• พ่อแม่แก่ชรา กินข้าวน้ำไม่มากหรอกเหมือนแมวดม.กินนิดๆหน่อยๆ เลี้ยงพ่อแม่ตอบแทนพระคุณท่านไปนะลูกหลาน
    เวลามาขอสมบัติจากพ่อแม่ ขอที่ไร่ที่นาคนละตั้งหลายไร่ ขอเงินเรียนหนังสือจบ ป.ตรี/ป.โท ท่านยังให้ได้ มีสำนึกนะ..
    พ่อแม่แก่ชรา กินข้าวน้ำไม่มากหรอกเหมือนแมวดม.กินนิดๆหน่อยๆ เลี้ยงพ่อแม่ตอบแทนพระคุณท่านไปนะลูกหลาน เวลามาขอสมบัติจากพ่อแม่ ขอที่ไร่ที่นาคนละตั้งหลายไร่ ขอเงินเรียนหนังสือจบ ป.ตรี/ป.โท ท่านยังให้ได้ มีสำนึกนะ..
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 35 มุมมอง 0 รีวิว
  • ค่ำคืนคืนนี้มีใจที่ไหนบ้างเอ่ย
    น้องหนาวจังเลยหนาวใจอยากหาใจห่ม
    หนาวในน้ำค้างอีกทั้งหนาวในสายลม
    ซุกใต้ผ้าห่มไม่หายหนาวกายหนาวใจ
    อันว่าหนาวลมห่มผ้าก็ซาลงแล้ว
    ได้นอนกอดแมวประทังก็ยังพอไหว
    ถ้าหากเหน็บหนาวหนักจริงก็จะผิงไฟ
    แต่หนาวที่ใจหน๊าวหนาวเกินจะกล่าวความ
    ค่ำคืนคืนนี้มีใจที่ไหนบ้างหนอ
    น้องนอนหนาวรอหัวใจมันเฝ้าไถ่ถาม
    จะมีมั่งไหมหากทราบจะขอทาบทาม
    อยากจะติดตามติดต่อใจหล่อหล่อสักใจ
    คอยเหม่อมองหาหัวใจของใครคนนั้น
    พี่จะแบ่งปันสักห้องให้น้องได้ไหม
    น้องนี้เหน็บหนาวเฝ้าคอยเหนื่อยนอยด์ทรวงใน
    พี่จะเห็นใจให้ใจน้องไหมคนดี
    ค่ำคืนคืนนี้มีใจที่ไหนบ้างเอ่ย น้องหนาวจังเลยหนาวใจอยากหาใจห่ม หนาวในน้ำค้างอีกทั้งหนาวในสายลม ซุกใต้ผ้าห่มไม่หายหนาวกายหนาวใจ อันว่าหนาวลมห่มผ้าก็ซาลงแล้ว ได้นอนกอดแมวประทังก็ยังพอไหว ถ้าหากเหน็บหนาวหนักจริงก็จะผิงไฟ แต่หนาวที่ใจหน๊าวหนาวเกินจะกล่าวความ ค่ำคืนคืนนี้มีใจที่ไหนบ้างหนอ น้องนอนหนาวรอหัวใจมันเฝ้าไถ่ถาม จะมีมั่งไหมหากทราบจะขอทาบทาม อยากจะติดตามติดต่อใจหล่อหล่อสักใจ คอยเหม่อมองหาหัวใจของใครคนนั้น พี่จะแบ่งปันสักห้องให้น้องได้ไหม น้องนี้เหน็บหนาวเฝ้าคอยเหนื่อยนอยด์ทรวงใน พี่จะเห็นใจให้ใจน้องไหมคนดี
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 116 มุมมอง 0 รีวิว
  • น้องสาวเจ้าของบ้านแมวส้มบอก
    "พี่กอล์ฟมาจัดสวนให้ที่บ้านหน่อย"
    (กอล์ฟในที่นี้หมายถึง lit nit)
    ....
    น้องบอก
    "พี่ หนูรับเหมาตกแต่งภายในมันมีเศษไม้เยอะ แปลงผักใช้ไม้พวกนี้ทำก็ได้ ผุเมื่อไหร่เดี๋ยวให้แฟนเปลี่ยนอันใหม่ มีแผ่นพื้นที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อีกนะ เอามาทำอะไรได้บ้าง ?"
    ....
    น้องบอกอีก
    "พี่ ขอต้นไม้ที่ทำอาหารแมวได้ด้วยนะ หนูมีแมวอ้วนหลายตัว"
    ....
    lit nit ก็เลยทำแปลงผักพร้อมระบบน้ำอัตโนมัติอย่างง่าย ส่วนพืชผักสวนครัวก็พริก กะเพรา ตะไคร้ มะกรูด มะนาว ฯลฯ แค่นี้ก็พอจะปรุงอาหารแมวได้แล้ว
    #ก็เพิ่งรู้ว่าเดี๋ยวนี้เขาเลี้ยงแมวไว้เป็นอาหารในครัวเรือนนี่เอง ดีแล้ว นี่แหละที่เรียกว่าความมั่นคงทางอาหาร
    น้องสาวเจ้าของบ้านแมวส้มบอก "พี่กอล์ฟมาจัดสวนให้ที่บ้านหน่อย" (กอล์ฟในที่นี้หมายถึง lit nit) .... น้องบอก "พี่ หนูรับเหมาตกแต่งภายในมันมีเศษไม้เยอะ แปลงผักใช้ไม้พวกนี้ทำก็ได้ ผุเมื่อไหร่เดี๋ยวให้แฟนเปลี่ยนอันใหม่ มีแผ่นพื้นที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อีกนะ เอามาทำอะไรได้บ้าง ?" .... น้องบอกอีก "พี่ ขอต้นไม้ที่ทำอาหารแมวได้ด้วยนะ หนูมีแมวอ้วนหลายตัว" .... lit nit ก็เลยทำแปลงผักพร้อมระบบน้ำอัตโนมัติอย่างง่าย ส่วนพืชผักสวนครัวก็พริก กะเพรา ตะไคร้ มะกรูด มะนาว ฯลฯ แค่นี้ก็พอจะปรุงอาหารแมวได้แล้ว #ก็เพิ่งรู้ว่าเดี๋ยวนี้เขาเลี้ยงแมวไว้เป็นอาหารในครัวเรือนนี่เอง ดีแล้ว นี่แหละที่เรียกว่าความมั่นคงทางอาหาร
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 214 มุมมอง 0 รีวิว
  • ♣ บิ๊กโจ๊กผงาด ผบ.ตร.โซเชียล ด้วยชีวิตแมวตัวสุดท้ายของผู้ช่วยอัจฉริยะ
    #7ดอกจิก
    #บิ๊กโจ๊ก
    ♣ บิ๊กโจ๊กผงาด ผบ.ตร.โซเชียล ด้วยชีวิตแมวตัวสุดท้ายของผู้ช่วยอัจฉริยะ #7ดอกจิก #บิ๊กโจ๊ก
    Haha
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 395 มุมมอง 14 0 รีวิว
  • สวัสดีเธอชื่อโกโก้ แมวที่น่ารักของฉัน อดีตแมวจร อดมื้อกินมื้อ
    สวัสดีเธอชื่อโกโก้ แมวที่น่ารักของฉัน อดีตแมวจร อดมื้อกินมื้อ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 88 มุมมอง 0 รีวิว
  • โจร 500 เอ้ยๆ โจ๊ก 500 แมว 9 ชีวิต แต่ตุยเกินโควต้าไปแล้วรวม 13 ชีวิต ใครยังหลงเชื่อหลงเชียร์ตามกระแสที่สื่อโจ๊กปั่น ระหว่างอาหารเป็นพิษ เพราะรับทานโจ๊กบูด
    #คิงส์โพธิ์แดง
    #บิ๊กโจ๊ก
    โจร 500 เอ้ยๆ โจ๊ก 500 แมว 9 ชีวิต แต่ตุยเกินโควต้าไปแล้วรวม 13 ชีวิต ใครยังหลงเชื่อหลงเชียร์ตามกระแสที่สื่อโจ๊กปั่น ระหว่างอาหารเป็นพิษ เพราะรับทานโจ๊กบูด #คิงส์โพธิ์แดง #บิ๊กโจ๊ก
    Haha
    1
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 391 มุมมอง 0 รีวิว
  • อาหารต้องห้าม...แมว
    อาหารต้องห้าม...แมว
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 69 มุมมอง 0 รีวิว
  • 😺😺#แมวงัยใครก็รัก #ว่างว่างก็แวะมา
    😺😺#แมวงัยใครก็รัก #ว่างว่างก็แวะมา
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 262 มุมมอง 1 0 รีวิว
  • วันนี้ไปอัพเดทอาการ ใช้สิทธิ์ 30 บาท แต่เหลือเงินกินข้าวหมกไก่แค่ 40 บาท แต่อิ่มนี้ไม่สูญเปล่า แต่ไม่ค่อยได้ซื้ออะไรหลังตรวจเสร็จ เพราะเงินช็อตไส้แห้ง ผมจะบ้าตายเพราะเงินหมุนไม่ทันเหมือนครั้งที่แล้วยังมาหลอกหลอนในหัวผม ทำให้ต้องคิดลบมากขึ้น และรอยร้าวระหว่างผมกับทั้งครอบครัวเริ่มแตกปริขึ้น จนผมต้องแบมือขอเงินคนในครอบครัวบ้าง ญาติมิตรบ้าง แต่ก็พยายามจะใช้เงินให้ประหยัดที่สุด แต่หยุดกาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง ทดด้วยนมผสมโอเมก้า3,6,9,สฟิงโกไมอิลินและนมผสมมอลต์สกัดทำให้ไม่เครียดมากเหมือนครั้งก่อน แต่ก่อนเครียดมากนอยด์มากครอบครัวกดดันหนักมากจนผมเกือบจะคิดสั้น แต่คิดแยกตัวไปหากินคนละที่ดีกว่า สิ่งแวดล้อม (Environment) ดีกว่า วันนี้ผมคงเจ็บเหมือนโดนแทงใจดำล่วงหน้า และมาเจ็บจนต้องคิดลบอย่างทรมานสุดท้ายผมต้องขอข้าวชาวบ้านกินไม่ก็ถึงขั้นแย่งข้าวหมาแมวกิน แล้วที่ผ่านมาก็มูจนไม่มีเงินเก็บเหลือไปต่อยอดทำธุรกิจ แม้แต่สตาร์ทอัพผมต้องใช้ทุนตัวเอง
    วันนี้ไปอัพเดทอาการ ใช้สิทธิ์ 30 บาท แต่เหลือเงินกินข้าวหมกไก่แค่ 40 บาท แต่อิ่มนี้ไม่สูญเปล่า แต่ไม่ค่อยได้ซื้ออะไรหลังตรวจเสร็จ เพราะเงินช็อตไส้แห้ง ผมจะบ้าตายเพราะเงินหมุนไม่ทันเหมือนครั้งที่แล้วยังมาหลอกหลอนในหัวผม ทำให้ต้องคิดลบมากขึ้น และรอยร้าวระหว่างผมกับทั้งครอบครัวเริ่มแตกปริขึ้น จนผมต้องแบมือขอเงินคนในครอบครัวบ้าง ญาติมิตรบ้าง แต่ก็พยายามจะใช้เงินให้ประหยัดที่สุด แต่หยุดกาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง ทดด้วยนมผสมโอเมก้า3,6,9,สฟิงโกไมอิลินและนมผสมมอลต์สกัดทำให้ไม่เครียดมากเหมือนครั้งก่อน แต่ก่อนเครียดมากนอยด์มากครอบครัวกดดันหนักมากจนผมเกือบจะคิดสั้น แต่คิดแยกตัวไปหากินคนละที่ดีกว่า สิ่งแวดล้อม (Environment) ดีกว่า วันนี้ผมคงเจ็บเหมือนโดนแทงใจดำล่วงหน้า และมาเจ็บจนต้องคิดลบอย่างทรมานสุดท้ายผมต้องขอข้าวชาวบ้านกินไม่ก็ถึงขั้นแย่งข้าวหมาแมวกิน แล้วที่ผ่านมาก็มูจนไม่มีเงินเก็บเหลือไปต่อยอดทำธุรกิจ แม้แต่สตาร์ทอัพผมต้องใช้ทุนตัวเอง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 239 มุมมอง 0 รีวิว
  • 📌ข้อคิดดีๆฝากถึง Gen-Y และ Gen-Xตลอดจน ผู้ที่กำลังก้าวเข้าสู่ผู้สูงวัยจาก
    ➡️นายแพทย์ เฉก ธนะสิริ (ปัจจุบันอายุ 99 ปี) เจ้าของผลงานหนังสือ
    “อายุ 120 ปี ทำไมจะทำให้ไม่ได้”

    1. ผมเริ่มหันมาดูแลตัวเองอย่างจริงจังตั้งแต่อายุ 35 ปี ผมเป็นนักกีฬา ไม่เคยป่วย ไม่เคยเจ็บ ตอนทำงานคนอื่นเขาลาป่วยกัน ผมไม่เคยลา ผมวิ่ง ว่ายน้ำ ขึ้นเขาลงห้วยมาหมด พอเป็นอย่างนั้นผมก็มาตั้งเป้าหมายของตัวเองว่าอยากมีอายุยืนยาวถึง 120 ปี

    2. ที่ผมตั้งเป้าหมายว่าอยากมีอายุถึง 120 ปี ก็เพราะ หนึ่งผมเป็นหมอ เลยอยากทดลองกับตัวเอง และสองเป็นการทำให้ตัวเองไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ไม่นอนป่วย ถ้าเป็นคนอื่นที่มีอายุขนาดนี้เขาป่วยตายกันไปเเล้ว แต่ผมยังเเข็งแรง ขับรถทางไกลไปหัวหิน ไปไหนมาไหนได้สบายๆ

    3. ผมกินแบบช้าง ม้า วัว ควาย ไม่ได้กินแบบเสือ สิงโต หมา แมว เนื้อสัตว์ผมจะกินให้น้อยที่สุด กินเเต่ผัก กินผลไม้ ก็ทำให้แข็งแรงน่ะสิ ตลอดชีวิตผมให้เลือดไปทั้งหมด 114 ครั้ง ได้เลือดรวม 60 ลิตร ผมให้เลือดจนถึงอายุ 70 กว่าปีเพราะแข็งแรง คนปกติแค่อายุ 60 เขาก็หยุดให้เเล้ว เพราะกรุ๊ปเลือดผมเป็นเอบี หายาก มีน้อย

    4. สุขภาพที่ดีมาจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ น้ำหนักส่วนสูงต้องเป๊ะ คนอ้วนๆ ตายเร็วทั้งนั้นแหละ สังเกตดีๆ คนอายุยืนรูปร่างจะสูงเพรียว แต่ถ้าอ้วน ความดัน เบาหวาน โรคไต โรคตับ โรคอะไรร้อยแปด สุดท้ายก็ตายเร็ว

    5. ถ้าอยากดูแลสุขภาพตัวเอง เริ่มต้นง่ายๆ แค่ดูน้ำหนักกับส่วนสูง ผู้ชายสูงกี่เซนติเมตรให้เอา 100 ลบ แก้ผ้าชั่งน้ำหนักเลยนะ สมมติสูง 170 หัวเด็ดตีนขาดอย่าเกิน 70 กิโลกรัม ถ้าจะให้ดียิ่งไปอีกเอา 105 ลบ ส่วนผู้หญิงให้เอา 110 ลบ หุ่นนางงามอย่าง อาภัสรา หงสกุล สูง 170 น้ำหนัก 50 กิโลกรัม เห็นไหมเขาถึงได้เป็นมิสยูนิเวิร์ส

    6. การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด ไม่ต้องมีสระว่ายน้ำ ไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไร นอกจากไปซื้อรองเท้ามาคู่หนึ่ง คนวัยทำงานควรหาเวลาออกกำลังกายอย่างน้อยๆ 3-4 วันใน 1 สัปดาห์ ก็ไปวิ่งสิ ให้ได้สักวันละ 5 กิโลเมตร วิ่งแล้วหัวใจก็แข็งแรง กล้ามเนื้อเเข็งแรง เหงื่อออก น้ำหนักตัวก็จะลดลง

    7. คนเราก็มีอยู่สองอย่าง มีคิดผิดกับคิดถูก ที่บอกว่ายิ่งแก่ยิ่งหมดไฟในการมีชีวิต ก็คนแบบนั้นมันคิดไม่เป็นไง หรือไม่ได้คิด เอาแต่เที่ยวเตร่ กินเหล้าเมายา สูบบุหรี่ เที่ยวหามรุ่งหามค่ำ แต่ผมไม่ ทุกวันนี้สนุกจะตาย ทดลองใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ

    8. คำว่า ‘ความสุข’ กับ ‘อายุยืน’ นั้นมาคู่กัน สุขอื่นใดยิ่งกว่าความสงบไม่มี พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ เพราะฉะนั้น เราก็ทำจิตใจให้สบาย สงบ ไม่เครียด ไม่จุ้นจ้าน ไม่หาเรื่อง ไม่โกรธ จิตใจมันก็สบาย แล้วสร้างแต่บุญสร้างแต่กุศล คนชั่ว คนใจบาปหยาบช้าไม่มีทางมีความสุขและอายุยืนยาวได้เลย คุณต้องทำจิตใจให้สบาย สร้างแต่บุญกุศล และทำแต่ความดี

    9. ผมแทบไม่มีเรื่องที่เสียดายในชีวิต เพราะผมวางแผนไว้หมดทุกอย่าง ผมเริ่มต้นดูแลสุขภาพมาตั้งแต่อายุยังน้อยๆ วางแผนทุกอย่างตั้งแต่การออกกำลังกาย การกินอาหาร และพักผ่อนนอนหลับ เรื่องที่เสียดายเกือบจะไม่มี เพราะชีวิตมันคือการวางแผน ผมวางแผนไว้ตั้งแต่หนุ่มๆ และมันเป็นไปตามแผนหมดทุกอย่าง หนังสืองานศพก็มี ความหมายของการมีหนังสืองานศพของตัวเองคือ การเตรียมตัวเตรียมใจ พูดง่ายๆ ว่าเตรียมพร้อมทุกอย่างไว้แล้ว คนเขียนคำไว้อาลัยให้เสร็จสรรพเรียบร้อยหมด

    10. สิ่งที่มีคุณค่าสำหรับคนวัยผมก็คือ การเห็นความก้าวหน้าของลูกหลานและเหลน ลูกทุกคนมีครอบครัวที่ดี เหมือนกับเราปลูกต้นไม้ เห็นต้นไม้ออกดอกผล ไม่มีด้วงไม่มีแมลงมาเกาะมันก็คือความสุข

    11. ชีวิตคนเราไม่ต้องมีต้นแบบ ตัวเราเป็นต้นแบบของตัวเองได้ อย่างผมไง ผมดูแลสุขภาพ วางแผนชีวิตตัวเองมาตลอดตั้งแต่ยังหนุ่มๆ ไม่จำเป็นต้องหาต้นแบบจากที่ไหน

    นายแพทย์ เฉก ธนะสิริ (ปัจจุบันอายุ 99 ปี)

    ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : ผู้จัดการออนไลน์

    FB: โต๊ะป้าศรี CH Table

    (แอดมินเดือน)
    📌ข้อคิดดีๆฝากถึง Gen-Y และ Gen-Xตลอดจน ผู้ที่กำลังก้าวเข้าสู่ผู้สูงวัยจาก ➡️นายแพทย์ เฉก ธนะสิริ (ปัจจุบันอายุ 99 ปี) เจ้าของผลงานหนังสือ “อายุ 120 ปี ทำไมจะทำให้ไม่ได้” 1. ผมเริ่มหันมาดูแลตัวเองอย่างจริงจังตั้งแต่อายุ 35 ปี ผมเป็นนักกีฬา ไม่เคยป่วย ไม่เคยเจ็บ ตอนทำงานคนอื่นเขาลาป่วยกัน ผมไม่เคยลา ผมวิ่ง ว่ายน้ำ ขึ้นเขาลงห้วยมาหมด พอเป็นอย่างนั้นผมก็มาตั้งเป้าหมายของตัวเองว่าอยากมีอายุยืนยาวถึง 120 ปี 2. ที่ผมตั้งเป้าหมายว่าอยากมีอายุถึง 120 ปี ก็เพราะ หนึ่งผมเป็นหมอ เลยอยากทดลองกับตัวเอง และสองเป็นการทำให้ตัวเองไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ไม่นอนป่วย ถ้าเป็นคนอื่นที่มีอายุขนาดนี้เขาป่วยตายกันไปเเล้ว แต่ผมยังเเข็งแรง ขับรถทางไกลไปหัวหิน ไปไหนมาไหนได้สบายๆ 3. ผมกินแบบช้าง ม้า วัว ควาย ไม่ได้กินแบบเสือ สิงโต หมา แมว เนื้อสัตว์ผมจะกินให้น้อยที่สุด กินเเต่ผัก กินผลไม้ ก็ทำให้แข็งแรงน่ะสิ ตลอดชีวิตผมให้เลือดไปทั้งหมด 114 ครั้ง ได้เลือดรวม 60 ลิตร ผมให้เลือดจนถึงอายุ 70 กว่าปีเพราะแข็งแรง คนปกติแค่อายุ 60 เขาก็หยุดให้เเล้ว เพราะกรุ๊ปเลือดผมเป็นเอบี หายาก มีน้อย 4. สุขภาพที่ดีมาจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ น้ำหนักส่วนสูงต้องเป๊ะ คนอ้วนๆ ตายเร็วทั้งนั้นแหละ สังเกตดีๆ คนอายุยืนรูปร่างจะสูงเพรียว แต่ถ้าอ้วน ความดัน เบาหวาน โรคไต โรคตับ โรคอะไรร้อยแปด สุดท้ายก็ตายเร็ว 5. ถ้าอยากดูแลสุขภาพตัวเอง เริ่มต้นง่ายๆ แค่ดูน้ำหนักกับส่วนสูง ผู้ชายสูงกี่เซนติเมตรให้เอา 100 ลบ แก้ผ้าชั่งน้ำหนักเลยนะ สมมติสูง 170 หัวเด็ดตีนขาดอย่าเกิน 70 กิโลกรัม ถ้าจะให้ดียิ่งไปอีกเอา 105 ลบ ส่วนผู้หญิงให้เอา 110 ลบ หุ่นนางงามอย่าง อาภัสรา หงสกุล สูง 170 น้ำหนัก 50 กิโลกรัม เห็นไหมเขาถึงได้เป็นมิสยูนิเวิร์ส 6. การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด ไม่ต้องมีสระว่ายน้ำ ไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไร นอกจากไปซื้อรองเท้ามาคู่หนึ่ง คนวัยทำงานควรหาเวลาออกกำลังกายอย่างน้อยๆ 3-4 วันใน 1 สัปดาห์ ก็ไปวิ่งสิ ให้ได้สักวันละ 5 กิโลเมตร วิ่งแล้วหัวใจก็แข็งแรง กล้ามเนื้อเเข็งแรง เหงื่อออก น้ำหนักตัวก็จะลดลง 7. คนเราก็มีอยู่สองอย่าง มีคิดผิดกับคิดถูก ที่บอกว่ายิ่งแก่ยิ่งหมดไฟในการมีชีวิต ก็คนแบบนั้นมันคิดไม่เป็นไง หรือไม่ได้คิด เอาแต่เที่ยวเตร่ กินเหล้าเมายา สูบบุหรี่ เที่ยวหามรุ่งหามค่ำ แต่ผมไม่ ทุกวันนี้สนุกจะตาย ทดลองใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ 8. คำว่า ‘ความสุข’ กับ ‘อายุยืน’ นั้นมาคู่กัน สุขอื่นใดยิ่งกว่าความสงบไม่มี พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ เพราะฉะนั้น เราก็ทำจิตใจให้สบาย สงบ ไม่เครียด ไม่จุ้นจ้าน ไม่หาเรื่อง ไม่โกรธ จิตใจมันก็สบาย แล้วสร้างแต่บุญสร้างแต่กุศล คนชั่ว คนใจบาปหยาบช้าไม่มีทางมีความสุขและอายุยืนยาวได้เลย คุณต้องทำจิตใจให้สบาย สร้างแต่บุญกุศล และทำแต่ความดี 9. ผมแทบไม่มีเรื่องที่เสียดายในชีวิต เพราะผมวางแผนไว้หมดทุกอย่าง ผมเริ่มต้นดูแลสุขภาพมาตั้งแต่อายุยังน้อยๆ วางแผนทุกอย่างตั้งแต่การออกกำลังกาย การกินอาหาร และพักผ่อนนอนหลับ เรื่องที่เสียดายเกือบจะไม่มี เพราะชีวิตมันคือการวางแผน ผมวางแผนไว้ตั้งแต่หนุ่มๆ และมันเป็นไปตามแผนหมดทุกอย่าง หนังสืองานศพก็มี ความหมายของการมีหนังสืองานศพของตัวเองคือ การเตรียมตัวเตรียมใจ พูดง่ายๆ ว่าเตรียมพร้อมทุกอย่างไว้แล้ว คนเขียนคำไว้อาลัยให้เสร็จสรรพเรียบร้อยหมด 10. สิ่งที่มีคุณค่าสำหรับคนวัยผมก็คือ การเห็นความก้าวหน้าของลูกหลานและเหลน ลูกทุกคนมีครอบครัวที่ดี เหมือนกับเราปลูกต้นไม้ เห็นต้นไม้ออกดอกผล ไม่มีด้วงไม่มีแมลงมาเกาะมันก็คือความสุข 11. ชีวิตคนเราไม่ต้องมีต้นแบบ ตัวเราเป็นต้นแบบของตัวเองได้ อย่างผมไง ผมดูแลสุขภาพ วางแผนชีวิตตัวเองมาตลอดตั้งแต่ยังหนุ่มๆ ไม่จำเป็นต้องหาต้นแบบจากที่ไหน นายแพทย์ เฉก ธนะสิริ (ปัจจุบันอายุ 99 ปี) ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : ผู้จัดการออนไลน์ FB: โต๊ะป้าศรี CH Table (แอดมินเดือน)
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 380 มุมมอง 0 รีวิว
  • ❤️ขัอคิดดีๆฝากถึง Gen-Y Gen-X และผู้ที่กำลังก้าวเข้าสู่สูงวัยจาก
    👉นายแพทย์ เฉก ธนะสิริ (ปัจจุบันอายุ 99 ปี) เจ้าของผลงานหนังสือ
    “อายุ 120 ปี ทำไมจะทำให้ไม่ได้”

    1. ผมเริ่มหันมาดูแลตัวเองอย่างจริงจังตั้งแต่อายุ 35 ปี ผมเป็นนักกีฬา ไม่เคยป่วย ไม่เคยเจ็บ ตอนทำงานคนอื่นเขาลาป่วยกัน ผมไม่เคยลา ผมวิ่ง ว่ายน้ำ ขึ้นเขาลงห้วยมาหมด พอเป็นอย่างนั้นผมก็มาตั้งเป้าหมายของตัวเองว่าอยากมีอายุยืนยาวถึง 120 ปี

    2. ที่ผมตั้งเป้าหมายว่าอยากมีอายุถึง 120 ปี ก็เพราะ หนึ่งผมเป็นหมอ เลยอยากทดลองกับตัวเอง และสองเป็นการทำให้ตัวเองไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ไม่นอนป่วย ถ้าเป็นคนอื่นที่มีอายุขนาดนี้เขาป่วยตายกันไปเเล้ว แต่ผมยังเเข็งแรง ขับรถทางไกลไปหัวหิน ไปไหนมาไหนได้สบายๆ

    3. ผมกินแบบช้าง ม้า วัว ควาย ไม่ได้กินแบบเสือ สิงโต หมา แมว เนื้อสัตว์ผมจะกินให้น้อยที่สุด กินเเต่ผัก กินผลไม้ ก็ทำให้แข็งแรงน่ะสิ ตลอดชีวิตผมให้เลือดไปทั้งหมด 114 ครั้ง ได้เลือดรวม 60 ลิตร ผมให้เลือดจนถึงอายุ 70 กว่าปีเพราะแข็งแรง คนปกติแค่อายุ 60 เขาก็หยุดให้เเล้ว เพราะกรุ๊ปเลือดผมเป็นเอบี หายาก มีน้อย

    4. สุขภาพที่ดีมาจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ น้ำหนักส่วนสูงต้องเป๊ะ คนอ้วนๆ ตายเร็วทั้งนั้นแหละ สังเกตดีๆ คนอายุยืนรูปร่างจะสูงเพรียว แต่ถ้าอ้วน ความดัน เบาหวาน โรคไต โรคตับ โรคอะไรร้อยแปด สุดท้ายก็ตายเร็ว

    5. ถ้าอยากดูแลสุขภาพตัวเอง เริ่มต้นง่ายๆ แค่ดูน้ำหนักกับส่วนสูง ผู้ชายสูงกี่เซนติเมตรให้เอา 100 ลบ แก้ผ้าชั่งน้ำหนักเลยนะ สมมติสูง 170 หัวเด็ดตีนขาดอย่าเกิน 70 กิโลกรัม ถ้าจะให้ดียิ่งไปอีกเอา 105 ลบ ส่วนผู้หญิงให้เอา 110 ลบ หุ่นนางงามอย่าง อาภัสรา หงสกุล สูง 170 น้ำหนัก 50 กิโลกรัม เห็นไหมเขาถึงได้เป็นมิสยูนิเวิร์ส

    6. การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด ไม่ต้องมีสระว่ายน้ำ ไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไร นอกจากไปซื้อรองเท้ามาคู่หนึ่ง คนวัยทำงานควรหาเวลาออกกำลังกายอย่างน้อยๆ 3-4 วันใน 1 สัปดาห์ ก็ไปวิ่งสิ ให้ได้สักวันละ 5 กิโลเมตร วิ่งแล้วหัวใจก็แข็งแรง กล้ามเนื้อเเข็งแรง เหงื่อออก น้ำหนักตัวก็จะลดลง

    7. คนเราก็มีอยู่สองอย่าง มีคิดผิดกับคิดถูก ที่บอกว่ายิ่งแก่ยิ่งหมดไฟในการมีชีวิต ก็คนแบบนั้นมันคิดไม่เป็นไง หรือไม่ได้คิด เอาแต่เที่ยวเตร่ กินเหล้าเมายา สูบบุหรี่ เที่ยวหามรุ่งหามค่ำ แต่ผมไม่ ทุกวันนี้สนุกจะตาย ทดลองใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ

    8. คำว่า ‘ความสุข’ กับ ‘อายุยืน’ นั้นมาคู่กัน สุขอื่นใดยิ่งกว่าความสงบไม่มี พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ เพราะฉะนั้น เราก็ทำจิตใจให้สบาย สงบ ไม่เครียด ไม่จุ้นจ้าน ไม่หาเรื่อง ไม่โกรธ จิตใจมันก็สบาย แล้วสร้างแต่บุญสร้างแต่กุศล คนชั่ว คนใจบาปหยาบช้าไม่มีทางมีความสุขและอายุยืนยาวได้เลย คุณต้องทำจิตใจให้สบาย สร้างแต่บุญกุศล และทำแต่ความดี

    9. ผมแทบไม่มีเรื่องที่เสียดายในชีวิต เพราะผมวางแผนไว้หมดทุกอย่าง ผมเริ่มต้นดูแลสุขภาพมาตั้งแต่อายุยังน้อยๆ วางแผนทุกอย่างตั้งแต่การออกกำลังกาย การกินอาหาร และพักผ่อนนอนหลับ เรื่องที่เสียดายเกือบจะไม่มี เพราะชีวิตมันคือการวางแผน ผมวางแผนไว้ตั้งแต่หนุ่มๆ และมันเป็นไปตามแผนหมดทุกอย่าง หนังสืองานศพก็มี ความหมายของการมีหนังสืองานศพของตัวเองคือ การเตรียมตัวเตรียมใจ พูดง่ายๆ ว่าเตรียมพร้อมทุกอย่างไว้แล้ว คนเขียนคำไว้อาลัยให้เสร็จสรรพเรียบร้อยหมด

    10. สิ่งที่มีคุณค่าสำหรับคนวัยผมก็คือ การเห็นความก้าวหน้าของลูกหลานและเหลน ลูกทุกคนมีครอบครัวที่ดี เหมือนกับเราปลูกต้นไม้ เห็นต้นไม้ออกดอกผล ไม่มีด้วงไม่มีแมลงมาเกาะมันก็คือความสุข

    11. ชีวิตคนเราไม่ต้องมีต้นแบบ ตัวเราเป็นต้นแบบของตัวเองได้ อย่างผมไง ผมดูแลสุขภาพ วางแผนชีวิตตัวเองมาตลอดตั้งแต่ยังหนุ่มๆ ไม่จำเป็นต้องหาต้นแบบจากที่ไหน

    นายแพทย์ เฉก ธนะสิริ (ปัจจุบันอายุ 99ปี
    ❤️ขัอคิดดีๆฝากถึง Gen-Y Gen-X และผู้ที่กำลังก้าวเข้าสู่สูงวัยจาก 👉นายแพทย์ เฉก ธนะสิริ (ปัจจุบันอายุ 99 ปี) เจ้าของผลงานหนังสือ “อายุ 120 ปี ทำไมจะทำให้ไม่ได้” 1. ผมเริ่มหันมาดูแลตัวเองอย่างจริงจังตั้งแต่อายุ 35 ปี ผมเป็นนักกีฬา ไม่เคยป่วย ไม่เคยเจ็บ ตอนทำงานคนอื่นเขาลาป่วยกัน ผมไม่เคยลา ผมวิ่ง ว่ายน้ำ ขึ้นเขาลงห้วยมาหมด พอเป็นอย่างนั้นผมก็มาตั้งเป้าหมายของตัวเองว่าอยากมีอายุยืนยาวถึง 120 ปี 2. ที่ผมตั้งเป้าหมายว่าอยากมีอายุถึง 120 ปี ก็เพราะ หนึ่งผมเป็นหมอ เลยอยากทดลองกับตัวเอง และสองเป็นการทำให้ตัวเองไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ไม่นอนป่วย ถ้าเป็นคนอื่นที่มีอายุขนาดนี้เขาป่วยตายกันไปเเล้ว แต่ผมยังเเข็งแรง ขับรถทางไกลไปหัวหิน ไปไหนมาไหนได้สบายๆ 3. ผมกินแบบช้าง ม้า วัว ควาย ไม่ได้กินแบบเสือ สิงโต หมา แมว เนื้อสัตว์ผมจะกินให้น้อยที่สุด กินเเต่ผัก กินผลไม้ ก็ทำให้แข็งแรงน่ะสิ ตลอดชีวิตผมให้เลือดไปทั้งหมด 114 ครั้ง ได้เลือดรวม 60 ลิตร ผมให้เลือดจนถึงอายุ 70 กว่าปีเพราะแข็งแรง คนปกติแค่อายุ 60 เขาก็หยุดให้เเล้ว เพราะกรุ๊ปเลือดผมเป็นเอบี หายาก มีน้อย 4. สุขภาพที่ดีมาจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ น้ำหนักส่วนสูงต้องเป๊ะ คนอ้วนๆ ตายเร็วทั้งนั้นแหละ สังเกตดีๆ คนอายุยืนรูปร่างจะสูงเพรียว แต่ถ้าอ้วน ความดัน เบาหวาน โรคไต โรคตับ โรคอะไรร้อยแปด สุดท้ายก็ตายเร็ว 5. ถ้าอยากดูแลสุขภาพตัวเอง เริ่มต้นง่ายๆ แค่ดูน้ำหนักกับส่วนสูง ผู้ชายสูงกี่เซนติเมตรให้เอา 100 ลบ แก้ผ้าชั่งน้ำหนักเลยนะ สมมติสูง 170 หัวเด็ดตีนขาดอย่าเกิน 70 กิโลกรัม ถ้าจะให้ดียิ่งไปอีกเอา 105 ลบ ส่วนผู้หญิงให้เอา 110 ลบ หุ่นนางงามอย่าง อาภัสรา หงสกุล สูง 170 น้ำหนัก 50 กิโลกรัม เห็นไหมเขาถึงได้เป็นมิสยูนิเวิร์ส 6. การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด ไม่ต้องมีสระว่ายน้ำ ไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไร นอกจากไปซื้อรองเท้ามาคู่หนึ่ง คนวัยทำงานควรหาเวลาออกกำลังกายอย่างน้อยๆ 3-4 วันใน 1 สัปดาห์ ก็ไปวิ่งสิ ให้ได้สักวันละ 5 กิโลเมตร วิ่งแล้วหัวใจก็แข็งแรง กล้ามเนื้อเเข็งแรง เหงื่อออก น้ำหนักตัวก็จะลดลง 7. คนเราก็มีอยู่สองอย่าง มีคิดผิดกับคิดถูก ที่บอกว่ายิ่งแก่ยิ่งหมดไฟในการมีชีวิต ก็คนแบบนั้นมันคิดไม่เป็นไง หรือไม่ได้คิด เอาแต่เที่ยวเตร่ กินเหล้าเมายา สูบบุหรี่ เที่ยวหามรุ่งหามค่ำ แต่ผมไม่ ทุกวันนี้สนุกจะตาย ทดลองใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ 8. คำว่า ‘ความสุข’ กับ ‘อายุยืน’ นั้นมาคู่กัน สุขอื่นใดยิ่งกว่าความสงบไม่มี พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ เพราะฉะนั้น เราก็ทำจิตใจให้สบาย สงบ ไม่เครียด ไม่จุ้นจ้าน ไม่หาเรื่อง ไม่โกรธ จิตใจมันก็สบาย แล้วสร้างแต่บุญสร้างแต่กุศล คนชั่ว คนใจบาปหยาบช้าไม่มีทางมีความสุขและอายุยืนยาวได้เลย คุณต้องทำจิตใจให้สบาย สร้างแต่บุญกุศล และทำแต่ความดี 9. ผมแทบไม่มีเรื่องที่เสียดายในชีวิต เพราะผมวางแผนไว้หมดทุกอย่าง ผมเริ่มต้นดูแลสุขภาพมาตั้งแต่อายุยังน้อยๆ วางแผนทุกอย่างตั้งแต่การออกกำลังกาย การกินอาหาร และพักผ่อนนอนหลับ เรื่องที่เสียดายเกือบจะไม่มี เพราะชีวิตมันคือการวางแผน ผมวางแผนไว้ตั้งแต่หนุ่มๆ และมันเป็นไปตามแผนหมดทุกอย่าง หนังสืองานศพก็มี ความหมายของการมีหนังสืองานศพของตัวเองคือ การเตรียมตัวเตรียมใจ พูดง่ายๆ ว่าเตรียมพร้อมทุกอย่างไว้แล้ว คนเขียนคำไว้อาลัยให้เสร็จสรรพเรียบร้อยหมด 10. สิ่งที่มีคุณค่าสำหรับคนวัยผมก็คือ การเห็นความก้าวหน้าของลูกหลานและเหลน ลูกทุกคนมีครอบครัวที่ดี เหมือนกับเราปลูกต้นไม้ เห็นต้นไม้ออกดอกผล ไม่มีด้วงไม่มีแมลงมาเกาะมันก็คือความสุข 11. ชีวิตคนเราไม่ต้องมีต้นแบบ ตัวเราเป็นต้นแบบของตัวเองได้ อย่างผมไง ผมดูแลสุขภาพ วางแผนชีวิตตัวเองมาตลอดตั้งแต่ยังหนุ่มๆ ไม่จำเป็นต้องหาต้นแบบจากที่ไหน นายแพทย์ เฉก ธนะสิริ (ปัจจุบันอายุ 99ปี
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 336 มุมมอง 0 รีวิว
  • เรียกลูก้า ลูก้าวิ่งมา พอกดอาหารให้ แมวแก่เหลืองวิ่งแซงเข้าหม่ำ ลูก้าอด
    เรียกลูก้า ลูก้าวิ่งมา พอกดอาหารให้ แมวแก่เหลืองวิ่งแซงเข้าหม่ำ ลูก้าอด
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 123 มุมมอง 0 รีวิว
  • กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง หลังคาคลุมทางเท้า 20 ล้าน

    ยังคงมีเรื่องดรามาไม่หยุด สำหรับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ยุคผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เมื่อมีโครงการปรับรูปแบบโครงการทางเดินเท้าแบบมีหลังคาคลุม (Covered walkway) บริเวณถนนสาทรใต้ โดยสำนักการโยธา ได้ร่วมกับศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UDDC) ศึกษาและออกแบบ ก่อสร้างนำร่องบริเวณถนนสาทรใต้ ช่วงสถานีรถไฟฟ้าลุมพินี ถึงสกายวอล์กช่องนนทรี ระยะทาง 1.6 กิโลเมตร งบประมาณ 20,523,000 บาท ระยะเวลาการก่อสร้าง 180 วัน

    แต่เนื่องจากการไฟฟ้านครหลวง ได้ดำเนินการท่อร้อยสายไฟ และมีแผนจะหักเสาไฟประมาณเดือน พ.ค. 2569 จึงต้องปรับรูปแบบการก่อสร้าง โดยทำการเว้าเพื่อหลบเสาไฟฟ้า เพื่อให้การก่อสร้างแล้วเสร็จตามแผนงาน เมื่อการไฟฟ้านครหลวงหักเสาเสร็จแล้ว ถึงจะปรับปรุงบริเวณที่มีการเว้าให้สมบูรณ์ตามแบบต่อไป

    วัตถุประสงค์หลักเพื่อให้สามารถใช้สัญจรในทุกสภาพอากาศ ท่ามกลางอากาศร้อนจัดและฝนตกชุกหลายเดือน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเลือกสัญจรโดยขนส่งมวลขนและการเดินเท้า สามารถเดินเท้าเชื่อมต่อไปยังระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดปัญหาการจราจรของเมือง และอ้างว่าประเทศสิงคโปร์ หรือเมืองต่างๆ ของไต้หวันได้ทำ

    โครงการหลังคาคลุมทางเท้า เรียกเสียงวิจารณ์จากชาวเน็ตอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นการใช้งบประมาณตกเมตรละ 13,000 บาท คุ้มค่าหรือไม่ สารพัดข้อสงสัยมีตั้งแต่ สภาพทางเท้าที่แท้จริงเหมาะกับการเดินเท้าหรือไม่ กันแดดกันฝนได้จริงหรือไม่ คนพิการใช้งานสะดวกหรือไม่ มีแสงสว่างเพียงพอในยามค่ำคืนหรือไม่ การที่ยังไม่หักเสาไฟจะกลายเป็นมุมอับสำหรับมิจฉาชีพหรือไม่ ภูมิทัศน์ไม่รกสายตาหรือไม่ เมื่อหลังคาหรือเสาสกปรกเพราะสัตว์พาหะ เช่น สุนัข แมว หนู นก ฯลฯ เศษขยะ หรือมีคนมือบอนขีดเขียน จะสามารถทำความสะอาดได้หรือไม่

    และจะแน่ใจได้อย่างไรว่าทางเท้ายังเป็นทางเท้า ไม่ถูกทำให้กลายเป็นทางสัญจรของรถจักรยานยนต์ กลายเป็นแหล่งขายของบรรดาหาบเร่แผงลอย หรือเป็นที่อยู่อาศัยหลับนอนของคนไร้บ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้เฟซบุ๊กเพจ Bangkok Sightseeing ยังเผยแพร่ภาพรถจักรยานยนต์ขับขี่บนทางเท้าถนนสาทรใต้ ที่กำลังก่อสร้างหลังคาคลุมทางเท้า และเริ่มมีวินรถจักรยานยนต์จอดรถกันเป็นกลุ่มเพื่อจับจองพื้นที่แล้ว

    หลังคาคลุมทางเท้าอาจกลายเป็นโครงการที่มีข้อครหา ไม่ต่างจากกรณีการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย ที่พบว่าลู่วิ่งราคา 7.5 แสนบาท หรือการก่อสร้างศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทางรูปแบบใหม่ ที่มีราคาสูงถึงหลังละ 280,000-320,000 บาท หรือการจัดซื้อจัดจ้างอีกมากที่ยังเคลือบแคลงสงสัย

    #Newskit
    กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง หลังคาคลุมทางเท้า 20 ล้าน ยังคงมีเรื่องดรามาไม่หยุด สำหรับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ยุคผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เมื่อมีโครงการปรับรูปแบบโครงการทางเดินเท้าแบบมีหลังคาคลุม (Covered walkway) บริเวณถนนสาทรใต้ โดยสำนักการโยธา ได้ร่วมกับศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UDDC) ศึกษาและออกแบบ ก่อสร้างนำร่องบริเวณถนนสาทรใต้ ช่วงสถานีรถไฟฟ้าลุมพินี ถึงสกายวอล์กช่องนนทรี ระยะทาง 1.6 กิโลเมตร งบประมาณ 20,523,000 บาท ระยะเวลาการก่อสร้าง 180 วัน แต่เนื่องจากการไฟฟ้านครหลวง ได้ดำเนินการท่อร้อยสายไฟ และมีแผนจะหักเสาไฟประมาณเดือน พ.ค. 2569 จึงต้องปรับรูปแบบการก่อสร้าง โดยทำการเว้าเพื่อหลบเสาไฟฟ้า เพื่อให้การก่อสร้างแล้วเสร็จตามแผนงาน เมื่อการไฟฟ้านครหลวงหักเสาเสร็จแล้ว ถึงจะปรับปรุงบริเวณที่มีการเว้าให้สมบูรณ์ตามแบบต่อไป วัตถุประสงค์หลักเพื่อให้สามารถใช้สัญจรในทุกสภาพอากาศ ท่ามกลางอากาศร้อนจัดและฝนตกชุกหลายเดือน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเลือกสัญจรโดยขนส่งมวลขนและการเดินเท้า สามารถเดินเท้าเชื่อมต่อไปยังระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดปัญหาการจราจรของเมือง และอ้างว่าประเทศสิงคโปร์ หรือเมืองต่างๆ ของไต้หวันได้ทำ โครงการหลังคาคลุมทางเท้า เรียกเสียงวิจารณ์จากชาวเน็ตอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นการใช้งบประมาณตกเมตรละ 13,000 บาท คุ้มค่าหรือไม่ สารพัดข้อสงสัยมีตั้งแต่ สภาพทางเท้าที่แท้จริงเหมาะกับการเดินเท้าหรือไม่ กันแดดกันฝนได้จริงหรือไม่ คนพิการใช้งานสะดวกหรือไม่ มีแสงสว่างเพียงพอในยามค่ำคืนหรือไม่ การที่ยังไม่หักเสาไฟจะกลายเป็นมุมอับสำหรับมิจฉาชีพหรือไม่ ภูมิทัศน์ไม่รกสายตาหรือไม่ เมื่อหลังคาหรือเสาสกปรกเพราะสัตว์พาหะ เช่น สุนัข แมว หนู นก ฯลฯ เศษขยะ หรือมีคนมือบอนขีดเขียน จะสามารถทำความสะอาดได้หรือไม่ และจะแน่ใจได้อย่างไรว่าทางเท้ายังเป็นทางเท้า ไม่ถูกทำให้กลายเป็นทางสัญจรของรถจักรยานยนต์ กลายเป็นแหล่งขายของบรรดาหาบเร่แผงลอย หรือเป็นที่อยู่อาศัยหลับนอนของคนไร้บ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้เฟซบุ๊กเพจ Bangkok Sightseeing ยังเผยแพร่ภาพรถจักรยานยนต์ขับขี่บนทางเท้าถนนสาทรใต้ ที่กำลังก่อสร้างหลังคาคลุมทางเท้า และเริ่มมีวินรถจักรยานยนต์จอดรถกันเป็นกลุ่มเพื่อจับจองพื้นที่แล้ว หลังคาคลุมทางเท้าอาจกลายเป็นโครงการที่มีข้อครหา ไม่ต่างจากกรณีการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย ที่พบว่าลู่วิ่งราคา 7.5 แสนบาท หรือการก่อสร้างศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทางรูปแบบใหม่ ที่มีราคาสูงถึงหลังละ 280,000-320,000 บาท หรือการจัดซื้อจัดจ้างอีกมากที่ยังเคลือบแคลงสงสัย #Newskit
    Like
    Haha
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 539 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทำงานศิลปะตั้งแต่เรียนอยู่ปี 3 (คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร) ส่วนใหญ่จะเป็นงานเพันต์ หลังจากนั้นหันมาทำหนังสือภาพประกอบสำหรับเด็ก ทำเรื่อยมาหลายสิบปี นับแล้วทำไปและได้ตีพิมพ์กว่า 50 เล่ม หลังจากนี้จะนำภาพมาลงให้ดูครับหรือใครไปเดินห้างลองแวะมุมหนังสือเด็กคงได้เห็นผลงานครับ รางวัลที่ได้จากหนังสือคือรางวัลยอดเยี่ยมจากหนังสือชื่อ "ความลับในกระสอบ" รางวัลชมเชยจาก "แกะเกเร" รางวัลหนังสือสวยงามจาก "ทำไมไม่มีปีแมว" หลังจากใช้ชีวิตในเมืองกรุงมานาน กลับมาที่บ้านเกิด ยังทำหนังสือบ้าง ทำงานออกแบบบ้าง สอนศิลปะให้แก่เด็กๆบ้าง มาสามสี่ปีที่ผ่านมาหันทำงานคอมพิวเตอร์ ออกแบบโลโก้ดู ผมพบว่าเป็นงานที่สนุกท้าทาย และเป็นงานที่ตอบโจทย์ลูกค้า เป็นงานที่สื่อสารกับคนทั่วไปผลงานมีมากมาย รางวัลที่ได้จากการประกวดกว่า 50 รางวัล ยกตัวอย่างรางวัลที่ภูมิใจคือรางวัลชนะเลิศโลโก้ 90 ปี หอการค้าไทย ในส่วนของงานอื่นจะทยอยนำมาลงให้ชมกันครับ (สนใจต้องการให้ออกแบบโลโก้ให้สอบถามได้ครับราคาไม่แพง หลักพันต้นๆครับ)
    ทำงานศิลปะตั้งแต่เรียนอยู่ปี 3 (คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร) ส่วนใหญ่จะเป็นงานเพันต์ หลังจากนั้นหันมาทำหนังสือภาพประกอบสำหรับเด็ก ทำเรื่อยมาหลายสิบปี นับแล้วทำไปและได้ตีพิมพ์กว่า 50 เล่ม หลังจากนี้จะนำภาพมาลงให้ดูครับหรือใครไปเดินห้างลองแวะมุมหนังสือเด็กคงได้เห็นผลงานครับ รางวัลที่ได้จากหนังสือคือรางวัลยอดเยี่ยมจากหนังสือชื่อ "ความลับในกระสอบ" รางวัลชมเชยจาก "แกะเกเร" รางวัลหนังสือสวยงามจาก "ทำไมไม่มีปีแมว" หลังจากใช้ชีวิตในเมืองกรุงมานาน กลับมาที่บ้านเกิด ยังทำหนังสือบ้าง ทำงานออกแบบบ้าง สอนศิลปะให้แก่เด็กๆบ้าง มาสามสี่ปีที่ผ่านมาหันทำงานคอมพิวเตอร์ ออกแบบโลโก้ดู ผมพบว่าเป็นงานที่สนุกท้าทาย และเป็นงานที่ตอบโจทย์ลูกค้า เป็นงานที่สื่อสารกับคนทั่วไปผลงานมีมากมาย รางวัลที่ได้จากการประกวดกว่า 50 รางวัล ยกตัวอย่างรางวัลที่ภูมิใจคือรางวัลชนะเลิศโลโก้ 90 ปี หอการค้าไทย ในส่วนของงานอื่นจะทยอยนำมาลงให้ชมกันครับ (สนใจต้องการให้ออกแบบโลโก้ให้สอบถามได้ครับราคาไม่แพง หลักพันต้นๆครับ)
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 169 มุมมอง 0 รีวิว
  • ชีวิตติดแมว🤍😺 #ว่างว่างก็แวะมา
    ชีวิตติดแมว🤍😺 #ว่างว่างก็แวะมา
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 224 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • บ่อยครั้งที่เห็นเพื่อนสมาชิกโพสต์ตามหาหนังสือ ที่ช่วยบรรเทาความรู้สึกหลังสูญเสียสัตว์เลี้ยงที่รักมาใหม่ ๆ ให้ไม่เศร้าจนเกินไป ผมคิดว่าพบเล่มที่ทุกคนหาแล้วล่ะ

    ปกติไม่ค่อยอ่านแนวนี้ แต่พอดีระหว่างรอคิวอ่านเล่มที่สนใจ เห็นปกเล่มนี้เข้าซึ่งภาพวาดน่ารักดี สีพาสเทลที่สบายตา ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย เลยอยากรู้ว่าเนื้อหาข้างในจะเป็นอย่างไร อีกทั้งไม่มีคนยืมด้วยก็เลยกดยืมและเข้าไปอ่านแบบอีบุ๊กดูครับ

    🐈‍⬛🐕🐈🐠

    #โอบกอดหัวใจในวันที่น้องกลับดาว
    สนพ. บลูม พับลิชชิ่ง เครือนานมีบุ๊กส์ พิมพ์ครั้งแรก มี.ค2567 (ต้นฉบับพิมพ์ปี 2565)
    สัตวแพทย์ ชิมยงฮี เขียน
    กนกพร เรืองสา แปล
    ออกแบบปกและภาพประกอบ little night
    295 บาท 217 หน้า

    ......

    เป็นหนังสืออ่านง่าย เนื้อหาในแต่ละหน้ามีการจัดวางที่ทำให้รู้สึกสบายตา ไม่หนาแน่นจนเกินไป สีพื้นหลังสวย ๆ ที่มาโทนอ่อนไม่เข้มบาดตา บวกกับภาพประกอบน่ารักสดใส เชื่อว่าจะช่วยเยียวยาจิตใจใครที่กำลังเกิดอาการเหงา เศร้า หดหู่ อันเนื่องมาจากการเพิ่งสูญเสียและจากลาสัตว์ที่ตนรักไปได้พอสมควรครับ

    🐕

    ถึงแม้จะไม่ใช่การรักษาที่ต้นตอของปัญหา ซึ่งนั่นต้องอาศัยการเรียนรู้ความจริงกับหลักธรรมในศาสนาพุทธ มาปรับใช้กับตนเอง แต่หลายคนก็อาจจะยังไม่อยากจะสนใจธรรมะในตอนนี้ และเลือกจะหาวิธีในรูปแบบอื่นก่อน ดังนั้นจากที่ได้อ่านจบแล้ว จึงขอแนะนำว่าเล่มนี้น่าจะช่วยได้

    🐈

    ผู้เขียนเป็นสัตวแพทย์ ที่เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงอย่างหมาตัวหนึ่ง ซึ่งเขารักมากและได้ตายจากไปเช่นกัน จึงมีประสบการณ์ความรู้สึกผูกพันและเจ็บปวด นอกจากนี้ในฐานะที่ทำงานในรพ.สัตว์อยู่นานถึง 11 ปี จึงมีเคสมากมายที่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องรักษาสัตว์ป่วยและบาดเจ็บ พบเห็นความสูญเสียและการพลัดพรากอันน่าเศร้า ระหว่างเจ้าของกับสัตว์เลี้ยงจำนวนนับไม่ถ้วน ส่วนใหญ่คือหมาและแมว เขาจบปริญญาโทมาทางให้คำปรึกษาด้านการมรณะโดยเฉพาะด้วย จึงสนทนากับเหล่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงทั้งหลาย บันทึกข้อมูล แล้วนำมาเขียนเป็นหนังสือเล่มนี้ โดยสอดแทรกแนวความรู้ที่ตนมีอยู่ในการช่วยปรับสภาพจิตใจให้กับเจ้าของสัตว์ที่กำลังป่วยทางใจได้อย่างดี ด้วยสำนวนภาษาที่ทำให้คนอ่านรู้สึกเป็นกันเอง ผ่อนคลาย เหมือนได้เพื่อนคุยที่เข้าใจหัวอกคนกลุ่มเดียวกัน

    🐕

    เนื้อหามีทั้งส่วนที่เป็นแบบทดสอบเพื่อวัดระดับ ประเมินความเศร้า แบบทดสอบอื่น ๆ ภาควิเคราะห์ และภาคที่เยียวยาในเชิงให้คำปรึกษาแนะนำ ฟื้นฟูและโอบอุ้มด้วยคำพูดที่เลือกมาแล้วอย่างคนเข้าใจปัญหา ไม่ต่อว่าไม่กดดันให้รู้สึกผิด แต่ให้กำลังใจ ให้ความหวัง ให้วิตามินเสริมเพื่อเพิ่มความสดชื่น กระปรี้กระเปร่าให้กลับคืนมาสู่เจ้าของสัตว์ทั้งหลาย ให้สามารถกลับมาเป็นคนสดใสดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างปกติสุข

    🐈

    ช่วงหลังจะเป็นเคสตัวอย่างของผู้ที่เคยสูญเสียหลายกรณี มีทั้งหมา แมวคละกัน บอกเล่าเรื่องราวของแต่ละครอบครัวในวันที่ได้พบกันครั้งแรกจนวันที่ต้องจากลา ด้วยวิธีเล่าแบบเขียนในมุมมองของสัตว์ ที่เผยความในใจที่มีต่อเจ้าของ ขอให้นึกถึงแนวอย่างนวนิยายเรื่อง นิกกับพิม นั่นแหละคล้ายกัน

    🐕

    ระหว่างทางของการรักษาเยียวยาใจให้ผู้ที่กำลังอ่านนั้น ก็มีคั่นด้วยความในใจของเหล่าสัตว์ ที่เป็นกรอบเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ปรากฏเป็นช่วง ๆ เพื่อปลอบประโลมดวงใจของมนุษย์ที่ยังอยู่ และต้องแบกรับกับความเจ็บปวดและรู้สึกผิด ความในใจเหล่านั้นคงจะอ่อนโยนราวกับผ้าเช็ดหน้าจากผ้าชั้นดีผืนบาง ที่ช่วยซึมซับน้ำตาที่ไหลออกมาไม่รู้จักหยุดของเจ้าของ ให้เหือดแห้งลงได้ในอนาคตอันใกล้

    🐈

    และถ้าเป็นไปได้ ที่ผมอยากเสนอความเห็นเป็นทางเลือกไว้ให้ลองพิจารณา หลังจากคุณเข้มแข็งขึ้นแล้วคือ การไม่เลี้ยงสัตว์ตัวใหม่เพิ่มอีก น่าจะดีที่สุดที่จะหยุดปัญหาที่จะตามมาในอนาคตครับ

    #รีวิวหนังสือ
    #หนังสือน่าอ่าน
    #เรื่องแปล
    #จิตวิทยา
    #การสูญเสีย
    #สัตว์เลี้ยง
    #thaitimes
    #สัตวแพทย์
    #รพ.สัตว์
    #นานมีบุ๊กส์
    บ่อยครั้งที่เห็นเพื่อนสมาชิกโพสต์ตามหาหนังสือ ที่ช่วยบรรเทาความรู้สึกหลังสูญเสียสัตว์เลี้ยงที่รักมาใหม่ ๆ ให้ไม่เศร้าจนเกินไป ผมคิดว่าพบเล่มที่ทุกคนหาแล้วล่ะ ปกติไม่ค่อยอ่านแนวนี้ แต่พอดีระหว่างรอคิวอ่านเล่มที่สนใจ เห็นปกเล่มนี้เข้าซึ่งภาพวาดน่ารักดี สีพาสเทลที่สบายตา ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย เลยอยากรู้ว่าเนื้อหาข้างในจะเป็นอย่างไร อีกทั้งไม่มีคนยืมด้วยก็เลยกดยืมและเข้าไปอ่านแบบอีบุ๊กดูครับ 🐈‍⬛🐕🐈🐠 #โอบกอดหัวใจในวันที่น้องกลับดาว สนพ. บลูม พับลิชชิ่ง เครือนานมีบุ๊กส์ พิมพ์ครั้งแรก มี.ค2567 (ต้นฉบับพิมพ์ปี 2565) สัตวแพทย์ ชิมยงฮี เขียน กนกพร เรืองสา แปล ออกแบบปกและภาพประกอบ little night 295 บาท 217 หน้า ...... เป็นหนังสืออ่านง่าย เนื้อหาในแต่ละหน้ามีการจัดวางที่ทำให้รู้สึกสบายตา ไม่หนาแน่นจนเกินไป สีพื้นหลังสวย ๆ ที่มาโทนอ่อนไม่เข้มบาดตา บวกกับภาพประกอบน่ารักสดใส เชื่อว่าจะช่วยเยียวยาจิตใจใครที่กำลังเกิดอาการเหงา เศร้า หดหู่ อันเนื่องมาจากการเพิ่งสูญเสียและจากลาสัตว์ที่ตนรักไปได้พอสมควรครับ 🐕 ถึงแม้จะไม่ใช่การรักษาที่ต้นตอของปัญหา ซึ่งนั่นต้องอาศัยการเรียนรู้ความจริงกับหลักธรรมในศาสนาพุทธ มาปรับใช้กับตนเอง แต่หลายคนก็อาจจะยังไม่อยากจะสนใจธรรมะในตอนนี้ และเลือกจะหาวิธีในรูปแบบอื่นก่อน ดังนั้นจากที่ได้อ่านจบแล้ว จึงขอแนะนำว่าเล่มนี้น่าจะช่วยได้ 🐈 ผู้เขียนเป็นสัตวแพทย์ ที่เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงอย่างหมาตัวหนึ่ง ซึ่งเขารักมากและได้ตายจากไปเช่นกัน จึงมีประสบการณ์ความรู้สึกผูกพันและเจ็บปวด นอกจากนี้ในฐานะที่ทำงานในรพ.สัตว์อยู่นานถึง 11 ปี จึงมีเคสมากมายที่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องรักษาสัตว์ป่วยและบาดเจ็บ พบเห็นความสูญเสียและการพลัดพรากอันน่าเศร้า ระหว่างเจ้าของกับสัตว์เลี้ยงจำนวนนับไม่ถ้วน ส่วนใหญ่คือหมาและแมว เขาจบปริญญาโทมาทางให้คำปรึกษาด้านการมรณะโดยเฉพาะด้วย จึงสนทนากับเหล่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงทั้งหลาย บันทึกข้อมูล แล้วนำมาเขียนเป็นหนังสือเล่มนี้ โดยสอดแทรกแนวความรู้ที่ตนมีอยู่ในการช่วยปรับสภาพจิตใจให้กับเจ้าของสัตว์ที่กำลังป่วยทางใจได้อย่างดี ด้วยสำนวนภาษาที่ทำให้คนอ่านรู้สึกเป็นกันเอง ผ่อนคลาย เหมือนได้เพื่อนคุยที่เข้าใจหัวอกคนกลุ่มเดียวกัน 🐕 เนื้อหามีทั้งส่วนที่เป็นแบบทดสอบเพื่อวัดระดับ ประเมินความเศร้า แบบทดสอบอื่น ๆ ภาควิเคราะห์ และภาคที่เยียวยาในเชิงให้คำปรึกษาแนะนำ ฟื้นฟูและโอบอุ้มด้วยคำพูดที่เลือกมาแล้วอย่างคนเข้าใจปัญหา ไม่ต่อว่าไม่กดดันให้รู้สึกผิด แต่ให้กำลังใจ ให้ความหวัง ให้วิตามินเสริมเพื่อเพิ่มความสดชื่น กระปรี้กระเปร่าให้กลับคืนมาสู่เจ้าของสัตว์ทั้งหลาย ให้สามารถกลับมาเป็นคนสดใสดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างปกติสุข 🐈 ช่วงหลังจะเป็นเคสตัวอย่างของผู้ที่เคยสูญเสียหลายกรณี มีทั้งหมา แมวคละกัน บอกเล่าเรื่องราวของแต่ละครอบครัวในวันที่ได้พบกันครั้งแรกจนวันที่ต้องจากลา ด้วยวิธีเล่าแบบเขียนในมุมมองของสัตว์ ที่เผยความในใจที่มีต่อเจ้าของ ขอให้นึกถึงแนวอย่างนวนิยายเรื่อง นิกกับพิม นั่นแหละคล้ายกัน 🐕 ระหว่างทางของการรักษาเยียวยาใจให้ผู้ที่กำลังอ่านนั้น ก็มีคั่นด้วยความในใจของเหล่าสัตว์ ที่เป็นกรอบเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ปรากฏเป็นช่วง ๆ เพื่อปลอบประโลมดวงใจของมนุษย์ที่ยังอยู่ และต้องแบกรับกับความเจ็บปวดและรู้สึกผิด ความในใจเหล่านั้นคงจะอ่อนโยนราวกับผ้าเช็ดหน้าจากผ้าชั้นดีผืนบาง ที่ช่วยซึมซับน้ำตาที่ไหลออกมาไม่รู้จักหยุดของเจ้าของ ให้เหือดแห้งลงได้ในอนาคตอันใกล้ 🐈 และถ้าเป็นไปได้ ที่ผมอยากเสนอความเห็นเป็นทางเลือกไว้ให้ลองพิจารณา หลังจากคุณเข้มแข็งขึ้นแล้วคือ การไม่เลี้ยงสัตว์ตัวใหม่เพิ่มอีก น่าจะดีที่สุดที่จะหยุดปัญหาที่จะตามมาในอนาคตครับ #รีวิวหนังสือ #หนังสือน่าอ่าน #เรื่องแปล #จิตวิทยา #การสูญเสีย #สัตว์เลี้ยง #thaitimes #สัตวแพทย์ #รพ.สัตว์ #นานมีบุ๊กส์
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 715 มุมมอง 0 รีวิว
  • ครอบครัวไทก้า ไทก้าแมวจรที่สุภาพน่ารัก อ่อนโยน นักล่า ขี้เหงา ถูกแมวเหลืองแก่ไล่กัด ยึดพื้นที่
    ครอบครัวไทก้า ไทก้าแมวจรที่สุภาพน่ารัก อ่อนโยน นักล่า ขี้เหงา ถูกแมวเหลืองแก่ไล่กัด ยึดพื้นที่
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 196 มุมมอง 0 รีวิว
  • แมวจรเพศเมียแม่ลูกอ่อน ที่เคยมาขออาหารขอพักที่บ้านเมฆสีรุ้ง ชีวิตเน้อไหนจักหิว ไหนจักต้องให้นม สังเกตมั้ยแมวแก่ส่วนมากจักเป็นตัวผู้
    แมวจรเพศเมียแม่ลูกอ่อน ที่เคยมาขออาหารขอพักที่บ้านเมฆสีรุ้ง ชีวิตเน้อไหนจักหิว ไหนจักต้องให้นม สังเกตมั้ยแมวแก่ส่วนมากจักเป็นตัวผู้
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 171 มุมมอง 0 รีวิว
  • แมวแก่เหลืองยึดครองฉี่ใส่ล้อรถ สงสารนะแต่จักมาถาวรไม่ได้ทำให้ไทก้าครอบครัวไร้ที่พัก
    แมวแก่เหลืองยึดครองฉี่ใส่ล้อรถ สงสารนะแต่จักมาถาวรไม่ได้ทำให้ไทก้าครอบครัวไร้ที่พัก
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 107 มุมมอง 0 รีวิว
  • ริชชี่รอกดอาหารให้ช่วงแมวแก่ไม่อยู่รีบหม่ำจัง
    ริชชี่รอกดอาหารให้ช่วงแมวแก่ไม่อยู่รีบหม่ำจัง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 75 มุมมอง 0 รีวิว
  • แมวเหลืองแก่ราวีจนไทก้าลูน่าหลบภัยไม่มาเลย ขณะนี้มานอนใกล้ริชชี่ ลูน่าหายหลบ
    แมวเหลืองแก่ราวีจนไทก้าลูน่าหลบภัยไม่มาเลย ขณะนี้มานอนใกล้ริชชี่ ลูน่าหายหลบ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 78 มุมมอง 0 รีวิว
  • เพื่อนบ้านส่งรูปไทก้ามาบอกว่ายังอยู่ดี ไทก้าชอบนอนในบ้านบนตัวคน ขี้เหงา ดีใจนะที่ไทก้ายังมีสุขภาพดีอยู่กับคนใจดีที่สมาคมชุมชนแมว แต่ระยะหลังนานๆมาหน
    เพื่อนบ้านส่งรูปไทก้ามาบอกว่ายังอยู่ดี ไทก้าชอบนอนในบ้านบนตัวคน ขี้เหงา ดีใจนะที่ไทก้ายังมีสุขภาพดีอยู่กับคนใจดีที่สมาคมชุมชนแมว แต่ระยะหลังนานๆมาหน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 153 มุมมอง 0 รีวิว
  • สมัยที่ผมเป็นหนุ่ม
    "หมาโรเบิร์ต"

    เมื่อปี พศ.2541...
    ผมกลับมานครพนม บ้านเกิด

    ผมย้ายบ้านจากลานคนเมืองในปัจจุบันมาอยู่บ้านที่ทำการค้า....

    บ้านของผมเป็นตึกแถวริมถนน บำรุงเมือง ทุกๆวัน จะมีหมา แมว แม้กระทั่ง นกพิราบ แวะเวียนผ่านหน้าบ้านทุกวัน บางวันก็มากินนํ้าตรงอ่างบัวที่ผมเลี้ยงไว้ บางวันก็มานอนเล่น พอตื่นก็จากไป วนเวียนอยู่แบบนี้ไม่เคยว่างเว้น

    วันหนึ่ง....

    ผมสังเกตเห็นว่า มีหมาตัวหนึ่งชอบมานอน และมายืนมองเข้ามาในบ้านเหมือนจะหาใคร หรือขอของกิน

    หมาตัวนี้ ตัวใหญ่ มีอายุพอสมควร ขนฟูสีนํ้าตาลแดง ไม่มีปลอกคอ หูตั้ง ปลายหูซ้ายแหว่ง เหมือนมีใครเอาอะไรมาเจาะหูมัน ตาเศร้า ปากมอม หางตั้ง ขนหางเป็นพวง

    มันมายืนมอง และมานอนพักอยู่ ระยะหนึ่ง ด้วยความสงสาร เตี่ยของผมเริ่มเข้าไปผูกมิตรกับมัน ให้ข้าวให้นํ้ามัน จนมันเชื่องและยอมเล่นด้วย

    ผมเลยบอกเตี่ยว่า เอามันมาเลี้ยงเลยดีกว่า คงไม่มีเจ้าของหรอก เตี่ยก็เห็นดีเห็นงามด้วย
    เตี่ยพามันไปฉีดวัคซีน ซื้อปลอกคอให้ และตั้งชื่อมันว่า

    "โรเบิร์ต"

    โรเบิร์ต เป็นสมาชิกใหม่ของบ้าน แมวจรที่เคยวนเวียนมาหาของกินก็หายหมด
    โรเบิร์ต กลายเป็นเจ้าที่ไปเรียบร้อย

    แต่ละวันที่ผ่านไปของโรเบิร์ตนั้นแสนจะสบาย กิน นอน และ ลุกมาเห่ารถที่วิ่งผ่านไปมาสักครั้ง2ครั้ง ก็เป็นอันหมดหน้าที่

    โรเบิร์ต เป็นหมาที่จะว่าเลี้ยงง่ายก็ง่าย เลี้ยงยากก็ยาก

    แม่ผมจะรับหน้าที่ เป็นคนคลุกข้าวให้มัน บางวันมีกระดูกชิ้นใหญ่ๆ ที่ใช้ต้มนํ้าซุป แกก็จะโยนให้มันแทะ
    มันก็จะนอนแทะด้วยความเพลิดเพลิน บางครั้งก็หลับไปพร้อมกับกระดูกชิ้นโตในปาก

    วันหนึ่ง...

    แม่แกคลุกข้าวให้มันเสร็จแล้วก็เอาไปวางตรงที่มันมากินข้าว พร้อมกับส่งเสียงเรียก

    "โรเบิร์ต มากินข้าว..."

    ผมยืนมองดูมัน มันยันกายลุกจากที่ๆมันนอน เดินมาที่ชามข้าว

    มันมาถึงชามข้าว ดมๆไปพักนึง ก็ทำท่าถอนหายใจ แล้วก็เอาจมูกของมันค่อยดันก้นชามให้พลิก

    ชามข้าวของมันควํ่าแล้ว!!!
    ข้าวหกเรี่ยราด มันยืนมองอยู่พักนึง แล้วก็เดินจากไป

    ผมกับแม่ได้แต่ยืนมอง และขำในพฤติกรรมของไอ้โรเบิร์ต

    แม่ผมบ่นไล่หลังมันว่า

    "ต่อไป ไม่ต้องมาขอข้าวชั้นกินเลยนะ..."
    .
    .
    .
    อาจจะเพราะ ผมเลี้ยงมันที่บ้านในเมืองที่เป็นตึกแถว แม้จะมีบริเวณให้มันวิ่งเล่นพอสมควร แต่ก็ดูมันเนือยๆ
    วันหนึ่ง เตี่ยบอกว่าจะเอามันไปเล่น ที่โรงงานลองดู...เผื่อมันจะสดชื่น

    ปรากฎว่า พอไปถึงโรงงาน ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ โรเบิร์ต กระโดดลงจากรถ และวิ่งไปทั่วด้วยความชอบใจ มันคงชอบที่จะวิ่งในที่โล่งๆแบบนี้...

    หลังจากนั้น ถ้าเตี่ยหรือผมไปโรงงาน ด้วยรถกระบะ มันจะ กระโดดขึ้นกระบะ นั่งโต้ลมไปด้วยทุกครั้ง

    อยู่มาวันหนึ่ง...
    โรเบิร์ต หายหน้าไป 2วันเต็ม
    ทั้งแม่ ทั้งเตี่ย และตัวผม ต่างเที่ยวสอบถาม ละแวกบ้านว่าเห็นโรเบิร์ตไหม เพราะอาจจะโดนรถชนแล้วหนีไป รึโชคร้ายก็ตายแล้ว...

    ไม่มีวี่แวว โรเบิร์ต เลย...
    .
    เย็นวันนั้น ผมมีธุระออกไปที่โรงงาน พอเสร็จงาน

    ในใจผมคิดอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ ผมไปเดินเรียกเจ้าโรเบิร์ต ตรงทุ่งที่มันชอบไปวิ่งเล่น ซึ่งตอนนี้มีหญ้าท่วมสูงพอสมควร

    ผมเรียกหามัน ตลอดทางที่เดินลุยดงหญ้า

    สักพัก...

    ผมได้ยินเสียง "งื้ดๆ " เหมือนเสียงหมาร้องคราง

    ผมเริ่มมองหาที่มาของเสียงพร้อมเรียกคนงานมาช่วยหา

    "โรเบิร์ต!!!!"

    ผมเจอมันแล้ว!!
    มันตกลงไปวงท่อซีเมนต์ ที่ขุดไว้ สำหรับดูดนํ้าซับใต้ดินมาใช้

    มันลึก2เมตรกว่า!

    แรกที่ผมเห็นมันนั้น เห็นจมูกมันโผล่พ้นนํ้า ขึ้นมา!!! พร้อมกับวงกระเพื่อมของคลื่นรอบตัวมันที่มันพยายามพยุงตัวมา2วันเต็ม

    คนงานผม ค่อยๆนำมันขึ้นมาจากบ่อนํ้านั้น

    เล็บที่นิ้วมัน เหี้ยนหมด คงเกิดจากที่มันพยายามตะกุยวงท่อซีเมนต์ เพื่อหาทางขึ้น

    ตัวมันสั่นเทาด้วยความหนาวที่แช่อยู่ในนํ้านั้น2วัน

    ผมเอาผ้าเช็ดตัวมาห่มให้มัน พร้อมกับป้อนอาหารให้มัน จนมันค่อยๆสงบลง...
    .
    .
    เตี่ยบอกว่า
    "มันคงกระโดดขึ้นกระบะตอนผมหรือเตี่ยออกมาโรงงาน แล้วไปวิ่งเล่นที่ดงหญ้านี้ จนตกลงไป ในบ่อนํ้า"

    โรเบิร์ตกลับเข้ามาบ้านในเมืองพร้อมผม มันนอนนิ่งๆ คงหลับไปเพราะความเหนื่อยอ่อน....
    .
    .
    .
    3-4ปีผ่านไป โรเบิร์ต เริ่มแก่ตัวลง ฟันเขี้ยว ค่อยๆหล่นไปทีละอัน ดวงตาเริ่มฝ้าฟาง แต่ยังแฝงด้วยแววตาเศร้าๆของมัน

    เตี่ย แม่ และผม ยังดูแลมันตลอด แม้ว่าหลังๆ มันจะไม่ไปโลดเต้นที่ไหนได้อีกแล้ว แต่เตี่ยก็ยังพามันไปโรงงานด้วยเสมอ

    วันหนึ่ง โรเบิร์ต หายไป

    เตี่ยพูดขึ้นมาลอยๆ ว่า...

    "โรเบิร์ต มันก็คงจะไป ในแบบที่คล้ายวันที่ มันมา...

    ไม่มีใครรู้ว่ามันมาจากไหน แล้วก็ไม่มีใครรู้ว่า มันไปไหน.."

    โรเบิร์ต จากไปตลอดกาล...
    .
    .
    .
    ***น่าเสียดายที่ในยุคนั้นไม่มีกล้องมือถือ เลยไม่มี ภาพของโรเบิร์ตเก็บไว้ ผมเคยผ่านตาว่ามีภาพโรเบิร์ต หลุดมาเข้าเฟรมสักภาพ แต่ยังหาไม่พบ...
    สมัยที่ผมเป็นหนุ่ม "หมาโรเบิร์ต" เมื่อปี พศ.2541... ผมกลับมานครพนม บ้านเกิด ผมย้ายบ้านจากลานคนเมืองในปัจจุบันมาอยู่บ้านที่ทำการค้า.... บ้านของผมเป็นตึกแถวริมถนน บำรุงเมือง ทุกๆวัน จะมีหมา แมว แม้กระทั่ง นกพิราบ แวะเวียนผ่านหน้าบ้านทุกวัน บางวันก็มากินนํ้าตรงอ่างบัวที่ผมเลี้ยงไว้ บางวันก็มานอนเล่น พอตื่นก็จากไป วนเวียนอยู่แบบนี้ไม่เคยว่างเว้น วันหนึ่ง.... ผมสังเกตเห็นว่า มีหมาตัวหนึ่งชอบมานอน และมายืนมองเข้ามาในบ้านเหมือนจะหาใคร หรือขอของกิน หมาตัวนี้ ตัวใหญ่ มีอายุพอสมควร ขนฟูสีนํ้าตาลแดง ไม่มีปลอกคอ หูตั้ง ปลายหูซ้ายแหว่ง เหมือนมีใครเอาอะไรมาเจาะหูมัน ตาเศร้า ปากมอม หางตั้ง ขนหางเป็นพวง มันมายืนมอง และมานอนพักอยู่ ระยะหนึ่ง ด้วยความสงสาร เตี่ยของผมเริ่มเข้าไปผูกมิตรกับมัน ให้ข้าวให้นํ้ามัน จนมันเชื่องและยอมเล่นด้วย ผมเลยบอกเตี่ยว่า เอามันมาเลี้ยงเลยดีกว่า คงไม่มีเจ้าของหรอก เตี่ยก็เห็นดีเห็นงามด้วย เตี่ยพามันไปฉีดวัคซีน ซื้อปลอกคอให้ และตั้งชื่อมันว่า "โรเบิร์ต" โรเบิร์ต เป็นสมาชิกใหม่ของบ้าน แมวจรที่เคยวนเวียนมาหาของกินก็หายหมด โรเบิร์ต กลายเป็นเจ้าที่ไปเรียบร้อย แต่ละวันที่ผ่านไปของโรเบิร์ตนั้นแสนจะสบาย กิน นอน และ ลุกมาเห่ารถที่วิ่งผ่านไปมาสักครั้ง2ครั้ง ก็เป็นอันหมดหน้าที่ โรเบิร์ต เป็นหมาที่จะว่าเลี้ยงง่ายก็ง่าย เลี้ยงยากก็ยาก แม่ผมจะรับหน้าที่ เป็นคนคลุกข้าวให้มัน บางวันมีกระดูกชิ้นใหญ่ๆ ที่ใช้ต้มนํ้าซุป แกก็จะโยนให้มันแทะ มันก็จะนอนแทะด้วยความเพลิดเพลิน บางครั้งก็หลับไปพร้อมกับกระดูกชิ้นโตในปาก วันหนึ่ง... แม่แกคลุกข้าวให้มันเสร็จแล้วก็เอาไปวางตรงที่มันมากินข้าว พร้อมกับส่งเสียงเรียก "โรเบิร์ต มากินข้าว..." ผมยืนมองดูมัน มันยันกายลุกจากที่ๆมันนอน เดินมาที่ชามข้าว มันมาถึงชามข้าว ดมๆไปพักนึง ก็ทำท่าถอนหายใจ แล้วก็เอาจมูกของมันค่อยดันก้นชามให้พลิก ชามข้าวของมันควํ่าแล้ว!!! ข้าวหกเรี่ยราด มันยืนมองอยู่พักนึง แล้วก็เดินจากไป ผมกับแม่ได้แต่ยืนมอง และขำในพฤติกรรมของไอ้โรเบิร์ต แม่ผมบ่นไล่หลังมันว่า "ต่อไป ไม่ต้องมาขอข้าวชั้นกินเลยนะ..." . . . อาจจะเพราะ ผมเลี้ยงมันที่บ้านในเมืองที่เป็นตึกแถว แม้จะมีบริเวณให้มันวิ่งเล่นพอสมควร แต่ก็ดูมันเนือยๆ วันหนึ่ง เตี่ยบอกว่าจะเอามันไปเล่น ที่โรงงานลองดู...เผื่อมันจะสดชื่น ปรากฎว่า พอไปถึงโรงงาน ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ โรเบิร์ต กระโดดลงจากรถ และวิ่งไปทั่วด้วยความชอบใจ มันคงชอบที่จะวิ่งในที่โล่งๆแบบนี้... หลังจากนั้น ถ้าเตี่ยหรือผมไปโรงงาน ด้วยรถกระบะ มันจะ กระโดดขึ้นกระบะ นั่งโต้ลมไปด้วยทุกครั้ง อยู่มาวันหนึ่ง... โรเบิร์ต หายหน้าไป 2วันเต็ม ทั้งแม่ ทั้งเตี่ย และตัวผม ต่างเที่ยวสอบถาม ละแวกบ้านว่าเห็นโรเบิร์ตไหม เพราะอาจจะโดนรถชนแล้วหนีไป รึโชคร้ายก็ตายแล้ว... ไม่มีวี่แวว โรเบิร์ต เลย... . เย็นวันนั้น ผมมีธุระออกไปที่โรงงาน พอเสร็จงาน ในใจผมคิดอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ ผมไปเดินเรียกเจ้าโรเบิร์ต ตรงทุ่งที่มันชอบไปวิ่งเล่น ซึ่งตอนนี้มีหญ้าท่วมสูงพอสมควร ผมเรียกหามัน ตลอดทางที่เดินลุยดงหญ้า สักพัก... ผมได้ยินเสียง "งื้ดๆ " เหมือนเสียงหมาร้องคราง ผมเริ่มมองหาที่มาของเสียงพร้อมเรียกคนงานมาช่วยหา "โรเบิร์ต!!!!" ผมเจอมันแล้ว!! มันตกลงไปวงท่อซีเมนต์ ที่ขุดไว้ สำหรับดูดนํ้าซับใต้ดินมาใช้ มันลึก2เมตรกว่า! แรกที่ผมเห็นมันนั้น เห็นจมูกมันโผล่พ้นนํ้า ขึ้นมา!!! พร้อมกับวงกระเพื่อมของคลื่นรอบตัวมันที่มันพยายามพยุงตัวมา2วันเต็ม คนงานผม ค่อยๆนำมันขึ้นมาจากบ่อนํ้านั้น เล็บที่นิ้วมัน เหี้ยนหมด คงเกิดจากที่มันพยายามตะกุยวงท่อซีเมนต์ เพื่อหาทางขึ้น ตัวมันสั่นเทาด้วยความหนาวที่แช่อยู่ในนํ้านั้น2วัน ผมเอาผ้าเช็ดตัวมาห่มให้มัน พร้อมกับป้อนอาหารให้มัน จนมันค่อยๆสงบลง... . . เตี่ยบอกว่า "มันคงกระโดดขึ้นกระบะตอนผมหรือเตี่ยออกมาโรงงาน แล้วไปวิ่งเล่นที่ดงหญ้านี้ จนตกลงไป ในบ่อนํ้า" โรเบิร์ตกลับเข้ามาบ้านในเมืองพร้อมผม มันนอนนิ่งๆ คงหลับไปเพราะความเหนื่อยอ่อน.... . . . 3-4ปีผ่านไป โรเบิร์ต เริ่มแก่ตัวลง ฟันเขี้ยว ค่อยๆหล่นไปทีละอัน ดวงตาเริ่มฝ้าฟาง แต่ยังแฝงด้วยแววตาเศร้าๆของมัน เตี่ย แม่ และผม ยังดูแลมันตลอด แม้ว่าหลังๆ มันจะไม่ไปโลดเต้นที่ไหนได้อีกแล้ว แต่เตี่ยก็ยังพามันไปโรงงานด้วยเสมอ วันหนึ่ง โรเบิร์ต หายไป เตี่ยพูดขึ้นมาลอยๆ ว่า... "โรเบิร์ต มันก็คงจะไป ในแบบที่คล้ายวันที่ มันมา... ไม่มีใครรู้ว่ามันมาจากไหน แล้วก็ไม่มีใครรู้ว่า มันไปไหน.." โรเบิร์ต จากไปตลอดกาล... . . . ***น่าเสียดายที่ในยุคนั้นไม่มีกล้องมือถือ เลยไม่มี ภาพของโรเบิร์ตเก็บไว้ ผมเคยผ่านตาว่ามีภาพโรเบิร์ต หลุดมาเข้าเฟรมสักภาพ แต่ยังหาไม่พบ...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 419 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตอนเรียนประถม ๖ ครูให้เพื่อนๆ ช่วยกันเลือกเพื่อนคนไหนตรงกับบุคคลิกที่ครูเอ่ย โดยเขียนชื่อใส่กระดาษแล้วม้วนส่งให้ครู
    ๑๐ คน ๑๐ บุคคลิก จากความเห็นเพื่อนๆ ที่ช่วยกันระบุชื่อ
    ฉันได้บการลงความเห็นเมื่อครูถามว่า ใครร่าเริงที่สุด
    กระดาษคำตอบที่ม้วนไว้แต่ละแผ่น เมื่อคลี่กางออกมา เป็นชื่อฉันเสียส่วนใหญ่ ฉันไม่ได้ดีใจ แต่ประหลาดใจ ในสายตาเพื่อน ฉันเป็นคนแบบนั้นหรือ
    เมื่อครูถาม เมื่อมีปัญหาทำอย่างไร ฉันลุกขึ้นตอบแบบนึกไป งงไปว่า "ก็ทำเฉยๆ ไว้น่ะค่ะ เดี๋ยวก็หายไปเอง"

    ฉันนึกๆ แล้วก็ประหลาดใจตัวเอง ฉันในวัยเด็กของฉันช่างบริหารความเครียดได้เก่งขนาดนั้นเลยหรือ แล้วโตมาทำไมเครียดชะมัด

    จริงๆ พอทบทวนดูแล้วก็คงไม่ใช่ ฉันแค่อยากถูกรัก อยากได้การยอมรับจากคนในครอบครัว แล้วก็ติดไปทำที่โรงเรียนด้วยต่างหาก ทำตัวตลก ไม่เรื่องมาก ตามใจเพื่อน ไม่ขัดแย้ง ยอมทุกอย่าง
    และไม่ใช่แค่ประถม ๖ แต่โตจนเป็นผู้ใหญ่แล้วฉันก็ยังเช่นนี้อยู่
    ความเข้มข้นอาจไม่เท่าแต่ก่อน ฉันเรียนรู้อะไรมาบ้างแล้ว แต่เหมือนเป็นไปโดยอัตโนมัต ฉันผิด ผิดทุกครั้ง คนทั้งโลกไม่ชอบฉันละมัง

    ฉันเป็นที่รัก ถูกยอมรับ บ้างแล้วหรือยัง

    คงมี ก็แมวที่ฉันเลี้ยงนี่ไง
    ตอนเรียนประถม ๖ ครูให้เพื่อนๆ ช่วยกันเลือกเพื่อนคนไหนตรงกับบุคคลิกที่ครูเอ่ย โดยเขียนชื่อใส่กระดาษแล้วม้วนส่งให้ครู ๑๐ คน ๑๐ บุคคลิก จากความเห็นเพื่อนๆ ที่ช่วยกันระบุชื่อ ฉันได้บการลงความเห็นเมื่อครูถามว่า ใครร่าเริงที่สุด กระดาษคำตอบที่ม้วนไว้แต่ละแผ่น เมื่อคลี่กางออกมา เป็นชื่อฉันเสียส่วนใหญ่ ฉันไม่ได้ดีใจ แต่ประหลาดใจ ในสายตาเพื่อน ฉันเป็นคนแบบนั้นหรือ เมื่อครูถาม เมื่อมีปัญหาทำอย่างไร ฉันลุกขึ้นตอบแบบนึกไป งงไปว่า "ก็ทำเฉยๆ ไว้น่ะค่ะ เดี๋ยวก็หายไปเอง" ฉันนึกๆ แล้วก็ประหลาดใจตัวเอง ฉันในวัยเด็กของฉันช่างบริหารความเครียดได้เก่งขนาดนั้นเลยหรือ แล้วโตมาทำไมเครียดชะมัด จริงๆ พอทบทวนดูแล้วก็คงไม่ใช่ ฉันแค่อยากถูกรัก อยากได้การยอมรับจากคนในครอบครัว แล้วก็ติดไปทำที่โรงเรียนด้วยต่างหาก ทำตัวตลก ไม่เรื่องมาก ตามใจเพื่อน ไม่ขัดแย้ง ยอมทุกอย่าง และไม่ใช่แค่ประถม ๖ แต่โตจนเป็นผู้ใหญ่แล้วฉันก็ยังเช่นนี้อยู่ ความเข้มข้นอาจไม่เท่าแต่ก่อน ฉันเรียนรู้อะไรมาบ้างแล้ว แต่เหมือนเป็นไปโดยอัตโนมัต ฉันผิด ผิดทุกครั้ง คนทั้งโลกไม่ชอบฉันละมัง ฉันเป็นที่รัก ถูกยอมรับ บ้างแล้วหรือยัง คงมี ก็แมวที่ฉันเลี้ยงนี่ไง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 282 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • ขณะที่คนเลี้ยงแมว
    แมวก็เลี้ยงคนไปด้วย

    จากหนังสือ |แมวยิ้มง่ายใช่ว่าแตกสลายไม่เป็น
    บทสนทนาว่าด้วยรอยขีดข่วนของยุคสมัย

    #หนอนแว่นคลับ #รีวิวหนังสือ #หนังสือน่าอ่าน
    #ทัศนคติ #Thaitimes #ความคิดเชิงบวก
    #แมวยิ้มง่ายใช่ว่าแตกสลายไม่เป็น
    ขณะที่คนเลี้ยงแมว แมวก็เลี้ยงคนไปด้วย จากหนังสือ |แมวยิ้มง่ายใช่ว่าแตกสลายไม่เป็น บทสนทนาว่าด้วยรอยขีดข่วนของยุคสมัย #หนอนแว่นคลับ #รีวิวหนังสือ #หนังสือน่าอ่าน #ทัศนคติ #Thaitimes #ความคิดเชิงบวก #แมวยิ้มง่ายใช่ว่าแตกสลายไม่เป็น
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 423 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts