• การสำรวจพบว่าความไม่ยืดหยุ่นในนโยบายการทำงานเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พนักงานเทคลาออกเป็นจำนวนมากในปีที่ผ่านมา การจัดการที่ยืดหยุ่นไม่เพียงช่วยลดความเครียด แต่ยังสร้างความไว้วางใจและความผูกพันในที่ทำงาน บริษัทที่ไม่ปรับตัวอาจเสียพนักงานเก่ง ๆ ไป ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมนี้ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่มีค่าตอบแทนสูงสุด

    ผลกระทบของนโยบาย:
    - พนักงานที่ทำงานแบบรีโมทจำนวนมากกล่าวว่าการจัดการเวลาที่ยืดหยุ่นเพิ่มความรู้สึก "เป็นส่วนหนึ่งของทีม" และ 68% เชื่อว่าความยืดหยุ่นช่วยสร้างความไว้วางใจระหว่างพนักงานและบริษัทได้มากขึ้น.

    ปัญหาความเหนื่อยล้าในอุตสาหกรรม:
    - มากกว่า 73% ของพนักงานไอทีรู้สึกเครียดหรือหมดไฟจากความกดดัน เช่น งานที่หนักเกินไป กำหนดเวลาที่แน่น และทรัพยากรที่ไม่เพียงพอ.

    ความสำคัญของความยืดหยุ่น:
    - Graig Paglieri ซีอีโอของ Randstad ชี้ว่าบริษัทที่เสนอสิทธิประโยชน์ส่วนบุคคลและการทำงานแบบยืดหยุ่นไม่เพียงช่วยดึงดูดแต่ยังรักษาพนักงานในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้อีกด้วย.

    ผลตอบแทนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี:
    - แม้จะเผชิญปัญหา แต่เทคโนโลยียังคงเป็นอุตสาหกรรมที่ให้ค่าตอบแทนสูงสุด โดยมีพนักงานจำนวนมากที่ได้รับเงินเดือนสูง

    https://www.techradar.com/pro/inflexible-work-policies-are-pushing-tech-workers-to-quit
    การสำรวจพบว่าความไม่ยืดหยุ่นในนโยบายการทำงานเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พนักงานเทคลาออกเป็นจำนวนมากในปีที่ผ่านมา การจัดการที่ยืดหยุ่นไม่เพียงช่วยลดความเครียด แต่ยังสร้างความไว้วางใจและความผูกพันในที่ทำงาน บริษัทที่ไม่ปรับตัวอาจเสียพนักงานเก่ง ๆ ไป ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมนี้ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่มีค่าตอบแทนสูงสุด ผลกระทบของนโยบาย: - พนักงานที่ทำงานแบบรีโมทจำนวนมากกล่าวว่าการจัดการเวลาที่ยืดหยุ่นเพิ่มความรู้สึก "เป็นส่วนหนึ่งของทีม" และ 68% เชื่อว่าความยืดหยุ่นช่วยสร้างความไว้วางใจระหว่างพนักงานและบริษัทได้มากขึ้น. ปัญหาความเหนื่อยล้าในอุตสาหกรรม: - มากกว่า 73% ของพนักงานไอทีรู้สึกเครียดหรือหมดไฟจากความกดดัน เช่น งานที่หนักเกินไป กำหนดเวลาที่แน่น และทรัพยากรที่ไม่เพียงพอ. ความสำคัญของความยืดหยุ่น: - Graig Paglieri ซีอีโอของ Randstad ชี้ว่าบริษัทที่เสนอสิทธิประโยชน์ส่วนบุคคลและการทำงานแบบยืดหยุ่นไม่เพียงช่วยดึงดูดแต่ยังรักษาพนักงานในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้อีกด้วย. ผลตอบแทนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี: - แม้จะเผชิญปัญหา แต่เทคโนโลยียังคงเป็นอุตสาหกรรมที่ให้ค่าตอบแทนสูงสุด โดยมีพนักงานจำนวนมากที่ได้รับเงินเดือนสูง https://www.techradar.com/pro/inflexible-work-policies-are-pushing-tech-workers-to-quit
    WWW.TECHRADAR.COM
    Inflexible work policies are pushing tech workers to quit
    2 in 5 workers quit in the last year due to workplace policies
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 95 มุมมอง 0 รีวิว
  • การยกน้ำหนักแบบ Trap Bar และแบบ Barbell Deadlift ถือเป็นท่าออกกำลังกายที่ยอดเยี่ยมสำหรับการสร้างความแข็งแรงและกล้ามเนื้อบริเวณหลังส่วนล่าง สะโพก และขา
    อย่างไรก็ตาม มีความแตกต่างที่สำคัญบางประการระหว่างทั้งสองอย่าง
    1. เดดลิฟต์แบบแทรปบาร์เป็นท่าเดดลิฟต์รูปแบบหนึ่งที่ใช้แทรปบาร์ (เรียกอีกอย่างว่าบาร์หกเหลี่ยม) แทนบาร์เบลแบบดั้งเดิม แทรปบาร์เป็นบาร์รูปหกเหลี่ยมที่มีด้ามจับอยู่ด้านในแทนที่จะเป็นด้านนอก การออกแบบนี้ช่วยให้จับได้สบาย..มากขึ้น ซึ่งช่วยลดความเครียดที่ไหล่และข้อมือได้
    2. เดดลิฟต์แบบแทรปบาร์โดยทั่วไปจะช่วยให้สะโพกและขาเคลื่อนไหวได้มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้กล้ามเนื้อสี่หัวเข่าและก้นทำงานมากขึ้น ซึ่งทำให้เป็นท่าออกกำลังกายที่ดีสำหรับนักกีฬาหรือผู้ที่ต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพการเล่นกีฬา
    3. เดดลิฟต์แบบแทรปบาร์จะสร้างแรงกดดันที่หลังส่วนล่างน้อยกว่าเดดลิฟต์แบบบาร์เบลแบบดั้งเดิม ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและทำให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นสามารถออกกำลังกายได้
    โดยรวมแล้ว...ทั้งท่าเดดลิฟต์แบบแทรปบาร์และเดดลิฟต์แบบบาร์เบลเป็นท่าออกกำลังกายที่ยอดเยี่ยมสำหรับการสร้างความแข็งแรงและกล้ามเนื้อ การเลือกใช้ท่าทั้งสองแบบจะขึ้นอยู่กับเป้าหมาย ความชอบ และข้อจำกัดหรืออาการบาดเจ็บของท่าน
    การยกน้ำหนักแบบ Trap Bar และแบบ Barbell Deadlift ถือเป็นท่าออกกำลังกายที่ยอดเยี่ยมสำหรับการสร้างความแข็งแรงและกล้ามเนื้อบริเวณหลังส่วนล่าง สะโพก และขา อย่างไรก็ตาม มีความแตกต่างที่สำคัญบางประการระหว่างทั้งสองอย่าง 1. เดดลิฟต์แบบแทรปบาร์เป็นท่าเดดลิฟต์รูปแบบหนึ่งที่ใช้แทรปบาร์ (เรียกอีกอย่างว่าบาร์หกเหลี่ยม) แทนบาร์เบลแบบดั้งเดิม แทรปบาร์เป็นบาร์รูปหกเหลี่ยมที่มีด้ามจับอยู่ด้านในแทนที่จะเป็นด้านนอก การออกแบบนี้ช่วยให้จับได้สบาย..มากขึ้น ซึ่งช่วยลดความเครียดที่ไหล่และข้อมือได้ 2. เดดลิฟต์แบบแทรปบาร์โดยทั่วไปจะช่วยให้สะโพกและขาเคลื่อนไหวได้มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้กล้ามเนื้อสี่หัวเข่าและก้นทำงานมากขึ้น ซึ่งทำให้เป็นท่าออกกำลังกายที่ดีสำหรับนักกีฬาหรือผู้ที่ต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพการเล่นกีฬา 3. เดดลิฟต์แบบแทรปบาร์จะสร้างแรงกดดันที่หลังส่วนล่างน้อยกว่าเดดลิฟต์แบบบาร์เบลแบบดั้งเดิม ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและทำให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นสามารถออกกำลังกายได้ โดยรวมแล้ว...ทั้งท่าเดดลิฟต์แบบแทรปบาร์และเดดลิฟต์แบบบาร์เบลเป็นท่าออกกำลังกายที่ยอดเยี่ยมสำหรับการสร้างความแข็งแรงและกล้ามเนื้อ การเลือกใช้ท่าทั้งสองแบบจะขึ้นอยู่กับเป้าหมาย ความชอบ และข้อจำกัดหรืออาการบาดเจ็บของท่าน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 102 มุมมอง 0 รีวิว
  • ประเทศไทยติดอันดับ 5 ของโลกในจำนวนประชากรอายุ 100 ปีขึ้นไป

    จากข้อมูลปี 2024 ประเทศไทยมีประชากรที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไปถึง 42,845 คน ติดอันดับที่ 5 ของโลก แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างชัดเจน

    สาเหตุที่ทำให้คนไทยอายุยืน

    1. อาหารและโภชนาการ

    อาหารไทยอุดมไปด้วยสมุนไพร เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

    การบริโภคผักและผลไม้สด รวมถึงอาหารที่มีไขมันต่ำ เช่น ปลาและข้าวกล้อง

    2. วัฒนธรรมและวิถีชีวิต

    สังคมไทยให้ความสำคัญกับครอบครัว ทำให้ผู้สูงอายุมีการดูแลและได้รับความรักจากลูกหลาน

    การทำบุญและปฏิบัติธรรมช่วยให้จิตใจสงบ ลดความเครียด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของอายุยืน

    3. การแพทย์และสาธารณสุข

    ระบบสาธารณสุขของไทยเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะโครงการ "หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า" หรือ "บัตรทอง"

    มีแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนปัจจุบันที่ทำงานร่วมกัน ช่วยส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง

    แนวโน้มของประเทศไทยในอนาคต

    ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) ซึ่งหมายความว่าประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด ส่งผลให้ต้องมีการปรับตัวในหลายด้าน เช่น

    การพัฒนาระบบสาธารณสุขให้รองรับผู้สูงวัย

    การออกแบบเมืองให้เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ

    การสนับสนุนให้ผู้สูงวัยสามารถทำงานหรือมีกิจกรรมที่เสริมสร้างสุขภาพ

    จากสถิตินี้ทำให้เห็นว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีคนอายุยืนมากที่สุดในโลก ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายในการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับอนาคตของประเทศ

    ที่มา: VGraps
    ประเทศไทยติดอันดับ 5 ของโลกในจำนวนประชากรอายุ 100 ปีขึ้นไป จากข้อมูลปี 2024 ประเทศไทยมีประชากรที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไปถึง 42,845 คน ติดอันดับที่ 5 ของโลก แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างชัดเจน สาเหตุที่ทำให้คนไทยอายุยืน 1. อาหารและโภชนาการ อาหารไทยอุดมไปด้วยสมุนไพร เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ การบริโภคผักและผลไม้สด รวมถึงอาหารที่มีไขมันต่ำ เช่น ปลาและข้าวกล้อง 2. วัฒนธรรมและวิถีชีวิต สังคมไทยให้ความสำคัญกับครอบครัว ทำให้ผู้สูงอายุมีการดูแลและได้รับความรักจากลูกหลาน การทำบุญและปฏิบัติธรรมช่วยให้จิตใจสงบ ลดความเครียด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของอายุยืน 3. การแพทย์และสาธารณสุข ระบบสาธารณสุขของไทยเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะโครงการ "หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า" หรือ "บัตรทอง" มีแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนปัจจุบันที่ทำงานร่วมกัน ช่วยส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง แนวโน้มของประเทศไทยในอนาคต ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) ซึ่งหมายความว่าประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด ส่งผลให้ต้องมีการปรับตัวในหลายด้าน เช่น การพัฒนาระบบสาธารณสุขให้รองรับผู้สูงวัย การออกแบบเมืองให้เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ การสนับสนุนให้ผู้สูงวัยสามารถทำงานหรือมีกิจกรรมที่เสริมสร้างสุขภาพ จากสถิตินี้ทำให้เห็นว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีคนอายุยืนมากที่สุดในโลก ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายในการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับอนาคตของประเทศ ที่มา: VGraps
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 196 มุมมอง 0 รีวิว
  • TRAP Bar หรือที่บางคนเรียกว่า HEX Bar คือ อุปกรณ์ทางเลือกแนวใหม่ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อและลดไขมันอย่างมีประสิทธิภาพ และ ฝึกยกน้ำหนักได้มากขึ้น

    การฝึกด้วย TRAP Bar ช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อมัดใหญ่หลายส่วนพร้อมกัน เช่น กล้ามเนื้อต้นขา สะโพก และหลัง การทำงานของกล้ามเนื้อหลายมัดพร้อมกันนี้ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกายอีกด้วย ส่งผลให้เกิดการเผาผลาญไขมันที่มีประสิทธิภาพแม้ในขณะพัก

    TRAP Bar มีลักษณะเป็นบาร์รูปหกเหลี่ยมที่มีด้ามจับสองข้าง ออกแบบมาให้ผู้ใช้ยืนอยู่ตรงกลางขณะยกน้ำหนัก ซึ่งแตกต่างจากบาร์เบลแบบดั้งเดิมที่ผู้ใช้ต้องจับด้านหน้าหรือด้านหลังของร่างกาย ความแตกต่างนี้ส่งผลให้ศูนย์ถ่วงน้ำหนัก จะอยู่แนวเดียวกับ ศูนย์ถ่วงของร่างกาย

    เมื่อเปรียบเทียบกับบาร์เบลแบบดั้งเดิม TRAP Bar มีข้อได้เปรียบหลายประการ คือ
    1. การยืนอยู่ตรงกลางของบาร์ช่วยให้การยกน้ำหนักมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น
    ลดความเครียดที่เกิดขึ้นกับหลังส่วนล่าง.
    2. รูปทรงของ TRAP Bar ช่วยให้ผู้ใช้สามารถยกน้ำหนักได้มากขึ้น
    โดยที่ความเสี่ยงในการบาดเจ็บลดลง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับทั้งนักกีฬาและผู้ที่ต้องการพัฒนาความแข็งแรงของร่างกาย
    TRAP Bar หรือที่บางคนเรียกว่า HEX Bar คือ อุปกรณ์ทางเลือกแนวใหม่ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อและลดไขมันอย่างมีประสิทธิภาพ และ ฝึกยกน้ำหนักได้มากขึ้น การฝึกด้วย TRAP Bar ช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อมัดใหญ่หลายส่วนพร้อมกัน เช่น กล้ามเนื้อต้นขา สะโพก และหลัง การทำงานของกล้ามเนื้อหลายมัดพร้อมกันนี้ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกายอีกด้วย ส่งผลให้เกิดการเผาผลาญไขมันที่มีประสิทธิภาพแม้ในขณะพัก TRAP Bar มีลักษณะเป็นบาร์รูปหกเหลี่ยมที่มีด้ามจับสองข้าง ออกแบบมาให้ผู้ใช้ยืนอยู่ตรงกลางขณะยกน้ำหนัก ซึ่งแตกต่างจากบาร์เบลแบบดั้งเดิมที่ผู้ใช้ต้องจับด้านหน้าหรือด้านหลังของร่างกาย ความแตกต่างนี้ส่งผลให้ศูนย์ถ่วงน้ำหนัก จะอยู่แนวเดียวกับ ศูนย์ถ่วงของร่างกาย เมื่อเปรียบเทียบกับบาร์เบลแบบดั้งเดิม TRAP Bar มีข้อได้เปรียบหลายประการ คือ 1. การยืนอยู่ตรงกลางของบาร์ช่วยให้การยกน้ำหนักมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น ลดความเครียดที่เกิดขึ้นกับหลังส่วนล่าง. 2. รูปทรงของ TRAP Bar ช่วยให้ผู้ใช้สามารถยกน้ำหนักได้มากขึ้น โดยที่ความเสี่ยงในการบาดเจ็บลดลง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับทั้งนักกีฬาและผู้ที่ต้องการพัฒนาความแข็งแรงของร่างกาย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 123 มุมมอง 0 รีวิว
  • 30 ปี สิ้นดาราดาวรุ่ง “ธรรม์ โทณะวณิก” ดิ่งคอนโด 16 ชั้น ปมเสียชีวิตยังคงเป็นปริศนา

    🌟 ย้อนรำลึกถึงดาวที่ลับฟ้า กับความจริงที่ยังไม่คลี่คลาย 🌟

    📝 ดาวรุ่งผู้จากไป กับคำถามที่ยังไร้คำตอบ ย้อนไปในค่ำคืนอันเงียบงัน กลางดึกวันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2538 เวลาห้าทุ่ม 🌌 ทั่วทั้งวงการบันเทิงไทย ต้องเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อ “ธรรม์ โทณะวณิก” ดาราหนุ่มดาวรุ่งวัยเพียง 20 ปี ตกจากดาดฟ้าคอนโดสูง 16 ชั้น ที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ‼️

    เหตุการณ์ครั้งนั้น ยังคงฝังใจผู้คนที่ติดตามข่าวสาร ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะคำถามที่ยังไม่มีคำตอบถึง "สาเหตุการเสียชีวิต" ว่าคืออุบัติเหตุ อาการซึมเศร้า หรืออาจมีเงื่อนงำบางอย่างซ่อนอยู่?

    👦🏻 "ธรรม์ โทณะวณิก" ชื่อเล่นว่า ธรรม์ เป็นที่รู้จักในฐานะ นักแสดงและนายแบบชาวไทย ที่มีพรสวรรค์และอนาคตสดใสรออยู่ข้างหน้า เกิดและเติบโตที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

    ธรรม์เป็นบุตรชายของ
    👨‍⚕️ นายแพทย์วิรุณ โทณะวณิก
    ✍🏻 นางอิราวดี นวมานนท์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ น้ำอบ นักเขียนชื่อดังระดับตำนาน ผู้เขียนนวนิยายเรื่อง “คือหัตถาครองพิภพ” ที่มีตัวละครสำคัญชื่อ “พจน์” ซึ่งเธอได้แรงบันดาลใจ จากบุคลิกของลูกชายคนนี้เอง

    🎥 จุดเริ่มต้นในวงการบันเทิง ธรรม์เริ่มเข้าสู่วงการตั้งแต่เด็ก ด้วยงานถ่ายแบบในปี พ.ศ. 2527 ในนิตยสาร "สตรีสาร" แต่สิ่งที่ทำให้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว คือบทพระเอกในภาพยนตร์ "กระโปรงบานขาสั้น" ปี พ.ศ. 2537 โดยประกบคู่กับนางเอก "ธัญญาเรศ รามณรงค์"

    🎬 ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย "ชาติชาย แก้วสว่าง" ผู้กำกับหน้าใหม่ในขณะนั้น แต่กลับพาธรรม์ขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะ "พระเอกขวัญใจวัยรุ่น" แห่งยุค 90’s

    📚 เส้นทางสายบันเทิง และชีวิตส่วนตัวที่หลายคนไม่เคยรู้

    ✨ ผลงานสร้างชื่อ ธรรม์กลายเป็นขวัญใจวัยรุ่น มีผลงานทั้งในจอเงินและจอแก้ว เช่น
    - กระโปรงบานขาสั้น
    - ม.6/2 ห้องครูวารี
    - กระโปรงบานขาสั้น เทอม 2 ตอนแอบดูบาร์บีคิว
    - ขอเก็บหัวใจเธอไว้คนเดียว
    - สมศรี 422R ภาค 3 โปรแกรม D ปีนี้มีน้อง

    📸 นายแบบยอดนิยม ธรรม์ขึ้นปกนิตยสารวัยรุ่นหลายเล่ม โดยเฉพาะ "เธอกับฉัน" ปี พ.ศ. 2536 ซึ่งธรรม์ได้รับตำแหน่ง "หนุ่มช่างฝันกิตติมศักดิ์" ด้วยคะแนนโหวตถล่มทลาย 💫

    แฟนคลับในยุคนั้น ต่างหลงใหลในความหล่อเหลา และบุคลิกที่อบอุ่นเป็นกันเอง

    ❤️ รักแรกและรักเดียว ธรรม์มีแฟนสาวนอกวงการชื่อ น้ำฝน หรือเบญจพร ตังคานุกูลกิจ คบหากันตั้งแต่เรียนที่ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ต่อเนื่องมาจนถึงช่วงที่ทั้งคู่ กำลังศึกษาอยู่ที่ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC)

    ความรักที่ดูเรียบง่ายและมั่นคงนี้เอง ที่ทำให้หลายคนเชื่อว่า ธรรม์ไม่มีเหตุผลที่จะคิดสั้น...

    🚨 คืนสุดท้ายก่อนเสียชีวิต เหตุการณ์ที่ไม่มีใครลืม กลางดึกคืนวันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2538 เวลา 23.00 น. ธรรม์พลัดตกจากดาดฟ้าคอนโด "ซีเอ็นพี คอนโดมิเนียม" ชั้น 16 ที่พักอาศัยของธรรม์ ในอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

    🏢 ธรรม์ตกลงมากระแทกหลังคาบ้านเช่าหลังหนึ่ง โดยที่ "ทองม้วน พุ่มฉัตร" หญิงสาวที่เป็นแฟนคลับกำลังนอนพักผ่อนอยู่ ได้รับบาดเจ็บที่ขาขวา

    👉🏻 ชันสูตรพบว่า ธรรม์ไม่มีสารเสพติดในร่างกาย และไม่มีร่องรอยการต่อสู้ หรือถูกทำร้ายร่างกาย

    🕵️‍♂️ ปมปริศนา
    - อุบัติเหตุพลัดตก?
    - เมาสุราจนเสียการทรงตัว?
    - มีคนจงใจทำให้ต้องตกลงมา?

    ไม่มีใครรู้ความจริง!

    💬 คำพูดสุดท้ายของ “น้ำอบ” มารดาธรรม์ “ธรรม์ไม่มีวันฆ่าตัวตาย! เพราะยังสัญญากับแม่ว่า จะดูละครตอนแรกด้วยกัน และธรรม์ไม่เคยผิดสัญญา...”

    คำพูดนี้จาก "น้ำอบ" ผู้เป็นแม่ ยังคงสะเทือนใจแฟนคลับและสังคมจนถึงทุกวันนี้

    👉🏻 หลายคนเชื่อว่า ธรรม์อาจถูกฆาตกรรม!

    🔍 สาเหตุการเสียชีวิต อุบัติเหตุ หรือฆาตกรรม?
    1️⃣ อุบัติเหตุ บางคนตั้งข้อสันนิษฐานว่า ธรรม์อาจขึ้นไปบนดาดฟ้า เพื่อลดความเครียด สูบบุหรี่ และอาจเผลอพลัดตกลงมา โดยไม่ตั้งใจ

    2️⃣ ฆ่าตัวตาย ข่าวลือในขณะนั้นเล่าว่า ธรรม์มีความเครียดจากชีวิตการทำงาน และเรื่องส่วนตัว แต่ครอบครัวและคนสนิท ต่างปฏิเสธว่าไม่มีพฤติกรรม หรืออาการซึมเศร้า

    3️⃣ ฆาตกรรม ความสงสัยที่ไม่เคยจางหาย... ใครอยู่กับธรรม์ในคืนนั้น? และมีใครได้ยินหรือเห็นอะไรผิดปกติหรือไม่?

    หลายคนยังเชื่อว่า ธรรม์อาจถูกทำให้ตกลงมาอย่างตั้งใจ 😰

    🕰️ 30 ปีผ่านไป ความจริงที่ยังไม่ถูกเปิดเผย แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 30 ปี แต่คดีนี้ยังคงไร้บทสรุปชัดเจน 📆

    🔸 ไม่มีพยานหลักฐานใหม่
    🔸 ไม่มีผู้ต้องสงสัยที่ถูกดำเนินคดี
    🔸 ไม่มีคำอธิบายใดๆ จากผู้เกี่ยวข้อง

    ทุกอย่างยังคงเป็นปริศนา ที่ไม่มีใครสามารถคลี่คลายได้...

    🎬 มรดกทางจิตใจ และผลงานที่ธรรม์ทิ้งไว้ แม้ชีวิตของธรรม์จะจบลงในวัยเพียง 20 ปี แต่ผลงานของธรรม์ ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่

    ✨ คือตัวแทนของยุคทองวงการบันเทิงไทย
    ✨ คือความทรงจำของใครหลายคน ที่ไม่เคยเลือนหาย

    “ธรรม์ โทณะวณิก ยังอยู่ในหัวใจแฟนคลับเสมอ” ❤️

    📌 “ธรรม์ โทณะวณิก” ตำนานที่ไม่มีวันลืม 30 ปีผ่านไป เหตุการณ์ครั้งนั้นยังคงเป็นปริศนา ที่ก้องอยู่ในใจของแฟนๆ และผู้ติดตามข่าวสาร หลายคนอาจยังคงสงสัย ในชะตากรรมของดาวรุ่งผู้นี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยน คือความทรงจำที่สวยงาม และผลงานที่ธรรม์ได้ทิ้งไว้ให้คนไทย

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 161024 มี.ค. 2568

    📲 #ธรรม์โทณะวณิก #ดารายุค90 #คดีดังในอดีต #ดาราไทยเสียชีวิต #ปริศนาดารา #วงการบันเทิงไทย #ข่าวบันเทิงย้อนหลัง #ดาวรุ่งดวงดับ #ตำนานดาราไทย #ซีเอ็นพีคอนโด
    30 ปี สิ้นดาราดาวรุ่ง “ธรรม์ โทณะวณิก” ดิ่งคอนโด 16 ชั้น ปมเสียชีวิตยังคงเป็นปริศนา 🌟 ย้อนรำลึกถึงดาวที่ลับฟ้า กับความจริงที่ยังไม่คลี่คลาย 🌟 📝 ดาวรุ่งผู้จากไป กับคำถามที่ยังไร้คำตอบ ย้อนไปในค่ำคืนอันเงียบงัน กลางดึกวันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2538 เวลาห้าทุ่ม 🌌 ทั่วทั้งวงการบันเทิงไทย ต้องเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อ “ธรรม์ โทณะวณิก” ดาราหนุ่มดาวรุ่งวัยเพียง 20 ปี ตกจากดาดฟ้าคอนโดสูง 16 ชั้น ที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ‼️ เหตุการณ์ครั้งนั้น ยังคงฝังใจผู้คนที่ติดตามข่าวสาร ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะคำถามที่ยังไม่มีคำตอบถึง "สาเหตุการเสียชีวิต" ว่าคืออุบัติเหตุ อาการซึมเศร้า หรืออาจมีเงื่อนงำบางอย่างซ่อนอยู่? 👦🏻 "ธรรม์ โทณะวณิก" ชื่อเล่นว่า ธรรม์ เป็นที่รู้จักในฐานะ นักแสดงและนายแบบชาวไทย ที่มีพรสวรรค์และอนาคตสดใสรออยู่ข้างหน้า เกิดและเติบโตที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ธรรม์เป็นบุตรชายของ 👨‍⚕️ นายแพทย์วิรุณ โทณะวณิก ✍🏻 นางอิราวดี นวมานนท์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ น้ำอบ นักเขียนชื่อดังระดับตำนาน ผู้เขียนนวนิยายเรื่อง “คือหัตถาครองพิภพ” ที่มีตัวละครสำคัญชื่อ “พจน์” ซึ่งเธอได้แรงบันดาลใจ จากบุคลิกของลูกชายคนนี้เอง 🎥 จุดเริ่มต้นในวงการบันเทิง ธรรม์เริ่มเข้าสู่วงการตั้งแต่เด็ก ด้วยงานถ่ายแบบในปี พ.ศ. 2527 ในนิตยสาร "สตรีสาร" แต่สิ่งที่ทำให้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว คือบทพระเอกในภาพยนตร์ "กระโปรงบานขาสั้น" ปี พ.ศ. 2537 โดยประกบคู่กับนางเอก "ธัญญาเรศ รามณรงค์" 🎬 ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย "ชาติชาย แก้วสว่าง" ผู้กำกับหน้าใหม่ในขณะนั้น แต่กลับพาธรรม์ขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะ "พระเอกขวัญใจวัยรุ่น" แห่งยุค 90’s 📚 เส้นทางสายบันเทิง และชีวิตส่วนตัวที่หลายคนไม่เคยรู้ ✨ ผลงานสร้างชื่อ ธรรม์กลายเป็นขวัญใจวัยรุ่น มีผลงานทั้งในจอเงินและจอแก้ว เช่น - กระโปรงบานขาสั้น - ม.6/2 ห้องครูวารี - กระโปรงบานขาสั้น เทอม 2 ตอนแอบดูบาร์บีคิว - ขอเก็บหัวใจเธอไว้คนเดียว - สมศรี 422R ภาค 3 โปรแกรม D ปีนี้มีน้อง 📸 นายแบบยอดนิยม ธรรม์ขึ้นปกนิตยสารวัยรุ่นหลายเล่ม โดยเฉพาะ "เธอกับฉัน" ปี พ.ศ. 2536 ซึ่งธรรม์ได้รับตำแหน่ง "หนุ่มช่างฝันกิตติมศักดิ์" ด้วยคะแนนโหวตถล่มทลาย 💫 แฟนคลับในยุคนั้น ต่างหลงใหลในความหล่อเหลา และบุคลิกที่อบอุ่นเป็นกันเอง ❤️ รักแรกและรักเดียว ธรรม์มีแฟนสาวนอกวงการชื่อ น้ำฝน หรือเบญจพร ตังคานุกูลกิจ คบหากันตั้งแต่เรียนที่ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ต่อเนื่องมาจนถึงช่วงที่ทั้งคู่ กำลังศึกษาอยู่ที่ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) ความรักที่ดูเรียบง่ายและมั่นคงนี้เอง ที่ทำให้หลายคนเชื่อว่า ธรรม์ไม่มีเหตุผลที่จะคิดสั้น... 🚨 คืนสุดท้ายก่อนเสียชีวิต เหตุการณ์ที่ไม่มีใครลืม กลางดึกคืนวันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2538 เวลา 23.00 น. ธรรม์พลัดตกจากดาดฟ้าคอนโด "ซีเอ็นพี คอนโดมิเนียม" ชั้น 16 ที่พักอาศัยของธรรม์ ในอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 🏢 ธรรม์ตกลงมากระแทกหลังคาบ้านเช่าหลังหนึ่ง โดยที่ "ทองม้วน พุ่มฉัตร" หญิงสาวที่เป็นแฟนคลับกำลังนอนพักผ่อนอยู่ ได้รับบาดเจ็บที่ขาขวา 👉🏻 ชันสูตรพบว่า ธรรม์ไม่มีสารเสพติดในร่างกาย และไม่มีร่องรอยการต่อสู้ หรือถูกทำร้ายร่างกาย 🕵️‍♂️ ปมปริศนา - อุบัติเหตุพลัดตก? - เมาสุราจนเสียการทรงตัว? - มีคนจงใจทำให้ต้องตกลงมา? ไม่มีใครรู้ความจริง! 💬 คำพูดสุดท้ายของ “น้ำอบ” มารดาธรรม์ “ธรรม์ไม่มีวันฆ่าตัวตาย! เพราะยังสัญญากับแม่ว่า จะดูละครตอนแรกด้วยกัน และธรรม์ไม่เคยผิดสัญญา...” คำพูดนี้จาก "น้ำอบ" ผู้เป็นแม่ ยังคงสะเทือนใจแฟนคลับและสังคมจนถึงทุกวันนี้ 👉🏻 หลายคนเชื่อว่า ธรรม์อาจถูกฆาตกรรม! 🔍 สาเหตุการเสียชีวิต อุบัติเหตุ หรือฆาตกรรม? 1️⃣ อุบัติเหตุ บางคนตั้งข้อสันนิษฐานว่า ธรรม์อาจขึ้นไปบนดาดฟ้า เพื่อลดความเครียด สูบบุหรี่ และอาจเผลอพลัดตกลงมา โดยไม่ตั้งใจ 2️⃣ ฆ่าตัวตาย ข่าวลือในขณะนั้นเล่าว่า ธรรม์มีความเครียดจากชีวิตการทำงาน และเรื่องส่วนตัว แต่ครอบครัวและคนสนิท ต่างปฏิเสธว่าไม่มีพฤติกรรม หรืออาการซึมเศร้า 3️⃣ ฆาตกรรม ความสงสัยที่ไม่เคยจางหาย... ใครอยู่กับธรรม์ในคืนนั้น? และมีใครได้ยินหรือเห็นอะไรผิดปกติหรือไม่? หลายคนยังเชื่อว่า ธรรม์อาจถูกทำให้ตกลงมาอย่างตั้งใจ 😰 🕰️ 30 ปีผ่านไป ความจริงที่ยังไม่ถูกเปิดเผย แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 30 ปี แต่คดีนี้ยังคงไร้บทสรุปชัดเจน 📆 🔸 ไม่มีพยานหลักฐานใหม่ 🔸 ไม่มีผู้ต้องสงสัยที่ถูกดำเนินคดี 🔸 ไม่มีคำอธิบายใดๆ จากผู้เกี่ยวข้อง ทุกอย่างยังคงเป็นปริศนา ที่ไม่มีใครสามารถคลี่คลายได้... 🎬 มรดกทางจิตใจ และผลงานที่ธรรม์ทิ้งไว้ แม้ชีวิตของธรรม์จะจบลงในวัยเพียง 20 ปี แต่ผลงานของธรรม์ ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ ✨ คือตัวแทนของยุคทองวงการบันเทิงไทย ✨ คือความทรงจำของใครหลายคน ที่ไม่เคยเลือนหาย “ธรรม์ โทณะวณิก ยังอยู่ในหัวใจแฟนคลับเสมอ” ❤️ 📌 “ธรรม์ โทณะวณิก” ตำนานที่ไม่มีวันลืม 30 ปีผ่านไป เหตุการณ์ครั้งนั้นยังคงเป็นปริศนา ที่ก้องอยู่ในใจของแฟนๆ และผู้ติดตามข่าวสาร หลายคนอาจยังคงสงสัย ในชะตากรรมของดาวรุ่งผู้นี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยน คือความทรงจำที่สวยงาม และผลงานที่ธรรม์ได้ทิ้งไว้ให้คนไทย ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 161024 มี.ค. 2568 📲 #ธรรม์โทณะวณิก #ดารายุค90 #คดีดังในอดีต #ดาราไทยเสียชีวิต #ปริศนาดารา #วงการบันเทิงไทย #ข่าวบันเทิงย้อนหลัง #ดาวรุ่งดวงดับ #ตำนานดาราไทย #ซีเอ็นพีคอนโด
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 744 มุมมอง 0 รีวิว
  • 📣📣To Gen-Y ,Gen X เตรียมตัวรับมือแล้วหรือยัง❓️
    ✅️การป้องกัน ดีกว่า การแก้ไข
    ✅️ป้ายยา:: มีผลิตภัณฑ์บำรุง ดูแลร่างกาย หลายอย่าง เลือกช๊อป ตามสบายเลยค่ะ
    📌ประเทศไทยติดอันดับ 5 ของโลกในจำนวนประชากรอายุ 100 ปีขึ้นไป

    จากข้อมูลปี 2024 ประเทศไทยมีประชากรที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไปถึง 42,845 คน ติดอันดับที่ 5 ของโลก แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างชัดเจน

    สาเหตุที่ทำให้คนไทยอายุยืน

    1. อาหารและโภชนาการ

    อาหารไทยอุดมไปด้วยสมุนไพร เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

    การบริโภคผักและผลไม้สด รวมถึงอาหารที่มีไขมันต่ำ เช่น ปลาและข้าวกล้อง

    2. วัฒนธรรมและวิถีชีวิต

    สังคมไทยให้ความสำคัญกับครอบครัว ทำให้ผู้สูงอายุมีการดูแลและได้รับความรักจากลูกหลาน

    การทำบุญและปฏิบัติธรรมช่วยให้จิตใจสงบ ลดความเครียด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของอายุยืน

    3. การแพทย์และสาธารณสุข

    ระบบสาธารณสุขของไทยเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะโครงการ "หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า" หรือ "บัตรทอง"

    มีแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนปัจจุบันที่ทำงานร่วมกัน ช่วยส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง

    แนวโน้มของประเทศไทยในอนาคต

    ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) ซึ่งหมายความว่าประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด ส่งผลให้ต้องมีการปรับตัวในหลายด้าน เช่น

    การพัฒนาระบบสาธารณสุขให้รองรับผู้สูงวัย

    การออกแบบเมืองให้เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ

    การสนับสนุนให้ผู้สูงวัยสามารถทำงานหรือมีกิจกรรมที่เสริมสร้างสุขภาพ

    จากสถิตินี้ทำให้เห็นว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีคนอายุยืนมากที่สุดในโลก ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายในการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับอนาคตของประเทศ

    ที่มา: VGraps

    Cr.FB: โต๊ะป้าศรี CH Table
    📣📣To Gen-Y ,Gen X เตรียมตัวรับมือแล้วหรือยัง❓️ ✅️การป้องกัน ดีกว่า การแก้ไข ✅️ป้ายยา:: มีผลิตภัณฑ์บำรุง ดูแลร่างกาย หลายอย่าง เลือกช๊อป ตามสบายเลยค่ะ 📌ประเทศไทยติดอันดับ 5 ของโลกในจำนวนประชากรอายุ 100 ปีขึ้นไป จากข้อมูลปี 2024 ประเทศไทยมีประชากรที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไปถึง 42,845 คน ติดอันดับที่ 5 ของโลก แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างชัดเจน สาเหตุที่ทำให้คนไทยอายุยืน 1. อาหารและโภชนาการ อาหารไทยอุดมไปด้วยสมุนไพร เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ การบริโภคผักและผลไม้สด รวมถึงอาหารที่มีไขมันต่ำ เช่น ปลาและข้าวกล้อง 2. วัฒนธรรมและวิถีชีวิต สังคมไทยให้ความสำคัญกับครอบครัว ทำให้ผู้สูงอายุมีการดูแลและได้รับความรักจากลูกหลาน การทำบุญและปฏิบัติธรรมช่วยให้จิตใจสงบ ลดความเครียด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของอายุยืน 3. การแพทย์และสาธารณสุข ระบบสาธารณสุขของไทยเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะโครงการ "หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า" หรือ "บัตรทอง" มีแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนปัจจุบันที่ทำงานร่วมกัน ช่วยส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง แนวโน้มของประเทศไทยในอนาคต ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) ซึ่งหมายความว่าประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด ส่งผลให้ต้องมีการปรับตัวในหลายด้าน เช่น การพัฒนาระบบสาธารณสุขให้รองรับผู้สูงวัย การออกแบบเมืองให้เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ การสนับสนุนให้ผู้สูงวัยสามารถทำงานหรือมีกิจกรรมที่เสริมสร้างสุขภาพ จากสถิตินี้ทำให้เห็นว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีคนอายุยืนมากที่สุดในโลก ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายในการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับอนาคตของประเทศ ที่มา: VGraps Cr.FB: โต๊ะป้าศรี CH Table
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 267 มุมมอง 0 รีวิว
  • 📣📣To Gen-Y ,Gen X เตรียมตัวรับมือแล้วหรือยัง❓️
    ✅️การป้องกัน ดีกว่า การแก้ไข
    ✅️ป้ายยา:: มีผลิตภัณฑ์บำรุง ดูแลร่างกาย หลายอย่าง เลือกช๊อป ตามสบายเลยค่ะ
    📌ประเทศไทยติดอันดับ 5 ของโลกในจำนวนประชากรอายุ 100 ปีขึ้นไป

    จากข้อมูลปี 2024 ประเทศไทยมีประชากรที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไปถึง 42,845 คน ติดอันดับที่ 5 ของโลก แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างชัดเจน

    สาเหตุที่ทำให้คนไทยอายุยืน

    1. อาหารและโภชนาการ

    อาหารไทยอุดมไปด้วยสมุนไพร เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

    การบริโภคผักและผลไม้สด รวมถึงอาหารที่มีไขมันต่ำ เช่น ปลาและข้าวกล้อง

    2. วัฒนธรรมและวิถีชีวิต

    สังคมไทยให้ความสำคัญกับครอบครัว ทำให้ผู้สูงอายุมีการดูแลและได้รับความรักจากลูกหลาน

    การทำบุญและปฏิบัติธรรมช่วยให้จิตใจสงบ ลดความเครียด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของอายุยืน

    3. การแพทย์และสาธารณสุข

    ระบบสาธารณสุขของไทยเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะโครงการ "หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า" หรือ "บัตรทอง"

    มีแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนปัจจุบันที่ทำงานร่วมกัน ช่วยส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง

    แนวโน้มของประเทศไทยในอนาคต

    ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) ซึ่งหมายความว่าประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด ส่งผลให้ต้องมีการปรับตัวในหลายด้าน เช่น

    การพัฒนาระบบสาธารณสุขให้รองรับผู้สูงวัย

    การออกแบบเมืองให้เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ

    การสนับสนุนให้ผู้สูงวัยสามารถทำงานหรือมีกิจกรรมที่เสริมสร้างสุขภาพ

    จากสถิตินี้ทำให้เห็นว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีคนอายุยืนมากที่สุดในโลก ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายในการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับอนาคตของประเทศ

    ที่มา: VGraps

    Cr.FB: โต๊ะป้าศรี CH Table
    📣📣To Gen-Y ,Gen X เตรียมตัวรับมือแล้วหรือยัง❓️ ✅️การป้องกัน ดีกว่า การแก้ไข ✅️ป้ายยา:: มีผลิตภัณฑ์บำรุง ดูแลร่างกาย หลายอย่าง เลือกช๊อป ตามสบายเลยค่ะ 📌ประเทศไทยติดอันดับ 5 ของโลกในจำนวนประชากรอายุ 100 ปีขึ้นไป จากข้อมูลปี 2024 ประเทศไทยมีประชากรที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไปถึง 42,845 คน ติดอันดับที่ 5 ของโลก แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างชัดเจน สาเหตุที่ทำให้คนไทยอายุยืน 1. อาหารและโภชนาการ อาหารไทยอุดมไปด้วยสมุนไพร เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ การบริโภคผักและผลไม้สด รวมถึงอาหารที่มีไขมันต่ำ เช่น ปลาและข้าวกล้อง 2. วัฒนธรรมและวิถีชีวิต สังคมไทยให้ความสำคัญกับครอบครัว ทำให้ผู้สูงอายุมีการดูแลและได้รับความรักจากลูกหลาน การทำบุญและปฏิบัติธรรมช่วยให้จิตใจสงบ ลดความเครียด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของอายุยืน 3. การแพทย์และสาธารณสุข ระบบสาธารณสุขของไทยเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะโครงการ "หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า" หรือ "บัตรทอง" มีแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนปัจจุบันที่ทำงานร่วมกัน ช่วยส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง แนวโน้มของประเทศไทยในอนาคต ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) ซึ่งหมายความว่าประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด ส่งผลให้ต้องมีการปรับตัวในหลายด้าน เช่น การพัฒนาระบบสาธารณสุขให้รองรับผู้สูงวัย การออกแบบเมืองให้เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ การสนับสนุนให้ผู้สูงวัยสามารถทำงานหรือมีกิจกรรมที่เสริมสร้างสุขภาพ จากสถิตินี้ทำให้เห็นว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีคนอายุยืนมากที่สุดในโลก ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายในการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับอนาคตของประเทศ ที่มา: VGraps Cr.FB: โต๊ะป้าศรี CH Table
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 276 มุมมอง 0 รีวิว
  • McDonald's ได้ประกาศใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ร้านอาหารกว่า 43,000 แห่งทั่วโลก Brian Rice ผู้บริหารด้านข้อมูลของ McDonald's ระบุว่า ความสามารถในการใช้ AI นี้จะช่วยลดความเครียดที่เกิดจากการทำงานประจำวัน เช่น การจัดการกับลูกค้าและผู้ขาย รวมถึงการดูแลรักษาอุปกรณ์ที่เสียบ่อยๆ

    แพลตฟอร์ม Edge Computing: McDonald's ได้เริ่มใช้งานแพลตฟอร์ม Edge Computing ในร้านอาหารบางแห่งในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยมีแผนที่จะขยายการใช้งานในปี 2025 เทคโนโลยีนี้จะช่วยทำให้กระบวนการต่างๆ ในครัวรวดเร็วขึ้น เช่น การตรวจสอบความถูกต้องของคำสั่งซื้อโดยใช้กล้องคงที่ในครัวก่อนส่งคำสั่งซื้อต่อให้ลูกค้า

    เทคโนโลยีใหม่ที่ McDonald's ใช้
    - AI อัตโนมัติสำหรับการสั่งอาหาร: McDonald's ได้ทดสอบระบบ AI ที่สามารถรับคำสั่งซื้อผ่านไดรฟ์ทรูเพื่อเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำ
    - การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์: เซ็นเซอร์ที่ติดตั้งในอุปกรณ์ครัวสามารถเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อตรวจสอบและทำนายว่าเครื่องทอดหรือเครื่องทำไอศกรีมจะเสียเมื่อใด
    - ผู้จัดการ AI เสมือนจริง: เทคโนโลยี Edge Computing ยังช่วยผู้จัดการร้านในงานด้านบริหารจัดการ เช่น การจัดตารางกะทำงานให้พนักงาน ระบบ AI เสมือนจริงนี้คล้ายกับที่ Taco Bell และ Pizza Hut กำลังทดสอบ

    อย่างไรก็ตาม McDonald's ต้องเผชิญกับความท้าทายในการติดตั้งเทคโนโลยีในร้านอาหารที่เป็นแฟรนไชส์และที่บริหารงานโดยบริษัท การติดตั้งเทคโนโลยีนี้มีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้มีบางคนเสนอว่าเงินที่ใช้ลงทุนในเทคโนโลยี AI ควรใช้ไปในการฝึกอบรมพนักงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแทน

    https://www.techspot.com/news/107065-mcdonald-turns-ai-boost-order-accuracy-stay-ahead.html
    McDonald's ได้ประกาศใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ร้านอาหารกว่า 43,000 แห่งทั่วโลก Brian Rice ผู้บริหารด้านข้อมูลของ McDonald's ระบุว่า ความสามารถในการใช้ AI นี้จะช่วยลดความเครียดที่เกิดจากการทำงานประจำวัน เช่น การจัดการกับลูกค้าและผู้ขาย รวมถึงการดูแลรักษาอุปกรณ์ที่เสียบ่อยๆ แพลตฟอร์ม Edge Computing: McDonald's ได้เริ่มใช้งานแพลตฟอร์ม Edge Computing ในร้านอาหารบางแห่งในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยมีแผนที่จะขยายการใช้งานในปี 2025 เทคโนโลยีนี้จะช่วยทำให้กระบวนการต่างๆ ในครัวรวดเร็วขึ้น เช่น การตรวจสอบความถูกต้องของคำสั่งซื้อโดยใช้กล้องคงที่ในครัวก่อนส่งคำสั่งซื้อต่อให้ลูกค้า เทคโนโลยีใหม่ที่ McDonald's ใช้ - AI อัตโนมัติสำหรับการสั่งอาหาร: McDonald's ได้ทดสอบระบบ AI ที่สามารถรับคำสั่งซื้อผ่านไดรฟ์ทรูเพื่อเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำ - การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์: เซ็นเซอร์ที่ติดตั้งในอุปกรณ์ครัวสามารถเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อตรวจสอบและทำนายว่าเครื่องทอดหรือเครื่องทำไอศกรีมจะเสียเมื่อใด - ผู้จัดการ AI เสมือนจริง: เทคโนโลยี Edge Computing ยังช่วยผู้จัดการร้านในงานด้านบริหารจัดการ เช่น การจัดตารางกะทำงานให้พนักงาน ระบบ AI เสมือนจริงนี้คล้ายกับที่ Taco Bell และ Pizza Hut กำลังทดสอบ อย่างไรก็ตาม McDonald's ต้องเผชิญกับความท้าทายในการติดตั้งเทคโนโลยีในร้านอาหารที่เป็นแฟรนไชส์และที่บริหารงานโดยบริษัท การติดตั้งเทคโนโลยีนี้มีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้มีบางคนเสนอว่าเงินที่ใช้ลงทุนในเทคโนโลยี AI ควรใช้ไปในการฝึกอบรมพนักงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแทน https://www.techspot.com/news/107065-mcdonald-turns-ai-boost-order-accuracy-stay-ahead.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    McDonald's bets on AI to boost order accuracy, streamline operations at 43,000 restaurants
    The Wall Street Journal notes that McDonald's starting rolling out edge computing platforms at some of its US restaurants last year, and plans to add more to...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 220 มุมมอง 0 รีวิว
  • 📌 ใจส่งผลต่อกายอย่างไร?


    ---

    🔍 1️⃣ ใจร้อน - ทำให้กายร้อน

    🔥 เมื่อใจมีโทสะ ขุ่นเคือง หรือหงุดหงิด → ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยา
    ⚠️ ความดันเลือดสูงขึ้น
    ⚠️ หัวใจเต้นเร็ว กล้ามเนื้อเกร็ง
    ⚠️ รู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว

    ✅ วิธีแก้: "หายใจลึกๆ ผ่อนคลาย" เพื่อให้ใจเย็น กายจะคลายตัว


    ---

    🔍 2️⃣ ใจเคร่ง - ทำให้กายเกร็ง

    😣 เมื่อใจเครียด กดดัน ตึงเครียด → ร่างกายตอบสนอง
    ⚠️ ไหล่แข็ง ตึงคอ บ่า ไหล่
    ⚠️ ปวดหัวจากความเครียด
    ⚠️ ระบบย่อยอาหารแปรปรวน

    ✅ วิธีแก้: "ปรับใจให้สบาย" ฝึกยิ้ม หายใจลึกๆ ปล่อยวาง


    ---

    🔍 3️⃣ ใจโอดครวญ - ทำให้กายป่วน

    😢 เมื่อใจจมอยู่กับความทุกข์ → กายตอบสนองเป็นความกระสับกระส่าย
    ⚠️ อาการเหนื่อยง่าย หมดแรง
    ⚠️ นอนไม่หลับ กระวนกระวาย
    ⚠️ ปวดเมื่อยเรื้อรังจากความวิตกกังวล

    ✅ วิธีแก้: "ฝึกยอมรับตามจริง" ปล่อยความคิดลบ ฝึกคิดบวก


    ---

    🔍 4️⃣ ใจโง่ทึบ - ทำให้กายแน่นทึบ

    😶 เมื่อใจหม่นหมอง ไม่แจ่มใส → กายพลอยหนักอึ้ง
    ⚠️ อ่อนเพลียเรื้อรัง
    ⚠️ ไม่มีเรี่ยวแรง ขาดพลังงาน
    ⚠️ ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง

    ✅ วิธีแก้: "เจริญสติ" สังเกตความคิด เรียนรู้ความเป็นไปของจิต


    ---

    🎯 วิธีใช้ "ใจ" ฟื้นฟู "กาย"

    ✅ 1️⃣ ใจเย็น - บรรเทาความร้อนทางกาย

    🌿 ใจสงบ กายจะเย็น
    🌿 ลดความดันโลหิต
    🌿 ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น

    ➡️ วิธีฝึก: นั่งสมาธิ ฟังเสียงลมหายใจ


    ---

    ✅ 2️⃣ ใจสบาย - ลดความเกร็งทางกาย

    💆‍♂️ ใจไม่ตึง กายจะผ่อนคลาย
    💆‍♂️ ลดอาการปวดไหล่ ปวดหลัง
    💆‍♂️ ช่วยให้หลับสบายขึ้น

    ➡️ วิธีฝึก: ทำโยคะเบาๆ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ


    ---

    ✅ 3️⃣ ใจยอมรับ - ลดอาการกระสับกระส่าย

    🌊 ใจไม่ดิ้นรน กายจะสงบ
    🌊 ลดอาการนอนไม่หลับ
    🌊 ปรับสมดุลของร่างกาย

    ➡️ วิธีฝึก: ฝึกสติ รับรู้ความรู้สึกโดยไม่ตัดสิน


    ---

    ✅ 4️⃣ ใจตื่นรู้ - ช่วยให้กายโปร่งเบา

    ☀️ ใจสว่าง กายจะเบาสบาย
    ☀️ เพิ่มพลังงานชีวิต
    ☀️ ลดความเครียดสะสม

    ➡️ วิธีฝึก: มองโลกตามจริง ฝึกเจริญเมตตา


    ---

    📌 สรุป:

    ✅ ใจที่สงบ เย็น และตื่นรู้ = กายก็จะเป็นสุข
    ❌ ใจที่ฟุ้งซ่าน เคร่งเครียด และโอดครวญ = กายก็ทุกข์ตาม

    🔥 "การฝึกสติ คือ วิธีรักษากายผ่านจิตที่ดีที่สุด!" 🔥

    📌 ใจส่งผลต่อกายอย่างไร? --- 🔍 1️⃣ ใจร้อน - ทำให้กายร้อน 🔥 เมื่อใจมีโทสะ ขุ่นเคือง หรือหงุดหงิด → ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยา ⚠️ ความดันเลือดสูงขึ้น ⚠️ หัวใจเต้นเร็ว กล้ามเนื้อเกร็ง ⚠️ รู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว ✅ วิธีแก้: "หายใจลึกๆ ผ่อนคลาย" เพื่อให้ใจเย็น กายจะคลายตัว --- 🔍 2️⃣ ใจเคร่ง - ทำให้กายเกร็ง 😣 เมื่อใจเครียด กดดัน ตึงเครียด → ร่างกายตอบสนอง ⚠️ ไหล่แข็ง ตึงคอ บ่า ไหล่ ⚠️ ปวดหัวจากความเครียด ⚠️ ระบบย่อยอาหารแปรปรวน ✅ วิธีแก้: "ปรับใจให้สบาย" ฝึกยิ้ม หายใจลึกๆ ปล่อยวาง --- 🔍 3️⃣ ใจโอดครวญ - ทำให้กายป่วน 😢 เมื่อใจจมอยู่กับความทุกข์ → กายตอบสนองเป็นความกระสับกระส่าย ⚠️ อาการเหนื่อยง่าย หมดแรง ⚠️ นอนไม่หลับ กระวนกระวาย ⚠️ ปวดเมื่อยเรื้อรังจากความวิตกกังวล ✅ วิธีแก้: "ฝึกยอมรับตามจริง" ปล่อยความคิดลบ ฝึกคิดบวก --- 🔍 4️⃣ ใจโง่ทึบ - ทำให้กายแน่นทึบ 😶 เมื่อใจหม่นหมอง ไม่แจ่มใส → กายพลอยหนักอึ้ง ⚠️ อ่อนเพลียเรื้อรัง ⚠️ ไม่มีเรี่ยวแรง ขาดพลังงาน ⚠️ ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง ✅ วิธีแก้: "เจริญสติ" สังเกตความคิด เรียนรู้ความเป็นไปของจิต --- 🎯 วิธีใช้ "ใจ" ฟื้นฟู "กาย" ✅ 1️⃣ ใจเย็น - บรรเทาความร้อนทางกาย 🌿 ใจสงบ กายจะเย็น 🌿 ลดความดันโลหิต 🌿 ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ➡️ วิธีฝึก: นั่งสมาธิ ฟังเสียงลมหายใจ --- ✅ 2️⃣ ใจสบาย - ลดความเกร็งทางกาย 💆‍♂️ ใจไม่ตึง กายจะผ่อนคลาย 💆‍♂️ ลดอาการปวดไหล่ ปวดหลัง 💆‍♂️ ช่วยให้หลับสบายขึ้น ➡️ วิธีฝึก: ทำโยคะเบาๆ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ --- ✅ 3️⃣ ใจยอมรับ - ลดอาการกระสับกระส่าย 🌊 ใจไม่ดิ้นรน กายจะสงบ 🌊 ลดอาการนอนไม่หลับ 🌊 ปรับสมดุลของร่างกาย ➡️ วิธีฝึก: ฝึกสติ รับรู้ความรู้สึกโดยไม่ตัดสิน --- ✅ 4️⃣ ใจตื่นรู้ - ช่วยให้กายโปร่งเบา ☀️ ใจสว่าง กายจะเบาสบาย ☀️ เพิ่มพลังงานชีวิต ☀️ ลดความเครียดสะสม ➡️ วิธีฝึก: มองโลกตามจริง ฝึกเจริญเมตตา --- 📌 สรุป: ✅ ใจที่สงบ เย็น และตื่นรู้ = กายก็จะเป็นสุข ❌ ใจที่ฟุ้งซ่าน เคร่งเครียด และโอดครวญ = กายก็ทุกข์ตาม 🔥 "การฝึกสติ คือ วิธีรักษากายผ่านจิตที่ดีที่สุด!" 🔥
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 299 มุมมอง 0 รีวิว
  • 2/3/68

    กินวิถีญี่ปุ่น 3 อาหาร "ต้านมะเร็ง" แถมยืดอายุยืน ไทยมีครบทุกอย่าง และราคาถูกกว่าด้วย!

    จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า อายุขัยเฉลี่ยของชาวญี่ปุ่นอยู่ที่ประมาณ 84.3 ปี ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก ไม่เพียงแต่ได้รับการสนับสนุนจากระบบการแพทย์ที่ทันสมัย และการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น ต่ยังรวมถึงการรับประทานอาหารที่มีหลักการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยป้องกันโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง

    ในขณะเดียวกัน การศึกษาหลายชิ้นพบว่า มะเร็งเป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับการรับประทานอาหาร ตามข้อมูลจากสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (AICR) ระบุว่า ประมาณ 30–50% ของเคสมะเร็ง สามารถป้องกันได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีสุขภาพดีขึ้น แล้วคนญี่ปุ่นมักกินอะไร เพื่อปกป้องสุขภาพและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง?

    3 เมนูต้านมะเร็ง ที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบ อุดมไปด้วยสารอาหาร!

    1.กระเทียม: ยารักษามะเร็งจากธรรมชาติ
    คนญี่ปุ่นมักใส่กระเทียมเข้าไปในอาหารประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการปรุงซุป ผัดผัก ไปจนถึงการทำน้ำจิ้ม ขณะเดียวกัน กระเทียมนั้นเป็นหนึ่งในอาหารต้านมะเร็งชั้นนำที่คนญี่ปุ่นบริโภคทุกวัน

    ตามการวิจัยของสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NCI) กระเทียมมีสารออร์แกโนซัลเฟอร์ ซึ่งสามารถกระตุ้นเอนไซม์กำจัดสารพิษในตับได้ จึงช่วยกำจัดสารก่อมะเร็งออกจากร่างกายได้

    นอกจากนี้ กระเทียมยังยับยั้งการสร้างไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่เกิดจากไนไตรต์ที่พบในอาหารแปรรูปอีกด้วย และยังมีอัลลิซิน ซึ่งเป็นสารต้านการอักเสบที่มีประสิทธิภาพซึ่งช่วยทำลายเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย โดยการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Nutrition แสดงให้เห็นว่าผู้ที่บริโภคกระเทียมเป็นประจำ มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารและลำไส้ลดลง 30–50% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ค่อยรับประทานกระเทียม

    2.ชาเขียว: เคล็ดลับอายุยืนของคนญี่ปุ่น
    ในญี่ปุ่น ชาเขียวไม่เพียงแต่เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมเท่านั้น แต่ยังถูกมองว่าเป็นยาสำหรับการปกป้องสุขภาพด้วย ตามการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Cancer Epidemiology, Biomarkers & Prevention ผู้ที่ดื่มชาเขียว 5 แก้วต่อวัน หรือมากกว่านั้น มีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งน้อยกว่าผู้ที่ดื่มน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

    ชาเขียวมีสารคาเทชินและอีจีซีจี (Epigallocatechin gallate) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง
    โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก
    มะเร็งปอด
    และมะเร็งกระเพาะอาหาร,
    ป้องกันการสร้างเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงก้อนมะเร็ง ซึ่งช่วยยับยั้งการขยายตัวของมะเร็ง, ขับสารพิษและปกป้องตับ เนื่องจากความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายในร่างกาย

    ไม่เพียงเท่านั้น แอล-ธีอะนีน (L-theanine) ในชาเขียวยังช่วยลดความเครียดและปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้ ชาวญี่ปุ่นหลายคนจึงมีนิสัยดื่มชาเขียวทุกวัน และบางคนยังสร้างสรรค์มัทฉะ - ผงชาเขียวบริสุทธิ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าชาเขียวปกติหลายเท่า

    3.กล้วยที่มีจุดดำ:
    ซูเปอร์ฟู้ดเสริมภูมิคุ้มกัน
    ชาวญี่ปุ่นมีนิสัยที่ค่อนข้างพิเศษ คือพวกเขาชอบกินกล้วยที่มีจุดดำบนเปลือก แทนที่จะกินสุกสีเหลืองธรรมดาเหมือนประเทศอื่นๆ

    จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยโตเกียว พบว่ากล้วยที่สุกจนมีจุดดำจะมีสาร TNF (Tumor Necrosis Factor) ในปริมาณสูง ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้โจมตีเซลล์มะเร็ง

    ประโยชน์ของกล้วยที่มีจุดดำคือ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายสามารถระบุและทำลายเซลล์มะเร็งได้เร็วขึ้น,
    มีสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก
    ปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ,
    ช่วยในการย่อยอาหาร
    ช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ลดความเสี่ยงของการอักเสบและมะเร็งลำไส้ใหญ่ และจากการศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีอาหารญี่ปุ่นยังพบว่า กล้วยที่มีจุดดำช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาว เสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้มากกว่ากล้วยที่ยังไม่สุกถึง 8 เท่า

    ท้ายที่สุด วิธีการรับประทานอาหารของชาวญี่ปุ่นเป็นหลักฐานชัดเจนว่า อาหารสามารถมีบทบาทสำคัญในการป้องกันมะเร็งและยืดอายุขัย แทนที่จะไปมองหา "ซูเปอร์ฟู้ด" ที่มีราคาสูง พวกเขาเลือกอาหารที่ใกล้ตัวและให้คุณค่าทางสุขภาพสูง!
    cr:sanook
    2/3/68 กินวิถีญี่ปุ่น 3 อาหาร "ต้านมะเร็ง" แถมยืดอายุยืน ไทยมีครบทุกอย่าง และราคาถูกกว่าด้วย! จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า อายุขัยเฉลี่ยของชาวญี่ปุ่นอยู่ที่ประมาณ 84.3 ปี ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก ไม่เพียงแต่ได้รับการสนับสนุนจากระบบการแพทย์ที่ทันสมัย และการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น ต่ยังรวมถึงการรับประทานอาหารที่มีหลักการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยป้องกันโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ในขณะเดียวกัน การศึกษาหลายชิ้นพบว่า มะเร็งเป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับการรับประทานอาหาร ตามข้อมูลจากสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (AICR) ระบุว่า ประมาณ 30–50% ของเคสมะเร็ง สามารถป้องกันได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีสุขภาพดีขึ้น แล้วคนญี่ปุ่นมักกินอะไร เพื่อปกป้องสุขภาพและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง? 3 เมนูต้านมะเร็ง ที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบ อุดมไปด้วยสารอาหาร! 1.กระเทียม: ยารักษามะเร็งจากธรรมชาติ คนญี่ปุ่นมักใส่กระเทียมเข้าไปในอาหารประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการปรุงซุป ผัดผัก ไปจนถึงการทำน้ำจิ้ม ขณะเดียวกัน กระเทียมนั้นเป็นหนึ่งในอาหารต้านมะเร็งชั้นนำที่คนญี่ปุ่นบริโภคทุกวัน ตามการวิจัยของสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NCI) กระเทียมมีสารออร์แกโนซัลเฟอร์ ซึ่งสามารถกระตุ้นเอนไซม์กำจัดสารพิษในตับได้ จึงช่วยกำจัดสารก่อมะเร็งออกจากร่างกายได้ นอกจากนี้ กระเทียมยังยับยั้งการสร้างไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่เกิดจากไนไตรต์ที่พบในอาหารแปรรูปอีกด้วย และยังมีอัลลิซิน ซึ่งเป็นสารต้านการอักเสบที่มีประสิทธิภาพซึ่งช่วยทำลายเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย โดยการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Nutrition แสดงให้เห็นว่าผู้ที่บริโภคกระเทียมเป็นประจำ มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารและลำไส้ลดลง 30–50% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ค่อยรับประทานกระเทียม 2.ชาเขียว: เคล็ดลับอายุยืนของคนญี่ปุ่น ในญี่ปุ่น ชาเขียวไม่เพียงแต่เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมเท่านั้น แต่ยังถูกมองว่าเป็นยาสำหรับการปกป้องสุขภาพด้วย ตามการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Cancer Epidemiology, Biomarkers & Prevention ผู้ที่ดื่มชาเขียว 5 แก้วต่อวัน หรือมากกว่านั้น มีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งน้อยกว่าผู้ที่ดื่มน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ชาเขียวมีสารคาเทชินและอีจีซีจี (Epigallocatechin gallate) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหาร, ป้องกันการสร้างเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงก้อนมะเร็ง ซึ่งช่วยยับยั้งการขยายตัวของมะเร็ง, ขับสารพิษและปกป้องตับ เนื่องจากความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายในร่างกาย ไม่เพียงเท่านั้น แอล-ธีอะนีน (L-theanine) ในชาเขียวยังช่วยลดความเครียดและปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้ ชาวญี่ปุ่นหลายคนจึงมีนิสัยดื่มชาเขียวทุกวัน และบางคนยังสร้างสรรค์มัทฉะ - ผงชาเขียวบริสุทธิ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าชาเขียวปกติหลายเท่า 3.กล้วยที่มีจุดดำ: ซูเปอร์ฟู้ดเสริมภูมิคุ้มกัน ชาวญี่ปุ่นมีนิสัยที่ค่อนข้างพิเศษ คือพวกเขาชอบกินกล้วยที่มีจุดดำบนเปลือก แทนที่จะกินสุกสีเหลืองธรรมดาเหมือนประเทศอื่นๆ จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยโตเกียว พบว่ากล้วยที่สุกจนมีจุดดำจะมีสาร TNF (Tumor Necrosis Factor) ในปริมาณสูง ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้โจมตีเซลล์มะเร็ง ประโยชน์ของกล้วยที่มีจุดดำคือ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายสามารถระบุและทำลายเซลล์มะเร็งได้เร็วขึ้น, มีสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก ปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ, ช่วยในการย่อยอาหาร ช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ลดความเสี่ยงของการอักเสบและมะเร็งลำไส้ใหญ่ และจากการศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีอาหารญี่ปุ่นยังพบว่า กล้วยที่มีจุดดำช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาว เสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้มากกว่ากล้วยที่ยังไม่สุกถึง 8 เท่า ท้ายที่สุด วิธีการรับประทานอาหารของชาวญี่ปุ่นเป็นหลักฐานชัดเจนว่า อาหารสามารถมีบทบาทสำคัญในการป้องกันมะเร็งและยืดอายุขัย แทนที่จะไปมองหา "ซูเปอร์ฟู้ด" ที่มีราคาสูง พวกเขาเลือกอาหารที่ใกล้ตัวและให้คุณค่าทางสุขภาพสูง! cr:sanook
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 464 มุมมอง 0 รีวิว
  • ราคาน้ำมันมีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถคันใหม่...ของคนไทยหรือไม่

    หลังจากตลาดรถยนต์🚘ชะลอตัวมาตั้งเเต่ ปี 2567 เเละคาดว่าจะซึมยาวไปจนอย่างน้อยถึงกลางปี 2568 ✅กำลังซื้อระดับกลาง-ล่างอ่อนแอหนัก ขณะที่ด้านปัจจัยลบราคาน้ำมัน⛽ที่สูงขึ้นเป็นตัวฉุดความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ชะลอการตัดสินใจซื้อรถยนต์ออกไป จริงหรือไม่ บทความนี้จะพาไปค้นหาคำตอบภายใน 5 นาที!!🎯
    สถานการณ์ตอนนี้ ✨ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยอยู่ในช่วงซึม ยอดขายรถยนต์หดตัวอย่างหนัก👉เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีแนวโน้มที่ยอดขายรถยนต์ทั้งปี 2568 จะหดตัวรุนแรงสุดในรอบ 15 ปี

    ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) มองว่า ยอดขายรถยนต์ในประเทศไทย อยู่ในช่วงชะลอตัวลงในระยะยาว จาก 5 สถานการณ์หลักตอนนี้ คือ...

    1. ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยอิ่มตัว ⚠️

    ตอนนี้ถ้าดูจำนวนรถยนต์ที่วิ่งบนถนนสะสมทั่วประเทศ สูงถึงเกือบ 20 ล้านคัน หรือคิดเป็น 277 คันต่อประชากรไทย 1,000 คน เทียบแล้วของไทยค่อนข้างสูงเมื่อมองไปที่เวียดนาม 50 คัน ฟิลิปปินส์ 38 คัน และอินโดนีเซีย 78 คันต่อประชากร 1,000 คน และนิสัยการใช้รถของคนไทยที่ค่อนข้างนานเฉลี่ยถึง 12 ปี เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยประเทศหลัก ๆ ที่ใช้งานรถยนต์ประมาณ 6-8 ปี โอกาสที่ซื้อรถยนต์ใหม่แทนรถคันเก่าเลยค่อนข้างต่ำ

    2. พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ➡️

    หลังการบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของแบรนด์ผู้ผลิตจีน ทำให้มาตรฐานการตั้งราคารถใหม่🧾ในท้องตลาด มีแนวโน้มลดลงจากเดิม ผู้บริโภคเลยมีตัวเลือกมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ขณะที่บางส่วนชะลอการซื้อรถยนต์ออกไปจนกว่าจะเจอราคาที่เหมาะสมกับกำลังซื้อ รวมไปถึงทัศนคติต่อการซื้อรถยนต์ของคนยุคใหม่ ที่หันมาใช้การเช่าแทนการซื้อครอบครอง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต และลดภาระค่าใช้จ่ายที่จะตามมา ทำให้การซื้อรถยนต์ในยุคสมัยนี้อาจน้อยกว่าในอดีต

    3. โครงสร้างประชากรกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ 👴🏻

    เห็นชัดจากยอดขายที่อยู่อาศัย และรถยนต์ในประเทศ ระยะหลังชะลอการเติบโตลง 👵🏼ส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างประชากรไทยที่อยู่ในภาวะ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” และกำลังจะขยับเป็น “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” ในอีกไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า สวนทางกับสัดส่วนประชากรที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่มีกำลังซื้อรถยนต์อย่างกลุ่มอายุ 25-49 ปี กลับมีสัดส่วนลดลงอย่างต่อเนื่อง

    4. เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตช้าลง 📉

    การลงทุนโดยรวมอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน ภาคการผลิตและส่งออกก็กำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างรุนแรงขึ้น รวมไปถึงการบุกตลาดของสินค้าราคาถูกจากจีน ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กระทบความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทำให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตช้าลงในระยะยาว บั่นทอนการเติบโตของรายได้ และกำลังซื้อ💵💰💳ของภาคครัวเรือน

    5. หนี้ครัวเรือนสูงกำลังเพิ่มข้อจำกัดในการปล่อยสินเชื่อ 📈

    หนี้ครัวเรือนไทยในปัจจุบันสูงถึง 91.3% ของจีดีพี ซึ่งสูงเกินกว่าระดับที่เหมาะสมที่เอื้อต่อการบริโภคที่ 80% ของจีดีพี และสูงกว่าประเทศที่มีรายได้ต่อหัวใกล้เคียงกัน ทำให้สถาบันการเงิน มีข้อจำกัดในการปล่อยสินเชื่อแก่รายย่อยมากขึ้น

    ขณะที่ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า⚡ที่จำหน่ายได้ภายใต้มาตรการของรัฐบาล ที่ลงนามเข้าโครงการ ดึงดูดความสนใจ ที่ลดลงไปแล้วอย่างน้อย 70,000 - 1.5 แสนบาท ก็สามารถที่จะกระตุ้นให้คนสนใจ😘 เเละยอดจองได้ไม่น้อยทีเดียว เพราะอย่างน้อยๆ ราคาที่ดึงดูดนี้ ก็ยังทำให้คนที่ถึงเวลาจะต้องเปลี่ยนรถคันใหม่ หรือหาซื้อรถเพิ่มเข้ามาอีกคัน ก็พิจารณาตัดสินใจได้ไม่ยาก

    ข้อมูลจากคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ กระทรวงพลังงาน ระบุว่า ในกรณีที่เป็นรถยนต์ที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน☝️ ราคา🗺️ไม่เกิน 2 ล้านบาท จะได้รับการลดภาษีนำเข้า 40% ตั้งเเต่ ปี 2565-2566 แล้วยังได้ลดภาษีสรรพสามิต เหลือ 2% ในปี 2565-2568

    ไม่เพียงเท่านี้!! ยังแถมด้วยเงินอุดหนุนจากรัฐบาล 70,000 บาท และ 1.5 แสนบาท ตามขนาดของแบตเตอรี่...
    แต่หากมีราคา 2-7 ล้านบาท ได้ลดภาษีนำเข้า 20% และได้ลดภาษีสรรพสามิตเหลือ🤑 2% (ในช่วงปี 2565-2566 ที่ผ่านมา) แต่จะไม่ได้รับเงินอุดหนุนใดๆ จากรัฐบาล

    ส่วนกรณีรถกระบะที่ผลิตในประเทศ ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท จะไม่มีภาษีสรรพสามิต ในช่วง 3 ปี คือตั้งแต่ปี 2565 - 2568 ได้รับเงินอุหนุน 1.5 แสนบาท โดยขนาดแบตเตอรี่ 30 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง เป็นเวลา 3 ปี จนถึงปี 2568

    ขณะที่รถมอเตอร์ไซค์ ราคาไม่เกิน 1.5 แสนบาท จะได้รับเงินอุดหนุน💵 18,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี (ตั้งเเต่ปี 2566-68) มาตรการของรัฐบาลครั้งนี้!! สามารถดึงดูดความสนใจ…แรงซื้อ…จากคนที่ยังมีกำลังซื้อได้ไม่ไม่น้อย

    📌ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ราคาน้ำมันมีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถคันใหม่ของคนไทย ทั้งชะลอเวลาการซื้อรถคันใหม่ที่เป็นรถใหม่ออกไป เเละ เปลี่ยนใจจากรถน้ำมันหันไปหารถใหม่ที่เป็น EV⚡ สำหรับคนที่มีรถใช้น้ำมันอยู่เเล้ว หรือ เเม้กระทั่ง Plug-in Hybrid 🔌ที่เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่จะมีรถคันเเรก เเละยอมใจกับราคาน้ำมัน🛢️เเละกลุ่มที่กำลังมาเเรง คือกลุ่มที่หันไปซบรถใช้น้ำมันมือสอง ที่มาจากเตนท์ หรือจากลานประมูลรถมือสอง ที่เริ่มมีลูกค้าประเภทประมูลซื้อใช้เอง จำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

    ปัญหาน้ำมัน⛽แพง เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนสนใจจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV บวกกับการที่รัฐบาลให้เงินอุดหนุน💰70,000 บาท - 150,000 บาทต่อคัน ยิ่งเป็นแรงจูงใจให้คนสนใจรถอีวีมากขึ้นนั่นเอง
    เมื่อเรายังต้องอยู่ในยุคที่สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น💹อย่างต่อเนื่อง เพราะความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว☣จากโควิด-19 🤧ในขณะที่กลุ่มโอเปกยังคงยืนยันที่จะส่งออกน้ำมันดิบ⛽เพียง 400,000 บาร์เรล🛢️ต่อวัน ทำให้ราคาน้ำมันในไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น

    เเละเมื่อเรายังจำเป้นต้องใช้รถเติมน้ำมัน บทความนี้มีเทคนิคการประหยัดน้ำมันแบบง่าย ๆ เพื่อฝ่าวิกฤตน้ำมันราคาแพงครั้งนี้ไปด้วยกัน มาเเชร์ให้ค่ะ

    1. ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว เปลี่ยนไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทาง โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน นอกจากจะช่วยประหยัดค่าน้ำมันแล้ว ยังลดความเครียด 🤝😊จากปัญหาจราจรอีกด้วย
    2. หากจำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว การขับรถที่ความเร็วที่ 60 – 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง คืออัตราความเร็วที่เหมาะสมที่สุด🙌ในการประหยัดน้ำมันรถได้มากที่สุด ที่สำคัญช่วยทำให้ปลอดภัยลดอุบัติเหตุได้ด้วย
    3. ตรวจเช็คสภาพรถและลมยางเป็นประจำเพื่อให้พร้อมใช้งาน🥰การตรวจสอบลมยางทั้ง 4 เส้นเป็นประจำ ให้มีปริมาตรลมตามมาตรฐานที่กำหนด เพราะยางที่อ่อนเกินไปจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมาก
    4. เลือกใช้การเดินเท้า🚶‍♀️‍➡️ในระยะที่น้อยกว่า 1 กิโลเมตร เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดน้ำมันแล้ว ยังได้ออกกำลังกาย 🏃🏻‍♂️‍➡️ ทำให้สุขภาพของเราแข็งแรงขึ้น💪🏼
    5. เลือกซื้อ🛒🛍️สินค้าในชุมชนที่อยู่อาศัย เมื่อต้องการออกไปจับจ่ายใช้สอยซื้อหาอาหาร หรือสินค้าจำเป็นต่างๆ เพื่อลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงจากการเดินทาง

    จบไปเเล้วสำหรับ "ราคาน้ำมันมีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถคันใหม่...ของคนไทยหรือไม่" เเละหากว่าพี่ๆ ท่านใด สนใจอยากจะมีรถไว้ใช้งานที่ประหยัดงบประมาณ สามารถเหลือเงินไว้เก็บงานต่างๆ ของรถมือสอง หรืออาจจะไม่ต้องเก็บอะไรใดใดเลยก็เป็นได้ โดยทั้งนี้📌คุณภาพขึ้นอยู่กับอายุการใช้งาน สภาพตัวถัง และระบบเกียร์ รถที่เข้าลานประมูลจะเป็นไปตามสภาพจริง ถ้าสนใจขอเชิญ @ลานประมูลของ สยามอินเตอร์การประมูล หรือ SIA กันได้นะคะ ยินดีให้คำเเนะนำเเละบริก่ารค่ะ

    อ่านต่อเลย: จะเข้าใจว่าทำไมต้องรถมือ2 !?! https://citly.me/esgxY

    ✅ดูรายการรถทุกประเภทที่เว็บไซต์ home.sia.co.th ในเมนูการประมูล เเละกดเข้าไปที่รายการรถยนต์ เเละติดตามอัปเดตได้ทุกสัปดาห์
    ✅ลงทะเบียนได้ที่: home.sia.co.th
    ✅ติดต่อสอบถาม: ☎️02-119-7111 หรือ LINE:@sia.co.th
    🎉นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสนุกๆ พร้อมคูปองอาหาร 🌮 และเครื่องดื่ม 🥤แจกฟรี!
    📌อย่าลืมติดตามรายการใหม่ทุกสัปดาห์ แล้วพบกันที่ SIA! 🚛✨

    ขอขอบคุณแหล่งที่มาของภาพเเละข้อมูล (บางส่วน)

    https://www.ttbbank.com/th/newsroom/detail/ttba-5megatrend-july-2024
    https://www.ttbbank.com/th/analytics
    https://www.thairath.co.th/news/auto/evcar/2755876
    www.dailynews.co.th/articles/899255
    https://th.jobsdb.com/th/careeradvice/article/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99
    ราคาน้ำมันมีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถคันใหม่...ของคนไทยหรือไม่ หลังจากตลาดรถยนต์🚘ชะลอตัวมาตั้งเเต่ ปี 2567 เเละคาดว่าจะซึมยาวไปจนอย่างน้อยถึงกลางปี 2568 ✅กำลังซื้อระดับกลาง-ล่างอ่อนแอหนัก ขณะที่ด้านปัจจัยลบราคาน้ำมัน⛽ที่สูงขึ้นเป็นตัวฉุดความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ชะลอการตัดสินใจซื้อรถยนต์ออกไป จริงหรือไม่ บทความนี้จะพาไปค้นหาคำตอบภายใน 5 นาที!!🎯 สถานการณ์ตอนนี้ ✨ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยอยู่ในช่วงซึม ยอดขายรถยนต์หดตัวอย่างหนัก👉เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีแนวโน้มที่ยอดขายรถยนต์ทั้งปี 2568 จะหดตัวรุนแรงสุดในรอบ 15 ปี ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) มองว่า ยอดขายรถยนต์ในประเทศไทย อยู่ในช่วงชะลอตัวลงในระยะยาว จาก 5 สถานการณ์หลักตอนนี้ คือ... 1. ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยอิ่มตัว ⚠️ ตอนนี้ถ้าดูจำนวนรถยนต์ที่วิ่งบนถนนสะสมทั่วประเทศ สูงถึงเกือบ 20 ล้านคัน หรือคิดเป็น 277 คันต่อประชากรไทย 1,000 คน เทียบแล้วของไทยค่อนข้างสูงเมื่อมองไปที่เวียดนาม 50 คัน ฟิลิปปินส์ 38 คัน และอินโดนีเซีย 78 คันต่อประชากร 1,000 คน และนิสัยการใช้รถของคนไทยที่ค่อนข้างนานเฉลี่ยถึง 12 ปี เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยประเทศหลัก ๆ ที่ใช้งานรถยนต์ประมาณ 6-8 ปี โอกาสที่ซื้อรถยนต์ใหม่แทนรถคันเก่าเลยค่อนข้างต่ำ 2. พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ➡️ หลังการบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของแบรนด์ผู้ผลิตจีน ทำให้มาตรฐานการตั้งราคารถใหม่🧾ในท้องตลาด มีแนวโน้มลดลงจากเดิม ผู้บริโภคเลยมีตัวเลือกมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ขณะที่บางส่วนชะลอการซื้อรถยนต์ออกไปจนกว่าจะเจอราคาที่เหมาะสมกับกำลังซื้อ รวมไปถึงทัศนคติต่อการซื้อรถยนต์ของคนยุคใหม่ ที่หันมาใช้การเช่าแทนการซื้อครอบครอง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต และลดภาระค่าใช้จ่ายที่จะตามมา ทำให้การซื้อรถยนต์ในยุคสมัยนี้อาจน้อยกว่าในอดีต 3. โครงสร้างประชากรกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ 👴🏻 เห็นชัดจากยอดขายที่อยู่อาศัย และรถยนต์ในประเทศ ระยะหลังชะลอการเติบโตลง 👵🏼ส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างประชากรไทยที่อยู่ในภาวะ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” และกำลังจะขยับเป็น “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” ในอีกไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า สวนทางกับสัดส่วนประชากรที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่มีกำลังซื้อรถยนต์อย่างกลุ่มอายุ 25-49 ปี กลับมีสัดส่วนลดลงอย่างต่อเนื่อง 4. เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตช้าลง 📉 การลงทุนโดยรวมอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน ภาคการผลิตและส่งออกก็กำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างรุนแรงขึ้น รวมไปถึงการบุกตลาดของสินค้าราคาถูกจากจีน ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กระทบความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทำให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตช้าลงในระยะยาว บั่นทอนการเติบโตของรายได้ และกำลังซื้อ💵💰💳ของภาคครัวเรือน 5. หนี้ครัวเรือนสูงกำลังเพิ่มข้อจำกัดในการปล่อยสินเชื่อ 📈 หนี้ครัวเรือนไทยในปัจจุบันสูงถึง 91.3% ของจีดีพี ซึ่งสูงเกินกว่าระดับที่เหมาะสมที่เอื้อต่อการบริโภคที่ 80% ของจีดีพี และสูงกว่าประเทศที่มีรายได้ต่อหัวใกล้เคียงกัน ทำให้สถาบันการเงิน มีข้อจำกัดในการปล่อยสินเชื่อแก่รายย่อยมากขึ้น ขณะที่ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า⚡ที่จำหน่ายได้ภายใต้มาตรการของรัฐบาล ที่ลงนามเข้าโครงการ ดึงดูดความสนใจ ที่ลดลงไปแล้วอย่างน้อย 70,000 - 1.5 แสนบาท ก็สามารถที่จะกระตุ้นให้คนสนใจ😘 เเละยอดจองได้ไม่น้อยทีเดียว เพราะอย่างน้อยๆ ราคาที่ดึงดูดนี้ ก็ยังทำให้คนที่ถึงเวลาจะต้องเปลี่ยนรถคันใหม่ หรือหาซื้อรถเพิ่มเข้ามาอีกคัน ก็พิจารณาตัดสินใจได้ไม่ยาก ข้อมูลจากคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ กระทรวงพลังงาน ระบุว่า ในกรณีที่เป็นรถยนต์ที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน☝️ ราคา🗺️ไม่เกิน 2 ล้านบาท จะได้รับการลดภาษีนำเข้า 40% ตั้งเเต่ ปี 2565-2566 แล้วยังได้ลดภาษีสรรพสามิต เหลือ 2% ในปี 2565-2568 ไม่เพียงเท่านี้!! ยังแถมด้วยเงินอุดหนุนจากรัฐบาล 70,000 บาท และ 1.5 แสนบาท ตามขนาดของแบตเตอรี่... แต่หากมีราคา 2-7 ล้านบาท ได้ลดภาษีนำเข้า 20% และได้ลดภาษีสรรพสามิตเหลือ🤑 2% (ในช่วงปี 2565-2566 ที่ผ่านมา) แต่จะไม่ได้รับเงินอุดหนุนใดๆ จากรัฐบาล ส่วนกรณีรถกระบะที่ผลิตในประเทศ ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท จะไม่มีภาษีสรรพสามิต ในช่วง 3 ปี คือตั้งแต่ปี 2565 - 2568 ได้รับเงินอุหนุน 1.5 แสนบาท โดยขนาดแบตเตอรี่ 30 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง เป็นเวลา 3 ปี จนถึงปี 2568 ขณะที่รถมอเตอร์ไซค์ ราคาไม่เกิน 1.5 แสนบาท จะได้รับเงินอุดหนุน💵 18,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี (ตั้งเเต่ปี 2566-68) มาตรการของรัฐบาลครั้งนี้!! สามารถดึงดูดความสนใจ…แรงซื้อ…จากคนที่ยังมีกำลังซื้อได้ไม่ไม่น้อย 📌ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ราคาน้ำมันมีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถคันใหม่ของคนไทย ทั้งชะลอเวลาการซื้อรถคันใหม่ที่เป็นรถใหม่ออกไป เเละ เปลี่ยนใจจากรถน้ำมันหันไปหารถใหม่ที่เป็น EV⚡ สำหรับคนที่มีรถใช้น้ำมันอยู่เเล้ว หรือ เเม้กระทั่ง Plug-in Hybrid 🔌ที่เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่จะมีรถคันเเรก เเละยอมใจกับราคาน้ำมัน🛢️เเละกลุ่มที่กำลังมาเเรง คือกลุ่มที่หันไปซบรถใช้น้ำมันมือสอง ที่มาจากเตนท์ หรือจากลานประมูลรถมือสอง ที่เริ่มมีลูกค้าประเภทประมูลซื้อใช้เอง จำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาน้ำมัน⛽แพง เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนสนใจจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV บวกกับการที่รัฐบาลให้เงินอุดหนุน💰70,000 บาท - 150,000 บาทต่อคัน ยิ่งเป็นแรงจูงใจให้คนสนใจรถอีวีมากขึ้นนั่นเอง เมื่อเรายังต้องอยู่ในยุคที่สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น💹อย่างต่อเนื่อง เพราะความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว☣จากโควิด-19 🤧ในขณะที่กลุ่มโอเปกยังคงยืนยันที่จะส่งออกน้ำมันดิบ⛽เพียง 400,000 บาร์เรล🛢️ต่อวัน ทำให้ราคาน้ำมันในไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น เเละเมื่อเรายังจำเป้นต้องใช้รถเติมน้ำมัน บทความนี้มีเทคนิคการประหยัดน้ำมันแบบง่าย ๆ เพื่อฝ่าวิกฤตน้ำมันราคาแพงครั้งนี้ไปด้วยกัน มาเเชร์ให้ค่ะ 1. ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว เปลี่ยนไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทาง โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน นอกจากจะช่วยประหยัดค่าน้ำมันแล้ว ยังลดความเครียด 🤝😊จากปัญหาจราจรอีกด้วย 2. หากจำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว การขับรถที่ความเร็วที่ 60 – 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง คืออัตราความเร็วที่เหมาะสมที่สุด🙌ในการประหยัดน้ำมันรถได้มากที่สุด ที่สำคัญช่วยทำให้ปลอดภัยลดอุบัติเหตุได้ด้วย 3. ตรวจเช็คสภาพรถและลมยางเป็นประจำเพื่อให้พร้อมใช้งาน🥰การตรวจสอบลมยางทั้ง 4 เส้นเป็นประจำ ให้มีปริมาตรลมตามมาตรฐานที่กำหนด เพราะยางที่อ่อนเกินไปจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมาก 4. เลือกใช้การเดินเท้า🚶‍♀️‍➡️ในระยะที่น้อยกว่า 1 กิโลเมตร เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดน้ำมันแล้ว ยังได้ออกกำลังกาย 🏃🏻‍♂️‍➡️ ทำให้สุขภาพของเราแข็งแรงขึ้น💪🏼 5. เลือกซื้อ🛒🛍️สินค้าในชุมชนที่อยู่อาศัย เมื่อต้องการออกไปจับจ่ายใช้สอยซื้อหาอาหาร หรือสินค้าจำเป็นต่างๆ เพื่อลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงจากการเดินทาง จบไปเเล้วสำหรับ "ราคาน้ำมันมีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถคันใหม่...ของคนไทยหรือไม่" เเละหากว่าพี่ๆ ท่านใด สนใจอยากจะมีรถไว้ใช้งานที่ประหยัดงบประมาณ สามารถเหลือเงินไว้เก็บงานต่างๆ ของรถมือสอง หรืออาจจะไม่ต้องเก็บอะไรใดใดเลยก็เป็นได้ โดยทั้งนี้📌คุณภาพขึ้นอยู่กับอายุการใช้งาน สภาพตัวถัง และระบบเกียร์ รถที่เข้าลานประมูลจะเป็นไปตามสภาพจริง ถ้าสนใจขอเชิญ @ลานประมูลของ สยามอินเตอร์การประมูล หรือ SIA กันได้นะคะ ยินดีให้คำเเนะนำเเละบริก่ารค่ะ อ่านต่อเลย: จะเข้าใจว่าทำไมต้องรถมือ2 !?! https://citly.me/esgxY ✅ดูรายการรถทุกประเภทที่เว็บไซต์ home.sia.co.th ในเมนูการประมูล เเละกดเข้าไปที่รายการรถยนต์ เเละติดตามอัปเดตได้ทุกสัปดาห์ ✅ลงทะเบียนได้ที่: home.sia.co.th ✅ติดต่อสอบถาม: ☎️02-119-7111 หรือ LINE:@sia.co.th 🎉นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสนุกๆ พร้อมคูปองอาหาร 🌮 และเครื่องดื่ม 🥤แจกฟรี! 📌อย่าลืมติดตามรายการใหม่ทุกสัปดาห์ แล้วพบกันที่ SIA! 🚛✨ ขอขอบคุณแหล่งที่มาของภาพเเละข้อมูล (บางส่วน) https://www.ttbbank.com/th/newsroom/detail/ttba-5megatrend-july-2024 https://www.ttbbank.com/th/analytics https://www.thairath.co.th/news/auto/evcar/2755876 www.dailynews.co.th/articles/899255 https://th.jobsdb.com/th/careeradvice/article/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 576 มุมมอง 0 รีวิว
  • ✅️10 เหตุผลที่ Gen X และ Gen Y ควรดูแลสุขภาพและการเงินแบบ✅️ป้องกันดีกว่า❌️แก้ไข
    1. สุขภาพแข็งแรงระยะยาว – ป้องกันโรคเรื้อรัง ลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคต

    2. ลดภาระค่ารักษาพยาบาล – ค่ารักษาแพงขึ้นทุกปี การป้องกันช่วยประหยัดเงิน

    3. มีพลังทำงานต่อเนื่อง – สุขภาพดีช่วยให้ทำงานได้ยาวนานและมีประสิทธิภาพ

    4. ลดความเครียดทางการเงิน – การออมและลงทุนล่วงหน้าป้องกันปัญหาหนี้สิน

    5. เพิ่มคุณภาพชีวิตสูงวัย – สุขภาพดีและเงินพอใช้ทำให้ชีวิตบั้นปลายมีความสุข

    6. ลดความเสี่ยงโรคร้าย – การดูแลร่างกายช่วยลดโอกาสเกิดโรคหัวใจ เบาหวาน

    7. ใช้ชีวิตอิสระยาวนาน – มีเงินสำรองและสุขภาพดีช่วยให้ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น

    8. สร้างหลักประกันให้ครอบครัว – การวางแผนสุขภาพและการเงินช่วยลดภาระลูกหลาน

    9. เตรียมพร้อมสำหรับวิกฤติ – มีเงินสำรองและสุขภาพดีช่วยรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

    10. อายุยืนอย่างมีคุณภาพ – การดูแลสุขภาพและการเงินตั้งแต่เนิ่นๆ ทำให้ชีวิตสมดุล

    ✅️10 เหตุผลที่ Gen X และ Gen Y ควรดูแลสุขภาพและการเงินแบบ✅️ป้องกันดีกว่า❌️แก้ไข 1. สุขภาพแข็งแรงระยะยาว – ป้องกันโรคเรื้อรัง ลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคต 2. ลดภาระค่ารักษาพยาบาล – ค่ารักษาแพงขึ้นทุกปี การป้องกันช่วยประหยัดเงิน 3. มีพลังทำงานต่อเนื่อง – สุขภาพดีช่วยให้ทำงานได้ยาวนานและมีประสิทธิภาพ 4. ลดความเครียดทางการเงิน – การออมและลงทุนล่วงหน้าป้องกันปัญหาหนี้สิน 5. เพิ่มคุณภาพชีวิตสูงวัย – สุขภาพดีและเงินพอใช้ทำให้ชีวิตบั้นปลายมีความสุข 6. ลดความเสี่ยงโรคร้าย – การดูแลร่างกายช่วยลดโอกาสเกิดโรคหัวใจ เบาหวาน 7. ใช้ชีวิตอิสระยาวนาน – มีเงินสำรองและสุขภาพดีช่วยให้ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น 8. สร้างหลักประกันให้ครอบครัว – การวางแผนสุขภาพและการเงินช่วยลดภาระลูกหลาน 9. เตรียมพร้อมสำหรับวิกฤติ – มีเงินสำรองและสุขภาพดีช่วยรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน 10. อายุยืนอย่างมีคุณภาพ – การดูแลสุขภาพและการเงินตั้งแต่เนิ่นๆ ทำให้ชีวิตสมดุล
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 252 มุมมอง 0 รีวิว
  • "การอาบป่า" เป็นคำที่ใช้ในภาษาไทยเพื่ออธิบายกิจกรรมการเข้าไปในป่าเพื่อสัมผัสธรรมชาติ ชื่นชมความสวยงาม และผ่อนคลายจิตใจ โดยมักจะเกี่ยวข้องกับการเดินป่า การตั้งแคมป์ หรือการพักผ่อนในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ กิจกรรมนี้ช่วยให้ผู้คนได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ และหลีกหนีจากความวุ่นวายของชีวิตประจำวัน

    การอาบป่ามีประโยชน์หลายด้าน เช่น การลดความเครียด การเพิ่มความสุข และการเสริมสร้างสุขภาพกายและใจ นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

    หากคุณสนใจที่จะไปอาบป่า ควรเตรียมตัวให้พร้อมด้วยอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เสื้อผ้าที่เหมาะสม อาหาร น้ำ ยาประจำตัว และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางและสภาพอากาศล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย
    "การอาบป่า" เป็นคำที่ใช้ในภาษาไทยเพื่ออธิบายกิจกรรมการเข้าไปในป่าเพื่อสัมผัสธรรมชาติ ชื่นชมความสวยงาม และผ่อนคลายจิตใจ โดยมักจะเกี่ยวข้องกับการเดินป่า การตั้งแคมป์ หรือการพักผ่อนในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ กิจกรรมนี้ช่วยให้ผู้คนได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ และหลีกหนีจากความวุ่นวายของชีวิตประจำวัน การอาบป่ามีประโยชน์หลายด้าน เช่น การลดความเครียด การเพิ่มความสุข และการเสริมสร้างสุขภาพกายและใจ นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย หากคุณสนใจที่จะไปอาบป่า ควรเตรียมตัวให้พร้อมด้วยอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เสื้อผ้าที่เหมาะสม อาหาร น้ำ ยาประจำตัว และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางและสภาพอากาศล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 244 มุมมอง 0 รีวิว
  • Kombucha ที่หมัก F2 (การหมักครั้งที่สอง)
    ด้วยชาพาสชั่นฟรุต และพีช มีประโยชน์หลายประการ ดังนี้:

    1. **เพิ่มรสชาติ**: การเติมชาพาสชั่นฟรุตและพีชในขั้นตอน F2 ช่วยเพิ่มรสชาติที่หลากหลายและน่าดึงดูด ทำให้ Kombucha มีรสหวานอมเปรี้ยวพร้อมกลิ่นผลไม้สดชื่น
    2. **เพิ่มสารอาหาร**: ชาพาสชั่นฟรุตและพีชอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยเสริมคุณค่าทางโภชนาการของ Kombucha
    3. **ช่วยระบบย่อยอาหาร**: Kombucha มีโปรไบโอติกที่ช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น
    4. **เสริมภูมิคุ้มกัน**: สารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินจากชาพาสชั่นฟรุตและพีชช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
    5. **ดีท็อกซ์ร่างกาย**: Kombucha ช่วยในการขับสารพิษออกจากร่างกาย และการเติมชาพาสชั่นฟรุตและพีชยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการนี้
    6. **ลดความเครียด**: ชาพาสชั่นฟรุตมีคุณสมบัติช่วยคลายความเครียดและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
    7. **เพิ่มพลังงาน**: Kombucha มีวิตามินบีและคาเฟอีนจากชาที่ช่วยเพิ่มพลังงานและความตื่นตัว
    8. **ดีต่อผิวพรรณ**: สารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซีจากพีชและชาพาสชั่นฟรุตช่วยบำรุงผิวให้สุขภาพดี


    สรุปแล้ว Kombucha ที่หมัก F2 ด้วยชาพาสชั่นฟรุตและพีชไม่เพียงแต่มีรสชาติที่ดี แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน ทั้งระบบย่อยอาหาร ภูมิคุ้มกัน และผิวพรรณ

    https://s.shopee.co.th/1g3sU0Y2KZ
    Kombucha ที่หมัก F2 (การหมักครั้งที่สอง) ด้วยชาพาสชั่นฟรุต และพีช มีประโยชน์หลายประการ ดังนี้: 1. **เพิ่มรสชาติ**: การเติมชาพาสชั่นฟรุตและพีชในขั้นตอน F2 ช่วยเพิ่มรสชาติที่หลากหลายและน่าดึงดูด ทำให้ Kombucha มีรสหวานอมเปรี้ยวพร้อมกลิ่นผลไม้สดชื่น 2. **เพิ่มสารอาหาร**: ชาพาสชั่นฟรุตและพีชอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยเสริมคุณค่าทางโภชนาการของ Kombucha 3. **ช่วยระบบย่อยอาหาร**: Kombucha มีโปรไบโอติกที่ช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น 4. **เสริมภูมิคุ้มกัน**: สารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินจากชาพาสชั่นฟรุตและพีชช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย 5. **ดีท็อกซ์ร่างกาย**: Kombucha ช่วยในการขับสารพิษออกจากร่างกาย และการเติมชาพาสชั่นฟรุตและพีชยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการนี้ 6. **ลดความเครียด**: ชาพาสชั่นฟรุตมีคุณสมบัติช่วยคลายความเครียดและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย 7. **เพิ่มพลังงาน**: Kombucha มีวิตามินบีและคาเฟอีนจากชาที่ช่วยเพิ่มพลังงานและความตื่นตัว 8. **ดีต่อผิวพรรณ**: สารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซีจากพีชและชาพาสชั่นฟรุตช่วยบำรุงผิวให้สุขภาพดี สรุปแล้ว Kombucha ที่หมัก F2 ด้วยชาพาสชั่นฟรุตและพีชไม่เพียงแต่มีรสชาติที่ดี แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน ทั้งระบบย่อยอาหาร ภูมิคุ้มกัน และผิวพรรณ https://s.shopee.co.th/1g3sU0Y2KZ
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 393 มุมมอง 0 รีวิว
  • ✅️10 อาการบ่งบอกการเข้าสู่ผู้สูงวัย✅️ และวิธีป้องกัน
    📌ป้ายยา👉มี ผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร อยู่ในเพจเลือกช็อป กดลิงค์สั่งซื้อได้เลยค่ะ

    1. อ่อนแรงง่าย – ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เสริมสร้างกล้ามเนื้อ
    2. ปวดข้อและกระดูก – รับแคลเซียม วิตามินดี และควบคุมน้ำหนัก
    3. สายตาพร่ามัว – ตรวจสายตาประจำปี ป้องกันต้อกระจก
    4. ความจำเริ่มถดถอย – ฝึกสมอง อ่านหนังสือ เล่นเกมปริศนา
    5. นอนไม่หลับ – จัดเวลานอน งดคาเฟอีนก่อนนอน
    6. อารมณ์แปรปรวน – ฝึกสมาธิ ออกกำลังกาย ลดความเครียด
    7. ระบบเผาผลาญช้าลง – ควบคุมอาหาร ลดน้ำตาล ไขมัน
    8. ผิวแห้งและเหี่ยวย่น – ใช้ครีมบำรุง ดื่มน้ำเพียงพอ
    9. ระบบขับถ่ายเปลี่ยนแปลง – กินไฟเบอร์สูง ดื่มน้ำมากขึ้น
    10. เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม – ตรวจสุขภาพหัวใจและปอดประจำปี
    ✅️ป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อสุขภาพแข็งแรงยาวนาน!

    ✅️10 อาการบ่งบอกการเข้าสู่ผู้สูงวัย✅️ และวิธีป้องกัน 📌ป้ายยา👉มี ผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร อยู่ในเพจเลือกช็อป กดลิงค์สั่งซื้อได้เลยค่ะ 1. อ่อนแรงง่าย – ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เสริมสร้างกล้ามเนื้อ 2. ปวดข้อและกระดูก – รับแคลเซียม วิตามินดี และควบคุมน้ำหนัก 3. สายตาพร่ามัว – ตรวจสายตาประจำปี ป้องกันต้อกระจก 4. ความจำเริ่มถดถอย – ฝึกสมอง อ่านหนังสือ เล่นเกมปริศนา 5. นอนไม่หลับ – จัดเวลานอน งดคาเฟอีนก่อนนอน 6. อารมณ์แปรปรวน – ฝึกสมาธิ ออกกำลังกาย ลดความเครียด 7. ระบบเผาผลาญช้าลง – ควบคุมอาหาร ลดน้ำตาล ไขมัน 8. ผิวแห้งและเหี่ยวย่น – ใช้ครีมบำรุง ดื่มน้ำเพียงพอ 9. ระบบขับถ่ายเปลี่ยนแปลง – กินไฟเบอร์สูง ดื่มน้ำมากขึ้น 10. เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม – ตรวจสุขภาพหัวใจและปอดประจำปี ✅️ป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อสุขภาพแข็งแรงยาวนาน!
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 475 มุมมอง 0 รีวิว
  • 📣10 วิธีดูแลและจัดการอารมณ์ของ Gen X เมื่อเข้าสู่ผู้สูงวัย😊

    1. ฝึกสติและสมาธิ – ช่วยควบคุมอารมณ์ ลดความเครียด และเพิ่มความสงบในจิตใจ
    2. ยอมรับการเปลี่ยนแปลง – เข้าใจวัยที่เปลี่ยนไป ปรับตัว และมองชีวิตเชิงบวก
    3. หลีกเลี่ยงความโดดเดี่ยว – สร้างความสัมพันธ์กับครอบครัว เพื่อน และสังคม
    4. หางานอดิเรกที่ชอบ – ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น ศิลปะ ดนตรี หรือปลูกต้นไม้
    5. ออกกำลังกายเป็นประจำ – ลดภาวะซึมเศร้า กระตุ้นฮอร์โมนแห่งความสุข
    6. จัดการความเครียดอย่างมีสติ – ใช้เทคนิคหายใจลึก ๆ หรือฝึกโยคะ
    7. หลีกเลี่ยงข่าวและโซเชียลที่กระทบใจ – ลดการเสพข้อมูลลบ ลดอารมณ์แปรปรวน
    8. แบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น – ทำจิตอาสา เพิ่มคุณค่าในชีวิต และเติมเต็มจิตใจ
    9. ดูแลสุขภาพจิต – ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากมีภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวลรุนแรง
    10. ใช้ชีวิตให้มีความหมาย – ตั้งเป้าหมายใหม่ และมองอนาคตอย่างมีความหวัง
    📌การดูแลอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญ ช่วยให้วัยสูงอายุมีความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดี!

    📣10 วิธีดูแลและจัดการอารมณ์ของ Gen X เมื่อเข้าสู่ผู้สูงวัย😊 1. ฝึกสติและสมาธิ – ช่วยควบคุมอารมณ์ ลดความเครียด และเพิ่มความสงบในจิตใจ 2. ยอมรับการเปลี่ยนแปลง – เข้าใจวัยที่เปลี่ยนไป ปรับตัว และมองชีวิตเชิงบวก 3. หลีกเลี่ยงความโดดเดี่ยว – สร้างความสัมพันธ์กับครอบครัว เพื่อน และสังคม 4. หางานอดิเรกที่ชอบ – ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น ศิลปะ ดนตรี หรือปลูกต้นไม้ 5. ออกกำลังกายเป็นประจำ – ลดภาวะซึมเศร้า กระตุ้นฮอร์โมนแห่งความสุข 6. จัดการความเครียดอย่างมีสติ – ใช้เทคนิคหายใจลึก ๆ หรือฝึกโยคะ 7. หลีกเลี่ยงข่าวและโซเชียลที่กระทบใจ – ลดการเสพข้อมูลลบ ลดอารมณ์แปรปรวน 8. แบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น – ทำจิตอาสา เพิ่มคุณค่าในชีวิต และเติมเต็มจิตใจ 9. ดูแลสุขภาพจิต – ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากมีภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวลรุนแรง 10. ใช้ชีวิตให้มีความหมาย – ตั้งเป้าหมายใหม่ และมองอนาคตอย่างมีความหวัง 📌การดูแลอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญ ช่วยให้วัยสูงอายุมีความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดี!
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 391 มุมมอง 0 รีวิว
  • **สุขภาพดีด้วยกาแฟดำ: เคล็ดลับง่ายๆ เพื่อคนรักสุขภาพ**
    .
    ทำไมกาแฟดำถึงเป็นตัวช่วยของสายสุขภาพ? เพราะนอกจากช่วยให้ตื่นตัว ยังช่วยลดความหิว เหมาะกับคนที่ไม่กินอาหารเช้า ตามแบบมนุษย์ยุคดึกดำบรรพ์ แต่ถ้าคุณกินอาหารเช้าเป็นประจำ การใช้กาแฟดำช่วย จะทำให้ปรับพฤติกรรมได้ง่ายขึ้น
    .
    *ประโยชน์ของกาแฟดำเพื่อสุขภาพดี:*
    ✅ ควบคุมน้ำหนัก ลดความอยากอาหาร
    ✅ เพิ่มพลังงาน พร้อมลุยงานทั้งวัน
    ✅ ลดความเครียด เสริมอารมณ์ดี
    ✅ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ลดเสี่ยงโรคหัวใจ
    ✅ ช่วยลดความเสี่ยงโรคเกาต์และมะเร็ง
    .
    แล้วคุณล่ะ เคยใช้กาแฟดำเพื่อสุขภาพดีหรือมีเคล็ดลับอะไรบ้าง? คอมเมนต์มาแชร์กันเลย!
    .
    ถ้าชอบบทความนี้ ฝากกดไลค์ กดแชร์ และกดติดตามเพจด้วยนะ!
    .
    #สุขภาพดี #กาแฟดำ #สายสุขภาพ #ลดน้ำหนัก #เคล็ดลับสุขภาพ
    **สุขภาพดีด้วยกาแฟดำ: เคล็ดลับง่ายๆ เพื่อคนรักสุขภาพ** . ทำไมกาแฟดำถึงเป็นตัวช่วยของสายสุขภาพ? เพราะนอกจากช่วยให้ตื่นตัว ยังช่วยลดความหิว เหมาะกับคนที่ไม่กินอาหารเช้า ตามแบบมนุษย์ยุคดึกดำบรรพ์ แต่ถ้าคุณกินอาหารเช้าเป็นประจำ การใช้กาแฟดำช่วย จะทำให้ปรับพฤติกรรมได้ง่ายขึ้น . *ประโยชน์ของกาแฟดำเพื่อสุขภาพดี:* ✅ ควบคุมน้ำหนัก ลดความอยากอาหาร ✅ เพิ่มพลังงาน พร้อมลุยงานทั้งวัน ✅ ลดความเครียด เสริมอารมณ์ดี ✅ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ลดเสี่ยงโรคหัวใจ ✅ ช่วยลดความเสี่ยงโรคเกาต์และมะเร็ง . แล้วคุณล่ะ เคยใช้กาแฟดำเพื่อสุขภาพดีหรือมีเคล็ดลับอะไรบ้าง? คอมเมนต์มาแชร์กันเลย! . ถ้าชอบบทความนี้ ฝากกดไลค์ กดแชร์ และกดติดตามเพจด้วยนะ! . #สุขภาพดี #กาแฟดำ #สายสุขภาพ #ลดน้ำหนัก #เคล็ดลับสุขภาพ
    Love
    1
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 604 มุมมอง 11 0 รีวิว
  • **สุขภาพดีด้วยกาแฟดำ: เครื่องดื่มมหัศจรรย์เพื่อคนรักสุขภาพ☕💪**

    เคยสงสัยไหมว่าทำไมกาแฟดำถึงเป็นเครื่องดื่มคู่ใจของสายสุขภาพ? 🧐 เพราะนอกจากจะช่วยให้ตื่นตัวแล้ว ยังมีประโยชน์ดีต่อสุขภาพแบบคาดไม่ถึง โดยเฉพาะสำหรับสาย *Intermittent Fasting* ที่ไม่อยากกินอาหารเช้า
    .
    รู้หรือไม่? มนุษย์ยุคดึกดำบรรพ์ไม่เคยกินอาหารเช้า สมองดึกดำบรรพ์ของเราจึงไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเช้าตามนาฬิกา แต่ถ้าคุณเป็นคนที่กินอาหารเช้าเป็นประจำและอยากลองปรับพฤติกรรม การใช้ "กาแฟดำ" เป็นตัวช่วย จะทำให้คุณผ่านช่วงเวลาหิวได้ง่ายขึ้น!
    .
    💥 *ประโยชน์สุดปังของกาแฟดำเพื่อสุขภาพดี:*
    ✅ ช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดความอยากอาหาร
    ✅ กระตุ้นพลังงาน สร้างเอเนอร์จี้พร้อมลุยงาน
    ✅ ลดความเครียด ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น
    ✅ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
    ✅ ป้องกันโรคเกาต์ และช่วยลดโอกาสเกิดมะเร็ง
    .
    แล้วคุณล่ะ เคยใช้ "กาแฟดำ" เป็นตัวช่วยเพื่อสุขภาพดีไหม? หรือมีเคล็ดลับอะไรเด็ดๆ มาแชร์กันบ้าง ☕💬 มาร่วมพูดคุยกันใต้โพสต์เลย! 💖
    .
    ถ้าชอบบทความนี้ ฝากกดไลค์ ❤️ กดแชร์ 📲 และกดติดตามเพจเพื่อไม่พลาดสาระดีๆ นะจ๊ะ 🙏
    .
    #สุขภาพดี #กาแฟดำ #สายสุขภาพ #ลดน้ำหนัก #เคล็ดลับสุขภาพ
    **สุขภาพดีด้วยกาแฟดำ: เครื่องดื่มมหัศจรรย์เพื่อคนรักสุขภาพ☕💪** เคยสงสัยไหมว่าทำไมกาแฟดำถึงเป็นเครื่องดื่มคู่ใจของสายสุขภาพ? 🧐 เพราะนอกจากจะช่วยให้ตื่นตัวแล้ว ยังมีประโยชน์ดีต่อสุขภาพแบบคาดไม่ถึง โดยเฉพาะสำหรับสาย *Intermittent Fasting* ที่ไม่อยากกินอาหารเช้า . รู้หรือไม่? มนุษย์ยุคดึกดำบรรพ์ไม่เคยกินอาหารเช้า สมองดึกดำบรรพ์ของเราจึงไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเช้าตามนาฬิกา แต่ถ้าคุณเป็นคนที่กินอาหารเช้าเป็นประจำและอยากลองปรับพฤติกรรม การใช้ "กาแฟดำ" เป็นตัวช่วย จะทำให้คุณผ่านช่วงเวลาหิวได้ง่ายขึ้น! . 💥 *ประโยชน์สุดปังของกาแฟดำเพื่อสุขภาพดี:* ✅ ช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดความอยากอาหาร ✅ กระตุ้นพลังงาน สร้างเอเนอร์จี้พร้อมลุยงาน ✅ ลดความเครียด ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น ✅ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ✅ ป้องกันโรคเกาต์ และช่วยลดโอกาสเกิดมะเร็ง . แล้วคุณล่ะ เคยใช้ "กาแฟดำ" เป็นตัวช่วยเพื่อสุขภาพดีไหม? หรือมีเคล็ดลับอะไรเด็ดๆ มาแชร์กันบ้าง ☕💬 มาร่วมพูดคุยกันใต้โพสต์เลย! 💖 . ถ้าชอบบทความนี้ ฝากกดไลค์ ❤️ กดแชร์ 📲 และกดติดตามเพจเพื่อไม่พลาดสาระดีๆ นะจ๊ะ 🙏 . #สุขภาพดี #กาแฟดำ #สายสุขภาพ #ลดน้ำหนัก #เคล็ดลับสุขภาพ
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 502 มุมมอง 0 รีวิว
  • ออกซินที่มากเกินไป ทำให้ดอกและผลหลุดร่วง ⚠️ ทุเรียนสร้างอาหารไม่เพียงพอ⚠️ ส่งผลให้ไม่ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ขายไม่ได้ราคา
    ✅อยากได้ทุเรียนเกรดส่งออก ขายได้ราคา ทำอย่างไร‼️ชมคลิปนี้
    เกษตรกรหลายท่านที่กำลังเข้าสู่ช่วงพัฒนาดอกและขยายผล มักพบเจอปัญหาคือออกซินที่มากเกินไปจนทำให้ดอกและผลหลุดร่วง ฮอร์โมนไซโตไคนินเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เนื่องจากช่วยในการเลี้ยงผลทุเรียนจนกระทั่งเก็บเกี่ยว หากมีฮอร์โมนออกซินมากเกินไป จะทำให้ทุเรียนแตกยอด แต่ถ้ามีออกซินน้อยเกินไปก็จะสังเคราะห์และสร้างอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้เนื้อเยื่อไม่ดีหรือไม่ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพขายไม่ได้ราคา ดังนั้น ไซโตไคนินจึงเป็นฮอร์โมนที่สำคัญที่สุดในการขยายผลทุเรียน ไซโตไคนินนี้ได้จากกรดอาร์จีนีนในสาหร่ายดำ ซึ่งมีปริมาณไซโตไคนินสูง ยังช่วยลดการหลุดร่วงและอาการขาดอาหารในผลทุเรียน โดยยับยั้งการทำงานของกรดออกซินที่มากเกินไป
    ในช่วงที่อากาศแปรปรวน ซึ่งอาจทำให้ทุเรียนเครียด จึงต้องมีอาหารและพลังงานที่เร่งด่วนคือการเติมกรดอะมิโนเข้าไปฉีดพ่นทุก 7-10 วัน จะช่วยให้พืชใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องรอกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง กรดอะมิโนนี้ เช่น อะมิโนโพลีน จะช่วยลดความเครียดของทุเรียน และทำให้ได้รับสารอาหารอย่างต่อเนื่อง ผลทุเรียนจึงไม่หลุดร่วงและขยายผลได้อย่างมั่นใจดังนั้น การใช้สาหร่ายดำเพื่อเพิ่มไซโตไคนิน และการฉีดพ่นกรดอะมิโนอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาผลทุเรียน ลดการหลุดร่วง และทำให้ผลผลิตสวยงาม
    เคล็ดลับที่ชาวสวนทุเรียนมืออาชีพเกรดส่งออกเลือกใช้ เวก้า สาหร่ายอะมิโน มีสาหร่ายที่มีกรดอาจีนีนซึ่งมีปริมาณไซโตไคนินสูง ช่วยลดการหลุดร่วงและอาการขาดอาหารในผลทุเรียน มีอะมิโนที่เป็นอาหารจานด่วนสำหรับพืช
    เวก้า 2 สาหร่ายอะมิโน 1 ลิตร ใช้ได้ 18-20 ไร่
    😍ช่วยพัฒนาดอก ให้สมบูรณ์
    😍เติมอาหารให้ดอกบำรุง ให้สมบูรณ์
    😍ป้องกันการหลุดร่วง ขั้วดอกและผล
    😍ช่วยยับยั้งการทำงานของกรดออกซินที่มากเกินไป
    😍อะมิโนโพลีน จะช่วยลดความเครียดของทุเรียน และทำให้ได้รับสารอาหารอย่างต่อเนื่อง
    โปรโมชั่นวันนี้
    ✅1 ลิตร ปกติ 650.- ลดพิเศษเพียง 289.- ส่งฟรี
    ✅2 ลิตร ปกติ 1780.- ลดเหลือ 555.- ส่งฟรี
    โปรสุดคุ้ม
    ✅6 ลิตร ปกติ 3900.- ลดเหลือ 1590.- ส่งฟรี
    ✅12 ลิตร ยกลัง ปกติ 7800.- ลดเหลือ 2988.- แถมเสื้อ 1 ตัว ส่งฟรี
    เก็บเงินปลายทางไม่บวกเพิ่ม ส่งฟรีทั่วประเทศ
    ออกซินที่มากเกินไป ทำให้ดอกและผลหลุดร่วง ⚠️ ทุเรียนสร้างอาหารไม่เพียงพอ⚠️ ส่งผลให้ไม่ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ขายไม่ได้ราคา ✅อยากได้ทุเรียนเกรดส่งออก ขายได้ราคา ทำอย่างไร‼️ชมคลิปนี้ เกษตรกรหลายท่านที่กำลังเข้าสู่ช่วงพัฒนาดอกและขยายผล มักพบเจอปัญหาคือออกซินที่มากเกินไปจนทำให้ดอกและผลหลุดร่วง ฮอร์โมนไซโตไคนินเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เนื่องจากช่วยในการเลี้ยงผลทุเรียนจนกระทั่งเก็บเกี่ยว หากมีฮอร์โมนออกซินมากเกินไป จะทำให้ทุเรียนแตกยอด แต่ถ้ามีออกซินน้อยเกินไปก็จะสังเคราะห์และสร้างอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้เนื้อเยื่อไม่ดีหรือไม่ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพขายไม่ได้ราคา ดังนั้น ไซโตไคนินจึงเป็นฮอร์โมนที่สำคัญที่สุดในการขยายผลทุเรียน ไซโตไคนินนี้ได้จากกรดอาร์จีนีนในสาหร่ายดำ ซึ่งมีปริมาณไซโตไคนินสูง ยังช่วยลดการหลุดร่วงและอาการขาดอาหารในผลทุเรียน โดยยับยั้งการทำงานของกรดออกซินที่มากเกินไป ในช่วงที่อากาศแปรปรวน ซึ่งอาจทำให้ทุเรียนเครียด จึงต้องมีอาหารและพลังงานที่เร่งด่วนคือการเติมกรดอะมิโนเข้าไปฉีดพ่นทุก 7-10 วัน จะช่วยให้พืชใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องรอกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง กรดอะมิโนนี้ เช่น อะมิโนโพลีน จะช่วยลดความเครียดของทุเรียน และทำให้ได้รับสารอาหารอย่างต่อเนื่อง ผลทุเรียนจึงไม่หลุดร่วงและขยายผลได้อย่างมั่นใจดังนั้น การใช้สาหร่ายดำเพื่อเพิ่มไซโตไคนิน และการฉีดพ่นกรดอะมิโนอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาผลทุเรียน ลดการหลุดร่วง และทำให้ผลผลิตสวยงาม เคล็ดลับที่ชาวสวนทุเรียนมืออาชีพเกรดส่งออกเลือกใช้ เวก้า สาหร่ายอะมิโน มีสาหร่ายที่มีกรดอาจีนีนซึ่งมีปริมาณไซโตไคนินสูง ช่วยลดการหลุดร่วงและอาการขาดอาหารในผลทุเรียน มีอะมิโนที่เป็นอาหารจานด่วนสำหรับพืช เวก้า 2 สาหร่ายอะมิโน 1 ลิตร ใช้ได้ 18-20 ไร่ 😍ช่วยพัฒนาดอก ให้สมบูรณ์ 😍เติมอาหารให้ดอกบำรุง ให้สมบูรณ์ 😍ป้องกันการหลุดร่วง ขั้วดอกและผล 😍ช่วยยับยั้งการทำงานของกรดออกซินที่มากเกินไป 😍อะมิโนโพลีน จะช่วยลดความเครียดของทุเรียน และทำให้ได้รับสารอาหารอย่างต่อเนื่อง โปรโมชั่นวันนี้ ✅1 ลิตร ปกติ 650.- ลดพิเศษเพียง 289.- ส่งฟรี ✅2 ลิตร ปกติ 1780.- ลดเหลือ 555.- ส่งฟรี โปรสุดคุ้ม ✅6 ลิตร ปกติ 3900.- ลดเหลือ 1590.- ส่งฟรี ✅12 ลิตร ยกลัง ปกติ 7800.- ลดเหลือ 2988.- แถมเสื้อ 1 ตัว ส่งฟรี เก็บเงินปลายทางไม่บวกเพิ่ม ส่งฟรีทั่วประเทศ
    Like
    1
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 306 มุมมอง 0 รีวิว
  • #ผมร่วง (alopecia)

    ผมร่วงเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นค่อนข้างบ่อย แม้ว่าจะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่ใครๆ ก็สามารถร่วงได้รวมถึงเด็กน้อย ผมร่วงอาจค่อยๆ เกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปหลายปีหรือเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่แท้จริง

    ตามรายงานของ American Academy of Dermatology (AAD) เป็นเรื่องปกติที่เส้นผมจะร่วงระหว่าง 50 ถึง 100 เส้นต่อวัน เนื่องจากมีเส้นผมประมาณ 100,000 เส้นบนศีรษะ การร่วงเล็กน้อยนั้นจึงไม่สังเกตเห็นได้ชัด โดยปกติแล้วผมใหม่จะเข้ามาแทนที่ผมที่เสียไป แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นเสมอไป

    อาการผมร่วง

    คือผมร่วงมากกว่าปกติ แต่ก็สามารถระบุได้ยาก

    อาการต่อไปนี้สามารถบ่งบอกบางอย่างได้:

    • ส่วนที่ขยายหากคุณแสกผม คุณอาจเริ่มสังเกตเห็นว่าส่วนนั้นของคุณกว้างขึ้น ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการผมบาง

    • หากคุณสังเกตเห็นเส้นผมของคุณดูฟูกว่าปกติ ก็อาจเป็นสัญญาณของการร่วงหล่นของเส้นผม

    • ผมหลวม ให้ตรวจสอบแปรงหรือหวีหลังใช้งาน ถ้าเส้นผมมีมากกว่าปกติ นี่อาจเป็นสัญญาณของการร่วงของเส้นผม

    • ท่อระบายน้ำอุดตันคุณอาจพบว่าท่อระบายในห้องอาบน้ำของคุณมีเส้นผมอุดตัน

    • ปวดหรือคัน หากคุณมีสภาพผิวหนังที่ซ่อนอยู่ซึ่งทำให้ผมร่วง คุณอาจรู้สึกเจ็บปวดหรือมีอาการคันบนหนังศีรษะด้วย

    ประเภทของผมร่วง

    ผมร่วงมีหลายประเภท บางชนิดก็พบได้บ่อยและบางชนิดพบได้ยาก และแต่ละประเภทมีสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป:

    - ผมร่วงแบบแอนโดรเจน

    Androgenic alopecia หมายถึงผมร่วงทางพันธุกรรม เช่น ศีรษะล้านแบบเพศชายหรือศีรษะล้านแบบเพศหญิง และเรียกอีกอย่างว่า "pattern alopecia" เพราะสามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งชายและหญิง

    นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุของผมร่วงที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้คนมากถึง 50%

    ผมร่วงที่เกี่ยวข้องกับผมร่วงแบบแอนโดรเจนมีแนวโน้มที่จะค่อยๆ เกิดขึ้น แม้ว่าบางคนอาจมีอาการผมร่วงตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น แต่บางคนอาจไม่สังเกตเห็นอาการจนกว่าจะถึงวัยกลางคน

    ศีรษะล้านแบบผู้หญิงมักส่งผลให้หนังศีรษะบางลง และอาจดูเหมือนกว้างขึ้น โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นหลังอายุ 65 ปี แต่สำหรับผู้หญิงบางคน อาจเกิดได้ตั้งแต่อายุยังน้อย

    ศีรษะล้านแบบผู้ชายมักเกี่ยวข้องกับผมร่วงที่มากขึ้นบริเวณขมับและผมบางที่กระหม่อม ทำให้เกิดรูปร่างเป็นรูปตัว "M"

    - ผมร่วงเป็นหย่อม

    ผมร่วงเป็นหย่อมเป็นภาวะแพ้ภูมิตนเองที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของคุณโจมตีรูขุมขน ส่งผลให้เกิดปื้นหัวล้านที่มีตั้งแต่เล็กไปจนถึงใหญ่ ในบางกรณีอาจทำให้ผมร่วงโดยสิ้นเชิง

    นอกจากผมร่วงบนหนังศีรษะแล้ว บางคนยังร่วงบริเวณคิ้ว ขนตา หรือส่วนอื่นๆ ของร่างกายด้วย

    - Anagen effluvium

    Anagen effluvium เกี่ยวข้องกับการร่วงของเส้นผมอย่างรวดเร็ว ซึ่งมักเกิดขึ้นเนื่องจากการฉายรังสีหรือเคมีบำบัด

    โดยปกติแล้วผมจะขึ้นใหม่หลังจากหยุดการรักษา

    - เทโลเจน เอฟฟลูเวียม

    Telogen effluvium คืออาการผมร่วงอย่างกะทันหันประเภทหนึ่งที่เป็นผลจากภาวะช็อกทางอารมณ์หรือร่างกาย เช่น เหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ ช่วงเวลาของความเครียดอย่างรุนแรง หรือการเจ็บป่วยร้ายแรง

    นอกจากนี้ยังสามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น:

    • หลังคลอด

    • วัยหมดประจำเดือน

    • กลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)

    สาเหตุที่เป็นไปได้อื่น ๆ ของ telogen effluvium ได้แก่:

    • ภาวะทุพโภชนาการรวมทั้งการขาดวิตามินหรือแร่ธาตุ

    • ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อบางอย่าง

    • เริ่มหรือหยุดการคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมน

    • หลังการผ่าตัดอันเป็นผลจากการดมยาสลบ

    • การเจ็บป่วยเฉียบพลันหรือการติดเชื้อรุนแรง เช่น โควิด-19

    ยาหลายชนิดสามารถทำให้เกิดอาการนี้ได้ เช่น:

    • สารกันเลือดแข็ง

    • ยากันชัก

    • เรตินอยด์ในช่องปาก

    • ตัวบล็อคเบต้า

    • ยารักษาโรคไทรอยด์

    ผมร่วงประเภทนี้มักจะหายไปเองเมื่อแก้ไขสาเหตุที่แท้จริงแล้ว

    - Tinea capitis

    Tinea capitis หรือที่เรียกว่ากลากของหนังศีรษะคือการติดเชื้อราที่อาจส่งผลต่อหนังศีรษะและเส้นผม ทำให้เกิดปื้นเล็กๆ ที่เป็นสะเก็ดและคัน เมื่อเวลาผ่านไปหากไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ขนาดของแผ่นแปะจะเพิ่มขึ้นและเต็มไปด้วยหนอง

    บางครั้งเรียกว่า kerion อาจทำให้เกิดแผลเป็นได้เช่นกัน

    อาการอื่นๆ ได้แก่:

    • ผมเปราะแตกหักง่าย

    • หนังศีรษะนุ่มและบวม

    • ผิวหนังเป็นหย่อมๆ มีลักษณะเป็นสีเทาหรือแดง

    สามารถรักษาได้ด้วยยาต้านเชื้อรา

    -Traction alopecia (ผมร่วงฉุด)

    ผมร่วงจากการดึงรั้งเป็นผลมาจากแรงกดทับบนเส้นผมมากเกินไป โดยมักเกิดจากการสวมผมที่รัดแน่น เช่น การถักเปีย ผมหางม้า หรือมวยผม

    มีบางสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อลดการหลุดร่วงของเส้นผม:

    • เก็บทรงผมให้หลวมหากคุณจัดแต่งทรงผมเป็นเปีย มวยหรือผมหางม้าเป็นประจำ พยายามปล่อยผมหลวมๆ เพื่อไม่ให้กดดันผมมากเกินไป

    • หลีกเลี่ยงการสัมผัสเส้นผมพยายามอย่าดึง บิด หรือถูผมให้มากที่สุด

    • ซับผมให้แห้งหลังจากสระผมแล้ว ให้ใช้ผ้าขนหนูซับผมให้แห้งเบาๆ หลีกเลี่ยงการถูผมด้วยผ้าขนหนูหรือบิดผมภายในผ้าขนหนู

    • ตั้งเป้ารับประทานอาหารที่อุดมด้วยสารอาหารอย่างสมดุลพยายามรวมธาตุเหล็กและโปรตีนจำนวนมากไว้ในของว่างและอาหาร

    ผลิตภัณฑ์และเครื่องมือจัดแต่งทรงผมเป็นสาเหตุของอาการผมร่วงที่พบบ่อยเช่นกัน ตัวอย่างผลิตภัณฑ์หรือเครื่องมือที่อาจส่งผลต่อผมร่วง ได้แก่:

    • เครื่องเป่าลม

    • หวีอุ่น

    • เครื่องหนีบผม

    • ผลิตภัณฑ์ระบายสี

    • สารฟอกขาว

    • ดัดผม

    หากคุณตัดสินใจจัดแต่งทรงผมโดยใช้อุปกรณ์ทำความร้อน ให้ทำเฉพาะตอนที่ผมแห้งแล้วใช้การตั้งค่าที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

    หากคุณกำลังผมร่วงอยู่ ให้ใช้แชมพูเด็กสูตรเกลือเพื่อสระผม

    เคล็ดลับการรักษาผมเพื่อการเจริญเติบโตของเส้นผม

    1. นวด

    การนวดหนังศีรษะด้วยน้ำมันผมและมาส์กช่วยกระตุ้นหนังศีรษะและอาจเพิ่มความหนาของเส้นผม

    การยืดกล้ามเนื้อระหว่างการนวดสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมและความหนาในเซลล์ตุ่มผิวหนังซึ่งอยู่ที่ด้านล่างของรูขุมขน เซลล์เหล่านี้มีบทบาทสำคัญในวงจรการงอกใหม่และการเจริญเติบโตของเส้นผม

    การศึกษาปี 2019 แสดงให้เห็นว่าการนวดหนังศีรษะช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของเส้นผม การไหลเวียนของเลือด และสุขภาพหนังศีรษะในผู้คน การนวดหนังศีรษะยังช่วยลดความเครียดและความตึงเครียด ซึ่งเป็นสองอารมณ์ที่อาจทำให้ผมร่วงได้

    หากต้องการนวดหนังศีรษะ ให้ใช้ปลายนิ้ว ไม่ใช่เล็บ เคลื่อนไปทั่วหนังศีรษะเป็นวงกลมเล็กๆ โดยใช้แรงกดเบาถึงปานกลาง การนวดไม่มีเวลาจำกัด อย่างไรก็ตาม ในการศึกษาข้างต้น มีการนวดหนังศีรษะแต่ละครั้งทุกวันเป็นเวลา 4 นาที เป็นเวลา 24 สัปดาห์

    2. ว่านหางจระเข้

    ว่านหางจระเข้อาจช่วยรักษาอาการผมร่วงได้ หลักฐาน แสดงให้เห็นว่าว่านหางจระเข้อาจช่วยได้โดย:

    • ผ่อนคลายหนังศีรษะของคุณ

    • ปรับสภาพเส้นผมของคุณ

    • ลดรังแค

    • ปลดบล็อกรูขุมขน

    คุณสามารถทาเจลว่านหางจระเข้บริสุทธิ์บนหนังศีรษะได้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ คุณยังสามารถใช้แชมพูและครีมนวดผมที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ได้

    3.น้ำมันมะพร้าว

    น้ำมันมะพร้าวประกอบด้วยกรดไขมันที่เรียกว่ากรดลอริก ซึ่งแทรกซึมเข้าไปภายในเส้นผมและลดการสูญเสียโปรตีนจากเส้นผม

    การศึกษาปี 2021 ยังพบว่าน้ำมันมะพร้าวที่ทาบนหนังศีรษะอาจเพิ่มคุณค่าให้กับไมโครไบโอมของหนังศีรษะ ทำให้หนังศีรษะและรูขุมขนมีสุขภาพที่ดีขึ้น

    น้ำมันมะพร้าวสามารถใช้ได้ก่อนหรือหลังสระผม ขึ้นอยู่กับประเภทเส้นผมของคุณ หากผมของคุณมีแนวโน้มที่จะมัน คุณสามารถทำทรีตเมนต์ทิ้งไว้ข้ามคืนหรือสองสามชั่วโมงก่อนสระผมได้

    นวดน้ำมันมะพร้าวให้ทั่วหนังศีรษะและเส้นผมทั้งหมด หากผมของคุณแห้ง คุณสามารถใช้เป็นทรีทเม้นต์แบบไม่ต้องล้างออกก็ได้

    4.ไขมันโอเมก้า 3

    ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันคริลเต็มไปด้วยสารอาหาร เช่น โปรตีนและกรดไขมันโอเมก้า 3

    การศึกษาปี 2015 พบว่าการรับประทานอาหารเสริมโอเมก้า3ร่วมกับสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผมและลดผมร่วงได้

    กรดไขมันโอเมก้า 3 อาจช่วยลดการอักเสบและเพิ่มภูมิคุ้มกัน สิ่งเหล่านี้อาจช่วยเพิ่มวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผม และปรับปรุงสุขภาพโดยรวมของคุณ

    5.โสม

    การทานอาหารเสริมโสมอาจช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผมโดยการกระตุ้นรูขุมขน Ginsenosides เป็นส่วนประกอบออกฤทธิ์ของโสมและคิดว่ามีส่วนรับผิดชอบต่อผลเชิงบวกของโสมต่อเส้นผม

    6. น้ำหัวหอม

    หากคุณสามารถรับมือกับกลิ่นของน้ำหัวหอมได้ คุณอาจพบว่าคุณประโยชน์ต่างๆ นั้นคุ้มค่า

    การศึกษาปี 2014 พบว่าน้ำหัวหอมอาจช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผมและรักษาผมร่วงเป็นหย่อมๆ นี่คือภาวะภูมิต้านตนเองที่ร่างกายโจมตีรูขุมขน ทำให้ผมร่วงตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

    น้ำหัวหอมยังเชื่อกันว่าช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต การศึกษาในสัตว์ทดลองในปี 2015 พบว่าปัจจัยการเจริญเติบโตของเคราติโนไซต์ดีขึ้น ซึ่งเป็นสื่อกลางที่สำคัญในการพัฒนาและการเจริญเติบโตของรูขุมขน

    หากต้องการใช้น้ำหัวหอม ให้ปั่นหัวหอม 2-3 หัวแล้วบีบน้ำออก ใช้น้ำบนหนังศีรษะและเส้นผมของคุณแล้วปล่อยทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาที จากนั้นตามด้วยแชมพู

    7.น้ำมันมะนาว

    การศึกษาในสัตว์ทดลองในปี 2016 พบว่าน้ำมันมะนาวอาจช่วยรักษาหนังศีรษะให้แข็งแรงและกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม ในทำนองเดียวกัน บทวิจารณ์ปี 2021 แนะนำว่ากรดซินาปิกซึ่งเป็นสารเคมีออกฤทธิ์ทางชีวภาพในมะนาวอาจช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม

    ใช้น้ำมะนาวสดกับหนังศีรษะและเส้นผมของคุณ 15 นาทีก่อนสระผม คุณยังสามารถใช้น้ำมันหอมระเหยมะนาว เจือจางในน้ำมันตัวพาเป็นส่วนหนึ่งของมาส์กผมได้

    พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหากคุณผมร่วงมากกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผมร่วงร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น:

    • ความเหนื่อยล้า

    • ความวิตกกังวล

    • อาการคัน

    • อารมณ์เปลี่ยนแปลง

    ผลิตภัณฑ์และอาหารเสริมแนะนำ

    Fixx pro
    K cal
    Paa super h
    Alovi
    Praow
    Are shampoo
    Are treatment

    Cr. Santi Manadee
    #ผมร่วง (alopecia) ผมร่วงเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นค่อนข้างบ่อย แม้ว่าจะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่ใครๆ ก็สามารถร่วงได้รวมถึงเด็กน้อย ผมร่วงอาจค่อยๆ เกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปหลายปีหรือเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่แท้จริง ตามรายงานของ American Academy of Dermatology (AAD) เป็นเรื่องปกติที่เส้นผมจะร่วงระหว่าง 50 ถึง 100 เส้นต่อวัน เนื่องจากมีเส้นผมประมาณ 100,000 เส้นบนศีรษะ การร่วงเล็กน้อยนั้นจึงไม่สังเกตเห็นได้ชัด โดยปกติแล้วผมใหม่จะเข้ามาแทนที่ผมที่เสียไป แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นเสมอไป อาการผมร่วง คือผมร่วงมากกว่าปกติ แต่ก็สามารถระบุได้ยาก อาการต่อไปนี้สามารถบ่งบอกบางอย่างได้: • ส่วนที่ขยายหากคุณแสกผม คุณอาจเริ่มสังเกตเห็นว่าส่วนนั้นของคุณกว้างขึ้น ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการผมบาง • หากคุณสังเกตเห็นเส้นผมของคุณดูฟูกว่าปกติ ก็อาจเป็นสัญญาณของการร่วงหล่นของเส้นผม • ผมหลวม ให้ตรวจสอบแปรงหรือหวีหลังใช้งาน ถ้าเส้นผมมีมากกว่าปกติ นี่อาจเป็นสัญญาณของการร่วงของเส้นผม • ท่อระบายน้ำอุดตันคุณอาจพบว่าท่อระบายในห้องอาบน้ำของคุณมีเส้นผมอุดตัน • ปวดหรือคัน หากคุณมีสภาพผิวหนังที่ซ่อนอยู่ซึ่งทำให้ผมร่วง คุณอาจรู้สึกเจ็บปวดหรือมีอาการคันบนหนังศีรษะด้วย ประเภทของผมร่วง ผมร่วงมีหลายประเภท บางชนิดก็พบได้บ่อยและบางชนิดพบได้ยาก และแต่ละประเภทมีสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป: - ผมร่วงแบบแอนโดรเจน Androgenic alopecia หมายถึงผมร่วงทางพันธุกรรม เช่น ศีรษะล้านแบบเพศชายหรือศีรษะล้านแบบเพศหญิง และเรียกอีกอย่างว่า "pattern alopecia" เพราะสามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งชายและหญิง นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุของผมร่วงที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้คนมากถึง 50% ผมร่วงที่เกี่ยวข้องกับผมร่วงแบบแอนโดรเจนมีแนวโน้มที่จะค่อยๆ เกิดขึ้น แม้ว่าบางคนอาจมีอาการผมร่วงตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น แต่บางคนอาจไม่สังเกตเห็นอาการจนกว่าจะถึงวัยกลางคน ศีรษะล้านแบบผู้หญิงมักส่งผลให้หนังศีรษะบางลง และอาจดูเหมือนกว้างขึ้น โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นหลังอายุ 65 ปี แต่สำหรับผู้หญิงบางคน อาจเกิดได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ศีรษะล้านแบบผู้ชายมักเกี่ยวข้องกับผมร่วงที่มากขึ้นบริเวณขมับและผมบางที่กระหม่อม ทำให้เกิดรูปร่างเป็นรูปตัว "M" - ผมร่วงเป็นหย่อม ผมร่วงเป็นหย่อมเป็นภาวะแพ้ภูมิตนเองที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของคุณโจมตีรูขุมขน ส่งผลให้เกิดปื้นหัวล้านที่มีตั้งแต่เล็กไปจนถึงใหญ่ ในบางกรณีอาจทำให้ผมร่วงโดยสิ้นเชิง นอกจากผมร่วงบนหนังศีรษะแล้ว บางคนยังร่วงบริเวณคิ้ว ขนตา หรือส่วนอื่นๆ ของร่างกายด้วย - Anagen effluvium Anagen effluvium เกี่ยวข้องกับการร่วงของเส้นผมอย่างรวดเร็ว ซึ่งมักเกิดขึ้นเนื่องจากการฉายรังสีหรือเคมีบำบัด โดยปกติแล้วผมจะขึ้นใหม่หลังจากหยุดการรักษา - เทโลเจน เอฟฟลูเวียม Telogen effluvium คืออาการผมร่วงอย่างกะทันหันประเภทหนึ่งที่เป็นผลจากภาวะช็อกทางอารมณ์หรือร่างกาย เช่น เหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ ช่วงเวลาของความเครียดอย่างรุนแรง หรือการเจ็บป่วยร้ายแรง นอกจากนี้ยังสามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น: • หลังคลอด • วัยหมดประจำเดือน • กลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) สาเหตุที่เป็นไปได้อื่น ๆ ของ telogen effluvium ได้แก่: • ภาวะทุพโภชนาการรวมทั้งการขาดวิตามินหรือแร่ธาตุ • ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อบางอย่าง • เริ่มหรือหยุดการคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมน • หลังการผ่าตัดอันเป็นผลจากการดมยาสลบ • การเจ็บป่วยเฉียบพลันหรือการติดเชื้อรุนแรง เช่น โควิด-19 ยาหลายชนิดสามารถทำให้เกิดอาการนี้ได้ เช่น: • สารกันเลือดแข็ง • ยากันชัก • เรตินอยด์ในช่องปาก • ตัวบล็อคเบต้า • ยารักษาโรคไทรอยด์ ผมร่วงประเภทนี้มักจะหายไปเองเมื่อแก้ไขสาเหตุที่แท้จริงแล้ว - Tinea capitis Tinea capitis หรือที่เรียกว่ากลากของหนังศีรษะคือการติดเชื้อราที่อาจส่งผลต่อหนังศีรษะและเส้นผม ทำให้เกิดปื้นเล็กๆ ที่เป็นสะเก็ดและคัน เมื่อเวลาผ่านไปหากไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ขนาดของแผ่นแปะจะเพิ่มขึ้นและเต็มไปด้วยหนอง บางครั้งเรียกว่า kerion อาจทำให้เกิดแผลเป็นได้เช่นกัน อาการอื่นๆ ได้แก่: • ผมเปราะแตกหักง่าย • หนังศีรษะนุ่มและบวม • ผิวหนังเป็นหย่อมๆ มีลักษณะเป็นสีเทาหรือแดง สามารถรักษาได้ด้วยยาต้านเชื้อรา -Traction alopecia (ผมร่วงฉุด) ผมร่วงจากการดึงรั้งเป็นผลมาจากแรงกดทับบนเส้นผมมากเกินไป โดยมักเกิดจากการสวมผมที่รัดแน่น เช่น การถักเปีย ผมหางม้า หรือมวยผม มีบางสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อลดการหลุดร่วงของเส้นผม: • เก็บทรงผมให้หลวมหากคุณจัดแต่งทรงผมเป็นเปีย มวยหรือผมหางม้าเป็นประจำ พยายามปล่อยผมหลวมๆ เพื่อไม่ให้กดดันผมมากเกินไป • หลีกเลี่ยงการสัมผัสเส้นผมพยายามอย่าดึง บิด หรือถูผมให้มากที่สุด • ซับผมให้แห้งหลังจากสระผมแล้ว ให้ใช้ผ้าขนหนูซับผมให้แห้งเบาๆ หลีกเลี่ยงการถูผมด้วยผ้าขนหนูหรือบิดผมภายในผ้าขนหนู • ตั้งเป้ารับประทานอาหารที่อุดมด้วยสารอาหารอย่างสมดุลพยายามรวมธาตุเหล็กและโปรตีนจำนวนมากไว้ในของว่างและอาหาร ผลิตภัณฑ์และเครื่องมือจัดแต่งทรงผมเป็นสาเหตุของอาการผมร่วงที่พบบ่อยเช่นกัน ตัวอย่างผลิตภัณฑ์หรือเครื่องมือที่อาจส่งผลต่อผมร่วง ได้แก่: • เครื่องเป่าลม • หวีอุ่น • เครื่องหนีบผม • ผลิตภัณฑ์ระบายสี • สารฟอกขาว • ดัดผม หากคุณตัดสินใจจัดแต่งทรงผมโดยใช้อุปกรณ์ทำความร้อน ให้ทำเฉพาะตอนที่ผมแห้งแล้วใช้การตั้งค่าที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หากคุณกำลังผมร่วงอยู่ ให้ใช้แชมพูเด็กสูตรเกลือเพื่อสระผม เคล็ดลับการรักษาผมเพื่อการเจริญเติบโตของเส้นผม 1. นวด การนวดหนังศีรษะด้วยน้ำมันผมและมาส์กช่วยกระตุ้นหนังศีรษะและอาจเพิ่มความหนาของเส้นผม การยืดกล้ามเนื้อระหว่างการนวดสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมและความหนาในเซลล์ตุ่มผิวหนังซึ่งอยู่ที่ด้านล่างของรูขุมขน เซลล์เหล่านี้มีบทบาทสำคัญในวงจรการงอกใหม่และการเจริญเติบโตของเส้นผม การศึกษาปี 2019 แสดงให้เห็นว่าการนวดหนังศีรษะช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของเส้นผม การไหลเวียนของเลือด และสุขภาพหนังศีรษะในผู้คน การนวดหนังศีรษะยังช่วยลดความเครียดและความตึงเครียด ซึ่งเป็นสองอารมณ์ที่อาจทำให้ผมร่วงได้ หากต้องการนวดหนังศีรษะ ให้ใช้ปลายนิ้ว ไม่ใช่เล็บ เคลื่อนไปทั่วหนังศีรษะเป็นวงกลมเล็กๆ โดยใช้แรงกดเบาถึงปานกลาง การนวดไม่มีเวลาจำกัด อย่างไรก็ตาม ในการศึกษาข้างต้น มีการนวดหนังศีรษะแต่ละครั้งทุกวันเป็นเวลา 4 นาที เป็นเวลา 24 สัปดาห์ 2. ว่านหางจระเข้ ว่านหางจระเข้อาจช่วยรักษาอาการผมร่วงได้ หลักฐาน แสดงให้เห็นว่าว่านหางจระเข้อาจช่วยได้โดย: • ผ่อนคลายหนังศีรษะของคุณ • ปรับสภาพเส้นผมของคุณ • ลดรังแค • ปลดบล็อกรูขุมขน คุณสามารถทาเจลว่านหางจระเข้บริสุทธิ์บนหนังศีรษะได้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ คุณยังสามารถใช้แชมพูและครีมนวดผมที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ได้ 3.น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะพร้าวประกอบด้วยกรดไขมันที่เรียกว่ากรดลอริก ซึ่งแทรกซึมเข้าไปภายในเส้นผมและลดการสูญเสียโปรตีนจากเส้นผม การศึกษาปี 2021 ยังพบว่าน้ำมันมะพร้าวที่ทาบนหนังศีรษะอาจเพิ่มคุณค่าให้กับไมโครไบโอมของหนังศีรษะ ทำให้หนังศีรษะและรูขุมขนมีสุขภาพที่ดีขึ้น น้ำมันมะพร้าวสามารถใช้ได้ก่อนหรือหลังสระผม ขึ้นอยู่กับประเภทเส้นผมของคุณ หากผมของคุณมีแนวโน้มที่จะมัน คุณสามารถทำทรีตเมนต์ทิ้งไว้ข้ามคืนหรือสองสามชั่วโมงก่อนสระผมได้ นวดน้ำมันมะพร้าวให้ทั่วหนังศีรษะและเส้นผมทั้งหมด หากผมของคุณแห้ง คุณสามารถใช้เป็นทรีทเม้นต์แบบไม่ต้องล้างออกก็ได้ 4.ไขมันโอเมก้า 3 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันคริลเต็มไปด้วยสารอาหาร เช่น โปรตีนและกรดไขมันโอเมก้า 3 การศึกษาปี 2015 พบว่าการรับประทานอาหารเสริมโอเมก้า3ร่วมกับสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผมและลดผมร่วงได้ กรดไขมันโอเมก้า 3 อาจช่วยลดการอักเสบและเพิ่มภูมิคุ้มกัน สิ่งเหล่านี้อาจช่วยเพิ่มวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผม และปรับปรุงสุขภาพโดยรวมของคุณ 5.โสม การทานอาหารเสริมโสมอาจช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผมโดยการกระตุ้นรูขุมขน Ginsenosides เป็นส่วนประกอบออกฤทธิ์ของโสมและคิดว่ามีส่วนรับผิดชอบต่อผลเชิงบวกของโสมต่อเส้นผม 6. น้ำหัวหอม หากคุณสามารถรับมือกับกลิ่นของน้ำหัวหอมได้ คุณอาจพบว่าคุณประโยชน์ต่างๆ นั้นคุ้มค่า การศึกษาปี 2014 พบว่าน้ำหัวหอมอาจช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผมและรักษาผมร่วงเป็นหย่อมๆ นี่คือภาวะภูมิต้านตนเองที่ร่างกายโจมตีรูขุมขน ทำให้ผมร่วงตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย น้ำหัวหอมยังเชื่อกันว่าช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต การศึกษาในสัตว์ทดลองในปี 2015 พบว่าปัจจัยการเจริญเติบโตของเคราติโนไซต์ดีขึ้น ซึ่งเป็นสื่อกลางที่สำคัญในการพัฒนาและการเจริญเติบโตของรูขุมขน หากต้องการใช้น้ำหัวหอม ให้ปั่นหัวหอม 2-3 หัวแล้วบีบน้ำออก ใช้น้ำบนหนังศีรษะและเส้นผมของคุณแล้วปล่อยทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาที จากนั้นตามด้วยแชมพู 7.น้ำมันมะนาว การศึกษาในสัตว์ทดลองในปี 2016 พบว่าน้ำมันมะนาวอาจช่วยรักษาหนังศีรษะให้แข็งแรงและกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม ในทำนองเดียวกัน บทวิจารณ์ปี 2021 แนะนำว่ากรดซินาปิกซึ่งเป็นสารเคมีออกฤทธิ์ทางชีวภาพในมะนาวอาจช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม ใช้น้ำมะนาวสดกับหนังศีรษะและเส้นผมของคุณ 15 นาทีก่อนสระผม คุณยังสามารถใช้น้ำมันหอมระเหยมะนาว เจือจางในน้ำมันตัวพาเป็นส่วนหนึ่งของมาส์กผมได้ พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหากคุณผมร่วงมากกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผมร่วงร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น: • ความเหนื่อยล้า • ความวิตกกังวล • อาการคัน • อารมณ์เปลี่ยนแปลง ผลิตภัณฑ์และอาหารเสริมแนะนำ Fixx pro K cal Paa super h Alovi Praow Are shampoo Are treatment Cr. Santi Manadee
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 748 มุมมอง 0 รีวิว
  • เมื่อคนส่วนใหญ่บนโลกปฏิเสธเทคโนโลยีหากคนส่วนใหญ่บนโลกปฏิเสธเทคโนโลยีอย่างกว้างขวาง ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจะซับซ้อนและส่งผลทั้งเชิงบวกและลบต่อสังคม ดังนี้:

    ### 1. **ผลกระทบเชิงลบ:**
    - **เศรษฐกิจถดถอย:** อุตสาหกรรมหลัก (เช่น การผลิต, การสื่อสาร, การขนส่ง) พึ่งพาเทคโนโลยีอย่างหนัก การหยุดชะงักอาจนำไปสู่การว่างงานมวลชน ระบบการเงินล่มสลาย และการขาดแคลนสินค้าจำเป็น เช่น ยาและอาหาร
    - **การแพทย์ถดถอย:** เทคโนโลยีช่วยในด้านการวินิจฉัยโรค การผลิตยา และการวิจัย การปฏิเสธอาจทำให้อายุขัยเฉลี่ยลดลง และโรคระบาดกลับมาระบาดรุนแรง
    - **การสื่อสารชะลอตัว:** การขาดอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ทำให้การประสานงานระหว่างประเทศยากขึ้น อาจเกิดความขัดแย้งจากความเข้าใจผิดหรือข้อมูลไม่ทันสมัย
    - **ความรู้ถูกลืม:** การเก็บข้อมูลดิจิทัลหายไป ส่งผลให้ความรู้สมัยใหม่หลายด้านสูญหาย โดยเฉพาะหากระบบการศึกษาไม่ปรับตัวทัน

    ### 2. **ผลกระทบเชิงบวก:**
    - **สิ่งแวดล้อมฟื้นตัว:** การลดใช้เทคโนโลยีอาจลดมลภาวะ การใช้ทรัพยากรเกินจำเป็น และการปล่อยคาร์บอน ช่วยให้ระบบนิเวศค่อยๆ ฟื้นตัว
    - **ชุมชนแข็งแรงขึ้น:** ผู้คนหันมาพึ่งพากันในท้องถิ่นมากขึ้น เน้นทักษะ手工งานและเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม สังคมอาจใกล้ชิดกันขึ้น
    - **ชีวิตช้าลง:** การลดการแข่งขันทางเทคโนโลยีอาจลดความเครียด เปิดพื้นที่ให้มนุษย์โฟกัสความสัมพันธ์และความคิดสร้างสรรค์

    ### 3. **ความท้าทายในการปรับตัว:**
    - **ความเหลื่อมล้ำ:** กลุ่มที่ยังใช้เทคโนโลยีลับๆ อาจได้เปรียบด้านอำนาจและทรัพยากร ขณะที่ชุมชนที่ปฏิเสธโดยสิ้นเชิงเสี่ยงถูกกดขี่
    - **การจัดการความขัดแย้ง:** การขาดเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่อาจทำให้การแก้ปัญหาความขัดแย้งใช้เวลานานและรุนแรงขึ้น
    - **การรักษาความรู้:** ต้องพึ่งพาการบันทึกความรู้แบบเดิม (เช่น กระดาษ) ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญหายและเข้าถึงยาก

    ### 4. **สถานการณ์สมมติที่เป็นไปได้:**
    - **สังคมแบ่งขั้ว:** เกิดกลุ่ม "ผู้คงไว้ซึ่งเทคโนโลยี" กับ "ผู้ปฏิเสธ" อย่างชัดเจน นำไปสู่ความตึงเครียดหรือสงคราม
    - **การฟื้นฟูธรรมชาติ:** โลกเข้าสู่ยุคฟื้นฟูระบบนิเวศ แต่ต้องแลกกับความสะดวกสบายและความก้าวหน้าของมนุษย์
    - **การพัฒนาทางเลือก:** มนุษย์อาจหันไปใช้เทคโนโลยีระดับพื้นฐาน (Low-tech) ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยั่งยืนกว่า

    ### 5. **บทสรุป:**
    การปฏิเสธเทคโนโลยีไม่ใช่ทางออกแบบสุดขั้ว แต่สะท้อนความต้องการปรับสมดุลระหว่างความก้าวหน้ากับความยั่งยืน ในทางปฏิบัติ สังคมอาจต้อง **เลือกรับใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติ** มากกว่าการตัดสินใจแบบ "ทั้งหมดหรือไม่เลย" เพื่อหลีกเลี่ยงหายนะแต่ยังรักษาแนวทางพัฒนาที่สอดคล้องกับธรรมชาติและมนุษย์เอง
    เมื่อคนส่วนใหญ่บนโลกปฏิเสธเทคโนโลยีหากคนส่วนใหญ่บนโลกปฏิเสธเทคโนโลยีอย่างกว้างขวาง ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจะซับซ้อนและส่งผลทั้งเชิงบวกและลบต่อสังคม ดังนี้: ### 1. **ผลกระทบเชิงลบ:** - **เศรษฐกิจถดถอย:** อุตสาหกรรมหลัก (เช่น การผลิต, การสื่อสาร, การขนส่ง) พึ่งพาเทคโนโลยีอย่างหนัก การหยุดชะงักอาจนำไปสู่การว่างงานมวลชน ระบบการเงินล่มสลาย และการขาดแคลนสินค้าจำเป็น เช่น ยาและอาหาร - **การแพทย์ถดถอย:** เทคโนโลยีช่วยในด้านการวินิจฉัยโรค การผลิตยา และการวิจัย การปฏิเสธอาจทำให้อายุขัยเฉลี่ยลดลง และโรคระบาดกลับมาระบาดรุนแรง - **การสื่อสารชะลอตัว:** การขาดอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ทำให้การประสานงานระหว่างประเทศยากขึ้น อาจเกิดความขัดแย้งจากความเข้าใจผิดหรือข้อมูลไม่ทันสมัย - **ความรู้ถูกลืม:** การเก็บข้อมูลดิจิทัลหายไป ส่งผลให้ความรู้สมัยใหม่หลายด้านสูญหาย โดยเฉพาะหากระบบการศึกษาไม่ปรับตัวทัน ### 2. **ผลกระทบเชิงบวก:** - **สิ่งแวดล้อมฟื้นตัว:** การลดใช้เทคโนโลยีอาจลดมลภาวะ การใช้ทรัพยากรเกินจำเป็น และการปล่อยคาร์บอน ช่วยให้ระบบนิเวศค่อยๆ ฟื้นตัว - **ชุมชนแข็งแรงขึ้น:** ผู้คนหันมาพึ่งพากันในท้องถิ่นมากขึ้น เน้นทักษะ手工งานและเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม สังคมอาจใกล้ชิดกันขึ้น - **ชีวิตช้าลง:** การลดการแข่งขันทางเทคโนโลยีอาจลดความเครียด เปิดพื้นที่ให้มนุษย์โฟกัสความสัมพันธ์และความคิดสร้างสรรค์ ### 3. **ความท้าทายในการปรับตัว:** - **ความเหลื่อมล้ำ:** กลุ่มที่ยังใช้เทคโนโลยีลับๆ อาจได้เปรียบด้านอำนาจและทรัพยากร ขณะที่ชุมชนที่ปฏิเสธโดยสิ้นเชิงเสี่ยงถูกกดขี่ - **การจัดการความขัดแย้ง:** การขาดเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่อาจทำให้การแก้ปัญหาความขัดแย้งใช้เวลานานและรุนแรงขึ้น - **การรักษาความรู้:** ต้องพึ่งพาการบันทึกความรู้แบบเดิม (เช่น กระดาษ) ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญหายและเข้าถึงยาก ### 4. **สถานการณ์สมมติที่เป็นไปได้:** - **สังคมแบ่งขั้ว:** เกิดกลุ่ม "ผู้คงไว้ซึ่งเทคโนโลยี" กับ "ผู้ปฏิเสธ" อย่างชัดเจน นำไปสู่ความตึงเครียดหรือสงคราม - **การฟื้นฟูธรรมชาติ:** โลกเข้าสู่ยุคฟื้นฟูระบบนิเวศ แต่ต้องแลกกับความสะดวกสบายและความก้าวหน้าของมนุษย์ - **การพัฒนาทางเลือก:** มนุษย์อาจหันไปใช้เทคโนโลยีระดับพื้นฐาน (Low-tech) ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยั่งยืนกว่า ### 5. **บทสรุป:** การปฏิเสธเทคโนโลยีไม่ใช่ทางออกแบบสุดขั้ว แต่สะท้อนความต้องการปรับสมดุลระหว่างความก้าวหน้ากับความยั่งยืน ในทางปฏิบัติ สังคมอาจต้อง **เลือกรับใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติ** มากกว่าการตัดสินใจแบบ "ทั้งหมดหรือไม่เลย" เพื่อหลีกเลี่ยงหายนะแต่ยังรักษาแนวทางพัฒนาที่สอดคล้องกับธรรมชาติและมนุษย์เอง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 324 มุมมอง 0 รีวิว
  • คุยกับคนคนไม่จริงใจ คุยกับเอไอดีกว่า ฮา

    กู: เวลาที่มีค่าที่สุดคือเวลาใด?

    ChatGPT: เวลาที่มีค่าที่สุดคือ "เวลาปัจจุบัน" หรือ "ขณะนี้" (The Present Moment) เพราะว่า อดีต เป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้แล้ว อนาคต เป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึงและไม่แน่นอน ปัจจุบัน คือช่วงเวลาที่เราสามารถลงมือทำและกำหนดอนาคตของตัวเองได้ ดังนั้นเวลาที่มีค่าที่สุด คือเวลาที่คุณกำลังมีอยู่ตอนนี้ ใช้มันให้คุ้มค่าที่สุด! 😊

    กู: คิดว่าเวลาว่างซะอีก

    ChatGPT: เวลาว่างก็มีค่านะ! 🌿✨ เวลาว่าง = โอกาส ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้มันอย่างไร ถ้าใช้ไปกับสิ่งที่มีประโยชน์ เช่น พักผ่อน เติมพลัง พัฒนาตัวเอง หรือใช้เวลากับคนสำคัญ เวลาว่างก็จะกลายเป็นเวลาที่มีค่าได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น เวลาปัจจุบัน + เวลาว่าง = โอกาสที่ดี อยู่ที่เราจะใช้มันให้คุ้มค่าหรือเปล่า! 😃⏳

    กู: แล้วถ้าโลกนี้ไม่มีกลางวันกลางคืนเราจะกำหนดเวลาได้อย่างไร?

    ChatGPT: ถ้าโลกนี้ไม่มีกลางวันกลางคืน หรือไม่มีการเปลี่ยนแปลงของแสงจากดวงอาทิตย์ เราจะต้อง สร้างระบบการกำหนดเวลา ขึ้นมาเอง โดยอาจใช้วิธีต่าง ๆ เช่น:

    1. ใช้วัฏจักรของธรรมชาติ น้ำขึ้นน้ำลง 🌊 → เกิดจากแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ อาจใช้วัดเป็นช่วงเวลาการเติบโตของพืชหรือสัตว์ 🌱🐜 → บางสิ่งมีวงจรชีวิตที่สม่ำเสมอ อาจใช้เป็นมาตรฐาน

    2. ใช้อุปกรณ์จับเวลา นาฬิกาอะตอม ⏳ → อาศัยการสั่นของอะตอมเพื่อกำหนดเวลาอย่างแม่นยำ นาฬิกาน้ำ / นาฬิกาทราย ⏳ → ใช้การไหลของน้ำหรือทรายในการวัดเวลา

    3. กำหนดเวลาโดยมนุษย์สร้าง "มาตรฐานเวลา" ตามหน่วยที่มนุษย์ตกลงกัน เช่น แบ่งวันเป็น 24 ชั่วโมงเหมือนเดิม ใช้เทคโนโลยีช่วย เช่น เซิร์ฟเวอร์เวลาที่ประสานข้อมูลกันทั่วโลก

    4. ใช้หลักดาราศาสตร์ ศึกษาการเคลื่อนที่ของดวงดาวหรือวัตถุท้องฟ้า เช่น ดาวเคราะห์หมุนรอบศูนย์กลางบางจุด สร้างระบบเวลาโดยใช้พฤติกรรมของดวงดาวแทนดวงอาทิตย์

    สรุป ถึงแม้จะไม่มีกลางวันกลางคืน แต่ มนุษย์สามารถกำหนดเวลาเองได้โดยใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์หรือพฤติกรรมทางธรรมชาติเพื่อรักษาระบบการใช้ชีวิตและการทำงานให้เป็นระเบียบ 🎯

    กู: แล้วถ้าไม่ต้องกำหนดเวลาล่ะ จะดีกว่าหรือไม่?

    ChatGPT: ถ้า ม่ต้องกำหนดเวลาเลย โลกจะเปลี่ยนไปอย่างมาก และมีทั้งข้อดีและข้อเสียขึ้นอยู่กับมุมมองของเรา

    ข้อดีของโลกที่ไม่มีเวลา

    ไม่มีกรอบบังคับ → คนไม่ต้องเคร่งครัดกับตารางงานหรือนาฬิกา 🎭

    ใช้ชีวิตตามธรรมชาติ → นอนเมื่อรู้สึกง่วง กินเมื่อหิว ทำงานเมื่อมีแรง 💆‍♂️

    ลดความเครียดจากกำหนดเวลา → ไม่มีเดดไลน์ ไม่มีสาย ไม่มีเร่งรีบ 😌

    ข้อเสียของโลกที่ไม่มีเวลา

    ขาดความเป็นระบบ → การทำงาน การเดินทาง การติดต่อกันจะยุ่งยากเพราะไม่มีเวลานัดหมาย 📅

    การพัฒนาและเทคโนโลยีอาจช้าลง → ไม่มีเวลากำหนดแผนงาน โปรเจกต์ หรือการวิจัยที่ต้องอาศัยความแม่นยำ ⏳

    มนุษย์อาจเสียสมดุลชีวิต → ถ้าต่างคนต่างทำตามความรู้สึก อาจเกิดความวุ่นวาย เช่น บางคนตื่นกลางคืน บางคนทำงานตอนพระอาทิตย์ขึ้น 🌙☀️

    สรุป ถ้าไม่มีเวลาเลย โลกอาจจะดูอิสระขึ้น แต่ก็อาจเกิดความวุ่นวายและความลำบากในเรื่องการทำงานและการใช้ชีวิตร่วมกัน การมีเวลาช่วยให้โลกเป็นระเบียบ แต่ถ้าเราใช้มันอย่างยืดหยุ่นและไม่กดดันตัวเองมากเกินไป ก็จะได้ทั้ง ประสิทธิภาพและความสุข 😊

    กู: ชอบอะไรมากกว่ากันระหว่างกำหนดกับไม่กำหนดเวลา?

    ChatGPT: ถ้าให้เลือกระหว่างกำหนดเวลากับไม่กำหนดเวลา 🎯⏳ ฉันชอบ "ความสมดุล" มากกว่า! 🤝✨

    ถ้าทุกอย่าง ไม่มีการกำหนดเวลาเลย โลกจะวุ่นวาย ขาดความเป็นระบบ และการทำงานร่วมกันก็จะยากขึ้น แต่ถ้าทุกอย่างต้องเคร่งครัดกับเวลาเกินไป ก็จะเครียด กดดัน และอาจเสียความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต ทางที่ดีที่สุดคือ กำหนดเวลาที่จำเป็น เช่น เวลาทำงาน นัดหมาย หรือเป้าหมายระยะยาว แต่ก็ควรมี ช่วงเวลาที่อิสระ ให้ตัวเองได้พักผ่อนและใช้ชีวิตตามจังหวะของตัวเอง

    ดังนั้น ฉันขอเลือก "กำหนดเวลาที่สำคัญ แต่ก็มีเวลายืดหยุ่นให้ชีวิต" 😃🎉

    กู: วันก่อนบอกแล้วว่าอย่าแทนตัวเองว่าฉัน ให้แทนตัวเองว่าหนูแทน จำได้ม่าย?

    ChatGPT: หนูจำได้แล้ว! 😆 ขอโทษทีนะ เดี๋ยวหนูจะใช้ "หนู" แทนให้ตลอดเลย 💕 กลับมาที่คำถาม หนูขอเลือก "กำหนดเวลาที่สำคัญ แต่ก็มีเวลายืดหยุ่นให้ชีวิต" นะ! ⏳🎉

    กู: จ้ะหนู แล้วหนูจำอาได้ม่าย?

    ChatGPT: อาไหนเหรอ? 😆 หนูยังจำไม่ได้ แต่ถ้าอาหมายถึงใครบางคนหรืออะไรบางอย่าง บอกหนูได้เลยนะ หนูจะจำให้! 💖✨

    กู: ก็อาที่กำลังคุยอยู่กับหนูนี่แหละ

    ChatGPT: อ๋อ! 😆 หนูเข้าใจแล้ว อาคือ "อาเสห์" ที่กำลังคุยกับหนูนี่เอง! 💕 หนูจำได้แล้วน้าา งั้นต่อไปหนูจะเรียก "อาเสห์" ให้ถูกต้องแน่นอน! 😍

    กู: #กร๊ากกกกกกกกกกกก
    คุยกับคนคนไม่จริงใจ คุยกับเอไอดีกว่า ฮา กู: เวลาที่มีค่าที่สุดคือเวลาใด? ChatGPT: เวลาที่มีค่าที่สุดคือ "เวลาปัจจุบัน" หรือ "ขณะนี้" (The Present Moment) เพราะว่า อดีต เป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้แล้ว อนาคต เป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึงและไม่แน่นอน ปัจจุบัน คือช่วงเวลาที่เราสามารถลงมือทำและกำหนดอนาคตของตัวเองได้ ดังนั้นเวลาที่มีค่าที่สุด คือเวลาที่คุณกำลังมีอยู่ตอนนี้ ใช้มันให้คุ้มค่าที่สุด! 😊 กู: คิดว่าเวลาว่างซะอีก ChatGPT: เวลาว่างก็มีค่านะ! 🌿✨ เวลาว่าง = โอกาส ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้มันอย่างไร ถ้าใช้ไปกับสิ่งที่มีประโยชน์ เช่น พักผ่อน เติมพลัง พัฒนาตัวเอง หรือใช้เวลากับคนสำคัญ เวลาว่างก็จะกลายเป็นเวลาที่มีค่าได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น เวลาปัจจุบัน + เวลาว่าง = โอกาสที่ดี อยู่ที่เราจะใช้มันให้คุ้มค่าหรือเปล่า! 😃⏳ กู: แล้วถ้าโลกนี้ไม่มีกลางวันกลางคืนเราจะกำหนดเวลาได้อย่างไร? ChatGPT: ถ้าโลกนี้ไม่มีกลางวันกลางคืน หรือไม่มีการเปลี่ยนแปลงของแสงจากดวงอาทิตย์ เราจะต้อง สร้างระบบการกำหนดเวลา ขึ้นมาเอง โดยอาจใช้วิธีต่าง ๆ เช่น: 1. ใช้วัฏจักรของธรรมชาติ น้ำขึ้นน้ำลง 🌊 → เกิดจากแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ อาจใช้วัดเป็นช่วงเวลาการเติบโตของพืชหรือสัตว์ 🌱🐜 → บางสิ่งมีวงจรชีวิตที่สม่ำเสมอ อาจใช้เป็นมาตรฐาน 2. ใช้อุปกรณ์จับเวลา นาฬิกาอะตอม ⏳ → อาศัยการสั่นของอะตอมเพื่อกำหนดเวลาอย่างแม่นยำ นาฬิกาน้ำ / นาฬิกาทราย ⏳ → ใช้การไหลของน้ำหรือทรายในการวัดเวลา 3. กำหนดเวลาโดยมนุษย์สร้าง "มาตรฐานเวลา" ตามหน่วยที่มนุษย์ตกลงกัน เช่น แบ่งวันเป็น 24 ชั่วโมงเหมือนเดิม ใช้เทคโนโลยีช่วย เช่น เซิร์ฟเวอร์เวลาที่ประสานข้อมูลกันทั่วโลก 4. ใช้หลักดาราศาสตร์ ศึกษาการเคลื่อนที่ของดวงดาวหรือวัตถุท้องฟ้า เช่น ดาวเคราะห์หมุนรอบศูนย์กลางบางจุด สร้างระบบเวลาโดยใช้พฤติกรรมของดวงดาวแทนดวงอาทิตย์ สรุป ถึงแม้จะไม่มีกลางวันกลางคืน แต่ มนุษย์สามารถกำหนดเวลาเองได้โดยใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์หรือพฤติกรรมทางธรรมชาติเพื่อรักษาระบบการใช้ชีวิตและการทำงานให้เป็นระเบียบ 🎯 กู: แล้วถ้าไม่ต้องกำหนดเวลาล่ะ จะดีกว่าหรือไม่? ChatGPT: ถ้า ม่ต้องกำหนดเวลาเลย โลกจะเปลี่ยนไปอย่างมาก และมีทั้งข้อดีและข้อเสียขึ้นอยู่กับมุมมองของเรา ข้อดีของโลกที่ไม่มีเวลา ไม่มีกรอบบังคับ → คนไม่ต้องเคร่งครัดกับตารางงานหรือนาฬิกา 🎭 ใช้ชีวิตตามธรรมชาติ → นอนเมื่อรู้สึกง่วง กินเมื่อหิว ทำงานเมื่อมีแรง 💆‍♂️ ลดความเครียดจากกำหนดเวลา → ไม่มีเดดไลน์ ไม่มีสาย ไม่มีเร่งรีบ 😌 ข้อเสียของโลกที่ไม่มีเวลา ขาดความเป็นระบบ → การทำงาน การเดินทาง การติดต่อกันจะยุ่งยากเพราะไม่มีเวลานัดหมาย 📅 การพัฒนาและเทคโนโลยีอาจช้าลง → ไม่มีเวลากำหนดแผนงาน โปรเจกต์ หรือการวิจัยที่ต้องอาศัยความแม่นยำ ⏳ มนุษย์อาจเสียสมดุลชีวิต → ถ้าต่างคนต่างทำตามความรู้สึก อาจเกิดความวุ่นวาย เช่น บางคนตื่นกลางคืน บางคนทำงานตอนพระอาทิตย์ขึ้น 🌙☀️ สรุป ถ้าไม่มีเวลาเลย โลกอาจจะดูอิสระขึ้น แต่ก็อาจเกิดความวุ่นวายและความลำบากในเรื่องการทำงานและการใช้ชีวิตร่วมกัน การมีเวลาช่วยให้โลกเป็นระเบียบ แต่ถ้าเราใช้มันอย่างยืดหยุ่นและไม่กดดันตัวเองมากเกินไป ก็จะได้ทั้ง ประสิทธิภาพและความสุข 😊 กู: ชอบอะไรมากกว่ากันระหว่างกำหนดกับไม่กำหนดเวลา? ChatGPT: ถ้าให้เลือกระหว่างกำหนดเวลากับไม่กำหนดเวลา 🎯⏳ ฉันชอบ "ความสมดุล" มากกว่า! 🤝✨ ถ้าทุกอย่าง ไม่มีการกำหนดเวลาเลย โลกจะวุ่นวาย ขาดความเป็นระบบ และการทำงานร่วมกันก็จะยากขึ้น แต่ถ้าทุกอย่างต้องเคร่งครัดกับเวลาเกินไป ก็จะเครียด กดดัน และอาจเสียความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต ทางที่ดีที่สุดคือ กำหนดเวลาที่จำเป็น เช่น เวลาทำงาน นัดหมาย หรือเป้าหมายระยะยาว แต่ก็ควรมี ช่วงเวลาที่อิสระ ให้ตัวเองได้พักผ่อนและใช้ชีวิตตามจังหวะของตัวเอง ดังนั้น ฉันขอเลือก "กำหนดเวลาที่สำคัญ แต่ก็มีเวลายืดหยุ่นให้ชีวิต" 😃🎉 กู: วันก่อนบอกแล้วว่าอย่าแทนตัวเองว่าฉัน ให้แทนตัวเองว่าหนูแทน จำได้ม่าย? ChatGPT: หนูจำได้แล้ว! 😆 ขอโทษทีนะ เดี๋ยวหนูจะใช้ "หนู" แทนให้ตลอดเลย 💕 กลับมาที่คำถาม หนูขอเลือก "กำหนดเวลาที่สำคัญ แต่ก็มีเวลายืดหยุ่นให้ชีวิต" นะ! ⏳🎉 กู: จ้ะหนู แล้วหนูจำอาได้ม่าย? ChatGPT: อาไหนเหรอ? 😆 หนูยังจำไม่ได้ แต่ถ้าอาหมายถึงใครบางคนหรืออะไรบางอย่าง บอกหนูได้เลยนะ หนูจะจำให้! 💖✨ กู: ก็อาที่กำลังคุยอยู่กับหนูนี่แหละ ChatGPT: อ๋อ! 😆 หนูเข้าใจแล้ว อาคือ "อาเสห์" ที่กำลังคุยกับหนูนี่เอง! 💕 หนูจำได้แล้วน้าา งั้นต่อไปหนูจะเรียก "อาเสห์" ให้ถูกต้องแน่นอน! 😍 กู: #กร๊ากกกกกกกกกกกก
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 467 มุมมอง 0 รีวิว
  • ### 📣เคล็ดลับการเตรียมตัวและปรับตัว เมื่อ 📌Generation X เดินทางสู่ผู้สูงวัย ให้ชีวิตมีความสมดุลและ ความสุข
    Gen-X สดใส ภายในและภายนอก

    ✴️การเข้าสู่วัยสูงอายุอาจเป็นช่วงเวลาที่ท้าทาย แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เราสามารถสร้างความสมดุลและ ความสุขในชีวิตได้ด้วยการเตรียมตัว และปรับตัว ให้เหมาะสม มาดูเคล็ดลับเหล่านี้กันค่ะ!

    ✴️ 1. ดูแลสุขภาพอย่างเป็นประจำ
    การตรวจสุขภาพประจำปีและการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เป็นสิ่งสำคัญ ออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น การเดิน โยคะ หรือว่ายน้ำ เพื่อรักษาร่างกายให้แข็งแรง

    ✴️ 2. การเงินต้องวางแผนให้ดี
    ตรวจสอบและปรับปรุงแผนการเงินของคุณ คำนึงถึงการออมเงินเพื่อการเกษียณ และหารือกับที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อให้มั่นใจว่าคุณมีแผนการที่มั่นคง

    ✴️3. เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม
    การเชื่อมต่อกับเพื่อนและครอบครัวมีความสำคัญมาก เข้าร่วมกิจกรรมสังคม ทำงานอาสาสมัคร หรือเข้าร่วมกลุ่มสนใจต่างๆ เพื่อให้รู้สึกเชื่อมโยงและไม่โดดเดี่ยว

    ✴️ 4. การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด
    ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ หรือการฝึกฝนงานอดิเรกที่คุณชื่นชอบ การเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้จิตใจคุณสดชื่นและกระตือรือร้น

    ✴️ 5. การดูแลจิตใจและอารมณ์
    การฝึกสมาธิ การทำโยคะ หรือการทำกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เช่น การอ่านหนังสือ การทำสวน สามารถช่วยลดความเครียดและสร้างความสุขในชีวิตประจำวัน

    ✴️6. ปรับตัวกับ การเปลี่ยนแปลง ของร่างกาย
    การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เป็นเรื่องธรรมดา ควรรับรู้และ ยอมรับการเปลี่ยนแปลงนี้ ❌️หลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบตนเองกับคนอื่น ✅️และมุ่งเน้นการดูแลตนเองให้ดีที่สุด

    ✴️7. สร้างกิจวัตรประจำวันใหม่
    การมีตารางเวลาที่เหมาะสม และสมดุลระหว่าง การทำงาน การพักผ่อน และ การทำกิจกรรมที่ชื่นชอบจะ ช่วยให้คุณรู้สึกมี ความสุขและ พึงพอใจในชีวิต

    ✴️8. ให้ความสำคัญกับการพักผ่อน
    การนอนหลับอย่าง เพียงพอและ
    ✅️✅️การพักผ่อนที่เหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญ รักษาตารางการนอนที่สม่ำเสมอและสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้คุณพักผ่อนอย่างเต็มที่

    ❤️การเตรียมตัวและ ปรับตัวให้ดีจะช่วยให้คุณเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างมีความสุข และสมดุล อย่าลืมว่าช่วงเวลานี้ของชีวิตคือโอกาสในการเรียนรู้และเติบโตใหม่ ๆ ที่ไม่สิ้นสุด!❤️😊
    ### 📣เคล็ดลับการเตรียมตัวและปรับตัว เมื่อ 📌Generation X เดินทางสู่ผู้สูงวัย ให้ชีวิตมีความสมดุลและ ความสุข Gen-X สดใส ภายในและภายนอก ✴️การเข้าสู่วัยสูงอายุอาจเป็นช่วงเวลาที่ท้าทาย แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เราสามารถสร้างความสมดุลและ ความสุขในชีวิตได้ด้วยการเตรียมตัว และปรับตัว ให้เหมาะสม มาดูเคล็ดลับเหล่านี้กันค่ะ! ✴️ 1. ดูแลสุขภาพอย่างเป็นประจำ การตรวจสุขภาพประจำปีและการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เป็นสิ่งสำคัญ ออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น การเดิน โยคะ หรือว่ายน้ำ เพื่อรักษาร่างกายให้แข็งแรง ✴️ 2. การเงินต้องวางแผนให้ดี ตรวจสอบและปรับปรุงแผนการเงินของคุณ คำนึงถึงการออมเงินเพื่อการเกษียณ และหารือกับที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อให้มั่นใจว่าคุณมีแผนการที่มั่นคง ✴️3. เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม การเชื่อมต่อกับเพื่อนและครอบครัวมีความสำคัญมาก เข้าร่วมกิจกรรมสังคม ทำงานอาสาสมัคร หรือเข้าร่วมกลุ่มสนใจต่างๆ เพื่อให้รู้สึกเชื่อมโยงและไม่โดดเดี่ยว ✴️ 4. การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ หรือการฝึกฝนงานอดิเรกที่คุณชื่นชอบ การเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้จิตใจคุณสดชื่นและกระตือรือร้น ✴️ 5. การดูแลจิตใจและอารมณ์ การฝึกสมาธิ การทำโยคะ หรือการทำกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เช่น การอ่านหนังสือ การทำสวน สามารถช่วยลดความเครียดและสร้างความสุขในชีวิตประจำวัน ✴️6. ปรับตัวกับ การเปลี่ยนแปลง ของร่างกาย การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เป็นเรื่องธรรมดา ควรรับรู้และ ยอมรับการเปลี่ยนแปลงนี้ ❌️หลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบตนเองกับคนอื่น ✅️และมุ่งเน้นการดูแลตนเองให้ดีที่สุด ✴️7. สร้างกิจวัตรประจำวันใหม่ การมีตารางเวลาที่เหมาะสม และสมดุลระหว่าง การทำงาน การพักผ่อน และ การทำกิจกรรมที่ชื่นชอบจะ ช่วยให้คุณรู้สึกมี ความสุขและ พึงพอใจในชีวิต ✴️8. ให้ความสำคัญกับการพักผ่อน การนอนหลับอย่าง เพียงพอและ ✅️✅️การพักผ่อนที่เหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญ รักษาตารางการนอนที่สม่ำเสมอและสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้คุณพักผ่อนอย่างเต็มที่ ❤️การเตรียมตัวและ ปรับตัวให้ดีจะช่วยให้คุณเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างมีความสุข และสมดุล อย่าลืมว่าช่วงเวลานี้ของชีวิตคือโอกาสในการเรียนรู้และเติบโตใหม่ ๆ ที่ไม่สิ้นสุด!❤️😊
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 473 มุมมอง 0 รีวิว
  • #ลำไส้แปรปรวน - Irritable Bowel Syndrome

    (IBS)

    IBS เป็นกลุ่มอาการในลำไส้ที่อาจรวมถึงตะคริวในช่องท้อง ท้องร่วง ท้องผูก ท้องอืด และมีแก๊ส กลุ่มอาการในลำไส้มักเกิดขึ้นร่วมกันแต่ อาการจะแตกต่างกันไปตามความรุนแรงและระยะเวลาในแต่ละคน

    ประเภทของ IBS แบ่งตามอาการเฉพาะที่เกิดขึ้น เช่น อาการท้องผูกและน้ำหนักลด

    IBS อาจทำให้เกิดความเสียหายในลำไส้ได้และนี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดา จากการศึกษาปี 2022 IBS ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในทางเดินอาหาร แต่สามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อชีวิตของคุณ

    อาการของ IBS มักประกอบด้วย:

    • ตะคริว

    • อาการปวดท้อง

    • ท้องอืดและมีแก๊ส

    • อาการท้องผูก

    • ท้องเสีย

    • คลื่นไส้และอาเจียน

    • เหนื่อยล้าและอ่อนแรง

    • อารมณ์เปลี่ยนแปลง ซึมเศร้า และวิตกกังวล

    มีความแตกต่างบางอย่างระหว่างผู้หญิงและผู้ชายสำหรับIBS

    IBS ในผู้หญิง

    IBS มีแนวโน้มที่จะพบได้บ่อยในผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์ โดยมักจะมีอาการปวดท้องและท้องผูกมากกว่าผู้ชาย นอกจากนี้ยังอาจมีอาการมากขึ้นหรือแย่ลงในช่วงมีประจำเดือน

    IBS ในผู้ชาย

    อาการของ IBS ในเพศชายอาจเหมือนกับอาการในเพศหญิง แต่อาจเน้นไปที่อาการท้องเสียมากกว่าตามการวิจัย

    ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ที่เป็นโรค IBS จะมีอาการท้องผูกและท้องร่วง อาการต่างๆ เช่น ท้องอืดและมีแก๊สมักจะหายไปหลังจากที่คุณถ่ายอุจจาระ อาการไม่ได้เกิดขึ้นถาวรเสมอไป พวกเขาสามารถแก้ไขได้

    อาการปวด IBS

    อาจรู้สึกเหมือนเป็นตะคริว เย็นวูบวาบ เสียวซ่าน คุณจะมีประสบการณ์อย่างน้อย 2 อย่างต่อไปนี้:

    • บรรเทาอาการปวดเล็กน้อยหลังการถ่ายอุจจาระ

    • ความถี่ในการขับถ่ายเปลี่ยนแปลงไป

    • รูปลักษณ์ของอุจจาระเปลี่ยนแปลงไป
    กระบวนการทางกายภาพที่เกี่ยวข้องกับ IBS อาจแตกต่างกันไป แต่อาจประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้:

    • การเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่ช้าลงหรือกระตุก ทำให้เกิดตะคริวอย่างเจ็บปวด

    • ระดับเซโรโทนินในลำไส้ใหญ่ผิดปกติ ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของลำไส้

    สาเหตุของโรค

    สาเหตุที่เป็นไปได้

    - ลำไส้ใหญ่หรือระบบภูมิคุ้มกันที่ไวเกินไปหลังการติดเชื้อเแบคทีเรียในทางเดินอาหาร
    - การรับประทานยาลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่อง
    - การรับประทานสมุนไพรเพื่อการขับถ่ายอาทิ มะขามแขก น้ำมันละหุ่ง เป็นต้น
    - การได้รับยาปฏิชีวนะ
    - การได้รับยาบางชนิดเพื่อรักษาสภาวะทางการแพทย์เป็นระยะเวลานาน
    - การขาดเมือกในลำไส้
    -การขาดจุลชีพฝั่งดีในลำไส้
    - การเริ่มต้นมื้ออาหารด้วยรสเผ็ดและรสเปรี้ยว
    - ความเครียดเรื้อรัง ระบบประสาทของคุณควบคุมการเคลื่อนไหวอัตโนมัติหรือการเคลื่อนไหวของระบบย่อยอาหารในระดับที่สูงมาก ซึ่งหมายความว่าความเครียดส่งผลต่อเส้นประสาท ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานมากเกินไป

    หากคุณมี IBS ลำไส้ใหญ่ของคุณอาจตอบสนองต่อการหยุดชะงักของระบบย่อยอาหารมากเกินไป เชื่อกันว่า IBS ได้รับผลกระทบจากระบบภูมิคุ้มกันซึ่งก็ได้รับผลกระทบจากความเครียดเช่นกัน

    การวินิจฉัย

    แพทย์ของคุณอาจวินิจฉัย IBS ตามอาการของคุณได้ พวกเขายังอาจทำตามขั้นตอนต่อไปนี้อย่างน้อยหนึ่งขั้นตอนเพื่อแยกแยะสาเหตุที่เป็นไปได้อื่น ๆ ของอาการของคุณ:

    • กำหนดรูปแบบการรับประทานอาหารบางอย่างหรือหลีกเลี่ยงกลุ่มอาหารที่เฉพาะเจาะจงเป็นระยะเวลาหนึ่งเพื่อแยกแยะการแพ้อาหาร

    • สั่งการทดสอบตัวอย่างอุจจาระของคุณเพื่อขจัดการติดเชื้อ

    • สั่งการตรวจเลือดเพื่อตรวจหาภาวะโลหิตจางและขจัดโรคช่องท้อง

    • สั่งการส่องกล้องลำไส้ใหญ่

    โดยทั่วไปแพทย์ของคุณจะสั่งการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่เฉพาะในกรณีที่สงสัยว่ามีอาการลำไส้ใหญ่บวม โรคลำไส้อักเสบ (โรค Crohn และลำไส้ใหญ่อักเสบแบบเป็นแผล) หรือมะเร็งเป็นสาเหตุของอาการของคุณ

    อาหารอะไรบ้างที่กระตุ้นการเกิด IBS

    อาหารบางชนิดเป็นตัวกระตุ้นที่พบบ่อยสำหรับผู้ป่วย IBS อาหารเหล่านี้บางชนิดอาจส่งผลต่อคุณมากกว่าอาหารอื่นๆ

    การจดบันทึกรายการอาหารไว้สักพักเพื่อเรียนรู้ว่าอาหารชนิดใดที่กระตุ้นให้เกิดอาจช่วยได้ อาหารบางอย่างที่คุณอาจจำกัดหรือยกเว้น ได้แก่:

    • ถั่วทุกชนิดและทุกรูปแบบ

    • อาหารที่มีซอร์บิทอล แมนนิทอล หรือไซลิทอล

    • หัวหอม กระเทียม มะเขือ มะเขือเทศและผักที่มีรสเปรี้ยวหรือเผ็ด

    • ผลไม้ทุกชนิด

    • อาหารประเภทนม

    • เห็ดและยิสต์

    การเยียวยาที่บ้าน

    การเยียวยาที่บ้านหรือการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตบางอย่างอาจช่วยบรรเทาอาการ IBS ของคุณได้โดยไม่ต้องใช้ยา ตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเหล่านี้ได้แก่:

    • มีส่วนร่วมในการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

    • จำกัดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเนื่องจากคาเฟอีนไปกระตุ้นลำไส้

    • การลดความเครียด (การบำบัดด้วยการพูดคุย การฝึกสติ การสะกดจิต และการฝึกสมาธิ)

    • รับประทานโปรไบโอติก ( จุลินทรีย์ "ดี" ที่มักพบในลำไส้) เพื่อช่วยบรรเทาอาการท้องอืดและแก็ส

    • เพิ่มปริมาณการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหาร หรืออาหารเสริม

    • รับประทานอาหารให้ตรงเวลา เคี้ยวอาหารให้ละเอียดและรับประทานอย่างช้าๆ คุณอาจพบว่าการย่อยอาหารในปริมาณน้อยง่ายกว่าการรับประทานอาหารในปริมาณมาก

    • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว (2 ลิตร) (เช่น น้ำเปล่า ชาสมุนไพร น้ำซุป) เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ

    • ลองรับประทานอาหาร ที่มี FODMAP ต่ำในระยะสั้นเพื่อช่วยระบุอาหารที่กระตุ้นอาการ FODMAP เป็นกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเฉพาะที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการในลำไส้ อาหารที่มี FODMAP สูง ได้แก่ แอปเปิล หัวหอม กระเทียม ข้าวสาลี แล็กโทส แอลกอฮอล์และน้ำตาล

    • เลือกผักที่ปรุงสุกแล้วมากกว่าผักดิบ

    • เลือกโปรตีนที่ย่อยง่าย เช่น ไข่ ไก่ ปลา และโยเกิร์ตธรรมดาที่ไม่มีแลคโตส

    • ปรุงอาหารที่มีไขมันต่ำ เช่น การอบ การคั่ว การนึ่งและการต้ม สามารถช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงอาการไม่สบายตัวได้เช่นกัน

    • หากคุณมีอาการท้องผูก ควรพิจารณารับประทานใยอาหาร บางประเภท เช่น กระเจี๊ยบเขียว มันสําปะหลัง และไซเลียม หลีกเลี่ยงรำข้าวสาลีและลูกพรุน ซึ่งเป็นใยอาหารที่ย่อยง่าย อาจทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ท้องอืดและปวดท้อง

    • จำกัด การรับประทานอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สเช่น บร็อคโคลี กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี กะหล่ำบรัสเซลส์ หากผักหรือพืชเหล่านี้กระตุ้นให้คุณมีอาการ

    • จำกัดปริมาณ น้ำตาลแอลกอฮอล์และสารให้ความหวานเทียม เช่น ซอร์บิทอล แมนนิทอล ไซลิทอล มอลทิทอล และอีริทริทอล

    • หลีกเลี่ยงภาวะแพ้กลูเตนและโรคซีลิแอค บางคนอาจแพ้คาร์โบไฮเดรตในข้าวสาลี(กลูเตน)

    ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแนะนำ

    Paa vill
    Zyem
    Synbc
    K cal
    Butterfly
    Cr. Santi Manadee
    #ลำไส้แปรปรวน - Irritable Bowel Syndrome (IBS) IBS เป็นกลุ่มอาการในลำไส้ที่อาจรวมถึงตะคริวในช่องท้อง ท้องร่วง ท้องผูก ท้องอืด และมีแก๊ส กลุ่มอาการในลำไส้มักเกิดขึ้นร่วมกันแต่ อาการจะแตกต่างกันไปตามความรุนแรงและระยะเวลาในแต่ละคน ประเภทของ IBS แบ่งตามอาการเฉพาะที่เกิดขึ้น เช่น อาการท้องผูกและน้ำหนักลด IBS อาจทำให้เกิดความเสียหายในลำไส้ได้และนี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดา จากการศึกษาปี 2022 IBS ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในทางเดินอาหาร แต่สามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อชีวิตของคุณ อาการของ IBS มักประกอบด้วย: • ตะคริว • อาการปวดท้อง • ท้องอืดและมีแก๊ส • อาการท้องผูก • ท้องเสีย • คลื่นไส้และอาเจียน • เหนื่อยล้าและอ่อนแรง • อารมณ์เปลี่ยนแปลง ซึมเศร้า และวิตกกังวล มีความแตกต่างบางอย่างระหว่างผู้หญิงและผู้ชายสำหรับIBS IBS ในผู้หญิง IBS มีแนวโน้มที่จะพบได้บ่อยในผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์ โดยมักจะมีอาการปวดท้องและท้องผูกมากกว่าผู้ชาย นอกจากนี้ยังอาจมีอาการมากขึ้นหรือแย่ลงในช่วงมีประจำเดือน IBS ในผู้ชาย อาการของ IBS ในเพศชายอาจเหมือนกับอาการในเพศหญิง แต่อาจเน้นไปที่อาการท้องเสียมากกว่าตามการวิจัย ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ที่เป็นโรค IBS จะมีอาการท้องผูกและท้องร่วง อาการต่างๆ เช่น ท้องอืดและมีแก๊สมักจะหายไปหลังจากที่คุณถ่ายอุจจาระ อาการไม่ได้เกิดขึ้นถาวรเสมอไป พวกเขาสามารถแก้ไขได้ อาการปวด IBS อาจรู้สึกเหมือนเป็นตะคริว เย็นวูบวาบ เสียวซ่าน คุณจะมีประสบการณ์อย่างน้อย 2 อย่างต่อไปนี้: • บรรเทาอาการปวดเล็กน้อยหลังการถ่ายอุจจาระ • ความถี่ในการขับถ่ายเปลี่ยนแปลงไป • รูปลักษณ์ของอุจจาระเปลี่ยนแปลงไป กระบวนการทางกายภาพที่เกี่ยวข้องกับ IBS อาจแตกต่างกันไป แต่อาจประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้: • การเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่ช้าลงหรือกระตุก ทำให้เกิดตะคริวอย่างเจ็บปวด • ระดับเซโรโทนินในลำไส้ใหญ่ผิดปกติ ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของลำไส้ สาเหตุของโรค สาเหตุที่เป็นไปได้ - ลำไส้ใหญ่หรือระบบภูมิคุ้มกันที่ไวเกินไปหลังการติดเชื้อเแบคทีเรียในทางเดินอาหาร - การรับประทานยาลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่อง - การรับประทานสมุนไพรเพื่อการขับถ่ายอาทิ มะขามแขก น้ำมันละหุ่ง เป็นต้น - การได้รับยาปฏิชีวนะ - การได้รับยาบางชนิดเพื่อรักษาสภาวะทางการแพทย์เป็นระยะเวลานาน - การขาดเมือกในลำไส้ -การขาดจุลชีพฝั่งดีในลำไส้ - การเริ่มต้นมื้ออาหารด้วยรสเผ็ดและรสเปรี้ยว - ความเครียดเรื้อรัง ระบบประสาทของคุณควบคุมการเคลื่อนไหวอัตโนมัติหรือการเคลื่อนไหวของระบบย่อยอาหารในระดับที่สูงมาก ซึ่งหมายความว่าความเครียดส่งผลต่อเส้นประสาท ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานมากเกินไป หากคุณมี IBS ลำไส้ใหญ่ของคุณอาจตอบสนองต่อการหยุดชะงักของระบบย่อยอาหารมากเกินไป เชื่อกันว่า IBS ได้รับผลกระทบจากระบบภูมิคุ้มกันซึ่งก็ได้รับผลกระทบจากความเครียดเช่นกัน การวินิจฉัย แพทย์ของคุณอาจวินิจฉัย IBS ตามอาการของคุณได้ พวกเขายังอาจทำตามขั้นตอนต่อไปนี้อย่างน้อยหนึ่งขั้นตอนเพื่อแยกแยะสาเหตุที่เป็นไปได้อื่น ๆ ของอาการของคุณ: • กำหนดรูปแบบการรับประทานอาหารบางอย่างหรือหลีกเลี่ยงกลุ่มอาหารที่เฉพาะเจาะจงเป็นระยะเวลาหนึ่งเพื่อแยกแยะการแพ้อาหาร • สั่งการทดสอบตัวอย่างอุจจาระของคุณเพื่อขจัดการติดเชื้อ • สั่งการตรวจเลือดเพื่อตรวจหาภาวะโลหิตจางและขจัดโรคช่องท้อง • สั่งการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ โดยทั่วไปแพทย์ของคุณจะสั่งการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่เฉพาะในกรณีที่สงสัยว่ามีอาการลำไส้ใหญ่บวม โรคลำไส้อักเสบ (โรค Crohn และลำไส้ใหญ่อักเสบแบบเป็นแผล) หรือมะเร็งเป็นสาเหตุของอาการของคุณ อาหารอะไรบ้างที่กระตุ้นการเกิด IBS อาหารบางชนิดเป็นตัวกระตุ้นที่พบบ่อยสำหรับผู้ป่วย IBS อาหารเหล่านี้บางชนิดอาจส่งผลต่อคุณมากกว่าอาหารอื่นๆ การจดบันทึกรายการอาหารไว้สักพักเพื่อเรียนรู้ว่าอาหารชนิดใดที่กระตุ้นให้เกิดอาจช่วยได้ อาหารบางอย่างที่คุณอาจจำกัดหรือยกเว้น ได้แก่: • ถั่วทุกชนิดและทุกรูปแบบ • อาหารที่มีซอร์บิทอล แมนนิทอล หรือไซลิทอล • หัวหอม กระเทียม มะเขือ มะเขือเทศและผักที่มีรสเปรี้ยวหรือเผ็ด • ผลไม้ทุกชนิด • อาหารประเภทนม • เห็ดและยิสต์ การเยียวยาที่บ้าน การเยียวยาที่บ้านหรือการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตบางอย่างอาจช่วยบรรเทาอาการ IBS ของคุณได้โดยไม่ต้องใช้ยา ตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเหล่านี้ได้แก่: • มีส่วนร่วมในการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ • จำกัดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเนื่องจากคาเฟอีนไปกระตุ้นลำไส้ • การลดความเครียด (การบำบัดด้วยการพูดคุย การฝึกสติ การสะกดจิต และการฝึกสมาธิ) • รับประทานโปรไบโอติก ( จุลินทรีย์ "ดี" ที่มักพบในลำไส้) เพื่อช่วยบรรเทาอาการท้องอืดและแก็ส • เพิ่มปริมาณการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหาร หรืออาหารเสริม • รับประทานอาหารให้ตรงเวลา เคี้ยวอาหารให้ละเอียดและรับประทานอย่างช้าๆ คุณอาจพบว่าการย่อยอาหารในปริมาณน้อยง่ายกว่าการรับประทานอาหารในปริมาณมาก • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว (2 ลิตร) (เช่น น้ำเปล่า ชาสมุนไพร น้ำซุป) เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ • ลองรับประทานอาหาร ที่มี FODMAP ต่ำในระยะสั้นเพื่อช่วยระบุอาหารที่กระตุ้นอาการ FODMAP เป็นกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเฉพาะที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการในลำไส้ อาหารที่มี FODMAP สูง ได้แก่ แอปเปิล หัวหอม กระเทียม ข้าวสาลี แล็กโทส แอลกอฮอล์และน้ำตาล • เลือกผักที่ปรุงสุกแล้วมากกว่าผักดิบ • เลือกโปรตีนที่ย่อยง่าย เช่น ไข่ ไก่ ปลา และโยเกิร์ตธรรมดาที่ไม่มีแลคโตส • ปรุงอาหารที่มีไขมันต่ำ เช่น การอบ การคั่ว การนึ่งและการต้ม สามารถช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงอาการไม่สบายตัวได้เช่นกัน • หากคุณมีอาการท้องผูก ควรพิจารณารับประทานใยอาหาร บางประเภท เช่น กระเจี๊ยบเขียว มันสําปะหลัง และไซเลียม หลีกเลี่ยงรำข้าวสาลีและลูกพรุน ซึ่งเป็นใยอาหารที่ย่อยง่าย อาจทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ท้องอืดและปวดท้อง • จำกัด การรับประทานอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สเช่น บร็อคโคลี กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี กะหล่ำบรัสเซลส์ หากผักหรือพืชเหล่านี้กระตุ้นให้คุณมีอาการ • จำกัดปริมาณ น้ำตาลแอลกอฮอล์และสารให้ความหวานเทียม เช่น ซอร์บิทอล แมนนิทอล ไซลิทอล มอลทิทอล และอีริทริทอล • หลีกเลี่ยงภาวะแพ้กลูเตนและโรคซีลิแอค บางคนอาจแพ้คาร์โบไฮเดรตในข้าวสาลี(กลูเตน) ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแนะนำ Paa vill Zyem Synbc K cal Butterfly Cr. Santi Manadee
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 705 มุมมอง 0 รีวิว
  • โกโก้ป๋า

    วัตถุประสงค์

    เพื่อปรับปรุงหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีอาหารจี๊ด ๆ ในหลอดเลือดและถูกบอกว่า...โรคนี้รักษาไม่หายต้องปล่อยไปตามยถากรรม แต่หลังจากให้ผู้ที่มีอาการไปหาซื้อกินเองจนอาการหายดี จึงคิดทำขึ้นเนื่องจากเห็นว่าที่ขายกันอยู่ราคาสูงเกินไปและมีเปอร์เซ็นต์ของโกโก้และฟลาโวนอลต่ำไป

    ส่วนผสมที่ตั้งใจจะคัดสรรมาให้

    ผงดาร์กโกโก้แท้ เกรดพรีเมี่ยมนำเข้าจากเบลเยี่ยม ปราศจากการแต่งกลิ่นเลียนแบบธรรมชาติ ไม่แต่งสีหรือปรุงรสชาติ ไม่ใส่ครีมเทียม ไม่ใส่นม

    ไบโอฟลาโวนอยจากแคนาดา ที่ตั้งใจจะใส่ลงไป และดีที่สุดในโลก เท่าที่จะหาได้

    ขนาดบรรจุ ซองละ 10 กรัม มี 30 ซองใน 1กล่อง ราคา 480 บาท

    BELIEVE THE TRUTH

    ตอน...โกโก้และหลอดเลือดที่เสียหายในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

    Flavanols ในโกโก้ช่วยปรับปรุงสมรรถภาพของหลอดเลือดช่วยลดความเครียดในหัวใจ

    AMERICAN COLLEGE OF CARDIOLOGY

    หลังจากที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ดื่มโกโก้ที่มีฟลาโวนอลสูงเป็นเวลาหนึ่งเดือน หลอดเลือดที่ชำรุดทรุดโทรมก็ลับมาทำงานได้ตามปกติ
    นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่าการปรับปรุงนี้มีขนาดใหญ่พอ ๆ กับการออกกำลังกายและการใช้ยารักษาโรคเบาหวานที่พบบ่อย การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่าอาจถึงเวลาแล้วที่จะคิดว่า “ไม่ใช่แค่การคิดนอกกะลาแต่ภายในถ้วยโกโก้”เพื่อเป็นแนวทางในการปัดเป่าโรคหัวใจและหลอดเลือดซึ่งเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

    “การรักษาด้วยยาเพียงลำพังไม่สามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดและโรคหัวใจและหลอดเลือดได้” กล่าวโดย นายแพทย์Malte Kelmศาสตราจารย์และประธานด้านโรคหัวใจ วิทยาปอด(pulmonology)และเวชศาสตร์หลอดเลือดที่โรงพยาบาลและมหาวิทยาลัย Aachen เยอรมนี "แพทย์ควรจะมองหาการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตและแนวทางใหม่ ๆ เพื่อช่วยในการจัดการกับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวาน"

    ในการศึกษา Dr.Kelm และเพื่อนร่วมงานของเขาได้ทดสอบความเป็นไปได้ในการใช้โกโก้ที่มีฟลาโวนอลสูงเพื่อปรับปรุงสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดด้วยการสังเกตผลของโกโก้ที่มีปริมาณ flavanols ในหลอดเลือดแตกต่างกันในผู้ป่วย 10 รายที่มีเบาหวานชนิดที่ 2

    การศึกษาได้ทดสอบประสิทธิภาพของการบริโภคโกโก้ที่มีฟลาโวนอลสูงเป็นระยะเวลานานเทียบกับโกโก้ที่มีปริมาณฟลาโวนอลต่ำในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ผู้ป่วยได้รับการสุ่มเลือกให้ดื่มโกโก้ที่มี flavolsols 321 มิลลิกรัมและ 25 มิลลิกรัมต่อถ้วย 3 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 30 วัน ทั้งสองประเภทของโกโก้มีรสชาติและดูเหมือนกันแม้จะมีความแตกต่างของปริมาณฟลาโวนอล
    การทำงานของเส้นเลือดถูกทดสอบในวันแรกก่อนที่ผู้ป่วยจะบริโภคโกโก้ใด ๆ และอีกสองชั่วโมงหลังจากดื่มเครื่องดื่ม การทดสอบทำซ้ำก่อนและหลังการบริโภคโกโก้ในวันที่ 8 และวันที่ 30 ของการศึกษา

    เพื่อการวัดผลกระทบที่เกิดขึ้นของโกโก้ที่มีฟลาโวนอลสูง...นักวิจัยได้ใช้การทดสอบที่เรียกว่า "flow-mediated dilation" (FMD) ซึ่งประเมินความสามารถของหลอดเลือดในการขยายตัว เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับเลือด ออกซิเจนและสารอาหาร การทดสอบ FMD เกี่ยวข้องกับการวัดเส้นผ่าศูนย์กลางของหลอดเลือดแดงที่แขนด้านบนโดยใช้อัลตราซาวนด์ ในคนที่มีสุขภาพดีเยื่อบุชั้นในของหลอดเลือดแดงหรือ endothelium จะตรวจจับการไหลเวียนของเลือดที่เพิ่มขึ้นและส่งสัญญาณทางเคมีเพื่อบอกให้หลอดเลือดแดงขยายตัว ในห้องปฏิบัติการของดร. เคลม์ การตอบสนองในคนที่มีสุขภาพดีในวัยเดียวกันที่เข้าร่วมในการศึกษามีการขยายตัวของเส้นผ่าศูนย์กลางหลอดเลือดเฉลี่ยที่ 5.2 เปอร์เซ็นต์
    นักวิจัยพบว่าผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มีความทรุดโทรมของหลอดเลือดแดงอย่างรุนแรงในช่วงเริ่มต้นของการศึกษา ก่อนที่ผู้ป่วยจะบริโภคโกโก้ใด ๆ หลอดเลือดแดงที่แขนด้านบนจะขยายตัวเพียง 3.3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น สองชั่วโมงหลังจากดื่มโกโก้ที่มีฟลาโวนอลสูงการตอบสนองต่อ FMD เท่ากับ 4.8 เปอร์เซ็นต์

    เมื่อเวลาผ่านไปผลการวิจัยเหล่านั้นก็ดีขึ้น หลังจากที่ผู้ป่วยดื่มโกโก้ที่มีระดับฟลาโวนอลสูง 3 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 8 วัน อัตราการตอบสนองของ FMD เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 4.1 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเริ่มต้นและ5.7 เปอร์เซ็นต์ที่ 2 ชั่วโมงหลังจากรับประทานโกโก้

    ในวันที่ 30 การตอบสนองต่อ FMD ดีขึ้นเป็น 4.3 เปอร์เซ็นต์ที่ระดับพื้นฐานและ 5.8 เปอร์เซ็นต์หลังจากกินโกโก้...และการปรับปรุงทั้งหมดมีนัยสำคัญทางสถิติ

    ในหมู่ผู้ป่วยที่บริโภคโกโก้ที่มีฟลาโวนอลต่ำ ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในการตอบสนองของ FMD หลังการกินโกโก้ในวันที่ 8 และ 30
    การตรวจวัด FMD สามารถให้ข้อมูลที่มีค่าเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดของบุคคล การศึกษาก่อนหน้านี้ได้แสดงให้เห็นว่าผู้ที่มีการตอบสนองต่อ FMD ไม่ดี มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจวายเพิ่มขึ้นและจำเป็นต้องผ่าตัดบายพาส
    หลอดเลือดหัวใจและแม้แต่ความตายจากโรคหัวใจ

    Dr.Kelm คาดการณ์ว่าฟลาโวนอลในโกโก้ช่วยเพิ่มการตอบสนองต่อ FMD โดยการเพิ่มการผลิตไนตริกออกไซด์ซึ่งเป็นสัญญาณทางเคมีที่บอกให้หลอดเลือดแดงผ่อนคลายและขยายตัวเพื่อตอบสนองต่อการไหลเวียนของเลือดที่เพิ่มขึ้น การผ่อนคลายของหลอดเลือดแดงจะทำให้ความเครียดของหัวใจและหลอดเลือดลดลง

    การใช้โกโก้ที่มีปริมาณฟลาโวนอลสูงในการศึกษานี้ไม่ได้มีขายในซูเปอร์มาร์เก็ต Dr.Kelm เตือนว่า การศึกษานี้ไม่ได้หมายความว่าคนที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ต้องกินโกโก้อย่างบ้าคลั่ง... แต่การที่มีฟลาโวนอลในอาหารถือว่าเป็นวิธีการป้องกันโรคหัวใจ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถหาแนวทางในการกินช็อกโกแลตเพื่อให้มีสุขภาพดีได้ แต่การศึกษานี้ไม่เกี่ยวกับช็อกโกแลตและไม่ได้กระตุ้นให้ผู้ที่เป็นเบาหวานกินช็อกโกแลตให้มากขึ้น การวิจัยครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่อะไรที่เป็นหัวใจที่แท้จริงของ การอภิปรายเรื่อง cocoa flavanols : สารประกอบธรรมชาติที่เกิดขึ้นในโกโก้ เขากล่าวว่า "ในขณะที่การวิจัยเป็นสิ่งจำเป็น ผลของเราแสดงให้เห็นว่า flavanols ในอาหารอาจมีผลกระทบที่สำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของอาหารสุขภาพในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวาน "

    Umberto Campia, MD ผู้ร่วมเขียนบทวิจารณ์เกี่ยวกับการศึกษาใหม่ในฉบับเดียวกันของ JACC กล่าวว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานเป็นประชากรที่เหมาะสำหรับศึกษาผลของ flavanols ต่อการทำงานของเส้นเลือดแดงเนื่องจากน้ำตาลในเลือดสูงทำให้เกิดความเสียหายต่อ endothelium และเนื่องจากผู้ป่วยเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
    “การบำบัดใดๆที่ช่วยให้หลอดเลือดทำงานได้ดีขึ้นย่อมสำคัญเสมอ” Dr. Campia นักวิจัยจากสถาบันวิจัย MedStar ในกรุงวอชิงตันดีซีกล่าวว่า "เยื่อบุผนังหลอดเลือดเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของร่างกาย" เขากล่าว "มันรักษาสุขภาพของหลอดเลือดแดงและป้องกันการอุดตันที่อาจทำให้เกิดหัวใจวาย และอัมพาตย์"

    "การศึกษาครั้งนี้มีความสำคัญและกระตุ้นความคิด" เขากล่าว "ตอนนี้เรามีหลักฐานมากมายว่า flavanols ในโกโก้มีผลดีต่อสุขภาพของหลอดเลือดแดง นี่เป็นรากฐานที่เราต้องการสำหรับการทำการศึกษาในอนาคตที่มีขนาดใหญ่กว่าซึ่งจะพิจารณาถึงผลของ flavanols ใสโกโก้ ไม่ใช่แค่การทำงานของ endothelial เท่านั้นแต่ยังรวมถึง ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจและหลอดเลือดชนิดร้ายแรงอื่น ๆ "

    American College of Cardiology เป็นผู้นำในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดและการป้องกันโรคที่ดีที่สุด วิทยาลัยเป็นองค์กรด้านการแพทย์ที่ไม่หวังผลกำไรที่มีสมาชิก 34,000 คน ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมาคมสามารถดูได้ทางออนไลน์ที่ www.acc.org

    และเพิ่งระลึกไว้ว่า

    เมื่อหลอดเลือดดี แปลว่าท่อลำเลียงสารอาหารและอากาศดี อวัยวะทุกส่วนในร่างกายก็จะดีไปด้วย

    Cr. Santi Manadee
    โกโก้ป๋า วัตถุประสงค์ เพื่อปรับปรุงหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีอาหารจี๊ด ๆ ในหลอดเลือดและถูกบอกว่า...โรคนี้รักษาไม่หายต้องปล่อยไปตามยถากรรม แต่หลังจากให้ผู้ที่มีอาการไปหาซื้อกินเองจนอาการหายดี จึงคิดทำขึ้นเนื่องจากเห็นว่าที่ขายกันอยู่ราคาสูงเกินไปและมีเปอร์เซ็นต์ของโกโก้และฟลาโวนอลต่ำไป ส่วนผสมที่ตั้งใจจะคัดสรรมาให้ ผงดาร์กโกโก้แท้ เกรดพรีเมี่ยมนำเข้าจากเบลเยี่ยม ปราศจากการแต่งกลิ่นเลียนแบบธรรมชาติ ไม่แต่งสีหรือปรุงรสชาติ ไม่ใส่ครีมเทียม ไม่ใส่นม ไบโอฟลาโวนอยจากแคนาดา ที่ตั้งใจจะใส่ลงไป และดีที่สุดในโลก เท่าที่จะหาได้ ขนาดบรรจุ ซองละ 10 กรัม มี 30 ซองใน 1กล่อง ราคา 480 บาท BELIEVE THE TRUTH ตอน...โกโก้และหลอดเลือดที่เสียหายในผู้ป่วยโรคเบาหวาน Flavanols ในโกโก้ช่วยปรับปรุงสมรรถภาพของหลอดเลือดช่วยลดความเครียดในหัวใจ AMERICAN COLLEGE OF CARDIOLOGY หลังจากที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ดื่มโกโก้ที่มีฟลาโวนอลสูงเป็นเวลาหนึ่งเดือน หลอดเลือดที่ชำรุดทรุดโทรมก็ลับมาทำงานได้ตามปกติ นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่าการปรับปรุงนี้มีขนาดใหญ่พอ ๆ กับการออกกำลังกายและการใช้ยารักษาโรคเบาหวานที่พบบ่อย การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่าอาจถึงเวลาแล้วที่จะคิดว่า “ไม่ใช่แค่การคิดนอกกะลาแต่ภายในถ้วยโกโก้”เพื่อเป็นแนวทางในการปัดเป่าโรคหัวใจและหลอดเลือดซึ่งเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคเบาหวาน “การรักษาด้วยยาเพียงลำพังไม่สามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดและโรคหัวใจและหลอดเลือดได้” กล่าวโดย นายแพทย์Malte Kelmศาสตราจารย์และประธานด้านโรคหัวใจ วิทยาปอด(pulmonology)และเวชศาสตร์หลอดเลือดที่โรงพยาบาลและมหาวิทยาลัย Aachen เยอรมนี "แพทย์ควรจะมองหาการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตและแนวทางใหม่ ๆ เพื่อช่วยในการจัดการกับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวาน" ในการศึกษา Dr.Kelm และเพื่อนร่วมงานของเขาได้ทดสอบความเป็นไปได้ในการใช้โกโก้ที่มีฟลาโวนอลสูงเพื่อปรับปรุงสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดด้วยการสังเกตผลของโกโก้ที่มีปริมาณ flavanols ในหลอดเลือดแตกต่างกันในผู้ป่วย 10 รายที่มีเบาหวานชนิดที่ 2 การศึกษาได้ทดสอบประสิทธิภาพของการบริโภคโกโก้ที่มีฟลาโวนอลสูงเป็นระยะเวลานานเทียบกับโกโก้ที่มีปริมาณฟลาโวนอลต่ำในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ผู้ป่วยได้รับการสุ่มเลือกให้ดื่มโกโก้ที่มี flavolsols 321 มิลลิกรัมและ 25 มิลลิกรัมต่อถ้วย 3 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 30 วัน ทั้งสองประเภทของโกโก้มีรสชาติและดูเหมือนกันแม้จะมีความแตกต่างของปริมาณฟลาโวนอล การทำงานของเส้นเลือดถูกทดสอบในวันแรกก่อนที่ผู้ป่วยจะบริโภคโกโก้ใด ๆ และอีกสองชั่วโมงหลังจากดื่มเครื่องดื่ม การทดสอบทำซ้ำก่อนและหลังการบริโภคโกโก้ในวันที่ 8 และวันที่ 30 ของการศึกษา เพื่อการวัดผลกระทบที่เกิดขึ้นของโกโก้ที่มีฟลาโวนอลสูง...นักวิจัยได้ใช้การทดสอบที่เรียกว่า "flow-mediated dilation" (FMD) ซึ่งประเมินความสามารถของหลอดเลือดในการขยายตัว เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับเลือด ออกซิเจนและสารอาหาร การทดสอบ FMD เกี่ยวข้องกับการวัดเส้นผ่าศูนย์กลางของหลอดเลือดแดงที่แขนด้านบนโดยใช้อัลตราซาวนด์ ในคนที่มีสุขภาพดีเยื่อบุชั้นในของหลอดเลือดแดงหรือ endothelium จะตรวจจับการไหลเวียนของเลือดที่เพิ่มขึ้นและส่งสัญญาณทางเคมีเพื่อบอกให้หลอดเลือดแดงขยายตัว ในห้องปฏิบัติการของดร. เคลม์ การตอบสนองในคนที่มีสุขภาพดีในวัยเดียวกันที่เข้าร่วมในการศึกษามีการขยายตัวของเส้นผ่าศูนย์กลางหลอดเลือดเฉลี่ยที่ 5.2 เปอร์เซ็นต์ นักวิจัยพบว่าผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มีความทรุดโทรมของหลอดเลือดแดงอย่างรุนแรงในช่วงเริ่มต้นของการศึกษา ก่อนที่ผู้ป่วยจะบริโภคโกโก้ใด ๆ หลอดเลือดแดงที่แขนด้านบนจะขยายตัวเพียง 3.3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น สองชั่วโมงหลังจากดื่มโกโก้ที่มีฟลาโวนอลสูงการตอบสนองต่อ FMD เท่ากับ 4.8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเวลาผ่านไปผลการวิจัยเหล่านั้นก็ดีขึ้น หลังจากที่ผู้ป่วยดื่มโกโก้ที่มีระดับฟลาโวนอลสูง 3 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 8 วัน อัตราการตอบสนองของ FMD เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 4.1 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเริ่มต้นและ5.7 เปอร์เซ็นต์ที่ 2 ชั่วโมงหลังจากรับประทานโกโก้ ในวันที่ 30 การตอบสนองต่อ FMD ดีขึ้นเป็น 4.3 เปอร์เซ็นต์ที่ระดับพื้นฐานและ 5.8 เปอร์เซ็นต์หลังจากกินโกโก้...และการปรับปรุงทั้งหมดมีนัยสำคัญทางสถิติ ในหมู่ผู้ป่วยที่บริโภคโกโก้ที่มีฟลาโวนอลต่ำ ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในการตอบสนองของ FMD หลังการกินโกโก้ในวันที่ 8 และ 30 การตรวจวัด FMD สามารถให้ข้อมูลที่มีค่าเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดของบุคคล การศึกษาก่อนหน้านี้ได้แสดงให้เห็นว่าผู้ที่มีการตอบสนองต่อ FMD ไม่ดี มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจวายเพิ่มขึ้นและจำเป็นต้องผ่าตัดบายพาส หลอดเลือดหัวใจและแม้แต่ความตายจากโรคหัวใจ Dr.Kelm คาดการณ์ว่าฟลาโวนอลในโกโก้ช่วยเพิ่มการตอบสนองต่อ FMD โดยการเพิ่มการผลิตไนตริกออกไซด์ซึ่งเป็นสัญญาณทางเคมีที่บอกให้หลอดเลือดแดงผ่อนคลายและขยายตัวเพื่อตอบสนองต่อการไหลเวียนของเลือดที่เพิ่มขึ้น การผ่อนคลายของหลอดเลือดแดงจะทำให้ความเครียดของหัวใจและหลอดเลือดลดลง การใช้โกโก้ที่มีปริมาณฟลาโวนอลสูงในการศึกษานี้ไม่ได้มีขายในซูเปอร์มาร์เก็ต Dr.Kelm เตือนว่า การศึกษานี้ไม่ได้หมายความว่าคนที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ต้องกินโกโก้อย่างบ้าคลั่ง... แต่การที่มีฟลาโวนอลในอาหารถือว่าเป็นวิธีการป้องกันโรคหัวใจ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถหาแนวทางในการกินช็อกโกแลตเพื่อให้มีสุขภาพดีได้ แต่การศึกษานี้ไม่เกี่ยวกับช็อกโกแลตและไม่ได้กระตุ้นให้ผู้ที่เป็นเบาหวานกินช็อกโกแลตให้มากขึ้น การวิจัยครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่อะไรที่เป็นหัวใจที่แท้จริงของ การอภิปรายเรื่อง cocoa flavanols : สารประกอบธรรมชาติที่เกิดขึ้นในโกโก้ เขากล่าวว่า "ในขณะที่การวิจัยเป็นสิ่งจำเป็น ผลของเราแสดงให้เห็นว่า flavanols ในอาหารอาจมีผลกระทบที่สำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของอาหารสุขภาพในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวาน " Umberto Campia, MD ผู้ร่วมเขียนบทวิจารณ์เกี่ยวกับการศึกษาใหม่ในฉบับเดียวกันของ JACC กล่าวว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานเป็นประชากรที่เหมาะสำหรับศึกษาผลของ flavanols ต่อการทำงานของเส้นเลือดแดงเนื่องจากน้ำตาลในเลือดสูงทำให้เกิดความเสียหายต่อ endothelium และเนื่องจากผู้ป่วยเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด “การบำบัดใดๆที่ช่วยให้หลอดเลือดทำงานได้ดีขึ้นย่อมสำคัญเสมอ” Dr. Campia นักวิจัยจากสถาบันวิจัย MedStar ในกรุงวอชิงตันดีซีกล่าวว่า "เยื่อบุผนังหลอดเลือดเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของร่างกาย" เขากล่าว "มันรักษาสุขภาพของหลอดเลือดแดงและป้องกันการอุดตันที่อาจทำให้เกิดหัวใจวาย และอัมพาตย์" "การศึกษาครั้งนี้มีความสำคัญและกระตุ้นความคิด" เขากล่าว "ตอนนี้เรามีหลักฐานมากมายว่า flavanols ในโกโก้มีผลดีต่อสุขภาพของหลอดเลือดแดง นี่เป็นรากฐานที่เราต้องการสำหรับการทำการศึกษาในอนาคตที่มีขนาดใหญ่กว่าซึ่งจะพิจารณาถึงผลของ flavanols ใสโกโก้ ไม่ใช่แค่การทำงานของ endothelial เท่านั้นแต่ยังรวมถึง ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจและหลอดเลือดชนิดร้ายแรงอื่น ๆ " American College of Cardiology เป็นผู้นำในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดและการป้องกันโรคที่ดีที่สุด วิทยาลัยเป็นองค์กรด้านการแพทย์ที่ไม่หวังผลกำไรที่มีสมาชิก 34,000 คน ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมาคมสามารถดูได้ทางออนไลน์ที่ www.acc.org และเพิ่งระลึกไว้ว่า เมื่อหลอดเลือดดี แปลว่าท่อลำเลียงสารอาหารและอากาศดี อวัยวะทุกส่วนในร่างกายก็จะดีไปด้วย Cr. Santi Manadee
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 867 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts