• Arm ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาด CPU ศูนย์ข้อมูลจาก 15% เป็น 50% ภายในปี 2025 โดยมุ่งเน้นไปที่เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ AI และระบบ Cloud ขณะที่ Nvidia, AWS และ Ampere Computing เป็นผู้ใช้หลักของ CPU Arm นอกจากนี้ Google และ Microsoft กำลังออกแบบ CPU โดยใช้เทคโนโลยีของ Arm และมีรายงานว่า Meta อาจใช้ CPU Arm สำหรับระบบ Cloud ในอนาคต

    ✅ Arm ได้รับแรงหนุนจากเซิร์ฟเวอร์ AI และผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่
    - Nvidia GB200 และ GB300, AWS Graviton, และระบบที่ใช้ Ampere Computing ล้วนเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Arm-based CPUs
    - 50% ของเซิร์ฟเวอร์ AWS ใช้ชิป Arm แทน AMD หรือ Intel

    ✅ ซอฟต์แวร์เริ่มพัฒนาเพื่อ Arm ก่อน แล้วค่อยพอร์ตไป x86
    - สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป—แต่เดิม ศูนย์ข้อมูลพึ่งพาซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาสำหรับ x86
    - ตอนนี้บางแอปพลิเคชันถูกออกแบบให้ทำงานบน Arm ก่อน แล้วจึงพอร์ตไป x86

    ✅ Google และ Microsoft เริ่มออกแบบ CPU ศูนย์ข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยี Arm
    - แม้ว่าการพัฒนาอยู่ในช่วงต้น Amazon ยังคงนำหน้าในส่วนนี้
    - Meta รายงานว่า Arm กำลังพัฒนา CPU สำหรับระบบ Cloud ของ Meta แต่ยังไม่มีข้อมูลการใช้งานจริง

    ✅ Arm มี Compute Subsystems (CSS) ให้บริษัทอื่นสร้าง CPU ได้ง่ายขึ้น
    - ช่วยให้บริษัทสามารถออกแบบ CPU สำหรับศูนย์ข้อมูลของตนเอง ได้อย่างรวดเร็ว
    - อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ Arm ขยายส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็ว

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/arm-aims-to-capture-50-percent-of-data-center-cpu-market-in-2025
    Arm ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาด CPU ศูนย์ข้อมูลจาก 15% เป็น 50% ภายในปี 2025 โดยมุ่งเน้นไปที่เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ AI และระบบ Cloud ขณะที่ Nvidia, AWS และ Ampere Computing เป็นผู้ใช้หลักของ CPU Arm นอกจากนี้ Google และ Microsoft กำลังออกแบบ CPU โดยใช้เทคโนโลยีของ Arm และมีรายงานว่า Meta อาจใช้ CPU Arm สำหรับระบบ Cloud ในอนาคต ✅ Arm ได้รับแรงหนุนจากเซิร์ฟเวอร์ AI และผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่ - Nvidia GB200 และ GB300, AWS Graviton, และระบบที่ใช้ Ampere Computing ล้วนเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Arm-based CPUs - 50% ของเซิร์ฟเวอร์ AWS ใช้ชิป Arm แทน AMD หรือ Intel ✅ ซอฟต์แวร์เริ่มพัฒนาเพื่อ Arm ก่อน แล้วค่อยพอร์ตไป x86 - สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป—แต่เดิม ศูนย์ข้อมูลพึ่งพาซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาสำหรับ x86 - ตอนนี้บางแอปพลิเคชันถูกออกแบบให้ทำงานบน Arm ก่อน แล้วจึงพอร์ตไป x86 ✅ Google และ Microsoft เริ่มออกแบบ CPU ศูนย์ข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยี Arm - แม้ว่าการพัฒนาอยู่ในช่วงต้น Amazon ยังคงนำหน้าในส่วนนี้ - Meta รายงานว่า Arm กำลังพัฒนา CPU สำหรับระบบ Cloud ของ Meta แต่ยังไม่มีข้อมูลการใช้งานจริง ✅ Arm มี Compute Subsystems (CSS) ให้บริษัทอื่นสร้าง CPU ได้ง่ายขึ้น - ช่วยให้บริษัทสามารถออกแบบ CPU สำหรับศูนย์ข้อมูลของตนเอง ได้อย่างรวดเร็ว - อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ Arm ขยายส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็ว https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/arm-aims-to-capture-50-percent-of-data-center-cpu-market-in-2025
    0 Comments 0 Shares 138 Views 0 Reviews
  • ๒ เมษายน วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
    ๒ เมษายน วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
    0 Comments 0 Shares 23 Views 0 Reviews
  • Altera ได้เริ่มจัดส่ง Agilex 7 FPGA M-Series ซึ่งเป็นชิปประมวลผลแบบ FPGA ระดับไฮเอนด์ที่ออกแบบมาเพื่อ AI และศูนย์ข้อมูล โดยใช้ HBM2E และ DDR5/LPDDR5 เพื่อเพิ่มแบนด์วิดท์และลดความล่าช้า Positron ซึ่งเป็นบริษัท AI รายงานว่า FPGA นี้ช่วยให้ทำงานได้เร็วกว่า GPU ในการรันโมเดล AI เช่น Llama3 และช่วยประหยัดพลังงานมากกว่า
    Intel คาดว่า FPGA นี้จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเซิร์ฟเวอร์ AI และอุตสาหกรรมสื่อสาร 5G ในอีก 10 ปีข้างหน้า

    ✅ FPGA นี้ออกแบบเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
    - มี 3.8 ล้าน Logic Elements รองรับการประมวลผลระดับสูง
    - ใช้ Hyperflex Architecture รุ่นที่ 2 เพื่อเพิ่มความเร็วและลดการใช้พลังงาน

    ✅ หน่วยความจำความเร็วสูงช่วยแก้ปัญหาคอขวด
    - มี HBM2E ขนาด 32 GB พร้อมแบนด์วิดท์สูงสุด 820 GBps
    - รองรับ DDR5/LPDDR5 โดยมี Memory Bandwidth สูงสุด 1 TBps

    ✅ การใช้งานหลักของ Agilex 7 FPGA M-Series
    - ศูนย์ข้อมูล: ใช้เป็นเร่งความเร็ว AI และช่วยลดภาระงานของโปรเซสเซอร์ทั่วไป
    - อุปกรณ์เครือข่าย: รองรับไฟร์วอลล์ยุคใหม่ที่ต้องใช้การประมวลผลข้อมูลระดับสูง
    - อุปกรณ์ออกอากาศ: ส่งข้อมูล 8K UHD ได้รวดเร็ว ลดความล่าช้าในเซ็นเซอร์ภาพ

    ✅ บริษัท AI ใช้ FPGA เพื่อประสิทธิภาพสูงกว่าระบบ GPU ทั่วไป
    - Positron รายงานว่า Agilex 7 มีการใช้ Bandwidth สูงถึง 93% ซึ่งสูงกว่าระบบ GPU ที่มักอยู่ที่ 10-30%
    - เมื่อใช้ในการประมวลผล LLM (เช่น Llama3 และ MOE Models) ทำให้ได้ ประสิทธิภาพต่อค่าใช้จ่ายดีขึ้น 3.5 เท่า

    ✅ อนาคตของ Agilex 7 FPGA M-Series
    - มีอายุการใช้งานถึง ปี 2035 และพร้อมใช้งานทั่วโลก
    - คาดว่าจะถูกนำมาใช้ในเซิร์ฟเวอร์ระดับสูง, การประมวลผล AI, และโครงสร้างพื้นฐาน 5G

    https://www.techpowerup.com/334926/altera-starts-production-shipments-of-agilex-7-fpga-m-series
    Altera ได้เริ่มจัดส่ง Agilex 7 FPGA M-Series ซึ่งเป็นชิปประมวลผลแบบ FPGA ระดับไฮเอนด์ที่ออกแบบมาเพื่อ AI และศูนย์ข้อมูล โดยใช้ HBM2E และ DDR5/LPDDR5 เพื่อเพิ่มแบนด์วิดท์และลดความล่าช้า Positron ซึ่งเป็นบริษัท AI รายงานว่า FPGA นี้ช่วยให้ทำงานได้เร็วกว่า GPU ในการรันโมเดล AI เช่น Llama3 และช่วยประหยัดพลังงานมากกว่า Intel คาดว่า FPGA นี้จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเซิร์ฟเวอร์ AI และอุตสาหกรรมสื่อสาร 5G ในอีก 10 ปีข้างหน้า ✅ FPGA นี้ออกแบบเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด - มี 3.8 ล้าน Logic Elements รองรับการประมวลผลระดับสูง - ใช้ Hyperflex Architecture รุ่นที่ 2 เพื่อเพิ่มความเร็วและลดการใช้พลังงาน ✅ หน่วยความจำความเร็วสูงช่วยแก้ปัญหาคอขวด - มี HBM2E ขนาด 32 GB พร้อมแบนด์วิดท์สูงสุด 820 GBps - รองรับ DDR5/LPDDR5 โดยมี Memory Bandwidth สูงสุด 1 TBps ✅ การใช้งานหลักของ Agilex 7 FPGA M-Series - ศูนย์ข้อมูล: ใช้เป็นเร่งความเร็ว AI และช่วยลดภาระงานของโปรเซสเซอร์ทั่วไป - อุปกรณ์เครือข่าย: รองรับไฟร์วอลล์ยุคใหม่ที่ต้องใช้การประมวลผลข้อมูลระดับสูง - อุปกรณ์ออกอากาศ: ส่งข้อมูล 8K UHD ได้รวดเร็ว ลดความล่าช้าในเซ็นเซอร์ภาพ ✅ บริษัท AI ใช้ FPGA เพื่อประสิทธิภาพสูงกว่าระบบ GPU ทั่วไป - Positron รายงานว่า Agilex 7 มีการใช้ Bandwidth สูงถึง 93% ซึ่งสูงกว่าระบบ GPU ที่มักอยู่ที่ 10-30% - เมื่อใช้ในการประมวลผล LLM (เช่น Llama3 และ MOE Models) ทำให้ได้ ประสิทธิภาพต่อค่าใช้จ่ายดีขึ้น 3.5 เท่า ✅ อนาคตของ Agilex 7 FPGA M-Series - มีอายุการใช้งานถึง ปี 2035 และพร้อมใช้งานทั่วโลก - คาดว่าจะถูกนำมาใช้ในเซิร์ฟเวอร์ระดับสูง, การประมวลผล AI, และโครงสร้างพื้นฐาน 5G https://www.techpowerup.com/334926/altera-starts-production-shipments-of-agilex-7-fpga-m-series
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Altera Starts Production Shipments of Agilex 7 FPGA M-Series
    Altera Corporation, a leader in FPGA innovations, today announced production shipments of its Agilex 7 FPGA M-Series, the industry's first high-end, high-density FPGA to feature integrated high bandwidth memory and support for DDR5 and LPDDR5 memory technologies. Offering over 3.8 million logic elem...
    0 Comments 0 Shares 75 Views 0 Reviews
  • #แซนวิชพริกเผาหมูหยองน้ำสลัด

    #กาแฟยามเช้าหอมกรุ่นอยู่เสมอ
    #แซนวิชพริกเผาหมูหยองน้ำสลัด #กาแฟยามเช้าหอมกรุ่นอยู่เสมอ
    0 Comments 0 Shares 29 Views 0 Reviews
  • Samsung อาจเลิกใช้ชื่อ Exynos และเตรียมรีแบรนด์ชิปเซ็ตของตนเอง โดย Exynos 2600 จะถูกใช้ใน Galaxy S26 แต่มีจำนวนจำกัด ขณะที่ Exynos 2500 อาจถูกใช้ใน Galaxy Z Flip FE แต่ยังเป็น 4 nm มีข่าวลือว่า Samsung อาจเลิกใช้ Snapdragon และพัฒนาเทคโนโลยี 2 nm GAA ด้วยความช่วยเหลือจากบริษัท AI ภายนอก

    ✅ ชิป Exynos 2600 จะใช้ใน Galaxy S26 แต่มีจำนวนจำกัด
    - แหล่งข่าวระบุว่า Exynos 2600 จะถูกใช้ใน Galaxy S26 series แต่มีจำนวนผลิตที่จำกัด
    - อาจมีสถานการณ์คล้ายกับ Exynos 990 ที่เคยมีปริมาณจำกัดในอดีต

    ✅ Samsung Foundry อาจเลิกพัฒนา 1.4 nm และเดินหน้าสู่ 2 nm GAA
    - แหล่งข่าวบางแห่งเชื่อว่า Samsung จะไม่ใช้ 1.4 nm node และเดินหน้าสู่ 2 nm GAA (Gate-All-Around)
    - มีข่าวลือว่า Samsung ร่วมมือกับบริษัท AI ภายนอก เพื่อช่วยพัฒนาเทคโนโลยีใหม่

    ✅ Exynos 2500 อาจถูกใช้ใน Galaxy Z Flip FE แต่ยังเป็น 4 nm
    - แม้ว่า Exynos 2500 อาจอยู่ในแผนผลิตของปี 2025 แต่รุ่นแรกจะยังคงเป็น 4 nm node
    - ชิปนี้ถูกพัฒนาสำหรับ สมาร์ทโฟนระดับกลาง ไม่ใช่เรือธง

    ✅ แหล่งข่าวบางแห่งระบุว่า Samsung อาจเลิกใช้ Snapdragon
    - มีข่าวลือว่า Samsung ต้องการหยุดใช้ Snapdragon และหันมาใช้ชิปที่พัฒนาเองทั้งหมด
    - อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวส่วนใหญ่ยังมองว่า Samsung จะใช้ ชิป Exynos และ Snapdragon ร่วมกัน

    ✅ เป้าหมายของ Samsung คือกู้คืนภาพลักษณ์ของชิปเซ็ต Exynos
    - Samsung อาจต้องการ หลีกเลี่ยงภาพลักษณ์เชิงลบที่ Exynos เคยมี โดยเปลี่ยนชื่อใหม่
    - บริษัทยังคงพยายามเพิ่มประสิทธิภาพของชิป และแข่งขันกับ Apple A-Series และ Qualcomm Snapdragon

    https://www.techpowerup.com/334927/leaker-claims-that-samsung-will-stop-using-exynos-nomenclature-next-gen-2-nm-mobile-soc-tipped-for-rebrand
    Samsung อาจเลิกใช้ชื่อ Exynos และเตรียมรีแบรนด์ชิปเซ็ตของตนเอง โดย Exynos 2600 จะถูกใช้ใน Galaxy S26 แต่มีจำนวนจำกัด ขณะที่ Exynos 2500 อาจถูกใช้ใน Galaxy Z Flip FE แต่ยังเป็น 4 nm มีข่าวลือว่า Samsung อาจเลิกใช้ Snapdragon และพัฒนาเทคโนโลยี 2 nm GAA ด้วยความช่วยเหลือจากบริษัท AI ภายนอก ✅ ชิป Exynos 2600 จะใช้ใน Galaxy S26 แต่มีจำนวนจำกัด - แหล่งข่าวระบุว่า Exynos 2600 จะถูกใช้ใน Galaxy S26 series แต่มีจำนวนผลิตที่จำกัด - อาจมีสถานการณ์คล้ายกับ Exynos 990 ที่เคยมีปริมาณจำกัดในอดีต ✅ Samsung Foundry อาจเลิกพัฒนา 1.4 nm และเดินหน้าสู่ 2 nm GAA - แหล่งข่าวบางแห่งเชื่อว่า Samsung จะไม่ใช้ 1.4 nm node และเดินหน้าสู่ 2 nm GAA (Gate-All-Around) - มีข่าวลือว่า Samsung ร่วมมือกับบริษัท AI ภายนอก เพื่อช่วยพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ✅ Exynos 2500 อาจถูกใช้ใน Galaxy Z Flip FE แต่ยังเป็น 4 nm - แม้ว่า Exynos 2500 อาจอยู่ในแผนผลิตของปี 2025 แต่รุ่นแรกจะยังคงเป็น 4 nm node - ชิปนี้ถูกพัฒนาสำหรับ สมาร์ทโฟนระดับกลาง ไม่ใช่เรือธง ✅ แหล่งข่าวบางแห่งระบุว่า Samsung อาจเลิกใช้ Snapdragon - มีข่าวลือว่า Samsung ต้องการหยุดใช้ Snapdragon และหันมาใช้ชิปที่พัฒนาเองทั้งหมด - อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวส่วนใหญ่ยังมองว่า Samsung จะใช้ ชิป Exynos และ Snapdragon ร่วมกัน ✅ เป้าหมายของ Samsung คือกู้คืนภาพลักษณ์ของชิปเซ็ต Exynos - Samsung อาจต้องการ หลีกเลี่ยงภาพลักษณ์เชิงลบที่ Exynos เคยมี โดยเปลี่ยนชื่อใหม่ - บริษัทยังคงพยายามเพิ่มประสิทธิภาพของชิป และแข่งขันกับ Apple A-Series และ Qualcomm Snapdragon https://www.techpowerup.com/334927/leaker-claims-that-samsung-will-stop-using-exynos-nomenclature-next-gen-2-nm-mobile-soc-tipped-for-rebrand
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Leaker Claims that Samsung Will Stop Using "Exynos" Nomenclature, Next-gen 2 nm Mobile SoC Tipped for Rebrand
    Over the past weekend Jukanlosreve declared via social media that Samsung's: "Exynos 2600 (mobile SoC) is definitely back, and it will be used in the Galaxy S26 series. But the chip volume is so limited that it'll likely be similar to the Exynos 990 situation. I'm not sure if SF2 is actually any goo...
    0 Comments 0 Shares 157 Views 0 Reviews
  • NVIDIA และ Quantum Machines เปิดตัว DGX Quantum Early Access Program ซึ่งช่วยผสานการคำนวณควอนตัมเข้ากับการประมวลผลแบบคลาสสิก DGX Quantum ใช้ OPX1000 และ Grace Hopper Superchips เพื่อลดเวลาการส่งข้อมูลให้ต่ำกว่า 4 ไมโครวินาที พร้อมรองรับ AI-driven calibration และ Quantum Error Correction นักวิจัยจาก MIT, IQCC, และสถาบันอื่น ๆ เข้าร่วมเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่นี้

    ✅ NVIDIA DGX Quantum คืออะไร?
    - เป็น สถาปัตยกรรมอ้างอิงที่พัฒนาโดย NVIDIA และ QM
    - เป็นระบบแรกที่ผสาน การประมวลผลควอนตัมและคลาสสิกเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการคำนวณที่ซับซ้อน

    ✅ ความท้าทายของควอนตัมคอมพิวติ้ง—จำเป็นต้องมีพลังการประมวลผลแบบคลาสสิกเสริม
    - ควอนตัมคอมพิวเตอร์ต้องใช้การประมวลผลแบบคลาสสิกเพื่อ แก้ไขข้อผิดพลาด (Quantum Error Correction - QEC) และปรับพารามิเตอร์
    - NVIDIA DGX Quantum ช่วยให้ ระบบมีพลังการประมวลผลมากขึ้น ลดความล่าช้าในการสื่อสารระหว่างโปรเซสเซอร์

    ✅ OPX1000 ช่วยเร่งความเร็วและลดความล่าช้าในการคำนวณ
    - DGX Quantum ใช้ OPX1000 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มควบคุมแบบโมดูลาร์ ที่สามารถทำงานร่วมกับ Grace Hopper Superchips ของ NVIDIA
    - ลดเวลา รอบการส่งข้อมูลระหว่างควอนตัมกับ AI ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ให้น้อยกว่า 4 ไมโครวินาที ซึ่งเร็วกว่าวิธีอื่น ๆ

    ✅ 6 กลุ่มนักวิจัยที่เข้าร่วมโปรแกรม Early Access
    - Engineering Quantum Systems ของ MIT
    - Israeli Quantum Computing Center (IQCC)
    - Diraq—บริษัทพัฒนาฮาร์ดแวร์ควอนตัม
    - Quantum Circuit Group ของ ENS Lyon
    - Fraunhofer IAF
    - สถาบันวิจัยทางควอนตัมอื่น ๆ

    ✅ DGX Quantum รองรับ AI-driven QPU calibration และการประมวลผลแบบไฮบริด
    - มีการผสาน การเรียนรู้เสริมแรง (Reinforcement Learning) เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคำนวณควอนตัม
    - สามารถปรับค่า drive และ readout fidelities อย่างแม่นยำเพื่อรองรับ QEC ที่มีประสิทธิภาพสูง

    https://www.techpowerup.com/334928/quantum-machines-announces-nvidia-dgx-quantum-early-access-program
    NVIDIA และ Quantum Machines เปิดตัว DGX Quantum Early Access Program ซึ่งช่วยผสานการคำนวณควอนตัมเข้ากับการประมวลผลแบบคลาสสิก DGX Quantum ใช้ OPX1000 และ Grace Hopper Superchips เพื่อลดเวลาการส่งข้อมูลให้ต่ำกว่า 4 ไมโครวินาที พร้อมรองรับ AI-driven calibration และ Quantum Error Correction นักวิจัยจาก MIT, IQCC, และสถาบันอื่น ๆ เข้าร่วมเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่นี้ ✅ NVIDIA DGX Quantum คืออะไร? - เป็น สถาปัตยกรรมอ้างอิงที่พัฒนาโดย NVIDIA และ QM - เป็นระบบแรกที่ผสาน การประมวลผลควอนตัมและคลาสสิกเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการคำนวณที่ซับซ้อน ✅ ความท้าทายของควอนตัมคอมพิวติ้ง—จำเป็นต้องมีพลังการประมวลผลแบบคลาสสิกเสริม - ควอนตัมคอมพิวเตอร์ต้องใช้การประมวลผลแบบคลาสสิกเพื่อ แก้ไขข้อผิดพลาด (Quantum Error Correction - QEC) และปรับพารามิเตอร์ - NVIDIA DGX Quantum ช่วยให้ ระบบมีพลังการประมวลผลมากขึ้น ลดความล่าช้าในการสื่อสารระหว่างโปรเซสเซอร์ ✅ OPX1000 ช่วยเร่งความเร็วและลดความล่าช้าในการคำนวณ - DGX Quantum ใช้ OPX1000 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มควบคุมแบบโมดูลาร์ ที่สามารถทำงานร่วมกับ Grace Hopper Superchips ของ NVIDIA - ลดเวลา รอบการส่งข้อมูลระหว่างควอนตัมกับ AI ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ให้น้อยกว่า 4 ไมโครวินาที ซึ่งเร็วกว่าวิธีอื่น ๆ ✅ 6 กลุ่มนักวิจัยที่เข้าร่วมโปรแกรม Early Access - Engineering Quantum Systems ของ MIT - Israeli Quantum Computing Center (IQCC) - Diraq—บริษัทพัฒนาฮาร์ดแวร์ควอนตัม - Quantum Circuit Group ของ ENS Lyon - Fraunhofer IAF - สถาบันวิจัยทางควอนตัมอื่น ๆ ✅ DGX Quantum รองรับ AI-driven QPU calibration และการประมวลผลแบบไฮบริด - มีการผสาน การเรียนรู้เสริมแรง (Reinforcement Learning) เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคำนวณควอนตัม - สามารถปรับค่า drive และ readout fidelities อย่างแม่นยำเพื่อรองรับ QEC ที่มีประสิทธิภาพสูง https://www.techpowerup.com/334928/quantum-machines-announces-nvidia-dgx-quantum-early-access-program
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Quantum Machines Announces NVIDIA DGX Quantum Early Access Program
    Quantum Machines (QM), the leading provider of advanced quantum control solutions, has recently announced the NVIDIA DGX Quantum Early Customer Program, with a cohort of six leading research groups and quantum computer builders. NVIDIA DGX Quantum, a reference architecture jointly developed by NVIDI...
    0 Comments 0 Shares 148 Views 0 Reviews
  • Intel ยืนยันว่า Core Ultra 300 'Panther Lake' จะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2026 แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยปฏิเสธข่าวลือเรื่องการล่าช้า CEO Lip-Bu Tan ย้ำว่าเทคโนโลยี 18A Node ของ Intel ไม่ได้มีปัญหา และกำลังเดินหน้าตามแผน การผลิตจำนวนมากจะเริ่มก่อนสิ้นปี 2025 และในเดือนตุลาคมจะมี การเปิดตัวจำนวนจำกัดผ่านโปรแกรม EEP ขณะที่ Nova Lake จะเปิดตัวในปี 2026 เป็นรุ่นต่อจาก Panther Lake

    ✅ Panther Lake จะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2026 ไม่ใช่ปลายปี 2025 ตามที่เคยกล่าวไว้
    - ก่อนหน้านี้ Intel เคยยืนยันว่า Panther Lake จะเปิดตัวในครึ่งหลังของปี 2025
    - ข้อมูลใหม่จากงาน Vision 2025 ระบุว่า Panther Lake จะเข้าสู่ตลาดในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026

    ✅ ผู้บริหารยืนยันว่าการพัฒนา 18A Node ไม่ได้มีปัญหา
    - ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า ปัญหาการผลิตบนเทคโนโลยี 18A อาจทำให้ Panther Lake ล่าช้า
    - อย่างไรก็ตาม Lip-Bu Tan CEO ของ Intel ระบุว่า โครงการเดินหน้าไปได้ดี และจะมีการผลิตจำนวนมากก่อนสิ้นปี 2025

    ✅ Intel กำลังทดสอบการผลิตแบบ Early Enablement Program (EEP)
    - Intel วางแผนเปิดตัว Panther Lake ในจำนวนจำกัดผ่านโปรแกรม EEP ในเดือนตุลาคม 2025
    - การผลิตจำนวนมากจะเริ่มในช่วงต้นปี 2026

    ✅ Panther Lake ได้รับการออกแบบให้รวมพลังของ Lunar Lake และ Arrow Lake
    - รองประธานกลุ่ม Client Computing ระบุว่า Panther Lake จะใช้พลังงานต่ำเหมือน Lunar Lake
    - มีประสิทธิภาพการประมวลผลสูงเทียบเท่า Arrow Lake
    - เป็น CPU รุ่นแรกของ Intel ที่ใช้เทคโนโลยี 18A เต็มรูปแบบ

    ✅ Nova Lake จะเปิดตัวในปี 2026 เป็นรุ่นต่อจาก Panther Lake
    - Nova Lake จะมาพร้อม สถาปัตยกรรมใหม่และโครงสร้างชิปแบบแยกส่วน
    - คาดว่าจะเป็นซีพียูสำหรับเดสก์ท็อปที่ใช้ N3 ของ TSMC ร่วมกับการออกแบบของ Intel

    https://www.techpowerup.com/334929/intel-vision-presentation-labels-core-ultra-300-panther-lake-cpu-series-as-2026-products
    Intel ยืนยันว่า Core Ultra 300 'Panther Lake' จะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2026 แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยปฏิเสธข่าวลือเรื่องการล่าช้า CEO Lip-Bu Tan ย้ำว่าเทคโนโลยี 18A Node ของ Intel ไม่ได้มีปัญหา และกำลังเดินหน้าตามแผน การผลิตจำนวนมากจะเริ่มก่อนสิ้นปี 2025 และในเดือนตุลาคมจะมี การเปิดตัวจำนวนจำกัดผ่านโปรแกรม EEP ขณะที่ Nova Lake จะเปิดตัวในปี 2026 เป็นรุ่นต่อจาก Panther Lake ✅ Panther Lake จะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2026 ไม่ใช่ปลายปี 2025 ตามที่เคยกล่าวไว้ - ก่อนหน้านี้ Intel เคยยืนยันว่า Panther Lake จะเปิดตัวในครึ่งหลังของปี 2025 - ข้อมูลใหม่จากงาน Vision 2025 ระบุว่า Panther Lake จะเข้าสู่ตลาดในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 ✅ ผู้บริหารยืนยันว่าการพัฒนา 18A Node ไม่ได้มีปัญหา - ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า ปัญหาการผลิตบนเทคโนโลยี 18A อาจทำให้ Panther Lake ล่าช้า - อย่างไรก็ตาม Lip-Bu Tan CEO ของ Intel ระบุว่า โครงการเดินหน้าไปได้ดี และจะมีการผลิตจำนวนมากก่อนสิ้นปี 2025 ✅ Intel กำลังทดสอบการผลิตแบบ Early Enablement Program (EEP) - Intel วางแผนเปิดตัว Panther Lake ในจำนวนจำกัดผ่านโปรแกรม EEP ในเดือนตุลาคม 2025 - การผลิตจำนวนมากจะเริ่มในช่วงต้นปี 2026 ✅ Panther Lake ได้รับการออกแบบให้รวมพลังของ Lunar Lake และ Arrow Lake - รองประธานกลุ่ม Client Computing ระบุว่า Panther Lake จะใช้พลังงานต่ำเหมือน Lunar Lake - มีประสิทธิภาพการประมวลผลสูงเทียบเท่า Arrow Lake - เป็น CPU รุ่นแรกของ Intel ที่ใช้เทคโนโลยี 18A เต็มรูปแบบ ✅ Nova Lake จะเปิดตัวในปี 2026 เป็นรุ่นต่อจาก Panther Lake - Nova Lake จะมาพร้อม สถาปัตยกรรมใหม่และโครงสร้างชิปแบบแยกส่วน - คาดว่าจะเป็นซีพียูสำหรับเดสก์ท็อปที่ใช้ N3 ของ TSMC ร่วมกับการออกแบบของ Intel https://www.techpowerup.com/334929/intel-vision-presentation-labels-core-ultra-300-panther-lake-cpu-series-as-2026-products
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Intel Vision Presentation Labels Core Ultra 300 "Panther Lake" CPU Series as 2026 Products
    Intel's freshly concluded Vision 2025 "Products Update and GTM" showcase included a segment dedicated to forthcoming Core Ultra 300 "Panther Lake" client processors. Industry watchdogs have grabbed a select few screenshots from Team Blue's broadcast from Las Vegas, Nevada—one backdropped slide confi...
    0 Comments 0 Shares 146 Views 0 Reviews
  • TSMC กำลังเตรียมอุปกรณ์สำหรับ การทดลองผลิตชิป 1.4 nm ที่โรงงาน P2 Baoshan โดยแผนนี้เป็นการต่อยอดจาก 2 nm ที่กำลังเข้าสู่ Mass Production ในปี 2025 มีการคาดการณ์ว่า โรงงาน P3 และ P4 จะเข้าร่วมการผลิตเต็มรูปแบบภายในปี 2027 และ P1 อาจเริ่มการผลิตทดสอบได้ในปี 2027 ขณะที่ Intel และ Samsung กำลังเร่งพัฒนา 14A และ SF2/SF3P เพื่อต่อกรกับ N2 และ 1.4 nm ของ TSMC

    ✅ P2 Baoshan จะเป็นศูนย์กลางการทดลองผลิตก่อนขยายไปยัง P3 และ P4
    - TSMC วางแผนใช้ โรงงาน Fab 20 ใน Baoshan สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี 1.4 nm
    - แหล่งข่าวระบุว่า โรงงาน P3 และ P4 อาจเข้าร่วมการผลิตเต็มรูปแบบภายในปี 2027

    ✅ TSMC เร่งพัฒนา 2 nm พร้อมเตรียมขยายไปสู่ 1.4 nm
    - กระบวนการผลิต 2 nm (N2) กำลังจะเข้าสู่ Mass Production ในครึ่งหลังของปี 2025
    - การทดลองผลิต 1.4 nm จะเป็นการต่อยอดจาก N2 และขยายไปยังโรงงานอื่น ๆ ในอนาคต

    ✅ โรงงาน Fab 25 อาจมีส่วนร่วมในการทดลองผลิต 1.4 nm ด้วย
    - รายงานระบุว่า Fab 25 ใน Central Taiwan Science Park อาจเข้าร่วมโครงการนี้
    - มีการคาดการณ์ว่า 4 โรงงานจะทำงานร่วมกันในการพัฒนาชิป 1.4 nm

    ✅ แหล่งข่าวคาดว่า "P1" จะเริ่มการผลิตทดสอบภายในปี 2027
    - ตามข้อมูลของ TrendForce กระบวนการ Risk Trial Production ของ P1 จะเริ่มในปี 2027
    - อาจมีการผลิตเต็มรูปแบบในปีถัดไป เพื่อเข้าสู่ตลาดในปี 2028

    ✅ การแข่งขันในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เข้มข้นขึ้น
    - Intel และ Samsung กำลังพัฒนา 14A และ SF2/SF3P เพื่อต่อกรกับ N2 และ 1.4 nm ของ TSMC
    - นักวิเคราะห์จาก TechInsights คาดว่า N2 ของ TSMC จะมีความหนาแน่นทรานซิสเตอร์สูงกว่าคู่แข่ง
    - อัตรา High-Density (HD) Cell Density ของ N2 สูงถึง 313 MTr/mm² ขณะที่ Intel 18A มี 238 MTr/mm² และ Samsung SF2/SF3P อยู่ที่ 231 MTr/mm²

    https://www.techpowerup.com/334931/tsmc-reportedly-preparing-new-equipment-for-1-4-nm-trial-run-at-p2-baoshan-plant
    TSMC กำลังเตรียมอุปกรณ์สำหรับ การทดลองผลิตชิป 1.4 nm ที่โรงงาน P2 Baoshan โดยแผนนี้เป็นการต่อยอดจาก 2 nm ที่กำลังเข้าสู่ Mass Production ในปี 2025 มีการคาดการณ์ว่า โรงงาน P3 และ P4 จะเข้าร่วมการผลิตเต็มรูปแบบภายในปี 2027 และ P1 อาจเริ่มการผลิตทดสอบได้ในปี 2027 ขณะที่ Intel และ Samsung กำลังเร่งพัฒนา 14A และ SF2/SF3P เพื่อต่อกรกับ N2 และ 1.4 nm ของ TSMC ✅ P2 Baoshan จะเป็นศูนย์กลางการทดลองผลิตก่อนขยายไปยัง P3 และ P4 - TSMC วางแผนใช้ โรงงาน Fab 20 ใน Baoshan สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี 1.4 nm - แหล่งข่าวระบุว่า โรงงาน P3 และ P4 อาจเข้าร่วมการผลิตเต็มรูปแบบภายในปี 2027 ✅ TSMC เร่งพัฒนา 2 nm พร้อมเตรียมขยายไปสู่ 1.4 nm - กระบวนการผลิต 2 nm (N2) กำลังจะเข้าสู่ Mass Production ในครึ่งหลังของปี 2025 - การทดลองผลิต 1.4 nm จะเป็นการต่อยอดจาก N2 และขยายไปยังโรงงานอื่น ๆ ในอนาคต ✅ โรงงาน Fab 25 อาจมีส่วนร่วมในการทดลองผลิต 1.4 nm ด้วย - รายงานระบุว่า Fab 25 ใน Central Taiwan Science Park อาจเข้าร่วมโครงการนี้ - มีการคาดการณ์ว่า 4 โรงงานจะทำงานร่วมกันในการพัฒนาชิป 1.4 nm ✅ แหล่งข่าวคาดว่า "P1" จะเริ่มการผลิตทดสอบภายในปี 2027 - ตามข้อมูลของ TrendForce กระบวนการ Risk Trial Production ของ P1 จะเริ่มในปี 2027 - อาจมีการผลิตเต็มรูปแบบในปีถัดไป เพื่อเข้าสู่ตลาดในปี 2028 ✅ การแข่งขันในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เข้มข้นขึ้น - Intel และ Samsung กำลังพัฒนา 14A และ SF2/SF3P เพื่อต่อกรกับ N2 และ 1.4 nm ของ TSMC - นักวิเคราะห์จาก TechInsights คาดว่า N2 ของ TSMC จะมีความหนาแน่นทรานซิสเตอร์สูงกว่าคู่แข่ง - อัตรา High-Density (HD) Cell Density ของ N2 สูงถึง 313 MTr/mm² ขณะที่ Intel 18A มี 238 MTr/mm² และ Samsung SF2/SF3P อยู่ที่ 231 MTr/mm² https://www.techpowerup.com/334931/tsmc-reportedly-preparing-new-equipment-for-1-4-nm-trial-run-at-p2-baoshan-plant
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    TSMC Reportedly Preparing New Equipment for 1.4 nm Trial Run at "P2" Baoshan Plant
    Industry insiders posit that TSMC's two flagship fabrication facilities are running ahead of schedule with the development of an advanced 2 nm (N2) process node. A cross-facility mass production phase is tipped to begin later this year, which leaves room for next-level experiments. Taiwan's Economic...
    0 Comments 0 Shares 152 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 7 Views 0 Reviews
  • ChatGPT 4o เปิดให้ใช้ฟรีในการสร้างภาพแล้ว โดยสามารถ เปลี่ยนพื้นหลัง, สร้างภาพจากไอเดียใหม่ และปรับอารมณ์ภาพ อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดสำหรับผู้ใช้ฟรี เช่น สามารถสร้างภาพได้เพียง 3 ครั้งต่อวัน และ ข้อจำกัดในการอัปโหลดรูปภาพเพื่อแก้ไข หากต้องการใช้งานเพิ่มเติม อาจต้องสมัครสมาชิกแบบเสียเงิน

    ✅ การสร้างภาพและแก้ไขพื้นหลัง
    - ChatGPT 4o สามารถ เปลี่ยนพื้นหลังของภาพได้อย่างแม่นยำ โดยตรวจจับวัตถุหลักและสร้างฉากที่เข้ากัน
    - ตัวอย่างเช่น เมื่อนำภาพของ French Bulldog ไปให้ AI และสั่งเปลี่ยนพื้นหลังเป็นชายหาด ChatGPT สามารถสร้างภาพใหม่ได้อย่างสมจริง

    ✅ ใช้ภาพอ้างอิงเพื่อสร้างภาพใหม่
    - ผู้ใช้สามารถให้ ChatGPT ใช้ภาพเดิมเป็นต้นแบบ และสร้างภาพใหม่ตามไอเดียที่ต้องการ
    - ตัวอย่างเช่น เมื่อให้ภาพของสุนัข และสั่งให้มัน แต่งตัวเป็นกบแล้วขี่สเก็ตบอร์ด AI สามารถสร้างภาพตามคำสั่งได้

    ✅ ปรับอารมณ์ของภาพ
    - AI สามารถปรับอารมณ์ของภาพได้ เช่น เปลี่ยนให้ สุนัขที่ดูเศร้าเป็นสุนัขที่ดูมีความสุข โดยใช้เทคนิคการปรับแต่งใบหน้า

    ✅ ข้อจำกัดของผู้ใช้ฟรี
    - OpenAI กำหนดให้ ผู้ใช้ฟรีสามารถสร้างภาพได้เพียง 3 ครั้งต่อวัน
    - นอกจากนี้ มีข้อจำกัดเกี่ยวกับ จำนวนครั้งที่สามารถอัปโหลดภาพเพื่อแก้ไข

    https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/chatgpt-4os-image-generation-is-now-free-for-everyone-3-ways-to-use-the-new-ai-tool-without-following-the-studio-ghibli-herd
    ChatGPT 4o เปิดให้ใช้ฟรีในการสร้างภาพแล้ว โดยสามารถ เปลี่ยนพื้นหลัง, สร้างภาพจากไอเดียใหม่ และปรับอารมณ์ภาพ อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดสำหรับผู้ใช้ฟรี เช่น สามารถสร้างภาพได้เพียง 3 ครั้งต่อวัน และ ข้อจำกัดในการอัปโหลดรูปภาพเพื่อแก้ไข หากต้องการใช้งานเพิ่มเติม อาจต้องสมัครสมาชิกแบบเสียเงิน ✅ การสร้างภาพและแก้ไขพื้นหลัง - ChatGPT 4o สามารถ เปลี่ยนพื้นหลังของภาพได้อย่างแม่นยำ โดยตรวจจับวัตถุหลักและสร้างฉากที่เข้ากัน - ตัวอย่างเช่น เมื่อนำภาพของ French Bulldog ไปให้ AI และสั่งเปลี่ยนพื้นหลังเป็นชายหาด ChatGPT สามารถสร้างภาพใหม่ได้อย่างสมจริง ✅ ใช้ภาพอ้างอิงเพื่อสร้างภาพใหม่ - ผู้ใช้สามารถให้ ChatGPT ใช้ภาพเดิมเป็นต้นแบบ และสร้างภาพใหม่ตามไอเดียที่ต้องการ - ตัวอย่างเช่น เมื่อให้ภาพของสุนัข และสั่งให้มัน แต่งตัวเป็นกบแล้วขี่สเก็ตบอร์ด AI สามารถสร้างภาพตามคำสั่งได้ ✅ ปรับอารมณ์ของภาพ - AI สามารถปรับอารมณ์ของภาพได้ เช่น เปลี่ยนให้ สุนัขที่ดูเศร้าเป็นสุนัขที่ดูมีความสุข โดยใช้เทคนิคการปรับแต่งใบหน้า ✅ ข้อจำกัดของผู้ใช้ฟรี - OpenAI กำหนดให้ ผู้ใช้ฟรีสามารถสร้างภาพได้เพียง 3 ครั้งต่อวัน - นอกจากนี้ มีข้อจำกัดเกี่ยวกับ จำนวนครั้งที่สามารถอัปโหลดภาพเพื่อแก้ไข https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/chatgpt-4os-image-generation-is-now-free-for-everyone-3-ways-to-use-the-new-ai-tool-without-following-the-studio-ghibli-herd
    0 Comments 0 Shares 159 Views 0 Reviews
  • สงขลาก็มี! 2 โครงการใหญ่ “ไชน่า เรลเวย์ 10” รับเหมา เพจดังแฉไม่มีวิศวกรสามัญคุมงาน
    https://www.thai-tai.tv/news/17982/
    สงขลาก็มี! 2 โครงการใหญ่ “ไชน่า เรลเวย์ 10” รับเหมา เพจดังแฉไม่มีวิศวกรสามัญคุมงาน https://www.thai-tai.tv/news/17982/
    0 Comments 0 Shares 26 Views 0 Reviews
  • หน่วยงานความปลอดภัยทางไซเบอร์ของสหรัฐฯ CISA (Cybersecurity and Infrastructure Security Agency) ได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับมัลแวร์ตัวใหม่ RESURGE ซึ่งกำลังโจมตีผลิตภัณฑ์ของ Ivanti หลายตัว โดยมัลแวร์นี้เป็น เวอร์ชันใหม่ของ SPAWNCHIMERA ที่เคยถูกใช้โจมตี Ivanti Connect Secure Appliances

    ✅ RESURGE ทำอะไรได้บ้าง?
    - สามารถ อยู่รอดหลังการรีบูตระบบ
    - สร้าง Web Shell เพื่อควบคุมอุปกรณ์ระยะไกล
    - เปลี่ยนแปลงระบบตรวจสอบความสมบูรณ์ไฟล์
    - ขโมยข้อมูลล็อกอิน สร้างบัญชีใหม่ รีเซ็ตรหัสผ่าน และเพิ่มสิทธิ์ผู้ใช้

    ✅ ช่องโหว่ที่ถูกใช้โจมตี—CVE-2025-0282
    - RESURGE อาศัยช่องโหว่ Stack-Based Buffer Overflow ใน Ivanti Connect Secure, Policy Secure และ Neurons for ZTA Gateways
    - ช่องโหว่นี้ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถ รันโค้ดระยะไกลโดยไม่ต้องล็อกอิน

    ✅ เวอร์ชันของ Ivanti ที่มีความเสี่ยงสูง
    - Connect Secure (ก่อนเวอร์ชัน 22.7R2.5)
    - Policy Secure (ก่อนเวอร์ชัน 22.7R1.2)
    - Neurons for ZTA Gateways (ก่อนเวอร์ชัน 22.7R2.3)

    ✅ CISA แนะนำแนวทางป้องกัน
    - Factory Reset อุปกรณ์ เพื่อกำจัดโค้ดที่แฝงตัว
    - เปลี่ยนรหัสผ่าน ของบัญชีที่มีสิทธิ์เข้าถึงทั้งหมด
    - ตรวจสอบสิทธิ์และการเข้าถึงระบบ เพื่อป้องกันการบุกรุกเพิ่มเติม
    - เฝ้าระวังบัญชีที่มีสิทธิ์ระดับสูง เช่น Admin Accounts

    https://www.techradar.com/pro/security/ivanti-products-targeted-by-dangerous-malware-yet-again
    หน่วยงานความปลอดภัยทางไซเบอร์ของสหรัฐฯ CISA (Cybersecurity and Infrastructure Security Agency) ได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับมัลแวร์ตัวใหม่ RESURGE ซึ่งกำลังโจมตีผลิตภัณฑ์ของ Ivanti หลายตัว โดยมัลแวร์นี้เป็น เวอร์ชันใหม่ของ SPAWNCHIMERA ที่เคยถูกใช้โจมตี Ivanti Connect Secure Appliances ✅ RESURGE ทำอะไรได้บ้าง? - สามารถ อยู่รอดหลังการรีบูตระบบ - สร้าง Web Shell เพื่อควบคุมอุปกรณ์ระยะไกล - เปลี่ยนแปลงระบบตรวจสอบความสมบูรณ์ไฟล์ - ขโมยข้อมูลล็อกอิน สร้างบัญชีใหม่ รีเซ็ตรหัสผ่าน และเพิ่มสิทธิ์ผู้ใช้ ✅ ช่องโหว่ที่ถูกใช้โจมตี—CVE-2025-0282 - RESURGE อาศัยช่องโหว่ Stack-Based Buffer Overflow ใน Ivanti Connect Secure, Policy Secure และ Neurons for ZTA Gateways - ช่องโหว่นี้ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถ รันโค้ดระยะไกลโดยไม่ต้องล็อกอิน ✅ เวอร์ชันของ Ivanti ที่มีความเสี่ยงสูง - Connect Secure (ก่อนเวอร์ชัน 22.7R2.5) - Policy Secure (ก่อนเวอร์ชัน 22.7R1.2) - Neurons for ZTA Gateways (ก่อนเวอร์ชัน 22.7R2.3) ✅ CISA แนะนำแนวทางป้องกัน - Factory Reset อุปกรณ์ เพื่อกำจัดโค้ดที่แฝงตัว - เปลี่ยนรหัสผ่าน ของบัญชีที่มีสิทธิ์เข้าถึงทั้งหมด - ตรวจสอบสิทธิ์และการเข้าถึงระบบ เพื่อป้องกันการบุกรุกเพิ่มเติม - เฝ้าระวังบัญชีที่มีสิทธิ์ระดับสูง เช่น Admin Accounts https://www.techradar.com/pro/security/ivanti-products-targeted-by-dangerous-malware-yet-again
    WWW.TECHRADAR.COM
    Ivanti products targeted by dangerous malware yet again
    RESURGE is targeting Ivanti products, so make sure to stay safe
    0 Comments 0 Shares 99 Views 0 Reviews
  • มีรายงานว่า Florida Department of State ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการเลือกตั้ง การลงทะเบียนบริษัท และบริการสาธารณะอื่น ๆ ถูกแฮก โดยผู้โจมตีอ้างว่า ได้ขโมยข้อมูลกว่า 568,835 รายการ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนตัวของประชาชนจำนวนมาก

    ✅ ข้อมูลที่ถูกขโมยมีอะไรบ้าง?
    - รายงานระบุว่า ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่ไปรษณีย์ และอีเมล ถูกดึงออกจากระบบ
    - อีเมลถือเป็น ข้อมูลที่อ่อนไหว เพราะอาจถูกใช้เพื่อ โจมตีแบบฟิชชิ่ง โดยแฮกเกอร์สามารถปลอมแปลงเป็นหน่วยงานรัฐเพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม

    ✅ ผลกระทบจากการรั่วไหลของที่อยู่ไปรษณีย์
    - นักวิเคราะห์จาก Incogni เตือนว่า ข้อมูลที่อยู่ไปรษณีย์อาจถูกใช้ในการปลอมแปลงตัวตนหรือก่ออาชญากรรมอื่น ๆ
    - เจ้าหน้าที่รัฐอาจตกอยู่ในความเสี่ยงจากการถูกคุกคามหรือการโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล

    ✅ ยังไม่มีการยืนยันจากทางการ
    - ขณะนี้ Florida Department of State ยังไม่ได้ออกมายอมรับหรือปฏิเสธว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
    - เว็บไซต์ที่ติดตามเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลอย่าง Have I Been Pwned? ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับกรณีนี้

    ✅ แนวทางป้องกันสำหรับผู้ที่อาจได้รับผลกระทบ
    - เปลี่ยนรหัสผ่านทันที แม้ว่าไม่มีรายงานว่ารหัสผ่านถูกขโมย
    - หลีกเลี่ยงการใช้รหัสผ่านเดียวกันกับหลายเว็บไซต์
    - ตรวจสอบอีเมลที่ได้รับ หากพบว่ามีอีเมลจากหน่วยงานรัฐที่น่าสงสัย ควรระวังการหลอกลวง
    - ติดตามบัญชีธนาคารและข้อมูลเครดิต เพื่อป้องกันการโจรกรรมทางการเงิน

    https://www.techradar.com/pro/security/florida-department-of-state-data-breach-may-have-exposed-information-of-500-000-people
    มีรายงานว่า Florida Department of State ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการเลือกตั้ง การลงทะเบียนบริษัท และบริการสาธารณะอื่น ๆ ถูกแฮก โดยผู้โจมตีอ้างว่า ได้ขโมยข้อมูลกว่า 568,835 รายการ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนตัวของประชาชนจำนวนมาก ✅ ข้อมูลที่ถูกขโมยมีอะไรบ้าง? - รายงานระบุว่า ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่ไปรษณีย์ และอีเมล ถูกดึงออกจากระบบ - อีเมลถือเป็น ข้อมูลที่อ่อนไหว เพราะอาจถูกใช้เพื่อ โจมตีแบบฟิชชิ่ง โดยแฮกเกอร์สามารถปลอมแปลงเป็นหน่วยงานรัฐเพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม ✅ ผลกระทบจากการรั่วไหลของที่อยู่ไปรษณีย์ - นักวิเคราะห์จาก Incogni เตือนว่า ข้อมูลที่อยู่ไปรษณีย์อาจถูกใช้ในการปลอมแปลงตัวตนหรือก่ออาชญากรรมอื่น ๆ - เจ้าหน้าที่รัฐอาจตกอยู่ในความเสี่ยงจากการถูกคุกคามหรือการโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล ✅ ยังไม่มีการยืนยันจากทางการ - ขณะนี้ Florida Department of State ยังไม่ได้ออกมายอมรับหรือปฏิเสธว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น - เว็บไซต์ที่ติดตามเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลอย่าง Have I Been Pwned? ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับกรณีนี้ ✅ แนวทางป้องกันสำหรับผู้ที่อาจได้รับผลกระทบ - เปลี่ยนรหัสผ่านทันที แม้ว่าไม่มีรายงานว่ารหัสผ่านถูกขโมย - หลีกเลี่ยงการใช้รหัสผ่านเดียวกันกับหลายเว็บไซต์ - ตรวจสอบอีเมลที่ได้รับ หากพบว่ามีอีเมลจากหน่วยงานรัฐที่น่าสงสัย ควรระวังการหลอกลวง - ติดตามบัญชีธนาคารและข้อมูลเครดิต เพื่อป้องกันการโจรกรรมทางการเงิน https://www.techradar.com/pro/security/florida-department-of-state-data-breach-may-have-exposed-information-of-500-000-people
    WWW.TECHRADAR.COM
    Florida Department of State data breach may have exposed information of 500,000 people
    Hacker claims to have stolen hundreds of thousands of email addresses
    0 Comments 0 Shares 120 Views 0 Reviews
  • สนธิเล่าเรื่อง 2-4-68
    คุณสนธิจะออกมาชำแหละหลายๆ ประเด็นเกี่ยวกับ "ตึก สตง. ถล่ม" ไม่ว่าจะเป็นตัว สตง. เองเจ้าของตึก, กรุงเทพมหานคร, รัฐบาลนำโดย "อุ๊งอิ๊งค์ แพทองธาร" และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ที่มีผู้นำองค์กร ชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล
    https://www.youtube.com/watch?v=k3czsjbPnKs

    #สนธิเล่าเรื่อง #SondhiTalk #ตึกสตงถล่ม #แผ่นดินไหว
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 34 Views 0 Reviews
  • APIsec ซึ่งเป็นบริษัทด้าน API Security Testing พบว่าฐานข้อมูลลูกค้าของตนถูกเปิดให้เข้าถึงโดยไม่มีรหัสผ่าน นักวิจัยจาก UpGuard ค้นพบและแจ้งเตือน APIsec ซึ่งได้ล็อกระบบหลังจากปล่อยให้ข้อมูลเปิดเป็นเวลาหลายวัน แม้ว่า APIsec จะพยายามลดความสำคัญของเหตุการณ์นี้ในตอนแรก แต่ต่อมายอมรับว่าข้อมูลลูกค้าถูกเปิดเผย อย่างไรก็ตาม APIsec ยังไม่เปิดเผยจำนวนคนที่ได้รับผลกระทบ หรือสำเนาจดหมายแจ้งเหตุการณ์นี้

    ✅ ข้อมูลที่หลุดออกมา
    - ข้อมูลประกอบด้วย ชื่อผู้ใช้, อีเมล และรายละเอียดเกี่ยวกับระดับความปลอดภัยของ API
    - มีข้อมูลเกี่ยวกับว่า แต่ละบัญชีเปิดใช้การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) หรือไม่ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์สำหรับแฮกเกอร์

    ✅ APIsec เคยพยายามลดความสำคัญของเหตุการณ์นี้
    - ในช่วงแรก APIsec กล่าวว่าฐานข้อมูลที่หลุดออกมาเป็นเพียง "ข้อมูลทดสอบ" และไม่ใช่ข้อมูลลูกค้าจริง
    - อย่างไรก็ตาม หลังจาก UpGuard นำหลักฐานมายืนยัน APIsec ยอมรับว่ามีข้อมูลของลูกค้ารวมอยู่ด้วย

    ✅ ยังไม่มีข้อมูลว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนเท่าใด
    - APIsec แจ้งว่าตนได้ แจ้งเตือนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ แต่ไม่ได้เปิดเผยจำนวนคนที่ได้รับผลกระทบ
    - ไม่ได้เผยแพร่สำเนาของจดหมายแจ้งเหตุการณ์ที่ส่งให้ลูกค้า

    ✅ ปัญหาฐานข้อมูลที่ไม่มีการป้องกัน—ภัยคุกคามสำคัญที่องค์กรควรระวัง
    - บริษัทรวมถึง APIsec ใช้ Cloud Hosting ซึ่งต้องมีการป้องกันเป็นพิเศษ
    - ระบบ Cloud ใช้ Shared Responsibility Model—องค์กรต้องรับผิดชอบส่วนหนึ่งของความปลอดภัยเอง
    - ปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยในหลายบริษัทที่ไม่กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดเพียงพอ


    https://www.techradar.com/pro/security/top-api-testing-firm-apisec-exposed-customer-data-during-security-lapse
    APIsec ซึ่งเป็นบริษัทด้าน API Security Testing พบว่าฐานข้อมูลลูกค้าของตนถูกเปิดให้เข้าถึงโดยไม่มีรหัสผ่าน นักวิจัยจาก UpGuard ค้นพบและแจ้งเตือน APIsec ซึ่งได้ล็อกระบบหลังจากปล่อยให้ข้อมูลเปิดเป็นเวลาหลายวัน แม้ว่า APIsec จะพยายามลดความสำคัญของเหตุการณ์นี้ในตอนแรก แต่ต่อมายอมรับว่าข้อมูลลูกค้าถูกเปิดเผย อย่างไรก็ตาม APIsec ยังไม่เปิดเผยจำนวนคนที่ได้รับผลกระทบ หรือสำเนาจดหมายแจ้งเหตุการณ์นี้ ✅ ข้อมูลที่หลุดออกมา - ข้อมูลประกอบด้วย ชื่อผู้ใช้, อีเมล และรายละเอียดเกี่ยวกับระดับความปลอดภัยของ API - มีข้อมูลเกี่ยวกับว่า แต่ละบัญชีเปิดใช้การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) หรือไม่ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์สำหรับแฮกเกอร์ ✅ APIsec เคยพยายามลดความสำคัญของเหตุการณ์นี้ - ในช่วงแรก APIsec กล่าวว่าฐานข้อมูลที่หลุดออกมาเป็นเพียง "ข้อมูลทดสอบ" และไม่ใช่ข้อมูลลูกค้าจริง - อย่างไรก็ตาม หลังจาก UpGuard นำหลักฐานมายืนยัน APIsec ยอมรับว่ามีข้อมูลของลูกค้ารวมอยู่ด้วย ✅ ยังไม่มีข้อมูลว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนเท่าใด - APIsec แจ้งว่าตนได้ แจ้งเตือนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ แต่ไม่ได้เปิดเผยจำนวนคนที่ได้รับผลกระทบ - ไม่ได้เผยแพร่สำเนาของจดหมายแจ้งเหตุการณ์ที่ส่งให้ลูกค้า ✅ ปัญหาฐานข้อมูลที่ไม่มีการป้องกัน—ภัยคุกคามสำคัญที่องค์กรควรระวัง - บริษัทรวมถึง APIsec ใช้ Cloud Hosting ซึ่งต้องมีการป้องกันเป็นพิเศษ - ระบบ Cloud ใช้ Shared Responsibility Model—องค์กรต้องรับผิดชอบส่วนหนึ่งของความปลอดภัยเอง - ปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยในหลายบริษัทที่ไม่กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดเพียงพอ https://www.techradar.com/pro/security/top-api-testing-firm-apisec-exposed-customer-data-during-security-lapse
    WWW.TECHRADAR.COM
    Top API testing firm APIsec exposed customer data during security lapse
    Unprotected APIsec database found sitting unprotected online
    0 Comments 0 Shares 184 Views 0 Reviews
  • OpenAI เตรียมนำ Deep Reasoning มาให้ผู้ใช้ ChatGPT ฟรี ได้ใช้งานเร็ว ๆ นี้ แต่คำถามคือ ChatGPT Plus ยังคุ้มค่าที่จะสมัครหรือไม่? โดย Graham Barlow นักเขียนจาก TechRadar ชี้ว่า ฟีเจอร์ Deep Reasoning แม้จะเปิดให้ใช้ฟรี แต่ยังมีข้อจำกัดในหลายด้านที่ Plus ให้ประโยชน์มากกว่า

    ✅ Deep Reasoning ทำอะไรได้บ้าง?
    - ช่วยให้ ChatGPT ค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึก คล้ายทีมวิจัย
    - สามารถรวบรวม ข้อมูล ประมวลผล และนำเสนอรายงานฉบับสมบูรณ์
    - ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้ขอรายงานเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเกมในช่วง 3 ปี Deep Reasoning จะค้นคว้าออนไลน์ และสรุปข้อมูลพร้อมตารางและแหล่งที่มา

    ✅ Deep Reasoning เริ่มต้นใน ChatGPT Pro ก่อนย้ายมาสู่ Plus
    - ก่อนหน้านี้ Deep Reasoning อยู่ในแพ็กเกจ ChatGPT Pro ราคา $200 ต่อเดือน
    - ต่อมา OpenAI นำฟีเจอร์นี้มาสู่ ChatGPT Plus ราคา $20 ต่อเดือน
    - ล่าสุดกำลังเตรียมเปิดให้ผู้ใช้ ChatGPT ฟรี ได้ใช้งาน

    ✅ ChatGPT Plus ยังมีข้อได้เปรียบเหนือเวอร์ชันฟรี
    - ข้อจำกัดน้อยลง: แม้ Deep Reasoning จะเปิดให้ใช้ฟรี แต่คาดว่าจะมีการจำกัดการใช้งาน เช่น จำนวนครั้งต่อวัน
    - มีโมเดล AI มากกว่า: Plus ให้เข้าถึง ChatGPT 4o, 4o-mini, 4.5, o1, o3-mini ขณะที่เวอร์ชันฟรีมีแค่ ChatGPT 4- mini
    - การสร้างวิดีโอ Sora: ผู้ใช้ Plus สามารถ ทดลองสร้างวิดีโอ AI ด้วย Sora แต่ต้องสมัคร Pro หากต้องการสร้างวิดีโอแบบไม่มีลายน้ำ
    - Advanced Voice Mode: Plus ให้ใช้ Advanced Voice Mode ได้มากกว่า 15 นาทีต่อเดือน
    - ฟีเจอร์พิเศษ เช่น Projects และ Tasks: ผู้ใช้ Plus สามารถ จัดกลุ่มไฟล์และแชท รวมถึง ตั้งเวลาทำงานล่วงหน้า

    https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/deep-reasoning-is-coming-to-chatgpt-free-but-i-think-its-still-worth-paying-for-chatgpt-plus
    OpenAI เตรียมนำ Deep Reasoning มาให้ผู้ใช้ ChatGPT ฟรี ได้ใช้งานเร็ว ๆ นี้ แต่คำถามคือ ChatGPT Plus ยังคุ้มค่าที่จะสมัครหรือไม่? โดย Graham Barlow นักเขียนจาก TechRadar ชี้ว่า ฟีเจอร์ Deep Reasoning แม้จะเปิดให้ใช้ฟรี แต่ยังมีข้อจำกัดในหลายด้านที่ Plus ให้ประโยชน์มากกว่า ✅ Deep Reasoning ทำอะไรได้บ้าง? - ช่วยให้ ChatGPT ค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึก คล้ายทีมวิจัย - สามารถรวบรวม ข้อมูล ประมวลผล และนำเสนอรายงานฉบับสมบูรณ์ - ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้ขอรายงานเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเกมในช่วง 3 ปี Deep Reasoning จะค้นคว้าออนไลน์ และสรุปข้อมูลพร้อมตารางและแหล่งที่มา ✅ Deep Reasoning เริ่มต้นใน ChatGPT Pro ก่อนย้ายมาสู่ Plus - ก่อนหน้านี้ Deep Reasoning อยู่ในแพ็กเกจ ChatGPT Pro ราคา $200 ต่อเดือน - ต่อมา OpenAI นำฟีเจอร์นี้มาสู่ ChatGPT Plus ราคา $20 ต่อเดือน - ล่าสุดกำลังเตรียมเปิดให้ผู้ใช้ ChatGPT ฟรี ได้ใช้งาน ✅ ChatGPT Plus ยังมีข้อได้เปรียบเหนือเวอร์ชันฟรี - ข้อจำกัดน้อยลง: แม้ Deep Reasoning จะเปิดให้ใช้ฟรี แต่คาดว่าจะมีการจำกัดการใช้งาน เช่น จำนวนครั้งต่อวัน - มีโมเดล AI มากกว่า: Plus ให้เข้าถึง ChatGPT 4o, 4o-mini, 4.5, o1, o3-mini ขณะที่เวอร์ชันฟรีมีแค่ ChatGPT 4- mini - การสร้างวิดีโอ Sora: ผู้ใช้ Plus สามารถ ทดลองสร้างวิดีโอ AI ด้วย Sora แต่ต้องสมัคร Pro หากต้องการสร้างวิดีโอแบบไม่มีลายน้ำ - Advanced Voice Mode: Plus ให้ใช้ Advanced Voice Mode ได้มากกว่า 15 นาทีต่อเดือน - ฟีเจอร์พิเศษ เช่น Projects และ Tasks: ผู้ใช้ Plus สามารถ จัดกลุ่มไฟล์และแชท รวมถึง ตั้งเวลาทำงานล่วงหน้า https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/deep-reasoning-is-coming-to-chatgpt-free-but-i-think-its-still-worth-paying-for-chatgpt-plus
    0 Comments 0 Shares 186 Views 0 Reviews
  • การฝึกกล้ามหลังที่ถูกต้อง
    การฝึกกล้ามหลังที่ถูกต้อง
    0 Comments 0 Shares 52 Views 3 0 Reviews
  • นักวิจัยจาก Sucuri พบว่าผู้โจมตีกำลังใช้ mu-plugins (Must-Use Plugins) ของ WordPress เป็นช่องทางแอบซ่อน โค้ดอันตราย ซึ่งช่วยให้แฮกเกอร์ ฝังมัลแวร์, แสดงโฆษณาสแปม, รีไดเรกต์ผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ปลอม และรันโค้ดระยะไกล โดยที่เจ้าของเว็บไซต์อาจไม่ทันสังเกต

    ✅ mu-plugins ทำงานอย่างไร และทำไมถึงเป็นเป้าหมายของแฮกเกอร์?
    - mu-plugins เป็นปลั๊กอินที่ เปิดใช้งานโดยอัตโนมัติและไม่สามารถปิดได้จากแผงควบคุม WordPress
    - ปลั๊กอินเหล่านี้มักใช้เพื่อเพิ่มฟีเจอร์ที่จำเป็นสำหรับเว็บไซต์ เช่น การปรับแต่งประสิทธิภาพและการจัดการระบบ

    ✅ ตัวอย่างมัลแวร์ที่ถูกค้นพบ
    - redirect.php: รีไดเรกต์ผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ปลอม
    - index.php: เปิดช่องทางให้รันโค้ดระยะไกลและปล่อยมัลแวร์ลงเครื่องเป้าหมาย
    - custom-js-loader.php: ฉีดโค้ด JavaScript สแปมเข้าไปในหน้าเว็บ

    ✅ เว็บไซต์ถูกแฮกได้อย่างไร?
    - ใช้ปลั๊กอินหรือธีมที่มีช่องโหว่
    - แฮกผ่านรหัสผ่านของแอดมินที่ไม่แข็งแกร่งพอ
    - เซิร์ฟเวอร์โฮสติ้งที่มีการรักษาความปลอดภัยต่ำ

    ✅ แนวทางป้องกันสำหรับผู้ดูแลเว็บไซต์
    - สแกนหาไฟล์อันตรายใน mu-plugins directory
    - ตรวจสอบบัญชีแอดมินที่ถูกสร้างขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต
    - อัปเดต WordPress, ปลั๊กอิน และธีมให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
    - เปลี่ยนรหัสผ่านของแอดมินและเปิดใช้งาน 2FA (Two-Factor Authentication)
    - ติดตั้งปลั๊กอินความปลอดภัยเพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของไฟล์

    https://www.techradar.com/pro/security/a-popular-wordpress-plugin-has-been-hijacked-to-show-malicious-code-spam-images
    นักวิจัยจาก Sucuri พบว่าผู้โจมตีกำลังใช้ mu-plugins (Must-Use Plugins) ของ WordPress เป็นช่องทางแอบซ่อน โค้ดอันตราย ซึ่งช่วยให้แฮกเกอร์ ฝังมัลแวร์, แสดงโฆษณาสแปม, รีไดเรกต์ผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ปลอม และรันโค้ดระยะไกล โดยที่เจ้าของเว็บไซต์อาจไม่ทันสังเกต ✅ mu-plugins ทำงานอย่างไร และทำไมถึงเป็นเป้าหมายของแฮกเกอร์? - mu-plugins เป็นปลั๊กอินที่ เปิดใช้งานโดยอัตโนมัติและไม่สามารถปิดได้จากแผงควบคุม WordPress - ปลั๊กอินเหล่านี้มักใช้เพื่อเพิ่มฟีเจอร์ที่จำเป็นสำหรับเว็บไซต์ เช่น การปรับแต่งประสิทธิภาพและการจัดการระบบ ✅ ตัวอย่างมัลแวร์ที่ถูกค้นพบ - redirect.php: รีไดเรกต์ผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ปลอม - index.php: เปิดช่องทางให้รันโค้ดระยะไกลและปล่อยมัลแวร์ลงเครื่องเป้าหมาย - custom-js-loader.php: ฉีดโค้ด JavaScript สแปมเข้าไปในหน้าเว็บ ✅ เว็บไซต์ถูกแฮกได้อย่างไร? - ใช้ปลั๊กอินหรือธีมที่มีช่องโหว่ - แฮกผ่านรหัสผ่านของแอดมินที่ไม่แข็งแกร่งพอ - เซิร์ฟเวอร์โฮสติ้งที่มีการรักษาความปลอดภัยต่ำ ✅ แนวทางป้องกันสำหรับผู้ดูแลเว็บไซต์ - สแกนหาไฟล์อันตรายใน mu-plugins directory - ตรวจสอบบัญชีแอดมินที่ถูกสร้างขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต - อัปเดต WordPress, ปลั๊กอิน และธีมให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด - เปลี่ยนรหัสผ่านของแอดมินและเปิดใช้งาน 2FA (Two-Factor Authentication) - ติดตั้งปลั๊กอินความปลอดภัยเพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของไฟล์ https://www.techradar.com/pro/security/a-popular-wordpress-plugin-has-been-hijacked-to-show-malicious-code-spam-images
    WWW.TECHRADAR.COM
    A key WordPress feature has been hijacked to show malicious code, spam images
    A directory hosting essential plugins is a great place to store malware
    0 Comments 0 Shares 112 Views 0 Reviews
  • Counterpoint Research รายงานว่า ยอดขายมือถือจอพับในปี 2025 อาจลดลง แม้ว่าจะเติบโตอย่างช้า ๆ ในปี 2024 โดยแบรนด์ใหญ่เช่น Samsung, Google, Oppo, Huawei และ Motorola ต่างก็ลงทุนในตลาดนี้อย่างหนัก แต่ยังไม่สามารถขยายฐานผู้ใช้ได้มากพอ นักวิเคราะห์คาดว่า หาก Apple เปิดตัว iPhone Fold ในปี 2026 อาจช่วยพลิกตลาดได้

    ✅ มือถือจอพับยังคงเป็นกลุ่มเล็กในตลาดสมาร์ทโฟน
    - แม้ว่าหลายแบรนด์จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ ยอดขายมือถือจอพับไม่เคยเกิน 2% ของตลาดสมาร์ทโฟนทั้งหมด
    - ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้ไม่สนใจคือ ราคาสูงและขาดจุดขายที่ดึงดูดพอ

    ✅ แบรนด์ต่าง ๆ ยังคงลงทุน แม้ผู้ใช้ยังไม่ตอบรับเต็มที่
    - Honor และ Oppo มีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ช่วยขยายตลาดมือถือจอพับ แต่ ส่วนใหญ่จำกัดอยู่ในจีนและยุโรป
    - นักวิเคราะห์มองว่า ปี 2026 จะเป็นจุดเปลี่ยนของตลาด โดยเฉพาะเมื่อ Apple เข้าสู่ตลาด

    ✅ Apple อาจเปิดตัว iPhone Fold ในปี 2026
    - Apple มัก รอให้ตลาดมีความชัดเจนก่อน แล้วค่อยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบอย่างดี
    - มีข่าวลือว่า iPhone Fold อาจใช้บานพับโลหะเหลวและดีไซน์บางเป็นพิเศษ
    - นักวิเคราะห์คาดว่า Apple อาจเลือกทำมือถือพับแบบฝาพับแทนที่จะเป็นแท็บเล็ตพับ เพื่อให้มีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า

    ✅ ราคายังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดตลาดมือถือจอพับ
    - คาดว่า iPhone Fold อาจมีราคา ประมาณ $2,000 ซึ่งยังคงสูงมาก
    - แม้ว่าราคาอาจลดลงเมื่อเทคโนโลยีมีความแพร่หลายขึ้น แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะลดลงแค่ไหน

    https://www.techradar.com/phones/iphone/foldable-phone-sales-are-tipped-to-fall-this-year-and-apple-is-the-only-brand-that-could-turn-things-around
    Counterpoint Research รายงานว่า ยอดขายมือถือจอพับในปี 2025 อาจลดลง แม้ว่าจะเติบโตอย่างช้า ๆ ในปี 2024 โดยแบรนด์ใหญ่เช่น Samsung, Google, Oppo, Huawei และ Motorola ต่างก็ลงทุนในตลาดนี้อย่างหนัก แต่ยังไม่สามารถขยายฐานผู้ใช้ได้มากพอ นักวิเคราะห์คาดว่า หาก Apple เปิดตัว iPhone Fold ในปี 2026 อาจช่วยพลิกตลาดได้ ✅ มือถือจอพับยังคงเป็นกลุ่มเล็กในตลาดสมาร์ทโฟน - แม้ว่าหลายแบรนด์จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ ยอดขายมือถือจอพับไม่เคยเกิน 2% ของตลาดสมาร์ทโฟนทั้งหมด - ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้ไม่สนใจคือ ราคาสูงและขาดจุดขายที่ดึงดูดพอ ✅ แบรนด์ต่าง ๆ ยังคงลงทุน แม้ผู้ใช้ยังไม่ตอบรับเต็มที่ - Honor และ Oppo มีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ช่วยขยายตลาดมือถือจอพับ แต่ ส่วนใหญ่จำกัดอยู่ในจีนและยุโรป - นักวิเคราะห์มองว่า ปี 2026 จะเป็นจุดเปลี่ยนของตลาด โดยเฉพาะเมื่อ Apple เข้าสู่ตลาด ✅ Apple อาจเปิดตัว iPhone Fold ในปี 2026 - Apple มัก รอให้ตลาดมีความชัดเจนก่อน แล้วค่อยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบอย่างดี - มีข่าวลือว่า iPhone Fold อาจใช้บานพับโลหะเหลวและดีไซน์บางเป็นพิเศษ - นักวิเคราะห์คาดว่า Apple อาจเลือกทำมือถือพับแบบฝาพับแทนที่จะเป็นแท็บเล็ตพับ เพื่อให้มีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า ✅ ราคายังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดตลาดมือถือจอพับ - คาดว่า iPhone Fold อาจมีราคา ประมาณ $2,000 ซึ่งยังคงสูงมาก - แม้ว่าราคาอาจลดลงเมื่อเทคโนโลยีมีความแพร่หลายขึ้น แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะลดลงแค่ไหน https://www.techradar.com/phones/iphone/foldable-phone-sales-are-tipped-to-fall-this-year-and-apple-is-the-only-brand-that-could-turn-things-around
    0 Comments 0 Shares 165 Views 0 Reviews
  • นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโอซากะเสนอแนวคิดใช้เนื้อเยื่อมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์ โดยใช้ คุณสมบัติของกล้ามเนื้อที่ตอบสนองต่อแรงกด เพื่อช่วยประมวลผลข้อมูล แนวคิดนี้อาจนำไปใช้ใน อุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์ โดยที่ร่างกายทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบคำนวณ นักวิจัยพบว่า เทคนิคนี้มีความแม่นยำสูงกว่าวิธีดั้งเดิม แต่ยังต้องมีการศึกษาต่อไป

    ✅ หลักการของ reservoir computing และเนื้อเยื่อมนุษย์
    - ระบบนี้ใช้ เนื้อเยื่ออ่อนที่สามารถตอบสนองต่อแรงกดและความเครียดทางกายภาพ เพื่อทำหน้าที่เป็น "reservoir" ในการประมวลผลข้อมูล
    - นักวิจัยใช้ อัลตราซาวด์เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของข้อมือ และพบว่า รูปแบบการบิดตัวของกล้ามเนื้อสามารถอ่านค่าเป็นข้อมูลได้

    ✅ ศักยภาพของเทคโนโลยีนี้—อาจนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่
    - นักวิจัยเสนอว่า เทคโนโลยีนี้สามารถนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์
    - แทนที่อุปกรณ์จะใช้ ซีพียูภายนอก ระบบอาจสามารถประมวลผลโดยใช้ เนื้อเยื่อของมนุษย์เอง

    ✅ การทดสอบพบว่ามีความแม่นยำสูงกว่าโมเดลที่ไม่ได้พิจารณาคุณสมบัติเนื้อเยื่อ
    - ระบบสามารถ คาดการณ์ผลลัพธ์ในระบบไดนามิกที่ไม่เป็นเชิงเส้นได้แม่นยำกว่าปกติ
    - โมเดลนี้อาจช่วยให้ AI สามารถทำงานร่วมกับร่างกายมนุษย์ได้ดีขึ้น

    ✅ แนวคิดนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม
    - นักวิจัยระบุว่า ยังมีงานวิจัยอีกมากที่ต้องดำเนินการ ก่อนที่จะสามารถนำไปใช้จริงได้
    - อาจต้องศึกษาว่า เนื้อเยื่อของมนุษย์สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดีเพียงใด

    https://www.techradar.com/pro/humans-as-hardware-no-not-the-name-of-a-new-matrix-movie-prequel-but-a-shocking-idea-about-human-tissue
    นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโอซากะเสนอแนวคิดใช้เนื้อเยื่อมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์ โดยใช้ คุณสมบัติของกล้ามเนื้อที่ตอบสนองต่อแรงกด เพื่อช่วยประมวลผลข้อมูล แนวคิดนี้อาจนำไปใช้ใน อุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์ โดยที่ร่างกายทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบคำนวณ นักวิจัยพบว่า เทคนิคนี้มีความแม่นยำสูงกว่าวิธีดั้งเดิม แต่ยังต้องมีการศึกษาต่อไป ✅ หลักการของ reservoir computing และเนื้อเยื่อมนุษย์ - ระบบนี้ใช้ เนื้อเยื่ออ่อนที่สามารถตอบสนองต่อแรงกดและความเครียดทางกายภาพ เพื่อทำหน้าที่เป็น "reservoir" ในการประมวลผลข้อมูล - นักวิจัยใช้ อัลตราซาวด์เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของข้อมือ และพบว่า รูปแบบการบิดตัวของกล้ามเนื้อสามารถอ่านค่าเป็นข้อมูลได้ ✅ ศักยภาพของเทคโนโลยีนี้—อาจนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่ - นักวิจัยเสนอว่า เทคโนโลยีนี้สามารถนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์ - แทนที่อุปกรณ์จะใช้ ซีพียูภายนอก ระบบอาจสามารถประมวลผลโดยใช้ เนื้อเยื่อของมนุษย์เอง ✅ การทดสอบพบว่ามีความแม่นยำสูงกว่าโมเดลที่ไม่ได้พิจารณาคุณสมบัติเนื้อเยื่อ - ระบบสามารถ คาดการณ์ผลลัพธ์ในระบบไดนามิกที่ไม่เป็นเชิงเส้นได้แม่นยำกว่าปกติ - โมเดลนี้อาจช่วยให้ AI สามารถทำงานร่วมกับร่างกายมนุษย์ได้ดีขึ้น ✅ แนวคิดนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม - นักวิจัยระบุว่า ยังมีงานวิจัยอีกมากที่ต้องดำเนินการ ก่อนที่จะสามารถนำไปใช้จริงได้ - อาจต้องศึกษาว่า เนื้อเยื่อของมนุษย์สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดีเพียงใด https://www.techradar.com/pro/humans-as-hardware-no-not-the-name-of-a-new-matrix-movie-prequel-but-a-shocking-idea-about-human-tissue
    0 Comments 0 Shares 155 Views 0 Reviews
  • GL.iNet ได้เปิดตัว Slate 7 (GL-BE3600) ซึ่งเป็นเราเตอร์ Wi-Fi 7 แบบพกพาตัวแรกของโลก โดยออกแบบมาเพื่อรองรับ 4K และ 8K streaming, การประชุมวิดีโอ และการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ต้องใช้แบนด์วิดท์สูง Slate 7 มีคุณสมบัติเด่นหลายอย่าง รวมถึง ซีพียู Qualcomm 1.1GHz quad-core, แรม 1GB DDR4 และหน่วยความจำแฟลช 512MB

    ✅ ความเร็ว Wi-Fi 7 ระดับสูงสุด—เหมาะสำหรับการเชื่อมต่อที่ต้องการความเร็วและเสถียรภาพ
    - ความเร็ว 688 Mbps บนคลื่น 2.4GHz และ 2882 Mbps บนคลื่น 5GHz
    - เสาอากาศภายนอกพับเก็บได้ ช่วยขยายสัญญาณให้ครอบคลุมมากขึ้น

    ✅ รองรับการเชื่อมต่อแบบสายที่มีประสิทธิภาพสูง
    - มี พอร์ต WAN 2.5Gbps และ LAN 1Gbps เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและเสถียร
    - รองรับ USB 3.0 สำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลหรือโมเด็ม

    ✅ ระบบ VPN ที่แข็งแกร่ง—ความปลอดภัยระดับสูงสำหรับการเชื่อมต่อออนไลน์
    - รองรับ OpenVPN ความเร็วสูงสุด 100 Mbps และ WireGuard ที่ความเร็วสูงสุด 540 Mbps
    - สามารถเชื่อมต่อกับ บริการ VPN กว่า 30 แห่ง เพื่อปกป้องข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

    ✅ พลังงานยืดหยุ่น—ใช้งานได้หลากหลาย
    - ใช้ พอร์ต USB-C และรองรับ แรงดันไฟฟ้าหลายระดับ (5V/3A, 9V/3A, 12V/2.5A)
    - สามารถใช้พลังงานจาก แล็ปท็อป, พาวเวอร์แบงก์ หรือสมาร์ทโฟน

    ✅ ฟีเจอร์เพิ่มเติมสำหรับการจัดการเครือข่ายขั้นสูง
    - ระบบ OpenWrt 23.05 พร้อม Kernel 5.4.213 ให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งปลั๊กอินเพิ่มเติม เช่น การตรวจสอบการใช้แบนด์วิดท์ และกำหนดค่าฟีเจอร์ไฟร์วอลล์
    - ใช้ WPA3 encryption เพื่อป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์

    ✅ ราคาเป็นมิตรกับงบประมาณ—เข้าถึงได้ง่าย
    - ราคา $120 สำหรับการสั่งจองล่วงหน้า และ ราคาเต็มอยู่ที่ $149.90
    - การส่งมอบสินค้าเริ่มต้นใน เดือนพฤษภาคม 2025

    https://www.techradar.com/pro/heres-the-worlds-first-mobile-wi-fi-7-router-and-i-cant-believe-how-ridiculously-cheap-it-is
    GL.iNet ได้เปิดตัว Slate 7 (GL-BE3600) ซึ่งเป็นเราเตอร์ Wi-Fi 7 แบบพกพาตัวแรกของโลก โดยออกแบบมาเพื่อรองรับ 4K และ 8K streaming, การประชุมวิดีโอ และการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ต้องใช้แบนด์วิดท์สูง Slate 7 มีคุณสมบัติเด่นหลายอย่าง รวมถึง ซีพียู Qualcomm 1.1GHz quad-core, แรม 1GB DDR4 และหน่วยความจำแฟลช 512MB ✅ ความเร็ว Wi-Fi 7 ระดับสูงสุด—เหมาะสำหรับการเชื่อมต่อที่ต้องการความเร็วและเสถียรภาพ - ความเร็ว 688 Mbps บนคลื่น 2.4GHz และ 2882 Mbps บนคลื่น 5GHz - เสาอากาศภายนอกพับเก็บได้ ช่วยขยายสัญญาณให้ครอบคลุมมากขึ้น ✅ รองรับการเชื่อมต่อแบบสายที่มีประสิทธิภาพสูง - มี พอร์ต WAN 2.5Gbps และ LAN 1Gbps เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและเสถียร - รองรับ USB 3.0 สำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลหรือโมเด็ม ✅ ระบบ VPN ที่แข็งแกร่ง—ความปลอดภัยระดับสูงสำหรับการเชื่อมต่อออนไลน์ - รองรับ OpenVPN ความเร็วสูงสุด 100 Mbps และ WireGuard ที่ความเร็วสูงสุด 540 Mbps - สามารถเชื่อมต่อกับ บริการ VPN กว่า 30 แห่ง เพื่อปกป้องข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ✅ พลังงานยืดหยุ่น—ใช้งานได้หลากหลาย - ใช้ พอร์ต USB-C และรองรับ แรงดันไฟฟ้าหลายระดับ (5V/3A, 9V/3A, 12V/2.5A) - สามารถใช้พลังงานจาก แล็ปท็อป, พาวเวอร์แบงก์ หรือสมาร์ทโฟน ✅ ฟีเจอร์เพิ่มเติมสำหรับการจัดการเครือข่ายขั้นสูง - ระบบ OpenWrt 23.05 พร้อม Kernel 5.4.213 ให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งปลั๊กอินเพิ่มเติม เช่น การตรวจสอบการใช้แบนด์วิดท์ และกำหนดค่าฟีเจอร์ไฟร์วอลล์ - ใช้ WPA3 encryption เพื่อป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ ✅ ราคาเป็นมิตรกับงบประมาณ—เข้าถึงได้ง่าย - ราคา $120 สำหรับการสั่งจองล่วงหน้า และ ราคาเต็มอยู่ที่ $149.90 - การส่งมอบสินค้าเริ่มต้นใน เดือนพฤษภาคม 2025 https://www.techradar.com/pro/heres-the-worlds-first-mobile-wi-fi-7-router-and-i-cant-believe-how-ridiculously-cheap-it-is
    0 Comments 0 Shares 190 Views 0 Reviews
  • หลังจากการโจมตีทางไซเบอร์โดยกลุ่ม Salt Typhoon หลายฝ่ายเรียกร้องให้สหรัฐฯ ตอบโต้จีน อย่างไรก็ตาม Marcus Hutchins เตือนว่าการตอบโต้ไซเบอร์อาจทำให้สหรัฐฯ เสี่ยงต่อการโจมตีครั้งใหญ่จากจีน เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ล้าสมัยและไม่ได้รับการปกป้องที่เพียงพอ Hutchins เสนอให้สหรัฐฯ ลงทุนในระบบป้องกันไซเบอร์ก่อนดำเนินยุทธวิธีตอบโต้

    ✅ Salt Typhoon เจาะระบบผ่านช่องโหว่ของกฎหมาย CALEA
    - กฎหมาย Communications Assistance for Law Enforcement Act (CALEA) ที่ออกในปี 1994 กำหนดให้มี ช่องทางเข้าถึงข้อมูลสื่อสารของผู้ต้องสงสัย
    - อย่างไรก็ตาม ระบบที่ออกแบบเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามอาชญากร กลับกลายเป็นช่องโหว่ที่แฮกเกอร์สามารถใช้โจมตี

    ✅ สหรัฐฯ มีขีดความสามารถในการโจมตีไซเบอร์ แต่ไม่พร้อมรับมือการตอบโต้จากจีน
    - Hutchins เตือนว่า โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสหรัฐฯ ล้าสมัย และไม่ได้รับการปกป้องที่เพียงพอ
    - ะบบบางส่วน ไม่ได้รับการอัปเดตมานานกว่า 10 ปี ทำให้จีนสามารถใช้การโจมตีขนาดใหญ่เพื่อตอบโต้ได้ทันที

    ✅ จีนใช้เวลากว่าทศวรรษในการศึกษาระบบของสหรัฐฯ
    - นักวิเคราะห์เชื่อว่ากลุ่ม Typhoon ใช้การโจมตีขนาดเล็กเพื่อทดสอบความสามารถในการตอบโต้ของสหรัฐฯ
    - หากเกิดความขัดแย้งระดับสูง จีนสามารถใช้ข้อมูลที่เก็บสะสมไว้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ได้อย่างแม่นยำ

    ✅ ภาคเอกชนของสหรัฐฯ ไม่มีมาตรการป้องกันที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
    - ในสหรัฐฯ แต่ละองค์กรต้องรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ของตนเอง
    - Hutchins วิจารณ์ว่า ภาคเอกชนมักมองว่าการเพิกเฉยต่อการโจมตีไซเบอร์มีต้นทุนต่ำกว่าการป้องกัน

    ✅ ข้อเสนอให้สหรัฐฯ ปรับปรุงมาตรการป้องกันก่อนดำเนินยุทธวิธีตอบโต้
    - Hutchins ย้ำว่า สหรัฐฯ ควรสร้างระบบป้องกันที่แข็งแกร่งก่อนเข้าสู่สงครามไซเบอร์
    - นักวิเคราะห์หลายคนเห็นด้วยว่า การโจมตีจีนโดยไม่มีการป้องกันที่ดี อาจกลายเป็นหายนะสำหรับสหรัฐฯ เอง

    https://www.techradar.com/pro/security/american-cyber-brass-calls-for-retaliatory-strikes-against-china-but-is-the-us-really-ready
    หลังจากการโจมตีทางไซเบอร์โดยกลุ่ม Salt Typhoon หลายฝ่ายเรียกร้องให้สหรัฐฯ ตอบโต้จีน อย่างไรก็ตาม Marcus Hutchins เตือนว่าการตอบโต้ไซเบอร์อาจทำให้สหรัฐฯ เสี่ยงต่อการโจมตีครั้งใหญ่จากจีน เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ล้าสมัยและไม่ได้รับการปกป้องที่เพียงพอ Hutchins เสนอให้สหรัฐฯ ลงทุนในระบบป้องกันไซเบอร์ก่อนดำเนินยุทธวิธีตอบโต้ ✅ Salt Typhoon เจาะระบบผ่านช่องโหว่ของกฎหมาย CALEA - กฎหมาย Communications Assistance for Law Enforcement Act (CALEA) ที่ออกในปี 1994 กำหนดให้มี ช่องทางเข้าถึงข้อมูลสื่อสารของผู้ต้องสงสัย - อย่างไรก็ตาม ระบบที่ออกแบบเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามอาชญากร กลับกลายเป็นช่องโหว่ที่แฮกเกอร์สามารถใช้โจมตี ✅ สหรัฐฯ มีขีดความสามารถในการโจมตีไซเบอร์ แต่ไม่พร้อมรับมือการตอบโต้จากจีน - Hutchins เตือนว่า โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสหรัฐฯ ล้าสมัย และไม่ได้รับการปกป้องที่เพียงพอ - ะบบบางส่วน ไม่ได้รับการอัปเดตมานานกว่า 10 ปี ทำให้จีนสามารถใช้การโจมตีขนาดใหญ่เพื่อตอบโต้ได้ทันที ✅ จีนใช้เวลากว่าทศวรรษในการศึกษาระบบของสหรัฐฯ - นักวิเคราะห์เชื่อว่ากลุ่ม Typhoon ใช้การโจมตีขนาดเล็กเพื่อทดสอบความสามารถในการตอบโต้ของสหรัฐฯ - หากเกิดความขัดแย้งระดับสูง จีนสามารถใช้ข้อมูลที่เก็บสะสมไว้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ได้อย่างแม่นยำ ✅ ภาคเอกชนของสหรัฐฯ ไม่มีมาตรการป้องกันที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน - ในสหรัฐฯ แต่ละองค์กรต้องรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ของตนเอง - Hutchins วิจารณ์ว่า ภาคเอกชนมักมองว่าการเพิกเฉยต่อการโจมตีไซเบอร์มีต้นทุนต่ำกว่าการป้องกัน ✅ ข้อเสนอให้สหรัฐฯ ปรับปรุงมาตรการป้องกันก่อนดำเนินยุทธวิธีตอบโต้ - Hutchins ย้ำว่า สหรัฐฯ ควรสร้างระบบป้องกันที่แข็งแกร่งก่อนเข้าสู่สงครามไซเบอร์ - นักวิเคราะห์หลายคนเห็นด้วยว่า การโจมตีจีนโดยไม่มีการป้องกันที่ดี อาจกลายเป็นหายนะสำหรับสหรัฐฯ เอง https://www.techradar.com/pro/security/american-cyber-brass-calls-for-retaliatory-strikes-against-china-but-is-the-us-really-ready
    0 Comments 0 Shares 96 Views 0 Reviews
  • Check Point Security ยืนยันว่าเหตุการณ์แฮกเกิดขึ้น แต่เป็นเหตุการณ์เก่าที่ได้รับการแก้ไขแล้ว แฮกเกอร์ CoreInjection อ้างว่ามีข้อมูลบัญชีผู้ใช้และเครือข่ายภายใน แต่ Check Point ปฏิเสธว่าข้อมูลที่ถูกแฮกไม่มีผลต่อระบบของลูกค้า อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางรายไม่มั่นใจว่าคำอธิบายของ Check Point น่าเชื่อถือหรือไม่

    ✅ ข้อมูลที่แฮกเกอร์อ้างว่าได้ขโมยไป
    - แฮกเกอร์ CoreInjection อ้างว่าได้ข้อมูลที่มี บัญชีผู้ใช้, สัญญาพนักงาน และแผนที่เครือข่ายภายใน
    - ข้อมูลถูกโพสต์บน ฟอรั่มอาชญากรรมไซเบอร์ และเสนอขาย

    ✅ Check Point ยืนยันว่าเป็นเหตุการณ์เก่า และได้รับการแก้ไขแล้ว
    - บริษัทระบุว่านี่เป็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนานแล้ว และส่งผลกระทบกับองค์กรเพียงไม่กี่แห่ง
    - ไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบของลูกค้า หรือโครงสร้างด้านความปลอดภัย

    ✅ ผู้เชี่ยวชาญบางรายไม่มั่นใจในคำชี้แจงของ Check Point
    - Alon Gal CTO ของ Hudson Rock เชื่อว่าการแฮกครั้งนี้ มีโอกาสสูงที่จะจริง และผู้โจมตี อาจเข้าถึงบัญชีแอดมินที่มีสิทธิ์สูง
    - Check Point ปฏิเสธว่า ไม่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่อบริษัทหรือพนักงาน

    ✅ เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Check Point ในอดีต
    - ในปี 2024 มีรายงานว่าแฮกเกอร์พยายามใช้ช่องโหว่ใน Check Point VPN software เพื่อเข้าถึงระบบขององค์กร
    - การโจมตีเหล่านั้นถูกระงับได้ง่าย และมีการออกมาตรการแก้ไขอย่างรวดเร็ว

    https://www.techradar.com/pro/security/security-firm-check-point-confirms-data-breach-but-says-users-have-nothing-to-worry-about
    Check Point Security ยืนยันว่าเหตุการณ์แฮกเกิดขึ้น แต่เป็นเหตุการณ์เก่าที่ได้รับการแก้ไขแล้ว แฮกเกอร์ CoreInjection อ้างว่ามีข้อมูลบัญชีผู้ใช้และเครือข่ายภายใน แต่ Check Point ปฏิเสธว่าข้อมูลที่ถูกแฮกไม่มีผลต่อระบบของลูกค้า อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางรายไม่มั่นใจว่าคำอธิบายของ Check Point น่าเชื่อถือหรือไม่ ✅ ข้อมูลที่แฮกเกอร์อ้างว่าได้ขโมยไป - แฮกเกอร์ CoreInjection อ้างว่าได้ข้อมูลที่มี บัญชีผู้ใช้, สัญญาพนักงาน และแผนที่เครือข่ายภายใน - ข้อมูลถูกโพสต์บน ฟอรั่มอาชญากรรมไซเบอร์ และเสนอขาย ✅ Check Point ยืนยันว่าเป็นเหตุการณ์เก่า และได้รับการแก้ไขแล้ว - บริษัทระบุว่านี่เป็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนานแล้ว และส่งผลกระทบกับองค์กรเพียงไม่กี่แห่ง - ไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบของลูกค้า หรือโครงสร้างด้านความปลอดภัย ✅ ผู้เชี่ยวชาญบางรายไม่มั่นใจในคำชี้แจงของ Check Point - Alon Gal CTO ของ Hudson Rock เชื่อว่าการแฮกครั้งนี้ มีโอกาสสูงที่จะจริง และผู้โจมตี อาจเข้าถึงบัญชีแอดมินที่มีสิทธิ์สูง - Check Point ปฏิเสธว่า ไม่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่อบริษัทหรือพนักงาน ✅ เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Check Point ในอดีต - ในปี 2024 มีรายงานว่าแฮกเกอร์พยายามใช้ช่องโหว่ใน Check Point VPN software เพื่อเข้าถึงระบบขององค์กร - การโจมตีเหล่านั้นถูกระงับได้ง่าย และมีการออกมาตรการแก้ไขอย่างรวดเร็ว https://www.techradar.com/pro/security/security-firm-check-point-confirms-data-breach-but-says-users-have-nothing-to-worry-about
    0 Comments 0 Shares 152 Views 0 Reviews
  • SpaceX และ Apple อาจมีข้อพิพาทเกี่ยวกับคลื่นความถี่ดาวเทียม โดย SpaceX พยายาม กดดันหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ไม่ให้อนุญาตให้ Globalstar (ที่ได้รับเงินสนับสนุนจาก Apple) ขยายการใช้คลื่นความถี่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ บริการฉุกเฉินผ่านดาวเทียมของ iPhone หาก SpaceX ควบคุมตลาดมากเกินไป อาจทำให้บริการดาวเทียม มีราคาแพงขึ้น และเกิดจุดอับสัญญาณ ได้

    ✅ SpaceX เคยเจรจาร่วมมือกับ Apple แต่ล้มเหลว
    - ก่อนหน้านี้ SpaceX และ Apple เคยพูดคุยกันเกี่ยวกับการทำงานร่วมกัน เพื่อสนับสนุนบริการสื่อสารผ่านดาวเทียมของ iPhone
    - อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลง ส่งผลให้ Apple หันไปใช้เครือข่ายดาวเทียมอื่นแทน SpaceX

    ✅ SpaceX ต้องการควบคุมคลื่นความถี่ให้มากที่สุด
    - ดาวเทียมทุกดวงใช้ คลื่นวิทยุส่งสัญญาณมายังโลก ซึ่งต้องมีการจัดสรรเพื่อให้สัญญาณไม่รบกวนกัน
    - หาก SpaceX ได้รับสิทธิ์ควบคุมคลื่นความถี่จำนวนมาก บริษัทอื่นจะ ไม่สามารถให้บริการที่มีคุณภาพ หรืออาจเกิด จุดอับสัญญาณ ในพื้นที่บางแห่ง

    ✅ การแข่งขันอุตสาหกรรมดาวเทียมอาจส่งผลต่อราคาบริการ
    - หาก SpaceX ครอบครองความถี่จำนวนมาก อาจทำให้เกิดสถานการณ์ กึ่งผูกขาด ซึ่งทำให้บริษัทสามารถ ตั้งราคาสูงขึ้นได้

    ✅ บริการ SOS ผ่านดาวเทียมของ iPhone อาจได้รับผลกระทบ
    - Apple ใช้ Globalstar สำหรับ บริการฉุกเฉินผ่านดาวเทียมบน iPhone ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือแม้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์
    - หาก SpaceX จำกัดการเข้าถึงคลื่นความถี่ Globalstar อาจ ไม่สามารถให้บริการที่มีคุณภาพ ได้

    https://www.techradar.com/phones/iphone/spacex-and-apple-reported-spat-could-spell-bad-news-for-starlink-and-your-iphones-satellite-communication-features
    SpaceX และ Apple อาจมีข้อพิพาทเกี่ยวกับคลื่นความถี่ดาวเทียม โดย SpaceX พยายาม กดดันหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ไม่ให้อนุญาตให้ Globalstar (ที่ได้รับเงินสนับสนุนจาก Apple) ขยายการใช้คลื่นความถี่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ บริการฉุกเฉินผ่านดาวเทียมของ iPhone หาก SpaceX ควบคุมตลาดมากเกินไป อาจทำให้บริการดาวเทียม มีราคาแพงขึ้น และเกิดจุดอับสัญญาณ ได้ ✅ SpaceX เคยเจรจาร่วมมือกับ Apple แต่ล้มเหลว - ก่อนหน้านี้ SpaceX และ Apple เคยพูดคุยกันเกี่ยวกับการทำงานร่วมกัน เพื่อสนับสนุนบริการสื่อสารผ่านดาวเทียมของ iPhone - อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลง ส่งผลให้ Apple หันไปใช้เครือข่ายดาวเทียมอื่นแทน SpaceX ✅ SpaceX ต้องการควบคุมคลื่นความถี่ให้มากที่สุด - ดาวเทียมทุกดวงใช้ คลื่นวิทยุส่งสัญญาณมายังโลก ซึ่งต้องมีการจัดสรรเพื่อให้สัญญาณไม่รบกวนกัน - หาก SpaceX ได้รับสิทธิ์ควบคุมคลื่นความถี่จำนวนมาก บริษัทอื่นจะ ไม่สามารถให้บริการที่มีคุณภาพ หรืออาจเกิด จุดอับสัญญาณ ในพื้นที่บางแห่ง ✅ การแข่งขันอุตสาหกรรมดาวเทียมอาจส่งผลต่อราคาบริการ - หาก SpaceX ครอบครองความถี่จำนวนมาก อาจทำให้เกิดสถานการณ์ กึ่งผูกขาด ซึ่งทำให้บริษัทสามารถ ตั้งราคาสูงขึ้นได้ ✅ บริการ SOS ผ่านดาวเทียมของ iPhone อาจได้รับผลกระทบ - Apple ใช้ Globalstar สำหรับ บริการฉุกเฉินผ่านดาวเทียมบน iPhone ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือแม้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ - หาก SpaceX จำกัดการเข้าถึงคลื่นความถี่ Globalstar อาจ ไม่สามารถให้บริการที่มีคุณภาพ ได้ https://www.techradar.com/phones/iphone/spacex-and-apple-reported-spat-could-spell-bad-news-for-starlink-and-your-iphones-satellite-communication-features
    0 Comments 0 Shares 137 Views 0 Reviews
  • วิจารณ์ใคร? เศรษฐา ฉะเดือด! ระบบอภิสิทธิ์ชน ซัด 'แก่-หัวล้าน-พุงพลุ้ย' ใช้สิทธิ์อะไรเตะบอลในสนามศุภชลาศัย
    https://www.thai-tai.tv/news/17983/
    วิจารณ์ใคร? เศรษฐา ฉะเดือด! ระบบอภิสิทธิ์ชน ซัด 'แก่-หัวล้าน-พุงพลุ้ย' ใช้สิทธิ์อะไรเตะบอลในสนามศุภชลาศัย https://www.thai-tai.tv/news/17983/
    0 Comments 0 Shares 38 Views 0 Reviews