• “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตรอง ผบ.ตร. โดยยืนยันว่า ขณะนี้สำนวนทั้งหมดได้ส่งถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว และตำรวจมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่งต่อให้ ป.ป.ช. อย่างต่อเนื่อง โดยย้ำว่าไม่มีอคติ พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
    .
    พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า หากมีพยานหรือบุคคลใดประสงค์ให้ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้ามาให้ถ้อยคำได้ และตำรวจจะส่งข้อมูลทั้งหมดไปยัง ป.ป.ช. ตามขั้นตอน เนื่องจากเป็นคดีที่มีความละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูง
    .
    ในส่วนของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งเป็นหนึ่งในพยานสำคัญในคดี รอง ผบช.ก. ยอมรับว่าเจ้าตัวเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับครอบครัว จนเกิดความเครียดอย่างรุนแรง แต่ได้ตัดสินใจยืนหยัดต่อสู้กับข้อเท็จจริง พร้อมยอมรับผลตามกระบวนการยุติธรรม
    .
    รอง ผบช.ก. ยังย้ำความเชื่อมั่นต่อการทำงานของ ป.ป.ช. ว่าเป็นองค์กรที่ประชาชนยังสามารถพึ่งพาได้ พร้อมระบุว่าการปรับเปลี่ยนหน้าที่กรรมการที่เกี่ยวข้องกับคดี จะช่วยให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบและโปร่งใสมากขึ้น
    .
    News1 จะติดตามความเคลื่อนไหวของคดีนี้อย่างใกล้ชิด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001692
    .
    #News1 #News1live #บิ๊กเต่า #ปปช #คดีดัง #กระบวนการยุติธรรม
    “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตรอง ผบ.ตร. โดยยืนยันว่า ขณะนี้สำนวนทั้งหมดได้ส่งถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว และตำรวจมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่งต่อให้ ป.ป.ช. อย่างต่อเนื่อง โดยย้ำว่าไม่มีอคติ พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย . พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า หากมีพยานหรือบุคคลใดประสงค์ให้ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้ามาให้ถ้อยคำได้ และตำรวจจะส่งข้อมูลทั้งหมดไปยัง ป.ป.ช. ตามขั้นตอน เนื่องจากเป็นคดีที่มีความละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูง . ในส่วนของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งเป็นหนึ่งในพยานสำคัญในคดี รอง ผบช.ก. ยอมรับว่าเจ้าตัวเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับครอบครัว จนเกิดความเครียดอย่างรุนแรง แต่ได้ตัดสินใจยืนหยัดต่อสู้กับข้อเท็จจริง พร้อมยอมรับผลตามกระบวนการยุติธรรม . รอง ผบช.ก. ยังย้ำความเชื่อมั่นต่อการทำงานของ ป.ป.ช. ว่าเป็นองค์กรที่ประชาชนยังสามารถพึ่งพาได้ พร้อมระบุว่าการปรับเปลี่ยนหน้าที่กรรมการที่เกี่ยวข้องกับคดี จะช่วยให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบและโปร่งใสมากขึ้น . News1 จะติดตามความเคลื่อนไหวของคดีนี้อย่างใกล้ชิด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001692 . #News1 #News1live #บิ๊กเต่า #ปปช #คดีดัง #กระบวนการยุติธรรม
    0 Comments 0 Shares 91 Views 0 Reviews
  • เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ทจำนวน 22 ลำ ขณะจอดเทียบท่าบริเวณชายหาดอ่าวฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 7 มกราคม เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ได้
    .
    สำนักงานเจ้าท่าสาขาภูเก็ต ระบุว่า เรือที่ได้รับความเสียหายมีจำนวน 22 ลำ และอาจมีเรือได้รับผลกระทบเพิ่มเติมอีกไม่เกิน 1–2 ลำ โดยได้ประสานตำรวจ สภ.ฉลอง และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่ พร้อมควบคุมพื้นที่ตามมาตรการความปลอดภัยทางน้ำ และเตรียมเก็บพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
    .
    ด้านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่า ท่าเทียบเรืออ่าวฉลองยังสามารถให้บริการนักท่องเที่ยวได้ตามปกติ เรือและผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับผลกระทบยังคงดำเนินกิจการได้ ขณะที่นักท่องเที่ยวบางส่วนได้รับผลกระทบจากเรือที่เสียหายและไม่สามารถออกเดินทางตามแผนที่จองไว้
    .
    หลังจากการตรวจสอบเสร็จสิ้น จะมีการเคลื่อนย้ายซากเรือขึ้นฝั่ง และดำเนินมาตรการป้องกันมลพิษจากคราบน้ำมันอย่างเข้มงวด โดยต้องรอผลสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเพื่อสรุปสาเหตุอย่างเป็นทางการต่อไป
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001615
    .
    #News1 #News1live #ไฟไหม้เรือ #อ่าวฉลอง #ภูเก็ต #ข่าวภูมิภาค
    เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ทจำนวน 22 ลำ ขณะจอดเทียบท่าบริเวณชายหาดอ่าวฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 7 มกราคม เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ได้ . สำนักงานเจ้าท่าสาขาภูเก็ต ระบุว่า เรือที่ได้รับความเสียหายมีจำนวน 22 ลำ และอาจมีเรือได้รับผลกระทบเพิ่มเติมอีกไม่เกิน 1–2 ลำ โดยได้ประสานตำรวจ สภ.ฉลอง และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่ พร้อมควบคุมพื้นที่ตามมาตรการความปลอดภัยทางน้ำ และเตรียมเก็บพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง . ด้านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่า ท่าเทียบเรืออ่าวฉลองยังสามารถให้บริการนักท่องเที่ยวได้ตามปกติ เรือและผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับผลกระทบยังคงดำเนินกิจการได้ ขณะที่นักท่องเที่ยวบางส่วนได้รับผลกระทบจากเรือที่เสียหายและไม่สามารถออกเดินทางตามแผนที่จองไว้ . หลังจากการตรวจสอบเสร็จสิ้น จะมีการเคลื่อนย้ายซากเรือขึ้นฝั่ง และดำเนินมาตรการป้องกันมลพิษจากคราบน้ำมันอย่างเข้มงวด โดยต้องรอผลสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเพื่อสรุปสาเหตุอย่างเป็นทางการต่อไป . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001615 . #News1 #News1live #ไฟไหม้เรือ #อ่าวฉลอง #ภูเก็ต #ข่าวภูมิภาค
    Sad
    1
    0 Comments 0 Shares 89 Views 0 Reviews
  • เพลิงสงบแล้ว แต่ความเสียหายหนัก
    เหตุไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ทที่จอดอยู่บริเวณหน้าอ่าวฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต
    ช่วงเช้ามืดวันนี้ (7 ม.ค. 2569) ล่าสุดสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว
    .
    สำรวจความเสียหายเบื้องต้น พบเรือถูกไฟไหม้เสียหายทั้งลำ
    รวมอย่างน้อย 22 ลำ เหลือเพียงซาก
    ส่วนสาเหตุยังอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ
    .
    ด้านสำนักงานเจ้าท่าได้นำบูมล้อมพื้นที่เกิดเหตุ
    เพื่อป้องกันคราบน้ำมันและขยะลอยลงสู่ทะเล
    เนื่องจากเรือทุกลำมีการเติมน้ำมันไว้เต็ม
    เตรียมให้บริการนักท่องเที่ยว
    .
    โชคดีเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
    อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
    https://news1live.com/detail/9690000001572
    .
    #ไฟไหม้เรือ #อ่าวฉลอง #ภูเก็ต #เรือสปีดโบ๊ท #ข่าวด่วน #news1 #News1live
    เพลิงสงบแล้ว แต่ความเสียหายหนัก เหตุไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ทที่จอดอยู่บริเวณหน้าอ่าวฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ช่วงเช้ามืดวันนี้ (7 ม.ค. 2569) ล่าสุดสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว . สำรวจความเสียหายเบื้องต้น พบเรือถูกไฟไหม้เสียหายทั้งลำ รวมอย่างน้อย 22 ลำ เหลือเพียงซาก ส่วนสาเหตุยังอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ . ด้านสำนักงานเจ้าท่าได้นำบูมล้อมพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันคราบน้ำมันและขยะลอยลงสู่ทะเล เนื่องจากเรือทุกลำมีการเติมน้ำมันไว้เต็ม เตรียมให้บริการนักท่องเที่ยว . โชคดีเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม https://news1live.com/detail/9690000001572 . #ไฟไหม้เรือ #อ่าวฉลอง #ภูเก็ต #เรือสปีดโบ๊ท #ข่าวด่วน #news1 #News1live
    0 Comments 0 Shares 89 Views 0 Reviews
  • Brave ปรับปรุงระบบ Adblock ครั้งใหญ่ ลดการใช้ RAM ลงถึง 75% — เบา เร็ว และประหยัดแบตยิ่งกว่าเดิม

    Brave เปิดตัวการอัปเกรดครั้งใหญ่ให้กับ Rust‑based adblock engine โดยลดการใช้หน่วยความจำลงถึง 75% ซึ่งเทียบเท่าการประหยัด RAM ประมาณ 45 MB บนทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง Android, iOS และ Desktop การปรับปรุงนี้ช่วยให้เบราว์เซอร์ทำงานลื่นขึ้น โดยเฉพาะบนมือถือและอุปกรณ์สเปกต่ำ พร้อมช่วยประหยัดแบตเตอรี่และเพิ่มความเสถียรในการเปิดหลายแท็บพร้อมกัน

    การอัปเกรดนี้เกิดจากการย้ายระบบจัดเก็บ filter จำนวนกว่า 100,000 รายการ จากโครงสร้างข้อมูล Rust แบบเดิม (Vec, HashMap, struct) ไปสู่ FlatBuffers ซึ่งเป็น binary format แบบ zero‑copy ที่กินพื้นที่น้อยกว่าและโหลดเร็วกว่า นอกจากนี้ Brave ยังเพิ่มประสิทธิภาพด้านอื่น ๆ เช่น การจัดการหน่วยความจำ การ tokenize regex และการแชร์ resource ระหว่าง instance ของ adblock engine

    การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้มีผลแล้วใน Brave v1.85 และจะมีการเพิ่มประสิทธิภาพเพิ่มเติมใน v1.86 ซึ่งรวมถึงการลด allocation เพิ่มเติม การเพิ่มความเร็ว matching และการลดการใช้ RAM ภายในระบบอีกหลายส่วน การอัปเกรดนี้ยังตอกย้ำข้อได้เปรียบของ Brave ที่มี adblock แบบ built‑in ซึ่งไม่ถูกจำกัดด้วย Manifest V3 เหมือน extension ทั่วไป

    ผลลัพธ์คือ Brave กลายเป็นหนึ่งในเบราว์เซอร์ที่มี adblock ประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก ทั้งเร็ว เบา และปลอดภัย โดยยังคงให้ความเป็นส่วนตัวระดับสูงแก่ผู้ใช้กว่า 100 ล้านคนทั่วโลก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การปรับปรุงหลักของ Brave
    ลดการใช้ RAM ของ adblock engine ลง 75%
    ประหยัด RAM เฉลี่ย 45 MB บนอุปกรณ์ทุกแพลตฟอร์ม
    ใช้ FlatBuffers แทนโครงสร้างข้อมูล Rust แบบเดิม

    ความเสี่ยง/ข้อควรรู้
    ผู้ใช้ที่เปิด adblock lists เพิ่มเติมอาจเห็นผลต่างกันตามจำนวน filter
    การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในอาจทำให้ extension บางตัวต้องปรับตัวตาม

    การเพิ่มประสิทธิภาพอื่น ๆ
    ลด memory allocation ลง 19%
    เพิ่มความเร็ว filter matching ขึ้น 13%
    แชร์ resource ระหว่าง engine instance ลด RAM ลงอีก ~2 MB
    ปรับปรุง storage efficiency ลดการใช้หน่วยความจำลง 30%

    สิ่งที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา
    การเพิ่มประสิทธิภาพเพิ่มเติมจะทยอยปล่อยใน Brave v1.86
    ผู้ใช้บางรายอาจต้องอัปเดตเบราว์เซอร์ก่อนเห็นผลเต็มที่

    ข้อดีเหนือ adblock แบบ extension
    Brave มี adblock แบบ built‑in ไม่ถูกจำกัดโดย Manifest V3
    ทำงานเร็วกว่าและใช้ RAM น้อยกว่า extension ทั่วไป
    ได้รับการดูแลโดยทีม privacy ของ Brave โดยตรง

    ความเสี่ยงของ adblock แบบ extension
    ถูกจำกัดด้วย API ของเบราว์เซอร์
    ไม่สามารถทำ optimization ระดับลึกแบบ Brave ได้

    https://brave.com/privacy-updates/36-adblock-memory-reduction/
    🦁⚡ Brave ปรับปรุงระบบ Adblock ครั้งใหญ่ ลดการใช้ RAM ลงถึง 75% — เบา เร็ว และประหยัดแบตยิ่งกว่าเดิม Brave เปิดตัวการอัปเกรดครั้งใหญ่ให้กับ Rust‑based adblock engine โดยลดการใช้หน่วยความจำลงถึง 75% ซึ่งเทียบเท่าการประหยัด RAM ประมาณ 45 MB บนทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง Android, iOS และ Desktop การปรับปรุงนี้ช่วยให้เบราว์เซอร์ทำงานลื่นขึ้น โดยเฉพาะบนมือถือและอุปกรณ์สเปกต่ำ พร้อมช่วยประหยัดแบตเตอรี่และเพิ่มความเสถียรในการเปิดหลายแท็บพร้อมกัน การอัปเกรดนี้เกิดจากการย้ายระบบจัดเก็บ filter จำนวนกว่า 100,000 รายการ จากโครงสร้างข้อมูล Rust แบบเดิม (Vec, HashMap, struct) ไปสู่ FlatBuffers ซึ่งเป็น binary format แบบ zero‑copy ที่กินพื้นที่น้อยกว่าและโหลดเร็วกว่า นอกจากนี้ Brave ยังเพิ่มประสิทธิภาพด้านอื่น ๆ เช่น การจัดการหน่วยความจำ การ tokenize regex และการแชร์ resource ระหว่าง instance ของ adblock engine การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้มีผลแล้วใน Brave v1.85 และจะมีการเพิ่มประสิทธิภาพเพิ่มเติมใน v1.86 ซึ่งรวมถึงการลด allocation เพิ่มเติม การเพิ่มความเร็ว matching และการลดการใช้ RAM ภายในระบบอีกหลายส่วน การอัปเกรดนี้ยังตอกย้ำข้อได้เปรียบของ Brave ที่มี adblock แบบ built‑in ซึ่งไม่ถูกจำกัดด้วย Manifest V3 เหมือน extension ทั่วไป ผลลัพธ์คือ Brave กลายเป็นหนึ่งในเบราว์เซอร์ที่มี adblock ประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก ทั้งเร็ว เบา และปลอดภัย โดยยังคงให้ความเป็นส่วนตัวระดับสูงแก่ผู้ใช้กว่า 100 ล้านคนทั่วโลก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การปรับปรุงหลักของ Brave ➡️ ลดการใช้ RAM ของ adblock engine ลง 75% ➡️ ประหยัด RAM เฉลี่ย 45 MB บนอุปกรณ์ทุกแพลตฟอร์ม ➡️ ใช้ FlatBuffers แทนโครงสร้างข้อมูล Rust แบบเดิม ‼️ ความเสี่ยง/ข้อควรรู้ ⛔ ผู้ใช้ที่เปิด adblock lists เพิ่มเติมอาจเห็นผลต่างกันตามจำนวน filter ⛔ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในอาจทำให้ extension บางตัวต้องปรับตัวตาม ✅ การเพิ่มประสิทธิภาพอื่น ๆ ➡️ ลด memory allocation ลง 19% ➡️ เพิ่มความเร็ว filter matching ขึ้น 13% ➡️ แชร์ resource ระหว่าง engine instance ลด RAM ลงอีก ~2 MB ➡️ ปรับปรุง storage efficiency ลดการใช้หน่วยความจำลง 30% ‼️ สิ่งที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา ⛔ การเพิ่มประสิทธิภาพเพิ่มเติมจะทยอยปล่อยใน Brave v1.86 ⛔ ผู้ใช้บางรายอาจต้องอัปเดตเบราว์เซอร์ก่อนเห็นผลเต็มที่ ✅ ข้อดีเหนือ adblock แบบ extension ➡️ Brave มี adblock แบบ built‑in ไม่ถูกจำกัดโดย Manifest V3 ➡️ ทำงานเร็วกว่าและใช้ RAM น้อยกว่า extension ทั่วไป ➡️ ได้รับการดูแลโดยทีม privacy ของ Brave โดยตรง ‼️ ความเสี่ยงของ adblock แบบ extension ⛔ ถูกจำกัดด้วย API ของเบราว์เซอร์ ⛔ ไม่สามารถทำ optimization ระดับลึกแบบ Brave ได้ https://brave.com/privacy-updates/36-adblock-memory-reduction/
    BRAVE.COM
    Brave overhauls adblock engine, cutting its memory consumption by 75% | Brave
    Brave has overhauled its Rust-based adblock engine to reduce memory consumption by 75%, bringing better battery life and smoother multitasking to all users.
    0 Comments 0 Shares 32 Views 0 Reviews
  • เมื่อ Google ไม่เหมือนเดิม — นักเขียนถูกปฏิเสธ DMCA ทั้งที่เป็นเจ้าของผลงานจริง

    Jeff Starr นักพัฒนาเว็บและผู้เขียนหนังสือชื่อดังในวงการ WordPress เล่าเหตุการณ์สะเทือนใจว่า Google ซึ่งเคยช่วยลบลิงก์ละเมิดลิขสิทธิ์ให้เขามาตลอดหลายปี กลับปฏิเสธคำร้อง DMCA ของเขาอย่างไม่คาดคิดในปี 2026 ทั้งที่เขาเป็นเจ้าของผลงานจริงและเคยยืนยันตัวตนผ่าน Search Console แล้วหลายครั้ง การตอบกลับของ Google เต็มไปด้วยความคลุมเครือ ตั้งแต่การ “ไม่มั่นใจว่าเขาเป็นผู้เขียน” ไปจนถึง “ไม่เชื่อว่าเขาเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์” โดยไม่บอกวิธีพิสูจน์ตัวตนหรือขั้นตอนที่ต้องทำแต่อย่างใด

    Jeff พยายามส่งหลักฐานจำนวนมาก ทั้งเว็บไซต์ที่เขาเป็นเจ้าของ บัญชี Search Console ที่ยืนยันแล้ว และโซเชียลมีเดียที่เชื่อมโยงกับตัวตนของเขา แต่ Google ยังคงตอบแบบกำกวมและโยนภาระให้เขา “อธิบายเพิ่มเติม” โดยไม่บอกว่าต้องทำอย่างไร สุดท้าย Google ตอบกลับว่า “จะไม่ดำเนินการใด ๆ” และแนะนำให้เขาติดต่อเว็บมาสเตอร์ของเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์เอง หรือดำเนินคดีทางกฎหมายแทน

    เหตุการณ์นี้ทำให้ Jeff รู้สึกเหมือนถูกทรยศจากบริษัทที่เขาเคยเชื่อใจ เขาเล่าว่า Google เคยเป็นพันธมิตรที่ดี ช่วยเหลือผู้สร้างคอนเทนต์รายเล็กอย่างเขามาโดยตลอด แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นองค์กรยักษ์ที่ไม่สนใจเสียงร้องขอของผู้สร้างผลงานอีกต่อไป ความผิดหวังนี้สะท้อนผ่านคอมเมนต์จำนวนมากที่เห็นด้วยว่า Google ไม่เหมือนเดิม และหลายคนแนะนำให้เขาหาทนายด้านลิขสิทธิ์ แม้เจ้าตัวจะบอกว่า “ไม่มีงบพอจะทำแบบนั้น”

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่เกิดขึ้น
    Jeff ยื่น DMCA เพื่อให้ Google ลบลิงก์ละเมิดลิขสิทธิ์หนังสือของเขา
    Google ปฏิเสธ โดยอ้างว่า “ไม่มั่นใจว่าเขาเป็นผู้เขียน”
    แม้เขาจะให้หลักฐานจำนวนมาก Google ก็ยังไม่ดำเนินการ

    ปัญหาและความเสี่ยง
    Google ไม่บอกวิธีพิสูจน์ตัวตนหรือขั้นตอนที่ต้องทำ
    ผู้สร้างคอนเทนต์รายเล็กอาจถูกละเลยหรือถูกปฏิเสธแบบไม่เป็นธรรม
    ลิงก์ละเมิดลิขสิทธิ์ยังคงอยู่ ทำให้เจ้าของผลงานเสียรายได้

    สิ่งที่ Jeff พยายามทำ
    ส่งเว็บไซต์ที่เขาเป็นเจ้าของทั้งหมด
    ใช้บัญชี Search Console ที่ยืนยันแล้ว
    ส่งข้อมูลโซเชียลมีเดียเพื่อยืนยันตัวตน

    สิ่งที่ Google ตอบกลับ
    ขอ “หลักฐานเพิ่มเติม” โดยไม่บอกว่าต้องการอะไร
    ปฏิเสธคำร้อง DMCA โดยไม่ให้เหตุผลชัดเจน
    แนะนำให้เขาไปคุยกับเว็บมาสเตอร์เองหรือฟ้องร้อง

    ปฏิกิริยาจากชุมชน
    หลายคนเห็นด้วยว่า Google ไม่เหมือนเดิม
    มีคนแนะนำให้หาทนายด้านลิขสิทธิ์
    เรื่องนี้กลายเป็นกระทู้ดังบน Hacker News

    ความกังวลที่กว้างขึ้น
    ผู้สร้างผลงานอาจถูกละเลยในระบบอัตโนมัติของบริษัทใหญ่
    กระบวนการ DMCA ของ Google อาจไม่โปร่งใส
    ความเชื่อมั่นต่อแพลตฟอร์มลดลง

    https://perishablepress.com/google-broke-my-heart/
    💔🔍 เมื่อ Google ไม่เหมือนเดิม — นักเขียนถูกปฏิเสธ DMCA ทั้งที่เป็นเจ้าของผลงานจริง Jeff Starr นักพัฒนาเว็บและผู้เขียนหนังสือชื่อดังในวงการ WordPress เล่าเหตุการณ์สะเทือนใจว่า Google ซึ่งเคยช่วยลบลิงก์ละเมิดลิขสิทธิ์ให้เขามาตลอดหลายปี กลับปฏิเสธคำร้อง DMCA ของเขาอย่างไม่คาดคิดในปี 2026 ทั้งที่เขาเป็นเจ้าของผลงานจริงและเคยยืนยันตัวตนผ่าน Search Console แล้วหลายครั้ง การตอบกลับของ Google เต็มไปด้วยความคลุมเครือ ตั้งแต่การ “ไม่มั่นใจว่าเขาเป็นผู้เขียน” ไปจนถึง “ไม่เชื่อว่าเขาเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์” โดยไม่บอกวิธีพิสูจน์ตัวตนหรือขั้นตอนที่ต้องทำแต่อย่างใด Jeff พยายามส่งหลักฐานจำนวนมาก ทั้งเว็บไซต์ที่เขาเป็นเจ้าของ บัญชี Search Console ที่ยืนยันแล้ว และโซเชียลมีเดียที่เชื่อมโยงกับตัวตนของเขา แต่ Google ยังคงตอบแบบกำกวมและโยนภาระให้เขา “อธิบายเพิ่มเติม” โดยไม่บอกว่าต้องทำอย่างไร สุดท้าย Google ตอบกลับว่า “จะไม่ดำเนินการใด ๆ” และแนะนำให้เขาติดต่อเว็บมาสเตอร์ของเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์เอง หรือดำเนินคดีทางกฎหมายแทน เหตุการณ์นี้ทำให้ Jeff รู้สึกเหมือนถูกทรยศจากบริษัทที่เขาเคยเชื่อใจ เขาเล่าว่า Google เคยเป็นพันธมิตรที่ดี ช่วยเหลือผู้สร้างคอนเทนต์รายเล็กอย่างเขามาโดยตลอด แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นองค์กรยักษ์ที่ไม่สนใจเสียงร้องขอของผู้สร้างผลงานอีกต่อไป ความผิดหวังนี้สะท้อนผ่านคอมเมนต์จำนวนมากที่เห็นด้วยว่า Google ไม่เหมือนเดิม และหลายคนแนะนำให้เขาหาทนายด้านลิขสิทธิ์ แม้เจ้าตัวจะบอกว่า “ไม่มีงบพอจะทำแบบนั้น” 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่เกิดขึ้น ➡️ Jeff ยื่น DMCA เพื่อให้ Google ลบลิงก์ละเมิดลิขสิทธิ์หนังสือของเขา ➡️ Google ปฏิเสธ โดยอ้างว่า “ไม่มั่นใจว่าเขาเป็นผู้เขียน” ➡️ แม้เขาจะให้หลักฐานจำนวนมาก Google ก็ยังไม่ดำเนินการ ‼️ ปัญหาและความเสี่ยง ⛔ Google ไม่บอกวิธีพิสูจน์ตัวตนหรือขั้นตอนที่ต้องทำ ⛔ ผู้สร้างคอนเทนต์รายเล็กอาจถูกละเลยหรือถูกปฏิเสธแบบไม่เป็นธรรม ⛔ ลิงก์ละเมิดลิขสิทธิ์ยังคงอยู่ ทำให้เจ้าของผลงานเสียรายได้ ✅ สิ่งที่ Jeff พยายามทำ ➡️ ส่งเว็บไซต์ที่เขาเป็นเจ้าของทั้งหมด ➡️ ใช้บัญชี Search Console ที่ยืนยันแล้ว ➡️ ส่งข้อมูลโซเชียลมีเดียเพื่อยืนยันตัวตน ‼️ สิ่งที่ Google ตอบกลับ ⛔ ขอ “หลักฐานเพิ่มเติม” โดยไม่บอกว่าต้องการอะไร ⛔ ปฏิเสธคำร้อง DMCA โดยไม่ให้เหตุผลชัดเจน ⛔ แนะนำให้เขาไปคุยกับเว็บมาสเตอร์เองหรือฟ้องร้อง ✅ ปฏิกิริยาจากชุมชน ➡️ หลายคนเห็นด้วยว่า Google ไม่เหมือนเดิม ➡️ มีคนแนะนำให้หาทนายด้านลิขสิทธิ์ ➡️ เรื่องนี้กลายเป็นกระทู้ดังบน Hacker News ‼️ ความกังวลที่กว้างขึ้น ⛔ ผู้สร้างผลงานอาจถูกละเลยในระบบอัตโนมัติของบริษัทใหญ่ ⛔ กระบวนการ DMCA ของ Google อาจไม่โปร่งใส ⛔ ความเชื่อมั่นต่อแพลตฟอร์มลดลง https://perishablepress.com/google-broke-my-heart/
    PERISHABLEPRESS.COM
    Google Broke My Heart | Perishable Press
    For years, I thought of Google as a trustworthy helper on the Web. Especially where it mattered most, removing pirated copies of my books from Google...
    0 Comments 0 Shares 30 Views 0 Reviews
  • 5 แอปที่ช่วยชุบชีวิตให้ Windows เครื่องเก่า — เบา เร็ว และฟรี!

    คอมพิวเตอร์ Windows ที่ใช้งานมานานมักจะเริ่มช้าลงเพราะไฟล์ขยะสะสม แอปที่รันเบื้องหลังโดยไม่จำเป็น และระบบที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม บทความนี้แนะนำ 5 แอปฟรีที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้เครื่องเก่าได้จริง ตั้งแต่การเคลียร์ไฟล์ขยะ การค้นหาไฟล์แบบทันที ไปจนถึงการลบแอปแบบถอนรากถอนโคน พร้อมทั้งแนะนำเบราว์เซอร์ที่เบากว่า Chrome เพื่อช่วยลดภาระเครื่อง

    นอกจากแอปที่แนะนำในบทความแล้ว ปัจจุบันยังมีเทคนิคเสริมที่ผู้ใช้ Windows นิยมใช้ เช่น การเปิดใช้งาน Storage Sense, การปิด Startup Apps ที่ไม่จำเป็น, และการอัปเกรด SSD ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วได้แบบเห็นผลทันที แม้จะเป็นเครื่องเก่าก็ตาม การใช้แอปเหล่านี้ร่วมกับการดูแลระบบพื้นฐานจะช่วยให้เครื่องกลับมาลื่นไหลเหมือนใหม่

    แอปทั้ง 5 ตัวนี้เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ถนัดด้านเทคนิค เพราะใช้งานง่าย ปลอดภัย และไม่ต้องปรับแต่งซับซ้อน โดยเฉพาะ Microsoft PC Manager ที่ออกแบบโดย Microsoft เอง ทำให้เข้ากันได้ดีกับ Windows 10 และ 11 ส่วนแอปอย่าง Everything และ Thorium Browser ก็ช่วยลดภาระเครื่องได้มากสำหรับผู้ที่ใช้ HDD หรือ RAM น้อย

    สุดท้าย หากคุณมีเครื่องเก่าที่เริ่มอืด การลองใช้ชุดเครื่องมือเหล่านี้ก่อนซื้อเครื่องใหม่เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามาก เพราะหลายครั้งปัญหาไม่ได้มาจากฮาร์ดแวร์ แต่เกิดจากซอฟต์แวร์ที่สะสมมานานจนทำให้ระบบทำงานช้าลง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    แอปที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้ Windows เครื่องเก่า
    Microsoft PC Manager — เคลียร์ไฟล์ขยะ, จัดการ RAM, มี Deep Uninstall
    Everything — ค้นหาไฟล์เร็วมาก ใช้ทรัพยากรน้อย
    Chris Titus Tech’s Windows Utility — Debloat Windows แบบลึก
    Thorium Browser — เบากว่า Chrome แต่ยังรองรับ Extensions
    Bulk Crap Uninstaller (BCU) — ลบแอปพร้อมไฟล์ตกค้างทั้งหมด

    ข้อควรระวังในการใช้งาน
    เครื่องมือ Debloat อย่าง Chris Titus Utility ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง
    การลบแอปจำนวนมากอาจทำให้ระบบเสียหายหากไม่สร้าง Restore Point
    Thorium Browser แม้เบา แต่บางเว็บอาจไม่รองรับ 100%

    เทคนิคเสริมที่ช่วยให้เครื่องเร็วขึ้น (เพิ่มเติมจากบทความ)
    เปิด Storage Sense เพื่อลบไฟล์อัตโนมัติ
    ปิด Startup Apps ที่ไม่จำเป็น
    อัปเดต Windows และไดรเวอร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

    ความเสี่ยงหากละเลยการดูแลระบบ
    ไฟล์ขยะสะสมจนทำให้เครื่องช้าและค้างบ่อย
    แอปที่รันเบื้องหลังอาจกิน RAM และ CPU โดยไม่รู้ตัว
    ระบบอาจเสี่ยงต่อมัลแวร์หากไม่อัปเดต

    เหมาะกับใคร
    ผู้ใช้ที่มีเครื่องเก่า RAM น้อย หรือยังใช้ HDD
    คนที่ต้องการเพิ่มความเร็วโดยไม่เสียเงินซื้อเครื่องใหม่
    ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการเครื่องมือใช้งานง่าย

    ไม่เหมาะกับใคร
    ผู้ที่ต้องการปรับแต่งระบบแบบลึกแต่ไม่มั่นใจด้านเทคนิค
    ผู้ที่ต้องการความเสถียรสูงมาก เช่น เครื่องสำหรับงานเซิร์ฟเวอร์

    https://www.slashgear.com/2065210/apps-speed-up-old-windows-pc/
    ⚡🖥️ 5 แอปที่ช่วยชุบชีวิตให้ Windows เครื่องเก่า — เบา เร็ว และฟรี! คอมพิวเตอร์ Windows ที่ใช้งานมานานมักจะเริ่มช้าลงเพราะไฟล์ขยะสะสม แอปที่รันเบื้องหลังโดยไม่จำเป็น และระบบที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม บทความนี้แนะนำ 5 แอปฟรีที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้เครื่องเก่าได้จริง ตั้งแต่การเคลียร์ไฟล์ขยะ การค้นหาไฟล์แบบทันที ไปจนถึงการลบแอปแบบถอนรากถอนโคน พร้อมทั้งแนะนำเบราว์เซอร์ที่เบากว่า Chrome เพื่อช่วยลดภาระเครื่อง นอกจากแอปที่แนะนำในบทความแล้ว ปัจจุบันยังมีเทคนิคเสริมที่ผู้ใช้ Windows นิยมใช้ เช่น การเปิดใช้งาน Storage Sense, การปิด Startup Apps ที่ไม่จำเป็น, และการอัปเกรด SSD ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วได้แบบเห็นผลทันที แม้จะเป็นเครื่องเก่าก็ตาม การใช้แอปเหล่านี้ร่วมกับการดูแลระบบพื้นฐานจะช่วยให้เครื่องกลับมาลื่นไหลเหมือนใหม่ แอปทั้ง 5 ตัวนี้เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ถนัดด้านเทคนิค เพราะใช้งานง่าย ปลอดภัย และไม่ต้องปรับแต่งซับซ้อน โดยเฉพาะ Microsoft PC Manager ที่ออกแบบโดย Microsoft เอง ทำให้เข้ากันได้ดีกับ Windows 10 และ 11 ส่วนแอปอย่าง Everything และ Thorium Browser ก็ช่วยลดภาระเครื่องได้มากสำหรับผู้ที่ใช้ HDD หรือ RAM น้อย สุดท้าย หากคุณมีเครื่องเก่าที่เริ่มอืด การลองใช้ชุดเครื่องมือเหล่านี้ก่อนซื้อเครื่องใหม่เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามาก เพราะหลายครั้งปัญหาไม่ได้มาจากฮาร์ดแวร์ แต่เกิดจากซอฟต์แวร์ที่สะสมมานานจนทำให้ระบบทำงานช้าลง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ แอปที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้ Windows เครื่องเก่า ➡️ Microsoft PC Manager — เคลียร์ไฟล์ขยะ, จัดการ RAM, มี Deep Uninstall ➡️ Everything — ค้นหาไฟล์เร็วมาก ใช้ทรัพยากรน้อย ➡️ Chris Titus Tech’s Windows Utility — Debloat Windows แบบลึก ➡️ Thorium Browser — เบากว่า Chrome แต่ยังรองรับ Extensions ➡️ Bulk Crap Uninstaller (BCU) — ลบแอปพร้อมไฟล์ตกค้างทั้งหมด ‼️ ข้อควรระวังในการใช้งาน ⛔ เครื่องมือ Debloat อย่าง Chris Titus Utility ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ⛔ การลบแอปจำนวนมากอาจทำให้ระบบเสียหายหากไม่สร้าง Restore Point ⛔ Thorium Browser แม้เบา แต่บางเว็บอาจไม่รองรับ 100% ✅ เทคนิคเสริมที่ช่วยให้เครื่องเร็วขึ้น (เพิ่มเติมจากบทความ) ➡️ เปิด Storage Sense เพื่อลบไฟล์อัตโนมัติ ➡️ ปิด Startup Apps ที่ไม่จำเป็น ➡️ อัปเดต Windows และไดรเวอร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ‼️ ความเสี่ยงหากละเลยการดูแลระบบ ⛔ ไฟล์ขยะสะสมจนทำให้เครื่องช้าและค้างบ่อย ⛔ แอปที่รันเบื้องหลังอาจกิน RAM และ CPU โดยไม่รู้ตัว ⛔ ระบบอาจเสี่ยงต่อมัลแวร์หากไม่อัปเดต ✅ เหมาะกับใคร ➡️ ผู้ใช้ที่มีเครื่องเก่า RAM น้อย หรือยังใช้ HDD ➡️ คนที่ต้องการเพิ่มความเร็วโดยไม่เสียเงินซื้อเครื่องใหม่ ➡️ ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการเครื่องมือใช้งานง่าย ‼️ ไม่เหมาะกับใคร ⛔ ผู้ที่ต้องการปรับแต่งระบบแบบลึกแต่ไม่มั่นใจด้านเทคนิค ⛔ ผู้ที่ต้องการความเสถียรสูงมาก เช่น เครื่องสำหรับงานเซิร์ฟเวอร์ https://www.slashgear.com/2065210/apps-speed-up-old-windows-pc/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Apps That Can Breathe New Life Into Your Old Windows PC - SlashGear
    Struggling with sluggish startups and leftover app trash? This lineup of optimizers, uninstallers, and tweaks frees up your Windows PC's potential effortlessly.
    0 Comments 0 Shares 39 Views 0 Reviews
  • ยอดผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการจู่โจมของสหรัฐฯ ลักพาตัว 'นิโคลัส มาดูโร' ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เพิ่มเป็นอย่างน้อย 80 ราย ในนั้นมีทั้งทหารและพลเรือน ตามรายงานข่าวของนิวยอร์กไทม์สเมื่อวันอาทิตย์(4ม.ค.) อ้างอิงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเวเนซุเอลา
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000001565

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    ยอดผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการจู่โจมของสหรัฐฯ ลักพาตัว 'นิโคลัส มาดูโร' ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เพิ่มเป็นอย่างน้อย 80 ราย ในนั้นมีทั้งทหารและพลเรือน ตามรายงานข่าวของนิวยอร์กไทม์สเมื่อวันอาทิตย์(4ม.ค.) อ้างอิงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเวเนซุเอลา . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000001565 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    0 Comments 0 Shares 74 Views 0 Reviews
  • หลังจากไทยกล่าวหากัมพูชายิงเข้าใส่ระหว่างหยุดยิง เอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงพนมเปญ ไม่ส่งเสียงตำหนิใดๆ พูดเพียงแค่ปักกิ่งแสดงความหวังว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะเดินหน้ายึดถือข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด เพื่อความยั่งยืนของข้อตกลง ฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจกันและปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ชาติ ตามรายงานของพนมเปญโพสต์
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000001567

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    หลังจากไทยกล่าวหากัมพูชายิงเข้าใส่ระหว่างหยุดยิง เอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงพนมเปญ ไม่ส่งเสียงตำหนิใดๆ พูดเพียงแค่ปักกิ่งแสดงความหวังว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะเดินหน้ายึดถือข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด เพื่อความยั่งยืนของข้อตกลง ฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจกันและปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ชาติ ตามรายงานของพนมเปญโพสต์ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000001567 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    0 Comments 0 Shares 67 Views 0 Reviews
  • อดีตทหารแนวหน้าเตือน อย่าเพิ่งวางใจว่าชายแดนเงียบสงบ ล่าสุดสายข่าวรายงานสัญญาณเตือนภัยระดับสูง ฝั่งเพื่อนบ้านสั่ง 'ปิดตาย' พื้นที่โอว์เสม็ด อพยพชาวบ้านด่วนกลางดึก คาดเป็นการล้างพื้นที่เปิดทางอาวุธหนัก ขณะที่แนวหน้าเนิน 469 พบการยิงหยั่งเชิงหวังเช็คพิกัดไทย ทัพไทยลั่น! รู้ทันทุกเกม ตรึงกำลังแน่นหนาอธิปไตยนี้ ใครก็แตะไม่ได้
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000001566

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    อดีตทหารแนวหน้าเตือน อย่าเพิ่งวางใจว่าชายแดนเงียบสงบ ล่าสุดสายข่าวรายงานสัญญาณเตือนภัยระดับสูง ฝั่งเพื่อนบ้านสั่ง 'ปิดตาย' พื้นที่โอว์เสม็ด อพยพชาวบ้านด่วนกลางดึก คาดเป็นการล้างพื้นที่เปิดทางอาวุธหนัก ขณะที่แนวหน้าเนิน 469 พบการยิงหยั่งเชิงหวังเช็คพิกัดไทย ทัพไทยลั่น! รู้ทันทุกเกม ตรึงกำลังแน่นหนาอธิปไตยนี้ ใครก็แตะไม่ได้ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000001566 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Love
    1
    0 Comments 0 Shares 71 Views 0 Reviews
  • StarBook Horizon: โน้ตบุ๊ก Linux ตัวใหม่ มาพร้อม Coreboot, RAM 32GB และดีไซน์พรีเมียม

    StarLabs เปิดตัว StarBook Horizon โน้ตบุ๊ก Linux รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อความเป็นส่วนตัว ความทนทาน และประสบการณ์ใช้งานที่ลื่นไหลสำหรับผู้ใช้ลินุกซ์โดยเฉพาะ ตัวเครื่องใช้วัสดุ อลูมิเนียม 6061 พร้อมการเคลือบแบบ sand‑blasted Pantone 433 ให้ความรู้สึกพรีเมียมและแข็งแรง เหมาะทั้งสำหรับงานประจำวันและงานพกพา

    ภายในใช้ชิป Intel Alder Lake i3‑N305 แบบ 8 คอร์ 8 เธรด พร้อม TDP เพียง 7W ทำให้ประหยัดพลังงานแต่ยังให้ประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับงานทั่วไปและงานพัฒนา นอกจากนี้ยังมาพร้อม LPDDR5 32GB 4800MT/s แบบฝังบอร์ด และ SSD 2TB PCIe Gen3 M.2 2280 ซึ่งถือว่าให้สเปกสูงกว่ามาตรฐานโน้ตบุ๊กลินุกซ์ทั่วไปในตลาด

    หน้าจอขนาด 13.4 นิ้ว IPS ความละเอียด 2520×1680 (226 PPI) รีเฟรชเรต 90Hz และความสว่างสูงถึง 500 nits พร้อมอัตราส่วน 3:2 ที่เหมาะกับงานเอกสารและงานโค้ดเป็นพิเศษ อีกทั้งยังติดตั้ง privacy screen protector มาให้จากโรงงาน เพิ่มความเป็นส่วนตัวในการใช้งานในที่สาธารณะ

    ด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว StarBook Horizon มาพร้อม Coreboot firmware, ปิดการทำงานของ Intel ME, รองรับ Secure Boot, มี hardware kill switch สำหรับ Wi‑Fi, และเว็บแคม 1080p พร้อมฝาปิดจริง นอกจากนี้ยังมีพอร์ตครบครัน เช่น USB‑C 3.2 Gen2 สองช่อง, USB‑A 3.2 Gen2, HDMI 2.1 และช่องหูฟัง 3.5 มม. ทำให้เป็นโน้ตบุ๊กที่ตอบโจทย์ทั้งนักพัฒนาและผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุดบนลินุกซ์

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ไฮไลต์สเปกเด่นของ StarBook Horizon
    ชิป Intel Alder Lake i3‑N305 (8 คอร์ / 8 เธรด, 7W TDP)
    RAM 32GB LPDDR5 4800MT/s แบบฝังบอร์ด
    SSD 2TB PCIe Gen3 M.2 2280
    หน้าจอ 13.4" IPS 2520×1680, 90Hz, 500 nits

    ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย
    ใช้ Coreboot firmware
    ปิด Intel ME
    มี hardware kill switch สำหรับ Wi‑Fi
    เว็บแคม 1080p พร้อมฝาปิด

    ข้อควรระวัง / จุดที่ต้องพิจารณา
    RAM แบบฝังบอร์ด ไม่สามารถอัปเกรดได้
    ใช้ชิป i3‑N305 ซึ่งเน้นประหยัดพลังงาน อาจไม่เหมาะกับงานหนัก
    หน้าจอ 3:2 อาจไม่เหมาะกับงานดูหนังหรือความบันเทิงบางประเภท

    ประเด็นเพิ่มเติมที่ผู้ใช้ควรรู้
    Coreboot แม้ปลอดภัย แต่ผู้ใช้บางรายอาจต้องการ BIOS แบบดั้งเดิม
    Privacy screen อาจทำให้มุมมองด้านข้างแคบลง

    https://9to5linux.com/starbook-horizon-linux-laptop-now-on-sale-with-32gb-ram-wi-fi-6e-and-coreboot
    💻 StarBook Horizon: โน้ตบุ๊ก Linux ตัวใหม่ มาพร้อม Coreboot, RAM 32GB และดีไซน์พรีเมียม StarLabs เปิดตัว StarBook Horizon โน้ตบุ๊ก Linux รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อความเป็นส่วนตัว ความทนทาน และประสบการณ์ใช้งานที่ลื่นไหลสำหรับผู้ใช้ลินุกซ์โดยเฉพาะ ตัวเครื่องใช้วัสดุ อลูมิเนียม 6061 พร้อมการเคลือบแบบ sand‑blasted Pantone 433 ให้ความรู้สึกพรีเมียมและแข็งแรง เหมาะทั้งสำหรับงานประจำวันและงานพกพา ภายในใช้ชิป Intel Alder Lake i3‑N305 แบบ 8 คอร์ 8 เธรด พร้อม TDP เพียง 7W ทำให้ประหยัดพลังงานแต่ยังให้ประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับงานทั่วไปและงานพัฒนา นอกจากนี้ยังมาพร้อม LPDDR5 32GB 4800MT/s แบบฝังบอร์ด และ SSD 2TB PCIe Gen3 M.2 2280 ซึ่งถือว่าให้สเปกสูงกว่ามาตรฐานโน้ตบุ๊กลินุกซ์ทั่วไปในตลาด หน้าจอขนาด 13.4 นิ้ว IPS ความละเอียด 2520×1680 (226 PPI) รีเฟรชเรต 90Hz และความสว่างสูงถึง 500 nits พร้อมอัตราส่วน 3:2 ที่เหมาะกับงานเอกสารและงานโค้ดเป็นพิเศษ อีกทั้งยังติดตั้ง privacy screen protector มาให้จากโรงงาน เพิ่มความเป็นส่วนตัวในการใช้งานในที่สาธารณะ ด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว StarBook Horizon มาพร้อม Coreboot firmware, ปิดการทำงานของ Intel ME, รองรับ Secure Boot, มี hardware kill switch สำหรับ Wi‑Fi, และเว็บแคม 1080p พร้อมฝาปิดจริง นอกจากนี้ยังมีพอร์ตครบครัน เช่น USB‑C 3.2 Gen2 สองช่อง, USB‑A 3.2 Gen2, HDMI 2.1 และช่องหูฟัง 3.5 มม. ทำให้เป็นโน้ตบุ๊กที่ตอบโจทย์ทั้งนักพัฒนาและผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุดบนลินุกซ์ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ไฮไลต์สเปกเด่นของ StarBook Horizon ➡️ ชิป Intel Alder Lake i3‑N305 (8 คอร์ / 8 เธรด, 7W TDP) ➡️ RAM 32GB LPDDR5 4800MT/s แบบฝังบอร์ด ➡️ SSD 2TB PCIe Gen3 M.2 2280 ➡️ หน้าจอ 13.4" IPS 2520×1680, 90Hz, 500 nits ✅ ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย ➡️ ใช้ Coreboot firmware ➡️ ปิด Intel ME ➡️ มี hardware kill switch สำหรับ Wi‑Fi ➡️ เว็บแคม 1080p พร้อมฝาปิด ‼️ ข้อควรระวัง / จุดที่ต้องพิจารณา ⛔ RAM แบบฝังบอร์ด ไม่สามารถอัปเกรดได้ ⛔ ใช้ชิป i3‑N305 ซึ่งเน้นประหยัดพลังงาน อาจไม่เหมาะกับงานหนัก ⛔ หน้าจอ 3:2 อาจไม่เหมาะกับงานดูหนังหรือความบันเทิงบางประเภท ‼️ ประเด็นเพิ่มเติมที่ผู้ใช้ควรรู้ ⛔ Coreboot แม้ปลอดภัย แต่ผู้ใช้บางรายอาจต้องการ BIOS แบบดั้งเดิม ⛔ Privacy screen อาจทำให้มุมมองด้านข้างแคบลง https://9to5linux.com/starbook-horizon-linux-laptop-now-on-sale-with-32gb-ram-wi-fi-6e-and-coreboot
    0 Comments 0 Shares 45 Views 0 Reviews
  • กองปราบปราม จับกุมสมาชิกแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ หลังร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายโดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวหาเกี่ยวข้องคดีฟอกเงิน ก่อนข่มขู่ให้โอนเงินไปตรวจสอบความบริสุทธิ์
    .
    คดีนี้ผู้เสียหายซึ่งพำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา ถูกคนร้ายหลอกผ่านโทรศัพท์และแอปพลิเคชันไลน์ ให้โอนเงินจากบัญชีในต่างประเทศและในประเทศไทย รวมมูลค่าเกือบ 200 ล้านบาท ก่อนเงินจะถูกกระจายไปยังบัญชีของผู้ต้องหารายอื่น
    .
    ตำรวจระบุว่า คดีดังกล่าวเป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ มีผู้ร่วมขบวนการมากกว่า 75 คน อยู่ระหว่างติดตามจับกุมเพิ่มเติม ขณะที่ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหา และถูกส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001518
    .
    #News1live #News1 #สแกมเมอร์ #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #กองปราบ #อาชญากรรมออนไลน์
    กองปราบปราม จับกุมสมาชิกแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ หลังร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายโดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวหาเกี่ยวข้องคดีฟอกเงิน ก่อนข่มขู่ให้โอนเงินไปตรวจสอบความบริสุทธิ์ . คดีนี้ผู้เสียหายซึ่งพำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา ถูกคนร้ายหลอกผ่านโทรศัพท์และแอปพลิเคชันไลน์ ให้โอนเงินจากบัญชีในต่างประเทศและในประเทศไทย รวมมูลค่าเกือบ 200 ล้านบาท ก่อนเงินจะถูกกระจายไปยังบัญชีของผู้ต้องหารายอื่น . ตำรวจระบุว่า คดีดังกล่าวเป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ มีผู้ร่วมขบวนการมากกว่า 75 คน อยู่ระหว่างติดตามจับกุมเพิ่มเติม ขณะที่ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหา และถูกส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001518 . #News1live #News1 #สแกมเมอร์ #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #กองปราบ #อาชญากรรมออนไลน์
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 93 Views 0 Reviews
  • พบวัตถุ “ร้อนเกินคาด” ในเอกภพยุคแรก — ปริศนาที่ท้าทายทฤษฎีจักรวาลปัจจุบัน

    นักดาราศาสตร์ค้นพบกระจุกดาราจักรชื่อ SPT2349-56 ซึ่งก่อตัวขึ้นเพียง 1.4 พันล้านปีหลังบิกแบง แต่กลับมี “ก๊าซร้อนผิดปกติ” ที่ร้อนกว่าที่ทฤษฎีปัจจุบันอธิบายได้หลายเท่า การค้นพบนี้เกิดจากการตรวจจับเงาเล็กๆ บนพื้นหลังไมโครเวฟของเอกภพ (CMB) ซึ่งบ่งบอกถึงการมีอยู่ของก๊าซร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 10 ล้านเคลวิน — ร้อนเกินกว่าที่แรงโน้มถ่วงเพียงอย่างเดียวจะสร้างขึ้นได้ในช่วงเวลานั้นของเอกภพ

    ทีมวิจัยใช้กล้องโทรทรรศน์ ALMA ตรวจสอบสัญญาณ Sunyaev–Zeldovich ซึ่งเกิดจากอิเล็กตรอนพลังงานสูงในก๊าซระหว่างดาราจักร การวิเคราะห์พบว่าสัญญาณนี้ “แรงผิดปกติ” จนแม้แต่นักวิจัยเองยังสงสัยในตอนแรก แต่หลังตรวจสอบหลายเดือนก็ยืนยันว่าก๊าซในกระจุกนี้ร้อนกว่าที่แบบจำลองจักรวาลทำนายไว้ถึง 5 เท่า ทำให้ SPT2349-56 กลายเป็นหนึ่งในกระจุกดาราจักรยุคแรกที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยพบ

    สิ่งที่น่าตื่นเต้นคือ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า “ตัวการ” ที่ทำให้ก๊าซร้อนผิดปกติอาจเป็น หลุมดำมวลยิ่งยวดอย่างน้อย 3 แห่ง ที่กำลังปล่อยเจ็ตพลังงานสูงออกมาในช่วงที่กระจุกกำลังก่อตัวอย่างรุนแรง การมีหลุมดำหลายตัวในพื้นที่เดียวกันและกำลังปะทุพร้อมกันในยุคเริ่มต้นของเอกภพ ถือเป็นภาพที่หายากและท้าทายความเข้าใจเดิมเกี่ยวกับวิวัฒนาการของกระจุกดาราจักร

    การค้นพบนี้ชี้ว่าแบบจำลองปัจจุบันของเราอาจยังไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะบทบาทของหลุมดำ การก่อตัวดาวฤกษ์อย่างรุนแรง และปฏิสัมพันธ์ของก๊าซในกระจุกยุคแรก นักวิจัยหวังว่าการศึกษาต่อไปจะช่วยไขปริศนาว่า “กระจุกดาราจักรยุคปัจจุบัน” ถูกสร้างขึ้นจากสภาพสุดขั้วแบบนี้ได้อย่างไร

    สรุปประเด็นสำคัญ
    พบกระจุกดาราจักร SPT2349-56 ที่ร้อนผิดปกติ
    อยู่ในยุคเอกภพเพียง 1.4 พันล้านปีหลังบิกแบง
    อุณหภูมิก๊าซสูงกว่า 10 ล้านเคลวิน

    สัญญาณ Sunyaev–Zeldovich ช่วยยืนยันความร้อนสูงผิดคาด
    สัญญาณแรงกว่าที่แบบจำลองจักรวาลคาดการณ์ถึง 5 เท่า

    หลุมดำมวลยิ่งยวดหลายตัวอาจเป็นต้นเหตุ
    เจ็ตพลังงานสูงจากหลุมดำอาจทำให้ก๊าซร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว

    แบบจำลองวิวัฒนาการของกระจุกดาราจักรอาจยังไม่สมบูรณ์
    จำเป็นต้องรวมบทบาทของหลุมดำและการก่อตัวดาวฤกษ์ที่รุนแรงเข้าไปในสมการ

    การตีความข้อมูลผิดอาจนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเอกภพยุคแรก
    นักวิจัยเตือนว่าต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมก่อนสรุปกลไกทั้งหมด

    https://www.sciencealert.com/an-impossibly-hot-object-discovered-1-4-billion-years-after-the-big-bang
    🌌🔥 พบวัตถุ “ร้อนเกินคาด” ในเอกภพยุคแรก — ปริศนาที่ท้าทายทฤษฎีจักรวาลปัจจุบัน นักดาราศาสตร์ค้นพบกระจุกดาราจักรชื่อ SPT2349-56 ซึ่งก่อตัวขึ้นเพียง 1.4 พันล้านปีหลังบิกแบง แต่กลับมี “ก๊าซร้อนผิดปกติ” ที่ร้อนกว่าที่ทฤษฎีปัจจุบันอธิบายได้หลายเท่า การค้นพบนี้เกิดจากการตรวจจับเงาเล็กๆ บนพื้นหลังไมโครเวฟของเอกภพ (CMB) ซึ่งบ่งบอกถึงการมีอยู่ของก๊าซร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 10 ล้านเคลวิน — ร้อนเกินกว่าที่แรงโน้มถ่วงเพียงอย่างเดียวจะสร้างขึ้นได้ในช่วงเวลานั้นของเอกภพ ทีมวิจัยใช้กล้องโทรทรรศน์ ALMA ตรวจสอบสัญญาณ Sunyaev–Zeldovich ซึ่งเกิดจากอิเล็กตรอนพลังงานสูงในก๊าซระหว่างดาราจักร การวิเคราะห์พบว่าสัญญาณนี้ “แรงผิดปกติ” จนแม้แต่นักวิจัยเองยังสงสัยในตอนแรก แต่หลังตรวจสอบหลายเดือนก็ยืนยันว่าก๊าซในกระจุกนี้ร้อนกว่าที่แบบจำลองจักรวาลทำนายไว้ถึง 5 เท่า ทำให้ SPT2349-56 กลายเป็นหนึ่งในกระจุกดาราจักรยุคแรกที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยพบ สิ่งที่น่าตื่นเต้นคือ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า “ตัวการ” ที่ทำให้ก๊าซร้อนผิดปกติอาจเป็น หลุมดำมวลยิ่งยวดอย่างน้อย 3 แห่ง ที่กำลังปล่อยเจ็ตพลังงานสูงออกมาในช่วงที่กระจุกกำลังก่อตัวอย่างรุนแรง การมีหลุมดำหลายตัวในพื้นที่เดียวกันและกำลังปะทุพร้อมกันในยุคเริ่มต้นของเอกภพ ถือเป็นภาพที่หายากและท้าทายความเข้าใจเดิมเกี่ยวกับวิวัฒนาการของกระจุกดาราจักร การค้นพบนี้ชี้ว่าแบบจำลองปัจจุบันของเราอาจยังไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะบทบาทของหลุมดำ การก่อตัวดาวฤกษ์อย่างรุนแรง และปฏิสัมพันธ์ของก๊าซในกระจุกยุคแรก นักวิจัยหวังว่าการศึกษาต่อไปจะช่วยไขปริศนาว่า “กระจุกดาราจักรยุคปัจจุบัน” ถูกสร้างขึ้นจากสภาพสุดขั้วแบบนี้ได้อย่างไร 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ พบกระจุกดาราจักร SPT2349-56 ที่ร้อนผิดปกติ ➡️ อยู่ในยุคเอกภพเพียง 1.4 พันล้านปีหลังบิกแบง ➡️ อุณหภูมิก๊าซสูงกว่า 10 ล้านเคลวิน ✅ สัญญาณ Sunyaev–Zeldovich ช่วยยืนยันความร้อนสูงผิดคาด ➡️ สัญญาณแรงกว่าที่แบบจำลองจักรวาลคาดการณ์ถึง 5 เท่า ✅ หลุมดำมวลยิ่งยวดหลายตัวอาจเป็นต้นเหตุ ➡️ เจ็ตพลังงานสูงจากหลุมดำอาจทำให้ก๊าซร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว ‼️ แบบจำลองวิวัฒนาการของกระจุกดาราจักรอาจยังไม่สมบูรณ์ ⛔ จำเป็นต้องรวมบทบาทของหลุมดำและการก่อตัวดาวฤกษ์ที่รุนแรงเข้าไปในสมการ ‼️ การตีความข้อมูลผิดอาจนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเอกภพยุคแรก ⛔ นักวิจัยเตือนว่าต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมก่อนสรุปกลไกทั้งหมด https://www.sciencealert.com/an-impossibly-hot-object-discovered-1-4-billion-years-after-the-big-bang
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Impossibly Hot Object Discovered 1.4 Billion Years After The Big Bang
    A 'shadow' cast on the faint, leftover glow of the Big Bang has revealed a giant object in the early Universe that defies our predictions of how the Universe should evolve.
    0 Comments 0 Shares 62 Views 0 Reviews
  • เซลล์ของแม่ยังอยู่ในตัวเราตลอดชีวิต – และนักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบ “กลไกสำคัญ” ที่ทำให้มันเกิดขึ้น

    นักวิทยาศาสตร์พบความจริงที่น่าทึ่งว่า มนุษย์ทุกคนมี “เซลล์ของแม่” อยู่ในร่างกายตั้งแต่เกิด และเซลล์เหล่านี้สามารถอยู่กับเราไปตลอดชีวิต ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า microchimerism ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนเซลล์ระหว่างแม่และทารกในครรภ์ แม้ระบบภูมิคุ้มกันของเราควรจะโจมตีเซลล์แปลกปลอม แต่กลับไม่ทำเช่นนั้น และล่าสุดนักภูมิคุ้มกันวิทยาก็พบคำตอบว่าทำไม

    งานวิจัยใหม่เผยว่า มี “กลุ่มเล็กมาก” ของเซลล์ภูมิคุ้มกันจากแม่ที่ข้ามรกเข้ามาในตัวทารก และเซลล์กลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง มันทำหน้าที่ ฝึกระบบภูมิคุ้มกันของทารก ให้ยอมรับเซลล์ของแม่ว่าเป็นมิตร ไม่ใช่ศัตรู กระบวนการนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ในครรภ์และยังคงส่งผลต่อเนื่องไปตลอดชีวิต

    นักวิจัยทดลองในหนูโดยการกำจัดเซลล์เฉพาะกลุ่มนี้ออกจากลูกหนู ผลลัพธ์ชัดเจนมาก—เซลล์ T ชนิดควบคุม (regulatory T cells) ที่ช่วยยับยั้งการโจมตีของภูมิคุ้มกันหายไป และระบบภูมิคุ้มกันก็เริ่มโจมตีเซลล์ของแม่ทันที แสดงให้เห็นว่า “ความทนทานต่อเซลล์ของแม่” ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่เกิดขึ้นครั้งเดียวตอนอยู่ในครรภ์

    การค้นพบนี้เปิดประตูสู่ความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับโรคหลายชนิด เช่น โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง มะเร็ง และโรคทางระบบประสาท เพราะ microchimerism ถูกพบในหลายภาวะ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็น “สาเหตุของโรค” หรือเป็น “ส่วนหนึ่งของกระบวนการซ่อมแซมร่างกาย” งานวิจัยนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการไขปริศนานั้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    มนุษย์ทุกคนมีเซลล์ของแม่อยู่ในร่างกาย
    เกิดจากการแลกเปลี่ยนเซลล์ระหว่างแม่และทารกในครรภ์ (microchimerism)

    เซลล์ของแม่ช่วยฝึกระบบภูมิคุ้มกันของทารก
    เซลล์ภูมิคุ้มกันจากแม่สอนให้ร่างกายยอมรับเซลล์ของแม่ว่าไม่ใช่ศัตรู

    ความทนทานต่อเซลล์ของแม่ต้องถูกดูแลตลอดชีวิต
    หากกำจัดเซลล์กลุ่มนี้ออก ระบบภูมิคุ้มกันจะเริ่มโจมตีเซลล์ของแม่ทันที

    microchimerism อาจเกี่ยวข้องกับโรคหลายชนิด
    ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นสาเหตุของโรค หรือเป็นส่วนหนึ่งของการซ่อมแซมร่างกาย

    การทำความเข้าใจผิดอาจนำไปสู่การตีความด้านสุขภาพที่คลาดเคลื่อน
    จำเป็นต้องมีงานวิจัยเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้ทางการแพทย์หรือวินิจฉัยโรค

    https://www.sciencealert.com/millions-of-your-mothers-cells-persist-inside-you-and-now-we-know-how
    🧬👶 เซลล์ของแม่ยังอยู่ในตัวเราตลอดชีวิต – และนักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบ “กลไกสำคัญ” ที่ทำให้มันเกิดขึ้น นักวิทยาศาสตร์พบความจริงที่น่าทึ่งว่า มนุษย์ทุกคนมี “เซลล์ของแม่” อยู่ในร่างกายตั้งแต่เกิด และเซลล์เหล่านี้สามารถอยู่กับเราไปตลอดชีวิต ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า microchimerism ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนเซลล์ระหว่างแม่และทารกในครรภ์ แม้ระบบภูมิคุ้มกันของเราควรจะโจมตีเซลล์แปลกปลอม แต่กลับไม่ทำเช่นนั้น และล่าสุดนักภูมิคุ้มกันวิทยาก็พบคำตอบว่าทำไม งานวิจัยใหม่เผยว่า มี “กลุ่มเล็กมาก” ของเซลล์ภูมิคุ้มกันจากแม่ที่ข้ามรกเข้ามาในตัวทารก และเซลล์กลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง มันทำหน้าที่ ฝึกระบบภูมิคุ้มกันของทารก ให้ยอมรับเซลล์ของแม่ว่าเป็นมิตร ไม่ใช่ศัตรู กระบวนการนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ในครรภ์และยังคงส่งผลต่อเนื่องไปตลอดชีวิต นักวิจัยทดลองในหนูโดยการกำจัดเซลล์เฉพาะกลุ่มนี้ออกจากลูกหนู ผลลัพธ์ชัดเจนมาก—เซลล์ T ชนิดควบคุม (regulatory T cells) ที่ช่วยยับยั้งการโจมตีของภูมิคุ้มกันหายไป และระบบภูมิคุ้มกันก็เริ่มโจมตีเซลล์ของแม่ทันที แสดงให้เห็นว่า “ความทนทานต่อเซลล์ของแม่” ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่เกิดขึ้นครั้งเดียวตอนอยู่ในครรภ์ การค้นพบนี้เปิดประตูสู่ความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับโรคหลายชนิด เช่น โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง มะเร็ง และโรคทางระบบประสาท เพราะ microchimerism ถูกพบในหลายภาวะ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็น “สาเหตุของโรค” หรือเป็น “ส่วนหนึ่งของกระบวนการซ่อมแซมร่างกาย” งานวิจัยนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการไขปริศนานั้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ มนุษย์ทุกคนมีเซลล์ของแม่อยู่ในร่างกาย ➡️ เกิดจากการแลกเปลี่ยนเซลล์ระหว่างแม่และทารกในครรภ์ (microchimerism) ✅ เซลล์ของแม่ช่วยฝึกระบบภูมิคุ้มกันของทารก ➡️ เซลล์ภูมิคุ้มกันจากแม่สอนให้ร่างกายยอมรับเซลล์ของแม่ว่าไม่ใช่ศัตรู ✅ ความทนทานต่อเซลล์ของแม่ต้องถูกดูแลตลอดชีวิต ➡️ หากกำจัดเซลล์กลุ่มนี้ออก ระบบภูมิคุ้มกันจะเริ่มโจมตีเซลล์ของแม่ทันที ‼️ microchimerism อาจเกี่ยวข้องกับโรคหลายชนิด ⛔ ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นสาเหตุของโรค หรือเป็นส่วนหนึ่งของการซ่อมแซมร่างกาย ‼️ การทำความเข้าใจผิดอาจนำไปสู่การตีความด้านสุขภาพที่คลาดเคลื่อน ⛔ จำเป็นต้องมีงานวิจัยเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้ทางการแพทย์หรือวินิจฉัยโรค https://www.sciencealert.com/millions-of-your-mothers-cells-persist-inside-you-and-now-we-know-how
    0 Comments 0 Shares 59 Views 0 Reviews
  • Anna’s Archive ถูกระงับโดเมน .ORG แบบไม่ทันตั้งตัว — คาดมีคำสั่งศาลอยู่เบื้องหลัง

    โดเมนหลัก annas-archive.org ของ Anna’s Archive ถูกระงับแบบกะทันหันและถูกตั้งสถานะ serverHold ซึ่งเป็นสถานะที่ทำให้โดเมนหยุดทำงานทันที และมักเกิดขึ้นเมื่อ “ผู้ให้บริการโดเมนได้รับคำสั่งจากหน่วยงานทางกฎหมาย” การระงับครั้งนี้สร้างความประหลาดใจ เพราะ .ORG เป็นโดเมนที่มักไม่ถูกระงับง่าย ๆ และผู้ให้บริการอย่าง PIR เคยปฏิเสธคำขอระงับโดเมนของ The Pirate Bay มาก่อน

    Anna’s Archive เป็น meta‑search engine สำหรับ shadow libraries ที่ช่วยค้นหาหนังสือและบทความละเมิดลิขสิทธิ์จากหลายแหล่ง และยังถูกจับตามองมากขึ้นหลังประกาศว่ามี สำเนา Spotify ขนาด 300TB ที่กำลังทยอยปล่อยสู่สาธารณะ แม้ผู้ดูแลจะยืนยันว่าเหตุการณ์โดเมนถูกระงับ “ไม่เกี่ยวกับ Spotify backup” แต่หลายฝ่ายมองว่าการเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นผลจากแรงกดดันของผู้ถือลิขสิทธิ์

    ก่อนหน้านี้ Anna’s Archive เคยย้ายจาก .ORG ไปใช้โดเมน .GS เพื่อหลบการยึดโดเมนในคดี WorldCat แต่โดเมน .GS ก็ถูกระงับอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องกลับมาใช้ .ORG อีกครั้ง การถูกระงับครั้งนี้จึงไม่ใช่ครั้งแรก และสะท้อนว่าผู้ให้บริการโดเมนหลายรายเริ่มเข้มงวดกับเว็บไซต์ประเภท shadow library มากขึ้น

    แม้โดเมนหลักจะถูกปิด แต่ Anna’s Archive ยังคงออนไลน์ผ่านโดเมนสำรอง เช่น .li, .se, .in, .pm และผู้ดูแลแนะนำให้ผู้ใช้ตรวจสอบโดเมนล่าสุดผ่านหน้า Wikipedia ของโครงการ อย่างไรก็ตาม ด้วยแรงกดดันทางกฎหมายที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก็ไม่มีการรับประกันว่าโดเมนสำรองเหล่านี้จะอยู่รอดได้นานแค่ไหน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่เกิดขึ้นในข่าว
    โดเมน annas-archive.org ถูกตั้งสถานะ serverHold และหยุดทำงาน
    การระงับ .ORG ถือว่า “ผิดปกติ” เพราะ PIR มักไม่ทำโดยสมัครใจ
    Anna’s Archive ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับ Spotify backup
    เว็บไซต์ยังเข้าถึงได้ผ่านโดเมนสำรองหลายตัว

    ประเด็นที่ต้องจับตา
    มีความเป็นไปได้สูงว่ามี “คำสั่งศาล” อยู่เบื้องหลัง
    โดเมนสำรองอาจถูกระงับตามมาในอนาคต
    Shadow libraries ถูกเพ่งเล็งมากขึ้นหลังคดี WorldCat และ Spotify

    ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
    Anna’s Archive เปิดตัวหลัง Z‑Library ถูกปิดในปี 2022
    ให้บริการค้นหาหนังสือและไฟล์ละเมิดลิขสิทธิ์จากหลายแหล่ง
    ช่วยนักวิจัย AI เข้าถึงข้อมูลสำหรับการฝึกโมเดล

    คำเตือนด้านความเสี่ยง
    การเข้าถึง shadow libraries อาจผิดกฎหมายในบางประเทศ
    ผู้ใช้ควรระวังโดเมนปลอมที่อาจแฝงมัลแวร์
    การระงับโดเมนอาจเป็นสัญญาณของการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น

    https://torrentfreak.com/annas-archive-loses-org-domain-after-surprise-suspension/
    🌐🚫 Anna’s Archive ถูกระงับโดเมน .ORG แบบไม่ทันตั้งตัว — คาดมีคำสั่งศาลอยู่เบื้องหลัง โดเมนหลัก annas-archive.org ของ Anna’s Archive ถูกระงับแบบกะทันหันและถูกตั้งสถานะ serverHold ซึ่งเป็นสถานะที่ทำให้โดเมนหยุดทำงานทันที และมักเกิดขึ้นเมื่อ “ผู้ให้บริการโดเมนได้รับคำสั่งจากหน่วยงานทางกฎหมาย” การระงับครั้งนี้สร้างความประหลาดใจ เพราะ .ORG เป็นโดเมนที่มักไม่ถูกระงับง่าย ๆ และผู้ให้บริการอย่าง PIR เคยปฏิเสธคำขอระงับโดเมนของ The Pirate Bay มาก่อน Anna’s Archive เป็น meta‑search engine สำหรับ shadow libraries ที่ช่วยค้นหาหนังสือและบทความละเมิดลิขสิทธิ์จากหลายแหล่ง และยังถูกจับตามองมากขึ้นหลังประกาศว่ามี สำเนา Spotify ขนาด 300TB ที่กำลังทยอยปล่อยสู่สาธารณะ แม้ผู้ดูแลจะยืนยันว่าเหตุการณ์โดเมนถูกระงับ “ไม่เกี่ยวกับ Spotify backup” แต่หลายฝ่ายมองว่าการเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นผลจากแรงกดดันของผู้ถือลิขสิทธิ์ ก่อนหน้านี้ Anna’s Archive เคยย้ายจาก .ORG ไปใช้โดเมน .GS เพื่อหลบการยึดโดเมนในคดี WorldCat แต่โดเมน .GS ก็ถูกระงับอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องกลับมาใช้ .ORG อีกครั้ง การถูกระงับครั้งนี้จึงไม่ใช่ครั้งแรก และสะท้อนว่าผู้ให้บริการโดเมนหลายรายเริ่มเข้มงวดกับเว็บไซต์ประเภท shadow library มากขึ้น แม้โดเมนหลักจะถูกปิด แต่ Anna’s Archive ยังคงออนไลน์ผ่านโดเมนสำรอง เช่น .li, .se, .in, .pm และผู้ดูแลแนะนำให้ผู้ใช้ตรวจสอบโดเมนล่าสุดผ่านหน้า Wikipedia ของโครงการ อย่างไรก็ตาม ด้วยแรงกดดันทางกฎหมายที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก็ไม่มีการรับประกันว่าโดเมนสำรองเหล่านี้จะอยู่รอดได้นานแค่ไหน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่เกิดขึ้นในข่าว ➡️ โดเมน annas-archive.org ถูกตั้งสถานะ serverHold และหยุดทำงาน ➡️ การระงับ .ORG ถือว่า “ผิดปกติ” เพราะ PIR มักไม่ทำโดยสมัครใจ ➡️ Anna’s Archive ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับ Spotify backup ➡️ เว็บไซต์ยังเข้าถึงได้ผ่านโดเมนสำรองหลายตัว ‼️ ประเด็นที่ต้องจับตา ⛔ มีความเป็นไปได้สูงว่ามี “คำสั่งศาล” อยู่เบื้องหลัง ⛔ โดเมนสำรองอาจถูกระงับตามมาในอนาคต ⛔ Shadow libraries ถูกเพ่งเล็งมากขึ้นหลังคดี WorldCat และ Spotify ✅ ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ ➡️ Anna’s Archive เปิดตัวหลัง Z‑Library ถูกปิดในปี 2022 ➡️ ให้บริการค้นหาหนังสือและไฟล์ละเมิดลิขสิทธิ์จากหลายแหล่ง ➡️ ช่วยนักวิจัย AI เข้าถึงข้อมูลสำหรับการฝึกโมเดล ‼️ คำเตือนด้านความเสี่ยง ⛔ การเข้าถึง shadow libraries อาจผิดกฎหมายในบางประเทศ ⛔ ผู้ใช้ควรระวังโดเมนปลอมที่อาจแฝงมัลแวร์ ⛔ การระงับโดเมนอาจเป็นสัญญาณของการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น https://torrentfreak.com/annas-archive-loses-org-domain-after-surprise-suspension/
    TORRENTFREAK.COM
    Anna’s Archive Loses .Org Domain After Surprise Suspension
    Popular shadow library Anna's Archive has lost control over its main domain name. Annas-archive.org was suspended and put on serverhold status.
    0 Comments 0 Shares 56 Views 0 Reviews
  • NordVPN ปฏิเสธเหตุข้อมูลรั่ว หลังแฮ็กเกอร์อ้างได้ข้อมูล Salesforce Dev Server

    แฮ็กเกอร์นามแฝง “1011” อ้างว่าสามารถเจาะเข้าเซิร์ฟเวอร์พัฒนา (development server) ของ NordVPN และนำข้อมูลออกมาเผยแพร่บน BreachForums โดยระบุว่ามีทั้ง Salesforce API keys, Jira tokens, และ ซอร์สโค้ดจากฐานข้อมูลกว่า 10 ชุด พร้อมภาพหน้าจอที่แสดงโครงสร้างข้อมูลซึ่งดูเหมือนมาจากสภาพแวดล้อมทดสอบ อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานใดชี้ชัดว่าข้อมูลนั้นเชื่อมโยงกับระบบจริงของ NordVPN

    NordVPN ตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยยืนยันว่า ไม่มีระบบภายในหรือข้อมูลลูกค้าถูกเจาะ และสิ่งที่หลุดออกมาเป็นเพียง ข้อมูลจำลอง (dummy data) จาก test environment ที่สร้างขึ้นเมื่อ 6 เดือนก่อน เพื่อทดสอบแพลตฟอร์มของบริษัทภายนอกหนึ่งราย การทดสอบนั้นกินเวลาไม่นานและไม่มีการเชื่อมต่อกับระบบ production ใด ๆ

    บริษัทชี้แจงเพิ่มเติมว่า test environment ดังกล่าวเป็นเพียง sandbox แยกอิสระ ที่ใช้ประเมินเครื่องมือ automation เท่านั้น และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง Salesforce ที่ใช้งานจริงในปัจจุบัน อีกทั้งไม่มี API key จริงหรือข้อมูลสำคัญใดถูกส่งให้ vendor รายนี้ในช่วงทดลองใช้งาน

    แม้แฮ็กเกอร์จะพยายามนำเสนอว่าเป็น “การเจาะระบบใหญ่ของ NordVPN” แต่บริษัทระบุว่า ไม่มีหลักฐานใดเชื่อมโยงข้อมูลที่ถูกโพสต์กับระบบจริง และได้ติดต่อ vendor ที่เกี่ยวข้องเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมย้ำว่าผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องดำเนินการใด ๆ ในตอนนี้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่เกิดขึ้นในข่าว
    แฮ็กเกอร์อ้างเจาะ dev server ของ NordVPN
    มีการโพสต์ข้อมูลที่อ้างว่าเป็น API keys และซอร์สโค้ด
    ภาพหน้าจอแสดงข้อมูลจาก environment ที่ดูเหมือน dev/test

    ประเด็นที่ต้องระวัง
    ข้อมูลที่โพสต์อาจถูกตีความเกินจริงเพื่อสร้างความตื่นตระหนก
    แฮ็กเกอร์อาจใช้ชื่อบริษัทใหญ่เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
    การเผยแพร่ข้อมูล dev environment อาจถูกนำไปใช้โจมตีแบบ social engineering

    คำชี้แจงจาก NordVPN
    ยืนยันว่า ไม่มีระบบภายในหรือข้อมูลลูกค้าถูกเจาะ
    ข้อมูลที่เห็นเป็นเพียง dummy data จาก sandbox
    test environment ไม่ได้เชื่อมต่อกับ production ใด ๆ

    คำแนะนำด้านความปลอดภัย
    ผู้ใช้ควรระวังข่าวลวงที่อ้างการเจาะระบบของบริการใหญ่
    องค์กรควรแยก dev/test ออกจาก production อย่างเข้มงวด
    ควรตรวจสอบ vendor ที่เข้าถึงข้อมูลแม้เป็นเพียงช่วงทดลอง

    https://hackread.com/nordvpn-denies-breach-hacker-salesforce-dev-data/
    🔐 NordVPN ปฏิเสธเหตุข้อมูลรั่ว หลังแฮ็กเกอร์อ้างได้ข้อมูล Salesforce Dev Server แฮ็กเกอร์นามแฝง “1011” อ้างว่าสามารถเจาะเข้าเซิร์ฟเวอร์พัฒนา (development server) ของ NordVPN และนำข้อมูลออกมาเผยแพร่บน BreachForums โดยระบุว่ามีทั้ง Salesforce API keys, Jira tokens, และ ซอร์สโค้ดจากฐานข้อมูลกว่า 10 ชุด พร้อมภาพหน้าจอที่แสดงโครงสร้างข้อมูลซึ่งดูเหมือนมาจากสภาพแวดล้อมทดสอบ อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานใดชี้ชัดว่าข้อมูลนั้นเชื่อมโยงกับระบบจริงของ NordVPN NordVPN ตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยยืนยันว่า ไม่มีระบบภายในหรือข้อมูลลูกค้าถูกเจาะ และสิ่งที่หลุดออกมาเป็นเพียง ข้อมูลจำลอง (dummy data) จาก test environment ที่สร้างขึ้นเมื่อ 6 เดือนก่อน เพื่อทดสอบแพลตฟอร์มของบริษัทภายนอกหนึ่งราย การทดสอบนั้นกินเวลาไม่นานและไม่มีการเชื่อมต่อกับระบบ production ใด ๆ บริษัทชี้แจงเพิ่มเติมว่า test environment ดังกล่าวเป็นเพียง sandbox แยกอิสระ ที่ใช้ประเมินเครื่องมือ automation เท่านั้น และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง Salesforce ที่ใช้งานจริงในปัจจุบัน อีกทั้งไม่มี API key จริงหรือข้อมูลสำคัญใดถูกส่งให้ vendor รายนี้ในช่วงทดลองใช้งาน แม้แฮ็กเกอร์จะพยายามนำเสนอว่าเป็น “การเจาะระบบใหญ่ของ NordVPN” แต่บริษัทระบุว่า ไม่มีหลักฐานใดเชื่อมโยงข้อมูลที่ถูกโพสต์กับระบบจริง และได้ติดต่อ vendor ที่เกี่ยวข้องเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมย้ำว่าผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องดำเนินการใด ๆ ในตอนนี้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่เกิดขึ้นในข่าว ➡️ แฮ็กเกอร์อ้างเจาะ dev server ของ NordVPN ➡️ มีการโพสต์ข้อมูลที่อ้างว่าเป็น API keys และซอร์สโค้ด ➡️ ภาพหน้าจอแสดงข้อมูลจาก environment ที่ดูเหมือน dev/test ‼️ ประเด็นที่ต้องระวัง ⛔ ข้อมูลที่โพสต์อาจถูกตีความเกินจริงเพื่อสร้างความตื่นตระหนก ⛔ แฮ็กเกอร์อาจใช้ชื่อบริษัทใหญ่เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ⛔ การเผยแพร่ข้อมูล dev environment อาจถูกนำไปใช้โจมตีแบบ social engineering ✅ คำชี้แจงจาก NordVPN ➡️ ยืนยันว่า ไม่มีระบบภายในหรือข้อมูลลูกค้าถูกเจาะ ➡️ ข้อมูลที่เห็นเป็นเพียง dummy data จาก sandbox ➡️ test environment ไม่ได้เชื่อมต่อกับ production ใด ๆ ‼️ คำแนะนำด้านความปลอดภัย ⛔ ผู้ใช้ควรระวังข่าวลวงที่อ้างการเจาะระบบของบริการใหญ่ ⛔ องค์กรควรแยก dev/test ออกจาก production อย่างเข้มงวด ⛔ ควรตรวจสอบ vendor ที่เข้าถึงข้อมูลแม้เป็นเพียงช่วงทดลอง https://hackread.com/nordvpn-denies-breach-hacker-salesforce-dev-data/
    HACKREAD.COM
    NordVPN Denies Breach After Hacker Claims Access to Salesforce Dev Data
    Follow us on Bluesky, Twitter (X), Mastodon and Facebook at @Hackread
    0 Comments 0 Shares 46 Views 0 Reviews
  • UVB‑76: ประวัติสุดลึกลับของ “The Buzzer” สถานีวิทยุปริศนาจากรัสเซีย

    สถานีวิทยุ UVB‑76 หรือที่คนทั่วโลกรู้จักในชื่อ “The Buzzer” เป็นหนึ่งในปริศนาทางวิทยุที่ยาวนานที่สุดในโลก ออกอากาศสัญญาณแปลกประหลาดมาตั้งแต่ยุคปลาย 1970s และยังคงส่งเสียง “บัซซ์” ซ้ำ ๆ มาจนถึงปัจจุบัน แม้จะไม่มีใครยืนยันได้ว่ามันมีไว้ทำอะไร แต่หลักฐานหลายอย่างชี้ว่ามันเกี่ยวข้องกับการสื่อสารทางทหารของรัสเซีย

    สถานี UVB‑76 เริ่มถูกบันทึกครั้งแรกในปี 1982 แต่มีหลักฐานว่ามันอาจออกอากาศตั้งแต่ช่วงปลายยุค 70 โดยส่งสัญญาณความถี่ 4625 kHz ตลอด 24 ชั่วโมง เสียงที่ได้ยินคือ “บัซซ์” ยาวประมาณหนึ่งวินาทีซ้ำไปเรื่อย ๆ พร้อมเสียงแปลก ๆ เช่น บี๊บ เสียงคนพูดชื่อรัสเซีย หรือแม้แต่เสียงเด็กสะกดตัวอักษรภาษาอังกฤษ

    ในปี 2010 เกิดเหตุการณ์ประหลาดเมื่อสถานีหยุดออกอากาศเป็นครั้งแรก ก่อนกลับมาอีกครั้งพร้อมเสียงคนเดินในห้อง เสียงของใช้ถูกขยับ และเพลง Swan Lake ของไชคอฟสกี ต่อมาได้มีการประกาศรหัสเสียงใหม่ “MDZhB” ทำให้เกิดทฤษฎีมากมาย ตั้งแต่สถานีสื่อสารกับสายลับ ไปจนถึงระบบ “Dead Hand” ที่อาจสั่งยิงนิวเคลียร์อัตโนมัติหากรัสเซียถูกโจมตี

    การสืบหาตำแหน่งสถานีพบว่าก่อนปี 2010 มันตั้งอยู่ที่ฐานทัพใกล้เมือง Povarovo แต่หลังจากนั้นสัญญาณย้ายไปยังหลายจุด เช่น Kirsino, Pskov Oblast หรือแม้แต่สถานีเสาส่ง Kerro Massiv ใน Leningrad ซึ่งมีเสาอากาศกว่า 30 ต้น ทำให้หลายคนเชื่อว่ามันเป็นเครือข่ายสื่อสารทางทหารมากกว่าการใช้งานพลเรือน

    แม้จะมีทฤษฎีมากมาย แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่า UVB‑76 เป็นเพียง “ช่องสัญญาณทหาร” ที่ใช้เป็น channel marker เพื่อกันไม่ให้ผู้อื่นใช้ความถี่ และใช้ส่งคำสั่งสำคัญเป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตาม ในปี 2022 สถานีถูกแฮ็กจนออกอากาศเพลง Gangnam Style และมีสัญญาณที่แสดงเป็นมีมอินเทอร์เน็ตเมื่อวิเคราะห์ด้วย spectrum analyzer ยิ่งทำให้ความลึกลับของมันเพิ่มขึ้นไปอีก

    สิ่งที่พบในข่าว
    UVB‑76 ส่งสัญญาณความถี่ 4625 kHz มาตั้งแต่ยุค 70
    มีเสียงบัซซ์ซ้ำ ๆ พร้อมเสียงคนพูดเป็นครั้งคราว
    เคยหยุดออกอากาศในปี 2010 และกลับมาพร้อมเหตุการณ์ประหลาด
    มีการประกาศรหัสเสียง “MDZhB” หลังปี 2010

    ประเด็นที่น่ากังวล / น่าจับตา
    ทฤษฎีเกี่ยวกับระบบ “Dead Hand” ที่อาจเกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์
    สถานีถูกแฮ็กในปี 2022 แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
    ตำแหน่งสถานีไม่แน่นอน อาจมีหลายจุดหรือเป็นเครือข่าย

    ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
    สถานีอาจเป็น channel marker เพื่อกันความถี่
    มีการพบสมุดบันทึกการออกอากาศในฐานทัพร้าง
    สถานีอาจเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายสื่อสารทางทหารรัสเซีย

    ข้อควรระวังในการตีความ
    หลายทฤษฎีเป็นเพียงการคาดเดา ไม่มีหลักฐานยืนยัน
    ข้อมูลบางส่วนอาจถูกแต่งเติมจากชุมชนผู้ฟังวิทยุลึกลับ

    https://www.slashgear.com/1425407/uvb-76-strange-history-radio/
    🛰️📡 UVB‑76: ประวัติสุดลึกลับของ “The Buzzer” สถานีวิทยุปริศนาจากรัสเซีย สถานีวิทยุ UVB‑76 หรือที่คนทั่วโลกรู้จักในชื่อ “The Buzzer” เป็นหนึ่งในปริศนาทางวิทยุที่ยาวนานที่สุดในโลก ออกอากาศสัญญาณแปลกประหลาดมาตั้งแต่ยุคปลาย 1970s และยังคงส่งเสียง “บัซซ์” ซ้ำ ๆ มาจนถึงปัจจุบัน แม้จะไม่มีใครยืนยันได้ว่ามันมีไว้ทำอะไร แต่หลักฐานหลายอย่างชี้ว่ามันเกี่ยวข้องกับการสื่อสารทางทหารของรัสเซีย สถานี UVB‑76 เริ่มถูกบันทึกครั้งแรกในปี 1982 แต่มีหลักฐานว่ามันอาจออกอากาศตั้งแต่ช่วงปลายยุค 70 โดยส่งสัญญาณความถี่ 4625 kHz ตลอด 24 ชั่วโมง เสียงที่ได้ยินคือ “บัซซ์” ยาวประมาณหนึ่งวินาทีซ้ำไปเรื่อย ๆ พร้อมเสียงแปลก ๆ เช่น บี๊บ เสียงคนพูดชื่อรัสเซีย หรือแม้แต่เสียงเด็กสะกดตัวอักษรภาษาอังกฤษ ในปี 2010 เกิดเหตุการณ์ประหลาดเมื่อสถานีหยุดออกอากาศเป็นครั้งแรก ก่อนกลับมาอีกครั้งพร้อมเสียงคนเดินในห้อง เสียงของใช้ถูกขยับ และเพลง Swan Lake ของไชคอฟสกี ต่อมาได้มีการประกาศรหัสเสียงใหม่ “MDZhB” ทำให้เกิดทฤษฎีมากมาย ตั้งแต่สถานีสื่อสารกับสายลับ ไปจนถึงระบบ “Dead Hand” ที่อาจสั่งยิงนิวเคลียร์อัตโนมัติหากรัสเซียถูกโจมตี การสืบหาตำแหน่งสถานีพบว่าก่อนปี 2010 มันตั้งอยู่ที่ฐานทัพใกล้เมือง Povarovo แต่หลังจากนั้นสัญญาณย้ายไปยังหลายจุด เช่น Kirsino, Pskov Oblast หรือแม้แต่สถานีเสาส่ง Kerro Massiv ใน Leningrad ซึ่งมีเสาอากาศกว่า 30 ต้น ทำให้หลายคนเชื่อว่ามันเป็นเครือข่ายสื่อสารทางทหารมากกว่าการใช้งานพลเรือน แม้จะมีทฤษฎีมากมาย แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่า UVB‑76 เป็นเพียง “ช่องสัญญาณทหาร” ที่ใช้เป็น channel marker เพื่อกันไม่ให้ผู้อื่นใช้ความถี่ และใช้ส่งคำสั่งสำคัญเป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตาม ในปี 2022 สถานีถูกแฮ็กจนออกอากาศเพลง Gangnam Style และมีสัญญาณที่แสดงเป็นมีมอินเทอร์เน็ตเมื่อวิเคราะห์ด้วย spectrum analyzer ยิ่งทำให้ความลึกลับของมันเพิ่มขึ้นไปอีก ✅ สิ่งที่พบในข่าว ➡️ UVB‑76 ส่งสัญญาณความถี่ 4625 kHz มาตั้งแต่ยุค 70 ➡️ มีเสียงบัซซ์ซ้ำ ๆ พร้อมเสียงคนพูดเป็นครั้งคราว ➡️ เคยหยุดออกอากาศในปี 2010 และกลับมาพร้อมเหตุการณ์ประหลาด ➡️ มีการประกาศรหัสเสียง “MDZhB” หลังปี 2010 ‼️ ประเด็นที่น่ากังวล / น่าจับตา ⛔ ทฤษฎีเกี่ยวกับระบบ “Dead Hand” ที่อาจเกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ ⛔ สถานีถูกแฮ็กในปี 2022 แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ⛔ ตำแหน่งสถานีไม่แน่นอน อาจมีหลายจุดหรือเป็นเครือข่าย ✅ ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ ➡️ สถานีอาจเป็น channel marker เพื่อกันความถี่ ➡️ มีการพบสมุดบันทึกการออกอากาศในฐานทัพร้าง ➡️ สถานีอาจเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายสื่อสารทางทหารรัสเซีย ‼️ ข้อควรระวังในการตีความ ⛔ หลายทฤษฎีเป็นเพียงการคาดเดา ไม่มีหลักฐานยืนยัน ⛔ ข้อมูลบางส่วนอาจถูกแต่งเติมจากชุมชนผู้ฟังวิทยุลึกลับ https://www.slashgear.com/1425407/uvb-76-strange-history-radio/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    The Buzzer: The Strange History Behind Russia's UVB-76 - SlashGear
    Russia's mysterious and repetitive radio station, UVB-76, has been broadcasting for decades, but just what is it? Encoded messages? Something more sinister?
    0 Comments 0 Shares 57 Views 0 Reviews
  • Manjaro 26.0 “Anh‑Linh” เปิดตัวพร้อม Linux 6.18 LTS และเดสก์ท็อปใหม่ล่าสุด

    Manjaro Linux 26.0 เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมาพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS, เดสก์ท็อป Xfce 4.20, GNOME 49, และ KDE Plasma 6.5 ซึ่งเป็นการอัปเดตครั้งใหญ่ที่รวมเทคโนโลยีล่าสุดของโลกโอเพ่นซอร์สไว้ครบถ้วน นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ Manjaro รองรับ COSMIC Desktop 1.0 อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นเดสก์ท็อปใหม่จาก Pop!_OS

    หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ GNOME 49 และ KDE Plasma 6.5 จะใช้ Wayland เป็นค่าเริ่มต้น ทำให้ผู้ใช้ที่ยังต้องการ X11 อาจต้องเลือกใช้ Xfce แทน ซึ่งยังคงรองรับ X11 เต็มรูปแบบตามเดิม การเปลี่ยนผ่านนี้สะท้อนทิศทางของลินุกซ์ยุคใหม่ที่กำลังผลักดัน Wayland ให้เป็นมาตรฐานหลัก

    Manjaro 26.0 ยังมาพร้อมอัปเดตซอฟต์แวร์จำนวนมาก เช่น KDE Gear 25.12, KDE Frameworks 6.21, Firefox 146, LibreOffice 25.8.4, Mesa 25.3, GStreamer 1.26.10, และไดรเวอร์ NVIDIA 590 รุ่นใหม่ล่าสุด ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลด ISO ใหม่ หรืออัปเดตจากระบบเดิมด้วยคำสั่ง sudo pacman -Syu ได้ทันที

    นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงด้านระบบ เช่น การแทนที่ Redis ด้วย Valkey ด้วยเหตุผลด้านลิขสิทธิ์ และการยุติการรองรับ GPU NVIDIA รุ่นเก่า (Maxwell / Pascal) เนื่องจากไดรเวอร์รุ่นใหม่ไม่รองรับอีกต่อไป ทำให้ผู้ใช้บางกลุ่มอาจต้องพิจารณาอัปเกรดฮาร์ดแวร์ในอนาคต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ไฮไลต์ของ Manjaro 26.0
    ใช้ Linux Kernel 6.18 LTS
    เดสก์ท็อปใหม่ล่าสุด: Xfce 4.20, GNOME 49, KDE Plasma 6.5
    รองรับ COSMIC Desktop 1.0 ครั้งแรก
    อัปเดตซอฟต์แวร์หลัก เช่น Firefox 146, LibreOffice 25.8.4, Mesa 25.3

    ประเด็นที่ต้องระวัง
    GNOME และ KDE Plasma ใช้ Wayland เป็นค่าเริ่มต้น อาจทำให้ผู้ใช้ X11 มีปัญหา
    NVIDIA GPU รุ่นเก่า (Maxwell / Pascal) ไม่รองรับอีกต่อไป
    ผู้ใช้ Kernel เก่า (5.4 / 6.17) ต้องอัปเกรดทันที

    สิ่งที่ปรับปรุงเพิ่มเติม
    KDE Gear 25.12 และ Frameworks 6.21
    PipeWire, ALSA, GStreamer อัปเดตเวอร์ชันใหม่
    Valkey แทน Redis ด้วยเหตุผลด้านลิขสิทธิ์

    คำแนะนำก่อนอัปเกรด
    อ่าน Known Issues ก่อนอัปเดตระบบ
    ตรวจสอบความเข้ากันได้ของ GPU NVIDIA
    สำรองข้อมูลก่อนอัปเดต Kernel

    https://9to5linux.com/manjaro-26-0-released-with-linux-6-18-lts-xfce-4-20-kde-plasma-6-5-and-gnome-49
    🐧🚀 Manjaro 26.0 “Anh‑Linh” เปิดตัวพร้อม Linux 6.18 LTS และเดสก์ท็อปใหม่ล่าสุด Manjaro Linux 26.0 เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมาพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS, เดสก์ท็อป Xfce 4.20, GNOME 49, และ KDE Plasma 6.5 ซึ่งเป็นการอัปเดตครั้งใหญ่ที่รวมเทคโนโลยีล่าสุดของโลกโอเพ่นซอร์สไว้ครบถ้วน นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ Manjaro รองรับ COSMIC Desktop 1.0 อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นเดสก์ท็อปใหม่จาก Pop!_OS หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ GNOME 49 และ KDE Plasma 6.5 จะใช้ Wayland เป็นค่าเริ่มต้น ทำให้ผู้ใช้ที่ยังต้องการ X11 อาจต้องเลือกใช้ Xfce แทน ซึ่งยังคงรองรับ X11 เต็มรูปแบบตามเดิม การเปลี่ยนผ่านนี้สะท้อนทิศทางของลินุกซ์ยุคใหม่ที่กำลังผลักดัน Wayland ให้เป็นมาตรฐานหลัก Manjaro 26.0 ยังมาพร้อมอัปเดตซอฟต์แวร์จำนวนมาก เช่น KDE Gear 25.12, KDE Frameworks 6.21, Firefox 146, LibreOffice 25.8.4, Mesa 25.3, GStreamer 1.26.10, และไดรเวอร์ NVIDIA 590 รุ่นใหม่ล่าสุด ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลด ISO ใหม่ หรืออัปเดตจากระบบเดิมด้วยคำสั่ง sudo pacman -Syu ได้ทันที นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงด้านระบบ เช่น การแทนที่ Redis ด้วย Valkey ด้วยเหตุผลด้านลิขสิทธิ์ และการยุติการรองรับ GPU NVIDIA รุ่นเก่า (Maxwell / Pascal) เนื่องจากไดรเวอร์รุ่นใหม่ไม่รองรับอีกต่อไป ทำให้ผู้ใช้บางกลุ่มอาจต้องพิจารณาอัปเกรดฮาร์ดแวร์ในอนาคต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ไฮไลต์ของ Manjaro 26.0 ➡️ ใช้ Linux Kernel 6.18 LTS ➡️ เดสก์ท็อปใหม่ล่าสุด: Xfce 4.20, GNOME 49, KDE Plasma 6.5 ➡️ รองรับ COSMIC Desktop 1.0 ครั้งแรก ➡️ อัปเดตซอฟต์แวร์หลัก เช่น Firefox 146, LibreOffice 25.8.4, Mesa 25.3 ‼️ ประเด็นที่ต้องระวัง ⛔ GNOME และ KDE Plasma ใช้ Wayland เป็นค่าเริ่มต้น อาจทำให้ผู้ใช้ X11 มีปัญหา ⛔ NVIDIA GPU รุ่นเก่า (Maxwell / Pascal) ไม่รองรับอีกต่อไป ⛔ ผู้ใช้ Kernel เก่า (5.4 / 6.17) ต้องอัปเกรดทันที ✅ สิ่งที่ปรับปรุงเพิ่มเติม ➡️ KDE Gear 25.12 และ Frameworks 6.21 ➡️ PipeWire, ALSA, GStreamer อัปเดตเวอร์ชันใหม่ ➡️ Valkey แทน Redis ด้วยเหตุผลด้านลิขสิทธิ์ ‼️ คำแนะนำก่อนอัปเกรด ⛔ อ่าน Known Issues ก่อนอัปเดตระบบ ⛔ ตรวจสอบความเข้ากันได้ของ GPU NVIDIA ⛔ สำรองข้อมูลก่อนอัปเดต Kernel https://9to5linux.com/manjaro-26-0-released-with-linux-6-18-lts-xfce-4-20-kde-plasma-6-5-and-gnome-49
    9TO5LINUX.COM
    Manjaro 26.0 Released with Linux 6.18 LTS, Xfce 4.20, KDE Plasma 6.5, and GNOME 49 - 9to5Linux
    Manjaro 26.0 is now available for download with Linux kernel 6.18 LTS, Xfce 4.20, GNOME 49, and KDE Plasma 6.5.
    0 Comments 0 Shares 49 Views 0 Reviews
  • MediaTek เปิดปี 2026 ด้วยการยกเครื่องความปลอดภัยครั้งใหญ่สำหรับชิปมือถือ

    MediaTek เปิดศักราชใหม่ด้วยการออก Security Bulletin เดือนมกราคม 2026 ซึ่งเป็นหนึ่งในการอัปเดตด้านความปลอดภัยครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท ครอบคลุมช่องโหว่จำนวนมากในชิปเซ็ตมือถือและ IoT หลายรุ่น โดยเฉพาะช่องโหว่ระดับร้ายแรงสูงในส่วนของ Modem Firmware ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารเครือข่ายมือถือ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของสมาร์ตโฟนยุคปัจจุบัน

    รายงานระบุว่าช่องโหว่หลายรายการสามารถทำให้เครื่อง ค้าง, รีบูต, สูญเสียสัญญาณ หรือแม้แต่เปิดช่องให้รันโค้ดอันตราย (Arbitrary Code Execution) ได้ หากถูกโจมตีจากสัญญาณเครือข่ายที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยผู้ไม่หวังดี แม้ MediaTek จะยืนยันว่ายังไม่พบการโจมตีจริงในโลกภายนอก แต่ความร้ายแรงของช่องโหว่ทำให้ผู้ผลิตมือถือ Android ต้องรีบออกแพตช์ตามทันที

    หนึ่งในช่องโหว่ที่ถูกจับตามากที่สุดคือ CVE‑2025‑20794 (Stack Overflow) และ CVE‑2025‑20793 (Null Pointer Dereference) ซึ่งส่งผลต่อชิปเซ็ตจำนวนมาก รวมถึงตระกูล Dimensity ที่ใช้ในสมาร์ตโฟนระดับกลางถึงเรือธง นอกจากนี้ยังมีช่องโหว่ Out‑of‑Bounds Write (CVE‑2025‑20795) ในระบบ KeyInstall ซึ่งอาจทำให้หน่วยความจำสำคัญถูกเขียนทับได้

    นอกเหนือจากช่องโหว่ระดับสูง ยังมีช่องโหว่ระดับกลางอีกหลายสิบรายการในส่วนของ Display, Graphics, Battery, Power และ Deep Processing Engine (DPE) ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาอย่าง Use‑After‑Free, Double‑Free, Integer Overflow และการคอร์รัปชันของหน่วยความจำในหลายกรณี ทำให้การอัปเดตครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์ทุกรายที่ใช้ชิป MediaTek

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ช่องโหว่ระดับร้ายแรงที่ถูกแก้ไข
    CVE‑2025‑20794 – Stack Overflow ในโมเด็ม
    CVE‑2025‑20793 – Null Pointer Dereference
    CVE‑2025‑20795 – Out‑of‑Bounds Write ใน KeyInstall
    ส่งผลต่อชิปหลายรุ่น รวมถึง Dimensity รุ่นยอดนิยม

    ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
    อาจทำให้เครื่องค้างหรือรีบูตเอง
    เสี่ยงต่อการรันโค้ดอันตรายผ่านสัญญาณเครือข่าย
    อุปกรณ์ IoT ที่ไม่ได้อัปเดตมีความเสี่ยงสูง

    การอัปเดตด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม
    แก้ไขช่องโหว่ระดับกลางจำนวนมากใน Display, Graphics, Battery และ DPE
    ป้องกันปัญหา Use‑After‑Free, Double‑Free และ Integer Overflow
    ครอบคลุมชิปเซ็ตหลายรุ่นตั้งแต่รุ่นเก่าไปจนถึงรุ่นใหม่

    คำแนะนำสำหรับผู้ใช้และผู้ผลิต
    ผู้ผลิต Android ต้องรีบปล่อยแพตช์ตาม MediaTek
    ผู้ใช้ควรอัปเดตระบบทันทีเมื่อมีแพตช์ OTA
    อุปกรณ์ที่หยุดซัพพอร์ตอาจยังคงมีความเสี่ยง

    https://securityonline.info/mediatek-kicks-off-2026-with-major-security-overhaul-for-mobile-chipsets/
    🔐 MediaTek เปิดปี 2026 ด้วยการยกเครื่องความปลอดภัยครั้งใหญ่สำหรับชิปมือถือ MediaTek เปิดศักราชใหม่ด้วยการออก Security Bulletin เดือนมกราคม 2026 ซึ่งเป็นหนึ่งในการอัปเดตด้านความปลอดภัยครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท ครอบคลุมช่องโหว่จำนวนมากในชิปเซ็ตมือถือและ IoT หลายรุ่น โดยเฉพาะช่องโหว่ระดับร้ายแรงสูงในส่วนของ Modem Firmware ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารเครือข่ายมือถือ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของสมาร์ตโฟนยุคปัจจุบัน รายงานระบุว่าช่องโหว่หลายรายการสามารถทำให้เครื่อง ค้าง, รีบูต, สูญเสียสัญญาณ หรือแม้แต่เปิดช่องให้รันโค้ดอันตราย (Arbitrary Code Execution) ได้ หากถูกโจมตีจากสัญญาณเครือข่ายที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยผู้ไม่หวังดี แม้ MediaTek จะยืนยันว่ายังไม่พบการโจมตีจริงในโลกภายนอก แต่ความร้ายแรงของช่องโหว่ทำให้ผู้ผลิตมือถือ Android ต้องรีบออกแพตช์ตามทันที หนึ่งในช่องโหว่ที่ถูกจับตามากที่สุดคือ CVE‑2025‑20794 (Stack Overflow) และ CVE‑2025‑20793 (Null Pointer Dereference) ซึ่งส่งผลต่อชิปเซ็ตจำนวนมาก รวมถึงตระกูล Dimensity ที่ใช้ในสมาร์ตโฟนระดับกลางถึงเรือธง นอกจากนี้ยังมีช่องโหว่ Out‑of‑Bounds Write (CVE‑2025‑20795) ในระบบ KeyInstall ซึ่งอาจทำให้หน่วยความจำสำคัญถูกเขียนทับได้ นอกเหนือจากช่องโหว่ระดับสูง ยังมีช่องโหว่ระดับกลางอีกหลายสิบรายการในส่วนของ Display, Graphics, Battery, Power และ Deep Processing Engine (DPE) ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาอย่าง Use‑After‑Free, Double‑Free, Integer Overflow และการคอร์รัปชันของหน่วยความจำในหลายกรณี ทำให้การอัปเดตครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์ทุกรายที่ใช้ชิป MediaTek 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ช่องโหว่ระดับร้ายแรงที่ถูกแก้ไข ➡️ CVE‑2025‑20794 – Stack Overflow ในโมเด็ม ➡️ CVE‑2025‑20793 – Null Pointer Dereference ➡️ CVE‑2025‑20795 – Out‑of‑Bounds Write ใน KeyInstall ➡️ ส่งผลต่อชิปหลายรุ่น รวมถึง Dimensity รุ่นยอดนิยม ‼️ ความเสี่ยงที่ต้องระวัง ⛔ อาจทำให้เครื่องค้างหรือรีบูตเอง ⛔ เสี่ยงต่อการรันโค้ดอันตรายผ่านสัญญาณเครือข่าย ⛔ อุปกรณ์ IoT ที่ไม่ได้อัปเดตมีความเสี่ยงสูง ✅ การอัปเดตด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม ➡️ แก้ไขช่องโหว่ระดับกลางจำนวนมากใน Display, Graphics, Battery และ DPE ➡️ ป้องกันปัญหา Use‑After‑Free, Double‑Free และ Integer Overflow ➡️ ครอบคลุมชิปเซ็ตหลายรุ่นตั้งแต่รุ่นเก่าไปจนถึงรุ่นใหม่ ‼️ คำแนะนำสำหรับผู้ใช้และผู้ผลิต ⛔ ผู้ผลิต Android ต้องรีบปล่อยแพตช์ตาม MediaTek ⛔ ผู้ใช้ควรอัปเดตระบบทันทีเมื่อมีแพตช์ OTA ⛔ อุปกรณ์ที่หยุดซัพพอร์ตอาจยังคงมีความเสี่ยง https://securityonline.info/mediatek-kicks-off-2026-with-major-security-overhaul-for-mobile-chipsets/
    SECURITYONLINE.INFO
    MediaTek Kicks Off 2026 with Major Security Overhaul for Mobile Chipsets
    MediaTek's Jan 2026 bulletin reveals critical modem flaws and memory corruption risks across dozens of chipsets. Update your device to stay safe!
    0 Comments 0 Shares 48 Views 0 Reviews
  • ช่องโหว่การโจมตีจากภายใน: ผู้ดูแล Adobe ColdFusion สามารถใช้ Remote Shares เป็นอาวุธได้

    งานวิจัยด้านความปลอดภัยล่าสุดเปิดเผยว่า ผู้ดูแลระบบ (Admin) ของ Adobe ColdFusion สามารถใช้สิทธิ์ของตนเองโจมตีระบบจากภายในได้ โดยอาศัยการเชื่อมต่อ Remote File Shares ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มีอยู่ใน ColdFusion อยู่แล้ว จุดอ่อนนี้ไม่ได้เป็น “ช่องโหว่” แบบผิดพลาดของซอฟต์แวร์ แต่เป็น “การออกแบบที่เสี่ยง” ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ดูแลที่ไม่หวังดีสามารถใช้สิทธิ์ของตนเพื่อเข้าถึงไฟล์หรือรันโค้ดบนระบบอื่นได้อย่างง่ายดาย

    ปัญหาหลักเกิดจากความสามารถของ ColdFusion ที่อนุญาตให้ Admin เพิ่ม Remote Share แล้วนำไฟล์จากปลายทางนั้นมาใช้ในแอปพลิเคชัน เช่น การ include โค้ด, โหลดสคริปต์, หรือรันไฟล์ CFM จากเครื่องอื่น หากผู้ดูแลมีเจตนาร้าย พวกเขาสามารถชี้ไปยัง Share ที่ควบคุมเอง แล้วสั่งให้ ColdFusion รันโค้ดอันตรายได้ทันที โดยไม่ต้องเจาะระบบใด ๆ เพิ่มเติม เพราะสิทธิ์ Admin มีอยู่แล้ว

    ผลกระทบที่ตามมาคือ ผู้ดูแลสามารถใช้ ColdFusion เป็น “ตัวกลางโจมตี” ไปยังระบบอื่นในเครือข่าย เช่น การรัน Payload, การขโมยข้อมูล, การวาง WebShell หรือแม้แต่การเคลื่อนย้ายภายใน (Lateral Movement) ไปยังเซิร์ฟเวอร์อื่น ๆ ที่เชื่อมต่อกันอยู่ ทำให้ความเสียหายขยายวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว

    ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าองค์กรจำนวนมากมัก “ไว้ใจ Admin มากเกินไป” และลืมว่าการออกแบบระบบที่ให้สิทธิ์สูงโดยไม่มีการตรวจสอบหรือจำกัดขอบเขต อาจทำให้เกิดการโจมตีจากภายในได้ง่ายกว่าการโจมตีจากภายนอกเสียอีก แนวทางป้องกันจึงไม่ใช่เพียงการแพตช์ แต่ต้องออกแบบกระบวนการควบคุมสิทธิ์และตรวจสอบการใช้งานของผู้ดูแลอย่างเข้มงวด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่เกิดขึ้น
    ColdFusion อนุญาตให้ Admin เพิ่ม Remote File Shares ได้
    สามารถโหลดหรือรันโค้ดจาก Share ภายนอกได้โดยตรง
    ฟีเจอร์นี้ถูกนำไปใช้เป็นช่องทางโจมตีจากภายในได้

    ผลกระทบ
    ผู้ดูแลสามารถรันโค้ดอันตรายผ่าน ColdFusion ได้
    อาจถูกใช้เพื่อ Lateral Movement ไปยังเซิร์ฟเวอร์อื่น
    ColdFusion กลายเป็นตัวกลางแพร่กระจาย Payload

    ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
    การโจมตีจาก “คนในองค์กร” มักตรวจจับได้ยาก
    การให้สิทธิ์ Admin โดยไม่มีการตรวจสอบเป็นช่องโหว่เชิงนโยบาย
    ระบบที่เชื่อมต่อกันหลายเครื่องยิ่งเสี่ยงถูกโจมตีแบบลูกโซ่

    แนวทางป้องกัน
    จำกัดสิทธิ์ Admin เฉพาะงานที่จำเป็น
    เปิดใช้ Logging และตรวจสอบการเพิ่ม Remote Shares
    แยกเครือข่าย (Network Segmentation) เพื่อลดผลกระทบ

    https://securityonline.info/attacking-from-within-how-adobe-coldfusion-admins-can-weaponize-remote-shares/
    🧨 ช่องโหว่การโจมตีจากภายใน: ผู้ดูแล Adobe ColdFusion สามารถใช้ Remote Shares เป็นอาวุธได้ งานวิจัยด้านความปลอดภัยล่าสุดเปิดเผยว่า ผู้ดูแลระบบ (Admin) ของ Adobe ColdFusion สามารถใช้สิทธิ์ของตนเองโจมตีระบบจากภายในได้ โดยอาศัยการเชื่อมต่อ Remote File Shares ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มีอยู่ใน ColdFusion อยู่แล้ว จุดอ่อนนี้ไม่ได้เป็น “ช่องโหว่” แบบผิดพลาดของซอฟต์แวร์ แต่เป็น “การออกแบบที่เสี่ยง” ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ดูแลที่ไม่หวังดีสามารถใช้สิทธิ์ของตนเพื่อเข้าถึงไฟล์หรือรันโค้ดบนระบบอื่นได้อย่างง่ายดาย ปัญหาหลักเกิดจากความสามารถของ ColdFusion ที่อนุญาตให้ Admin เพิ่ม Remote Share แล้วนำไฟล์จากปลายทางนั้นมาใช้ในแอปพลิเคชัน เช่น การ include โค้ด, โหลดสคริปต์, หรือรันไฟล์ CFM จากเครื่องอื่น หากผู้ดูแลมีเจตนาร้าย พวกเขาสามารถชี้ไปยัง Share ที่ควบคุมเอง แล้วสั่งให้ ColdFusion รันโค้ดอันตรายได้ทันที โดยไม่ต้องเจาะระบบใด ๆ เพิ่มเติม เพราะสิทธิ์ Admin มีอยู่แล้ว ผลกระทบที่ตามมาคือ ผู้ดูแลสามารถใช้ ColdFusion เป็น “ตัวกลางโจมตี” ไปยังระบบอื่นในเครือข่าย เช่น การรัน Payload, การขโมยข้อมูล, การวาง WebShell หรือแม้แต่การเคลื่อนย้ายภายใน (Lateral Movement) ไปยังเซิร์ฟเวอร์อื่น ๆ ที่เชื่อมต่อกันอยู่ ทำให้ความเสียหายขยายวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าองค์กรจำนวนมากมัก “ไว้ใจ Admin มากเกินไป” และลืมว่าการออกแบบระบบที่ให้สิทธิ์สูงโดยไม่มีการตรวจสอบหรือจำกัดขอบเขต อาจทำให้เกิดการโจมตีจากภายในได้ง่ายกว่าการโจมตีจากภายนอกเสียอีก แนวทางป้องกันจึงไม่ใช่เพียงการแพตช์ แต่ต้องออกแบบกระบวนการควบคุมสิทธิ์และตรวจสอบการใช้งานของผู้ดูแลอย่างเข้มงวด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่เกิดขึ้น ➡️ ColdFusion อนุญาตให้ Admin เพิ่ม Remote File Shares ได้ ➡️ สามารถโหลดหรือรันโค้ดจาก Share ภายนอกได้โดยตรง ➡️ ฟีเจอร์นี้ถูกนำไปใช้เป็นช่องทางโจมตีจากภายในได้ ✅ ผลกระทบ ➡️ ผู้ดูแลสามารถรันโค้ดอันตรายผ่าน ColdFusion ได้ ➡️ อาจถูกใช้เพื่อ Lateral Movement ไปยังเซิร์ฟเวอร์อื่น ➡️ ColdFusion กลายเป็นตัวกลางแพร่กระจาย Payload ‼️ ความเสี่ยงที่ต้องระวัง ⛔ การโจมตีจาก “คนในองค์กร” มักตรวจจับได้ยาก ⛔ การให้สิทธิ์ Admin โดยไม่มีการตรวจสอบเป็นช่องโหว่เชิงนโยบาย ⛔ ระบบที่เชื่อมต่อกันหลายเครื่องยิ่งเสี่ยงถูกโจมตีแบบลูกโซ่ ✅ แนวทางป้องกัน ➡️ จำกัดสิทธิ์ Admin เฉพาะงานที่จำเป็น ➡️ เปิดใช้ Logging และตรวจสอบการเพิ่ม Remote Shares ➡️ แยกเครือข่าย (Network Segmentation) เพื่อลดผลกระทบ https://securityonline.info/attacking-from-within-how-adobe-coldfusion-admins-can-weaponize-remote-shares/
    SECURITYONLINE.INFO
    Attacking from Within: How Adobe ColdFusion Admins Can Weaponize Remote Shares
    Adobe patches a critical ColdFusion flaw (CVE-2025-61808) that uses remote SMB shares and CAR files to bypass security and achieve total server takeover.
    0 Comments 0 Shares 44 Views 0 Reviews
  • นิโคลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาเกี่ยวกับยาเสพติดเมื่อวันจันทร์ (5 ม.ค.) หลังจากที่ถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าไปจับกุมถึงบ้านพักในกรุงการากัส ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับผู้นำทั่วโลก และทำให้พวกเจ้าหน้าที่ในเวเนซุเอลาต้องเร่งจัดระเบียบใหม่
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000001179

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    นิโคลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาเกี่ยวกับยาเสพติดเมื่อวันจันทร์ (5 ม.ค.) หลังจากที่ถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าไปจับกุมถึงบ้านพักในกรุงการากัส ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับผู้นำทั่วโลก และทำให้พวกเจ้าหน้าที่ในเวเนซุเอลาต้องเร่งจัดระเบียบใหม่ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000001179 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 155 Views 0 Reviews
  • แผนการของทรัมป์ในการฮุบอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลาและขอให้บริษัทอเมริกันเข้าไปลงทุนฟื้นโครงสร้างพื้นฐานที่ทรุดโทรมหนักหลังถูกละเลยและถูกนานาชาติแซงก์ชันมานาน ดูจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะนอกจากต้องใช้เวลาหลายปีและเงินทุนก้อนใหญ่กว่าจะสามารถเพิ่มกำลังผลิตจำนวนมากได้แล้ว ปัญหาเฉพาะหน้าที่สำคัญกว่านั้นอาจเป็นการหาทางโน้มน้าวให้บริษัทพลังงานกล้าขนเงินเข้าไปลงทุนทั้งที่สถานการณ์ทางการเมืองในเวเนซุเอลายังไร้ความแน่นอน
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000001168

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    แผนการของทรัมป์ในการฮุบอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลาและขอให้บริษัทอเมริกันเข้าไปลงทุนฟื้นโครงสร้างพื้นฐานที่ทรุดโทรมหนักหลังถูกละเลยและถูกนานาชาติแซงก์ชันมานาน ดูจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะนอกจากต้องใช้เวลาหลายปีและเงินทุนก้อนใหญ่กว่าจะสามารถเพิ่มกำลังผลิตจำนวนมากได้แล้ว ปัญหาเฉพาะหน้าที่สำคัญกว่านั้นอาจเป็นการหาทางโน้มน้าวให้บริษัทพลังงานกล้าขนเงินเข้าไปลงทุนทั้งที่สถานการณ์ทางการเมืองในเวเนซุเอลายังไร้ความแน่นอน . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000001168 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Like
    Haha
    2
    0 Comments 0 Shares 144 Views 0 Reviews
  • อเมริกาส่งตัวมาดูโรขึ้นศาลที่นิวยอร์กในวันจันทร์ (5 ม.ค.) ตั้งข้อหาลักลอบค้ายาเสพติดและครอบครองอาวุธปืนกล โดยที่วันเดียวกันนั้น คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นประชุมฉุกเฉินเกี่ยวกับความชอบธรรมของปฏิบัติการของทรัมป์ในการส่งทหารบุกรวบตัวผู้นำเวเนซุเอลากลางเมืองหลวง ด้านประธานาธิบดีเฉพาะกาลเวเนซุเอลาที่เป็นผู้จงรักภักดีต่อมาดูโร แสดงท่าทีอ่อนลงและแบะท่าอาจร่วมมือกับอเมริกา หลังถูกทรัมป์ขู่โจมตีรอบสอง
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000001166

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire

    อเมริกาส่งตัวมาดูโรขึ้นศาลที่นิวยอร์กในวันจันทร์ (5 ม.ค.) ตั้งข้อหาลักลอบค้ายาเสพติดและครอบครองอาวุธปืนกล โดยที่วันเดียวกันนั้น คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นประชุมฉุกเฉินเกี่ยวกับความชอบธรรมของปฏิบัติการของทรัมป์ในการส่งทหารบุกรวบตัวผู้นำเวเนซุเอลากลางเมืองหลวง ด้านประธานาธิบดีเฉพาะกาลเวเนซุเอลาที่เป็นผู้จงรักภักดีต่อมาดูโร แสดงท่าทีอ่อนลงและแบะท่าอาจร่วมมือกับอเมริกา หลังถูกทรัมป์ขู่โจมตีรอบสอง . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000001166 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Like
    Sad
    2
    0 Comments 0 Shares 152 Views 0 Reviews
  • “สวิตช์ลับ” ใน Junk DNA อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้โรคอัลไซเมอร์เริ่มต้นขึ้น

    งานวิจัยใหม่จากทีมมหาวิทยาลัย UNSW ออสเตรเลียเผยว่าในส่วนของ DNA ที่เคยถูกมองว่าเป็น “ขยะ” หรือ junk DNA นั้น แท้จริงแล้วซ่อน “สวิตช์ควบคุม” หรือ enhancers จำนวนมาก ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของยีนในเซลล์สมองชนิด astrocytes เซลล์ชนิดนี้มีหน้าที่ช่วยเหลือเซลล์ประสาท แต่ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ มันกลับทำงานผิดปกติและอาจกลายเป็นตัวเร่งให้โรคพัฒนาเร็วขึ้น

    ใช้ CRISPRi ปิดสวิตช์ทีละตัว พบกว่า 150 ตัวมีผลต่อยีนที่เกี่ยวข้องกับโรค
    ทีมวิจัยใช้เทคนิค CRISPRi ซึ่งสามารถ “ปิดเสียง” ส่วนของ DNA โดยไม่ตัดหรือทำลายมัน จากการทดสอบเกือบ 1,000 ตำแหน่ง พบว่า มากกว่า 150 enhancers มีผลต่อการเปิด–ปิดยีนที่เกี่ยวข้องกับอัลไซเมอร์โดยตรง นี่เป็นหลักฐานชัดเจนว่าการควบคุมยีนในส่วน non‑coding ของ DNA มีบทบาทสำคัญกว่าที่เคยคิดไว้มาก

    แผนที่วงจรควบคุมยีนใน astrocytes อาจนำไปสู่การรักษาในอนาคต
    แม้จะยังไม่ใช่การรักษา แต่การค้นพบนี้ช่วยสร้าง “แผนที่วงจรไฟฟ้า” ของการควบคุมยีนใน astrocytes ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานสำคัญก่อนจะพัฒนาแนวทางรักษาใหม่ๆ เช่น การปรับการทำงานของ enhancers เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์เข้าสู่ภาวะผิดปกติที่นำไปสู่อัลไซเมอร์

    ยังต้องศึกษาเพิ่ม เพราะอัลไซเมอร์ซับซ้อนกว่าที่คิด
    นักวิจัยเตือนว่าผลลัพธ์นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ เพราะอัลไซเมอร์เกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งพันธุกรรม การอักเสบ การสะสมโปรตีนผิดรูป และการเสื่อมของเซลล์ประสาท แต่การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเปิดประตูสู่ความเข้าใจใหม่ๆ เกี่ยวกับโรคที่ซับซ้อนที่สุดโรคหนึ่งของมนุษย์

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    พบ enhancers กว่า 150 จุดใน junk DNA ที่ควบคุมยีนเกี่ยวข้องกับอัลไซเมอร์
    ใช้เทคนิค CRISPRi ปิดสวิตช์ DNA เพื่อดูผลต่อการแสดงออกของยีน
    Enhancers เหล่านี้อยู่ใน astrocytes ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของสมอง
    การค้นพบช่วยสร้างแผนที่ควบคุมยีน อาจนำไปสู่การรักษาในอนาคต

    คำเตือนหรือข้อควรระวัง
    งานวิจัยยังอยู่ในระดับเซลล์ในห้องแล็บ ต้องทดสอบในสมองจริงก่อนสรุปผล
    อัลไซเมอร์มีหลายปัจจัยร่วม การโฟกัสเฉพาะ junk DNA อาจไม่ครอบคลุมทั้งหมด
    การปรับแต่ง enhancers อาจมีผลข้างเคียงต่อยีนอื่นๆ ที่ยังไม่เข้าใจครบถ้วน
    ยังไม่สามารถนำไปใช้เป็นการรักษาได้ในตอนนี้ ต้องการงานวิจัยเพิ่มเติมอีกมาก

    https://www.sciencealert.com/junk-dna-could-hide-switches-that-allow-alzheimers-to-take-hold
    🧬🧠 “สวิตช์ลับ” ใน Junk DNA อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้โรคอัลไซเมอร์เริ่มต้นขึ้น งานวิจัยใหม่จากทีมมหาวิทยาลัย UNSW ออสเตรเลียเผยว่าในส่วนของ DNA ที่เคยถูกมองว่าเป็น “ขยะ” หรือ junk DNA นั้น แท้จริงแล้วซ่อน “สวิตช์ควบคุม” หรือ enhancers จำนวนมาก ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของยีนในเซลล์สมองชนิด astrocytes เซลล์ชนิดนี้มีหน้าที่ช่วยเหลือเซลล์ประสาท แต่ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ มันกลับทำงานผิดปกติและอาจกลายเป็นตัวเร่งให้โรคพัฒนาเร็วขึ้น 🧪 ใช้ CRISPRi ปิดสวิตช์ทีละตัว พบกว่า 150 ตัวมีผลต่อยีนที่เกี่ยวข้องกับโรค ทีมวิจัยใช้เทคนิค CRISPRi ซึ่งสามารถ “ปิดเสียง” ส่วนของ DNA โดยไม่ตัดหรือทำลายมัน จากการทดสอบเกือบ 1,000 ตำแหน่ง พบว่า มากกว่า 150 enhancers มีผลต่อการเปิด–ปิดยีนที่เกี่ยวข้องกับอัลไซเมอร์โดยตรง นี่เป็นหลักฐานชัดเจนว่าการควบคุมยีนในส่วน non‑coding ของ DNA มีบทบาทสำคัญกว่าที่เคยคิดไว้มาก 🧠 แผนที่วงจรควบคุมยีนใน astrocytes อาจนำไปสู่การรักษาในอนาคต แม้จะยังไม่ใช่การรักษา แต่การค้นพบนี้ช่วยสร้าง “แผนที่วงจรไฟฟ้า” ของการควบคุมยีนใน astrocytes ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานสำคัญก่อนจะพัฒนาแนวทางรักษาใหม่ๆ เช่น การปรับการทำงานของ enhancers เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์เข้าสู่ภาวะผิดปกติที่นำไปสู่อัลไซเมอร์ 🔍 ยังต้องศึกษาเพิ่ม เพราะอัลไซเมอร์ซับซ้อนกว่าที่คิด นักวิจัยเตือนว่าผลลัพธ์นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ เพราะอัลไซเมอร์เกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งพันธุกรรม การอักเสบ การสะสมโปรตีนผิดรูป และการเสื่อมของเซลล์ประสาท แต่การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเปิดประตูสู่ความเข้าใจใหม่ๆ เกี่ยวกับโรคที่ซับซ้อนที่สุดโรคหนึ่งของมนุษย์ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ พบ enhancers กว่า 150 จุดใน junk DNA ที่ควบคุมยีนเกี่ยวข้องกับอัลไซเมอร์ ➡️ ใช้เทคนิค CRISPRi ปิดสวิตช์ DNA เพื่อดูผลต่อการแสดงออกของยีน ➡️ Enhancers เหล่านี้อยู่ใน astrocytes ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของสมอง ➡️ การค้นพบช่วยสร้างแผนที่ควบคุมยีน อาจนำไปสู่การรักษาในอนาคต ‼️ คำเตือนหรือข้อควรระวัง ⛔ งานวิจัยยังอยู่ในระดับเซลล์ในห้องแล็บ ต้องทดสอบในสมองจริงก่อนสรุปผล ⛔ อัลไซเมอร์มีหลายปัจจัยร่วม การโฟกัสเฉพาะ junk DNA อาจไม่ครอบคลุมทั้งหมด ⛔ การปรับแต่ง enhancers อาจมีผลข้างเคียงต่อยีนอื่นๆ ที่ยังไม่เข้าใจครบถ้วน ⛔ ยังไม่สามารถนำไปใช้เป็นการรักษาได้ในตอนนี้ ต้องการงานวิจัยเพิ่มเติมอีกมาก https://www.sciencealert.com/junk-dna-could-hide-switches-that-allow-alzheimers-to-take-hold
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    'Junk' DNA Could Hide Switches That Allow Alzheimer's to Take Hold
    'Switches' in our DNA that affect gene activity in cells could be crucial to understanding and possibly treating Alzheimer's disease, with researchers identifying more than 150 control signals in specialized brain cells called astrocytes.
    0 Comments 0 Shares 100 Views 0 Reviews
  • ฉลามสีทองหายากโผล่กลางทะเลแคริบเบียน — นักวิทยาศาสตร์พบภาวะพันธุกรรมสุดแปลก

    นักตกปลานอกชายฝั่งคอสตาริกาได้พบฉลามพยาบาล (nurse shark) ที่มีสีส้ม–เหลืองสดราวกับผลมะม่วงสุก แตกต่างจากสี “น้ำตาลคุกกี้โดว์” ที่ควรจะเป็น ภาพถ่ายถูกเผยแพร่บนโซเชียลและสร้างความฮือฮาอย่างมาก เพราะสีที่เห็นนั้นผิดธรรมชาติอย่างชัดเจน แถมดวงตายังเป็นสีขาวล้วน ไม่มีม่านตาดำ ทำให้รูปลักษณ์ของมันยิ่งโดดเด่นและแปลกประหลาด

    วินิจฉัยแล้ว: ฉลามตัวนี้มี “สองภาวะกลายพันธุ์พร้อมกัน”
    ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยในบราซิลตรวจสอบข้อมูลและภาพถ่าย ก่อนสรุปว่า ฉลามตัวนี้มีภาวะ albino‑xanthochromism ซึ่งเป็นการเกิด อัลบิไนซึม (ขาดเม็ดสีดำ) ร่วมกับ แซนโทโครมิสซึม (มีเม็ดสีเหลืองมากผิดปกติ) พร้อมกันในตัวเดียว ภาวะนี้พบได้ยากมากในธรรมชาติ โดยเฉพาะในสัตว์ทะเล

    แม้จะโดดเด่น แต่ฉลามตัวนี้ “อยู่รอดจนโตเต็มวัย”
    สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ประหลาดใจคือ ฉลามสีทองตัวนี้มีความยาวถึง 2 เมตร ซึ่งบ่งบอกว่ามันโตเต็มวัยแล้ว ทั้งที่สีสันสดใสแบบนี้ควรทำให้มันตกเป็นเหยื่อได้ง่ายขึ้น การที่มันรอดมาได้แสดงว่าอาจมีปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมหรือพฤติกรรมที่ช่วยให้มันเอาตัวรอดได้ดี

    เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม หรือแค่ความบังเอิญ?
    นักวิจัยตั้งคำถามว่า การพบภาวะกลายพันธุ์แบบนี้อาจสะท้อนถึง
    ความหลากหลายทางพันธุกรรมที่มากกว่าที่คิด
    ปัจจัยสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษหรือการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ
    หรืออาจเป็นเพียงเหตุการณ์หายากที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ

    พวกเขาเสนอให้มีการติดตามเพิ่มเติมเพื่อดูว่ามีฉลามลักษณะนี้เพิ่มขึ้นหรือไม่ในอนาคต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    พบฉลามพยาบาลสีทอง–ส้มสดใสใกล้คอสตาริกา
    วินิจฉัยว่าเป็นภาวะ albino‑xanthochromism (อัลบิไนซึม + แซนโทโครมิสซึม)
    ฉลามมีความยาว 2 เมตร แสดงว่าโตเต็มวัยและอยู่รอดได้ดี
    ภาวะนี้เคยพบในสัตว์ทะเลอื่น แต่ไม่เคยพบในฉลามพยาบาลมาก่อน

    คำเตือนหรือข้อควรระวัง
    สีสันผิดปกติอาจทำให้สัตว์เสี่ยงต่อการถูกล่าในธรรมชาติ
    การกลายพันธุ์อาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น
    การสรุปว่าเป็น “แนวโน้มทางพันธุกรรมใหม่” ต้องการข้อมูลเพิ่ม

    https://www.sciencealert.com/unique-golden-shark-caught-off-central-america-diagnosed-with-rare-condition
    🦈✨ ฉลามสีทองหายากโผล่กลางทะเลแคริบเบียน — นักวิทยาศาสตร์พบภาวะพันธุกรรมสุดแปลก นักตกปลานอกชายฝั่งคอสตาริกาได้พบฉลามพยาบาล (nurse shark) ที่มีสีส้ม–เหลืองสดราวกับผลมะม่วงสุก แตกต่างจากสี “น้ำตาลคุกกี้โดว์” ที่ควรจะเป็น ภาพถ่ายถูกเผยแพร่บนโซเชียลและสร้างความฮือฮาอย่างมาก เพราะสีที่เห็นนั้นผิดธรรมชาติอย่างชัดเจน แถมดวงตายังเป็นสีขาวล้วน ไม่มีม่านตาดำ ทำให้รูปลักษณ์ของมันยิ่งโดดเด่นและแปลกประหลาด 🧬 วินิจฉัยแล้ว: ฉลามตัวนี้มี “สองภาวะกลายพันธุ์พร้อมกัน” ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยในบราซิลตรวจสอบข้อมูลและภาพถ่าย ก่อนสรุปว่า ฉลามตัวนี้มีภาวะ albino‑xanthochromism ซึ่งเป็นการเกิด อัลบิไนซึม (ขาดเม็ดสีดำ) ร่วมกับ แซนโทโครมิสซึม (มีเม็ดสีเหลืองมากผิดปกติ) พร้อมกันในตัวเดียว ภาวะนี้พบได้ยากมากในธรรมชาติ โดยเฉพาะในสัตว์ทะเล 🌊 แม้จะโดดเด่น แต่ฉลามตัวนี้ “อยู่รอดจนโตเต็มวัย” สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ประหลาดใจคือ ฉลามสีทองตัวนี้มีความยาวถึง 2 เมตร ซึ่งบ่งบอกว่ามันโตเต็มวัยแล้ว ทั้งที่สีสันสดใสแบบนี้ควรทำให้มันตกเป็นเหยื่อได้ง่ายขึ้น การที่มันรอดมาได้แสดงว่าอาจมีปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมหรือพฤติกรรมที่ช่วยให้มันเอาตัวรอดได้ดี 🔍 เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม หรือแค่ความบังเอิญ? นักวิจัยตั้งคำถามว่า การพบภาวะกลายพันธุ์แบบนี้อาจสะท้อนถึง 💠 ความหลากหลายทางพันธุกรรมที่มากกว่าที่คิด 💠 ปัจจัยสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษหรือการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ 💠 หรืออาจเป็นเพียงเหตุการณ์หายากที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ พวกเขาเสนอให้มีการติดตามเพิ่มเติมเพื่อดูว่ามีฉลามลักษณะนี้เพิ่มขึ้นหรือไม่ในอนาคต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ พบฉลามพยาบาลสีทอง–ส้มสดใสใกล้คอสตาริกา ➡️ วินิจฉัยว่าเป็นภาวะ albino‑xanthochromism (อัลบิไนซึม + แซนโทโครมิสซึม) ➡️ ฉลามมีความยาว 2 เมตร แสดงว่าโตเต็มวัยและอยู่รอดได้ดี ➡️ ภาวะนี้เคยพบในสัตว์ทะเลอื่น แต่ไม่เคยพบในฉลามพยาบาลมาก่อน ‼️ คำเตือนหรือข้อควรระวัง ⛔ สีสันผิดปกติอาจทำให้สัตว์เสี่ยงต่อการถูกล่าในธรรมชาติ ⛔ การกลายพันธุ์อาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น ⛔ การสรุปว่าเป็น “แนวโน้มทางพันธุกรรมใหม่” ต้องการข้อมูลเพิ่ม https://www.sciencealert.com/unique-golden-shark-caught-off-central-america-diagnosed-with-rare-condition
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Unique 'Golden Shark' Caught Off Central America Diagnosed With Rare Condition
    The fearsome silent hunters of the deep – sharks – aren't usually hued like a traffic cone, but now and again, nature goes "Hold my beer." One spectacular example of this is a nurse shark (Ginglymostoma cirratum) caught and released by sports fishers off the coast of Costa Rica in August 2024.
    0 Comments 0 Shares 89 Views 0 Reviews
  • ฟิลเตอร์ “ปากปลา” นวัตกรรมใหม่ที่กำจัดไมโครพลาสติกจากน้ำทิ้งซักผ้าได้ถึง 99%

    นักวิทยาศาสตร์จากเยอรมนีได้พัฒนาฟิลเตอร์รูปทรง “ปากปลา” ที่เลียนแบบโครงสร้างปากของปลากินแพลงก์ตอน เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาทู และปลาแอนโชวี่ ซึ่งมีระบบซี่กรอง (gill rakers) ที่สามารถดักจับอนุภาคเล็กระดับไมโครได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยนี้เผยว่าฟิลเตอร์ต้นแบบสามารถกำจัดไมโครพลาสติกจากน้ำทิ้งของเครื่องซักผ้าได้มากถึง 99% ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการลดมลพิษพลาสติกที่กำลังสะสมในสิ่งแวดล้อมอย่างรวดเร็ว

    ไมโครพลาสติกจากเสื้อผ้าคือปัญหาที่ใหญ่กว่าที่คิด
    ทุกครั้งที่เราซักผ้า เส้นใยสังเคราะห์อย่างโพลีเอสเตอร์และไนลอนจะหลุดออกเป็นไมโครพลาสติกนับล้านชิ้น ไหลลงสู่ท่อระบายน้ำ และสุดท้ายลงสู่แม่น้ำ ทะเล หรือแม้แต่กลับมาสู่ร่างกายมนุษย์ผ่านอาหารและน้ำดื่ม ปัจจุบันมีการประเมินว่ามากถึง 90% ของพลาสติกในตะกอนน้ำเสีย มาจากเครื่องซักผ้าโดยตรง ทำให้การแก้ปัญหาที่ต้นทางเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง

    ฟิลเตอร์ปากปลาทำงานอย่างไร?
    แทนที่อนุภาคพลาสติกจะชนกับตะแกรงตรงๆ แบบฟิลเตอร์ทั่วไป นักวิจัยออกแบบให้อนุภาค “กลิ้ง” ไปตามผิวกรวยด้านในเหมือนการเคลื่อนตัวของแพลงก์ตอนในปากปลา ทำให้มีพื้นที่กรองมากขึ้น ลดการอุดตันได้ถึง 85% และเพิ่มประสิทธิภาพการดักจับอย่างมหาศาล ไมโครพลาสติกที่ถูกดักจับจะถูกส่งไปยังช่องเก็บพิเศษที่สามารถถอดออกมาทิ้งได้ทุกๆ หลายรอบการซัก คล้ายกับการทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่นของเครื่องอบผ้า

    ก้าวสำคัญสู่อนาคตที่สะอาดขึ้น
    ตั้งแต่ทศวรรษ 1950 เป็นต้นมา มีไมโครไฟเบอร์สังเคราะห์อย่างน้อย 5.6 ล้านตัน หลุดออกสู่สิ่งแวดล้อมจากเสื้อผ้าของมนุษย์ การพัฒนาฟิลเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงเช่นนี้จึงเป็นความหวังใหม่ในการลดมลพิษที่มองไม่เห็น แต่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสุขภาพของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง งานวิจัยนี้ยังอยู่ในขั้นต้น แต่ทีมผู้พัฒนาได้ยื่นจดสิทธิบัตรแล้ว และหวังว่าจะนำไปใช้จริงในเครื่องซักผ้าในอนาคตอันใกล้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    ฟิลเตอร์ “ปากปลา” สามารถกำจัดไมโครพลาสติกจากน้ำทิ้งซักผ้าได้ถึง 99%
    แรงบันดาลใจมาจากโครงสร้างปากของปลากินแพลงก์ตอน
    ลดการอุดตันได้มากถึง 85% เมื่อเทียบกับฟิลเตอร์ทั่วไป
    ไมโครพลาสติกจากเสื้อผ้าเป็นแหล่งมลพิษใหญ่ โดยคิดเป็น 90% ของพลาสติกในตะกอนน้ำเสีย
    ทีมวิจัยได้ยื่นจดสิทธิบัตรและหวังนำไปใช้จริงในอนาคต

    คำเตือนหรือข้อควรระวัง
    ปัญหาไมโครพลาสติกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีเทคโนโลยีใหม่
    ฟิลเตอร์ยังอยู่ในขั้นทดลอง ต้องทดสอบในสภาพใช้งานจริงก่อนวางจำหน่าย
    การพึ่งพาฟิลเตอร์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องลดการใช้เส้นใยสังเคราะห์ควบคู่กัน
    ไมโครพลาสติกอาจส่งผลต่อสุขภาพมนุษย์ แต่ยังต้องการงานวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลกระทบ

    https://www.sciencealert.com/fish-mouth-filter-removes-99-of-microplastics-from-laundry-waste
    🐟 ฟิลเตอร์ “ปากปลา” นวัตกรรมใหม่ที่กำจัดไมโครพลาสติกจากน้ำทิ้งซักผ้าได้ถึง 99% นักวิทยาศาสตร์จากเยอรมนีได้พัฒนาฟิลเตอร์รูปทรง “ปากปลา” ที่เลียนแบบโครงสร้างปากของปลากินแพลงก์ตอน เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาทู และปลาแอนโชวี่ ซึ่งมีระบบซี่กรอง (gill rakers) ที่สามารถดักจับอนุภาคเล็กระดับไมโครได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยนี้เผยว่าฟิลเตอร์ต้นแบบสามารถกำจัดไมโครพลาสติกจากน้ำทิ้งของเครื่องซักผ้าได้มากถึง 99% ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการลดมลพิษพลาสติกที่กำลังสะสมในสิ่งแวดล้อมอย่างรวดเร็ว 🧵 ไมโครพลาสติกจากเสื้อผ้าคือปัญหาที่ใหญ่กว่าที่คิด ทุกครั้งที่เราซักผ้า เส้นใยสังเคราะห์อย่างโพลีเอสเตอร์และไนลอนจะหลุดออกเป็นไมโครพลาสติกนับล้านชิ้น ไหลลงสู่ท่อระบายน้ำ และสุดท้ายลงสู่แม่น้ำ ทะเล หรือแม้แต่กลับมาสู่ร่างกายมนุษย์ผ่านอาหารและน้ำดื่ม ปัจจุบันมีการประเมินว่ามากถึง 90% ของพลาสติกในตะกอนน้ำเสีย มาจากเครื่องซักผ้าโดยตรง ทำให้การแก้ปัญหาที่ต้นทางเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง 🌀 ฟิลเตอร์ปากปลาทำงานอย่างไร? แทนที่อนุภาคพลาสติกจะชนกับตะแกรงตรงๆ แบบฟิลเตอร์ทั่วไป นักวิจัยออกแบบให้อนุภาค “กลิ้ง” ไปตามผิวกรวยด้านในเหมือนการเคลื่อนตัวของแพลงก์ตอนในปากปลา ทำให้มีพื้นที่กรองมากขึ้น ลดการอุดตันได้ถึง 85% และเพิ่มประสิทธิภาพการดักจับอย่างมหาศาล ไมโครพลาสติกที่ถูกดักจับจะถูกส่งไปยังช่องเก็บพิเศษที่สามารถถอดออกมาทิ้งได้ทุกๆ หลายรอบการซัก คล้ายกับการทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่นของเครื่องอบผ้า 🌱 ก้าวสำคัญสู่อนาคตที่สะอาดขึ้น ตั้งแต่ทศวรรษ 1950 เป็นต้นมา มีไมโครไฟเบอร์สังเคราะห์อย่างน้อย 5.6 ล้านตัน หลุดออกสู่สิ่งแวดล้อมจากเสื้อผ้าของมนุษย์ การพัฒนาฟิลเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงเช่นนี้จึงเป็นความหวังใหม่ในการลดมลพิษที่มองไม่เห็น แต่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสุขภาพของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง งานวิจัยนี้ยังอยู่ในขั้นต้น แต่ทีมผู้พัฒนาได้ยื่นจดสิทธิบัตรแล้ว และหวังว่าจะนำไปใช้จริงในเครื่องซักผ้าในอนาคตอันใกล้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ ฟิลเตอร์ “ปากปลา” สามารถกำจัดไมโครพลาสติกจากน้ำทิ้งซักผ้าได้ถึง 99% ➡️ แรงบันดาลใจมาจากโครงสร้างปากของปลากินแพลงก์ตอน ➡️ ลดการอุดตันได้มากถึง 85% เมื่อเทียบกับฟิลเตอร์ทั่วไป ➡️ ไมโครพลาสติกจากเสื้อผ้าเป็นแหล่งมลพิษใหญ่ โดยคิดเป็น 90% ของพลาสติกในตะกอนน้ำเสีย ➡️ ทีมวิจัยได้ยื่นจดสิทธิบัตรและหวังนำไปใช้จริงในอนาคต ‼️ คำเตือนหรือข้อควรระวัง ⛔ ปัญหาไมโครพลาสติกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีเทคโนโลยีใหม่ ⛔ ฟิลเตอร์ยังอยู่ในขั้นทดลอง ต้องทดสอบในสภาพใช้งานจริงก่อนวางจำหน่าย ⛔ การพึ่งพาฟิลเตอร์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องลดการใช้เส้นใยสังเคราะห์ควบคู่กัน ⛔ ไมโครพลาสติกอาจส่งผลต่อสุขภาพมนุษย์ แต่ยังต้องการงานวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลกระทบ https://www.sciencealert.com/fish-mouth-filter-removes-99-of-microplastics-from-laundry-waste
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    'Fish Mouth' Filter Removes 99% of Microplastics From Laundry Waste
    The ancient evolution of fish mouths could help solve a modern source of plastic pollution.
    0 Comments 0 Shares 103 Views 0 Reviews
More Results