• Strolling through a field of vibrant purple Persian violets in rainy day
    #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    Strolling through a field of vibrant purple Persian violets in rainy day #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 21 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft เปิดตัว exFAT บน Linux มาตั้งแต่ปี 2019 และล่าสุด Sony ช่วยปรับปรุงให้ระบบนี้ทำงานเร็วขึ้นอย่างมาก โดยไฟล์ขนาด 80GB ที่เคยใช้เวลา 4 นาทีในการลบ ตอนนี้ใช้เวลาเพียง 2 วินาที! นอกจากนี้ยังแก้ไขข้อผิดพลาดที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ และปรับปรุงการทำงานของระบบไฟล์บน Linux Kernel เวอร์ชันล่าสุด

    ลดเวลาลบไฟล์ขนาดใหญ่จาก 4 นาทีเหลือเพียง 2 วินาที
    - การลบไฟล์ขนาด 80GB ก่อนหน้านี้ใช้เวลา 287 วินาที แต่หลังการปรับปรุงจะใช้เวลาไม่ถึง 2 วินาที
    - วิธีที่ใช้คือการปรับปรุง discard mount option ให้ลบคลัสเตอร์แบบต่อเนื่องแทนที่จะลบทีละคลัสเตอร์

    แก้ไขข้อผิดพลาดที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบ
    - แก้ปัญหาการค้างใน exfat_find_last_cluster ที่ทำให้เกิด Endless Loop
    - ลดโค้ดที่ไม่จำเป็น เช่น EXFAT_CLUSTERS_UNTRACKED
    - เพิ่มการตรวจสอบระบบปิดเครื่อง เพื่อป้องกันการเสียหายของข้อมูล

    การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ exFAT บน Linux Kernel
    - ปรับปรุง exfat_get_block() ให้มีการจัดการกรณีขอบเขต (corner cases) ได้ดีขึ้น
    - แก้ไข Stack Corruption และข้อผิดพลาดที่ทำให้ระบบคืนค่าผิด

    อนาคตของ exFAT บน Linux
    - exFAT จะมีการปรับปรุงเพิ่มเติมในการอัปเดต Linux Kernel เวอร์ชัน 6.15
    - คาดว่าการพัฒนานี้จะช่วยให้ Linux มีประสิทธิภาพสูงขึ้นสำหรับการจัดการไฟล์ขนาดใหญ่

    https://www.neowin.net/news/microsofts-exfat-is-getting-absolutely-huge-performance-boost-on-linux-again-thanks-to-sony/
    Microsoft เปิดตัว exFAT บน Linux มาตั้งแต่ปี 2019 และล่าสุด Sony ช่วยปรับปรุงให้ระบบนี้ทำงานเร็วขึ้นอย่างมาก โดยไฟล์ขนาด 80GB ที่เคยใช้เวลา 4 นาทีในการลบ ตอนนี้ใช้เวลาเพียง 2 วินาที! นอกจากนี้ยังแก้ไขข้อผิดพลาดที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ และปรับปรุงการทำงานของระบบไฟล์บน Linux Kernel เวอร์ชันล่าสุด ลดเวลาลบไฟล์ขนาดใหญ่จาก 4 นาทีเหลือเพียง 2 วินาที - การลบไฟล์ขนาด 80GB ก่อนหน้านี้ใช้เวลา 287 วินาที แต่หลังการปรับปรุงจะใช้เวลาไม่ถึง 2 วินาที - วิธีที่ใช้คือการปรับปรุง discard mount option ให้ลบคลัสเตอร์แบบต่อเนื่องแทนที่จะลบทีละคลัสเตอร์ แก้ไขข้อผิดพลาดที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบ - แก้ปัญหาการค้างใน exfat_find_last_cluster ที่ทำให้เกิด Endless Loop - ลดโค้ดที่ไม่จำเป็น เช่น EXFAT_CLUSTERS_UNTRACKED - เพิ่มการตรวจสอบระบบปิดเครื่อง เพื่อป้องกันการเสียหายของข้อมูล การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ exFAT บน Linux Kernel - ปรับปรุง exfat_get_block() ให้มีการจัดการกรณีขอบเขต (corner cases) ได้ดีขึ้น - แก้ไข Stack Corruption และข้อผิดพลาดที่ทำให้ระบบคืนค่าผิด อนาคตของ exFAT บน Linux - exFAT จะมีการปรับปรุงเพิ่มเติมในการอัปเดต Linux Kernel เวอร์ชัน 6.15 - คาดว่าการพัฒนานี้จะช่วยให้ Linux มีประสิทธิภาพสูงขึ้นสำหรับการจัดการไฟล์ขนาดใหญ่ https://www.neowin.net/news/microsofts-exfat-is-getting-absolutely-huge-performance-boost-on-linux-again-thanks-to-sony/
    WWW.NEOWIN.NET
    Microsoft's exFAT is getting absolutely huge performance boost on Linux again thanks to Sony
    Microsoft's exFAT file system is again getting a huge performance boost on Linux. And once more, Sony is at the forefront.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 52 มุมมอง 0 รีวิว
  • Garmin ประกาศว่า สมาร์ทวอทช์ fēnix® ของบริษัทกำลังถูกใช้ในภารกิจ Fram2 ซึ่งเป็นการบินสู่อวกาศโดยลูกเรือพลเรือนเต็มรูปแบบที่นำโดย SpaceX ภารกิจนี้เป็นครั้งแรกที่สำรวจขั้วโลกของโลกจากวงโคจร และเน้นศึกษาผลกระทบของอวกาศต่อร่างกายและจิตใจของมนุษย์

    การติดตามข้อมูลด้านสุขภาพในสภาวะอวกาศ
    - สมาร์ทวอทช์ fēnix® กำลังติดตามค่าต่าง ๆ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ, ระดับออกซิเจนในเลือด (Pulse Ox) และ ระดับพลังงานร่างกาย (Body Battery™)
    - ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจว่าร่างกายมนุษย์ปรับตัวอย่างไรเมื่ออยู่ในอวกาศ

    ความท้าทายของอุปกรณ์สวมใส่ในอวกาศ
    - Garmin อ้างว่าสมาร์ทวอทช์สามารถทำงานได้ตลอดภารกิจบน แบตเตอรี่เพียงหนึ่งก้อน
    - อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอดูว่าอุปกรณ์จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพภายใต้สภาวะสุดขั้วหรือไม่

    การสนับสนุนจากสถาบันวิจัยด้านสุขภาพอวกาศ
    - ภารกิจ Fram2 ได้รับการสนับสนุนจาก Translational Research Institute for Space Health (TRISH) ของมหาวิทยาลัย Baylor ซึ่งมุ่งเน้นการเตรียมมนุษย์ให้พร้อมสำหรับการเดินทางสู่อวกาศในอนาคต

    ภารกิจสำคัญของ Fram2
    - นอกเหนือจากการศึกษาด้านสุขภาพ ทีมงานจะ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับขั้วโลกของโลก ซึ่งอาจมีความสำคัญต่อการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

    https://www.neowin.net/news/garmin-tag-teams-with-elon-musks-spacex-to-study-crew-on-fram2-with-its-watches/
    Garmin ประกาศว่า สมาร์ทวอทช์ fēnix® ของบริษัทกำลังถูกใช้ในภารกิจ Fram2 ซึ่งเป็นการบินสู่อวกาศโดยลูกเรือพลเรือนเต็มรูปแบบที่นำโดย SpaceX ภารกิจนี้เป็นครั้งแรกที่สำรวจขั้วโลกของโลกจากวงโคจร และเน้นศึกษาผลกระทบของอวกาศต่อร่างกายและจิตใจของมนุษย์ การติดตามข้อมูลด้านสุขภาพในสภาวะอวกาศ - สมาร์ทวอทช์ fēnix® กำลังติดตามค่าต่าง ๆ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ, ระดับออกซิเจนในเลือด (Pulse Ox) และ ระดับพลังงานร่างกาย (Body Battery™) - ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจว่าร่างกายมนุษย์ปรับตัวอย่างไรเมื่ออยู่ในอวกาศ ความท้าทายของอุปกรณ์สวมใส่ในอวกาศ - Garmin อ้างว่าสมาร์ทวอทช์สามารถทำงานได้ตลอดภารกิจบน แบตเตอรี่เพียงหนึ่งก้อน - อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอดูว่าอุปกรณ์จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพภายใต้สภาวะสุดขั้วหรือไม่ การสนับสนุนจากสถาบันวิจัยด้านสุขภาพอวกาศ - ภารกิจ Fram2 ได้รับการสนับสนุนจาก Translational Research Institute for Space Health (TRISH) ของมหาวิทยาลัย Baylor ซึ่งมุ่งเน้นการเตรียมมนุษย์ให้พร้อมสำหรับการเดินทางสู่อวกาศในอนาคต ภารกิจสำคัญของ Fram2 - นอกเหนือจากการศึกษาด้านสุขภาพ ทีมงานจะ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับขั้วโลกของโลก ซึ่งอาจมีความสำคัญต่อการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ https://www.neowin.net/news/garmin-tag-teams-with-elon-musks-spacex-to-study-crew-on-fram2-with-its-watches/
    WWW.NEOWIN.NET
    Garmin tag teams with Elon Musk's SpaceX to study crew on Fram2 with its watches
    Garmin is using its watches to help scientists understand human health in space better. It is on board with the crew on SpaceX's Fram2 mission.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 90 มุมมอง 0 รีวิว
  • คาซัวร์รีน่า ชะอำ
    https://vt.tiktok.com/ZSrh8fBaC/

    #ที่พัก #แนะนำ #คาซัวร์รีน่า #ชะอำ #เพชรบุรี
    คาซัวร์รีน่า ชะอำ https://vt.tiktok.com/ZSrh8fBaC/ #ที่พัก #แนะนำ #คาซัวร์รีน่า #ชะอำ #เพชรบุรี
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 32 มุมมอง 0 รีวิว
  • Reuters รายงานว่า Arm เคยสนใจเข้าซื้อ Alphawave บริษัทด้านเทคโนโลยี SerDes (serializer-deserializer) จากสหราชอาณาจักร แต่สุดท้ายได้ถอนตัวจากดีลโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน หนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ Arm สนใจ Alphawave คือ เทคโนโลยี SerDes ขั้นสูงที่ช่วยให้การสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่ง Arm ยังไม่มีเทคโนโลยีในระดับเดียวกัน

    SerDes มีความสำคัญมากขึ้นในยุค AI
    - เทคโนโลยีนี้ใช้ในการแปลงข้อมูลจากรูปแบบ parallel ไปเป็น serial และกลับมาอีกครั้ง ซึ่งจำเป็นสำหรับระบบที่มีการส่งข้อมูลความเร็วสูง
    - AI เช่น ChatGPT และ Gemini ใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์จำนวนมากในการให้บริการ ทำให้ SerDes เป็นองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการประมวลผล

    Broadcom เป็นผู้นำในเทคโนโลยีนี้
    - Broadcom มีลูกค้ารายใหญ่ เช่น Google และ OpenAI ซึ่งใช้ SerDes สำหรับโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูล

    Alphawave มีมูลค่าตลาดกว่า 913 ล้านดอลลาร์
    - แม้ว่าดีลกับ Arm จะล่มลง Alphawave กำลังได้รับความสนใจจากบริษัทอื่น ๆ ที่ต้องการซื้อกิจการ

    ปัญหาความมั่นคงทางเทคโนโลยีเป็นสาเหตุที่ Arm ถอนตัว
    - Alphawave มีบริษัทร่วมทุนในจีนชื่อ WiseWave ซึ่งเกี่ยวข้องกับ Wise Road Capital ที่ติดบัญชีดำด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ
    - Arm เคยประสบปัญหาด้านความสัมพันธ์กับจีนตอนเข้าตลาดหุ้น (IPO) ปี 2023 จึงอาจไม่ต้องการเผชิญปัญหาแบบเดิมจากการเข้าซื้อ Alphawave

    https://www.neowin.net/news/serdes-technologys-strategic-value-revealed-as-arms-acquisition-falls-through/
    Reuters รายงานว่า Arm เคยสนใจเข้าซื้อ Alphawave บริษัทด้านเทคโนโลยี SerDes (serializer-deserializer) จากสหราชอาณาจักร แต่สุดท้ายได้ถอนตัวจากดีลโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน หนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ Arm สนใจ Alphawave คือ เทคโนโลยี SerDes ขั้นสูงที่ช่วยให้การสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่ง Arm ยังไม่มีเทคโนโลยีในระดับเดียวกัน SerDes มีความสำคัญมากขึ้นในยุค AI - เทคโนโลยีนี้ใช้ในการแปลงข้อมูลจากรูปแบบ parallel ไปเป็น serial และกลับมาอีกครั้ง ซึ่งจำเป็นสำหรับระบบที่มีการส่งข้อมูลความเร็วสูง - AI เช่น ChatGPT และ Gemini ใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์จำนวนมากในการให้บริการ ทำให้ SerDes เป็นองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการประมวลผล Broadcom เป็นผู้นำในเทคโนโลยีนี้ - Broadcom มีลูกค้ารายใหญ่ เช่น Google และ OpenAI ซึ่งใช้ SerDes สำหรับโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูล Alphawave มีมูลค่าตลาดกว่า 913 ล้านดอลลาร์ - แม้ว่าดีลกับ Arm จะล่มลง Alphawave กำลังได้รับความสนใจจากบริษัทอื่น ๆ ที่ต้องการซื้อกิจการ ปัญหาความมั่นคงทางเทคโนโลยีเป็นสาเหตุที่ Arm ถอนตัว - Alphawave มีบริษัทร่วมทุนในจีนชื่อ WiseWave ซึ่งเกี่ยวข้องกับ Wise Road Capital ที่ติดบัญชีดำด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ - Arm เคยประสบปัญหาด้านความสัมพันธ์กับจีนตอนเข้าตลาดหุ้น (IPO) ปี 2023 จึงอาจไม่ต้องการเผชิญปัญหาแบบเดิมจากการเข้าซื้อ Alphawave https://www.neowin.net/news/serdes-technologys-strategic-value-revealed-as-arms-acquisition-falls-through/
    WWW.NEOWIN.NET
    SerDes technology's strategic value revealed as Arm's acquisition falls through
    AI hype is driving a need for faster data transfers, making SerDes an important technology. Arm tried to acquire a leading firm in this field but the deal collapsed for this reason.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 78 มุมมอง 0 รีวิว
  • EP 49 Route protection with options
    EP 49 Route protection with options
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 51 มุมมอง 21 0 รีวิว
  • พวกเจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติ ซึ่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากแผ่นดินไหวในพม่า เรียกร้องประชาคมนานาชาติในวันอังคาร(1เม.ย.) ให้ยกระดับความช่วยเหลือก่อนฤดูฝนมาถึง ที่อาจซ้ำเติมสถานการณ์ที่เข้าขั้นหายนะอยู่ก่อนแล้ว ด้วยยอดผู้เสียชีวิตเวลานี้พุ่งแตะ 2,719 คนและคาดหมายว่าจะเกิน 3,000 นาย ในไม่ช้า
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000031233
    พวกเจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติ ซึ่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากแผ่นดินไหวในพม่า เรียกร้องประชาคมนานาชาติในวันอังคาร(1เม.ย.) ให้ยกระดับความช่วยเหลือก่อนฤดูฝนมาถึง ที่อาจซ้ำเติมสถานการณ์ที่เข้าขั้นหายนะอยู่ก่อนแล้ว ด้วยยอดผู้เสียชีวิตเวลานี้พุ่งแตะ 2,719 คนและคาดหมายว่าจะเกิน 3,000 นาย ในไม่ช้า . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000031233
    Like
    5
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 616 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel ได้ทำการแก้ไขปัญหาใน Linux Kernel หลังจากที่ Linus Torvalds ผู้พัฒนาหลักของ Linux แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโค้ดที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการคอมไพล์ โดยปัญหานี้เกี่ยวข้องกับ Direct Rendering Manager (DRM) สำหรับ Intel Xe Graphics Driver ซึ่งมีการเพิ่มไฟล์ทดสอบที่สร้างปัญหาให้กับกระบวนการสร้างเคอร์เนล

    HDRTest Files สร้างปัญหาต่อกระบวนการคอมไพล์
    - Torvalds ชี้ให้เห็นว่าไฟล์ hdrtest ไม่ควรอยู่ในการคอมไพล์หลัก เพราะทำให้ระบบ ทำงานช้าลงและสร้างไฟล์ขยะในไดเรกทอรี
    - ไฟล์เหล่านี้ทำให้คำสั่ง git status แจ้งเตือนว่าไฟล์ไม่ได้ถูก ignore และส่งผลให้ผู้ใช้พบไฟล์ที่ไม่จำเป็นในระบบ

    ปฏิกิริยาจาก Intel
    - Jani Nikula วิศวกร Linux ของ Intel ตอบโต้ด้วยการบอกว่า จะ "ซ่อนไฟล์ขยะเหล่านี้" ไว้ในไดเรกทอรีย่อย และเพิ่มตัวเลือก Kconfig เพื่อควบคุมการตรวจสอบโค้ด
    - การแก้ไขนี้ช่วยให้โค้ดทำงานเร็วขึ้นและลดปัญหาการรบกวนของไฟล์ที่ไม่จำเป็น

    Torvalds ยืนยันว่าไฟล์ HDRTest ควรถูกกำจัดออกไป
    - แม้ว่า Intel จะเสนอทางออกในการซ่อนไฟล์เหล่านี้ Torvalds ยืนยันว่าควรลบออกไปเลย
    - เขาแนะนำให้ Intel แยกการทดสอบเหล่านี้เป็น make drm-hdrtest เพื่อให้สามารถรันได้แยกจากการคอมไพล์หลัก

    การปรับปรุงโค้ดสำหรับ Linux Kernel 6.15
    - การเปลี่ยนแปลงนี้จะถูกบรรจุใน Linux Kernel 6.15 ซึ่งจะช่วยให้การคอมไพล์ทำงานได้เร็วขึ้นและไม่มีไฟล์ขยะที่รบกวนระบบ

    https://www.neowin.net/news/intel-gives-linus-torvalds-funny-taste-of-his-own-language-to-hide-disgusting-broken-turds/
    Intel ได้ทำการแก้ไขปัญหาใน Linux Kernel หลังจากที่ Linus Torvalds ผู้พัฒนาหลักของ Linux แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโค้ดที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการคอมไพล์ โดยปัญหานี้เกี่ยวข้องกับ Direct Rendering Manager (DRM) สำหรับ Intel Xe Graphics Driver ซึ่งมีการเพิ่มไฟล์ทดสอบที่สร้างปัญหาให้กับกระบวนการสร้างเคอร์เนล HDRTest Files สร้างปัญหาต่อกระบวนการคอมไพล์ - Torvalds ชี้ให้เห็นว่าไฟล์ hdrtest ไม่ควรอยู่ในการคอมไพล์หลัก เพราะทำให้ระบบ ทำงานช้าลงและสร้างไฟล์ขยะในไดเรกทอรี - ไฟล์เหล่านี้ทำให้คำสั่ง git status แจ้งเตือนว่าไฟล์ไม่ได้ถูก ignore และส่งผลให้ผู้ใช้พบไฟล์ที่ไม่จำเป็นในระบบ ปฏิกิริยาจาก Intel - Jani Nikula วิศวกร Linux ของ Intel ตอบโต้ด้วยการบอกว่า จะ "ซ่อนไฟล์ขยะเหล่านี้" ไว้ในไดเรกทอรีย่อย และเพิ่มตัวเลือก Kconfig เพื่อควบคุมการตรวจสอบโค้ด - การแก้ไขนี้ช่วยให้โค้ดทำงานเร็วขึ้นและลดปัญหาการรบกวนของไฟล์ที่ไม่จำเป็น Torvalds ยืนยันว่าไฟล์ HDRTest ควรถูกกำจัดออกไป - แม้ว่า Intel จะเสนอทางออกในการซ่อนไฟล์เหล่านี้ Torvalds ยืนยันว่าควรลบออกไปเลย - เขาแนะนำให้ Intel แยกการทดสอบเหล่านี้เป็น make drm-hdrtest เพื่อให้สามารถรันได้แยกจากการคอมไพล์หลัก การปรับปรุงโค้ดสำหรับ Linux Kernel 6.15 - การเปลี่ยนแปลงนี้จะถูกบรรจุใน Linux Kernel 6.15 ซึ่งจะช่วยให้การคอมไพล์ทำงานได้เร็วขึ้นและไม่มีไฟล์ขยะที่รบกวนระบบ https://www.neowin.net/news/intel-gives-linus-torvalds-funny-taste-of-his-own-language-to-hide-disgusting-broken-turds/
    WWW.NEOWIN.NET
    Intel gives Linus Torvalds funny taste of his own language to "hide disgusting broken turds"
    An Intel employee has given a funny response to Linus Torvalds as they clean up the "disgusted broken turd" pointed out by Torvalds.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 90 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft Word ได้รับการอัปเดตใหม่ที่ช่วยให้สามารถสรุปเอกสารขนาดใหญ่ถึง 3,000 หน้า ผ่าน Copilot โดยผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าต้องการสรุปแบบย่อ, สมดุล หรือแบบละเอียด ฟีเจอร์นี้ช่วยให้การทำงานกับเอกสารยาว ๆ เช่น รายงานทางธุรกิจ และงานวิจัย มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้การสรุปเอกสารเป็นไปอย่างชาญฉลาดมากขึ้นในอนาคต

    การใช้งาน Copilot ใน Word
    - ผู้ใช้สามารถเข้าถึงฟีเจอร์นี้ได้โดยเปิดเอกสารและคลิกปุ่ม Copilot ในแท็บ Home
    - เลือกขนาดสรุปที่ต้องการ: แบบย่อ (brief), สมดุล (balanced), หรือแบบละเอียด (detailed)

    การตอบโจทย์เอกสารขนาดใหญ่
    - Microsoft พบว่าผู้ใช้ต้องการ สรุปที่ละเอียดขึ้น เพื่อให้เข้าใจบริบทของเอกสารและสามารถสื่อสารกับทีมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
    - นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถทำงานกับ เอกสารทางกฎหมาย, รายงานทางธุรกิจ และงานวิจัย ได้ง่ายขึ้น

    อัปเดตนี้รองรับแพลตฟอร์มใดบ้าง?
    - ผู้ใช้ Microsoft 365 สามารถใช้ฟีเจอร์นี้บน Word for Windows (เวอร์ชัน 2503), Word for Mac (เวอร์ชัน 16.96) และ Word for the Web

    แนวโน้มของ Copilot ในอนาคต
    - Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น Copilot UI สำหรับเอกสารใหม่ และการสรุปเอกสารอัตโนมัติ
    - อนาคตของ Copilot อาจรวมถึงการ สร้างรายงานที่มีโครงสร้างชัดเจน โดยไม่ต้องแก้ไขเอง

    https://www.neowin.net/news/you-can-now-summarize-massive-documents-in-word/
    Microsoft Word ได้รับการอัปเดตใหม่ที่ช่วยให้สามารถสรุปเอกสารขนาดใหญ่ถึง 3,000 หน้า ผ่าน Copilot โดยผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าต้องการสรุปแบบย่อ, สมดุล หรือแบบละเอียด ฟีเจอร์นี้ช่วยให้การทำงานกับเอกสารยาว ๆ เช่น รายงานทางธุรกิจ และงานวิจัย มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้การสรุปเอกสารเป็นไปอย่างชาญฉลาดมากขึ้นในอนาคต การใช้งาน Copilot ใน Word - ผู้ใช้สามารถเข้าถึงฟีเจอร์นี้ได้โดยเปิดเอกสารและคลิกปุ่ม Copilot ในแท็บ Home - เลือกขนาดสรุปที่ต้องการ: แบบย่อ (brief), สมดุล (balanced), หรือแบบละเอียด (detailed) การตอบโจทย์เอกสารขนาดใหญ่ - Microsoft พบว่าผู้ใช้ต้องการ สรุปที่ละเอียดขึ้น เพื่อให้เข้าใจบริบทของเอกสารและสามารถสื่อสารกับทีมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น - นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถทำงานกับ เอกสารทางกฎหมาย, รายงานทางธุรกิจ และงานวิจัย ได้ง่ายขึ้น อัปเดตนี้รองรับแพลตฟอร์มใดบ้าง? - ผู้ใช้ Microsoft 365 สามารถใช้ฟีเจอร์นี้บน Word for Windows (เวอร์ชัน 2503), Word for Mac (เวอร์ชัน 16.96) และ Word for the Web แนวโน้มของ Copilot ในอนาคต - Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น Copilot UI สำหรับเอกสารใหม่ และการสรุปเอกสารอัตโนมัติ - อนาคตของ Copilot อาจรวมถึงการ สร้างรายงานที่มีโครงสร้างชัดเจน โดยไม่ต้องแก้ไขเอง https://www.neowin.net/news/you-can-now-summarize-massive-documents-in-word/
    WWW.NEOWIN.NET
    You can now summarize massive documents in Word
    Microsoft has upgraded summarization capabilities in Word, and it can now generate seriously massive documents.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 53 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft กำลังผลักดันให้ผู้ใช้เปลี่ยนไปใช้ New Outlook แต่กลับถูกผู้ดูแลระบบไอทีวิจารณ์หนักว่ามีข้อจำกัดและทำงานได้แย่กว่ารุ่นเก่า แม้ว่าจะมีการปรับปรุง แต่ผู้ใช้ยังมองว่า Classic Outlook มีฟังก์ชันครบถ้วนและใช้งานง่ายกว่า

    Microsoft บังคับให้ New Outlook เป็นค่าเริ่มต้น
    - ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 Microsoft เปลี่ยนแปลงนโยบาย กำหนดให้ New Outlook เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับการติดตั้งใหม่ของ Microsoft 365
    - แม้ว่าจะมีวิธีปิดการใช้งานผ่าน PowerShell และ Registry แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ผู้ดูแลระบบไอทีต้องปรับตัว

    ผู้ใช้ไม่พอใจ—ชุมชนวิจารณ์อย่างหนักใน Reddit
    - ผู้ใช้หลายคนบ่นว่า New Outlook มีข้อบกพร่องมากมาย และยังใช้งานไม่สะดวกเท่ารุ่นเก่า
    - ใน Reddit มีหัวข้อ "New Outlook is still hot garbage" ได้รับ มากกว่า 2,000 upvotes และ 400 ความคิดเห็น ส่วนใหญ่เป็นการวิจารณ์แง่ลบ

    ฟีเจอร์ที่ยังขาดหายไปในเวอร์ชันใหม่
    - ยังไม่รองรับการใช้งาน PST files อย่างเต็มรูปแบบ
    - มีข้อจำกัดในการทำงานแบบ Offline Mode
    - ระบบอีเมลบางส่วนมีการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้การใช้งานยุ่งยากขึ้น

    Microsoft พยายามแก้ไข แต่ผู้ใช้ยังชอบ Classic Outlook มากกว่า
    - Microsoft กำลังเพิ่มฟีเจอร์ต่าง ๆ เพื่อปรับปรุง New Outlook แต่ดูเหมือนว่ายัง ไม่เพียงพอ
    - หลายคนยังเลือกใช้ Classic Outlook เพราะมีฟังก์ชันครบถ้วนกว่า

    https://www.neowin.net/news/it-and-sysadmins-overwhelmingly-feel-new-outlook-for-windows-is-hot-garbage/
    Microsoft กำลังผลักดันให้ผู้ใช้เปลี่ยนไปใช้ New Outlook แต่กลับถูกผู้ดูแลระบบไอทีวิจารณ์หนักว่ามีข้อจำกัดและทำงานได้แย่กว่ารุ่นเก่า แม้ว่าจะมีการปรับปรุง แต่ผู้ใช้ยังมองว่า Classic Outlook มีฟังก์ชันครบถ้วนและใช้งานง่ายกว่า Microsoft บังคับให้ New Outlook เป็นค่าเริ่มต้น - ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 Microsoft เปลี่ยนแปลงนโยบาย กำหนดให้ New Outlook เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับการติดตั้งใหม่ของ Microsoft 365 - แม้ว่าจะมีวิธีปิดการใช้งานผ่าน PowerShell และ Registry แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ผู้ดูแลระบบไอทีต้องปรับตัว ผู้ใช้ไม่พอใจ—ชุมชนวิจารณ์อย่างหนักใน Reddit - ผู้ใช้หลายคนบ่นว่า New Outlook มีข้อบกพร่องมากมาย และยังใช้งานไม่สะดวกเท่ารุ่นเก่า - ใน Reddit มีหัวข้อ "New Outlook is still hot garbage" ได้รับ มากกว่า 2,000 upvotes และ 400 ความคิดเห็น ส่วนใหญ่เป็นการวิจารณ์แง่ลบ ฟีเจอร์ที่ยังขาดหายไปในเวอร์ชันใหม่ - ยังไม่รองรับการใช้งาน PST files อย่างเต็มรูปแบบ - มีข้อจำกัดในการทำงานแบบ Offline Mode - ระบบอีเมลบางส่วนมีการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้การใช้งานยุ่งยากขึ้น Microsoft พยายามแก้ไข แต่ผู้ใช้ยังชอบ Classic Outlook มากกว่า - Microsoft กำลังเพิ่มฟีเจอร์ต่าง ๆ เพื่อปรับปรุง New Outlook แต่ดูเหมือนว่ายัง ไม่เพียงพอ - หลายคนยังเลือกใช้ Classic Outlook เพราะมีฟังก์ชันครบถ้วนกว่า https://www.neowin.net/news/it-and-sysadmins-overwhelmingly-feel-new-outlook-for-windows-is-hot-garbage/
    WWW.NEOWIN.NET
    IT and sysadmins overwhelmingly feel New Outlook for Windows is "hot garbage"
    Microsoft may not like it, but it looks like many IT admins and system admins think New Outlook for Windows is "hot garbage."
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 45 มุมมอง 0 รีวิว
  • 0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 10 มุมมอง 0 รีวิว
  • Google ปิดการใช้งาน uBlock Origin บน Chrome เนื่องจากการลบ Manifest V2 แต่ยังมีวิธีเปิดใช้งานและติดตั้งใหม่ เช่น ปรับแต่งโค้ดจาก Chrome Web Store หรือดาวน์โหลดจาก GitHub ขณะที่ Microsoft Edge ยังคงรองรับอยู่ แต่มีแนวโน้มว่าจะค่อย ๆ ลบออกในอนาคต ผู้ใช้บางส่วนอาจต้องเปลี่ยนไปใช้ Firefox หรือ uBlock Origin Lite แทน

    การเปิดใช้งาน uBlock Origin ที่ถูกปิดไป
    - ไปที่ chrome://extensions
    - ค้นหา uBlock Origin ในรายการส่วนขยายที่ติดตั้งแล้ว
    - กดเปิดใช้งานที่ปุ่มเล็ก ๆ ด้านล่างขวาของส่วนขยาย แม้ว่าจะมีข้อความแจ้งว่า "ถูกปิดใช้งาน"

    วิธีติดตั้ง uBlock Origin ใน Chrome แม้ว่า Google จะบล็อกการดาวน์โหลด
    - วิธีที่ 1 (ปรับแต่งจาก Chrome Web Store)
    ->> ไปที่ Chrome Web Store และค้นหา uBlock Origin
    ->> ปุ่ม "Add to Chrome" จะถูกปิดใช้งาน
    ->> คลิกขวาที่ปุ่มและเลือก Inspect
    ->> ค้นหาคำว่า "disabled" ในโค้ด และเปลี่ยนเป็น "enabled"
    ->> กดปุ่มเพื่อดาวน์โหลดและติดตั้ง

    - วิธีที่ 2 (ติดตั้งด้วย GitHub)
    ->> ดาวน์โหลดเวอร์ชันล่าสุดจาก GitHub Repository ของ uBlock Origin
    ->> เปิด chrome://extensions และเปิดโหมดนักพัฒนา (Developer mode)
    ->> กด Load unpacked และเลือกโฟลเดอร์ที่แตกไฟล์ไว้
    ->> ส่วนขยายจะปรากฏใน Chrome แม้ว่าจะมีข้อความแจ้งข้อผิดพลาด

    การเปลี่ยนแปลงของ Microsoft Edge
    - Microsoft Edge ยังคงเปิดให้เปิดใช้งาน uBlock Origin แม้ว่ากำลังทยอยลบ Manifest V2 ออกไป
    - ผู้ใช้ Edge อาจต้องเตรียมหาวิธีอื่นในอนาคต

    ทางเลือกหาก Manifest V2 ถูกบล็อกทั้งหมด
    - Firefox ยืนยันว่าจะยังรองรับส่วนขยายที่ใช้ Manifest V2
    - uBlock Origin Lite เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับ Chrome และ Edge

    https://www.neowin.net/guides/google-turned-off-ublock-in-chrome-but-you-can-still-enable-it-here-is-how/
    Google ปิดการใช้งาน uBlock Origin บน Chrome เนื่องจากการลบ Manifest V2 แต่ยังมีวิธีเปิดใช้งานและติดตั้งใหม่ เช่น ปรับแต่งโค้ดจาก Chrome Web Store หรือดาวน์โหลดจาก GitHub ขณะที่ Microsoft Edge ยังคงรองรับอยู่ แต่มีแนวโน้มว่าจะค่อย ๆ ลบออกในอนาคต ผู้ใช้บางส่วนอาจต้องเปลี่ยนไปใช้ Firefox หรือ uBlock Origin Lite แทน การเปิดใช้งาน uBlock Origin ที่ถูกปิดไป - ไปที่ chrome://extensions - ค้นหา uBlock Origin ในรายการส่วนขยายที่ติดตั้งแล้ว - กดเปิดใช้งานที่ปุ่มเล็ก ๆ ด้านล่างขวาของส่วนขยาย แม้ว่าจะมีข้อความแจ้งว่า "ถูกปิดใช้งาน" วิธีติดตั้ง uBlock Origin ใน Chrome แม้ว่า Google จะบล็อกการดาวน์โหลด - วิธีที่ 1 (ปรับแต่งจาก Chrome Web Store) ->> ไปที่ Chrome Web Store และค้นหา uBlock Origin ->> ปุ่ม "Add to Chrome" จะถูกปิดใช้งาน ->> คลิกขวาที่ปุ่มและเลือก Inspect ->> ค้นหาคำว่า "disabled" ในโค้ด และเปลี่ยนเป็น "enabled" ->> กดปุ่มเพื่อดาวน์โหลดและติดตั้ง - วิธีที่ 2 (ติดตั้งด้วย GitHub) ->> ดาวน์โหลดเวอร์ชันล่าสุดจาก GitHub Repository ของ uBlock Origin ->> เปิด chrome://extensions และเปิดโหมดนักพัฒนา (Developer mode) ->> กด Load unpacked และเลือกโฟลเดอร์ที่แตกไฟล์ไว้ ->> ส่วนขยายจะปรากฏใน Chrome แม้ว่าจะมีข้อความแจ้งข้อผิดพลาด การเปลี่ยนแปลงของ Microsoft Edge - Microsoft Edge ยังคงเปิดให้เปิดใช้งาน uBlock Origin แม้ว่ากำลังทยอยลบ Manifest V2 ออกไป - ผู้ใช้ Edge อาจต้องเตรียมหาวิธีอื่นในอนาคต ทางเลือกหาก Manifest V2 ถูกบล็อกทั้งหมด - Firefox ยืนยันว่าจะยังรองรับส่วนขยายที่ใช้ Manifest V2 - uBlock Origin Lite เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับ Chrome และ Edge https://www.neowin.net/guides/google-turned-off-ublock-in-chrome-but-you-can-still-enable-it-here-is-how/
    WWW.NEOWIN.NET
    Google turned off uBlock in Chrome, but you can still enable it, here is how
    Google recently disabled uBlock Origin and other MV2-based extensions in Chrome, but a simple trick lets you enable them again.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 57 มุมมอง 0 รีวิว
  • https://www.youtube.com/live/k3czsjbPnKs?si=Ueo7lGlpYPJCSEkT
    https://www.youtube.com/live/k3czsjbPnKs?si=Ueo7lGlpYPJCSEkT
    - YouTube
    เพลิดเพลินไปกับวิดีโอและเพลงที่คุณชอบ อัปโหลดเนื้อหาต้นฉบับ และแชร์เนื้อหาทั้งหมดกับเพื่อน ครอบครัว และผู้คนทั่วโลกบน YouTube
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 33 มุมมอง 0 รีวิว
  • " คาซัวร์รีน่า ชะอำ "
    #รีวิวที่พัก #คาซัวร์รีน่า#ชะอำ #เพชรบุรี #ตองอะราวด์เดอะเวิลด#TongAroundTheWorld #ตองตะลอนทัวร์ #กินเที่ยวกับตอง
    " คาซัวร์รีน่า ชะอำ " #รีวิวที่พัก #คาซัวร์รีน่า#ชะอำ #เพชรบุรี #ตองอะราวด์เดอะเวิลด ์ #TongAroundTheWorld #ตองตะลอนทัวร์ #กินเที่ยวกับตอง
    2 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 80 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • #สนธิเล่าเรื่อง 2 เม.ย. 2568
    https://www.youtube.com/live/k3czsjbPnKs
    #SondhiTalk #SondhiX
    #สนธิเล่าเรื่อง 2 เม.ย. 2568 https://www.youtube.com/live/k3czsjbPnKs #SondhiTalk #SondhiX
    - YouTube
    เพลิดเพลินไปกับวิดีโอและเพลงที่คุณชอบ อัปโหลดเนื้อหาต้นฉบับ และแชร์เนื้อหาทั้งหมดกับเพื่อน ครอบครัว และผู้คนทั่วโลกบน YouTube
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 73 มุมมอง 0 รีวิว
  • รัฐบาลสหราชอาณาจักรเผยนโยบายเกี่ยวกับ Cyber Security and Resilience Bill ที่จะทำให้มาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์เข้มงวดขึ้น ซึ่งส่งผลให้บริษัทที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มงบประมาณด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนด คาดว่า ผู้ให้บริการ Managed Service และศูนย์ข้อมูลกว่า 1,100 ราย รวมถึงผู้ให้บริการในซัพพลายเชนดิจิทัลจะต้องปรับตัว

    เพิ่มความเข้มงวดในการรายงานเหตุการณ์
    - บริษัทที่ได้รับผลกระทบจะต้องแจ้ง National Cyber Security Centre (NCSC) ภายใน 24 ชั่วโมง หากเกิดเหตุการณ์สำคัญ
    - รวมถึงการโจมตีผ่าน ซัพพลายเชน ที่อาจส่งผลต่อลูกค้าโดยตรง

    ความสำคัญของความสามารถในการกู้คืนระบบ
    - นอกเหนือจากการป้องกัน ร่างกฎหมายนี้ยังเน้นที่ ความสามารถในการกู้คืน ไม่ใช่แค่หลีกเลี่ยงปัญหา
    - ผู้ให้บริการต้องชี้แจงว่าพวกเขาจะ ฟื้นตัวจากเหตุการณ์โจมตีได้อย่างไร

    บทบาทใหม่ของ ICO (Information Commissioner’s Office)
    - ICO จะได้รับอำนาจมากขึ้นในการกำกับดูแลผู้ให้บริการ Managed Service และศูนย์ข้อมูล
    - นักวิเคราะห์มองว่า ICO อาจต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้นเพื่อรองรับบทบาทใหม่นี้

    เหตุผลที่ต้องมีร่างกฎหมายนี้
    - ปี 2024 NCSC ต้องรับมือกับเหตุการณ์โจมตีไซเบอร์กว่า 430 ครั้ง โดย 89 ครั้ง เป็นระดับ "มีผลกระทบระดับชาติ"
    - รวมถึงการโจมตี Synnovis ซึ่งส่งผลต่อบริการด้านพยาธิวิทยาของ NHS และสร้างค่าใช้จ่ายกว่า £32.7 ล้าน ($42 ล้าน)

    ผลกระทบต่อต้นทุนของธุรกิจ
    - ธุรกิจที่ใช้บริการ Managed Service และศูนย์ข้อมูลอาจต้องเผชิญกับ ต้นทุนที่สูงขึ้น เนื่องจากผู้ให้บริการต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่

    https://www.csoonline.com/article/3951957/the-uks-cyber-security-and-resilience-bill-will-boost-standards-and-increase-costs.html
    รัฐบาลสหราชอาณาจักรเผยนโยบายเกี่ยวกับ Cyber Security and Resilience Bill ที่จะทำให้มาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์เข้มงวดขึ้น ซึ่งส่งผลให้บริษัทที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มงบประมาณด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนด คาดว่า ผู้ให้บริการ Managed Service และศูนย์ข้อมูลกว่า 1,100 ราย รวมถึงผู้ให้บริการในซัพพลายเชนดิจิทัลจะต้องปรับตัว เพิ่มความเข้มงวดในการรายงานเหตุการณ์ - บริษัทที่ได้รับผลกระทบจะต้องแจ้ง National Cyber Security Centre (NCSC) ภายใน 24 ชั่วโมง หากเกิดเหตุการณ์สำคัญ - รวมถึงการโจมตีผ่าน ซัพพลายเชน ที่อาจส่งผลต่อลูกค้าโดยตรง ความสำคัญของความสามารถในการกู้คืนระบบ - นอกเหนือจากการป้องกัน ร่างกฎหมายนี้ยังเน้นที่ ความสามารถในการกู้คืน ไม่ใช่แค่หลีกเลี่ยงปัญหา - ผู้ให้บริการต้องชี้แจงว่าพวกเขาจะ ฟื้นตัวจากเหตุการณ์โจมตีได้อย่างไร บทบาทใหม่ของ ICO (Information Commissioner’s Office) - ICO จะได้รับอำนาจมากขึ้นในการกำกับดูแลผู้ให้บริการ Managed Service และศูนย์ข้อมูล - นักวิเคราะห์มองว่า ICO อาจต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้นเพื่อรองรับบทบาทใหม่นี้ เหตุผลที่ต้องมีร่างกฎหมายนี้ - ปี 2024 NCSC ต้องรับมือกับเหตุการณ์โจมตีไซเบอร์กว่า 430 ครั้ง โดย 89 ครั้ง เป็นระดับ "มีผลกระทบระดับชาติ" - รวมถึงการโจมตี Synnovis ซึ่งส่งผลต่อบริการด้านพยาธิวิทยาของ NHS และสร้างค่าใช้จ่ายกว่า £32.7 ล้าน ($42 ล้าน) ผลกระทบต่อต้นทุนของธุรกิจ - ธุรกิจที่ใช้บริการ Managed Service และศูนย์ข้อมูลอาจต้องเผชิญกับ ต้นทุนที่สูงขึ้น เนื่องจากผู้ให้บริการต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ https://www.csoonline.com/article/3951957/the-uks-cyber-security-and-resilience-bill-will-boost-standards-and-increase-costs.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    The UK’s Cyber Security and Resilience Bill will boost standards – and increase costs
    Government will bring more managed service and data center providers under regulation to tighten cybersecurity.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 64 มุมมอง 0 รีวิว
  • สนธิเล่าเรื่อง 2-4-68
    .
    เช้าวันพุธ คุณสนธิจะออกมาชำแหละหลายๆ ประเด็นเกี่ยวกับ "ตึก สตง. ถล่ม" จากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ที่พม่า และกระทบถึงประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นตัว สตง. เองเจ้าของตึก, กรุงเทพมหานคร, รัฐบาลนำโดย "อุ๊งอิ๊งค์ แพทองธาร" และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ที่มีผู้นำองค์กร ชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล
    .
    คลิกชม >> https://www.youtube.com/watch?v=k3czsjbPnKs
    .
    #สนธิเล่าเรื่อง #SondhiTalk #ตึกสตงถล่ม #แผ่นดินไหว
    สนธิเล่าเรื่อง 2-4-68 . เช้าวันพุธ คุณสนธิจะออกมาชำแหละหลายๆ ประเด็นเกี่ยวกับ "ตึก สตง. ถล่ม" จากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ที่พม่า และกระทบถึงประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นตัว สตง. เองเจ้าของตึก, กรุงเทพมหานคร, รัฐบาลนำโดย "อุ๊งอิ๊งค์ แพทองธาร" และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ที่มีผู้นำองค์กร ชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล . คลิกชม >> https://www.youtube.com/watch?v=k3czsjbPnKs . #สนธิเล่าเรื่อง #SondhiTalk #ตึกสตงถล่ม #แผ่นดินไหว
    Like
    1
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 132 มุมมอง 0 รีวิว
  • Google ได้เปิดตัวระบบ End-to-End Encryption (E2EE) สำหรับ Gmail ช่วยให้ผู้ใช้สามารถส่งอีเมลแบบเข้ารหัสที่แม้แต่ Google เองก็ไม่สามารถอ่านได้ โดยตอนนี้ฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งาน เฉพาะผู้ใช้ในองค์กรเดียวกัน แต่จะถูกขยายให้รองรับการส่งอีเมลเข้ารหัสไปยังผู้ใช้จากผู้ให้บริการอีเมลอื่นภายในปีนี้

    แตกต่างจากการเข้ารหัสทั่วไป
    - Gmail มีระบบ TLS (Transport Layer Security) ที่ช่วยเข้ารหัสอีเมลระหว่างเซิร์ฟเวอร์ และการเข้ารหัสอีเมลที่เก็บอยู่ในศูนย์ข้อมูลของ Google
    - แต่ E2EE ช่วยให้ข้อความที่ส่งไปถูกเข้ารหัสตั้งแต่ต้นทาง และมีเพียงผู้รับเท่านั้นที่สามารถถอดรหัสและอ่านข้อความได้

    การเข้ารหัสแบบใหม่ของ Google แตกต่างจาก S/MIME
    - ปัจจุบันการเข้ารหัสอีเมลแบบ E2EE มักใช้ S/MIME ซึ่งต้องมี การแลกเปลี่ยนกุญแจเข้ารหัสและใบรับรองดิจิทัล ทำให้ตั้งค่าระบบยากและใช้ได้เฉพาะกับผู้ใช้ที่มี S/MIME เหมือนกัน
    - Google ใช้แนวทางใหม่ที่ไม่ต้องมีการแลกเปลี่ยนกุญแจและสามารถทำงานได้สะดวกกว่าการเข้ารหัสแบบเดิม

    การทำงานของระบบ E2EE ใหม่นี้
    - ผู้ใช้ Gmail ในองค์กรสามารถเลือก เข้ารหัสอีเมลแบบ E2EE ได้โดยตรงจากหน้าต่างเขียนอีเมล
    - ในอนาคตเมื่อฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งานกับผู้ใช้ทั่วไป ผู้รับอีเมลจากผู้ให้บริการอื่นจะได้รับ ลิงก์ ที่นำไปยัง Gmail เวอร์ชันพิเศษที่ต้องมีการตรวจสอบตัวตนก่อนอ่านข้อความ

    ความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นสำหรับองค์กร
    - ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดให้การรับชมอีเมลต้องใช้ Restricted View ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้อีเมลถูกดาวน์โหลดหรือบันทึกลงในอุปกรณ์ภายนอก

    อนาคตของการเข้ารหัสอีเมลใน Gmail
    - Google กำลังพัฒนาให้ E2EE รองรับอีเมลระหว่างบัญชี Gmail ทั่วไปและองค์กร
    - ระบบนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการเข้ารหัสได้เอง โดยไม่มีการแลกเปลี่ยนกุญแจเข้ารหัสกับ Google หรือบุคคลภายนอก

    https://www.csoonline.com/article/3952075/google-adds-end-to-end-email-encryption-to-gmail.html
    Google ได้เปิดตัวระบบ End-to-End Encryption (E2EE) สำหรับ Gmail ช่วยให้ผู้ใช้สามารถส่งอีเมลแบบเข้ารหัสที่แม้แต่ Google เองก็ไม่สามารถอ่านได้ โดยตอนนี้ฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งาน เฉพาะผู้ใช้ในองค์กรเดียวกัน แต่จะถูกขยายให้รองรับการส่งอีเมลเข้ารหัสไปยังผู้ใช้จากผู้ให้บริการอีเมลอื่นภายในปีนี้ แตกต่างจากการเข้ารหัสทั่วไป - Gmail มีระบบ TLS (Transport Layer Security) ที่ช่วยเข้ารหัสอีเมลระหว่างเซิร์ฟเวอร์ และการเข้ารหัสอีเมลที่เก็บอยู่ในศูนย์ข้อมูลของ Google - แต่ E2EE ช่วยให้ข้อความที่ส่งไปถูกเข้ารหัสตั้งแต่ต้นทาง และมีเพียงผู้รับเท่านั้นที่สามารถถอดรหัสและอ่านข้อความได้ การเข้ารหัสแบบใหม่ของ Google แตกต่างจาก S/MIME - ปัจจุบันการเข้ารหัสอีเมลแบบ E2EE มักใช้ S/MIME ซึ่งต้องมี การแลกเปลี่ยนกุญแจเข้ารหัสและใบรับรองดิจิทัล ทำให้ตั้งค่าระบบยากและใช้ได้เฉพาะกับผู้ใช้ที่มี S/MIME เหมือนกัน - Google ใช้แนวทางใหม่ที่ไม่ต้องมีการแลกเปลี่ยนกุญแจและสามารถทำงานได้สะดวกกว่าการเข้ารหัสแบบเดิม การทำงานของระบบ E2EE ใหม่นี้ - ผู้ใช้ Gmail ในองค์กรสามารถเลือก เข้ารหัสอีเมลแบบ E2EE ได้โดยตรงจากหน้าต่างเขียนอีเมล - ในอนาคตเมื่อฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งานกับผู้ใช้ทั่วไป ผู้รับอีเมลจากผู้ให้บริการอื่นจะได้รับ ลิงก์ ที่นำไปยัง Gmail เวอร์ชันพิเศษที่ต้องมีการตรวจสอบตัวตนก่อนอ่านข้อความ ความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นสำหรับองค์กร - ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดให้การรับชมอีเมลต้องใช้ Restricted View ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้อีเมลถูกดาวน์โหลดหรือบันทึกลงในอุปกรณ์ภายนอก อนาคตของการเข้ารหัสอีเมลใน Gmail - Google กำลังพัฒนาให้ E2EE รองรับอีเมลระหว่างบัญชี Gmail ทั่วไปและองค์กร - ระบบนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการเข้ารหัสได้เอง โดยไม่มีการแลกเปลี่ยนกุญแจเข้ารหัสกับ Google หรือบุคคลภายนอก https://www.csoonline.com/article/3952075/google-adds-end-to-end-email-encryption-to-gmail.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Google adds end-to-end email encryption to Gmail
    The new encryption system doesn’t require external exchange of keys or complex user certificate management
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 70 มุมมอง 0 รีวิว
  • พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เสริมความเข้มแข็งแก่แสนยานุภาพทางทหารของอเมริกาในตะวันออกกลาง ด้วยการส่งฝูงบินรบเข้าไปประจำการเพิ่มเติม จากการเปิดเผยของเพนตากอนในวันอังคาร(1เม.ย.) ท่ามกลางยุทธการณ์โจมตีทางอากาศของสหรัฐฯในเยเมน ที่ลากยาวมานานกว่า 2 สัปดาห์ และคำขู่ทิ้งบอมบ์ใส่อิหร่านของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000031234
    พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เสริมความเข้มแข็งแก่แสนยานุภาพทางทหารของอเมริกาในตะวันออกกลาง ด้วยการส่งฝูงบินรบเข้าไปประจำการเพิ่มเติม จากการเปิดเผยของเพนตากอนในวันอังคาร(1เม.ย.) ท่ามกลางยุทธการณ์โจมตีทางอากาศของสหรัฐฯในเยเมน ที่ลากยาวมานานกว่า 2 สัปดาห์ และคำขู่ทิ้งบอมบ์ใส่อิหร่านของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000031234
    Like
    Love
    Angry
    5
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 593 มุมมอง 0 รีวิว
  • Large Language Models (LLMs) กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ขับเคลื่อน AI ในปัจจุบัน แต่เนื่องจากต้นทุนสูงและต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก จึงเกิดแนวทางใหม่ที่เรียกว่า Model Distillation ซึ่งช่วยให้สามารถย่อขนาดโมเดลให้เล็กลง ลดต้นทุน และเพิ่มความเร็วในการทำงาน

    อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโมเดลที่ถูก Distilled จะช่วยให้ LLMs ใช้งานได้ง่ายขึ้น แต่ก็มาพร้อมกับ ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ถ่ายทอดมาจากโมเดลต้นแบบ รวมถึงข้อจำกัดที่อาจทำให้เกิดการสร้างข้อมูลผิดพลาด (Hallucination) มากขึ้น

    Model Distillation ทำงานอย่างไร?
    - นักวิจัย AI ใช้โมเดลที่มีพารามิเตอร์สูงเป็น Teacher Model เพื่อฝึกโมเดลขนาดเล็กที่เรียกว่า Student Model
    - Student Model ถูกออกแบบให้ เลียนแบบพฤติกรรมของ Teacher Model แต่ใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์น้อยลง

    ข้อดีของ Model Distillation
    - ลดต้นทุนการประมวลผล และเพิ่มความเร็วในการทำงาน
    - ทำให้ LLM สามารถทำงานบนอุปกรณ์ที่เล็กลง เช่น มือถือหรือระบบ IoT

    ความเสี่ยงที่ถ่ายทอดมาจาก Teacher Model
    - Model Distillation อาจทำให้ข้อมูลที่ไม่ปลอดภัยจากโมเดลต้นแบบถูกนำมาใช้ซ้ำ
    - ตัวอย่างเช่น DistilGPT-2 ถูกพบว่า รั่วไหลข้อมูลส่วนบุคคล (PII) เช่นเดียวกับ GPT-2 ที่เคยถูกวิจารณ์เรื่องความปลอดภัย
    - นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจาก Model Inversion Attack ซึ่งแฮกเกอร์สามารถย้อนข้อมูลกลับไปหาข้อมูลต้นฉบับ

    ปัญหา Hallucination ในโมเดลที่ถูก Distilled
    - นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า Model Distillation อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดหรือการสร้างข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริงมากขึ้น
    - ตัวอย่างหนึ่งคือ WormGPT ซึ่งถูกพัฒนาให้สร้างอีเมล Phishing ที่ดูสมจริง แต่เป็นข้อมูลปลอมทั้งหมด

    การโจมตี Model Extraction
    - แฮกเกอร์สามารถ ใช้ Model Distillation เพื่อลอกเลียนแบบโมเดลต้นฉบับ และปรับแต่งให้สามารถหลีกเลี่ยงมาตรการด้านความปลอดภัย
    - การโจมตีนี้อาจทำให้โมเดลที่ถูกลอกเลียนแบบถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การปลอมแปลงข้อมูลหรือการโจมตีทางไซเบอร์

    อนาคตของ Model Distillation และความปลอดภัย AI
    - นักวิจัยเชื่อว่าอุตสาหกรรม AI ต้องพัฒนา ระบบป้องกันที่เข้มแข็งขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากโมเดลที่ถูก Distilled
    - การพึ่งพา AI Guardrails หรือมาตรการจำกัดการทำงานอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องออกแบบระบบที่มี การควบคุมความน่าเชื่อถือ โดยรวมตั้งแต่ต้น

    https://www.csoonline.com/article/3951626/llms-are-now-available-in-snack-size-but-digest-with-care.html
    Large Language Models (LLMs) กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ขับเคลื่อน AI ในปัจจุบัน แต่เนื่องจากต้นทุนสูงและต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก จึงเกิดแนวทางใหม่ที่เรียกว่า Model Distillation ซึ่งช่วยให้สามารถย่อขนาดโมเดลให้เล็กลง ลดต้นทุน และเพิ่มความเร็วในการทำงาน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโมเดลที่ถูก Distilled จะช่วยให้ LLMs ใช้งานได้ง่ายขึ้น แต่ก็มาพร้อมกับ ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ถ่ายทอดมาจากโมเดลต้นแบบ รวมถึงข้อจำกัดที่อาจทำให้เกิดการสร้างข้อมูลผิดพลาด (Hallucination) มากขึ้น Model Distillation ทำงานอย่างไร? - นักวิจัย AI ใช้โมเดลที่มีพารามิเตอร์สูงเป็น Teacher Model เพื่อฝึกโมเดลขนาดเล็กที่เรียกว่า Student Model - Student Model ถูกออกแบบให้ เลียนแบบพฤติกรรมของ Teacher Model แต่ใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์น้อยลง ข้อดีของ Model Distillation - ลดต้นทุนการประมวลผล และเพิ่มความเร็วในการทำงาน - ทำให้ LLM สามารถทำงานบนอุปกรณ์ที่เล็กลง เช่น มือถือหรือระบบ IoT ความเสี่ยงที่ถ่ายทอดมาจาก Teacher Model - Model Distillation อาจทำให้ข้อมูลที่ไม่ปลอดภัยจากโมเดลต้นแบบถูกนำมาใช้ซ้ำ - ตัวอย่างเช่น DistilGPT-2 ถูกพบว่า รั่วไหลข้อมูลส่วนบุคคล (PII) เช่นเดียวกับ GPT-2 ที่เคยถูกวิจารณ์เรื่องความปลอดภัย - นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจาก Model Inversion Attack ซึ่งแฮกเกอร์สามารถย้อนข้อมูลกลับไปหาข้อมูลต้นฉบับ ปัญหา Hallucination ในโมเดลที่ถูก Distilled - นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า Model Distillation อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดหรือการสร้างข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริงมากขึ้น - ตัวอย่างหนึ่งคือ WormGPT ซึ่งถูกพัฒนาให้สร้างอีเมล Phishing ที่ดูสมจริง แต่เป็นข้อมูลปลอมทั้งหมด การโจมตี Model Extraction - แฮกเกอร์สามารถ ใช้ Model Distillation เพื่อลอกเลียนแบบโมเดลต้นฉบับ และปรับแต่งให้สามารถหลีกเลี่ยงมาตรการด้านความปลอดภัย - การโจมตีนี้อาจทำให้โมเดลที่ถูกลอกเลียนแบบถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การปลอมแปลงข้อมูลหรือการโจมตีทางไซเบอร์ อนาคตของ Model Distillation และความปลอดภัย AI - นักวิจัยเชื่อว่าอุตสาหกรรม AI ต้องพัฒนา ระบบป้องกันที่เข้มแข็งขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากโมเดลที่ถูก Distilled - การพึ่งพา AI Guardrails หรือมาตรการจำกัดการทำงานอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องออกแบบระบบที่มี การควบคุมความน่าเชื่อถือ โดยรวมตั้งแต่ต้น https://www.csoonline.com/article/3951626/llms-are-now-available-in-snack-size-but-digest-with-care.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    LLMs are now available in snack size but digest with care
    Distilled models can improve the contextuality and accessibility of LLMs, but can also amplify existing AI risks, including threats to data privacy, integrity, and brand security.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 75 มุมมอง 0 รีวิว
  • Oracle Health ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Oracle กำลังเผชิญกับกรณีละเมิดข้อมูลด้านสุขภาพที่อาจส่งผลกระทบต่อข้อมูลลูกค้าหลายราย แม้ว่าทางบริษัทจะยังคงปฏิเสธเหตุการณ์ดังกล่าวต่อสาธารณะ แต่ในจดหมายที่ส่งถึงลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ Oracle Health ยอมรับว่ามีการละเมิดเกิดขึ้นบน เซิร์ฟเวอร์ Cerner รุ่นเก่า ซึ่งยังไม่ได้ถูกย้ายไป Oracle Cloud

    ข้อมูลถูกขโมยจากเซิร์ฟเวอร์ Cerner ก่อนถูกย้ายไป Oracle Cloud
    - Oracle ระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นราววันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2025 ซึ่งมีผู้บุกรุกเข้าถึงข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ที่ยังไม่ได้ถูกย้ายไป Oracle Cloud
    - แม้เหตุการณ์นี้จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการละเมิด Oracle Cloud เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ก็เกิดขึ้นใกล้เคียงกันมาก

    FBI เข้าแทรกแซงและเริ่มการสอบสวน
    - รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า FBI กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว โดยพบว่าแฮกเกอร์มีเป้าหมายเพื่อ ขู่กรรโชกผู้ให้บริการด้านสุขภาพในสหรัฐฯ
    - ขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนข้อมูลผู้ป่วยที่ถูกขโมย รวมถึงจำนวนองค์กรด้านสุขภาพที่ถูกขู่กรรโชก

    ข้อมูลถูกขโมยผ่าน Credentials ที่รั่วไหล
    - หลักฐานที่มีอยู่แสดงให้เห็นว่าผู้โจมตีใช้ ข้อมูลล็อกอินที่ถูกขโมย เพื่อเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ของ Oracle Health
    - นี่เป็นประเด็นสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความ อ่อนแอของระบบจัดการสิทธิ์การเข้าถึงของ Oracle

    Oracle Cloud ถูกกล่าวหาว่ามีการละเมิดข้อมูล—แต่บริษัทปฏิเสธ
    - CloudSEK รายงานว่ามีแฮกเกอร์ที่ชื่อ "rose87168" ขายข้อมูล 6 ล้านรายการ จากระบบ Single Sign-On (SSO) และ Lightweight Directory Access Protocol (LDAP) ของ Oracle Cloud
    - แม้ว่าข้อมูลที่ถูกแฮกจะได้รับการตรวจสอบจากลูกค้าของ Oracle แต่บริษัทได้ปฏิเสธเหตุการณ์ดังกล่าว

    นักวิจัยด้านความปลอดภัยวิจารณ์การตอบสนองของ Oracle
    - นักวิจัยด้านไซเบอร์มองว่าการปฏิเสธเหตุการณ์จาก Oracle ไม่ช่วยลดความเสี่ยง โดย CEO ของ CloudSEK ระบุว่า "ในการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ การปฏิเสธไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงหายไป ความโปร่งใสต่างหากที่ช่วยลดอันตราย"

    https://www.csoonline.com/article/3951683/oracle-warns-customers-of-health-data-breach-amid-public-denial.html
    Oracle Health ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Oracle กำลังเผชิญกับกรณีละเมิดข้อมูลด้านสุขภาพที่อาจส่งผลกระทบต่อข้อมูลลูกค้าหลายราย แม้ว่าทางบริษัทจะยังคงปฏิเสธเหตุการณ์ดังกล่าวต่อสาธารณะ แต่ในจดหมายที่ส่งถึงลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ Oracle Health ยอมรับว่ามีการละเมิดเกิดขึ้นบน เซิร์ฟเวอร์ Cerner รุ่นเก่า ซึ่งยังไม่ได้ถูกย้ายไป Oracle Cloud ข้อมูลถูกขโมยจากเซิร์ฟเวอร์ Cerner ก่อนถูกย้ายไป Oracle Cloud - Oracle ระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นราววันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2025 ซึ่งมีผู้บุกรุกเข้าถึงข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ที่ยังไม่ได้ถูกย้ายไป Oracle Cloud - แม้เหตุการณ์นี้จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการละเมิด Oracle Cloud เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ก็เกิดขึ้นใกล้เคียงกันมาก FBI เข้าแทรกแซงและเริ่มการสอบสวน - รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า FBI กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว โดยพบว่าแฮกเกอร์มีเป้าหมายเพื่อ ขู่กรรโชกผู้ให้บริการด้านสุขภาพในสหรัฐฯ - ขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนข้อมูลผู้ป่วยที่ถูกขโมย รวมถึงจำนวนองค์กรด้านสุขภาพที่ถูกขู่กรรโชก ข้อมูลถูกขโมยผ่าน Credentials ที่รั่วไหล - หลักฐานที่มีอยู่แสดงให้เห็นว่าผู้โจมตีใช้ ข้อมูลล็อกอินที่ถูกขโมย เพื่อเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ของ Oracle Health - นี่เป็นประเด็นสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความ อ่อนแอของระบบจัดการสิทธิ์การเข้าถึงของ Oracle Oracle Cloud ถูกกล่าวหาว่ามีการละเมิดข้อมูล—แต่บริษัทปฏิเสธ - CloudSEK รายงานว่ามีแฮกเกอร์ที่ชื่อ "rose87168" ขายข้อมูล 6 ล้านรายการ จากระบบ Single Sign-On (SSO) และ Lightweight Directory Access Protocol (LDAP) ของ Oracle Cloud - แม้ว่าข้อมูลที่ถูกแฮกจะได้รับการตรวจสอบจากลูกค้าของ Oracle แต่บริษัทได้ปฏิเสธเหตุการณ์ดังกล่าว นักวิจัยด้านความปลอดภัยวิจารณ์การตอบสนองของ Oracle - นักวิจัยด้านไซเบอร์มองว่าการปฏิเสธเหตุการณ์จาก Oracle ไม่ช่วยลดความเสี่ยง โดย CEO ของ CloudSEK ระบุว่า "ในการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ การปฏิเสธไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงหายไป ความโปร่งใสต่างหากที่ช่วยลดอันตราย" https://www.csoonline.com/article/3951683/oracle-warns-customers-of-health-data-breach-amid-public-denial.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Oracle warns customers of health data breach amid public denial
    Oracle continues to publicly deny two separate data breaches despite emerging evidence of the breaches.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 104 มุมมอง 0 รีวิว
  • วัดป่าชัยรังสี
    #วัดสวยงาม #UnseenThailand #สมุทรสาคร #ตองตะลอนทัวร์ #ตองอะราวด์เดอะเวิลด์ #กินเที่ยวกับตอง #TongAroundTheWorld #รีวิววัดสวย
    วัดป่าชัยรังสี #วัดสวยงาม #UnseenThailand #สมุทรสาคร #ตองตะลอนทัวร์ #ตองอะราวด์เดอะเวิลด์ #กินเที่ยวกับตอง #TongAroundTheWorld #รีวิววัดสวย
    Like
    1
    2 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 117 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • สนธิเล่าเรื่อง 2-4-68
    คุณสนธิจะออกมาชำแหละหลายๆ ประเด็นเกี่ยวกับ "ตึก สตง. ถล่ม" ไม่ว่าจะเป็นตัว สตง. เองเจ้าของตึก, กรุงเทพมหานคร, รัฐบาลนำโดย "อุ๊งอิ๊งค์ แพทองธาร" และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ที่มีผู้นำองค์กร ชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล
    https://www.youtube.com/watch?v=k3czsjbPnKs

    #สนธิเล่าเรื่อง #SondhiTalk #ตึกสตงถล่ม #แผ่นดินไหว
    สนธิเล่าเรื่อง 2-4-68 คุณสนธิจะออกมาชำแหละหลายๆ ประเด็นเกี่ยวกับ "ตึก สตง. ถล่ม" ไม่ว่าจะเป็นตัว สตง. เองเจ้าของตึก, กรุงเทพมหานคร, รัฐบาลนำโดย "อุ๊งอิ๊งค์ แพทองธาร" และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ที่มีผู้นำองค์กร ชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล https://www.youtube.com/watch?v=k3czsjbPnKs #สนธิเล่าเรื่อง #SondhiTalk #ตึกสตงถล่ม #แผ่นดินไหว
    Like
    Love
    Sad
    23
    4 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 847 มุมมอง 1 รีวิว
  • Generative AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือช่วยพิมพ์หรือวิเคราะห์ข้อมูลอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น "คู่คิด" ที่สามารถช่วยแนะนำไอเดียใหม่ ท้าทายความคิดเดิม และช่วยให้เราจัดการงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รายงานของ Capgemini พบว่ามีเพียง 15% ของผู้จัดการ 1,400 คน เท่านั้นที่ใช้ AI ในงานประจำวัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหลายคนยังไม่เข้าใจศักยภาพของ AI

    1) ช่วยจัดการตนเองให้ดีขึ้น
    - AI สามารถช่วยจัดการอีเมลและสรุปเอกสาร
    - ใช้ AI เพื่อประเมิน Feedback ที่ได้รับ และหาวิธีพัฒนาตนเอง
    - วิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อน เพื่อช่วยวางแผนการเติบโตในอาชีพ

    2) ช่วยเตรียมการสื่อสารและการนำเสนอ
    - AI สามารถช่วยสร้างเนื้อหาสำหรับงานนำเสนอ โดยคิดถึงผู้ฟัง และจัดโครงสร้างเนื้อหาให้เข้าใจง่าย
    - วิเคราะห์ Performance ของการพูดในอดีต และช่วยให้คำแนะนำเรื่อง โทนเสียงและภาษากาย
    - ช่วยเตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์งาน โดยช่วยฝึกตอบคำถามที่อาจเกิดขึ้น

    3) ช่วยในการบริหารทีมและการประชุม
    - AI สามารถช่วยจัดตารางประชุมและบริหารองค์ประกอบของทีม
    - ใช้ AI เพื่อสร้าง Workshop Agenda ที่มีโครงสร้างชัดเจน
    - สร้างรายงานเกี่ยวกับสถานะทางการเงิน ทรัพยากร และตารางเวลาของโครงการ

    4) ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ในทีม
    - AI สามารถช่วยคิดแนวทางใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหา
    - วิเคราะห์ความต้องการของโครงการ และช่วยระบุว่า ทีมต้องมีทักษะอะไรบ้าง เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
    - สร้างไอเดียและมุมมองที่หลากหลาย เพื่อช่วยแก้ปัญหาความคิดสร้างสรรค์ที่ติดขัด

    https://www.zdnet.com/article/4-ways-you-can-start-using-gen-ai-to-its-full-potential/
    Generative AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือช่วยพิมพ์หรือวิเคราะห์ข้อมูลอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น "คู่คิด" ที่สามารถช่วยแนะนำไอเดียใหม่ ท้าทายความคิดเดิม และช่วยให้เราจัดการงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รายงานของ Capgemini พบว่ามีเพียง 15% ของผู้จัดการ 1,400 คน เท่านั้นที่ใช้ AI ในงานประจำวัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหลายคนยังไม่เข้าใจศักยภาพของ AI 1) ช่วยจัดการตนเองให้ดีขึ้น - AI สามารถช่วยจัดการอีเมลและสรุปเอกสาร - ใช้ AI เพื่อประเมิน Feedback ที่ได้รับ และหาวิธีพัฒนาตนเอง - วิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อน เพื่อช่วยวางแผนการเติบโตในอาชีพ 2) ช่วยเตรียมการสื่อสารและการนำเสนอ - AI สามารถช่วยสร้างเนื้อหาสำหรับงานนำเสนอ โดยคิดถึงผู้ฟัง และจัดโครงสร้างเนื้อหาให้เข้าใจง่าย - วิเคราะห์ Performance ของการพูดในอดีต และช่วยให้คำแนะนำเรื่อง โทนเสียงและภาษากาย - ช่วยเตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์งาน โดยช่วยฝึกตอบคำถามที่อาจเกิดขึ้น 3) ช่วยในการบริหารทีมและการประชุม - AI สามารถช่วยจัดตารางประชุมและบริหารองค์ประกอบของทีม - ใช้ AI เพื่อสร้าง Workshop Agenda ที่มีโครงสร้างชัดเจน - สร้างรายงานเกี่ยวกับสถานะทางการเงิน ทรัพยากร และตารางเวลาของโครงการ 4) ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ในทีม - AI สามารถช่วยคิดแนวทางใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหา - วิเคราะห์ความต้องการของโครงการ และช่วยระบุว่า ทีมต้องมีทักษะอะไรบ้าง เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย - สร้างไอเดียและมุมมองที่หลากหลาย เพื่อช่วยแก้ปัญหาความคิดสร้างสรรค์ที่ติดขัด https://www.zdnet.com/article/4-ways-you-can-start-using-gen-ai-to-its-full-potential/
    WWW.ZDNET.COM
    4 ways you can start using gen AI to its full potential
    Used as a co-thinker, generative AI becomes a thought partner - engaging in conversation, suggesting new perspectives, and challenging assumptions or ideas.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 90 มุมมอง 0 รีวิว
  • วุฒิสภาสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบ Meta เกี่ยวกับความพยายามเข้าสู่ตลาดจีน โดยมุ่งเน้นข้อกล่าวหาว่า Meta อาจพัฒนาเครื่องมือเซ็นเซอร์ข้อมูลตามข้อกำหนดของรัฐบาลจีน วุฒิสมาชิกเรียกร้องให้ Meta เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการประชุมกับเจ้าหน้าที่จีนตั้งแต่ปี 2014 เพื่อประเมินว่ามีผลกระทบต่อเสรีภาพบนโลกออนไลน์หรือไม่

    ข้อกล่าวหาว่า Meta สร้างเครื่องมือเซ็นเซอร์ข้อมูล
    - วุฒิสมาชิก Ron Johnson, Richard Blumenthal และ Josh Hawley ส่งจดหมายถึง Mark Zuckerberg ขอให้เปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประชุมกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนตั้งแต่ปี 2014
    - มีข้อสงสัยว่า Meta พยายามออกแบบระบบที่ช่วยปิดกั้นเนื้อหาที่จีนไม่ต้องการให้เผยแพร่

    Meta กับตลาดจีน—โอกาสและข้อจำกัด
    - แม้ว่า Facebook และ Instagram ถูกบล็อกในจีน Meta ยังสนใจเปิดตลาดในประเทศนี้โดยอาจร่วมมือกับบริษัทจีนหรือปรับเปลี่ยนนโยบายให้สอดคล้องกับข้อกำหนดท้องถิ่น
    - อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบของจีนเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตยังเข้มงวด และมีกฎหมายที่บังคับให้แพลตฟอร์มต่างชาติต้องควบคุมเนื้อหา

    สหรัฐฯ กังวลเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์และข้อมูลผู้ใช้
    - การตรวจสอบครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่า Meta อาจต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ใช้ เพื่อให้ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงตลาดจีน
    - วุฒิสภากำลังพิจารณาว่า Meta ดำเนินการใดบ้างที่อาจกระทบต่อ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

    ผลกระทบต่อ Meta และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
    - หาก Meta ถูกพบว่ามีการพัฒนาเครื่องมือเซ็นเซอร์จริง อาจเกิดแรงกดดันจากสหรัฐฯ และอาจกระทบต่อความไว้วางใจของผู้ใช้
    - การตรวจสอบครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง ควบคุมบริษัทเทคโนโลยีที่อาจมีความสัมพันธ์กับจีน

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/02/us-senate-committee-reviews-meta-efforts-to-gain-access-to-chinese-market
    วุฒิสภาสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบ Meta เกี่ยวกับความพยายามเข้าสู่ตลาดจีน โดยมุ่งเน้นข้อกล่าวหาว่า Meta อาจพัฒนาเครื่องมือเซ็นเซอร์ข้อมูลตามข้อกำหนดของรัฐบาลจีน วุฒิสมาชิกเรียกร้องให้ Meta เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการประชุมกับเจ้าหน้าที่จีนตั้งแต่ปี 2014 เพื่อประเมินว่ามีผลกระทบต่อเสรีภาพบนโลกออนไลน์หรือไม่ ข้อกล่าวหาว่า Meta สร้างเครื่องมือเซ็นเซอร์ข้อมูล - วุฒิสมาชิก Ron Johnson, Richard Blumenthal และ Josh Hawley ส่งจดหมายถึง Mark Zuckerberg ขอให้เปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประชุมกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนตั้งแต่ปี 2014 - มีข้อสงสัยว่า Meta พยายามออกแบบระบบที่ช่วยปิดกั้นเนื้อหาที่จีนไม่ต้องการให้เผยแพร่ Meta กับตลาดจีน—โอกาสและข้อจำกัด - แม้ว่า Facebook และ Instagram ถูกบล็อกในจีน Meta ยังสนใจเปิดตลาดในประเทศนี้โดยอาจร่วมมือกับบริษัทจีนหรือปรับเปลี่ยนนโยบายให้สอดคล้องกับข้อกำหนดท้องถิ่น - อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบของจีนเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตยังเข้มงวด และมีกฎหมายที่บังคับให้แพลตฟอร์มต่างชาติต้องควบคุมเนื้อหา สหรัฐฯ กังวลเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์และข้อมูลผู้ใช้ - การตรวจสอบครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่า Meta อาจต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ใช้ เพื่อให้ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงตลาดจีน - วุฒิสภากำลังพิจารณาว่า Meta ดำเนินการใดบ้างที่อาจกระทบต่อ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ผลกระทบต่อ Meta และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี - หาก Meta ถูกพบว่ามีการพัฒนาเครื่องมือเซ็นเซอร์จริง อาจเกิดแรงกดดันจากสหรัฐฯ และอาจกระทบต่อความไว้วางใจของผู้ใช้ - การตรวจสอบครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง ควบคุมบริษัทเทคโนโลยีที่อาจมีความสัมพันธ์กับจีน https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/02/us-senate-committee-reviews-meta-efforts-to-gain-access-to-chinese-market
    WWW.THESTAR.COM.MY
    US Senate committee reviews Meta efforts to gain access to Chinese market
    WASHINGTON (Reuters) - A U.S. Senate investigative subcommittee on Tuesday is opening a review into Facebook-parent Meta Platforms' efforts to gain access to the Chinese market and is seeking documents from the company.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 88 มุมมอง 0 รีวิว