• ดูดวงทั้ง 12 นักษัตร เดือนธันวาคม 2568
    ++++++++++++++++++++++++
    คำทำนาย พื้นดวงชะตา ของคนที่เกิดในแต่ละนักษัตร ทั้ง 12 ราศี ในเดือนธันวาคม 2568 ว่าพื้นดวงชะตาของแต่ละคนมี การเปลี่ยนแปลงทางด้านบวกหรือด้านลบ เรื่องใดโดดเด่น และ เรื่องใดต้องระมัดระวังปรับปรุงแก้ไข คำทำนายนี้มีผล ตั้งแต่วันที่ วันที่ 7ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2569

    ในเดือน ธันวาคมเป็นเดือน โบ่ว จื้อนักษัตร ชวด พลังน้ำ ธาตุดิน ตามหลักโป้ยหยี่ซีเถียวโหราศาสตร์จีน พลังธาตุของเดือนชวด เสริมพลังโชคลาภให้ ปีมะเส็งอย่างมีเงื่อนไขทำให้เกิดการขับเคลื่อนและผลักดันของพลังธาตุ
    ส่งผลให้สถานะการณ์ในเดือนนี้ปัญหาต่างๆเริ่มคลี่คลาย ข้อขัดข้องได้รับการแก้ไขให้สมประโยชน์ทั้ง2 ฝ่าย เป็นเดือนแห่งการเจรจาต่อรอง รอมชอมผลประโยชน์

    ส่งผลดีต่อธุรกิจ การขนส่ง โลจีสติก ธุรกิจ ที่พัก โฮมสเตย์ การโรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยวและเดินทาง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การเกษตร ธุรกิจซื้อมาขายไป งานรีวิวสินค้า ร้านอาหาร สถานบันเทิง

    พลังธาตุของนักษัตรในเดือนนี้ ส่งผลที่ดีทำให้เกิดการเกื้อกูล แข่งขัน ทำให้คนที่เกิดในแต่ละนักษัตรจะได้รับพลังส่งเสริม สนับสนุนต่างกัน บางนักษัตรได้รับผลดี และ และบางนักษัตรได้รับผลเสีย หากนักษัตรใด มีพื้นดวงขัดแย้ง ก็ต้องระวังผลเสียที่เข้ากระทบ ตามคำทำนาย

    https://youtu.be/mF8Qwcb3RpA

    ดูดวง 12 นักษัตร เดือนธันวาคม 2568

    00:00 บทนำ
    01:51 ดวง ปีชวด (หนู)
    04:34 ดวง ปีฉลู (วัว)
    06:47 ดวง ปีขาล (เสือ)
    08:57 ดวง ปีเถาะ (กระต่าย)
    11:11 ดวง ปีมะโรง (งูใหญ่)
    13:42 ดวง ปีมะเส็ง (งูเล็ก)
    16:10 ดวง ปีมะเมีย (ม้า)
    18:27 ดวง ปีมะแม (แพะ)
    20:32 ดวง ปีวอก (ลิง)
    22:38 ดวง ปีระกา (ไก่)
    24:39 ดวง ปีจอ (หมา)
    26:44 ดวง ปีกุน (หมู)





    ดูดวงทั้ง 12 นักษัตร เดือนธันวาคม 2568 ++++++++++++++++++++++++ คำทำนาย พื้นดวงชะตา ของคนที่เกิดในแต่ละนักษัตร ทั้ง 12 ราศี ในเดือนธันวาคม 2568 ว่าพื้นดวงชะตาของแต่ละคนมี การเปลี่ยนแปลงทางด้านบวกหรือด้านลบ เรื่องใดโดดเด่น และ เรื่องใดต้องระมัดระวังปรับปรุงแก้ไข คำทำนายนี้มีผล ตั้งแต่วันที่ วันที่ 7ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2569 ในเดือน ธันวาคมเป็นเดือน โบ่ว จื้อนักษัตร ชวด พลังน้ำ ธาตุดิน ตามหลักโป้ยหยี่ซีเถียวโหราศาสตร์จีน พลังธาตุของเดือนชวด เสริมพลังโชคลาภให้ ปีมะเส็งอย่างมีเงื่อนไขทำให้เกิดการขับเคลื่อนและผลักดันของพลังธาตุ ส่งผลให้สถานะการณ์ในเดือนนี้ปัญหาต่างๆเริ่มคลี่คลาย ข้อขัดข้องได้รับการแก้ไขให้สมประโยชน์ทั้ง2 ฝ่าย เป็นเดือนแห่งการเจรจาต่อรอง รอมชอมผลประโยชน์ ส่งผลดีต่อธุรกิจ การขนส่ง โลจีสติก ธุรกิจ ที่พัก โฮมสเตย์ การโรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยวและเดินทาง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การเกษตร ธุรกิจซื้อมาขายไป งานรีวิวสินค้า ร้านอาหาร สถานบันเทิง พลังธาตุของนักษัตรในเดือนนี้ ส่งผลที่ดีทำให้เกิดการเกื้อกูล แข่งขัน ทำให้คนที่เกิดในแต่ละนักษัตรจะได้รับพลังส่งเสริม สนับสนุนต่างกัน บางนักษัตรได้รับผลดี และ และบางนักษัตรได้รับผลเสีย หากนักษัตรใด มีพื้นดวงขัดแย้ง ก็ต้องระวังผลเสียที่เข้ากระทบ ตามคำทำนาย https://youtu.be/mF8Qwcb3RpA ดูดวง 12 นักษัตร เดือนธันวาคม 2568 00:00 บทนำ 01:51 ดวง ปีชวด (หนู) 04:34 ดวง ปีฉลู (วัว) 06:47 ดวง ปีขาล (เสือ) 08:57 ดวง ปีเถาะ (กระต่าย) 11:11 ดวง ปีมะโรง (งูใหญ่) 13:42 ดวง ปีมะเส็ง (งูเล็ก) 16:10 ดวง ปีมะเมีย (ม้า) 18:27 ดวง ปีมะแม (แพะ) 20:32 ดวง ปีวอก (ลิง) 22:38 ดวง ปีระกา (ไก่) 24:39 ดวง ปีจอ (หมา) 26:44 ดวง ปีกุน (หมู)
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 6 มุมมอง 0 รีวิว
  • #ปลาซิวทอดกรอบ กลับมาเปิดตะกร้าแล้วค่าาาา… อร่อยเหมือนเดิมมมมม กาอบ อร่อยเกินไปมาก… ปลาซิวทอดกรอบ…อร่อย ทำถึง …ไม่ลองคือพลาดดดด #ร้านกินจุ๊บจิ๊บ #หมึกฉาบสามรส #ปลาจิ้งจ้างไม่งา #กุนเชียง


    รีบๆๆๆ …ลูกค้าสั่งปลาซิวมา…รีบไปแพ็คส่งแป้ป ปลาซิวเราขายดีมากๆ ขึ้นเป็นสินค้าขายดีเบอร์หนึ่งของร้านแล้วจ้าาา

    ต้องขออภัยจริงๆค่ะ ปลาซิวทอดกรอบสินค้าขายดีอันดับ 1…ใครทานก็ติดใจ คือ ทานกับอะไรก็อร่อย ทานกับข้าวก็เลิศ ทานเล่นคือฟิน …สั่งมาทีไรก็หมดไวมาก สั่งมาเท่าไหร่ก็ไม่พอ…ถ้ากดแล้วมีสินค้าคือโชคดี ถ้ากดแล้วสินค้าหมดก็ต้องอภัยค่ะ…อีก 2-3 วัน กดใหม่นะคะ

    ⭕️ กลับมาเปิดตะกร้าอีกครั้งงงง …น่าทานมากกกกกกค่าาา

    ปลาซิวทอดกรอบ ใน TikTok
    https://vt.tiktok.com/ZSrLMwpsh/

    ปลาซิวทอดกรอบ ใน Shopee
    https://th.shp.ee/VccNvCt

    เลือกชมสินค้าอื่นๆของเราได้ทั้งสองช่องทาง
    1. Shopee : shopee.co.th/kinjubjibshop
    2. TikTok : https://www.tiktok.com/@kinjubjibshop?_t=ZS-8txYHQWejyM&_r=1

    เลือกช้อปได้ตามความชอบและคูปองของแต่ละช่องทางได้เลยค่ะ

    #นึกถึงอาหารทะเลแห้งนึกถึงเราร้านกินจุ๊บจิ๊บ #ร้านกินจุ๊บจิ๊บ #kinjubjibshop #อร่อยดีบอกต่อ #ของอร่อยต้องลอง #ปลาเกล็ดขาวอบกรอบ #ปลาเกล็ดขาวสามรส #ปลาเกล็ดขาว #ปลาซิวทอดกรอบ #ปลาซิวทอด #ปลาซิวกรอบ #ปลาซิวทอดกรอบ

    #songkran2025
    #ปลาซิวทอดกรอบ กลับมาเปิดตะกร้าแล้วค่าาาา… อร่อยเหมือนเดิมมมมม กาอบ อร่อยเกินไปมาก… ปลาซิวทอดกรอบ…อร่อย ทำถึง …ไม่ลองคือพลาดดดด #ร้านกินจุ๊บจิ๊บ #หมึกฉาบสามรส #ปลาจิ้งจ้างไม่งา #กุนเชียง รีบๆๆๆ …ลูกค้าสั่งปลาซิวมา…รีบไปแพ็คส่งแป้ป 😁😁😁 ปลาซิวเราขายดีมากๆ ขึ้นเป็นสินค้าขายดีเบอร์หนึ่งของร้านแล้วจ้าาา ต้องขออภัยจริงๆค่ะ ปลาซิวทอดกรอบสินค้าขายดีอันดับ 1…ใครทานก็ติดใจ คือ ทานกับอะไรก็อร่อย ทานกับข้าวก็เลิศ ทานเล่นคือฟิน …สั่งมาทีไรก็หมดไวมาก สั่งมาเท่าไหร่ก็ไม่พอ…ถ้ากดแล้วมีสินค้าคือโชคดี ถ้ากดแล้วสินค้าหมดก็ต้องอภัยค่ะ…อีก 2-3 วัน กดใหม่นะคะ 🌶️♨️⭕️ กลับมาเปิดตะกร้าอีกครั้งงงง …น่าทานมากกกกกกค่าาา ปลาซิวทอดกรอบ 🙂 ใน TikTok https://vt.tiktok.com/ZSrLMwpsh/ ปลาซิวทอดกรอบ 🙂 ใน Shopee https://th.shp.ee/VccNvCt เลือกชมสินค้าอื่นๆของเราได้ทั้งสองช่องทาง 1. Shopee : shopee.co.th/kinjubjibshop 2. TikTok : https://www.tiktok.com/@kinjubjibshop?_t=ZS-8txYHQWejyM&_r=1 เลือกช้อปได้ตามความชอบและคูปองของแต่ละช่องทางได้เลยค่ะ #นึกถึงอาหารทะเลแห้งนึกถึงเราร้านกินจุ๊บจิ๊บ #ร้านกินจุ๊บจิ๊บ #kinjubjibshop #อร่อยดีบอกต่อ #ของอร่อยต้องลอง #ปลาเกล็ดขาวอบกรอบ #ปลาเกล็ดขาวสามรส #ปลาเกล็ดขาว #ปลาซิวทอดกรอบ #ปลาซิวทอด #ปลาซิวกรอบ #ปลาซิวทอดกรอบ #songkran2025
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 4 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • พระสมเด็จวัดระฆัง องค์นี้ แท้หรือไม่ก็ไม่รู้ ขอยกมือไหว้ขอบารมีพระสมเด็จวัดระฆัง โปรดคุ้มครองพี่น้องชาวหาดใหญ่สงขลาให้ปลอดภัยทุกคน ขอให้มีแรงลุกขึ้นมาสู้มีแรงกายแรงใจสู้ชีวิตต่อไปขอให้ทุกคนกลับมามีแรงเหมือนเดิม
    พระสมเด็จวัดระฆัง องค์นี้ แท้หรือไม่ก็ไม่รู้ ขอยกมือไหว้ขอบารมีพระสมเด็จวัดระฆัง โปรดคุ้มครองพี่น้องชาวหาดใหญ่สงขลาให้ปลอดภัยทุกคน ขอให้มีแรงลุกขึ้นมาสู้มีแรงกายแรงใจสู้ชีวิตต่อไปขอให้ทุกคนกลับมามีแรงเหมือนเดิม
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 18 มุมมอง 0 รีวิว
  • #spotify
    #papaonj
    #เพลงไทย
    #เพลงเพราะ
    #ชีวิตคือสมมุติ
    #spotify #papaonj #เพลงไทย #เพลงเพราะ #ชีวิตคือสมมุติ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 12 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • TikTokGreen Civil
    #GreenCivil
    #รีไซเคิล
    TikTokGreen Civil #GreenCivil #รีไซเคิล
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 14 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • ดูหนังฟังเพลง
    เหนือสมรภูมิ
    เรื่องย่อ: "Legend of The Female General"เหอเยี่ยน ลูกสาวคนโตของตระกูลเหอ ถูกบังคับให้สวมหน้ากาก ปลอมตัวเป็น "เหอหรูเฟย" ลูกชายคนโตของตระกูลเหอเพื่อปกป้องตำแหน่งของครอบครัว หลายปีต่อมาเขาก็ ถูกครอบครัวล้อมกรอบเพราะการกลับมาของเหอเยี่ยนห รงพี่น้องของเขา หลังจากนั้นเหอเยี่ยนก็เปลี่ยนตัวตนอีก ครั้งหลังความเป็นตายครั้งใหญ่
    #wetv
    #wetvthailand
    #ซีรีส์จีน
    #เพลงไทย
    #เพลงเพราะ
    #ชีวิตคือสมมุติ
    ดูหนังฟังเพลง เหนือสมรภูมิ เรื่องย่อ: "Legend of The Female General"เหอเยี่ยน ลูกสาวคนโตของตระกูลเหอ ถูกบังคับให้สวมหน้ากาก ปลอมตัวเป็น "เหอหรูเฟย" ลูกชายคนโตของตระกูลเหอเพื่อปกป้องตำแหน่งของครอบครัว หลายปีต่อมาเขาก็ ถูกครอบครัวล้อมกรอบเพราะการกลับมาของเหอเยี่ยนห รงพี่น้องของเขา หลังจากนั้นเหอเยี่ยนก็เปลี่ยนตัวตนอีก ครั้งหลังความเป็นตายครั้งใหญ่ #wetv #wetvthailand #ซีรีส์จีน #เพลงไทย #เพลงเพราะ #ชีวิตคือสมมุติ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 30 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • คิดถึงต้มยำหัวปลานึกถึงหัวปลาเมียพารวย Ep.3 #สมุทรปราการ #กินอะไรดี #ของดีบอกต่อ #อร่อยบอกต่อ #พิกัดของอร่อย #ต้องลอง #อาหาร #กิน #อร่อย #eating #food #foodie #thaifood #streetfood #thailand #thaitimes #kaiaminute
    ✨คิดถึงต้มยำหัวปลานึกถึง💭หัวปลาเมียพารวย Ep.3🥰 #สมุทรปราการ #กินอะไรดี #ของดีบอกต่อ #อร่อยบอกต่อ #พิกัดของอร่อย #ต้องลอง #อาหาร #กิน #อร่อย #eating #food #foodie #thaifood #streetfood #thailand #thaitimes #kaiaminute
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 51 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • ไม่ตกสะเก็ด ตอนที่ 17

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ไม่ตกสะเก็ด”
    ตอน 17
    อเมริกาเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ในปลายปี ค.ศ.1941 แต่ก่อนอเมริกาจะเข้าทำสงคราม ถังขยะความคิด Council on Foreign Relations (CFR) และกระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ภายใต้การกำกับของ CFR ได้รวบรวมนักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ นักการเงิน ประมาณ 200 คน ระดมสมอง จัดทำโครงการ ที่เรียกว่า War and Peace Studies อย่างลับสุดยอด ตั้งแต่ก่อนปี ค.ศ.1940 โครงการนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการ และเงินทุนสนับสนุนทั้งหมด โดยมูลนิธืร้อกกี้เฟลเลอร์
    War and Peace Studies ได้วางแผนไว้เรียบร้อยว่า อเมริกาจะต้องเข้าสู่สงครามโลก และกำหนดเส้นทางของอเมริกาภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างชัดเจนว่า อเมริกาจะต้องเข้าครอบครอง และควบคุมบริเวณใดบ้างของโลกนี้ เพื่อสร้างความเจริญเติบโต แข็งแกร่ง ให้แก่เศรษฐกิจของอเมริกา บริเวณดังกล่าว รวมถึงลาตินอเมริกา ยุโรป อาณานิคมของจักรภพอังกฤษ และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด War and Peace Studies เรียกบริเวณนี้ว่า ” Grand Area”
    โครงการ War and Peace Studies ยังบอกอีกว่า เราจะต้องได้เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเอาทรัพยากรในบริเวณนี้มาใช้เป็นวัตถุดิบ ให้ญี่ปุ่นทำอุตสาหกรรมผลิตสินค้า และส่งสินค้านั้นกลับไปขายในประเทศที่เป็นเจ้าของแหล่งทรัพยากรที่เราไป (ปล้น) เอามานั่นแหละ ญี่ปุ่นจะเป็นแหล่งผลิตอุตสาหกรรม ที่มีต้นทุกถูกกว่าบ้านเรา โดยเราเป็นเจ้าของ
    และหลายปี ก่อนที่ญี่ปุ่นจะยอมแพ้สงคราม หรืออาจจะก่อนที่ญี่ปุ่นเข้าสงครามด้วยซ้ำ อเมริกา (หรือ ร้อกกี้เฟลเลอร์ the great ) คิดไว้แล้วว่า เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม อเมริกาจะเป็นผู้ครอบครอง และควบคุมญี่ปุ่นหลังสงครามแต่ผู้เดียว
    และอเมริกาก็ทำได้ อเมริกาน่าจะวางแผนนี้นานอย่างน้อยตั้งแต่ปี ค.ศ.1900 …
    นักล่าใบตองแห้งแน่จริงๆ วางแผนเป็นขั้นตอน ยาวนาน จนบัดนี้ก็ยังไม่หลุดแผน และยังไม่จบแผน…
    ในวันที่ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงคราม อเมริกาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองญี่ปุ่นแต่ผู้เดียวตามแผน ต่างกับเยอรมัน ซึ่งเมื่อแพ้สงคราม ฝ่ายสัมพันธมิตรแต่ละชาติ ต่างก็พากันตั้งหน่วยทหารของตนเป็นรัฐบาล ปกครองเขตตนในเยอรมัน แต่ญี่ปุ่นมีเขตปกครองเดียวคือ เขตของอเมริกา และอเมริกาใช้รัฐบาลญี่ปุ่นขณะนั้น ปกครองญี่ปุ่นภายใต้การกำกับดูแลของอเมริกา
    ประธานาธิบดีทรูแมนแต่งตั้งให้ นายพลแมคอาร์อาเธอร์ มาเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของฝ่ายสัมพันธมิตร Supreme Commander Allied Power (SCAP) มาดูแลญี่ปุ่น โดยผู้ชนะสงครามรายอื่นเช่น นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ,รวมทั้ง นายพลเจียงไคเช็ค ของจีน และแม้แต่สตาลิน ของโซเวียต ก็ไม่ (กล้า) ขัดใจอเมริกา
    และในช่วง 6 ปี ที่ นายพลแมค ใช้อำนาจในฐานะ SCAP ปกครองชาวญี่ปุ่น 83 ล้านคน เขาไม่สนใจกับคณะกรรมมาธิการพันธมิตรอีก 11 ประเทศ Far Eastern Commission ที่ตั้งขึ้นมาภายหลัง ที่หวังจะมีส่วนร่วมในการ “ดูแล” ญี่ปุ่น แม้แต่น้อย คณะ 11ประเทศ กลายเป็นแค่ “ผู้ดู”
    นายพลแมค มาถึงญี่ปุ่น พร้อมกับภาระกิจใหญ่ ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลอเมริกา คือ มาทำการปฏิรูปญี่ปุ่น
    แต่ขณะเดียวกัน เกี่ยวกับเรื่องญี่ปุ่น ในวอชิงตันเองก็ไม่ได้มีความเห็นไปทางเดียวกันนัก การเมืองฝ่ายหนึ่ง ต้องการให้เดินหน้าปฏิรูปญี่ปุ่น แต่การเมืองอีกฝ่ายหนึ่ง ต้องการให้การปฏิรูปล่มกลางคัน ท่านนายพลแมคน่าจะปวดหัว
    การ”ปฏิรูป” ญี่ปุ่น ที่อเมริกาหวังจะให้ดำเนินการด่วน ภายใต้อำนาจ ของ SCAP
    เรื่องแรก คือ ญี่ปุ่น โดยจักรพรรดิ ต้องออกมารับผิดในการพาญี่ปุ่นเข้าสู่สงครามโลก
    เรื่องที่สอง คือ ปฏิรูปกองทัพญี่ปุ่น หรือจริงๆ ก็คือ ยกเลิก หรือลดกองกำลังญี่ปุ่นให้เหลือเพียงแค่หยิบมือ ตามมาด้วย
    เรื่องที่สาม คือ จับตัวพวกที่มีส่วนในการสนับสนุนให้ญี่ปุ่นทำสงคราม ไม่ว่าจะเป็นนายทหาร นักการเมือง นักธุรกิจ นายทุน ฯลฯ มาดำเนินคดี
    เรื่องใหญ่ทั้งนั้น นายพลแมคจะรับไหวหรือ แต่นายพลแมค ไม่ได้มาคนเดียว เดี่ยวๆ เขามี Laurence ร้อกกี้เฟลเลอร์ หลานของร้อกกี้ the greatมาเป็นผู้ช่วย และยังมี นายพล Bonner Fellers ประกบติดตัว นายพลแมค มาด้วย
    นายพล Feller มีชื่อเสียงในกองทัพว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับญี่ปุ่น แต่ จริงๆ เขาไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับญี่ปุ่น และแถมพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ แต่ เขาเป็นพวกเคว้กเกอร์ เช่นเดียวกับเมียของทูต Grew และรอบตัวของจักรพรรดินี แม่ของจักรพรรดิฮืโรฮิโต และเนื่องจากเป็นเคว้กเกอร์ เขารู้จักกับ ชาวญี่ปุ่นอีกหลายคน ที่พวกเคว้กเกอร์สนับสนุนให้ไปเรียนหนังสือต่อที่อเมริกา ตั้งแต่ระดับโรงเรียน จนถึงมหาวิทยาลัย ที่เป็นเครือข่ายของเคว้กเกอร์ที่อเมริกา เมื่อจบกลับมา หลายคนกลับมาเป็นทหารในกองทัพญี่ปุ่น
    Feller ถูกประธานาธิบดี Herbert Hoover ส่งมาประจำกองทัพอเมริกา ที่ฟิลิปปินส์ ตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1930 ต้นๆ แต่ดูเหมือนเขาจะอยู่ญี่ปุ่น มากกว่าฟิลิปปินส์ และต่อมาเขากลายเป็นเชือกที่ Hoover ใช้ชักใย นายพลแมค ที่ปกครองญี่ปุ่น ตามอำนาจของ SCAP อ้อ Hoover ก็เป็นพวกเคว้กเกอร์ด้วยครับ
    แล้ว Hoover มาเกี่ยวอะไรกับ นายพลแมค และ SCAP
    Herbert Hoover เป็นประธานาธิบดีของอเมริกา ในช่วงปี ค.ศ.1929-1934 ช่วง Great Depression ของอเมริกา แม้ว่าจะมีคนมองว่า เขาอยู่ในพวกกลุ่มวอลสตรีท แต่เขากู้เศรษฐกิจอเมริกาไม่ขึ้น และแยกทางกันเดินกับพวกมอร์แกนในภายหลัง แต่ที่น่าสนใจ Hoover จริงๆแล้ว เรียนจบมาด้านแร่วิทยา และเป็นผู้ชำนาญเรื่องแร่ เขายุ่งอยู่กับธุรกิจเหมืองแร่ ไปทั่วจนถึงออสเตรเลีย และถึงจีน และในช่วงปี ค.ศ.1899 – 1900 ที่เกิดกบฏนักมวย เขาบังเอิญติดอยู่ที่จีนในช่วงนั้นพอดี ตัวเขาและเมียพูดภาษาจีนแมนดารินได้ดี เล่ากันว่า เมื่อกลับมาอเมริกา และต้องย้ายบ้านไปอยู่ทำเนียบขาว ท่านประธานาธิบดีกับท่านผู้หญิง จะส่งภาษาจีนกัน เวลาไม่อยากให้ใครรู้เรื่อง ว่านินทา หรือด่าใคร
    เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ขณะที่ปีแรกๆ อเมริกาตั้งตัวเป็นกลาง แต่การรบในยุโรปกำลังสาหัส และชาวยุโรปรับบาปเคราะห์ ขาดทั้งอาหาร ยา และเครื่องนุ่งห่ม ปี ค.ศ.1914 Hoover ซึ่งรวยจนพอจากการเจอแร่สาระพัดแห่ง จึงมาทำการกุศล ช่วยบริหารองค์กรชื่อ Committee for Relief in Belgium (CRB) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายถึงเดือนละประมาณ 11 ล้านเหรียญ ดูเหมือนในรายชื่อผู้ใจบุญรายใหญ่ของ CRB จะมีชื่อมูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์อยู่ด้วย
    เสร็จจากช่วยคนเจอภัยสงคราม Hoover ก็ไปใจดีต่อที่รัสเซีย ในปี ค.ศ.1917 ซึ่งก็มีคนเจอภัยปฏิวัติ ช่วยคนไป มีเวลาก็สำรวจแร่ไป ในที่สุด นักธุรกิจใหญ่ๆอเมริกัน ก็เข้าไปขุดแร่ทำเหมืองในรัสเซียกันใหญ่ คงไม่ต้องบอกว่า มีชื่อใครบ้าง
    ปี ค.ศ.1927 เกิดน้ำท่วมใหญ่แถวแม่น้ำมิสซิสซิปปี ทำให้ชาวบ้านไม่มีที่อยู่ ตอนนั้น Hoover เป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ของอเมริกา เลยไปดูแลชาวบ้าน โดยระดมทั้งกองทหาร และกาชาดไปช่วย และด้วยเงินทุนจากมูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์ เขาตั้งหน่วยอนามัยขึ้นในแถบที่น้ำท่วม และหน่วยอนามัยนี้ ได้ช่วยรักษา ชาวบ้านที่ติดเชื้อมาเลเรีย เชื้อไทฟอยด์ ท้องร่วง ฯลฯ และก็บังเอิญเป็นช่วงเดียวกับที่มูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์ ซึ่งไปตั้งหน่วยค้นคว้าทางแพทย์อยู่ในจีน ก็กำลังค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องเชื้อโรคสาระพัด และก็บังเอิญ เป็นช่วงเดียวกับ นายชิโร อิชิอิ Shiro Ishii แห่งหน่วย 731 ของญี่ปุ่น ก็ได้รับคำสั่งให้ไปตั้งหน่วยทดลองการใช้อาวุธชีวภาพ และแบคทีเรียกับมนุษย์ และทดลองกับชาวจีน จนเจ็บป่วยทรมาน แสนสาหัส อยู่แถวทางเหนือของจีน
    เรื่องบังเอิญ มันแยะจริง

    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    28 ส.ค. 2558
    ไม่ตกสะเก็ด ตอนที่ 17 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ไม่ตกสะเก็ด” ตอน 17 อเมริกาเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ในปลายปี ค.ศ.1941 แต่ก่อนอเมริกาจะเข้าทำสงคราม ถังขยะความคิด Council on Foreign Relations (CFR) และกระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ภายใต้การกำกับของ CFR ได้รวบรวมนักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ นักการเงิน ประมาณ 200 คน ระดมสมอง จัดทำโครงการ ที่เรียกว่า War and Peace Studies อย่างลับสุดยอด ตั้งแต่ก่อนปี ค.ศ.1940 โครงการนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการ และเงินทุนสนับสนุนทั้งหมด โดยมูลนิธืร้อกกี้เฟลเลอร์ War and Peace Studies ได้วางแผนไว้เรียบร้อยว่า อเมริกาจะต้องเข้าสู่สงครามโลก และกำหนดเส้นทางของอเมริกาภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างชัดเจนว่า อเมริกาจะต้องเข้าครอบครอง และควบคุมบริเวณใดบ้างของโลกนี้ เพื่อสร้างความเจริญเติบโต แข็งแกร่ง ให้แก่เศรษฐกิจของอเมริกา บริเวณดังกล่าว รวมถึงลาตินอเมริกา ยุโรป อาณานิคมของจักรภพอังกฤษ และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด War and Peace Studies เรียกบริเวณนี้ว่า ” Grand Area” โครงการ War and Peace Studies ยังบอกอีกว่า เราจะต้องได้เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเอาทรัพยากรในบริเวณนี้มาใช้เป็นวัตถุดิบ ให้ญี่ปุ่นทำอุตสาหกรรมผลิตสินค้า และส่งสินค้านั้นกลับไปขายในประเทศที่เป็นเจ้าของแหล่งทรัพยากรที่เราไป (ปล้น) เอามานั่นแหละ ญี่ปุ่นจะเป็นแหล่งผลิตอุตสาหกรรม ที่มีต้นทุกถูกกว่าบ้านเรา โดยเราเป็นเจ้าของ และหลายปี ก่อนที่ญี่ปุ่นจะยอมแพ้สงคราม หรืออาจจะก่อนที่ญี่ปุ่นเข้าสงครามด้วยซ้ำ อเมริกา (หรือ ร้อกกี้เฟลเลอร์ the great ) คิดไว้แล้วว่า เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม อเมริกาจะเป็นผู้ครอบครอง และควบคุมญี่ปุ่นหลังสงครามแต่ผู้เดียว และอเมริกาก็ทำได้ อเมริกาน่าจะวางแผนนี้นานอย่างน้อยตั้งแต่ปี ค.ศ.1900 … นักล่าใบตองแห้งแน่จริงๆ วางแผนเป็นขั้นตอน ยาวนาน จนบัดนี้ก็ยังไม่หลุดแผน และยังไม่จบแผน… ในวันที่ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงคราม อเมริกาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองญี่ปุ่นแต่ผู้เดียวตามแผน ต่างกับเยอรมัน ซึ่งเมื่อแพ้สงคราม ฝ่ายสัมพันธมิตรแต่ละชาติ ต่างก็พากันตั้งหน่วยทหารของตนเป็นรัฐบาล ปกครองเขตตนในเยอรมัน แต่ญี่ปุ่นมีเขตปกครองเดียวคือ เขตของอเมริกา และอเมริกาใช้รัฐบาลญี่ปุ่นขณะนั้น ปกครองญี่ปุ่นภายใต้การกำกับดูแลของอเมริกา ประธานาธิบดีทรูแมนแต่งตั้งให้ นายพลแมคอาร์อาเธอร์ มาเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของฝ่ายสัมพันธมิตร Supreme Commander Allied Power (SCAP) มาดูแลญี่ปุ่น โดยผู้ชนะสงครามรายอื่นเช่น นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ,รวมทั้ง นายพลเจียงไคเช็ค ของจีน และแม้แต่สตาลิน ของโซเวียต ก็ไม่ (กล้า) ขัดใจอเมริกา และในช่วง 6 ปี ที่ นายพลแมค ใช้อำนาจในฐานะ SCAP ปกครองชาวญี่ปุ่น 83 ล้านคน เขาไม่สนใจกับคณะกรรมมาธิการพันธมิตรอีก 11 ประเทศ Far Eastern Commission ที่ตั้งขึ้นมาภายหลัง ที่หวังจะมีส่วนร่วมในการ “ดูแล” ญี่ปุ่น แม้แต่น้อย คณะ 11ประเทศ กลายเป็นแค่ “ผู้ดู” นายพลแมค มาถึงญี่ปุ่น พร้อมกับภาระกิจใหญ่ ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลอเมริกา คือ มาทำการปฏิรูปญี่ปุ่น แต่ขณะเดียวกัน เกี่ยวกับเรื่องญี่ปุ่น ในวอชิงตันเองก็ไม่ได้มีความเห็นไปทางเดียวกันนัก การเมืองฝ่ายหนึ่ง ต้องการให้เดินหน้าปฏิรูปญี่ปุ่น แต่การเมืองอีกฝ่ายหนึ่ง ต้องการให้การปฏิรูปล่มกลางคัน ท่านนายพลแมคน่าจะปวดหัว การ”ปฏิรูป” ญี่ปุ่น ที่อเมริกาหวังจะให้ดำเนินการด่วน ภายใต้อำนาจ ของ SCAP เรื่องแรก คือ ญี่ปุ่น โดยจักรพรรดิ ต้องออกมารับผิดในการพาญี่ปุ่นเข้าสู่สงครามโลก เรื่องที่สอง คือ ปฏิรูปกองทัพญี่ปุ่น หรือจริงๆ ก็คือ ยกเลิก หรือลดกองกำลังญี่ปุ่นให้เหลือเพียงแค่หยิบมือ ตามมาด้วย เรื่องที่สาม คือ จับตัวพวกที่มีส่วนในการสนับสนุนให้ญี่ปุ่นทำสงคราม ไม่ว่าจะเป็นนายทหาร นักการเมือง นักธุรกิจ นายทุน ฯลฯ มาดำเนินคดี เรื่องใหญ่ทั้งนั้น นายพลแมคจะรับไหวหรือ แต่นายพลแมค ไม่ได้มาคนเดียว เดี่ยวๆ เขามี Laurence ร้อกกี้เฟลเลอร์ หลานของร้อกกี้ the greatมาเป็นผู้ช่วย และยังมี นายพล Bonner Fellers ประกบติดตัว นายพลแมค มาด้วย นายพล Feller มีชื่อเสียงในกองทัพว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับญี่ปุ่น แต่ จริงๆ เขาไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับญี่ปุ่น และแถมพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ แต่ เขาเป็นพวกเคว้กเกอร์ เช่นเดียวกับเมียของทูต Grew และรอบตัวของจักรพรรดินี แม่ของจักรพรรดิฮืโรฮิโต และเนื่องจากเป็นเคว้กเกอร์ เขารู้จักกับ ชาวญี่ปุ่นอีกหลายคน ที่พวกเคว้กเกอร์สนับสนุนให้ไปเรียนหนังสือต่อที่อเมริกา ตั้งแต่ระดับโรงเรียน จนถึงมหาวิทยาลัย ที่เป็นเครือข่ายของเคว้กเกอร์ที่อเมริกา เมื่อจบกลับมา หลายคนกลับมาเป็นทหารในกองทัพญี่ปุ่น Feller ถูกประธานาธิบดี Herbert Hoover ส่งมาประจำกองทัพอเมริกา ที่ฟิลิปปินส์ ตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1930 ต้นๆ แต่ดูเหมือนเขาจะอยู่ญี่ปุ่น มากกว่าฟิลิปปินส์ และต่อมาเขากลายเป็นเชือกที่ Hoover ใช้ชักใย นายพลแมค ที่ปกครองญี่ปุ่น ตามอำนาจของ SCAP อ้อ Hoover ก็เป็นพวกเคว้กเกอร์ด้วยครับ แล้ว Hoover มาเกี่ยวอะไรกับ นายพลแมค และ SCAP Herbert Hoover เป็นประธานาธิบดีของอเมริกา ในช่วงปี ค.ศ.1929-1934 ช่วง Great Depression ของอเมริกา แม้ว่าจะมีคนมองว่า เขาอยู่ในพวกกลุ่มวอลสตรีท แต่เขากู้เศรษฐกิจอเมริกาไม่ขึ้น และแยกทางกันเดินกับพวกมอร์แกนในภายหลัง แต่ที่น่าสนใจ Hoover จริงๆแล้ว เรียนจบมาด้านแร่วิทยา และเป็นผู้ชำนาญเรื่องแร่ เขายุ่งอยู่กับธุรกิจเหมืองแร่ ไปทั่วจนถึงออสเตรเลีย และถึงจีน และในช่วงปี ค.ศ.1899 – 1900 ที่เกิดกบฏนักมวย เขาบังเอิญติดอยู่ที่จีนในช่วงนั้นพอดี ตัวเขาและเมียพูดภาษาจีนแมนดารินได้ดี เล่ากันว่า เมื่อกลับมาอเมริกา และต้องย้ายบ้านไปอยู่ทำเนียบขาว ท่านประธานาธิบดีกับท่านผู้หญิง จะส่งภาษาจีนกัน เวลาไม่อยากให้ใครรู้เรื่อง ว่านินทา หรือด่าใคร เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ขณะที่ปีแรกๆ อเมริกาตั้งตัวเป็นกลาง แต่การรบในยุโรปกำลังสาหัส และชาวยุโรปรับบาปเคราะห์ ขาดทั้งอาหาร ยา และเครื่องนุ่งห่ม ปี ค.ศ.1914 Hoover ซึ่งรวยจนพอจากการเจอแร่สาระพัดแห่ง จึงมาทำการกุศล ช่วยบริหารองค์กรชื่อ Committee for Relief in Belgium (CRB) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายถึงเดือนละประมาณ 11 ล้านเหรียญ ดูเหมือนในรายชื่อผู้ใจบุญรายใหญ่ของ CRB จะมีชื่อมูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์อยู่ด้วย เสร็จจากช่วยคนเจอภัยสงคราม Hoover ก็ไปใจดีต่อที่รัสเซีย ในปี ค.ศ.1917 ซึ่งก็มีคนเจอภัยปฏิวัติ ช่วยคนไป มีเวลาก็สำรวจแร่ไป ในที่สุด นักธุรกิจใหญ่ๆอเมริกัน ก็เข้าไปขุดแร่ทำเหมืองในรัสเซียกันใหญ่ คงไม่ต้องบอกว่า มีชื่อใครบ้าง ปี ค.ศ.1927 เกิดน้ำท่วมใหญ่แถวแม่น้ำมิสซิสซิปปี ทำให้ชาวบ้านไม่มีที่อยู่ ตอนนั้น Hoover เป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ของอเมริกา เลยไปดูแลชาวบ้าน โดยระดมทั้งกองทหาร และกาชาดไปช่วย และด้วยเงินทุนจากมูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์ เขาตั้งหน่วยอนามัยขึ้นในแถบที่น้ำท่วม และหน่วยอนามัยนี้ ได้ช่วยรักษา ชาวบ้านที่ติดเชื้อมาเลเรีย เชื้อไทฟอยด์ ท้องร่วง ฯลฯ และก็บังเอิญเป็นช่วงเดียวกับที่มูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์ ซึ่งไปตั้งหน่วยค้นคว้าทางแพทย์อยู่ในจีน ก็กำลังค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องเชื้อโรคสาระพัด และก็บังเอิญ เป็นช่วงเดียวกับ นายชิโร อิชิอิ Shiro Ishii แห่งหน่วย 731 ของญี่ปุ่น ก็ได้รับคำสั่งให้ไปตั้งหน่วยทดลองการใช้อาวุธชีวภาพ และแบคทีเรียกับมนุษย์ และทดลองกับชาวจีน จนเจ็บป่วยทรมาน แสนสาหัส อยู่แถวทางเหนือของจีน เรื่องบังเอิญ มันแยะจริง สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 28 ส.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 112 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไม่ตกสะเก็ด ตอนที่ 16

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ไม่ตกสะเก็ด”
    ตอน 16
    ในปี ค.ศ.1941 ธุรกิจต่างชาติในญี่ปุ่น อยู่ในมืออเมริกา ถึง 3 ใน 4 และ เจ้าพ่ออเมริกาในญี่ปุ่น ก่อนปี ค.ศ.1941 คือ เจ พี มอร์แกน กับกลุ่มทุนอเมริกัน ที่เป็นฉากหน้าให้กับ รอทไชลด์ Rothschild บรรดาฑูตอเมริกัน ประจำญี่ปุ่น ในช่วงนั้น ส่วนใหญ่มาจากสายของมอร์แกน เช่น W Camaron Forbes นอกจากเป็นฑูตแล้ว ยังเป็นกรรมการคนหนึ่ง ของมอร์แกน ด้วย ส่วนอีกคน ที่มีบทบาทมาก คือ Joseph Grew (ที่มีเมีย ดองกับเมีย Jack Mogan) จึงไม่แปลก ที่กลุ่มมอร์แกนและอังกฤษ จะครอบญี่ปุ่น โดยการจับมือกับกลุ่มมิตซุย Mitsui ตระกูลใหญ่มากของญี่ปุ่น ที่ครอบงำธุรกิจในญี่ปุ่นอยู่แล้ว
    แต่ร้อกกี้เฟลเลอร์ ซึ่งสร้างอาณาจักรจาก (การปล้น) ทรัพยากร ไม่ใช่ จากธุรกิจการ (ปล้น) เงินและทำอุตสาหกรรมอย่างมอร์แกน คงไม่นั่งเฉยๆ ปล่อยให้ มอร์แกนและพวกพ้องอังกฤษ คาบเอาเอเซียแปซิฟิกไปง่ายๆ เขาตั้งใจ ยืนยัน และมุ่งมั่นว่า อเมริกา แต่ผู้เดียวเท่านั้น ที่จะเป็นผู้ครองโลก “โดยไม่แบ่งกับใคร” และมันต้องเป็นอเมริกา ภายใต้การครอบงำ ชักใยของเขาและพวกเท่านั้น ไม่ใช่ ใครอื่น
    และด้วยความตั้งใจ อย่างมุ่งมั่น เช่นนั้น ร้อกกี้เฟลเลอร์ ก็พร้อมที่จะทำทุกอย่าง เพื่อขยี้ และเขี่ย กลุ่มพันธมิตร ระหว่างมอร์แกน อังกฤษ (และมิตซุย ในกรณีของญี่ปุ่น) ให้แตกกระจุย
    สำหรับ การยึดเอเซียแปซิฟิก ร้อกกี้เฟลเลอร์ เริ่มต้นด้วยการใช้เครือข่ายของ Standard Oil ของเขา และมูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์ ที่ไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่จีน ตั้งแต่ปี ค.ศ.1913 และร่วมมือกับตระกูล Harriman เจ้าพ่อ ทางรถไฟ ที่ร่ำรวยจากสร้างทางรถไฟในอเมริกายังไม่พอ จึงไปบุกตลาดจีน ช่วงเวลาใกล้เคียงกับร้อกกี้เฟลเลอร์
    ตัวจักรใหญ่ ที่เดินสายจัดการตามแผนที่วางคือ สำนักงานฏหมายประจำตระกูลของร้อกกี้เฟลเลอร์ คือ Sullivan and Cromwell ท่านที่เคยอ่านนิทาน ต้มข้ามศตวรรษ คงพอจำได้ว่า ทางการของอเมริกา เจอบันทีก การจ่ายเงิน ของสำนักงานนี้ให้แก่ ซุนยัดเซ็น รวมทั้งข้อตกลงของซุนยัดเซ็น ที่จะมอบสัมปทานให้ เมื่อปฏิวัติจีนสำเร็จ
    หัวหน้าทนายใหญ่ ของสำนักงาน Sullivan and Cromwell คือ นาย John Foster Dulles ซึ่งต่อมา ได้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ สมัยประธานาธิบดี Eisenhower ไอเซนฮาว มีนโยบายคัดค้านระบอบคอมมิวนิสม์ อย่างชนิดหัวชนฝา มันคงพออธิบายให้เราได้บ้างเกี่ยวกับตอนจบของ ซุนยัดเซ็น และขอเพิ่มเติมว่า ซุนยัดเซ็นนั้น ในตอนท้ายที่ป่วยและเสียชีวิตนั้น เขาป่วย และเสียชีวิตที่เมืองจีน ในสถานพยาบาล ที่มูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์เป็นเจ้าของ ส่วนน้องชายของ John คือ Allan ก็ได้เป็นผู้อำนวยการ CIA สมัย Eisenhower เช่นเดียวกัน
    เรื่องของ Sullivan And Cromwell น่าจะมาเขียนเป็นเรื่องปล้น ภาคพิศดาร …
    การใช้สำนักงานกฏหมาย หรือตัวทนายความ ไม่ใช่เรื่องแปลก สมัยนี้ก็ยังใช้กันอยู่ ถ้าจำกันได้ ไอ้โจรร้ายบ้านเรา มันก็ใช้ทนายไปทำทุกเรื่อง โดยเฉพาะไอ้พวกขี้ลืม ชอบเอาห่อขนมก้อนใหญ่ๆ ไปลืมทิ้งไว้ที่โน่นที่นี่ ส่วนไอ้พวกนักล้อบบี้ฝรั่ง ที่ชอบมาสร้างเรื่องระยำในบ้านเรา ก็ทนายทั้งนั้นครับ น่าเสียดายจริงๆ เป็นวิชาชีพที่ช่วยคนได้มาก คนโบราณท่านถึงให้เกียรติเรียกหมอความ แต่ก็มีที่เอาอาชีพที่ดี มาช่วยคนชั่วกัน
    แต่ร้อกกี้เฟลเลอร์ นี่ ก็น่าจะเป็นเจ้าของโรงฟอกย้อมต้วจริง เขาคิดเครื่องมือฟอกย้อม soft power ได้อย่างฝั่งรากลึก แม้จะเป็นรากเทียม แต่ดูเหมือน เมื่อฝังลงไปแล้ว จะทำลายรากจริงได้ด้วยการสร้างรากเทียมของเขา ตั้งแต่การสร้างมหาวิทยาลัย การคิดหลักสูตร เจาะลึกไปในแต่ละท้องที่ ที่เรียกว่า area studies ให้รู้จุดอ่อน จุดแข็งของเหยื่อแต่ละราย และถ้าสังเกตกันให้ดี ขบวนการล้มเจ้า ทำลายความมั่นคงของประเทศเรา ส่วนใหญ่ ก็เริ่มมาจากไอ้พวกอาจารย์ ที่ไปเรียนวิชาเฉพาะ area studies และบางคน ก็ยังสอนวิชานี้อยู่ในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ เช่นอเมริกา และญี่ปุ่น เพราะอะไรหรือ เพราะสถาบันกษัตริย์ เป็นจุดแข็ง เป็นความมั่นคงอย่างสำคัญของประเทศเรา มันอยากจะกินเรา ครอบเรา มันก็ใช้วิธีการ บ่อนทำลายจุดแข็งนั้น
    และอีกวิธีการ ที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ที่เรียกว่า consent management วิธีจัดการให้คนยินยอม และเห็นพ้องด้วย ตามเหตุผลที่เขา “สร้าง” ขึ้นมาให้เราหลงเชื่อ ผมเขียนเรื่องพวกนี้ไว้ในนิทานเรื่องแกะรอยนักล่า ช่วยประหยัดเวลาคนแก่ ไปเอามาอ่านกันหน่อย จะได้เข้าใจว่า เขาฝังรากเทียมให้เราอย่างไร ถึงแก้ยากแก้เย็นนัก จนลืมรากเหง้าของแท้ของเรากัน
    แต่ร้อกกี้เฟลเลอร์ ไม่ใช่นักการเงิน (แม้จะเป็นเจ้าของธนาคาร Chase Manhattan ที่เคยใหญ่คับโลก รวมทั้งในเมืองไทย ช่วงสงครามเวียตนาม และหลังจากนั้น ) เขาเป็นคนชอบวิทยาศาสตร์ จึงค้นคิดสูตรครองโลกเชิงวิทยาศาสตร์ ซึ่งน่ากลัวกว่า ด้านการเงิน การเงินพอแก้เกมกันได้ แต่ด้านวิทยาศาสตร์ เช่น การเกษตร พันธุ์ จีเอ็มโอ การตอนพันธุ์ การคัดสายพันธุ์มนุษย์ ซึ่งรวมถึงอาวุธร้ายรูปแบบต่างนั้น สร้างความเสียหายต่อชีวิต และบ้านเมืองสูงนัก การแก้ทำไม่ได้ง่าย (มีเขียนอยู่ในนิทานเรื่อง มายากลยุทธ) บ้านเรา ก็ขายเมล็ดพันธ์ทางเกษตร และผลผลิต แบบจีเอ็มโอ GMO ทั้งนั้น ซึ่งเป็นการทำลายสายพันธ์อย่างยิ่ง และต้นทุนสูง สร้างหนี้ให้เกษตรกรอย่างน่าสงสาร ขณะเดียวกัน ชีวิตและสุขภาพ ของกินผลิตผล ของจีเอ็มโอ ก็น่าเป็นห่วง ใครขาย ใครปล่อยให้ขาย จะทำลายกันถึงไหน…ใครมีดาบอาญาสิทธิ อยู่ในมือ ก็หันมาดูบ้าง เรื่องใหญ่นะครับ
    กลับมาที่ญี่ปุ่น ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 นั้น แม้อเมริกา จะมาทีหลังอังกฤษหลายสิบปี แต่อเมริกาก็สามารถแทรกเข้าไปในสังคม และการเมืองญี่ปุ่น ได้ผลอย่างเหลือเชื่อมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยเครื่องมือฟอกย้อม แบบ ฝังรากเทียมนี่แหละ
    ก่อนที่จะมีหน่วยงานข่าวกรอง หรือหน่วยสืบราชการลับ การหาข่าว ข้อมูล หรือสร้างเครือข่ายในประเทศเป้าหมาย ก็มักจะทำโดยพระ ผู้สอนศาสนา มิชชั่นนารี หรือหน่วยงานที่มาในรูปของการให้ความร่วมมือ การส่งเสริมทางสังคม วัฒนธรรม การศึกษา
    ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 อเมริกา ทดลองวิธีหาเหยื่อแบบใหม่ อเมริกา สร้าง Young Men’s Christian Association หรือ YMCA ส่งหนุ่มน้อยเดินสายไปทั่วทุกแห่ง เพื่อสังสรร และชวนเล่นกีฬา มีแต่คนเอ็นดู ทำให้อเมริกาได้ข้อมูล และสร้างเครือข่ายตามที่ต้องการ บ้านเราก็มีมาเหมือนกัน ท่านผู้อ่านนิทานคงเกิดไม่ทันกัน YMCA รุ่นแรก มาบ้านเราตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เข้ามาตั้งสำนักงานอยู่แถวถนนวรจักร พอสมัยสงครามเวียตนาม ก็ย้ายมาอยู่แถวถนนสาธร สถานที่กว้างขวาง มีคอร์ตเทนนิส โรงหนังโรงละคร ขนาดเล็ก เพื่อนำวัฒนธรรม หรือข้อมูล ที่อเมริกาต้องการฝังหัว ให้แก่สังคมไทย ส่วนที่อเมริกาเลือกแล้วว่า จะเป็นประโยชน์แก่ตัว หลังสงครามเวียตนาม เข้าใจว่า เปลี่ยนรูปแบบ ไม่ใช้ YMCA เพราะเชยไปแล้ว เปลี่ยนไปใช้แบบพันธ์ผสม มีตั้งแต่ สื่อ นักวิชาการ ครูบาอาจารย์ จนมาถึงนักเคลื่อนไหว เอ็นจีโอ นักสิทธิมนุษยชน ไปจนถึง คนคุมกำเนิด เฮ้อ..
    สำหรับท่านที่อ่านนิทาน ต้มข้ามศตวรรษมาแล้ว คงจำได้ว่า อเมริกาก็ส่ง YMCA เข้าไปในรัสเซีย ช่วงที่กำลังสร้างปฏิวัติให้รัสเซียในปี ค.ศ.1917 รวมทั้ง ส่งเข้าไปในจีน หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 จบใหม่ๆ แปลว่า อเมริกา มีแผนการ คิดกินรวบ ตั้งแต่รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น และเอเซียแปซิฟิกมานานแล้ว ไม่ต่างกับอังกฤษ เพียงแต่อเมริกา รอเวลากิน โดยดูตัวอย่างการกินของอังกฤษ ที่แม้จะดูเฉียบคม แต่ก็ทำให้เหยื่อตื่นและเชื่องยาก อเมริกาจึงคิดวิธีกินเหยื่อแบบใหม่ ชนิดเหยื่อเปิดบ้านนอนรอ…
    คนที่ถือธง นำ YMCA เข้ามาที่ญี่ปุ่น ในปี ค.ศ.1917 ชื่อ Frank Buchman เขาเข้ามาทำความรู้จักกับสังคมญี่ปุ่น ส่วนที่กำลังเห่อฝรั่ง สมาชิก YMCA ญี่ปุ่น มีตั้งแต่ ตระกูลใหญ่ อย่างสุมิโตโม และ มิตซุย ซึ่งเป็นเจ้าพ่อ บรรษัทใหญ่ ที่ผูกขาดธุรกิจของญี่ปุ่น และ บารอน ไออิชิ ชิบุซาวะ Eiichi Shibusawa นักธุรกิจใหญ่อีกคน ซึ่งเป็นคริสเตียน ที่มีความสนิทสนม และมีเครือข่ายกับทั้งฝั่งอังกฤษ และอเมริกา เป็นหัวหน้าสหภาพการค้าของญี่ปุ่น และเป็นผู้ริเริ่มตั้งคณะนิติศาสตร์ ที่ใช้หลักกฏหมายของเยอรมันขึ้น ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว คุ้นๆ ไหมครับ
    เมื่อ ใช้ YMCA แทรกเข้าไปหาข้อมูล และสร้างเครือข่ายได้หลายปีกำลังดี นาย Frank Buchman ก็ไปจากญี่ปุ่น คราวนี้เขาไปตั้งสถาบันชื่อประหลาด Moral Rearmament Movement (MRA) เป็นขบวนการล้างสมองที่น่ากลัวมาก และกลับมาในญี่ปุ่นอีกครั้งในช่วงปี ค.ศ.1920 คราวนี้ เครือข่าย MRA ในญี่ปุ่นขยายใหญ่กว่าสมัยเป็น YMCA กระทรวงต่างประเทศของอเมริกาให้การสนับสนุน MRA เต็มที่ และในที่สุด MRA ก็เป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่ง ที่อเมริกา โดยร้อกกี้เฟลเลอร์ และ ซีไอเอ ใช้สร้างและควบคุม เครือข่ายของตนในญี่ปุ่น (ในปี คศ 1930 MRA มีเครือข่ายอยู่ใน 2 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น และเยอรมัน)
    MRA เริ่มเข้าไปสร้างเครือข่าย ในมหาวิทยาลัยโตเกียว ที่มีนักศึกษาด้านกฏหมาย และเศรษฐศาสตร์ ตามทฤษฏีของ เยอรมัน และสร้างความคิดต่อต้านการเคลื่อนไหวของกรรมกร ผู้ที่สนับสนุนการต่อต้านกรรมกรอย่างเปิดเผย คือ นาย ซาซากาวา Sasagawa Ryoichi ซึ่งเป็นนักโทษร่วมรุ่น กับ นายคิชิ ที่คุก Sugamo และจูงมือออกจากคุกมาพร้อมกัน กับนายโคโดมะ ยากูซ่า
    นายซาซากาวา นั้น ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาเคยไปร่วมประชุมกับฮิตเล่อร์ และมุสโสลินี ที่พยายามสร้างเครือข่ายการร่วมมือระหว่าง ญี่ปุ่น อเมริกา อังกฤษ และนาซี เยอรมัน เพื่อต่อต้านโซเวียต มันเป็นโปรแกรมเดียวกับที่ MRA เสนอ ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแผนสลับข้าง
    และผู้ที่เป็นตัวเชื่อมสำคัญ ระหว่าง MRA หรืออเมริกากับกองทัพญี่ปุ่น ก็คือ
    นาย ซาซากาวา คนนี้เอง เขาเป็นพวกชาตินิยมหัวรุนแรง และได้ชื่อว่าเป็นมือที่มองไม่เห็น ชักใยประเทศญี่ปุ่นอยู่ถึง 50 ปี ตั้งแต่ช่วง ปี ค.ศ.1930 -1980
    ซาซากาวา เป็นชาวเมือง Minoo อยู่ใกล้ๆ กับ Osaka ร่ำรวยขึ้นมาจาการเก็งกำไรเรื่องข้าว ในปี ค.ศ.1927 ซาซากาวา ตั้งกลุ่มชื่อ Kokubosha หรือ National Defense Society และปี ค.ศ.1931 ตั้งอีกกลุ่มชื่อ Kokusui-Taihuto หรือ Mass Party of the Patriotic Peoples ทั้ง 2 สมาคม เป็นพวกขวาจัด ชาตินิยมรุนแรง
    นายซาซากาวา สร้างกองกำลังของตัวเองหลายหมื่นคน (น่าจะเป็นยากูซ่าแทบทั้งนั้น) นอกจากมีกองกำลังแล้ว เขายังมีเครื่องบินอีก 20 ลำ แถมลงทุนสร้างสนามบินส่วนตัวใกล้เมืองโอซากา ทั้งหมดเพื่อใช้ในการเข้าไปปฏืบัติการในจีน เพื่อปล้น และยึดทรัพยากร ขนทอง และเพชรจากจีนด้วยเครื่องบินของเขา เที่ยวละหลายสิบกระสอบ รวมทั้งฝิ่น หลายครั้ง 2 สมาคมของซาซากาวา ร่วมปฏิบัติการกับยากูซ่ากลุ่มมังกรดำ ที่นำโดย นายโคดามะ Yoshio Kodama ที่เป็นเพื่อนกัน และเป็นพวกขวาจัด และชาตินิยมเหมือนกัน
    กลุ่มชาตินิยมเหล่านี้ เข้าไปร่วมอยู่กับกองทัพญี่ปุ่นที่แมนจูเรีย และ มองโกเลีย โดยการรู้เห็นและสนับสนุนของกองทัพ รวมถึงรัฐบาลด้วย ก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ มีส่วนกับพฤติกรรม ที่ทารุณโหดร้ายของกองทัพญี่ปุ่น มากน้อยแค่ไหน
    นาย ซาซากาวา นั้น เป็นผู้ที่มีเสียงดังฟังชัดว่า อยู่ฝ่ายประเทศมั่งคั่ง กองทัพแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับนายโคดามะ และในช่วงที่การเมืองญี่ปุ่นแตกแยกเป็น 2 ฝ่าย ในช่วงก่อนปี ค.ศ.1931 นักการเมืองระดับนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ฝ่ายที่ไม่เอากองทัพถูกเก็บเป็นว่าเล่น ข่าวว่า เป็นฝีมือกลุ่มในสังกัดของ นายซาซากาวา เกือบทั้งสิ้น และด้วยเงินทุนของนายซาซากาวา ที่ได้มาจากการปล้นจีน ทิศทางของรัฐบาลญี่ปุ่น ก็จึงยิ่งเอียงมาทางให้กองทัพญี่ปุ่น ยกกำลังลงมาทางใต้ และมาบุกเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
    และในที่สุดกองทัพญี่ปุ่น ก็ตัดสินใจ ยกกำลังลงมาทางใต้ บุกเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จริงๆ มันเป็นการตัดสินใจภายใต้คำแนะนำ ของ นาย Tsuji Masanobu นักยุทธศาสตร์คนสำคัญประจำกองทัพ ความสำคัญของเขา น่าจะมีมากกว่าระดับกองทัพด้วยซ้ำ มีข่าวว่า ภายหลัง เขามาวางยุทธศาสตร์การรบและตั้งกองบัญชาการอยู่ทางใต้ของบ้านเรา
    มันเป็นการตัดสินใจที่สอดคล้อง และก็เป็นไปตามโครงการ War and Peace Studies ของ CFR ที่ทำการศึกษาวางแผน อยู่ถึง 2 ปี ในช่วง คศ 1939-1940 ภายใต้การอำนายการของมูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์

    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    27 ส.ค. 2558
    ไม่ตกสะเก็ด ตอนที่ 16 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ไม่ตกสะเก็ด” ตอน 16 ในปี ค.ศ.1941 ธุรกิจต่างชาติในญี่ปุ่น อยู่ในมืออเมริกา ถึง 3 ใน 4 และ เจ้าพ่ออเมริกาในญี่ปุ่น ก่อนปี ค.ศ.1941 คือ เจ พี มอร์แกน กับกลุ่มทุนอเมริกัน ที่เป็นฉากหน้าให้กับ รอทไชลด์ Rothschild บรรดาฑูตอเมริกัน ประจำญี่ปุ่น ในช่วงนั้น ส่วนใหญ่มาจากสายของมอร์แกน เช่น W Camaron Forbes นอกจากเป็นฑูตแล้ว ยังเป็นกรรมการคนหนึ่ง ของมอร์แกน ด้วย ส่วนอีกคน ที่มีบทบาทมาก คือ Joseph Grew (ที่มีเมีย ดองกับเมีย Jack Mogan) จึงไม่แปลก ที่กลุ่มมอร์แกนและอังกฤษ จะครอบญี่ปุ่น โดยการจับมือกับกลุ่มมิตซุย Mitsui ตระกูลใหญ่มากของญี่ปุ่น ที่ครอบงำธุรกิจในญี่ปุ่นอยู่แล้ว แต่ร้อกกี้เฟลเลอร์ ซึ่งสร้างอาณาจักรจาก (การปล้น) ทรัพยากร ไม่ใช่ จากธุรกิจการ (ปล้น) เงินและทำอุตสาหกรรมอย่างมอร์แกน คงไม่นั่งเฉยๆ ปล่อยให้ มอร์แกนและพวกพ้องอังกฤษ คาบเอาเอเซียแปซิฟิกไปง่ายๆ เขาตั้งใจ ยืนยัน และมุ่งมั่นว่า อเมริกา แต่ผู้เดียวเท่านั้น ที่จะเป็นผู้ครองโลก “โดยไม่แบ่งกับใคร” และมันต้องเป็นอเมริกา ภายใต้การครอบงำ ชักใยของเขาและพวกเท่านั้น ไม่ใช่ ใครอื่น และด้วยความตั้งใจ อย่างมุ่งมั่น เช่นนั้น ร้อกกี้เฟลเลอร์ ก็พร้อมที่จะทำทุกอย่าง เพื่อขยี้ และเขี่ย กลุ่มพันธมิตร ระหว่างมอร์แกน อังกฤษ (และมิตซุย ในกรณีของญี่ปุ่น) ให้แตกกระจุย สำหรับ การยึดเอเซียแปซิฟิก ร้อกกี้เฟลเลอร์ เริ่มต้นด้วยการใช้เครือข่ายของ Standard Oil ของเขา และมูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์ ที่ไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่จีน ตั้งแต่ปี ค.ศ.1913 และร่วมมือกับตระกูล Harriman เจ้าพ่อ ทางรถไฟ ที่ร่ำรวยจากสร้างทางรถไฟในอเมริกายังไม่พอ จึงไปบุกตลาดจีน ช่วงเวลาใกล้เคียงกับร้อกกี้เฟลเลอร์ ตัวจักรใหญ่ ที่เดินสายจัดการตามแผนที่วางคือ สำนักงานฏหมายประจำตระกูลของร้อกกี้เฟลเลอร์ คือ Sullivan and Cromwell ท่านที่เคยอ่านนิทาน ต้มข้ามศตวรรษ คงพอจำได้ว่า ทางการของอเมริกา เจอบันทีก การจ่ายเงิน ของสำนักงานนี้ให้แก่ ซุนยัดเซ็น รวมทั้งข้อตกลงของซุนยัดเซ็น ที่จะมอบสัมปทานให้ เมื่อปฏิวัติจีนสำเร็จ หัวหน้าทนายใหญ่ ของสำนักงาน Sullivan and Cromwell คือ นาย John Foster Dulles ซึ่งต่อมา ได้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ สมัยประธานาธิบดี Eisenhower ไอเซนฮาว มีนโยบายคัดค้านระบอบคอมมิวนิสม์ อย่างชนิดหัวชนฝา มันคงพออธิบายให้เราได้บ้างเกี่ยวกับตอนจบของ ซุนยัดเซ็น และขอเพิ่มเติมว่า ซุนยัดเซ็นนั้น ในตอนท้ายที่ป่วยและเสียชีวิตนั้น เขาป่วย และเสียชีวิตที่เมืองจีน ในสถานพยาบาล ที่มูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์เป็นเจ้าของ ส่วนน้องชายของ John คือ Allan ก็ได้เป็นผู้อำนวยการ CIA สมัย Eisenhower เช่นเดียวกัน เรื่องของ Sullivan And Cromwell น่าจะมาเขียนเป็นเรื่องปล้น ภาคพิศดาร … การใช้สำนักงานกฏหมาย หรือตัวทนายความ ไม่ใช่เรื่องแปลก สมัยนี้ก็ยังใช้กันอยู่ ถ้าจำกันได้ ไอ้โจรร้ายบ้านเรา มันก็ใช้ทนายไปทำทุกเรื่อง โดยเฉพาะไอ้พวกขี้ลืม ชอบเอาห่อขนมก้อนใหญ่ๆ ไปลืมทิ้งไว้ที่โน่นที่นี่ ส่วนไอ้พวกนักล้อบบี้ฝรั่ง ที่ชอบมาสร้างเรื่องระยำในบ้านเรา ก็ทนายทั้งนั้นครับ น่าเสียดายจริงๆ เป็นวิชาชีพที่ช่วยคนได้มาก คนโบราณท่านถึงให้เกียรติเรียกหมอความ แต่ก็มีที่เอาอาชีพที่ดี มาช่วยคนชั่วกัน แต่ร้อกกี้เฟลเลอร์ นี่ ก็น่าจะเป็นเจ้าของโรงฟอกย้อมต้วจริง เขาคิดเครื่องมือฟอกย้อม soft power ได้อย่างฝั่งรากลึก แม้จะเป็นรากเทียม แต่ดูเหมือน เมื่อฝังลงไปแล้ว จะทำลายรากจริงได้ด้วยการสร้างรากเทียมของเขา ตั้งแต่การสร้างมหาวิทยาลัย การคิดหลักสูตร เจาะลึกไปในแต่ละท้องที่ ที่เรียกว่า area studies ให้รู้จุดอ่อน จุดแข็งของเหยื่อแต่ละราย และถ้าสังเกตกันให้ดี ขบวนการล้มเจ้า ทำลายความมั่นคงของประเทศเรา ส่วนใหญ่ ก็เริ่มมาจากไอ้พวกอาจารย์ ที่ไปเรียนวิชาเฉพาะ area studies และบางคน ก็ยังสอนวิชานี้อยู่ในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ เช่นอเมริกา และญี่ปุ่น เพราะอะไรหรือ เพราะสถาบันกษัตริย์ เป็นจุดแข็ง เป็นความมั่นคงอย่างสำคัญของประเทศเรา มันอยากจะกินเรา ครอบเรา มันก็ใช้วิธีการ บ่อนทำลายจุดแข็งนั้น และอีกวิธีการ ที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ที่เรียกว่า consent management วิธีจัดการให้คนยินยอม และเห็นพ้องด้วย ตามเหตุผลที่เขา “สร้าง” ขึ้นมาให้เราหลงเชื่อ ผมเขียนเรื่องพวกนี้ไว้ในนิทานเรื่องแกะรอยนักล่า ช่วยประหยัดเวลาคนแก่ ไปเอามาอ่านกันหน่อย จะได้เข้าใจว่า เขาฝังรากเทียมให้เราอย่างไร ถึงแก้ยากแก้เย็นนัก จนลืมรากเหง้าของแท้ของเรากัน แต่ร้อกกี้เฟลเลอร์ ไม่ใช่นักการเงิน (แม้จะเป็นเจ้าของธนาคาร Chase Manhattan ที่เคยใหญ่คับโลก รวมทั้งในเมืองไทย ช่วงสงครามเวียตนาม และหลังจากนั้น ) เขาเป็นคนชอบวิทยาศาสตร์ จึงค้นคิดสูตรครองโลกเชิงวิทยาศาสตร์ ซึ่งน่ากลัวกว่า ด้านการเงิน การเงินพอแก้เกมกันได้ แต่ด้านวิทยาศาสตร์ เช่น การเกษตร พันธุ์ จีเอ็มโอ การตอนพันธุ์ การคัดสายพันธุ์มนุษย์ ซึ่งรวมถึงอาวุธร้ายรูปแบบต่างนั้น สร้างความเสียหายต่อชีวิต และบ้านเมืองสูงนัก การแก้ทำไม่ได้ง่าย (มีเขียนอยู่ในนิทานเรื่อง มายากลยุทธ) บ้านเรา ก็ขายเมล็ดพันธ์ทางเกษตร และผลผลิต แบบจีเอ็มโอ GMO ทั้งนั้น ซึ่งเป็นการทำลายสายพันธ์อย่างยิ่ง และต้นทุนสูง สร้างหนี้ให้เกษตรกรอย่างน่าสงสาร ขณะเดียวกัน ชีวิตและสุขภาพ ของกินผลิตผล ของจีเอ็มโอ ก็น่าเป็นห่วง ใครขาย ใครปล่อยให้ขาย จะทำลายกันถึงไหน…ใครมีดาบอาญาสิทธิ อยู่ในมือ ก็หันมาดูบ้าง เรื่องใหญ่นะครับ กลับมาที่ญี่ปุ่น ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 นั้น แม้อเมริกา จะมาทีหลังอังกฤษหลายสิบปี แต่อเมริกาก็สามารถแทรกเข้าไปในสังคม และการเมืองญี่ปุ่น ได้ผลอย่างเหลือเชื่อมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยเครื่องมือฟอกย้อม แบบ ฝังรากเทียมนี่แหละ ก่อนที่จะมีหน่วยงานข่าวกรอง หรือหน่วยสืบราชการลับ การหาข่าว ข้อมูล หรือสร้างเครือข่ายในประเทศเป้าหมาย ก็มักจะทำโดยพระ ผู้สอนศาสนา มิชชั่นนารี หรือหน่วยงานที่มาในรูปของการให้ความร่วมมือ การส่งเสริมทางสังคม วัฒนธรรม การศึกษา ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 อเมริกา ทดลองวิธีหาเหยื่อแบบใหม่ อเมริกา สร้าง Young Men’s Christian Association หรือ YMCA ส่งหนุ่มน้อยเดินสายไปทั่วทุกแห่ง เพื่อสังสรร และชวนเล่นกีฬา มีแต่คนเอ็นดู ทำให้อเมริกาได้ข้อมูล และสร้างเครือข่ายตามที่ต้องการ บ้านเราก็มีมาเหมือนกัน ท่านผู้อ่านนิทานคงเกิดไม่ทันกัน YMCA รุ่นแรก มาบ้านเราตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เข้ามาตั้งสำนักงานอยู่แถวถนนวรจักร พอสมัยสงครามเวียตนาม ก็ย้ายมาอยู่แถวถนนสาธร สถานที่กว้างขวาง มีคอร์ตเทนนิส โรงหนังโรงละคร ขนาดเล็ก เพื่อนำวัฒนธรรม หรือข้อมูล ที่อเมริกาต้องการฝังหัว ให้แก่สังคมไทย ส่วนที่อเมริกาเลือกแล้วว่า จะเป็นประโยชน์แก่ตัว หลังสงครามเวียตนาม เข้าใจว่า เปลี่ยนรูปแบบ ไม่ใช้ YMCA เพราะเชยไปแล้ว เปลี่ยนไปใช้แบบพันธ์ผสม มีตั้งแต่ สื่อ นักวิชาการ ครูบาอาจารย์ จนมาถึงนักเคลื่อนไหว เอ็นจีโอ นักสิทธิมนุษยชน ไปจนถึง คนคุมกำเนิด เฮ้อ.. สำหรับท่านที่อ่านนิทาน ต้มข้ามศตวรรษมาแล้ว คงจำได้ว่า อเมริกาก็ส่ง YMCA เข้าไปในรัสเซีย ช่วงที่กำลังสร้างปฏิวัติให้รัสเซียในปี ค.ศ.1917 รวมทั้ง ส่งเข้าไปในจีน หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 จบใหม่ๆ แปลว่า อเมริกา มีแผนการ คิดกินรวบ ตั้งแต่รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น และเอเซียแปซิฟิกมานานแล้ว ไม่ต่างกับอังกฤษ เพียงแต่อเมริกา รอเวลากิน โดยดูตัวอย่างการกินของอังกฤษ ที่แม้จะดูเฉียบคม แต่ก็ทำให้เหยื่อตื่นและเชื่องยาก อเมริกาจึงคิดวิธีกินเหยื่อแบบใหม่ ชนิดเหยื่อเปิดบ้านนอนรอ… คนที่ถือธง นำ YMCA เข้ามาที่ญี่ปุ่น ในปี ค.ศ.1917 ชื่อ Frank Buchman เขาเข้ามาทำความรู้จักกับสังคมญี่ปุ่น ส่วนที่กำลังเห่อฝรั่ง สมาชิก YMCA ญี่ปุ่น มีตั้งแต่ ตระกูลใหญ่ อย่างสุมิโตโม และ มิตซุย ซึ่งเป็นเจ้าพ่อ บรรษัทใหญ่ ที่ผูกขาดธุรกิจของญี่ปุ่น และ บารอน ไออิชิ ชิบุซาวะ Eiichi Shibusawa นักธุรกิจใหญ่อีกคน ซึ่งเป็นคริสเตียน ที่มีความสนิทสนม และมีเครือข่ายกับทั้งฝั่งอังกฤษ และอเมริกา เป็นหัวหน้าสหภาพการค้าของญี่ปุ่น และเป็นผู้ริเริ่มตั้งคณะนิติศาสตร์ ที่ใช้หลักกฏหมายของเยอรมันขึ้น ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว คุ้นๆ ไหมครับ เมื่อ ใช้ YMCA แทรกเข้าไปหาข้อมูล และสร้างเครือข่ายได้หลายปีกำลังดี นาย Frank Buchman ก็ไปจากญี่ปุ่น คราวนี้เขาไปตั้งสถาบันชื่อประหลาด Moral Rearmament Movement (MRA) เป็นขบวนการล้างสมองที่น่ากลัวมาก และกลับมาในญี่ปุ่นอีกครั้งในช่วงปี ค.ศ.1920 คราวนี้ เครือข่าย MRA ในญี่ปุ่นขยายใหญ่กว่าสมัยเป็น YMCA กระทรวงต่างประเทศของอเมริกาให้การสนับสนุน MRA เต็มที่ และในที่สุด MRA ก็เป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่ง ที่อเมริกา โดยร้อกกี้เฟลเลอร์ และ ซีไอเอ ใช้สร้างและควบคุม เครือข่ายของตนในญี่ปุ่น (ในปี คศ 1930 MRA มีเครือข่ายอยู่ใน 2 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น และเยอรมัน) MRA เริ่มเข้าไปสร้างเครือข่าย ในมหาวิทยาลัยโตเกียว ที่มีนักศึกษาด้านกฏหมาย และเศรษฐศาสตร์ ตามทฤษฏีของ เยอรมัน และสร้างความคิดต่อต้านการเคลื่อนไหวของกรรมกร ผู้ที่สนับสนุนการต่อต้านกรรมกรอย่างเปิดเผย คือ นาย ซาซากาวา Sasagawa Ryoichi ซึ่งเป็นนักโทษร่วมรุ่น กับ นายคิชิ ที่คุก Sugamo และจูงมือออกจากคุกมาพร้อมกัน กับนายโคโดมะ ยากูซ่า นายซาซากาวา นั้น ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาเคยไปร่วมประชุมกับฮิตเล่อร์ และมุสโสลินี ที่พยายามสร้างเครือข่ายการร่วมมือระหว่าง ญี่ปุ่น อเมริกา อังกฤษ และนาซี เยอรมัน เพื่อต่อต้านโซเวียต มันเป็นโปรแกรมเดียวกับที่ MRA เสนอ ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแผนสลับข้าง และผู้ที่เป็นตัวเชื่อมสำคัญ ระหว่าง MRA หรืออเมริกากับกองทัพญี่ปุ่น ก็คือ นาย ซาซากาวา คนนี้เอง เขาเป็นพวกชาตินิยมหัวรุนแรง และได้ชื่อว่าเป็นมือที่มองไม่เห็น ชักใยประเทศญี่ปุ่นอยู่ถึง 50 ปี ตั้งแต่ช่วง ปี ค.ศ.1930 -1980 ซาซากาวา เป็นชาวเมือง Minoo อยู่ใกล้ๆ กับ Osaka ร่ำรวยขึ้นมาจาการเก็งกำไรเรื่องข้าว ในปี ค.ศ.1927 ซาซากาวา ตั้งกลุ่มชื่อ Kokubosha หรือ National Defense Society และปี ค.ศ.1931 ตั้งอีกกลุ่มชื่อ Kokusui-Taihuto หรือ Mass Party of the Patriotic Peoples ทั้ง 2 สมาคม เป็นพวกขวาจัด ชาตินิยมรุนแรง นายซาซากาวา สร้างกองกำลังของตัวเองหลายหมื่นคน (น่าจะเป็นยากูซ่าแทบทั้งนั้น) นอกจากมีกองกำลังแล้ว เขายังมีเครื่องบินอีก 20 ลำ แถมลงทุนสร้างสนามบินส่วนตัวใกล้เมืองโอซากา ทั้งหมดเพื่อใช้ในการเข้าไปปฏืบัติการในจีน เพื่อปล้น และยึดทรัพยากร ขนทอง และเพชรจากจีนด้วยเครื่องบินของเขา เที่ยวละหลายสิบกระสอบ รวมทั้งฝิ่น หลายครั้ง 2 สมาคมของซาซากาวา ร่วมปฏิบัติการกับยากูซ่ากลุ่มมังกรดำ ที่นำโดย นายโคดามะ Yoshio Kodama ที่เป็นเพื่อนกัน และเป็นพวกขวาจัด และชาตินิยมเหมือนกัน กลุ่มชาตินิยมเหล่านี้ เข้าไปร่วมอยู่กับกองทัพญี่ปุ่นที่แมนจูเรีย และ มองโกเลีย โดยการรู้เห็นและสนับสนุนของกองทัพ รวมถึงรัฐบาลด้วย ก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ มีส่วนกับพฤติกรรม ที่ทารุณโหดร้ายของกองทัพญี่ปุ่น มากน้อยแค่ไหน นาย ซาซากาวา นั้น เป็นผู้ที่มีเสียงดังฟังชัดว่า อยู่ฝ่ายประเทศมั่งคั่ง กองทัพแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับนายโคดามะ และในช่วงที่การเมืองญี่ปุ่นแตกแยกเป็น 2 ฝ่าย ในช่วงก่อนปี ค.ศ.1931 นักการเมืองระดับนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ฝ่ายที่ไม่เอากองทัพถูกเก็บเป็นว่าเล่น ข่าวว่า เป็นฝีมือกลุ่มในสังกัดของ นายซาซากาวา เกือบทั้งสิ้น และด้วยเงินทุนของนายซาซากาวา ที่ได้มาจากการปล้นจีน ทิศทางของรัฐบาลญี่ปุ่น ก็จึงยิ่งเอียงมาทางให้กองทัพญี่ปุ่น ยกกำลังลงมาทางใต้ และมาบุกเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และในที่สุดกองทัพญี่ปุ่น ก็ตัดสินใจ ยกกำลังลงมาทางใต้ บุกเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จริงๆ มันเป็นการตัดสินใจภายใต้คำแนะนำ ของ นาย Tsuji Masanobu นักยุทธศาสตร์คนสำคัญประจำกองทัพ ความสำคัญของเขา น่าจะมีมากกว่าระดับกองทัพด้วยซ้ำ มีข่าวว่า ภายหลัง เขามาวางยุทธศาสตร์การรบและตั้งกองบัญชาการอยู่ทางใต้ของบ้านเรา มันเป็นการตัดสินใจที่สอดคล้อง และก็เป็นไปตามโครงการ War and Peace Studies ของ CFR ที่ทำการศึกษาวางแผน อยู่ถึง 2 ปี ในช่วง คศ 1939-1940 ภายใต้การอำนายการของมูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 27 ส.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 134 มุมมอง 0 รีวิว
  • ท่องเที่ยวดูเพลินๆ
    https://youtu.be/JviLqfgWr1E?si=4IQtZekaRmzRQMWA
    #makeawakeคุ้มค่าตื่น
    #HertzThailand
    #เที่ยวไทย
    #ชลบุรี
    #Thailand

    ท่องเที่ยวดูเพลินๆ https://youtu.be/JviLqfgWr1E?si=4IQtZekaRmzRQMWA #makeawakeคุ้มค่าตื่น #HertzThailand #เที่ยวไทย #ชลบุรี #Thailand
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 35 มุมมอง 0 รีวิว
  • มูลค่านักเตะ แมนยูลดลง 29/11/68 #มูลค่านักเตะ #แมนยู #ปีศาจแดง #CIES Football
    มูลค่านักเตะ แมนยูลดลง 29/11/68 #มูลค่านักเตะ #แมนยู #ปีศาจแดง #CIES Football
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 80 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • วิเคราะห์พรีเมียร์ลีก Big Match 29/11/68 #ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก #ศึกฟุตบอล #วิเคราะห์พรีเมียร์ลีก
    วิเคราะห์พรีเมียร์ลีก Big Match 29/11/68 #ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก #ศึกฟุตบอล #วิเคราะห์พรีเมียร์ลีก
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 92 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • ถอดบทเรียนรับมือน้ำท่วมอาเซียน กับปรากฏการณ์ Atmospheric River : คนเคาะข่าว 27-11-68

    https://www.youtube.com/watch?v=-TyPttrTNmg&list=WL&index=4
    ถอดบทเรียนรับมือน้ำท่วมอาเซียน กับปรากฏการณ์ Atmospheric River : คนเคาะข่าว 27-11-68 https://www.youtube.com/watch?v=-TyPttrTNmg&list=WL&index=4
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 45 มุมมอง 0 รีวิว
  • Reality: บทเพลงอมตะกับเสน่ห์นิรันดร์ของ Sophie Marceau

    เพลง "Reality" โดย Richard Sanderson ถือเป็นหนึ่งในบทเพลงคลาสสิกแห่งยุค 1980s ที่ยังคงก้องกังวานในใจผู้ฟังมาจนถึงปัจจุบัน มันไม่ใช่แค่เพลงรักโรแมนติกธรรมดา แต่เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ฝรั่งเศสเรื่อง La Boum (หรือที่รู้จักในชื่อ The Party ในบางประเทศ) ซึ่งออกฉายในปี 1980 และทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงฮิตติดชาร์ตทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรปและเอเชีย. เนื้อเพลงที่พูดถึงความฝันและความจริงผสานเข้ากับเมโลดี้อ่อนโยน ทำให้มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรักวัยรุ่นที่บริสุทธิ์และน่าจดจำ

    เพลงนี้ถูกแต่งขึ้นโดย Vladimir Cosma นักแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ชื่อดัง และร้องโดย Richard Sanderson นักร้องชาวอังกฤษที่ในขณะนั้นยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากนัก แต่ La Boum ได้เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล เพลง "Reality" ถูกใช้เป็นธีมหลักในภาพยนตร์ โดยเฉพาะในฉากโรแมนติกที่ตัวเอกกำลังตกหลุมรัก ซึ่งทำให้ผู้ชมรู้สึกอินไปกับเรื่องราว เพลงนี้ขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ตหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี และยังถูกนำไปรีเมคหรือคัฟเวอร์หลายครั้งในภายหลัง. แต่สิ่งที่ทำให้เพลงนี้พิเศษยิ่งขึ้นคือการเชื่อมโยงกับ Sophie Marceau นักแสดงนำหญิงที่ปรากฏตัวในมิวสิกวิดีโอและฉากสำคัญของภาพยนตร์

    Sophie Marceau ในวัย 13 ปีตอนนั้น รับบทเป็น Vic Beretton สาวน้อยวัยรุ่นที่กำลังค้นหาความรักครั้งแรกใน La Boum การแสดงของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ธรรมชาติและความสดใส ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพการแสดงที่ยาวนานของเธอ ในมิวสิกวิดีโอของเพลง "Reality" เราจะเห็นฉากจากภาพยนตร์ที่ Sophie กำลังฟังเพลงนี้ผ่านหูฟัง ขณะที่หนุ่มน้อยกำลังแบ่งปันช่วงเวลาอบอุ่น ซึ่งกลายเป็นภาพจำคลาสสิกที่แฟนเพลงยังคงพูดถึงจนถึงทุกวันนี้. การปรากฏตัวของเธอไม่เพียงแต่ทำให้เพลงนี้มีชีวิตชีวา แต่ยังช่วยยกระดับให้ La Boum กลายเป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ส่งผลให้ Sophie ก้าวขึ้นเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการบันเทิงฝรั่งเศส

    จากจุดเริ่มต้นใน La Boum Sophie Marceau ได้พัฒนาตัวเองเป็นนักแสดงมากความสามารถที่ครองใจผู้ชมทั่วโลก เธอได้รับการยกย่องว่าเป็น "ดาวค้างฟ้า" ของวงการภาพยนตร์ฝรั่งเศส ด้วยผลงานที่หลากหลายทั้งในภาพยนตร์อิสระและบล็อกบัสเตอร์ฮอลลีวูด แต่สิ่งที่ทำให้เธอโด่งดังระดับสากลยิ่งขึ้นคือการรับบท Elektra King ในภาพยนตร์ James Bond เรื่อง The World Is Not Enough (1999) ซึ่งเธอเป็น Bond girl ที่ไม่ใช่แค่สวยงามแต่ยังมีบทบาทซับซ้อนในฐานะตัวร้ายหลัก Elektra เป็นทายาทมหาเศรษฐีน้ำมันที่ถูกจับตัว แต่กลับกลายเป็นผู้บงการแผนการร้าย เธอหลอกลวง James Bond (รับบทโดย Pierce Brosnan) ได้อย่างแนบเนียน ทำให้บทนี้กลายเป็นหนึ่งใน Bond girl ที่น่าจดจำที่สุดในประวัติศาสตร์ซีรีส์ 007. ในใจของแฟน ๆ หลายคน รวมถึงลุงด้วย Sophie Marceau คือ Bond girl ที่สวยที่สุดจนถึงปัจจุบัน ด้วยเสน่ห์ที่ผสานความงามแบบฝรั่งเศสเข้ากับความฉลาดและลึกลับ ทำให้เธอเหนือกว่า Bond girl คนอื่น ๆ ในซีรีส์

    นอกจากบทบาทนักแสดงนำในภาพยนตร์ฮอลลีวูดและฝรั่งเศสแล้ว Sophie Marceau ยังขยายขอบเขตอาชีพไปยังหน้าที่อื่น ๆ ในวงการบันเทิงอีกด้วย เธอเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีผลงานน่าประทับใจ โดยเริ่มต้นจากการกำกับหนังสั้นเรื่อง L'aube à l'envers ในปี 1995 ก่อนที่จะกำกับภาพยนตร์เรื่องยาวเรื่องแรกอย่าง Parlez-moi d'amour (2002) ซึ่งเธอยังรับหน้าที่เขียนบทด้วย ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์และทำให้เธอได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์มอนทรีออล ตามมาด้วย La Disparue de Deauville (2007) ที่เธอกำกับและแสดงนำเอง ผลงานเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถรอบด้านของเธอในฐานะครีเอเตอร์ที่ไม่ยึดติดกับบทบาทนักแสดงเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ เธอยังเป็นนักเขียน โดยได้ตีพิมพ์นวนิยายเรื่อง Menteuse ในปี 1996 ซึ่งได้รับความนิยมและสะท้อนมุมมองส่วนตัวของเธอเกี่ยวกับชีวิตและความรัก

    ในส่วนของบทบาทนักแสดงอื่น ๆ ที่น่าจดจำ Sophie Marceau ได้รับการยกย่องจากบท Princess Isabelle ในภาพยนตร์ออสการ์เรื่อง Braveheart (1995) ของ Mel Gibson ซึ่งเธอรับบทเป็นเจ้าหญิงฝรั่งเศสที่ตกหลุมรักนักรบสกอตแลนด์ การแสดงของเธอเต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์และความสง่างาม ทำให้บทนี้กลายเป็นไอคอนในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ นอกจากนี้ยังมีบท Eloise ใน Firelight (1997) และบท Anna Karenina ในภาพยนตร์ดัดแปลงจากนวนิยายคลาสสิกเรื่อง Anna Karenina (1997) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายในบทบาทของเธอ ตั้งแต่ดราม่าประวัติศาสตร์ไปจนถึงโรแมนติกดราม่า

    แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 40 ปี นับจาก La Boum แต่เพลง "Reality" และ Sophie Marceau ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความโรแมนติกที่ timeless เธอไม่ใช่แค่นักแสดง แต่เป็นไอคอนที่เชื่อมโยงระหว่างเพลง ภาพยนตร์ และวัฒนธรรมป๊อป หากคุณยังไม่เคยฟังเพลงนี้หรือดูภาพยนตร์เรื่องนั้น ลองย้อนกลับไปสัมผัส แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไม Sophie Marceau ถึงเป็นดาวค้างฟ้าที่ส่องสว่างตลอดกาล

    #ลุงเล่าหลานฟัง

    https://www.youtube.com/watch?v=8ejtIwBpqK4
    💭 Reality: บทเพลงอมตะกับเสน่ห์นิรันดร์ของ Sophie Marceau 🎼 เพลง "Reality" โดย Richard Sanderson ถือเป็นหนึ่งในบทเพลงคลาสสิกแห่งยุค 1980s ที่ยังคงก้องกังวานในใจผู้ฟังมาจนถึงปัจจุบัน มันไม่ใช่แค่เพลงรักโรแมนติกธรรมดา แต่เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ฝรั่งเศสเรื่อง La Boum (หรือที่รู้จักในชื่อ The Party ในบางประเทศ) ซึ่งออกฉายในปี 1980 และทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงฮิตติดชาร์ตทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรปและเอเชีย. เนื้อเพลงที่พูดถึงความฝันและความจริงผสานเข้ากับเมโลดี้อ่อนโยน ทำให้มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรักวัยรุ่นที่บริสุทธิ์และน่าจดจำ 📝 เพลงนี้ถูกแต่งขึ้นโดย Vladimir Cosma นักแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ชื่อดัง และร้องโดย Richard Sanderson นักร้องชาวอังกฤษที่ในขณะนั้นยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากนัก แต่ La Boum ได้เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล เพลง "Reality" ถูกใช้เป็นธีมหลักในภาพยนตร์ โดยเฉพาะในฉากโรแมนติกที่ตัวเอกกำลังตกหลุมรัก ซึ่งทำให้ผู้ชมรู้สึกอินไปกับเรื่องราว เพลงนี้ขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ตหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี และยังถูกนำไปรีเมคหรือคัฟเวอร์หลายครั้งในภายหลัง. แต่สิ่งที่ทำให้เพลงนี้พิเศษยิ่งขึ้นคือการเชื่อมโยงกับ Sophie Marceau นักแสดงนำหญิงที่ปรากฏตัวในมิวสิกวิดีโอและฉากสำคัญของภาพยนตร์ 👧 Sophie Marceau ในวัย 13 ปีตอนนั้น รับบทเป็น Vic Beretton สาวน้อยวัยรุ่นที่กำลังค้นหาความรักครั้งแรกใน La Boum การแสดงของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ธรรมชาติและความสดใส ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพการแสดงที่ยาวนานของเธอ ในมิวสิกวิดีโอของเพลง "Reality" เราจะเห็นฉากจากภาพยนตร์ที่ Sophie กำลังฟังเพลงนี้ผ่านหูฟัง ขณะที่หนุ่มน้อยกำลังแบ่งปันช่วงเวลาอบอุ่น ซึ่งกลายเป็นภาพจำคลาสสิกที่แฟนเพลงยังคงพูดถึงจนถึงทุกวันนี้. การปรากฏตัวของเธอไม่เพียงแต่ทำให้เพลงนี้มีชีวิตชีวา แต่ยังช่วยยกระดับให้ La Boum กลายเป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ส่งผลให้ Sophie ก้าวขึ้นเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการบันเทิงฝรั่งเศส 🎗️ จากจุดเริ่มต้นใน La Boum Sophie Marceau ได้พัฒนาตัวเองเป็นนักแสดงมากความสามารถที่ครองใจผู้ชมทั่วโลก เธอได้รับการยกย่องว่าเป็น "ดาวค้างฟ้า" ของวงการภาพยนตร์ฝรั่งเศส ด้วยผลงานที่หลากหลายทั้งในภาพยนตร์อิสระและบล็อกบัสเตอร์ฮอลลีวูด แต่สิ่งที่ทำให้เธอโด่งดังระดับสากลยิ่งขึ้นคือการรับบท Elektra King ในภาพยนตร์ James Bond เรื่อง The World Is Not Enough (1999) ซึ่งเธอเป็น Bond girl ที่ไม่ใช่แค่สวยงามแต่ยังมีบทบาทซับซ้อนในฐานะตัวร้ายหลัก Elektra เป็นทายาทมหาเศรษฐีน้ำมันที่ถูกจับตัว แต่กลับกลายเป็นผู้บงการแผนการร้าย เธอหลอกลวง James Bond (รับบทโดย Pierce Brosnan) ได้อย่างแนบเนียน ทำให้บทนี้กลายเป็นหนึ่งใน Bond girl ที่น่าจดจำที่สุดในประวัติศาสตร์ซีรีส์ 007. ในใจของแฟน ๆ หลายคน รวมถึงลุงด้วย 💘 Sophie Marceau คือ Bond girl ที่สวยที่สุดจนถึงปัจจุบัน ด้วยเสน่ห์ที่ผสานความงามแบบฝรั่งเศสเข้ากับความฉลาดและลึกลับ ทำให้เธอเหนือกว่า Bond girl คนอื่น ๆ ในซีรีส์ 🎦 นอกจากบทบาทนักแสดงนำในภาพยนตร์ฮอลลีวูดและฝรั่งเศสแล้ว Sophie Marceau ยังขยายขอบเขตอาชีพไปยังหน้าที่อื่น ๆ ในวงการบันเทิงอีกด้วย เธอเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีผลงานน่าประทับใจ โดยเริ่มต้นจากการกำกับหนังสั้นเรื่อง L'aube à l'envers ในปี 1995 ก่อนที่จะกำกับภาพยนตร์เรื่องยาวเรื่องแรกอย่าง Parlez-moi d'amour (2002) ซึ่งเธอยังรับหน้าที่เขียนบทด้วย ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์และทำให้เธอได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์มอนทรีออล ตามมาด้วย La Disparue de Deauville (2007) ที่เธอกำกับและแสดงนำเอง ผลงานเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถรอบด้านของเธอในฐานะครีเอเตอร์ที่ไม่ยึดติดกับบทบาทนักแสดงเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ เธอยังเป็นนักเขียน โดยได้ตีพิมพ์นวนิยายเรื่อง Menteuse ในปี 1996 ซึ่งได้รับความนิยมและสะท้อนมุมมองส่วนตัวของเธอเกี่ยวกับชีวิตและความรัก ⭐ ในส่วนของบทบาทนักแสดงอื่น ๆ ที่น่าจดจำ Sophie Marceau ได้รับการยกย่องจากบท Princess Isabelle ในภาพยนตร์ออสการ์เรื่อง Braveheart (1995) ของ Mel Gibson ซึ่งเธอรับบทเป็นเจ้าหญิงฝรั่งเศสที่ตกหลุมรักนักรบสกอตแลนด์ การแสดงของเธอเต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์และความสง่างาม ทำให้บทนี้กลายเป็นไอคอนในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ นอกจากนี้ยังมีบท Eloise ใน Firelight (1997) และบท Anna Karenina ในภาพยนตร์ดัดแปลงจากนวนิยายคลาสสิกเรื่อง Anna Karenina (1997) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายในบทบาทของเธอ ตั้งแต่ดราม่าประวัติศาสตร์ไปจนถึงโรแมนติกดราม่า 💫 แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 40 ปี นับจาก La Boum แต่เพลง "Reality" และ Sophie Marceau ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความโรแมนติกที่ timeless เธอไม่ใช่แค่นักแสดง แต่เป็นไอคอนที่เชื่อมโยงระหว่างเพลง ภาพยนตร์ และวัฒนธรรมป๊อป หากคุณยังไม่เคยฟังเพลงนี้หรือดูภาพยนตร์เรื่องนั้น ลองย้อนกลับไปสัมผัส แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไม Sophie Marceau ถึงเป็นดาวค้างฟ้าที่ส่องสว่างตลอดกาล⭐💫 #ลุงเล่าหลานฟัง https://www.youtube.com/watch?v=8ejtIwBpqK4
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 106 มุมมอง 0 รีวิว
  • พระเนื้อว่านหลวงปู่ทวด สมภารทอง ( พระสร้างพิมพ์โบราณ จึงดูไม่ชัดไม่สวย) วัดนาทวี จ.สงขลา ปี2498 // พระดีพิธีใหญ่ จัดสร้างโดยใช้สูตรมวลสารเดียวกับที่สร้างพระหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปี 2497 โดย ( อาจารย์ทิมวัดช้างให้ ) สร้างและปลุกเสก // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ //

    ** พุทธคุณ เจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง การเงิน โชคลาภค้าขาย เรียกทรัพย์ เมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย มหาอุด ประสบการณ์มากมาย ทั้งระเบิดด้าน รถคว่ำ ตกตึก รวมทั้งไล่ภูตผี และใช้กันเสนียดจัญไรได้อีกด้วย **

    พระเนื้อว่านหลวงปู่ทวด สมภารทอง วัดนาทวี จ.สงขลา ปี2498 พระสร้างพิมพ์โบราณ จึงดูไม่ชัดไม่สวยเกือบทุก จัดเป็นอีกหนึ่งพระหายากและพระประสบการณ์ของอำเภอนาทวี สงขลา พบเจอน้อย หายาก จัดสร้างโดยใช้สูตรมวลสารเดียวกับที่สร้างพระหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปี 2497 โดย ( อาจารย์ทิมวัดช้างให้ ) สร้างและปลุกเสก ตามประวัติ สมภารทอง อดีตเจ้าอาวาส วัดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ท่านเป็นพระยุคเดียวกับหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด **

    ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ

    ช่องทางติดต่อ
    LINE 0881915131
    โทรศัพท์ 0881915131
    พระเนื้อว่านหลวงปู่ทวด สมภารทอง ( พระสร้างพิมพ์โบราณ จึงดูไม่ชัดไม่สวย) วัดนาทวี จ.สงขลา ปี2498 // พระดีพิธีใหญ่ จัดสร้างโดยใช้สูตรมวลสารเดียวกับที่สร้างพระหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปี 2497 โดย ( อาจารย์ทิมวัดช้างให้ ) สร้างและปลุกเสก // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ // ** พุทธคุณ เจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง การเงิน โชคลาภค้าขาย เรียกทรัพย์ เมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย มหาอุด ประสบการณ์มากมาย ทั้งระเบิดด้าน รถคว่ำ ตกตึก รวมทั้งไล่ภูตผี และใช้กันเสนียดจัญไรได้อีกด้วย ** พระเนื้อว่านหลวงปู่ทวด สมภารทอง วัดนาทวี จ.สงขลา ปี2498 พระสร้างพิมพ์โบราณ จึงดูไม่ชัดไม่สวยเกือบทุก จัดเป็นอีกหนึ่งพระหายากและพระประสบการณ์ของอำเภอนาทวี สงขลา พบเจอน้อย หายาก จัดสร้างโดยใช้สูตรมวลสารเดียวกับที่สร้างพระหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปี 2497 โดย ( อาจารย์ทิมวัดช้างให้ ) สร้างและปลุกเสก ตามประวัติ สมภารทอง อดีตเจ้าอาวาส วัดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ท่านเป็นพระยุคเดียวกับหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ** ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ ช่องทางติดต่อ LINE 0881915131 โทรศัพท์ 0881915131
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 53 มุมมอง 0 รีวิว
  • ออกกำลังกายสั้น ๆ แต่ได้ผลทันที

    นักวิจัยจาก Hong Kong Polytechnic University พบว่าเพียงการวิ่งบนลู่วิ่ง 30 นาที ก็ทำให้ผู้เข้าร่วมทั้งที่มีและไม่มีอาการซึมเศร้ารายงานว่าอารมณ์ดีขึ้นทันที ลดความโกรธ ความสับสน ความเหนื่อยล้า และความวิตกกังวล ขณะเดียวกันความมั่นใจและพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน.

    กลไกทางชีววิทยา: ฮอร์โมน adiponectin
    การทดลองในหนูแสดงให้เห็นว่าหลังออกกำลังกาย ระดับฮอร์โมน adiponectin ในเลือดและสมองเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนนี้ไปกระตุ้นตัวรับ AdipoR1 ในสมองส่วน medial prefrontal cortex ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมอารมณ์ ส่งผลให้เกิดการสร้างการเชื่อมต่อใหม่ระหว่างเซลล์ประสาท คล้ายกับผลที่พบจากการใช้ยา ketamine ที่ออกฤทธิ์เร็ว.

    ความหมายต่อการรักษาโรคซึมเศร้า
    ผลการวิจัยนี้ชี้ว่า การออกกำลังกายอาจเป็นวิธีบำบัดที่รวดเร็วและปลอดภัย สำหรับผู้ที่มีอาการซึมเศร้าและวิตกกังวล อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนายาใหม่ที่เลียนแบบการทำงานของ adiponectin เพื่อให้ได้ผลเร็วกว่า SSRIs ที่ใช้กันทั่วไป ซึ่งมักต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะเห็นผล.

    ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องระวัง
    แม้ผลการทดลองน่าตื่นเต้น แต่ยังไม่ทราบว่าผลบวกจากการออกกำลังกายจะอยู่ได้นานแค่ไหนในมนุษย์ และการทดลองบางส่วนยังอยู่ในระดับสัตว์ การนำไปใช้จริงจึงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพ.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ผลการทดลองในมนุษย์
    ออกกำลังกาย 30 นาทีช่วยลดอารมณ์ลบและเพิ่มพลังงาน
    เห็นผลทันทีหลังออกกำลังกาย

    กลไกในสมอง
    ฮอร์โมน adiponectin เพิ่มขึ้นหลังออกกำลังกาย
    กระตุ้นตัวรับ AdipoR1 และสร้างการเชื่อมต่อใหม่ระหว่างเซลล์ประสาท

    ความหมายต่อการแพทย์
    อาจเป็นแนวทางบำบัดโรคซึมเศร้าแบบรวดเร็ว
    สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนายาใหม่ที่เลียนแบบ adiponectin

    ข้อควรระวัง
    ยังไม่ทราบระยะเวลาที่ผลบวกอยู่ได้นานในมนุษย์
    การทดลองบางส่วนยังอยู่ในระดับสัตว์ ต้องศึกษาเพิ่มเติม

    https://www.sciencealert.com/a-single-30-minute-exercise-session-has-an-immediate-antidepressant-effect
    🏃‍♂️ ออกกำลังกายสั้น ๆ แต่ได้ผลทันที นักวิจัยจาก Hong Kong Polytechnic University พบว่าเพียงการวิ่งบนลู่วิ่ง 30 นาที ก็ทำให้ผู้เข้าร่วมทั้งที่มีและไม่มีอาการซึมเศร้ารายงานว่าอารมณ์ดีขึ้นทันที ลดความโกรธ ความสับสน ความเหนื่อยล้า และความวิตกกังวล ขณะเดียวกันความมั่นใจและพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน. 🧪 กลไกทางชีววิทยา: ฮอร์โมน adiponectin การทดลองในหนูแสดงให้เห็นว่าหลังออกกำลังกาย ระดับฮอร์โมน adiponectin ในเลือดและสมองเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนนี้ไปกระตุ้นตัวรับ AdipoR1 ในสมองส่วน medial prefrontal cortex ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมอารมณ์ ส่งผลให้เกิดการสร้างการเชื่อมต่อใหม่ระหว่างเซลล์ประสาท คล้ายกับผลที่พบจากการใช้ยา ketamine ที่ออกฤทธิ์เร็ว. 🌟 ความหมายต่อการรักษาโรคซึมเศร้า ผลการวิจัยนี้ชี้ว่า การออกกำลังกายอาจเป็นวิธีบำบัดที่รวดเร็วและปลอดภัย สำหรับผู้ที่มีอาการซึมเศร้าและวิตกกังวล อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนายาใหม่ที่เลียนแบบการทำงานของ adiponectin เพื่อให้ได้ผลเร็วกว่า SSRIs ที่ใช้กันทั่วไป ซึ่งมักต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะเห็นผล. ⚠️ ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องระวัง แม้ผลการทดลองน่าตื่นเต้น แต่ยังไม่ทราบว่าผลบวกจากการออกกำลังกายจะอยู่ได้นานแค่ไหนในมนุษย์ และการทดลองบางส่วนยังอยู่ในระดับสัตว์ การนำไปใช้จริงจึงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพ. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ผลการทดลองในมนุษย์ ➡️ ออกกำลังกาย 30 นาทีช่วยลดอารมณ์ลบและเพิ่มพลังงาน ➡️ เห็นผลทันทีหลังออกกำลังกาย ✅ กลไกในสมอง ➡️ ฮอร์โมน adiponectin เพิ่มขึ้นหลังออกกำลังกาย ➡️ กระตุ้นตัวรับ AdipoR1 และสร้างการเชื่อมต่อใหม่ระหว่างเซลล์ประสาท ✅ ความหมายต่อการแพทย์ ➡️ อาจเป็นแนวทางบำบัดโรคซึมเศร้าแบบรวดเร็ว ➡️ สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนายาใหม่ที่เลียนแบบ adiponectin ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ ยังไม่ทราบระยะเวลาที่ผลบวกอยู่ได้นานในมนุษย์ ⛔ การทดลองบางส่วนยังอยู่ในระดับสัตว์ ต้องศึกษาเพิ่มเติม https://www.sciencealert.com/a-single-30-minute-exercise-session-has-an-immediate-antidepressant-effect
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    A Single 30-Minute Exercise Session Has an Immediate Antidepressant Effect
    A single, half-hour session of moderate exercise is enough to confer an immediate mood-boosting effect, and now scientists have figured out why.
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 80 มุมมอง 0 รีวิว
  • โปรตีนสมองและการเปลี่ยนแปลงเมื่ออายุมากขึ้น

    งานวิจัยใหม่จากเยอรมนีพบว่า การเปลี่ยนแปลงของโปรตีนในสมองที่เกิดจากวัยชรา อาจถูกปรับสมดุลบางส่วนได้ด้วย การควบคุมอาหารแบบจำกัดแคลอรี ซึ่งช่วยฟื้นฟูการทำงานของระบบรีไซเคิลโปรตีนในสมองของหนูทดลอง

    นักวิจัยจาก Leibniz Institute on Aging ใช้เทคนิค mass spectrometry วิเคราะห์สมองของหนูทั้งวัยหนุ่มและวัยชรา พบว่ากระบวนการ ubiquitylation ซึ่งเป็นการติดป้ายเคมีบอกให้โปรตีนถูกรีไซเคิล มีความผิดปกติเมื่ออายุมากขึ้น โปรตีนบางชนิดถูกติดป้ายมากเกินไปจนสมองจัดการไม่ทัน ทำให้เกิดการสะสมและเสี่ยงต่อโรคทางสมอง เช่น อัลไซเมอร์.

    อาหารจำกัดแคลอรีช่วยฟื้นฟูสมดุล
    ทีมวิจัยทดลองให้หนูสูงวัยรับประทานอาหารจำกัดแคลอรีเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ก่อนกลับไปกินอาหารปกติ ผลลัพธ์พบว่าโปรตีนบางส่วนกลับมามีการติดป้ายเคมีใกล้เคียงกับสมองของหนุ่มสาว แสดงให้เห็นว่า อาหารสามารถปรับสมดุลโปรตีนในสมองได้แม้ในวัยชรา แม้ยังไม่ทราบกลไกทั้งหมด แต่ถือเป็นแนวทางใหม่ในการดูแลสุขภาพสมอง.

    ความหมายต่อการรักษาโรคสมองเสื่อม
    แม้การทดลองยังอยู่ในระดับสัตว์และเซลล์มนุษย์ในห้องแล็บ แต่ผลลัพธ์นี้เปิดประตูสู่การพัฒนาวิธีรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของโปรตีน เช่น อัลไซเมอร์และพาร์กินสัน การเข้าใจว่าการควบคุมอาหารมีผลต่อระบบรีไซเคิลโปรตีน อาจนำไปสู่การออกแบบ อาหารบำบัด หรือ เสริมด้วยสารอาหารเฉพาะ เพื่อชะลอความเสื่อมของสมองในอนาคต.

    ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องระวัง
    นักวิจัยเตือนว่าผลการทดลองนี้ยังไม่เคยทดสอบในมนุษย์จริง และไม่ใช่ว่าทุกโปรตีนจะตอบสนองต่อการควบคุมอาหารเหมือนกัน บางชนิดแทบไม่เปลี่ยนแปลง หรืออาจเสื่อมลงมากกว่าเดิม ดังนั้นการนำไปใช้จริงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมอย่างรอบคอบ.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การค้นพบใหม่เกี่ยวกับโปรตีนสมอง
    กระบวนการ ubiquitylation เสื่อมลงเมื่ออายุมากขึ้น
    โปรตีนสะสมมากเกินไป เสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม

    ผลของอาหารจำกัดแคลอรี
    ฟื้นฟูการติดป้ายโปรตีนบางชนิดให้ใกล้เคียงสมองวัยหนุ่มสาว
    แสดงให้เห็นว่าอาหารมีผลต่อสุขภาพสมองแม้ในวัยชรา

    ความหมายต่อการแพทย์
    อาจนำไปสู่การพัฒนาอาหารบำบัดโรคอัลไซเมอร์และพาร์กินสัน
    เปิดแนวทางใหม่ในการดูแลสมองผ่านโภชนาการ

    ข้อควรระวัง
    ยังไม่เคยทดสอบในมนุษย์จริง
    ไม่ใช่ว่าทุกโปรตีนจะตอบสนองต่อการควบคุมอาหาร

    https://www.sciencealert.com/aging-scrambles-brain-proteins-and-diet-could-partly-reverse-it
    🧬 โปรตีนสมองและการเปลี่ยนแปลงเมื่ออายุมากขึ้น งานวิจัยใหม่จากเยอรมนีพบว่า การเปลี่ยนแปลงของโปรตีนในสมองที่เกิดจากวัยชรา อาจถูกปรับสมดุลบางส่วนได้ด้วย การควบคุมอาหารแบบจำกัดแคลอรี ซึ่งช่วยฟื้นฟูการทำงานของระบบรีไซเคิลโปรตีนในสมองของหนูทดลอง นักวิจัยจาก Leibniz Institute on Aging ใช้เทคนิค mass spectrometry วิเคราะห์สมองของหนูทั้งวัยหนุ่มและวัยชรา พบว่ากระบวนการ ubiquitylation ซึ่งเป็นการติดป้ายเคมีบอกให้โปรตีนถูกรีไซเคิล มีความผิดปกติเมื่ออายุมากขึ้น โปรตีนบางชนิดถูกติดป้ายมากเกินไปจนสมองจัดการไม่ทัน ทำให้เกิดการสะสมและเสี่ยงต่อโรคทางสมอง เช่น อัลไซเมอร์. 🍎 อาหารจำกัดแคลอรีช่วยฟื้นฟูสมดุล ทีมวิจัยทดลองให้หนูสูงวัยรับประทานอาหารจำกัดแคลอรีเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ก่อนกลับไปกินอาหารปกติ ผลลัพธ์พบว่าโปรตีนบางส่วนกลับมามีการติดป้ายเคมีใกล้เคียงกับสมองของหนุ่มสาว แสดงให้เห็นว่า อาหารสามารถปรับสมดุลโปรตีนในสมองได้แม้ในวัยชรา แม้ยังไม่ทราบกลไกทั้งหมด แต่ถือเป็นแนวทางใหม่ในการดูแลสุขภาพสมอง. 🧠 ความหมายต่อการรักษาโรคสมองเสื่อม แม้การทดลองยังอยู่ในระดับสัตว์และเซลล์มนุษย์ในห้องแล็บ แต่ผลลัพธ์นี้เปิดประตูสู่การพัฒนาวิธีรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของโปรตีน เช่น อัลไซเมอร์และพาร์กินสัน การเข้าใจว่าการควบคุมอาหารมีผลต่อระบบรีไซเคิลโปรตีน อาจนำไปสู่การออกแบบ อาหารบำบัด หรือ เสริมด้วยสารอาหารเฉพาะ เพื่อชะลอความเสื่อมของสมองในอนาคต. ⚠️ ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องระวัง นักวิจัยเตือนว่าผลการทดลองนี้ยังไม่เคยทดสอบในมนุษย์จริง และไม่ใช่ว่าทุกโปรตีนจะตอบสนองต่อการควบคุมอาหารเหมือนกัน บางชนิดแทบไม่เปลี่ยนแปลง หรืออาจเสื่อมลงมากกว่าเดิม ดังนั้นการนำไปใช้จริงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมอย่างรอบคอบ. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การค้นพบใหม่เกี่ยวกับโปรตีนสมอง ➡️ กระบวนการ ubiquitylation เสื่อมลงเมื่ออายุมากขึ้น ➡️ โปรตีนสะสมมากเกินไป เสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม ✅ ผลของอาหารจำกัดแคลอรี ➡️ ฟื้นฟูการติดป้ายโปรตีนบางชนิดให้ใกล้เคียงสมองวัยหนุ่มสาว ➡️ แสดงให้เห็นว่าอาหารมีผลต่อสุขภาพสมองแม้ในวัยชรา ✅ ความหมายต่อการแพทย์ ➡️ อาจนำไปสู่การพัฒนาอาหารบำบัดโรคอัลไซเมอร์และพาร์กินสัน ➡️ เปิดแนวทางใหม่ในการดูแลสมองผ่านโภชนาการ ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ ยังไม่เคยทดสอบในมนุษย์จริง ⛔ ไม่ใช่ว่าทุกโปรตีนจะตอบสนองต่อการควบคุมอาหาร https://www.sciencealert.com/aging-scrambles-brain-proteins-and-diet-could-partly-reverse-it
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Aging Scrambles Brain Proteins – And Diet Could Partly Reverse It
    As we get older, our brains start to change in ways that make them increasingly vulnerable to disease – and a detailed new study of these changes points to a way some of this wear and tear might be prevented or reversed.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 80 มุมมอง 0 รีวิว
  • เด็กอัจฉริยะเบลเยียมคว้า PhD ฟิสิกส์ควอนตัม

    Laurent Simons วัย 15 ปี ได้รับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัย Antwerp หลังจากเริ่มเรียนตั้งแต่เล็กและจบปริญญาโทตั้งแต่อายุ 12 ปี เขามี IQ สูงถึง 145 และความจำระดับภาพถ่าย ทำให้สามารถทำวิจัยเชิงลึกด้านอนุภาคและหลุมดำได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ความสำเร็จนี้ทำให้เขาได้รับฉายาว่า “Little Einstein” ของเบลเยียม

    เส้นทางของอัจฉริยะและแรงบันดาลใจ
    Simons ไม่ได้หยุดเพียงแค่ฟิสิกส์ เขายังตั้งเป้าศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อพัฒนาแนวทางการยืดอายุมนุษย์ เขาเคยกล่าวว่าความฝันสูงสุดคือการทำให้มนุษย์ “เป็นอมตะ” หรืออย่างน้อยก็มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ความคิดนี้สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างฟิสิกส์ เคมี และการแพทย์ที่อาจเปลี่ยนอนาคตของมนุษยชาติ

    ประวัติศาสตร์ของผู้ได้ปริญญาเอกอายุน้อย
    ในอดีต Karl Witte เคยได้รับปริญญาเอกตอนอายุ 13 ปี และในยุคใหม่มี Sho Yano ที่ได้ปริญญาเอกด้านการแพทย์ตอนอายุ 18 ปี รวมถึง Juliet Beni ที่ได้ปริญญาเอกด้านจิตวิทยาตอนอายุ 19 ปี เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการศึกษาและการสนับสนุนจากครอบครัวมีบทบาทสำคัญต่อการผลักดันศักยภาพของเด็กอัจฉริยะ

    ความท้าทายและข้อควรระวัง
    แม้ความสำเร็จจะน่าทึ่ง แต่เด็กอัจฉริยะมักเผชิญแรงกดดันสูง ทั้งจากสังคมและความคาดหวังของครอบครัว นักจิตวิทยาเตือนว่าความสามารถทางสติปัญญาอาจไม่สมดุลกับพัฒนาการทางอารมณ์ ทำให้เกิดความเครียดหรือความโดดเดี่ยวได้ การดูแลด้านจิตใจและสังคมจึงสำคัญไม่แพ้การสนับสนุนทางวิชาการ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ความสำเร็จของ Laurent Simons
    ได้รับปริญญาเอกฟิสิกส์ควอนตัมตอนอายุ 15 ปี
    มี IQ 145 และความจำระดับภาพถ่าย

    เป้าหมายในอนาคต
    ศึกษาต่อด้านการแพทย์และ AI
    ตั้งเป้ายืดอายุมนุษย์และสร้าง “super-humans”

    ตัวอย่างจากประวัติศาสตร์
    Karl Witte ได้ปริญญาเอกตอนอายุ 13 ปี
    Sho Yano และ Juliet Beni ได้ปริญญาเอกก่อนอายุ 20

    https://www.sciencealert.com/belgiums-little-einstein-earns-phd-in-quantum-physics-at-age-15
    🧠 เด็กอัจฉริยะเบลเยียมคว้า PhD ฟิสิกส์ควอนตัม Laurent Simons วัย 15 ปี ได้รับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัย Antwerp หลังจากเริ่มเรียนตั้งแต่เล็กและจบปริญญาโทตั้งแต่อายุ 12 ปี เขามี IQ สูงถึง 145 และความจำระดับภาพถ่าย ทำให้สามารถทำวิจัยเชิงลึกด้านอนุภาคและหลุมดำได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ความสำเร็จนี้ทำให้เขาได้รับฉายาว่า “Little Einstein” ของเบลเยียม 🌍 เส้นทางของอัจฉริยะและแรงบันดาลใจ Simons ไม่ได้หยุดเพียงแค่ฟิสิกส์ เขายังตั้งเป้าศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อพัฒนาแนวทางการยืดอายุมนุษย์ เขาเคยกล่าวว่าความฝันสูงสุดคือการทำให้มนุษย์ “เป็นอมตะ” หรืออย่างน้อยก็มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ความคิดนี้สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างฟิสิกส์ เคมี และการแพทย์ที่อาจเปลี่ยนอนาคตของมนุษยชาติ 📚 ประวัติศาสตร์ของผู้ได้ปริญญาเอกอายุน้อย ในอดีต Karl Witte เคยได้รับปริญญาเอกตอนอายุ 13 ปี และในยุคใหม่มี Sho Yano ที่ได้ปริญญาเอกด้านการแพทย์ตอนอายุ 18 ปี รวมถึง Juliet Beni ที่ได้ปริญญาเอกด้านจิตวิทยาตอนอายุ 19 ปี เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการศึกษาและการสนับสนุนจากครอบครัวมีบทบาทสำคัญต่อการผลักดันศักยภาพของเด็กอัจฉริยะ ⚠️ ความท้าทายและข้อควรระวัง แม้ความสำเร็จจะน่าทึ่ง แต่เด็กอัจฉริยะมักเผชิญแรงกดดันสูง ทั้งจากสังคมและความคาดหวังของครอบครัว นักจิตวิทยาเตือนว่าความสามารถทางสติปัญญาอาจไม่สมดุลกับพัฒนาการทางอารมณ์ ทำให้เกิดความเครียดหรือความโดดเดี่ยวได้ การดูแลด้านจิตใจและสังคมจึงสำคัญไม่แพ้การสนับสนุนทางวิชาการ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ความสำเร็จของ Laurent Simons ➡️ ได้รับปริญญาเอกฟิสิกส์ควอนตัมตอนอายุ 15 ปี ➡️ มี IQ 145 และความจำระดับภาพถ่าย ✅ เป้าหมายในอนาคต ➡️ ศึกษาต่อด้านการแพทย์และ AI ➡️ ตั้งเป้ายืดอายุมนุษย์และสร้าง “super-humans” ✅ ตัวอย่างจากประวัติศาสตร์ ➡️ Karl Witte ได้ปริญญาเอกตอนอายุ 13 ปี ➡️ Sho Yano และ Juliet Beni ได้ปริญญาเอกก่อนอายุ 20 https://www.sciencealert.com/belgiums-little-einstein-earns-phd-in-quantum-physics-at-age-15
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Belgium's 'Little Einstein' Earns PhD in Quantum Physics at Age 15
    A fifteen-year-old dubbed "Belgium's little Einstein" has completed his PhD in quantum physics in what could be record time.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 80 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar
    #รวมข่าวIT #20251129 #TechRadar

    AI อาจทำให้หลายงานหายไป
    มีรายงานใหม่ที่ทำให้ผู้บริหารทั่วโลกเริ่มกังวล เพราะผลการสำรวจพบว่าครึ่งหนึ่งของผู้บริหารมองว่าตอนนี้บริษัทมีพนักงานมากเกินความจำเป็นราว 10-19% และในอีกสามปีข้างหน้าอาจเกินถึง 30-50% สาเหตุหลักคือการนำ AI มาใช้ในงานประจำ เช่น งานหลังบ้าน งานบริการลูกค้า และงานเริ่มต้นด้านการเงินหรือ HR ที่ AI สามารถทำแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายองค์กรจึงเริ่มคิดใหม่ว่าบทบาทของคนจะเปลี่ยนไปเป็นการทำงานร่วมกับ AI มากกว่าทำงานแทน AI โดยตรง ขณะเดียวกัน Amazon เองก็ยอมรับว่า AI จะทำให้คนทำงานบางส่วนลดลง แม้จะมีงานใหม่เกิดขึ้น แต่ภาพรวมคือจำนวนคนทำงานอาจลดลงในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/another-major-survey-warns-ai-could-lead-to-major-job-cuts-at-your-business

    แฮกเกอร์โจมตีผู้ใช้ Zendesk
    กลุ่ม Scattered Lapsus$ Hunters ที่เคยโจมตี Salesforce ตอนนี้หันมาเล่นงานผู้ใช้ Zendesk โดยใช้วิธีสร้างโดเมนปลอมกว่า 40 แห่งเพื่อหลอกให้คนกรอกข้อมูลเข้าสู่ระบบ บางครั้งถึงขั้นส่งตั๋วซัพพอร์ตปลอมเข้าไปในระบบ Zendesk เพื่อแพร่มัลแวร์และขโมยสิทธิ์การเข้าถึงของเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ นักวิจัยด้านความปลอดภัยเตือนว่ากลยุทธ์นี้อันตรายมาก เพราะมันเจาะตรงไปที่ทีมซัพพอร์ตที่มักต้องตอบสนองอย่างเร่งด่วน ทำให้มีโอกาสตกหลุมพรางสูง แม้จะมีข่าวโยงไปถึงการโจมตี Discord แต่กลุ่มนี้ก็ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง
    https://www.techradar.com/pro/security/zendesk-users-targeted-by-scattered-lapsus-usd-hunters-hackers-and-fake-support-sites

    ยุโรปนำหน้าด้านความปลอดภัยไซเบอร์ แต่สหราชอาณาจักรเริ่มตามไม่ทัน
    รายงาน Digital Quality of Life Index 2025 ของ Surfshark เผยว่าประเทศในยุโรปครองอันดับต้น ๆ ด้านความปลอดภัยดิจิทัล เช่น ฟินแลนด์ เยอรมนี และฝรั่งเศส แต่สหราชอาณาจักรกลับตกอันดับจากที่เคยอยู่อันดับ 6 ด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในปี 2024 ลงมาอยู่อันดับ 39 ในปีนี้ แม้ยังมีจุดแข็งเรื่องการคุ้มครองข้อมูลตามมาตรฐาน GDPR แต่ความก้าวหน้าด้านความปลอดภัยกลับช้ากว่าประเทศอื่น อย่างไรก็ตาม สหราชอาณาจักรยังมีจุดเด่นด้าน AI ที่ติดอันดับ 4 ของโลก ซึ่งอาจช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยในอนาคต
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/europe-tops-the-charts-in-digital-security-but-the-uk-might-be-quickly-falling-behind-says-surfshark

    OnePlus 15 เตรียมวางขายในสหรัฐฯ หลังผ่านการอนุมัติ
    สมาร์ทโฟน OnePlus 15 ที่เพิ่งเปิดตัวและได้รับคะแนนรีวิวเต็ม 5 ดาวจาก TechRadar กำลังจะเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ หลังผ่านการรับรองจาก FCC ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนวางขาย รุ่นนี้โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพ แบตเตอรี่ และกล้องที่ยอดเยี่ยม จนถูกยกให้ “ดีกว่าสมบูรณ์แบบ” ราคาที่คาดว่าจะเริ่มต้นราว 899.99 ดอลลาร์ ถือเป็นการกลับมาท้าทายตลาดที่มักถูกครองโดย Samsung และ Google Pixel
    https://www.techradar.com/phones/oneplus-phones/the-oneplus-15-clears-its-final-hurdle-for-a-us-launch-heres-why-we-gave-the-flagship-a-rare-five-stars

    รัฐบาลอังกฤษกดดันบริษัทโทรคมนาคมให้โปร่งใสเรื่องราคา
    รัฐบาลอังกฤษโดยรัฐมนตรีการคลังและรัฐมนตรีเทคโนโลยีออกมาเรียกร้องให้บริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ เช่น BT/EE, Vodafone, Sky และ TalkTalk แสดงรายละเอียดราคาที่ชัดเจนขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าถูกขึ้นราคาที่ไม่คาดคิด โดยต้องเปลี่ยนจากการแจ้งเป็นเปอร์เซ็นต์มาเป็นตัวเลขจริงเป็นปอนด์และเพนนี นอกจากนี้ยังมีแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ประชาชนเข้าถึง 5G SA ภายในปี 2030 และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระดับกิกะบิตครอบคลุม 99% ภายในปี 2032
    https://www.techradar.com/pro/uk-government-tells-telecoms-to-do-more-to-protect-customers

    หลายเขตในลอนดอนถูกโจมตีทางไซเบอร์
    มีรายงานว่าหลายสภาท้องถิ่นในกรุงลอนดอนถูกโจมตีทางไซเบอร์ ทำให้ระบบบริการประชาชนบางส่วนหยุดชะงัก การโจมตีครั้งนี้สร้างความกังวลอย่างมากเพราะกระทบต่อข้อมูลและการทำงานของหน่วยงานท้องถิ่นที่ประชาชนพึ่งพาอยู่ทุกวัน แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าใครอยู่เบื้องหลัง แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐก็เป็นเป้าหมายสำคัญของแฮกเกอร์เช่นกัน และจำเป็นต้องเร่งเสริมมาตรการป้องกัน
    https://www.techradar.com/pro/security/multiple-london-councils-affected-by-apparent-cyberattack

    Cybersecurity Burnout: เมื่อโลกดิจิทัลทำให้คนทำงานหมดแรง
    ในวงการไซเบอร์ ความเร็วและแรงกดดันคือเรื่องปกติ แต่สิ่งที่ตามมาคือความเหนื่อยล้าสะสมจนกลายเป็น “burnout” ที่กระทบทั้งสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงาน งานวิจัยล่าสุดเผยว่ากว่า 76% ของผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์รู้สึกเหนื่อยล้าในปีที่ผ่านมา และ 69% บอกว่ามันแย่ลงเรื่อย ๆ ปัญหานี้ไม่ได้กระทบแค่ตัวบุคคล แต่ยังทำให้ทีมอ่อนแรง เสี่ยงต่อการถูกโจมตีมากขึ้น ทางออกคือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุน ลดภาระงาน และใช้บริการเสริมอย่าง MDR ที่ช่วยแบ่งเบาภาระได้จริง เรื่องนี้สะท้อนว่า “การป้องกันภัยไซเบอร์” ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของคนด้วย
    https://www.techradar.com/pro/tackling-cybersecurity-burnout-once-and-for-all

    Infosys กับแนวคิดทำงาน 72 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
    Narayana Murthy ผู้ร่วมก่อตั้ง Infosys จุดกระแสอีกครั้งด้วยการเสนอให้พนักงานทำงาน 72 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยมองว่านี่คือ “ความขยันที่แท้จริง” แต่เสียงวิจารณ์กลับดังสนั่น เพราะหลักฐานจาก WHO และการทดลองในหลายประเทศ เช่น ไอซ์แลนด์และญี่ปุ่น แสดงให้เห็นว่าการทำงานสั้นลงกลับทำให้ผลผลิตและสุขภาพดีขึ้น การผลักดันให้ทำงานหนักเกินไปจึงถูกมองว่าเป็นการละเลยความเป็นอยู่ของคนทำงาน และอาจย้อนกลับมาทำร้ายองค์กรเอง
    https://www.techradar.com/pro/infosys-co-founder-once-again-calls-for-longer-than-70-hour-weeks-and-no-hes-not-joking

    ChatGPT อายุครบ 3 ปี: จากกล่องข้อความสู่เครื่องมือสารพัด
    จากวันที่เปิดตัวในปี 2022 ในฐานะ “การทดลองวิจัย” ChatGPT กลายเป็นหนึ่งในแอปที่โตเร็วที่สุดในโลก และวันนี้มันไม่ใช่แค่เครื่องมือเขียนอีเมล แต่เป็นผู้ช่วยที่ทำได้ทั้งวางแผนทริป สร้างสไลด์ ดีบักโค้ด ไปจนถึงสร้างภาพและเสียง สามปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีเบื้องหลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจาก GPT-3.5 จนถึง GPT-5.1 พร้อมความสามารถแบบมัลติโหมดที่รองรับข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอ แม้ยังไม่ถึงขั้น “AGI” อย่างที่หลายคนฝัน แต่ก็เปลี่ยนวิธีที่ผู้คนใช้ AI ในชีวิตประจำวันไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt-turns-3-on-sunday-heres-how-far-its-really-come-and-where-its-heading-next

    Amazon Fire TV Stick รุ่นใหม่รองรับ VPN แล้ว
    ข่าวดีสำหรับสายสตรีมมิ่ง Amazon ปล่อยอัปเดต Vega OS ให้ Fire TV Stick รุ่นใหม่รองรับ VPN เป็นครั้งแรก ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงคอนเทนต์ต่างประเทศและเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานได้ทันที อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีเพียง NordVPN และ IPVanish ที่พร้อมใช้งานบนระบบใหม่ ส่วนเจ้าอื่นยังตามไม่ทัน การมาของฟีเจอร์นี้ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์สตรีมมิ่งให้ปลอดภัยและหลากหลายขึ้น
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/vpn-support-lands-on-next-gen-amazon-fire-tv-stick-but-only-two-vpns-are-ready

    ช่องโหว่ใหม่ใน AI Browser: แค่ “#” ก็โดนเจาะได้
    นักวิจัยเผยเทคนิค “HashJack” ที่ใช้เพียงการใส่ข้อความหลังเครื่องหมาย # ใน URL ก็สามารถสั่งการ AI assistant ในเบราว์เซอร์ให้ทำงานตามคำสั่งแฝงได้ โดยผู้ใช้ไม่รู้ตัว หน้าจอยังแสดงเว็บปกติ แต่เบื้องหลังข้อมูลอาจถูกส่งออกไปหรือถูกบิดเบือน นี่คือช่องโหว่ที่ทำให้การใช้ AI browser เสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบแนบเนียน และยากต่อการตรวจจับ การป้องกันจึงต้องเข้มงวดทั้งที่ระดับเครื่องและการออกแบบระบบ ไม่ใช่แค่การตรวจสอบทราฟฟิกทั่วไป
    https://www.techradar.com/pro/thats-not-very-trendy-of-them-ai-browsers-can-be-hacked-with-a-simple-hashtag-experts-warn

    Malicious LLMs: เมื่อ AI กลายเป็นเครื่องมือสร้างมัลแวร์
    นักวิจัยเตือนว่าระบบ AI ที่ถูกปรับแต่งอย่างไม่ถูกต้องสามารถกลายเป็น “ผู้ช่วยสร้างมัลแวร์” ให้แม้แต่แฮกเกอร์มือใหม่ได้ง่าย ๆ เพียงแค่พิมพ์คำสั่งก็สามารถสร้างโค้ดอันตรายที่ซับซ้อนขึ้นมาได้ทันที นี่คือการเปิดประตูให้ภัยไซเบอร์แพร่กระจายเร็วกว่าเดิม และทำให้โลกดิจิทัลเสี่ยงต่อการถูกโจมตีในวงกว้างมากขึ้น ปัญหานี้สะท้อนว่า AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือสร้างสรรค์ แต่ยังอาจเป็นอาวุธหากถูกใช้ผิดทาง
    https://www.techradar.com/pro/security/malicious-llms-are-letting-even-unskilled-hackers-to-craft-dangerous-new-malware

    Tapo RV30 Max Plus: หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาดิ่ง
    ใครที่มีปัญหาขนสุนัขเต็มบ้านคงยิ้มได้ เพราะ Tapo RV30 Max Plus ลดราคาหนักในช่วง Black Friday ทำให้การจัดการบ้านสะอาดง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเหนื่อยแรงเอง รุ่นนี้ถูกรีวิวว่าใช้งานง่าย ดูดแรง และช่วยประหยัดเวลาได้มาก การลดราคาครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีสำหรับคนที่อยากลองใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นโดยไม่ต้องจ่ายแพง
    https://www.techradar.com/seasonal-sales/tackling-a-sea-of-dog-hair-was-a-daily-headache-for-me-until-i-bought-this-robot-vacuum

    Cloudways vs InMotion Hosting: ศึกโฮสติ้ง WordPress
    สำหรับคนทำเว็บไซต์ WordPress การเลือกโฮสติ้งคือเรื่องสำคัญ บทความนี้เปรียบเทียบ Cloudways และ InMotion Hosting ว่าใครตอบโจทย์มากกว่ากัน ทั้งในด้านความเร็ว ความเสถียร การสนับสนุนลูกค้า และราคา ผลลัพธ์คือแต่ละเจ้าเหมาะกับกลุ่มผู้ใช้ต่างกัน Cloudways เด่นเรื่องความยืดหยุ่นและการปรับแต่ง ส่วน InMotion Hosting โดดเด่นด้านบริการลูกค้าและความคุ้มค่า
    https://www.techradar.com/pro/website-hosting/cloudways-vs-inmotion-hosting-which-is-better-for-wordpress-sites

    Commodore 64 กลับมาอีกครั้งหลังหายไป 30 ปี
    เครื่องคอมพิวเตอร์ในตำนาน Commodore 64 ที่เคยครองใจคนยุค 80 กำลังกลับมาผลิตใหม่อีกครั้ง แม้จะไม่ใช่เครื่องที่ตอบโจทย์การใช้งานสมัยใหม่ แต่ก็เป็นการปลุกความทรงจำและความหลงใหลในเทคโนโลยีคลาสสิก หลายคนมองว่ามันคือ “ของสะสม” มากกว่าคอมพิวเตอร์จริง ๆ และการกลับมาครั้งนี้ก็สร้างกระแสความตื่นเต้นในหมู่แฟน ๆ ได้ไม่น้อย
    https://www.techradar.com/computing/the-commodore-64-is-back-on-the-production-line-for-the-first-time-in-30-years-and-i-want-it-even-if-it-makes-zero-sense

    ระวังอีเมลหลอกลวงช่วงโบนัสคริสต์มาส
    ใกล้ช่วงโบนัสปลายปี แฮกเกอร์ก็ไม่พลาดโอกาสปลอมอีเมลหลอกลวงให้คนหลงเชื่อ โดยอ้างว่าเป็นการแจ้งโบนัสหรือสิทธิพิเศษ เพื่อให้เหยื่อคลิกและกรอกข้อมูลส่วนตัว ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าช่วงนี้ต้องตรวจสอบอีเมลอย่างละเอียด เพราะการโจมตีลักษณะนี้แพร่หลายมากขึ้น และอาจทำให้สูญเสียข้อมูลหรือเงินโดยไม่รู้ตัว
    ​​​​​​​ https://www.techradar.com/pro/security/excited-for-your-christmas-bonus-so-are-scammers-so-check-your-emails-carefully
    📌📡🟣 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟣📡📌 #รวมข่าวIT #20251129 #TechRadar 🧑‍💻 AI อาจทำให้หลายงานหายไป มีรายงานใหม่ที่ทำให้ผู้บริหารทั่วโลกเริ่มกังวล เพราะผลการสำรวจพบว่าครึ่งหนึ่งของผู้บริหารมองว่าตอนนี้บริษัทมีพนักงานมากเกินความจำเป็นราว 10-19% และในอีกสามปีข้างหน้าอาจเกินถึง 30-50% สาเหตุหลักคือการนำ AI มาใช้ในงานประจำ เช่น งานหลังบ้าน งานบริการลูกค้า และงานเริ่มต้นด้านการเงินหรือ HR ที่ AI สามารถทำแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายองค์กรจึงเริ่มคิดใหม่ว่าบทบาทของคนจะเปลี่ยนไปเป็นการทำงานร่วมกับ AI มากกว่าทำงานแทน AI โดยตรง ขณะเดียวกัน Amazon เองก็ยอมรับว่า AI จะทำให้คนทำงานบางส่วนลดลง แม้จะมีงานใหม่เกิดขึ้น แต่ภาพรวมคือจำนวนคนทำงานอาจลดลงในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/another-major-survey-warns-ai-could-lead-to-major-job-cuts-at-your-business 🔒 แฮกเกอร์โจมตีผู้ใช้ Zendesk กลุ่ม Scattered Lapsus$ Hunters ที่เคยโจมตี Salesforce ตอนนี้หันมาเล่นงานผู้ใช้ Zendesk โดยใช้วิธีสร้างโดเมนปลอมกว่า 40 แห่งเพื่อหลอกให้คนกรอกข้อมูลเข้าสู่ระบบ บางครั้งถึงขั้นส่งตั๋วซัพพอร์ตปลอมเข้าไปในระบบ Zendesk เพื่อแพร่มัลแวร์และขโมยสิทธิ์การเข้าถึงของเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ นักวิจัยด้านความปลอดภัยเตือนว่ากลยุทธ์นี้อันตรายมาก เพราะมันเจาะตรงไปที่ทีมซัพพอร์ตที่มักต้องตอบสนองอย่างเร่งด่วน ทำให้มีโอกาสตกหลุมพรางสูง แม้จะมีข่าวโยงไปถึงการโจมตี Discord แต่กลุ่มนี้ก็ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/zendesk-users-targeted-by-scattered-lapsus-usd-hunters-hackers-and-fake-support-sites 🌍 ยุโรปนำหน้าด้านความปลอดภัยไซเบอร์ แต่สหราชอาณาจักรเริ่มตามไม่ทัน รายงาน Digital Quality of Life Index 2025 ของ Surfshark เผยว่าประเทศในยุโรปครองอันดับต้น ๆ ด้านความปลอดภัยดิจิทัล เช่น ฟินแลนด์ เยอรมนี และฝรั่งเศส แต่สหราชอาณาจักรกลับตกอันดับจากที่เคยอยู่อันดับ 6 ด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในปี 2024 ลงมาอยู่อันดับ 39 ในปีนี้ แม้ยังมีจุดแข็งเรื่องการคุ้มครองข้อมูลตามมาตรฐาน GDPR แต่ความก้าวหน้าด้านความปลอดภัยกลับช้ากว่าประเทศอื่น อย่างไรก็ตาม สหราชอาณาจักรยังมีจุดเด่นด้าน AI ที่ติดอันดับ 4 ของโลก ซึ่งอาจช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/europe-tops-the-charts-in-digital-security-but-the-uk-might-be-quickly-falling-behind-says-surfshark 📱 OnePlus 15 เตรียมวางขายในสหรัฐฯ หลังผ่านการอนุมัติ สมาร์ทโฟน OnePlus 15 ที่เพิ่งเปิดตัวและได้รับคะแนนรีวิวเต็ม 5 ดาวจาก TechRadar กำลังจะเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ หลังผ่านการรับรองจาก FCC ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนวางขาย รุ่นนี้โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพ แบตเตอรี่ และกล้องที่ยอดเยี่ยม จนถูกยกให้ “ดีกว่าสมบูรณ์แบบ” ราคาที่คาดว่าจะเริ่มต้นราว 899.99 ดอลลาร์ ถือเป็นการกลับมาท้าทายตลาดที่มักถูกครองโดย Samsung และ Google Pixel 🔗 https://www.techradar.com/phones/oneplus-phones/the-oneplus-15-clears-its-final-hurdle-for-a-us-launch-heres-why-we-gave-the-flagship-a-rare-five-stars 📡 รัฐบาลอังกฤษกดดันบริษัทโทรคมนาคมให้โปร่งใสเรื่องราคา รัฐบาลอังกฤษโดยรัฐมนตรีการคลังและรัฐมนตรีเทคโนโลยีออกมาเรียกร้องให้บริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ เช่น BT/EE, Vodafone, Sky และ TalkTalk แสดงรายละเอียดราคาที่ชัดเจนขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าถูกขึ้นราคาที่ไม่คาดคิด โดยต้องเปลี่ยนจากการแจ้งเป็นเปอร์เซ็นต์มาเป็นตัวเลขจริงเป็นปอนด์และเพนนี นอกจากนี้ยังมีแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ประชาชนเข้าถึง 5G SA ภายในปี 2030 และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระดับกิกะบิตครอบคลุม 99% ภายในปี 2032 🔗 https://www.techradar.com/pro/uk-government-tells-telecoms-to-do-more-to-protect-customers 🏙️ หลายเขตในลอนดอนถูกโจมตีทางไซเบอร์ มีรายงานว่าหลายสภาท้องถิ่นในกรุงลอนดอนถูกโจมตีทางไซเบอร์ ทำให้ระบบบริการประชาชนบางส่วนหยุดชะงัก การโจมตีครั้งนี้สร้างความกังวลอย่างมากเพราะกระทบต่อข้อมูลและการทำงานของหน่วยงานท้องถิ่นที่ประชาชนพึ่งพาอยู่ทุกวัน แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าใครอยู่เบื้องหลัง แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐก็เป็นเป้าหมายสำคัญของแฮกเกอร์เช่นกัน และจำเป็นต้องเร่งเสริมมาตรการป้องกัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/multiple-london-councils-affected-by-apparent-cyberattack 🛡️ Cybersecurity Burnout: เมื่อโลกดิจิทัลทำให้คนทำงานหมดแรง ในวงการไซเบอร์ ความเร็วและแรงกดดันคือเรื่องปกติ แต่สิ่งที่ตามมาคือความเหนื่อยล้าสะสมจนกลายเป็น “burnout” ที่กระทบทั้งสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงาน งานวิจัยล่าสุดเผยว่ากว่า 76% ของผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์รู้สึกเหนื่อยล้าในปีที่ผ่านมา และ 69% บอกว่ามันแย่ลงเรื่อย ๆ ปัญหานี้ไม่ได้กระทบแค่ตัวบุคคล แต่ยังทำให้ทีมอ่อนแรง เสี่ยงต่อการถูกโจมตีมากขึ้น ทางออกคือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุน ลดภาระงาน และใช้บริการเสริมอย่าง MDR ที่ช่วยแบ่งเบาภาระได้จริง เรื่องนี้สะท้อนว่า “การป้องกันภัยไซเบอร์” ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของคนด้วย 🔗 https://www.techradar.com/pro/tackling-cybersecurity-burnout-once-and-for-all ⏱️ Infosys กับแนวคิดทำงาน 72 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ Narayana Murthy ผู้ร่วมก่อตั้ง Infosys จุดกระแสอีกครั้งด้วยการเสนอให้พนักงานทำงาน 72 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยมองว่านี่คือ “ความขยันที่แท้จริง” แต่เสียงวิจารณ์กลับดังสนั่น เพราะหลักฐานจาก WHO และการทดลองในหลายประเทศ เช่น ไอซ์แลนด์และญี่ปุ่น แสดงให้เห็นว่าการทำงานสั้นลงกลับทำให้ผลผลิตและสุขภาพดีขึ้น การผลักดันให้ทำงานหนักเกินไปจึงถูกมองว่าเป็นการละเลยความเป็นอยู่ของคนทำงาน และอาจย้อนกลับมาทำร้ายองค์กรเอง 🔗 https://www.techradar.com/pro/infosys-co-founder-once-again-calls-for-longer-than-70-hour-weeks-and-no-hes-not-joking 🤖 ChatGPT อายุครบ 3 ปี: จากกล่องข้อความสู่เครื่องมือสารพัด จากวันที่เปิดตัวในปี 2022 ในฐานะ “การทดลองวิจัย” ChatGPT กลายเป็นหนึ่งในแอปที่โตเร็วที่สุดในโลก และวันนี้มันไม่ใช่แค่เครื่องมือเขียนอีเมล แต่เป็นผู้ช่วยที่ทำได้ทั้งวางแผนทริป สร้างสไลด์ ดีบักโค้ด ไปจนถึงสร้างภาพและเสียง สามปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีเบื้องหลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจาก GPT-3.5 จนถึง GPT-5.1 พร้อมความสามารถแบบมัลติโหมดที่รองรับข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอ แม้ยังไม่ถึงขั้น “AGI” อย่างที่หลายคนฝัน แต่ก็เปลี่ยนวิธีที่ผู้คนใช้ AI ในชีวิตประจำวันไปแล้วอย่างสิ้นเชิง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt-turns-3-on-sunday-heres-how-far-its-really-come-and-where-its-heading-next 📺 Amazon Fire TV Stick รุ่นใหม่รองรับ VPN แล้ว ข่าวดีสำหรับสายสตรีมมิ่ง Amazon ปล่อยอัปเดต Vega OS ให้ Fire TV Stick รุ่นใหม่รองรับ VPN เป็นครั้งแรก ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงคอนเทนต์ต่างประเทศและเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานได้ทันที อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีเพียง NordVPN และ IPVanish ที่พร้อมใช้งานบนระบบใหม่ ส่วนเจ้าอื่นยังตามไม่ทัน การมาของฟีเจอร์นี้ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์สตรีมมิ่งให้ปลอดภัยและหลากหลายขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/vpn-support-lands-on-next-gen-amazon-fire-tv-stick-but-only-two-vpns-are-ready ⚠️ ช่องโหว่ใหม่ใน AI Browser: แค่ “#” ก็โดนเจาะได้ นักวิจัยเผยเทคนิค “HashJack” ที่ใช้เพียงการใส่ข้อความหลังเครื่องหมาย # ใน URL ก็สามารถสั่งการ AI assistant ในเบราว์เซอร์ให้ทำงานตามคำสั่งแฝงได้ โดยผู้ใช้ไม่รู้ตัว หน้าจอยังแสดงเว็บปกติ แต่เบื้องหลังข้อมูลอาจถูกส่งออกไปหรือถูกบิดเบือน นี่คือช่องโหว่ที่ทำให้การใช้ AI browser เสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบแนบเนียน และยากต่อการตรวจจับ การป้องกันจึงต้องเข้มงวดทั้งที่ระดับเครื่องและการออกแบบระบบ ไม่ใช่แค่การตรวจสอบทราฟฟิกทั่วไป 🔗 https://www.techradar.com/pro/thats-not-very-trendy-of-them-ai-browsers-can-be-hacked-with-a-simple-hashtag-experts-warn 🧑‍💻 Malicious LLMs: เมื่อ AI กลายเป็นเครื่องมือสร้างมัลแวร์ นักวิจัยเตือนว่าระบบ AI ที่ถูกปรับแต่งอย่างไม่ถูกต้องสามารถกลายเป็น “ผู้ช่วยสร้างมัลแวร์” ให้แม้แต่แฮกเกอร์มือใหม่ได้ง่าย ๆ เพียงแค่พิมพ์คำสั่งก็สามารถสร้างโค้ดอันตรายที่ซับซ้อนขึ้นมาได้ทันที นี่คือการเปิดประตูให้ภัยไซเบอร์แพร่กระจายเร็วกว่าเดิม และทำให้โลกดิจิทัลเสี่ยงต่อการถูกโจมตีในวงกว้างมากขึ้น ปัญหานี้สะท้อนว่า AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือสร้างสรรค์ แต่ยังอาจเป็นอาวุธหากถูกใช้ผิดทาง 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/malicious-llms-are-letting-even-unskilled-hackers-to-craft-dangerous-new-malware 🤖 Tapo RV30 Max Plus: หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาดิ่ง ใครที่มีปัญหาขนสุนัขเต็มบ้านคงยิ้มได้ เพราะ Tapo RV30 Max Plus ลดราคาหนักในช่วง Black Friday ทำให้การจัดการบ้านสะอาดง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเหนื่อยแรงเอง รุ่นนี้ถูกรีวิวว่าใช้งานง่าย ดูดแรง และช่วยประหยัดเวลาได้มาก การลดราคาครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีสำหรับคนที่อยากลองใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นโดยไม่ต้องจ่ายแพง 🔗 https://www.techradar.com/seasonal-sales/tackling-a-sea-of-dog-hair-was-a-daily-headache-for-me-until-i-bought-this-robot-vacuum 🌐 Cloudways vs InMotion Hosting: ศึกโฮสติ้ง WordPress สำหรับคนทำเว็บไซต์ WordPress การเลือกโฮสติ้งคือเรื่องสำคัญ บทความนี้เปรียบเทียบ Cloudways และ InMotion Hosting ว่าใครตอบโจทย์มากกว่ากัน ทั้งในด้านความเร็ว ความเสถียร การสนับสนุนลูกค้า และราคา ผลลัพธ์คือแต่ละเจ้าเหมาะกับกลุ่มผู้ใช้ต่างกัน Cloudways เด่นเรื่องความยืดหยุ่นและการปรับแต่ง ส่วน InMotion Hosting โดดเด่นด้านบริการลูกค้าและความคุ้มค่า 🔗 https://www.techradar.com/pro/website-hosting/cloudways-vs-inmotion-hosting-which-is-better-for-wordpress-sites 🕹️ Commodore 64 กลับมาอีกครั้งหลังหายไป 30 ปี เครื่องคอมพิวเตอร์ในตำนาน Commodore 64 ที่เคยครองใจคนยุค 80 กำลังกลับมาผลิตใหม่อีกครั้ง แม้จะไม่ใช่เครื่องที่ตอบโจทย์การใช้งานสมัยใหม่ แต่ก็เป็นการปลุกความทรงจำและความหลงใหลในเทคโนโลยีคลาสสิก หลายคนมองว่ามันคือ “ของสะสม” มากกว่าคอมพิวเตอร์จริง ๆ และการกลับมาครั้งนี้ก็สร้างกระแสความตื่นเต้นในหมู่แฟน ๆ ได้ไม่น้อย 🔗 https://www.techradar.com/computing/the-commodore-64-is-back-on-the-production-line-for-the-first-time-in-30-years-and-i-want-it-even-if-it-makes-zero-sense 📧 ระวังอีเมลหลอกลวงช่วงโบนัสคริสต์มาส ใกล้ช่วงโบนัสปลายปี แฮกเกอร์ก็ไม่พลาดโอกาสปลอมอีเมลหลอกลวงให้คนหลงเชื่อ โดยอ้างว่าเป็นการแจ้งโบนัสหรือสิทธิพิเศษ เพื่อให้เหยื่อคลิกและกรอกข้อมูลส่วนตัว ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าช่วงนี้ต้องตรวจสอบอีเมลอย่างละเอียด เพราะการโจมตีลักษณะนี้แพร่หลายมากขึ้น และอาจทำให้สูญเสียข้อมูลหรือเงินโดยไม่รู้ตัว ​​​​​​​🔗 https://www.techradar.com/pro/security/excited-for-your-christmas-bonus-so-are-scammers-so-check-your-emails-carefully
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 168 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline
    #รวมข่าวIT #20251129 #securityonline

    Google เร่งพัฒนาแว่นตา AI เตรียมเปิดตัวปลายปี 2026
    Google กำลังกลับมาลุยตลาดแว่นตาอัจฉริยะอีกครั้ง โดยครั้งนี้ได้จับมือกับ Foxconn ในการผลิตฮาร์ดแวร์ และใช้การออกแบบจาก Samsung พร้อมชิป Qualcomm เป็นหัวใจหลักของอุปกรณ์ รุ่นใหม่นี้จะใช้ระบบเลนส์ waveguide และมีกล้องในตัวเพื่อรองรับการทำงานด้าน AI ขั้นสูง โครงการนี้ไม่ใช่การต่อยอดจาก Project Aura ที่เคยเปิดตัว แต่เป็นอีกเส้นทางที่เดินคู่ขนานกันไป ขณะนี้อยู่ในขั้นทดสอบการผลิตจำนวนเล็ก และหากทุกอย่างราบรื่น คาดว่าจะเปิดตัวได้ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2026 จุดแข็งของ Google คือการผสาน Gemini AI เข้ากับ Android XR ทำให้ ecosystem สมบูรณ์และพร้อมแข่งขันกับ Meta, Apple และค่ายอื่น ๆ ที่กำลังเตรียมแว่นตา AI เช่นกัน
    https://securityonline.info/google-assembles-foxconn-samsung-supply-chain-for-q4-2026-ai-glasses-launch

    EU เปิดสอบ Apple Maps และ Apple Ads อาจเข้าข่าย Gatekeeper
    หลังจากที่ Safari, iOS, iPadOS และ App Store ถูกจัดอยู่ในสถานะ Gatekeeper ภายใต้กฎหมาย Digital Markets Act (DMA) ของสหภาพยุโรป ตอนนี้ Apple Maps และ Apple Ads กำลังถูกตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีผู้ใช้งานถึงเกณฑ์หรือไม่ หากถูกจัดเป็น Gatekeeper จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเข้มงวด เช่น ห้ามเอื้อประโยชน์ให้บริการตัวเอง และห้ามผูกขาดผู้ใช้ใน ecosystem ของ Apple อย่างไรก็ตาม Apple ไม่เห็นด้วย โดยยืนยันว่า Apple Maps มีผู้ใช้น้อยมากในยุโรป และ Apple Ads ก็ไม่ได้มีอิทธิพลในตลาดเทียบกับ Google หรือ Meta การสอบสวนนี้จะใช้เวลา 45 วันก่อนจะมีการตัดสินใจ
    https://securityonline.info/eu-launches-probe-are-apple-maps-apple-ads-next-for-dma-gatekeeper-status

    ช่องโหว่ร้ายแรงใน Apache Kvrocks เสี่ยงถูกยึดสิทธิ์ Admin
    Apache ได้ออกประกาศเตือนเกี่ยวกับช่องโหว่ในฐานข้อมูล Kvrocks ซึ่งเป็น NoSQL ที่ทำงานคล้าย Redis โดยมีช่องโหว่สำคัญ CVE-2025-59790 ที่ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถใช้คำสั่ง RESET เพื่อยกระดับสิทธิ์ขึ้นเป็น Admin ได้ทันที นอกจากนี้ยังมี CVE-2025-59792 ที่ทำให้คำสั่ง MONITOR เผยข้อมูลรหัสผ่านแบบ plaintext ของผู้ใช้รายอื่น ช่องโหว่นี้กระทบตั้งแต่เวอร์ชัน 1.0.0 ถึง 2.13.0 และได้รับการแก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 2.14.0 ความเสี่ยงนี้ถือว่าร้ายแรงเพราะอาจทำให้ข้อมูลรั่วไหลและระบบถูกควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต
    https://securityonline.info/critical-alert-apache-kvrocks-reset-command-flaw-grants-admin-privileges

    CISA เตือนช่องโหว่ OpenPLC ถูกโจมตีจริงในระบบอุตสาหกรรม
    หน่วยงาน CISA ของสหรัฐฯ ได้เพิ่มช่องโหว่ CVE-2021-26829 เข้าไปในรายการ Known Exploited Vulnerabilities หลังพบว่ามีการโจมตีจริงในระบบควบคุมอุตสาหกรรม ช่องโหว่นี้เป็น Stored XSS ที่อยู่ใน OpenPLC ScadaBR ทำให้แฮกเกอร์สามารถฝังโค้ดอันตรายไว้ในระบบ และเมื่อผู้ดูแลเปิดหน้าการตั้งค่า โค้ดจะทำงานทันที ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถเข้าควบคุม session ของผู้ดูแลและอาจแทรกแซงกระบวนการอุตสาหกรรมได้ CISA กำหนดให้หน่วยงานรัฐบาลต้องแก้ไขภายใน 19 ธันวาคม 2025 และแนะนำให้ทุกองค์กรที่ใช้ระบบ SCADA รีบอัปเดตเพื่อป้องกันความเสียหาย
    https://securityonline.info/cisa-flags-actively-exploited-openplc-flaw-cve-2021-26829

    ข้อมูลผู้ใช้ OpenAI API รั่วจากเหตุ Mixpanel ถูกแฮก
    OpenAI ยืนยันว่ามีข้อมูลผู้ใช้ API รั่วไหล แต่ไม่ใช่จากระบบของตนเองโดยตรง ต้นเหตุเกิดจาก Mixpanel บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลที่ OpenAI ใช้สำหรับติดตามการใช้งาน API โดยแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงและดึงข้อมูลออกไปได้ ข้อมูลที่รั่วประกอบด้วยชื่อ อีเมล ข้อมูลตำแหน่งโดยประมาณ และรายละเอียดเบราว์เซอร์ แต่ไม่มีรหัสผ่าน API key หรือข้อมูลการชำระเงินรั่วไหล OpenAI ได้ยุติการใช้บริการ Mixpanel ทันที และเตือนผู้ใช้ให้ระวังการโจมตีแบบฟิชชิ่งที่อาจตามมา เนื่องจากข้อมูลที่รั่วสามารถถูกนำไปใช้สร้างอีเมลปลอมที่ดูน่าเชื่อถือได้
    https://securityonline.info/openai-api-users-exposed-in-mixpanel-security-breach

    Google ลดโควตาฟรีรายวันสำหรับโมเดล Gemini 3 Pro และ Nano Banana Pro
    Google ประกาศปรับนโยบายการใช้งาน API ของโมเดล AI โดยลดโควตาฟรีรายวันลง ทำให้ผู้ใช้งานต้องพิจารณาเลือกแพ็กเกจที่เหมาะสมมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงต้นทุนการให้บริการที่สูงขึ้นและความต้องการจัดการทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน Google ยังคงผลักดัน Gemini ให้เป็นแกนหลักของ ecosystem AI ที่เชื่อมโยงกับบริการต่าง ๆ ของบริษัท
    https://securityonline.info/google-cuts-free-daily-quota-for-gemini-3-pro-and-nano-banana-pro-ai-models

    Pixel 10 เปิดโหมดนำทางประหยัดพลังงานใน Google Maps
    Google เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ใน Pixel 10 โดยเพิ่มโหมดนำทางแบบประหยัดพลังงานใน Google Maps ที่ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้ถึง 4 ชั่วโมง ฟีเจอร์นี้ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ที่ต้องเดินทางไกลและไม่สะดวกชาร์จมือถือบ่อย ๆ ถือเป็นการพัฒนาที่ตอบโจทย์ผู้ใช้สมาร์ทโฟนยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความสะดวกและความทนทานของแบตเตอรี่
    https://securityonline.info/pixel-10-exclusive-google-maps-launches-power-saving-navigation-mode-for-4-hour-battery-boost

    AWS เปิดตัว Route 53 Accelerated Recovery รับประกันกู้คืนภายใน 60 นาที
    Amazon Web Services (AWS) เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ใน Route 53 ที่ชื่อ Accelerated Recovery โดยรับประกันการกู้คืนระบบ DNS ภายในเวลาไม่เกิน 60 นาที ฟีเจอร์นี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับองค์กรที่ต้องพึ่งพาบริการออนไลน์ตลอดเวลา ลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของระบบ และเป็นการยกระดับมาตรฐานการให้บริการของ AWS ในตลาดคลาวด์
    ​​​​​​​ https://securityonline.info/aws-guarantees-60-minute-recovery-time-with-new-route-53-accelerated-recovery
    📌🔐🟣 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🟣🔐📌 #รวมข่าวIT #20251129 #securityonline 🕶️ Google เร่งพัฒนาแว่นตา AI เตรียมเปิดตัวปลายปี 2026 Google กำลังกลับมาลุยตลาดแว่นตาอัจฉริยะอีกครั้ง โดยครั้งนี้ได้จับมือกับ Foxconn ในการผลิตฮาร์ดแวร์ และใช้การออกแบบจาก Samsung พร้อมชิป Qualcomm เป็นหัวใจหลักของอุปกรณ์ รุ่นใหม่นี้จะใช้ระบบเลนส์ waveguide และมีกล้องในตัวเพื่อรองรับการทำงานด้าน AI ขั้นสูง โครงการนี้ไม่ใช่การต่อยอดจาก Project Aura ที่เคยเปิดตัว แต่เป็นอีกเส้นทางที่เดินคู่ขนานกันไป ขณะนี้อยู่ในขั้นทดสอบการผลิตจำนวนเล็ก และหากทุกอย่างราบรื่น คาดว่าจะเปิดตัวได้ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2026 จุดแข็งของ Google คือการผสาน Gemini AI เข้ากับ Android XR ทำให้ ecosystem สมบูรณ์และพร้อมแข่งขันกับ Meta, Apple และค่ายอื่น ๆ ที่กำลังเตรียมแว่นตา AI เช่นกัน 🔗 https://securityonline.info/google-assembles-foxconn-samsung-supply-chain-for-q4-2026-ai-glasses-launch 🇪🇺 EU เปิดสอบ Apple Maps และ Apple Ads อาจเข้าข่าย Gatekeeper หลังจากที่ Safari, iOS, iPadOS และ App Store ถูกจัดอยู่ในสถานะ Gatekeeper ภายใต้กฎหมาย Digital Markets Act (DMA) ของสหภาพยุโรป ตอนนี้ Apple Maps และ Apple Ads กำลังถูกตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีผู้ใช้งานถึงเกณฑ์หรือไม่ หากถูกจัดเป็น Gatekeeper จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเข้มงวด เช่น ห้ามเอื้อประโยชน์ให้บริการตัวเอง และห้ามผูกขาดผู้ใช้ใน ecosystem ของ Apple อย่างไรก็ตาม Apple ไม่เห็นด้วย โดยยืนยันว่า Apple Maps มีผู้ใช้น้อยมากในยุโรป และ Apple Ads ก็ไม่ได้มีอิทธิพลในตลาดเทียบกับ Google หรือ Meta การสอบสวนนี้จะใช้เวลา 45 วันก่อนจะมีการตัดสินใจ 🔗 https://securityonline.info/eu-launches-probe-are-apple-maps-apple-ads-next-for-dma-gatekeeper-status ⚠️ ช่องโหว่ร้ายแรงใน Apache Kvrocks เสี่ยงถูกยึดสิทธิ์ Admin Apache ได้ออกประกาศเตือนเกี่ยวกับช่องโหว่ในฐานข้อมูล Kvrocks ซึ่งเป็น NoSQL ที่ทำงานคล้าย Redis โดยมีช่องโหว่สำคัญ CVE-2025-59790 ที่ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถใช้คำสั่ง RESET เพื่อยกระดับสิทธิ์ขึ้นเป็น Admin ได้ทันที นอกจากนี้ยังมี CVE-2025-59792 ที่ทำให้คำสั่ง MONITOR เผยข้อมูลรหัสผ่านแบบ plaintext ของผู้ใช้รายอื่น ช่องโหว่นี้กระทบตั้งแต่เวอร์ชัน 1.0.0 ถึง 2.13.0 และได้รับการแก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 2.14.0 ความเสี่ยงนี้ถือว่าร้ายแรงเพราะอาจทำให้ข้อมูลรั่วไหลและระบบถูกควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต 🔗 https://securityonline.info/critical-alert-apache-kvrocks-reset-command-flaw-grants-admin-privileges 🏭 CISA เตือนช่องโหว่ OpenPLC ถูกโจมตีจริงในระบบอุตสาหกรรม หน่วยงาน CISA ของสหรัฐฯ ได้เพิ่มช่องโหว่ CVE-2021-26829 เข้าไปในรายการ Known Exploited Vulnerabilities หลังพบว่ามีการโจมตีจริงในระบบควบคุมอุตสาหกรรม ช่องโหว่นี้เป็น Stored XSS ที่อยู่ใน OpenPLC ScadaBR ทำให้แฮกเกอร์สามารถฝังโค้ดอันตรายไว้ในระบบ และเมื่อผู้ดูแลเปิดหน้าการตั้งค่า โค้ดจะทำงานทันที ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถเข้าควบคุม session ของผู้ดูแลและอาจแทรกแซงกระบวนการอุตสาหกรรมได้ CISA กำหนดให้หน่วยงานรัฐบาลต้องแก้ไขภายใน 19 ธันวาคม 2025 และแนะนำให้ทุกองค์กรที่ใช้ระบบ SCADA รีบอัปเดตเพื่อป้องกันความเสียหาย 🔗 https://securityonline.info/cisa-flags-actively-exploited-openplc-flaw-cve-2021-26829 🔐 ข้อมูลผู้ใช้ OpenAI API รั่วจากเหตุ Mixpanel ถูกแฮก OpenAI ยืนยันว่ามีข้อมูลผู้ใช้ API รั่วไหล แต่ไม่ใช่จากระบบของตนเองโดยตรง ต้นเหตุเกิดจาก Mixpanel บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลที่ OpenAI ใช้สำหรับติดตามการใช้งาน API โดยแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงและดึงข้อมูลออกไปได้ ข้อมูลที่รั่วประกอบด้วยชื่อ อีเมล ข้อมูลตำแหน่งโดยประมาณ และรายละเอียดเบราว์เซอร์ แต่ไม่มีรหัสผ่าน API key หรือข้อมูลการชำระเงินรั่วไหล OpenAI ได้ยุติการใช้บริการ Mixpanel ทันที และเตือนผู้ใช้ให้ระวังการโจมตีแบบฟิชชิ่งที่อาจตามมา เนื่องจากข้อมูลที่รั่วสามารถถูกนำไปใช้สร้างอีเมลปลอมที่ดูน่าเชื่อถือได้ 🔗 https://securityonline.info/openai-api-users-exposed-in-mixpanel-security-breach 🤖 Google ลดโควตาฟรีรายวันสำหรับโมเดล Gemini 3 Pro และ Nano Banana Pro Google ประกาศปรับนโยบายการใช้งาน API ของโมเดล AI โดยลดโควตาฟรีรายวันลง ทำให้ผู้ใช้งานต้องพิจารณาเลือกแพ็กเกจที่เหมาะสมมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงต้นทุนการให้บริการที่สูงขึ้นและความต้องการจัดการทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน Google ยังคงผลักดัน Gemini ให้เป็นแกนหลักของ ecosystem AI ที่เชื่อมโยงกับบริการต่าง ๆ ของบริษัท 🔗 https://securityonline.info/google-cuts-free-daily-quota-for-gemini-3-pro-and-nano-banana-pro-ai-models 🗺️ Pixel 10 เปิดโหมดนำทางประหยัดพลังงานใน Google Maps Google เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ใน Pixel 10 โดยเพิ่มโหมดนำทางแบบประหยัดพลังงานใน Google Maps ที่ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้ถึง 4 ชั่วโมง ฟีเจอร์นี้ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ที่ต้องเดินทางไกลและไม่สะดวกชาร์จมือถือบ่อย ๆ ถือเป็นการพัฒนาที่ตอบโจทย์ผู้ใช้สมาร์ทโฟนยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความสะดวกและความทนทานของแบตเตอรี่ 🔗 https://securityonline.info/pixel-10-exclusive-google-maps-launches-power-saving-navigation-mode-for-4-hour-battery-boost ☁️ AWS เปิดตัว Route 53 Accelerated Recovery รับประกันกู้คืนภายใน 60 นาที Amazon Web Services (AWS) เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ใน Route 53 ที่ชื่อ Accelerated Recovery โดยรับประกันการกู้คืนระบบ DNS ภายในเวลาไม่เกิน 60 นาที ฟีเจอร์นี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับองค์กรที่ต้องพึ่งพาบริการออนไลน์ตลอดเวลา ลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของระบบ และเป็นการยกระดับมาตรฐานการให้บริการของ AWS ในตลาดคลาวด์ ​​​​​​​🔗 https://securityonline.info/aws-guarantees-60-minute-recovery-time-with-new-route-53-accelerated-recovery
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 129 มุมมอง 0 รีวิว
  • เกม Flick Solitaire ถูกลบออกจาก Steam ในรัสเซีย

    Valve ถูกกล่าวหาว่าลบเกม Flick Solitaire ออกจาก Steam ในรัสเซียตามคำร้องของรัฐบาล เนื่องจากเกมมีเด็คไพ่ที่เกี่ยวข้องกับ LGBTQ+ ขณะที่ Apple และ Google ปฏิเสธคำร้องเดียวกัน ทำให้เกิดข้อถกเถียงเรื่องเสรีภาพและความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มเกมระดับโลก

    รายงานระบุว่า Roskomnadzor หน่วยงานกำกับดูแลของรัสเซียได้ส่งคำร้องไปยัง Valve, Apple และ Google ให้ลบเกม Flick Solitaire ออกจากแพลตฟอร์ม เนื่องจากมีเด็คไพ่ที่ “ส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ” Valve ตอบสนองโดยลบเกมออกจาก Steam ในรัสเซีย แต่ Apple และ Google ปฏิเสธที่จะทำตาม ทำให้เกมยังคงมีให้ดาวน์โหลดใน App Store และ Google Play

    จุดยืนของผู้พัฒนา Flick Games
    Ian Masters ผู้ก่อตั้ง Flick Games ยืนยันว่าเกมของเขามีเด็คไพ่ที่สร้างโดยศิลปิน LGBTQ+ และไม่เคยเซ็นเซอร์เนื้อหาแม้ในประเทศที่มีกฎหมายต่อต้าน LGBTQ+ เขากล่าวว่า “สิ่งนี้ไม่ใช่ความตื่นตัวทางสังคม แต่คือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน” พร้อมเน้นว่าการมีตัวตนของ LGBTQ+ ในเกมเป็นสิ่งสำคัญต่อผู้เล่นในประเทศที่ยังมีการกีดกัน

    ผลกระทบต่อวงการเกมและเสรีภาพดิจิทัล
    กรณีนี้สะท้อนถึงความแตกต่างของแพลตฟอร์มระดับโลกในการตอบสนองต่อแรงกดดันจากรัฐบาล การที่ Valveยอมทำตามคำร้องถูกมองว่าเป็นการ “บั่นทอนเสรีภาพของผู้เล่น” ขณะที่ Apple และ Google เลือกปกป้องเนื้อหาของผู้พัฒนา นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า Valve เคยลบเกมกว่า 260 เกม ตามคำร้องของรัฐบาลรัสเซียในอดีต ทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสและความรับผิดชอบของบริษัทต่อผู้เล่นทั่วโลก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เหตุการณ์การลบเกม
    Roskomnadzor ร้องขอให้ Valve, Apple, Google ลบเกม Flick Solitaire
    Valve ทำตาม แต่ Apple และ Google ปฏิเสธ

    จุดยืนของผู้พัฒนา
    Ian Masters ยืนยันไม่เซ็นเซอร์เนื้อหา LGBTQ+
    มองว่าเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่ “wokeness”

    ผลกระทบต่อวงการเกม
    Valve เคยลบเกมกว่า 260 เกมตามคำร้องรัฐบาลรัสเซีย
    กรณีนี้สร้างคำถามเรื่องเสรีภาพและความโปร่งใสของแพลตฟอร์ม

    คำเตือนจากเหตุการณ์
    การยอมตามแรงกดดันรัฐบาลอาจบั่นทอนเสรีภาพของผู้เล่น
    ความไม่โปร่งใสในการจัดการเนื้อหาอาจกระทบความเชื่อมั่นต่อแพลตฟอร์ม

    https://wccftech.com/valve-accused-of-removing-games-from-steam-at-russia-request-flick-solitaire/
    🎮 เกม Flick Solitaire ถูกลบออกจาก Steam ในรัสเซีย Valve ถูกกล่าวหาว่าลบเกม Flick Solitaire ออกจาก Steam ในรัสเซียตามคำร้องของรัฐบาล เนื่องจากเกมมีเด็คไพ่ที่เกี่ยวข้องกับ LGBTQ+ ขณะที่ Apple และ Google ปฏิเสธคำร้องเดียวกัน ทำให้เกิดข้อถกเถียงเรื่องเสรีภาพและความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มเกมระดับโลก รายงานระบุว่า Roskomnadzor หน่วยงานกำกับดูแลของรัสเซียได้ส่งคำร้องไปยัง Valve, Apple และ Google ให้ลบเกม Flick Solitaire ออกจากแพลตฟอร์ม เนื่องจากมีเด็คไพ่ที่ “ส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ” Valve ตอบสนองโดยลบเกมออกจาก Steam ในรัสเซีย แต่ Apple และ Google ปฏิเสธที่จะทำตาม ทำให้เกมยังคงมีให้ดาวน์โหลดใน App Store และ Google Play 🏳️‍🌈 จุดยืนของผู้พัฒนา Flick Games Ian Masters ผู้ก่อตั้ง Flick Games ยืนยันว่าเกมของเขามีเด็คไพ่ที่สร้างโดยศิลปิน LGBTQ+ และไม่เคยเซ็นเซอร์เนื้อหาแม้ในประเทศที่มีกฎหมายต่อต้าน LGBTQ+ เขากล่าวว่า “สิ่งนี้ไม่ใช่ความตื่นตัวทางสังคม แต่คือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน” พร้อมเน้นว่าการมีตัวตนของ LGBTQ+ ในเกมเป็นสิ่งสำคัญต่อผู้เล่นในประเทศที่ยังมีการกีดกัน 🌍 ผลกระทบต่อวงการเกมและเสรีภาพดิจิทัล กรณีนี้สะท้อนถึงความแตกต่างของแพลตฟอร์มระดับโลกในการตอบสนองต่อแรงกดดันจากรัฐบาล การที่ Valveยอมทำตามคำร้องถูกมองว่าเป็นการ “บั่นทอนเสรีภาพของผู้เล่น” ขณะที่ Apple และ Google เลือกปกป้องเนื้อหาของผู้พัฒนา นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า Valve เคยลบเกมกว่า 260 เกม ตามคำร้องของรัฐบาลรัสเซียในอดีต ทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสและความรับผิดชอบของบริษัทต่อผู้เล่นทั่วโลก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เหตุการณ์การลบเกม ➡️ Roskomnadzor ร้องขอให้ Valve, Apple, Google ลบเกม Flick Solitaire ➡️ Valve ทำตาม แต่ Apple และ Google ปฏิเสธ ✅ จุดยืนของผู้พัฒนา ➡️ Ian Masters ยืนยันไม่เซ็นเซอร์เนื้อหา LGBTQ+ ➡️ มองว่าเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่ “wokeness” ✅ ผลกระทบต่อวงการเกม ➡️ Valve เคยลบเกมกว่า 260 เกมตามคำร้องรัฐบาลรัสเซีย ➡️ กรณีนี้สร้างคำถามเรื่องเสรีภาพและความโปร่งใสของแพลตฟอร์ม ‼️ คำเตือนจากเหตุการณ์ ⛔ การยอมตามแรงกดดันรัฐบาลอาจบั่นทอนเสรีภาพของผู้เล่น ⛔ ความไม่โปร่งใสในการจัดการเนื้อหาอาจกระทบความเชื่อมั่นต่อแพลตฟอร์ม https://wccftech.com/valve-accused-of-removing-games-from-steam-at-russia-request-flick-solitaire/
    WCCFTECH.COM
    Valve Has Been Accused of Removing a Solitaire Game with LGBTQ+ Card Decks From Steam In Russia At Government's Request
    Valve has been accused of removing a solitaire game from Steam in Russia at the request of the Russian government over its LGBTQ+ card decks.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 89 มุมมอง 0 รีวิว
  • ควอนตัมคอมพิวติ้ง: “Holy Trinity” ของโลกคอมพิวเตอร์

    อดีตซีอีโอของ Intel, Pat Gelsinger ให้สัมภาษณ์ว่า ควอนตัมคอมพิวติ้งจะเป็นตัวการที่ทำให้ “ฟองสบู่ AI” แตก โดยเขาเชื่อว่าควอนตัมจะมาแทนที่ GPU ภายในเวลาไม่กี่ปี ขัดแย้งกับมุมมองของ Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia ที่มองว่าอาจใช้เวลาถึงสองทศวรรษ

    Pat Gelsinger กล่าวว่าควอนตัมคอมพิวติ้งคือหนึ่งใน “สามศักดิ์สิทธิ์” ของโลกคอมพิวเตอร์ ร่วมกับการประมวลผลแบบดั้งเดิมและ AI เขาเชื่อว่าการพัฒนาในด้านควอนตัมจะเกิดขึ้นเร็วมาก และจะทำให้ GPU ซึ่งปัจจุบันเป็นหัวใจหลักของการประมวลผล AI ถูกแทนที่ในอนาคตอันใกล้

    GPU อาจหมดบทบาทภายในทศวรรษนี้
    Gelsinger มองว่า GPU จะเริ่มถูกแทนที่ภายในสิ้นทศวรรษ เนื่องจากควอนตัมคอมพิวเตอร์สามารถจัดการกับปัญหาที่ซับซ้อนและใช้พลังงานน้อยกว่า เขาเชื่อว่าการพัฒนาเชิงพาณิชย์ของควอนตัมจะเกิดขึ้นภายใน 2 ปี ขัดแย้งกับ Jensen Huang ที่เคยกล่าวว่าอาจต้องใช้เวลา 20 ปี กว่าจะเห็นควอนตัมเข้าสู่ตลาดหลัก

    ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม AI และเซมิคอนดักเตอร์
    หากควอนตัมคอมพิวติ้งก้าวเข้าสู่ตลาดเร็วจริง จะส่งผลกระทบมหาศาลต่อ Nvidia และผู้ผลิต GPU รายอื่น ที่ปัจจุบันครองตลาด AI อย่างเบ็ดเสร็จ นอกจากนี้ยังอาจเปลี่ยนโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และเปิดโอกาสใหม่ให้บริษัทที่ลงทุนในควอนตัม เช่น Playground Global ซึ่ง Gelsinger มีบทบาทอยู่

    มุมมองต่อ Microsoft และ OpenAI
    Gelsinger ยังเปรียบเทียบความร่วมมือระหว่าง Microsoft และ OpenAI ว่าเหมือนกับสิ่งที่ Bill Gates เคยทำกับ IBM ในยุค 1990 โดยมองว่า OpenAI เป็นเพียง “พันธมิตรด้านการจัดจำหน่าย” ขณะที่ Microsoft คือผู้ให้พลังการประมวลผลหลัก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเขามอง AI ในปัจจุบันเป็นเพียงช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนที่ควอนตัมจะเข้ามาแทนที่

    สรุปประเด็นสำคัญ
    มุมมองของ Pat Gelsinger
    ควอนตัมคอมพิวติ้งคือ “Holy Trinity” ของโลกคอมพิวเตอร์
    GPU จะถูกแทนที่ภายในสิ้นทศวรรษ

    การเปรียบเทียบกับ Nvidia
    Gelsinger เชื่อว่าควอนตัมจะมาใน 2 ปี
    Jensen Huang มองว่าอาจใช้เวลา 20 ปี

    ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
    Nvidia และผู้ผลิต GPU เสี่ยงเสียความเป็นผู้นำ
    โครงสร้างห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์อาจเปลี่ยนแปลง

    มุมมองต่อ Microsoft และ OpenAI
    เปรียบเทียบกับความร่วมมือ IBM–Bill Gates ในอดีต
    Microsoft คือผู้ให้พลังการประมวลผลหลัก

    คำเตือนจากเหตุการณ์
    การคาดการณ์อาจเร็วเกินจริง เพราะควอนตัมยังอยู่ในช่วงวิจัย
    หาก GPU ถูกแทนที่เร็ว อุตสาหกรรม AI อาจเผชิญความปั่นป่วนครั้งใหญ่

    https://wccftech.com/quantum-computing-will-pop-the-ai-bubble-claims-ex-intel-ceo-pat-gelsinger/
    ⚛️ ควอนตัมคอมพิวติ้ง: “Holy Trinity” ของโลกคอมพิวเตอร์ อดีตซีอีโอของ Intel, Pat Gelsinger ให้สัมภาษณ์ว่า ควอนตัมคอมพิวติ้งจะเป็นตัวการที่ทำให้ “ฟองสบู่ AI” แตก โดยเขาเชื่อว่าควอนตัมจะมาแทนที่ GPU ภายในเวลาไม่กี่ปี ขัดแย้งกับมุมมองของ Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia ที่มองว่าอาจใช้เวลาถึงสองทศวรรษ Pat Gelsinger กล่าวว่าควอนตัมคอมพิวติ้งคือหนึ่งใน “สามศักดิ์สิทธิ์” ของโลกคอมพิวเตอร์ ร่วมกับการประมวลผลแบบดั้งเดิมและ AI เขาเชื่อว่าการพัฒนาในด้านควอนตัมจะเกิดขึ้นเร็วมาก และจะทำให้ GPU ซึ่งปัจจุบันเป็นหัวใจหลักของการประมวลผล AI ถูกแทนที่ในอนาคตอันใกล้ 🖥️ GPU อาจหมดบทบาทภายในทศวรรษนี้ Gelsinger มองว่า GPU จะเริ่มถูกแทนที่ภายในสิ้นทศวรรษ เนื่องจากควอนตัมคอมพิวเตอร์สามารถจัดการกับปัญหาที่ซับซ้อนและใช้พลังงานน้อยกว่า เขาเชื่อว่าการพัฒนาเชิงพาณิชย์ของควอนตัมจะเกิดขึ้นภายใน 2 ปี ขัดแย้งกับ Jensen Huang ที่เคยกล่าวว่าอาจต้องใช้เวลา 20 ปี กว่าจะเห็นควอนตัมเข้าสู่ตลาดหลัก 🌍 ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม AI และเซมิคอนดักเตอร์ หากควอนตัมคอมพิวติ้งก้าวเข้าสู่ตลาดเร็วจริง จะส่งผลกระทบมหาศาลต่อ Nvidia และผู้ผลิต GPU รายอื่น ที่ปัจจุบันครองตลาด AI อย่างเบ็ดเสร็จ นอกจากนี้ยังอาจเปลี่ยนโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และเปิดโอกาสใหม่ให้บริษัทที่ลงทุนในควอนตัม เช่น Playground Global ซึ่ง Gelsinger มีบทบาทอยู่ 🏛️ มุมมองต่อ Microsoft และ OpenAI Gelsinger ยังเปรียบเทียบความร่วมมือระหว่าง Microsoft และ OpenAI ว่าเหมือนกับสิ่งที่ Bill Gates เคยทำกับ IBM ในยุค 1990 โดยมองว่า OpenAI เป็นเพียง “พันธมิตรด้านการจัดจำหน่าย” ขณะที่ Microsoft คือผู้ให้พลังการประมวลผลหลัก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเขามอง AI ในปัจจุบันเป็นเพียงช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนที่ควอนตัมจะเข้ามาแทนที่ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ มุมมองของ Pat Gelsinger ➡️ ควอนตัมคอมพิวติ้งคือ “Holy Trinity” ของโลกคอมพิวเตอร์ ➡️ GPU จะถูกแทนที่ภายในสิ้นทศวรรษ ✅ การเปรียบเทียบกับ Nvidia ➡️ Gelsinger เชื่อว่าควอนตัมจะมาใน 2 ปี ➡️ Jensen Huang มองว่าอาจใช้เวลา 20 ปี ✅ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม ➡️ Nvidia และผู้ผลิต GPU เสี่ยงเสียความเป็นผู้นำ ➡️ โครงสร้างห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์อาจเปลี่ยนแปลง ✅ มุมมองต่อ Microsoft และ OpenAI ➡️ เปรียบเทียบกับความร่วมมือ IBM–Bill Gates ในอดีต ➡️ Microsoft คือผู้ให้พลังการประมวลผลหลัก ‼️ คำเตือนจากเหตุการณ์ ⛔ การคาดการณ์อาจเร็วเกินจริง เพราะควอนตัมยังอยู่ในช่วงวิจัย ⛔ หาก GPU ถูกแทนที่เร็ว อุตสาหกรรม AI อาจเผชิญความปั่นป่วนครั้งใหญ่ https://wccftech.com/quantum-computing-will-pop-the-ai-bubble-claims-ex-intel-ceo-pat-gelsinger/
    WCCFTECH.COM
    “Quantum Computing Will Pop the AI Bubble,” Claims Ex-Intel CEO Pat Gelsinger, Predicting GPUs Won’t Survive the Decade
    Pat Gelsinger have put up interesting claims to when the AI frenzy will end, claiming that a "quantum breakthrough" will pop the bubble.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 85 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel 18A-P และการจับมือกับ Apple

    รายงานจากนักวิเคราะห์ชื่อดัง Ming-Chi Kuo ระบุว่า Apple ได้ลงนามในสัญญา NDA กับ Intel เพื่อเข้าถึง PDK (Process Design Kit) ของกระบวนการผลิต 18A-P ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ Foveros Direct 3D hybrid bonding ทำให้สามารถเชื่อมต่อชิปเล็ก ๆ หลายตัวเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย Apple มีแผนจะใช้กระบวนการนี้กับชิป M-series รุ่นล่างสำหรับ MacBook และ iPad

    จุดเด่นของ 18A-P
    กระบวนการ 18A-P ถูกปรับแต่งให้เหมาะกับการทำงานในหลายระดับพลังงานและแรงดันไฟฟ้า มีการปรับค่า threshold voltage เพื่อให้ได้ สมดุลระหว่างประสิทธิภาพและการใช้พลังงาน ซึ่งตรงกับแนวทางของ Apple ที่เน้นชิปแรงแต่ประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ยังเป็นกระบวนการที่สนับสนุนการผลิตในสหรัฐฯ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ Apple ในการกระจายห่วงโซ่อุปทานและสนับสนุนการผลิตภายในประเทศ

    แผนการผลิตและความไม่แน่นอน
    Apple คาดว่า Intel จะเริ่มส่งมอบชิป M-series รุ่นล่างที่ใช้ 18A-P ได้เร็วที่สุดในปี 2027 โดยมีเป้าหมายการผลิตราว 15–20 ล้านชิ้น อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือครั้งนี้ยังไม่ถูกยืนยัน 100% เพราะขึ้นอยู่กับผลการทดสอบ PDK รุ่นใหม่ (1.0/1.1) ที่จะออกในปี 2026 หากผลการทดสอบไม่เป็นไปตามคาด ความร่วมมืออาจถูกเลื่อนหรือยกเลิกได้

    ความหมายต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
    หาก Apple ใช้ Intel เป็นผู้ผลิตชิปจริง จะเป็นการ ลดการพึ่งพา TSMC และสร้างความหลากหลายให้กับห่วงโซ่อุปทานโลก นอกจากนี้ยังเป็นการฟื้นบทบาทของ Intel ในฐานะผู้ผลิตชิปขั้นสูงที่แข่งขันกับ TSMC และ Samsung ได้อีกครั้ง ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่อาจส่งผลต่อทั้งตลาดเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Intel 18A-P และ Apple
    Apple ลงนาม NDA เพื่อเข้าถึง PDK ของ Intel
    มีแผนใช้กับชิป M-series รุ่นล่างสำหรับ MacBook และ iPad

    จุดเด่นของ 18A-P
    ใช้ Foveros Direct 3D bonding เชื่อมต่อชิปเล็ก ๆ
    ปรับ threshold voltage เพื่อสมดุลพลังงานและประสิทธิภาพ

    แผนการผลิต
    คาดเริ่มส่งมอบชิปในปี 2027
    เป้าหมายการผลิต 15–20 ล้านชิ้น

    ความหมายต่ออุตสาหกรรม
    ลดการพึ่งพา TSMC และกระจายห่วงโซ่อุปทาน
    ฟื้นบทบาท Intel ในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง

    คำเตือนและความเสี่ยง
    ความร่วมมือยังไม่ยืนยัน 100% ขึ้นอยู่กับผลการทดสอบ PDK 1.0/1.1
    หาก Intel ไม่สามารถส่งมอบตามแผน Apple อาจยังคงพึ่งพา TSMC ต่อไป

    https://wccftech.com/intels-18a-p-process-is-rumored-to-be-adopted-by-apple/
    🖥️ Intel 18A-P และการจับมือกับ Apple รายงานจากนักวิเคราะห์ชื่อดัง Ming-Chi Kuo ระบุว่า Apple ได้ลงนามในสัญญา NDA กับ Intel เพื่อเข้าถึง PDK (Process Design Kit) ของกระบวนการผลิต 18A-P ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ Foveros Direct 3D hybrid bonding ทำให้สามารถเชื่อมต่อชิปเล็ก ๆ หลายตัวเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย Apple มีแผนจะใช้กระบวนการนี้กับชิป M-series รุ่นล่างสำหรับ MacBook และ iPad ⚡ จุดเด่นของ 18A-P กระบวนการ 18A-P ถูกปรับแต่งให้เหมาะกับการทำงานในหลายระดับพลังงานและแรงดันไฟฟ้า มีการปรับค่า threshold voltage เพื่อให้ได้ สมดุลระหว่างประสิทธิภาพและการใช้พลังงาน ซึ่งตรงกับแนวทางของ Apple ที่เน้นชิปแรงแต่ประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ยังเป็นกระบวนการที่สนับสนุนการผลิตในสหรัฐฯ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ Apple ในการกระจายห่วงโซ่อุปทานและสนับสนุนการผลิตภายในประเทศ 📈 แผนการผลิตและความไม่แน่นอน Apple คาดว่า Intel จะเริ่มส่งมอบชิป M-series รุ่นล่างที่ใช้ 18A-P ได้เร็วที่สุดในปี 2027 โดยมีเป้าหมายการผลิตราว 15–20 ล้านชิ้น อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือครั้งนี้ยังไม่ถูกยืนยัน 100% เพราะขึ้นอยู่กับผลการทดสอบ PDK รุ่นใหม่ (1.0/1.1) ที่จะออกในปี 2026 หากผลการทดสอบไม่เป็นไปตามคาด ความร่วมมืออาจถูกเลื่อนหรือยกเลิกได้ 🌍 ความหมายต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ หาก Apple ใช้ Intel เป็นผู้ผลิตชิปจริง จะเป็นการ ลดการพึ่งพา TSMC และสร้างความหลากหลายให้กับห่วงโซ่อุปทานโลก นอกจากนี้ยังเป็นการฟื้นบทบาทของ Intel ในฐานะผู้ผลิตชิปขั้นสูงที่แข่งขันกับ TSMC และ Samsung ได้อีกครั้ง ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่อาจส่งผลต่อทั้งตลาดเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Intel 18A-P และ Apple ➡️ Apple ลงนาม NDA เพื่อเข้าถึง PDK ของ Intel ➡️ มีแผนใช้กับชิป M-series รุ่นล่างสำหรับ MacBook และ iPad ✅ จุดเด่นของ 18A-P ➡️ ใช้ Foveros Direct 3D bonding เชื่อมต่อชิปเล็ก ๆ ➡️ ปรับ threshold voltage เพื่อสมดุลพลังงานและประสิทธิภาพ ✅ แผนการผลิต ➡️ คาดเริ่มส่งมอบชิปในปี 2027 ➡️ เป้าหมายการผลิต 15–20 ล้านชิ้น ✅ ความหมายต่ออุตสาหกรรม ➡️ ลดการพึ่งพา TSMC และกระจายห่วงโซ่อุปทาน ➡️ ฟื้นบทบาท Intel ในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ‼️ คำเตือนและความเสี่ยง ⛔ ความร่วมมือยังไม่ยืนยัน 100% ขึ้นอยู่กับผลการทดสอบ PDK 1.0/1.1 ⛔ หาก Intel ไม่สามารถส่งมอบตามแผน Apple อาจยังคงพึ่งพา TSMC ต่อไป https://wccftech.com/intels-18a-p-process-is-rumored-to-be-adopted-by-apple/
    WCCFTECH.COM
    After Ditching Intel for Its Own Silicon, Apple Now Appears Ready to Return for Future MacBook Chips Built on the 18A-P Process
    Intel Foundry may soon see a breakthrough for its 18A-P process, as a prominent analyst predicts that Apple will adopt the node.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 84 มุมมอง 0 รีวิว
  • Jensen Huang ผลักดันการใช้ AI ภายในองค์กร

    Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia กระตุ้นให้พนักงานใช้ AI ให้มากขึ้น โดยกล่าวกับผู้จัดการที่พยายามห้ามว่า “Are you insane?” พร้อมย้ำว่า AI จะไม่มาแทนที่งานของพนักงาน แต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และบริษัทยังคงต้องการคนเพิ่มอีกหลายพันตำแหน่ง

    ในการประชุมพนักงานหลังจาก Nvidia รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ทำสถิติสูงสุด Huang ได้กล่าวว่า ผู้จัดการที่ห้ามลูกทีมใช้ AI กำลังคิดผิด เขาย้ำว่า “ทุกงานที่สามารถทำได้ด้วย AI ควรใช้ AI” และสัญญาว่าพนักงานจะยังมีงานทำ เพราะ AI เป็นเพียงเครื่องมือเสริม ไม่ใช่สิ่งที่จะมาแทนที่มนุษย์ทั้งหมด

    ความกังวลและการยืนยันของซีอีโอ
    แม้หลายฝ่ายกังวลว่า AI จะทำให้คนตกงาน แต่ Huang ยืนยันว่า Nvidia ยังคงจ้างงานต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาเพิ่มพนักงานกว่า 6,000 คน และยังต้องการอีกประมาณ 10,000 คน เขาเน้นว่า AI จะช่วยให้พนักงานทำงานได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ใช่ทำให้คนหมดความจำเป็น

    แนวโน้มในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
    ท่าทีของ Huang สอดคล้องกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Meta และ Microsoft ที่บังคับใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินพนักงาน ขณะที่ Google ก็สั่งให้วิศวกรใช้ AI ในการเขียนโค้ด และ Amazon มีพนักงานเรียกร้องให้บริษัทนำ AI coding tool มาใช้ การผลักดันนี้สะท้อนว่า AI กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในวงการเทคโนโลยี

    ความเสี่ยงและเสียงเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ
    แม้ Huang จะให้ความมั่นใจ แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเตือนว่า AI อาจทำให้เกิดการตกงานจำนวนมาก เช่น ซีอีโอของ Ford เคยกล่าวว่า AI อาจลบครึ่งหนึ่งของงาน white-collar ในสหรัฐฯ และการศึกษาโดย MIT ร่วมกับ Oak Ridge National Laboratory คาดว่า 11.7% ของแรงงาน อาจถูกแทนที่ด้วย AI ในอนาคต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    คำพูดของ Jensen Huang
    กระตุ้นให้พนักงานใช้ AI มากขึ้น
    ย้ำว่า AI เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่สิ่งแทนที่มนุษย์

    การจ้างงานของ Nvidia
    เพิ่มพนักงานกว่า 6,000 คนในปีที่ผ่านมา
    ต้องการอีกประมาณ 10,000 คน

    แนวโน้มในอุตสาหกรรม
    Meta และ Microsoft บังคับใช้ AI ในการทำงาน
    Google และ Amazon ผลักดันการใช้ AI coding tool

    คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ
    AI อาจทำให้ครึ่งหนึ่งของงาน white-collar หายไป
    การศึกษา MIT คาดว่า 11.7% ของแรงงานเสี่ยงถูกแทนที่

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/nvidia-ceo-jensen-huang-allegedly-asks-managers-discouraging-ai-use-are-you-insane-assures-employees-their-jobs-arent-at-risk-because-of-ai
    🤖 Jensen Huang ผลักดันการใช้ AI ภายในองค์กร Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia กระตุ้นให้พนักงานใช้ AI ให้มากขึ้น โดยกล่าวกับผู้จัดการที่พยายามห้ามว่า “Are you insane?” พร้อมย้ำว่า AI จะไม่มาแทนที่งานของพนักงาน แต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และบริษัทยังคงต้องการคนเพิ่มอีกหลายพันตำแหน่ง ในการประชุมพนักงานหลังจาก Nvidia รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ทำสถิติสูงสุด Huang ได้กล่าวว่า ผู้จัดการที่ห้ามลูกทีมใช้ AI กำลังคิดผิด เขาย้ำว่า “ทุกงานที่สามารถทำได้ด้วย AI ควรใช้ AI” และสัญญาว่าพนักงานจะยังมีงานทำ เพราะ AI เป็นเพียงเครื่องมือเสริม ไม่ใช่สิ่งที่จะมาแทนที่มนุษย์ทั้งหมด 📈 ความกังวลและการยืนยันของซีอีโอ แม้หลายฝ่ายกังวลว่า AI จะทำให้คนตกงาน แต่ Huang ยืนยันว่า Nvidia ยังคงจ้างงานต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาเพิ่มพนักงานกว่า 6,000 คน และยังต้องการอีกประมาณ 10,000 คน เขาเน้นว่า AI จะช่วยให้พนักงานทำงานได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ใช่ทำให้คนหมดความจำเป็น 🌍 แนวโน้มในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ท่าทีของ Huang สอดคล้องกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Meta และ Microsoft ที่บังคับใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินพนักงาน ขณะที่ Google ก็สั่งให้วิศวกรใช้ AI ในการเขียนโค้ด และ Amazon มีพนักงานเรียกร้องให้บริษัทนำ AI coding tool มาใช้ การผลักดันนี้สะท้อนว่า AI กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในวงการเทคโนโลยี ⚠️ ความเสี่ยงและเสียงเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ แม้ Huang จะให้ความมั่นใจ แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเตือนว่า AI อาจทำให้เกิดการตกงานจำนวนมาก เช่น ซีอีโอของ Ford เคยกล่าวว่า AI อาจลบครึ่งหนึ่งของงาน white-collar ในสหรัฐฯ และการศึกษาโดย MIT ร่วมกับ Oak Ridge National Laboratory คาดว่า 11.7% ของแรงงาน อาจถูกแทนที่ด้วย AI ในอนาคต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ คำพูดของ Jensen Huang ➡️ กระตุ้นให้พนักงานใช้ AI มากขึ้น ➡️ ย้ำว่า AI เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่สิ่งแทนที่มนุษย์ ✅ การจ้างงานของ Nvidia ➡️ เพิ่มพนักงานกว่า 6,000 คนในปีที่ผ่านมา ➡️ ต้องการอีกประมาณ 10,000 คน ✅ แนวโน้มในอุตสาหกรรม ➡️ Meta และ Microsoft บังคับใช้ AI ในการทำงาน ➡️ Google และ Amazon ผลักดันการใช้ AI coding tool ‼️ คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ ⛔ AI อาจทำให้ครึ่งหนึ่งของงาน white-collar หายไป ⛔ การศึกษา MIT คาดว่า 11.7% ของแรงงานเสี่ยงถูกแทนที่ https://www.tomshardware.com/tech-industry/nvidia-ceo-jensen-huang-allegedly-asks-managers-discouraging-ai-use-are-you-insane-assures-employees-their-jobs-arent-at-risk-because-of-ai
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 99 มุมมอง 0 รีวิว
  • ความขัดแย้งระหว่าง Wingtech และ Nexperia

    ข่าวนี้เล่าถึงความขัดแย้งระหว่างบริษัท Wingtech ของจีนและ Nexperia สำนักงานใหญ่ในเนเธอร์แลนด์ ที่บานปลายจนกระทบต่อการส่งออกเวเฟอร์และสร้างความกังวลต่อห่วงโซ่อุปทานโลก

    ความตึงเครียดภายในบริษัท Nexperia ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปขนาดใหญ่ของโลก ปะทุขึ้นเมื่อ Wingtech Technology ผู้ถือหุ้นใหญ่จากจีน กล่าวหาสำนักงานใหญ่ในเนเธอร์แลนด์ว่า “ปิดกั้นและหลอกลวง” โดยเฉพาะการหยุดส่งเวเฟอร์ไปยังจีน และการตัดสิทธิ์การเข้าถึงระบบ IT ของพนักงานจีน ขณะที่ฝั่งเนเธอร์แลนด์ยืนยันว่าพยายามติดต่อและเจรจา แต่ไม่ได้รับการตอบสนองจากฝ่ายจีน

    ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก
    การหยุดส่งเวเฟอร์ครั้งนี้สร้างความกังวลต่อ ลูกค้ารายใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมหนัก เนื่องจาก Nexperia เป็นผู้ผลิตชิป mature-node ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น logic, discretes และ power devices ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในระบบควบคุมรถยนต์และเครื่องจักร หากความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานโลก

    การเมืองและการลงทุนที่ซ่อนอยู่
    Wingtech กล่าวหาว่าสำนักงานใหญ่ในเนเธอร์แลนด์พยายามสร้าง “ห่วงโซ่อุปทานที่ไม่ใช่จีน” เพื่อกันบริษัทแม่ออกจากการตัดสินใจ ขณะที่ฝั่งเนเธอร์แลนด์ประกาศลงทุนกว่า 300 ล้านดอลลาร์ ในโรงงานที่มาเลเซีย ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน ความขัดแย้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่ยังสะท้อนถึง การเมืองและความมั่นคงทางเทคโนโลยี ระหว่างยุโรปและจีน

    การแทรกแซงจากรัฐบาล
    เหตุการณ์บานปลายจนถึงขั้น รัฐมนตรีพาณิชย์ของจีน ต้องหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นหารือกับ รัฐมนตรีเศรษฐกิจเยอรมนี และ กรรมาธิการการค้าของสหภาพยุโรป เพื่อหาทางออกระยะยาว แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องภายในบริษัท แต่เป็นประเด็นที่อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สาเหตุของความขัดแย้ง
    Wingtech กล่าวหาสำนักงานใหญ่เนเธอร์แลนด์หยุดส่งเวเฟอร์และตัดสิทธิ์การเข้าถึงระบบ IT
    ฝั่งเนเธอร์แลนด์ยืนยันว่าพยายามเจรจาแต่ไม่ได้รับการตอบสนอง

    ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน
    ลูกค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมหนักเสี่ยงขาดชิป
    ชิป mature-node ของ Nexperia เป็นหัวใจสำคัญในระบบควบคุม

    การลงทุนและการเมือง
    เนเธอร์แลนด์ลงทุน 300 ล้านดอลลาร์ในโรงงานมาเลเซีย
    ถูกตีความว่าเป็นการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน

    การแทรกแซงจากรัฐบาล
    จีนหารือกับเยอรมนีและสหภาพยุโรปเพื่อหาทางออก
    ความขัดแย้งกลายเป็นประเด็นเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

    คำเตือนจากเหตุการณ์
    ความขัดแย้งอาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกหยุดชะงัก
    เสี่ยงต่อการแบ่งขั้วทางเทคโนโลยีระหว่างจีนและยุโรป

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/wingtech-nexperia-dispute-escalates-as-public-accusations-widen-the-rift
    ⚔️ ความขัดแย้งระหว่าง Wingtech และ Nexperia ข่าวนี้เล่าถึงความขัดแย้งระหว่างบริษัท Wingtech ของจีนและ Nexperia สำนักงานใหญ่ในเนเธอร์แลนด์ ที่บานปลายจนกระทบต่อการส่งออกเวเฟอร์และสร้างความกังวลต่อห่วงโซ่อุปทานโลก ความตึงเครียดภายในบริษัท Nexperia ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปขนาดใหญ่ของโลก ปะทุขึ้นเมื่อ Wingtech Technology ผู้ถือหุ้นใหญ่จากจีน กล่าวหาสำนักงานใหญ่ในเนเธอร์แลนด์ว่า “ปิดกั้นและหลอกลวง” โดยเฉพาะการหยุดส่งเวเฟอร์ไปยังจีน และการตัดสิทธิ์การเข้าถึงระบบ IT ของพนักงานจีน ขณะที่ฝั่งเนเธอร์แลนด์ยืนยันว่าพยายามติดต่อและเจรจา แต่ไม่ได้รับการตอบสนองจากฝ่ายจีน 🌍 ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก การหยุดส่งเวเฟอร์ครั้งนี้สร้างความกังวลต่อ ลูกค้ารายใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมหนัก เนื่องจาก Nexperia เป็นผู้ผลิตชิป mature-node ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น logic, discretes และ power devices ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในระบบควบคุมรถยนต์และเครื่องจักร หากความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานโลก 💼 การเมืองและการลงทุนที่ซ่อนอยู่ Wingtech กล่าวหาว่าสำนักงานใหญ่ในเนเธอร์แลนด์พยายามสร้าง “ห่วงโซ่อุปทานที่ไม่ใช่จีน” เพื่อกันบริษัทแม่ออกจากการตัดสินใจ ขณะที่ฝั่งเนเธอร์แลนด์ประกาศลงทุนกว่า 300 ล้านดอลลาร์ ในโรงงานที่มาเลเซีย ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน ความขัดแย้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่ยังสะท้อนถึง การเมืองและความมั่นคงทางเทคโนโลยี ระหว่างยุโรปและจีน 🏛️ การแทรกแซงจากรัฐบาล เหตุการณ์บานปลายจนถึงขั้น รัฐมนตรีพาณิชย์ของจีน ต้องหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นหารือกับ รัฐมนตรีเศรษฐกิจเยอรมนี และ กรรมาธิการการค้าของสหภาพยุโรป เพื่อหาทางออกระยะยาว แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องภายในบริษัท แต่เป็นประเด็นที่อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สาเหตุของความขัดแย้ง ➡️ Wingtech กล่าวหาสำนักงานใหญ่เนเธอร์แลนด์หยุดส่งเวเฟอร์และตัดสิทธิ์การเข้าถึงระบบ IT ➡️ ฝั่งเนเธอร์แลนด์ยืนยันว่าพยายามเจรจาแต่ไม่ได้รับการตอบสนอง ✅ ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ➡️ ลูกค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมหนักเสี่ยงขาดชิป ➡️ ชิป mature-node ของ Nexperia เป็นหัวใจสำคัญในระบบควบคุม ✅ การลงทุนและการเมือง ➡️ เนเธอร์แลนด์ลงทุน 300 ล้านดอลลาร์ในโรงงานมาเลเซีย ➡️ ถูกตีความว่าเป็นการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน ✅ การแทรกแซงจากรัฐบาล ➡️ จีนหารือกับเยอรมนีและสหภาพยุโรปเพื่อหาทางออก ➡️ ความขัดแย้งกลายเป็นประเด็นเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ‼️ คำเตือนจากเหตุการณ์ ⛔ ความขัดแย้งอาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกหยุดชะงัก ⛔ เสี่ยงต่อการแบ่งขั้วทางเทคโนโลยีระหว่างจีนและยุโรป https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/wingtech-nexperia-dispute-escalates-as-public-accusations-widen-the-rift
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Embattled Dutch chipmaker Nexperia gets into public spat with Chinese owners — accused of deception and obstruction, suspending wafer shipments
    A governance battle inside one of the world’s biggest suppliers of mature-node chips is now spilling into the open.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 108 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts