• จีนจัดซ้อมรบด้วยกระสุนจริงชุดใหญ่รอบเกาะไต้หวัน ด้วยการส่งทั้งกองทัพบก, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ และขีปนาวุธเข้าโอบล้อม ในยุทธวิธีปิดกั้นเกาะที่ปกครองตนเองแห่งนี้ในพื้นที่ห่างจากทางใต้ของเกาะไปประมาณ 40 ไมล์ทะเล (74 กิโลเมตร)

    จีนกล่าวว่าการซ้อมรบครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งคำเตือนที่เด็ดขาดและแข็งกร้าวต่อกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในไต้หวัน

    การซ้อมรบครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ พีท เฮกเซธ กล่าวว่าสถานการณ์กับจีนทีเพียงอย่างเดียวนั่นคือการทำสงคราม และไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และยังกล่าวอีกว่า สหรัฐพร้อมสนับสนุนไต้หวันอย่างเต็มที่ โดยจะลดการสนับสนุนในภูมิภาคอื่น เพื่อมุ่งเป้ามาที่จีนแห่งเดียว

    การซ้อมรบในสัปดาห์นี้เป็นการซ้อมรบครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

    จีนจัดซ้อมรบด้วยกระสุนจริงชุดใหญ่รอบเกาะไต้หวัน ด้วยการส่งทั้งกองทัพบก, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ และขีปนาวุธเข้าโอบล้อม ในยุทธวิธีปิดกั้นเกาะที่ปกครองตนเองแห่งนี้ในพื้นที่ห่างจากทางใต้ของเกาะไปประมาณ 40 ไมล์ทะเล (74 กิโลเมตร) จีนกล่าวว่าการซ้อมรบครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งคำเตือนที่เด็ดขาดและแข็งกร้าวต่อกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในไต้หวัน การซ้อมรบครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ พีท เฮกเซธ กล่าวว่าสถานการณ์กับจีนทีเพียงอย่างเดียวนั่นคือการทำสงคราม และไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และยังกล่าวอีกว่า สหรัฐพร้อมสนับสนุนไต้หวันอย่างเต็มที่ โดยจะลดการสนับสนุนในภูมิภาคอื่น เพื่อมุ่งเป้ามาที่จีนแห่งเดียว การซ้อมรบในสัปดาห์นี้เป็นการซ้อมรบครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 82 มุมมอง 0 รีวิว
  • พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เสริมความเข้มแข็งแก่แสนยานุภาพทางทหารของอเมริกาในตะวันออกกลาง ด้วยการส่งฝูงบินรบเข้าไปประจำการเพิ่มเติม จากการเปิดเผยของเพนตากอนในวันอังคาร(1เม.ย.) ท่ามกลางยุทธการณ์โจมตีทางอากาศของสหรัฐฯในเยเมน ที่ลากยาวมานานกว่า 2 สัปดาห์ และคำขู่ทิ้งบอมบ์ใส่อิหร่านของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000031234
    พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เสริมความเข้มแข็งแก่แสนยานุภาพทางทหารของอเมริกาในตะวันออกกลาง ด้วยการส่งฝูงบินรบเข้าไปประจำการเพิ่มเติม จากการเปิดเผยของเพนตากอนในวันอังคาร(1เม.ย.) ท่ามกลางยุทธการณ์โจมตีทางอากาศของสหรัฐฯในเยเมน ที่ลากยาวมานานกว่า 2 สัปดาห์ และคำขู่ทิ้งบอมบ์ใส่อิหร่านของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000031234
    Like
    Love
    Angry
    5
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 628 มุมมอง 0 รีวิว
  • "สงครามกับจีน" เป็นได้สถานการณ์เดียวที่จะเกิดขึ้น ไม่มีทางเลี่ยงให้สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างอื่น

    สำนักข่าว The Washington Post เปิดเผยบันทึกลับของ "พีท เฮกเซธ" รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ซึ่งกำลังสั่งให้กองทัพสหรัฐเตรียมพร้อมสำหรับความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นกับจีนในอนาคตอันใกล้ โดยหันกลับมาเน้นที่การควบคุมจีน และปกป้องไต้หวันโดยการสนับสนุนด้านอาวุธเพื่อการป้องกันภายในประเทศ

    ขณะเดียวกัน สหรัฐก็ยังไม่ละทิ้งภัยคุกคามจากรัสเซีย เกาหลีเหนือ และอิหร่าน ที่อาจเกิดขึ้นกับพันธมิตรในยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออก เพียงแต่ลดระดับความสำคัญลงมา และเน้นย้ำว่าพวกเขาจะต้องป้องกันตนเองมากขึ้น โดยเฉพาะยุโรปที่นาโต้ต้องรับผิดชอบต่อสมาชิก


    ในเอกสารที่สำนักข่าวได้รับ ระบุว่า "จีนเป็นภัยคุกคามเพียงหนึ่งเดียวต่อของสหรัฐ และสหรัฐมีหน้าที่ปกป้องไต้หวันในการเข้ายึดครองของจีน"
    "สงครามกับจีน" เป็นได้สถานการณ์เดียวที่จะเกิดขึ้น ไม่มีทางเลี่ยงให้สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างอื่น สำนักข่าว The Washington Post เปิดเผยบันทึกลับของ "พีท เฮกเซธ" รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ซึ่งกำลังสั่งให้กองทัพสหรัฐเตรียมพร้อมสำหรับความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นกับจีนในอนาคตอันใกล้ โดยหันกลับมาเน้นที่การควบคุมจีน และปกป้องไต้หวันโดยการสนับสนุนด้านอาวุธเพื่อการป้องกันภายในประเทศ ขณะเดียวกัน สหรัฐก็ยังไม่ละทิ้งภัยคุกคามจากรัสเซีย เกาหลีเหนือ และอิหร่าน ที่อาจเกิดขึ้นกับพันธมิตรในยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออก เพียงแต่ลดระดับความสำคัญลงมา และเน้นย้ำว่าพวกเขาจะต้องป้องกันตนเองมากขึ้น โดยเฉพาะยุโรปที่นาโต้ต้องรับผิดชอบต่อสมาชิก ในเอกสารที่สำนักข่าวได้รับ ระบุว่า "จีนเป็นภัยคุกคามเพียงหนึ่งเดียวต่อของสหรัฐ และสหรัฐมีหน้าที่ปกป้องไต้หวันในการเข้ายึดครองของจีน"
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 189 มุมมอง 0 รีวิว
  • "เราแสดงออกอย่างชัดเจนถึงแผนการของเรา ฮามาสจะต้องถูกปลดอาวุธ ผู้นำฮามาสจะได้รับอนุญาตให้ออกจากฉนวนกาซาโดยไม่มีวันได้กลับมาอีก อิสราเอลจะรับประกันความปลอดภัยเหนือฉนวนกาซาทั้งหมดด้วยการเข้าควบคุมแทนที่ฮามาส และแผนอพยพของทรัมป์จะต้องถูกนำมาใช้อย่างจริงจัง(คือการอพยพชาวกาซาออกไปจากดินแดนทั้งหมด) นี่คือแผนของเรา เราไม่เคยปิดบังมัน"

    นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เนทันยาฮู กล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรี:

    นอจกากนี้ เนรทันยาฮูยังกล่าวอีกว่า
    “แรงกดดันทางการทหารควบคู่ไปกับการเจรจาเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้ได้ตัวประกันกลับมา นี่ไม่ใช่แค่คำพูดเลื่อนลอยอย่างไร้สาระ”


    “เช้านี้ ผมอยากพูดถึง 3H: อันดับแรกคือฮามาส จากนั้นคือฮิซบอลเลาะห์ และสุดท้ายคือฮูตี”

    👉เกี่ยวกับฮามาสในฉนวนกาซา:

    “แรงกดดันทางการทหารมันใช้ได้ผล เพราะมันทำลายศักยภาพทางการทหารและการปกครองของฮามาสไปพร้อมกัน และยังสร้างเงื่อนไขสำหรับการปล่อยตัวตัวประกันของเรา นั่นคือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่”

    “นอกจากนี้ ที่ประชุมด้านความมั่นคงมีมติเพิ่มแรงกดดันทางทหารให้หนักหน่วงกว่าเดิมขุ้นไปอีกเพื่อทำลายฮามาสให้มากขึ้น และเพิ่มเงื่อนไขสำหรับการปล่อยตัวตัวประกันของเราให้มากที่สุด”

    “ผมขอโต้แย้งถึงคำหลอกลวง 3 ข้อที่มุ่งเป้าใส่ร้ายมาที่เรามาอย่างต่อเนื่องซึ่งมันยังคงดำเนินอยู่:”

    1. “เราไม่คิดจริงจังเรื่องการเจรจา?” “มันไม่จริเลยง เราแค่กำลังเจรจาภายใต้การโจมตีและกดดันทางทหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้การเจรจาได้ผล ตอนนี้เรากำลังเริ่มเห็นความแตกแยกในฮามาสและกาซา” (หมายถึงชาวกาซาส่วนหนึ่งกำลังประท้วงให้ฮามาสออกนอกพื้นที่ ซึ่งในความเป็นจริง ชาวกาซาประท้วงไม่เอาสงคราม ต้องการขับไล่ทั้งฮามาสและอิสราเอล)


    2. “เราไม่จริงใจในการเจรจาขั้นต่อไป?”
    “นี่ไม่ใช่เรื่องจริงเช่นกัน เรายินดีเจรจา และเราแสดงออกอย่างชัดเจนถึงแผนการของเรา ฮามาสจะต้องถูกปลดอาวุธ ผู้นำฮามาสจะได้รับอนุญาตให้ออกจากฉนวนกาซาโดยไม่มีวันได้กลับมาอีก อิสราเอลจะรับประกันความปลอดภัยเหนือฉนวนกาซาทั้งหมดด้วยการเข้าควบคุมแทนที่ฮามาส และแผนอพยพของทรัมป์จะต้องถูกนำมาใช้อย่างจริงจัง(คือการอพยพชาวกาซาออกไปจากดินแดนทั้งหมด) นี่คือแผนของเรา เราไม่เคยปิดบังมัน”


    3. “เราไม่สนใจตัวประกัน?”
    “ไม่จริงเช่นกัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราเพิ่งไปพบปะพูดคุยกันอย่างลึกซึ้งกับครอบครัวสี่ครอบครัวของตัวประกัน เราไปรับรู้ความเจ็บปวดของพวกเขา ซึ่งมันยิ่งใหญ่มาก การอ้างว่าเราไม่สนใจนั้นสะท้อนให้เห็นการโฆษณาชวนเชื่อของฮามาสที่ตั้งใจแบ่งแยกเราและบิดเบือนความเป็นจริง”

    “เราให้คำมั่นที่จะนำตัวประกันกลับบ้านและกำลังดำเนินการอย่างจริงจัง จนถึงขณะนี้ มีเพียงแรงกดดันทางการทหารและการทูตเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่คำขวัญลมๆ แล้งๆ จากผู้เชี่ยวชาญที่ประกาศตนเป็นผู้เชี่ยวชาญ”
    .

    👉เกี่ยวกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์:
    “ในเลบานอน คำสั่งจากผม รัฐมนตรีกลาโหม และคณะรัฐมนตรี และกองทัพอิสราเอล คือการบังคับใช้กฎของเราอย่างเข้มงวดและไม่มีการประนีประนอม เราไม่ยอมให้มีการ “แทรกแซง” ใดๆ และไม่มีการผ่อนปรน”

    “เราบอกไปถึงเลบานอน จะต้องคอยดูแลรับผิดชอบในดินแดนของพวกเขา และต้องแน่ใจว่าจะไม่มีการปล่อยให้ใครโจมตีอิสราเอล”


    👉เกี่ยวกับกลุ่มฮูตี:

    “ผมซาบซึ้งอย่างยิ่งต่อการกระทำของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นพันธมิตรของเรา พวกเขากำลังจัดการกับกลุ่มฮูตีด้วยกำลังที่ยิ่งใหญ่ แน่นอนว่า เรายังดำเนินการเพื่อปกป้องตัวเองด้วย ดังที่เห็นเมื่อเร็วๆ นี้”

    “เราให้ความสำคัญกับพันธมิตรของเราเสมอ เรามีพันธมิตรกับมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งสนับสนุนเราอย่างแข็งแกร่ง ทั้งที่นี่และในเวทีอื่นๆ อย่างไม่มีเงื่อนไข ”
    "เราแสดงออกอย่างชัดเจนถึงแผนการของเรา ฮามาสจะต้องถูกปลดอาวุธ ผู้นำฮามาสจะได้รับอนุญาตให้ออกจากฉนวนกาซาโดยไม่มีวันได้กลับมาอีก อิสราเอลจะรับประกันความปลอดภัยเหนือฉนวนกาซาทั้งหมดด้วยการเข้าควบคุมแทนที่ฮามาส และแผนอพยพของทรัมป์จะต้องถูกนำมาใช้อย่างจริงจัง(คือการอพยพชาวกาซาออกไปจากดินแดนทั้งหมด) นี่คือแผนของเรา เราไม่เคยปิดบังมัน" นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เนทันยาฮู กล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรี: นอจกากนี้ เนรทันยาฮูยังกล่าวอีกว่า “แรงกดดันทางการทหารควบคู่ไปกับการเจรจาเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้ได้ตัวประกันกลับมา นี่ไม่ใช่แค่คำพูดเลื่อนลอยอย่างไร้สาระ” “เช้านี้ ผมอยากพูดถึง 3H: อันดับแรกคือฮามาส จากนั้นคือฮิซบอลเลาะห์ และสุดท้ายคือฮูตี” 👉เกี่ยวกับฮามาสในฉนวนกาซา: “แรงกดดันทางการทหารมันใช้ได้ผล เพราะมันทำลายศักยภาพทางการทหารและการปกครองของฮามาสไปพร้อมกัน และยังสร้างเงื่อนไขสำหรับการปล่อยตัวตัวประกันของเรา นั่นคือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่” “นอกจากนี้ ที่ประชุมด้านความมั่นคงมีมติเพิ่มแรงกดดันทางทหารให้หนักหน่วงกว่าเดิมขุ้นไปอีกเพื่อทำลายฮามาสให้มากขึ้น และเพิ่มเงื่อนไขสำหรับการปล่อยตัวตัวประกันของเราให้มากที่สุด” “ผมขอโต้แย้งถึงคำหลอกลวง 3 ข้อที่มุ่งเป้าใส่ร้ายมาที่เรามาอย่างต่อเนื่องซึ่งมันยังคงดำเนินอยู่:” 1. “เราไม่คิดจริงจังเรื่องการเจรจา?” “มันไม่จริเลยง เราแค่กำลังเจรจาภายใต้การโจมตีและกดดันทางทหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้การเจรจาได้ผล ตอนนี้เรากำลังเริ่มเห็นความแตกแยกในฮามาสและกาซา” (หมายถึงชาวกาซาส่วนหนึ่งกำลังประท้วงให้ฮามาสออกนอกพื้นที่ ซึ่งในความเป็นจริง ชาวกาซาประท้วงไม่เอาสงคราม ต้องการขับไล่ทั้งฮามาสและอิสราเอล) 2. “เราไม่จริงใจในการเจรจาขั้นต่อไป?” “นี่ไม่ใช่เรื่องจริงเช่นกัน เรายินดีเจรจา และเราแสดงออกอย่างชัดเจนถึงแผนการของเรา ฮามาสจะต้องถูกปลดอาวุธ ผู้นำฮามาสจะได้รับอนุญาตให้ออกจากฉนวนกาซาโดยไม่มีวันได้กลับมาอีก อิสราเอลจะรับประกันความปลอดภัยเหนือฉนวนกาซาทั้งหมดด้วยการเข้าควบคุมแทนที่ฮามาส และแผนอพยพของทรัมป์จะต้องถูกนำมาใช้อย่างจริงจัง(คือการอพยพชาวกาซาออกไปจากดินแดนทั้งหมด) นี่คือแผนของเรา เราไม่เคยปิดบังมัน” 3. “เราไม่สนใจตัวประกัน?” “ไม่จริงเช่นกัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราเพิ่งไปพบปะพูดคุยกันอย่างลึกซึ้งกับครอบครัวสี่ครอบครัวของตัวประกัน เราไปรับรู้ความเจ็บปวดของพวกเขา ซึ่งมันยิ่งใหญ่มาก การอ้างว่าเราไม่สนใจนั้นสะท้อนให้เห็นการโฆษณาชวนเชื่อของฮามาสที่ตั้งใจแบ่งแยกเราและบิดเบือนความเป็นจริง” “เราให้คำมั่นที่จะนำตัวประกันกลับบ้านและกำลังดำเนินการอย่างจริงจัง จนถึงขณะนี้ มีเพียงแรงกดดันทางการทหารและการทูตเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่คำขวัญลมๆ แล้งๆ จากผู้เชี่ยวชาญที่ประกาศตนเป็นผู้เชี่ยวชาญ” . 👉เกี่ยวกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์: “ในเลบานอน คำสั่งจากผม รัฐมนตรีกลาโหม และคณะรัฐมนตรี และกองทัพอิสราเอล คือการบังคับใช้กฎของเราอย่างเข้มงวดและไม่มีการประนีประนอม เราไม่ยอมให้มีการ “แทรกแซง” ใดๆ และไม่มีการผ่อนปรน” “เราบอกไปถึงเลบานอน จะต้องคอยดูแลรับผิดชอบในดินแดนของพวกเขา และต้องแน่ใจว่าจะไม่มีการปล่อยให้ใครโจมตีอิสราเอล” 👉เกี่ยวกับกลุ่มฮูตี: “ผมซาบซึ้งอย่างยิ่งต่อการกระทำของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นพันธมิตรของเรา พวกเขากำลังจัดการกับกลุ่มฮูตีด้วยกำลังที่ยิ่งใหญ่ แน่นอนว่า เรายังดำเนินการเพื่อปกป้องตัวเองด้วย ดังที่เห็นเมื่อเร็วๆ นี้” “เราให้ความสำคัญกับพันธมิตรของเราเสมอ เรามีพันธมิตรกับมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งสนับสนุนเราอย่างแข็งแกร่ง ทั้งที่นี่และในเวทีอื่นๆ อย่างไม่มีเงื่อนไข ”
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 415 มุมมอง 0 รีวิว
  • สหรัฐฯ ส่งระบบขีปนาวุธต่อต้านเรือ NMesis ไปฟิลิปปินส์ ส่งผลความตึงเครียดในภูมิภาคเพิ่มขึ้น

    พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ เปิดเผยแผนการยกระดับการเผชิญหน้ากับจีนระหว่างการเยือนฟิลิปปินส์ โดยประกาศส่งระบบขีปนาวุธต่อต้านเรือชายฝั่ง NMesis (Navy Marine Expeditionary Ship Interdiction System) เข้าประจำการในเกาะฟิลิปปินส์ซึ่งอยู่ทางใต้ของจีน

    เฮกเซธระบุว่าเป็นการต่อต้าน "การรุกรานของจีนคอมมิวนิสต์" ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐระบุชื่อจีนเป็นภัยคุกคามโดยตรง

    ทางด้าน เฉิน เสี่ยวตง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศของจีน ออกมาส่งสัญญาณเตือนไปถึงฟิลิปปินส์ทันทีว่า "ผู้ที่เต็มใจเป็นเบี้ยจะต้องถูกทิ้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้"

    สำหรับ NMESIS (Navy Marine Expeditionary Ship Interdiction System) เริ่มเข้าประจำการในปี 2021 กับนาวิกโยธินสหรัฐ เป็นระบบขีปนาวุธต่อต้านเรือชายฝั่งที่มีความคล่องตัวสูงซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถโจมตีเรือผิวน้ำของศัตรูจากตำแหน่งบนบกได้ ด้วยการผสานระบบปล่อยขีปนาวุธโจมตีทางเรือ (NSM) เข้ากับ ROGUE Fires Carrier ซึ่งเป็นยานพาหนะภาคพื้นดินที่ควบคุมจากระยะไกลและถูกติดตั้งบน Joint Light Tactical Vehicle (JLTV) เพื่อเพิ่มความคล่องตัว และความยืดหยุ่นสำหรับการปฏิบัติการป้องกันชายฝั่งสมัยใหม่
    สหรัฐฯ ส่งระบบขีปนาวุธต่อต้านเรือ NMesis ไปฟิลิปปินส์ ส่งผลความตึงเครียดในภูมิภาคเพิ่มขึ้น พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ เปิดเผยแผนการยกระดับการเผชิญหน้ากับจีนระหว่างการเยือนฟิลิปปินส์ โดยประกาศส่งระบบขีปนาวุธต่อต้านเรือชายฝั่ง NMesis (Navy Marine Expeditionary Ship Interdiction System) เข้าประจำการในเกาะฟิลิปปินส์ซึ่งอยู่ทางใต้ของจีน เฮกเซธระบุว่าเป็นการต่อต้าน "การรุกรานของจีนคอมมิวนิสต์" ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐระบุชื่อจีนเป็นภัยคุกคามโดยตรง ทางด้าน เฉิน เสี่ยวตง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศของจีน ออกมาส่งสัญญาณเตือนไปถึงฟิลิปปินส์ทันทีว่า "ผู้ที่เต็มใจเป็นเบี้ยจะต้องถูกทิ้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้" สำหรับ NMESIS (Navy Marine Expeditionary Ship Interdiction System) เริ่มเข้าประจำการในปี 2021 กับนาวิกโยธินสหรัฐ เป็นระบบขีปนาวุธต่อต้านเรือชายฝั่งที่มีความคล่องตัวสูงซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถโจมตีเรือผิวน้ำของศัตรูจากตำแหน่งบนบกได้ ด้วยการผสานระบบปล่อยขีปนาวุธโจมตีทางเรือ (NSM) เข้ากับ ROGUE Fires Carrier ซึ่งเป็นยานพาหนะภาคพื้นดินที่ควบคุมจากระยะไกลและถูกติดตั้งบน Joint Light Tactical Vehicle (JLTV) เพื่อเพิ่มความคล่องตัว และความยืดหยุ่นสำหรับการปฏิบัติการป้องกันชายฝั่งสมัยใหม่
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 217 มุมมอง 0 รีวิว
  • พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ สักลายที่เป็นภาษาอาหรับ "كافر" ที่ตรงกับภาษาอังกฤษ 'Infidel' (Kafir) ซึ่งมีความหมายว่าพวกนอกรีต ไม่เลื่อมใสต่อสิ่งใด หรือพวกไม่มีศาสนา ที่หมายถึงผู้ที่ไม่เชื่อในพระเจ้า ปฏิเสธพระองค์ ละทิ้งสัญลักษณ์ของพระองค์
    พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ สักลายที่เป็นภาษาอาหรับ "كافر" ที่ตรงกับภาษาอังกฤษ 'Infidel' (Kafir) ซึ่งมีความหมายว่าพวกนอกรีต ไม่เลื่อมใสต่อสิ่งใด หรือพวกไม่มีศาสนา ที่หมายถึงผู้ที่ไม่เชื่อในพระเจ้า ปฏิเสธพระองค์ ละทิ้งสัญลักษณ์ของพระองค์
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 186 มุมมอง 0 รีวิว
  • เดนมาร์กเริ่มบังคับใช้มาตรการเกณฑ์ทหารสำหรับผู้หญิง โดยประกาศให้ผู้หญิงต้องเข้ารับราชการทหารภาคบังคับ ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ

    ทรอยลส์ ลุนด์ พอลเซน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเดนมาร์ก กล่าวว่า เพื่อความเท่าเทียมกันผู้หญิงควรเข้ารับราชการทหารภาคบังคับภายใต้เงื่อนไขเดียวกับผู้ชาย

    มาตรการนี้ส่งผลให้ผู้ญิงที่มีอายุครบ 18 ปี หลังวันที่ 1 กรกฎาคมของปีนี้เป็นต้นไป จะต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารในปี 2026 ซึ่งในปัจจุบัน การเข้ารับราชการทหารภาคบังคับมีผลใช้บังคับเฉพาะผู้ชายที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น

    “ความเท่าเทียมกันเป็นสิ่งที่ดีและเพิ่มโอกาสในการสร้างกำลังรบให้กับกองทัพในการป้องกันประเทศของเดนมาร์ก”
    “การรับราชการทหารควรเป็นความเท่าเทียมทางเพศด้วย มันจะช่วยให้เราเอาชนะความท้าทายในนโยบายความมั่นคงได้”
    พอลเซน รัฐมนตรีกลาโหมกล่าว
    เดนมาร์กเริ่มบังคับใช้มาตรการเกณฑ์ทหารสำหรับผู้หญิง โดยประกาศให้ผู้หญิงต้องเข้ารับราชการทหารภาคบังคับ ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ ทรอยลส์ ลุนด์ พอลเซน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเดนมาร์ก กล่าวว่า เพื่อความเท่าเทียมกันผู้หญิงควรเข้ารับราชการทหารภาคบังคับภายใต้เงื่อนไขเดียวกับผู้ชาย มาตรการนี้ส่งผลให้ผู้ญิงที่มีอายุครบ 18 ปี หลังวันที่ 1 กรกฎาคมของปีนี้เป็นต้นไป จะต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารในปี 2026 ซึ่งในปัจจุบัน การเข้ารับราชการทหารภาคบังคับมีผลใช้บังคับเฉพาะผู้ชายที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น “ความเท่าเทียมกันเป็นสิ่งที่ดีและเพิ่มโอกาสในการสร้างกำลังรบให้กับกองทัพในการป้องกันประเทศของเดนมาร์ก” “การรับราชการทหารควรเป็นความเท่าเทียมทางเพศด้วย มันจะช่วยให้เราเอาชนะความท้าทายในนโยบายความมั่นคงได้” พอลเซน รัฐมนตรีกลาโหมกล่าว
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 200 มุมมอง 0 รีวิว
  • อิสราเอล แคทซ์ รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล ประกาศ: จะทำลายกาซาด้วยปฏิบัติการทางทหารเต็มกำลัง หลังจากแผนการดังกล่าวได้รับการอนุมัติแล้ว

    ขณะเดียวกันเนทันยาฮูนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศกลางที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวานนี้ว่า อิสราเอลจะเข้ายึดครองกาซาทั้งหมดอย่างเต็มรูปแบบในไม่ช้านี้ โดยใช้ข้ออ้างเพื่อกำจัดฮามาส และบังคับการส่งตัวประกันกลับคืน

    ในความเป็นจริง ทุกคนทราบดีว่าการโจมตีของอิสราเอล ไม่เคยสนใจความปลอดภัยของตัวประกัน ไม่เคยสนใจว่าฮามาสจะมีอยู่จริงหรือไม่ในตำแหน่งที่กองกำลังอิสราเอลโจมตี มีเพียงจุดประสงค์เดียวคือ "การทำลายล้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆของชาวปาเลสไตน์ และบังคับกดดันผู้ลี้ภัยให้ออกไปจากดินแดนของบรรพบุรุษพวกเขา"
    อิสราเอล แคทซ์ รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล ประกาศ: จะทำลายกาซาด้วยปฏิบัติการทางทหารเต็มกำลัง หลังจากแผนการดังกล่าวได้รับการอนุมัติแล้ว ขณะเดียวกันเนทันยาฮูนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศกลางที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวานนี้ว่า อิสราเอลจะเข้ายึดครองกาซาทั้งหมดอย่างเต็มรูปแบบในไม่ช้านี้ โดยใช้ข้ออ้างเพื่อกำจัดฮามาส และบังคับการส่งตัวประกันกลับคืน ในความเป็นจริง ทุกคนทราบดีว่าการโจมตีของอิสราเอล ไม่เคยสนใจความปลอดภัยของตัวประกัน ไม่เคยสนใจว่าฮามาสจะมีอยู่จริงหรือไม่ในตำแหน่งที่กองกำลังอิสราเอลโจมตี มีเพียงจุดประสงค์เดียวคือ "การทำลายล้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆของชาวปาเลสไตน์ และบังคับกดดันผู้ลี้ภัยให้ออกไปจากดินแดนของบรรพบุรุษพวกเขา"
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 269 มุมมอง 11 0 รีวิว
  • หลังจากทรัมป์ระบุว่าไม่มีปัญหาและเป็นเรื่องเล็กน้อยจากการที่ทีมคณะรัฐมนตรีของเขาทำ “แชตหลุด” เผลอเพิ่มรายชื่อ Jeffrey Goldberg บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร The Atlantic เข้าไปในกลุ่มแชต ที่กำลังพูดคุยและส่งข้อมูลลับเกี่ยวกับการโจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมน

    นอกจากนี้ ทรัมป์ยังบอกอีกว่า ข้อความในแชตไม่ถือเป็น "การวางแผนสงคราม" และไม่ได้เป็นความลับ

    งานนี้เลยเข้าทาง Goldberg บรรณาธิการบริหารของ The Atlantic ซึ่งต่อมาเขาได้เปิดเผยบันทึกการสนทนาฉบับสมบูรณ์ของกลุ่มแชตดังกล่าว รวมถึงระบุตัวของทุกคนที่อยู่ในกลุ่มแชท

    และจากบันทึกดังกล่าวพิสูจน์ได้ว่า Mike Waltz ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติเป็นผู้เพิ่ม Goldberg เข้าไปในกลุ่มดังกล่าว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายต่างมุ่งเป้าไปที่รัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ

    นอกจากนี้ Goldberg ยังเน้นอีกว่า ข้อมูลเกี่ยวกับเวลาการโจมตี ระบบอาวุธ และเป้าหมายถูกโพสต์ในแชทโดย Pete Hegseth รัฐมนตรีกลาโหมเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเริ่มปฏิบัติการโจมตีในเยเมนเป็นครั้งแรกในวันที่ 15 มีนาคม

    ความสะเพล่าครั้งนี้ หลายฝ่ายคาดว่าเกิดจากการอ่อนประสบการณ์ในการทำงานเรื่องสำคัญ การสนทนาผ่านกลุ่มแชตจากแอปฯ Signal น่าจะเป็นเรื่องง่ายและคุ้นเคยของพวกเขา แม้ว่ามันจะมีความเสี่ยงในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดูจากรายชื่อสมาชิกในกลุ่ม จะเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 2 คน กำลังอยู่ต่างประเทศ ประกอบกับความตื่นเต้นในการปฏิบัติการสั่งโจมตีอย่างเป็นทางการครั้งแรกของทีมนี้
    หลังจากทรัมป์ระบุว่าไม่มีปัญหาและเป็นเรื่องเล็กน้อยจากการที่ทีมคณะรัฐมนตรีของเขาทำ “แชตหลุด” เผลอเพิ่มรายชื่อ Jeffrey Goldberg บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร The Atlantic เข้าไปในกลุ่มแชต ที่กำลังพูดคุยและส่งข้อมูลลับเกี่ยวกับการโจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมน นอกจากนี้ ทรัมป์ยังบอกอีกว่า ข้อความในแชตไม่ถือเป็น "การวางแผนสงคราม" และไม่ได้เป็นความลับ งานนี้เลยเข้าทาง Goldberg บรรณาธิการบริหารของ The Atlantic ซึ่งต่อมาเขาได้เปิดเผยบันทึกการสนทนาฉบับสมบูรณ์ของกลุ่มแชตดังกล่าว รวมถึงระบุตัวของทุกคนที่อยู่ในกลุ่มแชท และจากบันทึกดังกล่าวพิสูจน์ได้ว่า Mike Waltz ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติเป็นผู้เพิ่ม Goldberg เข้าไปในกลุ่มดังกล่าว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายต่างมุ่งเป้าไปที่รัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ นอกจากนี้ Goldberg ยังเน้นอีกว่า ข้อมูลเกี่ยวกับเวลาการโจมตี ระบบอาวุธ และเป้าหมายถูกโพสต์ในแชทโดย Pete Hegseth รัฐมนตรีกลาโหมเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเริ่มปฏิบัติการโจมตีในเยเมนเป็นครั้งแรกในวันที่ 15 มีนาคม ความสะเพล่าครั้งนี้ หลายฝ่ายคาดว่าเกิดจากการอ่อนประสบการณ์ในการทำงานเรื่องสำคัญ การสนทนาผ่านกลุ่มแชตจากแอปฯ Signal น่าจะเป็นเรื่องง่ายและคุ้นเคยของพวกเขา แม้ว่ามันจะมีความเสี่ยงในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดูจากรายชื่อสมาชิกในกลุ่ม จะเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 2 คน กำลังอยู่ต่างประเทศ ประกอบกับความตื่นเต้นในการปฏิบัติการสั่งโจมตีอย่างเป็นทางการครั้งแรกของทีมนี้
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 214 มุมมอง 0 รีวิว
  • สหรัฐ รัสเซียและยูเครนสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 30 วัน โดยเริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา

    ข้อตกลงดังกล่าว จะรวมถึงการรับรองความปลอดภัยเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ในทะเลดำ และเป้าหมายโครงสร้างพื้ฐานด้านพลังงานของแต่ละฝ่าย ซึ่งประกอบไปด้วย โรงกลั่นน้ำมัน, ท่อส่งน้ำมันและก๊าซ และสถานีนิวเคลียร์ต่าง ๆ อยู่ในเป้าหมายที่รัสเซียและยูเครนตกลงหยุดการโจมตีชั่วคราว ซึ่งในบัญชีรายชื่อสถานที่ห้ามโจมตีนั้น รวมถึงโรงเก็บเชื้อเพลิง, สถานสูบน้ำมัน, โรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานการผลิตและส่งไฟฟ้า เช่นโรงไฟฟ้า, สถานีย่อย, เครื่องแปลงไฟฟ้า, เครื่องจ่ายไฟฟ้าและเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งละเมิดข้อตกลง อีกฝ่ายหนึ่งก็จะไม่ต้องปฏิบัติตามเช่นกัน

    ขณะที่ รุสเตม อูเมรอฟ รัฐมนตรีกลาโหมยูเครนประกาศกร้าวว่า เคียฟจะตั้งเงื่อนไข หากรัสเซียมีการเคลื่อนไหวของเรือรบออกนอกพื้นที่ทะเลดำฝั่งตะวันออกเมื่อไหร่จะถือเป็นการละเมิดข้อตกลงทันที!!
    สหรัฐ รัสเซียและยูเครนสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 30 วัน โดยเริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ข้อตกลงดังกล่าว จะรวมถึงการรับรองความปลอดภัยเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ในทะเลดำ และเป้าหมายโครงสร้างพื้ฐานด้านพลังงานของแต่ละฝ่าย ซึ่งประกอบไปด้วย โรงกลั่นน้ำมัน, ท่อส่งน้ำมันและก๊าซ และสถานีนิวเคลียร์ต่าง ๆ อยู่ในเป้าหมายที่รัสเซียและยูเครนตกลงหยุดการโจมตีชั่วคราว ซึ่งในบัญชีรายชื่อสถานที่ห้ามโจมตีนั้น รวมถึงโรงเก็บเชื้อเพลิง, สถานสูบน้ำมัน, โรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานการผลิตและส่งไฟฟ้า เช่นโรงไฟฟ้า, สถานีย่อย, เครื่องแปลงไฟฟ้า, เครื่องจ่ายไฟฟ้าและเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งละเมิดข้อตกลง อีกฝ่ายหนึ่งก็จะไม่ต้องปฏิบัติตามเช่นกัน ขณะที่ รุสเตม อูเมรอฟ รัฐมนตรีกลาโหมยูเครนประกาศกร้าวว่า เคียฟจะตั้งเงื่อนไข หากรัสเซียมีการเคลื่อนไหวของเรือรบออกนอกพื้นที่ทะเลดำฝั่งตะวันออกเมื่อไหร่จะถือเป็นการละเมิดข้อตกลงทันที!!
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 249 มุมมอง 0 รีวิว
  • หลังจากถูกจับได้ว่าทำงานพลาดจนปล่อยให้แผนการโจมตีเยเมนหลุดไปหาคนนอกจากกลุ่มแชท "พีท เฮกเซธ" รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ปฏิเสธว่าไม่มีใครในรัฐบาลมีการส่งข้อความเกี่ยวกับแผนการโจมตีครั้งนี

    อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตบางส่วนเชื่อตามคำกล่าวอ้างของเฮกเซธ โดยกล่าวแสดงความเห็นว่า จริงๆแล้วเฮกเซธอาจจะไม่ได้ทำพลาดโดยปล่อยรายละเอียดการโจมตีให้หลุดออกมา แต่โกลด์เบิร์ก บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร The Atlantic ซึ่งมีข่าวลือว่าเขาเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ IDF ของอิสราเอล ถูกจับได้ว่าขโมยข้อมูลจากเฮกเซธและคนอื่นๆ เพื่อส่งให้กับอิสราเอล และพวกเขาจำเป็นต้องโยนความผิดให้เฮกเซธเมื่อข่าวนี้ถูกจับได้ก่อนจะแพร่สะพัดออกไป
    หลังจากถูกจับได้ว่าทำงานพลาดจนปล่อยให้แผนการโจมตีเยเมนหลุดไปหาคนนอกจากกลุ่มแชท "พีท เฮกเซธ" รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ปฏิเสธว่าไม่มีใครในรัฐบาลมีการส่งข้อความเกี่ยวกับแผนการโจมตีครั้งนี อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตบางส่วนเชื่อตามคำกล่าวอ้างของเฮกเซธ โดยกล่าวแสดงความเห็นว่า จริงๆแล้วเฮกเซธอาจจะไม่ได้ทำพลาดโดยปล่อยรายละเอียดการโจมตีให้หลุดออกมา แต่โกลด์เบิร์ก บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร The Atlantic ซึ่งมีข่าวลือว่าเขาเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ IDF ของอิสราเอล ถูกจับได้ว่าขโมยข้อมูลจากเฮกเซธและคนอื่นๆ เพื่อส่งให้กับอิสราเอล และพวกเขาจำเป็นต้องโยนความผิดให้เฮกเซธเมื่อข่าวนี้ถูกจับได้ก่อนจะแพร่สะพัดออกไป
    Haha
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 334 มุมมอง 16 0 รีวิว
  • เป็นการพลั้งเผลอที่ร้ายแรงมาก : เมื่อสหรัฐ "เผลอ" ดึง Jeffrey Goldberg บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร The Atlantic เข้าไปในกลุ่มแชทสนทนาของแอปฯ Signal ก่อนที่การโจมตี 'ฮูตี' ในเยเมนจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา

    Goldberg เปิดเผยผ่านบทความของตัวเองว่า เขาถูกเพิ่มเข้าไปในกลุ่มแชทที่ชื่อ 'Houthi PC Small Group' ตั้งแต่ 2 วันก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่อง:
    ในกลุ่มสนทนานี้มีทั้ง Mike Waltz ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ, Pete Hegseth รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ, JD Vance รองประธานาธิบดีสหรัฐ และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ในรัฐบาลทรัมป์

    Goldberg กล่าวอีกว่าในช่วงสองวันที่เขาอยู่ในกลุ่มสนทนานี้ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะมีการเปิดฉากโจมตีฮูตี เจ้าหน้าที่ระดับสูงในฝ่ายบริหารได้ถกเถียงกันว่าการโจมตีควรเกิดขึ้นหรือไม่ โดยรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ มีความเห็นว่า "ไม่ควรเปิดฉากโจมตีแบบรุนแรง" เนื่องจากคนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจและไม่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีเรือในทะเลแดงของกลุ่มฮูตี

    แต่ Pete Hegseth รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ แย้งว่าการโจมตีครั้งนี้มีประโยชน์ต่อสหรัฐในการป้องกันการโจมตีเรือเดินทะเลผ่านช่องแคบบาบอัลมันดาบในอนาคต

    ในตอนท้าย Goldberg ระบุว่าเขาได้รับข้อความในแชทจากพีท เฮกเซธ แต่เขาไม่สามารถกล่าวถึงข้อความดังกล่าวโดยตรงได้ เนื่องจากข้อความดังกล่าว เป็นข้อความที่ละเอียดอ่อนและมีข้อมูลลับสุดยอด ซึ่ง Goldberg เน้นว่า “หากข้อมูลดังกล่าวถูกอ่านโดยศัตรูของสหรัฐ อาจถูกนำไปใช้ทำร้ายทหารและเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของสหรัฐ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการกลาง (CENTCOM)”

    Goldberg กล่าวว่านี่ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงความประมาทเลินเล่ออย่างน่าตกใจของการสนทนาครั้งนี้ที่เขาเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งมีรายละเอียดการปฏิบัติการของการโจมตีเยเมนที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมาย อาวุธที่สหรัฐจะนำไปใช้ และลำดับการโจมตี และแสดงความกังวลถึงความปลอดภัยของข้อมูล โดยเฉพาะหากผู้ที่มีข้อมูลเผยแพร่แผนดังกล่าวก่อนปฏิบัติการจริง อาจทำให้ปฏิบัติการของสหรัฐฯ ล้มเหลวหรือสร้างความเสียหายตามมา

    โกลด์เบิร์กได้สอบถามไปยังไบรอัน ฮิวจ์ส โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาวเกี่ยวกับกลุ่มสนทนาดังกล่าว โดยเขายอมรับว่า นี่อาจเป็น ของจริง และขอเวลาในการตรวจสอบว่ามีการเพิ่มบุคคลเข้ามาโดยไม่ได้ตั้งใจนี้ได้อย่างไร

    อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้นำเรื่องนี้มาเปิดเผยก่อนการโจมตีเกิดขึ้นแต่อย่างใด
    เป็นการพลั้งเผลอที่ร้ายแรงมาก : เมื่อสหรัฐ "เผลอ" ดึง Jeffrey Goldberg บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร The Atlantic เข้าไปในกลุ่มแชทสนทนาของแอปฯ Signal ก่อนที่การโจมตี 'ฮูตี' ในเยเมนจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา Goldberg เปิดเผยผ่านบทความของตัวเองว่า เขาถูกเพิ่มเข้าไปในกลุ่มแชทที่ชื่อ 'Houthi PC Small Group' ตั้งแต่ 2 วันก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่อง: ในกลุ่มสนทนานี้มีทั้ง Mike Waltz ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ, Pete Hegseth รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ, JD Vance รองประธานาธิบดีสหรัฐ และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ในรัฐบาลทรัมป์ Goldberg กล่าวอีกว่าในช่วงสองวันที่เขาอยู่ในกลุ่มสนทนานี้ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะมีการเปิดฉากโจมตีฮูตี เจ้าหน้าที่ระดับสูงในฝ่ายบริหารได้ถกเถียงกันว่าการโจมตีควรเกิดขึ้นหรือไม่ โดยรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ มีความเห็นว่า "ไม่ควรเปิดฉากโจมตีแบบรุนแรง" เนื่องจากคนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจและไม่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีเรือในทะเลแดงของกลุ่มฮูตี แต่ Pete Hegseth รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ แย้งว่าการโจมตีครั้งนี้มีประโยชน์ต่อสหรัฐในการป้องกันการโจมตีเรือเดินทะเลผ่านช่องแคบบาบอัลมันดาบในอนาคต ในตอนท้าย Goldberg ระบุว่าเขาได้รับข้อความในแชทจากพีท เฮกเซธ แต่เขาไม่สามารถกล่าวถึงข้อความดังกล่าวโดยตรงได้ เนื่องจากข้อความดังกล่าว เป็นข้อความที่ละเอียดอ่อนและมีข้อมูลลับสุดยอด ซึ่ง Goldberg เน้นว่า “หากข้อมูลดังกล่าวถูกอ่านโดยศัตรูของสหรัฐ อาจถูกนำไปใช้ทำร้ายทหารและเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของสหรัฐ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการกลาง (CENTCOM)” Goldberg กล่าวว่านี่ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงความประมาทเลินเล่ออย่างน่าตกใจของการสนทนาครั้งนี้ที่เขาเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งมีรายละเอียดการปฏิบัติการของการโจมตีเยเมนที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมาย อาวุธที่สหรัฐจะนำไปใช้ และลำดับการโจมตี และแสดงความกังวลถึงความปลอดภัยของข้อมูล โดยเฉพาะหากผู้ที่มีข้อมูลเผยแพร่แผนดังกล่าวก่อนปฏิบัติการจริง อาจทำให้ปฏิบัติการของสหรัฐฯ ล้มเหลวหรือสร้างความเสียหายตามมา โกลด์เบิร์กได้สอบถามไปยังไบรอัน ฮิวจ์ส โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาวเกี่ยวกับกลุ่มสนทนาดังกล่าว โดยเขายอมรับว่า นี่อาจเป็น ของจริง และขอเวลาในการตรวจสอบว่ามีการเพิ่มบุคคลเข้ามาโดยไม่ได้ตั้งใจนี้ได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้นำเรื่องนี้มาเปิดเผยก่อนการโจมตีเกิดขึ้นแต่อย่างใด
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 408 มุมมอง 0 รีวิว
  • รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล ประกาศจะทำลายกาซาให้ย่อยยับกว่านี้ และจะบังคับขับไล่ชาวปาเลสไตน์ให้อพยพที่พักพิงไปเรื่อยๆไม่จบสิ้น หากกลุ่มฮามาสไม่ปล่อยตัวประกัน และยังมีฮามาสหลงเหลืออยู่ในกาซา


    ชาวโลกส่วนใหญ่รู้ดีว่า การช่วยเหลือตัวประกันและข้ออ้างการมีอยู่ของฮามาสคือเพียงเพื่อทำลายกาซาให้ย่อยยับมากที่สุด เพื่อที่อิสราเอลจะได้เข้าครอบครอง
    รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล ประกาศจะทำลายกาซาให้ย่อยยับกว่านี้ และจะบังคับขับไล่ชาวปาเลสไตน์ให้อพยพที่พักพิงไปเรื่อยๆไม่จบสิ้น หากกลุ่มฮามาสไม่ปล่อยตัวประกัน และยังมีฮามาสหลงเหลืออยู่ในกาซา ชาวโลกส่วนใหญ่รู้ดีว่า การช่วยเหลือตัวประกันและข้ออ้างการมีอยู่ของฮามาสคือเพียงเพื่อทำลายกาซาให้ย่อยยับมากที่สุด เพื่อที่อิสราเอลจะได้เข้าครอบครอง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 406 มุมมอง 18 0 รีวิว
  • อิสราเอล แคทซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ส่งข้อความถึงฮามาสทำนองเดียวกับทรัมป์ : ปล่อยตัวตัวประกัน มิฉะนั้นประตูนรกจะเปิดออก!


    ฮามาสต้องตระหนักว่าถึงเวลานี้กฎของเกมได้เปลี่ยนไปแล้ว

    หากพวกเขาไม่ปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมดทันที ประตูนรกจะเปิดออก

    อิสราเอลจะใช้กำลังทหารทั้งหมดทั้งทางอากาศ ทางทะเล และทางบก หากฮามาสปฏิเสธที่จะปล่อยตัวผู้ถูกจับกุม

    ตามคำกล่าวของแคทซ์ อิสราเอลจะไม่หยุดทำลายทุกสิ่งในกาซาจนกว่าตัวประกันและชาวอิสราเอลทางตอนใต้จะปลอดภัย
    อิสราเอล แคทซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ส่งข้อความถึงฮามาสทำนองเดียวกับทรัมป์ : ปล่อยตัวตัวประกัน มิฉะนั้นประตูนรกจะเปิดออก! ฮามาสต้องตระหนักว่าถึงเวลานี้กฎของเกมได้เปลี่ยนไปแล้ว หากพวกเขาไม่ปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมดทันที ประตูนรกจะเปิดออก อิสราเอลจะใช้กำลังทหารทั้งหมดทั้งทางอากาศ ทางทะเล และทางบก หากฮามาสปฏิเสธที่จะปล่อยตัวผู้ถูกจับกุม ตามคำกล่าวของแคทซ์ อิสราเอลจะไม่หยุดทำลายทุกสิ่งในกาซาจนกว่าตัวประกันและชาวอิสราเอลทางตอนใต้จะปลอดภัย
    Like
    Angry
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 277 มุมมอง 0 รีวิว
  • อิสราเอลเตรียมนำระบบเลเซอร์มาใช้จริงภายในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

    "อิสราเอล คัทซ์" รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ยืนยันว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศด้วยเลเซอร์กำลังสูงจะพร้อมให้ใช้งานจริงภายในสิ้นปี 2025

    ระบบที่บริษัทผลิตอาวุธราฟาเอลพัฒนาขึ้นนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นอาวุธหลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็น จรวด กระสุนปืนครก โดรน และขีปนาวุธร่อน และเมื่อคำนวนออกมาแล้วต้นทุนในการยิงต่อหนึ่งครั้งจะมีราคาเพียง 2-3.50 ดอลลาร์ เมื่อเทียบกับราคา 40,000-50,000 ดอลลาร์ต่อจรวดหนึ่งลูกจาก Iron Dome

    สัญญาการผลิตมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ที่ลงนามในปี 2024 บ่งชี้ว่าการติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศด้วยเลเซอร์ใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว

    แต่แผนการติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศด้วยเลเซอร์บนเครื่องบินอาจต้องใช้เวลาอีก 5-10 ปี
    อิสราเอลเตรียมนำระบบเลเซอร์มาใช้จริงภายในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ "อิสราเอล คัทซ์" รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ยืนยันว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศด้วยเลเซอร์กำลังสูงจะพร้อมให้ใช้งานจริงภายในสิ้นปี 2025 ระบบที่บริษัทผลิตอาวุธราฟาเอลพัฒนาขึ้นนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นอาวุธหลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็น จรวด กระสุนปืนครก โดรน และขีปนาวุธร่อน และเมื่อคำนวนออกมาแล้วต้นทุนในการยิงต่อหนึ่งครั้งจะมีราคาเพียง 2-3.50 ดอลลาร์ เมื่อเทียบกับราคา 40,000-50,000 ดอลลาร์ต่อจรวดหนึ่งลูกจาก Iron Dome สัญญาการผลิตมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ที่ลงนามในปี 2024 บ่งชี้ว่าการติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศด้วยเลเซอร์ใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว แต่แผนการติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศด้วยเลเซอร์บนเครื่องบินอาจต้องใช้เวลาอีก 5-10 ปี
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 470 มุมมอง 54 0 รีวิว
  • แคนาดาไม่ยอมอยู่ใต้อุ้งteenสหรัฐ!
    มีรายงานว่ากำลังพิจารณายุติสัญญารซื้อเครื่องบิน F-35 จำนวน 88 ลำ

    ไม่กี่ชั่วโมงหลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการของ มาร์ค คาร์นีย์ (Mark Carney) นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของแคนาดา มีรายงานว่าเขากำลังพิจารณายกเลิกคำสั่งซื้อเครื่องบินขับไล่ F-35 ที่มีกับ Lockheed

    รัฐมนตรีกลาโหมแคนาดากล่าวว่า แคนาดากำลังพิจารณาทางเลือกเครื่องบินรุ่นอื่นจากสหภาพยุโรปแทนเครื่องบิน F-35 ของสหรัฐฯ

    เหตุผลของแคนาดาไม่มีอะไรมากไปกว่าความตึงเครียดทางการค้ากับทรัมป์

    การจ่ายเงินให้กับ Lockheed ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ทางการทหารของสหรัฐฯ เป็นจำนวนหลายหมื่นล้านดอลลาร์สำหรับเครื่องบิน F-35 จำนวน 88 ลำ กลายเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ของ คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่แคนาดา

    มีรายงานว่า เขาส่งอีเมล์แจ้งการยุติสัญญาในการซื้อเครื่องบินขับไล่ไปแล้ว
    แคนาดาไม่ยอมอยู่ใต้อุ้งteenสหรัฐ! มีรายงานว่ากำลังพิจารณายุติสัญญารซื้อเครื่องบิน F-35 จำนวน 88 ลำ ไม่กี่ชั่วโมงหลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการของ มาร์ค คาร์นีย์ (Mark Carney) นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของแคนาดา มีรายงานว่าเขากำลังพิจารณายกเลิกคำสั่งซื้อเครื่องบินขับไล่ F-35 ที่มีกับ Lockheed รัฐมนตรีกลาโหมแคนาดากล่าวว่า แคนาดากำลังพิจารณาทางเลือกเครื่องบินรุ่นอื่นจากสหภาพยุโรปแทนเครื่องบิน F-35 ของสหรัฐฯ เหตุผลของแคนาดาไม่มีอะไรมากไปกว่าความตึงเครียดทางการค้ากับทรัมป์ การจ่ายเงินให้กับ Lockheed ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ทางการทหารของสหรัฐฯ เป็นจำนวนหลายหมื่นล้านดอลลาร์สำหรับเครื่องบิน F-35 จำนวน 88 ลำ กลายเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ของ คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่แคนาดา มีรายงานว่า เขาส่งอีเมล์แจ้งการยุติสัญญาในการซื้อเครื่องบินขับไล่ไปแล้ว
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 328 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลิทัวเนียยกมือ ขอมีอาวุธนิวเคลียร์ด้วยคน!!

    “หากพันธมิตรของเราเสนอแผนการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ที่สมจริง เราก็พร้อมเช่นกัน แม้ว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญของประเทศก็ตาม”
    - Šakalienė รัฐมนตรีกลาโหมลิทัวเนีย กล่าว

    รัฐธรรมนูญของลิทัวเนีย กำหนดไว้ว่า ห้ามการมีอาวุธทำลายล้างสูง และฐานทัพทหารของประเทศอื่นในลิทัวเนีย
    ลิทัวเนียยกมือ ขอมีอาวุธนิวเคลียร์ด้วยคน!! “หากพันธมิตรของเราเสนอแผนการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ที่สมจริง เราก็พร้อมเช่นกัน แม้ว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญของประเทศก็ตาม” - Šakalienė รัฐมนตรีกลาโหมลิทัวเนีย กล่าว รัฐธรรมนูญของลิทัวเนีย กำหนดไว้ว่า ห้ามการมีอาวุธทำลายล้างสูง และฐานทัพทหารของประเทศอื่นในลิทัวเนีย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 275 มุมมอง 0 รีวิว
  • อเมริกาเล็งใช้การประชุมกับคณะเจรจายูเครนในซาอุดีอาระเบียที่กำหนดจัดขึ้นวันอังคาร (11 มี.ค.) เพื่อวัดใจว่า เคียฟยินยอมพร้อมใจสละดินแดนให้รัสเซียเพื่อยุติสงคราม และจริงจังกับการปรับปรุงความสัมพันธ์กับคณะบริหารของทรัมป์หรือไม่ ขณะที่ทั้งทรัมป์และเซเลนสกี้ต่างแสดงความเห็นแง่ดีว่า การหารือจะมีความคืบหน้าและมีผลลัพธ์ที่ดี
    .
    มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ออกเดินทางไปยังเมืองเจดดาห์ของซาอุดีอาระเบียเมื่อวันอาทิตย์ (9 มี.ค.) เพื่อหารือกับคณะเจ้าหน้าที่ยูเครนที่นำโดยอันเดร เยมาร์ค หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ รวมถึงอันดรี ซีบิกา รัฐมนตรีต่างประเทศ, รัสเทม ยูเมรอฟ รัฐมนตรีกลาโหม และพาฟโล ปาลิซา ผู้บัญชาการทหาร
    .
    คณะเจ้าหน้าที่ของอเมริกายังประกอบด้วยไมค์ วอลซ์ ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ และสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษดูแลเรื่องตะวันออกกลางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
    .
    เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของสหรัฐฯ เผยว่า วอชิงตันต้องการใช้โอกาสนี้พิจารณาว่า ยูเครนต้องการเพียงสันติภาพที่เป็นธรรมหรือสันติภาพที่เป็นจริง สนใจแค่พรมแดนเดิมในปี 2014 หรือพรมแดนในปี 2022 หรืออีกนัยหนึ่งคือยูเครนพร้อมประนีประนอมด้วยการยกดินแดนบางส่วนให้รัสเซียเพื่อแลกกับการยุติสงครามหรือไม่
    .
    ขณะเดียวกัน ไบรอัน ฮิวจ์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของอเมริกา แถลงว่า เซเลนสกี้มีความคืบหน้าในการฟื้นคืนความสัมพันธ์วอชิงตัน-เคียฟ หลังจากปะทะคารมกับทรัมป์ระหว่างเยือนทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และสำทับว่า อเมริกาเฝ้ารอว่า จะเห็นการดำเนินการที่ดีเพิ่มเติมซึ่งจะนำไปสู่การยุติสงครามโหดร้ายในยูเครน
    .
    ด้านทรัมป์แสดงความเห็นแง่ดีว่า การหารือที่เจดดาห์จะมีความคืบหน้าอย่างมาก
    .
    วิตคอฟฟ์ซึ่งเป็นผู้จัดการการเจรจา เผยว่า เป้าหมายคือ การบรรลุกรอบโครงข้อตกลงสันติภาพและข้อตกลงหยุดยิงเบื้องต้น
    .
    ทั้งนี้ เซเลนสกี้ต้องการให้มการหยุดยิงทางอากาศและทะเล ตลอดจนถึงการแลกเปลี่ยนนักโทษ เพื่อทดสอบความมุ่งมั่นในการยุติสงครามของรัสเซีย ขณะที่มอสโกคัดค้านแนวคิดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่อังกฤษและฝรั่งเศสเสนอ เนื่องจากเห็นว่า เป็นการซื้อเวลาของเคียฟเพื่อป้องกันไม่ให้กองทัพยูเครนล่มสลาย
    .
    ทางฝ่ายเซเลนสกี้กล่าวเมื่อคืนวันอาทิตย์ก่อนออกเดินทางไปซาอุดีอาระเบีย ว่า เขาหวังว่า การเจรจาระหว่างทีมเจ้าหน้าที่ยูเครนกับอเมริกาจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ทั้งในด้านความคืบหน้าเกี่ยวกับสันติภาพและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของอเมริกา ทั้งนี้ ประธานาธิบดียูเครนมีกำหนดการเข้าพบมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ของซาอุดีอาระเบีย ในวันจันทร์ (10 ) แต่การเจรจากับทีมของสหรัฐฯในวันอังคารนั้น ตามรายงานข่าวบอกว่าเป็นภารกิจของทีมเจรจาฝ่ายยูเครน
    .
    เซเลนสกี้เสริมว่า ยูเครนพร้อมลงนามข้อตกลงแร่ธาตุกับอเมริกา ซึ่งจะมีการจัดตั้งกองทุนร่วมจากการขายแร่ธาตุของยูเครน ขณะที่วอชิงตันระบุว่า ข้อตกลงนี้มีความสำคัญต่อการที่อเมริกาจะให้การสนับสนุนเคียฟต่อไป
    .
    อย่างไรก็ดี ขณะที่การสนับสนุนของอเมริกายังไร้ความแน่นอน เซเลนสกี้ได้เรียกร้องให้พวกพันธมิตรยุโรปเพิ่มการสนับสนุนตนเอง ขณะที่เคียฟเพลี่ยงพล้ำในสนามรบมากขึ้นและกำลังถูกบดขยี้หนักให้ล่าถอยออกจากแคว้นคูร์สก์ของรัสเซีย
    .
    สำหรับมุมมองของพันธมิตรยุโรปเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพนั้น มีการเตือนว่า ยูเครนควรทำข้อตกลงกับรัสเซียภายใต้จุดยืนที่แข็งแกร่งเท่านั้น อีกทั้งไม่ควรรีบร้อนเจรจากับผู้รุกราน
    .
    ทั้งนี้ เซเลนสกี้ระบุว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ไม่ต้องการสันติภาพ อีกทั้งบอกว่ารัสเซียยังจะโจมตีประเทศยุโรปอื่นๆ ต่อไปอีก ถ้าที่สุดแล้วไม่มีผลลัพธ์ชัดเจนว่า รัสเซียพ่ายแพ้ในการรุกรานยูเครน
    .
    ในทางกลับกัน วอชิงตันพยายามบีบทุกทางให้เคียฟยอมเจรจายุติสงครามกับรัสเซีย โดยล่าสุดถึงขั้นที่สหรัฐฯระงับการให้ความช่วยเหลือทางทหารและการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง รวมทั้งการเข้าถึงภาพถ่ายดาวเทียมแก่ยูเครน โดยไม่ฟังเสียงพวกโปรยูเครนที่อ้างว่า ความเคลื่อนไหวนี้เสี่ยงทำให้สงครามยืดเยื้อออกไป เนื่องจากรัสเซียจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นและมีแนวโน้มลดลงในการยอมยุติศึก และยอมทำข้อตกลงสันติภาพแบบเท่าเทียมกับยูเครน
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000023235
    ..............
    Sondhi X
    อเมริกาเล็งใช้การประชุมกับคณะเจรจายูเครนในซาอุดีอาระเบียที่กำหนดจัดขึ้นวันอังคาร (11 มี.ค.) เพื่อวัดใจว่า เคียฟยินยอมพร้อมใจสละดินแดนให้รัสเซียเพื่อยุติสงคราม และจริงจังกับการปรับปรุงความสัมพันธ์กับคณะบริหารของทรัมป์หรือไม่ ขณะที่ทั้งทรัมป์และเซเลนสกี้ต่างแสดงความเห็นแง่ดีว่า การหารือจะมีความคืบหน้าและมีผลลัพธ์ที่ดี . มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ออกเดินทางไปยังเมืองเจดดาห์ของซาอุดีอาระเบียเมื่อวันอาทิตย์ (9 มี.ค.) เพื่อหารือกับคณะเจ้าหน้าที่ยูเครนที่นำโดยอันเดร เยมาร์ค หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ รวมถึงอันดรี ซีบิกา รัฐมนตรีต่างประเทศ, รัสเทม ยูเมรอฟ รัฐมนตรีกลาโหม และพาฟโล ปาลิซา ผู้บัญชาการทหาร . คณะเจ้าหน้าที่ของอเมริกายังประกอบด้วยไมค์ วอลซ์ ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ และสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษดูแลเรื่องตะวันออกกลางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ . เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของสหรัฐฯ เผยว่า วอชิงตันต้องการใช้โอกาสนี้พิจารณาว่า ยูเครนต้องการเพียงสันติภาพที่เป็นธรรมหรือสันติภาพที่เป็นจริง สนใจแค่พรมแดนเดิมในปี 2014 หรือพรมแดนในปี 2022 หรืออีกนัยหนึ่งคือยูเครนพร้อมประนีประนอมด้วยการยกดินแดนบางส่วนให้รัสเซียเพื่อแลกกับการยุติสงครามหรือไม่ . ขณะเดียวกัน ไบรอัน ฮิวจ์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของอเมริกา แถลงว่า เซเลนสกี้มีความคืบหน้าในการฟื้นคืนความสัมพันธ์วอชิงตัน-เคียฟ หลังจากปะทะคารมกับทรัมป์ระหว่างเยือนทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และสำทับว่า อเมริกาเฝ้ารอว่า จะเห็นการดำเนินการที่ดีเพิ่มเติมซึ่งจะนำไปสู่การยุติสงครามโหดร้ายในยูเครน . ด้านทรัมป์แสดงความเห็นแง่ดีว่า การหารือที่เจดดาห์จะมีความคืบหน้าอย่างมาก . วิตคอฟฟ์ซึ่งเป็นผู้จัดการการเจรจา เผยว่า เป้าหมายคือ การบรรลุกรอบโครงข้อตกลงสันติภาพและข้อตกลงหยุดยิงเบื้องต้น . ทั้งนี้ เซเลนสกี้ต้องการให้มการหยุดยิงทางอากาศและทะเล ตลอดจนถึงการแลกเปลี่ยนนักโทษ เพื่อทดสอบความมุ่งมั่นในการยุติสงครามของรัสเซีย ขณะที่มอสโกคัดค้านแนวคิดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่อังกฤษและฝรั่งเศสเสนอ เนื่องจากเห็นว่า เป็นการซื้อเวลาของเคียฟเพื่อป้องกันไม่ให้กองทัพยูเครนล่มสลาย . ทางฝ่ายเซเลนสกี้กล่าวเมื่อคืนวันอาทิตย์ก่อนออกเดินทางไปซาอุดีอาระเบีย ว่า เขาหวังว่า การเจรจาระหว่างทีมเจ้าหน้าที่ยูเครนกับอเมริกาจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ทั้งในด้านความคืบหน้าเกี่ยวกับสันติภาพและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของอเมริกา ทั้งนี้ ประธานาธิบดียูเครนมีกำหนดการเข้าพบมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ของซาอุดีอาระเบีย ในวันจันทร์ (10 ) แต่การเจรจากับทีมของสหรัฐฯในวันอังคารนั้น ตามรายงานข่าวบอกว่าเป็นภารกิจของทีมเจรจาฝ่ายยูเครน . เซเลนสกี้เสริมว่า ยูเครนพร้อมลงนามข้อตกลงแร่ธาตุกับอเมริกา ซึ่งจะมีการจัดตั้งกองทุนร่วมจากการขายแร่ธาตุของยูเครน ขณะที่วอชิงตันระบุว่า ข้อตกลงนี้มีความสำคัญต่อการที่อเมริกาจะให้การสนับสนุนเคียฟต่อไป . อย่างไรก็ดี ขณะที่การสนับสนุนของอเมริกายังไร้ความแน่นอน เซเลนสกี้ได้เรียกร้องให้พวกพันธมิตรยุโรปเพิ่มการสนับสนุนตนเอง ขณะที่เคียฟเพลี่ยงพล้ำในสนามรบมากขึ้นและกำลังถูกบดขยี้หนักให้ล่าถอยออกจากแคว้นคูร์สก์ของรัสเซีย . สำหรับมุมมองของพันธมิตรยุโรปเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพนั้น มีการเตือนว่า ยูเครนควรทำข้อตกลงกับรัสเซียภายใต้จุดยืนที่แข็งแกร่งเท่านั้น อีกทั้งไม่ควรรีบร้อนเจรจากับผู้รุกราน . ทั้งนี้ เซเลนสกี้ระบุว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ไม่ต้องการสันติภาพ อีกทั้งบอกว่ารัสเซียยังจะโจมตีประเทศยุโรปอื่นๆ ต่อไปอีก ถ้าที่สุดแล้วไม่มีผลลัพธ์ชัดเจนว่า รัสเซียพ่ายแพ้ในการรุกรานยูเครน . ในทางกลับกัน วอชิงตันพยายามบีบทุกทางให้เคียฟยอมเจรจายุติสงครามกับรัสเซีย โดยล่าสุดถึงขั้นที่สหรัฐฯระงับการให้ความช่วยเหลือทางทหารและการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง รวมทั้งการเข้าถึงภาพถ่ายดาวเทียมแก่ยูเครน โดยไม่ฟังเสียงพวกโปรยูเครนที่อ้างว่า ความเคลื่อนไหวนี้เสี่ยงทำให้สงครามยืดเยื้อออกไป เนื่องจากรัสเซียจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นและมีแนวโน้มลดลงในการยอมยุติศึก และยอมทำข้อตกลงสันติภาพแบบเท่าเทียมกับยูเครน . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000023235 .............. Sondhi X
    Like
    Love
    Haha
    9
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1414 มุมมอง 0 รีวิว
  • เซเลนสกี ยืนยันการประชุมกับทีมสหรัฐในวันอังคารที่จะถึงนี้ ที่ซาอุดีอาระเบีย ทีมของเขาประกอบไปด้วย
    Andriy Yermak หัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดี,
    Andriy Sybiha รัฐมนตรีต่างประเทศ,
    Rustem Umerov รัฐมนตรีกลาโหม และ
    Pavlo Palisa รองหัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดี
    เซเลนสกี ยืนยันการประชุมกับทีมสหรัฐในวันอังคารที่จะถึงนี้ ที่ซาอุดีอาระเบีย ทีมของเขาประกอบไปด้วย Andriy Yermak หัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดี, Andriy Sybiha รัฐมนตรีต่างประเทศ, Rustem Umerov รัฐมนตรีกลาโหม และ Pavlo Palisa รองหัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดี
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 290 มุมมอง 0 รีวิว
  • อิสราเอล คัทซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ฉวยโอกาสความวุ่นวายทางฝั่งตะวันตกของซีเรีย โดยเรียกประธานาธิบดีคนใหม่ของซีเรียว่าเป็น “ผู้ก่อการร้ายอัลกออิดะห์” หลังจากมีรายงานว่า เขาเรียกใช้กองกำลัง HTS ซึ่งอดีตคือกลุ่มก่อการร้าย แต่ปัจจุบันกลายมาเป็นเจ้าหน้ารักษาความสงบของรัฐบาลซีเรียไปแล้ว เข้าปราบปรามและสังหารพลเรือนชาวอลาวีไปแล้วมากกว่า 125 คน

    คัทซ์เตือนซีเรียว่า อิสราเอลจะปกป้องตนเองจากภัยคุกคามใดๆ จากซีเรีย และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อิสราเอลจะยังคงรักษาพื้นที่ทางเหนือของอิสราเอลต่อไป

    ขณะเดียวกัน NBC News รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 240 รายในซีเรียตะวันตกเฉียงเหนือ เนื่องจากกองกำลังของรัฐบาลซีเรีย เข้าทำการปราบปรามอย่างหนัก และสิ่งที่ตามมาคือคลื่นการสังหารที่โหดร้าย เหยื่อจำนวนมากเป็นชาวอลาวี ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยทางศาสนาของอัสซาดที่ครองอำนาจมานานหลายทศวรรษ

    ประธานาธิบดีอัลชาราเคยสัญญาว่าซีเรียจะเป็นหนึ่งเดียวในทุกเชื้อชาติ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมำให้รัฐบาลตะวันตกกำลัง "จับตาดูอย่างใกล้ชิด" โดยสงสัยว่า อัลชาราคือคนที่จะมาสร้างซีเรียขึ้นใหม่จริงหรือ หรือเป็นเพียงผู้นำสงครามในเครื่องแบบใหม่เท่านั้น
    อิสราเอล คัทซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ฉวยโอกาสความวุ่นวายทางฝั่งตะวันตกของซีเรีย โดยเรียกประธานาธิบดีคนใหม่ของซีเรียว่าเป็น “ผู้ก่อการร้ายอัลกออิดะห์” หลังจากมีรายงานว่า เขาเรียกใช้กองกำลัง HTS ซึ่งอดีตคือกลุ่มก่อการร้าย แต่ปัจจุบันกลายมาเป็นเจ้าหน้ารักษาความสงบของรัฐบาลซีเรียไปแล้ว เข้าปราบปรามและสังหารพลเรือนชาวอลาวีไปแล้วมากกว่า 125 คน คัทซ์เตือนซีเรียว่า อิสราเอลจะปกป้องตนเองจากภัยคุกคามใดๆ จากซีเรีย และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อิสราเอลจะยังคงรักษาพื้นที่ทางเหนือของอิสราเอลต่อไป ขณะเดียวกัน NBC News รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 240 รายในซีเรียตะวันตกเฉียงเหนือ เนื่องจากกองกำลังของรัฐบาลซีเรีย เข้าทำการปราบปรามอย่างหนัก และสิ่งที่ตามมาคือคลื่นการสังหารที่โหดร้าย เหยื่อจำนวนมากเป็นชาวอลาวี ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยทางศาสนาของอัสซาดที่ครองอำนาจมานานหลายทศวรรษ ประธานาธิบดีอัลชาราเคยสัญญาว่าซีเรียจะเป็นหนึ่งเดียวในทุกเชื้อชาติ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมำให้รัฐบาลตะวันตกกำลัง "จับตาดูอย่างใกล้ชิด" โดยสงสัยว่า อัลชาราคือคนที่จะมาสร้างซีเรียขึ้นใหม่จริงหรือ หรือเป็นเพียงผู้นำสงครามในเครื่องแบบใหม่เท่านั้น
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 319 มุมมอง 0 รีวิว
  • "เอามั้ยล่ะ!!"
    พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ ตอบโต้สถานทูตจีนประจำอเมริกา ที่บอกว่าปักกิ่งพร้อมต่อสู้ "ในทุกรูปแบบของสงคราม" โดยระบุว่า “เราเตรียมพร้อมตลอดเวลา แม้ว่าเราแสวงหาสันติภาพ แต่เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับสงครามเช่นกัน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมสหรัฐถึงเดินหน้าเสริมความเข้มแข็งด้านการทหาร”

    ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า สถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โพสต์บน "X" ว่า “หากสหรัฐต้องการทำสงคราม ไม่ว่าจะเป็นสงครามภาษี สงครามการค้า หรือสงครามประเภทใดก็ตาม เราพร้อมจะสู้จนถึงที่สุด”

    เฮกเซธ เน้นย้ำว่า เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องมีความแข็งแกร่ง

    “นั่นคือเหตุผลที่เรากำลังสร้างกองทัพของเราขึ้นมาใหม่ นั่นคือเหตุผลที่เรากำลังสร้างความยับยั้งชั่งใจขึ้นใหม่ในอุดมการณ์ของนักรบ เรากำลังอาศัยอยู่ในโลกที่อันตราย ซึ่งมีประเทศที่มีอำนาจและกำลังรุ่งเรืองซึ่งมีอุดมการณ์ที่แตกต่างกันมาก”
    "เอามั้ยล่ะ!!" พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ ตอบโต้สถานทูตจีนประจำอเมริกา ที่บอกว่าปักกิ่งพร้อมต่อสู้ "ในทุกรูปแบบของสงคราม" โดยระบุว่า “เราเตรียมพร้อมตลอดเวลา แม้ว่าเราแสวงหาสันติภาพ แต่เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับสงครามเช่นกัน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมสหรัฐถึงเดินหน้าเสริมความเข้มแข็งด้านการทหาร” ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า สถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โพสต์บน "X" ว่า “หากสหรัฐต้องการทำสงคราม ไม่ว่าจะเป็นสงครามภาษี สงครามการค้า หรือสงครามประเภทใดก็ตาม เราพร้อมจะสู้จนถึงที่สุด” เฮกเซธ เน้นย้ำว่า เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องมีความแข็งแกร่ง “นั่นคือเหตุผลที่เรากำลังสร้างกองทัพของเราขึ้นมาใหม่ นั่นคือเหตุผลที่เรากำลังสร้างความยับยั้งชั่งใจขึ้นใหม่ในอุดมการณ์ของนักรบ เรากำลังอาศัยอยู่ในโลกที่อันตราย ซึ่งมีประเทศที่มีอำนาจและกำลังรุ่งเรืองซึ่งมีอุดมการณ์ที่แตกต่างกันมาก”
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 283 มุมมอง 0 รีวิว
  • สหรัฐฯ พร้อมเข้าสู่สงครามกับจีนถ้าจำเป็น จากคำประกาศกร้าวของกระทรวงกลาโหมอเมริกา (เพนตากอน) ความเห็นซึ่งมีขึ้นตามหลังปักกิ่งบอกว่าพร้อมต่อสู้ในทุกรูปแบบของสงคราม ท่ามกลางความเคลื่อนไหวรีดภาษีตอบโต้กันไปมา ที่กำลังลุกลามกลายเป็นสงครามการค้าระหว่าง 2 ชาติเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก
    .
    พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ แสดงจุดยืนของอเมริกาอย่างชัดเจน ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ ในวันพุธ (5 มี.ค.) ตอบโต้สถานทูตจีนประจำอเมริกา ที่บอกว่าปักกิ่งพร้อมต่อสู้ "ในทุกรูปแบบของสงคราม"
    .
    "เราก็พร้อม" เฮกเซธบอก พร้อมระบุ "ใครที่มีสันติภาพมาช้านาน ต้องเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม" ทั้งนี้เขาเน้นย้ำว่านี่คือเหตุผลว่าทำไมสหรัฐฯ ถึงเดินหน้าเสริมความเข้มแข็งด้านการทหาร
    .
    เขากล่าวว่า "เราอยู่ในโลกที่อันตราย เต็มไปด้วยบรรดาประเทศที่มีพลังอำนาจและอิทธิพล ที่มีอุดมการณ์แตกต่างกันอย่างมาก" เฮกเซธระบุ "พวกเขาเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมอย่างรวดเร็ว ปรับปรุงเทคโนโลยีให้มีความทันสมัย พวกเขาต้องการแทนที่สหรัฐฯ"
    .
    อย่างไรก็ตาม เฮกเซธ เน้นว่าการคงไว้ซึ่งความเข้มแข็งทางทหาร คือกุญแจหลักสำหรับหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง "ถ้าเราต้องการปรามสงครามกับจีนหรือชาติอื่นๆ เราจำเป็นต้องเข้มแข็ง"
    .
    รัฐมนตรีกลาโหมรายนี้ระบุด้วยว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีความสำคัญที่ยอดเยี่้ยมกับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และกำลังเสาะแสวงหาความร่วมมือกับความเป็นหุ้นส่วนในสิ่งที่เป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม เฮกเซธ เน้นว่าบทบาทของเขาในฐานะรัฐมนตรีกลาโหม จำเป็นต้องรับประกันความพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ของการเผชิญหน้าใดๆ
    .
    ความเห็นของเขามีขึ้นหลังจากเมื่อช่วงเย็นวันอังคาร (4 มี.ค.) จีนบอกว่าพวกเขาจะตอบโต้ หากว่าสหรัฐฯ เดินหน้าสงครามการค้าหรือสงครามรีดภาษี ตามหลัง ทรัมป์ ตัดสินใจขึ้นภาษีเท่าตัวสินค้านำเข้าจากจีน จาก 10% เป็น 20% มาตรการนี้มีขึ้นหลังจากรัฐบาลชุดก่อนของทรัมป์ เคยรีดภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ย้อนกลับไปในปี 2018 และ 2019 คิดเป็นมูลค่ากว่า 370,000 ล้านดอลลาร์
    .
    "ถ้าสงครามคือสิ่งที่สหรัฐฯ ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสงครามรีดภาษี สงครามการค้า หรือสงครามรูปแบบอื่นๆ รูปแบบใดก็ตาม เราพร้อมสู้จนถึงจุดจบ" หลิน เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุในถ้อยแถลง
    .
    ในการตอบโต้อย่างทันควันต่อมาตรการของทรัมป์ ทางปักกิ่งได้แถลงขึ้นภาษีอีก 10% ถึง 15% ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารต่างๆ ที่นำเข้าจากสหรัฐฯ นอกจากนี้ พวกเขายังกำหนดข้อจำกัดด้านการส่งออกและการลงทุนกับบริษัทต่างๆ ของอเมริกา 25 แห่ง อ้างถึงความกังวลด้านความมั่นคง
    .
    ปักกิ่งยังได้ยื่นฟ้องต่อองค์การการค้าโลก (WTO) กล่าวอ้างว่ามาตรการรรีดภาษีของสหรัฐฯ ละเมิดกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศ และเรียกร้องให้วอชิงตันคลี่คลายข้อพิพาทนี้ผ่านการเจรจา
    .
    ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนเคยปะทุขึ้นในปี 2018 ครั้งที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก โดยเขากำหนดมาตรการรีดภาษีสินค้านำเข้าจากจีน อ้างถึงการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่ยุติธรรมและการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา ความเคลื่อนไหวกระตุ้นการตอบโต้กันไปมา จนลุกลามบานปลายกระทบต่อตลาดโลกและห่วงโซ่อุปทานโลก
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000021626
    ..............
    Sondhi X
    สหรัฐฯ พร้อมเข้าสู่สงครามกับจีนถ้าจำเป็น จากคำประกาศกร้าวของกระทรวงกลาโหมอเมริกา (เพนตากอน) ความเห็นซึ่งมีขึ้นตามหลังปักกิ่งบอกว่าพร้อมต่อสู้ในทุกรูปแบบของสงคราม ท่ามกลางความเคลื่อนไหวรีดภาษีตอบโต้กันไปมา ที่กำลังลุกลามกลายเป็นสงครามการค้าระหว่าง 2 ชาติเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก . พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ แสดงจุดยืนของอเมริกาอย่างชัดเจน ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ ในวันพุธ (5 มี.ค.) ตอบโต้สถานทูตจีนประจำอเมริกา ที่บอกว่าปักกิ่งพร้อมต่อสู้ "ในทุกรูปแบบของสงคราม" . "เราก็พร้อม" เฮกเซธบอก พร้อมระบุ "ใครที่มีสันติภาพมาช้านาน ต้องเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม" ทั้งนี้เขาเน้นย้ำว่านี่คือเหตุผลว่าทำไมสหรัฐฯ ถึงเดินหน้าเสริมความเข้มแข็งด้านการทหาร . เขากล่าวว่า "เราอยู่ในโลกที่อันตราย เต็มไปด้วยบรรดาประเทศที่มีพลังอำนาจและอิทธิพล ที่มีอุดมการณ์แตกต่างกันอย่างมาก" เฮกเซธระบุ "พวกเขาเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมอย่างรวดเร็ว ปรับปรุงเทคโนโลยีให้มีความทันสมัย พวกเขาต้องการแทนที่สหรัฐฯ" . อย่างไรก็ตาม เฮกเซธ เน้นว่าการคงไว้ซึ่งความเข้มแข็งทางทหาร คือกุญแจหลักสำหรับหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง "ถ้าเราต้องการปรามสงครามกับจีนหรือชาติอื่นๆ เราจำเป็นต้องเข้มแข็ง" . รัฐมนตรีกลาโหมรายนี้ระบุด้วยว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีความสำคัญที่ยอดเยี่้ยมกับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และกำลังเสาะแสวงหาความร่วมมือกับความเป็นหุ้นส่วนในสิ่งที่เป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม เฮกเซธ เน้นว่าบทบาทของเขาในฐานะรัฐมนตรีกลาโหม จำเป็นต้องรับประกันความพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ของการเผชิญหน้าใดๆ . ความเห็นของเขามีขึ้นหลังจากเมื่อช่วงเย็นวันอังคาร (4 มี.ค.) จีนบอกว่าพวกเขาจะตอบโต้ หากว่าสหรัฐฯ เดินหน้าสงครามการค้าหรือสงครามรีดภาษี ตามหลัง ทรัมป์ ตัดสินใจขึ้นภาษีเท่าตัวสินค้านำเข้าจากจีน จาก 10% เป็น 20% มาตรการนี้มีขึ้นหลังจากรัฐบาลชุดก่อนของทรัมป์ เคยรีดภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ย้อนกลับไปในปี 2018 และ 2019 คิดเป็นมูลค่ากว่า 370,000 ล้านดอลลาร์ . "ถ้าสงครามคือสิ่งที่สหรัฐฯ ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสงครามรีดภาษี สงครามการค้า หรือสงครามรูปแบบอื่นๆ รูปแบบใดก็ตาม เราพร้อมสู้จนถึงจุดจบ" หลิน เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุในถ้อยแถลง . ในการตอบโต้อย่างทันควันต่อมาตรการของทรัมป์ ทางปักกิ่งได้แถลงขึ้นภาษีอีก 10% ถึง 15% ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารต่างๆ ที่นำเข้าจากสหรัฐฯ นอกจากนี้ พวกเขายังกำหนดข้อจำกัดด้านการส่งออกและการลงทุนกับบริษัทต่างๆ ของอเมริกา 25 แห่ง อ้างถึงความกังวลด้านความมั่นคง . ปักกิ่งยังได้ยื่นฟ้องต่อองค์การการค้าโลก (WTO) กล่าวอ้างว่ามาตรการรรีดภาษีของสหรัฐฯ ละเมิดกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศ และเรียกร้องให้วอชิงตันคลี่คลายข้อพิพาทนี้ผ่านการเจรจา . ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนเคยปะทุขึ้นในปี 2018 ครั้งที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก โดยเขากำหนดมาตรการรีดภาษีสินค้านำเข้าจากจีน อ้างถึงการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่ยุติธรรมและการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา ความเคลื่อนไหวกระตุ้นการตอบโต้กันไปมา จนลุกลามบานปลายกระทบต่อตลาดโลกและห่วงโซ่อุปทานโลก . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000021626 .............. Sondhi X
    Like
    Love
    Haha
    Wow
    26
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 2417 มุมมอง 1 รีวิว
  • รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ฌ็อง-โนเอล บาร์โรต์ (Jean-Noël Barrot) ล่าสุดแสดงความรู้สึกมึนงงหลังมีรายงานรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีธ เฮกเซธ (Pete Hegseth) มีรายงานสั่งให้ยุติปฏิบัติการต่อต้านรัสเซียทางไซเบอร์ชั่วคราว
    .
    โพลิติโกของสหรัฐฯ รายงานวานนี้ (3 มี.ค.) ว่า กลายเป็นประเด็นล่าสุดของการเปลี่ยนนโยบายการต่างประเทศสหรัฐฯ แบบ 360 องศาที่ดูเหมือนทำให้ “รัสเซีย” ได้เปรียบส่งผลทำให้เป็นที่กังขาในสายตาทั่วโลกโดยเฉพาะในยุโรป
    .
    รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ฌ็อง-โนเอล บาร์โรต์ (Jean-Noël Barrot) วันจันทร์ (3) ออกมาแสดงความเห็นสถานีวิทยุฟรานซ์อินเตอร์ (France Inter) ว่า “ผมมีปัญหาเล็กน้อยในความเข้าใจ (การตัดสินใจของรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีธ เฮกเซธ)”
    .
    รัฐมนตรีฝรั่งเศสกล่าวว่า บรรดาชาติสมาชิกสหภาพยุโรปมักตกเป็นเป้าการโจมตีทางไซเบอร์จากรัสเซีย
    .
    นิวสวีกของสหรัฐฯ รายงานว่า คำสั่งของเฮกเซธเป็นส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวที่จะนำประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน กลับสู่โต๊ะเจรจาสงครามยูเครน แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างมอสโกและวอชิงตัน อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส
    .
    The Record สื่อความมั่นคงทางไซเบอร์เป็นสื่อแรกที่รายงานคำสั่งรัฐมนตรีกลาโหมเพนตากอนที่ออกคำสั่งให้ยุติปฏิบัติการต่อต้านคู่อริรัสเซียเมื่อวันศุกร์ (28 ก.พ.)
    .
    สำนักงานกองบัญชาการไซเบอร์สหรัฐฯ USCYBERCOM (U.S. Cyber Command) ภายใต้กองทัพสหรัฐฯ ก่อตั้งมานานกว่า 10 ปีมีผู้ปฏิบัติการไม่กี่ร้อยคนประจำฐานที่ฟอร์ตมีด (Fort Meade) รัฐแมรีแลนด์
    .
    “คำสั่งนี้ไม่ใช้กับสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ NSA ที่เฮกเซธทำหน้าที่บริหารหรือสัญญาณของตัวเองในการทำงานด้านข่าวกรองที่มีเป้าหมายไปที่รัสเซีย” The Record ชี้
    .
    ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สกล่าวว่า คำสั่งของเจ้ากระทรวงเพนตากอนออกมาก่อนเกิดศึกหน้าจอโทรทัศน์ที่ทำเนียบขาวระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดียูเครน โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ที่เป็นส่วนหนึ่งของการกลับมาประเมินอีกครั้งในปฏิบัติการทั้งหมดต่อต้านรัสเซียที่ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะ
    .
    ขณะที่เจ้าหน้าที่อเมริกันทั้งหลายกล่าวว่า มันเป็นเรื่องปกติสำหรับปฏิบัติการทางการทหารที่จะมีการหยุดพักชั่วคราวระหว่างการเจรจาทางการทูต ซึ่งการถอยออกมาจากปฏิบัติการทางไซเบอร์ต่อต้านรัสเซียอาจเป็นเหมือนการเดิมพันเพราะเกมจะอยู่ในมือของประธานาธิบดีปูตินที่จะยอมเคลื่อนไหวในลักษณะที่คล้ายกันหรือไม่
    .
    ทั้งนี้ หนึ่งในเจ้าหน้าที่ไม่เปิดเผยได้กล่าวต่อ CNN ว่า การสั่งหยุดพักชั่วคราวถือเป็นความหายนะครั้งใหญ่ ขณะที่ผู้นำเสียงข้างน้อยพรรคเดโมแครตในสภาสูงสหรัฐฯ ชัค ชูเมอร์ (Chuck Schumer) ออกมาโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า มันอาจเป็นความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญที่อาจจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบให้รัสเซีย
    .
    อย่างไรก็ตามในวันอาทิตย์ (2) สำนักงานความมั่นคงโครงสร้างพื้นฐานและไซเบอร์สหรัฐฯ (U.S. Cybersecurity and Infrastructure Security Agency) แถลงบนแพลตฟอร์ม X ว่า ภารกิจของสำนักงานในการปกป้องภัยคุกคามทางไซเบอร์ทุกรูปแบบรวมถึงจาก “รัสเซีย” ไม่เปลี่ยนแปลง
    .
    โพลิติโกรายงานว่า ความเคลื่อนไหวของเพนตากอนครั้งสำคัญนี้ทำให้มีความประหลาดใจอย่างมากในยุโรปที่ “รัสเซีย” ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามหลักในทางไซเบอร์ควบคู่ไปกับ “จีน”
    .
    ซึ่งทั้งเจ้าหน้าฝรั่งเศสและประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานุเอล มาครง ต่างออกมากล่าวหา “รัสเซีย” หลายครั้งที่ปูตินใช้สงครามไฮบริดต่อฝรั่งเศสผ่านทางการโจมตีทางไซเบอร์ “รัสเซียกำลังโจมตีพวกเราผ่านทางข้อมูลทางไซเบอร์”
    .
    มาครงกล่าวในเดือนที่ผ่านมาอ้างว่า “มอสโกกำลังแสวงหาเพื่อสร้างความไร้เสถียรภาพต่อประชาธิปไตยของพวกเรา”
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000021231
    ..............
    Sondhi X
    รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ฌ็อง-โนเอล บาร์โรต์ (Jean-Noël Barrot) ล่าสุดแสดงความรู้สึกมึนงงหลังมีรายงานรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีธ เฮกเซธ (Pete Hegseth) มีรายงานสั่งให้ยุติปฏิบัติการต่อต้านรัสเซียทางไซเบอร์ชั่วคราว . โพลิติโกของสหรัฐฯ รายงานวานนี้ (3 มี.ค.) ว่า กลายเป็นประเด็นล่าสุดของการเปลี่ยนนโยบายการต่างประเทศสหรัฐฯ แบบ 360 องศาที่ดูเหมือนทำให้ “รัสเซีย” ได้เปรียบส่งผลทำให้เป็นที่กังขาในสายตาทั่วโลกโดยเฉพาะในยุโรป . รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ฌ็อง-โนเอล บาร์โรต์ (Jean-Noël Barrot) วันจันทร์ (3) ออกมาแสดงความเห็นสถานีวิทยุฟรานซ์อินเตอร์ (France Inter) ว่า “ผมมีปัญหาเล็กน้อยในความเข้าใจ (การตัดสินใจของรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีธ เฮกเซธ)” . รัฐมนตรีฝรั่งเศสกล่าวว่า บรรดาชาติสมาชิกสหภาพยุโรปมักตกเป็นเป้าการโจมตีทางไซเบอร์จากรัสเซีย . นิวสวีกของสหรัฐฯ รายงานว่า คำสั่งของเฮกเซธเป็นส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวที่จะนำประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน กลับสู่โต๊ะเจรจาสงครามยูเครน แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างมอสโกและวอชิงตัน อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส . The Record สื่อความมั่นคงทางไซเบอร์เป็นสื่อแรกที่รายงานคำสั่งรัฐมนตรีกลาโหมเพนตากอนที่ออกคำสั่งให้ยุติปฏิบัติการต่อต้านคู่อริรัสเซียเมื่อวันศุกร์ (28 ก.พ.) . สำนักงานกองบัญชาการไซเบอร์สหรัฐฯ USCYBERCOM (U.S. Cyber Command) ภายใต้กองทัพสหรัฐฯ ก่อตั้งมานานกว่า 10 ปีมีผู้ปฏิบัติการไม่กี่ร้อยคนประจำฐานที่ฟอร์ตมีด (Fort Meade) รัฐแมรีแลนด์ . “คำสั่งนี้ไม่ใช้กับสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ NSA ที่เฮกเซธทำหน้าที่บริหารหรือสัญญาณของตัวเองในการทำงานด้านข่าวกรองที่มีเป้าหมายไปที่รัสเซีย” The Record ชี้ . ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สกล่าวว่า คำสั่งของเจ้ากระทรวงเพนตากอนออกมาก่อนเกิดศึกหน้าจอโทรทัศน์ที่ทำเนียบขาวระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดียูเครน โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ที่เป็นส่วนหนึ่งของการกลับมาประเมินอีกครั้งในปฏิบัติการทั้งหมดต่อต้านรัสเซียที่ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะ . ขณะที่เจ้าหน้าที่อเมริกันทั้งหลายกล่าวว่า มันเป็นเรื่องปกติสำหรับปฏิบัติการทางการทหารที่จะมีการหยุดพักชั่วคราวระหว่างการเจรจาทางการทูต ซึ่งการถอยออกมาจากปฏิบัติการทางไซเบอร์ต่อต้านรัสเซียอาจเป็นเหมือนการเดิมพันเพราะเกมจะอยู่ในมือของประธานาธิบดีปูตินที่จะยอมเคลื่อนไหวในลักษณะที่คล้ายกันหรือไม่ . ทั้งนี้ หนึ่งในเจ้าหน้าที่ไม่เปิดเผยได้กล่าวต่อ CNN ว่า การสั่งหยุดพักชั่วคราวถือเป็นความหายนะครั้งใหญ่ ขณะที่ผู้นำเสียงข้างน้อยพรรคเดโมแครตในสภาสูงสหรัฐฯ ชัค ชูเมอร์ (Chuck Schumer) ออกมาโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า มันอาจเป็นความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญที่อาจจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบให้รัสเซีย . อย่างไรก็ตามในวันอาทิตย์ (2) สำนักงานความมั่นคงโครงสร้างพื้นฐานและไซเบอร์สหรัฐฯ (U.S. Cybersecurity and Infrastructure Security Agency) แถลงบนแพลตฟอร์ม X ว่า ภารกิจของสำนักงานในการปกป้องภัยคุกคามทางไซเบอร์ทุกรูปแบบรวมถึงจาก “รัสเซีย” ไม่เปลี่ยนแปลง . โพลิติโกรายงานว่า ความเคลื่อนไหวของเพนตากอนครั้งสำคัญนี้ทำให้มีความประหลาดใจอย่างมากในยุโรปที่ “รัสเซีย” ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามหลักในทางไซเบอร์ควบคู่ไปกับ “จีน” . ซึ่งทั้งเจ้าหน้าฝรั่งเศสและประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานุเอล มาครง ต่างออกมากล่าวหา “รัสเซีย” หลายครั้งที่ปูตินใช้สงครามไฮบริดต่อฝรั่งเศสผ่านทางการโจมตีทางไซเบอร์ “รัสเซียกำลังโจมตีพวกเราผ่านทางข้อมูลทางไซเบอร์” . มาครงกล่าวในเดือนที่ผ่านมาอ้างว่า “มอสโกกำลังแสวงหาเพื่อสร้างความไร้เสถียรภาพต่อประชาธิปไตยของพวกเรา” . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000021231 .............. Sondhi X
    Like
    Love
    6
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 2341 มุมมอง 0 รีวิว
  • จะไม่มีข้อตกลงเรื่องแร่ธาตุจนกว่าเซเลนสกีจะออกมาขอโทษต่อหน้าสาธารณะสำหรับเรื่องอื้อฉาวที่ทำเนียบขาว
    ซึ่งจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีคำขอโทษจากเซเลนสกีหรือเจ้าหน้าที่ของยูเครนคนใดเลย

    การระงับความช่วยเหลือทางทหารและทางการเงินแก่ยูเครนอาจมีการประกาศในวันพรุ่งนี้ในคำปราศรัยของทรัมป์ต่อรัฐสภา

    สหรัฐจะปล่อยให้ยุโรปตอบสนองความต้องการของเซเลนสกี

    รัฐบาลทรัมป์กำลังวางแผนลดขนาดการกองกำลังสหรัฐในยุโรปลง ซึ่งจะมีการหารือในการประชุมวันนี้

    ไมค์ วอลซ์ ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาว มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม จะเข้าร่วมในการหารือในครั้งนี้ด้วย
    จะไม่มีข้อตกลงเรื่องแร่ธาตุจนกว่าเซเลนสกีจะออกมาขอโทษต่อหน้าสาธารณะสำหรับเรื่องอื้อฉาวที่ทำเนียบขาว ซึ่งจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีคำขอโทษจากเซเลนสกีหรือเจ้าหน้าที่ของยูเครนคนใดเลย การระงับความช่วยเหลือทางทหารและทางการเงินแก่ยูเครนอาจมีการประกาศในวันพรุ่งนี้ในคำปราศรัยของทรัมป์ต่อรัฐสภา สหรัฐจะปล่อยให้ยุโรปตอบสนองความต้องการของเซเลนสกี รัฐบาลทรัมป์กำลังวางแผนลดขนาดการกองกำลังสหรัฐในยุโรปลง ซึ่งจะมีการหารือในการประชุมวันนี้ ไมค์ วอลซ์ ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาว มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม จะเข้าร่วมในการหารือในครั้งนี้ด้วย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 338 มุมมอง 14 0 รีวิว
  • อิสราเอลเตรียมขยายเขตแดนเพิ่มเติมทางซีเรียตอนใต้

    นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู และ อิสราเอล แคทซ์ รัฐมนตรีกลาโหม มีคำสั่งให้กองทัพอิสราเอลเตรียมเคลื่อนกำลังเข้าหมู่บ้านจารามานา (Jaramana) บริเวณชานเมืองดามัสกัส (Damascus) ซึ่งเป็นของชุมชนชาวดรูซ (Druze) และขณะนี้กำลังถูกกองกำลัง HTS ของซีเรียโจมตี เนื่องจากชุมชนแห่งนี้ต้องการประกาศแยกตัวจากซีเรีย เพื่อผนวกเข้ากับอิสราเอล:

    “เราจะไม่อนุญาตให้ระบอบอิสลามหัวรุนแรงในซีเรียทำร้ายชาวดรูซ หากระบอบการปกครองทำร้ายชาวดรูซ พวกเราจะใช้กำลังทหารบุกเข้าไปเพื่อปกป้องพวกเขา” เจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าว

    ชาวดรูซเป็นชนกลุ่มน้อยทางศาสนาที่เคยถูกกลุ่ม HTS ข่มเหงมาก่อน และอิสราเอลให้คำมั่นว่าจะปกป้องพวกเขา การกระทำของอิสราเอล แม้ว่าจะดูเหมือนปกป้องชาวดรูซ แต่ในขณะเดียวกัน จะทำให้กองกำลังของอิสราเอลเข้ามาในดินแดนของซีเรียตอนใต้ และขยับเข้าใกล้ดามัสกัส เมืองหลวงซีเรียเข้าไปทุกที
    อิสราเอลเตรียมขยายเขตแดนเพิ่มเติมทางซีเรียตอนใต้ นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู และ อิสราเอล แคทซ์ รัฐมนตรีกลาโหม มีคำสั่งให้กองทัพอิสราเอลเตรียมเคลื่อนกำลังเข้าหมู่บ้านจารามานา (Jaramana) บริเวณชานเมืองดามัสกัส (Damascus) ซึ่งเป็นของชุมชนชาวดรูซ (Druze) และขณะนี้กำลังถูกกองกำลัง HTS ของซีเรียโจมตี เนื่องจากชุมชนแห่งนี้ต้องการประกาศแยกตัวจากซีเรีย เพื่อผนวกเข้ากับอิสราเอล: “เราจะไม่อนุญาตให้ระบอบอิสลามหัวรุนแรงในซีเรียทำร้ายชาวดรูซ หากระบอบการปกครองทำร้ายชาวดรูซ พวกเราจะใช้กำลังทหารบุกเข้าไปเพื่อปกป้องพวกเขา” เจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าว ชาวดรูซเป็นชนกลุ่มน้อยทางศาสนาที่เคยถูกกลุ่ม HTS ข่มเหงมาก่อน และอิสราเอลให้คำมั่นว่าจะปกป้องพวกเขา การกระทำของอิสราเอล แม้ว่าจะดูเหมือนปกป้องชาวดรูซ แต่ในขณะเดียวกัน จะทำให้กองกำลังของอิสราเอลเข้ามาในดินแดนของซีเรียตอนใต้ และขยับเข้าใกล้ดามัสกัส เมืองหลวงซีเรียเข้าไปทุกที
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 216 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts