกา” ก็เปิดตัว ต่อสาธารณะ ในปี ค.ศ.2006….เฮ้อ…
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    1 ธ.ค. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 7 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 7 ทฤษฏีเอาปั้มไม่เอาคนนั้น อเมริกา อังกฤษ และอิสราเอล (ไอ้สามแสบ) ได้สมคบกันคิดมานานแล้ว และมาเปิดเผยอย่างเป็นทางการ เมื่อประมาณปี ค.ศ.2006 โดยคุณนายคอนโดลีสซ่า ไรซ์ Condoleezza Rice เมื่อตอนเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของอเมริกา สมัยคาวบอยบุชเป็นประธานาธิบดี คุณนายคอนโด เป็นหญิงผิวดำ ที่ออกท่าว่ามีการศึกษาสูง เป็นอาจารย์สอนทางรัฐศาสตร์การเมือง ในมหาวิทยาลัยอันดับนำของอเมริกา คุณนายคอนโดให้สัมภาษณ์กับสื่อ ที่เมืองเทลาวิฟ อิสราเอล เมื่อเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ.2006 ในวันทำพิธีเปิดสถานีส่งน้ำมันเส้นทาง Baku-Tbilisi-Ceyhan (BTC)ทางตะวันออกของเมดิเตอร์เรเนียน ว่า…..เรากำลังก้าวไปสู่ ตะวันออกกลางใหม่ “New Middle East” ……และคงไม่ใช่การบังเอิญ วันที่คุณนายให้สัมภาษณ์นั้น อิสราเอลกำลังโจมตีเลบานอน คุณนายคอนโดขยายต่อ …. ที่เรากำลังเห็นอยู่ (การโจมตีเลบานอนของอิสราเอล) …..มันอาจจะเป็นการเริ่มต้น ของตะวันออกกลางใหม่ ก็ได้นะ…และไม่ว่าเรา (อเมริกา) จะดำเนินการอย่างไรต่อไป มันหมายความว่า เราจะผลักดันไปสู่ตะวันออกกลางใหม่ ไม่ใช่ ตะวันออกกลางเดิม….อืม…. แผนสร้างตะวันออกกลางใหม่ New Middle East เป็นแผนที่ปรับปรุงมาจากแผน Greater Middle East Project ที่เป็นการคิดร่วมกันของฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายกองทัพ และกระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ในช่วงปี ค.ศ.1996 สมัยท่านประธานาธิบดี คนที่นิยมเด็กฝึกงาน การให้สัมภาษณ์ของคุณนายคอนโด เป็นการยืนยันข่าวลือว่า อเมริกา อังกฤษ อิสราเอล ได้ร่วมกันวางแผนมาหลายปีแล้ว ที่จะสร้างการจราจลวุ่นวายให้เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง โดยให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น และขยายตัวตามแนวโค้งของบรรดาประเทศ ที่รายรอบสหภาพโซเวียต… ค.ศ.1996 Richard Perle และ Douglas Feith 2 ที่ปรึกษาใหญ่ของเพนตากอน ตั้งแต่สมัยบุชตัวพ่อ ได้เสนอแผนยุทธศาสตร์สำหรับอิสราเอลยุคใหม่ ภายใต้การนำของนายเนทันยาฮู ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลหมาดๆ ชื่อแผน A Clean Break: A New Strategy for Securing of the Realm ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ที่มีการระบุไว้ในแผนของวอชิงตัน ที่เสนอให้มีการกำจัด ซัดดัม ฮุสเซน ของอิรัค การใช้กำลังทหารกับปาเลสไตน์ และการโจมตีซีเรีย และเลบานอน นายเนทันยาฮู เพิ่งขึ้นมานั่งแท่นนายกใหม่ๆ ยังจับอุณหภูมิไม่ถูก บอกว่าแผนนี้เสี่ยงฉิบหาย ยังไม่ทันไร จะให้กูเล่นเกมหนัก แผน Perle- Feith จึงถูกเก็บเข้าลิ้นชัก ค.ศ.2001 คาวบอยบุช ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสมัยแรก มาพร้อมกับคำสั่งพ่อให้เปิดลิ้นชัก เอาแผน Perle-Feith ออกมาปัดฝุ่น บอกว่า นี่คือยุทธศาสตร์สำคัญระดับสูงสุดของเรานะลูกรัก แล้วทีมของลูกรัก ก็ทำการปรับปรุงแต่งหน้าแผน และตั้งชื่อแผนเสียใหม่ว่า Greater Middle East Project ส่วน Douglas Feith ก็ได้รับตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นรางวัล Greater Middle East มีฉากหน้า เป็นแผนปฏิรูปตะวันออกกลาง โดยให้ทุกประเทศใส่เสื้อคลุมประชาธิปไตย (ต้มแบบเดิมๆ แต่ก็ยังมีคนเชื่อเหมือนเดิม..เบื่อเขียนจังครับ) แต่ของจริงคือ แผนการควบคุมด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของตะวันออกกลาง รวมทั้งกินไปถึงแนวประเทศต่างๆตั้งแต่โมรอคโค ไปจนถึงเขตแดนของรัสเซียและจีน ตามแผนนี้ อเมริกา ด้วยความกระหายน้ำมันและเลือดของกลุ่มเหยี่ยว ที่นำโดยคาวบอยบุช เตรียมแผนที่จะควบคุมแหล่งน้ำมัน รวมไปจนถึง การผลิต การขายน้ำมัน ฯลฯ พร้อมทั้งควบคุมสถาบันการเงินในภูมิภาคทั้งหมดด้วย มันคือแผนกินรวบ หรือยึดตะวันออกกลางทั้งหมดเป็นอาณานิคมนั่นเอง…. อเมริกาเตรียมจะเสนอแผนการนี้ในที่ประชุม G8 ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2004 โดยเรียกเป็นแผนระดับการทำงาน working paper G8-Greater Middle East Partnership เพื่อจัดแถวเรียงคิว แต่ G8 คือ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี ญี่ปุ่น รัสเซีย อังกฤษ และอเมริกา เอะ ไม่มีประเทศในตะวันออกกลางอยู่ในรายชื่อเลยนี่หว่า เวร กำลังจะถูกเคี้ยว แต่ยังไม่รู้ตัว แถมกำลังเดินจูงกันไปเข้าปากเขา… บังเอิญมีมือดี ส่งร่างแผนกินรวบนี้ไปให้สื่อ Al-Hayat ซึ่งตีพิมพ์เป็นภาษา อารบิกมีเครือข่ายกว้างขวาง ส่งออกไปทั่วภูมิภาค แถมมีบทความในนิตยสาร Le Monde Diplomatique เดือนเมษายน ค.ศ.2004 ลงเพิ่มให้อีกว่า นอกจากประเทศในตะวันออกกลาง ที่จะโดนเคี้ยวแล้ว อาฟกานิสถาน อิหร่าน ปากีสถาน ตุรกี ก็อาจโดนไปด้วย เพราะดันไปเรียงแถวกันอยู่ ตามแนวที่ไม่ไม่เป็นมิตรกับอเมริกาอย่างรุนแรง…..หมายถึงใครนะ ที่ไม่เป็นมิตรกับอเมริกา… หลังจากแผนกินรวบรั่ว ผู้ที่ออกมาคัดค้านแผนนี้อย่างรุนแรง คือ ประธานาธิบดีมูบารัคของอียิปต์ ตามมาด้วยกษัตริย์อับดุลลา ของซาอุดิอารเบีย คาวบอยบุชจึงสั่งเก็บแผนกินรวบ…. ไว้ชั่วคราวและชื่อของมูบารัค ก็คงถูกกากะบาด ตั้งแต่ตอนนั้น แล้วกษัตริย์อับดุลลาล่ะ ไม่โดนหรือพ่อ รอไปก่อนน่า อย่าเพิ่งใจร้อน ยังต้องเอาไว้ใช้งานอีกแยะ อันที่จริง อเมริกาและอังกฤษ เริ่มคิดเกี่ยวกับเรื่องประเทศ ที่มีบริเวณอยู่รายรอบสหภาพโซเวียต มานานเกือบ 40 ปีแล้ว ตั้งแต่สหภาพโซเวียตยังอยู่ดี ในปี ค.ศ.1978 นายชบิกเนียฟ เบรซินสกี้ Zbigniew Brzezinski (เป็นอีกหนึ่งตัวแสบ ที่ผมสะอิดสะเอียนมาก เวลาที่ต้องเขียนถึง) ในฐานะที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของท่านประธานาธิบดีถั่ว จิมมี่ คาร์เตอร์ ได้พูดในการบรรยายว่า …..เราควรให้ความสนใจต่อ ” an arc of crisis” หรือ แนวโค้งที่จะสร้างวิกฤติได้ คือ บรรดาประเทศที่เรียงรายและมีบริเวณอยู่ติดกับสหภาพโซเวียต เริ่มตั้งแต่แนวชายฝั่งของมหาสมุทรอินเดีย ไล่มาจนถึงตุรกี ลงใต้มาถึงประเทศที่อยู่แถวแหลมอารเบีย และยาวไปจนถึงปลายแหลมของอาฟริกา…. …..และจุดสำคัญ ที่จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อของแนวโค้ง คือ อิหร่าน….. …..แนวโค้งดังกล่าว มีความเปราะบาง ทั้งทางด้านสังคมและการเมือง แต่จะมีความหมายกับอเมริกาอย่างมากมาย……ความวุ่นวายของประเทศในแนวโค้ง นั้น ไม่ว่าจะมาจากทางการเมือง หรือสังคม สามารถสร้างความปวดหัวให้กับเรา หรือกับฝ่ายตรงกันข้ามของเราได้อย่างมหาศาล….. แล้วยุทธศาสตร์ของอเมริกาและอังกฤษ เกี่ยวกับสหภาพโซเวียต ก็มีการเปลี่ยนแปลง เกิดมีแนวความคิดที่จะเอากองกำลังของพวกมุสลิม มาใช้ในการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ด้วยการสร้างความวุ่นวายในประเทศตามแนวโค้ง ทฤษฏีของเบรซินสกี้ ถูกนำไปขยายเป็นแผนยุทธศาสตร์ในปี ค.ศ.1979 โดย นายเบอร์นาร์ด ลิวอิส Bernard Lewis ชาวอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญด้านงานข่าวกรอง และเป็นนักประวัติศาสตร์ ผู้ชำนาญโดยเฉพาะในบริเวณตะวันออกกลาง และเอเซียกลาง ตามแผนยุทธศาสตร์นี้ อเมริกาจะสร้างกองกำลังของพวกมุสลิม มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการ “ปิดล้อม”สหภาพโซเวียต และ”ควบคุม” ตะวันออกกลางต่อไปด้วย ในปี ค.ศ.1992 ลิวอิส เขียนบทความชื่อ “Rethinking the Middle East” (คิดอีกที เรื่องตะวันออกกลาง) ลงในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังความคิด Council on Foreign Relations หรือ CFR ที่เป็นเสมือนผู้กำกับรัฐบาลอเมริกัน ลิวอิส เสนอความเห็นว่า เรา (แองโกลอเมริกัน) ควรมีนโยบายเกี่ยวกับตะวันออกกลางใหม่ เพื่อเป็นการรองรับการสิ้นสุดของสงครามเย็น และเป็นการจัดระเบียบโลกใหม่ สรุปง่ายๆ แบบภาษาแถวบ้านผม แปลว่า ต้องมีแผนดองรัสเซียไว้ในขวดโหลนั่นแหละครับ ย้อนไปในปี ค.ศ.1982 ผู้สื่อข่าวชาวอิสราเอล ชื่อ โอเด็ด ยีนอน Oded Yinon ก็เขียนบทความชิ้นสำคัญออกมา เป็นบทความที่อเมริกาและอังกฤษให้ความสนใจมาก สรุปว่า การล่มสลายของซีเรีย อิรัค และเลบานอน คือเป้าหมายสำคัญของอิสราเอล อิรัคจะแข็งแรงกว่าซีเรีย ถ้าปล่อยให้อยู่นานไป และนั่นเป็นการคุกคามต่อการเป็นอยู่ของอิสราเอล ในปี ค.ศ.1996 อเมริกาแจกงาน ให้อิสราเอล ทำหน้าที่ประสานงานใกล้ชิดกับตุรกี และจอร์แดน เผื่อเตรียมแผนปฏิบัติการร่วม ในการเด็ดซัดดัม ให้หลุดออกไปจากขั้วอำนาจในอิรัค ปี ค.ศ.2000 อเมริกาออกนโยบายที่เรียกว่า Project for the New American Century (PNAC) ศตวรรษใหม่ของอเมริกา จุดประสงค์เพื่อจัดทัพด้านความมั่นคงของอเมริกาเสียใหม่ โดยเฉพาะเพื่อให้ตะวันออกกลางอยู่ในการครอบครอง หรือควบคุมของอเมริกาอย่างเบ็ดเสร็จ โดยเน้นที่การกำจัด อิรัค และอิหร่าน และในที่สุด ในปี ค.ศ.2003 อเมริกาก็บุกอิรัคจริง และกำจัดซัดดัมจริง ทุกอย่างเป็นไปตามแผน หลังจากนั้น แผนหรือโครงการ ตะวันออกกลางใหม่ New Middle East ของ “อเมริกา” ก็เปิดตัว ต่อสาธารณะ ในปี ค.ศ.2006….เฮ้อ… สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 1 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 329 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 6

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 6
    ตกลงอเมริกาสร้างหรือปล่อยให้มีการสร้างไอซิส ISIS ขึ้นมาทำไม
    อเมริกาต้องมีแผนแน่นอน แต่แผนของอเมริกามันขนาดไหนล่ะ กินบริเวณแค่แถวตะวันออกกลาง หรือกินบริเวณไกลไปกว่านั้น……
    ลองมาไล่เรียงกันดูว่า มีทฤษฏีอะไรบ้าง ที่ทำให้อเมริกาต้องสร้าง หรือปล่อยให้มีการสร้างไอซิส
    ทฤษฏีแรกคือ การแย่งชิงพลังงานในโลก มันเป็นทฤษฏีเก่าใช้กันมานานตั้งแต่สมัยทำสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่น่าจะโบราณตกรุ่นไปแล้ว แต่ทฤษฏีนี้ยังได้ผลอยู่ครับ ตราบใดที่น้ำมันยังมีส่วนเกี่ยวพันกับชีวิตเราเกือบทุกวัน
    และเพื่อจะรักษาการเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของตนไว้ อเมริกาจึงพร้อมที่จะทำทุกอย่าง เพื่อที่จะคุมแหล่งพลังงานทั้งโลกไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตามคำกล่าวของนายเฮนรี่ คิสซิงเจอร์ ……ควบคุมน้ำมันได้ คุณก็ควบคุมชาติต่างๆได้ control oil and you control nations…..
    อเมริกามีแหล่งพลังงานของตัวเอง เพียงพอที่จะเลี้ยงประเทศตัวเองไปได้นานหลายปี เช่นเดียวกับรัสเซีย ที่กำลังขึ้นมาท้าทายการเป็นขั้วอำนาจใหม่ในโลกอีกขั้วหนึ่ง ก็มีแหล่งพลังงานเหลือเฟือ แบบนี้อเมริกาก็ต้องเร่งเครื่อง ไม่ให้ใครมาแซง
    แต่บริเวณที่ไม่ใช่ของอเมริกา และไม่ใช่ของรัสเซีย ที่มีแหล่งพลังงานมากที่สุดในโลก ที่มีทั้งน้ำมันและแก๊ส หอมหวลชวนให้ครอบครอง หรือควบคุม คงไม่พ้นตะวันออกกลาง (และน้องใหม่ อาฟริกา) และทั้ง 2 บริเวณนี้ ก็คงไม่มีวันสงบสุข
    อเมริกา ครอบครองและควบคุมประเทศในแถบตะวันออกกลางไว้แล้วกว่าครึ่ง คือ กลุ่มซาอุดิอารเบีย มี บาห์เรน การ์ตา คูเวต เอมิเรต และจอร์แดน
    โอมาน ชาวอ่าวที่น่าจะสังกัดอยู่ในกลุ่มซาอุดิอารเบีย แต่พักหลังดูเหมือนโอมานจะทิ้งระยะห่างจากซาอุ อย่างน่าสังเกต และแถมมีที่ท่าว่าจะวางตัวเป็นกลาง หรือเอียงไปทางอิหร่านด้วยซ้ำ ท้ายที่สุด เชื่อว่าอเมริกาคงไม่ปล่อยมือจากโอมาน และอีกไม่นาน ความไม่สงบก็คงจะเกิดขึ้นในโอมาน
    ส่วนตุรกีนกสองหัว ที่ชอบเล่นเกมเสียว และตอนนี้กำลังได้เสียวสมใจ ถลำลึกลงไปในหลุมที่อเมริกาขุดล่อไว้ …ต่อไป ยังไม่แน่ว่าจะมีเหลือสักหัวไหม ตอนนี้เหมือนจะต้องนับว่าอยู่ในความควบคุมของอเมริกา แต่เกมยังอีกยาว รอดูกันไปอีกหน่อยนะครับ
    สำหรับอิสราเอล คงไม่ต้องบรรยายมาก แม้จะเล่นละครด่ากัน เหน็บกันไปมา กับอเมริกา แก้น้ำลายบูด แต่เชื่อได้เลยว่าอยู่กับอเมริกาเต็มห้าร้อย
    ประเทศที่ชัดเจนว่าไม่เอาอเมริกา คือ อิหร่าน ซีเรีย แม้จะจำนวนแค่ 2 ประเทศแต่ปริมาณพลังงานของอิหร่าน บวกกับของซีเรีย ก็ทำให้อเมริกาและพวกตะวันตก น้ำลายหยดเช็ดไม่ทันเหมือนกัน
    ประเทศที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ ที่จะทำให้อำนาจ และความมั่นคงในตะวันออกกลาง เปลี่ยนแปลงอย่างนึกไม่ถึง คือ ซีเรีย อิรัค เยเมน ปาเลสไตน์และเลบานอน ฝ่ายไหนได้ 5 ประเทศนี้ไป ฝ่ายนั้นได้คุมตะวันออกกลาง เบ็ดเสร็จ
    นอกจากนี้ อียิปต์ แม้จะไม่ใช่ชาวตะวันออกกลาง แต่การที่อียิปต์ มีบริเวณตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับซาอุ และคุมคลองสุเอซ บวกแหล่งแก๊ส Zohr ที่เพิ่งเจอ ทำให้อียิปต์ ราศีจับจนมีคนอิจฉา และถ้าใครคว้าข้อมืออียิปต์ไว้ได้ ก็เหมือนได้ลาภลอย ถ้าคุยกับอืยิปต์รู้เรื่อง
    ถ้าเป็นตามทฤษฏีนี้ ฝ่ายอเมริกาก็คงจะทำทุกอย่าง ที่ให้ได้ ซีเรีย อิรัค เยเมน ปาเลสไตน์ และเลบานอน และเราก็เห็นแล้วว่า ขณะนี้ทั้ง 5 ประเทศ มีการสู้รบ ความวุ่นวายเกิดขึ้นอย่างน่าเศร้าใจขนาดไหน ขณะเดียวกัน อิหร่าน ก็คงต้องดิ้นรนอย่างที่สุด เพื่อไม่ให้ 5 ประเทศนี้ ตกไปอยู่กับฝ่ายตรงข้าม ไม่เช่นนั้นแล้ว อิหร่านเอง ก็จะถูกรุมกินโต๊ะ ถึงขนาดสิ้นชาติได้ทีเดียว
    อันที่จริงอเมริกา จะปล่อยให้ตะวันออกกลาง ตัดสินใจความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากันเองก็ได้ แต่แบบนั้น มันจะทำให้อเมริกาควบคุมตะวันออกกลางไม่เบ็ดเสร็จ ไม่ได้ควบคุมแหล่งพลังงานทั้งหมดตามแผน อเมริกาจึงใช้วิธี แบ่งแยกและยึด Divide and Conquer โดยอเมริกาจับจุดอ่อนของตะวันออกกลาง เกี่ยวกับเรื่องการแตกแยกทางนิกายศาสนาได้ อเมริกาจึงส่งลิ่ม ชื่อไอซิส เข้ามาตอกย้ำในซีเรียและอิรัค ว่า พวกชีอ่ะต้องการทำลายพวกสุนนี่ในซีเรียและอิรัค และขณะเดียวกัน ก็ให้สุนนี่ซาอุดิอารเบีย รับหน้าที่จัดการเยเมน ที่มีหลายเผ่าพันธ์ ส่วนอิสราเอล รับเรื่องเลบานอน ปาเลสไตน์ไป ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับนิกายศาสนา แต่เป็นเรื่องดินแดน ตามแผนที่อังกฤษวางสนุ๊กไว้ ร้อยกว่าปีมาแล้ว
    แต่ แผนแบ่งแยกและยึดตะวันออกกลาง ในความหมายของอเมริกา น่าจะหมายยาวไปกว่าแค่ การยึดได้ตะวันออกกลาง มันคงเป็นตะวันออกกลางแบบ “เอาปั๊ม ไม่เอาคน” ต้มคนตะวันออกกลางอีกต่อ
    อเมริการู้ว่า วันหนึ่งน้ำมันในตะวันออกกลางก็จะต้องหมด และบางประเทศ เช่น ซาอุดิอารเบีย และหลายประเทศแถวอ่าว ก็ใช้น้ำมันอย่างฟุ่มเฟือย เมื่อเทียบกับอิหร่าน บวกกับประชากรที่เพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว และบางประเทศสร้างแต่ตึกสูงแบบเศรษฐีทั้งเมือง กินน้ำมันกันจุแบบนี้ อเมริกาทนไม่ได้หรอก แล้วกูจะเหลืออะไร มันถึงต้องวางแผน เอาแต่ปั๊ม ไม่เอาคน
    และเมื่อจะเอาแต่ปั๊มไม่เอาคน มันก็ต้องเป็นการวางแผน ให้ตะวันออกกลางเกิดความอลหม่านวุ่นวายให้มากที่สุด โดยอเมริกาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยตัวเองน้อยที่สุด ดังนั้น ไม่มีอะไรดีไปกว่าสร้างเครื่องมือชื่อ ไอซิส มาเป็นเป้าล่อ ให้คนในถล่มกันเอง ให้ซีเรีย และอิรัคร่วงก่อน
    ถ้า ซีเรีย อิรัคใกล้ร่วง อิหร่านก็อยู่เฉยไม่ได้ ต้องออกโรง เพราะถ้าอิรัค ซีเรียไป อิหร่านก็ไปด้วย และด้วยการวางแผนเช่นนี้ ในที่สุดตะวันออกกลางก็จะเละสมใจอเมริกาและพวก เหลือแต่ปั๊ม (แทบ) ไม่เหลือคน
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    30 พ.ย. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 6 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 6 ตกลงอเมริกาสร้างหรือปล่อยให้มีการสร้างไอซิส ISIS ขึ้นมาทำไม อเมริกาต้องมีแผนแน่นอน แต่แผนของอเมริกามันขนาดไหนล่ะ กินบริเวณแค่แถวตะวันออกกลาง หรือกินบริเวณไกลไปกว่านั้น…… ลองมาไล่เรียงกันดูว่า มีทฤษฏีอะไรบ้าง ที่ทำให้อเมริกาต้องสร้าง หรือปล่อยให้มีการสร้างไอซิส ทฤษฏีแรกคือ การแย่งชิงพลังงานในโลก มันเป็นทฤษฏีเก่าใช้กันมานานตั้งแต่สมัยทำสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่น่าจะโบราณตกรุ่นไปแล้ว แต่ทฤษฏีนี้ยังได้ผลอยู่ครับ ตราบใดที่น้ำมันยังมีส่วนเกี่ยวพันกับชีวิตเราเกือบทุกวัน และเพื่อจะรักษาการเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของตนไว้ อเมริกาจึงพร้อมที่จะทำทุกอย่าง เพื่อที่จะคุมแหล่งพลังงานทั้งโลกไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตามคำกล่าวของนายเฮนรี่ คิสซิงเจอร์ ……ควบคุมน้ำมันได้ คุณก็ควบคุมชาติต่างๆได้ control oil and you control nations….. อเมริกามีแหล่งพลังงานของตัวเอง เพียงพอที่จะเลี้ยงประเทศตัวเองไปได้นานหลายปี เช่นเดียวกับรัสเซีย ที่กำลังขึ้นมาท้าทายการเป็นขั้วอำนาจใหม่ในโลกอีกขั้วหนึ่ง ก็มีแหล่งพลังงานเหลือเฟือ แบบนี้อเมริกาก็ต้องเร่งเครื่อง ไม่ให้ใครมาแซง แต่บริเวณที่ไม่ใช่ของอเมริกา และไม่ใช่ของรัสเซีย ที่มีแหล่งพลังงานมากที่สุดในโลก ที่มีทั้งน้ำมันและแก๊ส หอมหวลชวนให้ครอบครอง หรือควบคุม คงไม่พ้นตะวันออกกลาง (และน้องใหม่ อาฟริกา) และทั้ง 2 บริเวณนี้ ก็คงไม่มีวันสงบสุข อเมริกา ครอบครองและควบคุมประเทศในแถบตะวันออกกลางไว้แล้วกว่าครึ่ง คือ กลุ่มซาอุดิอารเบีย มี บาห์เรน การ์ตา คูเวต เอมิเรต และจอร์แดน โอมาน ชาวอ่าวที่น่าจะสังกัดอยู่ในกลุ่มซาอุดิอารเบีย แต่พักหลังดูเหมือนโอมานจะทิ้งระยะห่างจากซาอุ อย่างน่าสังเกต และแถมมีที่ท่าว่าจะวางตัวเป็นกลาง หรือเอียงไปทางอิหร่านด้วยซ้ำ ท้ายที่สุด เชื่อว่าอเมริกาคงไม่ปล่อยมือจากโอมาน และอีกไม่นาน ความไม่สงบก็คงจะเกิดขึ้นในโอมาน ส่วนตุรกีนกสองหัว ที่ชอบเล่นเกมเสียว และตอนนี้กำลังได้เสียวสมใจ ถลำลึกลงไปในหลุมที่อเมริกาขุดล่อไว้ …ต่อไป ยังไม่แน่ว่าจะมีเหลือสักหัวไหม ตอนนี้เหมือนจะต้องนับว่าอยู่ในความควบคุมของอเมริกา แต่เกมยังอีกยาว รอดูกันไปอีกหน่อยนะครับ สำหรับอิสราเอล คงไม่ต้องบรรยายมาก แม้จะเล่นละครด่ากัน เหน็บกันไปมา กับอเมริกา แก้น้ำลายบูด แต่เชื่อได้เลยว่าอยู่กับอเมริกาเต็มห้าร้อย ประเทศที่ชัดเจนว่าไม่เอาอเมริกา คือ อิหร่าน ซีเรีย แม้จะจำนวนแค่ 2 ประเทศแต่ปริมาณพลังงานของอิหร่าน บวกกับของซีเรีย ก็ทำให้อเมริกาและพวกตะวันตก น้ำลายหยดเช็ดไม่ทันเหมือนกัน ประเทศที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ ที่จะทำให้อำนาจ และความมั่นคงในตะวันออกกลาง เปลี่ยนแปลงอย่างนึกไม่ถึง คือ ซีเรีย อิรัค เยเมน ปาเลสไตน์และเลบานอน ฝ่ายไหนได้ 5 ประเทศนี้ไป ฝ่ายนั้นได้คุมตะวันออกกลาง เบ็ดเสร็จ นอกจากนี้ อียิปต์ แม้จะไม่ใช่ชาวตะวันออกกลาง แต่การที่อียิปต์ มีบริเวณตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับซาอุ และคุมคลองสุเอซ บวกแหล่งแก๊ส Zohr ที่เพิ่งเจอ ทำให้อียิปต์ ราศีจับจนมีคนอิจฉา และถ้าใครคว้าข้อมืออียิปต์ไว้ได้ ก็เหมือนได้ลาภลอย ถ้าคุยกับอืยิปต์รู้เรื่อง ถ้าเป็นตามทฤษฏีนี้ ฝ่ายอเมริกาก็คงจะทำทุกอย่าง ที่ให้ได้ ซีเรีย อิรัค เยเมน ปาเลสไตน์ และเลบานอน และเราก็เห็นแล้วว่า ขณะนี้ทั้ง 5 ประเทศ มีการสู้รบ ความวุ่นวายเกิดขึ้นอย่างน่าเศร้าใจขนาดไหน ขณะเดียวกัน อิหร่าน ก็คงต้องดิ้นรนอย่างที่สุด เพื่อไม่ให้ 5 ประเทศนี้ ตกไปอยู่กับฝ่ายตรงข้าม ไม่เช่นนั้นแล้ว อิหร่านเอง ก็จะถูกรุมกินโต๊ะ ถึงขนาดสิ้นชาติได้ทีเดียว อันที่จริงอเมริกา จะปล่อยให้ตะวันออกกลาง ตัดสินใจความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากันเองก็ได้ แต่แบบนั้น มันจะทำให้อเมริกาควบคุมตะวันออกกลางไม่เบ็ดเสร็จ ไม่ได้ควบคุมแหล่งพลังงานทั้งหมดตามแผน อเมริกาจึงใช้วิธี แบ่งแยกและยึด Divide and Conquer โดยอเมริกาจับจุดอ่อนของตะวันออกกลาง เกี่ยวกับเรื่องการแตกแยกทางนิกายศาสนาได้ อเมริกาจึงส่งลิ่ม ชื่อไอซิส เข้ามาตอกย้ำในซีเรียและอิรัค ว่า พวกชีอ่ะต้องการทำลายพวกสุนนี่ในซีเรียและอิรัค และขณะเดียวกัน ก็ให้สุนนี่ซาอุดิอารเบีย รับหน้าที่จัดการเยเมน ที่มีหลายเผ่าพันธ์ ส่วนอิสราเอล รับเรื่องเลบานอน ปาเลสไตน์ไป ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับนิกายศาสนา แต่เป็นเรื่องดินแดน ตามแผนที่อังกฤษวางสนุ๊กไว้ ร้อยกว่าปีมาแล้ว แต่ แผนแบ่งแยกและยึดตะวันออกกลาง ในความหมายของอเมริกา น่าจะหมายยาวไปกว่าแค่ การยึดได้ตะวันออกกลาง มันคงเป็นตะวันออกกลางแบบ “เอาปั๊ม ไม่เอาคน” ต้มคนตะวันออกกลางอีกต่อ อเมริการู้ว่า วันหนึ่งน้ำมันในตะวันออกกลางก็จะต้องหมด และบางประเทศ เช่น ซาอุดิอารเบีย และหลายประเทศแถวอ่าว ก็ใช้น้ำมันอย่างฟุ่มเฟือย เมื่อเทียบกับอิหร่าน บวกกับประชากรที่เพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว และบางประเทศสร้างแต่ตึกสูงแบบเศรษฐีทั้งเมือง กินน้ำมันกันจุแบบนี้ อเมริกาทนไม่ได้หรอก แล้วกูจะเหลืออะไร มันถึงต้องวางแผน เอาแต่ปั๊ม ไม่เอาคน และเมื่อจะเอาแต่ปั๊มไม่เอาคน มันก็ต้องเป็นการวางแผน ให้ตะวันออกกลางเกิดความอลหม่านวุ่นวายให้มากที่สุด โดยอเมริกาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยตัวเองน้อยที่สุด ดังนั้น ไม่มีอะไรดีไปกว่าสร้างเครื่องมือชื่อ ไอซิส มาเป็นเป้าล่อ ให้คนในถล่มกันเอง ให้ซีเรีย และอิรัคร่วงก่อน ถ้า ซีเรีย อิรัคใกล้ร่วง อิหร่านก็อยู่เฉยไม่ได้ ต้องออกโรง เพราะถ้าอิรัค ซีเรียไป อิหร่านก็ไปด้วย และด้วยการวางแผนเช่นนี้ ในที่สุดตะวันออกกลางก็จะเละสมใจอเมริกาและพวก เหลือแต่ปั๊ม (แทบ) ไม่เหลือคน สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 30 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 205 มุมมอง 0 รีวิว
  • ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 สัปดาห์ที่ 19 "ลิเวอร์พูล พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด" วันศุกร์ ที่ 2 ม.ค. 2569(คืนวันพฤหัสบดี) เวลา 00.30 น. ที่ สนามแอนฟิลด์
    ครึ่งแรกทำอะไรไม่ได้ เสมอกันไป 0 : 0
    เริ่มครึ่งหลัง มีจังหวะทำประตู แต่ขาดความแน่นอน จบเกมเสมอกันไป 0 : 0 ยังคงรั้งอันดับ 4 ของตารางต่อไป
    ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 สัปดาห์ที่ 19 "ลิเวอร์พูล พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด" วันศุกร์ ที่ 2 ม.ค. 2569(คืนวันพฤหัสบดี) เวลา 00.30 น. ที่ สนามแอนฟิลด์ ครึ่งแรกทำอะไรไม่ได้ เสมอกันไป 0 : 0 เริ่มครึ่งหลัง มีจังหวะทำประตู แต่ขาดความแน่นอน จบเกมเสมอกันไป 0 : 0 ยังคงรั้งอันดับ 4 ของตารางต่อไป
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 111 มุมมอง 0 รีวิว
  • ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 สัปดาห์ที่ 18 ลิเวอร์พูล เปิดบ้านรับการมาเยือนของ วูล์ฟแฮมป์ตัน เตะวันที่ 27 ธันวาคม 2568 เวลา 22.00 น.
    ครึ่งแรก ลิเวอร์พูลขึ้นนำไป 2 : 0 จากลูกยิงของ กราเฟนแบร์ ในนาทีที่ 41 และ เวียทซ์ ในนาทีที่ 42
    เริ่มครึ่งหลัง บูเอโน มายิงตีตื้นให้ วูลฟ์แฮมป์ตัน ในนาทีที่ 51 จากนั้นทั้ง 2 ทีมทำอะไรกันไม่ได้ จบเกม ลิเวอร์พูล ชนะ วูลฟ์แฮมป์ตันไป 2 : 1 ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 4 ของตาราง มี 32 คะแนน
    ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 สัปดาห์ที่ 18 ลิเวอร์พูล เปิดบ้านรับการมาเยือนของ วูล์ฟแฮมป์ตัน เตะวันที่ 27 ธันวาคม 2568 เวลา 22.00 น. ครึ่งแรก ลิเวอร์พูลขึ้นนำไป 2 : 0 จากลูกยิงของ กราเฟนแบร์ ในนาทีที่ 41 และ เวียทซ์ ในนาทีที่ 42 เริ่มครึ่งหลัง บูเอโน มายิงตีตื้นให้ วูลฟ์แฮมป์ตัน ในนาทีที่ 51 จากนั้นทั้ง 2 ทีมทำอะไรกันไม่ได้ จบเกม ลิเวอร์พูล ชนะ วูลฟ์แฮมป์ตันไป 2 : 1 ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 4 ของตาราง มี 32 คะแนน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 111 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 1

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 1
    ปลายฝนต้นหนาว เรื่องราวใหญ่ๆทยอยเกิดขึ้น เหมือนมีไอ้จัญไรที่ไหน ตั้งใจก่อเหตุให้เป็นไปตามแผน….
    เริ่มด้วยเครื่องบินโดยสารรัสเซียถูกยิงตกที่อียิปต์ ผู้โดยสารตายยกลำ ภายหลังมีหลักฐานอ้างว่าเป็นกลุ่มไอซิส ISIS ตามมาด้วยที่ฝรั่งเศส ระหว่างที่ชาวปารีสกำลังพักผ่อนหลังเลิกงานในคืนวันศุกร์ ก็ถูกผู้ก่อการร้าย ที่อ้างว่าเป็นไอซิส ล้อมยิงไล่ยิงกลางกรุงปารีสไม่รู้กี่จุด ทำเอาชาวฝรั่งเศสตายร้อยกว่าคน
    ทางการตามล่าไอซิสที่ว่าเป็นตัวการ แต่หนีไปกบดานถึงกรุงบรัสเซลล์ การไล่จับไอซิสที่บรัสเซลล์ ทำเอาบรัสเซลล์ต้องยกระดับภัยก่อการร้ายขึ้นไปสูงสุด
    ชาวฝรั่งเศสขวัญยังไม่เข้าที่ ส่วนชาวบรัสเซล์ก็ยังไม่หายงุนงงตกใจ จับหัวไม่ชนปลาย ดันมีข่าวใหม่เกิดขึ้นมาอีกว่า มีผู้ก่อการร้ายบุกเข้าไปในโรงแรมหรูที่ มาลี อาฟริกา จับเอาแขกโรงแรมเป็นตัวประกัน คราวนี้บอกไม่ใช่ไอซิส แต่เป็นผู้ก่อการร้ายพันธุ์อะไรไม่รู้ข่าวมั่วจัง แต่ว่ามีคนตายร่วมยี่สิบ สื่อตะวันตกออกข่าวออกน้อยมาก เพราะใบสั่งบอกว่า อัดฝรั่งเศสกับบรัสเซลล์ ให้หนักๆก่อน
    ผมนอนตามข่าวไปเรื่อยๆ คิดจะเขียนนิทานต่อ แต่ใจอยากจะดูอะไรอีกนิด ให้แน่ใจ
    แล้วเมื่อวานซืน (24 พ.ย.) ไอ้อีกนิด…. ก็เกิดขึ้น นักบินตุรกี ยิงเครื่องบินซูกอยของคุณพี่ปูตินร่วงไปหนึ่งลำ รัสเซียอ้างว่า เป็นการยิงในขณะที่เครื่องบินรัสเซีย กำลังบินอยู่ในเขตซีเรีย แต่ตุรกีก็อ้างว่า อยู่ในเขตตุรกี ใครอ้างอย่างไร ในที่สุดหลักฐานคงออกมาบอกเอง แต่ที่ผมสะกิดใจ คุณพี่ปูตินบอกว่า รายการนี้ เหมือน “ถูกแทงข้างหลัง….”
    คำพูดแบบนี้ นักเลงเขาไม่พูดกันง่ายๆ และเมื่อพูดแล้ว ไม่รู้เหตุการณ์ที่เกี่ยวพัน ทั้งทางตรงทางอ้อม จะเป็นอย่างไร เสียวครับ
    เรื่องราวทั้งหมดที่เขียนข้างต้น เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน นับว่าเป็นการเดินเรื่องที่เร็วมาก คำถามคือ เรื่องทั้งหมดเกี่ยวกันไหม ผมว่าเกี่ยว อาจมีบางท่านคิดว่า ที่ มาลีไม่เกี่ยวกัน แต่ผมว่ามันเกี่ยวกันทั้งนั้น
    ….ตอนนี้ คนที่กำลังนั่งเก้าอี้ร้อน ควันออกตูด ไม่ใช่ชื่อปูติน แต่เป็นลุงโอลอง ที่แม้อากาศแถวยุโรปจะเริ่มเย็นลง แต่เหงื่อหัวล้านของลุงโอลองออกจนซับไม่ทัน โอ้ย… ปวดใจนัก เจ็บใจลึก เสียงเหมือนลุงโอลองกำลังครวญคราง
    ศุกร์ 13 พฤศจิกา ที่ปารีส เล่นแรงเหลือเกิน เหมือน เสาร์ 31 ตุลา ที่อียิปต์เลย แต่ในความเหมือน ก็มีความต่างอย่างน่าคิด
    เสาร์ 31 ตุลา เครื่องบินรัสเซียตกที่อียิปต์ ผู้โดยสารเสียชีวิตทั้งลำจำนวน 224 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวรัสเซีย ไม่กี่วัน หลังจากที่เครื่องตก สื่ออังกฤษ รวมทั้งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกมายืนยันว่า เป็นฝีมือผู้ก่อการร้าย หลังจากนั้น อเมริกาออกมาประทับตราว่า โอกาสที่ไม่ใช่ฝีมือผู้ก่อการร้าย แทบไม่มีเลย สื่อตะวันตก รายงานข่าวทั้งวัน แต่รัสเซียกับอียิปต์ ยังขอสงวนสิทธิ ไม่ลงความเห็น รอหลักฐานที่ชัดเจนก่อน
    ข่าวเสาร์ 31 ตุลา ที่สื่อตะวันตกรายงาน มีแต่ภาพซากเครื่องบินตก ถ่ายซ้ำไม่กี่ภาพ กับภาพนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ กำลังเข้าคิวยาวอยู่ที่สนามบินในอียิปต์ รวมทั้งรายการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวอังกฤษว่า ลำบากมากไหม ทางการอียิปต์มาดูแลไหม ส่วนนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวรัสเซีย และก็เป็นลูกค้าขาใหญ่ของอียิปต์ตอนนี้ และน่าจะอยู่ในสภาพขวัญฝ่อ สื่อตะวันตกทำข่าวให้นิดหน่อยอย่างเสียไม่ได้
    ผ่านไปเกือบ 7 วัน คงเพิ่งนึกออกว่า เออมีชาวรัสเซียตายตั้งแยะว่ะ สื่อตะวันตกเลยทำข่าวเพิ่มให้อีกนิด หลังจากนั้น จึงทำข่าวพิธีสวดไว้อาลัยในโบสถ์ที่รัสเซีย ไม่มีการถ่ายทอดข่าวผู้นำชาติไหนออกมาแถลงข่าวเสียใจ หลังจากเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมงว่า เราอยู่เคียงข้างรัสเซียในคราวเคราะห์ร้ายหนักครั้งนี้ ไม่มีใครเปลี่ยนหน้าเฟซ เป็นรูปธงชาติรัสเซีย ชีวิตคนเหมือนมีค่า ตามแต่สื่อจะชึ้นำ…
    แต่ศุกร์ 13 พฤศจิกา ที่ปารีส คงจะยังเป็นข่าว ที่สื่อตะวันตกเล่นต่ออีกพักใหญ่ หลังจากเริ่มรายงานกันแบบเรียลไทม์เกือบทั้งวันมาเกือบเดือนแล้ว ทุกวัน CNN ส่งทีมนักข่าวเบอร์ใหญ่มายื่นพล่ามเอง ปลุกมาหมด และเหมือนเดิม สื่ออังกฤษ รายงานเปรี้ยงก่อนเพื่อนว่า น่าจะเป็นฝีมือผู้ก่อการร้าย ก่อนที่ไอซิสจะออกมาสมอ้าง
    อเมริการับลูก ไอซิสชั่วช้าเลวมาก เลวจนน่าคลื่นไส้ นักวิเคราะห์เปลี่ยนหน้ามาออกความเห็นกันทุกวันว่า ไอซิสทำ ไอซิสทำ และไอซิสก็รีบส่งคำขู่ว่า ป้ายหน้าแวะเยี่ยมวอชิงตันแน่นอน โอ้ย น่ากลัวจัง….
    วันที่ 16 พฤศจิกายน ลุงโอลอง เข้าไปแถลงในรัฐสภาฝรั่งเศส ด้วยสีหน้าเครียด ถึงความโหดของไอซิส และทำให้ฝรั่งเศส จำเป็นต้องประกาศสงคราม… กับไอซิส และขอประกาศภาวะฉุกเฉินต่อไปอีก 3 เดือน ….เราต้องเข้มแข็ง เราต้องจับมือกัน เราต้องเอาชนะ กวาดไอซิสให้เกลี้ยง…. เป็นการพูดที่เข้ม เครียด ลุงโอลองพูดเสร็จ ทั้งสภาลุกขึ้นยืนตบมือ และตามด้วยร้องเพลงชาติร่วมกัน
    ผมดูข่าวด้วยความสงสาร เศร้าใจ และเหนื่อยหน่าย
    ก่อนหน้าจะเข้าไปแถลงที่รัฐสภา หลังจากเกิดเหตุหมาดๆที่ปารีส ท่านใบตองแห้งกำชับลุงโอลองว่า อย่ามัวแต่ลอยชาย ต้องรีบไปบอมบ์ถล่มที่มั่นไอซิส ที่ซีเรีย ด่วนเลยนะ เดี๋ยวเขาจะว่าฝรั่งเศสแหย หรือแตกคอก …. วันรุ่งขึ้น ลุงโอลองรีบส่งเครื่องบินเจ็ท 20 ลำไปถล่มที่มั่นไอซิสในซีเรีย ไม่รู้กี่แห่ง
    ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าว CNN ต่างประสานเสียงว่า งานข่าวกรองฝรั่งเศสห่วยแตกมาก ปล่อยให้เกิดเรื่องขนาดนี้โดยไม่รู้ตัวล่วงหน้าเลยเหรอ ฝรั่งเศสบอกรู้ แต่ไม่หมด
    รายการเครื่องบินโดยสารรัสเซียตกก็เหมือนกัน อังกฤษดูเหมือนรู้ดีจัง ออกมาว่าเป็นฉากๆ แถมบอกอีกว่า สงสัยข่าวกรองรัสเซียทำไมไม่รู้ข่าว คุณพี่ปูตินอัดกลับอังกฤษ ….คุณรู้ข่าวก่อน ทำไมคุณไม่บอกเราล่วงหน้า คุณปล่อยให้เครื่องเราตกก่อน แล้วค่อยบอกที่หลัง ว่ารู้ข่าวก่อนแล้วอย่างนั้นหรือ เล่นถามผ่าหน้าแบบนี้ อังกฤษก็จีบปากตอแหลต่อไม่ออก
    แต่ลุงโอลองไม่เหมือนกับคุณพี่ปูติน สงสัยยังตั้งตัวไม่ติด หรืออะไร มันยังติดคอ นักข่าว CNN เลยถือโอกาสเติมฟืน ระหว่างกำลังรายงานสด เห็นภาพชาวฝรั่งเศสที่กำลังยืนไว้อาลัยบ้าง เอาดอกไม้มาวางที่หน้าร้านอาหารที่เกิดเหตุ แล้วอยู่ดีๆ ฝูงชนเหล่านั้น ก็หน้าตื่นหันไปมา หลังจากนั้นพร้อมใจกัน ขวาหัน วิ่งตั้บๆๆๆ หน้าตื่นหายไปทั้งฝูง เหมือนถูกอะไรไล่มา
    นักข่าวรายงานว่า ไปตรวจสอบแล้ว ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถามตำรวจ ก็บอกว่า ไม่รู้ว่าวิ่งหนีอะไรกัน…. ……นี่เห็นไหม ขนาดตำรวจนะ ยังไม่รู้เรื่องเลย เพิ่งเกิดเหตุร้ายหยกๆ ไม่ตื่นตัว มีแต่ตื่นเต้น แบบนี้ชาวบ้านก็ขวัญเสียหมด…. อีหนูนักข่าว ด่าฉอดๆ ไม่เลิก ฮู้ย บทมันต้องเล่นทั้งจิก ทั้งบี้ ทุกเรื่องแบบนี้เลยหรือครับ
    แต่มันก็มีการหักมุมอย่างเหลือเชื่อ การประชุม จี 20 ช่วงวันที่ 15-16 พ.ย. ที่ดินแดนของนกสองหัวตุรกี ท่านใบตองแห้งยืนแถลงตอนจบ ทำหน้าเครียด (อีกแล้ว) ด่าว่าไอซิส เลวจนเกินคำบรรยาย เราต้องกำจัด ไอซิสไม่ให้เหลือ ฯลฯ ขี้เกียจเขียนยาวครับ มันก็อีหรอบเดิมนะ ด่าเช็ดไม่มีเหลือ
    ….แล้วอเมริกาจะเอายังไงคร้าบ นักข่าวถามกันเซ็งแซ่ เห็นไอซิสขู่ว่า ป้ายหน้าจะไปวอชิงตันไม่ใช่เหรอคร้าบ ….
    ท่านใบตองแห้งทำหน้าขรีม บอกว่า การเอากองทัพ(อเมริกา) เข้าไปในซีเรีย ก็คงไม่ทำให้อะไรดีขึ้น ซีเอนเอน ของท่านใบตองแห้งเอง ถึงกับใช้ประโยคว่า … A troop in Syria would be a mistake… การเอากองทัพ(ของเรา) เข้าไปในซีเรีย จะเป็นเรื่องผิดพลาด…
    .. ..หา…. นักข่าวมองหน้ากันเลิกลั่ก กูฟังผิดหรือเปล่าวะ เฮ้ย ท่านใบตองแห้ง สงสัยหยิบโพยผิด ไหนกำลังดุเดือด บอกว่า เราต้องกำจัดไอซิสไงคร้าบ..
    ท่านใบตองแห้งบอกว่า เรากำลังหาทางออกที่ดีกว่านั้น อ้อ … แปลว่า ยังไม่มีแผน หรือยังบี้ไม่ได้ที่ …
    โอ้ย ปวดจาย… ตาย (ห่า) กันไปเท่าไหร่แล้ว 2 ประเทศ ยังไม่ถึงใจ ยังไม่ได้ที่อีกหรือคร้าบ….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    27 พ.ย. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 1 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 1 ปลายฝนต้นหนาว เรื่องราวใหญ่ๆทยอยเกิดขึ้น เหมือนมีไอ้จัญไรที่ไหน ตั้งใจก่อเหตุให้เป็นไปตามแผน…. เริ่มด้วยเครื่องบินโดยสารรัสเซียถูกยิงตกที่อียิปต์ ผู้โดยสารตายยกลำ ภายหลังมีหลักฐานอ้างว่าเป็นกลุ่มไอซิส ISIS ตามมาด้วยที่ฝรั่งเศส ระหว่างที่ชาวปารีสกำลังพักผ่อนหลังเลิกงานในคืนวันศุกร์ ก็ถูกผู้ก่อการร้าย ที่อ้างว่าเป็นไอซิส ล้อมยิงไล่ยิงกลางกรุงปารีสไม่รู้กี่จุด ทำเอาชาวฝรั่งเศสตายร้อยกว่าคน ทางการตามล่าไอซิสที่ว่าเป็นตัวการ แต่หนีไปกบดานถึงกรุงบรัสเซลล์ การไล่จับไอซิสที่บรัสเซลล์ ทำเอาบรัสเซลล์ต้องยกระดับภัยก่อการร้ายขึ้นไปสูงสุด ชาวฝรั่งเศสขวัญยังไม่เข้าที่ ส่วนชาวบรัสเซล์ก็ยังไม่หายงุนงงตกใจ จับหัวไม่ชนปลาย ดันมีข่าวใหม่เกิดขึ้นมาอีกว่า มีผู้ก่อการร้ายบุกเข้าไปในโรงแรมหรูที่ มาลี อาฟริกา จับเอาแขกโรงแรมเป็นตัวประกัน คราวนี้บอกไม่ใช่ไอซิส แต่เป็นผู้ก่อการร้ายพันธุ์อะไรไม่รู้ข่าวมั่วจัง แต่ว่ามีคนตายร่วมยี่สิบ สื่อตะวันตกออกข่าวออกน้อยมาก เพราะใบสั่งบอกว่า อัดฝรั่งเศสกับบรัสเซลล์ ให้หนักๆก่อน ผมนอนตามข่าวไปเรื่อยๆ คิดจะเขียนนิทานต่อ แต่ใจอยากจะดูอะไรอีกนิด ให้แน่ใจ แล้วเมื่อวานซืน (24 พ.ย.) ไอ้อีกนิด…. ก็เกิดขึ้น นักบินตุรกี ยิงเครื่องบินซูกอยของคุณพี่ปูตินร่วงไปหนึ่งลำ รัสเซียอ้างว่า เป็นการยิงในขณะที่เครื่องบินรัสเซีย กำลังบินอยู่ในเขตซีเรีย แต่ตุรกีก็อ้างว่า อยู่ในเขตตุรกี ใครอ้างอย่างไร ในที่สุดหลักฐานคงออกมาบอกเอง แต่ที่ผมสะกิดใจ คุณพี่ปูตินบอกว่า รายการนี้ เหมือน “ถูกแทงข้างหลัง….” คำพูดแบบนี้ นักเลงเขาไม่พูดกันง่ายๆ และเมื่อพูดแล้ว ไม่รู้เหตุการณ์ที่เกี่ยวพัน ทั้งทางตรงทางอ้อม จะเป็นอย่างไร เสียวครับ เรื่องราวทั้งหมดที่เขียนข้างต้น เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน นับว่าเป็นการเดินเรื่องที่เร็วมาก คำถามคือ เรื่องทั้งหมดเกี่ยวกันไหม ผมว่าเกี่ยว อาจมีบางท่านคิดว่า ที่ มาลีไม่เกี่ยวกัน แต่ผมว่ามันเกี่ยวกันทั้งนั้น ….ตอนนี้ คนที่กำลังนั่งเก้าอี้ร้อน ควันออกตูด ไม่ใช่ชื่อปูติน แต่เป็นลุงโอลอง ที่แม้อากาศแถวยุโรปจะเริ่มเย็นลง แต่เหงื่อหัวล้านของลุงโอลองออกจนซับไม่ทัน โอ้ย… ปวดใจนัก เจ็บใจลึก เสียงเหมือนลุงโอลองกำลังครวญคราง ศุกร์ 13 พฤศจิกา ที่ปารีส เล่นแรงเหลือเกิน เหมือน เสาร์ 31 ตุลา ที่อียิปต์เลย แต่ในความเหมือน ก็มีความต่างอย่างน่าคิด เสาร์ 31 ตุลา เครื่องบินรัสเซียตกที่อียิปต์ ผู้โดยสารเสียชีวิตทั้งลำจำนวน 224 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวรัสเซีย ไม่กี่วัน หลังจากที่เครื่องตก สื่ออังกฤษ รวมทั้งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกมายืนยันว่า เป็นฝีมือผู้ก่อการร้าย หลังจากนั้น อเมริกาออกมาประทับตราว่า โอกาสที่ไม่ใช่ฝีมือผู้ก่อการร้าย แทบไม่มีเลย สื่อตะวันตก รายงานข่าวทั้งวัน แต่รัสเซียกับอียิปต์ ยังขอสงวนสิทธิ ไม่ลงความเห็น รอหลักฐานที่ชัดเจนก่อน ข่าวเสาร์ 31 ตุลา ที่สื่อตะวันตกรายงาน มีแต่ภาพซากเครื่องบินตก ถ่ายซ้ำไม่กี่ภาพ กับภาพนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ กำลังเข้าคิวยาวอยู่ที่สนามบินในอียิปต์ รวมทั้งรายการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวอังกฤษว่า ลำบากมากไหม ทางการอียิปต์มาดูแลไหม ส่วนนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวรัสเซีย และก็เป็นลูกค้าขาใหญ่ของอียิปต์ตอนนี้ และน่าจะอยู่ในสภาพขวัญฝ่อ สื่อตะวันตกทำข่าวให้นิดหน่อยอย่างเสียไม่ได้ ผ่านไปเกือบ 7 วัน คงเพิ่งนึกออกว่า เออมีชาวรัสเซียตายตั้งแยะว่ะ สื่อตะวันตกเลยทำข่าวเพิ่มให้อีกนิด หลังจากนั้น จึงทำข่าวพิธีสวดไว้อาลัยในโบสถ์ที่รัสเซีย ไม่มีการถ่ายทอดข่าวผู้นำชาติไหนออกมาแถลงข่าวเสียใจ หลังจากเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมงว่า เราอยู่เคียงข้างรัสเซียในคราวเคราะห์ร้ายหนักครั้งนี้ ไม่มีใครเปลี่ยนหน้าเฟซ เป็นรูปธงชาติรัสเซีย ชีวิตคนเหมือนมีค่า ตามแต่สื่อจะชึ้นำ… แต่ศุกร์ 13 พฤศจิกา ที่ปารีส คงจะยังเป็นข่าว ที่สื่อตะวันตกเล่นต่ออีกพักใหญ่ หลังจากเริ่มรายงานกันแบบเรียลไทม์เกือบทั้งวันมาเกือบเดือนแล้ว ทุกวัน CNN ส่งทีมนักข่าวเบอร์ใหญ่มายื่นพล่ามเอง ปลุกมาหมด และเหมือนเดิม สื่ออังกฤษ รายงานเปรี้ยงก่อนเพื่อนว่า น่าจะเป็นฝีมือผู้ก่อการร้าย ก่อนที่ไอซิสจะออกมาสมอ้าง อเมริการับลูก ไอซิสชั่วช้าเลวมาก เลวจนน่าคลื่นไส้ นักวิเคราะห์เปลี่ยนหน้ามาออกความเห็นกันทุกวันว่า ไอซิสทำ ไอซิสทำ และไอซิสก็รีบส่งคำขู่ว่า ป้ายหน้าแวะเยี่ยมวอชิงตันแน่นอน โอ้ย น่ากลัวจัง…. วันที่ 16 พฤศจิกายน ลุงโอลอง เข้าไปแถลงในรัฐสภาฝรั่งเศส ด้วยสีหน้าเครียด ถึงความโหดของไอซิส และทำให้ฝรั่งเศส จำเป็นต้องประกาศสงคราม… กับไอซิส และขอประกาศภาวะฉุกเฉินต่อไปอีก 3 เดือน ….เราต้องเข้มแข็ง เราต้องจับมือกัน เราต้องเอาชนะ กวาดไอซิสให้เกลี้ยง…. เป็นการพูดที่เข้ม เครียด ลุงโอลองพูดเสร็จ ทั้งสภาลุกขึ้นยืนตบมือ และตามด้วยร้องเพลงชาติร่วมกัน ผมดูข่าวด้วยความสงสาร เศร้าใจ และเหนื่อยหน่าย ก่อนหน้าจะเข้าไปแถลงที่รัฐสภา หลังจากเกิดเหตุหมาดๆที่ปารีส ท่านใบตองแห้งกำชับลุงโอลองว่า อย่ามัวแต่ลอยชาย ต้องรีบไปบอมบ์ถล่มที่มั่นไอซิส ที่ซีเรีย ด่วนเลยนะ เดี๋ยวเขาจะว่าฝรั่งเศสแหย หรือแตกคอก …. วันรุ่งขึ้น ลุงโอลองรีบส่งเครื่องบินเจ็ท 20 ลำไปถล่มที่มั่นไอซิสในซีเรีย ไม่รู้กี่แห่ง ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าว CNN ต่างประสานเสียงว่า งานข่าวกรองฝรั่งเศสห่วยแตกมาก ปล่อยให้เกิดเรื่องขนาดนี้โดยไม่รู้ตัวล่วงหน้าเลยเหรอ ฝรั่งเศสบอกรู้ แต่ไม่หมด รายการเครื่องบินโดยสารรัสเซียตกก็เหมือนกัน อังกฤษดูเหมือนรู้ดีจัง ออกมาว่าเป็นฉากๆ แถมบอกอีกว่า สงสัยข่าวกรองรัสเซียทำไมไม่รู้ข่าว คุณพี่ปูตินอัดกลับอังกฤษ ….คุณรู้ข่าวก่อน ทำไมคุณไม่บอกเราล่วงหน้า คุณปล่อยให้เครื่องเราตกก่อน แล้วค่อยบอกที่หลัง ว่ารู้ข่าวก่อนแล้วอย่างนั้นหรือ เล่นถามผ่าหน้าแบบนี้ อังกฤษก็จีบปากตอแหลต่อไม่ออก แต่ลุงโอลองไม่เหมือนกับคุณพี่ปูติน สงสัยยังตั้งตัวไม่ติด หรืออะไร มันยังติดคอ นักข่าว CNN เลยถือโอกาสเติมฟืน ระหว่างกำลังรายงานสด เห็นภาพชาวฝรั่งเศสที่กำลังยืนไว้อาลัยบ้าง เอาดอกไม้มาวางที่หน้าร้านอาหารที่เกิดเหตุ แล้วอยู่ดีๆ ฝูงชนเหล่านั้น ก็หน้าตื่นหันไปมา หลังจากนั้นพร้อมใจกัน ขวาหัน วิ่งตั้บๆๆๆ หน้าตื่นหายไปทั้งฝูง เหมือนถูกอะไรไล่มา นักข่าวรายงานว่า ไปตรวจสอบแล้ว ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถามตำรวจ ก็บอกว่า ไม่รู้ว่าวิ่งหนีอะไรกัน…. ……นี่เห็นไหม ขนาดตำรวจนะ ยังไม่รู้เรื่องเลย เพิ่งเกิดเหตุร้ายหยกๆ ไม่ตื่นตัว มีแต่ตื่นเต้น แบบนี้ชาวบ้านก็ขวัญเสียหมด…. อีหนูนักข่าว ด่าฉอดๆ ไม่เลิก ฮู้ย บทมันต้องเล่นทั้งจิก ทั้งบี้ ทุกเรื่องแบบนี้เลยหรือครับ แต่มันก็มีการหักมุมอย่างเหลือเชื่อ การประชุม จี 20 ช่วงวันที่ 15-16 พ.ย. ที่ดินแดนของนกสองหัวตุรกี ท่านใบตองแห้งยืนแถลงตอนจบ ทำหน้าเครียด (อีกแล้ว) ด่าว่าไอซิส เลวจนเกินคำบรรยาย เราต้องกำจัด ไอซิสไม่ให้เหลือ ฯลฯ ขี้เกียจเขียนยาวครับ มันก็อีหรอบเดิมนะ ด่าเช็ดไม่มีเหลือ ….แล้วอเมริกาจะเอายังไงคร้าบ นักข่าวถามกันเซ็งแซ่ เห็นไอซิสขู่ว่า ป้ายหน้าจะไปวอชิงตันไม่ใช่เหรอคร้าบ …. ท่านใบตองแห้งทำหน้าขรีม บอกว่า การเอากองทัพ(อเมริกา) เข้าไปในซีเรีย ก็คงไม่ทำให้อะไรดีขึ้น ซีเอนเอน ของท่านใบตองแห้งเอง ถึงกับใช้ประโยคว่า … A troop in Syria would be a mistake… การเอากองทัพ(ของเรา) เข้าไปในซีเรีย จะเป็นเรื่องผิดพลาด… .. ..หา…. นักข่าวมองหน้ากันเลิกลั่ก กูฟังผิดหรือเปล่าวะ เฮ้ย ท่านใบตองแห้ง สงสัยหยิบโพยผิด ไหนกำลังดุเดือด บอกว่า เราต้องกำจัดไอซิสไงคร้าบ.. ท่านใบตองแห้งบอกว่า เรากำลังหาทางออกที่ดีกว่านั้น อ้อ … แปลว่า ยังไม่มีแผน หรือยังบี้ไม่ได้ที่ … โอ้ย ปวดจาย… ตาย (ห่า) กันไปเท่าไหร่แล้ว 2 ประเทศ ยังไม่ถึงใจ ยังไม่ได้ที่อีกหรือคร้าบ…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 27 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 461 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลมหวน ตอนที่ 3

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลมหวน”
    ตอน 3 (จบ)
    ลมหวนอียิปต์รัสเซีย นี่ มันมีเรื่องเหลือเชื่อแยะจริง
    ไม่รู้จำกันได้ไหมครับ เมื่อปี ค.ศ.2010 รัสเซีย จ้างฝรั่งเศสต่อเรือรบ Mistral 2 ลำ
    Mistral ซึ่งเป็นเรือรบแบบทันสมัยมาก เป็นระบบ amphibious สะเทินน้ำสะเทินบก ท๊อปคลาส มีอุปกรณ์ ระบบ อาวุธติดตั้งชั้นเยี่ยมยอดทั้งนั้น บรรจุกำลังพลได้ ถึง 900 กองร้อย รวมทั้งรถถัง และเฮลิคอปเตอร์ 16-25 ลำ เรือแต่ละลำ ยังสามารถรองรับคนได้อีกถึง 25,000 คน คุณพี่ปูตินจะเอาไปทำอะไรครับ เรือขนาดใหญ่อย่างนี้
    เมื่ออเมริกา อียู นาโต้ รู้ข่าวนี้ ก็ช่วยกันรุมด่าฝรั่งเศสให้ล้มเลิกการรับจ้างต่อเรือ มันเหมือนสร้างกระบองให้ยักษ์ เข้าใจไหม แต่ฝรั่งเศสกำลังถังแตก การต่อเรือให้รัสเซีย จะเป็นการหางานให้กับช่างต่อเรือ ฝรั่งเศส 2,500 คน ซึ่งระยะหลัง ไม่มีใครใจถึงจ้างต่อเรือรบ มีแต่ตัดงบ อู่ต่อเรือรบของฝรั่งเศส และยุโรป จึงใกล้จะล้มละลาย หรือทิ้งร้างเสียด้วยซ้ำ ถ้าเป็นอย่างนั้น เมื่อไหร่ที่ฝรั่งเศสต้องการจะต่อเรือรบของตัวเอง จะไปเอาช่างต่อเรือมาจากไหน คิดแบบนี้ ฝรั่งเศสจึงเมินคำด่าของพรรคพวก
    หลังจากการต่อรองอย่างยืดยาว ในที่สุด ฝรั่งเศสตกลงคิดราคา 2 ลำ รวมแล้วประมาณ 1.7 พันล้านเหรียญ กำหนดส่งมอบเรือลำแรก ในปี ค.ศ.2014 เรือสร้างเสร็จตามกำหนด ในเดือนกันยายน 2014 แต่ฝรั่งเศสส่งมอบเรือให้รัสเชียไม่ได้ เพราะอเมริกา อียู ดันเสนอให้สหประชาชาติ ลงมติคว่ำบาตรห้ามค้าขายกับรัสเซียจากกรณียูเครน เรือรบก็เลยค้างส่ง ค่าจ้างก็เลยค้างรับ เหงื่อหัวล้านลุงโอลองแตกพลั่ก
    รัสเซียบอก ถ้าไม่ส่งมอบเรือรบ นอกจากจะไม่จ่ายเงินค่าจ้างที่เหลือแล้ว ตามสัญญา ฝรั่งเศสก็ต้องจ่ายค่าปรับให้รัสเซีย ประมาณ 1.53 พันล้านเหรียญ ลุงโอลอง ร้อง อ๊วกแน่กู ค่าจ้างก็ได้ไม่ครบ ค่าปรับก็ต้องจ่าย งบประมาณกูตูดขาดแน่ ฝรั่งเศสจึงบินไปบินมา เจรจากับคุณพี่ปูตินที่มอสโคว์ ตั้งแต่กลางปี 2014 สื่อเดาว่านี่จะเป็นคู่รักใหม่ คุณพี่ปูตินจะหอมกรุ่นไปหน่อยไหม เปล่าหรอกครับ ฝรั่งเศสลูกหนี้ ไปขอต่อรองรัสเซียเจ้าหนี้ ทั้งขอผ่อนเวลา และราคาค่าปรับ สื่อตะวันตกลงข่าวแบบนี้ให้อ่านกันไหม ไม่ลงหรอกน่า เพราะเสียหน้าฝรั่งเศสหมด
    อเมริการู้ข่าว บอกอย่างนี้ นาโต้ควรรับซื้อเรือรบ 2 ลำนี้ไว้ใช้เอง อย่าให้หลุดมือไปถึงรัสเซียเป็นอันขาด ดีแต่สั่ง แล้วเงินล่ะใครจ่าย มีทั้งค่าซื้อ ค่าปรับ สมาชิกนาโต้ บางคนบอกเรื่องอะไร เราต้องควักกระเป๋าจนๆของเรา ไปให้ฝรั่งเศสรวย แล้วเรื่องนาโต้ซื้อเรือแทน ก็เลยเงียบหายไป
    แต่ฝรั่งเศส เป็นคนคิดสร้างคลองสุเอซให้อียิปต์รวย และได้เป็นเจ้าของจุดยุทธศาสตร์สำคัญ แต่ภายหลัง อียิปต์เสียรู้ สันดานขี้โกงของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ต้องขายหุ้นคลองสุเอซให้กับอังกฤษ จนนายพลนัสเซอร์ มายึดคลองสุเอซกลับมาเป็นของประเทศอียิปต์อีกที และเป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้อเมริกาและอังกฤษ เกลียดนัสเซอร์เข้ากระดูกดำที่รู้ทัน และตามประวัติศาสตร์ที่ฝรั่งเขียน นัสเซอร์ก็กลายเป็นไอ้ตัวร้ายในสายตาของตะวันตก แต่ระหว่างอียิปต์กับฝรั่งเศส ยังนับว่า มีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
    ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา (ค.ศ.2015) อย่างเงียบๆ ระหว่างที่โลกกำลังตื่นเต้นเรื่องคุณพี่ปูตินนำทัพเข้าไปในซีเรีย อียิปต์ก็ลงนามกับฝรั่งเศส ตกลงซื้อเรือรบ Mistral เจ้าปัญหาทั้ง 2 ลำ มาจากฝรั่งเศส และหลังจากนั้นเดือนกว่า การตกลงเรื่องจำนวนค่าชดเชย ระยะเวลาการจ่าย ระหว่างฝรั่งเศสกับรัสเซีย ก็สรุปกันได้ ลุงโอลอง เช็ดเหงื่อหัวล้าน โล่งอก ท่ามกลางความงุนงงในความรวดเร็วของการทำดีลรายการนี้ คุณพี่ปูตินแกแบ่งภาคเข้าฉากได้เก่งนะ
    จริงๆ ฝรั่งเศสปวดหัวกับเรื่องรบ 2 ลำนี้มาก Vladivostok กับ Sevastopol ได้ถูกออกแบบให้มีระบบการติดต่อ ระบบการยิงจรวด และฐานขึ้นลงของเครื่องเฮลิคอปเตอร์ ตามสเปคและระบบ ที่จะให้เข้ากับระบบอื่นๆของรัสเซียได้ ใครที่จะซื้อเรือรบ 2 ลำนี้ ก็ต้องมีระบบที่เข้า หรือรองรับได้ นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ของรัสเซีย ก็ขนมาดูแลการต่อเรืออย่างใกล้ชิด ทั้งในการก่อสร้าง และการติดตั้งระบบ ทำความรู้จักระบบนี้อย่างดี เพื่อสร้างความชำนาญในการใช้ และบำรุงรักษาต่อไป และน่าจะถึงขนาดสร้างเองได้ ไม่ต้องจ้างใครอีก…
    แล้วแบบนี้ รัสเซียจะอยากให้ใครได้เรือรบ 2 ลำ นี้ไป ใครได้ไป ก็เท่ากับรู้ระบบของรัสเซียหมด ขณะเดียวกัน คนซื้อก็คงเสียวไส้ เพราะกลัวรัสเซียที่รู้ระบบ จะสามารถเจาะเข้ามาสกัดการใช้งานของระบบเรือได้หมด จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า จะขายเรือรบเจ้าปัญหานี้ได้ ฝรั่งเศสอาจต้องรื้อระบบทั้งหลายนี้ออก และนั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายอีกมหึมา และราคาเรือก็ตก ค่าปรับก็ต้องจ่ายเต็ม วุ้ย คิดทางไหน ก็มีแต่ปวดหัวล้านทั้งนั้น
    รัสเซียไม่อยากให้ใครได้เรือรบ 2 ลำนี้ไป ไม่แปลกนะ เพราะรัสเซียลงทุนให้สร้างเอง เพื่อเข้ากับระบบของรัสเซีย แต่ดันมีคนที่ไม่อยากให้รัสเซีย ได้เรือรบ ที่มีระบบชั้นเยี่ยมนี่ไปด้วยเหมือนกัน คงเอากันออกนะครับว่า เป็นใคร
    ไอ้ที่ส่งมอบเรือรบไม่ได้ มาจากไหนล่ะ การแซงชั่นเริ่มจากใครล่ะ ใครเริ่มเรื่องที่ยูเครน (ของจริง) มันโยงกันหมด กลับไปหานิทานเรื่องก่อนๆมาอ่านหน่อยนะครับ เล่าซ้ำไม่ไหว
    แต่อียิปต์ บอกเรื่องนี้ไม่น่ามีปัญหาสำหรับเรา เพราะเราใช้ระบบความมั่นคงหลายอย่าง ที่คล้ายกับของรัสเซียอยู่แล้ว เอาละ สมมุติว่าเป็นเรื่องจริง แล้วอียิปต์จะเอาเงินมาจากไหนมาซื้อ รวยนักหรือ ตอนแรกมีข่าวลือว่า อียิปต์อาจจะกู้เงินจากซาอุดิอารเบีย โดยซาอุจะใช้เองลำนึง อีกลำให้อียิปต์ใช้ เอาไว้ช่วยป้องกันคลองสุเอซ ที่ก็มีความหมายกับซาอุไม่น้อยเหมือนกัน ก็เป็นเส้นทางส่งน้ำมันของเสี่ยปั๊มใหญ่ออกทะเลแดง ขึ้นเหนือผ่านสุเอซไปให้ยุโรป แต่ข่าวลือนี้ ตัดทิ้งไปได้เลย น่าจะเป็นข่าวปล่อยดูทีท่า ถ้าซาอุให้อียิปต์กู้เพื่อไปซื้อเรือรบนี้ และหรือซาอุจะใช้เรือรบนี้เอง ผมว่าน่าจะมีใครกลับไปเลี้ยงอูฐอย่างเดิมดีกว่า
    เขาว่าคนกลาง ที่จัดการให้การเจรจาซื้อขายรายนี้เกิดขึ้น คือ บริษัท Sistemy Upravleniya ซึ่งผู้ถือหุ้น คือ รัฐบาลรัสเซีย !
    นอกจากนี้ มีข่าวว่า เนื่องจากรัสเซีย ได้สร้างเฮลิคอปเตอร์รุ่นพิเศษ Ka-52k ที่จะใช้กับเรือ 2 ลำนี้ไว้แล้ว ดูเหมือนอียิปต์ก็เลยเตรียมสั่งซื้อ คอปเตอร์รุ่นพิเศษนี้ด้วย
    พอนึกออกไหมครับว่า ในที่สุดแล้ว ใครจะเป็นเจ้าของเรือรบ 2 ลำนี้กันแน่….
    รายการนี้ มันเป็นรายการพิเศษจริงๆ น่าจะเป็นอย่างที่เขาเรียกว่า ได้ด้วยกันหมด ฝรั่งเศสก็ขายเรือได้ ตูดไม่ขาด ไม่เสียหน้า ไม่เสียเงิน แต่เป็นหนี้บุญคุณบางคน ส่วนอียิปต์ก็ได้เพื่อน ได้อาวุธ และรัสเซีย ก็(น่า) จะได้ใช้เรือที่ตัวเองสั่งต่อ โดยมีระบบพิเศษ เข้ากับระบบอื่นๆของตัวเอง รวมทั้งได้เพื่อน และได้บุญคุณ
    ที่สำคัญ รัสเซีย ได้สร้างเครือข่ายสำคัญเพิ่มขึ้น ในบริเวณที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ จุดรัดคอ 3 จุด choke points ในบริเวณตะวันออกกลาง
    จุดสำคัญแรก ที่อ่าวโอมาน น่าจะอยู่มือแล้ว ภายใต้การดูแลของอิหร่าน โดยมีโอมานที่อยู่อีกฟาก ทิ้งชาวอ่าวโหนสิบล้อเกาะท้ายอิหร่านไปเรียบร้อย
    จุดบน ที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รัสเซียคุมด้านบน จากฐานทัพของตัวที่ริมฝั่งของซีเรียแล้ว ตอนนี้ ถ้าจับมือกับอียิปต์ จะคุมคลองสุเอซได้อีกด้วย เรื่องนี้มีความสำคัญมาก
    เหลือจุดสุดท้ายคือ ที่เยเมน ที่ตอนนี้เสี่ยปั๊มใหญ่และพรรคพวก กำลังระดมพรรคพวกไปชิง เพราะถ้าเสียเยเมน กลุ่มอ่าวอาจหัวทิ่มทรายตายทั้งเป็นและตายทั้งก๊วน ขึ้นบนก็ลำบาก ลงล่างก็เหนื่อย แล้วจะส่งออกน้ำมันทางไหนคร้าบ
    แบบนี้ รายการสกัดลมหวน จึงรุนแรงเหลือเกิน แต่เรื่องของอียิปต์ รัสเซียจะมีเพียงเท่านี้หรือ….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    15 พ.ย. 2558
    ลมหวน ตอนที่ 3 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลมหวน” ตอน 3 (จบ) ลมหวนอียิปต์รัสเซีย นี่ มันมีเรื่องเหลือเชื่อแยะจริง ไม่รู้จำกันได้ไหมครับ เมื่อปี ค.ศ.2010 รัสเซีย จ้างฝรั่งเศสต่อเรือรบ Mistral 2 ลำ Mistral ซึ่งเป็นเรือรบแบบทันสมัยมาก เป็นระบบ amphibious สะเทินน้ำสะเทินบก ท๊อปคลาส มีอุปกรณ์ ระบบ อาวุธติดตั้งชั้นเยี่ยมยอดทั้งนั้น บรรจุกำลังพลได้ ถึง 900 กองร้อย รวมทั้งรถถัง และเฮลิคอปเตอร์ 16-25 ลำ เรือแต่ละลำ ยังสามารถรองรับคนได้อีกถึง 25,000 คน คุณพี่ปูตินจะเอาไปทำอะไรครับ เรือขนาดใหญ่อย่างนี้ เมื่ออเมริกา อียู นาโต้ รู้ข่าวนี้ ก็ช่วยกันรุมด่าฝรั่งเศสให้ล้มเลิกการรับจ้างต่อเรือ มันเหมือนสร้างกระบองให้ยักษ์ เข้าใจไหม แต่ฝรั่งเศสกำลังถังแตก การต่อเรือให้รัสเซีย จะเป็นการหางานให้กับช่างต่อเรือ ฝรั่งเศส 2,500 คน ซึ่งระยะหลัง ไม่มีใครใจถึงจ้างต่อเรือรบ มีแต่ตัดงบ อู่ต่อเรือรบของฝรั่งเศส และยุโรป จึงใกล้จะล้มละลาย หรือทิ้งร้างเสียด้วยซ้ำ ถ้าเป็นอย่างนั้น เมื่อไหร่ที่ฝรั่งเศสต้องการจะต่อเรือรบของตัวเอง จะไปเอาช่างต่อเรือมาจากไหน คิดแบบนี้ ฝรั่งเศสจึงเมินคำด่าของพรรคพวก หลังจากการต่อรองอย่างยืดยาว ในที่สุด ฝรั่งเศสตกลงคิดราคา 2 ลำ รวมแล้วประมาณ 1.7 พันล้านเหรียญ กำหนดส่งมอบเรือลำแรก ในปี ค.ศ.2014 เรือสร้างเสร็จตามกำหนด ในเดือนกันยายน 2014 แต่ฝรั่งเศสส่งมอบเรือให้รัสเชียไม่ได้ เพราะอเมริกา อียู ดันเสนอให้สหประชาชาติ ลงมติคว่ำบาตรห้ามค้าขายกับรัสเซียจากกรณียูเครน เรือรบก็เลยค้างส่ง ค่าจ้างก็เลยค้างรับ เหงื่อหัวล้านลุงโอลองแตกพลั่ก รัสเซียบอก ถ้าไม่ส่งมอบเรือรบ นอกจากจะไม่จ่ายเงินค่าจ้างที่เหลือแล้ว ตามสัญญา ฝรั่งเศสก็ต้องจ่ายค่าปรับให้รัสเซีย ประมาณ 1.53 พันล้านเหรียญ ลุงโอลอง ร้อง อ๊วกแน่กู ค่าจ้างก็ได้ไม่ครบ ค่าปรับก็ต้องจ่าย งบประมาณกูตูดขาดแน่ ฝรั่งเศสจึงบินไปบินมา เจรจากับคุณพี่ปูตินที่มอสโคว์ ตั้งแต่กลางปี 2014 สื่อเดาว่านี่จะเป็นคู่รักใหม่ คุณพี่ปูตินจะหอมกรุ่นไปหน่อยไหม เปล่าหรอกครับ ฝรั่งเศสลูกหนี้ ไปขอต่อรองรัสเซียเจ้าหนี้ ทั้งขอผ่อนเวลา และราคาค่าปรับ สื่อตะวันตกลงข่าวแบบนี้ให้อ่านกันไหม ไม่ลงหรอกน่า เพราะเสียหน้าฝรั่งเศสหมด อเมริการู้ข่าว บอกอย่างนี้ นาโต้ควรรับซื้อเรือรบ 2 ลำนี้ไว้ใช้เอง อย่าให้หลุดมือไปถึงรัสเซียเป็นอันขาด ดีแต่สั่ง แล้วเงินล่ะใครจ่าย มีทั้งค่าซื้อ ค่าปรับ สมาชิกนาโต้ บางคนบอกเรื่องอะไร เราต้องควักกระเป๋าจนๆของเรา ไปให้ฝรั่งเศสรวย แล้วเรื่องนาโต้ซื้อเรือแทน ก็เลยเงียบหายไป แต่ฝรั่งเศส เป็นคนคิดสร้างคลองสุเอซให้อียิปต์รวย และได้เป็นเจ้าของจุดยุทธศาสตร์สำคัญ แต่ภายหลัง อียิปต์เสียรู้ สันดานขี้โกงของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ต้องขายหุ้นคลองสุเอซให้กับอังกฤษ จนนายพลนัสเซอร์ มายึดคลองสุเอซกลับมาเป็นของประเทศอียิปต์อีกที และเป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้อเมริกาและอังกฤษ เกลียดนัสเซอร์เข้ากระดูกดำที่รู้ทัน และตามประวัติศาสตร์ที่ฝรั่งเขียน นัสเซอร์ก็กลายเป็นไอ้ตัวร้ายในสายตาของตะวันตก แต่ระหว่างอียิปต์กับฝรั่งเศส ยังนับว่า มีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา (ค.ศ.2015) อย่างเงียบๆ ระหว่างที่โลกกำลังตื่นเต้นเรื่องคุณพี่ปูตินนำทัพเข้าไปในซีเรีย อียิปต์ก็ลงนามกับฝรั่งเศส ตกลงซื้อเรือรบ Mistral เจ้าปัญหาทั้ง 2 ลำ มาจากฝรั่งเศส และหลังจากนั้นเดือนกว่า การตกลงเรื่องจำนวนค่าชดเชย ระยะเวลาการจ่าย ระหว่างฝรั่งเศสกับรัสเซีย ก็สรุปกันได้ ลุงโอลอง เช็ดเหงื่อหัวล้าน โล่งอก ท่ามกลางความงุนงงในความรวดเร็วของการทำดีลรายการนี้ คุณพี่ปูตินแกแบ่งภาคเข้าฉากได้เก่งนะ จริงๆ ฝรั่งเศสปวดหัวกับเรื่องรบ 2 ลำนี้มาก Vladivostok กับ Sevastopol ได้ถูกออกแบบให้มีระบบการติดต่อ ระบบการยิงจรวด และฐานขึ้นลงของเครื่องเฮลิคอปเตอร์ ตามสเปคและระบบ ที่จะให้เข้ากับระบบอื่นๆของรัสเซียได้ ใครที่จะซื้อเรือรบ 2 ลำนี้ ก็ต้องมีระบบที่เข้า หรือรองรับได้ นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ของรัสเซีย ก็ขนมาดูแลการต่อเรืออย่างใกล้ชิด ทั้งในการก่อสร้าง และการติดตั้งระบบ ทำความรู้จักระบบนี้อย่างดี เพื่อสร้างความชำนาญในการใช้ และบำรุงรักษาต่อไป และน่าจะถึงขนาดสร้างเองได้ ไม่ต้องจ้างใครอีก… แล้วแบบนี้ รัสเซียจะอยากให้ใครได้เรือรบ 2 ลำ นี้ไป ใครได้ไป ก็เท่ากับรู้ระบบของรัสเซียหมด ขณะเดียวกัน คนซื้อก็คงเสียวไส้ เพราะกลัวรัสเซียที่รู้ระบบ จะสามารถเจาะเข้ามาสกัดการใช้งานของระบบเรือได้หมด จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า จะขายเรือรบเจ้าปัญหานี้ได้ ฝรั่งเศสอาจต้องรื้อระบบทั้งหลายนี้ออก และนั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายอีกมหึมา และราคาเรือก็ตก ค่าปรับก็ต้องจ่ายเต็ม วุ้ย คิดทางไหน ก็มีแต่ปวดหัวล้านทั้งนั้น รัสเซียไม่อยากให้ใครได้เรือรบ 2 ลำนี้ไป ไม่แปลกนะ เพราะรัสเซียลงทุนให้สร้างเอง เพื่อเข้ากับระบบของรัสเซีย แต่ดันมีคนที่ไม่อยากให้รัสเซีย ได้เรือรบ ที่มีระบบชั้นเยี่ยมนี่ไปด้วยเหมือนกัน คงเอากันออกนะครับว่า เป็นใคร ไอ้ที่ส่งมอบเรือรบไม่ได้ มาจากไหนล่ะ การแซงชั่นเริ่มจากใครล่ะ ใครเริ่มเรื่องที่ยูเครน (ของจริง) มันโยงกันหมด กลับไปหานิทานเรื่องก่อนๆมาอ่านหน่อยนะครับ เล่าซ้ำไม่ไหว แต่อียิปต์ บอกเรื่องนี้ไม่น่ามีปัญหาสำหรับเรา เพราะเราใช้ระบบความมั่นคงหลายอย่าง ที่คล้ายกับของรัสเซียอยู่แล้ว เอาละ สมมุติว่าเป็นเรื่องจริง แล้วอียิปต์จะเอาเงินมาจากไหนมาซื้อ รวยนักหรือ ตอนแรกมีข่าวลือว่า อียิปต์อาจจะกู้เงินจากซาอุดิอารเบีย โดยซาอุจะใช้เองลำนึง อีกลำให้อียิปต์ใช้ เอาไว้ช่วยป้องกันคลองสุเอซ ที่ก็มีความหมายกับซาอุไม่น้อยเหมือนกัน ก็เป็นเส้นทางส่งน้ำมันของเสี่ยปั๊มใหญ่ออกทะเลแดง ขึ้นเหนือผ่านสุเอซไปให้ยุโรป แต่ข่าวลือนี้ ตัดทิ้งไปได้เลย น่าจะเป็นข่าวปล่อยดูทีท่า ถ้าซาอุให้อียิปต์กู้เพื่อไปซื้อเรือรบนี้ และหรือซาอุจะใช้เรือรบนี้เอง ผมว่าน่าจะมีใครกลับไปเลี้ยงอูฐอย่างเดิมดีกว่า เขาว่าคนกลาง ที่จัดการให้การเจรจาซื้อขายรายนี้เกิดขึ้น คือ บริษัท Sistemy Upravleniya ซึ่งผู้ถือหุ้น คือ รัฐบาลรัสเซีย ! นอกจากนี้ มีข่าวว่า เนื่องจากรัสเซีย ได้สร้างเฮลิคอปเตอร์รุ่นพิเศษ Ka-52k ที่จะใช้กับเรือ 2 ลำนี้ไว้แล้ว ดูเหมือนอียิปต์ก็เลยเตรียมสั่งซื้อ คอปเตอร์รุ่นพิเศษนี้ด้วย พอนึกออกไหมครับว่า ในที่สุดแล้ว ใครจะเป็นเจ้าของเรือรบ 2 ลำนี้กันแน่…. รายการนี้ มันเป็นรายการพิเศษจริงๆ น่าจะเป็นอย่างที่เขาเรียกว่า ได้ด้วยกันหมด ฝรั่งเศสก็ขายเรือได้ ตูดไม่ขาด ไม่เสียหน้า ไม่เสียเงิน แต่เป็นหนี้บุญคุณบางคน ส่วนอียิปต์ก็ได้เพื่อน ได้อาวุธ และรัสเซีย ก็(น่า) จะได้ใช้เรือที่ตัวเองสั่งต่อ โดยมีระบบพิเศษ เข้ากับระบบอื่นๆของตัวเอง รวมทั้งได้เพื่อน และได้บุญคุณ ที่สำคัญ รัสเซีย ได้สร้างเครือข่ายสำคัญเพิ่มขึ้น ในบริเวณที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ จุดรัดคอ 3 จุด choke points ในบริเวณตะวันออกกลาง จุดสำคัญแรก ที่อ่าวโอมาน น่าจะอยู่มือแล้ว ภายใต้การดูแลของอิหร่าน โดยมีโอมานที่อยู่อีกฟาก ทิ้งชาวอ่าวโหนสิบล้อเกาะท้ายอิหร่านไปเรียบร้อย จุดบน ที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รัสเซียคุมด้านบน จากฐานทัพของตัวที่ริมฝั่งของซีเรียแล้ว ตอนนี้ ถ้าจับมือกับอียิปต์ จะคุมคลองสุเอซได้อีกด้วย เรื่องนี้มีความสำคัญมาก เหลือจุดสุดท้ายคือ ที่เยเมน ที่ตอนนี้เสี่ยปั๊มใหญ่และพรรคพวก กำลังระดมพรรคพวกไปชิง เพราะถ้าเสียเยเมน กลุ่มอ่าวอาจหัวทิ่มทรายตายทั้งเป็นและตายทั้งก๊วน ขึ้นบนก็ลำบาก ลงล่างก็เหนื่อย แล้วจะส่งออกน้ำมันทางไหนคร้าบ แบบนี้ รายการสกัดลมหวน จึงรุนแรงเหลือเกิน แต่เรื่องของอียิปต์ รัสเซียจะมีเพียงเท่านี้หรือ…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 15 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 483 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลมหวน ตอนที่ 1

    เรื่องนี้ผมเขียนตั้งแต่บ่ายวันศุกร์ ที่ 13 พย ตั้งใจจะเอาลงให้อ่านเช้าวันเสาร์ มาเจอเหตุการณ์ ศุกร์ 13 ที่ปารีส เลยต้องชลอไว้ แต่เห็นว่าเรื่องราวมันต่อเนื่องกัน และต่อเร็วเหลือเกิน เลยเอามาลงให้อ่านรวดเดียว และคงเห็นกันแล้วว่า รายการสกัดลมหวน รวมทั้งคิดบัญชี มันรุนแรงจริงๆ แล้วอย่างนี้ เรื่องมันจะจบ แบบต่างคนต่างอยู่ ได้หรือ……
    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลมหวน”
    ตอน 1
    วันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.2015 เครื่องบินโดยสารรัสเซียที่มีผู้โดยสารจำนวน 224 คน บินขึ้นจากเมือง Sharm El-Sheikh ในอิยิปต์ มุ่งหน้าไป St Petersburg เกิดเหตุร่วงลงพื้นดิน ผู้โดยสารลูกเรือเสียชีวิตหมด ข่าวสับสนอยู่หลายวัน ถึงสาเหตุของเครื่องบินตก ล่าสุดบอกว่า ถูกระเบิดจากในหรือนอกเครื่อง โดยอังกฤษออกมาปูดก่อนว่า เครื่องบินโดนระเบิด หลังจากนั้น อเมริการับลูก บอกมีความเป็นไปได้สูงมาก แต่อียิปต์ เจ้าของสถานที่ และรัสเซียผู้เสียหายยังไม่เห็นด้วย
    ทำไมต้องเป็นเครื่องบินรัสเซีย ที่มีชาวรัสเซียนั่งมาเต็มเครื่อง และทำไมต้องเกิดเหตุที่อียิปต์
    สื่อตะวันตกหัวรุนแรงบอกว่า นี่น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อการร้าย ที่ฝัก
    ฝ่ายการ์ตา และมักจะก่อเรื่องวุ่นวายแถบไซนายของในอียิปต์ ถ้าเป็นเรื่องจริง อียิปต์กับการ์ตา คงมองหน้ากันไม่สนิท
    อียิปต์ แม้จะถูกลากไปร่วมรายการถล่มเยเมนกับก๊วนเสี่ยปั๊มใหญ่ ซาอุดิอารเบียตั้งแต่เดือนมีนาคมต้นปี แต่ในเรื่องเกี่ยวกับซีเรีย อียิปต์ไม่ได้คอเดียวกับก๊วนเสี่ยปั๊มใหญ่ และ Adbel Fattah el-Sisi ประธานาธิบดีของอียิปต์ ออกจะไม่เห็นด้วยกับซาอุและการ์ต้าด้วยซ้ำ ที่มุ่งหน้าจะแก้ปัญหาซีเรีย ด้วยการเขี่ยอัสสาดให้พ้นไปจากซีเรียอย่างเดียว
    แต่เรื่องนี้ คงไม่น่าจะทำให้อียิปต์ถึงกับตกเป็น “เป้า”
    อียิปต์ มี “เรื่อง” ที่ทำให้มีคนขัดใจมากกว่านั้น
    นาย Abdel Fattah el- Sisi อดีตรัฐมนตรีกลาโหมของอียิปต์ ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอียิปต์ ด้วยคะแนนเสียงถล่มทะลายเกือบเอกฉันท์ เมื่อประมาณปลายเดือนพฤษภาคม ค.ศ.2014 และแค่ในช่วง 3 เดือนแรก จากที่รับตำแหน่ง เขาเดินทางไปพบกับคุณพี่ปูตินที่มอสโคว์ ถึง 3 ครั้ง หลังจากนั้น สัมพันธ์อียิปต์-รัสเซีย ก็ถูกสื่อตะวันตกจับจ้อง และตีข่าวว่า หรือ ลมกำลังหวน…
    รัสเซีย (สหภาพโซเวียตในขณะนั้น) กับอียิปต์ เคยเป็นมิตรรักกันมาก่อน ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเฉพาะสมัยนายพลนัสเซอร์ เป็นประธานาธิบดีอียิปต์ แต่สัมพันธ์อียิปต์-รัสเซีย มาจางลงหลังจากที่ประธานาธิบดีอันวาร์ ซาดัด ที่สังกัดฝ่ายอเมริกาเต็มตัว ขึ้นมาปกครองอียิปต์แทนนัสเซอร์ ท่ามกลางข่าวลือว่า ซาดัต ที่เป็นมือขวาของนัสเซอร์ ดัดหลัง วางยาพิษนัสเซอร์จนเสียชีวิต แต่สื่อออกข่าวว่านัสเซอร์หัวใจวายตาย
    เมื่อซาดัตขึ้นปกครองอียิปต์ รายการแรกๆที่เขาทำคือ สั่งปลดที่ปรึกษาด้านการทหารชาวรัสเซียจำนวน 15,000 คน ส่งกลับบ้านหมด และหลังจากนั้นซาดัต ก็ประกาศสิ้นสุดสนธิสัญญาว่าด้วยความสัมพันธ์กับรัสเซีย ในปึ ค.ศ.1976 และกองทัพอียิปต์ก็กลายเป็นกองทัพ (ยุค) ของอเมริกา
    Sisi เป็นประธานาธิบดีได้แค่ 3 เดือน ไปจู๋จี๋กับคุณพี่ปูตินบ่อยขนาดนั้น ก็ต้องมีคนเขม็งมองจนตาคว่ำ เขาไปคุยอะไรกันนักหนา
    คู่รักลมหวนบอกว่า อียิปต์เป็นประเทศที่นำเข้าข้าวสาลีสูงสุดประเทศหนึ่ง ส่วนรัสเซียก็มีพื้นที่กว้างใหญ่ ปลูกข้าวสาลีส่งให้อียิปต์ถึง 1 ใน 4 ของจำนวนที่อียิปต์ต้องการ เราก็ไปคุยกันเรื่องข้าวสาลี … ไม่จริงมั้ง ซื้อข้าวขายข้าว มันจะต้องบินไปบินมา ไปซื้อขายด้วยตัวเองบ่อยงั้นเชียวหรือ เด็กๆ มันก็ทำได้
    คู่รักลมหวนบอก แล้วเราก็คุยเรื่องอาวุธ อย่าลืมว่า อียิปต์เคยมีกองทัพใหญ่ที่สุดในแถบตะวันออกกลาง ตั้งแต่สมัยที่ใครๆยังเลี้ยงอูฐอยู่เลย แต่ตอนนี้เหตุการณ์แถวบ้านเรา มันห่างกับคำว่า “สงบ” มากมาย เราจึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงด้านกองทัพ และรัสเซียก็มีอาวุธทันสมัยเหมาะกับการใช้ของกองทัพเรา …
    แล้วอียิปต์ก็เลยทำสัญญาซื้ออาวุธจากรัสเซีย รอบแรกประมาณ 3.5 พันล้านเหรียญเท่านั้นเอง อียิปต์ไม่ได้รวยเหมือนเพื่อนบ้านนะ อาวุธที่ซื้อก็มีหลากหลาย ตั้งแต่ระบบสกัดจรวดอันโด่งดัง จนถึงเครื่องบินรุ่น Sukhoi ที่บางกองทัพ ได้ยินชื่อแล้วขยาด ถึงขนาดมีทหารยื่นใบลาออกน่ะ … แน่ะ หลุดมาแล้ว เรื่องอาวุธ มีอะไรอีก บอกมาให้หมด
    อียิปต์ไม่รวยน้ำมัน ไม่มีพลังงานพอสร้างความสว่างให้ประเทศ ที่กำลังต้องฟื้นฟูเรื่องการท่องเที่ยว หลังจากไอ้ชั่วตัวไหนไม่รู้ มันมาจัดเทศกาลอาหรับสปริงแถวนี้ จนฉิบหายไปหมด อียิปต์เลยคิดจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดย Rosatom ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของรัสเซีย รับงานนี้ไปแล้ว … โอ้โห ชิ้นปลามัน นี่เขาคงคู่รักลมหวนจริง ๆนะ เล่นเอามีคนกินแห้วกันเป็นแถวๆ อย่างนี้ คู่รักคู่ขุด มิหงุดหงิด อิจฉาแย่หรือครับ
    มีอีกมั้ย รายการช๊อปปิ้ง ยังอมอะไรไว้ … อ้อ เราก็สั่งซื้อแก๊สจาก Rosnet ของรัสเซียด้วย มันเป็นเรื่องธรรมดานี่นะ เพราะรัสเซียเขาเจ้าพ่อแก๊สอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องตื่นเต้นกันเลย
    สำหรับ Sisi การเป็นเพื่อนกับรัสเซีย มีความหมายกับอียิปต์ ในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง อย่าลืมว่า สหภาพโซเวียตเป็นคนช่วยสร้างเขื่อนอัสวานให้อียิปต์ หลังจากที่อเมริกาทิ้งอียิปต์ในช่วงนัสเซอร์เป็นประธานาธิบดี สหภาพโซเวียตยังช่วยสร้างอู่ต่อเรือใหญ่ที่อเล็กซานเดรีย โรงถลุงเหล็ก และศูนย์อุตสาหกรรมอลูมิเนียมให้อียิปต์อีกด้วย
    สื่อตะวันตกค่ายชาวเกาะใหญ่บอกว่า ทั้งรัสเซียและอียิปต์ ต่างเจอความขมของตะวันตกเหมือนกัน และคงอยากจะสร้างสัมพันธ์ระหว่างพวกขม ด้วยกัน รัสเซียเจอเรื่องแซงชั่น อียิปต์เจอพิษอาหรับสปริง และ Sisi คงซึ้งในวิธีการโยนทิ้งพรมเช็ดเท้าของอเมริกา จากกรณี มูบารัคและมอร์ซิ ของกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด ที่อเมริกาส่งเสริม เปรียบเทียบกับการที่รัสเซียเข้ามาช่วยเพื่อนเก่าอย่างซีเรีย แบบนี้ Sisi ก็คงไม่ต้องคิดมาก ในการเลือกใช้นโยบายลมหวลกับรัสเซีย
    และอียิปต์ก็มีความหมายกับรัสเซีย ไม่น้อยเช่นเดียวกัน
    ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน รัสเซียมีฐานทัพเรืออยู่ที่ซีเรียประเทศเดียว นี่ถ้าเหตุการณ์ในซีเรียมันยกระดับขึ้นเรื่อยๆ มีอียิปต์เป็นเพื่อนอยู่ริมทะเลแถบนั้นอีกราย มันก็ไม่เลว จะได้มานั่งรำลึกเรื่องความหลังด้วยกัน
    แน่นอนรายการลมหวนนี้ น่าจะสร้างความกังวล และหงุดหงิดให้แก่หลายคน และหลายมุม
    ขอแถมสักหน่อยครับ อาหรับสปริงในอียิปต์ ก็มาจากการจัดรายการของอเมริกานั่นเอง และเมื่อมอร์ซิ ของกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด ที่อเมริกาก็เป็นฝ่ายหนุนอีกนั่นแหละ ขึ้นมาปกครองอียิปต์ อเมริกาก็ตัดความช่วยเหลือทางทหารที่เคยมีให้อียิปต์ทิ้งเสีย เพราะอ้างว่า อิยิปต์ไม่เป็นประชาธิปไตย มอร์ซิ ไม่ยอมจัดการเลือกตั้ง จริงๆ ไอ้มาตรการหลังเขาแบบนี้ของอเมริกา ก็มีดีเหมือนกันนะ ทำให้ท่านใบตองแห้ง มีอาชีพเสริม ทำหน้าที่เป็นพนักงานช่วยขายอาวุธรัสเซียให้คุณพี่ปูติน หมดเทอมเมื่อไหร่ ไปสมัครเป็นพนักงานประจำ ขายอาวุธของรัสเซียได้เลย ฮา
    ท่านใบตองแห้ง อย่าลืมไปทวงค่าคอมจากคุณพี่ปูตินนะครับ แต่จะได้ค่าคอมมาเป็นอะไร ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    15 พ.ย. 2558
    ลมหวน ตอนที่ 1 เรื่องนี้ผมเขียนตั้งแต่บ่ายวันศุกร์ ที่ 13 พย ตั้งใจจะเอาลงให้อ่านเช้าวันเสาร์ มาเจอเหตุการณ์ ศุกร์ 13 ที่ปารีส เลยต้องชลอไว้ แต่เห็นว่าเรื่องราวมันต่อเนื่องกัน และต่อเร็วเหลือเกิน เลยเอามาลงให้อ่านรวดเดียว และคงเห็นกันแล้วว่า รายการสกัดลมหวน รวมทั้งคิดบัญชี มันรุนแรงจริงๆ แล้วอย่างนี้ เรื่องมันจะจบ แบบต่างคนต่างอยู่ ได้หรือ…… นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลมหวน” ตอน 1 วันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.2015 เครื่องบินโดยสารรัสเซียที่มีผู้โดยสารจำนวน 224 คน บินขึ้นจากเมือง Sharm El-Sheikh ในอิยิปต์ มุ่งหน้าไป St Petersburg เกิดเหตุร่วงลงพื้นดิน ผู้โดยสารลูกเรือเสียชีวิตหมด ข่าวสับสนอยู่หลายวัน ถึงสาเหตุของเครื่องบินตก ล่าสุดบอกว่า ถูกระเบิดจากในหรือนอกเครื่อง โดยอังกฤษออกมาปูดก่อนว่า เครื่องบินโดนระเบิด หลังจากนั้น อเมริการับลูก บอกมีความเป็นไปได้สูงมาก แต่อียิปต์ เจ้าของสถานที่ และรัสเซียผู้เสียหายยังไม่เห็นด้วย ทำไมต้องเป็นเครื่องบินรัสเซีย ที่มีชาวรัสเซียนั่งมาเต็มเครื่อง และทำไมต้องเกิดเหตุที่อียิปต์ สื่อตะวันตกหัวรุนแรงบอกว่า นี่น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อการร้าย ที่ฝัก ฝ่ายการ์ตา และมักจะก่อเรื่องวุ่นวายแถบไซนายของในอียิปต์ ถ้าเป็นเรื่องจริง อียิปต์กับการ์ตา คงมองหน้ากันไม่สนิท อียิปต์ แม้จะถูกลากไปร่วมรายการถล่มเยเมนกับก๊วนเสี่ยปั๊มใหญ่ ซาอุดิอารเบียตั้งแต่เดือนมีนาคมต้นปี แต่ในเรื่องเกี่ยวกับซีเรีย อียิปต์ไม่ได้คอเดียวกับก๊วนเสี่ยปั๊มใหญ่ และ Adbel Fattah el-Sisi ประธานาธิบดีของอียิปต์ ออกจะไม่เห็นด้วยกับซาอุและการ์ต้าด้วยซ้ำ ที่มุ่งหน้าจะแก้ปัญหาซีเรีย ด้วยการเขี่ยอัสสาดให้พ้นไปจากซีเรียอย่างเดียว แต่เรื่องนี้ คงไม่น่าจะทำให้อียิปต์ถึงกับตกเป็น “เป้า” อียิปต์ มี “เรื่อง” ที่ทำให้มีคนขัดใจมากกว่านั้น นาย Abdel Fattah el- Sisi อดีตรัฐมนตรีกลาโหมของอียิปต์ ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอียิปต์ ด้วยคะแนนเสียงถล่มทะลายเกือบเอกฉันท์ เมื่อประมาณปลายเดือนพฤษภาคม ค.ศ.2014 และแค่ในช่วง 3 เดือนแรก จากที่รับตำแหน่ง เขาเดินทางไปพบกับคุณพี่ปูตินที่มอสโคว์ ถึง 3 ครั้ง หลังจากนั้น สัมพันธ์อียิปต์-รัสเซีย ก็ถูกสื่อตะวันตกจับจ้อง และตีข่าวว่า หรือ ลมกำลังหวน… รัสเซีย (สหภาพโซเวียตในขณะนั้น) กับอียิปต์ เคยเป็นมิตรรักกันมาก่อน ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเฉพาะสมัยนายพลนัสเซอร์ เป็นประธานาธิบดีอียิปต์ แต่สัมพันธ์อียิปต์-รัสเซีย มาจางลงหลังจากที่ประธานาธิบดีอันวาร์ ซาดัด ที่สังกัดฝ่ายอเมริกาเต็มตัว ขึ้นมาปกครองอียิปต์แทนนัสเซอร์ ท่ามกลางข่าวลือว่า ซาดัต ที่เป็นมือขวาของนัสเซอร์ ดัดหลัง วางยาพิษนัสเซอร์จนเสียชีวิต แต่สื่อออกข่าวว่านัสเซอร์หัวใจวายตาย เมื่อซาดัตขึ้นปกครองอียิปต์ รายการแรกๆที่เขาทำคือ สั่งปลดที่ปรึกษาด้านการทหารชาวรัสเซียจำนวน 15,000 คน ส่งกลับบ้านหมด และหลังจากนั้นซาดัต ก็ประกาศสิ้นสุดสนธิสัญญาว่าด้วยความสัมพันธ์กับรัสเซีย ในปึ ค.ศ.1976 และกองทัพอียิปต์ก็กลายเป็นกองทัพ (ยุค) ของอเมริกา Sisi เป็นประธานาธิบดีได้แค่ 3 เดือน ไปจู๋จี๋กับคุณพี่ปูตินบ่อยขนาดนั้น ก็ต้องมีคนเขม็งมองจนตาคว่ำ เขาไปคุยอะไรกันนักหนา คู่รักลมหวนบอกว่า อียิปต์เป็นประเทศที่นำเข้าข้าวสาลีสูงสุดประเทศหนึ่ง ส่วนรัสเซียก็มีพื้นที่กว้างใหญ่ ปลูกข้าวสาลีส่งให้อียิปต์ถึง 1 ใน 4 ของจำนวนที่อียิปต์ต้องการ เราก็ไปคุยกันเรื่องข้าวสาลี … ไม่จริงมั้ง ซื้อข้าวขายข้าว มันจะต้องบินไปบินมา ไปซื้อขายด้วยตัวเองบ่อยงั้นเชียวหรือ เด็กๆ มันก็ทำได้ คู่รักลมหวนบอก แล้วเราก็คุยเรื่องอาวุธ อย่าลืมว่า อียิปต์เคยมีกองทัพใหญ่ที่สุดในแถบตะวันออกกลาง ตั้งแต่สมัยที่ใครๆยังเลี้ยงอูฐอยู่เลย แต่ตอนนี้เหตุการณ์แถวบ้านเรา มันห่างกับคำว่า “สงบ” มากมาย เราจึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงด้านกองทัพ และรัสเซียก็มีอาวุธทันสมัยเหมาะกับการใช้ของกองทัพเรา … แล้วอียิปต์ก็เลยทำสัญญาซื้ออาวุธจากรัสเซีย รอบแรกประมาณ 3.5 พันล้านเหรียญเท่านั้นเอง อียิปต์ไม่ได้รวยเหมือนเพื่อนบ้านนะ อาวุธที่ซื้อก็มีหลากหลาย ตั้งแต่ระบบสกัดจรวดอันโด่งดัง จนถึงเครื่องบินรุ่น Sukhoi ที่บางกองทัพ ได้ยินชื่อแล้วขยาด ถึงขนาดมีทหารยื่นใบลาออกน่ะ … แน่ะ หลุดมาแล้ว เรื่องอาวุธ มีอะไรอีก บอกมาให้หมด อียิปต์ไม่รวยน้ำมัน ไม่มีพลังงานพอสร้างความสว่างให้ประเทศ ที่กำลังต้องฟื้นฟูเรื่องการท่องเที่ยว หลังจากไอ้ชั่วตัวไหนไม่รู้ มันมาจัดเทศกาลอาหรับสปริงแถวนี้ จนฉิบหายไปหมด อียิปต์เลยคิดจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดย Rosatom ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของรัสเซีย รับงานนี้ไปแล้ว … โอ้โห ชิ้นปลามัน นี่เขาคงคู่รักลมหวนจริง ๆนะ เล่นเอามีคนกินแห้วกันเป็นแถวๆ อย่างนี้ คู่รักคู่ขุด มิหงุดหงิด อิจฉาแย่หรือครับ มีอีกมั้ย รายการช๊อปปิ้ง ยังอมอะไรไว้ … อ้อ เราก็สั่งซื้อแก๊สจาก Rosnet ของรัสเซียด้วย มันเป็นเรื่องธรรมดานี่นะ เพราะรัสเซียเขาเจ้าพ่อแก๊สอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องตื่นเต้นกันเลย สำหรับ Sisi การเป็นเพื่อนกับรัสเซีย มีความหมายกับอียิปต์ ในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง อย่าลืมว่า สหภาพโซเวียตเป็นคนช่วยสร้างเขื่อนอัสวานให้อียิปต์ หลังจากที่อเมริกาทิ้งอียิปต์ในช่วงนัสเซอร์เป็นประธานาธิบดี สหภาพโซเวียตยังช่วยสร้างอู่ต่อเรือใหญ่ที่อเล็กซานเดรีย โรงถลุงเหล็ก และศูนย์อุตสาหกรรมอลูมิเนียมให้อียิปต์อีกด้วย สื่อตะวันตกค่ายชาวเกาะใหญ่บอกว่า ทั้งรัสเซียและอียิปต์ ต่างเจอความขมของตะวันตกเหมือนกัน และคงอยากจะสร้างสัมพันธ์ระหว่างพวกขม ด้วยกัน รัสเซียเจอเรื่องแซงชั่น อียิปต์เจอพิษอาหรับสปริง และ Sisi คงซึ้งในวิธีการโยนทิ้งพรมเช็ดเท้าของอเมริกา จากกรณี มูบารัคและมอร์ซิ ของกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด ที่อเมริกาส่งเสริม เปรียบเทียบกับการที่รัสเซียเข้ามาช่วยเพื่อนเก่าอย่างซีเรีย แบบนี้ Sisi ก็คงไม่ต้องคิดมาก ในการเลือกใช้นโยบายลมหวลกับรัสเซีย และอียิปต์ก็มีความหมายกับรัสเซีย ไม่น้อยเช่นเดียวกัน ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน รัสเซียมีฐานทัพเรืออยู่ที่ซีเรียประเทศเดียว นี่ถ้าเหตุการณ์ในซีเรียมันยกระดับขึ้นเรื่อยๆ มีอียิปต์เป็นเพื่อนอยู่ริมทะเลแถบนั้นอีกราย มันก็ไม่เลว จะได้มานั่งรำลึกเรื่องความหลังด้วยกัน แน่นอนรายการลมหวนนี้ น่าจะสร้างความกังวล และหงุดหงิดให้แก่หลายคน และหลายมุม ขอแถมสักหน่อยครับ อาหรับสปริงในอียิปต์ ก็มาจากการจัดรายการของอเมริกานั่นเอง และเมื่อมอร์ซิ ของกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด ที่อเมริกาก็เป็นฝ่ายหนุนอีกนั่นแหละ ขึ้นมาปกครองอียิปต์ อเมริกาก็ตัดความช่วยเหลือทางทหารที่เคยมีให้อียิปต์ทิ้งเสีย เพราะอ้างว่า อิยิปต์ไม่เป็นประชาธิปไตย มอร์ซิ ไม่ยอมจัดการเลือกตั้ง จริงๆ ไอ้มาตรการหลังเขาแบบนี้ของอเมริกา ก็มีดีเหมือนกันนะ ทำให้ท่านใบตองแห้ง มีอาชีพเสริม ทำหน้าที่เป็นพนักงานช่วยขายอาวุธรัสเซียให้คุณพี่ปูติน หมดเทอมเมื่อไหร่ ไปสมัครเป็นพนักงานประจำ ขายอาวุธของรัสเซียได้เลย ฮา ท่านใบตองแห้ง อย่าลืมไปทวงค่าคอมจากคุณพี่ปูตินนะครับ แต่จะได้ค่าคอมมาเป็นอะไร ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 15 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 579 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts