0 ความคิดเห็น
0 การแบ่งปัน
148 มุมมอง
0 รีวิว
รายการ
ค้นพบผู้คนใหม่ๆ สร้างการเชื่อมต่อใหม่ๆ และรู้จักเพื่อนใหม่
- กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อกดถูกใจ แชร์ และแสดงความคิดเห็น!
- จับโกหกพรรคประชาชวย แหกตาประชาชน
#คิงส์โพธิ์แดงจับโกหกพรรคประชาชวย แหกตาประชาชน #คิงส์โพธิ์แดง0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 226 มุมมอง 34 0 รีวิว1
- แย่แล้ว !
https://youtu.be/-CYJ6fWi11Qแย่แล้ว ! https://youtu.be/-CYJ6fWi11Q0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 150 มุมมอง 0 รีวิว - หลังวันหยุดยาว กับความจริงที่ไม่มีวันหยุด
.
#WAYTNEWS #WayTNews #waytnews
#ข่าวสารอัพเดท #ติดตามข่าว #สถานการณ์ปัจจุบัน #ข่าวสารความจริง
-------------------------------
สนใจโปรไวต้า คลิก▶ https://www.facebook.com/TPIPolene?locale=tหลังวันหยุดยาว กับความจริงที่ไม่มีวันหยุด . #WAYTNEWS #WayTNews #waytnews #ข่าวสารอัพเดท #ติดตามข่าว #สถานการณ์ปัจจุบัน #ข่าวสารความจริง ------------------------------- สนใจโปรไวต้า คลิก▶ https://www.facebook.com/TPIPolene?locale=t0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 499 มุมมอง 27 0 รีวิว - ที่ปรึกษานายกฯ ชี้ “เศรษฐา” หลุดเก้าอี้ยังนั่งนายกฯรักษาการได้ แถมคืนชีพอาจกลับมาเป็นตัวเลือกอีกครั้งแม้ถูกสอย แต่ต้องดูคำวินิจฉัยศาล ห้ามหรือไม่ - ยันรักษาการนายกฯ ยุบสภา ทำทุกอย่างได้
อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9670000074278
#News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimesที่ปรึกษานายกฯ ชี้ “เศรษฐา” หลุดเก้าอี้ยังนั่งนายกฯรักษาการได้ แถมคืนชีพอาจกลับมาเป็นตัวเลือกอีกครั้งแม้ถูกสอย แต่ต้องดูคำวินิจฉัยศาล ห้ามหรือไม่ - ยันรักษาการนายกฯ ยุบสภา ทำทุกอย่างได้ อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9670000074278 #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1910 มุมมอง 0 รีวิว
3
- รมว.ยธ. เผย "ทักษิณ" โชว์วิสัยทัศน์งานอีเวนต์ได้ ในอดีตมีผู้พักโทษเคยทำมาแล้ว ส่วน กสม. ยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบราชทัณฑ์ ยืนยันเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย
อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9670000074244
#News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimesรมว.ยธ. เผย "ทักษิณ" โชว์วิสัยทัศน์งานอีเวนต์ได้ ในอดีตมีผู้พักโทษเคยทำมาแล้ว ส่วน กสม. ยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบราชทัณฑ์ ยืนยันเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9670000074244 #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1712 มุมมอง 0 รีวิว
4
- คณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง นัดประชุม 15 ส.ค.นี้ จ่อเรียก "บิ๊กโจ๊ก" กับพวกรับทราบข้อกล่าวหา คาดภายในเดือนส.ค.นี้ เผยคืบหน้าแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์
อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9670000074269
#News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimesคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง นัดประชุม 15 ส.ค.นี้ จ่อเรียก "บิ๊กโจ๊ก" กับพวกรับทราบข้อกล่าวหา คาดภายในเดือนส.ค.นี้ เผยคืบหน้าแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์ อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9670000074269 #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1832 มุมมอง 0 รีวิว
8
- เล่าเรื่องนี้เผื่อใครกำลังเจอปัญหาเหมือน ๆ กัน
....
แปลงนี้เจ้าของให้ lit nit ไปออกแบบปลูกต้นไม้ป่าเมื่อเดือนก่อน มาเดือนนี้หญ้ายาวและชาวบ้านแถวนั้นก็เข้ามาตัดหญ้าไปเลี้ยงวัว ใช่ครับ...เขาไม่ได้ขออนุญาตใครทั้งนั้นแหละ และเขาก็ตัดต้นไม้ที่ปลูกติดหญ้าไปด้วย ปัญหาแบบนี้เจอทุกพื้นที่
....
ความจริงถ้าเจ้าของแปลงสั่งห้ามไม่ให้มาตัดมันก็ทำได้ แต่มันก็อาจจะส่งผลในทางลบในด้านความสัมพันธ์ จิตมนุษย์นั้นยากแท้หยั่งถึง เมื่อความสัมพันธ์มันติดลบอะไร ๆ ก็อาจจะตามมา lit nit เลยยกตัวอย่างแปลงของตัวเองที่ลพบุรีให้พี่เจ้าของฟังถึงวิธีการแก้ปัญหาเรื่องนี้
....
เราเลือกที่จะบอกชาวบ้านคนนั้นว่าเรามีต้นไม้อยู่ตรงไหนบ้างที่เขาจะมองไม่เห็น และหลังจากนั้นเราก็ต้องยอมลงทุนซื้อหลักไม้มาปักอย่างน้อย ๆ ก็ 2 หลักต่อ 1 ต้น ชาวบ้านอาจจะยังมาตัดอยู่ แต่เราปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเต็มพื้นที่ เขาเหล่านั้นก็จะหายหน้าไปเอง วิธีนี้อาจใช้เวลาหน่อยแต่ก็ไม่ได้สร้างปัญหาอื่นให้เกิดขึ้นตามมา พอ 1 ปีต้นไม้ก็โตเกินต้นหญ้าแล้วสามารถมองเห็นได้
....
lit nit ไม่แนะนำให้เจ้าของฉีดยาฆ่าหญ้าเหตุเพราะหญ้าจะช่วยรักษาความชื้นในดินให้กับต้นไม้ เจ้าของก็จะไม่ต้องลงทุนเรื่องการรดน้ำ
ลองพิจารณาดูครับหากใครเจอปัญหาอย่างว่า เลือกใช้วิธีที่รักษาความสัมพันธ์ไว้ก่อน แต่ถ้าแก้ไม่หายเพราะสันดานคน ให้เลือกวิธี...
#ฟ้องร้องให้มันชดใช้เป็นวัว1ตัวแม่ง !^^เล่าเรื่องนี้เผื่อใครกำลังเจอปัญหาเหมือน ๆ กัน .... แปลงนี้เจ้าของให้ lit nit ไปออกแบบปลูกต้นไม้ป่าเมื่อเดือนก่อน มาเดือนนี้หญ้ายาวและชาวบ้านแถวนั้นก็เข้ามาตัดหญ้าไปเลี้ยงวัว ใช่ครับ...เขาไม่ได้ขออนุญาตใครทั้งนั้นแหละ และเขาก็ตัดต้นไม้ที่ปลูกติดหญ้าไปด้วย ปัญหาแบบนี้เจอทุกพื้นที่ .... ความจริงถ้าเจ้าของแปลงสั่งห้ามไม่ให้มาตัดมันก็ทำได้ แต่มันก็อาจจะส่งผลในทางลบในด้านความสัมพันธ์ จิตมนุษย์นั้นยากแท้หยั่งถึง เมื่อความสัมพันธ์มันติดลบอะไร ๆ ก็อาจจะตามมา lit nit เลยยกตัวอย่างแปลงของตัวเองที่ลพบุรีให้พี่เจ้าของฟังถึงวิธีการแก้ปัญหาเรื่องนี้ .... เราเลือกที่จะบอกชาวบ้านคนนั้นว่าเรามีต้นไม้อยู่ตรงไหนบ้างที่เขาจะมองไม่เห็น และหลังจากนั้นเราก็ต้องยอมลงทุนซื้อหลักไม้มาปักอย่างน้อย ๆ ก็ 2 หลักต่อ 1 ต้น ชาวบ้านอาจจะยังมาตัดอยู่ แต่เราปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเต็มพื้นที่ เขาเหล่านั้นก็จะหายหน้าไปเอง วิธีนี้อาจใช้เวลาหน่อยแต่ก็ไม่ได้สร้างปัญหาอื่นให้เกิดขึ้นตามมา พอ 1 ปีต้นไม้ก็โตเกินต้นหญ้าแล้วสามารถมองเห็นได้ .... lit nit ไม่แนะนำให้เจ้าของฉีดยาฆ่าหญ้าเหตุเพราะหญ้าจะช่วยรักษาความชื้นในดินให้กับต้นไม้ เจ้าของก็จะไม่ต้องลงทุนเรื่องการรดน้ำ ลองพิจารณาดูครับหากใครเจอปัญหาอย่างว่า เลือกใช้วิธีที่รักษาความสัมพันธ์ไว้ก่อน แต่ถ้าแก้ไม่หายเพราะสันดานคน ให้เลือกวิธี... #ฟ้องร้องให้มันชดใช้เป็นวัว1ตัวแม่ง !^^0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 535 มุมมอง 0 รีวิว1
- ชุมนุมครอบครัว....ชุมนุมครอบครัว....0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 225 มุมมอง 0 รีวิว
- ขอเชิญพสกนิกรชาวนนทบุรี เฝ้าฯ รับเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน มหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2567 ในวันศุกร์ ที่ 23 สิงหาคม 2567 เวลา 17.00 น. ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี
"กองทุนแม่ของแผ่นดิน" มีจุดเริ่มต้นจากการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จแปรพระราชฐานเพื่อทรงงานเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ผ่านเลขาธิการ ป.ป.ส. (พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์) เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2546 เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของราษฎรอาสา ที่ร่วมป้องกันยาเสพติดของหมู่บ้านชุมชน สำนักงาน ป.ป.ส. จึงน้อมเกล้าฯ จัดสรรงบประมาณขึ้นร่วมสมทบกับพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์โดยตั้งชื่อว่า "กองทุนแม่ของแผ่นดิน"
#พระราชินีสุทิดา #苏提达王后 #QueenSuthida พระราชินีสุทิดา
Cr. FB : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรีขอเชิญพสกนิกรชาวนนทบุรี เฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน มหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2567 ในวันศุกร์ ที่ 23 สิงหาคม 2567 เวลา 17.00 น. ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี "กองทุนแม่ของแผ่นดิน" มีจุดเริ่มต้นจากการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จแปรพระราชฐานเพื่อทรงงานเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ผ่านเลขาธิการ ป.ป.ส. (พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์) เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2546 เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของราษฎรอาสา ที่ร่วมป้องกันยาเสพติดของหมู่บ้านชุมชน สำนักงาน ป.ป.ส. จึงน้อมเกล้าฯ จัดสรรงบประมาณขึ้นร่วมสมทบกับพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์โดยตั้งชื่อว่า "กองทุนแม่ของแผ่นดิน" #พระราชินีสุทิดา #苏提达王后 #QueenSuthida พระราชินีสุทิดา Cr. FB : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 622 มุมมอง 0 รีวิว1
-
- ป้อมปราการ ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
กำแพงเมืองพระนครกรุงรัตนโกสินทร์นั้นสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 รวมความยาวทั้งหมดประมาณ 7 กิโลเมตร ครอบคลุมเขตเกาะกรุงรัตนโกสินทร์ มีป้อมสังเกตุการณ์จำนวนถึง 14 ป้อม ป้อมปราการที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งมี 14 ป้อม คือ
1. ป้อมพระสุเมรุ ป้อมที่อยู่เหนือสุดของเกาะรัตนโกสินทร์
2. ป้อมยุคุนธร ตรงหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร บัดนี้เหลือแต่กำแพงและประตูเมืองเท่านั้น
3. ป้อมมหาปราบ ระหว่างสะพานเฉลิมวันชาติกับแยกผ่านฟ้าลีลาศ ตรงหัวโค้งถนนพระสุเมรุ
4. ป้อมมหากาฬ เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ
5. ป้อมหมู่ทะลวง (ทลวง) ใกล้หัวถนนหลวง ตรงข้ามสวนรมณีนาถและร้านเครื่องหวายข้างสวนรมณีนาถ แต่ก่อนสวนรมณีนาถคือเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ก่อนถูกยุบเป็นสวนสาธารณะกับพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ ส่วนป้อมหมู่ทลวงโดนทุบทิ้งไปบางส่วนเมื่อเมื่อปี พ.ศ. 2440 เพื่อนำอิฐไปสร้างทางรถไฟจากอยุธยาไปบ้านภาชีและแก่งคอย
6. ป้อมเสือทะยาน (ทยาน) อยู่ใกล้สะพานดำรงสถิต (สะพานเหล็กบน) ตรงโรงแรมมิรามา
7. ป้อมมหาไชย ปัจจุบันคือธนาคารทหารไทย สาขาวังบูรพา หัวถนนเยาวราช แถวสะพานหัน ทุบทิ้งเมื่อปลายธันวาคม พ.ศ. 2469
8. ป้อมจักรเพชร ป้อมที่อยู่ใต้สุดของเกาะรัตนโกสินทร์ อยู่ตรงปากคลองรอบกรุง เชิงสะพานพุทธยอดฟ้า
9. ป้อมผีเสื้อ ปัจจุบันปากคลองคูเมืองเดิมด้านใต้ ฝั่งปากคลองตลาด
10. ป้อมมหาฤกษ์ ปัจจุบันอยู่ในบริเวณโรงเรียนราชินี อยู่ฝั่งตรงข้ามกับป้อมวิชัยประสิทธิ์ซึ่งอยู่ฝั่งธนบุรี
11. ป้อมมหายักษ์ อยู่บริเวณท่าเตียน แถว ๆ ตึกกรมการค้าภายใน เก่า
12. ป้อมพระจันทร์ ปัจจุบันคือท่าพระจันทร์ ข้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
13. ป้อมพระอาทิตย์ ปัจจุบันคือเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ปากคลองคูเมืองเดิม
14. ป้อมอิสินธร ปัจจุบันคือพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ตรงข้ามซอยชนะสงคราม ทางลัดเข้าวัดชนะสงคราม
โดยประตูเมืองและกำแพงเมือง ทางทิศเหนือนั้นกรมศิลปากรได้บูรณะเมื่อ พ.ศ. 2524 เป็นประตูเมืองตามแบบในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นประตูยอด โดยแตกต่างจากประตูไม้ทาดินแดงในสมัยรัชกาลที่ 1 และประตูก่ออิฐข้างบนซึ่งใช้เป็นหอรบในสมัยรัชกาลที่ 3
ส่วนกำแพงเมืองทางด้านป้อมมหากาฬนั้น ได้ถูกรื้อถอนออกเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างถนน และที่อยู่อาศัย จะเหลือให้เห็นเพียงระยะประมาณ 100 เมตร ติดต่อกับตัวป้อมมหากาฬ ด้านหลังกำแพงปัจจุบันเป็นสวนสาธารณะ เป็นอีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวกรุงเทพมหานครและนักท่องเที่ยว
ทั้งนี้เนื่องจากรัชกาลที่ 1 ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจด้านความมั่นคงมาตั้งแต่ครั้งกรุงเก่า และมีตำแหน่งเป็น “แม่ทัพ” เมื่อครั้งสมัยกรุงธนบุรี ทำให้ทรงเชี่ยวชาญการศึก และเข้าใจตำราพิไชยสงคราม การตั้งหลักเมืองของกรุงรัตนโกสินทร์ จึงมีการอ้างอิงการตั้งทัพหรือแต่งทัพ ที่สอดคล้องกับภูมิประเทศและสภาพแวดล้อม
รัชกาลที่ 1 เข้าพระราชหฤทัยชัยภูมิของ “บางกอก” ที่มีลักษณะตรงกับการตั้งทัพตามคติ “นาคนาม” กล่าวคือ เป็นบริเวณที่มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน ดังนั้น ในการเลือกที่ตั้งศูนย์กลางของเมือง และการตั้ง “หลักเมือง” พระองค์จึงทรงเล็งเห็นประเด็นของ “ชัยภูมิ” เป็นลำดับแรก จากนั้นจึงดูฤกษ์ยาม วัน และเดือน ที่เหมาะสมตามคติ “โหราศาสตร์” ในการลงหลักเมืองตามมาเป็นลำดับ
และเมื่อได้ดูลักษณะรูปร่างของการวางผังของ กำแพงเมืองพระนครจะเหมือนลักษณะคันธนู โดยยึดหลักฮวงจุ้ยของจีนมาประกอบการวางผังกำแพงเมือง หากสังเกตุดีๆ จะเห็นว่าสายธนูจะง้างออกไปทางทิศตะวันออก ส่วนลูกธนูจะพุ่งไปทางทิศตะวันตกอันเป็นทิศที่ตั้งของคู่ปรับสำคัญนั่นคือเมืองอังวะ พม่านั่นเอง
.
อ้างอิง
พินิจพระนคร 2475-2545, กรมแผนที่ทหาร, กองบัญชาการทหารสูงสุด, พ.ศ. 2549
แผนที่กรุงเทพฯ พ.ศ. 2450 - 2550, โดย บัณฑิต จุลาสัยและคณะ, กรุงเทพฯ : สำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร, 2550
เอกสารชุดกระทรวงนครบาล สมัยรัชกาลที่ 5
เอกสารชุดกระทรวงนครบาล สมัยรัชกาลที่ 6
เอกสารชุดกระทรวงมหาดไทย สมัยรัชกาลที่ 7
เพจบางกอกไอเลิฟยู
เรียบเรียงโดย เพจเกร็ดประวัติศาสตร์ v2
#Thaitimesป้อมปราการ ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ กำแพงเมืองพระนครกรุงรัตนโกสินทร์นั้นสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 รวมความยาวทั้งหมดประมาณ 7 กิโลเมตร ครอบคลุมเขตเกาะกรุงรัตนโกสินทร์ มีป้อมสังเกตุการณ์จำนวนถึง 14 ป้อม ป้อมปราการที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งมี 14 ป้อม คือ 1. ป้อมพระสุเมรุ ป้อมที่อยู่เหนือสุดของเกาะรัตนโกสินทร์ 2. ป้อมยุคุนธร ตรงหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร บัดนี้เหลือแต่กำแพงและประตูเมืองเท่านั้น 3. ป้อมมหาปราบ ระหว่างสะพานเฉลิมวันชาติกับแยกผ่านฟ้าลีลาศ ตรงหัวโค้งถนนพระสุเมรุ 4. ป้อมมหากาฬ เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ 5. ป้อมหมู่ทะลวง (ทลวง) ใกล้หัวถนนหลวง ตรงข้ามสวนรมณีนาถและร้านเครื่องหวายข้างสวนรมณีนาถ แต่ก่อนสวนรมณีนาถคือเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ก่อนถูกยุบเป็นสวนสาธารณะกับพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ ส่วนป้อมหมู่ทลวงโดนทุบทิ้งไปบางส่วนเมื่อเมื่อปี พ.ศ. 2440 เพื่อนำอิฐไปสร้างทางรถไฟจากอยุธยาไปบ้านภาชีและแก่งคอย 6. ป้อมเสือทะยาน (ทยาน) อยู่ใกล้สะพานดำรงสถิต (สะพานเหล็กบน) ตรงโรงแรมมิรามา 7. ป้อมมหาไชย ปัจจุบันคือธนาคารทหารไทย สาขาวังบูรพา หัวถนนเยาวราช แถวสะพานหัน ทุบทิ้งเมื่อปลายธันวาคม พ.ศ. 2469 8. ป้อมจักรเพชร ป้อมที่อยู่ใต้สุดของเกาะรัตนโกสินทร์ อยู่ตรงปากคลองรอบกรุง เชิงสะพานพุทธยอดฟ้า 9. ป้อมผีเสื้อ ปัจจุบันปากคลองคูเมืองเดิมด้านใต้ ฝั่งปากคลองตลาด 10. ป้อมมหาฤกษ์ ปัจจุบันอยู่ในบริเวณโรงเรียนราชินี อยู่ฝั่งตรงข้ามกับป้อมวิชัยประสิทธิ์ซึ่งอยู่ฝั่งธนบุรี 11. ป้อมมหายักษ์ อยู่บริเวณท่าเตียน แถว ๆ ตึกกรมการค้าภายใน เก่า 12. ป้อมพระจันทร์ ปัจจุบันคือท่าพระจันทร์ ข้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 13. ป้อมพระอาทิตย์ ปัจจุบันคือเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ปากคลองคูเมืองเดิม 14. ป้อมอิสินธร ปัจจุบันคือพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ตรงข้ามซอยชนะสงคราม ทางลัดเข้าวัดชนะสงคราม โดยประตูเมืองและกำแพงเมือง ทางทิศเหนือนั้นกรมศิลปากรได้บูรณะเมื่อ พ.ศ. 2524 เป็นประตูเมืองตามแบบในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นประตูยอด โดยแตกต่างจากประตูไม้ทาดินแดงในสมัยรัชกาลที่ 1 และประตูก่ออิฐข้างบนซึ่งใช้เป็นหอรบในสมัยรัชกาลที่ 3 ส่วนกำแพงเมืองทางด้านป้อมมหากาฬนั้น ได้ถูกรื้อถอนออกเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างถนน และที่อยู่อาศัย จะเหลือให้เห็นเพียงระยะประมาณ 100 เมตร ติดต่อกับตัวป้อมมหากาฬ ด้านหลังกำแพงปัจจุบันเป็นสวนสาธารณะ เป็นอีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวกรุงเทพมหานครและนักท่องเที่ยว ทั้งนี้เนื่องจากรัชกาลที่ 1 ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจด้านความมั่นคงมาตั้งแต่ครั้งกรุงเก่า และมีตำแหน่งเป็น “แม่ทัพ” เมื่อครั้งสมัยกรุงธนบุรี ทำให้ทรงเชี่ยวชาญการศึก และเข้าใจตำราพิไชยสงคราม การตั้งหลักเมืองของกรุงรัตนโกสินทร์ จึงมีการอ้างอิงการตั้งทัพหรือแต่งทัพ ที่สอดคล้องกับภูมิประเทศและสภาพแวดล้อม รัชกาลที่ 1 เข้าพระราชหฤทัยชัยภูมิของ “บางกอก” ที่มีลักษณะตรงกับการตั้งทัพตามคติ “นาคนาม” กล่าวคือ เป็นบริเวณที่มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน ดังนั้น ในการเลือกที่ตั้งศูนย์กลางของเมือง และการตั้ง “หลักเมือง” พระองค์จึงทรงเล็งเห็นประเด็นของ “ชัยภูมิ” เป็นลำดับแรก จากนั้นจึงดูฤกษ์ยาม วัน และเดือน ที่เหมาะสมตามคติ “โหราศาสตร์” ในการลงหลักเมืองตามมาเป็นลำดับ และเมื่อได้ดูลักษณะรูปร่างของการวางผังของ กำแพงเมืองพระนครจะเหมือนลักษณะคันธนู โดยยึดหลักฮวงจุ้ยของจีนมาประกอบการวางผังกำแพงเมือง หากสังเกตุดีๆ จะเห็นว่าสายธนูจะง้างออกไปทางทิศตะวันออก ส่วนลูกธนูจะพุ่งไปทางทิศตะวันตกอันเป็นทิศที่ตั้งของคู่ปรับสำคัญนั่นคือเมืองอังวะ พม่านั่นเอง . อ้างอิง พินิจพระนคร 2475-2545, กรมแผนที่ทหาร, กองบัญชาการทหารสูงสุด, พ.ศ. 2549 แผนที่กรุงเทพฯ พ.ศ. 2450 - 2550, โดย บัณฑิต จุลาสัยและคณะ, กรุงเทพฯ : สำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร, 2550 เอกสารชุดกระทรวงนครบาล สมัยรัชกาลที่ 5 เอกสารชุดกระทรวงนครบาล สมัยรัชกาลที่ 6 เอกสารชุดกระทรวงมหาดไทย สมัยรัชกาลที่ 7 เพจบางกอกไอเลิฟยู เรียบเรียงโดย เพจเกร็ดประวัติศาสตร์ v2 #Thaitimes0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1849 มุมมอง 0 รีวิว - ชามตราไก่ไม่ใช่มรดกของไทย!
.
ชามตราไก่ หรือ จีกงหว่าน (鸡公碗)ปรากฏครั้งแรกในสมัยเฉิงฮวาของราชวงศ์หมิง ถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่ บรรดาเจ้าชายและขุนนางในสมัยนั้นนิยมใช้
.
ในช่วงปลายราชวงศ์ชิงและช่วงเริ่มต้นของสาธารณรัฐจีนตราชามไก่ส่วนใหญ่ถูกผลิตขึ้นในมณฑลเจียงซี อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุที่ต้นทุนการผลิตสูงและไม่สามารถแข่งขันกับเครื่องลายครามจากต่างประเทศที่ราคาถูกกว่าได้ ทำให้การผลิตก็หยุดไประยะหนึ่ง ต่อมาคนในแถบภูมิภาคแต้จิ๋ว-ซัวเถา ได้นำชามชนิดนี้มาผลิตต่อ ทำให้ชามตราไก่ก็ได้รับความนิยมอีกครั้ง ทั้งยังมีการส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และฮ่องกง
.
ภาพประกอบ >> ชามไก่ยุคราชวงศ์หมิง กลายเป็นประหนึ่งชามศักดิ์สิทธิ์หลังประมูลราคาได้สูงถึง 281.24 ล้านเหรียญฮ่องกง (ราว 1,181 ล้านบาท) ในปี 2557ชามตราไก่ไม่ใช่มรดกของไทย! . ชามตราไก่ หรือ จีกงหว่าน (鸡公碗)ปรากฏครั้งแรกในสมัยเฉิงฮวาของราชวงศ์หมิง ถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่ บรรดาเจ้าชายและขุนนางในสมัยนั้นนิยมใช้ . ในช่วงปลายราชวงศ์ชิงและช่วงเริ่มต้นของสาธารณรัฐจีนตราชามไก่ส่วนใหญ่ถูกผลิตขึ้นในมณฑลเจียงซี อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุที่ต้นทุนการผลิตสูงและไม่สามารถแข่งขันกับเครื่องลายครามจากต่างประเทศที่ราคาถูกกว่าได้ ทำให้การผลิตก็หยุดไประยะหนึ่ง ต่อมาคนในแถบภูมิภาคแต้จิ๋ว-ซัวเถา ได้นำชามชนิดนี้มาผลิตต่อ ทำให้ชามตราไก่ก็ได้รับความนิยมอีกครั้ง ทั้งยังมีการส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และฮ่องกง . ภาพประกอบ >> ชามไก่ยุคราชวงศ์หมิง กลายเป็นประหนึ่งชามศักดิ์สิทธิ์หลังประมูลราคาได้สูงถึง 281.24 ล้านเหรียญฮ่องกง (ราว 1,181 ล้านบาท) ในปี 25570 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 874 มุมมอง 0 รีวิว
6
- รัฐบาลจีนลงดาบแบนแฟนกีฬาแย่ๆ ที่ตามด่า คุกคามนักกีฬาที่พลาดท่าไร้ชัยชนะ รวมทั้งจับกุมกองเชียร์โพสต์หมิ่นประมาท
#7ดอกจิก♣️ รัฐบาลจีนลงดาบแบนแฟนกีฬาแย่ๆ ที่ตามด่า คุกคามนักกีฬาที่พลาดท่าไร้ชัยชนะ รวมทั้งจับกุมกองเชียร์โพสต์หมิ่นประมาท #7ดอกจิก0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 257 มุมมอง 0 รีวิว1
- บุญหล่นทับ ! "จตุภูมิ ชินวงศ์" นักยกน้ำหนักไทยคนแรกมีสิทธิ์คว้าเหรียญทอง โอลิมปิกเกมส์ปี 2016 หลังจากศาลกีฬาโลก ไอโอซีประกาศอย่างเป็นทางการทั้งสามอันดับแชมป์โดนตรวจสอบใช้สารกระตุ้น กลายเป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการยกน้ำหนักโลก
13 สิงหาคม 2567-รายงานข่าวระบุว่าพล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยอาจได้รับข่าวดีเกี่ยวกับเรื่องในวงการยกน้ำหนักต่อเนื่อง โดยเวลานี้กำลังมีการยื่นฟ้องเรื่องการใช้สารกระตุ้นในตัวนักยกน้ำหนักจากจีน ส่งผลให้มีการขยับตำแหน่งเหรียญทองในการแข่งขันยกน้ำหนัก รุ่น 77 กก.ชาย ในโอลิมปิกเกมส์ 2016
ย้อนไปเมื่อแปดปีที่แล้ว นายจตุภูมิ ชินวงศ์ นักยกน้ำหนักของไทยในรุ่นน้ำหนัก 77 กก.ชาย ลงแข่งขัน โอลิมปิกเกมส์ 2016 ณ นครริโอ เดจาเนโร ประเทศบราซิล
ซึ่งการแข่งขันในวันนั้น นักกีฬาไทยจบที่อันดับ 4
โดยอันดับ 1 ที่คว้าเหรียญทอง คือ นิยาต ราฮิมอฟ นักยกน้ำหนักจากคาซัคสถาน แต่ปรากฏว่าเจ้าตัวถูกตรวจพบใช้สารกระตุ้น และมีการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลกีฬาโลก
การสืบสวนมีมาอย่างยาวนาน กระทั่งศาลกีฬาโลกไม่อนุมัติ ยืนยันคำตัดสินเดิมว่า นิยาต ราฮิมอฟ นักยกน้ำหนักจากคาซัคสถาน ใช้สารกระตุ้ก่อนการแข่ง
ส่งผลให้ลำดับถูกขยับขึ้น โดย หลู่ เสี่ยวจุ่น นักยกน้ำหนักจากจีน ที่จบในอันดับ 2 ถูกขยับขึ้นเป็นอันดับ 1 แทน และ โมฮัมเหม็ด อิฮาบี นักยกน้ำหนักจากอิยิปต์ ถูกขยับขึ้นจากอันดับที่ 3 ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 2
ส่วน จตุภูมิ ชินวงศ์ นักยกน้ำหนักไทยถูกเลื่อนขึ้นจากอันดับ 4 ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 3 แทน
แต่เรื่องราวยังไม่จบ ล่าสุดมีรายงานว่า โมฮัมเหม็ด อิฮาบี นักยกน้ำหนักอียีปต์ ถูกตรวจพบใช้สารกระตุ้นเช่นกัน ส่งผลให้ “ก็อต” จตุภูมิ ชินวงศ์ ถูกเลื่อนขึ้นมารั้งอันดับ 2
ล่าสุด สดๆร้อนๆ เมื่อ หลู่ เสี่ยวจุ่น นักยกน้ำหนักจากจีน ที่ถูกขยับมาเป็นอันดับ 1 ถูกตรวจพบใช้สารกระตุ้นอีกเช่นเดียวกันและในขณะนี้ทุกเหรียญที่เขาได้รับถูกยึดหมด และตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงยื่นอุทธรณ์
ส่งผลให้ “ก็อต” จตุภูมิ ชินวงศ์ นักยกน้ำหนักไทยเรา มีสิทธิ์ที่จะครองเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2016 คนแรกในประวัติศาสตร์
https://youtu.be/nBu-6mXmvCI?si=an9TRX14jiwbQHIq
#Thaitimes
บุญหล่นทับ ! "จตุภูมิ ชินวงศ์" นักยกน้ำหนักไทยคนแรกมีสิทธิ์คว้าเหรียญทอง โอลิมปิกเกมส์ปี 2016 หลังจากศาลกีฬาโลก ไอโอซีประกาศอย่างเป็นทางการทั้งสามอันดับแชมป์โดนตรวจสอบใช้สารกระตุ้น กลายเป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการยกน้ำหนักโลก 13 สิงหาคม 2567-รายงานข่าวระบุว่าพล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยอาจได้รับข่าวดีเกี่ยวกับเรื่องในวงการยกน้ำหนักต่อเนื่อง โดยเวลานี้กำลังมีการยื่นฟ้องเรื่องการใช้สารกระตุ้นในตัวนักยกน้ำหนักจากจีน ส่งผลให้มีการขยับตำแหน่งเหรียญทองในการแข่งขันยกน้ำหนัก รุ่น 77 กก.ชาย ในโอลิมปิกเกมส์ 2016 ย้อนไปเมื่อแปดปีที่แล้ว นายจตุภูมิ ชินวงศ์ นักยกน้ำหนักของไทยในรุ่นน้ำหนัก 77 กก.ชาย ลงแข่งขัน โอลิมปิกเกมส์ 2016 ณ นครริโอ เดจาเนโร ประเทศบราซิล ซึ่งการแข่งขันในวันนั้น นักกีฬาไทยจบที่อันดับ 4 โดยอันดับ 1 ที่คว้าเหรียญทอง คือ นิยาต ราฮิมอฟ นักยกน้ำหนักจากคาซัคสถาน แต่ปรากฏว่าเจ้าตัวถูกตรวจพบใช้สารกระตุ้น และมีการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลกีฬาโลก การสืบสวนมีมาอย่างยาวนาน กระทั่งศาลกีฬาโลกไม่อนุมัติ ยืนยันคำตัดสินเดิมว่า นิยาต ราฮิมอฟ นักยกน้ำหนักจากคาซัคสถาน ใช้สารกระตุ้ก่อนการแข่ง ส่งผลให้ลำดับถูกขยับขึ้น โดย หลู่ เสี่ยวจุ่น นักยกน้ำหนักจากจีน ที่จบในอันดับ 2 ถูกขยับขึ้นเป็นอันดับ 1 แทน และ โมฮัมเหม็ด อิฮาบี นักยกน้ำหนักจากอิยิปต์ ถูกขยับขึ้นจากอันดับที่ 3 ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 2 ส่วน จตุภูมิ ชินวงศ์ นักยกน้ำหนักไทยถูกเลื่อนขึ้นจากอันดับ 4 ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 3 แทน แต่เรื่องราวยังไม่จบ ล่าสุดมีรายงานว่า โมฮัมเหม็ด อิฮาบี นักยกน้ำหนักอียีปต์ ถูกตรวจพบใช้สารกระตุ้นเช่นกัน ส่งผลให้ “ก็อต” จตุภูมิ ชินวงศ์ ถูกเลื่อนขึ้นมารั้งอันดับ 2 ล่าสุด สดๆร้อนๆ เมื่อ หลู่ เสี่ยวจุ่น นักยกน้ำหนักจากจีน ที่ถูกขยับมาเป็นอันดับ 1 ถูกตรวจพบใช้สารกระตุ้นอีกเช่นเดียวกันและในขณะนี้ทุกเหรียญที่เขาได้รับถูกยึดหมด และตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงยื่นอุทธรณ์ ส่งผลให้ “ก็อต” จตุภูมิ ชินวงศ์ นักยกน้ำหนักไทยเรา มีสิทธิ์ที่จะครองเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2016 คนแรกในประวัติศาสตร์ https://youtu.be/nBu-6mXmvCI?si=an9TRX14jiwbQHIq #Thaitimes0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 677 มุมมอง 0 รีวิว - ทำไมพันธบัตรรัฐบาลรอบนี้ขายหมดไว?ทำไมพันธบัตรรัฐบาลรอบนี้ขายหมดไว?0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 144 มุมมอง 20 0 รีวิว
- ฐานะการคลังของประเทศไทย มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอันดับที่ 9 ของโลกและมีทองคำสำรองอันดับที่ 18 ของโลก
อ้างอิงจากการรายงานของสภาทองคำโลก (World Gold Council) ช่วงไตรมาสที่สอง Q2 ของปี 2024 รายละเอียดเพิ่มเติมที่
https://www.gold.org/goldhub/data/gold-reserves-by-country
#Thaitimesฐานะการคลังของประเทศไทย มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอันดับที่ 9 ของโลกและมีทองคำสำรองอันดับที่ 18 ของโลก อ้างอิงจากการรายงานของสภาทองคำโลก (World Gold Council) ช่วงไตรมาสที่สอง Q2 ของปี 2024 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.gold.org/goldhub/data/gold-reserves-by-country #Thaitimes0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 446 มุมมอง 0 รีวิว - เล่มนี้ไม่ควรพลาดนะคะจากสนพ.บ้านพระอาทิตย์ค่ะเล่มนี้ไม่ควรพลาดนะคะจากสนพ.บ้านพระอาทิตย์ค่ะ0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 318 มุมมอง 0 รีวิว2
- โชคดีมากที่มีคนอัป Poirot แบบชัดๆให้ดู ถึงจะยังไม่ครบทุกซีซั่นเราก็ดูไปเรื่อยๆ ฟังออกบ้างไม่ออกบ้างก็ดูซ้ำได้ … บางตอนที่เคยอ่านแล้วก็จะเข้าใจหน่อย David Suchet นี่เกิดมาเพื่อแสดงเป็นปัวโรต์จริงๆนะมงนามี!
https://youtube.com/playlist?list=PLHrLyxLvH3KYlEMv12-uAoPu3xmh81Ilu&feature=sharedโชคดีมากที่มีคนอัป Poirot แบบชัดๆให้ดู ถึงจะยังไม่ครบทุกซีซั่นเราก็ดูไปเรื่อยๆ ฟังออกบ้างไม่ออกบ้างก็ดูซ้ำได้ 😆 … บางตอนที่เคยอ่านแล้วก็จะเข้าใจหน่อย David Suchet นี่เกิดมาเพื่อแสดงเป็นปัวโรต์จริงๆนะมงนามี! 🥰 https://youtube.com/playlist?list=PLHrLyxLvH3KYlEMv12-uAoPu3xmh81Ilu&feature=shared0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 308 มุมมอง 0 รีวิว - อาบน้ำกันไหมคับ?อาบน้ำกันไหมคับ?0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 170 มุมมอง 0 รีวิว
- อยากออกไปเล่นข้างนอกแล้วคับอยากออกไปเล่นข้างนอกแล้วคับ0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 172 มุมมอง 0 รีวิว
- ช่วงนี้ ฝนตกทุกสัปดาห์ ฟ้าครึ้มเกือบทุกวัน ความละเลยในการเอาใจใส่จึงลดลง ผลเลยออกแบบนี้ #ว่านงาช้าง0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 319 มุมมอง 0 รีวิว
- น้ำยาล้างห้องน้ำมรณะ
ใครจะเชื่อว่าคลิปไวรัลที่นำน้ำยาทำความสะอาดท่อน้ำทิ้ง ซึ่งมีฤทธิ์รุนแรง มาราดตามสุขภัณฑ์ ตามท่อน้ำทิ้ง แล้วพบควันพวยพุ่งออกมาน่าตื่นเต้น วันหนึ่งอาจกลายเป็นโศกนาฎกรรมคร่าชีวิตครอบครัวไปอย่างน่าเศร้า
กรณีการเสียชีวิตของข้าราชการตำรวจหญิงรายหนึ่ง สังกัดสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี พร้อมกับลูกสาวอีก 2 คน หลังหมดสติในห้องน้ำภายในบ้านพัก เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา เดิมรายงานข่าวระบุว่าเกิดจากการเทโซดาไฟลงไปในท่อน้ำทิ้ง แต่ล่าสุดได้รับการคลี่คลายปริศนาจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ระบุว่า ไม่ใช่โซดาไฟ
แต่เป็น "น้ำยาทำความสะอาดท่อน้ำทิ้ง" ที่มีส่วนผสมของกรดซัลฟิวริกเข้มข้น หนำซ้ำยังไม่มีเครื่องหมาย อย. วอส. (วัตถุอันตรายที่ใช้ทางสาธารณสุข) และเลขที่จดแจ้งรองรับ
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ แถลงข่าวเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2567 พร้อมกับชูน้ำยาทำความสะอาดท่อน้ำทิ้ง ที่คาดว่าเป็นต้นตอที่ทำให้สามแม่ลูกเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน หาซื้อผลิตภัณฑ์แบบเดียวกันมาพิสูจน์ พบว่าเป็นกรดซัลฟิวริกความเข้มข้นสูง ลักษณะเป็นของเหลวสีดำ
เมื่อเจ้าหน้าที่ทดสอบโดยนำกระดาษใส่ในแก้วทดลอง ตามด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นห้องน้ำ ซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนลงไป เมื่อหยดน้ำยาทำความสะอาดท่อน้ำทิ้งดังกล่าว พบว่าเกิดกลุ่มควันไอระเหยจำนวนมาก และเมื่อเจ้าหน้าที่ได้นำแผ่นแท็บพิสูจน์ความเป็นกรดด่างไปรองสารระเหยที่ลอยขึ้นมา ก่อนนำไปเทียบกับแถบสี พบว่ามีความเป็นกรดสูง
แสดงให้เห็นว่า กรดซัลฟิวริกทำปฏิกิริยากลายเป็นก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือก๊าซไข่เน่า มีควันพวยพุ่งขึ้นมา
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ หาซื้อได้ยาก ไม่มีขายในห้างสรรพสินค้าทั่วไป แต่จะพบในร้านขายวัสดุก่อสร้าง อีกทั้งผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีเครื่องหมาย อย. วอส. และเลขที่จดแจ้งรองรับ พร้อมเตือนประชาชนที่จำเป็นจะต้องใช้สารเคมีใดๆ ให้ศึกษารายละเอียดความอันตรายของสารเหล่านั้นและซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ มีเครื่องหมาย อย. วอส. และเลขที่จดแจ้งรองรับ
น้ำยาทำความสะอาดท่อน้ำทิ้ง ที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ นำมาแสดง มีชื่อว่า TURTLE หรือ เตอเติล-เคลีย ขนาด 500 ซี.ซี. ข้างขวดระบุว่า "น้ำยาทำความสะอาดท่อน้ำทิ้ง" ระบุสรรพคุณ วิธีใช้ และคำเตือนวัตถุมีพิษอันตราย มีสารประกอบที่ออกฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง อย่าให้สัมผัสผิวหนังและเข้าตา หากถูกผิวหนังหรือเข้าตาให้ล้างด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง และรีบนำตัวส่งแพทย์
แต่ไม่พบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวระบุชื่อ และที่อยู่ของผู้ผลิตว่ามาจากไหน และไม่มีเครื่องหมาย อย. วอส. ระบุอยู่ที่ขวดอีกด้วย เทียบกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำที่จำหน่ายในห้างสรรพสินค้า พบว่านอกจากจะมีเครื่องหมาย อย. วอส. แล้ว ยังระบุวิธีการใช้ คำเตือนอย่างละเอียด รวมทั้งสถานที่ผลิตอีกด้วย
แม้ "น้ำยาตราเต่า" ที่ชาวบ้านเรียกกันจะไม่มีขายในห้างสรรพสินค้า แต่พบว่ามีขายตามร้านวัสดุก่อสร้าง หนำซ้ำแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ชื่อดังในไทย สามารถหาซื้อน้ำยาทำความสะอาดท่อน้ำทิ้งยี่ห้อดังกล่าวอย่างง่ายดาย โดยราคาขายอยู่ที่ 51-75 บาทต่อขวด และยังมีน้ำยาทำความสะอาดท่อน้ำทิ้งในลักษณะเดียวกันจำหน่ายอีกด้วย
จึงเป็นหน้าที่ของตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการสืบหาต้นตอว่า น้ำยาทำความสะอาดท่อน้ำทิ้ง มาจากไหน พร้อมทั้งสั่งการไปยังร้านค้า และร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างหยุดจำหน่าย เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของประชาชน
เพราะน้ำยามรณะที่ว่านี้ เมื่อไม่มีเครื่องหมาย อย. วอส. และไม่มีสถานที่ผลิต ย่อมเป็นน้ำยาเถื่อนที่ไม่ควรมีไว้ในครัวเรือน
#Newskit #กรดซัลฟิวริก #น้ำยาทำความสะอาดท่อน้ำทิ้งน้ำยาล้างห้องน้ำมรณะ ใครจะเชื่อว่าคลิปไวรัลที่นำน้ำยาทำความสะอาดท่อน้ำทิ้ง ซึ่งมีฤทธิ์รุนแรง มาราดตามสุขภัณฑ์ ตามท่อน้ำทิ้ง แล้วพบควันพวยพุ่งออกมาน่าตื่นเต้น วันหนึ่งอาจกลายเป็นโศกนาฎกรรมคร่าชีวิตครอบครัวไปอย่างน่าเศร้า กรณีการเสียชีวิตของข้าราชการตำรวจหญิงรายหนึ่ง สังกัดสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี พร้อมกับลูกสาวอีก 2 คน หลังหมดสติในห้องน้ำภายในบ้านพัก เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา เดิมรายงานข่าวระบุว่าเกิดจากการเทโซดาไฟลงไปในท่อน้ำทิ้ง แต่ล่าสุดได้รับการคลี่คลายปริศนาจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ระบุว่า ไม่ใช่โซดาไฟ แต่เป็น "น้ำยาทำความสะอาดท่อน้ำทิ้ง" ที่มีส่วนผสมของกรดซัลฟิวริกเข้มข้น หนำซ้ำยังไม่มีเครื่องหมาย อย. วอส. (วัตถุอันตรายที่ใช้ทางสาธารณสุข) และเลขที่จดแจ้งรองรับ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ แถลงข่าวเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2567 พร้อมกับชูน้ำยาทำความสะอาดท่อน้ำทิ้ง ที่คาดว่าเป็นต้นตอที่ทำให้สามแม่ลูกเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน หาซื้อผลิตภัณฑ์แบบเดียวกันมาพิสูจน์ พบว่าเป็นกรดซัลฟิวริกความเข้มข้นสูง ลักษณะเป็นของเหลวสีดำ เมื่อเจ้าหน้าที่ทดสอบโดยนำกระดาษใส่ในแก้วทดลอง ตามด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นห้องน้ำ ซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนลงไป เมื่อหยดน้ำยาทำความสะอาดท่อน้ำทิ้งดังกล่าว พบว่าเกิดกลุ่มควันไอระเหยจำนวนมาก และเมื่อเจ้าหน้าที่ได้นำแผ่นแท็บพิสูจน์ความเป็นกรดด่างไปรองสารระเหยที่ลอยขึ้นมา ก่อนนำไปเทียบกับแถบสี พบว่ามีความเป็นกรดสูง แสดงให้เห็นว่า กรดซัลฟิวริกทำปฏิกิริยากลายเป็นก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือก๊าซไข่เน่า มีควันพวยพุ่งขึ้นมา พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ หาซื้อได้ยาก ไม่มีขายในห้างสรรพสินค้าทั่วไป แต่จะพบในร้านขายวัสดุก่อสร้าง อีกทั้งผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีเครื่องหมาย อย. วอส. และเลขที่จดแจ้งรองรับ พร้อมเตือนประชาชนที่จำเป็นจะต้องใช้สารเคมีใดๆ ให้ศึกษารายละเอียดความอันตรายของสารเหล่านั้นและซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ มีเครื่องหมาย อย. วอส. และเลขที่จดแจ้งรองรับ น้ำยาทำความสะอาดท่อน้ำทิ้ง ที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ นำมาแสดง มีชื่อว่า TURTLE หรือ เตอเติล-เคลีย ขนาด 500 ซี.ซี. ข้างขวดระบุว่า "น้ำยาทำความสะอาดท่อน้ำทิ้ง" ระบุสรรพคุณ วิธีใช้ และคำเตือนวัตถุมีพิษอันตราย มีสารประกอบที่ออกฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง อย่าให้สัมผัสผิวหนังและเข้าตา หากถูกผิวหนังหรือเข้าตาให้ล้างด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง และรีบนำตัวส่งแพทย์ แต่ไม่พบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวระบุชื่อ และที่อยู่ของผู้ผลิตว่ามาจากไหน และไม่มีเครื่องหมาย อย. วอส. ระบุอยู่ที่ขวดอีกด้วย เทียบกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำที่จำหน่ายในห้างสรรพสินค้า พบว่านอกจากจะมีเครื่องหมาย อย. วอส. แล้ว ยังระบุวิธีการใช้ คำเตือนอย่างละเอียด รวมทั้งสถานที่ผลิตอีกด้วย แม้ "น้ำยาตราเต่า" ที่ชาวบ้านเรียกกันจะไม่มีขายในห้างสรรพสินค้า แต่พบว่ามีขายตามร้านวัสดุก่อสร้าง หนำซ้ำแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ชื่อดังในไทย สามารถหาซื้อน้ำยาทำความสะอาดท่อน้ำทิ้งยี่ห้อดังกล่าวอย่างง่ายดาย โดยราคาขายอยู่ที่ 51-75 บาทต่อขวด และยังมีน้ำยาทำความสะอาดท่อน้ำทิ้งในลักษณะเดียวกันจำหน่ายอีกด้วย จึงเป็นหน้าที่ของตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการสืบหาต้นตอว่า น้ำยาทำความสะอาดท่อน้ำทิ้ง มาจากไหน พร้อมทั้งสั่งการไปยังร้านค้า และร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างหยุดจำหน่าย เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของประชาชน เพราะน้ำยามรณะที่ว่านี้ เมื่อไม่มีเครื่องหมาย อย. วอส. และไม่มีสถานที่ผลิต ย่อมเป็นน้ำยาเถื่อนที่ไม่ควรมีไว้ในครัวเรือน #Newskit #กรดซัลฟิวริก #น้ำยาทำความสะอาดท่อน้ำทิ้ง0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1391 มุมมอง 0 รีวิว3
- สตาร์บัคส์ปลดซีอีโอ นายลักษมัน นาราซิมฮาน (Laxman Narasimhan )ออกจากตำแหน่งมีผลทันที แล้วแต่งตั้งคนใหม่ Brian Niccol ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Chipotle เชนร้านอาหารเม็กซิโกซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งผู้นำคนใหม่ของเครือยักษ์ใหญ่ร้านกาแฟแห่งนี้ในวันที่ 9 กันยายน เพราะยอดขายของ Starbucks ตกต่ำสุดในไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องมาจากผลงานการตลาดและยอดขายที่หดตัวลงมากในสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดสองแห่ง
14 สิงหาคม 2567 -รายงานข่าวcnbc ระบุว่า บริษัทสตาร์บัคส์ ประกาศเมื่อเช้าวันอังคารนี้แถลงการณ์ปลดนายลักษมัน นาราซิมฮาน (Laxman Narasimhan )ออกจากตำแหน่งซีอีโอ โดยมีผลทันที แล้วแต่งตั้งนายไบรอัน นิโคล Brian Niccol ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท Chipotle เชนร้านอาหารเม็กซิโก เข้ารับตำแหน่งซีอีโอสตาร์บัคส์ในวันที่ 9 กันยายนนี้
นาย ลักษมัน นาราซิมฮาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสตาร์บัคส์ ซึ่งเตรียมจะลาออกในสองสัปดาห์ข้างหน้า แต่มาโดนไล่ออกทันที หลังจากบริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาสที่น่าผิดหวังส่งผลให้ทั้งกำไรและรายรับพลาดเป้าจากที่นักวิเคราะห์ Wall Street คาดการณ์ไว้ นับตั้งแต่รายงานผลประกอบการออกมา หุ้นของบริษัทได้ร่วงลง 17% ลากมูลค่าตลาดลงมาอยู่ที่ 8.28 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.9 ล้านล้านบาท)
นักวิเคราะห์ต่างประหลาดใจกับผลงานที่ต่ำกว่าคาดของเชนกาแฟรายนี้ และพยายามหาคำอธิบายว่า ทำไมลูกค้าชาวอเมริกันลดการสั่งซื้อของ Starbucks ถึง 7% ในไตรมาสล่าสุด Sara Senatore นักวิเคราะห์จาก Bank of America Securities ระบุว่า อาจเป็นกระแสตีกลับบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับจุดยืนของ Starbucks ต่อความขัดแย้งในสงครามฉนวนกาซาตะวันออกกลาง
หลังจากข่าวปลด ลักษมัน นาราซิมฮาน หุ้นสตาร์บัคส์ราคาพุ่งขึ้น20% แต่ของบริษัท Chipotleตก10% จากการประกาศลาออกของ Brian Niccol
สำหรับ Laxman Narasimhan เป็นชาวอินเดีย จบการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์เครื่องกล และเรียนต่อบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านภาษาเยอรมัน และการศึกษาระหว่างประเทศ
ประวัติทำงานบริหารเคยทำงานที่บริษัทแมคคินซีย์ และเป๊ปซี่โค และเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของ Reckitt Benckiser เจ้าของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด Dettol ก่อนที่จะลาออกในเดือนกันยายน 2022 และเริ่มดำรงตำแหน่ง CEO ของสตาร์บัคส์ในวันที่ 1 เมษายน 2023 เป็นต้นมา ซึ่งได้สร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุนอย่างมาก เพราะ Narasimhan ยังไม่มีประสบการณ์ในธุรกิจร้านกาแฟมาก่อน แต่ถือว่ามีความสามารถพูดได้หลายภาษา ได้แก่ อังกฤษ, เยอรมัน, อินเดีย และสเปน และเขายังได้เข้าไปทำงานร่วมกับพนักงานในสาขากว่า 30 แห่ง เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์การเป็นบาริสต้า โดยเมนูที่เขาชอบมากที่สุดคือ Doppio Espresso Macchiato แต่ต่อมา สตาร์บัคส์ได้ฟ้องร้องกล่าวหาว่าสหภาพแรงงานแสดง “การสนับสนุนความรุนแรงที่ก่อขึ้นโดยฮามาส” และอ้างว่าการฟ้องร้องมีความจำเป็นเพื่อปกป้องตนเองจากการใช้ชื่อและโลโก้โดยไม่ได้รับอนุญาต ท่ามกลางข่าวการสนับสนุนทางการเงินทางอ้อมสำหรับอิสราเอล ผู้ถือหุ้นรายใหญ่บางรายของ Starbucks ยังเป็นนักลงทุนรายใหญ่ในบริษัทการทหารที่มีความสัมพันธ์กับอิสราเอลอีกด้วย ทำให้ลูกค้าบางส่วนมีการคว่ำบาตรสตาร์บัคส์
#Thaitimesสตาร์บัคส์ปลดซีอีโอ นายลักษมัน นาราซิมฮาน (Laxman Narasimhan )ออกจากตำแหน่งมีผลทันที แล้วแต่งตั้งคนใหม่ Brian Niccol ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Chipotle เชนร้านอาหารเม็กซิโกซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งผู้นำคนใหม่ของเครือยักษ์ใหญ่ร้านกาแฟแห่งนี้ในวันที่ 9 กันยายน เพราะยอดขายของ Starbucks ตกต่ำสุดในไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องมาจากผลงานการตลาดและยอดขายที่หดตัวลงมากในสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดสองแห่ง 14 สิงหาคม 2567 -รายงานข่าวcnbc ระบุว่า บริษัทสตาร์บัคส์ ประกาศเมื่อเช้าวันอังคารนี้แถลงการณ์ปลดนายลักษมัน นาราซิมฮาน (Laxman Narasimhan )ออกจากตำแหน่งซีอีโอ โดยมีผลทันที แล้วแต่งตั้งนายไบรอัน นิโคล Brian Niccol ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท Chipotle เชนร้านอาหารเม็กซิโก เข้ารับตำแหน่งซีอีโอสตาร์บัคส์ในวันที่ 9 กันยายนนี้ นาย ลักษมัน นาราซิมฮาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสตาร์บัคส์ ซึ่งเตรียมจะลาออกในสองสัปดาห์ข้างหน้า แต่มาโดนไล่ออกทันที หลังจากบริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาสที่น่าผิดหวังส่งผลให้ทั้งกำไรและรายรับพลาดเป้าจากที่นักวิเคราะห์ Wall Street คาดการณ์ไว้ นับตั้งแต่รายงานผลประกอบการออกมา หุ้นของบริษัทได้ร่วงลง 17% ลากมูลค่าตลาดลงมาอยู่ที่ 8.28 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.9 ล้านล้านบาท) นักวิเคราะห์ต่างประหลาดใจกับผลงานที่ต่ำกว่าคาดของเชนกาแฟรายนี้ และพยายามหาคำอธิบายว่า ทำไมลูกค้าชาวอเมริกันลดการสั่งซื้อของ Starbucks ถึง 7% ในไตรมาสล่าสุด Sara Senatore นักวิเคราะห์จาก Bank of America Securities ระบุว่า อาจเป็นกระแสตีกลับบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับจุดยืนของ Starbucks ต่อความขัดแย้งในสงครามฉนวนกาซาตะวันออกกลาง หลังจากข่าวปลด ลักษมัน นาราซิมฮาน หุ้นสตาร์บัคส์ราคาพุ่งขึ้น20% แต่ของบริษัท Chipotleตก10% จากการประกาศลาออกของ Brian Niccol สำหรับ Laxman Narasimhan เป็นชาวอินเดีย จบการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์เครื่องกล และเรียนต่อบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านภาษาเยอรมัน และการศึกษาระหว่างประเทศ ประวัติทำงานบริหารเคยทำงานที่บริษัทแมคคินซีย์ และเป๊ปซี่โค และเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของ Reckitt Benckiser เจ้าของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด Dettol ก่อนที่จะลาออกในเดือนกันยายน 2022 และเริ่มดำรงตำแหน่ง CEO ของสตาร์บัคส์ในวันที่ 1 เมษายน 2023 เป็นต้นมา ซึ่งได้สร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุนอย่างมาก เพราะ Narasimhan ยังไม่มีประสบการณ์ในธุรกิจร้านกาแฟมาก่อน แต่ถือว่ามีความสามารถพูดได้หลายภาษา ได้แก่ อังกฤษ, เยอรมัน, อินเดีย และสเปน และเขายังได้เข้าไปทำงานร่วมกับพนักงานในสาขากว่า 30 แห่ง เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์การเป็นบาริสต้า โดยเมนูที่เขาชอบมากที่สุดคือ Doppio Espresso Macchiato แต่ต่อมา สตาร์บัคส์ได้ฟ้องร้องกล่าวหาว่าสหภาพแรงงานแสดง “การสนับสนุนความรุนแรงที่ก่อขึ้นโดยฮามาส” และอ้างว่าการฟ้องร้องมีความจำเป็นเพื่อปกป้องตนเองจากการใช้ชื่อและโลโก้โดยไม่ได้รับอนุญาต ท่ามกลางข่าวการสนับสนุนทางการเงินทางอ้อมสำหรับอิสราเอล ผู้ถือหุ้นรายใหญ่บางรายของ Starbucks ยังเป็นนักลงทุนรายใหญ่ในบริษัทการทหารที่มีความสัมพันธ์กับอิสราเอลอีกด้วย ทำให้ลูกค้าบางส่วนมีการคว่ำบาตรสตาร์บัคส์ #Thaitimes0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 850 มุมมอง 0 รีวิว1