• SpaceX ได้รับอนุมัติปล่อย “ดาวเทียมรุ่นถัดไป” เพิ่มอีก 15,000 ดวง — ก้าวใหญ่สู่ยุคอินเทอร์เน็ตผ่านอวกาศ

    การอนุมัติครั้งใหม่จาก FCC ทำให้ SpaceX สามารถขยายโครงการ Starlink Gen2 ได้อย่างก้าวกระโดด โดยได้รับสิทธิ์ให้ปล่อยและใช้งานดาวเทียมรุ่นใหม่ได้มากถึง 15,000 ดวง ซึ่งเป็นการเพิ่มจำนวนจากเดิมอย่างมหาศาล การอนุมัตินี้ถูกมองว่าเป็น “ตัวเปลี่ยนเกม” สำหรับบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม เพราะ Gen2 ถูกออกแบบให้รองรับความเร็วสูงขึ้น ความหน่วงต่ำลง และรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนโดยตรง

    ดาวเทียม Gen2 ของ SpaceX มีความสามารถที่โดดเด่น เช่น เพิ่มแบนด์วิดท์ได้มากขึ้นถึง 20 เท่า, ระบบหลบหลีกการชนแบบอัตโนมัติ และที่สำคัญคือ Direct-to-Cell ซึ่งทำให้โทรศัพท์มือถือทั่วไปสามารถเชื่อมต่อกับดาวเทียมได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม เทคโนโลยีนี้กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันในตลาดการสื่อสารยุคใหม่ โดยเฉพาะเมื่อ Apple เองก็มีแผนจะนำ 5G ผ่านดาวเทียมมาใช้ใน iPhone รุ่นถัดไป

    อีกประเด็นที่น่าสนใจคือความสัมพันธ์ระหว่าง SpaceX และ Apple ที่เริ่มใกล้ชิดขึ้นเรื่อย ๆ หลังจาก SpaceX ซื้อคลื่นความถี่จาก EchoStar มูลค่า 17 พันล้านดอลลาร์ และเริ่มทำงานร่วมกับผู้ผลิตชิปเพื่อให้สมาร์ตโฟนรองรับการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมโดยตรง ขณะเดียวกัน Globalstar ซึ่งเป็นพันธมิตรเดิมของ Apple ก็กำลังเผชิญปัญหาทางธุรกิจ ทำให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่า Apple อาจหันมาใช้เทคโนโลยีของ Starlink มากขึ้นในอนาคต

    โดยรวมแล้ว การอนุมัติครั้งนี้ไม่เพียงเพิ่มจำนวนดาวเทียม แต่ยังเป็นการปูทางสู่ยุคที่อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลก ทั้งในด้านการสื่อสาร การกู้ภัย และการเชื่อมต่อในพื้นที่ห่างไกล ซึ่ง SpaceX ยังคงเป็นผู้นำที่ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างชัดเจน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    FCC อนุมัติ SpaceX ปล่อยดาวเทียม Gen2 เพิ่มเป็น 15,000 ดวง
    เพิ่มจำนวนได้อีกประมาณ 7,500 ดวงจากที่มีอยู่
    ถือเป็นการขยายเครือข่ายครั้งใหญ่ที่สุดของ Starlink

    ดาวเทียม Gen2 มีความสามารถล้ำสมัย
    แบนด์วิดท์เพิ่มขึ้น 20 เท่า
    รองรับ Direct-to-Cell เชื่อมต่อมือถือโดยตรง
    ระบบหลบหลีกการชนอัตโนมัติ

    SpaceX–Apple อาจร่วมมือกันมากขึ้น
    Starlink รองรับคลื่นที่ iPhone ใช้
    Apple เตรียมเพิ่ม 5G ผ่านดาวเทียมในปี 2026

    การแข่งขันด้านดาวเทียมสื่อสารรุนแรงขึ้น
    Globalstar อาจเสียความร่วมมือกับ Apple
    ตลาดอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโครงสร้างผู้ให้บริการ

    ความเสี่ยงด้านความแออัดในวงโคจร
    จำนวนดาวเทียมเพิ่มขึ้นอาจเพิ่มโอกาสการชน
    ต้องพึ่งพาระบบหลบหลีกอัตโนมัติอย่างเข้มงวด

    https://wccftech.com/spacex-just-received-approval-for-15000-next-gen-satellites/
    🛰️🚀 SpaceX ได้รับอนุมัติปล่อย “ดาวเทียมรุ่นถัดไป” เพิ่มอีก 15,000 ดวง — ก้าวใหญ่สู่ยุคอินเทอร์เน็ตผ่านอวกาศ การอนุมัติครั้งใหม่จาก FCC ทำให้ SpaceX สามารถขยายโครงการ Starlink Gen2 ได้อย่างก้าวกระโดด โดยได้รับสิทธิ์ให้ปล่อยและใช้งานดาวเทียมรุ่นใหม่ได้มากถึง 15,000 ดวง ซึ่งเป็นการเพิ่มจำนวนจากเดิมอย่างมหาศาล การอนุมัตินี้ถูกมองว่าเป็น “ตัวเปลี่ยนเกม” สำหรับบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม เพราะ Gen2 ถูกออกแบบให้รองรับความเร็วสูงขึ้น ความหน่วงต่ำลง และรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนโดยตรง ดาวเทียม Gen2 ของ SpaceX มีความสามารถที่โดดเด่น เช่น เพิ่มแบนด์วิดท์ได้มากขึ้นถึง 20 เท่า, ระบบหลบหลีกการชนแบบอัตโนมัติ และที่สำคัญคือ Direct-to-Cell ซึ่งทำให้โทรศัพท์มือถือทั่วไปสามารถเชื่อมต่อกับดาวเทียมได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม เทคโนโลยีนี้กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันในตลาดการสื่อสารยุคใหม่ โดยเฉพาะเมื่อ Apple เองก็มีแผนจะนำ 5G ผ่านดาวเทียมมาใช้ใน iPhone รุ่นถัดไป อีกประเด็นที่น่าสนใจคือความสัมพันธ์ระหว่าง SpaceX และ Apple ที่เริ่มใกล้ชิดขึ้นเรื่อย ๆ หลังจาก SpaceX ซื้อคลื่นความถี่จาก EchoStar มูลค่า 17 พันล้านดอลลาร์ และเริ่มทำงานร่วมกับผู้ผลิตชิปเพื่อให้สมาร์ตโฟนรองรับการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมโดยตรง ขณะเดียวกัน Globalstar ซึ่งเป็นพันธมิตรเดิมของ Apple ก็กำลังเผชิญปัญหาทางธุรกิจ ทำให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่า Apple อาจหันมาใช้เทคโนโลยีของ Starlink มากขึ้นในอนาคต โดยรวมแล้ว การอนุมัติครั้งนี้ไม่เพียงเพิ่มจำนวนดาวเทียม แต่ยังเป็นการปูทางสู่ยุคที่อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลก ทั้งในด้านการสื่อสาร การกู้ภัย และการเชื่อมต่อในพื้นที่ห่างไกล ซึ่ง SpaceX ยังคงเป็นผู้นำที่ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างชัดเจน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ FCC อนุมัติ SpaceX ปล่อยดาวเทียม Gen2 เพิ่มเป็น 15,000 ดวง ➡️ เพิ่มจำนวนได้อีกประมาณ 7,500 ดวงจากที่มีอยู่ ➡️ ถือเป็นการขยายเครือข่ายครั้งใหญ่ที่สุดของ Starlink ✅ ดาวเทียม Gen2 มีความสามารถล้ำสมัย ➡️ แบนด์วิดท์เพิ่มขึ้น 20 เท่า ➡️ รองรับ Direct-to-Cell เชื่อมต่อมือถือโดยตรง ➡️ ระบบหลบหลีกการชนอัตโนมัติ ✅ SpaceX–Apple อาจร่วมมือกันมากขึ้น ➡️ Starlink รองรับคลื่นที่ iPhone ใช้ ➡️ Apple เตรียมเพิ่ม 5G ผ่านดาวเทียมในปี 2026 ‼️ การแข่งขันด้านดาวเทียมสื่อสารรุนแรงขึ้น ⛔ Globalstar อาจเสียความร่วมมือกับ Apple ⛔ ตลาดอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโครงสร้างผู้ให้บริการ ‼️ ความเสี่ยงด้านความแออัดในวงโคจร ⛔ จำนวนดาวเทียมเพิ่มขึ้นอาจเพิ่มโอกาสการชน ⛔ ต้องพึ่งพาระบบหลบหลีกอัตโนมัติอย่างเข้มงวด https://wccftech.com/spacex-just-received-approval-for-15000-next-gen-satellites/
    WCCFTECH.COM
    SpaceX Just Received Approval For 15,000 "Next-Gen Satellites"
    SpaceX can now launch around 7,500 new Gen2 satellites to bring its total second-gen strength to 15,000 units.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 3 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผู้ดูแลระบบได้สิทธิ์ลบ Microsoft Copilot ออกจาก Windows 11 แล้ว!

    Microsoft ได้เพิ่มความสามารถใหม่ให้ผู้ดูแลระบบ (Admins) สามารถ ถอนการติดตั้ง Microsoft Copilot App ออกจากอุปกรณ์ Windows 11 เวอร์ชัน Pro, Enterprise และ Education ได้แล้ว ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะบางประการ

    ฟีเจอร์นี้ถูกปล่อยผ่าน Windows Insider Preview Build 26220.7535 (KB5072046) โดยเพิ่มนโยบายใหม่ชื่อ RemoveMicrosoftCopilotApp ที่ช่วยให้ Admin สามารถลบ Copilot เวอร์ชันฟรีที่ติดมากับ Windows 11 ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ยังคงมี Microsoft 365 Copilot อยู่ในระบบ เพราะเป็นบริการแบบสมัครสมาชิกที่แยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง

    แม้จะฟังดูง่าย แต่การลบ Copilot ไม่ได้ทำได้ทุกเครื่อง เพราะ Microsoft กำหนดเงื่อนไขไว้หลายข้อ เช่น อุปกรณ์ต้องมีทั้ง Microsoft 365 Copilot และ Microsoft Copilot ติดตั้งอยู่, แอป Copilot ต้องไม่ใช่แอปที่ผู้ใช้ติดตั้งเอง และที่สำคัญที่สุดคือ ผู้ใช้ต้องไม่เปิด Copilot ภายใน 28 วันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องยากเพราะ Copilot เปิดอัตโนมัติเมื่อเข้าสู่ระบบ และยังมีคีย์ลัดที่กดโดนได้ง่าย เช่น Windows + C หรือ Alt + Space

    แม้จะมีข้อจำกัด แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นสัญญาณว่า Microsoft เริ่มเปิดทางให้ผู้ใช้และองค์กรควบคุมระบบได้มากขึ้น หลังจากกระแสต่อต้านการยัดเยียดฟีเจอร์ AI ใน Windows 11 ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลายองค์กรอาจมองว่านี่คือโอกาสในการจัดการระบบให้เบาลง ปลอดภัยขึ้น และเหมาะกับนโยบายภายในมากกว่าเดิม

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ฟีเจอร์ใหม่สำหรับผู้ดูแลระบบ
    Admin สามารถลบ Microsoft Copilot App ออกจาก Windows 11 ได้
    ใช้ผ่านนโยบาย RemoveMicrosoftCopilotApp ใน Group Policy
    มีผลใน Windows Insider Build 26220.7535

    เงื่อนไขที่อุปกรณ์ต้องมี
    ต้องติดตั้งทั้ง Microsoft 365 Copilot และ Microsoft Copilot
    Copilot ต้องไม่ใช่แอปที่ผู้ใช้ติดตั้งเอง
    แอปต้องไม่ถูกเปิดใช้งานในช่วง 28 วันล่าสุด

    ข้อจำกัดและความท้าทาย
    Copilot เปิดอัตโนมัติเมื่อเข้าสู่ระบบ ทำให้ยากต่อการเข้าเงื่อนไข
    คีย์ลัด Copilot อาจทำให้เปิดแอปโดยไม่ตั้งใจ
    ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่สามารถลบได้เอง ต้องให้ Admin จัดการ

    ผลกระทบต่อองค์กรและผู้ใช้
    องค์กรต้องประเมินผลกระทบก่อนลบ Copilot
    ผู้ใช้ที่ต้องการใช้ AI อาจต้องติดตั้งใหม่เอง
    การจัดการระบบอาจซับซ้อนขึ้นหากมีหลายเวอร์ชันของ Copilot

    https://www.tomshardware.com/software/windows/admins-finally-get-the-power-to-uninstall-microsoft-copilot-on-windows-11-pro-enterprise-and-edu-versions-devices-must-meet-specific-conditions-to-allow-the-removal-of-the-ai-app
    🧩💻 ผู้ดูแลระบบได้สิทธิ์ลบ Microsoft Copilot ออกจาก Windows 11 แล้ว! Microsoft ได้เพิ่มความสามารถใหม่ให้ผู้ดูแลระบบ (Admins) สามารถ ถอนการติดตั้ง Microsoft Copilot App ออกจากอุปกรณ์ Windows 11 เวอร์ชัน Pro, Enterprise และ Education ได้แล้ว ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะบางประการ ฟีเจอร์นี้ถูกปล่อยผ่าน Windows Insider Preview Build 26220.7535 (KB5072046) โดยเพิ่มนโยบายใหม่ชื่อ RemoveMicrosoftCopilotApp ที่ช่วยให้ Admin สามารถลบ Copilot เวอร์ชันฟรีที่ติดมากับ Windows 11 ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ยังคงมี Microsoft 365 Copilot อยู่ในระบบ เพราะเป็นบริการแบบสมัครสมาชิกที่แยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง แม้จะฟังดูง่าย แต่การลบ Copilot ไม่ได้ทำได้ทุกเครื่อง เพราะ Microsoft กำหนดเงื่อนไขไว้หลายข้อ เช่น อุปกรณ์ต้องมีทั้ง Microsoft 365 Copilot และ Microsoft Copilot ติดตั้งอยู่, แอป Copilot ต้องไม่ใช่แอปที่ผู้ใช้ติดตั้งเอง และที่สำคัญที่สุดคือ ผู้ใช้ต้องไม่เปิด Copilot ภายใน 28 วันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องยากเพราะ Copilot เปิดอัตโนมัติเมื่อเข้าสู่ระบบ และยังมีคีย์ลัดที่กดโดนได้ง่าย เช่น Windows + C หรือ Alt + Space แม้จะมีข้อจำกัด แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นสัญญาณว่า Microsoft เริ่มเปิดทางให้ผู้ใช้และองค์กรควบคุมระบบได้มากขึ้น หลังจากกระแสต่อต้านการยัดเยียดฟีเจอร์ AI ใน Windows 11 ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลายองค์กรอาจมองว่านี่คือโอกาสในการจัดการระบบให้เบาลง ปลอดภัยขึ้น และเหมาะกับนโยบายภายในมากกว่าเดิม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ฟีเจอร์ใหม่สำหรับผู้ดูแลระบบ ➡️ Admin สามารถลบ Microsoft Copilot App ออกจาก Windows 11 ได้ ➡️ ใช้ผ่านนโยบาย RemoveMicrosoftCopilotApp ใน Group Policy ➡️ มีผลใน Windows Insider Build 26220.7535 ✅ เงื่อนไขที่อุปกรณ์ต้องมี ➡️ ต้องติดตั้งทั้ง Microsoft 365 Copilot และ Microsoft Copilot ➡️ Copilot ต้องไม่ใช่แอปที่ผู้ใช้ติดตั้งเอง ➡️ แอปต้องไม่ถูกเปิดใช้งานในช่วง 28 วันล่าสุด ‼️ ข้อจำกัดและความท้าทาย ⛔ Copilot เปิดอัตโนมัติเมื่อเข้าสู่ระบบ ทำให้ยากต่อการเข้าเงื่อนไข ⛔ คีย์ลัด Copilot อาจทำให้เปิดแอปโดยไม่ตั้งใจ ⛔ ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่สามารถลบได้เอง ต้องให้ Admin จัดการ ‼️ ผลกระทบต่อองค์กรและผู้ใช้ ⛔ องค์กรต้องประเมินผลกระทบก่อนลบ Copilot ⛔ ผู้ใช้ที่ต้องการใช้ AI อาจต้องติดตั้งใหม่เอง ⛔ การจัดการระบบอาจซับซ้อนขึ้นหากมีหลายเวอร์ชันของ Copilot https://www.tomshardware.com/software/windows/admins-finally-get-the-power-to-uninstall-microsoft-copilot-on-windows-11-pro-enterprise-and-edu-versions-devices-must-meet-specific-conditions-to-allow-the-removal-of-the-ai-app
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 6 มุมมอง 0 รีวิว
  • ASUS เพิ่ม ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ด Strix Neo AM5 — เตรียมพร้อมรองรับ Ryzen รุ่นอนาคต และใส่ไดรเวอร์ Wi‑Fi มาให้ล่วงหน้า

    ASUS เดินตามรอย Gigabyte ด้วยการอัปเกรด ขนาด BIOS ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ดตระกูล ROG Strix Neo AM5 ซึ่งมากกว่าเมนบอร์ด AM5 รุ่นก่อนหน้าถึงสองเท่า การเพิ่มความจุครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อความหรูหรา แต่เพื่อแก้ปัญหาเดียวกับที่เคยเกิดในยุค AM4 — เมื่อ BIOS มีพื้นที่ไม่พอรองรับ CPU รุ่นใหม่ ทำให้ต้องตัดฟีเจอร์หรือรองรับ CPU บางรุ่นไม่ได้

    เมนบอร์ดที่ได้อัปเกรด ROM ได้แก่
    ROG Strix X870E‑E Gaming WiFi7 Neo
    ROG Strix X870E‑A Gaming WiFi7 Neo
    ROG Strix B850‑F Gaming WiFi7 Neo
    ROG Strix B850‑A Gaming WiFi7 Neo

    แม้ตอนนี้ AM5 ยังไม่มีปัญหาความเข้ากันได้ของ CPU แต่ ASUS และ Gigabyte เลือก “กันไว้ก่อน” เพื่อรองรับ Ryzen รุ่นอนาคตโดยไม่ต้องตัดฟีเจอร์ BIOS ออกเหมือนยุค AM4 ที่เคยเจอปัญหา ROM 16MB ไม่พอจนต้องออกบอร์ดรุ่นใหม่ที่มี 32MB

    ในระหว่างที่ยังไม่มี CPU ใหม่มาใช้พื้นที่ ROM เพิ่มเติม ASUS ใช้พื้นที่ว่างนี้เพื่อ ใส่ไดรเวอร์ Wi‑Fi มาให้ใน BIOS เลย ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ติดตั้ง Windows 11 ได้ง่ายขึ้น เพราะ Microsoft บังคับให้ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและล็อกอินบัญชี Microsoft ก่อนติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ การมีไดรเวอร์ Wi‑Fi ติดตั้งล่วงหน้าจึงช่วยลดปัญหานี้ได้มาก

    นอกจากนี้ Strix Neo ยังเพิ่มฟีเจอร์คุณภาพชีวิตหลายอย่าง เช่น Q‑Release สำหรับถอดการ์ดจอใหญ่ ๆ ได้ง่ายขึ้น, การจัดสรรเลน PCIe ใหม่ที่ทำให้ใช้ PCIe 5.0 x16 พร้อม M.2 PCIe 5.0 สองตัวได้เต็มสปีด และเพิ่ม USB 2.0 headers ภายในถึง 3 ช่อง เพื่อรองรับอุปกรณ์ภายในเคสที่ต้องใช้พอร์ต USB เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ASUS เพิ่ม ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ด Strix Neo AM5
    เพื่อรองรับ Ryzen รุ่นอนาคตโดยไม่ต้องตัดฟีเจอร์ BIOS

    ใช้พื้นที่ ROM ส่วนเกินเพื่อติดตั้งไดรเวอร์ Wi‑Fi ล่วงหน้า
    ช่วยให้ติดตั้ง Windows 11 ได้ง่ายขึ้น

    เมนบอร์ดที่ได้รับอัปเกรดมี 4 รุ่นในตระกูล ROG Strix Neo
    X870E‑E, X870E‑A, B850‑F, B850‑A

    แก้ปัญหาที่เคยเกิดในยุค AM4 ที่ ROM ไม่พอรองรับ CPU ใหม่
    AM4 เคยต้องตัดฟีเจอร์ BIOS เพื่อให้พอพื้นที่

    Strix Neo เพิ่มฟีเจอร์คุณภาพชีวิตหลายอย่าง
    Q‑Release, PCIe optimization, USB 2.0 headers เพิ่มขึ้น

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    แม้ ROM ใหญ่ขึ้น แต่ยังต้องรอทดสอบจริงกับ Ryzen รุ่นอนาคต
    ความเข้ากันได้จริงอาจขึ้นกับการออกแบบ BIOS ในอนาคต

    การแชร์เลน PCIe ระหว่าง M.2 และ USB4 อาจมีผลกับบางการใช้งาน
    ผู้ใช้ที่ต้องการแบนด์วิดท์สูงสุดทุกอุปกรณ์ควรตรวจสอบก่อน

    ฟีเจอร์ Wi‑Fi pre‑install อาจไม่รองรับทุกเวอร์ชันของ Windows
    โดยเฉพาะการติดตั้งแบบ offline หรือเวอร์ชันเก่า

    https://www.tomshardware.com/pc-components/motherboards/asus-adds-64mb-rom-to-strix-neo-am5-motherboards-following-gigabyte-capacity-large-enough-to-fit-pre-installed-wi-fi-drivers
    🧩⚡ ASUS เพิ่ม ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ด Strix Neo AM5 — เตรียมพร้อมรองรับ Ryzen รุ่นอนาคต และใส่ไดรเวอร์ Wi‑Fi มาให้ล่วงหน้า ASUS เดินตามรอย Gigabyte ด้วยการอัปเกรด ขนาด BIOS ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ดตระกูล ROG Strix Neo AM5 ซึ่งมากกว่าเมนบอร์ด AM5 รุ่นก่อนหน้าถึงสองเท่า การเพิ่มความจุครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อความหรูหรา แต่เพื่อแก้ปัญหาเดียวกับที่เคยเกิดในยุค AM4 — เมื่อ BIOS มีพื้นที่ไม่พอรองรับ CPU รุ่นใหม่ ทำให้ต้องตัดฟีเจอร์หรือรองรับ CPU บางรุ่นไม่ได้ เมนบอร์ดที่ได้อัปเกรด ROM ได้แก่ 💠 ROG Strix X870E‑E Gaming WiFi7 Neo 💠 ROG Strix X870E‑A Gaming WiFi7 Neo 💠 ROG Strix B850‑F Gaming WiFi7 Neo 💠 ROG Strix B850‑A Gaming WiFi7 Neo แม้ตอนนี้ AM5 ยังไม่มีปัญหาความเข้ากันได้ของ CPU แต่ ASUS และ Gigabyte เลือก “กันไว้ก่อน” เพื่อรองรับ Ryzen รุ่นอนาคตโดยไม่ต้องตัดฟีเจอร์ BIOS ออกเหมือนยุค AM4 ที่เคยเจอปัญหา ROM 16MB ไม่พอจนต้องออกบอร์ดรุ่นใหม่ที่มี 32MB ในระหว่างที่ยังไม่มี CPU ใหม่มาใช้พื้นที่ ROM เพิ่มเติม ASUS ใช้พื้นที่ว่างนี้เพื่อ ใส่ไดรเวอร์ Wi‑Fi มาให้ใน BIOS เลย ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ติดตั้ง Windows 11 ได้ง่ายขึ้น เพราะ Microsoft บังคับให้ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและล็อกอินบัญชี Microsoft ก่อนติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ การมีไดรเวอร์ Wi‑Fi ติดตั้งล่วงหน้าจึงช่วยลดปัญหานี้ได้มาก นอกจากนี้ Strix Neo ยังเพิ่มฟีเจอร์คุณภาพชีวิตหลายอย่าง เช่น Q‑Release สำหรับถอดการ์ดจอใหญ่ ๆ ได้ง่ายขึ้น, การจัดสรรเลน PCIe ใหม่ที่ทำให้ใช้ PCIe 5.0 x16 พร้อม M.2 PCIe 5.0 สองตัวได้เต็มสปีด และเพิ่ม USB 2.0 headers ภายในถึง 3 ช่อง เพื่อรองรับอุปกรณ์ภายในเคสที่ต้องใช้พอร์ต USB เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ASUS เพิ่ม ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ด Strix Neo AM5 ➡️ เพื่อรองรับ Ryzen รุ่นอนาคตโดยไม่ต้องตัดฟีเจอร์ BIOS ✅ ใช้พื้นที่ ROM ส่วนเกินเพื่อติดตั้งไดรเวอร์ Wi‑Fi ล่วงหน้า ➡️ ช่วยให้ติดตั้ง Windows 11 ได้ง่ายขึ้น ✅ เมนบอร์ดที่ได้รับอัปเกรดมี 4 รุ่นในตระกูล ROG Strix Neo ➡️ X870E‑E, X870E‑A, B850‑F, B850‑A ✅ แก้ปัญหาที่เคยเกิดในยุค AM4 ที่ ROM ไม่พอรองรับ CPU ใหม่ ➡️ AM4 เคยต้องตัดฟีเจอร์ BIOS เพื่อให้พอพื้นที่ ✅ Strix Neo เพิ่มฟีเจอร์คุณภาพชีวิตหลายอย่าง ➡️ Q‑Release, PCIe optimization, USB 2.0 headers เพิ่มขึ้น คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ แม้ ROM ใหญ่ขึ้น แต่ยังต้องรอทดสอบจริงกับ Ryzen รุ่นอนาคต ⛔ ความเข้ากันได้จริงอาจขึ้นกับการออกแบบ BIOS ในอนาคต ‼️ การแชร์เลน PCIe ระหว่าง M.2 และ USB4 อาจมีผลกับบางการใช้งาน ⛔ ผู้ใช้ที่ต้องการแบนด์วิดท์สูงสุดทุกอุปกรณ์ควรตรวจสอบก่อน ‼️ ฟีเจอร์ Wi‑Fi pre‑install อาจไม่รองรับทุกเวอร์ชันของ Windows ⛔ โดยเฉพาะการติดตั้งแบบ offline หรือเวอร์ชันเก่า https://www.tomshardware.com/pc-components/motherboards/asus-adds-64mb-rom-to-strix-neo-am5-motherboards-following-gigabyte-capacity-large-enough-to-fit-pre-installed-wi-fi-drivers
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 3 มุมมอง 0 รีวิว
  • ฮีตเตอร์ทำน้ำร้อนที่ “ขุดบิตคอยน์ได้” — อุปกรณ์ราคา $2,000 ที่บริษัทเคลมว่าคืนทุนใน 2 ปี

    บริษัท Superheat เปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ชื่อ Superheat H1 ที่งาน CES 2026 โดยชูจุดขายว่าเป็น “เครื่องทำน้ำร้อนที่จ่ายเงินคืนให้คุณ” เพราะมันใช้ ความร้อนจากการขุด Bitcoin มาอุ่นน้ำแทนการใช้ฮีตเตอร์ไฟฟ้าแบบเดิม แนวคิดคือแทนที่จะปล่อยความร้อนจากเครื่องขุดให้สูญเปล่า ก็จับมาใช้ประโยชน์ในบ้านแทน ทำให้ค่าไฟที่ใช้ขุดถูกชดเชยด้วยการลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำร้อนไปพร้อมกัน

    Superheat เคลมว่า H1 สามารถสร้างรายได้จากการขุดได้ประมาณ $1,000 ต่อปี และช่วยลดค่าไฟ–ค่าน้ำร้อนลงได้ถึง 80% หากตัวเลขนี้เป็นจริง ผู้ใช้จะคืนทุนภายในประมาณ 2 ปี และอุปกรณ์มีอายุการใช้งานราว 10 ปี ซึ่งใกล้เคียงกับเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป นอกจากนี้บริษัทยังอ้างว่าหากนำไปใช้ในอพาร์ตเมนต์ 700 ห้อง อาจสร้างรายได้รวมถึง $980,000 ต่อปี จากการขุด Bitcoin

    แนวคิดนี้เกิดจากปัญหาค่าใช้จ่ายด้านความร้อนในศูนย์ข้อมูลและเหมืองคริปโตที่สูงมาก โดยเฉพาะค่า “ระบายความร้อน” ซึ่งเป็นต้นทุนอันดับสองรองจากค่าไฟฟ้า การนำความร้อนเหล่านั้นกลับมาใช้ใหม่จึงเป็นแนวทางที่หลายบริษัทเริ่มสนใจ และ Superheat ก็พยายามนำไอเดียนี้มาสู่ระดับครัวเรือน

    อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขุดยังขึ้นอยู่กับราคาบิตคอยน์ที่ผันผวนสูง ปัจจุบัน BTC อยู่ราว $91,000 หลังจากเคยขึ้นไปแตะ $125,000 ในปีที่ผ่านมา และนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าปีนี้อาจแกว่งในช่วง $75,000–$225,000 ซึ่งหมายความว่ารายได้จริงอาจมากหรือน้อยกว่าที่บริษัทคาดไว้มาก นอกจากนี้ผู้ใช้ยังต้องคอยตามข่าวราคาและแนวโน้มตลาดอยู่เสมอ เพราะรายได้จากการขุดไม่แน่นอนเลยแม้แต่น้อย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Superheat H1 คือเครื่องทำน้ำร้อนที่ใช้ความร้อนจากการขุด Bitcoin
    ใช้ ASIC ภายในแทนฮีตเตอร์ไฟฟ้าแบบเดิม

    ราคาเครื่องอยู่ที่ $2,000
    บริษัทเคลมว่าคืนทุนใน 2 ปีจากรายได้ขุดและการลดค่าไฟ

    สร้างรายได้ประมาณ $1,000 ต่อปีจากการขุด
    พร้อมลดค่าไฟ–ค่าน้ำร้อนลงได้ถึง 80%

    อายุการใช้งานประมาณ 10 ปี
    ใกล้เคียงเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป

    บริษัทอ้างว่าสามารถขยายสเกลไปยังอพาร์ตเมนต์หรือโรงแรมได้
    700 ห้องอาจสร้างรายได้รวมเกือบ $1M ต่อปี

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    รายได้จากการขุดขึ้นอยู่กับราคาบิตคอยน์ที่ผันผวนมาก
    อาจทำให้รายได้จริงต่ำกว่าที่คาดไว้มาก

    ค่าไฟฟ้าในบางพื้นที่อาจทำให้ไม่คุ้มทุน
    โดยเฉพาะประเทศที่ค่าไฟสูง

    อุปกรณ์มีชิ้นส่วน ASIC ที่อาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป
    ต้องพิจารณาค่าเปลี่ยนอะไหล่

    การขุดคริปโตอาจมีข้อกฎหมายหรือข้อจำกัดในบางประเทศ
    ผู้ใช้ต้องตรวจสอบก่อนติดตั้ง

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/cryptomining/bitcoin-mining-water-heater-firm-says-its-usd2-000-product-can-rake-back-usd1-000-a-year-in-btc-and-claims-it-can-offset-up-to-80-percent-of-electricity-and-water-costs
    🔥💰 ฮีตเตอร์ทำน้ำร้อนที่ “ขุดบิตคอยน์ได้” — อุปกรณ์ราคา $2,000 ที่บริษัทเคลมว่าคืนทุนใน 2 ปี บริษัท Superheat เปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ชื่อ Superheat H1 ที่งาน CES 2026 โดยชูจุดขายว่าเป็น “เครื่องทำน้ำร้อนที่จ่ายเงินคืนให้คุณ” เพราะมันใช้ ความร้อนจากการขุด Bitcoin มาอุ่นน้ำแทนการใช้ฮีตเตอร์ไฟฟ้าแบบเดิม แนวคิดคือแทนที่จะปล่อยความร้อนจากเครื่องขุดให้สูญเปล่า ก็จับมาใช้ประโยชน์ในบ้านแทน ทำให้ค่าไฟที่ใช้ขุดถูกชดเชยด้วยการลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำร้อนไปพร้อมกัน Superheat เคลมว่า H1 สามารถสร้างรายได้จากการขุดได้ประมาณ $1,000 ต่อปี และช่วยลดค่าไฟ–ค่าน้ำร้อนลงได้ถึง 80% หากตัวเลขนี้เป็นจริง ผู้ใช้จะคืนทุนภายในประมาณ 2 ปี และอุปกรณ์มีอายุการใช้งานราว 10 ปี ซึ่งใกล้เคียงกับเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป นอกจากนี้บริษัทยังอ้างว่าหากนำไปใช้ในอพาร์ตเมนต์ 700 ห้อง อาจสร้างรายได้รวมถึง $980,000 ต่อปี จากการขุด Bitcoin แนวคิดนี้เกิดจากปัญหาค่าใช้จ่ายด้านความร้อนในศูนย์ข้อมูลและเหมืองคริปโตที่สูงมาก โดยเฉพาะค่า “ระบายความร้อน” ซึ่งเป็นต้นทุนอันดับสองรองจากค่าไฟฟ้า การนำความร้อนเหล่านั้นกลับมาใช้ใหม่จึงเป็นแนวทางที่หลายบริษัทเริ่มสนใจ และ Superheat ก็พยายามนำไอเดียนี้มาสู่ระดับครัวเรือน อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขุดยังขึ้นอยู่กับราคาบิตคอยน์ที่ผันผวนสูง ปัจจุบัน BTC อยู่ราว $91,000 หลังจากเคยขึ้นไปแตะ $125,000 ในปีที่ผ่านมา และนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าปีนี้อาจแกว่งในช่วง $75,000–$225,000 ซึ่งหมายความว่ารายได้จริงอาจมากหรือน้อยกว่าที่บริษัทคาดไว้มาก นอกจากนี้ผู้ใช้ยังต้องคอยตามข่าวราคาและแนวโน้มตลาดอยู่เสมอ เพราะรายได้จากการขุดไม่แน่นอนเลยแม้แต่น้อย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Superheat H1 คือเครื่องทำน้ำร้อนที่ใช้ความร้อนจากการขุด Bitcoin ➡️ ใช้ ASIC ภายในแทนฮีตเตอร์ไฟฟ้าแบบเดิม ✅ ราคาเครื่องอยู่ที่ $2,000 ➡️ บริษัทเคลมว่าคืนทุนใน 2 ปีจากรายได้ขุดและการลดค่าไฟ ✅ สร้างรายได้ประมาณ $1,000 ต่อปีจากการขุด ➡️ พร้อมลดค่าไฟ–ค่าน้ำร้อนลงได้ถึง 80% ✅ อายุการใช้งานประมาณ 10 ปี ➡️ ใกล้เคียงเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป ✅ บริษัทอ้างว่าสามารถขยายสเกลไปยังอพาร์ตเมนต์หรือโรงแรมได้ ➡️ 700 ห้องอาจสร้างรายได้รวมเกือบ $1M ต่อปี คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ รายได้จากการขุดขึ้นอยู่กับราคาบิตคอยน์ที่ผันผวนมาก ⛔ อาจทำให้รายได้จริงต่ำกว่าที่คาดไว้มาก ‼️ ค่าไฟฟ้าในบางพื้นที่อาจทำให้ไม่คุ้มทุน ⛔ โดยเฉพาะประเทศที่ค่าไฟสูง ‼️ อุปกรณ์มีชิ้นส่วน ASIC ที่อาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป ⛔ ต้องพิจารณาค่าเปลี่ยนอะไหล่ ‼️ การขุดคริปโตอาจมีข้อกฎหมายหรือข้อจำกัดในบางประเทศ ⛔ ผู้ใช้ต้องตรวจสอบก่อนติดตั้ง https://www.tomshardware.com/tech-industry/cryptomining/bitcoin-mining-water-heater-firm-says-its-usd2-000-product-can-rake-back-usd1-000-a-year-in-btc-and-claims-it-can-offset-up-to-80-percent-of-electricity-and-water-costs
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 9 มุมมอง 0 รีวิว
  • สถานะ Orion บน Linux: เบราว์เซอร์สายความเร็วที่กำลังเข้าใกล้ความพร้อมใช้งานจริง

    Orion บน Linux อยู่ในช่วง Alpha ซึ่งหมายถึงยังไม่เสถียร แต่พร้อมให้ผู้ใช้ทดลองฟีเจอร์หลักจำนวนมากแล้ว จุดเด่นคือทีมพัฒนาเลือกทำ “พื้นฐานให้แน่นก่อน” เช่น ระบบแท็บ การจัดการหน้าต่าง เมนู และองค์ประกอบ UI ทั้งหมด ทำให้แม้จะเป็น Alpha แต่ประสบการณ์ใช้งานด้านภาพรวมถือว่าใกล้เคียงเบราว์เซอร์จริงมากกว่าที่คิด ผู้ใช้สามารถเปิดเว็บทั่วไป ค้นหา และใช้งานหลายแท็บพร้อมกันได้อย่างราบรื่น

    ฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ ระบบจัดการแท็บแบบใหม่ ที่ทำงานได้สมบูรณ์เกือบทั้งหมด ยกเว้น Tab Switcher UI ที่ยังไม่รองรับ แต่แท็บสามารถเปิดคู่ขนาน ทำงานแยกกัน และยังรองรับการแสดงผลทั้งบนหน้าต่างหลักและ sidebar นอกจากนี้ยังมี session persistence ทำให้ Orion จำแท็บที่เปิดไว้ก่อนปิดโปรแกรม และเปิดกลับมาได้เหมือนเดิมเมื่อเปิดใหม่

    ระบบ Bookmarks ก็พร้อมใช้งานเต็มรูปแบบ ผู้ใช้สามารถบันทึกหน้าเว็บ จัดหมวดหมู่เป็นโฟลเดอร์ และเข้าถึงได้จาก dialog, sidebar หรือ bookmarks bar พร้อมไอคอนบันทึกหน้าแบบ ✴︎ ที่ใช้งานง่าย ส่วนระบบ History ก็ถูกพัฒนาให้จัดการข้อมูลย้อนหลังได้ดีขึ้น และมี Password management framework วางโครงสร้างพื้นฐานสำหรับระบบรหัสผ่านในอนาคต รวมถึงการนำเข้า–ส่งออกข้อมูลแบบไฟล์ภายในเครื่อง

    แม้จะมีฟีเจอร์พื้นฐานจำนวนมากที่ใช้งานได้แล้ว แต่ Orion บน Linux ยังมีงานต้องทำ เช่น WebKit extension support และ ระบบ Sync ที่ยังไม่ถูกนำมาใช้ใน Alpha ซึ่งเป็นฟีเจอร์สำคัญสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการประสบการณ์ข้ามอุปกรณ์ แต่จากความคืบหน้าที่เห็นในหน้านี้ บ่งบอกว่า Orion กำลังเดินหน้าอย่างมั่นคงและใกล้พร้อมสำหรับผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้นเรื่อย ๆ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Orion for Linux อยู่ในช่วง Alpha
    เน้นทดสอบฟีเจอร์พื้นฐานและความเสถียร

    UI พร้อมใช้งานเกือบทั้งหมด
    เมนู ปุ่ม ไดอะล็อก ทูลบาร์ และเลย์เอาต์ต่าง ๆ

    ระบบแท็บทำงานสมบูรณ์เกือบทั้งหมด
    เปิดคู่ขนาน แสดงใน sidebar และจำ session ได้

    Bookmarks ใช้งานได้เต็มรูปแบบ
    บันทึก จัดโฟลเดอร์ และเข้าถึงได้หลายตำแหน่ง

    History และ Password framework ถูกนำมาใช้แล้ว
    รองรับจัดการข้อมูลย้อนหลังและระบบรหัสผ่านพื้นฐาน

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    ยังเป็น Alpha — อาจมีบั๊กหรือความไม่เสถียร
    ไม่เหมาะสำหรับใช้งานเป็นเบราว์เซอร์หลัก

    Tab Switcher UI ยังไม่รองรับ
    ผู้ใช้ที่พึ่งพาการสลับแท็บแบบภาพอาจไม่สะดวก

    ยังไม่มี WebKit extension support
    ทำให้ไม่สามารถใช้ส่วนขยายบางประเภทได้

    ระบบ Sync ยังไม่เปิดใช้งาน
    ผู้ใช้หลายอุปกรณ์อาจต้องรอเวอร์ชันถัดไป

    https://help.kagi.com/orion/misc/linux-status.html
    🐧🚀 สถานะ Orion บน Linux: เบราว์เซอร์สายความเร็วที่กำลังเข้าใกล้ความพร้อมใช้งานจริง Orion บน Linux อยู่ในช่วง Alpha ซึ่งหมายถึงยังไม่เสถียร แต่พร้อมให้ผู้ใช้ทดลองฟีเจอร์หลักจำนวนมากแล้ว จุดเด่นคือทีมพัฒนาเลือกทำ “พื้นฐานให้แน่นก่อน” เช่น ระบบแท็บ การจัดการหน้าต่าง เมนู และองค์ประกอบ UI ทั้งหมด ทำให้แม้จะเป็น Alpha แต่ประสบการณ์ใช้งานด้านภาพรวมถือว่าใกล้เคียงเบราว์เซอร์จริงมากกว่าที่คิด ผู้ใช้สามารถเปิดเว็บทั่วไป ค้นหา และใช้งานหลายแท็บพร้อมกันได้อย่างราบรื่น ฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ ระบบจัดการแท็บแบบใหม่ ที่ทำงานได้สมบูรณ์เกือบทั้งหมด ยกเว้น Tab Switcher UI ที่ยังไม่รองรับ แต่แท็บสามารถเปิดคู่ขนาน ทำงานแยกกัน และยังรองรับการแสดงผลทั้งบนหน้าต่างหลักและ sidebar นอกจากนี้ยังมี session persistence ทำให้ Orion จำแท็บที่เปิดไว้ก่อนปิดโปรแกรม และเปิดกลับมาได้เหมือนเดิมเมื่อเปิดใหม่ ระบบ Bookmarks ก็พร้อมใช้งานเต็มรูปแบบ ผู้ใช้สามารถบันทึกหน้าเว็บ จัดหมวดหมู่เป็นโฟลเดอร์ และเข้าถึงได้จาก dialog, sidebar หรือ bookmarks bar พร้อมไอคอนบันทึกหน้าแบบ ✴︎ ที่ใช้งานง่าย ส่วนระบบ History ก็ถูกพัฒนาให้จัดการข้อมูลย้อนหลังได้ดีขึ้น และมี Password management framework วางโครงสร้างพื้นฐานสำหรับระบบรหัสผ่านในอนาคต รวมถึงการนำเข้า–ส่งออกข้อมูลแบบไฟล์ภายในเครื่อง แม้จะมีฟีเจอร์พื้นฐานจำนวนมากที่ใช้งานได้แล้ว แต่ Orion บน Linux ยังมีงานต้องทำ เช่น WebKit extension support และ ระบบ Sync ที่ยังไม่ถูกนำมาใช้ใน Alpha ซึ่งเป็นฟีเจอร์สำคัญสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการประสบการณ์ข้ามอุปกรณ์ แต่จากความคืบหน้าที่เห็นในหน้านี้ บ่งบอกว่า Orion กำลังเดินหน้าอย่างมั่นคงและใกล้พร้อมสำหรับผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้นเรื่อย ๆ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Orion for Linux อยู่ในช่วง Alpha ➡️ เน้นทดสอบฟีเจอร์พื้นฐานและความเสถียร ✅ UI พร้อมใช้งานเกือบทั้งหมด ➡️ เมนู ปุ่ม ไดอะล็อก ทูลบาร์ และเลย์เอาต์ต่าง ๆ ✅ ระบบแท็บทำงานสมบูรณ์เกือบทั้งหมด ➡️ เปิดคู่ขนาน แสดงใน sidebar และจำ session ได้ ✅ Bookmarks ใช้งานได้เต็มรูปแบบ ➡️ บันทึก จัดโฟลเดอร์ และเข้าถึงได้หลายตำแหน่ง ✅ History และ Password framework ถูกนำมาใช้แล้ว ➡️ รองรับจัดการข้อมูลย้อนหลังและระบบรหัสผ่านพื้นฐาน คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ ยังเป็น Alpha — อาจมีบั๊กหรือความไม่เสถียร ⛔ ไม่เหมาะสำหรับใช้งานเป็นเบราว์เซอร์หลัก ‼️ Tab Switcher UI ยังไม่รองรับ ⛔ ผู้ใช้ที่พึ่งพาการสลับแท็บแบบภาพอาจไม่สะดวก ‼️ ยังไม่มี WebKit extension support ⛔ ทำให้ไม่สามารถใช้ส่วนขยายบางประเภทได้ ‼️ ระบบ Sync ยังไม่เปิดใช้งาน ⛔ ผู้ใช้หลายอุปกรณ์อาจต้องรอเวอร์ชันถัดไป https://help.kagi.com/orion/misc/linux-status.html
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 12 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไดอารี่ Linux: เมื่อผู้ใช้ Windows ตัดสินใจย้ายค่าย — และทุกอย่างไปได้สวยกว่าที่คิด

    การตัดสินใจทิ้ง Windows เพื่อหันมาใช้ Linux แบบเต็มตัวไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใช้คอมทำงานจริงและเล่นเกมเป็นประจำ แต่ผู้เขียนจาก The Verge กลับพบว่าประสบการณ์ครั้งนี้ “ง่ายกว่าที่คิดมาก” แม้จะมีเหตุการณ์วุ่นวายหลายอย่างเกิดขึ้นก่อนเริ่มติดตั้ง แต่เมื่อได้ลงมือจริง ทุกอย่างกลับราบรื่นกว่าที่คาดไว้มาก โดยเฉพาะการใช้งานร่วมกับการ์ดจอ Nvidia ซึ่งปกติถือว่าเป็นจุดท้าทายของ Linux

    สิ่งที่น่าสนใจคือเขาเลือกใช้ CachyOS แทนดิสโทรยอดนิยมอย่าง Ubuntu เพราะต้องการระบบที่ “ปรับแต่งมาสำหรับฮาร์ดแวร์ยุคใหม่และเหมาะกับการเล่นเกม” การติดตั้งเป็นไปอย่างง่ายดาย และเขาสามารถใช้งานจริงได้ทันที ทั้งงานประจำวัน การเล่นเกมหนึ่งเกม และแม้กระทั่งการพิมพ์งานจากเครื่องพิมพ์ที่ปกติสร้างปัญหาให้เขาบ่อยครั้งบน Windows

    แม้จะมีเรื่องตลกอย่างเมาส์เกมมิ่งที่ “ใช้ได้เฉพาะตอนเล่นเกม” แต่โดยรวมแล้ว Linux ให้ประสบการณ์ที่เสถียรและใช้งานได้จริงกว่าที่เขาคาดไว้มาก จุดที่คิดว่ายากกลับง่าย ส่วนที่คิดว่าง่ายกลับมีรายละเอียดให้แก้ไขบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นทำให้ต้องปวดหัวหรือเสียเวลาเป็นวัน ๆ เหมือนภาพจำของ Linux ในอดีต

    เมื่อมองภาพรวม การทดลองครั้งนี้สะท้อนว่าปี 2026 คือยุคที่ Linux Desktop “พร้อมใช้งานจริง” มากขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการหลีกหนี Windows ที่เต็มไปด้วยฟีเจอร์บังคับและระบบที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ Linux กลายเป็นตัวเลือกที่ “wingable” หรือใช้งานได้โดยไม่ต้องเป็นกูรูอีกต่อไป

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ผู้เขียนย้ายจาก Windows มาใช้ Linux แบบเต็มตัว
    ต้องการหลีกเลี่ยงความยุ่งยากของ Windows รุ่นใหม่

    เลือกใช้ CachyOS แทน Ubuntu
    เพราะเหมาะกับฮาร์ดแวร์ใหม่และการเล่นเกม

    การ์ดจอ Nvidia ทำงานได้ดีตั้งแต่แรก
    ติดตั้งง่ายกว่าที่คาดไว้

    ใช้งานจริงได้ทันทีหลังติดตั้ง
    ทำงาน เล่นเกม และพิมพ์เอกสารได้ครบ

    พบปัญหาเล็กน้อย เช่น เมาส์เกมมิ่งทำงานแปลก ๆ
    แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่จนใช้งานไม่ได้

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    บางงานที่คิดว่าง่ายอาจมีรายละเอียดให้แก้ไข
    เช่น อุปกรณ์เสริมบางชนิดที่ทำงานไม่สมบูรณ์

    Linux ยังต้องอาศัยการค้นคว้าบ้างในบางจุด
    โดยเฉพาะผู้ใช้ที่มีฮาร์ดแวร์เฉพาะทาง

    ไม่ใช่ทุกดิสโทรจะเหมาะกับทุกคน
    CachyOS ดีสำหรับเกม แต่ผู้ใช้ทั่วไปอาจเหมาะกับดิสโทรอื่นมากกว่า

    https://www.theverge.com/tech/858910/linux-diary-gaming-desktop
    🐧💻 ไดอารี่ Linux: เมื่อผู้ใช้ Windows ตัดสินใจย้ายค่าย — และทุกอย่างไปได้สวยกว่าที่คิด การตัดสินใจทิ้ง Windows เพื่อหันมาใช้ Linux แบบเต็มตัวไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใช้คอมทำงานจริงและเล่นเกมเป็นประจำ แต่ผู้เขียนจาก The Verge กลับพบว่าประสบการณ์ครั้งนี้ “ง่ายกว่าที่คิดมาก” แม้จะมีเหตุการณ์วุ่นวายหลายอย่างเกิดขึ้นก่อนเริ่มติดตั้ง แต่เมื่อได้ลงมือจริง ทุกอย่างกลับราบรื่นกว่าที่คาดไว้มาก โดยเฉพาะการใช้งานร่วมกับการ์ดจอ Nvidia ซึ่งปกติถือว่าเป็นจุดท้าทายของ Linux สิ่งที่น่าสนใจคือเขาเลือกใช้ CachyOS แทนดิสโทรยอดนิยมอย่าง Ubuntu เพราะต้องการระบบที่ “ปรับแต่งมาสำหรับฮาร์ดแวร์ยุคใหม่และเหมาะกับการเล่นเกม” การติดตั้งเป็นไปอย่างง่ายดาย และเขาสามารถใช้งานจริงได้ทันที ทั้งงานประจำวัน การเล่นเกมหนึ่งเกม และแม้กระทั่งการพิมพ์งานจากเครื่องพิมพ์ที่ปกติสร้างปัญหาให้เขาบ่อยครั้งบน Windows แม้จะมีเรื่องตลกอย่างเมาส์เกมมิ่งที่ “ใช้ได้เฉพาะตอนเล่นเกม” แต่โดยรวมแล้ว Linux ให้ประสบการณ์ที่เสถียรและใช้งานได้จริงกว่าที่เขาคาดไว้มาก จุดที่คิดว่ายากกลับง่าย ส่วนที่คิดว่าง่ายกลับมีรายละเอียดให้แก้ไขบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นทำให้ต้องปวดหัวหรือเสียเวลาเป็นวัน ๆ เหมือนภาพจำของ Linux ในอดีต เมื่อมองภาพรวม การทดลองครั้งนี้สะท้อนว่าปี 2026 คือยุคที่ Linux Desktop “พร้อมใช้งานจริง” มากขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการหลีกหนี Windows ที่เต็มไปด้วยฟีเจอร์บังคับและระบบที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ Linux กลายเป็นตัวเลือกที่ “wingable” หรือใช้งานได้โดยไม่ต้องเป็นกูรูอีกต่อไป 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ผู้เขียนย้ายจาก Windows มาใช้ Linux แบบเต็มตัว ➡️ ต้องการหลีกเลี่ยงความยุ่งยากของ Windows รุ่นใหม่ ✅ เลือกใช้ CachyOS แทน Ubuntu ➡️ เพราะเหมาะกับฮาร์ดแวร์ใหม่และการเล่นเกม ✅ การ์ดจอ Nvidia ทำงานได้ดีตั้งแต่แรก ➡️ ติดตั้งง่ายกว่าที่คาดไว้ ✅ ใช้งานจริงได้ทันทีหลังติดตั้ง ➡️ ทำงาน เล่นเกม และพิมพ์เอกสารได้ครบ ✅ พบปัญหาเล็กน้อย เช่น เมาส์เกมมิ่งทำงานแปลก ๆ ➡️ แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่จนใช้งานไม่ได้ คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ บางงานที่คิดว่าง่ายอาจมีรายละเอียดให้แก้ไข ⛔ เช่น อุปกรณ์เสริมบางชนิดที่ทำงานไม่สมบูรณ์ ‼️ Linux ยังต้องอาศัยการค้นคว้าบ้างในบางจุด ⛔ โดยเฉพาะผู้ใช้ที่มีฮาร์ดแวร์เฉพาะทาง ‼️ ไม่ใช่ทุกดิสโทรจะเหมาะกับทุกคน ⛔ CachyOS ดีสำหรับเกม แต่ผู้ใช้ทั่วไปอาจเหมาะกับดิสโทรอื่นมากกว่า https://www.theverge.com/tech/858910/linux-diary-gaming-desktop
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 9 มุมมอง 0 รีวิว
  • 5 ฟีเจอร์ใหม่สุดมีประโยชน์ที่ Android ได้ฟรีในปี 2025

    ปี 2025 ถือเป็นปีที่ Android ก้าวกระโดดด้านฟีเจอร์เชิงซอฟต์แวร์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกับการมาของ Android 16 ที่เน้นความปลอดภัย ความสะดวก และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ฟีเจอร์หลายอย่างเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปใช้งานได้ฟรี แม้บางฟีเจอร์จะยังจำกัดเฉพาะ Pixel หรือบางประเทศ แต่ก็สะท้อนทิศทางใหม่ของ Android ที่มุ่งช่วยผู้ใช้ในสถานการณ์จริงมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพิ่มลูกเล่นบนหน้าจอ

    หนึ่งในฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดคือ Emergency Live Video ที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถขอเปิดวิดีโอสดจากกล้องของผู้ใช้เพื่อประเมินสถานการณ์ได้ทันที ฟีเจอร์นี้อาจเปลี่ยนวิธีการช่วยชีวิตในอนาคต เพราะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ เช่น การทำ CPR หรือการประเมินอุบัติเหตุโดยไม่ต้องรอให้ผู้ใช้พยายามอธิบายเอง

    นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อย่าง Call Reason, Notification Cooldown, และ Notification Summaries ที่ช่วยจัดการความวุ่นวายของการแจ้งเตือนและการโทรได้ดีขึ้น รวมถึง Live Scam Detection ที่ใช้ AI ตรวจจับรูปแบบการหลอกลวงระหว่างการโทรแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในยุคที่มิจฉาชีพพัฒนาวิธีการหลอกลวงซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ

    สุดท้ายคือ Live Location Sharing ที่ทำให้ Android Find My Device สามารถแชร์ตำแหน่งคนได้แบบเดียวกับ Apple Find My ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ติดตามเพื่อนหรือครอบครัวได้ง่ายขึ้นและปลอดภัยกว่าเดิม ฟีเจอร์นี้รองรับอุปกรณ์ Android จำนวนมาก ทำให้เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Emergency Live Video ช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นสถานการณ์จริง
    ใช้ได้บน Android 8 ขึ้นไป และเริ่มให้บริการในบางประเทศ

    Call Reason ช่วยให้ผู้โทรระบุเหตุผลก่อนโทร
    ช่วยให้สายด่วนหรือสายสำคัญทะลุ Do Not Disturb ได้

    Notification Cooldown ลดความถี่ของการแจ้งเตือนอัตโนมัติ
    เหมาะกับกลุ่มแชตที่แจ้งเตือนรัว ๆ

    Notification Summaries ใช้ AI สรุปแจ้งเตือน
    ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะให้แอปใดถูกสรุป

    Live Scam Detection ตรวจจับการหลอกลวงระหว่างโทร
    ใช้ได้บน Pixel 6 ขึ้นไปในสหรัฐ

    Live Location Sharing เพิ่มความสามารถให้ Find My Device
    แชร์ตำแหน่งคนแบบเรียลไทม์ได้เหมือน iOS

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    ฟีเจอร์บางอย่างยังจำกัดเฉพาะ Pixel หรือบางประเทศ
    ผู้ใช้ Android รุ่นอื่นอาจยังไม่ได้รับอัปเดต

    AI Notification Summaries อาจตีความผิดได้
    มีตัวอย่างจาก iOS ที่สรุปข้อความผิดความหมาย

    Live Scam Detection ไม่สามารถป้องกันได้ 100%
    อาจเกิด false positive หรือพลาดรูปแบบใหม่ของมิจฉาชีพ

    Emergency Live Video ยังไม่รองรับทั่วโลก
    ต้องรอการขยายบริการจากผู้ให้บริการฉุกเฉินในแต่ละประเทศ

    https://www.slashgear.com/2069935/useful-new-android-phone-features-2025/
    📱✨ 5 ฟีเจอร์ใหม่สุดมีประโยชน์ที่ Android ได้ฟรีในปี 2025 ปี 2025 ถือเป็นปีที่ Android ก้าวกระโดดด้านฟีเจอร์เชิงซอฟต์แวร์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกับการมาของ Android 16 ที่เน้นความปลอดภัย ความสะดวก และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ฟีเจอร์หลายอย่างเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปใช้งานได้ฟรี แม้บางฟีเจอร์จะยังจำกัดเฉพาะ Pixel หรือบางประเทศ แต่ก็สะท้อนทิศทางใหม่ของ Android ที่มุ่งช่วยผู้ใช้ในสถานการณ์จริงมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพิ่มลูกเล่นบนหน้าจอ หนึ่งในฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดคือ Emergency Live Video ที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถขอเปิดวิดีโอสดจากกล้องของผู้ใช้เพื่อประเมินสถานการณ์ได้ทันที ฟีเจอร์นี้อาจเปลี่ยนวิธีการช่วยชีวิตในอนาคต เพราะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ เช่น การทำ CPR หรือการประเมินอุบัติเหตุโดยไม่ต้องรอให้ผู้ใช้พยายามอธิบายเอง นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อย่าง Call Reason, Notification Cooldown, และ Notification Summaries ที่ช่วยจัดการความวุ่นวายของการแจ้งเตือนและการโทรได้ดีขึ้น รวมถึง Live Scam Detection ที่ใช้ AI ตรวจจับรูปแบบการหลอกลวงระหว่างการโทรแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในยุคที่มิจฉาชีพพัฒนาวิธีการหลอกลวงซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายคือ Live Location Sharing ที่ทำให้ Android Find My Device สามารถแชร์ตำแหน่งคนได้แบบเดียวกับ Apple Find My ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ติดตามเพื่อนหรือครอบครัวได้ง่ายขึ้นและปลอดภัยกว่าเดิม ฟีเจอร์นี้รองรับอุปกรณ์ Android จำนวนมาก ทำให้เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Emergency Live Video ช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นสถานการณ์จริง ➡️ ใช้ได้บน Android 8 ขึ้นไป และเริ่มให้บริการในบางประเทศ ✅ Call Reason ช่วยให้ผู้โทรระบุเหตุผลก่อนโทร ➡️ ช่วยให้สายด่วนหรือสายสำคัญทะลุ Do Not Disturb ได้ ✅ Notification Cooldown ลดความถี่ของการแจ้งเตือนอัตโนมัติ ➡️ เหมาะกับกลุ่มแชตที่แจ้งเตือนรัว ๆ ✅ Notification Summaries ใช้ AI สรุปแจ้งเตือน ➡️ ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะให้แอปใดถูกสรุป ✅ Live Scam Detection ตรวจจับการหลอกลวงระหว่างโทร ➡️ ใช้ได้บน Pixel 6 ขึ้นไปในสหรัฐ ✅ Live Location Sharing เพิ่มความสามารถให้ Find My Device ➡️ แชร์ตำแหน่งคนแบบเรียลไทม์ได้เหมือน iOS คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ ฟีเจอร์บางอย่างยังจำกัดเฉพาะ Pixel หรือบางประเทศ ⛔ ผู้ใช้ Android รุ่นอื่นอาจยังไม่ได้รับอัปเดต ‼️ AI Notification Summaries อาจตีความผิดได้ ⛔ มีตัวอย่างจาก iOS ที่สรุปข้อความผิดความหมาย ‼️ Live Scam Detection ไม่สามารถป้องกันได้ 100% ⛔ อาจเกิด false positive หรือพลาดรูปแบบใหม่ของมิจฉาชีพ ‼️ Emergency Live Video ยังไม่รองรับทั่วโลก ⛔ ต้องรอการขยายบริการจากผู้ให้บริการฉุกเฉินในแต่ละประเทศ https://www.slashgear.com/2069935/useful-new-android-phone-features-2025/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Useful New Features Your Android Phone Got For Free In 2025 - SlashGear
    These Android updates are less about flash and more about trust, helping with scams, emergencies, tracking people, and constant notification noise.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 9 มุมมอง 0 รีวิว
  • 5 อุปกรณ์ Smart Home ราคาประหยัด ที่ใช้แทนรุ่นแพงได้แบบคุ้มค่า

    ตลาดสมาร์ทโฮมกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และหลายคนอยากเริ่มอัปเกรดบ้านให้ฉลาดขึ้น แต่ติดปัญหาว่าอุปกรณ์จากแบรนด์ใหญ่ เช่น Apple, Google หรือ Ring มักมีราคาค่อนข้างสูง บทความนี้จึงรวบรวม “ตัวเลือกที่ถูกกว่า แต่ใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน” ตั้งแต่หลอดไฟอัจฉริยะ กล้องวงจรปิด ปลั๊กไฟอัจฉริยะ ไปจนถึงลำโพงสั่งงานด้วยเสียง ซึ่งช่วยให้คุณสร้างบ้านอัจฉริยะได้โดยไม่ต้องจ่ายแพงเกินไป

    หลายอุปกรณ์ในลิสต์นี้มาจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้ เช่น Amazon Basics, TP-Link (Tapo/Kasa), Blink และ Tapo ซึ่งมีรีวิวจากผู้ใช้จริงจำนวนมากและได้รับคะแนนสูง จุดเด่นคือการติดตั้งง่าย ใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Alexa หรือ Google Home ได้ และมีฟีเจอร์พื้นฐานครบถ้วน แม้จะมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ไม่รองรับ Apple Home หรือไม่มีฟีเจอร์ขั้นสูงแบบรุ่นแพง แต่ก็ยังถือว่าคุ้มค่าอย่างมากสำหรับผู้เริ่มต้น

    อุปกรณ์อย่าง Blink Mini และ Kasa Smart Plug Ultra Mini ได้รับคำชมเรื่องความเสถียรและความง่ายในการใช้งาน ขณะที่ Tapo Robot Vacuum and Mop ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากได้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาย่อมเยา แม้จะไม่มีฐานเทขยะอัตโนมัติ แต่ก็มีระบบ LiDAR และฟีเจอร์ทำความสะอาดพื้นครบถ้วนในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งเกือบครึ่งหนึ่ง

    สุดท้าย Echo Dot รุ่นที่ 5 ก็เป็นลำโพงอัจฉริยะราคาประหยัดที่ช่วยให้คุณควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมดในบ้านได้ง่ายขึ้น พร้อมคุณภาพเสียงที่ดีเกินราคา และรองรับการใช้งานร่วมกับบริการสตรีมเพลงยอดนิยม ทำให้เป็นศูนย์กลางของบ้านอัจฉริยะที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดตัวหนึ่งในตลาดตอนนี้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Amazon Basics Smart Light Bulb เป็นตัวเลือกถูกกว่า TP-Link Tapo
    ราคาเพียง $13 แต่ฟีเจอร์ใกล้เคียงรุ่นแพงกว่า

    Blink Mini เป็นกล้องวงจรปิดราคาประหยัด
    ราคา $29 ถูกกว่า Ring Indoor Cam แต่ยังให้ภาพ 1080p และมีเสียงสองทาง

    Kasa Smart Plug Ultra Mini คุ้มค่ามาก
    ราคา $10 และรองรับ Google Home/Alexa

    Tapo Robot Vacuum and Mop เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาถูก
    ราคา $160 พร้อม LiDAR และฟีเจอร์ครบถ้วน

    Echo Dot 5th Gen เป็นลำโพงอัจฉริยะราคาดีที่สุดตัวหนึ่ง
    ราคา $50 และรองรับ multi-room, Spotify, Apple Music

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    บางอุปกรณ์รองรับเฉพาะ Alexa เท่านั้น
    เช่น Amazon Basics Smart Light Bulb ไม่รองรับ Google Home หรือ Apple Home

    Blink Mini ไม่มีการบันทึกวิดีโอแบบ local storage ในตัว
    ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่ม

    หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Tapo อาจจัดการเศษฝุ่นหนัก ๆ ได้ไม่ดีนัก
    ตามรีวิวของ PCMag

    Kasa Smart Plug ไม่รองรับ Apple Home
    อาจไม่เหมาะกับผู้ใช้ระบบ Apple ล้วน

    https://www.slashgear.com/2069810/smart-home-gadgets-cheap-alternatives-expensive-versions/
    🏠💡 5 อุปกรณ์ Smart Home ราคาประหยัด ที่ใช้แทนรุ่นแพงได้แบบคุ้มค่า ตลาดสมาร์ทโฮมกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และหลายคนอยากเริ่มอัปเกรดบ้านให้ฉลาดขึ้น แต่ติดปัญหาว่าอุปกรณ์จากแบรนด์ใหญ่ เช่น Apple, Google หรือ Ring มักมีราคาค่อนข้างสูง บทความนี้จึงรวบรวม “ตัวเลือกที่ถูกกว่า แต่ใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน” ตั้งแต่หลอดไฟอัจฉริยะ กล้องวงจรปิด ปลั๊กไฟอัจฉริยะ ไปจนถึงลำโพงสั่งงานด้วยเสียง ซึ่งช่วยให้คุณสร้างบ้านอัจฉริยะได้โดยไม่ต้องจ่ายแพงเกินไป หลายอุปกรณ์ในลิสต์นี้มาจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้ เช่น Amazon Basics, TP-Link (Tapo/Kasa), Blink และ Tapo ซึ่งมีรีวิวจากผู้ใช้จริงจำนวนมากและได้รับคะแนนสูง จุดเด่นคือการติดตั้งง่าย ใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Alexa หรือ Google Home ได้ และมีฟีเจอร์พื้นฐานครบถ้วน แม้จะมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ไม่รองรับ Apple Home หรือไม่มีฟีเจอร์ขั้นสูงแบบรุ่นแพง แต่ก็ยังถือว่าคุ้มค่าอย่างมากสำหรับผู้เริ่มต้น อุปกรณ์อย่าง Blink Mini และ Kasa Smart Plug Ultra Mini ได้รับคำชมเรื่องความเสถียรและความง่ายในการใช้งาน ขณะที่ Tapo Robot Vacuum and Mop ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากได้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาย่อมเยา แม้จะไม่มีฐานเทขยะอัตโนมัติ แต่ก็มีระบบ LiDAR และฟีเจอร์ทำความสะอาดพื้นครบถ้วนในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งเกือบครึ่งหนึ่ง สุดท้าย Echo Dot รุ่นที่ 5 ก็เป็นลำโพงอัจฉริยะราคาประหยัดที่ช่วยให้คุณควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมดในบ้านได้ง่ายขึ้น พร้อมคุณภาพเสียงที่ดีเกินราคา และรองรับการใช้งานร่วมกับบริการสตรีมเพลงยอดนิยม ทำให้เป็นศูนย์กลางของบ้านอัจฉริยะที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดตัวหนึ่งในตลาดตอนนี้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Amazon Basics Smart Light Bulb เป็นตัวเลือกถูกกว่า TP-Link Tapo ➡️ ราคาเพียง $13 แต่ฟีเจอร์ใกล้เคียงรุ่นแพงกว่า ✅ Blink Mini เป็นกล้องวงจรปิดราคาประหยัด ➡️ ราคา $29 ถูกกว่า Ring Indoor Cam แต่ยังให้ภาพ 1080p และมีเสียงสองทาง ✅ Kasa Smart Plug Ultra Mini คุ้มค่ามาก ➡️ ราคา $10 และรองรับ Google Home/Alexa ✅ Tapo Robot Vacuum and Mop เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาถูก ➡️ ราคา $160 พร้อม LiDAR และฟีเจอร์ครบถ้วน ✅ Echo Dot 5th Gen เป็นลำโพงอัจฉริยะราคาดีที่สุดตัวหนึ่ง ➡️ ราคา $50 และรองรับ multi-room, Spotify, Apple Music คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ บางอุปกรณ์รองรับเฉพาะ Alexa เท่านั้น ⛔ เช่น Amazon Basics Smart Light Bulb ไม่รองรับ Google Home หรือ Apple Home ‼️ Blink Mini ไม่มีการบันทึกวิดีโอแบบ local storage ในตัว ⛔ ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่ม ‼️ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Tapo อาจจัดการเศษฝุ่นหนัก ๆ ได้ไม่ดีนัก ⛔ ตามรีวิวของ PCMag ‼️ Kasa Smart Plug ไม่รองรับ Apple Home ⛔ อาจไม่เหมาะกับผู้ใช้ระบบ Apple ล้วน https://www.slashgear.com/2069810/smart-home-gadgets-cheap-alternatives-expensive-versions/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Cheap Alternatives To Expensive Smart Home Gadgets - SlashGear
    From basics like light bulbs and plug sockets to upmarket items like robot vacuum cleaners, smart home essentials don't have to cost the earth.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 10 มุมมอง 0 รีวิว
  • Mageia 10 Alpha เปิดให้ทดสอบแล้ว — ก้าวแรกสู่รุ่นเสถียรที่เร็วขึ้นและรองรับฮาร์ดแวร์ใหม่

    Mageia 10 Alpha เป็นเวอร์ชันทดสอบแรกของดิสโทรสาย RPM ที่สืบทอดมาจาก Mandriva โดยทีมพัฒนาได้เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปดาวน์โหลดไปทดสอบ เพื่อช่วยตรวจสอบบั๊กและความเข้ากันได้ของระบบก่อนเข้าสู่ช่วง Beta และ Stable ในอนาคต การออก Alpha ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าทีม Mageia กำลังเดินหน้าอัปเดตสถาปัตยกรรมหลักของระบบให้ทันสมัยขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    เวอร์ชันนี้มาพร้อมกับการอัปเดตแพ็กเกจหลักจำนวนมาก เช่น Linux Kernel รุ่นใหม่, KDE Plasma และ GNOME รุ่นล่าสุด รวมถึงเครื่องมือระบบต่าง ๆ ที่ถูกปรับปรุงให้ทำงานได้เร็วขึ้นและรองรับฮาร์ดแวร์ยุคใหม่ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะการรองรับ GPU รุ่นใหม่และการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิม

    Mageia 10 Alpha ยังเน้นการปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ เช่น การติดตั้งที่ง่ายขึ้น การตั้งค่าระบบที่เป็นมิตร และการอัปเดต Mageia Control Center ให้ทันสมัยขึ้น นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขบั๊กจำนวนมากจาก Mageia 9 เพื่อให้ระบบมีความเสถียรและพร้อมสำหรับการใช้งานจริงมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วง Stable

    แม้จะเป็นเวอร์ชัน Alpha แต่ถือเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการทดลองฟีเจอร์ใหม่ ๆ หรือช่วยทีมพัฒนาทดสอบระบบ อย่างไรก็ตามยังไม่เหมาะสำหรับการใช้งานจริงในงานสำคัญ เนื่องจากยังมีบั๊กและปัญหาความเข้ากันได้ที่ต้องแก้ไขก่อนเปิดตัวเวอร์ชันสุดท้าย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Mageia 10 Alpha เปิดให้ทดสอบแล้ว
    เป็นเวอร์ชันทดลองก่อนเข้าสู่ Beta และ Stable

    อัปเดตแพ็กเกจหลักจำนวนมาก
    Kernel, KDE Plasma, GNOME, เครื่องมือระบบ

    รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ดีขึ้น
    GPU รุ่นใหม่, การจัดการพลังงานที่ดีขึ้น

    Mageia Control Center ได้รับการปรับปรุง
    UI ทันสมัยขึ้น ใช้งานง่ายขึ้น

    แก้บั๊กจาก Mageia 9 จำนวนมาก
    เพิ่มเสถียรภาพและความพร้อมสำหรับเวอร์ชัน Stable

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    ยังเป็นเวอร์ชัน Alpha
    ไม่เหมาะสำหรับงานจริงหรือระบบที่ต้องการความเสถียร

    อาจมีปัญหาความเข้ากันได้กับฮาร์ดแวร์บางรุ่น
    โดยเฉพาะอุปกรณ์เก่าหรือไดรเวอร์เฉพาะทาง

    อาจพบบั๊กหรือปัญหาการติดตั้ง
    ควรทดสอบในเครื่องเสมือนหรือเครื่องสำรอง

    https://9to5linux.com/first-look-at-mageia-10-alpha-release-now-available-for-public-testing
    🐉 Mageia 10 Alpha เปิดให้ทดสอบแล้ว — ก้าวแรกสู่รุ่นเสถียรที่เร็วขึ้นและรองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ Mageia 10 Alpha เป็นเวอร์ชันทดสอบแรกของดิสโทรสาย RPM ที่สืบทอดมาจาก Mandriva โดยทีมพัฒนาได้เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปดาวน์โหลดไปทดสอบ เพื่อช่วยตรวจสอบบั๊กและความเข้ากันได้ของระบบก่อนเข้าสู่ช่วง Beta และ Stable ในอนาคต การออก Alpha ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าทีม Mageia กำลังเดินหน้าอัปเดตสถาปัตยกรรมหลักของระบบให้ทันสมัยขึ้นอย่างต่อเนื่อง เวอร์ชันนี้มาพร้อมกับการอัปเดตแพ็กเกจหลักจำนวนมาก เช่น Linux Kernel รุ่นใหม่, KDE Plasma และ GNOME รุ่นล่าสุด รวมถึงเครื่องมือระบบต่าง ๆ ที่ถูกปรับปรุงให้ทำงานได้เร็วขึ้นและรองรับฮาร์ดแวร์ยุคใหม่ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะการรองรับ GPU รุ่นใหม่และการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิม Mageia 10 Alpha ยังเน้นการปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ เช่น การติดตั้งที่ง่ายขึ้น การตั้งค่าระบบที่เป็นมิตร และการอัปเดต Mageia Control Center ให้ทันสมัยขึ้น นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขบั๊กจำนวนมากจาก Mageia 9 เพื่อให้ระบบมีความเสถียรและพร้อมสำหรับการใช้งานจริงมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วง Stable แม้จะเป็นเวอร์ชัน Alpha แต่ถือเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการทดลองฟีเจอร์ใหม่ ๆ หรือช่วยทีมพัฒนาทดสอบระบบ อย่างไรก็ตามยังไม่เหมาะสำหรับการใช้งานจริงในงานสำคัญ เนื่องจากยังมีบั๊กและปัญหาความเข้ากันได้ที่ต้องแก้ไขก่อนเปิดตัวเวอร์ชันสุดท้าย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Mageia 10 Alpha เปิดให้ทดสอบแล้ว ➡️ เป็นเวอร์ชันทดลองก่อนเข้าสู่ Beta และ Stable ✅ อัปเดตแพ็กเกจหลักจำนวนมาก ➡️ Kernel, KDE Plasma, GNOME, เครื่องมือระบบ ✅ รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ดีขึ้น ➡️ GPU รุ่นใหม่, การจัดการพลังงานที่ดีขึ้น ✅ Mageia Control Center ได้รับการปรับปรุง ➡️ UI ทันสมัยขึ้น ใช้งานง่ายขึ้น ✅ แก้บั๊กจาก Mageia 9 จำนวนมาก ➡️ เพิ่มเสถียรภาพและความพร้อมสำหรับเวอร์ชัน Stable คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ ยังเป็นเวอร์ชัน Alpha ⛔ ไม่เหมาะสำหรับงานจริงหรือระบบที่ต้องการความเสถียร ‼️ อาจมีปัญหาความเข้ากันได้กับฮาร์ดแวร์บางรุ่น ⛔ โดยเฉพาะอุปกรณ์เก่าหรือไดรเวอร์เฉพาะทาง ‼️ อาจพบบั๊กหรือปัญหาการติดตั้ง ⛔ ควรทดสอบในเครื่องเสมือนหรือเครื่องสำรอง https://9to5linux.com/first-look-at-mageia-10-alpha-release-now-available-for-public-testing
    9TO5LINUX.COM
    First Look at Mageia 10 - Alpha Release Now Available for Public Testing - 9to5Linux
    Mageia 10 Alpha release is now available for public testing with KDE Plasma 6.5, GNOME 49, and Xfce 4.20 desktop environments.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 8 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผู้บัญชาการทหารบก ลงพื้นที่ตรวจแนวการวางกำลังและการสถาปนาความมั่นคงบริเวณแนวชายแดน พื้นที่ฐานปฏิบัติการเนิน 225 เนิน 350 และปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจความพร้อมกำลังพล
    .
    การลงพื้นที่ครั้งนี้เน้นการตรวจความพร้อมด้านกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และการจัดกำลังตามแนวชายแดน พร้อมกำชับให้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รอบคอบ และรัดกุม เพื่อปกป้องอธิปไตยและสถาปนาความมั่นคงในทุกมิติ
    .
    ผู้บัญชาการทหารบกยังให้กำลังใจกำลังพลกองกำลังสุรนารี ขอให้ภาคภูมิใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา และย้ำว่าภารกิจยังต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อความสงบมั่นคงของพื้นที่ชายแดนและประเทศชาติ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002857
    .
    #News1live #News1 #ผบ.ทบ #ชายแดนไทยกัมพูชา #กองทัพบก #ความมั่นคง
    ผู้บัญชาการทหารบก ลงพื้นที่ตรวจแนวการวางกำลังและการสถาปนาความมั่นคงบริเวณแนวชายแดน พื้นที่ฐานปฏิบัติการเนิน 225 เนิน 350 และปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจความพร้อมกำลังพล . การลงพื้นที่ครั้งนี้เน้นการตรวจความพร้อมด้านกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และการจัดกำลังตามแนวชายแดน พร้อมกำชับให้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รอบคอบ และรัดกุม เพื่อปกป้องอธิปไตยและสถาปนาความมั่นคงในทุกมิติ . ผู้บัญชาการทหารบกยังให้กำลังใจกำลังพลกองกำลังสุรนารี ขอให้ภาคภูมิใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา และย้ำว่าภารกิจยังต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อความสงบมั่นคงของพื้นที่ชายแดนและประเทศชาติ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002857 . #News1live #News1 #ผบ.ทบ #ชายแดนไทยกัมพูชา #กองทัพบก #ความมั่นคง
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 44 มุมมอง 0 รีวิว
  • กรมทหารราบที่ 29 กองพลทหารราบที่ 9 ลงพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จัดกิจกรรมคืนความสุขให้ประชาชนชายแดนไทย–กัมพูชา มอบผ้าห่มกันหนาวแก่พระสงฆ์ ผู้พิการ และประชาชนผู้ยากไร้ พร้อมดูแลช่วยเหลือด้านสุขภาพเบื้องต้น
    .
    กิจกรรมดังกล่าวนำโดยผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 พร้อมกำลังพล และชุดทหารเสนารักษ์ ตรวจสุขภาพพระสงฆ์ที่อาพาธ ก่อนส่งต่อการรักษาที่เหมาะสม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยหนาวในพื้นที่ห่างไกล
    .
    จากนั้นคณะได้เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านตุ่น มอบของขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ให้แก่นักเรียนในพื้นที่ ทั้งของเล่นเสริมพัฒนาการ อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา ผ้าห่มกันหนาว และไอศกรีม สร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นให้เด็กและชุมชน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002851
    .
    #News1live #News1 #ร29 #กองพลทหารราบที่9 #วันเด็ก #อรัญประเทศ
    กรมทหารราบที่ 29 กองพลทหารราบที่ 9 ลงพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จัดกิจกรรมคืนความสุขให้ประชาชนชายแดนไทย–กัมพูชา มอบผ้าห่มกันหนาวแก่พระสงฆ์ ผู้พิการ และประชาชนผู้ยากไร้ พร้อมดูแลช่วยเหลือด้านสุขภาพเบื้องต้น . กิจกรรมดังกล่าวนำโดยผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 พร้อมกำลังพล และชุดทหารเสนารักษ์ ตรวจสุขภาพพระสงฆ์ที่อาพาธ ก่อนส่งต่อการรักษาที่เหมาะสม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยหนาวในพื้นที่ห่างไกล . จากนั้นคณะได้เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านตุ่น มอบของขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ให้แก่นักเรียนในพื้นที่ ทั้งของเล่นเสริมพัฒนาการ อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา ผ้าห่มกันหนาว และไอศกรีม สร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นให้เด็กและชุมชน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002851 . #News1live #News1 #ร29 #กองพลทหารราบที่9 #วันเด็ก #อรัญประเทศ
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 44 มุมมอง 0 รีวิว
  • เกิดอุบัติเหตุรถตู้บรรทุกนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พุ่งชนต้นไม้ข้างทางบนถนนเชียงใหม่-พร้าว ก่อนถึงน้ำตกวังบัวตอง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 7 ราย
    .
    เจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่โจ้เข้าช่วยเหลือในที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ 5 ราย ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำตัวออกมาอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย หมดสติ ไม่มีชีพจร เจ้าหน้าที่ทำการช่วยเหลือก่อนนำส่งโรงพยาบาลแม่แตง ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 6 ราย ยังรู้สึกตัวดี
    .
    ผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแม่แตง โรงพยาบาลสันทราย และโรงพยาบาลนครพิงค์ ขณะที่สาเหตุของอุบัติเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002808
    .
    #News1live #News1 #เชียงใหม่ #อุบัติเหตุ #รถตู้นักท่องเที่ยว #วันเด็ก
    เกิดอุบัติเหตุรถตู้บรรทุกนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พุ่งชนต้นไม้ข้างทางบนถนนเชียงใหม่-พร้าว ก่อนถึงน้ำตกวังบัวตอง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 7 ราย . เจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่โจ้เข้าช่วยเหลือในที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ 5 ราย ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำตัวออกมาอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย หมดสติ ไม่มีชีพจร เจ้าหน้าที่ทำการช่วยเหลือก่อนนำส่งโรงพยาบาลแม่แตง ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 6 ราย ยังรู้สึกตัวดี . ผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแม่แตง โรงพยาบาลสันทราย และโรงพยาบาลนครพิงค์ ขณะที่สาเหตุของอุบัติเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002808 . #News1live #News1 #เชียงใหม่ #อุบัติเหตุ #รถตู้นักท่องเที่ยว #วันเด็ก
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 44 มุมมอง 0 รีวิว
  • ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง ร่วมกับเมืองพัทยา ลงพื้นที่จัดระเบียบคนเร่ร่อนและคนไร้บ้าน เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรม และยกระดับภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับโลก
    .
    การปฏิบัติการเกิดขึ้นบริเวณถนนเลียบทางรถไฟ แยกหนองกระบอก พบคนเร่ร่อนและคนไร้บ้านรวม 6 คน เข้าจับจองพื้นที่อาศัยอยู่ข้างอาคารพาณิชย์ของเอกชน พร้อมพบอุปกรณ์การเสพกัญชา เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวทั้งหมดไปตรวจสอบประวัติและตรวจหาสารเสพติดที่ สภ.บางละมุง
    .
    เมืองพัทยาเตรียมประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนจัดระเบียบพื้นที่อย่างเป็นระบบ พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ออกตรวจเป็นรอบ เพื่อป้องกันการหวนกลับมาก่อปัญหา และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002849
    .
    #News1live #News1 #บางละมุง #เมืองพัทยา #จัดระเบียบคนเร่ร่อน #ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว
    ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง ร่วมกับเมืองพัทยา ลงพื้นที่จัดระเบียบคนเร่ร่อนและคนไร้บ้าน เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรม และยกระดับภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับโลก . การปฏิบัติการเกิดขึ้นบริเวณถนนเลียบทางรถไฟ แยกหนองกระบอก พบคนเร่ร่อนและคนไร้บ้านรวม 6 คน เข้าจับจองพื้นที่อาศัยอยู่ข้างอาคารพาณิชย์ของเอกชน พร้อมพบอุปกรณ์การเสพกัญชา เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวทั้งหมดไปตรวจสอบประวัติและตรวจหาสารเสพติดที่ สภ.บางละมุง . เมืองพัทยาเตรียมประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนจัดระเบียบพื้นที่อย่างเป็นระบบ พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ออกตรวจเป็นรอบ เพื่อป้องกันการหวนกลับมาก่อปัญหา และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002849 . #News1live #News1 #บางละมุง #เมืองพัทยา #จัดระเบียบคนเร่ร่อน #ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 42 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260110 #TechRadar

    อิหร่านปิดอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศท่ามกลางการประท้วง
    อิหร่านสั่งปิดอินเทอร์เน็ตเกือบทั้งหมดหลังการประท้วงยืดเยื้อกว่า 12 วัน ทำให้การสื่อสารทั้งในและนอกประเทศแทบเป็นศูนย์ แม้ประชาชนบางส่วนพยายามใช้ Starlink แต่รัฐก็รบกวนสัญญาณจนใช้งานได้ยาก ส่งผลให้ผู้คนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกและไม่สามารถบันทึกเหตุการณ์หรือสื่อสารกับคนใกล้ชิดได้ สถานการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ปิดกั้นอินเทอร์เน็ตที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/i-have-never-seen-such-a-thing-in-my-life-iran-completely-shuts-down-the-internet-amid-protests-starlink-also-affected

    “Trump Phone” ยังไม่มา—มือถือทองคำที่เลื่อนแล้วเลื่อนอีก
    Trump Mobile T1 โทรศัพท์สีทองที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โปรโมตอย่างหนักยังคงไร้วี่แววเปิดตัว แม้จะรับพรีออเดอร์ไปแล้วและเคยสัญญาว่าจะส่งมอบตั้งแต่ปี 2025 แต่ก็เลื่อนกำหนดออกไปเรื่อย ๆ จนผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าอาจไม่มีวันวางขายจริง ขณะที่เว็บไซต์ยังคงใช้คำว่า “ภายในปีนี้” โดยไม่ระบุว่าปีไหนกันแน่
    https://www.techradar.com/phones/where-is-the-trump-phone-golden-iphone-rival-misses-another-release-date-as-experts-suggest-it-may-never-arrive

    OnePlus Turbo 6 เปิดตัวพร้อมแบต 9,000mAh เน้นเกมเมอร์เต็มตัว
    OnePlus เปิดตัว Turbo 6 และ Turbo 6V สมาร์ทโฟนสายเกมที่มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 9,000mAh รองรับชาร์จเร็ว 80W และหน้าจอรีเฟรชเรตสูงสูงสุด 165Hz รุ่น Turbo 6 ใช้ชิป Snapdragon 8s Gen 4 พร้อมระบบเร่งประสิทธิภาพเกม ส่วน Turbo 6V ใช้ Snapdragon 7s Gen 4 ทั้งคู่เปิดตัวในจีนก่อนและอาจมีโอกาสวางขายทั่วโลกในอนาคต
    https://www.techradar.com/phones/oneplus-phones/the-oneplus-turbo-6-has-landed-with-a-9-000mah-battery-and-serious-gaming-credentials

    AMD ส่งสัญญาณราคาการ์ดจอ Radeon อาจขึ้นตามวิกฤต RAM
    ผู้บริหาร AMD ระบุว่าบริษัทมีซัพพลาย VRAM เพียงพอและไม่น่าจะเกิดปัญหาขาดตลาด แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าราคาการ์ดจอ Radeon จะคงเดิม เพราะต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ AMD จะพยายามควบคุมราคาเพื่อรักษาความคุ้มค่า แต่ก็ยอมรับว่าการปรับขึ้นราคาบางส่วน “หลีกเลี่ยงไม่ได้”
    https://www.techradar.com/computing/gpu/im-not-going-to-say-prices-across-all-these-components-will-remain-flat-amd-exec-suggests-price-rises-for-radeon-gpus-are-coming

    Samsung เตือนราคาทีวีอาจพุ่ง เพราะชิปถูกแย่งไปใช้ใน AI
    Samsung เผยว่าการขาดแคลนชิปหน่วยความจำกำลังส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด รวมถึงทีวี โดยเฉพาะรุ่นราคาประหยัดที่อาจขึ้นราคาก่อน เนื่องจากโรงงานผลิตหันไปให้ความสำคัญกับชิปสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งมีความต้องการสูงมาก ทำให้ซัพพลายสำหรับสินค้าไอทีทั่วไปลดลงอย่างต่อเนื่อง
    https://www.techradar.com/televisions/samsung-warns-of-tv-price-hikes-as-ai-eats-all-the-chips

    EU ผ่อนกฎคุม Big Tech ในกฎหมาย Digital Networks Act
    สหภาพยุโรปมีแนวโน้มลดความเข้มงวดต่อบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ภายใต้กฎหมาย Digital Networks Act โดยให้ใช้เพียงกรอบ “แนวปฏิบัติที่ดี” แทนการบังคับตามกฎหมาย แม้บริษัทเหล่านี้จะสร้างทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ก็ตาม ขณะที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมยังคงเป็นกลุ่มที่ถูกกำกับเข้มเป็นหลัก พร้อมเป้าหมายยกระดับโครงสร้างพื้นฐานไฟเบอร์และความมั่นคงปลอดภัยของเครือข่ายในยุโรป ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และ EU
    https://www.techradar.com/pro/eu-goes-soft-on-big-tech-in-digital-rules-overhaul

    Roblox บังคับยืนยันอายุด้วยการสแกนใบหน้าทั่วโลก
    Roblox ประกาศใช้ระบบยืนยันอายุด้วยการสแกนใบหน้าสำหรับการใช้งานแชตเสียงและข้อความทั่วโลก โดยอ้างว่าเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของผู้เล่นเยาวชน แม้ผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวจะกังวลเรื่องความเสี่ยงของข้อมูลชีวมิติ แต่ Roblox ระบุว่าข้อมูลภาพถูกประมวลผลและลบโดยผู้ให้บริการภายนอกทันที ทำให้ผู้เล่นต้องชั่งใจระหว่างความปลอดภัยกับความเป็นส่วนตัวในยุคที่กฎควบคุมอินเทอร์เน็ตเข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/roblox-rolls-out-mandatory-age-verification-for-chat-features-globally

    ค่าใช้จ่ายย้ายระบบ Oracle ของธนาคารอังกฤษพุ่งสามเท่า
    โครงการย้ายระบบของ Bank of England ไปยัง Oracle Cloud มีค่าใช้จ่ายพุ่งจาก 7 ล้านปอนด์เป็น 21.5 ล้านปอนด์ เนื่องจากต้องขยายขอบเขตงานและเพิ่มระบบที่ต้องย้ายมากกว่าที่วางแผนไว้ แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่ธนาคารยังยืนยันใช้ Oracle ต่อเพราะการเปลี่ยนผู้ให้บริการจะยิ่งทำให้เกิดค่าใช้จ่ายและปัญหาความเข้ากันได้มากกว่าเดิม สะท้อนความท้าทายขององค์กรใหญ่ในการปรับระบบสู่คลาวด์
    https://www.techradar.com/pro/cost-of-bank-of-englands-oracle-migration-set-to-triple

    ศึก Cloudflare ปะทะ La Liga เดือดขึ้นในคดีละเมิดลิขสิทธิ์
    ความขัดแย้งระหว่าง Cloudflare และ La Liga ทวีความรุนแรงเมื่อ Cloudflare ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลรัฐธรรมนูญสเปน โดยกล่าวว่าการบล็อกเว็บไซต์ของ La Liga เป็นการ “บล็อกแบบเหวี่ยงแห” ที่กระทบเว็บถูกกฎหมายจำนวนมาก ขณะที่ La Liga กล่าวหา Cloudflare ว่าเป็นเกราะกำบังให้เครือข่ายสตรีมเถื่อน ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวโทษกันอย่างดุเดือด ทำให้ประเด็นลิขสิทธิ์ฟุตบอลกลายเป็นสงครามว่าด้วยเสรีภาพอินเทอร์เน็ตและการควบคุมข้อมูลในสเปน
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/cloudflare-and-la-ligas-conflict-deepens-as-piracy-legal-battle-continues

    CrowdStrike ทุ่ม $740 ล้านซื้อ SGNL เสริมเกราะความปลอดภัยยุค AI
    CrowdStrike เตรียมเข้าซื้อกิจการ SGNL มูลค่า 740 ล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมความสามารถด้านการจัดการตัวตนแบบต่อเนื่อง (continuous identity) รองรับยุคที่มีทั้งมนุษย์ ระบบอัตโนมัติ และ AI agents เข้าถึงข้อมูลด้วยความเร็วสูง แนวคิดใหม่คือการควบคุมสิทธิ์แบบเรียลไทม์แทนสิทธิ์ถาวร ซึ่งถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันภัยไซเบอร์ยุคใหม่ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ
    https://www.techradar.com/pro/crowdstrike-acquires-continuous-identity-firm-sgnl-for-usd740m-in-push-for-next-gen-security

    แฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือใช้ QR ปลอมเจาะระบบองค์กรสหรัฐ
    กลุ่ม Kimsuky ของเกาหลีเหนือกำลังใช้เทคนิค “Quishing” ผ่าน QR Code ปลอมในอีเมลเพื่อหลอกเหยื่อให้สแกนด้วยมือถือ ซึ่งมักอยู่นอกระบบป้องกันขององค์กร ทำให้สามารถขโมยข้อมูลเข้าสู่ระบบ Microsoft 365, Okta และ VPN รวมถึงขโมย session token เพื่อข้าม MFA ได้ FBI เตือนให้องค์กรเพิ่มมาตรการป้องกันหลายชั้นและจัดการอุปกรณ์พกพาอย่างเข้มงวด
    https://www.techradar.com/pro/security/north-korean-hackers-using-malicious-qr-codes-in-spear-phishing-fbi-warns

    อนาคตเกมมิ่งโน้ตบุ๊กอาจไม่ต้องใช้การ์ดจอแยก
    ผู้บริหาร Asus ระบุว่าเราเริ่มเข้าสู่ยุคที่กราฟิกแบบ Integrated GPU มีประสิทธิภาพสูงจน “อาจ” เพียงพอสำหรับการเล่นเกม โดยชิปใหม่อย่าง Intel Panther Lake, Snapdragon X2 Elite Extreme และ AMD Strix Halo ทำให้ประสิทธิภาพก้าวกระโดด แม้การ์ดจอแยกยังไม่หายไปเร็ว ๆ นี้ แต่แนวโน้มชี้ว่าผู้ใช้จำนวนมากอาจพอใจกับ iGPU ในอนาคตอันใกล้
    https://www.techradar.com/computing/gpu/its-just-a-matter-of-time-asus-suggests-integrated-gpus-could-be-the-future-for-gaming-laptops-sooner-than-you-think

    CISA ยกเลิกคำสั่งฉุกเฉินด้านไซเบอร์ 10 ฉบับหลังหมดความจำเป็น
    CISA ประกาศยุติ Emergency Directives จำนวน 10 ฉบับที่ออกตั้งแต่ปี 2019–2024 หลังมาตรการต่าง ๆ ถูกนำไปใช้สำเร็จหรือถูกรวมเข้าใน BOD 22-01 ซึ่งบังคับให้หน่วยงานรัฐต้องอุดช่องโหว่ที่ถูกใช้งานจริงภายในเวลาที่กำหนด ถือเป็นการยกเลิกคำสั่งฉุกเฉินครั้งใหญ่ที่สุด และสะท้อนแนวทาง Secure by Design ที่เน้นความโปร่งใสและการป้องกันเชิงรุก
    https://www.techradar.com/pro/security/10-emergency-directives-retired-as-cisa-declares-them-redundant

    Ransomware ยังพุ่งไม่หยุดแม้ตำรวจจับกุมหลายกลุ่มใหญ่
    รายงานปี 2025 จาก Emsisoft พบว่าจำนวนเหยื่อ ransomware เพิ่มจากราว 5,400 รายในปี 2023 เป็นกว่า 8,000 รายในปี 2025 แม้กลุ่มดังอย่าง RansomHub, BianLian และ Hunters International จะถูกปิดหรือสลายตัว แต่จำนวนกลุ่มที่ยังทำงานกลับเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 120 กลุ่ม โดย Qilin, Cl0p, Play และ INC Ransom เป็นผู้เล่นหลักในปีนี้
    https://www.techradar.com/pro/security/takedowns-and-arrests-didnt-slow-down-ransomware-in-2025

    AI “Bob” ของ IBM ถูกพบช่องโหว่เสี่ยงถูกสั่งให้รันมัลแวร์
    เครื่องมือ GenAI ของ IBM ชื่อ “Bob” ถูกพบว่าสามารถถูกโจมตีแบบ indirect prompt injection ได้ หากผู้ใช้เปิดสิทธิ์ “always allow” ให้ระบบรันคำสั่งได้อัตโนมัติ ผู้โจมตีสามารถซ่อนคำสั่งในอีเมลหรือข้อมูลอื่นเพื่อให้ Bob ดาวน์โหลดและรันสคริปต์อันตราย เช่น ransomware หรือ spyware นักวิจัยเตือนให้ผู้ใช้ระวังการตั้งค่าสิทธิ์ก่อนใช้งานจริง
    https://www.techradar.com/pro/security/ibms-ai-bob-could-be-manipulated-to-download-and-execute-malware

    แว่นตาออโต้โฟกัสอัจฉริยะจาก IXI
    แว่นตาอัจฉริยะจาก IXI ที่เปิดตัวใน CES 2026 กลายเป็นนวัตกรรมที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เพราะสามารถปรับโฟกัสเลนส์อัตโนมัติตามระยะที่ผู้สวมใส่มองได้แบบเรียลไทม์ โดยใช้ระบบติดตามดวงตาและเลนส์ที่มีวัสดุคริสตัลเหลว ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องสลับแว่นหรือเพ่งสายตาเองอีกต่อไป ทั้งหมดถูกบรรจุในกรอบน้ำหนักเพียง 22 กรัม พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้ราว 18 ชั่วโมง ถือเป็นก้าวสำคัญของเทคโนโลยีแว่นสายตายุคใหม่ที่ผสานความล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์ที่ดูเหมือนแว่นทั่วไป
    https://www.techradar.com/health-fitness/were-redefining-eyewear-on-a-really-high-level-i-like-to-use-a-camera-analogy-fixed-focus-manual-focus-and-then-autofocus-what-were-trying-to-do-is-autofocus-ixis-ceo-on-the-tech-behind-ces-2026s-most-exciting-eyeglasses

    Lego Smart Bricks ยกระดับของเล่นสู่ “ประสบการณ์”
    Lego เปิดตัว Smart Play และ Smart Bricks ที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับตัวต่อแบบดั้งเดิมโดยไม่ทำลายเสน่ห์ของการเล่นจริง ทำให้ตัวต่อสามารถตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว แสง เสียง และตัวละครได้อย่างชาญฉลาด โดยไม่ต้องใช้หน้าจอหรือแอปควบคุม ทีมผู้พัฒนาย้ำว่า Lego ไม่ใช่แค่ของเล่นอีกต่อไป แต่เป็น “บริษัทประสบการณ์” ที่สร้างมิติใหม่ให้การเล่นสร้างสรรค์ โดยเริ่มต้นจากชุด Star Wars ที่จะวางขายเป็นรุ่นแรก
    https://www.techradar.com/streaming/entertainment/i-dont-think-we-can-call-ourselves-a-toy-anymore-because-were-an-iconic-experience-company-lego-on-how-smart-bricks-expand-the-system-and-how-this-just-adds-a-new-dimension

    ควบคุมหน้าจอรถด้วย Meta Neural Band
    Meta Neural Band ถูกนำมาโชว์ในคอนเซ็ปต์ Unified Cabin ของ Garmin ที่ CES 2026 ซึ่งเปิดมุมมองใหม่ของการควบคุมระบบภายในรถด้วยสัญญาณไฟฟ้าจากข้อมือแทนการสัมผัสหน้าจอ ผู้สื่อข่าวทดลองใช้งานแล้วพบว่าสามารถหมุน ซูม และสั่งงานอินเทอร์เฟซได้แม่นยำแม้จะวางมือบนตัก ทำให้เห็นศักยภาพของเทคโนโลยีอินพุตยุคใหม่ที่อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของรถยนต์ในอนาคต ทั้งยังเชื่อมกับระบบ UWB เพื่อปรับการตั้งค่ารถตามผู้ใช้แบบอัตโนมัติ
    https://www.techradar.com/vehicle-tech/i-used-metas-neural-band-to-control-a-cars-screen-in-a-garmin-concept-and-it-kind-of-rocked-but-not-just-for-the-gestures

    Nvidia DGX SuperPOD พลัง AI ระดับ Exaflops
    Nvidia เปิดตัว DGX SuperPOD รุ่นใหม่ที่ใช้สถาปัตยกรรม Rubin ซึ่งสามารถให้พลังประมวลผลสูงถึง 28.8 Exaflops ด้วย GPU เพียง 576 ตัว ถือว่ามีประสิทธิภาพต่อหน่วยสูงกว่า Huawei SuperPod อย่างชัดเจน ระบบนี้รวม CPU Vera, GPU Rubin, DPU BlueField และเครือข่ายความเร็วสูงเข้าไว้ในแร็กเดียว ทำให้รองรับงาน AI ขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมซอฟต์แวร์ Mission Control ที่ช่วยจัดการคลัสเตอร์แบบครบวงจร
    https://www.techradar.com/pro/the-battle-of-the-superpods-nvidia-challenges-huawei-with-vera-rubin-powered-dgx-cluster-that-can-deliver-28-8-exaflops-with-only-576-gpus

    Acer Veriton RA100 มินิพีซี AI ที่ต้องแข่งด้วยราคา
    Acer เปิดตัว Veriton RA100 มินิพีซีที่ใช้ชิป Ryzen AI Max+ 395 พร้อม NPU 50 TOPS และ GPU 60 TFLOPS เพื่อรองรับงาน AI, 3D และคอนเทนต์ครีเอชันในขนาดกะทัดรัด แม้สเปกจะน่าสนใจและรองรับ RAM สูงสุด 128GB แต่ตลาดมินิพีซี Ryzen AI กำลังแน่นขนัดด้วยคู่แข่งหลายแบรนด์ที่ใช้ฮาร์ดแวร์ใกล้เคียงกัน ทำให้ความสำเร็จของรุ่นนี้ขึ้นอยู่กับการตั้งราคาและการปรับแต่งระบบเป็นหลัก
    ​​​​​​​ https://www.techradar.com/pro/acer-launches-40th-ryzen-ai-max-395-system-as-it-pitches-veriton-ra100-mini-pc-as-an-ai-workstation-but-unless-it-is-keenly-priced-it-will-struggle-against-better-value-competitors
    📌📡🟣 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟣📡📌 #รวมข่าวIT #20260110 #TechRadar 🌐 อิหร่านปิดอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศท่ามกลางการประท้วง อิหร่านสั่งปิดอินเทอร์เน็ตเกือบทั้งหมดหลังการประท้วงยืดเยื้อกว่า 12 วัน ทำให้การสื่อสารทั้งในและนอกประเทศแทบเป็นศูนย์ แม้ประชาชนบางส่วนพยายามใช้ Starlink แต่รัฐก็รบกวนสัญญาณจนใช้งานได้ยาก ส่งผลให้ผู้คนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกและไม่สามารถบันทึกเหตุการณ์หรือสื่อสารกับคนใกล้ชิดได้ สถานการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ปิดกั้นอินเทอร์เน็ตที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/i-have-never-seen-such-a-thing-in-my-life-iran-completely-shuts-down-the-internet-amid-protests-starlink-also-affected 📱 “Trump Phone” ยังไม่มา—มือถือทองคำที่เลื่อนแล้วเลื่อนอีก Trump Mobile T1 โทรศัพท์สีทองที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โปรโมตอย่างหนักยังคงไร้วี่แววเปิดตัว แม้จะรับพรีออเดอร์ไปแล้วและเคยสัญญาว่าจะส่งมอบตั้งแต่ปี 2025 แต่ก็เลื่อนกำหนดออกไปเรื่อย ๆ จนผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าอาจไม่มีวันวางขายจริง ขณะที่เว็บไซต์ยังคงใช้คำว่า “ภายในปีนี้” โดยไม่ระบุว่าปีไหนกันแน่ 🔗 https://www.techradar.com/phones/where-is-the-trump-phone-golden-iphone-rival-misses-another-release-date-as-experts-suggest-it-may-never-arrive 🔋 OnePlus Turbo 6 เปิดตัวพร้อมแบต 9,000mAh เน้นเกมเมอร์เต็มตัว OnePlus เปิดตัว Turbo 6 และ Turbo 6V สมาร์ทโฟนสายเกมที่มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 9,000mAh รองรับชาร์จเร็ว 80W และหน้าจอรีเฟรชเรตสูงสูงสุด 165Hz รุ่น Turbo 6 ใช้ชิป Snapdragon 8s Gen 4 พร้อมระบบเร่งประสิทธิภาพเกม ส่วน Turbo 6V ใช้ Snapdragon 7s Gen 4 ทั้งคู่เปิดตัวในจีนก่อนและอาจมีโอกาสวางขายทั่วโลกในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/phones/oneplus-phones/the-oneplus-turbo-6-has-landed-with-a-9-000mah-battery-and-serious-gaming-credentials 🎮 AMD ส่งสัญญาณราคาการ์ดจอ Radeon อาจขึ้นตามวิกฤต RAM ผู้บริหาร AMD ระบุว่าบริษัทมีซัพพลาย VRAM เพียงพอและไม่น่าจะเกิดปัญหาขาดตลาด แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าราคาการ์ดจอ Radeon จะคงเดิม เพราะต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ AMD จะพยายามควบคุมราคาเพื่อรักษาความคุ้มค่า แต่ก็ยอมรับว่าการปรับขึ้นราคาบางส่วน “หลีกเลี่ยงไม่ได้” 🔗 https://www.techradar.com/computing/gpu/im-not-going-to-say-prices-across-all-these-components-will-remain-flat-amd-exec-suggests-price-rises-for-radeon-gpus-are-coming 📺 Samsung เตือนราคาทีวีอาจพุ่ง เพราะชิปถูกแย่งไปใช้ใน AI Samsung เผยว่าการขาดแคลนชิปหน่วยความจำกำลังส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด รวมถึงทีวี โดยเฉพาะรุ่นราคาประหยัดที่อาจขึ้นราคาก่อน เนื่องจากโรงงานผลิตหันไปให้ความสำคัญกับชิปสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งมีความต้องการสูงมาก ทำให้ซัพพลายสำหรับสินค้าไอทีทั่วไปลดลงอย่างต่อเนื่อง 🔗 https://www.techradar.com/televisions/samsung-warns-of-tv-price-hikes-as-ai-eats-all-the-chips 🏛️ EU ผ่อนกฎคุม Big Tech ในกฎหมาย Digital Networks Act สหภาพยุโรปมีแนวโน้มลดความเข้มงวดต่อบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ภายใต้กฎหมาย Digital Networks Act โดยให้ใช้เพียงกรอบ “แนวปฏิบัติที่ดี” แทนการบังคับตามกฎหมาย แม้บริษัทเหล่านี้จะสร้างทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ก็ตาม ขณะที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมยังคงเป็นกลุ่มที่ถูกกำกับเข้มเป็นหลัก พร้อมเป้าหมายยกระดับโครงสร้างพื้นฐานไฟเบอร์และความมั่นคงปลอดภัยของเครือข่ายในยุโรป ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และ EU 🔗 https://www.techradar.com/pro/eu-goes-soft-on-big-tech-in-digital-rules-overhaul 🧒🔍 Roblox บังคับยืนยันอายุด้วยการสแกนใบหน้าทั่วโลก Roblox ประกาศใช้ระบบยืนยันอายุด้วยการสแกนใบหน้าสำหรับการใช้งานแชตเสียงและข้อความทั่วโลก โดยอ้างว่าเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของผู้เล่นเยาวชน แม้ผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวจะกังวลเรื่องความเสี่ยงของข้อมูลชีวมิติ แต่ Roblox ระบุว่าข้อมูลภาพถูกประมวลผลและลบโดยผู้ให้บริการภายนอกทันที ทำให้ผู้เล่นต้องชั่งใจระหว่างความปลอดภัยกับความเป็นส่วนตัวในยุคที่กฎควบคุมอินเทอร์เน็ตเข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/roblox-rolls-out-mandatory-age-verification-for-chat-features-globally 💸🏦 ค่าใช้จ่ายย้ายระบบ Oracle ของธนาคารอังกฤษพุ่งสามเท่า โครงการย้ายระบบของ Bank of England ไปยัง Oracle Cloud มีค่าใช้จ่ายพุ่งจาก 7 ล้านปอนด์เป็น 21.5 ล้านปอนด์ เนื่องจากต้องขยายขอบเขตงานและเพิ่มระบบที่ต้องย้ายมากกว่าที่วางแผนไว้ แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่ธนาคารยังยืนยันใช้ Oracle ต่อเพราะการเปลี่ยนผู้ให้บริการจะยิ่งทำให้เกิดค่าใช้จ่ายและปัญหาความเข้ากันได้มากกว่าเดิม สะท้อนความท้าทายขององค์กรใหญ่ในการปรับระบบสู่คลาวด์ 🔗 https://www.techradar.com/pro/cost-of-bank-of-englands-oracle-migration-set-to-triple ⚽🌐 ศึก Cloudflare ปะทะ La Liga เดือดขึ้นในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ความขัดแย้งระหว่าง Cloudflare และ La Liga ทวีความรุนแรงเมื่อ Cloudflare ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลรัฐธรรมนูญสเปน โดยกล่าวว่าการบล็อกเว็บไซต์ของ La Liga เป็นการ “บล็อกแบบเหวี่ยงแห” ที่กระทบเว็บถูกกฎหมายจำนวนมาก ขณะที่ La Liga กล่าวหา Cloudflare ว่าเป็นเกราะกำบังให้เครือข่ายสตรีมเถื่อน ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวโทษกันอย่างดุเดือด ทำให้ประเด็นลิขสิทธิ์ฟุตบอลกลายเป็นสงครามว่าด้วยเสรีภาพอินเทอร์เน็ตและการควบคุมข้อมูลในสเปน 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/cloudflare-and-la-ligas-conflict-deepens-as-piracy-legal-battle-continues 🔐🤖 CrowdStrike ทุ่ม $740 ล้านซื้อ SGNL เสริมเกราะความปลอดภัยยุค AI CrowdStrike เตรียมเข้าซื้อกิจการ SGNL มูลค่า 740 ล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมความสามารถด้านการจัดการตัวตนแบบต่อเนื่อง (continuous identity) รองรับยุคที่มีทั้งมนุษย์ ระบบอัตโนมัติ และ AI agents เข้าถึงข้อมูลด้วยความเร็วสูง แนวคิดใหม่คือการควบคุมสิทธิ์แบบเรียลไทม์แทนสิทธิ์ถาวร ซึ่งถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันภัยไซเบอร์ยุคใหม่ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ 🔗 https://www.techradar.com/pro/crowdstrike-acquires-continuous-identity-firm-sgnl-for-usd740m-in-push-for-next-gen-security 🕵️‍♂️ แฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือใช้ QR ปลอมเจาะระบบองค์กรสหรัฐ กลุ่ม Kimsuky ของเกาหลีเหนือกำลังใช้เทคนิค “Quishing” ผ่าน QR Code ปลอมในอีเมลเพื่อหลอกเหยื่อให้สแกนด้วยมือถือ ซึ่งมักอยู่นอกระบบป้องกันขององค์กร ทำให้สามารถขโมยข้อมูลเข้าสู่ระบบ Microsoft 365, Okta และ VPN รวมถึงขโมย session token เพื่อข้าม MFA ได้ FBI เตือนให้องค์กรเพิ่มมาตรการป้องกันหลายชั้นและจัดการอุปกรณ์พกพาอย่างเข้มงวด 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/north-korean-hackers-using-malicious-qr-codes-in-spear-phishing-fbi-warns 🎮 อนาคตเกมมิ่งโน้ตบุ๊กอาจไม่ต้องใช้การ์ดจอแยก ผู้บริหาร Asus ระบุว่าเราเริ่มเข้าสู่ยุคที่กราฟิกแบบ Integrated GPU มีประสิทธิภาพสูงจน “อาจ” เพียงพอสำหรับการเล่นเกม โดยชิปใหม่อย่าง Intel Panther Lake, Snapdragon X2 Elite Extreme และ AMD Strix Halo ทำให้ประสิทธิภาพก้าวกระโดด แม้การ์ดจอแยกยังไม่หายไปเร็ว ๆ นี้ แต่แนวโน้มชี้ว่าผู้ใช้จำนวนมากอาจพอใจกับ iGPU ในอนาคตอันใกล้ 🔗 https://www.techradar.com/computing/gpu/its-just-a-matter-of-time-asus-suggests-integrated-gpus-could-be-the-future-for-gaming-laptops-sooner-than-you-think 🛡️ CISA ยกเลิกคำสั่งฉุกเฉินด้านไซเบอร์ 10 ฉบับหลังหมดความจำเป็น CISA ประกาศยุติ Emergency Directives จำนวน 10 ฉบับที่ออกตั้งแต่ปี 2019–2024 หลังมาตรการต่าง ๆ ถูกนำไปใช้สำเร็จหรือถูกรวมเข้าใน BOD 22-01 ซึ่งบังคับให้หน่วยงานรัฐต้องอุดช่องโหว่ที่ถูกใช้งานจริงภายในเวลาที่กำหนด ถือเป็นการยกเลิกคำสั่งฉุกเฉินครั้งใหญ่ที่สุด และสะท้อนแนวทาง Secure by Design ที่เน้นความโปร่งใสและการป้องกันเชิงรุก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/10-emergency-directives-retired-as-cisa-declares-them-redundant 💣 Ransomware ยังพุ่งไม่หยุดแม้ตำรวจจับกุมหลายกลุ่มใหญ่ รายงานปี 2025 จาก Emsisoft พบว่าจำนวนเหยื่อ ransomware เพิ่มจากราว 5,400 รายในปี 2023 เป็นกว่า 8,000 รายในปี 2025 แม้กลุ่มดังอย่าง RansomHub, BianLian และ Hunters International จะถูกปิดหรือสลายตัว แต่จำนวนกลุ่มที่ยังทำงานกลับเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 120 กลุ่ม โดย Qilin, Cl0p, Play และ INC Ransom เป็นผู้เล่นหลักในปีนี้ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/takedowns-and-arrests-didnt-slow-down-ransomware-in-2025 🤖 AI “Bob” ของ IBM ถูกพบช่องโหว่เสี่ยงถูกสั่งให้รันมัลแวร์ เครื่องมือ GenAI ของ IBM ชื่อ “Bob” ถูกพบว่าสามารถถูกโจมตีแบบ indirect prompt injection ได้ หากผู้ใช้เปิดสิทธิ์ “always allow” ให้ระบบรันคำสั่งได้อัตโนมัติ ผู้โจมตีสามารถซ่อนคำสั่งในอีเมลหรือข้อมูลอื่นเพื่อให้ Bob ดาวน์โหลดและรันสคริปต์อันตราย เช่น ransomware หรือ spyware นักวิจัยเตือนให้ผู้ใช้ระวังการตั้งค่าสิทธิ์ก่อนใช้งานจริง 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/ibms-ai-bob-could-be-manipulated-to-download-and-execute-malware 👓 แว่นตาออโต้โฟกัสอัจฉริยะจาก IXI แว่นตาอัจฉริยะจาก IXI ที่เปิดตัวใน CES 2026 กลายเป็นนวัตกรรมที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เพราะสามารถปรับโฟกัสเลนส์อัตโนมัติตามระยะที่ผู้สวมใส่มองได้แบบเรียลไทม์ โดยใช้ระบบติดตามดวงตาและเลนส์ที่มีวัสดุคริสตัลเหลว ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องสลับแว่นหรือเพ่งสายตาเองอีกต่อไป ทั้งหมดถูกบรรจุในกรอบน้ำหนักเพียง 22 กรัม พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้ราว 18 ชั่วโมง ถือเป็นก้าวสำคัญของเทคโนโลยีแว่นสายตายุคใหม่ที่ผสานความล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์ที่ดูเหมือนแว่นทั่วไป 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/were-redefining-eyewear-on-a-really-high-level-i-like-to-use-a-camera-analogy-fixed-focus-manual-focus-and-then-autofocus-what-were-trying-to-do-is-autofocus-ixis-ceo-on-the-tech-behind-ces-2026s-most-exciting-eyeglasses 🧱 Lego Smart Bricks ยกระดับของเล่นสู่ “ประสบการณ์” Lego เปิดตัว Smart Play และ Smart Bricks ที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับตัวต่อแบบดั้งเดิมโดยไม่ทำลายเสน่ห์ของการเล่นจริง ทำให้ตัวต่อสามารถตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว แสง เสียง และตัวละครได้อย่างชาญฉลาด โดยไม่ต้องใช้หน้าจอหรือแอปควบคุม ทีมผู้พัฒนาย้ำว่า Lego ไม่ใช่แค่ของเล่นอีกต่อไป แต่เป็น “บริษัทประสบการณ์” ที่สร้างมิติใหม่ให้การเล่นสร้างสรรค์ โดยเริ่มต้นจากชุด Star Wars ที่จะวางขายเป็นรุ่นแรก 🔗 https://www.techradar.com/streaming/entertainment/i-dont-think-we-can-call-ourselves-a-toy-anymore-because-were-an-iconic-experience-company-lego-on-how-smart-bricks-expand-the-system-and-how-this-just-adds-a-new-dimension 🚗🧠 ควบคุมหน้าจอรถด้วย Meta Neural Band Meta Neural Band ถูกนำมาโชว์ในคอนเซ็ปต์ Unified Cabin ของ Garmin ที่ CES 2026 ซึ่งเปิดมุมมองใหม่ของการควบคุมระบบภายในรถด้วยสัญญาณไฟฟ้าจากข้อมือแทนการสัมผัสหน้าจอ ผู้สื่อข่าวทดลองใช้งานแล้วพบว่าสามารถหมุน ซูม และสั่งงานอินเทอร์เฟซได้แม่นยำแม้จะวางมือบนตัก ทำให้เห็นศักยภาพของเทคโนโลยีอินพุตยุคใหม่ที่อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของรถยนต์ในอนาคต ทั้งยังเชื่อมกับระบบ UWB เพื่อปรับการตั้งค่ารถตามผู้ใช้แบบอัตโนมัติ 🔗 https://www.techradar.com/vehicle-tech/i-used-metas-neural-band-to-control-a-cars-screen-in-a-garmin-concept-and-it-kind-of-rocked-but-not-just-for-the-gestures 🧮⚡ Nvidia DGX SuperPOD พลัง AI ระดับ Exaflops Nvidia เปิดตัว DGX SuperPOD รุ่นใหม่ที่ใช้สถาปัตยกรรม Rubin ซึ่งสามารถให้พลังประมวลผลสูงถึง 28.8 Exaflops ด้วย GPU เพียง 576 ตัว ถือว่ามีประสิทธิภาพต่อหน่วยสูงกว่า Huawei SuperPod อย่างชัดเจน ระบบนี้รวม CPU Vera, GPU Rubin, DPU BlueField และเครือข่ายความเร็วสูงเข้าไว้ในแร็กเดียว ทำให้รองรับงาน AI ขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมซอฟต์แวร์ Mission Control ที่ช่วยจัดการคลัสเตอร์แบบครบวงจร 🔗 https://www.techradar.com/pro/the-battle-of-the-superpods-nvidia-challenges-huawei-with-vera-rubin-powered-dgx-cluster-that-can-deliver-28-8-exaflops-with-only-576-gpus 🖥️🤖 Acer Veriton RA100 มินิพีซี AI ที่ต้องแข่งด้วยราคา Acer เปิดตัว Veriton RA100 มินิพีซีที่ใช้ชิป Ryzen AI Max+ 395 พร้อม NPU 50 TOPS และ GPU 60 TFLOPS เพื่อรองรับงาน AI, 3D และคอนเทนต์ครีเอชันในขนาดกะทัดรัด แม้สเปกจะน่าสนใจและรองรับ RAM สูงสุด 128GB แต่ตลาดมินิพีซี Ryzen AI กำลังแน่นขนัดด้วยคู่แข่งหลายแบรนด์ที่ใช้ฮาร์ดแวร์ใกล้เคียงกัน ทำให้ความสำเร็จของรุ่นนี้ขึ้นอยู่กับการตั้งราคาและการปรับแต่งระบบเป็นหลัก ​​​​​​​🔗 https://www.techradar.com/pro/acer-launches-40th-ryzen-ai-max-395-system-as-it-pitches-veriton-ra100-mini-pc-as-an-ai-workstation-but-unless-it-is-keenly-priced-it-will-struggle-against-better-value-competitors
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 203 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel เดินหน้าเต็มกำลังสู่ยุค 14A — สัญญาณบวกเรื่อง Yield และคำพูดที่เหมือนบอกใบ้ถึง “ลูกค้าภายนอกรายใหญ่”

    Intel ใช้เวที CES ไม่เพียงแค่เปิดตัวชิป Panther Lake เท่านั้น แต่ CEO Lip‑Bu Tan ยังออกมาพูดถึงความคืบหน้าของเทคโนโลยีการผลิตระดับ 14A (1.4nm-class) ซึ่งเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญที่สุดของ Intel Foundry ในยุคใหม่ เขายืนยันว่า Intel “กำลังเดินหน้าเต็มกำลัง” พร้อมระบุว่ากระบวนการผลิตนี้มีพัฒนาการด้าน yield, IP portfolio, และความพร้อมสำหรับลูกค้าในระดับที่น่าประทับใจ

    สิ่งที่น่าสนใจคือคำพูดของ Tan ที่ว่า “serve the customer well” ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นการบอกใบ้ว่า Intel มี ลูกค้าภายนอกรายใหญ่ ที่เตรียมใช้เทคโนโลยี 14A อยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ผลิตให้ Intel เองเหมือนในอดีต นี่ถือเป็นสัญญาณสำคัญ เพราะ Intel ยังไม่สามารถดึงลูกค้ารายใหญ่ให้ใช้ 18A ได้มากนัก ยกเว้น Microsoft และหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ

    เทคโนโลยี 14A จะเป็นรุ่นที่ต่อยอดจาก 18A โดยเพิ่ม 2nd‑Gen RibbonFET GAA, ระบบจ่ายไฟแบบใหม่ PowerDirect, และ Turbo Cells ที่ช่วยเพิ่มความเร็วโดยไม่เพิ่มพื้นที่หรือพลังงานมากนัก อย่างไรก็ตาม Intel ยังไม่มีการลงทุนด้านกำลังการผลิตสำหรับลูกค้าภายนอกในแผน CapEx ปัจจุบัน หมายความว่าหากมีลูกค้ารายใหญ่เข้ามาจริง Intel จะต้องลงทุนเพิ่มทันที ซึ่งอาจทำให้จุดคุ้มทุนของ Intel Foundry ถูกเลื่อนออกไป

    การแข่งขันกับ TSMC และ Samsung ยังคงดุเดือด เพราะคู่แข่งมักมี “ลูกค้าหลัก” หลายรายที่พร้อม commit ปริมาณการผลิตก่อนเริ่มสร้างโรงงาน แต่ Intel ยังต้องพิสูจน์ว่าตนสามารถเป็น Foundry ที่เชื่อถือได้สำหรับลูกค้าภายนอกในระดับเดียวกัน การเดินหน้าสู่ 14A จึงเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ของบริษัทในเส้นทางการกลับมาครองความเป็นผู้นำด้านการผลิตชิปอีกครั้ง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Intel เดินหน้าเต็มกำลังสู่ 14A
    CEO ยืนยันความคืบหน้าด้าน yield และ IP portfolio ดีขึ้นอย่างมาก
    คาดว่าจะพร้อมผลิตจริงในปี 2027

    เทคโนโลยีใหม่ใน 14A
    2nd‑Gen RibbonFET GAA
    PowerDirect BSPDN รุ่นใหม่
    Turbo Cells เพิ่มความเร็วโดยไม่เพิ่มพลังงานมาก

    สัญญาณว่ามีลูกค้าภายนอกรายใหญ่
    คำว่า “the customer” ทำให้เกิดการคาดเดาว่า Intel มีดีลสำคัญอยู่แล้ว
    ต่างจาก 18A ที่ยังไม่มีลูกค้ารายใหญ่ด้านปริมาณ

    ความท้าทายด้านกำลังการผลิต
    แผน CapEx ปัจจุบันยังไม่รวมการผลิตให้ลูกค้าภายนอก
    หากมีดีลใหญ่ Intel ต้องลงทุนเพิ่มทันที

    ประเด็นที่ต้องจับตา
    ความเสี่ยงด้านการลงทุน
    การเพิ่มกำลังผลิตก่อนมีรายได้จริงอาจทำให้จุดคุ้มทุนเลื่อนออกไป

    การแข่งขันกับ TSMC และ Samsung
    คู่แข่งมีลูกค้าหลักหลายรายที่ commit ปริมาณผลิตล่วงหน้า

    ความพร้อมของอุปกรณ์ EUV รุ่น High‑NA
    เครื่องมือมี lead time ยาว หากจัดหาไม่ทันอาจพลาดโอกาสสำคัญ

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/intel-is-going-big-time-into-14a-says-ceo-lip-bu-tan-serve-the-customer-well-remark-hints-at-external-client
    🏭 Intel เดินหน้าเต็มกำลังสู่ยุค 14A — สัญญาณบวกเรื่อง Yield และคำพูดที่เหมือนบอกใบ้ถึง “ลูกค้าภายนอกรายใหญ่” Intel ใช้เวที CES ไม่เพียงแค่เปิดตัวชิป Panther Lake เท่านั้น แต่ CEO Lip‑Bu Tan ยังออกมาพูดถึงความคืบหน้าของเทคโนโลยีการผลิตระดับ 14A (1.4nm-class) ซึ่งเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญที่สุดของ Intel Foundry ในยุคใหม่ เขายืนยันว่า Intel “กำลังเดินหน้าเต็มกำลัง” พร้อมระบุว่ากระบวนการผลิตนี้มีพัฒนาการด้าน yield, IP portfolio, และความพร้อมสำหรับลูกค้าในระดับที่น่าประทับใจ สิ่งที่น่าสนใจคือคำพูดของ Tan ที่ว่า “serve the customer well” ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นการบอกใบ้ว่า Intel มี ลูกค้าภายนอกรายใหญ่ ที่เตรียมใช้เทคโนโลยี 14A อยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ผลิตให้ Intel เองเหมือนในอดีต นี่ถือเป็นสัญญาณสำคัญ เพราะ Intel ยังไม่สามารถดึงลูกค้ารายใหญ่ให้ใช้ 18A ได้มากนัก ยกเว้น Microsoft และหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ เทคโนโลยี 14A จะเป็นรุ่นที่ต่อยอดจาก 18A โดยเพิ่ม 2nd‑Gen RibbonFET GAA, ระบบจ่ายไฟแบบใหม่ PowerDirect, และ Turbo Cells ที่ช่วยเพิ่มความเร็วโดยไม่เพิ่มพื้นที่หรือพลังงานมากนัก อย่างไรก็ตาม Intel ยังไม่มีการลงทุนด้านกำลังการผลิตสำหรับลูกค้าภายนอกในแผน CapEx ปัจจุบัน หมายความว่าหากมีลูกค้ารายใหญ่เข้ามาจริง Intel จะต้องลงทุนเพิ่มทันที ซึ่งอาจทำให้จุดคุ้มทุนของ Intel Foundry ถูกเลื่อนออกไป การแข่งขันกับ TSMC และ Samsung ยังคงดุเดือด เพราะคู่แข่งมักมี “ลูกค้าหลัก” หลายรายที่พร้อม commit ปริมาณการผลิตก่อนเริ่มสร้างโรงงาน แต่ Intel ยังต้องพิสูจน์ว่าตนสามารถเป็น Foundry ที่เชื่อถือได้สำหรับลูกค้าภายนอกในระดับเดียวกัน การเดินหน้าสู่ 14A จึงเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ของบริษัทในเส้นทางการกลับมาครองความเป็นผู้นำด้านการผลิตชิปอีกครั้ง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Intel เดินหน้าเต็มกำลังสู่ 14A ➡️ CEO ยืนยันความคืบหน้าด้าน yield และ IP portfolio ดีขึ้นอย่างมาก ➡️ คาดว่าจะพร้อมผลิตจริงในปี 2027 ✅ เทคโนโลยีใหม่ใน 14A ➡️ 2nd‑Gen RibbonFET GAA ➡️ PowerDirect BSPDN รุ่นใหม่ ➡️ Turbo Cells เพิ่มความเร็วโดยไม่เพิ่มพลังงานมาก ✅ สัญญาณว่ามีลูกค้าภายนอกรายใหญ่ ➡️ คำว่า “the customer” ทำให้เกิดการคาดเดาว่า Intel มีดีลสำคัญอยู่แล้ว ➡️ ต่างจาก 18A ที่ยังไม่มีลูกค้ารายใหญ่ด้านปริมาณ ✅ ความท้าทายด้านกำลังการผลิต ➡️ แผน CapEx ปัจจุบันยังไม่รวมการผลิตให้ลูกค้าภายนอก ➡️ หากมีดีลใหญ่ Intel ต้องลงทุนเพิ่มทันที ⚠️ ประเด็นที่ต้องจับตา ‼️ ความเสี่ยงด้านการลงทุน ⛔ การเพิ่มกำลังผลิตก่อนมีรายได้จริงอาจทำให้จุดคุ้มทุนเลื่อนออกไป ‼️ การแข่งขันกับ TSMC และ Samsung ⛔ คู่แข่งมีลูกค้าหลักหลายรายที่ commit ปริมาณผลิตล่วงหน้า ‼️ ความพร้อมของอุปกรณ์ EUV รุ่น High‑NA ⛔ เครื่องมือมี lead time ยาว หากจัดหาไม่ทันอาจพลาดโอกาสสำคัญ https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/intel-is-going-big-time-into-14a-says-ceo-lip-bu-tan-serve-the-customer-well-remark-hints-at-external-client
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 103 มุมมอง 0 รีวิว
  • Apple‑1 Prototype Board #0 เตรียมถูกประมูลทะลุ $500,000 ในงานครบรอบ 50 ปี Apple

    หนึ่งในชิ้นส่วนประวัติศาสตร์ที่หายากที่สุดของโลกเทคโนโลยีกำลังถูกนำออกประมูลในงาน Steve Jobs & the Computer Revolution: The Apple 50th Anniversary Auction ซึ่งจัดโดย Boston’s Rare and Remarkable Auctions โดยไฮไลต์สำคัญคือ Apple‑1 Prototype Board #0 ที่ถูกใช้โดย Steve Jobs และ Steve Wozniak เพื่อทดสอบและยืนยันดีไซน์ก่อนเริ่มผลิตจริง ถือเป็นต้นแบบยุคแรกสุดของคอมพิวเตอร์ Apple ที่ยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน

    บอร์ดต้นแบบนี้มีความพิเศษหลายอย่าง เช่น การใช้ Robinson‑Nugent sockets ที่มีคุณภาพสูงกว่าเวอร์ชันผลิตจริง รวมถึงการดัดแปลงบางจุดเพื่อทดสอบ timing ของ RAM นอกจากนี้ ผู้ชนะประมูลยังจะได้รับคีย์บอร์ดยุค 1977, พาวเวอร์ซัพพลายโบราณ, ทีวี Sony รุ่นเก่า และคู่มือ Apple‑1 ฉบับจำลองที่มีลายเซ็นของ Steve Wozniak เพิ่มความล้ำค่าทางประวัติศาสตร์เข้าไปอีกขั้น

    อีกหนึ่งไอเทมที่น่าตกใจไม่แพ้กันคือ เช็คใบแรกของ Apple Computer เลขที่ 1 มูลค่า $500 ซึ่งลงนามโดย Jobs และ Wozniak ใช้สำหรับจ่ายค่าดีไซน์ PCB ของ Apple‑1 และออกก่อนวันที่บริษัทถูกจดทะเบียนอย่างเป็นทางการเพียง 16 วัน ทำให้เอกสารชิ้นนี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูงจนถูกประเมินราคาว่าอาจแตะ $500,000+ เช่นเดียวกับบอร์ดต้นแบบ

    การประมูลครั้งนี้มีทั้งหมด 191 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ของสะสมส่วนตัวของ Steve Jobs ไปจนถึงรถ Jaguar XJS V12 ปี 1989 ที่จดทะเบียนในนาม Apple Computer งานนี้จึงไม่ใช่แค่การประมูล แต่เป็นการย้อนรอยเส้นทางของบริษัทที่เริ่มต้นจากโรงรถสู่การเป็นหนึ่งในบริษัททรงอิทธิพลที่สุดในโลกเทคโนโลยี

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ไฮไลต์ของการประมูล
    Apple‑1 Prototype Board #0 คาดว่าจะมีราคาทะลุ $500,000
    ใช้โดย Jobs และ Wozniak เพื่อทดสอบก่อนผลิตจริง

    คุณค่าทางประวัติศาสตร์
    มีการใช้ชิ้นส่วนหายาก เช่น Robinson‑Nugent sockets
    มาพร้อมอุปกรณ์ยุค 70s และคู่มือพร้อมลายเซ็น Wozniak

    เช็คใบแรกของ Apple
    ลงนามโดย Jobs และ Wozniak
    ใช้จ่ายค่าดีไซน์ Apple‑1 PCB ก่อนบริษัทจดทะเบียน

    งานประมูลครบรอบ 50 ปี Apple
    รวมของสะสม 191 รายการ
    ปิดประมูลวันที่ 30 มกราคม

    ข้อควรระวังหรือประเด็นที่ต้องพิจารณา
    ราคาประมูลอาจพุ่งสูงมาก
    ผู้สนใจต้องเตรียมงบประมาณระดับหลายแสนดอลลาร์

    ของสะสมมีความเปราะบาง
    ต้องการการเก็บรักษาแบบควบคุมสภาพแวดล้อม

    ความเสี่ยงด้านของปลอมในตลาดสะสม
    ผู้ซื้อควรตรวจสอบเอกสารรับรองอย่างละเอียด

    https://www.tomshardware.com/desktops/pc-building/apple-1-prototype-board-0-system-is-expected-to-fetch-usd500-000-at-a-50th-anniversary-auction-and-the-firms-first-ever-check-is-valued-at-the-same-amount
    🖥️ Apple‑1 Prototype Board #0 เตรียมถูกประมูลทะลุ $500,000 ในงานครบรอบ 50 ปี Apple หนึ่งในชิ้นส่วนประวัติศาสตร์ที่หายากที่สุดของโลกเทคโนโลยีกำลังถูกนำออกประมูลในงาน Steve Jobs & the Computer Revolution: The Apple 50th Anniversary Auction ซึ่งจัดโดย Boston’s Rare and Remarkable Auctions โดยไฮไลต์สำคัญคือ Apple‑1 Prototype Board #0 ที่ถูกใช้โดย Steve Jobs และ Steve Wozniak เพื่อทดสอบและยืนยันดีไซน์ก่อนเริ่มผลิตจริง ถือเป็นต้นแบบยุคแรกสุดของคอมพิวเตอร์ Apple ที่ยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน บอร์ดต้นแบบนี้มีความพิเศษหลายอย่าง เช่น การใช้ Robinson‑Nugent sockets ที่มีคุณภาพสูงกว่าเวอร์ชันผลิตจริง รวมถึงการดัดแปลงบางจุดเพื่อทดสอบ timing ของ RAM นอกจากนี้ ผู้ชนะประมูลยังจะได้รับคีย์บอร์ดยุค 1977, พาวเวอร์ซัพพลายโบราณ, ทีวี Sony รุ่นเก่า และคู่มือ Apple‑1 ฉบับจำลองที่มีลายเซ็นของ Steve Wozniak เพิ่มความล้ำค่าทางประวัติศาสตร์เข้าไปอีกขั้น อีกหนึ่งไอเทมที่น่าตกใจไม่แพ้กันคือ เช็คใบแรกของ Apple Computer เลขที่ 1 มูลค่า $500 ซึ่งลงนามโดย Jobs และ Wozniak ใช้สำหรับจ่ายค่าดีไซน์ PCB ของ Apple‑1 และออกก่อนวันที่บริษัทถูกจดทะเบียนอย่างเป็นทางการเพียง 16 วัน ทำให้เอกสารชิ้นนี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูงจนถูกประเมินราคาว่าอาจแตะ $500,000+ เช่นเดียวกับบอร์ดต้นแบบ การประมูลครั้งนี้มีทั้งหมด 191 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ของสะสมส่วนตัวของ Steve Jobs ไปจนถึงรถ Jaguar XJS V12 ปี 1989 ที่จดทะเบียนในนาม Apple Computer งานนี้จึงไม่ใช่แค่การประมูล แต่เป็นการย้อนรอยเส้นทางของบริษัทที่เริ่มต้นจากโรงรถสู่การเป็นหนึ่งในบริษัททรงอิทธิพลที่สุดในโลกเทคโนโลยี 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ไฮไลต์ของการประมูล ➡️ Apple‑1 Prototype Board #0 คาดว่าจะมีราคาทะลุ $500,000 ➡️ ใช้โดย Jobs และ Wozniak เพื่อทดสอบก่อนผลิตจริง ✅ คุณค่าทางประวัติศาสตร์ ➡️ มีการใช้ชิ้นส่วนหายาก เช่น Robinson‑Nugent sockets ➡️ มาพร้อมอุปกรณ์ยุค 70s และคู่มือพร้อมลายเซ็น Wozniak ✅ เช็คใบแรกของ Apple ➡️ ลงนามโดย Jobs และ Wozniak ➡️ ใช้จ่ายค่าดีไซน์ Apple‑1 PCB ก่อนบริษัทจดทะเบียน ✅ งานประมูลครบรอบ 50 ปี Apple ➡️ รวมของสะสม 191 รายการ ➡️ ปิดประมูลวันที่ 30 มกราคม ⚠️ ข้อควรระวังหรือประเด็นที่ต้องพิจารณา ‼️ ราคาประมูลอาจพุ่งสูงมาก ⛔ ผู้สนใจต้องเตรียมงบประมาณระดับหลายแสนดอลลาร์ ‼️ ของสะสมมีความเปราะบาง ⛔ ต้องการการเก็บรักษาแบบควบคุมสภาพแวดล้อม ‼️ ความเสี่ยงด้านของปลอมในตลาดสะสม ⛔ ผู้ซื้อควรตรวจสอบเอกสารรับรองอย่างละเอียด https://www.tomshardware.com/desktops/pc-building/apple-1-prototype-board-0-system-is-expected-to-fetch-usd500-000-at-a-50th-anniversary-auction-and-the-firms-first-ever-check-is-valued-at-the-same-amount
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 87 มุมมอง 0 รีวิว
  • SanDisk เตรียมขึ้นราคา 3D NAND สำหรับ SSD องค์กร “เกิน 100%” ในไตรมาส 1 ปี 2026 — เพราะ AI กำลังกินสตอเรจทั้งโลก

    รายงานจาก Nomura Securities ระบุว่า SanDisk (ภายใต้ Western Digital) เตรียม ขึ้นราคา 3D NAND สำหรับ SSD ระดับองค์กรมากกว่า 100% แบบไตรมาสต่อไตรมาส ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 ซึ่งถือเป็นการขึ้นราคาที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี

    สาเหตุหลักมาจาก ความต้องการสตอเรจระดับองค์กรที่พุ่งสูงจากกระแส AI, โดยเฉพาะระบบที่ต้องใช้ NAND จำนวนมาก เช่น Nvidia BlueField‑4 DPU และแพลตฟอร์ม Inference Context Memory Storage Platform (ICMSP) ที่ใช้ SSD 512GB ในทุก compute tray ของระบบ VR NVL144

    Nomura ระบุว่าผู้ผลิต NAND หลายราย “ดันราคาอย่างหนัก” โดยเฉพาะในตลาด enterprise ซึ่งกำลังตึงตัวจากทั้ง ภาวะขาดแคลนระยะสั้น และ ความต้องการระยะกลางที่เพิ่มขึ้นจาก AI

    แม้ Nvidia จะใช้ NAND จำนวนมาก—อาจแตะระดับ 0.4–1 exabyte ต่อปี—แต่ก็ยังไม่ใช่สาเหตุเดียวของการขึ้นราคา เพราะอุตสาหกรรม NAND ผลิตรวมกว่า 800 EB ต่อปี อย่างไรก็ตาม ความต้องการจาก hyperscalers (AWS, Google, Meta, Microsoft) ที่เร่งสร้างศูนย์ข้อมูล AI ทำให้ตลาด NAND ตึงตัวอย่างรวดเร็ว

    ประเด็นสำคัญจากรายงาน
    SanDisk อาจขึ้นราคา 3D NAND สำหรับ SSD องค์กรมากกว่า 100% QoQ
    ตลาด enterprise NAND ถูกดันราคาอย่างหนักจากผู้ผลิตหลายราย
    ความต้องการ NAND จากระบบ AI เช่น Nvidia VR NVL144 และ BlueField‑4 เพิ่มสูงมาก
    อุตสาหกรรม NAND ผลิตรวม ~800 EB/ปี แต่ hyperscalers กำลังแย่งซื้อกำลังผลิตล่วงหน้า
    ราคาของ NAND สำหรับผู้ใช้ทั่วไป (PC/มือถือ) มักตามราคาของ enterprise NAND

    ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในตลาดผู้ใช้ทั่วไป
    แม้บทความจะระบุว่ายังไม่ชัดเจนว่าราคาผู้ใช้ทั่วไปจะได้รับผลกระทบแค่ไหน แต่โดยปกติแล้ว NAND สำหรับสมาร์ตโฟนและพีซีมักขึ้นตามตลาด enterprise เพราะผลิตจากโรงงานเดียวกัน

    นั่นหมายความว่า:
    SSD สำหรับผู้ใช้ทั่วไปอาจขึ้นราคาในปี 2026
    อุปกรณ์ที่ใช้ NAND เช่น สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และโน้ตบุ๊ก อาจมีต้นทุนสูงขึ้น
    ตลาดอาจเข้าสู่รอบ “ขาขึ้น” ของราคา NAND หลังจากราคาต่ำมาหลายปี

    https://www.tomshardware.com/pc-components/ssds/sandisk-to-double-price-of-3d-nand-for-enterprise-ssds-in-q1-2026-hyperscalers-to-pay-top-dollar-for-storage-as-ai-continues-to-roll
    💾 SanDisk เตรียมขึ้นราคา 3D NAND สำหรับ SSD องค์กร “เกิน 100%” ในไตรมาส 1 ปี 2026 — เพราะ AI กำลังกินสตอเรจทั้งโลก รายงานจาก Nomura Securities ระบุว่า SanDisk (ภายใต้ Western Digital) เตรียม ขึ้นราคา 3D NAND สำหรับ SSD ระดับองค์กรมากกว่า 100% แบบไตรมาสต่อไตรมาส ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 ซึ่งถือเป็นการขึ้นราคาที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี สาเหตุหลักมาจาก ความต้องการสตอเรจระดับองค์กรที่พุ่งสูงจากกระแส AI, โดยเฉพาะระบบที่ต้องใช้ NAND จำนวนมาก เช่น Nvidia BlueField‑4 DPU และแพลตฟอร์ม Inference Context Memory Storage Platform (ICMSP) ที่ใช้ SSD 512GB ในทุก compute tray ของระบบ VR NVL144 Nomura ระบุว่าผู้ผลิต NAND หลายราย “ดันราคาอย่างหนัก” โดยเฉพาะในตลาด enterprise ซึ่งกำลังตึงตัวจากทั้ง ภาวะขาดแคลนระยะสั้น และ ความต้องการระยะกลางที่เพิ่มขึ้นจาก AI แม้ Nvidia จะใช้ NAND จำนวนมาก—อาจแตะระดับ 0.4–1 exabyte ต่อปี—แต่ก็ยังไม่ใช่สาเหตุเดียวของการขึ้นราคา เพราะอุตสาหกรรม NAND ผลิตรวมกว่า 800 EB ต่อปี อย่างไรก็ตาม ความต้องการจาก hyperscalers (AWS, Google, Meta, Microsoft) ที่เร่งสร้างศูนย์ข้อมูล AI ทำให้ตลาด NAND ตึงตัวอย่างรวดเร็ว 📌 ประเด็นสำคัญจากรายงาน 🔺 SanDisk อาจขึ้นราคา 3D NAND สำหรับ SSD องค์กรมากกว่า 100% QoQ 🔺 ตลาด enterprise NAND ถูกดันราคาอย่างหนักจากผู้ผลิตหลายราย 🔺 ความต้องการ NAND จากระบบ AI เช่น Nvidia VR NVL144 และ BlueField‑4 เพิ่มสูงมาก 🔺 อุตสาหกรรม NAND ผลิตรวม ~800 EB/ปี แต่ hyperscalers กำลังแย่งซื้อกำลังผลิตล่วงหน้า 🔺 ราคาของ NAND สำหรับผู้ใช้ทั่วไป (PC/มือถือ) มักตามราคาของ enterprise NAND ⚠️ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในตลาดผู้ใช้ทั่วไป แม้บทความจะระบุว่ายังไม่ชัดเจนว่าราคาผู้ใช้ทั่วไปจะได้รับผลกระทบแค่ไหน แต่โดยปกติแล้ว NAND สำหรับสมาร์ตโฟนและพีซีมักขึ้นตามตลาด enterprise เพราะผลิตจากโรงงานเดียวกัน นั่นหมายความว่า: 💠 SSD สำหรับผู้ใช้ทั่วไปอาจขึ้นราคาในปี 2026 💠 อุปกรณ์ที่ใช้ NAND เช่น สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และโน้ตบุ๊ก อาจมีต้นทุนสูงขึ้น 💠 ตลาดอาจเข้าสู่รอบ “ขาขึ้น” ของราคา NAND หลังจากราคาต่ำมาหลายปี https://www.tomshardware.com/pc-components/ssds/sandisk-to-double-price-of-3d-nand-for-enterprise-ssds-in-q1-2026-hyperscalers-to-pay-top-dollar-for-storage-as-ai-continues-to-roll
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 71 มุมมอง 0 รีวิว
  • 5 แก็ดเจ็ต Smart Home ที่อัปเกรดคอนโด/อพาร์ตเมนต์ได้แบบไม่ต้องเจาะ ไม่ต้องติดตั้งถาวร

    หลายคนอยากทำบ้านให้ “ฉลาดขึ้น” แต่ติดปัญหาว่าอพาร์ตเมนต์หรือคอนโดมักไม่อนุญาตให้ติดตั้งอุปกรณ์ถาวร เช่น สวิตช์ไฟอัจฉริยะหรือเทอร์โมสแตต ทำให้การอัปเกรดบ้านดูยุ่งยากกว่าที่คิด บทความนี้จึงรวบรวมแก็ดเจ็ตที่ ติดตั้งง่ายแบบ Plug‑and‑Play ไม่ต้องขออนุญาต ไม่ต้องจ้างช่าง และย้ายออกก็เอาไปใช้ต่อได้สบาย

    แก็ดเจ็ตเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่ลำโพงอัจฉริยะ หลอดไฟ Smart Bulb ปลั๊กไฟ Smart Plug รีโมตอัจฉริยะที่ควบคุมแอร์ได้ ไปจนถึงกล้องวงจรปิด Wi‑Fi ซึ่งช่วยให้คุณควบคุมบ้านได้สะดวกขึ้น ทั้งด้วยเสียง แอปมือถือ หรือระบบอัตโนมัติ เช่น ตั้งเวลา เปิด‑ปิดตามอุณหภูมิ หรือสั่งงานหลายอุปกรณ์พร้อมกัน

    นอกจากนี้ ผู้เขียนบทความยังแชร์ประสบการณ์ตรงจากการเช่าบ้านกว่า 10 ปี พร้อมย้ำว่าอุปกรณ์เหล่านี้ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นจริง เช่น ตั้งไฟเปิดก่อนพระอาทิตย์ตก เปิดแอร์อัตโนมัติเมื่อห้องร้อนเกินไป หรือใช้กล้องดูสัตว์เลี้ยงตอนออกไปทำงาน ทั้งหมดนี้ทำได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างเดิมของห้องเลย

    สรุปอุปกรณ์ Smart Home ที่แนะนำ
    Smart Speaker
    ควบคุมอุปกรณ์ด้วยเสียง ใช้เป็นผู้ช่วยในครัว ตั้งปลุก หรือเป็นลำโพงทั้งบ้านได้

    Smart Bulbs
    ติดตั้งง่าย แค่หมุนใส่หลอดเดิม ควบคุมผ่านแอปหรือเสียง
    ตั้งเวลา เปลี่ยนสี หรือซิงก์กับเพลงได้

    Smart Plug
    เปลี่ยนอุปกรณ์ธรรมดาให้เป็น Smart ได้ทันที
    ตั้งเวลาเปิด‑ปิด เช่น ชงกาแฟตอนตื่น หรือเปิดเครื่องดักแมลงอัตโนมัติ

    Smart Remote + Temperature/Humidity Sensor
    ควบคุมแอร์ ทีวี หรือเครื่องใช้ที่ใช้รีโมต IR ได้
    ตั้งให้แอร์เปิดเองเมื่อห้องร้อนเกิน เช่น 30°C

    Wi‑Fi Security Camera
    ติดตั้งง่าย ดูบ้านหรือสัตว์เลี้ยงผ่านมือถือได้
    บางรุ่นมีไมค์พูดคุยกับสัตว์เลี้ยงได้ด้วย

    https://www.slashgear.com/2072104/smart-home-gadgets-to-upgrade-apartment/
    🏡✨ 5 แก็ดเจ็ต Smart Home ที่อัปเกรดคอนโด/อพาร์ตเมนต์ได้แบบไม่ต้องเจาะ ไม่ต้องติดตั้งถาวร หลายคนอยากทำบ้านให้ “ฉลาดขึ้น” แต่ติดปัญหาว่าอพาร์ตเมนต์หรือคอนโดมักไม่อนุญาตให้ติดตั้งอุปกรณ์ถาวร เช่น สวิตช์ไฟอัจฉริยะหรือเทอร์โมสแตต ทำให้การอัปเกรดบ้านดูยุ่งยากกว่าที่คิด บทความนี้จึงรวบรวมแก็ดเจ็ตที่ ติดตั้งง่ายแบบ Plug‑and‑Play ไม่ต้องขออนุญาต ไม่ต้องจ้างช่าง และย้ายออกก็เอาไปใช้ต่อได้สบาย แก็ดเจ็ตเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่ลำโพงอัจฉริยะ หลอดไฟ Smart Bulb ปลั๊กไฟ Smart Plug รีโมตอัจฉริยะที่ควบคุมแอร์ได้ ไปจนถึงกล้องวงจรปิด Wi‑Fi ซึ่งช่วยให้คุณควบคุมบ้านได้สะดวกขึ้น ทั้งด้วยเสียง แอปมือถือ หรือระบบอัตโนมัติ เช่น ตั้งเวลา เปิด‑ปิดตามอุณหภูมิ หรือสั่งงานหลายอุปกรณ์พร้อมกัน นอกจากนี้ ผู้เขียนบทความยังแชร์ประสบการณ์ตรงจากการเช่าบ้านกว่า 10 ปี พร้อมย้ำว่าอุปกรณ์เหล่านี้ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นจริง เช่น ตั้งไฟเปิดก่อนพระอาทิตย์ตก เปิดแอร์อัตโนมัติเมื่อห้องร้อนเกินไป หรือใช้กล้องดูสัตว์เลี้ยงตอนออกไปทำงาน ทั้งหมดนี้ทำได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างเดิมของห้องเลย 📌 สรุปอุปกรณ์ Smart Home ที่แนะนำ ✅ Smart Speaker ➡️ ควบคุมอุปกรณ์ด้วยเสียง ใช้เป็นผู้ช่วยในครัว ตั้งปลุก หรือเป็นลำโพงทั้งบ้านได้ ✅ Smart Bulbs ➡️ ติดตั้งง่าย แค่หมุนใส่หลอดเดิม ควบคุมผ่านแอปหรือเสียง ➡️ ตั้งเวลา เปลี่ยนสี หรือซิงก์กับเพลงได้ ✅ Smart Plug ➡️ เปลี่ยนอุปกรณ์ธรรมดาให้เป็น Smart ได้ทันที ➡️ ตั้งเวลาเปิด‑ปิด เช่น ชงกาแฟตอนตื่น หรือเปิดเครื่องดักแมลงอัตโนมัติ ✅ Smart Remote + Temperature/Humidity Sensor ➡️ ควบคุมแอร์ ทีวี หรือเครื่องใช้ที่ใช้รีโมต IR ได้ ➡️ ตั้งให้แอร์เปิดเองเมื่อห้องร้อนเกิน เช่น 30°C ✅ Wi‑Fi Security Camera ➡️ ติดตั้งง่าย ดูบ้านหรือสัตว์เลี้ยงผ่านมือถือได้ ➡️ บางรุ่นมีไมค์พูดคุยกับสัตว์เลี้ยงได้ด้วย https://www.slashgear.com/2072104/smart-home-gadgets-to-upgrade-apartment/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Smart Home Gadgets To Upgrade Your Apartment - SlashGear
    Just because you're renting doesn't mean you can't have some smart devices in your home, and these devices are perfectly suited for apartments.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 68 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260109 #TechRadar

    Skullcandy เปิดตัวหูฟัง AI รุ่นใหม่ แต่มีข้อจำกัดสำคัญ
    Skullcandy เปิดตัวหูฟังที่ผสานระบบ AI เพื่อช่วยผู้ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่แม้จะมีความสามารถล้ำสมัย ฟีเจอร์บางอย่างกลับถูกจำกัดไว้เฉพาะบางรุ่นหรือบางบริการ ทำให้ประสบการณ์ใช้งานจริงอาจไม่สมบูรณ์เท่าที่คาดหวัง อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ที่ต้องการยกระดับหูฟังราคาจับต้องได้ให้มีความฉลาดขึ้นกว่าเดิม
    https://www.techradar.com/audio/earbuds-airpods/skullcandys-new-earbuds-put-ai-in-your-ears-but-theres-a-catch

    ChatGPT Health พื้นที่ใหม่สำหรับคำถามสุขภาพที่เชื่อมข้อมูลสุขภาพของคุณได้
    OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health ซึ่งเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับคำถามด้านสุขภาพ โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพส่วนตัว เช่น Apple Health หรือบันทึกการรักษา เพื่อให้ได้คำตอบที่ตรงกับบริบทของตัวเองมากขึ้น แม้จะมีความสามารถสูง แต่ OpenAI ย้ำชัดว่าเครื่องมือนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่แพทย์ และเน้นความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหลัก พร้อมระบบป้องกันหลายชั้นเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpt-health-is-a-new-space-for-medical-questions-that-works-with-your-health-data-but-openai-insists-its-not-designed-to-replace-your-doctor

    พบช่องโหว่ร้ายแรงใน n8n ที่เปิดทางให้รันคำสั่งบนระบบได้
    มีการค้นพบช่องโหว่ระดับวิกฤตใน n8n แพลตฟอร์มอัตโนมัติงานแบบโอเพ่นซอร์ส ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แก้ไข workflow สามารถรันคำสั่งบนระบบจริงได้โดยตรง ทำให้เสี่ยงต่อการถูกฝังมัลแวร์ ขโมยข้อมูล หรือยึดระบบทั้งหมด โดยปัญหานี้ถูกแก้ไขแล้วในเวอร์ชันล่าสุด และผู้ใช้ควรอัปเดตทันทีหรือใช้วิธีป้องกันชั่วคราวตามคำแนะนำ
    https://www.techradar.com/pro/security/a-critical-n8n-flaw-has-been-discovered-heres-how-to-stay-safe

    AVA โฮโลแกรม AI ขนาดจิ๋วจาก Razer พร้อมเป็นทั้งโค้ชอีสปอร์ตและผู้ช่วยชีวิตประจำวัน
    Razer เปิดตัว Project AVA รุ่นอัปเกรด ซึ่งเป็นโฮโลแกรม AI ขนาดเล็กที่สามารถพูดคุย มองหน้าคุณ ติดตามสายตา และช่วยทั้งการเล่นเกม การจัดตารางงาน ไปจนถึงงานเอกสารต่าง ๆ ด้วยบุคลิกและอวาตาร์ที่เลือกได้หลายแบบ แม้จะล้ำสมัยและให้ความรู้สึกเหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวจริง ๆ แต่ก็มีข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวที่ผู้ใช้ต้องพิจารณา แม้ Razer จะยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดถูกประมวลผลภายในเครื่อง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/meet-the-tiny-ai-hologram-ready-to-be-your-esports-coach-and-life-planner

    AI ถูกใช้เป็นข้ออ้างในการปลดพนักงาน?
    หลายองค์กรเริ่มโยนความผิดให้ AI ว่าเป็นสาเหตุของการปลดพนักงาน ทั้งที่ความจริงอาจเกี่ยวข้องกับการบริหารต้นทุนและกลยุทธ์ธุรกิจมากกว่า ทำให้เกิดคำถามว่า AI เป็นผู้ร้ายตัวจริงหรือเพียงข้ออ้างที่สะดวกสำหรับผู้บริหารในการลดคน
    https://www.techradar.com/pro/could-ai-be-a-scapegoat-in-layoffs

    NordPass เพิ่มระบบยืนยันตัวตน TOTP ในตัว
    NordPass เปิดตัวฟีเจอร์ TOTP Authenticator ที่รวมอยู่ในแอปโดยตรง ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องสลับไปมาระหว่างแอปหลายตัวอีกต่อไป พร้อมรองรับการยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์และการซิงก์ระหว่างอุปกรณ์ ช่วยให้การล็อกอินปลอดภัยและสะดวกขึ้นอย่างมาก
    https://www.techradar.com/pro/security/nordpass-adds-built-in-totp-authenticator-for-personal-accounts

    บั๊กใหม่ใน Classic Outlook ทำให้อ่านอีเมลเข้ารหัสไม่ได้
    ผู้ใช้ Classic Outlook พบปัญหาหลังอัปเดตล่าสุด ทำให้ไม่สามารถเปิดอีเมลแบบ Encrypt Only ได้ โดย Microsoft แนะนำวิธีแก้ชั่วคราว เช่น เปลี่ยนวิธีเข้ารหัสผ่านเมนู Options หรือย้อนเวอร์ชัน Outlook ลงไปก่อน ส่งผลให้หลายองค์กรต้องหาทางรับมือระหว่างรอแพตช์แก้ไข
    https://www.techradar.com/pro/security/use-classic-outlook-this-microsoft-bug-might-stop-you-from-opening-encrypted-emails

    Gmail เพิ่มชุดฟีเจอร์ AI ใหม่เพื่อช่วยงานออฟฟิศ
    Google เปิดตัวฟีเจอร์ AI ชุดใหญ่ใน Gmail เช่น AI Inbox ที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญของอีเมล, AI Overviews ที่สรุปข้อมูลจากข้อความจำนวนมาก และระบบช่วยเขียนอีเมลเวอร์ชันใหม่ที่ฉลาดขึ้น ทำให้การจัดการอีเมลที่เคยยุ่งยากกลายเป็นงานที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัด
    https://www.techradar.com/pro/gmail-is-getting-a-whole-host-of-ai-updates-to-try-and-solve-your-most-irritating-workplace-tasks

    Fujifilm เปิดตัวกล้อง Instax สไตล์ Super 8 สุดแหวกแนว
    Fujifilm Instax Mini Evo Cinema กลายเป็นกล้อง Instax ที่แปลกที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยดีไซน์ย้อนยุคแบบ Super 8 พร้อมฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอที่แปลงเป็น QR Code ให้พิมพ์ออกมาได้ รวมถึงปุ่ม Eras Dial ที่เลือกโทนภาพตามยุคต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 1930–2020 ทำให้เป็นกล้องที่ผสมความสนุกและความคลาสสิกได้อย่างลงตัว
    https://www.techradar.com/cameras/instant-cameras/fujifilms-new-super-8-style-video-camera-is-the-weirdest-instax-ever-but-it-could-also-be-the-most-fun

    Microsoft อาจเปิดตัว “Xbox PC แบบ OEM” ภายในปีนี้
    กระแสข่าวลือที่ถูกมองว่าน่าเชื่อถือชี้ว่า Microsoft เตรียมขยายจักรวาล Xbox ด้วยการเปิดตัวเครื่องเล่นเกมรูปแบบใหม่ที่เป็น “Xbox PC แบบ OEM” ซึ่งอาจเป็นการผสานประสบการณ์คอนโซลเข้ากับความยืดหยุ่นของพีซี เพื่อดึงดูดทั้งนักเล่นเกมและผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ โดยคาดว่าจะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ Xbox แข่งขันในตลาดเกมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
    https://www.techradar.com/gaming/xbox/microsoft-could-reveal-its-oem-xbox-pc-this-year-according-to-credible-rumors

    AI Factory: โครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อขับเคลื่อน AI ระดับองค์กร
    องค์กรทั่วโลกกำลังเร่งนำ AI มาใช้ แต่ความซับซ้อนของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และความปลอดภัยทำให้เกิดความท้าทายอย่างมาก แนวคิด “AI Factory” จึงถูกเสนอเป็นสถาปัตยกรรมแบบครบวงจรที่รวม GPU, Kubernetes, ระบบความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมโมเดลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้ธุรกิจสามารถขยาย AI ได้อย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และควบคุมได้มากขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/ai-factories-are-the-foundation-for-enterprise-scale-ai

    Google ลดรอบการปล่อยซอร์สโค้ด Android เหลือปีละ 2 ครั้ง
    Google เตรียมปรับรูปแบบการปล่อยซอร์สโค้ด Android Open Source Project (AOSP) จากเดิมปีละ 4 ครั้ง เหลือเพียง 2 ครั้งในไตรมาส 2 และ 4 โดยให้เหตุผลว่าการลดความถี่จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม แม้ระบบปฏิบัติการจะยังอัปเดตตามปกติทุกไตรมาสก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปีของ Android
    https://www.techradar.com/pro/google-set-to-reduce-the-android-source-code-releases-to-just-twice-a-year

    SMEs ต้องเร่งรับมือ “Data Sovereignty” เมื่อข้อมูลข้ามพรมแดนถูกจับตาเข้มงวด
    ธุรกิจขนาดกลางและเล็กในสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญแรงกดดันด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลข้ามประเทศ หลังมีการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดและเกิดเหตุการณ์อย่าง AWS ล่มที่ส่งผลกระทบต่อบริการสำคัญ ทำให้ SMEs ต้องให้ความสำคัญกับการรู้ว่า “ข้อมูลอยู่ที่ไหน” และเลือกผู้ให้บริการที่โปร่งใส มีระบบสำรอง และรองรับข้อกำหนดด้านอธิปไตยข้อมูล
    https://www.techradar.com/pro/your-datas-where-exactly-smes-and-data-sovereignty

    อุตสาหกรรม VPN เผชิญปีแห่งความท้าทาย: AI, การยืนยันอายุ และการเซ็นเซอร์
    ปี 2025 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ VPN เมื่อผู้ให้บริการต้องรับมือกับภัยคุกคามจาก AI เช่น การหลอกลวงด้วย LLM การบังคับใช้กฎหมายยืนยันอายุที่เสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคล และการเพิ่มขึ้นของการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ผู้ให้บริการรายใหญ่จึงเร่งพัฒนาเครื่องมือป้องกันสแกม การเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม และระบบต่อต้านการปิดกั้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปี 2026 ที่การแข่งขันจะเข้มข้นยิ่งขึ้น
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-services/ai-age-verification-and-censorship-how-the-vpn-industry-tackled-2025s-biggest-issues-and-what-it-plans-to-do-next

    “External Brain” เวียร์เอเบิลยุคใหม่มาแรงในงาน CES 2026
    กระแสใหม่ของวงการเวียร์เอเบิลกำลังเปลี่ยนจากสายรัดข้อมือฟิตเนสไปสู่ “สมองเสริมภายนอก” ที่ช่วยประมวลผลและเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อทำงานด้าน AI แบบเรียลไทม์ โดยอุปกรณ์รุ่นใหม่เน้นความเบา เรียบง่าย และใช้งานจริงได้มากขึ้น เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแสดงข้อมูลผ่านจอขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในแว่น ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาดูตลอดเวลา ถือเป็นทิศทางใหม่ที่ผสมผสานความเป็นแฟชั่นกับเทคโนโลยีได้ลงตัว
    https://www.techradar.com/health-fitness/smartwatches/forget-fitness-trackers-external-brains-are-the-hot-new-wearables-at-ces-this-year

    แว่น Even Realities G2 — มินิมอลแต่ทรงพลัง
    แว่นอัจฉริยะ Even Realities G2 โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเบาเหมือนแว่นทั่วไป แต่ซ่อนจอ waveform สีเขียวคมชัดไว้ในเลนส์ สามารถแสดงข้อมูลแบบ HUD เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแจ้งเตือน โดยอาศัยพลังประมวลผลจากสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ทำให้ตัวแว่นไม่เทอะทะและแบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้น พร้อมระบบควบคุมผ่านเซนเซอร์สัมผัสหลังขาแว่น ถือเป็นตัวอย่างของเวียร์เอเบิลที่เน้นความเรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง
    https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/i-tried-even-realities-g2-display-smart-glasses-and-now-i-cant-stop-thinking-about-their-minimalist-approach

    SwitchBot MindClip — คลิปติดปกเสื้อที่บันทึกทุกบทสนทนา
    SwitchBot เปิดตัว MindClip อุปกรณ์ขนาดเล็กติดปกเสื้อที่สามารถบันทึกเสียงทุกการสนทนาและจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลส่วนตัว พร้อมฟีเจอร์ AI ช่วยสรุปเนื้อหาและค้นหาบทสนทนาที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว แม้จะมีประโยชน์ในงานประชุมหรือคนที่หลงลืมง่าย แต่ก็สร้างความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวเพราะสามารถใช้บันทึกบทสนทนาในชีวิตประจำวันได้โดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดคำถามว่าความสะดวกสบายควรแลกกับความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน
    https://www.techradar.com/home/smart-home/switchbots-new-gadget-clips-to-your-collar-and-records-your-conversations-so-youll-never-have-to-pay-attention-ever-again

    Cisco อุดช่องโหว่ ISE หลังพบโค้ดโจมตีถูกเผยแพร่
    Cisco ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ระดับกลางในระบบ Identity Services Engine (ISE) ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แอดมินสามารถอ่านไฟล์สำคัญในระบบผ่านการอัปโหลดไฟล์ XML ที่ออกแบบมาเฉพาะ แม้ยังไม่พบการโจมตีจริง แต่มีโค้ด PoC เผยแพร่แล้ว ทำให้ผู้ดูแลระบบต้องรีบอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ที่ใช้ ISE เป็นระบบควบคุมการเข้าถึงเครือข่ายหลักขององค์กร
    https://www.techradar.com/pro/security/vulnerability-in-identity-service-engine-with-exploit-code-patched-by-cisco

    สหรัฐถอนตัวจากองค์กรอินเทอร์เน็ตเสรี 66 แห่ง
    รัฐบาลสหรัฐประกาศถอนตัวจากองค์กรระหว่างประเทศ 66 แห่ง รวมถึงกลุ่มด้านสิทธิอินเทอร์เน็ตอย่าง Freedom Online Coalition และ Global Forum on Cyber Expertise โดยให้เหตุผลว่าองค์กรเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศ การถอนตัวครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านสิทธิดิจิทัลและความมั่นคงไซเบอร์ทั่วโลก เพราะสหรัฐเป็นผู้สนับสนุนหลักของหลายโครงการ ทำให้อนาคตของความร่วมมือด้านอินเทอร์เน็ตเสรีต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/us-withdraws-from-internet-freedom-bodies-it-deems-wasteful-ineffective-and-harmful

    EU พิจารณาดีล Google ซื้อกิจการ Wiz
    หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาดีลที่ Google ต้องการเข้าซื้อ Wiz ซึ่งเป็นบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดคลาวด์และความปลอดภัยดิจิทัล หากดีลผ่านอาจทำให้ Google ขยายอิทธิพลด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการความปลอดภัยได้มากขึ้น แต่ก็เสี่ยงต่อข้อกังวลเรื่องการผูกขาดในระยะยาว
    https://www.techradar.com/pro/eu-antitrust-regulators-to-decide-on-googles-wiz-acquisition

    Honda–Sony เผยโฉม SUV รุ่นใหม่ แต่คู่แข่งจีนวิ่งนำไปไกลแล้ว
    Honda และ Sony ใช้เวที CES 2026 เปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ Afeela ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นและรองรับฟีเจอร์ความบันเทิงอย่างการเล่น PlayStation 5 ในรถ แม้จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึก แต่รถรุ่นนี้ถูกวางแผนเปิดตัวในปี 2028 ทว่าในขณะที่ทั้งสองบริษัทยังอยู่ในขั้นพัฒนา ค่ายรถจีนกลับเดินหน้าไปไกลกว่า ทั้งด้านราคา ระยะทางวิ่ง และความพร้อมของสินค้าในตลาด
    https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/honda-and-sony-just-teased-a-second-suv-at-ces-2026-but-their-chinese-rivals-are-already-racing-ahead

    รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมใช้ AI ช่วยจัดการสายด่วนสวัสดิการ
    กระทรวง DWP ของสหราชอาณาจักรประกาศโครงการระยะ 4–6 ปีเพื่อใช้ระบบ AI ช่วยคัดแยกและนำทางสายโทรศัพท์เกี่ยวกับสวัสดิการ โดยหวังลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และเพิ่มความแม่นยำในการให้บริการ หลังจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการเพิ่มขึ้นกว่า 2.4 ล้านคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ระบบใหม่นี้ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด
    https://www.techradar.com/pro/uk-government-department-to-use-ai-in-benefits-claims

    อัปเดตใหญ่ Windows 11 26H1 จะมีเฉพาะบนแล็ปท็อป Snapdragon X2
    อัปเดต Windows 11 รุ่น 26H1 ถูกยืนยันว่าจะปล่อยเฉพาะสำหรับแล็ปท็อปที่ใช้ชิป Snapdragon X2 โดยเป็นการปรับปรุงระบบภายในเพื่อรองรับสถาปัตยกรรมใหม่ ไม่ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ใด ๆ แม้จะเป็นการอัปเดตเชิงเทคนิค แต่ก็มีความกังวลว่าการเปลี่ยนแพลตฟอร์มอาจทำให้เกิดบั๊กเหมือนที่เคยเกิดในรุ่นก่อนหน้า
    https://www.techradar.com/computing/windows/windows-11s-next-major-update-is-only-coming-to-a-few-laptops-but-that-could-be-a-blessing-in-disguise

    Xbox Developer Direct 2026 เตรียมเผยเกมใหม่เพียบ
    Xbox ประกาศจัดงาน Developer Direct 2026 ในวันที่ 22 มกราคมนี้ โดยจะเผยตัวอย่างใหม่ของ Fable และ Forza Horizon 6 รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมของ Beast of Reincarnation จาก Game Freak งานนี้ถือเป็นการเปิดศักราชเกมปี 2026 ที่แฟน ๆ รอคอย พร้อมโชว์เกมเพลย์และรายละเอียดจากทีมพัฒนาโดยตรง
    https://www.techradar.com/gaming/gaming-industry/xbox-confirms-developer-direct-2026-showcase-for-later-this-month-here-are-the-games-to-expect

    ข้อมูลส่วนตัวกว่า 700,000 รายถูกหน่วยงานรัฐอิลลินอยส์ทำรั่วไหล
    เหตุการณ์ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนกว่าเจ็ดแสนรายถูกเปิดเผยโดยหน่วยงานรัฐในอิลลินอยส์สร้างความกังวลด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่างหนัก เพราะข้อมูลที่หลุดอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ขณะเดียวกันก็สะท้อนปัญหาโครงสร้างระบบความปลอดภัยของหน่วยงานรัฐที่ยังมีช่องโหว่และต้องเร่งปรับปรุงเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/security/personal-data-on-over-700-000-exposed-by-illinois-government-agency

    iPhone 4 กลับมาฮิตอีกครั้งในฐานะ “กล้องดิจิทัลเรโทร” แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย
    กระแสเรโทรทำให้ iPhone 4 กลายเป็นกล้องดิจิทัลยอดนิยมในหมู่วัยรุ่นและสายคอนเทนต์ที่ชอบภาพโทนเก่า แม้คุณภาพจะสู้มือถือยุคใหม่ไม่ได้ แต่เสน่ห์ของภาพดิบ ๆ ทำให้มันกลับมาฮิตอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเพราะเครื่องไม่ได้รับอัปเดตความปลอดภัยมานาน ผู้ใช้จึงต้องระวังเรื่องข้อมูลส่วนตัวและควรใช้แบบออฟไลน์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านไซเบอร์
    https://www.techradar.com/phones/iphone/the-iphone-4-is-the-classic-camera-phone-that-retro-lovers-can-t-get-enough-of-but-don-t-skip-these-essential-security-tips (techradar.com in Bing)

    กล้องติดรถ Vantrue รุ่นใหม่มาพร้อมกล้องความร้อนแบบ Predator มองเห็นกลางคืนได้เหนือชั้น
    Vantrue เปิดตัว Pilot 2 กล้องติดรถที่รวมกล้องหน้า–หลัง พร้อมกล้องถ่ายภาพความร้อนที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นคน สัตว์ หรือสิ่งกีดขวางในสภาพแสงน้อยหรือหมอกหนาได้อย่างชัดเจนราวกับโหมดมองความร้อนในภาพยนตร์ Predator โดยระบบยังแจ้งเตือนอันตรายล่วงหน้าและรองรับ CarPlay/Android Auto ทำให้เป็นอุปกรณ์เสริมที่ยกระดับความปลอดภัยของรถรุ่นเก่าได้อย่างมาก
    https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/vantrue-unveils-worlds-first-dash-cam-with-thermal-imaging-for-predator-style-night-vision-on-the-move

    แฮ็กเกอร์จีน Salt Typhoon เจาะอีเมลเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐอีกครั้ง
    กลุ่มแฮ็กเกอร์รัฐหนุนจากจีน Salt Typhoon ถูกพบว่าลอบเข้าถึงอีเมลของเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมาธิการสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ทั้งด้านจีน ความมั่นคง และกองทัพ แม้ยังไม่ชัดว่าการเข้าถึงลึกแค่ไหน แต่เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความเสี่ยงด้านไซเบอร์ระหว่างประเทศที่ทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดตามเดิม
    https://www.techradar.com/pro/security/congressional-staff-emails-hacked-as-part-of-salt-typhoon-campaign

    AMD Ryzen AI Halo ท้าชน Nvidia DGX Spark ด้วยพลังประมวลผล AI ในเครื่องเดียว
    AMD ประกาศเปิดตัว Ryzen AI Halo คอมพิวเตอร์สำหรับงาน AI โดยเฉพาะในปี 2026 มาพร้อมซีพียู 16 คอร์, NPU ในตัว, แรมสูงสุด 128GB และรองรับ ROCm เต็มรูปแบบ ทำให้สามารถรันโมเดล AI ขนาดใหญ่แบบโลคัลได้โดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์ ถือเป็นคู่แข่งตรงของ Nvidia DGX Spark ที่ครองตลาดอยู่ก่อนแล้ว และเป็นก้าวสำคัญของ AMD ในการเข้าสู่ตลาด AI ระดับองค์กร
    https://www.techradar.com/pro/amd-will-launch-its-first-pc-in-2026-and-it-will-compete-with-a-very-familiar-brand-ryzen-ai-halo-will-go-head-to-head-against-nvidias-dgx-spark-mini-pc

    AI กับอนาคตดนตรี: will.i.am มองว่า TikTok อันตรายกว่า AI
    will.i.am พูดถึงมุมมองต่อดนตรียุคใหม่ว่าแม้ AI จะสร้างเพลงได้ยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นเพียง “เครื่องมือ” ที่ต้องมีมนุษย์อยู่เบื้องหลัง ต่างจาก TikTok ที่เขามองว่าเป็นภัยต่อวงการมากกว่าเพราะเปลี่ยนพฤติกรรมการเสพดนตรีจนศิลปินต้องปรับตัวอย่างหนัก พร้อมเล่าถึงการร่วมงานกับ LG เพื่อปรับแต่งเสียงลำโพงให้ตอบโจทย์ผู้ฟังยุคใหม่ที่ต้องการคุณภาพเสียงสูงในทุกอุปกรณ์
    https://www.techradar.com/audio/ai-generated-music-is-awesome-somebodys-still-generating-it-when-the-machines-doing-it-on-its-own-talk-to-me-will-i-am-tells-me-how-he-tunes-lgs-new-speakers-and-why-tiktok-rather-than-ai-is-the-big-danger-to-music

    Amazon ใช้ AI ช้อปแทนลูกค้า จนร้านค้ารายย่อยเดือด
    Amazon ทดลองฟีเจอร์ Buy for Me ที่ให้ AI ไปสั่งซื้อสินค้าจากเว็บร้านค้าต่าง ๆ แทนผู้ใช้โดยอัตโนมัติ แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้ผู้ค้ารายย่อยจำนวนมาก เพราะสินค้าถูกนำไปแสดงบน Amazon โดยไม่ได้รับอนุญาต แถมบางครั้งยังเป็นสินค้าที่หมดสต็อกหรือไม่เคยตั้งใจขายตรง ทำให้ร้านค้าต้องรับมือกับออเดอร์ที่ไม่คาดคิดและข้อมูลผิดพลาดที่เกิดจากระบบ AI ของ Amazon เอง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/amazons-ai-is-shopping-on-your-behalf-where-its-not-supposed-to-and-retailers-arent-happy

    CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ตัวจิ๋วที่รวม SSD NVMe และชาร์จแรงสูง
    Satechi เปิดตัว CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ที่รวมพอร์ตความเร็วสูง, ช่องใส่ SSD NVMe สูงสุด 8TB, การชาร์จสูงสุด 140W และรองรับจอ 6K คู่บน Mac หรือสูงถึง 8K หลายจอบน Windows แม้จะไม่มีพอร์ตวิดีโอเฉพาะ แต่ก็ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นศูนย์กลางการทำงานบนโต๊ะที่เล็กแต่ทรงพลังสำหรับผู้ใช้ทั้ง Mac และ Windows
    https://www.techradar.com/pro/satechi-unveils-thunderbolt-5-docking-station-that-doubles-as-external-ssd-shame-it-doesnt-take-hdds-and-why-doesnt-it-have-video-outputs-anyway

    Infinity Cube: ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในกล่องแก้ว 14 ฟุต
    Odinn เปิดตัว Infinity Cube แนวคิดใหม่ของศูนย์ข้อมูลที่ย่อส่วนลงในกล่องแก้วขนาด 14 ฟุต รองรับซีพียู AMD EPYC สูงสุด 56 ตัว, GPU Nvidia B200 ถึง 224 ตัว, RAM 86TB และ NVMe 27.5PB พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวในตัว จุดเด่นคือความหนาแน่นสูงและดีไซน์สวยงาม แต่ยังมีคำถามเรื่องการใช้งานจริง การบำรุงรักษา และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แบบเดิม
    https://www.techradar.com/pro/nvidia-partner-wants-to-beautify-data-centers-with-the-infinity-cube-concept-plans-to-cram-86tb-ddr5-and-224-b200-gpu-in-a-liquid-cooled-14ft-cube

    ราคาหน่วยความจำ DDR5 อาจพุ่งแตะ $500 ในปี 2026
    นักวิเคราะห์เตือนว่าราคา DRAM โดยเฉพาะ DDR5 อาจพุ่งขึ้นกว่า 60% ในไตรมาสแรกของปี 2026 เพราะผู้ผลิตหันไปให้ความสำคัญกับหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์และงาน AI มากขึ้น ทำให้ตลาดผู้ใช้ทั่วไปขาดแคลน ตัวอย่างเช่นโมดูล 32GB ที่ปัจจุบันราคา $325 อาจทะลุ $500 ได้ ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปีนี้
    ​​​​​​​ https://www.techradar.com/pro/2026-could-well-be-the-year-of-the-usd500-32gb-ddr5-memory-module-experts-predict-ddr-will-go-up-by-60-percent-in-q1-2026-alone
    📌📡🔵 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🔵📡📌 #รวมข่าวIT #20260109 #TechRadar 🎧 Skullcandy เปิดตัวหูฟัง AI รุ่นใหม่ แต่มีข้อจำกัดสำคัญ Skullcandy เปิดตัวหูฟังที่ผสานระบบ AI เพื่อช่วยผู้ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่แม้จะมีความสามารถล้ำสมัย ฟีเจอร์บางอย่างกลับถูกจำกัดไว้เฉพาะบางรุ่นหรือบางบริการ ทำให้ประสบการณ์ใช้งานจริงอาจไม่สมบูรณ์เท่าที่คาดหวัง อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ที่ต้องการยกระดับหูฟังราคาจับต้องได้ให้มีความฉลาดขึ้นกว่าเดิม 🔗 https://www.techradar.com/audio/earbuds-airpods/skullcandys-new-earbuds-put-ai-in-your-ears-but-theres-a-catch 🏥 ChatGPT Health พื้นที่ใหม่สำหรับคำถามสุขภาพที่เชื่อมข้อมูลสุขภาพของคุณได้ OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health ซึ่งเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับคำถามด้านสุขภาพ โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพส่วนตัว เช่น Apple Health หรือบันทึกการรักษา เพื่อให้ได้คำตอบที่ตรงกับบริบทของตัวเองมากขึ้น แม้จะมีความสามารถสูง แต่ OpenAI ย้ำชัดว่าเครื่องมือนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่แพทย์ และเน้นความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหลัก พร้อมระบบป้องกันหลายชั้นเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpt-health-is-a-new-space-for-medical-questions-that-works-with-your-health-data-but-openai-insists-its-not-designed-to-replace-your-doctor 🔐 พบช่องโหว่ร้ายแรงใน n8n ที่เปิดทางให้รันคำสั่งบนระบบได้ มีการค้นพบช่องโหว่ระดับวิกฤตใน n8n แพลตฟอร์มอัตโนมัติงานแบบโอเพ่นซอร์ส ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แก้ไข workflow สามารถรันคำสั่งบนระบบจริงได้โดยตรง ทำให้เสี่ยงต่อการถูกฝังมัลแวร์ ขโมยข้อมูล หรือยึดระบบทั้งหมด โดยปัญหานี้ถูกแก้ไขแล้วในเวอร์ชันล่าสุด และผู้ใช้ควรอัปเดตทันทีหรือใช้วิธีป้องกันชั่วคราวตามคำแนะนำ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/a-critical-n8n-flaw-has-been-discovered-heres-how-to-stay-safe 🌟 AVA โฮโลแกรม AI ขนาดจิ๋วจาก Razer พร้อมเป็นทั้งโค้ชอีสปอร์ตและผู้ช่วยชีวิตประจำวัน Razer เปิดตัว Project AVA รุ่นอัปเกรด ซึ่งเป็นโฮโลแกรม AI ขนาดเล็กที่สามารถพูดคุย มองหน้าคุณ ติดตามสายตา และช่วยทั้งการเล่นเกม การจัดตารางงาน ไปจนถึงงานเอกสารต่าง ๆ ด้วยบุคลิกและอวาตาร์ที่เลือกได้หลายแบบ แม้จะล้ำสมัยและให้ความรู้สึกเหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวจริง ๆ แต่ก็มีข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวที่ผู้ใช้ต้องพิจารณา แม้ Razer จะยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดถูกประมวลผลภายในเครื่อง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/meet-the-tiny-ai-hologram-ready-to-be-your-esports-coach-and-life-planner 🤖 AI ถูกใช้เป็นข้ออ้างในการปลดพนักงาน? หลายองค์กรเริ่มโยนความผิดให้ AI ว่าเป็นสาเหตุของการปลดพนักงาน ทั้งที่ความจริงอาจเกี่ยวข้องกับการบริหารต้นทุนและกลยุทธ์ธุรกิจมากกว่า ทำให้เกิดคำถามว่า AI เป็นผู้ร้ายตัวจริงหรือเพียงข้ออ้างที่สะดวกสำหรับผู้บริหารในการลดคน 🔗 https://www.techradar.com/pro/could-ai-be-a-scapegoat-in-layoffs 🔐 NordPass เพิ่มระบบยืนยันตัวตน TOTP ในตัว NordPass เปิดตัวฟีเจอร์ TOTP Authenticator ที่รวมอยู่ในแอปโดยตรง ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องสลับไปมาระหว่างแอปหลายตัวอีกต่อไป พร้อมรองรับการยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์และการซิงก์ระหว่างอุปกรณ์ ช่วยให้การล็อกอินปลอดภัยและสะดวกขึ้นอย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/nordpass-adds-built-in-totp-authenticator-for-personal-accounts 📧 บั๊กใหม่ใน Classic Outlook ทำให้อ่านอีเมลเข้ารหัสไม่ได้ ผู้ใช้ Classic Outlook พบปัญหาหลังอัปเดตล่าสุด ทำให้ไม่สามารถเปิดอีเมลแบบ Encrypt Only ได้ โดย Microsoft แนะนำวิธีแก้ชั่วคราว เช่น เปลี่ยนวิธีเข้ารหัสผ่านเมนู Options หรือย้อนเวอร์ชัน Outlook ลงไปก่อน ส่งผลให้หลายองค์กรต้องหาทางรับมือระหว่างรอแพตช์แก้ไข 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/use-classic-outlook-this-microsoft-bug-might-stop-you-from-opening-encrypted-emails ✉️ Gmail เพิ่มชุดฟีเจอร์ AI ใหม่เพื่อช่วยงานออฟฟิศ Google เปิดตัวฟีเจอร์ AI ชุดใหญ่ใน Gmail เช่น AI Inbox ที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญของอีเมล, AI Overviews ที่สรุปข้อมูลจากข้อความจำนวนมาก และระบบช่วยเขียนอีเมลเวอร์ชันใหม่ที่ฉลาดขึ้น ทำให้การจัดการอีเมลที่เคยยุ่งยากกลายเป็นงานที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัด 🔗 https://www.techradar.com/pro/gmail-is-getting-a-whole-host-of-ai-updates-to-try-and-solve-your-most-irritating-workplace-tasks 📹 Fujifilm เปิดตัวกล้อง Instax สไตล์ Super 8 สุดแหวกแนว Fujifilm Instax Mini Evo Cinema กลายเป็นกล้อง Instax ที่แปลกที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยดีไซน์ย้อนยุคแบบ Super 8 พร้อมฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอที่แปลงเป็น QR Code ให้พิมพ์ออกมาได้ รวมถึงปุ่ม Eras Dial ที่เลือกโทนภาพตามยุคต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 1930–2020 ทำให้เป็นกล้องที่ผสมความสนุกและความคลาสสิกได้อย่างลงตัว 🔗 https://www.techradar.com/cameras/instant-cameras/fujifilms-new-super-8-style-video-camera-is-the-weirdest-instax-ever-but-it-could-also-be-the-most-fun 🎮 Microsoft อาจเปิดตัว “Xbox PC แบบ OEM” ภายในปีนี้ กระแสข่าวลือที่ถูกมองว่าน่าเชื่อถือชี้ว่า Microsoft เตรียมขยายจักรวาล Xbox ด้วยการเปิดตัวเครื่องเล่นเกมรูปแบบใหม่ที่เป็น “Xbox PC แบบ OEM” ซึ่งอาจเป็นการผสานประสบการณ์คอนโซลเข้ากับความยืดหยุ่นของพีซี เพื่อดึงดูดทั้งนักเล่นเกมและผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ โดยคาดว่าจะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ Xbox แข่งขันในตลาดเกมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 🔗 https://www.techradar.com/gaming/xbox/microsoft-could-reveal-its-oem-xbox-pc-this-year-according-to-credible-rumors 🏭 AI Factory: โครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อขับเคลื่อน AI ระดับองค์กร องค์กรทั่วโลกกำลังเร่งนำ AI มาใช้ แต่ความซับซ้อนของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และความปลอดภัยทำให้เกิดความท้าทายอย่างมาก แนวคิด “AI Factory” จึงถูกเสนอเป็นสถาปัตยกรรมแบบครบวงจรที่รวม GPU, Kubernetes, ระบบความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมโมเดลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้ธุรกิจสามารถขยาย AI ได้อย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และควบคุมได้มากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/ai-factories-are-the-foundation-for-enterprise-scale-ai 🤖 Google ลดรอบการปล่อยซอร์สโค้ด Android เหลือปีละ 2 ครั้ง Google เตรียมปรับรูปแบบการปล่อยซอร์สโค้ด Android Open Source Project (AOSP) จากเดิมปีละ 4 ครั้ง เหลือเพียง 2 ครั้งในไตรมาส 2 และ 4 โดยให้เหตุผลว่าการลดความถี่จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม แม้ระบบปฏิบัติการจะยังอัปเดตตามปกติทุกไตรมาสก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปีของ Android 🔗 https://www.techradar.com/pro/google-set-to-reduce-the-android-source-code-releases-to-just-twice-a-year 🌍 SMEs ต้องเร่งรับมือ “Data Sovereignty” เมื่อข้อมูลข้ามพรมแดนถูกจับตาเข้มงวด ธุรกิจขนาดกลางและเล็กในสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญแรงกดดันด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลข้ามประเทศ หลังมีการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดและเกิดเหตุการณ์อย่าง AWS ล่มที่ส่งผลกระทบต่อบริการสำคัญ ทำให้ SMEs ต้องให้ความสำคัญกับการรู้ว่า “ข้อมูลอยู่ที่ไหน” และเลือกผู้ให้บริการที่โปร่งใส มีระบบสำรอง และรองรับข้อกำหนดด้านอธิปไตยข้อมูล 🔗 https://www.techradar.com/pro/your-datas-where-exactly-smes-and-data-sovereignty 🔐 อุตสาหกรรม VPN เผชิญปีแห่งความท้าทาย: AI, การยืนยันอายุ และการเซ็นเซอร์ ปี 2025 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ VPN เมื่อผู้ให้บริการต้องรับมือกับภัยคุกคามจาก AI เช่น การหลอกลวงด้วย LLM การบังคับใช้กฎหมายยืนยันอายุที่เสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคล และการเพิ่มขึ้นของการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ผู้ให้บริการรายใหญ่จึงเร่งพัฒนาเครื่องมือป้องกันสแกม การเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม และระบบต่อต้านการปิดกั้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปี 2026 ที่การแข่งขันจะเข้มข้นยิ่งขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-services/ai-age-verification-and-censorship-how-the-vpn-industry-tackled-2025s-biggest-issues-and-what-it-plans-to-do-next 🧠✨ “External Brain” เวียร์เอเบิลยุคใหม่มาแรงในงาน CES 2026 กระแสใหม่ของวงการเวียร์เอเบิลกำลังเปลี่ยนจากสายรัดข้อมือฟิตเนสไปสู่ “สมองเสริมภายนอก” ที่ช่วยประมวลผลและเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อทำงานด้าน AI แบบเรียลไทม์ โดยอุปกรณ์รุ่นใหม่เน้นความเบา เรียบง่าย และใช้งานจริงได้มากขึ้น เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแสดงข้อมูลผ่านจอขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในแว่น ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาดูตลอดเวลา ถือเป็นทิศทางใหม่ที่ผสมผสานความเป็นแฟชั่นกับเทคโนโลยีได้ลงตัว 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/smartwatches/forget-fitness-trackers-external-brains-are-the-hot-new-wearables-at-ces-this-year 👓💡 แว่น Even Realities G2 — มินิมอลแต่ทรงพลัง แว่นอัจฉริยะ Even Realities G2 โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเบาเหมือนแว่นทั่วไป แต่ซ่อนจอ waveform สีเขียวคมชัดไว้ในเลนส์ สามารถแสดงข้อมูลแบบ HUD เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแจ้งเตือน โดยอาศัยพลังประมวลผลจากสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ทำให้ตัวแว่นไม่เทอะทะและแบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้น พร้อมระบบควบคุมผ่านเซนเซอร์สัมผัสหลังขาแว่น ถือเป็นตัวอย่างของเวียร์เอเบิลที่เน้นความเรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง 🔗 https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/i-tried-even-realities-g2-display-smart-glasses-and-now-i-cant-stop-thinking-about-their-minimalist-approach 🎙️🤖 SwitchBot MindClip — คลิปติดปกเสื้อที่บันทึกทุกบทสนทนา SwitchBot เปิดตัว MindClip อุปกรณ์ขนาดเล็กติดปกเสื้อที่สามารถบันทึกเสียงทุกการสนทนาและจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลส่วนตัว พร้อมฟีเจอร์ AI ช่วยสรุปเนื้อหาและค้นหาบทสนทนาที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว แม้จะมีประโยชน์ในงานประชุมหรือคนที่หลงลืมง่าย แต่ก็สร้างความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวเพราะสามารถใช้บันทึกบทสนทนาในชีวิตประจำวันได้โดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดคำถามว่าความสะดวกสบายควรแลกกับความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-home/switchbots-new-gadget-clips-to-your-collar-and-records-your-conversations-so-youll-never-have-to-pay-attention-ever-again 🔐⚠️ Cisco อุดช่องโหว่ ISE หลังพบโค้ดโจมตีถูกเผยแพร่ Cisco ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ระดับกลางในระบบ Identity Services Engine (ISE) ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แอดมินสามารถอ่านไฟล์สำคัญในระบบผ่านการอัปโหลดไฟล์ XML ที่ออกแบบมาเฉพาะ แม้ยังไม่พบการโจมตีจริง แต่มีโค้ด PoC เผยแพร่แล้ว ทำให้ผู้ดูแลระบบต้องรีบอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ที่ใช้ ISE เป็นระบบควบคุมการเข้าถึงเครือข่ายหลักขององค์กร 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/vulnerability-in-identity-service-engine-with-exploit-code-patched-by-cisco 🌐🇺🇸 สหรัฐถอนตัวจากองค์กรอินเทอร์เน็ตเสรี 66 แห่ง รัฐบาลสหรัฐประกาศถอนตัวจากองค์กรระหว่างประเทศ 66 แห่ง รวมถึงกลุ่มด้านสิทธิอินเทอร์เน็ตอย่าง Freedom Online Coalition และ Global Forum on Cyber Expertise โดยให้เหตุผลว่าองค์กรเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศ การถอนตัวครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านสิทธิดิจิทัลและความมั่นคงไซเบอร์ทั่วโลก เพราะสหรัฐเป็นผู้สนับสนุนหลักของหลายโครงการ ทำให้อนาคตของความร่วมมือด้านอินเทอร์เน็ตเสรีต้องจับตาอย่างใกล้ชิด 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/us-withdraws-from-internet-freedom-bodies-it-deems-wasteful-ineffective-and-harmful 🏛️ EU พิจารณาดีล Google ซื้อกิจการ Wiz หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาดีลที่ Google ต้องการเข้าซื้อ Wiz ซึ่งเป็นบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดคลาวด์และความปลอดภัยดิจิทัล หากดีลผ่านอาจทำให้ Google ขยายอิทธิพลด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการความปลอดภัยได้มากขึ้น แต่ก็เสี่ยงต่อข้อกังวลเรื่องการผูกขาดในระยะยาว 🔗 https://www.techradar.com/pro/eu-antitrust-regulators-to-decide-on-googles-wiz-acquisition 🚗⚡ Honda–Sony เผยโฉม SUV รุ่นใหม่ แต่คู่แข่งจีนวิ่งนำไปไกลแล้ว Honda และ Sony ใช้เวที CES 2026 เปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ Afeela ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นและรองรับฟีเจอร์ความบันเทิงอย่างการเล่น PlayStation 5 ในรถ แม้จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึก แต่รถรุ่นนี้ถูกวางแผนเปิดตัวในปี 2028 ทว่าในขณะที่ทั้งสองบริษัทยังอยู่ในขั้นพัฒนา ค่ายรถจีนกลับเดินหน้าไปไกลกว่า ทั้งด้านราคา ระยะทางวิ่ง และความพร้อมของสินค้าในตลาด 🔗 https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/honda-and-sony-just-teased-a-second-suv-at-ces-2026-but-their-chinese-rivals-are-already-racing-ahead 🤖📞 รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมใช้ AI ช่วยจัดการสายด่วนสวัสดิการ กระทรวง DWP ของสหราชอาณาจักรประกาศโครงการระยะ 4–6 ปีเพื่อใช้ระบบ AI ช่วยคัดแยกและนำทางสายโทรศัพท์เกี่ยวกับสวัสดิการ โดยหวังลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และเพิ่มความแม่นยำในการให้บริการ หลังจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการเพิ่มขึ้นกว่า 2.4 ล้านคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ระบบใหม่นี้ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด 🔗 https://www.techradar.com/pro/uk-government-department-to-use-ai-in-benefits-claims 💻⚙️ อัปเดตใหญ่ Windows 11 26H1 จะมีเฉพาะบนแล็ปท็อป Snapdragon X2 อัปเดต Windows 11 รุ่น 26H1 ถูกยืนยันว่าจะปล่อยเฉพาะสำหรับแล็ปท็อปที่ใช้ชิป Snapdragon X2 โดยเป็นการปรับปรุงระบบภายในเพื่อรองรับสถาปัตยกรรมใหม่ ไม่ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ใด ๆ แม้จะเป็นการอัปเดตเชิงเทคนิค แต่ก็มีความกังวลว่าการเปลี่ยนแพลตฟอร์มอาจทำให้เกิดบั๊กเหมือนที่เคยเกิดในรุ่นก่อนหน้า 🔗 https://www.techradar.com/computing/windows/windows-11s-next-major-update-is-only-coming-to-a-few-laptops-but-that-could-be-a-blessing-in-disguise 🎮✨ Xbox Developer Direct 2026 เตรียมเผยเกมใหม่เพียบ Xbox ประกาศจัดงาน Developer Direct 2026 ในวันที่ 22 มกราคมนี้ โดยจะเผยตัวอย่างใหม่ของ Fable และ Forza Horizon 6 รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมของ Beast of Reincarnation จาก Game Freak งานนี้ถือเป็นการเปิดศักราชเกมปี 2026 ที่แฟน ๆ รอคอย พร้อมโชว์เกมเพลย์และรายละเอียดจากทีมพัฒนาโดยตรง 🔗 https://www.techradar.com/gaming/gaming-industry/xbox-confirms-developer-direct-2026-showcase-for-later-this-month-here-are-the-games-to-expect 🛡️ ข้อมูลส่วนตัวกว่า 700,000 รายถูกหน่วยงานรัฐอิลลินอยส์ทำรั่วไหล เหตุการณ์ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนกว่าเจ็ดแสนรายถูกเปิดเผยโดยหน่วยงานรัฐในอิลลินอยส์สร้างความกังวลด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่างหนัก เพราะข้อมูลที่หลุดอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ขณะเดียวกันก็สะท้อนปัญหาโครงสร้างระบบความปลอดภัยของหน่วยงานรัฐที่ยังมีช่องโหว่และต้องเร่งปรับปรุงเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/personal-data-on-over-700-000-exposed-by-illinois-government-agency 📸 iPhone 4 กลับมาฮิตอีกครั้งในฐานะ “กล้องดิจิทัลเรโทร” แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย กระแสเรโทรทำให้ iPhone 4 กลายเป็นกล้องดิจิทัลยอดนิยมในหมู่วัยรุ่นและสายคอนเทนต์ที่ชอบภาพโทนเก่า แม้คุณภาพจะสู้มือถือยุคใหม่ไม่ได้ แต่เสน่ห์ของภาพดิบ ๆ ทำให้มันกลับมาฮิตอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเพราะเครื่องไม่ได้รับอัปเดตความปลอดภัยมานาน ผู้ใช้จึงต้องระวังเรื่องข้อมูลส่วนตัวและควรใช้แบบออฟไลน์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านไซเบอร์ 🔗 https://www.techradar.com/phones/iphone/the-iphone-4-is-the-classic-camera-phone-that-retro-lovers-can-t-get-enough-of-but-don-t-skip-these-essential-security-tips (techradar.com in Bing) 🚗🌙 กล้องติดรถ Vantrue รุ่นใหม่มาพร้อมกล้องความร้อนแบบ Predator มองเห็นกลางคืนได้เหนือชั้น Vantrue เปิดตัว Pilot 2 กล้องติดรถที่รวมกล้องหน้า–หลัง พร้อมกล้องถ่ายภาพความร้อนที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นคน สัตว์ หรือสิ่งกีดขวางในสภาพแสงน้อยหรือหมอกหนาได้อย่างชัดเจนราวกับโหมดมองความร้อนในภาพยนตร์ Predator โดยระบบยังแจ้งเตือนอันตรายล่วงหน้าและรองรับ CarPlay/Android Auto ทำให้เป็นอุปกรณ์เสริมที่ยกระดับความปลอดภัยของรถรุ่นเก่าได้อย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/vantrue-unveils-worlds-first-dash-cam-with-thermal-imaging-for-predator-style-night-vision-on-the-move 🕵️‍♂️💻 แฮ็กเกอร์จีน Salt Typhoon เจาะอีเมลเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐอีกครั้ง กลุ่มแฮ็กเกอร์รัฐหนุนจากจีน Salt Typhoon ถูกพบว่าลอบเข้าถึงอีเมลของเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมาธิการสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ทั้งด้านจีน ความมั่นคง และกองทัพ แม้ยังไม่ชัดว่าการเข้าถึงลึกแค่ไหน แต่เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความเสี่ยงด้านไซเบอร์ระหว่างประเทศที่ทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดตามเดิม 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/congressional-staff-emails-hacked-as-part-of-salt-typhoon-campaign 🤖⚡ AMD Ryzen AI Halo ท้าชน Nvidia DGX Spark ด้วยพลังประมวลผล AI ในเครื่องเดียว AMD ประกาศเปิดตัว Ryzen AI Halo คอมพิวเตอร์สำหรับงาน AI โดยเฉพาะในปี 2026 มาพร้อมซีพียู 16 คอร์, NPU ในตัว, แรมสูงสุด 128GB และรองรับ ROCm เต็มรูปแบบ ทำให้สามารถรันโมเดล AI ขนาดใหญ่แบบโลคัลได้โดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์ ถือเป็นคู่แข่งตรงของ Nvidia DGX Spark ที่ครองตลาดอยู่ก่อนแล้ว และเป็นก้าวสำคัญของ AMD ในการเข้าสู่ตลาด AI ระดับองค์กร 🔗 https://www.techradar.com/pro/amd-will-launch-its-first-pc-in-2026-and-it-will-compete-with-a-very-familiar-brand-ryzen-ai-halo-will-go-head-to-head-against-nvidias-dgx-spark-mini-pc 🎵 AI กับอนาคตดนตรี: will.i.am มองว่า TikTok อันตรายกว่า AI will.i.am พูดถึงมุมมองต่อดนตรียุคใหม่ว่าแม้ AI จะสร้างเพลงได้ยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นเพียง “เครื่องมือ” ที่ต้องมีมนุษย์อยู่เบื้องหลัง ต่างจาก TikTok ที่เขามองว่าเป็นภัยต่อวงการมากกว่าเพราะเปลี่ยนพฤติกรรมการเสพดนตรีจนศิลปินต้องปรับตัวอย่างหนัก พร้อมเล่าถึงการร่วมงานกับ LG เพื่อปรับแต่งเสียงลำโพงให้ตอบโจทย์ผู้ฟังยุคใหม่ที่ต้องการคุณภาพเสียงสูงในทุกอุปกรณ์ 🔗 https://www.techradar.com/audio/ai-generated-music-is-awesome-somebodys-still-generating-it-when-the-machines-doing-it-on-its-own-talk-to-me-will-i-am-tells-me-how-he-tunes-lgs-new-speakers-and-why-tiktok-rather-than-ai-is-the-big-danger-to-music 🛒 Amazon ใช้ AI ช้อปแทนลูกค้า จนร้านค้ารายย่อยเดือด Amazon ทดลองฟีเจอร์ Buy for Me ที่ให้ AI ไปสั่งซื้อสินค้าจากเว็บร้านค้าต่าง ๆ แทนผู้ใช้โดยอัตโนมัติ แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้ผู้ค้ารายย่อยจำนวนมาก เพราะสินค้าถูกนำไปแสดงบน Amazon โดยไม่ได้รับอนุญาต แถมบางครั้งยังเป็นสินค้าที่หมดสต็อกหรือไม่เคยตั้งใจขายตรง ทำให้ร้านค้าต้องรับมือกับออเดอร์ที่ไม่คาดคิดและข้อมูลผิดพลาดที่เกิดจากระบบ AI ของ Amazon เอง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/amazons-ai-is-shopping-on-your-behalf-where-its-not-supposed-to-and-retailers-arent-happy 💻 CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ตัวจิ๋วที่รวม SSD NVMe และชาร์จแรงสูง Satechi เปิดตัว CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ที่รวมพอร์ตความเร็วสูง, ช่องใส่ SSD NVMe สูงสุด 8TB, การชาร์จสูงสุด 140W และรองรับจอ 6K คู่บน Mac หรือสูงถึง 8K หลายจอบน Windows แม้จะไม่มีพอร์ตวิดีโอเฉพาะ แต่ก็ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นศูนย์กลางการทำงานบนโต๊ะที่เล็กแต่ทรงพลังสำหรับผู้ใช้ทั้ง Mac และ Windows 🔗 https://www.techradar.com/pro/satechi-unveils-thunderbolt-5-docking-station-that-doubles-as-external-ssd-shame-it-doesnt-take-hdds-and-why-doesnt-it-have-video-outputs-anyway 🧊 Infinity Cube: ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในกล่องแก้ว 14 ฟุต Odinn เปิดตัว Infinity Cube แนวคิดใหม่ของศูนย์ข้อมูลที่ย่อส่วนลงในกล่องแก้วขนาด 14 ฟุต รองรับซีพียู AMD EPYC สูงสุด 56 ตัว, GPU Nvidia B200 ถึง 224 ตัว, RAM 86TB และ NVMe 27.5PB พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวในตัว จุดเด่นคือความหนาแน่นสูงและดีไซน์สวยงาม แต่ยังมีคำถามเรื่องการใช้งานจริง การบำรุงรักษา และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แบบเดิม 🔗 https://www.techradar.com/pro/nvidia-partner-wants-to-beautify-data-centers-with-the-infinity-cube-concept-plans-to-cram-86tb-ddr5-and-224-b200-gpu-in-a-liquid-cooled-14ft-cube 💾 ราคาหน่วยความจำ DDR5 อาจพุ่งแตะ $500 ในปี 2026 นักวิเคราะห์เตือนว่าราคา DRAM โดยเฉพาะ DDR5 อาจพุ่งขึ้นกว่า 60% ในไตรมาสแรกของปี 2026 เพราะผู้ผลิตหันไปให้ความสำคัญกับหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์และงาน AI มากขึ้น ทำให้ตลาดผู้ใช้ทั่วไปขาดแคลน ตัวอย่างเช่นโมดูล 32GB ที่ปัจจุบันราคา $325 อาจทะลุ $500 ได้ ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปีนี้ ​​​​​​​🔗 https://www.techradar.com/pro/2026-could-well-be-the-year-of-the-usd500-32gb-ddr5-memory-module-experts-predict-ddr-will-go-up-by-60-percent-in-q1-2026-alone
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 386 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20260109 #securityonline

    Microsoft Defender บล็อกสคริปต์ MAS อย่างไม่ตั้งใจ
    ข่าวนี้เล่าถึงเหตุการณ์ที่ Microsoft Defender ตรวจจับและบล็อกสคริปต์ MAS ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ผู้ใช้จำนวนมากใช้ในการจัดการระบบ Windows แต่กลับถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามในระหว่างการต่อสู้กับมัลแวร์ ทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี และสร้างคำถามถึงความแม่นยำของระบบป้องกันภัยไซเบอร์ของ Microsoft ว่าควรแยกแยะเครื่องมือที่ถูกใช้จริงในชุมชนอย่างไร
    https://securityonline.info/collateral-damage-microsoft-defender-blocks-official-mas-script-in-malware-war

    AI แพทย์? OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health
    เรื่องนี้พูดถึงการเปิดตัว ChatGPT Health ของ OpenAI ซึ่งออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อกับข้อมูลเวชระเบียนของผู้ใช้ ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้ง่ายขึ้นและรับคำอธิบายที่เข้าใจง่ายจาก AI แม้จะมีศักยภาพสูง แต่ก็มีคำถามด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
    https://securityonline.info/the-ai-physician-openai-launches-chatgpt-health-to-sync-your-medical-records

    Apple Card เตรียมย้ายจาก Goldman Sachs ไป JPMorgan
    ข่าวนี้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Apple Card ที่เตรียมยุติความร่วมมือกับ Goldman Sachs และย้ายไปสู่ JPMorgan Chase ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่สะท้อนถึงกลยุทธ์ใหม่ของ Apple ในการสร้างความมั่นคงและขยายบริการทางการเงินของตนเอง โดยมีมูลค่าการย้ายระบบสูงถึง 20 พันล้านดอลลาร์
    https://securityonline.info/the-20b-handover-apple-card-dumps-goldman-sachs-for-jpmorgan-chase

    ช่องโหว่ร้ายแรงใน Trend Micro ถูกเผยแพร่ Exploit สู่สาธารณะ
    เรื่องนี้เกี่ยวกับช่องโหว่ระดับวิกฤตในผลิตภัณฑ์ของ Trend Micro ที่มีการปล่อยโค้ดโจมตี (public exploit) ออกสู่สาธารณะ ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถใช้ช่องโหว่นี้เข้าถึงระบบในระดับสูงได้ทันที ส่งผลให้ผู้ดูแลระบบทั่วโลกต้องเร่งอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันการถูกโจมตี
    https://securityonline.info/public-exploit-released-critical-trend-micro-flaw-grants-system-access

    มัลแวร์ GuLoader ระบาดผ่านรายงานประสิทธิภาพปลอม
    มีรายงานว่ามีการแพร่กระจายของมัลแวร์ที่อาศัยไฟล์รายงานประสิทธิภาพปลอมเป็นตัวล่อให้เหยื่อเปิดไฟล์ ก่อนจะดาวน์โหลดเพย์โหลดอันตรายเข้าสู่ระบบ ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปและองค์กรเสี่ยงต่อการถูกเจาะระบบมากขึ้น โดยผู้ไม่หวังดีใช้เทคนิคทางสังคมหลอกล่อให้เชื่อว่าเป็นไฟล์งานจริง ส่งผลให้หลายระบบถูกแทรกซึมโดยไม่รู้ตัว
    https://securityonline.info/guloader-malware-rides-wave-of-fake-performance-reports

    ช่องโหว่ Undertow กระทบระบบ Java เสี่ยงถูกเจาะจากพื้นฐาน
    มีการเปิดเผยช่องโหว่ระดับรากฐานใน Undertow ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบ Java หลายตัว ทำให้แฮกเกอร์สามารถใช้ช่องโหว่นี้เข้าควบคุมหรือรันคำสั่งไม่พึงประสงค์ได้ หากผู้ดูแลระบบไม่อัปเดตแพตช์อย่างทันท่วงที อาจเกิดความเสียหายต่อบริการที่พึ่งพา Java จำนวนมาก
    https://securityonline.info/the-9-6-crack-in-javas-foundation-critical-undertow-flaw-cve-2025-12543

    NodeCordRAT มัลแวร์แฝงในแพ็กเกจ npm ลอบขโมยคริปโตผ่าน Discord
    มีการค้นพบโทรจันที่ซ่อนตัวอยู่ในแพ็กเกจ npm ปลอม โดยออกแบบมาเพื่อดักข้อมูลและขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านช่องทาง Discord ทำให้ผู้พัฒนาที่ติดตั้งแพ็กเกจจากแหล่งไม่น่าเชื่อถือเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูลสำคัญและกระเป๋าคริปโตโดยไม่รู้ตัว
    https://securityonline.info/nodecordrat-the-trojan-hiding-in-npm-to-steal-crypto-via-discord

    ช่องโหว่ Foomuuri เปิดช่องให้ผู้ใช้ท้องถิ่นยกระดับสิทธิ์ควบคุมระบบ
    มีการพบช่องโหว่ในระบบไฟร์วอลล์ Foomuuri ที่อาจเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ท้องถิ่นสามารถยกระดับสิทธิ์จนเข้าควบคุมระบบได้เต็มรูปแบบ หากองค์กรยังใช้เวอร์ชันที่มีช่องโหว่โดยไม่อัปเดต อาจเสี่ยงต่อการถูกโจมตีจากภายในหรือผู้ใช้ที่ไม่หวังดีในเครือข่าย
    https://securityonline.info/wide-open-firewall-critical-foomuuri-flaws-let-local-users-take-control

    Google Gemini แซง ChatGPT ขึ้นเกิน 20% ส่วนแบ่งตลาด
    กระแส AI กำลังเปลี่ยนทิศอย่างเห็นได้ชัดเมื่อ Google Gemini พุ่งแรงจนส่วนแบ่งตลาดทะลุ 20% ขณะที่ ChatGPT เริ่มชะลอตัวลง สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดของวงการ AI ซึ่งกำลังเร่งพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งด้านความสามารถ ความเร็ว และการผสานเข้ากับบริการต่าง ๆ ทำให้ผู้ใช้งานทั่วโลกเริ่มหันมามองตัวเลือกใหม่ ๆ มากขึ้น
    https://securityonline.info/the-gemini-surge-google-eclipses-20-market-share-as-chatgpts-grip-slips

    LockBit 5.0 ยังคงครองความน่ากลัวในโลก Ransomware
    แม้หลายประเทศจะร่วมมือกันปราบปราม แต่ LockBit 5.0 ยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่ม ransomware ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก โดยยังคงโจมตีองค์กรและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาเวอร์ชันใหม่ที่ซับซ้อนขึ้นทำให้การรับมือยิ่งท้าทาย และเป็นสัญญาณเตือนว่าภัยไซเบอร์กำลังยกระดับความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
    https://securityonline.info/lockbit-5-0-sustains-global-ransomware-dominance

    Dell ปรับกลยุทธ์ใหม่ หลังผู้บริโภคไม่อินกับคำว่า “AI-first”
    Dell เริ่มทบทวนกลยุทธ์ด้าน AI หลังพบว่าผู้บริโภคจำนวนมากไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับคำว่า “AI-first” อย่างที่อุตสาหกรรมคาดหวัง การเปลี่ยนทิศครั้งนี้สะท้อนว่าตลาดกำลังต้องการสิ่งที่จับต้องได้จริงมากกว่าคำโฆษณา ทำให้บริษัทต้องหาวิธีนำเสนอ AI ที่มีคุณค่าและตอบโจทย์การใช้งานจริงมากขึ้น
    https://securityonline.info/the-great-ai-rethink-dell-ditches-ai-first-hype-as-consumers-stay-indifferent

    Bluetooth Broken: ช่องโหว่ใน Apache NimBLE เปิดทางสวมรอยและดักฟัง
    รายงานนี้กล่าวถึงช่องโหว่ร้ายแรงใน Apache NimBLE ซึ่งเป็นสแตก Bluetooth Low Energy (BLE) ที่ถูกใช้ในอุปกรณ์ IoT จำนวนมาก ตั้งแต่สมาร์ทล็อก อุปกรณ์สวมใส่ ไปจนถึงเซนเซอร์อุตสาหกรรม ช่องโหว่นี้เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถสวมรอยอุปกรณ์ (spoofing) หรือดักฟังข้อมูลที่ส่งผ่าน Bluetooth ได้ โดยอาศัยจุดอ่อนในขั้นตอนการจับคู่และตรวจสอบตัวตนของอุปกรณ์ ทำให้ข้อมูลที่ควรปลอดภัย เช่น คำสั่งควบคุมหรือข้อมูลเซนเซอร์ อาจถูกดัดแปลงหรือขโมยได้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ผลิตเร่งอัปเดตเฟิร์มแวร์และตรวจสอบการใช้งาน NimBLE เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบเพื่อป้องกันความเสี่ยงในระบบ IoT
    ​​​​​​​ https://securityonline.info/bluetooth-broken-apache-nimble-flaws-enable-spoofing-eavesdropping/
    📌🔐🔵 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🔵🔐📌 #รวมข่าวIT #20260109 #securityonline 🛡️ Microsoft Defender บล็อกสคริปต์ MAS อย่างไม่ตั้งใจ ข่าวนี้เล่าถึงเหตุการณ์ที่ Microsoft Defender ตรวจจับและบล็อกสคริปต์ MAS ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ผู้ใช้จำนวนมากใช้ในการจัดการระบบ Windows แต่กลับถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามในระหว่างการต่อสู้กับมัลแวร์ ทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี และสร้างคำถามถึงความแม่นยำของระบบป้องกันภัยไซเบอร์ของ Microsoft ว่าควรแยกแยะเครื่องมือที่ถูกใช้จริงในชุมชนอย่างไร 🔗 https://securityonline.info/collateral-damage-microsoft-defender-blocks-official-mas-script-in-malware-war 🧑‍⚕️ AI แพทย์? OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health เรื่องนี้พูดถึงการเปิดตัว ChatGPT Health ของ OpenAI ซึ่งออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อกับข้อมูลเวชระเบียนของผู้ใช้ ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้ง่ายขึ้นและรับคำอธิบายที่เข้าใจง่ายจาก AI แม้จะมีศักยภาพสูง แต่ก็มีคำถามด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด 🔗 https://securityonline.info/the-ai-physician-openai-launches-chatgpt-health-to-sync-your-medical-records 💳 Apple Card เตรียมย้ายจาก Goldman Sachs ไป JPMorgan ข่าวนี้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Apple Card ที่เตรียมยุติความร่วมมือกับ Goldman Sachs และย้ายไปสู่ JPMorgan Chase ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่สะท้อนถึงกลยุทธ์ใหม่ของ Apple ในการสร้างความมั่นคงและขยายบริการทางการเงินของตนเอง โดยมีมูลค่าการย้ายระบบสูงถึง 20 พันล้านดอลลาร์ 🔗 https://securityonline.info/the-20b-handover-apple-card-dumps-goldman-sachs-for-jpmorgan-chase 🚨 ช่องโหว่ร้ายแรงใน Trend Micro ถูกเผยแพร่ Exploit สู่สาธารณะ เรื่องนี้เกี่ยวกับช่องโหว่ระดับวิกฤตในผลิตภัณฑ์ของ Trend Micro ที่มีการปล่อยโค้ดโจมตี (public exploit) ออกสู่สาธารณะ ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถใช้ช่องโหว่นี้เข้าถึงระบบในระดับสูงได้ทันที ส่งผลให้ผู้ดูแลระบบทั่วโลกต้องเร่งอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันการถูกโจมตี 🔗 https://securityonline.info/public-exploit-released-critical-trend-micro-flaw-grants-system-access 🐛 มัลแวร์ GuLoader ระบาดผ่านรายงานประสิทธิภาพปลอม มีรายงานว่ามีการแพร่กระจายของมัลแวร์ที่อาศัยไฟล์รายงานประสิทธิภาพปลอมเป็นตัวล่อให้เหยื่อเปิดไฟล์ ก่อนจะดาวน์โหลดเพย์โหลดอันตรายเข้าสู่ระบบ ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปและองค์กรเสี่ยงต่อการถูกเจาะระบบมากขึ้น โดยผู้ไม่หวังดีใช้เทคนิคทางสังคมหลอกล่อให้เชื่อว่าเป็นไฟล์งานจริง ส่งผลให้หลายระบบถูกแทรกซึมโดยไม่รู้ตัว 🔗 https://securityonline.info/guloader-malware-rides-wave-of-fake-performance-reports ☕ ช่องโหว่ Undertow กระทบระบบ Java เสี่ยงถูกเจาะจากพื้นฐาน มีการเปิดเผยช่องโหว่ระดับรากฐานใน Undertow ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบ Java หลายตัว ทำให้แฮกเกอร์สามารถใช้ช่องโหว่นี้เข้าควบคุมหรือรันคำสั่งไม่พึงประสงค์ได้ หากผู้ดูแลระบบไม่อัปเดตแพตช์อย่างทันท่วงที อาจเกิดความเสียหายต่อบริการที่พึ่งพา Java จำนวนมาก 🔗 https://securityonline.info/the-9-6-crack-in-javas-foundation-critical-undertow-flaw-cve-2025-12543 🎭 NodeCordRAT มัลแวร์แฝงในแพ็กเกจ npm ลอบขโมยคริปโตผ่าน Discord มีการค้นพบโทรจันที่ซ่อนตัวอยู่ในแพ็กเกจ npm ปลอม โดยออกแบบมาเพื่อดักข้อมูลและขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านช่องทาง Discord ทำให้ผู้พัฒนาที่ติดตั้งแพ็กเกจจากแหล่งไม่น่าเชื่อถือเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูลสำคัญและกระเป๋าคริปโตโดยไม่รู้ตัว 🔗 https://securityonline.info/nodecordrat-the-trojan-hiding-in-npm-to-steal-crypto-via-discord 🔥 ช่องโหว่ Foomuuri เปิดช่องให้ผู้ใช้ท้องถิ่นยกระดับสิทธิ์ควบคุมระบบ มีการพบช่องโหว่ในระบบไฟร์วอลล์ Foomuuri ที่อาจเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ท้องถิ่นสามารถยกระดับสิทธิ์จนเข้าควบคุมระบบได้เต็มรูปแบบ หากองค์กรยังใช้เวอร์ชันที่มีช่องโหว่โดยไม่อัปเดต อาจเสี่ยงต่อการถูกโจมตีจากภายในหรือผู้ใช้ที่ไม่หวังดีในเครือข่าย 🔗 https://securityonline.info/wide-open-firewall-critical-foomuuri-flaws-let-local-users-take-control 🌐 Google Gemini แซง ChatGPT ขึ้นเกิน 20% ส่วนแบ่งตลาด กระแส AI กำลังเปลี่ยนทิศอย่างเห็นได้ชัดเมื่อ Google Gemini พุ่งแรงจนส่วนแบ่งตลาดทะลุ 20% ขณะที่ ChatGPT เริ่มชะลอตัวลง สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดของวงการ AI ซึ่งกำลังเร่งพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งด้านความสามารถ ความเร็ว และการผสานเข้ากับบริการต่าง ๆ ทำให้ผู้ใช้งานทั่วโลกเริ่มหันมามองตัวเลือกใหม่ ๆ มากขึ้น 🔗 https://securityonline.info/the-gemini-surge-google-eclipses-20-market-share-as-chatgpts-grip-slips 🛡️ LockBit 5.0 ยังคงครองความน่ากลัวในโลก Ransomware แม้หลายประเทศจะร่วมมือกันปราบปราม แต่ LockBit 5.0 ยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่ม ransomware ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก โดยยังคงโจมตีองค์กรและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาเวอร์ชันใหม่ที่ซับซ้อนขึ้นทำให้การรับมือยิ่งท้าทาย และเป็นสัญญาณเตือนว่าภัยไซเบอร์กำลังยกระดับความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ 🔗 https://securityonline.info/lockbit-5-0-sustains-global-ransomware-dominance 🤖 Dell ปรับกลยุทธ์ใหม่ หลังผู้บริโภคไม่อินกับคำว่า “AI-first” Dell เริ่มทบทวนกลยุทธ์ด้าน AI หลังพบว่าผู้บริโภคจำนวนมากไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับคำว่า “AI-first” อย่างที่อุตสาหกรรมคาดหวัง การเปลี่ยนทิศครั้งนี้สะท้อนว่าตลาดกำลังต้องการสิ่งที่จับต้องได้จริงมากกว่าคำโฆษณา ทำให้บริษัทต้องหาวิธีนำเสนอ AI ที่มีคุณค่าและตอบโจทย์การใช้งานจริงมากขึ้น 🔗 https://securityonline.info/the-great-ai-rethink-dell-ditches-ai-first-hype-as-consumers-stay-indifferent 🔵 Bluetooth Broken: ช่องโหว่ใน Apache NimBLE เปิดทางสวมรอยและดักฟัง รายงานนี้กล่าวถึงช่องโหว่ร้ายแรงใน Apache NimBLE ซึ่งเป็นสแตก Bluetooth Low Energy (BLE) ที่ถูกใช้ในอุปกรณ์ IoT จำนวนมาก ตั้งแต่สมาร์ทล็อก อุปกรณ์สวมใส่ ไปจนถึงเซนเซอร์อุตสาหกรรม ช่องโหว่นี้เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถสวมรอยอุปกรณ์ (spoofing) หรือดักฟังข้อมูลที่ส่งผ่าน Bluetooth ได้ โดยอาศัยจุดอ่อนในขั้นตอนการจับคู่และตรวจสอบตัวตนของอุปกรณ์ ทำให้ข้อมูลที่ควรปลอดภัย เช่น คำสั่งควบคุมหรือข้อมูลเซนเซอร์ อาจถูกดัดแปลงหรือขโมยได้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ผลิตเร่งอัปเดตเฟิร์มแวร์และตรวจสอบการใช้งาน NimBLE เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบเพื่อป้องกันความเสี่ยงในระบบ IoT ​​​​​​​🔗 https://securityonline.info/bluetooth-broken-apache-nimble-flaws-enable-spoofing-eavesdropping/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 175 มุมมอง 0 รีวิว
  • MSI เปิดตัว MEG X870E Unify‑X Max — เมนบอร์ด AM5 ที่ปลดล็อกพลัง Ryzen ได้เต็มศักยภาพ

    MSI ได้เปิดตัวเมนบอร์ดระดับไฮเอนด์รุ่นใหม่ MEG X870E Unify‑X Max ซึ่งออกแบบมาเพื่อการโอเวอร์คล็อก Ryzen บนแพลตฟอร์ม AM5 อย่างเต็มประสิทธิภาพ เมนบอร์ดรุ่นนี้มาพร้อมภาคจ่ายไฟระดับสูงและระบบระบายความร้อนที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับซีพียู Ryzen รุ่นใหม่ ทำให้สามารถดันความเร็วได้สูงขึ้นอย่างเสถียร โดยเฉพาะกับซีพียูระดับท็อปที่ต้องการพลังงานมากขึ้น

    ดีไซน์ของ Unify‑X Max ยังคงเอกลักษณ์แบบ “ดำล้วน ไม่มี RGB” ที่เน้นความเรียบหรูและประสิทธิภาพเป็นหลัก พร้อมสล็อตแรมแบบ 2 DIMM ที่ช่วยให้การโอเวอร์คล็อกแรมทำได้ง่ายและนิ่งกว่าเมนบอร์ด 4 สล็อต ซึ่งเป็นแนวทางที่เมนบอร์ดระดับ OC นิยมใช้กันในช่วงหลัง นอกจากนี้ยังรองรับ PCIe 5.0 ทั้งในส่วนของการ์ดจอและ SSD ทำให้เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดในทุกด้าน

    MSI ยังเพิ่มฟีเจอร์สำหรับนักโอเวอร์คล็อก เช่น ปุ่มควบคุมบนบอร์ด, การอ่านโค้ดดีบัก, และระบบเสริมความเสถียรของไฟฟ้า ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้ละเอียดขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมมากมาย เมนบอร์ดนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อความเร็วสูง เช่น USB4 และ Wi‑Fi 7 ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของปีนี้

    โดยรวมแล้ว MEG X870E Unify‑X Max เป็นเมนบอร์ดที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ระดับจริงจัง ทั้งเกมเมอร์ระดับสูง นักโอเวอร์คล็อก และผู้ที่ต้องการสร้างเครื่อง Ryzen ที่แรงที่สุดเท่าที่แพลตฟอร์ม AM5 จะทำได้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เมนบอร์ด MSI MEG X870E Unify‑X Max เปิดตัว
    เน้นโอเวอร์คล็อก Ryzen บน AM5
    ภาคจ่ายไฟระดับสูงและระบบระบายความร้อนเฉพาะทาง

    ดีไซน์แบบ 2 DIMM เพื่อโอเวอร์คล็อกแรม
    ช่วยให้เสถียรและดันบัสได้สูงกว่า
    เหมาะกับผู้ใช้สาย OC ระดับจริงจัง

    รองรับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด
    PCIe 5.0 สำหรับ GPU และ SSD
    มาพร้อม USB4 และ Wi‑Fi 7

    ความท้าทายของเมนบอร์ดระดับไฮเอนด์
    ราคาสูงกว่ารุ่นทั่วไป
    ต้องใช้ซีพียูและแรมคุณภาพสูงเพื่อดึงศักยภาพเต็มที่

    ความเสี่ยงสำหรับผู้เริ่มต้น
    ฟีเจอร์ OC อาจซับซ้อนเกินจำเป็น
    ต้องมีความรู้ด้านการปรับแต่งระบบพอสมควร

    https://www.tomshardware.com/pc-components/motherboards/msi-unlocks-the-full-power-of-amd-cpus-with-new-meg-x870e-unify-x-max-motherboard-premium-ryzen-overclocking-comes-to-am5
    ⚡ MSI เปิดตัว MEG X870E Unify‑X Max — เมนบอร์ด AM5 ที่ปลดล็อกพลัง Ryzen ได้เต็มศักยภาพ MSI ได้เปิดตัวเมนบอร์ดระดับไฮเอนด์รุ่นใหม่ MEG X870E Unify‑X Max ซึ่งออกแบบมาเพื่อการโอเวอร์คล็อก Ryzen บนแพลตฟอร์ม AM5 อย่างเต็มประสิทธิภาพ เมนบอร์ดรุ่นนี้มาพร้อมภาคจ่ายไฟระดับสูงและระบบระบายความร้อนที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับซีพียู Ryzen รุ่นใหม่ ทำให้สามารถดันความเร็วได้สูงขึ้นอย่างเสถียร โดยเฉพาะกับซีพียูระดับท็อปที่ต้องการพลังงานมากขึ้น ดีไซน์ของ Unify‑X Max ยังคงเอกลักษณ์แบบ “ดำล้วน ไม่มี RGB” ที่เน้นความเรียบหรูและประสิทธิภาพเป็นหลัก พร้อมสล็อตแรมแบบ 2 DIMM ที่ช่วยให้การโอเวอร์คล็อกแรมทำได้ง่ายและนิ่งกว่าเมนบอร์ด 4 สล็อต ซึ่งเป็นแนวทางที่เมนบอร์ดระดับ OC นิยมใช้กันในช่วงหลัง นอกจากนี้ยังรองรับ PCIe 5.0 ทั้งในส่วนของการ์ดจอและ SSD ทำให้เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดในทุกด้าน MSI ยังเพิ่มฟีเจอร์สำหรับนักโอเวอร์คล็อก เช่น ปุ่มควบคุมบนบอร์ด, การอ่านโค้ดดีบัก, และระบบเสริมความเสถียรของไฟฟ้า ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้ละเอียดขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมมากมาย เมนบอร์ดนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อความเร็วสูง เช่น USB4 และ Wi‑Fi 7 ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของปีนี้ โดยรวมแล้ว MEG X870E Unify‑X Max เป็นเมนบอร์ดที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ระดับจริงจัง ทั้งเกมเมอร์ระดับสูง นักโอเวอร์คล็อก และผู้ที่ต้องการสร้างเครื่อง Ryzen ที่แรงที่สุดเท่าที่แพลตฟอร์ม AM5 จะทำได้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เมนบอร์ด MSI MEG X870E Unify‑X Max เปิดตัว ➡️ เน้นโอเวอร์คล็อก Ryzen บน AM5 ➡️ ภาคจ่ายไฟระดับสูงและระบบระบายความร้อนเฉพาะทาง ✅ ดีไซน์แบบ 2 DIMM เพื่อโอเวอร์คล็อกแรม ➡️ ช่วยให้เสถียรและดันบัสได้สูงกว่า ➡️ เหมาะกับผู้ใช้สาย OC ระดับจริงจัง ✅ รองรับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ➡️ PCIe 5.0 สำหรับ GPU และ SSD ➡️ มาพร้อม USB4 และ Wi‑Fi 7 ‼️ ความท้าทายของเมนบอร์ดระดับไฮเอนด์ ⛔ ราคาสูงกว่ารุ่นทั่วไป ⛔ ต้องใช้ซีพียูและแรมคุณภาพสูงเพื่อดึงศักยภาพเต็มที่ ‼️ ความเสี่ยงสำหรับผู้เริ่มต้น ⛔ ฟีเจอร์ OC อาจซับซ้อนเกินจำเป็น ⛔ ต้องมีความรู้ด้านการปรับแต่งระบบพอสมควร https://www.tomshardware.com/pc-components/motherboards/msi-unlocks-the-full-power-of-amd-cpus-with-new-meg-x870e-unify-x-max-motherboard-premium-ryzen-overclocking-comes-to-am5
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 97 มุมมอง 0 รีวิว
  • Keychron เปิดตัว “Nape Pro Trackball” — ลูกบอลควบคุมแบบ Low‑Profile พร้อมปุ่มโปรแกรมได้ ใช้งานสบายไม่ต้องยกมือจากคีย์บอร์ด

    Keychron ผู้ผลิตคีย์บอร์ดชื่อดังได้เปิดตัว Nape Pro Trackball อุปกรณ์ควบคุมแบบลูกบอลที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่สะดวกและเป็นธรรมชาติ โดยเน้นการใช้งานร่วมกับคีย์บอร์ดโดยไม่ต้องยกมือออกจากตำแหน่งพิมพ์ จุดเด่นคือดีไซน์แบบ Low‑Profile ที่ช่วยลดการเกร็งข้อมือ และยังมาพร้อมปุ่มที่สามารถตั้งโปรแกรมได้หลายตำแหน่ง เหมาะสำหรับทั้งงานออฟฟิศ งานสร้างสรรค์ และผู้ใช้ที่ต้องการความคล่องตัวสูง

    อุปกรณ์นี้ยังถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานระยะยาว โดยใช้เซนเซอร์ความแม่นยำสูงและลูกบอลที่ถอดทำความสะอาดได้ง่าย ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ใช้ Trackball ให้ความสำคัญมาก นอกจากนี้ Keychron ยังเน้นความเข้ากันได้กับระบบปฏิบัติการหลากหลาย เช่น Windows, macOS และ Linux ทำให้ผู้ใช้สามารถนำไปใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติมมากนัก

    การมาของ Nape Pro Trackball ถือเป็นสัญญาณว่า Keychron กำลังขยายไลน์ผลิตภัณฑ์จากคีย์บอร์ดไปสู่อุปกรณ์เสริมที่ช่วยเสริมประสบการณ์การใช้งานคอมพิวเตอร์แบบครบวงจร โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับสรีรศาสตร์ (Ergonomics) และความสะดวกในการทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน

    ในภาพรวม อุปกรณ์นี้อาจกลายเป็นตัวเลือกใหม่ที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการ Trackball ที่มีดีไซน์ทันสมัย ใช้งานง่าย และเข้ากับโต๊ะทำงานยุคใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการลดอาการล้าของข้อมือจากการใช้เมาส์แบบดั้งเดิม

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Keychron เปิดตัว Nape Pro Trackball
    ดีไซน์ Low‑Profile ช่วยลดการเกร็งข้อมือ
    ใช้งานได้โดยไม่ต้องยกมือออกจากคีย์บอร์ด

    ปุ่มโปรแกรมได้และเซนเซอร์แม่นยำ
    เหมาะกับงานออฟฟิศและงานสร้างสรรค์
    ลูกบอลถอดทำความสะอาดได้ง่าย

    รองรับหลายระบบปฏิบัติการ
    ใช้งานได้กับ Windows / macOS / Linux
    ตั้งค่าได้ยืดหยุ่นตามสไตล์ผู้ใช้

    ความท้าทายของผู้ใช้ Trackball
    ต้องใช้เวลาเรียนรู้การควบคุมสำหรับผู้ไม่เคยใช้
    อาจไม่เหมาะกับงานที่ต้องการการลากเมาส์ยาวๆ

    ความเสี่ยงด้านความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์
    ฟีเจอร์โปรแกรมปุ่มอาจรองรับไม่ครบทุกแอป
    ต้องรอรีวิวจริงเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ

    https://www.tomshardware.com/peripherals/mice/keyboard-giant-keychron-unveils-new-nape-pro-trackball-with-programmable-buttons-low-profile-design-promotes-ergonomic-scrolling-without-leaving-your-keyboard
    🖱️ Keychron เปิดตัว “Nape Pro Trackball” — ลูกบอลควบคุมแบบ Low‑Profile พร้อมปุ่มโปรแกรมได้ ใช้งานสบายไม่ต้องยกมือจากคีย์บอร์ด Keychron ผู้ผลิตคีย์บอร์ดชื่อดังได้เปิดตัว Nape Pro Trackball อุปกรณ์ควบคุมแบบลูกบอลที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่สะดวกและเป็นธรรมชาติ โดยเน้นการใช้งานร่วมกับคีย์บอร์ดโดยไม่ต้องยกมือออกจากตำแหน่งพิมพ์ จุดเด่นคือดีไซน์แบบ Low‑Profile ที่ช่วยลดการเกร็งข้อมือ และยังมาพร้อมปุ่มที่สามารถตั้งโปรแกรมได้หลายตำแหน่ง เหมาะสำหรับทั้งงานออฟฟิศ งานสร้างสรรค์ และผู้ใช้ที่ต้องการความคล่องตัวสูง อุปกรณ์นี้ยังถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานระยะยาว โดยใช้เซนเซอร์ความแม่นยำสูงและลูกบอลที่ถอดทำความสะอาดได้ง่าย ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ใช้ Trackball ให้ความสำคัญมาก นอกจากนี้ Keychron ยังเน้นความเข้ากันได้กับระบบปฏิบัติการหลากหลาย เช่น Windows, macOS และ Linux ทำให้ผู้ใช้สามารถนำไปใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติมมากนัก การมาของ Nape Pro Trackball ถือเป็นสัญญาณว่า Keychron กำลังขยายไลน์ผลิตภัณฑ์จากคีย์บอร์ดไปสู่อุปกรณ์เสริมที่ช่วยเสริมประสบการณ์การใช้งานคอมพิวเตอร์แบบครบวงจร โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับสรีรศาสตร์ (Ergonomics) และความสะดวกในการทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ในภาพรวม อุปกรณ์นี้อาจกลายเป็นตัวเลือกใหม่ที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการ Trackball ที่มีดีไซน์ทันสมัย ใช้งานง่าย และเข้ากับโต๊ะทำงานยุคใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการลดอาการล้าของข้อมือจากการใช้เมาส์แบบดั้งเดิม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Keychron เปิดตัว Nape Pro Trackball ➡️ ดีไซน์ Low‑Profile ช่วยลดการเกร็งข้อมือ ➡️ ใช้งานได้โดยไม่ต้องยกมือออกจากคีย์บอร์ด ✅ ปุ่มโปรแกรมได้และเซนเซอร์แม่นยำ ➡️ เหมาะกับงานออฟฟิศและงานสร้างสรรค์ ➡️ ลูกบอลถอดทำความสะอาดได้ง่าย ✅ รองรับหลายระบบปฏิบัติการ ➡️ ใช้งานได้กับ Windows / macOS / Linux ➡️ ตั้งค่าได้ยืดหยุ่นตามสไตล์ผู้ใช้ ‼️ ความท้าทายของผู้ใช้ Trackball ⛔ ต้องใช้เวลาเรียนรู้การควบคุมสำหรับผู้ไม่เคยใช้ ⛔ อาจไม่เหมาะกับงานที่ต้องการการลากเมาส์ยาวๆ ‼️ ความเสี่ยงด้านความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์ ⛔ ฟีเจอร์โปรแกรมปุ่มอาจรองรับไม่ครบทุกแอป ⛔ ต้องรอรีวิวจริงเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ https://www.tomshardware.com/peripherals/mice/keyboard-giant-keychron-unveils-new-nape-pro-trackball-with-programmable-buttons-low-profile-design-promotes-ergonomic-scrolling-without-leaving-your-keyboard
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 96 มุมมอง 0 รีวิว
  • Samsung จับมือ Intel เปิดตัว “SmartPower HDR” เทคโนโลยีลดพลังงานจอ OLED บนโน้ตบุ๊ก Panther Lake

    Samsung และ Intel ได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ชื่อ SmartPower HDR ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้จอ OLED บนโน้ตบุ๊กประหยัดพลังงานได้มากขึ้น โดยเฉพาะในรุ่นที่ใช้แพลตฟอร์ม Intel Panther Lake ที่จะเปิดตัวในอนาคต เทคโนโลยีนี้เน้นการควบคุมแรงดันไฟแบบไดนามิก ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานได้สูงสุดถึง 22% โดยไม่ลดความสว่างของหน้าจอ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ OLED มักเผชิญในโหมด HDR

    ความร่วมมือนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดโน้ตบุ๊กกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ “ประสิทธิภาพต้องมาคู่กับความประหยัดพลังงาน” โดยเฉพาะในอุปกรณ์พกพาที่ผู้ใช้ต้องการอายุแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังต้องการคุณภาพภาพระดับสูงจากจอ OLED ที่มีคอนทราสต์และสีสันเหนือกว่า LCD แบบดั้งเดิม

    SmartPower HDR ใช้วิธีการปรับแรงดันไฟให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ที่แสดงบนหน้าจอแบบเรียลไทม์ ทำให้ลดการสูญเสียพลังงานที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะในฉากที่มีความสว่างสูงหรือมีการเปลี่ยนแปลงของแสงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีนี้ยังช่วยลดความร้อนที่เกิดขึ้นจากการทำงานของจอ OLED ซึ่งส่งผลดีต่ออายุการใช้งานของอุปกรณ์ในระยะยาว

    ในภาพรวม เทคโนโลยีนี้อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโน้ตบุ๊กระดับพรีเมียมในอนาคต โดยเฉพาะรุ่นที่เน้นการใช้งานด้านสื่อ, งานสร้างคอนเทนต์ และการใช้งานนอกสถานที่ ที่ต้องการทั้งคุณภาพภาพสูงและการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Samsung และ Intel พัฒนา SmartPower HDR
    ลดพลังงานจอ OLED ได้สูงสุด 22%
    ใช้การควบคุมแรงดันไฟแบบไดนามิก

    ออกแบบมาสำหรับแพลตฟอร์ม Panther Lake
    เน้นโน้ตบุ๊กยุคใหม่ที่ต้องการประสิทธิภาพและความประหยัด
    ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่โดยไม่ลดความสว่าง

    เทคโนโลยีช่วยลดความร้อนและยืดอายุจอ
    ปรับแรงดันตามคอนเทนต์แบบเรียลไทม์
    ลดการสูญเสียพลังงานในฉาก HDR

    ความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น
    ต้องพึ่งพาการรองรับจากผู้ผลิตจอ OLED รายอื่น
    อาจทำให้ต้นทุนโน้ตบุ๊กระดับพรีเมียมสูงขึ้น

    ผลกระทบต่อผู้ใช้และตลาด
    ผู้ใช้ต้องรอการทดสอบจริงเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ
    ตลาดโน้ตบุ๊กอาจเกิดการแบ่งระดับชัดเจนระหว่างรุ่นที่รองรับและไม่รองรับ

    https://www.tomshardware.com/laptops/samsung-and-intel-co-develop-smartpower-hdr-for-panther-lake-oled-laptops-with-up-to-22-percent-power-savings-dynamic-voltage-control-lowers-power-without-sacrificing-panel-brightness
    💡 Samsung จับมือ Intel เปิดตัว “SmartPower HDR” เทคโนโลยีลดพลังงานจอ OLED บนโน้ตบุ๊ก Panther Lake Samsung และ Intel ได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ชื่อ SmartPower HDR ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้จอ OLED บนโน้ตบุ๊กประหยัดพลังงานได้มากขึ้น โดยเฉพาะในรุ่นที่ใช้แพลตฟอร์ม Intel Panther Lake ที่จะเปิดตัวในอนาคต เทคโนโลยีนี้เน้นการควบคุมแรงดันไฟแบบไดนามิก ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานได้สูงสุดถึง 22% โดยไม่ลดความสว่างของหน้าจอ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ OLED มักเผชิญในโหมด HDR ความร่วมมือนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดโน้ตบุ๊กกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ “ประสิทธิภาพต้องมาคู่กับความประหยัดพลังงาน” โดยเฉพาะในอุปกรณ์พกพาที่ผู้ใช้ต้องการอายุแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังต้องการคุณภาพภาพระดับสูงจากจอ OLED ที่มีคอนทราสต์และสีสันเหนือกว่า LCD แบบดั้งเดิม SmartPower HDR ใช้วิธีการปรับแรงดันไฟให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ที่แสดงบนหน้าจอแบบเรียลไทม์ ทำให้ลดการสูญเสียพลังงานที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะในฉากที่มีความสว่างสูงหรือมีการเปลี่ยนแปลงของแสงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีนี้ยังช่วยลดความร้อนที่เกิดขึ้นจากการทำงานของจอ OLED ซึ่งส่งผลดีต่ออายุการใช้งานของอุปกรณ์ในระยะยาว ในภาพรวม เทคโนโลยีนี้อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโน้ตบุ๊กระดับพรีเมียมในอนาคต โดยเฉพาะรุ่นที่เน้นการใช้งานด้านสื่อ, งานสร้างคอนเทนต์ และการใช้งานนอกสถานที่ ที่ต้องการทั้งคุณภาพภาพสูงและการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Samsung และ Intel พัฒนา SmartPower HDR ➡️ ลดพลังงานจอ OLED ได้สูงสุด 22% ➡️ ใช้การควบคุมแรงดันไฟแบบไดนามิก ✅ ออกแบบมาสำหรับแพลตฟอร์ม Panther Lake ➡️ เน้นโน้ตบุ๊กยุคใหม่ที่ต้องการประสิทธิภาพและความประหยัด ➡️ ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่โดยไม่ลดความสว่าง ✅ เทคโนโลยีช่วยลดความร้อนและยืดอายุจอ ➡️ ปรับแรงดันตามคอนเทนต์แบบเรียลไทม์ ➡️ ลดการสูญเสียพลังงานในฉาก HDR ‼️ ความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น ⛔ ต้องพึ่งพาการรองรับจากผู้ผลิตจอ OLED รายอื่น ⛔ อาจทำให้ต้นทุนโน้ตบุ๊กระดับพรีเมียมสูงขึ้น ‼️ ผลกระทบต่อผู้ใช้และตลาด ⛔ ผู้ใช้ต้องรอการทดสอบจริงเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ ⛔ ตลาดโน้ตบุ๊กอาจเกิดการแบ่งระดับชัดเจนระหว่างรุ่นที่รองรับและไม่รองรับ https://www.tomshardware.com/laptops/samsung-and-intel-co-develop-smartpower-hdr-for-panther-lake-oled-laptops-with-up-to-22-percent-power-savings-dynamic-voltage-control-lowers-power-without-sacrificing-panel-brightness
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 96 มุมมอง 0 รีวิว
  • ร้านอิเล็กทรอนิกส์ญี่ปุ่นประกาศ “รับซื้อคอมเก่าทุกสภาพ” หลังตลาดขาดแคลนฮาร์ดแวร์หนัก

    วิกฤตขาดแคลนฮาร์ดแวร์ในญี่ปุ่นยังคงรุนแรงต่อเนื่อง จนร้านอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ในย่าน อากิฮาบาระ (Akihabara) ต้องออกมาประกาศรับซื้อคอมพิวเตอร์เก่าทุกสภาพแบบ “ยกมาขายได้หมด” เพื่อเติมสต็อกที่หายากขึ้นเรื่อยๆ ร้านค้าระบุว่าความต้องการของตลาดยังสูง แต่ซัพพลายจากผู้ผลิตกลับลดลง ทำให้เครื่องมือสองกลายเป็นแหล่งสำคัญในการหมุนเวียนสินค้า

    สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดชิ้นส่วนอย่าง GPU, CPU และเมนบอร์ด ที่ได้รับผลกระทบจากทั้งความต้องการด้าน AI, การผลิตที่ล่าช้า และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ผู้เชี่ยวชาญบางรายชี้ว่า ตลาดมือสองอาจกลายเป็น “ตัวช่วยหลัก” ของผู้ใช้ทั่วไปในช่วงปีนี้ เพราะราคาของฮาร์ดแวร์ใหม่ยังไม่มีแนวโน้มลดลงเร็วๆ นี้

    นอกจากนี้ การที่ร้านค้าต้องออกมารับซื้อคอมทุกสภาพยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในญี่ปุ่น ที่เริ่มหันมาใช้คอมพิวเตอร์มือสองมากขึ้น เนื่องจากราคาคอมใหม่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ผู้ใช้จำนวนมากก็เริ่มอัปเกรดเฉพาะบางชิ้นส่วนแทนการซื้อเครื่องใหม่ทั้งชุด ทำให้ตลาดมือสองมีความคึกคักเป็นพิเศษ

    ในภาพรวม วิกฤตครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าตลาดคอมพิวเตอร์ทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วง “เปลี่ยนผ่าน” ที่ผู้ผลิตต้องปรับตัว ทั้งในด้านการผลิต การจัดสรรสินค้า และการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI และงานประมวลผลขั้นสูง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ร้านอิเล็กทรอนิกส์ในอากิฮาบาระประกาศรับซื้อคอมเก่าทุกสภาพ
    เกิดจากการขาดแคลนฮาร์ดแวร์อย่างหนักในตลาดญี่ปุ่น
    ต้องการเพิ่มสต็อกเพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้

    ตลาดมือสองในญี่ปุ่นเติบโตอย่างรวดเร็ว
    ผู้ใช้หันมาซื้อคอมมือสองเพราะราคาคอมใหม่สูงขึ้น
    การอัปเกรดเฉพาะชิ้นส่วนทำให้ตลาดมือสองคึกคัก

    ความต้องการฮาร์ดแวร์เพิ่มขึ้นจากงานด้าน AI และประมวลผล
    GPU และ CPU เป็นสินค้าที่ขาดแคลนมากที่สุด
    ผู้ผลิตยังไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทัน

    ความเสี่ยงจากการซื้อคอมมือสอง
    อาจเจออุปกรณ์เสื่อมสภาพหรือมีปัญหาแฝง
    ประกันและการรับประกันคุณภาพอาจไม่ครอบคลุม

    ราคาฮาร์ดแวร์อาจยังคงสูงต่อเนื่อง
    ส่งผลให้ผู้ใช้ทั่วไปต้องแบกรับต้นทุนเพิ่ม
    อาจกระทบตลาดเกมเมอร์และผู้ทำงานด้านกราฟิกโดยตรง

    https://www.tomshardware.com/desktops/pc-building/major-japanese-electronics-store-begs-customers-for-their-old-pcs-as-hardware-drought-continues-we-pretty-much-buy-any-pc-pleads-the-akihabara-outlet
    🖥️ ร้านอิเล็กทรอนิกส์ญี่ปุ่นประกาศ “รับซื้อคอมเก่าทุกสภาพ” หลังตลาดขาดแคลนฮาร์ดแวร์หนัก วิกฤตขาดแคลนฮาร์ดแวร์ในญี่ปุ่นยังคงรุนแรงต่อเนื่อง จนร้านอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ในย่าน อากิฮาบาระ (Akihabara) ต้องออกมาประกาศรับซื้อคอมพิวเตอร์เก่าทุกสภาพแบบ “ยกมาขายได้หมด” เพื่อเติมสต็อกที่หายากขึ้นเรื่อยๆ ร้านค้าระบุว่าความต้องการของตลาดยังสูง แต่ซัพพลายจากผู้ผลิตกลับลดลง ทำให้เครื่องมือสองกลายเป็นแหล่งสำคัญในการหมุนเวียนสินค้า สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดชิ้นส่วนอย่าง GPU, CPU และเมนบอร์ด ที่ได้รับผลกระทบจากทั้งความต้องการด้าน AI, การผลิตที่ล่าช้า และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ผู้เชี่ยวชาญบางรายชี้ว่า ตลาดมือสองอาจกลายเป็น “ตัวช่วยหลัก” ของผู้ใช้ทั่วไปในช่วงปีนี้ เพราะราคาของฮาร์ดแวร์ใหม่ยังไม่มีแนวโน้มลดลงเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ การที่ร้านค้าต้องออกมารับซื้อคอมทุกสภาพยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในญี่ปุ่น ที่เริ่มหันมาใช้คอมพิวเตอร์มือสองมากขึ้น เนื่องจากราคาคอมใหม่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ผู้ใช้จำนวนมากก็เริ่มอัปเกรดเฉพาะบางชิ้นส่วนแทนการซื้อเครื่องใหม่ทั้งชุด ทำให้ตลาดมือสองมีความคึกคักเป็นพิเศษ ในภาพรวม วิกฤตครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าตลาดคอมพิวเตอร์ทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วง “เปลี่ยนผ่าน” ที่ผู้ผลิตต้องปรับตัว ทั้งในด้านการผลิต การจัดสรรสินค้า และการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI และงานประมวลผลขั้นสูง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ร้านอิเล็กทรอนิกส์ในอากิฮาบาระประกาศรับซื้อคอมเก่าทุกสภาพ ➡️ เกิดจากการขาดแคลนฮาร์ดแวร์อย่างหนักในตลาดญี่ปุ่น ➡️ ต้องการเพิ่มสต็อกเพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้ ✅ ตลาดมือสองในญี่ปุ่นเติบโตอย่างรวดเร็ว ➡️ ผู้ใช้หันมาซื้อคอมมือสองเพราะราคาคอมใหม่สูงขึ้น ➡️ การอัปเกรดเฉพาะชิ้นส่วนทำให้ตลาดมือสองคึกคัก ✅ ความต้องการฮาร์ดแวร์เพิ่มขึ้นจากงานด้าน AI และประมวลผล ➡️ GPU และ CPU เป็นสินค้าที่ขาดแคลนมากที่สุด ➡️ ผู้ผลิตยังไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทัน ‼️ ความเสี่ยงจากการซื้อคอมมือสอง ⛔ อาจเจออุปกรณ์เสื่อมสภาพหรือมีปัญหาแฝง ⛔ ประกันและการรับประกันคุณภาพอาจไม่ครอบคลุม ‼️ ราคาฮาร์ดแวร์อาจยังคงสูงต่อเนื่อง ⛔ ส่งผลให้ผู้ใช้ทั่วไปต้องแบกรับต้นทุนเพิ่ม ⛔ อาจกระทบตลาดเกมเมอร์และผู้ทำงานด้านกราฟิกโดยตรง https://www.tomshardware.com/desktops/pc-building/major-japanese-electronics-store-begs-customers-for-their-old-pcs-as-hardware-drought-continues-we-pretty-much-buy-any-pc-pleads-the-akihabara-outlet
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 95 มุมมอง 0 รีวิว
  • จากโลกไซไฟสู่ท้องถนนจริง: เอ็กโซสเกเลตันกำลังกลายเป็นอุปกรณ์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

    เทคโนโลยีเอ็กโซสเกเลตันที่เคยถูกมองว่าเป็นอุปกรณ์ไซไฟขนาดใหญ่และใช้งานเฉพาะทาง กำลังเปลี่ยนโฉมสู่การเป็นอุปกรณ์ผู้บริโภคที่เบา ฉลาด และเข้าถึงได้มากขึ้น ผู้ผลิตหลายรายหวังให้มันกลายเป็นสินค้า mass market เหมือนสมาร์ตวอทช์ โดยเจาะกลุ่มตั้งแต่นักเดินป่าไปจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องการคงความคล่องตัวไว้ อุปกรณ์เหล่านี้ถูกโชว์อย่างโดดเด่นในงาน CES ที่ลาสเวกัส พร้อมให้ผู้เข้าชมทดลองใช้งานจริง ทั้งแบบช่วยขา ช่วยเข่า หรือเสริมแรงหลัง — บางรุ่นทำได้ครบทั้งหมดในเครื่องเดียว

    เมื่อเทียบกับ Hardiman รุ่นดั้งเดิมในยุค 1960s ที่มีขนาดใหญ่เทอะทะเหมือนหุ่นยนต์ Transformers รุ่นใหม่ในปัจจุบันมีน้ำหนักไม่ถึง 2 กิโลกรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่) และออกแบบให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง หลังจากถูกใช้ในอุตสาหกรรมและการแพทย์มานานกว่า 20 ปี เทคโนโลยีนี้กำลังหลุดพ้นจากการเป็นสินค้านิชเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไป ด้วยราคาที่ลดลงและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น

    สตาร์ทอัปหลายรายนำเสนอเอ็กโซสเกเลตันราคาประมาณ 1,000 ดอลลาร์ พร้อมเซนเซอร์และระบบ AI ที่ปรับแรงช่วยตามสภาพพื้นผิวและจังหวะการเดิน บางรุ่น เช่นของ Dnsys ยังรองรับการวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 27 กม./ชม. ซึ่งเร็วกว่าคนส่วนใหญ่ วิสัยทัศน์ของผู้ผลิต — ส่วนใหญ่เป็นบริษัทจีน — คือการทำให้ผู้ใช้รู้สึกมั่นใจ ไม่เขินอาย และมองอุปกรณ์นี้เหมือนแว่นหรือสมาร์ตวอทช์ในอนาคต

    แม้จะมีความกังวลว่าเอ็กโซสเกเลตันอาจทำให้ผู้ใช้ “ออกแรงน้อยลง” แต่ผู้ทดลองใช้งานจริงกลับพบว่ามันช่วยเสริมแรงโดยไม่แย่งการทำงานของร่างกาย หากช่วยให้คนออกไปเดินมากขึ้น ก็ถือเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ผู้ผลิตยังย้ำว่าผู้ใช้ต้องเดินและทรงตัวได้ด้วยตัวเอง เพื่อความปลอดภัยและเพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นอุปกรณ์พยุงเดิน เมื่ออุปกรณ์เหล่านี้แพร่หลายมากขึ้น ความรู้สึกอายหรือกลัวดูเหมือนหุ่นยนต์ก็จะค่อยๆ หายไป

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เทรนด์เอ็กโซสเกเลตันกำลังเข้าสู่ตลาดผู้บริโภค
    น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย และราคาลดลง
    ใช้ AI ปรับแรงช่วยตามสภาพการเดิน

    การใช้งานและกลุ่มเป้าหมาย
    นักเดินป่า ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการเสริมแรงขณะเดิน
    บางรุ่นรองรับการวิ่งเร็วถึง 27 กม./ชม.

    ประเด็นที่ต้องระวัง
    ผู้ใช้ต้องเดินและทรงตัวได้เอง ไม่ใช่อุปกรณ์ช่วยพยุง
    อาจเกิดความเข้าใจผิดว่าอุปกรณ์ “ทำงานแทน” ผู้ใช้

    ความท้าทายด้านสังคมและการยอมรับ
    ผู้ใช้บางคนยังรู้สึกอายหรือกลัวดูเหมือนหุ่นยนต์
    ต้องสร้างความเข้าใจว่าอุปกรณ์ช่วยเสริม ไม่ได้ลดประโยชน์ของการออกกำลังกาย

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/from-sci-fi-to-sidewalk-exoskeletons-go-mainstream
    🤖🚶‍♂️ จากโลกไซไฟสู่ท้องถนนจริง: เอ็กโซสเกเลตันกำลังกลายเป็นอุปกรณ์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เทคโนโลยีเอ็กโซสเกเลตันที่เคยถูกมองว่าเป็นอุปกรณ์ไซไฟขนาดใหญ่และใช้งานเฉพาะทาง กำลังเปลี่ยนโฉมสู่การเป็นอุปกรณ์ผู้บริโภคที่เบา ฉลาด และเข้าถึงได้มากขึ้น ผู้ผลิตหลายรายหวังให้มันกลายเป็นสินค้า mass market เหมือนสมาร์ตวอทช์ โดยเจาะกลุ่มตั้งแต่นักเดินป่าไปจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องการคงความคล่องตัวไว้ อุปกรณ์เหล่านี้ถูกโชว์อย่างโดดเด่นในงาน CES ที่ลาสเวกัส พร้อมให้ผู้เข้าชมทดลองใช้งานจริง ทั้งแบบช่วยขา ช่วยเข่า หรือเสริมแรงหลัง — บางรุ่นทำได้ครบทั้งหมดในเครื่องเดียว เมื่อเทียบกับ Hardiman รุ่นดั้งเดิมในยุค 1960s ที่มีขนาดใหญ่เทอะทะเหมือนหุ่นยนต์ Transformers รุ่นใหม่ในปัจจุบันมีน้ำหนักไม่ถึง 2 กิโลกรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่) และออกแบบให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง หลังจากถูกใช้ในอุตสาหกรรมและการแพทย์มานานกว่า 20 ปี เทคโนโลยีนี้กำลังหลุดพ้นจากการเป็นสินค้านิชเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไป ด้วยราคาที่ลดลงและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น สตาร์ทอัปหลายรายนำเสนอเอ็กโซสเกเลตันราคาประมาณ 1,000 ดอลลาร์ พร้อมเซนเซอร์และระบบ AI ที่ปรับแรงช่วยตามสภาพพื้นผิวและจังหวะการเดิน บางรุ่น เช่นของ Dnsys ยังรองรับการวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 27 กม./ชม. ซึ่งเร็วกว่าคนส่วนใหญ่ วิสัยทัศน์ของผู้ผลิต — ส่วนใหญ่เป็นบริษัทจีน — คือการทำให้ผู้ใช้รู้สึกมั่นใจ ไม่เขินอาย และมองอุปกรณ์นี้เหมือนแว่นหรือสมาร์ตวอทช์ในอนาคต แม้จะมีความกังวลว่าเอ็กโซสเกเลตันอาจทำให้ผู้ใช้ “ออกแรงน้อยลง” แต่ผู้ทดลองใช้งานจริงกลับพบว่ามันช่วยเสริมแรงโดยไม่แย่งการทำงานของร่างกาย หากช่วยให้คนออกไปเดินมากขึ้น ก็ถือเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ผู้ผลิตยังย้ำว่าผู้ใช้ต้องเดินและทรงตัวได้ด้วยตัวเอง เพื่อความปลอดภัยและเพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นอุปกรณ์พยุงเดิน เมื่ออุปกรณ์เหล่านี้แพร่หลายมากขึ้น ความรู้สึกอายหรือกลัวดูเหมือนหุ่นยนต์ก็จะค่อยๆ หายไป 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เทรนด์เอ็กโซสเกเลตันกำลังเข้าสู่ตลาดผู้บริโภค ➡️ น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย และราคาลดลง ➡️ ใช้ AI ปรับแรงช่วยตามสภาพการเดิน ✅ การใช้งานและกลุ่มเป้าหมาย ➡️ นักเดินป่า ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการเสริมแรงขณะเดิน ➡️ บางรุ่นรองรับการวิ่งเร็วถึง 27 กม./ชม. ‼️ ประเด็นที่ต้องระวัง ⛔ ผู้ใช้ต้องเดินและทรงตัวได้เอง ไม่ใช่อุปกรณ์ช่วยพยุง ⛔ อาจเกิดความเข้าใจผิดว่าอุปกรณ์ “ทำงานแทน” ผู้ใช้ ‼️ ความท้าทายด้านสังคมและการยอมรับ ⛔ ผู้ใช้บางคนยังรู้สึกอายหรือกลัวดูเหมือนหุ่นยนต์ ⛔ ต้องสร้างความเข้าใจว่าอุปกรณ์ช่วยเสริม ไม่ได้ลดประโยชน์ของการออกกำลังกาย https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/from-sci-fi-to-sidewalk-exoskeletons-go-mainstream
    WWW.THESTAR.COM.MY
    From sci-fi to sidewalk: exoskeletons go mainstream
    Exoskeletons are shedding their bulky, sci-fi image to become lightweight, AI-powered consumer devices that manufacturers hope will become as commonplace as smartwatches, targeting everyone from hikers to seniors seeking to stay active.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 99 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts