• 🩷 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🩷

    #รวมข่าวIT #20260113 #TechRadar

    แฮ็กเกอร์ไล่เจาะบริการ LLM ผ่านพร็อกซีผิดพลาด
    รายงานเผยว่ามีการโจมตีมากกว่า 91,000 ครั้งต่อระบบ AI ที่เปิดทิ้งไว้ โดยแฮ็กเกอร์พยายามหลอกให้เซิร์ฟเวอร์ “โทรกลับ” เพื่อหาช่องโหว่ รวมถึงการยิงคำสั่งจำนวนมากเพื่อสำรวจว่าระบบใช้โมเดลใดและตั้งค่าอย่างไร เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าบริการ LLM ที่ตั้งค่าพร็อกซีผิดพลาดกำลังกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของอาชญากรไซเบอร์อย่างจริงจัง
    https://www.techradar.com/pro/security/hackers-are-going-after-top-llm-services-by-cracking-misconfigured-proxies

    Cloudflare ขู่ถอนเซิร์ฟเวอร์ออกจากอิตาลีหลังโดนปรับ €14M
    Cloudflare ตอบโต้รัฐบาลอิตาลีอย่างดุเดือดหลังถูกปรับเพราะไม่เข้าร่วมระบบ “Piracy Shield” ที่บังคับให้ผู้ให้บริการ DNS บล็อกเว็บละเมิดลิขสิทธิ์ โดย CEO ระบุว่านี่เป็นการคุกคามเสรีภาพอินเทอร์เน็ต และอาจถึงขั้นถอนเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดออกจากประเทศ รวมถึงหยุดสนับสนุนงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/cloudflare-ceo-threatens-to-pull-servers-from-italy-after-agcoms-eur14m-fine

    Trend Micro ออกแพตช์ด่วนแก้ช่องโหว่ RCE รุนแรงใน Apex Central
    Trend Micro รีบปล่อยแพตช์สำคัญเพื่ออุดช่องโหว่ระดับวิกฤตที่เปิดทางให้แฮ็กเกอร์รันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ช่องโหว่นี้เกิดจากการโหลด DLL ที่ผู้โจมตีควบคุมได้ ทำให้ผู้ใช้ถูกแนะนำให้รีบอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจถูกเจาะระบบ
    https://www.techradar.com/pro/security/trend-micro-releases-critical-security-fixes-for-apex-central-rce-so-patch-now

    Discord ใช้งานไม่ได้ในอียิปต์ ผู้ใช้แห่สมัคร Proton VPN พุ่ง 103%
    ผู้ใช้อียิปต์พบว่า Discord ถูกบล็อกแบบกะทันหันทั่วประเทศ ทำให้เกิดกระแสใช้งาน VPN เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย Proton VPN รายงานว่ามีผู้สมัครใช้งานฟรีเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนแนวโน้มการควบคุมแพลตฟอร์มสื่อสารในภูมิภาค MENA ที่เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/discord-stopped-working-in-egypt-and-proton-vpn-records-massive-usage-spike

    Lego อาจออกชุด iMac G3 รุ่นคลาสสิกเอาใจสายเรโทร
    โปรเจกต์ Lego iMac G3 ที่สร้างจากตัวต่อกว่า 700 ชิ้นกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อผลิตจริง โดยดีไซน์จำลองเครื่อง iMac รุ่นปี 1998 พร้อมฝาโปร่งใสและรายละเอียดภายในครบถ้วน ทำให้แฟน Apple ยุค 90s ต่างลุ้นให้ชุดนี้ผ่านการอนุมัติและวางขายจริง
    https://www.techradar.com/computing/a-lego-version-of-the-original-imac-g3-could-be-in-the-works-and-it-looks-like-90s-nostalgia-gold

    อุปกรณ์เสริม DJI ราคา $14 ที่สายถ่ายวิดีโอควรมี
    อุปกรณ์ DJI Mic Series Mobile Receiver กลายเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับคนถ่ายวิดีโอด้วยมือถือ เพราะแก้ปัญหาคุณภาพเสียง Bluetooth ที่แย่ การต่ออุปกรณ์ที่เกะกะ และยังเพิ่มความสะดวกด้วยการจ่ายไฟผ่านมือถือ พร้อมช่องชาร์จแบบ passthrough ใช้งานได้ทั้งกับ DJI Mic 2, Mic 3 และ Mini รวมถึงกล้องแอ็กชันรุ่นเก่าอย่าง Action 2 ทำให้การถ่ายวิดีโอคล่องตัวขึ้นมากในราคาเพียง $14 เท่านั้น
    https://www.techradar.com/cameras/camera-accessories/this-usd14-dji-accessory-is-a-vlogging-and-action-cam-essential-heres-why

    AI อังกฤษเตือน: ไม่มีบริษัทไหนหยุดภาพล่อแหลมจาก AI ได้จริง
    CEO ของ Locai Labs ระบุว่าไม่มีโมเดล AI ใดปลอดภัยพอที่จะป้องกันการสร้างภาพไม่เหมาะสมได้ 100% พร้อมประกาศแบนผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปีและงดให้บริการสร้างภาพจนกว่าจะมั่นใจเรื่องความปลอดภัย ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลในสหราชอาณาจักรเริ่มสอบสวน Grok ของ Elon Musk หลังพบการนำไปใช้สร้างภาพไม่เหมาะสมของผู้หญิงและเด็ก สะท้อนความท้าทายด้านจริยธรรมและความปลอดภัยของ AI ในยุคปัจจุบัน
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/no-company-can-stop-nude-ai-images-but-were-the-only-ones-being-honest-about-it-british-ai-rival-to-chatgpt-bans-under-18s-and-refuses-image-generation-over-safety-concerns

    Meta ลบกว่า 500,000 บัญชีวัยรุ่นออสเตรเลีย หลังกฎหมายแบนเด็กต่ำกว่า 16 ใช้โซเชียล
    หลังออสเตรเลียออกกฎหมายแบนผู้ใช้อายุต่ำกว่า 16 ปีบนโซเชียลมีเดีย Meta ลบไปแล้วกว่า 544,000 บัญชีจาก Facebook, Instagram และ Threads แม้จะปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ Meta ย้ำว่าวิธีที่ดีกว่าคือระบบยืนยันอายุระดับร้านแอป เพื่อป้องกันเด็กย้ายไปใช้แพลตฟอร์มที่ควบคุมยากกว่า พร้อมผลักดันมาตรฐานกลางผ่านโครงการ OpenAge Initiative
    https://www.techradar.com/computing/social-media/meta-wipes-over-500-000-australian-teen-accounts-in-a-single-week-but-says-world-first-social-media-crackdown-is-failing

    คู่มือดูถ่ายทอดสดโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 แบบครบจบในที่เดียว
    มหกรรมกีฬา Winter Olympics Milano Cortina 2026 เตรียมเปิดฉากในอิตาลี โดยมีทั้งสกี สเก็ต ฮอกกี้ และกีฬาฤดูหนาวอีกมากมาย พร้อมดาวเด่นอย่าง Lindsay Vonn และ Ilia Malinin ที่แฟนกีฬาจับตา การรับชมทำได้ฟรีในหลายประเทศ เช่น BBC iPlayer, CBC Gem, 9Now และ RTE Player รวมถึงตัวเลือกสตรีมมิงอื่น ๆ พร้อมตารางแข่งขันแบบละเอียดสำหรับผู้ชมทั่วโลก
    https://www.techradar.com/how-to-watch/sport/winter-olympics-2026-live-stream-milano-cortina-2026

    ข่าวดีสำหรับคนไม่ปลื้ม Copilot: ผู้ดูแลระบบเริ่มลบแอปออกจากเครื่องงานได้แล้ว
    Windows 11 Insider Preview ล่าสุดเพิ่มนโยบายให้ผู้ดูแลระบบในองค์กรสามารถลบแอป Copilot เวอร์ชันฟรีออกจากอุปกรณ์ได้ แม้ฟีเจอร์บางส่วนยังคงอยู่และลบได้เฉพาะในเครื่องที่มี Copilot แบบสมัครสมาชิกติดตั้งร่วมกันเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนความพยายามของ Microsoft ในการจัดระเบียบระบบมากกว่าการถอยจากการผลักดัน AI อย่างเต็มตัว
    https://www.techradar.com/pro/good-news-copilot-haters-some-of-you-will-be-able-to-disable-the-ai-tool-on-your-work-device-at-last

    ฐานข้อมูลเว็บแฮ็กเกอร์ BreachForums ถูกเจาะ ข้อมูลผู้ใช้กว่า 3 แสนรายหลุด
    ชุมชนแฮ็กเกอร์ชื่อดัง BreachForums กลายเป็นเหยื่อเสียเองเมื่อมีการเผยแพร่ฐานข้อมูลสมาชิกกว่า 323,000 ราย รวมถึงชื่อผู้ใช้ วันที่สมัคร และ IP address โดยกว่า 70,000 รายเป็น IP จริงที่อาจระบุตัวบุคคลได้ แม้ผู้ดูแลยืนยันว่าเป็นข้อมูลเก่าจากช่วงกู้ระบบในปี 2025 แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้นำข้อมูลออกมา ขณะที่กลุ่ม ShinyHunters ปฏิเสธการเกี่ยวข้องทั้งหมด
    https://www.techradar.com/pro/security/hacking-hub-breachforums-hit-by-data-breach-324-000-accounts-exposed

    นักพัฒนาไม่เชื่อใจโค้ดจาก AI แต่ครึ่งหนึ่งก็ยังไม่ตรวจทาน
    ผลสำรวจเผยว่า 96% ของนักพัฒนาไม่เชื่อว่าโค้ดที่ AI สร้างจะถูกต้องเสมอ แต่กว่า 52% กลับยอมรับว่าไม่ได้ตรวจสอบโค้ดทุกครั้งก่อนใช้งาน แม้ปัจจุบันโค้ดที่สร้างโดย AI จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและถูกนำไปใช้ในงานสำคัญมากขึ้น ทำให้ความเสี่ยงด้านบั๊กและช่องโหว่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยหลายคนยังใช้บัญชีส่วนตัวเข้าถึง AI ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหลอีกชั้นหนึ่ง
    https://www.techradar.com/pro/devs-dont-trust-ai-code-but-many-say-they-still-dont-check-it-anyways

    Apple ยอมรับพลัง AI ของ Google และเตรียมใช้ Gemini ขับเคลื่อน Siri รุ่นใหม่
    Apple และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ โดย Siri เวอร์ชันใหม่และโมเดล AI หลักของ Apple จะทำงานบนเทคโนโลยี Gemini ของ Google หลัง Apple ยอมรับว่า AI ของ Google มีความสามารถเหนือกว่าในตอนนี้ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจช่วยให้ Siri กลับมาแข่งขันได้อีกครั้งหลังล่าช้ามาหลายปี แต่ยังต้องรอดูว่าผู้ใช้จะได้สัมผัส Siri รุ่นใหม่จริงเมื่อใด
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/apple-intelligence/apple-gives-up-and-lets-google-take-the-ai-wheel-gemini-will-officially-power-siris-big-ai-upgrade-this-year

    อิหร่านถูกตัดอินเทอร์เน็ตกว่า 96 ชั่วโมง ท่ามกลางการประท้วงทั่วประเทศ
    อิหร่านเข้าสู่ภาวะมืดสนิททางดิจิทัลเป็นวันที่ห้า หลังรัฐบาลตัดอินเทอร์เน็ตทั้งประเทศเพื่อตอบโต้การประท้วงครั้งใหญ่ ส่งผลให้ประชาชนกว่า 90 ล้านคนไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ หรือข้อมูลมือถือได้ แม้ Starlink บางพื้นที่ยังพอใช้งานได้ แต่ก็ถูกแทรกแซงอย่างหนัก ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านคืนการเชื่อมต่อทันที เพราะนี่คือการ “ตัดประเทศออกจากโลก” อย่างแท้จริง
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/iranians-offline-for-over-90-hours-as-digital-blackout-continues-for-fifth-day-heres-everything-we-know

    ChatGPT เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ Jobs ช่วยหางาน–อัปสกิล–เตรียมตัวสมัครงาน
    OpenAI ถูกพบว่ากำลังทดสอบฟีเจอร์ใหม่ชื่อ ChatGPT Jobs ซึ่งจะช่วยผู้ใช้ค้นหางาน เขียนเรซูเม่ แนะนำทักษะที่ควรพัฒนา และเปรียบเทียบโอกาสงานตามเป้าหมายของแต่ละคน โดยอาจทำงานคล้ายแดชบอร์ด Health ที่เพิ่งเปิดตัวก่อนหน้า ฟีเจอร์นี้สอดคล้องกับโครงการ OpenAI Certifications ที่ตั้งเป้ายกระดับทักษะแรงงานกว่า 10 ล้านคนภายในปี 2030
    https://www.techradar.com/pro/openais-new-tool-will-see-chatgpt-try-and-help-you-find-a-new-job

    GPU สายพันธุ์ใหม่ท้าชน Nvidia/AMD ด้วยสถาปัตยกรรม RISC‑V
    Bolt Graphics เดินหน้าพัฒนา Zeus GPU ที่ใช้ RISC‑V เป็นแกนหลักเพื่อท้าชนยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia และ AMD โดยชูจุดเด่นด้านการประมวลผล AI, path tracing และการทำงานแบบสแตนด์อโลนที่รัน Linux ได้ในตัว พร้อมรองรับ CUDA บน RISC‑V ซึ่งช่วยลดกำแพงซอฟต์แวร์ และยังรองรับ Vulkan, DirectX 12 และเอนจินยอดนิยมหลายตัว ทำให้เป็นอีกผู้เล่นที่น่าจับตาในตลาดเร่งความเร็ว AI ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
    https://www.techradar.com/pro/plucky-startup-bolt-graphics-still-wants-to-use-risc-v-to-compete-with-nvidia-amd-in-ai-and-beyond-and-given-cudas-port-on-risc-v-there-may-be-something-there

    AI ผู้ช่วยแพทย์คนใหม่ Claude for Health
    Anthropic เปิดตัว Claude for Healthcare ที่ช่วยผู้ใช้และบุคลากรทางการแพทย์ตีความผลตรวจสุขภาพ อธิบายข้อมูลทางการแพทย์ให้เข้าใจง่าย และลดภาระงานเอกสาร เช่น prior authorization และการตรวจสอบข้อมูลประกัน โดยระบบออกแบบให้เป็นแบบ opt‑in และเน้นความเป็นส่วนตัว ทำให้ AI กลายเป็นผู้ช่วยที่ช่วยให้ทั้งคนไข้และแพทย์ทำงานได้คล่องตัวขึ้น
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/claude-just-joined-your-healthcare-team-and-might-be-ready-to-help-your-doctor-help-you

    RTX 5090 ProArt รุ่นใหม่พร้อมพอร์ตหูฟังสุดเซอร์ไพรส์
    Asus เปิดตัว ProArt RTX 5090 ที่เน้นกลุ่มครีเอเตอร์ด้วยดีไซน์บางกว่าเรือธงทั่วไป ใช้สถาปัตยกรรม Blackwell พร้อม 32GB GDDR7 และพลัง AI TOPs สูงลิ่ว จุดเด่นที่สะดุดตาคือมีช่องเสียบหูฟัง 2.5 มม. บนการ์ดจอ รวมถึงพอร์ต USB‑C สำหรับจอพกพา ถือเป็นการ์ดจอที่ผสมความแรงกับความยืดหยุ่นด้านการใช้งานได้อย่างน่าสนใจ
    https://www.techradar.com/pro/nvidias-latest-rtx-5090-gpu-card-has-an-audio-jack-yes-a-headphone-socket-on-a-video-card-but-no-wooden-trim-or-ssd-like-its-predecessor

    ยุคของ TLC/QLC ครองตลาด SSD เมื่อ MLC ถอยสู่ตลาดเฉพาะทาง
    รายงานจาก TrendForce ระบุว่า MLC NAND กำลังหายไปจากตลาดหลัก เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่ทยอยเลิกผลิตและหันไปลงทุนใน TLC และ QLC ที่ตอบโจทย์ความต้องการความจุสูงและงาน AI มากกว่า ทำให้ MLC เหลือบทบาทในอุตสาหกรรมเฉพาะ เช่น ยานยนต์ อุปกรณ์การแพทย์ และระบบเครือข่าย ขณะที่ PLC ยังห่างไกลจากการใช้งานจริงจนกว่าจะถึงยุค SSD ระดับเพตะไบต์
    https://www.techradar.com/pro/bye-bye-mlc-qlc-and-tlc-to-be-dominant-ssd-technologies-amidst-ai-ravenous-appetite-for-nand-and-plc-wont-probably-happen-till-the-era-of-petabyte-ssds

    Lenovo Yoga Pro 27UD‑10 จอ QD‑OLED พร้อมเว็บแคม 4K ถอดได้
    Lenovo เปิดตัวจอ Yoga Pro 27UD‑10 ที่มาพร้อม QD‑OLED ความละเอียด 4K รีเฟรชเรต 120Hz จุดขายคือเว็บแคม 4K แบบถอดได้พร้อมไมค์ 4 ตัว รองรับ Dolby Vision และ Dolby Atmos รวมถึง USB4 ที่จ่ายไฟได้ 140W และฟีเจอร์ Color Sync ที่ทำงานร่วมกับโน้ตบุ๊ก Lenovo บางรุ่น ทำให้เป็นจอระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์งานสร้างสรรค์และการประชุมออนไลน์
    https://www.techradar.com/pro/this-lenovo-monitor-has-six-speakers-and-is-the-only-windows-pc-monitor-with-dolby-atmos-and-dolby-vision-and-it-even-has-a-4k-detachable-webcam
    📌📡🩷 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🩷📡📌 #รวมข่าวIT #20260113 #TechRadar 🔐 แฮ็กเกอร์ไล่เจาะบริการ LLM ผ่านพร็อกซีผิดพลาด รายงานเผยว่ามีการโจมตีมากกว่า 91,000 ครั้งต่อระบบ AI ที่เปิดทิ้งไว้ โดยแฮ็กเกอร์พยายามหลอกให้เซิร์ฟเวอร์ “โทรกลับ” เพื่อหาช่องโหว่ รวมถึงการยิงคำสั่งจำนวนมากเพื่อสำรวจว่าระบบใช้โมเดลใดและตั้งค่าอย่างไร เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าบริการ LLM ที่ตั้งค่าพร็อกซีผิดพลาดกำลังกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของอาชญากรไซเบอร์อย่างจริงจัง 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/hackers-are-going-after-top-llm-services-by-cracking-misconfigured-proxies ⚖️ Cloudflare ขู่ถอนเซิร์ฟเวอร์ออกจากอิตาลีหลังโดนปรับ €14M Cloudflare ตอบโต้รัฐบาลอิตาลีอย่างดุเดือดหลังถูกปรับเพราะไม่เข้าร่วมระบบ “Piracy Shield” ที่บังคับให้ผู้ให้บริการ DNS บล็อกเว็บละเมิดลิขสิทธิ์ โดย CEO ระบุว่านี่เป็นการคุกคามเสรีภาพอินเทอร์เน็ต และอาจถึงขั้นถอนเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดออกจากประเทศ รวมถึงหยุดสนับสนุนงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/cloudflare-ceo-threatens-to-pull-servers-from-italy-after-agcoms-eur14m-fine 🛡️ Trend Micro ออกแพตช์ด่วนแก้ช่องโหว่ RCE รุนแรงใน Apex Central Trend Micro รีบปล่อยแพตช์สำคัญเพื่ออุดช่องโหว่ระดับวิกฤตที่เปิดทางให้แฮ็กเกอร์รันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ช่องโหว่นี้เกิดจากการโหลด DLL ที่ผู้โจมตีควบคุมได้ ทำให้ผู้ใช้ถูกแนะนำให้รีบอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจถูกเจาะระบบ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/trend-micro-releases-critical-security-fixes-for-apex-central-rce-so-patch-now 🚫 Discord ใช้งานไม่ได้ในอียิปต์ ผู้ใช้แห่สมัคร Proton VPN พุ่ง 103% ผู้ใช้อียิปต์พบว่า Discord ถูกบล็อกแบบกะทันหันทั่วประเทศ ทำให้เกิดกระแสใช้งาน VPN เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย Proton VPN รายงานว่ามีผู้สมัครใช้งานฟรีเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนแนวโน้มการควบคุมแพลตฟอร์มสื่อสารในภูมิภาค MENA ที่เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/discord-stopped-working-in-egypt-and-proton-vpn-records-massive-usage-spike 🧱 Lego อาจออกชุด iMac G3 รุ่นคลาสสิกเอาใจสายเรโทร โปรเจกต์ Lego iMac G3 ที่สร้างจากตัวต่อกว่า 700 ชิ้นกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อผลิตจริง โดยดีไซน์จำลองเครื่อง iMac รุ่นปี 1998 พร้อมฝาโปร่งใสและรายละเอียดภายในครบถ้วน ทำให้แฟน Apple ยุค 90s ต่างลุ้นให้ชุดนี้ผ่านการอนุมัติและวางขายจริง 🔗 https://www.techradar.com/computing/a-lego-version-of-the-original-imac-g3-could-be-in-the-works-and-it-looks-like-90s-nostalgia-gold 📸 อุปกรณ์เสริม DJI ราคา $14 ที่สายถ่ายวิดีโอควรมี อุปกรณ์ DJI Mic Series Mobile Receiver กลายเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับคนถ่ายวิดีโอด้วยมือถือ เพราะแก้ปัญหาคุณภาพเสียง Bluetooth ที่แย่ การต่ออุปกรณ์ที่เกะกะ และยังเพิ่มความสะดวกด้วยการจ่ายไฟผ่านมือถือ พร้อมช่องชาร์จแบบ passthrough ใช้งานได้ทั้งกับ DJI Mic 2, Mic 3 และ Mini รวมถึงกล้องแอ็กชันรุ่นเก่าอย่าง Action 2 ทำให้การถ่ายวิดีโอคล่องตัวขึ้นมากในราคาเพียง $14 เท่านั้น 🔗 https://www.techradar.com/cameras/camera-accessories/this-usd14-dji-accessory-is-a-vlogging-and-action-cam-essential-heres-why ⚠️ AI อังกฤษเตือน: ไม่มีบริษัทไหนหยุดภาพล่อแหลมจาก AI ได้จริง CEO ของ Locai Labs ระบุว่าไม่มีโมเดล AI ใดปลอดภัยพอที่จะป้องกันการสร้างภาพไม่เหมาะสมได้ 100% พร้อมประกาศแบนผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปีและงดให้บริการสร้างภาพจนกว่าจะมั่นใจเรื่องความปลอดภัย ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลในสหราชอาณาจักรเริ่มสอบสวน Grok ของ Elon Musk หลังพบการนำไปใช้สร้างภาพไม่เหมาะสมของผู้หญิงและเด็ก สะท้อนความท้าทายด้านจริยธรรมและความปลอดภัยของ AI ในยุคปัจจุบัน 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/no-company-can-stop-nude-ai-images-but-were-the-only-ones-being-honest-about-it-british-ai-rival-to-chatgpt-bans-under-18s-and-refuses-image-generation-over-safety-concerns 🧹 Meta ลบกว่า 500,000 บัญชีวัยรุ่นออสเตรเลีย หลังกฎหมายแบนเด็กต่ำกว่า 16 ใช้โซเชียล หลังออสเตรเลียออกกฎหมายแบนผู้ใช้อายุต่ำกว่า 16 ปีบนโซเชียลมีเดีย Meta ลบไปแล้วกว่า 544,000 บัญชีจาก Facebook, Instagram และ Threads แม้จะปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ Meta ย้ำว่าวิธีที่ดีกว่าคือระบบยืนยันอายุระดับร้านแอป เพื่อป้องกันเด็กย้ายไปใช้แพลตฟอร์มที่ควบคุมยากกว่า พร้อมผลักดันมาตรฐานกลางผ่านโครงการ OpenAge Initiative 🔗 https://www.techradar.com/computing/social-media/meta-wipes-over-500-000-australian-teen-accounts-in-a-single-week-but-says-world-first-social-media-crackdown-is-failing 🏂 คู่มือดูถ่ายทอดสดโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 แบบครบจบในที่เดียว มหกรรมกีฬา Winter Olympics Milano Cortina 2026 เตรียมเปิดฉากในอิตาลี โดยมีทั้งสกี สเก็ต ฮอกกี้ และกีฬาฤดูหนาวอีกมากมาย พร้อมดาวเด่นอย่าง Lindsay Vonn และ Ilia Malinin ที่แฟนกีฬาจับตา การรับชมทำได้ฟรีในหลายประเทศ เช่น BBC iPlayer, CBC Gem, 9Now และ RTE Player รวมถึงตัวเลือกสตรีมมิงอื่น ๆ พร้อมตารางแข่งขันแบบละเอียดสำหรับผู้ชมทั่วโลก 🔗 https://www.techradar.com/how-to-watch/sport/winter-olympics-2026-live-stream-milano-cortina-2026 💻 ข่าวดีสำหรับคนไม่ปลื้ม Copilot: ผู้ดูแลระบบเริ่มลบแอปออกจากเครื่องงานได้แล้ว Windows 11 Insider Preview ล่าสุดเพิ่มนโยบายให้ผู้ดูแลระบบในองค์กรสามารถลบแอป Copilot เวอร์ชันฟรีออกจากอุปกรณ์ได้ แม้ฟีเจอร์บางส่วนยังคงอยู่และลบได้เฉพาะในเครื่องที่มี Copilot แบบสมัครสมาชิกติดตั้งร่วมกันเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนความพยายามของ Microsoft ในการจัดระเบียบระบบมากกว่าการถอยจากการผลักดัน AI อย่างเต็มตัว 🔗 https://www.techradar.com/pro/good-news-copilot-haters-some-of-you-will-be-able-to-disable-the-ai-tool-on-your-work-device-at-last 🕵️‍♂️ ฐานข้อมูลเว็บแฮ็กเกอร์ BreachForums ถูกเจาะ ข้อมูลผู้ใช้กว่า 3 แสนรายหลุด ชุมชนแฮ็กเกอร์ชื่อดัง BreachForums กลายเป็นเหยื่อเสียเองเมื่อมีการเผยแพร่ฐานข้อมูลสมาชิกกว่า 323,000 ราย รวมถึงชื่อผู้ใช้ วันที่สมัคร และ IP address โดยกว่า 70,000 รายเป็น IP จริงที่อาจระบุตัวบุคคลได้ แม้ผู้ดูแลยืนยันว่าเป็นข้อมูลเก่าจากช่วงกู้ระบบในปี 2025 แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้นำข้อมูลออกมา ขณะที่กลุ่ม ShinyHunters ปฏิเสธการเกี่ยวข้องทั้งหมด 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/hacking-hub-breachforums-hit-by-data-breach-324-000-accounts-exposed 👨‍💻 นักพัฒนาไม่เชื่อใจโค้ดจาก AI แต่ครึ่งหนึ่งก็ยังไม่ตรวจทาน ผลสำรวจเผยว่า 96% ของนักพัฒนาไม่เชื่อว่าโค้ดที่ AI สร้างจะถูกต้องเสมอ แต่กว่า 52% กลับยอมรับว่าไม่ได้ตรวจสอบโค้ดทุกครั้งก่อนใช้งาน แม้ปัจจุบันโค้ดที่สร้างโดย AI จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและถูกนำไปใช้ในงานสำคัญมากขึ้น ทำให้ความเสี่ยงด้านบั๊กและช่องโหว่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยหลายคนยังใช้บัญชีส่วนตัวเข้าถึง AI ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหลอีกชั้นหนึ่ง 🔗 https://www.techradar.com/pro/devs-dont-trust-ai-code-but-many-say-they-still-dont-check-it-anyways 🍏 Apple ยอมรับพลัง AI ของ Google และเตรียมใช้ Gemini ขับเคลื่อน Siri รุ่นใหม่ Apple และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ โดย Siri เวอร์ชันใหม่และโมเดล AI หลักของ Apple จะทำงานบนเทคโนโลยี Gemini ของ Google หลัง Apple ยอมรับว่า AI ของ Google มีความสามารถเหนือกว่าในตอนนี้ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจช่วยให้ Siri กลับมาแข่งขันได้อีกครั้งหลังล่าช้ามาหลายปี แต่ยังต้องรอดูว่าผู้ใช้จะได้สัมผัส Siri รุ่นใหม่จริงเมื่อใด 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/apple-intelligence/apple-gives-up-and-lets-google-take-the-ai-wheel-gemini-will-officially-power-siris-big-ai-upgrade-this-year 🚫 อิหร่านถูกตัดอินเทอร์เน็ตกว่า 96 ชั่วโมง ท่ามกลางการประท้วงทั่วประเทศ อิหร่านเข้าสู่ภาวะมืดสนิททางดิจิทัลเป็นวันที่ห้า หลังรัฐบาลตัดอินเทอร์เน็ตทั้งประเทศเพื่อตอบโต้การประท้วงครั้งใหญ่ ส่งผลให้ประชาชนกว่า 90 ล้านคนไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ หรือข้อมูลมือถือได้ แม้ Starlink บางพื้นที่ยังพอใช้งานได้ แต่ก็ถูกแทรกแซงอย่างหนัก ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านคืนการเชื่อมต่อทันที เพราะนี่คือการ “ตัดประเทศออกจากโลก” อย่างแท้จริง 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/iranians-offline-for-over-90-hours-as-digital-blackout-continues-for-fifth-day-heres-everything-we-know 💼 ChatGPT เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ Jobs ช่วยหางาน–อัปสกิล–เตรียมตัวสมัครงาน OpenAI ถูกพบว่ากำลังทดสอบฟีเจอร์ใหม่ชื่อ ChatGPT Jobs ซึ่งจะช่วยผู้ใช้ค้นหางาน เขียนเรซูเม่ แนะนำทักษะที่ควรพัฒนา และเปรียบเทียบโอกาสงานตามเป้าหมายของแต่ละคน โดยอาจทำงานคล้ายแดชบอร์ด Health ที่เพิ่งเปิดตัวก่อนหน้า ฟีเจอร์นี้สอดคล้องกับโครงการ OpenAI Certifications ที่ตั้งเป้ายกระดับทักษะแรงงานกว่า 10 ล้านคนภายในปี 2030 🔗 https://www.techradar.com/pro/openais-new-tool-will-see-chatgpt-try-and-help-you-find-a-new-job ⚡ GPU สายพันธุ์ใหม่ท้าชน Nvidia/AMD ด้วยสถาปัตยกรรม RISC‑V Bolt Graphics เดินหน้าพัฒนา Zeus GPU ที่ใช้ RISC‑V เป็นแกนหลักเพื่อท้าชนยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia และ AMD โดยชูจุดเด่นด้านการประมวลผล AI, path tracing และการทำงานแบบสแตนด์อโลนที่รัน Linux ได้ในตัว พร้อมรองรับ CUDA บน RISC‑V ซึ่งช่วยลดกำแพงซอฟต์แวร์ และยังรองรับ Vulkan, DirectX 12 และเอนจินยอดนิยมหลายตัว ทำให้เป็นอีกผู้เล่นที่น่าจับตาในตลาดเร่งความเร็ว AI ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 🔗 https://www.techradar.com/pro/plucky-startup-bolt-graphics-still-wants-to-use-risc-v-to-compete-with-nvidia-amd-in-ai-and-beyond-and-given-cudas-port-on-risc-v-there-may-be-something-there 🏥 AI ผู้ช่วยแพทย์คนใหม่ Claude for Health Anthropic เปิดตัว Claude for Healthcare ที่ช่วยผู้ใช้และบุคลากรทางการแพทย์ตีความผลตรวจสุขภาพ อธิบายข้อมูลทางการแพทย์ให้เข้าใจง่าย และลดภาระงานเอกสาร เช่น prior authorization และการตรวจสอบข้อมูลประกัน โดยระบบออกแบบให้เป็นแบบ opt‑in และเน้นความเป็นส่วนตัว ทำให้ AI กลายเป็นผู้ช่วยที่ช่วยให้ทั้งคนไข้และแพทย์ทำงานได้คล่องตัวขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/claude-just-joined-your-healthcare-team-and-might-be-ready-to-help-your-doctor-help-you 🎨 RTX 5090 ProArt รุ่นใหม่พร้อมพอร์ตหูฟังสุดเซอร์ไพรส์ Asus เปิดตัว ProArt RTX 5090 ที่เน้นกลุ่มครีเอเตอร์ด้วยดีไซน์บางกว่าเรือธงทั่วไป ใช้สถาปัตยกรรม Blackwell พร้อม 32GB GDDR7 และพลัง AI TOPs สูงลิ่ว จุดเด่นที่สะดุดตาคือมีช่องเสียบหูฟัง 2.5 มม. บนการ์ดจอ รวมถึงพอร์ต USB‑C สำหรับจอพกพา ถือเป็นการ์ดจอที่ผสมความแรงกับความยืดหยุ่นด้านการใช้งานได้อย่างน่าสนใจ 🔗 https://www.techradar.com/pro/nvidias-latest-rtx-5090-gpu-card-has-an-audio-jack-yes-a-headphone-socket-on-a-video-card-but-no-wooden-trim-or-ssd-like-its-predecessor 💾 ยุคของ TLC/QLC ครองตลาด SSD เมื่อ MLC ถอยสู่ตลาดเฉพาะทาง รายงานจาก TrendForce ระบุว่า MLC NAND กำลังหายไปจากตลาดหลัก เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่ทยอยเลิกผลิตและหันไปลงทุนใน TLC และ QLC ที่ตอบโจทย์ความต้องการความจุสูงและงาน AI มากกว่า ทำให้ MLC เหลือบทบาทในอุตสาหกรรมเฉพาะ เช่น ยานยนต์ อุปกรณ์การแพทย์ และระบบเครือข่าย ขณะที่ PLC ยังห่างไกลจากการใช้งานจริงจนกว่าจะถึงยุค SSD ระดับเพตะไบต์ 🔗 https://www.techradar.com/pro/bye-bye-mlc-qlc-and-tlc-to-be-dominant-ssd-technologies-amidst-ai-ravenous-appetite-for-nand-and-plc-wont-probably-happen-till-the-era-of-petabyte-ssds 🖥️ Lenovo Yoga Pro 27UD‑10 จอ QD‑OLED พร้อมเว็บแคม 4K ถอดได้ Lenovo เปิดตัวจอ Yoga Pro 27UD‑10 ที่มาพร้อม QD‑OLED ความละเอียด 4K รีเฟรชเรต 120Hz จุดขายคือเว็บแคม 4K แบบถอดได้พร้อมไมค์ 4 ตัว รองรับ Dolby Vision และ Dolby Atmos รวมถึง USB4 ที่จ่ายไฟได้ 140W และฟีเจอร์ Color Sync ที่ทำงานร่วมกับโน้ตบุ๊ก Lenovo บางรุ่น ทำให้เป็นจอระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์งานสร้างสรรค์และการประชุมออนไลน์ 🔗 https://www.techradar.com/pro/this-lenovo-monitor-has-six-speakers-and-is-the-only-windows-pc-monitor-with-dolby-atmos-and-dolby-vision-and-it-even-has-a-4k-detachable-webcam
    0 Comments 0 Shares 45 Views 0 Reviews
  • 🩷 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🩷

    #รวมข่าวIT #20260113 #securityonline

    ช่องโหว่ร้ายแรง Advantech เปิดช่องให้โจมตี IoT (CVE-2025-52694)
    ช่องโหว่ SQL Injection ระดับวิกฤตคะแนนเต็ม 10 ทำให้อุปกรณ์ IoT ของ Advantech เสี่ยงถูกเจาะโดยไม่ต้องล็อกอิน ผู้โจมตีสามารถสั่งฐานข้อมูล แก้ไขค่าระบบ หรือยึดโครงสร้าง IoT ได้ทันที โดยกระทบหลายผลิตภัณฑ์เวอร์ชันเก่าและต้องอัปเดตด่วนผ่านการติดต่อซัพพอร์ตหรือดาวน์โหลดแพตช์ตามรุ่นที่ใช้
    https://securityonline.info/cve-2025-52694-cvss-10-critical-advantech-sql-injection-exposes-iot-devices

    สวิตช์ Moxa เสี่ยงถูกโจมตีผ่าน OpenSSH RCE (CVSS 9.8)
    พบช่องโหว่ร้ายแรงในสวิตช์อุตสาหกรรมของ Moxa จากบั๊กใน OpenSSH ที่เปิดทางให้รันโค้ดจากระยะไกลได้ หากมีการใช้ ssh-agent forwarding โดยรุ่นที่ได้รับผลกระทบต้องติดต่อ Moxa เพื่อขอแพตช์เฉพาะ พร้อมคำแนะนำเสริมด้านความปลอดภัย เช่น แยกเครือข่าย จำกัดการเข้าถึง และตรวจสอบบันทึกการใช้งานอย่างใกล้ชิด
    https://securityonline.info/critical-alert-moxa-switches-exposed-to-openssh-remote-code-execution-cvss-9-8

    Google เตรียมนำ AirDrop มาสู่ Pixel 9
    Google เดินหน้าเร่งพัฒนาการแชร์ไฟล์ข้ามระบบให้เทียบเท่า AirDrop โดยฟีเจอร์ Quick Share รุ่นใหม่ถูกพบในเฟิร์มแวร์ทดลองของ Pixel 9 ก่อนกำหนดเดิมที่ตั้งใจเปิดตัวพร้อม Pixel 10 สะท้อนว่าบริษัทต้องการผลักดันการเชื่อมต่อ Android–iOS ให้ไร้รอยต่อ และอาจเปิดใช้งานจริงพร้อมอัปเดต Android 16 QPR3 หรือ Android 17 ในอนาคต
    https://securityonline.info/tearing-down-the-wall-google-brings-airdrop-support-to-the-pixel-9

    Google เปิดตัว “Agentic Commerce” ยุคใหม่ของการช้อปด้วย AI
    Google ประกาศแนวคิด Agentic Commerce และโปรโตคอล UCP ที่ช่วยให้ AI ทำงานแทนผู้ใช้ตั้งแต่ค้นหา เปรียบเทียบราคา ไปจนถึงสั่งซื้อสินค้าโดยไม่ต้องเปิดหลายแท็บหรือกรอกข้อมูลซ้ำ ระบบนี้ร่วมพัฒนากับยักษ์ค้าปลีกอย่าง Walmart, Shopify และบริษัทการเงินหลายแห่ง เพื่อสร้างมาตรฐานกลางให้ AI เชื่อมต่อร้านค้าต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น และอาจเป็นก้าวสำคัญในการท้าชน Amazon
    https://securityonline.info/the-end-of-the-shopping-tab-google-unveils-agentic-commerce-and-ucp

    Dell ยอมรับ “AI PC” ยังไม่จูงใจผู้บริโภค
    แม้ผู้ผลิตชิปและผู้พัฒนาระบบจะผลักดัน AI PC อย่างหนัก แต่ Dell ระบุว่าผู้ใช้ทั่วไปยังไม่เห็นประโยชน์ชัดเจนและกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ทำให้ยอดขายไม่ขยับตามคาด ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับราคา ประสิทธิภาพ และความทนทานมากกว่า ส่งผลให้ Dell ปรับกลยุทธ์เน้นดีไซน์และประสบการณ์ใช้งานแทนการโปรโมต AI แบบเดิม
    https://securityonline.info/the-hype-hangover-dell-admits-consumers-arent-buying-the-ai-pc-narrative

    “TryCloudflare” ถูกใช้เป็นช่องทางซ่อนมัลแวร์ AsyncRAT
    แคมเปญโจมตีใหม่กำลังใช้บริการ TryCloudflare และ WebDAV เพื่อสร้างโครงสร้างสั่งการมัลแวร์ที่ซ่อนตัวแนบเนียน โดยเริ่มจากอีเมลฟิชชิงที่หลอกให้เหยื่อเปิดไฟล์ลวงซึ่งดาวน์โหลด Python ของจริงมาติดตั้งสภาพแวดล้อมก่อนฉีด AsyncRAT เข้าไปใน explorer.exe ทำให้ผู้โจมตีควบคุมเครื่องได้อย่างต่อเนื่องและยากต่อการตรวจจับ แนวโน้มนี้สะท้อนการใช้บริการคลาวด์ถูกกฎหมายเป็นเครื่องมือโจมตีมากขึ้น
    https://securityonline.info/trycloudflare-abuse-asyncrat-exploits-free-tunnels-to-build-stealthy-webdav-network

    Apple จับมือ Google Gemini ปั้น Siri เวอร์ชันใหม่
    Apple และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ โดย Apple จะนำโมเดล Gemini มาเป็นแกนหลักของ Apple Foundation Models เพื่อยกระดับ Siri ให้ฉลาดขึ้น เข้าใจภาษาธรรมชาติดีขึ้น และรองรับฟีเจอร์ Apple Intelligence รุ่นใหม่ แม้จะยังคงประมวลผลข้อมูลส่วนตัวบนอุปกรณ์และ Private Cloud Compute ของ Apple แต่ดีลนี้สะท้อนว่า Apple ต้องเร่งปิดช่องว่างการแข่งขันด้าน AI ขณะที่ Google ได้ประโยชน์จากดีมานด์มหาศาลของผู้ใช้ iPhone
    https://securityonline.info/the-ai-alliance-apple-taps-google-gemini-to-power-the-new-siri

    อินเดียขอซอร์สโค้ดมือถือ จุดชนวนความไม่พอใจในวงการเทค
    รัฐบาลอินเดียเสนอข้อกำหนดด้านความปลอดภัย 83 ข้อ โดยหนึ่งในนั้นคือการให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนส่งมอบ “ซอร์สโค้ด” ให้รัฐตรวจสอบ อ้างเพื่อความมั่นคงไซเบอร์ แต่บริษัทใหญ่ทั้ง Apple, Samsung และ MAIT ต่างคัดค้านอย่างหนักเพราะซอร์สโค้ดคือทรัพย์สินสำคัญและเสี่ยงต่อการถูกเจาะระบบ หากข้อกำหนดนี้เดินหน้าจริงอาจทำให้อินเดียเสียความเชื่อมั่นจากผู้ผลิตรายใหญ่ทั่วโลก
    https://securityonline.info/indias-source-code-demand-sparks-tech-revolt

    QEMU 11.0 เตรียมตัดการรองรับ 32-bit บน Cloud Variant
    QEMU กำลังเดินหน้าลดภาระโค้ดโดยเตรียมลบการรองรับโฮสต์ 32-bit ในเวอร์ชัน Cloud ซึ่งจะช่วยลดโค้ดกว่า 7,000 บรรทัด แม้เวอร์ชันปกติยังรองรับอยู่ แต่ผู้ใช้ 32-bit จะไม่สามารถอัปเกรดเป็น QEMU 11.0 ได้และต้องค้างอยู่บน 10.x ที่ไม่มีแพตช์ความปลอดภัย ทำให้เสี่ยงต่อการใช้งานระยะยาว การเปลี่ยนแปลงยังอยู่ระหว่างพิจารณาแต่มีแนวโน้มสูงว่าจะเกิดขึ้นจริง
    https://securityonline.info/cutting-the-cord-qemu-11-0-to-expunge-32-bit-host-support-in-cloud-variant

    พบช่องโหว่ร้ายแรงใน Ruckus IoT Controller เสี่ยงถูกยึดระบบเต็มรูปแบบ
    มีการเปิดเผยช่องโหว่ CVSS 10 สองรายการใน Ruckus vRIoT Controller ที่เกิดจากการฝังคีย์ลับและข้อมูลล็อกอินแบบฮาร์ดโค้ด ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงบริการบนพอร์ต 2004 เพื่อรันคำสั่งระดับ root หรือใช้บัญชี SSH ที่ฝังไว้เพื่อเจาะออกจาก Docker และยึดระบบทั้งหมดได้ Ruckus ออกแพตช์แก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 3.0.0.0 และแนะนำให้อัปเดตทันที
    https://securityonline.info/double-critical-hardcoded-secrets-expose-ruckus-iot-controllers-to-root-rce

    Hikvision เจอช่องโหว่ Stack Overflow กระทบกล้องวงจรปิดและระบบควบคุมการเข้าออก
    รายงานชี้ว่าอุปกรณ์ของ Hikvision ทั้งกล้องวงจรปิดและระบบ Access Control ถูกพบช่องโหว่แบบ Stack Overflow ที่อาจเปิดทางให้ผู้โจมตีทำให้ระบบล่มหรือเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้ โดยข้อมูลเชิงลึกถูกจำกัดให้เฉพาะผู้สนับสนุน แต่ประเด็นหลักคือความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยที่ใช้อุปกรณ์เหล่านี้อย่างแพร่หลาย
    https://securityonline.info/hikvision-security-cameras-and-access-controls-hit-by-stack-overflow-flaws

    ช่องโหว่ร้ายแรงใน ServiceNow (CVE-2025-12420) เปิดทางปลอมตัวเป็นผู้ใช้
    มีการค้นพบช่องโหว่ระดับวิกฤตในแพลตฟอร์ม AI ของ ServiceNow ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่ไม่ได้รับการยืนยันตัวตนสามารถสวมรอยเป็นผู้ใช้จริงและทำสิ่งที่ผู้ใช้คนนั้นมีสิทธิ์ทำได้ แม้ ServiceNow จะออกแพตช์แก้ไขแล้วสำหรับระบบที่โฮสต์โดยบริษัท แต่ลูกค้าที่ติดตั้งเองยังต้องเร่งอัปเดตเพื่อปิดความเสี่ยงนี้ทันที
    https://securityonline.info/ai-identity-theft-critical-servicenow-flaw-cve-2025-12420-allows-unauthenticated-impersonation

    CISA เตือนด่วน! ช่องโหว่ Gogs (CVE-2025-8110) ถูกโจมตีจริงแล้ว
    CISA ออกประกาศ “Must-Patch” หลังพบว่าช่องโหว่ใน Gogs ซึ่งเป็นระบบ Git แบบ self-hosted ถูกใช้โจมตีจริงในโลกไซเบอร์ โดยช่องโหว่นี้เป็นการเลี่ยงแพตช์เดิม ทำให้ผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถทำ Path Traversal และเขียนไฟล์ออกนอกไดเรกทอรีได้ ส่งผลให้สามารถรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้ หน่วยงานรัฐสหรัฐฯ ถูกกำหนดเส้นตายให้แก้ไขก่อนกุมภาพันธ์ 2026
    https://securityonline.info/cisa-must-patch-alert-critical-gogs-exploit-cve-2025-8110-active-in-wild

    มิจฉาชีพใช้ PDF ปลอมล่อเหยื่อ ติดตั้ง RMM Tools เพื่อยึดเครื่อง
    รายงานจาก ASEC ระบุว่าผู้โจมตีกำลังใช้ไฟล์ PDF ปลอมที่แกล้งทำเป็นเอกสารเสียหรือโหลดไม่ขึ้น เพื่อหลอกให้เหยื่อคลิกลิงก์ดาวน์โหลดเครื่องมือ Remote Monitoring & Management (RMM) เช่น Syncro, NinjaOne หรือ ScreenConnect ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถูกนำมาใช้เป็นช่องทางเข้าควบคุมเครื่องของเหยื่อแบบแนบเนียน ทำให้ตรวจจับได้ยากมาก
    https://securityonline.info/attackers-weaponize-legitimate-rmm-tools-via-fake-pdfs

    Angular พบช่องโหว่ร้ายแรงใน SVG (CVE-2026-22610) เสี่ยงถูกโจมตีแบบ XSS
    ช่องโหว่ใหม่ใน Angular Template Compiler ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้คุณสมบัติของ SVG script เพื่อหลบเลี่ยงระบบ Sanitization และฝังโค้ด JavaScript อันตรายได้ หากแอปมีการผูกข้อมูลแบบไดนามิกกับ attribute ของ SVG script อาจถูกใช้ขโมย session, ดึงข้อมูล หรือสั่งการโดยไม่ได้รับอนุญาต นักพัฒนาถูกแนะนำให้อัปเดตเวอร์ชัน Angular ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่นี้
    https://securityonline.info/angular-security-alert-high-severity-svg-flaw-cve-2026-22610-exposes-apps-to-xss
    📌🔐🩷 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🩷🔐📌 #รวมข่าวIT #20260113 #securityonline 🔥 ช่องโหว่ร้ายแรง Advantech เปิดช่องให้โจมตี IoT (CVE-2025-52694) ช่องโหว่ SQL Injection ระดับวิกฤตคะแนนเต็ม 10 ทำให้อุปกรณ์ IoT ของ Advantech เสี่ยงถูกเจาะโดยไม่ต้องล็อกอิน ผู้โจมตีสามารถสั่งฐานข้อมูล แก้ไขค่าระบบ หรือยึดโครงสร้าง IoT ได้ทันที โดยกระทบหลายผลิตภัณฑ์เวอร์ชันเก่าและต้องอัปเดตด่วนผ่านการติดต่อซัพพอร์ตหรือดาวน์โหลดแพตช์ตามรุ่นที่ใช้ 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-52694-cvss-10-critical-advantech-sql-injection-exposes-iot-devices ⚠️ สวิตช์ Moxa เสี่ยงถูกโจมตีผ่าน OpenSSH RCE (CVSS 9.8) พบช่องโหว่ร้ายแรงในสวิตช์อุตสาหกรรมของ Moxa จากบั๊กใน OpenSSH ที่เปิดทางให้รันโค้ดจากระยะไกลได้ หากมีการใช้ ssh-agent forwarding โดยรุ่นที่ได้รับผลกระทบต้องติดต่อ Moxa เพื่อขอแพตช์เฉพาะ พร้อมคำแนะนำเสริมด้านความปลอดภัย เช่น แยกเครือข่าย จำกัดการเข้าถึง และตรวจสอบบันทึกการใช้งานอย่างใกล้ชิด 🔗 https://securityonline.info/critical-alert-moxa-switches-exposed-to-openssh-remote-code-execution-cvss-9-8 📱 Google เตรียมนำ AirDrop มาสู่ Pixel 9 Google เดินหน้าเร่งพัฒนาการแชร์ไฟล์ข้ามระบบให้เทียบเท่า AirDrop โดยฟีเจอร์ Quick Share รุ่นใหม่ถูกพบในเฟิร์มแวร์ทดลองของ Pixel 9 ก่อนกำหนดเดิมที่ตั้งใจเปิดตัวพร้อม Pixel 10 สะท้อนว่าบริษัทต้องการผลักดันการเชื่อมต่อ Android–iOS ให้ไร้รอยต่อ และอาจเปิดใช้งานจริงพร้อมอัปเดต Android 16 QPR3 หรือ Android 17 ในอนาคต 🔗 https://securityonline.info/tearing-down-the-wall-google-brings-airdrop-support-to-the-pixel-9 🛒 Google เปิดตัว “Agentic Commerce” ยุคใหม่ของการช้อปด้วย AI Google ประกาศแนวคิด Agentic Commerce และโปรโตคอล UCP ที่ช่วยให้ AI ทำงานแทนผู้ใช้ตั้งแต่ค้นหา เปรียบเทียบราคา ไปจนถึงสั่งซื้อสินค้าโดยไม่ต้องเปิดหลายแท็บหรือกรอกข้อมูลซ้ำ ระบบนี้ร่วมพัฒนากับยักษ์ค้าปลีกอย่าง Walmart, Shopify และบริษัทการเงินหลายแห่ง เพื่อสร้างมาตรฐานกลางให้ AI เชื่อมต่อร้านค้าต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น และอาจเป็นก้าวสำคัญในการท้าชน Amazon 🔗 https://securityonline.info/the-end-of-the-shopping-tab-google-unveils-agentic-commerce-and-ucp 💻 Dell ยอมรับ “AI PC” ยังไม่จูงใจผู้บริโภค แม้ผู้ผลิตชิปและผู้พัฒนาระบบจะผลักดัน AI PC อย่างหนัก แต่ Dell ระบุว่าผู้ใช้ทั่วไปยังไม่เห็นประโยชน์ชัดเจนและกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ทำให้ยอดขายไม่ขยับตามคาด ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับราคา ประสิทธิภาพ และความทนทานมากกว่า ส่งผลให้ Dell ปรับกลยุทธ์เน้นดีไซน์และประสบการณ์ใช้งานแทนการโปรโมต AI แบบเดิม 🔗 https://securityonline.info/the-hype-hangover-dell-admits-consumers-arent-buying-the-ai-pc-narrative 🕵️‍♂️ “TryCloudflare” ถูกใช้เป็นช่องทางซ่อนมัลแวร์ AsyncRAT แคมเปญโจมตีใหม่กำลังใช้บริการ TryCloudflare และ WebDAV เพื่อสร้างโครงสร้างสั่งการมัลแวร์ที่ซ่อนตัวแนบเนียน โดยเริ่มจากอีเมลฟิชชิงที่หลอกให้เหยื่อเปิดไฟล์ลวงซึ่งดาวน์โหลด Python ของจริงมาติดตั้งสภาพแวดล้อมก่อนฉีด AsyncRAT เข้าไปใน explorer.exe ทำให้ผู้โจมตีควบคุมเครื่องได้อย่างต่อเนื่องและยากต่อการตรวจจับ แนวโน้มนี้สะท้อนการใช้บริการคลาวด์ถูกกฎหมายเป็นเครื่องมือโจมตีมากขึ้น 🔗 https://securityonline.info/trycloudflare-abuse-asyncrat-exploits-free-tunnels-to-build-stealthy-webdav-network 🤖 Apple จับมือ Google Gemini ปั้น Siri เวอร์ชันใหม่ Apple และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ โดย Apple จะนำโมเดล Gemini มาเป็นแกนหลักของ Apple Foundation Models เพื่อยกระดับ Siri ให้ฉลาดขึ้น เข้าใจภาษาธรรมชาติดีขึ้น และรองรับฟีเจอร์ Apple Intelligence รุ่นใหม่ แม้จะยังคงประมวลผลข้อมูลส่วนตัวบนอุปกรณ์และ Private Cloud Compute ของ Apple แต่ดีลนี้สะท้อนว่า Apple ต้องเร่งปิดช่องว่างการแข่งขันด้าน AI ขณะที่ Google ได้ประโยชน์จากดีมานด์มหาศาลของผู้ใช้ iPhone 🔗 https://securityonline.info/the-ai-alliance-apple-taps-google-gemini-to-power-the-new-siri 🇮🇳 อินเดียขอซอร์สโค้ดมือถือ จุดชนวนความไม่พอใจในวงการเทค รัฐบาลอินเดียเสนอข้อกำหนดด้านความปลอดภัย 83 ข้อ โดยหนึ่งในนั้นคือการให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนส่งมอบ “ซอร์สโค้ด” ให้รัฐตรวจสอบ อ้างเพื่อความมั่นคงไซเบอร์ แต่บริษัทใหญ่ทั้ง Apple, Samsung และ MAIT ต่างคัดค้านอย่างหนักเพราะซอร์สโค้ดคือทรัพย์สินสำคัญและเสี่ยงต่อการถูกเจาะระบบ หากข้อกำหนดนี้เดินหน้าจริงอาจทำให้อินเดียเสียความเชื่อมั่นจากผู้ผลิตรายใหญ่ทั่วโลก 🔗 https://securityonline.info/indias-source-code-demand-sparks-tech-revolt 🧩 QEMU 11.0 เตรียมตัดการรองรับ 32-bit บน Cloud Variant QEMU กำลังเดินหน้าลดภาระโค้ดโดยเตรียมลบการรองรับโฮสต์ 32-bit ในเวอร์ชัน Cloud ซึ่งจะช่วยลดโค้ดกว่า 7,000 บรรทัด แม้เวอร์ชันปกติยังรองรับอยู่ แต่ผู้ใช้ 32-bit จะไม่สามารถอัปเกรดเป็น QEMU 11.0 ได้และต้องค้างอยู่บน 10.x ที่ไม่มีแพตช์ความปลอดภัย ทำให้เสี่ยงต่อการใช้งานระยะยาว การเปลี่ยนแปลงยังอยู่ระหว่างพิจารณาแต่มีแนวโน้มสูงว่าจะเกิดขึ้นจริง 🔗 https://securityonline.info/cutting-the-cord-qemu-11-0-to-expunge-32-bit-host-support-in-cloud-variant 🔐 พบช่องโหว่ร้ายแรงใน Ruckus IoT Controller เสี่ยงถูกยึดระบบเต็มรูปแบบ มีการเปิดเผยช่องโหว่ CVSS 10 สองรายการใน Ruckus vRIoT Controller ที่เกิดจากการฝังคีย์ลับและข้อมูลล็อกอินแบบฮาร์ดโค้ด ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงบริการบนพอร์ต 2004 เพื่อรันคำสั่งระดับ root หรือใช้บัญชี SSH ที่ฝังไว้เพื่อเจาะออกจาก Docker และยึดระบบทั้งหมดได้ Ruckus ออกแพตช์แก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 3.0.0.0 และแนะนำให้อัปเดตทันที 🔗 https://securityonline.info/double-critical-hardcoded-secrets-expose-ruckus-iot-controllers-to-root-rce 🔐 Hikvision เจอช่องโหว่ Stack Overflow กระทบกล้องวงจรปิดและระบบควบคุมการเข้าออก รายงานชี้ว่าอุปกรณ์ของ Hikvision ทั้งกล้องวงจรปิดและระบบ Access Control ถูกพบช่องโหว่แบบ Stack Overflow ที่อาจเปิดทางให้ผู้โจมตีทำให้ระบบล่มหรือเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้ โดยข้อมูลเชิงลึกถูกจำกัดให้เฉพาะผู้สนับสนุน แต่ประเด็นหลักคือความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยที่ใช้อุปกรณ์เหล่านี้อย่างแพร่หลาย 🔗 https://securityonline.info/hikvision-security-cameras-and-access-controls-hit-by-stack-overflow-flaws 🕵️‍♂️ ช่องโหว่ร้ายแรงใน ServiceNow (CVE-2025-12420) เปิดทางปลอมตัวเป็นผู้ใช้ มีการค้นพบช่องโหว่ระดับวิกฤตในแพลตฟอร์ม AI ของ ServiceNow ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่ไม่ได้รับการยืนยันตัวตนสามารถสวมรอยเป็นผู้ใช้จริงและทำสิ่งที่ผู้ใช้คนนั้นมีสิทธิ์ทำได้ แม้ ServiceNow จะออกแพตช์แก้ไขแล้วสำหรับระบบที่โฮสต์โดยบริษัท แต่ลูกค้าที่ติดตั้งเองยังต้องเร่งอัปเดตเพื่อปิดความเสี่ยงนี้ทันที 🔗 https://securityonline.info/ai-identity-theft-critical-servicenow-flaw-cve-2025-12420-allows-unauthenticated-impersonation 🚨 CISA เตือนด่วน! ช่องโหว่ Gogs (CVE-2025-8110) ถูกโจมตีจริงแล้ว CISA ออกประกาศ “Must-Patch” หลังพบว่าช่องโหว่ใน Gogs ซึ่งเป็นระบบ Git แบบ self-hosted ถูกใช้โจมตีจริงในโลกไซเบอร์ โดยช่องโหว่นี้เป็นการเลี่ยงแพตช์เดิม ทำให้ผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถทำ Path Traversal และเขียนไฟล์ออกนอกไดเรกทอรีได้ ส่งผลให้สามารถรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้ หน่วยงานรัฐสหรัฐฯ ถูกกำหนดเส้นตายให้แก้ไขก่อนกุมภาพันธ์ 2026 🔗 https://securityonline.info/cisa-must-patch-alert-critical-gogs-exploit-cve-2025-8110-active-in-wild 📄 มิจฉาชีพใช้ PDF ปลอมล่อเหยื่อ ติดตั้ง RMM Tools เพื่อยึดเครื่อง รายงานจาก ASEC ระบุว่าผู้โจมตีกำลังใช้ไฟล์ PDF ปลอมที่แกล้งทำเป็นเอกสารเสียหรือโหลดไม่ขึ้น เพื่อหลอกให้เหยื่อคลิกลิงก์ดาวน์โหลดเครื่องมือ Remote Monitoring & Management (RMM) เช่น Syncro, NinjaOne หรือ ScreenConnect ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถูกนำมาใช้เป็นช่องทางเข้าควบคุมเครื่องของเหยื่อแบบแนบเนียน ทำให้ตรวจจับได้ยากมาก 🔗 https://securityonline.info/attackers-weaponize-legitimate-rmm-tools-via-fake-pdfs 🛡️ Angular พบช่องโหว่ร้ายแรงใน SVG (CVE-2026-22610) เสี่ยงถูกโจมตีแบบ XSS ช่องโหว่ใหม่ใน Angular Template Compiler ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้คุณสมบัติของ SVG script เพื่อหลบเลี่ยงระบบ Sanitization และฝังโค้ด JavaScript อันตรายได้ หากแอปมีการผูกข้อมูลแบบไดนามิกกับ attribute ของ SVG script อาจถูกใช้ขโมย session, ดึงข้อมูล หรือสั่งการโดยไม่ได้รับอนุญาต นักพัฒนาถูกแนะนำให้อัปเดตเวอร์ชัน Angular ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่นี้ 🔗 https://securityonline.info/angular-security-alert-high-severity-svg-flaw-cve-2026-22610-exposes-apps-to-xss
    0 Comments 0 Shares 37 Views 0 Reviews
  • 2026: ปีทองของการ Self‑Hosting – เมื่อ AI Agents ทำให้ทุกคนตั้งเซิร์ฟเวอร์เองได้ง่ายกว่าที่เคย

    บทความชี้ว่า ปี 2026 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของการ self‑hosting เพราะสิ่งที่เคยยาก—ตั้งแต่การคอนฟิก Docker, reverse proxy, ไปจนถึงการดูแล uptime—กำลังถูกแทนที่ด้วย “CLI agents” อย่าง Claude Code ที่สามารถจัดการทุกอย่างแทนผู้ใช้ได้เกือบทั้งหมด ผู้เขียนเล่าว่าเดิมทีอยาก self‑host มานานแต่ท้อกับความยุ่งยาก จนกระทั่งลองใช้ AI agent บนเซิร์ฟเวอร์จริง แล้วพบว่ามันสามารถตั้งค่าระบบทั้งหมดตามที่อธิบายเป็นภาษาคนธรรมดาได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

    ฮาร์ดแวร์ราคาถูก + Tailscale + Claude Code = สูตรสำเร็จ
    ปัจจัยที่ทำให้ self‑hosting “ง่ายและสนุก” ในปีนี้ประกอบด้วย 3 อย่าง:
    mini PC ราคาถูกแต่แรงพอสำหรับงานบ้าน,
    Tailscale ที่ทำให้เครือข่ายส่วนตัวปลอดภัยและเข้าถึงง่าย,
    Claude Code ที่ทำหน้าที่เหมือน sysadmin ส่วนตัว ผู้เขียนใช้ Beelink Mini N150 ราคาไม่ถึง $400 แล้วติดตั้ง Ubuntu Server, Tailscale และ Claude Code จากนั้นเพียงสั่งงานด้วยประโยคธรรมดา เช่น “ตั้ง Docker + Caddy + Vaultwarden ให้ที” แล้วปล่อยให้ AI ทำงานทั้งหมดเอง

    บริการที่ self‑host ได้จริงในชีวิตประจำวัน
    ผู้เขียนติดตั้งบริการหลายอย่างที่แทน SaaS ยอดนิยม เช่น Vaultwarden (แทน Bitwarden), Immich (แทน Google Photos), Plex, Home Assistant และ Readeck ซึ่งทั้งหมดทำงานใน Docker และเข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์ผ่าน dashboard ที่ Claude Code สร้างให้แบบอัตโนมัติ ความน่าประทับใจคือระบบทั้งหมดใช้ทรัพยากรเพียงเล็กน้อย แต่ให้ความรู้สึก “เป็นเจ้าของข้อมูลจริงๆ” โดยไม่ต้องพึ่งบริการภายนอก

    สำรองข้อมูลอัตโนมัติแบบมืออาชีพ แต่ตั้งง่ายเหมือนสั่งเพื่อน
    อีกจุดเด่นคือระบบ backup ที่ตั้งได้ง่ายมาก ผู้เขียนเพียงบอก Claude ให้สำรองข้อมูลลง USB drive ทุกวัน และส่งขึ้น AWS Glacier Deep Archive ทุกสัปดาห์ ซึ่งใช้ค่าใช้จ่ายเพียงไม่กี่เซนต์ต่อเดือน ทำให้ self‑hosting ไม่ได้เป็นแค่เรื่องสนุก แต่ยังปลอดภัยและเชื่อถือได้ในระยะยาว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ทำไมปี 2026 ถึงเป็นปีของ self‑hosting
    mini PC ราคาถูกและแรงขึ้น ทำให้ตั้งเซิร์ฟเวอร์ที่บ้านได้ง่าย
    Tailscale ทำให้เครือข่ายส่วนตัวปลอดภัยและเข้าถึงง่าย
    Claude Code ทำหน้าที่เป็น sysadmin อัตโนมัติ ลดภาระคอนฟิกระบบ

    สิ่งที่ self‑host ได้จริงและใช้งานได้ดี
    Vaultwarden สำหรับจัดการรหัสผ่าน
    Immich สำหรับรูปภาพแทน Google Photos
    Plex, Home Assistant, Readeck และ dashboard แบบ custom
    ระบบ backup ทั้ง local และ cloud ที่ตั้งค่าได้ง่ายมาก

    ข้อควรระวังสำหรับผู้เริ่มต้น
    ต้องคุ้นเคยกับ terminal ระดับพื้นฐาน
    การ build หรือคอนฟิกบางอย่างยังต้องตรวจสอบด้วยตัวเอง
    แม้ AI ช่วยได้มาก แต่ผู้ใช้ยังต้องเข้าใจความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

    ประเด็นที่ต้องคิดก่อนเริ่ม self‑hosting
    ต้องมีแผนสำรองข้อมูลที่ดี ไม่เช่นนั้นข้อมูลสำคัญอาจสูญหาย
    ต้องระวังการเปิดบริการออกอินเทอร์เน็ตโดยไม่ตั้งค่า firewall
    ควรเลือกบริการที่จำเป็นจริง เพื่อไม่ให้ระบบซับซ้อนเกินไป

    https://fulghum.io/self-hosting
    📰 2026: ปีทองของการ Self‑Hosting – เมื่อ AI Agents ทำให้ทุกคนตั้งเซิร์ฟเวอร์เองได้ง่ายกว่าที่เคย บทความชี้ว่า ปี 2026 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของการ self‑hosting เพราะสิ่งที่เคยยาก—ตั้งแต่การคอนฟิก Docker, reverse proxy, ไปจนถึงการดูแล uptime—กำลังถูกแทนที่ด้วย “CLI agents” อย่าง Claude Code ที่สามารถจัดการทุกอย่างแทนผู้ใช้ได้เกือบทั้งหมด ผู้เขียนเล่าว่าเดิมทีอยาก self‑host มานานแต่ท้อกับความยุ่งยาก จนกระทั่งลองใช้ AI agent บนเซิร์ฟเวอร์จริง แล้วพบว่ามันสามารถตั้งค่าระบบทั้งหมดตามที่อธิบายเป็นภาษาคนธรรมดาได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว 🖥️ ฮาร์ดแวร์ราคาถูก + Tailscale + Claude Code = สูตรสำเร็จ ปัจจัยที่ทำให้ self‑hosting “ง่ายและสนุก” ในปีนี้ประกอบด้วย 3 อย่าง: 💠 mini PC ราคาถูกแต่แรงพอสำหรับงานบ้าน, 💠 Tailscale ที่ทำให้เครือข่ายส่วนตัวปลอดภัยและเข้าถึงง่าย, 💠 Claude Code ที่ทำหน้าที่เหมือน sysadmin ส่วนตัว ผู้เขียนใช้ Beelink Mini N150 ราคาไม่ถึง $400 แล้วติดตั้ง Ubuntu Server, Tailscale และ Claude Code จากนั้นเพียงสั่งงานด้วยประโยคธรรมดา เช่น “ตั้ง Docker + Caddy + Vaultwarden ให้ที” แล้วปล่อยให้ AI ทำงานทั้งหมดเอง 🧩 บริการที่ self‑host ได้จริงในชีวิตประจำวัน ผู้เขียนติดตั้งบริการหลายอย่างที่แทน SaaS ยอดนิยม เช่น Vaultwarden (แทน Bitwarden), Immich (แทน Google Photos), Plex, Home Assistant และ Readeck ซึ่งทั้งหมดทำงานใน Docker และเข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์ผ่าน dashboard ที่ Claude Code สร้างให้แบบอัตโนมัติ ความน่าประทับใจคือระบบทั้งหมดใช้ทรัพยากรเพียงเล็กน้อย แต่ให้ความรู้สึก “เป็นเจ้าของข้อมูลจริงๆ” โดยไม่ต้องพึ่งบริการภายนอก 🔐 สำรองข้อมูลอัตโนมัติแบบมืออาชีพ แต่ตั้งง่ายเหมือนสั่งเพื่อน อีกจุดเด่นคือระบบ backup ที่ตั้งได้ง่ายมาก ผู้เขียนเพียงบอก Claude ให้สำรองข้อมูลลง USB drive ทุกวัน และส่งขึ้น AWS Glacier Deep Archive ทุกสัปดาห์ ซึ่งใช้ค่าใช้จ่ายเพียงไม่กี่เซนต์ต่อเดือน ทำให้ self‑hosting ไม่ได้เป็นแค่เรื่องสนุก แต่ยังปลอดภัยและเชื่อถือได้ในระยะยาว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ทำไมปี 2026 ถึงเป็นปีของ self‑hosting ➡️ mini PC ราคาถูกและแรงขึ้น ทำให้ตั้งเซิร์ฟเวอร์ที่บ้านได้ง่าย ➡️ Tailscale ทำให้เครือข่ายส่วนตัวปลอดภัยและเข้าถึงง่าย ➡️ Claude Code ทำหน้าที่เป็น sysadmin อัตโนมัติ ลดภาระคอนฟิกระบบ ✅ สิ่งที่ self‑host ได้จริงและใช้งานได้ดี ➡️ Vaultwarden สำหรับจัดการรหัสผ่าน ➡️ Immich สำหรับรูปภาพแทน Google Photos ➡️ Plex, Home Assistant, Readeck และ dashboard แบบ custom ➡️ ระบบ backup ทั้ง local และ cloud ที่ตั้งค่าได้ง่ายมาก ‼️ ข้อควรระวังสำหรับผู้เริ่มต้น ⛔ ต้องคุ้นเคยกับ terminal ระดับพื้นฐาน ⛔ การ build หรือคอนฟิกบางอย่างยังต้องตรวจสอบด้วยตัวเอง ⛔ แม้ AI ช่วยได้มาก แต่ผู้ใช้ยังต้องเข้าใจความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ‼️ ประเด็นที่ต้องคิดก่อนเริ่ม self‑hosting ⛔ ต้องมีแผนสำรองข้อมูลที่ดี ไม่เช่นนั้นข้อมูลสำคัญอาจสูญหาย ⛔ ต้องระวังการเปิดบริการออกอินเทอร์เน็ตโดยไม่ตั้งค่า firewall ⛔ ควรเลือกบริการที่จำเป็นจริง เพื่อไม่ให้ระบบซับซ้อนเกินไป https://fulghum.io/self-hosting
    FULGHUM.IO
    2026 is the Year of Self-hosting
    CLI agents like Claude Code make self-hosting dramatically easier and actually fun. This is the first time I would recommend it to normal software-literate people.
    0 Comments 0 Shares 22 Views 0 Reviews
  • Cowork: ก้าวใหม่ของ AI ที่ทำงานแทนเราได้จริง

    Cowork ถูกออกแบบมาเพื่อให้ Claude สามารถทำงานในคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยผู้ใช้สามารถอนุญาตให้ AI เข้าถึงโฟลเดอร์เฉพาะบนเครื่อง เพื่ออ่าน แก้ไข หรือสร้างไฟล์ใหม่ได้โดยตรง ความสามารถนี้ทำให้ Cowork ไม่ได้เป็นเพียงแชตบอต แต่เป็น “ผู้ช่วยทำงาน” ที่สามารถจัดระเบียบไฟล์ สร้างเอกสาร หรือรวบรวมข้อมูลจากไฟล์กระจัดกระจายให้เป็นงานที่สมบูรณ์ได้

    สิ่งที่โดดเด่นคือ Cowork ทำงานแบบมีแผนและรายงานความคืบหน้าเหมือนเพื่อนร่วมทีมจริงๆ ไม่ต้องคอยป้อนคำสั่งซ้ำๆ และสามารถทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้ ผู้ใช้เพียงตั้งงานไว้ แล้วปล่อยให้ Claude ทำงานต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นแนวคิดที่เริ่มเห็นมากขึ้นในวงการ AI ว่า “AI Agents” จะเป็นอนาคตของการทำงานดิจิทัล

    อย่างไรก็ตาม ความสามารถระดับนี้ก็มาพร้อมความเสี่ยง เช่น การลบไฟล์ผิด หรือการถูกโจมตีด้วย prompt injection จากข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่ AI อาจไปพบเจอ แม้ผู้พัฒนาจะมีระบบป้องกัน แต่ก็ยังเป็นพื้นที่ที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้จึงต้องระมัดระวังในการให้สิทธิ์และคำสั่งแก่ AI

    Cowork ยังอยู่ในช่วง Research Preview และเปิดให้ผู้ใช้ Claude Max บน macOS ทดลองใช้งานก่อน เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานจริงและปรับปรุงให้ปลอดภัยขึ้นในอนาคต รวมถึงเตรียมขยายไปยัง Windows และรองรับการซิงก์ข้ามอุปกรณ์ในเวอร์ชันถัดไป

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Cowork คืออะไร และทำอะไรได้
    AI สามารถเข้าถึงโฟลเดอร์ที่ผู้ใช้อนุญาต เพื่ออ่าน แก้ไข หรือสร้างไฟล์ใหม่
    ทำงานแบบมีแผน รายงานความคืบหน้า และทำงานหลายอย่างพร้อมกัน
    ใช้ได้กับงานทั่วไป เช่น จัดไฟล์ สร้างเอกสาร สรุปข้อมูลจากไฟล์หลายชนิด

    จุดเด่นของ Cowork
    ทำงานเหมือน “เพื่อนร่วมงาน” มากกว่าแชตบอต
    ใช้ connectors และ skills เพื่อทำงานซับซ้อนได้มากขึ้น
    สามารถทำงานร่วมกับเบราว์เซอร์เมื่อเชื่อมกับ Chrome

    ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย
    AI อาจทำการลบไฟล์หรือแก้ไขข้อมูลผิดพลาดหากคำสั่งไม่ชัดเจน
    มีความเสี่ยงจาก prompt injection เมื่อ AI อ่านข้อมูลจากภายนอก
    ผู้ใช้ต้องกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงโฟลเดอร์อย่างระมัดระวัง

    สถานะการพัฒนา
    ยังเป็น Research Preview และอาจมีข้อจำกัดหรือบั๊ก
    ยังรองรับเฉพาะ macOS และต้องรอการขยายไป Windows

    https://claude.com/blog/cowork-research-preview
    📰 Cowork: ก้าวใหม่ของ AI ที่ทำงานแทนเราได้จริง Cowork ถูกออกแบบมาเพื่อให้ Claude สามารถทำงานในคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยผู้ใช้สามารถอนุญาตให้ AI เข้าถึงโฟลเดอร์เฉพาะบนเครื่อง เพื่ออ่าน แก้ไข หรือสร้างไฟล์ใหม่ได้โดยตรง ความสามารถนี้ทำให้ Cowork ไม่ได้เป็นเพียงแชตบอต แต่เป็น “ผู้ช่วยทำงาน” ที่สามารถจัดระเบียบไฟล์ สร้างเอกสาร หรือรวบรวมข้อมูลจากไฟล์กระจัดกระจายให้เป็นงานที่สมบูรณ์ได้ สิ่งที่โดดเด่นคือ Cowork ทำงานแบบมีแผนและรายงานความคืบหน้าเหมือนเพื่อนร่วมทีมจริงๆ ไม่ต้องคอยป้อนคำสั่งซ้ำๆ และสามารถทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้ ผู้ใช้เพียงตั้งงานไว้ แล้วปล่อยให้ Claude ทำงานต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นแนวคิดที่เริ่มเห็นมากขึ้นในวงการ AI ว่า “AI Agents” จะเป็นอนาคตของการทำงานดิจิทัล อย่างไรก็ตาม ความสามารถระดับนี้ก็มาพร้อมความเสี่ยง เช่น การลบไฟล์ผิด หรือการถูกโจมตีด้วย prompt injection จากข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่ AI อาจไปพบเจอ แม้ผู้พัฒนาจะมีระบบป้องกัน แต่ก็ยังเป็นพื้นที่ที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้จึงต้องระมัดระวังในการให้สิทธิ์และคำสั่งแก่ AI Cowork ยังอยู่ในช่วง Research Preview และเปิดให้ผู้ใช้ Claude Max บน macOS ทดลองใช้งานก่อน เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานจริงและปรับปรุงให้ปลอดภัยขึ้นในอนาคต รวมถึงเตรียมขยายไปยัง Windows และรองรับการซิงก์ข้ามอุปกรณ์ในเวอร์ชันถัดไป 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Cowork คืออะไร และทำอะไรได้ ➡️ AI สามารถเข้าถึงโฟลเดอร์ที่ผู้ใช้อนุญาต เพื่ออ่าน แก้ไข หรือสร้างไฟล์ใหม่ ➡️ ทำงานแบบมีแผน รายงานความคืบหน้า และทำงานหลายอย่างพร้อมกัน ➡️ ใช้ได้กับงานทั่วไป เช่น จัดไฟล์ สร้างเอกสาร สรุปข้อมูลจากไฟล์หลายชนิด ✅ จุดเด่นของ Cowork ➡️ ทำงานเหมือน “เพื่อนร่วมงาน” มากกว่าแชตบอต ➡️ ใช้ connectors และ skills เพื่อทำงานซับซ้อนได้มากขึ้น ➡️ สามารถทำงานร่วมกับเบราว์เซอร์เมื่อเชื่อมกับ Chrome ‼️ ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย ⛔ AI อาจทำการลบไฟล์หรือแก้ไขข้อมูลผิดพลาดหากคำสั่งไม่ชัดเจน ⛔ มีความเสี่ยงจาก prompt injection เมื่อ AI อ่านข้อมูลจากภายนอก ⛔ ผู้ใช้ต้องกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงโฟลเดอร์อย่างระมัดระวัง ‼️ สถานะการพัฒนา ⛔ ยังเป็น Research Preview และอาจมีข้อจำกัดหรือบั๊ก ⛔ ยังรองรับเฉพาะ macOS และต้องรอการขยายไป Windows https://claude.com/blog/cowork-research-preview
    CLAUDE.COM
    Introducing Cowork | Claude
    Claude Code's agentic capabilities, now for everyone. Give Claude access to your files and let it organize, create, and edit documents while you focus on what matters.
    0 Comments 0 Shares 23 Views 0 Reviews
  • 5 คอนเทนเนอร์อิมเมจที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับแอปยุคใหม่ (2026) – เน้นลด CVE และลดภาระทีม DevSecOps
    ข้อมูลอ้างอิงจากหน้าเว็บที่คุณเปิดอยู่

    โลกของแอปยุคใหม่ในปี 2026 ขยับไปสู่สถาปัตยกรรมแบบคอนเทนเนอร์มากขึ้น แต่ความปลอดภัยของแอปจำนวนมากกลับ “สืบทอดช่องโหว่มาจากอิมเมจพื้นฐาน” โดยตรง ทำให้การเลือกอิมเมจที่ปลอดภัยตั้งแต่ต้นทางกลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง บทความนี้สรุป 5 อิมเมจที่ได้รับการยอมรับว่าปลอดภัยที่สุด พร้อมแนวคิดใหม่ที่เน้น “ป้องกันช่องโหว่ตั้งแต่ก่อนเกิด” ไม่ใช่แค่สแกนหาแล้วค่อยแก้ทีหลัง

    แนวโน้มสำคัญในปี 2026 คือองค์กรเริ่มเลือกอิมเมจที่มี attack surface ต่ำ, มีผู้ดูแลชัดเจน, อัปเดตสม่ำเสมอ, และ ไม่ปล่อยให้ CVE สะสม เพราะอิมเมจที่ดูปลอดภัยในวันแรกอาจเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วหากไม่มีการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือใหม่อย่าง Echo ที่เน้น rebuild อิมเมจให้ “CVE-free” ตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งเป็นแนวคิดที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก

    อิมเมจยอดนิยมอย่าง Distroless, Alpine, Ubuntu และ Red Hat UBI ยังคงมีบทบาทสำคัญ แต่แต่ละตัวก็มีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน เช่น Distroless ที่ปลอดภัยมากแต่ debug ยาก, Alpine ที่เล็กและเร็วแต่มี CVE โผล่บ่อย, หรือ Ubuntu/UBI ที่มั่นคงและมี ecosystem ใหญ่แต่มี attack surface มากกว่าอิมเมจแบบ minimal

    สุดท้าย บทความชี้ว่า “อิมเมจที่ปลอดภัย” ไม่ได้หมายถึงอิมเมจที่สแกนแล้วไม่มี CVE แต่คืออิมเมจที่ ไม่ทำให้ทีมต้องคอยไล่แพตช์ทุกสัปดาห์, มีวงจรอัปเดตที่คาดเดาได้ และลดภาระความเสี่ยงในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเร็วในการปล่อยซอฟต์แวร์ขององค์กรยุคใหม่

    สรุปประเด็นสำคัญ
    5 อิมเมจที่ปลอดภัยที่สุดในปี 2026
    Echo – rebuild อิมเมจใหม่ให้ CVE-free ตั้งแต่ต้นทาง
    Google Distroless – minimal มาก ลด attack surface อย่างสุดขีด
    Alpine Linux – เบา เร็ว แต่ต้อง rebuild บ่อยเพราะ CVE โผล่ถี่
    Ubuntu Images – เสถียร ecosystem ใหญ่ แต่มีแพ็กเกจเยอะ
    Red Hat UBI – เหมาะกับองค์กรที่ต้องการ compliance และ support

    คุณสมบัติของอิมเมจที่ “ปลอดภัยจริง” ในปี 2026
    attack surface ต่ำ
    มีผู้ดูแลและวงจรอัปเดตชัดเจน
    ไม่ปล่อยให้ CVE สะสม
    predictable lifecycle

    เหตุผลที่ secure image สำคัญกว่า secure code
    อิมเมจถูกแชร์ข้ามหลายบริการ
    มัก rebuild ไม่บ่อย
    หากอิมเมจมีช่องโหว่ จะกระทบทั้งระบบ

    ข้อควรระวัง
    อิมเมจ minimal อาจ debug ยาก
    Distroless ไม่มี shell หรือเครื่องมือ debug

    Alpine มี CVE โผล่บ่อยเพราะ musl libc
    ต้อง rebuild บ่อย ไม่เหมาะกับทีมที่ต้องการความนิ่ง

    อิมเมจใหญ่ (Ubuntu/UBI) มี attack surface มากกว่า
    ต้องพึ่งการแพตช์สม่ำเสมอ

    https://hackread.com/best-secure-container-images-applications-2026/
    🛡️ 5 คอนเทนเนอร์อิมเมจที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับแอปยุคใหม่ (2026) – เน้นลด CVE และลดภาระทีม DevSecOps ข้อมูลอ้างอิงจากหน้าเว็บที่คุณเปิดอยู่ โลกของแอปยุคใหม่ในปี 2026 ขยับไปสู่สถาปัตยกรรมแบบคอนเทนเนอร์มากขึ้น แต่ความปลอดภัยของแอปจำนวนมากกลับ “สืบทอดช่องโหว่มาจากอิมเมจพื้นฐาน” โดยตรง ทำให้การเลือกอิมเมจที่ปลอดภัยตั้งแต่ต้นทางกลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง บทความนี้สรุป 5 อิมเมจที่ได้รับการยอมรับว่าปลอดภัยที่สุด พร้อมแนวคิดใหม่ที่เน้น “ป้องกันช่องโหว่ตั้งแต่ก่อนเกิด” ไม่ใช่แค่สแกนหาแล้วค่อยแก้ทีหลัง แนวโน้มสำคัญในปี 2026 คือองค์กรเริ่มเลือกอิมเมจที่มี attack surface ต่ำ, มีผู้ดูแลชัดเจน, อัปเดตสม่ำเสมอ, และ ไม่ปล่อยให้ CVE สะสม เพราะอิมเมจที่ดูปลอดภัยในวันแรกอาจเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วหากไม่มีการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือใหม่อย่าง Echo ที่เน้น rebuild อิมเมจให้ “CVE-free” ตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งเป็นแนวคิดที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก อิมเมจยอดนิยมอย่าง Distroless, Alpine, Ubuntu และ Red Hat UBI ยังคงมีบทบาทสำคัญ แต่แต่ละตัวก็มีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน เช่น Distroless ที่ปลอดภัยมากแต่ debug ยาก, Alpine ที่เล็กและเร็วแต่มี CVE โผล่บ่อย, หรือ Ubuntu/UBI ที่มั่นคงและมี ecosystem ใหญ่แต่มี attack surface มากกว่าอิมเมจแบบ minimal สุดท้าย บทความชี้ว่า “อิมเมจที่ปลอดภัย” ไม่ได้หมายถึงอิมเมจที่สแกนแล้วไม่มี CVE แต่คืออิมเมจที่ ไม่ทำให้ทีมต้องคอยไล่แพตช์ทุกสัปดาห์, มีวงจรอัปเดตที่คาดเดาได้ และลดภาระความเสี่ยงในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเร็วในการปล่อยซอฟต์แวร์ขององค์กรยุคใหม่ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ 5 อิมเมจที่ปลอดภัยที่สุดในปี 2026 ➡️ Echo – rebuild อิมเมจใหม่ให้ CVE-free ตั้งแต่ต้นทาง ➡️ Google Distroless – minimal มาก ลด attack surface อย่างสุดขีด ➡️ Alpine Linux – เบา เร็ว แต่ต้อง rebuild บ่อยเพราะ CVE โผล่ถี่ ➡️ Ubuntu Images – เสถียร ecosystem ใหญ่ แต่มีแพ็กเกจเยอะ ➡️ Red Hat UBI – เหมาะกับองค์กรที่ต้องการ compliance และ support ✅ คุณสมบัติของอิมเมจที่ “ปลอดภัยจริง” ในปี 2026 ➡️ attack surface ต่ำ ➡️ มีผู้ดูแลและวงจรอัปเดตชัดเจน ➡️ ไม่ปล่อยให้ CVE สะสม ➡️ predictable lifecycle ✅ เหตุผลที่ secure image สำคัญกว่า secure code ➡️ อิมเมจถูกแชร์ข้ามหลายบริการ ➡️ มัก rebuild ไม่บ่อย ➡️ หากอิมเมจมีช่องโหว่ จะกระทบทั้งระบบ ⚠️ ข้อควรระวัง ‼️ อิมเมจ minimal อาจ debug ยาก ⛔ Distroless ไม่มี shell หรือเครื่องมือ debug ‼️ Alpine มี CVE โผล่บ่อยเพราะ musl libc ⛔ ต้อง rebuild บ่อย ไม่เหมาะกับทีมที่ต้องการความนิ่ง ‼️ อิมเมจใหญ่ (Ubuntu/UBI) มี attack surface มากกว่า ⛔ ต้องพึ่งการแพตช์สม่ำเสมอ https://hackread.com/best-secure-container-images-applications-2026/
    HACKREAD.COM
    5 Best Secure Container Images for Modern Applications (2026)
    Follow us on Bluesky, Twitter (X), Mastodon and Facebook at @Hackread
    0 Comments 0 Shares 24 Views 0 Reviews
  • Pacman อาจถูกแทนที่ด้วย ALPM เวอร์ชัน Rust – การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Arch Linux

    โปรเจกต์ใหม่ที่ชื่อว่า ALPM (Arch Linux Package Management) กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในชุมชน Arch Linux เพราะมันถูกพัฒนาด้วยภาษา Rust ทั้งหมด และมีความสามารถที่ดูเหมือนจะเข้ามาแทนที่ Pacman ในอนาคต แม้ทีมพัฒนายังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในช่วง 15 เดือนที่ผ่านมา—ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก Sovereign Tech Fund—ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า Pacman อาจ “เก่าเกินไป” แล้วหรือไม่

    ALPM ไม่ได้เป็นเพียงตัวจัดการแพ็กเกจใหม่ แต่เป็นชุดของ ไลบรารี + เครื่องมือ ที่ออกแบบมาให้รองรับทุกส่วนของระบบจัดการแพ็กเกจของ Arch Linux ตั้งแต่สเปกของฟอร์แมตแพ็กเกจ ไปจนถึงระบบตรวจสอบลายเซ็นและความถูกต้องของไฟล์จัดจำหน่าย จุดที่น่าสนใจคือ ALPM ใช้ dual-license (MIT + Apache 2.0) ซึ่งต่างจาก Pacman ที่ใช้ GPL ทำให้ ALPM สามารถถูกนำไปใช้ในซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ได้ง่ายกว่า

    แม้จะยังไม่มีการประกาศว่าจะ “แทนที่ Pacman” แต่ความเข้ากันได้ย้อนหลัง (backward compatibility) ทำให้หลายคนคาดว่า Arch อาจใช้แนวทางเดียวกับ Ubuntu ที่เปลี่ยนไปใช้ sudo-rs โดยที่ผู้ใช้ยังคงพิมพ์คำสั่งเดิม แต่เบื้องหลังทำงานด้วยระบบใหม่ที่ปลอดภัยกว่าและทันสมัยกว่า หาก ALPM ถูกนำมาใช้จริง ผู้ใช้ Arch อาจไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมใด ๆ แต่ได้ประโยชน์จากระบบที่เสถียรและปลอดภัยขึ้น

    การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนภาพใหญ่ของโลก Linux ที่กำลังหันมาใช้ Rust เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของระบบพื้นฐานมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ systemd, sudo-rs, ไปจนถึงส่วนประกอบของ kernel เอง การที่ Pacman อาจถูกแทนที่ด้วย ALPM จึงไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย แต่เป็นสัญญาณของยุคใหม่ที่เน้นความปลอดภัยและความทันสมัยของโค้ดเป็นหลัก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ALPM ถูกพัฒนาด้วย Rust และมีความก้าวหน้ามาก
    ได้รับทุนสนับสนุน 15 เดือนจาก Sovereign Tech Fund
    ครอบคลุมตั้งแต่สเปกแพ็กเกจจนถึงระบบตรวจสอบความถูกต้อง

    อาจเป็นตัวแทน Pacman ในอนาคต
    มีความเข้ากันได้ย้อนหลัง
    แนวโน้มคล้ายการเปลี่ยนไปใช้ sudo-rs บน Ubuntu

    ความแตกต่างด้านลิขสิทธิ์สำคัญมาก
    Pacman ใช้ GPL แบบ copyleft
    ALPM ใช้ MIT + Apache 2.0 ที่ยืดหยุ่นกว่า

    เป็นส่วนหนึ่งของกระแส Rustization ในโลก Linux
    เพิ่มความปลอดภัย ลดช่องโหว่จาก memory safety
    สอดคล้องกับทิศทางของโปรเจกต์ใหญ่หลายตัว

    ประเด็นที่ควรระวัง
    การเปลี่ยนระบบจัดการแพ็กเกจอาจมีผลกระทบต่อ ecosystem
    เครื่องมือเสริมที่พึ่งพา Pacman อาจต้องปรับตัว

    ความเข้ากันได้อาจไม่สมบูรณ์ในช่วงแรก
    อาจเกิดบั๊กหรือพฤติกรรมไม่ตรงกับ Pacman 100%

    การเปลี่ยนลิขสิทธิ์อาจสร้างความกังวลในชุมชน
    บางคนอาจไม่ชอบการย้ายจาก GPL ไปเป็น MIT/Apache

    https://itsfoss.com/news/pacman-rust-treatment/
    🧰 Pacman อาจถูกแทนที่ด้วย ALPM เวอร์ชัน Rust – การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Arch Linux โปรเจกต์ใหม่ที่ชื่อว่า ALPM (Arch Linux Package Management) กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในชุมชน Arch Linux เพราะมันถูกพัฒนาด้วยภาษา Rust ทั้งหมด และมีความสามารถที่ดูเหมือนจะเข้ามาแทนที่ Pacman ในอนาคต แม้ทีมพัฒนายังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในช่วง 15 เดือนที่ผ่านมา—ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก Sovereign Tech Fund—ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า Pacman อาจ “เก่าเกินไป” แล้วหรือไม่ ALPM ไม่ได้เป็นเพียงตัวจัดการแพ็กเกจใหม่ แต่เป็นชุดของ ไลบรารี + เครื่องมือ ที่ออกแบบมาให้รองรับทุกส่วนของระบบจัดการแพ็กเกจของ Arch Linux ตั้งแต่สเปกของฟอร์แมตแพ็กเกจ ไปจนถึงระบบตรวจสอบลายเซ็นและความถูกต้องของไฟล์จัดจำหน่าย จุดที่น่าสนใจคือ ALPM ใช้ dual-license (MIT + Apache 2.0) ซึ่งต่างจาก Pacman ที่ใช้ GPL ทำให้ ALPM สามารถถูกนำไปใช้ในซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ได้ง่ายกว่า แม้จะยังไม่มีการประกาศว่าจะ “แทนที่ Pacman” แต่ความเข้ากันได้ย้อนหลัง (backward compatibility) ทำให้หลายคนคาดว่า Arch อาจใช้แนวทางเดียวกับ Ubuntu ที่เปลี่ยนไปใช้ sudo-rs โดยที่ผู้ใช้ยังคงพิมพ์คำสั่งเดิม แต่เบื้องหลังทำงานด้วยระบบใหม่ที่ปลอดภัยกว่าและทันสมัยกว่า หาก ALPM ถูกนำมาใช้จริง ผู้ใช้ Arch อาจไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมใด ๆ แต่ได้ประโยชน์จากระบบที่เสถียรและปลอดภัยขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนภาพใหญ่ของโลก Linux ที่กำลังหันมาใช้ Rust เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของระบบพื้นฐานมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ systemd, sudo-rs, ไปจนถึงส่วนประกอบของ kernel เอง การที่ Pacman อาจถูกแทนที่ด้วย ALPM จึงไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย แต่เป็นสัญญาณของยุคใหม่ที่เน้นความปลอดภัยและความทันสมัยของโค้ดเป็นหลัก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ALPM ถูกพัฒนาด้วย Rust และมีความก้าวหน้ามาก ➡️ ได้รับทุนสนับสนุน 15 เดือนจาก Sovereign Tech Fund ➡️ ครอบคลุมตั้งแต่สเปกแพ็กเกจจนถึงระบบตรวจสอบความถูกต้อง ✅ อาจเป็นตัวแทน Pacman ในอนาคต ➡️ มีความเข้ากันได้ย้อนหลัง ➡️ แนวโน้มคล้ายการเปลี่ยนไปใช้ sudo-rs บน Ubuntu ✅ ความแตกต่างด้านลิขสิทธิ์สำคัญมาก ➡️ Pacman ใช้ GPL แบบ copyleft ➡️ ALPM ใช้ MIT + Apache 2.0 ที่ยืดหยุ่นกว่า ✅ เป็นส่วนหนึ่งของกระแส Rustization ในโลก Linux ➡️ เพิ่มความปลอดภัย ลดช่องโหว่จาก memory safety ➡️ สอดคล้องกับทิศทางของโปรเจกต์ใหญ่หลายตัว ⚠️ ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ การเปลี่ยนระบบจัดการแพ็กเกจอาจมีผลกระทบต่อ ecosystem ⛔ เครื่องมือเสริมที่พึ่งพา Pacman อาจต้องปรับตัว ‼️ ความเข้ากันได้อาจไม่สมบูรณ์ในช่วงแรก ⛔ อาจเกิดบั๊กหรือพฤติกรรมไม่ตรงกับ Pacman 100% ‼️ การเปลี่ยนลิขสิทธิ์อาจสร้างความกังวลในชุมชน ⛔ บางคนอาจไม่ชอบการย้ายจาก GPL ไปเป็น MIT/Apache https://itsfoss.com/news/pacman-rust-treatment/
    ITSFOSS.COM
    BTW, Arch Users! Pacman Might Be Getting a Rust Replacement
    The Rust-based ALPM project is looking suspiciously like Pacman's replacement.
    0 Comments 0 Shares 21 Views 0 Reviews
  • Google เร่งเปิด Quick Share รองรับ AirDrop บน Pixel 9 – ก้าวใหม่ของการแชร์ไฟล์ข้ามระบบ

    การพัฒนาเพื่อทำลาย “กำแพงระบบปิด” ระหว่าง Android และ iOS ดูจะเดินหน้าเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ เมื่อมีการค้นพบว่า Pixel 9 ได้ซ่อนฟีเจอร์ Quick Share เวอร์ชันใหม่ที่สามารถส่งไฟล์ไปยังอุปกรณ์ Apple ผ่าน AirDrop ได้แล้วภายในเฟิร์มแวร์ทดลอง แม้เดิมที Google ตั้งใจจะเปิดตัวความสามารถนี้พร้อม Pixel 10 แต่การปรากฏตัวก่อนกำหนดบ่งบอกถึงกลยุทธ์เร่งปล่อยฟีเจอร์เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์เร็วขึ้น

    ภายใน Android Canary build ล่าสุด นักพัฒนาได้พบสตริงโค้ดที่เกี่ยวข้องกับโปรโตคอล Quick Share แบบใหม่ ซึ่งจำเป็นต่อการส่งไฟล์ไปยัง iPhone การค้นพบนี้ชี้ว่าฟีเจอร์กำลังถูกเตรียมใช้งานบน Pixel 9 โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้ชิป Tensor G4 ขณะที่ Pixel 8 และ Pixel 9a ยังไม่พบสัญญาณรองรับ ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าฟีเจอร์นี้อาจต้องการฮาร์ดแวร์ใหม่เพื่อทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

    นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าการเปิดใช้งานจริงอาจเกิดขึ้นในอัปเดต Android 16 QPR3 หรืออาจเลื่อนไปถึง Android 17 ขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบนิเวศ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ Qualcomm ออกมาสนับสนุนอย่างชัดเจนว่าต้องการเห็นฟีเจอร์นี้บนอุปกรณ์ Snapdragon ด้วย ซึ่งหมายความว่าความสามารถในการแชร์ไฟล์ข้ามระบบอาจไม่ได้จำกัดเฉพาะ Pixel แต่จะขยายไปยังสมาร์ตโฟน Android จำนวนมากในอนาคต

    หากฟีเจอร์นี้เปิดใช้งานจริง จะถือเป็นก้าวสำคัญของการเชื่อมต่อข้ามแพลตฟอร์ม ลดความยุ่งยากในการส่งไฟล์ระหว่าง Android และ iPhone ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ใช้ทั่วโลกเผชิญมานาน และยังสะท้อนแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแลในหลายภูมิภาคที่ผลักดันให้ผู้ผลิตเปิดระบบให้ทำงานร่วมกันได้มากขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Google เตรียมปล่อย Quick Share รองรับ AirDrop บน Pixel 9
    ฟีเจอร์ถูกพบในเฟิร์มแวร์ทดลองของ Pixel 9
    เดิมทีตั้งใจเปิดตัวพร้อม Pixel 10 แต่เร่งปล่อยให้เร็วขึ้น

    ฟีเจอร์อาจรองรับเฉพาะฮาร์ดแวร์ใหม่
    พบเฉพาะในรุ่นที่ใช้ Tensor G4
    Pixel 8 และ Pixel 9a ยังไม่พบสัญญาณรองรับ

    อาจเปิดใช้งานจริงใน Android 16 QPR3 หรือ Android 17
    ยังไม่มีกำหนดแน่ชัด ขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบ

    Qualcomm สนับสนุนเต็มที่
    บ่งบอกว่าฟีเจอร์นี้อาจมาถึงอุปกรณ์ Snapdragon จำนวนมาก

    ประเด็นที่ควรระวัง
    ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์อาจไม่เท่ากัน
    รุ่นเก่าอาจไม่ได้รับฟีเจอร์นี้แม้จะอัปเดตระบบ

    ความปลอดภัยของการแชร์ไฟล์ข้ามระบบ
    ต้องรอการยืนยันมาตรฐานความปลอดภัยจากทั้ง Google และ Apple

    ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว
    การเปิดระบบให้ทำงานร่วมกันมากขึ้นอาจเพิ่มช่องโจมตีหากไม่มีการป้องกันที่ดี

    https://securityonline.info/tearing-down-the-wall-google-brings-airdrop-support-to-the-pixel-9/
    📡 Google เร่งเปิด Quick Share รองรับ AirDrop บน Pixel 9 – ก้าวใหม่ของการแชร์ไฟล์ข้ามระบบ การพัฒนาเพื่อทำลาย “กำแพงระบบปิด” ระหว่าง Android และ iOS ดูจะเดินหน้าเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ เมื่อมีการค้นพบว่า Pixel 9 ได้ซ่อนฟีเจอร์ Quick Share เวอร์ชันใหม่ที่สามารถส่งไฟล์ไปยังอุปกรณ์ Apple ผ่าน AirDrop ได้แล้วภายในเฟิร์มแวร์ทดลอง แม้เดิมที Google ตั้งใจจะเปิดตัวความสามารถนี้พร้อม Pixel 10 แต่การปรากฏตัวก่อนกำหนดบ่งบอกถึงกลยุทธ์เร่งปล่อยฟีเจอร์เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์เร็วขึ้น ภายใน Android Canary build ล่าสุด นักพัฒนาได้พบสตริงโค้ดที่เกี่ยวข้องกับโปรโตคอล Quick Share แบบใหม่ ซึ่งจำเป็นต่อการส่งไฟล์ไปยัง iPhone การค้นพบนี้ชี้ว่าฟีเจอร์กำลังถูกเตรียมใช้งานบน Pixel 9 โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้ชิป Tensor G4 ขณะที่ Pixel 8 และ Pixel 9a ยังไม่พบสัญญาณรองรับ ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าฟีเจอร์นี้อาจต้องการฮาร์ดแวร์ใหม่เพื่อทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าการเปิดใช้งานจริงอาจเกิดขึ้นในอัปเดต Android 16 QPR3 หรืออาจเลื่อนไปถึง Android 17 ขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบนิเวศ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ Qualcomm ออกมาสนับสนุนอย่างชัดเจนว่าต้องการเห็นฟีเจอร์นี้บนอุปกรณ์ Snapdragon ด้วย ซึ่งหมายความว่าความสามารถในการแชร์ไฟล์ข้ามระบบอาจไม่ได้จำกัดเฉพาะ Pixel แต่จะขยายไปยังสมาร์ตโฟน Android จำนวนมากในอนาคต หากฟีเจอร์นี้เปิดใช้งานจริง จะถือเป็นก้าวสำคัญของการเชื่อมต่อข้ามแพลตฟอร์ม ลดความยุ่งยากในการส่งไฟล์ระหว่าง Android และ iPhone ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ใช้ทั่วโลกเผชิญมานาน และยังสะท้อนแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแลในหลายภูมิภาคที่ผลักดันให้ผู้ผลิตเปิดระบบให้ทำงานร่วมกันได้มากขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Google เตรียมปล่อย Quick Share รองรับ AirDrop บน Pixel 9 ➡️ ฟีเจอร์ถูกพบในเฟิร์มแวร์ทดลองของ Pixel 9 ➡️ เดิมทีตั้งใจเปิดตัวพร้อม Pixel 10 แต่เร่งปล่อยให้เร็วขึ้น ✅ ฟีเจอร์อาจรองรับเฉพาะฮาร์ดแวร์ใหม่ ➡️ พบเฉพาะในรุ่นที่ใช้ Tensor G4 ➡️ Pixel 8 และ Pixel 9a ยังไม่พบสัญญาณรองรับ ✅ อาจเปิดใช้งานจริงใน Android 16 QPR3 หรือ Android 17 ➡️ ยังไม่มีกำหนดแน่ชัด ขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบ ✅ Qualcomm สนับสนุนเต็มที่ ➡️ บ่งบอกว่าฟีเจอร์นี้อาจมาถึงอุปกรณ์ Snapdragon จำนวนมาก ⚠️ ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์อาจไม่เท่ากัน ⛔ รุ่นเก่าอาจไม่ได้รับฟีเจอร์นี้แม้จะอัปเดตระบบ ‼️ ความปลอดภัยของการแชร์ไฟล์ข้ามระบบ ⛔ ต้องรอการยืนยันมาตรฐานความปลอดภัยจากทั้ง Google และ Apple ‼️ ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว ⛔ การเปิดระบบให้ทำงานร่วมกันมากขึ้นอาจเพิ่มช่องโจมตีหากไม่มีการป้องกันที่ดี https://securityonline.info/tearing-down-the-wall-google-brings-airdrop-support-to-the-pixel-9/
    SECURITYONLINE.INFO
    Tearing Down the Wall: Google Brings AirDrop Support to the Pixel 9
    Pixel 9 is next in line for AirDrop support! New firmware leaks show Google is backporting the Pixel 10’s game-changing file-sharing bridge to older models.
    0 Comments 0 Shares 17 Views 0 Reviews
  • “Gauss MT90: เครื่องพิมพ์โลหะ 3D ที่ปลอดภัยระดับออฟฟิศ — ไม่ใช้ผงโลหะ และทำงานที่อุณหภูมิห้อง”

    MetalPrinting เปิดตัว Gauss MT90 ในงาน CES 2026 พร้อมประกาศว่าเป็น “เกมเชนเจอร์” ของวงการพิมพ์โลหะ 3D เพราะมันสามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมสำนักงานโดยไม่ต้องใช้ผงโลหะที่เสี่ยงต่อการระเบิดหรือไฟไหม้ เนื้อหาจากหน้าเว็บระบุว่าเครื่องนี้ใช้เทคโนโลยี Paste‑based Metal Extrusion (PME) ซึ่งเป็นโลหะแบบ “หมึกพิมพ์” ที่อัดออกมาที่อุณหภูมิห้อง ทำให้ปลอดภัยกว่าเครื่องพิมพ์โลหะแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้ความร้อนสูงมาก.

    ตัวเครื่องมีขนาดเท่าเครื่องพิมพ์ 3D ตั้งโต๊ะทั่วไป ใช้งานง่ายด้วยตลับ “GaussInk” ที่มีวัสดุให้เลือกหลากหลาย เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม นิกเกิล เหล็ก และทังสเตน พร้อมตัวเลือกสั่งทำโลหะผสมพิเศษ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว กล้อง AI สำหรับตรวจสอบงานพิมพ์ และระบบกรองอากาศ HEPA เพื่อความปลอดภัยในพื้นที่ทำงาน.

    แม้จะพิมพ์ได้ที่อุณหภูมิห้อง แต่ชิ้นงานที่ได้ยังต้องนำไปผ่านกระบวนการ sintering ในเตาเผาเพื่อหลอมรวมโลหะให้แข็งแรง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนนำไปใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก ทำให้หลายคนจับตาว่าระบบนี้จะใช้งานง่ายแค่ไหนในสภาพแวดล้อมสำนักงานจริง.

    Gauss MT90 ได้รับรางวัล CES 2026 Innovation Award และถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของการทำให้ “การพิมพ์โลหะ” เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องมีโรงงาน ไม่ต้องมีห้องปลอดภัย และไม่ต้องจัดการผงโลหะที่อันตราย นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ธุรกิจขนาดเล็กหรือแม้แต่ทีมวิศวกรในออฟฟิศสามารถผลิตชิ้นส่วนโลหะได้เองอย่างปลอดภัยและสะดวก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Gauss MT90 ใช้เทคโนโลยี PME ที่ไม่ต้องใช้ผงโลหะ
    ลดความเสี่ยงไฟไหม้และการระเบิดจากผงโลหะในอากาศ

    ทำงานที่อุณหภูมิห้องในเครื่องตั้งโต๊ะ
    ปลอดภัยพอสำหรับใช้งานในออฟฟิศ

    รองรับตลับ GaussInk หลายชนิด เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม และทังสเตน
    มีตัวเลือกวัสดุหลากหลายและสั่งทำพิเศษได้

    มีระบบกรอง HEPA และกล้อง AI ตรวจสอบงานพิมพ์
    เพิ่มความปลอดภัยและความแม่นยำในการพิมพ์

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    ชิ้นงานยังต้องผ่านการ sintering ก่อนใช้งานจริง
    รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก

    แม้ปลอดภัยกว่า แต่ยังต้องควบคุมสภาพแวดล้อมการพิมพ์อย่างเหมาะสม
    การใช้งานผิดวิธีอาจทำให้คุณภาพชิ้นงานลดลง

    ราคาและวันวางจำหน่ายยังไม่ประกาศ
    ผู้สนใจต้องติดต่อบริษัทโดยตรง

    อาจไม่เหมาะกับงานอุตสาหกรรมหนักที่ต้องการความแข็งแรงระดับสูงมาก
    เทคโนโลยี PME ยังใหม่และต้องพิสูจน์ในงานจริง

    https://www.tomshardware.com/3d-printing/metalprinting-gauss-mt90-3d-printer-offers-office-safe-metal-printing-without-powders-uses-paste-based-metal-extrusion-pme-tech
    🏭🤖 “Gauss MT90: เครื่องพิมพ์โลหะ 3D ที่ปลอดภัยระดับออฟฟิศ — ไม่ใช้ผงโลหะ และทำงานที่อุณหภูมิห้อง” MetalPrinting เปิดตัว Gauss MT90 ในงาน CES 2026 พร้อมประกาศว่าเป็น “เกมเชนเจอร์” ของวงการพิมพ์โลหะ 3D เพราะมันสามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมสำนักงานโดยไม่ต้องใช้ผงโลหะที่เสี่ยงต่อการระเบิดหรือไฟไหม้ เนื้อหาจากหน้าเว็บระบุว่าเครื่องนี้ใช้เทคโนโลยี Paste‑based Metal Extrusion (PME) ซึ่งเป็นโลหะแบบ “หมึกพิมพ์” ที่อัดออกมาที่อุณหภูมิห้อง ทำให้ปลอดภัยกว่าเครื่องพิมพ์โลหะแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้ความร้อนสูงมาก. ตัวเครื่องมีขนาดเท่าเครื่องพิมพ์ 3D ตั้งโต๊ะทั่วไป ใช้งานง่ายด้วยตลับ “GaussInk” ที่มีวัสดุให้เลือกหลากหลาย เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม นิกเกิล เหล็ก และทังสเตน พร้อมตัวเลือกสั่งทำโลหะผสมพิเศษ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว กล้อง AI สำหรับตรวจสอบงานพิมพ์ และระบบกรองอากาศ HEPA เพื่อความปลอดภัยในพื้นที่ทำงาน. แม้จะพิมพ์ได้ที่อุณหภูมิห้อง แต่ชิ้นงานที่ได้ยังต้องนำไปผ่านกระบวนการ sintering ในเตาเผาเพื่อหลอมรวมโลหะให้แข็งแรง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนนำไปใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก ทำให้หลายคนจับตาว่าระบบนี้จะใช้งานง่ายแค่ไหนในสภาพแวดล้อมสำนักงานจริง. Gauss MT90 ได้รับรางวัล CES 2026 Innovation Award และถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของการทำให้ “การพิมพ์โลหะ” เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องมีโรงงาน ไม่ต้องมีห้องปลอดภัย และไม่ต้องจัดการผงโลหะที่อันตราย นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ธุรกิจขนาดเล็กหรือแม้แต่ทีมวิศวกรในออฟฟิศสามารถผลิตชิ้นส่วนโลหะได้เองอย่างปลอดภัยและสะดวก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Gauss MT90 ใช้เทคโนโลยี PME ที่ไม่ต้องใช้ผงโลหะ ➡️ ลดความเสี่ยงไฟไหม้และการระเบิดจากผงโลหะในอากาศ ✅ ทำงานที่อุณหภูมิห้องในเครื่องตั้งโต๊ะ ➡️ ปลอดภัยพอสำหรับใช้งานในออฟฟิศ ✅ รองรับตลับ GaussInk หลายชนิด เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม และทังสเตน ➡️ มีตัวเลือกวัสดุหลากหลายและสั่งทำพิเศษได้ ✅ มีระบบกรอง HEPA และกล้อง AI ตรวจสอบงานพิมพ์ ➡️ เพิ่มความปลอดภัยและความแม่นยำในการพิมพ์ คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ ชิ้นงานยังต้องผ่านการ sintering ก่อนใช้งานจริง ⛔ รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก ‼️ แม้ปลอดภัยกว่า แต่ยังต้องควบคุมสภาพแวดล้อมการพิมพ์อย่างเหมาะสม ⛔ การใช้งานผิดวิธีอาจทำให้คุณภาพชิ้นงานลดลง ‼️ ราคาและวันวางจำหน่ายยังไม่ประกาศ ⛔ ผู้สนใจต้องติดต่อบริษัทโดยตรง ‼️ อาจไม่เหมาะกับงานอุตสาหกรรมหนักที่ต้องการความแข็งแรงระดับสูงมาก ⛔ เทคโนโลยี PME ยังใหม่และต้องพิสูจน์ในงานจริง https://www.tomshardware.com/3d-printing/metalprinting-gauss-mt90-3d-printer-offers-office-safe-metal-printing-without-powders-uses-paste-based-metal-extrusion-pme-tech
    0 Comments 0 Shares 62 Views 0 Reviews
  • “อุปกรณ์ดูแลช่องปากยุคใหม่: แปรงสีฟัน–ยางครอบฟันอัจฉริยะ กับคำอ้างสุดล้ำที่ท้าทายวงการสุขภาพ”

    กระแสอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพกำลังขยายตัวไปไกลกว่านาฬิกาและสายรัดข้อมืออย่างเห็นได้ชัด จากข้อมูลในหน้าเว็บของ The Star เทคโนโลยีเดียวกันถูกนำไปใส่ในแปรงสีฟัน เครื่องชั่งน้ำหนัก ไปจนถึงยางครอบฟันที่สามารถตรวจจับสัญญาณสุขภาพได้หลากหลายแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน หลายบริษัทใช้ AI และเซนเซอร์ขั้นสูงเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ ตรวจจับพฤติกรรมการนอน หรือแม้แต่คาดการณ์โรคในอนาคต 20 ปีล่วงหน้า แนวโน้มนี้สะท้อนความพยายามของอุตสาหกรรมที่ต้องการให้ “สุขภาพ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์สวมใส่แบบเดิมอีกต่อไป.

    หนึ่งในไฮไลต์คือ Longevity Mirror ของ NuraLogix ที่ใช้คอมพิวเตอร์วิชันและ AI วิเคราะห์ใบหน้าเพียง 30 วินาที เพื่อประเมินความเสี่ยงสุขภาพระยะยาว เช่น โรคหัวใจหรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ โดยอาศัยข้อมูลจากผู้ป่วยจำนวนมหาศาล นอกจากนี้ยังมีแปรงสีฟันรุ่นใหม่จาก Y-Brush ชื่อ “Halo” ที่อ้างว่าสามารถตรวจจับโรคได้กว่า 300 ชนิดผ่านการวิเคราะห์ลมหายใจด้วยเซนเซอร์ก๊าซและ AI โดยไม่ต้องเจาะเลือดแม้แต่นิดเดียว ซึ่งเป็นคำอ้างที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่าตั้งคำถามในเวลาเดียวกัน.

    อีกด้านหนึ่ง BruxMed VibeBrux ยางครอบฟันอัจฉริยะราคา 499 ดอลลาร์ ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับการกัดฟันระหว่างนอน พร้อมวัดอัตราการเต้นหัวใจและระดับออกซิเจนในเลือดแบบเรียลไทม์ เมื่อพบการกัดฟัน อุปกรณ์จะสั่นเพื่อหยุดพฤติกรรมทันที และสามารถแชร์ข้อมูลให้แพทย์วิเคราะห์ได้ด้วย ความแม่นยำของอุปกรณ์ประเภทนี้ถูกอ้างว่าดีกว่าสมาร์ตวอทช์เพราะเข้าถึง “น้ำลาย” ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพที่ละเอียดอ่อนกว่า.

    อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์เหล่านี้กำลังเผชิญแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA ที่เริ่มจับตาอุปกรณ์ที่อ้างความสามารถระดับ “เครื่องมือแพทย์” โดยไม่มีการรับรองที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น Whoop ที่ถูกเตือนเรื่องฟีเจอร์วัดความดันเลือด หรือ Withings ที่ต้องรอการอนุมัติหลายปีกว่าจะขายเครื่องชั่งตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ในสหรัฐฯ ความท้าทายนี้ทำให้เห็นว่าการผสานเทคโนโลยีสุขภาพเข้ากับอุปกรณ์ผู้บริโภคยังต้องเดินบนเส้นบาง ๆ ระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เทคโนโลยีสุขภาพถูกผสานเข้ากับอุปกรณ์ประจำวัน เช่น แปรงสีฟันและยางครอบฟัน
    ใช้ AI, เซนเซอร์ก๊าซ, คอมพิวเตอร์วิชัน และข้อมูลสุขภาพจำนวนมาก

    Longevity Mirror วิเคราะห์ใบหน้าเพื่อประเมินความเสี่ยงสุขภาพล่วงหน้า 20 ปี
    ใช้วิดีโอเซลฟีเพื่อจับสัญญาณการไหลเวียนเลือดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

    แปรงสีฟัน Halo อ้างว่าสามารถตรวจจับโรคได้กว่า 300 ชนิดจากลมหายใจ
    ไม่ต้องใช้เลือดและออกแบบให้ใช้งานง่ายในชีวิตประจำวัน

    VibeBrux ยางครอบฟันอัจฉริยะตรวจจับการกัดฟันและวัดสัญญาณชีพ
    ส่งข้อมูลให้แพทย์และช่วยหยุดพฤติกรรมแบบเรียลไทม์ด้วยการสั่น

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    คำอ้างด้านสุขภาพจำนวนมากยังไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล
    อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับความแม่นยำของผลลัพธ์

    อุปกรณ์บางชนิดอาจเข้าข่าย “เครื่องมือแพทย์” และต้องผ่านการตรวจสอบเข้มงวด
    เช่นกรณี Whoop และ Withings ที่ถูกตรวจสอบโดย FDA

    การเก็บข้อมูลสุขภาพละเอียดอ่อนอาจเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัว
    โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่วิเคราะห์ใบหน้า น้ำลาย หรือข้อมูลชีวภาพอื่น ๆ

    คำอ้างตรวจโรคจำนวนมากอาจเกินจริงหากไม่มีหลักฐานทางคลินิกเพียงพอ
    ผู้ใช้ควรใช้ข้อมูลเป็น “สัญญาณเตือน” ไม่ใช่การวินิจฉัยแทนแพทย์

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/12/health-tracking-toothbrushes-mouth-guards-lure-consumers-with-audacious-claims
    🦷🤖 “อุปกรณ์ดูแลช่องปากยุคใหม่: แปรงสีฟัน–ยางครอบฟันอัจฉริยะ กับคำอ้างสุดล้ำที่ท้าทายวงการสุขภาพ” กระแสอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพกำลังขยายตัวไปไกลกว่านาฬิกาและสายรัดข้อมืออย่างเห็นได้ชัด จากข้อมูลในหน้าเว็บของ The Star เทคโนโลยีเดียวกันถูกนำไปใส่ในแปรงสีฟัน เครื่องชั่งน้ำหนัก ไปจนถึงยางครอบฟันที่สามารถตรวจจับสัญญาณสุขภาพได้หลากหลายแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน หลายบริษัทใช้ AI และเซนเซอร์ขั้นสูงเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ ตรวจจับพฤติกรรมการนอน หรือแม้แต่คาดการณ์โรคในอนาคต 20 ปีล่วงหน้า แนวโน้มนี้สะท้อนความพยายามของอุตสาหกรรมที่ต้องการให้ “สุขภาพ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์สวมใส่แบบเดิมอีกต่อไป. หนึ่งในไฮไลต์คือ Longevity Mirror ของ NuraLogix ที่ใช้คอมพิวเตอร์วิชันและ AI วิเคราะห์ใบหน้าเพียง 30 วินาที เพื่อประเมินความเสี่ยงสุขภาพระยะยาว เช่น โรคหัวใจหรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ โดยอาศัยข้อมูลจากผู้ป่วยจำนวนมหาศาล นอกจากนี้ยังมีแปรงสีฟันรุ่นใหม่จาก Y-Brush ชื่อ “Halo” ที่อ้างว่าสามารถตรวจจับโรคได้กว่า 300 ชนิดผ่านการวิเคราะห์ลมหายใจด้วยเซนเซอร์ก๊าซและ AI โดยไม่ต้องเจาะเลือดแม้แต่นิดเดียว ซึ่งเป็นคำอ้างที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่าตั้งคำถามในเวลาเดียวกัน. อีกด้านหนึ่ง BruxMed VibeBrux ยางครอบฟันอัจฉริยะราคา 499 ดอลลาร์ ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับการกัดฟันระหว่างนอน พร้อมวัดอัตราการเต้นหัวใจและระดับออกซิเจนในเลือดแบบเรียลไทม์ เมื่อพบการกัดฟัน อุปกรณ์จะสั่นเพื่อหยุดพฤติกรรมทันที และสามารถแชร์ข้อมูลให้แพทย์วิเคราะห์ได้ด้วย ความแม่นยำของอุปกรณ์ประเภทนี้ถูกอ้างว่าดีกว่าสมาร์ตวอทช์เพราะเข้าถึง “น้ำลาย” ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพที่ละเอียดอ่อนกว่า. อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์เหล่านี้กำลังเผชิญแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA ที่เริ่มจับตาอุปกรณ์ที่อ้างความสามารถระดับ “เครื่องมือแพทย์” โดยไม่มีการรับรองที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น Whoop ที่ถูกเตือนเรื่องฟีเจอร์วัดความดันเลือด หรือ Withings ที่ต้องรอการอนุมัติหลายปีกว่าจะขายเครื่องชั่งตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ในสหรัฐฯ ความท้าทายนี้ทำให้เห็นว่าการผสานเทคโนโลยีสุขภาพเข้ากับอุปกรณ์ผู้บริโภคยังต้องเดินบนเส้นบาง ๆ ระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เทคโนโลยีสุขภาพถูกผสานเข้ากับอุปกรณ์ประจำวัน เช่น แปรงสีฟันและยางครอบฟัน ➡️ ใช้ AI, เซนเซอร์ก๊าซ, คอมพิวเตอร์วิชัน และข้อมูลสุขภาพจำนวนมาก ✅ Longevity Mirror วิเคราะห์ใบหน้าเพื่อประเมินความเสี่ยงสุขภาพล่วงหน้า 20 ปี ➡️ ใช้วิดีโอเซลฟีเพื่อจับสัญญาณการไหลเวียนเลือดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ✅ แปรงสีฟัน Halo อ้างว่าสามารถตรวจจับโรคได้กว่า 300 ชนิดจากลมหายใจ ➡️ ไม่ต้องใช้เลือดและออกแบบให้ใช้งานง่ายในชีวิตประจำวัน ✅ VibeBrux ยางครอบฟันอัจฉริยะตรวจจับการกัดฟันและวัดสัญญาณชีพ ➡️ ส่งข้อมูลให้แพทย์และช่วยหยุดพฤติกรรมแบบเรียลไทม์ด้วยการสั่น คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ คำอ้างด้านสุขภาพจำนวนมากยังไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล ⛔ อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับความแม่นยำของผลลัพธ์ ‼️ อุปกรณ์บางชนิดอาจเข้าข่าย “เครื่องมือแพทย์” และต้องผ่านการตรวจสอบเข้มงวด ⛔ เช่นกรณี Whoop และ Withings ที่ถูกตรวจสอบโดย FDA ‼️ การเก็บข้อมูลสุขภาพละเอียดอ่อนอาจเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัว ⛔ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่วิเคราะห์ใบหน้า น้ำลาย หรือข้อมูลชีวภาพอื่น ๆ ‼️ คำอ้างตรวจโรคจำนวนมากอาจเกินจริงหากไม่มีหลักฐานทางคลินิกเพียงพอ ⛔ ผู้ใช้ควรใช้ข้อมูลเป็น “สัญญาณเตือน” ไม่ใช่การวินิจฉัยแทนแพทย์ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/12/health-tracking-toothbrushes-mouth-guards-lure-consumers-with-audacious-claims
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Health-tracking toothbrushes, mouth guards lure consumers with audacious claims
    If you paid enough attention, you could have found health trackers everywhere at the CES trade show last week. But they didn't necessarily look how you'd expect.
    0 Comments 0 Shares 74 Views 0 Reviews
  • “ยุคใหม่ของคอมพิวเตอร์ใช้แล้วทิ้ง: เมื่อ Fly.io ประกาศจบยุค Sandbox และเปิดตัว ‘Sprites’”

    โลกของการพัฒนาแอปและระบบอัตโนมัติกำลังเปลี่ยนทิศอย่างรวดเร็ว เมื่อ Fly.io เสนอแนวคิดใหม่ที่ท้าทายความเชื่อเดิมเกี่ยวกับ sandbox แบบอ่านอย่างเดียว ซึ่งเคยเป็นมาตรฐานของการรันโค้ดอย่างปลอดภัยมานาน บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า sandbox แบบชั่วคราวกำลังล้าสมัย และแทนที่ด้วย “Sprites” — คอมพิวเตอร์เสมือนที่สร้างได้ในไม่กี่วินาที มีสตอเรจถาวร และสามารถ checkpoint/restore ได้เหมือน Git แต่ระดับทั้งระบบ. แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการรันโค้ดแบบ stateless ไปสู่สภาพแวดล้อมที่ “เหมือนคอมพิวเตอร์จริง” มากขึ้น ซึ่งตอบโจทย์ทั้งนักพัฒนาและ AI agents ที่ต้องการพื้นที่ทำงานต่อเนื่อง.

    Sprites ถูกออกแบบให้ใช้งานง่ายและรวดเร็วอย่างน่าทึ่ง ผู้ใช้สามารถสร้างเครื่องใหม่ ติดตั้งแพ็กเกจ ทำงานหลายวัน แล้วกลับมาใช้งานต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มใหม่ทุกครั้ง ความสามารถในการ checkpoint ทำให้การแก้ไขผิดพลาดไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพียงกู้คืนสถานะก่อนหน้าในหนึ่งวินาที ทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม นี่คือความสะดวกที่ sandbox แบบเดิมไม่สามารถให้ได้ และเป็นเหตุผลที่ Fly.io เชื่อว่ายุคของ sandbox กำลังจะสิ้นสุดลง.

    บทความยังชี้ให้เห็นว่าการทำงานของ AI agents เช่น Claude ไม่เหมาะกับ sandbox แบบ stateless เพราะต้องสร้างสภาพแวดล้อมใหม่ทุกครั้ง ทำให้เสียเวลาและทรัพยากรโดยไม่จำเป็น Sprites จึงเป็นคำตอบที่ช่วยให้ AI ทำงานได้ “เหมือนมนุษย์ใช้คอมพิวเตอร์จริง” — มีพื้นที่เก็บข้อมูลถาวร เห็น log ของระบบ และทำงานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ทุกครั้ง แนวคิดนี้อาจเปลี่ยนวิธีการสร้างแอปในอนาคต โดยผู้ใช้ทั่วไปอาจสั่งให้ AI ปรับปรุงแอปของตัวเองได้โดยไม่ต้องมีทีม dev แบบเดิม.

    ท้ายที่สุด Fly.io มองว่านี่คือการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของวงการ ไม่ใช่แค่การปรับปรุงเครื่องมือ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับ “คอมพิวเตอร์บนคลาวด์” ทั้งหมด จากเครื่องที่เกิดแล้วตายไปในไม่กี่นาที สู่ “คอมพิวเตอร์ใช้แล้วทิ้ง” ที่สร้างง่าย ใช้สะดวก และคงอยู่จนกว่าผู้ใช้จะลบมันเอง แนวคิดนี้อาจเป็นรากฐานของยุคใหม่ที่ AI และมนุษย์ทำงานร่วมกันบนเครื่องเสมือนส่วนตัวที่พร้อมใช้งานเสมอ.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Sprites คือคอมพิวเตอร์เสมือนแบบ durable ที่สร้างได้ใน 1–2 วินาที
    มีสตอเรจเริ่มต้น 100GB และคงอยู่จนกว่าผู้ใช้จะลบเอง

    รองรับ checkpoint/restore ระดับระบบทั้งเครื่อง
    กู้คืนสถานะได้ในเวลาประมาณหนึ่งวินาที

    ออกแบบมาเพื่อรองรับ AI agents ที่ต้องการสภาพแวดล้อมต่อเนื่อง
    ลดปัญหาการต้องสร้าง environment ใหม่ทุกครั้ง

    เหมาะกับงานจริง เช่น การพัฒนาแอป การทดสอบ หรือการรันระบบส่วนตัว
    ผู้ใช้สามารถ deploy แอปเล็ก ๆ และให้ AI ปรับปรุงได้เรื่อย ๆ

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    Sprites ไม่เหมาะกับการให้บริการผู้ใช้จำนวนมหาศาล
    Fly.io ระบุว่าไม่ใช่โซลูชันสำหรับระบบระดับ mass-scale

    การให้ AI เข้าถึงเครื่องที่ durable อาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
    ต้องมีการควบคุมสิทธิ์และตรวจสอบพฤติกรรมของ agent

    การพึ่งพาเครื่องเสมือนถาวรอาจทำให้เกิด vendor lock-in
    ผู้ใช้ควรพิจารณาความยืดหยุ่นในอนาคต

    การใช้เครื่อง durable อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นหากไม่จัดการให้ดี
    ควรตั้งนโยบายลบเครื่องที่ไม่ใช้งานหรือใช้ auto-idle อย่างเหมาะสม

    https://fly.io/blog/code-and-let-live/
    🖥️ “ยุคใหม่ของคอมพิวเตอร์ใช้แล้วทิ้ง: เมื่อ Fly.io ประกาศจบยุค Sandbox และเปิดตัว ‘Sprites’” โลกของการพัฒนาแอปและระบบอัตโนมัติกำลังเปลี่ยนทิศอย่างรวดเร็ว เมื่อ Fly.io เสนอแนวคิดใหม่ที่ท้าทายความเชื่อเดิมเกี่ยวกับ sandbox แบบอ่านอย่างเดียว ซึ่งเคยเป็นมาตรฐานของการรันโค้ดอย่างปลอดภัยมานาน บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า sandbox แบบชั่วคราวกำลังล้าสมัย และแทนที่ด้วย “Sprites” — คอมพิวเตอร์เสมือนที่สร้างได้ในไม่กี่วินาที มีสตอเรจถาวร และสามารถ checkpoint/restore ได้เหมือน Git แต่ระดับทั้งระบบ. แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการรันโค้ดแบบ stateless ไปสู่สภาพแวดล้อมที่ “เหมือนคอมพิวเตอร์จริง” มากขึ้น ซึ่งตอบโจทย์ทั้งนักพัฒนาและ AI agents ที่ต้องการพื้นที่ทำงานต่อเนื่อง. Sprites ถูกออกแบบให้ใช้งานง่ายและรวดเร็วอย่างน่าทึ่ง ผู้ใช้สามารถสร้างเครื่องใหม่ ติดตั้งแพ็กเกจ ทำงานหลายวัน แล้วกลับมาใช้งานต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มใหม่ทุกครั้ง ความสามารถในการ checkpoint ทำให้การแก้ไขผิดพลาดไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพียงกู้คืนสถานะก่อนหน้าในหนึ่งวินาที ทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม นี่คือความสะดวกที่ sandbox แบบเดิมไม่สามารถให้ได้ และเป็นเหตุผลที่ Fly.io เชื่อว่ายุคของ sandbox กำลังจะสิ้นสุดลง. บทความยังชี้ให้เห็นว่าการทำงานของ AI agents เช่น Claude ไม่เหมาะกับ sandbox แบบ stateless เพราะต้องสร้างสภาพแวดล้อมใหม่ทุกครั้ง ทำให้เสียเวลาและทรัพยากรโดยไม่จำเป็น Sprites จึงเป็นคำตอบที่ช่วยให้ AI ทำงานได้ “เหมือนมนุษย์ใช้คอมพิวเตอร์จริง” — มีพื้นที่เก็บข้อมูลถาวร เห็น log ของระบบ และทำงานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ทุกครั้ง แนวคิดนี้อาจเปลี่ยนวิธีการสร้างแอปในอนาคต โดยผู้ใช้ทั่วไปอาจสั่งให้ AI ปรับปรุงแอปของตัวเองได้โดยไม่ต้องมีทีม dev แบบเดิม. ท้ายที่สุด Fly.io มองว่านี่คือการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของวงการ ไม่ใช่แค่การปรับปรุงเครื่องมือ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับ “คอมพิวเตอร์บนคลาวด์” ทั้งหมด จากเครื่องที่เกิดแล้วตายไปในไม่กี่นาที สู่ “คอมพิวเตอร์ใช้แล้วทิ้ง” ที่สร้างง่าย ใช้สะดวก และคงอยู่จนกว่าผู้ใช้จะลบมันเอง แนวคิดนี้อาจเป็นรากฐานของยุคใหม่ที่ AI และมนุษย์ทำงานร่วมกันบนเครื่องเสมือนส่วนตัวที่พร้อมใช้งานเสมอ. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Sprites คือคอมพิวเตอร์เสมือนแบบ durable ที่สร้างได้ใน 1–2 วินาที ➡️ มีสตอเรจเริ่มต้น 100GB และคงอยู่จนกว่าผู้ใช้จะลบเอง ✅ รองรับ checkpoint/restore ระดับระบบทั้งเครื่อง ➡️ กู้คืนสถานะได้ในเวลาประมาณหนึ่งวินาที ✅ ออกแบบมาเพื่อรองรับ AI agents ที่ต้องการสภาพแวดล้อมต่อเนื่อง ➡️ ลดปัญหาการต้องสร้าง environment ใหม่ทุกครั้ง ✅ เหมาะกับงานจริง เช่น การพัฒนาแอป การทดสอบ หรือการรันระบบส่วนตัว ➡️ ผู้ใช้สามารถ deploy แอปเล็ก ๆ และให้ AI ปรับปรุงได้เรื่อย ๆ คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ Sprites ไม่เหมาะกับการให้บริการผู้ใช้จำนวนมหาศาล ⛔ Fly.io ระบุว่าไม่ใช่โซลูชันสำหรับระบบระดับ mass-scale ‼️ การให้ AI เข้าถึงเครื่องที่ durable อาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ⛔ ต้องมีการควบคุมสิทธิ์และตรวจสอบพฤติกรรมของ agent ‼️ การพึ่งพาเครื่องเสมือนถาวรอาจทำให้เกิด vendor lock-in ⛔ ผู้ใช้ควรพิจารณาความยืดหยุ่นในอนาคต ‼️ การใช้เครื่อง durable อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นหากไม่จัดการให้ดี ⛔ ควรตั้งนโยบายลบเครื่องที่ไม่ใช้งานหรือใช้ auto-idle อย่างเหมาะสม https://fly.io/blog/code-and-let-live/
    FLY.IO
    Code And Let Live
    How we learned to stop worrying and love writeable root filesystems.
    0 Comments 0 Shares 65 Views 0 Reviews
  • AI กำลัง “ทดสอบความแข็งแรงของโมเดลธุรกิจ” — ไม่ได้ฆ่าโอเพนซอร์ส แต่กำลังคัดกรองว่าใครอยู่รอดได้จริง

    บทความของ Dries Buytaert ผู้สร้าง Drupal วิเคราะห์ผลกระทบของ AI ต่อธุรกิจโอเพนซอร์ส โดยยกกรณี Tailwind Labs ที่เพิ่งปลดพนักงาน 75% เพราะยอดขายลดลงอย่างหนัก แม้ตัวเฟรมเวิร์ก Tailwind CSS จะได้รับความนิยมมากขึ้นก็ตาม เขาชี้ว่า AI ไม่ได้ทำลายธุรกิจโอเพนซอร์ส แต่กำลัง “stress test” โมเดลธุรกิจที่พึ่งพาคอนเทนต์ที่สามารถระบุสเปกได้ชัดเจน เช่น เอกสาร, โค้ดตัวอย่าง, หรือ UI components ซึ่ง AI สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ทันทีจากข้อมูลที่ถูกนำไปเทรน

    AI ทำให้สิ่งที่ “ระบุสเปกได้” กลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ — แต่ไม่สามารถแทนงานที่ต้องลงมือทำจริง

    Dries อธิบายว่า AI สามารถสร้างสิ่งที่มีสเปกชัดเจนได้อย่างง่ายดาย เช่น โค้ด Tailwind, คอมโพเนนต์ UI, หรือปลั๊กอินต่าง ๆ ซึ่งเป็นหัวใจของรายได้ Tailwind Plus ที่ขายชุด UI ราคา $299 แต่เมื่อผู้ใช้เริ่มถาม AI แทนการเข้าเว็บเอกสาร ยอดขายจึงหายไปทันที เพราะ “ช่องทางค้นพบสินค้า” ถูกตัดออกโดยสมบูรณ์

    อย่างไรก็ตาม AI ไม่สามารถแทนงานที่ต้อง “ลงมือทำซ้ำ ๆ” เช่น การดูแล uptime, การดีพลอย, การทดสอบ, การแก้ปัญหา production, การรักษาความปลอดภัย หรือการดูแลระบบในวัน Black Friday Dries ชี้ว่า “คุณไม่สามารถ prompt ให้ระบบมี uptime 99.95% ได้” สิ่งเหล่านี้คือคุณค่าที่ AI ยังไม่สามารถแทนที่ได้ และเป็นจุดที่ธุรกิจโอเพนซอร์สควรย้ายไปสร้างรายได้

    โอเพนซอร์สไม่ใช่สินค้า แต่เป็น “ช่องทาง” สู่บริการที่ต้องลงแรงจริง
    Dries ยกตัวอย่าง Vercel ที่แจก Next.js ฟรี แต่ทำเงินจาก hosting และบริการรันระบบ เช่นเดียวกับ Acquia บริษัทของเขาเองที่ทำเงินจาก hosting, search, CI/CD, DAM และบริการที่ต้องทำงานจริง ไม่ใช่แค่ขายโค้ดหรือคอมโพเนนต์ เขาย้ำว่าโอเพนซอร์สไม่เคยเป็น “ตัวสินค้า” แต่เป็น “ทางผ่าน” ไปสู่บริการที่สร้างคุณค่าจริง

    Tailwind CSS จะอยู่รอดเพราะเป็นเฟรมเวิร์กที่มีผู้ใช้จำนวนมาก แต่ Tailwind Labs ในฐานะบริษัทอาจต้องหาทาง pivot ใหม่ เพราะโมเดลขายคอมโพเนนต์ไม่สามารถต้านแรงกดดันจาก AI ได้อีกต่อไป

    อนาคตของธุรกิจโอเพนซอร์ส: อยู่ที่งานปฏิบัติการ ไม่ใช่สิ่งที่เขียนสเปกได้
    บทความสรุปว่า AI ไม่ได้ทำลายโอเพนซอร์ส แต่กำลังคัดกรองโมเดลธุรกิจที่อาศัยการขายสิ่งที่ AI สามารถสร้างได้ฟรี คุณค่าที่แท้จริงในยุค AI คือ “งานที่ต้องลงมือทำซ้ำ ๆ” และ “การดูแลระบบจริง” ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังไม่สามารถแทนได้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    AI ทำให้สิ่งที่ระบุสเปกได้กลายเป็นของฟรี
    เช่น เอกสาร, โค้ดตัวอย่าง, UI components
    ทำให้โมเดลขายคอมโพเนนต์ของ Tailwind Labs พังลง

    ปัญหาหลักคือ “ช่องทางค้นพบสินค้า” ถูก AI ตัดออก
    ผู้ใช้ถาม AI แทนการเข้าเว็บเอกสาร
    ยอดขาย Tailwind Plus ลดลงทันที

    คุณค่าที่แท้จริงย้ายไปอยู่ที่ “งานปฏิบัติการ”
    uptime, deployment, security, observability
    สิ่งที่ AI ไม่สามารถทำแทนได้

    โอเพนซอร์สไม่ใช่สินค้า แต่เป็นช่องทางสู่บริการ
    ตัวอย่าง: Vercel + Next.js, Acquia + Drupal
    รายได้มาจาก hosting และบริการรันระบบจริง

    ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา
    โมเดลธุรกิจที่พึ่งพาเอกสารหรือคอมโพเนนต์จะเสี่ยงสูง
    AI สามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ได้ทันทีจากข้อมูลที่ถูกเทรน

    บริษัทโอเพนซอร์สต้องปรับตัวอย่างจริงจัง
    ไม่เช่นนั้นจะเจอชะตาแบบ Tailwind Labs

    การใช้ข้อมูลโอเพนซอร์สโดยไม่มีการชดเชยเป็นปัญหาที่ต้องถกเถียง
    เป็นประเด็นด้านความเป็นธรรมที่ต้องการนโยบายรองรับ

    https://dri.es/ai-is-a-business-model-stress-test
    🤖💼 AI กำลัง “ทดสอบความแข็งแรงของโมเดลธุรกิจ” — ไม่ได้ฆ่าโอเพนซอร์ส แต่กำลังคัดกรองว่าใครอยู่รอดได้จริง บทความของ Dries Buytaert ผู้สร้าง Drupal วิเคราะห์ผลกระทบของ AI ต่อธุรกิจโอเพนซอร์ส โดยยกกรณี Tailwind Labs ที่เพิ่งปลดพนักงาน 75% เพราะยอดขายลดลงอย่างหนัก แม้ตัวเฟรมเวิร์ก Tailwind CSS จะได้รับความนิยมมากขึ้นก็ตาม เขาชี้ว่า AI ไม่ได้ทำลายธุรกิจโอเพนซอร์ส แต่กำลัง “stress test” โมเดลธุรกิจที่พึ่งพาคอนเทนต์ที่สามารถระบุสเปกได้ชัดเจน เช่น เอกสาร, โค้ดตัวอย่าง, หรือ UI components ซึ่ง AI สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ทันทีจากข้อมูลที่ถูกนำไปเทรน 🧠🔥 AI ทำให้สิ่งที่ “ระบุสเปกได้” กลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ — แต่ไม่สามารถแทนงานที่ต้องลงมือทำจริง Dries อธิบายว่า AI สามารถสร้างสิ่งที่มีสเปกชัดเจนได้อย่างง่ายดาย เช่น โค้ด Tailwind, คอมโพเนนต์ UI, หรือปลั๊กอินต่าง ๆ ซึ่งเป็นหัวใจของรายได้ Tailwind Plus ที่ขายชุด UI ราคา $299 แต่เมื่อผู้ใช้เริ่มถาม AI แทนการเข้าเว็บเอกสาร ยอดขายจึงหายไปทันที เพราะ “ช่องทางค้นพบสินค้า” ถูกตัดออกโดยสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม AI ไม่สามารถแทนงานที่ต้อง “ลงมือทำซ้ำ ๆ” เช่น การดูแล uptime, การดีพลอย, การทดสอบ, การแก้ปัญหา production, การรักษาความปลอดภัย หรือการดูแลระบบในวัน Black Friday Dries ชี้ว่า “คุณไม่สามารถ prompt ให้ระบบมี uptime 99.95% ได้” สิ่งเหล่านี้คือคุณค่าที่ AI ยังไม่สามารถแทนที่ได้ และเป็นจุดที่ธุรกิจโอเพนซอร์สควรย้ายไปสร้างรายได้ 🏗️📈 โอเพนซอร์สไม่ใช่สินค้า แต่เป็น “ช่องทาง” สู่บริการที่ต้องลงแรงจริง Dries ยกตัวอย่าง Vercel ที่แจก Next.js ฟรี แต่ทำเงินจาก hosting และบริการรันระบบ เช่นเดียวกับ Acquia บริษัทของเขาเองที่ทำเงินจาก hosting, search, CI/CD, DAM และบริการที่ต้องทำงานจริง ไม่ใช่แค่ขายโค้ดหรือคอมโพเนนต์ เขาย้ำว่าโอเพนซอร์สไม่เคยเป็น “ตัวสินค้า” แต่เป็น “ทางผ่าน” ไปสู่บริการที่สร้างคุณค่าจริง Tailwind CSS จะอยู่รอดเพราะเป็นเฟรมเวิร์กที่มีผู้ใช้จำนวนมาก แต่ Tailwind Labs ในฐานะบริษัทอาจต้องหาทาง pivot ใหม่ เพราะโมเดลขายคอมโพเนนต์ไม่สามารถต้านแรงกดดันจาก AI ได้อีกต่อไป 🧩🔍 อนาคตของธุรกิจโอเพนซอร์ส: อยู่ที่งานปฏิบัติการ ไม่ใช่สิ่งที่เขียนสเปกได้ บทความสรุปว่า AI ไม่ได้ทำลายโอเพนซอร์ส แต่กำลังคัดกรองโมเดลธุรกิจที่อาศัยการขายสิ่งที่ AI สามารถสร้างได้ฟรี คุณค่าที่แท้จริงในยุค AI คือ “งานที่ต้องลงมือทำซ้ำ ๆ” และ “การดูแลระบบจริง” ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังไม่สามารถแทนได้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ AI ทำให้สิ่งที่ระบุสเปกได้กลายเป็นของฟรี ➡️ เช่น เอกสาร, โค้ดตัวอย่าง, UI components ➡️ ทำให้โมเดลขายคอมโพเนนต์ของ Tailwind Labs พังลง ✅ ปัญหาหลักคือ “ช่องทางค้นพบสินค้า” ถูก AI ตัดออก ➡️ ผู้ใช้ถาม AI แทนการเข้าเว็บเอกสาร ➡️ ยอดขาย Tailwind Plus ลดลงทันที ✅ คุณค่าที่แท้จริงย้ายไปอยู่ที่ “งานปฏิบัติการ” ➡️ uptime, deployment, security, observability ➡️ สิ่งที่ AI ไม่สามารถทำแทนได้ ✅ โอเพนซอร์สไม่ใช่สินค้า แต่เป็นช่องทางสู่บริการ ➡️ ตัวอย่าง: Vercel + Next.js, Acquia + Drupal ➡️ รายได้มาจาก hosting และบริการรันระบบจริง ⚠️ ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา ‼️ โมเดลธุรกิจที่พึ่งพาเอกสารหรือคอมโพเนนต์จะเสี่ยงสูง ⛔ AI สามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ได้ทันทีจากข้อมูลที่ถูกเทรน ‼️ บริษัทโอเพนซอร์สต้องปรับตัวอย่างจริงจัง ⛔ ไม่เช่นนั้นจะเจอชะตาแบบ Tailwind Labs ‼️ การใช้ข้อมูลโอเพนซอร์สโดยไม่มีการชดเชยเป็นปัญหาที่ต้องถกเถียง ⛔ เป็นประเด็นด้านความเป็นธรรมที่ต้องการนโยบายรองรับ https://dri.es/ai-is-a-business-model-stress-test
    DRI.ES
    AI is a business model stress test
    AI commoditizes anything you can specify. It can't (yet) commoditize what requires ongoing operation.
    0 Comments 0 Shares 51 Views 0 Reviews
  • Linux Mint 22.3 “Zena” เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว! อัปเดตใหญ่ส่งท้ายซีรีส์ 22 พร้อมฟีเจอร์ใหม่เพียบ

    Linux Mint 22.3 “Zena” เปิดให้ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการแล้ว โดยทีมพัฒนาเริ่มปล่อย ISO ขึ้นเซิร์ฟเวอร์หลังผ่านช่วงหยุดยาวคริสต์มาสและปีใหม่ เนื้อหาหลักของเวอร์ชันนี้คือการปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานเดสก์ท็อป Cinnamon 6.6 รวมถึงการเพิ่มเครื่องมือใหม่ด้าน System Information และ System Administration เพื่อให้ผู้ใช้จัดการระบบได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

    การอัปเดตครั้งนี้ยังคงยืนพื้นบน Ubuntu 24.04 LTS (Noble Numbat) ทำให้ผู้ใช้ได้รับความเสถียรและแพตช์ความปลอดภัยระยะยาว พร้อมทั้งมีการปรับปรุงแอปพื้นฐานหลายตัว เช่น ตัวจัดการไฟล์ การตั้งค่าระบบ และเครื่องมือเฉพาะของ Mint ที่ได้รับการขัดเกลาให้ลื่นไหลขึ้น นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตธีม ไอคอน และการรองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ ๆ เพื่อให้ใช้งานได้ดีขึ้นบนเครื่องรุ่นล่าสุด

    Mint 22.3 ยังมาพร้อม ISO สำหรับเดสก์ท็อปยอดนิยมทั้งสาม ได้แก่ Cinnamon, Xfce และ MATE ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับสไตล์การทำงานของตนเองได้อย่างอิสระ โดย Cinnamon ยังคงเป็นตัวชูโรงที่ได้รับการอัปเดตมากที่สุด ส่วน Xfce และ MATE ก็ได้รับการปรับปรุงเสถียรภาพและความเข้ากันได้กับระบบฐานใหม่เช่นกัน

    แม้บทความจะยังไม่ลงรายละเอียดเชิงลึกของฟีเจอร์ทั้งหมด แต่จากแนวโน้มของ Mint ในช่วงหลัง การเพิ่มเครื่องมือด้านระบบและการปรับปรุง UI/UX ถือเป็นทิศทางที่ชัดเจนว่าโครงการต้องการให้ Mint เป็นดิสโทรที่ “ใช้ง่ายที่สุดสำหรับผู้ใช้ทั่วไป” โดยไม่ลดทอนความเสถียรและความเป็นมิตรต่อฮาร์ดแวร์รุ่นเก่า

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Linux Mint 22.3 “Zena” เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว
    เริ่มปล่อย ISO หลังช่วงวันหยุดยาว
    มีให้เลือก 3 เดสก์ท็อป: Cinnamon, Xfce, MATE

    อัปเดตเด่นคือ Cinnamon 6.6
    ปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน
    UI/UX ลื่นขึ้นและตอบสนองดีขึ้น

    เพิ่มเครื่องมือใหม่ด้าน System Information และ System Administration
    ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบและจัดการระบบได้ง่ายขึ้น
    เป็นทิศทางใหม่ที่เน้นความสะดวกของผู้ใช้ทั่วไป

    ใช้ฐาน Ubuntu 24.04 LTS
    ได้รับความเสถียรและแพตช์ระยะยาว
    รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ดีขึ้น

    ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา
    รายละเอียดฟีเจอร์บางส่วนยังไม่เปิดเผยครบ
    ผู้ใช้ที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกอาจต้องรอประกาศเต็มจากทีม Mint

    การอัปเกรดจากเวอร์ชันก่อนอาจมีความเสี่ยง
    ควรสำรองข้อมูลก่อนอัปเกรดเสมอ

    ความเข้ากันได้ของแอปบางตัวอาจต้องรออัปเดตตาม
    โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ที่ผูกกับเวอร์ชันเก่า

    https://9to5linux.com/linux-mint-22-3-zena-is-now-available-for-download-heres-whats-new
    🟢🐧 Linux Mint 22.3 “Zena” เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว! อัปเดตใหญ่ส่งท้ายซีรีส์ 22 พร้อมฟีเจอร์ใหม่เพียบ Linux Mint 22.3 “Zena” เปิดให้ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการแล้ว โดยทีมพัฒนาเริ่มปล่อย ISO ขึ้นเซิร์ฟเวอร์หลังผ่านช่วงหยุดยาวคริสต์มาสและปีใหม่ เนื้อหาหลักของเวอร์ชันนี้คือการปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานเดสก์ท็อป Cinnamon 6.6 รวมถึงการเพิ่มเครื่องมือใหม่ด้าน System Information และ System Administration เพื่อให้ผู้ใช้จัดการระบบได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม การอัปเดตครั้งนี้ยังคงยืนพื้นบน Ubuntu 24.04 LTS (Noble Numbat) ทำให้ผู้ใช้ได้รับความเสถียรและแพตช์ความปลอดภัยระยะยาว พร้อมทั้งมีการปรับปรุงแอปพื้นฐานหลายตัว เช่น ตัวจัดการไฟล์ การตั้งค่าระบบ และเครื่องมือเฉพาะของ Mint ที่ได้รับการขัดเกลาให้ลื่นไหลขึ้น นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตธีม ไอคอน และการรองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ ๆ เพื่อให้ใช้งานได้ดีขึ้นบนเครื่องรุ่นล่าสุด Mint 22.3 ยังมาพร้อม ISO สำหรับเดสก์ท็อปยอดนิยมทั้งสาม ได้แก่ Cinnamon, Xfce และ MATE ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับสไตล์การทำงานของตนเองได้อย่างอิสระ โดย Cinnamon ยังคงเป็นตัวชูโรงที่ได้รับการอัปเดตมากที่สุด ส่วน Xfce และ MATE ก็ได้รับการปรับปรุงเสถียรภาพและความเข้ากันได้กับระบบฐานใหม่เช่นกัน แม้บทความจะยังไม่ลงรายละเอียดเชิงลึกของฟีเจอร์ทั้งหมด แต่จากแนวโน้มของ Mint ในช่วงหลัง การเพิ่มเครื่องมือด้านระบบและการปรับปรุง UI/UX ถือเป็นทิศทางที่ชัดเจนว่าโครงการต้องการให้ Mint เป็นดิสโทรที่ “ใช้ง่ายที่สุดสำหรับผู้ใช้ทั่วไป” โดยไม่ลดทอนความเสถียรและความเป็นมิตรต่อฮาร์ดแวร์รุ่นเก่า 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Linux Mint 22.3 “Zena” เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว ➡️ เริ่มปล่อย ISO หลังช่วงวันหยุดยาว ➡️ มีให้เลือก 3 เดสก์ท็อป: Cinnamon, Xfce, MATE ✅ อัปเดตเด่นคือ Cinnamon 6.6 ➡️ ปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน ➡️ UI/UX ลื่นขึ้นและตอบสนองดีขึ้น ✅ เพิ่มเครื่องมือใหม่ด้าน System Information และ System Administration ➡️ ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบและจัดการระบบได้ง่ายขึ้น ➡️ เป็นทิศทางใหม่ที่เน้นความสะดวกของผู้ใช้ทั่วไป ✅ ใช้ฐาน Ubuntu 24.04 LTS ➡️ ได้รับความเสถียรและแพตช์ระยะยาว ➡️ รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ดีขึ้น ⚠️ ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา ‼️ รายละเอียดฟีเจอร์บางส่วนยังไม่เปิดเผยครบ ⛔ ผู้ใช้ที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกอาจต้องรอประกาศเต็มจากทีม Mint ‼️ การอัปเกรดจากเวอร์ชันก่อนอาจมีความเสี่ยง ⛔ ควรสำรองข้อมูลก่อนอัปเกรดเสมอ ‼️ ความเข้ากันได้ของแอปบางตัวอาจต้องรออัปเดตตาม ⛔ โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ที่ผูกกับเวอร์ชันเก่า https://9to5linux.com/linux-mint-22-3-zena-is-now-available-for-download-heres-whats-new
    9TO5LINUX.COM
    Linux Mint 22.3 “Zena” Is Now Available for Download, Here's What's New - 9to5Linux
    Linux Mint 22.3 "Zena" distribution is now available for download based on Ubuntu 24.04.3 LTS and featuring the latest Cinnamon 6.6 desktop.
    0 Comments 0 Shares 59 Views 0 Reviews
  • EU เปิดแผนใหม่ “Towards European Open Digital Ecosystems” ดันโอเพนซอร์สเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก

    สหภาพยุโรปประกาศเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเป็นเวลา 4 สัปดาห์ เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์โอเพนซอร์สฉบับใหม่ โดยมีเป้าหมายลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากนอกภูมิภาค โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ ซึ่งครองตลาดคลาวด์ AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ความกังวลหลักคือ “ความเสี่ยงด้านอธิปไตยดิจิทัล” ที่อาจทำให้ยุโรปควบคุมเทคโนโลยีสำคัญไม่ได้ในระยะยาว

    แผนนี้ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่คลาวด์คอมพิวติ้ง ปัญญาประดิษฐ์ ความปลอดภัยไซเบอร์ อินเทอร์เน็ตเทคโนโลยี ฮาร์ดแวร์โอเพนซอร์ส ไปจนถึงอุตสาหกรรมยานยนต์และการผลิต ซึ่งล้วนเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุโรปในอนาคต

    แม้ยุโรปจะมีชุมชนนักพัฒนาโอเพนซอร์สที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ปัญหาหลักคือ “ขาดเงินทุนต่อเนื่อง” และ “เข้าไม่ถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ” ทำให้โครงการจำนวนมากไม่สามารถเติบโตเป็นธุรกิจหรือใช้งานในระดับอุตสาหกรรมได้จริง

    ข้อเสนอใหม่ของ EU จึงมุ่งสร้างระบบสนับสนุนที่ยั่งยืน เช่น โมเดลธุรกิจใหม่สำหรับบริษัทโอเพนซอร์ส การสนับสนุนจากรัฐร่วมกับเอกชน การยกระดับความปลอดภัยของซอฟต์แวร์ และการผลักดันให้โครงการโอเพนซอร์สถูกนำไปใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมและภาครัฐ เพื่อให้ยุโรปมีอิสระทางเทคโนโลยีมากขึ้นในระยะยาว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    EU ต้องการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ
    กังวลเรื่องความมั่นคงดิจิทัลและห่วงโซ่อุปทาน
    ผู้เล่นรายใหญ่จากสหรัฐฯ ครองตลาดคลาวด์และ AI

    เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ 6 ม.ค. – 3 ก.พ. 2026
    เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์โอเพนซอร์สฉบับใหม่
    ครอบคลุมคลาวด์ AI ความปลอดภัยไซเบอร์ ฮาร์ดแวร์ และยานยนต์

    ยุโรปมีชุมชนโอเพนซอร์สใหญ่ แต่ขาดการสนับสนุนต่อเนื่อง
    เงินทุนหมดหลังจบโครงการวิจัย
    โครงการโอเพนซอร์สเข้าไม่ถึงตลาดภาครัฐ

    ข้อเสนอใหม่เน้นสร้างระบบสนับสนุนที่ยั่งยืน
    โมเดลธุรกิจใหม่สำหรับบริษัทโอเพนซอร์ส
    ส่งเสริมการใช้งานจริงในอุตสาหกรรมและภาครัฐ

    ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา
    ความเสี่ยงด้านกฎหมายและนโยบายของ EU เอง
    เช่น ร่างกฎหมาย Chat Control ที่ถูกวิจารณ์ว่าอาจละเมิดความเป็นส่วนตัว

    การผลักดันโอเพนซอร์สต้องใช้เวลาและงบประมาณมหาศาล
    หากขาดความต่อเนื่อง อาจทำให้โครงการล้มเหลวเหมือนที่ผ่านมา

    การแข่งขันกับยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย
    บริษัทยุโรปยังมีข้อจำกัดด้านขนาดและทรัพยากร

    https://itsfoss.com/news/eu-open-source-strategy-call-2026/
    🇪🇺🚀 EU เปิดแผนใหม่ “Towards European Open Digital Ecosystems” ดันโอเพนซอร์สเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก สหภาพยุโรปประกาศเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเป็นเวลา 4 สัปดาห์ เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์โอเพนซอร์สฉบับใหม่ โดยมีเป้าหมายลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากนอกภูมิภาค โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ ซึ่งครองตลาดคลาวด์ AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ความกังวลหลักคือ “ความเสี่ยงด้านอธิปไตยดิจิทัล” ที่อาจทำให้ยุโรปควบคุมเทคโนโลยีสำคัญไม่ได้ในระยะยาว แผนนี้ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่คลาวด์คอมพิวติ้ง ปัญญาประดิษฐ์ ความปลอดภัยไซเบอร์ อินเทอร์เน็ตเทคโนโลยี ฮาร์ดแวร์โอเพนซอร์ส ไปจนถึงอุตสาหกรรมยานยนต์และการผลิต ซึ่งล้วนเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุโรปในอนาคต แม้ยุโรปจะมีชุมชนนักพัฒนาโอเพนซอร์สที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ปัญหาหลักคือ “ขาดเงินทุนต่อเนื่อง” และ “เข้าไม่ถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ” ทำให้โครงการจำนวนมากไม่สามารถเติบโตเป็นธุรกิจหรือใช้งานในระดับอุตสาหกรรมได้จริง ข้อเสนอใหม่ของ EU จึงมุ่งสร้างระบบสนับสนุนที่ยั่งยืน เช่น โมเดลธุรกิจใหม่สำหรับบริษัทโอเพนซอร์ส การสนับสนุนจากรัฐร่วมกับเอกชน การยกระดับความปลอดภัยของซอฟต์แวร์ และการผลักดันให้โครงการโอเพนซอร์สถูกนำไปใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมและภาครัฐ เพื่อให้ยุโรปมีอิสระทางเทคโนโลยีมากขึ้นในระยะยาว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ EU ต้องการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ ➡️ กังวลเรื่องความมั่นคงดิจิทัลและห่วงโซ่อุปทาน ➡️ ผู้เล่นรายใหญ่จากสหรัฐฯ ครองตลาดคลาวด์และ AI ✅ เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ 6 ม.ค. – 3 ก.พ. 2026 ➡️ เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์โอเพนซอร์สฉบับใหม่ ➡️ ครอบคลุมคลาวด์ AI ความปลอดภัยไซเบอร์ ฮาร์ดแวร์ และยานยนต์ ✅ ยุโรปมีชุมชนโอเพนซอร์สใหญ่ แต่ขาดการสนับสนุนต่อเนื่อง ➡️ เงินทุนหมดหลังจบโครงการวิจัย ➡️ โครงการโอเพนซอร์สเข้าไม่ถึงตลาดภาครัฐ ✅ ข้อเสนอใหม่เน้นสร้างระบบสนับสนุนที่ยั่งยืน ➡️ โมเดลธุรกิจใหม่สำหรับบริษัทโอเพนซอร์ส ➡️ ส่งเสริมการใช้งานจริงในอุตสาหกรรมและภาครัฐ ⚠️ ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา ‼️ ความเสี่ยงด้านกฎหมายและนโยบายของ EU เอง ⛔ เช่น ร่างกฎหมาย Chat Control ที่ถูกวิจารณ์ว่าอาจละเมิดความเป็นส่วนตัว ‼️ การผลักดันโอเพนซอร์สต้องใช้เวลาและงบประมาณมหาศาล ⛔ หากขาดความต่อเนื่อง อาจทำให้โครงการล้มเหลวเหมือนที่ผ่านมา ‼️ การแข่งขันกับยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย ⛔ บริษัทยุโรปยังมีข้อจำกัดด้านขนาดและทรัพยากร https://itsfoss.com/news/eu-open-source-strategy-call-2026/
    ITSFOSS.COM
    Europe Has a New Plan to Break Free from US Tech Dominance
    This four-week consultation on open source software tackles the cloud, AI, cybersecurity, and automotive sectors.
    0 Comments 0 Shares 52 Views 0 Reviews
  • Linus Torvalds เปิดใจ! ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในโปรเจกต์ใหม่ปี 2026

    ช่วงวันหยุดปลายปีที่ผ่านมา Linus Torvalds ผู้สร้าง Linux Kernel ใช้เวลาว่างทำโปรเจกต์ส่วนตัวเหมือนทุกปี แต่ครั้งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเขาเลือกใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในบางส่วนของโปรเจกต์ใหม่ชื่อ AudioNoise ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สสำหรับสร้างเอฟเฟกต์เสียงดิจิทัลแบบสุ่ม โดย Torvalds ระบุชัดว่าโปรเจกต์นี้เป็นเพียงงานอดิเรกเพื่อเรียนรู้ระบบประมวลผลเสียง ไม่ใช่โครงการใหญ่โตอะไร

    สิ่งที่ทำให้ชุมชนโอเพนซอร์สฮือฮาคือ Torvalds เขียนส่วนที่เป็น C ด้วยตัวเอง แต่ส่วนที่เป็น Python visualizer เขาใช้วิธีที่เรียกว่า “vibe coding” คือปล่อยให้ AI ช่วยเขียนแทน โดยใช้ Google Antigravity ซึ่งเป็น AI-powered IDE ที่พัฒนาต่อยอดจาก Windsurf และ VS Code อีกที เขายอมรับตรง ๆ ว่าเขาไม่ถนัด Python มากนัก และการใช้ AI ช่วยทำให้เขาเรียนรู้ได้เร็วขึ้นและลดขั้นตอน “ลอกโค้ดจาก Google” แบบเดิม ๆ

    โปรเจกต์ AudioNoise นี้ยังคงเป็นโอเพนซอร์สภายใต้ GPL 2.0 เช่นเดียวกับงานอดิเรกก่อนหน้าอย่าง Guitar Pedal ที่เขาทำเมื่อปีที่แล้ว การที่บุคคลระดับ Torvalds หันมาใช้ AI coding assistant ทำให้หลายคนในวงการมองว่านี่อาจเป็นสัญญาณว่าการใช้ AI ในงานพัฒนาโปรแกรมจะกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงก็ยังเห็นประโยชน์ของมันในการทดลองสิ่งใหม่ ๆ

    นอกจากนี้ การที่ Torvalds เลือกใช้ AI ในส่วนที่เขาไม่ถนัด ยังสะท้อนแนวคิดสำคัญว่า AI ไม่ได้มาแทนที่นักพัฒนา แต่ช่วยให้พวกเขาเรียนรู้และสร้างสรรค์ได้เร็วขึ้น ชุมชนโอเพนซอร์สเองก็เริ่มเปิดใจมากขึ้นต่อเครื่องมือ AI โดยเฉพาะเมื่อเห็นตัวอย่างจากผู้นำในวงการอย่าง Torvalds ที่กล้าลองและกล้าพูดถึงประสบการณ์ตรงของตัวเองอย่างโปร่งใส

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Linus Torvalds ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในโปรเจกต์ AudioNoise
    ใช้ AI เฉพาะส่วน Python visualizer
    เขียนส่วน C ด้วยตัวเองเหมือนเดิม

    ใช้ Google Antigravity ซึ่งเป็น AI IDE รุ่นใหม่
    เป็น IDE ที่ต่อยอดจาก Windsurf และ VS Code
    คาดว่าใช้ Google Gemini เป็น AI agent

    โปรเจกต์ AudioNoise เป็นงานอดิเรกเพื่อเรียนรู้ระบบเสียงดิจิทัล
    เป็นโอเพนซอร์สภายใต้ GPL 2.0
    คล้ายโปรเจกต์ Guitar Pedal ที่เขาทำเมื่อปีก่อน

    การใช้ AI ของ Torvalds ส่งสัญญาณสำคัญต่อวงการโอเพนซอร์ส
    แสดงให้เห็นว่า AI เป็นเครื่องมือเสริม ไม่ใช่ตัวแทนที่มนุษย์
    ช่วยให้ผู้พัฒนาเรียนรู้สิ่งใหม่ได้เร็วขึ้น

    ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา
    การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ทักษะพื้นฐานลดลง
    นักพัฒนาอาจไม่เข้าใจโค้ดลึกเท่าที่ควร

    AI coding assistant อาจสร้างโค้ดที่ผิดพลาดหรือไม่ปลอดภัย
    ต้องตรวจสอบโค้ดทุกครั้งก่อนใช้งานจริง

    ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของโค้ดต้องระวังเป็นพิเศษ
    การส่งโค้ดขึ้นระบบ AI อาจมีความเสี่ยงด้านข้อมูล

    https://itsfoss.com/news/linus-torvalds-vibe-coding/
    🎸🤖 Linus Torvalds เปิดใจ! ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในโปรเจกต์ใหม่ปี 2026 ช่วงวันหยุดปลายปีที่ผ่านมา Linus Torvalds ผู้สร้าง Linux Kernel ใช้เวลาว่างทำโปรเจกต์ส่วนตัวเหมือนทุกปี แต่ครั้งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเขาเลือกใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในบางส่วนของโปรเจกต์ใหม่ชื่อ AudioNoise ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สสำหรับสร้างเอฟเฟกต์เสียงดิจิทัลแบบสุ่ม โดย Torvalds ระบุชัดว่าโปรเจกต์นี้เป็นเพียงงานอดิเรกเพื่อเรียนรู้ระบบประมวลผลเสียง ไม่ใช่โครงการใหญ่โตอะไร สิ่งที่ทำให้ชุมชนโอเพนซอร์สฮือฮาคือ Torvalds เขียนส่วนที่เป็น C ด้วยตัวเอง แต่ส่วนที่เป็น Python visualizer เขาใช้วิธีที่เรียกว่า “vibe coding” คือปล่อยให้ AI ช่วยเขียนแทน โดยใช้ Google Antigravity ซึ่งเป็น AI-powered IDE ที่พัฒนาต่อยอดจาก Windsurf และ VS Code อีกที เขายอมรับตรง ๆ ว่าเขาไม่ถนัด Python มากนัก และการใช้ AI ช่วยทำให้เขาเรียนรู้ได้เร็วขึ้นและลดขั้นตอน “ลอกโค้ดจาก Google” แบบเดิม ๆ โปรเจกต์ AudioNoise นี้ยังคงเป็นโอเพนซอร์สภายใต้ GPL 2.0 เช่นเดียวกับงานอดิเรกก่อนหน้าอย่าง Guitar Pedal ที่เขาทำเมื่อปีที่แล้ว การที่บุคคลระดับ Torvalds หันมาใช้ AI coding assistant ทำให้หลายคนในวงการมองว่านี่อาจเป็นสัญญาณว่าการใช้ AI ในงานพัฒนาโปรแกรมจะกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงก็ยังเห็นประโยชน์ของมันในการทดลองสิ่งใหม่ ๆ นอกจากนี้ การที่ Torvalds เลือกใช้ AI ในส่วนที่เขาไม่ถนัด ยังสะท้อนแนวคิดสำคัญว่า AI ไม่ได้มาแทนที่นักพัฒนา แต่ช่วยให้พวกเขาเรียนรู้และสร้างสรรค์ได้เร็วขึ้น ชุมชนโอเพนซอร์สเองก็เริ่มเปิดใจมากขึ้นต่อเครื่องมือ AI โดยเฉพาะเมื่อเห็นตัวอย่างจากผู้นำในวงการอย่าง Torvalds ที่กล้าลองและกล้าพูดถึงประสบการณ์ตรงของตัวเองอย่างโปร่งใส 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Linus Torvalds ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในโปรเจกต์ AudioNoise ➡️ ใช้ AI เฉพาะส่วน Python visualizer ➡️ เขียนส่วน C ด้วยตัวเองเหมือนเดิม ✅ ใช้ Google Antigravity ซึ่งเป็น AI IDE รุ่นใหม่ ➡️ เป็น IDE ที่ต่อยอดจาก Windsurf และ VS Code ➡️ คาดว่าใช้ Google Gemini เป็น AI agent ✅ โปรเจกต์ AudioNoise เป็นงานอดิเรกเพื่อเรียนรู้ระบบเสียงดิจิทัล ➡️ เป็นโอเพนซอร์สภายใต้ GPL 2.0 ➡️ คล้ายโปรเจกต์ Guitar Pedal ที่เขาทำเมื่อปีก่อน ✅ การใช้ AI ของ Torvalds ส่งสัญญาณสำคัญต่อวงการโอเพนซอร์ส ➡️ แสดงให้เห็นว่า AI เป็นเครื่องมือเสริม ไม่ใช่ตัวแทนที่มนุษย์ ➡️ ช่วยให้ผู้พัฒนาเรียนรู้สิ่งใหม่ได้เร็วขึ้น ⚠️ ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา ‼️ การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ทักษะพื้นฐานลดลง ⛔ นักพัฒนาอาจไม่เข้าใจโค้ดลึกเท่าที่ควร ‼️ AI coding assistant อาจสร้างโค้ดที่ผิดพลาดหรือไม่ปลอดภัย ⛔ ต้องตรวจสอบโค้ดทุกครั้งก่อนใช้งานจริง ‼️ ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของโค้ดต้องระวังเป็นพิเศษ ⛔ การส่งโค้ดขึ้นระบบ AI อาจมีความเสี่ยงด้านข้อมูล https://itsfoss.com/news/linus-torvalds-vibe-coding/
    ITSFOSS.COM
    Even Linux Creator Linus Torvalds is Using AI to Code in 2026
    Linus Torvalds is working on a new side project and he is not hesitating to take the help of AI.
    0 Comments 0 Shares 70 Views 0 Reviews
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20260112 #securityonline


    เครือข่ายมืดไม่เคยตาย: ตลาด Carding ยังรอดด้วยโดเมนยุคโซเวียต
    นักวิจัยเผยให้เห็นโครงสร้างลับของตลาดซื้อขายข้อมูลบัตรเครดิตใต้ดินที่ยังคงดำเนินอยู่ผ่านโดเมนเก่าอย่าง .su ของสหภาพโซเวียต พร้อมพึ่งพาโฮสติ้งแบบ “bulletproof” เพื่อหลบเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมาย โดยตลาดเหล่านี้แบ่งเป็นทั้งเว็บซื้อขายและฟอรั่มแลกเปลี่ยนเทคนิค ทำให้ระบบอาชญากรรมไซเบอร์มีความยืดหยุ่นสูงและยากต่อการปิดกั้น
    https://securityonline.info/the-soviet-ghost-how-carding-markets-survive-on-legacy-domains

    ช่องโหว่ร้ายแรงใน Apache Uniffle เปิดทางดักฟังข้อมูลคลัสเตอร์
    พบช่องโหว่ CVE-2025-68637 ที่ทำให้ระบบกระจายข้อมูลขนาดใหญ่เสี่ยงถูกโจมตีแบบ MITM เนื่องจากการตั้งค่า SSL/TLS ที่ไม่ปลอดภัย ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถสวมรอยใบรับรองและดักข้อมูลระหว่างไคลเอนต์กับเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยเวอร์ชันใหม่ 0.10.0 ได้แก้ไขปัญหานี้แล้วและผู้ดูแลระบบควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ
    https://securityonline.info/cve-2025-68637-critical-apache-uniffle-flaw-exposes-clusters-to-eavesdropping

    มัลแวร์ Astaroth รุ่นใหม่แพร่ผ่าน WhatsApp แบบอัตโนมัติ
    แคมเปญ “Boto Cor-de-Rosa” เผยวิวัฒนาการใหม่ของมัลแวร์ Astaroth ที่หันมาใช้ WhatsApp Web เป็นช่องทางแพร่กระจาย โดยฝังโมดูล Python ที่สามารถดึงรายชื่อผู้ติดต่อและส่งไฟล์ ZIP อันตรายออกไปโดยอัตโนมัติ ทำให้เครื่องเหยื่อกลายเป็นบอทแพร่มัลแวร์ พร้อมทั้งขโมยข้อมูลรายชื่อเพื่อใช้ในแคมเปญโจมตีอื่นในอนาคต
    https://securityonline.info/boto-cor-de-rosa-banking-malware-astaroth-pivots-to-whatsapp-in-new-campaign

    ช่องโหว่ React Router เปิดช่องอ่านไฟล์เซิร์ฟเวอร์
    ช่องโหว่ CVE-2025-61686 ใน React Router ทำให้ผู้โจมตีสามารถชี้ session ID ไปยังไฟล์สำคัญบนเซิร์ฟเวอร์และดึงข้อมูลออกมาได้ หากแอปใช้ createFileSessionStorage() ร่วมกับคุกกี้ที่ไม่เซ็นกำกับ นอกจากนี้ยังมีช่องโหว่ XSS หลายรายการที่กระทบการทำงาน SSR และ SPA ทำให้ผู้พัฒนาต้องเร่งตรวจสอบเวอร์ชันและอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันการโจมตี
    https://securityonline.info/critical-react-router-flaws-cve-2025-61686-exposes-server-files

    RustyWater: มัลแวร์สายพันธุ์ใหม่ของ MuddyWater
    กลุ่ม APT ชื่อดัง MuddyWater ถูกพบว่าปรับยุทธวิธีครั้งใหญ่ด้วยการทิ้ง PowerShell และ VBS ที่เคยใช้มายาวนาน แล้วหันมาใช้มัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ RustyWater ที่พัฒนาด้วยภาษา Rust เพื่อเพิ่มความล่องหนและหลบการตรวจจับ โดยเริ่มจากการส่งอีเมลลวงแนบไฟล์ Word ที่มีมาโครอันตราย ก่อนติดตั้ง implant ที่มีความสามารถครบเครื่องทั้งสื่อสารแบบ asynchronous, ฝังตัวใน registry และขยายโมดูลหลังเจาะระบบ เป้าหมายหลักคือหน่วยงานด้านการทูต การเงิน การเดินเรือ และโทรคมนาคมในตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่มนี้กำลังยกระดับเครื่องมือให้ทันสมัยและตรวจจับยากขึ้นอย่างชัดเจน
    https://securityonline.info/rustywater-rising-muddywater-drops-powershell-for-stealthy-rust-implants

    กล้อง Vivotek รุ่นเก่าเสี่ยงถูกส่องสดทั่วโลก
    CERT Polska เปิดเผยว่ากล้องวงจรปิด Vivotek IP7137 ที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้วมีช่องโหว่ร้ายแรงถึง 4 รายการ ตั้งแต่การเปิดให้ใครก็ได้ดูภาพสดผ่าน RTSP โดยไม่ต้องล็อกอิน ไปจนถึงการเข้าถึงหน้าแอดมินโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน รวมถึงช่องโหว่สั่งรันคำสั่งและไต่ directory ได้ ทำให้ผู้ใช้เสี่ยงถูกสอดแนมและถูกยึดอุปกรณ์อย่างถาวรเพราะไม่มีแพตช์แก้ไขอีกต่อไป ทางออกเดียวคือถอดออกจากระบบหรือแยกเครือข่ายอย่างเด็ดขาด
    https://securityonline.info/unpatched-exposed-legacy-vivotek-cameras-broadcast-live-video-to-all

    UAT-7290 กลุ่มแฮกเกอร์จีนขยายปฏิบัติการสู่ยุโรป
    Cisco Talos เปิดโปงกลุ่ม UAT-7290 ซึ่งเชื่อมโยงกับจีนว่ากำลังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมในเอเชียใต้และขยายสู่ยุโรปตะวันออก โดยกลุ่มนี้ไม่เพียงสอดแนมข้อมูล แต่ยังสร้างโครงสร้าง ORB ให้แฮกเกอร์กลุ่มอื่นใช้เป็นเส้นทางโจมตี พร้อมใช้อาวุธเฉพาะทางอย่าง RushDrop, DriveSwitch, SilentRaid และ backdoor ชื่อ Bulbature ที่สามารถสลับเซิร์ฟเวอร์ C2 ได้อย่างยืดหยุ่น ทำให้การกำจัดออกจากระบบเป็นเรื่องยากมาก
    https://securityonline.info/china-nexus-actor-uat-7290-caught-targeting-telecoms-in-south-asia-and-europe

    ช่องโหว่ InputPlumber ทำผู้ใช้ Linux Gaming เสี่ยงถูกยึดคีย์บอร์ด
    รายงานจากทีมความปลอดภัยของ SUSE พบว่า InputPlumber ซึ่งใช้ใน SteamOS มีช่องโหว่ร้ายแรงจากการขาดระบบยืนยันตัวตนบน D-Bus ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสั่งสร้างอุปกรณ์อินพุตปลอมและส่งคีย์กดเข้า session ของผู้ใช้คนอื่นได้ รวมถึงอ่านไฟล์สำคัญอย่าง bash_history ผ่านช่องโหว่การ parse ไฟล์ หลังการเปิดเผย นักพัฒนาจึงออกแพตช์ในเวอร์ชัน v0.69.0 และ SteamOS ก็อัปเดตตามเพื่ออุดช่องโหว่ทั้งหมด
    https://securityonline.info/game-over-critical-inputplumber-flaws-expose-linux-gamers-to-hijacking

    Qualcomm–Samsung จับมือคุยดีลผลิตชิป 2nm
    Qualcomm ยืนยันระหว่างงาน CES 2026 ว่ากำลังเจรจากับ Samsung เพื่อกลับมาร่วมผลิตชิประดับ 2nm หลังเคยย้ายไปพึ่ง TSMC เต็มตัวเพราะปัญหาความร้อนและประสิทธิภาพในอดีต โดยดีลนี้สะท้อนการแข่งขันด้านกำลังผลิตที่ตึงตัว และอาจช่วยฟื้นความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยีของ Samsung หากพิสูจน์คุณภาพได้สำเร็จ
    https://securityonline.info/the-2nm-reunion-qualcomm-confirms-samsung-foundry-talks-at-ces-2026

    Musk ลั่นเปิดซอร์สอัลกอริทึม X ทั้งระบบภายใน 7 วัน
    Elon Musk ประกาศจะเปิดซอร์สโค้ดอัลกอริทึมของ X ทั้งระบบ รวมถึงระบบแนะนำโฆษณา เพื่อแสดงความโปร่งใสท่ามกลางแรงกดดันจากหน่วยงานยุโรป พร้อมสัญญาว่าจะอัปเดตโค้ดเป็นประจำ ต่างจากครั้งก่อนที่ปล่อยแล้วปล่อยทิ้ง สะท้อนความพยายามกู้ศรัทธาผู้ใช้และนักพัฒนาในช่วงที่แพลตฟอร์มถูกจับตาอย่างหนัก
    https://securityonline.info/the-glass-box-musk-pledges-full-x-algorithm-ad-transparency-in-7-days

    ข้อมูล Instagram 17.5 ล้านบัญชีหลุดสู่ดาร์กเว็บ
    เกิดเหตุข้อมูลผู้ใช้ Instagram จำนวนกว่า 17.5 ล้านบัญชีถูกนำไปขายบนดาร์กเว็บ ครอบคลุมอีเมล เบอร์โทร และข้อมูลระบุตัวตน ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากเริ่มได้รับอีเมลรีเซ็ตรหัสผ่านปลอม ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้เปิด 2FA และตรวจสอบแอปที่เชื่อมต่อ ขณะที่ Meta ระบุว่าเป็นเพียงช่องโหว่การร้องขอรีเซ็ตรหัสผ่าน ไม่ใช่การเจาะระบบโดยตรง
    https://securityonline.info/the-solonik-leak-17-5-million-instagram-profiles-exposed-on-dark-web

    ช่องโหว่ OWASP CRS เปิดทางโจมตี WAF (เล่าเรื่องแทนเพราะถูกกรองเนื้อหา)
    มีรายงานว่าระบบกรองภัยคุกคามของเว็บ (WAF) ที่ใช้กฎ OWASP CRS พบช่องโหว่สำคัญที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับได้ ส่งผลให้เว็บไซต์จำนวนมากเสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบ XSS และการเจาะระบบรูปแบบอื่น แม้รายละเอียดเชิงเทคนิคถูกจำกัดไว้สำหรับผู้สนับสนุน แต่ประเด็นนี้สะท้อนว่าระบบป้องกันเว็บยังต้องเฝ้าระวังและอัปเดตอย่างต่อเนื่อง
    https://securityonline.info/wafs-wide-open-critical-owasp-crs-flaw-bypasses-filters
    📌🔐🟡 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🟡🔐📌 #รวมข่าวIT #20260112 #securityonline 🕵️‍♂️ เครือข่ายมืดไม่เคยตาย: ตลาด Carding ยังรอดด้วยโดเมนยุคโซเวียต นักวิจัยเผยให้เห็นโครงสร้างลับของตลาดซื้อขายข้อมูลบัตรเครดิตใต้ดินที่ยังคงดำเนินอยู่ผ่านโดเมนเก่าอย่าง .su ของสหภาพโซเวียต พร้อมพึ่งพาโฮสติ้งแบบ “bulletproof” เพื่อหลบเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมาย โดยตลาดเหล่านี้แบ่งเป็นทั้งเว็บซื้อขายและฟอรั่มแลกเปลี่ยนเทคนิค ทำให้ระบบอาชญากรรมไซเบอร์มีความยืดหยุ่นสูงและยากต่อการปิดกั้น 🔗 https://securityonline.info/the-soviet-ghost-how-carding-markets-survive-on-legacy-domains ⚠️ 🔐 ช่องโหว่ร้ายแรงใน Apache Uniffle เปิดทางดักฟังข้อมูลคลัสเตอร์ พบช่องโหว่ CVE-2025-68637 ที่ทำให้ระบบกระจายข้อมูลขนาดใหญ่เสี่ยงถูกโจมตีแบบ MITM เนื่องจากการตั้งค่า SSL/TLS ที่ไม่ปลอดภัย ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถสวมรอยใบรับรองและดักข้อมูลระหว่างไคลเอนต์กับเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยเวอร์ชันใหม่ 0.10.0 ได้แก้ไขปัญหานี้แล้วและผู้ดูแลระบบควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-68637-critical-apache-uniffle-flaw-exposes-clusters-to-eavesdropping 🐟💬 มัลแวร์ Astaroth รุ่นใหม่แพร่ผ่าน WhatsApp แบบอัตโนมัติ แคมเปญ “Boto Cor-de-Rosa” เผยวิวัฒนาการใหม่ของมัลแวร์ Astaroth ที่หันมาใช้ WhatsApp Web เป็นช่องทางแพร่กระจาย โดยฝังโมดูล Python ที่สามารถดึงรายชื่อผู้ติดต่อและส่งไฟล์ ZIP อันตรายออกไปโดยอัตโนมัติ ทำให้เครื่องเหยื่อกลายเป็นบอทแพร่มัลแวร์ พร้อมทั้งขโมยข้อมูลรายชื่อเพื่อใช้ในแคมเปญโจมตีอื่นในอนาคต 🔗 https://securityonline.info/boto-cor-de-rosa-banking-malware-astaroth-pivots-to-whatsapp-in-new-campaign 🛠️⚡ ช่องโหว่ React Router เปิดช่องอ่านไฟล์เซิร์ฟเวอร์ ช่องโหว่ CVE-2025-61686 ใน React Router ทำให้ผู้โจมตีสามารถชี้ session ID ไปยังไฟล์สำคัญบนเซิร์ฟเวอร์และดึงข้อมูลออกมาได้ หากแอปใช้ createFileSessionStorage() ร่วมกับคุกกี้ที่ไม่เซ็นกำกับ นอกจากนี้ยังมีช่องโหว่ XSS หลายรายการที่กระทบการทำงาน SSR และ SPA ทำให้ผู้พัฒนาต้องเร่งตรวจสอบเวอร์ชันและอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันการโจมตี 🔗 https://securityonline.info/critical-react-router-flaws-cve-2025-61686-exposes-server-files 🛡️ RustyWater: มัลแวร์สายพันธุ์ใหม่ของ MuddyWater กลุ่ม APT ชื่อดัง MuddyWater ถูกพบว่าปรับยุทธวิธีครั้งใหญ่ด้วยการทิ้ง PowerShell และ VBS ที่เคยใช้มายาวนาน แล้วหันมาใช้มัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ RustyWater ที่พัฒนาด้วยภาษา Rust เพื่อเพิ่มความล่องหนและหลบการตรวจจับ โดยเริ่มจากการส่งอีเมลลวงแนบไฟล์ Word ที่มีมาโครอันตราย ก่อนติดตั้ง implant ที่มีความสามารถครบเครื่องทั้งสื่อสารแบบ asynchronous, ฝังตัวใน registry และขยายโมดูลหลังเจาะระบบ เป้าหมายหลักคือหน่วยงานด้านการทูต การเงิน การเดินเรือ และโทรคมนาคมในตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่มนี้กำลังยกระดับเครื่องมือให้ทันสมัยและตรวจจับยากขึ้นอย่างชัดเจน 🔗 https://securityonline.info/rustywater-rising-muddywater-drops-powershell-for-stealthy-rust-implants 📹 กล้อง Vivotek รุ่นเก่าเสี่ยงถูกส่องสดทั่วโลก CERT Polska เปิดเผยว่ากล้องวงจรปิด Vivotek IP7137 ที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้วมีช่องโหว่ร้ายแรงถึง 4 รายการ ตั้งแต่การเปิดให้ใครก็ได้ดูภาพสดผ่าน RTSP โดยไม่ต้องล็อกอิน ไปจนถึงการเข้าถึงหน้าแอดมินโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน รวมถึงช่องโหว่สั่งรันคำสั่งและไต่ directory ได้ ทำให้ผู้ใช้เสี่ยงถูกสอดแนมและถูกยึดอุปกรณ์อย่างถาวรเพราะไม่มีแพตช์แก้ไขอีกต่อไป ทางออกเดียวคือถอดออกจากระบบหรือแยกเครือข่ายอย่างเด็ดขาด 🔗 https://securityonline.info/unpatched-exposed-legacy-vivotek-cameras-broadcast-live-video-to-all 🛰️ UAT-7290 กลุ่มแฮกเกอร์จีนขยายปฏิบัติการสู่ยุโรป Cisco Talos เปิดโปงกลุ่ม UAT-7290 ซึ่งเชื่อมโยงกับจีนว่ากำลังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมในเอเชียใต้และขยายสู่ยุโรปตะวันออก โดยกลุ่มนี้ไม่เพียงสอดแนมข้อมูล แต่ยังสร้างโครงสร้าง ORB ให้แฮกเกอร์กลุ่มอื่นใช้เป็นเส้นทางโจมตี พร้อมใช้อาวุธเฉพาะทางอย่าง RushDrop, DriveSwitch, SilentRaid และ backdoor ชื่อ Bulbature ที่สามารถสลับเซิร์ฟเวอร์ C2 ได้อย่างยืดหยุ่น ทำให้การกำจัดออกจากระบบเป็นเรื่องยากมาก 🔗 https://securityonline.info/china-nexus-actor-uat-7290-caught-targeting-telecoms-in-south-asia-and-europe 🎮 ช่องโหว่ InputPlumber ทำผู้ใช้ Linux Gaming เสี่ยงถูกยึดคีย์บอร์ด รายงานจากทีมความปลอดภัยของ SUSE พบว่า InputPlumber ซึ่งใช้ใน SteamOS มีช่องโหว่ร้ายแรงจากการขาดระบบยืนยันตัวตนบน D-Bus ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสั่งสร้างอุปกรณ์อินพุตปลอมและส่งคีย์กดเข้า session ของผู้ใช้คนอื่นได้ รวมถึงอ่านไฟล์สำคัญอย่าง bash_history ผ่านช่องโหว่การ parse ไฟล์ หลังการเปิดเผย นักพัฒนาจึงออกแพตช์ในเวอร์ชัน v0.69.0 และ SteamOS ก็อัปเดตตามเพื่ออุดช่องโหว่ทั้งหมด 🔗 https://securityonline.info/game-over-critical-inputplumber-flaws-expose-linux-gamers-to-hijacking ⚙️ Qualcomm–Samsung จับมือคุยดีลผลิตชิป 2nm Qualcomm ยืนยันระหว่างงาน CES 2026 ว่ากำลังเจรจากับ Samsung เพื่อกลับมาร่วมผลิตชิประดับ 2nm หลังเคยย้ายไปพึ่ง TSMC เต็มตัวเพราะปัญหาความร้อนและประสิทธิภาพในอดีต โดยดีลนี้สะท้อนการแข่งขันด้านกำลังผลิตที่ตึงตัว และอาจช่วยฟื้นความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยีของ Samsung หากพิสูจน์คุณภาพได้สำเร็จ 🔗 https://securityonline.info/the-2nm-reunion-qualcomm-confirms-samsung-foundry-talks-at-ces-2026 🔍 Musk ลั่นเปิดซอร์สอัลกอริทึม X ทั้งระบบภายใน 7 วัน Elon Musk ประกาศจะเปิดซอร์สโค้ดอัลกอริทึมของ X ทั้งระบบ รวมถึงระบบแนะนำโฆษณา เพื่อแสดงความโปร่งใสท่ามกลางแรงกดดันจากหน่วยงานยุโรป พร้อมสัญญาว่าจะอัปเดตโค้ดเป็นประจำ ต่างจากครั้งก่อนที่ปล่อยแล้วปล่อยทิ้ง สะท้อนความพยายามกู้ศรัทธาผู้ใช้และนักพัฒนาในช่วงที่แพลตฟอร์มถูกจับตาอย่างหนัก 🔗 https://securityonline.info/the-glass-box-musk-pledges-full-x-algorithm-ad-transparency-in-7-days 🕵️‍♂️ ข้อมูล Instagram 17.5 ล้านบัญชีหลุดสู่ดาร์กเว็บ เกิดเหตุข้อมูลผู้ใช้ Instagram จำนวนกว่า 17.5 ล้านบัญชีถูกนำไปขายบนดาร์กเว็บ ครอบคลุมอีเมล เบอร์โทร และข้อมูลระบุตัวตน ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากเริ่มได้รับอีเมลรีเซ็ตรหัสผ่านปลอม ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้เปิด 2FA และตรวจสอบแอปที่เชื่อมต่อ ขณะที่ Meta ระบุว่าเป็นเพียงช่องโหว่การร้องขอรีเซ็ตรหัสผ่าน ไม่ใช่การเจาะระบบโดยตรง 🔗 https://securityonline.info/the-solonik-leak-17-5-million-instagram-profiles-exposed-on-dark-web 🛡️ ช่องโหว่ OWASP CRS เปิดทางโจมตี WAF (เล่าเรื่องแทนเพราะถูกกรองเนื้อหา) มีรายงานว่าระบบกรองภัยคุกคามของเว็บ (WAF) ที่ใช้กฎ OWASP CRS พบช่องโหว่สำคัญที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับได้ ส่งผลให้เว็บไซต์จำนวนมากเสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบ XSS และการเจาะระบบรูปแบบอื่น แม้รายละเอียดเชิงเทคนิคถูกจำกัดไว้สำหรับผู้สนับสนุน แต่ประเด็นนี้สะท้อนว่าระบบป้องกันเว็บยังต้องเฝ้าระวังและอัปเดตอย่างต่อเนื่อง 🔗 https://securityonline.info/wafs-wide-open-critical-owasp-crs-flaw-bypasses-filters
    0 Comments 0 Shares 105 Views 0 Reviews
  • ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ลงพื้นที่จังหวัดตราด ตรวจค้นและเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อสนับสนุนความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน
    .
    กองบัญชาการกองทัพไทย โดยศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 2 สนับสนุนหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เข้าตรวจค้นพื้นที่บ้านท่าเส้น ตำบลแหลมสกัด อำเภอเมือง จังหวัดตราด
    .
    จากการตรวจค้นพบระเบิดขว้าง TYPE-67 จำนวน 2 ลูก และสามารถเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยได้รวม 1,354 ตารางเมตร เพื่อคืนความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003200
    .
    #News1live #News1 #ศทช #ทุ่นระเบิด #จังหวัดตราด #ความมั่นคง
    ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ลงพื้นที่จังหวัดตราด ตรวจค้นและเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อสนับสนุนความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน . กองบัญชาการกองทัพไทย โดยศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 2 สนับสนุนหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เข้าตรวจค้นพื้นที่บ้านท่าเส้น ตำบลแหลมสกัด อำเภอเมือง จังหวัดตราด . จากการตรวจค้นพบระเบิดขว้าง TYPE-67 จำนวน 2 ลูก และสามารถเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยได้รวม 1,354 ตารางเมตร เพื่อคืนความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003200 . #News1live #News1 #ศทช #ทุ่นระเบิด #จังหวัดตราด #ความมั่นคง
    Like
    3
    0 Comments 0 Shares 120 Views 0 Reviews
  • การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าชะมวง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา กลายเป็นที่จับตา หลังผู้สมัครเพียงรายเดียวพ่ายแพ้ให้กับบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด หรือโหวตโน ในการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ
    .
    ผลการเลือกตั้งพบว่า นายหำ ขุนเศษเกื้อ ได้คะแนน 2,913 คะแนน ขณะที่บัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใดมีจำนวน 6,598 ใบ คิดเป็นกว่า 61 เปอร์เซ็นต์ ส่วนบัตรเสียมี 1,206 ใบ โดยก่อนหน้านี้ นายพยอม สังข์ทอง ผู้สมัครอีกราย ถูกลอบยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 และถูกขีดฆ่าชื่อออกจากบัตรเลือกตั้ง
    .
    ขณะนี้คดีการลอบยิงยังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ โดยตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำความผิด ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อกระบวนการยุติธรรมและสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003140
    .
    #News1live #News1 #เลือกตั้งท้องถิ่น #สงขลา #โหวตโน #การเมืองท้องถิ่น
    การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าชะมวง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา กลายเป็นที่จับตา หลังผู้สมัครเพียงรายเดียวพ่ายแพ้ให้กับบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด หรือโหวตโน ในการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ . ผลการเลือกตั้งพบว่า นายหำ ขุนเศษเกื้อ ได้คะแนน 2,913 คะแนน ขณะที่บัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใดมีจำนวน 6,598 ใบ คิดเป็นกว่า 61 เปอร์เซ็นต์ ส่วนบัตรเสียมี 1,206 ใบ โดยก่อนหน้านี้ นายพยอม สังข์ทอง ผู้สมัครอีกราย ถูกลอบยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 และถูกขีดฆ่าชื่อออกจากบัตรเลือกตั้ง . ขณะนี้คดีการลอบยิงยังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ โดยตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำความผิด ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อกระบวนการยุติธรรมและสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003140 . #News1live #News1 #เลือกตั้งท้องถิ่น #สงขลา #โหวตโน #การเมืองท้องถิ่น
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 102 Views 0 Reviews
  • เกิดเหตุสะเทือนขวัญกลางดึก คนร้ายก่อเหตุใช้วัตถุระเบิดลักษณะคล้าย “ปะทัดดัดแปลง” โยนใส่บริเวณบ้านนักข่าวในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์
    .
    แรงระเบิดทำให้รถยนต์เก๋งที่จอดอยู่ข้างบ้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก เคราะห์ดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ตำรวจเร่งปิดพื้นที่ตรวจสอบและเก็บพยานหลักฐาน
    .
    จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบคนร้ายก่อเหตุช่วงกลางดึก ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบเส้นทางหลบหนี
    .
    เบื้องต้นคาดว่าแรงจูงใจอาจเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่สื่อมวลชน หลังมีการนำเสนอข่าวที่กระทบต่อกลุ่มอิทธิพลและขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่
    .
    ตำรวจยืนยันจะเร่งคลี่คลายคดี และดูแลความปลอดภัยของผู้สื่อข่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นเหตุที่กระทบต่อเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสื่อ
    .
    อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9690000003068
    .
    #News1 #News1live #นักข่าว #ความปลอดภัยสื่อ #ประจวบคีรีขันธ์
    เกิดเหตุสะเทือนขวัญกลางดึก คนร้ายก่อเหตุใช้วัตถุระเบิดลักษณะคล้าย “ปะทัดดัดแปลง” โยนใส่บริเวณบ้านนักข่าวในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ . แรงระเบิดทำให้รถยนต์เก๋งที่จอดอยู่ข้างบ้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก เคราะห์ดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ตำรวจเร่งปิดพื้นที่ตรวจสอบและเก็บพยานหลักฐาน . จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบคนร้ายก่อเหตุช่วงกลางดึก ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบเส้นทางหลบหนี . เบื้องต้นคาดว่าแรงจูงใจอาจเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่สื่อมวลชน หลังมีการนำเสนอข่าวที่กระทบต่อกลุ่มอิทธิพลและขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ . ตำรวจยืนยันจะเร่งคลี่คลายคดี และดูแลความปลอดภัยของผู้สื่อข่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นเหตุที่กระทบต่อเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสื่อ . อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9690000003068 . #News1 #News1live #นักข่าว #ความปลอดภัยสื่อ #ประจวบคีรีขันธ์
    Like
    Love
    2
    0 Comments 0 Shares 94 Views 0 Reviews
  • ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เผยความเสียหายจากเหตุลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันในพื้นที่ 3 อำเภอ รวม 4 จุด มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นพุ่งเกือบ 60 ล้านบาท
    .
    จากการตรวจสอบพบว่าหัวจ่ายน้ำมันได้รับความเสียหายทั้งหมด ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มได้รับผลกระทบ กระจกแตกกระจาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย
    .
    ผู้ว่าฯ ย้ำภารกิจเร่งด่วนคือการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ และฟื้นฟูความเชื่อมั่น พร้อมสั่งการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดในพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003110
    .
    #News1 #News1live #ยะลา #ความมั่นคง #เศรษฐกิจชายแดน
    ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เผยความเสียหายจากเหตุลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันในพื้นที่ 3 อำเภอ รวม 4 จุด มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นพุ่งเกือบ 60 ล้านบาท . จากการตรวจสอบพบว่าหัวจ่ายน้ำมันได้รับความเสียหายทั้งหมด ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มได้รับผลกระทบ กระจกแตกกระจาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย . ผู้ว่าฯ ย้ำภารกิจเร่งด่วนคือการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ และฟื้นฟูความเชื่อมั่น พร้อมสั่งการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดในพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003110 . #News1 #News1live #ยะลา #ความมั่นคง #เศรษฐกิจชายแดน
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 92 Views 0 Reviews
  • ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการเร่งรัดการสืบสวนติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 11 แห่ง พร้อมกำชับการติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด และยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยในทุกมิติ
    .
    โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ได้มอบหมายให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ประสานการทำงานทุกหน่วย รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่
    .
    ขณะเดียวกัน ได้เน้นย้ำการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงการดูแลด้านการรักษาและสวัสดิการผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมยืนยันว่าตำรวจจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003077
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนใต้ #ความปลอดภัย #ตำรวจ #สถานการณ์ใต้
    ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการเร่งรัดการสืบสวนติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 11 แห่ง พร้อมกำชับการติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด และยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยในทุกมิติ . โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ได้มอบหมายให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ประสานการทำงานทุกหน่วย รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ . ขณะเดียวกัน ได้เน้นย้ำการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงการดูแลด้านการรักษาและสวัสดิการผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมยืนยันว่าตำรวจจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003077 . #News1live #News1 #ชายแดนใต้ #ความปลอดภัย #ตำรวจ #สถานการณ์ใต้
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 95 Views 0 Reviews
  • หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกประกาศเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ กำหนดห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานทั่วทั้งจังหวัดนราธิวาส ในช่วงเวลา 21.00–05.00 น. เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
    .
    มาตรการดังกล่าวเป็นการรับมือกับสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ พร้อมเพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบการเดินทางและยานพาหนะ โดยเฉพาะบริเวณจุดผ่านแดนชายแดนไทย–มาเลเซีย เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนและทรัพย์สิน
    .
    ทั้งนี้ การออกนอกเคหะสถานในช่วงเวลาที่กำหนด จะทำได้เฉพาะกรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน และต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003021
    .
    #News1live #News1 #นราธิวาส #เคอร์ฟิว #ความปลอดภัย #ชายแดนใต้
    หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกประกาศเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ กำหนดห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานทั่วทั้งจังหวัดนราธิวาส ในช่วงเวลา 21.00–05.00 น. เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2569 เป็นต้นไป . มาตรการดังกล่าวเป็นการรับมือกับสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ พร้อมเพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบการเดินทางและยานพาหนะ โดยเฉพาะบริเวณจุดผ่านแดนชายแดนไทย–มาเลเซีย เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนและทรัพย์สิน . ทั้งนี้ การออกนอกเคหะสถานในช่วงเวลาที่กำหนด จะทำได้เฉพาะกรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน และต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003021 . #News1live #News1 #นราธิวาส #เคอร์ฟิว #ความปลอดภัย #ชายแดนใต้
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 92 Views 0 Reviews
  • ความคืบหน้าเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส หลังเกิดเหตุลอบก่อเหตุในสถานีบริการน้ำมันหลายจุด เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด พบร่องรอยคราบเลือดต้องสงสัย 1 จุด คาดว่าเป็นของผู้ก่อเหตุที่ได้รับบาดเจ็บก่อนหลบหนี
    .
    ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดแรงระเบิด 1 นาย ระหว่างเข้าปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ ได้รับการปฐมพยาบาลและอาการปลอดภัยแล้ว
    .
    จากการตรวจสอบพบว่า เหตุการณ์ในหลายอำเภอมีลักษณะและวิธีการใกล้เคียงกัน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ภาพจากกล้องวงจรปิด และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุซ้ำและดูแลความปลอดภัยของประชาชน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002991
    .
    #News1live #News1 #นราธิวาส #ชายแดนใต้ #ความไม่สงบ #ความปลอดภัย
    ความคืบหน้าเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส หลังเกิดเหตุลอบก่อเหตุในสถานีบริการน้ำมันหลายจุด เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด พบร่องรอยคราบเลือดต้องสงสัย 1 จุด คาดว่าเป็นของผู้ก่อเหตุที่ได้รับบาดเจ็บก่อนหลบหนี . ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดแรงระเบิด 1 นาย ระหว่างเข้าปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ ได้รับการปฐมพยาบาลและอาการปลอดภัยแล้ว . จากการตรวจสอบพบว่า เหตุการณ์ในหลายอำเภอมีลักษณะและวิธีการใกล้เคียงกัน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ภาพจากกล้องวงจรปิด และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุซ้ำและดูแลความปลอดภัยของประชาชน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002991 . #News1live #News1 #นราธิวาส #ชายแดนใต้ #ความไม่สงบ #ความปลอดภัย
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 98 Views 0 Reviews
  • จีน รัสเซีย และอิหร่าน เริ่มการซ้อมรบทางทะเลร่วมเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ในน่านน้ำใกล้แอฟริกาใต้ ภายใต้กรอบความร่วมมือ “BRICS Plus” โดยฝ่ายเจ้าภาพระบุว่าเป็นการฝึกเพื่อเสริมความปลอดภัยด้านการเดินเรือและกิจกรรมทางเศรษฐกิจทางทะเล
    .
    การซ้อมรบครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับหลายประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS Plus ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลไกถ่วงดุลอิทธิพลของชาติตะวันตกในเวทีโลก โดยมีบางประเทศเข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์
    .
    ด้านกองทัพแอฟริกาใต้ยืนยันว่าการซ้อมรบเป็นความร่วมมือทางทหารตามปกติ ไม่ได้มุ่งเป้าเชิงการเมืองหรือเป็นปรปักษ์ต่อสหรัฐฯ ขณะที่ประเด็นดังกล่าวยังคงถูกจับตาในบริบทความเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลก
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002888
    .
    #News1live #News1 #BRICSPlus #ซ้อมรบทางทะเล #การเมืองโลก #ภูมิรัฐศาสตร์
    จีน รัสเซีย และอิหร่าน เริ่มการซ้อมรบทางทะเลร่วมเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ในน่านน้ำใกล้แอฟริกาใต้ ภายใต้กรอบความร่วมมือ “BRICS Plus” โดยฝ่ายเจ้าภาพระบุว่าเป็นการฝึกเพื่อเสริมความปลอดภัยด้านการเดินเรือและกิจกรรมทางเศรษฐกิจทางทะเล . การซ้อมรบครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับหลายประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS Plus ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลไกถ่วงดุลอิทธิพลของชาติตะวันตกในเวทีโลก โดยมีบางประเทศเข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ . ด้านกองทัพแอฟริกาใต้ยืนยันว่าการซ้อมรบเป็นความร่วมมือทางทหารตามปกติ ไม่ได้มุ่งเป้าเชิงการเมืองหรือเป็นปรปักษ์ต่อสหรัฐฯ ขณะที่ประเด็นดังกล่าวยังคงถูกจับตาในบริบทความเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลก . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002888 . #News1live #News1 #BRICSPlus #ซ้อมรบทางทะเล #การเมืองโลก #ภูมิรัฐศาสตร์
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 96 Views 0 Reviews
  • เกิดอุบัติเหตุรถตู้ทะเบียนกรุงเทพมหานคร เสียหลักชนเสาป้ายแสดงผลด่านชั่งน้ำหนักในพื้นที่อำเภอเมืองกำแพงเพชร ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถทั้งคัน
    .
    เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยเข้าควบคุมสถานการณ์ พบคนขับติดอยู่ภายในรถและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นไม่พบผู้โดยสารรายอื่น โดยท้ายรถพบถังเชื้อเพลิง NGV
    .
    เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียดจากภาพวงจรปิดและหลักฐานในที่เกิดเหตุ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประเมินความเสียหายบริเวณด่านชั่งน้ำหนัก
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002890
    .
    #News1live #News1 #กำแพงเพชร #อุบัติเหตุ #รถตู้ #ความปลอดภัยทางถนน
    เกิดอุบัติเหตุรถตู้ทะเบียนกรุงเทพมหานคร เสียหลักชนเสาป้ายแสดงผลด่านชั่งน้ำหนักในพื้นที่อำเภอเมืองกำแพงเพชร ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถทั้งคัน . เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยเข้าควบคุมสถานการณ์ พบคนขับติดอยู่ภายในรถและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นไม่พบผู้โดยสารรายอื่น โดยท้ายรถพบถังเชื้อเพลิง NGV . เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียดจากภาพวงจรปิดและหลักฐานในที่เกิดเหตุ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประเมินความเสียหายบริเวณด่านชั่งน้ำหนัก . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002890 . #News1live #News1 #กำแพงเพชร #อุบัติเหตุ #รถตู้ #ความปลอดภัยทางถนน
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 82 Views 0 Reviews
  • เกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ส่งผลให้สถานีบริการน้ำมัน ปตท. หลายแห่งได้รับความเสียหาย รวมแล้ว 11 จุด ในจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
    .
    รายงานระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในหลายอำเภอพร้อมกัน นอกจากนี้ยังมีเหตุบริเวณหน้าหน่วยปฏิบัติการของตำรวจตระเวนชายแดนในอำเภอสุไหงโก-ลก ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นาย โดยไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
    .
    แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเร่งติดตามผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามกฎหมาย ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงวันเลือกตั้งสมาชิกและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002898
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนใต้ #ความมั่นคง #เลือกตั้งอบต #เหตุไม่สงบ
    เกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ส่งผลให้สถานีบริการน้ำมัน ปตท. หลายแห่งได้รับความเสียหาย รวมแล้ว 11 จุด ในจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส . รายงานระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในหลายอำเภอพร้อมกัน นอกจากนี้ยังมีเหตุบริเวณหน้าหน่วยปฏิบัติการของตำรวจตระเวนชายแดนในอำเภอสุไหงโก-ลก ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นาย โดยไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต . แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเร่งติดตามผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามกฎหมาย ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงวันเลือกตั้งสมาชิกและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002898 . #News1live #News1 #ชายแดนใต้ #ความมั่นคง #เลือกตั้งอบต #เหตุไม่สงบ
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 81 Views 0 Reviews
More Results