• แผนจัญไร ตอนที่ 4

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 4
    ประมาณเดือนพฤษภาคม ค.ศ.2013 กลุ่มกบฏซีเรีย เริ่มออกมาส่งเสียงขู่โต้โผใหญ่ และผู้บงการโต้โผใหญ่อีกต่อหนึ่ง ว่าจะเปิดโปงลากไส้ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหมด ถ้าไม่ส่งอาวุธเพิ่มเติมให้กลุ่มกบฏภายใน 1 เดือน และใน วันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ.2013 กลุ่มกบฏก็ได้รับอาวุธส่งมาให้ที่เมือง Aleppo เรื่องบังเอิญหรือไง
    ตกลงเรื่องรัฐบาลอัสสาดใช้แก๊สซาลินกับประชาชน และเป็นสาเหตุที่ให้อเมริกากับพวก ออกมาโวยถึงความป่าเถื่อนของอัสสาด ก็น่าจะเป็นเรื่องเอาสีป้ายหน้าอัสสาด เพื่อหาผู้สนับสนุนการไล่รัฐบาลอัสสาด เพราะจากการตรวจสอบของรัสเซีย และของสหประชาชาติเอง (ซึ่งน่าจะเอนไปทางอเมริกากับพวก) ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าเป็นฝีมืออัสสาด
    เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2014 สื่ออิสราเอลออกข่าวว่า อเมริกาและลูกหาบในตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดิ อารเบีย จอร์แดน อิสราเอล พากันรวมหัวช่วยพวกกบฏซีเรีย และมีแผนที่จะโจมตีทางใต้ของซีเรีย อิสราเอลส่งกำลังทหารไปช่วยกลุ่มกบฏหลายเดือนมาแล้ว นอกจากนี้ พวกกบฏซีเรียยังให้สัมภาษณ์อย่างผึ่งผายกับสื่อว่า อเมริกาเป็นผู้ทำการฝึกให้พวกเขา ฝ่ายกบฏบอก … เราฝึกกันที่การ์ตา มันเป็นการฝึกระดับสูง เพื่อการฆ่าทหารโดยเฉพาะ ไม่ใช่การฝึกธรรมดานะ มันเป็นการฝึกเพื่อฆ่า…
    … พวกเขา ฝึกเราถึงวิธีการจู่โจมกองกำลัง หรือทำลายพาหนะของศัตรู ขณะกำลังเคลื่อนที่ และเพื่อตัดขาดจากเส้นทาง… พวกเขาฝึกเราในการโจมตีพาหนะ เพื่อทำลาย หรือยึด รวมทั้งยึดอาวุธ และกระสุน และฆ่าทหาร ทั้งยังรอดจากการโจมตีของเรา….
    ตกลงไม่ใช่อเมริกา ไม่รู้เรื่องไอซิสในซีเรีย อเมริกาเป็นผู้ทำการฝึกให้อีกด้วย..แน่จริงพี่
    และจากการปฏิบัติการ ตามที่ได้รับการฝึก เดือนมิถุนายน ค.ศ.2014 ไอซิสก็รุกคืบผ่านเขตแดนซีเรีย เข้าไปในเขตของอิรัค และยึดเมืองโมซุล แหล่งน้ำมันของอิรัคเป็นของตัว หลังจากนั้นก็คืบผ่านเมืองต่างๆ จนเกือบเข้าไปถึงเมืองแบกแดด และไอซิสก็ยึดอาวุธ รถฮัมวี่ทั้งหมด รวมทั้งเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ รถถัง และปืนใหญ่ จากกองทัพอิรัคได้เป็นจำนวนมาก
    หลังจากยึดของได้ ไอซิสก็ออกข่าวโชว์ของเล่นที่ได้มาทางโซเชียลมีเดีย เหมือนตั้งใจจะหยามหน้า หรือเป็นการวางบิลเรียกเก็บเงินก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่อเมริกาก็ไม่มีปฏิกริยาอะไร ไม่เสียหน้า ไม่จ่ายเงิน (ให้โลกรู้) และไม่มีการขยับ เพื่อกำจัดไอซิส
    เออ แบบนี้ อเมริกาไม่รู้สึกเสียหน้า แต่กับฝ่ายอื่น แองโกลอเมริกัน ไล่บี้ไล่เซิ้งมา100 กว่าปียังไม่เลิก แบบนี้จะให้ชาวบ้านอย่างผมเข้าใจยังไงดี ไอซิสยังรุนแรงไม่พอ หรือไอซิสกระจอกเกินกว่าอเมริกาจะขยับ หรือไอซิสมันเป็นเด็กสร้าง ลูกพี่เลยทำหน้าขรึม ปล่อยให้เด็กมันขนอาวุธของลิเบียไปถล่มซีเรีย หลังจากนั้นก็ไปถล่มอิรัคต่อ แล้วก็ได้อาวุธในอิรัคเพิ่มมาอีก (ก็ของที่ลูกพี่ทิ้งไว้อีกแหละ) เพื่อเตรียมเอาเข้าไปถล่มที่อื่นอีกต่อ ตามแผน มันอะไรกันแน่
    ถ้ายังจำกันได้ ผมเคยเล่าให้ฟังว่า ไอ้ตัวแสบ ชบิกเนียฟ เบรซินสกี้ Zbigniew Brzezinski เป็นตัวคิด ตัวจัดการ หาคน และติดอาวุธให้กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ในปากีสถาน และอาฟกานิสถาน ทำคลอดมาเป็นพวกมูจาฮีดีน ที่มีซีไอเอเป็นผู้พี่เลี้ยงทำการฝึกให้ หลังจากนั้น อเมริกาก็ติดอาวุธให้มูจาฮิดีนเต็มเพียบ เพื่อให้ไปสู้กับสหภาพโซเวียต ไม่งั้นโซเวียตมันจะกินตับพวกมึงนะ ในช่วง ค.ศ.1979 มูจาฮีดีนก่อกวน ล่อให้โซเวียตเคลื่อนพลลงมาทางใต้ และในที่สุดโซเวียตก็มา และก็ติดหล่มอยู่ในอาฟกานิสถาน
    นับว่ายุทธศาสตร์ของไอ้ตัวแสบ Brzezinski ได้ผล โซเวียตเอาเถิดเจ้าล่อกับมูจาฮีดีนอยู่ 10 ปี จนเหนื่อยแฮก และก็มีนักประวัติศาสตร์การเมืองฝั่งตะวันตกหลายคนบอกว่า นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้สหภาพโซเวียตล่มสลาย
    เหตุการณ์ที่ซีเรีย ก็เหมือนจะเป็นอย่างนั้น อเมริกาใช้มูจาฮีดีนทำลายโซเวียตเมื่อ 30 ปีก่อนอย่างไร ตอนนี้ก็เหมือนอเมริกาจะใช้ยุทธศาสตร์เดิมกับรัสเซีย แต่เปลี่ยนสถานที่ กับเปลี่ยนตัวล่อ หรือตัวเล่น
    อเมริกาคงวางเแผนอย่างน้อยตั้งแต่ปี ค.ศ.2003 ด้วยการบุกอิรัค ถ้าอเมริกาไม่ปล่อยให้อิรัคเละเป็นซากทั้งเมืองอย่างนี้ เมื่อตอนอเมริกาสำเร็จกิจจากการกำจัดซัดดัมแล้ว กลุ่มนักรบหัวรุนแรงก็ไม่มีรูเข้าไปในอิรัคได้
    และถ้าอเมริกาไม่คิดกำจัดอัสสาด โดยส่งเสริมทางกองกำลังให้กับกลุ่มกบฏซีเรีย มันก็ไม่มีรูให้ไอซิสได้อาวุธ และบุกเข้าไปยึดอิรัคในปี ค.ศ.2014 ซึ่งเหมือนเป็นการติดปีกให้ไอซิส บินว่อนถล่มได้ทั้งโลกเช่นเดียวกัน
    อเมริกาน่าจะรู้แล้ว อย่างน้อยตั้งแต่ปี ค.ศ.2012 ว่าอาวุธของกัดดาฟี ที่ลิเบีย ถูกส่งไปให้กลุ่มกบฏซีเรีย
    และอเมริกา ก็น่าจะรู้แล้วด้วยว่า ซาลาฟี มุสลิม บราเธอร์ฮูด และ AQI ในอิรัค ก็คือ กองกำลังตัวสำคัญ ในการสนับสนุนการรบของกลุ่มกบฏในซีเรีย
    คำถามก็คือ อเมริกาแค่ “รู้” หรือมันเป็น “แผน” ของอเมริกา ที่จะให้พวกนักรบจีฮัด ทำการรบทั้งในซีเรียและอิรัค ที่มีอเมริกาและพรรคพวกที่รวมถึงฝรั่งเศสด้วย ให้การสนับสนุนการรบนั้น
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    29 พ.ย. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 4 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 4 ประมาณเดือนพฤษภาคม ค.ศ.2013 กลุ่มกบฏซีเรีย เริ่มออกมาส่งเสียงขู่โต้โผใหญ่ และผู้บงการโต้โผใหญ่อีกต่อหนึ่ง ว่าจะเปิดโปงลากไส้ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหมด ถ้าไม่ส่งอาวุธเพิ่มเติมให้กลุ่มกบฏภายใน 1 เดือน และใน วันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ.2013 กลุ่มกบฏก็ได้รับอาวุธส่งมาให้ที่เมือง Aleppo เรื่องบังเอิญหรือไง ตกลงเรื่องรัฐบาลอัสสาดใช้แก๊สซาลินกับประชาชน และเป็นสาเหตุที่ให้อเมริกากับพวก ออกมาโวยถึงความป่าเถื่อนของอัสสาด ก็น่าจะเป็นเรื่องเอาสีป้ายหน้าอัสสาด เพื่อหาผู้สนับสนุนการไล่รัฐบาลอัสสาด เพราะจากการตรวจสอบของรัสเซีย และของสหประชาชาติเอง (ซึ่งน่าจะเอนไปทางอเมริกากับพวก) ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าเป็นฝีมืออัสสาด เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2014 สื่ออิสราเอลออกข่าวว่า อเมริกาและลูกหาบในตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดิ อารเบีย จอร์แดน อิสราเอล พากันรวมหัวช่วยพวกกบฏซีเรีย และมีแผนที่จะโจมตีทางใต้ของซีเรีย อิสราเอลส่งกำลังทหารไปช่วยกลุ่มกบฏหลายเดือนมาแล้ว นอกจากนี้ พวกกบฏซีเรียยังให้สัมภาษณ์อย่างผึ่งผายกับสื่อว่า อเมริกาเป็นผู้ทำการฝึกให้พวกเขา ฝ่ายกบฏบอก … เราฝึกกันที่การ์ตา มันเป็นการฝึกระดับสูง เพื่อการฆ่าทหารโดยเฉพาะ ไม่ใช่การฝึกธรรมดานะ มันเป็นการฝึกเพื่อฆ่า… … พวกเขา ฝึกเราถึงวิธีการจู่โจมกองกำลัง หรือทำลายพาหนะของศัตรู ขณะกำลังเคลื่อนที่ และเพื่อตัดขาดจากเส้นทาง… พวกเขาฝึกเราในการโจมตีพาหนะ เพื่อทำลาย หรือยึด รวมทั้งยึดอาวุธ และกระสุน และฆ่าทหาร ทั้งยังรอดจากการโจมตีของเรา…. ตกลงไม่ใช่อเมริกา ไม่รู้เรื่องไอซิสในซีเรีย อเมริกาเป็นผู้ทำการฝึกให้อีกด้วย..แน่จริงพี่ และจากการปฏิบัติการ ตามที่ได้รับการฝึก เดือนมิถุนายน ค.ศ.2014 ไอซิสก็รุกคืบผ่านเขตแดนซีเรีย เข้าไปในเขตของอิรัค และยึดเมืองโมซุล แหล่งน้ำมันของอิรัคเป็นของตัว หลังจากนั้นก็คืบผ่านเมืองต่างๆ จนเกือบเข้าไปถึงเมืองแบกแดด และไอซิสก็ยึดอาวุธ รถฮัมวี่ทั้งหมด รวมทั้งเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ รถถัง และปืนใหญ่ จากกองทัพอิรัคได้เป็นจำนวนมาก หลังจากยึดของได้ ไอซิสก็ออกข่าวโชว์ของเล่นที่ได้มาทางโซเชียลมีเดีย เหมือนตั้งใจจะหยามหน้า หรือเป็นการวางบิลเรียกเก็บเงินก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่อเมริกาก็ไม่มีปฏิกริยาอะไร ไม่เสียหน้า ไม่จ่ายเงิน (ให้โลกรู้) และไม่มีการขยับ เพื่อกำจัดไอซิส เออ แบบนี้ อเมริกาไม่รู้สึกเสียหน้า แต่กับฝ่ายอื่น แองโกลอเมริกัน ไล่บี้ไล่เซิ้งมา100 กว่าปียังไม่เลิก แบบนี้จะให้ชาวบ้านอย่างผมเข้าใจยังไงดี ไอซิสยังรุนแรงไม่พอ หรือไอซิสกระจอกเกินกว่าอเมริกาจะขยับ หรือไอซิสมันเป็นเด็กสร้าง ลูกพี่เลยทำหน้าขรึม ปล่อยให้เด็กมันขนอาวุธของลิเบียไปถล่มซีเรีย หลังจากนั้นก็ไปถล่มอิรัคต่อ แล้วก็ได้อาวุธในอิรัคเพิ่มมาอีก (ก็ของที่ลูกพี่ทิ้งไว้อีกแหละ) เพื่อเตรียมเอาเข้าไปถล่มที่อื่นอีกต่อ ตามแผน มันอะไรกันแน่ ถ้ายังจำกันได้ ผมเคยเล่าให้ฟังว่า ไอ้ตัวแสบ ชบิกเนียฟ เบรซินสกี้ Zbigniew Brzezinski เป็นตัวคิด ตัวจัดการ หาคน และติดอาวุธให้กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ในปากีสถาน และอาฟกานิสถาน ทำคลอดมาเป็นพวกมูจาฮีดีน ที่มีซีไอเอเป็นผู้พี่เลี้ยงทำการฝึกให้ หลังจากนั้น อเมริกาก็ติดอาวุธให้มูจาฮิดีนเต็มเพียบ เพื่อให้ไปสู้กับสหภาพโซเวียต ไม่งั้นโซเวียตมันจะกินตับพวกมึงนะ ในช่วง ค.ศ.1979 มูจาฮีดีนก่อกวน ล่อให้โซเวียตเคลื่อนพลลงมาทางใต้ และในที่สุดโซเวียตก็มา และก็ติดหล่มอยู่ในอาฟกานิสถาน นับว่ายุทธศาสตร์ของไอ้ตัวแสบ Brzezinski ได้ผล โซเวียตเอาเถิดเจ้าล่อกับมูจาฮีดีนอยู่ 10 ปี จนเหนื่อยแฮก และก็มีนักประวัติศาสตร์การเมืองฝั่งตะวันตกหลายคนบอกว่า นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้สหภาพโซเวียตล่มสลาย เหตุการณ์ที่ซีเรีย ก็เหมือนจะเป็นอย่างนั้น อเมริกาใช้มูจาฮีดีนทำลายโซเวียตเมื่อ 30 ปีก่อนอย่างไร ตอนนี้ก็เหมือนอเมริกาจะใช้ยุทธศาสตร์เดิมกับรัสเซีย แต่เปลี่ยนสถานที่ กับเปลี่ยนตัวล่อ หรือตัวเล่น อเมริกาคงวางเแผนอย่างน้อยตั้งแต่ปี ค.ศ.2003 ด้วยการบุกอิรัค ถ้าอเมริกาไม่ปล่อยให้อิรัคเละเป็นซากทั้งเมืองอย่างนี้ เมื่อตอนอเมริกาสำเร็จกิจจากการกำจัดซัดดัมแล้ว กลุ่มนักรบหัวรุนแรงก็ไม่มีรูเข้าไปในอิรัคได้ และถ้าอเมริกาไม่คิดกำจัดอัสสาด โดยส่งเสริมทางกองกำลังให้กับกลุ่มกบฏซีเรีย มันก็ไม่มีรูให้ไอซิสได้อาวุธ และบุกเข้าไปยึดอิรัคในปี ค.ศ.2014 ซึ่งเหมือนเป็นการติดปีกให้ไอซิส บินว่อนถล่มได้ทั้งโลกเช่นเดียวกัน อเมริกาน่าจะรู้แล้ว อย่างน้อยตั้งแต่ปี ค.ศ.2012 ว่าอาวุธของกัดดาฟี ที่ลิเบีย ถูกส่งไปให้กลุ่มกบฏซีเรีย และอเมริกา ก็น่าจะรู้แล้วด้วยว่า ซาลาฟี มุสลิม บราเธอร์ฮูด และ AQI ในอิรัค ก็คือ กองกำลังตัวสำคัญ ในการสนับสนุนการรบของกลุ่มกบฏในซีเรีย คำถามก็คือ อเมริกาแค่ “รู้” หรือมันเป็น “แผน” ของอเมริกา ที่จะให้พวกนักรบจีฮัด ทำการรบทั้งในซีเรียและอิรัค ที่มีอเมริกาและพรรคพวกที่รวมถึงฝรั่งเศสด้วย ให้การสนับสนุนการรบนั้น สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 29 พ.ย. 2558
    0 Comments 0 Shares 41 Views 0 Reviews
  • รัสเซียและยูเครนออกมากล่าวหาอีกฝ่ายว่า “จงใจเล็งเป้าโจมตีพลเรือน” ในวันขึ้นปีใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ยังคงรุนแรง และการเจรจายุติสงครามที่กำลังเดินหน้าอย่างตึงเครียด!!
    .
    ฝ่ายรัสเซียระบุว่า โดรนของยูเครนโจมตีโรงแรมและคาเฟ่แห่งหนึ่งในแคว้น “เคียร์ซอน” ทางตอนใต้ของยูเครน ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของมอสโก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 24 ราย บาดเจ็บกว่า 50 คน ในจำนวนนี้มีเด็กและเยาวชนรวมอยู่ด้วย โดยชี้ว่าเป็นการโจมตีพื้นที่ที่พลเรือนรวมตัวฉลองปีใหม่ และเข้าข่าย “อาชญากรรมสงคราม”
    .
    ขณะที่ “โวโลดิมีร์ เซเลนสกี” ประธานาธิบดียูเครน กล่าวหารัสเซียว่า ในคืนวันปีใหม่ได้ปล่อยโดรนกว่า 100 ลำ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานใน 7 แคว้นทั่วประเทศ เป็นความพยายามทำลายระบบสาธารณูปโภคในช่วงวันหยุด
    .
    รายงานระบุว่า เหตุปะทะและการโจมตีตอบโต้กันครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาทางการทูตที่มีสหรัฐฯ ภายใต้การกำกับของ “โดนัลด์ ทรัมป์” เป็นตัวกลาง โดยทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาว่าอีกฝ่ายพยายามสร้างแรงกดดันและชี้นำท่าทีของวอชิงตัน
    .
    ด้านเจ้าหน้าที่ยูเครนยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีโจมตีโรงแรม ขณะที่รัสเซียย้ำว่าจะนำหลักฐานเสนอให้สหรัฐฯ ตรวจสอบเพิ่มเติม
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000215
    .
    #News1live #News1 #รัสเซียยูเครน #สงครามยูเครน #พลเรือน #วันปีใหม่ #เคียร์ซอน #UkraineWar #RussiaUkraine
    รัสเซียและยูเครนออกมากล่าวหาอีกฝ่ายว่า “จงใจเล็งเป้าโจมตีพลเรือน” ในวันขึ้นปีใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ยังคงรุนแรง และการเจรจายุติสงครามที่กำลังเดินหน้าอย่างตึงเครียด!! . ฝ่ายรัสเซียระบุว่า โดรนของยูเครนโจมตีโรงแรมและคาเฟ่แห่งหนึ่งในแคว้น “เคียร์ซอน” ทางตอนใต้ของยูเครน ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของมอสโก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 24 ราย บาดเจ็บกว่า 50 คน ในจำนวนนี้มีเด็กและเยาวชนรวมอยู่ด้วย โดยชี้ว่าเป็นการโจมตีพื้นที่ที่พลเรือนรวมตัวฉลองปีใหม่ และเข้าข่าย “อาชญากรรมสงคราม” . ขณะที่ “โวโลดิมีร์ เซเลนสกี” ประธานาธิบดียูเครน กล่าวหารัสเซียว่า ในคืนวันปีใหม่ได้ปล่อยโดรนกว่า 100 ลำ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานใน 7 แคว้นทั่วประเทศ เป็นความพยายามทำลายระบบสาธารณูปโภคในช่วงวันหยุด . รายงานระบุว่า เหตุปะทะและการโจมตีตอบโต้กันครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาทางการทูตที่มีสหรัฐฯ ภายใต้การกำกับของ “โดนัลด์ ทรัมป์” เป็นตัวกลาง โดยทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาว่าอีกฝ่ายพยายามสร้างแรงกดดันและชี้นำท่าทีของวอชิงตัน . ด้านเจ้าหน้าที่ยูเครนยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีโจมตีโรงแรม ขณะที่รัสเซียย้ำว่าจะนำหลักฐานเสนอให้สหรัฐฯ ตรวจสอบเพิ่มเติม . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000215 . #News1live #News1 #รัสเซียยูเครน #สงครามยูเครน #พลเรือน #วันปีใหม่ #เคียร์ซอน #UkraineWar #RussiaUkraine
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 108 Views 0 Reviews
  • “กองทัพภาคที่ 2” สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา พบฝ่ายกัมพูชายังเดินหน้าเสริมกำลังและเตรียมความพร้อมทางยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง แม้ยังไม่เกิดการปะทะโดยตรง!!
    .
    รายงานระบุว่า พื้นที่ชายแดนหลายจุดใน จ.ศรีสะเกษ พบการจัดกำลังเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความพร้อมในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ขณะที่บริเวณ “ภูมะเขือ–ช่องโดนเอาว์–พลาญยาว–พลาญหินแปดก้อน” ตรวจพบการส่งกำลังบำรุง และการบิน UAV หรือโดรน เพื่อตรวจการณ์ของฝ่ายตรงข้าม
    .
    นอกจากนี้ ยังพบความเคลื่อนไหวสำคัญในพื้นที่ส่วนหลัง โดยฝ่ายกัมพูชาได้ปรับปรุงเส้นทางยุทธวิธี รองรับการส่งกำลังบำรุงขึ้นพื้นที่สูง โดยเฉพาะเส้นทางมุ่งสู่ “เนิน 745” และยอดโดม
    .
    ขณะที่พื้นที่ชายแดน จ.อุบลราชธานี สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ส่วนใหญ่ยังไม่พบความเคลื่อนไหวผิดปกติ หรือการเผชิญหน้าทางทหารเพิ่มเติม
    .
    กองทัพภาคที่ 2 ยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมพื้นที่และรักษาความมั่นคงตลอดแนวชายแดน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000328
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทภ2 #สถานการณ์ชายแดน #ความมั่นคง #UAV #เนิน745
    “กองทัพภาคที่ 2” สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา พบฝ่ายกัมพูชายังเดินหน้าเสริมกำลังและเตรียมความพร้อมทางยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง แม้ยังไม่เกิดการปะทะโดยตรง!! . รายงานระบุว่า พื้นที่ชายแดนหลายจุดใน จ.ศรีสะเกษ พบการจัดกำลังเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความพร้อมในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ขณะที่บริเวณ “ภูมะเขือ–ช่องโดนเอาว์–พลาญยาว–พลาญหินแปดก้อน” ตรวจพบการส่งกำลังบำรุง และการบิน UAV หรือโดรน เพื่อตรวจการณ์ของฝ่ายตรงข้าม . นอกจากนี้ ยังพบความเคลื่อนไหวสำคัญในพื้นที่ส่วนหลัง โดยฝ่ายกัมพูชาได้ปรับปรุงเส้นทางยุทธวิธี รองรับการส่งกำลังบำรุงขึ้นพื้นที่สูง โดยเฉพาะเส้นทางมุ่งสู่ “เนิน 745” และยอดโดม . ขณะที่พื้นที่ชายแดน จ.อุบลราชธานี สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ส่วนใหญ่ยังไม่พบความเคลื่อนไหวผิดปกติ หรือการเผชิญหน้าทางทหารเพิ่มเติม . กองทัพภาคที่ 2 ยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมพื้นที่และรักษาความมั่นคงตลอดแนวชายแดน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000328 . #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทภ2 #สถานการณ์ชายแดน #ความมั่นคง #UAV #เนิน745
    Like
    Love
    2
    0 Comments 0 Shares 108 Views 0 Reviews
  • รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังโซเชียลมีเดียเผยแพร่คลิปผู้ว่าราชการจังหวัดรายหนึ่ง ตำหนิการตั้งด่านตรวจของตำรวจช่วงเทศกาลปีใหม่ ย้ำการตั้งด่านเป็นมาตรการจำเป็น เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ลดอุบัติเหตุ และสกัดอาชญากรรม
    .
    พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกรณีดังกล่าว และได้สั่งการให้ผู้บังคับการในพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน เพื่อรายงานและดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมยืนยันว่าการตั้งจุดตรวจจุดสกัดช่วงปีใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการดูแลความปลอดภัยในช่วงที่มีการเดินทางหนาแน่นสูงสุดของปี
    .
    รอง ผบ.ตร. ย้ำว่า ภารกิจตั้งด่านมีเป้าหมายหลักเพื่อลดอุบัติเหตุและลดความสูญเสียบนท้องถนน โดยเน้นบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดใน 10 ข้อหาหลัก เช่น เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
    .
    ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ศ. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จุดตรวจจราจรในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา ยังสามารถจับกุมคดีอาชญากรรมอื่นได้จำนวนมาก ทั้งคดีคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย ยาเสพติด สัตว์ป่าคุ้มครอง และวัตถุระเบิด สะท้อนบทบาทของด่านตรวจที่มากกว่าการดูแลวินัยจราจร
    .
    สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีเป้าหมายสูงสุดคือ “ความปลอดภัยของประชาชน” พร้อมขอความร่วมมือประชาชนเข้าใจและสนับสนุนการทำงานของตำรวจ เพื่อให้ทุกคนเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ได้อย่างปลอดภัย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000204
    .
    #News1live #News1 #ตำรวจตั้งด่าน #ปีใหม่2569 #ลดอุบัติเหตุ #ความปลอดภัยบนท้องถนน #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
    รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังโซเชียลมีเดียเผยแพร่คลิปผู้ว่าราชการจังหวัดรายหนึ่ง ตำหนิการตั้งด่านตรวจของตำรวจช่วงเทศกาลปีใหม่ ย้ำการตั้งด่านเป็นมาตรการจำเป็น เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ลดอุบัติเหตุ และสกัดอาชญากรรม . พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกรณีดังกล่าว และได้สั่งการให้ผู้บังคับการในพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน เพื่อรายงานและดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมยืนยันว่าการตั้งจุดตรวจจุดสกัดช่วงปีใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการดูแลความปลอดภัยในช่วงที่มีการเดินทางหนาแน่นสูงสุดของปี . รอง ผบ.ตร. ย้ำว่า ภารกิจตั้งด่านมีเป้าหมายหลักเพื่อลดอุบัติเหตุและลดความสูญเสียบนท้องถนน โดยเน้นบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดใน 10 ข้อหาหลัก เช่น เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง . ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ศ. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จุดตรวจจราจรในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา ยังสามารถจับกุมคดีอาชญากรรมอื่นได้จำนวนมาก ทั้งคดีคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย ยาเสพติด สัตว์ป่าคุ้มครอง และวัตถุระเบิด สะท้อนบทบาทของด่านตรวจที่มากกว่าการดูแลวินัยจราจร . สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีเป้าหมายสูงสุดคือ “ความปลอดภัยของประชาชน” พร้อมขอความร่วมมือประชาชนเข้าใจและสนับสนุนการทำงานของตำรวจ เพื่อให้ทุกคนเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ได้อย่างปลอดภัย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000204 . #News1live #News1 #ตำรวจตั้งด่าน #ปีใหม่2569 #ลดอุบัติเหตุ #ความปลอดภัยบนท้องถนน #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
    Like
    Sad
    4
    0 Comments 1 Shares 202 Views 0 Reviews
  • แผนจัญไร ตอนที่ 3

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 3
    ย้อนให้เห็นภาพกันหน่อย ไอซิส ISIS ที่เวลานี้กำลังขึ้นแท่น เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของโลก มีที่มาอย่างไร จะได้เข้าใจว่า ไอซิส นี่ เกี่ยวกับกลุ่มกบฏซีเรีย และเกี่ยวพันกับอเมริกาขนาดไหน
    เมื่ออเมริกานำกองทัพเข้าไปถล่มซัดดัมในอิรัค กลุ่มที่คอยตอด คอยซุ่มเล่นงานอเมริกาในช่วงปี ค.ศ.2004 คือ อัลไคด้า สาขาอิรัค (AQI) ที่นำโดย Abu Musab al-Zarkawi กลุ่มนี้มีชื่อว่า เป็นนักรบ โหดเหี้ยม ฆ่าไม่เลือก รวมทั้งฆ่าชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นอิสลามสุนนี่ หรือชีอ่ะ พวกเขาขึ้นชื่อในเรื่องการก่อการร้ายแบบพลีชีพ และการฆ่าตัดคอนักโทษ
    ความรุนแรงของ AQI ของ al-Zarkawi ก็ทำให้กลุ่มนี้ แตกคอกับ อัลไคด้ากลาง (AQC) AQI บอกไม่มีปัญหา งั้นเราแยกทางกันเดิน al-Zarkawi ไปตั้งกลุ่มใหม่ และชื่อเรียกกลุ่มใหม่ของตัวว่า Islamic State of Iraq (ISI) ต่อมาในปี ค.ศ.2006 มีข่าวว่า al-Zarkawi ถูกอเมริกาเก็บ และ ISI ได้หัวหน้าใหม่ ชื่อ Abu Bakr al-Baghdadi ขึ้นมาแทน น่าสนใจนะครับ
    ในปี ค.ศ.2011 ISI ประกาศเป็นนักรบจีฮัด และเตรียมขยายปฏิบัติการไปที่ซีเรีย แต่แล้วก็มีการแตกคอภายในกันอีก ในที่สุด Baghdadi ก็พาพรรคพวกแยกตัวออกมา แล้วเปลี่ยนชื่อกลุ่ม จาก ISI เป็น ISIS ในปี ค.ศ.2012 และย้ายฐานจากอิรัค มาอยู่ซีเรีย และในช่วงนี้ ISIS ดังเป็นพลุแตก ได้สมาชิกใหม่ เป็นหนุ่มอิสลามที่อยู่นอกตะวันออกกลาง หรือจากยุโรป เข้ามาร่วมเป็นจำนวนมาก
    ทำไม ISIS หรือ ไอซิส ถึงโด่งดัง และมีอานุภาพรุนแรงนัก เรื่องนี้ ต้องย้อนกลับไปที่เรื่องลิเบีย สำหรับท่านที่เคยอ่านนิทาน เรื่องแผนช้่วมาแล้ว ก็ถือว่าอ่านซ้ำ ให้เห็นความจัญไรชัดขึ้น และต่อกับปัจจุบันได้ แบบเห็นภาพเป็นแผ่นเดียวกันนะครับ
    เรื่องการไล่ล่ากัดดาฟีของลิเบีย ที่มีซีไอเอ เป็นดารานำแสดงนั้น นิทานเรามีเขียนถึงแล้ว (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของความโหดของอเมริกา ได้ในนิทานเรื่องแผนชั่ว ตอนนางสิงห์สั่งฆ่า) แต่ที่เรายังไม่ค่อยรู้กัน คือ เรื่องดารา ที่มารับบทเป็นกบฏลิเบียนั้น นำแสดงโดยกลุ่มนักรบจีฮัด กลุ่มเดียวกับนักรบที่กำลังต่อสู้กับกองทัพของอิรัคในตอนนี้ เรียกว่าสัญญาจ้างยาว ออกหลายฉากกันเลย
    เมื่อวันที่กลุ่มกบฏลิเบีย จับตัวกัดดาฟีได้ ด้วยความช่วยเหลือของอเมริกา และนาโต้นั้น ขณะที่กลุ่มกบฏกำลังเชือดกัดดาฟี พวกเขาตะโกนว่า Allah Akbar (อัลเลาะหฺ อัคบาร์) ซึ่งเป็นการประกาศตามปกติของพวกจีฮัด ก่อนฆ่าคนเพื่อพระเจ้า ทำนองนั้น แบบนี้ก็น่าจะมีคนงง อเมริกา นาโต้ เข้าไปไล่ฆ่ากัดดาฟี ด้วยข้อหาเป็นเผด็จการ ส่วนพวกทำการกบฏ ก็น่าจะเป็นพวกต้องการเป็นประชาธิปไตย เอ้า เชือดเผด็จการเสร็จ แล้วดันร้องขอบคุณพระเจ้า พวกจีฮัดนี่ ตกลงต้องการเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่เมื่อไหร่กัน น่างงไหมครับ
    หลังจากกัดดาฟีถูกเก็บ คลังอาวุธของกัดดาฟีก็ถูกกวาด หรือขโมยนั่นแหละ จนเกลี้ยง และขนออกมาจากลิเบีย มาที่ซีเรีย ผ่านทางตุรกี ใครนะ ที่คอยรับอาวุธอยู่ที่ซีเรีย… แต่คนที่ดูแลการขนส่งอาวุธ เขาว่าคือ Chris Stevens ทูตอเมริกันประจำลิเบีย ซึ่งดูแลประสานงานเรื่องนี้ ตั้งแต่เดือนเมษายน ค.ศ.2011 และในที่สุด ทูต Stevens ก็ถูกฆ่าตายอยู่ในสถานกงสุลอเมริกา ที่เมืองเบงกาซี ลิเบีย เพียง 3 วัน ก่อนหน้าที่อาวุธลิเบียจะถูกส่งมาถึงซีเรีย
    นอกเหนือจากทูต Stevens แล้ว ฝ่ายประสานงานเรื่องนี้ คือ ซีไอเอ ตุรกี และกลุ่มกบฏซีเรีย ซึ่งร่วมกันวางแผน และจัดการขนส่ง โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมด เป็นการควักกระเป๋าลงขันร่วมกัน ของโต้โผใหญ่ของฝ่ายสนับสนุนกบฏซีเรีย คือ ซาอุดิอารเบีย การ์ตา จอร์แดน อิสราเอลและตุรกี
    หลังจากอาวุธมาถึงซีเรีย ก็เป็นช่วงเดียวกับที่นักรบจีฮัดพากันทะลักเข้ามาในซีเรียด้วย นักรบรุ่นแรกที่เข้ามา ไม่ใช่พวกละอ่อน แต่เป็นระดับหัวหน้า หรือพวกเจนสนามแทบทั้งสิ้น เรื่องนี้ ไม่เป็นความลับ อเมริกาและพวก ที่สนับสนุนฝ่ายกบฏซีเรีย ก็รู้ดี และเมื่อฝ่ายกบฏซีเรีย ที่มีนักรบจีฮัดมาร่วมด้วย เริ่มเป็นฝ่ายได้เปรียบฝ่ายรัฐบาลอัสสาด และใช้ความรุนแรง มากขึ้น ทางวอชิงตันก็ต้องตอบคำถามมากขึ้น .. ไหนว่าฝ่ายกบฏที่เราสนับสนุน เป็นพวกไม่รุนแรงไง (moderate) ทำไมมีฆ่าตัดคอล่ะ…
    วอชิงตันไม่ตอบ และก็ไม่ได้ดำเนินการอะไร การรบกับรัฐบาลอัสสาด ก็ยังดำเนินต่อไป โดยกลุ่มเดิม และแบบเดิม
    Jamal Maarouf ผู้บัญชาการคนหนึ่งของกลุ่มกบฏซีเรีย ให้สัมภาษณ์ เมื่อ เมษายน ค.ศ.2014 ว่า นักรบที่ทางโต้โผใหญ่ส่งมาช่วยรบ คือ กลุ่มอัลไคด้าซีเรีย ซึ่งเรียกชื่อกลุ่มตัวเองว่า Al-Nusra ทางด้าน Al-Nusra ก็ให้ข่าวสอดคล้องกันว่า กลุ่มของตัวมาร่วมกับพวกกบฏซีเรีย เพราะต้องการให้ซีเรียปกครองด้วยกฏของศาสนา Sharia law
    แต่ความจริง Al-Nusra กับกลุ่มไอซิส ร่วมมือกันในการปฏิบัติการในซีเรียมาพักใหญ่แล้ว และเดือนมิถุนายน ค.ศ.2014 Al-Nursra ก็ประกาศเป็นทางการ ถึงการรวมกลุ่มกับกลุ่มไอซิส และมีฐานอยู่ทั้งในเขตซีเรีย และอิรัค
    แล้ว อเมริกา กับพวกตะวันตก รวมทั้งโต้โผใหญ่ในตะวันออกกลางทั้งหลาย รู้เรื่องนี้ไหม รู้สิ ยิ่งกว่ารู้อีก…..
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    28 พ.ย. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 3 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 3 ย้อนให้เห็นภาพกันหน่อย ไอซิส ISIS ที่เวลานี้กำลังขึ้นแท่น เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของโลก มีที่มาอย่างไร จะได้เข้าใจว่า ไอซิส นี่ เกี่ยวกับกลุ่มกบฏซีเรีย และเกี่ยวพันกับอเมริกาขนาดไหน เมื่ออเมริกานำกองทัพเข้าไปถล่มซัดดัมในอิรัค กลุ่มที่คอยตอด คอยซุ่มเล่นงานอเมริกาในช่วงปี ค.ศ.2004 คือ อัลไคด้า สาขาอิรัค (AQI) ที่นำโดย Abu Musab al-Zarkawi กลุ่มนี้มีชื่อว่า เป็นนักรบ โหดเหี้ยม ฆ่าไม่เลือก รวมทั้งฆ่าชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นอิสลามสุนนี่ หรือชีอ่ะ พวกเขาขึ้นชื่อในเรื่องการก่อการร้ายแบบพลีชีพ และการฆ่าตัดคอนักโทษ ความรุนแรงของ AQI ของ al-Zarkawi ก็ทำให้กลุ่มนี้ แตกคอกับ อัลไคด้ากลาง (AQC) AQI บอกไม่มีปัญหา งั้นเราแยกทางกันเดิน al-Zarkawi ไปตั้งกลุ่มใหม่ และชื่อเรียกกลุ่มใหม่ของตัวว่า Islamic State of Iraq (ISI) ต่อมาในปี ค.ศ.2006 มีข่าวว่า al-Zarkawi ถูกอเมริกาเก็บ และ ISI ได้หัวหน้าใหม่ ชื่อ Abu Bakr al-Baghdadi ขึ้นมาแทน น่าสนใจนะครับ ในปี ค.ศ.2011 ISI ประกาศเป็นนักรบจีฮัด และเตรียมขยายปฏิบัติการไปที่ซีเรีย แต่แล้วก็มีการแตกคอภายในกันอีก ในที่สุด Baghdadi ก็พาพรรคพวกแยกตัวออกมา แล้วเปลี่ยนชื่อกลุ่ม จาก ISI เป็น ISIS ในปี ค.ศ.2012 และย้ายฐานจากอิรัค มาอยู่ซีเรีย และในช่วงนี้ ISIS ดังเป็นพลุแตก ได้สมาชิกใหม่ เป็นหนุ่มอิสลามที่อยู่นอกตะวันออกกลาง หรือจากยุโรป เข้ามาร่วมเป็นจำนวนมาก ทำไม ISIS หรือ ไอซิส ถึงโด่งดัง และมีอานุภาพรุนแรงนัก เรื่องนี้ ต้องย้อนกลับไปที่เรื่องลิเบีย สำหรับท่านที่เคยอ่านนิทาน เรื่องแผนช้่วมาแล้ว ก็ถือว่าอ่านซ้ำ ให้เห็นความจัญไรชัดขึ้น และต่อกับปัจจุบันได้ แบบเห็นภาพเป็นแผ่นเดียวกันนะครับ เรื่องการไล่ล่ากัดดาฟีของลิเบีย ที่มีซีไอเอ เป็นดารานำแสดงนั้น นิทานเรามีเขียนถึงแล้ว (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของความโหดของอเมริกา ได้ในนิทานเรื่องแผนชั่ว ตอนนางสิงห์สั่งฆ่า) แต่ที่เรายังไม่ค่อยรู้กัน คือ เรื่องดารา ที่มารับบทเป็นกบฏลิเบียนั้น นำแสดงโดยกลุ่มนักรบจีฮัด กลุ่มเดียวกับนักรบที่กำลังต่อสู้กับกองทัพของอิรัคในตอนนี้ เรียกว่าสัญญาจ้างยาว ออกหลายฉากกันเลย เมื่อวันที่กลุ่มกบฏลิเบีย จับตัวกัดดาฟีได้ ด้วยความช่วยเหลือของอเมริกา และนาโต้นั้น ขณะที่กลุ่มกบฏกำลังเชือดกัดดาฟี พวกเขาตะโกนว่า Allah Akbar (อัลเลาะหฺ อัคบาร์) ซึ่งเป็นการประกาศตามปกติของพวกจีฮัด ก่อนฆ่าคนเพื่อพระเจ้า ทำนองนั้น แบบนี้ก็น่าจะมีคนงง อเมริกา นาโต้ เข้าไปไล่ฆ่ากัดดาฟี ด้วยข้อหาเป็นเผด็จการ ส่วนพวกทำการกบฏ ก็น่าจะเป็นพวกต้องการเป็นประชาธิปไตย เอ้า เชือดเผด็จการเสร็จ แล้วดันร้องขอบคุณพระเจ้า พวกจีฮัดนี่ ตกลงต้องการเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่เมื่อไหร่กัน น่างงไหมครับ หลังจากกัดดาฟีถูกเก็บ คลังอาวุธของกัดดาฟีก็ถูกกวาด หรือขโมยนั่นแหละ จนเกลี้ยง และขนออกมาจากลิเบีย มาที่ซีเรีย ผ่านทางตุรกี ใครนะ ที่คอยรับอาวุธอยู่ที่ซีเรีย… แต่คนที่ดูแลการขนส่งอาวุธ เขาว่าคือ Chris Stevens ทูตอเมริกันประจำลิเบีย ซึ่งดูแลประสานงานเรื่องนี้ ตั้งแต่เดือนเมษายน ค.ศ.2011 และในที่สุด ทูต Stevens ก็ถูกฆ่าตายอยู่ในสถานกงสุลอเมริกา ที่เมืองเบงกาซี ลิเบีย เพียง 3 วัน ก่อนหน้าที่อาวุธลิเบียจะถูกส่งมาถึงซีเรีย นอกเหนือจากทูต Stevens แล้ว ฝ่ายประสานงานเรื่องนี้ คือ ซีไอเอ ตุรกี และกลุ่มกบฏซีเรีย ซึ่งร่วมกันวางแผน และจัดการขนส่ง โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมด เป็นการควักกระเป๋าลงขันร่วมกัน ของโต้โผใหญ่ของฝ่ายสนับสนุนกบฏซีเรีย คือ ซาอุดิอารเบีย การ์ตา จอร์แดน อิสราเอลและตุรกี หลังจากอาวุธมาถึงซีเรีย ก็เป็นช่วงเดียวกับที่นักรบจีฮัดพากันทะลักเข้ามาในซีเรียด้วย นักรบรุ่นแรกที่เข้ามา ไม่ใช่พวกละอ่อน แต่เป็นระดับหัวหน้า หรือพวกเจนสนามแทบทั้งสิ้น เรื่องนี้ ไม่เป็นความลับ อเมริกาและพวก ที่สนับสนุนฝ่ายกบฏซีเรีย ก็รู้ดี และเมื่อฝ่ายกบฏซีเรีย ที่มีนักรบจีฮัดมาร่วมด้วย เริ่มเป็นฝ่ายได้เปรียบฝ่ายรัฐบาลอัสสาด และใช้ความรุนแรง มากขึ้น ทางวอชิงตันก็ต้องตอบคำถามมากขึ้น .. ไหนว่าฝ่ายกบฏที่เราสนับสนุน เป็นพวกไม่รุนแรงไง (moderate) ทำไมมีฆ่าตัดคอล่ะ… วอชิงตันไม่ตอบ และก็ไม่ได้ดำเนินการอะไร การรบกับรัฐบาลอัสสาด ก็ยังดำเนินต่อไป โดยกลุ่มเดิม และแบบเดิม Jamal Maarouf ผู้บัญชาการคนหนึ่งของกลุ่มกบฏซีเรีย ให้สัมภาษณ์ เมื่อ เมษายน ค.ศ.2014 ว่า นักรบที่ทางโต้โผใหญ่ส่งมาช่วยรบ คือ กลุ่มอัลไคด้าซีเรีย ซึ่งเรียกชื่อกลุ่มตัวเองว่า Al-Nusra ทางด้าน Al-Nusra ก็ให้ข่าวสอดคล้องกันว่า กลุ่มของตัวมาร่วมกับพวกกบฏซีเรีย เพราะต้องการให้ซีเรียปกครองด้วยกฏของศาสนา Sharia law แต่ความจริง Al-Nusra กับกลุ่มไอซิส ร่วมมือกันในการปฏิบัติการในซีเรียมาพักใหญ่แล้ว และเดือนมิถุนายน ค.ศ.2014 Al-Nursra ก็ประกาศเป็นทางการ ถึงการรวมกลุ่มกับกลุ่มไอซิส และมีฐานอยู่ทั้งในเขตซีเรีย และอิรัค แล้ว อเมริกา กับพวกตะวันตก รวมทั้งโต้โผใหญ่ในตะวันออกกลางทั้งหลาย รู้เรื่องนี้ไหม รู้สิ ยิ่งกว่ารู้อีก….. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 28 พ.ย. 2558
    0 Comments 0 Shares 211 Views 0 Reviews
  • กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ชายแดนวันส่งท้ายปี พื้นที่แนวหน้ายังคงนิ่ง กัมพูชายังคงรักษาระดับเตรียมพร้อม ปรับปรุงฐานที่มั่น พร้อมลำเลียงอาวุธ กระสุน และถุงยังชีพสู่หน้าแนว ฝ่ายไทยยังคงควบคุมพื้นที่และสถานการณ์โดยรวมได้
    .
    เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 ม.ค. 2569 ศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ช่วงวันที่ 31 ธ.ค. 2568 ปีที่ผ่านมา ภาพรวมตลอดแนวชายแดนยังคงสงบ แต่ยังไม่สามารถวางใจ พื้นที่หลักหลายจังหวัดไม่พบความเคลื่อนไหวผิดปกติ ขณะที่ฝ่ายกัมพูชายังคงเดินหน้าเสริมความแข็งแรงที่มั่นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดของฝ่ายไทย
    .
    ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี-จังหวัดศรีสะเกษ เงียบทั้งแนว พื้นที่ช่องบกและช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ยังไร้สัญญาณเคลื่อนไหวสำคัญ
    .
    ด้าน จ.ศรีสะเกษ ตั้งแต่ช่องซำแต-โดนตวล-ภูผี-สัตตะโสม-พนมประสิทธิโส-ช่องตาเฒ่า รวมถึงแนวปราสาทพระวิหาร-ผามออีแดง-ห้วยตามาเรีย สถานการณ์ยังคงนิ่ง แม้กัมพูชาจะเฝ้าตรวจการณ์ปรับปรุงพื้นที่และการเคลื่อนย้ายกำลังของฝ่ายไทยอย่างใกล้ชิด
    .
    ชายแดนจังหวัดสุรินทร์-จังหวัดบุรีรัมย์ พื้นที่ปราสาทตาควาย-เนิน 350 และปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ ไม่พบความเคลื่อนไหวเพิ่มเติม เช่นเดียวกับช่องจอม-ช่องระยี-ปลดต่าง และช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ ที่ยังคงเงียบสงบ
    .
    ในพื้นที่ส่วนหลัง ฝ่ายกัมพูชายังคงดัดแปลงที่มั่น ซ่อมสายไฟ-สายสัญญาณ บรรจุดินใส่กระสอบ ขุดหลุมทำกำบัง ติดตั้งระบบสนับสนุน พร้อมลำเลียงอาวุธ กระสุน และถุงยังชีพสู่หน้าแนว โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นหลัก
    .
    ตลอดวันไม่พบการปะทะอาวุธหนักหรือการบุกรุกพื้นที่ ฝ่ายกัมพูชายังรักษาระดับเตรียมพร้อม เน้นเสริมที่มั่น ลำเลียงยุทโธปกรณ์ ควบคุมข้อมูลข่าวสาร และเฝ้าตรวจฝ่ายไทยอย่างใกล้ชิด ขณะที่ฝ่ายไทยยังคงควบคุมพื้นที่และสถานการณ์โดยรวมได้ในระดับดี
    .
    #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes #SondhiX #สนธิเล่าเรื่อง #กัมพูชายิงก่อน #CambodiaOpenedFire #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
    กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ชายแดนวันส่งท้ายปี พื้นที่แนวหน้ายังคงนิ่ง กัมพูชายังคงรักษาระดับเตรียมพร้อม ปรับปรุงฐานที่มั่น พร้อมลำเลียงอาวุธ กระสุน และถุงยังชีพสู่หน้าแนว ฝ่ายไทยยังคงควบคุมพื้นที่และสถานการณ์โดยรวมได้ . เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 ม.ค. 2569 ศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ช่วงวันที่ 31 ธ.ค. 2568 ปีที่ผ่านมา ภาพรวมตลอดแนวชายแดนยังคงสงบ แต่ยังไม่สามารถวางใจ พื้นที่หลักหลายจังหวัดไม่พบความเคลื่อนไหวผิดปกติ ขณะที่ฝ่ายกัมพูชายังคงเดินหน้าเสริมความแข็งแรงที่มั่นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดของฝ่ายไทย . ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี-จังหวัดศรีสะเกษ เงียบทั้งแนว พื้นที่ช่องบกและช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ยังไร้สัญญาณเคลื่อนไหวสำคัญ . ด้าน จ.ศรีสะเกษ ตั้งแต่ช่องซำแต-โดนตวล-ภูผี-สัตตะโสม-พนมประสิทธิโส-ช่องตาเฒ่า รวมถึงแนวปราสาทพระวิหาร-ผามออีแดง-ห้วยตามาเรีย สถานการณ์ยังคงนิ่ง แม้กัมพูชาจะเฝ้าตรวจการณ์ปรับปรุงพื้นที่และการเคลื่อนย้ายกำลังของฝ่ายไทยอย่างใกล้ชิด . ชายแดนจังหวัดสุรินทร์-จังหวัดบุรีรัมย์ พื้นที่ปราสาทตาควาย-เนิน 350 และปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ ไม่พบความเคลื่อนไหวเพิ่มเติม เช่นเดียวกับช่องจอม-ช่องระยี-ปลดต่าง และช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ ที่ยังคงเงียบสงบ . ในพื้นที่ส่วนหลัง ฝ่ายกัมพูชายังคงดัดแปลงที่มั่น ซ่อมสายไฟ-สายสัญญาณ บรรจุดินใส่กระสอบ ขุดหลุมทำกำบัง ติดตั้งระบบสนับสนุน พร้อมลำเลียงอาวุธ กระสุน และถุงยังชีพสู่หน้าแนว โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นหลัก . ตลอดวันไม่พบการปะทะอาวุธหนักหรือการบุกรุกพื้นที่ ฝ่ายกัมพูชายังรักษาระดับเตรียมพร้อม เน้นเสริมที่มั่น ลำเลียงยุทโธปกรณ์ ควบคุมข้อมูลข่าวสาร และเฝ้าตรวจฝ่ายไทยอย่างใกล้ชิด ขณะที่ฝ่ายไทยยังคงควบคุมพื้นที่และสถานการณ์โดยรวมได้ในระดับดี . #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes #SondhiX #สนธิเล่าเรื่อง #กัมพูชายิงก่อน #CambodiaOpenedFire #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
    Like
    Love
    4
    0 Comments 1 Shares 412 Views 0 Reviews
  • การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดประมูลก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงส่วนต่อขยาย 2 สาย วงเงินรวมกว่า 20,700 ล้านบาท โดยผลการยื่นซองพบว่าผู้รับเหมาลดราคาต่ำกว่าราคากลางรวมเพียงประมาณ 16 ล้านบาท
    .
    โครงการประกอบด้วย รถไฟสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต–มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ราคากลาง 6,064.96 ล้านบาท มีผู้ยื่นซอง 5 ราย โดยผู้เสนอราคาต่ำสุด 6,057 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 7.96 ล้านบาท และรถไฟสายสีแดงอ่อน ช่วงศิริราช–ตลิ่งชัน–ศาลายา พร้อมสถานีเพิ่มเติม 3 แห่ง ราคากลาง 14,729.70 ล้านบาท มีผู้ยื่นซอง 4 ราย โดยผู้เสนอราคาต่ำสุด 14,720 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 9.70 ล้านบาท
    .
    รายงานระบุว่า คาดจะประกาศผลผู้ชนะการประมูลและลงนามสัญญาได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ก่อนออกหนังสือให้เริ่มงานในเดือนมีนาคม 2569 ใช้เวลาก่อสร้าง 36 เดือน กำหนดแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2572 และเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2572
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000039
    .
    #News1live #News1 #รถไฟสายสีแดง #โครงการคมนาคม #ประมูลโครงการ #รฟท
    การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดประมูลก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงส่วนต่อขยาย 2 สาย วงเงินรวมกว่า 20,700 ล้านบาท โดยผลการยื่นซองพบว่าผู้รับเหมาลดราคาต่ำกว่าราคากลางรวมเพียงประมาณ 16 ล้านบาท . โครงการประกอบด้วย รถไฟสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต–มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ราคากลาง 6,064.96 ล้านบาท มีผู้ยื่นซอง 5 ราย โดยผู้เสนอราคาต่ำสุด 6,057 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 7.96 ล้านบาท และรถไฟสายสีแดงอ่อน ช่วงศิริราช–ตลิ่งชัน–ศาลายา พร้อมสถานีเพิ่มเติม 3 แห่ง ราคากลาง 14,729.70 ล้านบาท มีผู้ยื่นซอง 4 ราย โดยผู้เสนอราคาต่ำสุด 14,720 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 9.70 ล้านบาท . รายงานระบุว่า คาดจะประกาศผลผู้ชนะการประมูลและลงนามสัญญาได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ก่อนออกหนังสือให้เริ่มงานในเดือนมีนาคม 2569 ใช้เวลาก่อสร้าง 36 เดือน กำหนดแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2572 และเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2572 . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000039 . #News1live #News1 #รถไฟสายสีแดง #โครงการคมนาคม #ประมูลโครงการ #รฟท
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 334 Views 0 Reviews
  • พ.ต.อ.ภาคภูมิ อดีตลูกน้องคนสนิท เปิดหน้าแฉ บิ๊กโจ๊ก หลังทนทุกข์ในบ่วงกรรมมา 10 ปี ลั่นยอมทรยศอีกสิบครั้งเพื่อความจริงและความถูกต้อง ยืนยันไม่ได้ขายนายเพื่อหวังกลับเข้ารับราชการ
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000126445

    #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes #SondhiX #สนธิเล่าเรื่อง #กัมพูชายิงก่อน #CambodiaOpenedFire #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
    พ.ต.อ.ภาคภูมิ อดีตลูกน้องคนสนิท เปิดหน้าแฉ บิ๊กโจ๊ก หลังทนทุกข์ในบ่วงกรรมมา 10 ปี ลั่นยอมทรยศอีกสิบครั้งเพื่อความจริงและความถูกต้อง ยืนยันไม่ได้ขายนายเพื่อหวังกลับเข้ารับราชการ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000126445 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes #SondhiX #สนธิเล่าเรื่อง #กัมพูชายิงก่อน #CambodiaOpenedFire #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 257 Views 0 Reviews
  • ครม.อนุมัติงบประมาณก้อนโตทะลุหมื่นล้านบาท เดินหน้าเตรียมจัดเลือกตั้งและประชามติ พร้อมทุ่มงบอีกกว่า 5 พันล้านบาทให้กองทัพเสริมความมั่นคงจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000123893

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    ครม.อนุมัติงบประมาณก้อนโตทะลุหมื่นล้านบาท เดินหน้าเตรียมจัดเลือกตั้งและประชามติ พร้อมทุ่มงบอีกกว่า 5 พันล้านบาทให้กองทัพเสริมความมั่นคงจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000123893 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    0 Comments 0 Shares 317 Views 0 Reviews
  • สงครามน้ำลายเดือด เพื่อไทยชี้รัฐบาลเก่าทำเงินหมื่นล่ม ภูมิใจไทยสวนกลับ รัฐบาลเพื่อไทยเองที่สั่งเบรกนโยบาย โต้กันไปมาปมประชานิยม ใครกันแน่คือต้นเหตุให้ประชาชนชวดเงิน
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000123891

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    สงครามน้ำลายเดือด เพื่อไทยชี้รัฐบาลเก่าทำเงินหมื่นล่ม ภูมิใจไทยสวนกลับ รัฐบาลเพื่อไทยเองที่สั่งเบรกนโยบาย โต้กันไปมาปมประชานิยม ใครกันแน่คือต้นเหตุให้ประชาชนชวดเงิน . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000123891 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 325 Views 0 Reviews
  • สื่อมวลชนกัมพูชาเวอร์ชันภาษาอังกฤษ ส่งเสียงโวยวายต่อท่าทีของ 2 ชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯและจีน ที่นิ่งเฉยไม่มีบทลงโทษใดๆต่อสิ่งที่พวกเขากล่าวหาว่าไทยละเมิดข้อตกลงหยุดยิง พร้อมมามุกเดิม อวดครวญว่าที่กัมพูชาเสมือนโดนลงโทษ ไม่ใช่เป็นฝ่ายผิด แต่เพียงเพราะเป็นประเทศเล็กๆ
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000123855

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    สื่อมวลชนกัมพูชาเวอร์ชันภาษาอังกฤษ ส่งเสียงโวยวายต่อท่าทีของ 2 ชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯและจีน ที่นิ่งเฉยไม่มีบทลงโทษใดๆต่อสิ่งที่พวกเขากล่าวหาว่าไทยละเมิดข้อตกลงหยุดยิง พร้อมมามุกเดิม อวดครวญว่าที่กัมพูชาเสมือนโดนลงโทษ ไม่ใช่เป็นฝ่ายผิด แต่เพียงเพราะเป็นประเทศเล็กๆ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000123855 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Haha
    Like
    3
    0 Comments 0 Shares 332 Views 0 Reviews
  • รายงานฉบับร่างของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ระบุว่า จีนน่าจะมีขีปนาวุธทิ้งตัวขนาดยักษ์ ระดับขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) มากกว่า 100 ลูกเก็บเตรียมพร้อมเอาไว้ในไซโลใต้ดิน 3 แห่งล่าสุด และไม่มีความประสงค์ที่จะเจรจาเรื่องการควบคุมอาวุธ ซึ่งเน้นย้ำถึงความทะเยอทะยานทางทหารที่เพิ่มมากขึ้นของปักกิ่ง ทางด้านโฆษกรัฐบาลจีนแถลงสวนกลับในวันอังคาร (24 ธ.ค.) ว่า ในฐานะที่อเมริกาเป็นผู้มีคลังแสงนิวเคลียร์ใหญ่ที่สุดยิ่งกว่าชาติอื่นๆ จึงสมควรแสดงตัวเป็นผู้นำด้วยการลดอาวุธประเภทนี้ก่อน
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000123844

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    รายงานฉบับร่างของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ระบุว่า จีนน่าจะมีขีปนาวุธทิ้งตัวขนาดยักษ์ ระดับขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) มากกว่า 100 ลูกเก็บเตรียมพร้อมเอาไว้ในไซโลใต้ดิน 3 แห่งล่าสุด และไม่มีความประสงค์ที่จะเจรจาเรื่องการควบคุมอาวุธ ซึ่งเน้นย้ำถึงความทะเยอทะยานทางทหารที่เพิ่มมากขึ้นของปักกิ่ง ทางด้านโฆษกรัฐบาลจีนแถลงสวนกลับในวันอังคาร (24 ธ.ค.) ว่า ในฐานะที่อเมริกาเป็นผู้มีคลังแสงนิวเคลียร์ใหญ่ที่สุดยิ่งกว่าชาติอื่นๆ จึงสมควรแสดงตัวเป็นผู้นำด้วยการลดอาวุธประเภทนี้ก่อน . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000123844 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 392 Views 0 Reviews
  • กลายเป็นประเด็นร้อนข้ามประเทศ เมื่อ “ฮุนเซน” ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์คลิป “หลวงตาสุจ” ออกมาชี้แจงกรณีคลิปอ้างว่าผู้นำกัมพูชาขอให้ช่วยทำวิดีโอเจรจาหยุดยิงกับไทย โดยยืนยันเป็น “คลิปปลอม” ถูกคนไทยตัดต่อกลั่นแกล้ง พร้อมประกาศความภักดีต่อกัมพูชาแบบสุดทาง ย้ำไม่มีวันหักหลังแผ่นดินเขมร
    .
    เพจเฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia ของนายฮุนเซน โพสต์วิดีโอความยาวราว 5 นาที เมื่อเวลา 19.13 น. วันที่ 23 ธ.ค. โดยระบุว่าเป็นคำชี้แจงของ พระมหานรินธร ปสนังโน หรือ “หลวงตาสุจ” ต่อกรณีคลิปเสียง–คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ ซึ่งอ้างว่าผู้นำกัมพูชาขอให้หลวงตาช่วยเป็นตัวกลางทำคลิปเจรจายุติการสู้รบกับไทย
    .
    ในคลิปชี้แจง หลวงตาสุจย้ำหลายครั้งถึงความจงรักภักดีต่อกัมพูชา ระบุว่า “ถวายชีวิตให้แผ่นดินเขมรแล้ว” ไม่มีวันคิดร้ายหรือหักหลังประเทศ พร้อมอ้างว่าคลิปก่อนหน้านี้เป็นการตัดต่อจากฝั่งไทย เพื่อใส่ร้ายให้ตนอยู่ในกัมพูชาไม่ได้ และขอความเมตตาจากประชาชนรวมถึงคณะสงฆ์กัมพูชา อย่ามองตนในแง่ร้าย
    .
    การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังคลิปสนทนาระหว่างหลวงตาสุจกับพระในประเทศไทยแพร่สะพัดในโซเชียล ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงถึงสถานการณ์ทหารกัมพูชาขาดเสบียง อ่อนแรง และอ้างว่ามีการร้องขอให้หลวงตาช่วยเป็นตัวกลางเจรจาหยุดยิงกับฝ่ายไทย
    .
    เป็นที่น่าสังเกตว่า คลิปคำชี้แจงนี้ถูกโพสต์โดยนายฮุนเซนด้วยตัวเองโดยตรง ไม่ได้แชร์จากแหล่งอื่น ท่ามกลางกระแสตั้งคำถามว่า เป็นการ “สั่งการให้แก้ข่าว” เพื่อสยบข้อครหาภายในประเทศหรือไม่ หลังมีกระแสชาวเน็ตกัมพูชาบางส่วนตั้งข้อสงสัยว่า หลวงตาสุจอาจเป็นตัวแปรทางการเมืองหรือความมั่นคง
    .
    ก่อนหน้านี้ หลวงตาสุจเป็นพระชาวไทยที่ถูกขับออกจากวัดใน จ.บุรีรัมย์ จากกรณีสร้างความแตกแยก และได้ย้ายไปพำนักในกัมพูชา พร้อมประกาศไม่กลับประเทศไทยอีก โดยได้รับการต้อนรับอย่างเป็นทางการจากผู้นำกัมพูชาเมื่อกลางปีที่ผ่านมา
    .
    อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9680000123833
    .
    #News1live #News1 #หลวงตาสุจ #ฮุนเซน #ข่าวชายแดน #สงครามข่าวสาร #การเมืองกัมพูชา #ข่าวต่างประเทศ
    กลายเป็นประเด็นร้อนข้ามประเทศ เมื่อ “ฮุนเซน” ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์คลิป “หลวงตาสุจ” ออกมาชี้แจงกรณีคลิปอ้างว่าผู้นำกัมพูชาขอให้ช่วยทำวิดีโอเจรจาหยุดยิงกับไทย โดยยืนยันเป็น “คลิปปลอม” ถูกคนไทยตัดต่อกลั่นแกล้ง พร้อมประกาศความภักดีต่อกัมพูชาแบบสุดทาง ย้ำไม่มีวันหักหลังแผ่นดินเขมร . เพจเฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia ของนายฮุนเซน โพสต์วิดีโอความยาวราว 5 นาที เมื่อเวลา 19.13 น. วันที่ 23 ธ.ค. โดยระบุว่าเป็นคำชี้แจงของ พระมหานรินธร ปสนังโน หรือ “หลวงตาสุจ” ต่อกรณีคลิปเสียง–คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ ซึ่งอ้างว่าผู้นำกัมพูชาขอให้หลวงตาช่วยเป็นตัวกลางทำคลิปเจรจายุติการสู้รบกับไทย . ในคลิปชี้แจง หลวงตาสุจย้ำหลายครั้งถึงความจงรักภักดีต่อกัมพูชา ระบุว่า “ถวายชีวิตให้แผ่นดินเขมรแล้ว” ไม่มีวันคิดร้ายหรือหักหลังประเทศ พร้อมอ้างว่าคลิปก่อนหน้านี้เป็นการตัดต่อจากฝั่งไทย เพื่อใส่ร้ายให้ตนอยู่ในกัมพูชาไม่ได้ และขอความเมตตาจากประชาชนรวมถึงคณะสงฆ์กัมพูชา อย่ามองตนในแง่ร้าย . การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังคลิปสนทนาระหว่างหลวงตาสุจกับพระในประเทศไทยแพร่สะพัดในโซเชียล ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงถึงสถานการณ์ทหารกัมพูชาขาดเสบียง อ่อนแรง และอ้างว่ามีการร้องขอให้หลวงตาช่วยเป็นตัวกลางเจรจาหยุดยิงกับฝ่ายไทย . เป็นที่น่าสังเกตว่า คลิปคำชี้แจงนี้ถูกโพสต์โดยนายฮุนเซนด้วยตัวเองโดยตรง ไม่ได้แชร์จากแหล่งอื่น ท่ามกลางกระแสตั้งคำถามว่า เป็นการ “สั่งการให้แก้ข่าว” เพื่อสยบข้อครหาภายในประเทศหรือไม่ หลังมีกระแสชาวเน็ตกัมพูชาบางส่วนตั้งข้อสงสัยว่า หลวงตาสุจอาจเป็นตัวแปรทางการเมืองหรือความมั่นคง . ก่อนหน้านี้ หลวงตาสุจเป็นพระชาวไทยที่ถูกขับออกจากวัดใน จ.บุรีรัมย์ จากกรณีสร้างความแตกแยก และได้ย้ายไปพำนักในกัมพูชา พร้อมประกาศไม่กลับประเทศไทยอีก โดยได้รับการต้อนรับอย่างเป็นทางการจากผู้นำกัมพูชาเมื่อกลางปีที่ผ่านมา . อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9680000123833 . #News1live #News1 #หลวงตาสุจ #ฮุนเซน #ข่าวชายแดน #สงครามข่าวสาร #การเมืองกัมพูชา #ข่าวต่างประเทศ
    Haha
    Like
    3
    0 Comments 0 Shares 364 Views 1 Reviews
  • นายเน เพื่อนของผู้ก่อเหตุยิงหนุ่มขับรถเก๋งเสียชีวิตบนทางด่วน เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อให้ปากคำ ยืนยันไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ และไม่ได้มีความสนิทสนมกับผู้ก่อเหตุเป็นการส่วนตัว หลังมีบางสื่อนำภาพไปเสนอว่าอยู่ร่วมเหตุการณ์ ทำให้ได้รับความเสียหาย
    .
    นายเน ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้มาหารุ่นพี่ของตน และตนถูกขอให้พาไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านบางใหญ่ โดยยืนยันว่าไม่ได้เจอกันมานานกว่า 2 ปี และไม่ทราบอาชีพหรือพฤติกรรมส่วนตัว หลังดื่มสุราหมดขวดจึงแยกย้ายกัน โดยผู้ก่อเหตุไปส่งตนที่บ้านย่านบางบัวทอง ก่อนขับรถกลับเพียงลำพัง
    กระทั่งเช้าวันถัดมา เมื่อทราบข่าวการยิงเสียชีวิตบนทางด่วน จึงรู้สึกตกใจและรีบเข้าพบตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุแต่อย่างใด
    .
    ขณะเดียวกัน ตำรวจได้นำรถตู้โตโยต้า เวลไฟร์ คันก่อเหตุ มาจอดไว้ที่ สน.ประชาชื่น หลังตรวจพบถูกจอดทิ้งในโรงแรมแห่งหนึ่ง จ.นครปฐม เพื่อตรวจพิสูจน์หลักฐาน โดยพบว่ามีการติดแผ่นป้ายทะเบียนปลอมทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพื่ออำพรางการติดตามของเจ้าหน้าที่
    .
    อ่านเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9680000123809
    .
    #News1live #News1 #ยิงบนทางด่วน #คดีอุกฉกรรจ์ #เพื่อนผู้ก่อเหตุ #เวลไฟร์
    นายเน เพื่อนของผู้ก่อเหตุยิงหนุ่มขับรถเก๋งเสียชีวิตบนทางด่วน เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อให้ปากคำ ยืนยันไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ และไม่ได้มีความสนิทสนมกับผู้ก่อเหตุเป็นการส่วนตัว หลังมีบางสื่อนำภาพไปเสนอว่าอยู่ร่วมเหตุการณ์ ทำให้ได้รับความเสียหาย . นายเน ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้มาหารุ่นพี่ของตน และตนถูกขอให้พาไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านบางใหญ่ โดยยืนยันว่าไม่ได้เจอกันมานานกว่า 2 ปี และไม่ทราบอาชีพหรือพฤติกรรมส่วนตัว หลังดื่มสุราหมดขวดจึงแยกย้ายกัน โดยผู้ก่อเหตุไปส่งตนที่บ้านย่านบางบัวทอง ก่อนขับรถกลับเพียงลำพัง กระทั่งเช้าวันถัดมา เมื่อทราบข่าวการยิงเสียชีวิตบนทางด่วน จึงรู้สึกตกใจและรีบเข้าพบตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุแต่อย่างใด . ขณะเดียวกัน ตำรวจได้นำรถตู้โตโยต้า เวลไฟร์ คันก่อเหตุ มาจอดไว้ที่ สน.ประชาชื่น หลังตรวจพบถูกจอดทิ้งในโรงแรมแห่งหนึ่ง จ.นครปฐม เพื่อตรวจพิสูจน์หลักฐาน โดยพบว่ามีการติดแผ่นป้ายทะเบียนปลอมทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพื่ออำพรางการติดตามของเจ้าหน้าที่ . อ่านเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9680000123809 . #News1live #News1 #ยิงบนทางด่วน #คดีอุกฉกรรจ์ #เพื่อนผู้ก่อเหตุ #เวลไฟร์
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 299 Views 0 Reviews
  • ผบก.น.2 เผยคดีสะเทือนขวัญ คนร้ายประกบยิงหนุ่มขับเก๋งเสียชีวิตบนทางด่วน อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” หลังพบผู้ก่อเหตุมีหมายจับคดีพยายามฆ่าติดตัวตั้งแต่ปี 2567
    .
    จากเหตุคนร้ายขับรถตู้โตโยต้า เวลไฟร์ สีขาว ประกบยิงรถเก๋งโตโยต้า อัลติส บนทางพิเศษศรีรัช ย่านประชาชื่น เมื่อเช้ามืดวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดตำรวจระบุว่า ผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิตไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เบื้องต้นเชื่อเกิดจากเหตุทะเลาะกันขณะขับรถ ก่อนมีการลดกระจกเผชิญหน้ากันที่ด่านเก็บเงิน
    .
    ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนนครบาลร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม ตรวจพบรถเวลไฟร์คันก่อเหตุถูกนำไปจอดทิ้งไว้ในโรงแรมแห่งหนึ่ง จ.นครปฐม และได้เข้าอายัดเพื่อนำไปตรวจพิสูจน์หลักฐาน โดยคาดว่าคนร้ายทิ้งรถแล้วหลบหนีด้วยรถแท็กซี่ มุ่งหน้าเส้นพระประโทน–บ้านแพ้ว
    .
    ตำรวจย้ำกำลังเร่งติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ และขอศาลออกหมายจับโดยเร็ว เนื่องจากเป็นบุคคลอันตราย มีประวัติใช้อาวุธปืน และอาจก่อเหตุซ้ำได้
    .
    อ่านเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9680000123803
    .
    #News1live #News1 #ยิงบนทางด่วน #คดีอุกฉกรรจ์ #เวลไฟร์ #นครบาล
    ผบก.น.2 เผยคดีสะเทือนขวัญ คนร้ายประกบยิงหนุ่มขับเก๋งเสียชีวิตบนทางด่วน อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” หลังพบผู้ก่อเหตุมีหมายจับคดีพยายามฆ่าติดตัวตั้งแต่ปี 2567 . จากเหตุคนร้ายขับรถตู้โตโยต้า เวลไฟร์ สีขาว ประกบยิงรถเก๋งโตโยต้า อัลติส บนทางพิเศษศรีรัช ย่านประชาชื่น เมื่อเช้ามืดวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดตำรวจระบุว่า ผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิตไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เบื้องต้นเชื่อเกิดจากเหตุทะเลาะกันขณะขับรถ ก่อนมีการลดกระจกเผชิญหน้ากันที่ด่านเก็บเงิน . ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนนครบาลร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม ตรวจพบรถเวลไฟร์คันก่อเหตุถูกนำไปจอดทิ้งไว้ในโรงแรมแห่งหนึ่ง จ.นครปฐม และได้เข้าอายัดเพื่อนำไปตรวจพิสูจน์หลักฐาน โดยคาดว่าคนร้ายทิ้งรถแล้วหลบหนีด้วยรถแท็กซี่ มุ่งหน้าเส้นพระประโทน–บ้านแพ้ว . ตำรวจย้ำกำลังเร่งติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ และขอศาลออกหมายจับโดยเร็ว เนื่องจากเป็นบุคคลอันตราย มีประวัติใช้อาวุธปืน และอาจก่อเหตุซ้ำได้ . อ่านเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9680000123803 . #News1live #News1 #ยิงบนทางด่วน #คดีอุกฉกรรจ์ #เวลไฟร์ #นครบาล
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 302 Views 0 Reviews
  • รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาออกโรงแถลง ย้ำจุดยืนต้องการ “หยุดยิงทันที” เพื่อยุติความสูญเสียของทั้งสองฝ่าย พร้อมเดินหน้าการทูตทุกช่องทาง เปิดรับการไกล่เกลี่ยจากประเทศที่สาม อ้างกัมพูชาตอบรับข้อเสนอหยุดยิงมาแล้วหลายครั้ง แต่ฝ่ายไทยยังไม่ตอบรับ
    .
    สื่อกัมพูชา Kampuchea Thmey Daily รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. นายปรัก สุคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ได้แถลงต่อสื่อมวลชน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเตโช ภายหลังเดินทางกลับจากการประชุมพิเศษรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งหารือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างกัมพูชาและไทย
    .
    นายปรัก สุคน ระบุว่า ท่ามกลางสถานการณ์การปะทะทางอาวุธที่ยังดำเนินอยู่ จุดยืนของกัมพูชาคือการยุติการสู้รบทันที และกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา เพื่อยุติความทุกข์ทรมานของประชาชน รวมถึงการสูญเสียชีวิต การบาดเจ็บ และความเสียหายต่อทรัพย์สินของทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือพลเรือน
    .
    รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาย้ำว่า กัมพูชามุ่งใช้แนวทางการทูตเป็นหลัก ทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหาร พร้อมเปิดรับความช่วยเหลือจากประเทศที่สามหรือกลไกระหว่างประเทศในการเข้ามาไกล่เกลี่ย หากจะช่วยนำไปสู่การยุติความขัดแย้งอย่างสันติ
    .
    พร้อมกันนี้ นายปรัก สุคน อ้างว่า นับตั้งแต่เกิดการปะทะเมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา มาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนได้เสนอให้มีการหยุดยิงแล้ว 3 ครั้ง รวมถึงข้อเสนอจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีก 1 ครั้ง ซึ่งกัมพูชาได้ตอบรับทั้งหมด แต่ฝ่ายไทยยังไม่เห็นชอบ
    .
    ทั้งนี้ กัมพูชาได้เสนอแนวทาง 3 ประการต่อที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ได้แก่
    1. ให้มีการหยุดการสู้รบทันที
    2. ให้กองกำลังทั้งสองฝ่ายถอนกลับไปยังที่ตั้งเดิม
    3. แก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี
    .
    โดยอ้างว่า ที่ประชุมอาเซียนได้เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงและเดินหน้าเจรจา พร้อมเห็นชอบให้มีการจัดการประชุมระหว่างกองทัพกัมพูชา–ไทย ในวันที่ 24 ธันวาคม เพื่อหารือแนวทางการดำเนินการต่อไป
    .
    อ่านเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9680000123817
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #หยุดยิง #อาเซียน #การทูต #ข่าวต่างประเทศ
    รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาออกโรงแถลง ย้ำจุดยืนต้องการ “หยุดยิงทันที” เพื่อยุติความสูญเสียของทั้งสองฝ่าย พร้อมเดินหน้าการทูตทุกช่องทาง เปิดรับการไกล่เกลี่ยจากประเทศที่สาม อ้างกัมพูชาตอบรับข้อเสนอหยุดยิงมาแล้วหลายครั้ง แต่ฝ่ายไทยยังไม่ตอบรับ . สื่อกัมพูชา Kampuchea Thmey Daily รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. นายปรัก สุคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ได้แถลงต่อสื่อมวลชน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเตโช ภายหลังเดินทางกลับจากการประชุมพิเศษรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งหารือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างกัมพูชาและไทย . นายปรัก สุคน ระบุว่า ท่ามกลางสถานการณ์การปะทะทางอาวุธที่ยังดำเนินอยู่ จุดยืนของกัมพูชาคือการยุติการสู้รบทันที และกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา เพื่อยุติความทุกข์ทรมานของประชาชน รวมถึงการสูญเสียชีวิต การบาดเจ็บ และความเสียหายต่อทรัพย์สินของทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือพลเรือน . รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาย้ำว่า กัมพูชามุ่งใช้แนวทางการทูตเป็นหลัก ทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหาร พร้อมเปิดรับความช่วยเหลือจากประเทศที่สามหรือกลไกระหว่างประเทศในการเข้ามาไกล่เกลี่ย หากจะช่วยนำไปสู่การยุติความขัดแย้งอย่างสันติ . พร้อมกันนี้ นายปรัก สุคน อ้างว่า นับตั้งแต่เกิดการปะทะเมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา มาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนได้เสนอให้มีการหยุดยิงแล้ว 3 ครั้ง รวมถึงข้อเสนอจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีก 1 ครั้ง ซึ่งกัมพูชาได้ตอบรับทั้งหมด แต่ฝ่ายไทยยังไม่เห็นชอบ . ทั้งนี้ กัมพูชาได้เสนอแนวทาง 3 ประการต่อที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ได้แก่ 1. ให้มีการหยุดการสู้รบทันที 2. ให้กองกำลังทั้งสองฝ่ายถอนกลับไปยังที่ตั้งเดิม 3. แก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี . โดยอ้างว่า ที่ประชุมอาเซียนได้เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงและเดินหน้าเจรจา พร้อมเห็นชอบให้มีการจัดการประชุมระหว่างกองทัพกัมพูชา–ไทย ในวันที่ 24 ธันวาคม เพื่อหารือแนวทางการดำเนินการต่อไป . อ่านเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9680000123817 . #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #หยุดยิง #อาเซียน #การทูต #ข่าวต่างประเทศ
    Like
    Haha
    2
    0 Comments 0 Shares 351 Views 0 Reviews
  • “ยึดพื้นที่ได้ ไม่ได้แปลว่าพื้นที่ปลอดภัย” — นี่คือความจริงของสนามรบยุคใหม่ที่ประชาชนควรเข้าใจ
    .
    กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยภาพหลักฐานการตรวจพบกับระเบิดและทุ่นระเบิดจำนวนมากในพื้นที่ “เนิน 350” สะท้อนข้อเท็จจริงสำคัญของการปฏิบัติการทางทหารว่า แม้จะสามารถเข้าควบคุมและยึดพื้นที่เป้าหมายได้แล้ว แต่การรุกคืบต่อไปกลับไม่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดิน
    .
    ในทางทหาร ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “ความฝืดในสนามรบ” หมายถึงปัจจัยที่ทำให้การปฏิบัติการชะลอตัว แม้ฝ่ายหนึ่งจะได้เปรียบเชิงพื้นที่แล้วก็ตาม โดยกรณีของเนิน 350 ปัจจัยหลักคือสนามทุ่นระเบิดและกับระเบิดแสวงเครื่องที่ถูกฝังและพรางไว้ทั้งใต้ดินและบนผิวพื้นที่
    .
    แม้พื้นที่จะอยู่ในการควบคุมของฝ่ายเราแล้ว แต่ยังไม่ถือว่าปลอดภัย กำลังพลไม่สามารถเคลื่อนย้าย เสริมกำลัง หรือใช้ยุทโธปกรณ์หนัก เช่น รถถัง ยานเกราะ รวมถึงการลำเลียงเวชภัณฑ์ได้อย่างอิสระ ทุกย่างก้าวต้องหยุดหรือชะลอ เพื่อรอการเข้าพื้นที่ของทหารช่างในการตรวจค้น กู้ และทำลายทุ่นระเบิดอย่างเป็นขั้นตอนและรอบคอบ
    .
    กับระเบิดคือภัยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มีอานุภาพร้ายแรงถึงชีวิต เพียงก้าวพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการสูญเสียทันที ทำให้การรบต้องดำเนินไปด้วยความระมัดระวังสูงสุด แม้จะเป็นพื้นที่ที่ยึดครองได้แล้วก็ตาม
    .
    ผลที่ตามมาคือ
    – การรุกต้องชะลอลง ไม่สามารถเร่งปฏิบัติการได้
    – การใช้พื้นที่ยังจำกัด ไม่อาจเคลื่อนกำลังหรือยุทโธปกรณ์ได้เต็มที่
    – เพิ่มภาระด้านความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่
    ..
    ทั้งนี้ ความล่าช้าในสนามรบไม่ได้สะท้อนถึงความอ่อนแอของกองกำลัง หากแต่เป็นการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์อย่างรับผิดชอบ เพื่อรักษาชีวิตกำลังพล ลดการสูญเสียที่ไม่จำเป็น และควบคุมสถานการณ์อย่างรอบคอบที่สุด
    .
    สนามรบที่เต็มไปด้วยทุ่นระเบิด คือสนามรบที่แม้จะมีชัยเหนือข้าศึกแล้ว ก็ยังไม่อาจประมาทได้ ทุกตารางเมตรอาจแฝงอันตราย และทุกนาทีที่การปฏิบัติการช้าลง คือความพยายามรักษาชีวิตของทหารแนวหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ
    .
    นี่คือความจริงของ “ความฝืดในสนามรบ” ที่สังคมควรรับรู้และทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้
    .
    อ่านเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9680000123773
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #เนิน350 #สนามรบ #ความมั่นคง #ข่าววิเคราะห์
    “ยึดพื้นที่ได้ ไม่ได้แปลว่าพื้นที่ปลอดภัย” — นี่คือความจริงของสนามรบยุคใหม่ที่ประชาชนควรเข้าใจ . กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยภาพหลักฐานการตรวจพบกับระเบิดและทุ่นระเบิดจำนวนมากในพื้นที่ “เนิน 350” สะท้อนข้อเท็จจริงสำคัญของการปฏิบัติการทางทหารว่า แม้จะสามารถเข้าควบคุมและยึดพื้นที่เป้าหมายได้แล้ว แต่การรุกคืบต่อไปกลับไม่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดิน . ในทางทหาร ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “ความฝืดในสนามรบ” หมายถึงปัจจัยที่ทำให้การปฏิบัติการชะลอตัว แม้ฝ่ายหนึ่งจะได้เปรียบเชิงพื้นที่แล้วก็ตาม โดยกรณีของเนิน 350 ปัจจัยหลักคือสนามทุ่นระเบิดและกับระเบิดแสวงเครื่องที่ถูกฝังและพรางไว้ทั้งใต้ดินและบนผิวพื้นที่ . แม้พื้นที่จะอยู่ในการควบคุมของฝ่ายเราแล้ว แต่ยังไม่ถือว่าปลอดภัย กำลังพลไม่สามารถเคลื่อนย้าย เสริมกำลัง หรือใช้ยุทโธปกรณ์หนัก เช่น รถถัง ยานเกราะ รวมถึงการลำเลียงเวชภัณฑ์ได้อย่างอิสระ ทุกย่างก้าวต้องหยุดหรือชะลอ เพื่อรอการเข้าพื้นที่ของทหารช่างในการตรวจค้น กู้ และทำลายทุ่นระเบิดอย่างเป็นขั้นตอนและรอบคอบ . กับระเบิดคือภัยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มีอานุภาพร้ายแรงถึงชีวิต เพียงก้าวพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการสูญเสียทันที ทำให้การรบต้องดำเนินไปด้วยความระมัดระวังสูงสุด แม้จะเป็นพื้นที่ที่ยึดครองได้แล้วก็ตาม . ผลที่ตามมาคือ – การรุกต้องชะลอลง ไม่สามารถเร่งปฏิบัติการได้ – การใช้พื้นที่ยังจำกัด ไม่อาจเคลื่อนกำลังหรือยุทโธปกรณ์ได้เต็มที่ – เพิ่มภาระด้านความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ .. ทั้งนี้ ความล่าช้าในสนามรบไม่ได้สะท้อนถึงความอ่อนแอของกองกำลัง หากแต่เป็นการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์อย่างรับผิดชอบ เพื่อรักษาชีวิตกำลังพล ลดการสูญเสียที่ไม่จำเป็น และควบคุมสถานการณ์อย่างรอบคอบที่สุด . สนามรบที่เต็มไปด้วยทุ่นระเบิด คือสนามรบที่แม้จะมีชัยเหนือข้าศึกแล้ว ก็ยังไม่อาจประมาทได้ ทุกตารางเมตรอาจแฝงอันตราย และทุกนาทีที่การปฏิบัติการช้าลง คือความพยายามรักษาชีวิตของทหารแนวหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ . นี่คือความจริงของ “ความฝืดในสนามรบ” ที่สังคมควรรับรู้และทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ . อ่านเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9680000123773 . #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #เนิน350 #สนามรบ #ความมั่นคง #ข่าววิเคราะห์
    Like
    3
    0 Comments 0 Shares 340 Views 0 Reviews
  • จีนปรับกฎ One‑Pedal Driving: ไม่ได้แบน แต่ห้ามตั้งเป็นค่าเริ่มต้น

    จีนประกาศมาตรฐานใหม่ GB 21670‑2025 ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการรถยนต์ไฟฟ้า เพราะแม้จะมีข่าวลือว่า “จีนแบน One‑Pedal Driving” แต่ความจริงคือ จีนเพียง “ห้ามผู้ผลิตตั้ง One‑Pedal เป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงาน” ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 เป็นต้นไป ผู้ขับยังสามารถเลือกเปิดใช้ได้เหมือนเดิม แต่รัฐต้องการให้ผู้ใช้ตระหนักถึงพฤติกรรมการเบรกมากขึ้น ไม่ใช่พึ่งการหน่วงมอเตอร์เพียงอย่างเดียว

    One‑Pedal Driving เป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ EV ชื่นชอบ เพราะช่วยชะลอรถจนหยุดได้โดยไม่ต้องแตะแป้นเบรก ผ่านระบบ Regenerative Braking ที่ดึงพลังงานกลับเข้าแบตเตอรี่ ทำให้เพิ่มระยะทางวิ่งได้จริง อย่างไรก็ตาม งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า ผู้ขับบางกลุ่ม “ชินกับแรงหน่วงมากเกินไป” จนทำให้ตอบสนองช้าลงในสถานการณ์ที่ต้องเบรกแรงแบบฉุกเฉิน ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่จีนต้องเข้ามากำกับ

    กฎใหม่ยังมีข้อบังคับเพิ่มเติม เช่น ตั้งแต่ปี 2026 รถ EV ที่หน่วงด้วยแรงเกิน 1.3 m/s² ต้องเปิดไฟเบรกอัตโนมัติ เพื่อเตือนรถด้านหลังว่ากำลังชะลออย่างรวดเร็ว ลดความเสี่ยงการชนท้ายในเมืองที่รถ EV มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ รถ EV ทุกคันต้องติดตั้ง ABS เป็นมาตรฐาน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเบรกบนถนนลื่นหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน

    ในภาพรวม จีนไม่ได้ต่อต้าน One‑Pedal Driving แต่ต้องการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ในยุคที่รถไฟฟ้ากำลังกลายเป็นยานพาหนะหลักของประเทศ การควบคุมให้ผู้ขับ “เข้าใจระบบ” มากขึ้น ถือเป็นการลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของการใช้ EV ในระยะยาว และอาจกลายเป็นต้นแบบให้หลายประเทศนำไปปรับใช้ในอนาคต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่เกิดขึ้นจริงตามกฎใหม่ของจีน
    ไม่ได้แบน One‑Pedal Driving แต่ห้ามตั้งเป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงาน
    ผู้ขับยังเปิดใช้ One‑Pedal ได้ตามปกติในเมนูรถ
    รถที่หน่วงแรงเกิน 1.3 m/s² ต้องเปิดไฟเบรกอัตโนมัติ ตั้งแต่ปี 2026
    รถ EV ทุกคันต้องมี ABS เป็นมาตรฐานความปลอดภัย

    ความเสี่ยงและเหตุผลที่ทำให้จีนต้องออกกฎนี้
    ผู้ขับพึ่งแรงหน่วงมากเกินไป ทำให้ตอบสนองช้าลงในสถานการณ์เบรกฉุกเฉิน
    ความเข้าใจระบบไม่เท่ากัน ผู้ใช้ใหม่อาจไม่รู้ว่าแรงหน่วงเปลี่ยนตามโหมดขับขี่
    เสี่ยงต่อการชนท้าย หากรถชะลอแรงโดยไม่เปิดไฟเบรก (ก่อนมีข้อบังคับใหม่)
    ความแตกต่างของระบบแต่ละค่าย ทำให้พฤติกรรมรถไม่สอดคล้องกันในท้องถนน

    https://www.slashgear.com/2055079/china-one-pedal-driving-ban-explained/
    🚗⚡ จีนปรับกฎ One‑Pedal Driving: ไม่ได้แบน แต่ห้ามตั้งเป็นค่าเริ่มต้น จีนประกาศมาตรฐานใหม่ GB 21670‑2025 ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการรถยนต์ไฟฟ้า เพราะแม้จะมีข่าวลือว่า “จีนแบน One‑Pedal Driving” แต่ความจริงคือ จีนเพียง “ห้ามผู้ผลิตตั้ง One‑Pedal เป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงาน” ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 เป็นต้นไป ผู้ขับยังสามารถเลือกเปิดใช้ได้เหมือนเดิม แต่รัฐต้องการให้ผู้ใช้ตระหนักถึงพฤติกรรมการเบรกมากขึ้น ไม่ใช่พึ่งการหน่วงมอเตอร์เพียงอย่างเดียว One‑Pedal Driving เป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ EV ชื่นชอบ เพราะช่วยชะลอรถจนหยุดได้โดยไม่ต้องแตะแป้นเบรก ผ่านระบบ Regenerative Braking ที่ดึงพลังงานกลับเข้าแบตเตอรี่ ทำให้เพิ่มระยะทางวิ่งได้จริง อย่างไรก็ตาม งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า ผู้ขับบางกลุ่ม “ชินกับแรงหน่วงมากเกินไป” จนทำให้ตอบสนองช้าลงในสถานการณ์ที่ต้องเบรกแรงแบบฉุกเฉิน ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่จีนต้องเข้ามากำกับ กฎใหม่ยังมีข้อบังคับเพิ่มเติม เช่น ตั้งแต่ปี 2026 รถ EV ที่หน่วงด้วยแรงเกิน 1.3 m/s² ต้องเปิดไฟเบรกอัตโนมัติ เพื่อเตือนรถด้านหลังว่ากำลังชะลออย่างรวดเร็ว ลดความเสี่ยงการชนท้ายในเมืองที่รถ EV มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ รถ EV ทุกคันต้องติดตั้ง ABS เป็นมาตรฐาน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเบรกบนถนนลื่นหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน ในภาพรวม จีนไม่ได้ต่อต้าน One‑Pedal Driving แต่ต้องการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ในยุคที่รถไฟฟ้ากำลังกลายเป็นยานพาหนะหลักของประเทศ การควบคุมให้ผู้ขับ “เข้าใจระบบ” มากขึ้น ถือเป็นการลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของการใช้ EV ในระยะยาว และอาจกลายเป็นต้นแบบให้หลายประเทศนำไปปรับใช้ในอนาคต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่เกิดขึ้นจริงตามกฎใหม่ของจีน ➡️ ไม่ได้แบน One‑Pedal Driving แต่ห้ามตั้งเป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงาน ➡️ ผู้ขับยังเปิดใช้ One‑Pedal ได้ตามปกติในเมนูรถ ➡️ รถที่หน่วงแรงเกิน 1.3 m/s² ต้องเปิดไฟเบรกอัตโนมัติ ตั้งแต่ปี 2026 ➡️ รถ EV ทุกคันต้องมี ABS เป็นมาตรฐานความปลอดภัย ‼️ ความเสี่ยงและเหตุผลที่ทำให้จีนต้องออกกฎนี้ ⛔ ผู้ขับพึ่งแรงหน่วงมากเกินไป ทำให้ตอบสนองช้าลงในสถานการณ์เบรกฉุกเฉิน ⛔ ความเข้าใจระบบไม่เท่ากัน ผู้ใช้ใหม่อาจไม่รู้ว่าแรงหน่วงเปลี่ยนตามโหมดขับขี่ ⛔ เสี่ยงต่อการชนท้าย หากรถชะลอแรงโดยไม่เปิดไฟเบรก (ก่อนมีข้อบังคับใหม่) ⛔ ความแตกต่างของระบบแต่ละค่าย ทำให้พฤติกรรมรถไม่สอดคล้องกันในท้องถนน https://www.slashgear.com/2055079/china-one-pedal-driving-ban-explained/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    Why Is China Banning One-Pedal Driving? - SlashGear
    China isn’t banning one-pedal driving, but new EV rules will stop it from being the default mode due to safety concerns around braking response.
    0 Comments 0 Shares 194 Views 0 Reviews
  • ปลาทุบ…อร่อยกว่าเดิม เพิ่มเติมคือมี 2 รสชาติ ~ แบบดั้งเดิม รสชาติกลมกล่อม และแบบเผ็ด เพิ่มความสนุกในการทาน … ของเข้าใหม่มาไม่เยอะ รีบสั่งก่อนหมดเลยจ้า #ปลาข้าวสาร #ปลาจิ้งจ้างไม่งา #ปลาซิวทอดกรอบ #หมึกฉาบสามรส #ปลากระพงทุบ

    ประกาศจากสมาคมคนชอบของอร่อย
    วันนี้เราขอนำเสนอ…
    ปลากระพงทุบ ที่ทำจากปลาทะเล 100%

    ฟังดูงง ๆ ใช่มั้ย? ใช่ครับ… เราก็งง
    แต่อร่อยดี เลยกิน… แล้วก็กินอีก

    เตือนก่อนนะ
    ใครได้ลองจะหยุดไม่ได้
    ไม่ใช่เพราะอร่อยอย่างเดียว — แต่เพราะว่าเกร๋ จนอยากกินต่อให้รู้ว่าทำไม

    ร้านกินจุ๊บจิ๊บค่ะ พร้อมส่งทั่วไทย กดสั่งเลย แล้วมาทุบความหิวไปด้วยกัน!

    ดูแล้ว ฝากกดติดตามร้านด้วยน้า

    ปลากระพงทุบ ใน TikTok
    https://vt.tiktok.com/ZSrNwrbfa/

    ปลากระพงทุบ ใน Shopee
    https://th.shp.ee/TJpZ2pJ

    เลือกชมสินค้าอื่นๆของเราได้ทั้งสองช่องทาง
    1. Shopee : shopee.co.th/kinjubjibshop
    2. TikTok : https://www.tiktok.com/@kinjubjibshop?_t=ZS-8txYHQWejyM&_r=1

    เลือกช้อปได้ตามความชอบและคูปองของแต่ละช่องทางได้เลยค่ะ
    ปลาทุบ…อร่อยกว่าเดิม เพิ่มเติมคือมี 2 รสชาติ ~ แบบดั้งเดิม รสชาติกลมกล่อม และแบบเผ็ด เพิ่มความสนุกในการทาน … ของเข้าใหม่มาไม่เยอะ รีบสั่งก่อนหมดเลยจ้า #ปลาข้าวสาร #ปลาจิ้งจ้างไม่งา #ปลาซิวทอดกรอบ #หมึกฉาบสามรส #ปลากระพงทุบ 📢 ประกาศจากสมาคมคนชอบของอร่อย วันนี้เราขอนำเสนอ… ปลากระพงทุบ ที่ทำจากปลาทะเล 100% 🐟💥 ฟังดูงง ๆ ใช่มั้ย? ใช่ครับ… เราก็งง 🤔 แต่อร่อยดี เลยกิน… แล้วก็กินอีก 😳 เตือนก่อนนะ ใครได้ลองจะหยุดไม่ได้ ไม่ใช่เพราะอร่อยอย่างเดียว — แต่เพราะว่าเกร๋ จนอยากกินต่อให้รู้ว่าทำไม 🤪 ร้านกินจุ๊บจิ๊บค่ะ พร้อมส่งทั่วไทย 📦✨ กดสั่งเลย แล้วมาทุบความหิวไปด้วยกัน! ดูแล้ว ฝากกดติดตามร้านด้วยน้า 💛 ปลากระพงทุบ 🙂 ใน TikTok https://vt.tiktok.com/ZSrNwrbfa/ ปลากระพงทุบ 🙂 ใน Shopee https://th.shp.ee/TJpZ2pJ เลือกชมสินค้าอื่นๆของเราได้ทั้งสองช่องทาง 1. Shopee : shopee.co.th/kinjubjibshop 2. TikTok : https://www.tiktok.com/@kinjubjibshop?_t=ZS-8txYHQWejyM&_r=1 เลือกช้อปได้ตามความชอบและคูปองของแต่ละช่องทางได้เลยค่ะ
    0 Comments 0 Shares 173 Views 0 0 Reviews
  • อิตาลีสั่งปรับ Apple เกือบ €100 ล้าน เหตุ ATT สร้างภาระเกินจำเป็นต่อผู้พัฒนาและตลาดโฆษณา

    หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของอิตาลี (AGCM) ได้สั่งปรับ Apple เป็นเงิน €98.6 ล้าน จากการบังคับใช้กฎ App Tracking Transparency (ATT) ที่ถูกมองว่า “สร้างภาระเกินสมควร” ต่อผู้พัฒนาแอปและผู้ลงโฆษณา แม้ ATT จะถูกนำเสนอในฐานะฟีเจอร์เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ แต่หน่วยงานกำกับมองว่ากฎนี้ทำให้ Apple ได้เปรียบในตลาดโฆษณาอย่างไม่เป็นธรรม เพราะผู้พัฒนาภายนอกถูกจำกัดการติดตามผู้ใช้ ในขณะที่ Apple ยังสามารถเก็บข้อมูลบางส่วนผ่านระบบของตัวเองได้

    การสอบสวนชี้ว่า ATT ทำให้ผู้พัฒนาต้องเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งในด้านการปรับปรุงระบบ การขอความยินยอม และการสูญเสียรายได้จากโฆษณาที่แม่นยำลดลง ขณะเดียวกัน Apple กลับสามารถใช้ข้อมูลภายในระบบของตนเพื่อเสริมความได้เปรียบในตลาดบริการโฆษณา เช่น Apple Search Ads ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วหลังการเปิดตัว ATT จนหลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความเป็นธรรมของกฎนี้

    แม้ Apple จะยืนยันว่า ATT ถูกออกแบบเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ แต่หลายประเทศในยุโรป—including ฝรั่งเศสและเยอรมนี—ก็เริ่มจับตาพฤติกรรมของบริษัทอย่างใกล้ชิด โดยมองว่าการควบคุมข้อมูลผู้ใช้ในระดับแพลตฟอร์มอาจกลายเป็น “อำนาจผูกขาดรูปแบบใหม่” ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของนักพัฒนาและผู้ลงโฆษณาในวงกว้าง

    การปรับครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของเงิน แต่เป็นสัญญาณว่าหน่วยงานกำกับดูแลในยุโรปกำลังเริ่มตั้งคำถามต่อโมเดลธุรกิจของ Apple ที่อาศัยความเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มเพื่อกำหนดกฎที่อาจเอื้อประโยชน์ให้ตนเองมากเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่การตรวจสอบเพิ่มเติมในระดับสหภาพยุโรปในอนาคต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    อิตาลีสั่งปรับ Apple €98.6 ล้าน
    เหตุผล: ATT สร้างภาระเกินจำเป็นต่อผู้พัฒนา
    มองว่า Apple ได้เปรียบในตลาดโฆษณาอย่างไม่เป็นธรรม

    ผลกระทบต่อผู้พัฒนาและตลาดโฆษณา
    ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการขอความยินยอมและปรับระบบ
    รายได้โฆษณาลดลงเพราะการติดตามผู้ใช้ทำได้ยากขึ้น

    Apple ยืนยันว่า ATT คือการปกป้องความเป็นส่วนตัว
    แต่หลายประเทศในยุโรปเริ่มตั้งคำถามถึงความโปร่งใส
    Apple Search Ads เติบโตผิดปกติหลัง ATT เปิดตัว

    ความเสี่ยงและประเด็นที่ต้องจับตา
    ความเป็นไปได้ที่จะถูกตรวจสอบเพิ่มเติมในระดับ EU
    ความกังวลว่าแพลตฟอร์มอาจใช้อำนาจควบคุมข้อมูลเพื่อผูกขาด
    ผู้พัฒนาอาจเผชิญต้นทุนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    https://wccftech.com/apples-app-tracking-transparency-att-rules-invite-another-hefty-fine-this-time-from-italy/
    📱💸 อิตาลีสั่งปรับ Apple เกือบ €100 ล้าน เหตุ ATT สร้างภาระเกินจำเป็นต่อผู้พัฒนาและตลาดโฆษณา หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของอิตาลี (AGCM) ได้สั่งปรับ Apple เป็นเงิน €98.6 ล้าน จากการบังคับใช้กฎ App Tracking Transparency (ATT) ที่ถูกมองว่า “สร้างภาระเกินสมควร” ต่อผู้พัฒนาแอปและผู้ลงโฆษณา แม้ ATT จะถูกนำเสนอในฐานะฟีเจอร์เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ แต่หน่วยงานกำกับมองว่ากฎนี้ทำให้ Apple ได้เปรียบในตลาดโฆษณาอย่างไม่เป็นธรรม เพราะผู้พัฒนาภายนอกถูกจำกัดการติดตามผู้ใช้ ในขณะที่ Apple ยังสามารถเก็บข้อมูลบางส่วนผ่านระบบของตัวเองได้ การสอบสวนชี้ว่า ATT ทำให้ผู้พัฒนาต้องเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งในด้านการปรับปรุงระบบ การขอความยินยอม และการสูญเสียรายได้จากโฆษณาที่แม่นยำลดลง ขณะเดียวกัน Apple กลับสามารถใช้ข้อมูลภายในระบบของตนเพื่อเสริมความได้เปรียบในตลาดบริการโฆษณา เช่น Apple Search Ads ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วหลังการเปิดตัว ATT จนหลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความเป็นธรรมของกฎนี้ แม้ Apple จะยืนยันว่า ATT ถูกออกแบบเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ แต่หลายประเทศในยุโรป—including ฝรั่งเศสและเยอรมนี—ก็เริ่มจับตาพฤติกรรมของบริษัทอย่างใกล้ชิด โดยมองว่าการควบคุมข้อมูลผู้ใช้ในระดับแพลตฟอร์มอาจกลายเป็น “อำนาจผูกขาดรูปแบบใหม่” ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของนักพัฒนาและผู้ลงโฆษณาในวงกว้าง การปรับครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของเงิน แต่เป็นสัญญาณว่าหน่วยงานกำกับดูแลในยุโรปกำลังเริ่มตั้งคำถามต่อโมเดลธุรกิจของ Apple ที่อาศัยความเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มเพื่อกำหนดกฎที่อาจเอื้อประโยชน์ให้ตนเองมากเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่การตรวจสอบเพิ่มเติมในระดับสหภาพยุโรปในอนาคต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ อิตาลีสั่งปรับ Apple €98.6 ล้าน ➡️ เหตุผล: ATT สร้างภาระเกินจำเป็นต่อผู้พัฒนา ➡️ มองว่า Apple ได้เปรียบในตลาดโฆษณาอย่างไม่เป็นธรรม ✅ ผลกระทบต่อผู้พัฒนาและตลาดโฆษณา ➡️ ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการขอความยินยอมและปรับระบบ ➡️ รายได้โฆษณาลดลงเพราะการติดตามผู้ใช้ทำได้ยากขึ้น ✅ Apple ยืนยันว่า ATT คือการปกป้องความเป็นส่วนตัว ➡️ แต่หลายประเทศในยุโรปเริ่มตั้งคำถามถึงความโปร่งใส ➡️ Apple Search Ads เติบโตผิดปกติหลัง ATT เปิดตัว ‼️ ความเสี่ยงและประเด็นที่ต้องจับตา ⛔ ความเป็นไปได้ที่จะถูกตรวจสอบเพิ่มเติมในระดับ EU ⛔ ความกังวลว่าแพลตฟอร์มอาจใช้อำนาจควบคุมข้อมูลเพื่อผูกขาด ⛔ ผู้พัฒนาอาจเผชิญต้นทุนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง https://wccftech.com/apples-app-tracking-transparency-att-rules-invite-another-hefty-fine-this-time-from-italy/
    WCCFTECH.COM
    Apple Hit With Another Massive Fine From Italy Over Its Privacy Features
    Hardly a week goes by when Apple is not subject to a new antitrust scrutiny or penalty in one jurisdiction or the other.
    0 Comments 0 Shares 184 Views 0 Reviews
  • Queen Of The World (2025/129)

    หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ. 2018 ซึ่งในขณะนั้นสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2(ต่อไปจะเขียนว่า ควีนฯ) ยังมีชีวิตอยู่ (พระองค์ท่านสวรรคตเมื่อวันที่ 8/9/2022)

    เมื่ออ่านจบเล่มแล้ว ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าชื่อหนังสือ Queen Of The World ค่อนข้างจะสื่อความหมายได้ตรงตามความต้องการของผู้เขียนเลย

    ถ้าหากต้องการอ่านชีวประวัติของควีนฯ เกิดที่ไหน นิสัยเป็นแบบไหน การเรียน ความรัก ฯลฯ ไม่สามารถหาอ่านได้ในเล่มนี้แน่นอน แต่เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ โดยเน้นเฉพาะการไปเยือนประเทศต่างๆ ทั้งในเครือจักรภพและประเทศอื่นๆ รวมไปถึงการรับรองแขกบ้านแขกเมือง เรื่องนี้ผู้เขียนเน้นย้ำเลยว่านี่คือ “Solf Power” ของประเทศอังกฤษ

    แน่นอนว่าด้วยการที่ควีนฯ ทรงดำรงตำแหน่งประมุขสูงสุดมาตั้งแต่อายุ 26ปี จึงได้มีการไปเยี่ยมเยียนประเทศรอบโลก ได้ผ่านช่วงเวลาที่หนักหนามาตั้งแต่ก่อนรับตำแหน่งที่อังกฤษเกือบล้มลายหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พระเจ้าจอร์จที่ 6 พระราชาของอังกฤษในขณะนั้นและเป็นพระบิดาของควีนฯ สิ้นพระชนม์ด้วยความคิดมากและเสียพระทัย ควีนฯจึงต้องมารับตำแหน่งประมุขสูงสุดทั้งๆที่อายุเพียง26ปี แต่งงานได้ไม่นาน และมีลูกอายุน้อย

    หลังจากครองราชย์ได้ไม่นาน ควีนฯยังต้องประสบพบเจอกับปัญหาแต่ขอแยกเป็นอิสระของประเทศที่อยู่ในเครือจักรภพ ซึ่งเป็นปัญหาคล้ายกับโดมิโนที่เกิดขึ้นต่อเนื่องๆไปเรื่อยๆ จนทั่งเข้าสู่ภาวะเป็นเป็นการพึ่งพาอาศัยกัน ประเทศที่สร้างความกังวลกับควีนฯ ได้แก่สองประเทศใหญ่คือ อินเดีย และประเทศแอฟริกาใต้

    ในเรื่องความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆกับควีนฯ ก็น่าสนใจไม่น้อย ทั้งประเทศอเมริกา ประเทศในทวีปแอฟริกา รวมไปถึงจีนและรัสเซีย ซึ่งควีนฯได้ไปเสด็จเยือนมาทั้งหมดแล้ว มีอีกเรื่องที่น่าใจมากๆคือ เรื่องของเรือยอร์ชพระที่นั่งบริทานเนียของควีนฯ เรือบริทาเนียใช้ในการเดินทางเยือนประเทศต่างๆ นอกจากนั้นยังเป็นที่พักส่วนพระองค์ขณะไปเยือนต่างประเทศ เป็นภัตรคารรับรองประมุขของประเทศนั้นๆ และยังเป็นสถานที่เจรจาทางการเมืองอีกด้วย เรือบริทาเนียก็เปรียบเสมือนประเทศราชของควีนฯเคลื่อนที่ได้

    ท้ายเล่มผู้เขียนเพิ่มเติมเรื่องราวของพระกรณียกิจของ พระสวามีดยุคฟิลิป , เจ้าฟ้าชายชาลส์(กษัตริย์ชาลส์ที่ 3) , เจ้าหญิงไดอานา , เจ้าหญิงแอนน์ , เจ้าชายแอนดรู , เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด รวมไปถึงรุ่นหลานของควีนฯ คือเจ้าชายวิลลียมและเจ้าชายแฮรี่อีกด้วย

    #QueenOfTheWorld #รีวิวหนังสือ
    Queen Of The World (2025/129) หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ. 2018 ซึ่งในขณะนั้นสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2(ต่อไปจะเขียนว่า ควีนฯ) ยังมีชีวิตอยู่ (พระองค์ท่านสวรรคตเมื่อวันที่ 8/9/2022) เมื่ออ่านจบเล่มแล้ว ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าชื่อหนังสือ Queen Of The World ค่อนข้างจะสื่อความหมายได้ตรงตามความต้องการของผู้เขียนเลย ถ้าหากต้องการอ่านชีวประวัติของควีนฯ เกิดที่ไหน นิสัยเป็นแบบไหน การเรียน ความรัก ฯลฯ ไม่สามารถหาอ่านได้ในเล่มนี้แน่นอน แต่เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ โดยเน้นเฉพาะการไปเยือนประเทศต่างๆ ทั้งในเครือจักรภพและประเทศอื่นๆ รวมไปถึงการรับรองแขกบ้านแขกเมือง เรื่องนี้ผู้เขียนเน้นย้ำเลยว่านี่คือ “Solf Power” ของประเทศอังกฤษ แน่นอนว่าด้วยการที่ควีนฯ ทรงดำรงตำแหน่งประมุขสูงสุดมาตั้งแต่อายุ 26ปี จึงได้มีการไปเยี่ยมเยียนประเทศรอบโลก ได้ผ่านช่วงเวลาที่หนักหนามาตั้งแต่ก่อนรับตำแหน่งที่อังกฤษเกือบล้มลายหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พระเจ้าจอร์จที่ 6 พระราชาของอังกฤษในขณะนั้นและเป็นพระบิดาของควีนฯ สิ้นพระชนม์ด้วยความคิดมากและเสียพระทัย ควีนฯจึงต้องมารับตำแหน่งประมุขสูงสุดทั้งๆที่อายุเพียง26ปี แต่งงานได้ไม่นาน และมีลูกอายุน้อย หลังจากครองราชย์ได้ไม่นาน ควีนฯยังต้องประสบพบเจอกับปัญหาแต่ขอแยกเป็นอิสระของประเทศที่อยู่ในเครือจักรภพ ซึ่งเป็นปัญหาคล้ายกับโดมิโนที่เกิดขึ้นต่อเนื่องๆไปเรื่อยๆ จนทั่งเข้าสู่ภาวะเป็นเป็นการพึ่งพาอาศัยกัน ประเทศที่สร้างความกังวลกับควีนฯ ได้แก่สองประเทศใหญ่คือ อินเดีย และประเทศแอฟริกาใต้ ในเรื่องความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆกับควีนฯ ก็น่าสนใจไม่น้อย ทั้งประเทศอเมริกา ประเทศในทวีปแอฟริกา รวมไปถึงจีนและรัสเซีย ซึ่งควีนฯได้ไปเสด็จเยือนมาทั้งหมดแล้ว มีอีกเรื่องที่น่าใจมากๆคือ เรื่องของเรือยอร์ชพระที่นั่งบริทานเนียของควีนฯ เรือบริทาเนียใช้ในการเดินทางเยือนประเทศต่างๆ นอกจากนั้นยังเป็นที่พักส่วนพระองค์ขณะไปเยือนต่างประเทศ เป็นภัตรคารรับรองประมุขของประเทศนั้นๆ และยังเป็นสถานที่เจรจาทางการเมืองอีกด้วย เรือบริทาเนียก็เปรียบเสมือนประเทศราชของควีนฯเคลื่อนที่ได้ ท้ายเล่มผู้เขียนเพิ่มเติมเรื่องราวของพระกรณียกิจของ พระสวามีดยุคฟิลิป , เจ้าฟ้าชายชาลส์(กษัตริย์ชาลส์ที่ 3) , เจ้าหญิงไดอานา , เจ้าหญิงแอนน์ , เจ้าชายแอนดรู , เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด รวมไปถึงรุ่นหลานของควีนฯ คือเจ้าชายวิลลียมและเจ้าชายแฮรี่อีกด้วย #QueenOfTheWorld #รีวิวหนังสือ
    0 Comments 0 Shares 194 Views 0 Reviews
  • แฮ็กครั้งใหญ่โจมตีหน่วยงานน้ำของโรมาเนีย: คอมพิวเตอร์ 1,000 เครื่องถูกปิดจาก BitLocker ransomware

    การโจมตีครั้งนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อโครงสร้างพื้นฐานของโรมาเนีย เมื่อหน่วยงานบริหารจัดการน้ำถูกโจมตีด้วย ransomware ที่เข้ารหัสข้อมูลผ่าน BitLocker ของ Windows ส่งผลให้คอมพิวเตอร์กว่า 1,000 เครื่องใน 10 จาก 11 สำนักงานภูมิภาคต้องหยุดทำงานทันที แม้ระบบควบคุมการจ่ายน้ำจริงจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่ระบบสนับสนุนทั้งหมด เช่น อีเมล เว็บเซอร์วิส ฐานข้อมูล และ GIS กลับถูกทำให้ใช้งานไม่ได้อย่างสิ้นเชิง

    ผู้โจมตีไม่ได้ประกาศตัวว่าเป็นกลุ่มใด แต่ทิ้งข้อความให้หน่วยงานติดต่อกลับภายใน 7 วัน ซึ่งเป็นรูปแบบที่คล้ายกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในยุโรปช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีเดนมาร์กที่เคยถูกแฮ็กจนแรงดันน้ำผิดปกติและท่อแตกหลายจุดในปี 2024 เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้บ้านเรือนกว่า 500 หลังไม่มีน้ำใช้ชั่วคราว และกลายเป็นสัญญาณเตือนว่าระบบสาธารณูปโภคกำลังกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของสงครามไซเบอร์ยุคใหม่

    หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ของโรมาเนีย (DNSC) ระบุว่ายังไม่ทราบช่องทางการโจมตี แต่ยืนยันว่าผู้โจมตีใช้ BitLocker ในการเข้ารหัสข้อมูลแทนที่จะใช้เครื่องมือเฉพาะทางแบบ ransomware กลุ่มอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนว่าการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือซับซ้อนเสมอไป ขณะนี้ DNSC และหน่วยข่าวกรองกำลังเร่งกู้ระบบและตรวจสอบความเสียหายเพิ่มเติม

    เหตุการณ์นี้ยังเชื่อมโยงกับแนวโน้มการโจมตีที่หลายประเทศในยุโรปมองว่าเป็น “สงครามลูกผสม” โดยเฉพาะการโจมตีที่เชื่อมโยงกับกลุ่มที่สนับสนุนรัสเซีย เช่น Z‑Pentest และ NoName057(16) ที่เคยโจมตีระบบน้ำและเว็บไซต์ของเดนมาร์ก รวมถึง Fancy Bear ที่ถูกกล่าวหาว่าโจมตีระบบควบคุมการบินของเยอรมนีในปี 2024 ทำให้หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยไซเบอร์น้อยเกินไป

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ขนาดความเสียหายและผลกระทบ
    คอมพิวเตอร์กว่า 1,000 เครื่องถูกปิดจาก BitLocker ransomware
    ระบบสนับสนุน เช่น อีเมล เว็บเซอร์วิส และฐานข้อมูลหยุดทำงาน

    ระบบน้ำยังทำงานได้ตามปกติ
    ระบบควบคุมการจ่ายน้ำไม่ถูกโจมตีโดยตรง
    การควบคุมยังทำผ่านศูนย์สั่งการและการสื่อสารเสียง

    รูปแบบการโจมตีและการสืบสวน
    ผู้โจมตีไม่ประกาศตัว แต่ทิ้งข้อความให้ติดต่อภายใน 7 วัน
    ใช้ BitLocker ของ Windows ในการเข้ารหัสข้อมูล

    ความเสี่ยงและสัญญาณเตือน
    โครงสร้างพื้นฐานยุโรปกำลังเป็นเป้าหมายของ “สงครามลูกผสม”
    เคยมีกรณีเดนมาร์กถูกโจมตีจนท่อแตกและบ้านเรือนขาดน้ำ
    ความปลอดภัยไซเบอร์ยังเป็นเรื่องที่หลายหน่วยงานให้ความสำคัญต่ำเกินไป

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/cyber-security/1-000-computers-taken-offline-in-romanian-water-management-authority-hack-ransomware-takes-bitlocker-encrypted-systems-down
    🚨 แฮ็กครั้งใหญ่โจมตีหน่วยงานน้ำของโรมาเนีย: คอมพิวเตอร์ 1,000 เครื่องถูกปิดจาก BitLocker ransomware การโจมตีครั้งนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อโครงสร้างพื้นฐานของโรมาเนีย เมื่อหน่วยงานบริหารจัดการน้ำถูกโจมตีด้วย ransomware ที่เข้ารหัสข้อมูลผ่าน BitLocker ของ Windows ส่งผลให้คอมพิวเตอร์กว่า 1,000 เครื่องใน 10 จาก 11 สำนักงานภูมิภาคต้องหยุดทำงานทันที แม้ระบบควบคุมการจ่ายน้ำจริงจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่ระบบสนับสนุนทั้งหมด เช่น อีเมล เว็บเซอร์วิส ฐานข้อมูล และ GIS กลับถูกทำให้ใช้งานไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ผู้โจมตีไม่ได้ประกาศตัวว่าเป็นกลุ่มใด แต่ทิ้งข้อความให้หน่วยงานติดต่อกลับภายใน 7 วัน ซึ่งเป็นรูปแบบที่คล้ายกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในยุโรปช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีเดนมาร์กที่เคยถูกแฮ็กจนแรงดันน้ำผิดปกติและท่อแตกหลายจุดในปี 2024 เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้บ้านเรือนกว่า 500 หลังไม่มีน้ำใช้ชั่วคราว และกลายเป็นสัญญาณเตือนว่าระบบสาธารณูปโภคกำลังกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของสงครามไซเบอร์ยุคใหม่ หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ของโรมาเนีย (DNSC) ระบุว่ายังไม่ทราบช่องทางการโจมตี แต่ยืนยันว่าผู้โจมตีใช้ BitLocker ในการเข้ารหัสข้อมูลแทนที่จะใช้เครื่องมือเฉพาะทางแบบ ransomware กลุ่มอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนว่าการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือซับซ้อนเสมอไป ขณะนี้ DNSC และหน่วยข่าวกรองกำลังเร่งกู้ระบบและตรวจสอบความเสียหายเพิ่มเติม เหตุการณ์นี้ยังเชื่อมโยงกับแนวโน้มการโจมตีที่หลายประเทศในยุโรปมองว่าเป็น “สงครามลูกผสม” โดยเฉพาะการโจมตีที่เชื่อมโยงกับกลุ่มที่สนับสนุนรัสเซีย เช่น Z‑Pentest และ NoName057(16) ที่เคยโจมตีระบบน้ำและเว็บไซต์ของเดนมาร์ก รวมถึง Fancy Bear ที่ถูกกล่าวหาว่าโจมตีระบบควบคุมการบินของเยอรมนีในปี 2024 ทำให้หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยไซเบอร์น้อยเกินไป 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ขนาดความเสียหายและผลกระทบ ➡️ คอมพิวเตอร์กว่า 1,000 เครื่องถูกปิดจาก BitLocker ransomware ➡️ ระบบสนับสนุน เช่น อีเมล เว็บเซอร์วิส และฐานข้อมูลหยุดทำงาน ✅ ระบบน้ำยังทำงานได้ตามปกติ ➡️ ระบบควบคุมการจ่ายน้ำไม่ถูกโจมตีโดยตรง ➡️ การควบคุมยังทำผ่านศูนย์สั่งการและการสื่อสารเสียง ✅ รูปแบบการโจมตีและการสืบสวน ➡️ ผู้โจมตีไม่ประกาศตัว แต่ทิ้งข้อความให้ติดต่อภายใน 7 วัน ➡️ ใช้ BitLocker ของ Windows ในการเข้ารหัสข้อมูล ‼️ ความเสี่ยงและสัญญาณเตือน ⛔ โครงสร้างพื้นฐานยุโรปกำลังเป็นเป้าหมายของ “สงครามลูกผสม” ⛔ เคยมีกรณีเดนมาร์กถูกโจมตีจนท่อแตกและบ้านเรือนขาดน้ำ ⛔ ความปลอดภัยไซเบอร์ยังเป็นเรื่องที่หลายหน่วยงานให้ความสำคัญต่ำเกินไป https://www.tomshardware.com/tech-industry/cyber-security/1-000-computers-taken-offline-in-romanian-water-management-authority-hack-ransomware-takes-bitlocker-encrypted-systems-down
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    1,000 computers taken offline in Romanian water management authority hack
    No group has claimed the attack yet, and thankfully, water is still flowing in Romania.
    0 Comments 0 Shares 262 Views 0 Reviews
  • จับตาประชุมจีบีซี 24 ธ.ค. ชี้ชะตาหยุดยิงไทย-กัมพูชา ท่ามกลางเสียงปืนที่ชายแดน 'สีหศักดิ์' ลั่น หวังเห็นความจริงใจ ไม่ใช่สันติภาพบนกระดาษ
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000123465

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    จับตาประชุมจีบีซี 24 ธ.ค. ชี้ชะตาหยุดยิงไทย-กัมพูชา ท่ามกลางเสียงปืนที่ชายแดน 'สีหศักดิ์' ลั่น หวังเห็นความจริงใจ ไม่ใช่สันติภาพบนกระดาษ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000123465 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Love
    Haha
    2
    0 Comments 0 Shares 399 Views 0 Reviews
  • กรมศุลฯ เคาะแล้ว 1 มกราคม 2569 เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ตั้งแต่บาทแรก ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นของราคาไม่เกิน 1,500 บาท หวังสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ค้าไทยและเพิ่มรายได้รัฐ คาดกระทบนักช้อปสายพรีออเดอร์ทั่วประเทศ
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000123463

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    กรมศุลฯ เคาะแล้ว 1 มกราคม 2569 เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ตั้งแต่บาทแรก ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นของราคาไม่เกิน 1,500 บาท หวังสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ค้าไทยและเพิ่มรายได้รัฐ คาดกระทบนักช้อปสายพรีออเดอร์ทั่วประเทศ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000123463 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 404 Views 0 Reviews
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในวันจันทร์(22ธ.ค.) ประกาศสร้างกองเรือรบติดอาวุธหนักชั้นใหม่ของอเมริกา ซึ่งจะตั้งชื่อตามตัวเขาเอง เกียรติยศที่ปกติแล้วจะสงวนไว้สำหรับบรรดาผู้นำอเมริกาที่พ้นจากการดำรงตำแหน่งไปแล้ว
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000123457

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในวันจันทร์(22ธ.ค.) ประกาศสร้างกองเรือรบติดอาวุธหนักชั้นใหม่ของอเมริกา ซึ่งจะตั้งชื่อตามตัวเขาเอง เกียรติยศที่ปกติแล้วจะสงวนไว้สำหรับบรรดาผู้นำอเมริกาที่พ้นจากการดำรงตำแหน่งไปแล้ว . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000123457 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Haha
    1
    0 Comments 0 Shares 426 Views 0 Reviews
More Results