• นักวิจัยเตือนว่าบอท AI Scrapers กำลังดูดข้อมูลจำนวนมากจากเว็บไซต์ ซึ่งส่งผลต่อธุรกิจ, ลิขสิทธิ์ และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล Barracuda พบว่า บางเว็บแอปได้รับคำร้องขอจาก AI มากกว่า 9.7 ล้านครั้งใน 30 วัน กลุ่มผู้สร้างเนื้อหาเริ่มเคลื่อนไหวต่อต้าน AI Scrapers โดยเรียกร้องให้ AI เคารพลิขสิทธิ์ของงานสร้างสรรค์ นอกจากนี้ บอทเหล่านี้ยังส่งผลต่อการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้ ทำให้ธุรกิจตัดสินใจผิดพลาดได้

    ✅ บอท AI Scrapers ถูกแบ่งออกเป็นสามประเภทหลัก
    - Good Bots เช่น บอท SEO หรือบอทบริการลูกค้า ที่ช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์
    - Bad Bots ที่มุ่งโจมตี เช่น บอทขโมยข้อมูล, บอททำธุรกรรมหลอกลวง และบอทเจาะระบบบัญชี
    - Gray Bots ซึ่งอยู่ตรงกลาง—มีพฤติกรรมที่ คลุมเครือและก้าวร้าวกว่า โดยดึงข้อมูลจำนวนมากเพื่อใช้ฝึกโมเดล AI

    ✅ ปริมาณการร้องขอข้อมูลจาก AI Bots เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
    - ระบบตรวจจับของ Barracuda พบว่า บางเว็บแอปได้รับคำร้องขอจาก AI Scrapers มากกว่า 9.7 ล้านครั้งใน 30 วัน
    - บอทเหล่านี้สามารถ ดูดข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต และส่งผลให้เว็บไซต์โหลดช้าลงหรือหยุดทำงาน

    ✅ ผลกระทบต่อลิขสิทธิ์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
    - AI Scrapers อาจนำข้อมูลที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ฝึกโมเดล AI โดยไม่ได้รับอนุญาต
    - เว็บไซต์ที่มีข้อมูลลูกค้า เช่น แพลตฟอร์มด้านสุขภาพและการเงิน อาจตกอยู่ในความเสี่ยง

    ✅ กลุ่มผู้สร้างเนื้อหาเริ่มเคลื่อนไหวต่อต้าน AI Scrapers
    - ในสหราชอาณาจักร มีการเปิดตัวแคมเปญ "Make it Fair" เพื่อเรียกร้องให้ AI เคารพลิขสิทธิ์ของผู้สร้างเนื้อหา
    - เป้าหมายของแคมเปญคือ ป้องกันไม่ให้ AI ใช้รูปภาพ, วิดีโอ และข้อความที่สร้างโดยมนุษย์โดยไม่มีเครดิต

    ✅ AI Scrapers ยังส่งผลกระทบต่อการวิเคราะห์ข้อมูลเว็บไซต์
    - เว็บไซต์ที่ถูกบอทเหล่านี้โจมตี อาจไม่สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้จริงได้แม่นยำ
    - ส่งผลให้ ธุรกิจตัดสินใจทางกลยุทธ์ผิดพลาด เนื่องจากข้อมูลการเข้าชมถูกรบกวน

    https://www.techradar.com/pro/security/genai-bots-could-well-be-scraping-your-web-apps-researchers-warn
    นักวิจัยเตือนว่าบอท AI Scrapers กำลังดูดข้อมูลจำนวนมากจากเว็บไซต์ ซึ่งส่งผลต่อธุรกิจ, ลิขสิทธิ์ และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล Barracuda พบว่า บางเว็บแอปได้รับคำร้องขอจาก AI มากกว่า 9.7 ล้านครั้งใน 30 วัน กลุ่มผู้สร้างเนื้อหาเริ่มเคลื่อนไหวต่อต้าน AI Scrapers โดยเรียกร้องให้ AI เคารพลิขสิทธิ์ของงานสร้างสรรค์ นอกจากนี้ บอทเหล่านี้ยังส่งผลต่อการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้ ทำให้ธุรกิจตัดสินใจผิดพลาดได้ ✅ บอท AI Scrapers ถูกแบ่งออกเป็นสามประเภทหลัก - Good Bots เช่น บอท SEO หรือบอทบริการลูกค้า ที่ช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ - Bad Bots ที่มุ่งโจมตี เช่น บอทขโมยข้อมูล, บอททำธุรกรรมหลอกลวง และบอทเจาะระบบบัญชี - Gray Bots ซึ่งอยู่ตรงกลาง—มีพฤติกรรมที่ คลุมเครือและก้าวร้าวกว่า โดยดึงข้อมูลจำนวนมากเพื่อใช้ฝึกโมเดล AI ✅ ปริมาณการร้องขอข้อมูลจาก AI Bots เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว - ระบบตรวจจับของ Barracuda พบว่า บางเว็บแอปได้รับคำร้องขอจาก AI Scrapers มากกว่า 9.7 ล้านครั้งใน 30 วัน - บอทเหล่านี้สามารถ ดูดข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต และส่งผลให้เว็บไซต์โหลดช้าลงหรือหยุดทำงาน ✅ ผลกระทบต่อลิขสิทธิ์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล - AI Scrapers อาจนำข้อมูลที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ฝึกโมเดล AI โดยไม่ได้รับอนุญาต - เว็บไซต์ที่มีข้อมูลลูกค้า เช่น แพลตฟอร์มด้านสุขภาพและการเงิน อาจตกอยู่ในความเสี่ยง ✅ กลุ่มผู้สร้างเนื้อหาเริ่มเคลื่อนไหวต่อต้าน AI Scrapers - ในสหราชอาณาจักร มีการเปิดตัวแคมเปญ "Make it Fair" เพื่อเรียกร้องให้ AI เคารพลิขสิทธิ์ของผู้สร้างเนื้อหา - เป้าหมายของแคมเปญคือ ป้องกันไม่ให้ AI ใช้รูปภาพ, วิดีโอ และข้อความที่สร้างโดยมนุษย์โดยไม่มีเครดิต ✅ AI Scrapers ยังส่งผลกระทบต่อการวิเคราะห์ข้อมูลเว็บไซต์ - เว็บไซต์ที่ถูกบอทเหล่านี้โจมตี อาจไม่สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้จริงได้แม่นยำ - ส่งผลให้ ธุรกิจตัดสินใจทางกลยุทธ์ผิดพลาด เนื่องจากข้อมูลการเข้าชมถูกรบกวน https://www.techradar.com/pro/security/genai-bots-could-well-be-scraping-your-web-apps-researchers-warn
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 52 มุมมอง 0 รีวิว
  • รายงานจาก NETSCOUT ชี้ว่า การโจมตีแบบ DDoS (Distributed Denial of Service) กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยเฉพาะในช่วง การเลือกตั้ง, การประท้วง และความขัดแย้งทางนโยบาย กลุ่มแฮกเกอร์ที่มีแรงจูงใจทางการเมืองใช้การโจมตีลักษณะนี้เพื่อ บ่อนทำลายความเชื่อมั่นในสถาบันต่าง ๆ และก่อกวนบริการสาธารณะ

    ✅ กลุ่ม NoName057(16) จากรัสเซีย—ผู้นำด้านการโจมตี DDoS ที่มุ่งเป้าไปยังยุโรป
    - รายงานระบุว่า กลุ่มแฮกเกอร์รัสเซีย NoName057(16) กำลังโจมตีระบบของรัฐบาลใน สหราชอาณาจักร, เบลเยียม และสเปน
    - จอร์เจียได้รับผลกระทบหนัก โดยมีจำนวนการโจมตีเพิ่มขึ้น 1,489% ก่อนการพิจารณากฎหมาย "Russia Bill"

    ✅ จำนวนการโจมตีพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว—ครึ่งหลังของปี 2024 มีการโจมตีถึง 9 ล้านครั้ง
    - เพิ่มขึ้น 12.75% จากครึ่งแรกของปี 2024
    - อิสราเอลโดนโจมตีหนักที่สุด เพิ่มขึ้น 2,844% มีการโจมตีสูงสุดถึง 519 ครั้งในหนึ่งวัน

    ✅ DDoS ต่างจาก Ransomware—เป้าหมายคือทำลาย ไม่ใช่เรียกค่าไถ่
    - Ransomware ถูกใช้เพื่อเรียกค่าไถ่ ในขณะที่ DDoS มุ่งเน้นสร้างความปั่นป่วนโดยไม่มีข้อเรียกร้องทางการเงิน
    - ทำให้เป็น เครื่องมือทางการเมืองที่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

    ✅ องค์กรต้องใช้กลยุทธ์การป้องกันที่แข็งแกร่งขึ้น
    - การเฝ้าระวังและใช้ระบบตรวจจับล่วงหน้า เป็นสิ่งจำเป็น
    - ต้องมี มาตรการป้องกันขั้นสูงเพื่อลดผลกระทบจากการโจมตี

    https://www.techradar.com/pro/security/ddos-attacks-are-becoming-a-critical-tool-in-geopolitical-battles
    รายงานจาก NETSCOUT ชี้ว่า การโจมตีแบบ DDoS (Distributed Denial of Service) กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยเฉพาะในช่วง การเลือกตั้ง, การประท้วง และความขัดแย้งทางนโยบาย กลุ่มแฮกเกอร์ที่มีแรงจูงใจทางการเมืองใช้การโจมตีลักษณะนี้เพื่อ บ่อนทำลายความเชื่อมั่นในสถาบันต่าง ๆ และก่อกวนบริการสาธารณะ ✅ กลุ่ม NoName057(16) จากรัสเซีย—ผู้นำด้านการโจมตี DDoS ที่มุ่งเป้าไปยังยุโรป - รายงานระบุว่า กลุ่มแฮกเกอร์รัสเซีย NoName057(16) กำลังโจมตีระบบของรัฐบาลใน สหราชอาณาจักร, เบลเยียม และสเปน - จอร์เจียได้รับผลกระทบหนัก โดยมีจำนวนการโจมตีเพิ่มขึ้น 1,489% ก่อนการพิจารณากฎหมาย "Russia Bill" ✅ จำนวนการโจมตีพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว—ครึ่งหลังของปี 2024 มีการโจมตีถึง 9 ล้านครั้ง - เพิ่มขึ้น 12.75% จากครึ่งแรกของปี 2024 - อิสราเอลโดนโจมตีหนักที่สุด เพิ่มขึ้น 2,844% มีการโจมตีสูงสุดถึง 519 ครั้งในหนึ่งวัน ✅ DDoS ต่างจาก Ransomware—เป้าหมายคือทำลาย ไม่ใช่เรียกค่าไถ่ - Ransomware ถูกใช้เพื่อเรียกค่าไถ่ ในขณะที่ DDoS มุ่งเน้นสร้างความปั่นป่วนโดยไม่มีข้อเรียกร้องทางการเงิน - ทำให้เป็น เครื่องมือทางการเมืองที่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ✅ องค์กรต้องใช้กลยุทธ์การป้องกันที่แข็งแกร่งขึ้น - การเฝ้าระวังและใช้ระบบตรวจจับล่วงหน้า เป็นสิ่งจำเป็น - ต้องมี มาตรการป้องกันขั้นสูงเพื่อลดผลกระทบจากการโจมตี https://www.techradar.com/pro/security/ddos-attacks-are-becoming-a-critical-tool-in-geopolitical-battles
    WWW.TECHRADAR.COM
    DDoS attacks are becoming a critical tool in geopolitical battles
    Critical infrastructure is the top target, report warns
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 50 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel นำแคมเปญ "Intel Inside" กลับมาอีกครั้งในรูปแบบใหม่ ที่เน้นการเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ แทนที่จะเน้นแค่ชิปโปรเซสเซอร์ แคมเปญเดิมจากปี 1991 เคยช่วยให้ Intel กลายเป็นแบรนด์ระดับโลก และปัจจุบันบริษัทต้องปรับตัวเพื่อแข่งขันกับ AMD รวมถึงเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ ๆ การรีแบรนด์นี้สะท้อนให้เห็นว่า Intel ไม่ใช่แค่แบรนด์ฮาร์ดแวร์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของโลก ICT

    ✅ แคมเปญ Intel Inside เคยปฏิวัติการตลาดของชิปในปี 1991
    - ก่อนหน้าปี 1991 ผู้ผลิตชิปมักโปรโมทผลิตภัณฑ์ให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์โดยตรง
    - Intel เปลี่ยนเกมด้วยการ สื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรง ทำให้ผู้ใช้ตระหนักถึงบทบาทของโปรเซสเซอร์

    ✅ บทบาทของ Intel Inside เปลี่ยนไปตามยุคสมัย
    - ในยุค 90s Intel Inside เป็นจุดเด่นของ Pentium และ Celeron ที่กำหนดมาตรฐานตลาดพีซี
    - ในยุค 2000s แคมเปญนี้ช่วย ขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม Centrino และ Core Series
    - ปัจจุบัน Intel ขยายแนวคิดจาก ประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์ไปสู่การเชื่อมโยงชีวิตประจำวัน

    ✅ Brett Hannath (CMO ของ Intel) ชี้แจงแนวคิดเบื้องหลังแคมเปญใหม่
    - Intel ต้องการแสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีของตนช่วยเปิดโอกาสให้กับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็น พนักงาน, นักเรียน, นักพัฒนา หรือองค์กร
    - การสื่อสารนี้ช่วยให้แบรนด์ Intel มีอิทธิพลต่อชีวิตมากกว่าการเป็นผู้ผลิตชิปเพียงอย่างเดียว

    ✅ Intel เผชิญการแข่งขันจาก AMD ที่มีการรับรู้แบรนด์แข็งแกร่งขึ้น
    - ในอดีต Intel Inside ช่วยให้ Intel เป็นผู้นำในตลาด แต่ปัจจุบัน AMD มีความแข็งแกร่งมากขึ้น
    - การรีแบรนด์ครั้งนี้อาจเป็นกลยุทธ์ เพื่อรักษาความได้เปรียบ และปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัย

    ✅ อุตสาหกรรม ICT มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังยุคพีซี
    - จากเดิมที่ Intel โดดเด่นในตลาด พีซีและแล็ปท็อป ปัจจุบันบริษัทต้องขยายอิทธิพลไปสู่ AI, Data Centers และอุปกรณ์ IoT
    - การรีแบรนด์ครั้งนี้เน้นให้เห็นว่า Intel เป็นส่วนสำคัญของเทคโนโลยีรอบตัวเรา ไม่ใช่แค่ชิปในคอมพิวเตอร์

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/intel-refreshes-iconic-brand-with-thats-the-power-of-intel-inside-campaign
    Intel นำแคมเปญ "Intel Inside" กลับมาอีกครั้งในรูปแบบใหม่ ที่เน้นการเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ แทนที่จะเน้นแค่ชิปโปรเซสเซอร์ แคมเปญเดิมจากปี 1991 เคยช่วยให้ Intel กลายเป็นแบรนด์ระดับโลก และปัจจุบันบริษัทต้องปรับตัวเพื่อแข่งขันกับ AMD รวมถึงเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ ๆ การรีแบรนด์นี้สะท้อนให้เห็นว่า Intel ไม่ใช่แค่แบรนด์ฮาร์ดแวร์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของโลก ICT ✅ แคมเปญ Intel Inside เคยปฏิวัติการตลาดของชิปในปี 1991 - ก่อนหน้าปี 1991 ผู้ผลิตชิปมักโปรโมทผลิตภัณฑ์ให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์โดยตรง - Intel เปลี่ยนเกมด้วยการ สื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรง ทำให้ผู้ใช้ตระหนักถึงบทบาทของโปรเซสเซอร์ ✅ บทบาทของ Intel Inside เปลี่ยนไปตามยุคสมัย - ในยุค 90s Intel Inside เป็นจุดเด่นของ Pentium และ Celeron ที่กำหนดมาตรฐานตลาดพีซี - ในยุค 2000s แคมเปญนี้ช่วย ขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม Centrino และ Core Series - ปัจจุบัน Intel ขยายแนวคิดจาก ประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์ไปสู่การเชื่อมโยงชีวิตประจำวัน ✅ Brett Hannath (CMO ของ Intel) ชี้แจงแนวคิดเบื้องหลังแคมเปญใหม่ - Intel ต้องการแสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีของตนช่วยเปิดโอกาสให้กับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็น พนักงาน, นักเรียน, นักพัฒนา หรือองค์กร - การสื่อสารนี้ช่วยให้แบรนด์ Intel มีอิทธิพลต่อชีวิตมากกว่าการเป็นผู้ผลิตชิปเพียงอย่างเดียว ✅ Intel เผชิญการแข่งขันจาก AMD ที่มีการรับรู้แบรนด์แข็งแกร่งขึ้น - ในอดีต Intel Inside ช่วยให้ Intel เป็นผู้นำในตลาด แต่ปัจจุบัน AMD มีความแข็งแกร่งมากขึ้น - การรีแบรนด์ครั้งนี้อาจเป็นกลยุทธ์ เพื่อรักษาความได้เปรียบ และปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัย ✅ อุตสาหกรรม ICT มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังยุคพีซี - จากเดิมที่ Intel โดดเด่นในตลาด พีซีและแล็ปท็อป ปัจจุบันบริษัทต้องขยายอิทธิพลไปสู่ AI, Data Centers และอุปกรณ์ IoT - การรีแบรนด์ครั้งนี้เน้นให้เห็นว่า Intel เป็นส่วนสำคัญของเทคโนโลยีรอบตัวเรา ไม่ใช่แค่ชิปในคอมพิวเตอร์ https://www.tomshardware.com/tech-industry/intel-refreshes-iconic-brand-with-thats-the-power-of-intel-inside-campaign
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 30 มุมมอง 0 รีวิว
  • แม้ AI ข้อมูลบิดเบือนจะไม่พลิกผลเลือกตั้งปี 2024 แต่ภัยคุกคามของมันยังคงอยู่และกำลังพัฒนา แฮกเกอร์ใช้ AI ไม่เพียงแค่สร้างข่าวปลอม แต่ยังช่วยซ่อนร่องรอยในระบบไซเบอร์ ดีพเฟกเสียงและเอกสารปลอมถูกนำมาใช้เพื่อเจาะระบบความปลอดภัยขององค์กร และทำให้การตรวจจับการโจมตียากขึ้น ภัยคุกคามนี้ยังคงขยายตัว และองค์กรต้องปรับกลยุทธ์รับมือโดยเร็ว

    ✅ AI กำลังถูกนำมาใช้โจมตีองค์กรและโครงสร้างพื้นฐาน
    - จากเดิมที่ใช้เพื่อชักจูงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง AI ข้อมูลบิดเบือนถูกนำไปใช้ในการโจมตีองค์กรและซัพพลายเชน
    - ภัยคุกคามไซเบอร์รูปแบบใหม่ เช่น AI-generated phishing และการปลอมตัวเป็นผู้บริหาร กำลังเพิ่มขึ้น

    ✅ ภัยคุกคาม AI ไม่ได้จบลง แค่กำลังปรับตัว
    - แม้จะมีมาตรการตอบโต้ เช่น การตรวจจับดีพเฟกและการกำกับดูแลจากยุโรป
    - แต่ผู้ไม่หวังดี กำลังพัฒนา AI นอกระบบตรวจสอบ และใช้เครื่องมือที่หลบเลี่ยงการตรวจจับ

    ✅ AI ช่วยให้แฮกเกอร์ซ่อนร่องรอยได้ดีขึ้น
    - แฮกเกอร์สามารถ สร้างข้อมูลเท็จภายในเครือข่ายที่ถูกโจมตี ทำให้ผู้เชี่ยวชาญไซเบอร์หลงทาง
    - บางกลุ่มใช้ AI-generated logs และการปลอมแปลงหลักฐานดิจิทัล เพื่อบิดเบือนการตรวจสอบ

    ✅ องค์กรต้องปรับกลยุทธ์รับมือภัยคุกคาม AI
    - ต้องพัฒนา เทคนิคใหม่ในการตรวจจับความผิดปกติของข้อมูล
    - ระบบยืนยันตัวตนแบบเดิม เช่นการสแกนเสียงและวิดีโอ อาจไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

    https://www.csoonline.com/article/3852770/ai-disinformation-didnt-upend-2024-elections-but-the-threat-is-very-real.html
    แม้ AI ข้อมูลบิดเบือนจะไม่พลิกผลเลือกตั้งปี 2024 แต่ภัยคุกคามของมันยังคงอยู่และกำลังพัฒนา แฮกเกอร์ใช้ AI ไม่เพียงแค่สร้างข่าวปลอม แต่ยังช่วยซ่อนร่องรอยในระบบไซเบอร์ ดีพเฟกเสียงและเอกสารปลอมถูกนำมาใช้เพื่อเจาะระบบความปลอดภัยขององค์กร และทำให้การตรวจจับการโจมตียากขึ้น ภัยคุกคามนี้ยังคงขยายตัว และองค์กรต้องปรับกลยุทธ์รับมือโดยเร็ว ✅ AI กำลังถูกนำมาใช้โจมตีองค์กรและโครงสร้างพื้นฐาน - จากเดิมที่ใช้เพื่อชักจูงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง AI ข้อมูลบิดเบือนถูกนำไปใช้ในการโจมตีองค์กรและซัพพลายเชน - ภัยคุกคามไซเบอร์รูปแบบใหม่ เช่น AI-generated phishing และการปลอมตัวเป็นผู้บริหาร กำลังเพิ่มขึ้น ✅ ภัยคุกคาม AI ไม่ได้จบลง แค่กำลังปรับตัว - แม้จะมีมาตรการตอบโต้ เช่น การตรวจจับดีพเฟกและการกำกับดูแลจากยุโรป - แต่ผู้ไม่หวังดี กำลังพัฒนา AI นอกระบบตรวจสอบ และใช้เครื่องมือที่หลบเลี่ยงการตรวจจับ ✅ AI ช่วยให้แฮกเกอร์ซ่อนร่องรอยได้ดีขึ้น - แฮกเกอร์สามารถ สร้างข้อมูลเท็จภายในเครือข่ายที่ถูกโจมตี ทำให้ผู้เชี่ยวชาญไซเบอร์หลงทาง - บางกลุ่มใช้ AI-generated logs และการปลอมแปลงหลักฐานดิจิทัล เพื่อบิดเบือนการตรวจสอบ ✅ องค์กรต้องปรับกลยุทธ์รับมือภัยคุกคาม AI - ต้องพัฒนา เทคนิคใหม่ในการตรวจจับความผิดปกติของข้อมูล - ระบบยืนยันตัวตนแบบเดิม เช่นการสแกนเสียงและวิดีโอ อาจไม่ปลอดภัยอีกต่อไป https://www.csoonline.com/article/3852770/ai-disinformation-didnt-upend-2024-elections-but-the-threat-is-very-real.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    AI disinformation didn’t upend 2024 elections, but the threat is very real
    The next phase of AI disinformation won’t just target voters but target organizations, supply chains, and critical infrastructure.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 40 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทหารผ่านศึก—กำลังสำคัญของวงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้ หากได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม

    ทหารผ่านศึกถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงในการทำงานด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ เนื่องจากมีทักษะด้านความปลอดภัย และการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม พวกเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคเรื่องการแปลทักษะ และการสร้างเครือข่ายในภาคเอกชน หน่วยงานอย่าง SANS Veterans Cyber Academy และโครงการ Onward to Opportunity ช่วยให้พวกเขาเรียนรู้และได้รับใบรับรองที่จำเป็น ในขณะที่บริษัทต่าง ๆ สามารถมีส่วนร่วมโดยสร้างโครงการรับสมัครและให้การสนับสนุนทหารผ่านศึก

    ==จุดแข็งของทหารผ่านศึกในวงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้==
    ✅ ความเข้าใจด้านความปลอดภัยเป็นพื้นฐานสำคัญ
    - ทหารผ่านศึกมีประสบการณ์ด้านความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น การรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ หรือข้อมูลดิจิทัล
    - หน่วยงานด้านไซเบอร์เช่น CISA สนับสนุนให้ทหารผ่านศึกก้าวสู่สายงานนี้

    ✅ ทักษะการวิเคราะห์และจัดการปัญหาเฉพาะหน้า
    - พวกเขาคุ้นเคยกับ การรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน และการวางแผนกลยุทธ์ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับงานด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้

    ✅ ความสามารถในการทำงานเป็นทีมและปฏิบัติงานภายใต้แรงกดดัน
    - ทหารผ่านศึกมีประสบการณ์ทำงานร่วมกันเป็นทีม และสามารถรับมือกับสภาวะความกดดันสูงได้ดี

    ==อุปสรรคที่ทหารผ่านศึกต้องเผชิญ==
    ❌ การแปลทักษะจากโลกทหารสู่คำศัพท์พลเรือน
    - การใช้คำศัพท์เฉพาะทางในกองทัพอาจไม่ถูกเข้าใจโดยบริษัทเทคโนโลยี
    - ระบบตรวจสอบเรซูเม่อัตโนมัติอาจไม่สามารถจับคู่ทักษะของพวกเขากับตำแหน่งงานที่เปิดรับ

    ❌ ขาดเครือข่ายและการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม
    - หลายคนพบว่าการหางานที่เหมาะสมเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากขาดเครือข่ายในภาคเอกชน

    ==แนวทางสนับสนุนที่ช่วยให้ทหารผ่านศึกก้าวเข้าสู่สายงานไซเบอร์ซีเคียวริตี้==
    💡 หลักสูตรอบรมเฉพาะทาง เช่น SANS Veterans Cyber Academy และ Onward to Opportunity
    - ช่วยให้ทหารผ่านศึกเรียนรู้พื้นฐานด้านไซเบอร์ และได้รับใบรับรองอุตสาหกรรม

    💡 การมีพี่เลี้ยงและเครือข่ายสนับสนุน
    - การพูดคุยกับผู้ที่อยู่ในวงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้สามารถช่วยให้พวกเขาเข้าใจวิธีเปลี่ยนทักษะจากโลกทหารให้เหมาะสมกับงานพลเรือน

    💡 บริษัทควรมีโครงการสนับสนุนและรับสมัครทหารผ่านศึก
    - องค์กรสามารถเข้าร่วมงานจัดหางานในฐานทัพเพื่อดึงดูดผู้สมัครที่มีศักยภาพ

    https://www.csoonline.com/article/3853771/veterans-are-an-obvious-fit-for-cybersecurity-but-some-tailored-support-helps-ensure-they-succeed.html
    ทหารผ่านศึก—กำลังสำคัญของวงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้ หากได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม ทหารผ่านศึกถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงในการทำงานด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ เนื่องจากมีทักษะด้านความปลอดภัย และการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม พวกเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคเรื่องการแปลทักษะ และการสร้างเครือข่ายในภาคเอกชน หน่วยงานอย่าง SANS Veterans Cyber Academy และโครงการ Onward to Opportunity ช่วยให้พวกเขาเรียนรู้และได้รับใบรับรองที่จำเป็น ในขณะที่บริษัทต่าง ๆ สามารถมีส่วนร่วมโดยสร้างโครงการรับสมัครและให้การสนับสนุนทหารผ่านศึก ==จุดแข็งของทหารผ่านศึกในวงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้== ✅ ความเข้าใจด้านความปลอดภัยเป็นพื้นฐานสำคัญ - ทหารผ่านศึกมีประสบการณ์ด้านความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น การรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ หรือข้อมูลดิจิทัล - หน่วยงานด้านไซเบอร์เช่น CISA สนับสนุนให้ทหารผ่านศึกก้าวสู่สายงานนี้ ✅ ทักษะการวิเคราะห์และจัดการปัญหาเฉพาะหน้า - พวกเขาคุ้นเคยกับ การรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน และการวางแผนกลยุทธ์ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับงานด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ✅ ความสามารถในการทำงานเป็นทีมและปฏิบัติงานภายใต้แรงกดดัน - ทหารผ่านศึกมีประสบการณ์ทำงานร่วมกันเป็นทีม และสามารถรับมือกับสภาวะความกดดันสูงได้ดี ==อุปสรรคที่ทหารผ่านศึกต้องเผชิญ== ❌ การแปลทักษะจากโลกทหารสู่คำศัพท์พลเรือน - การใช้คำศัพท์เฉพาะทางในกองทัพอาจไม่ถูกเข้าใจโดยบริษัทเทคโนโลยี - ระบบตรวจสอบเรซูเม่อัตโนมัติอาจไม่สามารถจับคู่ทักษะของพวกเขากับตำแหน่งงานที่เปิดรับ ❌ ขาดเครือข่ายและการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม - หลายคนพบว่าการหางานที่เหมาะสมเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากขาดเครือข่ายในภาคเอกชน ==แนวทางสนับสนุนที่ช่วยให้ทหารผ่านศึกก้าวเข้าสู่สายงานไซเบอร์ซีเคียวริตี้== 💡 หลักสูตรอบรมเฉพาะทาง เช่น SANS Veterans Cyber Academy และ Onward to Opportunity - ช่วยให้ทหารผ่านศึกเรียนรู้พื้นฐานด้านไซเบอร์ และได้รับใบรับรองอุตสาหกรรม 💡 การมีพี่เลี้ยงและเครือข่ายสนับสนุน - การพูดคุยกับผู้ที่อยู่ในวงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้สามารถช่วยให้พวกเขาเข้าใจวิธีเปลี่ยนทักษะจากโลกทหารให้เหมาะสมกับงานพลเรือน 💡 บริษัทควรมีโครงการสนับสนุนและรับสมัครทหารผ่านศึก - องค์กรสามารถเข้าร่วมงานจัดหางานในฐานทัพเพื่อดึงดูดผู้สมัครที่มีศักยภาพ https://www.csoonline.com/article/3853771/veterans-are-an-obvious-fit-for-cybersecurity-but-some-tailored-support-helps-ensure-they-succeed.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Veterans are an obvious fit for cybersecurity, but tailored support ensures they succeed
    Paying attention to the specific needs of military members transitioning to civilian security positions can help organizations improve their recruitment and retention, and the process can benefit hiring programs in general.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 33 มุมมอง 0 รีวิว
  • เป็นข่าวร้ายสำหรับลุงเลยทีเดียว

    Microsoft ประกาศขึ้นราคาผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์แบบ On-Premises ถึง 10% รวมถึง Exchange Server, Skype for Business และ SharePoint Server นอกจากนี้ Core CAL Suite และ Enterprise CAL Suite ก็เพิ่มขึ้น 15-20% โดยมีผลในเดือนกรกฎาคม กลยุทธ์นี้ชัดเจนว่า Microsoft กำลังผลักดันให้ลูกค้าหันไปใช้ Cloud มากขึ้น ขณะที่บริการ Cloud อย่าง Exchange Online และ Microsoft Teams ยังคงราคาเดิม

    ✅ Exchange Server และ Skype for Business รุ่น Subscription Edition จะเริ่มเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม
    - Exchange Server 2016 และ 2019 จะสิ้นสุดการสนับสนุนในวันที่ 14 ตุลาคม 2025
    - ลูกค้าที่ต้องการใช้ Exchange Server SE ต้องมี Microsoft 365 E3/E5 หรือ Software Assurance (SA) ที่ใช้งานอยู่

    ✅ Core CAL Suite และ Enterprise CAL Suite ขึ้นราคา 15% และ 20% ตามลำดับ
    - ราคานี้จะมีผลตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2025

    ✅ บริการ Cloud เช่น SharePoint Online, Exchange Online และ Microsoft Teams ยังคงราคาเดิม
    - การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Microsoft ที่ต้องการผลักดันให้ องค์กรเปลี่ยนมาใช้บริการ Cloud มากขึ้น

    https://www.neowin.net/news/microsoft-increases-prices-of-all-standalone-on-premises-server-products/
    เป็นข่าวร้ายสำหรับลุงเลยทีเดียว Microsoft ประกาศขึ้นราคาผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์แบบ On-Premises ถึง 10% รวมถึง Exchange Server, Skype for Business และ SharePoint Server นอกจากนี้ Core CAL Suite และ Enterprise CAL Suite ก็เพิ่มขึ้น 15-20% โดยมีผลในเดือนกรกฎาคม กลยุทธ์นี้ชัดเจนว่า Microsoft กำลังผลักดันให้ลูกค้าหันไปใช้ Cloud มากขึ้น ขณะที่บริการ Cloud อย่าง Exchange Online และ Microsoft Teams ยังคงราคาเดิม ✅ Exchange Server และ Skype for Business รุ่น Subscription Edition จะเริ่มเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม - Exchange Server 2016 และ 2019 จะสิ้นสุดการสนับสนุนในวันที่ 14 ตุลาคม 2025 - ลูกค้าที่ต้องการใช้ Exchange Server SE ต้องมี Microsoft 365 E3/E5 หรือ Software Assurance (SA) ที่ใช้งานอยู่ ✅ Core CAL Suite และ Enterprise CAL Suite ขึ้นราคา 15% และ 20% ตามลำดับ - ราคานี้จะมีผลตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2025 ✅ บริการ Cloud เช่น SharePoint Online, Exchange Online และ Microsoft Teams ยังคงราคาเดิม - การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Microsoft ที่ต้องการผลักดันให้ องค์กรเปลี่ยนมาใช้บริการ Cloud มากขึ้น https://www.neowin.net/news/microsoft-increases-prices-of-all-standalone-on-premises-server-products/
    WWW.NEOWIN.NET
    Microsoft increases prices of all standalone on-premises server products
    Microsoft is increasing the prices for its on-premises server products and introducing new subscription editions. They are also increasing the prices of Core and Enterprise CAL Suites.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 33 มุมมอง 0 รีวิว
  • Google เตือนว่ามีสายลับจากเกาหลีเหนือแฝงตัวเป็นนักพัฒนา IT ในบริษัทตะวันตก เพื่อขโมยข้อมูลและสร้างรายได้ให้กับรัฐบาล DPRK มีรายงานว่าบางคนขู่เปิดเผยข้อมูลบริษัทหลังถูกไล่ออก ปฏิบัติการนี้สร้างรายได้กว่า 6.8 ล้านดอลลาร์ และเริ่มขยายไปสู่ บริษัทในยุโรป บริษัทไอทีบางแห่งใช้แนวทาง Bring Your Own Device (BYOD) เพื่อลดความเสี่ยง แต่แนวทางนี้ก็ยังมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย

    ✅ พนักงานที่ถูกไล่ออกบางรายขู่เปิดเผยข้อมูลบริษัท
    - มีกรณีที่นักพัฒนา IT ซึ่งถูกไล่ออกจากบริษัทขู่จะ เปิดเผยซอร์สโค้ดและข้อมูลภายในแก่คู่แข่ง
    - ข้อมูลที่ได้รับผลกระทบรวมถึง ซอฟต์แวร์ที่ยังไม่ได้เปิดตัวและทรัพย์สินทางปัญญา

    ✅ การแทรกซึมเข้าสู่บริษัทไอทีระดับโลกเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจ
    - Google รายงานว่าการแทรกซึมดังกล่าวสร้างรายได้ให้เกาหลีเหนือถึง 6.8 ล้านดอลลาร์
    - พบหลักฐานว่ามี ทีมสนับสนุนในสหรัฐฯ และอังกฤษ ที่ช่วยส่งอุปกรณ์ให้สายลับใช้ในการทำงาน

    ✅ แฮกเกอร์ของ DPRK เริ่มหันไปเน้นยุโรปมากขึ้น
    - การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานพบว่า มีการเพิ่มจำนวนการโจมตีและความพยายามล้วงข้อมูลในยุโรป
    - อาจเป็นสัญญาณของการขยายปฏิบัติการไปทั่วโลก

    ✅ บริษัทส่วนใหญ่เริ่มใช้แนวทาง "Bring Your Own Device" แต่ยังมีจุดอ่อน
    - องค์กรที่อนุญาตให้พนักงานใช้ อุปกรณ์ของตัวเอง (BYOD) พบว่าเป็นช่องโหว่สำคัญ
    - เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้ ขาดระบบความปลอดภัยและการบันทึกข้อมูลที่ช่วยตรวจจับภัยคุกคาม

    https://www.techradar.com/pro/security/google-warns-north-korean-spies-are-gaining-positions-in-western-firms
    Google เตือนว่ามีสายลับจากเกาหลีเหนือแฝงตัวเป็นนักพัฒนา IT ในบริษัทตะวันตก เพื่อขโมยข้อมูลและสร้างรายได้ให้กับรัฐบาล DPRK มีรายงานว่าบางคนขู่เปิดเผยข้อมูลบริษัทหลังถูกไล่ออก ปฏิบัติการนี้สร้างรายได้กว่า 6.8 ล้านดอลลาร์ และเริ่มขยายไปสู่ บริษัทในยุโรป บริษัทไอทีบางแห่งใช้แนวทาง Bring Your Own Device (BYOD) เพื่อลดความเสี่ยง แต่แนวทางนี้ก็ยังมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ✅ พนักงานที่ถูกไล่ออกบางรายขู่เปิดเผยข้อมูลบริษัท - มีกรณีที่นักพัฒนา IT ซึ่งถูกไล่ออกจากบริษัทขู่จะ เปิดเผยซอร์สโค้ดและข้อมูลภายในแก่คู่แข่ง - ข้อมูลที่ได้รับผลกระทบรวมถึง ซอฟต์แวร์ที่ยังไม่ได้เปิดตัวและทรัพย์สินทางปัญญา ✅ การแทรกซึมเข้าสู่บริษัทไอทีระดับโลกเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจ - Google รายงานว่าการแทรกซึมดังกล่าวสร้างรายได้ให้เกาหลีเหนือถึง 6.8 ล้านดอลลาร์ - พบหลักฐานว่ามี ทีมสนับสนุนในสหรัฐฯ และอังกฤษ ที่ช่วยส่งอุปกรณ์ให้สายลับใช้ในการทำงาน ✅ แฮกเกอร์ของ DPRK เริ่มหันไปเน้นยุโรปมากขึ้น - การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานพบว่า มีการเพิ่มจำนวนการโจมตีและความพยายามล้วงข้อมูลในยุโรป - อาจเป็นสัญญาณของการขยายปฏิบัติการไปทั่วโลก ✅ บริษัทส่วนใหญ่เริ่มใช้แนวทาง "Bring Your Own Device" แต่ยังมีจุดอ่อน - องค์กรที่อนุญาตให้พนักงานใช้ อุปกรณ์ของตัวเอง (BYOD) พบว่าเป็นช่องโหว่สำคัญ - เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้ ขาดระบบความปลอดภัยและการบันทึกข้อมูลที่ช่วยตรวจจับภัยคุกคาม https://www.techradar.com/pro/security/google-warns-north-korean-spies-are-gaining-positions-in-western-firms
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 148 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักต้มตุ๋นคริปโต 438 รายใช้ Telegram เพื่อปั่นราคาผ่านแผน Pump-and-Dump สร้างรายได้ถึง 250 ล้านดอลลาร์ต่อปี งานวิจัยจาก University College London พบว่าพวกเขาควบคุม ธุรกรรมเทียม 3.2 ล้านล้านดอลลาร์ และใช้กลยุทธ์ ปั่นเหรียญเพื่อหลอกนักลงทุน เครื่องมือ Perseus สามารถตรวจจับการโกง แต่ ตลาดคริปโตยังคงเสี่ยงเพราะขาดกฎหมายกำกับดูแล

    ✅ Telegram กลายเป็นแพลตฟอร์มหลักในการปั่นตลาดคริปโต
    - นักต้มตุ๋นใช้ ช่องแชทและกลุ่มลับ เพื่อสร้างกระแสปลอมเกี่ยวกับเหรียญ
    - ปั่นราคาโดย เผยแพร่ข่าวปลอมและแผนลงทุนที่ดูมีอนาคต เพื่อให้คนแห่เข้าซื้อ

    ✅ เครื่องมือ Perseus วิเคราะห์และติดตามการโกงคริปโตแบบเรียลไทม์
    - Perseus มีสามองค์ประกอบหลัก ได้แก่ ตัวดึงข้อมูล, กราฟเครือข่าย และระบบตรวจจับนักต้มตุ๋น
    - คล้าย AI Detector ของ McAfee ซึ่งช่วยเปิดโปงนักต้มตุ๋นก่อนที่พวกเขาจะทำเหยื่อรายใหม่

    ✅ ตลาดคริปโตยังคงเสี่ยงเพราะขาดการกำกับดูแล
    - การลงทุนในคริปโต ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองที่ชัดเจนในหลายประเทศ
    - งานวิจัยระบุว่าการใช้ AI เช่น Perseus สามารถช่วยตรวจจับพฤติกรรมโกง แต่การออกกฎควบคุมยังเป็นสิ่งจำเป็น

    https://www.techradar.com/pro/438-crypto-masterminds-are-responsible-for-the-majority-of-pump-and-dump-crypto-coin-schemes-globally-researchers-find
    นักต้มตุ๋นคริปโต 438 รายใช้ Telegram เพื่อปั่นราคาผ่านแผน Pump-and-Dump สร้างรายได้ถึง 250 ล้านดอลลาร์ต่อปี งานวิจัยจาก University College London พบว่าพวกเขาควบคุม ธุรกรรมเทียม 3.2 ล้านล้านดอลลาร์ และใช้กลยุทธ์ ปั่นเหรียญเพื่อหลอกนักลงทุน เครื่องมือ Perseus สามารถตรวจจับการโกง แต่ ตลาดคริปโตยังคงเสี่ยงเพราะขาดกฎหมายกำกับดูแล ✅ Telegram กลายเป็นแพลตฟอร์มหลักในการปั่นตลาดคริปโต - นักต้มตุ๋นใช้ ช่องแชทและกลุ่มลับ เพื่อสร้างกระแสปลอมเกี่ยวกับเหรียญ - ปั่นราคาโดย เผยแพร่ข่าวปลอมและแผนลงทุนที่ดูมีอนาคต เพื่อให้คนแห่เข้าซื้อ ✅ เครื่องมือ Perseus วิเคราะห์และติดตามการโกงคริปโตแบบเรียลไทม์ - Perseus มีสามองค์ประกอบหลัก ได้แก่ ตัวดึงข้อมูล, กราฟเครือข่าย และระบบตรวจจับนักต้มตุ๋น - คล้าย AI Detector ของ McAfee ซึ่งช่วยเปิดโปงนักต้มตุ๋นก่อนที่พวกเขาจะทำเหยื่อรายใหม่ ✅ ตลาดคริปโตยังคงเสี่ยงเพราะขาดการกำกับดูแล - การลงทุนในคริปโต ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองที่ชัดเจนในหลายประเทศ - งานวิจัยระบุว่าการใช้ AI เช่น Perseus สามารถช่วยตรวจจับพฤติกรรมโกง แต่การออกกฎควบคุมยังเป็นสิ่งจำเป็น https://www.techradar.com/pro/438-crypto-masterminds-are-responsible-for-the-majority-of-pump-and-dump-crypto-coin-schemes-globally-researchers-find
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 87 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทักษะด้าน AI และ Cloud ทำให้เงินเดือนในสายไอทีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2024 โดยเฉพาะผู้ที่เชี่ยวชาญ Natural Language Processing, AWS และ Blockchain คาดว่า แนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปในปี 2025 นอกจากนี้ คนที่ทำงานด้าน AI มีระดับความพึงพอใจสูงกว่าค่าเฉลี่ย เนื่องจากเป็นงานที่ท้าทายและเปิดโอกาสให้เรียนรู้มากขึ้น Dice ยังแนะนำว่า การเปลี่ยนงาน 6-9 ครั้งในชีวิตการทำงานเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับการเติบโตของเงินเดือน

    ✅ ทักษะที่ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นมากที่สุดในปี 2024
    - Natural Language Processing (NLP): $131,621 (+21%)
    - AWS CodeWhisperer: $117,821 (+16%)
    - Amazon Redshift: $134,103 (+15%)
    - BigQuery: $120,434 (+15%)
    - COBOL: $130,243 (+15%)
    - Ruby: $136,920 (+13%)
    - AI ทั่วไป: $130,277 (+12%)
    - Blockchain: $113,143 (+12%)
    - Oracle eBusiness: $121,227 (+12%)
    - Application Delivery: $123,336 (+11%)

    ✅ AI ช่วยให้พนักงานมีความพึงพอใจในการทำงานมากขึ้น
    - ผู้ที่ทำงานในโครงการด้าน AI มีระดับความพึงพอใจสูงกว่าผู้ที่ทำงานในสายอื่น แม้จะได้รับเงินเดือนเท่ากัน
    - Dice ระบุว่า AI มอบผลประโยชน์ที่มากกว่าการเงิน เช่น ความท้าทายและโอกาสในการเรียนรู้

    ✅ แนวคิด "Goldilocks Zone" ของการเปลี่ยนงานในสายไอที
    - การเปลี่ยนงาน 6-9 ครั้งในชีวิตการทำงาน ส่งผลให้เงินเดือนเฉลี่ยสูงถึง $142,000
    - อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนงานมากกว่า 10 ครั้งอาจส่งผลเสียต่อรายได้
    - Dice แนะนำให้เลือกเปลี่ยนงาน อย่างมีกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโต

    ✅ แนวโน้มของสภาพแวดล้อมการทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
    - ผู้หญิงที่ทำงานในวงการเทคโนโลยีมาเกิน 20 ปี มีโอกาสมากกว่า 1.5 เท่า ที่จะระบุว่า วัฒนธรรมองค์กรดีขึ้นกว่าชายในอุตสาหกรรมเดียวกัน

    https://www.zdnet.com/home-and-office/work-life/these-tech-skills-drove-the-biggest-salary-increases-over-the-past-year/
    ทักษะด้าน AI และ Cloud ทำให้เงินเดือนในสายไอทีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2024 โดยเฉพาะผู้ที่เชี่ยวชาญ Natural Language Processing, AWS และ Blockchain คาดว่า แนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปในปี 2025 นอกจากนี้ คนที่ทำงานด้าน AI มีระดับความพึงพอใจสูงกว่าค่าเฉลี่ย เนื่องจากเป็นงานที่ท้าทายและเปิดโอกาสให้เรียนรู้มากขึ้น Dice ยังแนะนำว่า การเปลี่ยนงาน 6-9 ครั้งในชีวิตการทำงานเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับการเติบโตของเงินเดือน ✅ ทักษะที่ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นมากที่สุดในปี 2024 - Natural Language Processing (NLP): $131,621 (+21%) - AWS CodeWhisperer: $117,821 (+16%) - Amazon Redshift: $134,103 (+15%) - BigQuery: $120,434 (+15%) - COBOL: $130,243 (+15%) - Ruby: $136,920 (+13%) - AI ทั่วไป: $130,277 (+12%) - Blockchain: $113,143 (+12%) - Oracle eBusiness: $121,227 (+12%) - Application Delivery: $123,336 (+11%) ✅ AI ช่วยให้พนักงานมีความพึงพอใจในการทำงานมากขึ้น - ผู้ที่ทำงานในโครงการด้าน AI มีระดับความพึงพอใจสูงกว่าผู้ที่ทำงานในสายอื่น แม้จะได้รับเงินเดือนเท่ากัน - Dice ระบุว่า AI มอบผลประโยชน์ที่มากกว่าการเงิน เช่น ความท้าทายและโอกาสในการเรียนรู้ ✅ แนวคิด "Goldilocks Zone" ของการเปลี่ยนงานในสายไอที - การเปลี่ยนงาน 6-9 ครั้งในชีวิตการทำงาน ส่งผลให้เงินเดือนเฉลี่ยสูงถึง $142,000 - อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนงานมากกว่า 10 ครั้งอาจส่งผลเสียต่อรายได้ - Dice แนะนำให้เลือกเปลี่ยนงาน อย่างมีกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโต ✅ แนวโน้มของสภาพแวดล้อมการทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี - ผู้หญิงที่ทำงานในวงการเทคโนโลยีมาเกิน 20 ปี มีโอกาสมากกว่า 1.5 เท่า ที่จะระบุว่า วัฒนธรรมองค์กรดีขึ้นกว่าชายในอุตสาหกรรมเดียวกัน https://www.zdnet.com/home-and-office/work-life/these-tech-skills-drove-the-biggest-salary-increases-over-the-past-year/
    WWW.ZDNET.COM
    These tech skills drove the biggest salary increases over the past year
    A new tech salaries report suggests that working with AI boosts both pay and satisfaction - but it also cautions that excessive job hopping can work against you.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 156 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ภายใต้ CEO Lip-Bu Tan ซึ่งเน้นสร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้า และปรับตัวให้เหมาะกับธุรกิจโรงงานผลิตชิป Tan เตรียมเดินหน้าสู่ การผลิต High-Volume ของ Panther Lake บนเทคโนโลยี 18A พร้อมมุ่งเน้นการจ้างงานและวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ขณะที่เขาตัดสินใจเก็บธุรกิจโรงงานไว้โดยไม่แยกออกเป็นบริษัทอิสระ

    ✅ ความท้าทายของ Intel กับธุรกิจ Foundry
    - Intel ถูกวิจารณ์มานานว่า ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าได้
    - ปี 2011 Tim Cook เคยบอกกับ Morris Chang (ผู้ก่อตั้ง TSMC) ว่า Intel "ไม่เข้าใจการทำธุรกิจโรงงานผลิตชิป"
    - จุดนี้ทำให้ TSMC กลายเป็นผู้นำตลาด โดยสามารถรองรับลูกค้ารายใหญ่เช่น Apple และ Nvidia

    ✅ Lip-Bu Tan ต้องการปรับโครงสร้างเพื่อดึงลูกค้ากลับมา
    - Tan กล่าวว่า "Foundry เป็นธุรกิจบริการ และต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า"
    - เขาเชื่อว่า ลูกค้าแต่ละรายมีรูปแบบการออกแบบชิปที่แตกต่างกัน และ Intel ต้อง เรียนรู้วิธีปรับตัวให้เข้ากับแต่ละบริษัท
    - กลยุทธ์นี้เคยประสบความสำเร็จในยุคที่เขาเป็น CEO ของ Cadence

    ✅ Intel ไม่ได้ยอมแพ้—เตรียมเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่
    - Tan กล่าวว่า Intel พร้อมเข้าสู่การผลิตขนาดใหญ่ (High-Volume Production) ของ Panther Lake บนเทคโนโลยี 18A ในปีนี้
    - นอกจากนี้ Intel กำลังทำงานบน 14A Node ซึ่งจะเป็นเทคโนโลยีระดับสูงกว่า

    ✅ มุ่งเน้นการจ้างงานและฟื้นฟูวัฒนธรรมองค์กร
    - Tan มองว่า Intel สูญเสียบุคลากรสำคัญไปหลายปี และเขาต้องการดึงวิศวกรชั้นนำกลับมา
    - เป้าหมายคือ สร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม

    ✅ Intel จะเก็บธุรกิจโรงงานไว้—ไม่แยกออกเป็นบริษัทอิสระ
    - ก่อนที่ Tan จะรับตำแหน่ง CEO มีข่าวลือว่า Intel อาจแยกธุรกิจโรงงานออกจากกันเพื่อเพิ่มผลกำไร
    - อย่างไรก็ตาม หลังจากสุนทรพจน์ครั้งแรกของ Tan ดูเหมือนว่า เขาจะพยายามรักษาธุรกิจนี้ไว้และดึงลูกค้ากลับมา

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/lip-bu-tans-first-speech-as-intel-ceo-focuses-on-innovation-and-working-with-foundry-customers
    Intel กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ภายใต้ CEO Lip-Bu Tan ซึ่งเน้นสร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้า และปรับตัวให้เหมาะกับธุรกิจโรงงานผลิตชิป Tan เตรียมเดินหน้าสู่ การผลิต High-Volume ของ Panther Lake บนเทคโนโลยี 18A พร้อมมุ่งเน้นการจ้างงานและวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ขณะที่เขาตัดสินใจเก็บธุรกิจโรงงานไว้โดยไม่แยกออกเป็นบริษัทอิสระ ✅ ความท้าทายของ Intel กับธุรกิจ Foundry - Intel ถูกวิจารณ์มานานว่า ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าได้ - ปี 2011 Tim Cook เคยบอกกับ Morris Chang (ผู้ก่อตั้ง TSMC) ว่า Intel "ไม่เข้าใจการทำธุรกิจโรงงานผลิตชิป" - จุดนี้ทำให้ TSMC กลายเป็นผู้นำตลาด โดยสามารถรองรับลูกค้ารายใหญ่เช่น Apple และ Nvidia ✅ Lip-Bu Tan ต้องการปรับโครงสร้างเพื่อดึงลูกค้ากลับมา - Tan กล่าวว่า "Foundry เป็นธุรกิจบริการ และต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า" - เขาเชื่อว่า ลูกค้าแต่ละรายมีรูปแบบการออกแบบชิปที่แตกต่างกัน และ Intel ต้อง เรียนรู้วิธีปรับตัวให้เข้ากับแต่ละบริษัท - กลยุทธ์นี้เคยประสบความสำเร็จในยุคที่เขาเป็น CEO ของ Cadence ✅ Intel ไม่ได้ยอมแพ้—เตรียมเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ - Tan กล่าวว่า Intel พร้อมเข้าสู่การผลิตขนาดใหญ่ (High-Volume Production) ของ Panther Lake บนเทคโนโลยี 18A ในปีนี้ - นอกจากนี้ Intel กำลังทำงานบน 14A Node ซึ่งจะเป็นเทคโนโลยีระดับสูงกว่า ✅ มุ่งเน้นการจ้างงานและฟื้นฟูวัฒนธรรมองค์กร - Tan มองว่า Intel สูญเสียบุคลากรสำคัญไปหลายปี และเขาต้องการดึงวิศวกรชั้นนำกลับมา - เป้าหมายคือ สร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ✅ Intel จะเก็บธุรกิจโรงงานไว้—ไม่แยกออกเป็นบริษัทอิสระ - ก่อนที่ Tan จะรับตำแหน่ง CEO มีข่าวลือว่า Intel อาจแยกธุรกิจโรงงานออกจากกันเพื่อเพิ่มผลกำไร - อย่างไรก็ตาม หลังจากสุนทรพจน์ครั้งแรกของ Tan ดูเหมือนว่า เขาจะพยายามรักษาธุรกิจนี้ไว้และดึงลูกค้ากลับมา https://www.tomshardware.com/tech-industry/lip-bu-tans-first-speech-as-intel-ceo-focuses-on-innovation-and-working-with-foundry-customers
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Lip-Bu Tan's first speech as Intel CEO focuses on innovation and working with foundry customers
    “I can’t do it alone: I need your help as a customer — give me honest feedback.”
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 241 มุมมอง 0 รีวิว
  • 01-04-68/03 : หมี CNN / R.I.P USAID ลาก๋อยเหี้ยจ๋า! เห็นฤทธิ์อีทรัมปป์ยัง? ปิดสิ จะเหลือเหรอ โยก USAID บางส่วนเข้ากระทรวงตปท. มัดชัดซะยิ่งกว่าชัด หักดิบเหี้ย C ไงล่ะ ที่ผ่านมา ยิวเหี้ยไซออนนิสต์ใช้เหี้ย C เป็นแขนขา ในการรุกรานแผ่นดินชาวโลก ท่อน้ำเลี้ยงใหญ่คือ USAID แตกย่อยเป็น NED NGO เพื่อส่งส่วยให้ขี้ข้ายิวทั่วโลก ไปปล้นแผ่นดินเค้าแดร๊ก งานนี้ อีทรัมปป์รีดพิษ ท่อน้ำเลี้ยงเหี้ยยิว DEEP STATE จะอยู่เฉยไม่ได้อีกแล้ว เร่งเปิดเกมส์ล้มอีทรัมปป์แน่ ระวังให้ดี อุบัติเหตุการเมืองเกิดขึ้นได้เสมอ บทเรียนจาก JFK ทำให้อีทรัมปป์รู้ดีว่า ชุดรอบตัวใช้คนในไม่ได้ เพราะเหี้ย C มันกว้านซื้อไว้หมดแล้ว ดังนั้น ไม่แปลก หากมรึงได้เห็น WAGNER นอกเครื่องแบบไปโผล่ทำเนียบขาว ขอให้รู้ไว้ว่า ปูตินส่งไปให้เองจ๊ะ สูตรสำเร็จความใคร่เหี้ย ใกล้จะถึงทางตัน อีทรัมปป์เตรียมดึงกองกำลังสหรัฐกลับบ้าน อีทรัมปป์ตัดท่อน้ำเลี้ยงเหี้ยยิว งานนี้ใครได้ประโยชน์สูงสุดกันล่ะ เป้าหมายอีทรัมปป์คือ ไม่รบกับรัสเซียตอนนี้ เพื่อไม่ให้รัสเซีย จีน เข้ามาเขมือบอเมริกาในทันที ฝั่งขั้วใหม่เค้าก็รู้ว่ามรึงถอยเพราะอะไร? จากนี้ จะกลายเป็นเกมส์ปราสาทแดร๊ก ยิ่งกว่าสงครามเย็นแช่น้ำแข็งอีกมรึง อะไรที่ทำผ่านมา ก็เล่นไปหมดแล้ว หมดมุก จากนี้จึงต้องเล่นให้แรง และเข้าเป้าเท่านั้น ที่มาว่า HAARP ล่อพม่า เพื่อดึงเศรษฐกิจอาเซียนและจีนลงมา แต่เช่นเดียวกัน มรึงเองก็จะโดนกลับไม่ใช่น้อย หลังเสียหายไปเยอะ จากพิษเงินเฟ้อ เศรษฐกิจ ไฟป่า พายุ หิมะถล่ม และการเมืองปาหี่ภายใน แล้วยังไงต่อ USAID ไม่มีแล้ว หน่วยงานย่อยไปอยู่ในมือกระทรวงตปท. แปลว่าอีทรัมปป์เอาคนแปรพักตร์กลับเข้ามาอยู่กับตน ใครไม่ยอมก็ไสหัวออกไป เหี้ย C บทบาทจะน้อยลง อีทรัมปป์จะเล่นการฑูตนำ มากกว่าจะใช้ใต้ดินเหมือนที่ DEEP STATE ถนัด แต่งานสกปรกก็จำเป็นต้องมี เมื่อเหี้ย C ขาดรายได้ เป้าต่อไปคืออีตาเพน ที่มาว่าทำไม บริษัทโบอิ้ง ถึงถูกดำเนินคดีในศาลเป็นชุด ก็เพื่อให้คายความลับออกมา ว่ามรึงเคยส่ง หรือซ่อนอะไรเอาไว้ใต้พรมอีก ด่านหินที่สุดไม่ใช่เหี้ย C แต่เป็นอีตาเพนเนี่ยแหละ แผนดึงกองทัพเข้าพวก เตรียมหั่นอเมริกาแตกเป็นสอง ใกล้ความจริงแล้ว กรีนแลนด์ก็ดี บางส่วนอีแคนผนวกรวมก็ดี ไม่ได้มีไว้เพื่ออเมริกาที่ยิ่งใหญ่ แต่มีไว้เพื่อ TRUMP LAND ในอนาคตต่างหากล่ะ เกมส์นี้แรงจริง รอดูฝีมือ DEEP STATE จะทำอย่างไรกับอีทรัมปป์?

    Trump administration officially shutters USAID after months of cuts รัฐบาลสหรัฐปิดองค์กร USAID หลังตัดงบประมาณหลายเดือน

    ------------------------------------------------------------------------—
    RONIN500(Admin Nidnoi) แปลโดย นิดหน่อย : รัฐบาลสหรัฐปิดองค์กร USAID หลังตัดงบประมาณหลายเดือน

    รัฐบาลสหรัฐปิดองค์กร USAID อย่างเป็นทางการซึ่งมีการจัดการครั้งสุดท้ายขององค์กร

    เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กระทรวงต่างประเทศแจ้งสภาคองเกรสว่า “ปิดตัว” องค์กร USAID และย้ายบางฝ่ายเข้ากระทรวงต่างประเทศ

    ตามบันทึกที่ให้เจ้าหน้าที่ขององค์กร USAID รองผู้อำนวยการคนใหม่ เจเรมี เลวินระบุว่า กระทรวงต่างประเทศ “จะรับผิดชอบงานเจ้าหน้าที่จากหลายฝ่ายขององค์กรและโครงการที่กำลังดำเนินไป”

    กระทรวงต่างประเทศ “จะปลดฝ่ายที่ทำงานอย่างเป็นอิสระจากองค์กร” อย่างทันทีและ “ประเมิน” ว่าจะจ้างเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งเพื่อ “ทำงานให้กับโครงการเพื่อช่วยชีวิตและให้ความช่วยเหลือทางกลยุทธ์”

    รัฐบาลสหรัฐระบุถึงหลายโอกาสที่องค์กร USAID นำเงินของประชาชนที่เสียภาษีไปใช้ในทางที่ผิดและให้เงินกับโครงการต่างประเทศที่สหรัฐไม่ได้ประโยชน์แม้จะมีข้ออ้างจากเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญด้านความช่วยเหลือว่า องค์กรตอบสนองความต้องการทางมนุษยชนทั่วโลก

    ในช่วงไม่กี่อาทิตย์หลังเข้ารับตำแหน่ง รัฐบาลสหรัฐเริ่มปลดองค์กร USAID และสั่งหยุดความช่วยเหลือกับต่างชาติที่รอการทบทวนโครงการต่างๆตั้งแต่นั้นมา เจ้าหน้าที่หลายหมื่นคนถูกไล่ออกหรือพักงาน นอกจากนั้นยกเลิกสัญญาความช่วยเหลือหลายหมื่นล้านดอลลาร์

    การตัดสินใจที่จะปิดองค์กรคาดว่าจะทำให้เกิดการตรวจสอบทางกฎหมายตามรายงานจากผู้เชี่ยวชาญที่ระบุว่า การตัดสินใจจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส

    รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โค รูบิโอชื่นชมการเคลื่อนไหวในแถลงการณ์ว่า รัฐบาลตัดสินใจปิดองค์กร USAID อย่างเป็นทางการและจะได้รับการจัดการโดยกระทรวงต่างประเทศ

    องค์กร USAID ที่ได้รับการก่อตั้งเมื่อปี 1961 โดยประธานาธิบดี จอห์น เอฟ.เคนเนดี มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานในการปลุกปั่นเหตุไม่สงบซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อโค่นล้มรัฐบาลในประเทศละตินอเมริกาคือ คิวบาและเวเนซุเอลา นอกจากนั้น สิ่งที่องค์กรเคยทำไว้ยังมีเรื่องรัฐประหารในยุโรปตะวันออก

    https://www.presstv.ir/Detail/2025/03/29/745227/US-State-Department-USAID-humanitarian-assistance-

    ------------------------------------------------------------------------—
    เข้าถ้ำ RONIN คลิกที่ LINK ตามนี้ : https://line.me/R/ti/p/@mheecnn

    หรือเข้า LINE OFFICIAL ACCOUNT
    https://voom-studio.line.biz/account/@hfs0310u/voom หรือเสิร์หหาใน LINE ได้ที่ @hfs0310u

    **เพจหลักของหมี CNN คือ**
    https://www.minds.com/mheecnn2/

    เพจ VK ของรัสเซีย พิมคำว่า Frank Mheecnn
    www.vk.com/id448335733

    **เพจหมี CNN ใน Twitter ตัวใหม่ล่าสุด!**
    https://twitter.com/CnnMhee

    **เพจหมี CNN ใน FB ห้องปิด ตัวใหม่ล่าสุด(2568)**
    ชื่อเพจ "SUBPRAYUTH THALUFAH" สัปยุทธ ทะลุฟ้า
    https://www.facebook.com/profile.php?id=61573193903186
    01-04-68/03 : หมี CNN / R.I.P USAID ลาก๋อยเหี้ยจ๋า! เห็นฤทธิ์อีทรัมปป์ยัง? ปิดสิ จะเหลือเหรอ โยก USAID บางส่วนเข้ากระทรวงตปท. มัดชัดซะยิ่งกว่าชัด หักดิบเหี้ย C ไงล่ะ ที่ผ่านมา ยิวเหี้ยไซออนนิสต์ใช้เหี้ย C เป็นแขนขา ในการรุกรานแผ่นดินชาวโลก ท่อน้ำเลี้ยงใหญ่คือ USAID แตกย่อยเป็น NED NGO เพื่อส่งส่วยให้ขี้ข้ายิวทั่วโลก ไปปล้นแผ่นดินเค้าแดร๊ก งานนี้ อีทรัมปป์รีดพิษ ท่อน้ำเลี้ยงเหี้ยยิว DEEP STATE จะอยู่เฉยไม่ได้อีกแล้ว เร่งเปิดเกมส์ล้มอีทรัมปป์แน่ ระวังให้ดี อุบัติเหตุการเมืองเกิดขึ้นได้เสมอ บทเรียนจาก JFK ทำให้อีทรัมปป์รู้ดีว่า ชุดรอบตัวใช้คนในไม่ได้ เพราะเหี้ย C มันกว้านซื้อไว้หมดแล้ว ดังนั้น ไม่แปลก หากมรึงได้เห็น WAGNER นอกเครื่องแบบไปโผล่ทำเนียบขาว ขอให้รู้ไว้ว่า ปูตินส่งไปให้เองจ๊ะ สูตรสำเร็จความใคร่เหี้ย ใกล้จะถึงทางตัน อีทรัมปป์เตรียมดึงกองกำลังสหรัฐกลับบ้าน อีทรัมปป์ตัดท่อน้ำเลี้ยงเหี้ยยิว งานนี้ใครได้ประโยชน์สูงสุดกันล่ะ เป้าหมายอีทรัมปป์คือ ไม่รบกับรัสเซียตอนนี้ เพื่อไม่ให้รัสเซีย จีน เข้ามาเขมือบอเมริกาในทันที ฝั่งขั้วใหม่เค้าก็รู้ว่ามรึงถอยเพราะอะไร? จากนี้ จะกลายเป็นเกมส์ปราสาทแดร๊ก ยิ่งกว่าสงครามเย็นแช่น้ำแข็งอีกมรึง อะไรที่ทำผ่านมา ก็เล่นไปหมดแล้ว หมดมุก จากนี้จึงต้องเล่นให้แรง และเข้าเป้าเท่านั้น ที่มาว่า HAARP ล่อพม่า เพื่อดึงเศรษฐกิจอาเซียนและจีนลงมา แต่เช่นเดียวกัน มรึงเองก็จะโดนกลับไม่ใช่น้อย หลังเสียหายไปเยอะ จากพิษเงินเฟ้อ เศรษฐกิจ ไฟป่า พายุ หิมะถล่ม และการเมืองปาหี่ภายใน แล้วยังไงต่อ USAID ไม่มีแล้ว หน่วยงานย่อยไปอยู่ในมือกระทรวงตปท. แปลว่าอีทรัมปป์เอาคนแปรพักตร์กลับเข้ามาอยู่กับตน ใครไม่ยอมก็ไสหัวออกไป เหี้ย C บทบาทจะน้อยลง อีทรัมปป์จะเล่นการฑูตนำ มากกว่าจะใช้ใต้ดินเหมือนที่ DEEP STATE ถนัด แต่งานสกปรกก็จำเป็นต้องมี เมื่อเหี้ย C ขาดรายได้ เป้าต่อไปคืออีตาเพน ที่มาว่าทำไม บริษัทโบอิ้ง ถึงถูกดำเนินคดีในศาลเป็นชุด ก็เพื่อให้คายความลับออกมา ว่ามรึงเคยส่ง หรือซ่อนอะไรเอาไว้ใต้พรมอีก ด่านหินที่สุดไม่ใช่เหี้ย C แต่เป็นอีตาเพนเนี่ยแหละ แผนดึงกองทัพเข้าพวก เตรียมหั่นอเมริกาแตกเป็นสอง ใกล้ความจริงแล้ว กรีนแลนด์ก็ดี บางส่วนอีแคนผนวกรวมก็ดี ไม่ได้มีไว้เพื่ออเมริกาที่ยิ่งใหญ่ แต่มีไว้เพื่อ TRUMP LAND ในอนาคตต่างหากล่ะ เกมส์นี้แรงจริง รอดูฝีมือ DEEP STATE จะทำอย่างไรกับอีทรัมปป์? Trump administration officially shutters USAID after months of cuts รัฐบาลสหรัฐปิดองค์กร USAID หลังตัดงบประมาณหลายเดือน ------------------------------------------------------------------------— RONIN500(Admin Nidnoi) แปลโดย นิดหน่อย : รัฐบาลสหรัฐปิดองค์กร USAID หลังตัดงบประมาณหลายเดือน รัฐบาลสหรัฐปิดองค์กร USAID อย่างเป็นทางการซึ่งมีการจัดการครั้งสุดท้ายขององค์กร เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กระทรวงต่างประเทศแจ้งสภาคองเกรสว่า “ปิดตัว” องค์กร USAID และย้ายบางฝ่ายเข้ากระทรวงต่างประเทศ ตามบันทึกที่ให้เจ้าหน้าที่ขององค์กร USAID รองผู้อำนวยการคนใหม่ เจเรมี เลวินระบุว่า กระทรวงต่างประเทศ “จะรับผิดชอบงานเจ้าหน้าที่จากหลายฝ่ายขององค์กรและโครงการที่กำลังดำเนินไป” กระทรวงต่างประเทศ “จะปลดฝ่ายที่ทำงานอย่างเป็นอิสระจากองค์กร” อย่างทันทีและ “ประเมิน” ว่าจะจ้างเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งเพื่อ “ทำงานให้กับโครงการเพื่อช่วยชีวิตและให้ความช่วยเหลือทางกลยุทธ์” รัฐบาลสหรัฐระบุถึงหลายโอกาสที่องค์กร USAID นำเงินของประชาชนที่เสียภาษีไปใช้ในทางที่ผิดและให้เงินกับโครงการต่างประเทศที่สหรัฐไม่ได้ประโยชน์แม้จะมีข้ออ้างจากเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญด้านความช่วยเหลือว่า องค์กรตอบสนองความต้องการทางมนุษยชนทั่วโลก ในช่วงไม่กี่อาทิตย์หลังเข้ารับตำแหน่ง รัฐบาลสหรัฐเริ่มปลดองค์กร USAID และสั่งหยุดความช่วยเหลือกับต่างชาติที่รอการทบทวนโครงการต่างๆตั้งแต่นั้นมา เจ้าหน้าที่หลายหมื่นคนถูกไล่ออกหรือพักงาน นอกจากนั้นยกเลิกสัญญาความช่วยเหลือหลายหมื่นล้านดอลลาร์ การตัดสินใจที่จะปิดองค์กรคาดว่าจะทำให้เกิดการตรวจสอบทางกฎหมายตามรายงานจากผู้เชี่ยวชาญที่ระบุว่า การตัดสินใจจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โค รูบิโอชื่นชมการเคลื่อนไหวในแถลงการณ์ว่า รัฐบาลตัดสินใจปิดองค์กร USAID อย่างเป็นทางการและจะได้รับการจัดการโดยกระทรวงต่างประเทศ องค์กร USAID ที่ได้รับการก่อตั้งเมื่อปี 1961 โดยประธานาธิบดี จอห์น เอฟ.เคนเนดี มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานในการปลุกปั่นเหตุไม่สงบซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อโค่นล้มรัฐบาลในประเทศละตินอเมริกาคือ คิวบาและเวเนซุเอลา นอกจากนั้น สิ่งที่องค์กรเคยทำไว้ยังมีเรื่องรัฐประหารในยุโรปตะวันออก https://www.presstv.ir/Detail/2025/03/29/745227/US-State-Department-USAID-humanitarian-assistance- ------------------------------------------------------------------------— เข้าถ้ำ RONIN คลิกที่ LINK ตามนี้ : https://line.me/R/ti/p/@mheecnn หรือเข้า LINE OFFICIAL ACCOUNT https://voom-studio.line.biz/account/@hfs0310u/voom หรือเสิร์หหาใน LINE ได้ที่ @hfs0310u **เพจหลักของหมี CNN คือ** https://www.minds.com/mheecnn2/ เพจ VK ของรัสเซีย พิมคำว่า Frank Mheecnn www.vk.com/id448335733 **เพจหมี CNN ใน Twitter ตัวใหม่ล่าสุด!** https://twitter.com/CnnMhee **เพจหมี CNN ใน FB ห้องปิด ตัวใหม่ล่าสุด(2568)** ชื่อเพจ "SUBPRAYUTH THALUFAH" สัปยุทธ ทะลุฟ้า https://www.facebook.com/profile.php?id=61573193903186
    WWW.PRESSTV.IR
    Trump administration officially shutters USAID after months of cuts
    The administration of US President Donald Trump has officially shuttered the US Agency for International Development (USAID), dealing a final blow to the foreign aid agency.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 272 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวล่าสุดเผยภาพเรนเดอร์และวิดีโอของ Pixel 10 Pro Fold ซึ่งจะเป็นสมาร์ทโฟนแบบพับเรือธงของ Google ที่คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาสที่สี่ของปีนี้ จากภาพเรนเดอร์ที่หลุดออกมา ดีไซน์โดยรวมยังคงคล้ายกับ Pixel 9 Pro Fold มาก แต่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เช่น ตำแหน่งของช่องใส่ซิมการ์ด ที่ถูกย้ายไปด้านบนของตัวเครื่อง

    การปรับปรุงโครงสร้างสัญญาณ
    - ภาพเรนเดอร์แสดงให้เห็นว่าขอบด้านซ้ายมี ช่องเว้นว่าง คล้ายปุ่มเปิด-ปิดเครื่องและปุ่มปรับระดับเสียง นักวิเคราะห์คาดว่าอาจเป็นพื้นที่สำหรับ เสาสัญญาณ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับสัญญาณ

    ดีไซน์โดยรวมยังคงใกล้เคียงรุ่นก่อน
    - กล้องหลัก, บานพับ, หน้าจอหลัก และแผงหน้าจอด้านนอกยังคงรูปแบบเดิม
    - ไม่มีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับ ขนาดตัวเครื่อง หรือการเปลี่ยนแปลงด้านฮาร์ดแวร์

    ราคาที่อาจถูกลงจากรุ่นเดิม
    - มีรายงานว่าหลายแหล่งข่าวแจ้งว่า Pixel 10 Pro Fold จะมีราคาต่ำกว่ารุ่นก่อนหน้า ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภค
    - Pixel 9 Pro Fold เปิดตัวที่ราคา $1,799 ดังนั้นหาก Google ลดราคาลง จะช่วยให้สมาร์ทโฟนพับได้ของแบรนด์เข้าถึงตลาดได้มากขึ้น

    อนาคตของตลาดสมาร์ทโฟนพับได้
    - การปรับราคาของ Google อาจทำให้แบรนด์อื่นต้องปรับกลยุทธ์การแข่งขัน ซึ่งส่งผลให้สมาร์ทโฟนพับได้ได้รับความนิยมมากขึ้น

    https://wccftech.com/pixel-10-pro-fold-renders-and-video-leaked-for-the-first-time/
    ข่าวล่าสุดเผยภาพเรนเดอร์และวิดีโอของ Pixel 10 Pro Fold ซึ่งจะเป็นสมาร์ทโฟนแบบพับเรือธงของ Google ที่คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาสที่สี่ของปีนี้ จากภาพเรนเดอร์ที่หลุดออกมา ดีไซน์โดยรวมยังคงคล้ายกับ Pixel 9 Pro Fold มาก แต่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เช่น ตำแหน่งของช่องใส่ซิมการ์ด ที่ถูกย้ายไปด้านบนของตัวเครื่อง การปรับปรุงโครงสร้างสัญญาณ - ภาพเรนเดอร์แสดงให้เห็นว่าขอบด้านซ้ายมี ช่องเว้นว่าง คล้ายปุ่มเปิด-ปิดเครื่องและปุ่มปรับระดับเสียง นักวิเคราะห์คาดว่าอาจเป็นพื้นที่สำหรับ เสาสัญญาณ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับสัญญาณ ดีไซน์โดยรวมยังคงใกล้เคียงรุ่นก่อน - กล้องหลัก, บานพับ, หน้าจอหลัก และแผงหน้าจอด้านนอกยังคงรูปแบบเดิม - ไม่มีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับ ขนาดตัวเครื่อง หรือการเปลี่ยนแปลงด้านฮาร์ดแวร์ ราคาที่อาจถูกลงจากรุ่นเดิม - มีรายงานว่าหลายแหล่งข่าวแจ้งว่า Pixel 10 Pro Fold จะมีราคาต่ำกว่ารุ่นก่อนหน้า ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภค - Pixel 9 Pro Fold เปิดตัวที่ราคา $1,799 ดังนั้นหาก Google ลดราคาลง จะช่วยให้สมาร์ทโฟนพับได้ของแบรนด์เข้าถึงตลาดได้มากขึ้น อนาคตของตลาดสมาร์ทโฟนพับได้ - การปรับราคาของ Google อาจทำให้แบรนด์อื่นต้องปรับกลยุทธ์การแข่งขัน ซึ่งส่งผลให้สมาร์ทโฟนพับได้ได้รับความนิยมมากขึ้น https://wccftech.com/pixel-10-pro-fold-renders-and-video-leaked-for-the-first-time/
    WCCFTECH.COM
    Google’s Upcoming Pixel 10 Pro Fold Shows Up In The Latest Render Gallery And Video, Revealing A Similar Design To The Pixel 9 Pro Fold, But With Minute Changes
    We get our first look at the Pixel 10 Pro Fold in the latest image gallery and video, revealing that it might not be all that different from the Pixel 9 Pro Fold
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 96 มุมมอง 0 รีวิว
  • เหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาร์ส่งผลกระทบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่โรงงานในไทยที่เป็นฐานการผลิตสำคัญไม่ได้รับความเสียหาย บริษัทเทคโนโลยีรายงานว่าดำเนินงานตามปกติ และมีแนวโน้มขยายการผลิตในพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคงของซัพพลายเชน

    การดำเนินการหลังเหตุการณ์:
    - บริษัทในไทยหลายแห่ง เช่น Zhen Ding Tech และ Delta Electronics ทำการอพยพพนักงานชั่วคราวเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและกลับมาดำเนินงานได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

    ความสำคัญของประเทศไทยในอุตสาหกรรม:
    - ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญสำหรับบริษัทอย่าง Intel, Seagate และ Western Digital และเหตุการณ์นี้เป็นการทดสอบความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคนี้

    แนวโน้มการขยายการผลิต:
    - หลายบริษัทกำลังเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศไทยเพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาจีน ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรม

    ความมั่นคงของโรงงาน:
    - โรงงานในพื้นที่ห่างไกลจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว เช่น จังหวัดระยองและชลบุรี ไม่มีรายงานความเสียหาย และยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/can-earthquake-in-myanmar-disrupt-pc-hardware-production-manufacturers-are-checking-out
    เหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาร์ส่งผลกระทบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่โรงงานในไทยที่เป็นฐานการผลิตสำคัญไม่ได้รับความเสียหาย บริษัทเทคโนโลยีรายงานว่าดำเนินงานตามปกติ และมีแนวโน้มขยายการผลิตในพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคงของซัพพลายเชน การดำเนินการหลังเหตุการณ์: - บริษัทในไทยหลายแห่ง เช่น Zhen Ding Tech และ Delta Electronics ทำการอพยพพนักงานชั่วคราวเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและกลับมาดำเนินงานได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง ความสำคัญของประเทศไทยในอุตสาหกรรม: - ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญสำหรับบริษัทอย่าง Intel, Seagate และ Western Digital และเหตุการณ์นี้เป็นการทดสอบความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคนี้ แนวโน้มการขยายการผลิต: - หลายบริษัทกำลังเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศไทยเพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาจีน ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรม ความมั่นคงของโรงงาน: - โรงงานในพื้นที่ห่างไกลจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว เช่น จังหวัดระยองและชลบุรี ไม่มีรายงานความเสียหาย และยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่อง https://www.tomshardware.com/tech-industry/can-earthquake-in-myanmar-disrupt-pc-hardware-production-manufacturers-are-checking-out
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 224 มุมมอง 0 รีวิว
  • AWS นำเสนอสถาปัตยกรรม AI ใหม่ด้วยชิป Trainium ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายการใช้งาน AI โดยเสนอทางเลือกที่ถูกกว่า Nvidia H100 ถึง 25% แม้ยังมีข้อจำกัดเรื่องการใช้งานที่ต้องพึ่งพา AWS แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบ AI ที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพ

    กลยุทธ์ที่โดดเด่นในตลาด AI:
    - AWS เป็นหนึ่งในหลายบริษัทที่กำลังพัฒนาชิปของตนเอง เช่น Google ที่มีชิป Tensor Processing Units (TPU) เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและหลีกเลี่ยงปัญหาความขาดแคลน GPU

    ความสามารถของ Trainium:
    - แม้ Trainium อาจไม่สามารถแทนที่ Nvidia GPU ที่มีความซับซ้อนสูง เช่น DGX Spark ได้โดยตรง แต่ยังถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ต้องการรอคิวหรือจ่ายค่าใช้จ่ายสูง

    ข้อจำกัดที่ควรพิจารณา:
    - Trainium มีการใช้งานเฉพาะใน AWS เท่านั้น ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้ถูกผูกมัดกับแพลตฟอร์ม และต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อเรียนรู้ระบบใหม่ที่แตกต่างจาก CUDA ของ Nvidia

    แนวโน้มในอุตสาหกรรม:
    - ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่มุ่งสร้างระบบชิปของตนเองเพื่อลดการพึ่งพา Nvidia ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์ตลาด AI และการพัฒนาระบบเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบริษัท

    https://www.techradar.com/pro/and-so-it-begins-amazon-web-services-is-aggressively-courting-its-own-customers-to-use-its-trainium-tech-rather-than-nvidias-gpus
    AWS นำเสนอสถาปัตยกรรม AI ใหม่ด้วยชิป Trainium ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายการใช้งาน AI โดยเสนอทางเลือกที่ถูกกว่า Nvidia H100 ถึง 25% แม้ยังมีข้อจำกัดเรื่องการใช้งานที่ต้องพึ่งพา AWS แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบ AI ที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพ กลยุทธ์ที่โดดเด่นในตลาด AI: - AWS เป็นหนึ่งในหลายบริษัทที่กำลังพัฒนาชิปของตนเอง เช่น Google ที่มีชิป Tensor Processing Units (TPU) เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและหลีกเลี่ยงปัญหาความขาดแคลน GPU ความสามารถของ Trainium: - แม้ Trainium อาจไม่สามารถแทนที่ Nvidia GPU ที่มีความซับซ้อนสูง เช่น DGX Spark ได้โดยตรง แต่ยังถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ต้องการรอคิวหรือจ่ายค่าใช้จ่ายสูง ข้อจำกัดที่ควรพิจารณา: - Trainium มีการใช้งานเฉพาะใน AWS เท่านั้น ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้ถูกผูกมัดกับแพลตฟอร์ม และต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อเรียนรู้ระบบใหม่ที่แตกต่างจาก CUDA ของ Nvidia แนวโน้มในอุตสาหกรรม: - ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่มุ่งสร้างระบบชิปของตนเองเพื่อลดการพึ่งพา Nvidia ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์ตลาด AI และการพัฒนาระบบเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบริษัท https://www.techradar.com/pro/and-so-it-begins-amazon-web-services-is-aggressively-courting-its-own-customers-to-use-its-trainium-tech-rather-than-nvidias-gpus
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 204 มุมมอง 0 รีวิว
  • รัสเซียได้พัฒนาโดรนเจอเรเนียม (Geranium) ให้สามารถติดตั้งกล้องเพื่อทำการลาดตระเวนในระหว่างการโจมตีได้

    ‼️ นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงกลยุทธ์การโจมตีด้วยโดรนใหม่ดังนี้:

    เดิมทีโดรนจะบินไปยังเป้าหมายที่กำหนดไว้ทีละลำทิ้งระยะห่างกันไม่กี่นาทีในการเข้าโจมตีเป้าหมาย แต่การปรับปรุงครั้งนี้ โดรนจะรวมตัวกันเป็นกลุ่มขนาดใหญ่(หลายสิบลำหรือมากกว่านั้น) ก่อนถึงเป้าหมายหลายกิโลเมตรที่ระดับความสูงหลายพันเมตร เมื่อถึงระยะที่กำหนด โดรนทั้งหมดจะบินเข้าโจมตีอย่างพร้อมเพรียงกัน

    ด้วยวิธีนี้ ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพจากการถูกสกัดกั้นมากกว่าเดิม แม้จะถูกทำลายไปบ้างแต่ทั้งหมดยังเดินหน้าถึงเป้าหมายได้ และสร้างอานุภาพจากแรงระเบิดได้มากกว่าสิบเท่า
    รัสเซียได้พัฒนาโดรนเจอเรเนียม (Geranium) ให้สามารถติดตั้งกล้องเพื่อทำการลาดตระเวนในระหว่างการโจมตีได้ ‼️ นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงกลยุทธ์การโจมตีด้วยโดรนใหม่ดังนี้: เดิมทีโดรนจะบินไปยังเป้าหมายที่กำหนดไว้ทีละลำทิ้งระยะห่างกันไม่กี่นาทีในการเข้าโจมตีเป้าหมาย แต่การปรับปรุงครั้งนี้ โดรนจะรวมตัวกันเป็นกลุ่มขนาดใหญ่(หลายสิบลำหรือมากกว่านั้น) ก่อนถึงเป้าหมายหลายกิโลเมตรที่ระดับความสูงหลายพันเมตร เมื่อถึงระยะที่กำหนด โดรนทั้งหมดจะบินเข้าโจมตีอย่างพร้อมเพรียงกัน ด้วยวิธีนี้ ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพจากการถูกสกัดกั้นมากกว่าเดิม แม้จะถูกทำลายไปบ้างแต่ทั้งหมดยังเดินหน้าถึงเป้าหมายได้ และสร้างอานุภาพจากแรงระเบิดได้มากกว่าสิบเท่า
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 228 มุมมอง 23 1 รีวิว
  • กลยุทธ์การตลาดตัดหน้า
    กลยุทธ์การตลาดตัดหน้า
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 98 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • SOAR กลยุทธ์พาธุรกิจพุ่งทะยาน
    SOAR กลยุทธ์พาธุรกิจพุ่งทะยาน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 73 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • ข่าวนี้เน้นถึงความท้าทายที่ Intel กำลังเผชิญในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดย Chiang Shang-yi อดีตรองประธาน TSMC ได้แสดงความคิดเห็นว่า Intel ซึ่งเคยเป็น "ราชา" ของวงการเซมิคอนดักเตอร์ กำลังตกลงไปในฐานะ "ไม่มีตัวตน" และควรเปลี่ยนแนวทางมุ่งเน้นการผลิตชิปรายละเอียดระดับกลางที่มีความต้องการสูงแทนการพยายามแข่งขันในเทคโนโลยีระดับสูงกับ TSMC

    การเปรียบเทียบกับ TSMC:
    - TSMC มีข้อได้เปรียบในด้านฐานลูกค้าที่กว้างขวางและความเร็วในการผลิตที่เหนือกว่า รวมถึงการลงทุนวิจัยพัฒนาที่สม่ำเสมอ ซึ่งช่วยเสริมความเป็นผู้นำของบริษัท.

    ข้อเสนอแนะของ Chiang Shang-yi:
    - Chiang แนะนำว่า Intel ควรเข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตชิปรายละเอียดระดับกลาง (mature process) เช่น GlobalFoundries หรือ UMC ซึ่งเชี่ยวชาญในการผลิตชิปรายละเอียดระดับกลางในปริมาณมาก.

    ประเด็นการแข่งขันในตลาด:
    - Intel กำลังพยายามพัฒนาชิประดับ 18A ที่อาจเทียบเท่ากับเทคโนโลยี 2 นาโนเมตรของ TSMC แต่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการสร้างจุดยืนในธุรกิจโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์.

    ความมุ่งมั่นของ TSMC:
    - TSMC ยังคงเดินหน้าพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและขยายตลาด ด้วยกลยุทธ์ที่เน้นการพึ่งพาการพัฒนาความสามารถภายในและการสร้างเครือข่ายลูกค้าที่เข้มแข็ง.

    https://wccftech.com/intel-is-a-nobody-should-merge-with-mature-chip-technology-firms-says-former-tsmc-co-coo/
    ข่าวนี้เน้นถึงความท้าทายที่ Intel กำลังเผชิญในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดย Chiang Shang-yi อดีตรองประธาน TSMC ได้แสดงความคิดเห็นว่า Intel ซึ่งเคยเป็น "ราชา" ของวงการเซมิคอนดักเตอร์ กำลังตกลงไปในฐานะ "ไม่มีตัวตน" และควรเปลี่ยนแนวทางมุ่งเน้นการผลิตชิปรายละเอียดระดับกลางที่มีความต้องการสูงแทนการพยายามแข่งขันในเทคโนโลยีระดับสูงกับ TSMC การเปรียบเทียบกับ TSMC: - TSMC มีข้อได้เปรียบในด้านฐานลูกค้าที่กว้างขวางและความเร็วในการผลิตที่เหนือกว่า รวมถึงการลงทุนวิจัยพัฒนาที่สม่ำเสมอ ซึ่งช่วยเสริมความเป็นผู้นำของบริษัท. ข้อเสนอแนะของ Chiang Shang-yi: - Chiang แนะนำว่า Intel ควรเข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตชิปรายละเอียดระดับกลาง (mature process) เช่น GlobalFoundries หรือ UMC ซึ่งเชี่ยวชาญในการผลิตชิปรายละเอียดระดับกลางในปริมาณมาก. ประเด็นการแข่งขันในตลาด: - Intel กำลังพยายามพัฒนาชิประดับ 18A ที่อาจเทียบเท่ากับเทคโนโลยี 2 นาโนเมตรของ TSMC แต่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการสร้างจุดยืนในธุรกิจโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์. ความมุ่งมั่นของ TSMC: - TSMC ยังคงเดินหน้าพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและขยายตลาด ด้วยกลยุทธ์ที่เน้นการพึ่งพาการพัฒนาความสามารถภายในและการสร้างเครือข่ายลูกค้าที่เข้มแข็ง. https://wccftech.com/intel-is-a-nobody-should-merge-with-mature-chip-technology-firms-says-former-tsmc-co-coo/
    WCCFTECH.COM
    Intel Is A "Nobody" & Should Merge With Mature Chip Technology Firms, Says Former TSMC co-COO
    TSMC's former co-COO Chiang Shangyi calls Intel a nobody and advises firm to merge with a mature chip manufacturing company instead .
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 181 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel เตรียมเปิดตัวโปรเซสเซอร์รุ่น Panther Lake และ Nova Lake ที่มาพร้อมกระบวนการผลิต Intel 18A รุ่นใหม่ ซึ่ง CEO Lip-Bu Tan เน้นว่าการปรับวัฒนธรรมองค์กรและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และขยายตลาด AI PC ในอนาคต

    การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์:
    - CEO Lip-Bu Tan กล่าวว่าการปรับวัฒนธรรมองค์กรและการดำเนินงานอย่างรวดเร็วจะช่วยให้ Intel สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน.

    กระบวนการ Intel 18A:
    - Intel ยืนยันว่ากระบวนการผลิต Intel 18A มีความก้าวหน้า โดยตั้งเป้าส่งผลิตภัณฑ์แรกให้โรงงานผลิตได้ในกลางปี 2025 และจะเริ่มการเปิดตัว Panther Lake ผ่านโปรแกรม Early Enablement Program ในเดือนตุลาคม.

    การเติบโตของตลาด AI PC:
    - Panther Lake ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างผลิตภัณฑ์ในตลาด AI PC ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตสูง โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้จะช่วยให้การใช้งาน AI มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์การพัฒนานวัตกรรม.

    ความมุ่งมั่นของ Intel:
    - CEO คนใหม่เน้นถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ตามแผนที่กำหนด และการสร้างเทคโนโลยีที่ช่วยให้ลูกค้าของ Intel มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น.

    https://www.techpowerup.com/334784/intels-new-ceo-commits-to-launching-panther-lake-in-2h-2025-nova-lake-release-on-track-for-2026
    Intel เตรียมเปิดตัวโปรเซสเซอร์รุ่น Panther Lake และ Nova Lake ที่มาพร้อมกระบวนการผลิต Intel 18A รุ่นใหม่ ซึ่ง CEO Lip-Bu Tan เน้นว่าการปรับวัฒนธรรมองค์กรและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และขยายตลาด AI PC ในอนาคต การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์: - CEO Lip-Bu Tan กล่าวว่าการปรับวัฒนธรรมองค์กรและการดำเนินงานอย่างรวดเร็วจะช่วยให้ Intel สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน. กระบวนการ Intel 18A: - Intel ยืนยันว่ากระบวนการผลิต Intel 18A มีความก้าวหน้า โดยตั้งเป้าส่งผลิตภัณฑ์แรกให้โรงงานผลิตได้ในกลางปี 2025 และจะเริ่มการเปิดตัว Panther Lake ผ่านโปรแกรม Early Enablement Program ในเดือนตุลาคม. การเติบโตของตลาด AI PC: - Panther Lake ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างผลิตภัณฑ์ในตลาด AI PC ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตสูง โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้จะช่วยให้การใช้งาน AI มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์การพัฒนานวัตกรรม. ความมุ่งมั่นของ Intel: - CEO คนใหม่เน้นถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ตามแผนที่กำหนด และการสร้างเทคโนโลยีที่ช่วยให้ลูกค้าของ Intel มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น. https://www.techpowerup.com/334784/intels-new-ceo-commits-to-launching-panther-lake-in-2h-2025-nova-lake-release-on-track-for-2026
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Intel's New CEO Commits to Launching "Panther Lake" in 2H 2025, "Nova Lake" Release On Track for 2026
    In a letter addressed to stockholders, Intel's new CEO—Lip-Bu Tan—roadmapped the importance of a couple of major upcoming product launches. Starting off, Team Blue's new chief detailed a fresh approach, with the casting off of old strategies: "achieving the results I know Intel is capable of starts ...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 256 มุมมอง 0 รีวิว
  • บริษัท Scale AI สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ที่เติบโตเร็ว กำลังมองหาการเพิ่มมูลค่าผ่านการขายหุ้นคืน โดยตั้งเป้าที่มูลค่า 25 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงขึ้นอย่างมากจากการประเมินครั้งก่อนที่ 14 พันล้านดอลลาร์ บริษัทให้บริการข้อมูลที่ช่วยพัฒนาโมเดล AI เช่น ChatGPT และได้รับการสนับสนุนจากบริษัทใหญ่หลายแห่ง อย่างไรก็ตาม Scale AI กำลังถูกตรวจสอบด้านกฎหมายแรงงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อความท้าทายในการเติบโต

    บทบาทของ Scale AI:
    - Scale AI เน้นการให้บริการข้อมูลที่ผ่านการจัดทำเป็นข้อมูลที่มีความแม่นยำสูง เพื่อช่วยในการฝึกโมเดล AI ที่ซับซ้อน เช่น OpenAI ChatGPT ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมอย่างมากในตลาดเทคโนโลยี AI.

    ความท้าทายที่เผชิญ:
    - แม้ Scale AI จะมีบทบาทสำคัญในตลาด AI แต่บริษัทกำลังถูกตรวจสอบจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายมาตรฐานแรงงาน (Fair Labor Standards Act) ซึ่งเป็นข้อกังวลต่อภาพลักษณ์ขององค์กร.

    การเติบโตของตลาด AI:
    - ความต้องการ AI ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การผลิตชิปและการเรียนรู้ของเครื่อง ได้ช่วยสร้างความโดดเด่นให้กับ Scale AI ในตลาดการเงินส่วนตัว.

    กระบวนการ Tender Offer:
    - การขายหุ้นคืน (Tender Offer) เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้นักลงทุนปัจจุบันสามารถขายหุ้นให้แก่บริษัทหรือผู้ลงทุนรายอื่น โดยมีการประเมินมูลค่าตามความต้องการของตลาดและการเติบโตที่คาดการณ์.

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/29/scale-ai-seeking-valuation-as-high-as-25-billion-in-potential-tender-offer-business-insider-reports
    บริษัท Scale AI สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ที่เติบโตเร็ว กำลังมองหาการเพิ่มมูลค่าผ่านการขายหุ้นคืน โดยตั้งเป้าที่มูลค่า 25 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงขึ้นอย่างมากจากการประเมินครั้งก่อนที่ 14 พันล้านดอลลาร์ บริษัทให้บริการข้อมูลที่ช่วยพัฒนาโมเดล AI เช่น ChatGPT และได้รับการสนับสนุนจากบริษัทใหญ่หลายแห่ง อย่างไรก็ตาม Scale AI กำลังถูกตรวจสอบด้านกฎหมายแรงงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อความท้าทายในการเติบโต บทบาทของ Scale AI: - Scale AI เน้นการให้บริการข้อมูลที่ผ่านการจัดทำเป็นข้อมูลที่มีความแม่นยำสูง เพื่อช่วยในการฝึกโมเดล AI ที่ซับซ้อน เช่น OpenAI ChatGPT ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมอย่างมากในตลาดเทคโนโลยี AI. ความท้าทายที่เผชิญ: - แม้ Scale AI จะมีบทบาทสำคัญในตลาด AI แต่บริษัทกำลังถูกตรวจสอบจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายมาตรฐานแรงงาน (Fair Labor Standards Act) ซึ่งเป็นข้อกังวลต่อภาพลักษณ์ขององค์กร. การเติบโตของตลาด AI: - ความต้องการ AI ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การผลิตชิปและการเรียนรู้ของเครื่อง ได้ช่วยสร้างความโดดเด่นให้กับ Scale AI ในตลาดการเงินส่วนตัว. กระบวนการ Tender Offer: - การขายหุ้นคืน (Tender Offer) เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้นักลงทุนปัจจุบันสามารถขายหุ้นให้แก่บริษัทหรือผู้ลงทุนรายอื่น โดยมีการประเมินมูลค่าตามความต้องการของตลาดและการเติบโตที่คาดการณ์. https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/29/scale-ai-seeking-valuation-as-high-as-25-billion-in-potential-tender-offer-business-insider-reports
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Scale AI seeking valuation as high as $25 billion in potential tender offer, Business Insider reports
    (Reuters) - Artificial intelligence startup Scale AI is seeking a valuation as high as $25 billion in a potential tender offer as it looks to capitalize on the booming demand for the technology, Business Insider reported on Friday, citing multiple sources.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 265 มุมมอง 0 รีวิว
  • Broadcom ยื่นฟ้อง Siemens โดยกล่าวหาว่าใช้ซอฟต์แวร์ VMware โดยไม่มีใบอนุญาตที่เหมาะสม คดีนี้เปิดเผยให้เห็นถึงปัญหาการจัดการลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งอาจนำมาสู่ผลกระทบทางกฎหมายและความตึงเครียดในธุรกิจ Broadcom ต้องการให้ Siemens ชี้แจงข้อเท็จจริงและชดเชยค่าเสียหาย พร้อมกับเรียกร้องกำไรจากการใช้งานซอฟต์แวร์โดยมิชอบ

    การตอบสนองจาก Broadcom:
    - Broadcom อ้างว่า Siemens ยืนยันว่ารายการซอฟต์แวร์ที่ใช้งานถูกต้องตามจริง แต่ไม่สามารถอธิบายความแตกต่างระหว่างจำนวนใบอนุญาตและการใช้งานจริงได้ อีกทั้ง Siemens ยังปฏิเสธการตรวจสอบระบบภายนอกที่อาจพิสูจน์ข้อเท็จจริง.

    ผลกระทบต่อ Broadcom และ VMware:
    - คดีนี้เน้นให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่าง VMware และลูกค้าบางราย หลังจาก Broadcom ปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นลูกค้ารายใหญ่เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ โดยที่การเปลี่ยนแปลงนี้สร้างความไม่พอใจให้ลูกค้าเก่า.

    คำขอของ Broadcom:
    - Broadcom เรียกร้องค่าเสียหาย และส่วนแบ่งกำไรที่ Siemens ได้จากการใช้ซอฟต์แวร์ VMware โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมทั้งผลักดันคดีให้เข้าสู่การพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุน.

    มุมมองในเชิงธุรกิจ:
    - เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนในการบริหารจัดการใบอนุญาตซอฟต์แวร์ในองค์กรขนาดใหญ่ และความสำคัญของการตรวจสอบและจัดการซอฟต์แวร์ที่ใช้อย่างถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย.

    https://www.techspot.com/news/107310-broadcom-suing-siemens-allegedly-using-thousands-unlicensed-vmware.html
    Broadcom ยื่นฟ้อง Siemens โดยกล่าวหาว่าใช้ซอฟต์แวร์ VMware โดยไม่มีใบอนุญาตที่เหมาะสม คดีนี้เปิดเผยให้เห็นถึงปัญหาการจัดการลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งอาจนำมาสู่ผลกระทบทางกฎหมายและความตึงเครียดในธุรกิจ Broadcom ต้องการให้ Siemens ชี้แจงข้อเท็จจริงและชดเชยค่าเสียหาย พร้อมกับเรียกร้องกำไรจากการใช้งานซอฟต์แวร์โดยมิชอบ การตอบสนองจาก Broadcom: - Broadcom อ้างว่า Siemens ยืนยันว่ารายการซอฟต์แวร์ที่ใช้งานถูกต้องตามจริง แต่ไม่สามารถอธิบายความแตกต่างระหว่างจำนวนใบอนุญาตและการใช้งานจริงได้ อีกทั้ง Siemens ยังปฏิเสธการตรวจสอบระบบภายนอกที่อาจพิสูจน์ข้อเท็จจริง. ผลกระทบต่อ Broadcom และ VMware: - คดีนี้เน้นให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่าง VMware และลูกค้าบางราย หลังจาก Broadcom ปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นลูกค้ารายใหญ่เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ โดยที่การเปลี่ยนแปลงนี้สร้างความไม่พอใจให้ลูกค้าเก่า. คำขอของ Broadcom: - Broadcom เรียกร้องค่าเสียหาย และส่วนแบ่งกำไรที่ Siemens ได้จากการใช้ซอฟต์แวร์ VMware โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมทั้งผลักดันคดีให้เข้าสู่การพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุน. มุมมองในเชิงธุรกิจ: - เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนในการบริหารจัดการใบอนุญาตซอฟต์แวร์ในองค์กรขนาดใหญ่ และความสำคัญของการตรวจสอบและจัดการซอฟต์แวร์ที่ใช้อย่างถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย. https://www.techspot.com/news/107310-broadcom-suing-siemens-allegedly-using-thousands-unlicensed-vmware.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Broadcom is suing Siemens for allegedly using thousands of unlicensed VMware products
    Broadcom has filed a lawsuit against the US arm of Siemens AG, accusing the German conglomerate of using "thousands" of VMware products without proper licenses. According to...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 195 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในคณะกรรมการบริหาร โดยสมาชิก 3 คนรวมถึงอดีต CEO ของ Medtronic ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งในปี 2025 ขณะที่ CEO ใหม่ของ Intel, Lip-Bu Tan กำลังนำบริษัทเข้าสู่ยุคใหม่ด้วยการปรับโครงสร้างคณะกรรมการให้มุ่งเน้นอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มากขึ้น ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านที่สะท้อนถึงยุทธศาสตร์การฟื้นฟูองค์กรครั้งใหญ่

    การลดจำนวนสมาชิกคณะกรรมการ:
    - การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ทำให้จำนวนสมาชิกลดลงเหลือ 11 คน และเพิ่มบุคคลที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เช่น อดีต CEO ของ ASML และ CEO ชั่วคราวของ Microchip Technology.

    ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูภายใต้ CEO ใหม่:
    - Lip-Bu Tan วางแผนลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพ ด้วยการลดพนักงานลง 15% รวมถึงเน้นผลิตภัณฑ์และบริการผลิตชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ตามสัญญาเป็นหัวใจของกลยุทธ์.

    บทบาทของอดีต CEO Pat Gelsinger:
    - แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย แต่ Gelsinger ได้รับเงินชดเชยจำนวน 7.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และต้องสละสิทธิ์ในหุ้นทั้งหมดที่ยังไม่ได้ถือครอง.

    เป้าหมายระยะยาว:
    - การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Intel ในการลดความซับซ้อนขององค์กรและเพิ่มความคล่องตัว เพื่อกลับมายืนในจุดสูงสุดในตลาดชิปอีกครั้ง.

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/27/three-intel-board-members-to-retire-in-latest-shakeup-amid-turnaround
    Intel ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในคณะกรรมการบริหาร โดยสมาชิก 3 คนรวมถึงอดีต CEO ของ Medtronic ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งในปี 2025 ขณะที่ CEO ใหม่ของ Intel, Lip-Bu Tan กำลังนำบริษัทเข้าสู่ยุคใหม่ด้วยการปรับโครงสร้างคณะกรรมการให้มุ่งเน้นอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มากขึ้น ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านที่สะท้อนถึงยุทธศาสตร์การฟื้นฟูองค์กรครั้งใหญ่ การลดจำนวนสมาชิกคณะกรรมการ: - การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ทำให้จำนวนสมาชิกลดลงเหลือ 11 คน และเพิ่มบุคคลที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เช่น อดีต CEO ของ ASML และ CEO ชั่วคราวของ Microchip Technology. ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูภายใต้ CEO ใหม่: - Lip-Bu Tan วางแผนลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพ ด้วยการลดพนักงานลง 15% รวมถึงเน้นผลิตภัณฑ์และบริการผลิตชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ตามสัญญาเป็นหัวใจของกลยุทธ์. บทบาทของอดีต CEO Pat Gelsinger: - แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย แต่ Gelsinger ได้รับเงินชดเชยจำนวน 7.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และต้องสละสิทธิ์ในหุ้นทั้งหมดที่ยังไม่ได้ถือครอง. เป้าหมายระยะยาว: - การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Intel ในการลดความซับซ้อนขององค์กรและเพิ่มความคล่องตัว เพื่อกลับมายืนในจุดสูงสุดในตลาดชิปอีกครั้ง. https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/27/three-intel-board-members-to-retire-in-latest-shakeup-amid-turnaround
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Three Intel board members to retire in latest shakeup amid turnaround
    (Reuters) - Three Intel board members will not stand for reelection at its 2025 annual meeting, the chipmaker said in a regulatory filing on Thursday, amid a historic transition under newly appointed CEO Lip-Bu Tan.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 309 มุมมอง 0 รีวิว
  • Generative AI กำลังเปลี่ยนแปลงทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบระบบ การโยกย้ายข้อมูล หรือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่การขาดกลยุทธ์ในการใช้งานอาจทำให้องค์กรเจอปัญหาความปลอดภัยที่เกิดจาก Shadow AI ในยุคนี้ เราต้องมีแนวทางชัดเจนในการปรับตัวและใช้งาน AI อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์

    การปรับตัวของอินเทอร์เฟซในอนาคต:
    - จาก Chatbots สู่ระบบ Generative UI ที่ตอบสนองความต้องการผู้ใช้ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งอาจเปลี่ยนโฉมหน้าการออกแบบแอปพลิเคชันและการใช้งานเทคโนโลยีในองค์กร.

    การโยกย้ายระบบด้วย AI:
    - Generative AI ช่วยลดงานที่ซับซ้อน เช่น การโยกย้ายแอปพลิเคชันจากระบบเก่าไปยังระบบใหม่ ด้วยการลดเวลาและทรัพยากรที่จำเป็น.

    ความเสี่ยงของ Shadow AI:
    - แม้บริษัทอาจไม่ได้สนับสนุนการใช้ AI แต่พนักงานกลับใช้เครื่องมือ AI สาธารณะอย่าง ChatGPT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลสำคัญขององค์กรโดยไม่ได้ตั้งใจ.

    ผลกระทบต่อชุมชนนักพัฒนา:
    - การใช้ Generative AI อาจทำให้ชุมชนออนไลน์เช่น Stack Overflow มีบทบาทน้อยลงในกลุ่มนักพัฒนารุ่นใหม่ เนื่องจากพวกเขาเลือก AI เป็นแหล่งคำตอบมากกว่า.

    https://www.infoworld.com/article/3849576/everyone-needs-a-genai-strategy-now.html
    Generative AI กำลังเปลี่ยนแปลงทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบระบบ การโยกย้ายข้อมูล หรือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่การขาดกลยุทธ์ในการใช้งานอาจทำให้องค์กรเจอปัญหาความปลอดภัยที่เกิดจาก Shadow AI ในยุคนี้ เราต้องมีแนวทางชัดเจนในการปรับตัวและใช้งาน AI อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ การปรับตัวของอินเทอร์เฟซในอนาคต: - จาก Chatbots สู่ระบบ Generative UI ที่ตอบสนองความต้องการผู้ใช้ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งอาจเปลี่ยนโฉมหน้าการออกแบบแอปพลิเคชันและการใช้งานเทคโนโลยีในองค์กร. การโยกย้ายระบบด้วย AI: - Generative AI ช่วยลดงานที่ซับซ้อน เช่น การโยกย้ายแอปพลิเคชันจากระบบเก่าไปยังระบบใหม่ ด้วยการลดเวลาและทรัพยากรที่จำเป็น. ความเสี่ยงของ Shadow AI: - แม้บริษัทอาจไม่ได้สนับสนุนการใช้ AI แต่พนักงานกลับใช้เครื่องมือ AI สาธารณะอย่าง ChatGPT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลสำคัญขององค์กรโดยไม่ได้ตั้งใจ. ผลกระทบต่อชุมชนนักพัฒนา: - การใช้ Generative AI อาจทำให้ชุมชนออนไลน์เช่น Stack Overflow มีบทบาทน้อยลงในกลุ่มนักพัฒนารุ่นใหม่ เนื่องจากพวกเขาเลือก AI เป็นแหล่งคำตอบมากกว่า. https://www.infoworld.com/article/3849576/everyone-needs-a-genai-strategy-now.html
    WWW.INFOWORLD.COM
    Everyone needs a genAI strategy now
    Generative AI's popular appeal makes it difficult for companies to control the tools their employees are using, but that's only part of the story. This month's report looks at why having a generative AI strategy is important for everyone—from company leaders to developers to everyday users.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 120 มุมมอง 0 รีวิว
  • ประเทศสวิตเซอร์แลนด์กำลังพิจารณาแก้ไขกฎหมายการเฝ้าระวัง ที่อาจกระทบถึงผู้ให้บริการ VPN และแอปส่งข้อความที่เข้ารหัส เช่น Threema และ ProtonVPN กฎหมายฉบับใหม่จะเน้นการติดตามว่าใครติดต่อกับใครบ้าง โดยไม่ได้เข้าถึงเนื้อหาการสนทนาโดยตรง อย่างไรก็ตาม บริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้เริ่มรวมพลังกันเพื่อต่อต้านการเปลี่ยนแปลงที่อาจกระทบต่อสิทธิความเป็นส่วนตัวออนไลน์

    ความเสี่ยงต่อความปลอดภัยออนไลน์:
    - Alexis Roussel, ผู้ร่วมก่อตั้ง NymVPN ชี้ให้เห็นว่าการลดความเป็นนิรนามออนไลน์จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูล และอาจเปิดช่องทางให้เกิดการโจมตีไซเบอร์มากขึ้น.

    เป้าหมายของการเฝ้าระวัง:
    - แม้รัฐบาลอ้างว่ามุ่งเน้นความปลอดภัยและการจับกุมผู้กระทำผิด แต่กฎหมายใหม่นี้ไม่ได้เน้นการเข้าถึงเนื้อหาในการสื่อสารโดยตรง แต่เน้นไปที่การติดตามว่าใครติดต่อกับใคร.

    ความพยายามในการคัดค้าน:
    - Proton และ Threema ร่วมมือกับ NymVPN วางกลยุทธ์เพื่อแสดงผลกระทบต่อความปลอดภัยของพลเมืองและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศ โดยหวังว่าการสนับสนุนจากประชาชนจะช่วยยับยั้งการเปลี่ยนแปลงนี้ได้.

    ข้อถกเถียงเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัว:
    - นักวิจารณ์ชี้ว่าการเพิ่มอำนาจการเฝ้าระวังในลักษณะนี้สะท้อนถึงการลดความสำคัญของสิทธิความเป็นส่วนตัวในยุคดิจิทัล.

    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/secure-encryption-and-online-anonymity-are-now-at-risk-in-switzerland-heres-what-you-need-to-know
    ประเทศสวิตเซอร์แลนด์กำลังพิจารณาแก้ไขกฎหมายการเฝ้าระวัง ที่อาจกระทบถึงผู้ให้บริการ VPN และแอปส่งข้อความที่เข้ารหัส เช่น Threema และ ProtonVPN กฎหมายฉบับใหม่จะเน้นการติดตามว่าใครติดต่อกับใครบ้าง โดยไม่ได้เข้าถึงเนื้อหาการสนทนาโดยตรง อย่างไรก็ตาม บริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้เริ่มรวมพลังกันเพื่อต่อต้านการเปลี่ยนแปลงที่อาจกระทบต่อสิทธิความเป็นส่วนตัวออนไลน์ ความเสี่ยงต่อความปลอดภัยออนไลน์: - Alexis Roussel, ผู้ร่วมก่อตั้ง NymVPN ชี้ให้เห็นว่าการลดความเป็นนิรนามออนไลน์จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูล และอาจเปิดช่องทางให้เกิดการโจมตีไซเบอร์มากขึ้น. เป้าหมายของการเฝ้าระวัง: - แม้รัฐบาลอ้างว่ามุ่งเน้นความปลอดภัยและการจับกุมผู้กระทำผิด แต่กฎหมายใหม่นี้ไม่ได้เน้นการเข้าถึงเนื้อหาในการสื่อสารโดยตรง แต่เน้นไปที่การติดตามว่าใครติดต่อกับใคร. ความพยายามในการคัดค้าน: - Proton และ Threema ร่วมมือกับ NymVPN วางกลยุทธ์เพื่อแสดงผลกระทบต่อความปลอดภัยของพลเมืองและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศ โดยหวังว่าการสนับสนุนจากประชาชนจะช่วยยับยั้งการเปลี่ยนแปลงนี้ได้. ข้อถกเถียงเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัว: - นักวิจารณ์ชี้ว่าการเพิ่มอำนาจการเฝ้าระวังในลักษณะนี้สะท้อนถึงการลดความสำคัญของสิทธิความเป็นส่วนตัวในยุคดิจิทัล. https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/secure-encryption-and-online-anonymity-are-now-at-risk-in-switzerland-heres-what-you-need-to-know
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 157 มุมมอง 0 รีวิว
  • Qualcomm กำลังเปิดตัวแคมเปญต่อต้านการผูกขาดระดับโลกต่อ Arm Holdings โดยกล่าวหา Arm ว่าจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีและเปลี่ยนรูปแบบการอนุญาตใช้งานเพื่อทำลายการแข่งขัน ข้อกล่าวหานี้เน้นว่า Arm พยายามใช้การควบคุมเทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ในการออกแบบชิปของตนเอง โดยเฉพาะ CSS (Compute Subsystems) ที่เป็นดีไซน์อ้างอิงสำหรับโปรเซสเซอร์ในระดับลูกค้าและดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งสองบริษัทเคยมีข้อพิพาททางกฎหมาย ซึ่ง Qualcomm ชนะในศาลเดลาแวร์ และ Arm ได้ยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่

    การดำเนินงานในระดับสากล:
    - Qualcomm ได้ยื่นร้องเรียนต่อนโยบายของ Arm ไปยังหน่วยงานกำกับดูแลทั้งในยุโรป สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ โดยหวังว่าจะปกป้องการเข้าถึงสถาปัตยกรรมเทคโนโลยีของ Arm สำหรับนักพัฒนาชิปรายใหญ่.

    ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการละเมิดข้อตกลง:
    - Qualcomm อ้างว่า Arm ละเมิดข้อตกลงด้านสิทธิ์การใช้งาน โดยจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เคยช่วยสร้างระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่แข็งแกร่ง.

    ความสำคัญของคดีในศาลเดลาแวร์:
    - ศาลตัดสินว่า Qualcomm ไม่ละเมิดข้อกำหนดของข้อตกลงการอนุญาตใช้งานเมื่อทำการเข้าซื้อ Nuvia และนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ใน Snapdragon X โปรเซสเซอร์.

    มุมมองจาก Arm:
    - Arm ปฏิเสธข้อกล่าวหาและระบุว่าข้อร้องเรียนของ Qualcomm เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อหันเหความสนใจจากข้อพิพาททางการค้าระหว่างสองบริษัท.

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/qualcomm-launches-global-antitrust-campaign-against-arm-accuses-arm-of-restricting-access-to-technology
    Qualcomm กำลังเปิดตัวแคมเปญต่อต้านการผูกขาดระดับโลกต่อ Arm Holdings โดยกล่าวหา Arm ว่าจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีและเปลี่ยนรูปแบบการอนุญาตใช้งานเพื่อทำลายการแข่งขัน ข้อกล่าวหานี้เน้นว่า Arm พยายามใช้การควบคุมเทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ในการออกแบบชิปของตนเอง โดยเฉพาะ CSS (Compute Subsystems) ที่เป็นดีไซน์อ้างอิงสำหรับโปรเซสเซอร์ในระดับลูกค้าและดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งสองบริษัทเคยมีข้อพิพาททางกฎหมาย ซึ่ง Qualcomm ชนะในศาลเดลาแวร์ และ Arm ได้ยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ การดำเนินงานในระดับสากล: - Qualcomm ได้ยื่นร้องเรียนต่อนโยบายของ Arm ไปยังหน่วยงานกำกับดูแลทั้งในยุโรป สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ โดยหวังว่าจะปกป้องการเข้าถึงสถาปัตยกรรมเทคโนโลยีของ Arm สำหรับนักพัฒนาชิปรายใหญ่. ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการละเมิดข้อตกลง: - Qualcomm อ้างว่า Arm ละเมิดข้อตกลงด้านสิทธิ์การใช้งาน โดยจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เคยช่วยสร้างระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่แข็งแกร่ง. ความสำคัญของคดีในศาลเดลาแวร์: - ศาลตัดสินว่า Qualcomm ไม่ละเมิดข้อกำหนดของข้อตกลงการอนุญาตใช้งานเมื่อทำการเข้าซื้อ Nuvia และนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ใน Snapdragon X โปรเซสเซอร์. มุมมองจาก Arm: - Arm ปฏิเสธข้อกล่าวหาและระบุว่าข้อร้องเรียนของ Qualcomm เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อหันเหความสนใจจากข้อพิพาททางการค้าระหว่างสองบริษัท. https://www.tomshardware.com/tech-industry/qualcomm-launches-global-antitrust-campaign-against-arm-accuses-arm-of-restricting-access-to-technology
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 167 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts