• "เสือกเฉพาะเรื่อง" EP5 (ซัดเลย..รออะไรล่ะ)

    พิมพ์เขียวศรีธนญชัย เมื่อรู้แล้วว่า ไทย-จีน สอดประสาน การล้างบางคอรัปชั่นมันไม่ง่าย ต้องให้ขาใหญ่ช่วย ทั้งเส้นทางฟอกเงิน ระบบ AI หน่วยข่าวกรอง ทีมปฎิบัติการพิเศษ นอกเหนือจากหน่วยงานรัฐ ในชั้นระดับบัญชาการ เค้าคุยกันไว้หมดแล้ว มรึงคิดว่า อยู่ดีดี ตั้งแต่คดีไอคอน ยันมาถึงตอนนี้ มันจะเข้าสู่ขบวนการศาลได้ยังไง หากไม่มีคนชง อยู่เบื้องหลัง พูดสั้นๆ คือ ก่อนทหารจะออก มันต้องมีปัจจัยเสริมช่วยจ๊ะ ประชาชนเอือมระอา บ้านเมืองไร้กฎเกณฑ์ ขบวนการยุติธรรมต้นน้ำเป็นพิษ เกมส์นอกเข้าขั้นวิกฤต หลักการปกครองนับตั้งแต่สมัยก่อนสุโขทัย หากมีอะไรที่ควบคุมไม่ได้ เค้าจะดึงกองกำลังทั้งหมดมาไว้ในมือ(วัง) เพื่อเตรียมการปฎิวัติ แย่งชิง เผด็จศึกศัตรูแผ่นดิน ไม่สนวิธีการ แต่สนแค่ "เป้าหมายและผลลัพธ์" หมีกำลังจะบอกว่า ใครที่เคยคิดว่า เราจะผูกติดกับระบอบปชต.ตอแหลไปจนวันตาย มรึงคิดผิด กูบอกไบ้ไปแล้วว่า หัวเปลี่ยน อะไรก็เปลี่ยนตาม จีน รัสเซีย กำลังใช้ไทยเป็น "ต้นแบบ" พลิกการปกครองโลกยุคใหม่ ใครใคร่ค้าก็ค้า ใครใคร่ขาย ก็ขาย แต่ละประเทศปกครองตัวเองในรูปแบบที่ไม่ต้องเหมือนใคร นี่แหละ BRICS แท้จริง ของจริง เรายังใช้ปชต.ตอแหล เพื่อบังหน้า แต่พ่อปกครองลูกคือ "แก่นแท้" ของแผ่นดิน ปชต.ไม่จำเป็นต้องเลือกตั้งเสมอไป เมื่อคืนพระราชอำนาจให้พ่อท่าน อำนาจสิทธิ์ขาดอยู่ที่วัง ใครก็แตะต้องไม่ได้อีก ใช้รูปแบบปชต.กึ่งกษัตริย์ปกครอง เปลี่ยนจากเลือกตั้งเป็นแต่งตั้ง เพราะหากควายมันเลือก มรึงจะได้ควายมาทำหน้าที่ แต่หากให้วังแต่งตั้ง มรึงจะได้คนดี มีฝีมือ โปร่งใส และซื่อตรง แต่การจะเปลี่ยนแบบนี้ได้จริง มันต้องมีการวัดกำลังกันอยู่แล้ว เริ่มตั้งแต่ตอนนี้ คปท.นำร่องไปก่อน อะไรจะตามมา กูคงไม่ต้องบอก แต่ไม่จำเป็นต้องไปนอนกลางถนนเป็นเดือนๆ เหมือนที่ผ่านมา ภาระกิจนินจาฮาโตริ ล่อทีละเรื่อง ไล่ไปทีละจุด กองทัพจะออกก็ต่อเมื่อ ประชาชนมีภัยไงล่ะ ไม่เอาเหยื่อไปล่อ แล้วเหี้ยมันจะกินเบ็ดเหรอ มันคงถึงเวลาจริงๆ แล้วสิน่ะ งานนี้ อีเหลี่ยมชาติหมาถึงขั้นชะตาขาด เค้าไม่เก็บมันไว้อีกแล้ว เพราะเกมส์การเมืองมันสุดทางตันแล้ว อีลูกสาวร่านตกเก้าอี้เมื่อไหร่ เผ่นทันที ปิดประตูก็ได้ หรือจะเปิดช่องหมาลอดก็ดี อยู่ที่ตกลงกันไว้ยังไง? แต่ดูทรงแล้ว ทหารไม่เก็บเอาไว้เป็นหอกข้างแคร่อีกต่อไป "หัวขาด" ภาพมันฟ้อง สวรรค์ให้มรึงเดินได้ถึงแค่นี้ บุญหมดไปแล้ว จากนี้คือรับวิบากกรรมขั้นสูงสุดทันที คปท.คึกจัดสุดขีด มากันตรึม มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ มีกองกำลังจัดตั้งชัวร์ อย่างน้อย 4 กลุ่มใหญ่ และมีประชาชนขาจรตามมาอีกเพี๊ยบ งานนี้ เค้าเล่นเกมส์ใหญ่กันแล้ว เตรียมยุบสภาหนีตามฟอร์ม ยุบแล้ว ยุบเลย ไม่ได้กลับมาอีกตลอดชาตินี้ดอกน่ะ? ม็อบขนาดใหญ่ ต้องมีรายจ่าย และสิ่งอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยและขุมกำลัง เราผ่านอะไรกันมาเยอะ มันไม่ต้องมาเริ่มนับ 1 กันใหม่อีกต่อไป พร้อมเสิร์ฟหากสดชื่น? ทำไมอีเหลี่ยมเหี้ยถึงพยายามจะดัน "กาสิโอ๊ะ" ไม่ใช่เพื่อรายได้ดอก แต่เพื่อ ฟอกเงินทุนสีเทาของโลกทั้งหมดต่างหาก มันวางเราเป็นแหล่งฟอกเงินโลกไงล่ะ อ้างมีนักท่องเที่ยวติด TOP3 โลก กระแสเงินสะพัด แท้จริงมาฟอกที่ "กาสิโอ๊ะ" จีนรู้ ว่าหากไทยเปิด มันจะกระทบถึงทั้งอาเซียน ขบวนการฟอกเงินโต มันคือเงินที่ภาครัฐสูญเสีย และเป็นแหล่งท่อน้ำเลี้ยงก่อการร้ายโลกไปในตัว ใครที่ยังมองไม่เห็นภาพแท้ ตัวจริง ของ "กาสิโอ๊ะ" มรึงอย่าเที่ยวไปเถียงใครเค้า อายหมามัน? มันคือแหล่งฟอกเงิน รายได้ไม่สน สนแค่เป็นเงินตาย เป็นเงินเป็น เข้าใจยัง? คปท.งวดนี้ไม่ธรรมดา ทั้งอริเก่าอีเหลี่ยมมาเต็ม ปชป.เก่า(กปปส)ก็ร่วมแจม ภาคประชาชนก็ร่วมด้วย รอแค่บ้านพระอาทิตย์นำทัพหลวงออกถนน นั่นคือ "ปิดเกมส์" เพราะออกทุกครั้ง รัฐบาลไปหมดทุกไอ้อี ความมันส์เพิ่งจะเริ่ม อย่าเพิ่งรีบนับศพเหี้ยจ๊ะ ยังมีตายห่ากันอีกเยอะ เก็บแรงเอาไว้ ดอก2 ดอก3 มีตามมาแน่ รองเท้าผ้าใบกูพร้อม ใจกูเกิน 150% จะออกทั้งที มันต้องปิดเกมส์โว๊ย "มรึงไม่ได้ไปต่อ" จบแค่ตรงนี้ ล้างเหี้ยให้สิ้นซาก!

    หมี CNN(ฮาแตก! อีทรัมปป์ยั่ว ปูตินรู้ทัน ไม่หลงกล ดาหน้าถล่มยูเครนจนขี้แตก เสียรวดเดียว 12 เมืองใหญ่ 2 แค้วนรอการประกาศรับรอง เตรียมสั่งคว่ำบาตรรัสเซียอีกรอบ ถามจริง? นี่คือสิ่งที่มรึงคิดและทำได้แค่นี้เหรอ? รัสเซียต้องใช้อะไรจากมรึง และมรึงต้องใช้อะไรจากรัสเซีย หากยังหาคำตอบไม่ได้ ก็ไปลาตายซะน่ะ โลกความจริง รัสเซีย จีน กำหนดทางเดินให้เหี้ยแล้วตอนนี้ มรึงไม่มีทางหนีไปไหนได้อีก หมากล้อมจีน หมากรุกรัสเซีย เค้า "รุกฆาตมรึง" ตั้งแต่เปิดยูเครนแล้ว)
    03 เมษายน 68
    "เสือกเฉพาะเรื่อง" EP5 (ซัดเลย..รออะไรล่ะ) พิมพ์เขียวศรีธนญชัย เมื่อรู้แล้วว่า ไทย-จีน สอดประสาน การล้างบางคอรัปชั่นมันไม่ง่าย ต้องให้ขาใหญ่ช่วย ทั้งเส้นทางฟอกเงิน ระบบ AI หน่วยข่าวกรอง ทีมปฎิบัติการพิเศษ นอกเหนือจากหน่วยงานรัฐ ในชั้นระดับบัญชาการ เค้าคุยกันไว้หมดแล้ว มรึงคิดว่า อยู่ดีดี ตั้งแต่คดีไอคอน ยันมาถึงตอนนี้ มันจะเข้าสู่ขบวนการศาลได้ยังไง หากไม่มีคนชง อยู่เบื้องหลัง พูดสั้นๆ คือ ก่อนทหารจะออก มันต้องมีปัจจัยเสริมช่วยจ๊ะ ประชาชนเอือมระอา บ้านเมืองไร้กฎเกณฑ์ ขบวนการยุติธรรมต้นน้ำเป็นพิษ เกมส์นอกเข้าขั้นวิกฤต หลักการปกครองนับตั้งแต่สมัยก่อนสุโขทัย หากมีอะไรที่ควบคุมไม่ได้ เค้าจะดึงกองกำลังทั้งหมดมาไว้ในมือ(วัง) เพื่อเตรียมการปฎิวัติ แย่งชิง เผด็จศึกศัตรูแผ่นดิน ไม่สนวิธีการ แต่สนแค่ "เป้าหมายและผลลัพธ์" หมีกำลังจะบอกว่า ใครที่เคยคิดว่า เราจะผูกติดกับระบอบปชต.ตอแหลไปจนวันตาย มรึงคิดผิด กูบอกไบ้ไปแล้วว่า หัวเปลี่ยน อะไรก็เปลี่ยนตาม จีน รัสเซีย กำลังใช้ไทยเป็น "ต้นแบบ" พลิกการปกครองโลกยุคใหม่ ใครใคร่ค้าก็ค้า ใครใคร่ขาย ก็ขาย แต่ละประเทศปกครองตัวเองในรูปแบบที่ไม่ต้องเหมือนใคร นี่แหละ BRICS แท้จริง ของจริง เรายังใช้ปชต.ตอแหล เพื่อบังหน้า แต่พ่อปกครองลูกคือ "แก่นแท้" ของแผ่นดิน ปชต.ไม่จำเป็นต้องเลือกตั้งเสมอไป เมื่อคืนพระราชอำนาจให้พ่อท่าน อำนาจสิทธิ์ขาดอยู่ที่วัง ใครก็แตะต้องไม่ได้อีก ใช้รูปแบบปชต.กึ่งกษัตริย์ปกครอง เปลี่ยนจากเลือกตั้งเป็นแต่งตั้ง เพราะหากควายมันเลือก มรึงจะได้ควายมาทำหน้าที่ แต่หากให้วังแต่งตั้ง มรึงจะได้คนดี มีฝีมือ โปร่งใส และซื่อตรง แต่การจะเปลี่ยนแบบนี้ได้จริง มันต้องมีการวัดกำลังกันอยู่แล้ว เริ่มตั้งแต่ตอนนี้ คปท.นำร่องไปก่อน อะไรจะตามมา กูคงไม่ต้องบอก แต่ไม่จำเป็นต้องไปนอนกลางถนนเป็นเดือนๆ เหมือนที่ผ่านมา ภาระกิจนินจาฮาโตริ ล่อทีละเรื่อง ไล่ไปทีละจุด กองทัพจะออกก็ต่อเมื่อ ประชาชนมีภัยไงล่ะ ไม่เอาเหยื่อไปล่อ แล้วเหี้ยมันจะกินเบ็ดเหรอ มันคงถึงเวลาจริงๆ แล้วสิน่ะ งานนี้ อีเหลี่ยมชาติหมาถึงขั้นชะตาขาด เค้าไม่เก็บมันไว้อีกแล้ว เพราะเกมส์การเมืองมันสุดทางตันแล้ว อีลูกสาวร่านตกเก้าอี้เมื่อไหร่ เผ่นทันที ปิดประตูก็ได้ หรือจะเปิดช่องหมาลอดก็ดี อยู่ที่ตกลงกันไว้ยังไง? แต่ดูทรงแล้ว ทหารไม่เก็บเอาไว้เป็นหอกข้างแคร่อีกต่อไป "หัวขาด" ภาพมันฟ้อง สวรรค์ให้มรึงเดินได้ถึงแค่นี้ บุญหมดไปแล้ว จากนี้คือรับวิบากกรรมขั้นสูงสุดทันที คปท.คึกจัดสุดขีด มากันตรึม มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ มีกองกำลังจัดตั้งชัวร์ อย่างน้อย 4 กลุ่มใหญ่ และมีประชาชนขาจรตามมาอีกเพี๊ยบ งานนี้ เค้าเล่นเกมส์ใหญ่กันแล้ว เตรียมยุบสภาหนีตามฟอร์ม ยุบแล้ว ยุบเลย ไม่ได้กลับมาอีกตลอดชาตินี้ดอกน่ะ? ม็อบขนาดใหญ่ ต้องมีรายจ่าย และสิ่งอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยและขุมกำลัง เราผ่านอะไรกันมาเยอะ มันไม่ต้องมาเริ่มนับ 1 กันใหม่อีกต่อไป พร้อมเสิร์ฟหากสดชื่น? ทำไมอีเหลี่ยมเหี้ยถึงพยายามจะดัน "กาสิโอ๊ะ" ไม่ใช่เพื่อรายได้ดอก แต่เพื่อ ฟอกเงินทุนสีเทาของโลกทั้งหมดต่างหาก มันวางเราเป็นแหล่งฟอกเงินโลกไงล่ะ อ้างมีนักท่องเที่ยวติด TOP3 โลก กระแสเงินสะพัด แท้จริงมาฟอกที่ "กาสิโอ๊ะ" จีนรู้ ว่าหากไทยเปิด มันจะกระทบถึงทั้งอาเซียน ขบวนการฟอกเงินโต มันคือเงินที่ภาครัฐสูญเสีย และเป็นแหล่งท่อน้ำเลี้ยงก่อการร้ายโลกไปในตัว ใครที่ยังมองไม่เห็นภาพแท้ ตัวจริง ของ "กาสิโอ๊ะ" มรึงอย่าเที่ยวไปเถียงใครเค้า อายหมามัน? มันคือแหล่งฟอกเงิน รายได้ไม่สน สนแค่เป็นเงินตาย เป็นเงินเป็น เข้าใจยัง? คปท.งวดนี้ไม่ธรรมดา ทั้งอริเก่าอีเหลี่ยมมาเต็ม ปชป.เก่า(กปปส)ก็ร่วมแจม ภาคประชาชนก็ร่วมด้วย รอแค่บ้านพระอาทิตย์นำทัพหลวงออกถนน นั่นคือ "ปิดเกมส์" เพราะออกทุกครั้ง รัฐบาลไปหมดทุกไอ้อี ความมันส์เพิ่งจะเริ่ม อย่าเพิ่งรีบนับศพเหี้ยจ๊ะ ยังมีตายห่ากันอีกเยอะ เก็บแรงเอาไว้ ดอก2 ดอก3 มีตามมาแน่ รองเท้าผ้าใบกูพร้อม ใจกูเกิน 150% จะออกทั้งที มันต้องปิดเกมส์โว๊ย "มรึงไม่ได้ไปต่อ" จบแค่ตรงนี้ ล้างเหี้ยให้สิ้นซาก! หมี CNN(ฮาแตก! อีทรัมปป์ยั่ว ปูตินรู้ทัน ไม่หลงกล ดาหน้าถล่มยูเครนจนขี้แตก เสียรวดเดียว 12 เมืองใหญ่ 2 แค้วนรอการประกาศรับรอง เตรียมสั่งคว่ำบาตรรัสเซียอีกรอบ ถามจริง? นี่คือสิ่งที่มรึงคิดและทำได้แค่นี้เหรอ? รัสเซียต้องใช้อะไรจากมรึง และมรึงต้องใช้อะไรจากรัสเซีย หากยังหาคำตอบไม่ได้ ก็ไปลาตายซะน่ะ โลกความจริง รัสเซีย จีน กำหนดทางเดินให้เหี้ยแล้วตอนนี้ มรึงไม่มีทางหนีไปไหนได้อีก หมากล้อมจีน หมากรุกรัสเซีย เค้า "รุกฆาตมรึง" ตั้งแต่เปิดยูเครนแล้ว) 03 เมษายน 68
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 95 มุมมอง 0 รีวิว
  • การประกาศภาษีใหม่ของทรัมป์ทำให้ราคาสินค้า Apple พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากเวียดนามและอินเดีย ซึ่งเป็นฐานการผลิตของ Apple ต้องเจอกับภาษีสูงสุดถึง 46% แผนการลดการพึ่งพาจีนของ Apple ถูกกระทบหนัก ขณะที่ ภาษี 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมดจะเริ่มบังคับใช้ใน 5 เมษายน Apple อาจต้องปรับราคาสินค้าหรือหาทางออกอื่นเพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจพิจารณายกเว้นภาษีบางส่วนในอนาคต

    ✅ อัตราภาษีใหม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตนอกจีน
    - Apple พยายาม ลดการพึ่งพาการผลิตในจีน มาหลายปี แต่แผนนี้ถูกกระทบจากภาษีใหม่
    - เวียดนามเจอภาษีสูงถึง 46% ขณะที่อินเดียโดน 26%

    ✅ ผู้บริโภคในสหรัฐฯ ต้องแบกรับราคาที่แพงขึ้น
    - นอกจากภาษี 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมดที่เริ่มใช้ใน 5 เมษายน
    - ยังมีภาษีแบบ Reciprocal Tariffs ที่เพิ่มอัตราภาษีให้สูงขึ้นสำหรับสินค้าที่ประเทศอื่นขายแพง

    ✅ ภาระต้นทุนการผลิตทำให้ Apple ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก
    - ภาษีที่สูงขึ้นทำให้ ต้นทุนการผลิตพุ่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อกำไรของบริษัท
    - Apple อยู่ในสถานะ Lose-Lose Situation ไม่ว่าจะเลือกปรับราคาหรือดูดซับต้นทุน

    ✅ Trump อาจพิจารณายกเว้นภาษีบางส่วน
    - มีรายงานว่า สหรัฐฯ อาจผ่อนปรนภาษีให้กับบางประเทศ ที่สำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานของ Apple

    ✅ จีนยังคงเป็นเป้าหมายหลักของภาษีสหรัฐฯ
    - ภาษี 34% ถูกกำหนดไว้เป็นมาตรการตอบโต้การค้า
    - Apple อาจต้องทบทวนแผนการกระจายฐานการผลิตใหม่ทั้งหมด

    https://wccftech.com/apple-supply-chains-hit-with-up-to-a-46-percent-trump-tariffs/
    การประกาศภาษีใหม่ของทรัมป์ทำให้ราคาสินค้า Apple พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากเวียดนามและอินเดีย ซึ่งเป็นฐานการผลิตของ Apple ต้องเจอกับภาษีสูงสุดถึง 46% แผนการลดการพึ่งพาจีนของ Apple ถูกกระทบหนัก ขณะที่ ภาษี 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมดจะเริ่มบังคับใช้ใน 5 เมษายน Apple อาจต้องปรับราคาสินค้าหรือหาทางออกอื่นเพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจพิจารณายกเว้นภาษีบางส่วนในอนาคต ✅ อัตราภาษีใหม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตนอกจีน - Apple พยายาม ลดการพึ่งพาการผลิตในจีน มาหลายปี แต่แผนนี้ถูกกระทบจากภาษีใหม่ - เวียดนามเจอภาษีสูงถึง 46% ขณะที่อินเดียโดน 26% ✅ ผู้บริโภคในสหรัฐฯ ต้องแบกรับราคาที่แพงขึ้น - นอกจากภาษี 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมดที่เริ่มใช้ใน 5 เมษายน - ยังมีภาษีแบบ Reciprocal Tariffs ที่เพิ่มอัตราภาษีให้สูงขึ้นสำหรับสินค้าที่ประเทศอื่นขายแพง ✅ ภาระต้นทุนการผลิตทำให้ Apple ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก - ภาษีที่สูงขึ้นทำให้ ต้นทุนการผลิตพุ่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อกำไรของบริษัท - Apple อยู่ในสถานะ Lose-Lose Situation ไม่ว่าจะเลือกปรับราคาหรือดูดซับต้นทุน ✅ Trump อาจพิจารณายกเว้นภาษีบางส่วน - มีรายงานว่า สหรัฐฯ อาจผ่อนปรนภาษีให้กับบางประเทศ ที่สำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานของ Apple ✅ จีนยังคงเป็นเป้าหมายหลักของภาษีสหรัฐฯ - ภาษี 34% ถูกกำหนดไว้เป็นมาตรการตอบโต้การค้า - Apple อาจต้องทบทวนแผนการกระจายฐานการผลิตใหม่ทั้งหมด https://wccftech.com/apple-supply-chains-hit-with-up-to-a-46-percent-trump-tariffs/
    WCCFTECH.COM
    Apple’s Supply Chain To Bear The Immense Financial Burden Of The Trump Tariffs, With Multiple Countries, Including Vietnam & India, Hit With Up To A 46 Percent Levy
    Various production hubs of Apple will be subject to up to a 46 percent bump in tariffs, forcing mutiple products, including iPhones, to jump in price
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 73 มุมมอง 0 รีวิว
  • เรย์ ดาลิโอ 📌ส่งสัญญาณเตือน! 6 ผลกระทบภาษีศุลกากรต่อเศรษฐกิจโลก เผยระบบการเงิน-การค้าปัจจุบันไม่ยั่งยืน คาดเปลี่ยนแปลงฉับพลัน ชี้ประเด็นดอลลาร์-หยวนเป็นกุญแจสำคัญในการปรับดุลอำนาจใหม่📌ขณะที่การเพิ่มค่าเงินหยวนอาจเป็นประเด็นสำคัญในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-จีน โดยอาจเกิดขึ้นเมื่อประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสีจิ้นผิงพบกัน👉เรย์ ดาลิโอ ผู้ก่อตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ยักษ์ใหญ่ Bridgewater Associates และนักลงทุนระดับตำนาน เผยบทวิเคราะห์เจาะลึกเกี่ยวกับผลกระทบของภาษีศุลกากรในช่วงที่ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศกำลังทวีความรุนแรง โดยระบุผลกระทบลำดับแรก 6 ประการสำคัญ ได้แก่ 1) เพิ่มรายได้ให้ประเทศผู้เรียกเก็บ โดยผู้ผลิตต่างประเทศและผู้บริโภคในประเทศรับภาระร่วมกัน 2) ลดประสิทธิภาพการผลิตในระดับโลก 3) ก่อให้เกิดภาวะเศรษฐกิจชะงักงันพร้อมเงินเฟ้อ (stagflation) ต่อเศรษฐกิจโลก 4) ปกป้องบริษัทในประเทศผู้เรียกเก็บภาษีจากการแข่งขันจากต่างประเทศ 5) จำเป็นในช่วงความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจเพื่อรับประกันศักยภาพการผลิตภายในประเทศ และ 6) ลดความไม่สมดุลทั้งในบัญชีเดินสะพัดและบัญชีทุน นอกจากนี้ยังมีการอธิบายถึงผลกระทบลำดับที่สองซึ่งขึ้นอยู่กับการตอบโต้ของประเทศที่ถูกเรียกเก็บภาษี การเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน นโยบายการเงิน อัตราดอกเบี้ย และนโยบายการคลัง โดยเฉพาะหากเกิดการตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีเช่นกัน ซึ่งจะสร้างภาวะเศรษฐกิจชะงักงันพร้อมเงินเฟ้อในวงกว้างมากขึ้น ดาลิโอยังเน้นย้ำความไม่สมดุลในระบบปัจจุบันจะต้องลดลงไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และการเปลี่ยนแปลงอาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน พร้อมชี้ว่าดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินสำรองโลกมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ขณะที่การเพิ่มค่าเงินหยวนอาจเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการค้าและเงินทุนระหว่างสหรัฐฯ-จีนในอนาคต #imctnews รายงาน
    เรย์ ดาลิโอ 📌ส่งสัญญาณเตือน! 6 ผลกระทบภาษีศุลกากรต่อเศรษฐกิจโลก เผยระบบการเงิน-การค้าปัจจุบันไม่ยั่งยืน คาดเปลี่ยนแปลงฉับพลัน ชี้ประเด็นดอลลาร์-หยวนเป็นกุญแจสำคัญในการปรับดุลอำนาจใหม่📌ขณะที่การเพิ่มค่าเงินหยวนอาจเป็นประเด็นสำคัญในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-จีน โดยอาจเกิดขึ้นเมื่อประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสีจิ้นผิงพบกัน👉เรย์ ดาลิโอ ผู้ก่อตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ยักษ์ใหญ่ Bridgewater Associates และนักลงทุนระดับตำนาน เผยบทวิเคราะห์เจาะลึกเกี่ยวกับผลกระทบของภาษีศุลกากรในช่วงที่ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศกำลังทวีความรุนแรง โดยระบุผลกระทบลำดับแรก 6 ประการสำคัญ ได้แก่ 1) เพิ่มรายได้ให้ประเทศผู้เรียกเก็บ โดยผู้ผลิตต่างประเทศและผู้บริโภคในประเทศรับภาระร่วมกัน 2) ลดประสิทธิภาพการผลิตในระดับโลก 3) ก่อให้เกิดภาวะเศรษฐกิจชะงักงันพร้อมเงินเฟ้อ (stagflation) ต่อเศรษฐกิจโลก 4) ปกป้องบริษัทในประเทศผู้เรียกเก็บภาษีจากการแข่งขันจากต่างประเทศ 5) จำเป็นในช่วงความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจเพื่อรับประกันศักยภาพการผลิตภายในประเทศ และ 6) ลดความไม่สมดุลทั้งในบัญชีเดินสะพัดและบัญชีทุน นอกจากนี้ยังมีการอธิบายถึงผลกระทบลำดับที่สองซึ่งขึ้นอยู่กับการตอบโต้ของประเทศที่ถูกเรียกเก็บภาษี การเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน นโยบายการเงิน อัตราดอกเบี้ย และนโยบายการคลัง โดยเฉพาะหากเกิดการตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีเช่นกัน ซึ่งจะสร้างภาวะเศรษฐกิจชะงักงันพร้อมเงินเฟ้อในวงกว้างมากขึ้น ดาลิโอยังเน้นย้ำความไม่สมดุลในระบบปัจจุบันจะต้องลดลงไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และการเปลี่ยนแปลงอาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน พร้อมชี้ว่าดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินสำรองโลกมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ขณะที่การเพิ่มค่าเงินหยวนอาจเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการค้าและเงินทุนระหว่างสหรัฐฯ-จีนในอนาคต #imctnews รายงาน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 78 มุมมอง 0 รีวิว
  • คณะกรรมาธิการการค้าของสหรัฐฯ (FTC) กำลังเข้าสู่การพิจารณาคดีในวันที่ 14 เมษายน 2025 ซึ่งอาจส่งผลให้ Meta ต้องแยกตัวจาก Instagram และ WhatsApp โดยคดีนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2020 ซึ่ง FTC อ้างว่า การเข้าซื้อกิจการทั้งสองเป็นไปเพื่อกำจัดการแข่งขัน แทนที่จะเป็นการพัฒนานวัตกรรมในตลาด

    ✅ Zuckerberg เคยกังวลว่า Instagram จะเติบโตเร็วกว่าที่ Facebook ควบคุมได้
    - ในปี 2012 เขาเคยกล่าวว่า Facebook ตามหลัง Instagram อยู่มาก และกลัวว่า Instagram จะกลายเป็นภัยคุกคาม
    - เขาระบุว่า Meta ควรใช้เงินจำนวนมากเพื่อซื้อ Instagram เพื่อลดการแข่งขัน

    ✅ WhatsApp ก็เป็นอีกเป้าหมายสำคัญของ Meta
    - ภายในบริษัทมีความกังวลว่า แอปส่งข้อความอาจพัฒนาเป็นเครือข่ายสังคมเต็มรูปแบบ
    - ผู้บริหารรายหนึ่งเคยกล่าวว่า การเติบโตของ WhatsAppทำให้เขากังวลจนแทบจะนอนไม่หลับ

    ✅ หาก FTC ชนะคดี Meta อาจต้องแยก Instagram และ WhatsApp ออกจากบริษัท
    - การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อโครงสร้างตลาดโซเชียลมีเดียอย่างมหาศาล
    - อย่างไรก็ตาม FTC ต้องพิสูจน์ว่า Meta กำจัดการแข่งขันและสร้างผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งถือเป็นภาระหนักทางกฎหมาย

    ✅ Meta เปลี่ยนท่าทีด้านนโยบายการควบคุมข้อมูล
    - Zuckerberg เพิ่งเปิดเผยว่า Facebook เคยมีส่วนในการเซ็นเซอร์ข้อมูลในยุค Biden
    - แต่ในยุครัฐบาลปัจจุบัน Meta พยายาม ลดการควบคุมข้อมูล และทำงานร่วมกับรัฐบาล Trump มากขึ้น

    https://www.neowin.net/news/instagram-and-whatsapp-could-be-torn-from-meta-as-ftcs-antitrust-case-nears-trial/
    คณะกรรมาธิการการค้าของสหรัฐฯ (FTC) กำลังเข้าสู่การพิจารณาคดีในวันที่ 14 เมษายน 2025 ซึ่งอาจส่งผลให้ Meta ต้องแยกตัวจาก Instagram และ WhatsApp โดยคดีนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2020 ซึ่ง FTC อ้างว่า การเข้าซื้อกิจการทั้งสองเป็นไปเพื่อกำจัดการแข่งขัน แทนที่จะเป็นการพัฒนานวัตกรรมในตลาด ✅ Zuckerberg เคยกังวลว่า Instagram จะเติบโตเร็วกว่าที่ Facebook ควบคุมได้ - ในปี 2012 เขาเคยกล่าวว่า Facebook ตามหลัง Instagram อยู่มาก และกลัวว่า Instagram จะกลายเป็นภัยคุกคาม - เขาระบุว่า Meta ควรใช้เงินจำนวนมากเพื่อซื้อ Instagram เพื่อลดการแข่งขัน ✅ WhatsApp ก็เป็นอีกเป้าหมายสำคัญของ Meta - ภายในบริษัทมีความกังวลว่า แอปส่งข้อความอาจพัฒนาเป็นเครือข่ายสังคมเต็มรูปแบบ - ผู้บริหารรายหนึ่งเคยกล่าวว่า การเติบโตของ WhatsAppทำให้เขากังวลจนแทบจะนอนไม่หลับ ✅ หาก FTC ชนะคดี Meta อาจต้องแยก Instagram และ WhatsApp ออกจากบริษัท - การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อโครงสร้างตลาดโซเชียลมีเดียอย่างมหาศาล - อย่างไรก็ตาม FTC ต้องพิสูจน์ว่า Meta กำจัดการแข่งขันและสร้างผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งถือเป็นภาระหนักทางกฎหมาย ✅ Meta เปลี่ยนท่าทีด้านนโยบายการควบคุมข้อมูล - Zuckerberg เพิ่งเปิดเผยว่า Facebook เคยมีส่วนในการเซ็นเซอร์ข้อมูลในยุค Biden - แต่ในยุครัฐบาลปัจจุบัน Meta พยายาม ลดการควบคุมข้อมูล และทำงานร่วมกับรัฐบาล Trump มากขึ้น https://www.neowin.net/news/instagram-and-whatsapp-could-be-torn-from-meta-as-ftcs-antitrust-case-nears-trial/
    WWW.NEOWIN.NET
    Instagram and WhatsApp could be torn from Meta as FTC's antitrust case nears trial
    The FTC's long-running antitrust case against Meta, which stems from its acquisition of Instagram and WhatsApp more than a decade ago, will go to trial on April 14.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 43 มุมมอง 0 รีวิว
  • อย่าทำงานแบบหุ่นยนต์ที่ป้อน prompt แต่ทำงานแบบมนุษย์ด้วยกัน .สรุป Session พัฒนาคนอย่างไร ในวันที่โลกไร้ทิศทาง HOW TO EMPOWER PEOPLE IN FRAGMENTED WORLD โดยคุณเอ๋-สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ (นิ้วกลม Roundfinger ) ในงาน PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE 2025.🔸 พัฒนาคนอย่างไร ในวันที่โลกไร้ทิศทาง? .“โลกไร้ทิศทาง” ยุคสมัยนี้ เป็นยุคสมัยที่อยู่ยากมากที่สุดยุคหนึ่ง ท้าทายคนทำงานในทุกอาชีพ.เราควรตระหนักว่าเราอยู่ในสภาพที่ไม่ง่าย เราทุกคนที่ยังสามารถทำงานใช้ชีวิตประคองตัวเองในโลกทุกวันนี้ได้เป็นคนที่ ”เก่ง” มาก .“ความรู้สึกในตอนนี้เป็นอย่างไร” คำถามนี้อาจเป็นคำถามที่หลายคนรู้สึกยากที่จะตอบ มันไม่ง่ายที่เราถูกจู่โจมด้วยทุกสิ่ง แม้กายเราอยู่ที่นี่ แต่ใจเราอาจอยู่ในข่าว อยู่ในหน้าจอโทรศัพท์ อยู่ในกรุ๊ปที่ถูกตามงาน เราอยู่ห่างจากตัวเองมาก ขนาดคำถามง่าย ๆ อย่างเรารู้สึกอย่างไรยังตอบยาก .ในการพัฒนาคน พัฒนาองค์กร คำถามนี้เป็นคำถามสำคัญ .โลกไร้ทิศทางจากการที่ทั้ง Tech การเมือง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม คุณค่า เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อคุณค่าที่มนุษย์ให้กับตัวเอง การเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่ลดความเร็ว มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย.🔸 แล้วโลกไร้ทิศทางนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร?1️⃣ เรามีข้อมูลเยอะมาก แต่มีปัญญาน้อยลง : ปัญญาคือการ รู้จักตัวเอง รู้วิธีมีความสุข รู้ความหมายชีวิต รู้ถึงความจริงรู้ถึงสัจธรรม2️⃣ โลกไม่มีเป้าหมายร่วม : ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ละประเทศจำเป็นต้องฟื้นฟู สงครามเย็นทำให้เกิดการแบ่งขั้ว จากนั้นก็ยุคโลกาภิวัฒน์ที่โลกเชื่อมโยงเข้าหากัน แต่พอมาถึงยุคนี้ เราเข้าสู่คำถามใหม่ว่า ตกลงแล้วเป้าหมายแต่ละประเทศ แต่ละคนคืออะไร? เมื่อโลกไร้เป้าหมาย ปัจเจกก็สับสน .3️⃣ ไม่มี ‘เรื่องเล่าใหญ่’ อีกต่อไป : สังคมขาดความเชื่อร่วมกัน เช่น ศาสนา ชาติ พระเจ้า ฯลฯ ถ้าเราไม่มี เรื่องเล่าใหญ่ เมื่อเราทำงานหนัก ทำงานเหนื่อยเราก็ไม่รู้ว่าเราจะเหนื่อยไปเพื่ออะไร.4️⃣ พลังกำหนดอนาคตอยู่ในมือไม่กี่คน : ในโลกที่อยู่ในเงื้อมมือคนตัวใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น big tech, big finance, big state เราเป็นคนตัวเล็ก ๆ ที่ดูสิ้นเรี่ยวแรงจะทำอะไรได้บ้าง? บางทีเราเลยรู้สึก lost ในการมีชีวิตอยู่.5️⃣ Speed ปัจจุบันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อมนุษย์ : แต่ปฏิเสธไม่ได้นี่คือโลกที่พวกเราอยู่ .คนจึงเกิดความคิดที่ว่า “ฉันไม่เหมาะกับโลกใบนี้” ฉันช้า แก่ เหนื่อย อยู่ผิดที่ ยอมแพ้ นำไปสู่ความหมดไฟไม่อยากทำงาน นี่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนทำหน้าที่บริหารคน เรากำลังมุ่งหน้าไปข้างหน้าเหมือนรถที่วิ่งแบบจรวด แต่รถคันนั้นไม่ตอบคำถามว่า 'เรากำลังมุ่งหน้าไปทางไหน' พอเราล้า ก็จะรู้สึกว่าไม่อยากพัฒนาแล้ว.ดังนั้น “ทิศที่ถูก” จึงสำคัญกว่า “ความเร็ว” การตั้งต้นว่าเราจะไปทิศไหนจึงสำคัญกับการพัฒนาตน คน องค์กร.🔸จะพัฒนาคนยังไง?.การเรียนรู้ Design Thinking, Digital Mindset, Upskill, Reskill, Relearn ที่ศึกษากันอยู่นั้นพอไหม?.เราเรียนรู้ชุดความรู้หลายด้านมาก ไม่ว่าจะเป็นSkillset > learning ability Mindset > Growth Mindsetแต่เรามี Heartset หรือยัง? .🔸Heartset ชุดความรู้ที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ คือสิ่งที่คุณเอ๋ อยากชวนมาเจาะลึกลงไป .ปัญหาในตอนนี้ไม่ใช่คนเก่งไม่พอ ไม่ใช่คนไม่อยากเก่ง แต่พอเก่งมากแล้วต้องวิ่งไล่ทุกสิ่ง คำถามคือ ฉันจะเก่งไปเพื่ออะไรดี ดังนั้นเราต้องการเข็มทิศที่ดี จะได้รู้ว่าจะไปทางไหน คุณเอ๋เลยอยากชวนคิดชวนคุยมุมนี้ว่า “ทำไมเราถึงอยากเก่ง” “ทำไมเราถึงอยากพัฒนาคน”.🔸 โลกกำลังอยู่ในยุค AI และ IA (Inner Awareness).เราต้องการ IA อย่างมาก เพราะยิ่งมันเร็ว เรายิ่งต้องเข้าใจตัวเอง AI ทำให้เราทำงานดีขึ้น แต่ IA คือตอบว่าเราทำงานดีไปทำไม และเราต้องอย่าลืมมีจิตใจที่มั่นคงยืดหยุ่น ไม่เปราะบาง ไม่งั้นการพัฒนาองค์กร คือการใช้คนแล้วทิ้ง มีคนเจ็บป่วยทางสุขภาพจิตแล้วเมื่อเขาอยู่ในระบบนี้ไม่ได้ก็ถูกปัดออก การพัฒนาคน องค์กรที่ดี ต้องรักษาคนและหัวใจคนด้วย.🔸 ทำยังไงให้ทีมรู้จักตัวเอง?.พลังที่แท้จริงเกิดจากการเข้าใจข้างใน เป็นสิ่งที่ทีมผู้บริหารองค์กรช่วยได้มากและเราควบคุมได้ คำตอบข้างใน เช่น การรักตัวเองในแบบที่เป็น ได้สร้างประโยชน์ เป็นต้น เมื่อมันเกิดขึ้นเราก็จะเป็นคนที่ไม่เปรียบเทียบ ไม่เร่งรีบ ไม่ตัดสินตัวเอง เมื่อ IA เกิดก็จะเกิดพร้อม EQ / Resilience / Creativity.แต่คนทำงานองค์กรรู้อยู่เสมอว่ามีคนประเมิน performance / KPI เราเสมอ แต่ถ้าเรา blend สิ่งเหล่านี้เข้าไปก็จะทำให้องค์กรมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น.🔸เราจะสร้าง IA ได้อย่างไร?.1️⃣ ให้สังเกตตัวเองโดยไม่ตัดสิน2️⃣ รับรู้ความรู้สึก ไม่ผลักไส3️⃣ เห็นแพทเทิร์นความคิดตัวเอง 4️⃣ ฟังร่างกาย5️⃣ มีความหมายของตัวเองที่ไม่ใช่ที่คนอื่นวางให้ .🔸 วิธีฝึกการสร้าง IA 1️⃣ สังเกตลมหายใจ2️⃣ สังเกตร่างกาย3️⃣ สังเกตอารมณ์ ความคิด4️⃣ เขียนระบายใส่กระดาษ5️⃣ ถามกัน ตอนนี้รู้สึกยังไง .🔸 หัวหน้า 2 คน เรื่องเล่าจากคุณเอ๋ - นิ้วกลม.👉 หัวหน้าคนแรก คนที่เข้าไปคุยด้วยแล้วตัวลีบตัวสั่น👉 หัวหน้าคนที่สอง คนที่ป้วนเปี้ยนคุยงานไร้สาระได้ อธิบายไอเดียโง่ ๆ ได้ อย่างเช่นตอนเสนอไอเดีย พอหัวหน้าฟังแล้วช่วย develop งานได้ดีน้อยกว่าที่คุณเอ๋คิด คุณเอ๋เลยตระหนักได้ว่า เมื่อหัวหน้าโง่ได้ เราก็โง่กว่าหัวหน้าได้ วิธีการทำงานแบบนี้ทำให้ทีมคุณนิ้วกลมทำงานชนะได้หลายรางวัลมาก ตรงข้ามกับแบบแรกเพราะ ความโง่นั้นนำมาซึ่ง “ความคิดสร้างสรรค์” เพราะเรากล้าคิดมันออกมา.องค์กรสามารถสร้างความปลอดภัยต่อการเป็นมนุษย์ได้ ไม่ต้องเก๊กว่าตัวเองจะต้อง Perfect เผยความรู้ได้โดยไม่ต้องปิดบัง โลกที่หมุนไวผลักภาระมาให้มนุษย์จนเจ็บป่วย .ให้รางวัลคนที่รองรับความรู้สึกเพื่อนร่วมงาน การที่เขาหายไป ทีมอาจ collapse ได้ มองเห็นคนที่ชุบชูใจคนอื่น ไม่ใช่วัดแค่ประสิทธิภาพ แต่วัดสภาพจิตใจด้วย และนอกจาก performance ก็ต้องวัดความมั่นคงทางจิตใจด้วย เพราะถ้าทุกคนแกว่งหมดองค์กรก็อยู่ไม่ได้ รวมถึงผู้นำที่ก็ต้องกล้าแสดงความรู้สึกออกมา .ปลอดภัย ช้าบางจังหวะ ฟังลึก ตั้งคำถามสะท้อนกัน ผู้นำเปลือยใจ “ทำงานในบรรยากาศของมนุษย์”.🔸 เราเกิดมาทำไม?.มนุษย์เราทำแค่ 3 เรื่องนี้ What How Why คุณเอ๋อยากให้เรามาตอบ How ให้ได้ อย่างคุณเอ๋ก็พบว่า How ของตัวเองคือการสื่อสารด้วยตัวหนังสือ บางคนอาจมีความสามารถต่างไป เราแค่เป็นเรา ส่งเสริมให้คนในทีมเป็นเขา และเชิดชูใน How ของเขา .เราก็จะเริ่มรู้สึกว่าเราเกิดมาทำไม และรู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องเก่งกว่าใคร .ในโลก AI เราต้องการ IA : Inner Awareness is the NEW RICH ความรวยปัญญา ทำงานเพื่อมีปัญญาเพิ่มขึ้น รู้จักตัวเอง ความหมายชีวิต และสัจธรรม ยอมรับความจริงข้อนี้แล้วคนจะอยากทำงานกับองค์กรที่ไม่ใช่ให้แค่เงินเดือน แต่ทำให้เขาได้รู้ตัวเองและรวยปัญญา รวยปัญญา = รวยความสุข..#Skooldio #PPC2025 #PEOPLEPERFORMANCEConference2025 #CREATIVETALK #QGEN #นิ้วกลม #AI #Selfawareness #selfdevelopment #พัฒนาตัวเอง #mentalhealth #books
    อย่าทำงานแบบหุ่นยนต์ที่ป้อน prompt แต่ทำงานแบบมนุษย์ด้วยกัน .สรุป Session พัฒนาคนอย่างไร ในวันที่โลกไร้ทิศทาง HOW TO EMPOWER PEOPLE IN FRAGMENTED WORLD โดยคุณเอ๋-สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ (นิ้วกลม Roundfinger ) ในงาน PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE 2025.🔸 พัฒนาคนอย่างไร ในวันที่โลกไร้ทิศทาง? .“โลกไร้ทิศทาง” ยุคสมัยนี้ เป็นยุคสมัยที่อยู่ยากมากที่สุดยุคหนึ่ง ท้าทายคนทำงานในทุกอาชีพ.เราควรตระหนักว่าเราอยู่ในสภาพที่ไม่ง่าย เราทุกคนที่ยังสามารถทำงานใช้ชีวิตประคองตัวเองในโลกทุกวันนี้ได้เป็นคนที่ ”เก่ง” มาก .“ความรู้สึกในตอนนี้เป็นอย่างไร” คำถามนี้อาจเป็นคำถามที่หลายคนรู้สึกยากที่จะตอบ มันไม่ง่ายที่เราถูกจู่โจมด้วยทุกสิ่ง แม้กายเราอยู่ที่นี่ แต่ใจเราอาจอยู่ในข่าว อยู่ในหน้าจอโทรศัพท์ อยู่ในกรุ๊ปที่ถูกตามงาน เราอยู่ห่างจากตัวเองมาก ขนาดคำถามง่าย ๆ อย่างเรารู้สึกอย่างไรยังตอบยาก .ในการพัฒนาคน พัฒนาองค์กร คำถามนี้เป็นคำถามสำคัญ .โลกไร้ทิศทางจากการที่ทั้ง Tech การเมือง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม คุณค่า เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อคุณค่าที่มนุษย์ให้กับตัวเอง การเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่ลดความเร็ว มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย.🔸 แล้วโลกไร้ทิศทางนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร?1️⃣ เรามีข้อมูลเยอะมาก แต่มีปัญญาน้อยลง : ปัญญาคือการ รู้จักตัวเอง รู้วิธีมีความสุข รู้ความหมายชีวิต รู้ถึงความจริงรู้ถึงสัจธรรม2️⃣ โลกไม่มีเป้าหมายร่วม : ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ละประเทศจำเป็นต้องฟื้นฟู สงครามเย็นทำให้เกิดการแบ่งขั้ว จากนั้นก็ยุคโลกาภิวัฒน์ที่โลกเชื่อมโยงเข้าหากัน แต่พอมาถึงยุคนี้ เราเข้าสู่คำถามใหม่ว่า ตกลงแล้วเป้าหมายแต่ละประเทศ แต่ละคนคืออะไร? เมื่อโลกไร้เป้าหมาย ปัจเจกก็สับสน .3️⃣ ไม่มี ‘เรื่องเล่าใหญ่’ อีกต่อไป : สังคมขาดความเชื่อร่วมกัน เช่น ศาสนา ชาติ พระเจ้า ฯลฯ ถ้าเราไม่มี เรื่องเล่าใหญ่ เมื่อเราทำงานหนัก ทำงานเหนื่อยเราก็ไม่รู้ว่าเราจะเหนื่อยไปเพื่ออะไร.4️⃣ พลังกำหนดอนาคตอยู่ในมือไม่กี่คน : ในโลกที่อยู่ในเงื้อมมือคนตัวใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น big tech, big finance, big state เราเป็นคนตัวเล็ก ๆ ที่ดูสิ้นเรี่ยวแรงจะทำอะไรได้บ้าง? บางทีเราเลยรู้สึก lost ในการมีชีวิตอยู่.5️⃣ Speed ปัจจุบันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อมนุษย์ : แต่ปฏิเสธไม่ได้นี่คือโลกที่พวกเราอยู่ .คนจึงเกิดความคิดที่ว่า “ฉันไม่เหมาะกับโลกใบนี้” ฉันช้า แก่ เหนื่อย อยู่ผิดที่ ยอมแพ้ นำไปสู่ความหมดไฟไม่อยากทำงาน นี่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนทำหน้าที่บริหารคน เรากำลังมุ่งหน้าไปข้างหน้าเหมือนรถที่วิ่งแบบจรวด แต่รถคันนั้นไม่ตอบคำถามว่า 'เรากำลังมุ่งหน้าไปทางไหน' พอเราล้า ก็จะรู้สึกว่าไม่อยากพัฒนาแล้ว.ดังนั้น “ทิศที่ถูก” จึงสำคัญกว่า “ความเร็ว” การตั้งต้นว่าเราจะไปทิศไหนจึงสำคัญกับการพัฒนาตน คน องค์กร.🔸จะพัฒนาคนยังไง?.การเรียนรู้ Design Thinking, Digital Mindset, Upskill, Reskill, Relearn ที่ศึกษากันอยู่นั้นพอไหม?.เราเรียนรู้ชุดความรู้หลายด้านมาก ไม่ว่าจะเป็นSkillset > learning ability Mindset > Growth Mindsetแต่เรามี Heartset หรือยัง? .🔸Heartset ชุดความรู้ที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ คือสิ่งที่คุณเอ๋ อยากชวนมาเจาะลึกลงไป .ปัญหาในตอนนี้ไม่ใช่คนเก่งไม่พอ ไม่ใช่คนไม่อยากเก่ง แต่พอเก่งมากแล้วต้องวิ่งไล่ทุกสิ่ง คำถามคือ ฉันจะเก่งไปเพื่ออะไรดี ดังนั้นเราต้องการเข็มทิศที่ดี จะได้รู้ว่าจะไปทางไหน คุณเอ๋เลยอยากชวนคิดชวนคุยมุมนี้ว่า “ทำไมเราถึงอยากเก่ง” “ทำไมเราถึงอยากพัฒนาคน”.🔸 โลกกำลังอยู่ในยุค AI และ IA (Inner Awareness).เราต้องการ IA อย่างมาก เพราะยิ่งมันเร็ว เรายิ่งต้องเข้าใจตัวเอง AI ทำให้เราทำงานดีขึ้น แต่ IA คือตอบว่าเราทำงานดีไปทำไม และเราต้องอย่าลืมมีจิตใจที่มั่นคงยืดหยุ่น ไม่เปราะบาง ไม่งั้นการพัฒนาองค์กร คือการใช้คนแล้วทิ้ง มีคนเจ็บป่วยทางสุขภาพจิตแล้วเมื่อเขาอยู่ในระบบนี้ไม่ได้ก็ถูกปัดออก การพัฒนาคน องค์กรที่ดี ต้องรักษาคนและหัวใจคนด้วย.🔸 ทำยังไงให้ทีมรู้จักตัวเอง?.พลังที่แท้จริงเกิดจากการเข้าใจข้างใน เป็นสิ่งที่ทีมผู้บริหารองค์กรช่วยได้มากและเราควบคุมได้ คำตอบข้างใน เช่น การรักตัวเองในแบบที่เป็น ได้สร้างประโยชน์ เป็นต้น เมื่อมันเกิดขึ้นเราก็จะเป็นคนที่ไม่เปรียบเทียบ ไม่เร่งรีบ ไม่ตัดสินตัวเอง เมื่อ IA เกิดก็จะเกิดพร้อม EQ / Resilience / Creativity.แต่คนทำงานองค์กรรู้อยู่เสมอว่ามีคนประเมิน performance / KPI เราเสมอ แต่ถ้าเรา blend สิ่งเหล่านี้เข้าไปก็จะทำให้องค์กรมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น.🔸เราจะสร้าง IA ได้อย่างไร?.1️⃣ ให้สังเกตตัวเองโดยไม่ตัดสิน2️⃣ รับรู้ความรู้สึก ไม่ผลักไส3️⃣ เห็นแพทเทิร์นความคิดตัวเอง 4️⃣ ฟังร่างกาย5️⃣ มีความหมายของตัวเองที่ไม่ใช่ที่คนอื่นวางให้ .🔸 วิธีฝึกการสร้าง IA 1️⃣ สังเกตลมหายใจ2️⃣ สังเกตร่างกาย3️⃣ สังเกตอารมณ์ ความคิด4️⃣ เขียนระบายใส่กระดาษ5️⃣ ถามกัน ตอนนี้รู้สึกยังไง .🔸 หัวหน้า 2 คน เรื่องเล่าจากคุณเอ๋ - นิ้วกลม.👉 หัวหน้าคนแรก คนที่เข้าไปคุยด้วยแล้วตัวลีบตัวสั่น👉 หัวหน้าคนที่สอง คนที่ป้วนเปี้ยนคุยงานไร้สาระได้ อธิบายไอเดียโง่ ๆ ได้ อย่างเช่นตอนเสนอไอเดีย พอหัวหน้าฟังแล้วช่วย develop งานได้ดีน้อยกว่าที่คุณเอ๋คิด คุณเอ๋เลยตระหนักได้ว่า เมื่อหัวหน้าโง่ได้ เราก็โง่กว่าหัวหน้าได้ วิธีการทำงานแบบนี้ทำให้ทีมคุณนิ้วกลมทำงานชนะได้หลายรางวัลมาก ตรงข้ามกับแบบแรกเพราะ ความโง่นั้นนำมาซึ่ง “ความคิดสร้างสรรค์” เพราะเรากล้าคิดมันออกมา.องค์กรสามารถสร้างความปลอดภัยต่อการเป็นมนุษย์ได้ ไม่ต้องเก๊กว่าตัวเองจะต้อง Perfect เผยความรู้ได้โดยไม่ต้องปิดบัง โลกที่หมุนไวผลักภาระมาให้มนุษย์จนเจ็บป่วย .ให้รางวัลคนที่รองรับความรู้สึกเพื่อนร่วมงาน การที่เขาหายไป ทีมอาจ collapse ได้ มองเห็นคนที่ชุบชูใจคนอื่น ไม่ใช่วัดแค่ประสิทธิภาพ แต่วัดสภาพจิตใจด้วย และนอกจาก performance ก็ต้องวัดความมั่นคงทางจิตใจด้วย เพราะถ้าทุกคนแกว่งหมดองค์กรก็อยู่ไม่ได้ รวมถึงผู้นำที่ก็ต้องกล้าแสดงความรู้สึกออกมา .ปลอดภัย ช้าบางจังหวะ ฟังลึก ตั้งคำถามสะท้อนกัน ผู้นำเปลือยใจ “ทำงานในบรรยากาศของมนุษย์”.🔸 เราเกิดมาทำไม?.มนุษย์เราทำแค่ 3 เรื่องนี้ What How Why คุณเอ๋อยากให้เรามาตอบ How ให้ได้ อย่างคุณเอ๋ก็พบว่า How ของตัวเองคือการสื่อสารด้วยตัวหนังสือ บางคนอาจมีความสามารถต่างไป เราแค่เป็นเรา ส่งเสริมให้คนในทีมเป็นเขา และเชิดชูใน How ของเขา .เราก็จะเริ่มรู้สึกว่าเราเกิดมาทำไม และรู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องเก่งกว่าใคร .ในโลก AI เราต้องการ IA : Inner Awareness is the NEW RICH ความรวยปัญญา ทำงานเพื่อมีปัญญาเพิ่มขึ้น รู้จักตัวเอง ความหมายชีวิต และสัจธรรม ยอมรับความจริงข้อนี้แล้วคนจะอยากทำงานกับองค์กรที่ไม่ใช่ให้แค่เงินเดือน แต่ทำให้เขาได้รู้ตัวเองและรวยปัญญา รวยปัญญา = รวยความสุข..#Skooldio #PPC2025 #PEOPLEPERFORMANCEConference2025 #CREATIVETALK #QGEN #นิ้วกลม #AI #Selfawareness #selfdevelopment #พัฒนาตัวเอง #mentalhealth #books
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 367 มุมมอง 0 รีวิว
  • Altera ได้เริ่มจัดส่ง Agilex 7 FPGA M-Series ซึ่งเป็นชิปประมวลผลแบบ FPGA ระดับไฮเอนด์ที่ออกแบบมาเพื่อ AI และศูนย์ข้อมูล โดยใช้ HBM2E และ DDR5/LPDDR5 เพื่อเพิ่มแบนด์วิดท์และลดความล่าช้า Positron ซึ่งเป็นบริษัท AI รายงานว่า FPGA นี้ช่วยให้ทำงานได้เร็วกว่า GPU ในการรันโมเดล AI เช่น Llama3 และช่วยประหยัดพลังงานมากกว่า
    Intel คาดว่า FPGA นี้จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเซิร์ฟเวอร์ AI และอุตสาหกรรมสื่อสาร 5G ในอีก 10 ปีข้างหน้า

    ✅ FPGA นี้ออกแบบเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
    - มี 3.8 ล้าน Logic Elements รองรับการประมวลผลระดับสูง
    - ใช้ Hyperflex Architecture รุ่นที่ 2 เพื่อเพิ่มความเร็วและลดการใช้พลังงาน

    ✅ หน่วยความจำความเร็วสูงช่วยแก้ปัญหาคอขวด
    - มี HBM2E ขนาด 32 GB พร้อมแบนด์วิดท์สูงสุด 820 GBps
    - รองรับ DDR5/LPDDR5 โดยมี Memory Bandwidth สูงสุด 1 TBps

    ✅ การใช้งานหลักของ Agilex 7 FPGA M-Series
    - ศูนย์ข้อมูล: ใช้เป็นเร่งความเร็ว AI และช่วยลดภาระงานของโปรเซสเซอร์ทั่วไป
    - อุปกรณ์เครือข่าย: รองรับไฟร์วอลล์ยุคใหม่ที่ต้องใช้การประมวลผลข้อมูลระดับสูง
    - อุปกรณ์ออกอากาศ: ส่งข้อมูล 8K UHD ได้รวดเร็ว ลดความล่าช้าในเซ็นเซอร์ภาพ

    ✅ บริษัท AI ใช้ FPGA เพื่อประสิทธิภาพสูงกว่าระบบ GPU ทั่วไป
    - Positron รายงานว่า Agilex 7 มีการใช้ Bandwidth สูงถึง 93% ซึ่งสูงกว่าระบบ GPU ที่มักอยู่ที่ 10-30%
    - เมื่อใช้ในการประมวลผล LLM (เช่น Llama3 และ MOE Models) ทำให้ได้ ประสิทธิภาพต่อค่าใช้จ่ายดีขึ้น 3.5 เท่า

    ✅ อนาคตของ Agilex 7 FPGA M-Series
    - มีอายุการใช้งานถึง ปี 2035 และพร้อมใช้งานทั่วโลก
    - คาดว่าจะถูกนำมาใช้ในเซิร์ฟเวอร์ระดับสูง, การประมวลผล AI, และโครงสร้างพื้นฐาน 5G

    https://www.techpowerup.com/334926/altera-starts-production-shipments-of-agilex-7-fpga-m-series
    Altera ได้เริ่มจัดส่ง Agilex 7 FPGA M-Series ซึ่งเป็นชิปประมวลผลแบบ FPGA ระดับไฮเอนด์ที่ออกแบบมาเพื่อ AI และศูนย์ข้อมูล โดยใช้ HBM2E และ DDR5/LPDDR5 เพื่อเพิ่มแบนด์วิดท์และลดความล่าช้า Positron ซึ่งเป็นบริษัท AI รายงานว่า FPGA นี้ช่วยให้ทำงานได้เร็วกว่า GPU ในการรันโมเดล AI เช่น Llama3 และช่วยประหยัดพลังงานมากกว่า Intel คาดว่า FPGA นี้จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเซิร์ฟเวอร์ AI และอุตสาหกรรมสื่อสาร 5G ในอีก 10 ปีข้างหน้า ✅ FPGA นี้ออกแบบเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด - มี 3.8 ล้าน Logic Elements รองรับการประมวลผลระดับสูง - ใช้ Hyperflex Architecture รุ่นที่ 2 เพื่อเพิ่มความเร็วและลดการใช้พลังงาน ✅ หน่วยความจำความเร็วสูงช่วยแก้ปัญหาคอขวด - มี HBM2E ขนาด 32 GB พร้อมแบนด์วิดท์สูงสุด 820 GBps - รองรับ DDR5/LPDDR5 โดยมี Memory Bandwidth สูงสุด 1 TBps ✅ การใช้งานหลักของ Agilex 7 FPGA M-Series - ศูนย์ข้อมูล: ใช้เป็นเร่งความเร็ว AI และช่วยลดภาระงานของโปรเซสเซอร์ทั่วไป - อุปกรณ์เครือข่าย: รองรับไฟร์วอลล์ยุคใหม่ที่ต้องใช้การประมวลผลข้อมูลระดับสูง - อุปกรณ์ออกอากาศ: ส่งข้อมูล 8K UHD ได้รวดเร็ว ลดความล่าช้าในเซ็นเซอร์ภาพ ✅ บริษัท AI ใช้ FPGA เพื่อประสิทธิภาพสูงกว่าระบบ GPU ทั่วไป - Positron รายงานว่า Agilex 7 มีการใช้ Bandwidth สูงถึง 93% ซึ่งสูงกว่าระบบ GPU ที่มักอยู่ที่ 10-30% - เมื่อใช้ในการประมวลผล LLM (เช่น Llama3 และ MOE Models) ทำให้ได้ ประสิทธิภาพต่อค่าใช้จ่ายดีขึ้น 3.5 เท่า ✅ อนาคตของ Agilex 7 FPGA M-Series - มีอายุการใช้งานถึง ปี 2035 และพร้อมใช้งานทั่วโลก - คาดว่าจะถูกนำมาใช้ในเซิร์ฟเวอร์ระดับสูง, การประมวลผล AI, และโครงสร้างพื้นฐาน 5G https://www.techpowerup.com/334926/altera-starts-production-shipments-of-agilex-7-fpga-m-series
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Altera Starts Production Shipments of Agilex 7 FPGA M-Series
    Altera Corporation, a leader in FPGA innovations, today announced production shipments of its Agilex 7 FPGA M-Series, the industry's first high-end, high-density FPGA to feature integrated high bandwidth memory and support for DDR5 and LPDDR5 memory technologies. Offering over 3.8 million logic elem...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 77 มุมมอง 0 รีวิว
  • ปัญหา ไฟไหม้ขยะและศูนย์รีไซเคิล เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะจากแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน ในบุหรี่ไฟฟ้า ล่าสุด Fire Rover ซึ่งเป็นบริษัทด้านระบบดับเพลิงอัตโนมัติ รายงานว่าจำนวนไฟไหม้ขยะในปี 2024 พุ่งขึ้น 60% จากปี 2023 และสูงขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับปี 2022

    ✅ ตัวเลขไฟไหม้ขยะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
    - ในปี 2024 มีเหตุไฟไหม้ขยะ 2,910 ครั้ง เพิ่มขึ้นจาก 1,809 ครั้งในปี 2023
    - ศูนย์รีไซเคิลต้องเรียกทีมดับเพลิง 398 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่ Fire Rover เริ่มบันทึกข้อมูลในปี 2016

    ✅ บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสาเหตุหลัก เนื่องจากการกำจัดที่ผิดวิธี
    - ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ทิ้งบุหรี่ไฟฟ้าในขยะทั่วไป แต่ใช้ ถังรีไซเคิล ซึ่งก็ไม่ปลอดภัยเช่นกัน
    - แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสามารถติดไฟได้หลายวิธี เช่น แรงกดทับ, การเจาะ, ไฟฟ้าลัดวงจร และความสั่นสะเทือน จากกระบวนการในโรงงาน

    ✅ ค่าเสียหายสูงถึง $2.5 พันล้านในปี 2024
    - Fire Rover ประเมินว่า 50% ของเหตุไฟไหม้ขยะมาจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
    - ศูนย์กำจัดขยะต้องรับภาระค่าเสียหายจำนวนมาก เนื่องจากไม่มีระบบรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพ

    ✅ อุตสาหกรรมบุหรี่ไฟฟ้าถูกตั้งคำถามเรื่องความรับผิดชอบ
    - รายงานของ Fire Rover วิจารณ์ว่า อุตสาหกรรมบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ลงทุนเพียงพอ ในระบบกำจัดแบตเตอรี่
    - 1.2 พันล้านชิ้น ของบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งเข้าสู่ขยะและรีไซเคิลทุกปี แต่ไม่มีมาตรการชัดเจนในการจัดการ

    ✅ การแก้ปัญหาในอนาคต
    - Fire Rover เสนอให้ มีโครงสร้างพื้นฐานรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่เข้มงวดขึ้น
    - ศูนย์กำจัดขยะควร เพิ่มมาตรการตรวจสอบและแยกแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนออกจากขยะทั่วไป

    https://www.techspot.com/news/107379-waste-fires-rise-largely-thanks-lithium-ion-batteries.html
    ปัญหา ไฟไหม้ขยะและศูนย์รีไซเคิล เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะจากแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน ในบุหรี่ไฟฟ้า ล่าสุด Fire Rover ซึ่งเป็นบริษัทด้านระบบดับเพลิงอัตโนมัติ รายงานว่าจำนวนไฟไหม้ขยะในปี 2024 พุ่งขึ้น 60% จากปี 2023 และสูงขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับปี 2022 ✅ ตัวเลขไฟไหม้ขยะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว - ในปี 2024 มีเหตุไฟไหม้ขยะ 2,910 ครั้ง เพิ่มขึ้นจาก 1,809 ครั้งในปี 2023 - ศูนย์รีไซเคิลต้องเรียกทีมดับเพลิง 398 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่ Fire Rover เริ่มบันทึกข้อมูลในปี 2016 ✅ บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสาเหตุหลัก เนื่องจากการกำจัดที่ผิดวิธี - ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ทิ้งบุหรี่ไฟฟ้าในขยะทั่วไป แต่ใช้ ถังรีไซเคิล ซึ่งก็ไม่ปลอดภัยเช่นกัน - แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสามารถติดไฟได้หลายวิธี เช่น แรงกดทับ, การเจาะ, ไฟฟ้าลัดวงจร และความสั่นสะเทือน จากกระบวนการในโรงงาน ✅ ค่าเสียหายสูงถึง $2.5 พันล้านในปี 2024 - Fire Rover ประเมินว่า 50% ของเหตุไฟไหม้ขยะมาจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน - ศูนย์กำจัดขยะต้องรับภาระค่าเสียหายจำนวนมาก เนื่องจากไม่มีระบบรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพ ✅ อุตสาหกรรมบุหรี่ไฟฟ้าถูกตั้งคำถามเรื่องความรับผิดชอบ - รายงานของ Fire Rover วิจารณ์ว่า อุตสาหกรรมบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ลงทุนเพียงพอ ในระบบกำจัดแบตเตอรี่ - 1.2 พันล้านชิ้น ของบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งเข้าสู่ขยะและรีไซเคิลทุกปี แต่ไม่มีมาตรการชัดเจนในการจัดการ ✅ การแก้ปัญหาในอนาคต - Fire Rover เสนอให้ มีโครงสร้างพื้นฐานรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่เข้มงวดขึ้น - ศูนย์กำจัดขยะควร เพิ่มมาตรการตรวจสอบและแยกแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนออกจากขยะทั่วไป https://www.techspot.com/news/107379-waste-fires-rise-largely-thanks-lithium-ion-batteries.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Waste fires are on the rise largely thanks to the lithium-ion batteries in vape pens
    Fire Rover, a company that specializes in automated and semi-automated fire suppression systems, released its annual report noting that waste and recycling fires are steadily rising. In...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 75 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft กำลังทดสอบ Quick Machine Recovery ซึ่งช่วยให้ IT ทีมสามารถกู้คืน Windows 11 ที่บูตไม่ได้จากระยะไกล ฟีเจอร์นี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบ CrowdStrike ปีที่แล้ว ที่ทำให้เครื่องนับล้านพบ BSOD ฟีเจอร์จะทำให้เครื่องบูตเข้าสู่ Windows Recovery Environment เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และส่งข้อมูลไปยัง Microsoft เพื่อรับแพตช์แก้ไขโดยอัตโนมัติ

    ✅ ฟีเจอร์นี้ทำงานอย่างไร?
    - หากอุปกรณ์ บูตไม่ขึ้น ระบบจะเข้าสู่ Windows Recovery Environment (Windows RE) โดยอัตโนมัติ
    - อุปกรณ์จะเชื่อมต่อเครือข่ายผ่าน Wi-Fi หรือ Ethernet และส่งข้อมูลวิเคราะห์ความผิดพลาดไปยัง Microsoft
    - Microsoft ใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อระบุปัญหาที่เกิดขึ้น และพัฒนา แพตช์แก้ไข ซึ่งจะถูกส่งผ่าน Windows Update ไปยังอุปกรณ์ทั้งหมด

    ✅ เปรียบเทียบกับกรณี CrowdStrike ปีที่แล้ว
    - ใน กรกฎาคม 2024 อัปเดตจาก CrowdStrike ทำให้เครื่อง Windows จำนวนมากพบ Blue Screen of Death (BSOD)
    - IT ทีมต้องเดินทางไปยังแต่ละเครื่องเพื่อแก้ไขปัญหา
    - Quick Machine Recovery จะช่วยให้ การแก้ไขสามารถทำได้จากระยะไกล และลดภาระงานของ IT ทีม

    ✅ ใครสามารถใช้ฟีเจอร์นี้?
    - ฟีเจอร์นี้เปิดใช้งานโดย ค่าเริ่มต้น ใน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 Insider Preview
    - ผู้ใช้ Windows Pro และ Enterprise สามารถ ปรับแต่งการตั้งค่า ผ่าน Command Prompt หรือ RemoteRemediation CSP
    - ผู้ดูแลระบบสามารถ ตั้งค่าเครือข่ายล่วงหน้า และกำหนดระยะเวลาการสแกน (แนะนำทุก 30 นาที) รวมถึงระยะเวลาการหมดเวลา (Timeout) (72 ชั่วโมง)

    ✅ อนาคตของระบบความปลอดภัยของ Windows
    - Microsoft วางแผน ยกเลิกการให้ Security Software เข้าถึง Kernel เพื่อป้องกันการโจมตีแบบลึก
    - Antivirus และ Security Tools จะต้อง ทำงานใน User Mode แทน

    https://www.techspot.com/news/107372-new-microsoft-feature-aims-prevent-crowdstrike-like-outages.html
    Microsoft กำลังทดสอบ Quick Machine Recovery ซึ่งช่วยให้ IT ทีมสามารถกู้คืน Windows 11 ที่บูตไม่ได้จากระยะไกล ฟีเจอร์นี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบ CrowdStrike ปีที่แล้ว ที่ทำให้เครื่องนับล้านพบ BSOD ฟีเจอร์จะทำให้เครื่องบูตเข้าสู่ Windows Recovery Environment เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และส่งข้อมูลไปยัง Microsoft เพื่อรับแพตช์แก้ไขโดยอัตโนมัติ ✅ ฟีเจอร์นี้ทำงานอย่างไร? - หากอุปกรณ์ บูตไม่ขึ้น ระบบจะเข้าสู่ Windows Recovery Environment (Windows RE) โดยอัตโนมัติ - อุปกรณ์จะเชื่อมต่อเครือข่ายผ่าน Wi-Fi หรือ Ethernet และส่งข้อมูลวิเคราะห์ความผิดพลาดไปยัง Microsoft - Microsoft ใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อระบุปัญหาที่เกิดขึ้น และพัฒนา แพตช์แก้ไข ซึ่งจะถูกส่งผ่าน Windows Update ไปยังอุปกรณ์ทั้งหมด ✅ เปรียบเทียบกับกรณี CrowdStrike ปีที่แล้ว - ใน กรกฎาคม 2024 อัปเดตจาก CrowdStrike ทำให้เครื่อง Windows จำนวนมากพบ Blue Screen of Death (BSOD) - IT ทีมต้องเดินทางไปยังแต่ละเครื่องเพื่อแก้ไขปัญหา - Quick Machine Recovery จะช่วยให้ การแก้ไขสามารถทำได้จากระยะไกล และลดภาระงานของ IT ทีม ✅ ใครสามารถใช้ฟีเจอร์นี้? - ฟีเจอร์นี้เปิดใช้งานโดย ค่าเริ่มต้น ใน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 Insider Preview - ผู้ใช้ Windows Pro และ Enterprise สามารถ ปรับแต่งการตั้งค่า ผ่าน Command Prompt หรือ RemoteRemediation CSP - ผู้ดูแลระบบสามารถ ตั้งค่าเครือข่ายล่วงหน้า และกำหนดระยะเวลาการสแกน (แนะนำทุก 30 นาที) รวมถึงระยะเวลาการหมดเวลา (Timeout) (72 ชั่วโมง) ✅ อนาคตของระบบความปลอดภัยของ Windows - Microsoft วางแผน ยกเลิกการให้ Security Software เข้าถึง Kernel เพื่อป้องกันการโจมตีแบบลึก - Antivirus และ Security Tools จะต้อง ทำงานใน User Mode แทน https://www.techspot.com/news/107372-new-microsoft-feature-aims-prevent-crowdstrike-like-outages.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    New Microsoft Windows recovery feature aims to prevent CrowdStrike-like outages
    The feature, part of Microsoft's Windows Resiliency Initiative, was first announced last year. It's now being tested as part of the latest Windows Insider Preview build –...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 98 มุมมอง 0 รีวิว
  • OpenAI เผยว่าความนิยมของ ChatGPT Image Tool ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้ระบบ GPU ของบริษัทได้รับภาระหนัก CEO Sam Altman ระบุว่า "เรามีผู้ใช้เพิ่มขึ้นหนึ่งล้านรายในหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา" และเพื่อรับมือกับความต้องการมหาศาล บริษัทจึงต้อง จำกัดการใช้งานชั่วคราว ขณะที่ OpenAI ยังได้รับเงินทุนรอบใหม่ 40,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นดีลที่ใหญ่ที่สุดในแวดวงเทคโนโลยี

    AI สร้างภาพในสไตล์ Studio Ghibli กำลังเป็นกระแส
    - ผู้ใช้จำนวนมากกำลังใช้ ChatGPT สร้างภาพในสไตล์ของ Studio Ghibli ซึ่งเป็นสตูดิโออนิเมะชื่อดังของญี่ปุ่น
    - แม้ OpenAI มีข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์ แต่บางครั้ง AI ยังคงสามารถสร้างภาพในสไตล์ของสตูดิโอได้

    OpenAI วางแผนปล่อยโมเดลภาษาตัวใหม่
    - Altman ประกาศว่า OpenAI จะเปิดตัว โมเดลภาษาแบบเปิดตัวแรกตั้งแต่ GPT-2 ซึ่งผู้ใช้สามารถรันบนฮาร์ดแวร์ของตนเอง

    ข้อถกเถียงเรื่องลิขสิทธิ์ใน AI-generated Art
    - OpenAI กำลังเผชิญข้อกล่าวหาว่าโมเดล AI ฝึกจากชุดข้อมูลที่มีผลงานลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต
    - บริษัทอ้างว่ามีมาตรการป้องกันการสร้างภาพในสไตล์ศิลปินที่ยังมีชีวิต แต่แนวทางนี้ยังถูกตั้งคำถามเรื่องความสม่ำเสมอ

    คู่แข่งของ OpenAI กำลังประสบปัญหา
    - Apple เลื่อน เปิดตัว Apple Intelligence
    - Google กำลังเผชิญเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับ Gemini ที่ให้ผลลัพธ์ AI Search ที่ไม่น่าประทับใจ

    https://www.techspot.com/news/107365-chatgpt-image-tool-melting-gpus-openai-lands-40.html
    OpenAI เผยว่าความนิยมของ ChatGPT Image Tool ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้ระบบ GPU ของบริษัทได้รับภาระหนัก CEO Sam Altman ระบุว่า "เรามีผู้ใช้เพิ่มขึ้นหนึ่งล้านรายในหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา" และเพื่อรับมือกับความต้องการมหาศาล บริษัทจึงต้อง จำกัดการใช้งานชั่วคราว ขณะที่ OpenAI ยังได้รับเงินทุนรอบใหม่ 40,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นดีลที่ใหญ่ที่สุดในแวดวงเทคโนโลยี AI สร้างภาพในสไตล์ Studio Ghibli กำลังเป็นกระแส - ผู้ใช้จำนวนมากกำลังใช้ ChatGPT สร้างภาพในสไตล์ของ Studio Ghibli ซึ่งเป็นสตูดิโออนิเมะชื่อดังของญี่ปุ่น - แม้ OpenAI มีข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์ แต่บางครั้ง AI ยังคงสามารถสร้างภาพในสไตล์ของสตูดิโอได้ OpenAI วางแผนปล่อยโมเดลภาษาตัวใหม่ - Altman ประกาศว่า OpenAI จะเปิดตัว โมเดลภาษาแบบเปิดตัวแรกตั้งแต่ GPT-2 ซึ่งผู้ใช้สามารถรันบนฮาร์ดแวร์ของตนเอง ข้อถกเถียงเรื่องลิขสิทธิ์ใน AI-generated Art - OpenAI กำลังเผชิญข้อกล่าวหาว่าโมเดล AI ฝึกจากชุดข้อมูลที่มีผลงานลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต - บริษัทอ้างว่ามีมาตรการป้องกันการสร้างภาพในสไตล์ศิลปินที่ยังมีชีวิต แต่แนวทางนี้ยังถูกตั้งคำถามเรื่องความสม่ำเสมอ คู่แข่งของ OpenAI กำลังประสบปัญหา - Apple เลื่อน เปิดตัว Apple Intelligence - Google กำลังเผชิญเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับ Gemini ที่ให้ผลลัพธ์ AI Search ที่ไม่น่าประทับใจ https://www.techspot.com/news/107365-chatgpt-image-tool-melting-gpus-openai-lands-40.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    ChatGPT image tool is "melting" GPUs, OpenAI lands $40 billion in new funding
    While Apple faces delays with its Apple Intelligence rollout and Google struggles to impress with Gemini – delivering sometimes underwhelming and mostly annoying AI search results –...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 194 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel เปิดตัว AI Assistant ที่ช่วยให้คำแนะนำในเกม Black Myth: Wukong โดยใช้ NPU ลดภาระบน GPU และเพิ่มเฟรมเรต อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการทดสอบจริงว่าระบบนี้ใช้งานได้ดีแค่ไหน ในขณะที่ Microsoft และ Nvidia ก็กำลังพัฒนา AI ผู้ช่วยสำหรับเกมของตัวเอง คาดว่าเทคโนโลยีนี้จะพัฒนาขึ้นเมื่อชิปใหม่อย่าง Lunar Lake Core Ultra 200V และ AMD Ryzen AI 300 เปิดตัว

    Microsoft และ Nvidia กำลังพัฒนา AI ผู้ช่วยสำหรับเกม
    - Microsoft กำลังพัฒนา Copilot Gaming AI Coach สำหรับเกม Minecraft และ Overwatch
    - Nvidia เปิดตัว AI Assistant ที่เน้นปรับแต่งประสิทธิภาพ ไม่ใช่การให้คำแนะนำการเล่น

    ผลกระทบต่อเฟรมเรตเกม
    - Intel แสดงให้เห็นว่าเมื่อใช้ AI Assistant ผ่าน NPU เฟรมเรตเพิ่มขึ้นจาก 103 FPS เป็น 108 FPS
    - แต่เมื่อรันผ่าน GPU เฟรมเรตลดลงเหลือ 94 FPS

    อนาคตของ AI ในเกมบนแพลตฟอร์มใหม่
    - ชิปใหม่อย่าง Intel Lunar Lake Core Ultra 200V และ AMD Strix Point Ryzen AI 300 จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้น (50 TOPS) ซึ่งอาจช่วยให้ AI Assistant ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

    คำถามสำคัญที่ยังไม่มีคำตอบ
    - Intel ยังไม่ยืนยันว่า Black Myth: Wukong ที่ใช้สาธิตเป็นเกมจริงหรือเป็นวิดีโอแนวคิด
    - AI Assistant ยังไม่ได้รับการทดสอบในสถานการณ์จริง

    https://www.techspot.com/news/107358-intel-shows-off-game-ai-assistant-running-core.html
    Intel เปิดตัว AI Assistant ที่ช่วยให้คำแนะนำในเกม Black Myth: Wukong โดยใช้ NPU ลดภาระบน GPU และเพิ่มเฟรมเรต อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการทดสอบจริงว่าระบบนี้ใช้งานได้ดีแค่ไหน ในขณะที่ Microsoft และ Nvidia ก็กำลังพัฒนา AI ผู้ช่วยสำหรับเกมของตัวเอง คาดว่าเทคโนโลยีนี้จะพัฒนาขึ้นเมื่อชิปใหม่อย่าง Lunar Lake Core Ultra 200V และ AMD Ryzen AI 300 เปิดตัว Microsoft และ Nvidia กำลังพัฒนา AI ผู้ช่วยสำหรับเกม - Microsoft กำลังพัฒนา Copilot Gaming AI Coach สำหรับเกม Minecraft และ Overwatch - Nvidia เปิดตัว AI Assistant ที่เน้นปรับแต่งประสิทธิภาพ ไม่ใช่การให้คำแนะนำการเล่น ผลกระทบต่อเฟรมเรตเกม - Intel แสดงให้เห็นว่าเมื่อใช้ AI Assistant ผ่าน NPU เฟรมเรตเพิ่มขึ้นจาก 103 FPS เป็น 108 FPS - แต่เมื่อรันผ่าน GPU เฟรมเรตลดลงเหลือ 94 FPS อนาคตของ AI ในเกมบนแพลตฟอร์มใหม่ - ชิปใหม่อย่าง Intel Lunar Lake Core Ultra 200V และ AMD Strix Point Ryzen AI 300 จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้น (50 TOPS) ซึ่งอาจช่วยให้ AI Assistant ทำงานได้ดียิ่งขึ้น คำถามสำคัญที่ยังไม่มีคำตอบ - Intel ยังไม่ยืนยันว่า Black Myth: Wukong ที่ใช้สาธิตเป็นเกมจริงหรือเป็นวิดีโอแนวคิด - AI Assistant ยังไม่ได้รับการทดสอบในสถานการณ์จริง https://www.techspot.com/news/107358-intel-shows-off-game-ai-assistant-running-core.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Intel shows off in-game AI assistant running on Core Ultra 200HX
    Intel recently showcased how running generative AI programs on its new NPUs might benefit gamers. Although several companies have promoted the gaming-related potential of NPUs, these benefits...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 157 มุมมอง 0 รีวิว
  • เมื่อเกิดการโจมตีไซเบอร์ ผู้บริหารต้องมีภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง ไม่ใช่แค่การแก้ไขปัญหาทางเทคนิค การฝึกซ้อมสถานการณ์, การสื่อสารที่ชัดเจน และการบริหารจัดการภายใต้แรงกดดันล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยให้องค์กรรับมือได้ดีขึ้น ผู้นำต้องแสดงความรับผิดชอบและปรับปรุงมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ

    == 6 แนวทางสำคัญที่ผู้นำองค์กรควรรู้เมื่อเกิดเหตุโจมตีไซเบอร์ ==
    1) กำหนดอำนาจการตัดสินใจให้ชัดเจน
    - CISO ควรเป็นผู้นำหลักของการรับมือเหตุการณ์ และองค์กรต้องกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบให้ชัดเจน
    - ควรมีเอกสารระบุว่าใครมีอำนาจตัดสินใจเรื่องสำคัญ เช่น การแจ้งลูกค้าหรือการประเมินผลกระทบทางธุรกิจ
    2) ซ้อมรับมือกับเหตุการณ์เพื่อสร้างความพร้อม
    - การซ้อมจำลองสถานการณ์ (Tabletop Exercises) ช่วยให้ทีมสามารถรับมือกับวิกฤติจริงได้ดีขึ้น
    - การฝึกซ้อมควรรวมทุกระดับขององค์กร ตั้งแต่ทีมเทคนิคไปจนถึงผู้บริหาร
    3) รักษาความเยือกเย็นภายใต้ความกดดัน
    - ภาวะผู้นำที่สงบนิ่งมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของพนักงานและผู้บริหารระดับสูง
    - CISO ควรโฟกัสที่การนำทีม มากกว่าการลงมือแก้ไขปัญหาด้านเทคนิคเอง
    4) เชื่อมั่นในทีมและขอความช่วยเหลือจากภายนอกหากจำเป็น
    - ผู้นำองค์กรไม่ควรรับภาระทั้งหมดไว้คนเดียว ควรเปิดรับทีมที่มีความเชี่ยวชาญและใช้บุคลากรภายนอกหากจำเป็น
    - บางครั้งการนำทีมที่ปรึกษาด้านไซเบอร์เข้ามาอาจช่วยลดความเสียหายได้ดีกว่าการพยายามแก้ไขเอง
    5) สื่อสารกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ
    - ใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายในการสื่อสารกับพนักงานและผู้บริหาร
    - ต้องมีแผนสื่อสารเพื่อให้ลูกค้า, นักลงทุน และผู้ที่เกี่ยวข้องรับรู้เหตุการณ์โดยไม่เกิดความตื่นตระหนก
    6) รับผิดชอบและเดินหน้าปรับปรุงระบบความปลอดภัย
    - หลังจากเหตุการณ์โจมตีไซเบอร์ต้องมีการปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยและสรุปบทเรียน
    - CISO ควรนำเสนอแผนฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการบริษัท

    https://www.csoonline.com/article/3846318/6-hard-earned-tips-for-leading-through-a-cyberattack-from-csos-whove-been-there.html
    เมื่อเกิดการโจมตีไซเบอร์ ผู้บริหารต้องมีภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง ไม่ใช่แค่การแก้ไขปัญหาทางเทคนิค การฝึกซ้อมสถานการณ์, การสื่อสารที่ชัดเจน และการบริหารจัดการภายใต้แรงกดดันล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยให้องค์กรรับมือได้ดีขึ้น ผู้นำต้องแสดงความรับผิดชอบและปรับปรุงมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ == 6 แนวทางสำคัญที่ผู้นำองค์กรควรรู้เมื่อเกิดเหตุโจมตีไซเบอร์ == 1) กำหนดอำนาจการตัดสินใจให้ชัดเจน - CISO ควรเป็นผู้นำหลักของการรับมือเหตุการณ์ และองค์กรต้องกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบให้ชัดเจน - ควรมีเอกสารระบุว่าใครมีอำนาจตัดสินใจเรื่องสำคัญ เช่น การแจ้งลูกค้าหรือการประเมินผลกระทบทางธุรกิจ 2) ซ้อมรับมือกับเหตุการณ์เพื่อสร้างความพร้อม - การซ้อมจำลองสถานการณ์ (Tabletop Exercises) ช่วยให้ทีมสามารถรับมือกับวิกฤติจริงได้ดีขึ้น - การฝึกซ้อมควรรวมทุกระดับขององค์กร ตั้งแต่ทีมเทคนิคไปจนถึงผู้บริหาร 3) รักษาความเยือกเย็นภายใต้ความกดดัน - ภาวะผู้นำที่สงบนิ่งมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของพนักงานและผู้บริหารระดับสูง - CISO ควรโฟกัสที่การนำทีม มากกว่าการลงมือแก้ไขปัญหาด้านเทคนิคเอง 4) เชื่อมั่นในทีมและขอความช่วยเหลือจากภายนอกหากจำเป็น - ผู้นำองค์กรไม่ควรรับภาระทั้งหมดไว้คนเดียว ควรเปิดรับทีมที่มีความเชี่ยวชาญและใช้บุคลากรภายนอกหากจำเป็น - บางครั้งการนำทีมที่ปรึกษาด้านไซเบอร์เข้ามาอาจช่วยลดความเสียหายได้ดีกว่าการพยายามแก้ไขเอง 5) สื่อสารกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ - ใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายในการสื่อสารกับพนักงานและผู้บริหาร - ต้องมีแผนสื่อสารเพื่อให้ลูกค้า, นักลงทุน และผู้ที่เกี่ยวข้องรับรู้เหตุการณ์โดยไม่เกิดความตื่นตระหนก 6) รับผิดชอบและเดินหน้าปรับปรุงระบบความปลอดภัย - หลังจากเหตุการณ์โจมตีไซเบอร์ต้องมีการปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยและสรุปบทเรียน - CISO ควรนำเสนอแผนฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการบริษัท https://www.csoonline.com/article/3846318/6-hard-earned-tips-for-leading-through-a-cyberattack-from-csos-whove-been-there.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    6 hard-earned tips for leading through a cyberattack — from CSOs who’ve been there
    When a cyberattack strikes, security leaders must go beyond the incident response plan to ensure holistic preparation, effective collaboration, and strong leadership under fire.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 169 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft เปลี่ยนโฉมระบบล็อกอิน เน้นการยืนยันตัวตนแบบไร้รหัสผ่าน

    Microsoft กำลังปรับเปลี่ยน ระบบล็อกอินใหม่ ให้มีความปลอดภัยและใช้งานง่ายขึ้น โดยเน้นการใช้ Passkeys แทนรหัสผ่านแบบเดิม ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาการรักษาความปลอดภัยออนไลน์ ระบบใหม่นี้ถูกออกแบบด้วย Fluent 2 UI ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจขั้นตอนการยืนยันตัวตนได้ง่ายขึ้น และรองรับทั้งเวอร์ชันเว็บ, มือถือ และจะทยอยเปิดให้ใช้บน Windows ภายในปลายเดือนเมษายน

    Passkeys ปลอดภัยและเร็วขึ้น
    - Microsoft เน้นให้ผู้ใช้เลือกใช้ Passkeys ซึ่งปลอดภัยกว่ารหัสผ่านถึง 3 เท่า และช่วยให้การล็อกอินรวดเร็วขึ้น

    ออกแบบ UI ใหม่ ลดความซับซ้อน
    - Fluent 2 UI ถูกออกแบบให้ช่วยลด "ภาระทางความคิด" ของผู้ใช้ ทำให้การล็อกอินลื่นไหล ลดสิ่งรบกวน และจัดเรียงขั้นตอนใหม่ให้มีตรรกะมากขึ้น

    รองรับการใช้งานข้ามแพลตฟอร์ม
    - UI ใหม่สามารถปรับขนาดให้ใช้งานได้ดีทั้งบนหน้าจอ PC, มือถือ และ Xbox ซึ่งผู้ใช้กลุ่มนี้ได้ทดลองใช้ระบบใหม่แล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

    Microsoft กับการผลักดันยุคไร้รหัสผ่าน
    - การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่บริษัทเทคโนโลยีใหญ่หลายแห่งมุ่งไปสู่ อนาคตที่ไร้รหัสผ่าน เช่นเดียวกับ Apple และ Google

    https://www.techspot.com/news/107353-new-microsoft-login-screens-emphasize-passkeys-passwordless-authentication.html
    Microsoft เปลี่ยนโฉมระบบล็อกอิน เน้นการยืนยันตัวตนแบบไร้รหัสผ่าน Microsoft กำลังปรับเปลี่ยน ระบบล็อกอินใหม่ ให้มีความปลอดภัยและใช้งานง่ายขึ้น โดยเน้นการใช้ Passkeys แทนรหัสผ่านแบบเดิม ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาการรักษาความปลอดภัยออนไลน์ ระบบใหม่นี้ถูกออกแบบด้วย Fluent 2 UI ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจขั้นตอนการยืนยันตัวตนได้ง่ายขึ้น และรองรับทั้งเวอร์ชันเว็บ, มือถือ และจะทยอยเปิดให้ใช้บน Windows ภายในปลายเดือนเมษายน Passkeys ปลอดภัยและเร็วขึ้น - Microsoft เน้นให้ผู้ใช้เลือกใช้ Passkeys ซึ่งปลอดภัยกว่ารหัสผ่านถึง 3 เท่า และช่วยให้การล็อกอินรวดเร็วขึ้น ออกแบบ UI ใหม่ ลดความซับซ้อน - Fluent 2 UI ถูกออกแบบให้ช่วยลด "ภาระทางความคิด" ของผู้ใช้ ทำให้การล็อกอินลื่นไหล ลดสิ่งรบกวน และจัดเรียงขั้นตอนใหม่ให้มีตรรกะมากขึ้น รองรับการใช้งานข้ามแพลตฟอร์ม - UI ใหม่สามารถปรับขนาดให้ใช้งานได้ดีทั้งบนหน้าจอ PC, มือถือ และ Xbox ซึ่งผู้ใช้กลุ่มนี้ได้ทดลองใช้ระบบใหม่แล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ Microsoft กับการผลักดันยุคไร้รหัสผ่าน - การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่บริษัทเทคโนโลยีใหญ่หลายแห่งมุ่งไปสู่ อนาคตที่ไร้รหัสผ่าน เช่นเดียวกับ Apple และ Google https://www.techspot.com/news/107353-new-microsoft-login-screens-emphasize-passkeys-passwordless-authentication.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    New Microsoft login screens emphasize passkeys and "passwordless" authentication
    Microsoft recently announced that it is rolling out a new authentication experience for over one billion consumers. The redesign focuses on more secure login screens with a...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 112 มุมมอง 0 รีวิว
  • จีนพยายามเร่งสร้างศูนย์ข้อมูล AI แต่กลับพบว่าหลายโครงการล้มเหลวเพราะวางแผนไม่รอบคอบ และไม่ได้ใช้งานจริงตามที่คาดหวัง โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้กลายเป็นภาระทางเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลยังคงมองว่าเป็นโอกาสเรียนรู้และปรับตัวในอนาคต โดยจะสนับสนุนบริษัทใหญ่ให้พัฒนา AI และโครงสร้างพื้นฐานต่อไป

    การเร่งลงทุนที่มากเกินไป:
    - จีนได้เปิดตัวศูนย์ข้อมูลกว่า 500 แห่งในปี 2023 โดยมีอย่างน้อย 150 แห่งเริ่มดำเนินการภายในปี 2024 แต่หลายโครงการมุ่งเน้นการดึงดูดเงินอุดหนุนจากรัฐบาลมากกว่าการสร้างศักยภาพ AI ที่แท้จริง.

    ปัญหาด้านเทคโนโลยีและอุปสงค์:
    - เทคโนโลยีที่ใช้ในศูนย์ข้อมูลไม่ตอบโจทย์ความต้องการปัจจุบัน เช่น งานด้าน AI inference ซึ่งต้องการอุปกรณ์ที่รวดเร็วและประหยัดพลังงาน แต่ศูนย์กลับถูกออกแบบมาเพื่อการประมวลผล AI training ที่ไม่จำเป็นในตลาด.

    ราคาที่ลดลงของ GPU Rental:
    - ค่าเช่าหน่วยประมวลผล AI เช่น Nvidia H100 ลดลงมากจาก 180,000 หยวน ($24,000) ต่อเดือน เหลือเพียง 75,000 หยวน ($10,000) ซึ่งสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของตลาด AI.

    การปรับเปลี่ยนแผนในอนาคต:
    - รัฐบาลจีนยังคงให้ความสำคัญกับ AI โดยมองว่านี่เป็นการเรียนรู้จากความผิดพลาด และมีแผนจะมอบหมายศูนย์ข้อมูลที่ไม่ประสบความสำเร็จให้กับผู้ดำเนินการที่มีศักยภาพสูงขึ้น เช่น Alibaba และ ByteDance ที่ได้ประกาศลงทุนเพิ่มในโครงสร้างพื้นฐาน AI.

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/chinas-ai-data-center-boom-goes-bust-rush-leaves-billions-of-dollars-in-idle-infrastructure
    จีนพยายามเร่งสร้างศูนย์ข้อมูล AI แต่กลับพบว่าหลายโครงการล้มเหลวเพราะวางแผนไม่รอบคอบ และไม่ได้ใช้งานจริงตามที่คาดหวัง โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้กลายเป็นภาระทางเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลยังคงมองว่าเป็นโอกาสเรียนรู้และปรับตัวในอนาคต โดยจะสนับสนุนบริษัทใหญ่ให้พัฒนา AI และโครงสร้างพื้นฐานต่อไป การเร่งลงทุนที่มากเกินไป: - จีนได้เปิดตัวศูนย์ข้อมูลกว่า 500 แห่งในปี 2023 โดยมีอย่างน้อย 150 แห่งเริ่มดำเนินการภายในปี 2024 แต่หลายโครงการมุ่งเน้นการดึงดูดเงินอุดหนุนจากรัฐบาลมากกว่าการสร้างศักยภาพ AI ที่แท้จริง. ปัญหาด้านเทคโนโลยีและอุปสงค์: - เทคโนโลยีที่ใช้ในศูนย์ข้อมูลไม่ตอบโจทย์ความต้องการปัจจุบัน เช่น งานด้าน AI inference ซึ่งต้องการอุปกรณ์ที่รวดเร็วและประหยัดพลังงาน แต่ศูนย์กลับถูกออกแบบมาเพื่อการประมวลผล AI training ที่ไม่จำเป็นในตลาด. ราคาที่ลดลงของ GPU Rental: - ค่าเช่าหน่วยประมวลผล AI เช่น Nvidia H100 ลดลงมากจาก 180,000 หยวน ($24,000) ต่อเดือน เหลือเพียง 75,000 หยวน ($10,000) ซึ่งสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของตลาด AI. การปรับเปลี่ยนแผนในอนาคต: - รัฐบาลจีนยังคงให้ความสำคัญกับ AI โดยมองว่านี่เป็นการเรียนรู้จากความผิดพลาด และมีแผนจะมอบหมายศูนย์ข้อมูลที่ไม่ประสบความสำเร็จให้กับผู้ดำเนินการที่มีศักยภาพสูงขึ้น เช่น Alibaba และ ByteDance ที่ได้ประกาศลงทุนเพิ่มในโครงสร้างพื้นฐาน AI. https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/chinas-ai-data-center-boom-goes-bust-rush-leaves-billions-of-dollars-in-idle-infrastructure
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 316 มุมมอง 0 รีวิว
  • 27 มีนาคม 2568 - รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง “นายกสืบสันดาน นิติกรรมอำพราง หลบภาษี?” โดยมีเนื้อหาดังนี้

    ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายกรัฐมนตรีนางสาวแพทองธาร ได้รับการโอนหุ้นจากแม่ พี่ชาย พี่สาว ลุง และป้า จำนวนรวมกันประมาณ 4,434 ล้านบาท ในปีพ.ศ. 2559 โดยได้ทำหนังสือสัญญาใช้เงิน (PN) ที่ไม่มีดอกเบี้ยและไม่กำหนดวันครบชำระเงิน เพื่อให้เป็นหลักฐานเสมือนการซื้อหุ้นโดยยังไม่จ่ายเงิน (เป็นหนี้ที่ไม่มีดอกเบี้ย ไม่กำหนดวันชำระคืน)

    มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าทำไม นางสาวแพทองธาร ในปี 2559 ขณะที่อายุเพียงประมาณ 30 ปีจึงอยากซื้อหุ้นจำนวนมากจากบุคคลในครอบครัวและผู้เกี่ยวดอง
    โดยที่ตนไม่มีเงินที่จะจ่าย แต่ไปออกหนังสือสัญญาใช้เงินเป็นการกู้ยืมเงินที่จะจ่ายค่าหุ้นจำนวน 4,434 ล้านบาท

    เรื่องนี้ต้องเข้าใจ พฤติกรรมของคนในตระกูลชินวัตร รู้ที่มาที่ไปของหุ้น จึงพอจะวิเคราะห์และตั้งเป็นสมมุติฐานได้ว่า

    ในปี 2544 เมื่อนายทักษิณจะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ประสงค์จะไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินให้ครบถ้วนกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในบางรายการ จึงได้โอนหุ้นจำนวนหนึ่งซุกไว้ในชื่อของ คนสวน คนรับใช้ คนขับรถ และคนเฝ้ายาม จนเกิดคดีซุกหุ้น ดังที่ปรากฎคดีกับนายทักษิณมาแล้ว

    เวลาต่อมา ได้โอนหุ้นจากชื่อของ “ลูกจ้าง”ในบ้านทั้งสามคน ไปให้กับ “ลูกจริง” ทั้ง 3คน แต่เนื่องจากลูกสาวคนเล็กคือแพทองธาร ขณะนั้นยังไม่บรรลุนิติภาวะยังไม่สามารถบริหารจัดการหุ้นในบริษัทต่างๆได้ จึงอาจจะโอนฝากไว้ที่ แม่ พี่ชาย พี่สาว ลุงและป้า

    ต่อมาในปี 2559 เมื่อแพทองธาร บรรลุนิติภาวะแล้ว ประสงค์ให้ญาติที่ถือหุ้นไว้โอนหุ้นมากลับมาให้ แต่ขณะนั้นมีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรในต้นปี 2559 เพื่อให้สอดคล้องกับการเก็บภาษีมรดก ซึ่งระบุให้

    การให้สินทรัพย์ ในระหว่างพ่อ แม่ ลูก ถือเป็นรายได้ของผู้รับ หากมีมูลค่าเกิน 20ล้านบาทส่วนที่เกิน20ล้านจะต้องเสียภาษีเงินได้ 5%
    แต่ หากเป็นพี่ น้อง ลุง ป้า หากมีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาท ส่วนที่เกิน 10ล้าน บาท จะต้องเสียภาษีเงินได้ 5%

    วิธีการหลีกเลี่ยงหลบภาษี หรือบริหารภาษี ให้จ่ายน้อยหรือไม่ต้องจ่าย คือทำนิติกรรมอำพรางโดยให้ดูเสมือนเป็นการซื้อขาย

    ผู้รับโอนจึงออกตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งก็คือทำสัญญากู้ยืม แต่ที่น่าสังเกตคือไม่มีดอกเบี้ยและไม่มีการกำหนดวันชำระเงิน
    จึงถูกตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใด นางสาวแพทองธาร จึงออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (ที่ไม่กำหนดเวลาชำระเงินและไม่มีดอกเบี้ย) เพื่อให้ดูเป็นเรื่องการซื้อขายไม่ใช่การให้ จะได้ไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้ให้กับรัฐจำนวนมากกว่า 200 ล้านบาท หรือไม่

    น.ส.แพทองธาร ชี้แจงว่า การโอนหุ้นดังกล่าวเป็นการซื้อขายจริงไม่ได้มีพฤติกรรมอำพรางใดๆ ยอดหนี้ (ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน) ก็แสดงว่าชัดเจนในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. อยู่แล้ว
    “ เรื่องตั๋วพีเอ็นไม่ใช่เรื่องใหม่เป็นเรื่องที่ทำกันมาเป็นเรื่องปกติ.. การออกตั๋วสัญญาใช้เงินจะทำกับธุรกรรมที่ถูกกฎหมาย ดำเนินการเปิดเผย ฝ่ายผู้ซื้อผู้ขายรับภาระหนี้สินระหว่างกัน ไม่มีการกระทำนอกกฎหมายใดๆ เพราะการกระทำนอกกฎหมายที่ไหนออกหลักฐานเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินที่ระบุที่มาของเงินไม่ได้ ก็ไม่สามารถทำได้..”

    คำอธิบายของนายกรัฐมนตรีที่ว่า ได้แสดงชัดเจนในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อป.ป.ช. แล้วก็ไม่ได้ช่วยอะไร

    อีกทั้งคำอธิบายว่า ตั๋วสัญญาใช้เงิน (PN) เป็นเรื่องที่ทำกันเป็นปกติ (ใครใครเขาก็ทำกัน ) ก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะขึ้นอยู่กับว่าเขาใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินโดยสุจริตหรือไม่

    หลายสิ่งที่คนทั่วไปทำได้ แต่การเป็นนายกรัฐมนตรีทำไม่ได้เพราะจะต้องมีมาตรฐานของความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีมาตรฐานจริยธรรมสูงกว่าบุคคลทั่วไป ทั้งนี้เพราะจะต้องรับผิดชอบต่อสังคมและคนจำนวนมาก ใช่หรือไม่?

    ประชาชนส่วนหนึ่งตั้งคำถามว่าครอบครัวรักกันมาก ทำไมจึงใช้วิธีซื้อขายหุ้นระหว่างกันไปมา โดยเฉพาะในช่วงที่นางสาวแพทองธาร จะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้โอนหุ้นสนามกอล์ฟอัลไพน์ จำนวน 22,410,000 หุ้น ไปให้ผู้เป็นแม่ ด้วยวิธีการซื้อขายโดยออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (PN) เพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์การซื้อขายแทนการให้ เช่นเดียวกันใช่หรือไม่

    ถ้าจะพิจารณาจากอดีต คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคดี หมายเลขแดงที่ อม.1/2553 เรื่อง ขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือคดียึดทรัพย์นายทักษิณ ชินวัตร 46,737 ล้านบาท เห็นว่า การออกตั๋วสัญญาใช้เงินชำระค่าหุ้นมีพิรุธ เป็นการอำพรางการโอนหุ้นชินคอร์ป เพราะสุดท้ายแล้ว หุ้นชินคอร์ป ที่นายทักษิณโอนให้กับบุคคลต่างๆ ดังกล่าวยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของนายทักษิณ

    ยิ่งไปกว่านั้นข้าราชการระดับสูงของกรมสรรพากรเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกสองปีโดยไม่รอลงอาญาในการปฎิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบตามมาตรา157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา กรณี ช่วยบุตรชายและบุตรสาว ของนายทักษิณ ชินวัตร หลบเลี่ยงภาษีกรณีหุ้นชินคอร์ปมาแล้ว

    หากกรมสรรพากรและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทำได้ ถูกต้องตามกฏหมายและเหมาะสมตามจริยธรรม ต่อไปการที่จะมีผู้โอนทรัพย์สินให้บุคคลในครอบครัว ก็ทำทีเป็นซื้อขายแล้วทำหนังสือสัญญาใช้เงิน ที่ไม่มีดอกเบี้ยและไม่ต้องระบุวันจ่ายเงิน (หนังสือสัญญาไม่ต้องจ่ายเงิน) ทำให้เกิดช่องโหว่ทางกฎหมายส่งผลให้ ภาษีมรดกที่กำหนดให้ผู้รับมรดกจะต้องจ่ายเป็นอันยกเลิกไปโดยปริยาย
    เท่ากับว่าฝ่ายบริหารโดยกรมสรรพากรได้ตีความให้กฎหมายที่ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัติบังคับใช้ไม่ได้อีกต่อไป.
    27 มีนาคม 2568 - รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง “นายกสืบสันดาน นิติกรรมอำพราง หลบภาษี?” โดยมีเนื้อหาดังนี้ ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายกรัฐมนตรีนางสาวแพทองธาร ได้รับการโอนหุ้นจากแม่ พี่ชาย พี่สาว ลุง และป้า จำนวนรวมกันประมาณ 4,434 ล้านบาท ในปีพ.ศ. 2559 โดยได้ทำหนังสือสัญญาใช้เงิน (PN) ที่ไม่มีดอกเบี้ยและไม่กำหนดวันครบชำระเงิน เพื่อให้เป็นหลักฐานเสมือนการซื้อหุ้นโดยยังไม่จ่ายเงิน (เป็นหนี้ที่ไม่มีดอกเบี้ย ไม่กำหนดวันชำระคืน) มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าทำไม นางสาวแพทองธาร ในปี 2559 ขณะที่อายุเพียงประมาณ 30 ปีจึงอยากซื้อหุ้นจำนวนมากจากบุคคลในครอบครัวและผู้เกี่ยวดอง โดยที่ตนไม่มีเงินที่จะจ่าย แต่ไปออกหนังสือสัญญาใช้เงินเป็นการกู้ยืมเงินที่จะจ่ายค่าหุ้นจำนวน 4,434 ล้านบาท เรื่องนี้ต้องเข้าใจ พฤติกรรมของคนในตระกูลชินวัตร รู้ที่มาที่ไปของหุ้น จึงพอจะวิเคราะห์และตั้งเป็นสมมุติฐานได้ว่า ในปี 2544 เมื่อนายทักษิณจะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ประสงค์จะไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินให้ครบถ้วนกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในบางรายการ จึงได้โอนหุ้นจำนวนหนึ่งซุกไว้ในชื่อของ คนสวน คนรับใช้ คนขับรถ และคนเฝ้ายาม จนเกิดคดีซุกหุ้น ดังที่ปรากฎคดีกับนายทักษิณมาแล้ว เวลาต่อมา ได้โอนหุ้นจากชื่อของ “ลูกจ้าง”ในบ้านทั้งสามคน ไปให้กับ “ลูกจริง” ทั้ง 3คน แต่เนื่องจากลูกสาวคนเล็กคือแพทองธาร ขณะนั้นยังไม่บรรลุนิติภาวะยังไม่สามารถบริหารจัดการหุ้นในบริษัทต่างๆได้ จึงอาจจะโอนฝากไว้ที่ แม่ พี่ชาย พี่สาว ลุงและป้า ต่อมาในปี 2559 เมื่อแพทองธาร บรรลุนิติภาวะแล้ว ประสงค์ให้ญาติที่ถือหุ้นไว้โอนหุ้นมากลับมาให้ แต่ขณะนั้นมีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรในต้นปี 2559 เพื่อให้สอดคล้องกับการเก็บภาษีมรดก ซึ่งระบุให้ การให้สินทรัพย์ ในระหว่างพ่อ แม่ ลูก ถือเป็นรายได้ของผู้รับ หากมีมูลค่าเกิน 20ล้านบาทส่วนที่เกิน20ล้านจะต้องเสียภาษีเงินได้ 5% แต่ หากเป็นพี่ น้อง ลุง ป้า หากมีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาท ส่วนที่เกิน 10ล้าน บาท จะต้องเสียภาษีเงินได้ 5% วิธีการหลีกเลี่ยงหลบภาษี หรือบริหารภาษี ให้จ่ายน้อยหรือไม่ต้องจ่าย คือทำนิติกรรมอำพรางโดยให้ดูเสมือนเป็นการซื้อขาย ผู้รับโอนจึงออกตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งก็คือทำสัญญากู้ยืม แต่ที่น่าสังเกตคือไม่มีดอกเบี้ยและไม่มีการกำหนดวันชำระเงิน จึงถูกตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใด นางสาวแพทองธาร จึงออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (ที่ไม่กำหนดเวลาชำระเงินและไม่มีดอกเบี้ย) เพื่อให้ดูเป็นเรื่องการซื้อขายไม่ใช่การให้ จะได้ไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้ให้กับรัฐจำนวนมากกว่า 200 ล้านบาท หรือไม่ น.ส.แพทองธาร ชี้แจงว่า การโอนหุ้นดังกล่าวเป็นการซื้อขายจริงไม่ได้มีพฤติกรรมอำพรางใดๆ ยอดหนี้ (ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน) ก็แสดงว่าชัดเจนในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. อยู่แล้ว “ เรื่องตั๋วพีเอ็นไม่ใช่เรื่องใหม่เป็นเรื่องที่ทำกันมาเป็นเรื่องปกติ.. การออกตั๋วสัญญาใช้เงินจะทำกับธุรกรรมที่ถูกกฎหมาย ดำเนินการเปิดเผย ฝ่ายผู้ซื้อผู้ขายรับภาระหนี้สินระหว่างกัน ไม่มีการกระทำนอกกฎหมายใดๆ เพราะการกระทำนอกกฎหมายที่ไหนออกหลักฐานเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินที่ระบุที่มาของเงินไม่ได้ ก็ไม่สามารถทำได้..” คำอธิบายของนายกรัฐมนตรีที่ว่า ได้แสดงชัดเจนในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อป.ป.ช. แล้วก็ไม่ได้ช่วยอะไร อีกทั้งคำอธิบายว่า ตั๋วสัญญาใช้เงิน (PN) เป็นเรื่องที่ทำกันเป็นปกติ (ใครใครเขาก็ทำกัน ) ก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะขึ้นอยู่กับว่าเขาใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินโดยสุจริตหรือไม่ หลายสิ่งที่คนทั่วไปทำได้ แต่การเป็นนายกรัฐมนตรีทำไม่ได้เพราะจะต้องมีมาตรฐานของความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีมาตรฐานจริยธรรมสูงกว่าบุคคลทั่วไป ทั้งนี้เพราะจะต้องรับผิดชอบต่อสังคมและคนจำนวนมาก ใช่หรือไม่? ประชาชนส่วนหนึ่งตั้งคำถามว่าครอบครัวรักกันมาก ทำไมจึงใช้วิธีซื้อขายหุ้นระหว่างกันไปมา โดยเฉพาะในช่วงที่นางสาวแพทองธาร จะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้โอนหุ้นสนามกอล์ฟอัลไพน์ จำนวน 22,410,000 หุ้น ไปให้ผู้เป็นแม่ ด้วยวิธีการซื้อขายโดยออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (PN) เพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์การซื้อขายแทนการให้ เช่นเดียวกันใช่หรือไม่ ถ้าจะพิจารณาจากอดีต คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคดี หมายเลขแดงที่ อม.1/2553 เรื่อง ขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือคดียึดทรัพย์นายทักษิณ ชินวัตร 46,737 ล้านบาท เห็นว่า การออกตั๋วสัญญาใช้เงินชำระค่าหุ้นมีพิรุธ เป็นการอำพรางการโอนหุ้นชินคอร์ป เพราะสุดท้ายแล้ว หุ้นชินคอร์ป ที่นายทักษิณโอนให้กับบุคคลต่างๆ ดังกล่าวยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของนายทักษิณ ยิ่งไปกว่านั้นข้าราชการระดับสูงของกรมสรรพากรเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกสองปีโดยไม่รอลงอาญาในการปฎิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบตามมาตรา157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา กรณี ช่วยบุตรชายและบุตรสาว ของนายทักษิณ ชินวัตร หลบเลี่ยงภาษีกรณีหุ้นชินคอร์ปมาแล้ว หากกรมสรรพากรและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทำได้ ถูกต้องตามกฏหมายและเหมาะสมตามจริยธรรม ต่อไปการที่จะมีผู้โอนทรัพย์สินให้บุคคลในครอบครัว ก็ทำทีเป็นซื้อขายแล้วทำหนังสือสัญญาใช้เงิน ที่ไม่มีดอกเบี้ยและไม่ต้องระบุวันจ่ายเงิน (หนังสือสัญญาไม่ต้องจ่ายเงิน) ทำให้เกิดช่องโหว่ทางกฎหมายส่งผลให้ ภาษีมรดกที่กำหนดให้ผู้รับมรดกจะต้องจ่ายเป็นอันยกเลิกไปโดยปริยาย เท่ากับว่าฝ่ายบริหารโดยกรมสรรพากรได้ตีความให้กฎหมายที่ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัติบังคับใช้ไม่ได้อีกต่อไป.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 408 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft ได้เปิดตัวชุดเครื่องมือ AI ใหม่ในแพลตฟอร์ม Security Copilot เพื่อช่วยจัดการภัยคุกคามไซเบอร์ที่กำลังมีความซับซ้อนและแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ชุดเครื่องมือนี้ประกอบด้วย AI Agents 6 รายการจาก Microsoft และอีก 5 รายการที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตร โดยเน้นงานสำคัญ เช่น การตรวจจับฟิชชิง การป้องกันข้อมูล และการจัดการตัวตนแบบอัตโนมัติ ฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้ช่วยลดความซับซ้อนในการทำงานของทีมรักษาความปลอดภัย และสนับสนุนการจัดการภัยคุกคามได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    ตัวอย่างการใช้งานที่เน้นฟิชชิง:
    - Microsoft เปิดเผยว่ามีการตรวจจับอีเมลฟิชชิงมากกว่า 30 พันล้านฉบับ ระหว่างปี 2024 AI Agent ที่เพิ่มเข้ามาสามารถช่วยจัดการการแจ้งเตือนและลดภาระงานของทีมได้ โดยโฟกัสไปที่ภัยคุกคามที่ซับซ้อนกว่าแทน.

    ความแตกต่างจากระบบเดิม:
    - Security Copilot Agents พัฒนาให้เหนือกว่าระบบ SOAR และ XDR แบบเดิม โดยใช้ Generative AI ในการทำงาน เช่น วิเคราะห์ข้อมูลเหตุการณ์และเสนอขั้นตอนแก้ไขอย่างอัตโนมัติ ซึ่งลดงานที่ซ้ำซ้อนของทีม SOC (Security Operations Center).

    การผสานรวมเครื่องมือ:
    - ฟีเจอร์ใหม่สามารถผสานการทำงานกับผลิตภัณฑ์ในตระกูล Microsoft เช่น Defender, Entra และ Purview ซึ่งช่วยสร้างการจัดการภัยคุกคามแบบครบวงจรในระบบเดียว.

    คำแนะนำสำหรับการใช้งาน:
    - การใช้แพลตฟอร์มที่รวมทุกอย่างในที่เดียวช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าควรมีแนวทางแบบผสม (Hybrid Approach) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ให้บริการเพียงรายเดียว.

    https://www.csoonline.com/article/3853599/microsoft-launches-ai-agents-to-automate-cybersecurity-amid-rising-threats.html
    Microsoft ได้เปิดตัวชุดเครื่องมือ AI ใหม่ในแพลตฟอร์ม Security Copilot เพื่อช่วยจัดการภัยคุกคามไซเบอร์ที่กำลังมีความซับซ้อนและแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ชุดเครื่องมือนี้ประกอบด้วย AI Agents 6 รายการจาก Microsoft และอีก 5 รายการที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตร โดยเน้นงานสำคัญ เช่น การตรวจจับฟิชชิง การป้องกันข้อมูล และการจัดการตัวตนแบบอัตโนมัติ ฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้ช่วยลดความซับซ้อนในการทำงานของทีมรักษาความปลอดภัย และสนับสนุนการจัดการภัยคุกคามได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตัวอย่างการใช้งานที่เน้นฟิชชิง: - Microsoft เปิดเผยว่ามีการตรวจจับอีเมลฟิชชิงมากกว่า 30 พันล้านฉบับ ระหว่างปี 2024 AI Agent ที่เพิ่มเข้ามาสามารถช่วยจัดการการแจ้งเตือนและลดภาระงานของทีมได้ โดยโฟกัสไปที่ภัยคุกคามที่ซับซ้อนกว่าแทน. ความแตกต่างจากระบบเดิม: - Security Copilot Agents พัฒนาให้เหนือกว่าระบบ SOAR และ XDR แบบเดิม โดยใช้ Generative AI ในการทำงาน เช่น วิเคราะห์ข้อมูลเหตุการณ์และเสนอขั้นตอนแก้ไขอย่างอัตโนมัติ ซึ่งลดงานที่ซ้ำซ้อนของทีม SOC (Security Operations Center). การผสานรวมเครื่องมือ: - ฟีเจอร์ใหม่สามารถผสานการทำงานกับผลิตภัณฑ์ในตระกูล Microsoft เช่น Defender, Entra และ Purview ซึ่งช่วยสร้างการจัดการภัยคุกคามแบบครบวงจรในระบบเดียว. คำแนะนำสำหรับการใช้งาน: - การใช้แพลตฟอร์มที่รวมทุกอย่างในที่เดียวช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าควรมีแนวทางแบบผสม (Hybrid Approach) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ให้บริการเพียงรายเดียว. https://www.csoonline.com/article/3853599/microsoft-launches-ai-agents-to-automate-cybersecurity-amid-rising-threats.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Microsoft launches AI agents to automate cybersecurity amid rising threats
    The rollout includes six in-house AI agents from Microsoft and five developed with partners.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 182 มุมมอง 0 รีวิว
  • 5 ท่าออกกำลังกายที่ดีที่สุดเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายทั้งตัว

    ในขณะที่ท่าออกกำลังกายแบบ Dead Lift, Squat ... ฯลฯ จะสร้างความแข็งแรงโดยการใช้กล้ามเนื้อหลายกลุ่มพร้อมกัน

    5 ท่าออกกำลังกายที่นำเสนอนี้ จะช่วยปรับปรุงการควบคุม ความเสถียร และการประสานงาน ซึ่งจะช่วยเติมเต็มช่องว่างที่การยกน้ำหนักแบบเดิมๆ ขาดหายไป

    เมื่อท่านผสมผสานท่าออกกำลังกายที่ต้องใช้ร่างกายทั้งตัวเข้าด้วยกัน จะได้ฝึกกล้ามเนื้อให้ทำงานร่วมกัน โดยเพิ่มความแข็งแรงที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นในกีฬา (ต่อสู้) หรือการเคลื่อนไหวประจำวัน ท่าออกกำลังกายประเภทนี้จะบังคับให้แกนกลางลำตัวของคุณมั่นคงภายใต้ภาระ ปรับปรุงการควบคุมในหลายระนาบ และพัฒนาความแข็งแรงในจุดที่อาจจะอ่อนแอ เสริมสร้างความเป็นนักกีฬา และสร้างความยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อรับมือกับอาการบาดเจ็บ
    5 ท่าออกกำลังกายที่ดีที่สุดเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายทั้งตัว ในขณะที่ท่าออกกำลังกายแบบ Dead Lift, Squat ... ฯลฯ จะสร้างความแข็งแรงโดยการใช้กล้ามเนื้อหลายกลุ่มพร้อมกัน 5 ท่าออกกำลังกายที่นำเสนอนี้ จะช่วยปรับปรุงการควบคุม ความเสถียร และการประสานงาน ซึ่งจะช่วยเติมเต็มช่องว่างที่การยกน้ำหนักแบบเดิมๆ ขาดหายไป เมื่อท่านผสมผสานท่าออกกำลังกายที่ต้องใช้ร่างกายทั้งตัวเข้าด้วยกัน จะได้ฝึกกล้ามเนื้อให้ทำงานร่วมกัน โดยเพิ่มความแข็งแรงที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นในกีฬา (ต่อสู้) หรือการเคลื่อนไหวประจำวัน ท่าออกกำลังกายประเภทนี้จะบังคับให้แกนกลางลำตัวของคุณมั่นคงภายใต้ภาระ ปรับปรุงการควบคุมในหลายระนาบ และพัฒนาความแข็งแรงในจุดที่อาจจะอ่อนแอ เสริมสร้างความเป็นนักกีฬา และสร้างความยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อรับมือกับอาการบาดเจ็บ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 183 มุมมอง 2 0 รีวิว
  • ร้านค้าต้องระวังแล้ว หลังพบว่า ChatGPT สามารถปลอมสลิปโอนเงินของธนาคารได้แบบเนียนๆ ชี้ จะดูแค่สลิปไม่ได้ ต้องรอดูเงินเข้าด้วย

    หลังการเกิดของ ”ChatGPT“ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้กับใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยสร้างเนื้อหาประเภทต่างๆ ได้ เช่น บทความ, เรื่องราว, คำบรรยาย, และเนื้อหาสำหรับโซเชียลมีเดีย

    สามารถใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการเรียนรู้และทำความเข้าใจในหัวข้อต่างๆ

    ช่วยตอบคำถามและให้คำอธิบายในหัวข้อที่ซับซ้อน

    โดย ChatGPT สามารถนำมาใช้ตอบคำถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดภาระงานของฝ่ายซัพพอร์ต และช่วยให้ได้รับคำตอบที่รวดเร็วขึ้น

    สามารถสร้าง Chatbot อัจฉริยะ โดยปรับแต่งบทสนทนาให้ตรงกับเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น ตอบแนวทางการใช้งานสินค้า แนะนำวิธีแก้ปัญหา และอัปเกรดเป็นระบบที่เข้าใจหลายภาษาได้

    แต่ล่าสุด วันนี้ ( 27 มี.ค.) เพจ “Kafaak” ออกมาโพสต์ข้อความเตือนในความสามารถอันสุดแสนอันตรายของ “Chat GPT” เมื่อมันสามารถปลอมสลิปโอนเงินของธนาคารได้

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000029036

    #MGROnline #ChatGPT
    ร้านค้าต้องระวังแล้ว หลังพบว่า ChatGPT สามารถปลอมสลิปโอนเงินของธนาคารได้แบบเนียนๆ ชี้ จะดูแค่สลิปไม่ได้ ต้องรอดูเงินเข้าด้วย • หลังการเกิดของ ”ChatGPT“ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้กับใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยสร้างเนื้อหาประเภทต่างๆ ได้ เช่น บทความ, เรื่องราว, คำบรรยาย, และเนื้อหาสำหรับโซเชียลมีเดีย • สามารถใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการเรียนรู้และทำความเข้าใจในหัวข้อต่างๆ • ช่วยตอบคำถามและให้คำอธิบายในหัวข้อที่ซับซ้อน • โดย ChatGPT สามารถนำมาใช้ตอบคำถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดภาระงานของฝ่ายซัพพอร์ต และช่วยให้ได้รับคำตอบที่รวดเร็วขึ้น • สามารถสร้าง Chatbot อัจฉริยะ โดยปรับแต่งบทสนทนาให้ตรงกับเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น ตอบแนวทางการใช้งานสินค้า แนะนำวิธีแก้ปัญหา และอัปเกรดเป็นระบบที่เข้าใจหลายภาษาได้ • แต่ล่าสุด วันนี้ ( 27 มี.ค.) เพจ “Kafaak” ออกมาโพสต์ข้อความเตือนในความสามารถอันสุดแสนอันตรายของ “Chat GPT” เมื่อมันสามารถปลอมสลิปโอนเงินของธนาคารได้ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000029036 • #MGROnline #ChatGPT
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 156 มุมมอง 0 รีวิว
  • AI ไม่ได้มาแทนที่พนักงานโดยตรง แต่มันช่วยให้พนักงานที่เก่งสามารถทำงานได้เร็วและดีขึ้น จนลดความจำเป็นของการจ้างพนักงานเพิ่มในบางตำแหน่ง ในยุคที่ AI ปรับเปลี่ยนมาตรฐานการทำงานอย่างรวดเร็ว การเพิ่มทักษะและใช้งาน AI อย่างชาญฉลาดจึงเป็นเรื่องสำคัญ หากเราไม่พัฒนาตัวเอง เราอาจถูกทิ้งไว้เบื้องหลังได้ง่าย ๆ

    ผลกระทบของ productivity inflation:
    - ด้วยการใช้ AI ช่วยงาน พนักงานระดับกลางสามารถทำงานที่เคยใช้เวลานาน 8 ชั่วโมงในเวลาเพียง 5 ชั่วโมง ขณะที่ยังสามารถจัดการงานที่ซับซ้อนได้ดีขึ้น ทำให้โครงสร้างทีมงานในองค์กรเริ่มเปลี่ยนจากการจ้างคนเป็นลำดับขั้นไปสู่การจ้างพนักงานที่ต้องเชี่ยวชาญการใช้ AI เป็นหลัก.

    ความสำคัญของการใช้ AI อย่างสร้างสรรค์:
    - การใช้ AI ไม่ได้หมายถึงการลดภาระงานทั้งหมด แต่กลับช่วยเสริมศักยภาพของพนักงาน เช่น การใช้ AI เพื่อสร้างไอเดียใหม่ๆ ทำการวิจัยอย่างรวดเร็ว หรือปรับปรุงเนื้อหาการเขียนให้น่าสนใจ.

    ทักษะที่ต้องการในยุคใหม่:
    - ความสามารถในการใช้งานเครื่องมือ AI และการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องกลายเป็นทักษะสำคัญสำหรับ "A players" หรือผู้เล่นระดับท็อปในตลาดแรงงาน.

    ความเปลี่ยนแปลงในนิยามของ "การแข่งขัน":
    - ผู้ที่สามารถใช้งาน AI เป็นเครื่องมือในการเพิ่มความคิดสร้างสรรค์และผลิตผลจะมีโอกาสก้าวนำหน้าคู่แข่งได้ ในขณะที่การปล่อยให้งานขึ้นอยู่กับ AI อย่างเดียวอาจสร้างความล้าหลัง.

    https://www.zdnet.com/article/ai-wont-take-your-job-but-this-definitely-will/
    AI ไม่ได้มาแทนที่พนักงานโดยตรง แต่มันช่วยให้พนักงานที่เก่งสามารถทำงานได้เร็วและดีขึ้น จนลดความจำเป็นของการจ้างพนักงานเพิ่มในบางตำแหน่ง ในยุคที่ AI ปรับเปลี่ยนมาตรฐานการทำงานอย่างรวดเร็ว การเพิ่มทักษะและใช้งาน AI อย่างชาญฉลาดจึงเป็นเรื่องสำคัญ หากเราไม่พัฒนาตัวเอง เราอาจถูกทิ้งไว้เบื้องหลังได้ง่าย ๆ ผลกระทบของ productivity inflation: - ด้วยการใช้ AI ช่วยงาน พนักงานระดับกลางสามารถทำงานที่เคยใช้เวลานาน 8 ชั่วโมงในเวลาเพียง 5 ชั่วโมง ขณะที่ยังสามารถจัดการงานที่ซับซ้อนได้ดีขึ้น ทำให้โครงสร้างทีมงานในองค์กรเริ่มเปลี่ยนจากการจ้างคนเป็นลำดับขั้นไปสู่การจ้างพนักงานที่ต้องเชี่ยวชาญการใช้ AI เป็นหลัก. ความสำคัญของการใช้ AI อย่างสร้างสรรค์: - การใช้ AI ไม่ได้หมายถึงการลดภาระงานทั้งหมด แต่กลับช่วยเสริมศักยภาพของพนักงาน เช่น การใช้ AI เพื่อสร้างไอเดียใหม่ๆ ทำการวิจัยอย่างรวดเร็ว หรือปรับปรุงเนื้อหาการเขียนให้น่าสนใจ. ทักษะที่ต้องการในยุคใหม่: - ความสามารถในการใช้งานเครื่องมือ AI และการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องกลายเป็นทักษะสำคัญสำหรับ "A players" หรือผู้เล่นระดับท็อปในตลาดแรงงาน. ความเปลี่ยนแปลงในนิยามของ "การแข่งขัน": - ผู้ที่สามารถใช้งาน AI เป็นเครื่องมือในการเพิ่มความคิดสร้างสรรค์และผลิตผลจะมีโอกาสก้าวนำหน้าคู่แข่งได้ ในขณะที่การปล่อยให้งานขึ้นอยู่กับ AI อย่างเดียวอาจสร้างความล้าหลัง. https://www.zdnet.com/article/ai-wont-take-your-job-but-this-definitely-will/
    WWW.ZDNET.COM
    AI won't take your job, but this definitely will
    Here's what's quietly reshaping the job market, and it's happening faster than you think.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 99 มุมมอง 0 รีวิว
  • อธิบดีสรรพากรอย่ารีบสรุป

    ข่าวระบุว่า

    [อธิบดีกรมสรรพากรเคลียร์ปมภาษี นายกฯ กรณีออกตั๋ว P/N ที่ฝ่ายค้านอภิปราย

    ชี้เป็นกรณีการซื้อขายหุ้นนอกตลาด ออกตั๋ว P/N แทนสัญญากู้ มีภาระภาษีเสียตามจริงเมื่อจ่ายเงิน
    ...

    โดยออกตั๋ว P/N จะเปรียบเสมือนสัญญาเงินกู้ระหว่าง 2 ฝ่าย ได้แก่ ผู้ออกตั๋ว (ลูกหนี้) และผู้รับเงิน (เจ้าหนี้)ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ระบุว่าสามารถออกได้ 2 แบบ คือ

    ออกแบบกำหนดระยะเวลาที่จะชำระเงินชัดเจน หรือออกแบบไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการชำระเงิน

    ซึ่งการออกแบบที่ไม่ได้ระบุเวลาในการชำระเงินนั้นจะต้องจ่ายเงินทันทีเมื่อถูกเรียกหรือถูกทวงถาม

    ส่วนเรื่องการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งฯ ระบุว่า จะกำหนดหรือไม่กำหนดก็ได้]

    ผมตั้งข้อสังเกต ดังนี้

    1 อธิบดีต้องดูแลสิทธิของรัฐในการเก็บภาษี

    ภาษีการรับให้ คือ ภาษีเงินได้
    บุคคลธรรมดาที่จัดเก็บจากทรัพย์สินที่ให้หรือรับแก่บุตร คู่สมรส ญาติ หรือบุคคลอื่น ก่อนผู้ให้เสียชีวิต โดยการกำหนดภาษีนี้มีขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการจัดเก็บภาษีการรับมรดก

    มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์
    2559 ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 40) พ.ศ. 2558 และ(ฉบับที่ 43) พ.ศ. 2559

    อธิบดีสรรพากรจึงมีหน้าที่ จะต้องดูแลให้รัฐสามารถเก็บภาษีการรับให้ได้อย่างถูกต้อง

    กรณีที่มีผู้สำแดงซื้อขายหุ้น ที่ระหว่างบุคคลในเครือญาติใกล้ชิด ที่มีมูลค่าสูงถึง 4.4 พันล้านบาท

    อธิบดีจึงมีหน้าที่ต้องสั่งให้มีการตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อน ให้แน่ใจว่า ไม่มีนิติกรรมอำพรางเพื่อเลี่ยงภาษีการรับให้

    ขอให้อธิบดีตอบว่า ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา กรมสรรพากรได้สอดส่องตรวจตราอย่างไร และถ้าไม่มีการอภิปรายเรื่องนี้ในสภา รัฐจะสามารถเก็บภาษีได้จริงหรือไม่

    ต้องไม่ลืมว่า กรณีถ้าหากถือว่าเป็นการรับให้ นายกฯ ในฐานะผู้รับหุ้น มีภาระต้องจ่ายภาษีทันทีในวันที่ได้รับ เมื่อไม่ได้จ่าย ก็อาจเข้าข่ายหนีภาษี

    2 กรมพอใจให้นายกฯ เป็นผู้กำหนด taxing point ใช่ไหม?

    กรณีสมมุติว่า เป็นการซื้อขายหุ้น

    -การที่นายกฯ ค้างชำระเงิน ทั้งที่มีฐานะที่จะชำระเงินได้ มีทรัพย์สินกว่า1 หมื่น 3 พัน 9 ร้อยล้านบาท

    -การที่นายกฯ ไม่กำหนดดอกเบี้ย ทั้งที่มีฐานะที่จะจ่ายดอกเบี้ยได้ โดยมีรายได้เงินปันผลในปีที่รายงาน ปปช. มากถึง 259 ล้านบาท

    กรมสรรพากรต้องแถลงให้ประชาชนทราบว่า กรณีเช่นนี้ กรมพอใจที่จะให้นายกฯ เป็นผู้กำหนดว่า ผู้ขายหุ้น จะชำระภาษีหรือไม่ จะชำระภาษีเมื่อใด ใช่หรือไม่?

    และกรมจะว่าอย่างไร ถ้าหากตั๋ว PN นี้ลากยาวไปอีกหลายสิบปี อาจจะไปจนถึงผู้ขายหุ้นตายไป โดยไม่มีดอกเบี้ย รัฐจะเก็บภาษีได้เมื่อไหร่?

    อีกประการหนึ่ง

    การที่นายกฯ โดยครรลองการค้าปกติ จะต้องจ่ายดอกเบี้ย ซึ่ง ปพพ. กำหนดให้เรียกได้ 3% ต่อปี แต่การที่ไม่ต้องจ่าย ทั้งที่มีฐานะสามารถจ่าย กรมจะถือเป็นประโยชน์ที่จะต้องเสียภาษีหรือไม่

    ไม่ว่าประโยชน์ ที่ควรจะได้เกิดขึ้นแก่นายกฯ หรือที่ควรจะได้เกิดขึ้นแก่ผู้ขายหุ้น

    3 กรมต้องตรวจสอบที่มาของผู้ขายหุ้น

    กรมสรรพากรมีหน้าที่จะต้องตรวจสอบที่มาของหุ้นในอดีต ที่ตกเป็นของผู้ขาย เพื่อให้แน่ชัดว่า

    (ก) ผู้ขายได้หุ้นมาฟรีหรือไม่ หรือมีต้นทุนเท่าใด

    (ข) ในการได้หุ้นมานั้น ผู้ขายได้จ่ายค่าหุ้นจริงๆ หรือไม่ อย่างไร

    หรือมีการใช้เทคนิคตั๋ว PN แบบไม่มีกำหนดชำระ และไม่มีดอกเบี้ย เช่นนี้หรือไม่?

    (ค) หุ้นเหล่านี้ เป็นการซุกหุ้นของนักการเมืองผู้ใดหรือไม่? เพื่อส่งข้อมูลให้แก่ ปปช. ต่อไป

    ผมขอเรียกร้องให้อธิบดีชี้แจงทุกข้อ

    ถึงแม้ท่านได้รับแต่งตั้งในรัฐบาลนี้ แต่ท่านเป็นลูกหม้อกรมสรรพากร และย่อมมีความรู้ความเข้าใจเจตนารมณ์ของกฎหมาย

    ท่านจึงควรแสดงจุดยืน ที่จะปกป้องผลประโยชน์ของรัฐและของประชาชนโดยรวมอย่างเต็มที่

    ท่านจะต้องไม่ไปตีความเฉพาะแกะบรรทัดอ่านตามตัวอักษร เพราะการทำงานเช่นนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้บุคคลที่มีความรอบรู้ระดับสูง

    วันที่ 26 มีนาคม 2568

    นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ
    ประธานคณะกรรมการด้านวิชาการ พรรคพลังประชารัฐ

    https://www.facebook.com/share/p/1ACAvPBLdV/
    อธิบดีสรรพากรอย่ารีบสรุป ข่าวระบุว่า [อธิบดีกรมสรรพากรเคลียร์ปมภาษี นายกฯ กรณีออกตั๋ว P/N ที่ฝ่ายค้านอภิปราย ชี้เป็นกรณีการซื้อขายหุ้นนอกตลาด ออกตั๋ว P/N แทนสัญญากู้ มีภาระภาษีเสียตามจริงเมื่อจ่ายเงิน ... โดยออกตั๋ว P/N จะเปรียบเสมือนสัญญาเงินกู้ระหว่าง 2 ฝ่าย ได้แก่ ผู้ออกตั๋ว (ลูกหนี้) และผู้รับเงิน (เจ้าหนี้)ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ระบุว่าสามารถออกได้ 2 แบบ คือ ออกแบบกำหนดระยะเวลาที่จะชำระเงินชัดเจน หรือออกแบบไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการชำระเงิน ซึ่งการออกแบบที่ไม่ได้ระบุเวลาในการชำระเงินนั้นจะต้องจ่ายเงินทันทีเมื่อถูกเรียกหรือถูกทวงถาม ส่วนเรื่องการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งฯ ระบุว่า จะกำหนดหรือไม่กำหนดก็ได้] ผมตั้งข้อสังเกต ดังนี้ 1 อธิบดีต้องดูแลสิทธิของรัฐในการเก็บภาษี ภาษีการรับให้ คือ ภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาที่จัดเก็บจากทรัพย์สินที่ให้หรือรับแก่บุตร คู่สมรส ญาติ หรือบุคคลอื่น ก่อนผู้ให้เสียชีวิต โดยการกำหนดภาษีนี้มีขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการจัดเก็บภาษีการรับมรดก มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 40) พ.ศ. 2558 และ(ฉบับที่ 43) พ.ศ. 2559 อธิบดีสรรพากรจึงมีหน้าที่ จะต้องดูแลให้รัฐสามารถเก็บภาษีการรับให้ได้อย่างถูกต้อง กรณีที่มีผู้สำแดงซื้อขายหุ้น ที่ระหว่างบุคคลในเครือญาติใกล้ชิด ที่มีมูลค่าสูงถึง 4.4 พันล้านบาท อธิบดีจึงมีหน้าที่ต้องสั่งให้มีการตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อน ให้แน่ใจว่า ไม่มีนิติกรรมอำพรางเพื่อเลี่ยงภาษีการรับให้ ขอให้อธิบดีตอบว่า ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา กรมสรรพากรได้สอดส่องตรวจตราอย่างไร และถ้าไม่มีการอภิปรายเรื่องนี้ในสภา รัฐจะสามารถเก็บภาษีได้จริงหรือไม่ ต้องไม่ลืมว่า กรณีถ้าหากถือว่าเป็นการรับให้ นายกฯ ในฐานะผู้รับหุ้น มีภาระต้องจ่ายภาษีทันทีในวันที่ได้รับ เมื่อไม่ได้จ่าย ก็อาจเข้าข่ายหนีภาษี 2 กรมพอใจให้นายกฯ เป็นผู้กำหนด taxing point ใช่ไหม? กรณีสมมุติว่า เป็นการซื้อขายหุ้น -การที่นายกฯ ค้างชำระเงิน ทั้งที่มีฐานะที่จะชำระเงินได้ มีทรัพย์สินกว่า1 หมื่น 3 พัน 9 ร้อยล้านบาท -การที่นายกฯ ไม่กำหนดดอกเบี้ย ทั้งที่มีฐานะที่จะจ่ายดอกเบี้ยได้ โดยมีรายได้เงินปันผลในปีที่รายงาน ปปช. มากถึง 259 ล้านบาท กรมสรรพากรต้องแถลงให้ประชาชนทราบว่า กรณีเช่นนี้ กรมพอใจที่จะให้นายกฯ เป็นผู้กำหนดว่า ผู้ขายหุ้น จะชำระภาษีหรือไม่ จะชำระภาษีเมื่อใด ใช่หรือไม่? และกรมจะว่าอย่างไร ถ้าหากตั๋ว PN นี้ลากยาวไปอีกหลายสิบปี อาจจะไปจนถึงผู้ขายหุ้นตายไป โดยไม่มีดอกเบี้ย รัฐจะเก็บภาษีได้เมื่อไหร่? อีกประการหนึ่ง การที่นายกฯ โดยครรลองการค้าปกติ จะต้องจ่ายดอกเบี้ย ซึ่ง ปพพ. กำหนดให้เรียกได้ 3% ต่อปี แต่การที่ไม่ต้องจ่าย ทั้งที่มีฐานะสามารถจ่าย กรมจะถือเป็นประโยชน์ที่จะต้องเสียภาษีหรือไม่ ไม่ว่าประโยชน์ ที่ควรจะได้เกิดขึ้นแก่นายกฯ หรือที่ควรจะได้เกิดขึ้นแก่ผู้ขายหุ้น 3 กรมต้องตรวจสอบที่มาของผู้ขายหุ้น กรมสรรพากรมีหน้าที่จะต้องตรวจสอบที่มาของหุ้นในอดีต ที่ตกเป็นของผู้ขาย เพื่อให้แน่ชัดว่า (ก) ผู้ขายได้หุ้นมาฟรีหรือไม่ หรือมีต้นทุนเท่าใด (ข) ในการได้หุ้นมานั้น ผู้ขายได้จ่ายค่าหุ้นจริงๆ หรือไม่ อย่างไร หรือมีการใช้เทคนิคตั๋ว PN แบบไม่มีกำหนดชำระ และไม่มีดอกเบี้ย เช่นนี้หรือไม่? (ค) หุ้นเหล่านี้ เป็นการซุกหุ้นของนักการเมืองผู้ใดหรือไม่? เพื่อส่งข้อมูลให้แก่ ปปช. ต่อไป ผมขอเรียกร้องให้อธิบดีชี้แจงทุกข้อ ถึงแม้ท่านได้รับแต่งตั้งในรัฐบาลนี้ แต่ท่านเป็นลูกหม้อกรมสรรพากร และย่อมมีความรู้ความเข้าใจเจตนารมณ์ของกฎหมาย ท่านจึงควรแสดงจุดยืน ที่จะปกป้องผลประโยชน์ของรัฐและของประชาชนโดยรวมอย่างเต็มที่ ท่านจะต้องไม่ไปตีความเฉพาะแกะบรรทัดอ่านตามตัวอักษร เพราะการทำงานเช่นนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้บุคคลที่มีความรอบรู้ระดับสูง วันที่ 26 มีนาคม 2568 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ ประธานคณะกรรมการด้านวิชาการ พรรคพลังประชารัฐ https://www.facebook.com/share/p/1ACAvPBLdV/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 372 มุมมอง 0 รีวิว
  • มะกันเลิกแบกภาระ จ่อถอนสถานะผู้อพยพกว่า 530,000 คนจาก 4 ประเทศ ได้แก่ คิวบา เฮติ นิการากัว และเวเนซุเอลา แต่ไม่โดนใครประณาม ขณะที่ประเทศเล็กๆ อย่างไทยกลับประณามกับเรื่องอุยกูร์ และกวดขันพวกลักลอบเข้าประเทศ
    #คิงส์โพธิ์แดง
    มะกันเลิกแบกภาระ จ่อถอนสถานะผู้อพยพกว่า 530,000 คนจาก 4 ประเทศ ได้แก่ คิวบา เฮติ นิการากัว และเวเนซุเอลา แต่ไม่โดนใครประณาม ขณะที่ประเทศเล็กๆ อย่างไทยกลับประณามกับเรื่องอุยกูร์ และกวดขันพวกลักลอบเข้าประเทศ #คิงส์โพธิ์แดง
    Like
    1
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 193 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🌿พบสารใน "โรสแมรี่" ช่วยฟื้นฟูความจำ อาจรักษาโรคอัลไซเมอร์ได้
    .
    🧠 นักวิจัยสหรัฐฯ ค้นพบสารจากสมุนไพรครัวเรือน ที่อาจช่วยรักษาอัลไซเมอร์ได้ในอนาคต สาร diAcCA ที่สังเคราะห์จากโรสแมรี่และเสจ แสดงผลดีในหนูทดลอง ช่วยเพิ่มไซแนปส์ในสมอง และลดการสะสมของโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์
    .
    📌 กรดคาร์โนซิกเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ แต่มีอายุการเก็บรักษาสั้นมาก ในขณะที่ diAcCA สามารถรับประทานทางปากก่อนที่จะถูกเปลี่ยนเป็นกรดคาร์โนซิกในกระเพาะอาหารและเข้าสู่กระแสเลือด
    .
    📍 สำหรับโรคอัลไซเมอร์คิดเป็น 70% ของผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม และสร้างภาระที่สำคัญและเพิ่มขึ้นทั่วโลก เนื่องจากประชากรที่มีอายุมากขึ้น

    ..ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ..
    #โรสแมรี่ #อัลไซเมอร์ #thaitime
    🌿พบสารใน "โรสแมรี่" ช่วยฟื้นฟูความจำ อาจรักษาโรคอัลไซเมอร์ได้ . 🧠 นักวิจัยสหรัฐฯ ค้นพบสารจากสมุนไพรครัวเรือน ที่อาจช่วยรักษาอัลไซเมอร์ได้ในอนาคต สาร diAcCA ที่สังเคราะห์จากโรสแมรี่และเสจ แสดงผลดีในหนูทดลอง ช่วยเพิ่มไซแนปส์ในสมอง และลดการสะสมของโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ . 📌 กรดคาร์โนซิกเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ แต่มีอายุการเก็บรักษาสั้นมาก ในขณะที่ diAcCA สามารถรับประทานทางปากก่อนที่จะถูกเปลี่ยนเป็นกรดคาร์โนซิกในกระเพาะอาหารและเข้าสู่กระแสเลือด . 📍 สำหรับโรคอัลไซเมอร์คิดเป็น 70% ของผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม และสร้างภาระที่สำคัญและเพิ่มขึ้นทั่วโลก เนื่องจากประชากรที่มีอายุมากขึ้น ..ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ.. #โรสแมรี่ #อัลไซเมอร์ #thaitime
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 298 มุมมอง 0 รีวิว
  • สภาผู้บริโภคจี้คปภ.ทบทวน Co-payment ผลักภาระประชาชน : คนเคาะข่าว 24-03-68
    : นิมิตร์ เทียนอุดม รองประธานสภาผู้บริโภค
    ดำเนินรายการโดย นงวดี ถนิมมาลย์

    #คนเคาะข่าว #สภาผู้บริโภค #CoPayment #คปภ #สิทธิผู้บริโภค #ภาระประชาชน #ประกันสุขภาพ #นโยบายรัฐ #นิมิตร์เทียนอุดม #นงวดีถนิมมาลย์ #ข่าวสังคม #สุขภาพการเงิน #ความเป็นธรรม #ThaiTimes #วิเคราะห์นโยบาย
    สภาผู้บริโภคจี้คปภ.ทบทวน Co-payment ผลักภาระประชาชน : คนเคาะข่าว 24-03-68 : นิมิตร์ เทียนอุดม รองประธานสภาผู้บริโภค ดำเนินรายการโดย นงวดี ถนิมมาลย์ #คนเคาะข่าว #สภาผู้บริโภค #CoPayment #คปภ #สิทธิผู้บริโภค #ภาระประชาชน #ประกันสุขภาพ #นโยบายรัฐ #นิมิตร์เทียนอุดม #นงวดีถนิมมาลย์ #ข่าวสังคม #สุขภาพการเงิน #ความเป็นธรรม #ThaiTimes #วิเคราะห์นโยบาย
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 511 มุมมอง 5 0 รีวิว
  • รู้จักใช้ เข้าใจเงิน (ตอนที่ 1)
    .
    การทำงานคือหน้าที่ของทุกคนตามธรรมชาติ การดิ้นรนเก็บของป่า ล่าสัตว์ หาอาหารใส่ปากใส่ท้องเพื่อความอยู่รอดของตนเอง ของครอบครัว และของสังคมมนุษย์แต่ดึกดำบรรพ์ ก็คือการทำงานรูปแบบหนึ่ง ซึ่งโดยแท้จริงแล้วไม่ต่างไปจากการประกอบธุรกิจส่วนตัว หรือการเป็นลูกจ้างของรัฐหรือเอกชนในปัจจุบัน เพื่อหาเงินมาซื้ออาหารยังชีวิต และซื้อหาความสุขสบายต่างๆ
    .
    ถ้าบุคคลหนึ่งไม่ทำหน้าที่นี้ เพื่อเลี้ยงตนเอง บุคคลอื่นในครอบครัวและในสังคมก็ต้องแบกรับภาระแทน ดังนั้น การทำงานจึงเป็นสิ่งที่มีเกียรติเพราะเป็นการดูแลตนเอง และช่วยมิให้คนอื่นต้งเดือดร้อนแบกรับภาระอุ้มชูตนโดยไม่จำเป็น หรือพูดอีกอย่างว่า การทำงานช่วยให้ไม่เบียดเบียนผู้อื่นอีกด้วย
    .
    เมื่อทำงาน ก็มีรายได้มาจับจ่ายใช้สอย สำหรับผู้ที่มีความรู้และพยายามเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีความบากบั่นมานะ ขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์สุจริต และดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ก็จะมีรายได้สูง และมีช่วงเวลาในการทำงานหารายได้ยาวนาน สร้างความสุขกายและใจ และความมั่นคงในชีวิตให้แก่ตนเอง และครอบครัวได้ยาวนานไปด้วย
    .
    อย่างไรก็ดี การทำงานหาเงินแต่ละบาทนั้น มิใช่เรื่องง่าย หากเป็นลูกจ้าง การที่นายจ้างจะจ่ายค่าจ้างให้นั้น ลูกจ้างต้องทำงานให้ได้อย่างคุ้มค่ากับการจ้าง และหากเป็นผู้ประกอบธุรกิจ การมีรายได้จากกำไรก็ต้องมาจากการขายสินค้าหรือบริการที่มีผู้ต้องการซื้อ ยิ่งไปกว่านั้น รายรับจากการขายจะต้องสูงกว่าต้นทุนอีกด้วย
    .
    การทำให้ตนเองสามารถทำงานได้อย่างคุ้มค่า หรือขายสินค้าที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในราคาอันเป็นที่ยอมรับได้ และมีกำไรอีกด้วยนั้น เป็นเรื่องที่ยากพอควร ดังนั้น การหาเงินจึงมิใช่เรื่องง่ายๆ ที่เกิดขึ้นโดยปราศจากความรู้ ความสามารถ ด้วยเหตุนี้ เราทุกคนจึงจำเป็นต้องไขว่คว้าหาความรู้ และพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเอง เพื่อเตรียมพร้อม
    .
    เงินนั้นมิได้ "งอกบนต้นไม้" ทุกคนต้องดิ้นรนต่อสู้หามาด้วยความเหนื่อยยากลำบากกายและใจ การหวังพึ่งความเมตตาของคนอื่นเพื่อให้ได้เงินมานั้น คือการอาศัยจมูกคนอื่นหายใจโดยแท้ เป็นสิ่งที่ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี และอยู่บนความประมาทอย่างยิ่ง เพราะหากผู้ให้เปลี่ยนใจ เงินจะขาดมีอย่างฉับพลัน
    .
    เมื่อเงินหามาได้ยากเย็นและด้วยต้นทุนที่สูงเช่นนี้ เงินจึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่า การใช้จ่ายทุกบาทจึงควรเป็นไปอย่างรอบคอบ และให้ได้รับประโยชน์คุ้มค่ากับแรงงานที่เสียไป
    รู้จักใช้ เข้าใจเงิน (ตอนที่ 1) . การทำงานคือหน้าที่ของทุกคนตามธรรมชาติ การดิ้นรนเก็บของป่า ล่าสัตว์ หาอาหารใส่ปากใส่ท้องเพื่อความอยู่รอดของตนเอง ของครอบครัว และของสังคมมนุษย์แต่ดึกดำบรรพ์ ก็คือการทำงานรูปแบบหนึ่ง ซึ่งโดยแท้จริงแล้วไม่ต่างไปจากการประกอบธุรกิจส่วนตัว หรือการเป็นลูกจ้างของรัฐหรือเอกชนในปัจจุบัน เพื่อหาเงินมาซื้ออาหารยังชีวิต และซื้อหาความสุขสบายต่างๆ . ถ้าบุคคลหนึ่งไม่ทำหน้าที่นี้ เพื่อเลี้ยงตนเอง บุคคลอื่นในครอบครัวและในสังคมก็ต้องแบกรับภาระแทน ดังนั้น การทำงานจึงเป็นสิ่งที่มีเกียรติเพราะเป็นการดูแลตนเอง และช่วยมิให้คนอื่นต้งเดือดร้อนแบกรับภาระอุ้มชูตนโดยไม่จำเป็น หรือพูดอีกอย่างว่า การทำงานช่วยให้ไม่เบียดเบียนผู้อื่นอีกด้วย . เมื่อทำงาน ก็มีรายได้มาจับจ่ายใช้สอย สำหรับผู้ที่มีความรู้และพยายามเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีความบากบั่นมานะ ขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์สุจริต และดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ก็จะมีรายได้สูง และมีช่วงเวลาในการทำงานหารายได้ยาวนาน สร้างความสุขกายและใจ และความมั่นคงในชีวิตให้แก่ตนเอง และครอบครัวได้ยาวนานไปด้วย . อย่างไรก็ดี การทำงานหาเงินแต่ละบาทนั้น มิใช่เรื่องง่าย หากเป็นลูกจ้าง การที่นายจ้างจะจ่ายค่าจ้างให้นั้น ลูกจ้างต้องทำงานให้ได้อย่างคุ้มค่ากับการจ้าง และหากเป็นผู้ประกอบธุรกิจ การมีรายได้จากกำไรก็ต้องมาจากการขายสินค้าหรือบริการที่มีผู้ต้องการซื้อ ยิ่งไปกว่านั้น รายรับจากการขายจะต้องสูงกว่าต้นทุนอีกด้วย . การทำให้ตนเองสามารถทำงานได้อย่างคุ้มค่า หรือขายสินค้าที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในราคาอันเป็นที่ยอมรับได้ และมีกำไรอีกด้วยนั้น เป็นเรื่องที่ยากพอควร ดังนั้น การหาเงินจึงมิใช่เรื่องง่ายๆ ที่เกิดขึ้นโดยปราศจากความรู้ ความสามารถ ด้วยเหตุนี้ เราทุกคนจึงจำเป็นต้องไขว่คว้าหาความรู้ และพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเอง เพื่อเตรียมพร้อม . เงินนั้นมิได้ "งอกบนต้นไม้" ทุกคนต้องดิ้นรนต่อสู้หามาด้วยความเหนื่อยยากลำบากกายและใจ การหวังพึ่งความเมตตาของคนอื่นเพื่อให้ได้เงินมานั้น คือการอาศัยจมูกคนอื่นหายใจโดยแท้ เป็นสิ่งที่ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี และอยู่บนความประมาทอย่างยิ่ง เพราะหากผู้ให้เปลี่ยนใจ เงินจะขาดมีอย่างฉับพลัน . เมื่อเงินหามาได้ยากเย็นและด้วยต้นทุนที่สูงเช่นนี้ เงินจึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่า การใช้จ่ายทุกบาทจึงควรเป็นไปอย่างรอบคอบ และให้ได้รับประโยชน์คุ้มค่ากับแรงงานที่เสียไป
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 245 มุมมอง 0 รีวิว
  • TDRI เตือนรัฐหยุดแจกเงินดิจิทัล หลังไปไม่ช่วยกระตุ้น ศก. แนะใช้งบแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาวแทน

    (21 มี.ค. 68) ดร.สมชัย จิตสุชน เตือนรัฐ หยุดเดินหน้าโครงการเงินดิจิทัลในเฟสต่อไป แนะใช้งบแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาวแทน ขณะที่เฟส 3 หนุนทบทวนเงื่อนไขเปิดทางใช้เงินหมื่นซื้อคอร์สอัปสกิล-รีสกิลได้ หวังพัฒนาทักษะคน เตือน รัฐบาลรับมือเศรษฐกิจซบเซา จากปัจจัยภายนอก-ในประเทศ โดยเฉพาะความปั่นป่วนจากสงครามการค้า – หนี้ครัวเรือนสูง ห่วงภาระการคลัง ทำเรตติงประเทศตก

    ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวถึงนโยบายเงินดิจิทัลเฟส 3 ที่ให้กับผู้มีอายุ 16-20 ปีว่า มีการคาดการณ์กันว่าในเฟสที่ 3 นี้อาจได้ผลบ้าง เพราะกลุ่มคนที่แจกยังไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ที่ไม่มากนัก เมื่อได้เงินมาอาจจะใช้เร็ว แต่เชื่อว่าไม่น่าจะได้ผลมากกว่าเฟส 1 ที่มอบให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและกลุ่มเปราะบาง อย่างไรก็ตามหากอยากให้ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจจริง ๆ รัฐบาลควรละทิ้งแนวคิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น และมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาวมากขึ้น และไม่ควรเปิดทางให้นำเงินจำนวนนี้ไปซื้ออะไรก็ได้ แต่ควรกำหนดให้ใช้ไปกับการหาความรู้ อัปสกิล รีสกิล ซึ่งเหมาะสมกับกลุ่มเยาวชนพอดี เพราะเป็นกลุ่มที่กำลังจะเข้าสู่กำลังแรงงานซึ่งอาจจะนำเงินจำนวนนี้ไปเข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มเติมให้เป็นไปตามความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งแม้จะไม่เห็นผลในระยะสั้นมากนัก แต่ผลในระยะยาวจะดีกว่ากันมากเพราะเป็นการดึงศักยภาพของคนซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยได้ประโยชน์

    สำหรับกรณีที่นายกรัฐมนตรียืนยันว่าทุกคนที่เข้าเงื่อนไขจะได้รับสิทธิทั้งหมดนั้น ดร.สมชัย กล่าวว่า เป็นการทำให้ตรงกับที่หาเสียงไว้ แต่เห็นชัดแล้วว่าการดำเนินโครงการทั้งเฟส 1- 2 รวมทั้งเฟส 3 ที่กำลังจะเกิดขึ้น ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจไม่ดีจริงอย่างที่หาเสียงไว้ จึงควรทบทวน

    “ตอนที่หาเสียงไว้ และตอนที่เป็นรัฐบาลใหม่ ๆ บอกว่าโครงการนี้จะทำให้เศรษฐกิจเฟื่องฟู บางคนบอกจะทำให้ไทยหลุดกับดักประเทศรายได้ปานกลางได้ด้วยซ้ำ ซึ่งก็ไม่มีคนเชื่อ และวันนี้พิสูจน์แล้วว่าไม่จริง ในเมื่อมันพิสูจน์แล้วว่าไม่จริง ก็ไม่ควรจะเดินหน้าต่อ เรามองว่าเงินนี้นำไปทําอย่างอื่นที่มีประโยชน์ได้มากกว่าเยอะ” ดร.สมชัยระบุ

    เตือนหยุดสุรุ่ยสุร่ายแจกเงินหมื่น แนะใช้งบพัฒนาดิจิทัล อินเทอร์เน็ตฟรี ดึงศักยภาพคน หนุนเศรษฐกิจ ดร.สมชัย กล่าวด้วยว่า นอกจากงบประมาณหลายแสนล้านที่ต้องเสียไปจากการใช้จ่ายที่ไม่มีประสิทธิภาพ ยังมีต้นทุนค่าเสียโอกาสด้วย ซึ่งถือว่าเป็นความสูญเสียที่มากกว่าตัวเงินเสียอีก เพราะอย่าลืมว่าวันนี้ภาคการคลังของไทยอ่อนแอมาก ประเทศไทยมีเงินน้อยลง ประชาชนก็มีเงินน้อยลง เพราะฉะนั้นนำเงินงบประมาณไปใช้ต้องคิดอย่างระมัดระวัง ถ้านำไปใช้ในเรื่องที่ไม่สมควรใช้ จนทำให้เรื่องที่สมควรใช้จะถูกตัดทิ้งไปก็น่าเสียดาย เช่น เรื่องการพัฒนาทักษะของคน การปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤตโลกร้อน การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว รวมทั้งระบบสวัสดิการสังคมของไทยก็ยังมีปัญหาในบางจุด และเรื่องของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและดิจิทัล ซึ่งจะทําให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งกันดีขึ้น ทั้งหมดนี้จําเป็นต้องใช้เงินงบประมาณของรัฐบาลในการเดินหน้า แต่อาจถูกชะลอออกไปเพราะเอาเงินมาใช้ในเรื่องที่ไม่สมควรใช้แบบนี้ ดังนั้นไม่สนับสนุนให้รัฐบาลเดินหน้าเงินดิจิทัลในเฟสต่อไปอีก

    “รัฐบาลควรนำงบประมาณไปลงทุนในเรื่องของดิจิทัล ทําอินเทอร์เน็ตฟรี ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งเรื่องนี้จะช่วยได้มาก ในเรื่องของผลิตภาพของประชาชน เพราะเกิดการพัฒนาตัวเองและสร้างรายได้ ผมเชื่อว่ามีอัจฉริยะที่ซ่อนอยู่ตามซอกมุมต่าง ๆ ของประเทศอยู่มาก เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้รับโอกาส รัฐบาลก็ควรจัดสรรงบประมาณเพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะได้ใช้ประโยชน์จากศักยภาพที่เขามีอยู่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าทํา แต่คงไม่ได้ทํา ถ้าเกิดว่าต้องมาจ่ายเงินแบบสุรุ่ยสุร่ายแบบนี้ไปเรื่อย ๆ” ดร.สมชัยระบุ

    สงครามการค้าจะทำเศรษฐกิจไทยซบเซา ห่วงภาคการคลังมีปัญหา หนี้รัฐ-ครัวเรือนสูงชนเพดาน ดร.สมชัย ในฐานะอดีตกนง.ยังมีข้อเสนอแนะต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล ว่า ต้องพยายามแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างมากขึ้น อย่าเน้นระยะสั้น เช่น ดิจิทัลวอลเล็ต กาสิโน พนันออนไลน์ แต่ควรเพิ่มน้ำหนักในกลุ่มมาตรการระยะยาวมากขึ้น และจะต้องเตรียมรับมือกับความยากลําบากที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสงครามการค้าที่คาดว่าจะมาแบบเต็มรูปแบบเมื่อเทียบกับยุคทรัมป์ 1.0 ต้องไม่ลืมว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในหลายปีที่ผ่านมาถูกมองว่าดีเกินไปจนน่าจะมาถึงอาจจะซบเซาลงตามวัฏจักร รวมทั้งเรื่องของสงครามยูเครนในยุโรป อาจส่งผลกระทบต่อไทยในฐานประเทศที่พึ่งพาการส่งออก และท่องเที่ยวมาก ขณะที่ในประเทศเองหนี้ครัวเรือนสูง ความสามารถในการผลิตไม่ได้ดีมากนัก เพราะฉะนั้นจะมีปัจจัยทั้งภายนอกและภายในเข้ามาพร้อมกัน

    “เศรษฐกิจคงซบเซาต่อไป และมองไป 4 ปีถัดไป ภาพก็จะคล้ายกันถ้าไม่ได้มีการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัว และถ้ามีการใช้จ่ายเงินอย่างไม่ระมัดระวังแบบนี้ ภาคการคลังจะมีปัญหา หนี้สาธารณะก็คงจะถึง 70 เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพีภายในไม่กี่ปีนี้ ในขณะที่ภาระการจ่ายหนี้ของรัฐบาล ทั้งดอกเบี้ย และเงินต้น ก็มีสิทธิ์ที่จะขึ้นไปใกล้ ๆ ชน 15 เปอร์เซ็นต์ที่กําหนดในกฎหมาย ทั้งหมดนี้จะทําให้เรตติ้งของภาครัฐไทยแย่ลงในสายตาของบริษัทประเมินเรตติง ซึ่งเป็นผลเสียระยะยาว เพราะว่าหมายถึง ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาล และจะลามไปถึงภาคเอกชนอาจจะสูงขึ้น ซึ่งก็จะซ้ำเติมเรื่องของเศรษฐกิจเข้าไปอีก” ดร.สมชัยกล่าว

    Cr. #TheStatesTimes
    TDRI เตือนรัฐหยุดแจกเงินดิจิทัล หลังไปไม่ช่วยกระตุ้น ศก. แนะใช้งบแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาวแทน (21 มี.ค. 68) ดร.สมชัย จิตสุชน เตือนรัฐ หยุดเดินหน้าโครงการเงินดิจิทัลในเฟสต่อไป แนะใช้งบแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาวแทน ขณะที่เฟส 3 หนุนทบทวนเงื่อนไขเปิดทางใช้เงินหมื่นซื้อคอร์สอัปสกิล-รีสกิลได้ หวังพัฒนาทักษะคน เตือน รัฐบาลรับมือเศรษฐกิจซบเซา จากปัจจัยภายนอก-ในประเทศ โดยเฉพาะความปั่นป่วนจากสงครามการค้า – หนี้ครัวเรือนสูง ห่วงภาระการคลัง ทำเรตติงประเทศตก ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวถึงนโยบายเงินดิจิทัลเฟส 3 ที่ให้กับผู้มีอายุ 16-20 ปีว่า มีการคาดการณ์กันว่าในเฟสที่ 3 นี้อาจได้ผลบ้าง เพราะกลุ่มคนที่แจกยังไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ที่ไม่มากนัก เมื่อได้เงินมาอาจจะใช้เร็ว แต่เชื่อว่าไม่น่าจะได้ผลมากกว่าเฟส 1 ที่มอบให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและกลุ่มเปราะบาง อย่างไรก็ตามหากอยากให้ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจจริง ๆ รัฐบาลควรละทิ้งแนวคิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น และมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาวมากขึ้น และไม่ควรเปิดทางให้นำเงินจำนวนนี้ไปซื้ออะไรก็ได้ แต่ควรกำหนดให้ใช้ไปกับการหาความรู้ อัปสกิล รีสกิล ซึ่งเหมาะสมกับกลุ่มเยาวชนพอดี เพราะเป็นกลุ่มที่กำลังจะเข้าสู่กำลังแรงงานซึ่งอาจจะนำเงินจำนวนนี้ไปเข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มเติมให้เป็นไปตามความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งแม้จะไม่เห็นผลในระยะสั้นมากนัก แต่ผลในระยะยาวจะดีกว่ากันมากเพราะเป็นการดึงศักยภาพของคนซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยได้ประโยชน์ สำหรับกรณีที่นายกรัฐมนตรียืนยันว่าทุกคนที่เข้าเงื่อนไขจะได้รับสิทธิทั้งหมดนั้น ดร.สมชัย กล่าวว่า เป็นการทำให้ตรงกับที่หาเสียงไว้ แต่เห็นชัดแล้วว่าการดำเนินโครงการทั้งเฟส 1- 2 รวมทั้งเฟส 3 ที่กำลังจะเกิดขึ้น ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจไม่ดีจริงอย่างที่หาเสียงไว้ จึงควรทบทวน “ตอนที่หาเสียงไว้ และตอนที่เป็นรัฐบาลใหม่ ๆ บอกว่าโครงการนี้จะทำให้เศรษฐกิจเฟื่องฟู บางคนบอกจะทำให้ไทยหลุดกับดักประเทศรายได้ปานกลางได้ด้วยซ้ำ ซึ่งก็ไม่มีคนเชื่อ และวันนี้พิสูจน์แล้วว่าไม่จริง ในเมื่อมันพิสูจน์แล้วว่าไม่จริง ก็ไม่ควรจะเดินหน้าต่อ เรามองว่าเงินนี้นำไปทําอย่างอื่นที่มีประโยชน์ได้มากกว่าเยอะ” ดร.สมชัยระบุ เตือนหยุดสุรุ่ยสุร่ายแจกเงินหมื่น แนะใช้งบพัฒนาดิจิทัล อินเทอร์เน็ตฟรี ดึงศักยภาพคน หนุนเศรษฐกิจ ดร.สมชัย กล่าวด้วยว่า นอกจากงบประมาณหลายแสนล้านที่ต้องเสียไปจากการใช้จ่ายที่ไม่มีประสิทธิภาพ ยังมีต้นทุนค่าเสียโอกาสด้วย ซึ่งถือว่าเป็นความสูญเสียที่มากกว่าตัวเงินเสียอีก เพราะอย่าลืมว่าวันนี้ภาคการคลังของไทยอ่อนแอมาก ประเทศไทยมีเงินน้อยลง ประชาชนก็มีเงินน้อยลง เพราะฉะนั้นนำเงินงบประมาณไปใช้ต้องคิดอย่างระมัดระวัง ถ้านำไปใช้ในเรื่องที่ไม่สมควรใช้ จนทำให้เรื่องที่สมควรใช้จะถูกตัดทิ้งไปก็น่าเสียดาย เช่น เรื่องการพัฒนาทักษะของคน การปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤตโลกร้อน การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว รวมทั้งระบบสวัสดิการสังคมของไทยก็ยังมีปัญหาในบางจุด และเรื่องของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและดิจิทัล ซึ่งจะทําให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งกันดีขึ้น ทั้งหมดนี้จําเป็นต้องใช้เงินงบประมาณของรัฐบาลในการเดินหน้า แต่อาจถูกชะลอออกไปเพราะเอาเงินมาใช้ในเรื่องที่ไม่สมควรใช้แบบนี้ ดังนั้นไม่สนับสนุนให้รัฐบาลเดินหน้าเงินดิจิทัลในเฟสต่อไปอีก “รัฐบาลควรนำงบประมาณไปลงทุนในเรื่องของดิจิทัล ทําอินเทอร์เน็ตฟรี ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งเรื่องนี้จะช่วยได้มาก ในเรื่องของผลิตภาพของประชาชน เพราะเกิดการพัฒนาตัวเองและสร้างรายได้ ผมเชื่อว่ามีอัจฉริยะที่ซ่อนอยู่ตามซอกมุมต่าง ๆ ของประเทศอยู่มาก เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้รับโอกาส รัฐบาลก็ควรจัดสรรงบประมาณเพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะได้ใช้ประโยชน์จากศักยภาพที่เขามีอยู่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าทํา แต่คงไม่ได้ทํา ถ้าเกิดว่าต้องมาจ่ายเงินแบบสุรุ่ยสุร่ายแบบนี้ไปเรื่อย ๆ” ดร.สมชัยระบุ สงครามการค้าจะทำเศรษฐกิจไทยซบเซา ห่วงภาคการคลังมีปัญหา หนี้รัฐ-ครัวเรือนสูงชนเพดาน ดร.สมชัย ในฐานะอดีตกนง.ยังมีข้อเสนอแนะต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล ว่า ต้องพยายามแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างมากขึ้น อย่าเน้นระยะสั้น เช่น ดิจิทัลวอลเล็ต กาสิโน พนันออนไลน์ แต่ควรเพิ่มน้ำหนักในกลุ่มมาตรการระยะยาวมากขึ้น และจะต้องเตรียมรับมือกับความยากลําบากที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสงครามการค้าที่คาดว่าจะมาแบบเต็มรูปแบบเมื่อเทียบกับยุคทรัมป์ 1.0 ต้องไม่ลืมว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในหลายปีที่ผ่านมาถูกมองว่าดีเกินไปจนน่าจะมาถึงอาจจะซบเซาลงตามวัฏจักร รวมทั้งเรื่องของสงครามยูเครนในยุโรป อาจส่งผลกระทบต่อไทยในฐานประเทศที่พึ่งพาการส่งออก และท่องเที่ยวมาก ขณะที่ในประเทศเองหนี้ครัวเรือนสูง ความสามารถในการผลิตไม่ได้ดีมากนัก เพราะฉะนั้นจะมีปัจจัยทั้งภายนอกและภายในเข้ามาพร้อมกัน “เศรษฐกิจคงซบเซาต่อไป และมองไป 4 ปีถัดไป ภาพก็จะคล้ายกันถ้าไม่ได้มีการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัว และถ้ามีการใช้จ่ายเงินอย่างไม่ระมัดระวังแบบนี้ ภาคการคลังจะมีปัญหา หนี้สาธารณะก็คงจะถึง 70 เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพีภายในไม่กี่ปีนี้ ในขณะที่ภาระการจ่ายหนี้ของรัฐบาล ทั้งดอกเบี้ย และเงินต้น ก็มีสิทธิ์ที่จะขึ้นไปใกล้ ๆ ชน 15 เปอร์เซ็นต์ที่กําหนดในกฎหมาย ทั้งหมดนี้จะทําให้เรตติ้งของภาครัฐไทยแย่ลงในสายตาของบริษัทประเมินเรตติง ซึ่งเป็นผลเสียระยะยาว เพราะว่าหมายถึง ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาล และจะลามไปถึงภาคเอกชนอาจจะสูงขึ้น ซึ่งก็จะซ้ำเติมเรื่องของเศรษฐกิจเข้าไปอีก” ดร.สมชัยกล่าว Cr. #TheStatesTimes
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 579 มุมมอง 0 รีวิว
  • ♣ พูดแล้วไม่ทำ เสี่ยหนูเคยหาเสียง ฟรีหลังคาโซล่าเซลล์ กลับทำแต่เรื่องไม่ได้พูด ถลุง 3 หมื่นล้านแจกฟรีไอแพด แท็บเล็ต พร้อมซิมการ์ด เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรแบบโยนภาระให้ผู้สูงอายุ ปู่ย่าตายายต้องดูแลเด็กเกิดใหม่แทนพ่อแม่ และทรยศความจงรักภักดีที่ชอบอวดอ้าง ด้วยการใช้อำนาจมหาดไทยดื้อแพ่งครอบครองเขากระโดง
    #7ดอกจิก
    #เสี่ยหนู
    ♣ พูดแล้วไม่ทำ เสี่ยหนูเคยหาเสียง ฟรีหลังคาโซล่าเซลล์ กลับทำแต่เรื่องไม่ได้พูด ถลุง 3 หมื่นล้านแจกฟรีไอแพด แท็บเล็ต พร้อมซิมการ์ด เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรแบบโยนภาระให้ผู้สูงอายุ ปู่ย่าตายายต้องดูแลเด็กเกิดใหม่แทนพ่อแม่ และทรยศความจงรักภักดีที่ชอบอวดอ้าง ด้วยการใช้อำนาจมหาดไทยดื้อแพ่งครอบครองเขากระโดง #7ดอกจิก #เสี่ยหนู
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 282 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts