• O.P.K.
    คดีป่าอาถรรพ์: จุรินทรีโบราณ รุขเทพและครอบครัว

    การปรากฏตัวของป่าโบราณ

    ป่าจุรินทรี ป่าอาถรรพ์ที่เล่าลือกันว่า...

    · มีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อายุหลายร้อยปี
    · เป็นที่สถิตของรุขเทพ (เทวดาผู้รักษาป่า) และครอบครัว
    · มีสมบัติโบราณซ่อนอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์

    ```mermaid
    graph TB
    A[ข่าวลือป่าอาถรรพ์] --> B[นักการเมืองท้องถิ่น<br>นายกเทศมนตรีสมชาย]
    A --> C[เจ้าหน้าที่ป่าไม้<br>ผู้ใหญ่สมนึก]
    B --> D[วางแผนลักลอบตัดไม้<br>ต้นจุรินทรีโบราณ]
    C --> D
    D --> E[รุขเทพและครอบครัว<br>ถูกกระทำการหยามเหยียด]
    E --> F[ปรากฏการณ์ประหลาด<br>ในป่าและชุมชน]
    ```

    ตัวละครหลัก

    รุขเทพและครอบครัว

    ```
    รุขเทพ (พ่อ): เทพผู้รักษาป่าโบราณ, อายุ 500 ปี+
    ธรณีเทพี (แม่): เทพีแห่งดินและความอุดมสมบูรณ์
    วรรณเทวี (ลูกสาว): เทพีแห่งดอกไม้และสมุนไพร
    วนเทพ (ลูกชาย): เทพแห่งสัตว์ป่าและลำธาร
    ```

    ผู้เกี่ยวข้องคดี

    ```
    นายสมชาย: นักการเมืองท้องถิ่น, โลภมาก, ต้องการไม้ราคาแพง
    ผู้ใหญ่สมนึก: เจ้าหน้าที่ป่าไม้, ถูกบังคับขู่เข็ญให้ร่วมมือ
    ชาวบ้าน: ครึ่งหนึ่งหวาดกลัว, ครึ่งหนึ่งเคารพป่าโบราณ
    ```

    เหตุการณ์ประหลาด

    ปรากฏการณ์หลังการตัดไม้เถื่อน:

    1. เสียงร้องในป่า: เสียงครวญครางตอนกลางคืน
    2. ต้นไม้เลือดไหล: เมื่อตัดต้นจุรินทรีจะมีของเหลวสีแดงเหมือนเลือดไหล
    3. โรคประหลาด: คนที่เกี่ยวข้องป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ
    4. ภาพหลอน: เห็นครอบครัวเทพในความฝัน

    การสืบสวนของหนูดี

    การติดต่อจากเทพคุ้มครอง

    ธรรมบาลเทพปรากฏแก่หนูดี:
    "ป่าโบราณกำลังร้องไห้...
    เทพผู้รักษาถูกทำร้าย
    และความโกรธาของธรรมชาติกำลังจะลุกโชน"

    การเดินทางสู่ป่าจุรินทรี

    หนูดีเดินทางพร้อมด้วย:

    · อุปกรณ์สืบสวนสมัยใหม่
    · ความรู้โอปปาติกะพื้นฐาน
    · จิตใจที่พร้อมเรียนรู้

    ```python
    class ForestInvestigation:
    def __init__(self):
    self.challenges = [
    "ชาวบ้านไม่ไว้ใจคนนอก",
    "พื้นที่ป่าทึบเข้าถึงยาก",
    "พลังงานศักดิ์สิทธิ์รบกวนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์",
    "ต้องสื่อสารกับเทพที่ไม่คุ้นเคย"
    ]

    self.approaches = {
    "respect_first": "แสดงความเคารพต่อป่าก่อนเริ่มสืบสวน",
    "local_wisdom": "เรียนรู้จากปราชญ์ชุมชน",
    "spiritual_sensitivity": "ใช้พลังจิตสื่อสารกับธรรมชาติ",
    "balance": "รักษาสมดุลระหว่างวิทยาศาสตร์และความเชื่อ"
    }
    ```

    การพบรุขเทพ

    การเผชิญหน้าครั้งแรก

    หนูดีทำพิธีเบื้องต้นแสดงความเคารพ:

    หนูดี: "ข้าพเจ้าคือหนูดี นักสืบโอปปาติกะ มาขออนุญาตสืบคดีในเขตท่าน"

    รุขเทพ (ปรากฏตัวเป็นชายชราทรงเครื่องป่า):
    "มนุษย์เอ๋ย... พวกเจ้ามาทำร้ายครอบครัวเรา
    ตัดต้นไม้ที่เราเลี้ยงดูมานับร้อยปี
    ทำร้ายลูกสาวเราจนบาดเจ็บ"

    ความจริงที่ถูกเปิดเผย

    รุขเทพเล่าความเป็นมา:

    · ต้นจุรินทรีคือ "ร่างที่สอง" ของเทพป่า
    · การตัดไม้คือการทำร้ายร่างกายเทพ
    · วรรณเทวี (ลูกสาว) บาดเจ็บเพราะปกป้องต้นไม้
    · พลังงานศักดิ์สิทธิ์ของป่ากำลังอ่อนแอลง

    การสืบสวนสองมิติ

    1. มิติโลกมนุษย์

    หนูดีสืบหาเบื้องหลังการตัดไม้:

    ```
    เครือข่ายการค้าไม้เถื่อน:
    นายสมชาย (นักการเมือง) ← เงินสนับสนุนการเลือกตั้ง


    ผู้ใหญ่สมนึก (เจ้าหน้าที่ป่าไม้) ← ถูกขู่จะเปิดโปงความลับ


    คนงานตัดไม้ ← จ้างมาทำงานเสี่ยง


    พ่อค้าไม้เถื่อน ← ส่งออกต่างประเทศ
    ```

    2. มิติโลกวิญญาณ

    หนูดีเรียนรู้ระบบนิเวศทางจิตวิญญาณ:

    ```mermaid
    graph LR
    A[ต้นจุรินทรี] --> B[เป็นทั้งบ้านและร่างของเทพ]
    B --> C[เก็บรักษาพลังงานศักดิ์สิทธิ์]
    C --> D[รักษาสมดุลระบบนิเวศ]
    D --> E[ปกป้องชุมชนจากภัยธรรมชาติ]
    E --> F[เมื่อถูกทำลาย → ภัยพิบัติตามมา]
    ```

    การเผชิญหน้านายสมชาย

    การสนทนาที่ตึงเครียด

    หนูดี: "คุณรู้ไหมว่าการตัดไม้ครั้งนี้ทำร้ายอะไรมากกว่าแค่ต้นไม้?"

    นายสมชาย: "นี่คือป่าของรัฐ ฉันมีเอกสารถูกต้องทุกอย่าง!"

    หนูดี: "แต่คุณไม่มีเอกสารอนุญาตจากผู้ที่อยู่ที่นี่ก่อนรัฐซะอีก"

    การเปิดโปงเบื้องหลัง

    หนูดีพบหลักฐานว่า:

    · เอกสารถูกปลอมแปลง
    · มีการติดสินบนเจ้าหน้าที่ระดับสูง
    · ไม้จะถูกขายเป็นเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงให้ชาวต่างชาติ
    · โครงการ "พัฒนาพื้นที่" เป็นข้ออ้าง

    การรักษาวรรณเทวี

    บาดแผลของเทพี

    วรรณเทวีบาดเจ็บเพราะพยายามปกป้องต้นไม้:

    · พลังงานชีวิตลดลง
    · ไม่สามารถรักษาดอกไม้และสมุนไพรได้
    · ความอุดมสมบูรณ์ของป่าลดลง

    วิธีการรักษา

    หนูดีต้องช่วยรักษาด้วยวิธีการพิเศษ:

    ```python
    class HealingRitual:
    def __init__(self):
    self.requirements = [
    "น้ำค้างจากดอกไม้ป่า 7 ชนิด",
    "ดินจากโคนต้นจุรินทรีที่ยังสมบูรณ์",
    "พลังจิตบริสุทธิ์จากผู้มีจิตใจดี",
    "บทสวดโบราณที่เกือบจะถูกลืม"
    ]

    self.process = [
    "ทำความสะอาดพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์",
    "เรียกพลังงานจากธรรมชาติมาช่วย",
    "ใช้พลังโอปปาติกะเชื่อมต่อกับเทพี",
    "ฟื้นฟูความเชื่อมโยงระหว่างเทพีและป่า"
    ]
    ```

    การแก้ปัญหาอย่างสมดุล

    ความท้าทาย

    หนูดีต้องหาทางออกที่:

    1. ลงโทษผู้ทำผิด
    2. ฟื้นฟูป่าและเทพ
    3. ไม่สร้างความหวาดกลัวให้ชาวบ้าน
    4. สร้างระบบป้องกันในอนาคต

    แนวทางการแก้ไข

    ```
    1. โลกมนุษย์:
    - แจ้งความดำเนินคดีกับนายสมชายและเครือข่าย
    - ฟื้นฟูป่าด้วยความช่วยเหลือจากชุมชน
    - สร้างกฎหมายปกป้องป่าศักดิ์สิทธิ์

    2. โลกวิญญาณ:
    - ขอโทษรุขเทพและครอบครัวอย่างเป็นทางการ
    - ทำพิธีขอขมาป่าโบราณ
    - สร้างศาลเจ้าประจำป่าเพื่อเป็นสัญลักษณ์ความเคารพ
    ```

    การไกล่เกลี่ยระหว่างโลก

    การเจรจาสามฝ่าย

    หนูดีจัดให้มีการพูดคุยระหว่าง:

    1. รุขเทพและครอบครัว - ตัวแทนธรรมชาติ
    2. ชาวบ้าน - ตัวแทนชุมชน
    3. หน่วยงานรัฐ - ตัวแทนกฎหมาย

    ข้อตกลงที่เกิดขึ้น

    ```
    1. ป่าจุรินทรีได้รับการประกาศเป็น "เขตศักดิ์สิทธิ์พิเศษ"
    2. ชุมชนดูแลป่าร่วมกับเทพ (ผ่านพิธีกรรมและแนวปฏิบัติ)
    3. มีการจัดตั้ง "คณะกรรมการป่าวิญญาณ" โดยมีหนูดีเป็นที่ปรึกษา
    4. โครงการพัฒนาต้องผ่านการพิจารณาจากทั้งมนุษย์และเทพ
    ```

    การฟื้นฟูและเริ่มใหม่

    การทำพิธีขอขมา

    หนูดีนำนายสมชาย (หลังสำนึกผิด) และผู้เกี่ยวข้องมาขอขมา:

    พิธีกรรมประกอบด้วย:

    · การนำต้นกล้าจุรินทรีมาปลูกชดเชย
    · การกล่าวคำสาบานว่าจะปกป้องป่า
    · การมอบของถวายตามประเพณีโบราณ
    · การเชื่อมพลังจิตระหว่างมนุษย์และเทพ

    การฟื้นฟูวรรณเทวี

    หลังพิธี วรรณเทวีค่อยๆ ฟื้นตัว:

    · ดอกไม้ในป่าบานสะพรั่งอีกครั้ง
    · สมุนไพรหายากกลับมาเกิด
    · พลังงานความอุดมสมบูรณ์ฟื้นคืน

    บทเรียนจากคดี

    สำหรับหนูดี

    ```python
    class LessonsLearned:
    def __init__(self):
    self.spiritual_lessons = [
    "ธรรมชาติมีจิตวิญญาณและความรู้สึก",
    "การเคารพเป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกัน",
    "เทพและมนุษย์สามารถสื่อสารและเข้าใจกันได้",
    "ทุกชีวิตล้วนเชื่อมโยงกันในระบบนิเวศใหญ่"
    ]

    self.investigation_skills = [
    "การสืบสวนที่ต้องคำนึงถึงมิติทางวัฒนธรรม",
    "การเป็นคนกลางระหว่างโลกที่แตกต่าง",
    "การใช้ทั้งวิทยาศาสตร์และจิตใจในการทำงาน",
    "การสร้างความไว้วางใจจากทุกฝ่าย"
    ]
    ```

    สำหรับชุมชน

    ```
    1. ความรู้โบราณมีคุณค่าและควรอนุรักษ์
    2. การพัฒนาต้องไม่ทำลายรากฐานทางจิตวิญญาณ
    3. ชุมชนมีพลังในการปกป้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์
    4. ความสมดุลคือกุญแจสู่ความยั่งยืน
    ```

    ผลลัพธ์ระยะยาว

    การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

    1. ป่าจุรินทรี: กลายเป็นแบบอย่างการจัดการป่าศักดิ์สิทธิ์
    2. ชุมชน: มีความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น
    3. หนูดี: ได้รับบทใหม่เป็น "ที่ปรึกษาด้านความสมดุล"
    4. กฎหมาย: มีการออกกฎหมายปกป้องพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์เพิ่มเติม

    ครอบครัวรุขเทพในปัจจุบัน

    ```
    - อยู่ร่วมกับชุมชนอย่างสันติ
    - เป็นผู้แนะนำการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน
    - สอนความรู้โบราณให้คนรุ่นใหม่
    - ยังคงทำหน้าที่รักษาสมดุลธรรมชาติ
    ```

    บทสรุป

    คำคมจากรุขเทพ

    "เรารักษาป่านี้มานับร้อยปี...
    ไม่ใช่เพราะเราต้องการเป็นเทพ
    แต่เพราะป่าเป็นบ้านของทุกชีวิต

    และวันนี้...
    เราเรียนรู้ว่ามนุษย์บางคนก็เข้าใจ
    ว่า 'บ้าน' ต้องได้รับการดูแลและเคารพ

    หนูดี... เจ้าไม่ใช่แค่นักสืบ
    เจ้าเป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกของเรา"

    คำคมจากหนูดี

    "คดีนี้สอนฉันว่า...
    บางครั้งอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุด
    ไม่ใช่แค่การทำผิดกฎหมาย

    แต่คือการลืมเลือนว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
    และธรรมชาติ... ก็เป็นส่วนหนึ่งของเรา

    การเป็นนักสืบโอปปาติกะไม่ใช่แค่แก้คดี
    แต่คือการฟื้นฟูความสมดุลที่สูญเสียไป

    และบางครั้ง...
    ความยุติธรรมที่แท้จริง
    คือการทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจกันและอยู่ร่วมกันได้"

    ---

    ป่าจุรินทรียังคงยืนต้น...
    รุขเทพและครอบครัวยังคงปกป้องป่า...
    มนุษย์และเทพเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน...

    และหนูดี...
    ก็ก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางนักสืบผู้เชื่อมโยงโลก
    ด้วยบทเรียนใหม่ที่ลึกซึ้งกว่าคดีใดๆ ที่ผ่านมา

    ---

    คำคมสุดท้าย:
    "เมื่อเราฟังเสียงร้องของป่า...
    เราอาจได้ยินเสียงของบ้านเดิม
    ที่รอคอยการหวนคืนของลูกหลาน

    และเมื่อเราเคารพธรรมชาติ...
    ธรรมชาติก็จะโอบกอดเรากลับคืน
    ด้วยความรักที่ไม่เคยหายไปไหน"
    O.P.K. 🌳 คดีป่าอาถรรพ์: จุรินทรีโบราณ รุขเทพและครอบครัว 🏞️ การปรากฏตัวของป่าโบราณ ป่าจุรินทรี ป่าอาถรรพ์ที่เล่าลือกันว่า... · มีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อายุหลายร้อยปี · เป็นที่สถิตของรุขเทพ (เทวดาผู้รักษาป่า) และครอบครัว · มีสมบัติโบราณซ่อนอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ```mermaid graph TB A[ข่าวลือป่าอาถรรพ์] --> B[นักการเมืองท้องถิ่น<br>นายกเทศมนตรีสมชาย] A --> C[เจ้าหน้าที่ป่าไม้<br>ผู้ใหญ่สมนึก] B --> D[วางแผนลักลอบตัดไม้<br>ต้นจุรินทรีโบราณ] C --> D D --> E[รุขเทพและครอบครัว<br>ถูกกระทำการหยามเหยียด] E --> F[ปรากฏการณ์ประหลาด<br>ในป่าและชุมชน] ``` 👥 ตัวละครหลัก 🧝‍♂️ รุขเทพและครอบครัว ``` รุขเทพ (พ่อ): เทพผู้รักษาป่าโบราณ, อายุ 500 ปี+ ธรณีเทพี (แม่): เทพีแห่งดินและความอุดมสมบูรณ์ วรรณเทวี (ลูกสาว): เทพีแห่งดอกไม้และสมุนไพร วนเทพ (ลูกชาย): เทพแห่งสัตว์ป่าและลำธาร ``` 🕵️ ผู้เกี่ยวข้องคดี ``` นายสมชาย: นักการเมืองท้องถิ่น, โลภมาก, ต้องการไม้ราคาแพง ผู้ใหญ่สมนึก: เจ้าหน้าที่ป่าไม้, ถูกบังคับขู่เข็ญให้ร่วมมือ ชาวบ้าน: ครึ่งหนึ่งหวาดกลัว, ครึ่งหนึ่งเคารพป่าโบราณ ``` 🌙 เหตุการณ์ประหลาด ปรากฏการณ์หลังการตัดไม้เถื่อน: 1. เสียงร้องในป่า: เสียงครวญครางตอนกลางคืน 2. ต้นไม้เลือดไหล: เมื่อตัดต้นจุรินทรีจะมีของเหลวสีแดงเหมือนเลือดไหล 3. โรคประหลาด: คนที่เกี่ยวข้องป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ 4. ภาพหลอน: เห็นครอบครัวเทพในความฝัน 🔍 การสืบสวนของหนูดี การติดต่อจากเทพคุ้มครอง ธรรมบาลเทพปรากฏแก่หนูดี: "ป่าโบราณกำลังร้องไห้... เทพผู้รักษาถูกทำร้าย และความโกรธาของธรรมชาติกำลังจะลุกโชน" การเดินทางสู่ป่าจุรินทรี หนูดีเดินทางพร้อมด้วย: · อุปกรณ์สืบสวนสมัยใหม่ · ความรู้โอปปาติกะพื้นฐาน · จิตใจที่พร้อมเรียนรู้ ```python class ForestInvestigation: def __init__(self): self.challenges = [ "ชาวบ้านไม่ไว้ใจคนนอก", "พื้นที่ป่าทึบเข้าถึงยาก", "พลังงานศักดิ์สิทธิ์รบกวนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์", "ต้องสื่อสารกับเทพที่ไม่คุ้นเคย" ] self.approaches = { "respect_first": "แสดงความเคารพต่อป่าก่อนเริ่มสืบสวน", "local_wisdom": "เรียนรู้จากปราชญ์ชุมชน", "spiritual_sensitivity": "ใช้พลังจิตสื่อสารกับธรรมชาติ", "balance": "รักษาสมดุลระหว่างวิทยาศาสตร์และความเชื่อ" } ``` 🗣️ การพบรุขเทพ การเผชิญหน้าครั้งแรก หนูดีทำพิธีเบื้องต้นแสดงความเคารพ: หนูดี: "ข้าพเจ้าคือหนูดี นักสืบโอปปาติกะ มาขออนุญาตสืบคดีในเขตท่าน" รุขเทพ (ปรากฏตัวเป็นชายชราทรงเครื่องป่า): "มนุษย์เอ๋ย... พวกเจ้ามาทำร้ายครอบครัวเรา ตัดต้นไม้ที่เราเลี้ยงดูมานับร้อยปี ทำร้ายลูกสาวเราจนบาดเจ็บ" ความจริงที่ถูกเปิดเผย รุขเทพเล่าความเป็นมา: · ต้นจุรินทรีคือ "ร่างที่สอง" ของเทพป่า · การตัดไม้คือการทำร้ายร่างกายเทพ · วรรณเทวี (ลูกสาว) บาดเจ็บเพราะปกป้องต้นไม้ · พลังงานศักดิ์สิทธิ์ของป่ากำลังอ่อนแอลง 🕵️‍♀️ การสืบสวนสองมิติ 1. มิติโลกมนุษย์ หนูดีสืบหาเบื้องหลังการตัดไม้: ``` เครือข่ายการค้าไม้เถื่อน: นายสมชาย (นักการเมือง) ← เงินสนับสนุนการเลือกตั้ง │ ↓ ผู้ใหญ่สมนึก (เจ้าหน้าที่ป่าไม้) ← ถูกขู่จะเปิดโปงความลับ │ ↓ คนงานตัดไม้ ← จ้างมาทำงานเสี่ยง │ ↓ พ่อค้าไม้เถื่อน ← ส่งออกต่างประเทศ ``` 2. มิติโลกวิญญาณ หนูดีเรียนรู้ระบบนิเวศทางจิตวิญญาณ: ```mermaid graph LR A[ต้นจุรินทรี] --> B[เป็นทั้งบ้านและร่างของเทพ] B --> C[เก็บรักษาพลังงานศักดิ์สิทธิ์] C --> D[รักษาสมดุลระบบนิเวศ] D --> E[ปกป้องชุมชนจากภัยธรรมชาติ] E --> F[เมื่อถูกทำลาย → ภัยพิบัติตามมา] ``` 💼 การเผชิญหน้านายสมชาย การสนทนาที่ตึงเครียด หนูดี: "คุณรู้ไหมว่าการตัดไม้ครั้งนี้ทำร้ายอะไรมากกว่าแค่ต้นไม้?" นายสมชาย: "นี่คือป่าของรัฐ ฉันมีเอกสารถูกต้องทุกอย่าง!" หนูดี: "แต่คุณไม่มีเอกสารอนุญาตจากผู้ที่อยู่ที่นี่ก่อนรัฐซะอีก" การเปิดโปงเบื้องหลัง หนูดีพบหลักฐานว่า: · เอกสารถูกปลอมแปลง · มีการติดสินบนเจ้าหน้าที่ระดับสูง · ไม้จะถูกขายเป็นเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงให้ชาวต่างชาติ · โครงการ "พัฒนาพื้นที่" เป็นข้ออ้าง 🌿 การรักษาวรรณเทวี บาดแผลของเทพี วรรณเทวีบาดเจ็บเพราะพยายามปกป้องต้นไม้: · พลังงานชีวิตลดลง · ไม่สามารถรักษาดอกไม้และสมุนไพรได้ · ความอุดมสมบูรณ์ของป่าลดลง วิธีการรักษา หนูดีต้องช่วยรักษาด้วยวิธีการพิเศษ: ```python class HealingRitual: def __init__(self): self.requirements = [ "น้ำค้างจากดอกไม้ป่า 7 ชนิด", "ดินจากโคนต้นจุรินทรีที่ยังสมบูรณ์", "พลังจิตบริสุทธิ์จากผู้มีจิตใจดี", "บทสวดโบราณที่เกือบจะถูกลืม" ] self.process = [ "ทำความสะอาดพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์", "เรียกพลังงานจากธรรมชาติมาช่วย", "ใช้พลังโอปปาติกะเชื่อมต่อกับเทพี", "ฟื้นฟูความเชื่อมโยงระหว่างเทพีและป่า" ] ``` ⚖️ การแก้ปัญหาอย่างสมดุล ความท้าทาย หนูดีต้องหาทางออกที่: 1. ลงโทษผู้ทำผิด ✅ 2. ฟื้นฟูป่าและเทพ ✅ 3. ไม่สร้างความหวาดกลัวให้ชาวบ้าน ✅ 4. สร้างระบบป้องกันในอนาคต ✅ แนวทางการแก้ไข ``` 1. โลกมนุษย์: - แจ้งความดำเนินคดีกับนายสมชายและเครือข่าย - ฟื้นฟูป่าด้วยความช่วยเหลือจากชุมชน - สร้างกฎหมายปกป้องป่าศักดิ์สิทธิ์ 2. โลกวิญญาณ: - ขอโทษรุขเทพและครอบครัวอย่างเป็นทางการ - ทำพิธีขอขมาป่าโบราณ - สร้างศาลเจ้าประจำป่าเพื่อเป็นสัญลักษณ์ความเคารพ ``` 🤝 การไกล่เกลี่ยระหว่างโลก การเจรจาสามฝ่าย หนูดีจัดให้มีการพูดคุยระหว่าง: 1. รุขเทพและครอบครัว - ตัวแทนธรรมชาติ 2. ชาวบ้าน - ตัวแทนชุมชน 3. หน่วยงานรัฐ - ตัวแทนกฎหมาย ข้อตกลงที่เกิดขึ้น ``` 1. ป่าจุรินทรีได้รับการประกาศเป็น "เขตศักดิ์สิทธิ์พิเศษ" 2. ชุมชนดูแลป่าร่วมกับเทพ (ผ่านพิธีกรรมและแนวปฏิบัติ) 3. มีการจัดตั้ง "คณะกรรมการป่าวิญญาณ" โดยมีหนูดีเป็นที่ปรึกษา 4. โครงการพัฒนาต้องผ่านการพิจารณาจากทั้งมนุษย์และเทพ ``` 🌱 การฟื้นฟูและเริ่มใหม่ การทำพิธีขอขมา หนูดีนำนายสมชาย (หลังสำนึกผิด) และผู้เกี่ยวข้องมาขอขมา: พิธีกรรมประกอบด้วย: · การนำต้นกล้าจุรินทรีมาปลูกชดเชย · การกล่าวคำสาบานว่าจะปกป้องป่า · การมอบของถวายตามประเพณีโบราณ · การเชื่อมพลังจิตระหว่างมนุษย์และเทพ การฟื้นฟูวรรณเทวี หลังพิธี วรรณเทวีค่อยๆ ฟื้นตัว: · ดอกไม้ในป่าบานสะพรั่งอีกครั้ง · สมุนไพรหายากกลับมาเกิด · พลังงานความอุดมสมบูรณ์ฟื้นคืน 📜 บทเรียนจากคดี สำหรับหนูดี ```python class LessonsLearned: def __init__(self): self.spiritual_lessons = [ "ธรรมชาติมีจิตวิญญาณและความรู้สึก", "การเคารพเป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกัน", "เทพและมนุษย์สามารถสื่อสารและเข้าใจกันได้", "ทุกชีวิตล้วนเชื่อมโยงกันในระบบนิเวศใหญ่" ] self.investigation_skills = [ "การสืบสวนที่ต้องคำนึงถึงมิติทางวัฒนธรรม", "การเป็นคนกลางระหว่างโลกที่แตกต่าง", "การใช้ทั้งวิทยาศาสตร์และจิตใจในการทำงาน", "การสร้างความไว้วางใจจากทุกฝ่าย" ] ``` สำหรับชุมชน ``` 1. ความรู้โบราณมีคุณค่าและควรอนุรักษ์ 2. การพัฒนาต้องไม่ทำลายรากฐานทางจิตวิญญาณ 3. ชุมชนมีพลังในการปกป้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 4. ความสมดุลคือกุญแจสู่ความยั่งยืน ``` 🏛️ ผลลัพธ์ระยะยาว การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น 1. ป่าจุรินทรี: กลายเป็นแบบอย่างการจัดการป่าศักดิ์สิทธิ์ 2. ชุมชน: มีความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น 3. หนูดี: ได้รับบทใหม่เป็น "ที่ปรึกษาด้านความสมดุล" 4. กฎหมาย: มีการออกกฎหมายปกป้องพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์เพิ่มเติม ครอบครัวรุขเทพในปัจจุบัน ``` - อยู่ร่วมกับชุมชนอย่างสันติ - เป็นผู้แนะนำการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน - สอนความรู้โบราณให้คนรุ่นใหม่ - ยังคงทำหน้าที่รักษาสมดุลธรรมชาติ ``` 💫 บทสรุป คำคมจากรุขเทพ "เรารักษาป่านี้มานับร้อยปี... ไม่ใช่เพราะเราต้องการเป็นเทพ แต่เพราะป่าเป็นบ้านของทุกชีวิต และวันนี้... เราเรียนรู้ว่ามนุษย์บางคนก็เข้าใจ ว่า 'บ้าน' ต้องได้รับการดูแลและเคารพ หนูดี... เจ้าไม่ใช่แค่นักสืบ เจ้าเป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกของเรา" คำคมจากหนูดี "คดีนี้สอนฉันว่า... บางครั้งอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุด ไม่ใช่แค่การทำผิดกฎหมาย แต่คือการลืมเลือนว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ และธรรมชาติ... ก็เป็นส่วนหนึ่งของเรา การเป็นนักสืบโอปปาติกะไม่ใช่แค่แก้คดี แต่คือการฟื้นฟูความสมดุลที่สูญเสียไป และบางครั้ง... ความยุติธรรมที่แท้จริง คือการทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจกันและอยู่ร่วมกันได้" --- 🌿 ป่าจุรินทรียังคงยืนต้น... 👨‍👩‍👧‍👦 รุขเทพและครอบครัวยังคงปกป้องป่า... 🤝 มนุษย์และเทพเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน... และหนูดี... ก็ก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางนักสืบผู้เชื่อมโยงโลก ด้วยบทเรียนใหม่ที่ลึกซึ้งกว่าคดีใดๆ ที่ผ่านมา 🌟 --- คำคมสุดท้าย: "เมื่อเราฟังเสียงร้องของป่า... เราอาจได้ยินเสียงของบ้านเดิม ที่รอคอยการหวนคืนของลูกหลาน และเมื่อเราเคารพธรรมชาติ... ธรรมชาติก็จะโอบกอดเรากลับคืน ด้วยความรักที่ไม่เคยหายไปไหน" 🍃
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 50 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผงะกลางดึก! ร้านข้าวมันไก่หน้า “วัดพระพุทธบาท” ถูกคนร้ายย่องฉกพัดลม
    .
    กล้องวงจรปิดจับภาพชายปริศนา เดินออกจากแนวกำแพงวัด ก่อนข้ามถนนมานั่งสังเกตการณ์หน้าร้านอย่างใจเย็น
    .
    เมื่อเห็นว่าปลอดคน คนร้ายย่องเข้ามาหลบภายในร้าน ใช้จังหวะเผลอถอดพัดลมที่แขวนอยู่กับเสาปูน
    .
    พัดลมมูลค่ากว่าพันบาท ถูกหิ้วข้ามถนนหลบหนีไปแบบหน้าตาเฉย
    .
    เจ้าของร้าน “โกพงษ์ข้าวมันไก่” ตรวจสอบกล้องย้อนหลัง พบพฤติกรรมชัดเจน ก่อนเข้าแจ้งความ สภ.พระพุทธบาท
    .
    ฝากเตือนพ่อค้าแม่ค้า อย่าชะล่าใจ อุปกรณ์ที่วางด้านนอกควรล็อกหรือเก็บให้มิดชิด
    เพื่อป้องกันมิจฉาชีพฉวยโอกาส
    .
    อ่านข่าวเต็ม
    https://news1live.com/detail/9690000002286
    .
    #News1live #News1 #ข่าวอาชญากรรม #โจรย่องขโมย #ร้านโกพงษ์ข้าวมันไก่ #วัดพระพุทธบาท #สระบุรี
    ผงะกลางดึก! ร้านข้าวมันไก่หน้า “วัดพระพุทธบาท” ถูกคนร้ายย่องฉกพัดลม . กล้องวงจรปิดจับภาพชายปริศนา เดินออกจากแนวกำแพงวัด ก่อนข้ามถนนมานั่งสังเกตการณ์หน้าร้านอย่างใจเย็น . เมื่อเห็นว่าปลอดคน คนร้ายย่องเข้ามาหลบภายในร้าน ใช้จังหวะเผลอถอดพัดลมที่แขวนอยู่กับเสาปูน . พัดลมมูลค่ากว่าพันบาท ถูกหิ้วข้ามถนนหลบหนีไปแบบหน้าตาเฉย . เจ้าของร้าน “โกพงษ์ข้าวมันไก่” ตรวจสอบกล้องย้อนหลัง พบพฤติกรรมชัดเจน ก่อนเข้าแจ้งความ สภ.พระพุทธบาท . ฝากเตือนพ่อค้าแม่ค้า อย่าชะล่าใจ อุปกรณ์ที่วางด้านนอกควรล็อกหรือเก็บให้มิดชิด เพื่อป้องกันมิจฉาชีพฉวยโอกาส . อ่านข่าวเต็ม https://news1live.com/detail/9690000002286 . #News1live #News1 #ข่าวอาชญากรรม #โจรย่องขโมย #ร้านโกพงษ์ข้าวมันไก่ #วัดพระพุทธบาท #สระบุรี
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 51 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260108 #TechRadar

    อุปกรณ์ เพิ่ม/ขยายสัญญาณ Wifi ที่ดีที่สุดในปี 2025
    บทความนี้อธิบายภาพรวมตลาด Wi‑Fi extender ปี 2025 ที่แม้จะมีรุ่นใหม่ออกมาน้อยลงเพราะผู้ผลิตหันไปโฟกัสระบบ Mesh Wi‑Fi แต่ก็ยังมีตัวเลือกคุณภาพสูงอย่าง TP‑Link RE700X, RE605X และ Netgear Nighthawk AX8 ซึ่งโดดเด่นด้านความเร็ว ความครอบคลุม และความง่ายในการติดตั้ง เหมาะสำหรับบ้านที่ยังมีจุดอับสัญญาณหรือไม่ต้องการเปลี่ยนเราเตอร์ใหม่ทั้งหมด โดยบทความยังให้คำแนะนำการเลือกซื้อและเปรียบเทียบกับระบบ Mesh เพื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
    https://www.techradar.com/computing/wi-fi-broadband/the-best-wi-fi-extenders-in-2025-top-devices-for-boosting-your-wifi-network

    TV ที่ดีที่สุดในปี 2025
    ผู้เชี่ยวชาญด้านการคาลิเบรตทีวีได้จัดอันดับทีวีที่ดีที่สุดในปี 2025 ตั้งแต่รุ่นคุ้มค่าไปจนถึงระดับพรีเมียม เช่น LG C5, Roku Plus Series, Hisense U8QG, TCL QM6K และ Samsung S95F โดยเน้นคุณภาพภาพ ความสว่าง ความแม่นยำสี ฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ และความคุ้มค่าต่อราคา ทำให้ผู้อ่านสามารถเลือกทีวีที่เหมาะกับงบและการใช้งานได้ง่ายขึ้นในตลาดที่มีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้นทุกปี
    https://www.techradar.com/televisions/im-a-trained-tv-calibrator-and-here-are-the-best-tvs-you-can-buy

    Lenovo Legion Go 2 (SteamOS) เปิดตัวพร้อมราคาแรง
    Lenovo เปิดตัว Legion Go 2 รุ่นใหม่ที่มาพร้อม SteamOS อย่างเป็นทางการในงาน CES 2026 แต่กลับถูกวิจารณ์หนักเรื่องราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม โดยเริ่มต้นที่ $1,119 แม้จะใช้สเปกแรงอย่าง Ryzen Z2 / Z2 Extreme และ RAM สูงสุด 32GB แต่ราคาที่แตะระดับเกิน $1,000 ทำให้หลายคนมองว่าไม่คุ้มเมื่อเทียบกับเครื่องพกพาอื่นในตลาด แม้การหันมาใช้ SteamOS จะเป็นก้าวที่ดีสำหรับผู้ใช้สายเกมพกพาก็ตาม
    https://www.techradar.com/computing/gaming-pcs/i-love-that-lenovo-has-finally-chosen-steamos-for-the-legion-go-2-but-its-kidding-itself-with-that-price-tag

    Kentucky เปิดตัว Digital ID บน iPhone และเตรียมเข้า Apple Wallet
    รัฐ Kentucky เปิดตัวแอป Digital ID ที่ให้ประชาชนเก็บบัตรประจำตัว เช่น ใบขับขี่ ไว้ในมือถือ พร้อมระบบยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์ และเตรียมรองรับ Apple Wallet, Google Wallet และ Samsung Wallet ในช่วงซัมเมอร์ 2026 แม้จะช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น แต่ผู้ใช้ยังต้องพกบัตรจริงในบางสถานการณ์ เช่น การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
    https://www.techradar.com/phones/kentucky-just-launched-digital-id-on-iphones-and-its-coming-to-apple-wallet-soon

    Klipsch และ Onkyo ฉลอง 80 ปี ด้วยหูฟังและลำโพงรุ่นใหม่
    Klipsch และ Onkyo เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ฉลองครบรอบ 80 ปี นำโดย Klipsch Atlas Series หูฟังแบบ over‑ear รุ่นใหม่ครั้งแรกในรอบทศวรรษ ทั้งรุ่น HP‑1, HP‑2 และ HP‑3 ที่เน้นคุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์ พร้อมลำโพงและซาวด์บาร์รุ่นใหม่ รวมถึงโปรเจกต์ลับอย่าง “Project Apollo” ที่มุ่งยกระดับดีไซน์และคุณภาพเสียงสำหรับผู้ฟังระดับจริงจัง
    https://www.techradar.com/audio/headphones/klipsch-and-onkyo-celebrate-80-years-of-audio-with-the-first-klipsch-headphones-in-a-decade-plus-some-cool-new-concepts

    กฎหมายคุ้มครองเยาวชนเวอร์จิเนียจุดชนวนดีเบตเรื่องความเป็นส่วนตัว
    เวอร์จิเนียเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่บังคับให้แพลตฟอร์มโซเชียลจำกัดเวลาการใช้งานและการเก็บข้อมูลของผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมสั่งปิดฟีดแบบเสพติดอย่างการเลื่อนแบบไม่รู้จบ ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวออกมาโต้แย้งว่ากฎหมายนี้อาจบังคับให้ทุกคนต้องยืนยันตัวตนและทำลายการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไม่ระบุตัวตน ขณะที่คดีฟ้องร้องจาก NetChoice กำลังดำเนินอยู่ แต่กฎหมายก็มีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้ผู้ใช้อาจต้องพิสูจน์ตัวตนก่อนเข้าใช้งานโซเชียลในรัฐนี้
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/new-virginia-teen-safety-law-sparks-privacy-debate-and-fresh-legal-challenges

    อังกฤษทุ่มงบ £210 ล้านแก้วิกฤตไซเบอร์ หลังยอมรับเสี่ยง “วิกฤติขั้นสูง”
    รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศแผน Cyber Action Plan พร้อมงบ £210 ล้าน หลังยอมรับว่านโยบายไซเบอร์ก่อนหน้านี้ล้มเหลวและไม่สามารถทำให้หน่วยงานรัฐปลอดภัยภายในปี 2030 ได้ โดยปัญหาหลักคือระบบไอทีเก่า การขาดมาตรฐานบังคับ และการโจมตีจริงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น เหตุ NHS และ British Library ถูกแรนซัมแวร์ รัฐบาลเตรียมตั้งหน่วย Cyber Unit ใหม่และอาจถือผู้บริหารระดับสูงรับผิดชอบโดยตรงต่อเหตุไซเบอร์ในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/security/uk-government-pledges-gbp210m-to-new-cyber-action-plan-admitting-critically-high-cyber-risk-remains

    Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ใหม่ที่ตั้งใจ “เป็น Windows แบบไร้ Microsoft”
    นักพัฒนาญี่ปุ่นเปิดตัวแนวคิด Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ที่ตั้งใจให้เดสก์ท็อปทั้งหมดเป็น Win32 รันผ่าน WINE เพื่อให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด .exe แล้วใช้งานได้เหมือน Windows จริง แต่ทำงานบนแกน Linux แนวคิดนี้หวังแก้ปัญหาความเข้ากันได้ของ ReactOS และอาจเป็นอีกแรงผลักดันให้ผู้ใช้หนีจาก Windows 11 ที่ถูกวิจารณ์หนัก แม้ยังอยู่ในขั้นต้นและต้องแก้ปัญหาความเสถียรอีกมาก แต่ก็เป็นสัญญาณว่ากระแส “เบื่อ Microslop” กำลังผลักผู้ใช้ไปหาลินุกซ์มากขึ้น
    https://www.techradar.com/computing/software/sick-of-microslop-new-linux-distro-could-win-over-windows-11-haters

    เทรนด์เดินแบบญี่ปุ่นกำลังมา พร้อมรองเท้าเดินประสิทธิภาพสูงจาก Clarks
    นักเขียนทดลองเปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็น “Japanese Walking” หรือการเดินแบบอินเทอร์วัล พร้อมรองเท้า Clarks Pace ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินโดยเฉพาะ ทั้งโฟมสองชั้น แคปซูลช่วยส่งแรง และดีไซน์รองรับการก้าวเดิน แม้รองเท้าจะให้ความรู้สึกสบายและช่วยเร่งจังหวะได้ดี แต่ยังมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะบนพื้นเปียก และราคาที่สูงเมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งที่ใช้งานได้อเนกประสงค์กว่า ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าจะคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้ทั่วไปหรือไม่
    https://www.techradar.com/health-fitness/i-swapped-running-for-the-japanese-walking-workout-complete-with-a-purpose-built-high-performance-walking-shoe

    พบช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า เสี่ยงถูกยึดระบบจากระยะไกล
    นักวิจัยพบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าหลายรุ่นที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีหลักฐานว่าถูกโจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากถูกเจาะ ระบบเครือข่ายทั้งหมดอาจถูกควบคุม ขโมยข้อมูล หรือถูกใช้เป็นบอตเน็ต จึงแนะนำให้ผู้ใช้รีบเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทันที
    https://www.techradar.com/pro/security/this-critical-severity-flaw-in-d-link-dsl-gateway-devices-could-allow-for-remote-code-execution

    AI กำลังเปลี่ยนเป้าหมายจาก “ประสิทธิภาพ” สู่ “การเติบโต”
    องค์กรทั่วโลกกว่า 77% หันมาใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตแทนการลดต้นทุน โดยผู้บริหารจำนวนมากคาดหวังรายได้เพิ่มขึ้นในปีหน้า และกว่า 50% แต่งตั้ง Chief AI Officer เพื่อเร่งกลยุทธ์ด้าน AI แม้ผู้บริโภคยังมีความกังวล แต่ข้อมูลชี้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยสร้างรายได้ใหม่จาก AI แล้ว ทำให้ภาพรวมสะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่
    https://www.techradar.com/pro/growth-not-efficiency-is-the-new-ai-goal

    องค์กรพบการละเมิดนโยบายข้อมูลจาก GenAI กว่า 200 ครั้งต่อเดือน
    รายงานใหม่เผยว่าองค์กรกำลังเผชิญความเสี่ยงจาก “Shadow AI” อย่างหนัก เมื่อพนักงานใช้แอป AI ส่วนตัวโดยไม่ผ่านการอนุมัติ ทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลเพิ่มขึ้นเท่าตัว และมีเหตุการณ์ละเมิดนโยบายเฉลี่ย 223 ครั้งต่อเดือน ขณะที่การใช้งาน GenAI เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในปีเดียว สร้างความท้าทายด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูลอย่างมาก
    https://www.techradar.com/pro/security/average-organization-now-reporting-over-200-genai-related-data-policy-violations-each-month

    ชาวสหรัฐฯ อาจได้รับเงินคืนสูงสุด $52 จากคดี Amazon Prime
    หลัง Amazon ถูกปรับ 2.5 พันล้านดอลลาร์จากการสมัครสมาชิก Prime โดยไม่ได้รับความยินยอม ผู้ใช้จำนวนมากจะได้รับเงินคืนอัตโนมัติ แต่หากยังไม่ได้รับ สามารถยื่นคำร้องได้ภายใน 180 วัน โดยต้องตรวจสอบอีเมลหรือจดหมายแจ้งสิทธิ์ ทั้งนี้ FTC เตือนว่า “จะไม่มีการเรียกเก็บเงินใด ๆ” ในกระบวนการคืนเงิน เพื่อป้องกันการหลอกลวง
    https://www.techradar.com/tech/heres-how-to-claim-a-refund-up-to-usd52-from-amazon-for-its-prime-settlement-and-how-to-check-if-youre-eligible-for-one

    นักวิจัยคิดวิธี “วางยาข้อมูล” เพื่อทำให้ AI ที่ขโมยข้อมูลใช้ไม่ได้
    นักวิจัยจากจีนและสิงคโปร์พัฒนาเทคนิค AURA ที่จงใจใส่ข้อมูลผิดใน knowledge graph เพื่อให้ AI ที่ขโมยข้อมูลไปเกิดอาการหลอนและตอบผิด โดยผู้ที่มี “กุญแจลับ” เท่านั้นจึงจะได้คำตอบที่ถูกต้อง วิธีนี้ช่วยปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาในระบบ GraphRAG ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงถึง 94%
    https://www.techradar.com/pro/security/researchers-poison-their-own-data-when-stolen-by-an-ai-to-ruin-results

    ปากีสถานเริ่มบล็อก VPN ที่ไม่ได้ลงทะเบียน กระทบผู้ใช้จำนวนมาก
    รัฐบาลปากีสถานเริ่มจำกัดการใช้งาน VPN ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต ส่งผลให้บริการดังอย่าง Proton VPN ถูกบล็อกตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ใช้จำนวนมากต้องพึ่ง VPN เพื่อเข้าถึงโซเชียลมีเดียที่ถูกปิดกั้น การบล็อกครั้งนี้จึงกระทบเสรีภาพทางดิจิทัลอย่างหนัก แม้ผู้ให้บริการบางรายยังหาวิธีหลบการบล็อกผ่านโปรโตคอลพิเศษอยู่ก็ตาม
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/pakistan-begins-blocking-unregistered-vpn-apps-and-this-popular-service-is-among-the-casualties

    ราคาหน่วยความจำพุ่งแรงเหมือนคริปโต
    ราคาของ RAM โดยเฉพาะ DDR4 และ DDR5 กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากช่วงเสถียรยาวนาน โดย DDR4 หลายรุ่นขยับจากระดับร้อยเหรียญไปแตะหลักหลายร้อยในเวลาไม่กี่เดือน เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่หันไปให้ความสำคัญกับความต้องการของบริษัทด้าน AI มากกว่าผู้บริโภคทั่วไป ทำให้การประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่หรืออัปเกรดต้องใช้งบสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจทำให้ RAM กลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดในระบบในอนาคตอันใกล้
    https://www.techradar.com/pro/is-ram-the-new-bitcoin-ddr4-memory-prices-are-rising-so-fast-some-tracker-graphs-are-running-out-of-space-and-i-fear-2026-could-well-see-a-10x-price-rise

    Meta ซื้อ Manus เจอแรงสั่นสะเทือนจากจีน
    ดีลที่ Meta เตรียมเข้าซื้อบริษัท AI อย่าง Manus มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์กำลังถูกจับตาอย่างหนักจากหน่วยงานจีน เนื่องจากกังวลว่าการย้ายบริษัทจากจีนไปสิงคโปร์อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้ดีลล่าช้าหรือถูกระงับ ขณะเดียวกัน Manus จะยังคงดำเนินงานแยกอิสระ แต่ Meta จะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้าน AI ของ Manus เพื่อเร่งพัฒนา AI agents รุ่นใหม่
    https://www.techradar.com/pro/metas-usd2b-manus-acquisition-sparks-concerns-from-chinese-regulators

    Razer เปิดตัวเวิร์กสเตชัน AI และตัวเร่งความแรงภายนอก
    Razer ขยายบทบาทจากแบรนด์เกมมิ่งสู่ฮาร์ดแวร์ AI เต็มตัว ด้วยการเปิดตัว Forge AI Dev Workstation สำหรับงานเทรนโมเดลและประมวลผล AI แบบออน-พรีมิส พร้อมอุปกรณ์ External AI Accelerator ที่ร่วมพัฒนากับ Tenstorrent เพื่อเพิ่มพลังประมวลผลให้โน้ตบุ๊กผ่าน Thunderbolt รองรับการต่อพ่วงหลายตัวเพื่อสร้างคลัสเตอร์ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับนักพัฒนา AI ที่ต้องการพลังประมวลผลแบบพกพาและควบคุมข้อมูลได้เอง
    https://www.techradar.com/pro/razer-joins-ai-bandwagon-with-external-ai-accelerator-backed-by-iconic-amd-chip-architect

    แคมเปญฟิชชิงปลอมเป็นอีเมลภายในองค์กร
    แฮกเกอร์กำลังใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมลของหลายองค์กรเพื่อส่งอีเมลปลอมที่ดูเหมือนส่งมาจากภายในบริษัท ทำให้หลอกเหยื่อให้กรอกข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยการตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC ที่ไม่เข้มงวด รวมถึงใช้ชุดเครื่องมือฟิชชิงอย่าง Tycoon2FA เพื่อสร้างอีเมลปลอมในธีม HR, เอกสารแชร์ หรือแจ้งเตือนรหัสผ่าน ซึ่งนำไปสู่การขโมยบัญชีและโจมตีแบบ BEC ต่อเนื่องในวงกว้าง
    https://www.techradar.com/pro/security/this-phishing-campaign-spoofs-internal-messages-heres-what-we-know

    โครงการ Cyber Trust Mark สะเทือน หลังผู้ดูแลถอนตัวเพราะโยงจีน
    UL Solutions ผู้ทำหน้าที่เป็น Lead Administrator ของโครงการ US Cyber Trust Mark ได้ถอนตัวออกจากบทบาทหลังถูกตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับบริษัทร่วมทุนในจีน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐ โครงการนี้มีเป้าหมายรับรองความปลอดภัยของอุปกรณ์ IoT ทั่วประเทศ แต่การถอนตัวครั้งนี้ทำให้ FCC ต้องเร่งหาผู้ดูแลรายใหม่เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่นก่อนเส้นตายปี 2027
    https://www.techradar.com/pro/security/firm-overseeing-fccs-cyber-trust-mark-program-withdraws-over-ties-to-china

    Google TV อัปเกรด Gemini ให้ฉลาดขึ้นแบบก้าวกระโดด
    Google เปิดตัว Gemini เวอร์ชันใหม่บน Google TV ที่ทำให้ทีวูกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ทั้งตอบคำถามพร้อมภาพและวิดีโอ ปรับภาพ–เสียงอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้บอกปัญหา ค้นรูปจาก Google Photos ได้ทันที รวมถึงสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI ผ่าน Nano Banana และ Google Veo ทำให้ทีวูกลายเป็นศูนย์กลาง AI ในบ้านที่เข้าใจการใช้งานของผู้ชมมากขึ้นอย่างชัดเจน
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/google-tv-gets-a-gemini-glow-up-with-a-ton-of-new-upgrades

    LawnBot ปีนเขาได้! Mammotion LUBA 3 AWD โชว์พลังสุดล้ำ
    Mammotion เปิดตัว LUBA 3 AWD หุ่นยนต์ตัดหญ้ารุ่นใหม่ที่ CES 2026 พร้อมระบบนำทาง Tri-Fusion ที่แม่นยำระดับ ±1 ซม. ใช้ LiDAR + RTK + AI Vision ทำแผนที่สวนแบบ 3D และหลบสิ่งกีดขวางได้ถึง 300 รายการ แถมปีนเนินชัน 80% ได้สบาย พร้อมพลังมอเตอร์แรง แบตอึด และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ทำให้เป็นหนึ่งใน lawnbot ที่ทรงพลังที่สุดในตลาดตอนนี้
    https://www.techradar.com/home/smart-home/i-just-watched-mammotions-new-flagship-lawnbot-scale-an-astroturf-mountain-and-it-was-mesmerizing

    Roborock เปิดตัวระบบถูพื้นแบบใหม่ Saros 20 Sonic ที่ถูได้ถึงขอบจริง
    Roborock เผยโฉม Saros 20 Sonic หุ่นยนต์ดูด–ถูที่ใช้แผ่นถูแบบ D‑shape ขนาดใหญ่ซึ่งสามารถ “ดีดออกด้านข้าง” เพื่อถูถึงขอบผนังได้จริง พร้อมแรงกดสูง การสั่น 4,000 ครั้งต่อนาที และระบบปรับน้ำ–แรงสั่นแยกอิสระ รวมถึงฐาน RockDock ที่ล้างด้วยน้ำร้อน 100°C และเป่าแห้งอัตโนมัติ ทำให้การดูแลพื้นบ้านสะอาดล้ำลึกแบบไม่ต้องลงมือเอง
    https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/roborock-just-introduced-an-innovative-new-robot-vac-mopping-system-and-it-looks-seriously-good

    Nvidia อัปเดต DGX Spark ให้เป็นตัวเร่ง AI ภายนอกสำหรับ MacBook Pro
    Nvidia เตรียมปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ DGX Spark เพื่อให้ทำงานเป็น external AI accelerator สำหรับ MacBook Pro ช่วยประมวลผลงาน AI หนัก ๆ ได้เร็วขึ้นหลายเท่า พร้อมรองรับเฟรมเวิร์กโอเพ่นซอร์สอย่าง PyTorch, vLLM, llama.cpp และโมเดลจากหลายค่าย รวมถึงเพิ่ม playbook สำหรับตั้งค่าระบบแบบสำเร็จรูป ทำให้ Spark กลายเป็นโหนด AI อเนกประสงค์สำหรับงานท้องถิ่นและเวิร์กสเตชัน
    https://www.techradar.com/pro/nvidia-quietly-launches-free-software-update-for-its-ai-mini-pc-which-turns-it-into-an-external-ai-accelerator-for-apples-macbook-pro

    Rokid เปิดตัวแว่น AI แบบไร้จอ เบา ถูก และท้าชน Meta Ray‑Ban
    Rokid เปิดตัว AI Glasses Style แว่นอัจฉริยะไร้หน้าจอที่เน้นสั่งงานด้วยเสียง ใช้ ChatGPT‑5 เป็นสมองหลัก น้ำหนักเพียง 38.5 กรัม ถ่ายภาพ–วิดีโอ 4K ได้ผ่านคำสั่งเสียง ใช้ได้ยาว 12 ชั่วโมง และมีเคสชาร์จเสริม จุดเด่นคือราคาถูกกว่า Meta Ray‑Ban ถึง 80 ดอลลาร์ และมุ่งสู่ยุคใหม่ของอุปกรณ์ AI แบบ screenless ที่ช่วยให้ผู้ใช้พึ่งพามือถือให้น้อยลง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/rokids-new-ai-glasses-are-lighter-cheaper-and-ready-to-challenge-metas-ray-bans
    📌📡🟠 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟠📡📌 #รวมข่าวIT #20260108 #TechRadar 📡 อุปกรณ์ เพิ่ม/ขยายสัญญาณ Wifi ที่ดีที่สุดในปี 2025 บทความนี้อธิบายภาพรวมตลาด Wi‑Fi extender ปี 2025 ที่แม้จะมีรุ่นใหม่ออกมาน้อยลงเพราะผู้ผลิตหันไปโฟกัสระบบ Mesh Wi‑Fi แต่ก็ยังมีตัวเลือกคุณภาพสูงอย่าง TP‑Link RE700X, RE605X และ Netgear Nighthawk AX8 ซึ่งโดดเด่นด้านความเร็ว ความครอบคลุม และความง่ายในการติดตั้ง เหมาะสำหรับบ้านที่ยังมีจุดอับสัญญาณหรือไม่ต้องการเปลี่ยนเราเตอร์ใหม่ทั้งหมด โดยบทความยังให้คำแนะนำการเลือกซื้อและเปรียบเทียบกับระบบ Mesh เพื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/computing/wi-fi-broadband/the-best-wi-fi-extenders-in-2025-top-devices-for-boosting-your-wifi-network 📺 TV ที่ดีที่สุดในปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญด้านการคาลิเบรตทีวีได้จัดอันดับทีวีที่ดีที่สุดในปี 2025 ตั้งแต่รุ่นคุ้มค่าไปจนถึงระดับพรีเมียม เช่น LG C5, Roku Plus Series, Hisense U8QG, TCL QM6K และ Samsung S95F โดยเน้นคุณภาพภาพ ความสว่าง ความแม่นยำสี ฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ และความคุ้มค่าต่อราคา ทำให้ผู้อ่านสามารถเลือกทีวีที่เหมาะกับงบและการใช้งานได้ง่ายขึ้นในตลาดที่มีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้นทุกปี 🔗 https://www.techradar.com/televisions/im-a-trained-tv-calibrator-and-here-are-the-best-tvs-you-can-buy 🎮 Lenovo Legion Go 2 (SteamOS) เปิดตัวพร้อมราคาแรง Lenovo เปิดตัว Legion Go 2 รุ่นใหม่ที่มาพร้อม SteamOS อย่างเป็นทางการในงาน CES 2026 แต่กลับถูกวิจารณ์หนักเรื่องราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม โดยเริ่มต้นที่ $1,119 แม้จะใช้สเปกแรงอย่าง Ryzen Z2 / Z2 Extreme และ RAM สูงสุด 32GB แต่ราคาที่แตะระดับเกิน $1,000 ทำให้หลายคนมองว่าไม่คุ้มเมื่อเทียบกับเครื่องพกพาอื่นในตลาด แม้การหันมาใช้ SteamOS จะเป็นก้าวที่ดีสำหรับผู้ใช้สายเกมพกพาก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/computing/gaming-pcs/i-love-that-lenovo-has-finally-chosen-steamos-for-the-legion-go-2-but-its-kidding-itself-with-that-price-tag 📱 Kentucky เปิดตัว Digital ID บน iPhone และเตรียมเข้า Apple Wallet รัฐ Kentucky เปิดตัวแอป Digital ID ที่ให้ประชาชนเก็บบัตรประจำตัว เช่น ใบขับขี่ ไว้ในมือถือ พร้อมระบบยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์ และเตรียมรองรับ Apple Wallet, Google Wallet และ Samsung Wallet ในช่วงซัมเมอร์ 2026 แม้จะช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น แต่ผู้ใช้ยังต้องพกบัตรจริงในบางสถานการณ์ เช่น การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่รัฐ 🔗 https://www.techradar.com/phones/kentucky-just-launched-digital-id-on-iphones-and-its-coming-to-apple-wallet-soon 🎧 Klipsch และ Onkyo ฉลอง 80 ปี ด้วยหูฟังและลำโพงรุ่นใหม่ Klipsch และ Onkyo เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ฉลองครบรอบ 80 ปี นำโดย Klipsch Atlas Series หูฟังแบบ over‑ear รุ่นใหม่ครั้งแรกในรอบทศวรรษ ทั้งรุ่น HP‑1, HP‑2 และ HP‑3 ที่เน้นคุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์ พร้อมลำโพงและซาวด์บาร์รุ่นใหม่ รวมถึงโปรเจกต์ลับอย่าง “Project Apollo” ที่มุ่งยกระดับดีไซน์และคุณภาพเสียงสำหรับผู้ฟังระดับจริงจัง 🔗 https://www.techradar.com/audio/headphones/klipsch-and-onkyo-celebrate-80-years-of-audio-with-the-first-klipsch-headphones-in-a-decade-plus-some-cool-new-concepts 🛡️ กฎหมายคุ้มครองเยาวชนเวอร์จิเนียจุดชนวนดีเบตเรื่องความเป็นส่วนตัว เวอร์จิเนียเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่บังคับให้แพลตฟอร์มโซเชียลจำกัดเวลาการใช้งานและการเก็บข้อมูลของผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมสั่งปิดฟีดแบบเสพติดอย่างการเลื่อนแบบไม่รู้จบ ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวออกมาโต้แย้งว่ากฎหมายนี้อาจบังคับให้ทุกคนต้องยืนยันตัวตนและทำลายการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไม่ระบุตัวตน ขณะที่คดีฟ้องร้องจาก NetChoice กำลังดำเนินอยู่ แต่กฎหมายก็มีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้ผู้ใช้อาจต้องพิสูจน์ตัวตนก่อนเข้าใช้งานโซเชียลในรัฐนี้ 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/new-virginia-teen-safety-law-sparks-privacy-debate-and-fresh-legal-challenges 🇬🇧💻 อังกฤษทุ่มงบ £210 ล้านแก้วิกฤตไซเบอร์ หลังยอมรับเสี่ยง “วิกฤติขั้นสูง” รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศแผน Cyber Action Plan พร้อมงบ £210 ล้าน หลังยอมรับว่านโยบายไซเบอร์ก่อนหน้านี้ล้มเหลวและไม่สามารถทำให้หน่วยงานรัฐปลอดภัยภายในปี 2030 ได้ โดยปัญหาหลักคือระบบไอทีเก่า การขาดมาตรฐานบังคับ และการโจมตีจริงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น เหตุ NHS และ British Library ถูกแรนซัมแวร์ รัฐบาลเตรียมตั้งหน่วย Cyber Unit ใหม่และอาจถือผู้บริหารระดับสูงรับผิดชอบโดยตรงต่อเหตุไซเบอร์ในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/uk-government-pledges-gbp210m-to-new-cyber-action-plan-admitting-critically-high-cyber-risk-remains 🐧💥 Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ใหม่ที่ตั้งใจ “เป็น Windows แบบไร้ Microsoft” นักพัฒนาญี่ปุ่นเปิดตัวแนวคิด Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ที่ตั้งใจให้เดสก์ท็อปทั้งหมดเป็น Win32 รันผ่าน WINE เพื่อให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด .exe แล้วใช้งานได้เหมือน Windows จริง แต่ทำงานบนแกน Linux แนวคิดนี้หวังแก้ปัญหาความเข้ากันได้ของ ReactOS และอาจเป็นอีกแรงผลักดันให้ผู้ใช้หนีจาก Windows 11 ที่ถูกวิจารณ์หนัก แม้ยังอยู่ในขั้นต้นและต้องแก้ปัญหาความเสถียรอีกมาก แต่ก็เป็นสัญญาณว่ากระแส “เบื่อ Microslop” กำลังผลักผู้ใช้ไปหาลินุกซ์มากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/computing/software/sick-of-microslop-new-linux-distro-could-win-over-windows-11-haters 👟🇯🇵 เทรนด์เดินแบบญี่ปุ่นกำลังมา พร้อมรองเท้าเดินประสิทธิภาพสูงจาก Clarks นักเขียนทดลองเปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็น “Japanese Walking” หรือการเดินแบบอินเทอร์วัล พร้อมรองเท้า Clarks Pace ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินโดยเฉพาะ ทั้งโฟมสองชั้น แคปซูลช่วยส่งแรง และดีไซน์รองรับการก้าวเดิน แม้รองเท้าจะให้ความรู้สึกสบายและช่วยเร่งจังหวะได้ดี แต่ยังมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะบนพื้นเปียก และราคาที่สูงเมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งที่ใช้งานได้อเนกประสงค์กว่า ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าจะคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้ทั่วไปหรือไม่ 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/i-swapped-running-for-the-japanese-walking-workout-complete-with-a-purpose-built-high-performance-walking-shoe 🔓⚠️ พบช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า เสี่ยงถูกยึดระบบจากระยะไกล นักวิจัยพบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าหลายรุ่นที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีหลักฐานว่าถูกโจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากถูกเจาะ ระบบเครือข่ายทั้งหมดอาจถูกควบคุม ขโมยข้อมูล หรือถูกใช้เป็นบอตเน็ต จึงแนะนำให้ผู้ใช้รีบเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทันที 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-critical-severity-flaw-in-d-link-dsl-gateway-devices-could-allow-for-remote-code-execution 🚀 AI กำลังเปลี่ยนเป้าหมายจาก “ประสิทธิภาพ” สู่ “การเติบโต” องค์กรทั่วโลกกว่า 77% หันมาใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตแทนการลดต้นทุน โดยผู้บริหารจำนวนมากคาดหวังรายได้เพิ่มขึ้นในปีหน้า และกว่า 50% แต่งตั้ง Chief AI Officer เพื่อเร่งกลยุทธ์ด้าน AI แม้ผู้บริโภคยังมีความกังวล แต่ข้อมูลชี้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยสร้างรายได้ใหม่จาก AI แล้ว ทำให้ภาพรวมสะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/growth-not-efficiency-is-the-new-ai-goal 🔐 องค์กรพบการละเมิดนโยบายข้อมูลจาก GenAI กว่า 200 ครั้งต่อเดือน รายงานใหม่เผยว่าองค์กรกำลังเผชิญความเสี่ยงจาก “Shadow AI” อย่างหนัก เมื่อพนักงานใช้แอป AI ส่วนตัวโดยไม่ผ่านการอนุมัติ ทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลเพิ่มขึ้นเท่าตัว และมีเหตุการณ์ละเมิดนโยบายเฉลี่ย 223 ครั้งต่อเดือน ขณะที่การใช้งาน GenAI เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในปีเดียว สร้างความท้าทายด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูลอย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/average-organization-now-reporting-over-200-genai-related-data-policy-violations-each-month 💵 ชาวสหรัฐฯ อาจได้รับเงินคืนสูงสุด $52 จากคดี Amazon Prime หลัง Amazon ถูกปรับ 2.5 พันล้านดอลลาร์จากการสมัครสมาชิก Prime โดยไม่ได้รับความยินยอม ผู้ใช้จำนวนมากจะได้รับเงินคืนอัตโนมัติ แต่หากยังไม่ได้รับ สามารถยื่นคำร้องได้ภายใน 180 วัน โดยต้องตรวจสอบอีเมลหรือจดหมายแจ้งสิทธิ์ ทั้งนี้ FTC เตือนว่า “จะไม่มีการเรียกเก็บเงินใด ๆ” ในกระบวนการคืนเงิน เพื่อป้องกันการหลอกลวง 🔗 https://www.techradar.com/tech/heres-how-to-claim-a-refund-up-to-usd52-from-amazon-for-its-prime-settlement-and-how-to-check-if-youre-eligible-for-one 🧪 นักวิจัยคิดวิธี “วางยาข้อมูล” เพื่อทำให้ AI ที่ขโมยข้อมูลใช้ไม่ได้ นักวิจัยจากจีนและสิงคโปร์พัฒนาเทคนิค AURA ที่จงใจใส่ข้อมูลผิดใน knowledge graph เพื่อให้ AI ที่ขโมยข้อมูลไปเกิดอาการหลอนและตอบผิด โดยผู้ที่มี “กุญแจลับ” เท่านั้นจึงจะได้คำตอบที่ถูกต้อง วิธีนี้ช่วยปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาในระบบ GraphRAG ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงถึง 94% 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/researchers-poison-their-own-data-when-stolen-by-an-ai-to-ruin-results 🌐 ปากีสถานเริ่มบล็อก VPN ที่ไม่ได้ลงทะเบียน กระทบผู้ใช้จำนวนมาก รัฐบาลปากีสถานเริ่มจำกัดการใช้งาน VPN ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต ส่งผลให้บริการดังอย่าง Proton VPN ถูกบล็อกตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ใช้จำนวนมากต้องพึ่ง VPN เพื่อเข้าถึงโซเชียลมีเดียที่ถูกปิดกั้น การบล็อกครั้งนี้จึงกระทบเสรีภาพทางดิจิทัลอย่างหนัก แม้ผู้ให้บริการบางรายยังหาวิธีหลบการบล็อกผ่านโปรโตคอลพิเศษอยู่ก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/pakistan-begins-blocking-unregistered-vpn-apps-and-this-popular-service-is-among-the-casualties 💸 ราคาหน่วยความจำพุ่งแรงเหมือนคริปโต ราคาของ RAM โดยเฉพาะ DDR4 และ DDR5 กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากช่วงเสถียรยาวนาน โดย DDR4 หลายรุ่นขยับจากระดับร้อยเหรียญไปแตะหลักหลายร้อยในเวลาไม่กี่เดือน เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่หันไปให้ความสำคัญกับความต้องการของบริษัทด้าน AI มากกว่าผู้บริโภคทั่วไป ทำให้การประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่หรืออัปเกรดต้องใช้งบสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจทำให้ RAM กลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดในระบบในอนาคตอันใกล้ 🔗 https://www.techradar.com/pro/is-ram-the-new-bitcoin-ddr4-memory-prices-are-rising-so-fast-some-tracker-graphs-are-running-out-of-space-and-i-fear-2026-could-well-see-a-10x-price-rise ⚖️ Meta ซื้อ Manus เจอแรงสั่นสะเทือนจากจีน ดีลที่ Meta เตรียมเข้าซื้อบริษัท AI อย่าง Manus มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์กำลังถูกจับตาอย่างหนักจากหน่วยงานจีน เนื่องจากกังวลว่าการย้ายบริษัทจากจีนไปสิงคโปร์อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้ดีลล่าช้าหรือถูกระงับ ขณะเดียวกัน Manus จะยังคงดำเนินงานแยกอิสระ แต่ Meta จะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้าน AI ของ Manus เพื่อเร่งพัฒนา AI agents รุ่นใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/metas-usd2b-manus-acquisition-sparks-concerns-from-chinese-regulators ⚡ Razer เปิดตัวเวิร์กสเตชัน AI และตัวเร่งความแรงภายนอก Razer ขยายบทบาทจากแบรนด์เกมมิ่งสู่ฮาร์ดแวร์ AI เต็มตัว ด้วยการเปิดตัว Forge AI Dev Workstation สำหรับงานเทรนโมเดลและประมวลผล AI แบบออน-พรีมิส พร้อมอุปกรณ์ External AI Accelerator ที่ร่วมพัฒนากับ Tenstorrent เพื่อเพิ่มพลังประมวลผลให้โน้ตบุ๊กผ่าน Thunderbolt รองรับการต่อพ่วงหลายตัวเพื่อสร้างคลัสเตอร์ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับนักพัฒนา AI ที่ต้องการพลังประมวลผลแบบพกพาและควบคุมข้อมูลได้เอง 🔗 https://www.techradar.com/pro/razer-joins-ai-bandwagon-with-external-ai-accelerator-backed-by-iconic-amd-chip-architect 📧 แคมเปญฟิชชิงปลอมเป็นอีเมลภายในองค์กร แฮกเกอร์กำลังใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมลของหลายองค์กรเพื่อส่งอีเมลปลอมที่ดูเหมือนส่งมาจากภายในบริษัท ทำให้หลอกเหยื่อให้กรอกข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยการตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC ที่ไม่เข้มงวด รวมถึงใช้ชุดเครื่องมือฟิชชิงอย่าง Tycoon2FA เพื่อสร้างอีเมลปลอมในธีม HR, เอกสารแชร์ หรือแจ้งเตือนรหัสผ่าน ซึ่งนำไปสู่การขโมยบัญชีและโจมตีแบบ BEC ต่อเนื่องในวงกว้าง 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-phishing-campaign-spoofs-internal-messages-heres-what-we-know 🔍 โครงการ Cyber Trust Mark สะเทือน หลังผู้ดูแลถอนตัวเพราะโยงจีน UL Solutions ผู้ทำหน้าที่เป็น Lead Administrator ของโครงการ US Cyber Trust Mark ได้ถอนตัวออกจากบทบาทหลังถูกตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับบริษัทร่วมทุนในจีน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐ โครงการนี้มีเป้าหมายรับรองความปลอดภัยของอุปกรณ์ IoT ทั่วประเทศ แต่การถอนตัวครั้งนี้ทำให้ FCC ต้องเร่งหาผู้ดูแลรายใหม่เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่นก่อนเส้นตายปี 2027 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/firm-overseeing-fccs-cyber-trust-mark-program-withdraws-over-ties-to-china 📺 Google TV อัปเกรด Gemini ให้ฉลาดขึ้นแบบก้าวกระโดด Google เปิดตัว Gemini เวอร์ชันใหม่บน Google TV ที่ทำให้ทีวูกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ทั้งตอบคำถามพร้อมภาพและวิดีโอ ปรับภาพ–เสียงอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้บอกปัญหา ค้นรูปจาก Google Photos ได้ทันที รวมถึงสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI ผ่าน Nano Banana และ Google Veo ทำให้ทีวูกลายเป็นศูนย์กลาง AI ในบ้านที่เข้าใจการใช้งานของผู้ชมมากขึ้นอย่างชัดเจน 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/google-tv-gets-a-gemini-glow-up-with-a-ton-of-new-upgrades 🤖 LawnBot ปีนเขาได้! Mammotion LUBA 3 AWD โชว์พลังสุดล้ำ Mammotion เปิดตัว LUBA 3 AWD หุ่นยนต์ตัดหญ้ารุ่นใหม่ที่ CES 2026 พร้อมระบบนำทาง Tri-Fusion ที่แม่นยำระดับ ±1 ซม. ใช้ LiDAR + RTK + AI Vision ทำแผนที่สวนแบบ 3D และหลบสิ่งกีดขวางได้ถึง 300 รายการ แถมปีนเนินชัน 80% ได้สบาย พร้อมพลังมอเตอร์แรง แบตอึด และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ทำให้เป็นหนึ่งใน lawnbot ที่ทรงพลังที่สุดในตลาดตอนนี้ 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-home/i-just-watched-mammotions-new-flagship-lawnbot-scale-an-astroturf-mountain-and-it-was-mesmerizing 🧹 Roborock เปิดตัวระบบถูพื้นแบบใหม่ Saros 20 Sonic ที่ถูได้ถึงขอบจริง Roborock เผยโฉม Saros 20 Sonic หุ่นยนต์ดูด–ถูที่ใช้แผ่นถูแบบ D‑shape ขนาดใหญ่ซึ่งสามารถ “ดีดออกด้านข้าง” เพื่อถูถึงขอบผนังได้จริง พร้อมแรงกดสูง การสั่น 4,000 ครั้งต่อนาที และระบบปรับน้ำ–แรงสั่นแยกอิสระ รวมถึงฐาน RockDock ที่ล้างด้วยน้ำร้อน 100°C และเป่าแห้งอัตโนมัติ ทำให้การดูแลพื้นบ้านสะอาดล้ำลึกแบบไม่ต้องลงมือเอง 🔗 https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/roborock-just-introduced-an-innovative-new-robot-vac-mopping-system-and-it-looks-seriously-good ⚡ Nvidia อัปเดต DGX Spark ให้เป็นตัวเร่ง AI ภายนอกสำหรับ MacBook Pro Nvidia เตรียมปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ DGX Spark เพื่อให้ทำงานเป็น external AI accelerator สำหรับ MacBook Pro ช่วยประมวลผลงาน AI หนัก ๆ ได้เร็วขึ้นหลายเท่า พร้อมรองรับเฟรมเวิร์กโอเพ่นซอร์สอย่าง PyTorch, vLLM, llama.cpp และโมเดลจากหลายค่าย รวมถึงเพิ่ม playbook สำหรับตั้งค่าระบบแบบสำเร็จรูป ทำให้ Spark กลายเป็นโหนด AI อเนกประสงค์สำหรับงานท้องถิ่นและเวิร์กสเตชัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/nvidia-quietly-launches-free-software-update-for-its-ai-mini-pc-which-turns-it-into-an-external-ai-accelerator-for-apples-macbook-pro 🕶️ Rokid เปิดตัวแว่น AI แบบไร้จอ เบา ถูก และท้าชน Meta Ray‑Ban Rokid เปิดตัว AI Glasses Style แว่นอัจฉริยะไร้หน้าจอที่เน้นสั่งงานด้วยเสียง ใช้ ChatGPT‑5 เป็นสมองหลัก น้ำหนักเพียง 38.5 กรัม ถ่ายภาพ–วิดีโอ 4K ได้ผ่านคำสั่งเสียง ใช้ได้ยาว 12 ชั่วโมง และมีเคสชาร์จเสริม จุดเด่นคือราคาถูกกว่า Meta Ray‑Ban ถึง 80 ดอลลาร์ และมุ่งสู่ยุคใหม่ของอุปกรณ์ AI แบบ screenless ที่ช่วยให้ผู้ใช้พึ่งพามือถือให้น้อยลง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/rokids-new-ai-glasses-are-lighter-cheaper-and-ready-to-challenge-metas-ray-bans
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 135 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20260108 #securityonline

    GitLab ออกแพตช์อุดช่องโหว่ร้ายแรงหลายรายการ
    GitLab ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งใหญ่เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับสูงหลายรายการ ทั้งช่องโหว่ XSS ที่สามารถฝังสคริปต์อันตรายใน Markdown, ช่องโหว่ Web IDE ที่ทำให้ผู้โจมตีรันโค้ดในเบราว์เซอร์เหยื่อได้เพียงแค่ล่อให้เปิดเว็บเพจที่สร้างขึ้นพิเศษ และช่องโหว่ใน Duo Workflows ที่เปิดทางให้เข้าถึงการตั้งค่า AI โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงปัญหาระดับกลางอื่น ๆ เช่น การแก้ไขการตั้งค่า AI ผ่าน GraphQL, การโจมตี DoS ระหว่างนำเข้าโปรเจกต์ และการลบ runner ของโปรเจกต์อื่นได้โดยไม่ตั้งใจ ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดทันทีเพื่อปิดความเสี่ยงทั้งหมดนี้
    https://securityonline.info/gitlab-patch-high-severity-xss-ai-flaws-expose-user-data

    CrazyHunter แรนซัมแวร์สุดโหดไล่ล่าองค์กรสาธารณสุข
    CrazyHunter แรนซัมแวร์สายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนามาจาก Prince ransomware กำลังสร้างความเสียหายหนักในภาคสาธารณสุข โดยเฉพาะในไต้หวัน ด้วยเทคนิคเจาะระบบผ่านรหัสผ่านอ่อนแอ ใช้ SharpGPOAbuse กระจายตัวทั่วเครือข่าย และใช้ไดรเวอร์ BYOVD เพื่อปิดการทำงานของโปรแกรมป้องกันไวรัส ก่อนเข้ารหัสไฟล์แบบเร็วด้วยวิธี partial encryption พร้อมข่มขู่เหยื่อผ่านช่องทาง Telegram และเว็บไซต์รั่วไหลข้อมูล กลุ่มผู้โจมตีประกาศชัดว่าต้องการความ “โลภแบบ REvil” ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขต้องเร่งเสริมมาตรการป้องกันอย่างเร่งด่วน
    https://securityonline.info/crazyhunter-the-ruthless-ransomware-stalking-healthcare

    พบช่องโหว่ Auth Bypass ร้ายแรงใน TLP เครื่องมือจัดการพลังงานบน Linux
    นักวิจัยจาก SUSE พบช่องโหว่ร้ายแรงใน TLP เวอร์ชัน 1.9.0 ซึ่งมี daemon ใหม่ที่รันด้วยสิทธิ์ root แต่เกิดข้อผิดพลาดในกลไกตรวจสอบสิทธิ์ของ Polkit ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสั่งงาน daemon ได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน นอกจากนี้ยังพบปัญหา DoS จากการสร้าง profile hold ได้ไม่จำกัดจำนวน และการจัดการ cookie ที่ไม่ปลอดภัย ทีมพัฒนาได้ออกแพตช์ในเวอร์ชัน 1.9.1 เพื่อแก้ไขทั้งหมดแล้ว ผู้ใช้ Linux ควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยง
    https://securityonline.info/cve-2025-67859-critical-auth-bypass-discovered-in-popular-linux-battery-utility

    GoBruteforcer กลับมาอีกครั้ง พร้อมบอทเน็ต 50,000 เซิร์ฟเวอร์จากโค้ดตัวอย่างที่ AI สร้าง
    GoBruteforcer เวอร์ชันใหม่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยอาศัยช่องโหว่จาก “โค้ดตัวอย่างที่ AI สร้างให้ผู้ใช้” ซึ่งมักมีค่า default อ่อนแอ ทำให้ผู้โจมตีสามารถ brute-force บริการยอดนิยมอย่าง MySQL, FTP และ phpMyAdmin ได้ง่ายขึ้น นักวิจัยพบว่ามีเซิร์ฟเวอร์กว่า 50,000 เครื่องเสี่ยงถูกโจมตี และกลุ่มผู้โจมตียังมุ่งเป้าไปที่ฐานข้อมูลของโปรเจกต์คริปโตเพื่อขโมยสินทรัพย์ดิจิทัล ตัวมัลแวร์ถูกพัฒนาให้ซ่อนตัวเก่งขึ้น ใช้ชื่อ process ปลอม และหลีกเลี่ยง IP ของ DoD และคลาวด์ใหญ่ ๆ เพื่อไม่ให้ถูกตรวจจับ
    https://securityonline.info/gobruteforcer-returns-how-ai-code-snippets-fueled-a-50000-server-botnet

    ความจริงเบื้องหลังเหตุ BGP Leak ของเวเนซุเอลา: ความผิดพลาดหรือปฏิบัติการลับ?
    เหตุการณ์ BGP leak ของผู้ให้บริการรัฐ CANTV ในเวเนซุเอลาเกิดขึ้นก่อนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ จนทำให้หลายฝ่ายสงสัยว่าเป็นการดักข้อมูลโดยเจตนา แต่การวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังของ Cloudflare ชี้ว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นเพียง “ความผิดพลาดทางเทคนิค” จากการตั้งค่าที่ผิดพลาด เช่น การ prepend เส้นทางซ้ำหลายครั้งและการรั่วไหลของเส้นทางที่เกิดขึ้นบ่อยตั้งแต่ปลายปี 2025 ซึ่งไม่สอดคล้องกับรูปแบบการโจมตีจริง อีกทั้ง CANTV เป็นผู้ให้บริการ upstream อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องทำ BGP hijack เพื่อเข้าถึงข้อมูล เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่ยังเปราะบาง และเน้นย้ำความสำคัญของมาตรฐานใหม่อย่าง ASPA และการบังคับใช้ OTC เพื่อป้องกันการรั่วไหลของเส้นทางในอนาคต
    https://securityonline.info/spy-games-or-glitch-the-truth-behind-venezuelas-bgp-leak/

    ไต้หวันเผชิญการโจมตีไซเบอร์กว่า 2.6 ล้านครั้งต่อวันจากจีน
    รายงานล่าสุดของสำนักความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเผยว่าจีนเพิ่มระดับปฏิบัติการไซเบอร์อย่างเป็นระบบ โดยพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเฉลี่ยวันละกว่า 2.63 ล้านครั้งในปี 2025 โดยเฉพาะภาคพลังงานที่ถูกโจมตีเพิ่มขึ้นถึง 1,000% พร้อมความเชื่อมโยงกับการซ้อมรบของกองทัพจีนและเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญ ขณะที่กลุ่มแฮ็กเกอร์ระดับรัฐหลายกลุ่มถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่ซับซ้อนและประสานกันอย่างเป็นระบบ
    https://securityonline.info/taiwan-faces-2-6-million-cyberattacks-daily-from-china

    ช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ไร้สาย H3C เปิดทางแฮ็กเกอร์ยึดสิทธิ์ Root
    พบการตั้งค่าที่ผิดพลาดในอุปกรณ์ควบคุมเครือข่ายไร้สายของ H3C ทำให้ผู้โจมตีสามารถอัปโหลดไฟล์ผ่าน FTP แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน และไฟล์เหล่านั้นถูกกำหนดสิทธิ์เป็น root โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้แฮ็กเกอร์สามารถเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้เต็มรูปแบบ ช่องโหว่นี้ถูกจัดระดับความรุนแรงสูงสุด CVSS 9.8 และแนะนำให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบเฟิร์มแวร์และรอแพตช์แก้ไขจากผู้ผลิต
    https://securityonline.info/cve-2025-60262-critical-misconfiguration-in-h3c-wireless-gear-hands-control-to-hackers

    “Ghost Tap” มัลแวร์ Android รุ่นใหม่ เปลี่ยนมือถือเป็นเครื่องรูดเงินเงียบ ๆ
    รายงานจาก Group-IB เปิดเผยตลาดมืดที่กำลังเติบโตของมัลแวร์ NFC บน Android ซึ่งช่วยให้แฮ็กเกอร์ทำธุรกรรม tap-to-pay จากระยะไกลได้ โดยใช้แอปสองตัวทำงานร่วมกันเพื่อจำลองบัตรของเหยื่อผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถรูดเงินได้แม้บัตรจะอยู่กับเจ้าของ ขบวนการนี้มีทั้งผู้พัฒนาเครื่องมือ ผู้ขาย POS ผิดกฎหมาย และเครือข่ายอาชญากรที่ทำงานข้ามประเทศ พร้อมพบความเสียหายแล้วหลายแสนดอลลาร์
    https://securityonline.info/ghost-tap-rising-new-wave-of-android-malware-turns-phones-into-digital-pickpockets

    🛜 ช่องโหว่ Trendnet CVE-2025-15471 เปิดทางยึดอุปกรณ์ด้วยคำสั่งเดียว
    นักวิจัยพบช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ขยายสัญญาณ Wi-Fi ของ Trendnet ที่เปิดให้ผู้โจมตีส่งคำสั่งผ่าน HTTP เพียงครั้งเดียวก็สามารถรันโค้ดในระดับ root ได้ทันที เนื่องจากระบบ backend รับคำสั่ง shell โดยตรงโดยไม่ตรวจสอบสิทธิ์ ทำให้ผู้โจมตีสามารถเปิด backdoor ดักข้อมูล หรือใช้เป็นฐานโจมตีภายในเครือข่ายได้อย่างง่ายดาย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้ปิดการเข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตจนกว่าจะมีแพตช์ออกมา
    https://securityonline.info/one-request-to-rule-them-all-critical-trendnet-flaw-cve-2025-15471-allows-total-takeover

    ช่องโหว่ร้ายแรง n8n เปิดทางแฮ็กยึดเซิร์ฟเวอร์กว่า 100,000 เครื่อง
    รายงานใหม่เผยช่องโหว่ระดับวิกฤต CVE‑2026‑21858 ในแพลตฟอร์มอัตโนมัติ n8n ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ได้แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน โดยอาศัยจุดอ่อนของการประมวลผล Content-Type ทำให้สามารถอ่านไฟล์ภายในระบบและขยายผลสู่การยึดสิทธิ์แอดมินเต็มรูปแบบ ซึ่งเสี่ยงต่อข้อมูลสำคัญอย่าง API keys, ฐานข้อมูลลูกค้า และ workflow ขององค์กรจำนวนมากทั่วโลก ผู้ดูแลระบบถูกเตือนให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.0 ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่
    https://securityonline.info/public-exploit-released-critical-n8n-flaw-cve-2026-21858-exposes-100k-servers

    CISA เตือนด่วน: ช่องโหว่ HPE OneView ระดับ 10/10 และบั๊ก PowerPoint ปี 2009 ฟื้นคืนชีพ
    CISA เพิ่มสองช่องโหว่ใหม่เข้าสู่ KEV Catalog ได้แก่ CVE‑2025‑37164 ใน HPE OneView ที่เปิดให้ผู้โจมตีรันโค้ดระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และช่องโหว่เก่าปี 2009 ใน PowerPoint ที่กลับมาถูกใช้โจมตีอีกครั้ง หน่วยงานรัฐสหรัฐถูกกำหนดเส้นตายให้แก้ไขภายใน 28 ม.ค. 2026 เพื่อป้องกันการถูกยึดระบบ โดย HPE ได้ออกแพตช์เร่งด่วนแล้วแต่ต้องติดตั้งซ้ำหลังอัปเกรดบางเวอร์ชัน
    https://securityonline.info/cisa-kev-alert-hpes-maximum-cvss-score-flaw-and-a-zombie-powerpoint-bug

    Lenovo เปิดตัว “Qira” และโรงงานคลาวด์ AI ยักษ์ใหญ่ใน CES 2026
    Lenovo ประกาศยุทธศาสตร์ Hybrid AI พร้อมเปิดตัว “Qira” ผู้ช่วย AI ส่วนบุคคลที่ทำงานข้ามอุปกรณ์ และจับมือ NVIDIA เปิดตัว AI Cloud Gigafactory ที่สามารถติดตั้งศูนย์ประมวลผลระดับกิกะวัตต์ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ พร้อมโชว์นวัตกรรมล้ำสมัย เช่น ThinkPad Rollable XD, AI Glasses และระบบ AI สำหรับ F1 และ FIFA ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ แสดงให้เห็นการเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สู่ผู้ให้บริการโซลูชัน AI เต็มรูปแบบ
    https://securityonline.info/agentic-evolution-lenovo-unveils-qira-and-ai-cloud-gigafactories-at-ces-2026

    Arm ประกาศยุค “Physical AI” และแพลตฟอร์ม AI‑Defined ที่ CES 2026
    Arm ชูวิสัยทัศน์ใหม่ที่ AI จะฝังอยู่ในทุกอุปกรณ์ ตั้งแต่รถยนต์อัตโนมัติ หุ่นยนต์ ไปจนถึงอุปกรณ์สวมใส่ โดยเน้นพลังของ Physical AI และ Edge AI ที่ทำงานแบบเรียลไทม์และประหยัดพลังงาน พร้อมเผยว่าชิป Arm ถูกใช้ในระบบขับขี่อัตโนมัติของ Rivian, Tesla AI5 และแพลตฟอร์ม NVIDIA Thor รวมถึงการเติบโตของ Windows on Arm ที่รองรับอุปกรณ์กว่า 100 รุ่นในปีนี้ สะท้อนบทบาทของ Arm ในการเป็นแกนกลางของยุค AI ทุกหนแห่ง
    https://securityonline.info/the-ubiquitous-brain-arm-unveils-the-era-of-physical-ai-and-ai-defined-platforms

    Logitech แก้ปัญหาใหญ่: ใบรับรองหมดอายุทำให้เมาส์บน Mac ใช้งานไม่ได้
    ผู้ใช้ macOS จำนวนมากพบว่า Logi Options+ และ G HUB หยุดทำงานเพราะใบรับรองนักพัฒนา Apple หมดอายุ ทำให้ระบบบล็อกกระบวนการเบื้องหลังทั้งหมด ส่งผลให้การตั้งค่าปุ่มและโปรไฟล์ใช้งานไม่ได้ Logitech ได้ออกอัปเดตพร้อมใบรับรองใหม่แล้ว โดยผู้ใช้ต้องติดตั้งทับ (ห้ามลบโปรแกรมเดิม) เพื่อกู้คืนการตั้งค่าทั้งหมด ส่วนผู้ใช้ Windows ไม่ได้รับผลกระทบ
    https://securityonline.info/the-logitech-fix-how-to-restore-your-broken-mac-mouse-settings-jan-2026

    Gmail ยุติระบบ Unified Inbox และปิดฟีเจอร์ Gmailify ในปี 2026
    กูเกิลประกาศยุติการดึงอีเมลจากบัญชีภายนอกผ่าน POP3 และยกเลิกฟีเจอร์ Gmailify ทำให้ผู้ใช้ที่เคยรวมหลายบัญชีไว้ในกล่องจดหมายเดียวต้องปรับตัว โดยอาจต้องตั้งระบบ Forward อีเมลจากผู้ให้บริการอื่นแทน แม้ยังสามารถเพิ่มบัญชีภายนอกผ่าน IMAP ได้ แต่จะไม่รวมอยู่ใน Inbox หลักอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงนี้คาดว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นความปลอดภัยและการลดภาระระบบเดิมของกูเกิล
    https://securityonline.info/the-end-of-the-unified-inbox-gmail-kills-pop3-fetching-and-gmailify-in-2026

    Android ปิดประตูความโปร่งใส: Google หยุดปล่อยโค้ด AOSP รายไตรมาสในปี 2026
    Google เตรียมเปลี่ยนรอบการปล่อยซอร์สโค้ด AOSP จากทุกไตรมาสเป็นปีละสองครั้ง ทำให้โค้ดจาก Q1 และ Q3 จะไม่ถูกเปิดเผยจนกว่าจะรวมเข้ารุ่น Q2 และ Q4 ส่งผลให้ชุมชน Custom ROM เช่น LineageOS ต้องรอแพตช์ใหม่ล่าช้า 3 เดือน แม้ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่รู้สึกถึงผลกระทบ แต่ความโปร่งใสของระบบ Android จะลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่แพตช์ความปลอดภัยรายเดือนยังคงปล่อยตามปกติ
    ​​​​​​​ https://securityonline.info/android-behind-closed-doors-google-ends-quarterly-aosp-code-drops-in-2026

    📌🔐🟠 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🟠🔐📌 #รวมข่าวIT #20260108 #securityonline 🛡️ GitLab ออกแพตช์อุดช่องโหว่ร้ายแรงหลายรายการ GitLab ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งใหญ่เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับสูงหลายรายการ ทั้งช่องโหว่ XSS ที่สามารถฝังสคริปต์อันตรายใน Markdown, ช่องโหว่ Web IDE ที่ทำให้ผู้โจมตีรันโค้ดในเบราว์เซอร์เหยื่อได้เพียงแค่ล่อให้เปิดเว็บเพจที่สร้างขึ้นพิเศษ และช่องโหว่ใน Duo Workflows ที่เปิดทางให้เข้าถึงการตั้งค่า AI โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงปัญหาระดับกลางอื่น ๆ เช่น การแก้ไขการตั้งค่า AI ผ่าน GraphQL, การโจมตี DoS ระหว่างนำเข้าโปรเจกต์ และการลบ runner ของโปรเจกต์อื่นได้โดยไม่ตั้งใจ ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดทันทีเพื่อปิดความเสี่ยงทั้งหมดนี้ 🔗 https://securityonline.info/gitlab-patch-high-severity-xss-ai-flaws-expose-user-data 💉 CrazyHunter แรนซัมแวร์สุดโหดไล่ล่าองค์กรสาธารณสุข CrazyHunter แรนซัมแวร์สายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนามาจาก Prince ransomware กำลังสร้างความเสียหายหนักในภาคสาธารณสุข โดยเฉพาะในไต้หวัน ด้วยเทคนิคเจาะระบบผ่านรหัสผ่านอ่อนแอ ใช้ SharpGPOAbuse กระจายตัวทั่วเครือข่าย และใช้ไดรเวอร์ BYOVD เพื่อปิดการทำงานของโปรแกรมป้องกันไวรัส ก่อนเข้ารหัสไฟล์แบบเร็วด้วยวิธี partial encryption พร้อมข่มขู่เหยื่อผ่านช่องทาง Telegram และเว็บไซต์รั่วไหลข้อมูล กลุ่มผู้โจมตีประกาศชัดว่าต้องการความ “โลภแบบ REvil” ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขต้องเร่งเสริมมาตรการป้องกันอย่างเร่งด่วน 🔗 https://securityonline.info/crazyhunter-the-ruthless-ransomware-stalking-healthcare 🔋 พบช่องโหว่ Auth Bypass ร้ายแรงใน TLP เครื่องมือจัดการพลังงานบน Linux นักวิจัยจาก SUSE พบช่องโหว่ร้ายแรงใน TLP เวอร์ชัน 1.9.0 ซึ่งมี daemon ใหม่ที่รันด้วยสิทธิ์ root แต่เกิดข้อผิดพลาดในกลไกตรวจสอบสิทธิ์ของ Polkit ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสั่งงาน daemon ได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน นอกจากนี้ยังพบปัญหา DoS จากการสร้าง profile hold ได้ไม่จำกัดจำนวน และการจัดการ cookie ที่ไม่ปลอดภัย ทีมพัฒนาได้ออกแพตช์ในเวอร์ชัน 1.9.1 เพื่อแก้ไขทั้งหมดแล้ว ผู้ใช้ Linux ควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยง 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-67859-critical-auth-bypass-discovered-in-popular-linux-battery-utility 🤖 GoBruteforcer กลับมาอีกครั้ง พร้อมบอทเน็ต 50,000 เซิร์ฟเวอร์จากโค้ดตัวอย่างที่ AI สร้าง GoBruteforcer เวอร์ชันใหม่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยอาศัยช่องโหว่จาก “โค้ดตัวอย่างที่ AI สร้างให้ผู้ใช้” ซึ่งมักมีค่า default อ่อนแอ ทำให้ผู้โจมตีสามารถ brute-force บริการยอดนิยมอย่าง MySQL, FTP และ phpMyAdmin ได้ง่ายขึ้น นักวิจัยพบว่ามีเซิร์ฟเวอร์กว่า 50,000 เครื่องเสี่ยงถูกโจมตี และกลุ่มผู้โจมตียังมุ่งเป้าไปที่ฐานข้อมูลของโปรเจกต์คริปโตเพื่อขโมยสินทรัพย์ดิจิทัล ตัวมัลแวร์ถูกพัฒนาให้ซ่อนตัวเก่งขึ้น ใช้ชื่อ process ปลอม และหลีกเลี่ยง IP ของ DoD และคลาวด์ใหญ่ ๆ เพื่อไม่ให้ถูกตรวจจับ 🔗 https://securityonline.info/gobruteforcer-returns-how-ai-code-snippets-fueled-a-50000-server-botnet 🌐 ความจริงเบื้องหลังเหตุ BGP Leak ของเวเนซุเอลา: ความผิดพลาดหรือปฏิบัติการลับ? เหตุการณ์ BGP leak ของผู้ให้บริการรัฐ CANTV ในเวเนซุเอลาเกิดขึ้นก่อนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ จนทำให้หลายฝ่ายสงสัยว่าเป็นการดักข้อมูลโดยเจตนา แต่การวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังของ Cloudflare ชี้ว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นเพียง “ความผิดพลาดทางเทคนิค” จากการตั้งค่าที่ผิดพลาด เช่น การ prepend เส้นทางซ้ำหลายครั้งและการรั่วไหลของเส้นทางที่เกิดขึ้นบ่อยตั้งแต่ปลายปี 2025 ซึ่งไม่สอดคล้องกับรูปแบบการโจมตีจริง อีกทั้ง CANTV เป็นผู้ให้บริการ upstream อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องทำ BGP hijack เพื่อเข้าถึงข้อมูล เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่ยังเปราะบาง และเน้นย้ำความสำคัญของมาตรฐานใหม่อย่าง ASPA และการบังคับใช้ OTC เพื่อป้องกันการรั่วไหลของเส้นทางในอนาคต 🔗 https://securityonline.info/spy-games-or-glitch-the-truth-behind-venezuelas-bgp-leak/ 🇨🇳 ไต้หวันเผชิญการโจมตีไซเบอร์กว่า 2.6 ล้านครั้งต่อวันจากจีน รายงานล่าสุดของสำนักความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเผยว่าจีนเพิ่มระดับปฏิบัติการไซเบอร์อย่างเป็นระบบ โดยพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเฉลี่ยวันละกว่า 2.63 ล้านครั้งในปี 2025 โดยเฉพาะภาคพลังงานที่ถูกโจมตีเพิ่มขึ้นถึง 1,000% พร้อมความเชื่อมโยงกับการซ้อมรบของกองทัพจีนและเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญ ขณะที่กลุ่มแฮ็กเกอร์ระดับรัฐหลายกลุ่มถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่ซับซ้อนและประสานกันอย่างเป็นระบบ 🔗 https://securityonline.info/taiwan-faces-2-6-million-cyberattacks-daily-from-china 📡 ช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ไร้สาย H3C เปิดทางแฮ็กเกอร์ยึดสิทธิ์ Root พบการตั้งค่าที่ผิดพลาดในอุปกรณ์ควบคุมเครือข่ายไร้สายของ H3C ทำให้ผู้โจมตีสามารถอัปโหลดไฟล์ผ่าน FTP แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน และไฟล์เหล่านั้นถูกกำหนดสิทธิ์เป็น root โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้แฮ็กเกอร์สามารถเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้เต็มรูปแบบ ช่องโหว่นี้ถูกจัดระดับความรุนแรงสูงสุด CVSS 9.8 และแนะนำให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบเฟิร์มแวร์และรอแพตช์แก้ไขจากผู้ผลิต 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-60262-critical-misconfiguration-in-h3c-wireless-gear-hands-control-to-hackers 📱 “Ghost Tap” มัลแวร์ Android รุ่นใหม่ เปลี่ยนมือถือเป็นเครื่องรูดเงินเงียบ ๆ รายงานจาก Group-IB เปิดเผยตลาดมืดที่กำลังเติบโตของมัลแวร์ NFC บน Android ซึ่งช่วยให้แฮ็กเกอร์ทำธุรกรรม tap-to-pay จากระยะไกลได้ โดยใช้แอปสองตัวทำงานร่วมกันเพื่อจำลองบัตรของเหยื่อผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถรูดเงินได้แม้บัตรจะอยู่กับเจ้าของ ขบวนการนี้มีทั้งผู้พัฒนาเครื่องมือ ผู้ขาย POS ผิดกฎหมาย และเครือข่ายอาชญากรที่ทำงานข้ามประเทศ พร้อมพบความเสียหายแล้วหลายแสนดอลลาร์ 🔗 https://securityonline.info/ghost-tap-rising-new-wave-of-android-malware-turns-phones-into-digital-pickpockets 🛜 ช่องโหว่ Trendnet CVE-2025-15471 เปิดทางยึดอุปกรณ์ด้วยคำสั่งเดียว นักวิจัยพบช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ขยายสัญญาณ Wi-Fi ของ Trendnet ที่เปิดให้ผู้โจมตีส่งคำสั่งผ่าน HTTP เพียงครั้งเดียวก็สามารถรันโค้ดในระดับ root ได้ทันที เนื่องจากระบบ backend รับคำสั่ง shell โดยตรงโดยไม่ตรวจสอบสิทธิ์ ทำให้ผู้โจมตีสามารถเปิด backdoor ดักข้อมูล หรือใช้เป็นฐานโจมตีภายในเครือข่ายได้อย่างง่ายดาย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้ปิดการเข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตจนกว่าจะมีแพตช์ออกมา 🔗 https://securityonline.info/one-request-to-rule-them-all-critical-trendnet-flaw-cve-2025-15471-allows-total-takeover 🛡️ ช่องโหว่ร้ายแรง n8n เปิดทางแฮ็กยึดเซิร์ฟเวอร์กว่า 100,000 เครื่อง รายงานใหม่เผยช่องโหว่ระดับวิกฤต CVE‑2026‑21858 ในแพลตฟอร์มอัตโนมัติ n8n ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ได้แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน โดยอาศัยจุดอ่อนของการประมวลผล Content-Type ทำให้สามารถอ่านไฟล์ภายในระบบและขยายผลสู่การยึดสิทธิ์แอดมินเต็มรูปแบบ ซึ่งเสี่ยงต่อข้อมูลสำคัญอย่าง API keys, ฐานข้อมูลลูกค้า และ workflow ขององค์กรจำนวนมากทั่วโลก ผู้ดูแลระบบถูกเตือนให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.0 ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่ 🔗 https://securityonline.info/public-exploit-released-critical-n8n-flaw-cve-2026-21858-exposes-100k-servers 🚨 CISA เตือนด่วน: ช่องโหว่ HPE OneView ระดับ 10/10 และบั๊ก PowerPoint ปี 2009 ฟื้นคืนชีพ CISA เพิ่มสองช่องโหว่ใหม่เข้าสู่ KEV Catalog ได้แก่ CVE‑2025‑37164 ใน HPE OneView ที่เปิดให้ผู้โจมตีรันโค้ดระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และช่องโหว่เก่าปี 2009 ใน PowerPoint ที่กลับมาถูกใช้โจมตีอีกครั้ง หน่วยงานรัฐสหรัฐถูกกำหนดเส้นตายให้แก้ไขภายใน 28 ม.ค. 2026 เพื่อป้องกันการถูกยึดระบบ โดย HPE ได้ออกแพตช์เร่งด่วนแล้วแต่ต้องติดตั้งซ้ำหลังอัปเกรดบางเวอร์ชัน 🔗 https://securityonline.info/cisa-kev-alert-hpes-maximum-cvss-score-flaw-and-a-zombie-powerpoint-bug 🤖 Lenovo เปิดตัว “Qira” และโรงงานคลาวด์ AI ยักษ์ใหญ่ใน CES 2026 Lenovo ประกาศยุทธศาสตร์ Hybrid AI พร้อมเปิดตัว “Qira” ผู้ช่วย AI ส่วนบุคคลที่ทำงานข้ามอุปกรณ์ และจับมือ NVIDIA เปิดตัว AI Cloud Gigafactory ที่สามารถติดตั้งศูนย์ประมวลผลระดับกิกะวัตต์ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ พร้อมโชว์นวัตกรรมล้ำสมัย เช่น ThinkPad Rollable XD, AI Glasses และระบบ AI สำหรับ F1 และ FIFA ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ แสดงให้เห็นการเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สู่ผู้ให้บริการโซลูชัน AI เต็มรูปแบบ 🔗 https://securityonline.info/agentic-evolution-lenovo-unveils-qira-and-ai-cloud-gigafactories-at-ces-2026 🧠 Arm ประกาศยุค “Physical AI” และแพลตฟอร์ม AI‑Defined ที่ CES 2026 Arm ชูวิสัยทัศน์ใหม่ที่ AI จะฝังอยู่ในทุกอุปกรณ์ ตั้งแต่รถยนต์อัตโนมัติ หุ่นยนต์ ไปจนถึงอุปกรณ์สวมใส่ โดยเน้นพลังของ Physical AI และ Edge AI ที่ทำงานแบบเรียลไทม์และประหยัดพลังงาน พร้อมเผยว่าชิป Arm ถูกใช้ในระบบขับขี่อัตโนมัติของ Rivian, Tesla AI5 และแพลตฟอร์ม NVIDIA Thor รวมถึงการเติบโตของ Windows on Arm ที่รองรับอุปกรณ์กว่า 100 รุ่นในปีนี้ สะท้อนบทบาทของ Arm ในการเป็นแกนกลางของยุค AI ทุกหนแห่ง 🔗 https://securityonline.info/the-ubiquitous-brain-arm-unveils-the-era-of-physical-ai-and-ai-defined-platforms 🖱️ Logitech แก้ปัญหาใหญ่: ใบรับรองหมดอายุทำให้เมาส์บน Mac ใช้งานไม่ได้ ผู้ใช้ macOS จำนวนมากพบว่า Logi Options+ และ G HUB หยุดทำงานเพราะใบรับรองนักพัฒนา Apple หมดอายุ ทำให้ระบบบล็อกกระบวนการเบื้องหลังทั้งหมด ส่งผลให้การตั้งค่าปุ่มและโปรไฟล์ใช้งานไม่ได้ Logitech ได้ออกอัปเดตพร้อมใบรับรองใหม่แล้ว โดยผู้ใช้ต้องติดตั้งทับ (ห้ามลบโปรแกรมเดิม) เพื่อกู้คืนการตั้งค่าทั้งหมด ส่วนผู้ใช้ Windows ไม่ได้รับผลกระทบ 🔗 https://securityonline.info/the-logitech-fix-how-to-restore-your-broken-mac-mouse-settings-jan-2026 📮 Gmail ยุติระบบ Unified Inbox และปิดฟีเจอร์ Gmailify ในปี 2026 กูเกิลประกาศยุติการดึงอีเมลจากบัญชีภายนอกผ่าน POP3 และยกเลิกฟีเจอร์ Gmailify ทำให้ผู้ใช้ที่เคยรวมหลายบัญชีไว้ในกล่องจดหมายเดียวต้องปรับตัว โดยอาจต้องตั้งระบบ Forward อีเมลจากผู้ให้บริการอื่นแทน แม้ยังสามารถเพิ่มบัญชีภายนอกผ่าน IMAP ได้ แต่จะไม่รวมอยู่ใน Inbox หลักอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงนี้คาดว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นความปลอดภัยและการลดภาระระบบเดิมของกูเกิล 🔗 https://securityonline.info/the-end-of-the-unified-inbox-gmail-kills-pop3-fetching-and-gmailify-in-2026 🤖 Android ปิดประตูความโปร่งใส: Google หยุดปล่อยโค้ด AOSP รายไตรมาสในปี 2026 Google เตรียมเปลี่ยนรอบการปล่อยซอร์สโค้ด AOSP จากทุกไตรมาสเป็นปีละสองครั้ง ทำให้โค้ดจาก Q1 และ Q3 จะไม่ถูกเปิดเผยจนกว่าจะรวมเข้ารุ่น Q2 และ Q4 ส่งผลให้ชุมชน Custom ROM เช่น LineageOS ต้องรอแพตช์ใหม่ล่าช้า 3 เดือน แม้ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่รู้สึกถึงผลกระทบ แต่ความโปร่งใสของระบบ Android จะลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่แพตช์ความปลอดภัยรายเดือนยังคงปล่อยตามปกติ ​​​​​​​🔗 https://securityonline.info/android-behind-closed-doors-google-ends-quarterly-aosp-code-drops-in-2026
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 137 มุมมอง 0 รีวิว
  • Frore Systems โชว์ AirJet & LiquidJet ของจริง — คูลลิ่งจิ๋วพลังโหดที่อาจเปลี่ยนอนาคตโน้ตบุ๊กและ AI Server

    Frore Systems นำเทคโนโลยีระบายความร้อนรุ่นใหม่ AirJet และ LiquidJet มาโชว์แบบ “ตัวเป็น ๆ” ในงาน CES โดยชูจุดเด่นว่าให้ประสิทธิภาพสูงกว่าโซลูชันเดิมหลายเท่าในขนาดที่เล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด AirJet Mini G2 ซึ่งเป็นโมดูลพื้นฐาน ใช้แผ่นสั่นความถี่สูงเพื่อสร้างแรงลมแบบไร้ใบพัด ทำให้ทำงานเงียบมากและแทบไม่ต้องบำรุงรักษา เหมาะกับอุปกรณ์พกพาอย่าง ultrabook, mini‑PC และ embedded system ที่ต้องการคูลลิ่งระดับ 45W แต่พื้นที่จำกัด

    หนึ่งในเดโมที่โดดเด่นคือ AirJet Pak 5C ซึ่งใช้ AirJet Mini G2 จำนวน 5 ตัว สามารถระบายความร้อนให้ Nvidia Jetson Orin NX Super (40W TDP) ได้อย่างสบาย ทั้งที่ตัวคูลเลอร์หนักเพียง 300 กรัมและมีขนาดใกล้เคียงฮาร์ดดิสก์ 2.5 นิ้ว แต่ให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าฮีตซิงก์อลูมิเนียมหนัก 2 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีเดโมบน Galaxy Book 5 Pro 14 นิ้ว ที่เปลี่ยนจากระบบพัดลมคู่แบบเดิมเป็น AirJet 4 ตัว ทำให้ได้ TDP สูงขึ้น (24W จากเดิม 20W) และเสียงรบกวนลดลงเหลือเพียง 27 dBA พร้อมประสิทธิภาพ Cinebench ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

    สำหรับงานระดับเซิร์ฟเวอร์ Frore นำ LiquidJet ซึ่งเป็น cold plate แบบไมโครแชนแนล 3D มาโชว์ โดยออกแบบให้เส้นทางน้ำสั้นลงและแรงดันต่ำกว่าโซลูชันทั่วไป ทำให้รองรับความร้อนระดับสูงมาก เช่น Nvidia Rubin 2 SoC ที่ปล่อยความร้อนถึง 1950W แต่ LiquidJet สามารถคุมอุณหภูมิไว้ที่ 65–70°C ได้อย่างน่าทึ่ง รวมถึง ASIC 1200W ที่ยังคงเย็นเพียง 70–75°C แม้น้ำเข้าจะอุ่นถึง 34.5°C ก็ตาม

    เดโมสุดท้ายคือ GPU 600W ที่ปกติร้อนถึง 105°C แต่เมื่อใช้ LiquidJet รุ่นออกแบบพิเศษกลับสามารถคงอุณหภูมิไว้ที่ 95°C ได้อย่างเสถียร แสดงให้เห็นว่า Frore สามารถออกแบบ cold plate ให้ตรงกับ hotspot ของชิปแต่ละรุ่นได้อย่างแม่นยำ เทคโนโลยีนี้จึงถูกจับตามองอย่างมากในตลาด AI server ที่ต้องการคูลลิ่งประสิทธิภาพสูงเพื่อควบคุมต้นทุนพลังงานและเพิ่ม ROI

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Frore Systems โชว์ AirJet และ LiquidJet รุ่นผลิตจริงในงาน CES
    AirJet Mini G2 ใช้แผ่นสั่นสร้างแรงลมแบบไร้ใบพัด เงียบและไร้ฝุ่น

    AirJet Pak 5C ระบายความร้อน Jetson Orin NX Super (40W) ได้ด้วยน้ำหนักเพียง 300 กรัม
    ประสิทธิภาพเทียบฮีตซิงก์ 2 กิโลกรัม

    Galaxy Book 5 Pro ใช้ AirJet 4 ตัว ได้ TDP สูงขึ้นและเสียงลดลงเหลือ 27 dBA
    ประสิทธิภาพ Cinebench ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    LiquidJet รองรับความร้อนระดับ 1200–1950W สำหรับ AI server
    Rubin 2 SoC ถูกคุมไว้ที่ 65–70°C แม้โหลดสูงมาก

    GPU 600W ถูกลดอุณหภูมิจาก 105°C เหลือ 95°C ด้วย LiquidJet
    Cold plate ถูกออกแบบตรง hotspot ของชิปแต่ละรุ่น

    AirJet ยังเหมาะกับอุปกรณ์ TDP ต่ำ–กลางเท่านั้น
    ไม่เหมาะกับซีพียูเดสก์ท็อประดับสูง

    LiquidJet ต้องใช้ระบบน้ำเฉพาะทางและอาจมีต้นทุนสูง
    เหมาะกับศูนย์ข้อมูลมากกว่าผู้ใช้ทั่วไป

    เทคโนโลยีใหม่อาจต้องรอการยอมรับจากผู้ผลิตอุปกรณ์
    การนำไปใช้จริงอาจใช้เวลาหลายปี

    การออกแบบ cold plate เฉพาะรุ่นอาจเพิ่มต้นทุนการผลิต
    ไม่เหมาะกับตลาดที่ต้องการต้นทุนต่ำ

    https://www.tomshardware.com/pc-components/liquid-cooling/frore-systems-liquidjet-and-airjet-pak-cooling-systems-in-the-flesh-live-demo-with-production-hardware-display-impressive-cooling-capacity
    🧊🚀 Frore Systems โชว์ AirJet & LiquidJet ของจริง — คูลลิ่งจิ๋วพลังโหดที่อาจเปลี่ยนอนาคตโน้ตบุ๊กและ AI Server Frore Systems นำเทคโนโลยีระบายความร้อนรุ่นใหม่ AirJet และ LiquidJet มาโชว์แบบ “ตัวเป็น ๆ” ในงาน CES โดยชูจุดเด่นว่าให้ประสิทธิภาพสูงกว่าโซลูชันเดิมหลายเท่าในขนาดที่เล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด AirJet Mini G2 ซึ่งเป็นโมดูลพื้นฐาน ใช้แผ่นสั่นความถี่สูงเพื่อสร้างแรงลมแบบไร้ใบพัด ทำให้ทำงานเงียบมากและแทบไม่ต้องบำรุงรักษา เหมาะกับอุปกรณ์พกพาอย่าง ultrabook, mini‑PC และ embedded system ที่ต้องการคูลลิ่งระดับ 45W แต่พื้นที่จำกัด หนึ่งในเดโมที่โดดเด่นคือ AirJet Pak 5C ซึ่งใช้ AirJet Mini G2 จำนวน 5 ตัว สามารถระบายความร้อนให้ Nvidia Jetson Orin NX Super (40W TDP) ได้อย่างสบาย ทั้งที่ตัวคูลเลอร์หนักเพียง 300 กรัมและมีขนาดใกล้เคียงฮาร์ดดิสก์ 2.5 นิ้ว แต่ให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าฮีตซิงก์อลูมิเนียมหนัก 2 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีเดโมบน Galaxy Book 5 Pro 14 นิ้ว ที่เปลี่ยนจากระบบพัดลมคู่แบบเดิมเป็น AirJet 4 ตัว ทำให้ได้ TDP สูงขึ้น (24W จากเดิม 20W) และเสียงรบกวนลดลงเหลือเพียง 27 dBA พร้อมประสิทธิภาพ Cinebench ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน สำหรับงานระดับเซิร์ฟเวอร์ Frore นำ LiquidJet ซึ่งเป็น cold plate แบบไมโครแชนแนล 3D มาโชว์ โดยออกแบบให้เส้นทางน้ำสั้นลงและแรงดันต่ำกว่าโซลูชันทั่วไป ทำให้รองรับความร้อนระดับสูงมาก เช่น Nvidia Rubin 2 SoC ที่ปล่อยความร้อนถึง 1950W แต่ LiquidJet สามารถคุมอุณหภูมิไว้ที่ 65–70°C ได้อย่างน่าทึ่ง รวมถึง ASIC 1200W ที่ยังคงเย็นเพียง 70–75°C แม้น้ำเข้าจะอุ่นถึง 34.5°C ก็ตาม เดโมสุดท้ายคือ GPU 600W ที่ปกติร้อนถึง 105°C แต่เมื่อใช้ LiquidJet รุ่นออกแบบพิเศษกลับสามารถคงอุณหภูมิไว้ที่ 95°C ได้อย่างเสถียร แสดงให้เห็นว่า Frore สามารถออกแบบ cold plate ให้ตรงกับ hotspot ของชิปแต่ละรุ่นได้อย่างแม่นยำ เทคโนโลยีนี้จึงถูกจับตามองอย่างมากในตลาด AI server ที่ต้องการคูลลิ่งประสิทธิภาพสูงเพื่อควบคุมต้นทุนพลังงานและเพิ่ม ROI 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Frore Systems โชว์ AirJet และ LiquidJet รุ่นผลิตจริงในงาน CES ➡️ AirJet Mini G2 ใช้แผ่นสั่นสร้างแรงลมแบบไร้ใบพัด เงียบและไร้ฝุ่น ✅ AirJet Pak 5C ระบายความร้อน Jetson Orin NX Super (40W) ได้ด้วยน้ำหนักเพียง 300 กรัม ➡️ ประสิทธิภาพเทียบฮีตซิงก์ 2 กิโลกรัม ✅ Galaxy Book 5 Pro ใช้ AirJet 4 ตัว ได้ TDP สูงขึ้นและเสียงลดลงเหลือ 27 dBA ➡️ ประสิทธิภาพ Cinebench ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ✅ LiquidJet รองรับความร้อนระดับ 1200–1950W สำหรับ AI server ➡️ Rubin 2 SoC ถูกคุมไว้ที่ 65–70°C แม้โหลดสูงมาก ✅ GPU 600W ถูกลดอุณหภูมิจาก 105°C เหลือ 95°C ด้วย LiquidJet ➡️ Cold plate ถูกออกแบบตรง hotspot ของชิปแต่ละรุ่น ‼️ AirJet ยังเหมาะกับอุปกรณ์ TDP ต่ำ–กลางเท่านั้น ⛔ ไม่เหมาะกับซีพียูเดสก์ท็อประดับสูง ‼️ LiquidJet ต้องใช้ระบบน้ำเฉพาะทางและอาจมีต้นทุนสูง ⛔ เหมาะกับศูนย์ข้อมูลมากกว่าผู้ใช้ทั่วไป ‼️ เทคโนโลยีใหม่อาจต้องรอการยอมรับจากผู้ผลิตอุปกรณ์ ⛔ การนำไปใช้จริงอาจใช้เวลาหลายปี ‼️ การออกแบบ cold plate เฉพาะรุ่นอาจเพิ่มต้นทุนการผลิต ⛔ ไม่เหมาะกับตลาดที่ต้องการต้นทุนต่ำ https://www.tomshardware.com/pc-components/liquid-cooling/frore-systems-liquidjet-and-airjet-pak-cooling-systems-in-the-flesh-live-demo-with-production-hardware-display-impressive-cooling-capacity
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 60 มุมมอง 0 รีวิว
  • ASUS เปิดตัว ROG Strix LC IV — ชุดน้ำ AIO “ไร้สายภายนอก” ครั้งแรกของโลก พร้อมเมนบอร์ดรองรับ AIO Q‑Connector

    ASUS เปิดตัวชุดน้ำ AIO รุ่นใหม่ ROG Strix LC IV Series ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการประกอบคอม ด้วยดีไซน์ “ไร้สายภายนอกอย่างแท้จริง” โดยใช้ระบบเชื่อมต่อแบบใหม่ชื่อว่า AIO Q‑Connector ซึ่งใช้ pogo pins จำนวน 11 จุดในการส่งพลังงานและสัญญาณควบคุมทั้งหมดให้กับปั๊มน้ำ พัดลม และไฟ ARGB โดยไม่ต้องต่อสายใด ๆ เข้ากับหม้อน้ำหรือพัดลมเหมือน AIO รุ่นทั่วไป ทำให้เคสภายในดูสะอาดและเป็นระเบียบมากขึ้นอย่างชัดเจน

    AIO Q‑Connector จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเมื่อใช้คู่กับเมนบอร์ด ASUS รุ่นใหม่ที่รองรับ เช่น ROG Crosshair X870E Glacial, Dark Hero และ ROG Strix X870E‑E / X870E‑A Gaming WiFi7 Neo ซึ่งเป็นเมนบอร์ด AM5 รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อรองรับระบบไร้สายนี้โดยเฉพาะ แม้ ASUS จะบอกว่าอาจขยายไปยัง Intel ในอนาคต แต่ตอนนี้ผู้ใช้ AMD AM5 ถือเป็นกลุ่มแรกที่ได้สัมผัสเทคโนโลยีนี้ก่อนใคร

    ROG Strix LC IV ยังมาพร้อมตัวเลือก 3 รุ่นหลัก รวม 6 สี โดยรุ่นท็อปจะมี หน้าจอ LCD ขนาด 5.08 นิ้ว ความละเอียด 720×720 สำหรับแสดงสถานะเครื่องหรือแอนิเมชัน ROG ส่วนรุ่น SLC จะมีท่อที่สั้นกว่าเพื่อให้จัดวางในเคสได้เรียบร้อยขึ้น ขณะที่รุ่น LC IV ARGB แบบไม่มีจอจะเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าแต่ยังคงดีไซน์ไร้สายเหมือนกันทุกประการ

    อีกหนึ่งจุดเด่นคือ พัดลมทั้งสามตัวถูกติดตั้งมาจากโรงงานบนหม้อน้ำ 360 มม. ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องขันน็อตเอง และยังช่วยให้ ASUS สามารถจัดแสง Aura Sync ให้เป็นแผงไฟแบบ “ป้ายโฆษณาเคลื่อนไหว” ได้อย่างสวยงาม แม้ยังไม่ประกาศราคาและวันวางจำหน่าย แต่ ASUS ยืนยันว่าทุกรุ่นจะมาพร้อม ประกัน 6 ปี ซึ่งถือว่านานมากสำหรับ AIO ระดับพรีเมียม

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ROG Strix LC IV เป็น AIO รุ่นแรกที่ออกแบบให้ “ไร้สายภายนอก”
    ใช้ AIO Q‑Connector พร้อม pogo pins 11 จุดในการส่งพลังงานและสัญญาณ

    ต้องใช้คู่กับเมนบอร์ด ASUS รุ่นใหม่ที่รองรับ
    เช่น Crosshair X870E Glacial / Dark Hero และ Strix X870E‑E / X870E‑A

    มี 3 รุ่นหลัก รวม 6 สี พร้อมหน้าจอ LCD 5.08 นิ้วในรุ่นท็อป
    รุ่น SLC มีท่อสั้นกว่าเพื่อจัดสายง่ายขึ้น

    พัดลมติดตั้งมาจากโรงงานและรองรับ Aura Sync เต็มรูปแบบ
    หม้อน้ำ 360 มม. พร้อมไฟ ARGB แบบแผง

    ฟีเจอร์ไร้สายทำงานเต็มที่เฉพาะกับเมนบอร์ด ASUS รุ่นใหม่
    ผู้ใช้เมนบอร์ดแบรนด์อื่นจะไม่ได้ประโยชน์จากระบบนี้

    Ecosystem ของ ASUS อาจทำให้ผู้ใช้ถูกผูกกับแบรนด์มากขึ้น
    การอัปเกรดในอนาคตอาจต้องเลือกอุปกรณ์ ASUS ต่อเนื่อง

    ราคายังไม่ประกาศ แต่คาดว่าจะสูงกว่ารุ่นทั่วไป
    เทคโนโลยีใหม่มักมีต้นทุนสูงในช่วงแรก

    หาก AIO Q‑Connector มีปัญหา อาจกระทบทั้งระบบระบายความร้อน
    เพราะสายทั้งหมดรวมอยู่ในจุดเชื่อมต่อเดียว
    🧊🔌 ASUS เปิดตัว ROG Strix LC IV — ชุดน้ำ AIO “ไร้สายภายนอก” ครั้งแรกของโลก พร้อมเมนบอร์ดรองรับ AIO Q‑Connector ASUS เปิดตัวชุดน้ำ AIO รุ่นใหม่ ROG Strix LC IV Series ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการประกอบคอม ด้วยดีไซน์ “ไร้สายภายนอกอย่างแท้จริง” โดยใช้ระบบเชื่อมต่อแบบใหม่ชื่อว่า AIO Q‑Connector ซึ่งใช้ pogo pins จำนวน 11 จุดในการส่งพลังงานและสัญญาณควบคุมทั้งหมดให้กับปั๊มน้ำ พัดลม และไฟ ARGB โดยไม่ต้องต่อสายใด ๆ เข้ากับหม้อน้ำหรือพัดลมเหมือน AIO รุ่นทั่วไป ทำให้เคสภายในดูสะอาดและเป็นระเบียบมากขึ้นอย่างชัดเจน AIO Q‑Connector จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเมื่อใช้คู่กับเมนบอร์ด ASUS รุ่นใหม่ที่รองรับ เช่น ROG Crosshair X870E Glacial, Dark Hero และ ROG Strix X870E‑E / X870E‑A Gaming WiFi7 Neo ซึ่งเป็นเมนบอร์ด AM5 รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อรองรับระบบไร้สายนี้โดยเฉพาะ แม้ ASUS จะบอกว่าอาจขยายไปยัง Intel ในอนาคต แต่ตอนนี้ผู้ใช้ AMD AM5 ถือเป็นกลุ่มแรกที่ได้สัมผัสเทคโนโลยีนี้ก่อนใคร ROG Strix LC IV ยังมาพร้อมตัวเลือก 3 รุ่นหลัก รวม 6 สี โดยรุ่นท็อปจะมี หน้าจอ LCD ขนาด 5.08 นิ้ว ความละเอียด 720×720 สำหรับแสดงสถานะเครื่องหรือแอนิเมชัน ROG ส่วนรุ่น SLC จะมีท่อที่สั้นกว่าเพื่อให้จัดวางในเคสได้เรียบร้อยขึ้น ขณะที่รุ่น LC IV ARGB แบบไม่มีจอจะเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าแต่ยังคงดีไซน์ไร้สายเหมือนกันทุกประการ อีกหนึ่งจุดเด่นคือ พัดลมทั้งสามตัวถูกติดตั้งมาจากโรงงานบนหม้อน้ำ 360 มม. ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องขันน็อตเอง และยังช่วยให้ ASUS สามารถจัดแสง Aura Sync ให้เป็นแผงไฟแบบ “ป้ายโฆษณาเคลื่อนไหว” ได้อย่างสวยงาม แม้ยังไม่ประกาศราคาและวันวางจำหน่าย แต่ ASUS ยืนยันว่าทุกรุ่นจะมาพร้อม ประกัน 6 ปี ซึ่งถือว่านานมากสำหรับ AIO ระดับพรีเมียม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ROG Strix LC IV เป็น AIO รุ่นแรกที่ออกแบบให้ “ไร้สายภายนอก” ➡️ ใช้ AIO Q‑Connector พร้อม pogo pins 11 จุดในการส่งพลังงานและสัญญาณ ✅ ต้องใช้คู่กับเมนบอร์ด ASUS รุ่นใหม่ที่รองรับ ➡️ เช่น Crosshair X870E Glacial / Dark Hero และ Strix X870E‑E / X870E‑A ✅ มี 3 รุ่นหลัก รวม 6 สี พร้อมหน้าจอ LCD 5.08 นิ้วในรุ่นท็อป ➡️ รุ่น SLC มีท่อสั้นกว่าเพื่อจัดสายง่ายขึ้น ✅ พัดลมติดตั้งมาจากโรงงานและรองรับ Aura Sync เต็มรูปแบบ ➡️ หม้อน้ำ 360 มม. พร้อมไฟ ARGB แบบแผง ‼️ ฟีเจอร์ไร้สายทำงานเต็มที่เฉพาะกับเมนบอร์ด ASUS รุ่นใหม่ ⛔ ผู้ใช้เมนบอร์ดแบรนด์อื่นจะไม่ได้ประโยชน์จากระบบนี้ ‼️ Ecosystem ของ ASUS อาจทำให้ผู้ใช้ถูกผูกกับแบรนด์มากขึ้น ⛔ การอัปเกรดในอนาคตอาจต้องเลือกอุปกรณ์ ASUS ต่อเนื่อง ‼️ ราคายังไม่ประกาศ แต่คาดว่าจะสูงกว่ารุ่นทั่วไป ⛔ เทคโนโลยีใหม่มักมีต้นทุนสูงในช่วงแรก ‼️ หาก AIO Q‑Connector มีปัญหา อาจกระทบทั้งระบบระบายความร้อน ⛔ เพราะสายทั้งหมดรวมอยู่ในจุดเชื่อมต่อเดียว
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 44 มุมมอง 0 รีวิว
  • Samsung เปิดตัว Micro RGB TV ขนาด 130 นิ้ว—ทีวีคอนเซ็ปต์ที่ล้ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา

    Samsung เปิดตัวทีวี Micro RGB รุ่น R95H ขนาดมหึมา 130 นิ้วในงาน CES 2026 ซึ่งถือเป็นทีวี Micro RGB ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเปิดตัวมา จุดเด่นของรุ่นนี้คือการนำเทคโนโลยี Micro RGB รุ่นใหม่มาใช้ร่วมกับระบบ AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำของสี ความคมชัด และการจัดการแสงสะท้อนผ่านเทคโนโลยี Glare Free ที่ช่วยลดเงาสะท้อนบนหน้าจอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ภาพคมชัดแม้ในห้องที่มีแสงรบกวนสูง

    ทีวีรุ่นนี้ยังมาพร้อม Vision AI Companion ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ให้ผู้ใช้สามารถพูดคุยกับทีวีเพื่อค้นหาคอนเทนต์หรือรับคำแนะนำได้โดยตรง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Samsung ต้องการผลักดันทีวีให้เป็นอุปกรณ์สมาร์ตที่ตอบสนองการใช้งานมากกว่าแค่การรับชมภาพยนตร์หรือรายการทั่วไป นอกจากนี้ดีไซน์ของตัวเครื่องยังโดดเด่นด้วยขาตั้งโลหะขนาดใหญ่ที่ดูคล้ายกระดานดำแบบเคลื่อนที่ ซึ่งแม้จะดูแปลกตา แต่ก็ช่วยรองรับน้ำหนักและการปรับมุมของจอได้ดี

    เทคโนโลยี Micro RGB เองถือเป็นวิวัฒนาการใหม่ของ Micro LED โดยใช้หลอด LED ขนาดเล็กกว่า 100 ไมโครเมตรที่สามารถเปล่งแสงสีแดง เขียว น้ำเงินได้ด้วยตัวเอง ทำให้ให้สีสันแม่นยำถึงระดับครอบคลุม 100% ของมาตรฐานสี BT.2020 ซึ่งเหนือกว่า QD-TV ส่วนใหญ่ที่ทำได้เพียงประมาณ 85% นี่ทำให้ Micro RGB กลายเป็นเทคโนโลยีที่ใกล้เคียง “จอภาพสมบูรณ์แบบ” มากที่สุดในปัจจุบัน

    แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้น แต่ทีวีรุ่นนี้ยังเป็นเพียง “คอนเซ็ปต์” และจะไม่ถูกวางขายจริงในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เช่น Micro LED 114 นิ้วราคา 150,000 ดอลลาร์ หรือ Micro RGB 115 นิ้วราคา 29,999 ดอลลาร์ ก็พอจะคาดเดาได้ว่าหากรุ่น 130 นิ้วนี้ผลิตจริง ราคาน่าจะสูงลิ่วจนเป็นสินค้าสำหรับตลาดเฉพาะกลุ่มเท่านั้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Samsung เปิดตัว Micro RGB TV ขนาด 130 นิ้ว รุ่น R95H
    เป็นทีวี Micro RGB ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเปิดตัว

    ใช้ AI เพื่อเพิ่มคุณภาพภาพและลดแสงสะท้อน
    มาพร้อมเทคโนโลยี Glare Free และ Vision AI Companion

    Micro RGB ให้ความแม่นยำของสีสูงถึง 100% BT.2020
    เหนือกว่า QD-TV ส่วนใหญ่ที่ทำได้ประมาณ 85%

    รุ่นนี้เป็นเพียงคอนเซ็ปต์ ยังไม่วางขายจริง
    ราคาคาดว่าจะสูงมากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    ราคาของทีวี Micro RGB มีแนวโน้มสูงมาก
    รุ่นก่อนหน้าแตะหลักหลายหมื่นถึงหลักแสนดอลลาร์

    ขาตั้งโลหะดีไซน์แปลกตาอาจไม่เข้ากับบ้านส่วนใหญ่
    แม้จะรองรับน้ำหนักและปรับมุมได้ดี

    เป็นเพียงคอนเซ็ปต์ อาจไม่เข้าสู่สายการผลิตจริง
    เทคโนโลยีอาจยังไม่พร้อมสำหรับตลาดทั่วไป

    ขนาด 130 นิ้วต้องการพื้นที่ติดตั้งขนาดใหญ่
    ไม่เหมาะกับห้องนั่งเล่นทั่วไปหรือพื้นที่จำกัด


    https://www.slashgear.com/2070647/samsung-r95h-micro-rgb-reveal/
    📺✨ Samsung เปิดตัว Micro RGB TV ขนาด 130 นิ้ว—ทีวีคอนเซ็ปต์ที่ล้ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา Samsung เปิดตัวทีวี Micro RGB รุ่น R95H ขนาดมหึมา 130 นิ้วในงาน CES 2026 ซึ่งถือเป็นทีวี Micro RGB ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเปิดตัวมา จุดเด่นของรุ่นนี้คือการนำเทคโนโลยี Micro RGB รุ่นใหม่มาใช้ร่วมกับระบบ AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำของสี ความคมชัด และการจัดการแสงสะท้อนผ่านเทคโนโลยี Glare Free ที่ช่วยลดเงาสะท้อนบนหน้าจอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ภาพคมชัดแม้ในห้องที่มีแสงรบกวนสูง ทีวีรุ่นนี้ยังมาพร้อม Vision AI Companion ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ให้ผู้ใช้สามารถพูดคุยกับทีวีเพื่อค้นหาคอนเทนต์หรือรับคำแนะนำได้โดยตรง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Samsung ต้องการผลักดันทีวีให้เป็นอุปกรณ์สมาร์ตที่ตอบสนองการใช้งานมากกว่าแค่การรับชมภาพยนตร์หรือรายการทั่วไป นอกจากนี้ดีไซน์ของตัวเครื่องยังโดดเด่นด้วยขาตั้งโลหะขนาดใหญ่ที่ดูคล้ายกระดานดำแบบเคลื่อนที่ ซึ่งแม้จะดูแปลกตา แต่ก็ช่วยรองรับน้ำหนักและการปรับมุมของจอได้ดี เทคโนโลยี Micro RGB เองถือเป็นวิวัฒนาการใหม่ของ Micro LED โดยใช้หลอด LED ขนาดเล็กกว่า 100 ไมโครเมตรที่สามารถเปล่งแสงสีแดง เขียว น้ำเงินได้ด้วยตัวเอง ทำให้ให้สีสันแม่นยำถึงระดับครอบคลุม 100% ของมาตรฐานสี BT.2020 ซึ่งเหนือกว่า QD-TV ส่วนใหญ่ที่ทำได้เพียงประมาณ 85% นี่ทำให้ Micro RGB กลายเป็นเทคโนโลยีที่ใกล้เคียง “จอภาพสมบูรณ์แบบ” มากที่สุดในปัจจุบัน แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้น แต่ทีวีรุ่นนี้ยังเป็นเพียง “คอนเซ็ปต์” และจะไม่ถูกวางขายจริงในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เช่น Micro LED 114 นิ้วราคา 150,000 ดอลลาร์ หรือ Micro RGB 115 นิ้วราคา 29,999 ดอลลาร์ ก็พอจะคาดเดาได้ว่าหากรุ่น 130 นิ้วนี้ผลิตจริง ราคาน่าจะสูงลิ่วจนเป็นสินค้าสำหรับตลาดเฉพาะกลุ่มเท่านั้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Samsung เปิดตัว Micro RGB TV ขนาด 130 นิ้ว รุ่น R95H ➡️ เป็นทีวี Micro RGB ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเปิดตัว ✅ ใช้ AI เพื่อเพิ่มคุณภาพภาพและลดแสงสะท้อน ➡️ มาพร้อมเทคโนโลยี Glare Free และ Vision AI Companion ✅ Micro RGB ให้ความแม่นยำของสีสูงถึง 100% BT.2020 ➡️ เหนือกว่า QD-TV ส่วนใหญ่ที่ทำได้ประมาณ 85% ✅ รุ่นนี้เป็นเพียงคอนเซ็ปต์ ยังไม่วางขายจริง ➡️ ราคาคาดว่าจะสูงมากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ ราคาของทีวี Micro RGB มีแนวโน้มสูงมาก ⛔ รุ่นก่อนหน้าแตะหลักหลายหมื่นถึงหลักแสนดอลลาร์ ‼️ ขาตั้งโลหะดีไซน์แปลกตาอาจไม่เข้ากับบ้านส่วนใหญ่ ⛔ แม้จะรองรับน้ำหนักและปรับมุมได้ดี ‼️ เป็นเพียงคอนเซ็ปต์ อาจไม่เข้าสู่สายการผลิตจริง ⛔ เทคโนโลยีอาจยังไม่พร้อมสำหรับตลาดทั่วไป ‼️ ขนาด 130 นิ้วต้องการพื้นที่ติดตั้งขนาดใหญ่ ⛔ ไม่เหมาะกับห้องนั่งเล่นทั่วไปหรือพื้นที่จำกัด https://www.slashgear.com/2070647/samsung-r95h-micro-rgb-reveal/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    Samsung Unveils 'World's Largest' Micro RGB TV - SlashGear
    Samsung's new Micro RGB TV concept, model name R95H, is a massive 130-inch TV that comes with its own metal stand.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 34 มุมมอง 0 รีวิว
  • IPFire เพิ่มการรองรับ Wi‑Fi 7 / Wi‑Fi 6 พร้อม LLDP และ CDPv2 — อัปเกรดใหญ่สำหรับไฟร์วอลล์โอเพ่นซอร์ส

    IPFire ซึ่งเป็นหนึ่งในดิสโทรไฟร์วอลล์โอเพ่นซอร์สยอดนิยม ได้ประกาศอัปเดตครั้งสำคัญ โดยเพิ่มการรองรับ Wi‑Fi 7 และ Wi‑Fi 6 อย่างเป็นทางการ ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ฮาร์ดแวร์ไร้สายรุ่นใหม่ที่มีความเร็วสูงขึ้นและความหน่วงต่ำลงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การอัปเดตนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการสร้างระบบไฟร์วอลล์หรือเราเตอร์ Linux ที่รองรับเทคโนโลยีล่าสุด

    นอกจากการรองรับ Wi‑Fi รุ่นใหม่แล้ว IPFire ยังเพิ่มฟีเจอร์ LLDP (Link Layer Discovery Protocol) และ CDPv2 (Cisco Discovery Protocol v2) ซึ่งช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบ topology ของเครือข่ายได้ง่ายขึ้น โดยอุปกรณ์สามารถประกาศข้อมูล เช่น ชื่ออุปกรณ์, พอร์ตที่เชื่อมต่อ, VLAN, และความเร็วลิงก์ ทำให้การจัดการเครือข่ายระดับองค์กรมีความสะดวกและแม่นยำมากขึ้น

    การอัปเดตนี้ยังรวมถึงการปรับปรุงด้านความปลอดภัย แพตช์เคอร์เนลใหม่ และการอัปเดตแพ็กเกจต่าง ๆ เพื่อให้ระบบมีความเสถียรและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่การโจมตีผ่านอุปกรณ์เครือข่ายเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง IPFire ยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการระบบไฟร์วอลล์ที่โปร่งใสและควบคุมได้เต็มรูปแบบ

    การรองรับ Wi‑Fi 7 ทำให้ IPFire พร้อมสำหรับอนาคตของเครือข่ายไร้สายที่ความเร็วอาจทะลุระดับหลายกิกะบิตต่อวินาที เหมาะสำหรับบ้านอัจฉริยะ, ออฟฟิศขนาดเล็ก, และโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องการความเร็วสูงและ latency ต่ำ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    IPFire เพิ่มการรองรับ Wi‑Fi 7 และ Wi‑Fi 6
    รองรับฮาร์ดแวร์ไร้สายรุ่นใหม่ที่เร็วขึ้นและเสถียรขึ้น

    เพิ่มฟีเจอร์ LLDP และ CDPv2
    ช่วยให้ตรวจสอบ topology เครือข่ายได้ง่ายขึ้น

    อัปเดตเคอร์เนลและแพ็กเกจความปลอดภัย
    เพิ่มเสถียรภาพและความปลอดภัยของระบบ

    เหมาะสำหรับการใช้งานเป็นไฟร์วอลล์หรือเราเตอร์ Linux ระดับองค์กร
    รองรับการจัดการเครือข่ายที่ซับซ้อนมากขึ้น

    คำเตือน / ความเสี่ยง
    การใช้ Wi‑Fi 7 ต้องการฮาร์ดแวร์ที่รองรับโดยเฉพาะ
    ผู้ใช้ที่มีอุปกรณ์เก่าอาจไม่เห็นความแตกต่าง

    LLDP/CDPv2 อาจเปิดเผยข้อมูลเครือข่ายมากเกินไปหากตั้งค่าผิด
    ควรจำกัดการประกาศข้อมูลเฉพาะใน VLAN ที่ปลอดภัย

    การอัปเดตระบบไฟร์วอลล์อาจทำให้บริการหยุดชั่วคราว
    ควรอัปเดตในช่วงเวลาที่ไม่มีผู้ใช้งาน

    https://9to5linux.com/ipfire-linux-firewall-distro-adds-wi-fi-7-and-wi-fi-6-support-lldp-and-cdpv2
    📰 🛡️ IPFire เพิ่มการรองรับ Wi‑Fi 7 / Wi‑Fi 6 พร้อม LLDP และ CDPv2 — อัปเกรดใหญ่สำหรับไฟร์วอลล์โอเพ่นซอร์ส IPFire ซึ่งเป็นหนึ่งในดิสโทรไฟร์วอลล์โอเพ่นซอร์สยอดนิยม ได้ประกาศอัปเดตครั้งสำคัญ โดยเพิ่มการรองรับ Wi‑Fi 7 และ Wi‑Fi 6 อย่างเป็นทางการ ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ฮาร์ดแวร์ไร้สายรุ่นใหม่ที่มีความเร็วสูงขึ้นและความหน่วงต่ำลงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การอัปเดตนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการสร้างระบบไฟร์วอลล์หรือเราเตอร์ Linux ที่รองรับเทคโนโลยีล่าสุด นอกจากการรองรับ Wi‑Fi รุ่นใหม่แล้ว IPFire ยังเพิ่มฟีเจอร์ LLDP (Link Layer Discovery Protocol) และ CDPv2 (Cisco Discovery Protocol v2) ซึ่งช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบ topology ของเครือข่ายได้ง่ายขึ้น โดยอุปกรณ์สามารถประกาศข้อมูล เช่น ชื่ออุปกรณ์, พอร์ตที่เชื่อมต่อ, VLAN, และความเร็วลิงก์ ทำให้การจัดการเครือข่ายระดับองค์กรมีความสะดวกและแม่นยำมากขึ้น การอัปเดตนี้ยังรวมถึงการปรับปรุงด้านความปลอดภัย แพตช์เคอร์เนลใหม่ และการอัปเดตแพ็กเกจต่าง ๆ เพื่อให้ระบบมีความเสถียรและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่การโจมตีผ่านอุปกรณ์เครือข่ายเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง IPFire ยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการระบบไฟร์วอลล์ที่โปร่งใสและควบคุมได้เต็มรูปแบบ การรองรับ Wi‑Fi 7 ทำให้ IPFire พร้อมสำหรับอนาคตของเครือข่ายไร้สายที่ความเร็วอาจทะลุระดับหลายกิกะบิตต่อวินาที เหมาะสำหรับบ้านอัจฉริยะ, ออฟฟิศขนาดเล็ก, และโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องการความเร็วสูงและ latency ต่ำ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ IPFire เพิ่มการรองรับ Wi‑Fi 7 และ Wi‑Fi 6 ➡️ รองรับฮาร์ดแวร์ไร้สายรุ่นใหม่ที่เร็วขึ้นและเสถียรขึ้น ✅ เพิ่มฟีเจอร์ LLDP และ CDPv2 ➡️ ช่วยให้ตรวจสอบ topology เครือข่ายได้ง่ายขึ้น ✅ อัปเดตเคอร์เนลและแพ็กเกจความปลอดภัย ➡️ เพิ่มเสถียรภาพและความปลอดภัยของระบบ ✅ เหมาะสำหรับการใช้งานเป็นไฟร์วอลล์หรือเราเตอร์ Linux ระดับองค์กร ➡️ รองรับการจัดการเครือข่ายที่ซับซ้อนมากขึ้น คำเตือน / ความเสี่ยง ‼️ การใช้ Wi‑Fi 7 ต้องการฮาร์ดแวร์ที่รองรับโดยเฉพาะ ⛔ ผู้ใช้ที่มีอุปกรณ์เก่าอาจไม่เห็นความแตกต่าง ‼️ LLDP/CDPv2 อาจเปิดเผยข้อมูลเครือข่ายมากเกินไปหากตั้งค่าผิด ⛔ ควรจำกัดการประกาศข้อมูลเฉพาะใน VLAN ที่ปลอดภัย ‼️ การอัปเดตระบบไฟร์วอลล์อาจทำให้บริการหยุดชั่วคราว ⛔ ควรอัปเดตในช่วงเวลาที่ไม่มีผู้ใช้งาน https://9to5linux.com/ipfire-linux-firewall-distro-adds-wi-fi-7-and-wi-fi-6-support-lldp-and-cdpv2
    9TO5LINUX.COM
    IPFire Linux Firewall Distro Adds Wi-Fi 7 and Wi-Fi 6 Support, LLDP and CDPv2 - 9to5Linux
    IPFire 2.29 Core Update 199 Linux firewall distribution is now available for download with support for Wi-Fi 7 and Wi-Fi 6 wireless networks.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 32 มุมมอง 0 รีวิว
  • พบช่องโหว่ร้ายแรง CVE‑2025‑67859 — Auth Bypass ในยูทิลิตี้แบตเตอรี่บน Linux เสี่ยงถูกยึดระบบ

    มีรายงานการค้นพบช่องโหว่ระดับ Critical ภายใต้รหัส CVE‑2025‑67859 ซึ่งเกิดขึ้นในยูทิลิตี้จัดการแบตเตอรี่ยอดนิยมบน Linux ที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยช่องโหว่นี้เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถ ข้ามขั้นตอนยืนยันตัวตน (Authentication Bypass) และเข้าถึงฟังก์ชันระดับสูงของระบบได้โดยไม่ต้องมีสิทธิ์ที่ถูกต้อง นับเป็นความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การควบคุมเครื่องจากระยะไกลได้

    ช่องโหว่ประเภทนี้มักเกิดจากการตรวจสอบสิทธิ์ที่ไม่สมบูรณ์ เช่น การตรวจ token ไม่ครบ การตรวจสิทธิ์ฝั่ง client แทน server หรือการใช้ API ที่ไม่มีการป้องกันเพียงพอ เมื่อรวมกับการที่ยูทิลิตี้แบตเตอรี่ทำงานใกล้เคียงกับระดับ system service ยิ่งทำให้ผลกระทบรุนแรงขึ้น เพราะผู้โจมตีอาจเข้าถึงข้อมูลพลังงาน ระบบไฟล์ หรือแม้แต่รันคำสั่ง privileged ได้

    ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าช่องโหว่ลักษณะนี้อาจถูกนำไปใช้ร่วมกับช่องโหว่อื่นเพื่อทำ Privilege Escalation หรือ Remote Code Execution (RCE) โดยเฉพาะในระบบที่เปิดบริการให้ remote management หรือมีผู้ใช้หลายคนร่วมกันใช้งาน เช่น เซิร์ฟเวอร์ Linux, เครื่องพัฒนาโปรแกรม หรืออุปกรณ์ IoT ที่ใช้ Linux เป็นฐาน

    ขณะนี้ผู้พัฒนาได้เริ่มออกแพตช์แก้ไขในบางดิสโทรแล้ว และแนะนำให้ผู้ใช้ตรวจสอบอัปเดตความปลอดภัยทันที รวมถึงปิดการเข้าถึงยูทิลิตี้ผ่าน network interface ชั่วคราวหากไม่จำเป็น เพื่อป้องกันการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่ยังไม่ได้อัปเดตระบบ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ช่องโหว่ CVE‑2025‑67859 เป็นระดับ Critical
    ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถข้ามการยืนยันตัวตนได้

    เกิดในยูทิลิตี้จัดการแบตเตอรี่บน Linux ที่ใช้งานแพร่หลาย
    อาจถูกใช้เพื่อเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต

    ผู้พัฒนาเริ่มปล่อยแพตช์แก้ไขแล้ว
    ผู้ใช้ควรอัปเดตแพ็กเกจทันทีเพื่อปิดช่องโหว่

    คำเตือน / ความเสี่ยง
    เสี่ยงถูกยึดเครื่องหรือรันคำสั่ง privileged
    อาจนำไปสู่การโจมตีแบบ RCE หรือ Privilege Escalation

    ระบบที่เปิด remote access มีความเสี่ยงสูง
    ผู้โจมตีสามารถสแกนหาเครื่องที่ยังไม่ได้แพตช์ได้ง่าย

    การละเลยอัปเดตอาจทำให้ระบบถูกโจมตีแบบ Silent
    ผู้ใช้ไม่รู้ตัวจนกว่าจะเกิดความเสียหายแล้ว

    https://securityonline.info/cve-2025-67859-critical-auth-bypass-discovered-in-popular-linux-battery-utility/
    📰 ⚠️ พบช่องโหว่ร้ายแรง CVE‑2025‑67859 — Auth Bypass ในยูทิลิตี้แบตเตอรี่บน Linux เสี่ยงถูกยึดระบบ มีรายงานการค้นพบช่องโหว่ระดับ Critical ภายใต้รหัส CVE‑2025‑67859 ซึ่งเกิดขึ้นในยูทิลิตี้จัดการแบตเตอรี่ยอดนิยมบน Linux ที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยช่องโหว่นี้เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถ ข้ามขั้นตอนยืนยันตัวตน (Authentication Bypass) และเข้าถึงฟังก์ชันระดับสูงของระบบได้โดยไม่ต้องมีสิทธิ์ที่ถูกต้อง นับเป็นความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การควบคุมเครื่องจากระยะไกลได้ ช่องโหว่ประเภทนี้มักเกิดจากการตรวจสอบสิทธิ์ที่ไม่สมบูรณ์ เช่น การตรวจ token ไม่ครบ การตรวจสิทธิ์ฝั่ง client แทน server หรือการใช้ API ที่ไม่มีการป้องกันเพียงพอ เมื่อรวมกับการที่ยูทิลิตี้แบตเตอรี่ทำงานใกล้เคียงกับระดับ system service ยิ่งทำให้ผลกระทบรุนแรงขึ้น เพราะผู้โจมตีอาจเข้าถึงข้อมูลพลังงาน ระบบไฟล์ หรือแม้แต่รันคำสั่ง privileged ได้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าช่องโหว่ลักษณะนี้อาจถูกนำไปใช้ร่วมกับช่องโหว่อื่นเพื่อทำ Privilege Escalation หรือ Remote Code Execution (RCE) โดยเฉพาะในระบบที่เปิดบริการให้ remote management หรือมีผู้ใช้หลายคนร่วมกันใช้งาน เช่น เซิร์ฟเวอร์ Linux, เครื่องพัฒนาโปรแกรม หรืออุปกรณ์ IoT ที่ใช้ Linux เป็นฐาน ขณะนี้ผู้พัฒนาได้เริ่มออกแพตช์แก้ไขในบางดิสโทรแล้ว และแนะนำให้ผู้ใช้ตรวจสอบอัปเดตความปลอดภัยทันที รวมถึงปิดการเข้าถึงยูทิลิตี้ผ่าน network interface ชั่วคราวหากไม่จำเป็น เพื่อป้องกันการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่ยังไม่ได้อัปเดตระบบ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ช่องโหว่ CVE‑2025‑67859 เป็นระดับ Critical ➡️ ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถข้ามการยืนยันตัวตนได้ ✅ เกิดในยูทิลิตี้จัดการแบตเตอรี่บน Linux ที่ใช้งานแพร่หลาย ➡️ อาจถูกใช้เพื่อเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต ✅ ผู้พัฒนาเริ่มปล่อยแพตช์แก้ไขแล้ว ➡️ ผู้ใช้ควรอัปเดตแพ็กเกจทันทีเพื่อปิดช่องโหว่ คำเตือน / ความเสี่ยง ‼️ เสี่ยงถูกยึดเครื่องหรือรันคำสั่ง privileged ⛔ อาจนำไปสู่การโจมตีแบบ RCE หรือ Privilege Escalation ‼️ ระบบที่เปิด remote access มีความเสี่ยงสูง ⛔ ผู้โจมตีสามารถสแกนหาเครื่องที่ยังไม่ได้แพตช์ได้ง่าย ‼️ การละเลยอัปเดตอาจทำให้ระบบถูกโจมตีแบบ Silent ⛔ ผู้ใช้ไม่รู้ตัวจนกว่าจะเกิดความเสียหายแล้ว https://securityonline.info/cve-2025-67859-critical-auth-bypass-discovered-in-popular-linux-battery-utility/
    SECURITYONLINE.INFO
    CVE-2025-67859: Critical Auth Bypass Discovered in Popular Linux Battery Utility
    CVE-2025-67859: TLP 1.9.0 flaw lets users bypass root auth. SUSE researchers urge Linux users to update to version 1.9.1 to fix this critical security gap.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 36 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 6

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 6
    อันที่จริงจะว่าไป คุณพี่ปูติน คิดยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายท่อส่งขึ้นมา ก็อาจจะเพราะโดนอเมริกาอังกฤษวางยาเอาไว้ เกี่ยวกับเรื่องน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย
    ปี ค.ศ.1990 ต้นๆ รัฐบาลรัสเซีย นำโดยประธานาธิบดี บอริส เยลซิน พยายามให้ต่างชาติมาลงทุนด้านเงินทุนและเทคโนโลยี เกี่ยวกับกิจการน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย เยลซินตกลงให้สัมปทานแก่ บริษัทใหญ่ของอเมริกา และยุโรป ในการสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมัน 2 แห่ง คือ Sakhalin 1 และ Sakhalin 2 โดยการทำข้อตกลงแบ่งผลผลิตกัน production sharing agreement (PSA) โดยมี ExxonMobil เป็นหัวหน้าฝ่ายผู้ลงทุน มันเป็นสัมปทานที่ไม่ต้องเสียภาษีใดๆทั้งสิ้นให้แก่รัสเซีย….เยี่ยม คุณปู่เยลซิน เนื้อยุ่ยเคี้ยวง่าย
    ตามสัญญานี้ รัฐบาลรัสเซียจะได้รับส่วนแบ่ง เป็นน้ำมัน หรือแก๊สที่ผลิตได้ ….แต่รัสเซียจะได้ส่วนแบ่งนี้ ก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนได้ค่าลงทุนในโครงการคืนไปหมดก่อน แบบนี้น่าจะเรียกว่า สัญญาปล้นมากกว่าสัญญาแบ่งผลผลิต
    ผมขอแถมหน่อย สัญญาแบบนี้ มีที่มาน่ารู้จัก มันเป็นสัญญาแม่แบบ ที่ร่างโดย James Baker Institute ถังขยะความคิดของ เจมส์ เบเกอร์ที่ 3 ที่ไอ้โจรร้ายหนีคุก เคยเชิญมาหารือเรื่องการลงทุนกับกลุ่มคาร์ไลล์ Carlyle Group สมัยที่ไอ้โจรร้ายมันนั่งทำเนียบ จำกันได้ไหมครับ ยังมีอดีตนายกรัฐมนตรีไทยอีกท่านหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับ คาร์ไลล์ กรุ๊ปนี่ด้วย ( ข้อมูลส่วนที่มีผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มคาร์ไลน์นี้ ผมเอามาจากข้อเขียนของสื่อใหญ่ ชื่อ ทนง ขันทอง เขียนมา 10 กว่าปีแล้ว ลากมารับความดีความชอบด้วยกันซะหน่อยนะครับอาจารย์ )
    สัญญาร่วมลงทุน หรือสัญญาปล้นพิมพ์นี้ คณะทำงานของไอ้เหยี่ยวกระหายเลือด ดิก เชนี่ เป็นผู้ให้ความเห็นชอบ และเอาไปใช้กับอิรัค และประเทศที่เรียกว่ากำลังพัฒนาแบบบ้านเรา จริงๆ มันเหมือนเป็นสัญญาต้มตุ๋น หรือ ปล้นหน้าด้านๆ หน่วยงานในบ้านเราอ่านเจอ ก็ระวังกันไว้บ้างแล้วกันครับ
    ไม่นานก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศแจ้งว่า โครงการ Sakhalin 1 จะเริ่มทำการผลิต ExxonMobil แจ้งทางรัสเซียว่า ต้นทุนของการผลิตเพิ่มขึ้นไปอีก 30% ดังนั้น ส่วนแบ่งน้ำมันของรัสเซียจึงต้อง “รอ” ไปก่อน มันเป็นการแจ้งโดยนายเจมส์ เบเกอร์ ในฐานะทนายของ ExxonMobil มันคงนึกว่ารัสเซียกินหญ้ามากกว่ามันฝรั่ง
    และ 1 วันก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศเปิดสถานีส่งน้ำมันที่ De Kastri ของโครงการ Sakhalin 1 อย่างเป็นทางการ หน่วยงานที่ดูแลสิ่งแวดล้อมของรัสเซียก็ประกาศว่า สถานีส่งน้ำมันของ ExxonMobil ไม่ผ่านมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับเรื่องผิวดิน จึงสั่งระงับการผลิตน้ำมันไว้ก่อน
    เรียบร้อยคุณพี่ปูติน มีใครฝันว่าจะเห็นเรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นในบ้านเราไหมครับ ผมมันพวกคลั่งชาติขอฝันหน่อย
    และเช่นเดียวกับโครงการ Sakhalin 2 ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่าง Royal Dutch Shell ของอังกฤษกับบริษัทน้ำมันญี่ปุ่น ในการสำรวจและผลิตทั้งน้ำมันและแก๊ส ที่ใช้สัญญาพิมพ์เดียวกันกับโครงการ Sakhalin 1 ก็ได้ถูกรัฐบาลของคุณพี่ปูตินยกเลิกการออกใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อม และะทำให้การผลิตหยุดชะงักลง เขาว่า Royal Dutch Shell ลงทุนไป 2 หมื่นกว่าล้านเหรียญ เป็นโครงการที่ใหญ่มาก จ้างคนทำงานเกือบ 2 พันคน
    ต้องนับว่าคุณพี่ปูตินนี่ใจถึงจรืงๆ จะสร้างบ้านสร้างเมืองใหม่ มันต้องมีความกล้าหาญ ถ้าทำเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมือง แม้จะเหมือนนั่งอยู่หน้ากองไฟ หน้าไหม้หน้าเกรียมไปบ้าง แต่ยิ่งกว่าคุ้มครับ
    คงมีคนสงสัย รัสเซียที่มีทั้งน้ำมันและแก๊ส ทำไมรัสเซียถึงเน้นสร้างแต่เครือข่ายด้านแก๊ส
    คำตอบแรก คือ น้ำมันมีมาเฟียใหญ่คุมแยะ จากตัวอย่างที่เล่ามาข้างต้น มันอาจจะไปยาก ที่จะเริ่มสร้างชาติให้แข็งแรง ด้วยการวิ่งเข้าไปในดงตีนทันที จะฝ่าดงตีน ต้องมีความพร้อมพอสมควร ด้วยการเตรียมการส่วนอื่นด้วย
    คำตอบที่สอง คือ นำ้มัน สามารถมีการปั่นราคาขึ้นลงได้ ขืนลงทุนสร้างประเทศจากน้ำมัน ไอ้พวกมาเฟียใหญ่ที่คุมทั้งน้ำมัน ทั้งตลาดเงิน ทั้งตลาดหุ้น คงปั่นน้ำมันจนคุณพี่ปูติน จากสุดแกร่ง อาจกลายสภาพเป็นจิ้งหรีดได้ไม่ยาก
    คำตอบที่สาม คือ พวกเสี่ยปั้มตะวันออกกลางครองตลาดน้ำมันไว้แยะแล้ว มาที่หลัง จะให้แซง ของแถมจากมาเฟียใหญ่คงส่งมาเพียบ ยังไม่พร้อม ก็เก็บคะแนนทางอื่นไว้ รอวันพร้อมดีกว่า
    คำตอบที่สี่ คือ แก็ส กำลังเข้ามาแทนที่พลังงานน้ำมันในหลายจุด ความนิยมเริ่มพุ่ง และในยุโรป (ยัง) ไม่มีคู่แข่ง พวกมาเฟียยังนึกไม่ทัน
    คำตอบที่ห้า คือ แก๊ส ขนส่งยากโดยระบบอื่น ต้องใช้อุปกรณ์ค่อนข้างพิเศษ ทำให้มีต้นทุนสูง ส่วนการสร้างท่อส่ง เป็นการลงทุนครั้งเดียว ระยะยาวคุ้มกว่า และการซื้อขายแก๊สทางท่อส่งนี้ มีการทำสัญญาซื้อขายคิดราคาตายตัวล่วงหน้า ตัดโอกาสปั่นราคาออกไปได้ พวกมาเฟียมันจะได้กินแห้วบ้าง
    คำตอบที่หก และเป็นคำตอบที่น่าจะสำคัญที่สุด คือ สภาพภูมิประเทศของรัสเซีย ที่อยู่ใจกลางยูเรเซีย ตามที่ครูแมคพูดไว้ อุดมไปด้วยแหล่งพลังงาน และบริเวณที่ตั้งของรัสเซีย ที่เป็นผืนแผ่นดินใหญ่ มีเขตแดน ติดต่อกับ 14 ประเทศ 3 ทวีป หาใครมาเทียบยาก จึงเหมาะที่จะใช้เครือข่ายท่อส่ง เป็นยุทธศาสตร์ทางภูมิศาสตร์การเมือง
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    27 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 6 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 6 อันที่จริงจะว่าไป คุณพี่ปูติน คิดยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายท่อส่งขึ้นมา ก็อาจจะเพราะโดนอเมริกาอังกฤษวางยาเอาไว้ เกี่ยวกับเรื่องน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย ปี ค.ศ.1990 ต้นๆ รัฐบาลรัสเซีย นำโดยประธานาธิบดี บอริส เยลซิน พยายามให้ต่างชาติมาลงทุนด้านเงินทุนและเทคโนโลยี เกี่ยวกับกิจการน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย เยลซินตกลงให้สัมปทานแก่ บริษัทใหญ่ของอเมริกา และยุโรป ในการสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมัน 2 แห่ง คือ Sakhalin 1 และ Sakhalin 2 โดยการทำข้อตกลงแบ่งผลผลิตกัน production sharing agreement (PSA) โดยมี ExxonMobil เป็นหัวหน้าฝ่ายผู้ลงทุน มันเป็นสัมปทานที่ไม่ต้องเสียภาษีใดๆทั้งสิ้นให้แก่รัสเซีย….เยี่ยม คุณปู่เยลซิน เนื้อยุ่ยเคี้ยวง่าย ตามสัญญานี้ รัฐบาลรัสเซียจะได้รับส่วนแบ่ง เป็นน้ำมัน หรือแก๊สที่ผลิตได้ ….แต่รัสเซียจะได้ส่วนแบ่งนี้ ก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนได้ค่าลงทุนในโครงการคืนไปหมดก่อน แบบนี้น่าจะเรียกว่า สัญญาปล้นมากกว่าสัญญาแบ่งผลผลิต ผมขอแถมหน่อย สัญญาแบบนี้ มีที่มาน่ารู้จัก มันเป็นสัญญาแม่แบบ ที่ร่างโดย James Baker Institute ถังขยะความคิดของ เจมส์ เบเกอร์ที่ 3 ที่ไอ้โจรร้ายหนีคุก เคยเชิญมาหารือเรื่องการลงทุนกับกลุ่มคาร์ไลล์ Carlyle Group สมัยที่ไอ้โจรร้ายมันนั่งทำเนียบ จำกันได้ไหมครับ ยังมีอดีตนายกรัฐมนตรีไทยอีกท่านหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับ คาร์ไลล์ กรุ๊ปนี่ด้วย ( ข้อมูลส่วนที่มีผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มคาร์ไลน์นี้ ผมเอามาจากข้อเขียนของสื่อใหญ่ ชื่อ ทนง ขันทอง เขียนมา 10 กว่าปีแล้ว ลากมารับความดีความชอบด้วยกันซะหน่อยนะครับอาจารย์ ) สัญญาร่วมลงทุน หรือสัญญาปล้นพิมพ์นี้ คณะทำงานของไอ้เหยี่ยวกระหายเลือด ดิก เชนี่ เป็นผู้ให้ความเห็นชอบ และเอาไปใช้กับอิรัค และประเทศที่เรียกว่ากำลังพัฒนาแบบบ้านเรา จริงๆ มันเหมือนเป็นสัญญาต้มตุ๋น หรือ ปล้นหน้าด้านๆ หน่วยงานในบ้านเราอ่านเจอ ก็ระวังกันไว้บ้างแล้วกันครับ ไม่นานก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศแจ้งว่า โครงการ Sakhalin 1 จะเริ่มทำการผลิต ExxonMobil แจ้งทางรัสเซียว่า ต้นทุนของการผลิตเพิ่มขึ้นไปอีก 30% ดังนั้น ส่วนแบ่งน้ำมันของรัสเซียจึงต้อง “รอ” ไปก่อน มันเป็นการแจ้งโดยนายเจมส์ เบเกอร์ ในฐานะทนายของ ExxonMobil มันคงนึกว่ารัสเซียกินหญ้ามากกว่ามันฝรั่ง และ 1 วันก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศเปิดสถานีส่งน้ำมันที่ De Kastri ของโครงการ Sakhalin 1 อย่างเป็นทางการ หน่วยงานที่ดูแลสิ่งแวดล้อมของรัสเซียก็ประกาศว่า สถานีส่งน้ำมันของ ExxonMobil ไม่ผ่านมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับเรื่องผิวดิน จึงสั่งระงับการผลิตน้ำมันไว้ก่อน เรียบร้อยคุณพี่ปูติน มีใครฝันว่าจะเห็นเรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นในบ้านเราไหมครับ ผมมันพวกคลั่งชาติขอฝันหน่อย และเช่นเดียวกับโครงการ Sakhalin 2 ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่าง Royal Dutch Shell ของอังกฤษกับบริษัทน้ำมันญี่ปุ่น ในการสำรวจและผลิตทั้งน้ำมันและแก๊ส ที่ใช้สัญญาพิมพ์เดียวกันกับโครงการ Sakhalin 1 ก็ได้ถูกรัฐบาลของคุณพี่ปูตินยกเลิกการออกใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อม และะทำให้การผลิตหยุดชะงักลง เขาว่า Royal Dutch Shell ลงทุนไป 2 หมื่นกว่าล้านเหรียญ เป็นโครงการที่ใหญ่มาก จ้างคนทำงานเกือบ 2 พันคน ต้องนับว่าคุณพี่ปูตินนี่ใจถึงจรืงๆ จะสร้างบ้านสร้างเมืองใหม่ มันต้องมีความกล้าหาญ ถ้าทำเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมือง แม้จะเหมือนนั่งอยู่หน้ากองไฟ หน้าไหม้หน้าเกรียมไปบ้าง แต่ยิ่งกว่าคุ้มครับ คงมีคนสงสัย รัสเซียที่มีทั้งน้ำมันและแก๊ส ทำไมรัสเซียถึงเน้นสร้างแต่เครือข่ายด้านแก๊ส คำตอบแรก คือ น้ำมันมีมาเฟียใหญ่คุมแยะ จากตัวอย่างที่เล่ามาข้างต้น มันอาจจะไปยาก ที่จะเริ่มสร้างชาติให้แข็งแรง ด้วยการวิ่งเข้าไปในดงตีนทันที จะฝ่าดงตีน ต้องมีความพร้อมพอสมควร ด้วยการเตรียมการส่วนอื่นด้วย คำตอบที่สอง คือ นำ้มัน สามารถมีการปั่นราคาขึ้นลงได้ ขืนลงทุนสร้างประเทศจากน้ำมัน ไอ้พวกมาเฟียใหญ่ที่คุมทั้งน้ำมัน ทั้งตลาดเงิน ทั้งตลาดหุ้น คงปั่นน้ำมันจนคุณพี่ปูติน จากสุดแกร่ง อาจกลายสภาพเป็นจิ้งหรีดได้ไม่ยาก คำตอบที่สาม คือ พวกเสี่ยปั้มตะวันออกกลางครองตลาดน้ำมันไว้แยะแล้ว มาที่หลัง จะให้แซง ของแถมจากมาเฟียใหญ่คงส่งมาเพียบ ยังไม่พร้อม ก็เก็บคะแนนทางอื่นไว้ รอวันพร้อมดีกว่า คำตอบที่สี่ คือ แก็ส กำลังเข้ามาแทนที่พลังงานน้ำมันในหลายจุด ความนิยมเริ่มพุ่ง และในยุโรป (ยัง) ไม่มีคู่แข่ง พวกมาเฟียยังนึกไม่ทัน คำตอบที่ห้า คือ แก๊ส ขนส่งยากโดยระบบอื่น ต้องใช้อุปกรณ์ค่อนข้างพิเศษ ทำให้มีต้นทุนสูง ส่วนการสร้างท่อส่ง เป็นการลงทุนครั้งเดียว ระยะยาวคุ้มกว่า และการซื้อขายแก๊สทางท่อส่งนี้ มีการทำสัญญาซื้อขายคิดราคาตายตัวล่วงหน้า ตัดโอกาสปั่นราคาออกไปได้ พวกมาเฟียมันจะได้กินแห้วบ้าง คำตอบที่หก และเป็นคำตอบที่น่าจะสำคัญที่สุด คือ สภาพภูมิประเทศของรัสเซีย ที่อยู่ใจกลางยูเรเซีย ตามที่ครูแมคพูดไว้ อุดมไปด้วยแหล่งพลังงาน และบริเวณที่ตั้งของรัสเซีย ที่เป็นผืนแผ่นดินใหญ่ มีเขตแดน ติดต่อกับ 14 ประเทศ 3 ทวีป หาใครมาเทียบยาก จึงเหมาะที่จะใช้เครือข่ายท่อส่ง เป็นยุทธศาสตร์ทางภูมิศาสตร์การเมือง สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 27 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 136 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260107 #TechRadar

    OpenAI เผยมีผู้ใช้ ChatGPT ด้านสุขภาพกว่า 40 ล้านครั้งต่อวัน
    รายงานใหม่ของ OpenAI ระบุว่าผู้คนทั่วโลกกว่า 40 ล้านครั้งต่อวันใช้ ChatGPT เพื่อถามคำถามด้านสุขภาพ ตั้งแต่ตรวจสอบอาการ ไปจนถึงทำความเข้าใจคำแนะนำทางการแพทย์ โดยบริษัทมองว่า AI กำลังกลายเป็น “ผู้ช่วยด้านสุขภาพ” ที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูลและลดความสับสน แม้จะยังมีข้อกังวลเรื่องความแม่นยำและความเสี่ยงหากผู้ใช้เชื่อข้อมูลมากเกินไป แต่ตัวเลขการใช้งานสะท้อนว่าผู้คนจำนวนมากเลือกพึ่งพา AI ในช่วงเวลาที่เข้าถึงแพทย์ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openai/openai-says-40-million-people-use-chatgpt-for-healthcare-every-day

    Samsung โชว์จอพับไร้รอยพับครั้งแรก คาดเป็นสัญญาณถึง iPhone Fold
    ซัมซุงเปิดตัวเทคโนโลยีจอพับแบบไร้รอยพับที่ CES 2026 ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ใน iPhone Fold รุ่นแรกของ Apple ก่อนที่ซัมซุงเองจะนำไปใช้ในรุ่นถัดไป โดยจอนี้ถูกนำมาเทียบกับ Galaxy Z Fold 7 ให้เห็นชัดว่ารอยพับหายไปเกือบหมด ทำให้ตลาดมือถือพับได้อาจเข้าสู่ยุคใหม่ที่ทั้งสวยงามและทนทานกว่าเดิม พร้อมคาดการณ์ว่า iPhone Fold อาจเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้
    https://www.techradar.com/phones/iphone/samsung-just-revealed-the-first-creaseless-foldable-screen-and-it-could-be-a-serious-hint-towards-the-iphone-fold

    Google เตรียมยุติการรองรับ POP3 ใน Gmail ปี 2026
    Google ประกาศว่าจะหยุดรองรับ POP3 ใน Gmail ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถดึงอีเมลจากผู้ให้บริการอื่นเข้ามาใน Gmail ได้อีกต่อไป รวมถึงยุติฟีเจอร์ Gmailify ที่เคยช่วยเพิ่มระบบกันสแปมและฟีเจอร์ขั้นสูงให้บัญชีอีเมลภายนอก โดย Google แนะนำให้ใช้ IMAP แทน แม้จะมีข้อจำกัดมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบผู้ใช้ทั่วไปมากกว่าธุรกิจที่มีเครื่องมือย้ายข้อมูลใน Workspace อยู่แล้ว
    https://www.techradar.com/pro/google-set-to-end-pop3-support-heres-what-we-know

    ข่าวลือ OpenAI อาจซื้อ Pinterest จุดกระแสไม่พอใจจากผู้ใช้
    เพียงแค่บทความคาดการณ์ว่า OpenAI อาจเข้าซื้อ Pinterest ก็ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจทันที เพราะกังวลว่าแพลตฟอร์มที่เน้นการคัดสรรด้วยมือจะถูกกลืนด้วย AI และข้อมูลบนบอร์ดของพวกเขาอาจถูกนำไปใช้ฝึกโมเดล แม้จะยังไม่มีดีลจริง แต่กระแสต่อต้านสะท้อนว่าผู้ใช้ยังต้องการพื้นที่สร้างสรรค์ที่ไม่ถูกครอบงำด้วย AI ขณะที่หุ้น Pinterest กลับพุ่งขึ้นเพียงเพราะข่าวลือดังกล่าว
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openais-rumored-acquisition-plans-for-pinterest-provoke-fury-among-some-users

    HP เปิดตัวคีย์บอร์ดที่เป็นคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบ รองรับ Copilot+
    HP เปิดตัว EliteBoard G1a คีย์บอร์ดที่ภายในบรรจุพีซีครบชุด ใช้ชิป AMD Ryzen AI 300 พร้อมพลังประมวลผล AI มากพอสำหรับฟีเจอร์ Copilot+ บน Windows 11 แม้ตัวเครื่องจะบางเพียง 12 มม. แต่รองรับ RAM สูงสุด 64GB, SSD 2TB, ต่อจอ 4K ได้สองจอ และมีแบตเตอรี่ในตัว ทำให้เป็นแนวคิดใหม่ของพีซีแบบพกพาที่รวมทุกอย่างไว้ในคีย์บอร์ดเดียว
    https://www.techradar.com/computing/keyboards/hp-just-squeezed-a-desktop-computer-into-a-keyboard-and-its-powerful-enough-to-be-a-copilot-pc

    Deepfakes และความเชื่อมั่นดิจิทัลกำลังถูกท้าทาย
    ยุคที่ดีปเฟกและการปลอมแปลงด้วย AI แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้สังคม เศรษฐกิจ และสถาบันการเงินเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ทั้งการหลอกลวงด้วยใบหน้าเสียงปลอม การใช้วิดีโอปลอมในเหตุฉุกเฉิน ไปจนถึงการโจมตีองค์กรที่สร้างความเสียหายมหาศาล จึงเกิดแนวคิด “Proof of Humanness” เพื่อยืนยันว่าผู้ใช้งานเป็นมนุษย์จริงโดยไม่ต้องเก็บข้อมูลชีวมิติ ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของความเชื่อมั่นดิจิทัลในอนาคต และเป็นทางรอดจากโลกที่แยกของจริงออกจากของปลอมได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
    https://www.techradar.com/pro/deepfakes-and-distrust-how-human-provenance-can-rebuild-digital-confidence

    ความสับสนเรื่องการรีแบรนด์ Microsoft Office → Microsoft 365 Copilot
    ผู้ใช้จำนวนมากเกิดความงุนงงเมื่อพบว่า Office.com ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft 365 Copilot ทั้งที่การรีแบรนด์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2022 แล้ว โดย Microsoft ต้องการผลักดัน Copilot ให้เป็นศูนย์กลางการทำงาน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้กลับสร้างความไม่พอใจ เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าถูกบังคับให้ใช้ AI มากเกินไป รวมถึงความกังวลว่าชื่อ “Office” อาจหายไปจากวงการซอฟต์แวร์ในที่สุด
    https://www.techradar.com/pro/microsoft-office-has-been-rebranded-to-microsoft-365-copilot-or-has-it

    มัลแวร์ปลอม Blue Screen of Death หลอกเหยื่อให้ติดตั้งตัวเอง
    แฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัสเซียใช้แคมเปญ ClickFix รูปแบบใหม่ ส่งอีเมลปลอมเรื่องการจองโรงแรมเพื่อหลอกให้เหยื่อกดลิงก์ ก่อนแสดงหน้าจอ BSOD ปลอมเพื่อทำให้ตื่นตระหนกและรันสคริปต์ที่เป็นมัลแวร์จริง ซึ่งสามารถปิด Defender ขโมยรหัสผ่าน และดึงข้อมูลคลิปบอร์ดได้ ถือเป็นการโจมตีที่ผสมผสานจิตวิทยาและเทคนิคขั้นสูงเพื่อหลบการตรวจจับ
    https://www.techradar.com/pro/security/hackers-use-blue-screen-of-death-malware-to-target-victims

    มือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงแบบ BlackBerry กลับมาแล้ว
    Clicks Communicator เปิดตัวมือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงด้านล่างและหน้าจอ AMOLED ขนาดกะทัดรัด ให้กลิ่นอาย BlackBerry ยุคทอง เน้นการพิมพ์และการทำงานเป็นหลัก มาพร้อมช่องหูฟัง 3.5 มม. และ microSD สูงสุด 2TB เหมาะสำหรับคนที่คิดถึงความรู้สึกการพิมพ์แบบปุ่มจริง และต้องการมือถือเครื่องที่สองสำหรับงาน Productivity
    https://www.techradar.com/phones/android/missing-your-blackberry-the-clicks-communicator-brings-back-the-physical-keyboard-and-a-3-5mm-headphone-jack

    Edge ถูกรีดีไซน์ให้คล้าย Copilot และผู้ใช้ไม่ปลื้ม
    Microsoft กำลังทดสอบดีไซน์ใหม่ของ Edge ที่ยืมสไตล์จาก Copilot ทั้งโทนสี ฟอนต์ และเมนูต่าง ๆ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้เปิดโหมด Copilot ก็ตาม ทำให้เกิดกระแสต่อต้านว่า Microsoft กำลังยัดเยียด AI มากเกินไป และยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ “Microslop” แพร่กระจาย เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าประสบการณ์ใช้งานถูกบังคับให้เดินตามทิศทาง AI โดยไม่ฟังเสียงชุมชน
    https://www.techradar.com/computing/windows/microslop-is-heading-for-edge-major-browser-redesign-is-inspired-by-copilot-and-its-already-seriously-unpopular

    ช่องโหว่ WebUI เปิดทางให้แฮ็กเกอร์ยึดบัญชีและรันโค้ดระยะไกล
    Open WebUI ถูกพบช่องโหว่ร้ายแรงระดับ 8/10 (CVE‑2025‑64496) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีฉีดโค้ดผ่าน Direct Connection และขโมยโทเคนเพื่อยึดบัญชี รวมถึงอาจลุกลามไปสู่การรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยปัญหาเกิดจากการเชื่อมต่อไปยังโมเดลภายนอกที่ไม่ปลอดภัย และสามารถถูกหลอกให้เพิ่ม URL อันตรายได้ง่าย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 0.6.35 และจำกัดสิทธิ์การใช้เครื่องมือให้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น
    https://www.techradar.com/pro/security/this-webui-vulnerability-allows-remote-code-execution-heres-how-to-stay-safe

    องค์กรกว่า 50 แห่งถูกขโมยข้อมูลเพราะไม่เปิดใช้ MFA
    รายงานเผยว่าบริษัทใหญ่ระดับ Deloitte, KPMG และ Samsung ตกเป็นเหยื่อแฮ็กเกอร์ “Zestix” หลังไม่มีการบังคับใช้ MFA ทำให้ข้อมูลล็อกอินที่ถูกขโมยจากมัลแวร์อย่าง RedLine, Lumma และ Vidar ถูกนำไปใช้เข้าถึงคลาวด์และดูดข้อมูลจำนวนมาก บางองค์กรใช้รหัสผ่านเดิมมานานหลายปี ทำให้ความเสียหายขยายวงกว้าง เช่น Pickett & Associates สูญข้อมูลกว่า 139GB
    https://www.techradar.com/pro/security/dozens-of-organizations-fall-victim-to-infostealers-after-failing-to-enforce-mfa

    งานวิจัยเตือน AI อาจทำให้มนุษย์ต้องรับผิดชอบงานมากขึ้น แต่ค่าตอบแทนไม่เพิ่ม
    บทความจาก Occupational Medicine ชี้ว่าการนำ AI มาใช้ช่วยงานอาจทำให้มนุษย์ต้องรับบท “ผู้จัดการ AI” เพิ่มภาระ ตรวจสอบความผิดพลาด และรับความเครียดมากขึ้น แม้งานจะถูกมองว่าง่ายขึ้นก็ตาม ส่งผลให้ค่าตอบแทนไม่สอดคล้องกับความรับผิดชอบ พร้อมเตือนว่าการจัดการที่ไม่ดีอาจกระทบต่อสุขภาพ ผลิตภาพ และโครงสร้างแรงงานในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/new-report-on-ai-adoption-warns-workers-could-face-more-complex-responsibilities-for-lower-pay

    กลุ่มแฮ็กเกอร์ SLH กลับมาอีกครั้ง แต่ดันโดนล่อเข้ากับดัก Honeypot
    กลุ่ม Scattered Lapsus$ Hunters อ้างว่าบุกระบบ Resecurity ได้สำเร็จ แต่สุดท้ายถูกเปิดโปงว่าตกหลุม Honeypot ที่สร้างข้อมูลปลอมไว้ล่อ ทำให้ Resecurity สามารถเก็บ IP, บัญชีที่เชื่อมโยง และหลักฐานต่าง ๆ ส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ถือเป็นการพลิกเกมที่ทำให้กลุ่มแฮ็กเกอร์เสี่ยงถูกจับกุมมากขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/security/notorious-hacking-collective-returns-but-researchers-say-they-fell-for-a-honeypot

    AMD ประกาศยุค “YottaScale” ชี้ AI จะต้องการพลังประมวลผลระดับมหาศาล
    Lisa Su ซีอีโอ AMD กล่าวบนเวที CES 2026 ว่าโลกกำลังก้าวสู่ยุคที่ AI ต้องการพลังประมวลผลระดับ YottaFLOPS ซึ่งมากกว่าปัจจุบันถึง 10,000 เท่า พร้อมเปิดตัวชิปและโซลูชันใหม่ เช่น MI455 GPU และ EPYC Venice ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ โดยย้ำว่า AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่สุดในรอบ 50 ปี
    https://www.techradar.com/pro/amd-ceo-welcomes-us-to-the-yottascale-era-lisa-su-says-ai-will-need-yottaflops-of-compute-power-soon

    Lenovo เปิดตัวชุดเครื่องมือ AI ใหม่ยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน
    Lenovo เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI ใหม่ชื่อ Qira ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อการทำงานระหว่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และพีซีอย่างไร้รอยต่อ พร้อมฟีเจอร์ Smart Modes, Smart Share และ Smart Care ที่ช่วยปรับแต่งระบบ แชร์ไฟล์เร็วขึ้น และแก้ปัญหาเครื่องด้วย AI รวมถึงโซลูชัน AI สำหรับธุรกิจ SMB ที่เน้นความปลอดภัยและการประมวลผลบนอุปกรณ์โดยตรง ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Lenovo ที่ผลักดัน AI ให้เป็นหัวใจของการทำงานยุคใหม่
    https://www.techradar.com/pro/lenovo-unveils-the-ai-tools-it-hopes-will-supercharge-your-productivity-at-work

    ตำนาน Conner หวนคืนวงการสตอเรจใน CES 2026
    แบรนด์ Conner ผู้บุกเบิกฮาร์ดดิสก์ 3.5 นิ้วในยุค 80–90 กลับมาอีกครั้งใน CES 2026 ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นสตอเรจพกพา เช่น SSD ขนาดเล็ก อุปกรณ์สำรองข้อมูลมือถือ และรุ่นที่ผสานพาวเวอร์แบงก์ โดยมุ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคโมบายมากกว่าตลาดพีซีแบบเดิม แม้ตลาดแข่งขันสูง แต่การกลับมาครั้งนี้ก็สร้างความสนใจว่าบรรดาแบรนด์ในตำนานอื่น ๆ อาจตามกลับมาเช่นกัน
    https://www.techradar.com/pro/legendary-hdd-brand-that-created-3-5-inch-format-makes-surprising-comeback-at-ces-could-illustrious-names-like-maxtor-iomega-or-syquest-be-next

    OWC เปิดตัว SSD Thunderbolt 5 ความจุ 8TB เร็วแรงทะลุ 6000MB/s
    OWC เปิดตัว Envoy Ultra Thunderbolt 5 SSD ความจุ 8TB ที่รองรับความเร็วสูงกว่า 6000MB/s โดยไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอก ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมไร้พัดลม ทนฝุ่นและน้ำระดับ IP67 และรองรับทั้ง Mac, Windows, iPad Pro และ Chromebook แม้ราคาจะสูงถึง $1,699 แต่ถูกวางตำแหน่งเป็นอุปกรณ์สำหรับมืออาชีพที่ต้องการความเร็วและความจุระดับสูงสุดในตลาดปัจจุบัน
    https://www.techradar.com/pro/owc-debuts-pcie-gen4-class-8tb-thunderbolt-5-external-ssd-the-largest-and-fastest-in-its-category-but-it-wont-be-cheap

    ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ถูกกล่าวหาว่าถูกแฮกข้อมูลลูกค้ากว่า 1 ล้านราย
    Brightspeed หนึ่งในผู้ให้บริการไฟเบอร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่กลุ่มแฮกเกอร์ Crimson Collective อ้างว่าขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ากว่า 1 ล้านราย รวมถึงชื่อ อีเมล เบอร์โทร และข้อมูลการชำระเงินบางส่วน แม้บริษัทจะยังไม่ยืนยันเหตุการณ์ แต่ระบุว่ากำลังสืบสวนอย่างจริงจัง เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ
    https://www.techradar.com/pro/security/one-of-the-largest-us-broadband-providers-investigates-breach

    หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roborock รุ่นใหม่มี “ขา” ปีนบันไดได้จริง
    Roborock เปิดตัว Saros Rover หุ่นยนต์ดูดฝุ่นต้นแบบที่มาพร้อมขาแบบสติลท์ สามารถปีนบันได หมุนตัวบนขั้นบันได เดินบนพื้นต่างระดับ และหลบสิ่งกีดขวางอย่างคล่องตัว แม้ยังเป็นต้นแบบที่ต้องปรับปรุง แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์ทำความสะอาดที่สามารถทำงานในบ้านหลายระดับได้จริง และอาจเปลี่ยนมาตรฐานของตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในอนาคต
    https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/i-just-saw-roborocks-new-robot-vacuum-with-legs-and-its-going-to-make-no-go-zones-a-thing-of-the-past

    AI Bubble – ฟองสบู่ที่แตกได้ แต่เทคโนโลยีไม่หายไป
    บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้กระแสการลงทุนด้าน AI จะพองโตเกินจริงและอาจยุบตัวลงในไม่ช้า แต่ตัวเทคโนโลยีเองจะยังคงอยู่และเติบโตต่อไป เพราะ AI ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจในองค์กรทั่วโลก โดยประเทศต่าง ๆ มีท่าทีต่อ AI แตกต่างกัน—สหรัฐฯ เร่งนวัตกรรม จีนเน้นลอกเลียนแบบ ส่วนยุโรปออกกฎเข้ม—และผู้ชนะในยุคนี้จะเป็นองค์กรที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพคน ไม่ใช่ลดคนทำงาน
    https://www.techradar.com/pro/the-ai-bubble-it-will-burst-but-ai-will-still-be-here

    Philips Hue SpatialAware – ระบบไฟอัจฉริยะที่เข้าใจตำแหน่งจริงในห้อง
    Philips Hue เปิดตัวฟีเจอร์ SpatialAware ที่ทำให้ระบบไฟสามารถรับรู้ตำแหน่งของหลอดไฟแต่ละดวงในห้องผ่านการสแกนด้วยกล้องมือถือ แล้วปรับโทนสีและความสว่างให้สมจริงขึ้น เช่น การจำลองแสงพระอาทิตย์ตกหรือท้องฟ้าสว่าง พร้อมอัปเดตให้ Bridge Pro รองรับอุปกรณ์มากขึ้น และเพิ่มความสามารถของผู้ช่วย AI รวมถึงรองรับ Apple Home ได้ดีขึ้น ทำให้บ้านอัจฉริยะมีความลื่นไหลและเป็นธรรมชาติกว่าเดิม
    https://www.techradar.com/home/smart-lights/the-philips-hue-app-can-now-customize-lighting-scenes-so-they-suit-the-layout-of-your-rooms

    Lenovo Yoga Mini i – พีซีทรงกระบอกจิ๋ว รองรับ 4 จอ พร้อมพลัง AI
    Lenovo เปิดตัว Yoga Mini i พีซีขนาดเล็กเพียง 600 กรัม แต่รองรับจอภายนอกได้ถึง 4 จอ ใช้ชิป Intel Core Ultra X7 พร้อม RAM สูงสุด 32GB และ SSD สูงสุด 2TB ทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Copilot+ เพื่อรองรับงาน AI และมัลติทาสก์ได้ดี แม้จะไม่เล็กเท่า ThinkCentre M75n Nano รุ่นในตำนาน แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ทรงพลังสำหรับผู้ต้องการพีซีพกพาที่ทำงานจริงจังได้ครบเครื่อง
    https://www.techradar.com/pro/lenovo-adds-copilot-mac-mini-rival-to-yoga-product-line-but-i-am-so-disappointed-that-it-didnt-revive-the-nano-m75n-the-smallest-pc-ever

    Lenovo ThinkCentre X Tower – เวิร์กสเตชันคู่ GPU พร้อมการ์ด AI 1TB ลึกลับ
    ThinkCentre X Tower รุ่นใหม่ของ Lenovo กลับมาพร้อมระบบรองรับ GPU คู่แบบ RTX 5060 Ti รวม VRAM 32GB เพื่อประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่ได้ในเครื่องเดียว และยังมี “AI Fusion Card” ขนาด 1TB ที่ช่วยให้ทำ post-training โมเดลระดับ 70B parameters ได้ในเครื่อง พร้อมสเปกจัดเต็มทั้ง Intel Ultra 9, RAM สูงสุด 256GB และพื้นที่เก็บข้อมูล M.2 สูงสุด 6TB เหมาะสำหรับงาน AI inference และงานข้อมูลหนักระดับองค์กร
    https://www.techradar.com/pro/return-of-the-sli-lenovos-new-workstation-pc-supports-up-to-2-rtx-5060-ti-gpus-for-ai-inference-but-im-more-interested-in-the-secretive-1tb-ai-fusion-card

    Motorola Razr Fold – มือถือพับจอใหญ่ 8.1 นิ้ว พร้อมปากกาและกล้องจัดเต็ม
    Motorola เปิดตัว Razr Fold มือถือพับรุ่นใหม่ที่ขยายสู่ตลาดแท็บเล็ตพับได้ ด้วยหน้าจอใหญ่ 8.1 นิ้วและจอหน้าปก 6.6 นิ้ว รองรับปากกา Moto Pen Ultra ซึ่งเป็นจุดที่เหนือกว่า Galaxy Fold 7 พร้อมชุดกล้อง 5 ตัว รวมถึงกล้องหน้า 20MP และกล้องเซลฟี่ 32MP ที่ให้ความยืดหยุ่นด้านการถ่ายภาพสูง แม้ยังไม่เปิดเผยสเปกชิปหรือราคา แต่ดีไซน์ ฟีเจอร์ AI และความสามารถด้านมัลติทาสก์ทำให้รุ่นนี้น่าจับตามองมากในตลาดพับได้
    https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/motorola-razr-fold-is-mostly-a-mystery-but-it-already-outdoes-the-galaxy-fold-7-in-one-key-way

    Nvidia เปิดตัว G‑Sync Pulsar: ยกระดับความคมชัดการเคลื่อนไหวสำหรับเกมเมอร์
    Nvidia เผยโฉม G‑Sync Pulsar เทคโนโลยีใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดปัญหา motion blur โดยใช้ระบบ backlight แบบแบ่งโซนและการสแกนแบบ rolling scan ทำให้ภาพเคลื่อนไหวคมชัดขึ้นอย่างมากจนการเล่นเกม 250fps ให้ความรู้สึกเหมือนจอ 1,000Hz พร้อมเปิดตัวในจอรุ่นใหม่จาก Acer, Asus, AOC และ MSI ในวันที่ 7 มกราคม 2026 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ VRR รุ่นถัดไปสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความลื่นไหลสูงสุด
    https://www.techradar.com/computing/monitors/nvidias-new-g-sync-pulsar-update-for-motion-clarity-is-a-big-win-for-pc-gamers-and-heres-why

    Motorola Signature: เรือธงสุดแกร่งที่สเปกจัดเต็ม แต่ชิปยังไม่สุด
    Motorola เปิดตัว Motorola Signature สมาร์ทโฟนเรือธงดีไซน์พรีเมียมที่มาพร้อมกล้อง 50MP ทั้งสี่ตัว หน้าจอ AMOLED 165Hz ความสว่างสูงสุด 6,200 nits แบต 5,200mAh และชาร์จเร็ว 90W พร้อมความทนทานระดับ IP68/IP69 แต่จุดอ่อนคือชิป Snapdragon 8 Gen 5 ที่ยังไม่ใช่รุ่นท็อป ทำให้ประสิทธิภาพไม่โดดเด่นเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับราคาที่ใกล้เคียงคู่แข่งระดับไฮเอนด์ แม้โดยรวมยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความครบเครื่องและอัปเดตยาว 7 ปี
    https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/the-motorola-signature-is-a-stunning-rugged-samsung-galaxy-s25-rival-with-one-unfortunate-weakness

    เตือนภัย! แคมเปญมัลแวร์ใหม่ขโมยแชต AI ผ่านส่วนขยาย Chrome ปลอม
    นักวิจัยพบส่วนขยาย Chrome ปลอมสองตัวที่มีผู้ใช้รวมเกือบ 900,000 ราย แอบดึงข้อมูลการสนทนากับ AI และ URL ของแท็บทุก 30 นาที ส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม โดยปลอมตัวเป็นส่วนขยายยอดนิยมด้าน AI ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของส่วนขยายที่แม้จะอยู่ในร้านค้าอย่างเป็นทางการก็ยังอาจเป็นอันตรายได้ จึงควรตรวจสอบสิทธิ์และความน่าเชื่อถือก่อนติดตั้งเสมอ
    https://www.techradar.com/pro/security/this-new-malware-campaign-is-stealing-chat-logs-via-chrome-extensions

    Intel Arc B390: iGPU ตัวเปลี่ยนเกมที่ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาเล่นเกมลื่นระดับสูงได้จริง
    Intel เปิดตัวชิป Core Ultra series 3 พร้อม iGPU Arc B390 ที่สร้างความประทับใจด้วยประสิทธิภาพการเล่นเกมระดับสูง สามารถรันเกมอย่าง Battlefield 6 และ Dying Light: The Beast ที่ 1080p ด้วยเฟรมเรตสูงเกินคาด แม้ไม่มีการ์ดจอแยก ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาในปี 2026 กลายเป็นตัวเลือกที่เล่นเกมได้จริงจังมากขึ้น และอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาด ultrabook ที่ต้องการทั้งความบางและพลังกราฟิกในตัวเดียว
    https://www.techradar.com/computing/cpu/the-intel-core-ultra-series-3-processors-look-impressive-enough-but-the-arc-b390-igpu-is-the-real-game-changer-here

    เสียงชัดคือหัวใจของการทำงานร่วมกับ AI — ถ้า AI ฟังคุณไม่ได้ มันก็ช่วยคุณไม่ได้
    บทความชี้ให้เห็นว่าในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในที่ทำงาน การมีระบบเสียงที่คมชัดเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ AI ต้องอาศัยเสียงที่ถูกต้องเพื่อประมวลผล ฟังอารมณ์ และตอบสนองได้อย่างแม่นยำ ทั้งในการประชุม การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ และการทำงานร่วมกันระหว่างทีมทั่วโลก องค์กรที่ลงทุนในไมโครโฟนและระบบประมวลผลเสียงคุณภาพสูงจึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร ลดความผิดพลาด และปลดล็อกศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่
    https://www.techradar.com/pro/if-ai-cant-hear-you-it-cant-help-you-why-clear-audio-drives-real-productivity
    📌📡🟢 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟢📡📌 #รวมข่าวIT #20260107 #TechRadar 🏥 OpenAI เผยมีผู้ใช้ ChatGPT ด้านสุขภาพกว่า 40 ล้านครั้งต่อวัน รายงานใหม่ของ OpenAI ระบุว่าผู้คนทั่วโลกกว่า 40 ล้านครั้งต่อวันใช้ ChatGPT เพื่อถามคำถามด้านสุขภาพ ตั้งแต่ตรวจสอบอาการ ไปจนถึงทำความเข้าใจคำแนะนำทางการแพทย์ โดยบริษัทมองว่า AI กำลังกลายเป็น “ผู้ช่วยด้านสุขภาพ” ที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูลและลดความสับสน แม้จะยังมีข้อกังวลเรื่องความแม่นยำและความเสี่ยงหากผู้ใช้เชื่อข้อมูลมากเกินไป แต่ตัวเลขการใช้งานสะท้อนว่าผู้คนจำนวนมากเลือกพึ่งพา AI ในช่วงเวลาที่เข้าถึงแพทย์ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openai/openai-says-40-million-people-use-chatgpt-for-healthcare-every-day 📱 Samsung โชว์จอพับไร้รอยพับครั้งแรก คาดเป็นสัญญาณถึง iPhone Fold ซัมซุงเปิดตัวเทคโนโลยีจอพับแบบไร้รอยพับที่ CES 2026 ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ใน iPhone Fold รุ่นแรกของ Apple ก่อนที่ซัมซุงเองจะนำไปใช้ในรุ่นถัดไป โดยจอนี้ถูกนำมาเทียบกับ Galaxy Z Fold 7 ให้เห็นชัดว่ารอยพับหายไปเกือบหมด ทำให้ตลาดมือถือพับได้อาจเข้าสู่ยุคใหม่ที่ทั้งสวยงามและทนทานกว่าเดิม พร้อมคาดการณ์ว่า iPhone Fold อาจเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ 🔗 https://www.techradar.com/phones/iphone/samsung-just-revealed-the-first-creaseless-foldable-screen-and-it-could-be-a-serious-hint-towards-the-iphone-fold 📧 Google เตรียมยุติการรองรับ POP3 ใน Gmail ปี 2026 Google ประกาศว่าจะหยุดรองรับ POP3 ใน Gmail ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถดึงอีเมลจากผู้ให้บริการอื่นเข้ามาใน Gmail ได้อีกต่อไป รวมถึงยุติฟีเจอร์ Gmailify ที่เคยช่วยเพิ่มระบบกันสแปมและฟีเจอร์ขั้นสูงให้บัญชีอีเมลภายนอก โดย Google แนะนำให้ใช้ IMAP แทน แม้จะมีข้อจำกัดมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบผู้ใช้ทั่วไปมากกว่าธุรกิจที่มีเครื่องมือย้ายข้อมูลใน Workspace อยู่แล้ว 🔗 https://www.techradar.com/pro/google-set-to-end-pop3-support-heres-what-we-know 🎨 ข่าวลือ OpenAI อาจซื้อ Pinterest จุดกระแสไม่พอใจจากผู้ใช้ เพียงแค่บทความคาดการณ์ว่า OpenAI อาจเข้าซื้อ Pinterest ก็ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจทันที เพราะกังวลว่าแพลตฟอร์มที่เน้นการคัดสรรด้วยมือจะถูกกลืนด้วย AI และข้อมูลบนบอร์ดของพวกเขาอาจถูกนำไปใช้ฝึกโมเดล แม้จะยังไม่มีดีลจริง แต่กระแสต่อต้านสะท้อนว่าผู้ใช้ยังต้องการพื้นที่สร้างสรรค์ที่ไม่ถูกครอบงำด้วย AI ขณะที่หุ้น Pinterest กลับพุ่งขึ้นเพียงเพราะข่าวลือดังกล่าว 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openais-rumored-acquisition-plans-for-pinterest-provoke-fury-among-some-users ⌨️ HP เปิดตัวคีย์บอร์ดที่เป็นคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบ รองรับ Copilot+ HP เปิดตัว EliteBoard G1a คีย์บอร์ดที่ภายในบรรจุพีซีครบชุด ใช้ชิป AMD Ryzen AI 300 พร้อมพลังประมวลผล AI มากพอสำหรับฟีเจอร์ Copilot+ บน Windows 11 แม้ตัวเครื่องจะบางเพียง 12 มม. แต่รองรับ RAM สูงสุด 64GB, SSD 2TB, ต่อจอ 4K ได้สองจอ และมีแบตเตอรี่ในตัว ทำให้เป็นแนวคิดใหม่ของพีซีแบบพกพาที่รวมทุกอย่างไว้ในคีย์บอร์ดเดียว 🔗 https://www.techradar.com/computing/keyboards/hp-just-squeezed-a-desktop-computer-into-a-keyboard-and-its-powerful-enough-to-be-a-copilot-pc 🧩 Deepfakes และความเชื่อมั่นดิจิทัลกำลังถูกท้าทาย ยุคที่ดีปเฟกและการปลอมแปลงด้วย AI แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้สังคม เศรษฐกิจ และสถาบันการเงินเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ทั้งการหลอกลวงด้วยใบหน้าเสียงปลอม การใช้วิดีโอปลอมในเหตุฉุกเฉิน ไปจนถึงการโจมตีองค์กรที่สร้างความเสียหายมหาศาล จึงเกิดแนวคิด “Proof of Humanness” เพื่อยืนยันว่าผู้ใช้งานเป็นมนุษย์จริงโดยไม่ต้องเก็บข้อมูลชีวมิติ ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของความเชื่อมั่นดิจิทัลในอนาคต และเป็นทางรอดจากโลกที่แยกของจริงออกจากของปลอมได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ 🔗 https://www.techradar.com/pro/deepfakes-and-distrust-how-human-provenance-can-rebuild-digital-confidence 🌀 ความสับสนเรื่องการรีแบรนด์ Microsoft Office → Microsoft 365 Copilot ผู้ใช้จำนวนมากเกิดความงุนงงเมื่อพบว่า Office.com ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft 365 Copilot ทั้งที่การรีแบรนด์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2022 แล้ว โดย Microsoft ต้องการผลักดัน Copilot ให้เป็นศูนย์กลางการทำงาน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้กลับสร้างความไม่พอใจ เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าถูกบังคับให้ใช้ AI มากเกินไป รวมถึงความกังวลว่าชื่อ “Office” อาจหายไปจากวงการซอฟต์แวร์ในที่สุด 🔗 https://www.techradar.com/pro/microsoft-office-has-been-rebranded-to-microsoft-365-copilot-or-has-it 💀 มัลแวร์ปลอม Blue Screen of Death หลอกเหยื่อให้ติดตั้งตัวเอง แฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัสเซียใช้แคมเปญ ClickFix รูปแบบใหม่ ส่งอีเมลปลอมเรื่องการจองโรงแรมเพื่อหลอกให้เหยื่อกดลิงก์ ก่อนแสดงหน้าจอ BSOD ปลอมเพื่อทำให้ตื่นตระหนกและรันสคริปต์ที่เป็นมัลแวร์จริง ซึ่งสามารถปิด Defender ขโมยรหัสผ่าน และดึงข้อมูลคลิปบอร์ดได้ ถือเป็นการโจมตีที่ผสมผสานจิตวิทยาและเทคนิคขั้นสูงเพื่อหลบการตรวจจับ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/hackers-use-blue-screen-of-death-malware-to-target-victims ⌨️ มือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงแบบ BlackBerry กลับมาแล้ว Clicks Communicator เปิดตัวมือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงด้านล่างและหน้าจอ AMOLED ขนาดกะทัดรัด ให้กลิ่นอาย BlackBerry ยุคทอง เน้นการพิมพ์และการทำงานเป็นหลัก มาพร้อมช่องหูฟัง 3.5 มม. และ microSD สูงสุด 2TB เหมาะสำหรับคนที่คิดถึงความรู้สึกการพิมพ์แบบปุ่มจริง และต้องการมือถือเครื่องที่สองสำหรับงาน Productivity 🔗 https://www.techradar.com/phones/android/missing-your-blackberry-the-clicks-communicator-brings-back-the-physical-keyboard-and-a-3-5mm-headphone-jack 🧭 Edge ถูกรีดีไซน์ให้คล้าย Copilot และผู้ใช้ไม่ปลื้ม Microsoft กำลังทดสอบดีไซน์ใหม่ของ Edge ที่ยืมสไตล์จาก Copilot ทั้งโทนสี ฟอนต์ และเมนูต่าง ๆ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้เปิดโหมด Copilot ก็ตาม ทำให้เกิดกระแสต่อต้านว่า Microsoft กำลังยัดเยียด AI มากเกินไป และยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ “Microslop” แพร่กระจาย เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าประสบการณ์ใช้งานถูกบังคับให้เดินตามทิศทาง AI โดยไม่ฟังเสียงชุมชน 🔗 https://www.techradar.com/computing/windows/microslop-is-heading-for-edge-major-browser-redesign-is-inspired-by-copilot-and-its-already-seriously-unpopular ⚠️ ช่องโหว่ WebUI เปิดทางให้แฮ็กเกอร์ยึดบัญชีและรันโค้ดระยะไกล Open WebUI ถูกพบช่องโหว่ร้ายแรงระดับ 8/10 (CVE‑2025‑64496) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีฉีดโค้ดผ่าน Direct Connection และขโมยโทเคนเพื่อยึดบัญชี รวมถึงอาจลุกลามไปสู่การรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยปัญหาเกิดจากการเชื่อมต่อไปยังโมเดลภายนอกที่ไม่ปลอดภัย และสามารถถูกหลอกให้เพิ่ม URL อันตรายได้ง่าย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 0.6.35 และจำกัดสิทธิ์การใช้เครื่องมือให้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-webui-vulnerability-allows-remote-code-execution-heres-how-to-stay-safe 🔐 องค์กรกว่า 50 แห่งถูกขโมยข้อมูลเพราะไม่เปิดใช้ MFA รายงานเผยว่าบริษัทใหญ่ระดับ Deloitte, KPMG และ Samsung ตกเป็นเหยื่อแฮ็กเกอร์ “Zestix” หลังไม่มีการบังคับใช้ MFA ทำให้ข้อมูลล็อกอินที่ถูกขโมยจากมัลแวร์อย่าง RedLine, Lumma และ Vidar ถูกนำไปใช้เข้าถึงคลาวด์และดูดข้อมูลจำนวนมาก บางองค์กรใช้รหัสผ่านเดิมมานานหลายปี ทำให้ความเสียหายขยายวงกว้าง เช่น Pickett & Associates สูญข้อมูลกว่า 139GB 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/dozens-of-organizations-fall-victim-to-infostealers-after-failing-to-enforce-mfa 🧠 งานวิจัยเตือน AI อาจทำให้มนุษย์ต้องรับผิดชอบงานมากขึ้น แต่ค่าตอบแทนไม่เพิ่ม บทความจาก Occupational Medicine ชี้ว่าการนำ AI มาใช้ช่วยงานอาจทำให้มนุษย์ต้องรับบท “ผู้จัดการ AI” เพิ่มภาระ ตรวจสอบความผิดพลาด และรับความเครียดมากขึ้น แม้งานจะถูกมองว่าง่ายขึ้นก็ตาม ส่งผลให้ค่าตอบแทนไม่สอดคล้องกับความรับผิดชอบ พร้อมเตือนว่าการจัดการที่ไม่ดีอาจกระทบต่อสุขภาพ ผลิตภาพ และโครงสร้างแรงงานในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/new-report-on-ai-adoption-warns-workers-could-face-more-complex-responsibilities-for-lower-pay 🎣 กลุ่มแฮ็กเกอร์ SLH กลับมาอีกครั้ง แต่ดันโดนล่อเข้ากับดัก Honeypot กลุ่ม Scattered Lapsus$ Hunters อ้างว่าบุกระบบ Resecurity ได้สำเร็จ แต่สุดท้ายถูกเปิดโปงว่าตกหลุม Honeypot ที่สร้างข้อมูลปลอมไว้ล่อ ทำให้ Resecurity สามารถเก็บ IP, บัญชีที่เชื่อมโยง และหลักฐานต่าง ๆ ส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ถือเป็นการพลิกเกมที่ทำให้กลุ่มแฮ็กเกอร์เสี่ยงถูกจับกุมมากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/notorious-hacking-collective-returns-but-researchers-say-they-fell-for-a-honeypot 🚀 AMD ประกาศยุค “YottaScale” ชี้ AI จะต้องการพลังประมวลผลระดับมหาศาล Lisa Su ซีอีโอ AMD กล่าวบนเวที CES 2026 ว่าโลกกำลังก้าวสู่ยุคที่ AI ต้องการพลังประมวลผลระดับ YottaFLOPS ซึ่งมากกว่าปัจจุบันถึง 10,000 เท่า พร้อมเปิดตัวชิปและโซลูชันใหม่ เช่น MI455 GPU และ EPYC Venice ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ โดยย้ำว่า AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่สุดในรอบ 50 ปี 🔗 https://www.techradar.com/pro/amd-ceo-welcomes-us-to-the-yottascale-era-lisa-su-says-ai-will-need-yottaflops-of-compute-power-soon 🧠✨ Lenovo เปิดตัวชุดเครื่องมือ AI ใหม่ยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน Lenovo เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI ใหม่ชื่อ Qira ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อการทำงานระหว่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และพีซีอย่างไร้รอยต่อ พร้อมฟีเจอร์ Smart Modes, Smart Share และ Smart Care ที่ช่วยปรับแต่งระบบ แชร์ไฟล์เร็วขึ้น และแก้ปัญหาเครื่องด้วย AI รวมถึงโซลูชัน AI สำหรับธุรกิจ SMB ที่เน้นความปลอดภัยและการประมวลผลบนอุปกรณ์โดยตรง ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Lenovo ที่ผลักดัน AI ให้เป็นหัวใจของการทำงานยุคใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/lenovo-unveils-the-ai-tools-it-hopes-will-supercharge-your-productivity-at-work 💾📦 ตำนาน Conner หวนคืนวงการสตอเรจใน CES 2026 แบรนด์ Conner ผู้บุกเบิกฮาร์ดดิสก์ 3.5 นิ้วในยุค 80–90 กลับมาอีกครั้งใน CES 2026 ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นสตอเรจพกพา เช่น SSD ขนาดเล็ก อุปกรณ์สำรองข้อมูลมือถือ และรุ่นที่ผสานพาวเวอร์แบงก์ โดยมุ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคโมบายมากกว่าตลาดพีซีแบบเดิม แม้ตลาดแข่งขันสูง แต่การกลับมาครั้งนี้ก็สร้างความสนใจว่าบรรดาแบรนด์ในตำนานอื่น ๆ อาจตามกลับมาเช่นกัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/legendary-hdd-brand-that-created-3-5-inch-format-makes-surprising-comeback-at-ces-could-illustrious-names-like-maxtor-iomega-or-syquest-be-next ⚡🚀 OWC เปิดตัว SSD Thunderbolt 5 ความจุ 8TB เร็วแรงทะลุ 6000MB/s OWC เปิดตัว Envoy Ultra Thunderbolt 5 SSD ความจุ 8TB ที่รองรับความเร็วสูงกว่า 6000MB/s โดยไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอก ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมไร้พัดลม ทนฝุ่นและน้ำระดับ IP67 และรองรับทั้ง Mac, Windows, iPad Pro และ Chromebook แม้ราคาจะสูงถึง $1,699 แต่ถูกวางตำแหน่งเป็นอุปกรณ์สำหรับมืออาชีพที่ต้องการความเร็วและความจุระดับสูงสุดในตลาดปัจจุบัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/owc-debuts-pcie-gen4-class-8tb-thunderbolt-5-external-ssd-the-largest-and-fastest-in-its-category-but-it-wont-be-cheap 🔐⚠️ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ถูกกล่าวหาว่าถูกแฮกข้อมูลลูกค้ากว่า 1 ล้านราย Brightspeed หนึ่งในผู้ให้บริการไฟเบอร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่กลุ่มแฮกเกอร์ Crimson Collective อ้างว่าขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ากว่า 1 ล้านราย รวมถึงชื่อ อีเมล เบอร์โทร และข้อมูลการชำระเงินบางส่วน แม้บริษัทจะยังไม่ยืนยันเหตุการณ์ แต่ระบุว่ากำลังสืบสวนอย่างจริงจัง เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/one-of-the-largest-us-broadband-providers-investigates-breach 🤖🦵 หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roborock รุ่นใหม่มี “ขา” ปีนบันไดได้จริง Roborock เปิดตัว Saros Rover หุ่นยนต์ดูดฝุ่นต้นแบบที่มาพร้อมขาแบบสติลท์ สามารถปีนบันได หมุนตัวบนขั้นบันได เดินบนพื้นต่างระดับ และหลบสิ่งกีดขวางอย่างคล่องตัว แม้ยังเป็นต้นแบบที่ต้องปรับปรุง แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์ทำความสะอาดที่สามารถทำงานในบ้านหลายระดับได้จริง และอาจเปลี่ยนมาตรฐานของตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/i-just-saw-roborocks-new-robot-vacuum-with-legs-and-its-going-to-make-no-go-zones-a-thing-of-the-past 🧠 AI Bubble – ฟองสบู่ที่แตกได้ แต่เทคโนโลยีไม่หายไป บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้กระแสการลงทุนด้าน AI จะพองโตเกินจริงและอาจยุบตัวลงในไม่ช้า แต่ตัวเทคโนโลยีเองจะยังคงอยู่และเติบโตต่อไป เพราะ AI ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจในองค์กรทั่วโลก โดยประเทศต่าง ๆ มีท่าทีต่อ AI แตกต่างกัน—สหรัฐฯ เร่งนวัตกรรม จีนเน้นลอกเลียนแบบ ส่วนยุโรปออกกฎเข้ม—และผู้ชนะในยุคนี้จะเป็นองค์กรที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพคน ไม่ใช่ลดคนทำงาน 🔗 https://www.techradar.com/pro/the-ai-bubble-it-will-burst-but-ai-will-still-be-here 💡 Philips Hue SpatialAware – ระบบไฟอัจฉริยะที่เข้าใจตำแหน่งจริงในห้อง Philips Hue เปิดตัวฟีเจอร์ SpatialAware ที่ทำให้ระบบไฟสามารถรับรู้ตำแหน่งของหลอดไฟแต่ละดวงในห้องผ่านการสแกนด้วยกล้องมือถือ แล้วปรับโทนสีและความสว่างให้สมจริงขึ้น เช่น การจำลองแสงพระอาทิตย์ตกหรือท้องฟ้าสว่าง พร้อมอัปเดตให้ Bridge Pro รองรับอุปกรณ์มากขึ้น และเพิ่มความสามารถของผู้ช่วย AI รวมถึงรองรับ Apple Home ได้ดีขึ้น ทำให้บ้านอัจฉริยะมีความลื่นไหลและเป็นธรรมชาติกว่าเดิม 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-lights/the-philips-hue-app-can-now-customize-lighting-scenes-so-they-suit-the-layout-of-your-rooms 🖥️ Lenovo Yoga Mini i – พีซีทรงกระบอกจิ๋ว รองรับ 4 จอ พร้อมพลัง AI Lenovo เปิดตัว Yoga Mini i พีซีขนาดเล็กเพียง 600 กรัม แต่รองรับจอภายนอกได้ถึง 4 จอ ใช้ชิป Intel Core Ultra X7 พร้อม RAM สูงสุด 32GB และ SSD สูงสุด 2TB ทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Copilot+ เพื่อรองรับงาน AI และมัลติทาสก์ได้ดี แม้จะไม่เล็กเท่า ThinkCentre M75n Nano รุ่นในตำนาน แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ทรงพลังสำหรับผู้ต้องการพีซีพกพาที่ทำงานจริงจังได้ครบเครื่อง 🔗 https://www.techradar.com/pro/lenovo-adds-copilot-mac-mini-rival-to-yoga-product-line-but-i-am-so-disappointed-that-it-didnt-revive-the-nano-m75n-the-smallest-pc-ever 🚀 Lenovo ThinkCentre X Tower – เวิร์กสเตชันคู่ GPU พร้อมการ์ด AI 1TB ลึกลับ ThinkCentre X Tower รุ่นใหม่ของ Lenovo กลับมาพร้อมระบบรองรับ GPU คู่แบบ RTX 5060 Ti รวม VRAM 32GB เพื่อประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่ได้ในเครื่องเดียว และยังมี “AI Fusion Card” ขนาด 1TB ที่ช่วยให้ทำ post-training โมเดลระดับ 70B parameters ได้ในเครื่อง พร้อมสเปกจัดเต็มทั้ง Intel Ultra 9, RAM สูงสุด 256GB และพื้นที่เก็บข้อมูล M.2 สูงสุด 6TB เหมาะสำหรับงาน AI inference และงานข้อมูลหนักระดับองค์กร 🔗 https://www.techradar.com/pro/return-of-the-sli-lenovos-new-workstation-pc-supports-up-to-2-rtx-5060-ti-gpus-for-ai-inference-but-im-more-interested-in-the-secretive-1tb-ai-fusion-card 📱 Motorola Razr Fold – มือถือพับจอใหญ่ 8.1 นิ้ว พร้อมปากกาและกล้องจัดเต็ม Motorola เปิดตัว Razr Fold มือถือพับรุ่นใหม่ที่ขยายสู่ตลาดแท็บเล็ตพับได้ ด้วยหน้าจอใหญ่ 8.1 นิ้วและจอหน้าปก 6.6 นิ้ว รองรับปากกา Moto Pen Ultra ซึ่งเป็นจุดที่เหนือกว่า Galaxy Fold 7 พร้อมชุดกล้อง 5 ตัว รวมถึงกล้องหน้า 20MP และกล้องเซลฟี่ 32MP ที่ให้ความยืดหยุ่นด้านการถ่ายภาพสูง แม้ยังไม่เปิดเผยสเปกชิปหรือราคา แต่ดีไซน์ ฟีเจอร์ AI และความสามารถด้านมัลติทาสก์ทำให้รุ่นนี้น่าจับตามองมากในตลาดพับได้ 🔗 https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/motorola-razr-fold-is-mostly-a-mystery-but-it-already-outdoes-the-galaxy-fold-7-in-one-key-way 🖥️ Nvidia เปิดตัว G‑Sync Pulsar: ยกระดับความคมชัดการเคลื่อนไหวสำหรับเกมเมอร์ Nvidia เผยโฉม G‑Sync Pulsar เทคโนโลยีใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดปัญหา motion blur โดยใช้ระบบ backlight แบบแบ่งโซนและการสแกนแบบ rolling scan ทำให้ภาพเคลื่อนไหวคมชัดขึ้นอย่างมากจนการเล่นเกม 250fps ให้ความรู้สึกเหมือนจอ 1,000Hz พร้อมเปิดตัวในจอรุ่นใหม่จาก Acer, Asus, AOC และ MSI ในวันที่ 7 มกราคม 2026 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ VRR รุ่นถัดไปสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความลื่นไหลสูงสุด 🔗 https://www.techradar.com/computing/monitors/nvidias-new-g-sync-pulsar-update-for-motion-clarity-is-a-big-win-for-pc-gamers-and-heres-why 📱 Motorola Signature: เรือธงสุดแกร่งที่สเปกจัดเต็ม แต่ชิปยังไม่สุด Motorola เปิดตัว Motorola Signature สมาร์ทโฟนเรือธงดีไซน์พรีเมียมที่มาพร้อมกล้อง 50MP ทั้งสี่ตัว หน้าจอ AMOLED 165Hz ความสว่างสูงสุด 6,200 nits แบต 5,200mAh และชาร์จเร็ว 90W พร้อมความทนทานระดับ IP68/IP69 แต่จุดอ่อนคือชิป Snapdragon 8 Gen 5 ที่ยังไม่ใช่รุ่นท็อป ทำให้ประสิทธิภาพไม่โดดเด่นเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับราคาที่ใกล้เคียงคู่แข่งระดับไฮเอนด์ แม้โดยรวมยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความครบเครื่องและอัปเดตยาว 7 ปี 🔗 https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/the-motorola-signature-is-a-stunning-rugged-samsung-galaxy-s25-rival-with-one-unfortunate-weakness 🔐 เตือนภัย! แคมเปญมัลแวร์ใหม่ขโมยแชต AI ผ่านส่วนขยาย Chrome ปลอม นักวิจัยพบส่วนขยาย Chrome ปลอมสองตัวที่มีผู้ใช้รวมเกือบ 900,000 ราย แอบดึงข้อมูลการสนทนากับ AI และ URL ของแท็บทุก 30 นาที ส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม โดยปลอมตัวเป็นส่วนขยายยอดนิยมด้าน AI ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของส่วนขยายที่แม้จะอยู่ในร้านค้าอย่างเป็นทางการก็ยังอาจเป็นอันตรายได้ จึงควรตรวจสอบสิทธิ์และความน่าเชื่อถือก่อนติดตั้งเสมอ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-new-malware-campaign-is-stealing-chat-logs-via-chrome-extensions ⚡ Intel Arc B390: iGPU ตัวเปลี่ยนเกมที่ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาเล่นเกมลื่นระดับสูงได้จริง Intel เปิดตัวชิป Core Ultra series 3 พร้อม iGPU Arc B390 ที่สร้างความประทับใจด้วยประสิทธิภาพการเล่นเกมระดับสูง สามารถรันเกมอย่าง Battlefield 6 และ Dying Light: The Beast ที่ 1080p ด้วยเฟรมเรตสูงเกินคาด แม้ไม่มีการ์ดจอแยก ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาในปี 2026 กลายเป็นตัวเลือกที่เล่นเกมได้จริงจังมากขึ้น และอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาด ultrabook ที่ต้องการทั้งความบางและพลังกราฟิกในตัวเดียว 🔗 https://www.techradar.com/computing/cpu/the-intel-core-ultra-series-3-processors-look-impressive-enough-but-the-arc-b390-igpu-is-the-real-game-changer-here 🎙️ เสียงชัดคือหัวใจของการทำงานร่วมกับ AI — ถ้า AI ฟังคุณไม่ได้ มันก็ช่วยคุณไม่ได้ บทความชี้ให้เห็นว่าในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในที่ทำงาน การมีระบบเสียงที่คมชัดเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ AI ต้องอาศัยเสียงที่ถูกต้องเพื่อประมวลผล ฟังอารมณ์ และตอบสนองได้อย่างแม่นยำ ทั้งในการประชุม การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ และการทำงานร่วมกันระหว่างทีมทั่วโลก องค์กรที่ลงทุนในไมโครโฟนและระบบประมวลผลเสียงคุณภาพสูงจึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร ลดความผิดพลาด และปลดล็อกศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/if-ai-cant-hear-you-it-cant-help-you-why-clear-audio-drives-real-productivity
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 229 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20260107 #securityonline


    NVIDIA เปิดตัว G‑SYNC Pulsar และ DLSS 4.5: ก้าวกระโดดสู่ภาพลื่นระดับ 1000Hz
    NVIDIA เผยโฉมเทคโนโลยี G‑SYNC Pulsar ที่ยกระดับความคมชัดของภาพเคลื่อนไหวให้เทียบเท่าจอ 1000Hz ผ่านเทคนิค Rolling Scan และระบบควบคุมแสงแบบอัจฉริยะ พร้อมเปิดตัว DLSS 4.5 ที่เพิ่มเฟรมเรตได้สูงสุด 6 เท่าและลดปัญหา ghosting อย่างเห็นผล รวมถึงโชว์การใช้งาน ACE AI Assistant ในเกมจริงครั้งแรก ทำให้การเล่นเกมยุคใหม่ทั้งลื่น คม และฉลาดขึ้นอย่างชัดเจน
    https://securityonline.info/the-1000hz-illusion-nvidia-unveils-g-sync-pulsar-and-dlss-4-5-at-ces-2026

    Qualcomm เปิดตัว Agentic AI และแพลตฟอร์ม Dual‑Elite: สมองกลางของรถยนต์ยุคใหม่
    Qualcomm ประกาศความร่วมมือเชิงลึกกับ Google พร้อมเปิดตัวสถาปัตยกรรม Agentic AI และคอนโทรลเลอร์แบบ Dual Snapdragon Elite ที่รวมสมองกลรถยนต์ทุกระบบไว้ในศูนย์กลางเดียว รองรับทั้งจอหลายชุด กล้องจำนวนมาก และระบบขับขี่อัตโนมัติระดับสูง โดยมี Leapmotor และ Toyota เป็นพันธมิตรรายแรก ๆ ที่นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ที่คิด วิเคราะห์ และตอบสนองได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น
    https://securityonline.info/the-central-brain-qualcomm-unveils-agentic-ai-and-dual-elite-platforms-at-ces-2026

    Boston Dynamics จับมือ Google DeepMind สร้าง Atlas รุ่นใหม่ที่ทั้ง “คิดเป็นและเคลื่อนไหวเหนือมนุษย์”
    Boston Dynamics และ Google DeepMind ผนึกกำลังนำโมเดล Gemini Robotics มาเสริมสมองให้หุ่นยนต์ Atlas รุ่นใหม่ที่มีความแข็งแรงระดับยกของ 50 กก. พร้อมความสามารถด้านการรับรู้และเหตุผลขั้นสูง โดย Hyundai เตรียมนำไปทดสอบในสายการผลิตจริงภายในปีนี้ เป้าหมายคือหุ่นยนต์ที่ทั้งคล่องตัวและฉลาดพอสำหรับงานอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้
    https://securityonline.info/brain-meets-brawn-boston-dynamics-and-google-deepmind-unite-for-the-new-atlas

    “รถยนต์ 10 ปี” ของ Qualcomm x Google: ยุคใหม่ของรถที่อัปเดตได้เหมือนสมาร์ตโฟน
    Qualcomm และ Google เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ของรถยนต์แบบ Software‑Defined Vehicle ผ่านการผสาน Snapdragon Digital Chassis เข้ากับ Android Automotive OS และระบบคลาวด์ของ Google ทำให้รถสามารถอัปเดตฟีเจอร์ได้ยาวนานถึง 10 ปี รองรับ AI ผู้ช่วยในรถแบบเรียลไทม์ และเปิดให้พัฒนาแอปบน vSoC ผ่านคลาวด์โดยไม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์จริง ถือเป็นก้าวสำคัญสู่รถยนต์ที่ฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุการใช้งาน
    https://securityonline.info/the-ten-year-car-qualcomm-and-google-unveil-the-future-of-ai-powered-mobility

    MediaTek เปิดตัว Filogic 8000: ชิป Wi‑Fi 8 ที่เน้นความเสถียรมากกว่าความเร็ว
    MediaTek เปิดตัวแพลตฟอร์ม Wi‑Fi 8 Filogic 8000 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมที่มีอุปกรณ์หนาแน่นและงาน AI‑intensive โดยเน้นความเสถียร ความหน่วงต่ำ และประสิทธิภาพการใช้งานจริงมากกว่าความเร็วสูงสุด ด้วยเทคโนโลยี Multi‑AP Coordination, Spectral Efficiency และ Long‑Range Enhancement ทำให้เหมาะกับบ้านอัจฉริยะ องค์กร และอุปกรณ์ยุคใหม่ที่ต้องการการเชื่อมต่อที่ไม่สะดุดแม้ในพื้นที่แออัด
    https://securityonline.info/reliability-over-speed-mediatek-debuts-filogic-8000-to-power-the-wi-fi-8-revolution

    Google อุดช่องโหว่ WebView รุนแรงใน Chrome 143
    Google ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งสำคัญให้ Chrome เวอร์ชัน 143 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับรุนแรง CVE-2026-0628 ซึ่งเกิดจากการบังคับใช้นโยบายใน WebView ไม่เพียงพอ ทำให้ผู้โจมตีอาจหลุดออกจาก sandbox และเลี่ยงข้อจำกัดด้านความปลอดภัยได้ โดยช่องโหว่นี้ถูกรายงานตั้งแต่ปลายปี 2025 และ Google จำกัดการเปิดเผยรายละเอียดจนกว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะอัปเดตเพื่อป้องกันการย้อนรอยโจมตี
    https://securityonline.info/google-patches-high-severity-webview-flaw-in-chrome-143

    ช่องโหว่ Forcepoint DLP เปิดทางรันโค้ดผ่าน Python ที่ถูกจำกัด
    พบช่องโหว่ CVE-2025-14026 ใน Forcepoint One DLP Client ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถกู้คืนความสามารถของ Python ที่ถูกจำกัดไว้ และโหลด ctypes กลับมาใช้งานเพื่อรันโค้ดอันตรายได้ ส่งผลให้สามารถปิดระบบป้องกันข้อมูลหรือดัดแปลงพฤติกรรมของไคลเอนต์ได้ โดย Forcepoint แก้ปัญหาด้วยการลบ Python runtime ออกจากเวอร์ชันใหม่ทั้งหมด
    https://securityonline.info/cve-2025-14026-forcepoint-dlp-flaw-lets-attackers-unchain-restricted-python

    แคมเปญ PHALT#BLYX หลอกโรงแรมด้วย BSOD ปลอมเพื่อติดตั้ง DCRat
    แคมเปญโจมตี PHALT#BLYX ใช้การหลอกลวงแบบ “click-fix” ผ่านอีเมลปลอมจาก Booking.com พาเหยื่อไปหน้า CAPTCHA ปลอมที่นำไปสู่ Blue Screen ปลอม ก่อนหลอกให้รัน PowerShell เพื่อติดตั้งมัลแวร์ DCRat และ AsyncRAT โดยใช้เครื่องมือ Windows จริงเพื่อหลบการตรวจจับ พร้อมพบร่องรอยเชื่อมโยงกลุ่มผู้โจมตีที่ใช้ภาษารัสเซีย
    https://securityonline.info/the-clickfix-trap-phaltblyx-targets-hotels-with-fake-blue-screens-and-dcrat

    Utility ชื่อดังในจีนถูกแอบฝังปลั๊กอิน Mltab เพื่อดักข้อมูลเบราว์เซอร์
    เครื่องมือ Office Assistant ที่นิยมในจีนถูกพบว่าถูกฝังโค้ดอันตรายตั้งแต่ปี 2024 โดยโหลดปลั๊กอิน Mltab ที่มีลายเซ็นดิจิทัลปลอมเพื่อดักข้อมูลผู้ใช้และเปลี่ยนเส้นทางทราฟฟิก รวมถึงแก้ไขหน้า New Tab และลิงก์ต่าง ๆ เพื่อสร้างรายได้จากการรีไดเรกต์ โดยมีผู้ติดเชื้อเกือบหนึ่งล้านเครื่อง และปลั๊กอินยังคงอยู่ใน Edge Add-on Store ในช่วงเวลาที่รายงาน
    https://securityonline.info/popular-chinese-utility-hijacked-to-deploy-browser-malware

    ช่องโหว่ Dify ทำ API Key หลุดแบบ plaintext ให้ผู้ใช้ทั่วไปเห็นได้
    แพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส Dify พบช่องโหว่ CVE-2025-67732 ที่ทำให้ API key ของผู้ให้บริการโมเดล เช่น OpenAI ถูกส่งกลับไปยัง frontend แบบไม่ปิดบัง ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่ใช่แอดมินสามารถดึงคีย์ไปใช้สร้างค่าใช้จ่ายหรือเข้าถึงบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ทีมพัฒนาได้แก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 1.11.0 และแนะนำให้อัปเดตทันที
    https://securityonline.info/cve-2025-67732-dify-patch-fixes-high-severity-plaintext-api-key-exposure

    wolfSSH พบช่องโหว่ตรรกะร้ายแรงทำรหัสผ่านลูกค้ารั่วแบบไม่เข้ารหัส
    รายงานเตือนภัยล่าสุดเผยว่า wolfSSH มีช่องโหว่ด้านตรรกะที่ทำให้รหัสผ่านของผู้ใช้ถูกส่งแบบข้อความล้วน ซึ่งอาจถูกดักจับได้ง่ายในสภาพแวดล้อมเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัย โดยช่องโหว่นี้กระทบระบบที่ใช้ SCP/SSH และอุปกรณ์ embedded หลายประเภท ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องตรวจสอบการใช้งานและอัปเดตการตั้งค่าความปลอดภัยทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตีแบบดักฟังหรือสอดแนมข้อมูลสำคัญขององค์กร
    https://securityonline.info/wolfssh-alert-critical-logic-flaw-exposes-client-passwords-in-clear-text

    Microsoft เตือนภัยการปลอมโดเมนภายในพุ่งสูง ใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมล
    Microsoft รายงานว่ามีการโจมตีฟิชชิงรูปแบบใหม่ที่ปลอมอีเมลให้เหมือนส่งมาจากภายในองค์กร โดยอาศัยการตั้งค่า MX และ DMARC ที่ผิดพลาดในระบบที่ไม่ได้ชี้ตรงไปยัง Office 365 ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งอีเมลปลอมที่ดูน่าเชื่อถือมาก พร้อมแนบไฟล์ปลอม เช่น ใบแจ้งหนี้หรือเอกสารภาษี เพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินหรือกรอกข้อมูลสำคัญ ซึ่ง Microsoft แนะนำให้องค์กรตั้งค่า DMARC แบบ reject และ SPF แบบ hard fail เพื่อปิดช่องโหว่นี้ทันที
    https://securityonline.info/microsoft-warns-of-surge-in-internal-domain-spoofing

    ช่องโหว่ RCE ร้ายแรงโจมตีเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า แก้ไขไม่ได้อีกต่อไป
    พบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ที่เปิดให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลบนเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว โดยเกิดจากการตรวจสอบข้อมูลใน dnscfg.cgi ที่ไม่รัดกุม ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งคำสั่งระบบได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีรายงานว่าถูกใช้โจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ทำให้ผู้ใช้จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่เท่านั้นเพราะไม่มีแพตช์แก้ไขใด ๆ อีกต่อไป
    https://securityonline.info/cve-2026-0625-critical-actively-exploited-rce-hits-unpatchable-d-link-routers

    TOTOLINK EX200 เปิด Telnet root เองเมื่ออัปเดตเฟิร์มแวร์ผิดพลาด
    ช่องโหว่ CVE-2025-65606 ถูกพบใน TOTOLINK EX200 ซึ่งเมื่ออัปโหลดไฟล์เฟิร์มแวร์ที่ผิดรูปแบบ อุปกรณ์จะเข้าสู่โหมดผิดปกติและเปิดบริการ Telnet ด้วยสิทธิ์ root โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ทำให้ผู้โจมตีที่เข้าถึงหน้าเว็บจัดการได้สามารถยกระดับสิทธิ์เป็นผู้ควบคุมระบบเต็มรูปแบบ และเนื่องจากอุปกรณ์หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ผู้ใช้ควรเลิกใช้งานหรือแยกเครือข่ายอย่างเข้มงวดทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงร้ายแรง
    https://securityonline.info/cve-2025-65606-totolink-ex200-error-opens-root-telnet-door

    n8n พบช่องโหว่ CVSS 10.0 เปิดทางยึดระบบเต็มรูปแบบผ่านการเขียนไฟล์
    แพลตฟอร์ม workflow automation อย่าง n8n ประกาศเตือนช่องโหว่ร้ายแรง CVE-2026-21877 ที่เปิดให้ผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถเขียนไฟล์อันตรายลงระบบและสั่งรันโค้ดได้ ทำให้ผู้โจมตีสามารถยึดระบบทั้งเซิร์ฟเวอร์ได้ทันที โดยคาดว่าช่องโหว่มาจากฟีเจอร์ Git node ซึ่งแนะนำให้ปิดการใช้งานชั่วคราวหากยังไม่สามารถอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.3 หรือใหม่กว่าได้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีผู้ใช้หลายคนร่วมกัน
    ​​​​​​​ https://securityonline.info/cvss-10-0-alert-critical-n8n-flaw-cve-2026-21877-grants-total-control
    📌🔐🟢 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🟢🔐📌 #รวมข่าวIT #20260107 #securityonline ⚡ NVIDIA เปิดตัว G‑SYNC Pulsar และ DLSS 4.5: ก้าวกระโดดสู่ภาพลื่นระดับ 1000Hz NVIDIA เผยโฉมเทคโนโลยี G‑SYNC Pulsar ที่ยกระดับความคมชัดของภาพเคลื่อนไหวให้เทียบเท่าจอ 1000Hz ผ่านเทคนิค Rolling Scan และระบบควบคุมแสงแบบอัจฉริยะ พร้อมเปิดตัว DLSS 4.5 ที่เพิ่มเฟรมเรตได้สูงสุด 6 เท่าและลดปัญหา ghosting อย่างเห็นผล รวมถึงโชว์การใช้งาน ACE AI Assistant ในเกมจริงครั้งแรก ทำให้การเล่นเกมยุคใหม่ทั้งลื่น คม และฉลาดขึ้นอย่างชัดเจน 🔗 https://securityonline.info/the-1000hz-illusion-nvidia-unveils-g-sync-pulsar-and-dlss-4-5-at-ces-2026 🚗🧠 Qualcomm เปิดตัว Agentic AI และแพลตฟอร์ม Dual‑Elite: สมองกลางของรถยนต์ยุคใหม่ Qualcomm ประกาศความร่วมมือเชิงลึกกับ Google พร้อมเปิดตัวสถาปัตยกรรม Agentic AI และคอนโทรลเลอร์แบบ Dual Snapdragon Elite ที่รวมสมองกลรถยนต์ทุกระบบไว้ในศูนย์กลางเดียว รองรับทั้งจอหลายชุด กล้องจำนวนมาก และระบบขับขี่อัตโนมัติระดับสูง โดยมี Leapmotor และ Toyota เป็นพันธมิตรรายแรก ๆ ที่นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ที่คิด วิเคราะห์ และตอบสนองได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น 🔗 https://securityonline.info/the-central-brain-qualcomm-unveils-agentic-ai-and-dual-elite-platforms-at-ces-2026 🤖✨ Boston Dynamics จับมือ Google DeepMind สร้าง Atlas รุ่นใหม่ที่ทั้ง “คิดเป็นและเคลื่อนไหวเหนือมนุษย์” Boston Dynamics และ Google DeepMind ผนึกกำลังนำโมเดล Gemini Robotics มาเสริมสมองให้หุ่นยนต์ Atlas รุ่นใหม่ที่มีความแข็งแรงระดับยกของ 50 กก. พร้อมความสามารถด้านการรับรู้และเหตุผลขั้นสูง โดย Hyundai เตรียมนำไปทดสอบในสายการผลิตจริงภายในปีนี้ เป้าหมายคือหุ่นยนต์ที่ทั้งคล่องตัวและฉลาดพอสำหรับงานอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้ 🔗 https://securityonline.info/brain-meets-brawn-boston-dynamics-and-google-deepmind-unite-for-the-new-atlas 🚘🌐 “รถยนต์ 10 ปี” ของ Qualcomm x Google: ยุคใหม่ของรถที่อัปเดตได้เหมือนสมาร์ตโฟน Qualcomm และ Google เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ของรถยนต์แบบ Software‑Defined Vehicle ผ่านการผสาน Snapdragon Digital Chassis เข้ากับ Android Automotive OS และระบบคลาวด์ของ Google ทำให้รถสามารถอัปเดตฟีเจอร์ได้ยาวนานถึง 10 ปี รองรับ AI ผู้ช่วยในรถแบบเรียลไทม์ และเปิดให้พัฒนาแอปบน vSoC ผ่านคลาวด์โดยไม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์จริง ถือเป็นก้าวสำคัญสู่รถยนต์ที่ฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุการใช้งาน 🔗 https://securityonline.info/the-ten-year-car-qualcomm-and-google-unveil-the-future-of-ai-powered-mobility 📶🚀 MediaTek เปิดตัว Filogic 8000: ชิป Wi‑Fi 8 ที่เน้นความเสถียรมากกว่าความเร็ว MediaTek เปิดตัวแพลตฟอร์ม Wi‑Fi 8 Filogic 8000 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมที่มีอุปกรณ์หนาแน่นและงาน AI‑intensive โดยเน้นความเสถียร ความหน่วงต่ำ และประสิทธิภาพการใช้งานจริงมากกว่าความเร็วสูงสุด ด้วยเทคโนโลยี Multi‑AP Coordination, Spectral Efficiency และ Long‑Range Enhancement ทำให้เหมาะกับบ้านอัจฉริยะ องค์กร และอุปกรณ์ยุคใหม่ที่ต้องการการเชื่อมต่อที่ไม่สะดุดแม้ในพื้นที่แออัด 🔗 https://securityonline.info/reliability-over-speed-mediatek-debuts-filogic-8000-to-power-the-wi-fi-8-revolution 🛡️ Google อุดช่องโหว่ WebView รุนแรงใน Chrome 143 Google ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งสำคัญให้ Chrome เวอร์ชัน 143 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับรุนแรง CVE-2026-0628 ซึ่งเกิดจากการบังคับใช้นโยบายใน WebView ไม่เพียงพอ ทำให้ผู้โจมตีอาจหลุดออกจาก sandbox และเลี่ยงข้อจำกัดด้านความปลอดภัยได้ โดยช่องโหว่นี้ถูกรายงานตั้งแต่ปลายปี 2025 และ Google จำกัดการเปิดเผยรายละเอียดจนกว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะอัปเดตเพื่อป้องกันการย้อนรอยโจมตี 🔗 https://securityonline.info/google-patches-high-severity-webview-flaw-in-chrome-143 🐍🔓 ช่องโหว่ Forcepoint DLP เปิดทางรันโค้ดผ่าน Python ที่ถูกจำกัด พบช่องโหว่ CVE-2025-14026 ใน Forcepoint One DLP Client ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถกู้คืนความสามารถของ Python ที่ถูกจำกัดไว้ และโหลด ctypes กลับมาใช้งานเพื่อรันโค้ดอันตรายได้ ส่งผลให้สามารถปิดระบบป้องกันข้อมูลหรือดัดแปลงพฤติกรรมของไคลเอนต์ได้ โดย Forcepoint แก้ปัญหาด้วยการลบ Python runtime ออกจากเวอร์ชันใหม่ทั้งหมด 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-14026-forcepoint-dlp-flaw-lets-attackers-unchain-restricted-python 🏨💀 แคมเปญ PHALT#BLYX หลอกโรงแรมด้วย BSOD ปลอมเพื่อติดตั้ง DCRat แคมเปญโจมตี PHALT#BLYX ใช้การหลอกลวงแบบ “click-fix” ผ่านอีเมลปลอมจาก Booking.com พาเหยื่อไปหน้า CAPTCHA ปลอมที่นำไปสู่ Blue Screen ปลอม ก่อนหลอกให้รัน PowerShell เพื่อติดตั้งมัลแวร์ DCRat และ AsyncRAT โดยใช้เครื่องมือ Windows จริงเพื่อหลบการตรวจจับ พร้อมพบร่องรอยเชื่อมโยงกลุ่มผู้โจมตีที่ใช้ภาษารัสเซีย 🔗 https://securityonline.info/the-clickfix-trap-phaltblyx-targets-hotels-with-fake-blue-screens-and-dcrat 🧰🕵️‍♂️ Utility ชื่อดังในจีนถูกแอบฝังปลั๊กอิน Mltab เพื่อดักข้อมูลเบราว์เซอร์ เครื่องมือ Office Assistant ที่นิยมในจีนถูกพบว่าถูกฝังโค้ดอันตรายตั้งแต่ปี 2024 โดยโหลดปลั๊กอิน Mltab ที่มีลายเซ็นดิจิทัลปลอมเพื่อดักข้อมูลผู้ใช้และเปลี่ยนเส้นทางทราฟฟิก รวมถึงแก้ไขหน้า New Tab และลิงก์ต่าง ๆ เพื่อสร้างรายได้จากการรีไดเรกต์ โดยมีผู้ติดเชื้อเกือบหนึ่งล้านเครื่อง และปลั๊กอินยังคงอยู่ใน Edge Add-on Store ในช่วงเวลาที่รายงาน 🔗 https://securityonline.info/popular-chinese-utility-hijacked-to-deploy-browser-malware 🔑⚠️ ช่องโหว่ Dify ทำ API Key หลุดแบบ plaintext ให้ผู้ใช้ทั่วไปเห็นได้ แพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส Dify พบช่องโหว่ CVE-2025-67732 ที่ทำให้ API key ของผู้ให้บริการโมเดล เช่น OpenAI ถูกส่งกลับไปยัง frontend แบบไม่ปิดบัง ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่ใช่แอดมินสามารถดึงคีย์ไปใช้สร้างค่าใช้จ่ายหรือเข้าถึงบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ทีมพัฒนาได้แก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 1.11.0 และแนะนำให้อัปเดตทันที 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-67732-dify-patch-fixes-high-severity-plaintext-api-key-exposure 🔐 wolfSSH พบช่องโหว่ตรรกะร้ายแรงทำรหัสผ่านลูกค้ารั่วแบบไม่เข้ารหัส รายงานเตือนภัยล่าสุดเผยว่า wolfSSH มีช่องโหว่ด้านตรรกะที่ทำให้รหัสผ่านของผู้ใช้ถูกส่งแบบข้อความล้วน ซึ่งอาจถูกดักจับได้ง่ายในสภาพแวดล้อมเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัย โดยช่องโหว่นี้กระทบระบบที่ใช้ SCP/SSH และอุปกรณ์ embedded หลายประเภท ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องตรวจสอบการใช้งานและอัปเดตการตั้งค่าความปลอดภัยทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตีแบบดักฟังหรือสอดแนมข้อมูลสำคัญขององค์กร 🔗 https://securityonline.info/wolfssh-alert-critical-logic-flaw-exposes-client-passwords-in-clear-text 📧 Microsoft เตือนภัยการปลอมโดเมนภายในพุ่งสูง ใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมล Microsoft รายงานว่ามีการโจมตีฟิชชิงรูปแบบใหม่ที่ปลอมอีเมลให้เหมือนส่งมาจากภายในองค์กร โดยอาศัยการตั้งค่า MX และ DMARC ที่ผิดพลาดในระบบที่ไม่ได้ชี้ตรงไปยัง Office 365 ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งอีเมลปลอมที่ดูน่าเชื่อถือมาก พร้อมแนบไฟล์ปลอม เช่น ใบแจ้งหนี้หรือเอกสารภาษี เพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินหรือกรอกข้อมูลสำคัญ ซึ่ง Microsoft แนะนำให้องค์กรตั้งค่า DMARC แบบ reject และ SPF แบบ hard fail เพื่อปิดช่องโหว่นี้ทันที 🔗 https://securityonline.info/microsoft-warns-of-surge-in-internal-domain-spoofing 📡 ช่องโหว่ RCE ร้ายแรงโจมตีเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า แก้ไขไม่ได้อีกต่อไป พบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ที่เปิดให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลบนเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว โดยเกิดจากการตรวจสอบข้อมูลใน dnscfg.cgi ที่ไม่รัดกุม ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งคำสั่งระบบได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีรายงานว่าถูกใช้โจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ทำให้ผู้ใช้จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่เท่านั้นเพราะไม่มีแพตช์แก้ไขใด ๆ อีกต่อไป 🔗 https://securityonline.info/cve-2026-0625-critical-actively-exploited-rce-hits-unpatchable-d-link-routers 📶 TOTOLINK EX200 เปิด Telnet root เองเมื่ออัปเดตเฟิร์มแวร์ผิดพลาด ช่องโหว่ CVE-2025-65606 ถูกพบใน TOTOLINK EX200 ซึ่งเมื่ออัปโหลดไฟล์เฟิร์มแวร์ที่ผิดรูปแบบ อุปกรณ์จะเข้าสู่โหมดผิดปกติและเปิดบริการ Telnet ด้วยสิทธิ์ root โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ทำให้ผู้โจมตีที่เข้าถึงหน้าเว็บจัดการได้สามารถยกระดับสิทธิ์เป็นผู้ควบคุมระบบเต็มรูปแบบ และเนื่องจากอุปกรณ์หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ผู้ใช้ควรเลิกใช้งานหรือแยกเครือข่ายอย่างเข้มงวดทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงร้ายแรง 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-65606-totolink-ex200-error-opens-root-telnet-door ⚠️ n8n พบช่องโหว่ CVSS 10.0 เปิดทางยึดระบบเต็มรูปแบบผ่านการเขียนไฟล์ แพลตฟอร์ม workflow automation อย่าง n8n ประกาศเตือนช่องโหว่ร้ายแรง CVE-2026-21877 ที่เปิดให้ผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถเขียนไฟล์อันตรายลงระบบและสั่งรันโค้ดได้ ทำให้ผู้โจมตีสามารถยึดระบบทั้งเซิร์ฟเวอร์ได้ทันที โดยคาดว่าช่องโหว่มาจากฟีเจอร์ Git node ซึ่งแนะนำให้ปิดการใช้งานชั่วคราวหากยังไม่สามารถอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.3 หรือใหม่กว่าได้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีผู้ใช้หลายคนร่วมกัน ​​​​​​​🔗 https://securityonline.info/cvss-10-0-alert-critical-n8n-flaw-cve-2026-21877-grants-total-control
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 149 มุมมอง 0 รีวิว
  • Pebble Round 2 กลับมาแล้ว! บางเฉียบเหมือนเดิม แต่จอใหญ่ขึ้น แบตอึดขึ้น และยังคงความเป็น Pebble แบบต้นฉบับ

    Pebble เปิดตัว Pebble Round 2 อย่างเป็นทางการ ถือเป็นการคืนชีพหนึ่งในนาฬิกาที่แฟน ๆ รอคอยมากที่สุดตั้งแต่ยุค Pebble Time Round ปี 2015 รุ่นใหม่ยังคงความบางเฉียบเหมือนเดิม แต่แก้ปัญหาใหญ่ของรุ่นก่อนทั้งหมด ทั้งเรื่องแบตเตอรี่ที่สั้นและขอบจอที่หนาเกินไป โดย Pebble Round 2 มาพร้อม จอ e‑paper สีขนาด 1.3 นิ้วแบบไร้ขอบ, แบตใช้งานได้ ประมาณ 2 สัปดาห์, ตัวเรือนสเตนเลส และยังคงใช้ PebbleOS แบบโอเพ่นซอร์ส ที่แฟน ๆ ชื่นชอบ

    Pebble Round 2 ยังรองรับปุ่มกด 4 ปุ่มแบบดั้งเดิม พร้อมทัชสกรีนที่ “ไม่จำเป็นต้องใช้” ทำให้ยังคงความเป็นนาฬิกาที่ใช้งานง่ายแม้ไม่ต้องมองจอ นอกจากนี้ยังมีไมโครโฟนคู่สำหรับสั่งงาน AI และตอบข้อความ (Android พร้อมใช้ทันที ส่วน iOS จะตามมาใน EU) พร้อมฟีเจอร์พื้นฐานอย่างนับก้าว นอน และแสงไฟพื้นหลัง

    Pebble ระบุว่าการพัฒนารุ่นนี้ง่ายขึ้นมากเพราะนำดีไซน์ไฟฟ้าจาก Pebble Time 2 และโครงสร้างจาก Pebble Time Round มาผสมกับ PebbleOS ที่เป็นโอเพ่นซอร์ส ทำให้ทีมสามารถทำให้ระบบทำงานได้ภายใน “ไม่กี่วัน” หลังเริ่มโปรเจกต์ในเดือนมีนาคม 2025 ตอนนี้ Pebble Round 2 อยู่ในขั้น DVT (Design Verification Test) และพร้อมให้พรีออเดอร์ในราคา $199 โดยจะเริ่มส่งมอบในเดือน พฤษภาคม 2026

    Pebble ยังเปิดตัวสายแบบใหม่หลายแบบ ทั้งซิลิโคนและหนัง พร้อมรองรับสายมาตรฐาน 14mm และ 20mm ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้ตามใจ และยังเชิญชวนแฟน ๆ ไปชมตัวจริงที่บูธ Pebble ในงาน CES 2026 ที่ลาสเวกัสอีกด้วย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ไฮไลต์ของ Pebble Round 2
    จอ 1.3" color e‑paper แบบไร้ขอบ
    แบตอึด ประมาณ 2 สัปดาห์
    บางเฉียบเพียง 8.1 มม.
    ตัวเรือนสเตนเลส 3 สี: ดำ / เงิน / โรสโกลด์
    รองรับ iOS และ Android
    ใช้ PebbleOS แบบโอเพ่นซอร์ส

    ข้อควรรู้
    ไม่ใช่นาฬิกาเน้นฟิตเนส (มีแค่ก้าว & นอน)
    iOS รองรับไมโครโฟนเฉพาะใน EU ช่วงแรก
    ยังอยู่ในขั้น DVT อาจมีการเปลี่ยนแปลงก่อนผลิตจริง

    ตัวเลือกและอุปกรณ์เสริม
    มี 4 รุ่น: Black 20mm / Silver 20mm / Silver 14mm / Rose Gold 14mm
    รองรับสายมาตรฐาน 14mm และ 20mm
    มีสายซิลิโคนและหนังแบบใหม่

    สิ่งที่ต้องระวัง
    ต้องเลือกขนาดสายให้ตรงกับรุ่น (14mm ↔ 20mm ใช้แทนกันไม่ได้)
    รุ่น 14mm อาจมีตัวเลือกสายน้อยกว่า

    สถานะการผลิตและการเปิดตัว
    เริ่มพัฒนาเดือนมีนาคม 2025
    ตอนนี้อยู่ในขั้น DVT
    พรีออเดอร์ราคา $199
    ส่งมอบ พฤษภาคม 2026
    โชว์ตัวจริงที่ CES 2026

    ความเสี่ยงก่อนวางขายจริง
    สเปกอาจมีการปรับเล็กน้อยในขั้น EVT/PVT
    จำนวนผลิตล็อตแรกอาจจำกัด

    https://repebble.com/blog/pebble-round-2-the-most-stylish-pebble-ever
    🕒✨ Pebble Round 2 กลับมาแล้ว! บางเฉียบเหมือนเดิม แต่จอใหญ่ขึ้น แบตอึดขึ้น และยังคงความเป็น Pebble แบบต้นฉบับ Pebble เปิดตัว Pebble Round 2 อย่างเป็นทางการ ถือเป็นการคืนชีพหนึ่งในนาฬิกาที่แฟน ๆ รอคอยมากที่สุดตั้งแต่ยุค Pebble Time Round ปี 2015 รุ่นใหม่ยังคงความบางเฉียบเหมือนเดิม แต่แก้ปัญหาใหญ่ของรุ่นก่อนทั้งหมด ทั้งเรื่องแบตเตอรี่ที่สั้นและขอบจอที่หนาเกินไป โดย Pebble Round 2 มาพร้อม จอ e‑paper สีขนาด 1.3 นิ้วแบบไร้ขอบ, แบตใช้งานได้ ประมาณ 2 สัปดาห์, ตัวเรือนสเตนเลส และยังคงใช้ PebbleOS แบบโอเพ่นซอร์ส ที่แฟน ๆ ชื่นชอบ Pebble Round 2 ยังรองรับปุ่มกด 4 ปุ่มแบบดั้งเดิม พร้อมทัชสกรีนที่ “ไม่จำเป็นต้องใช้” ทำให้ยังคงความเป็นนาฬิกาที่ใช้งานง่ายแม้ไม่ต้องมองจอ นอกจากนี้ยังมีไมโครโฟนคู่สำหรับสั่งงาน AI และตอบข้อความ (Android พร้อมใช้ทันที ส่วน iOS จะตามมาใน EU) พร้อมฟีเจอร์พื้นฐานอย่างนับก้าว นอน และแสงไฟพื้นหลัง Pebble ระบุว่าการพัฒนารุ่นนี้ง่ายขึ้นมากเพราะนำดีไซน์ไฟฟ้าจาก Pebble Time 2 และโครงสร้างจาก Pebble Time Round มาผสมกับ PebbleOS ที่เป็นโอเพ่นซอร์ส ทำให้ทีมสามารถทำให้ระบบทำงานได้ภายใน “ไม่กี่วัน” หลังเริ่มโปรเจกต์ในเดือนมีนาคม 2025 ตอนนี้ Pebble Round 2 อยู่ในขั้น DVT (Design Verification Test) และพร้อมให้พรีออเดอร์ในราคา $199 โดยจะเริ่มส่งมอบในเดือน พฤษภาคม 2026 Pebble ยังเปิดตัวสายแบบใหม่หลายแบบ ทั้งซิลิโคนและหนัง พร้อมรองรับสายมาตรฐาน 14mm และ 20mm ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้ตามใจ และยังเชิญชวนแฟน ๆ ไปชมตัวจริงที่บูธ Pebble ในงาน CES 2026 ที่ลาสเวกัสอีกด้วย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ไฮไลต์ของ Pebble Round 2 ➡️ จอ 1.3" color e‑paper แบบไร้ขอบ ➡️ แบตอึด ประมาณ 2 สัปดาห์ ➡️ บางเฉียบเพียง 8.1 มม. ➡️ ตัวเรือนสเตนเลส 3 สี: ดำ / เงิน / โรสโกลด์ ➡️ รองรับ iOS และ Android ➡️ ใช้ PebbleOS แบบโอเพ่นซอร์ส ‼️ ข้อควรรู้ ⛔ ไม่ใช่นาฬิกาเน้นฟิตเนส (มีแค่ก้าว & นอน) ⛔ iOS รองรับไมโครโฟนเฉพาะใน EU ช่วงแรก ⛔ ยังอยู่ในขั้น DVT อาจมีการเปลี่ยนแปลงก่อนผลิตจริง ✅ ตัวเลือกและอุปกรณ์เสริม ➡️ มี 4 รุ่น: Black 20mm / Silver 20mm / Silver 14mm / Rose Gold 14mm ➡️ รองรับสายมาตรฐาน 14mm และ 20mm ➡️ มีสายซิลิโคนและหนังแบบใหม่ ‼️ สิ่งที่ต้องระวัง ⛔ ต้องเลือกขนาดสายให้ตรงกับรุ่น (14mm ↔ 20mm ใช้แทนกันไม่ได้) ⛔ รุ่น 14mm อาจมีตัวเลือกสายน้อยกว่า ✅ สถานะการผลิตและการเปิดตัว ➡️ เริ่มพัฒนาเดือนมีนาคม 2025 ➡️ ตอนนี้อยู่ในขั้น DVT ➡️ พรีออเดอร์ราคา $199 ➡️ ส่งมอบ พฤษภาคม 2026 ➡️ โชว์ตัวจริงที่ CES 2026 ‼️ ความเสี่ยงก่อนวางขายจริง ⛔ สเปกอาจมีการปรับเล็กน้อยในขั้น EVT/PVT ⛔ จำนวนผลิตล็อตแรกอาจจำกัด https://repebble.com/blog/pebble-round-2-the-most-stylish-pebble-ever
    REPEBBLE.COM
    Pebble Round 2 - The Most Stylish Pebble Ever
    Pebble Round 2 - The Most Stylish Pebble Ever
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 78 มุมมอง 0 รีวิว
  • Brave ปรับปรุงระบบ Adblock ครั้งใหญ่ ลดการใช้ RAM ลงถึง 75% — เบา เร็ว และประหยัดแบตยิ่งกว่าเดิม

    Brave เปิดตัวการอัปเกรดครั้งใหญ่ให้กับ Rust‑based adblock engine โดยลดการใช้หน่วยความจำลงถึง 75% ซึ่งเทียบเท่าการประหยัด RAM ประมาณ 45 MB บนทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง Android, iOS และ Desktop การปรับปรุงนี้ช่วยให้เบราว์เซอร์ทำงานลื่นขึ้น โดยเฉพาะบนมือถือและอุปกรณ์สเปกต่ำ พร้อมช่วยประหยัดแบตเตอรี่และเพิ่มความเสถียรในการเปิดหลายแท็บพร้อมกัน

    การอัปเกรดนี้เกิดจากการย้ายระบบจัดเก็บ filter จำนวนกว่า 100,000 รายการ จากโครงสร้างข้อมูล Rust แบบเดิม (Vec, HashMap, struct) ไปสู่ FlatBuffers ซึ่งเป็น binary format แบบ zero‑copy ที่กินพื้นที่น้อยกว่าและโหลดเร็วกว่า นอกจากนี้ Brave ยังเพิ่มประสิทธิภาพด้านอื่น ๆ เช่น การจัดการหน่วยความจำ การ tokenize regex และการแชร์ resource ระหว่าง instance ของ adblock engine

    การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้มีผลแล้วใน Brave v1.85 และจะมีการเพิ่มประสิทธิภาพเพิ่มเติมใน v1.86 ซึ่งรวมถึงการลด allocation เพิ่มเติม การเพิ่มความเร็ว matching และการลดการใช้ RAM ภายในระบบอีกหลายส่วน การอัปเกรดนี้ยังตอกย้ำข้อได้เปรียบของ Brave ที่มี adblock แบบ built‑in ซึ่งไม่ถูกจำกัดด้วย Manifest V3 เหมือน extension ทั่วไป

    ผลลัพธ์คือ Brave กลายเป็นหนึ่งในเบราว์เซอร์ที่มี adblock ประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก ทั้งเร็ว เบา และปลอดภัย โดยยังคงให้ความเป็นส่วนตัวระดับสูงแก่ผู้ใช้กว่า 100 ล้านคนทั่วโลก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การปรับปรุงหลักของ Brave
    ลดการใช้ RAM ของ adblock engine ลง 75%
    ประหยัด RAM เฉลี่ย 45 MB บนอุปกรณ์ทุกแพลตฟอร์ม
    ใช้ FlatBuffers แทนโครงสร้างข้อมูล Rust แบบเดิม

    ความเสี่ยง/ข้อควรรู้
    ผู้ใช้ที่เปิด adblock lists เพิ่มเติมอาจเห็นผลต่างกันตามจำนวน filter
    การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในอาจทำให้ extension บางตัวต้องปรับตัวตาม

    การเพิ่มประสิทธิภาพอื่น ๆ
    ลด memory allocation ลง 19%
    เพิ่มความเร็ว filter matching ขึ้น 13%
    แชร์ resource ระหว่าง engine instance ลด RAM ลงอีก ~2 MB
    ปรับปรุง storage efficiency ลดการใช้หน่วยความจำลง 30%

    สิ่งที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา
    การเพิ่มประสิทธิภาพเพิ่มเติมจะทยอยปล่อยใน Brave v1.86
    ผู้ใช้บางรายอาจต้องอัปเดตเบราว์เซอร์ก่อนเห็นผลเต็มที่

    ข้อดีเหนือ adblock แบบ extension
    Brave มี adblock แบบ built‑in ไม่ถูกจำกัดโดย Manifest V3
    ทำงานเร็วกว่าและใช้ RAM น้อยกว่า extension ทั่วไป
    ได้รับการดูแลโดยทีม privacy ของ Brave โดยตรง

    ความเสี่ยงของ adblock แบบ extension
    ถูกจำกัดด้วย API ของเบราว์เซอร์
    ไม่สามารถทำ optimization ระดับลึกแบบ Brave ได้

    https://brave.com/privacy-updates/36-adblock-memory-reduction/
    🦁⚡ Brave ปรับปรุงระบบ Adblock ครั้งใหญ่ ลดการใช้ RAM ลงถึง 75% — เบา เร็ว และประหยัดแบตยิ่งกว่าเดิม Brave เปิดตัวการอัปเกรดครั้งใหญ่ให้กับ Rust‑based adblock engine โดยลดการใช้หน่วยความจำลงถึง 75% ซึ่งเทียบเท่าการประหยัด RAM ประมาณ 45 MB บนทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง Android, iOS และ Desktop การปรับปรุงนี้ช่วยให้เบราว์เซอร์ทำงานลื่นขึ้น โดยเฉพาะบนมือถือและอุปกรณ์สเปกต่ำ พร้อมช่วยประหยัดแบตเตอรี่และเพิ่มความเสถียรในการเปิดหลายแท็บพร้อมกัน การอัปเกรดนี้เกิดจากการย้ายระบบจัดเก็บ filter จำนวนกว่า 100,000 รายการ จากโครงสร้างข้อมูล Rust แบบเดิม (Vec, HashMap, struct) ไปสู่ FlatBuffers ซึ่งเป็น binary format แบบ zero‑copy ที่กินพื้นที่น้อยกว่าและโหลดเร็วกว่า นอกจากนี้ Brave ยังเพิ่มประสิทธิภาพด้านอื่น ๆ เช่น การจัดการหน่วยความจำ การ tokenize regex และการแชร์ resource ระหว่าง instance ของ adblock engine การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้มีผลแล้วใน Brave v1.85 และจะมีการเพิ่มประสิทธิภาพเพิ่มเติมใน v1.86 ซึ่งรวมถึงการลด allocation เพิ่มเติม การเพิ่มความเร็ว matching และการลดการใช้ RAM ภายในระบบอีกหลายส่วน การอัปเกรดนี้ยังตอกย้ำข้อได้เปรียบของ Brave ที่มี adblock แบบ built‑in ซึ่งไม่ถูกจำกัดด้วย Manifest V3 เหมือน extension ทั่วไป ผลลัพธ์คือ Brave กลายเป็นหนึ่งในเบราว์เซอร์ที่มี adblock ประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก ทั้งเร็ว เบา และปลอดภัย โดยยังคงให้ความเป็นส่วนตัวระดับสูงแก่ผู้ใช้กว่า 100 ล้านคนทั่วโลก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การปรับปรุงหลักของ Brave ➡️ ลดการใช้ RAM ของ adblock engine ลง 75% ➡️ ประหยัด RAM เฉลี่ย 45 MB บนอุปกรณ์ทุกแพลตฟอร์ม ➡️ ใช้ FlatBuffers แทนโครงสร้างข้อมูล Rust แบบเดิม ‼️ ความเสี่ยง/ข้อควรรู้ ⛔ ผู้ใช้ที่เปิด adblock lists เพิ่มเติมอาจเห็นผลต่างกันตามจำนวน filter ⛔ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในอาจทำให้ extension บางตัวต้องปรับตัวตาม ✅ การเพิ่มประสิทธิภาพอื่น ๆ ➡️ ลด memory allocation ลง 19% ➡️ เพิ่มความเร็ว filter matching ขึ้น 13% ➡️ แชร์ resource ระหว่าง engine instance ลด RAM ลงอีก ~2 MB ➡️ ปรับปรุง storage efficiency ลดการใช้หน่วยความจำลง 30% ‼️ สิ่งที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา ⛔ การเพิ่มประสิทธิภาพเพิ่มเติมจะทยอยปล่อยใน Brave v1.86 ⛔ ผู้ใช้บางรายอาจต้องอัปเดตเบราว์เซอร์ก่อนเห็นผลเต็มที่ ✅ ข้อดีเหนือ adblock แบบ extension ➡️ Brave มี adblock แบบ built‑in ไม่ถูกจำกัดโดย Manifest V3 ➡️ ทำงานเร็วกว่าและใช้ RAM น้อยกว่า extension ทั่วไป ➡️ ได้รับการดูแลโดยทีม privacy ของ Brave โดยตรง ‼️ ความเสี่ยงของ adblock แบบ extension ⛔ ถูกจำกัดด้วย API ของเบราว์เซอร์ ⛔ ไม่สามารถทำ optimization ระดับลึกแบบ Brave ได้ https://brave.com/privacy-updates/36-adblock-memory-reduction/
    BRAVE.COM
    Brave overhauls adblock engine, cutting its memory consumption by 75% | Brave
    Brave has overhauled its Rust-based adblock engine to reduce memory consumption by 75%, bringing better battery life and smoother multitasking to all users.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 59 มุมมอง 0 รีวิว
  • เวียดนามประกาศแบนโฆษณาบังคับดู! บังคับปุ่ม Skip ภายใน 5 วินาที เริ่มใช้ ก.พ. 2026

    เวียดนามออก Decree No. 342 ซึ่งเป็นข้อกำหนดใหม่ภายใต้กฎหมายโฆษณา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026 โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมโฆษณาออนไลน์ให้โปร่งใสขึ้น ปกป้องผู้บริโภค และลดโฆษณาที่ผิดกฎหมาย หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการ จำกัดเวลาโฆษณาที่บังคับดูไม่เกิน 5 วินาที ก่อนที่ผู้ชมจะสามารถกดข้ามได้ ส่วนโฆษณาแบบภาพนิ่งต้องสามารถปิดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเลย

    นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังบังคับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องมีปุ่มปิดโฆษณาที่ชัดเจน ไม่ใช้สัญลักษณ์หลอกลวง และต้องมีระบบรายงานโฆษณาที่ผิดกฎหมายอย่างง่ายและมองเห็นได้ชัดเจน ผู้ใช้ต้องสามารถปิดหรือปฏิเสธโฆษณาที่ไม่เหมาะสมได้ด้วยการกดเพียงครั้งเดียว ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐาน UX ของโฆษณาออนไลน์ในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

    นอกจากเรื่องประสบการณ์ผู้ใช้แล้ว กฎหมายยังเข้มงวดกับโฆษณาใน 11 กลุ่มสินค้าและบริการที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องดื่ม นมเด็ก ยาฆ่าแมลง อุปกรณ์การแพทย์ บริการสุขภาพ ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ยา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นหมวดที่มักถูกใช้โฆษณาเกินจริงหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดได้ง่าย

    มาตรการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเวียดนามในการสร้างสภาพแวดล้อมโฆษณาที่ปลอดภัย โปร่งใส และเป็นมิตรกับผู้ใช้มากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่โฆษณาออนไลน์มีจำนวนมากและมักใช้เทคนิคหลอกล่อผู้ชม การบังคับให้ปิดโฆษณาได้ง่ายขึ้นอาจเป็นแรงกดดันให้แพลตฟอร์มระดับโลก เช่น YouTube และ Facebook ต้องปรับระบบโฆษณาให้สอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่นมากขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    กฎหมายใหม่เกี่ยวกับโฆษณาออนไลน์
    จำกัดโฆษณาวิดีโอ/แอนิเมชันให้กดข้ามได้ภายใน 5 วินาที
    โฆษณาภาพนิ่งต้องปิดได้ทันที
    ห้ามใช้ปุ่มหรือสัญลักษณ์ที่ทำให้ผู้ใช้สับสน

    ความเสี่ยงและปัญหาที่ต้องระวัง
    โฆษณาที่หลอกลวงหรือปิดยากอาจถูกลงโทษตามกฎหมาย
    แพลตฟอร์มที่ไม่ปรับระบบอาจถูกมองว่าละเมิดกฎหมายท้องถิ่น

    สิ่งที่แพลตฟอร์มต้องทำ
    เพิ่มปุ่มปิดโฆษณาที่ชัดเจนและใช้งานง่าย
    มีระบบรายงานโฆษณาที่ผิดกฎหมายแบบ one‑click
    อนุญาตให้ผู้ใช้ปิดหรือปฏิเสธโฆษณาที่ไม่เหมาะสมได้

    ความเสี่ยงหากไม่ปฏิบัติตาม
    อาจถูกตรวจสอบหรือถูกลงโทษโดยหน่วยงานรัฐ
    ผู้ใช้สูญเสียความเชื่อมั่นในแพลตฟอร์ม

    กลุ่มสินค้าที่ถูกควบคุมเข้มงวด
    เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องดื่ม นมเด็ก
    ยาฆ่าแมลง อุปกรณ์การแพทย์ บริการสุขภาพ
    ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ยา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    เหตุผลที่ต้องควบคุม
    เป็นสินค้าที่มีผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
    มักถูกใช้โฆษณาเกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด

    https://saigoneer.com/vietnam-news/28652-vienam-bans-unskippable-ads,-requires-skip-button-to-appear-after-5-seconds
    🎬🚫 เวียดนามประกาศแบนโฆษณาบังคับดู! บังคับปุ่ม Skip ภายใน 5 วินาที เริ่มใช้ ก.พ. 2026 เวียดนามออก Decree No. 342 ซึ่งเป็นข้อกำหนดใหม่ภายใต้กฎหมายโฆษณา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026 โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมโฆษณาออนไลน์ให้โปร่งใสขึ้น ปกป้องผู้บริโภค และลดโฆษณาที่ผิดกฎหมาย หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการ จำกัดเวลาโฆษณาที่บังคับดูไม่เกิน 5 วินาที ก่อนที่ผู้ชมจะสามารถกดข้ามได้ ส่วนโฆษณาแบบภาพนิ่งต้องสามารถปิดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเลย นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังบังคับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องมีปุ่มปิดโฆษณาที่ชัดเจน ไม่ใช้สัญลักษณ์หลอกลวง และต้องมีระบบรายงานโฆษณาที่ผิดกฎหมายอย่างง่ายและมองเห็นได้ชัดเจน ผู้ใช้ต้องสามารถปิดหรือปฏิเสธโฆษณาที่ไม่เหมาะสมได้ด้วยการกดเพียงครั้งเดียว ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐาน UX ของโฆษณาออนไลน์ในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากเรื่องประสบการณ์ผู้ใช้แล้ว กฎหมายยังเข้มงวดกับโฆษณาใน 11 กลุ่มสินค้าและบริการที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องดื่ม นมเด็ก ยาฆ่าแมลง อุปกรณ์การแพทย์ บริการสุขภาพ ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ยา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นหมวดที่มักถูกใช้โฆษณาเกินจริงหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดได้ง่าย มาตรการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเวียดนามในการสร้างสภาพแวดล้อมโฆษณาที่ปลอดภัย โปร่งใส และเป็นมิตรกับผู้ใช้มากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่โฆษณาออนไลน์มีจำนวนมากและมักใช้เทคนิคหลอกล่อผู้ชม การบังคับให้ปิดโฆษณาได้ง่ายขึ้นอาจเป็นแรงกดดันให้แพลตฟอร์มระดับโลก เช่น YouTube และ Facebook ต้องปรับระบบโฆษณาให้สอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่นมากขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ กฎหมายใหม่เกี่ยวกับโฆษณาออนไลน์ ➡️ จำกัดโฆษณาวิดีโอ/แอนิเมชันให้กดข้ามได้ภายใน 5 วินาที ➡️ โฆษณาภาพนิ่งต้องปิดได้ทันที ➡️ ห้ามใช้ปุ่มหรือสัญลักษณ์ที่ทำให้ผู้ใช้สับสน ‼️ ความเสี่ยงและปัญหาที่ต้องระวัง ⛔ โฆษณาที่หลอกลวงหรือปิดยากอาจถูกลงโทษตามกฎหมาย ⛔ แพลตฟอร์มที่ไม่ปรับระบบอาจถูกมองว่าละเมิดกฎหมายท้องถิ่น ✅ สิ่งที่แพลตฟอร์มต้องทำ ➡️ เพิ่มปุ่มปิดโฆษณาที่ชัดเจนและใช้งานง่าย ➡️ มีระบบรายงานโฆษณาที่ผิดกฎหมายแบบ one‑click ➡️ อนุญาตให้ผู้ใช้ปิดหรือปฏิเสธโฆษณาที่ไม่เหมาะสมได้ ‼️ ความเสี่ยงหากไม่ปฏิบัติตาม ⛔ อาจถูกตรวจสอบหรือถูกลงโทษโดยหน่วยงานรัฐ ⛔ ผู้ใช้สูญเสียความเชื่อมั่นในแพลตฟอร์ม ✅ กลุ่มสินค้าที่ถูกควบคุมเข้มงวด ➡️ เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องดื่ม นมเด็ก ➡️ ยาฆ่าแมลง อุปกรณ์การแพทย์ บริการสุขภาพ ➡️ ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ยา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ‼️ เหตุผลที่ต้องควบคุม ⛔ เป็นสินค้าที่มีผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ⛔ มักถูกใช้โฆษณาเกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด https://saigoneer.com/vietnam-news/28652-vienam-bans-unskippable-ads,-requires-skip-button-to-appear-after-5-seconds
    SAIGONEER.COM
    Vienam Bans Unskippable Ads, Requires Skip Button to Appear After 5 Seconds | Saigoneer
    If things go our way, YouTube’s notorious unskippable ads might be a thing of the past come this February. ...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 61 มุมมอง 0 รีวิว
  • Kimwolf Botnet ระบาดหนัก! Android TV และกล่องสตรีมมิงกว่า 2 ล้านเครื่องถูกยึดตั้งแต่ยังไม่แกะกล่อง

    งานวิจัยล่าสุดจากบริษัท Synthient เปิดเผยการระบาดครั้งใหญ่ของ Kimwolf Botnet ซึ่งเป็นสายพันธุ์ Android ของเครือข่าย Aisuru DDoS Botnet โดยพบว่า อุปกรณ์กว่า 2 ล้านเครื่องทั่วโลกถูกติดมัลแวร์ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และที่น่าตกใจคือ หลายเครื่องถูกฝังโค้ดอันตรายมาตั้งแต่โรงงาน ก่อนถึงมือผู้ใช้ด้วยซ้ำ ทำให้ผู้ใช้เพียงแค่เสียบปลั๊กและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ก็ถูกยึดเครื่องภายในไม่กี่นาที

    การโจมตีนี้มุ่งเป้าไปที่ Android TV Box ราคาถูกและ Smart TV รุ่นที่ไม่มีแบรนด์ โดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม บราซิล อินเดีย และซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีอุปกรณ์ที่ไม่ปลอดภัยสูงถึง 67% มัลแวร์ Kimwolf ถูกใช้เพื่อสร้างกองทัพอุปกรณ์ “ซอมบี้” สำหรับยิง DDoS ที่มีพลังสูงถึง 29.7 Tbps ตามข้อมูลจาก Cloudflare ซึ่งถือเป็นระดับที่สามารถล่มเว็บไซต์ขนาดใหญ่ได้ทันที

    นอกจากนี้ Kimwolf ยังใช้โมดูลลับชื่อ Byteconnect SDK เพื่อแอบติดตั้งแอปในเครื่องของเหยื่อโดยไม่รู้ตัว และสร้างรายได้ให้ผู้โจมตีผ่านค่าคอมมิชชันจากการติดตั้งแอป รวมถึงการให้บริการ DDoS-for-hire ที่เปิดให้ใครก็ได้เช่า “กองทัพ 2 ล้านเครื่อง” เพื่อโจมตีเว็บไซต์เป้าหมาย

    แม้ผู้ให้บริการ IPIDEA จะออกแพตช์แก้ไขเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2025 แต่ยังมีอุปกรณ์จำนวนมากที่ยังคงติดเชื้ออยู่ หากคุณใช้กล่อง Android TV ราคาถูกหรือไม่มีแบรนด์ และพบว่าเครื่องช้าผิดปกติหรือทำงานแปลก ๆ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ หยุดใช้งานทันที หรือทำลายทิ้ง พร้อมตรวจสอบเครือข่ายของคุณผ่านเว็บไซต์ของ Synthient

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ Kimwolf Botnet
    ติดอุปกรณ์กว่า 2 ล้านเครื่องทั่วโลก
    เป็นสายพันธุ์ Android ของ Aisuru DDoS Botnet
    พลังโจมตีสูงสุดถึง 29.7 Tbps จากข้อมูล Cloudflare

    ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
    อุปกรณ์ถูกติดมัลแวร์ตั้งแต่ยังไม่แกะกล่อง
    ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงเครือข่ายบ้านได้ภายในไม่กี่นาที

    วิธีการทำงานของผู้โจมตี
    ใช้ Byteconnect SDK แอบติดตั้งแอปเพื่อทำเงิน
    เปิดบริการ DDoS-for-hire ให้เช่ากองทัพอุปกรณ์
    ใช้กล่อง Android TV ราคาถูกเป็นเป้าหมายหลัก

    ผลกระทบต่อผู้ใช้
    อุปกรณ์ทำงานช้า แปลก หรือร้อนผิดปกติ
    เครือข่ายบ้านอาจถูกใช้เป็นฐานโจมตีเว็บไซต์อื่น

    ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
    เวียดนาม
    บราซิล
    อินเดีย
    ซาอุดีอาระเบีย

    ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
    อุปกรณ์กว่า 67% ไม่มีการป้องกันใด ๆ
    ผู้ใช้ไม่รู้ว่าอุปกรณ์ถูกติดมัลแวร์ตั้งแต่โรงงาน

    คำแนะนำสำหรับผู้ใช้
    หลีกเลี่ยงกล่อง Android TV “โนเนม” ราคาถูก
    ตรวจสอบเครือข่ายผ่าน synthient.com/check
    ใช้อุปกรณ์จากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้เท่านั้น

    หากพบอาการผิดปกติ
    หยุดใช้งานทันที
    อาจต้อง “ทำลายอุปกรณ์” หากมัลแวร์ฝังลึกในเฟิร์มแวร์

    https://hackread.com/android-tv-streaming-devices-infected-kimwolf-botnet/
    📺🐺 Kimwolf Botnet ระบาดหนัก! Android TV และกล่องสตรีมมิงกว่า 2 ล้านเครื่องถูกยึดตั้งแต่ยังไม่แกะกล่อง งานวิจัยล่าสุดจากบริษัท Synthient เปิดเผยการระบาดครั้งใหญ่ของ Kimwolf Botnet ซึ่งเป็นสายพันธุ์ Android ของเครือข่าย Aisuru DDoS Botnet โดยพบว่า อุปกรณ์กว่า 2 ล้านเครื่องทั่วโลกถูกติดมัลแวร์ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และที่น่าตกใจคือ หลายเครื่องถูกฝังโค้ดอันตรายมาตั้งแต่โรงงาน ก่อนถึงมือผู้ใช้ด้วยซ้ำ ทำให้ผู้ใช้เพียงแค่เสียบปลั๊กและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ก็ถูกยึดเครื่องภายในไม่กี่นาที การโจมตีนี้มุ่งเป้าไปที่ Android TV Box ราคาถูกและ Smart TV รุ่นที่ไม่มีแบรนด์ โดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม บราซิล อินเดีย และซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีอุปกรณ์ที่ไม่ปลอดภัยสูงถึง 67% มัลแวร์ Kimwolf ถูกใช้เพื่อสร้างกองทัพอุปกรณ์ “ซอมบี้” สำหรับยิง DDoS ที่มีพลังสูงถึง 29.7 Tbps ตามข้อมูลจาก Cloudflare ซึ่งถือเป็นระดับที่สามารถล่มเว็บไซต์ขนาดใหญ่ได้ทันที นอกจากนี้ Kimwolf ยังใช้โมดูลลับชื่อ Byteconnect SDK เพื่อแอบติดตั้งแอปในเครื่องของเหยื่อโดยไม่รู้ตัว และสร้างรายได้ให้ผู้โจมตีผ่านค่าคอมมิชชันจากการติดตั้งแอป รวมถึงการให้บริการ DDoS-for-hire ที่เปิดให้ใครก็ได้เช่า “กองทัพ 2 ล้านเครื่อง” เพื่อโจมตีเว็บไซต์เป้าหมาย แม้ผู้ให้บริการ IPIDEA จะออกแพตช์แก้ไขเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2025 แต่ยังมีอุปกรณ์จำนวนมากที่ยังคงติดเชื้ออยู่ หากคุณใช้กล่อง Android TV ราคาถูกหรือไม่มีแบรนด์ และพบว่าเครื่องช้าผิดปกติหรือทำงานแปลก ๆ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ หยุดใช้งานทันที หรือทำลายทิ้ง พร้อมตรวจสอบเครือข่ายของคุณผ่านเว็บไซต์ของ Synthient 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ Kimwolf Botnet ➡️ ติดอุปกรณ์กว่า 2 ล้านเครื่องทั่วโลก ➡️ เป็นสายพันธุ์ Android ของ Aisuru DDoS Botnet ➡️ พลังโจมตีสูงสุดถึง 29.7 Tbps จากข้อมูล Cloudflare ‼️ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ⛔ อุปกรณ์ถูกติดมัลแวร์ตั้งแต่ยังไม่แกะกล่อง ⛔ ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงเครือข่ายบ้านได้ภายในไม่กี่นาที ✅ วิธีการทำงานของผู้โจมตี ➡️ ใช้ Byteconnect SDK แอบติดตั้งแอปเพื่อทำเงิน ➡️ เปิดบริการ DDoS-for-hire ให้เช่ากองทัพอุปกรณ์ ➡️ ใช้กล่อง Android TV ราคาถูกเป็นเป้าหมายหลัก ‼️ ผลกระทบต่อผู้ใช้ ⛔ อุปกรณ์ทำงานช้า แปลก หรือร้อนผิดปกติ ⛔ เครือข่ายบ้านอาจถูกใช้เป็นฐานโจมตีเว็บไซต์อื่น ✅ ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ➡️ เวียดนาม ➡️ บราซิล ➡️ อินเดีย ➡️ ซาอุดีอาระเบีย ‼️ ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ⛔ อุปกรณ์กว่า 67% ไม่มีการป้องกันใด ๆ ⛔ ผู้ใช้ไม่รู้ว่าอุปกรณ์ถูกติดมัลแวร์ตั้งแต่โรงงาน ✅ คำแนะนำสำหรับผู้ใช้ ➡️ หลีกเลี่ยงกล่อง Android TV “โนเนม” ราคาถูก ➡️ ตรวจสอบเครือข่ายผ่าน synthient.com/check ➡️ ใช้อุปกรณ์จากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้เท่านั้น ‼️ หากพบอาการผิดปกติ ⛔ หยุดใช้งานทันที ⛔ อาจต้อง “ทำลายอุปกรณ์” หากมัลแวร์ฝังลึกในเฟิร์มแวร์ https://hackread.com/android-tv-streaming-devices-infected-kimwolf-botnet/
    HACKREAD.COM
    Millions of Android Powered TVs and Streaming Devices Infected by Kimwolf Botnet
    Follow us on Bluesky, Twitter (X), Mastodon and Facebook at @Hackread
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 63 มุมมอง 0 รีวิว
  • eSIM สะดวก ปลอดภัย และทันสมัยกว่าเดิม — แต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนเปลี่ยน

    eSIM กลายเป็นเทคโนโลยีหลักในสมาร์ทโฟนยุคใหม่ โดยเฉพาะรุ่นเรือธงที่เริ่มตัดถาดซิมออกไปแล้ว จุดเด่นสำคัญคือความสะดวกในการเปิดใช้งาน ความปลอดภัยที่สูงขึ้น และการรองรับหลายโปรไฟล์ซิมในเครื่องเดียว ทำให้เหมาะกับผู้ที่เดินทางบ่อยหรือไม่อยากพกซิมหลายใบ อย่างไรก็ตาม eSIM ก็ยังมีข้อจำกัด เช่น ความยุ่งยากในการย้ายเครื่อง ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ และความจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตตอนเปิดใช้งานครั้งแรก ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคในบางสถานการณ์

    ในด้านความสะดวก eSIM ช่วยลดขั้นตอนการไปศูนย์บริการหรือรอซิมส่งถึงบ้าน เพียงสแกน QR code ก็เปิดใช้งานได้ทันที นอกจากนี้ยังเก็บโปรไฟล์ซิมได้หลายใบในเครื่องเดียว ทำให้สลับใช้งานได้รวดเร็วโดยไม่ต้องถอดซิมจริง อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ผลิตเพิ่มพื้นที่ภายในเครื่องสำหรับแบตเตอรี่หรือระบบกันน้ำที่ดีขึ้น เช่น iPhone 17 Pro รุ่น eSIM‑only ที่ใช้งานได้นานขึ้นกว่าเดิมถึง 2 ชั่วโมงในการเล่นวิดีโอ

    แต่ข้อเสียก็มีไม่น้อย เช่น การย้าย eSIM ไปเครื่องใหม่ที่ต้องทำผ่านเมนูตั้งค่า ไม่สามารถ “ดึงซิมออกแล้วเสียบเครื่องใหม่” แบบเดิมได้ทันที รวมถึงความเสี่ยงเรื่องความเข้ากันได้ หากซื้อเครื่องใหม่ที่ไม่รองรับ eSIM ก็ต้องติดต่อผู้ให้บริการเพื่อขอแปลงกลับเป็นซิมจริง นอกจากนี้ การเปิดใช้งาน eSIM ครั้งแรกจำเป็นต้องมีอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจเป็นปัญหาในพื้นที่สัญญาณอ่อนหรือในต่างประเทศ

    โดยรวม eSIM เป็นเทคโนโลยีที่สะดวกและปลอดภัยกว่าเดิม แต่ยังไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคน ผู้ใช้ควรพิจารณาความต้องการของตนเองก่อนตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้แบบ eSIM เต็มรูปแบบ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อดีของ eSIM
    เปิดใช้งานง่าย เพียงสแกน QR code ไม่ต้องรอซิมจริง
    เก็บหลายโปรไฟล์ซิมในเครื่องเดียว สลับใช้งานได้รวดเร็ว
    ปลอดภัยกว่า เพราะไม่สามารถถอดซิมไปใช้ในเครื่องอื่นได้
    ช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในเครื่อง เช่น แบตใหญ่ขึ้นหรือกันน้ำดีขึ้น

    ข้อควรระวัง
    การย้ายเครื่องยุ่งยากกว่า ต้องทำผ่านเมนูตั้งค่า
    อุปกรณ์ใหม่ต้องรองรับ eSIM ไม่เช่นนั้นต้องติดต่อค่ายเพื่อแปลงกลับ
    ต้องมีอินเทอร์เน็ตตอนเปิดใช้งานครั้งแรก ซึ่งอาจไม่สะดวกในบางพื้นที่

    เหมาะกับใคร
    ผู้ที่เดินทางบ่อยและต้องสลับซิมหลายประเทศ
    ผู้ที่ต้องการความปลอดภัยเพิ่มขึ้น
    ผู้ใช้ที่ต้องการเครื่องบาง กันน้ำดี หรือแบตอึดขึ้น

    ไม่เหมาะกับใคร
    ผู้ที่เปลี่ยนเครื่องบ่อยและต้องการย้ายซิมแบบรวดเร็ว
    ผู้ที่อยู่ในพื้นที่อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร
    ผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนรุ่นเก่าหรือรุ่นที่ไม่รองรับ eSIM

    https://www.slashgear.com/2067395/esim-phone-pros-cons-explained/
    📱✨ eSIM สะดวก ปลอดภัย และทันสมัยกว่าเดิม — แต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนเปลี่ยน eSIM กลายเป็นเทคโนโลยีหลักในสมาร์ทโฟนยุคใหม่ โดยเฉพาะรุ่นเรือธงที่เริ่มตัดถาดซิมออกไปแล้ว จุดเด่นสำคัญคือความสะดวกในการเปิดใช้งาน ความปลอดภัยที่สูงขึ้น และการรองรับหลายโปรไฟล์ซิมในเครื่องเดียว ทำให้เหมาะกับผู้ที่เดินทางบ่อยหรือไม่อยากพกซิมหลายใบ อย่างไรก็ตาม eSIM ก็ยังมีข้อจำกัด เช่น ความยุ่งยากในการย้ายเครื่อง ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ และความจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตตอนเปิดใช้งานครั้งแรก ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคในบางสถานการณ์ ในด้านความสะดวก eSIM ช่วยลดขั้นตอนการไปศูนย์บริการหรือรอซิมส่งถึงบ้าน เพียงสแกน QR code ก็เปิดใช้งานได้ทันที นอกจากนี้ยังเก็บโปรไฟล์ซิมได้หลายใบในเครื่องเดียว ทำให้สลับใช้งานได้รวดเร็วโดยไม่ต้องถอดซิมจริง อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ผลิตเพิ่มพื้นที่ภายในเครื่องสำหรับแบตเตอรี่หรือระบบกันน้ำที่ดีขึ้น เช่น iPhone 17 Pro รุ่น eSIM‑only ที่ใช้งานได้นานขึ้นกว่าเดิมถึง 2 ชั่วโมงในการเล่นวิดีโอ แต่ข้อเสียก็มีไม่น้อย เช่น การย้าย eSIM ไปเครื่องใหม่ที่ต้องทำผ่านเมนูตั้งค่า ไม่สามารถ “ดึงซิมออกแล้วเสียบเครื่องใหม่” แบบเดิมได้ทันที รวมถึงความเสี่ยงเรื่องความเข้ากันได้ หากซื้อเครื่องใหม่ที่ไม่รองรับ eSIM ก็ต้องติดต่อผู้ให้บริการเพื่อขอแปลงกลับเป็นซิมจริง นอกจากนี้ การเปิดใช้งาน eSIM ครั้งแรกจำเป็นต้องมีอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจเป็นปัญหาในพื้นที่สัญญาณอ่อนหรือในต่างประเทศ โดยรวม eSIM เป็นเทคโนโลยีที่สะดวกและปลอดภัยกว่าเดิม แต่ยังไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคน ผู้ใช้ควรพิจารณาความต้องการของตนเองก่อนตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้แบบ eSIM เต็มรูปแบบ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อดีของ eSIM ➡️ เปิดใช้งานง่าย เพียงสแกน QR code ไม่ต้องรอซิมจริง ➡️ เก็บหลายโปรไฟล์ซิมในเครื่องเดียว สลับใช้งานได้รวดเร็ว ➡️ ปลอดภัยกว่า เพราะไม่สามารถถอดซิมไปใช้ในเครื่องอื่นได้ ➡️ ช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในเครื่อง เช่น แบตใหญ่ขึ้นหรือกันน้ำดีขึ้น ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ การย้ายเครื่องยุ่งยากกว่า ต้องทำผ่านเมนูตั้งค่า ⛔ อุปกรณ์ใหม่ต้องรองรับ eSIM ไม่เช่นนั้นต้องติดต่อค่ายเพื่อแปลงกลับ ⛔ ต้องมีอินเทอร์เน็ตตอนเปิดใช้งานครั้งแรก ซึ่งอาจไม่สะดวกในบางพื้นที่ ✅ เหมาะกับใคร ➡️ ผู้ที่เดินทางบ่อยและต้องสลับซิมหลายประเทศ ➡️ ผู้ที่ต้องการความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ➡️ ผู้ใช้ที่ต้องการเครื่องบาง กันน้ำดี หรือแบตอึดขึ้น ‼️ ไม่เหมาะกับใคร ⛔ ผู้ที่เปลี่ยนเครื่องบ่อยและต้องการย้ายซิมแบบรวดเร็ว ⛔ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร ⛔ ผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนรุ่นเก่าหรือรุ่นที่ไม่รองรับ eSIM https://www.slashgear.com/2067395/esim-phone-pros-cons-explained/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    eSim Phones Have Their Pros, But It's Not All Roses - SlashGear
    eSIMs offer faster activation, better security, and easy travel SIMs, but drawbacks include harder transfers, carrier limits, and compatibility issues.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 50 มุมมอง 0 รีวิว
  • Android ปี 2026 เล่นเกม PC ได้จริง! Valve ปูทางด้วย FeX ทำให้มือถือกลายเป็น “พีซีพกพา”

    ปี 2026 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการเกม เมื่อ Android สามารถ “รันเกม PC แบบเนทีฟ” ได้จริง ไม่ใช่การสตรีม ไม่ใช่การเอมูเลชัน แต่ใช้พลังประมวลผลของมือถือโดยตรง ทั้งหมดเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีแปลคำสั่ง x86 → ARM64 ของ Valve ที่ชื่อ FeX ซึ่งเป็นรากฐานเดียวกับที่ทำให้ Steam Deck ประสบความสำเร็จบน Linux มาก่อนหน้านี้ การมาถึงของ FeX บน Android ทำให้มือถือระดับเรือธงกลายเป็นเครื่องเล่นเกม PC แบบพกพาที่ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ

    เครื่องมือหลักที่ทำให้ทุกอย่างเป็นจริงคือ GameHub, GameHub Lite, และ GameNative ซึ่งช่วยติดตั้งและรันเกม Steam บน Android ได้โดยตรง แม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ประสบการณ์ใช้งานถือว่าดีเกินคาด โดยเฉพาะเกมอินดี้ที่ทำงานได้ลื่นไหลแทบไม่ต้องปรับแต่งอะไรเลย ส่วนเกม AAA ยังมีข้อจำกัดด้านไดรเวอร์, ประสิทธิภาพ และระบบ anti‑cheat ที่ยังไม่รองรับ ARM อย่างเต็มรูปแบบ

    อย่างไรก็ตาม การเล่นเกม PC บน Android ยังมีความท้าทาย เช่น ความร้อน, RAM ไม่พอ, พื้นที่จัดเก็บจำกัด และความเข้ากันได้ของเกมที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ FeX, Lepton และชิป ARM รุ่นใหม่ ทำให้อนาคตของ “Android = พีซีเกมมิ่งพกพา” ดูสดใสกว่าที่เคย โดยเฉพาะเมื่อ Valve เตรียมเปิดตัวอุปกรณ์ ARM ตัวใหม่อย่าง Steam Frame ในปี 2026 ซึ่งอาจเป็นตัวเร่งให้วงการนี้เติบโตแบบก้าวกระโดด

    ท้ายที่สุด Android อาจไม่มาแทนที่ Windows หรือ Steam Deck แต่จะกลายเป็น “อีกหนึ่งแพลตฟอร์มเกม PC” ที่เข้าถึงง่าย ราคาถูก และพกพาสะดวกที่สุดในโลก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Android เล่นเกม PC ได้จริงในปี 2026
    ใช้เทคโนโลยีแปลคำสั่ง FeX ของ Valve
    ไม่ใช่การสตรีม แต่รันเกมด้วยพลังของมือถือโดยตรง

    ข้อจำกัดที่ยังต้องระวัง
    เกม AAA ส่วนใหญ่ยังไม่ลื่นไหลหรือไม่รันเลย
    ระบบ anti‑cheat ยังไม่รองรับ ARM ทำให้เกมออนไลน์เล่นไม่ได้

    แอปที่ใช้รันเกม PC บน Android
    GameHub / GameHub Lite ใช้งานง่าย มี preset ให้เลือก
    GameNative ยืดหยุ่นกว่า รองรับ external storage

    ความเสี่ยงจากการตั้งค่าผิด
    ปรับโหมด Extreme/Performance อาจทำให้เกมเปิดไม่ได้
    ต้องลองผิดลองถูกเพราะแต่ละเกมต้องการค่าต่างกัน

    ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพ
    RAM 12–16GB ช่วยให้เกมทำงานได้ดีขึ้นมาก
    มือถือที่มีพัดลมเสริมช่วยลดการ throttle

    ปัญหาที่พบบ่อย
    มือถือร้อนเร็ว ทำให้เฟรมเรตตก
    พื้นที่เก็บข้อมูลไม่พอสำหรับเกม PC ขนาดใหญ่

    เกมที่เหมาะกับ Android ตอนนี้
    เกมอินดี้ทำงานได้ดีแทบทุกเกม
    เกม AAA รุ่นเก่า เช่น GTA V, Bioshock Infinite รันได้ลื่น

    เกมที่ยังไม่เหมาะ
    เกม AAA ใหม่ ๆ เช่น DOOM: The Dark Ages ยังเกินกำลังมือถือ
    เกมที่ใช้ anti‑cheat แบบเข้มงวด

    https://www.slashgear.com/2068348/how-to-play-pc-games-on-android-in-2026/
    🎮🔥 Android ปี 2026 เล่นเกม PC ได้จริง! Valve ปูทางด้วย FeX ทำให้มือถือกลายเป็น “พีซีพกพา” ปี 2026 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการเกม เมื่อ Android สามารถ “รันเกม PC แบบเนทีฟ” ได้จริง ไม่ใช่การสตรีม ไม่ใช่การเอมูเลชัน แต่ใช้พลังประมวลผลของมือถือโดยตรง ทั้งหมดเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีแปลคำสั่ง x86 → ARM64 ของ Valve ที่ชื่อ FeX ซึ่งเป็นรากฐานเดียวกับที่ทำให้ Steam Deck ประสบความสำเร็จบน Linux มาก่อนหน้านี้ การมาถึงของ FeX บน Android ทำให้มือถือระดับเรือธงกลายเป็นเครื่องเล่นเกม PC แบบพกพาที่ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ เครื่องมือหลักที่ทำให้ทุกอย่างเป็นจริงคือ GameHub, GameHub Lite, และ GameNative ซึ่งช่วยติดตั้งและรันเกม Steam บน Android ได้โดยตรง แม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ประสบการณ์ใช้งานถือว่าดีเกินคาด โดยเฉพาะเกมอินดี้ที่ทำงานได้ลื่นไหลแทบไม่ต้องปรับแต่งอะไรเลย ส่วนเกม AAA ยังมีข้อจำกัดด้านไดรเวอร์, ประสิทธิภาพ และระบบ anti‑cheat ที่ยังไม่รองรับ ARM อย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม การเล่นเกม PC บน Android ยังมีความท้าทาย เช่น ความร้อน, RAM ไม่พอ, พื้นที่จัดเก็บจำกัด และความเข้ากันได้ของเกมที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ FeX, Lepton และชิป ARM รุ่นใหม่ ทำให้อนาคตของ “Android = พีซีเกมมิ่งพกพา” ดูสดใสกว่าที่เคย โดยเฉพาะเมื่อ Valve เตรียมเปิดตัวอุปกรณ์ ARM ตัวใหม่อย่าง Steam Frame ในปี 2026 ซึ่งอาจเป็นตัวเร่งให้วงการนี้เติบโตแบบก้าวกระโดด ท้ายที่สุด Android อาจไม่มาแทนที่ Windows หรือ Steam Deck แต่จะกลายเป็น “อีกหนึ่งแพลตฟอร์มเกม PC” ที่เข้าถึงง่าย ราคาถูก และพกพาสะดวกที่สุดในโลก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Android เล่นเกม PC ได้จริงในปี 2026 ➡️ ใช้เทคโนโลยีแปลคำสั่ง FeX ของ Valve ➡️ ไม่ใช่การสตรีม แต่รันเกมด้วยพลังของมือถือโดยตรง ‼️ ข้อจำกัดที่ยังต้องระวัง ⛔ เกม AAA ส่วนใหญ่ยังไม่ลื่นไหลหรือไม่รันเลย ⛔ ระบบ anti‑cheat ยังไม่รองรับ ARM ทำให้เกมออนไลน์เล่นไม่ได้ ✅ แอปที่ใช้รันเกม PC บน Android ➡️ GameHub / GameHub Lite ใช้งานง่าย มี preset ให้เลือก ➡️ GameNative ยืดหยุ่นกว่า รองรับ external storage ‼️ ความเสี่ยงจากการตั้งค่าผิด ⛔ ปรับโหมด Extreme/Performance อาจทำให้เกมเปิดไม่ได้ ⛔ ต้องลองผิดลองถูกเพราะแต่ละเกมต้องการค่าต่างกัน ✅ ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพ ➡️ RAM 12–16GB ช่วยให้เกมทำงานได้ดีขึ้นมาก ➡️ มือถือที่มีพัดลมเสริมช่วยลดการ throttle ‼️ ปัญหาที่พบบ่อย ⛔ มือถือร้อนเร็ว ทำให้เฟรมเรตตก ⛔ พื้นที่เก็บข้อมูลไม่พอสำหรับเกม PC ขนาดใหญ่ ✅ เกมที่เหมาะกับ Android ตอนนี้ ➡️ เกมอินดี้ทำงานได้ดีแทบทุกเกม ➡️ เกม AAA รุ่นเก่า เช่น GTA V, Bioshock Infinite รันได้ลื่น ‼️ เกมที่ยังไม่เหมาะ ⛔ เกม AAA ใหม่ ๆ เช่น DOOM: The Dark Ages ยังเกินกำลังมือถือ ⛔ เกมที่ใช้ anti‑cheat แบบเข้มงวด https://www.slashgear.com/2068348/how-to-play-pc-games-on-android-in-2026/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    How To Play PC Games On Your Android Device In 2026 - SlashGear
    Android gaming has come a long way -- long enough to enable you to play some of your PC games on Android devices. Here's how to do it in 2026.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 63 มุมมอง 0 รีวิว
  • Zero‑Day “Chronomaly” เขย่าโลก Linux — ช่องโหว่ใหม่เปิดทางสู่ Root Access

    ช่องโหว่ความปลอดภัยล่าสุดที่ถูกตั้งชื่อว่า Chronomaly กำลังสร้างความกังวลในวงการความปลอดภัยไซเบอร์ เนื่องจากเป็น Zero‑Day ที่ถูกใช้โจมตีจริงแล้วบน Linux Kernel สาย 5.10.x โดยเฉพาะในอุปกรณ์ Android หลายรุ่น ช่องโหว่นี้ถูกติดตามภายใต้รหัส CVE‑2025‑38352 ซึ่งเป็นช่องโหว่ระดับ High Severity (CVSS 7.4) และถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Elevation of Privilege (EoP) ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์ขึ้นเป็น Root ได้

    ต้นตอของปัญหาเกิดจาก race condition ใน POSIX CPU timers ซึ่งทำให้กระบวนการ cleanup ของ task ทำงานผิดพลาดจนเกิด memory corruption เมื่อถูกโจมตีสำเร็จ อาจนำไปสู่การล่มของระบบ (crash), การโจมตีแบบ DoS หรือการยึดสิทธิ์ Root แบบสมบูรณ์ นักวิจัย farazsth98 ได้เผยแพร่ exploit สาธารณะชื่อ “Chronomaly” ซึ่งสามารถทำงานได้บน Linux kernel v5.10.157 และคาดว่าจะใช้ได้กับทุกเวอร์ชันในสาย 5.10.x เพราะไม่ต้องพึ่งพา memory offset เฉพาะรุ่น

    Google ยืนยันว่าช่องโหว่นี้ถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ limited, targeted exploitation ซึ่งหมายความว่าเป็นการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมาย โดยกลุ่มผู้โจมตีระดับสูง (APT) อาจเป็นผู้ใช้ช่องโหว่นี้ก่อนที่แพตช์จะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ การอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนกันยายน 2025 ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้ว และผู้ใช้อุปกรณ์ Android ที่ใช้ kernel สายนี้ควรอัปเดตทันทีเพื่อปิดช่องโหว่

    ผลกระทบของ Chronomaly ไม่ได้จำกัดแค่ Android เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเสี่ยงของระบบที่ใช้ Linux kernel รุ่นเก่าในองค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์ IoT, ระบบฝังตัว และเซิร์ฟเวอร์ที่ยังไม่ได้อัปเดต การโจมตีแบบ local privilege escalation แม้จะต้องเข้าถึงเครื่องก่อน แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการยึดระบบทั้งหมดได้อย่างง่ายดายหากผู้โจมตีมี foothold อยู่แล้ว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ช่องโหว่และรายละเอียดทางเทคนิค
    CVE‑2025‑38352 เป็นช่องโหว่ EoP ระดับ High Severity
    เกิดจาก race condition ใน POSIX CPU timers ทำให้เกิด memory corruption

    ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
    ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์เป็น Root ได้
    อาจทำให้ระบบ crash หรือถูก DoS

    การโจมตีและ exploit ที่ถูกเผยแพร่
    exploit “Chronomaly” ใช้งานได้บน Linux kernel v5.10.157
    คาดว่าจะใช้ได้กับทุก kernel ในสาย 5.10.x

    ความเสี่ยงจากการมี exploit สาธารณะ
    เพิ่มโอกาสให้ผู้โจมตีทั่วไปนำไปใช้
    ระบบที่ยังไม่อัปเดตมีความเสี่ยงสูงขึ้นทันที

    การยืนยันจาก Google
    ตรวจพบการโจมตีจริงแบบ targeted exploitation
    แพตช์แก้ไขถูกปล่อยในอัปเดตความปลอดภัยเดือนกันยายน 2025

    ผลกระทบต่อผู้ใช้
    อุปกรณ์ Android ที่ยังไม่อัปเดตเสี่ยงถูกโจมตี
    องค์กรที่ใช้ Linux kernel รุ่นเก่าอาจถูกเจาะระบบได้ง่ายขึ้น

    ข้อแนะนำด้านความปลอดภัย
    อัปเดตแพตช์ล่าสุดทันที
    ตรวจสอบระบบที่ใช้ kernel 5.10.x เป็นพิเศษ

    ความเสี่ยงหากไม่อัปเดต
    ผู้โจมตีสามารถยึดระบบได้จากการเข้าถึงเพียงเล็กน้อย
    อาจถูกใช้เป็นฐานโจมตีระบบอื่นในเครือข่าย

    https://securityonline.info/zero-day-chronomaly-exploit-grants-root-access-to-vulnerable-linux-kernels/
    🛡️ Zero‑Day “Chronomaly” เขย่าโลก Linux — ช่องโหว่ใหม่เปิดทางสู่ Root Access ช่องโหว่ความปลอดภัยล่าสุดที่ถูกตั้งชื่อว่า Chronomaly กำลังสร้างความกังวลในวงการความปลอดภัยไซเบอร์ เนื่องจากเป็น Zero‑Day ที่ถูกใช้โจมตีจริงแล้วบน Linux Kernel สาย 5.10.x โดยเฉพาะในอุปกรณ์ Android หลายรุ่น ช่องโหว่นี้ถูกติดตามภายใต้รหัส CVE‑2025‑38352 ซึ่งเป็นช่องโหว่ระดับ High Severity (CVSS 7.4) และถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Elevation of Privilege (EoP) ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์ขึ้นเป็น Root ได้ ต้นตอของปัญหาเกิดจาก race condition ใน POSIX CPU timers ซึ่งทำให้กระบวนการ cleanup ของ task ทำงานผิดพลาดจนเกิด memory corruption เมื่อถูกโจมตีสำเร็จ อาจนำไปสู่การล่มของระบบ (crash), การโจมตีแบบ DoS หรือการยึดสิทธิ์ Root แบบสมบูรณ์ นักวิจัย farazsth98 ได้เผยแพร่ exploit สาธารณะชื่อ “Chronomaly” ซึ่งสามารถทำงานได้บน Linux kernel v5.10.157 และคาดว่าจะใช้ได้กับทุกเวอร์ชันในสาย 5.10.x เพราะไม่ต้องพึ่งพา memory offset เฉพาะรุ่น Google ยืนยันว่าช่องโหว่นี้ถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ limited, targeted exploitation ซึ่งหมายความว่าเป็นการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมาย โดยกลุ่มผู้โจมตีระดับสูง (APT) อาจเป็นผู้ใช้ช่องโหว่นี้ก่อนที่แพตช์จะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ การอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนกันยายน 2025 ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้ว และผู้ใช้อุปกรณ์ Android ที่ใช้ kernel สายนี้ควรอัปเดตทันทีเพื่อปิดช่องโหว่ ผลกระทบของ Chronomaly ไม่ได้จำกัดแค่ Android เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเสี่ยงของระบบที่ใช้ Linux kernel รุ่นเก่าในองค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์ IoT, ระบบฝังตัว และเซิร์ฟเวอร์ที่ยังไม่ได้อัปเดต การโจมตีแบบ local privilege escalation แม้จะต้องเข้าถึงเครื่องก่อน แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการยึดระบบทั้งหมดได้อย่างง่ายดายหากผู้โจมตีมี foothold อยู่แล้ว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ช่องโหว่และรายละเอียดทางเทคนิค ➡️ CVE‑2025‑38352 เป็นช่องโหว่ EoP ระดับ High Severity ➡️ เกิดจาก race condition ใน POSIX CPU timers ทำให้เกิด memory corruption ‼️ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ⛔ ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์เป็น Root ได้ ⛔ อาจทำให้ระบบ crash หรือถูก DoS ✅ การโจมตีและ exploit ที่ถูกเผยแพร่ ➡️ exploit “Chronomaly” ใช้งานได้บน Linux kernel v5.10.157 ➡️ คาดว่าจะใช้ได้กับทุก kernel ในสาย 5.10.x ‼️ ความเสี่ยงจากการมี exploit สาธารณะ ⛔ เพิ่มโอกาสให้ผู้โจมตีทั่วไปนำไปใช้ ⛔ ระบบที่ยังไม่อัปเดตมีความเสี่ยงสูงขึ้นทันที ✅ การยืนยันจาก Google ➡️ ตรวจพบการโจมตีจริงแบบ targeted exploitation ➡️ แพตช์แก้ไขถูกปล่อยในอัปเดตความปลอดภัยเดือนกันยายน 2025 ‼️ ผลกระทบต่อผู้ใช้ ⛔ อุปกรณ์ Android ที่ยังไม่อัปเดตเสี่ยงถูกโจมตี ⛔ องค์กรที่ใช้ Linux kernel รุ่นเก่าอาจถูกเจาะระบบได้ง่ายขึ้น ✅ ข้อแนะนำด้านความปลอดภัย ➡️ อัปเดตแพตช์ล่าสุดทันที ➡️ ตรวจสอบระบบที่ใช้ kernel 5.10.x เป็นพิเศษ ‼️ ความเสี่ยงหากไม่อัปเดต ⛔ ผู้โจมตีสามารถยึดระบบได้จากการเข้าถึงเพียงเล็กน้อย ⛔ อาจถูกใช้เป็นฐานโจมตีระบบอื่นในเครือข่าย https://securityonline.info/zero-day-chronomaly-exploit-grants-root-access-to-vulnerable-linux-kernels/
    SECURITYONLINE.INFO
    Zero-Day Chronomaly Exploit Grants Root Access to Vulnerable Linux Kernels
    The Chronomaly exploit weaponizes CVE-2025-38352, a Linux kernel race condition. It allows any local user to gain root access across Android and Linux.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 58 มุมมอง 0 รีวิว
  • Phison เปิดตัวคอนโทรลเลอร์ SSD Gen5 รุ่นประหยัด “E37T” – เร็ว 14.7 GB/s, ไม่ต้องใช้ DRAM, กินไฟต่ำกว่า 2.3W

    Phison เปิดตัวคอนโทรลเลอร์ SSD รุ่นใหม่ E37T ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นตัวเลือก “คุ้มค่า” สำหรับ SSD PCIe Gen5 โดยเน้นความเร็วสูงในขณะที่ลดต้นทุนด้วยดีไซน์ DRAM-less และการใช้พลังงานต่ำมาก เหมาะกับโน้ตบุ๊ก, พีซีขนาดเล็ก และอุปกรณ์พกพาที่ต้องการความเร็วระดับ Gen5 แต่ไม่ต้องการความร้อนหรือการใช้พลังงานสูงเหมือนรุ่นท็อป

    คอนโทรลเลอร์รุ่นนี้รองรับ NAND แบบ 3D ที่ความเร็วสูงถึง 4800 MT/s พร้อมสถาปัตยกรรมแบบ 4-channel ที่ได้รับการปรับแต่งใหม่ ทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าแพลตฟอร์มระดับคุ้มค่ารุ่นก่อนถึง 38% ตามข้อมูลของ Phison นอกจากนี้ยังรองรับฟอร์มแฟกเตอร์ยอดนิยมอย่าง M.2 2280 / 2242 / 2230 ซึ่งเหมาะกับอุปกรณ์หลากหลายประเภทตั้งแต่โน้ตบุ๊กจนถึง Mini PC

    ด้านความเร็ว Phison E37T ทำได้สูงสุด 14.7 GB/s (อ่าน) และ 13.0 GB/s (เขียน) พร้อมประสิทธิภาพสุ่มสูงสุด 2,000K IOPS ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับคอนโทรลเลอร์แบบ DRAM-less จุดเด่นอีกอย่างคือการใช้พลังงานต่ำกว่า 2.3W ทำให้เหมาะกับอุปกรณ์ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงแต่ควบคุมความร้อนได้ดี

    Phison คาดว่า SSD ที่ใช้คอนโทรลเลอร์ E37T จะเริ่มปรากฏในตลาดช่วง Computex 2026 ขณะเดียวกันบริษัทก็ประกาศอัปเดตคอนโทรลเลอร์รุ่นท็อป E28 ให้รองรับความจุสูงสุด 8TB พร้อมความเร็วสูงสุด 14.9 GB/s เพื่อเสริมไลน์ผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ระดับคุ้มค่าถึงระดับเรือธง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Phison E37T คือคอนโทรลเลอร์ Gen5 แบบคุ้มค่า
    ดีไซน์ DRAM-less ลดต้นทุน
    รองรับ NAND 3D 4800 MT/s
    สถาปัตยกรรม 4-channel รุ่นใหม่

    ประสิทธิภาพสูงแม้เป็นรุ่นประหยัด
    Sequential Read สูงสุด 14.7 GB/s
    Sequential Write สูงสุด 13.0 GB/s
    Random IOPS สูงสุด 2,000K

    ใช้พลังงานต่ำมาก
    กินไฟไม่เกิน 2.3W
    เหมาะกับโน้ตบุ๊ก, handheld, Mini PC

    ข้อควรระวัง / ข้อจำกัด
    DRAM-less อาจมี latency สูงกว่า SSD ระดับไฮเอนด์
    ประสิทธิภาพจริงขึ้นกับ NAND ที่ผู้ผลิต SSD เลือกใช้

    https://wccftech.com/phison-e37t-cost-optimized-gen5-ssd-controller-14-7-gbps-speeds-dram-less-2-3w/
    ⚡ Phison เปิดตัวคอนโทรลเลอร์ SSD Gen5 รุ่นประหยัด “E37T” – เร็ว 14.7 GB/s, ไม่ต้องใช้ DRAM, กินไฟต่ำกว่า 2.3W Phison เปิดตัวคอนโทรลเลอร์ SSD รุ่นใหม่ E37T ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นตัวเลือก “คุ้มค่า” สำหรับ SSD PCIe Gen5 โดยเน้นความเร็วสูงในขณะที่ลดต้นทุนด้วยดีไซน์ DRAM-less และการใช้พลังงานต่ำมาก เหมาะกับโน้ตบุ๊ก, พีซีขนาดเล็ก และอุปกรณ์พกพาที่ต้องการความเร็วระดับ Gen5 แต่ไม่ต้องการความร้อนหรือการใช้พลังงานสูงเหมือนรุ่นท็อป คอนโทรลเลอร์รุ่นนี้รองรับ NAND แบบ 3D ที่ความเร็วสูงถึง 4800 MT/s พร้อมสถาปัตยกรรมแบบ 4-channel ที่ได้รับการปรับแต่งใหม่ ทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าแพลตฟอร์มระดับคุ้มค่ารุ่นก่อนถึง 38% ตามข้อมูลของ Phison นอกจากนี้ยังรองรับฟอร์มแฟกเตอร์ยอดนิยมอย่าง M.2 2280 / 2242 / 2230 ซึ่งเหมาะกับอุปกรณ์หลากหลายประเภทตั้งแต่โน้ตบุ๊กจนถึง Mini PC ด้านความเร็ว Phison E37T ทำได้สูงสุด 14.7 GB/s (อ่าน) และ 13.0 GB/s (เขียน) พร้อมประสิทธิภาพสุ่มสูงสุด 2,000K IOPS ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับคอนโทรลเลอร์แบบ DRAM-less จุดเด่นอีกอย่างคือการใช้พลังงานต่ำกว่า 2.3W ทำให้เหมาะกับอุปกรณ์ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงแต่ควบคุมความร้อนได้ดี Phison คาดว่า SSD ที่ใช้คอนโทรลเลอร์ E37T จะเริ่มปรากฏในตลาดช่วง Computex 2026 ขณะเดียวกันบริษัทก็ประกาศอัปเดตคอนโทรลเลอร์รุ่นท็อป E28 ให้รองรับความจุสูงสุด 8TB พร้อมความเร็วสูงสุด 14.9 GB/s เพื่อเสริมไลน์ผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ระดับคุ้มค่าถึงระดับเรือธง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Phison E37T คือคอนโทรลเลอร์ Gen5 แบบคุ้มค่า ➡️ ดีไซน์ DRAM-less ลดต้นทุน ➡️ รองรับ NAND 3D 4800 MT/s ➡️ สถาปัตยกรรม 4-channel รุ่นใหม่ ✅ ประสิทธิภาพสูงแม้เป็นรุ่นประหยัด ➡️ Sequential Read สูงสุด 14.7 GB/s ➡️ Sequential Write สูงสุด 13.0 GB/s ➡️ Random IOPS สูงสุด 2,000K ✅ ใช้พลังงานต่ำมาก ➡️ กินไฟไม่เกิน 2.3W ➡️ เหมาะกับโน้ตบุ๊ก, handheld, Mini PC ‼️ ข้อควรระวัง / ข้อจำกัด ⛔ DRAM-less อาจมี latency สูงกว่า SSD ระดับไฮเอนด์ ⛔ ประสิทธิภาพจริงขึ้นกับ NAND ที่ผู้ผลิต SSD เลือกใช้ https://wccftech.com/phison-e37t-cost-optimized-gen5-ssd-controller-14-7-gbps-speeds-dram-less-2-3w/
    WCCFTECH.COM
    Phison Intros E37T "Cost-Optimized" Gen5 SSD Controller: Up To 14.7 GB/s Speeds With DRAM-Less Design & Under 2.3W Power
    Phison has introduced its brand new Gen5 SSD controller, the E37T, which is designed to be more cost-effective with a DRAM-less design.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 71 มุมมอง 0 รีวิว
  • Apple ตุน NAND ล่วงหน้าถึงต้นปี 2026 – เดินหน้าเจรจา DRAM ต่อเนื่อง พร้อมได้ดีลราคาพิเศษจาก TSMC

    Apple กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับความต้องการชิปหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะ iPhone, iPad, Mac และอุปกรณ์ AI รุ่นถัดไป รายงานระบุว่า Apple ได้ ล็อกสัญญาจัดหาชิป NAND แบบยาวไปจนถึงไตรมาส 1 ปี 2026 เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาตลาดที่ผันผวนและปัญหาซัพพลายเชนที่เกิดขึ้นทั่วโลกในช่วงปีที่ผ่านมา

    ในขณะเดียวกัน Apple ยังคง เจรจากับผู้ผลิต DRAM รายใหญ่ เพื่อให้ได้ราคาที่มั่นคงและปริมาณที่เพียงพอสำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่ต้องใช้ RAM มากขึ้น เช่น Vision Pro รุ่นถัดไป และ Mac ที่ใช้ชิป Apple Silicon รุ่นใหม่ที่มีสถาปัตยกรรมเน้น AI/ML มากขึ้น ความต้องการ DRAM ต่อเครื่องจึงสูงกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน

    รายงานยังระบุว่า TSMC เตรียมเสนอราคาพิเศษให้ Apple สำหรับกระบวนการผลิตชิปรุ่นใหม่ เช่น 2nm และ 3nm รุ่นปรับปรุง เพื่อรักษา Apple เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของบริษัท การให้ราคาพิเศษนี้ช่วยให้ Apple ควบคุมต้นทุนของชิปตระกูล A‑Series และ M‑Series ได้ดีขึ้น แม้ต้นทุนวัตถุดิบทั่วโลกจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม

    ภาพรวมแล้ว Apple กำลังวางแผนซัพพลายเชนระยะยาวอย่างเข้มข้น เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้หน่วยความจำมากขึ้น และเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากตลาด DRAM/NAND ที่มีความผันผวนสูงในช่วงปี 2024–2026

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Apple ตุน NAND ล่วงหน้าถึง Q1 2026
    เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านราคาและปัญหาซัพพลายเชน
    รองรับความต้องการหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นในอุปกรณ์รุ่นใหม่

    ยังเจรจา DRAM ต่อเนื่อง
    ผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องใช้ RAM มากขึ้น เช่น Vision Pro, Mac รุ่นใหม่
    ต้องการดีลราคาที่มั่นคงในระยะยาว

    TSMC เสนอราคาพิเศษให้ Apple
    สำหรับกระบวนการผลิต 2nm / 3nm รุ่นใหม่
    เพื่อรักษาสถานะลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของบริษัท

    ความเสี่ยงที่ยังต้องจับตา
    ตลาด DRAM/NAND ยังผันผวนสูงจากดีมานด์ AI และเซิร์ฟเวอร์
    หากเจรจา DRAM ไม่สำเร็จ อาจกระทบต้นทุนผลิตภัณฑ์บางรุ่น

    https://wccftech.com/apple-has-secured-access-to-nand-through-q1-2026-continues-to-negotiate-dram-access-tsmc-to-offer-favorable-pricing/
    🍏 Apple ตุน NAND ล่วงหน้าถึงต้นปี 2026 – เดินหน้าเจรจา DRAM ต่อเนื่อง พร้อมได้ดีลราคาพิเศษจาก TSMC Apple กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับความต้องการชิปหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะ iPhone, iPad, Mac และอุปกรณ์ AI รุ่นถัดไป รายงานระบุว่า Apple ได้ ล็อกสัญญาจัดหาชิป NAND แบบยาวไปจนถึงไตรมาส 1 ปี 2026 เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาตลาดที่ผันผวนและปัญหาซัพพลายเชนที่เกิดขึ้นทั่วโลกในช่วงปีที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน Apple ยังคง เจรจากับผู้ผลิต DRAM รายใหญ่ เพื่อให้ได้ราคาที่มั่นคงและปริมาณที่เพียงพอสำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่ต้องใช้ RAM มากขึ้น เช่น Vision Pro รุ่นถัดไป และ Mac ที่ใช้ชิป Apple Silicon รุ่นใหม่ที่มีสถาปัตยกรรมเน้น AI/ML มากขึ้น ความต้องการ DRAM ต่อเครื่องจึงสูงกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน รายงานยังระบุว่า TSMC เตรียมเสนอราคาพิเศษให้ Apple สำหรับกระบวนการผลิตชิปรุ่นใหม่ เช่น 2nm และ 3nm รุ่นปรับปรุง เพื่อรักษา Apple เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของบริษัท การให้ราคาพิเศษนี้ช่วยให้ Apple ควบคุมต้นทุนของชิปตระกูล A‑Series และ M‑Series ได้ดีขึ้น แม้ต้นทุนวัตถุดิบทั่วโลกจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม ภาพรวมแล้ว Apple กำลังวางแผนซัพพลายเชนระยะยาวอย่างเข้มข้น เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้หน่วยความจำมากขึ้น และเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากตลาด DRAM/NAND ที่มีความผันผวนสูงในช่วงปี 2024–2026 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Apple ตุน NAND ล่วงหน้าถึง Q1 2026 ➡️ เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านราคาและปัญหาซัพพลายเชน ➡️ รองรับความต้องการหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นในอุปกรณ์รุ่นใหม่ ✅ ยังเจรจา DRAM ต่อเนื่อง ➡️ ผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องใช้ RAM มากขึ้น เช่น Vision Pro, Mac รุ่นใหม่ ➡️ ต้องการดีลราคาที่มั่นคงในระยะยาว ✅ TSMC เสนอราคาพิเศษให้ Apple ➡️ สำหรับกระบวนการผลิต 2nm / 3nm รุ่นใหม่ ➡️ เพื่อรักษาสถานะลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของบริษัท ‼️ ความเสี่ยงที่ยังต้องจับตา ⛔ ตลาด DRAM/NAND ยังผันผวนสูงจากดีมานด์ AI และเซิร์ฟเวอร์ ⛔ หากเจรจา DRAM ไม่สำเร็จ อาจกระทบต้นทุนผลิตภัณฑ์บางรุ่น https://wccftech.com/apple-has-secured-access-to-nand-through-q1-2026-continues-to-negotiate-dram-access-tsmc-to-offer-favorable-pricing/
    WCCFTECH.COM
    Apple Just Staged A Coup On TSMC's Pricing For The A20 Chip
    Morgan Stanley now expects Apple's upcoming A20 chips to cost just 30 percent more than the 3nm-based A19 chips found in the iPhone 17 lineup.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 67 มุมมอง 0 รีวิว
  • Razer เปิดตัวอุปกรณ์ AI Accelerator ตัวแรก ร่วมพัฒนา Tenstorrent – ก้าวสู่ยุค AI แบบพกพาเต็มรูปแบบ

    Razer ผนึกกำลัง Tenstorrent เปิดตัวอุปกรณ์ AI Accelerator แบบคอมแพกต์ ใช้ชิป RISC‑V “Wormhole n150” รองรับ Thunderbolt 5 และต่อพ่วงหลายตัวได้ เหมาะสำหรับนักพัฒนา AI ที่ต้องการพลังประมวลผลแบบพกพา

    อุปกรณ์ AI แบบพกพาที่ออกแบบมาเพื่อ Developer ยุคใหม่
    Razer กำลังขยายตัวจากแบรนด์เกมมิ่งสู่ตลาด AI อย่างจริงจัง โดยเปิดตัวอุปกรณ์ AI Accelerator รุ่นแรกที่พัฒนาร่วมกับ Tenstorrent ซึ่งใช้ชิป Wormhole n150 บนสถาปัตยกรรม RISC‑V จุดเด่นคือสามารถเชื่อมต่อผ่าน Thunderbolt 5 / 4 หรือ USB4 ทำให้โน้ตบุ๊กทั่วไปสามารถเพิ่มพลัง AI ได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่

    อุปกรณ์นี้ถูกออกแบบให้มีขนาดเล็ก พกพาง่าย และรองรับการใช้งาน AI/ML หลากหลาย เช่น LLMs, Image Generation และงาน Edge AI อื่นๆ ผ่านซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สของ Tenstorrent บน GitHub

    รองรับการต่อพ่วงหลายตัว – สร้างคลัสเตอร์ AI บนโต๊ะทำงาน
    หนึ่งในฟีเจอร์ที่โดดเด่นคือความสามารถในการ daisy-chain ได้สูงสุด 4 ตัว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแบบสเกลขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้าง “AI mini‑cluster” บนโต๊ะทำงานได้โดยไม่ต้องใช้เครื่อง Server ขนาดใหญ่หรือ GPU ระดับ Data Center

    Razer ระบุว่านี่คือการนำพลัง AI ระดับสูงมาสู่ผู้ใช้ทั่วไป โดยเฉพาะนักพัฒนาที่ต้องการความยืดหยุ่นและความคล่องตัวในการทดลองโมเดลต่างๆ

    ดีไซน์โมดูลาร์ + Thunderbolt 5 = ความเร็วและความยืดหยุ่นสูงสุด
    ตัวอุปกรณ์ถูกออกแบบให้เป็นโมดูลาร์ สามารถอัปเกรดหรือต่อขยายได้ง่าย พร้อมรองรับ Thunderbolt 5 ซึ่งให้แบนด์วิดท์สูงและ latency ต่ำ เหมาะกับงาน AI ที่ต้องการส่งข้อมูลจำนวนมากอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังรองรับการทำงานร่วมกับโน้ตบุ๊ก Razer และอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    อุปกรณ์ AI Accelerator ตัวแรกของ Razer
    ใช้ชิป RISC‑V Tenstorrent Wormhole n150
    รองรับ Thunderbolt 5 / 4 และ USB4

    ออกแบบมาเพื่อ Developer และงาน Edge AI
    รัน LLMs, Image Generation และงาน AI/ML ได้หลากหลาย
    ใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สของ Tenstorrent

    รองรับการต่อพ่วงหลายตัว
    Daisy‑chain ได้สูงสุด 4 อุปกรณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

    ข้อควรระวัง / ความท้าทาย
    ประสิทธิภาพจริงขึ้นอยู่กับการปรับแต่งซอฟต์แวร์และโมเดลที่ใช้
    อาจมีข้อจำกัดด้านความร้อนหรือพลังงานเมื่อใช้งานหลายตัวพร้อมกัน

    https://wccftech.com/razer-partners-tenstorrent-goes-into-full-ai-mode/
    🤖 Razer เปิดตัวอุปกรณ์ AI Accelerator ตัวแรก ร่วมพัฒนา Tenstorrent – ก้าวสู่ยุค AI แบบพกพาเต็มรูปแบบ Razer ผนึกกำลัง Tenstorrent เปิดตัวอุปกรณ์ AI Accelerator แบบคอมแพกต์ ใช้ชิป RISC‑V “Wormhole n150” รองรับ Thunderbolt 5 และต่อพ่วงหลายตัวได้ เหมาะสำหรับนักพัฒนา AI ที่ต้องการพลังประมวลผลแบบพกพา ⚡ อุปกรณ์ AI แบบพกพาที่ออกแบบมาเพื่อ Developer ยุคใหม่ Razer กำลังขยายตัวจากแบรนด์เกมมิ่งสู่ตลาด AI อย่างจริงจัง โดยเปิดตัวอุปกรณ์ AI Accelerator รุ่นแรกที่พัฒนาร่วมกับ Tenstorrent ซึ่งใช้ชิป Wormhole n150 บนสถาปัตยกรรม RISC‑V จุดเด่นคือสามารถเชื่อมต่อผ่าน Thunderbolt 5 / 4 หรือ USB4 ทำให้โน้ตบุ๊กทั่วไปสามารถเพิ่มพลัง AI ได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ อุปกรณ์นี้ถูกออกแบบให้มีขนาดเล็ก พกพาง่าย และรองรับการใช้งาน AI/ML หลากหลาย เช่น LLMs, Image Generation และงาน Edge AI อื่นๆ ผ่านซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สของ Tenstorrent บน GitHub 🧩 รองรับการต่อพ่วงหลายตัว – สร้างคลัสเตอร์ AI บนโต๊ะทำงาน หนึ่งในฟีเจอร์ที่โดดเด่นคือความสามารถในการ daisy-chain ได้สูงสุด 4 ตัว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแบบสเกลขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้าง “AI mini‑cluster” บนโต๊ะทำงานได้โดยไม่ต้องใช้เครื่อง Server ขนาดใหญ่หรือ GPU ระดับ Data Center Razer ระบุว่านี่คือการนำพลัง AI ระดับสูงมาสู่ผู้ใช้ทั่วไป โดยเฉพาะนักพัฒนาที่ต้องการความยืดหยุ่นและความคล่องตัวในการทดลองโมเดลต่างๆ 🛠️ ดีไซน์โมดูลาร์ + Thunderbolt 5 = ความเร็วและความยืดหยุ่นสูงสุด ตัวอุปกรณ์ถูกออกแบบให้เป็นโมดูลาร์ สามารถอัปเกรดหรือต่อขยายได้ง่าย พร้อมรองรับ Thunderbolt 5 ซึ่งให้แบนด์วิดท์สูงและ latency ต่ำ เหมาะกับงาน AI ที่ต้องการส่งข้อมูลจำนวนมากอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังรองรับการทำงานร่วมกับโน้ตบุ๊ก Razer และอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ อุปกรณ์ AI Accelerator ตัวแรกของ Razer ➡️ ใช้ชิป RISC‑V Tenstorrent Wormhole n150 ➡️ รองรับ Thunderbolt 5 / 4 และ USB4 ✅ ออกแบบมาเพื่อ Developer และงาน Edge AI ➡️ รัน LLMs, Image Generation และงาน AI/ML ได้หลากหลาย ➡️ ใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สของ Tenstorrent ✅ รองรับการต่อพ่วงหลายตัว ➡️ Daisy‑chain ได้สูงสุด 4 อุปกรณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ‼️ ข้อควรระวัง / ความท้าทาย ⛔ ประสิทธิภาพจริงขึ้นอยู่กับการปรับแต่งซอฟต์แวร์และโมเดลที่ใช้ ⛔ อาจมีข้อจำกัดด้านความร้อนหรือพลังงานเมื่อใช้งานหลายตัวพร้อมกัน https://wccftech.com/razer-partners-tenstorrent-goes-into-full-ai-mode/
    WCCFTECH.COM
    Razer Goes Full “AI Mode” with New & Compact AI Accelerator Device Featuring Tenstorrent’s Wormhole n150 AI Chip
    Razer has decided to shift its focus towards AI, as the manufacturer has showcased their first-generation compact AI accelerator device.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 73 มุมมอง 0 รีวิว
  • ราคาพุ่ง! Raspberry Pi และ Mini PC แทบไม่ต่างกันอีกต่อไป หลัง DRAM ขาดตลาดหนัก

    ราคาของอุปกรณ์ทำโฮมแลบกำลังพุ่งขึ้นพร้อมกันทั้งฝั่ง Raspberry Pi 5 และ Mini PC ที่ใช้ Intel N100/N150 จนเกิด “ภาวะราคาเท่ากัน” แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ข้อมูลจากการตรวจสอบของ Jeff Geerling และการยืนยันโดย Tom’s Hardware ระบุว่า ชุด Raspberry Pi 5 (16GB + SSD + เคส + PSU) และ GMKTec Nucbox G3 Plus มีราคาแทบไม่ต่างกันเลยในปี 2026

    สาเหตุหลักมาจาก ต้นทุน DRAM และ Flash ที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 100% รวมถึงความไม่แน่นอนด้านภาษีนำเข้า ทำให้ผู้ผลิต Mini PC ต้องขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน Raspberry Pi ก็ได้รับผลกระทบเช่นกันจนต้องเปิดตัวรุ่น Pi 5 แบบ 1GB เพื่อคงราคาเริ่มต้นไว้ที่ $45

    ผลลัพธ์คือผู้ที่ต้องการสร้างโฮมแลบต้องชั่งใจมากขึ้นระหว่าง พลังประมวลผลที่สูงกว่า (Mini PC) กับ การใช้พลังงานต่ำกว่า (Raspberry Pi) เพราะต้นทุนรวมของทั้งสองแพลตฟอร์มแทบไม่ต่างกันอีกต่อไป นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า วิกฤตราคา DRAM อาจลากยาวหลายปี ทำให้สถานการณ์นี้อาจไม่ใช่เรื่องชั่วคราว

    ในภาพรวม ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Geerling เชื่อว่า “ปีนี้จะเป็นปีแห่งการนำฮาร์ดแวร์เก่ากลับมาใช้ใหม่” เพราะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดท่ามกลางราคาที่พุ่งสูงของอุปกรณ์ใหม่ทุกประเภทในตลาดโฮมแลบ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ราคาของ Raspberry Pi และ Mini PC ใกล้เคียงกันมาก
    Raspberry Pi 5 ชุด 16GB พร้อม SSD และอุปกรณ์เสริมแตะ $246.95
    GMKTec Nucbox G3 Plus ราคา $246.99 ในปี 2026

    ต้นทุน DRAM และ Flash พุ่งสูงทั่วโลก
    ผู้ผลิต Mini PC ต้องขึ้นราคาทุกรุ่น
    Raspberry Pi ก็ได้รับผลกระทบจนต้องเปิดตัวรุ่น 1GB เพื่อคุมราคาเริ่มต้น

    Mini PC ยังแรงกว่า แต่กินไฟมากกว่า
    Intel N100/N150 ให้ประสิทธิภาพสูงกว่า Pi 5 อย่างชัดเจน
    แต่ Raspberry Pi ยังคงเป็นแชมป์ด้านการใช้พลังงานต่ำที่สุดในกลุ่มนี้

    ความเสี่ยงและข้อควรระวังจากสถานการณ์นี้
    ราคาหน่วยความจำอาจยังพุ่งต่อเนื่องหลายปี
    ต้นทุนสร้างโฮมแลบอาจสูงขึ้นจนไม่คุ้มสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่

    https://www.tomshardware.com/raspberry-pi/raspberry-pi-and-mini-pc-home-lab-prices-hit-parity-as-dram-costs-skyrocket-price-hikes-force-hobbyists-to-weigh-up-performance-versus-power-consumption
    💸 ราคาพุ่ง! Raspberry Pi และ Mini PC แทบไม่ต่างกันอีกต่อไป หลัง DRAM ขาดตลาดหนัก ราคาของอุปกรณ์ทำโฮมแลบกำลังพุ่งขึ้นพร้อมกันทั้งฝั่ง Raspberry Pi 5 และ Mini PC ที่ใช้ Intel N100/N150 จนเกิด “ภาวะราคาเท่ากัน” แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ข้อมูลจากการตรวจสอบของ Jeff Geerling และการยืนยันโดย Tom’s Hardware ระบุว่า ชุด Raspberry Pi 5 (16GB + SSD + เคส + PSU) และ GMKTec Nucbox G3 Plus มีราคาแทบไม่ต่างกันเลยในปี 2026 สาเหตุหลักมาจาก ต้นทุน DRAM และ Flash ที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 100% รวมถึงความไม่แน่นอนด้านภาษีนำเข้า ทำให้ผู้ผลิต Mini PC ต้องขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน Raspberry Pi ก็ได้รับผลกระทบเช่นกันจนต้องเปิดตัวรุ่น Pi 5 แบบ 1GB เพื่อคงราคาเริ่มต้นไว้ที่ $45 ผลลัพธ์คือผู้ที่ต้องการสร้างโฮมแลบต้องชั่งใจมากขึ้นระหว่าง พลังประมวลผลที่สูงกว่า (Mini PC) กับ การใช้พลังงานต่ำกว่า (Raspberry Pi) เพราะต้นทุนรวมของทั้งสองแพลตฟอร์มแทบไม่ต่างกันอีกต่อไป นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า วิกฤตราคา DRAM อาจลากยาวหลายปี ทำให้สถานการณ์นี้อาจไม่ใช่เรื่องชั่วคราว ในภาพรวม ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Geerling เชื่อว่า “ปีนี้จะเป็นปีแห่งการนำฮาร์ดแวร์เก่ากลับมาใช้ใหม่” เพราะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดท่ามกลางราคาที่พุ่งสูงของอุปกรณ์ใหม่ทุกประเภทในตลาดโฮมแลบ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ราคาของ Raspberry Pi และ Mini PC ใกล้เคียงกันมาก ➡️ Raspberry Pi 5 ชุด 16GB พร้อม SSD และอุปกรณ์เสริมแตะ $246.95 ➡️ GMKTec Nucbox G3 Plus ราคา $246.99 ในปี 2026 ✅ ต้นทุน DRAM และ Flash พุ่งสูงทั่วโลก ➡️ ผู้ผลิต Mini PC ต้องขึ้นราคาทุกรุ่น ➡️ Raspberry Pi ก็ได้รับผลกระทบจนต้องเปิดตัวรุ่น 1GB เพื่อคุมราคาเริ่มต้น ✅ Mini PC ยังแรงกว่า แต่กินไฟมากกว่า ➡️ Intel N100/N150 ให้ประสิทธิภาพสูงกว่า Pi 5 อย่างชัดเจน ➡️ แต่ Raspberry Pi ยังคงเป็นแชมป์ด้านการใช้พลังงานต่ำที่สุดในกลุ่มนี้ ‼️ ความเสี่ยงและข้อควรระวังจากสถานการณ์นี้ ⛔ ราคาหน่วยความจำอาจยังพุ่งต่อเนื่องหลายปี ⛔ ต้นทุนสร้างโฮมแลบอาจสูงขึ้นจนไม่คุ้มสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ https://www.tomshardware.com/raspberry-pi/raspberry-pi-and-mini-pc-home-lab-prices-hit-parity-as-dram-costs-skyrocket-price-hikes-force-hobbyists-to-weigh-up-performance-versus-power-consumption
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 80 มุมมอง 0 รีวิว
  • Commodore 1541: เมื่อ “ไดรฟ์ฟล็อปปี้” กลายร่างเป็นคอมพิวเตอร์จิ๋วได้จริง

    วงการเรโทรคอมพิวติ้งกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อช่อง Commodore History บน YouTube ทดลองพิสูจน์ว่า Commodore 1541—ไดรฟ์ฟล็อปปี้ 5.25 นิ้วของปี 1982—สามารถทำงานเป็น “คอมพิวเตอร์แบบสแตนด์อโลน” ได้จริง แม้จะถูกออกแบบมาเป็นเพียงอุปกรณ์เก็บข้อมูลของ Commodore 64 แต่ภายในกลับมีทั้ง CPU MOS 6502 ความเร็ว 1 MHz, RAM, ROM และชิป I/O ครบชุด ทำให้มันมีศักยภาพมากกว่าที่หลายคนเคยคิดไว้

    การทดลองครั้งนี้เริ่มจากคำถามของผู้ชมว่า 1541 สามารถทำงานเป็นคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้หรือไม่ Dave ผู้ทำการทดลองจึงเลือกแนวทางที่ “ไม่ดัดแปลงฮาร์ดแวร์หนัก” เพื่อรักษาความคลาสสิกของเครื่อง เขาจึงนำแนวคิดของ Commodore KIM‑1 คอมพิวเตอร์บอร์ดเดี่ยวรุ่นแรกของบริษัทมาเป็นต้นแบบ แล้วแก้ไขเคอร์เนลของ KIM‑1 ให้ทำงานบน 1541 พร้อมปรับระบบ I/O ให้สื่อสารผ่านเทอร์มินัลแบบ TTY ได้

    หลังจากเบิร์น ROM ใหม่ลงใน EEPROM และเชื่อมต่อผ่านอะแดปเตอร์ USB‑to‑RS232‑to‑TTL เครื่อง 1541 ก็สามารถรับคำสั่งผ่านเทอร์มินัลบน MacBook ได้สำเร็จ และรันโปรแกรม Assembly “Hello World” ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทดสอบ นอกจากนี้ Dave ยังเพิ่ม Tiny BASIC ลงใน ROM เพื่อให้เขียนโปรแกรมได้สะดวกขึ้น ทำให้ 1541 ทำงานใกล้เคียงคอมพิวเตอร์ยุคแรกๆ ได้อย่างน่าทึ่ง แม้จะยังจำกัดด้าน I/O อยู่มากก็ตาม

    โปรเจกต์นี้ไม่เพียงโชว์ความสามารถของฮาร์ดแวร์เรโทร แต่ยังชวนให้ตั้งคำถามว่า อุปกรณ์สมัยใหม่อย่างคอนโทรลเลอร์ของ SSD หรือไดรฟ์ต่างๆ อาจมีพลังประมวลผลมากกว่าที่เราคิด และอาจถูกนำมาใช้ในงานที่เหนือความคาดหมายได้เช่นกัน เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความคิดสร้างสรรค์ที่ผสานความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ยุคเก่าเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Commodore 1541 มีศักยภาพเป็นคอมพิวเตอร์
    ภายในมี CPU MOS 6502, RAM, ROM และ I/O ครบชุด
    สถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับ VIC‑20 และ KIM‑1

    การดัดแปลงเพื่อให้ทำงานเป็นคอมพิวเตอร์
    ปรับเคอร์เนลของ KIM‑1 ให้เข้ากับฮาร์ดแวร์ 1541
    ใช้เทอร์มินัล TTY ผ่านอะแดปเตอร์ USB‑RS232‑TTL

    ผลลัพธ์ของการทดลอง
    รัน Assembly “Hello World” ได้สำเร็จ
    เพิ่ม Tiny BASIC เพื่อให้เขียนโปรแกรมได้ง่ายขึ้น

    ข้อจำกัดของการใช้งานเป็นคอมพิวเตอร์
    ขาดระบบกราฟิกและเสียงแบบ VIC‑20
    I/O จำกัดมาก ทำงานได้เฉพาะผ่านเทอร์มินัล

    ความเสี่ยงหรือข้อควรระวังในการดัดแปลงฮาร์ดแวร์เรโทร
    อุปกรณ์มีอายุหลายสิบปี อาจเสียหายได้ง่าย
    การเบิร์น ROM หรือเชื่อมต่อผิดพลาดอาจทำให้เครื่องพังถาวร

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/commodore-64-floppy-drive-has-the-power-to-be-a-computer-bulky-1982-commodore-1541-5-25-inch-drive-packs-a-1-mhz-mos-6502-cpu
    🖥️ Commodore 1541: เมื่อ “ไดรฟ์ฟล็อปปี้” กลายร่างเป็นคอมพิวเตอร์จิ๋วได้จริง วงการเรโทรคอมพิวติ้งกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อช่อง Commodore History บน YouTube ทดลองพิสูจน์ว่า Commodore 1541—ไดรฟ์ฟล็อปปี้ 5.25 นิ้วของปี 1982—สามารถทำงานเป็น “คอมพิวเตอร์แบบสแตนด์อโลน” ได้จริง แม้จะถูกออกแบบมาเป็นเพียงอุปกรณ์เก็บข้อมูลของ Commodore 64 แต่ภายในกลับมีทั้ง CPU MOS 6502 ความเร็ว 1 MHz, RAM, ROM และชิป I/O ครบชุด ทำให้มันมีศักยภาพมากกว่าที่หลายคนเคยคิดไว้ การทดลองครั้งนี้เริ่มจากคำถามของผู้ชมว่า 1541 สามารถทำงานเป็นคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้หรือไม่ Dave ผู้ทำการทดลองจึงเลือกแนวทางที่ “ไม่ดัดแปลงฮาร์ดแวร์หนัก” เพื่อรักษาความคลาสสิกของเครื่อง เขาจึงนำแนวคิดของ Commodore KIM‑1 คอมพิวเตอร์บอร์ดเดี่ยวรุ่นแรกของบริษัทมาเป็นต้นแบบ แล้วแก้ไขเคอร์เนลของ KIM‑1 ให้ทำงานบน 1541 พร้อมปรับระบบ I/O ให้สื่อสารผ่านเทอร์มินัลแบบ TTY ได้ หลังจากเบิร์น ROM ใหม่ลงใน EEPROM และเชื่อมต่อผ่านอะแดปเตอร์ USB‑to‑RS232‑to‑TTL เครื่อง 1541 ก็สามารถรับคำสั่งผ่านเทอร์มินัลบน MacBook ได้สำเร็จ และรันโปรแกรม Assembly “Hello World” ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทดสอบ นอกจากนี้ Dave ยังเพิ่ม Tiny BASIC ลงใน ROM เพื่อให้เขียนโปรแกรมได้สะดวกขึ้น ทำให้ 1541 ทำงานใกล้เคียงคอมพิวเตอร์ยุคแรกๆ ได้อย่างน่าทึ่ง แม้จะยังจำกัดด้าน I/O อยู่มากก็ตาม โปรเจกต์นี้ไม่เพียงโชว์ความสามารถของฮาร์ดแวร์เรโทร แต่ยังชวนให้ตั้งคำถามว่า อุปกรณ์สมัยใหม่อย่างคอนโทรลเลอร์ของ SSD หรือไดรฟ์ต่างๆ อาจมีพลังประมวลผลมากกว่าที่เราคิด และอาจถูกนำมาใช้ในงานที่เหนือความคาดหมายได้เช่นกัน เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความคิดสร้างสรรค์ที่ผสานความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ยุคเก่าเข้าด้วยกันอย่างลงตัว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Commodore 1541 มีศักยภาพเป็นคอมพิวเตอร์ ➡️ ภายในมี CPU MOS 6502, RAM, ROM และ I/O ครบชุด ➡️ สถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับ VIC‑20 และ KIM‑1 ✅ การดัดแปลงเพื่อให้ทำงานเป็นคอมพิวเตอร์ ➡️ ปรับเคอร์เนลของ KIM‑1 ให้เข้ากับฮาร์ดแวร์ 1541 ➡️ ใช้เทอร์มินัล TTY ผ่านอะแดปเตอร์ USB‑RS232‑TTL ✅ ผลลัพธ์ของการทดลอง ➡️ รัน Assembly “Hello World” ได้สำเร็จ ➡️ เพิ่ม Tiny BASIC เพื่อให้เขียนโปรแกรมได้ง่ายขึ้น ‼️ ข้อจำกัดของการใช้งานเป็นคอมพิวเตอร์ ⛔ ขาดระบบกราฟิกและเสียงแบบ VIC‑20 ⛔ I/O จำกัดมาก ทำงานได้เฉพาะผ่านเทอร์มินัล ‼️ ความเสี่ยงหรือข้อควรระวังในการดัดแปลงฮาร์ดแวร์เรโทร ⛔ อุปกรณ์มีอายุหลายสิบปี อาจเสียหายได้ง่าย ⛔ การเบิร์น ROM หรือเชื่อมต่อผิดพลาดอาจทำให้เครื่องพังถาวร https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/commodore-64-floppy-drive-has-the-power-to-be-a-computer-bulky-1982-commodore-1541-5-25-inch-drive-packs-a-1-mhz-mos-6502-cpu
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 87 มุมมอง 0 รีวิว
  • ยืนยันแล้ว! ยุงสามารถเก็บ “คลัง DNA ของสัตว์หลายชนิด” ไว้ในตัวได้จริง

    งานวิจัยใหม่เผยว่ายุงไม่ได้ดูดเลือดแค่จากสัตว์ชนิดเดียว แต่ยังสามารถเก็บ ดีเอ็นเอของสัตว์หลายชนิดพร้อมกัน ไว้ในร่างกายราวกับ “ไลบรารีชีวภาพขนาดจิ๋ว” ซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถใช้ยุงเป็นเครื่องมือสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างทรงพลัง การค้นพบนี้ทำให้แนวคิดใน Jurassic Park ดูไม่ไกลเกินจริงนัก—แม้จะยังไม่ถึงขั้นชุบชีวิตไดโนเสาร์ก็ตาม

    นักวิจัยพบว่าเมื่อยุงดูดเลือดจากสัตว์หลายชนิด ดีเอ็นเอเหล่านั้นสามารถคงอยู่ในระบบย่อยอาหารของยุงได้นานพอที่จะตรวจจับได้ด้วยเทคนิคทางพันธุกรรมสมัยใหม่ เช่น metabarcoding ซึ่งช่วยให้ระบุได้ว่ายุงตัวหนึ่งเคยกัดสัตว์อะไรบ้างในช่วงเวลาสั้นๆ การค้นพบนี้เปิดประตูสู่การใช้ยุงเป็น “อุปกรณ์เก็บตัวอย่างชีวภาพเคลื่อนที่” ที่สามารถบอกได้ว่าสัตว์ชนิดใดอาศัยอยู่ในพื้นที่หนึ่งโดยไม่ต้องติดตั้งกล้องหรือดักจับสัตว์โดยตรง

    สิ่งที่น่าสนใจคือ ยุงสามารถเก็บดีเอ็นเอจากสัตว์หลายชนิดในมื้อเดียว เช่น นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม หรือสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งสะท้อนถึงความซับซ้อนของระบบนิเวศและพฤติกรรมการหาอาหารของยุงเอง นอกจากนี้ยังช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบสัตว์หายากหรือสัตว์ที่ยากต่อการติดตามได้ง่ายขึ้น เช่น สัตว์กลางคืนหรือสัตว์ที่หลบซ่อนเก่ง

    แม้จะฟังดูเหมือนก้าวแรกสู่การคืนชีพไดโนเสาร์ แต่ความจริงคือดีเอ็นเอที่อยู่ในยุงจะสลายตัวอย่างรวดเร็วและไม่สามารถใช้สร้างสิ่งมีชีวิตใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม การค้นพบนี้มีผลกระทบสำคัญต่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า การติดตามโรคระบาด และการทำความเข้าใจระบบนิเวศในระดับที่ละเอียดกว่าที่เคยเป็นมา

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ยุงสามารถเก็บดีเอ็นเอของสัตว์หลายชนิดได้ในคราวเดียว
    ดีเอ็นเอคงอยู่ในระบบย่อยอาหารนานพอให้ตรวจจับได้
    ใช้เทคนิค metabarcoding เพื่อระบุชนิดสัตว์ที่ถูกกัด

    ยุงกลายเป็นเครื่องมือสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ
    ช่วยตรวจพบสัตว์หายากหรือสัตว์ที่ติดตามยาก
    ลดความจำเป็นในการติดตั้งกล้องหรือดักจับสัตว์

    ดีเอ็นเอในยุงเสื่อมสภาพเร็ว ไม่สามารถใช้ชุบชีวิตสัตว์สูญพันธุ์ได้
    แนวคิดแบบ Jurassic Park ยังเป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง

    การตีความข้อมูลผิดอาจนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับพันธุศาสตร์
    ต้องใช้เทคนิควิเคราะห์ที่ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ผิดพลาด

    https://www.sciencealert.com/jurassic-park-was-right-mosquitoes-really-can-carry-libraries-of-animal-dna
    🦟🧬 ยืนยันแล้ว! ยุงสามารถเก็บ “คลัง DNA ของสัตว์หลายชนิด” ไว้ในตัวได้จริง งานวิจัยใหม่เผยว่ายุงไม่ได้ดูดเลือดแค่จากสัตว์ชนิดเดียว แต่ยังสามารถเก็บ ดีเอ็นเอของสัตว์หลายชนิดพร้อมกัน ไว้ในร่างกายราวกับ “ไลบรารีชีวภาพขนาดจิ๋ว” ซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถใช้ยุงเป็นเครื่องมือสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างทรงพลัง การค้นพบนี้ทำให้แนวคิดใน Jurassic Park ดูไม่ไกลเกินจริงนัก—แม้จะยังไม่ถึงขั้นชุบชีวิตไดโนเสาร์ก็ตาม นักวิจัยพบว่าเมื่อยุงดูดเลือดจากสัตว์หลายชนิด ดีเอ็นเอเหล่านั้นสามารถคงอยู่ในระบบย่อยอาหารของยุงได้นานพอที่จะตรวจจับได้ด้วยเทคนิคทางพันธุกรรมสมัยใหม่ เช่น metabarcoding ซึ่งช่วยให้ระบุได้ว่ายุงตัวหนึ่งเคยกัดสัตว์อะไรบ้างในช่วงเวลาสั้นๆ การค้นพบนี้เปิดประตูสู่การใช้ยุงเป็น “อุปกรณ์เก็บตัวอย่างชีวภาพเคลื่อนที่” ที่สามารถบอกได้ว่าสัตว์ชนิดใดอาศัยอยู่ในพื้นที่หนึ่งโดยไม่ต้องติดตั้งกล้องหรือดักจับสัตว์โดยตรง สิ่งที่น่าสนใจคือ ยุงสามารถเก็บดีเอ็นเอจากสัตว์หลายชนิดในมื้อเดียว เช่น นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม หรือสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งสะท้อนถึงความซับซ้อนของระบบนิเวศและพฤติกรรมการหาอาหารของยุงเอง นอกจากนี้ยังช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบสัตว์หายากหรือสัตว์ที่ยากต่อการติดตามได้ง่ายขึ้น เช่น สัตว์กลางคืนหรือสัตว์ที่หลบซ่อนเก่ง แม้จะฟังดูเหมือนก้าวแรกสู่การคืนชีพไดโนเสาร์ แต่ความจริงคือดีเอ็นเอที่อยู่ในยุงจะสลายตัวอย่างรวดเร็วและไม่สามารถใช้สร้างสิ่งมีชีวิตใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม การค้นพบนี้มีผลกระทบสำคัญต่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า การติดตามโรคระบาด และการทำความเข้าใจระบบนิเวศในระดับที่ละเอียดกว่าที่เคยเป็นมา 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ยุงสามารถเก็บดีเอ็นเอของสัตว์หลายชนิดได้ในคราวเดียว ➡️ ดีเอ็นเอคงอยู่ในระบบย่อยอาหารนานพอให้ตรวจจับได้ ➡️ ใช้เทคนิค metabarcoding เพื่อระบุชนิดสัตว์ที่ถูกกัด ✅ ยุงกลายเป็นเครื่องมือสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ ➡️ ช่วยตรวจพบสัตว์หายากหรือสัตว์ที่ติดตามยาก ➡️ ลดความจำเป็นในการติดตั้งกล้องหรือดักจับสัตว์ ‼️ ดีเอ็นเอในยุงเสื่อมสภาพเร็ว ไม่สามารถใช้ชุบชีวิตสัตว์สูญพันธุ์ได้ ⛔ แนวคิดแบบ Jurassic Park ยังเป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง ‼️ การตีความข้อมูลผิดอาจนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับพันธุศาสตร์ ⛔ ต้องใช้เทคนิควิเคราะห์ที่ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ผิดพลาด https://www.sciencealert.com/jurassic-park-was-right-mosquitoes-really-can-carry-libraries-of-animal-dna
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Jurassic Park Was Right: Mosquitoes Really Can Carry Libraries of Animal DNA
    From missing dinosaur feathers to fictitious pack-hunting behaviors, many details of the Jurassic Park movie franchise belong firmly in fantasy.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 101 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts