• "แล้วบอกว่าไม่ PR" ภาพชุดสองของชัชชาติถูกปล่อยออกมาแล้ว เพื่อไม่ให้แฟนคลับรอคอยกันนานเกินไป
    ภาพแรกผ่านไป ภาพสองภาพสามค่อยๆ ปล่อยออกมา

    จริงๆไม่ได้มีปัญหาอะไรกับชัชชาติ เค้าก็แค่ผู้ว่าฯกทม.คนนึงที่อาสามาแก้ไขและพัฒนากทม. จะทำได้หรือไม่ได้ ก็วิจารณ์กันไปตามความสามารถ

    แต่สิ่งที่น่า "ขยะแขยงและน่ารังเกียจที่สุด" ก็คือ "สื่อและอินฟลูฯ" ทั้งหลาย ที่อวยยศยกไปไว้ซะบนหิ้ง เชิดชูเหมือนเป็นวีรบุรษปานนั้นเลย
    "แล้วบอกว่าไม่ PR" ภาพชุดสองของชัชชาติถูกปล่อยออกมาแล้ว เพื่อไม่ให้แฟนคลับรอคอยกันนานเกินไป ภาพแรกผ่านไป ภาพสองภาพสามค่อยๆ ปล่อยออกมา จริงๆไม่ได้มีปัญหาอะไรกับชัชชาติ เค้าก็แค่ผู้ว่าฯกทม.คนนึงที่อาสามาแก้ไขและพัฒนากทม. จะทำได้หรือไม่ได้ ก็วิจารณ์กันไปตามความสามารถ แต่สิ่งที่น่า "ขยะแขยงและน่ารังเกียจที่สุด" ก็คือ "สื่อและอินฟลูฯ" ทั้งหลาย ที่อวยยศยกไปไว้ซะบนหิ้ง เชิดชูเหมือนเป็นวีรบุรษปานนั้นเลย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 38 มุมมอง 0 รีวิว
  • ReactOS เป็นระบบปฏิบัติการที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อเข้ากันได้กับ Windows โดยไม่มีโค้ดของ Microsoft หลังจาก 26 ปีของการพัฒนา ล่าสุดได้เปิดตัว ReactOS 0.4.15 ซึ่งมีการปรับปรุงสำคัญ เช่น Plug and Play และเสียง อย่างไรก็ตาม ระบบยังคงอยู่ใน สถานะ Alpha และเป้าหมายปัจจุบันคือ Windows Server 2003 ในอนาคตอาจรองรับ UEFI, NTFS และระบบพลังงานที่ดีขึ้น

    ✅ ReactOS คืออะไร?
    - เป็น ระบบปฏิบัติการที่สร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดโดยไม่มีโค้ดของ Microsoft
    - เป้าหมายคือ ให้สามารถใช้งานซอฟต์แวร์และไดรเวอร์ของ Windows ได้
    - ใช้โครงสร้าง Windows NT แต่พัฒนาขึ้นเอง

    ✅ เป้าหมายการเข้ากันได้—Windows Server 2003
    - ReactOS ปัจจุบันยังคง พยายามเข้ากันได้กับ Windows Server 2003
    - สามารถใช้งาน LibreOffice, Firefox และ Adobe Photoshop รุ่นเก่าได้
    - ใช้ส่วนประกอบจาก โครงการ Wine และสามารถ บูตระบบ Linux 64-bit ผ่าน Freeloader utility

    ✅ การอัปเดตครั้งใหญ่ในเวอร์ชัน 0.4.15
    - ปรับปรุงระบบ Plug and Play และเสียง
    - เพิ่มความสามารถในการจัดการหน่วยความจำและแก้ไขปัญหา Registry
    - ปรับปรุงเครื่องมือพื้นฐาน เช่น Notepad, Paint และ RAPPS

    ✅ ReactOS ยังอยู่ในช่วง Alpha และอาจใช้เวลานานกว่าจะสมบูรณ์
    - แม้ว่าจะพัฒนามากว่า 26 ปี แต่ ReactOS ยังอยู่ในสถานะ Alpha
    - ผู้ใช้ที่สนใจสามารถลอง ใช้งานผ่าน VirtualBox เพื่อดูพัฒนาการของระบบ

    ✅ ฟีเจอร์ที่วางแผนสำหรับอัปเดตถัดไป
    - รองรับ UEFI
    - ตัวติดตั้งแบบกราฟิกใหม่
    - ระบบไฟล์ NTFS และ Symmetric Multiprocessing (SMP)
    - การจัดการพลังงานและรองรับแอปพลิเคชันที่หลากหลายขึ้น

    https://www.techradar.com/pro/free-microsoft-windows-rival-gets-first-major-update-in-four-years-but-is-it-already-too-little-too-late
    ReactOS เป็นระบบปฏิบัติการที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อเข้ากันได้กับ Windows โดยไม่มีโค้ดของ Microsoft หลังจาก 26 ปีของการพัฒนา ล่าสุดได้เปิดตัว ReactOS 0.4.15 ซึ่งมีการปรับปรุงสำคัญ เช่น Plug and Play และเสียง อย่างไรก็ตาม ระบบยังคงอยู่ใน สถานะ Alpha และเป้าหมายปัจจุบันคือ Windows Server 2003 ในอนาคตอาจรองรับ UEFI, NTFS และระบบพลังงานที่ดีขึ้น ✅ ReactOS คืออะไร? - เป็น ระบบปฏิบัติการที่สร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดโดยไม่มีโค้ดของ Microsoft - เป้าหมายคือ ให้สามารถใช้งานซอฟต์แวร์และไดรเวอร์ของ Windows ได้ - ใช้โครงสร้าง Windows NT แต่พัฒนาขึ้นเอง ✅ เป้าหมายการเข้ากันได้—Windows Server 2003 - ReactOS ปัจจุบันยังคง พยายามเข้ากันได้กับ Windows Server 2003 - สามารถใช้งาน LibreOffice, Firefox และ Adobe Photoshop รุ่นเก่าได้ - ใช้ส่วนประกอบจาก โครงการ Wine และสามารถ บูตระบบ Linux 64-bit ผ่าน Freeloader utility ✅ การอัปเดตครั้งใหญ่ในเวอร์ชัน 0.4.15 - ปรับปรุงระบบ Plug and Play และเสียง - เพิ่มความสามารถในการจัดการหน่วยความจำและแก้ไขปัญหา Registry - ปรับปรุงเครื่องมือพื้นฐาน เช่น Notepad, Paint และ RAPPS ✅ ReactOS ยังอยู่ในช่วง Alpha และอาจใช้เวลานานกว่าจะสมบูรณ์ - แม้ว่าจะพัฒนามากว่า 26 ปี แต่ ReactOS ยังอยู่ในสถานะ Alpha - ผู้ใช้ที่สนใจสามารถลอง ใช้งานผ่าน VirtualBox เพื่อดูพัฒนาการของระบบ ✅ ฟีเจอร์ที่วางแผนสำหรับอัปเดตถัดไป - รองรับ UEFI - ตัวติดตั้งแบบกราฟิกใหม่ - ระบบไฟล์ NTFS และ Symmetric Multiprocessing (SMP) - การจัดการพลังงานและรองรับแอปพลิเคชันที่หลากหลายขึ้น https://www.techradar.com/pro/free-microsoft-windows-rival-gets-first-major-update-in-four-years-but-is-it-already-too-little-too-late
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 74 มุมมอง 0 รีวิว
  • Apple ได้ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยสำหรับ iOS, iPadOS และ macOS รุ่นเก่าเพื่อปิดช่องโหว่ที่เคยถูกใช้ในการโจมตีระดับสูง หนึ่งในช่องโหว่ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถ ปิด USB Restricted Mode และเข้าถึงอุปกรณ์ที่ล็อกอยู่ อีกช่องโหว่เกี่ยวข้องกับ WebKit sandbox ขณะที่ช่องโหว่สุดท้ายช่วยให้แฮกเกอร์ เพิ่มสิทธิ์เข้าถึงระบบ Apple ยืนยันว่าการอัปเดตนี้ช่วยปิดช่องโหว่ทั้งหมดและแนะนำให้ผู้ใช้ทำการอัปเดตทันที

    ✅ ช่องโหว่แรก (CVE-2025-24200) ช่วยให้แฮกเกอร์ปิดฟีเจอร์ USB Restricted Mode บนอุปกรณ์ที่ล็อกอยู่
    - USB Restricted Mode เป็นระบบที่ปิดการเชื่อมต่อข้อมูลผ่านพอร์ต USB หากอุปกรณ์ถูกล็อกเกิน หนึ่งชั่วโมง
    - ช่องโหว่นี้เคยถูกใช้ในการ โจมตีระดับสูงต่อบุคคลเฉพาะกลุ่ม

    ✅ ช่องโหว่ที่สอง (CVE-2025-24201) ช่วยให้แฮกเกอร์หลุดออกจาก WebKit sandbox
    - WebKit เป็น ระบบประมวลผลเว็บของ Apple ที่ใช้ใน Safari
    - ช่องโหว่นี้อาจถูกใช้เพื่อ เข้าถึงข้อมูลที่ควรได้รับการป้องกันภายในอุปกรณ์

    ✅ ช่องโหว่ที่สาม (CVE-2025-24085) เป็นช่องโหว่ที่ช่วยให้แฮกเกอร์เพิ่มสิทธิ์ในระบบ
    - อยู่ใน Code Media framework ซึ่ง CyberInsider ชี้ว่าเป็นหนึ่งใน ช่องโหว่ที่ต้องรีบแก้ไขอย่างเร่งด่วน

    ✅ Apple อัปเดตระบบป้องกันในหลายเวอร์ชัน
    - แพตช์สำหรับช่องโหว่แรกและที่สองถูกนำเข้ามาใน iOS 16.7.11 และ 15.8.4 รวมถึง iPadOS 16.7.11 และ 15.8.4
    - ช่องโหว่ที่สามถูกแก้ไขแล้วใน iPadOS 17.7.6 และ macOS เวอร์ชัน 14.7.5 (Sonoma) และ 13.7.5 (Ventura)

    https://www.techradar.com/pro/security/apple-just-finally-patched-a-whole-host-of-os-security-issues-on-older-devices-so-update-now
    Apple ได้ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยสำหรับ iOS, iPadOS และ macOS รุ่นเก่าเพื่อปิดช่องโหว่ที่เคยถูกใช้ในการโจมตีระดับสูง หนึ่งในช่องโหว่ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถ ปิด USB Restricted Mode และเข้าถึงอุปกรณ์ที่ล็อกอยู่ อีกช่องโหว่เกี่ยวข้องกับ WebKit sandbox ขณะที่ช่องโหว่สุดท้ายช่วยให้แฮกเกอร์ เพิ่มสิทธิ์เข้าถึงระบบ Apple ยืนยันว่าการอัปเดตนี้ช่วยปิดช่องโหว่ทั้งหมดและแนะนำให้ผู้ใช้ทำการอัปเดตทันที ✅ ช่องโหว่แรก (CVE-2025-24200) ช่วยให้แฮกเกอร์ปิดฟีเจอร์ USB Restricted Mode บนอุปกรณ์ที่ล็อกอยู่ - USB Restricted Mode เป็นระบบที่ปิดการเชื่อมต่อข้อมูลผ่านพอร์ต USB หากอุปกรณ์ถูกล็อกเกิน หนึ่งชั่วโมง - ช่องโหว่นี้เคยถูกใช้ในการ โจมตีระดับสูงต่อบุคคลเฉพาะกลุ่ม ✅ ช่องโหว่ที่สอง (CVE-2025-24201) ช่วยให้แฮกเกอร์หลุดออกจาก WebKit sandbox - WebKit เป็น ระบบประมวลผลเว็บของ Apple ที่ใช้ใน Safari - ช่องโหว่นี้อาจถูกใช้เพื่อ เข้าถึงข้อมูลที่ควรได้รับการป้องกันภายในอุปกรณ์ ✅ ช่องโหว่ที่สาม (CVE-2025-24085) เป็นช่องโหว่ที่ช่วยให้แฮกเกอร์เพิ่มสิทธิ์ในระบบ - อยู่ใน Code Media framework ซึ่ง CyberInsider ชี้ว่าเป็นหนึ่งใน ช่องโหว่ที่ต้องรีบแก้ไขอย่างเร่งด่วน ✅ Apple อัปเดตระบบป้องกันในหลายเวอร์ชัน - แพตช์สำหรับช่องโหว่แรกและที่สองถูกนำเข้ามาใน iOS 16.7.11 และ 15.8.4 รวมถึง iPadOS 16.7.11 และ 15.8.4 - ช่องโหว่ที่สามถูกแก้ไขแล้วใน iPadOS 17.7.6 และ macOS เวอร์ชัน 14.7.5 (Sonoma) และ 13.7.5 (Ventura) https://www.techradar.com/pro/security/apple-just-finally-patched-a-whole-host-of-os-security-issues-on-older-devices-so-update-now
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 32 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทองแดงเป็นตัวนำไฟฟ้ามาตรฐานมานานกว่า 200 ปี แต่เริ่มมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพ นักวิจัยพบว่า Niobium Phosphide (NbP) มีคุณสมบัติการนำไฟฟ้าที่เหนือกว่าทองแดง โดยเฉพาะในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับนาโน NbP สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ได้ง่าย และช่วยลดการสูญเสียพลังงาน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายด้านการผลิต ที่ต้องแก้ไขก่อนจะนำมาใช้จริงในอุตสาหกรรม

    ✅ Niobium Phosphide เป็นวัสดุที่นำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดงในระดับนาโน
    - งานวิจัยของ Stanford University พบว่า NbP มีค่าความต้านทานต่ำกว่าทองแดงถึง 6 เท่า
    - เมื่อวัสดุมีความบางลง NbP ยังคงรักษาคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดง

    ✅ เซมิมีทัลมีโครงสร้างทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน
    - NbP มี คุณสมบัติเฉพาะด้านโครงสร้างที่ช่วยให้การส่งผ่านอิเล็กตรอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    - นักวิจัยระบุว่า สามารถลดการใช้พลังงานในอุปกรณ์ขนาดเล็กได้

    ✅ สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ที่มีอยู่ได้ง่าย
    - NbP สามารถถูกวางเป็น ฟิล์มที่อุณหภูมิ 400°C โดยไม่ทำให้ชิปซิลิคอนเสียหาย

    ✅ ยังคงมีความท้าทายด้านการผลิต
    - การควบคุมความหนาของชั้นฟิล์ม NbP เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงมาก
    - หากชั้นฟิล์มมีความหนาไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้ค่าความต้านทานแปรปรวน

    ✅ อนาคตของเซมิมีทัลในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
    - หากการพัฒนา NbP และวัสดุเซมิมีทัลอื่น ๆ ก้าวหน้า อาจแทนที่ทองแดงในวงจรระดับสูงได้ภายใน 10 ปี

    https://www.techradar.com/pro/after-semiconductors-semimetals-might-be-the-next-big-thing-as-the-tech-industry-looks-for-a-replacement-for-ubiquitous-copper
    ทองแดงเป็นตัวนำไฟฟ้ามาตรฐานมานานกว่า 200 ปี แต่เริ่มมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพ นักวิจัยพบว่า Niobium Phosphide (NbP) มีคุณสมบัติการนำไฟฟ้าที่เหนือกว่าทองแดง โดยเฉพาะในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับนาโน NbP สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ได้ง่าย และช่วยลดการสูญเสียพลังงาน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายด้านการผลิต ที่ต้องแก้ไขก่อนจะนำมาใช้จริงในอุตสาหกรรม ✅ Niobium Phosphide เป็นวัสดุที่นำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดงในระดับนาโน - งานวิจัยของ Stanford University พบว่า NbP มีค่าความต้านทานต่ำกว่าทองแดงถึง 6 เท่า - เมื่อวัสดุมีความบางลง NbP ยังคงรักษาคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดง ✅ เซมิมีทัลมีโครงสร้างทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน - NbP มี คุณสมบัติเฉพาะด้านโครงสร้างที่ช่วยให้การส่งผ่านอิเล็กตรอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น - นักวิจัยระบุว่า สามารถลดการใช้พลังงานในอุปกรณ์ขนาดเล็กได้ ✅ สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ที่มีอยู่ได้ง่าย - NbP สามารถถูกวางเป็น ฟิล์มที่อุณหภูมิ 400°C โดยไม่ทำให้ชิปซิลิคอนเสียหาย ✅ ยังคงมีความท้าทายด้านการผลิต - การควบคุมความหนาของชั้นฟิล์ม NbP เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงมาก - หากชั้นฟิล์มมีความหนาไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้ค่าความต้านทานแปรปรวน ✅ อนาคตของเซมิมีทัลในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ - หากการพัฒนา NbP และวัสดุเซมิมีทัลอื่น ๆ ก้าวหน้า อาจแทนที่ทองแดงในวงจรระดับสูงได้ภายใน 10 ปี https://www.techradar.com/pro/after-semiconductors-semimetals-might-be-the-next-big-thing-as-the-tech-industry-looks-for-a-replacement-for-ubiquitous-copper
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 67 มุมมอง 0 รีวิว
  • AMD ออก BIOS อัปเดตเพื่อแก้ไขปัญหาการบูตไม่ติดของ Ryzen 7 9800X3D บนเมนบอร์ด ASRock AM5 โดยสาเหตุเกิดจาก Memory Compatibility Issue ใน BIOS รุ่นเก่า หากพบปัญหานี้ AMD แนะนำให้อัปเดต BIOS เป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อน และหากยังคงมีปัญหา ควรติดต่อฝ่ายสนับสนุน ล่าสุด AMD ยังชี้แจงกรณี CPU 'ไหม้' ในเดือนกุมภาพันธ์ว่า เป็นเพียงเศษสิ่งสกปรกที่ต้องทำความสะอาด ไม่ใช่ปัญหาการไหม้จริง

    ✅ ASRock ออก BIOS อัปเดตตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2025
    - เมื่อพบปัญหา ASRock ได้ปล่อย Beta BIOS เวอร์ชันแรกทันที
    - หลังจากการตรวจสอบ AMD และ ASRock ยืนยันว่าปัญหาเกิดจาก การตั้งค่า Memory Capability ใน BIOS รุ่นเก่า

    ✅ AMD แนะนำให้ผู้ใช้เมนบอร์ด ASRock AM5 อัปเดต BIOS ก่อนทำการวิเคราะห์ปัญหาอื่น ๆ
    - ปัญหาบูตไม่ติด อาจไม่ได้เกิดจาก CPU ที่เสียหาย แต่เกิดจาก BIOS รุ่นเก่าที่มีปัญหาความเข้ากันได้
    - ผู้ใช้ที่ยังพบปัญหาแม้จะอัปเดต BIOS แล้ว ควรติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ AMD หรือ ASRock

    ✅ AMD ระบุว่ามีการรายงานปัญหาจำนวนไม่มาก และสามารถแก้ไขได้ง่าย
    - แม้จะมีการรายงานปัญหากว่า 100 กรณี แต่ เทียบกับจำนวน CPU และเมนบอร์ดที่มีอยู่ในตลาดแล้ว ถือว่าเป็นสัดส่วนที่ต่ำมาก
    - AMD ย้ำว่า Ryzen 7 9800X3D ยังคงเป็นหนึ่งใน CPU สำหรับเกมที่ดีที่สุด ณ ปัจจุบัน

    ✅ กรณีของ CPU ที่ถูกกล่าวหาว่า "ไหม้" ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025
    - AMD ระบุว่า เมนบอร์ดที่พบปัญหาไม่มีร่องรอยไหม้จริง
    - ปัญหาเกิดจาก เศษสิ่งสกปรกบนเมนบอร์ดที่ต้องทำความสะอาด และหลังจากนั้น สามารถบูตและทำงานได้ตามปกติ

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/amd-pins-ryzen-9000-failures-on-compatibility-issues-bios-update-recommended-to-avoid-boot-problems
    AMD ออก BIOS อัปเดตเพื่อแก้ไขปัญหาการบูตไม่ติดของ Ryzen 7 9800X3D บนเมนบอร์ด ASRock AM5 โดยสาเหตุเกิดจาก Memory Compatibility Issue ใน BIOS รุ่นเก่า หากพบปัญหานี้ AMD แนะนำให้อัปเดต BIOS เป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อน และหากยังคงมีปัญหา ควรติดต่อฝ่ายสนับสนุน ล่าสุด AMD ยังชี้แจงกรณี CPU 'ไหม้' ในเดือนกุมภาพันธ์ว่า เป็นเพียงเศษสิ่งสกปรกที่ต้องทำความสะอาด ไม่ใช่ปัญหาการไหม้จริง ✅ ASRock ออก BIOS อัปเดตตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2025 - เมื่อพบปัญหา ASRock ได้ปล่อย Beta BIOS เวอร์ชันแรกทันที - หลังจากการตรวจสอบ AMD และ ASRock ยืนยันว่าปัญหาเกิดจาก การตั้งค่า Memory Capability ใน BIOS รุ่นเก่า ✅ AMD แนะนำให้ผู้ใช้เมนบอร์ด ASRock AM5 อัปเดต BIOS ก่อนทำการวิเคราะห์ปัญหาอื่น ๆ - ปัญหาบูตไม่ติด อาจไม่ได้เกิดจาก CPU ที่เสียหาย แต่เกิดจาก BIOS รุ่นเก่าที่มีปัญหาความเข้ากันได้ - ผู้ใช้ที่ยังพบปัญหาแม้จะอัปเดต BIOS แล้ว ควรติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ AMD หรือ ASRock ✅ AMD ระบุว่ามีการรายงานปัญหาจำนวนไม่มาก และสามารถแก้ไขได้ง่าย - แม้จะมีการรายงานปัญหากว่า 100 กรณี แต่ เทียบกับจำนวน CPU และเมนบอร์ดที่มีอยู่ในตลาดแล้ว ถือว่าเป็นสัดส่วนที่ต่ำมาก - AMD ย้ำว่า Ryzen 7 9800X3D ยังคงเป็นหนึ่งใน CPU สำหรับเกมที่ดีที่สุด ณ ปัจจุบัน ✅ กรณีของ CPU ที่ถูกกล่าวหาว่า "ไหม้" ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 - AMD ระบุว่า เมนบอร์ดที่พบปัญหาไม่มีร่องรอยไหม้จริง - ปัญหาเกิดจาก เศษสิ่งสกปรกบนเมนบอร์ดที่ต้องทำความสะอาด และหลังจากนั้น สามารถบูตและทำงานได้ตามปกติ https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/amd-pins-ryzen-9000-failures-on-compatibility-issues-bios-update-recommended-to-avoid-boot-problems
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 21 มุมมอง 0 รีวิว
  • NFL ได้ประกาศว่าจะนำระบบ Hawk-Eye Technology ของ Sony มาใช้แทนการวัดระยะ First Down ด้วยโซ่แบบดั้งเดิม เริ่มต้นใน ฤดูกาล 2025–26 โดยเทคโนโลยีนี้มี 6 กล้อง 8K เพื่อจับตำแหน่งบอลด้วยความละเอียดสูง ซึ่งช่วยลดเวลาการตัดสินจาก 70 วินาที เหลือเพียง 30 วินาที

    ✅ Hawk-Eye จะถูกนำไปใช้ในทุกสนามของ NFL รวมถึงเวทีระดับนานาชาติ
    - ระบบนี้จะทำงานร่วมกับ Art McNally GameDay Central Officiating Center ในนิวยอร์ก
    - ผู้ชมทั้งในสนามและทางโทรทัศน์จะเห็น ภาพจำลองแบบเสมือนจริงของระยะ First Down ในเวลาจริง

    ✅ ระบบใหม่ช่วยตัดสินได้เร็วขึ้น แต่ไม่ได้ขจัดข้อผิดพลาดทั้งหมด
    - แม้ Hawk-Eye จะช่วยวัดระยะได้แม่นยำขึ้น แต่การตัดสินที่เป็นข้อถกเถียงส่วนใหญ่เกิดจาก การกำหนดตำแหน่งบอลครั้งแรกโดยกรรมการ
    - เช่นในเกม AFC Championship ระหว่าง Buffalo Bills กับ Kansas City Chiefs กรรมการตัดสินให้ Josh Allen ไม่ถึงระยะ First Down ซึ่งกล้องไม่สามารถช่วยแก้ไขการตัดสินนี้ได้

    ✅ ทีมงานที่ใช้โซ่แบบดั้งเดิมยังคงอยู่เป็นระบบสำรอง
    - หาก Hawk-Eye มีปัญหาทางเทคนิค ทีมงานจะถูกเรียกมาวัดระยะด้วยวิธีดั้งเดิมทันที

    ✅ Hawk-Eye Technology ถูกใช้ในกีฬาอื่นมาแล้ว
    - ระบบนี้เป็น มาตรฐานในการตัดสินเส้นบอลของฟุตบอล, เทนนิส, คริกเก็ต และรักบี้
    - กว่า 23 จาก 25 ลีกกีฬาระดับโลกใช้เทคโนโลยีนี้

    https://www.techspot.com/news/107388-nfl-replace-chains-sony-8k-cameras-hawk-eye.html
    NFL ได้ประกาศว่าจะนำระบบ Hawk-Eye Technology ของ Sony มาใช้แทนการวัดระยะ First Down ด้วยโซ่แบบดั้งเดิม เริ่มต้นใน ฤดูกาล 2025–26 โดยเทคโนโลยีนี้มี 6 กล้อง 8K เพื่อจับตำแหน่งบอลด้วยความละเอียดสูง ซึ่งช่วยลดเวลาการตัดสินจาก 70 วินาที เหลือเพียง 30 วินาที ✅ Hawk-Eye จะถูกนำไปใช้ในทุกสนามของ NFL รวมถึงเวทีระดับนานาชาติ - ระบบนี้จะทำงานร่วมกับ Art McNally GameDay Central Officiating Center ในนิวยอร์ก - ผู้ชมทั้งในสนามและทางโทรทัศน์จะเห็น ภาพจำลองแบบเสมือนจริงของระยะ First Down ในเวลาจริง ✅ ระบบใหม่ช่วยตัดสินได้เร็วขึ้น แต่ไม่ได้ขจัดข้อผิดพลาดทั้งหมด - แม้ Hawk-Eye จะช่วยวัดระยะได้แม่นยำขึ้น แต่การตัดสินที่เป็นข้อถกเถียงส่วนใหญ่เกิดจาก การกำหนดตำแหน่งบอลครั้งแรกโดยกรรมการ - เช่นในเกม AFC Championship ระหว่าง Buffalo Bills กับ Kansas City Chiefs กรรมการตัดสินให้ Josh Allen ไม่ถึงระยะ First Down ซึ่งกล้องไม่สามารถช่วยแก้ไขการตัดสินนี้ได้ ✅ ทีมงานที่ใช้โซ่แบบดั้งเดิมยังคงอยู่เป็นระบบสำรอง - หาก Hawk-Eye มีปัญหาทางเทคนิค ทีมงานจะถูกเรียกมาวัดระยะด้วยวิธีดั้งเดิมทันที ✅ Hawk-Eye Technology ถูกใช้ในกีฬาอื่นมาแล้ว - ระบบนี้เป็น มาตรฐานในการตัดสินเส้นบอลของฟุตบอล, เทนนิส, คริกเก็ต และรักบี้ - กว่า 23 จาก 25 ลีกกีฬาระดับโลกใช้เทคโนโลยีนี้ https://www.techspot.com/news/107388-nfl-replace-chains-sony-8k-cameras-hawk-eye.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    NFL to replace chains with Sony's 8K cameras and Hawk-Eye technology for measuring first downs
    The change will take effect in the 2025 – 26 season, beginning with the kickoff game on September 4 in Philadelphia. The NFL expects the technology to...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 75 มุมมอง 0 รีวิว
  • Google Cloud Platform (GCP) พบช่องโหว่ ImageRunner ซึ่งอาจช่วยให้แฮกเกอร์เข้าถึงภาพคอนเทนเนอร์ที่ควรเป็น ข้อมูลลับ โดยไม่ต้องได้รับอนุญาต ส่งผลต่อความเสี่ยงด้าน Privilege Escalation, การโจรกรรมข้อมูล และการสอดแนมทางไซเบอร์ อย่างไรก็ตาม Google ได้แก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ก่อนที่จะถูกนำไปใช้โจมตีจริง

    ✅ ช่องโหว่เกิดจากการทำงานของ Cloud Run
    - Cloud Run เป็นแพลตฟอร์ม Serverless ที่ใช้ในการรันแอปพลิเคชันแบบคอนเทนเนอร์
    - ช่องโหว่นี้เกิดจาก "Service Agent" ซึ่งเป็น บัญชีระบบที่ Google Cloud ใช้เพื่อดึงภาพคอนเทนเนอร์ขณะทำการอัปเดต (Revision Deployment)
    - แฮกเกอร์สามารถใช้ช่องโหว่นี้ เพื่อดึงภาพคอนเทนเนอร์ส่วนตัวที่มีข้อมูลลับจาก Google Container Registry และ Google Artifact Registry

    ✅ ImageRunner สามารถใช้เพื่อโจรกรรมข้อมูลได้
    - หากแฮกเกอร์ ได้รับสิทธิ์ run.services.update และ iam.serviceAccounts.actAs พวกเขาสามารถ สร้าง Revision ใหม่ใน Cloud Run และดึงภาพคอนเทนเนอร์ที่เป็นความลับขององค์กรได้
    - สามารถ สแกนหาข้อมูลสำคัญ, ดึงข้อมูลรหัสผ่าน หรือส่งออกข้อมูลลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอก

    ✅ Google ออกมาตรการแก้ไขอย่างเข้มงวด
    - ตอนนี้ ผู้ใช้ที่สร้างหรืออัปเดต Cloud Run จะต้องมีสิทธิ์เข้าถึงคอนเทนเนอร์ภาพโดยตรง
    - Google ออก "Breaking Change" ในเดือนมกราคม 2025 ซึ่งทำให้ การตั้งค่า IAM ของ Cloud Run เข้มงวดขึ้น
    - Google แจ้งเตือนผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ ผ่าน Mandatory Service Announcement ตั้งแต่ปลายปี 2024

    ✅ ผลกระทบของช่องโหว่ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
    - ช่องโหว่คล้ายกันสามารถ ถูกนำไปใช้ในรูปแบบ Supply Chain Attack เพื่อเจาะระบบคลาวด์ขององค์กร
    - หากไม่มีมาตรการป้องกัน แฮกเกอร์อาจใช้เทคนิคเดียวกันนี้เพื่อเจาะระบบคลาวด์ของบริษัทอื่น ๆ


    https://www.csoonline.com/article/3952518/google-fixes-gcp-flaw-that-could-expose-sensitive-container-images.html
    Google Cloud Platform (GCP) พบช่องโหว่ ImageRunner ซึ่งอาจช่วยให้แฮกเกอร์เข้าถึงภาพคอนเทนเนอร์ที่ควรเป็น ข้อมูลลับ โดยไม่ต้องได้รับอนุญาต ส่งผลต่อความเสี่ยงด้าน Privilege Escalation, การโจรกรรมข้อมูล และการสอดแนมทางไซเบอร์ อย่างไรก็ตาม Google ได้แก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ก่อนที่จะถูกนำไปใช้โจมตีจริง ✅ ช่องโหว่เกิดจากการทำงานของ Cloud Run - Cloud Run เป็นแพลตฟอร์ม Serverless ที่ใช้ในการรันแอปพลิเคชันแบบคอนเทนเนอร์ - ช่องโหว่นี้เกิดจาก "Service Agent" ซึ่งเป็น บัญชีระบบที่ Google Cloud ใช้เพื่อดึงภาพคอนเทนเนอร์ขณะทำการอัปเดต (Revision Deployment) - แฮกเกอร์สามารถใช้ช่องโหว่นี้ เพื่อดึงภาพคอนเทนเนอร์ส่วนตัวที่มีข้อมูลลับจาก Google Container Registry และ Google Artifact Registry ✅ ImageRunner สามารถใช้เพื่อโจรกรรมข้อมูลได้ - หากแฮกเกอร์ ได้รับสิทธิ์ run.services.update และ iam.serviceAccounts.actAs พวกเขาสามารถ สร้าง Revision ใหม่ใน Cloud Run และดึงภาพคอนเทนเนอร์ที่เป็นความลับขององค์กรได้ - สามารถ สแกนหาข้อมูลสำคัญ, ดึงข้อมูลรหัสผ่าน หรือส่งออกข้อมูลลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอก ✅ Google ออกมาตรการแก้ไขอย่างเข้มงวด - ตอนนี้ ผู้ใช้ที่สร้างหรืออัปเดต Cloud Run จะต้องมีสิทธิ์เข้าถึงคอนเทนเนอร์ภาพโดยตรง - Google ออก "Breaking Change" ในเดือนมกราคม 2025 ซึ่งทำให้ การตั้งค่า IAM ของ Cloud Run เข้มงวดขึ้น - Google แจ้งเตือนผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ ผ่าน Mandatory Service Announcement ตั้งแต่ปลายปี 2024 ✅ ผลกระทบของช่องโหว่ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข - ช่องโหว่คล้ายกันสามารถ ถูกนำไปใช้ในรูปแบบ Supply Chain Attack เพื่อเจาะระบบคลาวด์ขององค์กร - หากไม่มีมาตรการป้องกัน แฮกเกอร์อาจใช้เทคนิคเดียวกันนี้เพื่อเจาะระบบคลาวด์ของบริษัทอื่น ๆ https://www.csoonline.com/article/3952518/google-fixes-gcp-flaw-that-could-expose-sensitive-container-images.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Google fixes GCP flaw that could expose sensitive container images
    The flaw could allow attackers to access restricted container images, potentially leading to privilege escalation, data theft, and espionage attacks.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 69 มุมมอง 0 รีวิว
  • 10 แนวทางบริหารจัดการช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ CISOs แนะนำ 🔒🛡️

    ปัจจุบันองค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญกับ การจัดการช่องโหว่ด้านความปลอดภัย (Vulnerability Management) มากขึ้น เนื่องจากการละเลยในอดีตทำให้เกิด ความเสี่ยงทางธุรกิจ อย่างมหาศาล โดย CISOs (Chief Information Security Officers) หลายคนได้แบ่งปันบทเรียนและแนวทางที่ช่วยให้องค์กรสามารถลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ทางไซเบอร์ได้

    ✅ 1. สร้างวัฒนธรรมไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในองค์กร
    - องค์กรต้องมี แนวคิดที่เน้นความปลอดภัย โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น การโจมตี Log4J หรือ Ransomware
    - CISOs ย้ำว่า ต้องทำให้ความปลอดภัยเป็นวาระสำคัญระดับ CEO และคณะกรรมการบริษัท

    ✅ 2. เอกสารและกระบวนการที่ชัดเจน
    - ทุกขั้นตอนต้องมีการ บันทึกและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการช่องโหว่

    ✅ 3. กำหนดกระบวนการที่เป็นมาตรฐาน
    - หลายองค์กรใช้กรอบงาน NIST หรือ ISO 27001 และปรับให้เข้ากับความต้องการขององค์กร
    - บางบริษัทมี ระบบบูรณาการที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เมื่อมีการควบรวมกิจการ

    ✅ 4. ระบุข้อมูลความปลอดภัยที่จำเป็น
    - ไม่ใช่แค่การตรวจสอบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ แต่ต้องกำหนด ข้อมูลที่จำเป็นต่อการบริหารความเสี่ยง

    ✅ 5. บูรณาการข้อมูลให้เป็นระบบ
    - CISOs ต้องเข้าใจว่า ข้อมูลเกี่ยวกับช่องโหว่ควรส่งถึงใครบ้าง และต้องดำเนินการอย่างไรเมื่อได้รับข้อมูล

    ✅ 6. ตั้งค่ามาตรวัดเพื่อจัดลำดับความสำคัญ
    - ระบบต้องมีการ ประเมินมูลค่าธุรกิจของสินทรัพย์ที่มีช่องโหว่ และพิจารณาว่า มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอหรือไม่

    ✅ 7. ตั้งค่า SLA เพื่อกำหนดขอบเขตเวลาแก้ไขปัญหา
    - ต้องมี Service Level Agreements (SLA) เพื่อกำหนดระยะเวลาที่ต้องแก้ไขช่องโหว่
    - หากทีมไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามกำหนด ต้องมีการตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการต่อไป

    ✅ 8. พัฒนาแผนฉุกเฉินสำหรับแพตช์ระบบ
    - กรณี Log4Shell และ SolarWinds เป็นบทเรียนว่าองค์กรต้องมี แผนฉุกเฉินสำหรับการแพตช์ระบบในเหตุการณ์เร่งด่วน

    ✅ 9. ปรับเป้าหมายและแรงจูงใจให้สอดคล้องกัน
    - ต้องมี การทำงานร่วมกันระหว่างฝ่าย IT, DevOps, Security และฝ่ายธุรกิจ
    - บางองค์กรใช้ ค่าตอบแทนและโบนัสเพื่อกระตุ้นให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับความปลอดภัย

    ✅ 10. ทดสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
    - เปลี่ยนจาก Penetration Testing แบบรายปี เป็น Continuous Security Testing
    - ใช้แนวทาง Threat-Informed Defense เพื่อ ทดสอบความสามารถของมาตรการป้องกัน

    https://www.csoonline.com/article/3853759/10-best-practices-for-vulnerability-management-according-to-cisos.html
    10 แนวทางบริหารจัดการช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ CISOs แนะนำ 🔒🛡️ ปัจจุบันองค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญกับ การจัดการช่องโหว่ด้านความปลอดภัย (Vulnerability Management) มากขึ้น เนื่องจากการละเลยในอดีตทำให้เกิด ความเสี่ยงทางธุรกิจ อย่างมหาศาล โดย CISOs (Chief Information Security Officers) หลายคนได้แบ่งปันบทเรียนและแนวทางที่ช่วยให้องค์กรสามารถลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ทางไซเบอร์ได้ ✅ 1. สร้างวัฒนธรรมไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในองค์กร - องค์กรต้องมี แนวคิดที่เน้นความปลอดภัย โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น การโจมตี Log4J หรือ Ransomware - CISOs ย้ำว่า ต้องทำให้ความปลอดภัยเป็นวาระสำคัญระดับ CEO และคณะกรรมการบริษัท ✅ 2. เอกสารและกระบวนการที่ชัดเจน - ทุกขั้นตอนต้องมีการ บันทึกและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการช่องโหว่ ✅ 3. กำหนดกระบวนการที่เป็นมาตรฐาน - หลายองค์กรใช้กรอบงาน NIST หรือ ISO 27001 และปรับให้เข้ากับความต้องการขององค์กร - บางบริษัทมี ระบบบูรณาการที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เมื่อมีการควบรวมกิจการ ✅ 4. ระบุข้อมูลความปลอดภัยที่จำเป็น - ไม่ใช่แค่การตรวจสอบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ แต่ต้องกำหนด ข้อมูลที่จำเป็นต่อการบริหารความเสี่ยง ✅ 5. บูรณาการข้อมูลให้เป็นระบบ - CISOs ต้องเข้าใจว่า ข้อมูลเกี่ยวกับช่องโหว่ควรส่งถึงใครบ้าง และต้องดำเนินการอย่างไรเมื่อได้รับข้อมูล ✅ 6. ตั้งค่ามาตรวัดเพื่อจัดลำดับความสำคัญ - ระบบต้องมีการ ประเมินมูลค่าธุรกิจของสินทรัพย์ที่มีช่องโหว่ และพิจารณาว่า มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอหรือไม่ ✅ 7. ตั้งค่า SLA เพื่อกำหนดขอบเขตเวลาแก้ไขปัญหา - ต้องมี Service Level Agreements (SLA) เพื่อกำหนดระยะเวลาที่ต้องแก้ไขช่องโหว่ - หากทีมไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามกำหนด ต้องมีการตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการต่อไป ✅ 8. พัฒนาแผนฉุกเฉินสำหรับแพตช์ระบบ - กรณี Log4Shell และ SolarWinds เป็นบทเรียนว่าองค์กรต้องมี แผนฉุกเฉินสำหรับการแพตช์ระบบในเหตุการณ์เร่งด่วน ✅ 9. ปรับเป้าหมายและแรงจูงใจให้สอดคล้องกัน - ต้องมี การทำงานร่วมกันระหว่างฝ่าย IT, DevOps, Security และฝ่ายธุรกิจ - บางองค์กรใช้ ค่าตอบแทนและโบนัสเพื่อกระตุ้นให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ✅ 10. ทดสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง - เปลี่ยนจาก Penetration Testing แบบรายปี เป็น Continuous Security Testing - ใช้แนวทาง Threat-Informed Defense เพื่อ ทดสอบความสามารถของมาตรการป้องกัน https://www.csoonline.com/article/3853759/10-best-practices-for-vulnerability-management-according-to-cisos.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    10 best practices for vulnerability management according to CISOs
    After years of neglect, organizations are investing in vulnerability management programs to address business risk. A dozen CISOs offer lessons learned and best practices.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 81 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft ได้เปิดตัว Windows Hotpatch บน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตั้ง อัปเดตความปลอดภัยได้ทันทีโดยไม่ต้องรีบูตเครื่อง ฟีเจอร์นี้เคยมีเฉพาะบน Windows Server แต่ตอนนี้เริ่มถูกนำมาใช้กับ Windows 11 Enterprise เพื่อให้การอัปเดตเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น

    ✅ Windows Hotpatch ทำงานอย่างไร?
    - แทนที่จะต้องรีบูตเครื่องทุกครั้งเมื่อมีอัปเดตสำคัญ Windows Hotpatch จะใช้เทคนิคการอัปเดตกระบวนการที่ทำงานอยู่ในหน่วยความจำ (in-memory processes)
    - ผู้ใช้ยังต้องรีสตาร์ททุก ๆ 3 เดือน เพื่อรับ Baseline Update แต่ Hotpatches รายเดือนจะไม่ต้องรีบูตเครื่อง

    ✅ ข้อดีสำหรับองค์กร
    - IT Admin ไม่ต้องกังวลว่าพนักงานจะ เลื่อนการอัปเดตออกไป
    - ช่วยลดปัญหาที่เกิดจาก ระบบที่ยังไม่ได้รับแพตช์ล่าสุด และทำให้ระบบมีความปลอดภัยสูงขึ้น

    ✅ ข้อจำกัดของ Windows Hotpatch
    - รองรับเฉพาะ Windows 11 Enterprise เวอร์ชัน 24H2 เช่น Enterprise E3, E5, F3 และ Education A3, A5
    - Windows 11 Home และ Professional ไม่สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้
    - อุปกรณ์ที่ใช้ ARM CPUs ยังอยู่ในช่วงทดลอง และต้องรออัปเดตเพิ่มเติมจาก Microsoft

    ✅ Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่สำหรับทุกเวอร์ชันของ Windows 11
    - Quick Machine Recovery (QMR) จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถ แก้ไขเครื่องที่บูตไม่ติดโดยติดตั้งแพตช์จาก Windows RE
    - QMR อยู่ระหว่างการทดสอบ และจะรองรับ Windows 11 Home และ Professional

    https://www.neowin.net/news/windows-11-can-now-install-security-updates-without-asking-you-to-reboot/
    Microsoft ได้เปิดตัว Windows Hotpatch บน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตั้ง อัปเดตความปลอดภัยได้ทันทีโดยไม่ต้องรีบูตเครื่อง ฟีเจอร์นี้เคยมีเฉพาะบน Windows Server แต่ตอนนี้เริ่มถูกนำมาใช้กับ Windows 11 Enterprise เพื่อให้การอัปเดตเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น ✅ Windows Hotpatch ทำงานอย่างไร? - แทนที่จะต้องรีบูตเครื่องทุกครั้งเมื่อมีอัปเดตสำคัญ Windows Hotpatch จะใช้เทคนิคการอัปเดตกระบวนการที่ทำงานอยู่ในหน่วยความจำ (in-memory processes) - ผู้ใช้ยังต้องรีสตาร์ททุก ๆ 3 เดือน เพื่อรับ Baseline Update แต่ Hotpatches รายเดือนจะไม่ต้องรีบูตเครื่อง ✅ ข้อดีสำหรับองค์กร - IT Admin ไม่ต้องกังวลว่าพนักงานจะ เลื่อนการอัปเดตออกไป - ช่วยลดปัญหาที่เกิดจาก ระบบที่ยังไม่ได้รับแพตช์ล่าสุด และทำให้ระบบมีความปลอดภัยสูงขึ้น ✅ ข้อจำกัดของ Windows Hotpatch - รองรับเฉพาะ Windows 11 Enterprise เวอร์ชัน 24H2 เช่น Enterprise E3, E5, F3 และ Education A3, A5 - Windows 11 Home และ Professional ไม่สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้ - อุปกรณ์ที่ใช้ ARM CPUs ยังอยู่ในช่วงทดลอง และต้องรออัปเดตเพิ่มเติมจาก Microsoft ✅ Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่สำหรับทุกเวอร์ชันของ Windows 11 - Quick Machine Recovery (QMR) จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถ แก้ไขเครื่องที่บูตไม่ติดโดยติดตั้งแพตช์จาก Windows RE - QMR อยู่ระหว่างการทดสอบ และจะรองรับ Windows 11 Home และ Professional https://www.neowin.net/news/windows-11-can-now-install-security-updates-without-asking-you-to-reboot/
    WWW.NEOWIN.NET
    Windows 11 can now install security updates without asking you to reboot
    Are you tired of Windows 11 constantly asking you to restart to apply updates? Good news: the latest feature is here to fix that, but there is a catch.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 31 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft กำลังผลักดันให้ธุรกิจเปลี่ยนจาก Office ไปใช้ Microsoft 365 โดยเน้นข้อดีของ Cloud-Based Collaboration และตัวเลข ROI ที่สูงถึง 223% บริษัทว่าจ้าง Forrester Consulting เพื่อศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจ และชี้ให้เห็นว่า Microsoft 365 ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อย่างไรก็ตาม IT Admins บางส่วนยังคงมีข้อกังวลเกี่ยวกับฟีเจอร์ใหม่ เช่น New Outlook for Windows ที่ได้รับคำวิจารณ์ด้านประสิทธิภาพ

    ✅ Microsoft ใช้ตัวเลข ROI เพื่อแสดงให้เห็นถึงข้อดีของ Microsoft 365
    - Microsoft จ้าง Forrester Consulting เพื่อศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจของ Microsoft 365
    - ผลลัพธ์ที่ได้คือ ROI สูงถึง 223% ภายใน 3 ปี และสามารถคืนทุนได้ในเวลาเพียง 6 เดือน

    ✅ ข้อดีที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
    - ลดเวลาการทำงานลงเฉลี่ย 1.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ต่อผู้ใช้ ด้วยเครื่องมือสื่อสารและระบบอัตโนมัติ
    - เพิ่มประสิทธิภาพของ IT โดยช่วยให้ทีม IT ลดปริมาณงานด้านการอัปเดตและแก้ไขระบบลงกว่า 686 ชั่วโมงต่อปี
    - ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า $297,000 โดยเลิกใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เก่าที่ล้าสมัย

    ✅ Microsoft 365 เน้นความสำคัญของ Cloud-Based Collaboration
    - การทำงานร่วมกันแบบ ออนไลน์และรีโมต ช่วยลดข้อจำกัดที่เกิดจากการใช้ Office แบบ Offline
    - ฟีเจอร์ OneDrive และ Microsoft Teams ทำให้สามารถแชร์ไฟล์และประชุมได้แบบเรียลไทม์

    ✅ Office 2016 และ 2019 จะหมดอายุการสนับสนุนภายในปีนี้
    - Microsoft ใช้จุดนี้เป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจเปลี่ยนไปใช้ Microsoft 365 ก่อนที่จะไม่มีการอัปเดตอีกต่อไป

    ✅ กระแสตอบรับจาก IT Admins ยังไม่เป็นไปในทางบวกทั้งหมด
    - แม้ว่า Microsoft จะโปรโมต Microsoft 365 อย่างหนัก แต่ IT Admin หลายคนยังคงมีข้อกังขาเกี่ยวกับแอป New Outlook for Windows ที่ได้รับคำวิจารณ์ว่า ยังไม่สมบูรณ์

    https://www.neowin.net/news/like-windows-11-microsoft-proves-why-microsoft-365-is-better-than-office-for-you/
    Microsoft กำลังผลักดันให้ธุรกิจเปลี่ยนจาก Office ไปใช้ Microsoft 365 โดยเน้นข้อดีของ Cloud-Based Collaboration และตัวเลข ROI ที่สูงถึง 223% บริษัทว่าจ้าง Forrester Consulting เพื่อศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจ และชี้ให้เห็นว่า Microsoft 365 ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อย่างไรก็ตาม IT Admins บางส่วนยังคงมีข้อกังวลเกี่ยวกับฟีเจอร์ใหม่ เช่น New Outlook for Windows ที่ได้รับคำวิจารณ์ด้านประสิทธิภาพ ✅ Microsoft ใช้ตัวเลข ROI เพื่อแสดงให้เห็นถึงข้อดีของ Microsoft 365 - Microsoft จ้าง Forrester Consulting เพื่อศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจของ Microsoft 365 - ผลลัพธ์ที่ได้คือ ROI สูงถึง 223% ภายใน 3 ปี และสามารถคืนทุนได้ในเวลาเพียง 6 เดือน ✅ ข้อดีที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน - ลดเวลาการทำงานลงเฉลี่ย 1.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ต่อผู้ใช้ ด้วยเครื่องมือสื่อสารและระบบอัตโนมัติ - เพิ่มประสิทธิภาพของ IT โดยช่วยให้ทีม IT ลดปริมาณงานด้านการอัปเดตและแก้ไขระบบลงกว่า 686 ชั่วโมงต่อปี - ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า $297,000 โดยเลิกใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เก่าที่ล้าสมัย ✅ Microsoft 365 เน้นความสำคัญของ Cloud-Based Collaboration - การทำงานร่วมกันแบบ ออนไลน์และรีโมต ช่วยลดข้อจำกัดที่เกิดจากการใช้ Office แบบ Offline - ฟีเจอร์ OneDrive และ Microsoft Teams ทำให้สามารถแชร์ไฟล์และประชุมได้แบบเรียลไทม์ ✅ Office 2016 และ 2019 จะหมดอายุการสนับสนุนภายในปีนี้ - Microsoft ใช้จุดนี้เป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจเปลี่ยนไปใช้ Microsoft 365 ก่อนที่จะไม่มีการอัปเดตอีกต่อไป ✅ กระแสตอบรับจาก IT Admins ยังไม่เป็นไปในทางบวกทั้งหมด - แม้ว่า Microsoft จะโปรโมต Microsoft 365 อย่างหนัก แต่ IT Admin หลายคนยังคงมีข้อกังขาเกี่ยวกับแอป New Outlook for Windows ที่ได้รับคำวิจารณ์ว่า ยังไม่สมบูรณ์ https://www.neowin.net/news/like-windows-11-microsoft-proves-why-microsoft-365-is-better-than-office-for-you/
    WWW.NEOWIN.NET
    Like Windows 11, Microsoft "proves" why Microsoft 365 is better than Office for you
    Microsoft has the "proof" to show why Microsoft 365 is better than Office and why you must upgrade to M365.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 26 มุมมอง 0 รีวิว
  • แม่น้ำหลายสาย หยุด พ.ร.บ.กาสิโน

    การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 3 เม.ย. หนึ่งในวาระการประชุมที่สังคมจับตามอง คือ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ.... หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย เช่น นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน นำตัวแทนเครือข่ายภาคประชาสังคม 100 องค์กร ยื่นหนังสือที่รัฐสภาคัดค้านการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว พร้อมประณาม ครม.ที่เอาแต่ได้ สร้างประเด็นลวงว่ามีกาสิโนเป็นส่วนน้อย 10% ทั้งที่เป็นเป้าหมายใหญ่ และเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองประกาศจุดยืนชัดเจน และให้วุฒิสภาเป็นเจ้าภาพจัดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วน และองค์กรท้องถิ่นต่างๆ อย่างเพียงพอและทั่วถึง

    ทั้งนี้ การพูดจากหลักลอยของนายกรัฐมนตรี และอาการรีบร้อนผิดสังเกตของรัฐบาล พยายามผลักดันกฎหมายให้ได้ ทั้งที่มีความหละหลวม เช่น การมีกาสิโนแบบไม่จำกัดจำนวน ไม่ชัดเจนเรื่องกลุ่มเป้าหมาย การตีเช็คเปล่าให้คณะกรรมการนโยบายฯ และคณะรัฐมนตรี เปิดช่องให้นำรายได้ไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองแบบไร้ถ่วงดุล ไร้การตรวจสอบ ส่อทุจริตเชิงนโยบาย การให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ลงทุน เปิดช่องให้เช่าที่ดิน 30 ปีไปเรื่อยๆ ยกเว้นกฎหมายหลายฉบับโดยออกซูเปอร์ไลเซนส์ เบิกทางให้ทำได้ทุกเรื่อง รวมทั้งการละเลยความจริงของการทุจริตคอรัปชั่นในหมู่นักการเมือง ข้าราชการ การไม่ตระหนักในความล้มเหลวขององค์กรกำกับดูแล ไม่ให้ความสำคัญต่อการรับฟังความเห็น แนวทางป้องกันแก้ไขและเยียวยาผลกระทบที่ตามมา

    นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร มองว่าประธานสภาฯ บรรจุระเบียบวาระผิดปกติ เหตุใดรัฐบาลจึงเร่งรีบ ทั้งที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ยอมรับว่าศึกษาความเป็นไปได้ยังไม่เสร็จสิ้น ข้ออ้างที่ว่าแก้ปัญหาการพนันในประเทศโดยนำธุรกิจสีเทามาอุ้มไม่ได้แก้ปัญหาตรงจุด เอื้อประโยชน์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ ฝ่ายค้านไม่อยากเห็นกระบวนการที่เร่งรัดผิดปกติ อยากให้พิจารณาอย่างตรงไปตรงมา และควรรับฟังเสียงประชาชนอย่างรอบด้าน ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เห็นว่าปัญหาใหญ่ในขณะนี้คือมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ วอนนายกรัฐมนตรีหยุดเดินหน้านำพาประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางอบายมุขทันที

    เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฎิรูปประเทศไทย (คปท.) พร้อมด้วยกลุ่ม ศปปส. และกองทัพธรรม ยังคงนัดรวมตัวเดินขบวนจากสะพานชมัยมรุเชษฐไปยังอาคารรัฐสภา เวลา 08.00 น. เพื่อคัดค้านการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว

    #Newskit
    แม่น้ำหลายสาย หยุด พ.ร.บ.กาสิโน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 3 เม.ย. หนึ่งในวาระการประชุมที่สังคมจับตามอง คือ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ.... หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย เช่น นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน นำตัวแทนเครือข่ายภาคประชาสังคม 100 องค์กร ยื่นหนังสือที่รัฐสภาคัดค้านการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว พร้อมประณาม ครม.ที่เอาแต่ได้ สร้างประเด็นลวงว่ามีกาสิโนเป็นส่วนน้อย 10% ทั้งที่เป็นเป้าหมายใหญ่ และเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองประกาศจุดยืนชัดเจน และให้วุฒิสภาเป็นเจ้าภาพจัดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วน และองค์กรท้องถิ่นต่างๆ อย่างเพียงพอและทั่วถึง ทั้งนี้ การพูดจากหลักลอยของนายกรัฐมนตรี และอาการรีบร้อนผิดสังเกตของรัฐบาล พยายามผลักดันกฎหมายให้ได้ ทั้งที่มีความหละหลวม เช่น การมีกาสิโนแบบไม่จำกัดจำนวน ไม่ชัดเจนเรื่องกลุ่มเป้าหมาย การตีเช็คเปล่าให้คณะกรรมการนโยบายฯ และคณะรัฐมนตรี เปิดช่องให้นำรายได้ไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองแบบไร้ถ่วงดุล ไร้การตรวจสอบ ส่อทุจริตเชิงนโยบาย การให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ลงทุน เปิดช่องให้เช่าที่ดิน 30 ปีไปเรื่อยๆ ยกเว้นกฎหมายหลายฉบับโดยออกซูเปอร์ไลเซนส์ เบิกทางให้ทำได้ทุกเรื่อง รวมทั้งการละเลยความจริงของการทุจริตคอรัปชั่นในหมู่นักการเมือง ข้าราชการ การไม่ตระหนักในความล้มเหลวขององค์กรกำกับดูแล ไม่ให้ความสำคัญต่อการรับฟังความเห็น แนวทางป้องกันแก้ไขและเยียวยาผลกระทบที่ตามมา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร มองว่าประธานสภาฯ บรรจุระเบียบวาระผิดปกติ เหตุใดรัฐบาลจึงเร่งรีบ ทั้งที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ยอมรับว่าศึกษาความเป็นไปได้ยังไม่เสร็จสิ้น ข้ออ้างที่ว่าแก้ปัญหาการพนันในประเทศโดยนำธุรกิจสีเทามาอุ้มไม่ได้แก้ปัญหาตรงจุด เอื้อประโยชน์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ ฝ่ายค้านไม่อยากเห็นกระบวนการที่เร่งรัดผิดปกติ อยากให้พิจารณาอย่างตรงไปตรงมา และควรรับฟังเสียงประชาชนอย่างรอบด้าน ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เห็นว่าปัญหาใหญ่ในขณะนี้คือมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ วอนนายกรัฐมนตรีหยุดเดินหน้านำพาประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางอบายมุขทันที เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฎิรูปประเทศไทย (คปท.) พร้อมด้วยกลุ่ม ศปปส. และกองทัพธรรม ยังคงนัดรวมตัวเดินขบวนจากสะพานชมัยมรุเชษฐไปยังอาคารรัฐสภา เวลา 08.00 น. เพื่อคัดค้านการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว #Newskit
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 114 มุมมอง 0 รีวิว
  • ประชาธิปไตยแบบใด!!?!!

    เอสโตเนียแก้รัฐธรรมนูญห้ามพลเมืองที่ไม่มีหนังสือเดินทางเอสโตเนียซึ่งเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น

    การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ "จำกัดสิทธิ" ของพลเมืองที่ยังคงใช้หนังสือเดินทางของรัสเซียและเบลารุส

    เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา รัฐสภาเอสโตเนียลงมติอย่างท่วมท้นด้วยคะแนน 93 เสียงจาก 101 เสียง ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลิดรอนสิทธิของพลเมืองประเทศตนเองที่ไม่ยอมเปลี่ยนสัญชาติเพื่อเข้าสู่สหภาพยุโรป โดยที่พลเมืองส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบคือพลเมืองที่ยังคงใช้หนังสือเดินทางรัสเซียและเบลารุส

    ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปรับปรุงดังกล่าว ถูกส่งไปยังประธานาธิบดีเอสโตเนีย อลาร์ คาริส เพื่อลงนามและประกาศใช้ต่อไป


    ตามการแก้ไขเพิ่มเติม เฉพาะพลเมืองที่มีหนังสือเดินทางเอสโตเนียเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งท้องถิ่น นอกเหนือจากนี้จะมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเป็นครั้งสุดท้ายในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 19 ตุลาคม นี้

    ลอรี ลาตส์ นักการเมืองที่ลงคะแนน "ไม่เห็นด้วย" กับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการตัดสินใจครั้งนี้ว่า “เป็นความผิดพลาด เพราะนี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่เป็นประชาธิปไตย”

    Toomas Uibo นักการเมืองฝ่ายเสรีนิยม กล่าวตอบโต้ ลอรี ลาตส์ โดยระบุว่านี่คือประชาธิปไตยอย่างแท้จริง "เพราะพวกเขามีอิสระ นั่นคือการเลือกเป็นพลเมืองเอสโตเนีย"

    ทางด้านคริสเตน มิชัล นายกรัฐมนตรีเอสโตเนีย กล่าวชื่นชมผลการลงคะแนนครั้งนี้ว่าเป็น "ชัยชนะของทุกคน" และเสริมว่า "การตัดสินใจในชีวิตของพวกเราจะต้องไม่ให้พลเมืองของประเทศผู้รุกราน(หมายถึงรัสเซีย) เข้ามามีส่วนร่วม แต่เราจะตัดสินใจด้วยตัวเราเอง"

    จากข้อมูลในปี 2023 เอสโตเนียมีประชากรอยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านคน ซึ่งนับว่ามีประชากรน้อยที่สุดในบรรดาประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป

    และในจำนวนนี้เป็นชาวรัสเซียที่มีเชื้อสายรัสเซียประมาณ 322,700 คน ซึ่งรวมผู้ที่ยังถือหนังสือเดินทางรัสเซียประมาณ 90,000 คน และเบลารุสอีกจำนวนหนึ่งที่จะได้รับผลกระทบหมดสิทธิเลือกตั้ง
    ประชาธิปไตยแบบใด!!?!! เอสโตเนียแก้รัฐธรรมนูญห้ามพลเมืองที่ไม่มีหนังสือเดินทางเอสโตเนียซึ่งเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ "จำกัดสิทธิ" ของพลเมืองที่ยังคงใช้หนังสือเดินทางของรัสเซียและเบลารุส เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา รัฐสภาเอสโตเนียลงมติอย่างท่วมท้นด้วยคะแนน 93 เสียงจาก 101 เสียง ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลิดรอนสิทธิของพลเมืองประเทศตนเองที่ไม่ยอมเปลี่ยนสัญชาติเพื่อเข้าสู่สหภาพยุโรป โดยที่พลเมืองส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบคือพลเมืองที่ยังคงใช้หนังสือเดินทางรัสเซียและเบลารุส ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปรับปรุงดังกล่าว ถูกส่งไปยังประธานาธิบดีเอสโตเนีย อลาร์ คาริส เพื่อลงนามและประกาศใช้ต่อไป ตามการแก้ไขเพิ่มเติม เฉพาะพลเมืองที่มีหนังสือเดินทางเอสโตเนียเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งท้องถิ่น นอกเหนือจากนี้จะมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเป็นครั้งสุดท้ายในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 19 ตุลาคม นี้ ลอรี ลาตส์ นักการเมืองที่ลงคะแนน "ไม่เห็นด้วย" กับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการตัดสินใจครั้งนี้ว่า “เป็นความผิดพลาด เพราะนี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่เป็นประชาธิปไตย” Toomas Uibo นักการเมืองฝ่ายเสรีนิยม กล่าวตอบโต้ ลอรี ลาตส์ โดยระบุว่านี่คือประชาธิปไตยอย่างแท้จริง "เพราะพวกเขามีอิสระ นั่นคือการเลือกเป็นพลเมืองเอสโตเนีย" ทางด้านคริสเตน มิชัล นายกรัฐมนตรีเอสโตเนีย กล่าวชื่นชมผลการลงคะแนนครั้งนี้ว่าเป็น "ชัยชนะของทุกคน" และเสริมว่า "การตัดสินใจในชีวิตของพวกเราจะต้องไม่ให้พลเมืองของประเทศผู้รุกราน(หมายถึงรัสเซีย) เข้ามามีส่วนร่วม แต่เราจะตัดสินใจด้วยตัวเราเอง" จากข้อมูลในปี 2023 เอสโตเนียมีประชากรอยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านคน ซึ่งนับว่ามีประชากรน้อยที่สุดในบรรดาประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และในจำนวนนี้เป็นชาวรัสเซียที่มีเชื้อสายรัสเซียประมาณ 322,700 คน ซึ่งรวมผู้ที่ยังถือหนังสือเดินทางรัสเซียประมาณ 90,000 คน และเบลารุสอีกจำนวนหนึ่งที่จะได้รับผลกระทบหมดสิทธิเลือกตั้ง
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 135 มุมมอง 0 รีวิว
  • รัสเซียยังไม่ยอมรับข้อเสนอหยุดยิงของสหรัฐฯ:

    รัสเซียกล่าวว่าไม่สามารถยอมรับข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่จะยุติสงครามในยูเครนในรูปแบบปัจจุบันได้ เนื่องจากข้อเสนอเหล่านั้นไม่ได้แก้ไขปัญหาที่แท้จริงที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมา

    Sergei Ryabkov รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียส่งสัญญาณว่าการเจรจาหยุดยิงหยุดชะงัก โดยกล่าวว่าจนถึงขณะนี้ รัสเซียและสหรัฐฯ ยังล้มเหลวในการเชื่อมช่องว่างที่วลาดิมีร์ ปูตินได้ร่างไว้เมื่อกว่าสองสัปดาห์ก่อน ซึ่งเขาได้กล่าวว่าข้อเสนอของสหรัฐฯ ควรได้รับการแก้ไข

    "เราให้ความสำคัญกับแบบจำลองและแนวทางแก้ไขที่สหรัฐเสนออย่างมาก แต่เราไม่สามารถยอมรับทั้งหมดในรูปแบบปัจจุบันได้ เพราะเท่าที่เราเห็น มันยังไม่มีที่ว่างสำหรับข้อเรียกร้องหลักของเรา ซึ่งก็คือการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุหลักของความขัดแย้งนี้ ที่ยังไม่ได้ถูกกล่าวถึงและจะต้องแก้ไขมันให้ได้"
    รัสเซียยังไม่ยอมรับข้อเสนอหยุดยิงของสหรัฐฯ: รัสเซียกล่าวว่าไม่สามารถยอมรับข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่จะยุติสงครามในยูเครนในรูปแบบปัจจุบันได้ เนื่องจากข้อเสนอเหล่านั้นไม่ได้แก้ไขปัญหาที่แท้จริงที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมา Sergei Ryabkov รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียส่งสัญญาณว่าการเจรจาหยุดยิงหยุดชะงัก โดยกล่าวว่าจนถึงขณะนี้ รัสเซียและสหรัฐฯ ยังล้มเหลวในการเชื่อมช่องว่างที่วลาดิมีร์ ปูตินได้ร่างไว้เมื่อกว่าสองสัปดาห์ก่อน ซึ่งเขาได้กล่าวว่าข้อเสนอของสหรัฐฯ ควรได้รับการแก้ไข "เราให้ความสำคัญกับแบบจำลองและแนวทางแก้ไขที่สหรัฐเสนออย่างมาก แต่เราไม่สามารถยอมรับทั้งหมดในรูปแบบปัจจุบันได้ เพราะเท่าที่เราเห็น มันยังไม่มีที่ว่างสำหรับข้อเรียกร้องหลักของเรา ซึ่งก็คือการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุหลักของความขัดแย้งนี้ ที่ยังไม่ได้ถูกกล่าวถึงและจะต้องแก้ไขมันให้ได้"
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 105 มุมมอง 0 รีวิว
  • เอกสารสตง.ระบุเอง มีการแก้ไขแบบ และต้องจ่ายค่าควบคุมงานก่อสร้างเพิ่ม ไหนว่ะที่บอก เงินแผ่นดินคืนเงินประชาชนทั้งชาติ
    #คิงส์โพธิ์แดง
    #ตึกถล่ม
    เอกสารสตง.ระบุเอง มีการแก้ไขแบบ และต้องจ่ายค่าควบคุมงานก่อสร้างเพิ่ม ไหนว่ะที่บอก เงินแผ่นดินคืนเงินประชาชนทั้งชาติ #คิงส์โพธิ์แดง #ตึกถล่ม
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 127 มุมมอง 0 รีวิว
  • Check Point Security ยืนยันว่าเหตุการณ์แฮกเกิดขึ้น แต่เป็นเหตุการณ์เก่าที่ได้รับการแก้ไขแล้ว แฮกเกอร์ CoreInjection อ้างว่ามีข้อมูลบัญชีผู้ใช้และเครือข่ายภายใน แต่ Check Point ปฏิเสธว่าข้อมูลที่ถูกแฮกไม่มีผลต่อระบบของลูกค้า อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางรายไม่มั่นใจว่าคำอธิบายของ Check Point น่าเชื่อถือหรือไม่

    ✅ ข้อมูลที่แฮกเกอร์อ้างว่าได้ขโมยไป
    - แฮกเกอร์ CoreInjection อ้างว่าได้ข้อมูลที่มี บัญชีผู้ใช้, สัญญาพนักงาน และแผนที่เครือข่ายภายใน
    - ข้อมูลถูกโพสต์บน ฟอรั่มอาชญากรรมไซเบอร์ และเสนอขาย

    ✅ Check Point ยืนยันว่าเป็นเหตุการณ์เก่า และได้รับการแก้ไขแล้ว
    - บริษัทระบุว่านี่เป็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนานแล้ว และส่งผลกระทบกับองค์กรเพียงไม่กี่แห่ง
    - ไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบของลูกค้า หรือโครงสร้างด้านความปลอดภัย

    ✅ ผู้เชี่ยวชาญบางรายไม่มั่นใจในคำชี้แจงของ Check Point
    - Alon Gal CTO ของ Hudson Rock เชื่อว่าการแฮกครั้งนี้ มีโอกาสสูงที่จะจริง และผู้โจมตี อาจเข้าถึงบัญชีแอดมินที่มีสิทธิ์สูง
    - Check Point ปฏิเสธว่า ไม่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่อบริษัทหรือพนักงาน

    ✅ เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Check Point ในอดีต
    - ในปี 2024 มีรายงานว่าแฮกเกอร์พยายามใช้ช่องโหว่ใน Check Point VPN software เพื่อเข้าถึงระบบขององค์กร
    - การโจมตีเหล่านั้นถูกระงับได้ง่าย และมีการออกมาตรการแก้ไขอย่างรวดเร็ว

    https://www.techradar.com/pro/security/security-firm-check-point-confirms-data-breach-but-says-users-have-nothing-to-worry-about
    Check Point Security ยืนยันว่าเหตุการณ์แฮกเกิดขึ้น แต่เป็นเหตุการณ์เก่าที่ได้รับการแก้ไขแล้ว แฮกเกอร์ CoreInjection อ้างว่ามีข้อมูลบัญชีผู้ใช้และเครือข่ายภายใน แต่ Check Point ปฏิเสธว่าข้อมูลที่ถูกแฮกไม่มีผลต่อระบบของลูกค้า อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางรายไม่มั่นใจว่าคำอธิบายของ Check Point น่าเชื่อถือหรือไม่ ✅ ข้อมูลที่แฮกเกอร์อ้างว่าได้ขโมยไป - แฮกเกอร์ CoreInjection อ้างว่าได้ข้อมูลที่มี บัญชีผู้ใช้, สัญญาพนักงาน และแผนที่เครือข่ายภายใน - ข้อมูลถูกโพสต์บน ฟอรั่มอาชญากรรมไซเบอร์ และเสนอขาย ✅ Check Point ยืนยันว่าเป็นเหตุการณ์เก่า และได้รับการแก้ไขแล้ว - บริษัทระบุว่านี่เป็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนานแล้ว และส่งผลกระทบกับองค์กรเพียงไม่กี่แห่ง - ไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบของลูกค้า หรือโครงสร้างด้านความปลอดภัย ✅ ผู้เชี่ยวชาญบางรายไม่มั่นใจในคำชี้แจงของ Check Point - Alon Gal CTO ของ Hudson Rock เชื่อว่าการแฮกครั้งนี้ มีโอกาสสูงที่จะจริง และผู้โจมตี อาจเข้าถึงบัญชีแอดมินที่มีสิทธิ์สูง - Check Point ปฏิเสธว่า ไม่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่อบริษัทหรือพนักงาน ✅ เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Check Point ในอดีต - ในปี 2024 มีรายงานว่าแฮกเกอร์พยายามใช้ช่องโหว่ใน Check Point VPN software เพื่อเข้าถึงระบบขององค์กร - การโจมตีเหล่านั้นถูกระงับได้ง่าย และมีการออกมาตรการแก้ไขอย่างรวดเร็ว https://www.techradar.com/pro/security/security-firm-check-point-confirms-data-breach-but-says-users-have-nothing-to-worry-about
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 148 มุมมอง 0 รีวิว
  • ChatGPT 4o เปิดให้ใช้ฟรีในการสร้างภาพแล้ว โดยสามารถ เปลี่ยนพื้นหลัง, สร้างภาพจากไอเดียใหม่ และปรับอารมณ์ภาพ อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดสำหรับผู้ใช้ฟรี เช่น สามารถสร้างภาพได้เพียง 3 ครั้งต่อวัน และ ข้อจำกัดในการอัปโหลดรูปภาพเพื่อแก้ไข หากต้องการใช้งานเพิ่มเติม อาจต้องสมัครสมาชิกแบบเสียเงิน

    ✅ การสร้างภาพและแก้ไขพื้นหลัง
    - ChatGPT 4o สามารถ เปลี่ยนพื้นหลังของภาพได้อย่างแม่นยำ โดยตรวจจับวัตถุหลักและสร้างฉากที่เข้ากัน
    - ตัวอย่างเช่น เมื่อนำภาพของ French Bulldog ไปให้ AI และสั่งเปลี่ยนพื้นหลังเป็นชายหาด ChatGPT สามารถสร้างภาพใหม่ได้อย่างสมจริง

    ✅ ใช้ภาพอ้างอิงเพื่อสร้างภาพใหม่
    - ผู้ใช้สามารถให้ ChatGPT ใช้ภาพเดิมเป็นต้นแบบ และสร้างภาพใหม่ตามไอเดียที่ต้องการ
    - ตัวอย่างเช่น เมื่อให้ภาพของสุนัข และสั่งให้มัน แต่งตัวเป็นกบแล้วขี่สเก็ตบอร์ด AI สามารถสร้างภาพตามคำสั่งได้

    ✅ ปรับอารมณ์ของภาพ
    - AI สามารถปรับอารมณ์ของภาพได้ เช่น เปลี่ยนให้ สุนัขที่ดูเศร้าเป็นสุนัขที่ดูมีความสุข โดยใช้เทคนิคการปรับแต่งใบหน้า

    ✅ ข้อจำกัดของผู้ใช้ฟรี
    - OpenAI กำหนดให้ ผู้ใช้ฟรีสามารถสร้างภาพได้เพียง 3 ครั้งต่อวัน
    - นอกจากนี้ มีข้อจำกัดเกี่ยวกับ จำนวนครั้งที่สามารถอัปโหลดภาพเพื่อแก้ไข

    https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/chatgpt-4os-image-generation-is-now-free-for-everyone-3-ways-to-use-the-new-ai-tool-without-following-the-studio-ghibli-herd
    ChatGPT 4o เปิดให้ใช้ฟรีในการสร้างภาพแล้ว โดยสามารถ เปลี่ยนพื้นหลัง, สร้างภาพจากไอเดียใหม่ และปรับอารมณ์ภาพ อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดสำหรับผู้ใช้ฟรี เช่น สามารถสร้างภาพได้เพียง 3 ครั้งต่อวัน และ ข้อจำกัดในการอัปโหลดรูปภาพเพื่อแก้ไข หากต้องการใช้งานเพิ่มเติม อาจต้องสมัครสมาชิกแบบเสียเงิน ✅ การสร้างภาพและแก้ไขพื้นหลัง - ChatGPT 4o สามารถ เปลี่ยนพื้นหลังของภาพได้อย่างแม่นยำ โดยตรวจจับวัตถุหลักและสร้างฉากที่เข้ากัน - ตัวอย่างเช่น เมื่อนำภาพของ French Bulldog ไปให้ AI และสั่งเปลี่ยนพื้นหลังเป็นชายหาด ChatGPT สามารถสร้างภาพใหม่ได้อย่างสมจริง ✅ ใช้ภาพอ้างอิงเพื่อสร้างภาพใหม่ - ผู้ใช้สามารถให้ ChatGPT ใช้ภาพเดิมเป็นต้นแบบ และสร้างภาพใหม่ตามไอเดียที่ต้องการ - ตัวอย่างเช่น เมื่อให้ภาพของสุนัข และสั่งให้มัน แต่งตัวเป็นกบแล้วขี่สเก็ตบอร์ด AI สามารถสร้างภาพตามคำสั่งได้ ✅ ปรับอารมณ์ของภาพ - AI สามารถปรับอารมณ์ของภาพได้ เช่น เปลี่ยนให้ สุนัขที่ดูเศร้าเป็นสุนัขที่ดูมีความสุข โดยใช้เทคนิคการปรับแต่งใบหน้า ✅ ข้อจำกัดของผู้ใช้ฟรี - OpenAI กำหนดให้ ผู้ใช้ฟรีสามารถสร้างภาพได้เพียง 3 ครั้งต่อวัน - นอกจากนี้ มีข้อจำกัดเกี่ยวกับ จำนวนครั้งที่สามารถอัปโหลดภาพเพื่อแก้ไข https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/chatgpt-4os-image-generation-is-now-free-for-everyone-3-ways-to-use-the-new-ai-tool-without-following-the-studio-ghibli-herd
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 153 มุมมอง 0 รีวิว
  • NVIDIA และ Quantum Machines เปิดตัว DGX Quantum Early Access Program ซึ่งช่วยผสานการคำนวณควอนตัมเข้ากับการประมวลผลแบบคลาสสิก DGX Quantum ใช้ OPX1000 และ Grace Hopper Superchips เพื่อลดเวลาการส่งข้อมูลให้ต่ำกว่า 4 ไมโครวินาที พร้อมรองรับ AI-driven calibration และ Quantum Error Correction นักวิจัยจาก MIT, IQCC, และสถาบันอื่น ๆ เข้าร่วมเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่นี้

    ✅ NVIDIA DGX Quantum คืออะไร?
    - เป็น สถาปัตยกรรมอ้างอิงที่พัฒนาโดย NVIDIA และ QM
    - เป็นระบบแรกที่ผสาน การประมวลผลควอนตัมและคลาสสิกเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการคำนวณที่ซับซ้อน

    ✅ ความท้าทายของควอนตัมคอมพิวติ้ง—จำเป็นต้องมีพลังการประมวลผลแบบคลาสสิกเสริม
    - ควอนตัมคอมพิวเตอร์ต้องใช้การประมวลผลแบบคลาสสิกเพื่อ แก้ไขข้อผิดพลาด (Quantum Error Correction - QEC) และปรับพารามิเตอร์
    - NVIDIA DGX Quantum ช่วยให้ ระบบมีพลังการประมวลผลมากขึ้น ลดความล่าช้าในการสื่อสารระหว่างโปรเซสเซอร์

    ✅ OPX1000 ช่วยเร่งความเร็วและลดความล่าช้าในการคำนวณ
    - DGX Quantum ใช้ OPX1000 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มควบคุมแบบโมดูลาร์ ที่สามารถทำงานร่วมกับ Grace Hopper Superchips ของ NVIDIA
    - ลดเวลา รอบการส่งข้อมูลระหว่างควอนตัมกับ AI ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ให้น้อยกว่า 4 ไมโครวินาที ซึ่งเร็วกว่าวิธีอื่น ๆ

    ✅ 6 กลุ่มนักวิจัยที่เข้าร่วมโปรแกรม Early Access
    - Engineering Quantum Systems ของ MIT
    - Israeli Quantum Computing Center (IQCC)
    - Diraq—บริษัทพัฒนาฮาร์ดแวร์ควอนตัม
    - Quantum Circuit Group ของ ENS Lyon
    - Fraunhofer IAF
    - สถาบันวิจัยทางควอนตัมอื่น ๆ

    ✅ DGX Quantum รองรับ AI-driven QPU calibration และการประมวลผลแบบไฮบริด
    - มีการผสาน การเรียนรู้เสริมแรง (Reinforcement Learning) เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคำนวณควอนตัม
    - สามารถปรับค่า drive และ readout fidelities อย่างแม่นยำเพื่อรองรับ QEC ที่มีประสิทธิภาพสูง

    https://www.techpowerup.com/334928/quantum-machines-announces-nvidia-dgx-quantum-early-access-program
    NVIDIA และ Quantum Machines เปิดตัว DGX Quantum Early Access Program ซึ่งช่วยผสานการคำนวณควอนตัมเข้ากับการประมวลผลแบบคลาสสิก DGX Quantum ใช้ OPX1000 และ Grace Hopper Superchips เพื่อลดเวลาการส่งข้อมูลให้ต่ำกว่า 4 ไมโครวินาที พร้อมรองรับ AI-driven calibration และ Quantum Error Correction นักวิจัยจาก MIT, IQCC, และสถาบันอื่น ๆ เข้าร่วมเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่นี้ ✅ NVIDIA DGX Quantum คืออะไร? - เป็น สถาปัตยกรรมอ้างอิงที่พัฒนาโดย NVIDIA และ QM - เป็นระบบแรกที่ผสาน การประมวลผลควอนตัมและคลาสสิกเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการคำนวณที่ซับซ้อน ✅ ความท้าทายของควอนตัมคอมพิวติ้ง—จำเป็นต้องมีพลังการประมวลผลแบบคลาสสิกเสริม - ควอนตัมคอมพิวเตอร์ต้องใช้การประมวลผลแบบคลาสสิกเพื่อ แก้ไขข้อผิดพลาด (Quantum Error Correction - QEC) และปรับพารามิเตอร์ - NVIDIA DGX Quantum ช่วยให้ ระบบมีพลังการประมวลผลมากขึ้น ลดความล่าช้าในการสื่อสารระหว่างโปรเซสเซอร์ ✅ OPX1000 ช่วยเร่งความเร็วและลดความล่าช้าในการคำนวณ - DGX Quantum ใช้ OPX1000 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มควบคุมแบบโมดูลาร์ ที่สามารถทำงานร่วมกับ Grace Hopper Superchips ของ NVIDIA - ลดเวลา รอบการส่งข้อมูลระหว่างควอนตัมกับ AI ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ให้น้อยกว่า 4 ไมโครวินาที ซึ่งเร็วกว่าวิธีอื่น ๆ ✅ 6 กลุ่มนักวิจัยที่เข้าร่วมโปรแกรม Early Access - Engineering Quantum Systems ของ MIT - Israeli Quantum Computing Center (IQCC) - Diraq—บริษัทพัฒนาฮาร์ดแวร์ควอนตัม - Quantum Circuit Group ของ ENS Lyon - Fraunhofer IAF - สถาบันวิจัยทางควอนตัมอื่น ๆ ✅ DGX Quantum รองรับ AI-driven QPU calibration และการประมวลผลแบบไฮบริด - มีการผสาน การเรียนรู้เสริมแรง (Reinforcement Learning) เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคำนวณควอนตัม - สามารถปรับค่า drive และ readout fidelities อย่างแม่นยำเพื่อรองรับ QEC ที่มีประสิทธิภาพสูง https://www.techpowerup.com/334928/quantum-machines-announces-nvidia-dgx-quantum-early-access-program
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Quantum Machines Announces NVIDIA DGX Quantum Early Access Program
    Quantum Machines (QM), the leading provider of advanced quantum control solutions, has recently announced the NVIDIA DGX Quantum Early Customer Program, with a cohort of six leading research groups and quantum computer builders. NVIDIA DGX Quantum, a reference architecture jointly developed by NVIDI...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 145 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft กำลังทดสอบ Quick Machine Recovery ซึ่งช่วยให้ IT ทีมสามารถกู้คืน Windows 11 ที่บูตไม่ได้จากระยะไกล ฟีเจอร์นี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบ CrowdStrike ปีที่แล้ว ที่ทำให้เครื่องนับล้านพบ BSOD ฟีเจอร์จะทำให้เครื่องบูตเข้าสู่ Windows Recovery Environment เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และส่งข้อมูลไปยัง Microsoft เพื่อรับแพตช์แก้ไขโดยอัตโนมัติ

    ✅ ฟีเจอร์นี้ทำงานอย่างไร?
    - หากอุปกรณ์ บูตไม่ขึ้น ระบบจะเข้าสู่ Windows Recovery Environment (Windows RE) โดยอัตโนมัติ
    - อุปกรณ์จะเชื่อมต่อเครือข่ายผ่าน Wi-Fi หรือ Ethernet และส่งข้อมูลวิเคราะห์ความผิดพลาดไปยัง Microsoft
    - Microsoft ใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อระบุปัญหาที่เกิดขึ้น และพัฒนา แพตช์แก้ไข ซึ่งจะถูกส่งผ่าน Windows Update ไปยังอุปกรณ์ทั้งหมด

    ✅ เปรียบเทียบกับกรณี CrowdStrike ปีที่แล้ว
    - ใน กรกฎาคม 2024 อัปเดตจาก CrowdStrike ทำให้เครื่อง Windows จำนวนมากพบ Blue Screen of Death (BSOD)
    - IT ทีมต้องเดินทางไปยังแต่ละเครื่องเพื่อแก้ไขปัญหา
    - Quick Machine Recovery จะช่วยให้ การแก้ไขสามารถทำได้จากระยะไกล และลดภาระงานของ IT ทีม

    ✅ ใครสามารถใช้ฟีเจอร์นี้?
    - ฟีเจอร์นี้เปิดใช้งานโดย ค่าเริ่มต้น ใน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 Insider Preview
    - ผู้ใช้ Windows Pro และ Enterprise สามารถ ปรับแต่งการตั้งค่า ผ่าน Command Prompt หรือ RemoteRemediation CSP
    - ผู้ดูแลระบบสามารถ ตั้งค่าเครือข่ายล่วงหน้า และกำหนดระยะเวลาการสแกน (แนะนำทุก 30 นาที) รวมถึงระยะเวลาการหมดเวลา (Timeout) (72 ชั่วโมง)

    ✅ อนาคตของระบบความปลอดภัยของ Windows
    - Microsoft วางแผน ยกเลิกการให้ Security Software เข้าถึง Kernel เพื่อป้องกันการโจมตีแบบลึก
    - Antivirus และ Security Tools จะต้อง ทำงานใน User Mode แทน

    https://www.techspot.com/news/107372-new-microsoft-feature-aims-prevent-crowdstrike-like-outages.html
    Microsoft กำลังทดสอบ Quick Machine Recovery ซึ่งช่วยให้ IT ทีมสามารถกู้คืน Windows 11 ที่บูตไม่ได้จากระยะไกล ฟีเจอร์นี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบ CrowdStrike ปีที่แล้ว ที่ทำให้เครื่องนับล้านพบ BSOD ฟีเจอร์จะทำให้เครื่องบูตเข้าสู่ Windows Recovery Environment เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และส่งข้อมูลไปยัง Microsoft เพื่อรับแพตช์แก้ไขโดยอัตโนมัติ ✅ ฟีเจอร์นี้ทำงานอย่างไร? - หากอุปกรณ์ บูตไม่ขึ้น ระบบจะเข้าสู่ Windows Recovery Environment (Windows RE) โดยอัตโนมัติ - อุปกรณ์จะเชื่อมต่อเครือข่ายผ่าน Wi-Fi หรือ Ethernet และส่งข้อมูลวิเคราะห์ความผิดพลาดไปยัง Microsoft - Microsoft ใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อระบุปัญหาที่เกิดขึ้น และพัฒนา แพตช์แก้ไข ซึ่งจะถูกส่งผ่าน Windows Update ไปยังอุปกรณ์ทั้งหมด ✅ เปรียบเทียบกับกรณี CrowdStrike ปีที่แล้ว - ใน กรกฎาคม 2024 อัปเดตจาก CrowdStrike ทำให้เครื่อง Windows จำนวนมากพบ Blue Screen of Death (BSOD) - IT ทีมต้องเดินทางไปยังแต่ละเครื่องเพื่อแก้ไขปัญหา - Quick Machine Recovery จะช่วยให้ การแก้ไขสามารถทำได้จากระยะไกล และลดภาระงานของ IT ทีม ✅ ใครสามารถใช้ฟีเจอร์นี้? - ฟีเจอร์นี้เปิดใช้งานโดย ค่าเริ่มต้น ใน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 Insider Preview - ผู้ใช้ Windows Pro และ Enterprise สามารถ ปรับแต่งการตั้งค่า ผ่าน Command Prompt หรือ RemoteRemediation CSP - ผู้ดูแลระบบสามารถ ตั้งค่าเครือข่ายล่วงหน้า และกำหนดระยะเวลาการสแกน (แนะนำทุก 30 นาที) รวมถึงระยะเวลาการหมดเวลา (Timeout) (72 ชั่วโมง) ✅ อนาคตของระบบความปลอดภัยของ Windows - Microsoft วางแผน ยกเลิกการให้ Security Software เข้าถึง Kernel เพื่อป้องกันการโจมตีแบบลึก - Antivirus และ Security Tools จะต้อง ทำงานใน User Mode แทน https://www.techspot.com/news/107372-new-microsoft-feature-aims-prevent-crowdstrike-like-outages.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    New Microsoft Windows recovery feature aims to prevent CrowdStrike-like outages
    The feature, part of Microsoft's Windows Resiliency Initiative, was first announced last year. It's now being tested as part of the latest Windows Insider Preview build –...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 81 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตอนนี้แคลิฟอร์เนียมีสถานีชาร์จ EV มากกว่าปั๊มน้ำมันเป็นครั้งแรก! นี่เป็นก้าวสำคัญในการผลักดันรถยนต์พลังงานสะอาด และรัฐกำลังลงทุนอย่างหนักเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีทั้งสถานีชาร์จทั่วไปและแบบชาร์จเร็ว และยังมีโครงการช่วยเหลือประชาชนรายได้น้อยให้สามารถซื้อ EV ได้ง่ายขึ้น

    จำนวนสถานีชาร์จไฟฟ้าทั่วแคลิฟอร์เนีย:
    - แคลิฟอร์เนียมี 178,549 สถานีชาร์จ EV แซงหน้าปั๊มน้ำมันที่มีประมาณ 120,000 หัวจ่าย
    - ในจำนวนนี้ 162,000 จุด เป็นแบบ Level 2 (สำหรับการชาร์จทั่วไป) และ 17,000 จุด เป็น Fast Charger ที่ชาร์จเร็ว

    - ความพยายามของรัฐบาลในการส่งเสริม EV:
    - หน่วยงานรัฐลงทุนกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ขยายเครือข่ายชาร์จ EV และไฮโดรเจน
    - มีโครงการ Fast Charge California Project ที่เร่งติดตั้งสถานีชาร์จเร็วในพื้นที่ธุรกิจและสาธารณะ
    - มีเงินช่วยเหลือให้ประชาชนรายได้น้อยเพื่อซื้อรถ EV

    ปัญหาที่ต้องแก้ไขในอนาคต:
    - รัฐกำลังเร่งกระบวนการอนุมัติและลดขั้นตอนด้านกฎหมายเพื่อให้การติดตั้งสถานีชาร์จง่ายขึ้น
    - มีแผนรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และปรับปรุงความน่าเชื่อถือของสถานีชาร์จ

    แนวโน้มตลาดรถ EV ในแคลิฟอร์เนีย:
    - ในไตรมาสที่ 4 ปี 2024 ชาวแคลิฟอร์เนียซื้อรถ EV กว่า 108,000 คัน คิดเป็นกว่า 25% ของยอดขายรถใหม่ในรัฐ
    - รวมแล้วมีรถ EV กว่า 2 ล้านคัน ที่ถูกขายตั้งแต่เริ่มมีการนำมาใช้

    https://www.techspot.com/news/107367-ev-chargers-now-outnumber-gas-pumps-california-zero.html
    ตอนนี้แคลิฟอร์เนียมีสถานีชาร์จ EV มากกว่าปั๊มน้ำมันเป็นครั้งแรก! นี่เป็นก้าวสำคัญในการผลักดันรถยนต์พลังงานสะอาด และรัฐกำลังลงทุนอย่างหนักเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีทั้งสถานีชาร์จทั่วไปและแบบชาร์จเร็ว และยังมีโครงการช่วยเหลือประชาชนรายได้น้อยให้สามารถซื้อ EV ได้ง่ายขึ้น จำนวนสถานีชาร์จไฟฟ้าทั่วแคลิฟอร์เนีย: - แคลิฟอร์เนียมี 178,549 สถานีชาร์จ EV แซงหน้าปั๊มน้ำมันที่มีประมาณ 120,000 หัวจ่าย - ในจำนวนนี้ 162,000 จุด เป็นแบบ Level 2 (สำหรับการชาร์จทั่วไป) และ 17,000 จุด เป็น Fast Charger ที่ชาร์จเร็ว - ความพยายามของรัฐบาลในการส่งเสริม EV: - หน่วยงานรัฐลงทุนกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ขยายเครือข่ายชาร์จ EV และไฮโดรเจน - มีโครงการ Fast Charge California Project ที่เร่งติดตั้งสถานีชาร์จเร็วในพื้นที่ธุรกิจและสาธารณะ - มีเงินช่วยเหลือให้ประชาชนรายได้น้อยเพื่อซื้อรถ EV ปัญหาที่ต้องแก้ไขในอนาคต: - รัฐกำลังเร่งกระบวนการอนุมัติและลดขั้นตอนด้านกฎหมายเพื่อให้การติดตั้งสถานีชาร์จง่ายขึ้น - มีแผนรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และปรับปรุงความน่าเชื่อถือของสถานีชาร์จ แนวโน้มตลาดรถ EV ในแคลิฟอร์เนีย: - ในไตรมาสที่ 4 ปี 2024 ชาวแคลิฟอร์เนียซื้อรถ EV กว่า 108,000 คัน คิดเป็นกว่า 25% ของยอดขายรถใหม่ในรัฐ - รวมแล้วมีรถ EV กว่า 2 ล้านคัน ที่ถูกขายตั้งแต่เริ่มมีการนำมาใช้ https://www.techspot.com/news/107367-ev-chargers-now-outnumber-gas-pumps-california-zero.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    EV chargers now outnumber gas pumps in California
    The state has also made significant strides in building an expansive electric vehicle charging network. Governor Gavin Newsom recently announced that California now boasts 178,549 public and...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 56 มุมมอง 0 รีวิว
  • ศาลออสเตรเลียตัดสินให้ Billy Mitchell ชนะคดีหมิ่นประมาท และ Karl Jobst ต้องจ่ายเงิน $230,000 หลังจากที่ Jobst อ้างว่า Mitchell เป็นสาเหตุที่ทำให้ YouTuber Apollo Legend เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ศาลระบุว่า ไม่มีหลักฐานว่า Apollo Legend ต้องจ่ายเงินให้ Mitchell ขณะที่ Mitchell เคยมีประวัติฟ้องร้อง Twin Galaxies และ Guinness World Records เพื่อคืนสถิติของเขา

    ข้อกล่าวหาของ Karl Jobst ต่อ Billy Mitchell
    - ในปี 2021 Jobst โพสต์วิดีโอชื่อ "The Biggest Conmen in Video Game History Strike Again!"
    - อ้างว่า YouTuber Apollo Legend (Benjamin Smith) ต้องจ่ายเงินจำนวนมากให้ Mitchell จนเป็นหนี้สินและนำไปสู่การเสียชีวิตในปี 2020
    - Jobst ยังกล่าวว่า Mitchell "มีความสุขกับข่าวการเสียชีวิตของ Apollo Legend"

    คำตัดสินของศาล
    - ศาล Brisbane District Court ตัดสินให้ Mitchell ชนะคดี และได้รับเงิน AU$350,000 (ประมาณ $230,000)
    - ศาลระบุว่า ไม่มีหลักฐานว่า Apollo Legend จ่ายเงินให้ Mitchell ในการไกล่เกลี่ยคดี
    - Jobst เคยแก้ไขวิดีโอหลายครั้งหลังจากถูกเตือน แต่ศาลเห็นว่า ยังมีเนื้อหาที่เป็นเท็จอยู่

    ปัญหาคดีเก่าของ Billy Mitchell
    - Mitchell เคยถูกกล่าวหาว่าใช้โปรแกรมจำลองเกม (MAME) แทนเครื่องอาร์เคดจริงเพื่อสร้างสถิติ Donkey Kong
    - เว็บไซต์ Twin Galaxies และ Guinness World Records ลบสถิติของเขาในปี 2018
    - Mitchell ฟ้องร้องทั้งสององค์กร และ Guinness World Records คืนสถิติให้เขาในปี 2020 ส่วน Twin Galaxies คืนสถิติในปี 2024 หลังมีการไกล่เกลี่ย

    ความเห็นจาก Karl Jobst และ Billy Mitchell
    - Jobst โพสต์บน X (Twitter) ว่า "ผมแพ้คดี ศาลเชื่อในคำให้การของ Mitchell และไม่มีอะไรช่วยผมได้แล้ว"
    - ขณะที่ Mitchell โพสต์ว่า "ไม่มีอะไรที่ดีไปกว่ากลิ่นแห่งชัยชนะในอากาศยามเย็น"

    https://www.techspot.com/news/107368-youtuber-ordered-pay-king-kong-billy-mitchell-230000.html
    ศาลออสเตรเลียตัดสินให้ Billy Mitchell ชนะคดีหมิ่นประมาท และ Karl Jobst ต้องจ่ายเงิน $230,000 หลังจากที่ Jobst อ้างว่า Mitchell เป็นสาเหตุที่ทำให้ YouTuber Apollo Legend เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ศาลระบุว่า ไม่มีหลักฐานว่า Apollo Legend ต้องจ่ายเงินให้ Mitchell ขณะที่ Mitchell เคยมีประวัติฟ้องร้อง Twin Galaxies และ Guinness World Records เพื่อคืนสถิติของเขา ข้อกล่าวหาของ Karl Jobst ต่อ Billy Mitchell - ในปี 2021 Jobst โพสต์วิดีโอชื่อ "The Biggest Conmen in Video Game History Strike Again!" - อ้างว่า YouTuber Apollo Legend (Benjamin Smith) ต้องจ่ายเงินจำนวนมากให้ Mitchell จนเป็นหนี้สินและนำไปสู่การเสียชีวิตในปี 2020 - Jobst ยังกล่าวว่า Mitchell "มีความสุขกับข่าวการเสียชีวิตของ Apollo Legend" คำตัดสินของศาล - ศาล Brisbane District Court ตัดสินให้ Mitchell ชนะคดี และได้รับเงิน AU$350,000 (ประมาณ $230,000) - ศาลระบุว่า ไม่มีหลักฐานว่า Apollo Legend จ่ายเงินให้ Mitchell ในการไกล่เกลี่ยคดี - Jobst เคยแก้ไขวิดีโอหลายครั้งหลังจากถูกเตือน แต่ศาลเห็นว่า ยังมีเนื้อหาที่เป็นเท็จอยู่ ปัญหาคดีเก่าของ Billy Mitchell - Mitchell เคยถูกกล่าวหาว่าใช้โปรแกรมจำลองเกม (MAME) แทนเครื่องอาร์เคดจริงเพื่อสร้างสถิติ Donkey Kong - เว็บไซต์ Twin Galaxies และ Guinness World Records ลบสถิติของเขาในปี 2018 - Mitchell ฟ้องร้องทั้งสององค์กร และ Guinness World Records คืนสถิติให้เขาในปี 2020 ส่วน Twin Galaxies คืนสถิติในปี 2024 หลังมีการไกล่เกลี่ย ความเห็นจาก Karl Jobst และ Billy Mitchell - Jobst โพสต์บน X (Twitter) ว่า "ผมแพ้คดี ศาลเชื่อในคำให้การของ Mitchell และไม่มีอะไรช่วยผมได้แล้ว" - ขณะที่ Mitchell โพสต์ว่า "ไม่มีอะไรที่ดีไปกว่ากลิ่นแห่งชัยชนะในอากาศยามเย็น" https://www.techspot.com/news/107368-youtuber-ordered-pay-king-kong-billy-mitchell-230000.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    YouTuber ordered to pay "King of Kong" Billy Mitchell $230,000 over defamation claims
    Mitchell has appeared in several documentaries related to his achievements in Donkey Kong and Pac-Man, including King of Kong in 2007. But in 2018, he was accused...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 90 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft กำลังผลักดันให้ผู้ใช้เปลี่ยนไปใช้ New Outlook แต่กลับถูกผู้ดูแลระบบไอทีวิจารณ์หนักว่ามีข้อจำกัดและทำงานได้แย่กว่ารุ่นเก่า แม้ว่าจะมีการปรับปรุง แต่ผู้ใช้ยังมองว่า Classic Outlook มีฟังก์ชันครบถ้วนและใช้งานง่ายกว่า

    Microsoft บังคับให้ New Outlook เป็นค่าเริ่มต้น
    - ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 Microsoft เปลี่ยนแปลงนโยบาย กำหนดให้ New Outlook เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับการติดตั้งใหม่ของ Microsoft 365
    - แม้ว่าจะมีวิธีปิดการใช้งานผ่าน PowerShell และ Registry แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ผู้ดูแลระบบไอทีต้องปรับตัว

    ผู้ใช้ไม่พอใจ—ชุมชนวิจารณ์อย่างหนักใน Reddit
    - ผู้ใช้หลายคนบ่นว่า New Outlook มีข้อบกพร่องมากมาย และยังใช้งานไม่สะดวกเท่ารุ่นเก่า
    - ใน Reddit มีหัวข้อ "New Outlook is still hot garbage" ได้รับ มากกว่า 2,000 upvotes และ 400 ความคิดเห็น ส่วนใหญ่เป็นการวิจารณ์แง่ลบ

    ฟีเจอร์ที่ยังขาดหายไปในเวอร์ชันใหม่
    - ยังไม่รองรับการใช้งาน PST files อย่างเต็มรูปแบบ
    - มีข้อจำกัดในการทำงานแบบ Offline Mode
    - ระบบอีเมลบางส่วนมีการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้การใช้งานยุ่งยากขึ้น

    Microsoft พยายามแก้ไข แต่ผู้ใช้ยังชอบ Classic Outlook มากกว่า
    - Microsoft กำลังเพิ่มฟีเจอร์ต่าง ๆ เพื่อปรับปรุง New Outlook แต่ดูเหมือนว่ายัง ไม่เพียงพอ
    - หลายคนยังเลือกใช้ Classic Outlook เพราะมีฟังก์ชันครบถ้วนกว่า

    https://www.neowin.net/news/it-and-sysadmins-overwhelmingly-feel-new-outlook-for-windows-is-hot-garbage/
    Microsoft กำลังผลักดันให้ผู้ใช้เปลี่ยนไปใช้ New Outlook แต่กลับถูกผู้ดูแลระบบไอทีวิจารณ์หนักว่ามีข้อจำกัดและทำงานได้แย่กว่ารุ่นเก่า แม้ว่าจะมีการปรับปรุง แต่ผู้ใช้ยังมองว่า Classic Outlook มีฟังก์ชันครบถ้วนและใช้งานง่ายกว่า Microsoft บังคับให้ New Outlook เป็นค่าเริ่มต้น - ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 Microsoft เปลี่ยนแปลงนโยบาย กำหนดให้ New Outlook เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับการติดตั้งใหม่ของ Microsoft 365 - แม้ว่าจะมีวิธีปิดการใช้งานผ่าน PowerShell และ Registry แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ผู้ดูแลระบบไอทีต้องปรับตัว ผู้ใช้ไม่พอใจ—ชุมชนวิจารณ์อย่างหนักใน Reddit - ผู้ใช้หลายคนบ่นว่า New Outlook มีข้อบกพร่องมากมาย และยังใช้งานไม่สะดวกเท่ารุ่นเก่า - ใน Reddit มีหัวข้อ "New Outlook is still hot garbage" ได้รับ มากกว่า 2,000 upvotes และ 400 ความคิดเห็น ส่วนใหญ่เป็นการวิจารณ์แง่ลบ ฟีเจอร์ที่ยังขาดหายไปในเวอร์ชันใหม่ - ยังไม่รองรับการใช้งาน PST files อย่างเต็มรูปแบบ - มีข้อจำกัดในการทำงานแบบ Offline Mode - ระบบอีเมลบางส่วนมีการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้การใช้งานยุ่งยากขึ้น Microsoft พยายามแก้ไข แต่ผู้ใช้ยังชอบ Classic Outlook มากกว่า - Microsoft กำลังเพิ่มฟีเจอร์ต่าง ๆ เพื่อปรับปรุง New Outlook แต่ดูเหมือนว่ายัง ไม่เพียงพอ - หลายคนยังเลือกใช้ Classic Outlook เพราะมีฟังก์ชันครบถ้วนกว่า https://www.neowin.net/news/it-and-sysadmins-overwhelmingly-feel-new-outlook-for-windows-is-hot-garbage/
    WWW.NEOWIN.NET
    IT and sysadmins overwhelmingly feel New Outlook for Windows is "hot garbage"
    Microsoft may not like it, but it looks like many IT admins and system admins think New Outlook for Windows is "hot garbage."
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 43 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft Word ได้รับการอัปเดตใหม่ที่ช่วยให้สามารถสรุปเอกสารขนาดใหญ่ถึง 3,000 หน้า ผ่าน Copilot โดยผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าต้องการสรุปแบบย่อ, สมดุล หรือแบบละเอียด ฟีเจอร์นี้ช่วยให้การทำงานกับเอกสารยาว ๆ เช่น รายงานทางธุรกิจ และงานวิจัย มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้การสรุปเอกสารเป็นไปอย่างชาญฉลาดมากขึ้นในอนาคต

    การใช้งาน Copilot ใน Word
    - ผู้ใช้สามารถเข้าถึงฟีเจอร์นี้ได้โดยเปิดเอกสารและคลิกปุ่ม Copilot ในแท็บ Home
    - เลือกขนาดสรุปที่ต้องการ: แบบย่อ (brief), สมดุล (balanced), หรือแบบละเอียด (detailed)

    การตอบโจทย์เอกสารขนาดใหญ่
    - Microsoft พบว่าผู้ใช้ต้องการ สรุปที่ละเอียดขึ้น เพื่อให้เข้าใจบริบทของเอกสารและสามารถสื่อสารกับทีมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
    - นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถทำงานกับ เอกสารทางกฎหมาย, รายงานทางธุรกิจ และงานวิจัย ได้ง่ายขึ้น

    อัปเดตนี้รองรับแพลตฟอร์มใดบ้าง?
    - ผู้ใช้ Microsoft 365 สามารถใช้ฟีเจอร์นี้บน Word for Windows (เวอร์ชัน 2503), Word for Mac (เวอร์ชัน 16.96) และ Word for the Web

    แนวโน้มของ Copilot ในอนาคต
    - Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น Copilot UI สำหรับเอกสารใหม่ และการสรุปเอกสารอัตโนมัติ
    - อนาคตของ Copilot อาจรวมถึงการ สร้างรายงานที่มีโครงสร้างชัดเจน โดยไม่ต้องแก้ไขเอง

    https://www.neowin.net/news/you-can-now-summarize-massive-documents-in-word/
    Microsoft Word ได้รับการอัปเดตใหม่ที่ช่วยให้สามารถสรุปเอกสารขนาดใหญ่ถึง 3,000 หน้า ผ่าน Copilot โดยผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าต้องการสรุปแบบย่อ, สมดุล หรือแบบละเอียด ฟีเจอร์นี้ช่วยให้การทำงานกับเอกสารยาว ๆ เช่น รายงานทางธุรกิจ และงานวิจัย มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้การสรุปเอกสารเป็นไปอย่างชาญฉลาดมากขึ้นในอนาคต การใช้งาน Copilot ใน Word - ผู้ใช้สามารถเข้าถึงฟีเจอร์นี้ได้โดยเปิดเอกสารและคลิกปุ่ม Copilot ในแท็บ Home - เลือกขนาดสรุปที่ต้องการ: แบบย่อ (brief), สมดุล (balanced), หรือแบบละเอียด (detailed) การตอบโจทย์เอกสารขนาดใหญ่ - Microsoft พบว่าผู้ใช้ต้องการ สรุปที่ละเอียดขึ้น เพื่อให้เข้าใจบริบทของเอกสารและสามารถสื่อสารกับทีมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น - นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถทำงานกับ เอกสารทางกฎหมาย, รายงานทางธุรกิจ และงานวิจัย ได้ง่ายขึ้น อัปเดตนี้รองรับแพลตฟอร์มใดบ้าง? - ผู้ใช้ Microsoft 365 สามารถใช้ฟีเจอร์นี้บน Word for Windows (เวอร์ชัน 2503), Word for Mac (เวอร์ชัน 16.96) และ Word for the Web แนวโน้มของ Copilot ในอนาคต - Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น Copilot UI สำหรับเอกสารใหม่ และการสรุปเอกสารอัตโนมัติ - อนาคตของ Copilot อาจรวมถึงการ สร้างรายงานที่มีโครงสร้างชัดเจน โดยไม่ต้องแก้ไขเอง https://www.neowin.net/news/you-can-now-summarize-massive-documents-in-word/
    WWW.NEOWIN.NET
    You can now summarize massive documents in Word
    Microsoft has upgraded summarization capabilities in Word, and it can now generate seriously massive documents.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 52 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel ได้ทำการแก้ไขปัญหาใน Linux Kernel หลังจากที่ Linus Torvalds ผู้พัฒนาหลักของ Linux แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโค้ดที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการคอมไพล์ โดยปัญหานี้เกี่ยวข้องกับ Direct Rendering Manager (DRM) สำหรับ Intel Xe Graphics Driver ซึ่งมีการเพิ่มไฟล์ทดสอบที่สร้างปัญหาให้กับกระบวนการสร้างเคอร์เนล

    HDRTest Files สร้างปัญหาต่อกระบวนการคอมไพล์
    - Torvalds ชี้ให้เห็นว่าไฟล์ hdrtest ไม่ควรอยู่ในการคอมไพล์หลัก เพราะทำให้ระบบ ทำงานช้าลงและสร้างไฟล์ขยะในไดเรกทอรี
    - ไฟล์เหล่านี้ทำให้คำสั่ง git status แจ้งเตือนว่าไฟล์ไม่ได้ถูก ignore และส่งผลให้ผู้ใช้พบไฟล์ที่ไม่จำเป็นในระบบ

    ปฏิกิริยาจาก Intel
    - Jani Nikula วิศวกร Linux ของ Intel ตอบโต้ด้วยการบอกว่า จะ "ซ่อนไฟล์ขยะเหล่านี้" ไว้ในไดเรกทอรีย่อย และเพิ่มตัวเลือก Kconfig เพื่อควบคุมการตรวจสอบโค้ด
    - การแก้ไขนี้ช่วยให้โค้ดทำงานเร็วขึ้นและลดปัญหาการรบกวนของไฟล์ที่ไม่จำเป็น

    Torvalds ยืนยันว่าไฟล์ HDRTest ควรถูกกำจัดออกไป
    - แม้ว่า Intel จะเสนอทางออกในการซ่อนไฟล์เหล่านี้ Torvalds ยืนยันว่าควรลบออกไปเลย
    - เขาแนะนำให้ Intel แยกการทดสอบเหล่านี้เป็น make drm-hdrtest เพื่อให้สามารถรันได้แยกจากการคอมไพล์หลัก

    การปรับปรุงโค้ดสำหรับ Linux Kernel 6.15
    - การเปลี่ยนแปลงนี้จะถูกบรรจุใน Linux Kernel 6.15 ซึ่งจะช่วยให้การคอมไพล์ทำงานได้เร็วขึ้นและไม่มีไฟล์ขยะที่รบกวนระบบ

    https://www.neowin.net/news/intel-gives-linus-torvalds-funny-taste-of-his-own-language-to-hide-disgusting-broken-turds/
    Intel ได้ทำการแก้ไขปัญหาใน Linux Kernel หลังจากที่ Linus Torvalds ผู้พัฒนาหลักของ Linux แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโค้ดที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการคอมไพล์ โดยปัญหานี้เกี่ยวข้องกับ Direct Rendering Manager (DRM) สำหรับ Intel Xe Graphics Driver ซึ่งมีการเพิ่มไฟล์ทดสอบที่สร้างปัญหาให้กับกระบวนการสร้างเคอร์เนล HDRTest Files สร้างปัญหาต่อกระบวนการคอมไพล์ - Torvalds ชี้ให้เห็นว่าไฟล์ hdrtest ไม่ควรอยู่ในการคอมไพล์หลัก เพราะทำให้ระบบ ทำงานช้าลงและสร้างไฟล์ขยะในไดเรกทอรี - ไฟล์เหล่านี้ทำให้คำสั่ง git status แจ้งเตือนว่าไฟล์ไม่ได้ถูก ignore และส่งผลให้ผู้ใช้พบไฟล์ที่ไม่จำเป็นในระบบ ปฏิกิริยาจาก Intel - Jani Nikula วิศวกร Linux ของ Intel ตอบโต้ด้วยการบอกว่า จะ "ซ่อนไฟล์ขยะเหล่านี้" ไว้ในไดเรกทอรีย่อย และเพิ่มตัวเลือก Kconfig เพื่อควบคุมการตรวจสอบโค้ด - การแก้ไขนี้ช่วยให้โค้ดทำงานเร็วขึ้นและลดปัญหาการรบกวนของไฟล์ที่ไม่จำเป็น Torvalds ยืนยันว่าไฟล์ HDRTest ควรถูกกำจัดออกไป - แม้ว่า Intel จะเสนอทางออกในการซ่อนไฟล์เหล่านี้ Torvalds ยืนยันว่าควรลบออกไปเลย - เขาแนะนำให้ Intel แยกการทดสอบเหล่านี้เป็น make drm-hdrtest เพื่อให้สามารถรันได้แยกจากการคอมไพล์หลัก การปรับปรุงโค้ดสำหรับ Linux Kernel 6.15 - การเปลี่ยนแปลงนี้จะถูกบรรจุใน Linux Kernel 6.15 ซึ่งจะช่วยให้การคอมไพล์ทำงานได้เร็วขึ้นและไม่มีไฟล์ขยะที่รบกวนระบบ https://www.neowin.net/news/intel-gives-linus-torvalds-funny-taste-of-his-own-language-to-hide-disgusting-broken-turds/
    WWW.NEOWIN.NET
    Intel gives Linus Torvalds funny taste of his own language to "hide disgusting broken turds"
    An Intel employee has given a funny response to Linus Torvalds as they clean up the "disgusted broken turd" pointed out by Torvalds.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 89 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft เปิดตัว exFAT บน Linux มาตั้งแต่ปี 2019 และล่าสุด Sony ช่วยปรับปรุงให้ระบบนี้ทำงานเร็วขึ้นอย่างมาก โดยไฟล์ขนาด 80GB ที่เคยใช้เวลา 4 นาทีในการลบ ตอนนี้ใช้เวลาเพียง 2 วินาที! นอกจากนี้ยังแก้ไขข้อผิดพลาดที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ และปรับปรุงการทำงานของระบบไฟล์บน Linux Kernel เวอร์ชันล่าสุด

    ลดเวลาลบไฟล์ขนาดใหญ่จาก 4 นาทีเหลือเพียง 2 วินาที
    - การลบไฟล์ขนาด 80GB ก่อนหน้านี้ใช้เวลา 287 วินาที แต่หลังการปรับปรุงจะใช้เวลาไม่ถึง 2 วินาที
    - วิธีที่ใช้คือการปรับปรุง discard mount option ให้ลบคลัสเตอร์แบบต่อเนื่องแทนที่จะลบทีละคลัสเตอร์

    แก้ไขข้อผิดพลาดที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบ
    - แก้ปัญหาการค้างใน exfat_find_last_cluster ที่ทำให้เกิด Endless Loop
    - ลดโค้ดที่ไม่จำเป็น เช่น EXFAT_CLUSTERS_UNTRACKED
    - เพิ่มการตรวจสอบระบบปิดเครื่อง เพื่อป้องกันการเสียหายของข้อมูล

    การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ exFAT บน Linux Kernel
    - ปรับปรุง exfat_get_block() ให้มีการจัดการกรณีขอบเขต (corner cases) ได้ดีขึ้น
    - แก้ไข Stack Corruption และข้อผิดพลาดที่ทำให้ระบบคืนค่าผิด

    อนาคตของ exFAT บน Linux
    - exFAT จะมีการปรับปรุงเพิ่มเติมในการอัปเดต Linux Kernel เวอร์ชัน 6.15
    - คาดว่าการพัฒนานี้จะช่วยให้ Linux มีประสิทธิภาพสูงขึ้นสำหรับการจัดการไฟล์ขนาดใหญ่

    https://www.neowin.net/news/microsofts-exfat-is-getting-absolutely-huge-performance-boost-on-linux-again-thanks-to-sony/
    Microsoft เปิดตัว exFAT บน Linux มาตั้งแต่ปี 2019 และล่าสุด Sony ช่วยปรับปรุงให้ระบบนี้ทำงานเร็วขึ้นอย่างมาก โดยไฟล์ขนาด 80GB ที่เคยใช้เวลา 4 นาทีในการลบ ตอนนี้ใช้เวลาเพียง 2 วินาที! นอกจากนี้ยังแก้ไขข้อผิดพลาดที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ และปรับปรุงการทำงานของระบบไฟล์บน Linux Kernel เวอร์ชันล่าสุด ลดเวลาลบไฟล์ขนาดใหญ่จาก 4 นาทีเหลือเพียง 2 วินาที - การลบไฟล์ขนาด 80GB ก่อนหน้านี้ใช้เวลา 287 วินาที แต่หลังการปรับปรุงจะใช้เวลาไม่ถึง 2 วินาที - วิธีที่ใช้คือการปรับปรุง discard mount option ให้ลบคลัสเตอร์แบบต่อเนื่องแทนที่จะลบทีละคลัสเตอร์ แก้ไขข้อผิดพลาดที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบ - แก้ปัญหาการค้างใน exfat_find_last_cluster ที่ทำให้เกิด Endless Loop - ลดโค้ดที่ไม่จำเป็น เช่น EXFAT_CLUSTERS_UNTRACKED - เพิ่มการตรวจสอบระบบปิดเครื่อง เพื่อป้องกันการเสียหายของข้อมูล การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ exFAT บน Linux Kernel - ปรับปรุง exfat_get_block() ให้มีการจัดการกรณีขอบเขต (corner cases) ได้ดีขึ้น - แก้ไข Stack Corruption และข้อผิดพลาดที่ทำให้ระบบคืนค่าผิด อนาคตของ exFAT บน Linux - exFAT จะมีการปรับปรุงเพิ่มเติมในการอัปเดต Linux Kernel เวอร์ชัน 6.15 - คาดว่าการพัฒนานี้จะช่วยให้ Linux มีประสิทธิภาพสูงขึ้นสำหรับการจัดการไฟล์ขนาดใหญ่ https://www.neowin.net/news/microsofts-exfat-is-getting-absolutely-huge-performance-boost-on-linux-again-thanks-to-sony/
    WWW.NEOWIN.NET
    Microsoft's exFAT is getting absolutely huge performance boost on Linux again thanks to Sony
    Microsoft's exFAT file system is again getting a huge performance boost on Linux. And once more, Sony is at the forefront.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 48 มุมมอง 0 รีวิว
  • เมื่อเกิดการโจมตีไซเบอร์ ผู้บริหารต้องมีภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง ไม่ใช่แค่การแก้ไขปัญหาทางเทคนิค การฝึกซ้อมสถานการณ์, การสื่อสารที่ชัดเจน และการบริหารจัดการภายใต้แรงกดดันล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยให้องค์กรรับมือได้ดีขึ้น ผู้นำต้องแสดงความรับผิดชอบและปรับปรุงมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ

    == 6 แนวทางสำคัญที่ผู้นำองค์กรควรรู้เมื่อเกิดเหตุโจมตีไซเบอร์ ==
    1) กำหนดอำนาจการตัดสินใจให้ชัดเจน
    - CISO ควรเป็นผู้นำหลักของการรับมือเหตุการณ์ และองค์กรต้องกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบให้ชัดเจน
    - ควรมีเอกสารระบุว่าใครมีอำนาจตัดสินใจเรื่องสำคัญ เช่น การแจ้งลูกค้าหรือการประเมินผลกระทบทางธุรกิจ
    2) ซ้อมรับมือกับเหตุการณ์เพื่อสร้างความพร้อม
    - การซ้อมจำลองสถานการณ์ (Tabletop Exercises) ช่วยให้ทีมสามารถรับมือกับวิกฤติจริงได้ดีขึ้น
    - การฝึกซ้อมควรรวมทุกระดับขององค์กร ตั้งแต่ทีมเทคนิคไปจนถึงผู้บริหาร
    3) รักษาความเยือกเย็นภายใต้ความกดดัน
    - ภาวะผู้นำที่สงบนิ่งมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของพนักงานและผู้บริหารระดับสูง
    - CISO ควรโฟกัสที่การนำทีม มากกว่าการลงมือแก้ไขปัญหาด้านเทคนิคเอง
    4) เชื่อมั่นในทีมและขอความช่วยเหลือจากภายนอกหากจำเป็น
    - ผู้นำองค์กรไม่ควรรับภาระทั้งหมดไว้คนเดียว ควรเปิดรับทีมที่มีความเชี่ยวชาญและใช้บุคลากรภายนอกหากจำเป็น
    - บางครั้งการนำทีมที่ปรึกษาด้านไซเบอร์เข้ามาอาจช่วยลดความเสียหายได้ดีกว่าการพยายามแก้ไขเอง
    5) สื่อสารกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ
    - ใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายในการสื่อสารกับพนักงานและผู้บริหาร
    - ต้องมีแผนสื่อสารเพื่อให้ลูกค้า, นักลงทุน และผู้ที่เกี่ยวข้องรับรู้เหตุการณ์โดยไม่เกิดความตื่นตระหนก
    6) รับผิดชอบและเดินหน้าปรับปรุงระบบความปลอดภัย
    - หลังจากเหตุการณ์โจมตีไซเบอร์ต้องมีการปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยและสรุปบทเรียน
    - CISO ควรนำเสนอแผนฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการบริษัท

    https://www.csoonline.com/article/3846318/6-hard-earned-tips-for-leading-through-a-cyberattack-from-csos-whove-been-there.html
    เมื่อเกิดการโจมตีไซเบอร์ ผู้บริหารต้องมีภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง ไม่ใช่แค่การแก้ไขปัญหาทางเทคนิค การฝึกซ้อมสถานการณ์, การสื่อสารที่ชัดเจน และการบริหารจัดการภายใต้แรงกดดันล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยให้องค์กรรับมือได้ดีขึ้น ผู้นำต้องแสดงความรับผิดชอบและปรับปรุงมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ == 6 แนวทางสำคัญที่ผู้นำองค์กรควรรู้เมื่อเกิดเหตุโจมตีไซเบอร์ == 1) กำหนดอำนาจการตัดสินใจให้ชัดเจน - CISO ควรเป็นผู้นำหลักของการรับมือเหตุการณ์ และองค์กรต้องกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบให้ชัดเจน - ควรมีเอกสารระบุว่าใครมีอำนาจตัดสินใจเรื่องสำคัญ เช่น การแจ้งลูกค้าหรือการประเมินผลกระทบทางธุรกิจ 2) ซ้อมรับมือกับเหตุการณ์เพื่อสร้างความพร้อม - การซ้อมจำลองสถานการณ์ (Tabletop Exercises) ช่วยให้ทีมสามารถรับมือกับวิกฤติจริงได้ดีขึ้น - การฝึกซ้อมควรรวมทุกระดับขององค์กร ตั้งแต่ทีมเทคนิคไปจนถึงผู้บริหาร 3) รักษาความเยือกเย็นภายใต้ความกดดัน - ภาวะผู้นำที่สงบนิ่งมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของพนักงานและผู้บริหารระดับสูง - CISO ควรโฟกัสที่การนำทีม มากกว่าการลงมือแก้ไขปัญหาด้านเทคนิคเอง 4) เชื่อมั่นในทีมและขอความช่วยเหลือจากภายนอกหากจำเป็น - ผู้นำองค์กรไม่ควรรับภาระทั้งหมดไว้คนเดียว ควรเปิดรับทีมที่มีความเชี่ยวชาญและใช้บุคลากรภายนอกหากจำเป็น - บางครั้งการนำทีมที่ปรึกษาด้านไซเบอร์เข้ามาอาจช่วยลดความเสียหายได้ดีกว่าการพยายามแก้ไขเอง 5) สื่อสารกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ - ใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายในการสื่อสารกับพนักงานและผู้บริหาร - ต้องมีแผนสื่อสารเพื่อให้ลูกค้า, นักลงทุน และผู้ที่เกี่ยวข้องรับรู้เหตุการณ์โดยไม่เกิดความตื่นตระหนก 6) รับผิดชอบและเดินหน้าปรับปรุงระบบความปลอดภัย - หลังจากเหตุการณ์โจมตีไซเบอร์ต้องมีการปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยและสรุปบทเรียน - CISO ควรนำเสนอแผนฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการบริษัท https://www.csoonline.com/article/3846318/6-hard-earned-tips-for-leading-through-a-cyberattack-from-csos-whove-been-there.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    6 hard-earned tips for leading through a cyberattack — from CSOs who’ve been there
    When a cyberattack strikes, security leaders must go beyond the incident response plan to ensure holistic preparation, effective collaboration, and strong leadership under fire.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 164 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts